<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Paranaphat Anui &#8211; HREX.asia</title>
	<atom:link href="https://th.hrnote.asia/author/paranaphat/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://th.hrnote.asia</link>
	<description>HREX สนับสนุนการเติบโตขององค์กรโดย HR</description>
	<lastBuildDate>Fri, 21 Aug 2026 12:16:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/favicon-96x96-1.png</url>
	<title>Paranaphat Anui &#8211; HREX.asia</title>
	<link>https://th.hrnote.asia</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HIRE Ground 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hire-ground-2026-260821/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hire-ground-2026-260821/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2026 12:16:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Hire Ground 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=51081</guid>

					<description><![CDATA[การแข่งขันเพื่อดึงดูดคนเก่งกำลังเปลี่ยนไปพร้อมกับความคาดหวังของคนทำงาน การประกาศรับสมัครงานแล้วรอให้คนที่ใช่เดินเข้ามาอาจไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรต้องคิดให้ไกลกว่านั้น ตั้งแต่จะทำให้คนรู้จักและอยากเข้ามาร่วมงานได้อย่างไร ไปจนถึงเมื่อเข้ามาแล้วจะมีโอกาสเรียนรู้ เติบโต และสร้างเส้นทางของตัวเองในองค์กรได้มากแค่ไหน โจทย์นี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เกิดงาน HIRE Ground 2026: Career &#38; Work-Life Community Expo ที่นำเสนอเรื่องการหางาน การสร้าง Employer Branding การ Upskill &#38; Reskill เทคโนโลยี HR และคุณภาพชีวิตของคนทำงานมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เปิดโอกาสให้องค์กรและ Talent ได้พบ พูดคุย และทำความรู้จักกันมากกว่าการเห็นชื่อบริษัทหรือ Job Posting ผ่านหน้าจอ พร้อมตั้งคำถามต่อว่าองค์กรควรสร้างประสบการณ์แบบไหน จึงจะดึงดูดคนที่ต้องการและทำให้พวกเขาอยากเติบโตไปด้วยกัน HIRE Ground 2026 จัดขึ้น 2 วันในวันที่ 20-21 สิงหาคม 2026 ตลอดงานทั้ง 2 วันมีเนื้อหาที่น่าสนใจมากมาย หากใครพลาดงานนี้ไป HREX ขอเก็บตกสาระสำคัญมาให้อ่านกันแล้ว ดังนี้ Winning Talent [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51083" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-21T113220.705.webp" alt="HIRE Ground 2026 HREX " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HIRE Ground 2026 6" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-21T113220.705.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-21T113220.705-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การแข่งขันเพื่อดึงดูดคนเก่งกำลังเปลี่ยนไปพร้อมกับความคาดหวังของคนทำงาน การประกาศรับสมัครงานแล้วรอให้คนที่ใช่เดินเข้ามาอาจไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรต้องคิดให้ไกลกว่านั้น ตั้งแต่จะทำให้คนรู้จักและอยากเข้ามาร่วมงานได้อย่างไร ไปจนถึงเมื่อเข้ามาแล้วจะมีโอกาสเรียนรู้ เติบโต และสร้างเส้นทางของตัวเองในองค์กรได้มากแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โจทย์นี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เกิดงาน </span><b>HIRE Ground 2026: Career &amp; Work-Life Community Expo</b><span style="font-weight: 400;"> ที่นำเสนอเรื่องการหางาน การสร้าง Employer Branding การ Upskill &amp; Reskill เทคโนโลยี HR และคุณภาพชีวิตของคนทำงานมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เปิดโอกาสให้องค์กรและ Talent ได้พบ พูดคุย และทำความรู้จักกันมากกว่าการเห็นชื่อบริษัทหรือ Job Posting ผ่านหน้าจอ พร้อมตั้งคำถามต่อว่าองค์กรควรสร้างประสบการณ์แบบไหน จึงจะดึงดูดคนที่ต้องการและทำให้พวกเขาอยากเติบโตไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HIRE Ground 2026 จัดขึ้น 2 วันในวันที่ 20-21 สิงหาคม 2026 ตลอดงานทั้ง 2 วันมีเนื้อหาที่น่าสนใจมากมาย หากใครพลาดงานนี้ไป HREX ขอเก็บตกสาระสำคัญมาให้อ่านกันแล้ว ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Winning Talent in the Age of AI: What Top Employers Must Do Differently</b></h2>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51084" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-21T113352.947.webp" alt="HIRE Ground 2026 HREX" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HIRE Ground 2026 7" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-21T113352.947.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-21T113352.947-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ไชยพิทักษ์ ไชยหะนิจ Senior Vice President Human Resources Strategy จาก </b><a href="https://www.sansiri.com/thai/" target="_blank" rel="noopener"><b>SANSIRI</b></a> <span style="font-weight: 400;">ชวนตั้งคำถามว่า องค์กรจะชนะใจคนเก่งได้อย่างไร เมื่อเทคโนโลยีทำให้ความรู้และทักษะเปลี่ยนเร็วกว่าที่เคย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้บริบทที่เขาพูดถึงในงานนี้ อาจเน้นหนักไปที่องค์กรขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม เขาค้นพบว่าองค์กรขนาดใหญ่ที่แม้จะมีเทคโนโลยีดีที่สุดอาจไม่ได้เป็นฝ่ายได้เปรียบเสมอไป เพราะสิ่งที่ตัดสินการแข่งขันในระยะยาว คือความสามารถในการทำให้คนเรียนรู้ ปรับตัว และเติบโตได้ทันกับความเปลี่ยนแปลง </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อก่อนคนอาจเลือกงานจากเงินเดือน ชื่อเสียงบริษัท หรือความมั่นคง แต่คนทำงานรุ่นใหม่ให้ความสำคัญมากขึ้นกับโอกาสพัฒนา งานที่มีความหมาย คำแนะนำที่ช่วยให้ตัวเองดีขึ้น และคุณภาพชีวิตที่ดีระหว่างการทำงาน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แรงกดดันยิ่งชัดขึ้นเมื่อประเทศไทยเข้าสู่สภาวะสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ เผชิญทั้งปัญหาคนเกิดน้อย สังคมสูงวัย และการขาดแคลนทักษะที่ธุรกิจต้องการ ขณะเดียวกัน AI ก็เข้ามารับงานที่ทำซ้ำหรือใช้กระบวนการเดิมได้มากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำแนะนำของคุณไชยพิทักษ์คือ เราไม่ควรหยุดอยู่ที่การเร่งหาคนใหม่ให้เร็วที่สุด เพราะตลาดแรงงานมีคนให้เลือกน้อยลงเรื่อย ๆ สิ่งที่องค์กรต้องทำควบคู่กันคือการพัฒนาคนที่มีอยู่ให้พร้อมรับงานรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะเมื่อ 63% ของนายจ้างทั่วโลกมองว่า Skill Gap คืออุปสรรคสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ ดังนั้นการ Reskill และ Upskill จึงกลายเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีคิดเรื่องการจ้างงานจึงต้องเปลี่ยนตามไปด้วย จากเดิมที่องค์กรให้ความสำคัญกับประสบการณ์และตำแหน่งงานที่ผ่านมา องค์กรชั้นนำเริ่มมองไปยังศักยภาพในการเติบโตของคนมากขึ้น มองหาคนที่มี Learning Agility, Growth Mindset, Adaptability และ Curiosity เพราะคนที่เรียนรู้ได้เร็ว ย่อมมีโอกาสรับมือกับงานที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจนในวันนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิด Skill-Based Organization ก็เดินไปในทิศทางเดียวกัน ต้องลดการผูกคนไว้กับ Job Title แล้วหันมาถามว่าแต่ละคนมีทักษะอะไร สามารถทำอะไรได้ และควรเติมทักษะใดเพื่อเปิดโอกาสในการเติบโตต่อไป เมื่อองค์กรเห็นศักยภาพของคนได้ชัด การเติมตำแหน่งที่ว่างจากคนภายในก็ทำได้ง่ายขึ้น และลดการพึ่งพาการจ้างจากตลาดเพียงทางเดียว</span></p>
<p><b>สิ่งที่ SANSIRI ทำจึงเริ่มตั้งแต่ก่อนคนจะเข้ามาทำงาน บริษัทจะเข้าไปสร้างความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัย เปิดโอกาสฝึกงาน และนำคนจากองค์กรเข้าไปถ่ายทอดประสบการณ์ให้คนรุ่นใหม่ เพื่อสร้าง Talent Pipeline ตั้งแต่ต้นทาง</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อพนักงานเข้ามาแล้ว กระบวนการ Onboarding จะช่วยให้เข้าใจวัฒนธรรมองค์กรและเรื่อง Wellbeing ทั้งด้านการเงิน จิตใจ และสุขภาพ จากนั้นจึงต่อยอดด้วยระบบการเรียนรู้ การประเมินผลงาน และการวางเส้นทางอาชีพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนที่ทำผลงานได้ดีจะได้รับการพัฒนาต่อ ส่วนคนที่ยังมีช่องว่างด้านทักษะก็จะรู้ว่าควรเติมอะไร ขณะที่คนที่มีศักยภาพสูงสามารถถูกเตรียมไว้เป็น Candidate Pool สำหรับตำแหน่งสำคัญในอนาคต แนวคิดสำคัญคือการ “Build” คนจากภายในให้มากขึ้น แทนที่จะรอ “Buy” คนจากตลาดทุกครั้งที่เกิดความต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การแข่งขันเพื่อแย่งชิงคนเก่งไม่ได้จบลงในวันที่เซ็นสัญญาจ้าง เพราะประสบการณ์ของพนักงานตลอดเส้นทางมีผลต่อทั้งผลงาน ความผูกพัน และการตัดสินใจว่าจะอยู่กับองค์กรต่อหรือไม่ ตั้งแต่โอกาสเรียนรู้ การเติบโต การได้รับการยอมรับ ไปจนถึงวัฒนธรรมที่ทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า AI สามารถช่วยให้งานเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่สิ่งที่ยังต้องอาศัยมนุษย์คือความไว้ใจ ความเข้าใจคน การเห็นอกเห็นใจ และภาวะผู้นำ </span></p>
<p><b>สำหรับคุณไชยพิทักษ์ องค์กรที่อยากชนะการแข่งขันด้าน Talent จึงต้องทำให้การเติบโตเป็นแกนหลักของการบริหารคน เพราะเมื่อคนเติบโตได้เร็วพอ องค์กรก็มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน</b></p>
<h2><b>Navigating the Talent War: พลิกเกมสมรภูมิแย่งคนด้วยเครือข่าย 3 ท็อปเอเจนซี</b></h2>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51082" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-21T113112.286.webp" alt="HIRE Ground 2026 HREX" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HIRE Ground 2026 8" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-21T113112.286.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-21T113112.286-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวทีนี้รวบรวมคนทำงานจากฝั่ง Recruitment Agency มาร่วมกันมองโจทย์การสรรหาที่กำลังยากขึ้น ทั้งคุณกิตติศักดิ์ เกษบุรี จาก JobBKK, คุณจารุวัฒน์ โพธิ์ทอง จาก PERSOL, คุณเรติสุข สิทธิชยารักษ์ จาก Talentvis Academy และคุณณัฐกฤตา ทองนพคุณ จาก Talentvis โดยมีคุณสหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager จาก HREX ทำหน้าที่ดำเนินรายการ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นหนึ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ ตลาดแรงงานวันนี้มีความไม่ลงตัวอยู่มาก องค์กรอยากได้คนเก่งเข้ามาแล้วทำงานได้ทันที ขณะที่คนจำนวนไม่น้อยยังขาดทักษะหรือประสบการณ์ที่ตรงกับความต้องการ เกิดเป็น Talent Mismatch ที่ทำให้บางตำแหน่งหาคนยาก ทั้งที่ยังมีคนอีกจำนวนมากกำลังมองหางานอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้สมัครเท่านั้น แต่อยู่ที่ว่าองค์กรรู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังมองหาคนแบบไหน คุณกิตติศักดิ์ยกตัวอย่างสายงานขาย ซึ่งยังเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่ตลาดต้องการสูง โดยเฉพาะคนที่มีทักษะวิเคราะห์ เข้าใจธุรกิจ และมีประสบการณ์ B2B คนกลุ่มนี้มีทางเลือกมากขึ้น องค์กรจึงต้องแยกให้ออกว่าใครมีศักยภาพจริง ขณะที่ฝั่งผู้สมัครเองก็ควรรู้เป้าหมายของตัวเองให้ชัดว่าอยากทำงานอะไรและอยากเติบโตไปทางไหน เพราะคำตอบว่า “ทำอะไรก็ได้” อาจทำให้องค์กรมองไม่เห็นว่าคนคนนั้นจะเข้ามาสร้างคุณค่าอะไรได้บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกด้านหนึ่ง อำนาจในการเลือกไม่ได้อยู่กับองค์กรฝ่ายเดียวอีกต่อไป คุณจารุวัฒน์ชี้ว่า Talent เองก็มีสิทธิ์เลือกบริษัทไม่ต่างกัน เงินเดือนสูงจึงไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เพราะคนเก่งจำนวนมากมองลึกไปถึงวัฒนธรรม โอกาสเติบโต การเรียนรู้ และรูปแบบการทำงานที่เข้ากับชีวิตของตัวเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณเรติสุขมองว่า Employer Branding อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ องค์กรต้องตอบให้ได้ด้วยว่า Employee Value Proposition ของตัวเองคืออะไร คนเข้ามาแล้วจะได้เรียนรู้อะไร มีพื้นที่ให้ลองทำโปรเจกต์ใหม่หรือไม่ และเมื่อสร้างผลงานแล้ว องค์กรทำให้เขารู้สึกว่างานนั้นมีคุณค่าอย่างไร หากคนเก่งมองไม่เห็นโอกาสข้างหน้า เขาก็ย่อมมองหาโอกาสจากที่อื่นได้ไม่ยาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเร็วของกระบวนการสรรหาก็กลายเป็นอีกตัวแปรสำคัญ เมื่อเจอคนที่องค์กรเชื่อว่าเป็น Talent การติดต่อ การสัมภาษณ์ และการตัดสินใจต้องกระชับพอที่จะทำให้เขารู้ว่าองค์กรให้ความสำคัญกับเขาจริง เพราะคนเก่งมักไม่ได้มีตัวเลือกเดียว และไม่จำเป็นต้องรอองค์กรที่ตอบกลับช้า การดูแล Candidate Experience จึงเริ่มตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้าไป Approach โดยเฉพาะกลุ่ม Passive Candidate ที่ยังไม่ได้ตั้งใจเปลี่ยนงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเข้าหาคนกลุ่มนี้ต้องใช้เวลา สร้างความสัมพันธ์ รักษาความลับ และเลือกจังหวะให้เหมาะสม มากกว่าการติดต่อไปแล้วรีบยื่นตำแหน่งให้ทันที งาน Headhunting จึงมีทั้งเรื่องข้อมูล คอนเนกชัน ความไว้ใจ และ “เซนส์” ในการรู้ว่าเมื่อไรคือเวลาที่ควรเปิดบทสนทนาเรื่องโอกาสใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของ Recruitment Agency จึงต้องไปไกลกว่าการส่ง Candidate ให้เร็วที่สุด เอเจนซี่ต้องเข้าใจตลาดมากพอที่จะเป็น Advisor ให้ลูกค้าได้ ทั้งเรื่องความยากง่ายของแต่ละตำแหน่ง สภาพการแข่งขัน เงินเดือนที่ตลาดยอมรับ ไปจนถึงคุณภาพของการจ้างงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันฝั่งองค์กรเองก็ต้องเชื่อมงาน Recruitment เข้ากับ L&amp;D และการพัฒนาผู้นำให้มากขึ้น เพราะการได้คนเก่งเข้ามาเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ส่วนการทำให้เขาอยากอยู่ต่อขึ้นอยู่กับโอกาสเติบโต การทำงานกับหัวหน้าที่ดี และประสบการณ์ที่ได้รับหลังเข้ามาแล้ว </span></p>
<p><b>สุดท้ายแล้ว Talent ที่องค์กรตามหาอาจไม่ได้วัดจากประสบการณ์หรือทักษะเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงทัศนคติ การสื่อสาร Learning Agility และศักยภาพในการเติบโต ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งองค์กร ผู้สมัคร และเอเจนซี่ต้องช่วยกันมองให้เห็นตั้งแต่ต้น</b></p>
<h2><b>Navigating the Talent War: พลิกเกมสมรภูมิแย่งคนด้วยเครือข่าย 3 ท็อปเอเจนซี</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เวทีนี้รวบรวมคนทำงานจากฝั่ง Recruitment Agency มาร่วมกันมองโจทย์การสรรหาที่กำลังยากขึ้น ซึ่งไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นการรวมทีมตัวท็อปของสายธุรกิจกันแบบนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเป็นคุณ</span><b> กิตติศักดิ์ เกษบุรี จาก JobBKK</b><span style="font-weight: 400;">, คุณ </span><b>จารุวัฒน์ โพธิ์ทอง จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/177"><b>PERSOL</b></a><span style="font-weight: 400;">, คุณ </span><b>รติสุข สิทธิชยารักษ์ จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/43"><b>Talentvis Academy</b></a><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>ณัฐกฤตา ทองนพคุณ จาก Talentvis</b><span style="font-weight: 400;"> โดยมีคุณ </span><b>สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager จาก HREX</b><span style="font-weight: 400;"> ทำหน้าที่ดำเนินรายการ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นหนึ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ ตลาดแรงงานวันนี้มีความไม่ลงตัวอยู่มาก องค์กรอยากได้คนเก่งเข้ามาแล้วทำงานได้ทันที ขณะที่คนจำนวนไม่น้อยยังขาดทักษะหรือประสบการณ์ที่ตรงกับความต้องการ เกิดเป็น Talent Mismatch ที่ทำให้บางตำแหน่งหาคนยาก ทั้งที่ยังมีคนอีกจำนวนมากกำลังมองหางานอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้สมัครเท่านั้น แต่อยู่ที่ว่าองค์กรรู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังมองหาคนแบบไหน คุณกิตติศักดิ์ยกตัวอย่างสายงานขาย ซึ่งยังเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่ตลาดต้องการสูง โดยเฉพาะคนที่มีทักษะวิเคราะห์ เข้าใจธุรกิจ และมีประสบการณ์ B2B คนกลุ่มนี้มีทางเลือกมากขึ้น องค์กรจึงต้องแยกให้ออกว่าใครมีศักยภาพจริง ขณะที่ฝั่งผู้สมัครเองก็ควรรู้เป้าหมายของตัวเองให้ชัดว่าอยากทำงานอะไรและอยากเติบโตไปทางไหน ห้ามตอบว่า “ทำอะไรก็ได้” เพราะอาจทำให้องค์กรมองไม่เห็นว่าจะเข้ามาสร้างคุณค่าอะไรจริง ๆ ได้บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกด้านหนึ่ง อำนาจในการเลือกไม่ได้อยู่กับองค์กรฝ่ายเดียวอีกต่อไป Talent เองก็มีสิทธิ์เลือกบริษัทไม่ต่างกัน คนเก่งจำนวนมากไม่ได้มองแค่เงินเดือน แต่มองลึกไปถึงวัฒนธรรม โอกาสเติบโต การเรียนรู้ และรูปแบบการทำงานที่เข้ากับชีวิตของตัวเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น การทำ Employer Branding อย่างเดียวก็ไม่เพียงพอ มันเคยพอในยุคหนึ่ง แต่จากนี้ไป องค์กรต้องทำให้เห็นว่า Employee Value Proposition ของตัวเองคืออะไร คนเข้ามาแล้วจะได้เรียนรู้อะไร มีพื้นที่ให้ลองทำโปรเจกต์ใหม่หรือไม่ และเมื่อสร้างผลงานแล้ว องค์กรทำให้เขารู้สึกว่างานนั้นมีคุณค่าอย่างไร หากคนเก่งมองไม่เห็นโอกาสข้างหน้าจากองค์กรแห่งนี้ เขาก็ย่อมมองหาโอกาสจากที่อื่นได้ไม่ยาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเร็วของกระบวนการสรรหาก็กลายเป็นอีกตัวแปรสำคัญ หลายครั้งเจอคนที่เชื่อว่าน่าจะเป็น Talent แล้ว แต่กว่าจะคอนเฟิร์มให้เขามาอยู่องค์กรได้กลับใช้เวลานาน จนเสียไปให้องค์กรอื่นที่เร็วกว่า อย่าลืมว่าคนเก่งมักไม่ได้มีตัวเลือกเดียว และเขาไม่จำเป็นต้องรอองค์กรที่ตอบกลับช้า การดูแล Candidate Experience จึงเริ่มตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้าไป Approach </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนงานแต่แรก หรือกลุ่ม Passive Candidate การเข้าหาคนกลุ่มนี้ Headhunter ต้องใช้เวลา สร้างความสัมพันธ์ รักษาความลับ และเลือกจังหวะให้เหมาะสม มากกว่าการติดต่อไปแล้วรีบยื่นตำแหน่งให้ทันที งานนี้ต้องให้ความสำคัญกับข้อมูล คอนเนกชัน ความไว้ใจ และเซนส์ในการรู้ว่าเมื่อไรคือเวลาที่ควรเปิดบทสนทนาเรื่องโอกาสใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของ Recruitment Agency จึงต้องไปไกลกว่าการส่ง Candidate ให้เร็วที่สุด เอเจนซี่ต้องเข้าใจตลาดมากพอที่จะเป็น Advisor ให้ลูกค้าได้ ทั้งเรื่องความยากง่ายของแต่ละตำแหน่ง สภาพการแข่งขัน เงินเดือนที่ตลาดยอมรับ ไปจนถึงคุณภาพของการจ้างงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันฝั่งองค์กรเองก็ต้องเชื่อมงาน Recruitment เข้ากับ L&amp;D และการพัฒนาผู้นำให้มากขึ้น เพราะการได้คนเก่งเข้ามาเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ส่วนการทำให้เขาอยากอยู่ต่อขึ้นอยู่กับโอกาสเติบโต การทำงานกับหัวหน้าที่ดี และประสบการณ์ที่ได้รับหลังเข้ามาแล้ว </span></p>
<p><b>สุดท้ายแล้ว Talent ที่องค์กรตามหาอาจไม่ได้วัดจากประสบการณ์หรือทักษะเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงทัศนคติ การสื่อสาร Learning Agility และศักยภาพในการเติบโต ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งองค์กร ผู้สมัคร และเอเจนซี่ต้องช่วยกันมองให้เห็นตั้งแต่ต้น</b></p>
<h2><b>Skills ที่ต้องมีในยุค AI ทักษะที่จะทำให้คุณโดดเด่นในโลกการทำงานแห่งอนาคต</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51098" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-21T175536.849.webp" alt="HIRE Ground 2026 HREX " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HIRE Ground 2026 9" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-21T175536.849.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-21T175536.849-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวงเสวนานี้ </span><b>ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญในสายเทคโนโลยีอย่าง</b> <b>ดร.ปรัชญ์ เหตระกูล</b><span style="font-weight: 400;"> และ</span><b> คุณอนุพงศ์ ทะสดวก CEO จาก </b><a href="https://www.plants.work/" target="_blank" rel="noopener"><b>Plants.work</b></a><span style="font-weight: 400;"> ร่วมพูดคุยถึงทักษะที่คนทำงานควรมีเมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงาน โดยมีคุณ </span><b>ธีรพล อำไพ หรืออาจารย์ซัน Special Lecturer จากมหาวิทยาลัยหอการค้า</b><span style="font-weight: 400;"> ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกคนบนเวทีเห็นพ้องกันว่า ทักษะบางอย่างที่เคยมีคุณค่ามากในอดีตกำลังลดความสำคัญลง เช่น การจดจำข้อมูลจำนวนมาก งานซ้ำ ๆ หรืองาน Routine เพราะ AI สามารถเข้ามาช่วยทำได้เร็วขึ้น คนที่มีประสบการณ์และรู้จักนำ AI มาใช้จึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของตัวเองได้มาก สิ่งที่ควรพัฒนาเพิ่มคือ ทักษะการคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ข้อมูล ว่าเราสามารถตีความสิ่งที่เห็น เชื่อมเข้ากับบริบท และนำไปตัดสินใจต่อได้ดีเพียงใด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะบางครั้งองค์กรไม่จำเป็นต้องรอข้อมูลให้ถูกต้องครบ 100% หากข้อมูลประมาณ 80% เพียงพอให้ตัดสินใจได้ การรอมากเกินไปก็อาจทำให้พลาดจังหวะสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้ AI ให้ได้ผลจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครเขียน Prompt ได้ยาวหรือซับซ้อนกว่า แต่อยู่ที่ว่าเรารู้จัก Context ของงานตัวเองดีแค่ไหน เราต้องรู้ว่ากำลังทำอะไร อยากได้ผลลัพธ์แบบไหน และมีตัวอย่างอะไรให้ AI เข้าใจสิ่งที่ต้องการได้บ้าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางครั้งการให้ข้อมูลพื้นฐานที่ชัด พร้อมตัวอย่างงานหรือภาพอ้างอิง ก็ช่วยให้ AI เข้าใจโจทย์ได้ดีกว่าการอธิบายยืดยาว สิ่งนี้ย้อนกลับมาที่คนทำงานเองว่า ก่อนจะขอให้ AI ช่วย เรารู้ทิศทางของตัวเองหรือยัง รู้หรือไม่ว่าคำตอบที่ดีควรหน้าตาอย่างไร และมีข้อมูลอะไรสนับสนุนคำตอบนั้นได้บ้าง </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การรู้ว่าตัวเองขาดอะไรจึงสำคัญพอ ๆ กับการรู้ว่าจะใช้เครื่องมืออะไร เพราะหากไม่เข้าใจจุดอ่อนของตัวเอง ต่อให้มีเครื่องมือเก่งแค่ไหน ก็ยากที่จะเลือกใช้ให้ตรงจุด”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกกลุ่มทักษะที่ยิ่งสำคัญขึ้นคือ Human Skills เพราะเมื่อ AI เข้ามารับงานที่เน้นความเร็ว ความถูกต้อง หรือการประมวลผลข้อมูลมากขึ้น คุณค่าของมนุษย์ก็จะยิ่งขยับไปอยู่กับสิ่งที่ต้องอาศัยมนุษยสัมพันธ์, การสื่อสาร รวมถึงการมี Empathy </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนทำงานที่สามารถเข้าหาคนที่แตกต่าง เข้าใจความต้องการของคนรอบตัว และสื่อสารโดยไม่ทำให้คนรู้สึกว่ากำลังถูกกดดัน จะมีข้อได้เปรียบมากขึ้น การเป็นผู้ฟังที่ดีก็เป็นทักษะที่ต้องฝึก เริ่มจากคนใกล้ตัว ฝึกฟังให้จบ พูดให้กระชับ และเปิดพื้นที่ให้อีกฝ่ายมีเวลาคิด เพราะการสร้าง Buy-in ไม่ได้เกิดจากการพูดมากที่สุด แต่อยู่ที่การเลือกใช้คำพูดให้เหมาะสม รู้จังหวะ และเข้าใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนมีผลต่อการทำงานมากเพียงใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน คนทำงานต้องมีทั้ง Self-Awareness, Agility และความสามารถในการทำงานข้ามศาสตร์ มากขึ้น เราต้องรู้ว่าตัวเองเก่งอะไร ขาดอะไร และถ้าต้องทำงานเป็นทีม ควรเติมคนที่มีความสามารถแบบไหนเข้ามาเพื่อให้ทีมเดินไปสู่เป้าหมายเดียวกันได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมีความรู้ข้ามสายงานช่วยให้คนมองปัญหาได้กว้างขึ้นและเชื่อมคนที่มีความเชี่ยวชาญต่างกันเข้าหากันได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน Agility จะช่วยให้เรารู้ว่าเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ต้องปรับอะไร และเรื่องไหนจำเป็นต้องทำให้เร็วขึ้น หากรอจนมีคนมาบอกว่าองค์กรหรือทีมเดินช้าเกินไป อาจสายเกินแก้แล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้ยังเกี่ยวข้องกับบทบาทของผู้นำด้วย เพราะการวางคนผิดตำแหน่งย่อมลดโอกาสสำเร็จ ผู้นำจึงต้องรู้จักฟังทีม เข้าใจ Background ของแต่ละคน และจัดคนให้เหมาะกับบทบาทแทนการใช้มุมมองของตัวเองเป็นศูนย์กลาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด เราไม่ควรเลือกว่าจะพึ่ง AI หรือพึ่งความสามารถของมนุษย์เพียงด้านเดียว แต่ต้องรู้จัก ผสม Human Touch เข้ากับ AI ให้เหมาะกับงานและสถานการณ์ เทคโนโลยีช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้น วิเคราะห์ได้มากขึ้น และหาทางลัดได้ดีขึ้น แต่คนยังต้องเป็นผู้กำหนดเป้าหมาย ตัดสินใจว่าควรใช้เครื่องมืออย่างไร และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเตรียมตัวสำหรับอนาคตจึงไม่ได้อยู่ที่การไล่ตามทุกเทคโนโลยีให้ทัน แต่อยู่ที่การรู้ว่าตัวเองต้องพัฒนาอะไร ปรับตัวเมื่อไร และยังรักษาความสามารถในการทำงานร่วมกับคนอื่นไว้ได้หรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้ว ต่อให้ AI เก่งขึ้นเพียงใด คนที่รู้จักตัวเอง รู้จักผู้อื่น และรู้ว่าจะพาเทคโนโลยีไปใช้เพื่ออะไร ก็ยังเป็นคนที่สร้างคุณค่าได้มากที่สุด</span></p>
<h2><b>13 (+1) ทักษะที่ต้องมี ในวันที่โลกเปลี่ยนแปลง</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51097" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-21T175517.722.webp" alt="HIRE Ground 2026 HREX " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HIRE Ground 2026 10" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-21T175517.722.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-21T175517.722-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session สุดท้ายของงาน คุณ </span><b>ธีรพล อำไพ หรืออาจารย์ซัน Special Lecturer จากมหาวิทยาลัยหอการค้า</b><span style="font-weight: 400;"> ให้มุมมองสืบเนื่องมาจาก Session ก่อนว่า คนทำงานในยุค AI ควรมีทักษะใดบ้าง จึงจะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือ 13 ทักษะ (+1) สำคัญสำหรับการทำงานร่วมกับ AI ในมุมมองของเขา</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Adaptable ปรับตัวให้ทันความเปลี่ยนแปลง</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">รู้จักปรับวิธีทำงานและประยุกต์ทักษะให้เหมาะกับเทคโนโลยี ธุรกิจ และพฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนไป</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Analytics คิดวิเคราะห์จากข้อมูล</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">อ่านและตีความข้อมูลให้เป็น เพื่อนำไปแก้ปัญหาและช่วยให้การตัดสินใจมีเหตุผลมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Active เปิดรับการเรียนรู้อยู่เสมอ</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">ไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว พร้อมเรียนรู้ทักษะใหม่ เพราะสิ่งที่เคยใช้ได้ดีวันนี้อาจไม่เพียงพอในวันข้างหน้า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Agile ทำไป เรียนรู้ไป ปรับไป</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">ไม่จำเป็นต้องรอทุกอย่างสมบูรณ์ 100% แต่แบ่งงานเป็นส่วนเล็ก ๆ ทดลอง ปรับปรุง และพัฒนาต่อเนื่องจนไปถึงเป้าหมาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Attention to Detail ตรวจสอบรายละเอียดก่อนใช้งานจริง</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">การทำงานร่วมกับ AI ยังต้องอาศัยคนตรวจสอบความถูกต้องอย่างพิถีพิถัน เพราะความผิดพลาดอาจกระทบความน่าเชื่อถือของงานและแบรนด์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Initiative กล้าคิดและริเริ่มลงมือทำ</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">ความคิดริเริ่มช่วยให้เราเห็นโอกาสใหม่ เปิดรับแนวทางใหม่ และนำสิ่งที่ทดลองได้ผลไปต่อยอดในระดับที่ใหญ่ขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Inter-disciplinary Knowledge เชื่อมความรู้จากหลายศาสตร์</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">ไม่มีใครรู้ทุกเรื่อง การรวมคนที่มีทักษะแตกต่างกันจึงช่วยให้ทีมเติมเต็มความรู้และแก้ปัญหาได้รอบด้านกว่าเดิม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Imagination มองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">จินตนาการช่วยให้เราคิดออกไปนอกกรอบเดิม และเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแนวทางใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Innovation เปลี่ยนไอเดียให้เกิดผลจริง</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าใหม่เสมอไป วิธีทำงานหรือ Process ใหม่ที่ช่วยแก้ปัญหาเดิมได้ดีขึ้นก็นับเป็น Innovation</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Ingenuity ใช้ความฉลาดอย่างมีสติและจริยธรรม</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">ต้องมีทั้งไหวพริบ การคิดรอบด้าน และความรับผิดชอบ รู้ว่าอะไรทำได้ และอะไรควรหรือไม่ควรทำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Critical Thinking ตั้งคำถามก่อนเชื่อ</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">ตรวจสอบเหตุผล หลักฐาน และที่มาของข้อมูลก่อนนำคำตอบจาก AI หรือข้อมูลต่าง ๆ ไปใช้จริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Creativity ต่อยอดสิ่งเดิมให้เกิดคุณค่าใหม่</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">ใช้ความคิดสร้างสรรค์ร่วมกับ AI เพื่อหาโอกาส วิธีแก้ปัญหา หรือแนวทางธุรกิจที่แตกต่างจากเดิม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Collaboration ทำงานร่วมกับทั้งคนและ AI ให้เป็น</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">รู้จักประสานคนที่มีความเชี่ยวชาญต่างกัน แบ่งบทบาท และทำงานกับเทคโนโลยีในฐานะอีกหนึ่งผู้ช่วยของทีม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Communication สื่อสารให้ตรงเป้า</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">ต้องรู้ว่าจะถาม AI อย่างไร สื่อสารกับทีมอย่างไร และถ่ายทอดผลงานออกไปอย่างไรให้ลูกค้าหรือคนที่เกี่ยวข้องเข้าใจตรงกัน</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เขายังเติมอีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจคือ </span><b>Thai หรือการไม่ลืมบริบทไทย</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะต่อให้เราใช้เครื่องมือหรือแนวคิดจากต่างประเทศ หากคนที่เราทำงานด้วยหรือลูกค้าของเราเป็นคนไทย เราก็ต้องเข้าใจภาษา พฤติกรรม วัฒนธรรม และความต้องการของกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ การใช้ AI จึงไม่ควรจบแค่การสร้างสิ่งที่ดูดีหรือทำงานได้เร็วขึ้น แต่ต้องถามต่อว่าสิ่งที่สร้างขึ้นเหมาะกับคนที่เราต้องการสื่อสารด้วยหรือไม่</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hire-ground-2026-260821/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR &#038; WorkTech Summit Thailand 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-worktech-summit-thailand-2026-260820/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-worktech-summit-thailand-2026-260820/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2026 11:42:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HR & WorkTech Summit Thailand 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=51063</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วขึ้น สิ่งที่องค์กรต้องเร่งปรับตามไม่ใช่แค่ระบบหรือเครื่องมือ แต่รวมถึงวิธีบริหารคน วิธีออกแบบงาน และบทบาทของ HR เองด้วย เพราะในวันที่ AI และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานจริง เทคโนโลยีเหล่านั้นสามารถยกระดับคนและธุรกิจให้เดินไปข้างหน้าพร้อมกันได้กว่าที่เคย ประเด็นนี้กลายเป็นแกนสำคัญของ HR &#38; WorkTech Summit Thailand 2026 ซึ่งกลับมาจัดในประเทศไทยเป็นปีที่ 2 ภายใต้ธีม “Shaping the Future of Talent and Technology” พร้อมรวบรวมผู้นำองค์กร ผู้บริหาร HR และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น ตั้งแต่การพัฒนาทักษะของ Workforce การใช้ข้อมูลเพื่อบริหาร Talent การออกแบบ Employee Experience ไปจนถึงบทบาทของ AI ที่กำลังเปลี่ยนทั้งวิธีทำงานและวิธีตัดสินใจขององค์กร หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญที่ HR ควรรู้มาให้แล้ว ดังนี้ From Skills Signals to Talent [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51066" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HR-WorkTech-Summit-Thailand-2026-Cover.webp" alt="HR &amp; WorkTech Summit Thailand 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR &amp; WorkTech Summit Thailand 2026 18" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HR-WorkTech-Summit-Thailand-2026-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HR-WorkTech-Summit-Thailand-2026-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วขึ้น สิ่งที่องค์กรต้องเร่งปรับตามไม่ใช่แค่ระบบหรือเครื่องมือ แต่รวมถึงวิธีบริหารคน วิธีออกแบบงาน และบทบาทของ HR เองด้วย เพราะในวันที่ AI และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานจริง เทคโนโลยีเหล่านั้นสามารถยกระดับคนและธุรกิจให้เดินไปข้างหน้าพร้อมกันได้กว่าที่เคย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้กลายเป็นแกนสำคัญของ </span><b>HR &amp; WorkTech Summit Thailand 2026</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งกลับมาจัดในประเทศไทยเป็นปีที่ 2 ภายใต้ธีม </span><b>“Shaping the Future of Talent and Technology”</b><span style="font-weight: 400;"> พร้อมรวบรวมผู้นำองค์กร ผู้บริหาร HR และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น ตั้งแต่การพัฒนาทักษะของ Workforce การใช้ข้อมูลเพื่อบริหาร Talent การออกแบบ Employee Experience ไปจนถึงบทบาทของ AI ที่กำลังเปลี่ยนทั้งวิธีทำงานและวิธีตัดสินใจขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญที่ HR ควรรู้มาให้แล้ว ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>From Skills Signals to Talent Sustainability: How Generative AI Is Rewiring Thailand&#8217;s Digital Workforce Pipeline</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51067" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HR-WorkTech-Summit-Thailand-2026-1.webp" alt="HR &amp; WorkTech Summit Thailand 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR &amp; WorkTech Summit Thailand 2026 19" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HR-WorkTech-Summit-Thailand-2026-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HR-WorkTech-Summit-Thailand-2026-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.พุทธิพันธุ์ หิรัณยตระกูล Big Data Research Fellow จาก <a href="https://tdri.or.th/" target="_blank" rel="noopener">Thailand Development Research Institute (TDRI) </a></b><span style="font-weight: 400;">ชวนมองตลาดแรงงานไทยผ่านข้อมูลรูปแบบใหม่ เพราะที่ผ่านมา หากอยากรู้ว่าตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนไปทางไหน เรามักต้องรอผลสำรวจเป็นรอบ ๆ แต่ปัจจุบัน TDRI เริ่มนำข้อมูลจากแพลตฟอร์มหางานมากกว่า 20 แห่งมาวิเคราะห์ ทำให้มองเห็นได้เร็วขึ้นว่าอาชีพไหนกำลังเป็นที่ต้องการ นายจ้างกำลังมองหาทักษะแบบใด และความต้องการของตลาดกำลังขยับไปในทิศทางไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ข้อมูลชุดนี้ยังมีข้อจำกัด ทั้งเรื่องคุณภาพและขนาดของฐานข้อมูลแต่ละแพลตฟอร์ม รวมถึงการเก็บข้อมูลที่เพิ่งเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2024 จึงยังเร็วเกินไปที่จะใช้ยืนยันว่า AI เป็นสาเหตุโดยตรงของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงอย่างนั้น ข้อมูลที่มีอยู่ก็เริ่มเผยให้เห็นสัญญาณบางอย่างที่น่าสนใจ แม้จำนวนประกาศงานโดยรวมจะค่อนข้างทรงตัว แต่</span><b>งานที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มขึ้นประมาณ 4 เท่า และกระจายจาก 101 อาชีพเป็น 207 อาชีพ</b><span style="font-weight: 400;"> โดยกลุ่มที่พบมากยังเป็นงานสายเทคโนโลยี เช่น Data Engineer, Graphic Designer และ Full Stack Developer </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน </span><b>นายจ้างเริ่มระบุความต้องการเกี่ยวกับ AI ในประกาศงานชัดเจนขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> จากเดิมที่อาจระบุเพียงว่าผู้สมัครควรมีความรู้เรื่อง AI ตอนนี้เริ่มเจาะจงมากขึ้นว่าต้องใช้เครื่องมืออะไร ใช้กับงานแบบไหน และต้องทำอะไรได้จริง นั่นทำให้ AI ค่อย ๆ เปลี่ยนจากคำที่ใส่ไว้ตามกระแส มาเป็นทักษะที่ผูกกับหน้าที่งานชัดเจนขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดเฉพาะงานสายเทคเท่านั้น เพราะเริ่มมีตำแหน่งใหม่ที่มี AI อยู่ในชื่องานโดยตรง เช่น AI Adoption Lead ในสาย HR รวมถึงบทบาทลักษณะเดียวกันที่กระจายไปสู่งานด้านอื่นมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือความรับผิดชอบของคนทำงานก็เริ่มเปลี่ยน จากการเป็นผู้ลงมือทำทุกขั้นตอน ไปสู่การตรวจสอบ ประเมิน และตัดสินใจจากสิ่งที่ AI ช่วยสร้างขึ้น </span></p>
<p><b>องค์กรบางแห่งจึงไม่ได้มองหาแค่คนที่ใช้ AI เป็น แต่ต้องการคนที่สามารถนำ AI ไปสร้างเครื่องมือ กระบวนการ หรือนวัตกรรมใหม่ให้เกิดขึ้นกับงานได้ด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ผลของ AI อาจไม่ได้เกิดกับคนทำงานทุกระดับเท่ากัน ข้อมูลของ TDRI พบว่า งานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างหรือพัฒนา AI มีแนวโน้มต้องการคนระดับ Senior และประสบการณ์สูงกว่า ขณะที่งานที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือยังเปิดกว้างกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นที่ต้องจับตาคือ หากงานพื้นฐานบางประเภทเริ่มถูก AI รับไปทำมากขึ้น โอกาสของคนที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานก็อาจลดลงตามไปด้วย ตัวอย่างอย่างงาน Graphic Designer แม้วันนี้ AI ยังไม่สามารถเข้ามาแทนที่คนได้ทั้งหมด แต่ความสามารถของ Generative AI ที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วก็ทำให้คนในสายงานนี้ต้องปรับตัว และความคาดหวังต่อคนระดับ Senior ก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.พุทธิพันธุ์จึงสรุป 3 สัญญาณของตลาดงานที่ควรจับตา ได้แก่ </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">งานที่เกี่ยวข้องกับ AI กำลังเพิ่มขึ้นและระบุทักษะที่ต้องการชัดขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ตลาดงาน AI เริ่มแบ่งออกระหว่างคนที่ “ใช้” กับคนที่ “สร้าง” AI </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ บันไดขั้นแรกของการเข้าสู่ตลาดแรงงานกำลังแคบลง</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหากองค์กรต้องการคนที่มีประสบการณ์มากขึ้น ขณะที่ตำแหน่งสำหรับ Junior ลดลง คำถามสำคัญคือ คนรุ่นใหม่จะหาโอกาสจากไหนเพื่อสะสมประสบการณ์และเติบโตขึ้นมาเป็น Senior ในอนาคต </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“TDRI ยังไม่สามารถบอกได้ว่าตลาดแรงงานจะเดินไปถึงจุดใด แต่โจทย์จากนี้จึงไม่ได้มีแค่การติดตามว่า AI จะเปลี่ยนงานอะไรบ้าง หากยังต้องคิดต่อด้วยว่าเราจะออกแบบงานและเส้นทางการเติบโตของคนอย่างไร เพื่อไม่ให้โอกาสในการเริ่มต้นอาชีพหายไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“คำถามสำคัญต่อจากนี้คือ องค์กรจะออกแบบงานและเส้นทางการเติบโตของคนใหม่อย่างไร เพื่อให้ AI ช่วยเพิ่มความสามารถของแรงงาน โดยไม่ทำให้คนที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพสูญเสียโอกาสที่จะเรียนรู้ เติบโต และก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของตลาดแรงงานในวันข้างหน้า”</span></i></p>
<h2><b>Human-Centered Transformation: How HR Leaders Create Capacity for Growth Through Human-Centered Design</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51068" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HR-WorkTech-Summit-Thailand-2026-Cover-2.webp" alt="HR &amp; WorkTech Summit Thailand 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR &amp; WorkTech Summit Thailand 2026 20" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HR-WorkTech-Summit-Thailand-2026-Cover-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HR-WorkTech-Summit-Thailand-2026-Cover-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ปาริฉัตร หาญญานันท์ Head of Digital HR จาก <a href="https://www.centralgroup.com/th/home" target="_blank" rel="noopener">Central Group</a></b><span style="font-weight: 400;"> เริ่มจากการฉายภาพที่ HR หลายคนน่าจะคุ้นเคยดี โดยเฉพาะคนที่รับผิดชอบเรื่องระบบและเทคโนโลยี ซึ่งตลอดช่วงที่ผ่านมาอาจเคยต้องมองหาและเสนอระบบใหม่ให้องค์กรนำมาใช้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ระบบ เพื่อช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แม้ HR จะมีเทคโนโลยีให้เลือกใช้มากขึ้น ความกดดันกลับไม่ได้ลดลงตามไปด้วย เพราะวันนี้ต้องรับมือทั้ง AI ความไม่แน่นอนทางธุรกิจ ภาวะขาดแคลน Talent ทักษะที่เปลี่ยนเร็วกว่าการฝึกอบรมจะตามทัน และความคาดหวังของพนักงานที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน HR จึงต้องเข้าใจธุรกิจมากขึ้น พร้อมกับถามตัวเองอยู่เสมอว่า เราใช้ AI เป็นหรือยัง พนักงานใช้เป็นแค่ไหน และเครื่องมือที่มีช่วยให้งานดีขึ้นจริงหรือไม่</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ HR ใช้เทคโนโลยีไม่เก่ง แต่อยู่ที่การออกแบบงานและระบบให้เหมาะกับคนตั้งแต่ต้น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธออธิบายแนวคิด Human-Centered Transformation ว่าเป็นการออกแบบงานโดยเริ่มจากคน แทนที่จะสร้างกระบวนการที่ยุ่งยากแล้วค่อยให้พนักงานพยายามปรับตัวตาม หาก HR ไม่เข้าใจว่าระบบควรถูกออกแบบอย่างไร ต่อให้ลงทุนซื้อเครื่องมือราคาแพงมาใช้ ก็อาจลงเอยด้วยระบบที่ใช้ยาก ต้องอธิบายซ้ำ หรือสร้างภาระใหม่ให้กับคนทำงาน ดังนั้น HR อย่างน้อยต้องเข้าใจว่าผู้ใช้ต้องทำอะไร ฟังก์ชันไหนจำเป็น และจะออกแบบประสบการณ์ให้คนเริ่มใช้งานได้ง่ายที่สุดอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักคิดนี้ถูกนำมาใช้จริงใน Central Group เช่นกัน จากกระบวนการบางอย่างที่เคยต้องใช้แรงงานคน เมื่อนำระบบ Automation เข้ามาช่วยและทำให้พนักงานเข้าถึงระบบได้สะดวกขึ้น ก็เกิดการใช้งานมากกว่า 10,000 Transactions และช่วยลดเวลาการทำงานได้ราว 560-780 ชั่วโมง ผลลัพธ์ที่ตามมาคือทีมสามารถรองรับงานที่เพิ่มขึ้นได้ โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนคนตามสัดส่วนเดิม </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“Hiring at scale, without scaling the team” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า การเพิ่ม Capacity ขององค์กรอาจไม่ได้เริ่มจากการจ้างคนเพิ่มเสมอไป หากเราสามารถลดงานที่ไม่จำเป็นและคืนเวลาให้คนไปทำงานที่สร้างคุณค่ามากกว่าเดิมได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากมุมมองนี้ คุณปาริฉัตรเสนอว่า HR สามารถเริ่มเปลี่ยนวิธีคิดได้ 3 เรื่อง ได้แก่ </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จาก </span><b>Managing Process</b><span style="font-weight: 400;"> ไปสู่ </span><b>Designing Experience</b><span style="font-weight: 400;"> คิดให้น้อยลงว่า Process ต้องเดินอย่างไร แล้วหันมาดูว่าคนใช้งานรู้สึกอย่างไร </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จาก </span><b>Adding Resources</b><span style="font-weight: 400;"> ไปสู่ </span><b>Creating Capacity</b><span style="font-weight: 400;"> แทนที่จะตอบทุกปัญหาด้วยการเพิ่มคนหรือเพิ่มงบ ให้มองหาวิธีคืนเวลาและลดภาระที่ไม่จำเป็น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จาก </span><b>Running a Technology Project</b><span style="font-weight: 400;"> ไปสู่ </span><b>Leading a Business Transformation</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะการนำระบบใหม่เข้ามาใช้ไม่ควรถูกมองเป็นโครงการ IT แยกออกจากธุรกิจ หากควรเริ่มจากโจทย์ว่าองค์กรต้องการเปลี่ยนอะไร และเทคโนโลยีจะเข้าไปช่วยตรงไหน</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายก่อนเลือกระบบหรือออกแบบ Process การทำงานใหม่ เธอชวน HR ลองถามตัวเอง 4 ข้อดังนี้ก่อนว่า</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หากเราต้องเป็นผู้ใช้งานเอง เรายังจะออกแบบมันแบบนี้หรือไม่ ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เวลาของทีม HR วันนี้ถูกใช้ไปกับการช่วยพนักงานจริง ๆ มากแค่ไหน และเสียไปกับการสอนให้คนหาทางผ่านระบบมากเพียงใด ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หาก Process นี้หายไปพรุ่งนี้ จะมีใครอยากได้มันกลับมาหรือเปล่า ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์ใช้งานนี้ยังดีอยู่ไหมหากพนักงานต้องใช้งานตอน 6 โมงเย็นวันศุกร์โดยไม่มี HR คอยอธิบายอยู่ข้าง ๆ ?</span></li>
</ol>
<p><b>คำถามเหล่านี้พาเรากลับมาที่โจทย์สำคัญที่สุดของ Human-Centered Transformation ว่า สิ่งที่ HR กำลังทำช่วยให้คนทำงานได้ดีขึ้นจริง หรือเพียงเปลี่ยนให้พวกเขาต้องเรียนรู้เทคโนโลยีที่ดีขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น</b></p>
<h2><b>The Leadership and Talent Density Revolution — Engineering Global Ready Resilience for Thailand&#8217;s Titans</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51070" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HR-WorkTech-Summit-Thailand-2026-3.webp" alt="HR &amp; WorkTech Summit Thailand 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR &amp; WorkTech Summit Thailand 2026 21" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HR-WorkTech-Summit-Thailand-2026-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HR-WorkTech-Summit-Thailand-2026-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเวทีเสวนานี้ได้รับเกียรติจากคุณ </span><b>Jason Wang &#8211; HR Director จาก Ingredion, คุณ Saudi Khaneng &#8211; Country Lead, HR – Thailand and The Maldives จาก IHG Hotels and Resorts, คุณ Vineeta Kukreti, RVP People APAC จาก  AppsFlyer และคุณ สุทธพงศ์ เอี่ยมพานิช Regional HR Business Partner จาก Jebsen &amp; Jessen Ingredients</b><span style="font-weight: 400;"> มาร่วมถกเถียงกันว่า องค์กรควรมอง Talent Density อย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการมี Talent จำนวนมากไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะแข็งแรงขึ้นเสมอไป หนึ่งในผู้ร่วมเสวนาอธิบายว่า Talent Density หรือจำนวนของคนเก่งในองค์กร ควรถูกมองผ่านคุณภาพของการตัดสินใจมากกว่าจำนวนคนเก่งในองค์กร เพราะต่อให้ดึงคนที่มีความสามารถสูงเข้ามา หากต้องทำงานอยู่ในระบบที่เชื่องช้า ซับซ้อน หรือไม่เปิดพื้นที่ให้ตัดสินใจ ความสามารถของคนเหล่านั้นก็อาจถูกลดทอนลงได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อขยับจาก Talent ไปสู่ Leadership ความพร้อมในการทำงานระดับ Global ก็ไม่ได้วัดจากการมีตำแหน่ง Regional หรือ Global อยู่บนชื่อตำแหน่ง สิ่งสำคัญกว่าคือความสามารถในการทำงานท่ามกลางบริบทที่แตกต่าง ผู้นำต้องรักษาสมดุลระหว่างสิ่งที่สำนักงานใหญ่ต้องการกับความเป็นจริงของแต่ละประเทศ เข้าใจวัฒนธรรมโดยไม่ตัดสินคนจากภาพจำ และสามารถตัดสินใจได้แม้ข้อมูลหรือสถานการณ์ยังไม่ชัดเจน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ รูปแบบของตลาดแรงงานเองก็กำลังเปลี่ยน จากเดิมที่คนต้องย้ายไปหางาน วันนี้หลายองค์กรเริ่มนำงานไปหา Talent ที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่มากขึ้น ผู้นำจึงต้องเรียนรู้ว่าจะสร้างทีมและพัฒนาความสามารถของคนข้ามประเทศอย่างไร มากกว่ารอให้ทุกคนย้ายมาอยู่ในที่เดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โจทย์เดียวกันยังย้อนกลับมาถึงวิธีที่องค์กรเลือกและเลื่อนตำแหน่งคน เพราะหลายแห่งยังตัดสินจากผลงานในบทบาทปัจจุบัน ทั้งที่การทำงานในตำแหน่งถัดไปอาจต้องใช้ทักษะอีกชุดหนึ่ง คนที่ทำยอดขายดีที่สุดจึงไม่ได้หมายความว่าจะเป็นหัวหน้าทีมที่ดีที่สุดเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อบทบาท Leadership ต้องลดเวลาที่ใช้กับงานเดิม แล้วเพิ่มเวลาสำหรับการบริหารคนและการตัดสินใจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ทักษะที่องค์กรต้องการก็มีอายุสั้นลงเรื่อย ๆ ข้อมูลที่ถูกยกขึ้นมาบนเวทีระบุว่า 39% ของ Core Skills ในวันนี้อาจเปลี่ยนไปภายในปี 2030 ทำให้ </span><b>Learning Agility</b><span style="font-weight: 400;"> หรือความสามารถในการเรียนรู้ ปรับตัว และรับมือกับเรื่องที่ยังไม่รู้ กลายเป็นสิ่งที่องค์กรต้องให้ความสำคัญมากขึ้น พร้อมกับแยกให้ออกระหว่างประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงาน กับจำนวนปีที่คนอยู่ในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ยิ่งทำให้บทบาทของผู้นำต้องเปลี่ยนเร็วขึ้น งานที่เคยทำให้ผู้จัดการมีคุณค่าเพราะเป็นคนรวบรวมข้อมูล สรุปรายงาน หรือส่งต่อข้อมูลระหว่างทีม สามารถถูกเทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้มากขึ้น สิ่งที่ยังต้องการจากมนุษย์จึงเป็นการตัดสินใจในสถานการณ์ที่คลุมเครือ การสร้างความไว้วางใจ การรับฟัง และการพาคนผ่านความเปลี่ยนแปลง ผู้นำเองก็ต้องเรียนรู้วิธีใช้ AI มากพอที่จะตั้งคำถาม ตรวจสอบผลงาน และแนะนำทีมได้ เพราะการใช้ AI ได้เร็วไม่ได้หมายความว่าคนนั้นจะคิดวิเคราะห์ได้ดีเสมอไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ การนำ AI เข้ามาในองค์กรเป็นเรื่องของการเปลี่ยนวิธีทำงานและพฤติกรรมของคนอย่างมาก เทคโนโลยีจึงเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรต้องการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจเพิ่มขึ้นโดยไม่เพิ่มจำนวนคนในสัดส่วนเดียวกัน ผู้ร่วมเสวนาเสนอให้เริ่มจากการกลับไปดู “งาน” ที่ทำอยู่ก่อนจะรีบนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ด้วยแนวคิด </span><b>“Delete before we Deploy”</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการเอา AI ไปช่วยทำรายงาน ประชุม หรือ Process ที่ไม่มีใครต้องการ ก็อาจทำได้เพียงผลิตสิ่งที่ไม่มีคุณค่าให้เร็วขึ้นเท่านั้น องค์กรจึงต้องกล้าตัดงานที่ไม่จำเป็น ออกแบบงานใหม่ และค่อยเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้ามาช่วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด อุปสรรคของการสร้าง Talent Density อาจไม่ได้อยู่ที่คนขาดความสามารถ แต่อยู่ที่ความพร้อมของผู้นำที่จะยอมเปลี่ยนวิธีคิด พูดคุยเรื่องยาก และพาองค์กรเปลี่ยนด้วยความเร็วที่คนยังตามทัน ด้วยเหตุนี้ Talent Density จึงเป็นเรื่องที่ผู้บริหารทั้งองค์กรต้องร่วมรับผิดชอบ ไม่ควรถูกวางไว้เป็นโจทย์ของ HR เพียงฝ่ายเดียว</span></p>
<h2><b>From Intuition to Intelligence — The Rise of Predictive Talent Analytics</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51069" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HR-WorkTech-Summit-Thailand-2026-4.webp" alt="HR &amp; WorkTech Summit Thailand 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR &amp; WorkTech Summit Thailand 2026 22" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HR-WorkTech-Summit-Thailand-2026-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HR-WorkTech-Summit-Thailand-2026-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ณัฐฐิกา มนตรีวัต Head of Analytics and AI Project Management and Operation จาก <a href="https://www.true.th/" target="_blank" rel="noopener">True Corporation</a></b><span style="font-weight: 400;">, คุณ </span><b>ภานุ ราษฎร์เจริญ Advisor จาก Management Associates Club</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>อภย สิงห์ SBP HR &#8211; Asia จาก <a href="https://www.lixil.co.th/" target="_blank" rel="noopener">LIXIL</a></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยมีคุณ </span><b>ณัฐวุฒิ กุลแก้ว Community Management จาก HREX</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นผู้ดำเนินรายการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แกนหลักของหัวข้อนี้คือการหาคำตอบว่า เมื่อองค์กรมีข้อมูลพนักงานมากขึ้น เราจะเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้ช่วยตัดสินใจได้จริงอย่างไร เพราะปัญหาของหลายองค์กรวันนี้ไม่ใช่การไม่มี Data หลายแห่งมีทั้ง Dashboard ข้อมูลการลาออก การสรรหา และ Performance อยู่แล้ว สิ่งที่ยังตอบไม่ได้คือ </span><i><span style="font-weight: 400;">“แล้วต้องทำอะไรต่อ?” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณณัฐฐิกามองว่า </span><b>จากที่เคยตัดสินใจด้วยประสบการณ์และความรู้สึก ต้องเปลี่ยนไปสู่การตัดสินใจด้วยข้อมูล และสร้าง Action ให้เกิดขึ้นจริง</b><span style="font-weight: 400;"> นอกจากนั้นต้องทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสามารถวัดได้ทั้งกับคนและธุรกิจ ซึ่งตรงจุดนี้ Predictive Analytics จะเข้ามาช่วยให้ HR มองไปข้างหน้าได้มากกว่าเดิม เช่น ใครมีแนวโน้มลาออก หรือตำแหน่งใดกำลังจะต้องการคนเพิ่ม โดยที่ผู้บริหารยังต้องใช้วิจารณญาณและบริบทประกอบทุกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณภาณุเสริมว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ยังกลับไปอยู่ที่พื้นฐาน ตั้งแต่ความเข้าใจเรื่อง Data ไปจนถึง </span><b>AI Literacy</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะก่อนองค์กรจะใช้ AI หรือ Predictive Analytics ได้ คนต้องรู้ก่อนว่าจะเก็บข้อมูลอย่างไร เปลี่ยนข้อมูลให้เป็น Information และนำไปสร้าง Intelligence ที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้อย่างไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายของ HR คือ หลายองค์กรยังทำงานแบบ Reactive คือบอกได้ว่า เกิดอะไรขึ้น ขณะที่สิ่งที่ผู้นำธุรกิจต้องการมากกว่าคือ แนวโน้มจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป และเราจะป้องกันความเสี่ยงได้อย่างไร ?</span></p>
<p><b>Predictive Analytics มีค่าเพราะมันช่วยบอกได้ว่าความเสี่ยงอยู่ตรงไหน มีโอกาสเกิดเมื่อไร ส่งผลอย่างไร และองค์กรควรเตรียม Action แบบใดไว้ล่วงหน้า </b><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างต้องเริ่มจากข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพราะหาก Root Cause หรือข้อมูลตั้งต้นผิด ต่อให้ระบบวิเคราะห์เก่งแค่ไหน คำตอบที่ได้ก็มีโอกาสพาองค์กรตัดสินใจผิดตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกโจทย์สำคัญคือ HR ต้องเลิกปล่อยให้ข้อมูลคนอยู่บน “เกาะของ HR” แล้วนำมันมาเชื่อมกับตัวเลขที่ธุรกิจใช้ตัดสินใจจริง คุณอภยยกตัวอย่างว่า ผู้นำธุรกิจติดตามตัวเลข Revenue, Sales และ P&amp;L อยู่เป็นประจำ ดังนั้น People Data ก็ควรถูกนำไปวางอยู่ในบริบทเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก HR นำ Dashboard ที่เต็มไปด้วยตัวเลขเฉพาะทางไปให้ผู้บริหารดู สิ่งที่มักได้รับกลับมาคือคำถามว่า “แล้วข้อมูลนี้เกี่ยวอะไรกับธุรกิจ ?” วิธีที่ดีกว่าคือเริ่มจากผู้ใช้และโจทย์ของเขา เช่น แทนที่จะรายงานเพียงจำนวน OT ในแต่ละเดือน HR สามารถใช้ข้อมูลในอดีตคาดการณ์ว่าเดือนไหน OT มีแนวโน้มพุ่งขึ้น แล้วเชื่อมต่อไปถึง Burnout, Turnover, Quality และ Cost เพื่อช่วยวางแผนกำลังคนล่วงหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือใช้ข้อมูลการเข้าเรียนงาน Feedback ช่วง 30–60 วัน และความคิดเห็นจากผู้จัดการ เพื่อหาสัญญาณว่าพนักงานใหม่คนใดมีความเสี่ยงจะลาออกในช่วง 60–90 วัน เมื่อ HR Data เชื่อมกับผลกระทบทางธุรกิจได้ ผู้บริหารก็มีเหตุผลที่จะหยิบข้อมูลนั้นไปใช้ตัดสินใจจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มุมมองดังกล่าวยังทำให้ HR ต้องกลับมาคิดเหมือนคนทำธุรกิจมากขึ้น คุณณัฐริกาเสนอว่า HR สามารถเรียนรู้จากวิธีคิดของทีม Sales ที่เริ่มต้นจากการถามว่า “ลูกค้ากำลังเจอปัญหาอะไร” ก่อนจะนำ Solution ไปเสนอ สำหรับ HR ลูกค้าก็คือคนที่ต้องใช้สิ่งที่เราสร้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ผู้จัดการ หรือผู้นำธุรกิจ ดังนั้นก่อนสร้าง Policy, Dashboard หรือซื้อเทคโนโลยีใหม่ ควรเริ่มจาก Problem ที่ต้องการแก้ และออกแบบข้อมูลให้ผู้ใช้เข้าใจได้ง่าย </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ตัวอย่างของ LIXIL คือการใช้ Predictive Analytics วิเคราะห์วงจร OT และความต้องการกำลังคนตามฤดูกาล เพื่อรู้ล่วงหน้าว่าช่วงไหนต้องใช้คนหรือทักษะอะไรเพิ่ม รวมถึงเตรียม Upskill คนที่มีอยู่ให้รองรับความต้องการได้ ส่วนการดูสัญญาณของพนักงานใหม่ก็ช่วยให้องค์กรเข้าไปจัดการความเสี่ยงเรื่อง Turnover ก่อนที่การลาออกจะเกิดขึ้นจริง วิธีคิดแบบนี้ทำให้ Analytics ไม่ได้เป็นเพียงรายงานย้อนหลัง แต่เข้าไปช่วยแก้ปัญหาที่ธุรกิจกำลังจะเผชิญ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับองค์กรที่อยากเริ่มทำ Predictive Talent Analytics ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยระบบราคาแพงหรือเทคโนโลยีที่ซับซ้อน เพราะหาก HR ยังไม่เข้าใจพื้นฐานของ Talent Management, Succession Planning หรือ Competency ต่อให้ซื้อระบบที่เก่งเพียงใด ก็อาจใช้ความสามารถของมันได้เพียงเล็กน้อย องค์กรสามารถเริ่มจาก Excel หรือ Dashboard พื้นฐาน เลือก </span><b>หนึ่ง Use Case ที่มีข้อมูลอยู่แล้ว</b><span style="font-weight: 400;"> ทดลองในขนาดเล็ก และพิสูจน์ก่อนว่ามันช่วยเปลี่ยนการตัดสินใจได้จริงหรือไม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ 2 คำถามที่ HR ควรถามก่อนเริ่มทำ Analytics ทุกครั้งคือ </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การวิเคราะห์นี้จะเปลี่ยนการตัดสินใจทางธุรกิจเรื่องอะไร ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ใครมีอำนาจลงมือทำจากการตัดสินใจนั้น ? </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">หากยังตอบไม่ได้ การวิเคราะห์นั้นอาจยังไม่จำเป็นในตอนนี้ </span></p>
<p><b>การเปลี่ยนจากการตัดสินใจด้วยประสบการณ์และสัญชาตญาณ ไปสู่การใช้ข้อมูล ช่วยตัดสินใจไม่ได้เริ่มจากการมี AI ที่ซับซ้อนที่สุด หากเริ่มจากการทำให้ข้อมูลเรื่องคนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีที่ธุรกิจใช้คิดและตัดสินใจในทุกวัน</b></p>
<h2><b>From HR Cost to Business Advantage: How Language Investment Pays Off in an AI Economy</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51077" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-20T183844.156.webp" alt="HR &amp; WorkTech Summit Thailand 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR &amp; WorkTech Summit Thailand 2026 23" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-20T183844.156.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-20T183844.156-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>Fai Tang &#8211; Managing Director, Southeast Asia จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/152"><b>ELSA Corp</b></a><span style="font-weight: 400;"> เริ่มต้นด้วยการชี้ให้เห็นถึงปัญหา ที่พบได้ในองค์กรจำนวนมากที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการทำงาน องค์กรเหล่านี้มีคนที่เก่งและเชี่ยวชาญด้านเทคนิค วิเคราะห์ข้อมูลเก่ง หรือใช้ AI ได้คล่อง แต่กลับไม่มั่นใจเมื่อต้องนำเสนอความคิดเห็นเป็นภาษาอังกฤษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเกิดปัญหานี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลกระทบจะขยายไปถึงการทำงานและธุรกิจด้วย โดยมีสถิติระบุว่า ปัญหาการสื่อสารภาษาอังกฤษสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจทั่วโลกสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนประเทศไทย สถานการณ์ตอนนี้น่าตื่นตระหนกกว่าที่คิด เมื่ออยู่ในอันดับ 116 จาก 123 ประเทศด้านทักษะภาษาอังกฤษ เรียกได้ว่าอยู่ในกลุ่มท้ายของเอเชียไปแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบจากการไม่เก่งภาษาอังกฤษเชื่อมโยงกับโอกาสทางธุรกิจ และประสิทธิภาพการทำงานโดยตรง มีผู้นำ 1 ใน 5 คนที่เคยพลาดโอกาสปิดดีลอย่างน้อย 1 ครั้งจากข้อจำกัดด้านภาษา ขณะที่พนักงานหนึ่งคนอาจเสียเวลาถึง 7.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์จากการสื่อสารภาษาอังกฤษที่ไม่ชัดเจน เทียบได้กับเวลาทำงานเกือบหนึ่งวันเต็ม ยิ่งในองค์กรที่ต้องประชุม อ่านเอกสาร หรือทำงานร่วมกับทีมต่างประเทศเป็นประจำ การวัดระดับภาษาเพียงครั้งเดียวจึงอาจบอกอะไรได้ไม่มากนัก เพราะบททดสอบที่แท้จริงเกิดขึ้นทุกวันระหว่างการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม คำตอบไม่ได้อยู่ที่การจ้างเฉพาะคนที่พูดภาษาอังกฤษเก่ง โดยเฉพาะเมื่อต้องสร้างทีมในแต่ละประเทศ จากประสบการณ์ที่ Fai ได้พูดคุยกับผู้นำหลายองค์กร บริษัทที่เข้ามาทำธุรกิจในเอเชียยังต้องการคนที่เข้าใจตลาด วัฒนธรรม และบริบทของพื้นที่ เพราะความรู้เหล่านี้สามารถสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้มากกว่าการเลือกคนจากความสามารถทางภาษาเพียงอย่างเดียว โจทย์ขององค์กรจึงอยู่ที่การช่วยให้คนที่มีความรู้และความสามารถอยู่แล้ว สื่อสารสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาได้ดีขึ้น เพื่อให้ศักยภาพที่มีถูกมองเห็นและนำไปใช้ได้เต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตามแม้ </span><b>AI จะช่วยเขียนงานภาษาอังกฤษแทนคุณได้ แต่มันไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษแทนคุณได้</b><span style="font-weight: 400;"> นี่จึงเป็นเหตุผลที่นายจ้างถึง 81% มองว่าการนำ AI มาใช้ยิ่งเพิ่มความจำเป็นของทักษะภาษาอังกฤษ และนายจ้างระดับโลก 60% เห็นว่า AI ไม่สามารถชดเชยการขาดทักษะภาษาอังกฤษได้ทั้งหมด เพราะเมื่อถึงเวลาต้องประชุม อธิบายเหตุผล โน้มน้าวผู้ฟัง หรือรับมือกับคำถามเฉพาะหน้า คนยังต้องเป็นผู้สื่อสารด้วยตัวเอง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หาก Technical Skill ของเรามีอยู่ระดับ 10 แต่ Communication Skill แสดงออกมาได้เพียงระดับ 5 คนรอบข้างก็อาจรับรู้ความสามารถของเราได้เพียงเท่าที่เราสื่อสารออกมา”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางที่ ELSA เสนอคือการทำให้การพัฒนาภาษาเข้าไปอยู่ในชีวิตการทำงานได้ง่ายขึ้น ผ่าน ELSA AI Coaching ที่ให้ผู้ใช้ฝึกพูดวันละประมาณ 5-10 นาที เพื่อสร้างความต่อเนื่องมากกว่าการเรียนเป็นครั้งคราว พร้อม Dashboard สำหรับติดตามพัฒนาการของพนักงาน โดยคะแนนที่ได้ไม่ได้อ้างอิงจากข้อสอบเพียงอย่างเดียว แต่พยายามวัดจากการสื่อสารที่ใกล้กับสถานการณ์จริง </span></p>
<p><b>ประเด็นสำคัญของ Session นี้จึงอยู่ที่การมองภาษาอังกฤษใหม่ จากสิ่งที่องค์กรเคยมองเป็นค่าใช้จ่ายด้าน Training ไปสู่ความสามารถที่ช่วยให้คนทำงานได้เร็วขึ้น แสดงศักยภาพได้ชัดขึ้น และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้มากขึ้นในวันที่ AI กลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานของการทำงาน</b></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/152?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47978" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 182" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>From Training to Transformation: Building Future-Ready Talent in the Age of AI</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51076" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-20T183829.903.webp" alt="HR &amp; WorkTech Summit Thailand 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR &amp; WorkTech Summit Thailand 2026 24" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-20T183829.903.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-20T183829.903-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ชีวีนัดดา เผือกใจแผ้ว</b> <b>Director of Human Resources Development จาก </b><a href="https://www.haadthip.com/th/home" target="_blank" rel="noopener"><b>HaadThip Public Company Limited</b></a><span style="font-weight: 400;"> ชวนมองว่า การพัฒนาคนด้วยการจัด Training เพียงอย่างเดียวอาจไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอีกแล้ว โดยเฉพาะเมื่อ AI กลายเป็นเครื่องมือที่คนใช้ทั้งในการทำงานและชีวิตประจำวันมากขึ้น องค์กรเองก็ลงทุนกับ AI มากขึ้นเพื่อเพิ่ม Productivity และผลลัพธ์ทางธุรกิจ ขณะที่พนักงานก็มีความต้องการของตัวเอง พวกเขาอยากทำงานให้เสร็จเร็วขึ้น ทำได้ดีขึ้น และยังมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนทำงานด้าน L&amp;D สิ่งที่ควรถามต่อคือ </span><b>วิธีพัฒนาคนของเราต้องเปลี่ยนไปอย่างไรให้ตามทันทั้งงาน เทคโนโลยี และความต้องการของคน ?</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์การจัดการเรียนรู้จำนวนมาก คุณชีวีนัดดายืนยันว่า การ Training ยังสำคัญ เพียงแต่มันเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้เท่านั้น รูปแบบเดิมที่ HR เตรียมห้อง หา Instructor จัดคลาส แล้ววัดผลหลังเรียน อาจสร้างความรู้ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ความรู้จากห้องเรียนมีโอกาสล้าสมัยเร็วกว่าที่เคย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หน้าที่ของ HR ควรขยับจากการเป็นผู้จัดคอร์ส ไปสู่การสร้าง </span><b>Organizational Capability</b><span style="font-weight: 400;"> ให้คนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้ระหว่างการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยกตัวอย่างว่า หากจู่ ๆ เราที่พายเรือไม่เป็นต้องพายเรือที่อยู่ตรงหน้า ตอนนั้นต่อให้ดูวิดีโอ อ่านคู่มือ หรือถาม AI ก็ไม่ช่วยให้เราพายเป็นเร็วขึ้น การลงเรือแล้วลองพายจริงนั่นแหละ จึงจะทำให้รู้ว่าต้องออกแรงแบบไหน รักษาสมดุลอย่างไร และปรับตัวเมื่อเจอสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น ไม่ได้มีแค่การเรียนรู้จากสถานการณ์จริง หรือในห้องเรียนเพียงเท่านั้น แต่คนเราสามารถเรียนรู้ผ่านงานที่ทำ ผ่านหัวหน้า เพื่อนร่วมทีม การได้รับ Feedback รวมถึงโอกาสในการลองผิด ล้มเหลว แล้วกลับมาทำใหม่ได้ สิ่งสำคัญคือ HR ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกวัน และเชื่อมอยู่กับ Workflow ของพนักงานมากขึ้น </span></p>
<p><b>อีกเรื่องสำคัญคือ ไม่ว่าพนักงานจะเรียนจบกี่คอร์ส แต่สิ่งที่เรียนต้องช่วยให้พวกเขาทำงานและรับมือกับโจทย์ใหม่ได้ดีขึ้นด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI สามารถเข้ามาช่วยส่งเสริมระบบการเรียนรู้ได้ แทนที่จะพยายามปิดกั้นการใช้งาน องค์กรควรฝึกให้คนรู้ว่าจะทำงานร่วมกับ AI อย่างไร ตั้งคำถามอย่างไร ตรวจสอบคำตอบอย่างไร และรู้ว่าเมื่อใดควรใช้วิจารณญาณของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด คุณชีวีนัดดาทิ้งแนวคิดสำคัญไว้ว่า </span><b>“Training Doesn’t Create Transformation. The Workplace Does.”</b><span style="font-weight: 400;"> การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นตอนพนักงานนั่งอยู่ในห้องเรียน แต่เกิดขึ้นเมื่อพวกเขากลับไปทำงานแล้วสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปทดลอง ปรับใช้ รับ Feedback และพัฒนาต่อได้จริง </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“องค์กรที่พร้อมรับอนาคตจึงอาจไม่ใช่องค์กรที่เรียนรู้ได้เร็วที่สุดในทุกเรื่อง หากเป็นองค์กรที่สามารถปรับตัวเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน และสร้างพื้นที่ให้คนเรียนรู้ระหว่างทางได้อย่างต่อเนื่อง” </span></i><span style="font-weight: 400;">คุณชีวีนัดดาทิ้งท้าย</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-worktech-summit-thailand-2026-260820/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #8 Roundtable: CHRO &#038; HR Director Forum – Future of Decisions</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/8th-hrex-roundtable-future-of-decisions-260819/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/8th-hrex-roundtable-future-of-decisions-260819/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2026 12:28:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Future of Decisions]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=51050</guid>

					<description><![CDATA[ทุกวันนี้องค์กรมีข้อมูลอยู่ในมือมากมาย แต่เคยลองพิจารณาดูจริง ๆ ไหมว่า “เราสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ตัดสินใจได้ทันเวลาหรือเปล่า ?” เพราะในวันที่ธุรกิจเปลี่ยนเร็ว การตัดสินใจที่ล่าช้าเพียงเล็กน้อยก็อาจสร้างต้นทุนและทำให้องค์กรพลาดโอกาสสำคัญได้ โดยเฉพาะการตัดสินใจเรื่อง “คน” ที่มีทั้งข้อมูล ตัวแปร และบริบทจำนวนมากเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้นำ HR จึงต้องก้าวจากการรวบรวมและรายงานข้อมูล ไปสู่การมองเห็น Insight ที่ช่วยตอบคำถามทางธุรกิจ และนำไปสู่การตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น นี่คือโจทย์สำคัญที่ HREX ร่วมกับ Hashed Analytic หยิบมาชวนเหล่าผู้นำ HR และผู้นำองค์กรแลกเปลี่ยนกันใน #8 Roundtable: CHRO &#38; HR Director Forum – Future of Decisions ผ่านทั้งมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญและบทสนทนาระหว่างผู้บริหารว่า เมื่อ Data และ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น องค์กรควรออกแบบ “การตัดสินใจ” ของตัวเองอย่างไรให้พร้อมสำหรับอนาคต หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญเอาไว้แล้ว ดังนี้ Data with a [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51058" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T190436.073.webp" alt="#8 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Decisions" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #8 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Decisions 31" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T190436.073.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T190436.073-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้องค์กรมีข้อมูลอยู่ในมือมากมาย แต่เคยลองพิจารณาดูจริง ๆ ไหมว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“เราสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ตัดสินใจได้ทันเวลาหรือเปล่า ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในวันที่ธุรกิจเปลี่ยนเร็ว การตัดสินใจที่ล่าช้าเพียงเล็กน้อยก็อาจสร้างต้นทุนและทำให้องค์กรพลาดโอกาสสำคัญได้ โดยเฉพาะการตัดสินใจเรื่อง “คน” ที่มีทั้งข้อมูล ตัวแปร และบริบทจำนวนมากเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้นำ HR จึงต้องก้าวจากการรวบรวมและรายงานข้อมูล ไปสู่การมองเห็น Insight ที่ช่วยตอบคำถามทางธุรกิจ และนำไปสู่การตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือโจทย์สำคัญที่ </span><b>HREX </b><span style="font-weight: 400;">ร่วมกับ </span><a href="https://hashedanalytic.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Hashed Analytic</b></a><span style="font-weight: 400;"> หยิบมาชวนเหล่าผู้นำ HR และผู้นำองค์กรแลกเปลี่ยนกันใน </span><b>#8 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Decisions</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านทั้งมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญและบทสนทนาระหว่างผู้บริหารว่า เมื่อ Data และ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น องค์กรควรออกแบบ “การตัดสินใจ” ของตัวเองอย่างไรให้พร้อมสำหรับอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญเอาไว้แล้ว ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Data with a Heart: Building Better Decisions for People and Business</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51055" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T162831.801.webp" alt="#8 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Decisions" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #8 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Decisions 32" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T162831.801.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T162831.801-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ Session แรกของงาน คุณ</span> <a href="https://th.hrnote.asia/story/frasers-property-thailand-250326/"><b>วชิระ ฉัตรภูติ</b></a><b> Executive Vice President, People &amp; Culture จาก </b><a href="https://www.frasersproperty.co.th/en" target="_blank" rel="noopener"><b>Frasers Property (Thailand) Public Company Limited</b></a><span style="font-weight: 400;"> มาชวนมองว่า การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลไม่ได้หมายถึงการมี Data อยู่ในมือจำนวนมากเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่องค์กรสามารถเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้กลายเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมกับคนและธุรกิจได้มากแค่ไหน โดยมีสาระสำคัญดังนี้</span></p>
<h3><b>เมื่อธุรกิจหลากหลาย Data ชุดเดียวอาจให้คำตอบไม่เหมือนกัน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Frasers Property เติบโตจากประเทศสิงคโปร์และขยายธุรกิจไปยังหลายประเทศทั่วโลก โดยประเทศไทยและออสเตรเลียเป็น 2 ตลาดที่มีธุรกิจครอบคลุม Core Business Unit ของ Frasers Property อย่างครบถ้วน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายสำคัญจึงตามมาจากความหลากหลาย ทั้งประเภทของธุรกิจ ระบบการทำงาน และคนที่มีพื้นฐานแตกต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ผ่านมา การเติบโตส่วนหนึ่งเกิดขึ้นผ่านการควบรวมและซื้อกิจการ ทำให้ภายในองค์กรมีทั้งระบบ ซอฟต์แวร์ และวิธีการทำงานหลายรูปแบบ Frasers Property จึงเริ่มขยับเข้าสู่แนวคิด </span><b>One Frasers</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อสร้างพื้นฐานร่วมกันขององค์กร เช่น การใช้ระบบบัญชีและระบบ HR เดียวกันในระดับ Global ทำให้ทุกประเทศสามารถมองเห็นและใช้ข้อมูลจากฐานเดียวกันได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การมีข้อมูลชุดเดียวกันไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะสามารถนำคำตอบเดียวไปใช้กับทุกธุรกิจได้ เพราะแต่ละ Business Unit อยู่ใน Stage ที่ต่างกัน มีรูปแบบงานและความต้องการของคนไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น ธุรกิจพัฒนาโครงการที่พนักงานส่วนใหญ่เป็นคนไทย อาจมีโจทย์ด้านการทำงานร่วมกับผู้บริหารต่างชาติแตกต่างจากทีมที่ต้องประสานงานกับเพื่อนร่วมงานหลายประเทศเป็นประจำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Frasers Property จึงนำข้อมูลมาประกอบกับบริบทของแต่ละธุรกิจ แบ่งกลุ่มพนักงาน มอง Problem Statement ให้ชัด และค่อยออกแบบแนวทางที่เหมาะสม แทนที่จะนำข้อมูลชุดเดียวไป Apply กับทุกคนด้วยวิธีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วชิระอธิบายว่า แนวทางดังกล่าวเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ด้าน People &amp; Culture หลายด้าน ตั้งแต่ </span><b>Matrix Operation Model</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ต้องออกแบบวิธีทำงานในโครงสร้างที่พนักงานอาจมีหัวหน้ามากกว่าหนึ่งคน, การสร้าง </span><b>Capabilities Engine</b><span style="font-weight: 400;">, การเปิดโอกาสผ่าน </span><b>Internal Talent Mobility &amp; Cross-Asset Rotation</b><span style="font-weight: 400;">, การใช้ </span><b>Property Technology และ Data</b><span style="font-weight: 400;"> มาพัฒนาประสบการณ์ในที่ทำงาน ไปจนถึงการออกแบบ </span><b>Total Rewards</b><span style="font-weight: 400;"> ให้ตอบโจทย์พนักงานแต่ละกลุ่ม</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หลายครั้งข้อมูลมีอยู่แล้ว สิ่งที่ยังขาดคือตัวเชื่อมระหว่างข้อมูลเหล่านั้นกับการตัดสินใจที่นำไปใช้ได้จริงต่างหาก” </span></i></p>
<h3><b>New Office Design: เมื่อ Data บอกว่าเจตนาดี อาจยังไม่พอ</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51054" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T162723.591.webp" alt="#8 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Decisions" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #8 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Decisions 33" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T162723.591.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T162723.591-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในกรณีศึกษาที่เห็นภาพชัดเกิดขึ้นเมื่อ Frasers Property Thailand ย้ายสำนักงานจากสามย่านมิตรทาวน์มายัง </span><b>One Bangkok</b><span style="font-weight: 400;"> พร้อมกับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานครั้งใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเดิมที่พนักงานมีโต๊ะประจำของตัวเอง สำนักงานใหม่เปลี่ยนมาใช้ระบบจองที่นั่ง พนักงานต้องเคลียร์โต๊ะหลังเลิกงานและเก็บของส่วนตัวไว้ในล็อกเกอร์ พร้อมออกแบบพื้นที่ใหม่ให้มีทั้ง </span><b>ME Space</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับงานที่ต้องการสมาธิ, </span><b>WE Space</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับการทำงานร่วมกัน รวมถึง </span><b>Shared Workspace &amp; Common Space</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับการพบปะและใช้เวลาร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนย้าย องค์กรมีการสำรวจความคิดเห็นและทำ Change Management อยู่แล้ว และพบว่าพนักงานจำนวนหนึ่งยังรู้สึกว่าสำนักงานเดิมตอบโจทย์ดีอยู่ ขณะที่เรื่อง Well-being ทั้งเก้าอี้ โต๊ะทำงาน ค่าครองชีพ และ Lifestyle เป็นสิ่งที่พนักงานให้ความสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อย้ายจริง ปัญหาหลายอย่างก็เกิดขึ้นมากกว่าที่คาด ตั้งแต่ระบบจองที่นั่งล่มในวันแรก ห้องบางส่วนยังไม่พร้อม พนักงานไม่รู้ว่าจะหาร้านอาหารหรือใช้พื้นที่ต่าง ๆ อย่างไร ไปจนถึงการเปลี่ยนระบบ IT จากสาย LAN เป็น Wireless ทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Frasers Property จึงเปิดหลายช่องทางให้พนักงานสะท้อนปัญหา ทั้งผ่าน Change Champion และทีม People &amp; Culture ก่อนรวบรวมข้อมูลออกมาเป็นประเด็นที่ต้องจัดการถึง </span><b>329 กรณี</b><span style="font-weight: 400;"> ขณะที่ Defect Report อีก </span><b>143 เคส</b><span style="font-weight: 400;"> ช่วยให้ทีมเห็นปัญหาของพื้นที่และระบบที่ต้องเข้าไปแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้แต่เรื่องที่ดูเล็กอย่างจอมอนิเตอร์ ก็กลายเป็นโจทย์สำคัญ พนักงานจำนวนมากคุ้นเคยกับการใช้จอเสริม แต่พื้นที่ใหม่ไม่ได้ติดตั้งไว้ครบทุกที่ เมื่อบางคนเริ่มใช้ ความต้องการจากคนอื่นก็เพิ่มตามมา องค์กรจึงต้องกลับมาหาจุดสมดุลระหว่างความต้องการของพนักงาน ลักษณะงาน และแนวคิดการออกแบบสำนักงานใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรณีนี้ทำให้เห็นว่า การฟังเสียงพนักงานไม่ได้หมายความว่าองค์กรต้องทำตามทุกความต้องการ แต่ต้องใช้ Data ประกอบกับเหตุผลและบริบท เพื่อแยกว่าอะไรคือปัญหาที่ควรแก้ทันที อะไรต้องออกแบบมาตรการเพิ่มเติม และเรื่องใดควรใช้วิธีอื่นเข้ามาช่วย เช่น การจัดกิจกรรมด้าน Mental Well-being และ Social Well-being</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะบางครั้งองค์กรอาจเริ่มต้นจากเจตนาที่ดี แต่ผลลัพธ์จริงไม่ได้เป็นอย่างที่คาด สิ่งสำคัญคือเมื่อข้อมูลเริ่มส่งสัญญาณ ทีม People &amp; Culture ต้องมองเห็นและตอบสนองได้เร็วพอ</span></p>
<h3><b>Flexible Benefits: เมื่อข้อมูลช่วยให้องค์กรมองเห็นชีวิตที่แตกต่างกันของพนักงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกกรณีหนึ่งเริ่มต้นจากคำถามของพนักงานว่า หากตัวเองเป็นคนโสดและไม่มีแผนแต่งงาน มีลูกไม่ได้ สวัสดิการ สิทธิประโยชน์ที่องค์กรเตรียมไว้สำหรับการสมรสจะมีอะไรที่สามารถทดแทนให้กับคนที่เลือกใช้ชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งได้หรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามนี้ทำให้ Frasers Property กลับไปดูข้อมูลของพนักงาน และพบว่าในองค์กรมีพนักงานที่ระบุว่าเป็น LGBT ประมาณ </span><b>3%</b><span style="font-weight: 400;"> และมีพนักงานโสดถึงประมาณ </span><b>60%</b><span style="font-weight: 400;"> จึงนำไปสู่การทบทวนว่า สวัสดิการที่มีอยู่ตอบโจทย์ความหลากหลายของชีวิตพนักงานมากพอหรือยัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสวัสดิการรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่ครอบคลุมตั้งแต่สิทธิลาเพื่อการผ่าตัดแปลงเพศ การลาเนื่องในโอกาสขึ้นบ้านใหม่ ไปจนถึงวันลาเพื่อดูแลครอบครัว ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานที่มีสถานะและรูปแบบครอบครัวแตกต่างกันสามารถใช้ประโยชน์ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมถึงการทบทวนประกันกลุ่มผ่านข้อมูลอัตราการเคลม และออกแบบทางเลือก OPD หลายรูปแบบ เพื่อให้พนักงานสามารถเลือกสิทธิประโยชน์ที่เหมาะกับความต้องการของตัวเองมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าการเพิ่มหรือปรับสวัสดิการย่อมมีเรื่องต้นทุนเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่โจทย์ขององค์กรคือการใช้ข้อมูลเพื่อหาว่า ทรัพยากรที่มีควรถูกนำไปออกแบบอย่างไรให้คนแต่ละกลุ่มได้รับคุณค่าที่เหมาะสมมากที่สุด</span></p>
<h3><b>จาก Insight ต้องไปให้ถึง Impact</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ทั้งสองกรณีศึกษามีร่วมกัน คือ Frasers Property ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเก็บข้อมูลหรือสร้าง Dashboard แต่พยายาม </span><b>Turn Data into Action</b><span style="font-weight: 400;"> ให้ข้อมูลนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่พนักงานสัมผัสได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้องค์กรจำนวนมากมีระบบ HR และมีข้อมูลพนักงานอยู่แล้ว ขณะที่องค์กรที่ยังไม่มีระบบซับซ้อนก็สามารถใช้เครื่องมือใหม่อย่าง AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม แต่เครื่องมือเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถทำให้องค์กรกลายเป็น Data-Driven Organization ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่คุณวชิระฝากไว้คือ องค์กรต้องรู้ก่อนว่าอยากแก้ปัญหาอะไร ใช้ข้อมูลอะไรในการตอบคำถามนั้น และหลังลงมือทำแล้วต้องมี </span><b>ตัวชี้วัดที่ชัดเจน</b><span style="font-weight: 400;"> ว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นดีขึ้นจริงหรือไม่</span></p>
<p><b>เพราะปลายทางของ Data ไม่ใช่การมีข้อมูลมากขึ้น แต่ต้องเปลี่ยน Insight ให้กลายเป็น Impact และช่วยให้องค์กรตัดสินใจเรื่องคนได้เหมาะสมกับความเป็นจริงของธุรกิจมากกว่าเดิม</b></p>
<h2><b>The Future of HR Decision is Agentic</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51057" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T173242.719.webp" alt="#8 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Decisions" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #8 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Decisions 34" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T173242.719.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T173242.719-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจะเข้าสู่ช่วงล้อมวงเสวนา คุณ </span><b>ตฤน ชวลิตธำรง CEO จาก </b><a href="https://hashedanalytic.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Hashed Analytic</b></a><span style="font-weight: 400;"> บริษัทด้าน Enterprise Data และ Applied AI ชวนผู้ร่วมงานมองพัฒนาการของ AI และคำถามสำคัญว่า HR จะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้กับการตัดสินใจได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาเล่าว่า หลัง ChatGPT เปิดตัวช่วงปลายปี 2022 และมีผู้ใช้งานแตะ 100 ล้านคนภายในเวลาเพียง 2 เดือน ความสามารถของ AI ก็พัฒนาอย่างรวดเร็ว จากเครื่องมือที่ช่วยตอบคำถามหรือสร้างข้อความ มาสู่ </span><b>Agentic AI</b><span style="font-weight: 400;"> ในปัจจุบันที่สามารถรับโจทย์ วิเคราะห์ข้อมูล และทำงานหลายขั้นตอนได้ด้วยตัวเองมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับงาน HR การใช้งานก็เดินมาในทิศทางเดียวกัน จากช่วงแรกที่หลายคนนำ AI มาช่วยตอบอีเมล เกลาข้อความ หรือเขียน Job Description ก่อนขยับไปสู่การวิเคราะห์ Resume หา Skill Gap และช่วยประเมินข้อมูลพนักงาน จนปัจจุบันเริ่มถูกนำมาใช้กับโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้น เช่น Succession Planning และ Workforce Planning</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51056" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T172932.664.webp" alt="#8 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Decisions" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #8 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Decisions 35" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T172932.664.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T172932.664-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของหลายองค์กรไม่ได้อยู่ที่ AI ทำอะไรได้บ้าง แต่อยู่ที่</span><b>ข้อมูลขององค์กรพร้อมให้ AI เข้าใจมากแค่ไหน</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะข้อมูลของ HR มักกระจายอยู่ในระบบต่าง ๆ ตั้งแต่ Core HR, Talent Acquisition, Skills, Succession, HR Operations ไปจนถึง Employee Voice หากแต่ละระบบยังแยกออกจากกัน AI ก็ยากที่จะมองเห็นภาพเดียวกันของพนักงานและองค์กร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณตฤนจึงมองว่า จุดเริ่มต้นต้องมาจากการเชื่อมข้อมูลเหล่านี้เข้าด้วยกัน แล้วเติม Context ขององค์กรเข้าไป เช่น Policy วิธีคิด หลักการบริหาร หรือข้อมูลจาก Employee Guidebook เพื่อให้ AI เข้าใจว่าองค์กรกำลังแก้ปัญหาอะไร และตีความข้อมูลได้ตรงกับบริบทจริงมากขึ้น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สำหรับประเทศไทย แม้หลายองค์กรเริ่มใช้ AI ในการทำงานแล้ว แต่ยังมีอีกหลายคำถามที่ต้องตอบ ตั้งแต่จะดึงข้อมูลจากหลายระบบมาเชื่อมกันอย่างไร จะเลือกข้อมูลอะไรมาใช้ หรือจะรู้ได้อย่างไรว่าพนักงานแต่ละคนควรพัฒนาทักษะด้านไหน ซึ่งเป็นโจทย์ที่ AI สามารถช่วยวิเคราะห์ในระดับรายบุคคลได้ละเอียดกว่าวิธีเดิมมาก”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อข้อมูลมีคุณภาพและเชื่อมโยงกันได้ AI ก็สามารถช่วย HR ได้หลายด้าน ตั้งแต่ </span><b>การวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งและบริหารคนเก่ง ลดงานที่ทำซ้ำ ช่วยตัดสินใจจากข้อมูล มองหาความเสี่ยงเรื่องความผูกพันและภาวะหมดไฟ ไปจนถึงออกแบบการพัฒนาพนักงานให้เหมาะกับแต่ละคน</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณตฤนยกตัวอย่าง </span><b>Succession Planning หรือการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง</b><span style="font-weight: 400;"> ว่าเป็นงานที่ AI เข้ามาช่วยได้มาก ตั้งแต่การดูว่าตำแหน่งสำคัญมีคนพร้อมรับช่วงต่อหรือไม่ ประเมินกลุ่ม Talent และความพร้อมของผู้นำรุ่นถัดไป ไปจนถึงค้นหาช่องว่างของบุคลากรและแนะนำแนวทางพัฒนาแต่ละคน ช่วยให้ HR และผู้บริหารมองเห็นความเสี่ยงและตัดสินใจได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องไล่ทบทวนข้อมูลจำนวนมากเหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดนี้เริ่มจากการสร้าง </span><b>Trusted HR Data</b><span style="font-weight: 400;"> ให้ AI เข้าใจข้อมูล ก่อนพัฒนาไปสู่การค้นหา การมี Assistant คอยตอบคำถาม การให้ Recommendation และท้ายที่สุดคือการสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้ต่อธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกตัวอย่างคือการนำ AI มาสร้าง </span><b>Workforce Intelligence</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยการเชื่อมข้อมูลของพนักงานเข้ากับสัญญาณจากพฤติกรรมการทำงาน เพื่อช่วยมองหา Engagement Signal, Burnout Risk, Retention Risk รวมถึงความสัมพันธ์ภายในทีม แล้วจัดลำดับว่าประเด็นไหนควรได้รับการแก้ไขก่อน เทคโนโลยีจึงเปิดทางให้ HR มองเห็นปัญหาที่แต่เดิมอาจต้องรอจนเกิดเหตุขึ้นแล้วจึงรู้ตัว และยังช่วยวิเคราะห์ในระดับบุคคลหรือทีมได้ละเอียดขึ้นด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม คุณตฤนย้ำว่า คุณภาพของคำตอบยังขึ้นอยู่กับข้อมูลและ Context ที่ใส่เข้าไปเสมอ การเลือกโมเดล AI จึงอาจไม่ใช่โจทย์ใหญ่ที่สุด เพราะโมเดลชั้นนำในปัจจุบันต่างมีความสามารถสูง </span><b>สิ่งที่สร้างความแตกต่างมากกว่าคือ องค์กรมีข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อมโยงกัน และมีบริบทเพียงพอให้ AI เข้าใจสิ่งที่กำลังวิเคราะห์หรือไม่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางเดียวกันนี้ถูกนำมาแสดงผ่าน Demo และ Workshop ของ Hashed Analytic ภายในงาน ซึ่งช่วยให้เห็นว่า Agent สามารถถูกกำหนดบทบาทและขอบเขตการทำงานให้เหมาะกับการใช้งานจริงของแต่ละองค์กรได้ ตั้งแต่กำหนดว่าใครมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลชุดใด Agent แต่ละตัวทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน ไปจนถึงการแยกพื้นที่ทำงานออกเป็นหลายโปรเจกต์ตามโจทย์ที่แตกต่างกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Agentic HR ไม่ใช่การให้ AI เข้ามาสวมบทบาทผู้ตัดสินใจแทน HR ในทุกเรื่อง แต่มันกลายเป็นขุมพลังที่ช่วยประมวลผลข้อมูล ถอดรหัสบริบท วิเคราะห์ทางเลือก และส่งมอบ Insight ที่พร้อมใช้งาน</span></p>
<p><b>ปลายทางของความสำเร็จจึงไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเก่งแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าองค์กรป้อนข้อมูลที่ถูกต้อง ให้บริบทที่ครบถ้วน และนำผลลัพธ์จาก AI ไปสร้าง Impact ต่อธุรกิจได้จริงหรือไม่ต่างหาก</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>Exclusive Roundtable Discussion</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51059" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T192453.932.webp" alt="#8 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Decisions" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #8 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Decisions 36" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T192453.932.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-19T192453.932-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับไฮไลท์ของงานคือเวทีล้อมวงเสวนาผู้นำที่ได้รับเกียรติจากคุณ </span><b>ตฤน ชวลิตธำรง CEO, </b><a href="https://hashedanalytic.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Hashed Analytic</b></a><b>, ดร.กฤษดา กฤตยากีรณ Co-founder &amp; CEO, </b><a href="https://muvmi.co/" target="_blank" rel="noopener"><b>MuvMi</b></a><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>มนสิชา สังข์สุวรรณ General Manager, Synergy Business Partner, </b><a href="https://careers.hondaasiaoceania.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Asian Honda Motor</b></a><span style="font-weight: 400;"> มาร่วมถกเถียงกันว่า เราจะสามารถเอาข้อมูลที่มีมาช่วยให้การตัดสินใจด้านคนดีขึ้นอย่างไรได้บ้าง  โดยไม่หลงลืมบริบท ความรู้สึก และความรับผิดชอบที่ยังต้องอาศัยมนุษย์เป็นคนตัดสินใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยมีคุณ </span><b>สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager จาก HREX</b><span style="font-weight: 400;"> ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือสาระสำคัญของการเสวนาในครั้งนี้</span></p>
<h3><b>เมื่อธุรกิจต้องไปเร็ว ความสามารถของคนก็ต้องตามให้ทัน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โจทย์เรื่องคนของแต่ละองค์กรแตกต่างกันตามบริบท คุณตฤนมองว่า HR ต้องตัดสินใจอยู่ตลอดว่า พนักงานแต่ละคนมีอะไร ขาดอะไร และองค์กรควรสนับสนุนอย่างไรให้เขาพัฒนาได้ทั้ง Hard Skill และ Soft Skill โดยเฉพาะเมื่อ AI ทำให้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนเร็วขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน ดร.กฤษดา เล่าว่า MuvMi มีทั้งพนักงานขับรถกว่าพันคนและทีม Back Office หลายนับร้อยคน ความท้าทายจึงอยู่ที่การทำให้คนมีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องภายใต้งบประมาณที่จำกัด เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ว่าองค์กรใหญ่หรือเล็ก แต่อยู่ที่ว่าจะใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝั่ง Honda ก็เผชิญโจทย์คล้ายกัน หลังการทำงานหลายด้านถูกปรับให้เป็น Centralized มากขึ้น ขณะที่ทรัพยากรไม่ได้เพิ่มตาม คุณมนสิชาจึงมองว่า HR ต้องหาจุดสมดุลระหว่างความเร็วของธุรกิจกับความพร้อมของคน องค์กรมีพนักงานหลากหลาย การบริหารและวิธีนำคนจึงต้องเปลี่ยนตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่ Honda พยายามสร้างคือพื้นที่ที่คนสามารถเรียนรู้ ทดลอง และผิดพลาดได้ โดยไม่ต้องรอให้มีข้อมูลครบ 100% ทุกครั้ง หลายครั้งแค่ 70% ก็น่าจะเพียงพอ เพราะหลายสถานการณ์ หากมีข้อมูลที่เพียงพอประมาณหนึ่งก็ต้องกล้าตัดสินใจ หากรอทุกอย่างสมบูรณ์ ธุรกิจอาจเดินช้าเกินไป</span></p>
<h3><b>มี Data แล้ว ต้องใช้ให้เป็นนิสัย และวัฒนธรรมขององค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถามว่า องค์กรที่มีข้อมูลแต่ไม่ได้เอามาช่วยตัดสินใจ ต่างจากองค์กรที่มีและใช้ข้อมูลตัดสินใจเป็นอย่างไร คุณตฤนตอบว่า ทุกองค์กรมีข้อมูลอยู่แล้ว ความแตกต่างอยู่ที่สามารถนำข้อมูลมาใช้ประกอบการตัดสินใจได้</span><b>อย่างสม่ำเสมอ</b><span style="font-weight: 400;">หรือไม่ เพราะการใช้ข้อมูลเป็นครั้งคราวย่อมสร้างผลลัพธ์ต่างจากการทำให้ข้อมูลกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิดและวิธีทำงาน หากมีเครื่องมือที่ช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลได้ดีขึ้น ก็ยิ่งช่วยให้คนมองเห็นประเด็นสำคัญและตัดสินใจได้แม่นขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.กฤษดาเสริมว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“การไม่ตัดสินใจ ก็คือการตัดสินใจอย่างหนึ่ง”</span></i><span style="font-weight: 400;"> ดังนั้นเมื่อมีข้อมูลอยู่ในมือ ก็ควรนำมาใช้เพื่อลดอคติของมนุษย์ให้มากที่สุด </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“อย่างไรก็ตาม การมี Data ไม่ได้แปลว่าจะเชื่อตัวเลขทันที เพราะข้อมูลชุดเดียวกันสามารถถูกนำเสนอได้หลายแบบ ผู้บริหารจึงต้องเข้าใจที่มาของข้อมูล รู้ว่ากำลังเปรียบเทียบอะไร และระวังวิธีนำเสนอที่อาจทำให้ตีความคลาดเคลื่อน หากมีเวลา ก็ควรมองข้อมูลจากหลายมุม แต่หากต้องตัดสินใจเร็ว อย่างน้อยต้องรู้ว่าอะไรสำคัญที่สุด และข้อมูลชุดใดควรถูกนำมาเปรียบเทียบกัน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณมนสิชาเสริมว่า สำหรับการตัดสินใจเรื่องคน ตัวเลขอย่างเดียวไม่พอ HR ต้องคิดต่อว่าสิ่งที่กำลังเสนอจะสร้างผลกระทบต่อองค์กรอย่างไร และต้องทำให้คนอื่นเห็นว่าสิ่งที่ HR เสนอผ่านการคิด วิเคราะห์ และมีข้อมูลรองรับแล้ว </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“นั่นทำให้ HR ต้องทำงานใกล้ชิดกับฝ่ายการเงินและฝ่ายธุรกิจมากขึ้น รวมถึงเปิดพื้นที่ให้ผู้นำและคนในองค์กรเข้ามาตั้งคำถามกับข้อเสนอของ HR ได้ เพราะบางครั้งคำถามอย่าง “ถ้าไม่ทำ A แล้วเลือก B ได้ไหม” อาจทำให้ทีมกลับไปเห็นทางเลือกที่ดีกว่าเดิม”</span></i></p>
<h3><b>เสียงของพนักงานคือข้อมูลที่องค์กรไม่ควรมองข้าม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลที่ช่วยให้ตัดสินใจเรื่องคนดีขึ้นไม่ได้อยู่เฉพาะในระบบ HR หรือ Dashboard เท่านั้น ดร.กฤษดาเล่าว่า เขาพยายามพูดคุยกับพนักงานขับรถของ MuvMi อยู่เสมอเมื่อมีโอกาส เพราะคนหน้างานมักมองเห็นปัญหาและเหตุผลบางอย่างที่คนในสำนักงานใหญ่ไม่มีทางรู้ได้จากตัวเลขเพียงอย่างเดียว หากองค์กรหยุดรับฟังเสียงของพนักงาน ปัญหาก็มีโอกาสสะสมจนกระทบการทำงานในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปิดรับ Feedback จึงต้องมาพร้อมกับวัฒนธรรมที่คนรู้สึกว่าสามารถตั้งคำถามหรือท้าทายวิธีคิดเดิมได้ ดร.กฤษดามองว่า เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับขนาดขององค์กร หากผู้นำแสดงให้เห็นตั้งแต่ต้นว่าเข้าถึงได้ พนักงานถามได้ และเมื่อถามแล้วได้รับการตอบรับ พฤติกรรมนั้นจะค่อย ๆ กลายเป็นบรรทัดฐานขององค์กร คุณตฤนก็เห็นความสำคัญของวัฒนธรรมลักษณะนี้ โดยยกประสบการณ์จากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกว่า ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ สิ่งที่สำคัญกว่าคือคนรับผิดชอบ เข้าไปแก้ปัญหา ถอดบทเรียน และหาวิธีไม่ให้เรื่องเดิมเกิดขึ้นซ้ำ เมื่อคนไม่ต้องกลัวว่าจะถูกลงโทษทุกครั้งที่ทดลองสิ่งใหม่ องค์กรก็มีโอกาสได้เห็นเครื่องมือและวิธีทำงานใหม่ ๆ มากขึ้น</span></p>
<h3><b>AI ช่วยวิเคราะห์ได้ แต่การตัดสินใจเรื่องคนยังต้องมีมนุษย์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวงสนทนาขยับมาถึงคำถามว่า มีเรื่องใดบ้างที่เราไม่ควรปล่อยให้ AI ตัดสินใจแทนมนุษย์ ? คุณตฤนมองว่า จุดแข็งของ AI คือการประมวลผลข้อมูลอย่างเป็นระบบ ขณะที่มนุษย์มีทั้งความรู้สึก ความเข้าใจบริบท และ Empathy ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากเมื่อพูดถึงการตัดสินใจที่กระทบชีวิตของคน AI สามารถบอกได้ว่าข้อมูลกำลังชี้ไปทางไหน มีความเสี่ยงอะไร หรือมีทางเลือกใดบ้าง แต่คนยังต้องเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.กฤษดาก็เห็นในทิศทางเดียวกันว่า MuvMi ใช้ AI กับงานหลายด้าน แต่ไม่ควรยกความรับผิดชอบให้เทคโนโลยีแล้วบอกว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“AI เป็นคนตัดสินใจ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เพราะคุณภาพของคำตอบขึ้นอยู่กับข้อมูลและ Context ที่ป้อนเข้าไปด้วย ผู้ใช้จึงต้องรู้เท่าทันข้อจำกัดของ AI และรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองเลือกทำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ Honda พยายามเดินไปไกลกว่าการสร้าง Dashboard หรือเพิ่มเครื่องมือใหม่ ด้วยการสร้าง Mindset ให้คนพร้อมใช้งาน AI และสร้างวัฒนธรรมที่ผู้บริหารยอมรับการทดลอง เรียนรู้จากความผิดพลาด และพร้อมปรับวิธีทำงานร่วมกัน</span></p>
<h3><b>เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว แต่ต้องเริ่มจากคนและ Process ที่พร้อม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกคำถามสำคัญคือ เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาเร็ว คนทำงานในไทยกำลังพัฒนาตามทันหรือไม่ ? คุณตฤนมองว่าแต่ละสายงานมีความเร็วในการปรับตัวไม่เท่ากัน กลุ่มวิศวกรหรือสายเทคโนโลยีคุ้นเคยกับการที่ภาษา โปรแกรม และ Framework เปลี่ยนอยู่ตลอด จึงมักปรับตัวกับ AI ได้เร็ว ขณะที่สายงานอื่นอาจต้องใช้เวลาในการเรียนรู้มากกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ไม่ว่าจะทำงานสายไหน การมี Critical Thinking ก็ยังจำเป็นเสมอ เพราะต่อให้ AI เก่งขึ้นเพียงใด คนก็ต้องรู้ว่าควรถามอะไร ใช้ข้อมูลไหน และตรวจสอบคำตอบอย่างไร แม้แต่คนรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงาน ความรู้พื้นฐานในวิชาชีพของตัวเองก็ยังมีความสำคัญ </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากไม่มีพื้นฐานมากพอ ก็ยากที่จะรู้ว่า AI กำลังให้คำตอบที่ถูกหรือผิด”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณมนสิชาทิ้งท้ายจากประสบการณ์ของ Honda ว่า </span><b>ก่อนองค์กรจะเพิ่มเทคโนโลยีหรือระบบใหม่ ควรถามตัวเองก่อนว่า Process การทำงานเดิมได้รับการทบทวนแล้วหรือยัง</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะหากวิธีทำงานยังเหมือนเดิม </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ต่อให้เพิ่ม Automation หรือ AI เข้าไปก็อาจไม่ได้ช่วยให้องค์กรเดินหน้าเร็วขึ้น การเปลี่ยนแปลงทุกครั้งย่อมมีผลกระทบต่อคน HR จึงต้องคิดพร้อมกันทั้งเรื่องเทคโนโลยี กระบวนการ และความพร้อมของพนักงาน”</span></i></p>
<p><b>ท้ายที่สุด บทสนทนาบนเวทีพากลับมาที่จุดเดียวกันว่า Data และ AI สามารถช่วยให้ HR มองเห็นภาพได้มากขึ้น วิเคราะห์ได้เร็วขึ้น และมีทางเลือกประกอบการตัดสินใจมากขึ้น แต่คุณภาพของการตัดสินใจยังขึ้นอยู่กับคนที่หยิบสิ่งเหล่านั้นมาใช้ ว่าเข้าใจข้อมูลดีพอหรือไม่ กล้าตั้งคำถามกับสิ่งที่เห็นหรือเปล่า และยังมองเห็น “คน” ที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้นมากแค่ไหน</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป #8 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Decisions</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Insight ที่ได้จากงานล้อมวงเสวนาผู้นำในวันนี้ แสดงให้เห็นว่า ตัวชี้วัดความสำเร็จอาจไม่ใช่ปริมาณ Data ที่องค์กรมี หรือความล้ำสมัยของ AI แต่อยู่ที่ความสามารถในการเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้เป็นการตัดสินใจเรื่องคนที่มีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเรามี Dashboard แสดงผลอย่างดีเยี่ยม แต่ข้อมูลยังแยกส่วนและคนทำงานยังคงตัดสินใจด้วยความคุ้นเคยเดิม ข้อมูลย่อมไร้ความหมาย โจทย์ของ HR จึงอยู่ที่การนำ Data มาผสานเข้ากับบริบทองค์กร ทำความเข้าใจรากฐานของปัญหา และกล้าลงมือทำแม้ในวันที่ข้อมูลอาจยังไม่สมบูรณ์แบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่ง AI มีขีดความสามารถสูงขึ้นเท่าไร เรายิ่งต้องตระหนักถึงเส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่เทคโนโลยีช่วยประมวลผล กับสิ่งที่มนุษย์ต้องตัดสินใจ การบริหารคนคือศิลปะที่มีทั้งตรรกะ อารมณ์ และผลกระทบเชิงลึกที่ไม่อาจมองเห็นผ่านตัวเลข AI สามารถเสนอทางเลือกที่แม่นยำได้ แต่มนุษย์คือผู้เลือกเส้นทางและรับผิดชอบต่อผลลัพธ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนาคตของการตัดสินใจจึงไม่ได้ถูกกำหนดด้วยความก้าวหน้าของ AI แต่อยู่ที่ว่าบุคลากรของเรามีวิจารณญาณและความพร้อมในการกำกับใช้เทคโนโลยีมากแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย งานครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดผู้สนับสนุนใจดีที่ร่วมสนับสนุนเวทีแห่งการเรียนรู้นี้ ได้แก่ Hashed Analytic, </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/123"><span style="font-weight: 400;">JobFinFin</span></a><span style="font-weight: 400;">, </span><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Reeracoen Thailand</span></a><span style="font-weight: 400;">, </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/228"><span style="font-weight: 400;">BCon</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ Bolt for Business รวมถึง Media Partner อย่าง CareerVisa Thailand ซึ่ง HREX ขอขอบคุณจากใจอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดงานล้อมวงพูดคุยกับผู้นำ HR อย่างใกล้ชิดในครั้งต่อไป ข่าวดีก็คือ เราจะกลับมาเร็วกว่าที่คิดกับ</span><b> #9 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Leadership</b><span style="font-weight: 400;"> และ</span><b> #10 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of JUST Transition</b><span style="font-weight: 400;"> ในวันที่ 6 ตุลาคมที่จะถึงนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สามารถลงทะเบียนทางไหนได้บ้าง รอติดตามได้เร็ว ๆ นี้ที่ HREX ที่เดียว !</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/8th-hrex-roundtable-future-of-decisions-260819/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Flexibility อย่างเดียวไม่พอ: สร้าง Ownership Culture อย่างไร ให้พนักงานคนเก่งรู้สึกเป็น &#8220;เจ้าของงาน&#8221; อย่างแท้จริง ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/ownership-culture-employee-autonomy-260817/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/ownership-culture-employee-autonomy-260817/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2026 09:13:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Ownership Culture]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50997</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT นโยบาย Flexibility ให้เวลาทำงานยืดหยุ่น ให้ทำงานที่บ้าน (WFH) กำลังกลายเป็นสิ่งที่พนักงาน และผู้สมัครงานจำนวนมาก ความคาดหวังว่าทุกองค์กรต้องมี แม้จะมีนโยบายด้าน Flexibility ให้พนักงานทำงานจากที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าทุกขั้นตอนยังถูกควบคุมอย่างเข้มงวด พวกเขาก็จะรู้สึกไม่มีอิสระอยู่ดี ระดับความผูกพันต่อองค์กร (Engagement) ที่ต่ำ อาจไม่ได้มาจากสวัสดิการที่ไม่ดี ทว่ามาจากโครงสร้างงานที่บีบให้พนักงานเป็นแค่ &#8220;คนรอรับคำสั่ง&#8221; HR จึงต้องช่วยออกแบบขอบเขตอำนาจการตัดสินใจให้ชัดเจน ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะ เพื่อให้พนักงานกล้าคิดและรับผิดชอบผลลัพธ์ด้วยตัวเอง หลายองค์กรพยายามรักษาคนเก่งไว้ด้วยการเพิ่มความยืดหยุ่น (Flexibility) เช่น อนุญาตให้ทำงานจากบ้าน เลือกเวลาเข้าออฟฟิศได้ หรือให้พนักงานบริหารตารางชีวิตตัวเองมากขึ้น มาตรการเหล่านี้มีประโยชน์มากและช่วยให้คนทำงานจัดสมดุลชีวิตได้ดีขึ้นจริง อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรที่อนุญาตให้พนักงานเลือกเวลาทำงานเองได้ แต่สุดท้ายพวกเขายังต้องขออนุมัติทุกเรื่อง เลือกเครื่องมือทำงานเองไม่ได้ เสนอวิธีทำงานใหม่ ๆ ก็ไม่ผ่าน นอกจากนั้นยังถูกตามจิกทุกขั้นตอน คำถามคือ แบบนี้เรียกว่าองค์กรมีความยืดหยุ่นจริงหรือไม่ ? บทความล่าสุดจาก HR Executive ชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่จะช่วยรักษาคนเก่งได้ดีที่สุดคือ การให้เป็นอิสระ ทำให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจกำหนดวิธีทำงานและรับผิดชอบผลลัพธ์ได้ด้วยตัวเอง ประเด็นนี้บังคับให้ HR ต้องแยกความหมายของ 2 คำนี้ให้ออก คือ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>นโยบาย Flexibility ให้เวลาทำงานยืดหยุ่น ให้ทำงานที่บ้าน (WFH) กำลังกลายเป็นสิ่งที่พนักงาน และผู้สมัครงานจำนวนมาก ความคาดหวังว่าทุกองค์กรต้องมี</li>
<li>แม้จะมีนโยบายด้าน Flexibility ให้พนักงานทำงานจากที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าทุกขั้นตอนยังถูกควบคุมอย่างเข้มงวด พวกเขาก็จะรู้สึกไม่มีอิสระอยู่ดี</li>
<li>ระดับความผูกพันต่อองค์กร (Engagement) ที่ต่ำ อาจไม่ได้มาจากสวัสดิการที่ไม่ดี ทว่ามาจากโครงสร้างงานที่บีบให้พนักงานเป็นแค่ &#8220;คนรอรับคำสั่ง&#8221;</li>
<li>HR จึงต้องช่วยออกแบบขอบเขตอำนาจการตัดสินใจให้ชัดเจน ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะ เพื่อให้พนักงานกล้าคิดและรับผิดชอบผลลัพธ์ด้วยตัวเอง</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50993" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/ownership-culture-employee-autonomy-hrex.webp" alt="ownership-culture-employee-autonomy-hrex" width="600" height="370" title="Flexibility อย่างเดียวไม่พอ: สร้าง Ownership Culture อย่างไร ให้พนักงานคนเก่งรู้สึกเป็น &quot;เจ้าของงาน&quot; อย่างแท้จริง ? 42" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/ownership-culture-employee-autonomy-hrex.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/ownership-culture-employee-autonomy-hrex-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><br />
หลายองค์กรพยายามรักษาคนเก่งไว้ด้วยการเพิ่มความยืดหยุ่น (Flexibility) เช่น อนุญาตให้ทำงานจากบ้าน เลือกเวลาเข้าออฟฟิศได้ หรือให้พนักงานบริหารตารางชีวิตตัวเองมากขึ้น</p>
<p>มาตรการเหล่านี้มีประโยชน์มากและช่วยให้คนทำงานจัดสมดุลชีวิตได้ดีขึ้นจริง อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรที่อนุญาตให้พนักงานเลือกเวลาทำงานเองได้ แต่สุดท้ายพวกเขายังต้องขออนุมัติทุกเรื่อง เลือกเครื่องมือทำงานเองไม่ได้ เสนอวิธีทำงานใหม่ ๆ ก็ไม่ผ่าน นอกจากนั้นยังถูกตามจิกทุกขั้นตอน</p>
<p>คำถามคือ แบบนี้เรียกว่าองค์กรมีความยืดหยุ่นจริงหรือไม่ ?</p>
<p>บทความล่าสุดจาก <a href="https://hrexecutive.com/how-to-build-an-ownership-culture-that-keeps-top-talent/" target="_blank" rel="noopener">HR Executive</a> ชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่จะช่วยรักษาคนเก่งได้ดีที่สุดคือ<strong> การให้เป็นอิสระ ทำให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจกำหนดวิธีทำงานและรับผิดชอบผลลัพธ์ได้ด้วยตัวเอง</strong></p>
<p>ประเด็นนี้บังคับให้ HR ต้องแยกความหมายของ 2 คำนี้ให้ออก คือ</p>
<ul>
<li><strong>Flexibility (ความยืดหยุ่น):</strong> การให้อิสระว่า จะทำงานเมื่อไหร่ หรือที่ไหน</li>
<li><strong>Autonomy (อำนาจตัดสินใจ):</strong> การให้อิสระว่า จะทำงานอย่างไร ใช้ทรัพยากรแบบไหน และแก้ปัญหาด้วยวิธีใด ภายใต้เป้าหมายที่คุยกันไว้</li>
</ul>
<p>เพราะองค์กรของคุณอาจมี Flexibility สูงปรี๊ด แต่ Autonomy ติดลบก็ได้ นี่อาจเป็นคำตอบว่าทำไมพนักงานบางคนถึงหมดไฟและอยากลาออก ทั้งที่บริษัทก็มีนโยบาย Hybrid Work ที่ดูทันสมัยมากก็ตาม</p>

<h2>ทำงานจากบ้านได้ แต่ยังถูกตามจิก (Micromanage) เหมือนเดิม</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50994" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/Talent-Flexibility-Ownership-HREX-1.webp" alt="ownership-culture-employee-autonomy-hrex" width="600" height="370" title="Flexibility อย่างเดียวไม่พอ: สร้าง Ownership Culture อย่างไร ให้พนักงานคนเก่งรู้สึกเป็น &quot;เจ้าของงาน&quot; อย่างแท้จริง ? 43" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/Talent-Flexibility-Ownership-HREX-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/Talent-Flexibility-Ownership-HREX-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><br />
การอนุญาตให้พนักงานหอบแล็ปท็อปกลับไปทำที่บ้าน ไม่ได้ทำให้วัฒนธรรมการจ้องจับผิดหายไปโดยอัตโนมัติ</p>
<p>หลายทีมแค่เปลี่ยนรูปแบบจากการเดินตรวจตามโต๊ะทำงาน มาเป็นการเช็กสถานะออนไลน์ เปลี่ยนจากการถามว่า &#8220;ตอนนี้นั่งอยู่ที่โต๊ะไหม&#8221; มาเป็นการตั้งคำถามว่า &#8220;ทำไมทักแชตไป 5 นาทีแล้วยังไม่ตอบ&#8221; หรือเปลี่ยนจากการเรียกคุยในห้องประชุม มาเป็นการนัดประชุมออนไลน์ติดกันทั้งวัน จนพนักงานไม่มีเวลาคิดหรือตัดสินใจเนื้องานด้วยตัวเอง</p>
<p>พนักงานกลุ่มนี้มีอิสระเรื่องสถานที่ทำงานก็จริง แต่พวกเขาไม่มีอิสระ (รวมถึงอำนาจ) ในการตัดสินใจ (Decision Flexibility) แม้แต่น้อย และจะไม่น่าแปลกใจหากพวกเขาจะไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของงานชิ้นนั้นเต็มตัว</p>
<p><a href="https://www.apa.org/research-practice/conduct-research/self-determination-theory" target="_blank" rel="noopener">ตามทฤษฎีแรงจูงใจ (Self-Determination Theory) ของ เอ็ดเวิร์ด เดซี่ (Edward Deci) และ ริชาร์ด ไรอัน (Richard Ryan)</a> กล่าวไว้ว่า มนุษย์เรามีความต้องการพื้นฐาน 3 อย่างคือ การมีอำนาจควบคุมตัวเอง (Autonomy) ความรู้สึกว่าตัวเองเก่งและทำได้ (Competence) และความรู้สึกผูกพันกับเป้าหมายหรือคนรอบข้าง (Relatedness) เมื่อสภาพแวดล้อมสนับสนุนสิ่งเหล่านี้ คนจะเกิดแรงจูงใจจากภายใน ทำงานอย่างมีความสุขและอยากอยู่กับองค์กรนานขึ้น</p>
<p>ตรงกันข้าม สภาพแวดล้อมที่ควบคุมทุกฝีก้าวจะพุ่งตรงไปสร้างความเครียด ภาวะหมดไฟ และทำให้อัตราการลาออกพุ่งสูงขึ้น</p>
<p>ปัญหาที่แท้จริงจึงอาจไม่ใช่พนักงานเบื่องานที่ทำ แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่มีสิทธิ์ออกแบบวิธีทำงานของตัวเองเลยต่างหาก</p>
<h2>คนเก่งต้องการอำนาจที่เหมาะสมภายใต้กรอบที่ชัดเจน</h2>
<p>พอพูดถึงการให้อำนาจตัดสินใจ (Autonomy) ผู้บริหารหลายคนมักเกิดความกังวลขึ้นมาทันที</p>
<p>ความกลัวที่พบบ่อยคือ กลัวว่าจะควบคุมการทำงานไม่อยู่ กลัวพนักงานตัดสินใจผิดพลาดจนเกิดความเสียหาย กลัวว่าจะมีการใช้งบประมาณเกินความจำเป็น หรือแม้แต่กังวลว่าแต่ละทีมจะทำงานสะเปะสะปะไปคนละทิศคนละทางจนภาพรวมของธุรกิจเสียขบวน</p>
<p>แต่ความเข้าใจที่ถูกต้องคือ การให้อิสระไม่ได้แปลว่าการปล่อยปละละเลยให้ใครทำอะไรก็ได้ตามใจชอบโดยไม่มีขอบเขต หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือการตีเส้นกรอบการทำงานให้ชัดเจนตั้งแต่แรก ทั้งการทำความเข้าใจร่วมกันว่าเป้าหมายหลักของงานคืออะไร ผลลัพธ์สุดท้ายที่องค์กรอยากเห็นมีหน้าตาเป็นแบบไหน รวมถึงการตกลงข้อจำกัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกรอบเวลา งบประมาณที่มีให้ หรือเงื่อนไขทางกฎหมายที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ</p>
<p>นอกจากเป้าหมายและข้อจำกัดแล้ว สิ่งที่ต้องตกลงกันให้เคลียร์คือกติกาในการตัดสินใจ องค์กรต้องระบุให้ชัดเจนว่าเรื่องระดับไหนที่พนักงานสามารถเคาะและลงมือทำได้เองทันที เรื่องไหนที่สามารถทำได้แต่ต้องเดินมาขอคำปรึกษาก่อน และเรื่องสำคัญระดับไหนที่ต้องรอไฟเขียวจากหัวหน้างานเท่านั้น ความชัดเจนตรงนี้จะช่วยลดความสับสนและทำให้ทุกคนรู้ขอบเขตอำนาจของตัวเอง</p>
<p>เมื่อกรอบกติกาทุกอย่างขีดไว้อย่างชัดเจน พนักงานจะสามารถเลือกเส้นทางและวิธีการทำงานภายในพื้นที่นั้นได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องมานั่งรอขออนุมัติในทุกย่างก้าวให้เสียเวลาและเสียความรู้สึก</p>
<p>ขณะเดียวกัน การได้รับอิสระเช่นนี้ก็หมายความว่า พวกเขาต้องพร้อมรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ปลายทางที่ตกลงกันไว้ นี่จึงจะเป็นการมอบอำนาจที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอย่างแท้จริง</p>
<h2>จาก จากคนรอรับคำสั่ง สู่การเป็นเจ้าของโปรเจกต์ (Project Ownership)</h2>
<p>เหตุผลคลาสสิกที่ทำให้พนักงานไม่รู้สึกอินกับงาน คือการที่องค์กรซอยงานออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเกินไป</p>
<p>คนหนึ่งทำสไลด์ อีกคนหาข้อมูล คนที่สามคุยกับลูกค้า คนที่สี่คอยเซ็นอนุมัติ สุดท้ายทุกคนรู้แค่ว่าตัวเองต้องทำหน้าที่อะไร แต่ไม่มีใครเห็นเลยว่าภาพรวมของงานกำลังสร้างผลกระทบ (Impact) อะไรให้กับธุรกิจ</p>
<p>พวกเขาเห็นแค่ชิ้นงาน แต่ไม่เห็นคุณค่า</p>
<p>บทวิเคราะห์จาก <a href="https://hrexecutive.com/how-to-build-an-ownership-culture-that-keeps-top-talent/" target="_blank" rel="noopener">HR Executive</a> แนะนำว่า การจัดทีมขนาดเล็กแล้วมอบหมายให้ดูแลโครงการตั้งแต่ต้นจนจบ จะช่วยให้พนักงานรู้สึกผูกพันกับผลลัพธ์มากกว่าการทำงานแบบแยกส่วนแบบเดิม</p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220928-sense-of-ownership/">การเป็นเจ้าของโปรเจกต์ (Project Ownership)</a> หมายถึงการให้ทีมรับผิดชอบตั้งแต่ขั้นตอนทำความเข้าใจโจทย์ ออกแบบแนวทาง วางแผน ประสานงาน ตัดสินใจใช้งบ ทดลองแก้ปัญหา ไปจนถึงส่งมอบผลงานและสรุปบทเรียน</p>
<p>เมื่อคนทำงานมองเห็นวงจรทั้งหมด เขาจะเข้าใจทันทีว่าการตัดสินใจของเขาส่งผลต่อคุณภาพงาน ความพึงพอใจของลูกค้า ต้นทุน หรือรายได้ของบริษัทอย่างไร ความรู้สึกเป็นเจ้าของจึงไม่ได้เกิดจากการที่หัวหน้าเดินมาบอกว่า <em>&#8220;งานนี้ของน้องนะ&#8221;</em> แต่เกิดจากการที่เขามีสิทธิ์เลือกเส้นทางและรับรู้ผลกระทบด้วยตัวเอง</p>
<h2>Engagement ตก อาจมาจากโครงสร้างงาน ไม่ใช่สวัสดิการ</h2>
<p>เวลาที่คะแนนความผูกพันต่อองค์กร (Engagement Score) ลดลง สิ่งแรกที่หลายบริษัทมักจะทำคือการอัดฉีดกิจกรรมหรือสวัสดิการเข้าไป เช่น จัดงานกินเลี้ยง เพิ่มโปรแกรมดูแลสุขภาพ เพิ่มวันลาพักร้อน หรือจัดทริป Team Building</p>
<p>มาตรการเหล่านี้ดีและช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น แต่ถ้าต้นตอของปัญหาคือพนักงานไม่มีอำนาจตัดสินใจในงานของตัวเอง ผลลัพธ์ที่ได้ก็มักจะไม่ยั่งยืน</p>
<p>พนักงานอาจแฮปปี้ในวันที่ได้ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/event-based-wfh-260717/">Work From Home</a> แต่ก็เอือมระอากับระบบขออนุมัติ 5 ลำดับขั้น เขาอาจจะชอบสวัสดิการของบริษัท ถึงกระนั้นก็รู้สึกว่าเสนอไอเดียอะไรไปก็ไม่มีใครฟัง เขาอาจจะพอใจกับเงินเดือน แต่เหนื่อยหน่ายที่ต้องมานั่งแก้สไลด์ตามความชอบส่วนตัวของหัวหน้าในทุกหน้า</p>
<p>ถ้าเป็นเช่นนี้ Engagement ที่แท้จริงย่อมไม่เกิดขึ้น</p>
<p><strong>HR จึงควรประเมินเรื่อง Engagement ผ่านมุมมองของการออกแบบงาน (Job Design) ด้วย </strong>ลองตั้งคำถามว่า งานนี้เปิดพื้นที่ให้คนคิดไหม ? มีสิทธิ์เลือกเครื่องมือเองหรือเปล่า ? พวกเขาเห็นผลลัพธ์ปลายทางของงานไหม ? และได้รับความไว้วางใจให้ทำเรื่องนั้นจริงๆ ใช่หรือไม่ ?</p>
<h2>ทำไม Manager เป็นตัวแปรสำคัญที่สุด</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50995" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/Talent-Flexibility-Ownership-HREX-2.webp" alt="ownership-culture-employee-autonomy-hrex" width="600" height="370" title="Flexibility อย่างเดียวไม่พอ: สร้าง Ownership Culture อย่างไร ให้พนักงานคนเก่งรู้สึกเป็น &quot;เจ้าของงาน&quot; อย่างแท้จริง ? 44" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/Talent-Flexibility-Ownership-HREX-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/Talent-Flexibility-Ownership-HREX-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><br />
บริษัทอาจมีนโยบายให้อำนาจพนักงานอย่างสวยหรู แต่พนักงานจะได้รับประสบการณ์แบบนั้นจริงหรือไม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของหัวหน้างานโดยตรง</p>
<p>หัวหน้าบางคนเก่งเรื่องการกำหนดเป้าหมายแล้วถอยออกมาให้ลูกทีมหาวิธีลุยกันเอง แต่หัวหน้าบางคนปากบอกว่าให้อิสระ แต่ในทางปฏิบัติกลับ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220909-micromanagement/">Micromanage</a> และตัดสินใจแทนลูกทีมทุกเรื่อง</p>
<p>ทั้งนี้ หัวหน้าส่วนใหญ่อาจไม่ได้จ้องจะจับผิดเพราะอยากกลั่นแกล้งลูกน้อง หลายคนทำไปเพราะกลัวยอดไม่เข้าเป้า ไม่ไว้ใจทักษะของทีม เคยเติบโตมากับระบบที่ต้องรู้ทุกรายละเอียด หรือบางคนแค่ไม่มีข้อมูลอยู่ในมือเลยใช้วิธีตามจี้ถามบ่อยๆ เพื่อลดความกังวลของตัวเอง</p>
<p>การสร้างวัฒนธรรมการเป็นเจ้าของงาน จึงไม่ควรเริ่มจากการเดินไปบอกพนักงานให้ &#8220;กล้าๆ ตัดสินใจหน่อย&#8221; แต่ต้องเริ่มจากการฝึกอบรมและพัฒนาหัวหน้างานให้ทำ 4 เรื่องนี้ให้เป็น</p>
<ul>
<li>กำหนดผลลัพธ์ปลายทางให้ชัดเจน</li>
<li>มอบสิทธิ์ในการตัดสินใจให้เหมาะสม</li>
<li>โค้ชชิ่งและชี้แนะ โดยไม่แย่งงานกลับมาทำเอง</li>
<li>ประเมินผลงานที่ผลลัพธ์ มากกว่าการดูว่าวิธีทำงานเหมือนกับที่ตัวเองคิดไว้หรือไม่</li>
</ul>
<h2>สิทธิ์การตัดสินใจต้องชัดเจน (Decision Rights)</h2>
<p>หลายบริษัทชอบใช้คำว่า Empower หรือมอบอำนาจให้พนักงาน แต่ดันไม่เคยตกลงกันว่า Empower เรื่องอะไรบ้าง พนักงานจึงอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่แน่ใจว่าสรุปแล้วตัวเองเคาะเรื่องไหนได้บ้าง</p>
<p>เมื่อขอบเขตคลุมเครือ สัญชาตญาณของมนุษย์จะเลือกทางที่ปลอดภัยที่สุด นั่นคือการกลับไปถามหัวหน้าทุกครั้ง</p>
<p>HR และผู้นำองค์กรจึงต้องช่วยกันตีกรอบอำนาจการตัดสินใจให้เป็นรูปธรรม ตัวอย่างที่นำไปใช้ได้ง่ายคือหลักการ 4 ข้อนี้:</p>
<ul>
<li><strong>Decide:</strong> เรื่องที่พนักงานเคาะเองได้เลย</li>
<li><strong>Consult:</strong> เรื่องที่ต้องมาขอคำปรึกษาก่อนตัดสินใจ</li>
<li><strong>Approve:</strong> เรื่องที่ต้องรอหัวหน้าเซ็นอนุมัติเท่านั้น</li>
<li><strong>Inform:</strong> เรื่องที่ทำได้เลย แค่ต้องแจ้งให้คนอื่นรับทราบไว้ด้วย</li>
</ul>
<p>กรอบกติกาแบบนี้จะช่วยสกัดกั้นพฤติกรรม Micromanagement และปิดความเสี่ยงจากการปล่อยให้อิสระแบบไม่มีทิศทางไปพร้อม ๆ กัน</p>
<h2>อยากได้ความเป็นเจ้าของงาน ต้องเลิกประเมินผลจากการทำตามคำสั่ง</h2>
<p>องค์กรไม่อาจเรียกร้องให้พนักงานลุกขึ้นมาทำตัวเป็นเจ้าของงานได้เลย หากเมื่อถึงรอบการประเมินผลประจำปีแล้วกลับยังคงให้คะแนนจากความสม่ำเสมอในการก้มหน้าทำตามคำสั่ง ความขัดแย้งระหว่างสิ่งที่องค์กรคาดหวังกับเกณฑ์การวัดผลที่ใช้จริงนี้ จะทำให้พนักงานเลือกที่จะอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนทำงานย่อมเลือกทำในสิ่งที่ส่งผลบวกต่อการประเมินผลของตัวเองมากกว่าการกล้าคิดกล้าทำสิ่งใหม่</p>
<p>ระบบประเมินผลที่จะเข้ามาสนับสนุนเรื่องนี้ได้ จำเป็นต้องเปลี่ยนมาตรวัดจากการดู &#8220;กิจกรรม&#8221; ไปสู่การวัดที่ &#8220;ผลลัพธ์&#8221; อย่างแท้จริง แทนที่จะคอยนับว่าพนักงานคนนี้นัดประชุมบ่อยแค่ไหน ควรเปลี่ยนมาดูว่าปัญหาที่ค้างคาถูกแก้ไปได้หรือยัง แทนที่จะชื่นชมรายงานที่เขียนมายาวเหยียดหลายสิบหน้า ควรดูว่าข้อมูลเหล่านั้นช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้ดีขึ้นหรือไม่</p>
<p>หรือแทนที่จะคอยจับผิดว่าออนไลน์ตอบแชตไวแค่ไหน ก็ให้ไปวัดกันที่ตัวเนื้องานเลยว่าเสร็จตรงตามเวลาและได้คุณภาพตามที่ตกลงกันไว้หรือเปล่า</p>
<p>การนำเครื่องมือบริหารเป้าหมายยอดฮิตอย่าง OKR เข้ามาใช้ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ อย่างไรก็ตาม เครื่องมือเหล่านี้ก็มีจุดตายหากนำไปใช้ผิดวิธี หากเป้าหมายทั้งหมดถูกสั่งการลงมาจากผู้บริหารระดับบนเพียงทิศทางเดียวโดยที่คนทำงานไม่ได้มีส่วนร่วม หรือแย่กว่านั้นคือผู้บริหารสั่งเปลี่ยนเป้าหมายแทบทุกสัปดาห์ ต่อให้องค์กรจะลงทุนกับระบบที่ดีหรือแพงแค่ไหน เครื่องมือเหล่านั้นก็ไม่มีทางสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของโปรเจกต์ให้เกิดขึ้นในใจพนักงานได้</p>
<p>หัวใจสำคัญของการประเมินผลที่กระตุ้นให้คนอยากรับผิดชอบงาน จึงอยู่ที่การเปิดโอกาสให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการตั้งต้น พวกเขาสามารถตกลงร่วมกับหัวหน้างานตั้งแต่แรกว่า &#8220;ความสำเร็จ&#8221; ของงานชิ้นนี้ควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร</p>
<p>เมื่อคนทำงานได้ร่วมกำหนดเป้าหมายด้วยตัวเอง พวกเขาจะเกิดความผูกพันและพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับงานนั้นอย่างเต็มใจโดยไม่ต้องรอให้ใครมาคอยสั่งการ</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/sense-of-ownership-for-leadership-250611/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-11T190342.373.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Public Training – Sense of Ownership for Leadership Effectiveness" width="600" height="370" title="Flexibility อย่างเดียวไม่พอ: สร้าง Ownership Culture อย่างไร ให้พนักงานคนเก่งรู้สึกเป็น &quot;เจ้าของงาน&quot; อย่างแท้จริง ? 45"></a></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/sense-of-ownership-for-leadership-250611/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Public Training – Sense of Ownership for Leadership Effectiveness</a></strong></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>HR จะสร้าง Ownership Culture ได้อย่างไร</h2>
<h3>1. แยก ความยืดหยุ่น ออกจาก อำนาจตัดสินใจ</h3>
<p>HR ต้องเริ่มจากการสำรวจให้ชัดเจนว่า ปัจจุบันองค์กรมีความยืดหยุ่นแค่เรื่องเวลาและสถานที่ทำงาน หรือได้มอบอำนาจการตัดสินใจในเนื้องานให้พนักงานด้วย</p>
<p>เราไม่ควรด่วนสรุปไปเองว่าคนทำงานมีอิสระแล้วเพียงเพราะบริษัทมีนโยบายให้สลับวันเข้าออฟฟิศได้ เพราะการทำงานที่บ้านไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะตัดสินใจเรื่องงานด้วยตัวเองเสมอไป</p>
<h3>2. วิเคราะห์การออกแบบงาน (Job Design Audit)</h3>
<p>ขั้นต่อมาคือการเจาะลึกวิเคราะห์โครงสร้างงานว่า มีกระบวนการไหนที่ถูกซอยย่อยมากเกินความจำเป็น มีขั้นตอนการขออนุมัติที่ซับซ้อนหลายชั้น หรือมีงานไหนบ้างที่พนักงานต้องแบกรับความรับผิดชอบเต็มตัวแต่กลับไม่มีสามารถเคาะอะไรเลย จุดที่ความรับผิดชอบสวนทางกับอำนาจในมือนี้เองที่เป็นระเบิดเวลา คอยสร้างความอึดอัดและบีบให้คนทำงานหมดไฟลงอย่างรวดเร็ว</p>
<h3>3. ออกแบบให้พนักงานเป็นเจ้าของโปรเจกต์</h3>
<p>ลองปรับวิธีทำงานด้วยการตั้งทีมขนาดเล็กขึ้นมา แล้วมอบหมายให้ดูแลโปรเจกต์ใดโปรเจกต์หนึ่งตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปจนถึงตอนส่งมอบงาน โดยต้องตกลงเป้าหมาย งบประมาณ และขอบเขตอำนาจการตัดสินใจให้ชัดเจนตั้งแต่แรก</p>
<p>ขณะเดียวกันก็ควรมีผู้บริหารคอยทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนหลัก ช่วยทลายอุปสรรคต่าง ๆ ระหว่างทาง มากกว่าจะลงมาจับผิดหรือควบคุมทุกฝีก้าว</p>
<h3>4. พัฒนาหัวหน้างานจากคนควบคุม เป็นผู้สนับสนุน</h3>
<p>การพัฒนาหัวหน้างานก็สำคัญไม่แพ้กัน บริษัทควรจัดอบรมเพื่อเปลี่ยนบทบาทหัวหน้าจากคนที่คอยตามคุมงานให้กลายมาเป็นผู้สนับสนุนทีม เนื้อหาควรครอบคลุมตั้งแต่ทักษะการมอบหมายงาน การโค้ชชิ่ง การตั้งเป้าหมายที่ผลลัพธ์ การให้ฟีดแบ็ก ไปจนถึงการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการทำงาน</p>
<p>สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้หัวหน้ารู้วิธีบริหารความเสี่ยงได้โดยไม่ต้องกลับไปใช้วิธีตามจิกพนักงานแบบเดิม</p>
<h3>5. เปิดเผยข้อมูลภาพใหญ่ของธุรกิจให้มากขึ้น</h3>
<p>พนักงานจะตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้เฉียบขาดก็ต่อเมื่อพวกเขามีข้อมูลอยู่ในมือ องค์กรจึงควรแชร์ข้อมูลภาพใหญ่อย่างเรื่องต้นทุน รายได้ ข้อมูลลูกค้า ความเสี่ยง หรือทิศทางความสำคัญของธุรกิจให้ทีมรับรู้ตามความเหมาะสม</p>
<p>เพราะเราไม่อาจคาดหวังให้คนทำงานคิดและทำเหมือนเจ้าของกิจการได้เลย หากบริษัทยังคงปิดบังข้อมูลสำคัญที่เจ้าของใช้ในการตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา</p>
<h3>6. ชื่นชมคนที่กล้าตัดสินใจ แม้ผลลัพธ์อาจผิดพลาด</h3>
<p>การรับผิดชอบงานด้วยตัวเองย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยง และบางโครงการอาจไม่สำเร็จตามแผนที่วางไว้ หากบริษัทเลือกที่จะลงโทษอย่างหนักกับทุกความผิดพลาด พนักงานจะเข็ดขยาดและกลับไปเลือกทางที่ปลอดภัยที่สุดนั่นคือการรอรับคำสั่ง</p>
<p>องค์กรจึงต้องแยกให้ออกระหว่างความผิดพลาดที่เกิดจากความสะเพร่า กับการทดลองทำสิ่งใหม่ที่มีเหตุผลรองรับ พร้อมทั้งชื่นชมคนที่กล้าตัดสินใจเพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้</p>
<h3>7. เพิ่มคำถามเรื่องอำนาจตัดสินใจในแบบสำรวจพนักงาน</h3>
<p>ในการทำแบบสำรวจความผูกพันของพนักงานครั้งต่อไป นอกเหนือจากคำถามเรื่องความพึงพอใจทั่วไปแล้ว HR ควรเพิ่มคำถามที่เจาะลึกถึงเรื่องอำนาจการตัดสินใจเข้าไปด้วย ลองถามให้ชัดเจนว่าพนักงานมีอำนาจตัดสินใจในงานของตัวเองเพียงพอหรือไม่ รู้หรือเปล่าว่างานที่ทำไปเชื่อมโยงกับเป้าหมายบริษัทอย่างไร หัวหน้าไว้ใจให้ทำงานแค่ไหน มีข้อมูลและเครื่องมือพอให้ทำงานได้ดีหรือไม่ รวมถึงพวกเขารู้สึกเป็นเจ้าของผลลัพธ์ในงานที่ทำอยู่จริง ๆ หรือไม่</p>
<h2>บาลานซ์ความอิสระกับความเสี่ยง: ออกแบบการให้อำนาจตามระดับทักษะ</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50996" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/Talent-Flexibility-Ownership-HREX-3.webp" alt="ownership-culture-employee-autonomy-hrex" width="600" height="370" title="Flexibility อย่างเดียวไม่พอ: สร้าง Ownership Culture อย่างไร ให้พนักงานคนเก่งรู้สึกเป็น &quot;เจ้าของงาน&quot; อย่างแท้จริง ? 46" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/Talent-Flexibility-Ownership-HREX-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/Talent-Flexibility-Ownership-HREX-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><br />
อีกเรื่องที่ HR ต้องระวังให้ดีคือ การมอบอำนาจตัดสินใจหรือความเป็นเจ้าของงานนั้น ไม่ใช่นโยบายแบบเสื้อโหลที่จะจับทุกคนมาใส่ให้เท่ากันหมดได้ เพราะพนักงานที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ย่อมต้องการคำแนะนำและฟีดแบ็กอย่างใกล้ชิดเพื่อความอุ่นใจ ขณะที่ทีมงานเก๋าประสบการณ์สามารถรับผิดชอบและเคาะเรื่องต่าง ๆ ด้วยตัวเองได้มากกว่า</p>
<p>นอกจากนี้ยังต้องมองไปถึงสไตล์การทำงานด้วย เพราะพนักงานบางคนอาจชอบการทำงานตามคำสั่งที่ชัดเจนเป๊ะ ๆ มากกว่าการได้รับอิสระให้ไปคิดเองทำเอง</p>
<p>ลักษณะของเนื้องานก็เป็นอีกตัวแปรที่ต้องนำมาคิด งานบางประเภทมีความเสี่ยงสูงมาก เช่น งานด้านกฎหมาย ความปลอดภัย การเงินบัญชี หรือการดูแลข้อมูลส่วนบุคคล งานกลุ่มนี้ไม่อาจปล่อยอิสระได้ 100% จำเป็นต้องมีเกราะป้องกันและขั้นตอนการตรวจสอบที่เข้มงวดกว่าปกติ การมอบอำนาจให้ใครสักคนจึงต้องนำปัจจัยเรื่องระดับทักษะ ความซับซ้อนของงาน ความเสี่ยง ประสบการณ์ และความพร้อมของแต่ละบุคคลหรือแต่ละทีมมาประเมินร่วมด้วยเสมอ</p>
<p>จุดหมายปลายทางของการให้อำนาจตัดสินใจ จึงไม่ใช่การพยายามปล่อยให้ทุกคนมีอิสระมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เป็นการมอบอำนาจในระดับที่พอเหมาะพอดี เพื่อให้คนทำงานสามารถตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้พร้อมกับเติบโตขึ้นจากความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย</p>
<h2>บทเรียน Flexibility ในบริบทของ HR ไทย</h2>
<p>ในบริบทการทำงานขององค์กรไทย การสร้างวัฒนธรรมความเป็นเจ้าของงานอาจมีความซับซ้อนและท้าทายกว่าปกติ</p>
<p>เนื่องจากเราคุ้นเคยกับวัฒนธรรมลำดับขั้น พนักงานจำนวนมากถูกหล่อหลอมมาให้รอรับคำสั่งจากเบื้องบน ขณะที่หัวหน้าหลายคนก็มีความเชื่อลึก ๆ ว่าถ้าไม่ลงไปล้วงลูกตรวจงานทุกรายละเอียดจะแปลว่าบกพร่องต่อหน้าที่ การตัดสินใจแทบทุกเรื่องจึงมักถูกโยนขึ้นไปให้คนตำแหน่งสูงกว่าเป็นคนเคาะ แม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเพียงรายละเอียดเล็กน้อยก็ตาม</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นมา คนที่กล้าคิดกล้าทำมักจะโดนตำหนิแรงกว่าคนที่นั่งอยู่เฉย ๆ แล้วไม่ตัดสินใจอะไรเลย สภาพแวดล้อมการทำงานแบบนี้เป็นการสอนให้คนทำงานเรียนรู้โดยอัตโนมัติว่า ทางรอดที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับชีวิตการทำงานคือการทำตามคำสั่ง และอย่าเสนอหน้าคิดอะไรเองให้มากเกินไป</p>
<p>การสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของงานในองค์กรไทยจึงต้องออกแรงมากกว่าแค่การป่าวประกาศคำว่ามอบอำนาจ (Empowerment) HR และผู้บริหารต้องรื้อพฤติกรรมของหัวหน้างานใหม่ กำหนดสิทธิ์ในการตัดสินใจให้ชัดเจน ปรับระบบประเมินผล และเปลี่ยนวิธีรับมือกับความผิดพลาด หากอยากให้พนักงานลุกขึ้นมาคิดและทำตัวเหมือนเจ้าของกิจการ องค์กรก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นก่อนว่า พร้อมจะยืนหยัดสนับสนุนคนที่กล้าตัดสินใจอย่างมีเหตุผล แม้ว่าในบางครั้งผลลัพธ์ที่ออกมาอาจไม่ได้สมบูรณ์แบบก็ตาม</p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>การอนุญาตให้ทำงานแบบยืดหยุ่นช่วยให้พนักงานบริหารจัดการชีวิตส่วนตัวได้ดีขึ้น ทว่าการมอบความเป็นเจ้าของงานจะช่วยให้พวกเขาควบคุมงานและมองเห็นคุณค่าในตัวเองได้อย่างแท้จริง สองเรื่องนี้มีความสำคัญควบคู่กันไป แต่มันคือคนละเรื่องอย่างสิ้นเชิง บริษัทอาจให้อิสระพนักงานหอบงานไปทำที่ร้านกาแฟหรือที่ไหนก็ได้ตามใจชอบ แต่ถ้าหัวหน้ายังคอยตามตรวจทุกข้อความและตัดสินใจแทนในทุกจังหวะ ท้ายที่สุดพนักงานก็จะรู้สึกเป็นแค่คนคอยรับคำสั่งอยู่ดี</p>
<p>การรักษาคนเก่งสำหรับฝ่ายบุคคลจึงไม่ควรหยุดอยู่แค่เรื่องสวัสดิการที่ดึงดูดใจ หรือการมีนโยบายให้สลับวันเข้าออฟฟิศ ทว่าต้องถอยกลับมามองโครงสร้างเนื้องานอย่างละเอียด ต้องประเมินให้แน่ชัดว่าพนักงานมีอำนาจสมดุลกับความรับผิดชอบที่แบกรับไว้หรือไม่ พวกเขาเห็นผลกระทบจากสิ่งที่ทำหรือเปล่า ได้เป็นเจ้าของโปรเจกต์จริงไหม มีข้อมูลและเครื่องมือพร้อมแค่ไหน ไปจนถึงหัวหน้างานพร้อมที่จะปล่อยมือและไว้ใจทีมมากเพียงใด</p>
<p>บางครั้งอาการหมดไฟหรือระดับความผูกพันต่อองค์กรที่ลดลง อาจไม่ได้แปลว่าคนทำงานอยากได้เงินเพิ่มหรืออยากเรียกร้องสวัสดิการใหม่เสมอไป สิ่งที่คนเก่งต้องการมากที่สุดอาจเป็นแค่พื้นที่ให้พวกเขาได้คิด ได้ตัดสินใจ ได้สร้างสรรค์ผลลัพธ์ และเกิดความภาคภูมิใจที่ได้บอกใครต่อใครว่าผลงานชิ้นนี้มีลายเซ็นของพวกเขาอยู่จริง</p>
<p>ในเมื่อสิ่งที่คนเก่งต้องการมากที่สุด อาจเป็นแค่พื้นที่ให้พวกเขาได้คิด ตัดสินใจ และสร้างสรรค์ผลลัพธ์ด้วยตัวเอง <a href="https://bit.ly/4yCqHiP" target="_blank" rel="noopener">หากองค์กรกำลังมองหาวิธีรื้อโครงสร้างการทำงาน ปรับบทบาทหัวหน้างาน หรือเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรเพื่อสร้าง Ownership Culture อย่างแท้จริง สามารถค้นหาผู้เชี่ยวชาญและ </a><a href="https://bit.ly/4yCqHiP" target="_blank" rel="noopener"><strong>ที่ปรึกษาเพื่อช่วยพัฒนาองค์กร (HR Consulting)</strong></a><a href="https://bit.ly/4yCqHiP" target="_blank" rel="noopener"> ที่ตอบโจทย์ผ่าน HREX ได้เลยที่นี่</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://hrexecutive.com/how-to-build-an-ownership-culture-that-keeps-top-talent/" target="_blank" rel="noopener">HR Executive</a></li>
<li><a href="https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11200516/" target="_blank" rel="noopener">National Library of Medicine</a></li>
<li><a href="https://www.annualreviews.org/content/journals/10.1146/annurev-orgpsych-032516-113108" target="_blank" rel="noopener">Annual Review of Organizational Psychology</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/ownership-culture-employee-autonomy-260817/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Payroll ไม่ควรจบที่ Payslip: ข้อมูลเงินเดือน (Payroll Information) ช่วยตัดสินใจเรื่องคนอย่างไร ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/payroll-information-workforce-planning-260817/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/payroll-information-workforce-planning-260817/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2026 07:36:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Payroll]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50988</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT งาน Payroll กำลังเปลี่ยนผ่านจากแค่งานแอดมินที่เน้นจ่ายเงินให้เป๊ะ ไปเป็นแหล่งข้อมูลเชิงกลยุทธ์ที่ทั้ง HR และ Finance ขาดไม่ได้ ข้อมูล Payroll ช่วยให้บริษัทเห็นต้นทุนกำลังคนที่แท้จริง แยกย่อยได้ตามประเทศ หน่วยธุรกิจ โครงการ หรือแม้แต่ประเภทพนักงาน การพึ่งพาระบบเดิม ๆ หรือคนทำเงินเดือนเพียงไม่กี่คน มีความเสี่ยงมหาศาล ทั้งในแง่ความต่อเนื่องของธุรกิจและการตรวจสอบ การจ่ายเงินเดือนถูกต้อง ไม่ใช่แค่ KPI ของแผนก แต่กลายเป็นความไว้วางใจที่พนักงานมีต่อองค์กร และเป็นรากฐานสำคัญเวลาที่ธุรกิจต้องการขยายตัว หลายองค์กรยังติดภาพจำว่า งานทำเงินเดือน งาน Payroll คืองานหลังบ้าน สิ่งที่ HR ต้องทำมีแค่การคำนวณเงินเดือน หักภาษี จ่ายเงินให้ตรงเวลา แล้วออกสลิปให้จบ ๆ ไป แล้วทำซ้ำแบบนี้ทุก ๆ เดือน ขอแค่เงินเข้าตรงและครบก็จบ (แต่ลองโอนผิด หักผิด หรือโอนช้า&#8230; เรื่องนี้จะกลายเป็นวาระแห่งชาติที่ทำลายความเชื่อมั่นของพนักงานทันที !) แต่ในโลกการทำงานยุคใหม่ที่องค์กรมีความซับซ้อนขึ้น มีพนักงานหลายเจนเนอเรชั่น หลายรูปแบบการจ้างงาน และบางแห่งขยายสาขาไปต่างประเทศ งานทำเงินเดือน ทำ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>งาน Payroll กำลังเปลี่ยนผ่านจากแค่งานแอดมินที่เน้นจ่ายเงินให้เป๊ะ ไปเป็นแหล่งข้อมูลเชิงกลยุทธ์ที่ทั้ง HR และ Finance ขาดไม่ได้</li>
<li>ข้อมูล Payroll ช่วยให้บริษัทเห็นต้นทุนกำลังคนที่แท้จริง แยกย่อยได้ตามประเทศ หน่วยธุรกิจ โครงการ หรือแม้แต่ประเภทพนักงาน</li>
<li>การพึ่งพาระบบเดิม ๆ หรือคนทำเงินเดือนเพียงไม่กี่คน มีความเสี่ยงมหาศาล ทั้งในแง่ความต่อเนื่องของธุรกิจและการตรวจสอบ</li>
<li>การจ่ายเงินเดือนถูกต้อง ไม่ใช่แค่ KPI ของแผนก แต่กลายเป็นความไว้วางใจที่พนักงานมีต่อองค์กร และเป็นรากฐานสำคัญเวลาที่ธุรกิจต้องการขยายตัว</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50986" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/Payroll-Information-HREX-Cover.webp" alt="Payroll ไม่ควรจบที่ Payslip: ข้อมูลเงินเดือน (Payroll Information) ช่วยตัดสินใจเรื่องคนอย่างไร ?" width="600" height="370" title="Payroll ไม่ควรจบที่ Payslip: ข้อมูลเงินเดือน (Payroll Information) ช่วยตัดสินใจเรื่องคนอย่างไร ? 51" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/Payroll-Information-HREX-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/Payroll-Information-HREX-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><br />
หลายองค์กรยังติดภาพจำว่า งานทำเงินเดือน งาน Payroll คืองานหลังบ้าน สิ่งที่ HR ต้องทำมีแค่การคำนวณเงินเดือน หักภาษี จ่ายเงินให้ตรงเวลา แล้วออกสลิปให้จบ ๆ ไป แล้วทำซ้ำแบบนี้ทุก ๆ เดือน ขอแค่เงินเข้าตรงและครบก็จบ (แต่ลองโอนผิด หักผิด หรือโอนช้า&#8230; เรื่องนี้จะกลายเป็นวาระแห่งชาติที่ทำลายความเชื่อมั่นของพนักงานทันที !)</p>
<p>แต่ในโลกการทำงานยุคใหม่ที่องค์กรมีความซับซ้อนขึ้น มีพนักงานหลายเจนเนอเรชั่น หลายรูปแบบการจ้างงาน และบางแห่งขยายสาขาไปต่างประเทศ งานทำเงินเดือน ทำ Payroll จึงไม่ควรจบหน้าที่แค่การออกสลิปเงินเดือนอีกต่อไป เพราะแท้จริงแล้ว ข้อมูลเงินเดือนคือกระจกสะท้อนต้นทุนคนที่แม่นยำที่สุดขององค์กร</p>
<p>ทำไมประเด็นนี้จึงสำคัญต่อ HR หาคำตอบได้ในบทความนี้</p>

<h2>Payroll Information สำคัญอย่างไร ?</h2>
<p>ข้อมูลเงินเดือนมีความสำคัญมากกว่าที่หลายองค์กรคิด เพราะตัวเลขที่เห็นในเงินเดือนไม่ได้บอกแค่ฐานเงินเดือนเพียงอย่างเดียว หากเจาะลึกลงไปจะพบว่ามันครอบคลุมรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย</p>
<p>ทั้งค่าล่วงเวลา โบนัส เงินจูงใจ เบี้ยเลี้ยง ค่าคอมมิชชัน สวัสดิการที่เป็นเงิน การหักภาษี ประกันสังคม เงินสมทบกองทุน รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ผูกกับแต่ละโปรเจกต์</p>
<p>และรายการทั้งหมดนี้รวมกันเป็นต้นทุนแรงงานที่แท้จริงของบริษัท</p>
<p>เมื่อนำข้อมูลก้อนนี้ไปเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ อย่าง HRIS ระบบลงเวลาทำงาน การเงินบัญชี หรือเครื่องมือวิเคราะห์กำลังคน ภาพรวมที่ได้จะช่วยไขข้อข้องใจทางธุรกิจได้ลึกซึ้งขึ้น ผู้บริหารจะมองเห็นจุดสังเกตสำคัญ เช่น หน่วยธุรกิจไหนเบิกค่าล่วงเวลาสูงผิดปกติ โครงการไหนใช้ต้นทุนคนเกินงบ หรือทีมไหนมีโครงสร้างค่าตอบแทนที่เอียงไปทางใดทางหนึ่ง</p>
<p>นอกจากนี้ยังช่วยตอบคำถามเรื่องการบริหารจัดการได้ตรงจุด ทั้งความคุ้มค่าในการจ้างพนักงานสัญญาจ้างแทนพนักงานประจำ การเลือกประเทศที่เหมาะสมสำหรับการขยายทีม ไปจนถึงการประเมินผลกระทบของงบประมาณรวมเมื่อถึงรอบปรับขึ้นเงินเดือนประจำปี</p>
<p>รายละเอียดเชิงลึกทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ HR และฝ่ายการเงินต้องนำมาใช้วางแผนร่วมกัน ปัญหาคือหลายองค์กรยังคงจัดการข้อมูลแบบกระจัดกระจาย บางแห่งใช้ระบบต่างกันตามประเทศ จ้างผู้ให้บริการคนละเจ้า หรือยังพึ่งพาการดึงข้อมูลมาปะติดปะต่อบนตารางสเปรดชีต การเก็บข้อมูลแยกส่วนแบบนี้ทำให้การหาคำตอบเพื่อนำไปใช้งานแต่ละครั้งล่าช้า และเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาดในการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมาก</p>
<h2>ปัญหาคลาสสิคของการทำ Payroll คือความกระจัดกระจาย</h2>
<p>องค์กรที่มีสาขาข้ามประเทศ น่าจะคุ้นเคยกับปัญหาข้างต้นนี้ดี เพราะแต่ละแห่งมักมีวิธีจัดการต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง</p>
<p>เช่น ประเทศหนึ่งอาจจ้างผู้ให้บริการเจ้าหนึ่ง อีกประเทศไปใช้อีกเจ้า บางที่ใช้ระบบที่พัฒนาขึ้นเอง หรือบางแห่งยังคงใช้โปรแกรม Excel ธรรมดา ซ้ำร้ายบางสาขามีระบบบริหารทรัพยากรบุคคลอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบเงินเดือน และบางครั้งฝ่ายการเงินต้องเอาตารางข้อมูลมาตรวจเช็กตัวเลขด้วยมือซ้ำอีกรอบ</p>
<p>การทำงานแบบแยกส่วนเช่นนี้อาจทำให้แต่ละสาขาสามารถคำนวณและจ่ายเงินให้พนักงานของตัวเองได้ถูกต้องตามปกติ อย่างไรก็ตาม จุดบอดจะโผล่มาให้เห็นเมื่อผู้บริหารระดับสูงต้องการดูข้อมูลภาพรวม</p>
<p>หาก CFO ต้องการประเมินต้นทุนแรงงานทั้งหมดของภูมิภาค ขั้นตอนจะเริ่มวุ่นวาย เพราะต้องรอให้ทีมงานแต่ละประเทศดึงข้อมูล ส่งไฟล์ไปมา นำตัวเลขมารวมกัน นั่งแปลงสกุลเงิน และคอยตรวจทานความถูกต้องด้วยสายตามนุษย์</p>
<p>ทางฝั่ง HR เองก็เจอปัญหาหนักไม่ต่างกัน หากต้องการเจาะลึกว่าต้นทุนกำลังคนที่พุ่งสูงขึ้นนั้นมาจากจำนวนคนที่เพิ่มขึ้น ค่าล่วงเวลา เบี้ยเลี้ยง หรือค่าใช้จ่ายด้านข้อบังคับทางกฎหมาย การหาคำตอบแต่ละครั้งต้องใช้เวลาจัดการข้อมูลนานมาก ความกระจัดกระจายของระบบจึงกลายเป็นความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้การทำงานล่าช้าไปหมด และบีบให้องค์กรต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญทางธุรกิจด้วยข้อมูลที่ช้ากว่าสถานการณ์จริงไปหลายก้าว</p>
<h2>Payroll Accuracy คือหัวใจสำคัญของความเชื่อใจของพนักงาน</h2>
<p>สำหรับพนักงานทั่วไป การทำเงินเดือนคือบททดสอบความไว้วางใจที่มีต่อองค์กรในทุก ๆ เดือน</p>
<p>คนทำงานส่วนใหญ่อาจไม่ได้สนใจว่าระบบ HR จะล้ำหน้าแค่ไหน หรือขั้นตอนทางการเงินเบื้องหลังจะซับซ้อนปวดหัวเพียงใด สิ่งที่พวกเขารับรู้และสัมผัสได้โดยตรงคือ เงินเดือนเข้าตรงเวลาหรือไม่ ยอดสุทธิถูกต้องตามที่ตกลงกันไว้ไหม ค่าล่วงเวลาถูกคิดคำนวณครบถ้วนหรือเปล่า การหักภาษีเป็นไปตามเกณฑ์หรือไม่ ไปจนถึงยอดโบนัสและค่าคอมมิชชั่นต่าง ๆ ขาดหายไปไหม</p>
<p>หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นสักครั้ง พนักงานมักจะยังพอเข้าใจและให้อภัยได้ แต่หากความผิดพลาดลักษณะเดิมเกิดขึ้นซ้ำซาก หรือใช้เวลาแก้ไขเนิ่นนาน ความเชื่อมั่นที่มีต่อบริษัทจะลดฮวบลงทันที</p>
<p>สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะเงินเดือนผูกพันกับชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงานอย่างแยกไม่ออก ตัวเลขที่คลาดเคลื่อนหรือล่าช้าหมายถึงผลกระทบต่อการจ่ายค่าเช่าบ้าน ค่างวดรถ การดูแลครอบครัว การจัดการหนี้บัตรเครดิต ค่าเทอมลูก และรายจ่ายจิปาถะในชีวิตประจำวัน</p>
<p>ความแม่นยำในการทำเงินเดือนจึงมีความสำคัญมากไปกว่าการเป็นแค่ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการทำงานของแผนก ตัวเลขเหล่านี้ส่งผลต่อประสบการณ์ของคนทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ องค์กรที่สามารถจ่ายค่าตอบแทนได้ตรงเป๊ะ โปร่งใสตรวจสอบได้ และพร้อมชี้แจงข้อสงสัยได้รวดเร็ว จะสามารถซื้อใจคนทำงานได้ดีกว่าบริษัทที่ปล่อยให้พนักงานต้องมาคอยทวงถามหรือตามสืบเรื่องเงินของตัวเองทุกสิ้นเดือน</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41585" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-11-19T112915.499.webp" alt="5 สัญญาณเตือนภัย HR จ่ายเงินเดือนผิดพลาด (Payroll Errors) อาจทำบริษัทถึงคราววิกฤติ !" width="600" height="370" title="Payroll ไม่ควรจบที่ Payslip: ข้อมูลเงินเดือน (Payroll Information) ช่วยตัดสินใจเรื่องคนอย่างไร ? 52" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-11-19T112915.499.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-11-19T112915.499-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/payroll-errors-240822/">5 สัญญาณเตือนภัย HR จ่ายเงินเดือนผิดพลาด (Payroll Errors) อาจทำบริษัทถึงคราววิกฤติ !</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Payroll พื้นที่ทำงานร่วมกันของ HR, การเงิน และกฎหมาย</h2>
<p>ระบบเงินเดือนนับเป็นศูนย์รวมข้อมูลสำคัญที่ทั้งฝ่าย HR การเงิน และฝ่ายกฎหมาย ดูแลความถูกต้อง ต้องใช้งานร่วมกัน</p>
<p>ทว่าแต่ละทีมกลับมองตัวเลขชุดเดียวกันนี้ด้วยจุดประสงค์ที่ต่างกันไป HR จะให้ความสำคัญกับข้อมูลพนักงาน ความเป็นธรรมในการจ่ายค่าตอบแทน และประสบการณ์ที่คนทำงานจะได้รับ ฝ่ายการเงินจะมองตัวเลขเหล่านี้เป็นเรื่องของต้นทุน การปิดบัญชี การจัดสรรงบประมาณ และกระแสเงินสด ขณะที่ฝ่ายกฎหมาย ดูแลความถูกต้องย่อมเน้นไปที่การทำตามกฎหมาย ภาษี ประกันสังคม และข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละพื้นที่</p>
<p>ความวุ่นวายมักเกิดขึ้นเมื่อทั้ง 3 ฝ่ายต่างคนต่างทำงานโดยใช้ฐานข้อมูลคนละชุด ความเสี่ยงต่าง ๆ จะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อข้อมูลไม่ประสานเป็นเนื้อเดียว HR อาจเข้าใจว่าอัปเดตประวัติพนักงานเรียบร้อยแล้ว ขณะที่คนทำเงินเดือนยังคงดึงฐานข้อมูลเก่ามาคำนวณ ฝ่ายการเงินอาจเห็นยอดต้นทุนแรงงานก็ต่อเมื่อทำการปิดงบไปแล้ว ทั้งที่ HR ต้องการตัวเลขปัจจุบันทันด่วนเพื่อนำไปวางแผนอัตรากำลังคน</p>
<p>หรือฝ่ายกฎหมายอาจตรวจพบความผิดพลาด เรื่องการหักรายได้ที่ไม่ตรงกับกฎหมายแรงงานท้องถิ่นในภายหลัง</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ ซอฟต์แวร์จัดการเงินเดือนรุ่นใหม่จึงต้องถูกออกแบบมาให้ทำงานได้ครอบคลุมมากกว่าการเป็นแค่เครื่องมือคำนวณรายรับรายจ่ายประจำเดือน ระบบที่ดีจะต้องทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงการทำงานของทั้ง 3 ฝ่ายอย่างไร้รอยต่อ ให้ทุกคนสามารถดำเนินงานบนฐานข้อมูลก้อนเดียวกันได้อย่างราบรื่นและลดข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุด</p>
<h2>ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ในระบบทำเงินเดือนแบบเก่า</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50987" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/Payroll-Information-HREX-Body-1.webp" alt="Payroll ไม่ควรจบที่ Payslip: ข้อมูลเงินเดือน (Payroll Information) ช่วยตัดสินใจเรื่องคนอย่างไร ?" width="600" height="370" title="Payroll ไม่ควรจบที่ Payslip: ข้อมูลเงินเดือน (Payroll Information) ช่วยตัดสินใจเรื่องคนอย่างไร ? 53" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/Payroll-Information-HREX-Body-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/Payroll-Information-HREX-Body-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ระบบทำเงินเดือนแบบเก่าที่ใช้งานกันมานานมักจะดูเหมือนราบรื่นและไม่มีข้อบกพร่อง ตราบใดที่บริษัทยังสามารถจ่ายเงินพนักงานได้ถูกต้องทุกเดือน</p>
<p>แต่รู้หรือไม่ว่า พึ่งพาความรู้ที่ติดตัวพนักงานเพียงไม่กี่คนอาจมาพร้อมความเสี่ยงกว่าที่คิด องค์กรอาจมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่เข้าใจสูตรการคำนวณทั้งหมด ทราบข้อยกเว้นของแต่ละพื้นที่ได้แม่นยำ หรือมีใครสักคนที่รู้ว่าต้องดึงข้อมูลไปปรับแก้ไขอย่างไรก่อนส่งต่อให้ฝ่ายบัญชี</p>
<p>แต่ทันทีที่บุคลากรหลักคนนี้เกิดลาป่วยกะทันหัน ย้ายแผนก หรือลาออกในช่วงเวลาสำคัญของการตัดรอบเงินเดือน บริษัทจะเผชิญกับภาวะชะงักงันในการดำเนินธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น การผูกติดระบบไว้กับความชำนาญเฉพาะบุคคลยังสร้างปัญหาใหญ่เมื่อถึงเวลาตรวจสอบบัญชีประจำปี (Audit) การทำงานที่ทำกันด้วยความเคยชินมักขาดขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน ไม่มีประวัติการแก้ไขข้อมูล ขาดลำดับการอนุมัติ และไม่มีเอกสารอ้างอิงที่สามารถชี้แจงที่มาที่ไปของตัวเลขแต่ละบรรทัดได้</p>
<p>เมื่อข้อบังคับทางกฎหมายเริ่มมีความซับซ้อนขึ้นและต้องการความรวดเร็วในการชี้แจงข้อมูล ระบบจัดการเงินเดือนแบบเก่าจึงก้าวข้ามจากการเป็นแค่ซอฟต์แวร์ที่ล้าสมัย ไปสู่การเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจ สิ่งนี้ถือเป็นภัยเงียบที่องค์กรหลายแห่งมักมองข้าม และส่วนใหญ่มักจะตระหนักถึงความร้ายแรงก็ต่อเมื่อความเสียหายได้ปะทุขึ้นมาแล้ว</p>
<h2>Payroll Information ช่วยตัดสินใจเรื่อง Workforce อย่างไร ?</h2>
<p>เมื่อปรับมุมมองให้ระบบทำเงินเดือนกลายเป็นคลังข้อมูลเชิงกลยุทธ์ HR และการเงินสามารถนำตัวเลขเหล่านี้มาช่วยตัดสินใจเรื่องสำคัญได้ 5 ด้านหลัก ดังนี้</p>
<h3>1. วางแผนต้นทุนแรงงาน (Workforce Cost Planning)</h3>
<p>ข้อมูลเงินเดือนจะกางให้เห็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด ตั้งแต่เงินเดือนพื้นฐาน ค่าล่วงเวลา โบนัส เบี้ยเลี้ยง ไปจนถึงสวัสดิการและเงินสมทบต่าง ๆ การเห็นภาพรวมที่ชัดเจนช่วยให้บริษัทตั้งงบประมาณได้แม่นยำ และประเมินได้ทันทีว่าการรับพนักงานเพิ่มแต่ละตำแหน่งจะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายรวมมากน้อยเพียงใด</p>
<h3>2. จัดสรรกำลังคน (Workforce Allocation)</h3>
<p>สำหรับองค์กรที่มีหลายสาขาหรือหลายโครงการ ข้อมูลส่วนนี้จะเป็นตัวช่วยชี้เป้าว่า กำลังคนถูกกระจายไปกับงานส่วนไหน โครงการใดกำลังแบกต้นทุนคนสูงเกินความจำเป็น หรือทีมไหนกำลังทำงานหนักเกินกำลัง ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ HR มีน้ำหนักเวลาไปหารือกับผู้บริหาร เพราะเป็นการพูดคุยด้วยตัวเลขต้นทุนและประสิทธิภาพการทำงานจริง</p>
<h3>3. ดูแลความเท่าเทียมด้านค่าตอบแทน (Pay Equity)</h3>
<p>ระบบจะช่วยให้ HR ตรวจสอบความสอดคล้องของรายได้เมื่อเทียบกับตำแหน่ง ระดับงาน เพศ อายุ หรือหน่วยธุรกิจ หากพบความเหลื่อมล้ำที่ผิดสังเกต ทีมงานจะสามารถเข้าไปค้นหาสาเหตุได้รวดเร็ว ว่าช่องว่างของตัวเลขนั้นมาจากผลงานที่โดดเด่น ค่าตัวตามกลไกตลาด โครงสร้างเงินเดือนแบบดั้งเดิม หรือเกิดจากการจ่ายค่าตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม</p>
<h3>4. ควบคุมความเสี่ยงด้านข้อกฎหมาย (Compliance Risk Monitoring)</h3>
<p>ความผิดพลาดในงานทำเงินเดือนมักสร้างปัญหาตามมาทันที การหักภาษีคลาดเคลื่อน ส่งเงินสมทบผิดจำนวน คิดค่าล่วงเวลาไม่ครบ หรือทำรายงานตกหล่น ล้วนนำไปสู่ค่าปรับ ข้อพิพาทแรงงาน หรือความยุ่งยากตอนถูกตรวจสอบบัญชี ระบบจัดการเงินเดือนที่มีประสิทธิภาพจะคอยแจ้งเตือนความผิดปกติล่วงหน้า และมีข้อมูลที่พร้อมให้ตรวจสอบอยู่เสมอ</p>
<h3>5. การจำลองสถานการณ์ล่วงหน้า (Scenario Planning)</h3>
<p>หากบริษัทต้องการปรับขึ้นเงินเดือน ลดค่าล่วงเวลา ย้ายทีมไปดูแลโปรเจกต์ใหม่ หรือเปลี่ยนโครงสร้างเงินจูงใจ ตัวเลขจากระบบจะฉายภาพผลกระทบด้านงบประมาณล่วงหน้าให้เห็นอย่างชัดเจน การนำข้อมูลมาใช้ในมุมนี้ช่วยเปลี่ยนระบบทำเงินเดือนให้กลายเป็นเครื่องมือวางแผนธุรกิจอย่างเต็มตัว</p>
<h2>Payroll ที่ดีต้องเชื่อมกับระบบอะไรบ้าง</h2>
<p>ข้อมูลเงินเดือนจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญทางธุรกิจได้ก็ต่อเมื่อมันไม่ถูกปล่อยให้ทำงานแบบโดดเดี่ยว การดึงศักยภาพสูงสุดของระบบนี้ออกมาจำเป็นต้องเชื่อมต่อการทำงานกับเครื่องมืออื่น ๆ ดังนี้</p>
<h3>1. ระบบฐานข้อมูลทรัพยากรบุคคล (HRIS)</h3>
<p>เพื่อซิงก์ข้อมูลพื้นฐานของพนักงาน ตำแหน่ง ระดับงาน สถานะการจ้างงาน และโครงสร้างองค์กรให้ถูกต้องตรงกันเสมอ</p>
<h3>2. ระบบบันทึกเวลาทำงาน (Time Attendance)</h3>
<p>เพื่อให้ข้อมูลการลงเวลา การทำโอที การสลับกะ และประวัติการลา ไหลเข้าสู่ขั้นตอนการคำนวณเงินเดือนโดยอัตโนมัติ โดยที่ทีมงานไม่ต้องมานั่งพิมพ์ตัวเลขใหม่เองทั้งหมด</p>
<h3>3. ระบบบริหารผลงาน (Performance Management)</h3>
<p>เพื่อนำผลการประเมินงานมาผูกเข้ากับการจ่ายโบนัส เงินจูงใจ หรือค่าตอบแทนตามผลงาน ทำให้การจ่ายเงินพิเศษเหล่านี้มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและตรวจสอบย้อนหลังได้</p>
<h3>4. ระบบบัญชีและการเงิน (Finance / ERP)</h3>
<p>เพื่อส่งต่อข้อมูลต้นทุนแรงงาน การลงบัญชีแยกประเภท ค่าใช้จ่ายรายโปรเจกต์ และการควบคุมงบประมาณ ให้ฝ่ายการเงินนำไปจัดการต่อได้ทันที</p>
<h3>5. ระบบบริการตัวเองของพนักงาน (Employee Self-service)</h3>
<p>เพื่อเปิดช่องทางให้คนทำงานเข้ามาตรวจสอบสลิปเงินเดือน ขอเอกสารไปยื่นภาษี อัปเดตข้อมูลประวัติส่วนตัว หรือแจ้งปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง</p>
<h3>6. ระบบจัดการข้อกำหนดทางกฎหมาย (Compliance Management)</h3>
<p>เพื่อคอยอัปเดตเงื่อนไขกฎหมายแรงงาน อัตราภาษี ประกันสังคม และข้อบังคับยิบย่อยของแต่ละพื้นที่ให้ถูกต้องตามมาตรฐานปัจจุบันอยู่เสมอ</p>
<p>เมื่อเครื่องมือทั้งหมดนี้เชื่อมโยงถึงกัน องค์กรจะลดภาระงานที่ต้องทำด้วยมือ ลดการพิมพ์ข้อมูลซ้ำซ้อน หั่นโอกาสเกิดความผิดพลาดลงอย่างมหาศาล และช่วยให้ผู้บริหารมีข้อมูลพร้อมสำหรับการตัดสินใจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p>
<h2>Payroll Information กับบทเรียนที่องค์กรไทยต้องรู้</h2>
<p>งานทำเงินเดือนในไทยเต็มไปด้วยรายละเอียดจุกจิก ทั้งเรื่องภาษี ประกันสังคม และสวัสดิการต่าง ๆ ปัญหาที่หลายบริษัทเจอกันประจำคือข้อมูลกระจัดกระจาย ประวัติพนักงานอยู่ระบบหนึ่ง การลงเวลาอยู่อีกโปรแกรม กว่าจะทำรายงานส่งฝ่ายบัญชีได้ก็ต้องดึงไฟล์มารวมกันให้วุ่นวาย</p>
<p>เวลาเลือกระบบหรือจ้างผู้ให้บริการทำเงินเดือน องค์กรจึงควรมองข้ามคำถามพื้นฐานอย่าง &#8220;คำนวณถูกไหม&#8221; แล้วใช้เกณฑ์เหล่านี้พิจารณาแทน</p>
<ul>
<li>เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลพนักงาน (HRIS) และระบบลงเวลาทำงานได้ราบรื่นหรือไม่</li>
<li>ออกรายงานให้ฝ่ายบัญชีนำไปใช้งานต่อได้ทันทีหรือเปล่า</li>
<li>แจกแจงต้นทุนแยกตามศูนย์ต้นทุน แผนก โครงการ หรือสาขาได้ไหม</li>
<li>ตามทันกฎหมายแรงงานและข้อบังคับใหม่ ๆ รวดเร็วเพียงใด</li>
<li>มีบันทึกประวัติการแก้ไขข้อมูลให้ตรวจสอบย้อนหลังได้หรือไม่</li>
<li>พนักงานกดดูสลิปเงินเดือนและข้อมูลส่วนตัวผ่านระบบได้เองหรือเปล่า</li>
<li>หากคนทำเงินเดือนหลักลางาน ระบบจะยังทำงานต่อไปได้อย่างปลอดภัยหรือไม่</li>
</ul>
<h2>HR ควรถามอะไรก่อนเลือก Payroll Solution</h2>
<p>ก่อนจรดปากกาเซ็นสัญญาเลือกใช้ซอฟต์แวร์ หรือจ้างบริษัทภายนอกเข้ามาดูแลงานเงินเดือน HR อย่าลืมนำ 10 คำถามนี้ไปใช้ประเมินผู้ให้บริการก่อนเลือกใช้บริการเต็มตัว</p>
<ul>
<li>ระบบรองรับข้อบังคับและกฎหมายแรงงานของประเทศที่เราตั้งอยู่ครบถ้วนหรือไม่</li>
<li>เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลพนักงาน ระบบลงเวลา และโปรแกรมบัญชีเดิมที่มีอยู่ได้เนียนแค่ไหน</li>
<li>ช่วยลดงานที่ต้องคีย์ด้วยมือและการพึ่งพาตารางสเปรดชีตได้จริงหรือเปล่า</li>
<li>มีระบบบันทึกประวัติการแก้ไขข้อมูล (Audit Trail) และลำดับการอนุมัติที่ตรวจสอบได้ชัดเจนไหม</li>
<li>สามารถแจกแจงต้นทุนแรงงานแยกตามประเทศ แผนก โครงการ หรือศูนย์ต้นทุนได้หรือไม่</li>
<li>มีหน้าสรุปข้อมูล (Dashboard) ให้ฝ่ายบุคคลและฝ่ายบัญชีดึงไปวิเคราะห์ต่อได้ไหม</li>
<li>รองรับการทำเงินเดือนข้ามประเทศและการจัดการหลายสกุลเงินได้ดีแค่ไหน</li>
<li>พนักงานสามารถล็อกอินเข้ามาดูสลิปเงินเดือน เอกสารภาษี และอัปเดตข้อมูลส่วนตัวได้เองหรือไม่</li>
<li>จัดการกับเคสพิเศษ ข้อผิดพลาด หรือการจ่ายเงินนอกรอบ (Off-cycle) ได้ยืดหยุ่นแค่ไหน</li>
<li>หากเจ้าหน้าที่คนทำเงินเดือนหลักลางานกะทันหัน บริษัทจะยังรันงานนี้ต่อไปได้อย่างปลอดภัยหรือไม่</li>
</ul>
<p>การหาคำตอบให้กับข้อสงสัยเหล่านี้ จะช่วยให้ทีมงานมองเห็นภาพรวมและตัดสินใจเลือกระบบที่ตอบโจทย์ทั้งมุมมองเชิงธุรกิจ และการทำงานจริงในแต่ละวันได้อย่างคุ้มค่าที่สุด</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35418" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HREX-Cover.webp" alt="19 บริการ Payroll Solution ช่วยหมดปัญหาการเงินองค์กร-พนักงาน" width="600" height="370" title="Payroll ไม่ควรจบที่ Payslip: ข้อมูลเงินเดือน (Payroll Information) ช่วยตัดสินใจเรื่องคนอย่างไร ? 54" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HREX-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HREX-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/payroll-solution-231019/">19 บริการ Payroll Solution ช่วยหมดปัญหาการเงินองค์กร-พนักงาน</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>มาถึงตรงนี้ เราคงเห็นแล้วว่างานทำเงินเดือนควรหลุดพ้นจากกรอบของการเป็นแค่งานโอนเงินให้ตรงวัน ข้อมูลชุดนี้คือตัวชี้วัดชั้นดีที่บอกให้รู้ถึงภาพรวมของต้นทุนกำลังคน ความเสี่ยงทางกฎหมาย และความเชื่อใจที่พนักงานมีต่อบริษัท องค์กรที่ยังคงทนใช้ระบบกระจัดกระจาย จ้างผู้ให้บริการหลายเจ้า หรือพะรุงพะรังไปด้วยไฟล์ Excel อาจจะยังประคองการจ่ายเงินให้ตรงเป๊ะได้ทุกสิ้นเดือน ทว่าพอถึงคราวที่ผู้บริหารต้องการคำตอบเชิงลึก อย่างเรื่องสาเหตุที่ต้นทุนคนพุ่งสูง โครงการที่กำลังผลาญงบ หรือผลกระทบจากการขยายสาขา ระบบแบบเดิมจะตอบคำถามเหล่านี้แทบไม่ได้เลย</p>
<p>HR และการเงินจึงควรปรับมุมมองที่มีต่องานส่วนนี้เสียใหม่ ความถูกต้องของตัวเลขถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยรักษาความเชื่อใจของคนทำงาน ขณะเดียวกัน ข้อมูลก้อนเดียวกันนี้ก็สามารถนำมาใช้เป็นเข็มทิศนำทางให้บริษัทตัดสินใจเรื่องการบริหารคน จัดการงบประมาณ และวางแผนขยายธุรกิจได้อย่างเฉียบขาด</p>
<p>งานทำเงินเดือนที่ทรงประสิทธิภาพจึงไม่ได้วัดความสำเร็จกันตอนที่กดพิมพ์สลิปออกมา แต่เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้องค์กรวางแผนอนาคตของกำลังคนได้อย่างแข็งแกร่ง</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/18">หากองค์กรของคุณกำลังมองหาตัวช่วยด้าน Payroll System สามารถเข้ามาค้นหาผู้ให้บริการที่ตอบโจทย์ผ่าน HREX ได้เลย</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://hrsea.economictimes.indiatimes.com/news/hrtech/the-evolving-role-of-payroll-from-back-office-to-strategic-partner-for-hr-and-finance/132390819" target="_blank" rel="noopener">ET HRWorld Southeast Asia</a></li>
<li><a href="https://kpmg.com/us/en/articles/2026/global-payroll-survey-report.html" target="_blank" rel="noopener">KPMG</a></li>
<li><a href="https://worldatwork.org/publications/workspan-daily/errors-fraud-lost-dollars-what-s-the-state-of-payroll-management" target="_blank" rel="noopener">WorldatWork</a></li>
<li><a href="https://payroll.org/news-resources/news/news-detail/2026/02/24/global-payroll-more-complex-than-ever" target="_blank" rel="noopener">Payroll Org</a></li>
<li><a href="https://www.adp.com/resources/articles-and-insights/articles/g/global-payroll-survey.aspx" target="_blank" rel="noopener">ADP</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/payroll-information-workforce-planning-260817/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เงินลงทุน HR Tech ต่ำสุดในรอบ 8 ปี แต่ทำไมคนยังลงทุนในระบบ Payroll ? (Payroll Investment)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrtech/payroll-investment-260813/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrtech/payroll-investment-260813/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Aug 2026 06:09:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tech]]></category>
		<category><![CDATA[Payroll]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50961</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT รายงานการลงทุน HR Tech ไตรมาส 2 ปี 2026 ระบุว่าเงินทุนในตลาดลดลงต่ำสุดในรอบ 8 ปี และแทบไม่มีดีลขนาดใหญ่เกิดขึ้น นักลงทุนเปลี่ยนคำถาม จากเดิมถามว่าระบบทำอะไรได้ มาถามว่ามีลูกค้าจ่ายเงินใช้ต่อเนื่องกี่ราย ลดต้นทุนได้เท่าไร และเชื่อมกับระบบเดิมได้จริงหรือไม่ Payroll ยังเป็นหมวดที่ได้เงินลงทุนสูง (Payroll Investment) โดย Warp ปิดรอบ Series B ได้ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สวนทางกับภาพรวมตลาดที่ชะลอตัว เหตุผลคือทุกองค์กรต้องจ่ายเงินเดือนทุกเดือน ระบบนี้จึงหยุดไม่ได้ และผูกกับต้นทุนแรงงาน ความเสี่ยงด้านกฎหมาย และความเชื่อใจของพนักงานพร้อมกัน เวลาเลือก Vendor ควรดูว่ามีคนใช้จริงกี่คน เชื่อมกับระบบเดิมได้หรือไม่ เวลามีปัญหาใครรับผิดชอบ และจะวัดผลด้วยตัวเลขอะไร มากกว่านับจำนวน Feature หลายปีที่ผ่านมา ตลาด HR Tech เติบโตบนความเชื่อว่าเทคโนโลยีจะช่วยให้องค์กรจ้างคนได้เร็วขึ้น เข้าใจพนักงานมากขึ้น และบริหารกำลังคนได้แม่นกว่าเดิม ระบบสรรหา ระบบวัดความผูกพันพนักงาน ระบบเรียนรู้ ระบบประเมินผลงาน HRIS, [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>รายงานการลงทุน HR Tech ไตรมาส 2 ปี 2026 ระบุว่าเงินทุนในตลาดลดลงต่ำสุดในรอบ 8 ปี และแทบไม่มีดีลขนาดใหญ่เกิดขึ้น</li>
<li>นักลงทุนเปลี่ยนคำถาม จากเดิมถามว่าระบบทำอะไรได้ มาถามว่ามีลูกค้าจ่ายเงินใช้ต่อเนื่องกี่ราย ลดต้นทุนได้เท่าไร และเชื่อมกับระบบเดิมได้จริงหรือไม่</li>
<li>Payroll ยังเป็นหมวดที่ได้เงินลงทุนสูง (Payroll Investment) โดย Warp ปิดรอบ Series B ได้ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สวนทางกับภาพรวมตลาดที่ชะลอตัว</li>
<li>เหตุผลคือทุกองค์กรต้องจ่ายเงินเดือนทุกเดือน ระบบนี้จึงหยุดไม่ได้ และผูกกับต้นทุนแรงงาน ความเสี่ยงด้านกฎหมาย และความเชื่อใจของพนักงานพร้อมกัน</li>
<li>เวลาเลือก Vendor ควรดูว่ามีคนใช้จริงกี่คน เชื่อมกับระบบเดิมได้หรือไม่ เวลามีปัญหาใครรับผิดชอบ และจะวัดผลด้วยตัวเลขอะไร มากกว่านับจำนวน Feature</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50965" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-13T105414.980.webp" alt="payroll-investment-hr-tech" width="600" height="370" title="เงินลงทุน HR Tech ต่ำสุดในรอบ 8 ปี แต่ทำไมคนยังลงทุนในระบบ Payroll ? (Payroll Investment) 60" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-13T105414.980.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-13T105414.980-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หลายปีที่ผ่านมา ตลาด HR Tech เติบโตบนความเชื่อว่าเทคโนโลยีจะช่วยให้องค์กรจ้างคนได้เร็วขึ้น เข้าใจพนักงานมากขึ้น และบริหารกำลังคนได้แม่นกว่าเดิม</p>
<p>ระบบสรรหา ระบบวัดความผูกพันพนักงาน ระบบเรียนรู้ ระบบประเมินผลงาน HRIS, People Analytics ไปจนถึง AI สำหรับงาน HR ต่างได้รับความสนใจจากทั้งองค์กรและนักลงทุน เพราะเป็นพื้นที่ที่ยังเปลี่ยนวิธีทำงานได้อีกมาก</p>
<p>เมื่อเงินลงทุนตึงตัว คำถามของนักลงทุนก็เปลี่ยน จากเดิมที่ถามว่าระบบทำอะไรได้บ้าง กลายเป็นถามว่ามีลูกค้าจ่ายเงินใช้ต่อเนื่องกี่ราย ระบบลดต้นทุนขององค์กรได้เท่าไร เชื่อมกับเครื่องมือที่ลูกค้าใช้อยู่ได้หรือไม่ และช่วยลดความเสี่ยงอะไรให้ธุรกิจ</p>
<p><a href="https://kylegetsiv.substack.com/p/hr-tech-2026-q2-funding-review" target="_blank" rel="noopener">รายงาน HR Tech 2026 Q2 Funding Review ของ Alpha Work</a> ระบุว่าเงินลงทุนใน HR Tech ไตรมาส 2 ลดลงต่ำสุดในรอบ 8 ปี และมีดีลขนาดใหญ่เกิดขึ้นน้อย HR Tech ยังสำคัญกับตลาด เพียงแต่การคัดเลือกบริษัทที่จะให้เงินเข้มงวดขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม รู้หรือไม่ว่าแม้การลงทุนใน HR Tech ในภาพรวมอาจลดลง แต่การลงทุนในระบบ Payroll กลับโตสวนกระแสเสียอย่างนั้น</p>
<p>ทำไมระบบที่หลายคนมองว่าเป็นงานหลังบ้าน จึงได้รับความเชื่อมั่น ขณะที่ HR Tech หมวดอื่นต้องพิสูจน์ตัวเองหนักกว่าเดิม ? หาคำตอบในบทความนี้</p>

<h2>เงินลงทุน HR Tech ต่ำสุดในรอบ 8 ปี สถิตินี้บอกอะไรบ้าง ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50966" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-13T105510.913.webp" alt="payroll-investment-hr-tech" width="600" height="370" title="เงินลงทุน HR Tech ต่ำสุดในรอบ 8 ปี แต่ทำไมคนยังลงทุนในระบบ Payroll ? (Payroll Investment) 61" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-13T105510.913.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-13T105510.913-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>รายงานฉบับนี้บอกสองเรื่องพร้อมกัน คือเงินในตลาดที่น้อยลง และเกณฑ์พิจารณาที่ละเอียดขึ้น</p>
<p>เมื่อแยกดูตามระดับการระดมทุน ระดับ Seed ทั้งจำนวนเงินและขนาดดีลมีแนวโน้มลดลง ระดับ Series A มีจำนวนดีลเพิ่มขึ้นแต่เงินรวมยังอยู่ระดับต่ำ ส่วนดีลตั้งแต่ Series B ขึ้นไปลดลงจนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี</p>
<p>ประมาณสามในสี่ของเงินทุน Growth Stage ในไตรมาสนี้ไหลไปยังเทคโนโลยีที่ทำงานหลังการจ้างงาน และกระจุกอยู่ที่ Warp กับ RemotePass เท่ากับว่าเมื่อเงินมีจำกัด ตลาดเลือกให้กับระบบที่เข้าไปอยู่ในกระบวนการที่องค์กรหยุดไม่ได้ และมีเส้นทางเก็บเงินจากลูกค้าที่ชัดเจน</p>
<p>คำว่า AI, Platform หรือ Future of Work ยังเรียกความสนใจได้ แต่ไม่พอให้ธุรกิจอยู่รอด ตลาดต้องการเห็นว่าลูกค้าต่อสัญญากันจริงแค่ไหน ระบบเข้าไปแทนงานที่คนทำมือได้เท่าไร และผลที่ได้มีมูลค่าเกินเงินที่องค์กรจ่ายไปหรือเปล่า</p>
<h2>ทำไม Payroll ยังเป็นพื้นที่ที่ตลาดเชื่อมั่น</h2>
<h3>1. Payroll เป็นระบบที่องค์กรต้องใช้จริงทุกเดือน</h3>
<p>เศรษฐกิจดีหรือชะลอตัว องค์กรจะขยายทีมหรือกำลังรัดเข็มขัด เงินเดือนก็ยังต้องจ่ายให้ถูกต้อง ตรงเวลา และตรงตามกฎหมาย</p>
<p>Payroll จึงอยู่ในกลุ่มระบบที่หยุดไม่ได้ ต่างจากเทคโนโลยีบางประเภทที่องค์กรเลื่อนการซื้อออกไปก่อนได้เมื่องบจำกัด ถ้าระบบ Payroll ล่มหรือคำนวณผิด องค์กรรอแก้ไตรมาสหน้าไม่ได้ เพราะพนักงานเห็นผลทันทีในรอบจ่ายเงินเดือนนั้น</p>
<h3>2. ความผิดพลาดของ Payroll คือความเสี่ยงทางธุรกิจ</h3>
<p>การคำนวณเงินเดือน ภาษี ค่าล่วงเวลา ประกันสังคม หรือสิทธิประโยชน์ผิดพลาด ทำให้ HR กับ Finance ต้องกลับมาแก้งานย้อนหลัง และลุกลามไปถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น การถูกตรวจสอบ ข้อพิพาทกับพนักงาน รวมถึงความเสี่ยงด้านกฎหมาย</p>
<p>เงินเดือนเป็นคำสัญญาพื้นฐานที่สุดระหว่างองค์กรกับพนักงาน เมื่อจ่ายผิดหรือจ่ายช้า ความเสียหายไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขบนสลิป แต่ไปถึงความเชื่อใจที่พนักงานมีต่อองค์กรด้วย</p>
<h3>3. Payroll ทำให้ต้นทุนแรงงานมองเห็นและวัดผลได้</h3>
<p>ข้อมูลใน Payroll ครอบคลุมเงินเดือน ค่าล่วงเวลา โบนัส เบี้ยเลี้ยง Incentive ภาษี สวัสดิการ และเงินสมทบของนายจ้าง เมื่อเชื่อมข้อมูลเหล่านี้กับ HRIS ระบบบันทึกเวลาทำงาน และระบบบัญชี องค์กรจะเห็นต้นทุนคนแบบแยกรายละเอียดได้</p>
<p>ผู้บริหารจะตอบได้ว่าต้นทุนคนที่เพิ่มขึ้นมาจากอะไร หน่วยงานไหนใช้เงินสูงผิดปกติ การรับคนเพิ่มจะกระทบงบเท่าไร และโครงสร้างค่าตอบแทนที่ใช้อยู่ช่วยให้ธุรกิจไปถึงเป้าหรือไม่</p>
<p>ข้อได้เปรียบของ Payroll อยู่ตรงนี้ เพราะพูดเรื่อง ROI ด้วยตัวเลขที่ HR, Finance และผู้บริหารเข้าใจตรงกันได้</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44192" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-07T092321.619.webp" alt="เข้าใจ Payroll และ Salary อย่างถูกต้อง: คู่มือสำหรับ HR เพื่อคุยกับฝ่ายการเงิน" width="600" height="370" title="เงินลงทุน HR Tech ต่ำสุดในรอบ 8 ปี แต่ทำไมคนยังลงทุนในระบบ Payroll ? (Payroll Investment) 62" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-07T092321.619.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-07T092321.619-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/understanding-payroll-and-salary-250307/">เข้าใจ Payroll และ Salary อย่างถูกต้อง: คู่มือสำหรับ HR เพื่อคุยกับฝ่ายการเงิน</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Warp ระดมทุน 60 ล้านดอลลาร์ กับทิศทางใหม่ของ Payroll</h2>
<p data-path-to-node="0">เมื่อไม่นานมานี้ วงการ HR Tech ได้เห็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเมื่อ Warp แพลตฟอร์มบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ได้รับเงินระดมทุนรอบ Series B ไปถึง 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ยอดรวมเงินทุนสะสมพุ่งสูงถึง 85 ล้านดอลลาร์ จุดที่ทำให้ Warp ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนไม่ใช่แค่จำนวนเงิน แต่เป็นแนวคิดอันโดดเด่นในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เชื่อว่า <em>&#8220;ระบบที่ดีต้องทำงานให้เสร็จ ไม่ใช่แค่ส่งการแจ้งเตือนว่ามีงานค้าง&#8221;</em></p>
<p data-path-to-node="0">โดยแพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับองค์กรตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึง 5,000 คน ครอบคลุมตั้งแต่งาน Payroll, HR, กฎหมาย, สวัสดิการ ไปจนถึงงานด้านไอทีแบบครบจบในที่เดียว</p>
<p data-path-to-node="1">ความล้ำหน้าของ Warp คือการเปลี่ยนงานเอกสารและงานแอดมินที่จุกจิกให้กลายเป็นระบบอัตโนมัติที่คิดแทนผู้ใช้งาน ตัวอย่างเช่น เมื่อองค์กรจ้างพนักงานในพื้นที่หรือรัฐใหม่ ระบบจะทำการเปิดบัญชีภาษีให้ทันที พร้อมกับจัดการยื่นแบบและเอกสารแจ้งเตือนจากหน่วยงานรัฐให้อย่างเสร็จสรรพ</p>
<p data-path-to-node="1">นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลสวัสดิการเข้ากับระบบเงินเดือนโดยตรง และที่สะดวกรวดเร็วที่สุดคือการเปิดหรือปิดสิทธิ์การเข้าถึงซอฟต์แวร์ต่างๆ ของบริษัทให้พนักงานโดยอัตโนมัติ ตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงานไปจนถึงวันที่ลาออก ซึ่งช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนของทั้งทีม HR และฝ่ายไอทีได้อย่างมหาศาล</p>
<p data-path-to-node="2">กรณีความสำเร็จของ Warp สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางใหม่ของระบบ Payroll ที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง จากอดีตที่ Payroll เคยถูกมองว่าเป็นเพียงแค่งานหลังบ้าน ซึ่งมีหน้าที่คอยคำนวณตัวเลขและออกสลิปเงินเดือนในตอนสิ้นเดือน แต่วันนี้ระบบดังกล่าวกำลังขยายบทบาทและยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็น &#8220;ระบบศูนย์กลาง&#8221; ขององค์กรอย่างเต็มตัว เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงมิติของคน เงิน กฎหมาย สวัสดิการ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ</p>
<p data-path-to-node="3">อย่างไรก็ตาม แม้แนวคิดและตัวเลขที่ Warp นำเสนอจะดูน่าประทับใจเพียงใด แต่ HR ก็ต้องไม่ลืมว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นสิ่งที่บริษัทผู้พัฒนาเปิดเผยออกมาเอง ในการเลือกซื้อระบบมาใช้งานจริง องค์กรจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและลงลึกกว่าการดูแค่ฟีเจอร์ ทั้งการทดลองใช้งานจริงเพื่อดูความลื่นไหล การตรวจสอบอย่างละเอียดว่าระบบสอดคล้องกับกฎหมายแรงงานในประเทศที่เราอยู่หรือไม่ รวมถึงการหาข้อมูลจากเสียงสะท้อนของลูกค้าที่ใช้งานจริง</p>
<p data-path-to-node="3">เพราะท้ายที่สุดแล้ว ยอดการระดมทุนที่สูงลิ่วก็ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่าซอฟต์แวร์นั้นจะเหมาะสมและตอบโจทย์บริบทการทำงานขององค์กรเราได้ดีที่สุดเสมอไป</p>
<h2>Payroll งานหลังบ้านที่ผูกกับ Employee Trust</h2>
<p>การมอง Payroll เป็นแค่ขั้นตอนคำนวณเงินเดือน ทำให้องค์กรตีค่าระบบนี้ต่ำกว่าที่ควร เพราะสำหรับพนักงาน Payroll คือจุดที่คำสัญญาเรื่องค่าตอบแทนกลายเป็นเงินที่เข้าบัญชีจริง</p>
<p>พนักงานไม่เห็นขั้นตอนคำนวณเบื้องหลัง ไม่รู้ว่าระบบดึงข้อมูลจากกี่ฐาน และไม่รู้ว่า HR ตรวจทานกี่รอบ แต่ทุกคนรู้ทันทีเมื่อเงินเข้าช้า ยอดไม่ตรง หรือข้อมูลบนสลิปผิด</p>
<p>ความแม่นยำของ Payroll จึงมีผลกับ Employee Experience โดยตรง สวัสดิการที่ดี วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรง และเครื่องมือสร้างความผูกพันจำนวนมากช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีได้ แต่ความผิดพลาดเรื่องเงินเดือนครั้งเดียวทำให้ความเชื่อใจสั่นคลอนได้เร็วกว่านั้น</p>
<p>Payroll จึงให้คุณค่าสองด้านพร้อมกัน คือคุมต้นทุนและความเสี่ยงให้ธุรกิจ พร้อมกับรักษาความเชื่อใจของพนักงานไว้</p>
<h2>HR Tech Vendor ต้องพิสูจน์มากกว่า Feature</h2>
<p>ช่วงที่เงินลงทุนไหลเข้าตลาดง่าย Vendor เรียกความสนใจได้ด้วย Feature ใหม่ หน้าจอที่ออกแบบสวย หรือคำอธิบายว่า AI จะเปลี่ยนงาน HR ไปอย่างไร เมื่อทั้งนักลงทุนและองค์กรระวังการใช้เงินมากขึ้น คำถามก็ตรงขึ้นว่าใช้แล้วได้อะไรกลับมา</p>
<h3>HR ควรประเมิน Vendor อย่างน้อย 5 ด้าน</h3>
<ul>
<li><strong>Adoption</strong>: มีคนใช้จริงกี่คน ทั้ง HR, Manager และพนักงาน เพราะระบบที่ซื้อมาแล้วไม่มีใครเปิดใช้ไม่ได้คืนอะไรกลับมา</li>
<li><strong>Integration</strong>: เชื่อมกับ HRIS ระบบบันทึกเวลา ระบบบัญชี และขั้นตอนที่ทีมทำอยู่ได้หรือไม่ หรือยังต้องส่งไฟล์และกรอกข้อมูลซ้ำ</li>
<li><strong>Service</strong>: เวลาระบบมีปัญหา Vendor ตอบกลับเร็วแค่ไหน มีคนรับผิดชอบชัดเจน หรือปล่อยให้ HR ไปตอบพนักงานเอง</li>
<li><strong>Compliance</strong>: รองรับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีร่องรอยการตรวจสอบย้อนหลัง และช่วยลดโอกาสผิดพลาดได้จริงหรือไม่</li>
<li><strong>Business Outcome</strong>: ลดเวลาทำงานกี่ชั่วโมง ลดข้อผิดพลาดเท่าไร ลดต้นทุนที่จุดไหน และช่วยให้ตัดสินใจเรื่องกำลังคนแม่นขึ้นอย่างไร</li>
</ul>
<p>คำถามของ HR จึงควรไปไกลกว่าว่าระบบนี้มี Feature อะไร โดยถามต่อว่า Feature นั้นแก้ปัญหาอะไร ใครจะได้ใช้ ลดงานของใคร และจะวัดผลด้วยตัวเลขไหน</p>
<h2>HR และ Finance ควรวัด ROI ของ Payroll อย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50967" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-13T105607.489.webp" alt="payroll-investment-hr-tech" width="600" height="370" title="เงินลงทุน HR Tech ต่ำสุดในรอบ 8 ปี แต่ทำไมคนยังลงทุนในระบบ Payroll ? (Payroll Investment) 63" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-13T105607.489.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-13T105607.489-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Payroll เป็นระบบที่ตั้งตัวชี้วัดก่อนและหลังใช้งานได้ชัดกว่าระบบ HR อื่น องค์กรจึงควรตกลงกันตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญาว่าจะวัดความสำเร็จจากอะไร</p>
<ul>
<li>เวลาปิดรอบ Payroll ลดลงกี่ชั่วโมงหรือกี่วัน</li>
<li>จำนวนข้อผิดพลาดและงานแก้ไขย้อนหลังลดลงเท่าไร</li>
<li>ขั้นตอนที่ต้องทำมือและการกรอกข้อมูลซ้ำระหว่าง HR กับ Finance หายไปกี่จุด</li>
<li>ปัญหาด้าน Compliance หนังสือแจ้งจากหน่วยงาน และข้อผิดพลาดเรื่องภาษี ลดลงแค่ไหน</li>
<li>พนักงานและ Manager ใช้ระบบ Self-service ได้เองในสัดส่วนเท่าไร</li>
<li>รายงานต้นทุนกำลังคนออกได้เร็วขึ้นและแม่นขึ้นเพียงใด</li>
<li>ระบบเชื่อมกับระบบบันทึกเวลา HRIS และระบบบัญชี ได้ครบตามที่ตกลงไว้หรือไม่</li>
<li>Vendor แก้ปัญหาได้ตามเวลาที่รับปากไว้สม่ำเสมอแค่ไหน</li>
</ul>
<p>เมื่อกำหนดตัวเลขเหล่านี้ไว้ชัด HR จะขยับจากคนจัดซื้อระบบ มาเป็นเจ้าของผลลัพธ์ที่อธิบายให้ผู้บริหารฟังได้ว่าเงินที่ลงไปกับเรื่องคนทำให้ธุรกิจดีขึ้นตรงไหน</p>
<h2>บทเรียนสำหรับ HR ไทย เมื่อทุกระบบต้องพิสูจน์ความคุ้มค่า</h2>
<p>องค์กรไทยหลายแห่งยังเจอปัญหาข้อมูลพนักงานไม่ตรงกันระหว่างระบบ ระบบบันทึกเวลาไม่คุยกับ Payroll, Finance ต้องขอรายงานแยก และ HR ยังต้องรวมข้อมูลด้วย Spreadsheet ทุกเดือน ระบบที่ให้คุณค่ามากที่สุดกับองค์กรแบบนี้คือระบบที่แก้ปัญหาเหล่านี้ได้จริง ไม่ใช่ระบบที่มี AI มากที่สุด</p>
<p>การเริ่มจากปัญหาไม่ได้แปลว่าต้องปฏิเสธเทคโนโลยีใหม่ AI และระบบอัตโนมัติยังช่วยลดงานซ้ำและจัดการงานที่ซับซ้อนได้ ถ้านำมาใช้บนข้อมูลที่สะอาด ขั้นตอนที่ชัด และมีคนรับผิดชอบผลลัพธ์</p>
<p>ถ้าข้อมูลต้นทางผิด การเชื่อมต่อไม่ครบ หรือไม่มีใครตรวจผลที่ระบบคำนวณออกมา การเพิ่ม AI เข้าไปก็แค่ทำให้ความผิดพลาดเกิดเร็วขึ้น</p>
<p>HR ไทยใช้หลักคิดเดียวกับนักลงทุนได้ คือดูรายได้และความมั่นคงของผู้ให้บริการ จำนวนลูกค้าที่ใช้งานอยู่จริง ความสามารถในการเชื่อมต่อ คุณภาพทีมบริการ ความพร้อมด้านกฎหมาย และค่าใช้จ่ายรวมตลอดอายุการใช้งาน แทนการตัดสินจาก Demo วันเดียว</p>
<h2>Checklist สำหรับ HR ก่อนเลือก Payroll หรือ HR Tech Vendor</h2>
<ul>
<li>องค์กรกำลังแก้ปัญหาอะไร และปัญหานั้นทำให้เสียเงินหรือเสี่ยงอะไรอยู่</li>
<li>ใครคือคนใช้งานหลัก และพนักงานแต่ละกลุ่มต้องเปลี่ยนวิธีทำงานอย่างไร</li>
<li>ระบบเชื่อมกับข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ได้จริง หรือยังต้องทำงานซ้ำที่จุดไหน</li>
<li>ข้อมูลเงินเดือนถูกเก็บ ใช้ และส่งต่ออย่างปลอดภัยแค่ไหน</li>
<li>ระบบรองรับกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับองค์กรครบหรือไม่</li>
<li>ถ้าระบบผิดพลาดหรือหยุดทำงาน ใครรับผิดชอบ และมีแผนสำรองอะไร</li>
<li>ทีมบริการของ Vendor เข้าใจบริบทขององค์กร และมีข้อตกลงเรื่องเวลาแก้ปัญหาที่ตรวจสอบได้หรือไม่</li>
<li>หลังใช้งานจะวัดผลจากอะไร ทั้งจำนวนคนใช้ ข้อผิดพลาด เวลาที่ใช้ ความถูกต้องตามกฎหมาย และ ROI</li>
</ul>
<p>ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ยังไม่ได้ ต่อให้ระบบมี Feature เยอะแค่ไหนหรือมีคำว่า AI อยู่ทุกหน้า องค์กรก็ยังเปลี่ยนการทดลองใช้ให้เป็นผลลัพธ์จริงได้ยาก</p>
<h2>บทสรุป Payroll Investment</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50968" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-13T105711.285.webp" alt="payroll-investment-hr-tech" width="600" height="370" title="เงินลงทุน HR Tech ต่ำสุดในรอบ 8 ปี แต่ทำไมคนยังลงทุนในระบบ Payroll ? (Payroll Investment) 64" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-13T105711.285.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-13T105711.285-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง มุมมองของนักลงทุนและ HR ที่มีต่อ HR Tech นั้นแทบจะเหมือนกันทุกประการ นั่นคือการตั้งคำถามว่า &#8220;ระบบนี้มีคนใช้จริงไหม คุ้มค่าเงินหรือเปล่า และผู้ให้บริการจะอยู่รอดต่อไปได้หรือไม่&#8221;</p>
<p>ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ นักลงทุนใช้คำถามเหล่านี้เพื่อประเมินก่อนควักเงินร่วมทุน ในขณะที่ฝ่าย HR ต้องใช้พิจารณาก่อนที่จะจรดปากกาเซ็นสัญญาซื้อระบบมาใช้งาน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม คำถามข้อสุดท้ายเรื่อง &#8220;ความอยู่รอดของผู้ให้บริการ&#8221; มักเป็นสิ่งที่หลายองค์กรมองข้าม ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงใหญ่ หากวันหนึ่งบริษัทซอฟต์แวร์ที่เราใช้อยู่เกิดปิดตัวลงหรือถูกเทคโอเวอร์ องค์กรจะย้ายข้อมูลสำคัญอย่าง &#8220;เงินเดือน&#8221; ออกมาได้อย่างไร</p>
<p>นอกจากนี้ ทิศทางของระบบ Payroll ในต่างประเทศยังเริ่มขยายบทบาทไปเชื่อมโยงข้อมูลทั้งเรื่องคน เงิน และกฎหมายเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นคำถามตามมาว่า ในระยะยาวระบบใดจะกลายมาเป็น &#8220;ศูนย์กลางข้อมูลพนักงาน&#8221; ที่แท้จริง ระหว่างระบบ HRIS ที่ใช้กันอยู่ หรือระบบ Payroll ที่เคยถูกมองว่าเป็นแค่งานหลังบ้าน</p>
<p>แม้จะยังไม่มีใครฟันธงได้ว่าอนาคตของระบบเหล่านี้จะไปจบที่ตรงไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นแล้วอย่างแน่นอนคือ องค์กรกำลังต้องการ ROI จากการลงทุนอย่างจริงจัง ผู้บริหารต้องการเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้แบบเดียวกับที่นักลงทุนต้องการเห็นจากสตาร์ทอัพ และผู้ที่ต้องแบกรับความกดดันในการหาคำตอบเหล่านี้ไปกางให้ทุกคนดูในห้องประชุม ก็หนีไม่พ้นคนทำงานฝ่าย HR นั่นเอง</p>
<p>นี่จึงไม่ใช่แค่ยุคของการตามหาเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุด แต่เป็นยุคที่ HR ต้องก้าวขึ้นมาเป็นนักกลยุทธ์ที่สามารถพิสูจน์ความคุ้มค่า และปกป้องความเสี่ยงให้กับองค์กรได้อย่างแท้จริง</p>
<p><a href="https://bit.ly/4wkSu5S" target="_blank" rel="noopener">หากองค์กรของคุณกำลังมองหา Solution ด้าน Payroll สามารถค้นหา HR Solution ที่เกี่ยวข้องได้ผ่าน HREX ที่นี่</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://kylegetsiv.substack.com/p/hr-tech-2026-q2-funding-review" target="_blank" rel="noopener">Alpha Work — HR Tech 2026 Q2 Funding Review</a></li>
<li><a href="https://www.warp.co/b" target="_blank" rel="noopener">Warp</a></li>
<li><a href="https://www.axios.com/pro/all-deals/2026/06/25/warp-60-million-workday-rippling" target="_blank" rel="noopener">Axios</a></li>
<li><a href="https://fintech.global/2026/06/26/warp-raises-60m-series-b-to-rebuild-hr-software-with-ai/" target="_blank" rel="noopener">FinTech Global</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrtech/payroll-investment-260813/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิกฤตขาดคนรุ่นใหม่นำทีม: รับมือ Conscious Unbossing อย่างไร เมื่อ Gen Z ปฏิเสธการเลื่อนขั้น</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/conscious-unbossing-gen-z-260811/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/conscious-unbossing-gen-z-260811/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 11:43:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Conscious Unbossing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50944</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Conscious Unbossing คือการที่พนักงานปฏิเสธตำแหน่งหัวหน้า เพราะคำนวณแล้วว่างานที่เพิ่มขึ้นกับเงินที่ได้ ไม่คุ้มกับเวลาและพลังใจที่ต้องเสียไป ผลสำรวจ Gen Z ในสหราชอาณาจักรพบว่า 52% ไม่อยากเป็นผู้จัดการระดับกลาง 69% เห็นว่างานนี้เครียดสูงแต่ได้ผลตอบแทนต่ำ และ 72% อยากโตจากความเชี่ยวชาญของตัวเองมากกว่า คนรุ่นใหม่ยังอยากเติบโต แต่วัดความสำเร็จจากทักษะที่เก่งขึ้น รายได้ที่เพิ่มตามฝีมือ และการมีเวลาให้ชีวิตตัวเอง มากกว่าชื่อตำแหน่งและจำนวนลูกทีม องค์กรที่ให้เงินเดือนสูงขึ้นได้ทางเดียวคือการขึ้นเป็นหัวหน้า จะเสียผู้เชี่ยวชาญให้บริษัทอื่น และหาคนขึ้นมารับตำแหน่งผู้นำได้ยากขึ้นทุกปี ทางแก้อยู่ที่การออกแบบงานของหัวหน้าให้ภาระสมเหตุสมผล มีคนช่วยจริงเมื่อเจอปัญหา และเปิดสายผู้เชี่ยวชาญให้โตได้เทียบเท่าสายบริหาร การได้เลื่อนขึ้นเป็นหัวหน้าเคยเป็นภาพความสำเร็จที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน ได้ชื่อตำแหน่งใหม่ เงินเดือนขึ้น มีอำนาจตัดสินใจ และมีทีมของตัวเอง หลายองค์กรจึงวางบันไดอาชีพให้การขึ้นเป็นหัวหน้าเป็นก้าวต่อไปของพนักงานฝีมือดีแทบทุกคน แต่ภาพนี้เริ่มไม่ดึงดูดคนรุ่นใหม่บางกลุ่ม โดยเฉพาะ Gen Z เพราะงานที่มาพร้อมตำแหน่ง Manager คือการประชุมที่กินเวลาทำงานของตัวเอง การตามงานลูกทีม การเคลียร์ปัญหาระหว่างคน และการตอบผู้บริหารเมื่อผลงานทีมไม่เข้าเป้า ถ้างานเหล่านี้เพิ่มเข้ามาโดยที่เงินเดือนขึ้นเพียงเล็กน้อย ไม่มีอำนาจตัดสินใจเพิ่ม และไม่มีคนช่วยแบ่งงาน ตำแหน่งที่ควรเป็นรางวัลก็กลายเป็นงานที่คนอยากเลี่ยง The Economic Times รายงานถึงแนวโน้ม &#8220;Conscious Unbossing&#8221; ที่พนักงาน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li class="font-claude-response-body whitespace-normal break-words pl-2" data-sourcepos="5:1-5:142;109-250">Conscious Unbossing คือการที่พนักงานปฏิเสธตำแหน่งหัวหน้า เพราะคำนวณแล้วว่างานที่เพิ่มขึ้นกับเงินที่ได้ ไม่คุ้มกับเวลาและพลังใจที่ต้องเสียไป</li>
<li class="font-claude-response-body whitespace-normal break-words pl-2" data-sourcepos="6:1-6:162;251-412">ผลสำรวจ Gen Z ในสหราชอาณาจักรพบว่า 52% ไม่อยากเป็นผู้จัดการระดับกลาง 69% เห็นว่างานนี้เครียดสูงแต่ได้ผลตอบแทนต่ำ และ 72% อยากโตจากความเชี่ยวชาญของตัวเองมากกว่า</li>
<li class="font-claude-response-body whitespace-normal break-words pl-2" data-sourcepos="7:1-7:145;413-557">คนรุ่นใหม่ยังอยากเติบโต แต่วัดความสำเร็จจากทักษะที่เก่งขึ้น รายได้ที่เพิ่มตามฝีมือ และการมีเวลาให้ชีวิตตัวเอง มากกว่าชื่อตำแหน่งและจำนวนลูกทีม</li>
<li class="font-claude-response-body whitespace-normal break-words pl-2" data-sourcepos="8:1-8:139;558-696">องค์กรที่ให้เงินเดือนสูงขึ้นได้ทางเดียวคือการขึ้นเป็นหัวหน้า จะเสียผู้เชี่ยวชาญให้บริษัทอื่น และหาคนขึ้นมารับตำแหน่งผู้นำได้ยากขึ้นทุกปี</li>
<li class="font-claude-response-body whitespace-normal break-words pl-2" data-sourcepos="9:1-9:130;697-826">ทางแก้อยู่ที่การออกแบบงานของหัวหน้าให้ภาระสมเหตุสมผล มีคนช่วยจริงเมื่อเจอปัญหา และเปิดสายผู้เชี่ยวชาญให้โตได้เทียบเท่าสายบริหาร</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50949" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-11T160749.114.webp" alt="conscious-unbossing-gen-z" width="600" height="370" title="วิกฤตขาดคนรุ่นใหม่นำทีม: รับมือ Conscious Unbossing อย่างไร เมื่อ Gen Z ปฏิเสธการเลื่อนขั้น 68" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-11T160749.114.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-11T160749.114-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="11:1-11:221;828-1048">การได้เลื่อนขึ้นเป็นหัวหน้าเคยเป็นภาพความสำเร็จที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน ได้ชื่อตำแหน่งใหม่ เงินเดือนขึ้น มีอำนาจตัดสินใจ และมีทีมของตัวเอง หลายองค์กรจึงวางบันไดอาชีพให้การขึ้นเป็นหัวหน้าเป็นก้าวต่อไปของพนักงานฝีมือดีแทบทุกคน</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="13:1-13:368;1050-1417">แต่ภาพนี้เริ่มไม่ดึงดูดคนรุ่นใหม่บางกลุ่ม โดยเฉพาะ Gen Z เพราะงานที่มาพร้อมตำแหน่ง Manager คือการประชุมที่กินเวลาทำงานของตัวเอง การตามงานลูกทีม การเคลียร์ปัญหาระหว่างคน และการตอบผู้บริหารเมื่อผลงานทีมไม่เข้าเป้า ถ้างานเหล่านี้เพิ่มเข้ามาโดยที่เงินเดือนขึ้นเพียงเล็กน้อย ไม่มีอำนาจตัดสินใจเพิ่ม และไม่มีคนช่วยแบ่งงาน ตำแหน่งที่ควรเป็นรางวัลก็กลายเป็นงานที่คนอยากเลี่ยง</p>
<p><a href="https://economictimes.indiatimes.com/magazines/panache/gen-z-employees-are-turning-down-promotions-and-leadership-roles-what-is-the-conscious-unbossing-workplace-trend/articleshow/132310813.cms" target="_blank" rel="noopener">The Economic Times รายงานถึงแนวโน้ม &#8220;Conscious Unbossing&#8221; ที่พนักงาน Gen Z บางส่วนเลือกปฏิเสธการเลื่อนตำแหน่งหรือบทบาทผู้นำ เพราะให้ความสำคัญกับงานที่มีความหมาย ความยืดหยุ่น สุขภาวะ และสมดุลชีวิต มากกว่าการไต่ลำดับชั้นแบบเดิม</a></p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="17:1-17:309;1646-1954">เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าคนรุ่นใหม่ขาดความทะเยอทะยาน แต่พวกเขาวัดความก้าวหน้าด้วยอย่างอื่น คนรุ่นก่อนวัดจากชื่อตำแหน่งและจำนวนคนที่อยู่ในกำกับดูแล ส่วนคนรุ่นนี้วัดจากทักษะที่เก่งขึ้นจนตลาดต้องการตัว รายได้ที่เพิ่มตามฝีมือ สิทธิ์ในการเลือกว่าจะทำงานอะไรและทำอย่างไร และการเลิกงานได้ตรงเวลาโดยไม่ต้องรู้สึกผิด</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="19:1-19:153;1956-2108">คำถามของ HR จึงไม่ควรหยุดอยู่ที่ว่าทำไมคนรุ่นใหม่ไม่อยากเป็นหัวหน้า แต่ต้องย้อนกลับมาดูด้วยว่าตำแหน่งหัวหน้าที่องค์กรมีอยู่ทุกวันนี้ น่าเป็นมากพอหรือยัง</p>

<h2>Conscious Unbossing คืออะไร</h2>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="25:1-25:180;2149-2328">Conscious Unbossing คือการที่พนักงานตัดสินใจไม่เดินตามบันไดอาชีพแบบเดิม ที่เริ่มจากพนักงานระดับปฏิบัติการ ขยับขึ้นเป็น Senior แล้วขึ้นเป็น Manager และไต่ต่อไปเป็นผู้บริหารระดับสูง</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="27:1-27:225;2330-2554">คำว่า Conscious ในที่นี้สำคัญ เพราะการปฏิเสธตำแหน่งไม่ได้เกิดจากความกลัวหรือความไม่มั่นใจ พนักงานกลุ่มนี้ดูมาแล้วว่าหัวหน้าในองค์กรทำงานกันแบบไหน ต้องรับผิดชอบอะไร ได้เงินเพิ่มเท่าไร แล้วสรุปว่าไม่คุ้มกับสิ่งที่ตัวเองต้องแลก</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="29:1-29:226;2556-2781">ผลสำรวจของบริษัทจัดหางาน Robert Walters พบว่า Gen Z ในสหราชอาณาจักร 52% ไม่ต้องการรับตำแหน่งผู้จัดการระดับกลาง 69% มองว่างานระดับนี้เครียดสูงแต่ได้ผลตอบแทนต่ำ และ 72% สนใจเส้นทางที่เปิดให้เติบโตจากความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวมากกว่า</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="31:1-31:294;2783-3076">ตัวเลขชุดนี้ไม่ได้บอกว่าคนรุ่นใหม่ไม่อยากโต แต่บอกว่าการขึ้นเป็นหัวหน้าไม่ใช่รูปแบบเดียวของการเติบโตในหน้าที่การงานอีกแล้ว บางคนอยากเก่งขึ้นจนคิดค่าตัวได้สูงกว่าเดิม บางคนอยากรับผิดชอบโครงการใหญ่โดยไม่ต้องประเมินผลงานใคร และบางคนอยากให้คนในองค์กรฟังเพราะเชื่อในความรู้ของตัวเอง ไม่ใช่เพราะตำแหน่งบังคับให้ต้องฟัง</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="33:1-33:220;3078-3297">องค์กรจึงต้องแยกให้ออกว่าการเติบโตในอาชีพกับการบริหารคนเป็นสองเรื่อง คนที่ทำงานเก่งไม่จำเป็นต้องอยากดูแลคน และการรับมือกับอารมณ์ของลูกทีม การแจ้งข่าวร้าย หรือการประเมินผลงานเพื่อนร่วมงาน ก็เป็นภาระที่ไม่ใช่ทุกคนพร้อมรับ</p>
<h2>ทำไมตำแหน่ง Manager จึงไม่น่าดึงดูดเท่าเดิม</h2>
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50947" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-11T160609.841.webp" alt="conscious-unbossing-gen-z" width="600" height="370" title="วิกฤตขาดคนรุ่นใหม่นำทีม: รับมือ Conscious Unbossing อย่างไร เมื่อ Gen Z ปฏิเสธการเลื่อนขั้น 69" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-11T160609.841.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-11T160609.841-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></h3>
<h3>1. ภาระเพิ่มเร็วกว่ารางวัล</h3>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="39:1-39:333;3379-3711">พนักงานหลายคนเทียบแล้วว่าเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นไม่สมดุลกับงานที่ตามมา หัวหน้าต้องเข้าประชุมแทนทีม ตามงานให้เสร็จตามกำหนด เคลียร์ความขัดแย้งในทีม รับฟังปัญหาส่วนตัวของลูกทีม และอธิบายผลงานทีมให้ผู้บริหารฟัง งานเหล่านี้กินทั้งเวลาและพลังใจ ถ้าค่าตอบแทนขึ้นเพียงเล็กน้อย การเลื่อนตำแหน่งก็คือการรับงานเพิ่มโดยได้เงินที่ไม่ต่างจากเดิมมาก</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="41:1-41:174;3713-3886">ผลสำรวจของ Robert Walters ข้างต้นอธิบายมุมมองนี้ได้ดี เมื่อคนถึง 69% มองว่างานผู้จัดการระดับกลางเครียดสูงแต่ได้ผลตอบแทนต่ำ คำว่า Promotion จึงไม่ได้จูงใจทุกคนเหมือนเมื่อก่อน</p>
<h3>2. Manager รับแรงกดดันจากทุกด้าน</h3>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="45:1-45:280;3926-4205">ผู้บริหารอยากเห็นผลลัพธ์ตามเป้า ลูกทีมอยากได้หัวหน้าที่ช่วยแก้ปัญหาและปกป้องเวลาทำงานของพวกเขา ลูกค้าอยากได้งานเร็ว ขณะที่องค์กรอยากได้ทั้งประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นไปพร้อมกัน หัวหน้ายืนอยู่ตรงกลางความคาดหวังทั้งหมดนี้ และต้องรับผิดชอบผลลัพธ์หลายอย่างที่ตัวเองสั่งได้เพียงบางส่วน</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="47:1-47:195;4207-4401">ถ้าองค์กรไม่ให้อำนาจอนุมัติ ไม่ให้งบประมาณ ไม่ให้คนเพิ่ม และไม่ให้เวลา หัวหน้าก็เหลือหน้าที่เดียวคือรับแรงกดดันไว้แล้วส่งต่อให้ทีม งานลักษณะนี้ไม่มีเหตุผลให้คนที่หวงเวลาและสุขภาพของตัวเองอยากรับ</p>
<h3>3. คนรุ่นใหม่เห็นภาพหัวหน้าที่เหนื่อยเกินไป</h3>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="51:1-51:238;4452-4689">Gen Z เข้ามาทำงานพร้อมกับเห็นหัวหน้าประชุมทั้งวันจนต้องกลับมาทำงานของตัวเองตอนเย็น ตอบแชตงานตอนกลางคืนและวันหยุด และรับปัญหาจากทั้งลูกทีมและผู้บริหารในเวลาเดียวกัน สิ่งที่เห็นอยู่ทุกวันมีน้ำหนักมากกว่าคำเชิญชวนเรื่องโอกาสเติบโตในสายผู้นำ</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="53:1-53:137;4691-4827">เมื่อตัวอย่างที่อยู่ตรงหน้าคือคนที่งานล้นและไม่มีเวลาให้ตัวเอง การปฏิเสธตำแหน่งจึงเป็นการเลือกไม่เดินไปทางนั้น ไม่ใช่การหนีความรับผิดชอบ</p>
<h3>4. ความสำเร็จไม่ได้มีทางเดียว</h3>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="57:1-57:235;4864-5098">เพราะมีงานที่ใช้ความรู้เฉพาะทางทำให้คนมีชื่อในวงการ มีรายได้สูง และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจได้โดยไม่ต้องคุมทีม นอกจากนั้นคนรุ่นใหม่ยังเรียนทักษะใหม่ได้เองผ่านคอร์สออนไลน์ รับงานฟรีแลนซ์เสริม และสร้างชื่อผ่านช่องทางของตัวเองได้มากกว่าคนรุ่นก่อน</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="59:1-59:173;5100-5272">ถ้าองค์กรตั้งกติกาว่าคนเก่งต้องเป็นหัวหน้าเท่านั้นจึงจะได้เงินเดือนสูงขึ้น พนักงานที่ตั้งใจโตในสายผู้เชี่ยวชาญก็มีทางเลือกคือ ย้ายไปบริษัทที่จ่ายให้ฝีมือโดยไม่บังคับให้คุมคน</p>
<h2>ปัญหาอยู่ที่ Gen Z หรือการออกแบบงาน ?</h2>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="63:1-63:210;5316-5525">การสรุปว่า Gen Z ไม่อยากเป็นหัวหน้าเพราะอดทนน้อย ทำให้องค์กรมองไม่เห็นสาเหตุที่แก้ไขได้ หลายบริษัทเลื่อนคนที่ทำงานเก่งขึ้นมาคุมทีม แล้วปล่อยให้เรียนรู้วิธีดูแลคนด้วยตัวเอง ทั้งที่งานเดิมยังต้องทำอยู่ครบทุกชิ้น</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="65:1-65:240;5527-5766">หัวหน้าใหม่จึงต้องทำผลงานของตัวเองให้เข้าเป้า พร้อมกับให้ Feedback ลูกทีม เคลียร์ความขัดแย้ง โค้ชคนที่ทำงานไม่ทัน และรายงานผู้บริหาร โดยไม่มีใครสอนวิธีทำมาก่อน คนที่กำลังตัดสินใจว่าจะรับตำแหน่งหรือไม่ เห็นภาพนี้แล้วก็ประเมินว่าเสี่ยงเกินไป</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="67:1-67:238;5768-6005">เรื่องนี้จึงเป็นโจทย์ของการออกแบบโครงสร้างงาน (Organization Design) ควบคู่ไปกับการพัฒนาผู้นำ (Leadership Development) การอบรมให้พนักงานมองตำแหน่งหัวหน้าในแง่ดีไม่ช่วยอะไร ถ้าตำแหน่งนั้นยังต้องรับผิดชอบทุกเรื่องโดยไม่มีอำนาจและไม่มีคนช่วย</p>
<h2>หากคนรุ่นใหม่ไม่รับตำแหน่ง องค์กรเสี่ยงอะไร ?</h2>
<h3>Leadership Pipeline บางลง</h3>
<p>เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่สนใจบทบาทหัวหน้า องค์กรก็เหลือคนที่พร้อมขึ้นเป็นผู้นำระดับถัดไปน้อยลงทุกปี และจะเห็นผลชัดตอนที่ผู้บริหารคนใดคนหนึ่งลาออก</p>
<h3>Succession Planning ยากขึ้น</h3>
<p>การมีคนเก่งอยู่ในองค์กรไม่ได้แปลว่ามีคนสืบทอดตำแหน่ง ถ้าคนเก่งเหล่านั้นตอบว่าไม่อยากดูแลคน</p>
<h3>Manager ปัจจุบันเหนื่อยกว่าเดิม</h3>
<p>เมื่อไม่มีใครขึ้นมาช่วยแบ่งทีม หัวหน้าที่มีอยู่ต้องดูแลลูกทีมมากขึ้นกว่าที่ควร และเป็นกลุ่มแรกที่เสี่ยงหมดไฟจนลาออก</p>
<h3>องค์กรอาจเสียผู้เชี่ยวชาญ</h3>
<p>พนักงานที่อยากโตในสายผู้เชี่ยวชาญจะย้ายไปบริษัทที่มีตำแหน่งและเงินเดือนรองรับ ถ้าที่นี่ให้รางวัลเฉพาะคนที่ยอมคุมทีม</p>
<h3>คุณภาพการแต่งตั้งหัวหน้าลดลง</h3>
<p>เมื่อมีคนรับตำแหน่งน้อย องค์กรก็ต้องเลื่อนคนที่ยังไม่พร้อมขึ้นมาอุดช่องว่าง แล้วปัญหาการบริหารคนจะย้อนกลับไปที่ทีม</p>
<p>ความเสี่ยงเหล่านี้ไม่แสดงผลในไตรมาสเดียว จึงถูกเลื่อนออกไปได้เรื่อย ๆ HR ควรเริ่มเก็บตัวเลขว่ามีพนักงานปฏิเสธตำแหน่งกี่คน ตำแหน่งสำคัญมีคนสืบทอดที่พร้อมจริงกี่ตำแหน่ง และหัวหน้าปัจจุบันดูแลคนมากเกินกว่าที่รับได้หรือยัง ก่อนจะถึงวันที่หาคนขึ้นมาแทนไม่ได้</p>
<h2>HR ต้องออกแบบ Manager Role ใหม่อย่างไร</h2>
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50946" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-11T160536.911.webp" alt="conscious-unbossing-gen-z" width="600" height="370" title="วิกฤตขาดคนรุ่นใหม่นำทีม: รับมือ Conscious Unbossing อย่างไร เมื่อ Gen Z ปฏิเสธการเลื่อนขั้น 70" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-11T160536.911.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-11T160536.911-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></h3>
<h3>1. สร้าง Manager Track และ Expert Track ที่เติบโตได้จริง</h3>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr">องค์กรควรมีเส้นทางเติบโต 2 สาย คือสายบริหารคนกับสายผู้เชี่ยวชาญ โดยสายผู้เชี่ยวชาญต้องมีระดับตำแหน่งที่ไต่ขึ้นได้จริง มีช่วงเงินเดือนที่สูงขึ้นตามระดับ มีอำนาจตัดสินใจในงานที่รับผิดชอบ และได้รับการยอมรับในองค์กรไม่ต่างจากหัวหน้าสายบริหาร ไม่ใช่ตำแหน่งที่ตั้งขึ้นมารองรับคนที่ไม่อยากคุมทีม พนักงานต้องตอบได้ว่าถ้าพัฒนาความเชี่ยวชาญต่อไป ปลายทางคือตำแหน่งอะไร และรายได้ไปถึงระดับไหน</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr">ปัญหาของหลายองค์กรคือมีเส้นทางเติบโตแค่สายบริหาร คนเก่งที่อยากได้เงินเดือนสูงขึ้นจึงต้องรับตำแหน่งหัวหน้า ทั้งที่บางคนไม่ถนัดงานดูแลคน เมื่อเปิดสายผู้เชี่ยวชาญให้โตได้เทียบเท่ากัน คนที่มาเป็นหัวหน้าจะเป็นคนที่เลือกเพราะอยากทำหน้าที่นี้จริง ไม่ใช่เพราะเป็นทางเดียวที่ทำให้รายได้เพิ่ม</p>
<h3>2. ลดงานที่ไม่จำเป็นออกจากบทบาท Manager</h3>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="98:1-98:322;7863-8184">เริ่มจากให้หัวหน้าเก็บข้อมูลว่า ในหนึ่งสัปดาห์ใช้เวลาไปกับอะไร แล้วดูว่างานส่วนไหนที่ระบบหรือคนอื่นทำแทนได้ งานอนุมัติเอกสาร งานกรอกข้อมูลซ้ำ และการรวบรวมรายงานส่งผู้บริหาร มักลดได้ด้วย HRIS, ระบบอนุมัติอัตโนมัติ หรือทีม Shared Service ส่วนการประชุมควรมีคนรับผิดชอบและมีข้อสรุปทุกครั้ง ถ้าประชุมไหนไม่มีเรื่องต้องตัดสินใจก็ยกเลิกได้</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="100:1-100:190;8186-8375">เป้าหมายคือคืนเวลาให้หัวหน้าไปนั่งคุยกับลูกทีม พัฒนาคน วางแผนงาน และตัดสินใจเรื่องที่มีผลกับผลลัพธ์จริง ถ้างานเอกสารกินเวลาไปเกือบทั้งวัน พนักงานที่มองอยู่ก็ไม่เห็นว่าตำแหน่งนี้มีคุณค่าอะไร</p>
<h3>3. ให้รางวัลตามความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น</h3>
<p>ค่าตอบแทนของหัวหน้าควรสะท้อนงานที่เพิ่มขึ้นจริง ทั้งการดูแลอารมณ์และความรู้สึกของคนในทีม การรับมือความเสี่ยงเรื่องคน อย่างการลาออกพร้อมกันหรือความขัดแย้งที่บานปลาย และการรับผิดชอบผลงานของทีมทั้งทีม</p>
<p>องค์กรควรดูให้ครบทั้งเงินเดือน โบนัส สิทธิประโยชน์ อำนาจอนุมัติ งบประมาณ และคนช่วยงาน ถ้าเพิ่มแต่ชื่อตำแหน่งกับปริมาณงาน โดยที่อำนาจและเครื่องมือยังเท่าเดิม พนักงานจะอ่านเกมออกและปฏิเสธไปตั้งแต่ต้น</p>
<h3>4. เตรียม New Manager ก่อนเริ่มงานจริง</h3>
<p>การบริหารคนเป็นทักษะอีกชุดหนึ่งที่ Manager ต้องเรียนรู้ ไม่ใช่รางวัลจากการทำงานในตำแหน่งเดิมได้ดี HR จึงควรมีระบบเตรียมความพร้อมสำหรับ Manager ใหม่ ตั้งแต่การให้และรับ Feedback การโค้ชทีม การจัดการความขัดแย้ง การพูดคุยเรื่องผลงาน การสร้างบรรยากาศที่คนกล้าพูดและกล้าแสดงความคิดเห็น ไปจนถึงการมอบหมายงานและวางแผนการทำงานของทีม</p>
<p>ในช่วงแรก Manager ควรมีทั้งพี่เลี้ยง กลุ่มเพื่อนที่อยู่ในบทบาทเดียวกัน และช่องทางสำหรับขอคำปรึกษาเมื่อเจอสถานการณ์ที่รับมือได้ยาก เพราะการอบรมเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการบริหารคน ซึ่งต้องเจอกับปัญหาและสถานการณ์ใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา</p>
<h3>5. ทำให้บทบาทหัวหน้ามีความหมายและมีขอบเขต</h3>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="116:1-116:260;9444-9703">พนักงานจะสนใจตำแหน่งนี้เมื่อเห็นว่าหัวหน้าได้สร้างคน ได้ตัดสินใจเรื่องสำคัญ และได้ผลักดันงานที่ตัวเองเชื่อ องค์กรต้องกำหนดให้ชัดว่าหัวหน้าหนึ่งคนดูแลคนได้กี่คน รับผิดชอบอะไร และเรื่องไหนไม่ใช่หน้าที่ พร้อมกับเลิกยกย่องคนที่ทำงานดึกว่าเป็นตัวอย่างของความทุ่มเท</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="118:1-118:186;9705-9890">หัวหน้าที่ลาพักร้อนได้โดยงานไม่พัง มีเวลาคิดเรื่องระยะยาว และขอความช่วยเหลือได้เมื่อจำเป็น คือตัวอย่างที่ทำให้คนอื่นอยากขึ้นมาทำหน้าที่นี้ ต่างจากหัวหน้าที่ต้องตอบข้อความตลอด 24 ชั่วโมง</p>
<h2>HR ควรถามอะไรกับคนรุ่นใหม่ในองค์กร</h2>
<p>ก่อนจะเลื่อนตำแหน่งพนักงาน HR ควรฟังเหตุผลจากพนักงานก่อนว่า อยากเลื่อนตำแหน่งหรือไม่ ไม่ว่าจะฟังผ่านแบบสอบถาม การพูดคุยกลุ่มย่อย หรือการคุยเรื่องเส้นทางอาชีพแบบตัวต่อตัว โดยสามารถใช้คำถามที่เหล่านี้ได้</p>
<ul style="list-style-type: circle;">
<li>อะไรทำให้คุณอยากหรือไม่อยากเป็น Manager ?</li>
<li>คุณมองว่าหัวหน้าในองค์กรมีชีวิตการทำงานแบบใด ?</li>
<li>หากต้องการเติบโตโดยไม่บริหารคน คุณอยากไปในเส้นทางไหน ?</li>
<li>ภาระหรือความเสี่ยงข้อใดทำให้ตำแหน่ง Manager ดูไม่คุ้ม ?</li>
<li>อะไรต้องเปลี่ยน จึงจะทำให้คุณสนใจรับบทบาทหัวหน้า ?</li>
<li>คุณต้องการการสนับสนุนแบบใด หากรับบทบาทนี้ในอนาคต ?</li>
</ul>
<p>คำตอบที่ได้จะช่วยแยกว่า อุปสรรคหลักอยู่ที่ค่าตอบแทน ภาระงาน วัฒนธรรม หัวหน้าต้นแบบ เส้นทางอาชีพ หรือการขาดระบบสนับสนุน ซึ่งแต่ละองค์กรอาจมีต้นเหตุและลำดับความสำคัญต่างกัน ต้องตัดเย็บให้ลงตัวอีกที</p>
<h2>บทเรียนสำหรับองค์กรไทย</h2>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="135:1-135:207;10577-10783">คำว่า Conscious Unbossing อาจยังไม่ค่อยได้ยินคนพูดถึงในไทยเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามเราจะเริ่มเห็นสถานการณ์นี้เกิดขึ้นในหลายองค์กรแล้ว เช่น พนักงานฝีมือดีบางคนปฏิเสธตำแหน่งหัวหน้า บางคนขอเป็น Specialist ต่อไป และบางคนไม่ยอมแลกเวลาส่วนตัวกับเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="137:1-137:260;10785-11044">องค์กรไทยยังคาดหวังให้หัวหน้าติดต่อได้ตลอดเวลา รับคำสั่งจากผู้บริหารมาทำต่อ แก้ปัญหาแทนลูกทีม และรักษาความสัมพันธ์กับทุกฝ่ายไปพร้อมกัน ความคาดหวังเหล่านี้หนักขึ้นเมื่อองค์กรไม่มีการอบรมหรือขั้นตอนรองรับเรื่องคน หัวหน้าจึงต้องใช้วิธีลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="139:1-139:235;11046-11280">การจะแก้ปัญหานี้ได้ HR สามารถเริ่มจากการย้อนดูข้อมูลที่มีอยู่แล้ว เช่น ปีที่ผ่านมามีพนักงานปฏิเสธการเลื่อนตำแหน่งกี่คน หัวหน้าใหม่ลาออกหรือขอย้ายกลับไปทำงานเดิมกี่คน หัวหน้าใช้เวลากับงานเอกสารสัปดาห์ละกี่ชั่วโมง และตำแหน่งสำคัญมีคนสืบทอดที่พร้อมจริงกี่ตำแหน่ง</p>
<p class="font-claude-response-body break-words whitespace-normal" dir="ltr" data-sourcepos="141:1-141:128;11282-11409">ข้อมูลชุดนี้ทำให้เห็นปัญหาก่อนที่จะขาดคน และใช้เป็นหลักฐานตอนเสนอผู้บริหารให้ปรับโครงสร้างตำแหน่ง ค่าตอบแทน และระบบพัฒนาหัวหน้า</p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คนรุ่นใหม่ยังต้องการความก้าวหน้า คำถามของพวกเขาคือความก้าวหน้าที่องค์กรเสนอคุ้มกับภาระและชีวิตที่เสียไปหรือไม่ หากตำแหน่ง Manager หมายถึงภาระงานล้น ความเครียดสูง ความรับผิดชอบมาก แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนมากพอ การปฏิเสธย่อมเป็นทางเลือกที่เข้าใจได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรจึงควรทำให้การบริหารคนเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจและพร้อมรับบทบาท พร้อมเปิดเส้นทางให้ Expert, Specialist และ Project Leader เติบโตได้อย่างเท่าเทียม Manager Track ที่ดีต้องมีขอบเขตงานชัด ผลตอบแทนเหมาะสม การเตรียมความพร้อม และตัวช่วยที่ใช้ได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพนักงานไม่ต้องเลือกระหว่างความก้าวหน้ากับคุณภาพชีวิต องค์กรจะรักษาคนเก่งได้มากขึ้น และสร้างผู้นำจากคนที่อยากนำทีมจริง ไม่ใช่คนที่รับตำแหน่งเพราะไม่มีทางเลือกอื่น</span></p>
<p><a href="https://bit.ly/4vMxunv" target="_blank" rel="noopener">หากองค์กรของคุณกำลังเตรียมผู้นำรุ่นใหม่ หรือมองหาระบบที่ช่วยให้ Manager พร้อมรับบทบาทมากขึ้น สามารถค้นหาโซลูชันด้าน Leadership Development ที่เหมาะกับองค์กรได้ผ่าน HREX</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://economictimes.indiatimes.com/magazines/panache/gen-z-employees-are-turning-down-promotions-and-leadership-roles-what-is-the-conscious-unbossing-workplace-trend/articleshow/132310813.cms" target="_blank" rel="noopener">The Economic Times — Gen Z employees are turning down promotions and leadership roles</a></li>
<li><a href="https://www.theguardian.com/money/2024/sep/25/conscious-unbossing-why-gen-z-are-refusing-to-become-managers" target="_blank" rel="noopener">The Guardian — Conscious unbossing: why Gen Z are refusing to become managers</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/conscious-unbossing-gen-z-260811/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รวม 9 ผู้ให้บริการ Public Training พัฒนาทักษะบุคลากรบน HREX</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-solution/public-training-solution-260811/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-solution/public-training-solution-260811/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 04:25:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Public Training]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50937</guid>

					<description><![CDATA[การพัฒนาทักษะพนักงานไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการออกแบบหลักสูตรเฉพาะองค์กรเสมอไป Public Training เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้พนักงานเข้าร่วมหลักสูตรตามหัวข้อและรอบเวลาที่ผู้ให้บริการกำหนด ได้เรียนรู้จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เรียนจากหลายองค์กร และนำแนวคิดใหม่กลับไปประยุกต์ใช้กับงานได้รวดเร็ว รูปแบบของ Public Training มีตั้งแต่หลักสูตรระยะสั้น เวิร์กชอปเชิงปฏิบัติการ โปรแกรมสำหรับผู้บริหาร ไปจนถึง Learning Journey ที่เชื่อมการเรียนกับ Assignment, Coaching หรือ Simulation องค์กรจึงควรพิจารณาทั้งหัวข้อ ความเหมาะสมกับระดับพนักงาน ประสบการณ์ของวิทยากร วิธีการเรียนรู้ และแนวทางติดตามผล เพื่อให้การอบรมสร้างการเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าการได้รับความรู้ในห้องเรียน สำหรับ HR และผู้บริหารที่กำลังมองหาหลักสูตรเพื่อพัฒนาบุคลากร HREX ได้รวบรวม 9 สถาบันและบริการ Public Training บนแพลตฟอร์ม HR Products &#38; Services ครอบคลุมทักษะผู้นำ ธุรกิจ ดิจิทัล AI นวัตกรรม การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาองค์กร ดังนี้ 1. AEIOU Solution ผู้ให้บริการวางกลยุทธ์และอบรมการใช้ AI [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50940" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-11T103853.919.webp" alt="public-training-solution" width="600" height="370" title="รวม 9 ผู้ให้บริการ Public Training พัฒนาทักษะบุคลากรบน HREX 72" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-11T103853.919.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-11T103853.919-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาทักษะพนักงานไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการออกแบบหลักสูตรเฉพาะองค์กรเสมอไป Public Training เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้พนักงานเข้าร่วมหลักสูตรตามหัวข้อและรอบเวลาที่ผู้ให้บริการกำหนด ได้เรียนรู้จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เรียนจากหลายองค์กร และนำแนวคิดใหม่กลับไปประยุกต์ใช้กับงานได้รวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รูปแบบของ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/81"><span style="font-weight: 400;">Public Training</span></a><span style="font-weight: 400;"> มีตั้งแต่หลักสูตรระยะสั้น เวิร์กชอปเชิงปฏิบัติการ โปรแกรมสำหรับผู้บริหาร ไปจนถึง Learning Journey ที่เชื่อมการเรียนกับ Assignment, Coaching หรือ Simulation องค์กรจึงควรพิจารณาทั้งหัวข้อ ความเหมาะสมกับระดับพนักงาน ประสบการณ์ของวิทยากร วิธีการเรียนรู้ และแนวทางติดตามผล เพื่อให้การอบรมสร้างการเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าการได้รับความรู้ในห้องเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR และผู้บริหารที่กำลังมองหาหลักสูตรเพื่อพัฒนาบุคลากร HREX ได้รวบรวม 9 สถาบันและบริการ Public Training บนแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services ครอบคลุมทักษะผู้นำ ธุรกิจ ดิจิทัล AI นวัตกรรม การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาองค์กร ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>1. AEIOU Solution</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ให้บริการวางกลยุทธ์และอบรมการใช้ AI สำหรับองค์กร โดยมุ่งช่วยให้ทีมงานนำ AI และเทคโนโลยีใหม่ไปเพิ่มประสิทธิภาพในงาน HR การตลาด และธุรกิจ บริการมีทั้ง Consult &amp; Strategy, Inhouse Training, Public Training และการพัฒนา AI Solution จึงรองรับตั้งแต่องค์กรที่เพิ่งเริ่มต้นไปจนถึงทีมที่ต้องการต่อยอดเป็นระบบใช้งานจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักสูตร Public Training ครอบคลุมหัวข้อ AI Marketing, AI Creative, Automation และ V.A.I.P. สำหรับผู้บริหาร โดยเน้นอธิบายให้เข้าใจง่ายและเชื่อมกับสถานการณ์ทำงานจริง จุดเด่นคือการช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำเครื่องมือและแนวทางกลับไปทดลองใช้ด้วยตนเอง เหมาะกับองค์กรที่ต้องการสร้าง AI Literacy พร้อมพัฒนาทักษะเชิงกลยุทธ์และการประยุกต์ใช้ในแต่ละสายงาน</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/163"><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/163?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=PIC"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47991" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 194" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-47.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-47.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-47-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-47-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-47-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-47-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>2. Beyond Global</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลจากญี่ปุ่น ซึ่งให้บริการทั้งการพัฒนาบุคลากร การปรับปรุงระบบ HR และการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับงานบุคคล แนวทางทำงานเริ่มจากการวิเคราะห์องค์กรเพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหา ก่อนออกแบบระบบและแผนพัฒนาที่สามารถนำไปใช้จริงได้อย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเด่นคือความเข้าใจความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมการทำงานของไทย ญี่ปุ่น และองค์กรต่างชาติ พร้อมความสามารถในการจัดอบรมและจัดทำเอกสารได้ 3 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น จึงเหมาะกับบริษัทที่มีทีมงานหลากหลายสัญชาติหรือต้องการผสานแนวทางบริหารแบบญี่ปุ่นกับบริบทของพนักงานไทย โดยเน้นสร้างความเข้าใจและการยอมรับร่วมกันภายในองค์กร</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/109"><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่</b></a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47890" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 99" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/104-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/104-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/104-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/104-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/104-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/104-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></p>
<h2><b>3. Disrupt Corporate Program</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Disrupt Corporate Program มีโปรแกรมหลัก 4 รูปแบบ ได้แก่ Leadership Program สำหรับพัฒนาผู้นำและ First-Time Manager, Corporate Innovation เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และ New S-Curve, Talent Assessment ผ่านเวิร์กชอปหรือ Hackathon และ Bootcamp/Team Building ที่ผสานความรู้เข้ากับกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม ครอบคลุมทักษะตั้งแต่ Coaching, Empathy และ Communication ไปจนถึง Data และ AI Disruption</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเรียนรู้เน้น Experiential Simulation กรณีศึกษาระดับโลก และการลงมือปฏิบัติจริง พร้อมปรับเนื้อหาให้ตรงกับทักษะที่องค์กรต้องการและมีการวัดผลต่อเนื่องหลังจบหลักสูตร ข้อมูลบน HREX ระบุว่าทีมมีประสบการณ์ทำงานกับผู้ประกอบการมากกว่า 3,000 รายและจัดโปรแกรมให้ผู้บริหารจากองค์กรจำนวนมาก จึงเหมาะกับองค์กรที่ต้องการสร้างผู้นำ นวัตกรรม และ Talent ผ่านประสบการณ์เรียนรู้เข้มข้น</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/187"><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/187?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47909" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 116" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>4. Life Skills Thailand</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">บริการออกแบบและจัดอบรมเชิงปฏิบัติการโดยใช้จิตวิทยาประยุกต์และ Experiential Learning เพื่อเปลี่ยนความเข้าใจให้เป็นพฤติกรรมที่นำไปใช้ได้จริง หัวข้อครอบคลุม DEI &amp; Inclusive Workplace, Leadership Development, Communication &amp; Team Collaboration, Training of Trainers ตลอดจน Organizational Learning &amp; Change</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระบวนการเริ่มจากการทำความเข้าใจเป้าหมาย ผู้เรียน ความท้าทาย และวัฒนธรรมขององค์กร ก่อนออกแบบกิจกรรม กรณีศึกษา การสนทนา และการสะท้อนคิดให้เหมาะกับบริบทจริง จุดเด่นคือการสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่ปลอดภัยและให้ความสำคัญกับการรักษาความลับ พร้อมเครื่องมือและ Action Plan สำหรับนำกลับไปใช้ต่อ รองรับทั้งเวิร์กชอป หลักสูตรต่อเนื่อง Learning Journey และการพัฒนาวิทยากรภายใน</span></p>
<p><strong><a href="https://expth.hrnote.asia/products/227">ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/227?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=PIC"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50956" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 216" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-26-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-26-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-26-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-26-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-26-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-26-2-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>5. Modular Consulting</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Modular Consulting ผสานแนวคิด Design Thinking เข้ากับทฤษฎีทางจิตวิทยา เพื่อออกแบบเวิร์กชอป เครื่องมือ และกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยให้บุคลากรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขมากขึ้น บริการครอบคลุม Workshop, Consulting, Counseling โดยนักจิตวิทยามืออาชีพ รวมถึง Tools &amp; Resources สำหรับนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตและการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักสูตร Public Training ที่โดดเด่นคือ Designing Your Life ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสำรวจคุณค่าของชีวิตและการทำงาน ตั้งโจทย์ และทดลองสร้างประสบการณ์ต้นแบบเพื่อนำไปใช้จริง นอกจากนี้ยังมีหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ Empathy, Communication &amp; Feedback, Design Thinking และ Customer Insights จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการพัฒนาทั้งทักษะการทำงาน สุขภาวะ และวัฒนธรรมองค์กรผ่านการเรียนรู้แบบลงมือทำ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/143"><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/143?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47974" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 178" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-30.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-30.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-30-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-30-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-30-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-30-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>6. PTC</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ให้บริการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและที่ปรึกษาด้านการพัฒนาองค์กร ครอบคลุมทั้งหลักสูตรสำหรับบุคคลทั่วไป หลักสูตร In-House และบริการออกแบบหรือปรับปรุงระบบบริหารทรัพยากรบุคคล โดยเน้นการออกแบบหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการและระดับผู้เรียนของแต่ละองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางของ PTC ใช้ UAIM Concept ซึ่งประกอบด้วย Understand, Align, Implement และ Measure เพื่อเริ่มจากการทำความเข้าใจโจทย์ เชื่อมเป้าหมายการเรียนรู้กับองค์กร นำแผนไปปฏิบัติ และวัดผลลัพธ์ จุดเด่นนี้ช่วยให้การอบรมไม่แยกขาดจากการพัฒนาองค์กร เหมาะกับ HR ที่ต้องการหลักสูตรแบบ Tailor-Made ควบคู่กับมาตรฐานงานที่ปรึกษาด้านบุคลากร</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/201"><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/201?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47923" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 129" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/132.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/132.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/132-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/132-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/132-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/132-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>7. Sauce Skills</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัท Corporate Training ที่ออกแบบหลักสูตรด้าน Leadership, Business และ Digital เพื่อพัฒนา Future Leaders ให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ วิทยากรเป็น Successful Practitioners ที่มีประสบการณ์ตัดสินใจ แก้ปัญหา และรับผิดชอบผลลัพธ์จริง จึงสามารถถ่ายทอดทั้งกรอบคิด เครื่องมือ และบทเรียนจากสถานการณ์จริงให้ผู้เรียนเห็นภาพชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รูปแบบการเรียนรู้เน้น From Learning to Execution ผ่าน Workshop, Business Simulation, 1-on-1 Coaching, Assignment, Group Project, Mentoring, Site Visit และ Business Trip พร้อมเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญที่ครอบคลุม Strategy, AI, Innovation และ Communication จุดเด่นคือการเชื่อมการคิด การตัดสินใจ และการสื่อสารในบริบทของผู้บริหารเข้ากับการลงมือทำเพื่อสร้างผลลัพธ์ในองค์กร</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/179"><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/179?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=PIC"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48785" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 210" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-20-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-20-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-20-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-20-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-20-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-20-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>8. SCG HR Solutions</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ให้บริการด้าน HR Consulting และ Training โดยมี Public Training สำหรับองค์กรและบุคคลที่สนใจ ควบคู่กับ In-House Training ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือวัฒนธรรมองค์กร นอกจากนี้ยังมีบริการที่ปรึกษาแบบ Subscription, Green HR และ Knowledge Asset Management สำหรับวางกลยุทธ์และต่อยอดองค์ความรู้ภายในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเด่นคือทีมงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ทำงานจริง ซึ่งสามารถถ่ายทอดทักษะด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลให้ผู้เรียนเข้าใจและนำไปปรับใช้กับบริบทของตนเองได้ เหมาะกับทีม HR หรือผู้บริหารที่ต้องการทั้งหลักสูตรเพิ่มทักษะเฉพาะด้านและแนวทางพัฒนาระบบงานบุคคลให้เชื่อมโยงกับเป้าหมายของธุรกิจ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/182"><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/182?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47904" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 111" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>9. Talentvis Academy</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แพลตฟอร์มฝึกอบรมแบบ One-Stop สำหรับองค์กรที่ต้องการ Upskill พนักงานผ่านหลักสูตรวิชาชีพจากวิทยากรและผู้ให้บริการฝึกอบรมหลายราย ช่วยรวบรวมขั้นตอนการค้นหาหลักสูตร การยืนยันที่นั่ง และการชำระเงินไว้ในระบบเดียว ทำให้ทีม HR สามารถบริหารการส่งพนักงานเข้าอบรมได้สะดวกขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลบน HREX ระบุว่าแพลตฟอร์มมี Live Course ใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย จึงเหมาะกับองค์กรที่ต้องการเข้าถึงหลักสูตรจากผู้ให้บริการหลายประเทศหรือดูแลพนักงานในภูมิภาคเดียวกัน จุดเด่นด้าน User-Friendly, Faster Confirmation และระบบชำระเงินที่สะดวกยังช่วยลดขั้นตอนด้านงานธุรการของการอบรม</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/43"><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/43?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47824" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 38" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/41-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/41-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/41-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/41-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/41-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/41-2-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-solution/public-training-solution-260811/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รวม 6 ระบบ Applicant Tracking System (ATS) ช่วยจัดการผู้สมัครและเร่งการสรรหาบน HREX</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-solution/applicant-tracking-system-solution-260811/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-solution/applicant-tracking-system-solution-260811/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 02:58:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Solution]]></category>
		<category><![CDATA[ATS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50929</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อองค์กรเปิดรับสมัครงานหลายตำแหน่ง ใบสมัครมักหลั่งไหลเข้ามาจากหลายช่องทาง ทั้ง Job Board เว็บไซต์บริษัท อีเมล และการแนะนำจากพนักงาน หากทีม HR ยังจัดการข้อมูลด้วย Spreadsheet หรือแยกเก็บไว้คนละระบบ การติดตามสถานะผู้สมัคร นัดสัมภาษณ์ และประสานงานกับ Hiring Manager อาจล่าช้า จนพลาดผู้สมัครที่เหมาะสมไปได้ Applicant Tracking System หรือ ATS คือระบบที่ช่วยรวมข้อมูลและบริหารกระบวนการสรรหาไว้ในที่เดียว ตั้งแต่การประกาศงาน รับและคัดกรองใบสมัคร ติดตามผู้สมัครในแต่ละขั้นตอน นัดสัมภาษณ์ บันทึกผลการประเมิน ไปจนถึงการทำรายงานและสร้าง Talent Pool ทำให้ทีมที่เกี่ยวข้องเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน ลดงานซ้ำซ้อน และตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น ATS แต่ละระบบมีจุดเด่นต่างกัน บางระบบเน้น AI Matching และการวิเคราะห์ข้อมูล บางระบบเชื่อมต่อ Job Board หรือสร้าง Career Page ได้ ขณะที่บางระบบออกแบบมาเพื่อธุรกิจเฉพาะกลุ่ม HREX จึงขอรวบรวม 6 ระบบ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50932" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-11T093741.181.webp" alt="Applicant Tracking System (ATS)" width="600" height="370" title="รวม 6 ระบบ Applicant Tracking System (ATS) ช่วยจัดการผู้สมัครและเร่งการสรรหาบน HREX 74" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-11T093741.181.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-11T093741.181-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อองค์กรเปิดรับสมัครงานหลายตำแหน่ง ใบสมัครมักหลั่งไหลเข้ามาจากหลายช่องทาง ทั้ง Job Board เว็บไซต์บริษัท อีเมล และการแนะนำจากพนักงาน หากทีม HR ยังจัดการข้อมูลด้วย Spreadsheet หรือแยกเก็บไว้คนละระบบ การติดตามสถานะผู้สมัคร นัดสัมภาษณ์ และประสานงานกับ Hiring Manager อาจล่าช้า จนพลาดผู้สมัครที่เหมาะสมไปได้</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/47">Applicant Tracking System หรือ ATS</a> คือระบบที่ช่วยรวมข้อมูลและบริหารกระบวนการสรรหาไว้ในที่เดียว ตั้งแต่การประกาศงาน รับและคัดกรองใบสมัคร ติดตามผู้สมัครในแต่ละขั้นตอน นัดสัมภาษณ์ บันทึกผลการประเมิน ไปจนถึงการทำรายงานและสร้าง Talent Pool ทำให้ทีมที่เกี่ยวข้องเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน ลดงานซ้ำซ้อน และตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น</p>
<p>ATS แต่ละระบบมีจุดเด่นต่างกัน บางระบบเน้น AI Matching และการวิเคราะห์ข้อมูล บางระบบเชื่อมต่อ Job Board หรือสร้าง Career Page ได้ ขณะที่บางระบบออกแบบมาเพื่อธุรกิจเฉพาะกลุ่ม HREX จึงขอรวบรวม 6 ระบบ ATS บนแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services ของ HREX เพื่อช่วยให้องค์กรเลือกโซลูชันที่เหมาะกับรูปแบบการสรรหาของตัวเอง ดังนี้</p>

<h2>Applicant Tracking System #1. EZHire</h2>
<p>EZHire by Reeracoen Thailand เป็นระบบ Hiring Management และ ATS ที่เปิดให้ใช้งานฟีเจอร์ทั้งหมดฟรี เหมาะกับ SMEs, Startup หรือทีม HR ที่ยังบริหารข้อมูลผู้สมัครผ่าน Spreadsheet และต้องการเริ่มวางกระบวนการสรรหาแบบเป็นระบบโดยไม่ต้องลงทุนกับซอฟต์แวร์ราคาแพง</p>
<p>ระบบมี Career Page Builder สำหรับสร้างหน้ารับสมัครงานของบริษัท พร้อมซิงค์ข้อมูลจากใบสมัครและเรซูเม่เข้าสู่ ATS อัตโนมัติ ช่วยลดการกรอกข้อมูลซ้ำและสะสมเป็น Talent Pool นอกจากนี้ยังติดตามกระบวนการจ้างงานแบบ Real-time เพิ่มสมาชิกทีมได้ไม่จำกัด มี My Task สำหรับติดตามงานของแต่ละคน และกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ จึงช่วยให้ทีมทำงานร่วมกันได้คล่องตัวและปลอดภัยขึ้น</p>
<p><strong><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222">ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47943" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 150" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>Applicant Tracking System #2. HR9</h2>
<p>HR9 เหมาะกับองค์กรที่ต้องการลดงานซ้ำซ้อนตั้งแต่การประกาศงานไปจนถึงการตัดสินใจรับพนักงาน ระบบสามารถสร้าง Career Site และเชื่อมประกาศไปยัง Job Board หลายแห่ง ก่อนรวบรวมใบสมัครจากทุกช่องทางกลับมาไว้ในที่เดียว ทำให้ทีม HR ไม่ต้องสลับทำงานระหว่างหลายแพลตฟอร์ม</p>
<p>ภายในระบบสามารถจัดการสถานะผู้สมัคร ตารางนัดสัมภาษณ์ การประเมิน และผลการสัมภาษณ์ได้จากหน้าจอเดียว พร้อมฟังก์ชัน Matching ระหว่างคุณสมบัติผู้สมัครกับตำแหน่งงาน แบบทดสอบบุคลิกภาพ 16 Personalities และรายงานสรุปด้านการสรรหา จึงเหมาะกับทีมที่ต้องการเห็นภาพรวมของผู้สมัครและทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/45"><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/45?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47828" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 40" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/43-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/43-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/43-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/43-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/43-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/43-2-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>Applicant Tracking System #3. Huneety</h2>
<p>Huneety เป็นแพลตฟอร์ม Recruitment ที่เน้นการเชื่อมต่อ Talent กับองค์กรในกลุ่ม B2B อุตสาหกรรม และการผลิต เหมาะกับบริษัทที่ต้องการเครื่องมือช่วยสรรหาบุคลากรเฉพาะทาง พร้อมระบบที่ใช้ Machine Learning สนับสนุนการทำงานของทีม HR</p>
<p>ฟังก์ชันสำคัญครอบคลุมการใช้ AI ช่วยสร้าง Job Description และแนะนำผู้สมัคร การทำ Pre-screening Assessment เพื่อคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้น รวมถึง Interview Guideline สำหรับ Hiring Manager และ ATS ที่สามารถส่งออกข้อมูลได้ ช่วยให้องค์กรเริ่มสะสมฐานผู้สมัครและพัฒนา Talent Pool ของตนเองได้ต่อเนื่อง</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/113"><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/113?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47893" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 103" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-2-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>Applicant Tracking System #4. Job Hire</h2>
<p>Job Hire เป็นระบบจัดการงานสรรหาและคัดเลือกผู้สมัครแบบครบวงจร ตั้งแต่เปิดรับสมัคร คัดกรอง ติดตามสถานะ ไปจนถึง Onboarding เหมาะกับองค์กรที่ต้องการลดขั้นตอนและจัดเก็บข้อมูลผู้สมัครอย่างเป็นระบบ พร้อมทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ทันที</p>
<p>ระบบมี AI Resume Parsing สำหรับประมวลข้อมูลจากเรซูเม่จำนวนมาก การวิเคราะห์และให้คะแนนความเหมาะสมตามเงื่อนไขขององค์กร เครื่องมือสร้างใบสมัครและประกาศงาน รวมถึงการตรวจสอบรายละเอียดผู้สมัครตลอดกระบวนการสรรหา พร้อมแจ้งเตือนข้อมูลที่ซ้ำซ้อน ช่วยให้ทีมค้นหาข้อมูลและตัดสินใจได้จากฐานข้อมูลเดียวกัน</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/206"><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/206?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-47928 aligncenter" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 134" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/137.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/137.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/137-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/137-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/137-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/137-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>Applicant Tracking System #5. Manatal</h2>
<p>Manatal เป็นซอฟต์แวร์สรรหาที่ออกแบบให้รองรับทั้งทีม HR บริษัทจัดหางาน และองค์กรขนาดใหญ่ ตั้งแต่การนำผู้สมัครเข้าระบบผ่าน LinkedIn, Job Board, Career Page, Referral และการนำเข้าเรซูเม่ ไปจนถึงการบริหาร Candidate Pipeline ผ่านโปรไฟล์ผู้สมัคร ฟิลด์ที่กำหนดเอง API และระบบค้นหาข้อมูล</p>
<p>ระบบมี Candidate Enrichment และ AI Recommendations สำหรับเสริมข้อมูล ให้คะแนน และแนะนำผู้สมัครที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเครื่องมือทำงานร่วมกับ Hiring Manager การเชื่อมปฏิทิน การแจ้งเตือน รายงานและ Analytics รวมถึง Branded Career Page อีกทั้งยังรองรับแนวทางด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย เช่น GDPR, CCPA, PDPA และ SOC 2 Type II จึงเหมาะกับองค์กรที่ต้องการ ATS ซึ่งขยายตามกระบวนการสรรหาที่ซับซ้อนได้</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/137"><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/137?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47968" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 172" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-24-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-24-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-24-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-24-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-24-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-24-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>Applicant Tracking System #6. <b></b>Telepath</h2>
<p>Telepath เหมาะกับองค์กรที่ต้องการเข้าถึงผู้สมัครคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะสาย Tech, Design, Marketing รวมถึงผู้ที่พร้อมทำงานแบบ Remote หรือ Hybrid แพลตฟอร์มช่วยให้องค์กรประกาศงานไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และโปรโมตตำแหน่งผ่านเครือข่ายเว็บไซต์พันธมิตรและโซเชียลมีเดีย</p>
<p>นอกจากช่องทางเข้าถึง Talent แล้ว Telepath ยังมีระบบจัดการใบสมัครที่ช่วยรวบรวม จัดเรียง และคัดกรองผู้สมัคร ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน เพื่อให้ทีม HR ใช้เวลากับการสัมภาษณ์และการคัดเลือกได้มากขึ้น เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลางที่ต้องการระบบใช้งานไม่ซับซ้อนและเน้นกลุ่มผู้สมัครสายงานสมัยใหม่</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/155"><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/155?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47981" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 184" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-37.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-37.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-37-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-37-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-37-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-37-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-solution/applicant-tracking-system-solution-260811/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CPO Forum 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/cpo-forum-2026-260806/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/cpo-forum-2026-260806/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Aug 2026 11:04:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[CPO Forum 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50904</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อ AI และเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนทั้งรูปแบบการทำงาน โครงสร้างองค์กร และทักษะที่ธุรกิจต้องการ บทบาทของ Chief People Officer (CPO) และผู้นำฝ่ายทรัพยากรบุคคลจึงต้องขยับไปไกลกว่าการบริหารกระบวนการด้านคน โดยต้องสามารถเชื่อมโยงศักยภาพของพนักงานเข้ากับทิศทางการเติบโตและผลลัพธ์ของธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม การปรับองค์กรให้ก้าวทันเทคโนโลยีอาจไม่สำเร็จ หากผู้นำละเลยความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนจึงต้องอาศัยทั้งความสามารถในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และภาวะผู้นำที่ยังมองเห็นความเป็นมนุษย์ของคนในองค์กร ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นแกนกลางของงาน CPO Forum 2026 ซึ่งจัดขึ้นโดย Sasin School of Management ร่วมกับ Hewitt Consulting ภายใต้ธีม “Humanize to Reinvent: Turning Human Potential into Business Impact” เวทีที่ชวนผู้นำองค์กรและผู้นำสาย HR มาร่วมสำรวจว่า องค์กรจะปลดล็อกศักยภาพของคน สร้างความพร้อมท่ามกลางความไม่แน่นอน และเปลี่ยนพลังของมนุษย์ให้กลายเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจได้อย่างไร หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว ดังนี้ Driving Purpose with Humanity Leadership [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50908" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-06T174201.671.webp" alt="CPO Forum 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CPO Forum 2026 79" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-06T174201.671.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-06T174201.671-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ AI และเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนทั้งรูปแบบการทำงาน โครงสร้างองค์กร และทักษะที่ธุรกิจต้องการ บทบาทของ Chief People Officer (CPO) และผู้นำฝ่ายทรัพยากรบุคคลจึงต้องขยับไปไกลกว่าการบริหารกระบวนการด้านคน โดยต้องสามารถเชื่อมโยงศักยภาพของพนักงานเข้ากับทิศทางการเติบโตและผลลัพธ์ของธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การปรับองค์กรให้ก้าวทันเทคโนโลยีอาจไม่สำเร็จ หากผู้นำละเลยความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนจึงต้องอาศัยทั้งความสามารถในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และภาวะผู้นำที่ยังมองเห็นความเป็นมนุษย์ของคนในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นแกนกลางของงาน </span><b>CPO Forum 2026</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งจัดขึ้นโดย </span><a href="https://www.facebook.com/sasinschoolofmanagement" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Sasin School of Management</span></a><span style="font-weight: 400;"> ร่วมกับ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151"><span style="font-weight: 400;">Hewitt Consulting</span></a><span style="font-weight: 400;"> ภายใต้ธีม </span><b>“Humanize to Reinvent: Turning Human Potential into Business Impact”</b><span style="font-weight: 400;"> เวทีที่ชวนผู้นำองค์กรและผู้นำสาย HR มาร่วมสำรวจว่า องค์กรจะปลดล็อกศักยภาพของคน สร้างความพร้อมท่ามกลางความไม่แน่นอน และเปลี่ยนพลังของมนุษย์ให้กลายเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Driving Purpose with Humanity Leadership</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Session แรกของงาน CPO Forum 2026 ชวนพูดถึงบทบาทของผู้นำภายใต้หัวข้อ Driving Purpose with Humanity Leadership ผ่านมุมมองของคุณ </span><b>ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ </b><span style="font-weight: 400;"><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ (TISCO) และประธานคณะกรรมการบริหาร <a href="https://www.tisco.co.th/th/" target="_blank" rel="noopener">ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)</a></strong> และคุณ </span><b>ปกรณ์ ประยูรสวัสดิ์เดช Managing Partner จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151"><b>Hewitt Consulting</b></a><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปกรณ์เริ่มจากการอธิบายว่า Purpose-Driven Leadership เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ Hewitt Consulting พบจากการศึกษาด้านภาวะผู้นำ เพราะปัญหาขององค์กรไทยไม่ได้อยู่ที่การขาดคนเก่งเสมอไป แต่อาจอยู่ที่การขาด Human Energy หรือพลังที่ทำให้คนอยากทุ่มเทกับงาน บางคนทำงาน 3 ชั่วโมงแต่สร้างผลงานได้เท่ากับ 1 ชั่วโมง ขณะที่บางคนใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงแต่สร้างผลลัพธ์ได้เทียบเท่าการทำงานทั้งวัน ความแตกต่างจึงเกี่ยวข้องกับแรงขับภายใน ความเชื่อในสิ่งที่ทำ และความรู้สึกว่างานของตัวเองมีความหมายมากเพียงใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Hewitt มองว่าผู้นำที่ยึดโยงกับความเป็นมนุษย์ควรมีคุณลักษณะสำคัญ 3 ด้าน</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Authentic Courage</b><span style="font-weight: 400;"> หรือความกล้าหาญที่ตั้งอยู่บนความจริงใจ ความคงเส้นคงวา และความซื่อตรงต่อหลักการ ผู้นำควรรักษามาตรฐานเดียวกันไม่ว่าจะพูดคุยกับใคร พร้อมเข้าใจวิธีสื่อสารกับคนที่แตกต่างกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Energizing Hope</b><span style="font-weight: 400;"> ความสามารถในการส่งต่อความหวังและพลังให้คนยังเห็นทางไปต่อเมื่อเผชิญอุปสรรค</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Empowering with Care </b><span style="font-weight: 400;">การให้อำนาจพนักงานตัดสินใจและรับผิดชอบงานของตัวเอง ควบคู่กับความใส่ใจและความเห็นอกเห็นใจ คุณลักษณะทั้งสามช่วยให้ผู้นำสร้างความเชื่อมั่น ทำให้คนรู้สึกปลอดภัย และกล้าลงมือทำงานอย่างเต็มความสามารถ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณศักดิ์ชัยมองว่า Humanity Leadership สำคัญต่อการบริหารองค์กรอย่างมาก เพราะแผนงานและกลยุทธ์ทุกอย่างต้องเกิดขึ้นผ่านคน TISCO จึงเริ่มต้นจากการมองปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ แล้วพิจารณาว่าองค์กรจะเข้าไปช่วยแก้ไขในจุดใดได้บ้าง โดยพบปัญหาหลัก ๆ ได้แก่ สังคมสูงวัย สุขภาพ ความยากจน จำนวนประชากรลดลง การศึกษา ความเหลื่อมล้ำ และคอร์รัปชัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน และใช้เวลาในการแก้ไข ตัวอย่างหนึ่งคือโจทย์เรื่องอายุยืนของคนไทย ซึ่งไม่ควรวัดจากจำนวนปีที่มีชีวิตอยู่เท่านั้น หากต้องพิจารณาด้วยว่าคนจะมี Health Span หรือช่วงชีวิตที่สุขภาพดี มี Wealth Span หรือความมั่นคงทางการเงิน และมี Life Span ที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพเพียงใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Purpose จึงเปรียบเหมือนกระดุมเม็ดแรกขององค์กร หากเริ่มต้นถูกต้อง การตัดสินใจและการทำงานที่ตามมาก็จะไปในทิศทางเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศักดิ์ชัยยังอธิบายอีกว่า การทำให้พนักงานเห็นปัญหาที่องค์กรต้องการแก้ และเกิดความตั้งใจอยากช่วยลูกค้าหรือสังคม จะสร้างพลังที่ต่างจากการทำงานเพื่อให้ครบ KPI เขาสรุปหลักสำคัญไว้ 3 ประการ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Passion ที่ทำให้คนมีแรงขับ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Professional ที่ทำให้งานมีคุณภาพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Planet ซึ่งหมายถึงการเข้าใจว่าโลก ธุรกิจ และสังคมกำลังเปลี่ยนไปอย่างไร</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดนี้ถูกนำไปใช้กับ AI เช่นกัน โดย TISCO จะเริ่มจากคำถามว่า AI ควรนำมาแก้ปัญหาอะไร และเครื่องมือใดเหมาะกับงานประเภทใด ภายใต้แนวทาง Embed AI into the Daily Work of TISCO Employees โดยไม่ได้ตั้งเป้าลดจำนวนพนักงาน เพราะเป้าหมายเช่นนั้นอาจบั่นทอนความมั่นคง ความหวัง และกำลังใจของคนในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางของ TISCO ตั้งอยู่บนความเชื่อว่า พนักงานมีหน้าที่ดูแลลูกค้า ส่วนผู้บริหารมีหน้าที่ดูแลพนักงาน องค์กรจึงพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่คนสามารถทำงานได้ในระยะยาว ตั้งแต่การช่วยเหลือพนักงานที่มีหนี้นอกระบบ ไปจนถึงการดูแลสภาพจิตใจของคนที่ต้องทำงานภายใต้แรงกดดันสูง เช่น ฝ่ายขายและคอลเซ็นเตอร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด คุณศักดิ์ชัยเปรียบว่า การออกกำลังกายต้องอาศัยการเคลื่อนไหว ส่วนการออกกำลังใจต้องเริ่มจากการหยุดนิ่ง แนวคิด “ตั้งสติก่อนสตาร์ต” จึงช่วยให้พนักงานได้พัก ทบทวนอารมณ์ และกลับมามองภาพรวมก่อนเริ่มงาน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อองค์กรมี Purpose ที่ชัด หัวหน้าใส่ใจ และพนักงานยังมีพลังใจ คนเก่งก็จะสามารถร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างเต็มศักยภาพ”</span></i></p>
<h2><b>Leading People Through Global Business Challenges</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50912" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-06T174537.022.webp" alt="CPO Forum 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CPO Forum 2026 80" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-06T174537.022.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-06T174537.022-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Session นี้พาผู้ฟังไปสำรวจบทบาทของผู้นำในการพาคนและธุรกิจรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจระดับโลก ผ่านมุมมองของคุณ</span><b> อรกานดา อรรถวิภัชน์ Chief People Officer จาก </b><a href="https://www.minor.com/en/home" target="_blank" rel="noopener"><b>Minor International</b></a> <span style="font-weight: 400;">โดยมีคุณ </span><b>ปิยบุตร จารุเพ็ญ Managing Partner &amp; Director จาก Hewitt Consulting</b><span style="font-weight: 400;"> ทำหน้าที่ดำเนินรายการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอรกานดาเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของเส้นทางการทำงานว่า การเป็นศิษย์เก่าของ Sasin ทำให้เธอหันมาสนใจด้านการบริหารจัดการ ก่อนจะมีโอกาสฝึกงานกับ Minor เมื่อราว 30 ปีก่อน และได้ทำงานใกล้ชิดกับผู้ก่อตั้งองค์กร ประสบการณ์ในช่วงนั้นกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เธอเข้าใจวิธีคิด วัฒนธรรม และจังหวะการเติบโตของธุรกิจแห่งนี้อย่างลึกซึ้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่ Minor ปลูกฝังกับคนทำงานมาตลอด คือการเตรียมใจให้พร้อมรับความแตกต่างของแต่ละวัน เพราะธุรกิจที่ดำเนินอยู่ในหลายประเทศ หลายอุตสาหกรรม และหลายวัฒนธรรมย่อมเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน องค์กรจึงมี DNA ที่ชัดเจนเรื่องความหลากหลาย ความยืดหยุ่น และการลุกขึ้นใหม่หลังความล้มเหลว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธออธิบายว่า ตัวเธอเองไม่เคยวัดว่าทำงานเร็วหรือช้า และไม่ได้นำตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร สิ่งที่ยึดถือคือการลงมือทำ เรียนรู้ให้เร็ว ยอมรับเมื่อพลาด และเดินหน้าต่อ เพราะทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวล้วนเป็นบทเรียนที่ช่วยให้คนเติบโตได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอมองว่า หากองค์กรต้องการเติบโต คนในองค์กรก็ต้องเติบโตไปพร้อมกัน Growth Mindset จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการบริหารคน ขณะเดียวกัน บทบาทของ CPO ในปัจจุบันต้องขยายไปไกลกว่างานบุคคลแบบเดิม เธอใช้เวลาประมาณ 20% กับการวางระบบเทคโนโลยีด้านคน และให้ความสำคัญกับการลงทุนสองด้านเป็นพิเศษ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านแรกคือ Leadership Development ซึ่งเป็นงบประมาณที่เธอยืนยันขออย่างจริงจัง เพราะเชื่อว่าคุณภาพของผู้นำจะกำหนดคุณภาพขององค์กร อีกด้านคือ Digitization เพื่อพัฒนาระบบการทำงานให้รองรับการขยายตัวและช่วยให้คนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง 2 เรื่องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร เพราะองค์กรเห็นตรงกันว่า การเติบโตในระยะยาวต้องอาศัยทั้งคนที่พร้อมและระบบที่แข็งแรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอรกานดาไม่ได้พยายามนิยามว่าตัวเองเป็น CPO แบบใด สิ่งที่เธอให้ความสำคัญมากกว่าคือการรู้จักองค์กรให้ดี เข้าใจ DNA ของธุรกิจ ใช้ความรู้และทรัพยากรที่มีให้เกิดประโยชน์ รู้ว่าควรจับมือกับใคร และไม่ให้คำมั่นเกินกว่าสิ่งที่ทำได้ เธอมองว่า Minor ยังคงมีความเป็น “Youth” อยู่เสมอ แม้กรรมการหรือพนักงานบางส่วนจะมีประสบการณ์ยาวนาน เพราะหัวใจของความเป็นหนุ่มสาวอยู่ที่ความพร้อมจะปรับตัว ทดลอง และเรียนรู้</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“องค์กรอาจเจอบทเรียนที่เจ็บปวดจากการ Test and Try บ้าง ทว่าผลลัพธ์ที่ได้ช่วยให้ Minor ขยายตัวจนก้าวสู่ระดับโลก พร้อมรักษาความสามารถในการตอบสนองต่อโอกาสใหม่อยู่ตลอดเวลา”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เส้นแบ่งระหว่างวันนี้กับวันพรุ่งนี้บางลงมาก Minor จึงทำงานแบบ Explore และ Exploit ควบคู่กัน โดยผู้บริหารระดับ C-Level ใช้เวลาประมาณ 70% ดูแลธุรกิจปัจจุบัน และอีก 30% สำรวจโอกาสในอนาคต แม้องค์กรจะเติบโตใหญ่ขึ้น ผู้นำยังต้องจำไว้ว่าหน้าที่สำคัญคือการเป็นตัวแทนของผู้คนและหาทาง Empower ให้พนักงานมีพลังในการทำงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย คุณอรกานดาสรุปบทเรียนสำหรับผู้นำไว้สามข้อ ได้แก่ การซื่อตรงต่อสิ่งที่องค์กรนำเสนอและไม่ Overpromise, การมี Courage ที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง กล้ายอมรับความล้มเหลวแล้วก้าวต่อ และการสร้าง Listening Culture ที่รับฟังอย่างจริงจัง ก่อนนำสิ่งที่ได้ยินกลับมาปรับปรุงกลยุทธ์</span></p>
<p><b>แนวคิดเหล่านี้สอดคล้องกับวิธีคิดของ Minor ที่ว่า Impossible is Nothing เพราะหลายโอกาสจะไม่มีวันเกิดขึ้น หากองค์กรไม่กล้าลองตั้งแต่แรก</b></p>
<h2><b>Reinventing Organizations for the Future</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50913" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-06T174543.695.webp" alt="CPO Forum 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CPO Forum 2026 81" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-06T174543.695.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-06T174543.695-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำด้าน HR จาก 2 องค์กรที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญมาแลกเปลี่ยนบทเรียนในครั้งนี้ ได้แก่ คุณ</span><b>วัลยา ศรีจันดร Head of HR จาก </b><a href="https://www.essilorluxottica.com/en/" target="_blank" rel="noopener"><b>EssilorLuxottica</b></a><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>วิธพล เจาะจิตต์, Head of </b><a href="https://www.banpu.com/?lang=th" target="_blank" rel="noopener"><b>BANPU</b></a><b> People, บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ทั้งสององค์กรจะมีพื้นฐานธุรกิจและความท้าทายต่างกัน แต่ต่างต้องตอบคำถามเดียวกันว่า จะพาองค์กรเข้าสู่อนาคตอย่างไร โดยยังรักษาจุดแข็งเดิม ดูแลความรู้สึกของพนักงาน และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจไปพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวัลยาเล่าว่า EssilorLuxottica เกิดจากการรวมตัวของสองบริษัทที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมต่างกัน Essilor เป็นผู้ผลิตเลนส์สัญชาติฝรั่งเศสที่ดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนาน ส่วน Luxottica เป็นผู้ผลิตกรอบแว่นตาสัญชาติอิตาลี เจ้าของแบรนด์อย่าง </span><a href="https://www.ray-ban.com/asean" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Ray-Ban</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ </span><a href="https://www.oakley.com/en-us" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Oakley</span></a><span style="font-weight: 400;"> ทั้งสองบริษัทควบรวมกันในปี 2018 ทำให้องค์กรต้องผสานคน ระบบ และวิธีทำงานจากสองวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเดิมที่มีพนักงานมากกว่า 5,000 คนจากหลายสัญชาติ จำนวนคนเพิ่มขึ้นเป็นราว 10,000 คน ความหลากหลายจึงสูงขึ้นตามไปด้วย และนำมาซึ่งคำถามจำนวนมาก ทั้งเรื่องทิศทางของบริษัท โครงสร้างการทำงาน และความกังวลว่าจะมีการลดจำนวนพนักงานหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางความไม่แน่นอน HR ต้องเริ่มจากการทำความรู้จักพนักงานและรับฟังว่าแต่ละคนกำลังคิดหรือกังวลเรื่องใด คุณวัลยาอธิบายว่า เมื่อพนักงานพูด HR ต้องได้ยิน และต้องนำสิ่งที่ได้ยินไปสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ องค์กรจึงพัฒนาแพลตฟอร์ม </span><b>Your Voice</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนส่งความคิดเห็น ความกลัว และข้อเสนอแนะถึงฝ่าย HR </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาจัดทำ Action Plan เพื่อช่วยให้พนักงานเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น คลายความกังวล และค่อย ๆ สร้างความมั่นใจต่อองค์กร เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่ที่การทำให้คนยอมรับความเปลี่ยนแปลง หากต้องการให้พนักงานยังรู้สึกผูกพันและสบายใจที่จะทำงานร่วมกับองค์กรต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากช่องทางรับฟังอย่างเป็นระบบ EssilorLuxottica ยังจัด </span><b>Espresso Talk</b><span style="font-weight: 400;"> ให้ผู้บริหารระดับสูงพูดคุยกับพนักงานโดยตรงทุกเดือน เสียงที่ได้รับจากวงสนทนาจะถูกเก็บรวบรวมและนำไปพัฒนาแผนงานต่อ การสื่อสารจึงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อแจ้งข่าว แต่ต้องทำให้พนักงานเห็นว่าความคิดเห็นของตนถูกนำไปใช้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวัลยามองว่า การพาองค์กรเดินหน้าไม่ควรทิ้งประวัติศาสตร์ไว้ข้างหลัง เพราะตัวตนเดิมของทั้งสองบริษัทมีความหมายต่อคนจำนวนมาก</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ความยากอยู่ที่การหาจุดสมดุลระหว่างสิ่งที่องค์กรเคยเป็นกับสิ่งที่ต้องก้าวไปให้ถึง กระบวนการ Harmonization จึงแยกจาก Transformation ได้ยาก เพราะองค์กรต้องทำให้วัฒนธรรม ระบบ ความต้องการของพนักงาน และเป้าหมายทางธุรกิจสอดประสานกัน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจสำคัญอีกเรื่องคือการสร้างผู้นำ คุณวัลยาอยากให้ผู้จัดการทำหน้าที่เสมือน </span><b>Orchestrator</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ช่วยให้คนหลายกลุ่มทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว เพราะ HR ไม่สามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดได้ตามลำพัง ผู้จัดการและพนักงานทุกคนต้องเข้ามามีบทบาทร่วมกัน โดยเฉพาะในช่วงที่ทีมเหนื่อยหรือเผชิญสถานการณ์ยาก ผู้นำต้องหาวิธีทำให้คนยังอยากเดินต่อ อาจเริ่มจากการหา Role Model ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ แม้บุคคลนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นต้นแบบในทุกด้านก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวัลยายังชวนให้ผู้นำทบทวนประสบการณ์ของตัวเองว่า เคยชอบหรือไม่ชอบหัวหน้าแบบใด หากไม่ชอบหัวหน้าที่สื่อสารไม่ชัดเจน เราก็ควรฝึกเป็นผู้นำที่ให้ความชัดเจนกับทีม พร้อมมองหาทางพัฒนาคนแต่ละคน หากเส้นทางหนึ่งไม่เหมาะ ก็ควรช่วยกันค้นหาเส้นทางอื่นที่เขาสามารถเติบโตได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากบทเรียนของ EssilorLuxottica มาสู่บ้านปู คุณวิธพลอธิบายว่า บ้านปูในวันนี้มีความเป็นนานาชาติสูงมาก แม้จะเป็นบริษัทที่มีต้นกำเนิดจากประเทศไทย แต่พนักงานชาวไทยมีสัดส่วนเพียงประมาณ 9% สำนักงานกรุงเทพฯ จึงทำหน้าที่เป็นฐานหลักที่ต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อนจะไปขอให้บริษัทลูกหรือทีมในต่างประเทศปรับตัว</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“บ้านปูไม่ได้มองว่าบริษัทแม่ต้องเก่งกว่าบริษัทลูกเสมอ หากหน่วยงานในต่างประเทศมีความสามารถและสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่า นั่นถือเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะความสำเร็จขององค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าความรู้เกิดจากที่ใด แต่อยู่ที่องค์กรสามารถนำความรู้นั้นมาเชื่อมโยงและขยายผลได้มากเพียงใด”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บ้านปูเริ่มต้นจากธุรกิจเหมืองถ่านหิน ซึ่งต้องเผชิญแรงกดดันจากทิศทางของอุตสาหกรรมพลังงานและความต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม องค์กรจึงต้องหาวิธีทำให้ธุรกิจพลังงานสะอาดขึ้น พร้อมมองไปยังโอกาสใหม่จาก AI Ecosystem และการเติบโตของ Data Center ซึ่งต้องใช้พลังงานจำนวนมาก การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ทำให้เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านคนและธุรกิจ ดังนั้น </span><b>การนำ AI มาใช้ควรสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลจริง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และต้องมีตัววัดที่ชัดเจนว่า กระบวนการหรือวิธีทำงานนั้นได้รับการยกระดับด้วยเทคโนโลยีแล้วหรือยัง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ไม่ได้หมายความว่าองค์กรควรละทิ้งทักษะหรือความรู้เดิม คนทำงานยังต้องเข้าใจหลักการพื้นฐานและรู้ถึงแก่นของงาน เพื่อจะสามารถตรวจสอบได้ว่า AI ให้คำตอบถูกต้องหรือไม่ รวมถึงรู้ว่าเมื่อใดควรใช้และเมื่อใดไม่จำเป็นต้องใช้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวิธพลมองว่า AI เป็นทางลัดที่ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น แต่ผู้ใช้ต้องมีความรู้มากพอที่จะไม่เดินผิดทาง ความสามารถที่องค์กรต้องเติมจึงรวมถึงการ </span><b>Reimagine Ways of Working</b><span style="font-weight: 400;"> การออกแบบวิธีทำงานขึ้นใหม่ และความสามารถในการ Unlearn หรือปล่อยวางกรอบความคิดบางอย่างที่เคยใช้ได้ผล ก่อนสร้างวิธีคิดที่เหมาะกับสถานการณ์ใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงยังมาพร้อมความเหนื่อยและความทุกข์ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง คุณวิธพลจึงให้ความสำคัญกับการอธิบายคำว่า “Why” เพื่อให้พนักงานเข้าใจว่าเหตุใดองค์กรต้องเปลี่ยน และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจะพาทุกคนไปที่ใด ผู้นำควรนำทั้งความฝัน ความจริง และความยากลำบากมากางให้ทีมเห็นตั้งแต่ต้น เพราะคนสามารถรับรู้ได้ว่าผู้นำสื่อสารด้วยความจริงใจหรือไม่ </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ทีมที่ดีควรแบ่งปันทั้งเป้าหมายที่อยากไปให้ถึงและอุปสรรคที่อาจต้องเผชิญ การพูดถึงแต่ภาพสวยงามโดยไม่บอกความจริงของเส้นทาง ย่อมทำให้ความไว้วางใจลดลง การ Reinvent องค์กรจึงไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีหรือโครงสร้างใหม่เท่านั้น หากเกิดจากการรับฟัง สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และทำให้คนเข้าใจว่าตนเองมีบทบาทอย่างไรในการเดินทางครั้งนี้”</span></i></p>
<h2><b>Empowering Human Potential </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50911" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-06T174530.183.webp" alt="CPO Forum 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CPO Forum 2026 82" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-06T174530.183.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/08/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-08-06T174530.183-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>จารุวรรณ งามพิสุทธิ์ไพศาล</b> <b>Head of HR จาก </b><a href="https://career.crg.co.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>Central Restaurants Group หรือ CRG </b></a><span style="font-weight: 400;">และคุณ </span><b>สุกัญญา ไชยหงษา HR Director จาก </b><a href="https://www.evolutionwellness.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Evolution Wellness (Thailand)</b></a><span style="font-weight: 400;"> มาร่วมกันแลกเปลี่ยนกันว่า แม้ทั้ง 2 องค์กรจะอยู่ในธุรกิจที่ต้องใช้คนจำนวนมากและพึ่งพาประสบการณ์ของลูกค้าเป็นหลัก แต่วิธีบริหารกำลังคนกลับมีรายละเอียดต่างกันตามบริบทของธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ทั้ง 2 แห่งเห็นตรงกันคือ บุคลากรยังเป็นทรัพย์สินสำคัญ เพราะคนทำหน้าที่ส่งมอบประสบการณ์ สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และเปลี่ยนกลยุทธ์ขององค์กรให้เกิดผลจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณจารุวรรณอธิบายว่า จุดแข็งของ CRG อยู่ที่การสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าผ่านพนักงาน องค์กรดูแลร้านอาหาร 24 แบรนด์ ซึ่งแต่ละแบรนด์มีรูปแบบบริการ กลุ่มลูกค้า และวิธีทำงานแตกต่างกันมาก CRG จึงใช้ Hybrid Workforce Model ที่ประกอบด้วยพนักงานประจำ พนักงานพาร์ตไทม์ พนักงานสัญญาจ้าง Outsource ที่ปรึกษา นักศึกษาฝึกงาน และอื่น ๆ อีกมากมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความหลากหลายของกำลังคนอาจเพิ่มความซับซ้อนในการบริหารก็จริง แต่ข้อดีคือองค์กรสามารถออกแบบ Workforce ให้เหมาะกับบริบทของแต่ละร้านได้ เมื่อจัดสรรคนได้ตรงกับลักษณะงาน ก็ช่วยเพิ่ม Productivity ลด Turnover และควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจที่ใช้แรงงานเข้มข้นและกำลังเผชิญปัญหาการหาคนยากขึ้นเรื่อย ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ CRG ยังต้องปรับวิธีพัฒนาคนให้ทันกับการขยายธุรกิจ เพราะเดิมทีทุกครั้งที่จะเปิดแบรนด์ใหม่ องค์กรต้องออกไปหาคนชุดใหม่มาดูแล แต่ปัจจุบันได้สร้างระบบ Job Mobility เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานย้ายบทบาท อัปสกิล และรีสกิล จนสามารถทำงานได้หลายรูปแบบ กระบวนการนี้ต้องเริ่มจากการปรับความคิดให้พนักงานมองว่าการเปลี่ยนหน้าที่เป็นโอกาสในการเติบโต ไม่ใช่การลงโทษ องค์กรจึงเลือกผู้นำที่มีผลงานและได้รับการยอมรับมาเป็น Change Agent ก่อนติดอาวุธด้านความรู้และทักษะเพิ่มเติม เมื่อผู้นำลงมือเปลี่ยนแปลงให้เห็นจริง ทีมงานก็มีตัวอย่างที่ชัดเจนและพร้อมปรับตัวตามมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปิดพื้นที่ให้คนกล้าคิดเป็นอีกส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพ CRG ช่วงโควิด-19 เป็นตัวอย่างสำคัญ เพราะเมื่อร้านอาหารไม่สามารถเปิดให้บริการตามปกติ องค์กรต้องคิดรูปแบบธุรกิจและวิธีทำงานใหม่ CRG จึงสร้างวัฒนธรรมที่สนับสนุนให้พนักงานเสนอไอเดีย พร้อมใช้รางวัลทางการเงินเป็นแรงกระตุ้น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“อย่างไรก็ตาม ไอเดียที่ดีต้องนำไปใช้ได้จริง หากข้อเสนอสามารถพัฒนาต่อและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ ผู้เสนอจะได้รับรางวัลเพิ่มขึ้นและมีโอกาสนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการ กระบวนการนี้ทำให้เมนู บริการ และแนวคิดใหม่หลายอย่างที่ลูกค้าได้สัมผัส เกิดจากความคิดของพนักงานภายในองค์กรโดยตรง ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยนโยบาย ระบบงาน วัฒนธรรมการชื่นชม และการสื่อสารที่ครอบคลุม เพราะองค์กรขนาดใหญ่ไม่สามารถใช้ช่องทางเดียวสื่อสารกับพนักงานทุกกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน Evolution Wellness ซึ่งดูแลแบรนด์ </span><a href="https://www.fitnessfirst.com/th/th" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Fitness First</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ </span><a href="https://www.celebrityfitness.com/th/en" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Celebrity Fitness</span></a><span style="font-weight: 400;"> ในไทย มีพนักงานประจำประมาณ 1,600 คน และดำเนินธุรกิจร่วมกับเครือข่ายในสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์เล่าว่า ธุรกิจฟิตเนสในช่วงเริ่มต้นต้องเผชิญข้อจำกัดด้านบุคลากร คนที่จบด้านพลศึกษายังไม่ได้เข้าสู่อุตสาหกรรมนี้มากนัก พนักงานคนหนึ่งจึงอาจต้องทำงานได้หลายอย่าง เช่น กราฟิกดีไซเนอร์สามารถพัฒนาไปเป็นเทรนเนอร์ได้ องค์กรจึงจำเป็นต้องสร้างคนขึ้นมาเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ตลาดในเวลานั้นจะนิยมใช้ครูฝึก Freelance แต่คุณสุกัญญามองว่า ไม่ควรฝากอนาคตของธุรกิจไว้กับกำลังคนที่องค์กรไม่สามารถพัฒนาและดูแลได้อย่างต่อเนื่อง จึงเปลี่ยนคนจำนวนหนึ่งเข้าสู่การเป็นพนักงานประจำและลงทุนสร้างความสามารถระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางดังกล่าวทำให้บุคลากรกลายเป็น Asset สำคัญขององค์กร เพราะพนักงานเป็นผู้สร้างความผูกพันและประสบการณ์ที่ดีให้กับสมาชิก และช่วงหลังโควิด องค์กรเผชิญแรงกดดันและการตัดงบหลายด้าน อีกทั้งไม่มี Managing Director ประจำประเทศไทย การขับเคลื่อนธุรกิจจึงต้องพึ่งการทำงานร่วมกันของผู้นำและฝ่าย HR อย่างมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุกัญญามองว่า HR ไม่ควรทำหน้าที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องคนเพียงฝ่ายเดียว จึงสร้าง People Team และ Committee Team ให้หัวหน้างานเข้ามาร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และรับผิดชอบเรื่องคนไปด้วยกัน Team Leader ต้องเข้าใจทั้งธุรกิจและพนักงาน เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างการบริหารกับการทำงานจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องที่ Evolution Wellness ให้ความสำคัญคือ การฝึกอบรม ซึ่งทุกครั้งที่จัดต้องเกิดจากความจำเป็น ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อให้ครบแผนหรือใช้งบประมาณให้หมด องค์กรจะเริ่มจากการพิจารณาว่าพนักงานต้องมีทักษะอะไรเพื่อให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น แล้วจึงออกแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายนั้น วิธีคิดนี้ทำให้การพัฒนาคนเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ทางธุรกิจโดยตรง เมื่อพนักงานมีทักษะมากขึ้น เข้าใจลูกค้ามากขึ้น และสามารถทำงานได้หลากหลายขึ้น องค์กรก็มีความคล่องตัวในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนจากทั้ง CRG และ Evolution Wellness ชี้ให้เห็นว่า การปลดล็อกศักยภาพของคนต้องอาศัยมากกว่าหลักสูตรอบรมหรือโครงการระยะสั้น องค์กรต้องออกแบบ Workforce ให้เหมาะกับธุรกิจ เปิดโอกาสให้คนเรียนรู้ข้ามบทบาท สร้างผู้นำที่ช่วยพาทีมปรับตัว และทำให้พนักงานรู้ว่าเสียงหรือไอเดียของตัวมีความหมาย เมื่อระบบ วัฒนธรรม และผู้นำทำงานไปในทิศทางเดียวกัน</span></p>
<p><b>ความหลากหลายของคนจะไม่กลายเป็นภาระในการบริหาร แต่จะกลายเป็นแรงขับที่ช่วยให้องค์กรสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง</b></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/cpo-forum-2026-260806/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รวม 6 เครื่องมือ Internal Communication ลดข้อมูลตกหล่น เชื่อมพนักงานทั้งองค์กรให้ใกล้ชิดกันบน HREX</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-solution/internal-communication-260727/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-solution/internal-communication-260727/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 11:55:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Internal Communication]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50879</guid>

					<description><![CDATA[HR บางคนอาจคิดว่า เวลาสื่อสารภายในองค์กรในประเด็นต่าง ๆ แค่แปะป้ายประกาศ แจ้งผ่าน LINE และส่งอีเมลให้พนักงานรับทราบก็พอแล้ว แต่การจะสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพ องค์กรยังต้องมั่นใจว่าข้อมูลส่งถึงทุกคนที่เกี่ยวข้อง แล้วพนักงานเข้าใจตรงกัน หรือหากไม่เข้าใจก็สามารถสอบถาม แสดงความคิดเห็น หรือส่ง Feedback กลับมาได้ ซึ่งยิ่งองค์กรมีขนาดใหญ่ ยิ่งมีหลายสาขา หรือมีหลายรูปแบบการทำงาน ยิ่งต้องให้ความสำคัญมากตามไปด้วย การมีเครื่องมือ Internal Communication สามารถช่วยให้องค์กรจัดการการสื่อสารภายในได้เป็นระบบมากขึ้น ทั้งการส่งข่าวสารแบบเจาะจงกลุ่ม การพูดคุยและทำงานร่วมกัน การแจ้งเตือน การแชร์เอกสาร การสำรวจความคิดเห็น ตลอดจนการติดตามว่าพนักงานได้รับรู้ข้อมูลสำคัญแล้วหรือไม่ ช่วยลดปัญหาข้อมูลตกหล่นและการสื่อสารที่กระจัดกระจายอยู่ในหลายช่องทาง HREX จึงขอรวบรวม 6 เครื่องมือ Internal Communication ที่ช่วยเชื่อมการสื่อสารระหว่างองค์กร ผู้บริหาร หัวหน้างาน และพนักงานให้ทั่วถึงและต่อเนื่องมากขึ้น ซึ่ง HR สามารถนำไปใช้ช่วยขับเคลื่อนองค์กรได้เลย ดังนี้ 1. AMPOS  บริการที่ช่วยให้องค์กรสื่อสารกับพนักงานได้อย่างทั่วถึงและเป็นระบบ ผ่านการส่งประกาศและนโยบายแบบเจาะจงกลุ่ม พร้อมติดตามว่าข้อมูลเข้าถึงและได้รับการรับรู้แล้วหรือไม่  นอกจากนี้ยังเปิดให้พนักงานส่ง Feedback ตอบแบบสำรวจ และสื่อสารภายในทีม ช่วยสร้างการสื่อสารสองทางระหว่างองค์กร [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50881" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-27T183625.981.webp" alt="Internal Communication" width="600" height="370" title="รวม 6 เครื่องมือ Internal Communication ลดข้อมูลตกหล่น เชื่อมพนักงานทั้งองค์กรให้ใกล้ชิดกันบน HREX 84" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-27T183625.981.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-27T183625.981-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR บางคนอาจคิดว่า เวลาสื่อสารภายในองค์กรในประเด็นต่าง ๆ แค่แปะป้ายประกาศ แจ้งผ่าน LINE และส่งอีเมลให้พนักงานรับทราบก็พอแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การจะสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพ องค์กรยังต้องมั่นใจว่าข้อมูลส่งถึงทุกคนที่เกี่ยวข้อง แล้วพนักงานเข้าใจตรงกัน หรือหากไม่เข้าใจก็สามารถสอบถาม แสดงความคิดเห็น หรือส่ง Feedback กลับมาได้ ซึ่งยิ่งองค์กรมีขนาดใหญ่ ยิ่งมีหลายสาขา หรือมีหลายรูปแบบการทำงาน ยิ่งต้องให้ความสำคัญมากตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมีเครื่องมือ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/31">Internal Communication</a> สามารถช่วยให้องค์กรจัดการการสื่อสารภายในได้เป็นระบบมากขึ้น ทั้งการส่งข่าวสารแบบเจาะจงกลุ่ม การพูดคุยและทำงานร่วมกัน การแจ้งเตือน การแชร์เอกสาร การสำรวจความคิดเห็น ตลอดจนการติดตามว่าพนักงานได้รับรู้ข้อมูลสำคัญแล้วหรือไม่ ช่วยลดปัญหาข้อมูลตกหล่นและการสื่อสารที่กระจัดกระจายอยู่ในหลายช่องทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX จึงขอรวบรวม 6 เครื่องมือ Internal Communication ที่ช่วยเชื่อมการสื่อสารระหว่างองค์กร ผู้บริหาร หัวหน้างาน และพนักงานให้ทั่วถึงและต่อเนื่องมากขึ้น ซึ่ง HR สามารถนำไปใช้ช่วยขับเคลื่อนองค์กรได้เลย ดังนี้</span></p>
<h2><b>1. AMPOS </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">บริการที่ช่วยให้องค์กรสื่อสารกับพนักงานได้อย่างทั่วถึงและเป็นระบบ ผ่านการส่งประกาศและนโยบายแบบเจาะจงกลุ่ม พร้อมติดตามว่าข้อมูลเข้าถึงและได้รับการรับรู้แล้วหรือไม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังเปิดให้พนักงานส่ง Feedback ตอบแบบสำรวจ และสื่อสารภายในทีม ช่วยสร้างการสื่อสารสองทางระหว่างองค์กร ผู้บริหาร และพนักงาน พร้อมนำข้อมูลความคิดเห็นมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงการสื่อสารและประสบการณ์ของพนักงานได้อย่างเหมาะสม</span></p>
<p><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/14"><b>https://expth.hrnote.asia/products/14</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/14?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47797" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 14" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/14-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/14-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/14-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/14-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/14-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/14-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>2.AppyLyf</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แพลตฟอร์ม Employee Experience ที่ช่วยให้องค์กรสื่อสารและทำงานร่วมกันผ่าน Chat, Video Call และพื้นที่ในการทำงานจริงร่วมกัน มาพร้อมฟีเจอร์ Recognition, Reward และ Goal Tracking ช่วยให้พนักงานแลกเปลี่ยนข้อมูล แสดงความคิดเห็น ชื่นชมเพื่อนร่วมงาน และติดตามเป้าหมายร่วมกันได้จากแพลตฟอร์มเดียว</span></p>
<p><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/204"><b>https://expth.hrnote.asia/products/204</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/204?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47926" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 132" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/135.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/135.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/135-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/135-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/135-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/135-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>3.Happily.ai</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวช่วยพัฒนาการสื่อสารภายในองค์กรผ่านหลายวิธีการ เช่น ระบบ Pulse Survey, การเช็กอินรายวัน, พื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น, การให้ Feedback และการชื่นชมเพื่อนร่วมงาน ซึ่งช่วยเปิดการสื่อสารสองทางระหว่างพนักงาน หัวหน้า และองค์กร ทำให้ HR รับฟังเสียงพนักงานได้อย่างต่อเนื่อง แล้วนำข้อมูลไปปรับปรุงการสื่อสาร วัฒนธรรม และความผูกพันภายในทีมได้เร็วขึ้น</span></p>
<p><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/12"><b>https://expth.hrnote.asia/products/12</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/12?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47795" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 12" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/12-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/12-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/12-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/12-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/12-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/12-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>4.Kintone</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วยยกระดับการสื่อสารภายในองค์กร ด้วยการรวบรวมข้อมูล กระบวนการทำงาน และบทสนทนาไว้บนแพลตฟอร์มเดียว องค์กรสามารถสร้างพื้นที่สื่อสารเฉพาะสำหรับแต่ละแผนก ทีม หรือโครงการ แบ่งหัวข้อสนทนาด้วย Threads แสดงความคิดเห็นควบคู่กับข้อมูลและเอกสาร แท็กผู้เกี่ยวข้อง พร้อมตั้ง Workflow และการแจ้งเตือนอัตโนมัติ ช่วยให้การประสานงานมีบริบทชัดเจน ลดข้อมูลตกหล่น และสามารถตรวจสอบการสื่อสารย้อนหลังได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/92"><b>https://expth.hrnote.asia/products/92</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/92?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47874" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 83" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/88-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/88-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/88-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/88-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/88-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/88-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>5.Lark</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แพลตฟอร์มที่ได้รวมเครื่องมือต่างเข้ามารวมอยู่ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารแบบ Video Conference ที่ไม่มีจำกัดเวลา, Smart Calendar, Cloud Storage ที่สามารถจัดเก็บไฟล์ได้แบบไม่มีลิมิต และมีฟังชั่นอื่น ๆ อีกมากมายที่ช่วยให้การสื่อสารภายในองค์กรง่ายยิ่งขึ้น ตอบโจทย์การทำงานในยุคของ Hybrid Workplace เหมาะสำหรับบริษัทที่มีขนาด 300 &#8211; 5,000 คน ขึ้นไป</span></p>
<p><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/38"><b>https://expth.hrnote.asia/products/38</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/38?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47821" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 34" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/38-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/38-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/38-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/38-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/38-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/38-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>6.TeamLink</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ซอฟต์แวร์โซลูชั่นในรูปแบบของเว็บและโมบายแอปพลิเคชัน เป็นศูนย์กลางข้อมูลขององค์กร ช่วยให้การสื่อสารขององค์กรดียิ่งขึ้น เน้นการมีส่วนร่วมของพนักงาน ส่งเสริมการเรียนรู้ พัฒนาทีม และสามารถให้บริการได้หลากหลายและครอบคลุมในทุกส่วนของการบริการพนักงาน ด้วยฟีเจอร์ที่ออกแบบสำหรับองค์กรโดยเฉพาะ พร้อมก้าวสู่การเป็นองค์กรยุคดิจิทัล</span></p>
<p><b>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/203"><b>https://expth.hrnote.asia/products/203</b></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/203?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47925" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 131" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/134Page.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/134Page.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/134Page-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/134Page-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/134Page-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/134Page-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-solution/internal-communication-260727/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รวม 5 บริการ Pre-Screen Assessment ช่วย Recruiter คัดคนได้อย่างมั่นใจ บน HREX</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-solution/pre-screen-assessment-260727/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-solution/pre-screen-assessment-260727/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 11:47:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Pre-Screen Assessment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50872</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อ Recruiter ต้องคัดเลือกเพชรเม็ดงามให้เจอ ท่ามกลางผู้สมัครจำนวนมากภายในเวลาจำกัด อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะพลาดคนที่เหมาะสม หรือเลือกคนที่ไม่ตอบโจทย์องค์กรได้ในระยะยาว การมีเครื่องมืออย่าง Pre-Screen Assessment หรือแบบประเมินผู้สมัครก่อนเข้าสู่ขั้นตอนสัมภาษณ์ จึงช่วยให้ Recruiter คัดกรองผู้สมัครได้เป็นระบบมากขึ้น ตั้งแต่การวัดความรู้และทักษะ บุคลิกภาพ พฤติกรรมการทำงาน ไปจนถึงความสอดคล้องกับค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร ช่วยให้เห็นศักยภาพของผู้สมัครได้มากกว่าข้อมูลในเรซูเม่เพียงอย่างเดียว ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มประเมินผู้สมัครให้เลือกหลายรูปแบบ ทั้งระบบสัมภาษณ์ออนไลน์ แบบทดสอบเชิงพฤติกรรม แบบประเมินทางจิตวิทยา รวมถึงเครื่องมือที่ใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ผล หากไม่รู้ว่าควรเลือกใช้เครื่องมือใดดี HREX ขอรวบรวม 5 บริการ Pre-Screen Assessment บนแพลตฟอร์ม HR Products &#38; Services ที่ช่วยลดเวลาในการคัดกรอง เพิ่มข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และช่วยให้ Recruiter คัดคนเข้าสู่รอบถัดไปได้อย่างมั่นใจมากขึ้น รายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ มีดังต่อไปนี้ Job Assess ระบบสัมภาษณ์ออนไลน์และประเมินสมรรถนะคนที่ใช่ให้องค์กรด้วย AI ช่วยลดเวลาในการทำงานกว่า 71% ช่วยวิเคราะห์ผู้สมัครอย่างแม่นยำและสามารถช่วยองค์กรลดต้นทุนได้มากกว่า 22% ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50873" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-27T183617.161.webp" alt="Pre-Screen Assessment" width="600" height="370" title="รวม 5 บริการ Pre-Screen Assessment ช่วย Recruiter คัดคนได้อย่างมั่นใจ บน HREX 86" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-27T183617.161.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-27T183617.161-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อ Recruiter ต้องคัดเลือกเพชรเม็ดงามให้เจอ ท่ามกลางผู้สมัครจำนวนมากภายในเวลาจำกัด อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะพลาดคนที่เหมาะสม หรือเลือกคนที่ไม่ตอบโจทย์องค์กรได้ในระยะยาว</p>
<p>การมีเครื่องมืออย่าง <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/80">Pre-Screen Assessment</a> หรือแบบประเมินผู้สมัครก่อนเข้าสู่ขั้นตอนสัมภาษณ์ จึงช่วยให้ Recruiter คัดกรองผู้สมัครได้เป็นระบบมากขึ้น ตั้งแต่การวัดความรู้และทักษะ บุคลิกภาพ พฤติกรรมการทำงาน ไปจนถึงความสอดคล้องกับค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร ช่วยให้เห็นศักยภาพของผู้สมัครได้มากกว่าข้อมูลในเรซูเม่เพียงอย่างเดียว</p>
<p>ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มประเมินผู้สมัครให้เลือกหลายรูปแบบ ทั้งระบบสัมภาษณ์ออนไลน์ แบบทดสอบเชิงพฤติกรรม แบบประเมินทางจิตวิทยา รวมถึง<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/ai-vs-human-pre-screen-recruitment-260420/">เครื่องมือที่ใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ผล</a> หากไม่รู้ว่าควรเลือกใช้เครื่องมือใดดี HREX ขอรวบรวม 5 บริการ Pre-Screen Assessment บนแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services ที่ช่วยลดเวลาในการคัดกรอง เพิ่มข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และช่วยให้ Recruiter คัดคนเข้าสู่รอบถัดไปได้อย่างมั่นใจมากขึ้น</p>
<p>รายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ มีดังต่อไปนี้</p>
<h2>Job Assess</h2>
<p>ระบบสัมภาษณ์ออนไลน์และประเมินสมรรถนะคนที่ใช่ให้องค์กรด้วย AI ช่วยลดเวลาในการทำงานกว่า 71% ช่วยวิเคราะห์ผู้สมัครอย่างแม่นยำและสามารถช่วยองค์กรลดต้นทุนได้มากกว่า 22%</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/18">https://expth.hrnote.asia/products/18</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/18?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47801" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 18" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/18-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/18-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/18-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/18-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/18-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/18-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>PandaTest</h2>
<p>แพลตฟอร์มการประเมินความสามารถของเราช่วยให้คุณคัดกรองและระบุผู้สมัครที่ดีที่สุดที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมของแต่ละองค์กรได้ ช่วยสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพสูงโดยมีเป้าหมายและค่านิยมร่วมกัน</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/221">https://expth.hrnote.asia/products/221</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/221?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47963" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 149" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-8-4.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-8-4.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-8-4-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-8-4-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-8-4-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-8-4-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>SCREENEO</h2>
<p>ผู้ให้บริการระบบประเมินผลบุคลากร เครื่องมือสำคัญที่ช่วย HR ประเมินและสรรหาบุคลากรที่มีคุณภาพ ผ่านข้อคำถามในเชิงเจตคติที่วัดผลได้แม่นยำ สอดคล้องกับวัฒนธรรมของคนไทย และรายงานผลอย่างละเอียดทันทีหลังสอบเสร็จ</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/135">https://expth.hrnote.asia/products/135</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/135?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48512" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 170" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-16-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-16-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-16-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-16-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-16-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-16-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>SEEN Ability</h2>
<p>แพลตฟอร์มในการวัดศักยภาพ ทั้งบุคลิกภาพ ความเข้ากับองค์กร และความสามารถของคน ผ่านแบบประเมินยุคใหม่ที่เข้าใจทุกความต้องการขององค์กร ถูกออกแบบมาเพื่อคนไทย โดยใช้เทคโนโลยีร่วมกับแบบทดสอบเชิงพฤติกรรม รวมถึงแบบประเมินทางจิตวิทยา ช่วยให้ได้พนักงานที่ใช่ในเวลาอันสั้น ประหยัดเวลาในการสรรหาและช่วยเพิ่มความแม่นยำในการสรรหา</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/135">https://expth.hrnote.asia/products/135</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/114?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47896" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 104" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-2-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>TalentSphere</h2>
<p>แพลตฟอร์ม AI-Powered Talent Management ที่จะพาองค์กรก้าวสู่อนาคตการทำงานอย่างมั่นใจ ด้วยการเข้าถึง Capability (สมรรถนะ) ของพนักงานอย่างแท้จริง ช่วยให้ HR และผู้บริหารทำเรื่อง Recruitment, Development และ Talent Advancement ได้ครบวงจร</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/171">https://expth.hrnote.asia/products/171</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/171?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=PIC"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47998" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 202" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-54.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-54.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-54-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-54-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-54-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-54-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-solution/pre-screen-assessment-260727/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รวม 5 ระบบเบิกเงินเดือนล่วงหน้า (Earned Wage Access) บน HREX</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-solution/financial-benefit-ewa-260727/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-solution/financial-benefit-ewa-260727/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 02:41:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Solution]]></category>
		<category><![CDATA[เบิกเงินเดือนล่วงหน้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50851</guid>

					<description><![CDATA[ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้พนักงานจะมีรายได้ประจำ แต่การต้องรอเงินเดือนออกตามรอบอาจทำให้บางคนขาดสภาพคล่องระหว่างเดือน จนต้องหันไปใช้บัตรเครดิต สินเชื่อดอกเบี้ยสูง หรือการกู้เงินนอกระบบเพื่อรับมือกับรายจ่ายที่ไม่ได้วางแผนไว้ ระบบเบิกเงินเดือนล่วงหน้า หรือ Earned Wage Access จึงกลายเป็นสวัสดิการทางการเงิน (Financial Benefit) ที่หลายองค์กรให้ความสนใจ เพราะช่วยให้พนักงานเข้าถึงค่าจ้างส่วนที่ทำงานไปแล้วก่อนถึงวันจ่ายเงินเดือน รวมถึงมีโซลูชันบางรูปแบบที่ช่วยให้พนักงานเข้าถึงแหล่งเงินฉุกเฉินภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจนและปลอดภัยมากขึ้น HR Solution เหล่านี้มีส่วนช่วยส่งเสริม Financial Wellness ลดความกังวลเรื่องเงิน และเพิ่มทางเลือกในการดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงาน และนี่คือ 5 ระบบเบิกเงินเดือนล่วงหน้าและสวัสดิการทางการเงินบนแพลตฟอร์ม HR Products &#38; Services องค์กรควรนำไปเปรียบเทียบและเลือกใช้ให้เหมาะกับพนักงานของตัวเอง 1. Employyim บริการเบิกเงินเดือนล่วงหน้าสำหรับพนักงาน พร้อมระบบใช้งานผ่าน LINE Application ที่สะดวกและใช้งานง่าย เพื่อให้พนักงานของคุณสามารถรับมือกับค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและป้องกันการก่อหนี้ ตอบโจทย์ HR ยุคใหม่ที่กำลังมองสวัสดิการทางการเงินให้กับพนักงาน ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ https://expth.hrnote.asia/products/148 2. FINN แพลตฟอร์มส่งเสริมสุขภาพทางการเงิน (Financial Wellness) ที่ช่วยเปลี่ยนความเครียดด้านการเงินของพนักงาน ให้กลายเป็นความพึงพอใจและความผูกพันต่อองค์กร ผ่านบริการเบิกเงินเดือนล่วงหน้า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50846" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-24T131630.825.webp" alt="financial-benefit-ewa" width="600" height="370" title="รวม 5 ระบบเบิกเงินเดือนล่วงหน้า (Earned Wage Access) บน HREX 88" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-24T131630.825.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-24T131630.825-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้พนักงานจะมีรายได้ประจำ แต่การต้องรอเงินเดือนออกตามรอบอาจทำให้บางคนขาดสภาพคล่องระหว่างเดือน จนต้องหันไปใช้บัตรเครดิต สินเชื่อดอกเบี้ยสูง หรือการกู้เงินนอกระบบเพื่อรับมือกับรายจ่ายที่ไม่ได้วางแผนไว้</p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/th-payadvanceservice-181031/"><strong>ระบบเบิกเงินเดือนล่วงหน้า หรือ Earned Wage Access</strong></a> จึงกลายเป็นสวัสดิการทางการเงิน (<a href="https://expth.hrnote.asia/categories/33">Financial Benefit</a>) ที่หลายองค์กรให้ความสนใจ เพราะช่วยให้พนักงานเข้าถึงค่าจ้างส่วนที่ทำงานไปแล้วก่อนถึงวันจ่ายเงินเดือน รวมถึงมีโซลูชันบางรูปแบบที่ช่วยให้พนักงานเข้าถึงแหล่งเงินฉุกเฉินภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจนและปลอดภัยมากขึ้น</p>
<p>HR Solution เหล่านี้มีส่วนช่วยส่งเสริม Financial Wellness ลดความกังวลเรื่องเงิน และเพิ่มทางเลือกในการดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงาน และนี่คือ 5 ระบบเบิกเงินเดือนล่วงหน้าและสวัสดิการทางการเงินบนแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services องค์กรควรนำไปเปรียบเทียบและเลือกใช้ให้เหมาะกับพนักงานของตัวเอง</p>

<h2>1. Employyim</h2>
<p>บริการเบิกเงินเดือนล่วงหน้าสำหรับพนักงาน พร้อมระบบใช้งานผ่าน LINE Application ที่สะดวกและใช้งานง่าย เพื่อให้พนักงานของคุณสามารถรับมือกับค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและป้องกันการก่อหนี้ ตอบโจทย์ HR ยุคใหม่ที่กำลังมองสวัสดิการทางการเงินให้กับพนักงาน</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/148">https://expth.hrnote.asia/products/148</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/148?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47902" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 109" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/111.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/111.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/111-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/111-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/111-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/111-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>2. FINN</h2>
<p>แพลตฟอร์มส่งเสริมสุขภาพทางการเงิน (Financial Wellness) ที่ช่วยเปลี่ยนความเครียดด้านการเงินของพนักงาน ให้กลายเป็นความพึงพอใจและความผูกพันต่อองค์กร ผ่านบริการเบิกเงินเดือนล่วงหน้า (Earned Wage Access) และสวัสดิการดูแลคุณภาพชีวิตแบบครบวงจร</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/181">https://expth.hrnote.asia/products/181</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/181?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=PIC"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49120" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 212" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-21-1-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-21-1-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-21-1-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-21-1-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-21-1-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-21-1-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>3. Rabbit Cash</h2>
<p>สินเชื่อที่บริษัทนายจ้างได้ทำการตกลงให้บริษัท แรบบิท แคช จำกัด เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่พนักงานกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ โดยที่ไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยพิเศษไม่เกิน 15% ต่อปี แบบลดต้นลดดอก เพิ่มสวัสดิการทางการเงินให้กับพนักงาน สมัครง่ายได้ตลอดเวลาผ่านทางออนไลน์</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/198">https://expth.hrnote.asia/products/198</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/198?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47920" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 127" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/129.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/129.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/129-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/129-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/129-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/129-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>4. Salary Hero</h2>
<p>แพลตฟอร์มทางการเงินสำหรับพนักงานที่สามารถขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าได้ เป็นทางเลือกใหม่ที่จะทำให้พนักงานไม่ได้ต้องไปพึ่งพาการกู้เงินนอกระบบ เมื่อพวกเขาต้องการที่จะใช้เงินฉุกเฉินหรือมีค่าใช้จ่ายที่ค่าไม่ถึงเกิดขึ้นมาระหว่างเดือน ซึ่งพนักงานจะได้รับเงินภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากได้รับการยืนยันผ่านแอปพลิเคชั่น</p>
<p>ทั้งนี้ บริการของ Salary Hero ไม่ใช่เงินกู้ แต่เป็นการช่วยเหลือพนักงานยามฉุกเฉิน ซึ่งทางบริษัทจะไม่มีค่าใช้จ่ายในการเชื่อมระบบ</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/67">https://expth.hrnote.asia/products/67</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/67?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47850" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 60" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>5. Salary Xpress</h2>
<p>บริการจาก MULA บริษัทฟินเทคในประเทศไทยที่สร้างโดยนักการธนาคาร มุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้แก่กลุ่มลูกจ้างที่มีรายได้ต่ำ เช่น กลุ่มผู้ใช้แรงงาน พนักงานบริการ ช่างและพนักงานรักษาความปลอดภัย ให้พนักงานเข้าถึงเงินเดือนจากงานที่ทำแล้วได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ ช่วยลดความตึงเครียดด้านการเงิน ทำให้พนักงานโฟกัสกับงานได้เต็มที่ และสร้างประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/172">https://expth.hrnote.asia/products/172</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/173?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=PIC"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47999" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 203" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-55.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-55.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-55-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-55-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-55-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-55-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-solution/financial-benefit-ewa-260727/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รวม 10 ระบบ PMS ช่วยยกระดับการประเมินผลงานให้ต่อเนื่องตลอดปีบน HREX</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-solution/pms-performance-management-system-260726/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-solution/pms-performance-management-system-260726/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 02:19:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Solution]]></category>
		<category><![CDATA[PMS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50844</guid>

					<description><![CDATA[การประเมินผลงานพนักงานมักกลายเป็นงานใหญ่ของ HR เมื่อข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ในเอกสาร แบบฟอร์ม และไฟล์ Excel หลายชุด ทั้งยังต้องใช้เวลาติดตามหัวหน้างาน รวบรวมคะแนน ตรวจสอบความถูกต้อง และสรุปผลให้ทันตามรอบประเมิน ระบบ PMS หรือ Performance Management System สามารถช่วยให้องค์กรบริหารผลการปฏิบัติงานของพนักงานได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การกำหนดเป้าหมายและ KPI การติดตามความคืบหน้า การให้ Feedback ไปจนถึงการประเมินผล เพื่อช่วยให้พนักงานพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานไปในทิศทางเดียวกับเป้าหมายขององค์กร หากกำลังมองหาระบบที่ไว้ใจได้ นี่คือ 10 ระบบที่ช่วยเปลี่ยนฟอร์มประเมินซับซ้อนให้เป็น Digital Platform ที่ใช้ง่าย ลดภาระงานเอกสาร และทำให้ HR หัวหน้างาน และพนักงานติดตาม Performance ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมช่วยยกระดับการประเมินผลงานให้ต่อเนื่องตลอดปี 1.Darwinbox x Rams Solutions เหมาะกับองค์กรที่อยากให้ PMS ไม่แยกขาดจากระบบ HR หลัก Darwinbox x Rams Solutions ช่วยรวม Performance, [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50847" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-21T150605.502.webp" alt="pms-performance-management-system" width="600" height="370" title="รวม 10 ระบบ PMS ช่วยยกระดับการประเมินผลงานให้ต่อเนื่องตลอดปีบน HREX 90" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-21T150605.502.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-21T150605.502-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การประเมินผลงานพนักงานมักกลายเป็นงานใหญ่ของ HR เมื่อข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ในเอกสาร แบบฟอร์ม และไฟล์ Excel หลายชุด ทั้งยังต้องใช้เวลาติดตามหัวหน้างาน รวบรวมคะแนน ตรวจสอบความถูกต้อง และสรุปผลให้ทันตามรอบประเมิน</p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/pms-231025/">ระบบ PMS หรือ Performance Management System</a> สามารถช่วยให้องค์กรบริหารผลการปฏิบัติงานของพนักงานได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การกำหนดเป้าหมายและ KPI การติดตามความคืบหน้า การให้ Feedback ไปจนถึงการประเมินผล เพื่อช่วยให้พนักงานพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานไปในทิศทางเดียวกับเป้าหมายขององค์กร</p>
<p>หากกำลังมองหาระบบที่ไว้ใจได้ นี่คือ 10 ระบบที่ช่วยเปลี่ยนฟอร์มประเมินซับซ้อนให้เป็น Digital Platform ที่ใช้ง่าย ลดภาระงานเอกสาร และทำให้ HR หัวหน้างาน และพนักงานติดตาม Performance ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมช่วยยกระดับการประเมินผลงานให้ต่อเนื่องตลอดปี</p>

<h2>1.Darwinbox x Rams Solutions</h2>
<p>เหมาะกับองค์กรที่อยากให้ PMS ไม่แยกขาดจากระบบ HR หลัก Darwinbox x Rams Solutions ช่วยรวม Performance, Talent และ People Data ไว้บน Cloud HCM Platform เดียว ช่วยให้องค์กรบริหาร PMS ได้ต่อเนื่องขึ้น เพื่อให้ HR เห็นภาพ Performance ของพนักงานได้ครบขึ้น</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/36">https://expth.hrnote.asia/products/36</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/36?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47819" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 33" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/36-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/36-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/36-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/36-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/36-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/36-2-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>2.empeo</h2>
<p>แพลตฟอร์มบริหารทรัพยากรบุคคล ที่ไม่เพียงรองรับระบบ PMS แต่ยังออกแบบมาเพื่อดูแลพนักงานตลอด Employee Life Cycle ตั้งแต่ขั้นตอนการสรรหา การพัฒนา ไปจนถึงการสร้างความผูกพันในองค์กร เรียกได้ว่าครบวงจร</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/15">https://expth.hrnote.asia/products/15</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/15?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47798" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 15" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>3.IPOP PMS</h2>
<p>ระบบที่เปลี่ยนฟอร์มประเมินซับซ้อนให้กลายเป็น Digital PMS ที่ใช้งานง่าย ใช้งานสะดวกและช่วยให้ HR, หัวหน้างาน และพนักงานสามารถร่วมมือกันอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/200">https://expth.hrnote.asia/products/200</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/200?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47984" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 187" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-40.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-40.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-40-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-40-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-40-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-40-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>4.MiHCM</h2>
<p>เปลี่ยนการประเมินผลงานจากงานเอกสาร ให้เป็น Performance Management ที่ติดตามได้จริง ด้วย Goal Setting, Real-time Tracking และ Continuous Feedback</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/164">https://expth.hrnote.asia/products/164</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/164?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=PIC"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47992" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 195" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-48.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-48.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-48-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-48-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-48-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-48-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>5.Oracle HCM Cloud</h2>
<p>สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ Oracle HCM Cloud คือระบบที่ช่วยทำให้ PMS มีมาตรฐานมากขึ้น ด้วยข้อมูลเป้าหมาย ผลงาน Feedback และ Competency ที่เชื่อมต่อกับ Talent Management ในระบบเดียว</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/35">https://expth.hrnote.asia/products/35</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/35?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47818" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 32" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/35-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/35-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/35-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/35-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/35-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/35-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>6.SAP SuccessFactors</h2>
<p>ตัวช่วย HR ทำ PMS ให้เป็นระบบมากขึ้น ตั้งแต่ตั้งเป้าหมาย ติดตามผลงาน ประเมินผล ให้ feedback ทำ 360 Review ไปจนถึง Calibration เหมาะกับองค์กรที่อยากลดการใช้ Excel ลดงานเอกสาร และทำให้ Performance Review โปร่งใสขึ้น</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/199">https://expth.hrnote.asia/products/199</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/199?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47921" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 128" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>7.SAW HR</h2>
<p>สำหรับองค์กรขนาดเล็กถึงกลาง SAW HR ช่วยให้ PMS เชื่อมกับระบบ HRMS ได้ง่ายขึ้น ลดงานเอกสาร และทำให้ HR เห็นข้อมูลพนักงานในภาพรวมมากขึ้น</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/169">https://expth.hrnote.asia/products/169</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/169?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=PIC"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47996" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 200" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-52.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-52.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-52-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-52-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-52-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-52-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>8.SEE KPI</h2>
<p>เหมาะกับองค์กรที่อยากจริงจังกับ KPI โดยเฉพาะ SEE KPI ช่วยให้ HR วัดผล ติดตามผลงาน และเชื่อมผลประเมินกับค่าตอบแทนได้ชัดเจนขึ้น</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/193">https://expth.hrnote.asia/products/193</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/193?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47915" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 122" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/124.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/124.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/124-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/124-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/124-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/124-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>9.Sprout Solutions</h2>
<p>คำตอบที่ครบครันสำหรับความต้องการระบบ HR ที่ครอบคลุมรอบด้าน รวมถึงระบบ PMS ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้การประเมินผลงานไม่ใช่แค่รอบตัดสินปลายปี แต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาพนักงาน</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/15">https://expth.hrnote.asia/products/15</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/178?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=PIC"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48592" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 209" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-17-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-17-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-17-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-17-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-17-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-17-2-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>10.Upper Resource</h2>
<p>ช่วย HR บริหารผลงานพนักงานได้ครบขึ้น ตั้งแต่ตั้งเป้าหมาย ติดตามผล ให้ Feedback ไปจนถึงใช้ข้อมูลต่อยอดการพัฒนาคน</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/189">https://expth.hrnote.asia/products/189</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/189?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47911" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 118" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/120.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/120.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/120-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/120-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/120-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/120-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-solution/pms-performance-management-system-260726/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รวม 6 ตัวเลือกระบบ LMS ตัวช่วยปั้นทีมให้เก่งขึ้น โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์บน HREX</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-solution/lms-learning-management-system-solution-260724/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-solution/lms-learning-management-system-solution-260724/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 04:28:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Solution]]></category>
		<category><![CDATA[LMS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50819</guid>

					<description><![CDATA[การพัฒนาทักษะพนักงานเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง แต่อุปสรรคสำคัญของหลายองค์กรคือ การจัดอบรมแต่ละครั้งต้องใช้ทั้งเวลา งบประมาณ และกำลังคน ตั้งแต่การเตรียมเนื้อหา ประสานงานผู้เรียน ไปจนถึงการติดตามว่าใครเรียนจบและนำความรู้ไปใช้ได้จริงหรือไม่ Learning Management System คือระบบ LMS คือ ระบบการจัดการเรียนรู้ครบวงจร สามารถช่วยให้องค์กรบริหารการเรียนรู้ของพนักงานได้ง่ายและเป็นระบบมากขึ้น HR สามารถสร้างและรวบรวมคอร์สออนไลน์ กำหนดหลักสูตรให้พนักงานแต่ละกลุ่ม จัดสอบ ออกใบรับรอง รวมถึงติดตามประวัติและผลการเรียนรู้ได้จากแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้พนักงานเข้าถึงการพัฒนาทักษะได้ทุกที่ทุกเวลา ปัจจุบันมีผู้ให้บริการระบบ LMS ในประเทศไทยหลายราย โดยแต่ละระบบมีจุดเด่นและฟังก์ชันที่เหมาะกับองค์กรแตกต่างกัน และนี่คือ 6 ตัวเลือกระบบ LMS ที่ HREX ขอแนะนำว่าจะช่วยให้องค์กรเริ่มต้นวางระบบการเรียนรู้ พัฒนาทักษะทีม และต่อยอดการบริหารบุคลากรได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ ดังนี้ 1. Alldemics LMS แพลตฟอร์มจัดการการเรียนการสอนออนไลน์ ช่วยให้องค์กรบริหารงาน HRD/HRM ได้ครบในระบบเดียว ตั้งแต่การจัดคอร์สเรียน การติดตามผล ไปจนถึงการเก็บประวัติการเรียนรู้ของพนักงาน ช่วยลดงานเอกสาร ประหยัดเวลา และลดต้นทุนในการบริหารจัดการอบรม ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ https://expth.hrnote.asia/products/209 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50822" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-21T141909.636.webp" alt="lms-learning-management-system-solution" width="600" height="370" title="รวม 6 ตัวเลือกระบบ LMS ตัวช่วยปั้นทีมให้เก่งขึ้น โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์บน HREX 92" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-21T141909.636.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-21T141909.636-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การพัฒนาทักษะพนักงานเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง แต่อุปสรรคสำคัญของหลายองค์กรคือ การจัดอบรมแต่ละครั้งต้องใช้ทั้งเวลา งบประมาณ และกำลังคน ตั้งแต่การเตรียมเนื้อหา ประสานงานผู้เรียน ไปจนถึงการติดตามว่าใครเรียนจบและนำความรู้ไปใช้ได้จริงหรือไม่</p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/7-how-to-choose-lms-240614/">Learning Management System คือระบบ LMS</a> คือ ระบบการจัดการเรียนรู้ครบวงจร สามารถช่วยให้องค์กรบริหารการเรียนรู้ของพนักงานได้ง่ายและเป็นระบบมากขึ้น HR สามารถสร้างและรวบรวมคอร์สออนไลน์ กำหนดหลักสูตรให้พนักงานแต่ละกลุ่ม จัดสอบ ออกใบรับรอง รวมถึงติดตามประวัติและผลการเรียนรู้ได้จากแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้พนักงานเข้าถึงการพัฒนาทักษะได้ทุกที่ทุกเวลา</p>
<p>ปัจจุบันมีผู้ให้บริการระบบ LMS ในประเทศไทยหลายราย โดยแต่ละระบบมีจุดเด่นและฟังก์ชันที่เหมาะกับองค์กรแตกต่างกัน และนี่คือ 6 ตัวเลือกระบบ LMS ที่ HREX ขอแนะนำว่าจะช่วยให้องค์กรเริ่มต้นวางระบบการเรียนรู้ พัฒนาทักษะทีม และต่อยอดการบริหารบุคลากรได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ ดังนี้</p>

<h2>1. Alldemics LMS</h2>
<p>แพลตฟอร์มจัดการการเรียนการสอนออนไลน์ ช่วยให้องค์กรบริหารงาน HRD/HRM ได้ครบในระบบเดียว ตั้งแต่การจัดคอร์สเรียน การติดตามผล ไปจนถึงการเก็บประวัติการเรียนรู้ของพนักงาน ช่วยลดงานเอกสาร ประหยัดเวลา และลดต้นทุนในการบริหารจัดการอบรม</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/209">https://expth.hrnote.asia/products/209</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/209?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47931" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 137" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/140.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/140.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/140-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/140-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/140-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/140-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>2. Conicle</h2>
<p>โซลูชั่นการเรียนรู้และการพัฒนาแบบครบวงจร รวมถึงแพลตฟอร์ม LMS บนคลาวด์ที่ทันสมัย ช่วยให้เข้าถึงประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีที่สุดผ่านเว็บและมือถือ เพื่อเรียนรู้หลักสูตรจากผู้ให้บริการชั้นนำ ทุกที่ ทุกเวลา</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/11">https://expth.hrnote.asia/products/11</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47794" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 11" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>3. Frog Genius</h2>
<p>ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบการจัดการ การเรียนการสอนออนไลน์ที่ครบ จบ ทุกการใช้งาน เป็นผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาเรื่องการพัฒนาระบบ LMS โดยเฉพาะ ประสบการณ์มากกว่า 8 ปี</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/89">https://expth.hrnote.asia/products/89</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/89?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47871" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 80" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/85-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/85-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/85-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/85-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/85-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/85-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>4. H&amp;G Learning</h2>
<p>ระบบการเรียนรู้สำหรับองค์กร ผู้ช่วย HR ในการพัฒนาบุคลากร ส่งมอบความรู้และข้อมูลสำคัญให้กับพนักงานได้อย่างทั่วถึง พัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคลากรอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น มีระบบการเรียนการสอน ที่ออกแบบให้ตอบโจทย์ Pain Point ของแต่ละองค์กรแบบ 360 องศา</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/192">https://expth.hrnote.asia/products/192</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/192?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47914" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 121" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/123.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/123.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/123-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/123-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/123-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/123-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>5. myLearn</h2>
<p>ระบบ LMS และ e-Learning จาก myHR ที่ช่วยให้องค์กรจัดการการเรียนรู้ออนไลน์ได้สะดวก พนักงานเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา รองรับการจัดการคอนเทนต์ การสอบ การออก Certificate และเชื่อมต่อกับระบบ myHR เพื่อบันทึก Training Need ประวัติการอบรม และคะแนนประเมินผลได้อัตโนมัติ</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/130">https://expth.hrnote.asia/products/130</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/130?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47958" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 165" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-17-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-17-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-17-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-17-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-17-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-17-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>6. Upper Resource</h2>
<p>HR Solution สำหรับบริหารและพัฒนาบุคลากรในองค์กร ครอบคลุมตั้งแต่ LMS, การจัดอบรม, e-Learning, Competency, Performance, Talent Management ไปจนถึง Succession Planning ช่วยให้ HR วางแผนพัฒนาคน ติดตามผลการเรียนรู้ และต่อยอดศักยภาพพนักงานได้เป็นระบบมากขึ้น</p>
<p><strong>ติดต่อใช้บริการผ่าน HREX ได้ที่นี่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/130">https://expth.hrnote.asia/products/130</a></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/189?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47911" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 118" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/120.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/120.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/120-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/120-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/120-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/120-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-solution/lms-learning-management-system-solution-260724/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Conicle Connect 2026: Define The Future of Work</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/conicle-connect-2026-260722/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/conicle-connect-2026-260722/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 12:00:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Conicle Connect 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50793</guid>

					<description><![CDATA[ประเทศไทยกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ด้านแรงงาน นำโดยปัญหา Skills Mismatch เมื่อคนจำนวนมากมีความรู้และทักษะไม่ตรงกับสิ่งที่ตลาดต้องการ  ส่งผลทั้งต่อรายได้ของคนทำงาน ประสิทธิภาพขององค์กร และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ  ความท้าทายดังกล่าวมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้ง AI ที่ทำให้ทักษะบางประเภทล้าสมัยเร็วขึ้น ระบบการศึกษาที่ปรับตัวไม่ทันตลาดแรงงาน การเข้าสู่สังคมสูงวัย และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการพัฒนาทักษะ องค์กรจึงต้องเปลี่ยนวิธีมองคน จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับชื่อตำแหน่งและขอบเขตงาน ไปสู่การทำความเข้าใจว่าแต่ละคนมีทักษะอะไร ยังขาดอะไร และควรพัฒนาอย่างไรให้สอดคล้องกับงานและเป้าหมายทางธุรกิจ ประเด็นเหล่านี้เป็นแกนหลักของงาน Conicle Connect 2026: Define The Future of Work ซึ่งนอกจากจะมีการเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ของ Conicle นำโดย Conicle Skills แพลตฟอร์มพัฒนาทักษะที่ขับเคลื่อนด้วย AI, มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดเรื่อง Skills-Based Organization และการพูดคุยระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนถึงการสร้างระบบนิเวศด้านทักษะที่เชื่อมการเรียนรู้ การลงมือทำ การประเมิน และมาตรฐานเข้าด้วยกัน เพื่อเตรียมคนไทยให้พร้อมต่อการทำงานในอนาคต หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้ได้อ่านกันแล้ว ดังนี้ Build Workforce Readiness for the Future of [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50869" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/Screenshot-2026-07-27-182326.webp" alt="Conicle Connect 2026: Define The Future of Work" width="600" height="369" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Conicle Connect 2026: Define The Future of Work 97" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/Screenshot-2026-07-27-182326.webp 781w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/Screenshot-2026-07-27-182326-300x184.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/Screenshot-2026-07-27-182326-768x472.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเทศไทยกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ด้านแรงงาน นำโดยปัญหา Skills Mismatch เมื่อคนจำนวนมากมีความรู้และทักษะไม่ตรงกับสิ่งที่ตลาดต้องการ  ส่งผลทั้งต่อรายได้ของคนทำงาน ประสิทธิภาพขององค์กร และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายดังกล่าวมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้ง AI ที่ทำให้ทักษะบางประเภทล้าสมัยเร็วขึ้น ระบบการศึกษาที่ปรับตัวไม่ทันตลาดแรงงาน การเข้าสู่สังคมสูงวัย และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการพัฒนาทักษะ องค์กรจึงต้องเปลี่ยนวิธีมองคน จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับชื่อตำแหน่งและขอบเขตงาน ไปสู่การทำความเข้าใจว่าแต่ละคนมีทักษะอะไร ยังขาดอะไร และควรพัฒนาอย่างไรให้สอดคล้องกับงานและเป้าหมายทางธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นเหล่านี้เป็นแกนหลักของงาน</span><b> Conicle Connect 2026: Define The Future of Work</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งนอกจากจะมีการเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ของ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11"><span style="font-weight: 400;">Conicle</span></a><span style="font-weight: 400;"> นำโดย Conicle Skills แพลตฟอร์มพัฒนาทักษะที่ขับเคลื่อนด้วย AI, มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดเรื่อง Skills-Based Organization และการพูดคุยระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนถึงการสร้างระบบนิเวศด้านทักษะที่เชื่อมการเรียนรู้ การลงมือทำ การประเมิน และมาตรฐานเข้าด้วยกัน เพื่อเตรียมคนไทยให้พร้อมต่อการทำงานในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้ได้อ่านกันแล้ว ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Build Workforce Readiness for the Future of Work: The Big Move to Skills-Based Organizations </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50870" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/Screenshot-2026-07-27-182658.webp" alt="Conicle Connect 2026: Define The Future of Work" width="600" height="371" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Conicle Connect 2026: Define The Future of Work 98" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/Screenshot-2026-07-27-182658.webp 861w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/Screenshot-2026-07-27-182658-300x185.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/Screenshot-2026-07-27-182658-768x475.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b> ปูน &#8211; นกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11"><b>Conicle</b></a><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่าปัญหาแรงงานมีทักษะไม่ตรงกับความต้องการของตลาด คือปัญหาที่ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อคนทำงาน แต่ยังฉุดศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศด้วย โดยประเทศไทยสูญเสียโอกาสทางรายได้จากปัญหานี้ราว </span><b>3.3 ล้านล้านบาท</b><span style="font-weight: 400;"> หรือคิดเป็น </span><b>20.1% ของ GDP ในปี 2024</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นทำให้ปัจจุบัน ประชากรไทยในช่วงวัยทำงานที่มีประมาณ </span><b>40 ล้านคน</b><span style="font-weight: 400;"> มีรายได้เฉลี่ยเพียง </span><b>276,400 บาทต่อปี</b><span style="font-weight: 400;"> หรือประมาณ </span><b>20,000 บาทต่อเดือน</b><span style="font-weight: 400;"> เท่านั้น </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“คนทำงานจำนวนมากมีโอกาสได้รับรายได้สูงกว่านี้ หากความรู้และทักษะของพวกเขาตรงกับสิ่งที่องค์กรต้องการมากขึ้น โดยช่องว่างจาก Skills Mismatch อาจคิดเป็นรายได้ที่หายไปราว 5,000 บาทต่อเดือนต่อคน และตัวเลขเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หากทุกฝ่ายยังไม่เริ่มแก้ปัญหาอย่างจริงจัง”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปูนประเมินว่า ภายใน 5 ปีข้างหน้า ตลาดแรงงานไทยอาจเผชิญกับ Perfect Storm หรือแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน 5 ด้านประกอบด้วย</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>AI ทำให้ทักษะมีอายุสั้นลง</b><span style="font-weight: 400;"> ทักษะประมาณ 39% อาจล้าสมัยภายใน 2-3 ปี ความรู้ที่คนรุ่นใหม่ใช้เวลาเรียนมาหลายปีจะไม่ตรงกับงานทันทีที่จบการศึกษา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เสียโอกาสการลงทุนจากต่างประเทศ</b><span style="font-weight: 400;"> แม้ไทยจะมีโอกาสรับอุตสาหกรรมใหม่และเงินลงทุนจำนวนมาก แต่หากไม่มีแรงงานที่มีทักษะรองรับ นักลงทุนก็อาจย้ายไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่พร้อมกว่า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ช่องว่างระหว่างระบบการศึกษากับตลาดแรงงาน </b><span style="font-weight: 400;">ความต้องการของธุรกิจเปลี่ยนทุกไตรมาส ขณะเดียวกันหลักสูตรการศึกษากลับใช้เวลาหลายปีกว่าจะปรับตัว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ </b><span style="font-weight: 400;">จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ขณะที่กำลังแรงงานลดลง คนทำงานจึงต้องรับภาระทางเศรษฐกิจและครอบครัวมากกว่าเดิม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Skill Polarization หรือความเหลื่อมล้ำด้านศักยภาพ</b><span style="font-weight: 400;"> คนที่อยู่ในองค์กรขนาดใหญ่มีโอกาสเข้าถึงงบประมาณ หลักสูตร และเครื่องมือพัฒนาทักษะมากกว่าแรงงานในองค์กรขนาดเล็กหรือธุรกิจ SME ช่องว่างด้านรายได้จึงมีแนวโน้มขยายไปพร้อมกับช่องว่างด้านความรู้และโอกาสในการพัฒนาตัวเอง</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อแรงกดดันทั้ง 5 ด้านเกิดขึ้นพร้อมกัน ปัญหา Skills Mismatch จะไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงตามวัฏจักรทั่วไป และอาจกระทบขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยโดยตรง หากไม่เร่งเตรียมความพร้อม ประเทศไทยอาจตามไม่ทันทั้งประเทศพัฒนาแล้วและประเทศเพื่อนบ้าน ทางออกจึงต้องเริ่มจากการพัฒนาคน</span></p>
<p><b>เพราะคนคือ “กระดุมเม็ดแรก” ขององค์กร เทคโนโลยีและ AI จะสร้างผลลัพธ์ได้ก็ต่อเมื่อมีคนที่เข้าใจ รู้จักนำไปใช้ และปรับตัวได้ทันกับงานที่เปลี่ยนไป</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปูนจึงหยิบประโยค </span><i><span style="font-weight: 400;">“The best way to predict the future is to invent it” </span></i><span style="font-weight: 400;">มาย้ำว่า เรายังมีโอกาสออกแบบอนาคต หากเริ่มลงมือแก้ปัญหาและป้องกันก่อนที่ปัญหาจะรุนแรงกว่านี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่อาจเป็นทางออกคือการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้คนไทยสามารถพัฒนาทักษะได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีองค์กร ภาครัฐ สถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ร่วมกันผลักดัน จากแรงงานที่มีทักษะไม่ตรงกับงาน ไปสู่แรงงานที่มีทักษะเหมาะกับความต้องการจริง และ Conicle วางบทบาทของตัวเองเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ช่วยเชื่อมความรู้ ความร่วมมือ และโอกาสในการพัฒนาคนให้เกิดขึ้นได้</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากคนไทยสามารถเพิ่มขีดความสามารถได้อีก 20.1% ตัวเลขที่เคยเป็นมูลค่าความสูญเสียก็อาจเปลี่ยนเป็นโอกาสในการยกระดับรายได้ พัฒนาองค์กร และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้เช่นกัน” </span></i></p>
<h2><b>AI-Powered Skills Development for Better Performance</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ทักษะ คือความสามารถหรือความชำนาญที่มนุษย์สร้างขึ้นได้จากการเรียนรู้และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง แตกต่างจากพรสวรรค์ที่อาจติดตัวมาตั้งแต่เกิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ทักษะแต่ละประเภทมีอายุการใช้งานต่างกัน บางอย่างอาจล้าสมัยภายในเวลาประมาณ 2.5 ปี ขณะที่บางทักษะอาจอยู่ได้นานราว 2.5-7.5 ปี แต่ทักษะสำคัญอย่างวิธีคิด ทัศนคติ และกระบวนการตัดสินใจ สามารถมีอายุยืนยาวได้นานกว่า 7 ปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม คุณนกรณ์เชื่อว่า ทุกทักษะสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ หากคนทำงานได้รับโอกาสและกระบวนการฝึกฝนที่เหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ช่องว่างระหว่างตัวเราในวันนี้กับตัวเราในอนาคต จึงขึ้นอยู่กับว่าเราจะพัฒนาตัวเองอย่างไร” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ร่วมก่อตั้ง Conicle อธิบายกระบวนการนี้ผ่านโมเดล K-A-S ซึ่งประกอบด้วย Knowledge, Attitude และ Skills</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Knowledge </b><span style="font-weight: 400;">คือการได้รับความรู้ผ่านบทเรียน หนังสือ หรือสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ คิดเป็นประมาณ 10% ของการพัฒนา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Attitude </b><span style="font-weight: 400;">หรือการทำความเข้าใจความรู้นั้นให้ลึกขึ้น ผ่านการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ โค้ช หรือผู้ที่คอยติดตามและให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นอีกประมาณ 20%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Skills </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนสามารถนำสิ่งที่รู้และเข้าใจไปลงมือทำได้จริง กระบวนการนี้ต้องอาศัยการฝึกซ้ำ ผ่านเวิร์กชอป บูตแคมป์ การเรียนรู้จากงานจริง และการประเมินผล คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% ของการพัฒนาทั้งหมด เพราะการเรียนจบหลักสูตรหรือจำเนื้อหาได้ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าคนคนหนึ่งมีทักษะ ทักษะจะเกิดขึ้นเมื่อบุคคลสามารถลงมือทำ สร้างผลงาน และทำให้เกิดผลลัพธ์ตามที่ต้องการได้</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ </span><b>ทักษะจึงกำลังกลายเป็นสกุลเงินใหม่ของตลาดแรงงาน</b><span style="font-weight: 400;"> องค์กรในอนาคตอาจให้ความสำคัญกับวุฒิการศึกษาหรือตำแหน่งงานลดลง และหันมาพิจารณาว่าคนแต่ละคนทำอะไรได้ เก่งเรื่องใด และมีทักษะใดที่พร้อมนำมาใช้กับงานจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน HR ต้องตอบให้ได้ด้วยว่า องค์กรกำลังขาดทักษะอะไร ทักษะใดกำลังจะไม่เพียงพอต่อทิศทางธุรกิจ และงบประมาณที่ลงทุนไปกับการเรียนรู้สามารถเชื่อมโยงกับผลงานหรือ Business Outcome ได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านจากองค์กรที่บริหารคนตามตำแหน่งงาน ไปสู่ Skills-Based Organization วิธีคิดแบบเดิมอาจทำให้องค์กรเห็นพนักงานผ่านชื่อตำแหน่ง หน้าที่ และตัวชี้วัดผลงานเป็นหลัก จึงอาจมองข้ามความสามารถอื่นที่ซ่อนอยู่ในตัวบุคคล หากองค์กรเริ่มมองว่าพนักงานแต่ละคนมีทักษะอะไรและสามารถพัฒนาไปทางไหนได้บ้าง ก็จะค้นพบโอกาสใหม่ในการจัดสรรคน การวางเส้นทางอาชีพ และการนำศักยภาพของพนักงานไปใช้กับงานที่เหมาะสมกว่าเดิม</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ช่องว่างระหว่างคนกับงานจึงเป็นเรื่องที่ต้องมองเห็นและเร่งแก้ไข เพราะทุกช่องว่างหมายถึงโอกาสทางธุรกิจที่องค์กรอาจกำลังสูญเสียไป”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Conicle จึงเปิดตัว “</span><b>Conicle Skills</b><span style="font-weight: 400;">” ในปี 2026 ในฐานะแพลตฟอร์มพัฒนาทักษะที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมคน งาน และเป้าหมายขององค์กรเข้าด้วยกัน แพลตฟอร์มนี้ยกระดับจากการเรียนผ่านคอร์สออนไลน์ที่เน้นการรับความรู้ ไปสู่การสร้าง Skills Path หรือเส้นทางพัฒนารายทักษะ ซึ่งครอบคลุมทั้งความรู้ ความเข้าใจ การลงมือทำ และการประเมินผล เพื่อให้องค์กรเห็นได้ว่าใครควรพัฒนาทักษะใด ใครมีทักษะนั้นแล้ว และผลจากการพัฒนาเชื่อมโยงกับงานจริงอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Conicle Skills เปรียบเสมือน App Store ของทักษะ ที่ช่วยให้คนทำงานเลือกและพัฒนาทักษะที่จำเป็นเข้าสู่ตัวเอง พร้อมเปลี่ยนการเรียนรู้ให้กลายเป็นความสามารถที่นำไปใช้สร้างผลงานได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปิดตัวครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของทิศทางใหม่ของ Conicle ซึ่งเตรียมขยายบริการผ่านหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง</span><b> Conicle Skills, Conicle People</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>Conicle Solutions</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อดูแลการพัฒนาคนในมิติที่กว้างขึ้น ตั้งแต่การสร้างทักษะ การบริหารบุคลากร ไปจนถึงโซลูชันที่ช่วยให้องค์กรรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการพัฒนาคน พัฒนาองค์กร และช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแรงกว่าเดิม</span></p>
<h2><b>Shaping Thailand’s Skills-Based Workforce Ecosystem</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50867" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-27T182029.998.webp" alt="Conicle Connect 2026: Define The Future of Work" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Conicle Connect 2026: Define The Future of Work 99" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-27T182029.998.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-27T182029.998-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session นี้ คุณ </span><b>จิตรพงศ์ พุ่มสะอาด ผู้อำนวยการกองพัฒนาผู้ฝึกและเทคโนโลยีการฝึก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน</b><span style="font-weight: 400;">, คุณ </span><b>พิริยพงศ์ แจ้งเจนเวทย์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสถานประกอบการและการอบรมด้วยระบบคุณวุฒิ วิชาชีพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ</span><b> วรพล แวววรวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Conicle</b><span style="font-weight: 400;"> ชวนมองการพัฒนาทักษะแรงงานไทยผ่านมุมของภาครัฐและเอกชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณจิตรพงศ์มองว่า คนไทยมีศักยภาพอยู่มาก แต่แรงงานจำนวนไม่น้อยยังเข้าไม่ถึงการฝึกอบรมอย่างที่ควร การเรียนออนไลน์ช่วยเปิดโอกาสให้คนเรียนรู้ได้สะดวกขึ้นก็จริง อย่างไรก็ตาม ทักษะบางประเภท โดยเฉพาะงานช่างและงานที่ต้องใช้เครื่องมือ ยังจำเป็นต้องฝึกปฏิบัติในสถานที่จริง ข้อจำกัดด้านรูปแบบการเรียนรู้จึงเป็นเรื่องที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่กัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนก็เป็นอีกอุปสรรคสำคัญ คนทำงานที่มีรายได้น้อยอาจไม่มีเงิน เวลา หรืออุปกรณ์เพียงพอสำหรับการพัฒนาตัวเอง ภาครัฐจึงต้องออกแบบมาตรการที่เข้าถึงคนหลากหลายกลุ่ม ทั้งการนำบริการเข้าไปหาแรงงาน และการสนับสนุนค่าใช้จ่ายทางตรงหรือทางอ้อม </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ประเทศไทยไม่ได้ขาดหลักสูตรและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ สิ่งที่ยังขาดคือหลักสูตรที่นำไปสู่ทักษะจริง เพิ่ม Productivity และช่วยให้ผู้เรียนสร้างรายได้สูงขึ้น รวมถึงระบบที่เชื่อมโยงแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้จากจุดเดียวโดยไม่ต้องตามหาหลักสูตรจากหลายแห่ง”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณพิริยพงศ์ เห็นตรงกันว่า แรงงานไทยที่มีความสามารถกระจายอยู่ในสถานประกอบการหลายรูปแบบ โดยเฉพาะกลุ่ม SME ซึ่งมักเข้าถึงการอบรมและการพัฒนาตามมาตรฐานได้ยากกว่าบริษัทขนาดใหญ่ หน่วยงานภาครัฐจึงต้องช่วยส่งเสริมให้สถานประกอบการทุกระดับพัฒนาพนักงานได้อย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเองกำลังพัฒนา Marketplace สำหรับหลักสูตรออนไลน์ โดยตั้งเป้าให้มี 3,000 หลักสูตรภายใน 3 ปี ปัจจุบันหลังดำเนินงานมาเกือบ 1 ปี มีหลักสูตรแล้ว 944 หลักสูตร บางหลักสูตรยังนำการเรียนออนไลน์มาผสมกับเวิร์กชอป เพื่อให้ผู้เรียนได้ทั้งความรู้และการฝึกปฏิบัติ ซึ่งเขาเชื่อว่าจะช่วยให้แรงงานทั่วไทยเกิดประโยชน์ เกิดทักษะ และเกิดรายได้อย่างที่คาดหวังไม่มากก็น้อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณวรพลกล่าวว่า Conicle กำลังยกระดับกระบวนการเรียนรู้ให้ไปไกลกว่าการดูวิดีโอจนจบ เป้าหมายคือการกระตุ้นให้ผู้เรียนลงมือทำและพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่เข้าถึงง่ายขึ้นช่วยให้พนักงานหน้างานบันทึกวิดีโอขณะฝึกทักษะ ส่งผลงานเข้าสู่ระบบ และรับการตรวจสอบก่อนเข้าสู่การประเมินภาคปฏิบัติที่ศูนย์ทดสอบ วิธีนี้ช่วยลดข้อจำกัดของการเรียนออนไลน์ และเปิดโอกาสให้แรงงานกลุ่มที่เคยเข้าถึงการฝึกอบรมได้ยากมีเส้นทางพัฒนาทักษะที่ยืดหยุ่นขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างระบบนิเวศด้านทักษะที่มีคุณภาพก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คุณจิตรพงศ์มองว่า ผู้เรียนต้องสามารถเลือกหลักสูตรให้เหมาะกับเป้าหมาย พื้นฐาน และวิธีเรียนรู้ของตัวเอง เพราะคน 2 คนอาจเรียนเรื่องเดียวกันแล้วต้องการกระบวนการพัฒนาที่ต่างกัน แพลตฟอร์มจึงควรปรับเปลี่ยนได้ มีเนื้อหาที่ทันสมัย เข้าถึงง่าย และช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่าตัวเองควรพัฒนาเรื่องใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพิริยพงศ์เสริมว่า คุณภาพของการฝึกอบรมจะมีความสำคัญมากขึ้น ทั้งการประกันคุณภาพเนื้อหา วิธีถ่ายทอดของครีเอเตอร์ และการเชื่อมโยงกับมาตรฐานกลางของประเทศ เมื่อผู้เรียนมีพื้นฐานตามมาตรฐานแล้ว หลักสูตรควรเปิดทางให้พัฒนาต่อยอดไปสู่ความเชี่ยวชาญที่สูงขึ้นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Conicle ปิดท้ายด้วยการย้ำว่า ความรู้ที่ใช้ในองค์กรมีบริบทเฉพาะตัว คนคนหนึ่งอาจมีทักษะตัดต่อวิดีโอ แต่การตัดต่อสื่อฝึกอบรมย่อมต้องเข้าใจเนื้อหา กลุ่มผู้เรียน และเป้าหมายการพัฒนาที่ต่างจากคลิปทั่วไป การพัฒนาคนจึงต้องเชื่อมทั้งทักษะทั่วไปและองค์ความรู้ภายในองค์กรเข้าด้วยกัน อีกองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้คือข้อมูล เพราะภาคเอกชนอาจมองเห็นพฤติกรรม ความต้องการ และแนวโน้มของแรงงานได้เร็วกว่าภาครัฐ ขณะที่ภาครัฐมีบทบาทด้านมาตรฐาน นโยบาย และการขยายโอกาสสู่ประชาชนวงกว้าง</span></p>
<p><b>การสร้าง Skills-Based Workforce Ecosystem จึงต้องอาศัยการเชื่อมข้อมูลและความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้การเรียนรู้ การรับรองทักษะ และความต้องการของตลาดแรงงานเดินไปในทิศทางเดียวกันจึงจะประสบความสำเร็จ</b></p>
<h2><b>Co-Creating the Future of Skills Ecosystem</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50868" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-27T182139.257.webp" alt="Conicle Connect 2026: Define The Future of Work" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Conicle Connect 2026: Define The Future of Work 100" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-27T182139.257.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-27T182139.257-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของผู้นำระดับกลาง หรือ Middle Management มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อองค์กร ในฐานะเป็นคนเชื่อมกลยุทธ์ของผู้บริหารเข้ากับการทำงานของทีม และหากขาดเขาคนนี้ไป Skills Ecosystem จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/qgen-hr-consult-240923/"><b>บี &#8211; อภิชาติ ขันธวิธิ CEO จาก QGEN Consultant</b></a><span style="font-weight: 400;"> ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นใน Session นี้ว่า หากผู้นำระดับนี้ไม่แข็งแรง องค์กรย่อมเดินหน้าต่อได้ยาก สิ่งแรกที่ต้องทำคือการนิยามบทบาทของหัวหน้าให้ชัด เพราะการเลื่อนคนที่ทำงานเก่งที่สุดขึ้นมาเป็นผู้จัดการ อาจไม่ได้หมายความว่าคนนั้นจะสามารถพัฒนาลูกทีมให้เก่งขึ้นได้</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หัวหน้าที่ดีต้องทำได้มากกว่าการสร้างผลงานของตัวเอง พวกเขาต้องรู้ว่าเมื่อใดควรทำหน้าที่เป็นโค้ช เมนเทอร์ ผู้สอน หรือผู้สนับสนุน รวมถึงต้องเข้าใจธุรกิจมากพอที่จะช่วยให้ทีมเห็นภาพว่า งานของแต่ละคนเชื่อมกับเป้าหมายขององค์กรอย่างไร หากหัวหน้ายังคงรับทุกอย่างไว้กับตัวเอง ผลที่ตามมาคือความเหนื่อยล้าและภาวะหมดไฟ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน การพัฒนาทีมก็มักถูกผลักให้กลายเป็นหน้าที่ของ HR เพียงฝ่ายเดียว ทั้งที่หัวหน้าคือคนที่อยู่ใกล้ชิดกับพนักงานและมีอิทธิพลต่อการเติบโตของทีมมากที่สุด</span></p>
<p><b>ดร.พี &#8211; รพีรัฐ ธัญวัฒน์พรกุล ผู้ก่อตั้งเพจ </b><a href="https://web.facebook.com/thepractical.co/" target="_blank" rel="noopener"><b>มนุษย์เงินเดือนพันธุ์ใหม่</b></a> <span style="font-weight: 400;">เสริมว่า การพัฒนาคนต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้คนเติบโต เพราะคนเรามักเรียนรู้จากคนรอบตัวและบริบทที่ใช้ชีวิตอยู่ เขาย้อนมองประสบการณ์ของตัวเองแล้วพบว่า การได้อยู่ท่ามกลางคนที่เก่งและพร้อมสนับสนุน มีส่วนสำคัญที่ทำให้เขาพัฒนามาถึงจุดปัจจุบัน ผู้นำจึงควรสร้างพื้นที่ที่ทำให้คนกล้าลอง กล้าถาม และกล้าพัฒนาตัวเอง ขณะเดียวกัน AI ก็สามารถเข้ามาเป็นผู้ช่วยหัวหน้า ทั้งการให้คำแนะนำ ติดตามการเรียนรู้ และแบ่งเบาภาระบางส่วน เพียงแต่ผู้ใช้ต้องเข้าใจข้อจำกัดและเลือกใช้ให้เหมาะกับงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณ </span><b>จี้ &#8211; ทรงภัทร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/69"><b>MindDoJo</b></a><span style="font-weight: 400;"> มองว่า รูปแบบการเรียนรู้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ต่างมีจุดแข็งและข้อจำกัดของตัวเอง การเรียนออนไลน์ช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญได้ง่ายขึ้น เชื่อมผู้คนจากหลายพื้นที่เข้าหากัน และออกแบบ Learning Journey ได้หลากหลายช่องทางกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการเรียนออนไลน์ยังขึ้นอยู่กับความตั้งใจและวินัยของผู้เรียน จึงอาจกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรเห็นด้วยว่า พนักงานแต่ละคนมีความพร้อมต่อการเรียนรู้มากน้อยเพียงใด การพัฒนาผู้นำจึงควรเป็นเส้นทางต่อเนื่อง ให้เวลาคนได้ฝึก ทดลอง และนำทักษะไปใช้ ก่อนจะคาดหวังให้ Performance เปลี่ยนแปลงทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน </span><b>ครูเปิ้ล &#8211; สุดารัตน์ ศิริวรางกูร CEO จาก <a href="https://www.ideoempowerment.com/TH/home.html" target="_blank" rel="noopener">IDEO Empowerment</a> และ <a href="https://www.facebook.com/EmotionalWellnessCenter/" target="_blank" rel="noopener">Mind Center Thailand</a></b> <span style="font-weight: 400;">ตั้งข้อสังเกตว่า หลายองค์กรลงทุนกับการให้ความรู้มากเกินไป ขณะที่ยังให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมหลังการเรียนไม่มากพอ หากต้องแบ่งสัดส่วน เธอมองว่าการให้ความรู้อาจใช้เพียง 30% ส่วนอีก 70% ควรนำไปสร้างเงื่อนไขที่ทำให้หัวหน้าสนับสนุนให้พนักงานนำสิ่งที่เรียนไปใช้กับงานจริง เพราะ People Skills จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการฝึกซ้ำ การได้รับ Feedback และการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การประเมินจึงไม่ควรยึดแค่ Self-Assessment เนื่องจากคนที่มีความสามารถสูงอาจประเมินตัวเองต่ำ ขณะที่บางคนอาจประเมินตัวเองสูงกว่าความสามารถจริง องค์กรควรใช้ข้อมูลจากการทำงาน ผลลัพธ์ และพฤติกรรมประกอบกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การพัฒนาผู้นำต้องกลับมาตอบให้ได้ว่า องค์กรต้องการผู้นำแบบไหนและคาดหวังผลลัพธ์อะไร CEO ของ QGEN เสนอแนวคิด Performance-Driven Leadership ซึ่งไม่ได้หมายถึงให้หัวหน้าที่ใจดีหรือเข้มงวดที่สุด แต่หมายถึงการทำให้ทีมสร้างผลงานได้ พร้อมรักษาความไว้วางใจและดูแลคนไปพร้อมกัน โจทย์นี้ยิ่งซับซ้อนเมื่อองค์กรต้องให้คนรุ่นใหม่มีอิสระ ขณะเดียวกันก็ยังต้องรับผิดชอบต่อเป้าหมายและผลการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ดร.รพีรัฐสรุปด้วยเกณฑ์ที่ชัดเจนว่า </span><b>วิธีดูว่าหัวหน้าเก่งหรือไม่ คือการดูว่าลูกทีมประสบความสำเร็จเพียงใด เพราะเมื่อผู้นำสร้างคนได้ดี ทีมย่อมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และรู้ว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไรแม้เผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบาก</b></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/conicle-connect-2026-260722/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เงินเดือนดี แต่ทำไมพนักงานยังไม่แฮปปี้ ? HR ต้องเข้าใจช่องว่างระหว่าง Pay Fairness กับ Pay Satisfaction</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/pay-fairness-pay-satisfaction-260721/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/pay-fairness-pay-satisfaction-260721/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Jul 2026 07:04:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Pay Fairness]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50780</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT งานวิจัยในฮ่องกงพบว่า 70% ของพนักงานมองว่าเงินเดือนของตัวเองยุติธรรม แต่มีเพียง 34% ที่รู้สึกพอใจกับเงินเดือนจริง ๆ พนักงานที่พอใจกับเงินเดือนมีแนวโน้มทุ่มเททำงานเกินความคาดหวังมากกว่าถึง 2.7 เท่า Salary Benchmark ช่วยให้องค์กรจ่ายได้เหมาะสมกับตลาด แต่ยังไม่สามารถสร้าง Pay Satisfaction ได้ด้วยตัวเอง HR ต้องทำให้พนักงานเข้าใจเกณฑ์ค่าตอบแทน เห็นเส้นทางการเติบโต และรู้สึกปลอดภัยพอที่จะพูดคุยเรื่องเงินเดือน หลายองค์กรพยายามออกแบบระบบเงินเดือนให้ยุติธรรม มี Salary Structure มีข้อมูลเปรียบเทียบกับตลาด มีรอบปรับเงินเดือนประจำปี และใช้ผลงานเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา เมื่อทำทั้งหมดแล้ว องค์กรอาจมั่นใจว่าพนักงานได้รับค่าตอบแทนอย่างสมเหตุสมผลแล้ว แต่ในทุกองค์กรก็ยังมีพนักงานจำนวนหนึ่งที่รู้สึกไม่พอใจ รู้สึกว่าตัวเองได้รับน้อยเกินไป แล้วเริ่มมองหางานใหม่เพื่อเพิ่มรายได้อยู่ดี HR Forward Asia รายงานผลวิจัยจาก The Salary Pulse: Hong Kong Report ว่า แม้พนักงานในฮ่องกง 70% จะมองว่าเงินเดือนของตัวเองสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับงานและตลาด แต่มีเพียง 34% ที่รู้สึกพอใจกับจำนวนเงินที่ได้รับจริง ๆ ความแตกต่างนี้เกิดขึ้นได้ เพราะพนักงานอาจยอมรับว่าเงินเดือนของตัวเองไม่ได้ต่ำหรือไม่เป็นธรรม แต่ยังรู้สึกว่าไม่เพียงพอกับค่าครองชีพ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>งานวิจัยในฮ่องกงพบว่า 70% ของพนักงานมองว่าเงินเดือนของตัวเองยุติธรรม แต่มีเพียง 34% ที่รู้สึกพอใจกับเงินเดือนจริง ๆ</li>
<li>พนักงานที่พอใจกับเงินเดือนมีแนวโน้มทุ่มเททำงานเกินความคาดหวังมากกว่าถึง 2.7 เท่า</li>
<li>Salary Benchmark ช่วยให้องค์กรจ่ายได้เหมาะสมกับตลาด แต่ยังไม่สามารถสร้าง Pay Satisfaction ได้ด้วยตัวเอง</li>
<li>HR ต้องทำให้พนักงานเข้าใจเกณฑ์ค่าตอบแทน เห็นเส้นทางการเติบโต และรู้สึกปลอดภัยพอที่จะพูดคุยเรื่องเงินเดือน</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50783" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-15T100319.353.webp" alt="Pay Fairness &amp; Pay Satisfaction" width="600" height="370" title="เงินเดือนดี แต่ทำไมพนักงานยังไม่แฮปปี้ ? HR ต้องเข้าใจช่องว่างระหว่าง Pay Fairness กับ Pay Satisfaction 105" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-15T100319.353.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-15T100319.353-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หลายองค์กรพยายามออกแบบระบบเงินเดือนให้ยุติธรรม มี Salary Structure มีข้อมูลเปรียบเทียบกับตลาด มีรอบปรับเงินเดือนประจำปี และใช้ผลงานเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา</p>
<p>เมื่อทำทั้งหมดแล้ว องค์กรอาจมั่นใจว่าพนักงานได้รับค่าตอบแทนอย่างสมเหตุสมผลแล้ว แต่ในทุกองค์กรก็ยังมีพนักงานจำนวนหนึ่งที่รู้สึกไม่พอใจ รู้สึกว่าตัวเองได้รับน้อยเกินไป แล้วเริ่มมองหางานใหม่เพื่อเพิ่มรายได้อยู่ดี</p>
<p><a href="https://hrforwardasia.com/hong-kong-workers-feel-fairly-paid-but-most-still-arent-satisfied-new-research-shows/" target="_blank" rel="noopener">HR Forward Asia รายงานผลวิจัยจาก The Salary Pulse: Hong Kong Report</a> ว่า <strong>แม้พนักงานในฮ่องกง 70% จะมองว่าเงินเดือนของตัวเองสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับงานและตลาด แต่มีเพียง 34% ที่รู้สึกพอใจกับจำนวนเงินที่ได้รับจริง ๆ</strong></p>
<p>ความแตกต่างนี้เกิดขึ้นได้ เพราะพนักงานอาจยอมรับว่าเงินเดือนของตัวเองไม่ได้ต่ำหรือไม่เป็นธรรม แต่ยังรู้สึกว่าไม่เพียงพอกับค่าครองชีพ ไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบ หรือไม่ช่วยให้มองเห็นความก้าวหน้าในอนาคต</p>
<p>ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นช่องว่างสำคัญ เพราะเงินเดือนที่พนักงานมองว่า “พอรับได้” อาจยังไม่ใช่เงินเดือนที่ทำให้เขารู้สึกมีคุณค่า มองเห็นอนาคต และอยากทุ่มเทให้กับองค์กรต่อไป</p>

<h2>Pay Fairness กับ Pay Satisfaction ต่างกันอย่างไร</h2>
<p><strong>Pay Fairness</strong> คือความรู้สึกว่าเงินเดือนที่ได้รับมีเหตุผลและสามารถอธิบายได้</p>
<p>พนักงานอาจมองว่าเงินเดือนของตัวเองยุติธรรม เพราะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับตลาด สอดคล้องกับตำแหน่ง ประสบการณ์ และภาระงาน หรือเข้าใจได้ว่าเหตุใดองค์กรจึงกำหนดเงินเดือนในระดับนี้</p>
<p>ส่วน <strong>Pay Satisfaction</strong> คือความรู้สึกพอใจกับค่าตอบแทนที่ได้รับจริง โดยความพอใจจึงขึ้นอยู่กับหลายเรื่อง ทั้งภาระค่าใช้จ่าย ความคาดหวังส่วนตัว ผลงานที่ทำ การเปรียบเทียบกับผู้อื่น และโอกาสที่รายได้จะเติบโตในอนาคต</p>
<p>พนักงานคนหนึ่งอาจยอมรับว่าเงินเดือนของตัวเองไม่ได้ต่ำกว่าตลาด แต่ยังรู้สึกไม่พอใจ เพราะเห็นเพื่อนในสายงานเดียวกันย้ายงานแล้วได้รับเงินเดือนสูงขึ้น</p>
<p>บางคนรู้สึกว่าหน้าที่และความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นมากกว่าค่าตอบแทน ขณะที่บางคนไม่รู้ว่าต้องพัฒนาทักษะหรือสร้างผลงานแบบใด จึงจะได้รับการปรับเงินเดือนในรอบถัดไป</p>
<p>อีกกลุ่มอาจรู้สึกว่าการขึ้นเงินเดือนเกิดจากการปรับทั้งบริษัท มากกว่าการยอมรับผลงานของเขาโดยตรง<br />
ดังนั้น เงินเดือนเดียวกันอาจดูยุติธรรมจากมุมของโครงสร้างองค์กร แต่สร้างความรู้สึกที่แตกต่างกันในหมู่พนักงานได้</p>
<h2>พนักงานไม่ได้มองแค่ตัวเลข แต่ยังมองความหมายของเงินเดือน</h2>
<p>สำหรับคนทำงาน เงินเดือนไม่ได้มีความหมายเฉพาะเรื่องรายได้ แต่เกี่ยวข้องกับคุณค่า สถานะ ความก้าวหน้า และการยอมรับจากองค์กรด้วย</p>
<p>แนวคิด Organizational Justice อธิบายว่า พนักงานจะพิจารณาทั้งผลลัพธ์ที่ตัวเองได้รับ กระบวนการตัดสินใจ วิธีสื่อสาร และวิธีที่องค์กรปฏิบัติต่อเขา</p>
<p>เมื่อพูดถึงเงินเดือน พนักงานจึงไม่ได้ถามเพียงว่า “ฉันได้เงินเท่าไร” แต่ยังมีคำถามอื่นตามมา เช่น ทำไมฉันจึงได้รับเงินเดือนเท่านี้ ? องค์กรใช้เกณฑ์อะไรในการปรับเงินเดือน ? ผลงานของฉันถูกมองเห็นจริงหรือไม่ ? หากต้องการเติบโต ฉันต้องพัฒนาอะไรเพิ่มเติม ? หัวหน้าสามารถอธิบายเรื่องค่าตอบแทนได้ชัดเจนแค่ไหน ? และฉันสามารถพูดคุยเรื่องเงินเดือนโดยไม่ถูกมองในแง่ลบได้หรือไม่</p>
<p>หากองค์กรตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ ต่อให้ตัวเลขเงินเดือนอยู่ในระดับที่แข่งขันกับตลาดได้ พนักงานก็อาจยังรู้สึกว่าระบบขาดความชัดเจน หรือไม่มั่นใจว่าองค์กรเห็นคุณค่าของตัวเองจริง</p>
<h2>ทำไมแค่มี Salary Benchmark อย่างเดียวจึงยังไม่พอ</h2>
<p>Salary Benchmark เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการบริหารค่าตอบแทน เพราะช่วยให้องค์กรเห็นว่าตลาดจ่ายเงินเดือนให้กับแต่ละตำแหน่งในระดับใด และช่วยลดความเสี่ยงจากการจ่ายต่ำหรือสูงเกินไปโดยไม่มีเหตุผลรองรับ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม Benchmark เป็นข้อมูลจากตลาดภายนอก ขณะที่ประสบการณ์ของพนักงานเกิดขึ้นภายในองค์กรทุกวัน</p>
<p>พนักงานอาจรู้ว่าเงินเดือนของตัวเองอยู่ในช่วงที่ตลาดยอมรับได้ แต่ยังไม่เข้าใจว่า Career Ladder ขององค์กรเป็นอย่างไร การขึ้นเงินเดือนเชื่อมโยงกับ Performance มากน้อยเพียงใด หรือการพัฒนาทักษะใหม่จะช่วยให้รายได้เติบโตขึ้นได้อย่างไร</p>
<p>หากเส้นทางเหล่านี้ไม่ชัดเจน พนักงานจะเริ่มใช้ข้อมูลจากภายนอกมาเติมช่องว่างแทน</p>
<p>เขาอาจเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนที่เพิ่งย้ายงาน เปรียบเทียบกับ Salary Range ในประกาศรับสมัคร หรือเปรียบเทียบกับตัวเลขเงินเดือนที่ถูกพูดถึงบนโซเชียลมีเดีย</p>
<p>เมื่อไม่มีคำอธิบายจากองค์กร การเปรียบเทียบอาจไม่ได้จบแค่ว่าเงินเดือนแฟร์หรือไม่ แต่อาจนำไปสู่คำถามว่า เหตุใดตัวเองจึงยังรู้สึกว่าได้รับน้อยกว่าที่ควรจะเป็น</p>
<p>รายงานจากฮ่องกงจึงระบุว่า พนักงานต้องการทั้งความชัดเจน เส้นทางอาชีพ และผลตอบแทนรูปแบบอื่นนอกเหนือจากเงินเดือน ไม่ใช่ข้อมูล Benchmark เพียงอย่างเดียว</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50064" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-27.webp" alt="Pay Philosophy" width="600" height="370" title="เงินเดือนดี แต่ทำไมพนักงานยังไม่แฮปปี้ ? HR ต้องเข้าใจช่องว่างระหว่าง Pay Fairness กับ Pay Satisfaction 106" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-27.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-27-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/pay-philosophy-260529/">Pay Philosophy: ก่อนถามว่าจ่ายเท่าไหร่ ต้องรู้ก่อนว่าจ่ายเพื่ออะไร</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Pay Satisfaction เชื่อมกับ Motivation และ Retention อย่างไร</h2>
<p>รายงานเดียวกันนี้พบว่า พนักงานที่รู้สึกพอใจกับเงินเดือนมีแนวโน้มทุ่มเททำงานเกินความคาดหวังมากกว่าพนักงานกลุ่มอื่นถึง 2.7 เท่า ข้อมูลนี้ทำให้เห็นว่า ความรู้สึกต่อเงินเดือนเกี่ยวข้องกับแรงจูงใจในการทำงานโดยตรง</p>
<p>เมื่อพนักงานรู้สึกว่าค่าตอบแทนสอดคล้องกับผลงาน ความรับผิดชอบ และโอกาสเติบโต เขามีแนวโน้มอยากมีส่วนร่วมกับความสำเร็จขององค์กรมากขึ้น</p>
<p>ในทางกลับกัน พนักงานที่มองว่าเงินเดือนยุติธรรมแต่ยังไม่พอใจ อาจเริ่มจำกัดความพยายามของตัวเองให้อยู่ในระดับที่รู้สึกว่าเหมาะกับสิ่งที่ได้รับ เช่น บางคนอาจคิดว่า ทำเท่านี้ก็น่าจะพอแล้ว และบางคนอาจมองว่าการย้ายงานเป็นเส้นทางเดียวที่ช่วยให้รายได้เติบโตขึ้นได้เร็วกว่าเดิม</p>
<p>ดังนั้น หากองค์กรต้องการรักษาคน การดูว่าเงินเดือนแข่งขันกับตลาดได้หรือไม่ยังไม่เพียงพอ HR ต้องเข้าใจด้วยว่าพนักงานมองระบบค่าตอบแทนขององค์กรอย่างไร และเชื่อหรือไม่ว่าความพยายามของตัวเองจะได้รับการตอบแทนอย่างเหมาะสม</p>
<h2>กล้าขอกล้าให้: 77% ขอขึ้นเงินเดือนแล้วได้ขึ้น</h2>
<p>อีกตัวเลขที่น่าสนใจจากรายงานคือ มีพนักงานเพียง 30% ที่รู้สึกสบายใจในการขอขึ้นเงินเดือน แต่ในกลุ่มคนที่ตัดสินใจพูดคุยเรื่องนี้ มีถึง 77% ที่ได้รับการปรับเงินเดือน</p>
<p>ช่องว่างดังกล่าวอาจหมายความว่า หลายองค์กรยังมีพื้นที่หรือความเป็นไปได้ในการปรับเงินเดือนอยู่ เพียงแต่พนักงานไม่รู้ว่าควรเริ่มพูดอย่างไร ไม่มั่นใจว่าหัวหน้าจะรับฟัง หรือกังวลว่าการถามเรื่องเงินเดือนจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตนเอง</p>
<p>นี่คือโจทย์ด้าน Pay Conversation ที่องค์กรต้องกลับมาพิจารณา</p>
<p>หากองค์กรไม่มีช่วงเวลาหรือกระบวนการสำหรับพูดคุยเรื่องค่าตอบแทนอย่างชัดเจน พนักงานอาจเลือกเก็บความไม่พอใจไว้เงียบ ๆ ไม่พูด และเริ่มถอยห่างจากงาน เริ่มมองหาตำแหน่งใหม่</p>
<p>สุดท้ายองค์กรอาจรับรู้ปัญหาอีกครั้งเมื่อพนักงานยื่นใบลาออก และข้อเสนอปรับเงินเดือนในวันนั้นอาจสายเกินไปแล้ว</p>
<p>HR จึงควรสร้างพื้นที่ให้พนักงานพูดคุยเรื่องค่าตอบแทนได้อย่างเป็นระบบ เช่น การกำหนดรอบ Pay Review ที่ชัดเจน การเตรียมแนวทางให้ Manager อธิบายเกณฑ์ค่าตอบแทน และการบอกพนักงานว่าต้องทำอย่างไร หากต้องการขอทบทวนเงินเดือนของตัวเอง</p>
<h2>สวัสดิการและโอกาสเติบโตสำคัญ แต่อาจทดแทนเงินเดือนไม่ได้</h2>
<p>เมื่อองค์กรไม่สามารถขึ้นเงินเดือนได้ทุกครั้ง HR มักหันมาพิจารณาผลตอบแทนรูปแบบอื่น เช่น การให้สวัสดิการที่หลากหลาย และน่าจะตอบโจทย์กับความต้องการของพนักงาน</p>
<p>องค์ประกอบเหล่านี้มีผลต่อประสบการณ์และการตัดสินใจอยู่กับองค์กรของพนักงานจริง อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ซึ่งเรียกว่า Non-monetary Rewards ไม่ควรถูกใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการพูดเรื่องเงินเดือน</p>
<p>หากพนักงานรู้สึกว่าค่าตอบแทนไม่เหมาะสม แต่ได้รับคำตอบเพียงว่าองค์กรมีวัฒนธรรมที่ดี มีโอกาสเรียนรู้ หรือมีบรรยากาศการทำงานที่อบอุ่น เขาอาจยิ่งรู้สึกว่าองค์กรไม่รับฟังปัญหาที่กำลังเผชิญ</p>
<p>ผลตอบแทนที่ไม่ใช่ตัวเงินจะทำงานได้ดี เมื่อเงินเดือนพื้นฐานอยู่ในระดับที่พนักงานยอมรับได้ และองค์กรอธิบายอย่างตรงไปตรงมาว่า สิ่งใดสามารถตอบแทนเป็นเงินได้ สิ่งใดเป็นประสบการณ์ในการทำงาน และพนักงานจะเติบโตต่อในองค์กรได้อย่างไร</p>
<p>Total Rewards จึงต้องเชื่อมองค์ประกอบหลายด้านเข้าด้วยกัน ทั้งเงินเดือน โบนัส สวัสดิการ ความยืดหยุ่น การยอมรับผลงาน การเรียนรู้ ความก้าวหน้า และคุณภาพของสภาพแวดล้อมในการทำงาน</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50474" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-07T092530.377.webp" alt="cut-cost-employee-benefit" width="600" height="370" title="เงินเดือนดี แต่ทำไมพนักงานยังไม่แฮปปี้ ? HR ต้องเข้าใจช่องว่างระหว่าง Pay Fairness กับ Pay Satisfaction 107" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-07T092530.377.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-07T092530.377-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/cut-cost-employee-benefit-260707/">HR จะรักษาคนอย่างไร เมื่อสวัสดิการพนักงาน (Employee Benefits) ถูกตัด ?</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>องค์กรไทยกำลังเจอปัญหาเงินเดือนแบบเดียวกันไหม ?</h2>
<p>แม้ตัวเลขพนักงาน 70% ที่มองว่าเงินเดือนยุติธรรม แต่มีเพียง 34% ที่รู้สึกพอใจ จะเป็นข้อมูลจากฮ่องกง จึงอาจนำมาใช้อธิบายตลาดแรงงานไทยโดยตรงไม่ได้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลายด้านกำลังทำให้ช่องว่างระหว่าง Pay Fairness กับ Pay Satisfaction ก็มีโอกาสเกิดขึ้นในประเทศไทยเช่นกัน</p>
<p>ปัจจัยแรกคือแรงกดดันจากค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือน แม้พนักงานจะยอมรับว่าเงินเดือนของตัวเองสอดคล้องกับตำแหน่งหรือระดับตลาด แต่รายได้จำนวนดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เมื่อรายได้เติบโตไม่ทันต้นทุนชีวิต เงินเดือนที่ดูสมเหตุสมผลในมุมของโครงสร้างจึงอาจยังไม่สร้างความพึงพอใจในชีวิตจริง</p>
<p>ปัจจัยต่อมาคือการเติบโตของเศรษฐกิจและรายได้ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันในทุกอุตสาหกรรม บางกลุ่มงานอาจมีค่าตอบแทนและโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้น ขณะที่พนักงานในอีกหลายสายงานยังรู้สึกว่ารายได้ติดอยู่ที่ระดับเดิม แม้หน้าที่ ความรับผิดชอบ และความคาดหวังจากองค์กรจะเพิ่มขึ้นก็ตาม</p>
<p>ขณะเดียวกัน ตลาดแรงงานไทยกำลังมีการเปรียบเทียบเงินเดือนมากขึ้น พนักงานสามารถเห็น Salary Range จากประกาศรับสมัครงาน เห็นคนในสายงานเดียวกันย้ายบริษัทแล้วได้รับข้อเสนอที่สูงขึ้น และเห็นการพูดคุยเรื่องรายได้ผ่านโซเชียลมีเดียอยู่เป็นประจำ ข้อมูลจากภายนอกเหล่านี้ทำให้พนักงานประเมินคุณค่าของตัวเองจากตลาดได้ตลอดเวลา แม้องค์กรจะจ่ายเงินเดือนตามโครงสร้างภายในอย่างถูกต้องแล้วก็ตาม</p>
<p>ดังนั้นสำหรับ HR ไทย ต้องหาคำตอบให้ได้ว่า พนักงานเข้าใจหรือไม่ว่าความยุติธรรมของระบบเกิดจากอะไร เขามองเห็นเส้นทางที่จะเติบโตด้านตำแหน่งและรายได้หรือไม่ และเขามั่นใจเพียงใดว่าผลงานและความพยายามจะได้รับการยอมรับอย่างเหมาะสม</p>
<h2>HR ต้องทำให้เรื่องใดให้ชัดเจน</h2>
<p>การสร้าง Pay Satisfaction ไม่ได้หมายความว่าองค์กรต้องขึ้นเงินเดือนทุกครั้งที่พนักงานไม่พอใจ เพราะแต่ละองค์กรมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ โครงสร้าง และผลประกอบการต่างกัน</p>
<p>สิ่งที่ HR ทำได้คือทำให้ระบบค่าตอบแทนมีเหตุผล อธิบายได้ และเชื่อมกับอนาคตของพนักงานอย่างชัดเจน</p>
<h3>1. ต้องทำให้พนักงานเข้าใจเกณฑ์ค่าตอบแทน</h3>
<p>พนักงานควรรู้ว่าองค์กรพิจารณาเงินเดือนจากตำแหน่ง ความรับผิดชอบ ทักษะ ประสบการณ์ ผลงาน และข้อมูลตลาดอย่างไร หากมี Salary Range ก็ควรอธิบายว่าแต่ละช่วงหมายถึงอะไร และพนักงานต้องทำอย่างไรจึงจะขยับไปยังระดับถัดไปได้</p>
<h3>2. ต้องเชื่อมค่าตอบแทนกับ Career Path</h3>
<p>หากพนักงานเห็นว่าในอีกหนึ่งหรือสองปีข้างหน้าตนเองสามารถเติบโตไปสู่ตำแหน่งใด ต้องพัฒนาทักษะอะไร และ Performance แบบใดจะนำไปสู่รายได้ที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนอาจลดลงได้ แม้เงินเดือนในวันนี้ยังไม่ใช่ตัวเลขสูงที่สุดในตลาด</p>
<h3>3. Manager ต้องพูดเรื่องเงินเดือนเป็น</h3>
<p>หลายองค์กรมีนโยบาย Compensation &amp; Benefits ที่เป็นระบบ แต่หัวหน้างานอธิบายไม่ได้ หลีกเลี่ยงการสนทนา หรือให้คำตอบที่ไม่ตรงกัน ความน่าเชื่อถือของระบบจึงลดลงทันที</p>
<p>HR ควรเตรียม Manager ให้เข้าใจโครงสร้างเงินเดือน รู้วิธีอธิบายการตัดสินใจ และสามารถรับฟังความกังวลของพนักงานโดยไม่ทำให้การพูดคุยกลายเป็นความขัดแย้ง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50069" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-28.webp" alt="Pay Transparency" width="600" height="370" title="เงินเดือนดี แต่ทำไมพนักงานยังไม่แฮปปี้ ? HR ต้องเข้าใจช่องว่างระหว่าง Pay Fairness กับ Pay Satisfaction 108" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-28.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-28-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/pay-transparency-260529/">Pay Transparency โปร่งใสเรื่องค่าตอบแทนอย่างไร โดยไม่สร้างความสับสนในองค์กร</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3>4. ต้องออกแบบ Total Rewards ให้สัมพันธ์กัน</h3>
<p>เงินเดือน โบนัส สวัสดิการ ความยืดหยุ่น Recognition การเรียนรู้ และ Career Growth ควรถูกมองเป็นประสบการณ์เดียวกัน ไม่ใช่สวัสดิการหลายชิ้นที่แยกออกจากกันและพนักงานไม่รู้ว่ามีคุณค่าอย่างไร</p>
<h3>5. ต้องวัด Pay Sentiment ควบคู่กับ Pay Benchmark</h3>
<p>องค์กรอาจมีข้อมูลว่าจ่ายเงินเดือนอยู่ในระดับใดของตลาด แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้บอกว่าพนักงานรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่ได้รับ</p>
<p>HR จึงควรสำรวจความเข้าใจ ความเชื่อมั่น และความพึงพอใจของพนักงานต่อระบบค่าตอบแทน เพื่อตรวจสอบว่าปัญหาอยู่ที่ตัวเงิน โครงสร้าง Career Path การสื่อสารของ Manager หรือความรู้สึกว่าองค์กรไม่เห็นคุณค่าของผลงาน</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3>คำถามที่ HR ควรถามใน Employee Survey</h3>
<p>หาก HR ต้องการตรวจสอบว่าองค์กรมีช่องว่างระหว่าง Pay Fairness กับ Pay Satisfaction หรือไม่ สามารถเพิ่มคำถามเหล่านี้ใน Employee Engagement Survey ได้</p>
<ol>
<li>ฉันเข้าใจว่าเงินเดือนของฉันถูกกำหนดจากเกณฑ์อะไร</li>
<li>ฉันเชื่อว่าองค์กรจ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมเมื่อเทียบกับบทบาทและผลงาน</li>
<li>ฉันเห็นเส้นทางชัดเจนว่าต้องพัฒนาอะไร เพื่อให้เติบโตด้านตำแหน่งและค่าตอบแทน</li>
<li>ฉันรู้สึกว่าผลงานและความพยายามของฉันได้รับการยอมรับอย่างเหมาะสม</li>
<li>ฉันรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยเรื่องค่าตอบแทนกับหัวหน้าหรือ HR</li>
<li>ฉันเข้าใจ Total Rewards ที่องค์กรมอบให้ทั้งหมด ไม่ได้มองเห็นเฉพาะเงินเดือน</li>
<li>ฉันรู้สึกว่าค่าตอบแทนและผลตอบแทนที่ได้รับสอดคล้องกับคุณค่าที่ฉันสร้างให้องค์กร</li>
</ol>
<p>คำตอบที่ได้มาจะช่วยให้ HR แยกได้ว่า ความไม่พอใจของพนักงานเกิดจากระดับเงินเดือน โครงสร้างที่ไม่ชัดเจน การสื่อสารของหัวหน้า โอกาสเติบโต หรือความรู้สึกว่าผลงานไม่ได้รับการยอมรับ</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>เมื่อข้อมูลเงินเดือนเข้าถึงง่ายขึ้น พนักงานจะเปรียบเทียบสิ่งที่ตัวเองได้รับกับตลาดได้มากกว่าเดิม คำถามในอนาคตจึงอาจไม่ใช่แค่ว่าองค์กรจ่ายได้แข่งขันเพียงใด แต่พนักงานเข้าใจระบบ เชื่อมั่นในเกณฑ์ และเห็นโอกาสเติบโตของตัวเองชัดแค่ไหน</p>
<p>องค์กรอาจต้องกลับมาคิดด้วยว่า ควรรอให้พนักงานเป็นฝ่ายขอขึ้นเงินเดือนหรือยื่นใบลาออกก่อน จึงค่อยเริ่มพูดคุยเรื่องค่าตอบแทน หรือควรสร้างพื้นที่สนทนาที่ช่วยให้ความไม่พอใจถูกพูดถึงตั้งแต่ยังแก้ไขได้</p>
<p>สุดท้ายแล้ว องค์กรที่รักษาคนได้ดีอาจไม่จำเป็นต้องเป็นองค์กรที่จ่ายเงินเดือนสูงที่สุดเสมอไป แต่อาจเป็นองค์กรที่ทำให้พนักงานตอบได้ว่า เหตุใดตนเองจึงได้รับค่าตอบแทนเท่านี้ จะเติบโตต่อได้อย่างไร และความพยายามที่ทุ่มเทลงไปมีความหมายต่ออนาคตของตัวเองจริงหรือไม่</p>
<p>หากองค์กรของคุณต้องการ<a href="https://expth.hrnote.asia/categories/18">ระบบการจ่ายเงินเดือน</a> รวมถึง<a href="https://expth.hrnote.asia/categories/27">สวัสดิการที่เหมาะสม</a>สามารถค้นหา HR Solution ที่เหมาะกับองค์กรผ่าน HREX ได้เลย</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://hrforwardasia.com/hong-kong-workers-feel-fairly-paid-but-most-still-arent-satisfied-new-research-shows/" target="_blank" rel="noopener">HR Forward Asia</a></li>
<li><a href="https://www.reuters.com/world/asia-pacific/thai-farm-debt-crisis-deepens-early-test-anutins-government-2026-06-10/" target="_blank" rel="noopener">Reuters</a></li>
<li><a href="https://www.reuters.com/world/asia-pacific/thai-central-bank-holds-key-interest-rate-expected-2026-06-24/" target="_blank" rel="noopener">Reuters</a></li>
<li><a href="https://arxiv.org/pdf/2606.02503" target="_blank" rel="noopener">Arxiv</a></li>
<li><a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Organizational_justice" target="_blank" rel="noopener">Organizational Justice</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/pay-fairness-pay-satisfaction-260721/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Corporate Gift ช่วยเรื่อง Retention ได้อย่างไร เมื่อพนักงาน 72% มีแนวโน้มอยากอยู่ต่อ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/corporate-gift-260717/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/corporate-gift-260717/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Jul 2026 09:36:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Corporate Gift]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50729</guid>

					<description><![CDATA[หลายองค์กรมีนโยบายมอบของขวัญให้พนักงานในวาระสำคัญ เช่น วันเกิด วันแต่งงาน การเลื่อนตำแหน่ง หรือวันครบรอบการทำงาน อย่างไรก็ตาม Corporate Gift มักถูกมองว่าเป็นเพียงกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ และอาจไม่ได้เชื่อมโยงกับผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างชัดเจน ผลสำรวจ Snappy’s 2026 Workforce Study ซึ่งเก็บข้อมูลจากพนักงานประจำ 1,500 คนในสหรัฐอเมริกา พบว่า 72% ระบุว่า หากได้รับของขวัญวันครบรอบการทำงาน จะทำให้พวกเขามีแนวโน้มอยู่กับองค์กรมากขึ้น ขณะที่ 85% มองว่าของขวัญดังกล่าวจะทำให้รู้สึกได้รับการชื่นชมมากขึ้น นอกจากนี้ พนักงาน 88% ยังมองว่าของขวัญจากนายจ้างสามารถช่วยส่งเสริม Engagement และการทำงานร่วมกันภายในองค์กรได้ อย่างไรก็ตาม มีพนักงานเพียง 47% ที่เคยได้รับของขวัญวันครบรอบการทำงานจากนายจ้าง และมีเพียง 32% ที่มองว่าองค์กรของตนแสดงความชื่นชมพนักงานได้อย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงช่องว่างสำคัญระหว่างสิ่งที่พนักงานต้องการกับสิ่งที่องค์กรกำลังทำอยู่ Corporate Gift มีความสำคัญต่อความรู้สึกผูกพันของพนักงานอย่างไร และองค์กรควรออกแบบการมอบของขวัญแบบไหนให้มีความหมาย หาคำตอบได้ในบทความนี้ Corporate Gift ช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กรเห็นคุณค่า Corporate Gift คือของขวัญที่องค์กรมอบให้พนักงานในโอกาสสำคัญหรือเพื่อแสดงความขอบคุณต่อผลงานและความทุ่มเท โดยอาจอยู่ในรูปแบบของสิ่งของ บัตรกำนัล สิทธิพิเศษ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50730" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-17T110208.682.webp" alt="Corporate Gift" width="600" height="370" title="Corporate Gift ช่วยเรื่อง Retention ได้อย่างไร เมื่อพนักงาน 72% มีแนวโน้มอยากอยู่ต่อ 110" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-17T110208.682.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-17T110208.682-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หลายองค์กรมีนโยบายมอบของขวัญให้พนักงานในวาระสำคัญ เช่น วันเกิด วันแต่งงาน การเลื่อนตำแหน่ง หรือวันครบรอบการทำงาน อย่างไรก็ตาม Corporate Gift มักถูกมองว่าเป็นเพียงกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ และอาจไม่ได้เชื่อมโยงกับผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างชัดเจน</p>
<p>ผลสำรวจ <a href="https://www.snappy.com/blog/the-state-of-employee-engagement-in-2026-insights-on-recognition-motivation-and-performance" target="_blank" rel="noopener">Snappy’s 2026 Workforce Study</a> ซึ่งเก็บข้อมูลจากพนักงานประจำ 1,500 คนในสหรัฐอเมริกา พบว่า 72% ระบุว่า หากได้รับของขวัญวันครบรอบการทำงาน จะทำให้พวกเขามีแนวโน้มอยู่กับองค์กรมากขึ้น ขณะที่ 85% มองว่าของขวัญดังกล่าวจะทำให้รู้สึกได้รับการชื่นชมมากขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ พนักงาน 88% ยังมองว่าของขวัญจากนายจ้างสามารถช่วยส่งเสริม <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/200107-employeeengagement2020/">Engagement</a> และการทำงานร่วมกันภายในองค์กรได้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม มีพนักงานเพียง 47% ที่เคยได้รับของขวัญวันครบรอบการทำงานจากนายจ้าง และมีเพียง 32% ที่มองว่าองค์กรของตนแสดงความชื่นชมพนักงานได้อย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ</p>
<p>ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงช่องว่างสำคัญระหว่างสิ่งที่พนักงานต้องการกับสิ่งที่องค์กรกำลังทำอยู่</p>
<p>Corporate Gift มีความสำคัญต่อความรู้สึกผูกพันของพนักงานอย่างไร และองค์กรควรออกแบบการมอบของขวัญแบบไหนให้มีความหมาย หาคำตอบได้ในบทความนี้</p>

<h2>Corporate Gift ช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กรเห็นคุณค่า</h2>
<p>Corporate Gift คือของขวัญที่องค์กรมอบให้พนักงานในโอกาสสำคัญหรือเพื่อแสดงความขอบคุณต่อผลงานและความทุ่มเท โดยอาจอยู่ในรูปแบบของสิ่งของ บัตรกำนัล สิทธิพิเศษ หรือประสบการณ์ที่เหมาะกับผู้รับ</p>
<p>เมื่อพนักงานได้รับของขวัญในช่วงเวลาที่มีความหมาย พวกเขาอาจไม่ได้รู้สึกดีจากมูลค่าของสิ่งที่ได้รับเพียงอย่างเดียว แต่ยังรู้สึกว่าองค์กรจดจำผลงานและมองเห็นความสำคัญของตนเองด้วย</p>
<p>ความรู้สึกว่า “องค์กรมองเห็นเรา” จึงช่วยเสริม Employee Engagement และทำให้พนักงานมีแนวโน้มอยากเติบโตไปพร้อมกับองค์กรมากขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การมอบของขวัญเพียงอย่างเดียวไม่สามารถลดการลาออกได้โดยตรง และไม่อาจทดแทนค่าตอบแทนที่เป็นธรรม หัวหน้างานที่ดี โอกาสในการเติบโต หรือสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสมได้</p>
<p>องค์กรจึงควรใช้ Corporate Gift เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Employee Recognition ที่มีความจริงใจ มีหลักเกณฑ์ชัดเจน และเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<h2>ความหมายสำคัญกว่ามูลค่าของของขวัญ</h2>
<p>ในผลสำรวจ Snappy’s 2026 Workforce Study ยังพบว่า 73% ของพนักงานมองว่า Personalization เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้การแสดงความชื่นชมมีความหมาย</p>
<p>นั่นหมายความว่า องค์กรไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากของขวัญราคาแพงเสมอไป สิ่งสำคัญกว่าคือการเลือกของขวัญให้เหมาะกับผู้รับและช่วงเวลาที่มอบ</p>
<p>องค์กรอาจเปิดโอกาสให้พนักงานเลือกของขวัญที่ตรงกับความต้องการของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ บัตรกำนัล กิจกรรม หรือประสบการณ์ต่าง ๆ</p>
<p>การแนบข้อความขอบคุณที่กล่าวถึงผลงานหรือคุณค่าที่พนักงานสร้างขึ้นโดยเฉพาะ ก็ช่วยให้ของขวัญมีความหมายมากกว่าข้อความมาตรฐานที่ส่งเหมือนกันทั้งองค์กร</p>
<p>ตัวอย่างเช่น แทนที่จะเขียนเพียงว่า “ขอบคุณสำหรับการทำงานหนัก” หัวหน้าอาจระบุว่า พนักงานมีส่วนช่วยให้โครงการใดสำเร็จ แก้ไขปัญหาอะไรให้กับทีม หรือสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างไร</p>
<p>รายละเอียดเหล่านี้ทำให้พนักงานรู้ว่าองค์กรไม่ได้จดจำเพียงวันครบรอบหรือความสำเร็จ แต่รับรู้ถึงความทุ่มเทที่อยู่เบื้องหลังด้วย</p>
<h2>ก่อนให้ Corporate Gift องค์กรต้องรู้ว่าพนักงานอยากได้อะไร</h2>
<p>แม้ Corporate Gift จะช่วยสร้างความประทับใจและส่งเสริมความรู้สึกผูกพันได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าของขวัญทุกประเภทจะตอบโจทย์พนักงานเหมือนกัน</p>
<p>หากองค์กรต้องการมอบปฏิทินให้กับพนักงาน แต่พนักงานส่วนใหญ่มองว่าไม่จำเป็น เพราะสามารถดูวันและเวลาผ่านโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้แล้ว ของขวัญดังกล่าวอาจไม่ได้สร้าง Engagement หรือความประทับใจตามที่องค์กรคาดหวัง</p>
<p>ยิ่งหากพนักงานเคยแสดงความคิดเห็นว่าไม่ต้องการของขวัญประเภทนั้น แต่องค์กรยังคงเลือกมอบแบบเดิม ความรู้สึกที่เกิดขึ้นอาจตรงกันข้ามกับวัตถุประสงค์ของ Employee Recognition</p>
<p>พนักงานอาจรู้สึกว่า แม้จะเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น แต่เสียงของพวกเขาไม่ได้ถูกนำไปใช้ในการตัดสินใจจริง</p>
<h2>Corporate Gift ที่ดีควรออกแบบอย่างไร</h2>
<p>การมอบ Corporate Gift ให้เกิดผล ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “ปีนี้จะแจกอะไรดี” เพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการกำหนดวัตถุประสงค์ว่า องค์กรต้องการสื่อสารหรือขอบคุณพนักงานรูปแบบใด</p>
<p>หากเป็นของขวัญวันครบรอบการทำงาน องค์กรอาจต้องการขอบคุณสำหรับความทุ่มเทในระยะยาว หากเป็นของขวัญหลังจบโครงการ องค์กรอาจต้องการยอมรับความสำเร็จและการทำงานร่วมกันของทีม</p>
<p>เมื่อวัตถุประสงค์ชัดเจน HR จะสามารถเลือกช่วงเวลา รูปแบบ และข้อความประกอบของขวัญได้เหมาะสมขึ้น</p>
<p>องค์กรควรเปิดโอกาสให้พนักงานมีทางเลือก อาจกำหนดงบประมาณแล้วให้เลือกจากหมวดของขวัญต่าง ๆ หรือเลือกได้ระหว่างสิ่งของ บัตรกำนัล วันหยุดพิเศษ และประสบการณ์ที่สนใจ</p>
<p>หลักเกณฑ์ในการมอบของขวัญควรมีความชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานรู้สึกว่าการได้รับการยอมรับขึ้นอยู่กับความสนิทสนมกับหัวหน้า หรือจำกัดอยู่เฉพาะบางตำแหน่งและบางทีมเท่านั้น</p>
<p>หลังจากมอบของขวัญแล้ว องค์กรควรเก็บ Feedback เพิ่มเติมว่า พนักงานพึงพอใจหรือไม่ ของขวัญถูกนำไปใช้จริงมากน้อยเพียงใด และมีสิ่งใดที่ควรปรับปรุงในการมอบครั้งต่อไป</p>
<p>เพราะการรับฟังหลังการมอบของขวัญ จะช่วยให้องค์กรพัฒนาระบบ Employee Recognition ให้ตอบโจทย์พนักงานได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>Corporate Gift ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงของแจกตามเทศกาล แต่ควรได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของ Employee Recognition ที่สอดคล้องกับความต้องการของพนักงาน มีความหมาย และมีความต่อเนื่อง</p>
<p>ของขวัญที่ดีอาจไม่ใช่ของที่มีราคาสูงที่สุด แต่อาจเป็นสิ่งที่มอบถูกเวลา ตรงกับความต้องการ และมาพร้อมข้อความที่ทำให้พนักงานรู้ว่าองค์กรเห็นถึงความทุ่มเทของพวกเขา</p>
<p>เพราะท้ายที่สุด Corporate Gift ที่ดีไม่ได้ทำให้พนักงานจดจำเพียงว่า “ได้รับอะไร” แต่ทำให้พวกเขาจดจำว่า “องค์กรรับฟัง มองเห็น และให้คุณค่ากับพวกเขาอย่างไร”</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/75">หากคุณกำลังมองหา Corporate Gift ให้พนักงานในองค์กร สามารถมาค้นหาผ่าน HREX ได้เลยที่นี่</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://www.prnewswire.com/news-releases/72-of-employees-say-receiving-work-anniversary-gifts-would-make-them-more-likely-to-stay-reinforcing-the-strategic-value-of-employee-gifting-302772541.html" target="_blank" rel="noopener">PR Newswire</a></li>
<li><a href="https://www.rewordin.com/blog/corporate-gifting-statistics-2026" target="_blank" rel="noopener">Rewordin</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/corporate-gift-260717/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Event-based WFH เมื่อเหตุการณ์เฉพาะหน้าทำให้องค์กรต้องปรับรูปแบบการเข้างาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/event-based-wfh-260717/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/event-based-wfh-260717/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Jul 2026 08:58:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[WFH]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50720</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Event-based WFH คือการเปิดให้พนักงานทำงานจากบ้านเป็นการชั่วคราว เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่กระทบการเดินทาง ความปลอดภัย หรือความต่อเนื่องของงาน การแข่งขันฟุตบอลโลก World Cup 2026 เป็นหนึ่งในกรณีที่ทำให้องค์กรนำแนวทางนี้กลับมาพิจารณา เพราะส่งผลกระทบการทำงานแตกต่างกันตามแต่ละพื้นที่ เช่น อังกฤษและประเทศในเอเชียเผชิญการแข่งขันช่วงดึก ส่วนเมืองเจ้าภาพในอเมริกาเหนือต้องรับมือรถติด การปิดถนน และระบบขนส่งที่หนาแน่น หน่วยงานรัฐบาลและบริษัทบางแห่งผ่อนกฎเข้าออฟฟิศชั่วคราว เพื่อช่วยให้พนักงานหลีกเลี่ยงปัญหาการเดินทางในวันแข่งขัน การมีนโยบาย WFH เฉพาะกิจสามารถนำมาใช้กับเหตุการณ์อื่น เช่น PM2.5 ฝนตกหนัก น้ำท่วม ระบบขนส่งขัดข้อง หรือสำนักงานไม่สามารถใช้งานได้ แต่การประกาศว่า “วันนี้ WFH ได้” อาจสร้างความสับสน หากองค์กรยังไม่มีเกณฑ์ตัดสินใจ ระบบลงเวลา ช่องทางสื่อสาร และแนวทางติดตามงานที่ชัดเจน HR ต้องดูแลความเป็นธรรมระหว่างพนักงานที่ทำงานจากบ้านได้กับพนักงานที่ยังต้องเข้าหน้างาน การแข่งขันฟุตบอลโลกอาจดูเป็นเรื่องที่อยู่ห่างจากนโยบาย HR แต่ฟุตบอลโลก 2026 กำลังทำให้หลายองค์กรกลับมาพิจารณาความยืดหยุ่นในการทำงานอีกครั้ง ที่อังกฤษ การแข่งขันบางคู่อาจไปจบที่เวลาประมาณ 04.00 น. ผลก็คือทำให้พนักงานไปทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพจนต้องขอลาหยุด ซึ่งจริง ๆ แล้วบริบทนี้มีความใกล้เคียงกับประเทศไทยไม่น้อย เนื่องจากการแข่งขันจำนวนมากตรงกับช่วงกลางคืนต่อเนื่องถึงเช้าตามเวลาบ้านเรา ส่วนที่สหรัฐอเมริกา [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>Event-based WFH คือการเปิดให้พนักงานทำงานจากบ้านเป็นการชั่วคราว เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่กระทบการเดินทาง ความปลอดภัย หรือความต่อเนื่องของงาน</li>
<li>การแข่งขันฟุตบอลโลก World Cup 2026 เป็นหนึ่งในกรณีที่ทำให้องค์กรนำแนวทางนี้กลับมาพิจารณา เพราะส่งผลกระทบการทำงานแตกต่างกันตามแต่ละพื้นที่ เช่น อังกฤษและประเทศในเอเชียเผชิญการแข่งขันช่วงดึก ส่วนเมืองเจ้าภาพในอเมริกาเหนือต้องรับมือรถติด การปิดถนน และระบบขนส่งที่หนาแน่น</li>
<li>หน่วยงานรัฐบาลและบริษัทบางแห่งผ่อนกฎเข้าออฟฟิศชั่วคราว เพื่อช่วยให้พนักงานหลีกเลี่ยงปัญหาการเดินทางในวันแข่งขัน</li>
<li>การมีนโยบาย WFH เฉพาะกิจสามารถนำมาใช้กับเหตุการณ์อื่น เช่น PM2.5 ฝนตกหนัก น้ำท่วม ระบบขนส่งขัดข้อง หรือสำนักงานไม่สามารถใช้งานได้</li>
<li>แต่การประกาศว่า “วันนี้ WFH ได้” อาจสร้างความสับสน หากองค์กรยังไม่มีเกณฑ์ตัดสินใจ ระบบลงเวลา ช่องทางสื่อสาร และแนวทางติดตามงานที่ชัดเจน</li>
<li>HR ต้องดูแลความเป็นธรรมระหว่างพนักงานที่ทำงานจากบ้านได้กับพนักงานที่ยังต้องเข้าหน้างาน</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50721" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-17T154233.956.webp" alt="Event-based WFH" width="600" height="370" title="Event-based WFH เมื่อเหตุการณ์เฉพาะหน้าทำให้องค์กรต้องปรับรูปแบบการเข้างาน 114" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-17T154233.956.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-17T154233.956-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การแข่งขันฟุตบอลโลกอาจดูเป็นเรื่องที่อยู่ห่างจากนโยบาย HR แต่ฟุตบอลโลก 2026 กำลังทำให้หลายองค์กรกลับมาพิจารณาความยืดหยุ่นในการทำงานอีกครั้ง</p>
<p>ที่อังกฤษ การแข่งขันบางคู่อาจไปจบที่เวลาประมาณ 04.00 น. ผลก็คือทำให้พนักงานไปทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพจนต้องขอลาหยุด ซึ่งจริง ๆ แล้วบริบทนี้มีความใกล้เคียงกับประเทศไทยไม่น้อย เนื่องจากการแข่งขันจำนวนมากตรงกับช่วงกลางคืนต่อเนื่องถึงเช้าตามเวลาบ้านเรา</p>
<p>ส่วนที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน กลับเผชิญปัญหาอีกแบบหนึ่ง เมื่อหลายแมตช์แข่งขันระหว่างวัน ขณะที่เมืองเจ้าภาพต้องรองรับผู้ชมจำนวนมาก การปิดถนน และความหนาแน่นของระบบขนส่ง บริษัทและหน่วยงานบางแห่งจึงผ่อนข้อกำหนดการเข้าออฟฟิศในวันแข่งขัน เพื่อลดเวลาที่พนักงานต้องเสียไปกับการเดินทาง</p>
<p>จะเห็นได้ว่า เหตุการณ์เดียวกันอาจส่งผลต่อการทำงานแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ และไม่จำเป็นต้องนำไปสู่มาตรการแบบเดียวกันในทุกองค์กร สิ่งที่ HR ต้องตระหนักคือ เมื่อเหตุการณ์ภายนอกเริ่มกระทบการเดินทาง ความปลอดภัย หรือประสิทธิภาพของพนักงาน องค์กรมีทางเลือกในการปรับรูปแบบการทำงานมากน้อยแค่ไหน รวมถึงมี<strong> มาตรการ WFH เฉพาะกิจ หรือ Event-based WFH และระบบที่พร้อมนำมาใช้ได้ทันทีหรือยัง</strong></p>

<h2>ฟุตบอลโลก World Cup 2026 กระทบการทำงานไม่เหมือนกันในแต่ละประเทศ</h2>
<p>ในอังกฤษ ผลกระทบหลักมาจากเวลาการแข่งขัน แม้บางคู่จะเริ่มตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ แต่ผู้ที่ติดตามหลายแมตช์อาจต้องดูต่อเนื่องจนถึงเช้ามืด การพักผ่อนไม่เพียงพออาจส่งผลต่อสมาธิ การตัดสินใจ และคุณภาพของงานในวันถัดไป</p>
<p>Business Insider รายงานมุมมองของคุณ นิโคลัส บลูม ว่าการแข่งขันช่วงดึก ประกอบกับค่าเดินทางที่สูงขึ้นและสภาพอากาศร้อน อาจทำให้การทำงานจากบ้านเพิ่มขึ้นในช่วงฟุตบอลโลก โดยเขามองว่าความยืดหยุ่นของ Hybrid Work ช่วยให้องค์กรประกาศวัน WFH เพิ่มเติมได้ในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้การเดินทางหรือการเข้าออฟฟิศไม่เหมาะสม</p>
<p>บริบทของประเทศไทยใกล้เคียงกับอังกฤษ เพราะการแข่งขันในอเมริกาเหนือจำนวนมากตรงกับช่วงกลางคืนต่อเนื่องไปจนถึงเช้าตามเวลาไทย อย่างไรก็ตาม การที่พนักงานดูฟุตบอลดึกไม่ได้หมายความว่าองค์กรต้องเปิดให้ WFH โดยอัตโนมัติ HR ยังต้องพิจารณาลักษณะงาน ผลกระทบต่อทีม และทางเลือกอื่น เช่น เวลาเริ่มงานที่ยืดหยุ่น การสลับกะ หรือการใช้วันลา</p>
<p>สถานการณ์ในเมืองเจ้าภาพของอเมริกาเหนือแตกต่างออกไป ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่การนอนดึกเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงรถติด การปิดถนน ความหนาแน่นของระบบขนส่ง และการแข่งขันที่ตรงกับเวลาทำงาน</p>
<p><a href="https://www.opm.gov/chcoc/latest-memos/2026-fifa-world-cup.pdf" target="_blank" rel="noopener">สำนักงานบริหารงานบุคคลของรัฐบาลสหรัฐฯ หรือ OPM</a> แจ้งหน่วยงานรัฐบาลกลางในเมืองเจ้าภาพว่า สามารถอนุมัติการทำงานทางไกลแบบเฉพาะสถานการณ์ รวมถึงตารางเวลาทำงานทางเลือกหรือวันลาได้ตามความเหมาะสม โดยให้เหตุผลว่า เมืองเจ้าภาพอาจเผชิญการจราจรหนาแน่นและความล่าช้าในการเดินทาง นอกจากนี้ยังแนะนำให้หน่วยงานสื่อสารข้อมูลเรื่องการปิดถนน ข้อจำกัดในการเดินเท้า และการเปลี่ยนแปลงบริการขนส่งให้พนักงานรับทราบ</p>
<p>บริษัทเอกชนบางแห่งใช้แนวทางคล้ายกัน S&amp;P Global แจ้งให้พนักงานสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์กวางแผนทำงานจากบ้านในวันแข่งขันใกล้สนาม พร้อมยกเว้นข้อกำหนดที่ต้องเข้าออฟฟิศสัปดาห์ละสองวัน ขณะที่ JPMorgan Chase, Goldman Sachs และบริษัทบางแห่งผ่อนกฎการเข้าออฟฟิศชั่วคราว ส่วน Amazon เลือกแนะนำให้พนักงานออกจากบ้านเร็วขึ้นและวางแผนเส้นทางล่วงหน้า</p>
<p>ตัวอย่างเหล่านี้ทำให้เห็นว่า การ WFH เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่องค์กรสามารถเลือกใช้ ไม่ใช่มาตรการที่ต้องนำมาใช้กับทุกคนหรือทุกสถานการณ์ สิ่งสำคัญอยู่ที่การเข้าใจปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น แล้วเลือกวิธีจัดการที่ช่วยให้งานเดินต่อโดยสร้างผลกระทบต่อพนักงานให้น้อยที่สุด</p>
<h2>WFH เฉพาะกิจช่วยลดผลกระทบได้ แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับปัญหา</h2>
<p>มาตรการ WFH เฉพาะกิจ คือการอนุญาตให้พนักงานทำงานจากบ้านหรือสถานที่อื่นเป็นการชั่วคราว เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่กระทบการเดินทาง ความปลอดภัย หรือความต่อเนื่องของงาน แตกต่างจากนโยบาย Hybrid Work ตามปกติที่กำหนดวันทำงานจากบ้านไว้ล่วงหน้า<br />
ในกรณีฟุตบอลโลก เมืองเจ้าภาพอาจใช้ WFH เพื่อลดจำนวนคนบนท้องถนน ส่วนประเทศที่การแข่งขันตรงกับช่วงดึกอาจเลือกปรับเวลาเริ่มงาน เปิดให้ WFH บางวัน หรือให้หัวหน้าพิจารณาตามความเหมาะสมของทีม</p>
<p>หลักคิดนี้สามารถนำไปใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในไทยได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/too-hot-to-work-240405/">อากาศร้อนเกินไป</a> <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220902-rain-productivity/">ฝนตกหนัก น้ำท่วม</a> <a href="https://th.hrnote.asia/tips/th-190118-whatshoulddoforpm25/">ระดับ PM 2.5</a> สูง <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220808-employees-commute/">ระบบขนส่งขัดข้อง</a> การปิดถนน เหตุฉุกเฉินภายในอาคาร หรือกิจกรรมขนาดใหญ่ที่ทำให้การเดินทางเข้าเมืองยากกว่าปกติ</p>
<p>การให้พนักงานทำงานจากบ้านในสถานการณ์เหล่านี้ช่วยลดเวลาและพลังงานที่ต้องเสียไปกับการเดินทาง พนักงานจึงมีโอกาสรักษาสมาธิและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันองค์กรก็สามารถดำเนินงานต่อได้โดยไม่ต้องรอให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของแต่ละเหตุการณ์อาจไม่ครอบคลุมพนักงานทุกคน ฝนตกหนักอาจทำให้บางพื้นที่เดินทางไม่ได้ ขณะที่อีกพื้นที่ยังเดินทางได้ตามปกติ การปิดถนนอาจกระทบเฉพาะผู้ที่ต้องผ่านเส้นทางใกล้สถานที่จัดงาน</p>
<p>องค์กรไม่จำเป็นต้องประกาศ WFH ให้พนักงานทุกคนพร้อมกันเสมอไป แต่อาจกำหนดมาตรการตามพื้นที่ ลักษณะงาน และระดับผลกระทบ โดยมีหลักเกณฑ์กลางรองรับ เพื่อไม่ให้การตัดสินใจขึ้นอยู่กับความรู้สึกของหัวหน้าแต่ละคน</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49359" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/03/Work-From-Home-WFH-Remote-Working-HREX.webp" alt="Work From Home (WFH) Remote Working HREX" width="600" height="370" title="Event-based WFH เมื่อเหตุการณ์เฉพาะหน้าทำให้องค์กรต้องปรับรูปแบบการเข้างาน 115" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2020/03/Work-From-Home-WFH-Remote-Working-HREX.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2020/03/Work-From-Home-WFH-Remote-Working-HREX-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/wfh-guide-for-manager/">How To บริหารทีมทางไกล (Remote Working) สำหรับหัวหน้าที่ต้องทำ Work From Home (WFH)</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>ทำไมการประกาศว่า “วันนี้ WFH ได้” อาจยังไม่พอ</h2>
<p>หลายองค์กรอาจมองว่า WFH เฉพาะกิจจัดการได้ไม่ยาก เพียงส่งข้อความผ่านอีเมลหรือกลุ่มแชตว่า วันนี้พนักงานสามารถทำงานจากบ้านได้</p>
<p>แต่หลังจากประกาศออกไป คำถามจำนวนมากอาจตามมา เช่น พนักงานกลุ่มใดได้รับอนุญาตให้ WFH ตำแหน่งใดยังต้องเข้าหน้างาน เวลาทำงานยังเหมือนเดิมหรือไม่ ต้องลงเวลาผ่านระบบใด และการประชุมกับลูกค้ายังดำเนินตามกำหนดหรือเปล่า</p>
<p>หัวหน้างานอาจไม่แน่ใจว่าควรติดตามงานอย่างไร ต้องให้ลูกทีมออนไลน์ตลอดเวลาหรือไม่ และจะประเมินผลงานจากอะไรเมื่อไม่ได้ทำงานอยู่ในสถานที่เดียวกัน</p>
<p>พนักงานเองอาจมีข้อจำกัดต่างกัน บางคนไม่มีอุปกรณ์ของบริษัท บางคนเข้าถึงเอกสารไม่ได้ หรือไม่มีพื้นที่ทำงานที่เหมาะสม หากองค์กรไม่ได้เตรียมระบบไว้ การประกาศ WFH อาจเปลี่ยนปัญหาเรื่องการเดินทางให้กลายเป็นปัญหาเรื่องกระบวนการทำงานแทน</p>
<p>อีกประเด็นที่ต้องระวังคือความสม่ำเสมอ หากไม่มีแนวทางกลาง หัวหน้าแต่ละทีมอาจกำหนดเงื่อนไขต่างกัน พนักงานที่มีลักษณะงานใกล้เคียงกันจึงอาจได้รับความยืดหยุ่นไม่เท่ากันโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน</p>
<p>WFH เฉพาะกิจจึงต้องมีทั้งกรอบการตัดสินใจ เครื่องมือ และวิธีสื่อสารรองรับ การประกาศเพียงประโยคเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการทำให้งานดำเนินต่ออย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<h2>Hybrid Work ช่วยให้องค์กรทำงานต่อได้อย่างไรเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน</h2>
<p>ทุกองค์กรย่อมต้องการให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น และสามารถทำงานต่อได้แม้ต้องเผชิญเหตุการณ์ไม่คาดคิด แนวคิดนี้เรียกว่า Business Continuity หรือการรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ</p>
<p>ที่ผ่านมา Business Continuity มักถูกเชื่อมโยงกับการสำรองข้อมูล ระบบกู้คืนเมื่อเทคโนโลยีขัดข้อง แผนฉุกเฉิน หรือแนวทางดำเนินธุรกิจต่อเมื่อสำนักงานไม่สามารถใช้งานได้</p>
<p>ประสบการณ์จากช่วงโควิดทำให้องค์กรเห็นชัดขึ้นว่า รูปแบบการทำงานมีผลต่อความต่อเนื่องของธุรกิจเช่นกัน เมื่อพนักงานสามารถเข้าถึงระบบ เอกสาร และช่องทางสื่อสารจากสถานที่อื่นได้อย่างปลอดภัย งานก็ยังเดินต่อได้ แม้การเข้าออฟฟิศจะมีความเสี่ยงหรือทำได้ยาก</p>
<p>การเตรียมระบบล่วงหน้ายังช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้เร็วขึ้น ลดความสับสน และทำให้พนักงานเข้าใจว่าตัวเองต้องปฏิบัติอย่างไรเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32647" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-06T180240.159.webp" alt="Future of Hybrid Work อนาคตการทำงานแบบไฮบริดในไทยยังมีอยู่จริงไหม" width="600" height="370" title="Event-based WFH เมื่อเหตุการณ์เฉพาะหน้าทำให้องค์กรต้องปรับรูปแบบการเข้างาน 116" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-06T180240.159.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-06T180240.159-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/future-of-hybrid-work-230907/">Future of Hybrid Work อนาคตการทำงานแบบไฮบริดในไทยยังมีอยู่จริงไหม</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>HR ต้องเตรียมอะไรไว้ก่อนประกาศ Event-based WFH เฉพาะกิจ</h2>
<h3>1. กำหนดเกณฑ์ตัดสินใจให้ชัดเจน</h3>
<p>องค์กรควรกำหนดล่วงหน้าว่า สถานการณ์ใดอาจนำไปสู่การประกาศ WFH เช่น ระดับ PM2.5 เกินเกณฑ์ น้ำท่วมในเส้นทางหลัก ระบบขนส่งหยุดให้บริการ อาคารไม่สามารถใช้งานได้ หรือมีคำแนะนำจากหน่วยงานรัฐให้ลดการเดินทาง</p>
<p>หากเป็นเหตุการณ์ที่วางแผนล่วงหน้าได้ เช่น ฟุตบอลโลก งานประชุมขนาดใหญ่ หรือการปิดถนน องค์กรควรประเมินผลกระทบก่อนถึงวันจริง แทนที่จะรอให้พนักงานเผชิญปัญหาแล้วจึงตัดสินใจ</p>
<p>เกณฑ์ไม่จำเป็นต้องเป็นสูตรตายตัวทั้งหมด แต่ต้องทำให้ทุกคนเข้าใจว่าองค์กรใช้ข้อมูลอะไร ใครเป็นผู้มีอำนาจประกาศ และการตัดสินใจครอบคลุมพนักงานกลุ่มใด</p>
<h3>2. ระบุว่าตำแหน่งใดสามารถ WFH ได้</h3>
<p>งานแต่ละประเภทมีข้อจำกัดไม่เหมือนกัน พนักงานออฟฟิศบางกลุ่มสามารถทำงานจากระยะไกลได้เกือบทั้งหมด ขณะที่พนักงานฝ่ายปฏิบัติการ ร้านค้า โรงงาน โลจิสติกส์ งานบริการ หรือผู้ดูแลสถานที่ยังจำเป็นต้องเข้าหน้างาน</p>
<p>HR ควรจัดกลุ่มงานล่วงหน้าว่า ตำแหน่งใดสามารถทำงานจากระยะไกลได้ทั้งหมด ตำแหน่งใดทำได้บางส่วน และตำแหน่งใดต้องอยู่ในสถานที่จริง</p>
<p>การแบ่งกลุ่มควรอ้างอิงจากลักษณะงาน ความปลอดภัย และความจำเป็นทางธุรกิจ ไม่ควรใช้ระดับตำแหน่งหรือความสนิทกับหัวหน้างานเป็นเกณฑ์</p>
<h3>3. เตรียมทางเลือกอื่นนอกจาก WFH</h3>
<p>WFH อาจไม่ใช่คำตอบที่เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ องค์กรควรมีทางเลือกอื่น เช่น เวลาเริ่มและเลิกงานที่ยืดหยุ่น การสลับกะ การเปลี่ยนสถานที่ทำงาน การใช้วันลา หรือการให้หัวหน้าพิจารณาเป็นรายกรณี</p>
<p>ตัวอย่างเช่น หากปัญหาเกิดเฉพาะช่วงเช้าที่การจราจรหนาแน่น การเลื่อนเวลาเริ่มงานอาจตอบโจทย์กว่าการให้พนักงานทำงานจากบ้านตลอดวัน</p>
<p>การมีหลายทางเลือกช่วยให้องค์กรจัดการกับผลกระทบได้ตรงจุด และไม่ต้องใช้มาตรการเดียวกับพนักงานทุกกลุ่ม</p>
<h3>4. เตรียมระบบลงเวลาที่รองรับการทำงานนอกออฟฟิศ</h3>
<p>หากระบบลงเวลาผูกอยู่กับเครื่องสแกนหรือสำนักงานเพียงอย่างเดียว การประกาศ WFH จะสร้างภาระงานเอกสารให้ HR ทันที</p>
<p>ระบบควรรองรับการลงเวลาจากระยะไกล การขออนุมัติ การแก้ไขเวลา และการจัดทำรายงานที่ตรวจสอบได้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ระบบติดตามไม่ควรกลายเป็นเครื่องมือเฝ้าดูพนักงานตลอดเวลา เป้าหมายควรอยู่ที่ความชัดเจนของเวลาทำงาน ความรับผิดชอบ และผลลัพธ์ มากกว่าการตรวจว่าพนักงานออนไลน์หรือขยับเมาส์อยู่หรือไม่</p>
<h3>5. กำหนดช่องทางสื่อสารหลัก</h3>
<p>ประกาศ WFH เฉพาะกิจต้องส่งถึงพนักงานอย่างรวดเร็วและไม่คลุมเครือ องค์กรควรมีช่องทางหลักที่ทุกคนรู้จัก เช่น อีเมล ระบบ HRIS, Slack หรือ Microsoft Teams</p>
<p>ข้อความประกาศควรระบุว่า มีผลกับใครบ้าง เริ่มและสิ้นสุดเมื่อใด เวลาทำงานเปลี่ยนหรือไม่ ใครยังต้องเข้าหน้างาน การประชุมยังดำเนินตามปกติหรือเปล่า และพนักงานควรติดต่อใครหากมีข้อจำกัด</p>
<p>หากข้อมูลไม่ครบ หัวหน้าแต่ละทีมจะต้องอธิบายเพิ่มเติมด้วยตัวเอง และพนักงานอาจได้รับข้อมูลคนละชุด</p>
<h3>6. เตรียมระบบและเครื่องมือให้ใช้งานได้ก่อนเกิดเหตุ</h3>
<p>พนักงานต้องสามารถเข้าถึงเอกสาร ระบบอนุมัติ งานที่ได้รับมอบหมาย และช่องทางประชุมจากระยะไกล</p>
<p>องค์กรจึงควรมีพื้นที่จัดเก็บเอกสารร่วม Project Management Tool, Meeting Platform และระบบอนุมัติออนไลน์ที่พนักงานคุ้นเคยอยู่แล้ว</p>
<p>หากต้องเริ่มสร้างบัญชี ทดลองระบบ หรือสอนพนักงานใช้เครื่องมือในเช้าวันที่ประกาศ WFH แสดงว่าความพร้อมขององค์กรยังมีช่องว่าง</p>
<h3>7. วางแนวทางให้หัวหน้าบริหารทีมจากระยะไกล</h3>
<p>หัวหน้างานมีผลต่อประสบการณ์ WFH ของพนักงานอย่างมาก บางคนอาจปล่อยให้ทีมทำงานโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ขณะที่บางคนเรียกประชุมตลอดวันหรือคาดหวังให้ลูกทีมตอบข้อความทันทีทุกครั้ง</p>
<p>HR ควรกำหนดแนวทางให้หัวหน้าเข้าใจว่า ต้องสื่อสารเป้าหมายอย่างไร ควรติดตามงานในระดับใด และจะประเมินผลงานจากผลลัพธ์ได้อย่างไร</p>
<p>การประชุมควรเกิดขึ้นเมื่อจำเป็น และพนักงานควรมีเวลาทำงานต่อเนื่องโดยไม่ต้องคอยพิสูจน์ตลอดเวลาว่าตัวเองกำลังทำงานอยู่</p>
<h3>8. ดูแลความปลอดภัยของข้อมูลและอุปกรณ์</h3>
<p>การทำงานจากสถานที่อื่นทำให้ข้อมูลบริษัทถูกเข้าถึงผ่านเครือข่ายและอุปกรณ์ที่หลากหลายขึ้น</p>
<p>องค์กรควรกำหนดแนวทางเรื่อง VPN, Password, Device, Document Sharing และ Data Privacy รวมถึงระบุว่าข้อมูลประเภทใดห้ามดาวน์โหลดหรือจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ส่วนตัว</p>
<p>พนักงานควรรู้ด้วยว่า หากอุปกรณ์เสีย อินเทอร์เน็ตมีปัญหา หรือไม่สามารถเข้าถึงระบบได้ ต้องติดต่อใครและมีวิธีทำงานสำรองอย่างไร</p>
<h3>9. ออกแบบความเป็นธรรมสำหรับพนักงานที่ WFH ไม่ได้</h3>
<p>พนักงานหน้างานอาจยังต้องเดินทางมาปฏิบัติงาน แม้พนักงานออฟฟิศจะได้รับอนุญาตให้ทำงานจากบ้าน</p>
<p>หากองค์กรให้ความยืดหยุ่นเฉพาะคนที่ทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ได้ โดยไม่มีมาตรการดูแลคนที่ต้องเข้าหน้างาน ความรู้สึกว่า WFH เป็นสิทธิพิเศษของพนักงานบางประเภทอาจเกิดขึ้นได้</p>
<p>องค์กรอาจพิจารณาจัดรถรับส่ง เพิ่มค่าเดินทาง ปรับกะ เลื่อนเวลาเข้างาน จัดหาอุปกรณ์ป้องกัน หรือกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยตามระดับความเสี่ยง</p>
<p>ความเป็นธรรมไม่ได้หมายความว่าพนักงานทุกคนต้องได้รับสิ่งเดียวกัน แต่ทุกกลุ่มควรได้รับการดูแลตามข้อจำกัดที่ต้องเผชิญ</p>
<h2>บทสรุป Event-based WFH</h2>
<p>ฟุตบอลโลก World Cup 2026 ทำให้เห็นว่า เหตุการณ์เดียวกันสามารถสร้างผลกระทบต่อการทำงานแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ สำหรับพนักงานบางประเทศ ปัญหาอาจเกิดจากการแข่งขันช่วงดึก ส่วนเมืองเจ้าภาพต้องรับมือรถติด การปิดถนน และการเดินทางที่ล่าช้า องค์กรจึงควรเริ่มจากการทำความเข้าใจผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ก่อนเลือกมาตรการที่เหมาะกับพนักงานและลักษณะงาน</p>
<p>แม้ฟุตบอลโลกจะเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว แต่หลักคิดเรื่อง มาตรการ WFH เฉพาะกิจ หรือ Event-based WFH สามารถนำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น PM2.5 ฝนตกหนัก น้ำท่วม ระบบขนส่งขัดข้อง การปิดถนน หรือเหตุการณ์ที่ทำให้สำนักงานไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ</p>
<p>องค์กรที่มีเกณฑ์ตัดสินใจ ระบบทำงาน และช่องทางสื่อสารพร้อมใช้งาน ย่อมสามารถปรับตัวได้เร็วกว่าเมื่อเกิดเหตุจริง<br />
ความสำเร็จของ WFH เฉพาะกิจจึงควรวัดจากความสามารถในการรักษางาน ความปลอดภัย ความเป็นธรรม และความเชื่อมั่นของพนักงานไว้พร้อมกัน คำถามสำหรับ HR จึงอยู่ที่ หากต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงานภายในเวลาอันรวดเร็ว องค์กรพร้อมแค่ไหน และพนักงานทุกกลุ่มจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมหรือยัง?</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/31">หากองค์กรของคุณต้องการให้การสื่อสารยังทั่วถึง รวดเร็ว และไม่ตกหล่น แม้พนักงานจะทำงานอยู่คนละสถานที่ สามารถค้นหาระบบ Internal Communication ที่เหมาะกับองค์กรผ่าน HREX ได้เลยที่นี่</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://www.businessinsider.com/world-cup-wfh-boost-stanford-professor-nicholas-bloom-2026-7" target="_blank" rel="noopener">Business Insider</a></li>
<li><a href="https://www.opm.gov/chcoc/latest-memos/2026-fifa-world-cup.pdf" target="_blank" rel="noopener">U.S. Office of Personnel Management</a></li>
<li><a href="https://news.bloomberglaw.com/daily-labor-report/federal-agencies-can-permit-telework-during-fifa-world-cup" target="_blank" rel="noopener">Bloomberg Law</a></li>
<li><a href="https://www.straitstimes.com/business/work-from-home-for-world-cup-even-jpmorgan-says-yes" target="_blank" rel="noopener">The Straits Times</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/event-based-wfh-260717/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer Thailand People Conference 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/mercer-thailand-people-conference-2026-260716/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/mercer-thailand-people-conference-2026-260716/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jul 2026 09:15:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Mercer Thailand People Conference 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50673</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อความเปลี่ยนแปลงเดินเร็วกว่ากลยุทธ์ที่องค์กรวางไว้ ผู้นำและ HR จึงต้องเผชิญกับคำถามสำคัญว่า จะออกแบบองค์กรและบริหารคนอย่างไรให้พร้อมรับอนาคตที่คาดเดาได้ยากขึ้น ทั้งจากเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงระดับโลกที่ซับซ้อน และความคาดหวังของคนทำงานที่ไม่เหมือนเดิม การเติบโตขององค์กรจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้หรือปรับโครงสร้างให้คล่องตัวขึ้นเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับการออกแบบงาน บทบาทของผู้นำ ทักษะของคน และสวัสดิการที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง เพราะองค์กรจะสร้างผลงานได้อย่างยั่งยืน เมื่อประสิทธิ์ภาพทางธุรกิจ สุขภาวะ และความมั่นคงของพนักงานสามารถเติบโตไปด้วยกัน นี่คือประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในงาน Mercer Thailand People Conference 2026 ภายใต้ธีม Voyage Forward to the New World Order ชวนผู้นำองค์กรและผู้เชี่ยวชาญมาร่วมสำรวจตั้งแต่การออกแบบงานด้วย AI ทักษะแห่งอนาคต สวัสดิการที่ยืดหยุ่น ไปจนถึงสุขภาวะและความมั่นคงทางการเงินของคนทำงาน หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญและมุมมองที่ HR สามารถนำไปต่อยอดได้ไว้แล้วในบทความนี้ Setting the Sail: Embracing the New World Order คุณ ก็อดเดอลีน แวน ดูเรน CEO จาก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50679" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132218.820.webp" alt="Mercer Thailand People Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer Thailand People Conference 2026 125" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132218.820.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132218.820-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อความเปลี่ยนแปลงเดินเร็วกว่ากลยุทธ์ที่องค์กรวางไว้ ผู้นำและ HR จึงต้องเผชิญกับคำถามสำคัญว่า จะออกแบบองค์กรและบริหารคนอย่างไรให้พร้อมรับอนาคตที่คาดเดาได้ยากขึ้น ทั้งจากเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงระดับโลกที่ซับซ้อน และความคาดหวังของคนทำงานที่ไม่เหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเติบโตขององค์กรจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้หรือปรับโครงสร้างให้คล่องตัวขึ้นเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับการออกแบบงาน บทบาทของผู้นำ ทักษะของคน และสวัสดิการที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง เพราะองค์กรจะสร้างผลงานได้อย่างยั่งยืน เมื่อประสิทธิ์ภาพทางธุรกิจ สุขภาวะ และความมั่นคงของพนักงานสามารถเติบโตไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในงาน</span> <a href="https://www.mercer.com/th-th/" target="_blank" rel="noopener"><b>Mercer Thailand</b></a><b> People Conference 2026</b><span style="font-weight: 400;"> ภายใต้ธีม </span><b>Voyage Forward to the New World Order</b><span style="font-weight: 400;"> ชวนผู้นำองค์กรและผู้เชี่ยวชาญมาร่วมสำรวจตั้งแต่การออกแบบงานด้วย AI ทักษะแห่งอนาคต สวัสดิการที่ยืดหยุ่น ไปจนถึงสุขภาวะและความมั่นคงทางการเงินของคนทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญและมุมมองที่ HR สามารถนำไปต่อยอดได้ไว้แล้วในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Setting the Sail: Embracing the New World Order</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50688" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132444.168.webp" alt="Mercer Thailand People Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer Thailand People Conference 2026 126" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132444.168.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132444.168-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b> ก็อดเดอลีน แวน ดูเรน CEO จาก </b><a href="https://www.marsh.com/th/en/home.html" target="_blank" rel="noopener"><b>Marsh South-East Asia</b></a><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่างานในวันนี้จัดขึ้นใต้ธีม “The New World Order” ซึ่งพูดถึงโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและพลิกทิศได้แทบทุกวัน แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับคำอย่าง VUCA หรือ BANI มานานแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2026 แสดงให้เห็นว่าความไม่แน่นอนกำลังเกิดถี่และรุนแรงกว่าเดิม องค์กรทั่วโลกต้องเผชิญวิกฤติครั้งใหญ่อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ขณะที่ความไม่แน่นอนมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นราว 2.5 เท่าจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สถานการณ์เหล่านี้กลายเป็นบททดสอบสำคัญว่า ผู้นำจะพาคนและธุรกิจเดินผ่านความเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไร…</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หนึ่งในโจทย์ที่ยากที่สุดของผู้นำ คือการรักษาสมดุลระหว่างกลยุทธ์ระยะยาวกับความต้องการเร่งด่วนที่เข้ามาทุกวัน หากมองไกลเกินไป องค์กรอาจตอบสนองต่อปัญหาเฉพาะหน้าไม่ทัน แต่หากจดจ่ออยู่กับผลลัพธ์ระยะสั้นมากเกินไป ก็อาจสูญเสียทิศทางการเติบโตในอนาคต”</span></i></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/65"><span style="font-weight: 400;">ภาวะผู้นำ</span></a><span style="font-weight: 400;">จึงเกี่ยวข้องกับการรักษาสมดุลอยู่ตลอดเวลา ทั้งระหว่างเป้าหมายธุรกิจกับความต้องการของพนักงาน ความรวดเร็วกับความรอบคอบ รวมถึงมาตรฐานระดับโลกกับบริบทของแต่ละประเทศ องค์กรจึงควรให้ความสำคัญกับความสามารถในการปรับตัวมากกว่าการพยายามคาดการณ์ทุกอย่างให้แม่นยำ พร้อมคิดในระดับสากล ลงมือให้เหมาะกับพื้นที่ และตอบสนองต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างคล่องตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเปลี่ยนแปลงด้านประชากรและทักษะของคนทำงานเป็นอีกเรื่องที่องค์กรต้องเตรียมรับมืออย่างจริงจัง ประชากรวัยทำงานในเอเชียกำลังมีอายุสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว องค์กรจึงต้องบริหารทั้งคนหลายช่วงวัย อายุการทำงานที่ยาวนานขึ้น และความคาดหวังที่แตกต่างกันของพนักงานแต่ละรุ่นไปพร้อมกัน เรื่องความมั่นคงทางการเงินและการเตรียมพร้อมสำหรับวัยเกษียณจึงมีความสำคัญมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ทักษะที่องค์กรต้องการก็เปลี่ยนเร็ว ความรู้บางอย่างอาจมีอายุการใช้งานสั้นลง HR จึงต้องตอบให้ได้ว่าองค์กรมีคนที่พร้อมสำหรับอนาคตหรือยัง และจะพัฒนาทักษะใหม่ให้ทันก่อนที่ช่องว่างด้านความสามารถจะกลายเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI เข้ามาช่วยให้งานจำนวนมากเสร็จเร็วขึ้น และทำให้องค์กรรู้สึกว่ากำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง อย่างไรก็ตาม ความเร็วไม่ได้ยืนยันว่าองค์กรกำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องเสมอไป ผู้นำจึงต้องตั้งคำถามก่อนว่า งานใดควรใช้ AI งานใดควรให้มนุษย์รับผิดชอบ และงานใดควรเกิดจากความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การนำ AI มาใช้ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจงานและความสามารถของคน แล้วจึงออกแบบเทคโนโลยีให้เข้ามาสนับสนุน แทนการเลือกเครื่องมือก่อนแล้วค่อยหาว่าจะนำไปใช้กับอะไร </span><b>แนวคิดเรื่อง Human in the Loop จึงเริ่มขยับไปสู่ Human on the Loop ซึ่งมนุษย์อาจไม่ต้องควบคุมทุกขั้นตอน แต่ยังมีหน้าที่กำหนดเป้าหมาย วางขอบเขต ตรวจสอบผลลัพธ์ และเข้าแทรกแซงเมื่อจำเป็น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสัญญาณที่องค์กรไม่ควรมองข้าม คือระดับ Employee Thriving ที่ลดลงจนลบล้างพัฒนาการที่เคยเกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พนักงานบางคนยังมาทำงานตามปกติ แต่พลังใจ ความผูกพัน และความรู้สึกอยากมีส่วนร่วมกลับไม่ได้เดินเข้ามาในที่ทำงานพร้อมกับร่างกาย เมื่อ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190722-employee-engagement/"><span style="font-weight: 400;">Engagement</span></a><span style="font-weight: 400;"> ลดลง ปัจจัยที่ทำให้คนเลือกอยู่กับองค์กรจึงกลับมาอยู่ที่วัฒนธรรมการทำงาน ความยืดหยุ่น และคุณภาพของผู้นำ พนักงานให้ความสำคัญกับบรรยากาศที่ดี การเคารพซึ่งกันและกัน รวมถึงผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจและน่าเชื่อถือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยปัจจัยด้านผู้นำขยับจากอันดับ 11 ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 4 ภายในเวลาไม่กี่ปี ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า การคิดต่างอาจยังไม่พอ องค์กรต้องเปลี่ยนวิธีทำงานให้ต่างจากเดิมด้วย เพราะโลกจะไม่กลับไปเคลื่อนที่ช้าลง และความสามารถของ AI ก็คงไม่ถอยหลัง</span></p>
<p><b>ถึงเวลาแล้วที่องค์กรต้องกลับมาทบทวนใหม่ว่า เราควรทำงานกันอย่างไรต่อจากนี้ และในงานนี้เธอหวังว่าจะพอมอบคำตอบที่น่าสนใจให้กับผู้ร่วมงานทุกคนได้</b></p>
<h2><b>Catching the Wind: AI-Driven Work Redesign and Workforce Productivity</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50681" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132330.929.webp" alt="Mercer Thailand People Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer Thailand People Conference 2026 127" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132330.929.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132330.929-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b> ต้นฝน บุญเกตุ Associate &#8211; Data Intelligence and Academy Team Lead, Career Business จาก </b><a href="https://www.mercer.com/th-th/" target="_blank" rel="noopener"><b>Mercer Thailand</b></a><span style="font-weight: 400;"> พาผู้ฟังย้อนกลับไปยังปี 2020 ช่วงเวลาที่องค์กรทั่วโลกต้องเร่งปรับตัวเข้าสู่การทำงานจากบ้าน หลายแห่งยังวุ่นอยู่กับการวางมาตรการ WFH เรียนรู้การประชุมออนไลน์ และหาวิธีทำให้คนสามารถทำงานร่วมกันได้โดยไม่ต้องพบหน้ากัน ขณะนั้น AI ยังไม่ได้อยู่ในบทสนทนาหลักขององค์กร แม้เทคโนโลยีอย่าง Machine Learning จะถูกพัฒนามานานหลายสิบปีแล้วก็ตาม จนกระทั่งอีกสองถึงสามปีต่อมา AI เริ่มก้าวเข้ามาอยู่ในชีวิตการทำงานอย่างรวดเร็ว พร้อมคำถามสำคัญว่า เทคโนโลยีเหล่านี้จะสามารถคิด ทำงาน และเข้ามาแทนที่มนุษย์ได้มากเพียงใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองไปถึงปี 2030 ผลการศึกษาล่าสุดของ World Economic Forum คาดการณ์ว่า งานบางประเภทจะหายไป ขณะที่งานรูปแบบใหม่จะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่หลายคนคาด พนักงานอาจเปลี่ยนบทบาทจากผู้ลงมือทำทุกขั้นตอนไปสู่การเป็นผู้จัดการงานของตัวเอง พร้อมกำกับ AI Agent หลายตัวให้ทำงานร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณต้นฝนทดลองถาม AI หลายแพลตฟอร์มถึงบทบาทของตนเองในปี 2030 โดย Claude ตอบว่า AI จะทำงานได้เก่งขึ้นมาก แต่ยังต้องพึ่งพาวิจารณญาณของมนุษย์ ขณะที่ ChatGPT มองว่าคนกับ AI จะทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น และ Gemini อธิบายว่า AI เป็นผู้สร้างพลัง ส่วนมนุษย์เป็นผู้กำหนดทิศทาง คำตอบเหล่านี้มีจุดร่วมกันตรงที่ </span><b>AI ยังต้องการมนุษย์คอยกำกับว่า เป้าหมายคืออะไร อะไรควรทำ และขอบเขตใดไม่ควรถูกข้าม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรยังเข้าใจการใช้ AI ว่าเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาแทนคน มากกว่าการออกแบบให้ทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกัน จึงเกิดกรณีที่องค์กรลดจำนวนพนักงานเร็วเกินไป แล้วพบภายหลังว่า AI ยังไม่สามารถรับผิดชอบงานทั้งหมดได้ เมื่อผลลัพธ์ผิดพลาด ขาดการตรวจสอบ หรือสร้างความไม่พอใจให้ลูกค้า องค์กรจึงต้องกลับมาจ้างคนอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการนำ AI ไปแทนงานโดยที่ระบบยังไม่พร้อม ไม่มีโครงสร้างกำกับดูแล และไม่มีมนุษย์คอยใช้วิจารณญาณ ข้อมูลของ Mercer ยังพบว่า มีผู้บริหารระดับ C-suite เพียง 51% ที่เชื่อว่าองค์กรของตนเตรียมพร้อมให้คนกับ AI ทำงานร่วมกันได้ดี ลดลงจาก 64% ในช่วงก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่า</span><b> ยิ่งองค์กรทดลองใช้ AI มากขึ้น ก็ยิ่งมองเห็นช่องว่างด้านความพร้อมชัดขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณต้นฝนยังหยิบข้อมูลที่ระบุว่า โครงการลงทุนด้าน AI จำนวนมากยังไม่สามารถสร้างผลตอบแทนตามที่คาด แม้มีการใช้งบประมาณรวมในระดับมหาศาล ถึงอย่างนั้น ผู้บริหารและนักลงทุนมากกว่า 90% ยังยืนยันว่าจะเดินหน้าลงทุนต่อ เพราะมองว่า AI จะมีบทบาทสำคัญต่อการแข่งขันในอนาคต คำถามจึงไม่ใช่ว่าองค์กรควรหยุดหรือเดินหน้าต่อ แต่ควรลงทุนอย่างไรให้เกิดผลจริง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากอนาคตของการทำงานต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างคนกับ AI สิ่งที่องค์กรยังขาดอาจไม่ใช่เทคโนโลยีที่เก่งกว่าเดิม แต่คือรากฐานด้านคน กระบวนการทำงาน การกำกับดูแล และความชัดเจนว่า AI ควรเข้ามาช่วยสร้างคุณค่าในจุดใด”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50680" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132259.950.webp" alt="Mercer Thailand People Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer Thailand People Conference 2026 128" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132259.950.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132259.950-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สุเมธ คูรศิริกุล Principal &#8211; Work and Rewards Solutions Leader, Career Business </b><span style="font-weight: 400;">จาก Mercer Thailand กล่าวเสริมว่า หลายองค์กรทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อพัฒนา AI แต่กลับไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่คาด เพราะขาดการควบคุม การวางระบบ และการเตรียมคนให้พร้อม ถึงอย่างนั้น นักลงทุนและผู้บริหารส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่องค์กรหลีกเลี่ยงไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นองค์กรจึงควรมี “House of AI” ซึ่งเปรียบเหมือนโครงสร้างพื้นฐานที่องค์กรต้องสร้างก่อนใช้ AI เต็มรูปแบบ โดยมี 6 องค์ประกอบสำคัญดังนี้</span></p>
<h3><b>Vision &amp; Strategy: กำหนดทิศทางว่าองค์กรจะใช้ AI ไปเพื่ออะไร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรควรเริ่มจากการสร้าง AI North Star ที่ชัดเจนว่า AI จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา สร้างรายได้ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิ์ภาพ หรือยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและพนักงานในเรื่องใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเริ่มต้นจากเป้าหมายทางธุรกิจจะช่วยป้องกันไม่ให้องค์กรเลือกใช้ AI เพียงเพราะเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความสนใจ จากนั้นต้องแปลงวิสัยทัศน์ให้กลายเป็นแผนปฏิบัติที่มีลำดับความสำคัญ ผู้รับผิดชอบ งบประมาณ และตัวชี้วัดที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันว่าโครงการ AI แต่ละโครงการควรสร้างผลลัพธ์อะไร</span></p>
<h3><b>Governance &amp; Risk: วางกติกาและระบบควบคุมก่อนเกิดปัญหา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้ AI อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงหลายด้าน ตั้งแต่ข้อมูลส่วนบุคคล อคติของระบบ ความผิดพลาดในการตัดสินใจ ผู้ให้บริการภายนอก ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ไปจนถึงข้อกำหนดทางกฎหมาย องค์กรจึงต้องกำหนดให้ชัดว่า งานประเภทใดสามารถใช้ AI ได้ ใครมีอำนาจอนุมัติ ใครทำหน้าที่ตรวจสอบ และเมื่อเกิดความผิดพลาดต้องรับผิดชอบอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างเช่น หากนำ AI มาใช้คัดกรองผู้สมัคร HR ต้องตรวจสอบว่าระบบมีอคติต่อผู้สมัครบางกลุ่มหรือไม่ เปิดทางให้มนุษย์ทบทวนผลลัพธ์ และมีวิธีอธิบายการตัดสินใจได้อย่างโปร่งใส</span></p>
<h3><b>Organization Structure: ออกแบบบทบาทและโครงสร้างให้รองรับการทำงานร่วมกับ AI</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">AI สามารถเปลี่ยนวิธีแบ่งงานและความรับผิดชอบภายในองค์กรได้หลายรูปแบบ โดยไม่ได้หมายความว่าจำนวนพนักงานต้องลดลงเสมอ บางองค์กรอาจคงโครงสร้างเดิมไว้ แล้วเพิ่มทักษะให้พนักงานใช้ AI สนับสนุนงานได้ดีขึ้น ขณะที่บางแห่งอาจต้องเพิ่มผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล ทีมกำกับดูแล AI หรือผู้จัดการระดับกลางที่ช่วยตัดสินใจในสถานการณ์ซับซ้อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรจึงควรวิเคราะห์ก่อนว่า AI จะทำให้งานส่วนใดเพิ่มขึ้น ลดลง หรือเปลี่ยนรูปแบบ แล้วค่อยออกแบบจำนวนคน บทบาท และสายการบังคับบัญชาให้เหมาะสม การลดคนควรเป็นผลจากการพิจารณาอย่างรอบด้าน ไม่ควรถูกตั้งเป็นเป้าหมายแรกของการนำ AI มาใช้</span></p>
<h3><b>Processes: ทบทวนกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การนำ AI ไปใส่ในกระบวนการเดิมโดยไม่ปรับวิธีทำงาน อาจช่วยให้งานเร็วขึ้นเพียงบางขั้นตอน แต่ไม่ได้สร้างประสิทธิ์ภาพให้กับระบบทั้งหมด องค์กรต้องลงไปดูว่าแต่ละกระบวนการมีขั้นตอนไหนซ้ำซ้อน ขั้นตอนไหนควรตัดออก จุดใดสามารถให้ AI ทำแทน และจุดใดยังต้องใช้วิจารณญาณของมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพิจารณาควรลงลึกถึงระดับงานย่อย เพราะหนึ่งตำแหน่งอาจมีทั้งงานที่เหมาะกับระบบอัตโนมัติ งานที่ควรใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ และงานที่ยังต้องพึ่งพามนุษย์ วิธีนี้จะช่วยให้องค์กรออกแบบงานใหม่ได้แม่นยำกว่าการมองว่า AI จะเข้ามาแทนตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งทั้งหมด</span></p>
<h3><b>People: เตรียมทักษะ เส้นทางอาชีพ และการเรียนรู้ให้พร้อม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ AI เปลี่ยนลักษณะงาน Job Description และเส้นทางอาชีพของพนักงานก็ต้องเปลี่ยนตาม องค์กรอาจต้องลดการยึดติดกับชื่อตำแหน่ง แล้วระบุทักษะ งานย่อย และความรับผิดชอบให้ชัดขึ้น การทำงานจะมีลักษณะอิงกับโปรเจกต์และความสามารถเฉพาะบุคคลมากขึ้น ขณะเดียวกัน การจัดหลักสูตรเดียวให้พนักงานทุกคนอาจไม่ตอบโจทย์ เพราะแต่ละบทบาทต้องใช้ AI ต่างกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR จึงควรประเมินทักษะรายบุคคล เปิดโอกาสให้พนักงานเลือกเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสม และทดสอบภายหลังว่าพร้อมทำงานร่วมกับ AI มากน้อยเพียงใด ผู้นำทุกสายงานก็ควรมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับ AI เพื่อกำหนดทิศทางและดูแลการใช้งานของทีมได้</span></p>
<h3><b>Data &amp; Technology: ทำให้ข้อมูลมีคุณภาพและอยู่ภายใต้การควบคุมที่รัดกุม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">AI จะให้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือได้ เมื่อข้อมูลที่นำมาใช้มีความถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย และได้มาอย่างเป็นธรรม องค์กรต้องระวังทั้งข้อมูลล้าสมัย ข้อมูลที่มีอคติ การรั่วไหลของข้อมูลลับ และระบบที่ขาดมาตรการรักษาความปลอดภัย รวมถึงต้องตรวจสอบผู้ให้บริการภายนอกว่าจัดเก็บและนำข้อมูลขององค์กรไปใช้อย่างไร HR มีบทบาทสำคัญมากขึ้น เพราะข้อมูลบุคลากรมีความละเอียดอ่อนและส่งผลต่อชีวิตการทำงานของคนโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลือกเทคโนโลยีจึงควรพิจารณาควบคู่กับคุณภาพข้อมูล สิทธิ์การเข้าถึง ระบบรักษาความปลอดภัย และความสามารถในการตรวจสอบย้อนหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด ผลตอบแทนจาก AI อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรซื้อเครื่องมือราคาแพงเพียงใด แต่อยู่ที่ความแข็งแรงของบ้านที่สร้างขึ้นมารองรับ หากมีทิศทางชัด วางระบบควบคุมรัดกุม ออกแบบงานอย่างเหมาะสม ดูแลข้อมูลอย่างรับผิดชอบ และพัฒนาคนให้พร้อม AI ก็มีโอกาสสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง </span><b>เพราะความสำเร็จของเทคโนโลยีจำนวนมาก มักถูกตัดสินด้วยคุณภาพของกลยุทธ์ด้านคนที่อยู่เบื้องหลัง</b></p>
<h2><b>Steering Through Change: Winning in the Era of Future Skills</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50682" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132400.237.webp" alt="Mercer Thailand People Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer Thailand People Conference 2026 129" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132400.237.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132400.237-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในหัวข้อนี้ ได้รับเกียรติจาก 2 ผู้นำองค์กรมากความสามารถและวัยวุฒิที่แตกต่าง ประกอบด้วยคุณ</span><b> ธนา เธียรอัจฉริยะ Independent Director</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>เอื้อการย์ สำรวลหรรษ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและ COO จาก </b><a href="https://www.facebook.com/yoguruto.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>Yoguruto</b></a><span style="font-weight: 400;"> ที่มาร่วมกันพูดถึง Future Skill ที่ผู้นำควรมี บทบาทของ HR การสร้างวัฒนธรรมองค์กร และการใช้ AI อย่างไรเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเร็วขึ้นทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือสาระสำคัญของ Session นี้</span></p>
<h3><b>Ability to Learn คือทักษะสำคัญที่สุดของผู้นำ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณธนาเล่าว่า คำว่า Future Skills มีคนถูกพูดถึงมานานแล้ว แต่ทักษะตั้งต้นที่สำคัญที่สุดยังคงเป็น Ability to Learn หรือความสามารถในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ผู้นำต้องยอมรับว่าตัวเองรู้อะไรและยังไม่รู้อะไร พร้อมตอบคำถามของคนรุ่นใหม่ที่มักเริ่มต้นด้วยคำว่า “ทำไม” มากกว่า “ต้องทำอะไร”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้บริหารที่รู้กฎอย่างแม่นยำ แต่อ่านบริบททางสังคมไม่ออก อาจตัดสินใจถูกตามระเบียบแต่สร้างผลเสียต่อความรู้สึกของผู้คนและภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ ผู้นำจึงควรรู้เท่าทันกรอบ </span><b>GAILE</b><span style="font-weight: 400;"> ได้แก่ Geopolitics , AI, Labour และ Environment พร้อมออกไปเรียนรู้จากผู้คนและอุตสาหกรรมที่ต่างจากตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการติดอยู่ในกรอบความคิดเดิม</span></p>
<h3><b>องค์กรจะเปลี่ยนได้ เมื่อผู้นำลงมาขับเคลื่อนจริง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณเอื้อการย์เล่าว่า Yoguruto เติบโตจากทีมเพียง 3 คนสู่พนักงานประมาณ 100 คน โดยทักษะที่พาองค์กรมาถึงจุดนี้คือการปรับตัวและไม่ยอมแพ้ต่อปัญหา เพราะเมื่อธุรกิจโตเร็ว โครงสร้าง ระบบ และวิธีทำงานก็ต้องเปลี่ยนตามอยู่ตลอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณธนาเสริมว่า </span><b>วิกฤติมักทำให้คนพร้อมเปลี่ยนได้เร็วกว่าปกติ</b><span style="font-weight: 400;"> แต่ผู้นำระดับสูงต้องเป็นผู้สร้างแรงขับเคลื่อนด้วยตัวเอง เพราะเรื่องใดที่ Top Management ให้เวลา ทรัพยากร และความสำคัญ เรื่องนั้นจึงมีโอกาสเกิดขึ้นจริง บางครั้งอาจต้องตั้งทีมใหม่ พร้อมให้อำนาจมากพอที่จะทดลองวิธีทำงานที่ต่างจากระบบเดิม</span></p>
<h3><b>รับฟังคำแนะนำ แต่ต้องเข้าใจธุรกิจของตัวเอง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงที่ Yoguruto มีเพียง 11 สาขา ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟรนไชส์เคยแนะนำให้เปลี่ยนชื่อ โลโก้ และสินค้า เพราะเชื่อว่าคนไทยไม่นิยมโยเกิร์ตสดปั่น หากผู้ก่อตั้งทำตามทั้งหมด แบรนด์อาจไม่ได้เติบโตมาถึงวันนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนนี้ไม่ได้หมายความว่าคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญไม่มีคุณค่า แต่ผู้นำต้องเข้าใจลูกค้า จุดแข็ง และโอกาสของธุรกิจมากพอที่จะตัดสินใจว่า อะไรควรนำมาใช้ และอะไรไม่เหมาะกับบริบทของตัวเอง</span></p>
<h3><b>วัฒนธรรมองค์กรเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมจริงของคน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">COO ของ Yoguruto เล่าว่าองค์กรเคยเผชิญปัญหาภายในทีม HR ซึ่งทำให้พนักงานจำนวนหนึ่งไม่มีความสุขและสูญเสียความไว้วางใจ เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้บริหารกลับมาฟังเสียงพนักงานและดูแลวัฒนธรรมองค์กรอย่างจริงจังมากขึ้น พร้อมกำหนดหลักการสำคัญ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>No Toxic:</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่พูดหรือกระทำสิ่งที่ทำลายความสัมพันธ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>No Blame Game:</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อเกิดปัญหา ให้ช่วยกันแก้มากกว่าหาคนผิด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Calm Feedback:</b><span style="font-weight: 400;"> ให้ฟีดแบ็กอย่างจริงใจ สงบ และมุ่งพัฒนา</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักการเหล่านี้ถูกนำไปใช้จริง เมื่อเกิดปัญหาสินค้าขาดคลัง คนจากหลายฝ่ายเข้ามาช่วยกันจนผ่านวิกฤติได้ ทำให้คำว่า Unity มีความหมายจากประสบการณ์ร่วมกัน องค์กรยังสร้างความสัมพันธ์ผ่านชมรมหลังเลิกงาน กิจกรรม Playdate และการจับกลุ่มคนต่างทีมให้มีโอกาสรู้จักกัน ภายใต้แนวคิด </span><b>Relationship + Rules = Resilient</b></p>
<h3><b>AI ควรช่วยลดงานซ้ำซ้อนและคืนเวลาให้คน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Yoguruto นำ AI ของพาร์ทเนอร์ รวมถึง</span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/38"><span style="font-weight: 400;">แพลตฟอร์ม Lark</span></a><span style="font-weight: 400;"> มาช่วยงานสื่อสาร การสรรหา การจัดตาราง และการตรวจสอบคุณภาพของสาขากว่า 300 แห่ง แล้วทำให้ได้พบว่างานบางอย่างที่เคยใช้เวลาหลายวันสามารถลดเหลือไม่ถึงครึ่งชั่วโมง พร้อมติดตามข้อมูลได้ละเอียดขึ้นว่า มีสาขาใดได้รับการตรวจแล้วหรือยังตกหล่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์นี้ทำให้เห็นว่า AI ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการแทนคน หากเริ่มจากปัญหาจริง เทคโนโลยีจะช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน และเปิดพื้นที่ให้พนักงานใช้เวลากับงานที่ต้องอาศัยการคิด การตัดสินใจ และความเข้าใจมนุษย์มากขึ้น</span></p>
<h3><b>HR ต้องเข้าใจธุรกิจและเริ่มเปลี่ยนจากตัวเอง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณธนามองว่า HR ต้องขยับจากผู้รับนโยบายปลายทาง ไปมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นทางของธุรกิจ จึงควรเข้าใจทั้งลูกค้า การเงิน เทคโนโลยี และ Productivity หากอยากให้พนักงานใช้ AI ตัว HR เองก็ควรทดลองใช้และเข้าใจเครื่องมือก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องวัฒนธรรมก็เช่นเดียวกัน HR ต้องสำรวจทีมตัวเองว่า มีพฤติกรรมใดที่อยากให้คนทั้งองค์กรทำ แต่ฝ่าย HR ยังทำไม่ได้หรือไม่ เพราะค่านิยมที่ดีไม่ควรจบอยู่ที่คำสวย ๆ หรือการท่องจำ องค์กรต้องอธิบายได้ว่าทำไมค่านิยมนั้นจึงสำคัญ และควรแสดงออกผ่านพฤติกรรมแบบใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด  AI จะช่วยขยายศักยภาพได้ดีที่สุด เมื่ออยู่ในมือของคนที่มีพื้นฐาน มีวิจารณญาณ และทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดี ดังนั้นคนทำงานที่พร้อมสำหรับอนาคตนอกจากมี </span><b>Ability to Learn แล้ว ยังต้องมีของ เก่งในงานของตัวเอง </b><span style="font-weight: 400;">มีความเชี่ยวชาญ แยกแยะสิ่งที่มีคุณภาพออก </span><b>(Mastery), มีรสนิยม (Taste) และที่สำคัญที่สุดอย่าลืมเป็นคนที่ Likeability</b><span style="font-weight: 400;"> หรือเป็นคนที่ผู้อื่นอยากทำงานด้วย </span></p>
<h2><b>Turning the Tide: Evolving with Strategic Direction</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50683" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132628.484.webp" alt="Mercer Thailand People Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer Thailand People Conference 2026 130" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132628.484.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T132628.484-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>เดเร็ค เฮง CEO จาก Marsh Thailand </b><span style="font-weight: 400;">อธิบายว่า องค์กรอาจไม่สามารถควบคุมทุกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบตัวได้ เช่น ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ภาวะเศรษฐกิจ หรือความไม่แน่นอนระดับโลก แต่ยังสามารถเลือกได้ว่าจะเตรียมตัวและตอบสนองอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้นำ หน้าที่สำคัญจึงอยู่ที่การทำให้พนักงานพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง กล้าตั้งคำถามกับวิธีทำงานเดิม และเรียนรู้ที่จะปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะเทคโนโลยีจะยังคงเข้ามามีบทบาทต่อธุรกิจมากขึ้น และองค์กรไม่สามารถรอให้ทุกอย่างนิ่งก่อนจึงค่อยเปลี่ยนตาม</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดขึ้นคือ องค์กรเริ่มให้ความสำคัญกับทักษะและผลลัพธ์มากกว่าชื่อตำแหน่งงาน โครงสร้างแบบเดิมอาจยังช่วยกำหนดหน้าที่และสายการบังคับบัญชาได้ แต่ไม่ควรเป็นกรอบเดียวที่ใช้ตัดสินคุณค่าของพนักงาน</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“คนที่สร้างผลงานได้ดีอาจมาจากหลายบทบาท หลายทีม หรือมีชุดทักษะที่ไม่ตรงกับคำบรรยายงานเดิม HR จึงต้องช่วยองค์กรวิเคราะห์ว่า ทักษะใดกำลังหมดความสำคัญ ทักษะใดต้องเร่งพัฒนา และควรออกแบบงานอย่างไรให้คนสามารถนำความสามารถมาใช้สร้างผลลัพธ์ได้เต็มที่ พร้อมวางทิศทางร่วมกับผู้นำแต่ละฝ่าย เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงและไม่หลุดจากเป้าหมายของธุรกิจ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณเดเร็คเสนอว่า การเดินหน้าด้วยทิศทางที่ชัดเจนต้องเริ่มจาก </span><b>Flexibility</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งมีความหมายกว้างกว่าการกำหนดจำนวนวันที่พนักงานต้องเข้าออฟฟิศ แต่องค์กรควรถามว่า รูปแบบการทำงานแบบใดช่วยให้คนสร้างผลงานได้ดีที่สุด และความยืดหยุ่นนั้นสนับสนุนเป้าหมายของธุรกิจหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักคิดเดียวกันยังครอบคลุมถึงสวัสดิการ เพราะพนักงานแต่ละคนอยู่ในช่วงชีวิตและมีความต้องการต่างกัน Flexible Benefits จึงช่วยให้องค์กรดูแลคนได้ตรงจุดมากกว่าการจัดสวัสดิการชุดเดียวให้ทุกคน ขณะเดียวกัน HR ต้องติดตามด้วยว่า ความยืดหยุ่นที่ออกแบบขึ้นช่วยเพิ่มผลิตภาพ ความผูกพัน และคุณภาพการทำงานได้จริงหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาคือ </span><b>Security</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อความมั่นคงในการทำงานกำลังเป็นความกังวลของพนักงานจำนวนมาก โดยเฉพาะคำถามว่า AI จะเข้ามาแทนตำแหน่งใด และทักษะที่มีอยู่จะยังใช้ได้อีกนานแค่ไหน องค์กรจึงต้องช่วยให้พนักงานมองเห็นเส้นทางข้างหน้า ผ่านการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา การพัฒนาทักษะ และการออกแบบให้คนยังมีบทบาทกำกับเทคโนโลยี เพราะการเปลี่ยนองค์กรไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการซื้อเครื่องมือแล้วคาดหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคือ </span><b>New Fundamentals</b><span style="font-weight: 400;"> หรือการกลับมาหาคำตอบว่า พนักงาน ผู้นำ และ HR ต้องมีความรู้หรือความสามารถพื้นฐานอะไรบ้าง เพื่อทำงานได้ดีภายใต้ระบบระเบียบใหม่ และเมื่อองค์กรตอบคำถามนี้ได้ชัดเจน ก็จะวางแผนการเปลี่ยนแปลงได้มีทิศทางมากขึ้น</span></p>
<h2><b>Riding the Wave: Elevating Well-being with Flexible Benefits</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50684" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T143538.635.webp" alt="Mercer Thailand People Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer Thailand People Conference 2026 131" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T143538.635.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T143538.635-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>นรินทร์ กาญจนธนาเลิศ Total Rewards Head, Asia BU จาก </b><a href="https://www.pepsico.co.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>Pepsi Thailand</b></a><span style="font-weight: 400;"> เล่าถึงการพัฒนา </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/flexible-benefit-240214/"><span style="font-weight: 400;">Flexible Benefits</span></a><span style="font-weight: 400;"> ให้กับพนักงานกว่า 1,200 คน ซึ่งทำงานทั้งในสำนักงานใหญ่และโรงงานที่อยุธยากับลำพูน โดยจุดเริ่มต้นมาจากการเห็นว่าสวัสดิการแบบเดียวกันสำหรับทุกคนเริ่มตอบโจทย์ได้ยากขึ้น เมื่อองค์กรมีพนักงานหลายช่วงวัยและหลายรูปแบบการใช้ชีวิต แม้แต่คนที่อยู่ในวัยเดียวกันก็อาจมีความต้องการต่างกัน HR จึงต้องทบทวนว่าสวัสดิการที่มีอยู่ยังสร้างคุณค่าให้พนักงานได้จริงหรือไม่</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“แม้เงินจะเป็นสิ่งที่พนักงานส่วนใหญ่พึงพอใจ แต่ก็ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะช่วยให้องค์กรดึงดูดและรักษาคนเก่งไว้ได้”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในมุมมองของคุณนรินทร์ องค์กรอื่นสามารถให้ค่าตอบแทนในรูปแบบเดียวกันได้ง่าย ๆ  Pepsi Thailand จึงพยายามค้นหาสวัสดิการที่เชื่อมโยงกับชีวิตของพนักงานและสร้างเอกลักษณ์ให้กับ Employee Value Proposition ขององค์กร ซึ่งเขายอมรับว่าใช้เวลานานทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระบวนการนี้เริ่มจากการทำ Assessment เพื่อค้นหา Pain Point และความต้องการจริงของพนักงาน จากนั้นจึงนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศ ทดลองออกแบบสวัสดิการหลายรูปแบบ วิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการเงินร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ และเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสม กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาราวหนึ่งปี เพื่อสร้างระบบที่สามารถรองรับความต้องการของพนักงานในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ความท้าทายที่ใช้พลังมากที่สุดไม่ใช่การออกแบบสิทธิ์ประโยชน์ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดของคนที่คุ้นเคยกับสวัสดิการรูปแบบเดิม พนักงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องเข้าใจว่าสิทธิ์เดิมเปลี่ยนไปอย่างไร เลือกใช้อะไรได้บ้าง และเหตุใดองค์กรจึงตัดสินใจปรับระบบ Pepsi จึงให้ความสำคัญกับการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ทั้งการอธิบายรายละเอียด ตอบข้อสงสัย และอัปเดตข่าวสารผ่านแพลตฟอร์ม PepCare ซึ่งทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางให้พนักงานเข้าถึงและจัดการสวัสดิการของตัวเองได้</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การสื่อสารคือประเด็นที่ต้องใช้แรงและความพยายามเกินกว่าครึ่งของโครงการก็ว่าได้ครับ เพราะต่อให้ระบบออกแบบมาดีเพียงใด หากพนักงานไม่เข้าใจหรือไม่มั่นใจ ก็ยากที่จะเกิดการใช้งานจริง”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ Pepsi เปิดให้พนักงานเลือกสวัสดิการได้อย่างยืดหยุ่นตามความต้องการ ตั้งแต่สุขภาพ การนวด สปา ไปจนถึงการดูแลสัตว์เลี้ยง ซึ่งอาจครอบคลุมมากกว่าสุนัขและแมว เช่น สัตว์เลื้อยคลานอย่างอิกัวนา ความยืดหยุ่นนี้ทำให้พนักงานสามารถตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก แล้วนำสิทธิ์ไปใช้กับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของตัวเองมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคุณนรินทร์ Flexible Benefits ที่พร้อมรองรับอนาคตควรมีคุณสมบัติสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Simplicity</b><span style="font-weight: 400;"> ระบบต้องใช้งานง่ายทั้งสำหรับพนักงานและ HR เพื่อให้คนอยากเข้ามาใช้จริง </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Streamline</b><span style="font-weight: 400;"> เทคโนโลยีควรช่วยลดงานเอกสารและขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนผ่าน Automation เพื่อคืนเวลาให้ HR ไปทำงานที่สร้างคุณค่ามากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Understanding</b><span style="font-weight: 400;"> องค์กรต้องเข้าใจทั้งความต้องการของพนักงานและวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ เพราะสองเรื่องนี้จะเป็นตัวกำหนดว่า Flexible Benefits ควรมีหน้าตาอย่างไร และสิ่งนี้สำคัญที่สุด</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้วัดจากยอดใช้จ่ายของโครงการเพียงอย่างเดียว Pepsi ยังติดตามผลทางอ้อม เช่น สุขภาพของพนักงาน ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล และอัตราการลาออก แม้ค่าประกันและค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่เมื่อเพิ่มสิทธิ์ด้าน Preventive Care พนักงานเริ่มดูแลสุขภาพก่อนเกิดปัญหารุนแรง ทำให้การเคลมค่ารักษาพยาบาลบางประเภทลดลงจากอันดับหนึ่งมาอยู่ในอันดับรอง ๆ ขณะเดียวกัน </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/turnover-rate-240712/"><span style="font-weight: 400;">Turnover</span></a><span style="font-weight: 400;"> ขององค์กรก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สวัสดิการที่ดีจึงไม่จำเป็นต้องมีตัวเลือกมากที่สุด หากต้องช่วยให้พนักงานเลือกสิ่งที่มีความหมายกับชีวิต พร้อมสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อองค์กรในระยะยาว</span></p>
<h2><b>Discovering New Horizon: The Hidden Opportunity Beyond Safety Investment</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50686" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T151759.363.webp" alt="Mercer Thailand People Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer Thailand People Conference 2026 132" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T151759.363.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-16T151759.363-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราจะสู้กับเงินเฟ้อได้อย่างไร ถ้าเรามัวแต่ลงทุนในตราสารหนี้ไทย” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การวางแผนเกษียณล่วงหน้าอาจไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนที่ผ่านมา เพราะคนมีอายุยืนขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น และเงินก้อนที่ดูเหมือนเพียงพอในวันนี้อาจมีมูลค่าลดลงมากเมื่อถึงวันที่ต้องนำมาใช้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session นี้ คุณคุณ</span><b> วิน พรหมแพทย์ Executive Chairman จาก </b><a href="https://www.kasikornasset.com/kasset/th/Pages/homepage.aspx" target="_blank" rel="noopener"><b>Kasikorn Asset Management</b></a><span style="font-weight: 400;"> และคุณ</span><b>จุมพล สายมาลา CEO, Managing Director จาก </b><a href="https://www.principal.th/th" target="_blank" rel="noopener"><b>Principal Thailand</b></a><span style="font-weight: 400;"> มาร่วมพูดคุยว่า องค์กรควรช่วยให้พนักงานขยับจากการคิดว่า “ต้องออมเท่าไร” ไปสู่การวางแผนว่า “จะลงทุนอย่างไรให้มีเงินพอใช้ตลอดชีวิตหลังเกษียณ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะประเทศไทยยังมีอายุเกษียณราว 55 ปี เร็วกว่าหลายประเทศที่กำหนดไว้ตั้งแต่ 60-65 ปี ความเสี่ยงจึงครอบคลุมถึง Longevity Risk หรือภาวะที่เงินเกษียณหมดก่อนเจ้าของเงินสิ้นอายุขัยด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวินตั้งข้อสังเกตว่า </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/employee-welfare-fund-vs-provident-fund-250729/"><span style="font-weight: 400;">กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ</span></a><span style="font-weight: 400;">ของหลายองค์กรยังมีทางเลือกค่อนข้างจำกัด บางแห่งมีแผนให้พนักงานเลือกเพียงแผนเดียว และมักให้น้ำหนักกับตราสารหนี้ไทยระยะสั้นหรือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เพราะต้องการรักษาเงินต้นให้ปลอดภัย แนวทางนี้ช่วยลดความผันผวนในระยะสั้น แต่อาจทำให้เงินเติบโตไม่ทันเงินเฟ้อ โดยเฉพาะเมื่อการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ต่างประเทศ หรือสินทรัพย์ระดับโลกยังมีสัดส่วนค่อนข้างน้อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลที่วิทยากรหยิบมาพูดยังชี้ว่า คนจำนวนมากไม่มีเงินออมเพื่อเกษียณเลย ขณะที่อีกหลายคนมีเงินเก็บเพียงหลักแสน ซึ่งยากจะเพียงพอต่อการใช้ชีวิตหลังออกจากงานเป็นเวลานาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณจุมพลจึงเสนอว่า องค์กรควรขยับจากแนวคิด Saving for Retirement ไปสู่ Living in Retirement หรือการวางแผนว่าพนักงานจะใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างไร ความกังวลสำคัญมาจากเงินเฟ้อที่ค่อย ๆ ลดอำนาจซื้อของเงินก้อน ความรู้สึกว่าเงินที่ออมไว้เติบโตไม่ทันค่าใช้จ่าย และความไม่มั่นใจว่าจะมีเงินพอใช้จริงหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ HR มักเลือกแผนที่เน้นปกป้องเงินต้น เพราะไม่อยากให้เงินของพนักงานเสียหาย แต่การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั้งหมด การเพลย์เซฟเกินไปก็อาจสร้างความเสี่ยงอีกแบบขึ้นมา องค์กรจึงควรให้ความรู้ด้านการเงินควบคู่กับการเพิ่มทางเลือกในการลงทุน เพื่อให้พนักงานเข้าใจทั้งโอกาส ผลตอบแทน และความเสี่ยงของแต่ละแผน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในแนวทางที่ถูกเสนอคือ Target Date Fund หรือแผนการลงทุนที่ปรับสัดส่วนสินทรัพย์ตามช่วงวัยของพนักงาน คนที่ยังอายุน้อยและมีเวลาเก็บเงินอีกนานสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตสูงขึ้นได้ เมื่อเข้าใกล้วัยเกษียณ พอร์ตจะค่อย ๆ ลดความเสี่ยงและเพิ่มสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงมากขึ้นโดยอัตโนมัติ แนวคิดนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา และเหมาะกับพนักงานที่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกแผนใด เพราะช่วยทำให้การลงทุนใกล้เคียงกับเป้าหมายและช่วงชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ยาก หาก HR ยังมองกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นเพียงสวัสดิการพื้นฐาน เพราะ HR คือผู้ที่ต้องผลักดันทางเลือกใหม่ ให้ความรู้ และออกแบบระบบที่ช่วยให้พนักงานมีโอกาสใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมั่นคงจริง</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/mercer-thailand-people-conference-2026-260716/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Redeployment ย้ายตำแหน่ง หรือ Layoff แบบอ้อม ๆ ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/redeployment-or-layoff-260715/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/redeployment-or-layoff-260715/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Jul 2026 02:26:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Layoff]]></category>
		<category><![CDATA[Redeployment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50622</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT สภาสหภาพแรงงานแห่งชาติของประเทศสิงคโปร์เตือนว่า องค์กรไม่ควรใช้วิธีย้ายพนักงานไปทำตำแหน่งหรือบทบาทใหม่ (Redeployment) เพื่อหลีกเลี่ยงภาระและความรับผิดชอบจากกระบวนการเลิกจ้าง Redeployment ที่เหมาะสมควรรักษาความต่อเนื่องในการจ้างงาน อายุงาน เงื่อนไขการจ้าง และสิทธิประโยชน์เดิมของพนักงาน การย้ายพนักงานไปทำงานที่ไม่เหมาะกับทักษะ ไม่มีการฝึกอบรม หรือลดคุณค่าของตำแหน่ง อาจถูกมองว่าเป็นการบีบให้ลาออก HR ต้องอธิบายเหตุผลของการปรับโครงสร้าง เกณฑ์การเลือกพนักงาน เงื่อนไขของงานใหม่ และทางเลือกที่พนักงานมีให้ชัดเจน ความโปร่งใสช่วยลดความเสี่ยงทั้งด้านกฎหมาย แรงงานสัมพันธ์ Employer Brand และความไว้วางใจของคนที่ยังทำงานอยู่ เมื่อองค์กรแจ้งพนักงานว่า “เราจะย้ายคุณไปทำตำแหน่งใหม่” ประโยคเดียวกันนี้อาจสร้างความรู้สึกได้ 2 แบบ พนักงานบางคนอาจมองว่านี่คือโอกาสใหม่ องค์กรยังเห็นคุณค่าและต้องการให้เขาเติบโตต่อในบทบาทที่สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจมากขึ้น อีกกลุ่มอาจสงสัยว่า องค์กรไม่ต้องการเลิกจ้างอย่างเปิดเผย จึงเลือกย้ายเขาไปทำงานที่ไม่ถนัด ลดบทบาท หรือสร้างเงื่อนไขที่ทำให้ตัดสินใจลาออกเอง เส้นแบ่งระหว่างการให้โอกาสกับการผลักพนักงานออกจากองค์กรจึงค่อนข้างพร่าเลือน ต้องพิจารณาทั้งเหตุผลของการย้าย ความเหมาะสมของงานใหม่ สิทธิประโยชน์ที่พนักงานยังได้รับ และวิธีที่องค์กรสื่อสารตลอดกระบวนการ ประเด็นนี้กำลังได้รับความสนใจในสิงคโปร์ หลังสภาสหภาพแรงงานแห่งชาติของประเทศสิงคโปร์ หรือ National Trades Union Congress (NTUC) เรียกร้องให้นายจ้างเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างและการย้ายพนักงานให้ชัดเจนขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่าบางองค์กรอาจใช้การย้ายพนักงานไปทำตำแหน่งหรือบทบาทใหม่ (Redeployment) เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการเลิกจ้างจากตำแหน่งงานซ้ำซ้อน และการปรับโครงสร้างธุรกิจ ข่าวนี้ยังชวนให้นึกถึงข้อถกเถียงบนโลกออนไลน์ของไทยก่อนหน้านี้ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>สภาสหภาพแรงงานแห่งชาติของประเทศสิงคโปร์เตือนว่า องค์กรไม่ควรใช้วิธีย้ายพนักงานไปทำตำแหน่งหรือบทบาทใหม่ (Redeployment) เพื่อหลีกเลี่ยงภาระและความรับผิดชอบจากกระบวนการเลิกจ้าง</li>
<li>Redeployment ที่เหมาะสมควรรักษาความต่อเนื่องในการจ้างงาน อายุงาน เงื่อนไขการจ้าง และสิทธิประโยชน์เดิมของพนักงาน</li>
<li>การย้ายพนักงานไปทำงานที่ไม่เหมาะกับทักษะ ไม่มีการฝึกอบรม หรือลดคุณค่าของตำแหน่ง อาจถูกมองว่าเป็นการบีบให้ลาออก</li>
<li>HR ต้องอธิบายเหตุผลของการปรับโครงสร้าง เกณฑ์การเลือกพนักงาน เงื่อนไขของงานใหม่ และทางเลือกที่พนักงานมีให้ชัดเจน</li>
<li>ความโปร่งใสช่วยลดความเสี่ยงทั้งด้านกฎหมาย แรงงานสัมพันธ์ Employer Brand และความไว้วางใจของคนที่ยังทำงานอยู่</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50626" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-14T151109.359.webp" alt="redeployment-or-layoff" width="600" height="370" title="Redeployment ย้ายตำแหน่ง หรือ Layoff แบบอ้อม ๆ ? 137" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-14T151109.359.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-14T151109.359-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อองค์กรแจ้งพนักงานว่า “เราจะย้ายคุณไปทำตำแหน่งใหม่” ประโยคเดียวกันนี้อาจสร้างความรู้สึกได้ 2 แบบ</p>
<ol>
<li>พนักงานบางคนอาจมองว่านี่คือโอกาสใหม่ องค์กรยังเห็นคุณค่าและต้องการให้เขาเติบโตต่อในบทบาทที่สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจมากขึ้น</li>
<li>อีกกลุ่มอาจสงสัยว่า องค์กรไม่ต้องการเลิกจ้างอย่างเปิดเผย จึงเลือกย้ายเขาไปทำงานที่ไม่ถนัด ลดบทบาท หรือสร้างเงื่อนไขที่ทำให้ตัดสินใจลาออกเอง</li>
</ol>
<p>เส้นแบ่งระหว่างการให้โอกาสกับการผลักพนักงานออกจากองค์กรจึงค่อนข้างพร่าเลือน ต้องพิจารณาทั้งเหตุผลของการย้าย ความเหมาะสมของงานใหม่ สิทธิประโยชน์ที่พนักงานยังได้รับ และวิธีที่องค์กรสื่อสารตลอดกระบวนการ</p>
<p>ประเด็นนี้กำลังได้รับความสนใจในสิงคโปร์ หลัง<a href="https://www.ntuc.org.sg/uportal/news/Redeployment-or-retrenchment-How-to-tell-when-restructuring-crosses-the-line/?utm_source=chatgpt.com" target="_blank" rel="noopener">สภาสหภาพแรงงานแห่งชาติของประเทศสิงคโปร์ หรือ National Trades Union Congress (NTUC)</a> เรียกร้องให้นายจ้างเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างและการย้ายพนักงานให้ชัดเจนขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่า<strong>บางองค์กรอาจใช้การย้ายพนักงานไปทำตำแหน่งหรือบทบาทใหม่ (Redeployment) เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการเลิกจ้างจากตำแหน่งงานซ้ำซ้อน และการปรับโครงสร้างธุรกิจ</strong></p>
<p>ข่าวนี้ยังชวนให้นึกถึงข้อถกเถียงบนโลกออนไลน์ของไทยก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับกรณีพนักงานสายเทคถูกย้ายไปทำตำแหน่งอื่นว่า นี่คือการเปิดโอกาสให้ทำงานต่อ หรือเป็นการบีบให้ลาออกกันแน่</p>
<p>หากเป้าหมายที่แท้จริงคือทำให้พนักงานทนไม่ไหวและลาออกเอง ผลกระทบอาจรุนแรงกว่าการเลิกจ้างอย่างตรงไปตรงมาเสียอีก เพราะพนักงานต้องอยู่กับความไม่แน่นอน ถูกตั้งคำถามถึงความสามารถ และอาจเสียสิทธิที่ควรได้รับจากการสิ้นสุดการจ้างงานอย่างถูกต้อง</p>

<h2>AI ทำให้การปรับโครงสร้างเกิดขึ้นใกล้ตัวพนักงานมากขึ้น</h2>
<p>ที่ผ่านมา การปรับโครงสร้างองค์กรมักเกิดขึ้นจากเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ลดลง การควบรวมกิจการ หรือความจำเป็นในการควบคุมต้นทุน แต่ปัจจุบัน AI และ Automation เข้ามาเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้องค์กรต้องกลับมาทบทวนรูปแบบงานและจำนวนคน</p>
<p>บางตำแหน่งมีขอบเขตงานลดลง เพราะ AI สามารถช่วยจัดการงานซ้ำ ๆ ได้มากขึ้น บางทีมต้องเปลี่ยนหน้าที่เมื่อองค์กรนำระบบอัตโนมัติมาใช้มากขึ้น ขณะที่หลายองค์กรยังไม่ลดคนทันที แต่เริ่มหยุดรับพนักงานใหม่ ปรับ Job Description รวมตำแหน่งที่มีงานทับซ้อน หรือย้ายพนักงานจากงานเดิมไปทำงานประเภทใหม่</p>
<p>Reuters รายงานว่าบริษัทหลายแห่งกำลังลดตำแหน่งงาน พร้อมโยกเงินลงทุนไปยังโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรด้าน AI ส่วน Starling Bank ของอังกฤษประกาศลดงานประมาณ 130 ตำแหน่ง ควบคู่กับการเพิ่มการลงทุนด้าน AI เพื่อลดต้นทุนและจัดการกับงานที่ซ้ำซ้อน</p>
<p>AI อาจไม่ได้นำไปสู่การ Layoff ทันทีเสมอไป แต่ทำให้องค์กรต้องตอบคำถามให้ได้ว่า งานใดยังต้องใช้คน งานใดควรออกแบบใหม่ และพนักงานกลุ่มใดสามารถ Reskill หรือย้ายไปทำบทบาทอื่นได้ก่อนที่จะเลือกวิธีเลิกจ้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50625" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/man-with-box-head-scaled.webp" alt="redeployment-or-layoff" width="600" height="401" title="Redeployment ย้ายตำแหน่ง หรือ Layoff แบบอ้อม ๆ ? 138" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/man-with-box-head-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/man-with-box-head-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/man-with-box-head-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/man-with-box-head-768x513.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/man-with-box-head-1536x1025.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/man-with-box-head-2048x1367.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>Redeployment ควรรักษาคน แม้งานเดิมจะรักษาไว้ไม่ได้</h2>
<p>หลักคิดของการโยกย้ายตำแหน่ง หรือ Redeployment คือการพยายามรักษาการจ้างงานไว้ แม้ว่าตำแหน่งเดิมของพนักงานอาจหมดความจำเป็นแล้ว</p>
<p>องค์กรอาจย้ายพนักงานไปยังหน่วยงานอื่น ออกแบบหน้าที่ใหม่ หรือฝึกทักษะเพิ่มเติมเพื่อให้พนักงานสามารถทำงานที่ธุรกิจยังต้องการได้ แนวทางนี้ช่วยรักษาความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่ในองค์กร ลดต้นทุนการสรรหาคนใหม่ และลดผลกระทบที่เกิดกับชีวิตของพนักงาน</p>
<p>กระทรวงแรงงานสิงคโปร์ระบุว่า การเลิกจ้างเนื่องจากตำแหน่งงานหมดความจำเป็นหรือมีงานซ้ำซ้อน (Redundancy) รวมถึงการเลิกจ้างจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ (Reorganisation) ต้องดำเนินการอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม โดยนายจ้างควรพิจารณาทางเลือกอื่นก่อน พร้อมช่วยเหลือพนักงานในการหางานใหม่หรือเข้าถึงบริการ Outplacement เมื่อหลีกเลี่ยงการเลิกจ้างไม่ได้</p>
<p>NTUC อธิบายว่า Redeployment ที่เหมาะสมไม่ควรเป็นการย้ายพนักงานจากตำแหน่งหนึ่งไปอีกตำแหน่งอย่างฉับพลัน แต่องค์กรควรประเมินล่วงหน้าว่างานใดมีแนวโน้มหมดความจำเป็น พนักงานคนใดสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ และตำแหน่งใดมีความเหมาะสมกับประสบการณ์ของเขา</p>
<p>พนักงานจึงควรได้รับเวลาปรับตัว การฝึกอบรม และการสนับสนุนที่เพียงพอ ที่สำคัญคือความสัมพันธ์ในการจ้างงานต้องดำเนินต่อ อายุงานยังนับต่อ และสิทธิประโยชน์ที่สะสมไว้ไม่ควรหายไปเพราะการย้ายตำแหน่ง</p>
<p>Redeployment อาจฟังดูเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการเลิกจ้าง แต่ปัญหาจะเริ่มขึ้นเมื่อองค์กรดำเนินการในลักษณะที่ทำให้พนักงานเสียเปรียบ เช่น ย้ายไปทำงานที่ไม่สัมพันธ์กับทักษะ ลดระดับตำแหน่ง เปลี่ยนรายได้หรือสวัสดิการให้แย่ลง หรือให้ลาออกจากบริษัทเดิมแล้วสมัครเข้าทำงานกับบริษัทในเครือใหม่ โดยไม่นับอายุงานต่อ</p>
<p>อีกกรณีหนึ่งคือองค์กรสร้างตำแหน่งใหม่ขึ้นมา แต่ไม่มีการฝึกอบรม ไม่มีผู้ดูแล และไม่มีเส้นทางเติบโตที่ชัดเจน พนักงานจึงแทบไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จในบทบาทนั้น</p>
<p>เมื่อการย้ายงานถูกออกแบบให้พนักงานล้มเหลวตั้งแต่ต้น การย้ายตำแหน่งลักษณะนี้จึงอาจกลายเป็น Layoff แบบอ้อม ๆ ได้</p>
<p>สำหรับองค์กรไทย การย้ายตำแหน่งยังต้องพิจารณาจากสัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี โดยเฉพาะเมื่อบทบาทใหม่ทำให้รายได้ สวัสดิการ ระดับงาน สถานที่ทำงาน หรือเวลาทำงานเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ HR จึงควรตรวจสอบทั้งด้านกฎหมายและความเป็นธรรมก่อนดำเนินการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50627" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/images-3.webp" alt="redeployment-or-layoff" width="597" height="335" title="Redeployment ย้ายตำแหน่ง หรือ Layoff แบบอ้อม ๆ ? 139" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/images-3.webp 597w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/images-3-300x168.webp 300w" sizes="(max-width: 597px) 100vw, 597px" /></p>
<h2>สิ่งที่พนักงานกลัวที่สุดคือความไม่ชัดเจน</h2>
<p>ช่วงเวลาของการปรับโครงสร้างเต็มไปด้วยคำถามและข่าวลือ ตั้งแต่ตำแหน่งเดิมจะถูกยุบหรือไม่ งานใหม่มีหน้าที่อะไร งานใหม่มีหน้าที่อะไร เงินเดือนและสวัสดิการจะเปลี่ยนหรือเปล่า อายุงานยังนับต่อไหม ต้องเซ็นสัญญาใหม่หรือไม่ ถ้าปฏิเสธตำแหน่งใหม่จะถือว่าลาออกเองหรือถูกเลิกจ้าง และองค์กรใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกพนักงานแต่ละคน</p>
<p>เมื่อองค์กรไม่ตอบคำถามเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมา พนักงานย่อมพยายามหาคำอธิบายด้วยตัวเอง ข่าวลือจึงยิ่งเกิดขึ้นได้ง่าย และความกังวลจะกระจายไปถึงคนที่ไม่ได้ถูกย้ายตำแหน่งด้วย</p>
<p>พนักงานที่ยังอยู่จะเริ่มประเมินว่า หากวันหนึ่งงานของตัวเองได้รับผลกระทบจาก AI องค์กรจะดูแลเขาด้วยวิธีเดียวกันหรือไม่</p>
<p>การปรับโครงสร้างจึงเกี่ยวข้องกับการจัดการความไว้วางใจพอ ๆ กับการจัดการจำนวนคน เพราะต่อให้องค์กรสามารถลดต้นทุนได้ตามเป้าหมาย แต่หากคนที่เหลือไม่กล้าเสนอความคิดเห็น ไม่มั่นใจในอนาคต และเริ่มมองหางานใหม่ ผลเสียก็อาจตามมาในภายหลัง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44850" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-11T141604.831.webp" alt="4 กฎหมายแรงงานที่ HR ควรรู้ หากต้องการเลิกจ้างอย่างเป็นธรรม" width="600" height="370" title="Redeployment ย้ายตำแหน่ง หรือ Layoff แบบอ้อม ๆ ? 140" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-11T141604.831.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-11T141604.831-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/4-labour-law-for-hr-250421/">4 กฎหมายแรงงานที่ HR ควรรู้ หากต้องการเลิกจ้างอย่างเป็นธรรม</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>HR ต้องเปิดเผยอะไรระหว่างการปรับโครงสร้าง</h2>
<p>ความโปร่งใสไม่ได้หมายความว่าองค์กรต้องเปิดเผยข้อมูลทางธุรกิจทุกอย่าง พนักงานควรได้รับข้อมูลเพียงพอที่จะเข้าใจว่าเหตุใดตำแหน่งเดิมจึงได้รับผลกระทบ เหตุใดเขาจึงถูกเลือกให้ย้ายไปทำงานใหม่ เงื่อนไขการจ้างส่วนใดจะเปลี่ยน และเขามีทางเลือกอะไรบ้าง</p>
<p>หาก AI หรือระบบอัตโนมัติเป็นเหตุผลของการปรับโครงสร้าง องค์กรควรอธิบายว่างานส่วนใดเปลี่ยนไป และเหตุใดบทบาทใหม่จึงเหมาะกับพนักงานคนนั้น พร้อมระบุเรื่องการฝึกอบรม ระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน และช่องทางขอคำปรึกษาหรือทบทวนการตัดสินใจให้ชัดเจน</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3>Checklist สำหรับ HR ก่อน Redeployment</h3>
<p>ก่อนตัดสินใจย้ายพนักงานจากตำแหน่งเดิม HR ควรตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้</p>
<ul style="list-style-type: circle;">
<li>ตำแหน่งเดิมหมดความจำเป็นจริง หรือองค์กรเพียงต้องการลดจำนวนคน</li>
<li>มีข้อมูลและเหตุผลทางธุรกิจรองรับการปรับโครงสร้างหรือไม่</li>
<li>งานใหม่สัมพันธ์กับทักษะ ประสบการณ์ หรือศักยภาพของพนักงานเพียงใด</li>
<li>พนักงานมีโอกาสประสบความสำเร็จในบทบาทใหม่จริงหรือไม่</li>
<li>เงินเดือน รายได้รวม สวัสดิการ อายุงาน และสิทธิเดิมยังคงอยู่หรือเปล่า</li>
<li>หากเงื่อนไขเปลี่ยน พนักงานได้รับข้อมูลครบและให้ความยินยอมอย่างชัดเจนหรือไม่</li>
<li>มี <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/210930-training-roadmap/">Training</a>, <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/coaching-230817/">Coaching</a> หรือ Transition Support เพียงพอหรือเปล่า</li>
<li>เกณฑ์การเลือกพนักงานสามารถอธิบายและตรวจสอบได้หรือไม่</li>
<li>พนักงานมีช่องทางถาม ขอคำปรึกษา หรือทบทวนการตัดสินใจหรือเปล่า</li>
<li>หากเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ องค์กรยังสามารถอธิบายเหตุผลได้อย่างชัดเจนหรือไม่</li>
</ul>
<p>คำถามข้อสุดท้ายมีความสำคัญมาก เพราะประสบการณ์ของพนักงานไม่ได้หยุดอยู่ในห้องประชุมกับ HR อีกต่อไป การปรับโครงสร้างที่ขาดความโปร่งใสสามารถกลายเป็นประเด็นด้านชื่อเสียงได้อย่างรวดเร็ว และอาจทำให้ผู้สมัคร ลูกค้า รวมถึงพนักงานปัจจุบันกลับมาประเมินความน่าเชื่อถือขององค์กรใหม่</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>เมื่อ AI ทำให้องค์กรปรับโครงสร้างได้เร็วขึ้น เส้นแบ่งระหว่าง “การรักษาคน” กับ “การผลักคนออก” อาจยิ่งมองเห็นยากกว่าเดิม คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่าองค์กรเลือกใช้คำว่า Redeployment หรือ Layoff แต่พนักงานยังมีอำนาจต่อรอง มีเวลาตัดสินใจ และมีสิทธิถามเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงมากเพียงใด</p>
<p>ต่อไปองค์กรอาจต้องกลับมาคิดด้วยว่า ความสำเร็จของการปรับโครงสร้างควรวัดจากอะไร หากลดต้นทุนได้ตามเป้า แต่พนักงานที่เหลือไม่กล้าพูด ไม่ไว้ใจผู้บริหาร และเริ่มมองหาทางออกใหม่ กระบวนการนั้นยังถือว่าประสบความสำเร็จอยู่หรือไม่</p>
<p>ในวันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนงานได้เร็วกว่าที่คนจะตั้งตัวทัน องค์กรจะเลือกมองพนักงานเป็นต้นทุนที่ต้องจัดการ หรือเป็นคนที่ควรได้รับโอกาสในการเปลี่ยนผ่านไปพร้อมกัน คำตอบของคำถามนี้อาจเป็นสิ่งที่กำหนดว่า หลังการปรับโครงสร้าง องค์กรจะเหลือเพียงคนทำงาน หรือยังเหลือคนที่เชื่อใจและอยากเติบโตไปด้วยกัน</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/8">หากองค์กรของคุณต้องการให้การย้ายพนักงานไปสู่บทบาทใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น มาค้นหาผู้ให้บริการด้าน Learning &amp; Development ที่เหมาะกับองค์กรได้ผ่าน HREX ได้เลยที่นี่</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources</strong></p>
<ul style="list-style-type: disc;">
<li><a href="https://www.ntuc.org.sg/uportal/news/Redeployment-or-retrenchment-How-to-tell-when-restructuring-crosses-the-line/" target="_blank" rel="noopener">NTUC</a></li>
<li><a href="https://www.mom.gov.sg/employment-practices/retrenchment/responsible-retrenchment" target="_blank" rel="noopener">Ministry of Manpower Singapore</a></li>
<li><a href="https://hrforwardasia.com/ntuc-calls-for-greater-transparency-in-redeployment-as-ai-driven-restructuring-intensifies" target="_blank" rel="noopener">HR Forward Asia</a></li>
<li><a href="https://www.reuters.com/business/world-at-work/companies-cutting-jobs-investments-shift-toward-ai-2026-07-06" target="_blank" rel="noopener">Reuters</a></li>
<li><a href="https://www.theguardian.com/business/2026/jul/03/starling-bank-cuts-130-jobs-boosts-ai-investment" target="_blank" rel="noopener">The Guardian</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/redeployment-or-layoff-260715/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยิ่ง AI เก่งงาน เด็กจบใหม่ต้องเก่งเกินมาตรฐาน AI !</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/new-grad-ai-standard-260713/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/new-grad-ai-standard-260713/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Jul 2026 06:52:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กจบใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50609</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT AI ทำให้งาน Entry-level เปลี่ยนจากงานพื้นฐานไปสู่งานที่ต้องใช้ Judgment มากขึ้น PwC พบว่า Junior Roles ที่โดน AI กระทบสูง มีแนวโน้มต้องการทักษะแบบ Senior มากขึ้นถึง 7 เท่า ทักษะอย่าง Leadership, Strategic Thinking, Creativity และ Stakeholder Management เริ่มถูกคาดหวังตั้งแต่ช่วงต้นของการทำงาน Graduate Recruitment แบบเดิมอาจไม่พอ หากยังวัดแค่เกรด มหาวิทยาลัย หรือประสบการณ์ฝึกงาน HR ต้องออกแบบ Early Career Pathway ใหม่ ให้เด็กจบใหม่เติบโตเร็วขึ้น แต่ไม่ถูกคาดหวังเกินจริง ตำแหน่ง Entry-level หรือเด็กจบใหม่ในอดีต อาจพอมีพื้นที่สำหรับการเริ่มต้น การเรียนรู้ และการปรับตัวเข้าหาสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ได้เรียนรู้งานพื้นฐาน ฝึกทำงานซ้ำ ๆ เข้าใจระบบ เข้าใจลูกค้า เข้าใจทีม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>AI ทำให้งาน Entry-level เปลี่ยนจากงานพื้นฐานไปสู่งานที่ต้องใช้ Judgment มากขึ้น</li>
<li>PwC พบว่า Junior Roles ที่โดน AI กระทบสูง มีแนวโน้มต้องการทักษะแบบ Senior มากขึ้นถึง 7 เท่า</li>
<li>ทักษะอย่าง Leadership, Strategic Thinking, Creativity และ Stakeholder Management เริ่มถูกคาดหวังตั้งแต่ช่วงต้นของการทำงาน</li>
<li>Graduate Recruitment แบบเดิมอาจไม่พอ หากยังวัดแค่เกรด มหาวิทยาลัย หรือประสบการณ์ฝึกงาน</li>
<li>HR ต้องออกแบบ Early Career Pathway ใหม่ ให้เด็กจบใหม่เติบโตเร็วขึ้น แต่ไม่ถูกคาดหวังเกินจริง</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50612" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-13T101307.831.webp" alt="new-grad-ai-standard" width="600" height="370" title="ยิ่ง AI เก่งงาน เด็กจบใหม่ต้องเก่งเกินมาตรฐาน AI ! 143" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-13T101307.831.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-13T101307.831-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ตำแหน่ง Entry-level หรือเด็กจบใหม่ในอดีต อาจพอมีพื้นที่สำหรับการเริ่มต้น การเรียนรู้ และการปรับตัวเข้าหาสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ได้เรียนรู้งานพื้นฐาน ฝึกทำงานซ้ำ ๆ เข้าใจระบบ เข้าใจลูกค้า เข้าใจทีม แล้วค่อย ๆ เติบโตไปสู่บทบาทที่ซับซ้อนขึ้น</p>
<p>แต่เมื่อ AI เริ่มเข้ามาช่วยทำงานพื้นฐานได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเด็กจบใหม่จะเริ่มต้นจากตรงไหน ?</p>
<p>ล่าสุด <a href="https://www.pwc.com/gx/en/services/ai/ai-jobs-barometer.html" target="_blank" rel="noopener">PwC 2026 Global AI Jobs Barometer</a> วิเคราะห์ประกาศงาน Entry-level ประมาณ 2.4 ล้านตำแหน่งในสหรัฐฯ พบว่างานระดับเริ่มต้นที่ได้รับผลกระทบจาก AI สูง มีแนวโน้มต้องการทักษะที่เดิมมักพบในตำแหน่งระดับ Senior มากกว่างานที่ได้รับผลกระทบน้อยถึง 7 เท่าและพบว่า AI กำลังทำให้ตลาดแรงงานแยกออกเป็น 2 ทาง ได้แก่</p>
<ol>
<li>กลุ่มงานที่ AI ทำให้งานง่ายขึ้น คนจำนวนมากเข้าถึงงานได้มากขึ้น</li>
<li>กลุ่มงานที่ AI ทำให้งาน “ยากขึ้น” ในเชิงความคาดหวัง เพราะงานพื้นฐานถูกลดบทบาทลง และมนุษย์ถูกดันให้ไปทำงานที่ต้องใช้วิจารณญาณ ความคิดสร้างสรรค์ ภาวะผู้นำ และการตัดสินใจมากขึ้น</li>
</ol>
<p>สิ่งที่น่าจับตาคือ ตำแหน่ง Junior ที่โดน AI กระทบสูง มีแนวโน้มต้องการทักษะระดับ Senior มากกว่างานที่โดน AI กระทบน้อยถึง 7 เท่า</p>
<p>นี่อาจเป็นสัญญาณว่า เด็กจบใหม่ในยุค AI อาจไม่ได้ถูกจ้างมาเพื่อทำงานพื้นฐานเหมือนเดิมอีกต่อไป</p>

<h2>AI กำลังบีบให้เด็กจบใหม่ต้องเก่งขึ้นตั้งแต่วันแรก</h2>
<p>คำว่า Entry-level เคยหมายถึงงานสำหรับคนที่ยังไม่มีประสบการณ์มากนัก</p>
<p>แต่ในโลกที่ AI ช่วยเขียน สรุป วิเคราะห์ ค้นข้อมูล ทำรายงาน หรือเตรียมเอกสารเบื้องต้นได้ งานพื้นฐานที่เคยเป็นสนามฝึกของพนักงานใหม่อาจลดลง</p>
<p>ผลคือองค์กรเริ่มคาดหวังให้คนใหม่ทำงานที่มีมูลค่าสูงขึ้นเร็วกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ทำตามขั้นตอน แต่ต้องเข้าใจโจทย์ ตั้งคำถามกับข้อมูล ตรวจสอบคำตอบ เลือกใช้ AI อย่างเหมาะสม สื่อสารกับ Stakeholder และตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์</p>
<p>PwC เรียกสิ่งนี้ว่า AI กำลังเปลี่ยน Early Career Roles ให้ต้องการทักษะที่เคยอยู่ในระดับ Mid-level หรือ Senior มากขึ้น</p>
<h2>เมื่อ AI ทำงานพื้นฐานแทน แล้วเด็กจบใหม่จะสะสมประสบการณ์อย่างไร ?</h2>
<p>ประเด็นนี้ไม่ควรถูกตีความง่าย ๆ ว่า เด็กจบใหม่ต้องเก่งขึ้นเท่านั้น เพราะปัญหาที่ลึกกว่านั้นคือ ถ้าองค์กรใช้ AI แทนงานพื้นฐานมากขึ้น เด็กจบใหม่จะยังมีพื้นที่ฝึกฝนทักษะพื้นฐานอยู่หรือไม่</p>
<p>ในอดีต งานที่ดูเล็ก เช่น สรุปรายงาน ทำ Research จัดข้อมูล เขียน Draft แรก หรือเตรียมเอกสารประชุม อาจเป็นงานที่ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าใจธุรกิจ</p>
<p>แม้งานเหล่านี้จะไม่ได้ซับซ้อนมาก แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้คนเรียนรู้ว่าอะไรคือข้อมูลที่ดี อะไรคือ Insight ที่ใช้ได้จริง และงานที่ดีต้องผ่านการคิดแบบไหน</p>
<p>ถ้า AI เข้ามาทำงานเหล่านี้เร็วเกินไป โดยไม่มีระบบสอน คนรุ่นใหม่อาจถูกข้ามขั้น</p>
<p>องค์กรอาจคาดหวังให้เขาตัดสินใจได้ดี ทั้งที่ยังไม่เคยผ่านประสบการณ์สะสมที่ทำให้ตัดสินใจได้ดี นี่คือโจทย์ใหม่ของ Talent Development ไม่ใช่แค่จะสอนพนักงานใช้ AI อย่างไร แต่ต้องออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ใหม่ เมื่อบันไดขั้นแรกของการทำงานเริ่มเปลี่ยนไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50613" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/shutterstock_1149348212-scaled.webp" alt="new-grad-ai-standard" width="600" height="400" title="ยิ่ง AI เก่งงาน เด็กจบใหม่ต้องเก่งเกินมาตรฐาน AI ! 144" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/shutterstock_1149348212-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/shutterstock_1149348212-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/shutterstock_1149348212-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/shutterstock_1149348212-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/shutterstock_1149348212-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/shutterstock_1149348212-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>โจทย์ใหม่ของ Graduate Recruitment ต้องหาเด็กจบใหม่ที่ปรับตัวและพัฒนาเร็ว</h2>
<p>สำหรับ HR ข่าวนี้มีผลโดยตรงต่อการสรรหาและคัดเลือกผู้สมัครที่เพิ่งจบการศึกษา (Graduate Recruitment)</p>
<p>เพราะการคัดเลือกเด็กจบใหม่แบบเดิมที่ดูจากมหาวิทยาลัย เกรด กิจกรรม ฝึกงาน หรือคำตอบสัมภาษณ์อาจยังสำคัญ แต่ไม่พอแล้ว องค์กรไม่ได้ต้องการแค่คนที่เริ่มต้นได้ แต่ต้องการคนที่เรียนรู้เร็ว ปรับตัวเร็ว และยกระดับตัวเองเร็วในสภาพแวดล้อมที่ AI เปลี่ยนวิธีทำงานตลอดเวลา</p>
<p>สิ่งที่ควรวัดมากขึ้นคือ Learning Velocity หรือการวัดว่าผู้สมัครเรียนรู้เครื่องมือใหม่ได้เร็วแค่ไหน เข้าใจโจทย์ที่ไม่ชัดเจนได้หรือไม่ ใช้ AI ช่วยคิดโดยไม่ปล่อยให้ AI คิดแทนได้ไหม รับ Feedback แล้วปรับวิธีทำงานได้เร็วแค่ไหน สื่อสารเหตุผลของการตัดสินใจได้หรือไม่ และมีความรับผิดชอบต่อ Output ที่ตัวเองส่งออกไปแค่ไหน</p>
<p>นี่คือทักษะที่อาจสำคัญกว่า “เคยใช้ AI Tool อะไรบ้าง ?”</p>
<h2>Skills-based Hiring จะสำคัญขึ้นกว่าเดิม</h2>
<p>เมื่อ AI ทำให้งานเปลี่ยนเร็ว Job Description แบบเดิมอาจล้าหลังเร็วกว่าที่คิด</p>
<p>ตำแหน่ง Entry-level ที่เคยระบุว่า สามารถทำเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น และประสานงานได้ อาจต้องเขียนใหม่ให้ชัดขึ้นว่า งานนี้ต้องใช้ทักษะอะไรจริง ๆ ตั้งแต่วันแรก เช่น</p>
<ul>
<li><strong>คิดเป็น</strong> ตั้งโจทย์ได้ แยกปัญหาออก วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น และตัดสินใจอย่างมีเหตุผล</li>
<li><strong>ใช้ AI เป็น</strong> เข้าใจว่า AI ช่วยงานตรงไหนได้บ้าง รู้จักตรวจสอบคำตอบ และปรับตัวกับเครื่องมือใหม่</li>
<li><strong>ทำงานกับคนเป็น</strong> สื่อสารชัด ประสานงานได้ เข้าใจผู้เกี่ยวข้อง และรู้ว่าต้องคุยกับใครเพื่อให้งานเดินต่อ</li>
<li><strong>คิดต่อยอดเป็น</strong> ไม่ใช่แค่ทำตามคำสั่ง แต่ช่วยเสนอไอเดีย มองเห็นทางเลือก และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับงาน</li>
</ul>
<p>ความท้าทายคือ HR ต้องแยกให้ออกว่า ทักษะไหนจำเป็นตั้งแต่วันแรก และทักษะไหนองค์กรควรสร้างให้หลังจากเข้ามาทำงาน</p>
<p>เพราะถ้า JD เรียกร้องทุกอย่างมากเกินไป ตำแหน่ง Entry-level อาจกลายเป็นตำแหน่ง Senior ราคาถูก</p>
<p>แต่ถ้าไม่ปรับอะไรเลย องค์กรก็อาจได้คนที่ไม่พร้อมกับวิธีทำงานใหม่</p>
<h2>แล้ว HR ควรทำอะไรต่อ ?</h2>
<p>สิ่งแรกที่ HR ควรทำคือกลับมาทบทวนบทบาทงานระดับเริ่มต้นใหม่ ว่างานพื้นฐานส่วนใดถูก AI ช่วยทำไปแล้ว และงานส่วนใดควรเก็บไว้ให้พนักงานใหม่ได้ลองทำด้วยตัวเอง เพราะแม้งานบางอย่างจะใช้ AI ลดเวลาได้มาก แต่งานเหล่านั้นอาจยังมีคุณค่าในฐานะพื้นที่ฝึกคิด ฝึกวิเคราะห์ และทำความเข้าใจธุรกิจ</p>
<p>กระบวนการรับสมัครเด็กจบใหม่ก็ควรปรับตามไปด้วย จากเดิมที่ดูเกรด ประสบการณ์ หรือคำตอบในการสัมภาษณ์ องค์กรอาจเพิ่ม Work Simulation หรือ Case Study ที่เปิดให้ผู้สมัครใช้ AI แก้โจทย์จริง เพื่อดูว่าเขาตั้งคำถามอย่างไร ตรวจสอบคำตอบแบบไหน และตัดสินใจจากข้อมูลที่ได้อย่างไร สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่วิธีคิด มากกว่าคำตอบสุดท้ายเพียงอย่างเดียว</p>
<p>เมื่อรับคนเข้ามาแล้ว การ <a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/onboarding-manual-03122021/">Onboarding</a> ควรช่วยให้เด็กจบใหม่พัฒนาทั้งทักษะการใช้ AI และทักษะที่ต้องอาศัยมนุษย์ เช่น การสื่อสาร การคิดเชิงวิพากษ์ การตัดสินใจ และความรับผิดชอบต่องาน เพราะการใช้เครื่องมือได้เก่งไม่ได้หมายความว่าจะเข้าใจบริบทของงานหรือเลือกใช้ข้อมูลได้เหมาะสมเสมอไป</p>
<p>ระบบ Mentorship ก็ต้องชัดเจนขึ้นเช่นกัน หากองค์กรคาดหวังให้พนักงานใหม่ตัดสินใจได้เร็วขึ้น ก็ควรมีคนคอยให้คำแนะนำ ช่วยทบทวนวิธีคิด และเปิดพื้นที่ให้เรียนรู้จากความผิดพลาด การเร่งให้คนใหม่รับผิดชอบงานที่ยากขึ้น โดยไม่มีระบบสนับสนุน อาจทำให้เขาเผชิญแรงกดดันก่อนที่จะมีประสบการณ์มากพอ</p>
<p>สุดท้าย HR ควรทำ Skills Mapping สำหรับพนักงานช่วงเริ่มต้นอาชีพ เพื่อดูว่าแต่ละคนมีพื้นฐาน จุดแข็ง และช่องว่างด้านทักษะต่างกันอย่างไร แล้วจึงออกแบบเส้นทางการพัฒนาให้เหมาะกับแต่ละกลุ่ม แทนการส่งทุกคนเข้าอบรมหลักสูตรเดียวกัน เพราะเมื่อเส้นทางการเติบโตของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป ระบบพัฒนาคนขององค์กรก็ต้องเปลี่ยนตาม</p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>AI อาจไม่ได้ทำให้เด็กจบใหม่หมดโอกาสเสมอไป แต่กำลังเปลี่ยนความหมายของการเป็นเด็กจบใหม่</p>
<p>จากเดิมที่องค์กรจ้างคนเข้ามาเรียนรู้งานพื้นฐานก่อน แล้วค่อยเติบโตไปสู่บทบาทที่ใช้ความคิดซับซ้อน วันนี้ AI อาจทำให้งานพื้นฐานบางส่วนหายไปเร็วขึ้น และทำให้คนรุ่นใหม่ต้องมีทักษะด้านการตัดสินใจ ความคิดสร้างสรรค์ เก่งการสื่อสาร และมีภาวะผู้นำที่สูงขึ้น เร็วขึ้นกว่าที่เคย</p>
<p>โจทย์ของ HR จึงไม่ใช่แค่การถามว่า “เด็กจบใหม่พร้อมใช้ AI หรือยัง” แต่ต้องถามว่า “องค์กรพร้อมสร้างเด็กจบใหม่ให้โตในยุค AI หรือยัง”</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/8">หากองค์กรของคุณกำลังมองหา HR Solution ด้านการพัฒนาคน พัฒนาเด็กจบใหม่ให้เก่งเกินเด็กจบใหม่ ด้วย Skills Assessment, Talent Development และ AI Literacy Training เป็นต้น</a> <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/8">สามารถค้นหาผ่านแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services ของ HREX ได้เลยที่นี่</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/new-grad-ai-standard-260713/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากห้องเรียนเตรียมพร้อมสู่โลกงาน: CU RANGERS Presented by TOA เวทีที่ HR ควรมองหา Talent รุ่นใหม่</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/partner-content/cu-rangers-presented-by-toa-260710/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/partner-content/cu-rangers-presented-by-toa-260710/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jul 2026 11:01:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Partner Content]]></category>
		<category><![CDATA[CU Rangers]]></category>
		<category><![CDATA[TOA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50555</guid>

					<description><![CDATA[ในปี 2569 ประเทศไทยกำลังจะมีคนรุ่นใหม่จำนวนมากก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยกรมการจัดหางานประมาณการว่า จะมีผู้เข้าสู่ตลาดแรงงานรวม 528,777 คน และมากกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 297,654 คน เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ตัวเลขนี้บอกกับองค์กรและคนทำงาน HR อย่างชัดเจนว่า “เด็กจบใหม่” ไม่ใช่เพียงกลุ่มแรงงานหน้าใหม่ในตลาด แต่จะเป็นกำลังสำคัญที่องค์กรต้องมองเห็น เข้าใจ และดึงศักยภาพออกมาให้ได้เร็วพอ อย่างไรก็ตาม การมองคนรุ่นใหม่ผ่านชื่อมหาวิทยาลัย เกรดเฉลี่ย หรือเรซูเม่เพียงอย่างเดียว อาจยังไม่พอ เพราะก่อนที่นิสิตคนหนึ่งจะก้าวเข้าสู่องค์กร พวกเขาต่างมีวิธีคิด มีความสามารถในการแก้ปัญหา มีความคิดสร้างสรรค์ และมีผลงานจริงที่สะท้อนศักยภาพของตัวเองอยู่แล้ว นี่คือเหตุผลที่งาน CU RANGERS Presented by TOA กลายเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจสำหรับภาคธุรกิจและคนทำงาน HR เพราะงานนี้รวบรวมผลงาน โครงการ และวิทยานิพนธ์ของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จาก 5 คณะ รวมกว่า 150 ผลงาน มาแสดงไว้ในพื้นที่เดียวกัน ณ SIAMSCAPE ชั้น 9 ระหว่างวันที่ 9-13 กรกฎาคม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50569" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/Screenshot-2026-07-10-173012.webp" alt="CU RANGERS Presented by TOA" width="600" height="369" title="จากห้องเรียนเตรียมพร้อมสู่โลกงาน: CU RANGERS Presented by TOA เวทีที่ HR ควรมองหา Talent รุ่นใหม่ 152" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/Screenshot-2026-07-10-173012.webp 958w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/Screenshot-2026-07-10-173012-300x184.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/Screenshot-2026-07-10-173012-768x472.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปี 2569 ประเทศไทยกำลังจะมีคนรุ่นใหม่จำนวนมากก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน</span><a href="https://www.doe.go.th/prd/assets/upload/files/lmia_th/687a68c86d4c0e6c580869c7d688ea93.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;"> โดยกรมการจัดหางานประมาณการว่า จะมีผู้เข้าสู่ตลาดแรงงานรวม 528,777 คน และมากกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 297,654 คน เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขนี้บอกกับองค์กรและคนทำงาน HR อย่างชัดเจนว่า “เด็กจบใหม่” ไม่ใช่เพียงกลุ่มแรงงานหน้าใหม่ในตลาด แต่จะเป็นกำลังสำคัญที่องค์กรต้องมองเห็น เข้าใจ และดึงศักยภาพออกมาให้ได้เร็วพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การมองคนรุ่นใหม่ผ่านชื่อมหาวิทยาลัย เกรดเฉลี่ย หรือเรซูเม่เพียงอย่างเดียว อาจยังไม่พอ เพราะก่อนที่นิสิตคนหนึ่งจะก้าวเข้าสู่องค์กร พวกเขาต่างมีวิธีคิด มีความสามารถในการแก้ปัญหา มีความคิดสร้างสรรค์ และมีผลงานจริงที่สะท้อนศักยภาพของตัวเองอยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือเหตุผลที่งาน </span><b>CU RANGERS Presented by </b><a href="https://www.toagroup.com/th/home" target="_blank" rel="noopener"><b>TOA</b></a><span style="font-weight: 400;"> กลายเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจสำหรับภาคธุรกิจและคนทำงาน HR เพราะงานนี้รวบรวมผลงาน โครงการ และวิทยานิพนธ์ของนิสิต</span><a href="https://www.chula.ac.th/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</span></a><span style="font-weight: 400;"> จาก 5 คณะ รวมกว่า 150 ผลงาน มาแสดงไว้ในพื้นที่เดียวกัน ณ SIAMSCAPE ชั้น 9 ระหว่างวันที่ 9-13 กรกฎาคม 2569</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ TOA งานนี้คือการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับจุฬาฯ งานนี้คือการเตรียมความพร้อมนิสิตก่อนออกจากห้องเรียนสู่โลกจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสำหรับ HR งานนี้คือโอกาสในการมองหา Future Talent ก่อนที่พวกเขาจะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเต็มตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>TOA และจุฬาฯ ร่วมเปิด Canvas ให้ผลงานของคนรุ่นใหม่ไปไกลกว่าห้องเรียน </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50561" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06557-scaled.webp" alt="CU RANGERS Presented by TOA" width="600" height="338" title="จากห้องเรียนเตรียมพร้อมสู่โลกงาน: CU RANGERS Presented by TOA เวทีที่ HR ควรมองหา Talent รุ่นใหม่ 153" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06557-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06557-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06557-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06557-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06557-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06557-2048x1153.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจะไปสำรวจผลงานของเหล่านิสิตคนเก่ง ลองมาดูกันว่าเวทีนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ TOA และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างไร และทั้ง 2 ฝ่ายมองบทบาทของตัวเองต่อการพัฒนาคนรุ่นใหม่แบบไหน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า คนรุ่นใหม่จำนวนมากมีทั้งพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และผลงานที่พร้อมสร้างประโยชน์ให้กับสังคม เพียงแต่เวทีสำหรับนำเสนอผลงานเหล่านี้ยังมีไม่มากนัก และหลายครั้งจำกัดอยู่ภายในห้องเรียนหรือมหาวิทยาลัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นำมาสู่งาน </span><b>CU RANGERS Presented by TOA </b><span style="font-weight: 400;">ที่ต้องการพาผลงานของนิสิตออกมาสู่สายตาของสาธารณะ ภาคธุรกิจ และเครือข่ายที่สามารถช่วยต่อยอดแนวคิดเหล่านั้นได้ TOA ยังเข้ามาช่วยสร้างการมองเห็น เชื่อมโยงนิสิตกับผู้คนหลากหลายกลุ่ม และเพิ่มโอกาสให้ผลงานหนึ่งชิ้นเดินทางต่อไปได้ไกลกว่าการนำเสนอเพื่อจบการศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้บริษัทสีทาบ้านกับงานแสดงผลงานนิสิตอาจดูเป็นการจับคู่ที่คาดไม่ถึง แต่ในมุมของคุณจตุภัทร์กลับมองว่าเป็นการผสมผสานกันที่ลงตัว</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะสีสามารถช่วยเติมชีวิตชีวาและเปิดพื้นที่ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เช่นเดียวกับบทบาทของ TOA ที่ต้องการเปิด Canvas ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงความคิด ความสามารถ และตัวตนผ่านผลงานจริง และเราพร้อมตั้งใจสนับสนุนให้งานนี้เติบโต เป็นที่รู้จักมากขึ้นในอนาคต”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน </span><b>ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวถึงงานนี้ว่าเป็นการรวมพลังของนิสิตจาก 5 คณะ ซึ่งมีความถนัดและมุมมองแตกต่างกัน ผลงานที่นำมาจัดแสดง แสดงให้เห็นถึงความกล้าทดลอง ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการนำความรู้จากแต่ละสาขาไปสื่อสารกับผู้คนภายนอกมหาวิทยาลัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางการเติบโตของ AI อธิการบดีจุฬาฯ เห็นว่า ความสามารถของมนุษย์ยังมีคุณค่าจากการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ การตั้งคำถาม การลองผิดลองถูก และการสร้างความคิดที่มีลักษณะเฉพาะตัว เวทีเช่นนี้จึงช่วยให้นิสิตได้ฝึกอธิบายผลงาน รับฟังความคิดเห็น และทำความเข้าใจว่าสิ่งที่เรียนสามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจและสังคมได้อย่างไร</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจจึงช่วยให้นิสิตได้ออกจากพื้นที่ที่คุ้นเคย ขณะที่ก็ยังเป็นประโยชน์ต่อองค์กรต่าง ๆ ด้วย ที่จะมีโอกาสเห็นศักยภาพของคนรุ่นใหม่จากวิธีคิด กระบวนการทำงาน และผลงานจริง ก่อนที่พวกเขาจะเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเต็มตัว”</span></i></p>
<h2><b>5 คณะ 5 พลัง กับเสียงที่ทรงพลังของ Talent รุ่นใหม่ </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลงานของนิสิตทั้ง 5 คณะ มีรูปแบบและโจทย์แตกต่างกัน ตั้งแต่งานออกแบบ สื่อสร้างสรรค์ นวัตกรรมการเรียนรู้ การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงโครงการพัฒนาชุมชน ความหลากหลายเหล่านี้ทำให้งาน CU RANGERS Presented by TOA เป็นพื้นที่ที่องค์กรสามารถมองเห็นความสามารถของนิสิตผ่านกระบวนการคิด การลงมือทำ และการแก้ปัญหาจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX สำรวจผลงานพร้อมพูดคุยกับตัวแทนนิสิตจากทั้ง 5 คณะถึงที่มาของผลงาน ทักษะที่ได้จากการทำโปรเจกต์ และศักยภาพที่อยากให้องค์กรมองเห็น เรื่องราวเหล่านี้ชวนให้ HR มอง Talent รุ่นใหม่ให้ลึกกว่าวุฒิการศึกษา เกรด หรือชื่อสาขา เพราะเบื้องหลังผลงานแต่ละชิ้นยังมีวิธีคิด ทักษะ และทัศนคติที่อาจสร้างคุณค่าให้กับองค์กรในอนาคต</span></p>
<h3><b>AR Ranger — เปลี่ยนข้อจำกัดให้กลายเป็นทางออกใหม่</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50556" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06632-scaled.webp" alt="CU RANGERS Presented by TOA" width="600" height="338" title="จากห้องเรียนเตรียมพร้อมสู่โลกงาน: CU RANGERS Presented by TOA เวทีที่ HR ควรมองหา Talent รุ่นใหม่ 154" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06632-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06632-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06632-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06632-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06632-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06632-2048x1153.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์นำผลงานออกแบบและแบบจำลองจำนวน 131 ชิ้น จากนิสิต 5 ภาควิชามาจัดแสดง โดยแบ่งพื้นที่ของแต่ละสาขาด้วยสีประจำตัว ก่อนนำองค์ประกอบทั้งหมดมารวมกันภายใต้แนวคิดของเหล่า Rangers ที่มีความถนัดแตกต่างกัน ผลงานแต่ละชิ้นเริ่มจากโจทย์และความสนใจของนิสิต ตั้งแต่การออกแบบอาคาร พื้นที่สาธารณะ ไปจนถึงโครงการที่เชื่อมโยงกับชุมชน สิ่งแวดล้อม และการฟื้นฟูพื้นที่</span></p>
<p><b>คุณพิมพ์มาดา ซาลัม นิสิตชั้นปีที่ 5 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ </b><span style="font-weight: 400;">เล่าว่า นิสิตแต่ละคนเลือกทำงานจากประเด็นที่ตัวเองสนใจและพร้อมใช้เวลาอยู่กับมันได้ตลอดกระบวนการทำวิทยานิพนธ์ สำหรับเธอ ความสนใจเรื่องพืชนำไปสู่การออกแบบหอพรรณไม้และพื้นที่วิจัยทางพฤกษศาสตร์ในพื้นที่ผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเคยเป็นพื้นที่เหมืองมาก่อน โครงการจึงนำบริบทและร่องรอยเดิมของพื้นที่มาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ เพื่อสนับสนุนการศึกษา การอนุรักษ์พันธุ์ไม้ และการฟื้นฟูพื้นที่ในระยะยาว</span></p>
<p><b>เบื้องหลังผลงานหนึ่งชิ้นต้องอาศัยทักษะมากกว่าการออกแบบ</b><span style="font-weight: 400;"> คุณพิมพ์มาดาเล่าว่าต้องเริ่มจากการค้นคว้าข้อมูล ติดต่อผู้เกี่ยวข้อง ขอเข้าศึกษาพื้นที่ และพูดคุยกับผู้คนเพื่อให้เข้าใจรายละเอียดมากพอก่อนพัฒนาแนวคิด กระบวนการตั้งคำถาม ทดลอง ผิดพลาด และกลับมาแก้งานซ้ำหลายครั้ง ทำให้เธอได้ฝึกทั้งการสื่อสาร การประสานงาน และการทำงานภายใต้เงื่อนไขที่อาจเปลี่ยนไปจากแผนเดิม</span></p>
<p><b>สิ่งที่เธออยากให้ HR มองเห็นจากนิสิตสถาปัตย์จึงไม่ใช่ความอดทนเพียงอย่างเดียว หากยังมีความยืดหยุ่น ความสามารถในการปรับตัว และทัศนคติ</b><span style="font-weight: 400;">ที่พร้อมหาทางเดินต่อเมื่อเจอข้อจำกัด พิมพ์มาดายังมองว่า AI สามารถช่วยค้นข้อมูลหรือสร้างองค์ประกอบบางอย่างสำหรับนำไปพัฒนาต่อได้ ทว่างานออกแบบที่ต้องเข้าใจชีวิตและความต้องการของมนุษย์ยังต้องอาศัยวิจารณญาณของคน การใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับโจทย์และตรวจสอบผลลัพธ์ก่อนตัดสินใจ จึงเป็นอีกทักษะที่คนรุ่นใหม่ควรมีติดตัว</span></p>
<h3><b>EDU Ranger — เข้าใจผู้เรียน เปลี่ยนเรื่องยากให้คนอยากเรียนรู้</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50560" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06567-scaled.webp" alt="CU RANGERS Presented by TOA" width="600" height="338" title="จากห้องเรียนเตรียมพร้อมสู่โลกงาน: CU RANGERS Presented by TOA เวทีที่ HR ควรมองหา Talent รุ่นใหม่ 155" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06567-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06567-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06567-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06567-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06567-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06567-2048x1153.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คณะครุศาสตร์นำผลงานมาจัดแสดงหลายรูปแบบ ทั้งงานวิจัยด้านการศึกษา นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ ภาพวาด และงานออกแบบเครื่องประดับ ผลงานเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า การศึกษาสามารถเชื่อมโยงกับศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ได้หลากหลาย ตั้งแต่การออกแบบสื่อสำหรับผู้เรียน ไปจนถึงการใช้ผลงานศิลปะตั้งคำถามกับพฤติกรรมของผู้คนในสังคม</span></p>
<p><b>คุณโกสิทชภัฏ สิงห์ไชย นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ศึกษา สาขาศิลปศึกษา </b><span style="font-weight: 400;">นำเสนอผลงานจิตรกรรมที่พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตจริงกับโลกเสมือน โดยเริ่มจากความสนใจเรื่องการใช้สมาร์ทโฟนและพฤติกรรมของผู้คนที่ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากขึ้น ภาพวาดของเขาจึงถ่ายทอดภาพของคนที่ค่อย ๆ ห่างจากสิ่งรอบตัว ไม่มองหน้ากัน และเลือกสร้างตัวตนหรือค้นหาความสุขอยู่ในพื้นที่ดิจิทัล จนบางครั้งหลงลืมว่าสมาร์ทโฟนเป็นเพียงเครื่องมือชิ้นหนึ่งในชีวิต</span></p>
<p><b>การทำงานศิลปะทำให้เขาได้ฝึกค้นคว้าข้อมูล ติดตามทิศทางของศิลปะร่วมสมัย และแลกเปลี่ยนมุมมองกับอาจารย์และนิสิตจากมหาวิทยาลัยอื่น</b><span style="font-weight: 400;"> ประสบการณ์จากการทัศนศึกษาและการทำงานภายใต้โครงการพัฒนานิสิตที่มีความสามารถด้านศิลปะ ยังช่วยให้เขาเรียนรู้ว่าจะนำแนวคิดจากสิ่งรอบตัวมาประยุกต์กับโจทย์ใหม่ได้อย่างไร ขณะเดียวกัน ประสบการณ์ฝึกสอนยังทำให้เขาเข้าใจว่า ผู้เรียนแต่ละช่วงวัยมีวิธีคิด ความสนใจ และความต้องการแตกต่างกัน การสร้างสรรค์หรือถ่ายทอดความรู้จึงต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจคนที่อยู่ตรงหน้า</span></p>
<p><b>สิ่งที่คุณโกสิทชภัฏอยากให้ HR มองเห็นคือ ความสามารถในการค้นคว้า เชื่อมโยงแนวคิดจากหลายเรื่อง</b><span style="font-weight: 400;"> และเปลี่ยนสิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นผลงานที่สื่อสารกับผู้ชมได้ เขามองว่าคนทำงานไม่จำเป็นต้องเก่งทุกด้าน แต่ควรรู้ว่าตัวเองมีจุดแข็งอะไร พร้อมเรียนรู้ทักษะอื่นเพื่อนำมาต่อยอด สำหรับ AI เขาเห็นว่าเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่คนทำงานสร้างสรรค์สามารถเรียนรู้และนำมาใช้ได้ ส่วนคุณค่าที่มนุษย์ยังมีอยู่คือการตีความประสบการณ์ เข้าใจผู้คน และค้นหาความเชื่อมโยงที่ทำให้งานหนึ่งชิ้นมีความหมายมากกว่าภาพที่มองเห็น</span></p>
<h3>SPSC Ranger — สื่อสารเรื่องสุขภาพให้คนเข้าใจและอยากลงมือดูแลตัวเอง</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50563" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06640-scaled.webp" alt="CU RANGERS Presented by TOA" width="600" height="338" title="จากห้องเรียนเตรียมพร้อมสู่โลกงาน: CU RANGERS Presented by TOA เวทีที่ HR ควรมองหา Talent รุ่นใหม่ 156" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06640-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06640-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06640-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06640-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06640-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06640-2048x1153.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาจัดบูธทดสอบสมรรถภาพทางกายเบื้องต้น 4 รายการ ได้แก่ การวัดความดันโลหิต การวัดแรงบีบมือ การวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและร่างกายส่วนล่าง และการวัดค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI ผู้เข้าร่วมงานจึงได้สำรวจสุขภาพของตัวเอง พร้อมรับคำแนะนำว่าควรออกกำลังกายหรือดูแลร่างกายด้านใดเพิ่มเติม</span></p>
<p><b>คุณธีรวีร์ วิจิตลิมาภรณ์ นิสิตชั้นปีที่ 2 ตัวแทนจากคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า โปรเจกต์นี้เกิดจากการที่นิสิตในชั้นปีร่วมกันจัดจุดให้บริการทดสอบสมรรถภาพทางกาย เพื่อชวนให้ผู้เข้าร่วมงานหันมาสนใจสุขภาพและรู้จักสภาพร่างกายของตัวเองมากขึ้น</span></p>
<p><b>กิจกรรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้นิสิตได้นำความรู้มาใช้กับผู้คนจริง</b><span style="font-weight: 400;"> พร้อมฝึกการอธิบายข้อมูลสุขภาพ การเข้าสังคม และการสื่อสารกับผู้รับบริการที่มีความหลากหลาย</span></p>
<p><b>คุณธีรวีร์อยากให้ HR เห็นถึงความตั้งใจในการดูแลสุขภาพของผู้อื่น</b><span style="font-weight: 400;"> รวมถึงความพร้อมในการนำความรู้ด้านการออกกำลังกายและสมรรถภาพร่างกายไปส่งเสริมสุขภาวะของพนักงานและคนในสังคม</span></p>
<h3>CBS Ranger — นำความรู้ธุรกิจไปแก้โจทย์จริงและสร้างผลลัพธ์ให้ชุมชน</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50562" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06662-scaled.webp" alt="CU RANGERS Presented by TOA" width="600" height="338" title="จากห้องเรียนเตรียมพร้อมสู่โลกงาน: CU RANGERS Presented by TOA เวทีที่ HR ควรมองหา Talent รุ่นใหม่ 157" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06662-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06662-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06662-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06662-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06662-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06662-2048x1153.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีนำ 3 โครงการที่เชื่อมโยงความรู้ด้านธุรกิจกับชุมชนและสังคมมาจัดแสดง ครอบคลุมทั้งการพัฒนาธุรกิจเพื่อสังคม การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน และการถ่ายทอดความรู้ด้านธุรกิจให้เยาวชน แต่ละโครงการเปิดโอกาสให้นิสิตนำสิ่งที่เรียนในห้องเรียนไปทดลองใช้กับผู้คนและสถานการณ์จริง</span></p>
<p><b>คุณ นภัส ธนูศรีรัตน์ ประธานชมรม SIFE (Students in Free Enterprise)</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า ชมรมเข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งระบบหลังบ้าน เช่น การทำบัญชีและการคำนวณต้นทุน รวมถึงระบบหน้าบ้านอย่างการตลาดและการสื่อสารกับลูกค้า ตลอด 13 ปีที่ผ่านมา ชมรมได้ทำงานใน 14 จังหวัด ทำให้นิสิตได้ฝึกการรับฟังความต้องการของชุมชน ลงพื้นที่ทำงานกับผู้คนจริง และประยุกต์ความรู้เพื่อสร้างรายได้และอาชีพให้กับคนในพื้นที่</span></p>
<p><b>คุณปานชีวา ประสาทกุล จากชมรมน่านปันฮัก</b><span style="font-weight: 400;"> นำเสนอโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนในจังหวัดน่าน ทีมงานเข้าไปช่วยค้นหาจุดเด่นของพื้นที่ พัฒนาการตลาด สร้างช่องทางรายได้ใหม่ และวางระบบบริหารจัดการหลังบ้าน จากเดิมที่ชุมชนพึ่งพารายได้จากภาคการเกษตรเป็นหลัก เธออยากให้ HR เห็นความสามารถของนิสิตในการค้นหาคุณค่าจากสิ่งที่ชุมชนมีอยู่ และนำความรู้ด้านธุรกิจมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของคนในพื้นที่</span></p>
<p><b>คุณปฐุดา ขันทอง จากชมรม CBS BizClub Chula</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าถึงโครงการ Seed the Biz ซึ่งถ่ายทอดความรู้ด้านธุรกิจให้กับเยาวชนในจังหวัดน่าน ผ่านการคิดไอเดีย วางแผน และทดลองขายสินค้าจริง การทำงานกับผู้เรียนที่มีพื้นฐานและวิธีเรียนรู้ต่างกันทำให้ทีมต้องปรับเนื้อหาและวิธีสื่อสารให้เหมาะกับแต่ละกลุ่ม สิ่งที่เธออยากให้ HR มองเห็นคือความสามารถในการประยุกต์ความรู้ ถ่ายทอดเรื่องที่ซับซ้อนให้เข้าใจได้ และทำงานร่วมกับผู้คนที่มีความหลากหลาย</span></p>
<h3><b>CA Ranger — เล่าเรื่องเป็น บริหารงานได้ และเข้าใจผู้ชม</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50564" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06608-scaled.webp" alt="CU RANGERS Presented by TOA" width="600" height="338" title="จากห้องเรียนเตรียมพร้อมสู่โลกงาน: CU RANGERS Presented by TOA เวทีที่ HR ควรมองหา Talent รุ่นใหม่ 158" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06608-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06608-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06608-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06608-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06608-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/DSC06608-2048x1153.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คณะนิเทศศาสตร์นำผลงานสื่อหลากหลายรูปแบบมาจัดแสดง ทั้งภาพยนตร์สั้น วิดีโอ งานออกแบบ และสื่อแบบ Interactive ชวนให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับเนื้อหา บางผลงานเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สำรวจความคิดและประมวลความรู้สึกของตัวเองผ่านการโต้ตอบกับสื่อ แสดงให้เห็นว่างานนิเทศศาสตร์สามารถสร้างประสบการณ์และชวนสังคมกลับมาพิจารณาประเด็นรอบตัวได้หลายมิติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>นิชานาถ แถมเงิน นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะนิเทศศาสตร์</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า ผลงานที่นำมาจัดแสดงอยู่ภายใต้หัวข้อ “</span><span style="font-weight: 400;">𝗖𝗼𝗺𝗺𝘂𝗻𝗶𝗰𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗳𝗼𝗿 𝗕𝗲𝘁𝘁𝗲𝗿𝘃𝗲𝗿𝘀𝗲</span><span style="font-weight: 400;">l” ซึ่งเปิดโอกาสให้นิสิตเลือกใช้สื่อได้หลากหลาย ตั้งแต่วิดีโอ ภาพยนตร์ ไปจนถึงแพลตฟอร์ม Interactive เพื่อสื่อสารประเด็นที่สนใจและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายของแต่ละผลงานจึงแตกต่างกัน บางชิ้นต้องการสร้างความตระหนักรู้ ขณะที่บางชิ้นชวนให้ผู้ชมกลับมาเห็นคุณค่าของสิ่งรอบตัวและคุณค่าในตัวเอง</span></p>
<p><b>แม้เธอกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 แต่คุณนิชานาถเล่าว่าการได้ร่วมออกกองถ่ายทำกับรุ่นพี่ทำให้เธอได้ฝึกการวางแผนและบริหารจัดการก่อนเริ่มงาน</b><span style="font-weight: 400;"> ตั้งแต่การควบคุมงบประมาณ การจัดสรรคนและเวลา ไปจนถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับการทำงานจริง</span></p>
<p><b>สิ่งที่เธออยากฝากถึง HR คือการมองให้ลึกกว่าชื่อคณะ ชื่อมหาวิทยาลัย หรือข้อมูลในเรซูเม่</b><span style="font-weight: 400;"> แล้วพิจารณาว่าแต่ละคนมีความถนัด วิธีคิด และศักยภาพด้านใด เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทำงานที่เหมาะกับตัวตนและใช้ความสามารถได้อย่างเต็มที่</span></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน CU RANGERS Presented by TOA แสดงให้เห็นว่า ผลงานในมหาวิทยาลัยสามารถบอกข้อมูลเกี่ยวกับ Talent ได้มากกว่าชื่อสาขาและเกรดเฉลี่ย เพราะเบื้องหลังผลงานแต่ละชิ้นมีทั้งวิธีตั้งคำถาม การวางแผน การทำงานร่วมกับผู้อื่น การปรับตัวเมื่อเกิดปัญหา และความตั้งใจที่จะสร้างผลลัพธ์ให้กับผู้คนรอบตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR บทเรียนสำคัญจากงานนี้คือ การประเมินเด็กจบใหม่ควรเปิดพื้นที่ให้ Portfolio, Work Sample และประสบการณ์จากการทำโปรเจกต์มีน้ำหนักมากขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้ช่วยให้เห็นวิธีคิดและพฤติกรรมการทำงานที่เรซูเม่เพียงไม่กี่หน้าอาจบอกได้ไม่ครบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรยังสามารถเริ่มสร้างความสัมพันธ์กับ Talent ได้ตั้งแต่พวกเขายังอยู่ในมหาวิทยาลัย ผ่านการสนับสนุนเวทีแสดงผลงาน การเปิดโจทย์ธุรกิจให้นิสิตได้ทดลองแก้ การทำโครงการร่วมกับคณะ หรือการออกแบบ Internship ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือทำงานจริง แนวทางเหล่านี้ช่วยให้องค์กรรู้จักคนรุ่นใหม่ได้ลึกขึ้น ขณะเดียวกันนิสิตก็ได้เรียนรู้ว่าความสามารถของตัวเองสามารถสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจและสังคมได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การค้นหา Future Talent จึงไม่จำเป็นต้องรอให้คนรุ่นใหม่เรียนจบและส่งใบสมัครเข้ามา องค์กรสามารถเริ่มจากการเข้าไปเห็นผลงาน รับฟังวิธีคิด และสร้างโอกาสให้พวกเขาได้แสดงความสามารถตั้งแต่วันนี้</span></p>
<p><b>สำหรับผู้ที่สนใจอยากเห็นผลงานและศักยภาพของคนรุ่นใหม่ด้วยตัวเอง ยังสามารถเข้าชมงาน CU RANGERS Presented by TOA ได้ถึงวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569 ณ SIAMSCAPE ชั้น 9</b></p>
<p><b>เพราะ Talent ที่องค์กรตามหา อาจกำลังเปล่งประกายอยู่ในงานนี้</b></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/partner-content/cu-rangers-presented-by-toa-260710/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AI Transformation จะสำเร็จได้ CTO และ CHRO ต้องร่วมออกแบบ AI Workforce Strategy</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrtech/cto-chro-ai-transformation-workforce-strategy-260709/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrtech/cto-chro-ai-transformation-workforce-strategy-260709/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jul 2026 02:03:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tech]]></category>
		<category><![CDATA[AI Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[AI Workforce Strategy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50498</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT AI Transformation จะเกิดผลได้เมื่อเทคโนโลยี คน งาน ทักษะ และวัฒนธรรมองค์กรเดินไปทางเดียวกัน ผลศึกษาของ LinkedIn ที่ Economic Times รายงานเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 พบว่า 51% ของ CTO ในอินเดียมองว่าความร่วมมือระหว่าง CTO และ CHRO คือปัจจัยสำคัญที่สุดในการสร้าง AI-Enabled Workforce และ 89% ระบุว่าตอนนี้ทำงานใกล้ชิดกับ CHRO อยู่แล้ว AI ไม่ควรถูกผลักให้เป็นงานของ IT ลำพัง เพราะการใช้ AI ให้เกิดผลต้องอาศัยระบบที่พร้อม ข้อมูลที่ปลอดภัย คนที่ใช้เป็น และวิธีทำงานที่ถูกออกแบบใหม่ CTO และ CHRO จึงต้องร่วมกันออกแบบ AI Workforce Strategy เพื่อให้ AI เชื่อมกับการทำงานประจำวัน พนักงานใช้ได้อย่างมั่นใจ และองค์กรวัดผลลัพธ์ได้ชัดเจน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>AI Transformation จะเกิดผลได้เมื่อเทคโนโลยี คน งาน ทักษะ และวัฒนธรรมองค์กรเดินไปทางเดียวกัน</li>
<li>ผลศึกษาของ LinkedIn ที่ Economic Times รายงานเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 พบว่า 51% ของ CTO ในอินเดียมองว่าความร่วมมือระหว่าง CTO และ CHRO คือปัจจัยสำคัญที่สุดในการสร้าง AI-Enabled Workforce และ 89% ระบุว่าตอนนี้ทำงานใกล้ชิดกับ CHRO อยู่แล้ว</li>
<li>AI ไม่ควรถูกผลักให้เป็นงานของ IT ลำพัง เพราะการใช้ AI ให้เกิดผลต้องอาศัยระบบที่พร้อม ข้อมูลที่ปลอดภัย คนที่ใช้เป็น และวิธีทำงานที่ถูกออกแบบใหม่</li>
<li>CTO และ CHRO จึงต้องร่วมกันออกแบบ AI Workforce Strategy เพื่อให้ AI เชื่อมกับการทำงานประจำวัน พนักงานใช้ได้อย่างมั่นใจ และองค์กรวัดผลลัพธ์ได้ชัดเจน</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50500" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-07T144025.017.webp" alt="cto-chro-ai-transformation-workforce-strategy" width="600" height="370" title="AI Transformation จะสำเร็จได้ CTO และ CHRO ต้องร่วมออกแบบ AI Workforce Strategy 163" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-07T144025.017.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-07T144025.017-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หลายองค์กรลงทุนกับ AI อย่างจริงจัง ทั้งการซื้อเครื่องมือใหม่ การเปิดให้พนักงานใช้ Generative AI การตั้งทีมทดลองใช้ในหลายแผนก หรือการประกาศว่าองค์กรต้องขยับไปเป็น AI-Driven Organization ให้เร็วที่สุด</p>
<p>พอผ่านช่วงทดลอง คำถามที่หลายองค์กรเริ่มเจอคล้ายกันคือ ทำไมพนักงานบางคนใช้ AI ได้ดี ขณะที่บางคนยังไม่กล้าใช้ ทำไมบางแผนกได้ผลลัพธ์ชัดเจน ขณะที่อีกหลายแผนกแทบไม่แตะเครื่องมือเลย และทำไมองค์กรยังตอบไม่ได้ว่า AI ช่วยลดต้นทุน เพิ่ม Productivity หรือสร้าง Business Impact จริงแค่ไหน</p>
<p><a href="https://economictimes.indiatimes.com/jobs/hr-policies-trends/ai-success-hinges-on-stronger-cto-chro-partnership-says-linkedin-study/articleshow/132134199.cms" target="_blank" rel="noopener">Economic Times รายงานผลศึกษาของ LinkedIn</a> ว่า 51% ของ CTO ในอินเดียมองว่าความร่วมมือระหว่าง CTO และ CHRO คือปัจจัยสำคัญที่สุดในการสร้าง AI-Enabled Workforce ขณะที่ 89% ของ CTO ในอินเดียระบุว่าตอนนี้ทำงานใกล้ชิดกับ CHRO อยู่แล้ว</p>
<p>โจทย์สำคัญจึงไม่จบที่คำถามว่าองค์กรควรใช้ AI ตัวไหน แต่ควรถามต่อว่าองค์กรจะออกแบบ AI Workforce Strategy อย่างไร เพื่อให้ AI เชื่อมกับงาน ทักษะ ข้อมูล และการวัดผลได้จริง</p>

<h2>ทำไม AI Transformation ต้องมีทั้ง CTO และ CHRO</h2>
<p>AI Transformation คือการเปลี่ยนวิธีทำงานขององค์กรด้วย AI ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกเครื่องมือ การจัดการข้อมูล การออกแบบกระบวนการทำงาน การพัฒนาทักษะพนักงาน การปรับบทบาทงาน ไปจนถึงการวัดผลทางธุรกิจ</p>
<p>ถ้าองค์กรให้ CTO หรือฝ่าย IT เป็นเจ้าของเรื่องนี้ลำพัง องค์กรอาจได้ระบบที่ปลอดภัย เครื่องมือที่ดี และโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมใช้งาน ทว่าคนในองค์กรอาจยังไม่รู้ว่าจะใช้ AI กับงานจริงอย่างไร ผู้จัดการอาจไม่รู้ว่าจะวัดผลทีมที่ใช้ AI อย่างไร และพนักงานบางส่วนอาจยังไม่มั่นใจว่าใช้ AI แล้วปลอดภัยต่อข้อมูลหรืออาชีพของตัวเองหรือไม่</p>
<p>ถ้าองค์กรให้ HR ผลักดันเรื่อง AI ลำพัง HR อาจเข้าใจพนักงาน ทักษะ วัฒนธรรม และแรงต้านต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดี แต่ยังต้องอาศัยความเข้าใจจากฝั่งเทคโนโลยี ทั้งเรื่องข้อมูล ความปลอดภัย การเชื่อมต่อระบบ และข้อจำกัดทางเทคนิค</p>
<p>AI Transformation จึงควรเป็นพื้นที่ทำงานร่วมกันระหว่าง Technology Strategy และ Workforce Strategy เพราะ AI เปลี่ยนวิธีที่คนทำงาน วิธีที่หัวหน้าบริหารทีม วิธีที่องค์กรวัดผลงาน และวิธีที่ทักษะใหม่ถูกสร้างขึ้นภายในองค์กร</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49873" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HR-Transformation-Cover.webp" alt="HR Transformation Dave Ulrich 5 Dimensions" width="600" height="370" title="AI Transformation จะสำเร็จได้ CTO และ CHRO ต้องร่วมออกแบบ AI Workforce Strategy 164" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HR-Transformation-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HR-Transformation-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-transformation-dave-ulrich-260511/">HR Transformation ที่แท้จริง ต้องเปลี่ยนพร้อมกัน 5 มิติ</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>AI Workforce Strategy 4 เรื่องหลักที่องค์กรต้องตอบให้ได้</h2>
<p>AI Workforce Strategy คือแผนที่เชื่อมการใช้ AI เข้ากับงาน ทักษะ บทบาท ความปลอดภัย และวิธีวัดผลของคนในองค์กร แผนนี้ควรตอบได้ว่า AI จะเข้าไปช่วยงานประเภทใด งานใดยังต้องให้มนุษย์ตัดสินใจ พนักงานกลุ่มไหนต้อง Reskill หรือ Upskill บทบาทใดจะเปลี่ยนไป ข้อมูลประเภทใดใช้กับ AI ได้ ใครรับผิดชอบความเสี่ยง และองค์กรจะวัดผลอย่างไรว่า AI ช่วยให้ธุรกิจและคนทำงานดีขึ้นจริง</p>
<p>พูดให้เห็นภาพง่ายขึ้น AI Workforce Strategy ไม่ใช่แผนอบรม AI อย่างเดียว และไม่ใช่เอกสารนโยบายการใช้เครื่องมือ AI เท่านั้น แต่เป็นแผนที่บอกว่าองค์กรจะออกแบบการทำงานร่วมระหว่างคนกับ AI อย่างไร ตั้งแต่ระดับงานประจำวัน ระดับทีม ไปจนถึงระดับธุรกิจ<br />
แผนนี้ควรมีอย่างน้อย 4 เรื่องหลัก ได้แก่</p>
<ol>
<li>งานใดควรให้ AI ช่วยก่อน</li>
<li>ทักษะใดที่พนักงานและหัวหน้างานต้องมี</li>
<li>กติกาใดจำเป็นต่อการใช้ AI อย่างปลอดภัย</li>
<li>ตัวชี้วัดใดจะบอกได้ว่า AI ทำให้งานดีขึ้นจริง ไม่ใช่แค่มีคนใช้เครื่องมือมากขึ้น</li>
</ol>
<p>เหตุผลที่ฝั่งเทคโนโลยีและ HR ต้องเริ่มคุยกันตั้งแต่วันแรก เพราะ AI Workforce Strategy ต้องการทั้งความเข้าใจด้านระบบและความเข้าใจด้านคน หากขาดด้านใดด้านหนึ่ง แผน AI อาจกลายเป็นโครงการทดลองที่ดูทันสมัย แต่ไม่เปลี่ยนวิธีทำงานจริง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49293" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ai-adoption-workplace-gap.webp" alt="ai-adoption-workplace-gap" width="600" height="370" title="AI Transformation จะสำเร็จได้ CTO และ CHRO ต้องร่วมออกแบบ AI Workforce Strategy 165" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ai-adoption-workplace-gap.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ai-adoption-workplace-gap-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-adoption-workplace-gap-260316/">ผู้บริหารส่วนใหญ่คิดว่า “ทุกคนต้องใช้ AI แล้ว” แต่พนักงานจำนวนมากยังไม่เล่นด้วย</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>บทบาทของ CTO ใน AI Transformation</h2>
<p>บทบาทของ CTO ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเลือกเครื่องมือ ดูแลระบบ หรืออนุมัติเทคโนโลยีใหม่ CTO ต้องช่วยองค์กรตอบให้ได้ว่า AI จะเข้าไปอยู่ในโครงสร้างการทำงานของธุรกิจอย่างไร และระบบหลังบ้านต้องพร้อมแค่ไหนก่อนขยายผล</p>
<h3>1. ระบบ ข้อมูล และความปลอดภัย</h3>
<p>CTO ต้องดูว่าองค์กรมีข้อมูลที่พร้อมใช้ มีคุณภาพ เชื่อมโยงกัน และปลอดภัยพอหรือไม่ เพราะ AI จะทำงานได้ดีต่อเมื่อข้อมูลตั้งต้นดีพอ หากข้อมูลกระจัดกระจาย ซ้ำซ้อน หรือไม่มีเจ้าของชัดเจน การใช้ AI อาจเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ</p>
<h3>2. เลือกเครื่องมือและการเชื่อมต่อระบบ</h3>
<p>CTO ต้องประเมินว่าเครื่องมือ AI ที่เลือกเข้ากับระบบเดิมขององค์กรหรือไม่ เช่น HRIS, HCM, LMS, PMS, ATS หรือระบบข้อมูลอื่น ๆ ที่องค์กรใช้อยู่ ถ้าเครื่องมือดีแต่เชื่อมกับงานจริงไม่ได้ การใช้งานมักหยุดอยู่แค่กลุ่มทดลอง</p>
<h3>3. ความเป็นไปได้ทางเทคนิค</h3>
<p>Use Case ที่ธุรกิจอยากทำต้องถูกทดสอบในเชิงระบบ งบประมาณ เวลา และความปลอดภัย CTO จึงต้องช่วยแยกให้ออกว่าอะไรทำได้ทันที อะไรต้องเตรียมข้อมูลก่อน และอะไรยังไม่ควรรีบทำเพราะความเสี่ยงสูงเกินไป</p>
<h2>บทบาทของ CHRO ใน AI Workforce Strategy</h2>
<p>CHRO คือคนที่ช่วยให้องค์กรเห็นว่า AI จะกระทบคน งาน ทักษะ โครงสร้าง และวัฒนธรรมอย่างไร เพราะการนำ AI เข้ามาใช้เปลี่ยนประสบการณ์การทำงานของพนักงานทั้งองค์กร ไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะระบบหลังบ้าน</p>
<h3>Workforce Impact Mapping</h3>
<p>HR ต้องช่วยองค์กรวิเคราะห์ว่า AI จะกระทบตำแหน่งงานใด งานประเภทใด และทักษะใดบ้าง จุดประสงค์ไม่ใช่การรีบสรุปว่าใครจะถูกแทนที่ แต่เพื่อให้เห็นชัดว่าคนกลุ่มไหนต้องได้รับการพัฒนาเร่งด่วนที่สุด และงานใดควรถูกออกแบบใหม่ก่อน</p>
<h3>Skills Planning</h3>
<p>AI ทำให้ทักษะบางอย่างหมดอายุเร็วขึ้น และทำให้ทักษะใหม่เกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม HR จึงต้องทำ Skills Mapping ให้ชัดว่าองค์กรมีทักษะอะไรอยู่แล้ว ขาดทักษะอะไร และควรสร้างทักษะใดก่อน</p>
<h3>Role Redesign</h3>
<p>เมื่อ AI เข้ามาช่วยทำงานบางส่วน บทบาทของคนย่อมเปลี่ยนตาม บางตำแหน่งอาจต้องทำงานวิเคราะห์มากขึ้น บางตำแหน่งอาจต้องรับผิดชอบตรวจสอบผลลัพธ์ของ AI และบางตำแหน่งอาจต้องเปลี่ยนจากงานที่ทำซ้ำไปเป็นงานที่ต้องตัดสินใจ สื่อสาร และประสานกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากขึ้น</p>
<h3>Change Management</h3>
<p>ต่อให้ AI ดีแค่ไหน หากพนักงานไม่เข้าใจ ไม่เชื่อใจ หรือรู้สึกว่า AI ถูกนำมาใช้เพื่อจับผิดหรือลดจำนวนคน การเปลี่ยนแปลงก็จะไม่เกิดขึ้นจริง HR ต้องช่วยออกแบบการสื่อสาร การมีส่วนร่วมของพนักงาน และวิธีทำให้คนเห็นว่า AI เป็นเครื่องมือเพิ่มศักยภาพ ไม่ใช่ภัยคุกคามต่อความมั่นคงในงาน</p>
<h3>Trust and Governance</h3>
<p>AI ที่ใช้งานในองค์กรต้องมีกรอบดูแลเรื่องข้อมูล ความเป็นส่วนตัว ความถูกต้อง ความรับผิดชอบ และความโปร่งใส HR ต้องทำงานร่วมกับ CTO ฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายกำกับดูแล และผู้นำธุรกิจ เพื่อออกแบบกติกาที่ทำให้พนักงานใช้ AI ได้อย่างมั่นใจและมีความรับผิดชอบ</p>
<h2>CTO กับ CHRO ควรตัดสินใจร่วมกันเรื่องอะไร</h2>
<p>หากอยากให้ AI Transformation เกิดขึ้นจริง CTO และ CHRO ไม่ควรทำงานแบบส่งไม้ต่อกัน เช่น CTO เลือกเครื่องมือเสร็จแล้วค่อยให้ HR ไปอบรม หรือ HR เห็น Pain Point ของพนักงานแล้วค่อยให้ IT ไปหาระบบมารองรับ<br />
สิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือการวางโจทย์ร่วมกันตั้งแต่ต้นว่า AI จะช่วยแก้ปัญหาอะไร กระทบคนกลุ่มไหน ต้องใช้ข้อมูลแบบใด และจะวัดผลอย่างไร</p>
<h3>เริ่มจากงานจริงก่อนเลือกเครื่องมือ</h3>
<p>หลายองค์กรเริ่ม AI Transformation ด้วยคำถามว่า “ควรใช้ AI ตัวไหนดี” คำถามที่ควรเริ่มก่อนคือ “องค์กรต้องการแก้ปัญหาอะไร” CTO และ CHRO ควรช่วยกันระบุงานที่เหมาะกับ AI เช่น งานที่ใช้เวลามากแต่มูลค่าต่ำ งานที่ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก งานที่ทำซ้ำบ่อย หรืองานที่ AI ช่วยให้พนักงานตัดสินใจได้ดีขึ้น</p>
<p>เมื่อเริ่มจากงานจริง องค์กรจะไม่ติดกับดักการซื้อเครื่องมือเพราะตามกระแส และจะเห็นชัดขึ้นว่า AI ควรเข้าไปช่วยส่วนไหน ต้องเตรียมข้อมูลอะไร ต้องพัฒนาทักษะใคร และควรวัดผลด้วยตัวชี้วัดใด</p>
<h3>วาง AI Governance ก่อนขยายผล</h3>
<p>AI Governance คือกติกาที่บอกว่าองค์กรจะใช้ AI อย่างไรให้ปลอดภัย เป็นธรรม และตรวจสอบได้ โดยเฉพาะในงาน HR ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลพนักงาน การสรรหา การประเมินผลงาน การพัฒนาเส้นทางอาชีพ และการตัดสินใจที่กระทบชีวิตการทำงานของคน</p>
<p>CTO ต้องช่วยดูระบบ ข้อมูล ความปลอดภัย และการตรวจสอบทางเทคนิค ส่วน CHRO ต้องช่วยดูความเป็นธรรม ความโปร่งใส ความเชื่อมั่นของพนักงาน และผลกระทบต่อวัฒนธรรมองค์กร</p>
<h3>ออกแบบ Human + AI Workflow</h3>
<p>การใช้ AI ที่ได้ผลไม่ควรถามแค่ว่า AI จะทำงานแทนคนได้ไหม คำถามที่แม่นกว่าคือในแต่ละขั้นตอน ใครควรทำอะไร และ AI ควรช่วยตรงไหน เช่น ในงาน Recruitment AI อาจช่วยคัดกรองข้อมูลเบื้องต้น ส่วนการตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังต้องมีมนุษย์ตรวจสอบ ในงาน Learning AI อาจช่วยแนะนำ Learning Path ส่วน HR และหัวหน้างานยังต้องดูบริบทของแต่ละคน</p>
<h3>สร้าง AI Literacy ให้พนักงานและผู้จัดการ</h3>
<p>ข้อมูลจาก Microsoft และ LinkedIn Work Trend Index 2024 ระบุว่า Knowledge Worker หรือพนักงานที่ทำงานกับข้อมูล ความรู้ และการตัดสินใจ 75% ใช้ AI ในการทำงานแล้ว หลายองค์กรยังไม่มีแผนชัดเจนในการต่อยอดจากการใช้งานระดับบุคคลไปสู่การเปลี่ยนแปลงระดับธุรกิจ</p>
<p>พนักงานจึงไม่ได้ต้องการแค่การสอนใช้เครื่องมือ พวกเขาต้องรู้ว่าใช้ AI กับงานไหนได้ ใช้ข้อมูลอะไรได้ ตรวจสอบคำตอบอย่างไร และควรรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่ AI ช่วยสร้างขึ้นอย่างไร</p>
<h3>วัดผลให้เชื่อมกับ Business Impact</h3>
<p>การนับจำนวนคนที่เข้าถึงเครื่องมือ AI หรือจำนวน Use Case ที่ทดลองทำอาจยังไม่พอ องค์กรต้องวัดให้ได้ว่า AI ช่วยลดเวลาทำงาน ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพการตัดสินใจ ทำให้ Employee Experience ดีขึ้น หรือช่วยให้ HR มีเวลาทำงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้นจริงหรือไม่</p>
<p>นี่คือพื้นที่ที่ CTO และ CHRO ต้องออกแบบตัวชี้วัดร่วมกัน เพราะตัวชี้วัดทางเทคนิคอย่างเดียวอาจไม่เห็นผลลัพธ์ด้านคน ส่วนตัวชี้วัดด้านคนอย่างเดียวอาจไม่เห็นข้อจำกัดของระบบและข้อมูล</p>
<h2>ปัญหาที่ทำให้ AI Transformation ไปไม่ถึงผลลัพธ์</h2>
<p>หลายองค์กรไม่ได้ติดปัญหาเพราะ AI ไม่ดีพอ ปัญหามักอยู่ที่การไม่มี Operating Model ที่ทำให้ AI เชื่อมกับ Use Case ของธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ องค์กรบางแห่งซื้อเครื่องมือก่อนเข้าใจปัญหาทางธุรกิจ บางแห่งมี AI Tool หลายตัวแต่ไม่มีเจ้าของภาพรวม พนักงานจึงใช้ AI แบบต่างคนต่างใช้และไม่รู้ขอบเขตด้านข้อมูล</p>
<p>อีกปัญหาที่พบได้บ่อยคือ HR จัดอบรมครบ แต่เนื้อหาไม่เชื่อมกับ Use Case จริงของธุรกิจ ขณะที่ฝ่าย IT วางระบบไว้พร้อม แต่ผู้จัดการยังไม่รู้ว่าจะนำ AI ไปใช้กับทีมอย่างไร เมื่อไม่มีตัวชี้วัดว่า AI สร้าง Business Impact จริงหรือไม่ โครงการจึงหยุดอยู่ที่การทดลอง มากกว่าจะเปลี่ยนวิธีทำงานขององค์กรในระยะยาว</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50241" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-46.webp" alt="why-ai-hr-tech-fail HREX HR Solution" width="600" height="370" title="AI Transformation จะสำเร็จได้ CTO และ CHRO ต้องร่วมออกแบบ AI Workforce Strategy 166" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-46.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-46-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/why-ai-hr-tech-fail-260615/">ซื้อ HR Tech มาแล้ว ใช้ได้จริงกี่ % ? ทำไม 4 ใน 10 โปรเจกต์ AI ถึงล้มเหลว</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CTO, CHRO และ AI Transformation</h2>
<h3>AI Transformation ควรเป็นหน้าที่ของใคร ?</h3>
<p>AI Transformation ควรเป็นหน้าที่ร่วมกันของ CTO, CHRO และผู้นำธุรกิจ เพราะ AI เกี่ยวข้องกับระบบ ข้อมูล ความปลอดภัย ทักษะ พฤติกรรมการทำงาน และวัฒนธรรมองค์กร หากให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผิดชอบลำพัง โอกาสที่โครงการจะไม่เชื่อมกับงานจริงจะสูงขึ้น</p>
<h3>AI Workforce Strategy ต่างจากการอบรม AI อย่างไร ?</h3>
<p>การอบรม AI เป็นส่วนหนึ่งของ AI Workforce Strategy เท่านั้น ส่วน AI Workforce Strategy ต้องตอบให้ได้ว่า AI จะใช้กับงานไหน ใครต้องพัฒนาทักษะอะไร บทบาทงานจะเปลี่ยนอย่างไร ใช้ข้อมูลอะไรได้ และจะวัดผลอย่างไรว่า AI สร้างคุณค่าจริง</p>
<h3>ทำไมพนักงานใช้ AI เองแล้ว องค์กรยังไม่ถือว่าพร้อม ?</h3>
<p>การใช้ AI ระดับบุคคลอาจช่วยให้บางคนทำงานเร็วขึ้น หากองค์กรไม่มี Governance, Use Case, Skills Plan และวิธีวัดผลร่วมกัน การใช้ AI อาจกระจัดกระจาย เสี่ยงด้านข้อมูล และต่อยอดเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ยาก</p>
<h3>HR ควรเริ่มต้น AI Transformation จากอะไร ?</h3>
<p>HR ควรเริ่มจากการทำ Workforce Impact Mapping และ Skills Mapping เพื่อดูว่า AI จะกระทบงานใด ทักษะใด และพนักงานกลุ่มไหนต้องได้รับการพัฒนาก่อน จากนั้นจึงค่อยเชื่อมกับ CTO เพื่อดูระบบ ข้อมูล และเครื่องมือที่เหมาะสม</p>
<h3>องค์กรควรเลือก HR Solution แบบไหนเพื่อรองรับ AI Transformation ?</h3>
<p>ขึ้นอยู่กับปัญหาหลักขององค์กร หากขาดทักษะควรเริ่มที่ Learning &amp; Development หากข้อมูลไม่พร้อมควรเริ่มที่ HRIS หรือ HCM หากไม่รู้ว่าจะวางแผนอย่างไรควรพิจารณา AI Consulting &amp; Implementation หรือ HR Consulting เพื่อช่วยออกแบบ Roadmap ให้เหมาะกับบริบทขององค์กร</p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>คำถามสำคัญของ AI Transformation อาจไม่ใช่แค่ว่าองค์กรเลือกใช้เครื่องมืออะไร แต่อยู่ที่ว่าองค์กรเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของงานและคนมากพอหรือยัง เมื่อ AI เริ่มเข้าไปอยู่ในการทำงานประจำวัน องค์กรต้องตอบให้ได้ว่างานใดควรให้ AI ช่วย งานใดยังต้องใช้วิจารณญาณของมนุษย์ และพนักงานต้องพัฒนาทักษะใดเพื่อทำงานร่วมกับ AI ได้ดีขึ้น</p>
<p>นี่ทำให้ AI Workforce Strategy ไม่ควรถูกมองเป็นโครงการเสริมของฝ่ายเทคโนโลยีหรือ HR เท่านั้น แต่ควรเป็นบทสนทนาระดับองค์กร เพราะสิ่งที่องค์กรตัดสินใจวันนี้จะกำหนดว่า AI จะเป็นเพียงเครื่องมือที่คนบางกลุ่มใช้เอง หรือจะกลายเป็นวิธีทำงานใหม่ที่ช่วยให้ธุรกิจและคนทำงานเติบโตไปด้วยกัน</p>
<p>องค์กรที่เริ่มตั้งคำถามเหล่านี้เร็ว จะมีโอกาสเตรียมคน ออกแบบงาน และวางกติกาการใช้ AI ได้ดีกว่าองค์กรที่รอให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยปรับตัว</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/8">หากองค์กรของคุณกำลังมองหา HR Solution ที่ช่วยวางแผนทักษะ พัฒนาคน เตรียมพนักงานให้พร้อมทำงานร่วมกับ AI สามารถเริ่มค้นหาและเปรียบเทียบผู้ให้บริการที่เหมาะสมผ่านแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services ของ HREX ได้ที่นี่</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://economictimes.indiatimes.com/jobs/hr-policies-trends/ai-success-hinges-on-stronger-cto-chro-partnership-says-linkedin-study/articleshow/132134199.cms?from=mdr" target="_blank" rel="noopener">Economic Times India Times</a></li>
<li><a href="https://www.microsoft.com/en-us/worklab/work-trend-index/ai-at-work-is-here-now-comes-the-hard-part" target="_blank" rel="noopener">Microsoft</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrtech/cto-chro-ai-transformation-workforce-strategy-260709/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The Paradox of Choice in Recruitment: ทำไม Shortlist ผู้สมัครน้อย ถึงปิดจ๊อบได้ไวกว่าการมีตัวเลือกเยอะ ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/the-paradox-of-choice-in-recruitment-260706/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/the-paradox-of-choice-in-recruitment-260706/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jul 2026 09:56:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Paradox of Choice]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวเลือกเยอะ]]></category>
		<category><![CDATA[Recruitment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50465</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Recruiter หลายคนเชื่อว่ายิ่งส่ง Resume ให้ลูกค้าเลือกเยอะ ยิ่งมีโอกาสเจอคนที่ใช่เร็วขึ้น แต่แนวคิด The Paradox of Choice บอกว่าความจริงอาจตรงข้ามกันเลย เพราะถ้ามีตัวเลือกที่มากเกินไปมักจะทำให้คนตัดสินใจยากขึ้น ไม่ใช่ง่ายขึ้น สุดท้ายอาจนำไปสู่ความลังเล เทียบกันไม่จบ หรือถึงขั้นไม่เลือกใครเลยสักคน ถ้า Recruiter สามารถหา Resume ได้ถึง 7-10 ใบต่อตำแหน่งอาจฟังดูเหมือน Recruiter ขยัน แต่มันก็มีโอกาสสูงที่จะทำให้ Hiring Manager ตัดสินใจเลือกไม่ได้ และเผลอตามหาผู้สมัครในอุดมคติที่ไม่มีอยู่จริง Shortlist ที่มีผู้สมัครราว 3 คน จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้น และลดความเสี่ยงที่จะปฏิเสธผู้สมัครทั้งหมดในคราวเดียว หลายองค์กรเชื่อว่าการมีตัวเลือกมากขึ้นเท่ากับตัดสินใจได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในงานสรรหาคน ที่ Recruiter มักพยายามส่ง Resume ให้ลูกค้าหรือ Hiring Manager ดูให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยความเชื่อว่ายิ่งมีผู้สมัครให้เลือกมาก โอกาสเจอคนที่ใช่ก็ย่อมมากขึ้นตาม ฟังดูมีเหตุผลอยู่ไม่น้อย เพราะการจ้างคนหนึ่งคนมีความเสี่ยงสูง องค์กรจึงอยากเปรียบเทียบให้รอบด้านที่สุดก่อนตัดสินใจ แต่ในทางปฏิบัติ ตัวเลือกที่มากเกินไปกลับทำให้กระบวนการจ้างงานช้าลงกว่าที่ควรจะเป็น จากที่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>Recruiter หลายคนเชื่อว่ายิ่งส่ง Resume ให้ลูกค้าเลือกเยอะ ยิ่งมีโอกาสเจอคนที่ใช่เร็วขึ้น แต่แนวคิด The Paradox of Choice บอกว่าความจริงอาจตรงข้ามกันเลย</li>
<li>เพราะถ้ามีตัวเลือกที่มากเกินไปมักจะทำให้คนตัดสินใจยากขึ้น ไม่ใช่ง่ายขึ้น สุดท้ายอาจนำไปสู่ความลังเล เทียบกันไม่จบ หรือถึงขั้นไม่เลือกใครเลยสักคน</li>
<li>ถ้า Recruiter สามารถหา Resume ได้ถึง 7-10 ใบต่อตำแหน่งอาจฟังดูเหมือน Recruiter ขยัน แต่มันก็มีโอกาสสูงที่จะทำให้ Hiring Manager ตัดสินใจเลือกไม่ได้ และเผลอตามหาผู้สมัครในอุดมคติที่ไม่มีอยู่จริง</li>
<li>Shortlist ที่มีผู้สมัครราว 3 คน จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้น และลดความเสี่ยงที่จะปฏิเสธผู้สมัครทั้งหมดในคราวเดียว</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50468" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-06T085708.357.webp" alt="The Paradox of Choice in Recruitment" width="600" height="370" title="The Paradox of Choice in Recruitment: ทำไม Shortlist ผู้สมัครน้อย ถึงปิดจ๊อบได้ไวกว่าการมีตัวเลือกเยอะ ? 171" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-06T085708.357.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-06T085708.357-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หลายองค์กรเชื่อว่าการมีตัวเลือกมากขึ้นเท่ากับตัดสินใจได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในงานสรรหาคน ที่ Recruiter มักพยายามส่ง Resume ให้ลูกค้าหรือ Hiring Manager ดูให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยความเชื่อว่ายิ่งมีผู้สมัครให้เลือกมาก โอกาสเจอคนที่ใช่ก็ย่อมมากขึ้นตาม</p>
<p>ฟังดูมีเหตุผลอยู่ไม่น้อย เพราะการจ้างคนหนึ่งคนมีความเสี่ยงสูง องค์กรจึงอยากเปรียบเทียบให้รอบด้านที่สุดก่อนตัดสินใจ</p>
<p>แต่ในทางปฏิบัติ ตัวเลือกที่มากเกินไปกลับทำให้กระบวนการจ้างงานช้าลงกว่าที่ควรจะเป็น จากที่ Resume หลายใบน่าจะช่วยให้เห็นภาพตลาดชัดขึ้น กลายเป็นภาระทางความคิดที่ทำให้คนตัดสินใจลังเล เทียบกันไม่จบ แล้วเลื่อนนัดสัมภาษณ์ออกไปเรื่อย ๆ</p>
<p>สิ่งนี้เรียกว่า The Paradox of Choice เมื่อบางครั้งปัญหาของการสรรหาไม่ได้อยู่ที่มีผู้สมัครน้อยเกินไป แต่อยู่ที่มีตัวเลือกมากเกินกว่าจะตัดสินใจได้อย่างมั่นใจต่างหาก</p>
<p>บทความนี้จึงอยากชวน Recruiter, HR และ Hiring Manager ทบทวนกันใหม่ว่า การส่ง Resume จำนวนมากช่วยเพิ่มโอกาสจ้างงานได้จริงหรือเปล่า หรือจริง ๆ แล้ว Shortlist ที่สั้น กระชับ และผ่านการกรองมาอย่างดี ต่างหากที่จะช่วยปิดตำแหน่งได้เร็วกว่า</p>

<h2>The Paradox of Choice คืออะไร</h2>
<p>ในงาน Recruitment มีความเชื่อหนึ่งที่ได้ยินกันบ่อยมาก คือยิ่งส่ง Resume ให้ลูกค้าเลือกเยอะ ยิ่งเพิ่มโอกาสปิดตำแหน่งได้มากขึ้น</p>
<p>ฟังดูสมเหตุสมผลอยู่ไม่น้อย เพราะถ้าลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น ก็น่าจะมีโอกาสเจอคนที่เหมาะสมมากขึ้นตามไปด้วย ถ้า Recruiter ส่งผู้สมัครให้แค่ 2 คน ลูกค้าอาจรู้สึกว่าน้อยไป แต่ถ้าส่งให้ 8 คน ลูกค้าอาจรู้สึกว่าตัวเองได้เห็นตลาดครบกว่า คุ้มกว่า และมีโอกาสเจอคนที่ดีที่สุดมากกว่า</p>
<p>ปัญหาคือ ในชีวิตจริง สมองคนเราไม่ได้ทำงานแบบนั้นเสมอไป</p>
<p>คุณ <strong>ปฏิยุทธ์ นุสธรรม Recruitment Consultant จาก Reeracoen Thailand</strong> อธิบายไว้ว่า The Paradox of Choice หรือ Choice Overload เป็นแนวคิดทางพฤติกรรมศาสตร์ที่บอกว่า การมีตัวเลือกมากเกินไปอาจทำให้คนตัดสินใจยากขึ้น รู้สึกกดดันมากขึ้น และบางครั้งเลือกที่จะไม่ตัดสินใจอะไรเลย</p>
<p>พอเอามาใช้กับงาน Recruitment การส่ง Resume จำนวนมากอาจไม่ได้ช่วยให้ลูกค้าเลือกง่ายขึ้นอย่างที่คิด แต่อาจทำให้ลูกค้าพูดประมาณว่า &#8220;ขอดูอีกหน่อย&#8221; &#8220;ขอคิดก่อน&#8221; &#8220;เดี๋ยวค่อยกลับมาเลือก&#8221; หรือแย่กว่านั้นคือ &#8220;ยังไม่มีใครใช่เลยสักคน&#8221;</p>
<p>สุดท้ายตำแหน่งที่ควรเดินหน้าต่อได้แล้ว ก็ไปติดอยู่ในสถานะ Pending นานเกินความจำเป็น</p>
<h2>The Jam Experiment: ทำไม 6 รสชาติถึงขายดีกว่า 24 รสชาติ</h2>
<p><a href="https://modelthinkers.com/mental-model/paradox-of-choice" target="_blank" rel="noopener">งานวิจัยที่ถูกพูดถึงเรื่อง The Paradox of Choice บ่อยที่สุดชิ้นหนึ่ง คือการทดลองของคุณ ชีน่า ลีเอนการ์ (Sheena Iyengar) และคุณ มาร์ค เลปเปอร์ (Mark Lepper) 2 นักวิจัยด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ที่ไปตั้งโต๊ะชิมแยมในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง</a></p>
<p>วิธีการไม่ซับซ้อน พวกเขาจะสลับตั้งโต๊ะชิมไปมา 2 แบบ แบบแรกจะมีแยมไว้ให้เลือก 24 รสชาติ กับอีกแบบที่วางไว้แค่ 6 รสชาติ แล้วนับดูว่าคนที่เดินผ่านไปมาจะแวะดูและตัดสินใจซื้อต่างกันแค่ไหน</p>
<p>ผลลัพธ์ที่ออกมาถือว่าผิดคาดไว้เยอะทีเดียว เมื่อโต๊ะแยมที่มี 24 รสชาติดึงคนให้หยุดดูได้มากกว่าจริง ประมาณ 60% ของคนที่เดินผ่าน ขณะที่โต๊ะ 6 รสชาติอาจดึงคนได้แค่ราว 40% แต่พอถึงขั้นตอนควักเงินซื้อจริง ตัวเลขกลับสลับข้างกันคนละเรื่อง เพราะโต๊ะแยม 24 รสชาติมีคนซื้อแค่ประมาณ 3% ส่วนโต๊ะแยม 6 รสชาติกลับมีคนซื้อสูงถึง 30% ต่างกันเกือบ 10 เท่า</p>
<p>พูดง่าย ๆ คือตัวเลือกที่เยอะกว่าดึงดูดสายตาได้ดีในตอนแรก แต่พอต้องตัดสินใจจริง กลับกลายเป็นตัวถ่วงแทน เพราะยิ่งต้องเปรียบเทียบตัวเลือกพร้อมกันหลายอย่าง สมองก็ยิ่งทำงานหนักขึ้น ความกังวลเรื่องเลือกผิดก็ยิ่งพุ่งสูงตามไปด้วย จนหลายคนเลือกทางที่ปลอดภัยที่สุด คือไม่เลือกอะไรเลย</p>
<p>หรืออีกตัวอย่างที่ใกล้ตัวกว่านั้นคือ เวลาที่เราตั้งใจจะดูภาพยนตร์หรือซีรีส์ใน Netflix สักเรื่อง เคยไหมที่สุดท้ายเรากลับเลือกไม่ได้เสียที ทั้งที่เลื่อนดูตัวเลือกไปแล้วนับร้อยเรื่อง ดูเรื่องย่อก็แล้ว ดูโปสเตอร์ก็แล้ว กดเข้าไปดูตัวอย่างก็แล้ว กลายเป็นว่าเรากลับใช้เวลาเลือกเรื่องที่จะดูมากกว่าการดูจริงเสียอีก</p>
<p>นี่คือตัวอย่างของ The Paradox of Choice ที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อมีตัวเลือกมากเกินไป การตัดสินใจที่ควรจะง่ายกลับกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อย ๆ</p>
<h2>จากโต๊ะแยม สู่โต๊ะเลือกผู้สมัคร</h2>
<p>การยกตัวอย่างเรื่องแยมและ Netflix อาจดูไกลจากงานสรรหาคนอยู่พอสมควร แต่ถ้าดูดี ๆ กลไกในหัวของคนเลือกซื้อแยม, Netflix กับ Hiring Manager ที่ต้องเลือกผู้สมัคร มีจุดร่วมกันมากกว่าที่คิด</p>
<p>เพราะลูกค้าที่ได้รับ Resume มาทีเดียว 7-10 ใบ ไม่ได้รู้สึกว่า &#8220;ดีจัง มีตัวเลือกเยอะ&#8221; หรอก แต่พอเห็นตัวเลือกเยอะ ๆ ความคิดในหัวจะเริ่มเกิดความต้องการมากขึ้น และหยุมหยิมมากขึ้น เช่น คนนี้ทักษะดีแต่ประสบการณ์ยังไม่ตรงเป๊ะ คนนั้นภาษาอังกฤษแข็งแรงแต่เรียกเงินเดือนสูงไปหน่อย อีกคนเคยอยู่อุตสาหกรรมเดียวกันมาก่อนแต่ดูไม่ค่อยมีความเป็นผู้นำ ส่วนอีกคน Profile สวยมากแต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเข้ากับทีมได้จริงไหม</p>
<p>พอ Resume แต่ละใบมีจุดเด่นจุดด้อยคนละแบบ การเปรียบเทียบก็ไม่ได้ง่ายเหมือนเทียบคะแนนสอบเต็ม 100 อีกต่อไป Hiring Manager ต้องชั่งน้ำหนักทั้งทักษะ ประสบการณ์ เงินเดือน บุคลิก ความพร้อมเริ่มงาน ไปจนถึงความเข้ากับทีมและความเสี่ยงหลังรับเข้ามาทำงานจริง</p>
<p>ยิ่งตัวเลือกเยอะ ตารางเปรียบเทียบในหัวก็ยิ่งพันกันเป็นปม ผลที่ตามมาจึงไม่ใช่การตัดสินใจที่เร็วขึ้น กลับกลายเป็นการเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ แทน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50469" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/images-2.webp" alt="The Paradox of Choice in Recruitment" width="413" height="484" title="The Paradox of Choice in Recruitment: ทำไม Shortlist ผู้สมัครน้อย ถึงปิดจ๊อบได้ไวกว่าการมีตัวเลือกเยอะ ? 172" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/images-2.webp 413w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/images-2-256x300.webp 256w" sizes="(max-width: 413px) 100vw, 413px" /></p>
<h2>3 กับดักทางจิตวิทยา ที่มากับ Resume กองโต</h2>
<h3>1. Analysis Paralysis: ตัวเลือกเยอะจนสมองค้าง</h3>
<p>Analysis Paralysis คืออาการที่คนมีข้อมูลหรือตัวเลือกมากเกินไป จนตัดสินใจอะไรไม่ได้สักอย่าง</p>
<p>เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ง่ายมากในงาน Recruitment โดยเฉพาะตอนที่ลูกค้าต้องดูผู้สมัครหลายคนพร้อมกัน แล้วแต่ละคนก็มีจุดเด่นคนละด้าน สมมติว่าผู้สมัคร A มีจุดแข็งเรื่อง Technical Skill แต่ขาด Soft Skill, ผู้สมัคร B ได้เปรียบเรื่องภาษา แต่ขาดทักษะด้านการทำงาน, ผู้สมัคร C มี Resume ดูดี แต่ประสบการณ์ไม่ตรงสายอุตสาหกรรม และ ผู้สมัคร D มีศักยภาพสูงแต่ต้องพัฒนาอีกหน่อย ส่วนผู้สมัคร E เข้ากับทีมได้ดีแต่ประสบการณ์ยังไม่ครบ</p>
<p>พอไม่มีใครชนะขาดลอย ลูกค้าก็ยิ่งคิดหนักกว่าเดิม แทนที่จะเลือก 2-3 คนเข้าสัมภาษณ์ทันที ลูกค้าอาจขอเวลาเพิ่ม ขอเทียบอีกรอบ หรือรอดูว่าจะมีผู้สมัครใหม่เข้ามาอีกไหม</p>
<p>Shortlist ที่ควรช่วยให้ทุกอย่างเร็วขึ้น จึงกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้กระบวนการช้าลงแทน</p>
<h3>2. Maximizer Trap: ยิ่งมีตัวเลือกเยอะ ยิ่งอยากได้ Unicorn</h3>
<p>เวลาคนมีตัวเลือกไม่มาก มักจะมองหาแค่ตัวเลือกที่ดีพอและตอบโจทย์ แต่พอตัวเลือกเยอะขึ้น มาตรฐานในใจก็มักขยับสูงขึ้นตามไปด้วยโดยไม่รู้ตัว เสียงในหัวจะเริ่มตั้งคำถามเปลี่ยนไปเป็น &#8220;มีใครดีกว่านี้อีกไหม&#8221;</p>
<p>นี่คือจุดที่การสรรหาเริ่มเปลี่ยนทิศ จากการหาคนที่เหมาะสม กลายเป็นการตามหา Perfect Candidate ที่แทบไม่มีอยู่จริงในตลาดแรงงาน</p>
<p>ความจริงคือผู้สมัครทุกคนมีข้อจำกัดของตัวเองเสมอ บางคนเก่งมากแต่เงินเดือนสูง บางคนประสบการณ์ตรงแต่ภาษาไม่ค่อยแข็งแรง บางคนศักยภาพสูงแต่ยังไม่เคยคุมทีมใหญ่ บางคนพร้อมเริ่มงานเร็วแต่ยังขาด Skill บางอย่าง</p>
<p>พอ Hiring Manager ตั้งเกณฑ์ไว้ว่าต้องครบทุกอย่าง Resume ที่ดีพออยู่แล้วหลายใบก็ถูกตัดทิ้งด้วยเหตุผลเล็ก ๆ น้อย ๆ สุดท้ายองค์กรอาจพลาดคนที่ทำงานได้จริง เพียงเพราะมัวรอคนที่สมบูรณ์แบบเกินความเป็นจริง</p>
<h3>3. Buyer&#8217;s Remorse: จ้างไปแล้วก็ยังกังวลว่าคนอื่นอาจดีกว่า</h3>
<p>Buyer&#8217;s Remorse คือความรู้สึกกังวลหรือเสียดายหลังตัดสินใจไปแล้ว ยิ่งก่อนหน้านั้นมีตัวเลือกเยอะเท่าไหร่ ความรู้สึกนี้ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดมากขึ้นเท่านั้น</p>
<p>ในงาน Recruitment ลูกค้าอาจเลือกผู้สมัครคนหนึ่งไปแล้ว แต่ในใจยังมีคำถามค้างอยู่ว่าคนที่ไม่ได้เลือกจะเหมาะกว่าหรือเปล่า หรือถ้ารออีกนิด จะเจอคนที่ดีกว่านี้ไหม</p>
<p>ความลังเลแบบนี้ทำให้มุมมองต่อพนักงานใหม่เริ่มต้นด้วยความไม่มั่นใจ ทั้งที่เขายังไม่ทันเข้างานวันแรกเลยด้วยซ้ำ แทนที่จะเริ่มความสัมพันธ์ด้วยความเชื่อมั่นเต็มร้อย กลับเริ่มด้วยความกังขาแทน</p>
<p>[แทรก &#8211; https://th.hrnote.asia/hrtech/too-many-hr-tech-good-or-bad-250204/]</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42687" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-04T162632.467.webp" alt="มี HR Tech เยอะเกินไป (Too Many HR Tech) เป็นข้อดีหรือข้อเสียต่อ HR ?" width="600" height="370" title="The Paradox of Choice in Recruitment: ทำไม Shortlist ผู้สมัครน้อย ถึงปิดจ๊อบได้ไวกว่าการมีตัวเลือกเยอะ ? 173" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-04T162632.467.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-04T162632.467-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/too-many-hr-tech-good-or-bad-250204/">มี HR Tech เยอะเกินไป (Too Many HR Tech) เป็นข้อดีหรือข้อเสียต่อ HR ?</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>ทำไม Shortlist ที่ดีไม่ควรยาว</h2>
<p>Shortlist ที่ดีไม่ใช่การรวบรวมทุกคนที่ &#8220;พอใช้ได้&#8221; แล้วโยนให้ลูกค้าไปเลือกเอง เพราะถ้า Recruiter ส่งทุกคนที่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำไปให้หมด งานคัดกรองเชิงลึกก็จะตกไปอยู่ที่ Hiring Manager ทั้งหมด</p>
<p>คำถามที่ควรถามตัวเองคือ ถ้าลูกค้าต้องมานั่งเปรียบเทียบเองทุกอย่าง แล้วคุณค่าของ Recruiter อยู่ตรงไหน</p>
<p>จำนวนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ Shortlist มักอยู่ที่ประมาณ 3 คน เพราะเป็นจำนวนที่ลูกค้ายังเปรียบเทียบไหว เห็นความต่างของแต่ละคนชัดเจน และตัดสินใจเดินหน้าต่อได้เร็วกว่า</p>
<p>ข้อมูลจากกรณีศึกษาภายในที่นำมาอ้างอิงในบทความนี้ระบุว่า เมื่อส่งผู้สมัคร 3 คน ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้นถึง 35% เมื่อเทียบกับ Shortlist ที่มี 6 คนขึ้นไป และถ้าส่ง Resume เกิน 6 ใบ โอกาสที่ลูกค้าจะปฏิเสธผู้สมัครทั้งหมดก็สูงขึ้นถึง 40%</p>
<p>แน่นอนว่าตัวเลขนี้ไม่ควรถูกยึดเป็นสูตรตายตัวกับทุกตำแหน่งหรือทุกอุตสาหกรรม บางตำแหน่งที่ตลาดกว้างมากหรือมี Requirement หลายมิติ อาจต้องมีตัวเลือกมากกว่า 3 คนก็ได้ แต่หลักคิดสำคัญที่ Recruiter ควรจำไว้คือ ไม่ควรวัดคุณค่าของตัวเองจากจำนวน Resume ที่ส่งได้เพียงอย่างเดียว คุณค่าที่แท้จริงอยู่ที่การคัดให้แคบลงอย่างมีเหตุผล และช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น</p>
<h2>Recruiter ควรเปลี่ยนวิธีส่งผู้สมัครแบบไหน</h2>
<p>วิธีทำงานแบบเดิมมักเริ่มจากหาผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์ให้ได้มากที่สุด ส่ง Resume ให้ลูกค้า แล้วปล่อยให้ลูกค้าเลือกเอง รอ Feedback กลับมา ถ้าลูกค้ายังไม่ถูกใจก็ค่อยส่งเพิ่ม</p>
<p>วิธีนี้อาจดูปลอดภัยในมุมของ Recruiter เพราะรู้สึกว่าตัวเองส่งตัวเลือกให้ครบแล้ว และลูกค้าก็มีสิทธิ์เลือกเองเต็มที่ แต่ในมุมของลูกค้า วิธีนี้อาจทำให้รู้สึกว่างานคัดกรองยังทำไม่เสร็จดี</p>
<p>Recruiter ที่ดีควรถามว่า ถ้าต้องเลือกจริง ๆ 3 คนที่ควรอยู่ต่อหน้าลูกค้าคือใคร และเพราะอะไร</p>
<p>Shortlist ที่ดีควรมีองค์ประกอบสำคัญ 3 อย่าง ดังนี้</p>
<h3>1. คัดก่อนส่ง ไม่ใช่ส่งก่อนคัด</h3>
<p>Recruiter ควรทำงานเปรียบเทียบให้หนักตั้งแต่ก่อนถึงมือลูกค้า ไม่ใช่แค่เช็กว่าผู้สมัครผ่าน Requirement หรือเปล่า แต่ต้องดูด้วยว่าใครเหมาะกับโจทย์ธุรกิจมากกว่ากัน ใครมีความเสี่ยงน้อยกว่า ใครมีแรงจูงใจตรงกับตำแหน่งจริง ๆ และใครมีโอกาสเข้ากับวัฒนธรรมทีมได้ดีที่สุด</p>
<h3>2. อธิบายเหตุผลของแต่ละคนให้ชัด</h3>
<p>Shortlist ที่ดีไม่ควรมีแค่ไฟล์ Resume แนบมาเฉย ๆ Recruiter ควรช่วยลูกค้าเห็นภาพว่าทำไมผู้สมัครคนนี้ถึงควรถูกพิจารณา จุดแข็งคืออะไร มีอะไรที่ต้องระวัง และถ้าจะสัมภาษณ์ต่อ ควรเจาะเรื่องไหนเป็นพิเศษ</p>
<p>ยกตัวอย่างเช่น ผู้สมัคร A เหมาะกับโจทย์ที่ต้องการคนลงมือทำได้เร็ว เพราะมีประสบการณ์ตรงกับระบบที่บริษัทใช้อยู่แล้ว ผู้สมัคร B อาจต้องใช้เวลาเรียนรู้ธุรกิจสักพัก แต่แข็งแรงเรื่องภาษาและการประสานงานกับ Regional Team ส่วนผู้สมัคร C ยังไม่มีประสบการณ์ตรงในอุตสาหกรรมนี้ แต่มี Learning Agility สูง และเงินเดือนอยู่ในกรอบที่บริษัทรับได้สบาย ๆ</p>
<p>พอ Recruiter ช่วยจัดกรอบความคิดแบบนี้ให้ ลูกค้าจะตัดสินใจง่ายขึ้นมาก</p>
<h3>3. กล้ารับผิดชอบกับ Shortlist ของตัวเอง</h3>
<p>การส่ง Top 3 ต้องอาศัยความมั่นใจและความรับผิดชอบพอสมควร เพราะ Recruiter ต้องกล้าบอกลูกค้าตรง ๆ ว่า จากผู้สมัครทั้งหมดที่คัดมา 3 คนนี้คือกลุ่มที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรอบนี้</p>
<p>นี่ไม่ใช่การจำกัดทางเลือกของลูกค้า แต่เป็นการช่วยลดภาระในการตัดสินใจ และนี่แหละคือคุณค่าของ Recruiter มืออาชีพตัวจริง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3>Checklist: ก่อนส่ง Shortlist ต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้</h3>
<ul style="list-style-type: circle;">
<li class="isSelectedEnd"><strong>ผู้สมัครแต่ละคนตอบโจทย์ธุรกิจข้อไหน</strong> &#8211; ตำแหน่งนี้มีไว้แก้ปัญหาอะไรขององค์กร และผู้สมัครคนนี้ช่วยตอบโจทย์นั้นอย่างไร</li>
<li class="isSelectedEnd"><strong>ถ้าต้องเลือกแค่ 3 คน ใครควรอยู่ในลิสต์</strong> &#8211; คำถามนี้ช่วยให้ Recruiter คัดให้แคบลง และไม่ส่งผู้สมัครจำนวนมากเกินไปเพียงเพราะ “เผื่อไว้ก่อน”</li>
<li class="isSelectedEnd"><strong>จุดแข็งของแต่ละคนต่างกันตรงไหน</strong> &#8211; Shortlist ที่ดีควรทำให้ Hiring Manager เห็นความต่างของผู้สมัครแต่ละคนได้ชัด ไม่ใช่ Resume ที่คล้ายกันจนเลือกยาก</li>
<li class="isSelectedEnd"><strong>ข้อกังวลของแต่ละคนคืออะไร</strong> &#8211; ผู้สมัครไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่ Recruiter ควรรู้ว่าจุดเสี่ยงอยู่ตรงไหน เช่น เงินเดือนสูง ทักษะบางด้านยังไม่ครบ หรือประสบการณ์ยังไม่ตรงเต็มที่</li>
<li class="isSelectedEnd"><strong>ถ้าสัมภาษณ์ต่อ ควรถามเรื่องอะไร</strong> &#8211; Resume เป็นแค่จุดเริ่มต้น Recruiter ควรช่วยชี้ให้เห็นว่าควรตรวจสอบประเด็นไหนต่อ เพื่อให้การสัมภาษณ์มีทิศทางและได้ข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจจริง</li>
</ul>
<p>Shortlist ที่ดีจึงไม่ใช่แค่รายชื่อผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้น แต่ควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ Hiring Manager เห็นภาพชัดขึ้นว่า ใครเหมาะกับโจทย์งานจริง ใครมีความเสี่ยงตรงไหน และควรเดินหน้ากับใครต่อ</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>ยกระดับงานสรรหา ด้วยบริการ Recruitment Agency</h2>
<p>สำหรับองค์กรที่ปิดตำแหน่งช้า ลูกค้าภายในให้ Feedback ช้า หรือ Hiring Manager มักขอ “ดูเพิ่มอีกหน่อย” อยู่เรื่อย ๆ ปัญหาอาจไม่ได้มาจากจำนวนผู้สมัครในตลาดเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับวิธีคัดกรองและวิธีนำเสนอผู้สมัครให้ผู้ตัดสินใจด้วย</p>
<p>ลองกลับมาทบทวนดูว่า กระบวนการ Recruitment ขององค์กรช่วยให้ Hiring Manager ตัดสินใจง่ายขึ้นจริงหรือไม่ Recruiter เข้าใจโจทย์ธุรกิจของตำแหน่งนั้นมากพอแล้วหรือยัง Shortlist ที่ส่งไปมีเหตุผลรองรับชัดเจนแค่ไหน ข้อมูลของผู้สมัครช่วยให้ตัดสินใจได้ครบมิติหรือเปล่า และจำนวน Resume ที่ส่งไปนั้น ช่วยให้เลือกง่ายขึ้น หรือทำให้ลังเลกว่าเดิม</p>
<p>เพราะ Shortlist ที่ดีไม่ควรเป็นเพียงรายชื่อผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้น แต่ควรเป็นรายชื่อที่ผ่านการคัดกรองมาแล้วว่าเหมาะกับโจทย์งาน วัฒนธรรมองค์กร ความคาดหวังของ Hiring Manager และความเป็นไปได้ในการจ้างงานจริง</p>
<p><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener">หากองค์กรต้องการตัวช่วยในการสรรหาที่ช่วยคัดเลือก Candidate Shortlist ที่ใช่มาให้พิจารณาอย่างเป็นระบบ ลดภาระในการคัดกรอง และทำให้การตัดสินใจของ Hiring Manager ง่ายขึ้น สามารถเลือกใช้บริการ Recruitment Agency อย่าง Reeracoen Thailand เพื่อช่วยค้นหา ประเมิน และนำเสนอผู้สมัครที่เหมาะสมกับตำแหน่งได้อย่างมืออาชีพ ติดต่อได้เลยที่นี่</a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50352 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/2-2-1024x1024-1-e1782280425514.webp" alt="Reeracoen Thailand" width="600" height="600" title="The Paradox of Choice in Recruitment: ทำไม Shortlist ผู้สมัครน้อย ถึงปิดจ๊อบได้ไวกว่าการมีตัวเลือกเยอะ ? 174"></a></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>The Paradox of Choice in Recruitment เตือนให้เห็นว่าการมีตัวเลือกมากขึ้น ไม่ได้แปลว่าจะตัดสินใจได้ดีขึ้นเสมอไป</p>
<p>ในงานสรรหา การส่ง Resume จำนวนมากอาจดูเหมือนเป็นการเพิ่มโอกาส แต่ถ้าตัวเลือกเหล่านั้นไม่ได้ผ่านการกรองมาอย่างมีเหตุผลมากพอ มันก็อาจกลายเป็นภาระของลูกค้า จนเกิดความลังเล ความสับสน และการเลื่อนตัดสินใจออกไปเรื่อย ๆ ในที่สุด</p>
<p>Shortlist ที่ดีจึงไม่ใช่ลิสต์ที่ยาวที่สุด แต่เป็นลิสต์ที่ผ่านการคัดมาอย่างรอบคอบ มีเหตุผลรองรับชัดเจน และช่วยให้ลูกค้าเห็นทางเลือกที่เหมาะสมจริง ๆ</p>
<p>หน้าที่ของ Recruiter ไม่ใช่ส่งให้เยอะกว่าเดิม แต่ต้องคิดให้ลึกกว่าเดิมต่างหาก เพราะสุดท้ายแล้วเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่ Long List แต่เป็น Right Shortlist</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources:</strong></p>
<ul>
<li>Insight จากคุณปฏิยุทธ์ นุสธรรม Recruitment Consultant จาก Reeracoen Thailand</li>
<li><a href="https://cammio.com/blog/paradox-of-choice-recruitment" target="_blank" rel="noopener">Cammio</a></li>
<li><a href="https://medium.com/@NatashaMH/the-paradox-of-choice-d710abdeecbe" target="_blank" rel="noopener">Medium</a></li>
<li><a href="https://thedecisionlab.com/reference-guide/economics/the-paradox-of-choice" target="_blank" rel="noopener">The Decision LabForbes</a></li>
<li><a href="https://www.forbes.com/councils/forbeshumanresourcescouncil/2022/07/14/how-the-paradox-of-choice-hamstrings-hiring-and-what-to-do-about-it/" target="_blank" rel="noopener">Forbes</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/the-paradox-of-choice-in-recruitment-260706/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลัง Performance Review ทำไมคนไทยกว่า 85% พร้อมมองหางานใหม่ ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-survey/performance-review-260706/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-survey/performance-review-260706/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jul 2026 06:28:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Robert Walters]]></category>
		<category><![CDATA[หางานใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[Performance Review]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50456</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ผลสำรวจล่าสุดจาก Robert Walters Thailand พบว่า พนักงานในประเทศไทยกว่า 40% รู้สึกผูกพันต่อองค์กรและมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น หลังผ่านการประเมินผลงานล่าสุด อย่างไรก็ตาม พนักงานไทยกว่า 85% ยังคงเปิดรับโอกาสงานใหม่ บอกให้เห็นว่า Employee Engagement เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการรักษาคนเก่ง พนักงานไทย 56% คาดหวังว่าจะได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนภายในปีนี้ แม้เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน ปัจจัยที่พนักงานให้ความสำคัญไม่ได้มีแค่เงินเดือน แต่รวมถึงความยืดหยุ่นในการทำงาน ความมั่นคงในอาชีพ การบริหารจัดการที่เปิดกว้าง และวัฒนธรรมองค์กรที่สร้างแรงบันดาลใจ สำหรับ HR ความท้าทายสำคัญในครึ่งหลังของปี 2026 คือการทำให้พนักงานมองเห็นอนาคตของตัวเองในองค์กร ทั้งด้านการเติบโต ความหมายของงาน และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานระยะยาว การประเมินผลงาน หรือ Performance Review เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่องค์กรใช้พูดคุยกับพนักงานเรื่องผลงาน ความคาดหวัง ค่าตอบแทน และเส้นทางการเติบโตในอนาคต ในมุมขององค์กร กระบวนการนี้ช่วยให้ผู้บริหารและ HR เข้าใจสถานะของคนในทีมมากขึ้น ขณะที่ในมุมของพนักงาน นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่พวกเขาจะได้รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่มีคุณค่าแค่ไหน และองค์กรยังมองเห็นอนาคตของพวกเขาอยู่หรือไม่ ผลสำรวจล่าสุดจาก Robert Walters Thailand พบว่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>ผลสำรวจล่าสุดจาก <a href="https://www.robertwalters.co.th/" target="_blank" rel="noopener">Robert Walters Thailand</a> พบว่า พนักงานในประเทศไทยกว่า 40% รู้สึกผูกพันต่อองค์กรและมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น หลังผ่านการประเมินผลงานล่าสุด</li>
<li>อย่างไรก็ตาม พนักงานไทยกว่า 85% ยังคงเปิดรับโอกาสงานใหม่ บอกให้เห็นว่า Employee Engagement เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการรักษาคนเก่ง</li>
<li>พนักงานไทย 56% คาดหวังว่าจะได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนภายในปีนี้ แม้เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน<br />
ปัจจัยที่พนักงานให้ความสำคัญไม่ได้มีแค่เงินเดือน แต่รวมถึงความยืดหยุ่นในการทำงาน ความมั่นคงในอาชีพ การบริหารจัดการที่เปิดกว้าง และวัฒนธรรมองค์กรที่สร้างแรงบันดาลใจ</li>
<li>สำหรับ HR ความท้าทายสำคัญในครึ่งหลังของปี 2026 คือการทำให้พนักงานมองเห็นอนาคตของตัวเองในองค์กร ทั้งด้านการเติบโต ความหมายของงาน และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานระยะยาว</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50457" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-03T094909.922.webp" alt="HREX Performance Review" width="600" height="370" title="หลัง Performance Review ทำไมคนไทยกว่า 85% พร้อมมองหางานใหม่ ? 179" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-03T094909.922.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-03T094909.922-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การประเมินผลงาน หรือ Performance Review เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่องค์กรใช้พูดคุยกับพนักงานเรื่องผลงาน ความคาดหวัง ค่าตอบแทน และเส้นทางการเติบโตในอนาคต</p>
<p>ในมุมขององค์กร กระบวนการนี้ช่วยให้ผู้บริหารและ HR เข้าใจสถานะของคนในทีมมากขึ้น ขณะที่ในมุมของพนักงาน นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่พวกเขาจะได้รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่มีคุณค่าแค่ไหน และองค์กรยังมองเห็นอนาคตของพวกเขาอยู่หรือไม่</p>
<p>ผลสำรวจล่าสุดจาก Robert Walters Thailand พบว่า พนักงานกว่า 40% ในองค์กรประเทศไทยรู้สึกมีความผูกพันต่อองค์กรและมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น หลังการประเมินผลงานล่าสุด ขณะที่มีเพียง 9% เท่านั้นที่ระบุว่ากระบวนการประเมินผลงานทำให้ความรู้สึกเชิงบวกต่อองค์กรลดลง</p>
<p>ฟังดูเหมือนเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับองค์กร แต่ข้อมูลอีกด้านกลับน่าสนใจกว่า เพราะพนักงานไทยกว่า 85% ยังคงเปิดรับและพร้อมพิจารณาโอกาสงานใหม่</p>
<p>คำถามคือ ถ้า Performance Review ช่วยเพิ่ม <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/23">Engagement</a> ได้จริง ทำไมพนักงานจำนวนมากยังพร้อมย้ายงาน ?</p>

<h2>Performance Review ยังสำคัญ แต่ประเมินแล้วต้องทำให้เห็นอนาคตชัดขึ้น</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50461 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-06T131854.885.webp" alt="HREX Performance Review" width="600" height="370" title="หลัง Performance Review ทำไมคนไทยกว่า 85% พร้อมมองหางานใหม่ ? 180" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-06T131854.885.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-06T131854.885-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ผลสำรวจจาก Robert Walters Thailand พบว่า พนักงานกว่า 40% รู้สึกผูกพันต่อองค์กรและมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น หลังผ่านการประเมินผลงานล่าสุด</p>
<p>ข้อมูลนี้บอกให้เห็นว่า Performance Review ยังมีบทบาทสำคัญต่อ Employee Engagement โดยเฉพาะเมื่อกระบวนการดังกล่าวทำให้พนักงานรู้สึกว่า ผลงานของพวกเขาได้รับการมองเห็น ได้รับการยอมรับ และมีโอกาสพูดคุยเรื่องอนาคตกับองค์กรอย่างจริงจัง</p>
<p>คุณ <strong>แอนดรูว์ พาวเวลล์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของกลุ่มบริษัท Robert Walters</strong> อธิบายว่า การประเมินผลงานกำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการบริหารจัดการบุคลากร โดยเฉพาะช่วงเวลาที่องค์กรต้องสร้างสมดุลระหว่างความต้องการของพนักงานกับการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>พนักงานไม่ได้ต้องการรู้แค่ว่าผลงานของตัวเองอยู่ในระดับใด แต่ต้องการรู้ด้วยว่า ทักษะของพวกเขามีคุณค่ากับองค์กรมากแค่ไหน พวกเขามีโอกาสเติบโตต่อไปอย่างไร และองค์กรพร้อมลงทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาในระยะยาวหรือไม่</p>
<p>ดังนั้น Performance Review ที่ดีจึงไม่ควรเป็นเพียงการสรุปผลงานย้อนหลัง แต่ควรช่วยให้พนักงานเห็นภาพอนาคตของตัวเองในองค์กรชัดขึ้น</p>
<h2>พนักงานไทยยังเชื่อมั่นเรื่องการปรับเงินเดือน แม้เศรษฐกิจไม่แน่นอน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50460" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-06T131838.735.webp" alt="HREX Performance Review" width="600" height="370" title="หลัง Performance Review ทำไมคนไทยกว่า 85% พร้อมมองหางานใหม่ ? 181" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-06T131838.735.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-06T131838.735-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>จากผลสำรวจช่วงกลางปี 2026 ของ Robert Walters พบว่า พนักงานในประเทศไทยกว่าครึ่ง หรือ 56% คาดหวังว่าจะได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนภายในปีนี้ ขณะที่มีเพียง 9% เท่านั้นที่มองว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะได้รับการปรับเงินเดือน</p>
<p>ตัวเลขนี้น่าสนใจ เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน หลายองค์กรต้องบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ และการตัดสินใจเรื่องค่าตอบแทนอาจทำได้ยากกว่าเดิม</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สำหรับพนักงาน การประเมินผลงานและการพูดคุยเรื่องเงินเดือนยังเป็นจุดสำคัญในการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับองค์กร</p>
<p>ถ้าพนักงานรู้สึกว่า ผลงานเติบโตขึ้น แต่ค่าตอบแทน โอกาส หรือการยอมรับจากองค์กรไม่ได้ขยับไปในทิศทางเดียวกัน ความรู้สึกผูกพันที่เกิดขึ้นจาก Performance Review อาจอยู่ได้ไม่นาน</p>
<p>นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญของ HR ในครึ่งหลังของปี 2026 เพราะการสื่อสารเรื่องค่าตอบแทนต้องทำอย่างโปร่งใส มีเหตุผล และตั้งอยู่บนข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้พนักงานเข้าใจข้อจำกัดขององค์กร พร้อมกันนั้นก็ยังรู้สึกว่าองค์กรให้ความสำคัญกับผลงานของพวกเขาจริง</p>
<h2>เงินเดือนสำคัญ แต่ไม่ใช่คำตอบเดียวของการรักษาคนเก่ง</h2>
<p>แม้ค่าตอบแทนจะยังเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ผลสำรวจของ Robert Walters ชี้ว่า สิ่งที่พนักงานให้ความสำคัญไม่ได้จำกัดอยู่ที่เงินเดือนเพียงอย่างเดียว</p>
<p>ปัจจัยสำคัญที่พนักงานใช้พิจารณาเลือกนายจ้าง ได้แก่</p>
<ul>
<li>รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น 41%</li>
<li>ความมั่นคงในการทำงาน 38%</li>
<li>การบริหารจัดการที่เปิดกว้างและมีประสิทธิภาพ 30%</li>
<li>วัฒนธรรมองค์กรที่สร้างแรงบันดาลใจ 30%</li>
</ul>
<p>ข้อมูลนี้ทำให้เห็นว่า Employee Value Proposition ขององค์กรต้องครอบคลุมมากกว่าค่าตอบแทน</p>
<p>พนักงานจำนวนมากต้องการองค์กรที่ให้ความยืดหยุ่นในการทำงาน มีความมั่นคงพอให้วางแผนชีวิตได้ มีหัวหน้าที่สื่อสารชัดเจน เปิดรับความคิดเห็น และมีวัฒนธรรมที่ทำให้พนักงานรู้สึกอยากมีส่วนร่วมกับเป้าหมายขององค์กร</p>
<p>สำหรับ HR นี่คือสัญญาณว่าการรักษาคนเก่งต้องทำงานร่วมกันหลายมิติ ตั้งแต่ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/27">Compensation &amp; Benefits</a>, <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190604-career-development/">Career Development</a>, <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190605-leadership/">Leadership</a>, <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/what-is-organizational-culture-210604/">Culture</a> ไปจนถึง Work Design</p>
<p>องค์กรที่มองเรื่อง <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190326-employee-retention/">Retention</a> แยกเป็นส่วน ๆ อาจแก้ปัญหาได้แค่ระยะสั้น ขณะที่องค์กรที่เชื่อมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน จะมีโอกาสสร้างเหตุผลที่แข็งแรงกว่าในการทำให้พนักงานอยากอยู่ต่อ</p>
<h2>ทำไมพนักงานที่ผูกพันกับองค์กร ยังพร้อมมองหางานใหม่ ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50459" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-06T131822.381.webp" alt="HREX Performance Review" width="600" height="370" title="หลัง Performance Review ทำไมคนไทยกว่า 85% พร้อมมองหางานใหม่ ? 182" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-06T131822.381.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-06T131822.381-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หนึ่งในข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดจากผลสำรวจครั้งนี้คือ พนักงานไทยกว่า 85% ยังคงเปิดรับและพร้อมพิจารณาโอกาสงานใหม่ แม้การประเมินผลงานจะมีส่วนช่วยสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อบทบาทปัจจุบัน</p>
<p>คุณ <strong>ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา ผู้จัดการประจำสาขาประเทศไทยของ Robert Walters</strong> ให้ความเห็นว่า แม้ Performance Review จะช่วยสร้างความรู้สึกเชิงบวกต่อบทบาทการทำงาน แต่พนักงานไทยจำนวนมากยังพร้อมเปิดรับโอกาสใหม่อยู่เสมอ</p>
<p>จากผลสำรวจ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจอยู่กับองค์กรของพนักงาน ได้แก่</p>
<ul>
<li>โอกาสในการเติบโตและความก้าวหน้าในสายอาชีพ</li>
<li>วัฒนธรรมองค์กรที่เป็นบวกและเปิดกว้าง</li>
<li>ความยืดหยุ่นด้านเวลาและสถานที่ทำงาน</li>
</ul>
<p>สิ่งนี้บอกให้องค์กรเห็นว่า Engagement กับ Retention ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป</p>
<p>พนักงานอาจรู้สึกดีกับทีม หัวหน้า และงานที่ทำอยู่ แต่ถ้าไม่เห็นโอกาสเติบโต ไม่เห็นความก้าวหน้าในสายอาชีพ หรือรู้สึกว่างานปัจจุบันไม่ตอบโจทย์ชีวิตในระยะยาว พวกเขาก็อาจพร้อมฟังข้อเสนอจากที่อื่น</p>
<h2>ผู้นำแบบไหนที่พนักงานไทยต้องการ ?</h2>
<p>อีกประเด็นสำคัญจากผลสำรวจคือ รูปแบบ<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/leadership-at-all-levels-2311114/">ภาวะผู้นำ</a>ที่พนักงานไทยให้ความสำคัญ</p>
<p>พนักงาน 37% ให้ความสำคัญกับผู้นำที่มีภาวะผู้นำแบบชี้นำ หรือ Authoritative Leadership ซึ่งสามารถกำหนดทิศทาง ความคาดหวัง และเป้าหมายได้อย่างชัดเจน</p>
<p>รองลงมาคือผู้นำแบบสร้างการเปลี่ยนแปลง หรือ Transformational Leadership ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คิดเป็น 32%</p>
<p>ตัวเลขนี้บอกให้เห็นว่า พนักงานไม่ได้ต้องการแค่หัวหน้าที่ใจดีหรือยืดหยุ่นเท่านั้น แต่ต้องการผู้นำที่ให้ทิศทางชัดเจน สื่อสารตรงไปตรงมา และทำให้ทีมเข้าใจว่ากำลังเดินไปทางไหน</p>
<p>ในช่วงเวลาที่ธุรกิจเผชิญความไม่แน่นอน ความชัดเจนจากผู้นำยิ่งสำคัญ เพราะช่วยลดความกังวล เพิ่มความไว้วางใจ และทำให้พนักงานรู้สึกว่าการทำงานของพวกเขามีความหมายต่อเป้าหมายใหญ่ขององค์กร</p>
<p>สำหรับ HR การพัฒนาผู้นำจึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของการรักษาพนักงาน โดยเฉพาะหัวหน้างานระดับกลางที่ใกล้ชิดกับพนักงานมากที่สุด และมีอิทธิพลโดยตรงต่อประสบการณ์การทำงานในแต่ละวัน</p>
<h2>บทสรุป: HR ต้องเปลี่ยน Performance Review ให้เป็น Career Conversation</h2>
<p>ผลสำรวจจาก Robert Walters Thailand ทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นของตลาดแรงงานไทยในครึ่งหลังของปี 2026</p>
<p>ด้านหนึ่ง Performance Review ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างความผูกพันและแรงจูงใจในการทำงาน แต่อีกด้านหนึ่ง พนักงานจำนวนมากยังพร้อมเปิดรับโอกาสใหม่ หากองค์กรไม่สามารถตอบโจทย์เรื่องการเติบโต ความยืดหยุ่น ความมั่นคง และความหมายของงานได้ดีพอ</p>
<p>สำหรับ HR บทเรียนสำคัญคือ การประเมินผลงานไม่ควรจบที่คะแนน ผลลัพธ์ หรือการพิจารณาปรับเงินเดือนเท่านั้น แต่ต้องกลายเป็นบทสนทนาเรื่องอนาคตของพนักงานอย่างจริงจัง</p>
<p>องค์กรควรใช้ช่วง Performance Review เพื่อพูดคุยกับพนักงานใน 4 เรื่องสำคัญ</p>
<ol>
<li>พนักงานเห็นเส้นทางเติบโตของตัวเองในองค์กรหรือไม่</li>
<li>ทักษะใดที่พนักงานต้องพัฒนาเพื่อก้าวไปสู่บทบาทถัดไป</li>
<li>องค์กรสามารถสนับสนุนการเติบโตของพนักงานได้อย่างไร</li>
<li>อะไรคือปัจจัยที่จะทำให้พนักงานอยากอยู่กับองค์กรต่อในระยะยาว</li>
</ol>
<p>การรักษาคนเก่งในปี 2026 จึงไม่ใช่แค่การจ่ายเงินเดือนให้แข่งขันได้ แต่ต้องสร้างประสบการณ์การทำงานที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าตัวเองได้รับการยอมรับ มีโอกาสเติบโต และมีเหตุผลมากพอที่จะเลือกอนาคตของตัวเองร่วมกับองค์กรเดิม</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-survey/performance-review-260706/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AI Hiring Bias ใครต้องรับผิดชอบถ้า AI คัดคนผิด ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/ai-hiring-bias-260702/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/ai-hiring-bias-260702/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2026 03:24:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[อคติ]]></category>
		<category><![CDATA[AI Hiring Bias]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50443</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Workday ถูกผู้สมัครงานฟ้องในสหรัฐอเมริกาว่า แพลตฟอร์ม AI-Powered Hiring Software อาจมีส่วนทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติในการคัดเลือกเข้าทำงานต่อผู้สมัครบางกลุ่ม ทำให้ประเด็น AI Hiring Bias ถูกจับตามองมากขึ้น AI Hiring อาจไม่ได้ใช้ข้อมูลอ่อนไหวโดยตรง แต่ตัวแปรที่ดูเป็นกลาง เช่น Employment Gaps, Keyword Matching หรือประวัติการทำงาน อาจทำให้ผู้สมัครบางกลุ่มเสียเปรียบได้ ปัญหา AI Hiring Bias ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการออกแบบระบบการสรรหา, การกำกับดูแลข้อมูล และความรับผิดชอบของ HR ทั้งกระบวนการ HR ที่ใช้ AI ในการสรรหาต้องมีระบบตรวจสอบที่ชัดเจนเพื่อให้แน่ชัดว่า การสรรหาจะเป็นไปอย่างโปร่งใส และยุติธรรม AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในงาน Recruitment ของหลายองค์กรไปแล้ว ตั้งแต่การอ่านเรซูเม่ คัดกรองผู้สมัคร จัดอันดับ Candidate แนะนำผู้สมัครที่เหมาะสม ไปจนถึงช่วยลดเวลาการทำงานของ Recruiter ในช่วงที่มีใบสมัครจำนวนมาก สำหรับ HR นี่คือเครื่องมือที่ช่วยเพิ่ม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>Workday ถูกผู้สมัครงานฟ้องในสหรัฐอเมริกาว่า แพลตฟอร์ม AI-Powered Hiring Software อาจมีส่วนทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติในการคัดเลือกเข้าทำงานต่อผู้สมัครบางกลุ่ม ทำให้ประเด็น AI Hiring Bias ถูกจับตามองมากขึ้น</li>
<li>AI Hiring อาจไม่ได้ใช้ข้อมูลอ่อนไหวโดยตรง แต่ตัวแปรที่ดูเป็นกลาง เช่น Employment Gaps, Keyword Matching หรือประวัติการทำงาน อาจทำให้ผู้สมัครบางกลุ่มเสียเปรียบได้</li>
<li>ปัญหา AI Hiring Bias ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการออกแบบระบบการสรรหา, การกำกับดูแลข้อมูล และความรับผิดชอบของ HR ทั้งกระบวนการ</li>
<li>HR ที่ใช้ AI ในการสรรหาต้องมีระบบตรวจสอบที่ชัดเจนเพื่อให้แน่ชัดว่า การสรรหาจะเป็นไปอย่างโปร่งใส และยุติธรรม</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50447" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-30T162931.960.webp" alt="HR AI Hiring Bias" width="600" height="370" title="AI Hiring Bias ใครต้องรับผิดชอบถ้า AI คัดคนผิด ? 186" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-30T162931.960.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-30T162931.960-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในงาน Recruitment ของหลายองค์กรไปแล้ว ตั้งแต่การอ่านเรซูเม่ คัดกรองผู้สมัคร จัดอันดับ Candidate แนะนำผู้สมัครที่เหมาะสม ไปจนถึงช่วยลดเวลาการทำงานของ Recruiter ในช่วงที่มีใบสมัครจำนวนมาก</p>
<p>สำหรับ HR นี่คือเครื่องมือที่ช่วยเพิ่ม Productivity ได้จริง เพราะทำให้กระบวนการสรรหาเร็วขึ้น เป็นระบบขึ้น และลดภาระงานซ้ำ ๆ ได้มากขึ้น</p>
<p>แต่เมื่อ AI เข้ามาช่วยคัดคน คำถามก็คือ ถ้า AI คัดคนผิด มองข้ามผู้สมัครที่มีศักยภาพ หรือทำให้ผู้สมัครบางกลุ่มเสียเปรียบโดยไม่รู้ตัว ใครควรเป็นคนรับผิดชอบ ?</p>
<p>ประเด็นนี้ถูกพูดถึงมากขึ้น หลัง <a href="https://www.reuters.com/legal/government/workday-must-face-california-lawsuit-over-ai-bias-job-screening-tools-2026-06-22/" target="_blank" rel="noopener">Reuters</a> รายงานว่า คดีที่ผู้สมัครงานรายหนึ่งฟ้อง <a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/personalization-is-key-workday-080523/">Workday</a> แพลตฟอร์ม HR Tech รายใหญ่ของสหรัฐฯ ว่า AI-Powered Hiring Software อาจทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติต่อผู้สมัครงาน จนส่งผลกระทบต่อผู้สมัครบางกลุ่ม รวมถึงผู้พิการ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า Workday มีความผิดแล้ว เพราะคดียังอยู่ในกระบวนการพิจารณา และบริษัทเองก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว</p>
<p>สิ่งที่ทำให้คดีนี้น่าจับตามองคือ มันกำลังตั้งคำถามสำคัญต่อวงการ HR Tech ว่า หาก AI Hiring ทำให้เกิดผลกระทบที่ไม่เป็นธรรม ความรับผิดชอบควรอยู่ที่นายจ้างเพียงฝ่ายเดียว หรือควรขยายไปถึงผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้วย</p>

<h2>AI Hiring Bias ไม่ได้เกิดจากการใส่ “ข้อมูลต้องห้าม” เสมอไป</h2>
<p>เวลาพูดถึง AI Bias หลายคนอาจนึกถึงกรณีที่ระบบใช้ข้อมูลอ่อนไหวโดยตรง เช่น เพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา หรือความพิการ</p>
<p>แต่ในกระบวนการจ้างงานจริง Bias อาจซับซ้อนกว่านั้น</p>
<p>แม้ระบบจะไม่ได้ถามอายุโดยตรง แต่ข้อมูลบางอย่างอาจบอกใบ้ช่วงอายุได้ แม้ระบบจะไม่ได้ถามเรื่องความพิการโดยตรง แต่ Employment Gaps หรือช่องว่างระหว่างการทำงาน อาจเชื่อมโยงกับคนที่เคยป่วย ต้องดูแลครอบครัว ต้องพักรักษาตัว หรือมีข้อจำกัดบางอย่างในชีวิต</p>
<p>แม้ระบบจะไม่ได้ถามฐานะทางสังคม แต่ชื่อมหาวิทยาลัย ที่อยู่ รูปแบบประสบการณ์ หรือเส้นทางอาชีพ อาจกลายเป็นตัวแปรที่สะท้อนความได้เปรียบเสียเปรียบทางสังคมได้เช่นกัน</p>
<p>นี่คือเหตุผลที่ AI Hiring Bias เป็นเรื่องที่ HR ต้องระวัง เพราะระบบอาจไม่ได้เลือกปฏิบัติแบบตรงไปตรงมา แต่ใช้ข้อมูลที่ดูเป็นกลาง แล้วสร้างผลลัพธ์ที่ไม่เป็นกลาง</p>
<h2>ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ AI อย่างเดียว แต่อยู่ที่กระบวนการคัดเลือกทั้งระบบ</h2>
<p>ในมุม HR สิ่งสำคัญคืออย่ามองว่า AI เป็นตัวการเดียว</p>
<p>เพราะ AI มักถูกฝึกจากข้อมูล วิธีคิด เกณฑ์การคัดเลือก และรูปแบบการตัดสินใจที่มนุษย์เคยใช้มาก่อน ถ้าในอดีตองค์กรมี Hiring Pattern ที่เอนเอียงอยู่แล้ว AI ก็อาจเรียนรู้รูปแบบนั้น ถ้าองค์กรใช้ performance data ที่ไม่สมบูรณ์ AI ก็อาจเรียนรู้จากข้อมูลที่ไม่สะท้อนความสามารถจริง และถ้า Job Criteria ไม่ชัด AI ก็อาจคัดคนจากตัวแปรที่ไม่เกี่ยวกับความสำเร็จในงานจริง</p>
<p>ดังนั้น AI Hiring Bias จึงไม่ใช่ปัญหาของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการออกแบบกระบวนการสรรหา การจัดการข้อมูล และความรับผิดชอบของ HR ทั้งระบบ</p>
<p>สิ่งที่เราต้องตั้งคำถามก่อนก็คือ ระบบใช้ข้อมูลอะไร ? เกณฑ์การคัดเลือกสัมพันธ์กับงานจริงแค่ไหน ? มนุษย์มีบทบาทตรวจสอบตรงไหน ? ผู้สมัครรู้หรือไม่ว่าถูกประเมินด้วยระบบอัตโนมัติ ?</p>
<p>และถ้าผู้สมัครถูกปฏิเสธ เขามีช่องทางโต้แย้งหรือขอคำอธิบายหรือไม่ ?</p>
<h2>แม้องค์กรไทยยังไม่ถูกบังคับเหมือนต่างประเทศ แต่ทำไม HR ต้องสนใจประเด็นนี้</h2>
<p>บางคนอาจมองว่าคดีนี้เกิดในสหรัฐฯ และกฎหมาย AI Hiring ของไทยยังไม่ได้เข้มข้นเท่านิวยอร์ก แคลิฟอร์เนีย หรือยุโรป แต่สำหรับ HR ไทย ประเด็นนี้ควรถูกมองเป็นสัญญาณล่วงหน้า</p>
<p>เพราะองค์กรไทยเองก็เริ่มใช้ HR Tech, ระบบ ATS, Assessment Platform, Chatbot, Resume screening หรือ AI ในกระบวนการสรรหามากขึ้นเรื่อย ๆ และยิ่งองค์กรรับสมัครคนจำนวนมาก ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้ระบบคัดกรองอัตโนมัติจะช่วยลดเวลาและต้นทุนได้มากจริง ๆ</p>
<p>แต่ถ้าองค์กรใช้ AI โดยไม่มีการกำกับดูแลที่ดี ความเสี่ยงจะไม่ได้อยู่แค่เรื่องกฎหมายเท่านั้น แต่รวมถึงชื่อเสียงขององค์กร ความเชื่อมั่นของผู้สมัคร, Employer Branding และคุณภาพของ Talent Pool ในระยะยาว</p>
<p>ถ้าระบบคัดคนบางกลุ่มออกตั้งแต่ต้น องค์กรอาจไม่ได้แค่เสี่ยงถูกฟ้อง แต่กำลังเสียคนเก่งที่ไม่เข้ากับแพทเทิร์นเดิมของระบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50446" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-30T160417.501.webp" alt="HR AI Hiring Bias" width="600" height="370" title="AI Hiring Bias ใครต้องรับผิดชอบถ้า AI คัดคนผิด ? 187" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-30T160417.501.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-30T160417.501-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>ใช้ AI คัดคนได้ แต่ต้องมีหลักฐานว่าใช้แล้วยุติธรรมพอ</h2>
<p>AI Hiring ไม่ใช่สิ่งที่ HR ต้องหยุดใช้ แต่ต้องใช้แบบรู้ว่าความเร็วไม่ได้สำคัญกว่าความเป็นธรรม</p>
<p>และนี่คือสิ่งที่ HR ควรทำ</p>
<h3>1. Vendor Due Diligence</h3>
<p>ก่อนเลือกใช้ HR Tech หรือ AI Screening Tool HR ควรถามผู้ให้บริการให้ชัดว่า ระบบใช้ข้อมูลอะไร ใช้โมเดลแบบไหน อธิบายผลลัพธ์ได้แค่ไหน มีการทดสอบอคติหรือไม่ มีเอกสาร validation หรือไม่ และลูกค้าสามารถ Audit ได้แค่ไหน</p>
<h3>2. Bias Audit</h3>
<p>องค์กรควรตรวจสอบว่าระบบคัดกรองทำให้ผู้สมัครบางกลุ่มผ่านหรือไม่ผ่านในอัตราที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเพศ อายุ ความพิการ เชื้อชาติ หรือปัจจัยที่กฎหมายคุ้มครองในแต่ละประเทศ</p>
<h3>3. Human Oversight</h3>
<p>AI ไม่ควรถูกปล่อยให้เป็นคนตัดสินใจสุดท้ายโดยไม่มีมนุษย์ตรวจสอบ โดยเฉพาะในตำแหน่งที่มีผลกระทบสูง หรือกรณีที่ระบบให้คะแนนต่ำด้วยเหตุผลที่ไม่ชัดเจน</p>
<h3>4. Job-related Criteria</h3>
<p>ทุกเกณฑ์ที่ใช้คัดกรองผู้สมัครควรตอบได้ว่าเกี่ยวข้องกับงานจริงอย่างไร เช่น หากใช้ช่องว่างระหว่างการทำงาน การเปลี่ยนงานบ่อย หรือการจับ Keyword ในเรซูเม่ HR ต้องรู้ให้ชัดว่าเกณฑ์เหล่านี้บอกถึงความสามารถในการทำงานจริงหรือไม่ หรือเป็นแค่ความเชื่อเดิมขององค์กร</p>
<h3>5. Candidate Transparency</h3>
<p>ผู้สมัครควรรู้ว่ากระบวนการคัดเลือกมีการใช้ AI หรือ Automated Tool ในส่วนใดบ้าง และควรมีช่องทางสอบถามหรือขอความช่วยเหลือ หากมีข้อจำกัด เช่น ความพิการ การเข้าถึงเทคโนโลยี หรือข้อมูลในเรซูเม่ที่ระบบอาจตีความผิด</p>
<h2>คำถามที่ HR ควรถามก่อนใช้ AI Hiring Tool</h2>
<p>ก่อนนำ AI เข้ามาในกระบวนการคัดเลือก HR ควรถามอย่างน้อย 10 ข้อนี้</p>
<ol>
<li>AI ใช้ข้อมูลอะไรในการคัดกรองผู้สมัคร</li>
<li>มีข้อมูลหรือตัวแปรใดในระบบที่อาจบ่งชี้ถึงข้อมูลอ่อนไหวของผู้สมัครโดยอ้อมหรือไม่</li>
<li>เกณฑ์การคัดเลือกเกี่ยวข้องกับความสำเร็จในงานจริงแค่ไหน</li>
<li>ระบบเคยได้รับการตรวจสอบเรื่อง Bias หรือผ่านการประเมินความน่าเชื่อถือมาแล้วหรือไม่</li>
<li>มีเอกสารอธิบายโมเดลและวิธีประเมินหรือไม่</li>
<li>เมื่อ AI ให้ผลลัพธ์ออกมา HR สามารถตรวจสอบ ทบทวน หรือปรับการตัดสินใจได้มากน้อยแค่ไหน</li>
<li>ผู้สมัครจะได้รับแจ้งหรือไม่ว่ามีการใช้ระบบอัตโนมัติ</li>
<li>หากผู้สมัครมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ความพิการ ปัญหาการเข้าถึงเทคโนโลยี หรือข้อมูลที่ระบบอาจตีความผิด มีช่องทางให้แจ้งหรือขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่</li>
<li>ใครเป็นผู้รับรับผิดชอบเมื่อเกิดผลลัพธ์ที่ไม่เป็นธรรม</li>
<li>ระบบนี้ช่วยให้การจ้างงานยุติธรรมขึ้นจริง หรือเพียงแค่ทำให้กระบวนการเร็วขึ้น</li>
</ol>
<p>คำถามเหล่านี้อาจดูละเอียด แต่ในยุคที่ AI Hiring เริ่มถูกตรวจสอบมากขึ้น การไม่มีคำตอบอาจเป็นความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนตรวจสอบตั้งแต่แรก</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28797" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/AI-Bias-in-HR-อคติของปัญญาประดิษฐ์-ภัยเงียบขององค์กร.jpg" alt="AI Bias in HR อคติของปัญญาประดิษฐ์ ภัยเงียบขององค์กร" width="600" height="370" title="AI Hiring Bias ใครต้องรับผิดชอบถ้า AI คัดคนผิด ? 188" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/AI-Bias-in-HR-อคติของปัญญาประดิษฐ์-ภัยเงียบขององค์กร.jpg 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/AI-Bias-in-HR-อคติของปัญญาประดิษฐ์-ภัยเงียบขององค์กร-300x185.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/230707-ai-bias/">AI Bias in HR อคติของปัญญาประดิษฐ์ ภัยเงียบขององค์กร</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>บทเรียนสำหรับ HR ไทย</h2>
<p>สำหรับองค์กรไทย ประเด็นนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว เพราะการใช้ AI ใน Recruitment อาจเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ เช่น ใช้ระบบคัด Keyword ในเรซูเม่, ใช้ Chatbot ช่วย <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/ai-vs-human-pre-screen-recruitment-260420/">Pre-Screen</a>, ผู้สมัครใช้ Assessment Platform ให้คะแนนอัตโนมัติ หรือใช้ AI ช่วยเรียงลำดับ Candidate</p>
<p>แต่เมื่อระบบเริ่มมีอิทธิพลต่อโอกาสในการได้งานของคน ความรับผิดชอบของ HR ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย</p>
<p>HR จึงควรเริ่มสร้าง AI Hiring Governance ตั้งแต่ตอนที่ระบบยังไม่ได้ซับซ้อนมาก ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยหาว่าใครผิด</p>
<p>เพราะในอนาคต หลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครงานเอง หรือสังคม จะยิ่งถามแน่นอนว่า “คุณพิสูจน์ได้อย่างไรว่า AI ที่ใช้ไม่ทำให้คนบางกลุ่มเสียเปรียบ ?”</p>
<h2><strong>บทสรุป</strong></h2>
<p>AI ช่วยให้ Recruitment เร็วขึ้นได้ แต่ความเร็วไม่ควรแลกกับความเป็นธรรม</p>
<p>คดี Workday เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า AI Hiring Bias ไม่ใช่ประเด็นเชิงทฤษฎีอีกต่อไป แต่เริ่มกลายเป็นความเสี่ยงจริงขององค์กร ผู้ให้บริการ HR Tech และกระบวนการสรรหาทั้งระบบ</p>
<p>สำหรับ HR คำถามสำคัญคือ “จะใช้ AI คัดคนอย่างไรให้ตรวจสอบได้ อธิบายได้ และรับผิดชอบได้ ?”</p>
<p>เพราะการจ้างงานที่ดีในยุค AI ไม่ได้วัดจากการคัดคนได้เร็วที่สุด แต่วัดจากการคัดคนได้แม่นขึ้น แฟร์ขึ้น และไม่ทิ้งคนที่มีศักยภาพไว้ข้างหลังเพียงเพราะระบบมองไม่เห็นคุณค่าของเขา</p>
<p>หากองค์กรของคุณกำลังมองหา HR Solution เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานด้าน Recruitment เช่น <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1">Recruitment Technology</a>, <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/47">Applicant Tracking System</a> รวมถึง <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/4">Recruitment Agency</a> สามารถค้นหา HR Solution ที่เกี่ยวข้องได้ผ่าน HREX</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/ai-hiring-bias-260702/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อ AI Agents กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Workforce &#8211; HR จะดูแลคนอย่างเดียวไม่พอแล้ว</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-ai-agents-digital-workforce-260702/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-ai-agents-digital-workforce-260702/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2026 02:51:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Workforce]]></category>
		<category><![CDATA[AI Agents]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50436</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่กลายเป็นเพื่อนร่วมงานของเราเรียบร้อย HR จึงต้องเตรียมพร้อมดูแลทีมงานรูปแบบใหม่ที่มีทั้งคนและ AI ทำงานด้วยกัน งานของ HR จะครอบคลุมไปถึงการจัดการ AI ด้วย ตั้งแต่การรับเข้ามาทำงาน การกำหนดให้ AI มีพฤติกรรมที่เข้ากับองค์กร ไปจนถึงการถอดออกจากระบบเมื่อหมดความจำเป็น เมื่อพนักงานมี AI ช่วยงาน HR ต้องเปลี่ยนวิธีประเมินผลงานใหม่ ปรับโครงสร้างผลตอบแทนให้ยุติธรรม และตั้งกฎกติกาการใช้ AI ให้ชัดเจน หน้าที่สำคัญที่สุดของ HR คือการทำให้พนักงานสบายใจและเชื่อมั่นว่า AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยที่ทำให้งานดีขึ้น ไม่ได้เข้ามาเพื่อแย่งงานหรือลดคุณค่าของคนลง ที่ผ่านมา HR ถูกมองว่าเป็นฝ่ายที่ดูแล “คน” ตั้งแต่การสรรหา การจ้างงาน การพัฒนา การประเมินผลงาน ไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กร แต่เมื่อ AI Agents เริ่มเข้ามาทำงานร่วมกับพนักงานมากขึ้น คำถามใหม่จึงเกิดขึ้นว่า AI จึงไม่ได้เป็นแค่เครื่องมืออีกต่อไป แต่ถือเป็นเพื่อนร่วมงานของมนุษย์ ช่วยสร้างผลลัพธ์ต่อธุรกิจอีกแรงหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในยุค Digital Workforce [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่กลายเป็นเพื่อนร่วมงานของเราเรียบร้อย HR จึงต้องเตรียมพร้อมดูแลทีมงานรูปแบบใหม่ที่มีทั้งคนและ AI ทำงานด้วยกัน</li>
<li>งานของ HR จะครอบคลุมไปถึงการจัดการ AI ด้วย ตั้งแต่การรับเข้ามาทำงาน การกำหนดให้ AI มีพฤติกรรมที่เข้ากับองค์กร ไปจนถึงการถอดออกจากระบบเมื่อหมดความจำเป็น</li>
<li>เมื่อพนักงานมี AI ช่วยงาน HR ต้องเปลี่ยนวิธีประเมินผลงานใหม่ ปรับโครงสร้างผลตอบแทนให้ยุติธรรม และตั้งกฎกติกาการใช้ AI ให้ชัดเจน</li>
<li>หน้าที่สำคัญที่สุดของ HR คือการทำให้พนักงานสบายใจและเชื่อมั่นว่า AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยที่ทำให้งานดีขึ้น ไม่ได้เข้ามาเพื่อแย่งงานหรือลดคุณค่าของคนลง</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50440" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-02T094814.246.webp" alt="hr-ai-agents-digital-workforce" width="600" height="370" title="เมื่อ AI Agents กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Workforce - HR จะดูแลคนอย่างเดียวไม่พอแล้ว 191" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-02T094814.246.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-02T094814.246-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ที่ผ่านมา HR ถูกมองว่าเป็นฝ่ายที่ดูแล “คน” ตั้งแต่การสรรหา การจ้างงาน การพัฒนา การประเมินผลงาน ไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กร</p>
<p>แต่เมื่อ AI Agents เริ่มเข้ามาทำงานร่วมกับพนักงานมากขึ้น คำถามใหม่จึงเกิดขึ้นว่า AI จึงไม่ได้เป็นแค่เครื่องมืออีกต่อไป แต่ถือเป็นเพื่อนร่วมงานของมนุษย์ ช่วยสร้างผลลัพธ์ต่อธุรกิจอีกแรงหนึ่ง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ในยุค Digital Workforce หาก AI Agents ถูกมองเป็นเพื่อนร่วมงาน แล้วใครควรเป็นคนดูแล AI Agents เหล่านี้ ?</p>
<p>ล่าสุด Financial Times รายงานมุมมองจากผู้บริหาร Accenture ว่า HR Director ในอนาคตอาจต้องรับผิดชอบการบริหาร AI Agents ควบคู่กับพนักงานมนุษย์ ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ HR จะต้องสู่ดูแล Hybrid Workforce ที่มีทั้งคนและ AI ทำงานร่วมกันทั้งระบบ</p>

<h2>ในยุค Digital Workforce: AI Agents กลายเป็น Digital Worker</h2>
<p>สิ่งที่ทำให้ AI Agents แตกต่างจาก Software ทั่วไป คือความสามารถในการทำงานแบบกึ่งอัตโนมัติ ไม่ได้รอให้มนุษย์กดสั่งทีละขั้นเหมือนระบบเดิมเสมอไป แต่สามารถรับโจทย์ วิเคราะห์ข้อมูล เชื่อมต่อกับระบบอื่น แนะนำคำตอบ สร้างรายงาน ติดตามงาน หรือช่วยพนักงานตัดสินใจในบางขั้นตอนได้</p>
<p>ในบางองค์กร AI Agents อาจไม่ได้ถูกมองเป็นแค่เครื่องมืออีกต่อไป แต่อาจถูกกำหนดให้มีชื่อ มีหน้าที่เฉพาะ มีสิทธิ์เข้าถึงระบบบางส่วน และมีมนุษย์ทำหน้าที่ดูแล คล้ายกับการมี Digital Worker คนหนึ่งเข้ามาร่วมทีม Accenture ยังระบุด้วยว่า บางองค์กรเริ่มพูดถึงการ Onboard AI Agents และเริ่มมีสิ่งที่คล้ายกับ Agent Description ซึ่งทำหน้าที่ใกล้เคียงกับ <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/how-to-write-job-description-01142022/">Job Description</a> ของพนักงาน</p>
<p>แต่เมื่อ AI Agents เริ่มเข้ามาทำงานร่วมกับคนจริง ๆ คำถามสำคัญคือ ใครเป็นผู้กำหนดขอบเขตงานของ Agent ? ใครสอนให้ Agent ทำงานตามมาตรฐานขององค์กร ? ใครตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ ? และใครเป็นผู้ประเมินว่า Agent ทำงานได้ดีพอหรือไม่ ?</p>
<p>และประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ หาก AI Agent ทำงานผิดพลาด สร้างข้อมูลคลาดเคลื่อน หรือตัดสินใจในทางที่ส่งผลเสียต่อธุรกิจ ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบ ?</p>
<h2>HR ต้องคิดเรื่อง AI Governance</h2>
<p>AI Governance ไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องของ IT หรือ Legal เพียงฝ่ายเดียว เพราะความเสี่ยงของ AI Agents ไม่ได้อยู่แค่ระบบล่ม ข้อมูลรั่ว หรือการใช้งานผิดกฎหมายเท่านั้น แต่อยู่ที่วิธีที่ AI เข้าไปเปลี่ยนรูปแบบงาน บทบาท และการตัดสินใจของคนในองค์กรด้วย</p>
<p>เมื่อ AI Agents เข้ามาทำงานร่วมกับพนักงาน คำถามสำคัญจึงมีมากกว่าเรื่องเทคนิค เช่น พนักงานพึ่งพา AI มากเกินไปหรือไม่ AI ให้คำแนะนำที่ทำให้เกิด Bias หรือไม่ คนมีสิทธิ์ตั้งคำถามกับคำตอบของ AI แค่ไหน งานของบางตำแหน่งถูกลดคุณค่าลงโดยไม่รู้ตัวหรือไม่ และ Manager เข้าใจจริงหรือไม่ว่าเรื่องใดให้ AI ช่วยได้ เรื่องใดยังต้องใช้การตัดสินใจของมนุษย์</p>
<p>นี่คือเหตุผลที่ HR ควรมีบทบาทใน AI Governance มากขึ้น เพราะ HR เข้าใจเรื่องงาน บทบาท ทักษะ พฤติกรรม วัฒนธรรมองค์กร และผลกระทบต่อพนักงานโดยตรง หาก AI Governance ถูกออกแบบจากมุมเทคโนโลยีอย่างเดียว องค์กรอาจได้ระบบที่ทำงานได้ในเชิงเทคนิค แต่ไม่สอดคล้องกับวิธีทำงานจริงของคน</p>
<p>การใช้ AI Agents ให้เกิดประโยชน์จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรมีเทคโนโลยีดีแค่ไหนเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรออกแบบกติกา ความรับผิดชอบ และขอบเขตการใช้งานให้คนเข้าใจและไว้ใจได้มากแค่ไหน เพราะถ้าคนไม่เชื่อใจ ไม่ใช้จริง หรือใช้ผิดวิธี AI ที่ดีแค่ไหนก็อาจไม่สร้างผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการ</p>
<h2>Onboarding และ Training อาจไม่ได้มีไว้แค่คน แต่รวมถึง AI Agents</h2>
<p>ที่ผ่านมา Onboarding มักถูกใช้กับพนักงานใหม่ เพื่อช่วยให้เข้าใจบทบาท ทีม เครื่องมือ กฎระเบียบ และวัฒนธรรมองค์กร แต่เมื่อ AI Agents เริ่มเข้ามาทำงานจริงมากขึ้น คำว่า Onboarding อาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่กับคนอีกต่อไป เพราะองค์กรอาจต้องมีขั้นตอนในการต้อนรับ และกำหนดกรอบการทำงานให้กับ AI Agents เช่นกัน</p>
<p>การ Onboard AI Agents จึงควรเริ่มจากการกำหนดให้ชัดว่า Agent นี้มีหน้าที่อะไร ทำงานเพื่อใคร ใช้ข้อมูลอะไรได้บ้าง เข้าถึงข้อมูลได้ระดับไหน ตัดสินใจเองได้มากแค่ไหน และต้องส่งต่อให้มนุษย์เมื่อไร รวมถึงต้องระบุข้อห้าม ผู้รับผิดชอบ เจ้าของ Agent ผู้ตรวจสอบ Output และรอบการ Review อย่างชัดเจน</p>
<p>ในขณะเดียวกัน Training ก็อาจต้องถูกมองใหม่เช่นกัน ไม่ใช่แค่พนักงานต้องเรียนรู้วิธีใช้ AI แต่ AI Agents เองก็ต้องถูกปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าใจบริบทงาน มาตรฐานองค์กร น้ำเสียงในการสื่อสาร ข้อจำกัดด้านกฎหมาย ความปลอดภัยของข้อมูล และหลักจริยธรรมที่องค์กรยึดถือ</p>
<p>เมื่อ AI Agents กลายเป็นส่วนหนึ่งของทีม การนำ AI มาใช้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของการบริหารคน งาน ระบบ และความเสี่ยงไปพร้อมกัน HR จึงต้องทำงานใกล้ชิดกับ IT, Legal, Compliance และ Business Leader มากขึ้น เพื่อให้องค์กรใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และตรวจสอบได้</p>
<h2>Performance Management จะซับซ้อนขึ้น</h2>
<p>เมื่อพนักงานเริ่มทำงานร่วมกับ AI Agents มากขึ้น การประเมินผลงานอาจไม่สามารถดูแค่ผลลัพธ์สุดท้ายได้เหมือนเดิม เพราะคำถามใหม่จะเกิดขึ้นทันทีว่า ถ้าผลงานดีขึ้น เป็นเพราะทักษะของพนักงาน หรือเพราะ AI ช่วยยกระดับการทำงาน</p>
<p>และถ้าผลงานแย่ลง เป็นเพราะพนักงานใช้ AI ไม่ดี หรือ AI Agent ให้คำแนะนำที่ไม่เหมาะสม</p>
<p>ความซับซ้อนจะยิ่งเพิ่มขึ้น หากพนักงานบางคนเข้าถึง AI Tools หรือ AI Agents ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง เพราะอาจทำให้การเปรียบเทียบผลงานไม่แฟร์เท่าเดิม HR จึงต้องกลับมาทบทวนว่า <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/49">Performance Management</a> ในยุคใหม่ควรประเมินอะไรบ้าง และควรแยกแยะอย่างไรระหว่างความสามารถของคน ผลลัพธ์จาก AI และบริบทของเครื่องมือที่แต่ละคนได้รับ</p>
<p>ในโลกที่คนและ AI ทำงานร่วมกัน HR อาจต้องวัดทั้ง Human Performance และ Human-AI Collaboration ไม่ใช่แค่ดูว่า Output ออกมาดีหรือเร็วแค่ไหน แต่ต้องดูด้วยว่าพนักงานใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณหรือไม่ ตรวจสอบคำตอบก่อนนำไปใช้หรือไม่ ตั้งคำถามกับผลลัพธ์ของ AI ได้หรือไม่ และยังรักษาคุณภาพของการตัดสินใจในฐานะมนุษย์ไว้ได้มากแค่ไหน</p>
<p>ขณะเดียวกัน AI Agents เองก็ต้องมีตัวชี้วัดผลงานเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Accuracy, Adoption, Error Rate, Escalation Rate, User Trust และ Business Impact เพราะเมื่อ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงาน องค์กรไม่ควรประเมินแค่คนที่ใช้ AI แต่ต้องประเมินด้วยว่า AI ที่องค์กรนำมาใช้ช่วยสร้างผลงานจริงหรือกำลังสร้างความเสี่ยงใหม่ให้กับทีม</p>
<h2>HR Operating Model ต้องเปลี่ยนอย่างไร</h2>
<p>หากองค์กรจริงจังกับการนำ AI Agents เข้ามาทำงานร่วมกับคน ดังนั้น HR Operating Model อาจต้องเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะบทบาทของ HR จะไม่ใช่แค่ดูแลพนักงานในฐานะ Workforce ขององค์กรเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจด้วยว่างานในอนาคตจะถูกแบ่งใหม่ระหว่างคน AI และการทำงานร่วมกันของทั้งสองฝ่าย</p>
<h3>1. Workforce Design: ออกแบบงานใหม่ระหว่างคนกับ AI</h3>
<p>HR ต้องช่วยองค์กรออกแบบให้ชัดเจนว่างานใดควรเป็นของมนุษย์ งานใดควรให้ AI Agents เข้ามาช่วย และงานใดควรเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างคนกับ AI เพราะเมื่อ AI เริ่มทำงานได้มากขึ้น ที่สำคัญคือ ต้องจัดสรรงานให้เกิดประสิทธิภาพ โดยไม่ลดทอนคุณค่าของคน</p>
<h3>2. Skills Strategy: เตรียมทักษะใหม่ให้พนักงาน</h3>
<p>การใช้ AI ให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องมืออย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับทักษะของพนักงานด้วย HR จึงต้องวาง Skills Strategy ใหม่ เพื่อพัฒนาทักษะสำคัญ เช่น AI Literacy และ Critical Thinking เพื่อให้พนักงานสามารถใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ ตรวจสอบผลลัพธ์ได้ และรู้ว่าเรื่องใดยังต้องใช้การตัดสินใจของมนุษย์</p>
<h3>3. Governance: วางกติกาการใช้ AI ให้ชัดเจน</h3>
<p>เมื่อ AI Agents เริ่มมีบทบาทในกระบวนการทำงานจริง องค์กรต้องมีนโยบายการใช้ AI ที่ชัดเจน ครอบคลุมเรื่องข้อมูล ความปลอดภัย ความรับผิดชอบ ขอบเขตการตัดสินใจ และการตรวจสอบผลลัพธ์ HR จึงควรมีส่วนร่วมในการออกแบบ AI Governance เพื่อให้การใช้ AI ไม่ใช่แค่ทำได้ในเชิงเทคนิค แต่ปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้</p>
<h3>4. Change Management: พาคนปรับตัวกับวิธีทำงานใหม่</h3>
<p>การนำ AI Agents เข้ามาไม่ใช่แค่การติดตั้งระบบใหม่ แต่ยังเปลี่ยนวิธีทำงาน ความไว้วางใจ และบทบาทของคนในทีม HR จึงต้องช่วยสื่อสาร ทำความเข้าใจ และออกแบบกระบวนการเปลี่ยนผ่านให้พนักงานเห็นว่า AI จะเข้ามาช่วยงานอย่างไร ส่งผลต่อบทบาทของพวกเขาแค่ไหน และพวกเขาควรปรับตัวอย่างไร</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46890" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-45.webp" alt="Change Management: บทบาทของ HR สำคัญอย่างไรต่อความสำเร็จขององค์กรยุคใหม่" width="600" height="370" title="เมื่อ AI Agents กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Workforce - HR จะดูแลคนอย่างเดียวไม่พอแล้ว 192" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-45.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-45-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/change-management-241120/">Change Management: บทบาทของ HR สำคัญอย่างไรต่อความสำเร็จขององค์กรยุคใหม่</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3>5. Trust and Culture: สร้างความไว้วางใจต่อ AI</h3>
<p>องค์กรต้องทำให้พนักงานรู้ว่า AI ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพ ไม่ใช่เพียงเพื่อจับผิด ลดคน หรือเร่งงานโดยไม่สนใจคุณภาพชีวิต หากพนักงานไม่เชื่อใจ AI พวกเขาอาจไม่ใช้จริง ใช้แบบไม่เต็มที่ หรือใช้ผิดวิธี<br />
ดังนั้น HR ต้องช่วยสร้างวัฒนธรรมที่ทำให้คนเข้าใจบทบาทของ AI ไว้ใจการใช้งาน และยังรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าในองค์กร</p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>เมื่อ AI Agents เริ่มเข้ามาอยู่ในกระบวนการทำงานจริง องค์กรอาจต้องเลิกมอง AI เป็นแค่เครื่องมือเสริม แล้วเริ่มมองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของระบบงานที่มีผลต่อคน ผลงาน และการตัดสินใจในแต่ละวัน</p>
<p>คำถามที่ HR ต้องช่วยองค์กรตอบจึงลึกกว่าเรื่องการเลือกใช้เทคโนโลยี เพราะต้องถามว่า งานแบบไหนยังควรเป็นพื้นที่ของมนุษย์ งานแบบไหนให้ AI ช่วยได้ และเราจะป้องกันอย่างไรไม่ให้คนค่อย ๆ สูญเสียทักษะ การตัดสินใจ หรือความรู้สึกเป็นเจ้าของงานของตัวเอง</p>
<p>สุดท้าย ความพร้อมขององค์กรอาจไม่ได้วัดจากจำนวน AI Agents ที่นำมาใช้ แต่วัดจากความชัดเจนว่า AI เหล่านั้นถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับคนอย่างไร ใครกำกับมัน และพนักงานยังรู้สึกได้หรือไม่ว่าเทคโนโลยีเข้ามาเสริมคุณค่าของพวกเขา ไม่ใช่ลดทอนมันลง</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/">หากองค์กรของคุณกำลังมองหา HR Solution เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ Hybrid Workforce สามารถค้นหา HR Solution ที่เกี่ยวข้องได้ผ่าน HREX</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://bankingblog.accenture.com/agentic-ai-impact-workforce-change" target="_blank" rel="noopener">Banking Blog</a></li>
<li><a href="https://www.ft.com/content/bbf57e46-51ef-4013-8f09-8391fb69e6f1" target="_blank" rel="noopener">Financial Times</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-ai-agents-digital-workforce-260702/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดรหัสคนทำงานผ่านมุมมอง &#8220;ท้อฟฟี่ แบรดชอว์&#8221; (Toffy Bradshaw) : เมื่อพนักงานทุกคนคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญขององค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrpeople/toffy-bradshaw-interview-260702/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrpeople/toffy-bradshaw-interview-260702/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2026 02:11:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR People]]></category>
		<category><![CDATA[ท้อฟฟี่ แบรดชอว์]]></category>
		<category><![CDATA[Toffy Bradshaw]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50428</guid>

					<description><![CDATA[&#8220;ถ้า 8 ชั่วโมงที่ทำงานนั้นเป็นความทุกข์ ความทุกข์นั้นจะตามเรากลับบ้านไปด้วย&#8221; ประโยคนี้ไม่ได้มาจากนักจิตวิทยา แต่มาจากคนที่สังเกตชีวิตการทำงานของผู้คนมาหลายปี แล้วหยิบเรื่องราวเหล่านั้นขึ้นมาเขียนในแบบที่ทำให้ทุกคนรู้สึกราวกับกำลังอ่านเรื่องของตัวเอง เขาคนนั้นคือคุณ ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ (Toffy Bradshaw) นักคิดและนักเขียนคนสำคัญที่ผู้คนในแวดวงการทำงานและการบริหารทรัพยากรบุคคลน่าจะคุ้นหูเป็นอย่างดี เขาเริ่มต้นทำ Facebook Page ของตัวเองเมื่อหลายปีก่อน ช่วงที่แทบไม่มีใครลุกขึ้นมาพูดถึงเรื่องการทำงานอย่างจริงจัง จนพื้นที่แห่งนั้นกลายเป็นจุดแวะพักของคนทำงานทั่วประเทศที่ต้องการหาคำตอบให้กับปัญหาชีวิตมนุษย์เงินเดือน ตามมาด้วยผลงานหนังสืออีกหลายเล่ม เช่น “ล้มแล้วไง ไปต่อ FUCK UP AND MOVE ON”, “Leadership/Leader-shit ผู้นำคนนั้นสอนให้รู้ว่า…”, “ทำไมเป็นคนแบบนี้ What Makes You You ?” รวมไปถึงพอดแคสต์ “I Hate My Job” ที่แม้ชื่อจะดูตรงไปตรงมา ทว่าเนื้อหาข้างในกลับเต็มไปด้วยมุมมองที่ทำให้คนฟังอยากกลับไปทำงานด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น ทีมงาน HREX ติดตามผลงานของคุณท้อฟฟี่มาโดยตลอด เมื่อไม่นานมานี้เรามีโอกาสจับเข่าคุยกับเขานานกว่า 2 ชั่วโมง ครอบคลุมหลายประเด็นตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเส้นทางนักเขียน เทรนด์องค์กรที่เขากำลังจับตา ไปจนถึงบทเรียนที่ได้รับจากการสวมหมวกใบใหม่ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหาร PeetiPR สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ เมื่อยิ่งคุยลึกลงไป [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50433" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover.webp" alt="toffy-bradshaw-interview-hrex" width="600" height="368" title="ถอดรหัสคนทำงานผ่านมุมมอง &quot;ท้อฟฟี่ แบรดชอว์&quot; (Toffy Bradshaw) : เมื่อพนักงานทุกคนคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญขององค์กร 197" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover.webp 916w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-300x184.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-768x471.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><em>&#8220;ถ้า 8 ชั่วโมงที่ทำงานนั้นเป็นความทุกข์ ความทุกข์นั้นจะตามเรากลับบ้านไปด้วย&#8221;</em></p>
<p>ประโยคนี้ไม่ได้มาจากนักจิตวิทยา แต่มาจากคนที่สังเกตชีวิตการทำงานของผู้คนมาหลายปี แล้วหยิบเรื่องราวเหล่านั้นขึ้นมาเขียนในแบบที่ทำให้ทุกคนรู้สึกราวกับกำลังอ่านเรื่องของตัวเอง</p>
<p>เขาคนนั้นคือคุณ ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ (Toffy Bradshaw) นักคิดและนักเขียนคนสำคัญที่ผู้คนในแวดวงการทำงานและการบริหารทรัพยากรบุคคลน่าจะคุ้นหูเป็นอย่างดี เขาเริ่มต้นทำ <a href="https://www.facebook.com/toffybradshawwriter" target="_blank" rel="noopener">Facebook Page</a> ของตัวเองเมื่อหลายปีก่อน ช่วงที่แทบไม่มีใครลุกขึ้นมาพูดถึงเรื่องการทำงานอย่างจริงจัง จนพื้นที่แห่งนั้นกลายเป็นจุดแวะพักของคนทำงานทั่วประเทศที่ต้องการหาคำตอบให้กับปัญหาชีวิตมนุษย์เงินเดือน ตามมาด้วยผลงานหนังสืออีกหลายเล่ม</p>
<p>เช่น <a href="https://www.naiin.com/product/detail/565297" target="_blank" rel="noopener">“ล้มแล้วไง ไปต่อ FUCK UP AND MOVE ON”</a>, <a href="https://www.naiin.com/product/detail/542094" target="_blank" rel="noopener">“Leadership/Leader-shit ผู้นำคนนั้นสอนให้รู้ว่า…”</a>, <a href="https://www.naiin.com/product/detail/550303" target="_blank" rel="noopener">“ทำไมเป็นคนแบบนี้ What Makes You You ?”</a> รวมไปถึงพอดแคสต์ <a href="https://thestandard.co/podcast_channel/i-hate-my-job/" target="_blank" rel="noopener">“I Hate My Job”</a> ที่แม้ชื่อจะดูตรงไปตรงมา ทว่าเนื้อหาข้างในกลับเต็มไปด้วยมุมมองที่ทำให้คนฟังอยากกลับไปทำงานด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น</p>
<p>ทีมงาน HREX ติดตามผลงานของคุณท้อฟฟี่มาโดยตลอด เมื่อไม่นานมานี้เรามีโอกาสจับเข่าคุยกับเขานานกว่า 2 ชั่วโมง ครอบคลุมหลายประเด็นตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเส้นทางนักเขียน เทรนด์องค์กรที่เขากำลังจับตา ไปจนถึงบทเรียนที่ได้รับจากการสวมหมวกใบใหม่ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหาร <a href="https://www.facebook.com/PeetiDays/" target="_blank" rel="noopener">PeetiPR</a></p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ เมื่อยิ่งคุยลึกลงไป เรากลับพบว่าข้อคิดที่คุณท้อฟฟี่เขียนมาตลอดหลายปี ไม่ได้เกิดจากการเฝ้ามองคนอื่น หากแต่เป็นสิ่งที่เขาเดินผ่านประสบการณ์เหล่านั้นมาด้วยตัวเองแทบทั้งสิ้น</p>
<p>เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาเจาะลึกแนวคิดของเขากันเลย</p>

<h2>ห้องเรียนชีวิตในองค์กรใหญ่: บทเรียนแรกว่าด้วย &#8220;ผู้นำ&#8221; และ &#8220;การให้โอกาส&#8221;</h2>
<p>คุณท้อฟฟี่เริ่มต้นอาชีพในสายการตลาดซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเรียนมาโดยตรง เส้นทางพาเขาเข้าไปทำงานในองค์กรขนาดใหญ่หลายแห่ง เริ่มจากเอเจนซี่โฆษณา <a href="https://www.ogilvy.com/" target="_blank" rel="noopener">Ogilvy Public Relations</a> และย้ายไปทำงานที่<a href="https://www.scb.co.th/th/personal-banking" target="_blank" rel="noopener">ธนาคาร SCB</a> ซึ่งเขายอมรับว่าทั้ง 2 แห่งมอบสมบัติล้ำค่าที่มากกว่าความรู้ด้านวิชาชีพ</p>
<p>ที่ Ogilvy เขาได้เรียนรู้ว่าการสื่อสารที่ดีไม่ได้พึ่งพาความคิดสร้างสรรค์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจความเป็นมนุษย์ด้วย ส่วนที่ SCB ซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีทั้งระบบและวัฒนธรรมแข็งแกร่ง เขาพบว่าองค์กรระดับนี้ดึงดูดคนเก่งเข้ามาได้เพราะชื่อเสียงที่สั่งสมมานาน ทุกอย่างมีโครงสร้างรองรับ มีทรัพยากรเพียบพร้อม ทำให้เขาไม่ต้องกังวลกับปัญหาจุกจิกที่คนภายนอกต้องเจอทุกวัน</p>
<p>แต่บทเรียนสำคัญที่สุดคือเรื่องคนนั่นเอง โดยเฉพาะ &#8220;หัวหน้าที่ดี&#8221; ที่เขาได้พบในช่วงเวลานั้น</p>
<p>เขาเล่าถึงช่วงที่ยังเป็นพนักงานระดับจูเนียร์ ประสบการณ์ยังไม่แกร่งกล้า มีช่วงหนึ่งที่เขารู้สึกหมดไฟและอยากลาออกจากโปรเจกต์ที่กำลังทำอยู่ พอเดินไปแจ้งหัวหน้า คำแนะนำที่ได้รับกลับเป็นสิ่งที่เขาไม่คาดคิด</p>
<p>หัวหน้าขอให้เขากัดฟันลองทำให้ผ่านงานตรงนั้นไปก่อนแล้วค่อยกลับมาตัดสินใจอีกที</p>
<p><em>&#8220;หัวหน้าบอกว่า ถ้าท้อฟฟี่ผ่านตรงนี้ไปได้ วันข้างหน้าไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรใหม่ ก็จะแก้เป็น แต่ถ้าออกตอนนี้ ก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะแก้ปัญหาแบบนี้ยังไง&#8221;</em></p>
<p>คำพูดสั้น ๆ นี้มีค่าอย่างยิ่งต่อคนทำงานตัวเล็ก ๆ อย่างเขา ทำให้เขาตัดสินใจอยู่ต่อและทำงานจนจบ พอโปรเจกต์สิ้นสุดลง เขาได้รับคำชมจาก Marketing Director กลางที่ประชุม ทั้งที่เขาเป็นคนตำแหน่งเล็กที่สุดในห้อง</p>
<p><em>“ความรู้สึกตอนนั้นทำให้เราคิดเลยว่า ถ้าเราตัดสินใจลาออกไปก่อนจริง ๆ เราก็ไม่มีวันได้รู้ศักยภาพตัวเองเลยว่าเราทำได้”</em></p>
<h2>พื้นที่ปล่อยพลังบวก: เมื่อตัวหนังสือทำหน้าที่โอบกอดคนทำงาน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50430" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/3-3.webp" alt="toffy-bradshaw-interview-hrex" width="600" height="450" title="ถอดรหัสคนทำงานผ่านมุมมอง &quot;ท้อฟฟี่ แบรดชอว์&quot; (Toffy Bradshaw) : เมื่อพนักงานทุกคนคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญขององค์กร 198" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/3-3.webp 1448w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/3-3-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/3-3-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/3-3-768x576.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>แนวคิดเรื่องการไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ นี้เอง กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการทำเพจ Facebook: ท้อฟฟี่ แบรดชอว์</p>
<p>เขาย้อนความให้ฟังว่า เมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนที่เขาอายุเพียง 25-26 ปี โลกการทำงานยังเป็นเรื่องใหม่และเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ตอนนั้นแทบไม่มีใครเขียนถึงเรื่องการทำงานหรือแชร์ประสบการณ์ด้าน HR ที่เข้าถึงมนุษย์เงินเดือนทั่วไปได้ เขาจึงเริ่มลงมือเขียน เพราะเชื่อว่าเรื่องงานเป็นเรื่องใหญ่ หลายคนมองเป็นเรื่องไกลตัว ทั้งที่ความจริงแล้วมันตื่นมาพร้อมกับเราทุกวัน</p>
<p><em>&#8220;ในแต่ละวัน เราทำงานมากกว่าอยู่บ้านด้วยซ้ำ ถ้า 8 ชั่วโมงนั้นมันทุกข์ ความทุกข์มันจะตามกลับบ้านไปด้วย แต่ถ้าชั่วโมงเหล่านั้นมันหล่อหลอมเราให้กลายเป็นคนไม่ดี มันจะส่งผลต่อทุกอย่างในชีวิต&#8221;</em></p>
<p>ยิ่งเขียนมากเท่าไหร่ จำนวนคนอ่านก็ยิ่งเพิ่มขึ้น มีการแชร์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างล้นหลาม สิ่งนี้พาเขาไปรู้จักคนจากหลากหลายสายงาน และทำให้เขาตระหนักว่าเนื้อหาที่เขากำลังถ่ายทอดนั้น เชื่อมโยงกับงานของ HR อย่างแยกไม่ออก</p>
<p><em>“HR มีหน้าที่ดูแลทั้งความเป็นอยู่และสภาพจิตใจของคนในองค์กร เนื้อหาที่เราเขียนไม่ได้ให้แค่ความรู้ บางทีมันทำหน้าที่พูดแทนใจคนที่ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกตัวเองออกมายังไงด้วย”</em></p>
<p>สไตล์การเล่าเรื่องของ ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ มีความนุ่มนวล เจืออารมณ์ขัน หนักแน่น และชวนติดตาม จนทำให้หลายคอนเทนต์ถูกส่งต่อออกไปในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อพื้นที่ของเขาเติบโตขึ้น สิ่งที่ตามมาคือบางครั้งเนื้อหาที่ตั้งใจเขียนเพื่อชวนให้คนทำงานเข้าใจกัน อาจถูกนำไปแชร์ต่อในมุมที่กลายเป็นการต่อว่าคนทำงานคนอื่นแบบลอย ๆ หรือใช้เป็นพื้นที่ระบายอารมณ์มากกว่าจะเป็นพื้นที่ของการหาทางออก</p>
<p>สำหรับเขา นั่นไม่ใช่สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้น เพราะความตั้งใจตั้งแต่แรกไม่ใช่การทำคอนเทนต์เพื่อเรียกดราม่าหรือยอด Engagement แต่ต้องการสร้างพื้นที่ที่ช่วยให้คนทำงานมองเห็นกันและกันมากขึ้น</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ เขาจึงระวังอย่างมากในการเลือกประเด็น วิธีเล่า และน้ำหนักของถ้อยคำ เพราะคอนเทนต์เกี่ยวกับชีวิตการทำงานแตะกับความรู้สึกของผู้คนโดยตรง หากเล่าแบบเอาความสะใจนำหน้า เนื้อหานั้นอาจถูกแชร์ได้มากก็จริง แต่ก็อาจสร้างรอยร้าวระหว่างคนทำงานมากกว่าช่วยให้เกิดความเข้าใจ</p>
<p><em>&#8220;เราไม่อยากให้พื้นที่ตรงนี้กลายเป็นสนามอารมณ์ของใคร หรือเป็นที่ที่คนเอาไว้ด่ากันลอย ๆ เพราะสุดท้ายมันไม่ได้ทำให้คนทำงานเข้าใจกันมากขึ้น เราอยากให้มันเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้คนหันมาคุยกัน หาวิธีปรับตัวเข้าหากัน และแก้ปัญหาอย่างเข้าใจมากกว่า&#8221;</em></p>
<p>แนวคิดนี้เป็นคำตอบว่าทำไมเขาถึงเลือกที่จะไม่สื่อสารเรื่องการลาออกบ่อยนัก เพราะเขามองว่านี่ควรเป็นทางเลือกสุดท้าย</p>
<p><em>“ทางออกในการทำงานมีเป็นร้อยทาง การลาออกควรเอาไว้ท้ายสุด ทุกครั้งที่มีคนทักมาขอคำปรึกษา เราจะแนะนำให้เขาพยายามหาวิธีแก้ไขปัญหาก่อนเสมอ หากพยายามสุดกำลังแล้วแก้ไม่ได้จริง ๆ นั่นถึงจะเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เราแนะนำ”</em></p>
<h2>ถอดรหัส Brand Ambassador: พลังที่ซ่อนอยู่ในตัวพนักงานทุกคน</h2>
<p>เมื่อเพจเติบโตและยึดมั่นในการส่งต่อพลังบวก ประตูโอกาสบานใหม่ก็เปิดออก คุณท้อฟฟี่ได้รับเชิญให้ขึ้นเวทีเสวนาด้านการทำงานและ HR นับไม่ถ้วน รวมถึงการเข้าไปทำเวิร์กชอปให้กับองค์กรชั้นนำทั่วประเทศ</p>
<p>ประสบการณ์เหล่านี้พาเขาออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปพบปะพนักงานตัวเป็น ๆ ได้สัมผัสวัฒนธรรมองค์กรที่หลากหลาย ยิ่งเห็นภาพกว้างขึ้น เขายิ่งตระหนักว่า <strong>พนักงานนี่แหละคือ Brand Ambassador ที่ทรงพลังที่สุดขององค์กร</strong></p>
<p><em>“องค์กรนั้นจะน่าร่วมงานด้วยหรือไม่ เสียงของพนักงาน ความทุ่มเท และความใส่ใจในการทำงาน สามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจน”</em></p>
<p>เขายกตัวอย่างพนักงานเสิร์ฟน้ำคนหนึ่งในองค์กร ซึ่งปกติแล้วมักจะเป็นตำแหน่งที่หลายคนมองข้าม ทว่าในห้องประชุมบอร์ดของ SCB กลับเป็นคนสำคัญที่ทุกคนขาดไม่ได้</p>
<p><em>&#8220;พนักงานที่เสิร์ฟน้ำในห้องประชุมบอร์ดจำหน้าคนทุกคนได้ รู้ว่าแต่ละคนชอบดื่มอะไร ถ้าใครชอบดื่มน้ำมะนาว เขาจะตื่นตี 4 เพื่อมาคัดมะนาวลูกที่ดีที่สุด</em></p>
<p><em>“นี่แหละครับคือตัวอย่างที่แท้จริงของ Brand Ambassador องค์กรไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแค่ Talent พนักงานทุกคนในทุกระดับที่มองเห็นคุณค่าในงานของตัวเอง ตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุดอย่างพนักงานเสิร์ฟน้ำท่านนี้ ก็คือตัวจริงที่เป็นแบบอย่างและสมควรได้รับการยกย่องจากองค์กรเช่นเดียวกัน&#8221;</em></p>
<p>กลุ่มพนักงานอีกกลุ่มที่องค์กรมองข้ามไม่ได้เลยคือคน Gen Z คนรุ่นนี้มักถูกตีตราว่าคิดผิวเผินหรือเอาแต่ใจ แต่ภาพที่เขาพบกลับสวนทางกับคำบอกเล่าเหล่านั้น</p>
<p><em>&#8220;เด็ก Gen Z เวลาคิด เขาคิดลึกมากนะ เขาไม่ได้มองแค่เรื่องงานของตัวเอง แต่คิดเชื่อมโยงไปถึงสังคมด้วย งานแบบไหนที่มีคุณค่า เรากำลังรับใช้นายทุนแบบไหน วิธีคิดแบบนี้ไม่เคยมีอยู่ในหัวคนรุ่นก่อนเลย&#8221;</em></p>
<p>คุณท้อฟฟี่มองว่า คนทำงานรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยไม่ได้หยุดอยู่แค่ทักษะแบบ T-shaped ที่มีความรู้กว้างและเชี่ยวชาญลึกเพียงด้านเดียวอีกต่อไป แต่กำลังขยับไปสู่ทักษะแบบ Comb-shaped หรือทักษะที่มีลักษณะคล้ายซี่หวี</p>
<p><em>“พวกเขาไม่ได้มีแค่หนึ่งแกนความเชี่ยวชาญ แต่สามารถรู้ลึก เก่งจริง และต่อยอดได้หลายเรื่องพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี การสื่อสาร หรือการมองเห็นผลกระทบของงานที่เชื่อมโยงกับสังคมรอบตัว</em></p>
<p><em>“ทักษะลักษณะนี้ทำให้องค์กรที่รู้จักดึงศักยภาพของพวกเขาออกมาใช้งานมีความได้เปรียบอย่างมาก เพราะคนทำงานไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในกรอบหน้าที่เดียว แต่สามารถเชื่อมหลายความรู้ หลายมุมมอง และหลายทักษะเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับองค์กรได้”</em></p>
<p>แต่การจะซื้อใจคนทำงานกลุ่มนี้ หรือแม้แต่พนักงานระดับอื่นๆ ให้ยอมทุ่มเทเป็น Brand Ambassador อย่างเต็มใจนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะบังคับกันได้ องค์กรจำเป็นต้องมีสภาพแวดล้อมหรือจุดยืนที่ซื้อใจพวกเขาได้จริงเสียก่อน</p>
<p>และนี่คือจุดที่หลายแห่งมักจะทำพลาด</p>
<p><em>“ทุกวันนี้เราเห็นองค์กรพยายามสร้าง Employer Branding ด้วยการเอาตัวอักษรไปแปะติดไว้บนกำแพงเพื่อเน้นย้ำวัฒนธรรมองค์กร บอกเลยว่ามันไม่มีทางสำเร็จถ้าคนข้างในไม่เชื่อและไม่ลงมือทำจริง”</em></p>
<p>องค์กรที่ Culture เป็นเพียงกระดาษแผ่นหนึ่ง กับองค์กรที่ Culture มีชีวิตเพราะคนในนั้นเชื่อและทำตาม ผลลัพธ์ที่ได้นั้นต่างกันราวฟ้ากับดิน</p>
<p>เขาเล่าถึงประสบการณ์ตอนไปจัดเวิร์กชอปเรื่องวัฒนธรรมองค์กรให้ทีมหนึ่ง ซึ่งเริ่มด้วยการขอให้พนักงานลบคำสวยหรู หรือสโลแกนที่แปะตามผนังทิ้งไปให้หมดเสียก่อน แล้วชวนทุกคนระดมความเห็นเพื่อหา &#8220;ข้อดี&#8221; ขององค์กรในมุมมองพนักงานโดยไม่ต้องอิงทฤษฎีใด ๆ เอาแค่เรื่องใกล้ตัวที่เป็นความจริง เช่น &#8220;กับข้าวในโรงอาหารอร่อย&#8221; แค่นี้ก็ถือเป็นข้อดีได้แล้ว จากนั้นจึงเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นถึง &#8220;จุดที่อยากปรับปรุง&#8221; หรือสิ่งที่เป็นอยู่แล้วทำให้รู้สึกอึดอัดใจ</p>
<p>เมื่อได้ข้อมูลทั้งสองด้าน เขาจึงให้ทีมนำความรู้สึกเหล่านั้นมาสกัดเป็น Manifesto เพื่อกำหนดกติการ่วมกันว่า พวกเราจะอยู่และทำงานด้วยวิถีทางแบบไหน โดยใช้ภาษาที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน ไม่ใช่สิ่งที่องค์กรประดิษฐ์คำขึ้นมาบังคับ</p>
<p><em>&#8220;Culture ที่แท้จริงคือต่อให้ไม่มีป้ายเหล่านี้ติดอยู่ คนก็ยังประพฤติแบบนั้น มันต้องเริ่มจากผู้นำเป็นอันดับแรก เพราะ Leader เป็นอย่างไร ทีมก็จะเป็นแบบนั้น&#8221;</em></p>
<h2>สวมหมวกผู้นำแห่ง PeetiPR กับบททดสอบจริงที่ไม่มีสอนในตำรา</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50432" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/5-3.webp" alt="toffy-bradshaw-interview-hrex" width="600" height="800" title="ถอดรหัสคนทำงานผ่านมุมมอง &quot;ท้อฟฟี่ แบรดชอว์&quot; (Toffy Bradshaw) : เมื่อพนักงานทุกคนคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญขององค์กร 199" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/5-3.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/5-3-225x300.webp 225w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/5-3-768x1024.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/5-3-1152x1536.webp 1152w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;">(ภาพจาก Facebook: ท้อฟฟี่ แบรดชอว์)</p>
<p>นอกจากบทบาทนักเล่าเรื่องและวิทยากรแล้ว ความท้าทายล่าสุดที่เข้ามาพิสูจน์ความเชื่อของเขาก็คือการเป็นผู้บริหารเต็มตัว คุณท้อฟฟี่เป็นคนที่ชอบมองหาความท้าทายใหม่ ๆ อยู่เสมอ และล่าสุดเขาร่วมก่อตั้งบริษัท PeetiPR กับคุณ บุ๋ม &#8211; บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์</p>
<p>จุดประสงค์หลักในการตั้งบริษัทคือ ความตั้งใจที่จะสร้างธุรกิจที่มีหัวใจและช่วยทำให้สังคมดีขึ้น</p>
<p><em>“เราไม่ได้อยากรับงานเพื่อมุ่งแต่จะทำให้ลูกค้าโตหรือรวยเพียงอย่างเดียว เราต้องการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กันไป ในการเลือกโปรเจกต์ บริษัทจะไม่มองแค่ผลตอบแทนทางการเงิน แต่จะพิจารณาความคุ้มค่าในมิติอื่นประกอบด้วย เช่น คอนเนกชัน เครดิตของงาน ทักษะใหม่ที่ทีมจะได้เรียนรู้ และการได้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อวงการ สิ่งเหล่านี้มีมูลค่าที่ตัวเลขประเมินไม่ได้”</em></p>
<p>ด้วยจุดยืนที่ชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่าอยากสร้างธุรกิจที่มีหัวใจ อยากร่วมงานกับแบรนด์ไทยที่ดีแต่ยังไม่เป็นที่รู้จัก และต้องการให้การเติบโตของลูกค้าส่งผลดีต่อสังคม</p>
<p><em>“ความชัดเจนนี้เองที่กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดพนักงานที่มีความเชื่อตรงกันให้เข้ามาร่วมงานกับเรา”</em></p>
<p>หลังจากลุยธุรกิจมาได้ระยะหนึ่ง เขาพบกับความจริงในโลกธุรกิจที่ไม่มีองค์กรไหนเคยสอน</p>
<p><em>&#8220;สมัยทำงาน Corporate เราไม่ได้ควักเงินตัวเอง เวลาจะทำโปรเจกต์หรือจ้างใครสักคน เงินที่ลงไปไม่ใช่เงินเรา แต่พอมาเป็นเจ้าของกิจการ มันเหมือนความจริงมาเคาะประตูหน้าบ้านเลย (หัวเราะ) เราต้องคิดให้ถี่ถ้วนทุกครั้งว่าการจ้างพนักงานแต่ละคนคุ้มค่าแค่ไหน”</em></p>
<p><em>“น้องทุกคนมีเงินเดือน มีชีวิต มีความคาดหวัง เวลามีคนลาออก มันไม่ใช่แค่ตัวเลขพนักงานที่หายไป แต่มันสะเทือนใจเราทุกครั้ง เรียกได้ว่าเราเรียนรู้ผ่านงานเขียนและการพูดมาหลายปี บททดสอบของจริงคือตอนที่เราต้องพาทีมฝ่าความไม่แน่นอนในฐานะเจ้าของกิจการนี่เอง”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50431" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/4-1.webp" alt="toffy-bradshaw-interview-hrex" width="600" height="450" title="ถอดรหัสคนทำงานผ่านมุมมอง &quot;ท้อฟฟี่ แบรดชอว์&quot; (Toffy Bradshaw) : เมื่อพนักงานทุกคนคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญขององค์กร 200" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/4-1.webp 2048w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/4-1-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/4-1-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/4-1-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/4-1-1536x1152.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;">(ภาพจาก Facebook: ท้อฟฟี่ แบรดชอว์)</p>
<p>ทุกครั้งที่พูดถึง PeetiPR สิ่งหนึ่งที่คุณท้อฟฟี่มักกล่าวย้ำเสมอคือบทบาทของคุณบุ๋มในฐานะ Partner เขายอมรับว่าการมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์อยู่เคียงข้าง การมีหุ้นส่วนช่วยให้เกิดการตัดสินใจทางธุรกิจและเรื่องคนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้บริษัทเติบโตมาถูกทิศทาง และหากปราศจากเธอ ทั้งทีมคงไม่สามารถก้าวมาถึงจุดนี้ร่วมกันได้</p>
<p>เพราะเมื่อต้องเผชิญกับสารพัดปัญหาที่เข้ามาทดสอบ การมีคนคอยรับฟัง แลกเปลี่ยนมุมมอง และช่วยกันแบกรับความกดดัน ย่อมทำให้การสวมหมวกผู้บริหารของเขาไม่ต้องสู้อย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นการจับมือกันเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นคงและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น</p>
<h2>การบริหารคนที่ซ่อนอยู่ในเวลาว่าง</h2>
<p>หลังผ่านประสบการณ์ทำงานมาอย่างโชกโชน สัจธรรมข้อหนึ่งที่คุณท้อฟฟี่ค้นพบคือ ชีวิตเรามีมิติอื่นอีกมากมายนอกเหนือจากเรื่องงาน บ่อยครั้งการออกไปใช้ชีวิต พักผ่อน และดูแลตัวเอง นอกจากจะดีต่อร่างกายและจิตใจแล้ว ยังย้อนกลับมาส่งผลดีต่องานด้วย</p>
<p>หากมีเวลาว่างเมื่อไหร่ เขาจะเลือกออกกำลังกายเป็นอันดับแรก</p>
<p><em>&#8220;เราพบว่าตัวเองไม่สามารถทำงานให้ออกมาดีได้ในร่างที่อ่อนแอ ยิ่งออกกำลังกาย เรายิ่งมีสมาธิ และแปลกมากที่ไอเดียดี ๆ มักจะผุดขึ้นมาตอนกำลังเสียเหงื่อ เพราะสมองมันสดชื่นมาก&#8221;</em></p>
<p>เขาเรียกสิ่งนี้ว่า <strong>Outer to Inner หรือภายนอกกำหนดภายใน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาพิสูจน์แล้วด้วยตัวเอง</strong></p>
<p>อีกหนึ่งกิจกรรมโปรดของเขาคือการดูภาพยนตร์ เขาจะไม่แค่ดูเพื่อความบันเทิง แต่เมื่อเขาดู เขาชอบสังเกตวิธีที่ตัวละครแก้ปัญหาไปด้วย นิสัยนี้ได้มาจากการชอบอ่านบทวิจารณ์ในนิตยสารภาพยนตร์ เช่น <a href="https://www.facebook.com/Starpics" target="_blank" rel="noopener">Starpics</a> ที่อ่านมาตั้งแต่เด็ก แต่ละบทความจะพาคนอ่านไปสำรวจความหมายที่ลึกซึ้งกว่าภาพบนจอ</p>
<p>และเขาพบว่าภาพยนตร์ดี ๆ หลายเรื่องสอนเรื่องคนได้เฉียบขาดกว่าหนังสือการจัดการเสียอีก</p>
<p>หากต้องยกตัวอย่างภาพยนตร์ที่ว่าด้วยการบริหารคนได้น่าสนใจอันดับต้น ๆ เขานึกถึงเรื่อง <a href="https://www.imdb.com/title/tt0458352/" target="_blank" rel="noopener">The Devil Wears Prada (2006)</a> ซึ่งเล่าเรื่องราวของบัณฑิตสาวจบใหม่ไฟแรง (รับบทโดย <strong>แอนน์ แฮธทาเวย์</strong>) ที่จับพลัดจับผลูมาได้งานในนิตยสารแฟชั่นระดับโลก และต้องมาเป็นผู้ช่วยของ มิแรนด้า พรีสต์ลีย์ บรรณาธิการจอมเนี้ยบที่มีมาตรฐานการทำงานสูงลิ่ว (รับบทโดย นักแสดงตัวแม่ตัวมัมเจ้าบทบาท <strong>เมอร์รีล สตริป</strong>)</p>
<p>คุณท้อฟฟี่ยังจำความรู้สึกตอนดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกได้ดี ช่วงนั้นเขายังเป็นเด็กน้อย เพิ่งเริ่มทำงานเท่านั้น เขาเลยมีภาพว่า &#8220;คนเก่งคือคนที่ต้องมีความดุดัน (Fierce) การใช้ถ้อยคำรุนแรง การขว้างปาเสื้อโค้ต หรือการวางอำนาจ ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับได้สำหรับผู้บริหารในเวลานั้น”<br />
แต่เมื่อเขากลับมาดูอีกครั้งในวัยที่โตขึ้น ความรู้สึกกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง</p>
<p><em>&#8220;ตอนยังเด็ก เราดูแล้วรู้สึกว่าโลกการทำงานมันโหดร้าย แต่มันก็แค่หนัง พอโตขึ้นมาดูอีกรอบ เราเห็นเลยว่า โห มิแรนด้า นี่คือ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/toxic-evil-boss-241017/">Toxic Leader</a> ชัด ๆ สั่งงานโดยไม่สนความเป็นไปได้ ไม่สนับสนุนทีม เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่มี Constructive Feedback แก้ปัญหาไม่เป็น ทั้งที่ในความเป็นจริง หัวหน้าควรจะช่วยผลักดันลูกน้อง เช่น การใช้อำนาจที่มีไปช่วยเบิกทางให้ลูกทำงานสำเร็จ&#8221;</em></p>
<p><em>“ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนเลยว่า บริบทของการทำงานเปลี่ยนไปแล้ว มุมมองต่อคำว่าคนเก่งก็เปลี่ยนตาม ภาพจำที่ว่าความเกรี้ยวกราดคือสัญลักษณ์ของผู้นำกลายเป็นพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้อีกต่อไป ปัจจุบันการทำงานไม่ได้ต้องการหัวหน้าที่เก่งแต่ Toxic แต่เราต้องการผู้นำที่เข้าใจและพร้อมสนับสนุนทีมอย่างแท้จริงต่างหาก”</em></p>
<h2>เข็มทิศ HR Leader: ผู้นำที่เข้าใจคน เข้าใจธุรกิจ</h2>
<p>ประเด็นเรื่อง Toxic Leader จากภาพยนตร์นำมาสู่คำถามสำคัญในช่วงท้ายของการสนทนาว่า แล้วผู้นำหรือ HR Leader ที่ดีในชีวิตจริงควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร ?</p>
<p>คุณท้อฟฟี่ได้จัดลำดับความสำคัญของภาพลักษณ์ HR Leader ที่เขาอยากเห็นไว้อย่างน่าสนใจ</p>
<p><em>“อันดับแรก คือการ<strong>เป็น Strategic Partner ของ CEO</strong> คนทำงาน HR ต้องมองเห็นภาพใหญ่ขององค์กร ต้องมี Business Acumen (ความเข้าใจในธุรกิจ) และต้องตอบได้ว่าหากองค์กรจะมุ่งไปในทิศทางนั้น เราต้องการคนแบบไหน ทักษะอะไร และจะเฟ้นหาคนเหล่านั้นมาได้อย่างไร</em></p>
<p><em>“อันดับที่สอง คือ<strong>ความเข้าใจคน นี่คือสปิริตของคนเป็น HR อยู่แล้ว</strong> งานดูแลทรัพยากรบุคคลคืองานที่ได้สัมผัสชีวิตคนตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาจนถึงวันสุดท้าย ได้เห็นการเติบโต ได้เห็นสาเหตุที่คนหมดไฟ หรือเหตุผลเบื้องหลังการลาออก ไม่มีสายงานไหนที่จะเห็นภาพเหล่านี้ได้ชัดเจนเท่า HR</em></p>
<p><em>“และอันดับสุดท้าย คือ <strong>ความสามารถในการแก้ปัญหาเรื่องคน</strong> ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่ปัญญาประดิษฐ์หรือเทคโนโลยีใดก็ทำแทนไม่ได้ การบอกเลิกจ้าง การปรับโครงสร้างองค์กร การนั่งพูดคุยในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ท้ายที่สุดก็ต้องอาศัยมนุษย์ในการสื่อสารอยู่ดี ความเป็นผู้นำ (Leadership) มันสร้างขึ้นมาจากความลำบากที่เผชิญร่วมกัน และความไว้วางใจมันซื้อมาด้วยการลงมือทำด้วยตัวเอง&#8221;</em></p>
<p>ตลอดเวลา 2 ชั่วโมงที่พูดคุยกัน คุณท้อฟฟี่ได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า เรื่องคนและเรื่องงานไม่ใช่สิ่งที่แยกขาดจากกัน แต่มันคือวิถีชีวิตที่ดำเนินไปพร้อมกันในทุก ๆ วัน และใครก็ตามที่ตระหนักถึงคุณค่าของความสัมพันธ์นี้ได้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน หัวหน้า หรือตัว HR เอง ย่อมเป็นกำลังสำคัญที่พาทั้งตัวเองและองค์กรก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrpeople/toffy-bradshaw-interview-260702/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HREX Solution Finders Insights: สิ่งที่คนทำงาน HR ต้องรู้ก่อนเลือกใช้ HR Solution ในปี 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrtech/hrex-solution-finders-insights-260701/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrtech/hrex-solution-finders-insights-260701/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2026 07:00:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tech]]></category>
		<category><![CDATA[HR Solution]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Solution Finders]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50414</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT จาก HREX Solution Finders Insights พบว่าตลาด HR Solution ปี 2026 เติบโตจนมีตัวเลือกมหาศาล ซึ่งถือเป็นข้อดี แต่มันก็นำมาซึ่งความท้าทายด้วย เมื่อ HR มีตัวเลือกเยอะจนตัดสินใจเลือก HR Solution ที่ใช่ได้ยากขึ้น ปัญหาคลาสสิกที่องค์กรส่วนใหญ่มักเจอคือ ตัดสินใจใช้บริการ HR Solution แล้ว เช่น เลือกระบบ HR เพราะฟีเจอร์เยอะ แต่ละฟีเจอร์ก็น่าสนใจเต็มไปหมด แต่เลือกมาแล้วใช้ไม่คุ้มค่า เพราะไม่สอดคล้องกับบริบทการทำงานจริง ปัจจุบัน HR ไม่ได้มองหาแค่เครื่องมือที่มีฟีเจอร์เยอะที่สุด แต่โฟกัสที่ Business Impact, การนำไปใช้งานได้จริง และการมีทีมงานหลังบ้านที่สามารถพึ่งพาได้ในระยะยาว HREX พร้อมเป็นพื้นที่กลางช่วยคัดกรองและเชื่อมต่อคนทำงาน HR เข้ากับผู้ให้บริการตัวจริง ผ่านแพลตฟอร์ม คอนเทนต์เชิงลึก และงาน Networking เพื่อให้ได้โซลูชันที่แก้ปัญหาองค์กรได้ตรงจุดที่สุด ทุกวันนี้การหา HR Solution สักตัวไม่ใช่เรื่องยากอีกแล้ว แค่ค้นหาบน Google [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>จาก HREX Solution Finders Insights พบว่าตลาด HR Solution ปี 2026 เติบโตจนมีตัวเลือกมหาศาล ซึ่งถือเป็นข้อดี แต่มันก็นำมาซึ่งความท้าทายด้วย เมื่อ HR มีตัวเลือกเยอะจนตัดสินใจเลือก HR Solution ที่ใช่ได้ยากขึ้น</li>
<li>ปัญหาคลาสสิกที่องค์กรส่วนใหญ่มักเจอคือ ตัดสินใจใช้บริการ HR Solution แล้ว เช่น เลือกระบบ HR เพราะฟีเจอร์เยอะ แต่ละฟีเจอร์ก็น่าสนใจเต็มไปหมด แต่เลือกมาแล้วใช้ไม่คุ้มค่า เพราะไม่สอดคล้องกับบริบทการทำงานจริง</li>
<li>ปัจจุบัน HR ไม่ได้มองหาแค่เครื่องมือที่มีฟีเจอร์เยอะที่สุด แต่โฟกัสที่ Business Impact, การนำไปใช้งานได้จริง และการมีทีมงานหลังบ้านที่สามารถพึ่งพาได้ในระยะยาว</li>
<li>HREX พร้อมเป็นพื้นที่กลางช่วยคัดกรองและเชื่อมต่อคนทำงาน HR เข้ากับผู้ให้บริการตัวจริง ผ่านแพลตฟอร์ม คอนเทนต์เชิงลึก และงาน Networking เพื่อให้ได้โซลูชันที่แก้ปัญหาองค์กรได้ตรงจุดที่สุด</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50420" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-01T130814.440.webp" alt="hrex-solution-finders-insights" width="600" height="370" title="HREX Solution Finders Insights: สิ่งที่คนทำงาน HR ต้องรู้ก่อนเลือกใช้ HR Solution ในปี 2026 205" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-01T130814.440.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-01T130814.440-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ทุกวันนี้การหา <a href="https://th.hrnote.asia/category/hr-solution/">HR Solution</a> สักตัวไม่ใช่เรื่องยากอีกแล้ว</p>
<p>แค่ค้นหาบน Google หรือ LinkedIn ก็จะพบรายชื่อผู้ให้บริการนับร้อยที่พร้อมนำเสนอระบบ AI สุดล้ำหรือฟีเจอร์ที่เคลมว่าจบได้ในที่เดียว ฟังดูเหมือนเป็นข่าวดี แต่ตัวเลือกที่ล้นตลาดนี้ก็ทำให้ HR ต้องเสียเวลาและพลังงานมหาศาลไปกับการคัดกรองและเปรียบเทียบข้อมูล</p>
<p>จากการทำงานใกล้ชิดกับคนแวดวง HR จำนวนมาก <a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/hrex-hr-solution-finder-260120/">HREX ในฐานะ HR Solution Finders</a> มองเห็น Insight สำคัญว่า <strong>สิ่งที่ HR ต้องการจริง ๆ ในยุคนี้ไม่ใช่แค่เครื่องมือตัวใหม่ แต่ต้องการคำตอบที่ช่วยปลดล็อก Pain Point และสร้าง Impact ทางธุรกิจได้จริง</strong></p>
<p>บทความนี้จึงจะพาไปเจาะลึกทิศทางตลาด HR Solution ปี 2026 พร้อมถอดรหัสข้อควรระวัง และแนวทางการเลือก HR Products &amp; Services ให้ตรงจุด เพื่อไม่ให้องค์กรต้องสูญเสียงบประมาณและเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์</p>

<h2>ตลาด HR Solution ปี 2026: ตัวเลือกเยอะขึ้น รูปแบบหลากหลายขึ้น</h2>
<p>ปี 2026 ถือเป็นปีที่ตลาดเทคโนโลยี HR แข่งขันกันเข้มข้นมากๆ มีบริการใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดตลอดเวลา ทั้งเครื่องมือ HR ที่ใช้ AI ช่วยทำงาน แพลตฟอร์ม Recruitment Service, ระบบ Payroll, ระบบ Learning &amp; Training, ระบบ Performance Management ไปจนถึงเครื่องมือที่ช่วยดูแล Employee Experience</p>
<p>บางระบบถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะทาง เช่น ลดเวลาทำเงินเดือน จัดการเอกสารพนักงาน วัดผลการเรียนรู้ หรือช่วยให้ Recruitment ทำงานเร็วขึ้น ขณะที่บางระบบพยายามวางตัวเป็นแพลตฟอร์มใหญ่ที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ข้อมูลพนักงาน การลา การเข้างาน เงินเดือน การประเมินผล ไปจนถึงการพัฒนา Talent</p>
<p>แต่นั่นก็นำมาซึ่งความท้าทายใหม่ที่ทำให้การทำงานที่ HR ไม่คาดคิดด้วยเช่นกัน</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50241" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-46.webp" alt="why-ai-hr-tech-fail HREX HR Solution" width="600" height="370" title="HREX Solution Finders Insights: สิ่งที่คนทำงาน HR ต้องรู้ก่อนเลือกใช้ HR Solution ในปี 2026 206" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-46.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-46-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/why-ai-hr-tech-fail-260615/">ซื้อ HR Tech มาแล้ว ใช้ได้จริงกี่ % ? ทำไม 4 ใน 10 โปรเจกต์ AI ถึงล้มเหลว</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>ปัญหาที่คนทำงาน HR เจอบ่อยตอนหา HR Solution</h2>
<p>จากการพูดคุยกับคนทำงาน HR และผู้ให้บริการ HR Solution จำนวนมาก HREX พบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ มีอยู่ 3 เรื่องหลักดังนี้</p>
<h3>1. ตัวเลือกในตลาดมากเกินไป จนแยกไม่ออกว่าอะไรเหมาะกับเรา</h3>
<p>เมื่อตลาดมี Solution ให้เลือกนับไม่ถ้วน คนทำงาน HR เวลาจะหาข้อมูลจึงต้องรับข้อมูลจากทุกสารทิศ ทั้งโฆษณา รีวิว การนำเสนอจากทีมขาย รวมถึงเว็บไซต์ของแต่ละเจ้า</p>
<p>แม้ข้อมูลเหล่านี้จะมีประโยชน์ แต่เมื่อทุกอย่างถาโถมเข้ามาพร้อมกัน มันกลับสร้างภาวะที่เรียกว่า Information Overload จนส่งผลให้กระบวนการตัดสินใจและจัดซื้อล่าช้าออกไป นอกจากจะเพราะไม่รู้จะเลือกอะไรแล้ว ยังเป็นเพราะไม่รู้ว่าสิ่งไหนดีต่อองค์กรที่สุด</p>
<h3>2. ซื้อระบบแล้ว พนักงานไม่ใช้งานจริง</h3>
<p>นี่คือปัญหาที่หลายองค์กรเจอหลังจากลงทุนไปแล้ว</p>
<p>บ่อยครั้ง ตอนเดโม่ระบบ HR อาจพบว่าระบบอาจดูดี ใช้งานลื่น ฟีเจอร์ครบ หน้าตาทันสมัย ทีมขายตอบคำถามได้ดี ทุกอย่างดูพร้อมมาก แต่พอเริ่มใช้งานจริงสิ่งที่ดูเหมือนดี ก็ไม่ได้ดีอย่างที่คิดอีกต่อไป</p>
<p>ปัญหานี้มักไม่ได้เกิดจากระบบไม่ดีเสมอไป แต่อาจเกิดจาก Solution นั้นไม่เข้ากับบริบทขององค์กรจริง ๆ</p>
<h3>3. กลยุทธ์การขายแบบเดิม ไม่ตอบโจทย์คนทำงาน HR ยุคใหม่</h3>
<p>ยุคของการสุ่มโทรเสนอขาย หรือการส่งอีเมลหว่านแหด้วยข้อความแพตเทิร์นเดียวกัน กลายเป็นวิธีที่ไม่ได้ผลอีกต่อไป สิ่งที่คนทำงาน HR ต้องการอย่างแท้จริงในวันนี้คือ “ข้อมูลเชิงลึก” ที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจได้ดีขึ้น</p>
<p>พวกเขาไม่ได้อยากฟังแค่สรรพคุณของระบบ แต่ต้องการรู้ว่า Solution นี้มี Use Case ที่ตรงกับบริบทองค์กรหรือไม่ ? การติดตั้งซับซ้อนแค่ไหน ? หากเกิดปัญหาบริการหลังการขายพึ่งพาได้จริงหรือเปล่า? และที่สำคัญที่สุดคือ ระบบนี้จะเข้ามาช่วยลดภาระงานและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างไร ?</p>
<p>เมื่อรูปแบบการนำเสนอของผู้ให้บริการ ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ HR อยากรู้ จึงเกิดภาวะ Missed Connection อย่างน่าเสียดาย เมื่อผู้ให้บริการคุณภาพดีกลับเข้าไม่ถึงตัว Decision-Makers ในขณะที่ฝ่าย HR เองก็พลาดโอกาสเจอเครื่องมือที่ใช่ กลายเป็นรอยรั่วที่ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายหากันไม่เจอ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ต่างฝ่ายต่างกำลังตามหากันและกันอยู่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50419" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/shutterstock_2615363315-scaled.webp" alt="hrex-solution-finders-insights" width="600" height="343" title="HREX Solution Finders Insights: สิ่งที่คนทำงาน HR ต้องรู้ก่อนเลือกใช้ HR Solution ในปี 2026 207" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/shutterstock_2615363315-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/shutterstock_2615363315-300x171.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/shutterstock_2615363315-1024x585.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/shutterstock_2615363315-768x439.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/shutterstock_2615363315-1536x878.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/shutterstock_2615363315-2048x1170.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>5 สิ่งที่ HR มองหาจริง ๆ จาก HR Solution</h2>
<h3>1. Business Impact มาก่อนจำนวนฟีเจอร์</h3>
<p>HR อยากรู้ว่า ถ้าเลือกใช้บริการนี้จะช่วยให้องค์กรดีขึ้นได้อย่างไร ไม่ใช่แค่ว่าบริการนี้ทำอะไรได้บ้าง</p>
<p>เช่น ช่วยลดเวลาทำงานของ HR ได้กี่ชั่วโมงต่อเดือน ช่วยลดความผิดพลาดในการทำ Payroll ได้อย่างไร ช่วยให้ผู้จัดการเข้าถึงข้อมูลพนักงานเร็วขึ้นไหม ช่วยให้การสรรหาคนมีคุณภาพขึ้นหรือเปล่า ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงานได้แค่ไหน</p>
<p>HR Solution ที่ดีต้องช่วยเชื่อมงาน HR เข้ากับผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ ไม่ใช่แค่มีเมนูให้กดเยอะ</p>
<h3>2. ใช้งานได้จริง และพนักงานยอมใช้</h3>
<p>ระบบที่ดีไม่ควรหยุดอยู่ที่ทีม HR เข้าใจเท่านั้น พนักงานทั่วไปต้องใช้ได้ ผู้จัดการต้องใช้ได้ คนที่ไม่ถนัดเทคโนโลยีก็ควรปรับตัวได้ในระดับที่ไม่รู้สึกว่าระบบเป็นภาระ</p>
<p>ถ้าระบบดีมากแต่คนไม่ใช้ ผลลัพธ์ก็ไม่เกิด</p>
<h3>3. ผู้ให้บริการต้องน่าเชื่อถือพอให้ฝากงานสำคัญไว้ด้วย</h3>
<p>งาน HR หลายเรื่องเกี่ยวข้องกับข้อมูลสำคัญของพนักงาน ก่อนตัดสินใจใช้สักบริการ HR ย่อมอยากรู้ว่าผู้ให้บริการรายนี้เชื่อถือได้แค่ไหน มีลูกค้าเดิมเป็นใครบ้าง เคยทำงานกับองค์กรลักษณะใดมาแล้ว และมีประสบการณ์แก้ปัญหาแบบเดียวกับที่องค์กรกำลังเจอหรือไม่</p>
<p>ความน่าเชื่อถือนี้มาจากประสบการณ์จริง เคสจริง รีวิวจริง และการพูดคุยที่ทำให้ HR รู้สึกได้ว่าผู้ให้บริการเข้าใจโจทย์ของตัวเอง</p>
<h3>4. ทีมหลังการขายต้องแข็งแรง</h3>
<p>หลายองค์กรไม่ได้กลัวการซื้อระบบใหม่เท่ากับกลัวปัญหาหลังซื้อ</p>
<p>ถ้าระบบมีปัญหา ใครจะช่วยแก้ ถ้าพนักงานใช้ไม่เป็น ใครจะช่วยสอน ถ้าต้องปรับระบบให้เข้ากับกระบวนการภายใน ใครจะช่วยดูแล ถ้าทีม HR มีคำถามเร่งด่วน จะติดต่อใครได้บ้าง</p>
<p>ทีมหลังบ้านที่ตอบเร็ว เข้าใจบริบท และช่วยแก้ปัญหาได้จริง จึงสำคัญมากกว่าที่ใครคาดคิด</p>
<h3>5. เติบโตไปด้วยกันได้ในระยะยาว</h3>
<p>การซื้อ HR Solution ไม่ใช่ดีลระยะสั้น เมื่อองค์กรเริ่มใช้ระบบหนึ่งไปแล้ว ข้อมูล กระบวนการ และพฤติกรรมของคนในองค์กรจะค่อย ๆ ผูกกับระบบนั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ</p>
<p>คนทำงาน HR จึงมองหาผู้ให้บริการที่พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ระยะยาว เข้าใจว่าองค์กรจะเปลี่ยนแปลงต่อไป มีพนักงานมากขึ้น มีโครงสร้างซับซ้อนขึ้น มีโจทย์ใหม่ ๆ เกิดขึ้น และต้องการระบบที่เติบโตตามไปได้</p>
<p>ผู้ให้บริการที่ดีจึงไม่ควรคิดแค่การปิดดีล แต่ควรคิดต่อว่าหลังจากองค์กรเริ่มใช้ระบบแล้ว จะช่วยให้ลูกค้าประสบความสำเร็จได้อย่างไร</p>
<h2>HREX ช่วยให้การหา HR Solution ง่ายขึ้นได้อย่างไร</h2>
<p>สำหรับคนทำงาน HR ที่กำลังมองหา HR Solution เพื่อใช้บริการ HREX เพราะเรามีพื้นที่และช่องทางที่ช่วยให้การค้นหาชัดขึ้นได้หลายรูปแบบ</p>
<h3>1. HREX Products &amp; Services Platform</h3>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/">พื้นที่กลางที่รวบรวมตัวเลือก HR Products &amp; Services ที่หลากหลายประเภทไว้ในที่เดียว</a></p>
<p>แทนที่จะต้องไล่ค้นหาผู้ให้บริการจากหลายช่องทาง คนทำงาน HR สามารถเข้ามาดูภาพรวมของโซลูชัน เปรียบเทียบหมวดหมู่ และเริ่มต้นค้นหาตัวเลือกที่เกี่ยวข้องกับโจทย์ของตัวเองได้จากจุดเดียว</p>
<p>สิ่งนี้ช่วยลดเวลาค้นหาเบื้องต้น และช่วยให้ HR มองเห็นตัวเลือกที่อาจตรงกับปัญหาขององค์กรได้เร็วขึ้น</p>
<h3>2. บทความและคอนเทนต์เชิงลึก</h3>
<p>การตัดสินใจซื้อ HR Solution ไม่ควรดูจากหน้าเว็บโปรโมตอย่างเดียว แต่ <a href="https://th.hrnote.asia/">HREX มีคอนเทนต์เชิงลึกเกี่ยวกับ HR Solution บทสัมภาษณ์ของผู้ให้บริการ Solution และบทความจากผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้คนทำงาน HR เห็นวิธีคิดของผู้ให้บริการมากขึ้น</a></p>
<p>เมื่อ HR ได้อ่านข้อมูลมากกว่ารายละเอียดฟีเจอร์ การตัดสินใจก็มีน้ำหนักมากขึ้น</p>
<h3>3. งาน HR Event &amp; Networking</h3>
<p>ตลอดทั้งปี HREX จัดงาน Event หลายรูปแบบทั้ง <a href="https://www.youtube.com/@HREXChannel" target="_blank" rel="noopener">Online Webinar</a> หรืองาน Offline เช่น งานเสวนาล้อมวงคุยกับผู้นำ HREX Roundtable ซึ่งจัดมาแล้ว 7 ครั้ง <a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-roundtable-future-of-transformation-260521/">โดยครั้งล่าสุดใช้ชื่อว่า Future of Transformation</a> เป็นอีกช่องทางที่ช่วยให้คนทำงาน HR ได้เจอกับผู้ให้บริการโดยตรง</p>
<p>แนวทางทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนหลักการเดียวกัน คือสร้างความไว้วางใจ (Trust) และการมีส่วนร่วมก่อนเรื่องอื่น เมื่อคนทำงาน HR ได้รู้จักผู้ให้บริการผ่านข้อมูลที่มีคุณภาพและการพูดคุยจริง โอกาสที่จะเลือก Solution ได้ตรงกับปัญหาขององค์กรก็สูงขึ้นตามไปด้วย และนั่นช่วยลดปัญหาซื้อแล้วไม่ได้ใช้งานจริงที่เกิดขึ้นบ่อยในตลาดได้ในระดับหนึ่ง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48284" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-26T021403.775.webp" alt="HR Trends 2026" width="600" height="370" title="HREX Solution Finders Insights: สิ่งที่คนทำงาน HR ต้องรู้ก่อนเลือกใช้ HR Solution ในปี 2026 208" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-26T021403.775.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-26T021403.775-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-trends-2026/">HR Trends 2026 : ยุค Agentic HR ที่ทักษะสำคัญกว่าปริญญา และเวลามีค่ากว่าเงินเดือน</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>บทสรุป HREX Solution Finders Insights</h2>
<p>จากทัศนะของ HREX ทิศทางการเลือก HR Solution ในปี 2026 ไม่ควรเริ่มต้นจากการตามล่าหาเทคโนโลยีที่มีฟีเจอร์เยอะที่สุด แต่ควรกลับมาตั้งต้นด้วยคำถามพื้นฐานที่ว่า <strong>“องค์กรของเรากำลังเผชิญปัญหาอะไร และ Solution ไหนที่จะเข้ามาแก้ปัญหานั้นได้จริง”</strong></p>
<p>เมื่อเรามีโจทย์ที่ตั้งต้นจากปัญหาจริง การคัดกรองตัวเลือกจะแม่นยำขึ้น การพูดคุยกับผู้ให้บริการก็จะตรงประเด็น และที่สำคัญที่สุดคือ มันช่วยปิดประตูความเสี่ยงในการลงทุนกับบริการที่ <em>&#8220;ดูดีแต่ไม่มีใครใช้จริง&#8221;</em></p>
<p>สำหรับคนทำงาน HR ที่กำลังมองหาบริการหรือเครื่องมือเพื่อยกระดับองค์กร แต่ไม่อยากเสียเวลาและพลังงานไปกับการลองผิดลองถูก หรือนั่งเปรียบเทียบข้อมูลมหาศาลด้วยตัวเอง HREX พร้อมทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางและเข็มทิศที่ช่วยให้การค้นหาของคุณง่ายและเฉียบคมยิ่งขึ้น</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener">หากองค์กรของคุณพร้อมแล้วที่จะเดินหน้าต่อไป ให้เราช่วยแมตช์ Solution ที่ตรงกับปัญหาและเป้าหมายของคุณอย่างแท้จริง สามารถติดต่อทีมงาน HREX ได้เลยที่นี่</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrtech/hrex-solution-finders-insights-260701/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar เคล็ดลับการเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-from-sourcing-to-earning-freelance-recruiter-sourcedout-260625/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-from-sourcing-to-earning-freelance-recruiter-sourcedout-260625/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2026 10:59:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[SourcedOut]]></category>
		<category><![CDATA[Freelance Recruiter]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50375</guid>

					<description><![CDATA[ตลาดงานที่เปลี่ยนเร็วทำให้คนทำงานจำนวนมากเริ่มมองหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ เพราะการมีรายได้จากทางเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป โดยเฉพาะคนทำงาน HR และ Recruiter ที่มีทักษะสำคัญอย่างการสรรหาคนอยู่ในมืออยู่แล้ว คำถามคือ “เราจะใช้ทักษะที่มีสร้างโอกาสใหม่ให้ตัวเองได้อย่างไร ?” หนึ่งในเส้นทางที่น่าสนใจคือการเป็น Freelance Recruiter งานเสริมที่สามารถต่อยอดจากประสบการณ์เดิมได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำ ไม่ต้องแบกรับ KPI แบบงานประจำ และยังสามารถเลือกตำแหน่งงานที่เหมาะกับความถนัดของตัวเองได้ ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง SourcedOut ที่เปิดพื้นที่ให้ Recruiter สร้างรายได้จากการแนะนำผู้สมัครที่มีคุณภาพ ใน HREX Webinar &#124; From Sourcing to Earning เคล็ดลับสู่การเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut จึงชวนคุณ ศรัญญา จตุรงคโชค User Success Team Lead จาก SourcedOut และคุณ อภิสรา อรุณวงค์ Top Performer Ranked No.1 บนแพลตฟอร์ม SourcedOut [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50379" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-25T165452.192.webp" alt="HREX Webinar | From Sourcing to Earning" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar เคล็ดลับการเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut 215" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-25T165452.192.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-25T165452.192-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลาดงานที่เปลี่ยนเร็วทำให้คนทำงานจำนวนมากเริ่มมองหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ เพราะการมีรายได้จากทางเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป โดยเฉพาะคนทำงาน HR และ Recruiter ที่มีทักษะสำคัญอย่างการสรรหาคนอยู่ในมืออยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามคือ </span><i><span style="font-weight: 400;">“เราจะใช้ทักษะที่มีสร้างโอกาสใหม่ให้ตัวเองได้อย่างไร ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในเส้นทางที่น่าสนใจคือการเป็น Freelance Recruiter งานเสริมที่สามารถต่อยอดจากประสบการณ์เดิมได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำ ไม่ต้องแบกรับ KPI แบบงานประจำ และยังสามารถเลือกตำแหน่งงานที่เหมาะกับความถนัดของตัวเองได้ ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/1"><b>SourcedOut</b></a><span style="font-weight: 400;"> ที่เปิดพื้นที่ให้ Recruiter สร้างรายได้จากการแนะนำผู้สมัครที่มีคุณภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน HREX Webinar | From Sourcing to Earning เคล็ดลับสู่การเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut จึงชวนคุณ </span><b>ศรัญญา จตุรงคโชค User Success Team Lead จาก SourcedOut</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>อภิสรา อรุณวงค์ Top Performer Ranked No.1 บนแพลตฟอร์ม SourcedOut</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเรียนรู้วิธีเปลี่ยนทักษะสรรหาให้กลายเป็นรายได้จริง พร้อมเข้าใจการบริหารเวลา Mindset และกลยุทธ์ที่ช่วยให้ Freelance Recruiter สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว ที่นี่ที่เดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Freelance Recruiter บน SourcedOut ทำอะไรบ้าง และทำไมถึงเป็นโอกาสใหม่ของคนสาย Recruitment </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50377" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px.webp" alt="HREX Webinar | From Sourcing to Earning" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar เคล็ดลับการเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut 216" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงแรกของ HREX Webinar คุณศรัญญา เริ่มด้วยการอธิบายว่า SourcedOut เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้คนมีทักษะด้าน Recruitment สามารถต่อยอดความสามารถของตัวเองเป็นรายได้เสริมผ่านการทำงานแบบ Freelance Recruiter โดยปัจจุบันแพลตฟอร์มมี Freelance Recruiter อยู่ประมาณ 2,000 คน และส่วนใหญ่เป็นคนที่มีงานประจำอยู่แล้ว</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หลายคนเข้ามาเพราะอยากใช้ประสบการณ์ด้านการสรรหาคนให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ทั้งในแง่การพัฒนาทักษะ การขยายโอกาส และการสร้างรายได้เพิ่มเติมจากความถนัดที่มีอยู่ค่ะ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการเติบโตของ Community บน SourcedOut ถือว่าน่าสนใจมาก โดยจำนวนผู้สมัคร Freelance Recruiter เติบโต 106.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และหากมองภาพรวมตั้งแต่ปี 2023-2025 จำนวน Freelance Recruiter เพิ่มขึ้นถึง 171% แสดงให้เห็นว่าคนทำงานสาย Recruitment จำนวนมากเริ่มมองหาช่องทางใหม่ในการต่อยอดอาชีพของตัวเอง โดยเฉพาะ Recruiter ที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว รวมถึง In-House Recruiter ที่อยากหารายได้เสริมจากทักษะที่ใช้ในงานประจำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดสำคัญของ SourcedOut ยังอยู่ที่การช่วยลดภาระงานบางส่วนที่ Recruiter ต้องเจอในการทำงานปกติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหากเป็นกระบวนการ Recruitment ทั่วไป Recruiter อาจต้องรับผิดชอบตั้งแต่รับบรีฟ เขียน JD สรรหา สกรีน นัดสัมภาษณ์ Follow up แจ้งผล ต่อรองเงินเดือน ไปจนถึงทำเอกสาร Offer รวมแล้วอาจมีมากถึง 9 ขั้นตอน แต่สำหรับ Freelance Recruiter บน SourcedOut หน้าที่หลักจะเน้นอยู่ที่ 3 ขั้นตอน ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Sourcing หรือการสรรหาผู้สมัคร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Screening หรือการคัดกรองเบื้องต้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Submitting หรือการส่งข้อมูลผู้สมัครเข้าระบบ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วหลังจากนั้นทีม SourcedOut จะช่วยดำเนินการต่อ ทำให้ Freelance Recruiter สามารถโฟกัสกับงานที่ตัวเองถนัดได้มากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50378" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-1.webp" alt="HREX Webinar | From Sourcing to Earning" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar เคล็ดลับการเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut 217" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-1.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-1-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-1-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-1-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-1-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องที่คุณศรัญญาให้ความสำคัญคือความน่าเชื่อถือของตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัคร ทีมงาน SourcedOut จะคัดกรองก่อนว่าตำแหน่งนั้นเปิดรับจริงหรือไม่ บริษัทมีความน่าเชื่อถือหรือเปล่า และมีความต้องการจ้างงานจริงแค่ไหน เพื่อป้องกันปัญหาตำแหน่งงานที่เปิดทิ้งไว้โดยไม่มีการรับคนจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน คนที่มีงานประจำอยู่แล้วและอยากเข้ามาเป็น Freelance Recruiter ก็ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับบริษัทปัจจุบันให้ชัดเจน หากมีความเสี่ยงเรื่อง Conflict of Interest ก็อาจไม่เหมาะที่จะเริ่มทำ หรือหากต้องใช้เครื่องมือและทรัพยากรจากบริษัทเดิมมาทำงานเสริม ก็เป็นสิ่งที่ไม่แนะนำเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่สนใจเริ่มต้นกับ SourcedOut หลังจากสมัครเข้ามาแล้ว ทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อเข้าสู่กระบวนการ Onboarding โดยเฉพาะในช่วง 1-3 เดือนแรก จะมีการจัด Online Session เพื่ออธิบายวิธีทำงาน ฟีเจอร์ของแพลตฟอร์ม ไฟล์และวิดีโอแนะนำ รวมถึง Workshop จาก Recruiter ของ Reeracoen ที่มาช่วยเสริมความเข้าใจในการทำงานจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนค่าตอบแทน (Incentive) ที่หาคนได้จะเริ่มต้นประมาณ 12,000 บาท และสามารถเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขของแต่ละตำแหน่ง โดยระบบจะแจ้งไว้อย่างชัดเจนว่าหากส่งผู้สมัครในตำแหน่งใดสำเร็จ จะได้รับ Incentive เท่าไหร่ ทั้งนี้ Freelance Recruiter จะได้รับค่าตอบแทนเมื่อผู้สมัครที่แนะนำได้เข้าทำงานจริง และทำงานครบ 7 วันแล้ว</span></p>
<h2><b>แกะเคล็ดลับความสำเร็จในการหาคนของ Freelance Recruiter No.1 ของ SourcedOut</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ HREX Webinar นี้คือการพูดคุยกับคุณอภิสราซึ่งเป็น Top Performer Ranked No.1 บนแพลตฟอร์ม SourcedOut ผู้เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า ทักษะ Recruitment ที่หลายคนใช้อยู่ทุกวัน สามารถนำมาต่อยอดเป็นรายได้เสริมได้จริง หากรู้จักเลือกโอกาสและวางวิธีทำงานให้เหมาะกับตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอภิสราเล่าให้ฟังว่า เส้นทางการเป็น Freelance Recruiter ของเธอเริ่มต้นตั้งแต่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ แล้วได้ทำงานเป็น HR Admin ให้กับองค์กรหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบาทที่ได้เห็นงาน HR หลายมุม ทั้งงานเอกสาร การประสานงาน และการดูแลกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะยังไม่ใช่งาน Recruitment แบบเต็มตัวตั้งแต่แรก แต่ประสบการณ์ช่วงนั้นทำให้เธอได้เข้าใจพื้นฐานของงาน HR และเริ่มมองเห็นว่าการทำงานกับคน ต้องใช้ทั้งความละเอียด ความอดทน และการสื่อสารที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเหตุผลที่ทำให้เธอเริ่มมองหาโอกาสใหม่ ๆ คือหลังเลิกงานประจำแล้วไม่ได้มีกิจกรรมอื่นมากนัก เธอจึงเริ่มคิดว่า เวลาที่มีในช่วงหลังเลิกงานอาจนำไปใช้สร้างรายได้เพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะงานที่ยังเกี่ยวข้องกับทักษะ HR และ Recruitment ที่ตัวเองคุ้นเคยอยู่แล้ว การเป็น Freelance Recruiter จึงกลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะสามารถทำควบคู่กับงานประจำและการเรียนได้ หากบริหารเวลาให้ดี</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่เคยทำในงานประจำ สามารถนำมาใช้สร้างโอกาสใหม่ได้ทันที หากรู้จักเลือกตำแหน่งงานที่เหมาะกับความถนัดของตัวเองค่ะ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนที่เธอได้รับจากการเป็น Freelance Recruiter คือ เธอไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำ หรือเปลี่ยนเส้นทางอาชีพทันที หากเข้าใจเงื่อนไขของงาน รู้จักบริหารเวลา และแยกขอบเขตระหว่างงานหลักกับงานเสริมให้ชัดเจน งานนี้สามารถกลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้ Recruiter ได้ฝึกฝนทักษะกับโจทย์ใหม่ ๆ พร้อมสร้างรายได้จากความถนัดของตัวเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เลือกงานให้เป็น บริหาร Candidate ให้ดี และตามงานอย่างมีระบบ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นเป็น Freelance Recruiter ควรเริ่มจากการหาคนในตำแหน่งงานแบบไหนดีที่สุด ? คำตอบจากประสบการณ์ของ Top Performer จาก SourcedOut คือ ไม่จำเป็นต้องเลือกทุกงานที่เปิดอยู่ในแพลตฟอร์ม แต่ควรเริ่มจากงานที่ตัวเองเข้าใจจริง งานที่อ่าน JD แล้วมองเห็นภาพว่าต้องหาคนแบบไหน ต้องมีทักษะอะไร และผู้สมัครกลุ่มนี้น่าจะอยู่ในช่องทางใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอเล่าต่อว่า โดยส่วนใหญ่เธอมักเลือกหาผู้สมัครในตำแหน่งเด็กจบใหม่ หรือระดับ Officer มากกว่า เพราะเป็นระดับงานที่ใกล้เคียงกับประสบการณ์และช่วงวัยของเธอเอง ทำให้เข้าใจความต้องการของผู้สมัคร เข้าใจลักษณะงาน และสื่อสารกับ Candidate ได้เป็นธรรมชาติกว่า เวลาคุยกับผู้สมัคร เธอจึงพอจะมองออกว่าอะไรคือสิ่งที่คนกลุ่มนี้มองหา ไม่ว่าจะเป็นโอกาสเติบโต เงินเดือน ลักษณะงาน หรือวัฒนธรรมองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางกลับกัน เธอแทบจะไม่เลือกตำแหน่งระดับสูงขึ้นอย่าง Manager หรือระดับ C-Level เลย เพราะยังรู้สึกว่ายังไม่เข้าใจขอบเขตงาน ความรับผิดชอบ และความคาดหวังของตำแหน่งเหล่านั้นมากพอ หากฝืนเลือกตำแหน่งที่ตัวเองไม่เข้าใจ โอกาสหาผู้สมัครที่ตรงโจทย์ก็อาจลดลง และทำให้ปิดจ็อบได้ยากกว่าเดิม</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การเลือกงานที่เหมาะกับตัวเองจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการทำงานให้มีประสิทธิภาพค่ะ งาน Recruitment ต้องใช้ทั้งเวลา ความเข้าใจ และการติดตามผล หากเลือกงานที่ไม่ถนัดตั้งแต่แรก Recruiter อาจเสียเวลาไปกับการหาคนจำนวนมาก แต่ได้ Candidate ที่ยังไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ในทางกลับกัน หากเลือกงานที่เข้าใจดี Recruiter จะคุยกับผู้สมัครได้มั่นใจขึ้น และประเมินความเหมาะสมได้แม่นยำกว่าเดิม”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเคล็ดลับที่สำคัญคือการดูแล Candidate อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การอธิบายตำแหน่งงานให้ชัดเจน ถามความสนใจจริงของผู้สมัคร ตรวจสอบข้อมูลพื้นฐาน และประเมินว่าผู้สมัครพร้อมเข้าสู่กระบวนการมากแค่ไหน เพราะหน้าที่ของ Freelance Recruiter บน SourcedOut ต้องช่วยคัดกรองเบื้องต้นให้ดีด้วย เพื่อให้ผู้สมัครที่ถูกส่งต่อมีคุณภาพมากพอสำหรับขั้นตอนถัดไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นการ Follow up ก็เป็นอีกจุดที่แยก Recruiter ทั่วไปกับ Recruiter ที่ทำงานได้ดีออกจากกัน เพราะในกระบวนการสรรหา ผู้สมัครอาจเปลี่ยนใจ ตอบช้า มีข้อสงสัยเรื่องตำแหน่งงาน หรือมีเงื่อนไขที่ต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติม Recruiter ที่ตามงานอย่างเหมาะสม จะช่วยลดโอกาสหลุดระหว่างทาง และทำให้ผู้สมัครรู้สึกว่าได้รับการดูแลจริง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง Recruiter กับ Candidate เป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญของงานนี้ค่ะ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เธอยืนยัน</span></p>
<h3><b>งานเสริมที่ต้องจริงจัง: บริหารเวลาอย่างไรให้ไม่กระทบงานประจำ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้การเป็น Freelance Recruiter จะเป็นงานเสริม แต่หากอยากสร้างรายได้จริง ก็ต้องบริหารเวลาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะคนที่มีงานประจำอยู่แล้ว เพราะเวลาที่ใช้กับงานเสริมต้องไม่กระทบความรับผิดชอบหลัก และต้องไม่สร้างปัญหากับองค์กรที่ทำงานอยู่ในปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคุณอภิสรา วงจรการทำงานในแต่ละวันเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า หลังตื่นนอนประมาณ 8:00 น. เธอจะใช้เวลาช่วงนี้ทำงาน Freelance Recruiter ก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นการดูตำแหน่งงานบน SourcedOut เช็กความคืบหน้าของ Candidate หรือดูว่ามีผู้สมัครคนไหนที่ควรติดตามต่อบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถึงเวลางานประจำช่วง 10:00 น. เธอจะให้ความสำคัญกับงานหลัก ไม่เอางานนอกเข้ามาปะปน เพราะแม้การทำ Freelance Recruiter จะเป็นช่องทางสร้างรายได้เพิ่ม แต่ความรับผิดชอบต่อบริษัทปัจจุบันยังเป็นเรื่องสำคัญ การแยกเวลาให้ชัดจึงช่วยให้เธอทำงานเสริมได้โดยไม่กระทบงานหลัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงพักกลางวันเป็นอีกจังหวะที่เธออาจใช้เช็กงาน Freelance แบบเบา ๆ เช่น ดูข้อความจาก Candidate ตรวจสถานะของผู้สมัคร หรือดูว่ามีตำแหน่งไหนที่น่าสนใจเพิ่มเติมบ้าง เป็นการใช้เวลาสั้น ๆ ให้เกิดประโยชน์ โดยไม่ทำให้รู้สึกว่าต้องทำงานตลอดทั้งวันจนเกินไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหลังเลิกงานประมาณ 18:00-18:30 น. จะเป็นช่วงที่เธอกลับมาทำงาน Freelance Recruiter อย่างจริงจังมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอ่านรายละเอียดตำแหน่งงาน เลือก Job ที่ตัวเองเข้าใจ เริ่ม Sourcing ผู้สมัคร คุยกับ Candidate ตรวจสอบความสนใจเบื้องต้น และเตรียมข้อมูลสำหรับ Submit เข้าระบบของ SourcedOut ช่วงหลังเลิกงานจึงเป็นเวลาหลักที่เธอใช้เปลี่ยนทักษะ Recruitment ให้กลายเป็นรายได้เสริม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น คุณอภิสราไม่ได้มีเวลาว่างช่วงสุดสัปดาห์ เพราะต้องแบ่งเวลาไปทำธุระอื่น ทำให้งานฟรีแลนซ์ต้องถูกจัดวางอยู่ในช่วงเวลาที่เหลือจริง ๆ การทำงานของเธอจึงไม่ได้อาศัยการมีเวลาว่างทั้งวัน แต่ใช้วิธีแบ่งเวลาย่อย ๆ ให้มีประสิทธิภาพ รู้ว่าช่วงไหนควรดูงาน ช่วงไหนควรคุยกับผู้สมัคร และช่วงไหนควรพักจากงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกจุดที่คุณอภิสราให้ความสำคัญคือกรอบเวลาในการติดต่อผู้สมัคร เธอเล่าว่าโดยปกติจะไม่ค่อยทำงานดึกถึงช่วง 4-5 ทุ่ม เพราะเคยมีผู้สมัครสงสัยว่า เธอเป็นมิจฉาชีพหรือเปล่า (ฮา) หากมีคนติดต่อเรื่องงานในเวลาที่ดึกเกินไป อาจทำให้ผู้สมัครรู้สึกไม่มั่นใจได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ <strong>เธอจึงพยายามทำงานให้อยู่ในกรอบเวลาที่เหมาะสมมากที่สุด ทั้งช่วงเช้า พักกลางวัน และหลังเลิกงาน เพื่อรักษาภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพของตัวเองในฐานะ Recruiter</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม วิธีบริหารเวลาของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน บางคนอาจถนัดทำงานช่วงเช้า บางคนอาจมีเวลาช่วงค่ำ หรือบางคนอาจใช้วันหยุดในการจัดการงานฟรีแลนซ์ สิ่งสำคัญคือการหาสไตล์การทำงานที่เหมาะกับชีวิตของตัวเอง โดยยังรักษาความรับผิดชอบต่องานประจำ ผู้สมัคร และมาตรฐานวิชาชีพให้ดีที่สุด</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41747" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HR-Recruiter-อาชีพที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้.png" alt="HR Recruiter อาชีพที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar เคล็ดลับการเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut 218" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HR-Recruiter-อาชีพที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HR-Recruiter-อาชีพที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/hr-recruiter-help-people-241203/">HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>Mindset ของ Freelance Recruiter ที่อยากสร้างรายได้ต่อเนื่อง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครอยากเป็น Freelance Recruiter ที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง คุณอภิสราแนะนำเลยว่า ต้องเริ่มจากมี Mindset ที่ถูกต้องก่อนนั่นคือ การเน้นหาคนที่คุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ CV ที่ส่งเข้าไป</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“งานนี้ไม่ใช่งานที่ส่งผู้สมัครให้เยอะที่สุดแล้วจบ เพราะทุกขั้นตอนมีผลต่อคุณภาพของการสรรหา ตั้งแต่การเลือกตำแหน่งงาน การหา Candidate การพูดคุยเบื้องต้น ไปจนถึงการส่งข้อมูลเข้าระบบ หากทำแบบเร่งรีบหรือส่งคนโดยไม่คัดกรองให้ดี โอกาสปิดงานก็จะลดลงตามไปด้วย”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“แม้เราจะทำงานนี้ในฐานะ Freelance แต่ก็ต้องมีความเป็นมืออาชีพค่ะ เพราะบริษัทลูกค้าต้องการผู้สมัครที่เหมาะสม ส่วนผู้สมัครเองก็ต้องการข้อมูลที่ชัดเจนและโอกาสที่น่าเชื่อถือ Recruiter จึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมทั้งสองฝ่ายเข้าหากัน การสื่อสารที่ตรงไปตรงมา การรักษาคำพูด และการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง จึงเป็นพื้นฐานที่ทำให้งานนี้เติบโตได้”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อถัดมาคือความสม่ำเสมอ คนที่ประสบความสำเร็จในงาน Freelance Recruiter มักไม่ได้ทำเฉพาะช่วงที่มีเวลาว่างมาก ๆ แล้วหยุดไปยาว ๆ แต่จะมีจังหวะการทำงานที่ต่อเนื่อง รู้ว่าต้องดูตำแหน่งงานใหม่เมื่อไหร่ ควรติดตามผู้สมัครคนไหน และควรปรับวิธีหา Candidate อย่างไรเมื่อผลลัพธ์ยังไม่ดีพอ ความสม่ำเสมอนี้ช่วยให้ Recruiter เข้าใจตลาดมากขึ้น และมองเห็นโอกาสที่คนอื่นอาจมองข้าม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคือการเรียนรู้จากงานที่ยังปิดไม่ได้ เพราะไม่ใช่ทุกตำแหน่งที่ส่งผู้สมัครแล้วจะสำเร็จทันที บางครั้ง Candidate อาจไม่ผ่าน บางครั้งตำแหน่งอาจมีเงื่อนไขเฉพาะ หรือบางครั้งตลาดอาจมีผู้สมัครน้อยกว่าที่คิด</span></p>
<p><b>Recruiter ที่ดีจะใช้ Feedback เหล่านี้มาปรับวิธีทำงาน อ่าน JD ให้ละเอียดขึ้น ถามคำถามให้คมขึ้น และเลือก Candidate ให้แม่นขึ้น เมื่อทำแบบนี้ต่อเนื่อง งานเสริมนี้ก็มีโอกาสกลายเป็นช่องทางรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50380" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-25T170349.711.webp" alt="HREX Webinar | From Sourcing to Earning" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar เคล็ดลับการเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut 219" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-25T170349.711.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-25T170349.711-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Secret Sauce FAQ: 4 คำถามสำคัญที่ Freelance Recruiter ควรรู้ก่อนเริ่มทำงานจริง</b></h2>
<h3><b>1. ใช้ AI ช่วยสกรีนเรซูเม่ได้ไหม และควรใช้แค่ไหนถึงเหมาะสม?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">AI สามารถเป็นตัวช่วยของ Freelance Recruiter ได้ โดยเฉพาะการอ่านเรซูเม่เบื้องต้น สรุปประสบการณ์ของผู้สมัคร เทียบคีย์เวิร์ดกับ JD หรือช่วยตั้งคำถามสำหรับใช้ Screening ต่อ แต่คุณอภิสรายืนยันว่า AI ไม่ควรถูกใช้เป็นผู้ตัดสินแทน Recruiter ทั้งหมด เพราะการประเมินผู้สมัครยังต้องอาศัยบริบทจากการพูดคุยจริง เช่น เหตุผลที่อยากเปลี่ยนงาน ความสนใจในตำแหน่ง ความพร้อมในการเริ่มงาน และความคาดหวังด้านเงินเดือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องที่ต้องระวังคือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครรั่วไหล ซึ่งจะเกิดขึ้นง่ายมากหากใช้ AI ช่วยอ่านเรซูเม่ ดังนั้นทางที่ดีควรสกรีนด้วยตัวเองจะปลอดภัยกับทุกฝ่ายที่สุด</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49631" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-Cover.webp" alt="AI vs Human Recruiter Pre-Screen Cover" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar เคล็ดลับการเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut 220" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/ai-vs-human-pre-screen-recruitment-260420/">AI vs Human: ใครกันแน่ที่เหมาะกับงาน Pre‑Screen ผู้สมัคร ?</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>2. ถ้าผู้สมัครถามว่าเราเป็นใคร ควรแนะนำตัวอย่างไรให้ดูน่าเชื่อถือ?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ Freelance Recruiter คุณอภิสราให้ความเห็นว่า ความน่าเชื่อถือเริ่มตั้งแต่ข้อความแรกที่ใช้ติดต่อผู้สมัคร ควรแนะนำตัวให้ชัดว่าเราเป็น Freelance Recruiter ที่ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มใด กำลังติดต่อเกี่ยวกับตำแหน่งอะไร และเห็นความเหมาะสมของผู้สมัครจากประสบการณ์ส่วนไหน การอธิบายให้ตรงไปตรงมาตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความสงสัยของผู้สมัครได้มาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการทักแบบกว้าง ๆ เช่น “สนใจงานไหม” โดยไม่บอกรายละเอียด เพราะผู้สมัครอาจไม่มั่นใจว่าเป็นโอกาสจริงหรือไม่ การให้ข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่อตำแหน่ง ลักษณะงานคร่าว ๆ สถานที่ทำงาน รูปแบบการทำงาน และช่วงเงินเดือนถ้ามีข้อมูล จะช่วยให้ผู้สมัครตัดสินใจได้เร็วขึ้น และทำให้ Recruiter ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น</span></p>
<h3><b>3. ถ้าเจอผู้สมัครโกหกข้อมูล หรือให้ข้อมูลไม่ตรงกับเรซูเม่ ควรทำอย่างไร?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กรณีนี้เป็นเรื่องที่ Recruiter มีโอกาสเจอได้ คุณอภิสรามองว่า สิ่งแรกที่ควรทำคืออย่าเพิ่งตัดสินผู้สมัครทันที แต่ควรถามซ้ำอย่างสุภาพเพื่อเช็กความชัดเจนก่อน เพราะบางครั้งข้อมูลที่ดูไม่ตรงกันอาจเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อน การเขียนเรซูเม่ไม่ละเอียด หรือผู้สมัครอธิบายประสบการณ์ของตัวเองไม่เก่งพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้ากลับไปตรวจสอบข้อมูล แล้วกลับมาถามใหม่ จนพบว่าข้อมูลไม่ตรงกันจริงก็ไม่ควรฝืนส่งต่อไปยังขั้นต่อไป เพราะการส่งผู้สมัครที่ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือเข้าระบบ อาจกระทบต่อทั้งบริษัทลูกค้า แพลตฟอร์ม และความน่าเชื่อถือของตัว Recruiter เอง</span></p>
<h3><b>4. เวลารับ Requirement จากลูกค้า ควรดูอะไรในเรซูเม่ก่อนตัดสินใจส่งผู้สมัคร?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในวิธีทำงานของคุณอภิสราคือการเริ่มจากการอ่าน Requirement ของลูกค้าให้ชัดก่อนว่า ตำแหน่งนี้ต้องการคนแบบไหน อะไรคือคุณสมบัติที่จำเป็นจริง ๆ และอะไรคือคุณสมบัติที่มีแล้วช่วยเพิ่มโอกาส จากนั้นจึงค่อยกลับมาดูเรซูเม่ของผู้สมัครทีละจุด เพื่อเทียบว่าผู้สมัครตรงกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากน้อยแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีนี้คล้ายกับการค่อย ๆ ตัด Choice ออก หาก Requirement ระบุว่าต้องจบการศึกษาด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น เธอก็จะคัดคนออกไปเลย วิธีนี้ประหยัดเวลา และทำให้หาคนที่ตรงกับความต้องการขององค์กรลูกค้าได้มากที่สุด </span></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็น Freelance Recruiter อาจเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า ทักษะที่เรามีอยู่แล้วสามารถพาเราไปต่อได้ไกลแค่ไหน จากประสบการณ์ของคุณอภิสรา ทำให้เห็นว่า งานนี้ไม่ใช่แค่ช่องทางหารายได้เสริม แต่ยังเป็นพื้นที่ให้คนทำงาน HR และ Recruiter ได้ฝึกอ่าน Requirement ให้ขาด เข้าใจ Candidate ให้มากขึ้น และพัฒนาวิธีสื่อสารกับผู้สมัครให้เป็นมืออาชีพกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือการรู้จักเลือกงานที่เหมาะกับตัวเอง บริหารเวลาให้ไม่กระทบงานประจำ รักษาความน่าเชื่อถือในการติดต่อผู้สมัคร และใช้เครื่องมือที่มีอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นระบบของ SourcedOut หรือเทคโนโลยีอย่าง AI ที่เข้ามาช่วยให้การทำงานเร็วขึ้น แต่สุดท้ายแล้ว Judgment ของ Recruiter ยังเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการคัดเลือกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่ทำงานสาย HR หรือ Recruitment อยู่แล้ว และอยากเปลี่ยนทักษะการสรรหาให้กลายเป็นรายได้เสริม SourcedOut อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ เพราะคุณสามารถเลือกตำแหน่งงานที่เหมาะกับความถนัด ทำงานในกรอบเวลาของตัวเอง และมีทีมงานคอยสนับสนุนในขั้นตอนถัดไป</span></p>
<p><a href="https://www.sourcedout.asia/recruiter/?utm_source=HREX&amp;utm_medium=website&amp;utm_campaign=CTA" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">หากใครสนใจอยากเป็น Freelance Recruiter ในเครือของ SourcedOut สามารถลงทะเบียนมาได้เลยที่นี่</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/1"><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรไหนกำลังต้องการ Recruiter มาช่วยหาคน หาผู้สมัครที่ตรงโจทย์ หรือเพิ่มกำลังในการสรรหาพนักงานโดยไม่ต้องขยายทีมประจำ ก็สามารถใช้บริการ SourcedOut ได้เช่นกัน ติดต่อผ่าน HREX มาได้เลย</span></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-from-sourcing-to-earning-freelance-recruiter-sourcedout-260625/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/exclusive-hr-manager-roundtable-sriracha-260624/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/exclusive-hr-manager-roundtable-sriracha-260624/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 10:56:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Roundtable]]></category>
		<category><![CDATA[Reeracoen]]></category>
		<category><![CDATA[Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50351</guid>

					<description><![CDATA[Eastern Seaboard คือหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะชลบุรีและระยอง ซึ่งเป็นฐานการผลิตของหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี โลจิสติกส์ ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ EEC พื้นที่นี้จึงไม่ได้ต้องการแค่แรงงานจำนวนมาก แต่ยังต้องการคนที่ใช่ที่มีทักษะเฉพาะ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การหาคนที่ใช่ในพื้นที่ Eastern Seaboard ไม่ได้เป็นโจทย์ง่ายเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป เพราะ HR ต้องเผชิญทั้งจำนวนผู้สมัครที่ลดลง การแข่งขันเพื่อแย่งชิง Talent ที่รุนแรงขึ้น ความคาดหวังด้านค่าตอบแทนที่เปลี่ยนไป และพฤติกรรมของผู้สมัครที่เลือกงานอย่างรอบคอบมากกว่าเดิม แล้วต้องคิดต่อไปถึงว่า จะดึงดูดคนที่ใช่ และรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรได้อย่างไร ? HREX จึงร่วมกับ Reeracoen Eastern Seaboard Recruitment จัดงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha เพื่อเปิดพื้นที่ให้ HR Manager และผู้บริหารสายงานบุคคลในพื้นที่ Eastern Seaboard ได้ร่วมแลกเปลี่ยนสถานการณ์จริง พร้อมอัปเดต Hiring Benchmark, Salary [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50356" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-98.webp" alt="Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha 229" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-98.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-98-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Eastern Seaboard คือหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะชลบุรีและระยอง ซึ่งเป็นฐานการผลิตของหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี โลจิสติกส์ ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ EEC พื้นที่นี้จึงไม่ได้ต้องการแค่แรงงานจำนวนมาก แต่ยังต้องการคนที่ใช่ที่มีทักษะเฉพาะ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การหาคนที่ใช่ในพื้นที่ Eastern Seaboard ไม่ได้เป็นโจทย์ง่ายเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป เพราะ HR ต้องเผชิญทั้งจำนวนผู้สมัครที่ลดลง การแข่งขันเพื่อแย่งชิง Talent ที่รุนแรงขึ้น ความคาดหวังด้านค่าตอบแทนที่เปลี่ยนไป และพฤติกรรมของผู้สมัครที่เลือกงานอย่างรอบคอบมากกว่าเดิม แล้วต้องคิดต่อไปถึงว่า จะดึงดูดคนที่ใช่ และรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรได้อย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX จึงร่วมกับ </span><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener"><b>Reeracoen Eastern Seaboard Recruitment</b></a> <span style="font-weight: 400;">จัดงาน </span><b>Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเปิดพื้นที่ให้ HR Manager และผู้บริหารสายงานบุคคลในพื้นที่ Eastern Seaboard ได้ร่วมแลกเปลี่ยนสถานการณ์จริง พร้อมอัปเดต Hiring Benchmark, Salary Trend, Recruitment Insight และแนวทาง Retention ที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานภาคตะวันออกในปี 2026</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>เจาะลึกสมรภูมิการจ้างงาน Eastern Seaboard: เมื่อการหาคนไม่ได้วัดกันแค่ &#8220;ความไว&#8221;</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50359" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-24T151941.560.webp" alt="Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha 230" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-24T151941.560.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-24T151941.560-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>พลวัต ลาภวณิชย์ New Business Development Manager จาก Reeracoen Thailand</b><span style="font-weight: 400;"> ชวนเจาะลึกภาพใหญ่ของตลาดแรงงานผ่านข้อมูล Hiring Benchmark โดยเจาะจงไปที่พื้นที่ Eastern Seaboard ในจังหวัดชลบุรีและระยอง ซึ่งเป็นฐานทัพสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อย้อนดูตัวเลขตั้งแต่ปี 2024 จะพบว่าความต้องการจ้างงานในภาพรวมขยับตัวสูงขึ้น ตำแหน่งงานในพื้นที่ Eastern Seaboard ก็เติบโตตามทิศทางเดียวกัน แต่การเติบโตนี้ไม่ได้แปลว่าทุกสายงานจะหาคนง่ายเหมือนกันหมด บางสาขาอาชีพกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนบุคลากรอย่างชัดเจน เช่น IT &amp; Tech, Sales, Wholesale และ Financial Service ตรงกันข้าม กลุ่มงาน Admin และ Office กลับมีผู้สมัครล้นตลาด ทำให้องค์กรมีตัวเลือกมากมายเมื่อเทียบกับสายงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50364" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-3.webp" alt="Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha 231" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-3.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-3-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-3-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-3-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-3-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><b>จุดเปลี่ยนของตลาด Recruitment</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">รูปแบบการจ้างงานเริ่มพลิกโฉมไปจากเดิม คุณพลวัตชี้ให้เห็นว่า การจ้างงานแบบสัญญาระยะสั้น (Short-term Contract) เติบโตพุ่งสูงถึง 88% ฝั่งแพลตฟอร์มสมัครงานอย่าง </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/6"><span style="font-weight: 400;">Job Board และ Job Posting</span></a><span style="font-weight: 400;"> ก็ยังขยายตัวตามความต้องการหาคนขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันบริการบางกลุ่มกลับชะลอตัวลง เช่น Consulting &amp; Training ลดลง 16% และ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/4"><span style="font-weight: 400;">Recruitment Agency</span></a><span style="font-weight: 400;"> เติบโตน้อยลง 26%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขเหล่านี้บอกให้เรารู้ว่า องค์กรปัจจุบันไม่ได้ยึดติดกับวิธีสรรหาคนแบบใดแบบหนึ่งตายตัวอีกต่อไป หลายแห่งหันมาประยุกต์ใช้ช่องทางที่ยืดหยุ่น รวดเร็ว และเหมาะสมกับธรรมชาติของแต่ละตำแหน่งงานมากขึ้น</span></p>
<h3><b>เจาะลึกงบประมาณและช่องทางตามขนาดองค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">New Business Development Manager จาก Reeracoen Thailand ให้ข้อมูลอีกว่า การหาบุคลากรปัจจุบันต้องอาศัยการลงทุนที่จริงจังกว่าเดิม โดยจากสถิติพบว่ายิ่งองค์กรขนาดใหญ่ขึ้น จะยิ่งลงทุนกับการสรรหาคนเก่งมากขึ้นตามไปด้วย เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>องค์กรขนาด 100 คนขึ้นไป:</b><span style="font-weight: 400;"> มักตั้งงบสรรหาตั้งแต่ 100,000 บาทต่อปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>องค์กรขนาด 300 คนขึ้นไป:</b><span style="font-weight: 400;"> เริ่มขยับการลงทุนไปแตะระดับ 500,000 &#8211; 1,000,000 บาทต่อปี</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้แม้จะทุ่มงบประมาณ แต่</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/time-to-fill-matric/"><span style="font-weight: 400;">ระยะเวลาเฉลี่ยในการปิดตำแหน่ง (Time-to-fill)</span></a><span style="font-weight: 400;"> ยังคงอยู่ที่ประมาณ 2 เดือน ซึ่งเท่ากันในทุกขนาดองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับช่องทางหลัก เว็บไซต์ประกาศงานอย่าง JobsDB ได้รับความนิยมสูงสุดในองค์กรทุกระดับ ตามมาด้วย JobThai และสิ่งที่น่าจับตามองคือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/career-page-recruitment-website-260312/"><b>Career Page</b></a><span style="font-weight: 400;"> ของบริษัทเองได้กลายมาเป็นแต้มต่อสำคัญ เพราะนี่คือหน้าต่างบานแรกที่ผู้สมัครใช้ประเมินตัวตนและวัฒนธรรมองค์กรก่อนตัดสินใจยื่นเรซูเม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากจำแนกพฤติกรรมการสรรหาตามขนาดองค์กร จะเห็นภาพการทำงานที่ชัดเจนขึ้นมาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>องค์กรขนาด 101-300 คน:</b><span style="font-weight: 400;"> หันมาใช้หลายแพลตฟอร์มควบคู่กัน (JobsDB, JobThai, JobTopgun) พร้อมกับการผลักดัน Referral Program หรือการให้พนักงานแนะนำคนรู้จัก ซึ่งเติบโตกระโดดจากองค์กรขนาดเล็กถึง 52%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>องค์กรขนาด 301-1,000 คน:</b><span style="font-weight: 400;"> เริ่มมีกลยุทธ์เทียบชั้นระดับ Enterprise มีการค้นหาผู้สมัครเชิงรุก (Talent Search) แบบเต็มพิกัด 100% รวมถึงพึ่งพา Recruitment Agency สูงถึง 47.22% โดยเฉพาะการหาคนระดับ Senior หรือตำแหน่งเฉพาะทาง (Niche) ซึ่งบางครั้งต้องใช้เวลาหานานกว่า 60 วัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>องค์กรขนาด 1,000 คนขึ้นไป:</b><span style="font-weight: 400;"> จัดเต็มเรื่องงบประมาณ หลายแห่งใช้จ่าย 500,000 ถึงกว่า 1 ล้านบาทต่อปี ถึงอย่างนั้นกลับพบว่าสัดส่วนตำแหน่งที่ใช้เวลาปิดรับสมัครเกิน 60 วัน พุ่งสูงถึง 40.47%</span></li>
</ul>
<h3><b>Salary Benchmark ที่ HR ต้องรู้</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50365" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-4.webp" alt="Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha 232" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-4.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-4-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-4-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-4-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-4-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลผู้สมัครที่ได้งานผ่าน Reeracoen ชี้ว่าในปี 2025 คนที่ย้ายงานเรียกเงินเดือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 9% ตัวเลขนี้ลดลงจากปี 2024 (ที่เคยขยับขึ้นเฉลี่ย 12%) แสดงให้เห็นข้อเท็จจริง 2 ด้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านแรกผู้สมัครยังคงคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นเมื่อเปลี่ยนงาน แต่อีกด้าน องค์กรเองก็มีเพดานโครงสร้างเงินเดือนคอยกำกับอยู่ การแข่งขันดึงดูดคนเก่งจึงต้องอาศัยความละเอียดอ่อนมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR จำเป็นต้องชูจุดขายเรื่องอื่นมาประกอบด้วย ทั้งสวัสดิการ โอกาสก้าวหน้า ความมั่นคง บรรยากาศการทำงาน และความน่าเชื่อถือของแบรนด์องค์กร ซึ่งล้วนมีน้ำหนักในการตัดสินใจของผู้สมัครทั้งสิ้น</span></p>
<h3><b>การพัฒนาทักษะ (Training) เพื่อรักษาคนให้อยู่ยาว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้คนเก่งมาว่ายากแล้ว การรักษาไว้ยากยิ่งกว่า ข้อมูลจากกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมระบุว่า วิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือการจัดอบรมรายเดือน และ <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/on-the-job-training-vs-off-the-job-training-241030/">On-the-job Training (OJT)</a> เนื่องจากตอบโจทย์การทำงานจริงหน้างาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันหลายองค์กรก็เลือกจัดอบรมเฉพาะเมื่อมีเหตุจำเป็น เป้าหมายหลักของการเทรนนิ่งมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า ตามด้วยการพัฒนาศักยภาพผู้นำ การทำงานเป็นทีม และการสร้างความผูกพัน (Engagement) ภายในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูล Hiring Benchmark ครั้งนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สมรภูมิการหาคนในเขต Eastern Seaboard ไม่ได้ตัดสินผู้ชนะที่ความไวในการลงประกาศรับสมัครอีกต่อไป ชัยชนะตกเป็นขององค์กรที่วางแผนสรรหาผ่านช่องทางที่หลากหลาย สามารถสร้างฐานข้อมูลผู้สมัครของตนเอง นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจ รวมถึงมีความพร้อมในการพัฒนาพนักงานหลังจากรับเข้ามาแล้วได้ดีที่สุด</span></p>
<h2><b>เจาะลึกตลาดแรงงาน EEC: เมื่อคลื่น EV และเทคโนโลยีใหม่พลิกโฉมการจ้างงาน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50358" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-100.webp" alt="Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha 233" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-100.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-100-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขยับมาดูความเคลื่อนไหวฝั่งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กันบ้าง </span><b>คุณวีรวัฒน์ ขัติยะ Recruitment Consultant Manager จาก Reeracoen Eastern Seaboard Recruitment</b><span style="font-weight: 400;"> พา HR ไปเจาะลึกสถานการณ์จริงของอุตสาหกรรมในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานกระจุกตัวอยู่มากกว่า 70% ของประเทศ กลุ่มนักลงทุนหลักยังคงเป็นญี่ปุ่น ตามมาด้วยจีน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือ </span><b>อุตสาหกรรมยานยนต์ที่เคยครองแชมป์มายาวนานกำลังเบนเข็มสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มตัว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แรงกระเพื่อมนี้ทำให้ความต้องการแรงงานไม่ได้เกิดจากการขยายโรงงานแบบดั้งเดิม แต่มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทค เมื่อโรงงานผลิต EV เข้ามา ธุรกิจผลิตชิ้นส่วน ระบบอัตโนมัติ และธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ ก็ขยายตัวตามเป็นโดมิโน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกกลุ่มที่ต้องจับตาคือ Data Center เนื่องจากพื้นที่นี้กำลังถูกปั้นให้เป็นเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล ขณะเดียวกัน ฝั่ง Logistic &amp; Supply Chain ก็เติบโตรับการขยายตัวของการผลิตและระบบคลังสินค้า ความต้องการบุคลากรจึงขยายวงกว้างไปถึงคนที่มีความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีและบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานด้วย</span></p>
<h3><b>ทิศทางตำแหน่งงาน: ความต้องการพุ่ง แต่คนยังขาดแคลน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อกางข้อมูลช่วงปี 2024-2025 จะพบว่ากลุ่ม Engineer &amp; Manufacturing ยังคงรั้งตำแหน่งสายงานที่ตลาดต้องการตัวสูงมาก ตีคู่มากับ Supply Chain และ Logistics ที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะกลุ่มงานคลังสินค้าอัจฉริยะ (Smart Warehouse) การวิเคราะห์ข้อมูล และการดูแลกฎระเบียบนำเข้า-ส่งออกในเขตเศรษฐกิจพิเศษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับโจทย์หินของ HR และ Recruiter เวลานี้คือตำแหน่ง </span><b>Automation Engineer</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งตลาดต้องการตัวด่วน แต่จำนวนบุคลากรกลับผลิตออกมาไม่พอ หรือบางครั้งทักษะที่มียังตามไม่ทันความต้องการขององค์กร</span></p>
<h3><b>4 ขุนพลสายงานใหม่ที่ตลาด EEC แย่งตัวกันสุดฤทธิ์</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50361" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026.webp" alt="Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha 234" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวีรวัฒน์ได้สรุปกลุ่มงานที่มีความต้องการสูงในพื้นที่ EEC ไว้ 4 กลุ่มหลัก ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>EV Engineer &amp; Technician / Automation &amp; Robotics Engineer:</b><span style="font-weight: 400;"> เติบโตตามทิศทางของยานยนต์ไฟฟ้าและสายการผลิตอัจฉริยะ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Smart Electronics &amp; PCB:</b><span style="font-weight: 400;"> มองหาคนที่คลุกคลีกับซอฟต์แวร์ AI, ฮาร์ดแวร์, เฟิร์มแวร์ และ Embedded System</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Supply Chain &amp; Logistics:</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องการนักวิเคราะห์ (Supply Chain Analyst), ผู้เชี่ยวชาญด้าน Smart Warehouse และ Trade Compliance Specialist โดยเฉพาะการทำงานในพื้นที่เขตปลอดอากร (Free Zone)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Data Center:</b><span style="font-weight: 400;"> แย่งตัว AI &amp; Cloud Infrastructure Specialist และ Data Center Engineer เพื่อรองรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพรวมนี้ชี้ชัดว่า ตลาด EEC ต้องการแรงงานทักษะเฉพาะทางสูงมาก ใครที่ทำงานร่วมกับ AI ระบบอัตโนมัติ คลาวด์ และเทคโนโลยีการผลิตยุคใหม่ได้ จะกลายเป็นดาวเด่นที่ทุกองค์กรต้องการตัว</span></p>
<h3><b>เจาะตัวเลข Salary Benchmark 2025</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50362" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-1.webp" alt="Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha 235" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-1.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-1-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-1-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-1-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-1-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีก Insight ที่น่าสนใจ เมื่อเทียบฐานเงินเดือนพื้นที่ Eastern Seaboard ของปี 2025 กับปีที่ผ่านมา พบว่ามีการปรับตัวสูงขึ้นในหลายสายงาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหาร</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ด้าน Engineering:</b><span style="font-weight: 400;"> ยังคงมีเพดานค่าตอบแทนสูงสุด ตำแหน่ง Operation Director หรือ Vice President สามารถเรียกได้ถึง 270,000-440,000 บาท สำหรับงานระดับเริ่มต้น (Junior) โดยรวมเริ่มต้นราว 17,000 บาท ขณะที่ตำแหน่งเฉพาะทางอย่าง Automation Engineer (ประสบการณ์ 0-4 ปี) ขยับไปอยู่ที่ 19,000-37,000 บาท</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ด้าน Sales &amp; Marketing:</b><span style="font-weight: 400;"> ระดับ Junior บางตำแหน่งสามารถก้าวไปแตะระดับ 40,000-50,000 บาทได้อย่างรวดเร็ว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ด้าน Supply Chain:</b><span style="font-weight: 400;"> ขยับความสำคัญขึ้นมาชัดเจน ตำแหน่ง Supply Chain Director ที่เก๋าประสบการณ์มีสิทธิ์รับค่าตอบแทนสูงถึง 280,000 บาท รวมถึงกลุ่ม BOI Specialist ก็มีตัวเลขรายได้ที่น่าดึงดูดตามระดับความเชี่ยวชาญ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ฐานเงินเดือนหลายตำแหน่งจะขยับขึ้น ข้อมูลจาก Reeracoen กลับพบว่า อัตราการเพิ่มของเงินเดือนเมื่อผู้สมัครย้ายงานกลับปรับตัวลดลง โดยปี 2025 ผู้สมัครที่ได้งานใหม่เรียกเงินเดือนเพิ่มได้เฉลี่ย 9.59% (ลดลงจาก 12.77% ในปี 2024) อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนทำงานระดับ Junior (ประสบการณ์ 1-3 ปี) ยังคงเป็นกลุ่มที่อัปค่าตัวจากการย้ายงานได้สูงที่สุด เฉลี่ยราว 15.34%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขเงินเดือนเหล่านี้ไม่ได้ถูกกำหนดจากชื่อตำแหน่งเพียงอย่างเดียว ปัจจัยชี้วัดยังรวมถึงประสบการณ์ ทักษะหลัก ทักษะทางภาษา ขอบเขตงาน รวมถึงประเภทและขนาดของธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด โจทย์ของ HR ในสมรภูมิ EEC ปัจจุบันจึงไม่ได้จบแค่คำถามว่า &#8220;ต้องจ่ายเท่าไรถึงจะดึงคนเก่งได้&#8221; หน้าที่สำคัญคือการออกแบบข้อเสนอที่มัดใจแรงงานทักษะสูง ไปพร้อมกับการเตรียมความพร้อมให้คนในองค์กรสามารถรับมือกับเนื้องานรูปแบบใหม่ที่กำลังจ่อคิวเข้ามาได้อย่างทันท่วงที</span></p>
<h2><b>บทบาทใหม่ของ HR ใน EEC: เข้าใจคน เข้าใจธุรกิจ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session นี้ คุณ </span><b>พิมพนิจ ขุนทรง HR Manager, <a href="https://zenixaerospace.com/thailand/" target="_blank" rel="noopener">Zenix Aerospace (Thailand)</a></b><span style="font-weight: 400;"> ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงการทำงานของ HR ในพื้นที่ EEC และ Eastern Seaboard โดยมีคุณ <strong>สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager จาก HREX ทำหน้าที่ Moderator</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธออธิบายว่า ภาพจำของ HR ที่เปลี่ยนไปอย่างมาก จากเดิมที่หลายคนมองว่า HR มีหน้าที่ช่วยเหลือพนักงานและผู้จัดการ ใครขออะไรมาก็ต้องจัดให้ คนขาดก็ต้องหาคนมาเติม หรือบางครั้งถูกมองว่าเป็นคนถือกฎที่พนักงานต้องเกรงใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปัจจุบันบทบาทของ HR ขยับไปไกลกว่านั้นมาก </span><b>หน้าที่ของ HR ต้องเป็น HR Business Partner ที่ทั้งเข้าใจคน เข้าใจแผนธุรกิจ อ่านตัวเลขเป็น รู้ทิศทางตลาดแรงงาน มองเห็นเทรนด์อนาคต และให้คำแนะนำกับผู้จัดการได้ว่าเรื่องคนควรเดินไปทางไหน เพื่อสนับสนุนให้องค์กรไปต่อได้จริง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพิมพนิจเล่าว่า ตอนเริ่มต้นทำงาน HR เธอเองก็เคยอึดอัดกับบทบาทของการเป็นคนคุมกฎ เพราะรู้สึกเหมือนต้องยืนอยู่คนละฝั่งกับพนักงาน จนวันหนึ่งเธอเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ว่า HR ก็เป็นพนักงานคนหนึ่งเช่นกัน หากลองกลับมาใส่รองเท้าของพนักงาน แล้วถามตัวเองว่า <em>“ถ้าเราเป็นเขา เราอยากให้ HR ทำอะไรให้บ้าง”</em> วิธีคิดนี้ทำให้เธอมองงาน HR ต่างออกไป จากคนที่ไม่ได้จบ HR โดยตรง เพราะพื้นฐานของเธอมาจากอักษรศาสตร์และการตลาด เธอจึงต้องค้นหาว่าจะสร้างคุณค่าให้องค์กรและตัวเองได้อย่างไร</span></p>
<p><em><b>“คำตอบคือการไม่เป็น HR ทั่วไปที่ทำตามหน้าที่เท่านั้น แต่เราต้องคิดให้ไกลกว่า ทำให้มากกว่า และสร้างความแตกต่างให้ชัดเจน เพราะในตลาดมี HR จำนวนมาก หากอยากเป็นตัวเลือกที่มีค่า เราต้องทำให้คนเห็นว่าเรานำสิ่งที่มีประโยชน์กลับมาให้องค์กรได้”</b></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือ คุณพิมพนิจมองว่า HR ก็ไม่ต่างจากพนักงานขาย เพียงแต่สินค้าที่ต้องขายไม่ใช่สินค้าในตลาด แต่เป็นไอเดีย แผนงาน และคุณค่าของงาน HR ให้ผู้บริหารมองเห็น นั่นทำให้ HR ต้องรู้จักทำการตลาดให้กับงานของตัวเอง ต้องโน้มน้าวคนด้วยทั้งข้อมูล เหตุผล ประสบการณ์ และความเข้าใจมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกแผนที่เสนอแล้วจะผ่านทันที หลายครั้งคิดมาดีแล้ว ผู้บริหารก็ยังไม่เห็นด้วย สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การวางกลยุทธ์ให้เป็น ก่อนเสนออะไร HR ควรกลับไปคุยกับคนที่อยู่หน้างานจริง เพราะพนักงานมักรู้สึกว่า HR อยู่บนหอคอยงาช้าง หาก HR คลุกคลีกับงานจริงมากขึ้น ฟังความเห็นของคนที่ทำงานนั้นทุกวันมากขึ้น ไอเดียที่เสนอออกไปก็จะใกล้ความจริง และมีโอกาสสร้างผลลัพธ์ได้มากกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพิมพนิจย้ำว่า HR ในยุคนี้และอนาคตต้องมีความยืดหยุ่นและฟื้นตัวเร็ว เพราะเราไม่สามารถคาดหวังผลลัพธ์ใหม่จากการทำงานแบบเดิม ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และทุกครั้งที่ผิดพลาดก็จะสอนให้เราวางแผนได้ดีขึ้น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“งาน HR จึงต้องคิดแบบโปรเจกต์ มีเป้าหมายชัดเจน มีไทม์ไลน์ มีแผนสำรอง และต้องรู้ว่าหากแผน A ใช้ไม่ได้ จะเดินต่อด้วยแผน B หรือ C อย่างไร นอกจากนี้ HR ต้องสื่อสารให้ได้ว่า หากทำเรื่องนี้แล้วองค์กรจะได้อะไร มีความเสี่ยงตรงไหน จะแก้ความเสี่ยงอย่างไร และต้องดึงใครเข้ามาช่วยบ้าง เมื่อคิดงานแบบนี้ HR จะเกิด Ownership ต่อสิ่งที่ทำ และเปลี่ยนจากคนที่รอรับคำสั่ง มาเป็นคนที่ขับเคลื่อนเรื่องคนอย่างมีทิศทาง”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่เธอฝากไว้ว่าวัฒนธรรมการทำงานแบบไทยมักเกรงใจและประนีประนอม จนบางปัญหาถูกปล่อยให้ใหญ่ขึ้น HR จึงต้องกล้าพูดตรง ๆ ช่วย Educate ผู้นำ และทำให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า การหยิบปัญหาขึ้นมาคุยไม่ได้มีไว้เพื่อโทษใคร แต่เพื่อหาทางแก้ร่วมกัน ซึ่งการเปลี่ยนวัฒนธรรมแบบนี้อาจต้องใช้เวลา 1-2 ปี หรือมากกว่านั้น แต่ถ้าทำได้ องค์กรจะเดินหน้าได้แข็งแรงกว่าเดิม</span></p>
<h2><b>แชร์กลยุทธ์เชิงรุก: การหาคนวิธีใหม่ สร้างประโยชน์ให้องค์กรในระยะยาว</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50357" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-99.webp" alt="Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha 236" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-99.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-99-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในผลงานที่คุณพิมพนิจภูมิใจคือการผลักดันให้องค์กรทำ MOU กับสถานศึกษา เพื่อรับนักศึกษาฝึกงานเข้ามาเรียนรู้งานและพัฒนาต่อเป็นกำลังคนขององค์กรตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอากาศยานที่ต้องการทักษะเฉพาะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากรอหาคนจากตลาดแรงงานอย่างเดียวอาจไม่ทันความต้องการ เธอจึงอธิบายให้ผู้บริหารเห็นว่า <strong>การลงทุนกับนักศึกษาฝึกงานจะช่วยสร้างแรงงานที่มีทักษะตรงกับงาน ได้คนรุ่นใหม่ที่มีพลังเข้ามาเรียนรู้ ลดต้นทุนการสรรหา และช่วยให้องค์กรมี Talent Pipeline ของตัวเอง</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ช่วงแรกผู้บริหารอาจยังไม่เห็นภาพชัดนัก แต่เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วก็เริ่มให้การสนับสนุน จนโครงการเดินหน้ามา 6-7 ปี และเริ่มเห็นผลจริง นี่คือการคิดล่วงหน้าที่ทำให้งานในอนาคตง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างชื่อเสียงให้องค์กรผ่าน Company Branding และ Candidate Marketing ทำให้คนรู้จักองค์กรและอยากเข้ามาทำงานด้วยมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับพื้นที่ EEC ในอีก 1-3 ปีข้างหน้า คุณพิมพนิจมองว่าความท้าทายใหญ่คือธุรกิจยังขยายตัว แต่จำนวนคนเข้าสู่ตลาดแรงงานมีแนวโน้มลดลงจากอัตราการเกิดที่น้อยลง HR จึงไม่ควรมองแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องคุยกับผู้บริหารและคนในองค์กรให้ลึกขึ้นว่าอนาคตองค์กรจะมีสินค้า บริการ หรือแผนธุรกิจอะไร แล้วแปลข้อมูลเหล่านั้นออกมาเป็นแผนกำลังคนให้ได้</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากต้องการคนจำนวนมาก HR ต้องคิดต่อว่าจะเตรียมคนที่มีอยู่ให้ทำงานได้มากขึ้นและมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างไร รวมถึงต้องออกแบบองค์กรให้น่าอยู่ เพราะคนไม่ได้ตัดสินใจอยู่ต่อจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว ความสุขในการทำงานก็มีน้ำหนักมากไม่แพ้กัน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เธอยังชวนมองว่า</span> <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/turnover-rate-240712/"><b>Turnover</b></a><b> ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องลบเสมอไป หากอยู่ในระดับเหมาะสม</b><span style="font-weight: 400;"> การมีคนใหม่เข้ามาเติมก็ช่วยให้องค์กรสดขึ้นและเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น เพียงแต่ต้องบาลานซ์กับการพัฒนาคนเดิมให้ดีเช่นกัน</span></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha ครั้งนี้ทำให้ผู้นำ HR ได้ตระหนักว่าคำถามสำคัญหลังจากนี้จึงอาจไม่ใช่แค่ว่า องค์กรใน Eastern Seaboard จะหาคนได้เร็วแค่ไหน แต่เป็นคำถามที่ลึกกว่านั้นว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR พร้อมมองภาพกำลังคนล่วงหน้าไกลพอหรือยัง เมื่ออุตสาหกรรมกำลังขยับไปสู่ EV, Automation, Data Center, Smart Electronics และ Supply Chain ที่ซับซ้อนขึ้น องค์กรจะรอให้ตลาดผลิตคนพร้อมใช้มาให้ หรือจะเริ่มสร้าง Talent Pipeline ของตัวเองตั้งแต่วันนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด การแข่งขันด้านคนใน Eeastern Seaboard อาจไม่ได้ตัดสินกันที่เงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าองค์กรเข้าใจผู้สมัครมากพอหรือไม่ เข้าใจพนักงานของตัวเองแค่ไหน และกล้าปรับบทบาท HR จากคนรับโจทย์มาเป็นคนตั้งโจทย์ให้ธุรกิจได้หรือเปล่า</span></p>
<p><b>เพราะอนาคตของพื้นที่นี้จะไม่ได้ต้องการแค่คนทำงาน แต่ต้องการองค์กรที่รู้ว่าจะดึงดูด พัฒนา และรักษาคนแบบไหน เพื่อเดินไปพร้อมกับการเติบโตระลอกใหม่ของภาคตะวันออก และประเทศไทย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากองค์กรของคุณกำลังมองหาตัวช่วยด้านการสรรหาบุคลากร </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/6-hiring-solutions-reeracoen-thailand-260316/"><span style="font-weight: 400;">Reeracoen Thailand พร้อมให้บริการด้าน Recruitment อย่างครอบคลุม </span></a><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่การค้นหาผู้สมัครที่เหมาะสม การให้คำปรึกษาด้านตลาดแรงงาน ไปจนถึงการสนับสนุนองค์กรให้เข้าถึง Talent ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ </span><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">สามารถติดต่อ Reeracoen ได้เลยที่นี่ </span></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/exclusive-hr-manager-roundtable-sriracha-260624/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The Power of Middle Leadership โดย Slingshot Group</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/the-power-of-middle-leadership-260622/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/the-power-of-middle-leadership-260622/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 10:07:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Slingshot Group]]></category>
		<category><![CDATA[Middle Manager]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50323</guid>

					<description><![CDATA[Middle Manager คือบทบาทที่สำคัญที่สุดขององค์กรก็ว่าได้ เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่แค่ตรงกลางระหว่างผู้บริหารกับทีมงาน แต่เป็นคนที่ต้องแปลวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และเป้าหมายใหญ่ขององค์กร ให้กลายเป็นการทำงานจริงในทุกวัน เมื่อองค์กรต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้น บทบาทของผู้นำระดับกลางจึงยิ่งมีความหมายมากกว่าเดิม พวกเขาคือคนที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของงาน ดึงศักยภาพของทีมออกมา และทำให้การเปลี่ยนแปลงไม่หยุดอยู่แค่ในแผน แต่เกิดขึ้นได้จริงในหน้างาน ในงาน Exclusive Community ของผู้นำองค์กรไทย “THE POWER OF MIDDLE LEADERSHIP: Driving Performance Through Middle Managers” โดย Slingshot Group จึงชวนผู้บริหาร ผู้นำองค์กร และ HR กลับมามองพลังของ Middle Manager ให้ชัดขึ้น ว่าหากองค์กรต้องการสร้าง Performance, พัฒนาคน และขับเคลื่อน Transformation อย่างยั่งยืน การพัฒนาผู้นำระดับกลางคือเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ Why Middle Managers Make or Break Transformation คุณ วิทยา [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50338" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-94.webp" alt=" The Power of Middle Leadership Slingshot Group" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The Power of Middle Leadership โดย Slingshot Group 240" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-94.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-94-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Middle Manager คือบทบาทที่สำคัญที่สุดขององค์กรก็ว่าได้ เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่แค่ตรงกลางระหว่างผู้บริหารกับทีมงาน แต่เป็นคนที่ต้องแปลวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และเป้าหมายใหญ่ขององค์กร ให้กลายเป็นการทำงานจริงในทุกวัน</p>
<p>เมื่อองค์กรต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้น บทบาทของผู้นำระดับกลางจึงยิ่งมีความหมายมากกว่าเดิม พวกเขาคือคนที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของงาน ดึงศักยภาพของทีมออกมา และทำให้การเปลี่ยนแปลงไม่หยุดอยู่แค่ในแผน แต่เกิดขึ้นได้จริงในหน้างาน</p>
<p>ในงาน Exclusive Community ของผู้นำองค์กรไทย<strong> “THE POWER OF MIDDLE LEADERSHIP: Driving Performance Through Middle Managers”</strong> โดย <a href="https://expth.hrnote.asia/products/80"><b>Slingshot Group</b></a> จึงชวนผู้บริหาร ผู้นำองค์กร และ HR กลับมามองพลังของ Middle Manager ให้ชัดขึ้น ว่าหากองค์กรต้องการสร้าง Performance, พัฒนาคน และขับเคลื่อน Transformation อย่างยั่งยืน การพัฒนาผู้นำระดับกลางคือเรื่องที่มองข้ามไม่ได้</p>

<h2><b>Why Middle Managers Make or Break Transformation</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>วิทยา วรัญญชัยชนะ CEO จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80"><b>Slingshot Group</b></a><span style="font-weight: 400;"> ชี้ว่าหากองค์กรต้องการทำ Transformation ให้สำเร็จ คนที่มีบทบาทชี้ขาดอย่างมากคือ Middle Manager หรือผู้นำระดับกลาง เพราะพวกเขาเป็นคนที่อยู่ใกล้ทั้ง “กลยุทธ์” จากผู้บริหาร และ “ความจริงหน้างาน” ของพนักงาน หลายครั้งการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ล้มเหลวเพราะ CEO ไม่มีวิสัยทัศน์ หรือพนักงานไม่อยากทำงาน แต่เกิดจากช่องว่างระหว่าง Strategy กับ Execution ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ Middle Manager ต้องรับแรงกดดันมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวิทยาให้ข้อมูลว่า กว่า 70% ของการเปลี่ยนผ่านองค์กรล้มเหลว องค์กรเหล่านั้นอาจมีแผนที่ดี มีเป้าหมายที่น่าสนใจ มีคำประกาศที่ฟังดูแข็งแรง แต่พอถึงเวลาลงมือทำจริง กลยุทธ์เหล่านั้นกลับไม่สามารถเดินทางไปถึงคนทำงานได้เต็มที่</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“Middle Manager จึงกลายเป็นคนที่ต้องรับแรงบีบจากทั้งด้านบนและด้านล่าง ด้านบนส่งเป้าหมายที่สูงขึ้น งบที่ลดลง ความคาดหวังที่มากขึ้น ส่วนด้านล่างก็มีความกังวล ความไม่มั่นใจ และคำถามจากทีม เช่น งานที่ทำอยู่จะถูก AI เข้ามาแทนที่หรือไม่ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้นำระดับกลางไม่ได้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง เพียงแต่พวกเขากำลังอยู่ท่ามกลางแรงกดดันที่หนักมาก”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">CEO จาก Slingshot Group ผู้ที่ในช่วงหนึ่งของชีวิตก็เคยเป็น Middle Manager มาก่อน แจกแจงว่าบทบาทแรกของ Middle Manager ที่สำคัญมากมี 3 อย่าง ดังนี้</span></p>
<h3><b>1. เป็นนักแปลกลยุทธ์ Making the Abstract Actionable</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะคำสั่งจากผู้บริหารมักมาในรูปแบบเป้าหมายใหญ่ เช่น ต้องเพิ่มยอดขาย ต้องลดต้นทุน ต้องทำงานให้เร็วขึ้น ต้องสร้างผลลัพธ์ให้มากกว่าเดิม ความยากอยู่ตรงที่ Middle Manager ต้องเปลี่ยนเป้าหมายเหล่านี้ให้กลายเป็นสิ่งที่ทีมเข้าใจ เห็นทางไปต่อ และยังรู้สึกอยากทำงานต่อได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวิทยาใช้คำว่า Making the Abstract Actionable หรือการเปลี่ยนเรื่องที่เป็นนามธรรมให้กลายเป็นการลงมือทำจริง หน้าที่ของ Middle Manager จึงไม่ใช่การส่งต่อคำสั่งแบบตรงตัว หากต้องตีความ จัดลำดับความสำคัญ และทำให้ทีมรู้ว่า <em>“เรากำลังทำอะไร เพื่ออะไร และควรเริ่มจากตรงไหน”</em></span></p>
<h3><b>2. เป็น “โช้คอัพ” ขององค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวิทยาเปรียบเทียบว่า เวลารถวิ่งผ่านถนนขรุขระ สิ่งที่ทำให้คนนั่งอยู่ในรถยังรู้สึกสบายไม่ใช่เบาะหนังราคาแพง หากเป็นโช้คที่ช่วยรองรับแรงกระแทก Middle Manager ก็ทำหน้าที่คล้ายกัน พวกเขาช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากการเปลี่ยนแปลง ทำให้ทีมยังทำงานต่อได้โดยไม่เสียศูนย์</span></p>
<h3><b>3. เป็นผู้เชี่ยวชาญในการเชื่อมโยงคนในองค์กรไว้ด้วยกัน </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Middle Manager ยังต้องเป็นคนเชื่อมทีม เชื่อมแผนก และเชื่อมคนในองค์กรเข้าหากัน เพราะปัญหาไซโลหรือกำแพงระหว่างแผนกเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้งานเดินช้า บางครั้งการทำให้งานข้ามแผนกเดินหน้าได้ อาจเริ่มจากเรื่องเล็กมาก เช่น การชวนหัวหน้าอีกทีมไปคุยกันระหว่างดื่มกาแฟ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อนำบทบาททั้งหมดมารวมกัน Middle Manager จึงไม่ควรถูกมองเป็น Passive Messenger หรือคนคอยส่งสารจากผู้บริหารไปยังทีมเท่านั้น พวกเขาควรถูกพัฒนาให้เป็น True Owners ที่มี Ownership Mindset กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และรู้สึกเป็นเจ้าของผลลัพธ์ขององค์กรจริง ๆ เพราะหากผู้นำระดับกลางทำได้เพียงรับคำสั่งแล้วส่งต่อ การเปลี่ยนแปลงก็มีโอกาสหยุดอยู่ที่การสื่อสารมากกว่าการลงมือทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่อยาก Transform ให้สำเร็จจึงต้องทำให้ Middle Manager มีพลังมากพอที่จะขับเคลื่อนทีม ไม่ใช่ปล่อยให้พวกเขาไปเผชิญแรงกดดันเพียงลำพัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือองค์กรต้องติดอาวุธให้ Middle Manager อย่างเหมาะสม คุณวิทยาสรุปสิ่งที่ผู้นำระดับกลางต้องได้รับไว้ 4 เรื่อง ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Clarity</b><span style="font-weight: 400;">: ทำให้ Middle Manager เข้าใจภาพใหญ่ เห็นเป้าหมายชัด และรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ต้องการผลลัพธ์อะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Autonomy</b><span style="font-weight: 400;">: ให้อำนาจตัดสินใจในเรื่องที่เหมาะสม เพื่อให้พวกเขาไม่ต้องรอคำตอบจากเบื้องบนทุกครั้ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Safety</b><span style="font-weight: 400;">: สร้างพื้นที่ที่ทำให้พวกเขากล้าลอง กล้าพลาด และเรียนรู้จากความล้มเหลวได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Capability</b><span style="font-weight: 400;">: พัฒนาทักษะแห่งอนาคตให้พร้อม ทั้งการบริหารคน การสื่อสาร การตัดสินใจ และการพาทีมรับมือความเปลี่ยนแปลง</span></li>
</ul>
<p><b>เพราะสุดท้ายแล้ว Transformation จะเกิดขึ้นจริงไม่ได้จากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารอย่างเดียว หากต้องอาศัย Middle Manager ที่แข็งแรงพอจะเปลี่ยนกลยุทธ์ให้กลายเป็นการทำงานจริง พาคนในทีมไปต่อได้ และเชื่อมทั้งองค์กรให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน</b></p>
<h2><b>Leadership Reality Lab Workshop</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50328" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-87.webp" alt=" The Power of Middle Leadership Slingshot Group" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The Power of Middle Leadership โดย Slingshot Group 241" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-87.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-87-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพของ Middle Manager หรือผู้นำระดับกลางในวันนี้เปลี่ยนไปจากเดิมมาก หากเป็นเมื่อก่อน ผู้นำระดับกลางในหลายธุรกิจอาจมีหน้าที่คล้ายกัน คือรับเป้าหมายจากผู้บริหาร ดูแลทีม และทำให้งานเดินตามแผน แต่วันนี้แต่ละองค์กรมีโจทย์ไม่เหมือนกัน บางแห่งต้องการผู้นำที่พาทีมรับมือความเปลี่ยนแปลงได้ดี บางแห่งต้องการคนที่ประสานงานข้ามทีมได้แข็งแรง ขณะที่บางธุรกิจต้องการผู้นำระดับกลางที่คิดเป็นระบบ มองภาพกว้าง และตัดสินใจได้ใกล้เคียงกับผู้บริหารระดับสูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session นี้ </span><b>ดร.สุทธิโสพรรณ Partner จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80"><b>Slingshot Group</b></a><span style="font-weight: 400;"> จึงชวนผู้เข้าร่วมงานทำเวิร์กชอปเรื่องสมรรถนะของผู้นำเชิงกลยุทธ์ ผ่านโจทย์จำลองที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงขององค์กร เพื่อชวนคิดว่า เมื่อธุรกิจเปลี่ยนไป วิธีคิด คุณสมบัติ และทักษะที่ Manager ต้องมี ยังเหมือนเดิมอยู่หรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวิร์กชอปนี้ทำให้เห็นชัดว่า Middle Manager ไม่สามารถทำงานแบบเดิม แล้วคาดหวังผลลัพธ์แบบใหม่ได้อีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์แรกคือหัวหน้างานที่ทำผลงานได้ดีมาตลอด บริหารงานประจำวันได้ตามเป้า ทีมไม่มีปัญหาใหญ่ แต่ติดอยู่กับงานรายวันจนแทบไม่มีเวลาเงยหน้ามองสิ่งที่กำลังเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นทิศทางตลาด พฤติกรรมลูกค้า คู่แข่ง หรือโอกาสใหม่ทางธุรกิจ แม้สมาชิกในทีมจะเสนอไอเดียใหม่ ๆ หัวหน้าก็อาจมองว่างานตอนนี้ยังเดินได้ดี จึงไม่ได้หยิบไอเดียเหล่านั้นไปต่อยอด สุดท้ายองค์กรอาจเสียโอกาส เพราะคนที่ควรพาทีมปรับตัวกลับขยับช้ากว่าความเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เข้าร่วมงานมองว่าทักษะที่ขาดไปคือการปรับตัว การวางแผนระยะยาว การเปิดใจรับฟัง และการพาทีมมองเป้าหมายเดียวกัน โดยดร.สุทธิโสพรรณเสริมว่า ผู้นำระดับกลางต้องไวต่อสัญญาณรอบตัวมากขึ้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่วันนี้งานเดินดีไหม แต่ต้องถามต่อว่าถ้าสถานการณ์เปลี่ยน ทีมของเราจะยังเดินต่อได้หรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตรงนี้ HR มีบทบาทสำคัญในการช่วยผู้นำระดับกลางจัดลำดับความสำคัญ รู้ว่าควรโฟกัสอะไร และควรพัฒนาทักษะไหนก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสถานการณ์คือผู้บริหารบอกให้ทุกคนเดินไปข้างหน้า แต่ว่าแต่ละทีมกลับเลี้ยวไปคนละทาง หลายครั้งคนทำงานไม่เข้าใจว่าทิศทางจากข้างบนเกี่ยวข้องกับงานของตัวเองอย่างไร ผู้นำระดับกลางเองก็อาจอธิบายภาพความสำเร็จได้ไม่ชัด ทำให้ทีมจับต้องเป้าหมายไม่ได้ การประชุมจึงวนอยู่กับตัวชี้วัดของแต่ละทีม มากกว่าความสำเร็จร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรณีนี้ผู้เข้าร่วมงานมองว่าทักษะที่ขาดไปคือการปรับตัว การทำงานร่วมกัน การคิดเชิงกลยุทธ์ และการสื่อสาร โดยเฉพาะการสื่อสารซึ่งเป็นหัวใจของการบริหารการเปลี่ยนแปลง เพราะการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนเข้าใจว่าทำไมต้องเปลี่ยน เห็นความสำคัญด้วยตัวเอง และรู้ว่าตัวเองมีบทบาทอะไรในเป้าหมายใหญ่นั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถัดมาคือตัวอย่างเรื่อง Gen Z เงียบ ไม่ถาม ไม่คุย หรือจริง ๆ แล้วไม่กล้า เมื่อหลายทีมมีสมาชิก Gen Z เพิ่มขึ้น คนกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยมีศักยภาพสูง เรียนรู้เร็ว และมีมุมมองใหม่ ๆ แต่บางครั้งกลับไม่ค่อยเปิดใจ ไม่พูดสิ่งที่คิดจริง ไม่ผูกพันกับทีม หรือเปลี่ยนงานง่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เข้าร่วมงานเห็นตรงกันว่าทักษะที่ Middle Manager ต้องมีมากขึ้นคือการเข้าหา ชวนคุย รับฟัง และสร้างพื้นที่ให้คนกล้าพูด เพราะเมื่อคนคุยกันมากขึ้น งานมักเดินเร็วขึ้น ความเข้าใจก็เกิดง่ายขึ้น อีกเรื่องที่ถูกพูดถึงคือความเข้าอกเข้าใจ ซึ่งไม่ควรถูกใช้เฉพาะกับ Gen Z เท่านั้น โดยดร.สุทธิโสพรรณชวนมองให้กว้างขึ้นว่า จริง ๆ แล้วการทำงานร่วมกันของคนหลายเจเนอเรชัน ทุกฝ่ายต้องเข้าใจกัน ดังนั้นองค์กรควรทำให้ความเข้าอกเข้าใจกลายเป็นวัฒนธรรมร่วม ไม่ใช่ทักษะที่ใช้กับคนรุ่นใดรุ่นหนึ่งเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกโจทย์สำคัญคือแต่ละทีมแยกกันทำงานของตัวเอง จนลูกค้าได้รับผลกระทบ บางองค์กรมีหลายทีมดูแลลูกค้ารายเดียวกัน อย่างไรก็ตามแต่ละทีมมีเป้าหมาย แรงกดดัน และตัวชี้วัดของตัวเอง เมื่อเกิดปัญหาจึงไม่มีใครเป็นเจ้าของภาพรวม ไม่มีใครประสานงานตรงกลาง ลูกค้าต้องเล่าเรื่องเดิมซ้ำหลายรอบ หรือติดต่อหลายฝ่ายกว่าจะได้คำตอบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เข้าร่วมงานมองว่าทักษะที่จำเป็นคือการทำงานร่วมกัน การสร้างพลังของทีม การทำให้ทุกฝ่ายมองเป้าหมายเดียวกัน การรวบรวมข้อมูล และการสื่อสาร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.สุทธิโสพรรณเสริมว่าอีกเรื่องที่สำคัญมากคือความไว้วางใจ หากทีมไม่เชื่อใจกัน การประสานงานจะกลายเป็นการป้องกันตัวมากกว่าการช่วยกันแก้ปัญหา และเมื่อไม่มีความไว้วางใจ ก็ยากที่แต่ละทีมจะรู้สึกเป็นเจ้าของความสำเร็จร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสรุปจากเวิร์กชอปนี้ทำให้เห็นว่า </span><b>Middle Manager ต้องพัฒนา 3 มิติสำคัญ คือ “คิดให้ไกล พาคนไปด้วยกัน และลงมือให้เกิดผลจริง” </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะผู้นำระดับกลางต้องมองให้ไกลกว่างานตรงหน้า เชื่อมคนรอบตัวให้เดินไปทางเดียวกัน และทำให้แผนกลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Think Strategically หรือคิดให้ไกล</b><span style="font-weight: 400;">: มองทิศทางองค์กร อ่านแนวโน้มรอบตัว วางแผนระยะยาว และพาทีมเห็นเป้าหมายเดียวกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Influence Strategically หรือพาคนไปด้วยกัน</b><span style="font-weight: 400;">: สร้างความไว้วางใจ เข้าใจคน ทำงานข้ามทีมได้ดี และจัดการความขัดแย้งอย่างเหมาะสม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Act Strategically หรือลงมือให้เกิดผลจริง</b><span style="font-weight: 400;">: ผลักดันการเปลี่ยนแปลง กล้าสื่อสาร พัฒนาคน และทำให้แผนที่วางไว้เกิดขึ้นจริง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ Middle Manager มีทักษะที่เหมาะกับบทบาทและระดับความรับผิดชอบ องค์กรก็ลดการสูญเปล่าจากการทำงานผิดทิศทาง และเพิ่มโอกาสให้การเปลี่ยนแปลงเดินหน้าได้จริง</span></p>
<h2><b>Turning Potential into Performance</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50329" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-89.webp" alt=" The Power of Middle Leadership Slingshot Group" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The Power of Middle Leadership โดย Slingshot Group 242" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-89.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-89-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สัณห์จุฑา รัตรสาร SVP Department Head, Talent Mgt Department และ Acting Head of Krungthai Academy จาก<a href="https://krungthai.com/" target="_blank" rel="noopener">ธนาคารกรุงไทย </a></b><span style="font-weight: 400;">ร่วมพูดคุยกับคุณ </span><b>สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager จาก HREX </b><span style="font-weight: 400;">ถึงบทบาทของ Middle Manager หรือผู้นำระดับกลางที่กำลังกลายเป็นจุดสำคัญขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งคู่เห็นตรงกันว่า หลายองค์กรไม่ได้ขาดกลยุทธ์ที่ดีจากผู้บริหาร และไม่ได้ขาดคนทำงานที่มีความสามารถ ปัญหามักเกิดขึ้นตรงกลาง เมื่อกลยุทธ์จากข้างบนไปไม่ถึงคนทำงานจริง หรือไปถึงแล้วคนในทีมไม่เข้าใจว่าตัวเองต้องทำอะไรต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือ 5 Key Takeaway สำคัญที่ HR และผู้นำควรรู้</span></p>
<h3><b>1. Middle Manager อาจเป็นคอขวด ถ้าองค์กรฝากทุกการตัดสินใจไว้ที่คนตรงกลาง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสัณห์จุฑายกตัวอย่างว่า ผู้บริหารอาจคิดกลยุทธ์ไว้อย่างดี แต่เมื่อถามพนักงานระดับปฏิบัติการ หลายคนกลับไม่รู้ว่ากลยุทธ์นั้นเกี่ยวข้องกับงานของตัวเองอย่างไร อีกสถานการณ์ที่พบได้บ่อยคือ เมื่อหัวหน้าไม่อยู่ เช่น ลางาน หรือติดภารกิจบางอย่าง ลูกทีมบางส่วนกลับทำงานต่อไม่ได้ ทั้งที่งานควรมีกลไกให้ทีมเดินต่อได้ด้วยตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณสหธรเสริมว่า ปัจจุบันองค์กรจำนวนมากพูดถึงการสร้างภาวะผู้นำในทุกระดับ แต่ในทางปฏิบัติ อำนาจตัดสินใจจำนวนมากยังไปกระจุกอยู่ที่ Middle Manager หากคนตรงกลางไม่กล้าตัดสินใจ หรือรอการอนุมัติทุกเรื่อง กระบวนการทำงานก็ช้าลงทันที</span></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">“บทบาทของ Middle Manager จึงไม่ใช่แค่รับแรงกดดันจากข้างบนและข้างล่าง แต่ต้องแปลกลยุทธ์ให้คนทำงานเข้าใจ แล้วช่วยให้ทีมลงมือทำได้จริงด้วย”</span></em></p>
<h3><b>2. คนทำงานเก่ง ไม่ได้แปลว่าจะเป็นหัวหน้าที่ดีทันที</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในปัญหาที่หลายองค์กรเจอคือการเลื่อนตำแหน่งคนจากผลงานเดิมเป็นหลัก คนที่ทำงานเก่ง ทำยอดได้ดี หรือเชี่ยวชาญงานเฉพาะทาง จึงถูกผลักขึ้นมาเป็นหัวหน้า ทั้งที่อาจยังไม่พร้อมเรื่องการบริหารคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสัณห์จุฑาชวนคิดว่า สิ่งที่พาใครบางคนมาถึงตำแหน่งนี้ อาจไม่พาเขาไปถึงเป้าหมายข้างหน้าเสมอไป เพราะเมื่อบทบาทเปลี่ยนจากคนทำงานเก่ง ไปเป็นคนที่ต้องพาคนอื่นเก่งขึ้นด้วย ทักษะเดิม วิธีคิดเดิม และความสำเร็จแบบเดิม อาจไม่พอแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ Middle Manager ต้องปรับจึงรวมถึงวิธีคิดและอีโก้ของตัวเองด้วย คนที่ขึ้นมาเป็นหัวหน้ามักมั่นใจในวิธีทำงานของตัวเอง เพราะเคยประสบความสำเร็จจากวิธีนั้นมาก่อน แต่เมื่อมีทีมอยู่ข้างหลัง เขาต้องเรียนรู้ที่จะไม่ลงไปทำแทนทุกเรื่อง ไม่ควบคุมทุกขั้นตอน และไม่วัดคุณค่าของตัวเองจากการเป็นคนตอบได้ทุกคำถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวแทนจาก Krungthai Academy ยังเล่าจากประสบการณ์ตรงว่า การได้รับการโปรโมตเร็ว โดยไม่มีคนช่วยประคอง อาจไม่ต่างจากการถูกโยนให้ไปเผชิญความกดดันลำพัง เธอเคยจัดลำดับความสำคัญของงานไม่ดี เคยลงรายละเอียดมากเกินไป และเคยไม่พอใจเมื่อลูกน้องทำงานไม่ตรงใจ จนได้โค้ชและพี่เลี้ยงมาช่วยให้เห็นว่า คนที่ต้องปลดล็อกก่อนคือหัวหน้าเอง</span></p>
<h3><b>3. Middle Manager ที่ดี ต้องทำให้ทีมเก่งขึ้น ไม่ใช่เก่งอยู่คนเดียว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถามว่าอะไรทำให้ Middle Manager ที่เก่งทั้งงานและคนแตกต่างจากหัวหน้าทั่วไป คุณสหธรมองว่าคำตอบสำคัญอยู่ที่การมี Soft Skill ซึ่งสำคัญมากในการบริหารคน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผู้นำระดับกลางที่ดีต้องขับเคลื่อนคนให้ตอบโจทย์องค์กรได้ ทักษะเชิงเทคนิคยังจำเป็นอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้ต่างคือทักษะด้านคน เช่น การสื่อสาร การฟัง การโค้ช และการตั้งคำถามที่ดี โดยการโค้ชไม่ใช่การรีบบอกคำตอบ แต่เป็นการถามให้คนคิดจนเห็นทางออกด้วยตัวเอง”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสัณห์จุฑาเสริมว่า หากจะเลือกปั้นใครเป็น Middle Manager ต้องดูมากกว่าผลงานส่วนตัว ต้องดูว่าเขาสร้างคุณค่าเพิ่มให้งานได้ไหม รับผิดชอบงานแล้วทำให้ระบบดีขึ้นหรือเปล่า และที่สำคัญ เขาอยากทำให้ทีมเก่งขึ้นหรือไม่ด้วย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผู้นำที่ดีไม่ควรกลัวว่าลูกทีมจะเก่งกว่า เพราะยิ่งมีคนเก่งเพิ่มขึ้น องค์กรยิ่งแข็งแรงขึ้น ขณะเดียวกันต้องสร้างบรรยากาศที่คนกล้าพูด กล้าถาม และไม่รู้สึกว่าถูกหักหน้าเมื่อเสนอความเห็น”</span></i></p>
<h3><b>4. องค์กรต้องคุยเรื่องการเติบโตให้ชัด ก่อนเสียคนเก่งไป</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่ทั้งสองคนพูดถึงคือการเติบโตของคนในองค์กร บางคนอาจไม่อยากเป็นหัวหน้า แต่อยากได้เงินเดือนเพิ่ม ซึ่งเป็นเรื่องที่ HR ต้องเข้าไปคุยให้ชัดว่า เส้นทางอาชีพแบบไหนเหมาะกับเขา หากไม่อยากโตในสายบริหาร องค์กรมีเส้นทางผู้เชี่ยวชาญรองรับหรือไม่ และถ้าอยากเติบโตในสายผู้นำ ต้องเตรียมตัวอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสหธรมองว่า การโปรโมตคนสักคนไม่ควรดูแค่ว่าเขาเก่งหรืออยู่กับองค์กรมานาน แต่ควรมีแผนสร้างคนทดแทนตำแหน่งสำคัญอย่างเป็นระบบ ซึ่งคุณสัณห์จุฑาเสริมว่า สิ่งที่ควรเพิ่มคือการพูดคุยเรื่องเส้นทางอาชีพ เพราะการคุยเรื่องนี้จะช่วยปลดล็อกคนที่ไม่อยากโต หรือยังไม่รู้ว่าหากโตขึ้นไปแล้วชีวิตการทำงานจะเปลี่ยนอย่างไร</span></p>
<h3><b>5. พัฒนา Middle Manager ให้ครบทั้งวิธีคิด ทักษะ และเครื่องมือ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด การปั้น Middle Manager ให้พร้อมพาทีมไปข้างหน้า ไม่ควรมองแค่การส่งไปอบรมทักษะใดทักษะหนึ่ง เพราะผู้นำระดับกลางต้องเจอทั้งเป้าหมายจากผู้บริหาร ความคาดหวังจากทีม และแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงรอบตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรจึงต้องช่วยพัฒนาให้ครบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Mindset</b><span style="font-weight: 400;">: วิธีคิดที่พร้อมปรับตัว พร้อมเรียนรู้ และพร้อมสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Skillset</b><span style="font-weight: 400;">: ทักษะการบริหารคน การสื่อสาร การโค้ช การจัดลำดับความสำคัญ และการตัดสินใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Toolset</b><span style="font-weight: 400;">: เครื่องมือ เทคโนโลยี และระบบสนับสนุนที่ช่วยลดงานซ้ำ ทำให้หัวหน้ามีเวลาไปทำงานที่สำคัญกว่า</span></li>
</ul>
<h2><b>สรุป The Power of Middle Leadership</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ คุณสหธรเชื่อว่า หากเรายังทำแบบเดิม บริหารคนด้วยวิธีเดิม ผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะเหมือนเดิม ทั้งที่องค์กรกำลังเจอการเปลี่ยนแปลงซ้อนกันหลายด้าน คนที่ไม่พัฒนาตัวเองอาจไม่ได้อยู่ที่เดิม แต่กำลังถอยหลังเมื่อเทียบกับคนอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณสัณห์จุฑาเตือนว่า หากองค์กรไม่ช่วยให้คนเติบโต Talent ที่ดีอาจเลือกเดินออกไป และองค์กรอาจเหลือแต่คนที่ไม่พร้อมรับบทบาทสำคัญ การปั้น Middle Manager จึงไม่ใช่งานเสริม หากเป็นงานสำคัญที่กำหนดว่าองค์กรจะมีคนพาทีมไปข้างหน้าได้มากแค่ไหน</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/the-power-of-middle-leadership-260622/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 &#8211; Day 2</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2026-day-2-260620/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2026-day-2-260620/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Jun 2026 11:21:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[CTC 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50308</guid>

					<description><![CDATA[มาถึงวันที่ 2 แล้ว สำหรับงาน Creative Talk Conference 2026 หรือ CTC 2026 ที่ยังคงอัดแน่นด้วยสาระสำคัญจากหลากหลายเวที ทั้งเรื่องอนาคตของธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี AI การตลาด การบริหารคน ภาวะผู้นำ และทักษะที่คนทำงานต้องมีเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้นทุกวัน สำหรับ HR แล้ว หลายประเด็นจากเวทีเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ล้วนย้อนกลับมาสู่คำถามว่า องค์กรจะเตรียมคนอย่างไร จะพัฒนาผู้นำแบบไหน และจะสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้คนยังเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างไร ใครที่พลาดงาน CTC 2026 &#8211; Day 2 ไป HREX ได้รวบรวมประเด็นสำคัญที่ HR ผู้นำองค์กร และคนทำงานควรรู้ มาให้อ่านกันที่นี่ Accidentally CEO ธุรกิจวันนี้สอนให้รู้ว่า คุณ สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO and Founder at RGB72 and CREATIVE [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50309" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-76.webp" alt="HREX CTC 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 2 249" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-76.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-76-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาถึงวันที่ 2 แล้ว สำหรับงาน <strong>Creative Talk Conference 2026 หรือ CTC 2026</strong> ที่ยังคงอัดแน่นด้วยสาระสำคัญจากหลากหลายเวที ทั้งเรื่องอนาคตของธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี AI การตลาด การบริหารคน ภาวะผู้นำ และทักษะที่คนทำงานต้องมีเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้นทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR แล้ว หลายประเด็นจากเวทีเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ล้วนย้อนกลับมาสู่คำถามว่า องค์กรจะเตรียมคนอย่างไร จะพัฒนาผู้นำแบบไหน และจะสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้คนยังเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครที่พลาดงาน <strong>CTC 2026 &#8211; Day 2</strong> ไป HREX ได้รวบรวมประเด็นสำคัญที่ HR ผู้นำองค์กร และคนทำงานควรรู้ มาให้อ่านกันที่นี่</span></p>

<h2><b>Accidentally CEO ธุรกิจวันนี้สอนให้รู้ว่า</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO and Founder at RGB72 and <a href="https://creativetalkconference.com/" target="_blank" rel="noopener">CREATIVE TALK </a></b><span style="font-weight: 400;">มาเปิดงานในวันนี้ด้วยการแชร์บทเรียนจากการเป็น CEO บริษัทมาแล้วถึง 9,375 วัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาบอกว่าไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมาเป็นเจ้าของกิจการ หรือเป็นคนจัดงานเสวนา งานสัมมนา และอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่มีผู้คนเข้าร่วมจำนวนมาก ความฝันแรกของเขาคือการเป็น Creative Director คนที่ได้คุมภาพรวมของงานสร้างสรรค์ อีกความฝันหนึ่งคือการมีชื่อตัวเองปรากฏอยู่ใน End Credit ของภาพยนตร์สักเรื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าชีวิตจริงไม่เคยเดินตามแผนทั้งหมด หลายอย่างเกิดขึ้นจากความบังเอิญ และความบังเอิญเหล่านั้นค่อย ๆ พาเขามาสู่เส้นทางของ CEO ที่ยาวนานกว่า 26 ปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงแรกของชีวิต เขาเรียกว่า Accidentally Discovery หรือการค้นพบตัวเองโดยบังเอิญ สมัยเรียน เขาเคยเป็นนักเรียนที่ไม่ชอบเรียน ไม่ส่งการบ้าน และรู้สึกว่าตัวเองไปไม่รอดกับระบบการศึกษาแบบเดิม จนวันหนึ่งเริ่มตั้งคำถามว่าตัวเองขี้เกียจจริงหรือแค่ยังไม่เจอสิ่งที่ใช่ หลังจากลองหลายทาง เขาค้นพบว่าตัวเองชอบวาดรูป ชอบโปสเตอร์หนัง ชอบงานกราฟิก และได้รู้ว่ามีอาชีพที่เรียกว่า Graphic Design</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้ไปเรียนต่อที่อเมริกา ชีวิตของเขาเปลี่ยนจากคนที่เรียนไม่เก่ง กลายเป็นคนที่ทำได้ดีในสิ่งที่ตัวเองรัก</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“บทเรียนสำคัญจากช่วงนี้คือ คนเราจะเติบโตได้ดีขึ้น เมื่อได้ทุ่มเทกับสิ่งที่ถนัดและเข้าใจตัวเองมากพอ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานในต่างประเทศทำให้เขาได้เรียนรู้อีกหลายเรื่อง ทั้งการซื้อเวลาด้วยการทำงานร่วมกับมืออาชีพ การเกาะคลื่นของเทรนด์ใหม่ให้ทัน และการเปิดรับโอกาสจากสิ่งที่กำลังเติบโต เขาพบว่าโลกมีคลื่นลูกใหม่เกิดขึ้นเสมอ ช่วงอินเทอร์เน็ตเริ่มบูมคือหนึ่งในคลื่นที่เขาได้เรียนรู้จากมันโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเหตุการณ์ที่เขาจำได้ดีคือการทำงานกับพิธีกรดังอย่าง </span><b>Martha Stewart</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อเขาเคยนำเสนองานเว็บไซต์ขายดอกไม้ซึ่งเป็นโจทย์ที่เธออยากให้เขาช่วยออกแบบ ปรากฏว่าเมื่อโดนถามว่าทำไมถึงใช้สีชมพูเฉดนั้น เขากลับตอบไม่ได้ จึงกลับไปค้นคว้าใหม่ให้ลึกขึ้นว่าเฉดสีใดเหมาะกับแบรนด์ เหมาะกับเรื่องราว และสื่อสารได้ดีที่สุด ครั้งถัดมา เมื่อพรีเซนต์อีกครั้ง คราวนี้อีกฝ่ายจึงวางใจให้มืออาชีพทำงาน บทเรียนนี้ทำให้เขาเข้าใจว่า </span><b>ความเป็นมืออาชีพไม่ได้อยู่แค่การมีไอเดียสวยงาม หากต้องอธิบายเหตุผลและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเองได้ด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงต่อมา เขาเรียกว่า Accidentally CEO เพราะการเป็นเจ้าของบริษัทไม่ได้อยู่ในแผนชีวิตตั้งแต่แรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นเขาทำงานประจำและรับงานฟรีแลนซ์ควบคู่กันไป จนมีโปรเจกต์หนึ่งที่เขาอยากทำมาก ทว่าลูกค้าไม่สามารถจ้างฟรีแลนซ์ได้ ต้องจ้างผ่านบริษัทเท่านั้น เขาจึงรีบกลับมาเปิดบริษัท คิดชื่อบริษัท และเริ่มต้นเส้นทางผู้ประกอบการจากจุดนั้น การทำธุรกิจพาเขาเจอทั้งปัญหา อุปสรรค และกำแพงมากมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาจึงเรียนรู้ว่า เมื่อเจอกำแพง เราไม่ได้มีหน้าที่หยุดอยู่ตรงนั้นเสมอไป กำแพงมีไว้ให้พิสูจน์ว่าเราอยากได้สิ่งที่อยู่ข้างหลังมันมากแค่ไหน นี่จึงเป็นเหตุผลที่เวลาลูกน้องมาพิทช์งาน เขามักถามกลับอย่างหนัก เพราะต้องการให้ทีมพิสูจน์ว่างานนั้นมีเหตุผล มีพลัง และมีคุณค่าพอให้ต่อสู้เพื่อมันจริงหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความบังเอิญอีกครั้งพาเขามาสู่การจัดงาน CTC หรือ Creative Talk Conference เขาบอกว่าเจตนาแรกของการจัดงานคืออยากสร้างพื้นที่แบ่งปันความรู้ แม้ตลอด 16 ครั้งที่ผ่านมา งานจะขาดทุนไปแล้วถึง 12 ครั้ง รวมถึงครั้งนี้ด้วยก็ตาม เขายังจัดงานทุกครั้งเหมือนอาจเป็นครั้งสุดท้าย เพราะความเหนื่อยจากการทำงานหนักอาจหายไปได้ในไม่กี่วัน แต่ความเสียดายที่ไม่ได้ทำสิ่งที่อยากทำ อาจอยู่กับเราไปอีกนาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเขา การทำงานจึงต้องตอบให้ได้ว่าเราทำไปเพื่ออะไร อะไรคือสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข และอะไรคือสิ่งที่แม้เหนื่อยก็ยังอยากทำต่อ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ชีวิตอาจดูเหมือนเต็มไปด้วยความบังเอิญ แต่โอกาสจะมีความหมายก็ต่อเมื่อเราพร้อมพอจะคว้ามันไว้ ความพร้อมนั้นเกิดจากการลงทุนกับตัวเอง ลองให้มาก เรียนรู้ให้มาก รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร ไม่ถนัดอะไร และพัฒนาทางเลือกของชีวิตให้มากพอ”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ชีวิตที่ยากที่สุดคือชีวิตที่เราไม่มีทางเลือก อยากลาออกแต่ไม่รู้จะไปไหน อยากเปลี่ยนแต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน”</span></i></p>
<p><b>อาชีพ CEO อาจสนุก ท้าทาย และเต็มไปด้วยโอกาส แต่ก็โดดเดี่ยวและแบกความคาดหวังสูงมาก คนที่จะอยู่กับมันได้จึงต้องรู้จักตัวเอง กล้าเผชิญความกลัว และพร้อมปรับตัวอยู่เสมอ</b></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50295" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-69.webp" alt="CTC 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 2 250" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-69.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-69-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2026-day-1-260618/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 – Day 1</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>5 Minutes Talk: One Job Lifetime Loyalty Eternal Lessons</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50311" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-78.webp" alt="HREX CTC 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 2 251" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-78.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-78-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>กษิดิศ สตางค์มงคล Senior Data Analyst จาก <a href="https://datarockie.com/" target="_blank" rel="noopener">DataRockie</a> และ <a href="https://www.samsung.com/th/" target="_blank" rel="noopener">Samsung</a></b><span style="font-weight: 400;"> เล่าเรื่องของคุณแม่วัย 68 ปี ที่เพิ่งเกษียณในปีที่แล้ว หลังทำงานด้านอาหารสัตว์มาอย่างยาวนาน คุณแม่ของเขาเป็นคนที่เข้าใจว่าสัตว์แต่ละชนิดต้องการสารอาหารแบบไหน ใช้ Excel และ PowerPoint ได้เก่งมาก แม้จะไม่ได้ถนัดคอมพิวเตอร์ในทุกด้านก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดชีวิตการทำงาน คุณแม่ทำงานสายเดิมมาโดยตลอด และสร้างรายได้รวมมากกว่า 100 ล้านบาทจากความสม่ำเสมอ ความอดทน และการพยายามพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนแรกที่เขาได้จากแม่คือ</span><b>ความขยันและการไม่หยุดเรียนรู้</b><span style="font-weight: 400;"> คุณแม่เป็นคนทำงานจนกว่างานของวันนั้นจะเสร็จ หมั่นฝึกใช้โปรแกรม Excel ตั้งแต่รุ่นแรก ยอมเดินทางไปเรียนเพิ่มเติม และพยายามเก่งขึ้นในสิ่งที่ตัวเองต้องใช้จริงในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนต่อมาคือ</span><b>อุปสรรคเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิต</b><span style="font-weight: 400;"> ช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 ครอบครัวเคยผ่านช่วงเวลาหนักหน่วงจากการที่พ่อล้มละลาย แต่พ่อกับแม่ก็ยังสู้ ทำงานหนัก และเลี้ยงดูลูกชายทั้ง 3 คนจนเรียนจบ เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เขาเห็นว่า อุปสรรคไม่ได้มีไว้ทำลายเราเสมอไป หลายครั้งมันทำให้คนเราแข็งแรงและเก่งขึ้นกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญที่สุดที่เขาเรียนรู้จากแม่คือ</span><b> ความสุขของชีวิตไม่ได้อยู่ที่การมีทุกอย่างตามใจเสมอไป แต่อยู่ที่การได้ใช้ชีวิตกับคนที่เรารัก</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“แม่เป็นคนมัธยัสถ์ ทำงานเต็มที่ และใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เพื่อให้ลูก ๆ มีชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าพ่อแม่คือพื้นดิน ลูกก็คือเมล็ดพันธุ์ ถ้าพื้นดินดี สิ่งที่ปลูกลงไปย่อมมีโอกาสเติบโตงอกงาม”</span></i></p>
<p><b>และสำหรับเขา พ่อแม่จึงเป็นต้นทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิต และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขามาถึงวันนี้ได้</b></p>
<h2><b>5 Minutes Talk: Special Session</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50310" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-77.webp" alt="HREX CTC 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 2 252" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-77.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-77-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ชัชชาติ สิทธิพันธุ์</b><span style="font-weight: 400;"><strong> ผู้สมัครลงชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> เล่าถึงแนวทางการหาเสียงในแบบของตัวเองผ่าน 3 ประเด็นสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เขาเริ่มจากการ “คิดใหม่” ก่อนเสมอ</strong> เพราะถ้าอยากเอาชนะวิธีเดิม หรือสร้างความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เราต้องกล้าทบทวนความคิดของตัวเอง เพื่อไม่ทำสิ่งเดิมออกมา เขายกตัวอย่างหนังสือ </span><i><span style="font-weight: 400;">Think Again</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของ Adam Grant ว่าสอนและชวนให้คนอยากรู้อยากเห็น อ่อนน้อมต่อความรู้ และไม่ยึดติดกับสิ่งที่เคยเชื่อมากเกินไป สิ่งสำคัญคือฝึกให้ต่อม “เอ๊ะ” ของเราทำงานให้มาก ไม่ใช่ตอบรับทุกอย่างโดยไม่ตั้งคำถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งแรก หลายอย่างที่ทีมหาเสียงทำล้วนต่างจากวิธีหาเสียงเดิม ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ป้ายขนาดเล็ก การทำคอนเทนต์ผ่านการ์ตูน การสื่อสารนโยบายผ่าน TikTok หรือการสร้างแคมเปญที่คนอยากหยิบไปเล่นต่อ หลายอย่างกลายเป็นไวรัลโดยไม่ต้องใช้งบจำนวนมาก ปีนี้แนวคิดดังกล่าวต่อยอดเป็นแคมเปญ “กรุงเทพทำงาน” ที่ยังเน้นการสื่อสารให้คนมีส่วนร่วม เอาไปสร้างสรรค์ต่อได้ และทำให้การเมืองใกล้ชีวิตผู้คนมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ประเด็นที่สองคือการทำงานให้สนุก</strong> คุณชัชชาติบอกว่า ถ้าทำงานแล้วไม่สนุก อาจเป็นสัญญาณว่าเรากำลังเดินผิดทาง เพราะเมื่อคนทำงานด้วยความสนุก ไอเดียใหม่จะเกิดขึ้นง่ายกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเตรียมพร้อม เขายกตัวอย่างตอนจับได้เบอร์ 9 แล้วปล่อยเพลงหาเสียงได้ทันที เพราะทีมเตรียมเพลงไว้ครบทุกเบอร์ตั้งแต่แรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเขา </span><b>โชคดีไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ เพราะโอกาสจะกลายเป็นโชคดีได้ก็ต่อเมื่อเราเตรียมตัวมาพร้อมพอ</b><span style="font-weight: 400;"> การอ่านเยอะ คิดล่วงหน้า และซ้อมรับมือหลายความเป็นไปได้ จึงเป็นวิธีเปลี่ยนเหตุการณ์ตรงหน้าให้กลายเป็นโอกาส</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ประเด็นสุดท้ายคือ License to Communicate การจะสื่อสารที่สื่อไปถึงหัวใจของผู้ฟัง ผู้รับสาร เกิดขึ้นจากความไว้วางใจ</strong> ต่อให้เรามีไอเดียดีแค่ไหน ทำแคมเปญน่าสนใจแค่ไหน ถ้าคนไม่เชื่อใจ เขาก็ไม่ฟัง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ความไว้วางใจสร้างยากกว่าความรักเสียอีก และต้องรักษาผ่านการทำงานที่โปร่งใส ไม่เห็นแก่ตัว เข้าใจส่วนรวม เก่งงาน และเข้าใจความรู้สึกของคน ถ้าเก่งอย่างเดียว แต่เข้าไม่ถึงหัวใจคน การสื่อสารก็ไปไม่ถึงผู้ฟัง”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น กลยุทธ์สำคัญจึงอยู่ที่การผสมกันระหว่าง Creativity และ Trust</span><b> เพราะความคิดสร้างสรรค์อาจทำให้คนหันมามอง ส่วนความไว้วางใจจะทำให้คนยอมฟังและพร้อมเดินไปด้วยกัน</b></p>
<h2><b>The Art of Reading People in Business ศาสตร์ของการอ่านคน ก่อนปิดดีลธุรกิจ</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50313" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-79.webp" alt="HREX CTC 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 2 253" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-79.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-79-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา อาจารย์คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล </b><span style="font-weight: 400;">ชวนมองทักษะการอ่านคนผ่านน้ำเสียง </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220624-bodylanguage/"><span style="font-weight: 400;">ท่าทาง สีหน้า และภาษากาย</span></a><span style="font-weight: 400;"> หลายคนอาจมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นศาสตร์เทียม ทว่าจริง ๆ แล้วการอ่านพฤติกรรมมนุษย์มีฐานคิดทางวิทยาศาสตร์เข้ามารองรับ ตราบใดที่เรายังต้องทำงานกับคน เจรจากับคน ขายงานกับคน หรือบริหารคน ทักษะนี้ยังจำเป็นเสมอ เพราะแทบไม่มีอาชีพไหนที่ทำงานคนเดียวได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุปสรรคใหญ่ของการอ่านคนคืออคติ เรามักคิดว่าตัวเองมองคนออก หรือคิดว่ามนุษย์ควบคุมร่างกายของตัวเองได้ทั้งหมด ทั้งที่ความจริงเราอาจควบคุมบางอย่างได้ง่าย เช่น สีหน้า น้ำเสียง หรือการสบตา แต่ร่างกายบางส่วนควบคุมได้ยากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายกตัวอย่างว่า </span><b>การอ่านคนไม่ควรดูแค่ใบหน้า เพราะคนโกหกอาจจ้องตาเราได้ตรง ๆ และฝึกควบคุมสีหน้าได้ดี สิ่งที่น่าสังเกตกว่าคือเท้า ท่านั่ง หรือทิศทางของร่างกาย</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยฝึกควบคุมสิ่งเหล่านี้ ทิศทางของเท้ามักบอกได้ว่าเขาอยากอยู่ต่อ อยากออกจากวงสนทนา หรือกำลังเปิดรับคู่สนทนามากแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับ HR อย่างมาก เพราะ HR เป็นหนึ่งในกลุ่มอาชีพที่ถูกโกหกใส่หน้าอยู่เสมอ ผู้สมัครงานย่อมอยากได้งาน จึงเลือกเล่า เลือกแสดง และเลือกใส่เฉพาะสิ่งที่ทำให้ตัวเองดูดีในเรซูเม่ ในมุมหนึ่ง นี่คือการแสดงรูปแบบหนึ่งในชีวิตการทำงาน เราเองก็อาจเคยทำแบบเดียวกันเวลาต้องการโอกาสบางอย่าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แวดวงการทำงานเต็มไปด้วยการแสดง </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/the-visibility-gap-jaykrit-260508/"><span style="font-weight: 400;">คนที่นำเสนองานเก่ง พูดเก่งมักไปได้ไกลกว่าคนที่ทำงานเก่งแต่เล่าไม่เป็น เก่งแต่คนมองไม่เห็น</span></a><span style="font-weight: 400;"> คำถามสำคัญจึงอยู่ที่หัวหน้าจะให้คุณค่ากับคนแบบไหน ระหว่างคนที่แสดงเก่ง คนที่ทำงานเก่ง หรือคนที่มีทั้งสองอย่างในระดับพอดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องที่น่าสนใจคือความต่างระหว่าง Generation โดยเฉพาะ Gen Y ที่กำลังขยับขึ้นไปเป็นผู้บริหารและต้องทำงานกับคนหลายรุ่นพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ตฤณห์มองว่า Gen Y เคยเป็นผู้ถูกกดดันในที่ทำงานมาก่อน วันนี้กลับกลายเป็นคนตรงกลางที่ต้องแบกรับทั้งความคาดหวังจากรุ่นพี่และความตรงไปตรงมาของคนรุ่นใหม่ ขณะที่ Gen Z มักพูดตรงและตีความตามคำพูดชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน Gen X ยังให้ความสำคัญกับลำดับอาวุโสและวิธีสื่อสารที่เหมาะสมกับสถานะของผู้พูดกับผู้ฟัง<strong> การอ่านคนจึงไม่พอ ผู้สื่อสารต้องควบคุมตัวเองให้ได้ด้วย</strong> เพราะการอ่านคนอื่นอาจเป็นเพียงครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งคือการปรับจังหวะ วิธีพูด และท่าทีของตัวเองให้เหมาะกับคนตรงหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ตฤณห์ย้ำว่า <em>“การเป็นตัวของตัวเอง”</em> อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดเสมอไป เพราะเราอาจไม่ได้เป็นคนที่สื่อสารดีหรือทำงานกับคนอื่นได้ดีตลอดเวลา สิ่งที่ควรพัฒนาคือความเป็นมืออาชีพ</span></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">“ถ้าเราแข็งเกินไป ต้องเพิ่มความยืดหยุ่นและความอ่อนโยน ถ้าเราอ่อนเกินไป ต้องเพิ่มความหนักแน่นและความชัดเจน”</span></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาษากายช่วยเรื่องนี้ได้มาก ตั้งแต่การยืนให้มั่นคง ไม่ทิ้งน้ำหนักไปข้างใดข้างหนึ่ง ใช้มือและนิ้วช่วยเน้นประเด็น โดยเฉพาะเวลาพูดตัวเลขหรือข้อมูลสำคัญ รวมถึงการดูแลภาพลักษณ์พื้นฐานอย่างเสื้อผ้า ความสะอาด กลิ่นตัว เล็บ และการยิ้มบ้างในจังหวะที่เหมาะสม เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้มีผลต่อความรู้สึกไว้วางใจของคนฟังมากกว่าที่หลายคนคิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ทักษะการอ่านคนมีด้านที่ต้องระวัง เพราะยิ่งอ่านคนออกมากขึ้น เรายิ่งต้องควบคุมตัวเองให้ดีขึ้นเช่นกัน การรู้ว่าใครกำลังปิดบังบางอย่าง ไม่ได้แปลว่าเราต้องเปิดโปงทุกครั้ง การรู้ว่าใครไม่มั่นใจ ไม่ได้แปลว่าเราควรกดดันเขาให้มากกว่าเดิม ทักษะนี้จึงต้องใช้คู่กับวิจารณญาณ ความเมตตา และความเป็นมืออาชีพ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ทักษะมนุษย์ยังเป็นสิ่งที่ AI แทนที่ได้ยาก เพราะการทำงานกับคนไม่ได้มีแค่ข้อมูล เหตุผล หรือคำตอบที่ถูกต้องเท่านั้น ยังมีความรู้สึก ความสัมพันธ์ อำนาจ ความไว้ใจ และจังหวะของการสื่อสารที่ต้องอาศัยมนุษย์เข้าใจมนุษย์ด้วยกันเอง”</span></i><span style="font-weight: 400;"> อาจารย์คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลทิ้งท้าย</span></p>
<h2><b>Reflecting Now for Next สะท้อนปัจจุบัน ก้าวทันอนาคต</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50314" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-80.webp" alt="HREX CTC 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 2 254" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-80.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-80-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">หลายคนอยากมีอนาคตที่ดี อยากเติบโต อยากประสบความสำเร็จ แต่ปัจจุบันนี้กำลังทำสิ่งที่ช่วยให้อนาคตเราดีอยู่รึเปล่า ?</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือสิ่งที่คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/voice-of-hr-note-sarun-240802/"><b>ศรัญ คุ้งบรรพต</b></a><b> Head of Talent Management and Organization Culture Department สถาบันการเงินชั้นนำแห่งหนึ่ง</b><span style="font-weight: 400;">ชวนให้ผู้เข้าร่วมงาน CTC 2026 ได้คิดอย่างถี่ถ้วน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะถ้าปัจจุบันยังไม่ดีพอ ก็ยากที่วันข้างหน้าจะออกมาดีอย่างที่หวัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศรัญเล่าถึงคำสอนของคุณพ่อที่สอนเขาว่า “จงละเอียดกับตัวเองก่อนไปละเอียดเรื่องของคนอื่น” ตอนแรกเขาไม่ได้เข้าใจลึกซึ้งมาก แต่ตอนนี้เขาเข้าใจมากขึ้นว่า ประโยคนี้หมายถึงการกลับมาใส่ใจสิ่งที่ตัวเองทำให้มากก่อนใส่ใจเรื่องคนอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะตัวเราเองคือสิ่งที่เราควบคุมได้มากที่สุด การกล้ามองปัจจุบันของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ เราต้องกล้ายอมรับว่าอะไรดี อะไรยังไม่ดี เราติดอยู่กับอะไร และชีวิตที่บอกว่าอยากดีขึ้นนั้น วันนี้เรากำลังลงมือให้มันดีขึ้นจริงหรือยัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แก่นสำคัญของ Session นี้คือ Self Management หรือการจัดการตัวเอง คนที่อยากไปสู่อนาคตที่ดีต้องเริ่มจากการรู้ทันตัวเองก่อน เราจัดกระบวนท่าชีวิตตัวเองดีพอหรือยัง เราเคารพตัวเองจริงไหม เพราะเมื่อเราดูแลงานของตัวเองให้ดี ทำหน้าที่ของตัวเองให้ครบ และไม่กลายเป็นภาระของคนอื่น สิ่งนั้นจะส่งผลดีต่อทีมและคนรอบข้างไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศรัญแบ่งการ Self Management ที่ทุกคนควรทำออกเป็น 4 เรื่อง</span></p>
<p><b>เรื่องแรกคือ Self Mirror การมองตัวเองตามความจริง</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งทำได้ยากเพราะเรามักมีอคติกับตัวเองเสมอ วิธีหนึ่งที่ช่วยได้คือการนำเครื่องมืออย่าง SWOT มาวิเคราะห์ชีวิตตัวเอง หรือถามคนที่ไว้ใจได้ เช่น เพื่อนสนิทที่พูดตรง หัวหน้าเก่าที่เคารพ หรือเพื่อนร่วมงานที่กล้าให้ฟีดแบ็กจริง ๆ จากนั้นอาจถามต่อว่า อะไรควร Stay, Start, Stop เรื่องไหนเป็น Now or Never และเรื่องไหนควร Save for Later เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าชีวิตตอนนี้ควรเดินต่ออย่างไร</span></p>
<p><b>เรื่องที่สองคือ Self Risk Management</b> <b>การประเมินความเสี่ยงของชีวิตและอาชีพ</b><span style="font-weight: 400;"> หลายคนเริ่มถามว่าจะทำอย่างไรถ้าถูกให้ออกจากงาน ทั้งที่คำถามนี้มักมาช้าเกินไป เพราะสัญญาณความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือการสร้างทางเลือกให้ตัวเอง ถ้าวันนี้ไม่มีงานเดิม เรายังทำอะไรได้อีก เรามีทักษะอะไร มีเครือข่ายแบบไหน มีเงินสำรองพอหรือไม่ คนทำงานควรสร้างความมั่งคั่งหลายรูปแบบ ทั้งเงิน ความสามารถ เพื่อนที่ดี และทรัพยากรที่ช่วยพยุงชีวิต เพราะชีวิตจะปลอดภัยขึ้นเมื่อเรายังมีทางเลือก</span></p>
<p><b>เรื่องที่สามคือ Self Regulate การจัดระเบียบชีวิตตัวเอง</b><span style="font-weight: 400;"> หากเราไม่จัดระเบียบ เราอาจตื่นขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าวันนี้กำลังทำอะไรเพื่อเป้าหมายไหน การทำ Achievement List ไม่ใช่แค่การทำ To-Do-List มันเป็นสิ่งที่ช่วยให้เห็นว่าอะไรคือสิ่งที่อยากทำให้สำเร็จ และต้องถามต่อด้วยว่าสิ่งนั้นสำคัญจริงหรือเป็นแค่เรื่องที่เราคิดว่าสำคัญเอง</span></p>
<p><b>เรื่องสุดท้ายคือ Self Love หรือการรักและดูแลตัวเองให้เป็น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศรัญย้ำว่า “ตัวเราเองคือ Asset สำคัญที่สุด” ถ้าเราไม่ดูแลตัวเองให้ดีพอ ต่อให้มีเป้าหมายใหญ่แค่ไหน ก็ยากจะไปถึงอย่างยั่งยืน เพราะชีวิตไม่ได้มีแค่งานด้านเดียว ทุกมิติของชีวิตเชื่อมโยงกันหมด หากด้านหนึ่งพัง ด้านอื่นก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Well-Being ที่คนทำงานควรกลับมาดูแลตัวเองให้ครบ มีหลายมิติสำคัญ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Career Well-Being</b><span style="font-weight: 400;"> เรารู้หรือไม่ว่างานที่ทำอยู่พาเราไปทางไหน งานนี้ยังทำให้เราเติบโตหรือเปล่า ถ้างานไม่ดี ไม่มีทิศทาง หรือไม่เห็นโอกาสข้างหน้า ชีวิตด้านอื่นอาจเริ่มสั่นคลอนไปด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Social Well-Being </b><span style="font-weight: 400;">เราอยู่ท่ามกลางคนแบบไหน มีเพื่อนร่วมงาน เพื่อนสนิท หรือคนรอบตัวที่ช่วยสนับสนุนกันหรือไม่ เพราะสังคมที่ดีช่วยให้เรามีพลัง มีมุมมอง และมีโอกาสเติบโตมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Community Well-Being</b><span style="font-weight: 400;"> เรามีพื้นที่ที่รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของบางอย่างหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นทีม องค์กร ชุมชน หรือกลุ่มคนที่มีเป้าหมายใกล้เคียงกัน การมีพื้นที่แบบนี้ช่วยให้ชีวิตมีความหมายมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Financial Well-Being</b><span style="font-weight: 400;"> เราดูแลการเงินของตัวเองดีแค่ไหน มีเงินสำรอง มีแผนรับมือความเสี่ยง และมีทางเลือกทางการเงินพอหรือไม่ เพราะความมั่นคงทางการเงินช่วยให้เราตัดสินใจเรื่องชีวิตได้ดีขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Physical Well-Being</b><span style="font-weight: 400;"> ร่างกายคือสิ่งที่เราใช้ทำงาน ใช้คิด ใช้สร้างชีวิตทุกวัน ถ้าไม่ดูแลสุขภาพตั้งแต่ตอนนี้ วันหนึ่งเราอาจไม่มีแรงพอจะไปถึงอนาคตที่อยากได้</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้ทำให้ Self Management ไม่ใช่แค่การจัดตารางชีวิตหรือทำงานให้เสร็จตามเป้าหมาย แต่เป็นการฝึกกล้ามเนื้อทางใจและวางรากฐานชีวิตให้พร้อมสำหรับอนาคต ยิ่งเราดูแลตัวเองได้ครบมิติมากขึ้น ตัวเราก็ยิ่งมีพลังมากพอที่จะเติบโตต่อไปในแบบที่ไม่ฝืนตัวเองจนเกินไป</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2026-day-2-260620/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 &#8211; Day 1</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2026-day-1-260618/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2026-day-1-260618/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2026 11:19:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[CTC 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50294</guid>

					<description><![CDATA[อนาคตเดินทางมาถึงเร็วกว่าที่หลายองค์กรคาดไว้ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนอะไรอีกบ้าง แต่ต้องถามว่าองค์กรต่างหาก จะเตรียมคนให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้อย่างไร ? นี่คือเหตุผลที่งาน Creative Talk Conference 2026 หรือ CTC 2026 จัดขึ้นภายใต้ธีม “The Festival of Futuristic Minds” และเป็นงานที่ HR ไม่ควรมองข้าม เพราะหลายประเด็นบนเวทีไม่ได้พูดถึงแค่ความคิดสร้างสรรค์ ธุรกิจ การตลาด หรือเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานขององค์กร การพัฒนาทักษะ การออกแบบวิธีทำงาน และบทบาทของคนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง สำหรับ HR แล้ว การมองอนาคตไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ สุดท้ายย่อมกลับมาที่คำถามเดิมเสมอว่า คนในองค์กรพร้อมแค่ไหน ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่ม และองค์กรจะช่วยให้พวกเขาเติบโตต่อไปได้อย่างไร ใครที่พลาดงาน CTC 2026 วันแรกไป HREX ได้รวบรวมประเด็นสำคัญจากหลายเวทีที่ HR และคนทำงานควรรู้ มาให้อ่านกันที่นี่ The Festival of Futuristic Minds &#124; AI [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50295" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-69.webp" alt="CTC 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 1 263" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-69.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-69-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนาคตเดินทางมาถึงเร็วกว่าที่หลายองค์กรคาดไว้ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนอะไรอีกบ้าง แต่ต้องถามว่าองค์กรต่างหาก จะเตรียมคนให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้อย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือเหตุผลที่งาน</span><b> Creative Talk Conference 2026 หรือ CTC 2026</b><span style="font-weight: 400;"> จัดขึ้นภายใต้ธีม </span><b>“The Festival of Futuristic Minds”</b><span style="font-weight: 400;"> และเป็นงานที่ HR ไม่ควรมองข้าม เพราะหลายประเด็นบนเวทีไม่ได้พูดถึงแค่ความคิดสร้างสรรค์ ธุรกิจ การตลาด หรือเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานขององค์กร การพัฒนาทักษะ การออกแบบวิธีทำงาน และบทบาทของคนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR แล้ว การมองอนาคตไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ สุดท้ายย่อมกลับมาที่คำถามเดิมเสมอว่า คนในองค์กรพร้อมแค่ไหน ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่ม และองค์กรจะช่วยให้พวกเขาเติบโตต่อไปได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครที่พลาดงาน </span><a href="https://creativetalkconference.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">CTC 2026</span></a><span style="font-weight: 400;"> วันแรกไป HREX ได้รวบรวมประเด็นสำคัญจากหลายเวทีที่ HR และคนทำงานควรรู้ มาให้อ่านกันที่นี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>The Festival of Futuristic Minds | AI TRANSFORMATION INSIGHTS 2027 with AIS Academy</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50296" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-70.webp" alt="CTC 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 1 264" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-70.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-70-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่ออนาคตต้องเริ่มจากการเตรียมคนให้พร้อม”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO &amp; Founder จาก RGB72 และ </b><a href="https://creativetalkconference.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>CREATIVE TALK</b></a><b> กล่าวเปิดงาน</b><span style="font-weight: 400;">ว่า งาน CTC 2026 ในปีนี้ใช้เวลาเตรียมการนานกว่า 8 เดือน ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ CTC จากงานเล็ก ๆ ที่เคยมีผู้เข้าร่วมเพียง 70 คน สู่การจัดงานขนาดใหญ่ที่เติบโตขึ้นทุกปี เหตุผลตั้งต้นของงานนี้เกิดจากความเชื่อว่า เมื่อความรู้ใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา การมีพื้นที่รวมความรู้จะช่วยให้คนมองเห็นโอกาสที่อยู่ตรงหน้าได้ชัดขึ้น เพราะหลายครั้งโอกาสไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่เรายังไม่พร้อมพอที่จะคว้ามันไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดการจัดงานมากว่า 16 ครั้ง CTC ค่อย ๆ เรียนรู้ว่าคนที่เข้าร่วมงานมีหลายกลุ่ม ตั้งแต่คนที่เพิ่งเริ่มทำงานและกำลังค้นหาทิศทางของตัวเอง คนที่ทำงานมาระยะหนึ่งแล้วเจอปัญหาและอยากหาทางฝ่าด่านต่อไป คนที่ผ่านอุปสรรคมาแล้วและต้องการเติบโตให้ไกลกว่าเดิม ไปจนถึงผู้นำที่ยังต้องอัปเดตตัวเองอยู่เสมอ สิ่งที่คนเหล่านี้มีร่วมกันคือความอยากเรียนรู้ ความพร้อมจะปรับตัว และความเชื่อว่าตัวเองยังพัฒนาได้อีก นี่จึงทำให้ CTC ไม่ใช่แค่งานรวมผู้พูดเก่ง ๆ หลายเวที แต่เป็นพื้นที่ของคนที่ยังไม่หยุดตั้งคำถามกับอนาคตของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ธีม </span><b>“The Festival of Futuristic Minds”</b><span style="font-weight: 400;"> ของงานปีนี้จึงพูดถึงคนที่พยายามมองให้ไกลกว่าเหตุการณ์ตรงหน้า เพราะช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน มักทำให้หลายองค์กรและหลายคนมองแค่ระยะใกล้เพื่อเอาตัวรอดก่อน ทว่าคนที่มองไกลอาจเห็นโอกาสบางอย่างซ่อนอยู่ท่ามกลางความท้าทายเหล่านั้น </span><b>งานปีนี้จึงรวบรวมประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอนาคตไว้หลายด้าน ทั้ง AI ความคิดสร้างสรรค์ การตลาด การบริหารจัดการคน และ Well-being เพราะการเติบโตต่อไปไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเก่งด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น ยังต้องอาศัยความเข้าใจตัวเอง ความเข้าใจคนอื่น และความสามารถในการดูแลพลังของตัวเองให้ไปต่อได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในประเด็นใหญ่ที่ถูกหยิบขึ้นมาคือ AI ซึ่งคุณสิทธิพงศ์เปรียบให้เห็นว่า โลกเคยผ่านคลื่นความเปลี่ยนแปลงสำคัญมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่สิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต จนมาถึง AI ความแตกต่างของคลื่นลูกนี้อยู่ที่ AI ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ช่วยประมวลผลหรือทำงานเร็วขึ้นเท่านั้น แต่มันเริ่มคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจบางอย่างแทนมนุษย์ได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่พูดถึงประเด็นนี้ คุณ </span><b>กานติมา</b> <b>เลอเลิศยุติธรรม Deputy CEO/CCO จาก AIS</b><span style="font-weight: 400;"> ขึ้นมารับเชิญบนเวทีแล้วกล่าวเสริมว่า เวลาพูดถึง AI หลายองค์กรมักคิดถึงการซื้อเทคโนโลยี หรือมองว่าเป็นหน้าที่ของทีม IT ทั้งที่จริงแล้ว AI กระทบกับทุกฝ่ายในองค์กร และยิ่งองค์กรใช้ AI มากขึ้นเท่าไร การเตรียมคนก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าคิดจากเวทีนี้คือ การ Transformation ไม่ได้หมายถึงการปรับเล็กน้อยแล้วเดินต่อด้วยวิธีเดิม เพราะสิ่งที่เคยทำให้เราเก่งในอดีต อาจไม่พอสำหรับบริบทใหม่อีกแล้ว จากเดิมที่คนจำนวนมากเติบโตด้วยการเป็น Specialist ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง วันนี้ความเชี่ยวชาญยังจำเป็น แต่ต้องมาพร้อมความสามารถในการเรียนรู้ใหม่ ยอมรับว่าตัวเองยังไม่รู้ทุกอย่าง และกล้าปรับตัวก่อนถูกสถานการณ์บังคับ โดยเฉพาะเมื่อ AI Agent และ AGI เริ่มเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า AI จะฉลาดขึ้นแค่ไหน แต่คนในองค์กรจะฉลาดขึ้นตามไปด้วยหรือไม่ เพราะถ้าเทคโนโลยีเดินหน้าเร็วขึ้นทุกวัน ขณะที่คนยังยืนอยู่ที่เดิม นั่นอาจเป็นความเสี่ยงที่องค์กรต้องระวังมากที่สุด”</span></i></p>
<h2><b>Trends 2026-2027: Creativity</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50298" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-72.webp" alt="CTC 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 1 265" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-72.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-72-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b> ภัทศา อัตตนนท์ Managing Director จาก </b><a href="http://www.jongluckdee.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>จงรักดี (Jongluckdee)</b></a> <span style="font-weight: 400;">และคุณ </span><b>วุฒิศักดิ์ อนรรฆพร Founder &amp; Director ของ </b><a href="https://www.factory01.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Factory01</b></a> <span style="font-weight: 400;">ชวนคุยถึงคำถามที่คนทำงานสร้างสรรค์เจอบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ว่า</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อใคร ๆ ก็เริ่มต้นคิดไอเดียด้วยการถาม AI ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ยังจำเป็นอยู่ไหม ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบจากเวทีนี้ค่อนข้างชัดว่า AI ไม่ได้ทำให้ความคิดสร้างสรรค์หมดความหมาย ตรงกันข้าม มันยิ่งทำให้ทักษะนี้สำคัญขึ้น เพราะ AI ช่วยให้ไอเดียจับต้องได้เร็วขึ้น หาข้อมูลได้ไวขึ้น และประหยัดเวลามากขึ้น ทว่าสุดท้ายมนุษย์ยังต้องเป็นคนตัดสินใจ เลือกทิศทาง และทำให้สิ่งที่คิดเกิดขึ้นจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พวกเขาชวนมอง AI ผ่านบทเรียนจากเทคโนโลยีครั้งก่อน ๆ ตั้งแต่คอมพิวเตอร์จนถึงอินเทอร์เน็ต ทุกครั้งที่เครื่องมือใหม่เข้ามา คนที่ได้เปรียบมักไม่ใช่คนที่เข้าถึงเครื่องมือได้ก่อนเพียงอย่างเดียว หากเป็นคนที่คิดเป็น ถามเป็น และเลือกใช้ข้อมูลเป็นต่างหาก AI อาจให้คำตอบที่รวดเร็วก็จริง แต่คำตอบเหล่านั้นมักยืนอยู่บนสิ่งที่คนจำนวนมากคิด เชื่อ หรือเคยทำมาก่อน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ถ้าเราหยิบมาใช้ตรง ๆ ผลงานก็อาจออกมาคล้ายกับคนอื่น สิ่งที่ทำให้งานต่างออกไปจึงอยู่ที่การตั้งคำถามต่อคำตอบของ AI แล้วลองบิดมุมมองนั้นให้กลายเป็นทางเลือกใหม่”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่ย้ายบทบาทมาอยู่ในจุดที่ลึกขึ้นกว่าเดิม จากเดิมที่คนอาจใช้เวลามากกับการเริ่มต้นหาไอเดีย วันนี้ AI ช่วยสร้างฐานตั้งต้นให้ได้เร็วขึ้น หน้าที่ของคนจึงอยู่ที่การดูว่ามาตรฐานที่ AI เสนอออกมาคืออะไร แล้วจะขยับมันให้ดีขึ้น เฉียบขึ้น หรือแตกต่างขึ้นได้อย่างไร</span></p>
<p><b>อย่างไรก็ตาม การบิดมุมให้ดีไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยรสนิยม ประสบการณ์ ความเข้าใจผู้รับสาร และความมั่นใจว่าสิ่งที่เลือกจะสร้างประโยชน์จริง ไม่ใช่แค่ต่างเพื่อให้ต่าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง 2 ท่านยังพูดตรงกันว่า Execution จะยิ่งสำคัญมากขึ้น เพราะไอเดียอย่างเดียวไม่พอ AI อาจช่วยคิด ช่วยเรียบเรียง หรือช่วยเสนอทางเลือกได้มากมาย แต่การทำให้งานออกมามีชีวิตยังต้องพึ่งมนุษย์ คุณวุฒิศักดิ์พูดอย่างน่าสนใจว่า รสนิยมของ AI ยังแย่มาก เพราะมันทำงานจากข้อมูล ไม่ได้ทำงานจากอารมณ์แบบมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น งานที่ดีจึงไม่ได้วัดจากการมีไอเดียจำนวนมากเท่านั้น หากวัดจากการเลือกให้ถูก ทำให้ถึง และส่งมอบผลลัพธ์ที่ลูกค้าหาจากที่อื่นไม่ได้ ตรงนี้เองที่ทำให้ความกล้าทดลองยังจำเป็น เพราะการทำเหมือนเดิมไปเรื่อย ๆ อาจดูปลอดภัยในระยะสั้น แต่ระยะยาวกลับทำให้งานไม่มีเหตุผลพอที่คนจะเลือกเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด เทรนด์สำคัญของความคิดสร้างสรรค์ในช่วงปี 2026-2027 จึงอยู่ที่ Originality หรือความเป็นต้นฉบับของวิธีคิด คนทำงานต้องถามตัวเองให้มากขึ้นว่า สเกลที่อยากไปกำลังกลายเป็นกับดักหรือเปล่า </span><b>เรากำลังใช้ AI เพื่อช่วยคิด หรือกำลังปล่อยให้ AI คิดแทนจนเลิกตั้งคำถามไปแล้วกันแน่ ?</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะสิ่งที่น่ากลัวอาจไม่ใช่แค่ AI แย่งงานมนุษย์ หากเป็นความเข้าใจผิดที่เกิดจากการเชื่อ AI มากเกินไป เมื่อเราไฮป์เครื่องมือนี้โดยไม่ตรวจสอบ เราอาจเปลี่ยนเรื่องถูกให้กลายเป็นผิด หรือเปลี่ยนเรื่องผิดให้ดูเหมือนถูกได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><b>ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์จึงยังจำเป็นมาก เพราะมันช่วยให้เราไม่หยุดอยู่แค่คำตอบแรกที่เครื่องมือส่งมาให้</b></p>
<h2><b>Trends 2026-2027: Business</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50299" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-73.webp" alt="CTC 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 1 266" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-73.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-73-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำธุรกิจในช่วง 1 ปีต่อจากนี้ คุณ</span> <a href="https://th.hrnote.asia/story/ais-hr-asia-best-companies-to-work-for-250514/"><b>กานติมา เลอเลิศยุติธรรม Deputy CEO/CCO จาก AIS</b></a><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม Managing Director จาก </b><a href="https://www.supalai.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>SUPALAI</b></a> <span style="font-weight: 400;">เห็นตรงกันว่า ธุรกิจที่อยู่รอด ต้องพร้อมทั้งเงิน คน และความไว้ใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณไตรเตชะค่อนข้างยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า  การทำธุรกิจช่วงนี้ยากมาก เพราะเศรษฐกิจปีนี้หนักหน่วงกว่าที่หลายคนคาด แม้ช่วงโควิดจะเป็นวิกฤติใหญ่ แต่ในตอนนั้นยังพอมองเห็นปลายทางว่าเมื่อมีวัคซีน สถานการณ์จะค่อย ๆ คลี่คลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ความท้าทายทุกรอบกระทบแต่ละอุตสาหกรรมไม่เท่ากัน บางธุรกิจเจ็บหนัก บางธุรกิจยังเติบโตได้ และองค์กรอสังหาริมทรัพย์อย่าง SUPALAI เองก็ยังทำยอดขายเป็นบวก แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมจะติดลบก็ตาม ซึ่งหมายความว่าสามารถเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ จะนำมาซึ่งการอยู่รอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณกานติมาเสริมว่า AIS เอง แม้เป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ ก็ยังต้องปรับตัวตลอดเวลา หลังโควิด หลายองค์กรแทบไม่มีช่วงให้หยุดพัก เพราะความท้าทายใหม่เข้ามาถี่ขึ้น จังหวะให้หายใจสั้นลง และความเหนื่อยล้ากลายเป็นเรื่องที่คนทำงานหลายธุรกิจรู้สึกร่วมกัน ในสภาพแบบนี้ องค์กรจึงต้องกลับมาดูพื้นฐานของตัวเองให้ชัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยคุณไตรเตชะเห็นด้วยและเสริมว่า </span><b>พื้นฐานขององค์กรที่สำคัญคือสภาพคล่องทางการเงิน เพราะว่าสภาพคล่องเป็นปัจจัยที่กำหนดคุณภาพการตัดสินใจขององค์กร หากองค์กรมีภาระหนี้สูง เวลาส่วนใหญ่อาจหมดไปกับความกังวลว่าจะประคองธุรกิจอย่างไร แต่ถ้าบริหารเงินได้ดี องค์กรจะมีพื้นที่มากขึ้นในการมองหาโอกาสใหม่ รักษาคุณภาพสินค้าและบริการ รวมถึงดูแลคนในองค์กรได้ต่อเนื่อง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องที่เสียไปแล้วเอากลับคืนมายากมากคือ Trust หรือความไว้วางใจจากลูกค้า องค์กรไม่ควรคิดว่าการลดคุณภาพลงเล็กน้อยจะไม่กระทบความสัมพันธ์กับลูกค้า เพราะบางครั้งลูกค้าอาจหายไปเลย และการสร้างความเชื่อใจกลับมาใหม่ต้องใช้เวลานานกว่าที่คิด วิกฤติจึงมีโอกาสอยู่จริง เงื่อนไขสำคัญคือองค์กรต้องเตรียมตัวให้พร้อมพอจะคว้าโอกาสนั้นได้ ซึ่งเริ่มจากการมีฐานะทางการเงินที่แข็งแรง และการไม่ลดทอนคุณค่าที่ส่งต่อไปถึงลูกค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงการลงทุนเพื่ออนาคต คุณกานติมาชี้ว่า หลายองค์กรทุ่มเวลาและงบประมาณไปกับ AI ซื้อเครื่องมือใหม่ หรือคาดหวังให้เทคโนโลยีช่วยแก้ปัญหาเร็วขึ้น จนลืมถามว่าคนในองค์กรพร้อมใช้มันแล้วหรือยัง หากคนใช้เครื่องมือไม่เป็น การลงทุนด้านเทคโนโลยีก็อาจสูญเปล่า</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ประเด็นที่น่าห่วงจึงอาจไม่ใช่แค่จำนวนคนไม่พอ แต่เป็นทักษะของคนไม่พอมากกว่า องค์กรต้องคิดใหม่ว่า งานใดควรให้คนทำ งานใดให้ AI ช่วย และจะทำอย่างไรให้คนฉลาดพอที่จะต่อยอดจาก AI ได้จริง เพราะ AI กำลังกลายเป็นหนึ่งในกำลังแรงงานขององค์กร ไม่ใช่แค่เครื่องมือเสริมหลังบ้านอีกต่อไป”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด ทั้งธุรกิจและ HR ต้องกลับมาถามตัวเองอย่างจริงจังว่าองค์กรรู้จักตัวเองดีพอหรือยัง คนที่ไม่อยากเติบโตอาจไม่น่าห่วงเท่าคนที่อยากโต แต่ไม่อยากรู้ ไม่อยากเปลี่ยนแปลง เรื่องนี้รวมถึงผู้บริหารด้วย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หลายคนเคยพิสูจน์ตัวเองมาอย่างหนักจนขึ้นมาถึงตำแหน่งสำคัญ และอาจเผลอคิดว่าตัวเองเข้าใจทุกอย่างแล้ว ทั้งที่คน เศรษฐกิจ สังคม และวิธีทำธุรกิจเปลี่ยนไปตลอดเวลา ก่อนจะเข้าใจคนอื่น จึงควรเริ่มจากการรู้จักตัวเองให้มากพอ และยอมรับให้ได้ว่าสิ่งที่เคยใช้ได้ดี อาจไม่พอสำหรับวันข้างหน้าแล้ว”</span></i></p>
<h2><b>Trends 2026-2027: People Performance</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50297" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-71.webp" alt="CTC 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 1 267" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-71.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-71-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/qgen-hr-consult-240923/"><b>อภิชาติ ขันธวิธิ CEO จาก QGEN Consultant</b></a><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>สุวภา เจริญยิ่ง ที่ปรึกษา</b><a href="https://www.tfpa.or.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>สมาคมนักวางแผนการเงินไทย</b></a> <span style="font-weight: 400;">ชวนมองเรื่องการพัฒนาคนในวันที่ทั้งธุรกิจและคนทำงานต่างถูกท้าทายหนักขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุวภาเริ่มจากคำถามพื้นฐานที่หลายคนอาจมองข้ามว่า เรารู้จักตัวเองดีพอหรือยัง รู้หรือยังว่า Passion ของตัวเองคืออะไร เพราะเมื่อเจอแรงกดดันจากภายนอก สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คนลุกขึ้นมาทำงานต่อได้ และคนเราควรใช้ช่วงเวลาที่ยังมีแรงเร่งสร้างฐานชีวิตของตัวเอง เพียงแต่ต้องขยันให้ถูกเรื่อง ไม่ใช่ทุ่มพลังไปกับสิ่งที่ไม่พาเราไปไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นเรื่องคนรุ่นใหม่ก็ถูกหยิบขึ้นมาพูดอย่างน่าสนใจ คุณสุวภามองว่า การบอกว่าคนรุ่นใหม่ไม่อดทนอาจไม่ยุติธรรม เพราะหลายคนอดทนมากกับสิ่งที่พวกเขาเห็นว่ามีคุณค่าต่อชีวิตตัวเอง พวกเขาออกไปพบคนใหม่ ฟังเสวนา หาไอเดีย และพยายามเติมช่องว่างระหว่างตัวตนวันนี้กับคนที่อยากเป็นในอนาคต</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ในทางเดียวกัน คนทำงานทุกวัยต้องรู้จักเตรียมตัวให้พร้อม เช่น ก่อนพบลูกค้า เราเคยศึกษามากพอไหมว่าเขาเป็นใคร มีโจทย์อะไร มีข้อจำกัดแบบไหน เพราะการเป็นตัวของตัวเองไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเตรียมตัว ตรงกันข้าม ยิ่งรู้จักตัวเองมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องรู้จักคนที่เราจะทำงานด้วยมากขึ้นเท่านั้น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอภิชาติขยายประเด็น People Performance ในมุมองค์กรว่า อีก 2-3 ปีข้างหน้า เป้าหมายของหลายองค์กรคืออยากเติบโตให้ได้ระดับ 20% ขึ้นไป คำถามคือคนในองค์กรพร้อมพอหรือยัง เขาเห็นด้วยกับประเด็นที่ว่า </span><b>คนอาจถูกมองเป็นค่าใช้จ่ายหรือเป็นสินทรัพย์ก็ได้ หน้าที่ขององค์กรคือทำให้คนกลายเป็น Asset ให้ได้มากที่สุด</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากองค์กรอยากทำกำไร แต่คนยังไม่พร้อมใช้งาน แปลว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่พนักงานอย่างเดียว องค์กรอาจต้องกลับมาทบทวนตั้งแต่การจ้างงาน การพัฒนา และการดูแลคน เพราะคนเก่งพร้อมใช้มีราคาสูง ไม่ใช่ทุกองค์กรจะซื้อได้ ทางเลือกที่ยั่งยืนกว่าคือการสร้างคนกลุ่มกลางให้เติบโตเป็น High Performer”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาคนไม่ควรจบแค่การส่งพนักงานไปเรียนคอร์สใหม่ ๆ แล้วถือว่าทำหน้าที่ครบแล้ว HR ยังต้องมองทั้งระบบ ตั้งแต่ค่าตอบแทน สวัสดิการ วัฒนธรรมองค์กร ความเป็นพิษในทีม ไปจนถึงคำถามว่า เมื่อพนักงานเก่งขึ้น องค์กรพร้อมดูแลเขาให้เหมาะสมหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุวภาย้ำว่าผู้นำต้องเริ่มก่อน หากอยากให้พนักงานขยัน ผู้นำก็ต้องทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง และถ้าอยากรักษาคนเก่งไว้ องค์กรต้องมองเห็นคุณค่าของเขาจริง ๆ ไม่ใช่ปล่อยให้เขารู้สึกว่าอยู่ไปก็ไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่ม สิ่งสำคัญคือองค์กรต้องฟังให้เจอว่าคนออกเพราะอะไร และคนที่ยังอยู่กำลังเติบโตอยู่หรือแค่ทนอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกกลุ่มที่ควรได้รับการดูแลมากขึ้นคือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220916-middlemanagement/"><span style="font-weight: 400;">Middle Manager</span></a><span style="font-weight: 400;"> เพราะคนกลุ่มนี้รับแรงกดดันจากทั้งด้านบนและด้านล่าง หลายคนถูกเลื่อนขึ้นมาเป็นหัวหน้าโดยยังไม่เคยถูกเตรียมให้บริหารคนอย่างจริงจัง เมื่อเจอปัญหาคน จึงต้องลองผิดลองถูกเองจนเหนื่อยล้า บนเวทียังพูดถึงความสำคัญของจังหวะในการทำงาน บางเรื่องต้องเร็ว บางเรื่องต้องรู้จักหยุด และบางเรื่องต้องอาศัยคนอื่นไปด้วยกัน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะถ้าอยากไปเร็วอาจไปคนเดียวได้ แต่ถ้าอยากไปไกล ต้องมีคนร่วมทาง คนที่ทำงานกับคนอื่นเป็น มักเติบโตได้ไกลกว่า เพราะคนจำได้เสมอว่าเราเคยทำให้เขารู้สึกอย่างไร…</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สุดท้ายความสุขในการทำงานจึงไม่ใช่เรื่องของเราคนเดียว หากคนรอบข้างไม่มีความสุข เราเองก็ยากจะมีความสุขได้เต็มที่เช่นกัน”</span></i></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50309" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-76.webp" alt="HREX CTC 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 1 268" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-76.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-76-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2026-day-2-260620/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 &#8211; Day 2</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>When a Top Talent Resigns โปรดอนุมัติใบลาออกของผมด้วย</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50304" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-75.webp" alt="CTC 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 1 269" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-75.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-75-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในปัญหาที่องค์กรไม่อยากเจอ คือวันที่คนทำงานเก่งเดินเข้ามาพร้อมใบลาออก โดยเฉพาะคนที่เคยเป็นกำลังหลักของทีมมาก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา Founding Partner จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80"><b>Slingshot Group</b></a><span style="font-weight: 400;"> เปิดประเด็นนี้ด้วยการเล่าเรื่องของพนักงานขายไฟแรงคนหนึ่งที่เคยเป็น Top Sales หลายปีติดต่อกัน จนได้รับการเลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่หลังทำงานได้เพียง 3-4 เดือน ผลงานกลับไม่เป็นไปตามคาด หัวหน้าไม่พอใจผลงาน ลูกน้องบ่นว่าเขาบริหารทีมไม่มีทิศทาง และเจ้าตัวก็ไม่กล้าตัดสินใจเรื่องสำคัญ สุดท้ายเขาถูกประเมินว่าไม่ผ่านบทบาทการเป็น Sales Manager และต้องกลับไปเป็น Sales เหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ตามมาคือความรู้สึกล้มเหลว เสียหน้า และตัดสินใจยื่นใบลาออก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่คนที่เคยเก่งมาก ทำไมพอเติบโตขึ้นไปอีกขั้นจึงไปต่อไม่สำเร็จ คำตอบอาจอยู่ที่องค์กรจำนวนมากยังดันคนจากความเก่งในงานเดิม โดยไม่ได้ประเมินให้ชัดว่าบทบาทใหม่ต้องใช้ความสามารถอีกชุดหนึ่ง คนคนหนึ่งอาจเป็นนักขายที่ยอดเยี่ยม เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้ หรือเป็นคนทำงานที่ปิดงานเก่งมาก แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้รับประกันว่าเขาจะบริหารทีม วางทิศทาง ตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน หรือพาคนอื่นเติบโตได้ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอภิวุฒิอธิบายว่า </span><b>คนทำงานต้องพัฒนาความสามารถถึง 5 ด้านให้เก่ง ไม่ว่าจะเก่งตน เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด รวมถึงเก่งเปลี่ยนแปลง </b><span style="font-weight: 400;">เพียงแต่น้ำหนักของแต่ละเรื่องจะเปลี่ยนไปตามระดับตำแหน่ง ช่วงเริ่มต้นการทำงาน ความเก่งงานอาจสำคัญมากที่สุดตอนยังเป็น Junior แต่เมื่อขึ้นเป็นหัวหน้า ความสามารถในการดูแลคนและคิดอย่างเป็นระบบจะเริ่มสำคัญขึ้น และเมื่อเติบโตไปถึงระดับบริหาร ความสามารถในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงจะมีบทบาทสูงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาคือหลายคนถูกเลื่อนตำแหน่งเพราะทำงานเดิมได้ดี ทั้งที่ยังไม่เคยถูกเตรียมให้พร้อมสำหรับงานใหม่เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้สอดคล้องกับแนวคิด Peter Principle ที่อธิบายว่า คนมักถูกโปรโมทขึ้นไปเรื่อย ๆ จากความสำเร็จเดิม จนวันหนึ่งไปถึงตำแหน่งที่ต้องใช้ความสามารถมากกว่าที่ตัวเองมี และจะติดอยู่ตรงนั้น ปัญหาหนักกว่านั้นคือ หลายองค์กรไม่เคยสอนคนให้คิดอย่างจริงจัง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราโตมากับระบบที่คุ้นกับคำตอบสำเร็จรูป อยากได้เฉลย อยากได้วิธีทำที่แน่นอน แม้แต่เวลาเรียนรู้เรื่อง AI หลายคนสนใจแค่อยากได้โพยว่าควรใช้ Prompt อะไรจะดีที่สุด มากกว่าการฝึกตั้งคำถามให้ดี สิ่งนี้ทำให้คนมีความรู้มากขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องมีปัญญาในการตัดสินใจมากขึ้น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวหน้ามีบทบาทสำคัญมากในการสร้างคนให้คิดเป็น คุณอภิวุฒิแยกให้เห็นชัดว่า การช่วยลูกน้องมี 2 แบบ แบบแรกคือ Advising หรือการช่วยคิดจากประสบการณ์ของหัวหน้า วิธีนี้เร็ว และหลายครั้งก็มีประโยชน์ แต่ถ้าใช้มากเกินไป ลูกน้องจะรอคำตอบและไม่รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบกับวิธีคิดของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แบบที่ 2 คือ Asking หรือการตั้งคำถามให้ลูกน้องคิด ทบทวน วิเคราะห์ และเลือกทางออกเอง วิธีนี้ใช้เวลามากกว่า แต่ทำให้คนเติบโตจริง เพราะหน้าที่ของหัวหน้าไม่ใช่การแก้ปัญหาแทนลูกน้องทุกครั้ง แต่เป็นการช่วยให้ลูกน้องแก้ปัญหาของตัวเองได้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนทำงานที่ไม่อยากติดอยู่บนขั้นบันไดที่ตัวเองไปต่อไม่ได้ ทักษะการคิดต้องถูกฝึกตั้งแต่วันนี้ และทำได้ผ่านพฤติกรรมพื้นฐานหลายข้อ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Be Proactive</b><span style="font-weight: 400;"> ฟังไปคิดไป เตรียมคำถาม เตรียมมุมมอง และลองคิดล่วงหน้าว่าถ้าเราเป็นคนตัดสินใจ เราจะเลือกอย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Stay Curious</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อหัวหน้าแก้งานหรือให้ฟีดแบ็ก อย่าถามแค่ว่าแก้อะไร แต่ต้องถามว่าทำไมถึงแก้ เพื่อเรียนรู้วิธีคิดที่อยู่เบื้องหลัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Change Your Belief</b><span style="font-weight: 400;"> การตอบผิดไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นข้อมูลที่ช่วยให้คิดได้แม่นขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Ask More Questions</b><span style="font-weight: 400;"> หากเป็นผู้นำ ต้องตั้งคำถามให้มากขึ้น พร้อมอธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงถาม เพื่อไม่ให้ลูกน้องตีความผิดว่าเรากำลังจับผิดหรือโยนงานกลับไปให้เขา</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเป็นคนเก่งคิดสร้างได้ แต่ต้องอาศัยทั้งตัวบุคคล หัวหน้า และองค์กรที่จริงจังกับการพัฒนาคน องค์กรไม่ควรใช้การเลื่อนตำแหน่งเป็นรางวัลของคนเก่งเพียงอย่างเดียว เพราะหากเลื่อนโดยไม่เตรียมความพร้อม องค์กรอาจเสียทั้งผลงาน เสียทั้งทีม และเสียคนเก่งไปในที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคนทำงานเองก็ต้องยอมรับว่า การหนีจากปัญหาโดยไม่เรียนรู้ อาจพาตัวเองไปเจอปัญหาเดิมในที่ใหม่ เพราะความไม่รู้จะติดตัวไปด้วยเสมอ สิ่งที่ควรทำจึงไม่ใช่การรอคำตอบจากใคร แต่ต้องฝึกคิดให้หนักขึ้น ตั้งคำถามให้ดีขึ้น และเติบโตให้ทันตำแหน่งที่ตัวเองอยากไปถึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และก่อนจบ Session </span><b>คุณอภิวุฒิเฉลยว่า พนักงานขายไฟแรงที่เคยเป็น Top Sales ถูกโปรโมทขึ้นไปเป็น Sales Manager แล้วล้มเหลว จนตัดสินใจลาออกคนนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นตัวเขาเอง</b><span style="font-weight: 400;"> และเพราะการที่หัวหน้าให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเองใหม่ เรียนรู้วิธีบริหารคนบริหารทีม ก็ทำให้เขามีวันนี้ในที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่บทเรียนเรื่องการบริหารคนเก่งขององค์กร แต่ยังเป็นบทเรียนของคนทำงานทุกคนว่า ความเก่งในวันนี้อาจยังไม่พอสำหรับบทบาทวันข้างหน้า ถ้าเราไม่ยอมฝึกคิด ฝึกถาม และเตรียมตัวให้พร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ขึ้น </span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47862" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 72" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>Why stopping PR &amp; Storytelling Will Cost Your Business กลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นด้วย “พีอาร์” ในยุคที่แบรนด์ต้องฉลาดบริหารเงิน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50303" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-74.webp" alt="CTC 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 1 270" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-74.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-74-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ชญาน์ทัต วงศ์มณี หรือ ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ Chief Storytelling Officer จาก </b><a href="https://www.facebook.com/PeetiDays" target="_blank" rel="noopener"><b>PeetiPR</b></a><b> เริ่มด้วยการกล่าวชื่นชม</b><span style="font-weight: 400;">คนที่มาร่วมงานวันนี้ทุกคนว่าล้วน เป็น Survivor เป็นผู้ที่เอาตัวรอดได้แม้ว่าปีนี้จะเป็นปีที่การทำงานหนักหน่วงมาก ๆ เจอทั้งความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจ และการแข่งขันทางธุรกิจที่กดดันมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงเวลาแบบนี้ หลายองค์กรใช้วิธีตัดงบ ลดค่าใช้จ่าย และมักมองงบเกี่ยวกับการ PR ตัวเองว่าเป็นสิ่งแรก ๆ ที่ต้องหยุด แต่ในความคิดของเขา การหยุด PR ก็เหมือนการปิดไฟให้แบรนด์ หากหยุดสื่อสาร คนข้างนอกย่อมมองไม่เห็นว่าองค์กรอยังอยู่ดีไหม ยังเติบโตไหม หรือยังน่าเชื่อถือพอให้ฝากความหวังไว้หรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลของการหยุด PR ยังทำให้แบรนด์ต้องใช้แรงและเงินมากขึ้นในวันที่อยากกลับมาอยู่ในสายตาผู้คนอีกครั้ง คุณท้อฟฟี่อ้างถึงข้อมูลจาก Harvard Business Review ว่า</span><b> องค์กรที่หยุดสื่อสารกับองค์กรที่ทำ PR ต่อเนื่องมีผลลัพธ์ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ แบรนด์ที่หยุดสื่อสารต้องใช้เงินมากกว่าเดิมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นกลับมา ขณะที่บริษัทที่ทำ PR ต่อเนื่องมียอดขายสูงกว่าแบรนด์ที่ตัดงบถึง 2.5 เท่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้ทำให้เห็นชัดว่า ยิ่งธุรกิจเจอวิกฤติ ยิ่งไม่ควรหายไปจากการรับรู้ของลูกค้า เพราะลูกค้าไม่ได้หยุดซื้อ พวกเขาเพียงเลือกมากขึ้น และความน่าเชื่อถือกลายเป็นเหตุผลสำคัญในการตัดสินใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น ในวันที่ลูกค้าระวังการใช้เงินมากขึ้น PR ช่วยทำหน้าที่สร้างความเชื่อมั่นหลายด้านพร้อมกัน ลูกค้ายุคใหม่นี้ชอบเลือกแบรนด์ที่คุ้มค่า มีคุณภาพ มั่นคง ผู้นำมีวิสัยทัศน์ เข้าใจปัญหาของลูกค้า มีความเคลื่อนไหวใหม่ และทำให้ผู้ใช้รู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น พวกเขายังมองลึกไปถึงความเป็นองค์กรที่ดีจริง เช่น แบรนด์ปฏิบัติกับพนักงานอย่างไร มีคนอื่นเชื่อมั่นในแบรนด์นี้มากน้อยแค่ไหน สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดจากการโพสต์ขายของครั้งเดียว แต่เกิดจากการเล่าเรื่องอย่างต่อเนื่อง จนคนเห็นภาพซ้ำ เห็นหลักฐานซ้ำ และค่อย ๆ เชื่อว่าแบรนด์นี้ไว้ใจได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีเล่าเรื่องที่ท้อฟฟี่แนะนำคือ Purposeful Storytelling โดยเริ่มจาก Who, Why, How และ What ซึ่งต้องเล่าเรื่องอย่างจริงใจและครบลูป แต่ปัญหาของหลายแบรนด์คือสื่อสารแค่ What ว่าขายอะไร ทำอะไร ทั้งที่เรื่องเล่าซึ่งทำให้คนเชื่อมโยงกับแบรนด์ได้ลึกกว่า อาจมาจากจุดตั้งต้นของผู้ก่อตั้ง เหตุผลที่แบรนด์อยากแก้ปัญหาบางอย่าง จุดเปลี่ยนที่เคยทำให้องค์กรแข็งแรงขึ้น อินไซต์จากลูกค้า กระบวนการทำงาน ความใส่ใจของทีม เรื่องของพนักงาน วัฒนธรรมองค์กร ไปจนถึงผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมที่กำลังแก้ปัญหาให้ผู้คนจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาแจกแจงว่าเรื่องเล่าที่แบรนด์หยิบมาใช้ได้จึงมีอย่างน้อย 9 แบบ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Founder Story:</b><span style="font-weight: 400;"> จุดเริ่มต้นของผู้ก่อตั้งและเจตนาขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Purpose Story:</b><span style="font-weight: 400;"> ปัญหาที่แบรนด์อยากแก้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Turning Point Story:</b><span style="font-weight: 400;"> จุดเปลี่ยนและบทเรียนจากอุปสรรค</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Insight Story:</b><span style="font-weight: 400;"> ข้อมูล ความรู้ และความเชี่ยวชาญขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>The Making of Story:</b><span style="font-weight: 400;"> กระบวนการทำงานและความใส่ใจระหว่างทาง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Customer Story:</b><span style="font-weight: 400;"> เรื่องของลูกค้าที่พิสูจน์คุณค่าของแบรนด์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Employee Story:</b><span style="font-weight: 400;"> ความเชื่อ วิธีคิด และชีวิตของคนในองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Employer Story:</b><span style="font-weight: 400;"> วัฒนธรรม นโยบาย และเหตุผลที่องค์กรน่าทำงานด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Solution Story:</b><span style="font-weight: 400;"> ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหา</span></li>
</ul>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ของที่มันดีอยู่แล้ว ยังไงคนก็รู้ว่าดี”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คือสิ่งที่คนชอบคิดกัน แต่คุณท้อฟฟี่เตือนว่า อย่าคิดว่าลูกค้ามีเวลาว่างพอจะกระตือรือร้น ติดตามเรื่องของแบรนด์เองโดยไม่มีใครบอก หน้าที่ของ PR คือการสร้างโอกาสให้คนได้รับรู้สิ่งที่ดี สิ่งที่จริง และสิ่งที่แบรนด์ทำอย่างต่อเนื่อง เพราะ </span><i><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่ทำแล้วคนไม่รู้ สิ่งนั้นไม่เคยเกิดขึ้น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การ PR จึงไม่ได้มีไว้สร้างภาพ หากมีไว้สร้างแบรนด์ผ่านความจริงที่ถูกเล่าอย่างสม่ำเสมอ จนกลายเป็นความเชื่อมั่น และนี่คือเหตุผลที่เขาสรุปว่า </span><b>PR ควรถูกมองใหม่ในฐานะ Purpose Relations ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้คนที่เริ่มจากเจตนาชัดเจน และจบลงที่ความไว้วางใจ</b></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2026-day-1-260618/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-2-260617/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-2-260617/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jun 2026 10:22:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[PMAT]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand HR Tech 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50261</guid>

					<description><![CDATA[ตลอดการจัดงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 วันแรก เราได้เห็นหลายมุมมองที่ช่วยย้ำว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงาน แต่ยังทำให้องค์กรต้องกลับมาคิดใหม่ว่า มนุษย์ HR และคนทำงานทุกคนจะอยู่ร่วมกับ AI อย่างไรให้เกิดประโยชน์จริง หลายเวทีเสวนาชี้ให้เห็นว่า ทางรอดของมนุษย์ยังมีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI เพื่อเสริมศักยภาพ การออกแบบงานใหม่ การพัฒนาทักษะ การรักษา Human Value หรือการทำให้คนกับเทคโนโลยีทำงานร่วมกันได้อย่างสมดุล โดยไม่ลดทอนคุณค่าของกันและกัน และในวันที่ 2 ของงาน แนวคิด HUMAN • AI HARMONY ยังคงถูกตอกย้ำอย่างต่อเนื่อง ผ่านหลายเวทีที่ชวน HR มองไปไกลกว่าเรื่องการใช้เครื่องมือ แต่กลับมาถามว่า องค์กรจะเตรียมคน เตรียมทักษะ เตรียมผู้นำ และเตรียมระบบการทำงานอย่างไร เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้สร้างคุณค่าได้จริงต่อทั้งธุรกิจและคนทำงาน หากใครพลาดงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 วันที่ 2 ไป [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50262" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-61.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2 279" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-61.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-61-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดการจัดงาน </span><strong><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-1-260616/">PMAT Thailand HR Tech 2026 วันแรก</a></strong><span style="font-weight: 400;"> เราได้เห็นหลายมุมมองที่ช่วยย้ำว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงาน แต่ยังทำให้องค์กรต้องกลับมาคิดใหม่ว่า มนุษย์ HR และคนทำงานทุกคนจะอยู่ร่วมกับ AI อย่างไรให้เกิดประโยชน์จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายเวทีเสวนาชี้ให้เห็นว่า ทางรอดของมนุษย์ยังมีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI เพื่อเสริมศักยภาพ การออกแบบงานใหม่ การพัฒนาทักษะ การรักษา Human Value หรือการทำให้คนกับเทคโนโลยีทำงานร่วมกันได้อย่างสมดุล โดยไม่ลดทอนคุณค่าของกันและกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และในวันที่ 2 ของงาน <strong>แนวคิด HUMAN • AI HARMONY</strong> ยังคงถูกตอกย้ำอย่างต่อเนื่อง ผ่านหลายเวทีที่ชวน HR มองไปไกลกว่าเรื่องการใช้เครื่องมือ แต่กลับมาถามว่า องค์กรจะเตรียมคน เตรียมทักษะ เตรียมผู้นำ และเตรียมระบบการทำงานอย่างไร เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้สร้างคุณค่าได้จริงต่อทั้งธุรกิจและคนทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงาน <strong>PMAT Thailand HR Tech 2026 วันที่ 2</strong> ไป HREX ได้รวบรวมสาระสำคัญจากหลายเวทีที่น่าสนใจมาให้แล้วในบทความนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Ped.AI: From Specialists to Generalists Empowered by AI</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50264" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-63.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2 280" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-63.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-63-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>อภิรัตน์ หวานชะเอม Founder &amp; CEO จาก Practico</b><span style="font-weight: 400;"> เปิดประเด็นด้วยตัวเลขที่น่าคิดว่า แม้แทบทุกองค์กรจะพูดเรื่อง AI และเริ่มนำ AI มาใช้กันแล้ว แต่กว่า 70% ขององค์กรยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่วิธีคิดตั้งแต่ต้น หลายองค์กรยังมองว่า AI เป็นเรื่องของฝ่ายเทคโนโลยีเป็นหลัก ทั้งที่ความจริง AI กำลังกลายเป็น “ทีม” หรือ “ผู้ร่วมงาน” ที่ต้องทำงานสอดประสานกับมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นจุดเริ่มต้นจึงควรอยู่ที่คน งาน และกลยุทธ์ขององค์กร ก่อนจะค่อยขยับไปสู่เครื่องมือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอภิรัตน์ชวนคิดต่อว่า สาเหตุที่หลายองค์กรใช้ AI แล้วไม่เห็นผล เป็นเพราะการทำงานมักขาดตัวเชื่อมระหว่าง Business, People และ Tech ฝ่ายธุรกิจอาจรู้ว่าต้องการผลลัพธ์อะไร แต่แปลโจทย์ไปสู่การใช้ AI ไม่ได้ ฝ่ายคนอาจมีพนักงานพร้อมเรียนรู้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะประยุกต์ AI กับงานจริงอย่างไร หลายคนใช้ได้แค่ระดับแชทบอท ถามตอบทั่วไป เลยทำให้ลงทุนไปแล้วก็ยังตอบไม่ได้ว่า AI ช่วยเพิ่มคุณค่าให้ธุรกิจตรงไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น หากเปลี่ยนแปลงที่ต้องเกิดจากนี้ องค์กรต้องมี AI Adoption Framework ที่พาแต่ละฝ่ายรับลูกกันเป็นระบบ ตั้งแต่ AI Strategy, AI Portfolio, AI Roadmap, Job Classification, Job Redesign, L&amp;D and Culture, Use Case Design, Build and Deploy ไปจนถึง Monitoring and Evaluation</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดที่น่าสนใจของ Session นี้คือคำว่า </span><b>Ped.AI</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ “เป็ดที่เก่งขึ้นด้วย AI” เมื่อก่อนเราอาจพูดถึงมนุษย์เป็ดในฐานะคนที่รู้กว้าง ทำได้หลายอย่าง แต่ความรู้กว้างเพียงอย่างเดียวอาจไม่พออีกต่อไป เมื่อมี AI เข้ามาช่วย คนทำงานจึงสามารถรู้รอบขึ้น ทำงานข้ามขอบเขตเดิมได้ดีขึ้น และพัฒนาตัวเองจากคนที่ทำได้หลายอย่าง ไปสู่คนที่ใช้ AI ช่วยยกระดับงานของตัวเองได้จริง เป้าหมายของ AI ต้องช่วยปลดคนออกจากงานถึก งานซ้ำ งานที่เสียเวลา และทำให้คนกลับไปทำงานหลักได้เร็วขึ้น ดีขึ้น ผิดพลาดน้อยลง วางแผนได้ลึกขึ้น เข้าใจลูกค้ามากขึ้น และเก่งกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจสำคัญอีกอย่างคือ </span><b>Put the Right AI to the Right Job</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะไม่ใช่ทุกงานจะเหมาะกับ AI คุณอภิรัตน์เสนอให้ใช้ EPOCH Scoring เพื่อประเมินว่างานแต่ละประเภทต้องใช้ความเป็นมนุษย์มากน้อยแค่ไหน งานไหนควรให้คนเป็นหลัก งานไหนควรให้คนกับ AI ทำร่วมกัน และงานไหนสามารถให้ AI รับช่วงได้เกือบทั้งหมด</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“งาน Call Center อาจใช้ AI ช่วยตอบคำถามบางอย่างได้ แต่ไม่ได้แปลว่าจะตัดมนุษย์ออกจากกระบวนการทั้งหมด เพราะยังมีหลายจังหวะที่ต้องใช้ความเข้าใจ ความละเอียดอ่อน และการตัดสินใจของคน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อแยกงานออกมาได้ชัด องค์กรจึงค่อยเข้าสู่ Human-AI Job Redesign ออกแบบใหม่ว่า AI จะทำส่วนไหนก่อน คนจะรับช่วงตรงไหน และจะส่งต่องานกันอย่างไรให้ลื่นไหล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของ HR ในยุคนี้จึงสำคัญกว่าเดิม HR มีส่วนช่วยให้องค์กรไม่ใช้ AI แบบหว่านทั่วไป แต่ใช้ให้ถูกงาน ถูกคน และถูกจังหวะ HR ต้องช่วยออกแบบ Job Description ใหม่ให้สอดคล้องกับการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์กับ AI และต้องมองต่อไปด้วยว่า หากงานบางส่วนถูก AI รับช่วง พนักงานคนนั้นควรถูกยกระดับไปทำงานแบบไหนแทน</span></p>
<p><b>อนาคตของคนทำงานแบบ Ped.AI ไม่ใช่คนที่รู้เทคโนโลยีอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจคน ทำงานกับ AI ได้ ทำงานกับมนุษย์ได้ และมีภาวะผู้นำตั้งแต่วันแรก</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“AI จะไม่ได้เป็นเพียงลูกน้องในทีมอีกต่อไป หากจะกลายเป็นคนที่นำทีมซึ่งมี AI เป็นผู้ช่วยอยู่ข้าง ๆ และนี่คือโจทย์ใหญ่ของ HR ในการทำให้ High Tech อยู่เบื้องหลัง และ High Touch ยังอยู่เบื้องหน้าของการทำงาน”</span></i></p>
<h2><b>Beyond the Prompt: Architecting AI as a Culture</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50265" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-64.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2 281" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-64.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-64-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/chutima-sribumrungsart-240606/"><b>ชุติมา สีบำรุงสาสน์</b></a><b> กรรมการอิสระ ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาองค์กรและความยั่งยืน, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไบร์ทเนสท์ สตูดิโอ จำกัด </b><span style="font-weight: 400;">ชวนผู้ฟังมอง AI ให้ลึกกว่าการเป็นเครื่องมือทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอเริ่มจากความเชื่อสำคัญว่า ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปมากแค่ไหน คนยังต้องอยู่ และ HR ยังมีหน้าที่สำคัญในการช่วยให้องค์กรยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง เพราะ AI ไม่ได้เข้ามาแทนมนุษย์อย่างตรงไปตรงมา หากเข้ามาเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำงาน และวิธีสร้างคุณค่าขององค์กรแทบทุกด้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายของหัวข้อเสวนานี้ คุณชุติมาต้องการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร เธอเปรียบว่า “</span><i><span style="font-weight: 400;">Culture เปรียบเหมือนอากาศ</span></i><span style="font-weight: 400;">” เป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น แต่ทุกคนขาดไม่ได้ ถ้าอากาศไม่ดี สุขภาพขององค์กรก็แย่ตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ AI กลายเป็นออกซิเจนตัวใหม่ที่ช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนและแข่งขันได้ แต่เราทำให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการทำงานได้หรือยัง ? การ Prompt อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้เทคโนโลยี แต่ถ้าคนยังไม่รู้ว่าจะถามอะไร ไม่เข้าใจโจทย์ของตัวเอง และใช้ AI ทำงานที่ไม่ได้ช่วยให้ตัวเองฉลาดขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจไม่ตอบโจทย์ ไม่ถูกใจ และไม่สร้างผลกระทบที่มีความหมายต่อองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยังชี้อีกว่า สิ่งที่สำคัญกว่า Productivity คือ Impact เพราะองค์กรไม่ได้ต้องการเพียงทำงานให้เร็วขึ้น แต่ต้องทำงานแล้วเกิดผลที่มีคุณค่าขึ้นด้วย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การซื้อเทคโนโลยีเข้ามาใช้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง คนขายอาจอธิบายได้ว่าเครื่องมือมีฟังก์ชันอะไรบ้าง แต่ AI Literacy เป็นเรื่องที่องค์กรต้องสร้างเอง HR ควรถามให้ชัดว่า พนักงานมีความสามารถอะไรที่จะช่วยให้อยู่รอดในอนาคต เขาเข้าใจความซับซ้อนของงานหรือไม่ เชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้แค่ไหน มองปัญหาและทางออกได้ลึกพอหรือยัง และรู้หรือไม่ว่า AI ควรเข้ามาช่วยการตัดสินใจตรงไหน…</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะในวันที่ AI พัฒนาเร็วขึ้นทุกวัน ทักษะของคนก็ต้องขยับตามไปด้วยเช่นกัน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการสร้าง AI Culture คุณชุติมาวางภาพไว้ผ่านเสาหลัก ได้แก่ Signal, Decision และ Routine</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรต้องส่งสัญญาณให้คนรู้ว่า AI ไม่ใช่เรื่องแยกจากชีวิตการทำงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานร่วมกัน ต้องทำให้การตัดสินใจพึ่งพาข้อมูลมากขึ้น และต้องใส่ AI เข้าไปในกิจวัตรของพนักงานจนกลายเป็นมาตรฐานใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยังขยายต่อไปถึงกระบวนการสร้างคัลเจอร์ 4 ด้าน ได้แก่ Behavior, System, Signal และ Storytelling เริ่มจากการฝัง Growth Mindset ในพฤติกรรมของคน ทำให้พนักงานไม่กลัว AI และมองมันเป็นโอกาสในการทำงานให้ดีขึ้น จากนั้นต้องมีระบบและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ ทั้งการจัดระเบียบข้อมูล การออกแบบงาน และการทำให้คนกับ AI ทำงานสัมพันธ์กันได้จริง ขณะเดียวกันองค์กรต้องเล่าเรื่องการเรียนรู้ ทั้งความสำเร็จและความผิดพลาดจากทีมงาน ไม่ใช่มีแค่เสียงของผู้นำองค์กรฝ่ายเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นคือ AI ไม่ควรถูกมองเป็นสิ่งแปลกปลอมในองค์กร แต่ควรถูกมองเหมือน “AI Citizen” ที่อยู่ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างสอดประสาน อย่างไรก็ดี AI ไม่สามารถยืนลำพังได้ ต้องมี Human in the Loop อยู่เสมอ เพราะ AI ทำงานได้เร็ว สร้างผลลัพธ์ได้จำนวนมาก และประมวลผลตามข้อมูลที่เราให้ แต่สิ่งที่องค์กรต้องเติมลงไปคือเหตุผล จินตนาการ ความสัมพันธ์ทางสังคม และความสามารถในการอธิบายความหมาย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“งานของมนุษย์จึงไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่การเป็น Doer หรือคนทำตามขั้นตอนเดิม ๆ อีกต่อไป หากต้องขยับไปเป็น Creator ที่ใช้ปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจมนุษย์มาสร้างผลกระทบที่ใหญ่กว่าเดิม”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้าง AI Culture ไม่ใช่โครงการระยะสั้นที่อบรมวันนี้แล้วทุกคนจะใช้เป็นทันที หากเป็นการเดินทางระยะยาวที่ต้องพัฒนากันต่อเนื่อง องค์กรต้องหยุดคิดแค่กรอบตำแหน่งงาน แล้วเริ่มคิดจาก Workflow ว่างานไหลจากจุดไหนไปจุดไหน คนควรรับผิดชอบช่วงใด AI ควรช่วยตรงไหน และมนุษย์ควรตัดสินใจในจังหวะใด เมื่อความคาดหวังต่อ Performance เปลี่ยนไป Job ก็ต้องถูก Redesign ตามไปด้วย พร้อมขยับสู่ Skill-Based Design ที่ดูว่างานต้องส่งมอบอะไร และต้องใช้ทักษะแบบไหนเพื่อไปให้ถึงผลลัพธ์นั้น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“AI คือรากฐานของความรู้ ส่วนมนุษย์คือผู้สร้างสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นจริง องค์กรที่ไปต่อได้จึงต้องมอง AI เป็นเพื่อนร่วมทาง สอนคนให้ใช้มันอย่างฉลาด และทำให้สถานที่ทำงานกลายเป็นห้องทดลองของการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณชุติมาทิ้งท้าย</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50253" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-58.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2 282" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-58.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-58-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-1-260616">สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 1</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>The Leadership Paradox: Leading in Complexity พัฒนาภาวะผู้นำในโลกที่เปลี่ยนแปลงและซับซ้อน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50263" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-62.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2 283" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-62.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-62-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อไหร่ที่เราต่อต้านความเปลี่ยนแปลง เราจะเป็นทุกข์”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สุดคนึง ขัมภรัตน์ People &amp; Organization Advisor และอดีตนายก PMAT</b><span style="font-weight: 400;">, คุณ </span><b>กมลศักดิ์ จุฑาพรมณี Chief Commercial Officer จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/112"><b>SkillLane</b></a> <span style="font-weight: 400;">ชวนคุยว่าในยุคที่ซับซ้อนนี้ ทำไมสิ่งที่เคยทำ คำตอบเดิมๆ วิธีการเดิมๆ อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อ AI เก่งขึ้นแทบทุกวัน คนทำงานและผู้นำก็ต้องพัฒนาตามให้ทัน โดยมี</span> <span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>พรทิพย์ วิบูลย์รุ่งเรือง Business Development Manager</b> <b>จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/112"><b>SkillLane</b></a><b> ทำหน้าที่ Moderator</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุดคนึงมองว่า ภาวะผู้นำยังเป็นเรื่องสำคัญเสมอ เพราะต่อให้เราไม่มีลูกทีม เราก็ยังต้องนำตัวเองให้เป็น และถ้ามีทีมอยู่ข้างหลัง ก็ต้องรู้ว่าจะนำคนอย่างไรท่ามกลางความย้อนแย้ง เธอเสนอว่า ผู้นำต้องมี 3 เรื่องเป็นฐาน ประกอบด้วย</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Mindset ที่มองความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมชาติ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Skillset ที่ต้องเรียนและฝึกจนใช้ได้จริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Toolset หรือเครื่องมือที่เหมาะกับสถานการณ์และผู้คนที่แตกต่างกัน</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณกมลศักดิ์เสริมว่า ผู้นำจำนวนมากกำลังเจอความย้อนแย้งทุกวัน เช่น ผู้บริหารบางคนคาดหวังว่า AI จะเป็นคำตอบของทุกอย่าง ทั้งที่ในความเป็นจริง AI ยังต้องถูกตรวจสอบ และยังต้องใช้ความคิดของมนุษย์ในการตัดสินใจ ผู้นำจึงมีหน้าที่ทำให้คนเข้าใจว่าเทคโนโลยีช่วยให้งานง่ายขึ้นอย่างไร ลดความกลัวของทีม และย้ำว่ามนุษย์ยังเป็นผู้กำหนดกรอบ วิธีใช้ และการตัดสินใจสุดท้าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความย้อนแย้งสำคัญอีกอย่าง คือแรงกดดันเรื่องผลลัพธ์ระยะสั้น องค์กรจำนวนมากต้องการความเร็ว ต้องการให้ถึงเป้าหมายทันเวลา และอยากเห็นผลทันที ซึ่งคุณกมลศักดิ์มองว่า</span><b>แรงกดดันมีทั้งด้านดีและด้านร้าย ถ้าบริหารไม่ดีจะทำให้คนหมดไฟ แต่ถ้าบริหารเป็น มันจะกลายเป็น Good Pressure ที่ผลักให้ทีมขยับไปข้างหน้า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณสุดคนึงเสริมว่า ผู้นำเองก็เป็นคนทำงานที่ถูกจ้างมาเพื่อผลักดันผลงานเช่นกัน สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าผลงานไม่ได้เกิดจากผู้นำเพียงลำพัง แต่เกิดผ่านทีม ผ่านคน และผ่านการทำให้คนใช้ศักยภาพของตัวเองได้จริง ประโยคที่ว่า “งานได้ผล คนสำเร็จ” จึงยังใช้ได้เสมอ ผู้นำต้องดึงดูดคน เก็บแรงจูงใจของทีมไว้ และพัฒนาคนให้เติบโตต่อไปได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวทีนี้ยังพูดถึง</span><b>สมดุลระหว่างการ Control กับ Empowerment ซึ่งเป็นโจทย์ที่ผู้นำเจอบ่อย บางองค์กรควบคุมพนักงานแทบทุกขั้นตอน ขณะที่บางองค์กรปล่อยอิสระจนขาดระบบ</b><span style="font-weight: 400;"> คุณกมลศักดิ์เตือนว่าการควบคุมมากเกินไปอาจทำให้องค์กรยังอยู่รอดได้ แต่ความกล้า ความคิดสร้างสรรค์ และความเร็วในการตัดสินใจอาจไม่เกิดขึ้นเท่าที่ควร ส่วนการมอบอำนาจให้คนทำงาน จะช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของและทำให้องค์กรเคลื่อนตัวเร็วขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม คุณสุดคนึงชี้ว่า Control กับ Empowerment มีเส้นบาง ๆ คั่นอยู่ ผู้นำจึงต้องออกแบบกรอบการติดตามงานให้ชัดพอ โดยไม่กลายเป็น Micro Management ขณะเดียวกัน ในสมดุลระหว่าง Stability กับ Change องค์กรก็ต้องทำให้คนคาดหวังความเปลี่ยนแปลงไว้เสมอ เพราะการต่อต้านความเปลี่ยนแปลงมักทำให้คนทุกข์มากกว่าการเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดอดีตนายกสมาคม PMAT ชวนผู้นำกลับไปยึดหลักการพื้นฐานที่ไม่เคยเปลี่ยน นั่นคือความเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งลูกค้า องค์กร ผู้ถือหุ้น สังคม สิ่งแวดล้อม และพนักงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ดีต้องช่วยให้พนักงานมี Wellbeing ที่ดี มีเส้นทางอาชีพที่ชัด และปลดปล่อยศักยภาพของตัวเองได้ ส่วนผู้นำต้องเปลี่ยนวิธีบริหารจากการสั่งให้ทำ Task ไปสู่การสร้าง Outcome ให้คนเห็นว่างานที่ทำจะสร้างผลลัพธ์อะไร ตั้งเป้าหมายให้วัดผลได้ จัดลำดับงานให้เหมาะกับขีดความสามารถของคน และประเมินอย่างเป็นธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังต้องสร้าง Team Rhythm ให้เกิดขึ้นจริง เช่น Weekly Planning, 1:1 Coaching และไม่ลืมทบทวนจังหวะการทำงานของทีมอย่างสม่ำเสมอด้วย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ภาวะผู้นำที่ดีไม่ใช่การมีคำตอบทุกเรื่อง แต่คือความสามารถในการพาคนเดินผ่านความซับซ้อนไปด้วยกัน โดยไม่ลืมทั้งผลงาน คน และหลักการที่ควรยึดไว้ระหว่างทาง”</span></i></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/112?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47894" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 102" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>Beyond Technology: Making Change Simple Across Asia </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50266" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-65.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2 284" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-65.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-65-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“คนเราต่อต้านการเปลี่ยนแปลงจริงไหม ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือคำถามที่คุณ </span><b>มนัสนันท์ ตั้งธันยมนย์ APAC People Experience &amp; Operations Lead Strategy &amp; Transformation จาก </b><a href="https://www.pepsico.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Pepsico</b></a><span style="font-weight: 400;"> ชวนผู้ฟังกลับมาพินิจพิเคราะห์ข้อเท็จจริงตั้งแต่ตอนเปิดเวที ซึ่งสำหรับเธอ เธอเชื่อว่ามนุษย์เราไม่ได้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงเลย </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะหากมีใครบอกเราว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งหนึ่งจะทำให้ได้เงินเดือนสูงขึ้นเป็นล้าน หลายคนคงพร้อมเปิดใจเปลี่ยนแปลงทันที จริงไหมคะ ? สิ่งที่คนต่อต้านจึงอาจไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงโดยตัวมันเอง แต่เป็นเรื่องความยุ่งยาก ความไม่ชัดเจน และความไม่รู้ว่าผลลัพธ์ข้างหน้าจะดีหรือร้ายกันแน่มากกว่า”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์การเป็นคุณแม่ลูก 2 ทำให้เธอได้เรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงจากชีวิตประจำวันอย่างมาก เวลาบอกให้ลูกกินข้าวหรือกินอาหารที่มีประโยชน์ ถ้าใช้วิธีสั่งตรง ๆ เด็กอาจรู้สึกเหมือนถูกบังคับและยิ่งไม่อยากทำ สิ่งที่ต้องเปลี่ยนจึงไม่ใช่แค่คำสั่ง แต่เป็นวิธีชวน วิธีออกแบบบรรยากาศ และลูกล่อลูกชนที่ทำให้เด็กสบายใจพอจะลองกินเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนเดียวกันนี้ใช้ได้กับองค์กร เมื่อผู้นำอยากให้คนพัฒนา อยากให้คนปรับตัว หรืออยากให้คนเดินไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง </span><b>คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่าเราจะบอกเขาอย่างไร แต่ต้องถามว่าเราจะทำให้เขารู้สึกอยากเปลี่ยนด้วยตัวเองได้อย่างไร ?</b></p>
<p><b>หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่ Feeling เพราะ Emotion คือ Energy in Motion</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวคือ ความรู้สึกคือพลังที่ทำให้คนขยับหรือหยุดนิ่งได้ องค์กรจึงต้องออกแบบให้ชัดก่อนว่าอยากเห็นคนทำอะไร จากนั้นต้องออกแบบความรู้สึกที่พาเขาไปสู่การลงมือทำ คนต้องรู้สึกว่าทำแล้วเวิร์ก ทำแล้วไม่โดดเดี่ยว มีแรงสนับสนุนระยะยาว และสิ่งที่ต้องทำไม่ยากเกินไป ความกลัวอาจถูกใช้เป็นสัญญาณเตือนให้คนเห็นว่าบางอย่างจำเป็นต้องเปลี่ยน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าทำให้กลัวมากเกินไป คนจะหยุด ไม่กล้าลอง และมองการเปลี่ยนแปลงเป็นภาระทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณมนัสนันท์เสนอแนวคิด </span><b>Making Success Easy</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่าน 3 คำสำคัญ คือ </span><b>See, Simplify และ Support</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มจาก See คือการมองให้เห็นปัญหาจริง ไม่ใช่มองผ่าน ๆ แล้วรีบสรุป องค์กรต้องเข้าใจว่าอะไรทำให้คนไม่อยากเปลี่ยน อะไรคืออุปสรรคที่ซ่อนอยู่ และผลลัพธ์ที่ทุกฝ่ายต้องการคืออะไร เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงพาไปสู่ผลลัพธ์แบบ Win-Win-Win ต่อพนักงาน องค์กร และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ถ้ามองไม่เห็นปัญหาจริงตั้งแต่ต้น วิธีแก้ก็อาจพาองค์กรเสียเวลาและเดินผิดทางได้ง่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นคือ Simplify การทำเรื่องยากให้ใช้ง่ายขึ้นอย่างจริงจัง หลายครั้งองค์กรอยากให้พนักงานเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ระบบที่ออกแบบไว้กลับทำให้เขาเหนื่อยกว่าเดิม เช่น ระบบ HR ที่ใช้งานซับซ้อน ขั้นตอนเยอะ หรือทำให้ทั้งพนักงานและทีม HR ต้องเสียเวลามากเกินจำเป็น ถ้าองค์กรทำให้ประสบการณ์เหล่านี้ง่ายขึ้น คนจะรู้สึกดีกับ HR มากขึ้น และพร้อมเปิดใจให้กับการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน Support คือการเตรียมแรงสนับสนุนให้คนไปต่อได้จริง หากโซลูชันต้องพึ่งการช่วยเหลือหนักมากตลอดเวลา อาจแปลว่าเราออกแบบผิดโจทย์ตั้งแต่แรก </span><b>เพราะโซลูชันที่ดีควรทำให้คนเดินต่อได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ทำให้ทุกคนต้องแบกภาระใหม่เพิ่มขึ้น</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การเปลี่ยนแปลงที่ดีต้องเริ่มจากความชัดเจนว่าเราอยากให้คนทำอะไร แล้วออกแบบประสบการณ์ที่ทำให้เขาอยากทำสิ่งนั้นด้วยความมั่นใจ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณมนัสนันท์ชวน HR และผู้นำกลับไปดูงานของตัวเองว่า มีเรื่องใดบ้างที่ยังยุ่งยากเกินไป มีขั้นตอนไหนที่ลดได้ มีระบบไหนที่ทำให้คนเหนื่อยโดยไม่จำเป็น และมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องใดที่เรายังสื่อสารไม่ชัดพอ องค์กรอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการบอกให้คนเปลี่ยนตรง ๆ เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการทำให้เขาเห็นว่า การเปลี่ยนครั้งนี้จะทำให้ชีวิตการทำงานดีขึ้นอย่างไร เมื่อนั้นการเปลี่ยนแปลงจะไม่ใช่คำสั่งจากองค์กร แต่กลายเป็นทางเลือกที่คนอยากเดินไปด้วยกัน</span></p>
<h2><b>Awaken the Hunger: The New World Order of People Development</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50268" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-66.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2 285" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-66.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-66-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>จุติพันธุ์ มงคลสุธี Chief Executive Officer จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/15"><b>Gofive</b></a><span style="font-weight: 400;"> เปิดประเด็นด้วยความรู้สึกที่คนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจกำลังเผชิญร่วมกัน นั่นคือความเหนื่อยล้าจากข่าวสารเรื่อง AI ที่ถาโถมเข้ามาแทบทุกวัน หลายคนพยายามวิ่งตามให้ทัน แต่ยิ่งตามก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองอาจช้ากว่าเดิม ยิ่งนานวันเข้า มันยิ่งไปแตะความรู้สึกข้างในว่า…</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ในวันที่ AI ทำหลายอย่างได้เร็วขึ้น เก่งขึ้น และเริ่มขยับเข้าใกล้งานของเรามากขึ้นทุกที แล้วคุณค่าของมนุษย์ยังอยู่ตรงไหน ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณจุติพันธุ์ไม่ได้ปฏิเสธว่า AI ช่วยปลดล็อกศักยภาพของคนได้จริง เพราะมันทำให้เราทำสิ่งที่เมื่อก่อนอาจทำเองไม่ได้ หรือทำได้ยากมาก เส้นแบ่งระหว่างตำแหน่งงานก็เริ่มพร่าเลือนลง คนที่ใช้ AI ได้เต็มศักยภาพอาจกลายเป็นคนทำงานแบบ “Superman” ที่ทำได้มากกว่าเดิมหลายเท่า แต่พลังแบบนี้ก็มาพร้อมความรู้สึกสองด้าน บางคนตื่นเต้นกับโอกาสใหม่ บางคนหวาดกลัวว่าจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง</span></p>
<p><b>ดังนั้นโจทย์สำคัญขององค์กรจึงไม่ใช่แค่สอนคนใช้ AI ให้เป็น แต่ต้องช่วยเปลี่ยนความกังวลให้กลายเป็นความกระหายในการเรียนรู้ เปลี่ยนพลังลบให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้คนอยากเติบโตต่อ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาชวนให้ HR และผู้นำกลับไปมององค์กรของตัวเองว่า คนของเรายังมีไฟอยู่ไหม หลายองค์กรอยู่มานานหลายสิบปี มีพนักงานที่เติบโตมากับองค์กรมาตั้งแต่แรก วันเวลาที่ผ่านไปอาจทำให้ความกระหายค่อย ๆ มอดลงโดยไม่รู้ตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณจุติพันธุ์ชวนทุกคนย้อนกลับไปนึกถึงวันแรกที่เริ่มงาน วันที่ทุกอย่างยังดูเป็นไปได้ วันที่มีทั้งความตื่นเต้นและความกังวลปนกัน ความรู้สึกแบบนั้นคือไฟตั้งต้นที่องค์กรควรหาทางปลุกให้กลับมาอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของการปลุกไฟนี้อยู่ที่ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/23">Employee Engagement</a> เพราะเมื่อคนรู้สึกเชื่อมโยงกับงาน เขาจะอยากขยับไปข้างหน้าพร้อมองค์กร ปัญหาคือการพาคนไปอบรมหรือพัฒนาทักษะในวันนี้ไม่ง่ายเหมือนเดิม การจัด Training แล้วหวังให้คนตั้งใจฟังวิทยากรตรงหน้าอาจไม่พออีกต่อไป องค์กรต้องออกแบบบรรยากาศการเรียนรู้ให้คนอยากมีส่วนร่วม อยากลอง อยากถาม และรู้สึกว่าสิ่งที่เรียนมีความหมายกับงานจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางครั้งแรงจูงใจเหล่านี้อาจอธิบายเป็นตัวเลขได้ยาก แต่ทุกคนสัมผัสได้เมื่ออยู่ในห้องที่คนมีพลัง รู้สึกว่าตัวเองกำลังเรียนรู้บางอย่างที่สำคัญ และเชื่อว่าสิ่งที่ทำอยู่จะพาเขาไปสู่เป้าหมายที่ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากจุดนี้ เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มจึงเข้ามาช่วยสร้างแรงส่งได้ หากองค์กรออกแบบให้ดีพอ ไม่ว่าจะเป็นระบบที่ช่วยย้ำเตือนเป้าหมาย สร้างกำลังใจ ทำให้คนเห็นความก้าวหน้าของตัวเอง หรือใช้ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/gamification-employee-engagement-250905/"><span style="font-weight: 400;">Gamification</span></a><span style="font-weight: 400;"> มาช่วยให้การทำงานและการพัฒนาทักษะสนุกขึ้น ผ่าน Mission แต้ม เหรียญ หรือความสำเร็จย่อย ๆ ที่ทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองกำลังพิชิตบางอย่าง มากกว่าการทำงานไปวัน ๆ </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“พนักงานที่อยู่ใน Survival Mode อาจมาทำงานเพียงเพื่อให้ผ่านไปอีกวัน แต่ถ้าองค์กรทำให้เขารู้สึกว่าได้รับการมองเห็น ได้รับการชื่นชม เป็นส่วนหนึ่งของทีม และงานของเขามีคุณค่า ความรู้สึกนั้นจะช่วยเสริมพฤติกรรมที่ดีให้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ และค่อย ๆ เปลี่ยนจากการทำงานแบบเอาตัวรอด ไปสู่การทำงานด้วยความกระหายที่จะเติบโตจริง”</span></i></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/15?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47798" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 15" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>Breaking the Training Norms เมื่อแค่เทรนนิ่งในห้องไม่เวิร์คอีกต่อไป : How Out-of-Class Experiences Deliver True People Transformation</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50269" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-67.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2 286" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-67.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-67-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่งานทั้ง 2 วันอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาสุดเข้มข้นเกี่ยวกับ AI แต่ใน Session นี้คุณ </span><b>เมธวิน ปิติพรวิวัฒน์ CEO &amp; Co-Founder จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/68"><b>BASE Playhouse</b></a> <span style="font-weight: 400;">ขอไม่พูดเกี่ยวกับ AI แต่เขาพูดถึงสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือถึงเวลาออกแบบประสบการณ์ในการเรียนรู้ในยุคใหม่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาของการเรียนรู้แบบเดิมเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งการเลกเชอร์อัดเนื้อหาอย่างเดียว การเรียนครั้งเดียวแล้วไม่มีการทบทวน คอร์สจำนวนมากใน LMS ที่ผู้เรียนไม่รู้ว่าคอร์สไหนเหมาะกับตัวเอง รวมถึงข้อสอบวัดผลที่ถ้าใช้ AI ทำ มันสามารถตอบแทนได้หมด สิ่งเหล่านี้ทำให้องค์กรอาจประเมินความสำคัญ ความคุ้มค่าของการเทรนนิ่งผิดไป แต่จะดีกว่าไหมหากเราสามารถติดตามเขาไปยังนอกห้องเรียน ดูว่าเขานำสิ่งที่เรียนไปใช้กับงานจริงได้หรือไม่ และพฤติกรรมเปลี่ยนไปในทิศทางที่องค์กรต้องการหรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางออกของ BASE Playhouse คือการออกแบบการเรียนรู้ใหม่ให้ผูกกับสถานการณ์จริงและการตัดสินใจจริงมากขึ้น คุณเมธวินเสนอว่า Learning Design ที่เวิร์คควรมีหลายองค์ประกอบร่วมกัน ตั้งแต่ Situation-Based และ Judgment-Focused ที่ทำให้ผู้เรียนได้ฝึกจากบริบทใกล้งานจริง สามารถเรียนรู้เนื้อหาแบบ Bite Size ที่กลับมาทบทวนซ้ำได้เรื่อย ๆ ฝังการเรียนรู้เข้าไปใน Workflow และการมี Mentor-Peer Feedback ที่ช่วยให้ผู้เรียนเห็นพัฒนาการของตัวเองชัดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการเปลี่ยนแปลงของคนไม่ได้เกิดจากการอบรมครั้งเดียว หากเป็นเส้นทางที่ต้องค่อย ๆ ขยับผ่านหลายขั้น ตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไร ไปจนถึงสร้างพฤติกรรมใหม่ได้จนเป็นอัตโนมัติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาอธิบายเส้นทาง Transformation ไว้ 6 ขั้นไว้ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เริ่มจาก </span><b>Unaware</b><span style="font-weight: 400;"> ที่คนยังไม่รู้ว่าตัวเองขาดอะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ขยับไปสู่ </span><b>Awareness</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อเริ่มเห็น Gap และตั้งคำถามกับตัวเอง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ต่อด้วย </span><b>Acknowledgment</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อยอมรับและตั้งเป้าหมาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จากนั้นเข้าสู่ </span><b>Activation</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เริ่มฝึกเหมือน Apprentice</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ตามด้วย </span><b>Adoption</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อเริ่มใช้จริงจนเป็น Practitioner</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และสุดท้ายคือ </span><b>Automation</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อพฤติกรรมใหม่ฝังจนกลายเป็นนิสัย</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ แต่ละคนใช้เวลาในแต่ละขั้นในการเรียนรู้ไม่เท่ากัน บางคนขยับเร็ว บางคนต้องใช้เวลามากกว่าหน่อย การคาดหวังว่าอบรมหนึ่งครั้งแล้วคนจะเปลี่ยนทันทีจึงไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของการเรียนรู้ และยังทำให้ HR ตอบคำถามสำคัญไม่ได้ว่า เทรนแล้วคนดีขึ้นจริงไหม หัวหน้าก็ไม่เห็นหลักฐานว่าลูกทีมเอาไปใช้กับงานอย่างไร</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/68?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47851" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 61" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากปัญหานี้ BASE Playhouse จึงพัฒนาโซลูชั่นใหม่ชื่อว่า </span><b>Joinstick</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเชื่อม Learning Experience ระหว่างการเรียนออนไซต์ ออนไลน์ และการฝึกต่อหลังคลาสเข้าไว้ด้วยกัน จุดสำคัญคือไม่ได้ต้องการแทนที่ประสบการณ์ออนไซต์ แต่ต้องการลากการเรียนรู้ออกไปนอกห้องอบรม ให้คนยังฝึกต่อได้หลังจบคลาส</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Joinstick จะค่อย ๆ เก็บข้อมูลรายบุคคลจากการตอบคำถาม การทำภารกิจ และการฝึกฝน แล้วประเมินว่าผู้เรียนอยู่ในขั้นไหนของเส้นทางการเปลี่ยนแปลง หลังจบคลาส ระบบจะมีบทเรียนสั้น ๆ ให้ดู มี Mission ให้เลือกทำ มีคะแนน มีลำดับความก้าวหน้า และทำให้ผู้เรียนเห็นว่าตัวเองไปถึงไหนแล้ว เมื่อเทียบกับเป้าหมายหรือเพื่อนร่วมทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR สิ่งนี้ช่วยปลดล็อกโจทย์สำคัญที่การเทรนนิ่งแบบเดิมตอบได้ยาก นั่นคือ Learning Impact และ ROI ที่จับต้องได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณเมธวินเสนอว่าองค์กรควรเลิกไล่ตาม KPI แบบผิวเผิน แล้วหันมาวัดว่า คนเปลี่ยนจริงไหม และใครลงทุนแรงของตัวเองกับการเรียนรู้นั้นมากแค่ไหน กลไกอย่าง Shift Score จะช่วยวัดการเปลี่ยนแปลงจริง ส่วน Hype Score ช่วยดู Engagement ระหว่างทาง ทำให้องค์กรเห็นว่าใครกำลังขึ้น ใครกำลังหยุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และมันจะทำให้รู้เลยว่า คุ้มหรือไม่ในการลงทุนพัฒนาใครต่อ ไปจนถึงคุ้มหรือไม่ที่จะลงทุนกับโปรแกรมหรือ Vendor รายเดิมต่อไป ?</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-2-260617/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 &#8211; Day 1</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-1-260616/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-1-260616/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 10:27:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[PMAT]]></category>
		<category><![CDATA[PMAT Thailand HR Tech]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50246</guid>

					<description><![CDATA[โลกการทำงานคุ้นชินกับคำว่า AI มาหลายปีแล้ว หลายองค์กรเอา AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดงานซ้ำซ้อน และยกระดับการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ แต่ยิ่ง AI ก้าวหน้าเร็วเท่าไร คำถามที่องค์กรต้องตอบด้วยก็คือ “เราจะพาคนในองค์กรทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างไร ?” เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยีจะช่วยสร้างคุณค่าได้จริง แต่มันจะช่วยได้เมื่อคนเข้าใจบทบาทของมัน รู้ว่าจะใช้เมื่อไร ใช้อย่างไร และใช้เพื่อเสริมศักยภาพของมนุษย์เท่านั้น ไม่ใช่ลดทอนความหมายของการทำงาน นี่คือประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “HUMAN • AI HARMONY: Leading the Intelligent Workplace” โดยชวนผู้นำองค์กร ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และคนทำงาน HR มาร่วมกันมองอนาคตของสถานที่ทำงานยุคใหม่ วันที่ AI กลายเป็นเพื่อนร่วมงานรูปแบบใหม่ องค์กรต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งคนและธุรกิจ หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญของงานมาให้แล้วในบทความนี้ Humanity is the Next Competitive [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50253" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-58.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 296" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-58.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-58-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกการทำงานคุ้นชินกับคำว่า AI มาหลายปีแล้ว หลายองค์กรเอา AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดงานซ้ำซ้อน และยกระดับการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ แต่ยิ่ง AI ก้าวหน้าเร็วเท่าไร คำถามที่องค์กรต้องตอบด้วยก็คือ “เราจะพาคนในองค์กรทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างไร ?”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยีจะช่วยสร้างคุณค่าได้จริง แต่มันจะช่วยได้เมื่อคนเข้าใจบทบาทของมัน รู้ว่าจะใช้เมื่อไร ใช้อย่างไร และใช้เพื่อเสริมศักยภาพของมนุษย์เท่านั้น ไม่ใช่ลดทอนความหมายของการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในงาน <strong>PMAT Thailand HR Tech 2026</strong> ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด <strong>“HUMAN • AI HARMONY: Leading the Intelligent Workplace”</strong> โดยชวนผู้นำองค์กร ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และคนทำงาน HR มาร่วมกันมองอนาคตของสถานที่ทำงานยุคใหม่ วันที่ AI กลายเป็นเพื่อนร่วมงานรูปแบบใหม่ องค์กรต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งคนและธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญของงานมาให้แล้วในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Humanity is the Next Competitive Advantage</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session แรกของงาน คุณ </span><b>อเล็กซ์ เรนเดล นักแสดง นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม </b><a href="https://thestandard.co/alexander-rendell-unep-goodwill-ambassador/" target="_blank" rel="noopener"><b>UNEP Goodwill Ambassador for Thailand</b></a><b> และ CEO จาก </b><a href="https://eecthailand.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Environmental Education Centre (EEC) Thailand</b></a> <span style="font-weight: 400;">ชวนผู้ฟังกลับมาตั้งคำถามกับสิ่งที่หลายคนอาจหลงลืมไปในยุคของ AI นั่นคือความเป็นมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะต่อให้เทคโนโลยีก้าวหน้าแค่ไหน โลกการทำงานก็ยังต้องการคนที่มี Empathy มีภาวะผู้นำ เข้าใจธรรมชาติ เข้าใจสิ่งแวดล้อม และเข้าใจว่าการทำงานไม่ใช่แค่เรื่องของประสิทธิภาพ แต่เกี่ยวข้องกับชีวิต ความสัมพันธ์ และความยั่งยืนด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอเล็กซ์เล่าว่า งานด้านสิ่งแวดล้อมที่เขาทำในวันนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การให้ความรู้เรื่องธรรมชาติ แต่พยายามเชื่อมโยงไปถึง “ทักษะชีวิต” ที่จำเป็นสำหรับทุกคน โดยเฉพาะความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเป็นคุณค่าที่ใช้ได้กับคนทุกเจเนอเรชั่น เขายอมรับว่า AI ช่วยให้การทำงานหลายอย่างเร็วขึ้นและง่ายขึ้นมาก ตัวเขาเองก็ใช้ AI ในชีวิตประจำวัน เช่น ช่วยเรียบเรียงอีเมลภาษาไทย เพราะเขาไม่ถนัดการเขียนไทยมากนัก หรือใช้ช่วยจัดระเบียบความคิดเวลามีไอเดียจำนวนมากในหัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องทำหลายบทบาท AI จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มสปีดได้จริง ช่วยจัดระเบียบความคิดได้จริง แต่เขาย้ำว่า AI ไม่ควรถูกใช้เป็นทางลัดจนเราหยุดคิดเอง เพราะข้อมูลที่ได้มายังต้องตรวจสอบ และมนุษย์ยังต้องเป็นคนตัดสินใจอยู่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของคุณอเล็กซ์ ทักษะที่จำเป็นในยุค AI จึงไม่ได้มีแค่ทักษะทางเทคโนโลยี แต่คือทักษะที่ทำให้คนยังเป็นคนอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความเป็นผู้นำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การริเริ่มลงมือทำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การคิดวิเคราะห์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การมองเห็นมุมที่แตกต่าง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้คือทักษะที่ AI ยังทดแทนไม่ได้ เพราะหลายเรื่องในชีวิตการทำงานเกิดจากประสบการณ์จริง การลงพื้นที่จริง การรับฟังจริง และการทำงานกับคนจริง ๆ ยิ่งเมื่อความรู้กลายเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายขึ้น สิ่งที่มีค่ามากขึ้นจึงไม่ใช่แค่ใครรู้มากกว่า แต่ใครเข้าใจมากกว่า จนสามารถนำความรู้นั้นไปใช้กับชีวิต คน และสถานการณ์จริงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ AI จะเก่ง แต่สิ่งที่ต้องตามมาคือ People Management เพราะการบริหารคนไม่สามารถใช้แค่เหตุผลหรือความเร็วแบบเครื่องจักรได้ มนุษย์มีความรู้สึก มีความเปราะบาง และต้องการรู้ว่าตัวเองยังมีความหมายต่อทีม ต่อองค์กร ต่อผลงานที่กำลังทำอยู่ บางครั้งผู้นำอาจอยากให้งานเสร็จเร็ว จึงหยิบ AI เข้ามาช่วยทำหลายอย่างทันที แต่ถ้าไม่ระวัง คนในทีมอาจรู้สึกว่าบทบาทของตัวเองเล็กลง หรือคุณค่าของตัวเองกำลังถูกลดทอน นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญของผู้นำยุคใหม่ว่า จะใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอย่างไร โดยไม่ทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองถูกแทนที่หรือถูกมองข้าม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอเล็กซ์เปรียบเทียบเรื่องนี้กับประสบการณ์ในวงการบันเทิง ซึ่ง</span><b>เขาเติบโตมาและเห็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่อย่างน้อย ๆ 2 ครั้ง ครั้งแรกคือยุคที่ MP3 เข้ามาเปลี่ยนอุตสาหกรรมเพลง และอีกครั้งคือตอนที่กล้องดิจิทัลที่เข้ามาเปลี่ยนวงการถ่ายทำหนังจากถ่ายด้วยฟิล์ม เป็นดิจิทัล </b></p>
<p><b>บทเรียนที่เขาเห็นชัดคือ คนที่ปฏิเสธเทคโนโลยีอย่างสิ้นเชิงมักปรับตัวยาก</b><span style="font-weight: 400;"> แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากเราพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปโดยไม่เหลือพื้นที่ให้ความรู้สึกของมนุษย์ ก็อาจทำให้งานสูญเสียจิตวิญญาณไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับวงการภาพยนตร์หรือละคร ต่อให้ AI ช่วยคิดพล็อต ช่วยเขียน หรือช่วยผลิตบางส่วนได้เร็วขึ้น แต่หนังที่ไม่มีอินเนอร์ของมนุษย์ก็ยังยากจะสัมผัสใจคนดูได้จริง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“AI ไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่เป็นเครื่องมือที่เราต้องเรียนรู้จะใช้ให้เป็น”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณอเล็กซ์ยืนยันว่า องค์กรของเขาเองยังไม่ได้ใช้ AI เพื่อแทนตำแหน่งใคร เพราะเชื่อว่า Human Touch ยังสำคัญที่สุด ทุกการประชุม การดูแลคน การสร้างความไว้วางใจ หรือการขับเคลื่อนทีม ล้วนต้องอาศัยมนุษย์คุยกับมนุษย์ ขณะเดียวกัน เขายังชวนให้คนทำงานใส่ใจเรื่อง Mental Health มากขึ้น เพราะโลกที่เร็วขึ้น ข้อมูลที่ถาโถมตลอดเวลา และการทำงานที่เร่งตลอดวัน อาจทำให้สมองไม่ได้พักจนเกิดความเครียดโดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ในโลกที่แผนระยะยาวอาจเปลี่ยนได้ทุก 6 เดือน สิ่งที่เรายังต้องรักษาไว้คือความยั่งยืน ทั้งต่อชีวิต การงาน ครอบครัว การเงิน และสิ่งแวดล้อม เพราะทางรอดของมนุษย์ในยุค AI อาจไม่ใช่การแข่งกับเทคโนโลยี แต่เราต้องใช้มันให้เป็น โดยไม่ลืมความเป็นคนของตัวเองครับ”</span></i></p>
<h2><b>The New Human OS: ระบบปฏิบัติการมนุษย์ชุดใหม่</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50256" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-51.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 297" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-51.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-51-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อมนุษย์ต้องอัปเกรดตัวเองก่อนปล่อยให้ AI กำหนดอนาคต”</span></i></p>
<p><b>ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม</b><span style="font-weight: 400;"> ชวนผู้ฟังมอง AI ไกลกว่าเรื่องเครื่องมือทำงาน เพราะสำหรับเขา สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี หากเป็นการเปลี่ยนผ่านของอารยธรรมมนุษย์ จากอดีตที่อำนาจเคยอยู่ในมือผู้ครอบครองที่ดิน ทรัพยากร โรงงาน สถาบันทางการเมือง และกติกาสังคม มาถึงวันนี้ที่ข้อมูลไหลเวียนมหาศาลจนแทบไม่ขาดแคลนอีกต่อไป</span></p>
<p><b>สิ่งที่เริ่มขาดแคลนจริง ๆ คือกรอบความคิดของมนุษย์ในการทำความเข้าใจ ใช้งาน และกำกับทิศทางของข้อมูลเหล่านั้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.สุวิทย์อธิบายว่า สัญญาณสำคัญที่ทำให้มนุษย์ต้องมี Human OS มาจากแรงกระเพื่อมใหญ่หลายด้าน ทั้งการแยกเครือข่ายโลก การแตกขั้วทางความคิด การกระจัดกระจายของระเบียบโลก การแข่งขันของโลกหลายขั้ว และวิกฤติความไว้วางใจที่คนในสังคมไว้ใจ เชื่อใจกันไม่ได้อีกต่อไป ซึ่งปัจจัยหลังเองนี้สำคัญมาก เพราะ</span><b>นอกจากมนุษย์กับมนุษย์จะไม่ไว้ใจกัน ยังมีคำถามอีกว่าเราจะเชื่อใจ AI ได้มากแค่ไหนด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน โครงสร้างอำนาจใหม่กำลังเกิดจากการผสมกันของภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี ยุทธศาสตร์ และเศรษฐกิจ โลกไม่ได้แข่งขันกันแค่สินค้าอีกแล้ว หากแข่งกันว่าใครจะควบคุมระบบ ควบคุมข้อมูล และกำกับการไหลเวียนของคุณค่าได้มากกว่ากัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่ากังวลคือ AI กำลังพาเราเข้าสู่สภาวะหลังความจริง (Post-Truth Era) ที่ความจริงไม่ได้มีเพียงชุดเดียว แต่ถูกผลิต ปรับแต่ง และกระจายออกไปตามกลไกของระบบ แต่ละคนอาจได้รับความจริงคนละชุด ถูกกล่อมเกลาให้ชอบหรือเกลียดบางเรื่องโดยไม่รู้ตัวด้วย AI</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“วันนี้เราอาจไม่ได้อยู่ภายใต้ Rule of Law เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หากกำลังถูกกำกับด้วย Rule of Code ความเสี่ยงจำนวนมากไม่ได้ปรากฏชัดเหมือนเดิม เพราะมันถูกฝังอยู่ในระบบ ตั้งแต่โครงสร้างข้อมูล อัลกอริทึม ไปจนถึงสถาปัตยกรรมทางความคิด ใครควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ ย่อมมีอำนาจในการกำหนดทิศทางของสังคม เศรษฐกิจ และพฤติกรรมมนุษย์”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.สุวิทย์เสนอว่า </span><b>ความได้เปรียบในอนาคตจะไม่ได้มาจากการใช้ AI ได้เร็วกว่าใครเท่านั้น หากอยู่ที่การออกแบบความสัมพันธ์ระหว่าง Human Intelligence และ Artificial Intelligence ให้เดินไปด้วยกันอย่างมีทิศทาง</b><span style="font-weight: 400;"> มนุษย์ต้องไม่ปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นเพียงโหนดหนึ่งที่คอยป้อนข้อมูลให้ระบบ เพราะถ้า Talent ของมนุษย์ไม่แข็งแรงพอ เทคโนโลยีจะค่อย ๆ เข้ามาครอบงำเราโดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“มนุษย์กำลังทำให้ AI ดูมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น ทั้งเรื่องจิตสำนึก จินตนาการ และการตอบสนองทางอารมณ์ ขณะเดียวกัน เราเองกลับเสี่ยงทำให้ตัวเองกลายเป็นหุ่นยนต์ ผ่านการทำงานที่หมกมุ่นกับประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ และวัดทุกอย่างด้วยความคุ้มค่า”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมี Human OS จึงเปรียบเสมือนพวงมาลัยที่คอยกำกับทิศทาง ส่วน Human Intelligence และ AI คือเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง หากมีแต่เครื่องยนต์โดยไร้พวงมาลัย การเดินทางก็อาจพาเราไปสู่ปลายทางที่ไม่มีใครต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่ ดร.สุวิทย์ย้ำคือ </span><b>มนุษย์ต้องมีทั้ง Intelligence for Living และ Wisdom for Life เพราะ AI อาจช่วยให้เราฉลาดขึ้น ทำงานเก่งขึ้น เห็นความรู้ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่คำถามเรื่องอนาคตที่ยั่งยืน น่าอยู่ และดีต่อมนุษย์ ยังเป็นหน้าที่ที่มนุษย์ต้องตอบเอง</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ถ้า AI ช่วยเพิ่ม Intelligence ให้เรา แล้วอะไรจะช่วยเพิ่ม Wisdom ให้มนุษย์ ?” </span></i><span style="font-weight: 400;">คำตอบอาจอยู่ที่การสร้าง Tech Moral Society สังคมที่เทคโนโลยีและศีลธรรมเดินร่วมกัน เพื่อพาเราไปสู่ Good &amp; Smart Society ที่ความเก่งและความดีไม่ถูกแยกออกจากกัน</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50262" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-61.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 298" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-61.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-61-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-2-260617/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>Promoted, Not Replace: The 1,000 Day Choice Every HR Leader is About to Make</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50250" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-55.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 299" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-55.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-55-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ Founder &amp; CEO จาก </b><a href="https://www.siametrics.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Siametrics Consulting</b></a> <span style="font-weight: 400;">เปิดประเด็นด้วยคำถามที่ผู้นำหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไปว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อ AI เก่งขึ้นเรื่อย ๆ และมีคนเริ่มบอกให้องค์กรลดจำนวนพนักงาน แล้วผู้นำจะรู้ได้อย่างไรว่า การตัดสินใจลดคนครั้งนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องจริงหรือเปล่า ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของผู้นำและ HR เพราะเมื่อเทคโนโลยีเริ่มทำงานแทนคนได้มากขึ้น เราเริ่มเห็นการปลดคน ลดขนาดองค์กรมากขึ้น กลายเป็นงานยากที่ต้องบริหารจัดการทั้งตัวเลขทางธุรกิจ ความอยู่รอดขององค์กร และชีวิตของพนักงาน ซึ่ง HR และ Head of People นั่นเองที่ต้องบริหารจัดการให้ออกมาดีต่อทุกฝ่ายที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ณภัทรยกตัวอย่างประวัติศาสตร์ของม้าในสหรัฐอเมริกา จากที่เคยมีมากกว่า 21 ล้านตัวเมื่อราวหนึ่งศตวรรษก่อน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 3 ล้านตัว เพราะเครื่องจักรและระบบขนส่งสมัยใหม่เข้ามาแทนที่อย่างถาวร นักเศรษฐศาสตร์ยุคนั้นจึงตั้งคำถามว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“มนุษย์จะถูกแทนที่แบบเดียวกับม้าได้หรือไม่ ?”</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเคยทำเอาสังคมทัวร์ลงเขาอย่างหนักที่เปรียบม้ากับคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่คำถามนี้ดูไม่ใช่คำถามที่รุนแรงอีกต่อไป เมื่อ</span><b> CEO ของบริษัท AI ระดับโลกอย่าง Dario Amodei จาก Anthropic ผู้สร้าง Claude AI ออกมาเตือนเองว่า ความก้าวหน้าของ AI อาจนำไปสู่สิ่งที่เขาเรียกว่า “White Collar Bloodbath”</b><span style="font-weight: 400;"> งานเดิมที่เคยต้องทำซ้ำ ๆ จำนวนมากจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก บางฝ่ายคาดว่าในอีกไม่กี่ปี งาน Entry Level จำนวนมากจะหายไป และคนที่โดนแย่งโอกาสก่อนอาจไม่ใช่คนทำงานปัจจุบัน หากเป็นลูกหลานของเรา เด็กรุ่นใหม่ และคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงอย่างนั้น </span><b>ดร.ณภัทรย้ำว่า มนุษย์ไม่ใช่ม้า เพราะมนุษย์มีเสียง มีสิทธิ์ มีทักษะ มีจิตวิญญาณ และมีความสามารถในการลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเอง</b><span style="font-weight: 400;"> เขาเชื่อว่ามนุษย์ยังมีทางรอด หากองค์กรไม่มอง AI เป็นเหตุผลสำเร็จรูปในการลดคน สิ่งสำคัญคือการแยกให้ออกว่า งานแบบไหนควรให้ AI ทำแทน งานแบบไหนควรให้ AI ช่วยเสริมศักยภาพคน และงานแบบไหนควรถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อทำให้คนเติบโต</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เป้าหมายที่ดีกว่านั้นคือการพาคนไปทำงานที่ใหญ่ขึ้น ลึกขึ้น และมีคุณค่ามากขึ้น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาคือเมื่อคุยกับฝ่ายการเงินหรือ CFO เหตุผลเรื่องลดต้นทุนและลด Headcount มักขายง่ายกว่าเหตุผลเรื่องการพัฒนาคน แต่ดร.ณภัทรเตือนว่า วิธีคิดแบบนี้อันตรายในระยะยาว เพราะถึงองค์กรอาจเคยจ้างคนมากเกินไปจริง การไล่คนออกจำนวนมากโดยไม่มีหลักคิดที่ชัดเจนก็ไม่ยุติธรรมกับมนุษย์ เขาชวนผู้นำถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“ถ้าต้องตัดสินใจให้ใครออก เรากล้าสบตาเขาไหม ?”</span></i><span style="font-weight: 400;"> ถ้ายังไม่กล้า แปลว่าเรายังออกแบบหลักเกณฑ์ไม่ดีพอ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่องค์กรขาดอยู่ตอนนี้จึงไม่ใช่เทคโนโลยี เพราะคนจำนวนมากเริ่มใช้ AI แล้ว และส่วนใหญ่ก็รู้สึกดีกับมัน สิ่งที่ขาดคือ Policy และ Guideline ที่บอกให้ชัดว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ใช้อย่างไรจึงถูกต้อง และใช้แล้วจะสร้างผลลัพธ์จริงอย่างไร”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR ทางเลือกสำคัญจึงไม่ใช่แค่ Promote หรือ Replace คนแบบขาวดำ แต่ต้องเริ่มจากการมองเห็นคนให้ชัดว่าใครกำลังทำงานที่สร้างคุณค่า ใครติดอยู่กับงานเอกสาร ใครรู้สึกเบื่อกับการเข้าฟังอบรมด้าน L&amp;D และใครเป็นคนเก่งที่กำลังหมดแรงกับงานจำเจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นต้อง Redesign งานใหม่ แทนที่จะเริ่มต้นด้วยการตัด Headcount ต้องคิดให้ออกว่างานในอนาคตหน้าตาเป็นอย่างไร ทีมไหนสร้างกำไร คนรุ่นใหม่ควรเข้ามาเติมอะไร และองค์กรจะให้ Permission คนใช้ AI เพื่อสร้างผลลัพธ์ได้แค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ดร.ณภัทรทิ้งทวนชวนคิดว่า งานนี้เป็นงานของ People Decision อย่างแท้จริง เพราะสุดท้ายองค์กรที่ดีไม่ได้ต้องการแค่ประหยัดค่าใช้จ่ายชั่วคราว แต่ต้องการให้คนเก่งอยู่กับองค์กรนานพอที่จะพากันเติบโต</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ม้าส่งเสียงบอกมนุษย์ไม่ได้ตอนมันถูกแทนที่ แต่มนุษย์มีเสียงของตัวเอง และ HR คือหนึ่งในคนสำคัญที่จะช่วยให้เสียงนั้นดังพอในวันที่ AI เข้ามาเปลี่ยนอนาคตของงานครับ”</span></i></p>
<h2><b>Crack the Code: How to Develop Each Generation</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50258" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-53.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 300" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-53.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-53-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ และกรรมการอิสระ </b><a href="https://bluebik.com/th/" target="_blank" rel="noopener"><b>บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) </b></a><span style="font-weight: 400;">มาร่วมแบ่งปันมุมมองว่า องค์กรจะพัฒนาคนต่างวัยให้ได้ผลจริงได้อย่างไร โดยไม่ติดกับดักการเหมารวมว่า Gen นี้ต้องเป็นแบบนั้น Gen นั้นต้องเป็นแบบนี้ ? โดยมีคุณ</span><b> ภาคิณ ลียะวนิชกุล Business Development Manager จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/112"><b>SkillLane</b></a> <span style="font-weight: 400;">เป็นผู้ดำเนินรายการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แกนหลักของบทสนทนาไม่ได้อยู่ที่สูตรสำเร็จในการบริหารคนแต่ละวัย แต่อยู่ที่การออกแบบงาน เป้าหมาย วิธีทำงาน และภาวะผู้นำ ให้คนรู้สึกว่าเขากำลังเติบโตจริง ไม่ใช่แค่ทำงานให้ครบตามหน้าที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณธนาเสนอแนวคิดที่เขาใช้มาตลอด และมองว่าใช้ได้จริงกับคนทุกเจเนอเรชั่น นั่นคือ </span><b>Tight-Loose-Tight</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เริ่มจาก Tight แรก คือการกำหนดเป้าหมายให้ชัด บอกให้คนเข้าใจว่าทำไมงานนี้ถึงสำคัญ และปลายทางที่ต้องการคืออะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จากนั้นจึง Loose เปิดพื้นที่ให้คนเลือกวิธีทำงานของตัวเอง ให้เขาได้ลองคิด ลองตัดสินใจ และใช้ความถนัดของตัวเองให้เต็มที่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แล้วกลับมา Tight อีกครั้งตอนวัดผลว่าสิ่งที่ทำไปตอบโจทย์จริงหรือไม่</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปัญหาของหลายองค์กรคือทำกลับด้าน กลายเป็น Loose-Tight-Loose คือหัวหน้ายังไม่ชัดว่าอยากได้อะไร แต่เข้าไปกำหนดวิธีทำงานแทบทุกขั้น พองานออกมาไม่ดี คนทำงานก็แค่ทำให้เสร็จ โดยไม่ได้รู้สึกภูมิใจหรืออยากพัฒนาอะไรต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่คุณธนาย้ำคือ องค์กรจำนวนมากพูดเรื่อง AI กันมากขึ้นแล้ว แต่สุดท้ายธุรกิจก็ไม่ได้เติบโตตามที่หวัง เพราะการใช้เครื่องมือเก่งไม่ได้แปลว่าองค์กรจะเก่งขึ้นทันที บางคนใช้ AI แล้วดีขึ้นจริง บางคนใช้ได้แค่พื้นฐาน และบางคนใช้แล้วสร้างปัญหาใหม่ สิ่งที่องค์กรต้องมีควบคู่กันคือการสร้างวัฒนธรรม สร้างความเชื่อร่วมกันที่ชัดพอจะนำไปใช้ได้จริง ซึ่งการสร้างวัฒนธรรมไม่ใช่สิ่งที่ง่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายกตัวอย่าง</span><b>แนวคิดแบบ Manifesto ของ Netflix ว่าน่าสนใจ เพราะที่นี่บอกชัดว่าองค์กรไม่ใช่ครอบครัว แต่เป็นทีมกีฬา</b><span style="font-weight: 400;"> คนฟังเข้าใจทันทีว่าหมายถึงการทำงานแบบมืออาชีพ เล่นเป็นทีม และต้องสร้างผลงาน ต่างจากหลายองค์กรที่เอาตัวอักษรชื่อบริษัทมาแตกเป็น Core Value ให้พนักงานท่องจำ สุดท้ายกลายเป็นข้อความที่ดูดีบนผนัง แต่ไม่ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน</span></p>
<p><b>เมื่อพูดถึงคนรุ่นใหม่ คุณธนามองว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการหัวหน้าที่เก่งที่สุดหรือดูสมบูรณ์แบบที่สุดเสมอไป สิ่งที่คนจำนวนมากต้องการคือหัวหน้าที่เข้าถึงได้ กล้ายอมรับว่าตัวเองไม่รู้บางเรื่อง และเปิดโอกาสให้น้อง ๆ สอนกลับได้ เขาเรียกสิ่งนี้ว่า Vulnerable Ability</b><span style="font-weight: 400;"> หรือความสามารถในการแสดงด้านธรรมดาของมนุษย์ออกมา</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผู้นำที่ทำให้คนหัวเราะได้ กล้าทำตัวเป็นคนธรรมดา และไม่ทำให้ทีมรู้สึกเกร็งตลอดเวลา มักเป็นคนที่ลูกทีมอยากเข้าใกล้มากกว่า หัวหน้าที่วางตัวสูง เข้าถึงยาก และทำให้ทุกบทสนทนาเต็มไปด้วยความกดดัน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเขา ภาวะผู้นำที่องค์กรต้องพัฒนา ไม่ใช่การปั้นคนให้เป็นบอสที่ออกคำสั่งเก่ง แต่ต้องปั้นโค้ชที่อยากเห็นคนในทีมเก่งขึ้น ช่วยให้ทีมชนะ และทำให้องค์กรมีกำไรไปพร้อมกัน ทักษะการเป็นคนที่น่าร่วมงานด้วยจึงกลายเป็นพลังสำคัญของคนทำงานทุกระดับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด การพัฒนาคนทุกวัยจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าองค์กรยังไม่รู้ว่าหัวใจของธุรกิจตัวเองอยู่ตรงไหน คุณธนาชวน HR และ CEO กลับไปถามคำถามพื้นฐานว่า สำหรับธุรกิจนี้ อะไรสำคัญที่สุด ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางองค์กรอาจตอบว่า Safety บางองค์กรอาจตอบว่าสูตรอาหาร บางองค์กรอาจตอบว่าลูกค้า หรือกระแสเงินสด แต่ทั้งนี้เมื่อหาเจอแล้ว ต้องดูต่อว่าเรื่องสำคัญนั้นมีที่ทางจริงในโครงสร้างองค์กรหรือไม่</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ถ้าองค์กรบอกว่า Safety สำคัญ แต่ทีม Safety ไปอยู่ใต้ฝ่ายขายก็เรือหายแน่นอน ถ้าองค์กรบอกว่า AI สำคัญ แต่ปล่อยให้เป็นเรื่องของ CTO อย่างเดียว ก็อาจไม่พาองค์กรไปไกลเท่าที่ควร เพราะโครงสร้างองค์กรบอกความจริงหลายอย่างมากกว่าคำประกาศบนเวที”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“และหากทุกบริษัทจัด Organization Chart เหมือนกันหมด คิดเรื่องคนเหมือนกันหมด และให้ความสำคัญกับเรื่องเดียวกันหมด ก็ยากที่จะสร้างความต่างได้จริง”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานของผู้นำและ HR จึงเริ่มจากการรู้ให้ชัดว่าอะไรคือหัวใจของธุรกิจ แล้วออกแบบคน งาน และโครงสร้างให้รองรับสิ่งนั้นอย่างจริงจัง</span></p>
<h2><b>Why Good Companies still Fail &#8211; Even with a Good AI Adoption</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50249" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-54.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 301" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-54.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-54-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สุนทร เด่นธรรม Founder &amp; Group Chief Executive Officer จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/91"><b>Humanica</b></a><span style="font-weight: 400;"> ไม่ได้ขึ้นเวทีมาเพื่อบอกว่า AI สำคัญแค่ไหน เพราะเรื่องนี้แทบทุกองค์กรรับรู้อยู่แล้ว แต่เขามาเพื่อตั้งคำถามสำคัญว่า “</span><i><span style="font-weight: 400;">ทำไมหลายองค์กรลงทุนกับ AI แล้ว ผลลัพธ์กลับไม่ไปถึงจุดที่คาดหวังไว้ ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ AI เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน องค์กรจะทำเพียงแค่ติดตามข่าวสารไม่ได้อีกต่อไป การรู้ว่าเทคโนโลยีทำอะไรได้เป็นแค่จุดเริ่มต้น สิ่งที่ต้องเกิดตามมาคือการลงมือเปลี่ยนวิธีทำงานอย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุนทรเล่าว่า ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกกว่า 77% เริ่มทำโครงการทดลองเกี่ยวกับ AI แล้ว ขณะที่ผู้ใช้งานทั่วไปมากกว่า 80% ก็นำ AI มาใช้ในชีวิตประจำวันหรือการทำงานกันมากขึ้น เงินลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่านับตั้งแต่ปี 2021 แต่รู้หรือไม่ว่า อัตราความสำเร็จกลับยังต่ำกว่าที่หลายคนคาดไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุผลหนึ่งมาจากหลายองค์กรยังมอง AI เป็นเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งที่อีกไม่นานมันอาจกลายเป็นสิ่งพื้นฐานเหมือนอินเทอร์เน็ตหรือสาธารณูปโภคที่ทุกคนต้องใช้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อไม่กี่ปีก่อน เรายังใช้ AI ด้วยความไม่มั่นใจนัก เพราะคำตอบที่ได้ต้องตรวจสอบซ้ำอยู่เสมอ มาถึงวันนี้ Agentic AI เริ่มทำงานได้ซับซ้อนขึ้น ช่วยคนข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ได้มากขึ้น และมีข่าวอัปเดตแทบทุกวันว่ามันเก่งขึ้นอีกแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงอย่างนั้น การตรวจสอบจากมนุษย์ก็ยังเป็นเงื่อนไขที่ขาดไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุที่ทำให้ AI ล้มเหลวในองค์กรไม่ได้เกิดจากเครื่องมืออย่างเดียว คุณสุนทรชี้ให้เห็นหลายแพทเทิร์นที่พบซ้ำบ่อย ข้อแรกคือองค์กรซื้อเครื่องมือโดยไม่มี Strategy ใช้ AI โดยไม่แตะวิธีทำงาน ไม่คิดใหม่เรื่องโมเดลธุรกิจ และไม่ถามว่าเทคโนโลยีนี้ควรเปลี่ยนองค์กรอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อต่อมาคือ Pilot Paralysis ทดลองแล้วทดลองอีก ทำโครงการนำร่องมากมาย แต่ไม่เคยขยายผลเป็นระบบจริง อีกปัญหาคือ Silos เพราะ AI จะสำเร็จไม่ได้ถ้าถูกมองว่าเป็นงานของ IT ฝ่ายเดียว มันต้องเชื่อมทุกฟังก์ชัน และ CEO ต้องลงมาสนับสนุนอย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังมี Talent Gap เมื่อองค์กรไม่มีคนที่เข้าใจ AI พอจะตรวจสอบผลลัพธ์จากมันได้ อีกเรื่องที่ต้องพิจารณาคือ Data Deficit การที่ AI เรียนรู้ข้อมูลผิด ๆ ซึ่งไม่ใช่แค่ผิดธรรมดา แต่ผิดอย่างมั่นใจ ทำให้ระบบสร้างคำตอบผิดตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสุดท้าย Change Resistance เมื่อพนักงานกลัวว่าการใช้ AI จะนำไปสู่การลดคน ความกลัวแบบนี้ทำให้คนเครียด ต่อต้าน และไม่อยากร่วมมือกับการเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางออกของปัญหานี้ต้องเริ่มจาก C-Suite Alignment ผู้นำระดับสูงต้องเอาจริงกับการเปลี่ยนองค์กร ไม่ใช่ปล่อยให้แต่ละแผนกไปทดลองกันเองตามลำพัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุนทรมองว่า AI จะไม่ได้เข้ามาแทนคนทั้งหมด หากองค์กรที่ไปต่อได้คือองค์กรที่ออกแบบให้มนุษย์และ AI Agent ทำงานร่วมกันอย่างมีจังหวะ งานหนึ่งชิ้นจะไม่ได้ถูกทำโดยคนคนเดียวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นการทำงานระหว่างมนุษย์กับทีม Agent มนุษย์กำหนดเป้าหมาย ตั้งโจทย์ และตัดสินใจในจังหวะสำคัญ ส่วน AI ช่วยจัดการข้อมูล วิเคราะห์ทางเลือก หรือสร้างผลลัพธ์ตั้งต้นให้เร็วขึ้น โครงสร้างองค์กรแบบพีระมิดจึงอาจค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเครือข่ายระหว่างคนกับ Agent มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การตัดสินใจจะอาศัยข้อมูลที่ AI ช่วยสร้างขึ้น ส่วนบทบาทของผู้จัดการจะขยับไปสู่การโค้ชคน สอนให้ทีมใช้วิจารณญาณกับผลลัพธ์ที่ AI ส่งมา และรู้ว่าควรนำสิ่งนั้นไปใช้ต่ออย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวิธีทำงานเปลี่ยน ตัวชี้วัดและทักษะที่องค์กรให้ค่าก็ต้องเปลี่ยนตาม คุณสุนทรเสนอว่า Performance KPI จะขยับจากการวัดเวลาทำงานไปสู่การวัด Outcome มากขึ้น คนที่มีคุณค่าสูงในองค์กรจึงไม่ใช่คนที่ใช้ AI ตามกระแสได้เท่านั้น แต่ต้องมีหลายทักษะประกอบกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไล่ตั้งแต่เข้าใจ AI และ Big Data คิดวิเคราะห์ได้ คิดสร้างสรรค์เป็น มีความยืดหยุ่น ปรับตัวเร็ว มีภาวะผู้นำ สื่อสารและสร้างอิทธิพลทางสังคมได้ดี ใฝ่รู้ รักการเรียนรู้ตลอดชีวิต เข้าใจเทคโนโลยี รู้จักแรงขับเคลื่อนและตัวตนของตัวเอง รับฟังผู้อื่นด้วยความเข้าใจ และคิดเป็นระบบได้</span></p>
<p><b>องค์กรที่ใช้ AI แล้วล้มเหลว อาจไม่ได้แพ้เพราะเลือกเครื่องมือผิดเสมอไป หลายครั้งพวกเขาแพ้เพราะยังไม่เปลี่ยนวิธีคิด วิธีนำคน และวิธีออกแบบงานให้พร้อมกับพลังของ AI ที่กำลังใหญ่ขึ้นทุกวัน</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47873" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 82" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></p>
<h2><b>What is Top HR’s Priority in 2026 ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50251" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-56.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 302" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-56.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-56-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>นกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ CEO &amp; Co-Founder จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11"><b>Conicle</b></a><span style="font-weight: 400;"> เปิดประเด็นด้วยมุมมองที่ชวน HR กลับมาคิดใหม่ว่า การเรียนรู้ของคนทำงานเปลี่ยนไปมากเพียงใด ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อก่อนการเรียนอาจหมายถึงการหาคำตอบให้เจอ ใครรู้มากกว่า เข้าถึงข้อมูลได้มากกว่า ย่อมได้เปรียบกว่า แต่วันนี้ความรู้จำนวนมากเข้าถึงได้แทบจะฟรีผ่าน AI ความต่างจึงไม่ได้อยู่ที่ใครมีคำตอบมากกว่าใคร หากอยู่ที่ใครตั้งคำถามได้ถูกกว่า ถูกเวลา และถูกเรื่องมากกว่า</span></p>
<p><b>เพราะ “คำถามที่ใช่จะนำมาซึ่งคำตอบที่ใช่”</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นกลายเป็นทักษะสำคัญของคนทำงาน รวมถึง HR ที่ต้องรับมือกับโจทย์ซับซ้อนขึ้นทุกปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนกรณ์ชวนผู้ฟังคิดผ่านคำถามเล่น ๆ ว่า ถ้ามียักษ์ในตะเกียงวิเศษให้พรได้ 1 ข้อ เราจะขออะไร ? คำถามนี้ฟังดูเหมือนเกมสนุกบนเวที แต่จริง ๆ แล้วมันบังคับให้เราต้องจัดลำดับความสำคัญในชีวิต เพราะเมื่อเลือกได้เพียงข้อเดียว เราจึงต้องเลือกสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามเดียวกันจึงถูกโยนกลับมาหา HR ว่า ถ้าปีนี้อยากทำให้งานสำเร็จจริงสักเรื่อง เราจะเลือกเรื่องอะไร ? บางคนอาจตอบว่าหาคนให้ทันตามกำหนด บางคนอาจตอบว่าอบรมคนให้เห็นผล บางคนอาจอยากแก้เรื่อง Skill Gap หรือสุขภาวะของพนักงาน คำตอบไม่มีสูตรเดียว เพราะ HR แต่ละองค์กรมีโจทย์หน้างานต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือการรู้ให้ชัดว่า เรื่องไหนคือเรื่องแรกที่ควรผลักดันก่อน</span></p>
<p><b>เขาเปรียบการจัด Priority กับการล้มโดมิโนว่า เมื่อเราล้มโดมิโนตัวแรก มันจะส่งแรงผลักไปล้มตัวถัดไปที่ใหญ่กว่าเดิมได้เรื่อย ๆ และเช่นเดียวกัน หากเราติดกระดุมเม็ดแรกผิดตั้งแต่ต้น ต่อให้พยายามแค่ไหน แถวกระดุมที่เหลือก็จะผิดตามไปด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน HR ก็เช่นกัน ทุกวันนี้มีเรื่องต้องทำเต็มไปหมด ตั้งแต่ AI ที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงาน การทำงานร่วมกับ AI Agent การรับมือสังคมสูงวัยที่อาจทำให้แรงงานหายไปจำนวนมาก การสร้าง Workforce รูปแบบใหม่ การออกแบบองค์กรให้ลื่นไหลกว่าเดิม การขยับจาก Job-based ไปสู่ Skill-based Workforce ไปจนถึง Work-Life Flexibility ที่ช่วยให้พนักงานมีสุขภาวะดีพอจะทำงานได้เต็มศักยภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อทุกเรื่องดูสำคัญหมด HR จึงยิ่งต้องระวัง เพราะถ้าพยายามทำทุกอย่างพร้อมกัน สุดท้ายอาจไม่มีเรื่องไหนออกมาดีพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนกรณ์ย้ำประโยคสำคัญว่า “Trends ไม่ใช่ Strategy” และ “To-do list ไม่ใช่ Priority” การเห็นเทรนด์มากมายไม่ได้แปลว่าองค์กรมีทิศทาง และการมีรายการงานยาวเหยียดก็ไม่ได้แปลว่าองค์กรรู้ว่าอะไรควรมาก่อน หากไม่จัด Priority ให้ชัด HR จะถูกดึงให้วิ่งตามทุกเรื่องพร้อมกัน จนผลลัพธ์กระจัดกระจาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจรีบตอบว่า AI ควรเป็นอันดับแรก เพราะทุกองค์กรกำลังพูดถึงมัน แต่คุณนกรณ์ก็เตือนว่า ถ้าคนขององค์กรยังไม่พร้อม ต่อให้มี AI ที่ล้ำแค่ไหนก็ไม่ต่างจากเอารถสปอร์ตให้คนที่ขับไม่เป็นขับ คำถามที่ต้องถามมากกว่าก็ว่า คนของเรามีทักษะพอจะใช้มันให้เกิดประโยชน์จริงหรือไม่ ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะผู้นำ Conicle ถ้าเขาขอพรจากยักษ์จินี่ได้เพียงข้อเดียว เขาจะเลือก “สร้างคน” ให้คนในองค์กรมีทักษะพร้อม เพราะเมื่อคนพร้อม เรื่องอื่นจะขับเคลื่อนง่ายขึ้น AI จะถูกใช้ได้คุ้มค่าขึ้น การออกแบบงานจะทำได้ดีขึ้น องค์กรจะปรับตัวได้ไวขึ้น และโดมิโนตัวถัดไปก็จะล้มตามกันไปเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ก่อนจะถามว่า AI จะพาองค์กรไปได้ไกลแค่ไหน HR อาจต้องตอบให้ได้ก่อนว่า คนของเราพร้อมออกเดินทางแล้วหรือยังแล้ว ? พวกเขามีทักษะอะไร ขาดทักษะอะไร และต้องเติมอะไรเพื่อให้พร้อมกับอนาคตของงาน ?</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47794" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 11" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></p>
<h2><b>Human.AI Harmony in Action: Turning Transformation into Execution on the Frontline</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50257" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-52.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 303" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-52.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-52-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้บริหาร 2 องค์กรที่มีบริบทต่างกันมากอย่างคุณ </span><b>บุญเกียรติ เมธีทัศนีย์ Group Director – Corporate HR จาก</b><a href="https://plant.boonrawd.co.th/th/home" target="_blank" rel="noopener"><b>บุญรอดบริวเวอรี่</b></a><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ SVP of People จาก </b><a href="https://lmwn.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>LINE MAN Wongnai</b></a><span style="font-weight: 400;"> ฝั่งหนึ่งคือธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีโรงงานและแรงงานสายปฏิบัติการจำนวนมาก อีกฝั่งคือองค์กรเทคโนโลยีที่ AI เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวัน มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารคนและ AI ว่าเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยมีคุณ </span><b>พนาสิทธิ์ วงษ์มิตรแท้ Client Advisory &amp; Solutions จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/115"><b>Darwinbox Thailand</b></a><span style="font-weight: 400;"> ทำหน้าที่ Moderator</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอานนทวงศ์เล่าว่า ที่ LINE MAN Wongnai แม้ AI จะกลายเป็นดีเอ็นเอสำคัญขององค์กรในวันนี้ แต่การเปลี่ยนแปลงจริงจังก็เพิ่งเริ่มต้นช่วงต้นปี 2025 เท่านั้น ช่วงแรกไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเห็นด้วยทันที การ Buy-in ยังต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ตรง แรงกระตุ้นจากภายนอก และพื้นที่ให้คนได้ทดลอง หลังจากคนในองค์กรมีโอกาสไปดูงานด้าน AI ที่สหรัฐอเมริกา จึงเกิดการจัด Hackathon ภายใน และค่อย ๆ ต่อยอดไปสู่การใช้งานจริงในหลายทีม ไม่ว่าจะเป็น HR Chatbot การนำ AI ไปช่วยตรวจสอบการทำงานของไรเดอร์ หรือการฝัง AI เข้าไปในกระบวนการทำงานของแต่ละฟังก์ชั่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจคือ AI ไม่ได้ถูกวางไว้เป็นโปรเจกต์ของทีมใดทีมหนึ่ง แต่มันแทรกอยู่ในโจทย์จริงของคนทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มุมของบุญรอดบริวเวอรี่แตกต่างออกไป เพราะเป็นธุรกิจที่มีโรงงาน มีแรงงาน Blue Collar และมีโจทย์เรื่องการผลัดใบของคนตามอายุงาน คุณบุญเกียรติชี้ว่า มนุษย์มีข้อจำกัดตามธรรมชาติ เมื่อถึงจุดหนึ่งย่อมต้องมีคนเกษียณ องค์กรจึงต้องมอง Strategic Workforce ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่รอให้คนหายไปแล้วค่อยแก้ปัญหา การขยายกำลังผลิตในอนาคตต้องไปสู่ Smart Factory และต้องคิดเรื่องเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีเข้ามาช่วยงานอย่างมีระบบ เพื่อให้การทดแทนแรงงานที่เกษียณเกิดขึ้นโดยไม่กระทบต่อความต่อเนื่องของธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาย้ำอีกว่า การให้คุณค่ากับพนักงานกับการใช้เทคโนโลยีช่วยงานเป็นคนละเรื่องกัน องค์กรไม่จำเป็นต้องพูดว่าเทคโนโลยีจะมาแทนคน สิ่งที่ควรทำคือออกแบบระบบภายในให้คนเห็นประโยชน์ของมัน และอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างสอดประสาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถูกถามว่านิยามของ “คุณค่าพนักงาน” เปลี่ยนไปหรือไม่ในวันที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น คุณอานนทวงศ์ตอบในมุมที่เป็นมนุษย์มากว่า สุดท้ายแล้วเรายังอยากทำงานกับคนที่น่ารัก ทำงานด้วยแล้วสบายใจ คนเก่งย่อมมีโอกาสอยู่รอดสูงขึ้น แต่คนที่โดดเด่นจริงมักเป็นคนที่ทำเกินกว่าหน้าที่ หมั่นเรียนรู้ และเป็นคนที่คนอื่นอยากร่วมงานด้วย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ AI ยังทำแทนไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน AI ก็ไม่ได้จำเป็นต้องถูกมองผ่านเลนส์การลดคนเสมอไป หลายครั้งเมื่อมีคนลาออก องค์กรอาจยังไม่รับคนเพิ่ม เพราะคนที่เหลือใช้ AI แล้วทำงานได้มากขึ้น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่การประหยัดต้นทุนอย่างเดียว แต่ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างคุณค่าใหม่จากทีมเดิมได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของ HR ในยุคใหม่นี้จะเพิ่มมากกว่าเดิมแน่นอน คุณบุญเกียรติบอกชัดว่า </span><b>HR ต้องเป็น Transformer ไม่ใช่ Translator</b><span style="font-weight: 400;"> หมายความว่า HR ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงจริง ตั้งแต่คุยกับผู้บริหารให้ชัดว่าทำเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร ถอดรหัสให้ได้ว่าเทคโนโลยีช่วยเพิ่ม Productivity เท่าไร และเปลี่ยนข้อมูลเหล่านี้ให้เป็นภาษาธุรกิจที่ผู้บริหารนำไปตัดสินใจต่อได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังมองว่าคนที่มีงานอยู่ตอนนี้ถือว่าน่าอิจฉา เพราะโอกาสในการพัฒนาตัวเองยังอยู่ตรงหน้า </span><b>ที่บุญรอดเองต่อไปก็ต้องรับคนอย่างรอบคอบมากขึ้น รับให้ยาก ออกให้ยาก ไม่ใช่รับง่าย ออกง่าย หรือรับยาก ออกง่าย ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าองค์กรกำลังมีรูรั่วบางอย่าง </b><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญใช้การเกษียณเป็นโอกาสโปรโมตคนจากภายใน และเปิดพื้นที่ให้ผู้นำระดับ N-1 ช่วยสื่อสารใน </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/town-hall-meeting-employee-engagement-250609/"><span style="font-weight: 400;">Town Hall Meeting</span></a><span style="font-weight: 400;"> โดยไม่ต้องรอ CEO เพียงคนเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณอานนทวงศ์ทิ้งท้ายในมุม HR ว่า อย่างน้อยคนทำงาน HR ควรรู้ว่า AI แต่ละตัวต่างกันอย่างไร และจะฝัง AI เข้าไปในงานของตัวเองตรงไหนได้บ้าง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การเปลี่ยนผ่านที่ดีไม่ได้เริ่มจากคำประกาศใหญ่โตเสมอไป บางครั้งมันเริ่มจากการที่ HR เข้าใจเครื่องมือมากพอจะพาคนทั้งองค์กรทดลอง ใช้จริง และเห็นผลจริงไปด้วยกัน”</span></i></p>
<h2><b>Human • AI Harmony AI Changes Work. Humans Create Value </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50254" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-59.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 304" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-59.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-59-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>วรวัจน์ สุวคนธ์ Chief People Officer จาก</b><a href="https://www.scb.co.th/th/personal-banking" target="_blank" rel="noopener"><b>ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)</b></a><span style="font-weight: 400;"> และ</span><b>นายกสมาคม </b><a href="https://www.pmat.or.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>PMAT</b></a> <span style="font-weight: 400;">เปิดประเด็นว่า วันนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญของทุกองค์กรที่ต้องบริหารคน หลังจากเผชิญความเปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายระลอก AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงานอย่างแน่นอน และผลกระทบครั้งนี้ไม่เล็ก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่องค์กรต้องตอบให้ได้จึงไม่ใช่แค่ว่าจะใช้ AI อะไร หากต้องกลับไปคิดให้ลึกกว่านั้นว่า เราจะออกแบบงานใหม่อย่างไร และมนุษย์ควรทำอะไร เมื่อหลายงานเริ่มมี AI เข้ามารับช่วงแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ AI จะช่วยให้งานเร็วขึ้น แม่นขึ้น และจัดการเรื่องซ้ำ ๆ ได้ดีขึ้น คุณวรวัจน์ย้ำว่า สิ่งที่ HR และผู้นำยังขาดไม่ได้คือ Empathy เพราะงานจำนวนมากยังต้องมีมนุษย์คอยตัดสินใจ ตรวจสอบผลลัพธ์ ทำงานกับคน และดูแลลูกค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญต้องรู้ด้วยว่างานที่ AI ทำออกมาไปกระทบใครบ้างหรือไม่ การใช้ AI จึงไม่ใช่เรื่องเทคนิคอย่างเดียว ผู้นำองค์กรต้องคิดทั้งเรื่องธุรกิจ คน และผลกระทบต่อทีมไปพร้อมกัน เพราะโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่ทำให้องค์กรไปต่อได้ แต่ต้องทำให้พนักงานไปต่อได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้บริหาร คุณวรวัจน์เสนอว่า การเตรียมองค์กรให้พร้อมกับ AI ต้องเริ่มจาก 4 เรื่องสำคัญ ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อย่าเริ่มตั้งต้นงานทุกอย่างจาก AI แต่ให้เริ่มจากกลยุทธ์ธุรกิจก่อน แล้วค่อยดูว่า AI จะช่วยให้กลยุทธ์นั้นสำเร็จได้อย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างวัฒนธรรมที่ทำให้คนคุ้นเคยกับ AI มองเห็นประโยชน์ และลดความกลัวว่าจะถูกแทนที่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หาสมดุลระหว่าง Productivity กับความรู้สึกของคน เพราะมนุษย์ยังเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รู้จักตัดสินใจในเรื่องสำคัญ เมื่อเทคโนโลยีเก่งขึ้นทุกวัน องค์กรต้องรู้ว่าเรื่องไหนควรให้ AI ช่วย และเรื่องไหนต้องเก็บไว้ให้มนุษย์เป็นคนตัดสินใจ</span></li>
</ol>
<p><b>บทบาทของ HR เปลี่ยนไปแล้ว จากผู้ดูแลระบบงานคน ไปเป็น Readiness Architect for the Organization หรือสถาปนิกที่ช่วยออกแบบความพร้อมให้องค์กรใหม่ทั้งหมด</b><span style="font-weight: 400;"> HR ต้องหยิบงานทุกงานมาจัดเรียงใหม่ว่า งานไหนควรให้ AI ทำ งานไหนควรให้คนทำ และงานไหนต้องใช้คนกับ AI ทำร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นต้องขับเคลื่อนองค์กรไสู่การเป็น Skill-Based Workforce มากขึ้น ทั้งการจ้างคน การพัฒนาคน และการวางเส้นทางเติบโต ต้องมองจากทักษะที่ตอบโจทย์อนาคตของงานจริง ๆ ไม่ใช่ดูแค่ตำแหน่งงานเดิมหรือประสบการณ์แบบเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกภารกิจใหญ่ของ HR คือ Upskill และ Reskill ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณวรวัจน์มองว่าองค์กรที่เรียนรู้เรื่องใหม่ได้เร็วกว่า ย่อมมีโอกาสสำเร็จมากกว่า HR จึงต้องออกแบบระบบที่ทำให้คนเรียนรู้ได้ตลอดเวลา พร้อมกับทำหน้าที่ Culture &amp; Change Navigator คอยพาคนมองความเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาสมากกว่าอุปสรรค เพราะถ้าคนในองค์กรมีแต่ความกลัว การใช้ AI ก็ยากจะเดินหน้าได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน HR ต้องคอยเตือนผู้นำและคนในองค์กรว่า อย่าลืม Human Value อย่าลืมฟังเสียงกันและกัน และอย่าปล่อยให้ความเร็วของเทคโนโลยีทำให้เรามองข้ามความรู้สึกของคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนทำงานทุกวัยต้องปรับตัวเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กจบใหม่ที่คุ้นเคยกับ AI อยู่แล้ว หรือคนใกล้เกษียณที่มีประสบการณ์สูง ทุกคนต้องเรียนรู้การใช้ AI ให้คล่อง ใช้มันเป็นเครื่องมือแนะนำการเติบโตของตัวเอง และใช้จนกลายเป็นนิสัยการทำงานแบบใหม่ นอกจากนั้น มนุษย์ต้องทำให้คุณค่าของตัวเองชัดขึ้นกว่าเดิม ทั้งการคิดลึก การเข้าใจคน การเรียนรู้เร็ว และการกล้าลองแม้จะผิดพลาด</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราต้องรักษาความกระหายในการเรียนรู้ และอย่าลืมสนุกกับการทำงาน เพราะเมื่อเรารู้ว่างานของเราสร้างความแตกต่างได้ งานก็จะมีความหมายมากขึ้น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม Human-AI Harmony จะเป็นสูตรสำคัญของความได้เปรียบในการแข่งขันจากนี้ไป</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-1-260616/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซื้อ HR Tech มาแล้ว ใช้ได้จริงกี่ % ? ทำไม 4 ใน 10 โปรเจกต์ AI ถึงล้มเหลว</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrtech/why-ai-hr-tech-fail-260615/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrtech/why-ai-hr-tech-fail-260615/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 02:37:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tech]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50239</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Gartner คาดว่า กว่า 40% ของโครงการ Agentic AI จะถูกยกเลิกก่อนสิ้นปี 2027 สาเหตุหลักมาจากการขาด AI Governance, ต้นทุนที่บานปลาย และความไม่ชัดเจนเรื่อง Business Value หลายองค์กรกำลังรีบลงทุน AI ก่อนจะตอบคำถามได้ว่า “AI จะช่วยธุรกิจอย่างไร” HR กำลังเป็นหนึ่งในฟังก์ชันแรก ๆ ที่เริ่มใช้ Agentic AI ในงานสรรหา พัฒนาคน และบริหารประสบการณ์พนักงาน ความท้าทายต่อไปไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการกำกับดูแล การออกแบบกระบวนการ และการเตรียมคนให้พร้อม ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา Generative AI กลายเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานขององค์กรทั่วโลกอย่างรวดเร็ว แต่ขณะที่หลายองค์กรยังอยู่ในช่วงทดลองใช้ ChatGPT, Copilot หรือ AI Assistant รูปแบบต่าง ๆ โลกเทคโนโลยีกลับเริ่มพูดถึงอีกคำหนึ่งมากขึ้น นั่นคือ Agentic AI Agentic AI [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>Gartner คาดว่า กว่า 40% ของโครงการ Agentic AI จะถูกยกเลิกก่อนสิ้นปี 2027</li>
<li>สาเหตุหลักมาจากการขาด AI Governance, ต้นทุนที่บานปลาย และความไม่ชัดเจนเรื่อง Business Value</li>
<li>หลายองค์กรกำลังรีบลงทุน AI ก่อนจะตอบคำถามได้ว่า “AI จะช่วยธุรกิจอย่างไร”</li>
<li>HR กำลังเป็นหนึ่งในฟังก์ชันแรก ๆ ที่เริ่มใช้ Agentic AI ในงานสรรหา พัฒนาคน และบริหารประสบการณ์พนักงาน</li>
<li>ความท้าทายต่อไปไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการกำกับดูแล การออกแบบกระบวนการ และการเตรียมคนให้พร้อม</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50241" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-46.webp" alt="why-ai-hr-tech-fail HREX HR Solution" width="600" height="370" title="ซื้อ HR Tech มาแล้ว ใช้ได้จริงกี่ % ? ทำไม 4 ใน 10 โปรเจกต์ AI ถึงล้มเหลว 307" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-46.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-46-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา Generative AI กลายเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานขององค์กรทั่วโลกอย่างรวดเร็ว แต่ขณะที่หลายองค์กรยังอยู่ในช่วงทดลองใช้ <a href="https://chatgpt.com/" target="_blank" rel="noopener">ChatGPT</a>, <a href="https://copilot.microsoft.com/" target="_blank" rel="noopener">Copilot</a> หรือ AI Assistant รูปแบบต่าง ๆ โลกเทคโนโลยีกลับเริ่มพูดถึงอีกคำหนึ่งมากขึ้น นั่นคือ Agentic AI</p>
<p>Agentic AI คือระบบ AI ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตอบคำถามหรือสร้างเนื้อหา แต่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และดำเนินงานบางส่วนได้ด้วยตัวเอง เช่น การคัดกรองผู้สมัคร นัดสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลพนักงาน หรือดำเนิน Workflow หลายขั้นตอนโดยแทบไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาแทรกแซง</p>
<p>ฟังดูเหมือนอนาคตที่หลายองค์กรรอคอย แต่ล่าสุด <a href="https://www.gartner.com/en/newsroom/press-releases/2025-06-25-gartner-predicts-over-40-percent-of-agentic-ai-projects-will-be-canceled-by-end-of-2027" target="_blank" rel="noopener">Gartner กลับออกมาเตือนว่า มากกว่า 40% ของโครงการ Agentic AI อาจถูกยกเลิกก่อนสิ้นปี 2027</a> เพราะองค์กรจำนวนมากกำลังวิ่งนำหน้าความพร้อมของตัวเอง โดยเฉพาะในเรื่อง Governance, Cost Control และการพิสูจน์ Business Value</p>
<p>คำถามสำคัญที่ควรถามมากกว่าเรื่อง “<em>Agentic AI จะเก่งแค่ไหน ?</em>” คือ “<em>องค์กรพร้อมแค่ไหนที่จะบริหารมัน ?</em>”</p>

<h2>ทำไม HR ถึงควรสนใจ Agentic AI</h2>
<p>หาก Generative AI คือผู้ช่วยที่คอยตอบคำถามหรือสร้างชิ้นงานตามคำสั่ง Agentic AI ก็ใกล้เคียงกับพนักงานดิจิทัลที่สามารถรับเป้าหมาย แล้วจัดการงานหลายขั้นตอนเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้นได้</p>
<p>สำหรับงาน HR ภาพที่เห็นได้ชัดคือระบบ Agentic AI อาจช่วยคัดกรองเรซูเม่จำนวนมาก จัดอันดับผู้สมัครที่ตรงกับเงื่อนไขของตำแหน่ง นัดหมายสัมภาษณ์แบบอัตโนมัติ ตอบคำถาม Candidate เบื้องต้น วิเคราะห์ Employee Sentiment สรุปข้อมูล Performance หรือแนะนำ Learning Path ที่เหมาะกับพนักงานแต่ละคน</p>
<p>ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยที่มนุษย์ไม่ต้องลงมือทำทุกขั้นตอนเหมือนเดิม จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายองค์กรเริ่มมอง Agentic AI เป็นก้าวต่อไปของ HR Technology เพราะมันมีศักยภาพในการลดงานธุรการ เพิ่มความเร็วในการทำงาน และเปิดโอกาสให้ HR ใช้เวลากับงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ยิ่ง AI ทำงานได้มากขึ้น คำถามเรื่องความพร้อมขององค์กรก็ยิ่งสำคัญขึ้นตามไปด้วย</p>
<h2>Gartner เตือน: ปัญหาไม่ใช่ AI แต่คือ Governance</h2>
<p>สิ่งที่น่าสนใจคือ Gartner ไม่ได้มองว่า Agentic AI จะล้มเหลวเพราะเทคโนโลยีไม่ดีพอ แต่ล้มเหลวเพราะองค์กรไม่พร้อม</p>
<p>ปัญหาที่พบมากที่สุดมี 3 เรื่อง ได้แก่</p>
<h3>1. ไม่ชัดเจนว่า AI สร้างคุณค่าทางธุรกิจอะไร</h3>
<p>หลายองค์กรเริ่มลงทุน AI เพราะกลัวตกเทรนด์ มากกว่าจะเริ่มจากปัญหาทางธุรกิจที่ต้องการแก้จริง ๆ</p>
<p>ผลลัพธ์คือมีการซื้อ AI Tool จำนวนมาก แต่เมื่อใช้งานไปสักพักกลับตอบไม่ได้ว่า Productivity ดีขึ้นเท่าไร <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-reduce-time-to-fill-250929/">Time-to-Hire</a> ลดลงจริงหรือไม่ <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/employee-experience-to-hope-250908/">Employee Experience</a> ดีขึ้นแค่ไหน หรือ ROI คุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปหรือเปล่า เมื่อพิสูจน์ผลลัพธ์ไม่ได้</p>
<p>สุดท้าย โครงการจำนวนไม่น้อยจึงถูกลดความสำคัญหรือยกเลิกไปก่อนที่จะสร้างผลลัพธ์ได้จริง</p>
<h3>2. Governance ตามไม่ทัน</h3>
<p>เมื่อ AI เริ่มมีบทบาทในการตัดสินใจมากขึ้น องค์กรต้องตอบคำถามให้ได้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบหาก AI ตัดสินใจผิด ระบบใช้ข้อมูลอะไรในการตัดสินใจ มีความเสี่ยงเรื่อง Bias หรือไม่ และพนักงานสามารถโต้แย้งหรือขอให้ทบทวนผลลัพธ์จาก AI ได้อย่างไร</p>
<p>คำถามเหล่านี้สำคัญมากในงาน HR เพราะเกี่ยวข้องกับการจ้างงาน การประเมินผลงาน การพัฒนาคน และเส้นทางอาชีพของพนักงาน ความผิดพลาดเพียงจุดเดียวอาจกลายเป็นความเสี่ยงด้านกฎหมาย ความเชื่อมั่น และชื่อเสียงขององค์กรได้ทันที</p>
<h3>3. ต้นทุนสูงกว่าที่คิด</h3>
<p>แม้หลายคนจะมองว่า AI ช่วยลดต้นทุน แต่ในความเป็นจริง การนำ Agentic AI มาใช้ในระดับองค์กรต้องลงทุนทั้งด้านระบบ ข้อมูล ความปลอดภัย การฝึกอบรม และการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน</p>
<p>หลายองค์กรจึงพบว่าต้นทุนในการบริหาร AI สูงกว่าที่วางแผนไว้มาก</p>
<h2>HR กำลังเผชิญปัญหาเดิมอีกครั้ง: Technology ไปเร็วกว่า People</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50242" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/conceptual-3d-illustration-basketball-player-dunking-motion-design-scaled.webp" alt="why-ai-hr-tech-fail HREX HR Solution" width="2560" height="1440" title="ซื้อ HR Tech มาแล้ว ใช้ได้จริงกี่ % ? ทำไม 4 ใน 10 โปรเจกต์ AI ถึงล้มเหลว 308" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/conceptual-3d-illustration-basketball-player-dunking-motion-design-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/conceptual-3d-illustration-basketball-player-dunking-motion-design-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/conceptual-3d-illustration-basketball-player-dunking-motion-design-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/conceptual-3d-illustration-basketball-player-dunking-motion-design-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/conceptual-3d-illustration-basketball-player-dunking-motion-design-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/conceptual-3d-illustration-basketball-player-dunking-motion-design-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p>ในมุมของ HREX ข่าวนี้คล้ายกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในยุค <a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/king-of-time-hr-digital-transformation-260505/">Digital Transformation</a></p>
<p>หลายองค์กรซื้อระบบ HR Tech เข้ามาจำนวนมาก แต่สุดท้ายพนักงานไม่ใช้ ผู้จัดการไม่เข้าใจ และกระบวนการทำงานไม่เปลี่ยน</p>
<p>วันนี้ Agentic AI กำลังเผชิญความเสี่ยงแบบเดียวกัน</p>
<p>องค์กรอาจกำลังรีบถามว่า “เราจะใช้ AI ตัวไหน ?” ทั้งที่คำถามที่ควรถามก่อนคือ “เราต้องการแก้ปัญหาอะไร ?”</p>
<p>เพราะต่อให้ AI ฉลาดแค่ไหน หาก Process ไม่ชัด Data ไม่มีคุณภาพ หรือ Manager ไม่เข้าใจวิธีใช้งาน ผลลัพธ์ก็อาจไม่ต่างจากการซื้อ Software ราคาแพงมาเก็บไว้เฉย ๆ</p>
<h2>บทเรียนสำหรับ HR: AI Strategy ต้องมาพร้อม People Strategy</h2>
<p>องค์กรที่ประสบความสำเร็จในการใช้ Agentic AI อาจไม่ใช่องค์กรที่มี AI ล้ำที่สุด แต่เป็นองค์กรที่สามารถทำ 4 เรื่องนี้ได้</p>
<h3>1. มี AI Governance ที่ชัดเจน</h3>
<p>องค์กรต้องรู้ว่า AI ทำอะไรได้บ้าง ทำอะไรไม่ได้ ใครเป็นคนอนุมัติการใช้งาน ใครเป็นผู้รับผิดชอบผลลัพธ์ และจะตรวจสอบการตัดสินใจของ AI ได้อย่างไร โดยเฉพาะงาน HR ที่มีผลโดยตรงต่อชีวิตการทำงานของคน</p>
<h3>2. เชื่อม AI เข้ากับ Business Outcome ให้ได้จริง</h3>
<p>HR ไม่ควรวัดความสำเร็จของ AI จากจำนวนเครื่องมือที่ซื้อมา หรือจำนวน Use Case ที่ทดลองทำเท่านั้น แต่ควรถามต่อว่า AI ช่วยลดเวลาทำงานได้เท่าไร ช่วยให้การสรรหาดีขึ้นอย่างไร ช่วยเพิ่มคุณภาพการตัดสินใจของผู้จัดการหรือไม่ และช่วยยกระดับประสบการณ์ของพนักงานได้แค่ไหน</p>
<h3>3. มี AI Literacy</h3>
<p>พนักงานและผู้นำต้องเข้าใจว่า AI ทำงานอย่างไร ใช้ข้อมูลแบบไหน มีข้อจำกัดอะไร และควรใช้งานอย่างไรให้ปลอดภัย เพราะถ้าคนไม่เข้าใจ AI ต่อให้ระบบดีแค่ไหนก็อาจถูกใช้ผิดวิธี หรือถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่สร้างผลลัพธ์</p>
<h3>4. ออกแบบ Human + AI Workflow ให้เหมาะสม</h3>
<p>องค์กรต้องกำหนดให้ชัดว่างานไหนควรให้ AI ทำ งานไหนควรให้มนุษย์ตัดสินใจ และจุดไหนจำเป็นต้องมีการตรวจสอบจากคนจริง ๆ เพราะ AI อาจช่วยเพิ่มความเร็วได้มาก แต่ความเข้าใจบริบท ความละเอียดอ่อน และความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ยังเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องมีบทบาทสำคัญอยู่เสมอ</p>
<p>ท้ายที่สุด AI ไม่ได้เข้ามาทำให้การบริหารคนง่ายลงโดยอัตโนมัติ ตรงกันข้าม มันอาจทำให้งาน HR ซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม เพราะ HR ต้องเข้าใจทั้งเทคโนโลยี ข้อมูล กระบวนการทำงาน และผลกระทบต่อคนในองค์กรไปพร้อมกัน</p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>Agentic AI อาจเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ทรงพลังที่สุดของโลกการทำงานยุคใหม่ แต่ข่าวของ Gartner กำลังเตือนว่า การลงทุนใน AI โดยไม่มี Governance ที่ดี อาจกลายเป็นต้นทุนที่สูญเปล่า</p>
<p>สำหรับ HR นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกเครื่องมือใหม่ แต่คือการออกแบบระบบการทำงานใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ข้อมูล กระบวนการ คน ไปจนถึงวัฒนธรรมองค์กร</p>
<p>เพราะในท้ายที่สุด ความได้เปรียบในการแข่งขันอาจไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมี AI ก่อน แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถทำให้ “คน” และ “AI” ทำงานร่วมกันได้ดีที่สุดต่างหาก</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://www.gartner.com/en/newsroom/press-releases/2025-06-25-gartner-predicts-over-40-percent-of-agentic-ai-projects-will-be-canceled-by-end-of-2027" target="_blank" rel="noopener">Gartner Forecast on Agentic AI Projects</a></li>
<li><a href="https://www.adp.com/spark/articles/2025/12/key-hr-technology-trends-for-2026-and-how-to-plan.aspx" target="_blank" rel="noopener">ADP HR Technology Trends 2026</a></li>
<li><a href="https://www.deloitte.com/us/en/insights/topics/talent/human-capital-trends.html" target="_blank" rel="noopener">Deloitte Human Capital Trends</a></li>
<li><a href="https://www.ibm.com/think/topics/ai-in-hr" target="_blank" rel="noopener">IBM AI in HR Research</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrtech/why-ai-hr-tech-fail-260615/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Tudor บทเรียนภาวะผู้นำจากแบรนด์นาฬิกาที่พลิกตัวเองให้พ้นเงา Rolex</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/tudor-revival-260615/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/tudor-revival-260615/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Jun 2026 17:21:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Tudor]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50231</guid>

					<description><![CDATA[เวลาพูดถึงการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรหรือภาพลักษณ์องค์กร เราอาจจะคิดว่าแค่เปลี่ยนโลโก้ใหม่ ปรับโฉมไลน์สินค้าใหม่ ก็ทำให้คนมองเห็นความแตกต่าง และน่าจะจดจำทางทิศแบบใหม่ ๆ ได้แล้ว อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งการเปลี่ยนโลโก้ใหม่ แคมเปญใหม่ หรือสินค้าใหม่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้วัฒนธรรมองค์กร ทำให้แนวคิดของคนในองค์กรเปลี่ยนไปตามนั้นได้จริง ๆ ซึ่งหากจะทำเช่นนั้นได้ ต้องเริ่มจากผู้นำที่มองเห็นว่าองค์กรควรเดินไปทางไหน กล้าตัดสินใจเปลี่ยนสิ่งที่เคยคุ้น และพาคนทั้งองค์กรเชื่อในทิศทางเดียวกันได้ และรู้หรือไม่ว่า หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดในโลกธุรกิจก็ว่าได้เกิดขึ้นกับ Tudor แบรนด์นาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ที่เคยถูกมองว่าเป็นแบรนด์น้องของ Rolex ซึ่งเป็นนาฬิกาหรูที่เป็นที่ต้องการสูง ไม่แพ้ Patek Philippe, Audemars Piguet และ Omega เป็นต้น มานานหลายสิบปี แต่ Tudor กลับใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสร้างตัวตนใหม่ จนกลายเป็นแบรนด์ที่มีเสน่ห์ โฉบเฉี่ยว และได้รับการยอมรับจากคนรักนาฬิกาในฐานะแบรนด์ที่ยืนได้ด้วยขาตัวเอง และอาจจะน่าสนใจกว่า Rolex เสียด้วยซ้ำ ซึ่งมันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากผู้นำที่มีวิสัยทัศนและศักยภาพในการพาแบรนด์ก้าวออกจากเงาที่พาดทับมานานตั้งแต่ถือกำเนิด คำถามคือ Tudor ทำอย่างไรถึงออกจากเงาของ Rolex ได้อย่างสวยงาม และ HR ไทยเรียนรู้อะไรจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้บ้าง จุดเริ่มต้นของ Tudor: นาฬิกาคุณภาพระดับ Rolex ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50235" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-48.webp" alt="HREX Tudor Leadership" width="600" height="370" title="Tudor บทเรียนภาวะผู้นำจากแบรนด์นาฬิกาที่พลิกตัวเองให้พ้นเงา Rolex 314" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-48.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-48-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เวลาพูดถึงการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรหรือภาพลักษณ์องค์กร เราอาจจะคิดว่าแค่เปลี่ยนโลโก้ใหม่ ปรับโฉมไลน์สินค้าใหม่ ก็ทำให้คนมองเห็นความแตกต่าง และน่าจะจดจำทางทิศแบบใหม่ ๆ ได้แล้ว</p>
<p>อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งการเปลี่ยนโลโก้ใหม่ แคมเปญใหม่ หรือสินค้าใหม่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้วัฒนธรรมองค์กร ทำให้แนวคิดของคนในองค์กรเปลี่ยนไปตามนั้นได้จริง ๆ ซึ่งหากจะทำเช่นนั้นได้ ต้องเริ่มจากผู้นำที่มองเห็นว่าองค์กรควรเดินไปทางไหน กล้าตัดสินใจเปลี่ยนสิ่งที่เคยคุ้น และพาคนทั้งองค์กรเชื่อในทิศทางเดียวกันได้</p>
<p>และรู้หรือไม่ว่า หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดในโลกธุรกิจก็ว่าได้เกิดขึ้นกับ <a href="https://www.tudorwatch.com/en" target="_blank" rel="noopener"><strong>Tudor</strong> แบรนด์นาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์</a>ที่เคยถูกมองว่าเป็นแบรนด์น้องของ <a href="https://www.rolex.com/th-th" target="_blank" rel="noopener">Rolex</a> ซึ่งเป็นนาฬิกาหรูที่เป็นที่ต้องการสูง ไม่แพ้ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/patek-philippe-training-230106/">Patek Philippe</a>, <a href="https://www.audemarspiguet.com/com/en/home.html" target="_blank" rel="noopener">Audemars Piguet</a> และ <a href="https://www.omegawatches.com/" target="_blank" rel="noopener">Omega</a> เป็นต้น มานานหลายสิบปี</p>
<p>แต่ Tudor กลับใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสร้างตัวตนใหม่ จนกลายเป็นแบรนด์ที่มีเสน่ห์ โฉบเฉี่ยว และได้รับการยอมรับจากคนรักนาฬิกาในฐานะแบรนด์ที่ยืนได้ด้วยขาตัวเอง และอาจจะน่าสนใจกว่า Rolex เสียด้วยซ้ำ ซึ่งมันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากผู้นำที่มีวิสัยทัศนและศักยภาพในการพาแบรนด์ก้าวออกจากเงาที่พาดทับมานานตั้งแต่ถือกำเนิด</p>
<p>คำถามคือ Tudor ทำอย่างไรถึงออกจากเงาของ Rolex ได้อย่างสวยงาม และ HR ไทยเรียนรู้อะไรจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้บ้าง</p>

<h2>จุดเริ่มต้นของ Tudor: นาฬิกาคุณภาพระดับ Rolex ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า</h2>
<p>Tudor ถือกำเนิดขึ้นในปี 1946 จากฝีมือและวิสัยทัศน์ของ <strong>ฮานส์ วิลส์ดอร์ฟ (Hans Wilsdorf) ซึ่งก็คือบิดาผู้ให้กำเนิด Rolex</strong> นี่เอง และนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Tudor ถึงมีรากฐานผูกพันกับ Rolex อย่างลึกซึ้ง</p>
<p>ความตั้งใจแรกของวิลส์ดอร์ฟคือการสร้างนาฬิกาอีกแบรนด์ที่เข้าถึงง่ายกว่า และยังรักษามาตรฐานความน่าเชื่อถือแบบเดียวกันกับ Rolex ซึ่งได้รับความนิยมติดลมบนไปแล้วจากการมีนาฬิกาจุดขายอย่าง Rolex Oyster, Rolex Oyster Perpetual และ Rolex Datejust</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50236" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_2696467843-scaled.webp" alt="HREX Tudor Leadership" width="600" height="450" title="Tudor บทเรียนภาวะผู้นำจากแบรนด์นาฬิกาที่พลิกตัวเองให้พ้นเงา Rolex 315" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_2696467843-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_2696467843-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_2696467843-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_2696467843-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_2696467843-1536x1152.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_2696467843-2048x1536.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ปัญหาคือ เมื่อเวลาผ่านไป มันกลับกลายเป็นเงาที่บดบังตัวตนของ Tudor เสียเอง</p>
<p>สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะ Tudor มักใช้ชิ้นส่วน ใช้การออกแบบ ใช้ลูกเล่นหลายอย่างที่มีต้นฉบับจาก Rolex แม้จะปรับออกมาให้เป็นลักษณะเฉพาะของตัวเอง และมีนาฬิกาที่น่าสนใจหลายรุ่น นำโดย Tool Watch อย่าง Submariner, Chronograph ซึ่งพวกเขาพยายามผลักดันให้เป็นรุ่นที่หน่วยงานมืออาชีพ ทั้งนักดำน้ำและกองทัพเรือ เอาไปใช้งานอย่างสมบุกสมบัน แต่ปัญหาสำคัญคือ แบรนด์ยังคงถูกจดจำผ่านความสัมพันธ์กับ Rolex มากกว่าจะถูกจดจำจากตัวตนของตัวเอง</p>
<p>และยิ่งไปกว่านั้น ในวงการนาฬิกาช่วงหนึ่ง Tudor ยังถูกมองด้วยสายตาที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่า นั่นคือการที่นักสะสมบางกลุ่มซื้อ Tudor เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับร้านตัวแทนจำหน่าย เพื่อให้พวกเขาสามารถซื้อ Rolex ได้ในภายหลัง</p>
<p>พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าใครเป็นลูกค้าใหม่ ไม่เคยซื้อ Rolex มาก่อน คุณต้องไปซื้อ Tudor มาก่อน แล้วถ้าสะสมยอดได้มากพอ จึงจะมีสิทธิ์ซื้อ Rolex นั่นเอง</p>
<p>นั่นหมายความว่า เวลาคนซื้อ Tudor ไป พวกเขาไม่ได้ซื้อเพราะรัก แต่ซื้อเพราะจำใจมากกว่า</p>
<p>นี่คือโจทย์ใหญ่ของแบรนด์ที่มีมรดกแข็งแรง แต่ยังไม่มีบุคลิกชัดพอ ซึ่งกำลังรอให้ใครสักคนลุกขึ้นมาปฏิวัติ และชำระล้างใหม่</p>
<h2>เมื่อผู้นำที่ใช่เข้ามาปลุกแบรนด์ที่หลับใหล</h2>
<p>หลังจากอยู่ใต้ร่มเงา Rolex มานานกว่า 40-50 ปี ก็ถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของ Tudor เสียทีในปี 2009 เมื่อ <strong>ฟิลิปเป้ เพเวอเรลลี่ (Philippe Peverelli) เข้ามารับตำแหน่ง CEO โดยมี ดาวิเด้ เซอร์ราโต (Davide Cerrato) เข้ามาผู้รับผิดชอบด้าน Marketing, Design และ Product Development</strong></p>
<p>และพวกเขาคือหัวหอกสำคัญที่ประกาศชัดว่า <em>&#8220;แบรนด์ต้องกล้าส่องกระจก และยอมรับให้ได้ว่าคุณค่าที่แท้จริงของตัวเองคืออะไร&#8221;</em></p>
<p>และนั่นคือสิ่งที่เขาทำกับ Tudor จริง ๆ แล้วเป้าหมายในการ Transform องค์กรของเขา ไม่ใช่การหนีจากเงาของ Rolex และอันที่จริง Tudor ไม่ได้ต้องตัดขาดจาก Rolex อย่างสิ้นเชิง เป็นอีกแบรนด์ที่ไม่ได้อิงกับประวัติศาสตร์ของใด ๆ ของแบรนด์พี่ด้วยซ้ำ แต่พวกเขาแค่ต้องย้อนมองกลับมาสำรวจตัวเองใหม่ แล้วดึงคุณค่าที่แท้จริงของแบรนด์ออกมาเล่าให้ผู้คนมองเห็นอย่างเด่นชัด</p>
<p>เพเวอเรลลี่และเซอร์ราโตกลับไปขุดค้นรากเดิมของ Tudor แล้วตีความใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย เลือกหยิบสิ่งที่ดีที่สุดจากอดีตกลับมาเล่าใหม่ ทั้งความเป็นนาฬิกาใช้งานจริง ความแข็งแรงของ Tool Watch ดีไซน์วินเทจ และรายละเอียดเฉพาะตัวอย่าง <strong>Snowflake Hands</strong> หรือเข็มรูปทรงพิเศษที่กลายเป็นลายเซ็นของแบรนด์มาจนถึงทุกวันนี้</p>
<p>เซอร์ราโตอธิบายกระบวนการทำงานของเขาไว้อย่างน่าสนใจว่า เขามองหาบางสิ่งที่เป็นเหมือน &#8220;โครโมโซม&#8221; เพื่อนำมาสร้าง DNA ของแบรนด์ขึ้นใหม่ ไม่ได้ออกแบบนาฬิกาใหม่จากศูนย์ แต่กลับไปขุดประวัติศาสตร์ของแบรนด์ หาองค์ประกอบที่มีพลัง แล้วนำมาตีความใหม่ให้ร่วมสมัย</p>
<p>ผลที่ได้คือ ในปี 2010 Tudor เปิดตัว <strong>Heritage Chrono</strong> ซึ่งเป็นสัญญาณแรกของการกลับมาอย่างจริงจัง ตัวนาฬิกามาพร้อมความน่าสนใจ ก่อนที่ปี 2012 ที่ถือเป็นหลักไมล์สำคัญอย่างแท้จริง เมื่อพวกเขาเปิดตัวนาฬิกา <strong>Black Bay</strong> และ <strong>Pelagos</strong> ซึ่งกลายเป็น 2 รุ่นที่หลายคนในวงการนาฬิกาพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้</p>
<p><strong>Black Bay</strong> คือภาพแทนของ Tudor ยุคใหม่ที่หยิบแรงบันดาลใจจากนาฬิกาดำน้ำวินเทจของแบรนด์มาผสมกับมาตรฐานการผลิตสมัยใหม่ กลายเป็นนาฬิกาที่ดูคลาสสิกแต่ไม่เชย มีรากเหง้าแต่ไม่ติดอยู่กับอดีต</p>
<p>ขณะที่ <strong>Pelagos</strong> คืออีกด้านหนึ่งของ Tudor ที่เน้นความเป็น Tool Watch เต็มตัว เท่ แข็งแรง ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริงอย่างไม่อ้อมค้อม</p>
<p>ในเวลาเพียงไม่กี่ปี Tudor จึงเปลี่ยนจากแบรนด์ที่ถูกมองว่าน่าเบื่อหรือเดินตาม Rolex กลายเป็นแบรนด์ที่คนรักนาฬิกาเริ่มพูดถึงด้วยน้ำเสียงใหม่ บางคนถึงขั้นมองว่า Tudor บางรุ่นมีเสน่ห์และน่าสะสมกว่า Rolex บางรุ่นเสียอีก เพราะให้ทั้งดีไซน์ ประวัติศาสตร์ คุณภาพ และความรู้สึกจับต้องได้มากกว่า</p>
<h2>Tudor ไม่ได้แค่เปลี่ยนสินค้า แต่เปลี่ยนความหมายของแบรนด์</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50233" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_2375612043-scaled.webp" alt="HREX Tudor Leadership" width="600" height="400" title="Tudor บทเรียนภาวะผู้นำจากแบรนด์นาฬิกาที่พลิกตัวเองให้พ้นเงา Rolex 316" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_2375612043-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_2375612043-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_2375612043-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_2375612043-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_2375612043-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_2375612043-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>สิ่งที่ทำให้ Tudor น่าสนใจไม่ใช่แค่การออกนาฬิกาดี ๆ หลายรุ่น แต่ยังเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนรับรู้ต่อแบรนด์ด้วย</p>
<p>จากเดิมที่ Tudor ถูกนิยามผ่าน Rolex แบรนด์ค่อย ๆ สร้างภาษาใหม่ของตัวเองผ่านคำว่า &#8220;Born to Dare&#8221; ซึ่งสะท้อนจุดยืนของแบรนด์ในฐานะนาฬิกาที่กล้าแตกต่าง กล้าทดลอง และกล้าเชื่อมอดีตเข้ากับอนาคต และเพื่อให้คำนี้มีน้ำหนักมากกว่าแค่สโลแกน Tudor เลือกหา Ambassador ที่ตัวตนจริงในชีวิตสอดคล้องกับ Born to Dare อย่างแท้จริง</p>
<p>และการเลือก <strong>เดวิด เบคแฮม (David Beckham)</strong> มาเป็นพรีเซนเตอร์คือคำตอบ</p>
<p>ผู้คนที่ประสบความสำเร็จจากการกล้าเสี่ยง กล้าแตกต่าง และกล้าก้าวออกจากกรอบเดิม ที่น่าสนใจคือ เขาไม่ใช่แค่คนดังที่ถูกเลือกมาเป็นหน้าตาของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นคนรักนาฬิกาตัวยง มีทั้ง Rolex และ Tudor อยู่ในคอลเลกชั่นของตัวเองหลายเรือน</p>
<p>เบคแฮมเคยอธิบายว่าสิ่งที่ดึงดูดเขาให้สนใจ Tudor คือความพิถีพิถันในรายละเอียดของนาฬิกา รวมถึงประวัติศาสตร์ของแบรนด์ที่ผูกพันกับการผจญภัย ความกล้าหาญ และจิตวิญญาณของการบุกเบิก</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ การเลือกหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกมาร่วมแคมเปญจึงไม่ใช่แค่การจ้างพรีเซนเตอร์ทั่วไป แต่เป็นการเลือกคนที่มีภาพลักษณ์และความสนใจจริงสอดคล้องกับตัวตนใหม่ของ Tudor จนทำให้ความร่วมมือนี้ดูน่าเชื่อถือ และยังดำเนินต่อเนื่องมาเกือบ 10 ปีแล้ว</p>
<p>องค์กรจำนวนมากมักมองข้ามสิ่งนี้ เวลาพูดถึงการเปลี่ยนแปลงแบรนด์ หลายองค์กรเริ่มจากเปลี่ยนภาพ เปลี่ยนแคมเปญ หรือเปลี่ยนวิธีสื่อสาร แต่ Tudor แสดงให้เห็นว่า การรีแบรนด์ที่แข็งแรงต้องเริ่มจากคำถามที่ลึกกว่านั้นว่า &#8220;เราเป็นใคร ?&#8221; และ &#8220;เราอยากให้คนจดจำเราแบบไหน ?&#8221;</p>
<p>เมื่อคำตอบชัด ทุกอย่างตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ การตลาด การสื่อสาร พาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ ไปจนถึงประสบการณ์ของลูกค้า ก็จะเดินไปในทิศทางเดียวกันเอง</p>
<h2>HR ไทยเรียนรู้อะไรจากกรณี Tudor ได้บ้าง</h2>
<h3>1. การเปลี่ยนแปลงองค์กรต้องเริ่มจากวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของผู้นำ</h3>
<p>Tudor ไม่ได้เปลี่ยนเพราะตลาดบังคับอย่างเดียว แต่เปลี่ยนเพราะผู้นำเห็นว่าแบรนด์มีศักยภาพมากกว่าการเป็นเพียง &#8220;Rolex ราคาย่อมเยา&#8221; ซึ่งยิ่งแสดงให้เห็นว่า ถ้าผู้นำยังไม่ชัดว่าองค์กรควรเป็นอะไร การเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรก็มักกลายเป็นกิจกรรมระยะสั้น ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน</p>
<h3>2. อย่าทิ้งรากเดิมขององค์กร แต่ต้องตีความใหม่ให้ทันยุค</h3>
<p>Tudor ไม่ได้หนีจากอดีตของตัวเอง แต่เลือกหยิบอดีตกลับมาใช้ให้ฉลาดกว่าเดิม องค์กรไทยหลายแห่งมีวัฒนธรรมที่ดี มีประวัติศาสตร์ที่แข็งแรง และมีคุณค่าบางอย่างที่พนักงานเชื่อมั่นอยู่แล้ว หน้าที่ของ HR และผู้นำจึงไม่ใช่การล้างทุกอย่างใหม่ แต่ต้องมองให้ออกว่าอะไรควรเก็บ อะไรควรปรับ และอะไรควรถูกเล่าใหม่</p>
<h3>3. การเปลี่ยนแบรนด์ภายนอกต้องสอดคล้องกับวัฒนธรรมภายใน</h3>
<p>Tudor ไม่ได้ขายภาพความกล้าแค่ในโฆษณา แต่ผลักดันให้มันผ่านออกมาทั้งในผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี การเลือกพาร์ตเนอร์ และทิศทางธุรกิจจริง องค์กรไทยที่อยากทำ Employer Branding ก็ต้องระวังจุดนี้ เพราะถ้าภาพที่สื่อสารออกไปไม่ตรงกับประสบการณ์จริงของพนักงาน แบรนด์นายจ้างก็จะกลายเป็นเพียงคำโฆษณา</p>
<h3>4. ผู้นำต้องสร้างทีมที่แปลงวิสัยทัศน์ให้เป็นของจริงได้</h3>
<p>ความสำเร็จของ Tudor ไม่ได้มาจากผู้นำคนเดียว แต่เกิดจากทีมที่เข้าใจทั้งแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ การออกแบบ และตลาด ภาวะผู้นำที่ดีจึงไม่ใช่แค่การมีไอเดีย แต่ต้องสร้างระบบและทีมที่พาไอเดียนั้นไปสู่การลงมือทำได้จริง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47195" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-11T222031.773.webp" alt="HR ใส่นาฬิกาแบบไหนดี ? เลือกให้เหมาะกับบทบาทและภาพลักษณ์ ตั้งแต่ HR มือใหม่ถึงผู้นำองค์กร" width="600" height="370" title="Tudor บทเรียนภาวะผู้นำจากแบรนด์นาฬิกาที่พลิกตัวเองให้พ้นเงา Rolex 317" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-11T222031.773.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-11T222031.773-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hr-lifestyle/how-to-choose-watches-for-hr-251011/">HR ใส่นาฬิกาแบบไหนดี ? เลือกให้เหมาะกับบทบาทและภาพลักษณ์ ตั้งแต่ HR มือใหม่ถึงผู้นำองค์กร</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>เมื่อองค์กรต้องการเปลี่ยนเกม อาจต้องเริ่มจากการหาผู้นำที่ใช่</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50234" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_334183676-scaled.webp" alt="HREX Tudor Leadership" width="600" height="400" title="Tudor บทเรียนภาวะผู้นำจากแบรนด์นาฬิกาที่พลิกตัวเองให้พ้นเงา Rolex 318" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_334183676-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_334183676-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_334183676-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_334183676-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_334183676-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/shutterstock_334183676-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>กรณีของ Tudor ชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงองค์กรครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากผู้นำที่มองเห็นศักยภาพขององค์กรในมุมที่ต่างออกไป</p>
<p>ฟิลิปเป้ เพเวอเรลลี่ ไม่ได้เป็นผู้นำที่เติบโตจากวัฒนธรรมเดิมของ Tudor จนค่อย ๆ ขยับขึ้นมาภายในองค์กร แต่เขาเป็นผู้นำที่ก้าวเข้ามาในช่วงเวลาสำคัญ พร้อมภารกิจในการปลุกแบรนด์ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง สิ่งนี้ทำให้กรณีของ Tudor น่าสนใจมาก เพราะบางครั้งองค์กรที่ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ เปลี่ยนวิสัยทัศน์ หรือออกจากกรอบเดิม อาจต้องการผู้นำจากภายนอกที่มีประสบการณ์ใหม่ มุมมองใหม่ และกล้าตั้งคำถามกับสิ่งที่องค์กรเคยทำมา</p>
<p>สำหรับ HR นี่คือบทเรียนสำคัญว่า การสรรหาผู้บริหารไม่ใช่แค่การหาคนที่มีประวัติการทำงานดี แต่ต้องหาคนที่เหมาะกับโจทย์การเปลี่ยนแปลงขององค์กร หากองค์กรกำลังอยู่ในช่วงต้องรีแบรนด์ ปรับกลยุทธ์ สร้างวัฒนธรรมใหม่ หรือพลิกธุรกิจจากภาวะนิ่งเฉยไปสู่การเติบโต การเลือกผู้นำผิดคนอาจทำให้การเปลี่ยนแปลงหยุดตั้งแต่ยังไม่เริ่ม แต่ถ้าเลือกผู้นำได้ถูกคน เขาคนนั้นอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความไร้ขีดจำกัด</p>
<p>หากองค์กรของคุณกำลังมองหาผู้บริหาร ผู้นำทีม หรือ Talent ระดับสูงที่สามารถเข้ามาช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ไม่รู้จะไปค้นหาจากไหน <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1">สามารถค้นหา Recruitment Agency และ Executive Search Firm เพื่อช่วยค้นหาคนที่เหมาะสม และเหมาะกับโจทย์ขององค์กรผ่านแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services ของ HREX ได้เลย</a></p>
<h2>บทสรุป: สิ่งที่ Tudor ทิ้งไว้ ไม่ใช่แค่นาฬิกา แต่คือบทเรียนเรื่องการนำการเปลี่ยนแปลง</h2>
<p>วันนี้ Tudor ไม่ใช่แบรนด์ที่ถูกพูดถึงในฐานะเงาของ Rolex แบบเดิมอีกต่อไป แต่เป็นแบรนด์ที่ยืนได้ด้วยตัวเอง มีคอลเลกชั่นสำคัญอย่าง Black Bay และ Pelagos มีโรงงานผลิตของตัวเอง มีมาตรฐานเทคนิคที่แข็งแรง และมีภาพลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับความกล้า ความเร็ว กีฬา และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย</p>
<p>แม้ปัจจุบัน ทั้งเพเวอเรลลี่และเซอร์ราโตจะออกจาก Tudor ไปแล้ว แต่สิ่งที่เขาและทีมยุคนั้นทิ้งไว้ให้คือรากฐานที่ Tudor ยังยึดมั่นมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p>แล้วองค์กรของ HR ทุกท่านล่ะ มีผู้นำที่มองเห็นอนาคต กล้าเปลี่ยนสิ่งที่เคยเป็น และพาคนทั้งองค์กรเดินไปทางเดียวกันได้แล้วหรือยัง ?</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://monochrome-watches.com/industry-news-new-ceo-tudor-watches-philippe-peverelli-move-rolex/" target="_blank" rel="noopener">Monochrome Watches</a></li>
<li><a href="https://www.watchaffinity.co.uk/blog/in-conversation-with-davide-cerrato/" target="_blank" rel="noopener">Watchaffinity</a></li>
<li><a href="https://www.hodinkee.com/articles/new-bremont-ceo-davide-cerrato" target="_blank" rel="noopener">Hodinkee</a></li>
<li><a href="https://www.wired.com/story/tudor-watch-factory/?utm_source=chatgpt.com" target="_blank" rel="noopener">Wired</a></li>
<li><a href="https://youtu.be/DzSLfc-Ba8E?si=gBdgveC0tSpQinqx" target="_blank" rel="noopener">Youtube</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/tudor-revival-260615/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar &#124; Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-beyond-salary-finn-260609/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-beyond-salary-finn-260609/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 10:38:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<category><![CDATA[FINN App]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50162</guid>

					<description><![CDATA[การรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเดือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะเบื้องหลังการทำงานของพนักงานแต่ละคน ยังมีภาระ ความกังวล และความเครียดทางการเงินที่อาจส่งผลต่อสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงความผูกพันที่มีต่อองค์กรโดยตรง ที่ผ่านมาหลายองค์กรอาจพยายามแก้โจทย์การลาออกด้วยการปรับค่าตอบแทนให้สูงขึ้น แต่การขึ้นเงินเดือนกลับยังไม่สามารถตอบโจทย์การรักษาคนที่ใช่ได้อย่างแท้จริง ใน HREX Webinar หัวข้อล่าสุด Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026: ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก ได้รับเกียรติจากคุณ นิกกี้ &#8211; นิธินันท์ อัศวทร Country Manager, FINN App ผู้เชี่ยวชาญด้าน Business Transformation มาร่วมถอดอินไซต์สำคัญจากผลสำรวจสุขภาพการเงินของพนักงานไทยปี 2026 พร้อมชวน HR และผู้บริหารมองเรื่อง Financial Wellness ในฐานะกลยุทธ์สำคัญขององค์กร หากใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญที่ HR ควรรู้มาไว้ในบทความนี้แล้ว ต้นทุนที่แท้จริงของการสูญเสียพนักงาน  เมื่อต้องพูดถึงการลาออกของพนักงาน หลายองค์กรอาจมองเห็นเพียงตำแหน่งที่ว่างลง หรือภาระในการหาคนใหม่เข้ามาทดแทน แต่ในความเป็นจริง การสูญเสียพนักงาน 1 คนมีต้นทุนที่สูงกว่านั้นมาก คุณนิกกี้อธิบายว่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50173" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-43.webp" alt="HREX Webinar | Beyond Salary FINN" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 328" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-43.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-43-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเดือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะเบื้องหลังการทำงานของพนักงานแต่ละคน ยังมีภาระ ความกังวล และความเครียดทางการเงินที่อาจส่งผลต่อสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงความผูกพันที่มีต่อองค์กรโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ผ่านมาหลายองค์กรอาจพยายามแก้โจทย์การลาออกด้วยการปรับค่าตอบแทนให้สูงขึ้น แต่การขึ้นเงินเดือนกลับยังไม่สามารถตอบโจทย์การรักษาคนที่ใช่ได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน HREX Webinar หัวข้อล่าสุด </span><b>Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026: ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก</b><span style="font-weight: 400;"> ได้รับเกียรติจากคุณ </span><b>นิกกี้ &#8211; นิธินันท์ อัศวทร Country Manager, </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/181"><b>FINN App</b></a><b> ผู้เชี่ยวชาญด้าน Business Transformation</b><span style="font-weight: 400;"> มาร่วมถอดอินไซต์สำคัญจากผลสำรวจสุขภาพการเงินของพนักงานไทยปี 2026 พร้อมชวน HR และผู้บริหารมองเรื่อง Financial Wellness ในฐานะกลยุทธ์สำคัญขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญที่ HR ควรรู้มาไว้ในบทความนี้แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>ต้นทุนที่แท้จริงของการสูญเสียพนักงาน </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50166" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135814.webp" alt="hrex-webinar-beyond-salary-finn" width="600" height="333" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 329" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135814.webp 1426w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135814-300x167.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135814-1024x569.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135814-768x427.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อต้องพูดถึงการลาออกของพนักงาน หลายองค์กรอาจมองเห็นเพียงตำแหน่งที่ว่างลง หรือภาระในการหาคนใหม่เข้ามาทดแทน แต่ในความเป็นจริง การสูญเสียพนักงาน 1 คนมีต้นทุนที่สูงกว่านั้นมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนิกกี้อธิบายว่า ต้นทุนที่แท้จริงของการเสียพนักงานหนึ่งคนอาจอยู่ที่ 140,000-400,000 บาท หรือคิดเป็นอย่างน้อย 3-6 เท่าของเงินเดือนพนักงานคนนั้น ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/turnover-rate-240712/"><span style="font-weight: 400;">Turnover </span></a><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่แค่ปัญหาด้านกำลังคน แต่เป็นต้นทุนทางธุรกิจที่องค์กรต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนก้อนแรกคือค่าใช้จ่ายในการสรรหาคนใหม่ ซึ่งอาจอยู่ที่ประมาณ 50,000-150,000 บาท ครอบคลุมตั้งแต่ค่าลงโฆษณารับสมัครงาน เวลาที่ HR และหัวหน้างานต้องใช้ในการคัดกรองใบสมัคร นัดสัมภาษณ์ ประเมินผู้สมัคร ไปจนถึงค่าบริการบริษัทจัดหางานในบางตำแหน่ง หลังจากได้คนใหม่แล้ว องค์กรยังต้องแบกรับต้นทุนด้าน </span><a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/onboarding-manual-03122021/"><span style="font-weight: 400;">Onboarding</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/8"><span style="font-weight: 400;">Training</span></a><span style="font-weight: 400;"> อีกประมาณ 30,000-80,000 บาท ทั้งในรูปแบบของเวลาที่ใช้สอนงาน ทรัพยากรที่ต้องจัดเตรียม และพลังของทีมที่ต้องช่วยประคองให้พนักงานใหม่เข้าใจงานได้เร็วที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนที่หนักไม่แพ้กันคือ Productivity Loss หรือประสิทธิภาพการทำงานที่หายไปในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนคน โดยเฉพาะ 3-6 เดือนแรกที่พนักงานใหม่ยังต้องเรียนรู้งาน ทำความเข้าใจระบบ และปรับตัวเข้ากับทีม จึงยังไม่สามารถสร้างผลงานได้เต็มที่เท่าคนเดิม ต้นทุนส่วนนี้อาจอยู่ที่ประมาณ 60,000-180,000 บาท</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ยังไม่นับผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของทีม ซึ่งประเมินเป็นตัวเงินได้ยาก แต่เกิดขึ้นจริงเมื่อคนในทีมต้องรับภาระงานเพิ่ม รู้สึกไม่มั่นคง หรือเริ่มตั้งคำถามกับอนาคตของตัวเองในองค์กร” </span></i><span style="font-weight: 400;">คุณนิคกี้อธิบาย</span></p>
<h2><b>ดัชนีสุขภาพการเงินพนักงานไทย (FWI 2026) อยู่ในเกณฑ์วิกฤต</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50168" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135857.webp" alt="hrex-webinar-beyond-salary-finn" width="600" height="333" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 330" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135857.webp 1410w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135857-300x167.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135857-1024x569.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135857-768x426.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Webinar ครั้งนี้ ยังมีการเปิดเผยผลการสำรวจ FINN &#8211; Workforce Financial Wellness Index 2026 หรือ FWI 2026 ที่วัดคะแนนดัชนีสุขภาพการเงินของพนักงานไทยในช่วงไตรมาสที่ 1 ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผลที่ได้ถือว่าน่ากังวลไม่น้อย เพราะ</span><b>คะแนนของพนักงานไทยอยู่ที่เพียง 26.4 จาก 100 คะแนนเท่านั้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คะแนนนี้เกิดจากการประเมินพฤติกรรมและสถานะทางการเงินของพนักงานในหลายมิติ ซึ่งแต่ละมิติล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า </span><b>หากเปรียบสุขภาพการเงินเหมือนสุขภาพร่างกาย</b> <b>ตัวเลขนี้อาจบอกได้ว่าพนักงานไทยกำลังอยู่ในภาวะป่วยหนักทางการเงิน และต้องการการดูแลอย่างจริงจัง </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นคนทำงานจำนวนมากยังขาดความมั่นคงทางการเงินในชีวิตประจำวัน ในด้านสำคัญต่าง ๆ ดังต่อไปนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีพนักงานเพียง 4.3% เท่านั้นที่ไม่มีปัญหาเงินเดือนชนเดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีพนักงานเพียง 20.8% เท่านั้นที่มีเงินเก็บสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีพนักงานเพียง 20.9% ที่มีภาระต้องจ่ายหนี้ไม่เกิน 20% ของรายได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีพนักงานเพียง 22.1% ที่มองว่าสวัสดิการขององค์กรในปัจจุบันช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีพนักงาน 64.1% ที่ระบุว่าตนเองไม่ได้ลางานเพราะความเครียดทางการเงิน ซึ่งหมายความว่ายังมีพนักงานอีก 35.9% ที่เคยต้องลางานเพราะความเครียดเรื่องเงิน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองกลับมาที่บทบาทขององค์กร สถิติด้านสวัสดิการน่าจะทำให้ HR ต้องกลับมาทบทวนว่า สิ่งที่องค์กรจัดให้อยู่ในปัจจุบันตอบโจทย์ชีวิตจริงของพนักงานมากแค่ไหน เพราะหากมีพนักงานเพียง 22.1% ที่รู้สึกว่าสวัสดิการช่วยเพิ่มสภาพคล่องได้จริง นั่นอาจหมายความว่าสวัสดิการแบบเดิมยังไม่สามารถแก้ปัญหาระยะสั้นที่พนักงานเผชิญอยู่ได้แล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>วิกฤตการเงินพนักงานไทย: 95.7% ใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50169" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135955.webp" alt="hrex-webinar-beyond-salary-finn" width="600" height="339" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 331" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135955.webp 1429w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135955-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135955-1024x579.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135955-768x434.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสถิติที่น่าตกใจคือ </span><b>มีพนักงานถึง 95.7% ที่ประสบปัญหาเงินเดือนชนเดือน หรือเงินหมดก่อนเงินเดือนรอบใหม่จะออก</b><span style="font-weight: 400;"> FINN พบว่าตัวเลขนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกเกือบ 2 เท่า และบอกชัดเจนว่าความเปราะบางทางการเงินส่งผลต่อคนทำงานส่วนใหญ่จริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองลึกลงไป คุณนิคกี้วิเคราะห์ว่า สาเหตุสำคัญไม่ได้อยู่ที่รายได้อย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับภาระหนี้ที่กดทับชีวิตประจำวันของพนักงานด้วย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผลสำรวจพบว่า มีพนักงานถึง 30.7% ที่ต้องนำเงินมากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินเดือนไปใช้ผ่อนชำระหนี้ในแต่ละเดือน ขณะที่อีก 48.3% ต้องใช้เงินราว 20-50% ของเงินเดือนไปกับภาระหนี้ มีเพียง 20.9% เท่านั้นที่มีภาระผ่อนหนี้ต่ำกว่า 20% ของรายได้ หรือไม่มีหนี้เลย”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เห็นว่า พนักงานจำนวนมากไม่ได้มีปัญหาแค่เงินเดือนหมดเร็ว แต่แทบไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับรับมือกับเรื่องไม่คาดคิดในชีวิต เพราะเงินเดือนก้อนใหญ่ถูกดึงไปกับภาระหนี้ตั้งแต่ต้นเดือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหานี้ยังสอดคล้องกับภาพใหญ่ของเศรษฐกิจไทยที่มีภาระหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง รายงานอ้างอิงข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยที่ระบุว่า หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ 86.7% ของ GDP ในไตรมาส 4 ปี 2025 ซึ่งภาระระดับประเทศนี้สะท้อนกลับมาเป็นแรงกดดันในชีวิตประจำวันของพนักงานองค์กรโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพนักงานขาดเงินสำรอง ความเสี่ยงเล็ก ๆ ในชีวิตจึงอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ทันที ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินเพียง 3,000-5,000 บาท อาจมากพอที่จะทำให้บางคนต้องหันไปพึ่งพาแหล่งเงินอื่น ไม่ว่าจะขอยืมเงินจากเพื่อนหรือญาติพี่น้อง พึ่งพาสินเชื่อนอกระบบหรือแอปเงินกู้ หรือใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด</span></p>
<h2><b>Presenteeism เพชฌฆาตเงียบที่ทำลาย Productivity ขององค์กร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50174" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140032.webp" alt="hrex-webinar-beyond-salary-finn" width="600" height="341" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 332" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140032.webp 1413w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140032-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140032-1024x581.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140032-768x436.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวงจรนี้สะสมต่อเนื่อง ความเครียดทางการเงินก็ย่อมย้อนกลับมากระทบทั้งชีวิตส่วนตัวและประสิทธิภาพในการทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในผลกระทบที่น่ากังวลที่สุดคือภาวะ </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/presenteeism-mental-health-250327/"><span style="font-weight: 400;">Presenteeism</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือการที่พนักงานมาทำงานตามปกติ แต่ใจไม่ได้อยู่กับงาน พนักงานอาจนั่งอยู่ที่โต๊ะ เปิดคอมพิวเตอร์ เข้าประชุม และทำงานเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่แทนที่จะมีสมาธิกับงานตรงหน้า พวกเขากลับต้องใช้พลังใจไปกับการกังวลเรื่องหนี้ บิลที่ยังไม่ได้จ่าย ค่าใช้จ่ายที่กำลังจะมาถึง หรือการหาแหล่งเงินกู้เพื่อให้ผ่านเดือนนั้นไปได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสูญเสียจาก Presenteeism อาจมองไม่เห็นง่ายเหมือนการขาดงาน แต่ส่งผลต่อ Productivity อย่างมาก เพราะพนักงานยังอยู่ในระบบ ยังมาทำงานครบเวลา แต่ไม่สามารถใช้ศักยภาพได้เต็มที่ ผลสำรวจสะท้อนปัญหานี้ผ่านตัวเลขสำคัญหลายด้าน ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พนักงานเสียเวลาทำงานเฉลี่ย 3-4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไปกับความกังวลเรื่องหนี้หรือการหาแหล่งเงินกู้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">79.7% ของพนักงานยอมรับว่าความเครียดทางการเงินกระทบต่อการทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">29.4% ระบุว่าความเครียดทางการเงินกระทบการทำงานอย่างรุนแรง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">35.9% เคยต้องลางานเพราะความเครียดทางการเงิน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">8.1% มีพฤติกรรมลางานซ้ำจากปัญหานี้มากกว่า 3 ครั้งต่อปี</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ทำให้ Presenteeism อันตรายต่อองค์กรมาก คือมันมักไม่ถูกนับเป็นต้นทุนอย่างเป็นทางการ HR อาจเห็นเพียงว่าพนักงานยังมาทำงานตามเวลา ไม่ได้ลา ไม่ได้ขาด ไม่ได้มีปัญหาเชิงวินัย แต่ในความเป็นจริง องค์กรอาจกำลังสูญเสียชั่วโมงทำงาน คุณภาพของงาน ความเร็วในการตัดสินใจ และพลังในการสร้างสรรค์ผลงานไปทุกสัปดาห์ โดยไม่มีตัวเลขเหล่านี้ปรากฏอยู่ในงบประมาณหรือรายงานต้นทุนบุคลากรอย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้น หากองค์กรต้องการรักษา Productivity ในระยะยาว การดูแลสุขภาพการเงินของพนักงานจึงไม่ใช่แค่เรื่องสวัสดิการเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารประสิทธิภาพการทำงานโดยตรง ยิ่ง HR มองเห็นปัญหานี้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสออกแบบมาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุดมากขึ้น</span></p>
<h2><b>ช่องว่างความเข้าใจ (Perception Gap) ระหว่าง HR vs พนักงาน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50170" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140124.webp" alt="hrex-webinar-beyond-salary-finn" width="600" height="336" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 333" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140124.webp 1423w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140124-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140124-1024x573.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140124-768x430.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ HR ต้องให้ความสนใจคือ ช่องว่างความเข้าใจ หรือ Perception Gap ระหว่างสิ่งที่องค์กรรับรู้ กับสิ่งที่พนักงานกำลังเผชิญจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนิกกี้เปรียบปัญหานี้เหมือนภูเขาน้ำแข็งที่ HR มองเห็นเพียงยอดเล็ก ๆ เหนือน้ำ แต่ใต้ผิวน้ำนั้น พนักงานจำนวนมากกำลังจมอยู่กับความเครียดทางการเงิน หนี้สิน และการขาดสภาพคล่องในชีวิตประจำวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขจากรายงานสะท้อนช่องว่างนี้อย่างชัดเจน เช่น HR ประเมินว่ามีพนักงานราว 30% ที่เจอปัญหาเงินเดือนชนเดือน แต่ความจริงมีพนักงานถึง 95.7% ที่กำลังเผชิญปัญหานี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน HR มองเห็นการลางานเพราะความเครียดทางการเงินเพียง 9.7% แต่พนักงานที่เคยลางานจากปัญหานี้มีถึง 35.9% ส่วนเรื่อง Productivity HR ประเมินว่าความเครียดเรื่องเงินกระทบงานราว 40-49.5% แต่ตัวเลขจากพนักงานจริงอยู่ที่ 79.7%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่องว่างนี้ยังทำให้องค์กรอาจออกแบบสวัสดิการไม่ตรงกับความต้องการของพนักงาน HR อาจคิดว่าพนักงานต้องการโบนัส การขึ้นเงินเดือน เส้นทางเติบโตที่ชัดเจน ประกันสุขภาพ หรือกิจกรรม Team Building แต่สิ่งที่พนักงานจำนวนมากต้องการในวันที่ชีวิตขาดสภาพคล่อง คือเงินสำรองฉุกเฉิน การเข้าถึงเงินเดือนที่ตนเองทำงานมาแล้วก่อนสิ้นเดือน ความรู้ด้านการบริหารเงิน และเครื่องมือที่ช่วยให้จัดการชีวิตได้ดีขึ้น</span></p>
<h2><b>2 กรณีศึกษาน่าสนใจ ต่างประเทศรับมือยังไงกับปัญหาการเงินของพนักงาน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50175" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154116.webp" alt="hrex-webinar-beyond-salary-finn" width="600" height="337" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 334" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154116.webp 1423w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154116-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154116-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154116-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเทียบกับต่างประเทศ จะเห็นว่าองค์กรไทยยังมีช่องว่างในการดูแลสุขภาพการเงินของพนักงานอยู่พอสมควร จากข้อมูลที่ FINN เปิดเผยพบว่า องค์กรทั่วโลกมีสัดส่วนการวางกลยุทธ์ด้าน Financial Wellness อยู่ที่ 36% ขณะที่องค์กรไทยมีเพียง 19.9% เท่านั้น ตอกย้ำว่าหลายประเทศเริ่มมองเรื่องสุขภาพการเงินของพนักงานเป็นวาระสำคัญด้าน HR แล้ว ไม่ใช่แค่สวัสดิการเสริมที่มีหรือไม่มีก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในเครื่องมือที่หลายประเทศเริ่มนำมาใช้ คือ Earned Wage Access (EWA) หรือสวัสดิการที่เปิดโอกาสให้พนักงานเบิดเงินเดือนส่วนที่ตัวเองทำงานมาแล้วได้ก่อนถึงวันเงินเดือนออก ซึ่งไม่ใช่เงินกู้และไม่ใช่การสร้างหนี้ใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนิคกี้ยกตัวอย่างแพลตฟอร์ม Paywatch ในสิงคโปร์และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะมีการใช้งานในหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และฮ่องกง โดยมีพนักงานกว่า 200,000 คนที่เข้าถึงสวัสดิการนี้แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์จาก Paywatch บ่งชี้ว่า EWA ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องสภาพคล่องระยะสั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตและต้นทุนขององค์กรด้วย โดยพนักงาน 80% รายงานว่าตัวเองมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ขณะที่องค์กรสามารถประหยัดต้นทุนการจ้างพนักงานใหม่ หรือ Re-hiring Cost ได้ถึง 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบริษัทต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้เห็นว่า Financial Wellness สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกกรณีหนึ่งคือ Paytime ในออสเตรเลีย ที่ภาคธุรกิจประเมินว่าความเครียดทางการเงินของพนักงานสร้างต้นทุนแฝงต่อธุรกิจรวมกันสูงถึง 30,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก งานบริการ และก่อสร้างที่เริ่มนำ EWA มาใช้ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือองค์กรสามารถลด Turnover ได้ถึง 50% และลด Absenteeism ได้ถึง 74% </span></p>
<h2><b>ถอดสูตรประเมินต้นทุนความสูญเสียจากคนลาออก</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50171" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154159.webp" alt="hrex-webinar-beyond-salary-finn" width="600" height="341" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 335" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154159.webp 1423w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154159-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154159-1024x581.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154159-768x436.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งช่วงสำคัญของ Webinar คือการที่คุณนิกกี้ชวน HR ลองคำนวณต้นทุนที่องค์กรต้องเสียไปจากการลาออกของพนักงาน เพราะหลายครั้ง Turnover อาจถูกมองเป็นเพียงจำนวนคนที่ลาออกในแต่ละปี แต่เมื่อแปลงออกมาเป็นตัวเงิน จะเห็นได้ทันทีว่านี่คือต้นทุนแฝงก้อนใหญ่ที่ส่งผลต่อธุรกิจโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สูตรประเมินต้นทุน Turnover ใน Webinar เริ่มจาก</span><b>การนำจำนวนพนักงานทั้งหมดมาคูณกับอัตราการลาออก เพื่อหาจำนวนพนักงานที่ลาออกจริงในแต่ละปี จากนั้นนำไปคูณกับต้นทุนเฉลี่ยต่อการเสียพนักงาน 1 คน</b> <b>ซึ่งในตัวอย่างนี้ประเมินไว้ที่เงินเดือนเฉลี่ย × 4 แล้วจึงนำต้นทุนรวมที่ได้มาประเมินต่อว่า หากองค์กรลดการลาออกลงได้ จะประหยัดต้นทุนกลับมาเท่าไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างเช่น หากองค์กรมีพนักงาน 500 คน และมีอัตราการลาออก 20% ต่อปี เท่ากับว่ามีพนักงานลาออกประมาณ 100 คน หากประเมินต้นทุนต่อคนไว้ที่ 120,000 บาท องค์กรจะเสียต้นทุนแฝงจากการลาออกสูงถึง 12,000,000 บาทต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากพอจะทำให้ HR และผู้บริหารต้องกลับมาทบทวนว่า การรักษาคนไว้ตั้งแต่ต้นอาจคุ้มกว่าการหาคนใหม่มาทดแทนเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อนำแนวทางอย่าง EWA เข้ามาช่วยลดความเครียดทางการเงินของพนักงาน ข้อมูลชี้ว่าสามารถลด Turnover ได้สูงถึง 41% หากนำมาคำนวณกับตัวอย่างข้างต้น องค์กรจะลดต้นทุนจากการลาออกได้ราว 4,920,000 บาทต่อปี ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่า Financial Wellness ไม่ใช่แค่สวัสดิการที่ช่วยพนักงาน แต่เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยองค์กรประหยัดต้นทุนและรักษาคนเก่งไว้ได้อย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<h2><b>แพลตฟอร์ม FINN กับทางออกที่ไม่ใช่แค่ &#8220;การกู้ยืม&#8221;</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50172" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154236.webp" alt="hrex-webinar-beyond-salary-finn" width="600" height="327" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 336" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154236.webp 1416w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154236-300x164.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154236-1024x558.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154236-768x419.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ Earned Wage Access หรือ EWA กำลังกลายเป็นสวัสดิการที่เปิดโอกาสให้พนักงานเข้าถึงเงินเดือนส่วนที่ตนเองทำงานมาแล้วก่อนถึงวันเงินเดือนออก แพลตฟอร์ม FINN จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้พนักงานสามารถ &#8220;เบิกเงินเดือนที่ตัวเองทำงานหามาได้แล้ว&#8221; ออกมาใช้ก่อนถึงวันสิ้นเดือนได้ โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ไม่ใช่การก่อหนี้กู้ยืม และไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อเครดิตบูโร และที่สำคัญ ไม่ต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ แอปเงินกู้ หรือการหยิบยืมจากคนใกล้ตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">FINN ยังไม่ได้มีแค่ฟีเจอร์เบิกเงินล่วงหน้าเท่านั้น แต่ควรถูกวางอยู่ในภาพใหญ่ของ Financial Wellness Ecosystem หรือระบบดูแลสุขภาพการเงินของพนักงานแบบครบวงจร เช่น การให้พนักงานประเมินสุขภาพการเงินของตัวเอง การให้ความรู้เรื่องการจัดการเงิน การลดหนี้ การออม ไปจนถึงการมีสวัสดิการเสริมอย่างประกันอุบัติเหตุหรือเครื่องมือช่วยวางแผนทางการเงิน เพราะเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่แค่ให้พนักงานมีเงินใช้ก่อนสิ้นเดือน แต่ช่วยให้พนักงานค่อย ๆ บริหารชีวิตทางการเงินได้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">FINN ยังไม่เพิ่มภาระให้ HR มากเท่าสวัสดิการแบบเดิม หากระบบถูกออกแบบให้ทำงานแยกจาก Payroll ของบริษัทได้อย่างปลอดภัย องค์กรก็ไม่ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่ม ไม่กระทบกระแสเงินสด ไม่ต้องจัดการเอกสารเบิกล่วงหน้าเอง และลดภาระงานแอดมินที่มักเกิดขึ้นเวลาพนักงานมีปัญหาเงินฉุกเฉิน ทั้งหมดนี้ทำให้ HR มีเครื่องมือช่วยพนักงาน โดยไม่ต้องเพิ่มความซับซ้อนให้ระบบหลังบ้านมากเกินไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เมื่อมองในมุม ROI สวัสดิการด้าน Financial Wellness จึงไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่ให้ผลลัพธ์เชิงความรู้สึกเท่านั้น แต่สามารถเชื่อมโยงกับต้นทุนธุรกิจได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการลด Turnover ลด Absenteeism และลด Presenteeism หรือภาวะที่พนักงานมาทำงานแต่ไม่สามารถโฟกัสกับงานได้เต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากพนักงานเครียดเรื่องเงินน้อยลง มีทางเลือกที่ปลอดภัยในวันที่ต้องใช้เงินด่วน และรู้สึกว่าองค์กรเข้าใจปัญหาชีวิตจริงของเขา สวัสดิการนี้ก็อาจช่วยให้องค์กรรักษาคน ลดต้นทุนแฝง และสร้างความผูกพันกับพนักงานได้มากกว่าการเพิ่ม Benefits แบบเดิมเพียงอย่างเดียว</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/181"><span style="font-weight: 400;">หาก HR ท่านใดกำลังมองหาสวัสดิการนี้ไว้ให้พนักงานใช้ เพื่อลดปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น สามารถติดต่อขอใช้บริการ FINN ผ่าน HREX ได้เลยที่นี่</span></a></p>
<h2><b>บทสรุป HREX Webinar | Beyond Salary</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอนาคต HR อาจต้องมอง Financial Wellness เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์คนอย่างจริงจังพอ ๆ กับ Learning, Engagement หรือ Performance Management เพราะสุขภาพการเงินของพนักงานเชื่อมโยงกับหลายเรื่องที่องค์กรให้ความสำคัญอยู่แล้ว การช่วยให้พนักงานมีเครื่องมือรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้า จึงอาจเป็นอีกหนึ่งวิธีรักษาคนเก่งที่จับต้องได้มากกว่าการพูดถึง Retention ในเชิงนโยบายเพียงอย่างเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด การรักษาคนเก่งในปี 2026 อาจไม่ได้วัดกันแค่ว่าองค์กรจ่ายเงินเดือนสูงแค่ไหน หรือมีสวัสดิการมากกว่าคู่แข่งเท่าไร แต่อาจวัดจากความสามารถในการมองเห็นปัญหาที่พนักงานไม่กล้าพูดออกมา และออกแบบระบบสนับสนุนที่ช่วยให้พวกเขาใช้ชีวิตได้มั่นคงขึ้น</span></p>
<p><b>คำถามที่ HR และผู้บริหารควรถามตัวเองต่อไปคือ วันนี้องค์กรของเราพร้อมลงไปทำความเข้าใจปัญหาที่อยู่ใต้น้ำซึ่งกำลังกระทบชีวิตพนักงานอยู่จริง ๆ แล้วหรือยัง ?</b></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h2 style="text-align: center;"><a href="https://drive.google.com/file/d/1-Gd9PMbfcsVe5kGASMVrZPvvV_HR4PDH/view?usp=sharing" target="_blank" rel="noopener">หาก HR ท่านใดต้องการ Slide ของ HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026: ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก สามารถดาวน์โหลดได้ทางลิงก์นี้</a></h2>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-beyond-salary-finn-260609/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Thailand Workplace Equity Report 2026: เมื่อองค์กรไทยมีนโยบาย DEI แต่ขาดระบบ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-survey/thailand-workplace-equity-report-2026-260605/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-survey/thailand-workplace-equity-report-2026-260605/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 01:54:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Survey]]></category>
		<category><![CDATA[DEI]]></category>
		<category><![CDATA[Transtalents]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Workplace Equity Report 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50100</guid>

					<description><![CDATA[Pride Month ประจำปี 2026 กลับมาอีกครั้ง เดือนมิถุนายนไม่ใช่เพียงเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความหลากหลายเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญที่องค์กรไทยควรหยุดสำรวจตัวเองตามตรงด้วยว่า องค์กรกำลังผลักดันเรื่อง Diversity, Equity, and Inclusion หรือ DEI ให้เกิดขึ้นจริงมากแค่ไหน จากรายงาน Thailand Workplace Equity Report 2026 ของ TransTalents Consulting Group ซึ่งเป็นการสำรวจระดับชาติครั้งแรกเกี่ยวกับ DEI ในสถานที่ทำงานของไทย โดยได้ข้อมูลจาก 31 องค์กร ใน 13 อุตสาหกรรม และใช้แบบสอบถาม 20 ข้อครอบคลุมตั้งแต่นโยบาย การวัดผล โครงสร้างความรับผิดชอบ ไปจนถึงอุปสรรคในทางปฏิบัติ ผลสำรวจนี้เจอข้อค้นพบอะไรที่น่าสนใจบ้าง HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้วดังต่อไปนี้ 5 สถิติ Thailand Workplace Equity Report 2026 ที่องค์กรไทยไม่ควรมองข้าม รายงาน Thailand Workplace Equity [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50108" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-36.webp" alt="Thailand Workplace Equity Report 2026" width="600" height="370" title="Thailand Workplace Equity Report 2026: เมื่อองค์กรไทยมีนโยบาย DEI แต่ขาดระบบ 343" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-36.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-36-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Pride Month ประจำปี 2026 กลับมาอีกครั้ง เดือนมิถุนายนไม่ใช่เพียงเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความหลากหลายเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญที่องค์กรไทยควรหยุดสำรวจตัวเองตามตรงด้วยว่า องค์กรกำลังผลักดันเรื่อง <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/010622-deib/">Diversity, Equity, and Inclusion หรือ DEI</a> ให้เกิดขึ้นจริงมากแค่ไหน</p>
<p>จากรายงาน <strong>Thailand Workplace Equity Report 2026</strong> ของ <a href="https://transtalents.co/" target="_blank" rel="noopener">TransTalents Consulting Group</a> ซึ่งเป็นการสำรวจระดับชาติครั้งแรกเกี่ยวกับ DEI ในสถานที่ทำงานของไทย โดยได้ข้อมูลจาก 31 องค์กร ใน 13 อุตสาหกรรม และใช้แบบสอบถาม 20 ข้อครอบคลุมตั้งแต่นโยบาย การวัดผล โครงสร้างความรับผิดชอบ ไปจนถึงอุปสรรคในทางปฏิบัติ</p>
<p>ผลสำรวจนี้เจอข้อค้นพบอะไรที่น่าสนใจบ้าง HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้วดังต่อไปนี้</p>

<h2>5 สถิติ Thailand Workplace Equity Report 2026 ที่องค์กรไทยไม่ควรมองข้าม</h2>
<p>รายงาน Thailand Workplace Equity Report 2026 เปิดต้นด้วยชุดข้อมูลที่เรียกว่า “<strong>Five Numbers Thailand Cannot Ignore</strong>” หรือตัวเลข 5 ข้อที่สะท้อนสถานการณ์ DEI ในองค์กรไทยได้อย่างน่าสนใจ ได้แก่</p>
<ul>
<li>52% ขององค์กรยังไม่มีระบบวัดผลด้าน DEI</li>
<li>81% ยอมรับว่า DEI สำคัญต่อการดึงดูดและรักษาบุคลากร</li>
<li>65% มองว่าวัฒนธรรมองค์กรคืออุปสรรคหลัก</li>
<li>87% ระบุว่าความมุ่งมั่นของผู้นำคือปัจจัยสำเร็จอันดับหนึ่ง</li>
<li>3.55 จาก 5 คือคะแนนความมั่นใจเฉลี่ยของผู้นำที่ประเมินว่าพนักงานรู้สึกปลอดภัยและได้รับโอกาสเท่าเทียม</li>
</ul>
<p>เมื่อนำมาประกอบกัน ตัวเลขเหล่านี้ชี้ไปในทางเดียวกันว่า องค์กรไทยจำนวนมากไม่ได้มองข้าม DEI อีกต่อไป หลายองค์กรเข้าใจดีว่าเรื่องนี้มีผลต่อการดึงดูดคนเก่ง การรักษาพนักงาน และการสร้างองค์กรที่คนอยากอยู่ในระยะยาว</p>
<p>แต่ในขณะเดียวกัน รายงานฉบับนี้ก็ทำให้เห็นว่า ความตั้งใจเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เพราะความท้าทายที่แท้จริงของ DEI ในองค์กรไทยอยู่ที่การเปลี่ยนความเชื่อให้กลายเป็นโครงสร้าง วัฒนธรรม และพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตการทำงานของพนักงาน</p>
<p>กล่าวอีกอย่างคือ<strong> องค์กรจำนวนมากอาจรู้แล้วว่า DEI สำคัญ แต่โจทย์ที่ต้องแก้ต่อจากนี้คือ จะทำอย่างไรให้ DEI ไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับนโยบายหรือการสื่อสาร แต่กลายเป็นประสบการณ์จริงที่พนักงานรู้สึกได้</strong></p>
<h2>มีนโยบาย DEI แล้ว แต่พนักงานยังไม่มั่นใจว่าจะปลอดภัย</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50103" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150259.webp" alt="Thailand Workplace Equity Report 2026" width="600" height="476" title="Thailand Workplace Equity Report 2026: เมื่อองค์กรไทยมีนโยบาย DEI แต่ขาดระบบ 344" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150259.webp 931w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150259-300x238.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150259-768x610.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ต่อเนื่องจากสถิติข้างต้น Thailand Workplace Equity Report 2026 ยังชี้ให้เห็นช่องว่างสำคัญอีกอย่างหนึ่งของ DEI ในองค์กรไทย นั่นคือ หลายองค์กรเริ่มมีนโยบายแล้ว แต่ระบบที่ใช้รองรับนโยบายเหล่านั้นอาจยังไม่ชัดเจนพอ</p>
<p>ในภาพรวม องค์กรที่ร่วมสำรวจมีนโยบาย DEI ในระดับต่าง ๆ ดังนี้</p>
<ul>
<li>45% มีนโยบาย DEI ที่เป็นทางการและชัดเจน</li>
<li>35% มีนโยบายบางส่วนหรือยังไม่เป็นทางการ</li>
<li>เมื่อรวมกันแล้ว เท่ากับว่า 80% ขององค์กรมีนโยบาย DEI อย่างน้อยในระดับหนึ่ง</li>
</ul>
<p>ตัวเลขนี้ถือเป็นสัญญาณบวก เพราะสะท้อนว่าองค์กรไทยเริ่มให้ความสำคัญกับ DEI มากขึ้น และสถิติยังพบอีกว่า องค์กร 61% มีระบบรายงานปัญหาความไม่เท่าเทียมที่ชัดเจนถึง 61%</p>
<p>แม้จะถือว่าสูงแล้ว แต่เมื่อลงไปดูเรื่องช่องทางร้องเรียนและการรายงานปัญหา กลับพบว่ายังมีช่องว่างสำคัญคือ</p>
<ul>
<li>23% มีระบบร้องเรียนที่ไม่ชัดเจน</li>
<li>16% ไม่มีระบบร้องเรียนเลย</li>
<li>รวมแล้ว 39% ขององค์กรยังไม่มีช่องทางที่ปลอดภัยและชัดเจนพอให้พนักงานแจ้งปัญหาความไม่เท่าเทียมหรือการล่วงละเมิดในที่ทำงาน</li>
</ul>
<p>ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่า การมีนโยบาย DEI อาจยังไม่เพียงพอ หากพนักงานไม่รู้ว่าควรแจ้งปัญหาที่ไหน แจ้งแล้วจะปลอดภัยหรือไม่ หรือองค์กรจะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร เพราะในทางปฏิบัติ DEI ไม่ได้วัดจากการมีนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากความรู้สึกปลอดภัยของพนักงานเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาจริง</p>
<p>อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ พื้นที่ด้าน DEI ที่องค์กรให้ความสำคัญมากที่สุด ได้แก่</p>
<ul>
<li>74% ความหลากหลายด้านเพศและอัตลักษณ์</li>
<li>68% โอกาสความก้าวหน้า</li>
<li>65% ความปลอดภัยในที่ทำงานและการต่อต้านการล่วงละเมิด</li>
<li>55% ความเท่าเทียมด้านค่าตอบแทน</li>
<li>35% การเข้าถึงสำหรับผู้พิการและ Neurodiversity</li>
</ul>
<p>แสดงให้เห็นว่า ข้อมูลจากองค์กรที่ร่วมสำรวจสะท้อนว่า<strong> องค์กรไทยจำนวนหนึ่งยังให้ความสำคัญกับ DEI แต่ละมิติไม่เท่ากัน โดยเรื่องเพศและอัตลักษณ์อาจถูกพูดถึงมากขึ้น</strong> โดยเฉพาะในช่วง Pride Month <strong>แต่ประเด็นอย่างความเท่าเทียมด้านค่าตอบแทน การเข้าถึงสำหรับผู้พิการ และ Neurodiversity ยังได้รับความสำคัญน้อยกว่าที่ควร</strong></p>
<h2>DEI ที่วัดผลไม่ได้ อาจกลายเป็นความเสี่ยงขององค์กรในระยะยาว</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50104" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150326.webp" alt="Thailand Workplace Equity Report 2026" width="600" height="539" title="Thailand Workplace Equity Report 2026: เมื่อองค์กรไทยมีนโยบาย DEI แต่ขาดระบบ 345" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150326.webp 879w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150326-300x269.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150326-768x689.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หากหัวข้อก่อนหน้าสะท้อนว่าองค์กรไทยจำนวนมากเริ่มมีนโยบาย DEI แล้ว ข้อมูลในส่วนนี้กลับชี้ให้เห็นคำถามสำคัญถัดมา คือองค์กรรู้ได้อย่างไรว่า นโยบายเหล่านั้นสร้างความเปลี่ยนแปลงจริง</p>
<p>ในภาพรวม รายงานพบว่า</p>
<ul>
<li>52% ขององค์กรไม่มีระบบวัดผล DEI เลย</li>
<li>13% เคยมีระบบวัดผล แต่เลิกทำไปแล้ว</li>
<li>10% ยังอยู่ในขั้นวางแผน</li>
<li>นั่นเท่ากับว่า 74% ขององค์กรไทยยังไม่มีระบบวัดผล DEI ที่ใช้งานได้จริง</li>
</ul>
<p>ขณะเดียวกัน สถานการณ์ด้านการฝึกอบรม DEI ก็ยังน่ากังวลเช่นกัน โดยผลสำรวจพบว่า</p>
<ul>
<li>32% ไม่เคยจัดการฝึกอบรม DEI เลย</li>
<li>26% จัดอบรมแบบต่อเนื่องและบังคับ</li>
<li>26% จัดอบรมแบบเฉพาะกิจตามโอกาส</li>
</ul>
<p>ตัวเลขที่น่ากังวลที่สุดคือ 32% ขององค์กรที่ไม่เคยจัดอบรม DEI เลย เพราะเมื่อนำไปเทียบกับ 52% ที่ไม่มีระบบวัดผล จะเห็นว่าองค์กรจำนวนไม่น้อยไม่ได้มีปัญหาแค่ไม่รู้ผลลัพธ์ แต่ยังขาดกระบวนการเรียนรู้ที่จะช่วยให้คนในองค์กรเข้าใจ DEI อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่การบริหารคนภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อประเด็น <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/230725-esg/">ESG</a> และ Human Capital Disclosure กำลังมีความสำคัญมากขึ้น นักลงทุน คู่ค้า และองค์กรระดับโลกเริ่มให้ความสำคัญกับข้อมูลด้านคน ความเท่าเทียม และวัฒนธรรมองค์กรอย่างจริงจัง</p>
<p>ดังนั้น <strong>องค์กรที่วัดผล DEI ไม่ได้ อาจไม่สามารถพิสูจน์ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเห็นได้ว่า สิ่งที่องค์กรประกาศไว้นั้นเกิดขึ้นจริงแค่ไหน</strong> ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการดึงดูดคนเก่ง เงินทุน และพันธมิตรทางธุรกิจในอนาคต</p>
<p><strong>DEI ที่วัดผลไม่ได้อาจกลายเป็นความเสี่ยงขององค์กร เพราะองค์กรไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่านโยบายด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมสร้างผลลัพธ์จริงหรือไม่ ทั้งในมุมประสบการณ์พนักงาน ความน่าเชื่อถือด้าน ESG และ Human Capital Disclosure</strong></p>
<h2>DEI จะเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรไม่ได้ หากยังเป็นงานที่ HR ต้องแบกเพียงฝ่ายเดียว</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50105" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150344.webp" alt="Thailand Workplace Equity Report 2026" width="600" height="460" title="Thailand Workplace Equity Report 2026: เมื่อองค์กรไทยมีนโยบาย DEI แต่ขาดระบบ 346" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150344.webp 882w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150344-300x230.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150344-768x589.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>อีกประเด็นสำคัญจาก Thailand Workplace Equity Report 2026 คือ แม้ 87% ของผู้ตอบแบบสำรวจจะมองว่าความมุ่งมั่นของผู้นำคือปัจจัยสำเร็จอันดับหนึ่งของ DEI แต่ในขณะเดียวกัน 29% ขององค์กรกลับยังไม่มีผู้รับผิดชอบเรื่อง DEI ที่ชัดเจน<br />
เมื่อถามว่าใครเป็นเจ้าของ DEI ในองค์กร คำตอบที่พบมีตั้งแต่</p>
<ol>
<li>65% HR / People Team</li>
<li>42% Board / C-Suite</li>
<li>29% ไม่มีเจ้าของที่ชัดเจน</li>
<li>19% Corporate Affairs / CSR</li>
<li>3% Compliance Unit</li>
</ol>
<p>การที่ 65% ขององค์กรให้ HR หรือ People Team เป็นผู้ดูแล DEI อาจดูสมเหตุสมผล เพราะ HR เป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับพนักงานและเกี่ยวข้องกับนโยบายด้านคนโดยตรง แต่หาก DEI ถูกผลักให้เป็นความรับผิดชอบของ HR เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่มีแรงสนับสนุนจากบอร์ด ผู้บริหาร หรืองบประมาณที่เพียงพอ เรื่องนี้ก็อาจไม่สามารถเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างแท้จริง</p>
<p>หากต้องการผลักดัน DEI ให้กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร ผู้นำและผู้บริหารทุกระดับต้องร่วมเป็นเจ้าของเรื่องนี้ด้วย</p>
<h2>อุปสรรคของ DEI อาจอยู่ที่พฤติกรรมของผู้นำ</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50107" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150438.webp" alt="Thailand Workplace Equity Report 2026" width="600" height="552" title="Thailand Workplace Equity Report 2026: เมื่อองค์กรไทยมีนโยบาย DEI แต่ขาดระบบ 347" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150438.webp 877w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150438-300x276.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150438-768x707.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อถามถึงอุปสรรคหลักที่ขัดขวางการขับเคลื่อน DEI ในองค์กรไทย คำตอบที่ถูกระบุมากที่สุด ได้แก่</p>
<ul>
<li>65% วัฒนธรรมองค์กรที่หยั่งรากลึก</li>
<li>45% ขาดความเข้าใจของผู้บริหาร</li>
<li>42% ขาดความรู้หรือเครื่องมือ</li>
<li>26% งบประมาณไม่เพียงพอ</li>
<li>13% ไม่มีแรงกระตุ้นจากภาครัฐ</li>
</ul>
<p>ตัวเลข 65% ที่มองว่าวัฒนธรรมองค์กรคืออุปสรรคหลัก สะท้อนว่า DEI ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ได้ด้วยนโยบายเพียงอย่างเดียว เพราะวัฒนธรรมองค์กรเกิดจากพฤติกรรมที่คนเห็นและทำซ้ำทุกวัน โดยเฉพาะพฤติกรรมของผู้นำ</p>
<p>ขณะเดียวกัน ตัวเลข 45% ที่ระบุว่าผู้บริหารยังขาดความเข้าใจ ก็ยิ่งตอกย้ำว่า ปัญหาของ DEI อาจไม่ได้อยู่ที่การไม่มีนโยบาย แต่อยู่ที่การที่ผู้นำยังไม่สามารถทำให้ความเป็น Inclusive กลายเป็นพฤติกรรมจริงในองค์กรได้</p>
<p>อีกตัวเลขที่น่าสนใจคือ 42% ที่บอกว่าองค์กรยังขาดความรู้หรือเครื่องมือ เพราะแม้หลายองค์กรจะเริ่มมีนโยบาย DEI แล้ว แต่หากไม่มีความเข้าใจ วิธีปฏิบัติ หรือเครื่องมือที่เหมาะกับบริบทของตัวเอง นโยบายเหล่านั้นก็อาจยังไม่สามารถเปลี่ยนวิธีทำงานจริงของคนในองค์กรได้</p>
<h2>องค์กรไทยไม่ได้ต้องการแค่แนวคิด แต่ต้องการเครื่องมือ ตัวอย่าง และมาตรฐานที่ทำได้จริง</h2>
<p>แม้องค์กรไทยจำนวนมากจะเริ่มเห็นคุณค่าของ DEI แล้ว แต่ความท้าทายสำคัญคือ หลายองค์กรยังต้องการเครื่องมือ ตัวอย่าง และกรอบการทำงานที่ช่วยให้ DEI เดินหน้าต่อได้จริง</p>
<p>เมื่อถามว่าองค์กรต้องการการสนับสนุนแบบไหนมากที่สุด รายงานพบว่าคำตอบอันดับต้น ๆ ได้แก่</p>
<ul>
<li>61% Case Studies จากองค์กรที่ทำได้จริง</li>
<li>58% การเชื่อมโยงกับ ESG และ Certification</li>
<li>52% เครื่องมือประเมิน DEI</li>
<li>45% คำแนะนำเฉพาะสำหรับองค์กร</li>
<li>39% ความร่วมมือสามภาคส่วน</li>
<li>35% Community of Practice</li>
</ul>
<p>ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า องค์กรไทยต้องการตัวช่วยที่จับต้องได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างจากองค์กรที่ทำสำเร็จ เครื่องมือประเมินผล แนวทางที่ปรับใช้ได้จริง หรือมาตรฐานที่ช่วยเชื่อม DEI เข้ากับ ESG และความยั่งยืนขององค์กร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50106" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150408.webp" alt="Thailand Workplace Equity Report 2026" width="600" height="535" title="Thailand Workplace Equity Report 2026: เมื่อองค์กรไทยมีนโยบาย DEI แต่ขาดระบบ 348" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150408.webp 882w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150408-300x267.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-04-150408-768x684.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>นอกจากนี้ เมื่อดูตัวเลขด้านผลลัพธ์ทางธุรกิจ <strong>แม้จะมีผู้ตอบแบบสำรวจ 81% มองว่า DEI ส่งผลต่อการดึงดูดและรักษาบุคลากร แต่มีเพียง 29% เท่านั้นที่เชื่อมโยง DEI กับผลประกอบการทางการเงินโดยตรงได้</strong></p>
<p>ช่องว่างระหว่าง 81% กับ 29% สะท้อนว่า องค์กรไทยจำนวนมากเริ่มเห็นคุณค่าของ DEI แล้ว แต่ยังอาจมองเรื่องนี้ผ่านมุมของคน วัฒนธรรม และชื่อเสียงองค์กรมากกว่าการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่เชื่อมกับผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ชัดเจน</p>
<p>ดังนั้น สิ่งที่องค์กรต้องการคือหลักฐาน เครื่องมือ และกรอบการประเมินผลที่จะช่วยแปลงคุณค่าของ DEI ให้กลายเป็น Business Case ที่ผู้บริหารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมองเห็นร่วมกัน</p>
<p>และเมื่อมองไปข้างหน้าในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ผู้นำองค์กรคาดว่า DEI จะขยับเข้าใกล้กลยุทธ์องค์กรมากขึ้น โดยมีแนวโน้มสำคัญ ได้แก่</p>
<ul>
<li>58% DEI จะถูกผนวกเข้ากับ ESG และกลยุทธ์ความยั่งยืน</li>
<li>52% จะมีนโยบายหรือมาตรฐานจากภาครัฐ</li>
<li>45% DEI จะถูกยกระดับจากงาน HR ขึ้นสู่กลยุทธ์ระดับบอร์ด</li>
</ul>
<p>แนวโน้มเหล่านี้บอกว่า DEI กำลังเปลี่ยนสถานะจาก “เรื่องที่ควรทำ” ไปสู่ “เรื่องที่องค์กรอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้” มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อ ESG, Human Capital Disclosure, ความคาดหวังของพนักงาน นักลงทุน และคู่ค้าระดับโลก เริ่มเข้ามากดดันให้องค์กรต้องพิสูจน์เรื่องความเท่าเทียมและความเป็นธรรมอย่างจริงจัง</p>
<p>ดังนั้น โจทย์ขององค์กรไทยในระยะต่อไปอาจไม่ใช่แค่การประกาศว่าให้ความสำคัญกับ DEI แต่คือการสร้างระบบ ความรู้ เครื่องมือ และความร่วมมือที่ทำให้ DEI กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กรได้จริง</p>
<h2>สรุปบทเรียนสำหรับ HR ไทย ณ Pride Month 2026</h2>
<p>เดือนมิถุนายนของทุกปี องค์กรจำนวนมากเปลี่ยนโลโก้เป็นสีรุ้ง จัดกิจกรรม DEI เข้าร่วม Pride Parade หรือออกแถลงการณ์สนับสนุนความหลากหลาย</p>
<p>ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณที่ดี เพราะอย่างน้อยก็สะท้อนว่าองค์กรเริ่มมองเห็นความสำคัญของความเท่าเทียมมากขึ้น</p>
<p>สำหรับพนักงาน LGBTQIA+ การเห็นโลโก้องค์กรเปลี่ยนเป็นสีรุ้งเป็นสัญญาณที่ดีเช่นกัน แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ พวกเขาสามารถเปิดเผยตัวตนได้โดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ มีช่องทางร้องเรียนที่ปลอดภัย และได้รับโอกาสเติบโตอย่างเท่าเทียมจริงหรือไม่</p>
<p>เพราะแค่มีความตั้งใจดียังไม่เพียงพอ หากองค์กรไม่มีระบบที่วัดผลได้ มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน และทำให้พนักงานรู้สึกปลอดภัยได้จริงในชีวิตการทำงาน</p>
<p>สำหรับ HR ที่อ่านรายงานนี้แล้วอยากเริ่มต้นขยับเรื่อง DEI ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น อาจเริ่มจากคำถามง่าย ๆ 4 ข้อ</p>
<ol>
<li>องค์กรของเรามีระบบวัดผล DEI แล้วหรือยัง หากมี เรากำลังวัดอะไรอยู่บ้าง</li>
<li>มีผู้รับผิดชอบ DEI ที่ชัดเจนหรือไม่ และคนคนนั้นมีงบประมาณ อำนาจตัดสินใจ และแรงสนับสนุนจากผู้นำจริงหรือเปล่า</li>
<li>พนักงานมีช่องทางรายงานปัญหาความไม่เท่าเทียมหรือการล่วงละเมิดที่ปลอดภัยและชัดเจนแล้วหรือยัง</li>
<li>หากวันนี้นักลงทุนหรือคู่ค้าขอดูข้อมูล ESG หรือ Human Capital Disclosure องค์กรของเรามีข้อมูลอะไรที่พิสูจน์ได้บ้าง</li>
</ol>
<p><strong>Pride Month เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการเฉลิมฉลองความหลากหลาย แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีพอ ๆ กันสำหรับการตั้งคำถามว่า สิ่งที่องค์กรประกาศว่ายืนหยัดสนับสนุนนั้น มีระบบ หลักฐาน และความรับผิดชอบรองรับมากพอแล้วหรือยัง</strong></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-survey/thailand-workplace-equity-report-2026-260605/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Pay Transparency โปร่งใสเรื่องค่าตอบแทนอย่างไร โดยไม่สร้างความสับสนในองค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/pay-transparency-260529/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/pay-transparency-260529/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 04:02:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Pay Transparency]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50076</guid>

					<description><![CDATA[ค่าตอบแทนเป็นเรื่องที่พนักงานทุกคนให้ความสำคัญ แต่ในหลายองค์กร เรื่องนี้กลับเป็นหนึ่งในหัวข้อที่คนไม่ค่อยอยากคุยกัน หรือมีวัฒนธรรมบางอย่างทำให้คนไม่กล้าคุย บางครั้ง พนักงานอยากรู้ว่าเงินเดือนของตัวเองเติบโตได้อีกแค่ไหน โบนัสคำนวณจากอะไร ทำไมบางคนได้เงินเดือนสูงกว่าอีกคน หรือถ้าอยากมีรายได้เพิ่มขึ้นต้องพัฒนาตัวเองไปทางไหน แต่ก็หาคำตอบเองไม่ได้ ครั้นจะหันไปถาม HR บางครั้งก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนอีก ขณะเดียวกัน องค์กรก็มีความกังวลของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความกลัวว่าพนักงานจะเปรียบเทียบเงินเดือนกัน กลัวเกิดการต่อรอง กลัวความไม่พอใจ หรือกังวลว่าการพูดเรื่องค่าตอบแทนมากเกินไปจะสร้างปัญหาตามมา ความกังวลเหล่านี้เข้าใจได้ แต่การไม่พูดอะไรเลยไม่ใช่ทางออก และนั่นทำให้หลายองค์กรหันมาให้ความสำคัญกับ Pay Transparency หรือความโปร่งใสในการจ่ายค่าตอบแทนมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้สำคัญไม่แพ้ Pay Philosophy หรือการจ่ายเงินเดือนให้ถูกต้องเลย จึงเกิดเป็นบทความนี้ขึ้นมา ซึ่งต่อยอดมาจากในงานเสวนา Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead ที่คุณ ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร Managing Director จาก Think People Consulting บรรยายในหัวข้อ Pay Philosophy and Pay Transparency: What Modern Organizations Need [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50069" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-28.webp" alt="Pay Transparency" width="600" height="370" title="Pay Transparency โปร่งใสเรื่องค่าตอบแทนอย่างไร โดยไม่สร้างความสับสนในองค์กร 356" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-28.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-28-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ค่าตอบแทนเป็นเรื่องที่พนักงานทุกคนให้ความสำคัญ แต่ในหลายองค์กร เรื่องนี้กลับเป็นหนึ่งในหัวข้อที่คนไม่ค่อยอยากคุยกัน หรือมีวัฒนธรรมบางอย่างทำให้คนไม่กล้าคุย</p>
<p>บางครั้ง พนักงานอยากรู้ว่าเงินเดือนของตัวเองเติบโตได้อีกแค่ไหน โบนัสคำนวณจากอะไร ทำไมบางคนได้เงินเดือนสูงกว่าอีกคน หรือถ้าอยากมีรายได้เพิ่มขึ้นต้องพัฒนาตัวเองไปทางไหน แต่ก็หาคำตอบเองไม่ได้ ครั้นจะหันไปถาม HR บางครั้งก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนอีก</p>
<p>ขณะเดียวกัน องค์กรก็มีความกังวลของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความกลัวว่าพนักงานจะเปรียบเทียบเงินเดือนกัน กลัวเกิดการต่อรอง กลัวความไม่พอใจ หรือกังวลว่าการพูดเรื่องค่าตอบแทนมากเกินไปจะสร้างปัญหาตามมา</p>
<p>ความกังวลเหล่านี้เข้าใจได้ แต่การไม่พูดอะไรเลยไม่ใช่ทางออก และนั่นทำให้หลายองค์กรหันมาให้ความสำคัญกับ <strong>Pay Transparency</strong> หรือความโปร่งใสในการจ่ายค่าตอบแทนมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้สำคัญไม่แพ้ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/pay-philosophy-260529/"><strong>Pay Philosophy</strong></a> หรือการจ่ายเงินเดือนให้ถูกต้องเลย</p>
<p>จึงเกิดเป็นบทความนี้ขึ้นมา ซึ่งต่อยอดมาจากในงานเสวนา <strong><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/outperform-through-uncertainty-260522/">Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead</a></strong> ที่คุณ <a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/prakal-hr-influencer-231106/"><strong>ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร Managing Director จาก Think People Consulting</strong></a> บรรยายในหัวข้อ<strong> Pay Philosophy and Pay Transparency: What Modern Organizations Need to Define</strong> โดยนอกจากจะชี้ให้เห็นว่า นโยบายการจ่ายค่าตอบแทนและปรัชญาการจ่ายค่าตอบแทน คือรากฐานสำคัญที่หลายองค์กรยังมองข้าม แต่ความโปร่งใสของการจ่ายค่าตอบแทนก็ยังมีผลโดยตรงต่อการดึงดูดคนเก่ง การรักษาพนักงาน และการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวเช่นกัน</p>

<h2>Pay Transparency คืออะไร</h2>
<p>Pay Transparency หรือความโปร่งใสในการจ่ายค่าตอบแทน คือแนวทางการสื่อสารเรื่องค่าตอบแทนให้พนักงานเข้าใจมากขึ้น ว่าองค์กรมีหลักการจ่ายอย่างไร เงินเดือน โบนัส สวัสดิการ หรือผลตอบแทนรูปแบบต่าง ๆ ถูกกำหนดจากปัจจัยใด และพนักงานสามารถเติบโตทางรายได้ได้อย่างไร</p>
<p>ความโปร่งใสด้านค่าตอบแทนไม่ได้มีรูปแบบเดียว บางองค์กรอาจเริ่มจากการอธิบายหลักการขึ้นเงินเดือน บางองค์กรอาจสื่อสาร Salary Range ตาม Job Grade บางองค์กรอาจบอกโครงสร้างโบนัสให้ชัดขึ้น หรือบางองค์กรอาจเปิดเผยช่วงเงินเดือนในประกาศรับสมัครงาน</p>
<p>ระดับของความโปร่งใสจึงขึ้นอยู่กับบริบท ความพร้อม และวัฒนธรรมของแต่ละองค์กร</p>
<p>ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่องค์กรเปิดข้อมูลมากแค่ไหน แต่อยู่ที่ข้อมูลที่เปิดนั้นช่วยให้พนักงานเข้าใจระบบมากขึ้นหรือไม่ ถ้าองค์กรเปิดข้อมูลมากขึ้น แต่ยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน พนักงานอาจยิ่งสับสนกว่าเดิม แต่ถ้าองค์กรอธิบายหลักการได้ดี แม้ยังไม่ได้เปิดข้อมูลทั้งหมด ก็สามารถสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นได้มากขึ้น</p>
<h2>ทำไม Pay Transparency จึงสำคัญกับองค์กร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50071" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/top-view-payroll-concept-with-files-scaled.webp" alt="Pay Transparency" width="600" height="400" title="Pay Transparency โปร่งใสเรื่องค่าตอบแทนอย่างไร โดยไม่สร้างความสับสนในองค์กร 357" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/top-view-payroll-concept-with-files-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/top-view-payroll-concept-with-files-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/top-view-payroll-concept-with-files-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/top-view-payroll-concept-with-files-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/top-view-payroll-concept-with-files-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/top-view-payroll-concept-with-files-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>พนักงานอาจไม่ได้คาดหวังให้องค์กรจ่ายเงินเดือนสูงที่สุดเสมอไป แต่สิ่งที่หลายคนต้องการคือความชัดเจน เขาอยากรู้ว่าเงินเดือนของตัวเองอยู่ตรงไหนในโครงสร้างองค์กร รายได้ยังเติบโตได้อีกมากน้อยแค่ไหน การขึ้นเงินเดือนดูจากอะไร โบนัสเกี่ยวข้องกับผลงานอย่างไร และถ้าอยากก้าวหน้า ต้องพัฒนาทักษะหรือรับผิดชอบงานแบบใดเพิ่มขึ้น</p>
<p>สถิติ <a href="https://lattice.com/articles/pay-transparency-trends" target="_blank" rel="noopener">State of People Strategy 2024 ของ Lattice</a> ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าเรื่องนี้มีผลจริงต่อองค์กร โดยบริษัทที่มีความโปร่งใสด้านค่าตอบแทนสูงมี Employee Engagement อยู่ที่ 72% เทียบกับเพียง 39% ในบริษัทที่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้</p>
<p>สิ่งที่น่าสังเกตคือ แม้ข้อมูลจะชี้ชัดขนาดนี้ แต่ในองค์กรจำนวนมากก็ยังไม่ได้ทำอะไรยังห่างไกลจากจุดนั้นมาก จากการสำรวจของ Lattice เช่นกัน พบว่ามีเพียง 32% ของพนักงานทั่วโลกที่รู้ว่า Pay Band ของตัวเอง หรือช่วงเงินเดือนที่องค์กรกำหนดไว้สำหรับตำแหน่ง งานระดับ หรือกลุ่มงานหนึ่ง ๆ มีค่าต่ำสุด-กลาง-สูงสุดในช่วงใด และมี HR Professional เพียง 8% ที่ประเมินว่าบริษัทตัวเองทำเรื่อง Pay Transparency ได้ดีในปี 2024 ลดลงจาก 22% ในปี 2022</p>
<p>เมื่อองค์กรให้ความโปร่งใสไม่ได้ พนักงานก็จะเริ่มตีความเองว่าระบบค่าตอบแทนไม่ยุติธรรม ผู้จัดการลำเอียง หรือองค์กรไม่เห็นคุณค่าของเขา แม้ความจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นทั้งหมด</p>
<p>การมี Pay Transparency จึงช่วยลดพื้นที่ของการเดา ลดข่าวลือ และทำให้พนักงานเห็นว่าองค์กรมีหลักการในการตัดสินใจเรื่องค่าตอบแทน</p>
<h2>Pay Transparency ไม่ได้แปลว่าต้องเปิดเงินเดือนทุกคน</h2>
<p>หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ เมื่อพูดถึง Pay Transparency หลายคนมักนึกถึงการเปิดเผยเงินเดือนของพนักงานทุกคนในองค์กรให้รับรู้กันทั่ว ในความเป็นจริง องค์กรไม่จำเป็นต้องเริ่มจากจุดนั้น และหลายองค์กรก็อาจไม่เหมาะกับการเปิดข้อมูลระดับนั้นทันที</p>
<p>Pay Transparency สามารถเริ่มจากเรื่องพื้นฐานกว่านั้นได้ เช่น</p>
<ul>
<li>องค์กรมีโครงสร้างเงินเดือนอย่างไร</li>
<li>การขึ้นเงินเดือนพิจารณาจากปัจจัยใด</li>
<li>โบนัสเชื่อมโยงกับผลงานส่วนบุคคล ทีม และผลประกอบการบริษัทอย่างไร</li>
<li>พนักงานจะเติบโตทางรายได้ได้อย่างไร</li>
<li>ตำแหน่งแต่ละระดับมีช่วงเงินเดือนประมาณไหน</li>
<li>ทักษะหรือผลงานแบบใดที่ทำให้พนักงานขยับไปสู่ระดับถัดไป</li>
</ul>
<p>การเปิดข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ได้บอกว่าใครได้เงินเดือนเท่าไหร่ แต่ช่วยให้พนักงานเข้าใจระบบมากขึ้น และเห็นเส้นทางของตัวเองชัดขึ้น</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49997" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-26.webp" alt="Outperform Through Uncertainty" width="600" height="370" title="Pay Transparency โปร่งใสเรื่องค่าตอบแทนอย่างไร โดยไม่สร้างความสับสนในองค์กร 358" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-26.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-26-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/outperform-through-uncertainty-260522/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>ก่อนโปร่งใส ต้องมี Pay Philosophy ที่ชัดเจน</h2>
<p>Pay Transparency จะไปได้ดีก็ต่อเมื่อองค์กรมีหลักคิดเรื่องค่าตอบแทนที่ชัดเจนก่อน</p>
<p>เพราะเมื่อองค์กรเริ่มสื่อสารเรื่องค่าตอบแทนมากขึ้น พนักงานย่อมมีคำถามตามมา เช่น ทำไมตำแหน่งนี้มีช่วงเงินเดือนสูงกว่าตำแหน่งนั้น ทำไมคนที่ทำงานมานานกว่าไม่ได้รายได้สูงกว่าเสมอไป ทำไมคนที่ผลงานดีจึงได้ขึ้นเงินเดือนมากกว่า หรือทำไมบางทักษะจึงมีมูลค่าสูงกว่าในตลาดแรงงาน</p>
<p>คำถามเหล่านี้ตอบได้ยาก หากองค์กรยังไม่ชัดเจนว่าตัวเองจ่ายค่าตอบแทนด้วยหลักคิดอะไร</p>
<p>นี่คือจุดที่ Pay Philosophy เข้ามามีบทบาท การมีหลักในการจ่ายค่าตอบแทนช่วยให้องค์กรตอบได้ว่า จ่ายเพื่ออะไร ต้องการดึงดูดคนแบบไหน ต้องการให้รางวัลกับพฤติกรรมใด ต้องการแข่งขันกับตลาดแรงงานระดับไหน และมองความเป็นธรรมอย่างไร</p>
<p>ถ้าไม่มีหลักคิดเหล่านี้ Pay Transparency อาจกลายเป็นการเปิดข้อมูลโดยไม่มีคำอธิบายรองรับ และยิ่งทำให้พนักงานเห็นความไม่ชัดเจนของระบบมากขึ้น แต่หาก Pay Philosophy ชัด การสื่อสารเรื่องค่าตอบแทนจะไม่ใช่การตอบคำถามเป็นกรณี ๆ ไป แต่เป็นการอธิบายด้วยหลักการเดียวกันทั้งองค์กร</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50064" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-27.webp" alt="Pay Philosophy" width="600" height="370" title="Pay Transparency โปร่งใสเรื่องค่าตอบแทนอย่างไร โดยไม่สร้างความสับสนในองค์กร 359" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-27.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-27-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/pay-philosophy-260529/">Pay Philosophy: ก่อนถามว่าจ่ายเท่าไหร่ ต้องรู้ก่อนว่าจ่ายเพื่ออะไร</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Manager คือด่านแรกของ Pay Transparency</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50070" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/successful-executive-asia-young-businesswoman-smart-casual-wear-drawing-writing-using-pen-with-digital-tablet-computer-thinking-inspiration-search-ideas-working-process-modern-home-office-scaled.webp" alt="Pay Transparency" width="600" height="338" title="Pay Transparency โปร่งใสเรื่องค่าตอบแทนอย่างไร โดยไม่สร้างความสับสนในองค์กร 360" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/successful-executive-asia-young-businesswoman-smart-casual-wear-drawing-writing-using-pen-with-digital-tablet-computer-thinking-inspiration-search-ideas-working-process-modern-home-office-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/successful-executive-asia-young-businesswoman-smart-casual-wear-drawing-writing-using-pen-with-digital-tablet-computer-thinking-inspiration-search-ideas-working-process-modern-home-office-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/successful-executive-asia-young-businesswoman-smart-casual-wear-drawing-writing-using-pen-with-digital-tablet-computer-thinking-inspiration-search-ideas-working-process-modern-home-office-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/successful-executive-asia-young-businesswoman-smart-casual-wear-drawing-writing-using-pen-with-digital-tablet-computer-thinking-inspiration-search-ideas-working-process-modern-home-office-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/successful-executive-asia-young-businesswoman-smart-casual-wear-drawing-writing-using-pen-with-digital-tablet-computer-thinking-inspiration-search-ideas-working-process-modern-home-office-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/successful-executive-asia-young-businesswoman-smart-casual-wear-drawing-writing-using-pen-with-digital-tablet-computer-thinking-inspiration-search-ideas-working-process-modern-home-office-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i>&#8220;Manager ต้องตอบคำถามลูกทีมโดยตรงว่า ทำไมเงินเดือนถึงขึ้นเท่านี้ โบนัสคิดจากอะไร และถ้าอยากเติบโตต่อควรทำอะไร&#8221; &#8211;</i> <a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/prakal-hr-influencer-231106/"><strong>ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร</strong></a></p>
<p>หลายองค์กรคิดว่าเรื่องค่าตอบแทนเป็นหน้าที่ของ HR แต่ในชีวิตการทำงานจริง คนที่พนักงานมักถามก่อนคือหัวหน้าของตัวเอง<br />
เมื่อถึงรอบปรับเงินเดือนหรือจ่ายโบนัส พนักงานมักไม่ได้เดินไปถาม HR เป็นคนแรก แต่จะถาม Manager ว่า ทำไมปีนี้ขึ้นเงินเดือนเท่านี้ ทำไมโบนัสได้เท่านี้ ถ้าอยากเติบโตต้องทำอย่างไร หรือควรพัฒนาตัวเองด้านไหนเพื่อให้รายได้เพิ่มขึ้น</p>
<p>หาก Manager ตอบไม่ได้ ตอบไม่ตรงกัน หรือเลี่ยงคำถาม ความเชื่อมั่นของพนักงานจะลดลงทันที</p>
<p>นี่คือเหตุผลที่ Pay Transparency ไม่ใช่เรื่องของ HR เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องทำให้ Manager เข้าใจระบบค่าตอบแทนมากพอที่จะอธิบายกับทีมได้</p>
<p>องค์กรควรเตรียม Manager ให้พร้อมในเรื่องสำคัญ เช่น หลักการขึ้นเงินเดือน วิธีอธิบาย Salary Range ความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับค่าตอบแทน วิธีพูดถึงโบนัส และวิธีรับมือกับบทสนทนาที่ยาก เช่น Manager สามารถบอกได้ว่าช่วงเงินเดือนของตำแหน่งนี้อยู่ที่เท่าไหร่ และทักษะแบบไหนที่จะช่วยให้ขยับไปอยู่ระดับบนของโครงสร้างได้</p>
<p>เพราะการคุยเรื่องค่าตอบแทนไม่ใช่แค่การพูดเรื่องตัวเลข แต่เกี่ยวข้องกับความรู้สึก คุณค่า และอนาคตของพนักงานในองค์กร</p>
<h2>องค์กรพร้อมแค่ไหนก่อนสื่อสารเรื่องค่าตอบแทน</h2>
<p>ก่อนเริ่มสื่อสารเรื่องค่าตอบแทนอย่างจริงจัง องค์กรควรประเมินความพร้อมของตัวเองก่อน เพราะการเปิดข้อมูลมากขึ้นโดยที่ระบบยังไม่ชัด อาจสร้างความสับสนได้มากกว่าความเข้าใจ</p>
<p>องค์กรอาจเริ่มจากการถามตัวเองว่า</p>
<h3>1. Manager อธิบายหลักการขึ้นเงินเดือนให้ลูกทีมได้หรือไม่</h3>
<p>ถ้า Manager ยังตอบไม่ได้ว่าการขึ้นเงินเดือนพิจารณาจากอะไร ใช้เกณฑ์ใด และพนักงานต้องทำอะไรเพื่อให้มีโอกาสเติบโต แปลว่าระบบการสื่อสารยังไม่พร้อมพอ</p>
<h3>2. พนักงานรู้หรือไม่ว่ารายได้ของตัวเองยังเติบโตได้อย่างไร</h3>
<p>พนักงานไม่จำเป็นต้องรู้ข้อมูลทั้งหมดขององค์กร แต่ควรเข้าใจว่าในบทบาทของตัวเอง รายได้ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกหรือไม่ และต้องพัฒนาตัวเองอย่างไรจึงจะไปต่อได้</p>
<h3>3. โครงสร้างเงินเดือนมีหลักการชัดเจนพอหรือยัง</h3>
<p>หากองค์กรยังไม่มี Salary Range, Job Grade หรือหลักเกณฑ์ที่อธิบายความแตกต่างของค่าตอบแทนได้ การสื่อสารเรื่องความโปร่งใสอาจทำได้ยาก</p>
<h3>4. โบนัสมีหลักการที่พนักงานเข้าใจหรือไม่</h3>
<p>โบนัสไม่ควรเป็นตัวเลขที่พนักงานได้รับโดยไม่รู้ที่มา เพราะเมื่อไม่เข้าใจ พนักงานอาจมองว่าการตัดสินใจขององค์กรไม่โปร่งใส แม้ภายในจะมีเหตุผลก็ตาม</p>
<h3>5. องค์กรมีคำอธิบายที่ตรงกันหรือไม่</h3>
<p>ถ้า HR อธิบายอย่างหนึ่ง ผู้บริหารพูดอีกอย่าง และ Manager สื่อสารอีกแบบ พนักงานจะยิ่งสับสน องค์กรจึงต้องทำให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจหลักการเดียวกันก่อน</p>
<p>หากองค์กรยังตอบคำถามเหล่านี้ได้ไม่ครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องรีบเปิดข้อมูลมากขึ้นทันที แต่ควรเริ่มจากการทำระบบให้ชัด ฝึกผู้จัดการให้พร้อม และเตรียมภาษาการสื่อสารให้ตรงกัน</p>
<h2>ความเสี่ยงของ Pay Transparency ที่ไม่มีระบบรองรับ</h2>
<p>Pay Transparency จะสร้างความเชื่อมั่นได้ก็ต่อเมื่อสิ่งที่องค์กรพูดสอดคล้องกับสิ่งที่องค์กรทำจริง ถ้าไม่ ความโปร่งใสอาจกลายเป็นดาบสองคม</p>
<p>งานวิจัยของ <a href="https://hbr.org/2022/08/research-the-unintended-consequences-of-pay-transparency" target="_blank" rel="noopener">Harvard Business Review</a> ชี้ว่า Pay Transparency มีทั้งข้อดีและข้อควรระวัง เพราะหากระบบบริหารผลงานและโครงสร้างค่าตอบแทนยังไม่แข็งแรง อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อแรงจูงใจและพฤติกรรมการทำงานได้</p>
<p>ขณะเดียวกัน <a href="https://www.aon.com/en/capabilities/talent-and-rewards/pay-transparency-consulting" target="_blank" rel="noopener">Aon</a> รายงานในปี 2024 ว่า 75% ของนายจ้างในสหรัฐฯ ยังไม่พร้อมสำหรับกฎหมาย Pay Transparency และในกลุ่มที่ทำ Pay Equity Analysis แล้ว มีถึง 84% ที่พบช่องว่างในระบบ แต่มีเพียง 34% ที่จัดสรรงบเพื่อแก้ไขจริง</p>
<p>3 กรณีนี้อาจเกิดขึ้นได้ หากพนักงานพบว่า สิ่งที่พูดกับสิ่งที่ทำจริงไม่สอดคล้องกัน</p>
<h3>กรณีที่ 1: จ่ายตามผลงาน แต่ระบบ Performance ไม่สะท้อนสิ่งนั้น</h3>
<p>บริษัท Retail ขนาดกลางแห่งหนึ่งประกาศชัดเจนว่า &#8220;เราจ่ายตามผลงาน&#8221; แต่เมื่อถึงรอบขึ้นเงินเดือน พนักงานที่ทำ KPI ได้ 120% กับพนักงานที่ทำได้ 85% ได้รับการขึ้นเงินเดือนต่างกันเพียง 1–2%</p>
<p>พนักงานที่ทำผลงานดีเริ่มตั้งคำถามว่า &#8220;แล้วทำไมต้องพยายามมากกว่านี้&#8221; กลายเป็นว่าความโปร่งใสยิ่งทำให้เห็นช่องว่างระหว่างสิ่งที่พูดกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงได้ชัดกว่าเดิม</p>
<h3>กรณีที่ 2: บอกว่าสนับสนุนการเติบโต แต่ไม่มีเส้นทางให้เดิน</h3>
<p>จากการสำรวจของ <a href="https://www.brightmine.com/us/resources/hr-compliance/pay-transparency/attitudes-on-pay-transparency-and-equity-in-the-workplace/" target="_blank" rel="noopener">Brightmine</a> พบว่า 52% ของพนักงานต้องการให้องค์กรอธิบายอย่างละเอียดว่าเงินเดือนถูกกำหนดอย่างไร ขณะที่สัดส่วนองค์กรที่มีโครงสร้าง Pay Equity และ Pay Transparency ที่ชัดเจน ยังต่ำกว่าความคาดหวังของพนักงานมาก</p>
<p>หากองค์กรบอกพนักงานว่า “อยากเติบโตก็ทำให้ได้” แต่ไม่มี Creer Path ชัดเจน ไม่มี Salary Range ที่บอกได้ว่าระดับ Senior อยู่ในช่วงเงินเดือนใด เมื่อ HR เริ่มพูดเรื่อง Pay Transparency พนักงานก็ยิ่งตั้งคำถามว่า “แล้วเส้นทางที่ว่านั้นอยู่ตรงไหนจริง ๆ”</p>
<h3>กรณีที่ 3: บอกว่ารักษาคนเก่ง แต่ให้รางวัลเฉพาะตอนที่คนต่อรอง</h3>
<p>หากองค์กรไม่สามารถให้คำตอบชัดเจนเกี่ยวกับโครงสร้างค่าตอบแทน และมีแนวโน้มให้พนักงานใช้ Offer จากบริษัทอื่นเป็นเครื่องมือเจรจาขึ้นเงินเดือน</p>
<p>ความโปร่งใสจึงไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาระบบให้ชัดเจนเสมอไป ตรงกันข้าม หากระบบยังไม่พร้อม การเปิดข้อมูลมากขึ้นอาจทำให้พนักงานเห็นปัญหาชัดกว่าเดิม</p>
<h2>องค์กรควรเริ่มทำ Pay Transparency อย่างไร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50072" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/calculator-laptop-cup-coffee-dollar-bills-colored-background-flat-lay-scaled.webp" alt="Pay Transparency" width="600" height="400" title="Pay Transparency โปร่งใสเรื่องค่าตอบแทนอย่างไร โดยไม่สร้างความสับสนในองค์กร 361" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/calculator-laptop-cup-coffee-dollar-bills-colored-background-flat-lay-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/calculator-laptop-cup-coffee-dollar-bills-colored-background-flat-lay-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/calculator-laptop-cup-coffee-dollar-bills-colored-background-flat-lay-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/calculator-laptop-cup-coffee-dollar-bills-colored-background-flat-lay-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/calculator-laptop-cup-coffee-dollar-bills-colored-background-flat-lay-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/calculator-laptop-cup-coffee-dollar-bills-colored-background-flat-lay-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>องค์กรที่ต้องการเริ่มทำ Pay Transparency ควรเริ่มจากสิ่งที่มีผลต่อความเข้าใจของพนักงานมากที่สุดก่อน</p>
<h3>1. เริ่มจากการอธิบายหลักการ ไม่ใช่ตัวเลข</h3>
<p>องค์กรอาจเริ่มจากการสื่อสารว่าระบบค่าตอบแทนประกอบด้วยอะไรบ้าง เงินเดือน โบนัส สวัสดิการ หรือ Incentive มีหลักคิดอย่างไร และแต่ละส่วนเชื่อมโยงกับผลงานหรือเป้าหมายธุรกิจอย่างไร</p>
<h3>2. ทำให้ Manager พูดภาษาเดียวกัน</h3>
<p>ก่อนสื่อสารกับพนักงานทั้งองค์กร ควรทำให้ Manager เข้าใจหลักการเดียวกันก่อน เพราะ Manager คือคนที่ต้องรับคำถามโดยตรงจากพนักงาน</p>
<h3>3. อธิบายเส้นทางการเติบโตทางรายได้</h3>
<p>พนักงานควรรู้ว่าหากต้องการเติบโตต่อ ต้องพัฒนาทักษะอะไร รับผิดชอบงานระดับไหน หรือสร้างผลงานแบบใด การสื่อสารเรื่อง Career Path จึงควรเชื่อมกับการเติบโตของค่าตอบแทนด้วย</p>
<h3>4. ค่อย ๆ เพิ่มระดับความโปร่งใส</h3>
<p>บางองค์กรอาจเริ่มจากการอธิบายหลักเกณฑ์การขึ้นเงินเดือน จากนั้นจึงค่อยเปิด Salary Range ตาม Job Grade หรืออธิบายโครงสร้างโบนัสอย่างละเอียดขึ้นเมื่อระบบพร้อม</p>
<h3>5. ทบทวนระบบอย่างต่อเนื่อง</h3>
<p>ค่าตอบแทนเกี่ยวข้องกับธุรกิจ ตลาดแรงงาน และความคาดหวังของพนักงาน ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา องค์กรจึงควรทบทวนทั้งระบบและวิธีสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>การเริ่มทำ Pay Transparency จึงไม่ใช่การเปิดข้อมูลให้เร็วที่สุด แต่ค่อย ๆ ทำให้ระบบค่าตอบแทนเป็นสิ่งที่อธิบายได้มากขึ้น และทำให้พนักงานเข้าใจสิ่งที่เกี่ยวข้องกับรายได้ของตัวเองมากขึ้น</p>
<h2>อยากวางระบบ Pay Transparency ให้องค์กร เริ่มต้นได้เลยที่นี่</h2>
<p>การสื่อสารเรื่องค่าตอบแทนให้โปร่งใสต้องอาศัยทั้งหลักคิดเรื่องค่าตอบแทน โครงสร้างเงินเดือนที่ชัดเจน การออกแบบ Career Path และการเตรียม Manager ให้พร้อมสำหรับบทสนทนาที่ยาก</p>
<p>หลายองค์กรจึงอาจต้องการผู้เชี่ยวชาญมาช่วยประเมินระบบเดิม วางแนวทางการสื่อสาร และออกแบบระดับความโปร่งใสให้เหมาะกับบริบทขององค์กร</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/13">HREX รวบรวม HR Consultant ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบระบบค่าตอบแทน การวาง Pay Philosophy และการพัฒนาแนวทาง Pay Transparency ไว้ในแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services องค์กรสามารถค้นหาและเปรียบเทียบผู้ให้บริการที่ตรงกับความต้องการได้ที่นี่</a></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50068" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/high-angle-payroll-frame-with-copy-space-scaled.webp" alt="Pay Transparency" width="600" height="400" title="Pay Transparency โปร่งใสเรื่องค่าตอบแทนอย่างไร โดยไม่สร้างความสับสนในองค์กร 362" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/high-angle-payroll-frame-with-copy-space-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/high-angle-payroll-frame-with-copy-space-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/high-angle-payroll-frame-with-copy-space-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/high-angle-payroll-frame-with-copy-space-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/high-angle-payroll-frame-with-copy-space-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/high-angle-payroll-frame-with-copy-space-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Pay Transparency ไม่ได้วัดจากจำนวนข้อมูลค่าตอบแทนที่องค์กรเปิดเผย แต่วัดจากการที่พนักงานเข้าใจมากพอว่า รายได้ของตัวเองถูกกำหนดจากอะไร ยังเติบโตต่อได้ทางไหน และต้องพัฒนาตัวเองอย่างไรเพื่อไปถึงจุดนั้น</p>
<p>ก่อนสื่อสารเรื่องความโปร่งใส องค์กรจึงต้องกลับมาทำให้ระบบภายในอธิบายได้ก่อน เพราะถ้าระบบยังไม่ชัด เปิดข้อมูลมากขึ้นก็อาจไม่ได้ช่วยให้คนเชื่อใจมากขึ้น ตรงกันข้าม อาจทำให้ความสับสนและความไม่สอดคล้องในระบบเห็นชัดกว่าเดิม</p>
<p>แล้วองค์กรของคุณล่ะ ตอนนี้ Transparency เพียงพอแล้วหรือยัง ?</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 167px;">
<tbody>
<tr style="height: 167px;">
<td style="width: 100%; height: 167px;"><strong>Sources:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://www.kornferry.com/insights/featured-topics/leadership-articles/pay-transparency-in-the-workplace" target="_blank" rel="noopener">Korn Ferry</a></li>
<li><a href="https://hrexecutive.com/what-is-pay-transparency/" target="_blank" rel="noopener">HR Executive</a></li>
<li><a href="https://www.robertwalters.co.th/insights/hiring-advice/e-guide/global-pay-transparency.html" target="_blank" rel="noopener">Robert Walters</a></li>
<li><a href="https://fortune.com/2026/05/20/pay-transparency-companies-cant-explain-salaries-syndio-salary-transparent-street/" target="_blank" rel="noopener">Fortune</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/pay-transparency-260529/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Pay Philosophy: ก่อนถามว่าจ่ายเท่าไหร่ ต้องรู้ก่อนว่าจ่ายเพื่ออะไร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/pay-philosophy-260529/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/pay-philosophy-260529/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 03:38:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Pay Philosophy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50063</guid>

					<description><![CDATA[ค่าตอบแทนเป็นหนึ่งในเรื่องละเอียดอ่อนที่สุดของการบริหารคน เพราะเงินเดือนไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่โอนเข้าบัญชีทุกสิ้นเดือน แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าองค์กรให้คุณค่ากับพนักงานแบบไหน ให้รางวัลกับพฤติกรรมใด และมองความเป็นธรรมในที่ทำงานอย่างไร ในงานเสวนา Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead คุณ ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร Managing Director จาก Think People Consulting บรรยายในหัวข้อ Pay Philosophy and Pay Transparency: What Modern Organizations Need to Define โดยชี้ให้เห็นว่า นโยบายการจ่ายค่าตอบแทนและปรัชญาการจ่ายค่าตอบแทน คือรากฐานสำคัญที่หลายองค์กรยังมองข้าม ทั้งที่มีผลโดยตรงต่อการดึงดูดคนเก่ง การรักษาพนักงาน และการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว HREX เห็นว่าเนื้อหาจากเวทีนี้มีประโยชน์ต่อองค์กรและคนทำงาน HR จึงนำมาต่อยอด ค้นคว้าเพิ่มเติม และเรียบเรียงเป็นบทความนี้ เพื่อชวนทุกองค์กรกลับมาตั้งคำถามสำคัญว่า ก่อนจะถามว่า “องค์กรควรจ่ายเท่าไหร่ ?” เราตอบได้หรือยังว่า “จ่ายเพื่ออะไร ?” Pay Philosophy [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50064" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-27.webp" alt="Pay Philosophy" width="600" height="370" title="Pay Philosophy: ก่อนถามว่าจ่ายเท่าไหร่ ต้องรู้ก่อนว่าจ่ายเพื่ออะไร 368" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-27.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-27-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ค่าตอบแทนเป็นหนึ่งในเรื่องละเอียดอ่อนที่สุดของการบริหารคน เพราะเงินเดือนไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่โอนเข้าบัญชีทุกสิ้นเดือน แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าองค์กรให้คุณค่ากับพนักงานแบบไหน ให้รางวัลกับพฤติกรรมใด และมองความเป็นธรรมในที่ทำงานอย่างไร</p>
<p>ในงานเสวนา <strong><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/outperform-through-uncertainty-260522/">Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead</a></strong> คุณ <a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/prakal-hr-influencer-231106/"><strong>ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร Managing Director จาก Think People Consulting</strong></a> บรรยายในหัวข้อ<strong> Pay Philosophy and Pay Transparency: What Modern Organizations Need to Define</strong> โดยชี้ให้เห็นว่า นโยบายการจ่ายค่าตอบแทนและปรัชญาการจ่ายค่าตอบแทน คือรากฐานสำคัญที่หลายองค์กรยังมองข้าม ทั้งที่มีผลโดยตรงต่อการดึงดูดคนเก่ง การรักษาพนักงาน และการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว</p>
<p>HREX เห็นว่าเนื้อหาจากเวทีนี้มีประโยชน์ต่อองค์กรและคนทำงาน HR จึงนำมาต่อยอด ค้นคว้าเพิ่มเติม และเรียบเรียงเป็นบทความนี้ เพื่อชวนทุกองค์กรกลับมาตั้งคำถามสำคัญว่า ก่อนจะถามว่า <em>“องค์กรควรจ่ายเท่าไหร่ ?”</em> เราตอบได้หรือยังว่า <em>“จ่ายเพื่ออะไร ?”</em></p>

<h2>Pay Philosophy คืออะไร</h2>
<p><strong>Pay Philosophy</strong> หรือ <strong>Compensation Philosophy</strong> คือหลักคิดในการจ่ายค่าตอบแทนขององค์กร เป็นกรอบที่ช่วยให้องค์กรตอบได้ว่า จะจ้าง รักษา และให้รางวัลพนักงานอย่างไรให้สอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจ</p>
<p>พูดให้ง่ายขึ้น Pay Philosophy คือสิ่งที่สะท้อนว่า องค์กรต้องการดึงดูดคนแบบไหน ต้องการรักษาคนกลุ่มใดไว้ ต้องการให้รางวัลกับพฤติกรรมหรือผลงานแบบใด ต้องแข่งขันกับตลาดแรงงานระดับไหน และต้องการสร้างความเป็นธรรมเรื่องค่าตอบแทนอย่างไร</p>
<p>หลายองค์กรมีระบบค่าตอบแทนครบถ้วน ทั้งโครงสร้างเงินเดือน <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/192028-bonus-evaluated/">โบนัส</a> <a href="https://th.hrnote.asia/tips/190709-kpi-for-hr/">KPI</a> ระบบประเมินผล และ<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/the-evolution-of-employee-benefits-260517/">สวัสดิการพนักงาน</a> แต่กลับยังอธิบายไม่ได้ว่า หลักคิดเบื้องหลังการให้สิ่งเหล่านี้คืออะไร</p>
<p>และเมื่อไม่มีหลักชัดเจน เวลาพนักงานถามว่าทำไมเงินเดือนขึ้นเท่านี้ โบนัสคำนวณจากอะไร หรือถ้าอยากมีรายได้เติบโตต้องทำอะไรต่อ หาก HR รวมถึง Manager ตอบได้เพียงว่า “บริษัทมีนโยบายแบบนี้” จะไม่ช่วยสร้างความเข้าใจหรือความไว้วางใจในระยะยาว</p>
<h2>ทำไมองค์กรต้องมี Pay Philosophy</h2>
<p>หลายองค์กรมักตั้งต้นด้วยการถามว่า “เราควรจ่ายเท่าไหร่ถึงจะแข่งกับตลาดได้” ซึ่งไม่ผิด แต่ยังไม่ควรเป็นคำถามแรก เพราะคำถามที่ควรมาก่อนคือ องค์กรกำลังจ่ายให้ใคร และจ่ายเพื่อพาองค์กรไปสู่เป้าหมายใด</p>
<p>ตัวอย่างเช่น</p>
<ul>
<li>องค์กรที่ต้องการเติบโตด้วยนวัตกรรม อาจต้องให้ความสำคัญกับคนที่มีทักษะด้าน Product, Technology หรือ Data มากเป็นพิเศษ</li>
<li>องค์กรที่ต้องการขยายตลาด อาจต้องดูแลคนที่สร้างยอดขาย สร้างพันธมิตร หรือเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่</li>
<li>องค์กรที่ต้องการควบคุมต้นทุน อาจต้องให้คุณค่ากับคนที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้งานเดินหน้าได้ดีขึ้นโดยใช้ทรัพยากรน้อยลง</li>
</ul>
<p>ถ้าองค์กรไม่รู้ว่าตัวเองต้องการชนะด้วยอะไรในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ระบบค่าตอบแทนอาจส่งสัญญาณผิด คนที่มีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจอาจไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ขณะที่คนเก่งอาจรู้สึกว่าความพยายามของตัวเองไม่มีใครมองเห็น</p>
<p><strong>กรณีตัวอย่าง:</strong> บริษัท Fintech ขนาดกลางแห่งหนึ่งที่กำลังเร่งพัฒนาฟีเจอร์ใหม่เพื่อสู้กับคู่แข่งต่างชาติ บริษัทมีนโยบายขึ้นเงินเดือนประจำปีแบบ Flat Rate คือทุกคนจะได้ขึ้น 4–6% เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็น Software Engineer ที่ตลาดแย่งตัวหนักหรือ HR Admin ที่ Turnover ต่ำมาก</p>
<p>ผลคือวิศวกรไม่รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าพิเศษต่อบริษัท และอาจหันไปรับ Offer จากที่อื่น ในขณะที่บริษัทยังคิดว่าตัวเองจ่ายยุติธรรมอยู่<br />
ถ้าบริษัทนี้มี Pay Philosophy ที่ชัดว่า <em>&#8220;เราให้น้ำหนักเป็นพิเศษกับตำแหน่งที่มีหน้าที่ขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์ชิ้นเอกขององค์กร&#8221;</em> การออกแบบโครงสร้างค่าตอบแทนก็จะสะท้อนสิ่งนั้นตั้งแต่แรก แทนที่จะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่คนสำคัญลาออกไปแล้ว</p>
<h2>ยิ่งเจอความไม่แน่นอน ยิ่งต้องมี Pay Philosophy</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50065" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/farmers-market-hands-agriculture-concept-remixed-media-scaled.webp" alt="Pay Philosophy" width="600" height="400" title="Pay Philosophy: ก่อนถามว่าจ่ายเท่าไหร่ ต้องรู้ก่อนว่าจ่ายเพื่ออะไร 369" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/farmers-market-hands-agriculture-concept-remixed-media-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/farmers-market-hands-agriculture-concept-remixed-media-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/farmers-market-hands-agriculture-concept-remixed-media-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/farmers-market-hands-agriculture-concept-remixed-media-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/farmers-market-hands-agriculture-concept-remixed-media-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/farmers-market-hands-agriculture-concept-remixed-media-2048x1366.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>องค์กรจำนวนมากกำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน ทั้งเศรษฐกิจที่ผันผวน ต้นทุนที่สูงขึ้น ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันแย่งคนเก่งในตลาดแรงงาน</p>
<p>เมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ หลายองค์กรอาจใช้วิธีชะลอการขึ้นเงินเดือน เลื่อนการปรับโครงสร้างค่าตอบแทน หลีกเลี่ยงการคุยเรื่องค่าจ้างอย่างจริงจัง เพราะมองว่าเป็นเรื่องเสี่ยงและอ่อนไหว</p>
<p>แต่การไม่ทำอะไรเลยก็มีต้นทุนเช่นกัน</p>
<p>ระหว่างที่องค์กรยังไม่ชัดเจน พนักงานก็ประเมินตัวเองอยู่ตลอดว่า ค่าตอบแทนที่ได้รับยังเหมาะสมหรือไม่ ความพยายามของตัวเองยังถูกมองเห็นหรือเปล่า และมีโอกาสที่ดีกว่าอยู่ข้างนอกหรือไม่</p>
<p>สิ่งที่องค์กรควรทำจึงไม่ใช่การหยุดคุยเรื่องค่าตอบแทน แต่ควรทำให้หลักการจ่ายชัดเจนขึ้นกว่าเดิม เช่น การทบทวนว่าโครงสร้างเงินเดือนยังเหมาะกับตลาดหรือไม่ การขึ้นเงินเดือนอิงกับผลงานจริงหรือเปล่า โบนัสเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ทางธุรกิจแค่ไหน และคนที่สร้างผลกระทบสูงต่อองค์กรได้รับการดูแลมากพอหรือยัง</p>
<p>การบริหารค่าตอบแทนจึงเป็นกลไกเชิงกลยุทธ์ที่มีผลต่อการรักษาคนเก่ง แรงจูงใจของพนักงาน และความสามารถในการแข่งขันขององค์กรโดยตรง</p>
<h2>5 คำถามที่องค์กรควรตอบให้ได้ก่อนสร้าง Pay Philosophy</h2>
<p>การสร้าง Pay Philosophy ไม่ใช่การเขียนข้อความสวยงามลงในเอกสาร HR แล้วจบ แต่เป็นการนิยาม <strong>ความเชื่อในการจ่ายค่าตอบแทน</strong> ขององค์กรให้ชัดพอที่จะใช้ตัดสินใจ สื่อสาร และบริหารจริงได้</p>
<p>องค์กรที่ต้องการวาง Pay Philosophy ควรเริ่มจาก 5 คำถามต่อไปนี้</p>
<h3>1. เราจ่ายเพื่อสนับสนุนเป้าหมายธุรกิจอะไร</h3>
<p>Pay Philosophy ที่ดีต้องเริ่มจากกลยุทธ์ธุรกิจ องค์กรต้องตอบให้ได้ว่า ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ธุรกิจต้องการเดินไปทางไหน และคนกลุ่มใดมีผลต่อความสำเร็จมากที่สุด เพราะค่าตอบแทนควรถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนเป้าหมายเหล่านั้น ไม่ใช่จ่ายตามความเคยชินหรือยึดโครงสร้างเดิมโดยไม่ตั้งคำถาม</p>
<h3>2. องค์กรต้องการให้รางวัลกับเรื่องอะไรจริง ๆ</h3>
<p>หลายองค์กรบอกว่าต้องการให้รางวัลกับคนที่ทำผลงานดี แต่เมื่อถึงเวลาจ่ายจริง การขึ้นเงินเดือนหรือโบนัสอาจยังอิงกับอายุงาน ความใกล้ชิด หรือความสามารถในการต่อรองมากกว่า</p>
<p>องค์กรจึงต้องตอบให้ชัดว่า จ่ายตามอะไร จ่ายตามค่างาน ผลงาน ทักษะ ศักยภาพ หรือบทบาทที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ เพราะระบบค่าตอบแทนจะบอกพนักงานเสมอว่า อะไรคือสิ่งที่องค์กรให้คุณค่าจริง</p>
<h3>3. เราต้องการแข่งขันกับตลาดไหน</h3>
<p>คำว่าจ่ายตามตลาด จะไม่มีความหมายเลย หากองค์กรยังไม่ชัดว่าตลาดที่อ้างถึงคือตลาดไหน</p>
<p>บางตำแหน่งอาจไม่ได้แข่งขันกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันเท่านั้น เช่น Data, Technology, Digital Marketing, Finance หรือ HR Specialist องค์กรจึงต้องนิยามให้ชัดว่า แต่ละตำแหน่งควรเทียบกับตลาดใด และต้องการวางค่าตอบแทนไว้ระดับไหนเมื่อเทียบกับตลาดนั้น</p>
<h3>4. ความเป็นธรรมหมายถึงอะไรในองค์กรเรา</h3>
<p>ความเป็นธรรมเรื่องค่าตอบแทนไม่ได้หมายความว่า ทุกคนต้องได้เงินเท่ากัน แต่หมายถึงการมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน อธิบายได้ และใช้กับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>พนักงานอาจเข้าใจได้ว่าบทบาท ผลงาน หรือทักษะที่ต่างกันย่อมได้รับค่าตอบแทนต่างกัน แต่สิ่งที่องค์กรต้องมีคือคำอธิบายที่สมเหตุสมผลว่า ทำไมความแตกต่างนั้นจึงเกิดขึ้น</p>
<h3>5. เราจะทำให้หลักคิดนี้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร</h3>
<p>Pay Philosophy จะมีความหมายก็ต่อเมื่อถูกนำไปใช้จริง ตั้งแต่การกำหนดเงินเดือนแรกเข้า การปรับเงินเดือนประจำปี การจ่ายโบนัส การเลื่อนตำแหน่ง ไปจนถึงการสื่อสารกับพนักงาน</p>
<p>องค์กรจึงต้องทำให้หลักคิดเรื่องค่าตอบแทนเชื่อมกับระบบจริง ไม่ใช่เขียนไว้สวยงาม แต่การตัดสินใจในแต่ละวันกลับเดินไปคนละทาง เพราะพนักงานจะเห็นช่องว่างระหว่างสิ่งที่องค์กรพูดกับสิ่งที่องค์กรทำได้ทันที</p>
<h2>Pay Philosophy คือรากฐานของ Pay Transparency</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50066" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/front-view-women-thinking-about-new-ideas-work-project-scaled.webp" alt="Pay Philosophy" width="600" height="459" title="Pay Philosophy: ก่อนถามว่าจ่ายเท่าไหร่ ต้องรู้ก่อนว่าจ่ายเพื่ออะไร 370" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/front-view-women-thinking-about-new-ideas-work-project-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/front-view-women-thinking-about-new-ideas-work-project-300x229.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/front-view-women-thinking-about-new-ideas-work-project-1024x783.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/front-view-women-thinking-about-new-ideas-work-project-768x587.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/front-view-women-thinking-about-new-ideas-work-project-1536x1174.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/front-view-women-thinking-about-new-ideas-work-project-2048x1565.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>อีกเหตุผลที่องค์กรควรมี Pay Philosophy ให้ชัดเจน เพราะหลักคิดเรื่องค่าตอบแทนคือรากฐานสำคัญของ Pay Transparency หรือความโปร่งใสด้านค่าตอบแทน</p>
<p>ความโปร่งใสไม่ได้เริ่มจากการเปิดเผยเงินเดือนของพนักงานทุกคน แต่เริ่มจากการที่องค์กรอธิบายได้ว่า ทำไมระบบค่าตอบแทนจึงถูกออกแบบมาแบบนี้ องค์กรจ่ายตามหลักอะไร ให้รางวัลกับเรื่องใด และพนักงานต้องเติบโตอย่างไร จึงจะมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนที่สูงขึ้น</p>
<p>หากองค์กรยังไม่มี Pay Philosophy ที่ชัด การพยายามสื่อสารเรื่องค่าตอบแทนให้โปร่งใสอาจยิ่งสร้างคำถามมากกว่าเดิม เพราะเมื่อพนักงานถามว่า “ทำไมผมได้เงินเท่านี้” “ทำไมตำแหน่งนี้ได้มากกว่าตำแหน่งนั้น” หรือ “ถ้าอยากได้เงินเดือนสูงขึ้นต้องทำยังไง” องค์กรจะตอบได้ยาก หากไม่มีหลักคิดรองรับอยู่เบื้องหลัง</p>
<p>ในทางกลับกัน หากองค์กรมี Pay Philosophy ที่ชัดเจน การพูดเรื่องค่าตอบแทนจะไม่ใช่การอธิบายเป็นกรณี ๆ ไป แต่จะกลายเป็นการสื่อสารด้วยหลักการเดียวกันทั้งองค์กร ตั้งแต่ HR ผู้บริหาร ไปจนถึง Manager ที่ต้องคุยกับพนักงานโดยตรง</p>
<p>ดังนั้นก่อนที่องค์กรจะถามว่า ควรสื่อสารเรื่องค่าตอบแทนให้โปร่งใสแค่ไหน องค์กรควรถามตัวเองก่อนว่า มีหลักคิดเรื่องค่าตอบแทนที่ชัดพอจะอธิบายกับพนักงานแล้วหรือยัง เพราะหากรากฐานยังไม่ชัด การเปิดข้อมูลมากขึ้นอาจไม่ได้นำไปสู่ความเชื่อมั่น แต่อาจทำให้พนักงานเห็นความไม่สอดคล้องของระบบได้ชัดกว่าเดิม</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50069" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-28.webp" alt="Pay Transparency" width="600" height="370" title="Pay Philosophy: ก่อนถามว่าจ่ายเท่าไหร่ ต้องรู้ก่อนว่าจ่ายเพื่ออะไร 371" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-28.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-28-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/pay-transparency-260529/">Pay Transparency โปร่งใสเรื่องค่าตอบแทนอย่างไร โดยไม่สร้างความสับสนในองค์กร</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Checklist: ก่อนสื่อสารเรื่องค่าตอบแทน องค์กรพร้อมแค่ไหน</h2>
<p>เมื่อ Pay Philosophy ถูกกำหนดขึ้นแล้ว ภาระต่อมาตกอยู่ที่ HR และ Manager ซึ่งต้องเป็นคนแปลงหลักคิดนั้นให้พนักงานเข้าใจได้ในการสนทนาจริง</p>
<p>Checklist 5 ข้อนี้ช่วยประเมินว่าองค์กรพร้อมสำหรับขั้นตอนนั้นแล้วหรือยัง</p>
<h3>1. Manager อธิบายหลักการขึ้นเงินเดือนให้ลูกน้องได้หรือไม่</h3>
<p>ถ้ายังตอบไม่ได้ว่าการขึ้นเงินเดือนพิจารณาจากอะไร ใช้เกณฑ์ใด และพนักงานต้องทำอะไรเพื่อให้มีโอกาสเติบโต แปลว่าระบบยังไม่พร้อมพอ</p>
<h3>2. พนักงานรู้หรือไม่ว่าตัวเองอยู่ตรงไหนของ Salary Range</h3>
<p>การรู้ตำแหน่งของตัวเองในช่วงเงินเดือนช่วยให้พนักงานเข้าใจว่ารายได้ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากน้อยแค่ไหน และควรวางแผนพัฒนาตัวเองอย่างไร</p>
<h3>3. พนักงานรู้หรือไม่ว่าต้องทำอะไรเพื่อเติบโตทางรายได้</h3>
<p>ถ้าพนักงานไม่รู้ว่าต้องเพิ่มทักษะอะไร ทำผลงานแบบไหน หรือรับบทบาทใดเพื่อให้รายได้เติบโต เขาอาจรู้สึกว่าการขึ้นเงินเดือนเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้</p>
<h3>4. โบนัสมีหลักการที่พนักงานเข้าใจหรือไม่</h3>
<p>โบนัสไม่ควรเป็นตัวเลขที่พนักงานได้รับโดยไม่รู้ที่มา เพราะเมื่อไม่เข้าใจ พนักงานอาจรู้สึกว่าองค์กรตัดสินใจแบบไม่โปร่งใส แม้ระบบภายในจะมีเหตุผลก็ตาม</p>
<h3>5. องค์กรเคยฝึก Manager ให้คุยเรื่องเงินเดือนอย่างมืออาชีพหรือไม่</h3>
<p>ผู้จัดการไม่ควรถูกปล่อยให้รับมือบทสนทนาเรื่องเงินเดือนด้วยตัวเอง เพราะถ้าสื่อสารผิด อาจกระทบทั้งความสัมพันธ์กับลูกทีมและแรงจูงใจในการทำงาน</p>
<p>หากองค์กรตอบว่ายังไม่พร้อมหลายข้อ นั่นคือสัญญาณว่าควรเริ่มทำให้ระบบค่าตอบแทนชัดเจนขึ้น โดยอาจวางแผนเป็นระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อยกระดับความโปร่งใสให้เหมาะกับบริบทขององค์กร</p>
<h2>อยากวางรากฐาน Pay Philosophy ให้องค์กร เริ่มต้นได้เลยที่นี่</h2>
<p>Pay Philosophy ไม่ใช่เรื่องของ HR ฝ่ายเดียว แต่เป็นกลยุทธ์ระดับองค์กรที่ผู้บริหารต้องเห็นพ้องกันด้วย</p>
<p>การออกแบบ Pay Philosophy ให้ใช้ได้จริงต้องอาศัยทั้งความเข้าใจธุรกิจ ความรู้เรื่องตลาดแรงงาน และประสบการณ์ในการวางระบบค่าตอบแทน หลายองค์กรจึงอาจต้องการผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูภาพรวมและให้คำแนะนำที่เหมาะกับบริบทขององค์กรโดยเฉพาะ</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/13">HREX รวบรวม HR Consulting ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบระบบค่าตอบแทนและการวาง Pay Philosophy ไว้ในแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services องค์กรสามารถค้นหาและเปรียบเทียบผู้ให้บริการที่ตรงกับความต้องการได้ที่นี่</a></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50067" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/still-life-illustrating-ethics-concept-scaled.webp" alt="Pay Philosophy" width="600" height="401" title="Pay Philosophy: ก่อนถามว่าจ่ายเท่าไหร่ ต้องรู้ก่อนว่าจ่ายเพื่ออะไร 372" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/still-life-illustrating-ethics-concept-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/still-life-illustrating-ethics-concept-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/still-life-illustrating-ethics-concept-1024x684.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/still-life-illustrating-ethics-concept-768x513.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/still-life-illustrating-ethics-concept-1536x1025.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/still-life-illustrating-ethics-concept-2048x1367.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การบริหารค่าตอบแทนไม่ใช่เรื่องตัวเลข งบประมาณ หรือการแข่งขันกับตลาดแรงงานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นภาษาที่องค์กรใช้บอกพนักงานว่า องค์กรให้คุณค่ากับใคร ให้รางวัลกับอะไร และมองความเป็นธรรมในการทำงานอย่างไร</p>
<p>หากองค์กรบอกว่าต้องการรักษาคนเก่ง แต่ระบบค่าตอบแทนไม่รองรับคุณค่าของคนเก่ง หรือบอกว่ายึดผลงานเป็นหลัก แต่พนักงานกลับไม่เข้าใจว่าผลงานเชื่อมโยงกับรายได้อย่างไร ความไม่ชัดเจนเหล่านี้อาจค่อย ๆ สะสมเป็นความไม่ไว้วางใจในระยะยาว</p>
<p>ดังนั้นคำถามสำคัญของ Pay Philosophy อาจไม่ใช่แค่ว่า วันนี้องค์กรจ่ายค่าตอบแทนมากพอหรือยัง แต่ต้องถามว่า ค่าตอบแทนที่องค์กรจ่ายอยู่ กำลังบอกอะไรกับพนักงาน และสิ่งนั้นตรงกับองค์กรที่เราอยากเป็นจริงหรือยัง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://www.hugessen.com/en/news/what-compensation-philosophy" target="_blank" rel="noopener">Hugessen</a></li>
<li><a href="https://prakal.com/2026/05/18/21511/" target="_blank" rel="noopener">Prakal</a></li>
<li><a href="https://carta.com/learn/startups/compensation/compensation-philosophy/" target="_blank" rel="noopener">Carta</a></li>
<li><a href="https://www.aihr.com/blog/compensation-philosophy-examples/" target="_blank" rel="noopener">AIHR</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/pay-philosophy-260529/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar &#124; Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-winning-the-c-suite-pitch-jaykrit-260528/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-winning-the-c-suite-pitch-jaykrit-260528/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 10:58:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<category><![CDATA[JayKrit]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50045</guid>

					<description><![CDATA[การทำงานเก่งเป็นเรื่องสำคัญ แต่หลายครั้งงานที่ดีอาจไม่ได้สร้างผลลัพธ์เท่าที่ควร หากไม่มีใครมองเห็นคุณค่าของมัน โดยเฉพาะงานของ HR ที่มักอยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กร หลายโปรเจกต์ช่วยพัฒนาคน สร้างระบบที่ดีขึ้น หรือแก้ปัญหาระยะยาวให้ธุรกิจ หาก HR ไม่สามารถสื่อสารให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญ โอกาสที่โปรเจกต์เหล่านั้นจะได้รับการสนับสนุนแล้วเติบโตก็จะลดลงอย่างน่าเสียดาย ใน HREX Webinar &#124; Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR คุณ เจ – กฤต บัวประเสริฐ (JayKrit) CEO และผู้ก่อตั้งสถาบัน Million Speaker ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและการพูดในที่สาธารณะรุ่นใหม่ระดับแนวหน้าของประเทศไทย จึงมาถ่ายทอดแนวคิดและเครื่องมือที่ช่วยให้ HR สื่อสารกับผู้บริหารได้ทรงพลังขึ้น สามารถเอาชนะใจผู้บริหาร แล้วนำมาสู่การเติบโตและความสำเร็จได้ เนื้อหาใน Webinar ครั้งนี้ต่อยอดจากบทสัมภาษณ์ “ปิดช่องว่าง The Visibility Gap ด้วยทักษะการพูดและการสร้างตัวตน” ที่เคยให้สัมภาษณ์กับ HREX ไว้นั่นเอง หากใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญที่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50060" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-31.webp" alt="HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR 380" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-31.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-31-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การทำงานเก่งเป็นเรื่องสำคัญ แต่หลายครั้งงานที่ดีอาจไม่ได้สร้างผลลัพธ์เท่าที่ควร หากไม่มีใครมองเห็นคุณค่าของมัน โดยเฉพาะงานของ HR ที่มักอยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กร หลายโปรเจกต์ช่วยพัฒนาคน สร้างระบบที่ดีขึ้น หรือแก้ปัญหาระยะยาวให้ธุรกิจ หาก HR ไม่สามารถสื่อสารให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญ โอกาสที่โปรเจกต์เหล่านั้นจะได้รับการสนับสนุนแล้วเติบโตก็จะลดลงอย่างน่าเสียดาย</p>
<p>ใน <strong>HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR</strong> คุณ <strong>เจ – กฤต บัวประเสริฐ (JayKrit) CEO และผู้ก่อตั้งสถาบัน Million Speaker ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและการพูดในที่สาธารณะรุ่นใหม่ระดับแนวหน้าของประเทศไทย</strong> จึงมาถ่ายทอดแนวคิดและเครื่องมือที่ช่วยให้ HR สื่อสารกับผู้บริหารได้ทรงพลังขึ้น สามารถเอาชนะใจผู้บริหาร แล้วนำมาสู่การเติบโตและความสำเร็จได้</p>
<p>เนื้อหาใน Webinar ครั้งนี้ต่อยอดจากบทสัมภาษณ์ <a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/the-visibility-gap-jaykrit-260508/">“ปิดช่องว่าง The Visibility Gap ด้วยทักษะการพูดและการสร้างตัวตน”</a> ที่เคยให้สัมภาษณ์กับ HREX ไว้นั่นเอง หากใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญที่ HR ควรรู้มาไว้ในบทความนี้แล้ว</p>

<h2><strong>Recap The Visibility Gap: คนเก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้อง &#8220;เก่งและถูกมองเห็น&#8221;</strong></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50048" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134615.webp" alt="HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR 381" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134615.webp 1434w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134615-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134615-1024x577.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134615-768x433.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เคยสงสัยไหม ทำไมหลายครั้ง HR ทำงานหนัก คิดเยอะ วางแผนละเอียด แต่เมื่อต้องเสนอโปรเจกต์ต่อผู้บริหาร กลับไม่ได้รับการอนุมัติง่ายอย่างที่คาดหวัง ? คุณเจอธิบายว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะ HR มักถูกมองเป็น Supporting Role งานจำนวนมากไม่ได้สร้างรายได้ให้องค์กรโดยตรงเหมือนฝ่ายขายหรือการตลาด ทำให้ทุกโปรเจกต์ต้องอธิบายให้ชัดว่า สิ่งที่ทำมีมูลค่าอย่างไร ช่วยธุรกิจตรงไหน และคุ้มค่าพอให้ผู้บริหารตัดสินใจลงทุนหรือไม่</p>
<p>นอกจากนั้น ความสำเร็จของคนทำงานยังไม่ได้เกิดจากการเป็นคนที่เก่งที่สุดเสมอไป แต่เกิดจาก “การเก่งพอ และถูกมองเห็น”</p>
<p><em>“เพราะต่อให้เรามีความสามารถมากแค่ไหน หากซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ ทำงานอยู่ในมุมของตัวเองโดยไม่เคยสื่อสารให้ใครรับรู้ ผลงานนั้นก็อาจไม่ส่งผลต่อโอกาสเติบโตเท่าที่ควร ยิ่งไปกว่านั้น การไม่แสดงศักยภาพออกมา ยังอาจทำให้คนรอบข้างเสียโอกาสเรียนรู้จากสิ่งที่เราทำได้ดีด้วย”</em></p>
<p>ปัญหานี้เกิดขึ้นกับคนทำงานจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะในวัฒนธรรมการทำงานแบบไทย ๆ ที่เรามักถูกสอนให้ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน แล้วเชื่อว่าวันหนึ่งคนจะเห็นคุณค่าเอง หลายคนจึงทุ่มเทกับการพัฒนาความสามารถที่เป็น Hard Skill แต่สิ่งที่เราพยายามพัฒนา อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกับที่ผู้บริหารใช้มองศักยภาพของคนที่จะเติบโตไปอีกขั้น</p>
<p>ทั้งนี้ หลายคนอาจรู้สึกไม่ดีเมื่อเห็นคนที่ดูเสนอหน้าเก่งเติบโตเร็วกว่า ทั้งที่ฝีมืออาจไม่ได้โดดเด่นเท่า แต่หากมองอย่างไม่อคติ สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำว่าทักษะการทำให้ผลงานถูกมองเห็น และการอยู่ในพื้นที่สำคัญขององค์กรมีผลต่อการเติบโตจริง คนที่ทำงานเก่งมากแต่ไม่สื่อสาร อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ขณะที่คนที่อาจไม่ได้เก่งที่สุด แต่รู้วิธีนำเสนอคุณค่าของตัวเอง กลับมีโอกาสมากกว่า</p>
<p>และยิ่งช่องว่างนี้ถ่างออกไปเรื่อย ๆ สุดท้ายไม่ใช่แค่ตัวบุคคลที่เสียโอกาส แต่องค์กรเองก็อาจพลาดการใช้คนเก่งให้เกิดประโยชน์สูงสุดเช่นกัน</p>
<p><em>“การปิดทองหลังพระอาจเป็นคุณค่าที่ดี แต่ถ้าไม่มีใครเห็นเลย โอกาสเติบโตก็อาจไม่มาถึง</em></p>
<p><em>“ดังนั้นคนทำงานไม่จำเป็นต้องรอให้ตัวเองเก่งที่สุดก่อนถึงจะเริ่มแสดงตัวตน แค่เก่งเพียงพอ แล้วพัฒนาทักษะการนำเสนอคุณค่าของตัวเองให้ดีขึ้น นั่นอาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ความสามารถของเราไม่ถูกซ่อนไว้ในเงามืดอีกต่อไป”</em></p>
<h2>HR ต้องรู้จักขายตัวเองผ่าน Personal Branding</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50047" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134640-1.webp" alt="HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch" width="600" height="337" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR 382" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134640-1.webp 1432w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134640-1-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134640-1-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134640-1-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ผู้ก่อตั้งสถาบัน Million Speaker ยังอธิบายว่า ก่อนจะสร้าง Personal Branding ในองค์กร คนทำงานยังต้องเก่งเป็นพื้นฐานก่อน เพียงแต่ไม่จำเป็นต้องรอให้ตัวเองเป็นอันดับหนึ่งหรือสมบูรณ์แบบที่สุดถึงจะเริ่มสื่อสารผลงานได้ ขอแค่เก่งเพียงพอ มีผลงานจริง มีคุณค่าจริง แล้วค่อยหาวิธีทำให้คนอื่นเห็นสิ่งนั้น</p>
<p>เพราะถ้าเราเก่งแต่ไม่มีใครรู้ คนที่รู้ก็มีแค่ตัวเราเอง คนอื่นจะไม่รู้ว่าควรชวนเราไปทำโปรเจกต์ไหน ไม่รู้ว่าเราช่วยแก้ปัญหาอะไรได้ และไม่รู้ว่าเราพร้อมรับโอกาสที่ใหญ่ขึ้นแล้วหรือยัง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Personal Branding ในองค์กรมีผลต่อการเติบโตมากกว่าที่หลายคนคิด</p>
<p>สำหรับคนที่ไม่เคยสร้างตัวตนมาก่อน คุณเจแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องเริ่มจากอะไรใหญ่โต งานง่ายที่สุดคือเริ่มจากผลงานที่เรามีส่วนเกี่ยวข้องอยู่แล้ว แล้วหาวิธีสื่อสารออกไปอย่างเหมาะสม เช่น หลังทำโปรเจกต์เสร็จ อาจเข้าไปขอคำแนะนำจากผู้บริหารหรือหัวหน้าที่เกี่ยวข้องว่า <em>“งานชิ้นนี้ยังพัฒนาให้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง”</em></p>
<p>วิธีนี้ไม่ใช่การเข้าไปอวดผลงานตรง ๆ แต่เป็นการทำให้ผู้บริหารรับรู้ว่าเรามีส่วนในโปรเจกต์ มีความจริงจังกับงาน และยังอยากพัฒนาให้ดีขึ้น เมื่อถึงวันที่ต้องเสนอโปรเจกต์ใหม่หรือขอโอกาสสำคัญในอนาคต การพูดคุยก็จะง่ายขึ้น เพราะเขาไม่ได้เพิ่งเห็นเราเป็นครั้งแรก</p>
<p>การขายตัวเองให้เป็นไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นทักษะที่ต้องฝึกอย่างจริงจัง เพียงแต่การขายตัวเองที่ดีไม่ใช่การอวดเก่ง ไม่ใช่การพยายามดันตัวเองให้เด่นกว่าคนอื่นตลอดเวลา และไม่ใช่การพูดถึงตัวเองแบบไม่มีจังหวะ ต้องทำให้คนเห็น 3 อย่างพร้อมกัน ได้แก่ เห็นผลงาน เห็นคุณค่า และเห็นถูกคน</p>
<ul>
<li><strong>ทำให้คนเห็นผลงาน:</strong> ต้องรู้จักเล่าให้คนรู้ว่าเราทำอะไร สำเร็จอะไร และมีบทบาทอย่างไรกับงานนั้น</li>
<li><strong>ทำให้คนเห็นคุณค่า:</strong> ต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่าคนฟังต้องการอะไร ผู้บริหารสนใจเรื่องไหน แล้วนำเสนอให้ตรงกับคุณค่าที่เขามองหา</li>
<li><strong>ทำให้คนเห็นถูกคน:</strong> ต้องรู้ว่าใครคือคนสำคัญต่อการเติบโตของเรา ใครมีผลต่อการตัดสินใจ ใครควรเห็นศักยภาพของเรา และหาวิธีเข้าไปอยู่ในสายตาของคนเหล่านั้นอย่างเหมาะสม</li>
</ul>
<p>หากต้องการเติบโตหรือขึ้นตำแหน่ง คุณเจมองว่าเราควรจริงจังกับเรื่องนี้เหมือนการทำโปรเจกต์หนึ่งชิ้น ต้องวางแผนให้ชัดว่าใครบ้างมีผลต่อการตัดสินใจ ใครบ้างควรเห็นผลงานของเรา และเราจะเข้าหาคนเหล่านั้นด้วยวิธีใด</p>
<p>การทำให้ตัวเองถูกมองเห็นไม่จำเป็นต้องเป็นการพรีเซนต์ใหญ่ต่อหน้าห้องประชุมเสมอไป บางครั้งอาจเริ่มจากจังหวะเล็ก ๆ เช่น ได้คุยกันหลังประชุม ลงลิฟต์พร้อมกัน กินข้าวร้านเดียวกัน หรือหาโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเป็นธรรมชาติ สิ่งสำคัญคืออย่าทำให้ดูฝืนหรือหวังผลจนเกินไป แต่ต้องแสดงให้เห็นทั้งความจริงจัง ความจริงใจ และทัศนคติเชิงบวก</p>
<h2>เตรียมกลยุทธ์ให้พร้อมด้วย ABC Strategy Framework</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50050" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134757.webp" alt="HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch" width="600" height="337" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR 383" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134757.webp 1432w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134757-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134757-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134757-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อ HR ต้องนำเสนอโปรเจกต์ต่อผู้บริหาร สิ่งที่ทำให้การสื่อสารมีพลังมากขึ้นไม่ใช่แค่การพูดให้ดีหรือทำสไลด์ให้สวย แต่ต้องเริ่มจากการวางกลยุทธ์ให้ชัดตั้งแต่ก่อนเข้าห้องประชุม</p>
<p>CEO ของสถาบัน Million Speaker แนะนำเครื่องมือที่เรียกว่า <strong>ABC Strategy Framework</strong> เพื่อช่วยให้การนำเสนอมีทิศทางมากขึ้น โดยเริ่มจากการรู้จักผู้ฟังให้ลึกพอ เข้าใจว่าผู้ฟังต้องการอะไร กำหนดสาระสำคัญให้คม และมองให้เห็นด้วยว่า ในฐานะผู้พูด เราต้องการผลลัพธ์อะไรจากการนำเสนอครั้งนี้</p>
<p><strong>Audience</strong> หรือการรู้จักผู้ฟังให้มากที่สุด เพราะ Data คือพลังที่สามารถเปลี่ยนเป็นอาวุธในการสื่อสารได้ HR จึงไม่ควรรู้แค่ว่าคนฟังคือผู้บริหาร แต่ควรรู้ให้ลึกกว่านั้นว่าเขาอยู่ในวัยไหน มีเป้าหมายแบบใด สนใจเรื่องอะไร ใช้ภาษาแบบไหน มีประสบการณ์อย่างไร กำลังเผชิญสถานการณ์ใด และอะไรคือเรื่องที่เขาให้ความสำคัญเป็นพิเศษ</p>
<p>ข้อมูลเหล่านี้หาได้จากหลายทาง ตั้งแต่ Social Media สิ่งที่เขาแชร์ แนวคิดที่เขาสนใจ คนที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเขา ไปจนถึงคนรอบตัวที่อาจช่วยให้เราเห็นอินไซต์มากขึ้น ยิ่งมีข้อมูลมากเท่าไหร่ การนำเสนอก็ยิ่งมีโอกาสเข้าใกล้ใจผู้ฟังมากขึ้นเท่านั้น</p>
<p>ถัดมาคือ <strong>Benefit</strong> หรือการวิเคราะห์ว่า ผู้ฟังจะได้ประโยชน์อะไรจากสิ่งที่เรานำเสนอ และมันสอดคล้องกับประโยชน์ที่เราจะได้ไหม โดยเขาแบ่งประโยชน์ออกเป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>การงาน</strong>: ช่วยให้ผลงานดีขึ้น ทำงานง่ายขึ้น หรือแก้ปัญหาที่กระทบต่อองค์กรได้</li>
<li><strong>การเงิน</strong>: ช่วยเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน ใช้งบคุ้มขึ้น หรือสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดได้</li>
<li><strong>อารมณ์</strong>: ช่วยลดความกังวล ทำให้รู้สึกมั่นใจ สบายใจ หรือภูมิใจมากขึ้น</li>
<li><strong>สังคมและสถานะ</strong>: ช่วยให้ผู้ฟังดูดีขึ้นในสายตาทีม ผู้บริหาร หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย</li>
</ul>
<p>เมื่อรู้แล้วว่าผู้ฟังต้องการประโยชน์แบบไหน ขั้นต่อมาคือ <strong>Core Message</strong> หรือสารสำคัญที่อยากให้เขาจำได้ คุณเจแนะนำว่าอย่าพยายามยัดทุกอย่างลงไปในการนำเสนอครั้งเดียว โดยเฉพาะเมื่อมีเวลาจำกัด หากต้องพูดสั้น ๆ อาจเหลือเพียงข้อความเดียวที่คมที่สุด จำง่ายที่สุด และผูกกับประโยชน์ที่ผู้ฟังต้องการมากที่สุด</p>
<p>จากนั้นค่อยนำ Audience, Benefit และ Core Message มาประกอบกันเป็น <strong>Action</strong> หรือสิ่งที่เราต้องการให้ผู้ฟังตัดสินใจ เช่น อนุมัติโปรเจกต์ สนับสนุนงบประมาณ เปิดโอกาสให้ทดลอง หรือยอมให้ HR เดินหน้าทำบางอย่างต่อ</p>
<p>การใช้ Framework เหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายคน แต่เพียงแค่เริ่มฝึก ก็ช่วยเพิ่มโอกาสให้การนำเสนอชัดขึ้นมากแล้ว ยิ่งทำบ่อย ยิ่งเก็บข้อมูลมาก ยิ่งใช้เครื่องมืออย่าง AI มาช่วยคิดต่อยอด ก็ยิ่งทำให้เราเห็นมุมที่อาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน</p>
<h2>Pitch งานให้ผู้บริหาร Say Yes ต้องเริ่มจากปัญหาที่ใหญ่พอ</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50052" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134906.webp" alt="HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR 384" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134906.webp 1422w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134906-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134906-1024x578.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134906-768x433.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อเป้าหมายของ HR คือการทำให้ผู้บริหารระดับ C-Suite หรือ Board ตอบตกลงกับโปรเจกต์ใดโปรเจกต์หนึ่ง สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การเตรียมข้อมูลให้ครบ หรืออธิบายให้เห็นว่าโปรเจกต์นี้ดีอย่างไร แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจผู้ฟังให้ชัดว่าเขาให้ความสำคัญกับอะไร ต้องการผลลัพธ์แบบไหน และอะไรคือเหตุผลที่จะทำให้เขารู้สึกว่าโปรเจกต์นี้ควรได้รับการสนับสนุน</p>
<p>คุณเจย้ำว่า ในห้องประชุมขายงาน เราไม่ควรขายสิ่งที่เราอยากทำ แต่ต้องนำเสนอสิ่งที่เขาอยากได้ให้ได้มากที่สุด</p>
<p>นั่นหมายความว่า ก่อนเข้าห้องประชุม HR ต้องวางกลยุทธ์ตั้งแต่แรกว่าใครคือคนสำคัญ ใครมีผลต่อการตัดสินใจ และเราจะทำให้เขาเห็นคุณค่าของโปรเจกต์นี้ได้อย่างไร</p>
<p>นอกจากนี้ การ Pitch ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะช่วงเวลาที่เรายืนพรีเซนต์หน้าห้องเท่านั้น แต่รวมถึงการสื่อสารก่อนและหลังประชุมด้วย บางครั้งเหตุผลที่ผู้บริหารจะ Say Yes อาจไม่ได้มาจากสไลด์เพียงไม่กี่หน้า แต่มาจากความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการเห็นว่าโปรเจกต์นี้เชื่อมกับเป้าหมายที่เขาให้ความสำคัญจริง ๆ และการขายงานสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ แม้กระทั่งในลิฟต์</p>
<p>หนึ่งในเครื่องมือที่เขาแนะนำคือ <strong>BONCA Pitching Model</strong> ซึ่งช่วยจัดลำดับการเล่าให้การนำเสนอน่าสนใจและมีน้ำหนักมากขึ้น โดยเริ่มจาก</p>
<ul>
<li><strong>Big Problem</strong> &#8211; องค์กรจะยอมลงทุนเมื่อเห็นว่ามีปัญหาสำคัญรอการแก้ไขอยู่ งานของคน Pitch จึงไม่ใช่แค่บอกว่ามีปัญหาอะไร แต่ต้องเลือกให้ได้ว่าปัญหาไหนใหญ่พอ สำคัญพอ และเล่าอย่างไรให้ผู้บริหารรู้สึกว่า เรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว หากเปิดด้วยปัญหาที่เล็กเกินไป หรือไม่เกี่ยวกับสิ่งที่ผู้บริหารกังวล โอกาสที่โปรเจกต์จะถูกมองข้ามก็มีสูงขึ้นทันที</li>
<li><strong>Old Solution และ New Solution</strong> &#8211; ชี้ให้เห็นว่าวิธีแก้ปัญหาแบบเดิมอาจยังใช้ได้อยู่ แต่เริ่มไม่ตอบโจทย์ในระยะยาว จากนั้นจึงนำเสนอวิธีใหม่ที่ดีกว่า ชัดกว่า และเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันมากกว่า จุดนี้ไม่ควรพูดเหมือนกำลังตำหนิของเดิม เพราะบางอย่างอาจเคยได้ผลในอดีต เพียงแต่วันนี้องค์กรต้องการวิธีที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม ช่วยให้เราพาผู้ฟังค่อย ๆ เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่แค่ความอยากลองของใหม่ของ HR</li>
<li><strong>Comparison</strong> &#8211; ต้องเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า หากทำโปรเจกต์นี้ องค์กรจะดีขึ้นอย่างไร เช่น ลดต้นทุนได้เท่าไหร่ ทำงานเร็วขึ้นแค่ไหน ลดภาระทีมลงอย่างไร เพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้นเพียงใด หรือหากไม่เปลี่ยนแปลงตอนนี้ ค่าเสียโอกาสจะสูงแค่ไหน เมื่อผู้บริหารเห็นความต่างแล้ว ส่วนนี้สำคัญมาก จะทำให้ผู้บริหารตัดสินใจง่ายขึ้น</li>
<li><strong>Action</strong> &#8211; สิ่งที่เป็นรูปธรรมว่าองค์กรควรทำอะไรต่อ ขั้นตอนที่ 1 2 3 4 คืออะไร ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ต้องใช้เวลาแค่ไหน และต้องให้ใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง การ Pitch ที่ดีจึงไม่ใช่แค่ทำให้คนฟังเข้าใจ แต่ต้องพาเขาไปถึงจุดที่รู้สึกว่าควรตัดสินใจตอนนี้ และรู้ทันทีว่าต้องเริ่มจากตรงไหน</li>
</ul>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49859" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover.webp" alt="Jay Krit HREX The Visibility Gap" width="600" height="373" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR 385" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover.webp 1591w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover-300x186.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover-1024x636.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover-768x477.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover-1536x954.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/the-visibility-gap-jaykrit-260508/">ปิดช่องว่าง The Visibility Gap ด้วยทักษะการพูดและการสร้างตัวตนกับ เจ – กฤต บัวประเสริฐ</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>หว่านเมล็ด สร้างตัวตนให้ผู้บริหารเห็น ก่อนถึงวันที่ต้อง Pitch งาน</h2>
<p>การสื่อสารกับผู้บริหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่พูดเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงวิธีที่เราพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสายตาของคนสำคัญด้วย</p>
<p>คุณเจอธิบายว่า การจะทำให้ผู้บริหาร Say Yes ไม่ได้เกิดจากการเดินเข้าไปคุยกับ CEO เพียงครั้งเดียวแล้วหวังให้เขาเห็นด้วยทันที ก่อนถึงวันที่ต้อง Pitch เราต้องใช้เวลาวางหมาก วางเมล็ด และสร้างความไว้ใจมาก่อน ต้องทำให้คนสำคัญเห็นว่าเรามีความสามารถ มีความจริงจัง และเป็นคนที่น่าสนับสนุน</p>
<p>พูดง่าย ๆ คือเราต้องมีแต้มบุญในสายตาขององค์กรมาก่อน ไม่ว่าจะมาจากการช่วยงานคนอื่น การทำงานให้เห็นผล การมีท่าทีที่ดี หรือการทำให้คนรอบข้างรู้สึกเอ็นดูและอยากสนับสนุน เมื่อถึงวันที่เราต้องเสนอโปรเจกต์ โอกาสที่คนจะเปิดใจฟังจึงมีมากขึ้น</p>
<p>สำหรับคนทำงานประจำที่อยากสร้าง Personal Branding ในองค์กร อย่าปล่อยให้ผลงานหายไปหลังโปรเจกต์จบ แต่ควรเก็บหลักฐานและสื่อสารสิ่งที่เราทำออกไปอย่างเหมาะสม เช่น</p>
<ul>
<li><strong>Photo:</strong> เก็บรูปของตัวเองกับผลงานหรือโปรเจกต์ที่เราเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะวันที่มีการ Launch งาน หากมีผู้บริหารหรือคนสำคัญมาร่วมงาน อาจขอถ่ายรูปไว้ด้วย เพราะในฐานะคนดูแลโปรเจกต์ เรามีเหตุผลที่เหมาะสมพอจะทำเช่นนั้นได้</li>
<li><strong>Feedback:</strong> ขอความคิดเห็นจากบุคคลสำคัญที่มาร่วมงาน เพื่อให้เขาเห็นว่าเราเป็นคนอยากพัฒนา และรับรู้ว่าเรามีบทบาทอะไรในโปรเจกต์นั้น</li>
<li><strong>Post:</strong> นำผลงานไปเล่าในพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น LinkedIn, Facebook หรือ Internal Social Media ขององค์กร เพื่อให้คนเห็นว่าเรากำลังทำอะไร มีผลงานแบบไหน และมีส่วนช่วยองค์กรอย่างไร</li>
<li><strong>Share:</strong> ส่งต่อผลงานให้คนที่ควรรับรู้ โดยเฉพาะคนที่มีผลต่อโอกาสเติบโตของเรา หรือคนที่อาจชวนเราไปทำโปรเจกต์สำคัญในอนาคต หลายคนทุ่มเวลาไปกับการทำงานเต็มที่ แต่ไม่ได้ใช้เวลาแม้แต่นิดเดียวในการสื่อสารว่าตัวเองทำอะไรสำเร็จบ้าง สุดท้ายผลงานจึงอยู่แค่ในไฟล์ อยู่แค่ในทีม หรืออยู่แค่ในความทรงจำของคนไม่กี่คน ขณะที่คนที่สื่อสารอย่างสม่ำเสมอจะค่อย ๆ ถูกมองเห็นมากขึ้น จำได้มากขึ้น และมีโอกาสมากขึ้น</li>
</ul>
<p>การขายงานกับการขายตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องแยกขาดจากกัน เพราะหากเราอยากให้ผลงานพาเราเติบโต เราต้องกล้าจัดพื้นที่ให้ผลงานนั้นถูกมองเห็นด้วย</p>
<h2>สรุป Winning the C-Suite Pitch</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50051" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134841.webp" alt="HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch" width="600" height="335" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR 386" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134841.webp 1432w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134841-300x167.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134841-1024x571.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134841-768x429.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อคนทำงานดีแต่เลือกแอบอยู่ในที่มืด สิ่งที่ถูกตัดทิ้งไปไม่ใช่แค่อนาคตของตัวเอง แต่ยังรวมถึงโอกาสที่องค์กรจะได้ใช้ศักยภาพของคนคนนั้นอย่างเต็มที่ และโอกาสที่คนรอบข้างจะได้เรียนรู้จากสิ่งที่เขาทำได้ดีด้วย</p>
<p>การทำงานดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่พออีกต่อไป โดยเฉพาะสำหรับ HR ที่ต้องขับเคลื่อนโปรเจกต์สำคัญขององค์กรให้เกิดขึ้นจริง หากผลงาน ความคิด และคุณค่าที่เราสร้างไม่ถูกมองเห็น โอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารก็อาจลดลง ทั้งที่สิ่งเหล่านั้นอาจช่วยพาองค์กรไปข้างหน้าได้มากกว่าที่หลายคนคิด</p>
<p>การชนะใจผู้บริหารจึงไม่ได้เริ่มจากสไลด์หน้าสุดท้ายในห้องประชุม แต่เริ่มจากการรู้จักผู้ฟัง เข้าใจสิ่งที่ผู้บริหารให้ความสำคัญ วางโครงเรื่องให้คม ทำให้ผลงานถูกมองเห็น และสื่อสารคุณค่าของ HR ให้เชื่อมกับเป้าหมายทางธุรกิจมากขึ้น เมื่อ HR กล้าก้าวออกมาจากหลังฉากอย่างเหมาะสม โอกาสของตัวเอง องค์กร และคนรอบข้างก็มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกันมากขึ้น</p>
<p>สุดท้ายนี้ หากคุณคือ HR หรือผู้นำองค์กรที่อยากพัฒนาคนให้สื่อสารได้ชัด พูดแล้วสร้างผลลัพธ์ และเติบโตได้เร็วขึ้น สามารถติดต่อ JayKrit เพื่อช่วยยกระดับทีมผ่าน Training และ Coaching ที่ออกแบบบทเรียนจากประสบการณ์จริงได้เลยที่นี่</p>
<ul>
<li>LINE: <a href="https://line.me/R/ti/p/@651ubdlt" target="_blank" rel="noopener">https://line.me/R/ti/p/@651ubdlt</a></li>
<li>Instagram: <a href="https://www.instagram.com/jaykrit_speaker" target="_blank" rel="noopener">https://www.instagram.com/jaykrit_speaker</a></li>
<li>TikTok: <a href="http://www.tiktok.com/@jaymillionspeaker" target="_blank" rel="noopener">www.tiktok.com/@jaymillionspeaker</a></li>
</ul>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h2 style="text-align: center;"><a href="https://drive.google.com/file/d/1Mly8Utxu0csPSYmNFEIyYPLIeh6x7Eee/view?usp=sharing" target="_blank" rel="noopener">หาก HR ท่านใดต้องการ Slide ของ HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR สามารถดาวน์โหลดได้ทางลิงก์นี้</a></h2>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-winning-the-c-suite-pitch-jaykrit-260528/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/outperform-through-uncertainty-260522/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/outperform-through-uncertainty-260522/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 May 2026 09:55:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Hewitt Consulting]]></category>
		<category><![CDATA[Outperform Through Uncertainty]]></category>
		<category><![CDATA[Pay Transparency]]></category>
		<category><![CDATA[Pay Philosophy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49993</guid>

					<description><![CDATA[เทคโนโลยี ความคาดหวังของพนักงาน และการแข่งขันในการดึงดูดคนเก่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้การบริหารคนไม่ใช่แค่เรื่องของการดูแลพนักงานรายวัน แต่คือการวางระบบที่จะพาองค์กรเดินต่อได้อย่างมั่นคง ตั้งแต่การออกแบบค่าตอบแทนและสวัสดิการให้ตอบโจทย์คนทำงาน การมองหาและรักษาคนเก่ง ไปจนถึงการเตรียมผู้นำรุ่นถัดไป ทุกเรื่องล้วนเชื่อมโยงกันในฐานะกลไกสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และพร้อมเติบโตต่อไปในอนาคต นี่คือประเด็นสำคัญจากงาน Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead ที่ชวนองค์กรกลับมาทบทวนว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอน องค์กรควรบริหารคนและเตรียมความพร้อมอย่างไร เพื่อให้ไม่เพียงอยู่รอด แต่ยังสามารถเติบโตและก้าวนำเกมข้างหน้าได้ หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญของงานมาให้แล้วที่นี่ Pay Philosophy and Pay Transparency: What Modern Organizations Need to Define หัวใจของการบริหารค่าตอบแทนในองค์กร อาจไม่ใช่คำถามว่า “ปีนี้จะขึ้นเงินเดือนกี่เปอร์เซ็นต์” เพียงอย่างเดียว แต่อาจต้องเริ่มจากคำถามที่ลึกกว่านั้นว่า “เราจ่ายเงินเพื่ออะไร และจ่ายให้ใคร” คุณ ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร Managing Director Think People Consulting Co., [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49997" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-26.webp" alt="Outperform Through Uncertainty" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead 392" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-26.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-26-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยี ความคาดหวังของพนักงาน และการแข่งขันในการดึงดูดคนเก่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้การบริหารคนไม่ใช่แค่เรื่องของการดูแลพนักงานรายวัน แต่คือการวางระบบที่จะพาองค์กรเดินต่อได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่การออกแบบค่าตอบแทนและสวัสดิการให้ตอบโจทย์คนทำงาน การมองหาและรักษาคนเก่ง ไปจนถึงการเตรียมผู้นำรุ่นถัดไป ทุกเรื่องล้วนเชื่อมโยงกันในฐานะกลไกสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และพร้อมเติบโตต่อไปในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือประเด็นสำคัญจากงาน </span><b>Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ชวนองค์กรกลับมาทบทวนว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอน องค์กรควรบริหารคนและเตรียมความพร้อมอย่างไร เพื่อให้ไม่เพียงอยู่รอด แต่ยังสามารถเติบโตและก้าวนำเกมข้างหน้าได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญของงานมาให้แล้วที่นี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Pay Philosophy and Pay Transparency: What Modern Organizations Need to Define</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49995" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076907-scaled.webp" alt="Outperform Through Uncertainty" width="600" height="450" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead 393" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076907-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076907-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076907-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076907-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076907-1536x1152.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076907-2048x1536.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของการบริหารค่าตอบแทนในองค์กร อาจไม่ใช่คำถามว่า <em>“ปีนี้จะขึ้นเงินเดือนกี่เปอร์เซ็นต์”</em> เพียงอย่างเดียว แต่อาจต้องเริ่มจากคำถามที่ลึกกว่านั้นว่า <em>“เราจ่ายเงินเพื่ออะไร และจ่ายให้ใคร”</em></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/prakal-hr-influencer-231106/"><b>ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร</b></a><b> Managing Director Think People Consulting Co., Ltd. </b><span style="font-weight: 400;">ชี้ให้เห็นว่า หลายองค์กรมีระบบค่าตอบแทนครบถ้วน ทั้งโครงสร้างเงินเดือน โบนัส KPI ระบบประเมิน และสวัสดิการ แต่กลับยังขาดสิ่งสำคัญอย่าง Pay Philosophy หรือปรัชญาในการจ่ายค่าตอบแทนที่ชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยคือ องค์กรบอกว่าต้องการจ่ายให้คนที่ผลงานดีมากกว่าคนที่ผลงานไม่ดี แต่เมื่อถึงเวลาจ่ายจริง กลับไม่ได้ทำตามสิ่งนั้นอย่างที่พูดไว้ บางองค์กรบอกว่าจ่ายแข่งกับตลาด แต่ยังไม่ชัดว่าตลาดที่อ้างถึงคือตลาดไหน ตำแหน่งใดคือกลุ่มสำคัญที่ต้องรักษาไว้ และทักษะใดคือทักษะที่มีผลต่ออนาคตของธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อหลักการไม่ชัด คนในองค์กรจึงเริ่มตั้งคำถามว่า การขึ้นเงินเดือน โบนัส หรือรางวัลต่าง ๆ เกิดจากอะไรแน่ ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ก่อนสร้าง Pay Philosophy องค์กรจึงควรตั้งคำถามเชิงกลยุทธ์ให้ชัด อย่างน้อย 5 ข้อ ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เราจ่ายเพื่อสนับสนุนเป้าหมายธุรกิจอะไร และต้องให้ความสำคัญกับคนกลุ่มใดเป็นพิเศษ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">องค์กรต้องการให้รางวัลกับเรื่องอะไรจริง ๆ เช่น ผลงาน ทักษะ ศักยภาพ หรือความเชี่ยวชาญ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เราต้องการแข่งขันกับตลาดไหน และต้องการจ่ายนำตลาด ตามตลาด หรือต่ำกว่าตลาด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความเป็นธรรมและความโปร่งใสด้านค่าตอบแทนในองค์กร หมายถึงอะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">องค์กรจะทำให้ Pay Philosophy เกิดขึ้นจริง สื่อสารได้จริง และทบทวนได้อย่างต่อเนื่องอย่างไร</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ในภาวะที่ธุรกิจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน องค์กรอาจรู้สึกอยากชะลอการตัดสินใจเรื่องค่าตอบแทนไว้ก่อน แต่คุณประคัลภ์มองว่า การหยุดรอไม่ใช่คำตอบ เพราะตลาดแรงงานไม่ได้หยุดตามองค์กร ค่าครองชีพยังขยับขึ้น และโอกาสภายนอกยังเปิดอยู่เสมอ สิ่งที่องค์กรควรทำจึงไม่ใช่การรอให้ทุกอย่างนิ่ง แต่ต้องกลับมาวางรากฐานให้แข็งแรงขึ้น จ่ายให้ตรงกับคนที่สร้าง Impact จูงใจพฤติกรรมที่องค์กรอยากเห็น และทำให้ระบบค่าตอบแทนส่งสัญญาณไปในทิศทางเดียวกับเป้าหมายธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นสำคัญคือ Pay Transparency หรือความโปร่งใสด้านค่าตอบแทน ซึ่งไม่ได้แปลว่าองค์กรต้องเปิดเงินเดือนของพนักงานทุกคนให้รู้กันทั้งหมด ความโปร่งใสที่ดีเริ่มจากการทำให้คนเข้าใจว่า เงินเดือนของเขาถูกกำหนดจากอะไร มีโอกาสเติบโตได้อย่างไร การขึ้นเงินเดือนดูจากปัจจัยใด และถ้าอยากมีรายได้สูงขึ้นต้องพัฒนาตัวเองไปทางไหน เพราะพนักงานไม่ได้ต้องการรู้แค่ตัวเลข แต่ต้องการความชัดเจนพอที่จะมองเห็นเส้นทางของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรไม่กล้าพูดเรื่องค่าตอบแทน เพราะกลัวพนักงานเปรียบเทียบกัน กลัวเกิดการต่อรอง หรือกลัวเกิดความไม่พอใจ แต่ความเงียบไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป เมื่อองค์กรไม่อธิบาย พนักงานก็อาจคุยกันเอง เดากันเอง และข่าวลือมักไปไกลกว่าความจริงเสมอ ความไว้วางใจในองค์กรจึงไม่ได้พังเพราะจ่ายน้อยเสมอไป แต่อาจพังเพราะไม่มีใครอธิบายได้ว่า “ทำไมถึงจ่ายแบบนี้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย <strong>คนที่มีบทบาทสำคัญมากในเรื่อง Pay Transparency อาจไม่ใช่ HR เพียงฝ่ายเดียว และคนที่อาจสำคัญและควรรู้เรื่องนี้มากกว่าใครก็คือ Manager นี่แหละ</strong></span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะ Manager ต้องตอบคำถามลูกทีมโดยตรงว่า ทำไมเงินเดือนถึงขึ้นเท่านี้ โบนัสคิดจากอะไร และถ้าอยากเติบโตต่อควรทำอะไร</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“องค์กรจึงควรฝึกให้ผู้จัดการคุยเรื่องค่าตอบแทนอย่างมืออาชีพ อธิบายหลักการได้ และสื่อสารให้ตรงกับสิ่งที่องค์กรทำจริง เพราะเมื่อคำพูดกับการกระทำไปคนละทาง พนักงานจะมองเห็นทันที และความเชื่อมั่นที่เคยมีอาจหายไปเร็วกว่าที่องค์กรคิดไว้”</span></i></p>
<h2><b>Hewitt Perspective: Humanity Leadership</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49996" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076925-scaled.webp" alt="Outperform Through Uncertainty" width="600" height="450" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead 394" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076925-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076925-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076925-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076925-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076925-1536x1152.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076925-2048x1536.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายปีที่ผ่านมา องค์กรจำนวนมากพูดถึง Talent War หรือการแข่งขันเพื่อแย่งชิงคนเก่ง ใครมี Talent มากกว่า ย่อมมีโอกาสเติบโตได้ดีกว่า แต่คุณ </span><b>ปกรณ์ ประยูรสวัสดิ์เดช Managing Partner จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151"><b>Hewitt Consulting</b></a><span style="font-weight: 400;"> ชี้ให้เห็นว่า โจทย์ขององค์กรวันนี้อาจเปลี่ยนไปแล้ว เพราะคนจำนวนมากสามารถใช้เทคโนโลยี เครื่องมือ และความรู้รอบตัวเพื่อพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่องค์กรกำลังขาดแคลนจริง ๆ กลับเป็น Human Energy หรือพลังภายในที่ทำให้คนอยากลุกขึ้นมาทำบางสิ่งอย่างเต็มที่ต่างหาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พลังงานของคนทำงานกลายเป็นประเด็นสำคัญมากขึ้น เพราะหลายคนกำลังอยู่กับความกลัว ทั้งความกลัว AI ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ไปจนถึงภาวะ Burnout ที่ยังเกิดขึ้นในหลายองค์กร โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และ Millennials ขณะเดียวกัน Engagement ของพนักงานก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่ต้องถามต่อคือ คนเก่งเหล่านั้นยังมีแรง มีความเชื่อ และมีพื้นที่ให้ปล่อยศักยภาพของตัวเองออกมาหรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปกรณ์ชวนมองว่า วิธีที่ผู้นำมองคนจะกำหนดวิธีที่ผู้นำปฏิบัติต่อคน ถ้ามองคนเป็น Resource เราอาจคิดแค่ว่าจะใช้เขาให้คุ้มค่าอย่างไร ถ้ามองเขาเป็น Performer เราอาจเน้นการบริหารผลงานเป็นหลัก แต่ถ้ามองเขาเป็นมนุษย์ วิธีการนำจะเปลี่ยนไปทันที เพราะเราจะเริ่มสนใจว่าเขากำลังแบกอะไรอยู่ มีแรงแค่ไหน มีอะไรปิดกั้นการเติบโต และเราจะช่วยให้เขาปลดปล่อยพลังที่มีอยู่ได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของ Humanity Leadership จึงอยู่ที่ Human Connection หรือการเชื่อมโยงกับคนอย่างเข้าใจ ซึ่งเริ่มจากการเข้าใจตัวเองก่อน ผู้นำที่ยังไม่เข้าใจความเป็นมนุษย์ของตัวเอง อาจยากที่จะเข้าใจความเป็นมนุษย์ของคนอื่น และยิ่งยากที่จะปลดล็อกศักยภาพของทีมได้อย่างแท้จริง เพราะเมื่อความไว้วางใจของคนทำงานลดลง คนเก่งจำนวนหนึ่งอาจยอมรับเงินเดือนน้อยลง เพื่อไปอยู่กับผู้นำที่เข้าใจ รับฟัง และทำให้เขารู้สึกมีคุณค่ามากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนบอกว่า Empathy คือ Soft Skill ที่ควรมี แต่คุณปกรณ์ไม่เห็นด้วย แล้วบอกว่า…</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“จริง ๆ แล้วเราควรมอง Empathy เป็น Hard Skill ที่ควรมีต่างหาก”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะความเข้าอกเข้าใจส่งผลต่อ Performance ของงานจริง เมื่อพนักงานรู้สึกว่ามีคนรับฟัง เห็นภาระที่เขาแบกอยู่ และเข้าใจสิ่งที่เขากำลังเผชิญ เขาจะมีพื้นที่มากขึ้นในการทดลอง เรียนรู้ และเติบโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลับกัน หากพนักงานรู้สึกโอเวอร์โหลด แต่ไม่มีใครพร้อมรับฟัง แม้แต่หัวหน้าก็ไม่รู้ว่าเขากำลังหนักแค่ไหน พลังในการทำงานย่อมค่อย ๆ หายไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น Humanity Leadership จึงต้องประกอบด้วยการกล้าพูดความจริงอย่างมีหลักการ การหากทาง Connect หรือเชื่อมโยงกับคนก่อน ซึ่งสำคัญมากในการ Coaching ผู้นำควรฟังก่อนจะให้คำแนะนำ และสร้างโอกาสให้คนเติบโตผ่านความไว้วางใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำต้องเป็นทั้งคนที่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทีมลองผิด ลองถูก และเป็นสถาปนิกที่ช่วยสร้างการเติบโต และมองเห็นว่าอะไรคือกำลังบล็อคโอกาสการเติบโตของคนอยู่</span></p>
<p><b>พลังความเป็นมนุษย์นี่แหละ ที่จะกลายเป็นแรงขับสำคัญให้องค์กร Outperform ได้ในวันที่ความไม่แน่นอนรายล้อมเราจากทั่วทุกทิศ</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47977" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 181" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></p>
<h2><b>Keynote: Leading Forward &#8211; Where Humanity Powers Sustainable Performance</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49998" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076936-scaled.webp" alt="Outperform Through Uncertainty" width="600" height="450" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead 395" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076936-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076936-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076936-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076936-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076936-1536x1152.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076936-2048x1536.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การนำองค์กรให้เดินหน้าผ่านวิกฤติ อาจเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า ผู้นำเข้าใจคนของตัวเองมากแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการอิสระ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า จากประสบการณ์ทำงานกับหลายองค์กร งานที่ได้รับมอบหมายแทบไม่มีงานไหนง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าไปช่วยแก้ปัญหาในช่วงที่องค์กรกำลังเผชิญแรงกดดัน สิ่งแรกที่ผู้นำต้องทำจึงไม่ใช่การสั่งการทันที แต่ต้องรู้ปัญหา เตรียมตัวให้ดี และหาทางเข้าถึงพนักงานให้ได้ก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอให้นิยาม Humanity ว่าเกี่ยวข้องกับทั้งการเข้าใจ และการเข้าถึงจิตใจของพนักงาน ซึ่ง 2 อย่างนี้ไม่เหมือนกัน ผู้นำอาจเข้าใจปัญหาบนกระดาษ แต่ถ้าเข้าไม่ถึงความรู้สึก ความกังวล และบริบทจริงของคนทำงาน ก็ยากที่จะพาองค์กรไปต่อได้ ในช่วงที่เธอทำงานกับ Mc Group ระหว่างสถานการณ์โควิด ธุรกิจหน้าร้านได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการปิดช็อป ทางรอดจึงต้องมาจากการสื่อสารให้คนเห็นภาพเดียวกัน พร้อมกับการวางรากฐานด้านทักษะใหม่ ๆ ให้พนักงาน โดยมี HR เข้ามาช่วยจัดเทรนนิ่งและเตรียมคนให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนสำคัญอีกเรื่องคือ วัฒนธรรมองค์กรเปลี่ยนไม่ได้ด้วยคำประกาศสวย ๆ แต่ต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง คุณชนัญญารักษ์เล่าว่า กว่าจะเปลี่ยนวัฒนธรรมในแต่ละองค์กรได้สำเร็จ มักใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปี โดยวัฒนธรรมที่เธอให้ความสำคัญมีแกนหลักอยู่ที่ Respectful &amp; Result คือสื่อสารกันด้วยความเคารพ ไม่ใช้โทนเสียงที่ทำร้ายกัน ไม่กัดกินจิตใจ แต่ยังต้องพูดปัญหาอย่างตรงไปตรงมา และช่วยกันหาทางออกเพื่อสร้างผลลัพธ์ร่วมกัน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“องค์กรที่คนทำงานกินหัวกันเองย่อมยากจะเติบโต และถ้าคนมีทางเลือกมากพอ เขาก็พร้อมจะเดินออกไป”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย การสร้าง Humanity Leadership ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำเองก่อน หลายครั้งความเปลี่ยนแปลงอาจเริ่มจากเรื่องเล็กมาก เช่น โทนเสียง วิธีตั้งคำถาม หรือวิธีอธิบายความจริงกับคนที่คิดต่าง จากเดิมที่อาจใช้วิธีชนตรง ๆ หรือหักหน้ากัน ผู้นำอาจต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีที่ประนีประนอมขึ้น โดยยังไม่ทิ้งเป้าหมายและหลักการสำคัญ เมื่อผู้นำเปลี่ยนวิธีสื่อสารจากภายใน บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้องค์กรสร้างทั้งความไว้วางใจ ความเคารพ และผลลัพธ์ที่ยั่งยืนได้จริง</span></p>
<h2><b>Future-Ready Leaders: Rethinking Talent and Succession in Action</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49999" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/20260522_154802-scaled.webp" alt="Outperform Through Uncertainty" width="600" height="450" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead 396" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/20260522_154802-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/20260522_154802-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/20260522_154802-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/20260522_154802-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/20260522_154802-1536x1152.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/20260522_154802-2048x1536.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“องค์กรอาจมีคนเก่งจำนวนมาก แต่คำถามสำคัญคือ เรารู้หรือยังว่าใครคือคนที่ใช่สำหรับอนาคตจริง ๆ” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือโจทย์สำคัญจากหัวข้อ </span><b>Future-Ready Leaders: Rethinking Talent and Succession in Action</b><span style="font-weight: 400;"> โดยคุณ </span><b>นภัส ศิริวรางกูร Managing Director จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151"><b>Hewitt Consulting</b></a><span style="font-weight: 400;"> ชวนองค์กรกลับมาทบทวนว่า การบริหาร Talent ไม่ควรหยุดอยู่ที่การมองหาคนผลงานดีในปัจจุบันเท่านั้น แต่ต้องมองให้ไกลกว่านั้นว่า ใครคือคนที่มีทั้ง Performance และ Potential พอจะขับเคลื่อนองค์กรในวันข้างหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนภัสอธิบายว่า</span><b> Key Talent คือกลุ่มคนที่เป็นเหมือนครีมบนยอดไอศกรีม หรืออาจเป็นลูกเชอร์รี่ที่อยู่บนนั้นอีกที</b><span style="font-weight: 400;"> ถือเป็นคนส่วนน้อยที่มีทั้งผลงานและศักยภาพสูง โดยจากการศึกษาของ Hewitt พบว่า Key Talent อาจมีอยู่เพียงราว 5% ในองค์กรเท่านั้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การประกาศว่าใครเป็นคนเก่งแบบกว้าง ๆ แต่ต้องมี Talent Criteria ที่ชัดเจน เพื่อให้เห็นว่าองค์กรต้องการคนแบบไหน ทักษะอะไร พฤติกรรมแบบใด และศักยภาพลักษณะไหนที่สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งใน Keyword สำคัญที่ถูกพูดถึงคือ Capacity หรือความสามารถในการรับมือกับสิ่งต่าง ๆ เปรียบเหมือนขนาดของภาชนะ คนที่มี Capacity สูงมักเปิดรับความเปลี่ยนแปลงได้มากกว่า เรียนรู้ได้เร็วกว่า และไปได้ไกลกว่า โดยมีทั้ง </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211013-growth-mindset/"><span style="font-weight: 400;">Growth Mindset</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ EQ เป็นฐานสำคัญ คนเหล่านี้ต้องพร้อมรับฟีดแบ็ก เห็นคนอื่นเป็นกระจกสะท้อนตัวเอง และเติบโตจากการเรียนรู้รอบตัวได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองในระดับผู้นำ คุณนภัสชี้ว่าผู้นำอนาคตต้องมีทั้ง</span><b> Business Leadership</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น Strategic Foresight และ Digital Acumen, </span><b>Transformational Leadership</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น Adaptive Agility และ Collective Courage รวมถึง </span><b>Humanity Leadership</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างที่คุณปกรณ์ได้อธิบายไปใน Session ก่อนหน้า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรรู้แล้วว่าคนแบบไหนคือ Key Talent ขั้นต่อไปคือการวางระบบให้เชื่อมกับ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/apple-succession-planning-260507/"><span style="font-weight: 400;">Succession Planning</span></a><span style="font-weight: 400;"> อย่างจริงจัง เธอย้ำว่าการพัฒนา Successor ต้องทำเป็นระบบและต่อเนื่อง อาจให้เขาได้ลองเปิดมุมมอง เก็บประสบการณ์จริงจากบริบทอื่น ๆ นอกเหนือจากในองค์กร ให้ได้ลงมือทำในสถานการณ์ที่ท้าทาย โดยบางคนอาจต้องได้ลองเข้าไปอยู่ในเวทีบอร์ด ได้เปิดโลกกับผู้นำระดับสูง หรือได้รับการโค้ชเพื่อเตรียม CEO Readiness ให้พร้อมที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการสร้างผู้นำอนาคตไม่ใช่การรอให้ตำแหน่งว่างแล้วค่อยหาใครมาแทน แต่เราต้องเตรียมคนให้พร้อม เพราะไม่มีใครรู้เลยว่า วันที่องค์กรจำเป็นต้องใช้เขาจริง ๆ มันอาจมาเร็วกว่าที่คิดก็ได้</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/outperform-through-uncertainty-260522/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &#038; HR Director Forum – Future of Transformation</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-roundtable-future-of-transformation-260521/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-roundtable-future-of-transformation-260521/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 May 2026 10:17:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Future of Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Roundtable]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49979</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อ Transformation ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ HREX จึงจัดงาน #7 Roundtable: CHRO &#38; HR Director Forum – Future of Transformation เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้นำ HR จากองค์กรชั้นนำของไทยได้ล้อมวงแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เร็วและซับซ้อนกว่าเดิม เพราะการเปลี่ยนแปลงองค์กรในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงการปรับโครงสร้าง ใช้เทคโนโลยีใหม่ หรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับคน วัฒนธรรม ทักษะ ผู้นำ ข้อมูล และวิธีตัดสินใจขององค์กรทั้งหมด แล้ว HR จะช่วยองค์กรเปลี่ยนแปลงอย่างไร ให้ธุรกิจเดินต่อได้ และคนในองค์กรไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ? HREX ได้สรุปเนื้อหาสำคัญและมุมมองที่น่าสนใจจากเวทีนี้ไว้ให้แล้วในบทความนี้ CHRO ต้องเป็น Transformation Architect ขององค์กร “สิ่งที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จและแตกต่าง คือความสามารถของคน” คุณ วรวัจน์ สุวคนธ์ Chief People Officer, Siam Commercial [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49986" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-25.webp" alt="#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation 405" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-25.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-25-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-transformation-dave-ulrich-260511/"><span style="font-weight: 400;">Transformation</span></a><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ HREX จึงจัดงาน </span><b>#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้นำ HR จากองค์กรชั้นนำของไทยได้ล้อมวงแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เร็วและซับซ้อนกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการเปลี่ยนแปลงองค์กรในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงการปรับโครงสร้าง ใช้เทคโนโลยีใหม่ หรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับคน วัฒนธรรม ทักษะ ผู้นำ ข้อมูล และวิธีตัดสินใจขององค์กรทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้ว HR จะช่วยองค์กรเปลี่ยนแปลงอย่างไร ให้ธุรกิจเดินต่อได้ และคนในองค์กรไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ? HREX ได้สรุปเนื้อหาสำคัญและมุมมองที่น่าสนใจจากเวทีนี้ไว้ให้แล้วในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>CHRO ต้องเป็น Transformation Architect ขององค์กร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49985" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-59-scaled.webp" alt="#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation 406" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-59-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-59-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-59-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-59-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-59-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-59-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จและแตกต่าง คือความสามารถของคน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>วรวัจน์ สุวคนธ์ Chief People Officer, </b><a href="https://www.scb.co.th/th/personal-banking" target="_blank" rel="noopener"><b>Siam Commercial Bank PCL</b></a><b>.</b><span style="font-weight: 400;"> ให้ทัศนะว่าคนทำงาน HR วันนี้กำลังเผชิญความท้าทายสูง เพราะองค์กรกำลังคาดหวังให้ HR เข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้น ตั้งแต่การปรับทิศทางองค์กร การรับมือกับ AI การพัฒนาคน ไปจนถึงการทำให้องค์กรเปลี่ยนได้เร็วพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">CHRO หรือผู้นำ HR ต้องขยับไปสู่การเป็น </span><b>Enterprise</b> <b>Transformation Architect</b><span style="font-weight: 400;"> หรือสถาปนิกผู้ออกแบบการเปลี่ยนแปลงขององค์กร JD เดิมที่เคยรับมาในวันแรก ใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้วในวันนี้ ดังนั้น HR ต้องปรับตัว และปรับบทบาทใหม่ให้เท่าทันถานการณ์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โจทย์ใหญ่ของ CHRO วันนี้คือการออกแบบ Workforce ให้พร้อมกับทิศทางใหม่ของธุรกิจ HR ต้องช่วยองค์กรตอบคำถามสำคัญ เช่น จะปรับโครงสร้างงานให้เข้ากับ AI ได้อย่างไร จะ Reskill คนให้ทัน Disruption ได้อย่างไร จะทำให้องค์กรมี Agility มากขึ้นได้อย่างไร และจะสร้างวัฒนธรรมแบบไหนที่ช่วยให้เกิดนวัตกรรมขึ้นจริง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“งานจำนวนมากต่อจากนี้จะไม่ได้ถูกทำขึ้นโดยคนเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว แต่งานบางอย่าง คนกับ AI จะช่วยกันทำ และงานบางอย่าง AI จะทำแทน โดยมีคนกำกับอยู่ใน Ecosystem ดังนั้นองค์กรต้องหาวิธีบริหารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ HR ต้องไม่ลืมมิติความเป็นมนุษย์ คนทำงานไม่น้อยกำลังเผชิญความไม่แน่นอนด้านต่าง ๆ และวิกฤตที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง การพูดถึง </span><b>Transformation จึงไม่ควรจำกัดอยู่แค่การปรับโครงสร้าง หรือการใช้ AI เพื่อเพิ่มความเร็วในการทำงาน แต่ต้องพูดถึง Wellbeing ของพนักงาน, การมี Empathy และความยั่งยืนด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่เขาเน้นย้ำคือ ความสัมพันธ์ระหว่าง CEO กับ CHRO จะยิ่งสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ โดยมี 3 สิ่งที่ CEO จะต้องการมาก ๆ จาก CHRO คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Truth</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ความจริงขององค์กรที่บางครั้ง CEO อาจมองไม่เห็น เช่น ความเหนื่อยล้าของคน ช่องว่างด้านทักษะ ปัญหาผู้นำ หรือแรงต้านต่อการเปลี่ยนแปลง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Foresight</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ความสามารถในการมองไปข้างหน้าและช่วยองค์กรจินตนาการวิธีทำงานแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Skill Marketplace, Agile Way of Working, Alternative Workforce หรือรูปแบบ Performance Management ที่เหมาะกับอนาคต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Courage</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ความกล้าที่จะบอกผู้บริหารว่าองค์กรต้องผ่าตัดใหญ่เมื่อถึงเวลาจำเป็น</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ CHRO เป็นเพื่อนคู่คิดของ CEO และบอร์ด ช่วยมองธุรกิจ เข้าใจคน จะช่วยออกแบบอนาคตให้องค์กรไปต่อได้ ไม่ว่าจะอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมใด</span></p>
<h2><b>สรุป Exclusive #7 Roundtable Panel</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในงาน </span><b>#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation</b><span style="font-weight: 400;"> หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบขึ้นมาพูดคุยคือ บทบาทของ HR ในวันที่องค์กรต้องเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น ซับซ้อนขึ้น และต้องตัดสินใจบนข้อมูลมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวข้อนี้มีผู้ร่วมเสวนา 4 ท่าน ได้แก่ </span><b>ดร.วีรภัทร สภากาญจน์ Chief Executive Officer, </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/162"><b>Saturday Consulting</b></a><b>, คุณ</b><a href="https://th.hrnote.asia/story/central-retail-hr-strategy-250318/"><b>ปัญชลีย์ วีระธรรมวัชร์</b></a><b> Chief People Officer, </b><a href="https://www.centralretail.com/en/home" target="_blank" rel="noopener"><b>Central Retail</b></a><b>, </b><a href="https://th.hrnote.asia/story/lixil-thailand-240526/"><b>ดร.ธภัทร อาจศรี</b></a><b> Leader, HR Thailand, Philippines, Indochina, LWT APAC | Board Director, </b><a href="https://www.lixil.co.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>LIXIL (Thailand) PCL</b></a><b>.</b><span style="font-weight: 400;"> และ</span><b>คุณชนนันท์ ปัญจทรัพย์ Sales Director, </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/197"><b>Jobsdb by SEEK</b></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งทุกคนต่างสะท้อนมุมมองไปในทิศทางเดียวกันว่า</span></p>
<p><b><i>“HR จะทำงานด้วยความรู้สึกหรือประสบการณ์เพียงอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป”</i></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาระสำคัญของ Exclusive Roundtable Panel ครั้งนี้ มีดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>HR ไม่ได้ขาด Data แต่ต้องแปล Data ให้ธุรกิจนำไปใช้งานได้</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49989" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-135-scaled.webp" alt="#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation 407" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-135-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-135-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-135-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-135-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-135-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-135-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโจทย์ขององค์กรวันนี้ต้องการทั้งข้อมูล ความเข้าใจธุรกิจ ความเร็วในการตัดสินใจ ความสามารถของ HR ในการอธิบายให้ผู้บริหารเห็นว่า คนเป็นตัวแปรที่สร้างการเติบโต และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างไร ถือเป็นทักษะที่สำคัญทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วีรภัทรชี้ว่า ความท้าทายของ HR ไม่ใช่การไม่มีข้อมูล เพราะหลายองค์กรมี Data จำนวนมากอยู่แล้ว แต่ข้อมูลเหล่านั้นอาจยังไม่พร้อมใช้ และไม่ถูกนำไปเชื่อมโยงกับ Business Data มากพอ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“HR แบบเดิมอาจหยิบตัวเลข Turnover Rate หรือ Engagement Score มาทำรายงาน แต่ HR ที่ต้องการขับเคลื่อน Workforce Intelligence ต้องตอบคำถามเชิงธุรกิจได้ลึกกว่าเดิม เช่น Productivity ต่อพนักงานเป็นอย่างไร ทักษะของคนในองค์กรสอดคล้องกับกลยุทธ์หรือไม่ ถ้าจำเป็นต้องลดคน องค์กรควรลดตรงไหนโดยไม่กระทบความสามารถในการแข่งขัน…</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“นี่คือจุดที่ HR ต้องเปลี่ยนจากคนทำ Report ไปเป็นคนที่ใช้ข้อมูลเพื่อชี้ให้เห็น Business Impact และช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของคุณปัญชลีย์ เธอเล่าว่า Central Retail มีพนักงานมากกว่า 60,000 คนทั้งในไทยและเวียดนาม การบริหารคนโดยไม่ใช้ Data จึงแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ Data จะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อข้อมูลถูกต้อง และ HR รู้ว่าจะนำไปวิเคราะห์อะไร ถึงจะทำให้เข้าใจทั้งคนและธุรกิจมากขึ้น เกิดเป็น Business Insights ที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์ของเธอ งานนี้ไม่มีคำว่าง่าย </span><b>Central Retail </b><b>เป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่เกือบ 80 ปี</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ผ่านมาเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการบุคลากรอย่างหนัก ถึงขั้นเคยตั้ง CPO พร้อมกันทีเดียวถึง 3 คนคอยแบ่งงานกันดูแล แต่ก็ยังเอาไม่อยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้คุณปัญชลีย์จะมีประสบการณ์การทำงานระดับ Regional จากบริษัทข้ามชาติมาก่อน พอเจอสภาพความเป็นจริงก็ปาดเหงื่อพอสมควร แต่แทนที่จะเริ่มต้นด้วยการรื้อโครงสร้างทันที </span><b>ช่วง 3 เดือนแรก เธอใช้เวลาเดินสายพูดคุยกับพนักงานฝ่ายต่าง ๆ แบบ 360 องศา </b><span style="font-weight: 400;">คุยเจาะลึกคนทุกระดับตั้งแต่พนักงานระดับปฏิบัติการ ไปจนถึงผู้บริหารสูงสุด เพื่อสืบหาต้นตอของควันไฟที่ก่อตัวขึ้นในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นทำให้เธอได้พบว่า เพราะ</span><b>องค์กรมีขนาดใหญ่เกินไปจนผู้บริหารดูแลได้ไม่ทั่วถึง นำไปสู่การบริหารแบบกระจายอำนาจ (Decentralize)</b><span style="font-weight: 400;"> แม้จะมีข้อดีเรื่องความคล่องตัวและรวดเร็ว แต่องค์กรจะมีสภาพที่</span><b>ต่างคนต่างโต</b><span style="font-weight: 400;"> พนักงานและผู้บริหารในแต่ละกลุ่มไม่ยอมรับฟังกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นเธอจึง</span><span style="font-weight: 400;">ปรับ Mindset และโครงสร้างองค์กรใหม่ รวม Business Unit กว่า 20 กลุ่มธุรกิจให้บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น ลดความซ้ำซ้อน และดึงจุดแข็ง ให้คนมาทำงานร่วมกันในทิศทางเดียวกัน</span><span style="font-weight: 400;"> เกิดเป็นแนวคิด One CRC ต่อด้วยการสร้าง One HR Team จากนั้นก็ Transform HR ภายในอย่างจริงจัง พัฒนา HR ให้เป็น HR Business Partner ที่เข้าใจธุรกิจจริง ๆ</span></p>
<h3><b>ผู้นำ HR ต้องกล้าส่งเสียงเพื่อการเปลี่ยนแปลง</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49983" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-128-scaled.webp" alt="#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation 408" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-128-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-128-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-128-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-128-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-128-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-128-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ธภัทรเสริมจากมุมของการเป็นบอร์ดบริหารว่า ปัญหาใหญ่ของการทำ Transformation ไม่ใช่ HR มีข้อมูลมากหรือน้อย แต่อยู่ที่ HR แปลงข้อมูลให้กลายเป็น Business Impact ไม่ได้ โดยเขาเสนอ 4 Checkpoints ที่ HR ควรใช้เวลานำเสนอข้อมูลต่อผู้บริหาร ประกอบด้วย</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Objective &amp; Business Impact</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องโยงข้อมูลกับเป้าหมายธุรกิจให้ได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Quantify</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องเปลี่ยนตัวเลข HR ให้เป็น Business Risk Indicator</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Cost of Silence</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องบอกให้ได้ว่าถ้าองค์กรไม่ทำอะไร จะต้องเสียต้นทุนหรือเจอความเสี่ยงอะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Accountability</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องมีคนรับผิดชอบชัดเจน</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังเปรียบว่า HR มักเป็นกลุ่มแรกที่เห็นควันไฟในองค์กร แต่หากพวกเขาเห็นปัญหาแล้วเงียบ ปล่อยให้ไฟลุกลามขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้องค์กรเจอค่าใช้จ่ายสูงมาก พร้อมเสียคนเก่ง เสียระบบ  </span><b>ดังนั้น HR จึงควรเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการคิดกลยุทธ์ ไม่ใช่รอให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วค่อยเข้าไปแก้</b></p>
<p><b>ยิ่งไปกว่านั้น HR ต้องอธิบายเรื่องคนให้เห็นภาพว่าเชื่อมกับผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างไร เพราะเมื่อผู้บริหารเห็นว่าเรื่องของคนกระทบต้นทุน รายได้ ประสิทธิภาพ หรือความเสี่ยงขององค์กร เรื่องนี้จะไม่ใช่แค่งานของฝ่าย HR แต่เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริหารต้องร่วมตัดสินใจ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณชนนันท์ เสริมว่า หาก HR คือคนแรกที่เห็นควันไฟ Sales ก็คือคนแรกที่โดนไฟเผาจากการถูกบี้ยอด Performance และ Productivity </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังเชื่อมประเด็นนี้เข้ากับตลาดแรงงานด้วยว่า การวางแผนกำลังคนต้องตั้งอยู่บนข้อมูลจริง ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของคนทำงานแต่ละ Generation การใช้ AI เป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ หรือการทำ Hiring Optimization ให้แม่นยำขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจาก Jobsdb สะท้อนว่า แม้อัตราการว่างงานอ้างอิงจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจะอยู่ในระดับต่ำ แต่จำนวน Job Application บนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น สะท้อนการแข่งขันในตลาดแรงงานที่เข้มข้นขึ้น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“HR ต้องเข้าใจทั้งฝั่งนายจ้างและผู้สมัคร ใช้ AI กับ Data ให้เกิดประโยชน์ และออกแบบ Work-life Integration ที่ช่วยรักษาทั้ง Productivity และ Engagement ไปพร้อมกัน เพราะการดึงดูดคนเก่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งงานหรือค่าตอบแทนอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงประสบการณ์การทำงานที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนทำงานด้วย”</span></i></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/197?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47919" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 126" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h3><b>องค์กรจะเปลี่ยนได้ HR ต้องเปลี่ยนตัวเองก่อน</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49984" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-240-scaled.webp" alt="#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation 409" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-240-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-240-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-240-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-240-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-240-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-240-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่เหล่าผู้นำ HR หยิบยกขึ้นมาพูดคุยคือเรื่อง HR เองต้อง Upskill และ Reskill อะไรบ้าง เพื่อทำ Transformation ให้สำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งปราฏกว่ามีเยอะมาก !</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปัญชลีย์ย้ำว่า AI จะกลายเป็นทักษะพื้นฐานเหมือนเครื่องมือทำงานทั่วไป แต่สิ่งที่จะทำให้ HR ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังคือการมีทักษะ Critical Thinking &amp; Empathy หรือการคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหาซับซ้อน และเข้าใจคนอย่างจริงใจ </span><i><span style="font-weight: 400;">(ทั้งในมิติงาน และชีวิตส่วนตัว ทั้งในที่ทำงาน และกับครอบครัว)</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอมองว่า นวัตกรรมใหม่ ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการคิดต่อเนื่องว่าจะทำให้งานดีขึ้นได้อย่างไร ขณะที่ Empathetic Leadership จะช่วยให้องค์กรได้ทั้งผลลัพธ์และใจของคนไปพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ธภัทรเสริมว่า จากการทำโปรแกรมพัฒนา HR ในระดับ APAC ของ LIXIL ทักษะที่ HR ต้องเร่งพัฒนาคือทักษะที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น Business Acumen, Data Analytics, Stakeholder Management และ Strategic Thinking ซึ่งดร.วีรภัทรเห็นด้วย โดยนอกจาก HR ต้องเข้าใจธุรกิจตัวเองแล้ว ยังต้องเข้าใจตลาด คู่แข่ง จุดแข็ง จุดอ่อน และปัจจัยรอบด้านให้มากพอจึงจะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ฝ่ายบริหารได้ </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“แต่ถ้า HR ไม่มี Mindset อยากเรียนรู้ และไม่มี Skillset ในการใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์ ต่อให้มีเครื่องมือที่ดีแค่ไหนก็สร้างผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายที่คุณชนนันท์เสริมจากมุมของฝั่งธุรกิจว่า สิ่งที่องค์กรต้องการจาก HRBP คือคำแนะนำเรื่อง Future Workforce Planning และการสื่อสาร หาก HR เข้าใจธุรกิจอย่างลึกพอ ก็จะช่วยให้หน่วยงานวางแผนกำลังคนได้แม่นยำขึ้น และตอบโจทย์ธุรกิจได้มากขึ้น</span></p>
<h3><b>Transformation ที่ดี ต้องไม่ลืมว่ามีคนได้รับผลกระทบ</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49991" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-235-scaled.webp" alt="#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation 410" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-235-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-235-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-235-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-235-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-235-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-235-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงท้ายของการพูดคุย มีคำถามสำคัญเรื่อง Capability Assessment และความรู้สึกไม่มั่นคงของพนักงานเมื่อเผชิญการ Transformation ซึ่งมักจะมีคนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบเยอะกว่าคนอื่นเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปัญชลีย์พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า HR ต้องยอมรับความจริงก่อนว่า การทำ Transformation บางครั้งไม่สามารถรับประกันได้ว่าทุกคนจะได้ไปต่อ โดยเฉพาะเมื่อเป้าหมายขององค์กรคือเรื่อง Optimization</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“HR ต้องยึดหลักสำคัญคือ อย่าสื่อสารในสิ่งที่องค์กรรับประกันไม่ได้จริง หากต้องลดคน ลดต้นทุน หรือปรับโครงสร้าง ก็ต้องพูดกับพนักงานอย่างแฟร์ที่สุด ไม่ใช่บอกให้ทุกคนสบายใจ ทั้งที่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงอาจกระทบต่อบางคน</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่ HR ควรทำคือสื่อสารอย่างโปร่งใส อธิบายให้คนเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเพื่ออะไร และพยายามดูจุดแข็งของแต่ละคนให้มากที่สุด หากบางคนไม่เหมาะกับบทบาทใหม่ องค์กรควรพิจารณาว่าเขายังสามารถสร้างคุณค่าในบทบาทอื่นได้หรือไม่”</span></i></p>
<p><b>แต่หากท้ายที่สุดไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมจริง ๆ HR ก็ต้องพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา ให้เวลาเขาเตรียมตัว และช่วยเหลือในแบบที่มี Empathy มากที่สุด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วีรภัทรเสริมว่า การทำ Transformation ต้องกล้าเผชิญหน้ากับความจริงที่หนักหน่วง เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงมักมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายเสมอ หลายครั้งผู้บริหารวางกลยุทธ์และอนุมัติงบประมาณเรียบร้อย แต่ลืมถามต่อว่า โครงสร้างองค์กรจะเปลี่ยนอย่างไร Headcount จะกระทบแค่ไหน และคนต้องมีทักษะอะไรเพิ่มขึ้น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากไม่คิดเรื่องกระทบที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น สุดท้ายภาระจะตกมาที่ HR ในฐานะคนแจ้งข่าวร้าย ทั้งที่หากเห็นปัญหาตั้งแต่แรก องค์กรจะมีเวลาพัฒนาคน วางแผนโยกย้าย ปรับโครงสร้างได้ดีกว่าเดิม”</span></i></p>
<h2><b>Workforce Intelligence: เจาะประเด็น Workshop โดย Visier</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49988" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-308-scaled.webp" alt="#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation 411" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-308-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-308-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-308-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-308-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-308-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-308-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกไฮไลท์ของงาน </span><b>#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation</b><span style="font-weight: 400;"> คือการจัด Workshop โดยทีมงานของ Visier มาช่วยไขคำตอบว่า พอ HR รู้แล้วว่าต้องทำอะไรในการ Transform องค์กร แล้ว HR จะลงมือทำสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร โดยสิ่งที่ช่วยได้คือการมีระบบ HR ที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>Phersal Gozali จาก </b><a href="https://www.visier.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Visier</b> </a><span style="font-weight: 400;">อธิบายว่าทุกวันนี้ องค์กรต้องจัดการกับข้อมูลจำนวนมากกระจัดกระจายอยู่ในหลายระบบ ทั้งข้อมูลคน งาน การเงิน ต้นทุน และผลลัพธ์ทางธุรกิจ ซึ่ง HR ต้องเชื่อมข้อมูลเหล่านี้เข้าด้วยกันให้เกิดประโยชน์ต่อการตัดสินใจจริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปัญหาของหลายองค์กรคือข้อมูลขององค์กรเก็บไว้แบบแยกถังกัน HR มีแต่ข้อมูลของ HR การเงินมีข้อมูลของการเงิน ฝ่ายผลิตหรือฝ่ายขายก็มีข้อมูลของตัวเอง พอข้อมูลไม่เชื่อมกัน การวางแผนกำลังคนเชิงกลยุทธ์จึงทำได้ยาก ทั้งที่การตัดสินใจเรื่องคนควรเป็นเรื่องเดียวกับการตัดสินใจทางธุรกิจ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“HR ต้องก้าวออกจากบทสนทนาแบบเดิมที่วนอยู่กับ People Metrics เพียงอย่างเดียว แล้วพาข้อมูลคนไปเชื่อมกับ Business KPIs ให้ได้”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“แนวคิด Workforce Intelligence จึงสำคัญมากขึ้น เพราะช่วยให้ HR เห็นภาพว่าทักษะของพนักงานตอบโจทย์กลยุทธ์หรือไม่ การลดคนในบางทีมจะกระทบผลลัพธ์ทางการเงินแค่ไหน หรือการกระจายกำลังคนในองค์กรยังสอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจอยู่หรือเปล่า”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากมุมของคุณ </span><b>Tala Hamedi</b><span style="font-weight: 400;"> การทำ Transformation ส่วนใหญ่มักเริ่มจากเป้าหมายใหญ่ 2 เรื่อง คือเพิ่ม Productivity หรือเพิ่ม Profitability ซึ่งองค์กรจำนวนมากมักลดต้นทุนเป็นทางเลือกแรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การใช้ข้อมูลที่ดีจะช่วยให้การตัดสินใจละเอียดกว่านั้น เช่น ถ้าองค์กรต้องการนำ AI มาใช้ ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่าจะใช้ AI แทนคนได้กี่ตำแหน่ง แต่ควรถามก่อนว่างานส่วนไหนให้ผลตอบแทนจากการลงทุนสูงที่สุด และ AI ช่วยแบ่งเบางานระดับ Task ได้มากแค่ไหน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากพนักงานหนึ่งคนมี 20 ชิ้นงาน และ AI ช่วยทำได้ 5 ชิ้นงาน ไม่ได้หมายความว่าองค์กรต้องลดคนลง 25% ทันที แต่อาจหมายถึงต้องเพิ่มขีดความสามารถให้พนักงาน ลดทักษะที่ไม่จำเป็น เพิ่มทักษะใหม่ และหาคนที่สามารถปรับตัวเข้ากับบทบาทใหม่ได้”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประโยคหนึ่งที่น่าสนใจใน Workshop นี้คือ </span><i><span style="font-weight: 400;">“HR มีหน้าที่ดูแลคน ไม่ใช่ดูแลงาน”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เพราะงานจะเปลี่ยนไปตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อ AI และ Automation เข้ามาอยู่ในกระบวนการทำงานมากขึ้น สิ่งที่ HR ต้องทำคือช่วยให้คนพร้อมรับมือกับงานที่เปลี่ยนไป การมีข้อมูลว่าพนักงานเก่งทักษะไหนจึงสำคัญมาก จะช่วยให้องค์กรมองเห็น Skill Gap วางแผน Reskill หรือ Redeploy คนได้แม่นยำขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน หากองค์กรจำเป็นต้องลดต้นทุนจริง ๆ Workforce Intelligence ก็ช่วยให้การตัดสินใจมีหลักฐานรองรับมากขึ้น เช่น มองหากลุ่มที่มีต้นทุนสูงแต่สร้าง Output ต่ำ การจำลองผลลัพธ์ของ Hiring Freeze หรือ Natural Attrition หรือการวิเคราะห์ว่าโครงสร้างผู้บริหารซับซ้อนเกินไปจนทำให้องค์กรตัดสินใจช้าหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ การใช้ AI Assistant ระดับองค์กรที่ทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องนั่งอ่านกราฟหรือสร้าง Data Model เองทั้งหมดอีกต่อไป แต่ในระบบของ Visier สามารถพิมพ์คำถามเป็นภาษาธรรมชาติ รวมถึงภาษาไทย แล้วให้ระบบดึงข้อมูลจริงขององค์กรออกมาตอบ ช่วยลดปัญหา AI ให้ข้อมูลผิดหรือแต่งคำตอบขึ้นเอง เพราะระบบอ้างอิงจากข้อมูลภายในบริษัท ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไปจากภายนอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบที่ได้จะทำให้ผู้บริหารรู้ว่าควรโฟกัสเรื่องใด ควรถามคำถามต่อไปอย่างไร และควรเจาะลึกข้อมูลมิติไหนก่อนตัดสินใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงท้าย ดร.วีรภัทร ยังเข้ามาช่วยขมวดประเด็นว่า ผู้บริหารไม่ได้ต้องการ HR Report อีกต่อไปแล้ว แต่ต้องการข้อมูลที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น การทำ Workforce Intelligence ไม่ใช่แค่มีระบบ HRIS สำหรับดูวันลา ประสิทธิภาพ หรือข้อมูลบุคลากรทั่วไป แต่ต้องนำ People Data มาผสานกับ Business Data เช่น ต้นทุน ยอดขาย บัญชี หรือโลจิสติกส์ เพื่อให้การตัดสินใจเรื่องคนอยู่บนข้อมูลจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากทำได้ HR จะเป็น </span><b>Strategic Co-pilot</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ช่วยธุรกิจประเมินสถานการณ์ และเปรียบเทียบทางเลือก จะทำให้เห็นความเสี่ยงล่วงหน้า และตัดสินใจเรื่องคนได้แม่นยำขึ้น</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/162?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=PIC"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47990" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 193" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-46.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-46.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-46-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-46-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-46-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-46-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>สรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่เปลี่ยนได้เร็วกว่า เข้าใจคนได้ลึกกว่า และตัดสินใจจากข้อมูลได้แม่นยำกว่า ย่อมรับมือกับความไม่แน่นอนได้ดีกว่า เงื่อนไขสำคัญ และเป็นสัจธรรมของการอยู่รอดและเติบโตเสมอมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของ Future of Transformation จึงอยู่ที่การออกแบบคน งาน และองค์กรให้เดินไปด้วยกันได้จริง HR ต้องขยับจากการเป็นผู้ดูแลกระบวนการ ไปสู่บทบาทของคนอ่านสัญญาณองค์กร แปลข้อมูลให้กลายเป็น Business Impact ช่วยผู้นำตัดสินใจ และดูแลคนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอย่างมีความเป็นมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามสำคัญที่องค์กรควรนำกลับไปคิดต่อคือ </span><i><span style="font-weight: 400;">“เราพร้อมพอหรือยังที่จะ Transform โดยเข้าใจคน เข้าใจธุรกิจ และเข้าใจอนาคต ?”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เพราะการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเกิดจากเป้าหมายร่วม ความเชื่อใจในผู้นำ วิธีทำงานที่ชัดเจน และความพร้อมของคนในองค์กรที่จะเดินต่อไปด้วยกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49987" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-349-scaled.webp" alt="#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation 412" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-349-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-349-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-349-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-349-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-349-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-349-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ HREX ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าร่วมงาน </span><b>#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation</b><span style="font-weight: 400;"> ทั้งผู้นำ HR จากหลากหลายอุตสาหกรรมที่ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างลึกซึ้ง และวิทยากรทุกท่านที่ช่วยจุดประกายแนวคิดใหม่ ๆ ให้กับวงการ HR ไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และงานครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดผู้สนับสนุนใจดีที่ร่วมสนับสนุนเวทีแห่งการเรียนรู้นี้ ได้แก่ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/162"><b>Visier</b></a><b>, </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/197"><b>Jobsdb by SEEK</b></a><b>, </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/176"><b>Pacific Prime</b></a><b>, </b><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener"><b>Reeracoen Thailand</b></a><b> และ </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/67"><b>Salary Hero</b></a><span style="font-weight: 400;"> รวมถึง Media Partner อย่าง CareerVisa Thailand ซึ่ง HREX ขอขอบคุณจากใจอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดงานล้อมวงพูดคุยกับผู้นำ HR อย่างใกล้ชิดในครั้งต่อไป และอยากรู้ว่างานครั้งหน้าจะมาในหัวข้ออะไร สามารถติดตามความเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ที่ HREX แพลตฟอร์มของคนทำงาน HR ที่รวมพลังสร้างอนาคตของงานไว้ด้วยกัน</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-roundtable-future-of-transformation-260521/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/the-future-of-holistic-wellbeing-summit-2026-260520/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/the-future-of-holistic-wellbeing-summit-2026-260520/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 May 2026 12:12:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[The Future of Holistic Wellbeing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49960</guid>

					<description><![CDATA[สวัสดิการพนักงานคือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่องค์กรใช้ดึงดูดและรักษาคนเก่ง หลายบริษัทลงทุนมากขึ้นกับประกันสุขภาพ วันลา กิจกรรมดูแลสุขภาพ โปรแกรมดูแลใจ ไปจนถึงสิทธิประโยชน์รูปแบบใหม่ ๆ ที่หวังว่าจะช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีความสุขและอยู่กับองค์กรได้นานขึ้น แต่เมื่อองค์กรให้มากขึ้น ทำไมถึงยังเจอปัญหาคนหมดไฟ คนเก่งลาออก หรือพนักงานรู้สึกห่างเหินจากองค์กรอยู่เหมือนเดิม ? บางทีโจทย์สำคัญอาจไม่ใช่แค่องค์กรมีสวัสดิการอะไรบ้าง แต่อยู่ที่ว่าสวัสดิการเหล่านั้นตอบโจทย์ชีวิตจริงของพนักงาน และเชื่อมโยงกับเป้าหมายขององค์กรได้มากแค่ไหนต่างหาก ประเด็นนี้คือหัวใจสำคัญของงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026: Where Wellbeing Becomes the Engine of Sustainable Growth งานสัมมนาที่พาผู้นำองค์กรและ HR กลับมาสำรวจ Wellbeing ในฐานะกลยุทธ์การดูแลคนอย่างรอบด้าน ตั้งแต่สุขภาพกาย สุขภาพใจ คุณภาพชีวิต แรงจูงใจ ไปจนถึงศักยภาพในการทำงาน และเมื่อองค์กรเข้าใจความต้องการของคนอย่างแท้จริง Wellbeing ย่อมกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ทั้งพนักงานและธุรกิจเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน Opening Session “เมื่อคนสำราญ งานย่อมสำเร็จ” นี่คือสโลแกนและเป็นคำกล่าวเปิดงานของ น.สพ.ธนัฐ ศิริวรางกูร CEO &#38; Co-Founder [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49972" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-24.webp" alt="The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 422" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-24.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-24-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/the-evolution-of-employee-benefits-260517/">สวัสดิการพนักงานคือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่องค์กรใช้ดึงดูดและรักษาคนเก่ง</a> หลายบริษัทลงทุนมากขึ้นกับประกันสุขภาพ วันลา กิจกรรมดูแลสุขภาพ โปรแกรมดูแลใจ ไปจนถึงสิทธิประโยชน์รูปแบบใหม่ ๆ ที่หวังว่าจะช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีความสุขและอยู่กับองค์กรได้นานขึ้น</span></p>
<p>แต่เมื่อองค์กรให้มากขึ้น ทำไมถึงยังเจอปัญหาคนหมดไฟ คนเก่งลาออก หรือพนักงานรู้สึกห่างเหินจากองค์กรอยู่เหมือนเดิม ? บางทีโจทย์สำคัญอาจไม่ใช่แค่องค์กรมีสวัสดิการอะไรบ้าง แต่อยู่ที่ว่าสวัสดิการเหล่านั้นตอบโจทย์ชีวิตจริงของพนักงาน และเชื่อมโยงกับเป้าหมายขององค์กรได้มากแค่ไหนต่างหาก</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้คือหัวใจสำคัญของงาน</span><b> The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026: Where Wellbeing Becomes the Engine of Sustainable Growth</b><span style="font-weight: 400;"> งานสัมมนาที่พาผู้นำองค์กรและ HR กลับมาสำรวจ Wellbeing ในฐานะกลยุทธ์การดูแลคนอย่างรอบด้าน ตั้งแต่สุขภาพกาย สุขภาพใจ คุณภาพชีวิต แรงจูงใจ ไปจนถึงศักยภาพในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อองค์กรเข้าใจความต้องการของคนอย่างแท้จริง Wellbeing ย่อมกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ทั้งพนักงานและธุรกิจเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Opening Session</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49973" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06115-scaled.webp" alt="The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 423" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06115-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06115-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06115-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06115-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06115-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06115-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อคนสำราญ งานย่อมสำเร็จ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือสโลแกนและเป็นคำกล่าวเปิดงานของ น.สพ.ธนัฐ ศิริวรางกูร CEO &amp; Co-Founder จาก </span><a href="https://www.zennite.co/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Zennite Co., Ltd.</span></a><span style="font-weight: 400;"> ผู้มีประสบการณ์ทำงานด้าน Wellbeing มานาน ซึ่งเขาพบว่ามันสามารถสรุปใจความสำคัญของโลกการทำงานได้ดีทีเดียว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของสวัสดิการพนักงานที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่หลายองค์กรอาจมองว่าเป็นสิ่งเสริม วันนี้สวัสดิการกลายเป็นเรื่องจำเป็นต่อการทำงานและการเติบโตของธุรกิจ เพราะความเครียด ภาวะหมดไฟ และความไม่มั่นคงทางการเงินของพนักงาน ล้วนส่งผลโดยตรงต่อ Performance ขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือ ต้นทุนสวัสดิการที่สูงขึ้นทุกปี ทำให้องค์กรต้องกลับมาคิดอย่างจริงจังว่า จะออกแบบสวัสดิการอย่างไรให้ยังตอบโจทย์ชีวิตพนักงาน ขณะเดียวกันก็สร้างคุณค่ากลับมาสู่องค์กรได้จริง งานครั้งนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อชวนผู้นำองค์กรและ HR มองการดูแลพนักงานให้รอบด้านขึ้น ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ การเงิน และปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อประสบการณ์การทำงานในแต่ละวัน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“องค์กรที่อยากเติบโตอย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากการดูแลคนให้ดีเสียก่อน เมื่อพนักงานมีความสุข แข็งแรง และรู้สึกมั่นคงในการใช้ชีวิต พลังเหล่านี้ย่อมส่งต่อไปยังผลงาน วัฒนธรรมองค์กร และความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว”</span></i></p>
<h2><b>The Future of Holistic Wellbeing &#8211; From Vision to Healthcare Excellence</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49965" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06330-scaled.webp" alt="The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 424" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06330-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06330-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06330-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06330-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06330-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06330-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ Chief Executive Officer จาก </b><a href="https://www.bumrungrad.com/en" target="_blank" rel="noopener"><b>Bumrungrad International Hospital</b></a><span style="font-weight: 400;"> ชวนให้ HR มอง Wellbeing ในมุมที่กว้างกว่าเดิม ผ่านประสบการณ์ขององค์กรด้านสุขภาพที่ต้องดูแลทั้งคนไข้ พนักงาน และบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมาก ท่ามกลางความท้าทายที่หนักขึ้นทุกปี ทั้งภาวะขาดแคลนแรงงาน การทำงานที่ถูกกดดันให้ lean ขึ้นจากการเข้ามาของ AI รวมถึงภาวะหมดไฟที่เกิดขึ้นกับคนทำงานจำนวนมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อบุคลากรในระบบสุขภาพต้องรับมือกับความต้องการด้าน Healthcare ที่เพิ่มขึ้น การดูแลคนจึงไม่อาจหยุดอยู่แค่การรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่ต้องเริ่มจากการป้องกัน ดูแล และเข้าใจความเสี่ยงด้านสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในประเด็นสำคัญที่บำรุงราษฎร์ให้ความสำคัญคือ การเปลี่ยนบทบาทของโรงพยาบาลจากสถานที่รักษาโรค ไปสู่การเป็นศูนย์กลางของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยใช้ข้อมูล Big Data เข้ามาช่วยวิเคราะห์และทำนายความเสี่ยงก่อนที่ปัญหาสุขภาพจะเกิดขึ้นจริง แนวคิดนี้สะท้อนผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันที่ช่วยมอนิเตอร์สุขภาพของทั้งคนไข้และพนักงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมถึงการนำแนวคิด Biological Age หรืออายุชีวภาพมาใช้เปรียบเทียบกับอายุจริง เพื่อให้คนเห็นภาพสุขภาพของตัวเองชัดขึ้นว่า ร่างกายกำลังแก่หรืออ่อนกว่าวัยเพียงใด โดยพิจารณาจากหลายตัวชี้วัดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยรวม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บำรุงราษฎร์มองว่าสุขภาวะที่ดีไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่ประกอบขึ้นจากหลายมิติ โดยมี 6 เสาหลักสำคัญ ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การออกกำลังกาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความเครียด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความสัมพันธ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การนอนหลับ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การใช้สารต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อร่างกาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และโภชนาการ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองสุขภาพผ่านกรอบนี้ องค์กรจะเห็นชัดขึ้นว่าการดูแลพนักงานต้องครอบคลุมทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิต สภาพแวดล้อมในการทำงาน และระบบสนับสนุนที่ช่วยให้คนดูแลตัวเองได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกแนวทางที่น่าสนใจคือการนำทีม Allied Health เข้ามาร่วมดูแลสุขภาพ ผ่านบริการ Comprehensive Teleconsultation for Employee Wellbeing เพื่อให้พนักงานได้รับคำแนะนำที่เหมาะกับปัญหาและเป้าหมายสุขภาพของตัวเองมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ทำให้แนวคิดเหล่านี้จับต้องได้ คือการเปลี่ยน Wellbeing ให้กลายเป็นกิจกรรมและระบบที่พนักงานมีส่วนร่วมจริง เช่น Step Challenge Campaign ที่ชวนพนักงานแข่งกันเดินและนับก้าวแบบรายแผนก จนเกิดผลลัพธ์รวมมากกว่า 838 ล้านก้าว หรือแคมเปญลดน้ำหนักที่ช่วยให้พนักงานบางคนลดน้ำหนักได้ถึง 15 กิโลกรัม กิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้มีคุณค่าแค่การสร้างสีสันในองค์กร แต่ยังทำให้พนักงานเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน HR ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่ได้มาตรฐาน เพื่อนำไปมอนิเตอร์ภาพรวมของพนักงาน เช่น ค่า BMI โดยพบว่าพนักงาน 55.06% อยู่ในเกณฑ์ปกติ และยังสามารถดูต่อได้ว่าช่วงอายุใดมีความเสี่ยงเรื่องน้ำหนักเกินหรือน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มากเป็นพิเศษ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การมีแพลตฟอร์มที่ช่วยในการมอนิเตอร์ ช่วยเราได้ดีมาก มิฉะนั้นแล้วเราจะช่วยเหลือพนักงาน และสร้าง Wellbeing ที่ดีไม่ได้เลย”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้นำไปสู่ Wellbeing Framework ของบำรุงราษฎร์ที่ครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><strong>Physical</strong> การดูแลความปลอดภัยในที่ทำงาน มาตรการป้องกันการติดเชื้อ และการตรวจสุขภาพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><strong>Social</strong> การสร้างความสัมพันธ์ผ่านกิจกรรมทีมและการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางวัฒนธรรม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><strong>Mental</strong> การดูแลความเครียด นโยบายต่อต้านการคุกคาม และการสนับสนุนด้านการแก้ไขความขัดแย้ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><strong>Financial</strong> การดูแลค่าตอบแทน สวัสดิการสุขภาพ สิทธิประโยชน์พิเศษ รวมถึงการสนับสนุนด้านการวางแผนการเงินส่วนบุคคล </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">Wellbeing ที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยทั้งวิสัยทัศน์ เทคโนโลยี ข้อมูล และการออกแบบประสบการณ์ที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กรดูแลเขาในฐานะคน ไม่ใช่แค่แรงงานหนึ่งตำแหน่งในระบบการทำงานเท่านั้น</span></p>
<h2><b>Strategic Insights and Trends in Holistic Wellbeing: พลิกบทบาทความอยู่ดีมีสุข จาก &#8216;ทางเลือก&#8217; สู่ &#8216;หัวใจสำคัญ&#8217; ของความสำเร็จทางธุรกิจ</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49966" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06510-scaled.webp" alt="The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 425" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06510-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06510-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06510-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06510-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06510-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06510-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>นภัส ศิริวรางกูร Managing Director จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><b>Hewitt Consulting</b></a><span style="font-weight: 400;"> อธิบายว่า Wellbeing กำลังเป็นกระแสในแวดวง HR เพราะองค์กรที่จะเติบโตได้ดีและยั่งยืน ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างรอบด้าน ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ความสัมพันธ์ การเงิน สมดุลชีวิตการทำงาน ความรู้สึกมีคุณค่า ไปจนถึงความหมายของการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการเก็บข้อมูลผ่าน </span><b>People Outperform Index (POI)</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>Employee Experience Survey (EES)</b><span style="font-weight: 400;"> ในปี 2025 ครอบคลุม 76 องค์กร ใน 8 หมวดหมู่ Hewitt Consulting พบประเด็นที่น่าสนใจมากว่า Holistic Wellbeing เป็นหัวข้อที่มีระดับ Outperform ต่ำทีเดียว ตัวเลขนี้สะท้อนว่า แม้หลายองค์กรจะพูดถึงและให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ พยายามจัดกิจกรรม และมีนโยบายดูแลพนักงานมากขึ้น แต่การทำให้มันกลายเป็นระบบที่เสริมสร้าง Employee Engagement, Employee Experience อาจยังต้องพัฒนาอีกมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในข้อค้นพบสำคัญคือ องค์กรที่ให้ความสำคัญกับ Wellbeing จริงจัง มักมีระดับความผูกพันของพนักงานสูงกว่าองค์กรทั่วไปอย่างชัดเจน โดยกลุ่มองค์กรที่เป็น Top 10 Outperformers จะทำคะแนนได้ดีในมิติของสุขภาพกาย ใจ สังคม การเงิน Work-Life, Emotional และ Spiritual Wellbeing โดยเฉพาะมิติ Spiritual หรือความรู้สึกว่าการทำงานมีความหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่องค์กรกลุ่มผลงานโดดเด่นให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลที่ตามมาคือ Engagement Score ของกลุ่ม Outperformers อยู่ที่ 83% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศไทยที่ 68% และสะท้อนออกมาผ่านพฤติกรรมสำคัญของพนักงาน เช่น ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ความภาคภูมิใจ ความพยายาม ความสามารถในการเติบโต และการมองเห็น Purpose ในงานที่ทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกอินไซต์ที่น่าสนใจคือ พนักงานในองค์กรสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มค่อนข้างชัดเจน กลุ่มแรกคือ </span><b>Advocate</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งคิดเป็น 73% เป็นคนที่มองว่าองค์กรทำเรื่อง Wellbeing ได้ดีแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนอีก 27% คือกลุ่มที่มีความเสี่ยง กลุ่มนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากการเรียกร้องเรื่องการเรียนรู้ การเติบโต หรือโอกาสใหม่ ๆ มากนัก แต่ต้องการให้องค์กรเข้ามาช่วยบรรเทาปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ก่อน เพราะความเครียดที่สะสมทำให้พวกเขามีแนวโน้มตอบคำถามเชิงลบมากกว่ากลุ่มอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังช่วยประคองพนักงานกลุ่มนี้ไว้ได้คือทีมและเพื่อนร่วมงาน ความสัมพันธ์ที่ดีในทีมยังทำให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าอยู่บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองลึกลงไปในแต่ละกลุ่มคน Hewitt พบว่า </span><b>Gen Z เป็นกลุ่มที่มีภาวะ Burnout สูงที่สุด อยู่ที่ 38%</b><span style="font-weight: 400;"> และต้องการการสนับสนุนจากองค์กรเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการมี Mentor ที่ช่วยเรื่องการเติบโตและทิศทางอาชีพ ขณะที่กลุ่ม Key Talent ต้องการให้หัวหน้าช่วยดูแลเรื่อง Workload ความยืดหยุ่นในการทำงาน และค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับแรงกายแรงใจที่ทุ่มเทลงไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกกลุ่มที่น่าจับตาคือ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220916-middlemanagement/">Middle Management</a> ซึ่งมีระดับ Holistic Wellbeing ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับผู้นำระดับอื่น เพราะต้องรับแรงกดดันจากทั้งผู้บริหารและทีมงาน กลายเป็นคนกลางที่ต้องผลักงาน แก้ปัญหา และประคองคนไปพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อค้นพบสุดท้ายชี้ให้เห็นว่า องค์กรที่จะชนะในอนาคตคือองค์กรที่สามารถสร้าง </span><b>Energy Multiplier</b><span style="font-weight: 400;"> หรือคนที่ส่งพลังบวกและช่วยเติมแรงให้คนรอบข้างได้ โดยองค์กรที่อยู่ในกลุ่ม Outperformers จะมี Energy Multiplier มากถึง 28% แม้อาจยังไม่ได้เกินครึ่ง และยังไม่มีองค์กรใดปลอดจาก Burnout แบบ 100% แต่ก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีว่าจะมีคนพลังบวกเหล่านี้ ส่งต่อพลังบวกให้มากขึ้นตามไปด้วย</span></p>
<p><strong><i>“เมื่อ Holistic Wellbeing ถูกออกแบบอย่างจริงจัง พนักงานจะมีความพร้อมมากขึ้น และความพร้อมนั้นจะนำไปสู่ Sustainable Outperformance ที่ช่วยให้องค์กรเติบโตได้ในระยะยาว”</i></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47977" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 181" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>Series of Keynote: Technology &amp; Solutions Showcase: Real Use Cases in Action ถอดรหัสการสร้างสมดุล กาย-ใจ-การเงิน เพื่อสวัสดิการที่ตอบโจทย์ชีวิตพนักงานยุคใหม่</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49967" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06602-scaled.webp" alt="The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 426" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06602-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06602-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06602-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06602-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06602-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06602-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b><a href="https://th.hrnote.asia/story/phayathai-paolo-hr-240423/">สุภาพร บัญชาจารุรัตน์</a> Executive Director Human Resources</b><span style="font-weight: 400;"> จาก </span><a href="https://www.phyathai.com/th" target="_blank" rel="noopener"><b>Phyathai</b></a><b> &amp; </b><a href="https://www.paolohospital.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Paolo Hospital Group</b></a><span style="font-weight: 400;"> ชวนมอง Holistic Wellbeing ให้ลึกกว่าภาพจำเดิม ๆ ว่าเป็นเพียงการชวนพนักงานมาออกกำลังกาย ทำกิจกรรมสุขภาพ หรือจัดโปรแกรมดูแลร่างกายเป็นครั้งคราว เพราะสุขภาวะที่ดีเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนทำงานรอบด้าน ตั้งแต่กาย ใจ การเงิน สภาพแวดล้อม ไปจนถึงบทบาทของผู้นำที่ต้องเข้าใจเรื่องนี้ด้วย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากผู้นำยังมอง Wellbeing เป็นภาระหรือกิจกรรมเสริม HR ก็ยากที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เกิดผลจริงในองค์กร”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Phyathai &amp; Paolo Hospital Group พบว่าสุขภาพของพนักงานเป็นหนึ่งใน KPI สำคัญของ HR และองค์กร เพราะการมีสุขภาพที่ดีส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ประสิทธิภาพการทำงาน และความสามารถในการอยู่กับองค์กรในระยะยาว โมเดลที่โรงพยาบาลใช้คือ </span><b>Healthy Together Model</b> <b>ภายใต้แนวคิดการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการค้นหาปลายทางของสุขภาพที่ดีที่สุด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นจึงไม่ใช่การรอให้พนักงานป่วยแล้วค่อยรักษา แต่ต้องช่วยให้พนักงานรู้เท่าทันความเสี่ยงของตัวเอง และปรับพฤติกรรมก่อนปัญหาสุขภาพจะลุกลาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลที่น่ากังวลคือ พนักงานราว 1 ใน 4 มีความเสี่ยงสูงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เช่น เบาหวาน โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง โดยสาเหตุสำคัญไม่ได้มาจากตัวโรคเพียงอย่างเดียว แต่มาจากพฤติกรรมที่ทำซ้ำทุกวัน ทั้งการกิน การนอน การเคลื่อนไหวร่างกาย ความเครียด และสภาพแวดล้อมรอบตัว ปัจจัยเหล่านี้ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อเจอกับเศรษฐกิจชะลอตัว สังคมสูงวัย มลพิษที่สูงขึ้น ความตื่นตัวด้านสุขภาพ สุขภาพพนักงานที่ถดถอย ผลิตภาพการทำงานที่ลดลง ต้นทุน Healthcare ที่เพิ่มขึ้น และความท้าทายด้านการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามคือ ต้นทุนสุขภาพของพนักงานไม่ได้มีแค่ค่ารักษาพยาบาลที่เห็นเป็นตัวเลขตรง ๆ เช่น ค่ารักษาและค่ายา ซึ่งคิดเป็นเพียงประมาณ 30% ของต้นทุนทั้งหมด แต่อีก 70% เป็น Indirect Cost เช่น การขาดงาน และการมาทำงานทั้งที่สุขภาพกายใจไม่พร้อม ซึ่งอาจกระทบ Productivity มากกว่าที่องค์กรคิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อจัดการปัญหานี้อย่างเป็นระบบ โรงพยาบาลในเครือได้ทำ MOU กับโรงพยาบาลโอเรกอน และพัฒนาแบบประเมิน Self Assessment เพื่อช่วยสำรวจสุขภาวะของพนักงานในหลายมิติ ตั้งแต่การกิน การนอน ความจำ ความหุนหันพลันแล่น การมีสติ ประสิทธิภาพในการทำงาน พฤติกรรมเสี่ยง การออกกำลังกาย คุณภาพชีวิต ความสุข ความพึงพอใจ ไปจนถึงอาการปวดคอ บ่า ไหล่ จากการใช้เก้าอี้ทำงานที่ไม่เหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลที่ได้จะถูกสรุปออกมาเป็นรีพอร์ต 2 เล่ม เล่มแรกช่วยให้องค์กรเห็นภาพความเสี่ยงของพนักงาน แยกได้ตามเพศ อายุ กลุ่มงาน หรืออาชีพที่มีความเสี่ยงสูง ส่วนอีกเล่มจะสะท้อนเรื่อง </span><b>Health Productivity Management</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้องค์กรเห็นว่า สุขภาพของพนักงานกำลังส่งผลต่อ Productivity อย่างไรบ้าง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“HR ไม่สามารถขับเคลื่อน Holistic Wellbeing ได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ต้องทำงานใกล้ชิดกับ CEO และทำให้ผู้บริหารเข้าใจข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ให้ครบถ้วน แม้งานนี้อาจเหนื่อยและต้องใช้เวลา แต่ HR ไม่ควรท้อ เพราะการดูแลคนคือภารกิจที่ส่งผลต่ออนาคตขององค์กรโดยตรง</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ขณะเดียวกัน ข้อมูลสุขภาพของพนักงานต้องถูกใช้อย่างระมัดระวัง ไม่ใช่เพื่อตัดสิน ลงโทษ หรือสร้างความกลัว แต่ควรใช้เพื่อออกแบบการดูแลที่เหมาะสม สร้างสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นในองค์กร</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“และคำถามที่ว่า HR ดูแลพนักงาน แล้วใครดูแล HR คำตอบอยู่ที่ความไว้วางใจจากพนักงานนั่นเอง  เพราะเมื่อพนักงานเชื่อว่า HR ใช้ข้อมูลเพื่อดูแลพวกเขาจริง ความไว้วางใจนั้นจะกลายเป็นพลังสำคัญที่พาองค์กรไปสู่ความยั่งยืนได้ในระยะยาว”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การทำให้คนทำงานสบายใจเรื่องเงิน อาจเป็นหนึ่งในวิธีดูแล Wellbeing ที่ทรงพลังที่สุดขององค์กรยุคใหม่”</span></i></p>
<hr />
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49968" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07328-scaled.webp" alt="The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 427" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07328-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07328-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07328-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07328-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07328-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07328-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ<strong> ศักดา สรรพปัญญาวงศ์ Co-Founder &amp; CEO จาก </strong></span><strong><a href="https://www.avenger-planner.com/" target="_blank" rel="noopener">บลป. อเวนเจอร์ แพลนเนอร์ จำกัด</a></strong><span style="font-weight: 400;"> ชวนมอง “สุขภาพการเงิน” เป็นอีกเสาหลักสำคัญของ Holistic Wellbeing เพราะปัญหาเรื่องเงินมักเป็นต้นตอเงียบ ๆ ของความเครียด พฤติกรรมแปลก ๆ บรรยากาศที่ไม่ดีในที่ทำงาน ไปจนถึงปัญหารุนแรงที่อาจกระทบชีวิตพนักงานโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรช่วยให้พนักงานรับมือเรื่องเงินได้ดีขึ้น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นย่อมสะท้อนกลับมาถึงทั้งคุณภาพชีวิตของคนทำงาน ความสบายใจในการทำงาน และบรรยากาศโดยรวมขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศักดาอธิบายว่า หลายองค์กรพยายามแก้ปัญหาการเงินของพนักงานด้วยการจัดอบรมเป็นครั้ง ๆ เชิญผู้เชี่ยวชาญมาสอน ทำแบบประเมิน แล้ววนกลับมาทำแบบเดิมทุกปี วิธีนี้มีประโยชน์ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่เพียงพอ เพราะพนักงานแต่ละคนมีปัญหาการเงินไม่เหมือนกัน บางคนมีหนี้ บางคนไม่มีเงินสำรอง บางคนยังไม่รู้จะเริ่มวางแผนอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญคือ คนที่มีปัญหาจริงอาจไม่กล้าเข้าร่วมอบรม หรือรู้สึกว่าต่อให้เรียนไปก็เปลี่ยนชีวิตไม่ได้ องค์กรจึงต้องเข้าใจให้ชัดก่อนว่า พนักงานติดขัดเรื่องเงินตรงไหน แล้วออกแบบการช่วยเหลือให้ตรงจุดมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จิ๊กซอว์สำคัญของการดูแลสุขภาพการเงินพนักงานมี 3 ชิ้น</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>พาพนักงานเข้าสู่การเรียนรู้เรื่องการเงินให้ได้ โดยไม่รอให้ทุกคนตื่นตัวเอง</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะบางครั้งคนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด อาจเป็นคนที่ไม่กล้าเริ่มต้น องค์กรควรเริ่มจากหลักสูตรกว้าง ๆ เพื่อสร้างพื้นฐานร่วมกัน แล้วค่อยต่อยอดไปสู่การเรียนรู้เฉพาะเรื่องตามความต้องการของพนักงานแต่ละกลุ่ม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับขอคำปรึกษา</b><span style="font-weight: 400;"> คล้าย “ห้องพยาบาลทางการเงิน” ที่พนักงานสามารถพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญได้อย่างสบายใจ ไม่มีข้อผูกมัด และไม่มีการเสนอขายสินค้าใด ๆ พื้นที่แบบนี้ช่วยลดกำแพงความกลัว และทำให้พนักงานรู้สึกว่าการขอความช่วยเหลือเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องน่าอาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดูแลอย่างต่อเนื่องโดยนักวางแผนการเงินมืออาชีพ</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะการแก้ปัญหาเงินไม่จบลงหลังฟังบรรยาย 1 ครั้ง แต่ต้องมีคนช่วยพาพนักงานลงมือทำจริง ตั้งแต่การจัดการหนี้ วางแผนเงินสำรอง วางแผนประกัน ลงทุน ไปจนถึงเป้าหมายชีวิตระยะยาว</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ 3 กระบวนการนี้เกิดขึ้นซ้ำอย่างต่อเนื่อง สุขภาพการเงินจะค่อย ๆ กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร ไม่ใช่แค่กิจกรรมฝึกอบรมประจำปี พนักงานใหม่ที่เข้ามาจะซึมซับวิธีคิดเรื่องเงินที่ดี และพนักงานเดิมจะรู้สึกว่าองค์กรไม่ได้มองข้ามความกังวลที่กระทบชีวิตของพวกเขาจริง ๆ </span></p>
<hr />
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49969" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07417-scaled.webp" alt="The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 428" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07417-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07417-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07417-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07417-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07417-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07417-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ณัฐธิดา สงวนสิน Managing Director &amp; Co-Founder จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/210">BUZZEBEES</a></b><span style="font-weight: 400;"> เล่าประสบการณ์ขององค์กรที่เติบโตขึ้นมาเป็นหนึ่งใน Reward Network ขนาดใหญ่ของ Southeast Asia และนำความเชี่ยวชาญเรื่องรางวัลกับแรงจูงใจมาช่วยตอบโจทย์ HR ในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอชี้ให้เห็นว่า หลายองค์กรกำลังเผชิญปัญหาคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานมาทำงานแบบผ่านไปวัน ๆ กิจกรรมภายในจัดแล้วไม่มีคนเข้าร่วม หรือวัฒนธรรมองค์กรที่พยายามสื่อสารเท่าไรก็ยังเข้าถึงพนักงานได้ยาก ปัญหาเหล่านี้สะท้อนว่า การสร้าง Engagement ในองค์กรไม่สามารถอาศัยแค่การสื่อสารหรือการจัดกิจกรรมแบบเดิม ๆ ได้เสมอไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยกระตุ้นพนักงานได้ดีคือ Reward เพราะรางวัลมีพลังในการดึงคนให้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เมื่อมีกิจกรรมแล้วมีสิ่งจูงใจที่เหมาะสม พนักงานมักเปิดใจเข้าร่วมมากขึ้น แต่ความท้าทายอยู่ที่ HR ไม่ได้มีหน้าที่เดียวในองค์กร ต้องดูแลงานหลากหลาย ตั้งแต่กิจกรรมภายใน การสื่อสารองค์กร สวัสดิการ ไปจนถึงงานประจำอีกจำนวนมาก การเลือกรางวัลให้ถูกใจพนักงานจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องคิดว่าจะให้อะไร ใครจะชอบหรือไม่ชอบ ต้องจัดซื้ออย่างไร และบางครั้งรางวัลที่องค์กรลงทุนไปก็อาจแพงเกินไปในสายตาผู้บริหาร หรือไม่ตรงใจพนักงานเท่าที่ควร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">BUZZEBEES จึงนำแนวคิด Point-based Reward System เข้ามาช่วยให้องค์กรดูแลเรื่องนี้ได้ง่ายขึ้น หลักการคือ เมื่อพนักงานเข้าร่วมกิจกรรม ทำพฤติกรรมที่องค์กรอยากส่งเสริม หรือมีส่วนร่วมกับวัฒนธรรมองค์กร ก็จะได้รับแต้มสะสม เพื่อนำไปแลกของรางวัลที่ตัวเองต้องการได้ วิธีนี้ช่วยเปลี่ยน Reward จากของที่องค์กรเลือกให้ฝ่ายเดียว ไปสู่ระบบที่พนักงานเลือกสิ่งที่เหมาะกับชีวิตตัวเองได้จริง ใครอยากได้ประกันก็ใช้แต้มแลกประกัน ใครอยากได้ส่วนลดช้อปปิ้งหรือสิทธิประโยชน์จากแพลตฟอร์มต่าง ๆ ก็เลือกได้ตามความต้องการของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้ยิ่งสำคัญเมื่อหลายองค์กรเจอปัญหาพนักงานเข้ามาทำงานแล้วลาออกเร็ว โดยเฉพาะช่วงที่รูปแบบการทำงานออนไลน์ทำให้ความผูกพันกับองค์กรลดลง BUZZEBEES เองก็เคยเจอความท้าทายลักษณะนี้ และพบว่าการใช้ระบบแต้มกับรางวัลช่วยสร้าง Engagement ได้ดีขึ้น เพราะพนักงานรู้สึกว่าการมีส่วนร่วมกับองค์กรให้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และรางวัลที่ได้รับก็เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของตัวเอง สำหรับ HR ระบบแบบนี้ช่วยลดภาระในการจัดหารางวัล เพิ่มความยืดหยุ่นในการดูแลพนักงาน และทำให้การสร้างแรงจูงใจเกิดขึ้นได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/210?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47932" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 138" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>Mini Workshop : Practical Tools for Building a Flexible Benefits Model ออกแบบสวัสดิการที่ &#8216;ใช่&#8217; เพื่อสร้างองค์กรในฝันด้วยมือคุณ</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49970" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07617-scaled.webp" alt="The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 429" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07617-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07617-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07617-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07617-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07617-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07617-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรกำลังปวดหัวร่วมกัน นั่นคือจะออกแบบสวัสดิการอย่างไรให้ดึงดูดพนักงาน ตอบโจทย์คนหลายกลุ่ม และยังควบคุมต้นทุนได้ในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>กสิณ สุตันติวรคุณ Co-founder ของ XEL Group</b> และ <a href="https://xen-studios.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>XenS Studio</b></a><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่าทุกครั้งที่พูดถึงสวัสดิการ หลายคนมักนึกถึงประกันสุขภาพเป็นอันดับแรก ทั้งผู้ใช้งานระบบ บริษัทประกัน และ Broker ที่อยู่ตรงกลาง แต่ในความเป็นจริง อีโคซิสเต็มของสวัสดิการกว้างกว่านั้นมาก และมีปัจจัยจำนวนมากที่ส่งผลต่อต้นทุนที่องค์กรต้องจ่ายทุกปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในคำถามสำคัญคือ เบี้ยประกันมาจากไหน และทำไมจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขปลายทางเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ต้นทุนค่ารักษาพยาบาล ความเสี่ยงของกลุ่มพนักงาน พฤติกรรมการใช้สวัสดิการ ไปจนถึงกำไรที่ผู้ให้บริการต้องคำนวณไว้ในระบบ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา อัตราค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 12-15% ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มที่เร็วมากเมื่อเทียบกับต้นทุนประเภทอื่น หากองค์กรไม่ทำอะไรเลย ต้นทุนสวัสดิการจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ และคุณค่าของสวัสดิการเดิมที่เคยมี ก็อาจถูกลดทอนลงตามต้นทุนที่แพงขึ้นในแต่ละปี”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริหารต้นทุนสวัสดิการจึงต้องมองเป็นระบบ โดยคุณกสิณเสนอ 3 เครื่องมือหลักที่องค์กรสามารถนำไปใช้ได้ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปรับโครงสร้าง Benefit</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นวิธีที่ทำได้เร็วที่สุด เห็นผลไว แต่เหมาะกับการแก้ปัญหาระยะสั้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปรับปรุงพฤติกรรมการใช้สวัสดิการของพนักงาน</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่การห้ามพนักงานป่วยหรือกีดกันการรักษา แต่ทำให้พนักงานมีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากขึ้น รู้จักเปรียบเทียบทางเลือก และมองเห็นความคุ้มค่าก่อนใช้สวัสดิการ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Build Long-term Health Culture</b><span style="font-weight: 400;"> สร้างวัฒนธรรมสุขภาพในระยะยาว เพื่อให้พนักงานดูแลตัวเองดีขึ้น ลดความเสี่ยง และช่วยให้องค์กรควบคุมต้นทุนได้อย่างยั่งยืน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ก่อนจะออกแบบสวัสดิการให้ดี องค์กรต้องเข้าใจข้อมูลพื้นฐานของตัวเองให้มากพอ โดยมี 5 มิติที่ควรนำมาวิเคราะห์ ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Claim Drivers</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อดูว่าเคลมส่วนใหญ่เกิดจากอะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Major Claims</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อประเมินโอกาสเกิดเคลมใหญ่ในปีต่อไป</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Top Symptoms</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อดูว่าอาการหรือโรคใดเกิดขึ้นบ่อยที่สุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Provider Behavior</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเข้าใจรูปแบบการคิดค่าบริการของโรงพยาบาล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Utilization Behavior</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อดูว่าพนักงานใช้สวัสดิการที่มีอยู่อย่างไร</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้องค์กรไม่ต้องออกแบบสวัสดิการจากการคาดเดา แต่สามารถวางแผนจากพฤติกรรมจริง ความเสี่ยงจริง และปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกโจทย์ใหญ่ของ HR คือจะทำให้สวัสดิการดึงดูดพนักงานที่มีความหลากหลายมากขึ้นได้อย่างไร เพราะแต่ละปีมีพนักงานเจนใหม่เข้ามา ขณะที่พนักงานรุ่นเดิมยังอยู่ในองค์กร ความคาดหวังของแต่ละกลุ่มจึงแตกต่างกัน บางคนให้ความสำคัญกับสุขภาพ บางคนสนใจการเงิน บางคนอยากได้สิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ หรือการเรียนรู้มากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิด <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/flexible-benefit-240214/">Flexible Benefits</a> จึงเข้ามาช่วยจัดระเบียบสวัสดิการให้ตอบโจทย์คนได้กว้างขึ้น โดยสามารถแบ่งเป็น 5 หมวดหลัก ๆ คือสุขภาพ การเงิน ประกันชีวิต ไลฟ์สไตล์ และการศึกษา เมื่อจัดหมวดหมู่ชัดเจน HR จะเห็นภาพมากขึ้นว่าสวัสดิการที่มีอยู่ครอบคลุมชีวิตพนักงานแค่ไหน และยังขาดอะไรที่ควรเติมเข้าไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Flexible Benefits ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือปรับพฤติกรรมได้ด้วย เช่น เปิดทางเลือกให้พนักงานร่วมจ่าย 500 บาทแรกเมื่อใช้สิทธิรักษาพยาบาล เพื่อให้เกิดการตัดสินใจอย่างรอบคอบก่อนใช้บริการ หรือออกแบบ Wellness Bonus ให้รางวัลกับพนักงานที่ตรวจสุขภาพแล้วมีผลลัพธ์ดีขึ้น วิธีเหล่านี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อลดสิทธิของพนักงาน แต่ช่วยให้ทุกคนเห็นคุณค่าของสวัสดิการ ใช้อย่างเหมาะสม และหันกลับมาดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ระบบจะได้ผลก็ต่อเมื่อองค์กรติดตามข้อมูลการใช้งานอย่างใกล้ชิด เพราะ</span><b>สวัสดิการที่ดีไม่ใช่สิ่งที่ออกแบบครั้งเดียวแล้วจบ แต่ต้องปรับอยู่เสมอตามต้นทุน พฤติกรรม และความต้องการที่เปลี่ยนไปของพนักงาน</b></p>
<h2><b>The Success Framework : From Strategic Design to Real-World Business Impact Integrating Health, Wealth, and Work for Sustainable Organizational Growth</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49971" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL08127-scaled.webp" alt="NOL08127 scaled" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 430" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL08127-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL08127-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL08127-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL08127-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL08127-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL08127-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวงเสวนาปิดท้ายงานเป็นการถอดบทเรียนความสำเร็จจากองค์กรชั้นนำ เพื่อหาวิธีคิดที่น่าสนใจ และเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละองค์กร ในการพยายามหาจุดสมดุลระหว่างความสุขของคน กับผลลัพธ์ของงานอย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเมื่อพูดถึงคำว่า “คนสำราญ งานสำเร็จ” ไม่มีใครตีความเหมือนกันเลย บางองค์กรให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น บางแห่งมองเรื่องสุขภาพการเงิน บางแห่งเชื่อว่าความเท่าเทียมและอิสระในการทำงาน คือรากฐานสำคัญที่ทำให้คนอยากอยู่กับองค์กรนานขึ้น</span></p>
<p><b>ดร.พาสุข โรจนกตัญญู Cluster HR Leader, SEA &amp; HR Director จาก </b><a href="https://www.dentsu.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Dentsu</b></a><span style="font-weight: 400;"> สะท้อนภาพของธุรกิจโฆษณาที่ “คน” เป็นต้นทุนหลักอย่างชัดเจน พวกเขามองว่า การดูแลพนักงานไม่ได้หมายถึงการเพิ่มสวัสดิการไปเรื่อย ๆ เพราะสุดท้ายสิ่งเหล่านั้นอาจย้อนกลับมาเป็นภาระให้พนักงานต้องทำงานหนักกว่าเดิมเพื่อแลกกับต้นทุนที่องค์กรจ่ายเพิ่ม สิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องการกลับเรียบง่ายกว่านั้น หลายคนเลือก “พอดี” มากกว่า “มากเกินไป” ขอเพียงมีเวลาหายใจ มีเวลาจัดการชีวิตตัวเอง และยังทำงานได้ดีไปพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณ </span><b>นรัตว์ ยุวนะเตมีย์ Vice President – People Solutions Design จาก </b><a href="https://www.banpu.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>BANPU</b></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมพลังงาน ก็มองเรื่องนี้คล้ายกันในอีกมุม พวกเขาให้อิสระกับการทำงานมานานหลายสิบปี ทั้ง Work From Home และ Work From Anywhere เพราะเข้าใจว่าชีวิตคนทำงานแต่ละประเทศ แต่ละหน้าที่ ไม่มีทางเหมือนกันทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณ </span><b>สรัสวดี คุปตพงศ์ Chief People Officer จาก </b><a href="https://www.krungthai-axa.co.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>KT-AXA</b></a><span style="font-weight: 400;"> พูดถึง Wellbeing ว่าเราต้องมองมันให้รอบด้านมากกว่าเรื่องสุขภาพกายหรือใจอย่างเดียว แต่รวมถึงเรื่องการเงินด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะต่อให้สุขภาพดีแค่ไหน หากพนักงานกังวลเรื่องการเงิน ชีวิตก็ยังไม่สมดุลอยู่ดี นั่นทำให้องค์กรจึงพยายามสร้างระบบดูแลที่เชื่อมโยงกันทั้งเรื่องสุขภาพ การเงิน วัฒนธรรมองค์กร และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยสิ่งสำคัญคือความต่อเนื่อง ไม่ใช่จัดกิจกรรมครั้งคราวแล้วจบ แต่ต้องทำให้การดูแลพนักงานกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีทำงานในทุกวัน พนักงานจึงจะรู้สึกได้จริงว่าองค์กรใส่ใจ ไม่ใช่แค่สื่อสารภาพลักษณ์สวยงามออกไปภายนอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่หลายคนพูดตรงกันคือ ความยืดหยุ่นกลายเป็นเรื่องพื้นฐานของการทำงานยุคนี้ไปแล้ว ผู้นำของ Dentsu ยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่า พนักงานแต่ละคนมีภาระชีวิตต่างกัน บางคนต้องดูแลพ่อแม่ บางคนเลี้ยงสัตว์ บางวันลูกป่วย บางวันตัวเองไม่พร้อม หากองค์กรยังใช้กฎเดียวกับทุกคนทั้งหมด ความเครียดก็จะสะสมโดยไม่จำเป็น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“องค์กรสามารถกำหนดเป้าหมายและมาตรฐานงานให้ชัดได้ แต่เปิดพื้นที่ให้แต่ละคนเลือกวิธีทำงานที่เหมาะกับชีวิตตัวเอง”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนผู้นำ HR ของ บ้านปูให้ความสำคัญกับระบบประเมินผลและการพัฒนาทักษะควบคู่กันไป เพราะ Productivity จะเกิดขึ้นได้ คนทำงานต้องรู้จักตัวเอง มีวินัย และมีอิสระพอที่จะจัดการงานในแบบของตัวเองด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงท้ายของเสวนา บทสนทนาเรื่อง AI กลายเป็นอีกหัวข้อที่ทุกคนสนใจ เพราะความกังวลเรื่องอนาคตการทำงานเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ Dentsu มองว่า AI เป็นเพียงอีกหนึ่งการเปลี่ยนผ่านเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา มนุษย์เคยปรับตัวจากการทำงานแบบเดิมมาแล้วหลังโควิด และครั้งนี้ก็เช่นกัน พวกเขาเชื่อว่าความกลัวจำนวนมากเกิดจากการยังไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนรัตว์เองก็ยอมรับตรง ๆ ว่า AI จะกระทบกับคนทำงานระดับเริ่มต้นและงานที่ทำซ้ำเป็นหลัก คนทำงานจึงต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ รวมถึงผู้นำองค์กรเองก็ต้องเข้าใจเทคโนโลยีมากพอที่จะนำไปใช้ต่อยอดได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่มีองค์กรไหนพูดถึง AI ในฐานะผู้ร้ายที่จะมาแทนมนุษย์ทั้งหมด คุณสรัสวดีย้ำชัดว่า งานบริการบางอย่างยังต้องการความเป็นมนุษย์อยู่เสมอ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการความเข้าใจมากกว่าคำตอบอัตโนมัติ สิ่งที่องค์กรควรทำจึงไม่ใช่ปล่อยให้พนักงานกังวลล่วงหน้า แต่ต้องเตรียมทักษะใหม่ให้พวกเขาก่อนวันที่โลกการทำงานเปลี่ยนจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสรุปของวงเสวนาครั้งนี้จึงอาจไม่ใช่สูตรสำเร็จเรื่อง Wellbeing หรือ AI หากเป็นการย้ำว่า </span><b>องค์กรที่เติบโตได้ดี มักเริ่มจากการเข้าใจชีวิตของคนทำงานอย่างจริงใจ และยอมปรับวิธีคิดของตัวเองให้ทันความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</b></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/the-future-of-holistic-wellbeing-summit-2026-260520/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิวัฒนาการสวัสดิการพนักงาน: จากสิทธิขั้นต่ำ สู่กุญแจสำคัญในการดูแลและดึงดูดพนักงาน (The Evolution of Employee Benefits)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/the-evolution-of-employee-benefits-260517/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/the-evolution-of-employee-benefits-260517/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 17 May 2026 15:01:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิการ]]></category>
		<category><![CDATA[Employee Benefits]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49931</guid>

					<description><![CDATA[ประกันสุขภาพ วันลาพักร้อน หรือโบนัสปลายปี คือสวัสดิการพนักงาน (Employee Benefits) ที่หลายคนอาจนึกถึงก่อนเป็นอันดับแรก บางคนมองว่ามันคือของแถมจากนายจ้าง บางคนมองว่าเป็นเครื่องมือดึงดูดคนเก่ง แต่ถ้าย้อนดูประวัติศาสตร์จริงจัง จะพบว่าสวัสดิการพนักงานเป็นภาพสะท้อนว่าแต่ละช่วงเวลา สังคมและองค์กรเข้าใจชีวิตคนทำงานลึกซึ้งระดับใด มิใช่แค่สินน้ำใจจากนายจ้างธรรมดา ในแต่ละยุคสมัย ความหมายของสวัสดิการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จากการช่วยเหลือกันเองในกลุ่มอาชีพ ขยับสู่การคุ้มครองแรงงานในโรงงาน การรับรองสิทธิขั้นต่ำโดยรัฐ สวัสดิการเพื่อรักษาคนขององค์กร และปัจจุบันก็ขยายขอบเขตถึงสุขภาพจิต สวัสดิการยืดหยุ่น ความมั่นคงทางการเงิน รวมถึงการพัฒนาทักษะเพื่ออนาคต หลายสิทธิที่คนทำงานคุ้นเคยทุกวันนี้ ล้วนมีที่มาจากการต่อสู้ การเรียกร้อง และบทเรียนเจ็บปวดจากสภาพการทำงานในอดีต HREX จึงอยากชวนทุกท่านย้อนกลับไปดูว่า วิวัฒนาการ ตั้งแต่ก่อนมีโรงงานอุตสาหกรรม จนถึงวันที่สวัสดิการกลายเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการบริหารคนนั้น ประวัติศาสตร์โลกการทำงานเปลี่ยนไปแค่ไหน แล้วปัจจุบันเป็นอย่างไร ก่อนอุตสาหกรรมเบ่งบาน: จุดเริ่มต้นของการประคองชีวิตคนทำงาน ย้อนกลับไปก่อนถึงอุตสาหกรรม โลกยังไม่มีสวัสดิการพนักงานตามความหมายปัจจุบัน ถึงกระนั้น คนทำงานก็ยังได้รับการดูแลในรูปแบบอื่น ยุโรปยุคกลาง กลุ่มช่างฝีมือจำนวนมากรวมตัวกันเป็นสมาคมหรือ Guild นอกจากทำหน้าที่ควบคุมคุณภาพงาน สมาคมยังช่วยเหลือสมาชิกยามลำบาก ทั้งเวลาเจ็บป่วย ชรา ไปจนถึงเสียชีวิต บางครั้งครอบคลุมถึงการดูแลครอบครัวที่เหลืออยู่ด้วย แรงงานจำนวนมากยังได้รับค่าตอบแทนบางส่วนเป็นอาหาร ที่พัก หรือของใช้จำเป็น มากกว่าการรับเป็นเงินสดทั้งหมด สิ่งเหล่านี้อาจยังไม่ตรงตามมาตรฐานปัจจุบัน แต่ก็ถือเป็นต้นแบบของการดูแลแรงงานช่วงที่รัฐยังไม่เข้ามารับรองความมั่นคงขั้นพื้นฐาน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49934" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-22.webp" alt="Evolution of Employee Benefits" width="600" height="370" title="วิวัฒนาการสวัสดิการพนักงาน: จากสิทธิขั้นต่ำ สู่กุญแจสำคัญในการดูแลและดึงดูดพนักงาน (The Evolution of Employee Benefits) 436" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-22.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-22-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ประกันสุขภาพ วันลาพักร้อน หรือโบนัสปลายปี คือสวัสดิการพนักงาน (Employee Benefits) ที่หลายคนอาจนึกถึงก่อนเป็นอันดับแรก บางคนมองว่ามันคือของแถมจากนายจ้าง บางคนมองว่าเป็นเครื่องมือดึงดูดคนเก่ง แต่ถ้าย้อนดูประวัติศาสตร์จริงจัง จะพบว่าสวัสดิการพนักงานเป็นภาพสะท้อนว่าแต่ละช่วงเวลา สังคมและองค์กรเข้าใจชีวิตคนทำงานลึกซึ้งระดับใด มิใช่แค่สินน้ำใจจากนายจ้างธรรมดา</p>
<p>ในแต่ละยุคสมัย ความหมายของสวัสดิการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จากการช่วยเหลือกันเองในกลุ่มอาชีพ ขยับสู่การคุ้มครองแรงงานในโรงงาน การรับรองสิทธิขั้นต่ำโดยรัฐ สวัสดิการเพื่อรักษาคนขององค์กร และปัจจุบันก็ขยายขอบเขตถึงสุขภาพจิต สวัสดิการยืดหยุ่น ความมั่นคงทางการเงิน รวมถึงการพัฒนาทักษะเพื่ออนาคต</p>
<p>หลายสิทธิที่คนทำงานคุ้นเคยทุกวันนี้ ล้วนมีที่มาจากการต่อสู้ การเรียกร้อง และบทเรียนเจ็บปวดจากสภาพการทำงานในอดีต HREX จึงอยากชวนทุกท่านย้อนกลับไปดูว่า วิวัฒนาการ ตั้งแต่ก่อนมีโรงงานอุตสาหกรรม จนถึงวันที่สวัสดิการกลายเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการบริหารคนนั้น ประวัติศาสตร์โลกการทำงานเปลี่ยนไปแค่ไหน แล้วปัจจุบันเป็นอย่างไร</p>

<h2>ก่อนอุตสาหกรรมเบ่งบาน: จุดเริ่มต้นของการประคองชีวิตคนทำงาน</h2>
<p>ย้อนกลับไปก่อนถึงอุตสาหกรรม โลกยังไม่มีสวัสดิการพนักงานตามความหมายปัจจุบัน ถึงกระนั้น คนทำงานก็ยังได้รับการดูแลในรูปแบบอื่น</p>
<p>ยุโรปยุคกลาง กลุ่มช่างฝีมือจำนวนมากรวมตัวกันเป็นสมาคมหรือ Guild นอกจากทำหน้าที่ควบคุมคุณภาพงาน สมาคมยังช่วยเหลือสมาชิกยามลำบาก ทั้งเวลาเจ็บป่วย ชรา ไปจนถึงเสียชีวิต บางครั้งครอบคลุมถึงการดูแลครอบครัวที่เหลืออยู่ด้วย แรงงานจำนวนมากยังได้รับค่าตอบแทนบางส่วนเป็นอาหาร ที่พัก หรือของใช้จำเป็น มากกว่าการรับเป็นเงินสดทั้งหมด</p>
<p>สิ่งเหล่านี้อาจยังไม่ตรงตามมาตรฐานปัจจุบัน แต่ก็ถือเป็นต้นแบบของการดูแลแรงงานช่วงที่รัฐยังไม่เข้ามารับรองความมั่นคงขั้นพื้นฐาน เพื่อช่วยให้คนทำงานรอดพ้นจากความไม่แน่นอนของชีวิต ทั้งยามเจ็บป่วย ชรา หรือสูญเสียเสาหลักของบ้าน ซึ่งนับเป็นรากฐานแรกเริ่มของสวัสดิการแรงงานอย่างแท้จริง</p>
<h2>ปฏิวัติอุตสาหกรรม: กฎหมายแรงงานเพื่อปกป้องชีวิต</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49936" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/monochrome-portrait-retro-man-doing-housework-household-chores-scaled.webp" alt="Evolution of Employee Benefits" width="600" height="421" title="วิวัฒนาการสวัสดิการพนักงาน: จากสิทธิขั้นต่ำ สู่กุญแจสำคัญในการดูแลและดึงดูดพนักงาน (The Evolution of Employee Benefits) 437" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/monochrome-portrait-retro-man-doing-housework-household-chores-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/monochrome-portrait-retro-man-doing-housework-household-chores-300x210.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/monochrome-portrait-retro-man-doing-housework-household-chores-1024x718.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/monochrome-portrait-retro-man-doing-housework-household-chores-768x539.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/monochrome-portrait-retro-man-doing-housework-household-chores-1536x1077.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/monochrome-portrait-retro-man-doing-housework-household-chores-2048x1436.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อการผลิตย้ายเข้าสู่โรงงานขนาดใหญ่ ปัญหาของแรงงานก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง</p>
<p>แรงงานต้องเผชิญกับชั่วโมงทำงานที่ยาวนานขึ้น มากกว่าที่มนุษย์จะสามารถทนทำได้ แม้จะมีเครื่องจักรมาช่วยทุ่นแรง แต่การทำงานร่วมกับเครื่องจักรก็มีความอันตราย ไหนจะสภาพโรงงานที่แออัด และยังมีการใช้แรงงานเด็กอย่างหนัก</p>
<p>ดังนั้น สิ่งที่แรงงานต้องการมากที่สุดคือการคุ้มครองขั้นพื้นฐานจากสภาพการทำงานที่บั่นทอนชีวิตนั่นเอง</p>
<p>กฎหมายแรงงานยุคแรกจึงมีลักษณะเป็นสวัสดิการเชิงป้องกัน เช่น การจำกัดชั่วโมงทำงาน การกำหนดอายุขั้นต่ำของแรงงานเด็ก การบังคับให้เด็กได้รับการศึกษา และเริ่มมีผู้ตรวจสอบโรงงานว่าทำผิดกฎหมายแรงงานหรือไม่</p>
<p>ตัวอย่างที่ชัดเจนคือพระราชบัญญัติโรงงานของสหราชอาณาจักรในปี 1833 ที่ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 9 ปีทำงานในโรงงาน กำหนดชั่วโมงทำงานสูงสุดของเด็กอายุ 9–13 ปีไว้ที่ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และบังคับให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน</p>
<p>มองจากมาตรฐานปัจจุบันสิ่งเหล่านี้อาจยังไม่เพียงพอ แต่ในช่วงนั้นถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทีเดียว เพราะเป็นช่วงแรกที่รัฐเริ่มประกาศชัดว่านายจ้างไม่สามารถใช้แรงงานตามใจชอบอย่างไร้ขอบเขต แนวคิดเรื่องการจำกัดเวลาทำงานค่อย ๆ ขยายไปสู่มาตรฐานสากล จนกลายเป็นพื้นฐานของกฎหมายแรงงานหลายประเทศในเวลาต่อมา</p>
<h2>พลังแรงงานรวมตัว: เมื่อรัฐก้าวเข้ารับรองสิทธิขั้นพื้นฐาน</h2>
<p>หลังสังคมเริ่มเห็นปัญหาจากโรงงานอุตสาหกรรมมากขึ้น สวัสดิการแรงงานก็ขยับจากการปกป้องขั้นต่ำไปสู่การรับรองสิทธิอย่างเป็นระบบ</p>
<p>คำถามสำคัญเปลี่ยนจาก &#8220;นายจ้างควรให้อะไรกับลูกจ้าง&#8221; ไปสู่ &#8220;สังคมควรรับรองความมั่นคงขั้นต่ำแบบใดให้คนทำงานทุกคน&#8221; ช่วงนี้จึงเกิดความเปลี่ยนแปลงหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการให้ค่าจ้างขั้นต่ำ การมีประกันสังคม การคุ้มครองจากอุบัติเหตุ การดูแลยามเจ็บป่วย การเกษียณอายุ และสิทธิในการรวมตัวเจรจาต่อรอง</p>
<p>หมุดหมายสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งอยู่ที่เยอรมนียุค ออตโต ฟอน บิสมาร์ค (Otto von Bismarck) รัฐบุรุษคนสำคัญ ซึ่งวางระบบประกันสังคมระดับชาติขึ้นเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ไปจนถึงประกันชราภาพและทุพพลภาพ นี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ เพราะการดูแลแรงงานเริ่มกลายเป็นระบบที่รัฐออกแบบและรับรอง แทนที่จะขึ้นอยู่กับความเมตตาของนายจ้างหรือการช่วยเหลือกันเองในกลุ่มอาชีพ</p>
<p>ด้านค่าจ้างขั้นต่ำก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างในหลายประเทศ ทั้งนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักร สะท้อนว่าสังคมยอมรับมากขึ้นว่าแรงงานควรได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ไม่ถูกกดต่ำจนเกินไป</p>
<p>สำหรับลูกจ้าง ความเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยปกป้องพวกเขาจากหลายสถานการณ์ เช่น หากเจ็บป่วยก็จะไม่ตกงานทันที หากเกิดอุบัติเหตุยังมีตัวช่วยรองรับ หรือถ้าแก่ตัวลงยังมีหลักประกันบางอย่างให้แน่ใจว่าพวกเขาจะอยู่รอดได้</p>
<p>สำหรับองค์กร การมีมาตรฐานส่วนกลางยังช่วยลดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงลดการกดต้นทุนด้วยการบีบแรงงานอย่างไร้ขอบเขต</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47089" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-96.webp" alt="History of Recruitment: ประวัติศาสตร์การจ้างงาน จากยุคทาสสู่ AI Recruitment" width="600" height="370" title="วิวัฒนาการสวัสดิการพนักงาน: จากสิทธิขั้นต่ำ สู่กุญแจสำคัญในการดูแลและดึงดูดพนักงาน (The Evolution of Employee Benefits) 438" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-96.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-96-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/history-of-recruitment-251002/">History of Recruitment: ประวัติศาสตร์การจ้างงาน จากยุคทาสสู่ AI Recruitment</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>หลังสงครามโลก: สวัสดิการในฐานะสัญญาใจ รั้งคนให้อยู่ยาว</h2>
<p>หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 องค์กรขนาดใหญ่เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของสวัสดิการพนักงานมากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องการสร้างฐานแรงงานประจำที่มั่นคง อยู่กับองค์กรนาน และเติบโตไปพร้อมกัน</p>
<p>สวัสดิการกลายเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง มากกว่าแค่เรื่องสิทธิขั้นต่ำ บริษัทเสนอประกันสุขภาพ บำนาญ เงินเกษียณ สิทธิประโยชน์ครอบครัว และการฝึกอบรม เพื่อแลกกับความภักดีและความผูกพันของพนักงาน</p>
<p>สหรัฐอเมริกา ระบบประกันสุขภาพที่นายจ้างจัดให้เติบโตขึ้นอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบของสงครามและนโยบายภาษีที่ทำให้บริษัทหันมาใช้สวัสดิการเป็นวิธีดึงดูดและรักษาคน แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างโดยตรง</p>
<p>ที่ญี่ปุ่น บริษัทขนาดใหญ่จำนวนมากพัฒนาระบบการจ้างงานระยะยาว เช่น ปรับค่าจ้างตามอายุงาน และการฝึกบุคลากรภายในองค์กรจนเกิดภาพลักษณ์ของงานประจำที่มั่นคง ทั้ง 2 ฝ่ายต่างคาดหวังความสัมพันธ์ระยะยาวเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า หลายองค์กรยังมอบรางวัลเกียรติยศให้แก่พนักงานที่อยู่มานาน เช่น มอบเข็มกลัดทองคำแท้หรือของมีค่า เพื่อเชิดชูความภักดีเมื่อปฏิบัติงานครบตามกำหนดเวลา</p>
<p>แนวคิดนี้ ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งอิทธิพลมาถึงวัฒนธรรมการแจกทอง ตามอายุงานของหลายบริษัทจวบจนปัจจุบัน และบ่งชี้ว่า สวัสดิการผูกชีวิตของพนักงานเข้ากับองค์กรอย่างแน่นแฟ้น พนักงานไม่ได้ฝากเวลาทำงานไว้กับบริษัทเพียงประการเดียว แต่ฝากอนาคตด้านสุขภาพ การเกษียณ และความก้าวหน้าในอาชีพไว้ด้วย</p>
<h2>โลกาภิวัตน์: เปลี่ยนสวัสดิการเป็นแม่เหล็กดึงดูด Talent</h2>
<p>เมื่อเศรษฐกิจขยับจากการผลิตในโรงงาน ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้ เทคโนโลยี และบริการ คนเก่งเริ่มมีทางเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะสายเทคโนโลยี การเงิน และบริการ องค์กรจึงไม่ได้แข่งขันกันด้วยฐานเงินเดือนเพียงอย่างเดียว</p>
<p>สวัสดิการถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือดึงดูดและรักษาคนเก่งอย่างจริงจัง ตั้งแต่การให้หุ้นพนักงาน ให้โบนัสตามผลงาน ให้ค่าเล่าเรียน พัฒนาอาชีพ สนับสนุนการย้ายถิ่นฐาน ไปจนถึงโครงการดูแลสุขภาพและให้คำปรึกษาชีวิต</p>
<p>ยุคนี้บริษัทไม่ได้ขายแค่ตำแหน่งงาน แต่เสนอโอกาสเติบโต คุณภาพชีวิต เส้นทางอาชีพ และประสบการณ์การทำงานที่โดดเด่นด้วย</p>
<p>ตัวอย่างเช่น โครงการสนับสนุนค่าเล่าเรียนของ Starbucks หรือโครงการพัฒนาทักษะของ Amazon ที่ช่วยให้พนักงานมีโอกาสขยับขยายอาชีพ ไม่ว่าจะเติบโตต่อในบริษัทเดิมหรือย้ายออกไป สวัสดิการประเภทนี้มีความหมายมากสำหรับลูกจ้าง เพราะช่วยลดต้นทุนการเรียนรู้และเปิดทางให้ยกระดับความสามารถ ฝั่งองค์กรก็ได้ภาพลักษณ์นายจ้างที่แข็งแกร่ง และมีแต้มต่อในการชักชวนคนเก่งเข้ามาร่วมงาน จากเดิมที่เคยเป็นเพียงฐานความมั่นคง สวัสดิการเริ่มกลายเป็นอาวุธสำคัญสำหรับการแข่งขันในตลาดแรงงาน</p>
<h2>Perks สวัสดิการเสริมยอดนิยม ยุคบริษัทเทคและสตาร์ทอัพเฟื่องฟู</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49935" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/happy-colleagues-sitting-floor-eating-pizza-scaled.webp" alt="Evolution of Employee Benefits" width="600" height="400" title="วิวัฒนาการสวัสดิการพนักงาน: จากสิทธิขั้นต่ำ สู่กุญแจสำคัญในการดูแลและดึงดูดพนักงาน (The Evolution of Employee Benefits) 439" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/happy-colleagues-sitting-floor-eating-pizza-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/happy-colleagues-sitting-floor-eating-pizza-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/happy-colleagues-sitting-floor-eating-pizza-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/happy-colleagues-sitting-floor-eating-pizza-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/happy-colleagues-sitting-floor-eating-pizza-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/happy-colleagues-sitting-floor-eating-pizza-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การเติบโตของบริษัทเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพ ทำให้สวัสดิการอีกรูปแบบได้รับความสนใจมากขึ้น หรือที่เรียกกันว่า <strong>Perks (Perquisites) สวัสดิการเสริมหรือสิทธิพิเศษที่องค์กรจัดหาเพื่อสร้างบรรยากาศและประสบการณ์ที่ดีในการทำงาน</strong> ไม่ว่าจะเป็นอาหารฟรีในออฟฟิศ ฟิตเนสส่วนตัว ส่วนลดสินค้า หรือทริปท่องเที่ยวประจำปี สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้ตอบโจทย์ความมั่นคงของชีวิตโดยตรง แต่ออกแบบมาเพื่อสร้างความสุขและแรงจูงใจ</p>
<p>ในแวดวงสตาร์ทอัพ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเครื่องมือสื่อสารจุดเด่นที่แสดงให้เห็นว่าองค์กรของตนแตกต่างจากบริษัทรูปแบบดั้งเดิมอย่างไร<br />
<strong>Netflix เป็นกรณีศึกษาที่ถูกพูดถึงบ่อยจากแนวคิด Freedom and Responsibility</strong> มอบอิสระในการทำงานสูง ไม่กำหนดตารางเวลาทำงานตายตัว และไม่จำกัดจำนวนวันลาพักร้อน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม นโยบายประเภทนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าให้แล้วเกิดประโยชน์จริงไหม เพราะสิ่งที่ดูสวยหรูตอนประชาสัมพันธ์ ไม่ได้รับประกันว่าคุณภาพชีวิตของพนักงานจะดีเสมอไป บ่อยครั้งนโยบายวันลาไม่จำกัดอาจกลายเป็นสวัสดิการที่ไม่มีใครกล้าใช้ หากวัฒนธรรมองค์กรทำให้คนรู้สึกผิดเมื่อต้องพักผ่อน ชั่วโมงทำงานที่ยืดหยุ่นอาจทำให้พนักงานต้องทำงานตลอดเวลา หากขาดขอบเขตที่ชัดเจน</p>
<p>Perks ไม่สามารถทดแทนโครงสร้างงานที่เหมาะสมได้ สวัสดิการที่แท้จริงต้องยกระดับคุณภาพชีวิตคนทำงาน ไม่ใช่ทำหน้าที่เพียงตกแต่งภาพลักษณ์องค์กรให้ดูทันสมัย</p>
<h2>วิกฤตโควิด-19: สวัสดิการคือโครงสร้างรองรับความสมดุล</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49937" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/carefree-happy-asian-girl-finish-working-looking-satisfied-sitting-home-with-laptop-computer-scaled.webp" alt="Evolution of Employee Benefits" width="600" height="400" title="วิวัฒนาการสวัสดิการพนักงาน: จากสิทธิขั้นต่ำ สู่กุญแจสำคัญในการดูแลและดึงดูดพนักงาน (The Evolution of Employee Benefits) 440" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/carefree-happy-asian-girl-finish-working-looking-satisfied-sitting-home-with-laptop-computer-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/carefree-happy-asian-girl-finish-working-looking-satisfied-sitting-home-with-laptop-computer-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/carefree-happy-asian-girl-finish-working-looking-satisfied-sitting-home-with-laptop-computer-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/carefree-happy-asian-girl-finish-working-looking-satisfied-sitting-home-with-laptop-computer-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/carefree-happy-asian-girl-finish-working-looking-satisfied-sitting-home-with-laptop-computer-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/carefree-happy-asian-girl-finish-working-looking-satisfied-sitting-home-with-laptop-computer-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>อาจกล่าวได้ว่า โรคโควิด-19 เปลี่ยนความหมายของสวัสดิการพนักงานไปอย่างสิ้นเชิง</p>
<p>ก่อนเกิดวิกฤตนี้ หลายองค์กรไม่เคยพิจารณาให้พนักงานทำงานจากที่บ้านเลย พร้อมมองข้ามความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิต และเห็นว่าสวัสดิการสำหรับคนในครอบครัวไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่โรคระบาดทำให้ตระหนักว่า ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยตรง พนักงานจำนวนมากต้องทำงานจากบ้าน แล้วต้องดูแลบุตรหลาน รวมถึงผู้สูงอายุไปพร้อมกัน พวกเขาจึงยิ่งเผชิญความเครียดและความไม่แน่นอน ขณะที่เส้นแบ่งระหว่างเวลางานกับชีวิตส่วนตัวก็ค่อย ๆ เลือนหายไป</p>
<p>สวัสดิการในช่วงนี้จึงไม่ได้แค่ให้ประกันสุขภาพหรือวันลา แต่ยังขยายไปสู่การสนับสนุนด้านสุขภาพจิต การทำงานแบบ Hybrid หรือ Remote Work การอุดหนุนค่าใช้จ่ายสำหรับเอาอุปกรณ์ออฟฟิศไปใช้ที่บ้าน การสนับสนุนผู้ดูแลในครอบครัว ตลอดจนขีดเส้นแบ่งการทำงานชัดเจน ว่าพนักงานไม่จำเป็นต้องติดต่อสื่อสารเรื่องงานนอกเวลา</p>
<p>เมื่อความยืดหยุ่นได้รับนิยามใหม่ ไม่ได้หมายถึงแค่การปล่อยให้พนักงานจัดการทุกอย่างโดยไร้กฎเกณฑ์ แต่ออกแบบระบบงานใหม่ให้ผู้คนยังมีชีวิตส่วนตัว มีเวลาพักผ่อน และไม่ถูกงานรุกล้ำ</p>
<p>วิกฤตครั้งนี้ทำให้ชาว HR ตระหนักว่า สวัสดิการไม่ได้มีไว้ตอบคำถามว่า บริษัทให้อะไรกับพนักงาน เพียงอย่างเดียว แต่ต้องตอบให้ได้ด้วยว่า บริษัทออกแบบงานอย่างไรให้คนยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล</p>
<h2>ปัจจุบัน: สวัสดิการต้องยืดหยุ่น (Flexible Benefits)</h2>
<p>ในอดีต เวลาองค์กรมีสวัสดิการ จะจัดสรรให้ทุกคนได้เหมือนกันหมด <strong><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/flexible-benefit-240214/">อย่างไรก็ตามปัจจุบันแนวคิดแบบ One Size Fits All อาจไม่เหมาะแล้ว แต่ต้องยืดหยุ่น เพราะแต่ละคนมีความต้องการแตกต่างกันไป</a></strong></p>
<p>เช่น พนักงานจบใหม่ เพิ่งเริ่มทำงานอาจให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และความยืดหยุ่น กลุ่มคนมีครอบครัวต้องการนโยบายที่เอื้อต่อการดูแลบุตร พนักงานที่ต้องดูแลบุพการีจะมองหาวันลาและความเข้าใจจากองค์กร ขณะที่ผู้ใกล้เกษียณมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงทางการเงินและสุขภาพระยะยาว</p>
<p>ประเด็นที่น่าจับตาอีกเรื่องคือ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/financial-stress-impact-engagement-260429/">ความเครียดทางการเงิน (Financial Stress)</a> เมื่อภาระหนี้สิน เงินออมไม่พอ หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ส่งผลกระทบต่องานโดยตรง องค์กรจึงหันมาให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ทางการเงิน การให้คำปรึกษาเรื่องหนี้สิน การช่วยวางแผนอนาคต รวมถึง<a href="https://expth.hrnote.asia/categories/33">การเสนอสวัสดิการเบิกเงินเดือนล่วงหน้าเพื่อเสริมสภาพคล่อง</a></p>
<p>อีกความท้าทายสำคัญที่คนทำงาน HR กำลังเผชิญคือกลุ่ม <a href="https://th.hrnote.asia/tips/210917-how-gig-economy-impact-hr/">แรงงานอิสระ (Gig Worker หรือ Freelance)</a> ที่เข้ามามีบทบาทในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น องค์กรจึงเริ่มปรับตัวและคิดค้นรูปแบบสวัสดิการที่ครอบคลุมคนกลุ่มนี้ เช่น การเสนอประกันสุขภาพกลุ่มแบบจ่ายตามรอบคิวงาน หรือการให้สิทธิประโยชน์ที่ยืดหยุ่นตามชั่วโมงการทำงาน เพื่อดึงดูดบุคลากรฝีมือดีที่ไม่ต้องการผูกมัดกับงานประจำ</p>
<p>แกนสำคัญอีกเรื่องคือการพัฒนาทักษะ เมื่อเทคโนโลยีอย่าง AI กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์การทำงาน การ Upskill, Reskill และการมี AI Literacy กลายเป็นสวัสดิการรูปแบบใหม่ ช่วยให้พนักงานยังคงความสามารถในการแข่งขันบนตลาดแรงงานที่หมุนเร็ว</p>
<p>การเรียนรู้ทักษะใหม่อาจเป็นหลักประกันที่มั่นคงที่สุดของคนทำงาน สวัสดิการที่ดีจึงไม่ได้ดูแลแค่คุณภาพชีวิตวันนี้ แต่ต้องช่วยให้พนักงานมีเส้นทางอาชีพที่สดใสในวันหน้าด้วย</p>
<h2>สรุป</h2>
<p>หากมองย้อนกลับไปตลอดเส้นทาง จะเห็นว่าสวัสดิการพนักงานไม่ได้พัฒนาแบบเส้นตรงจาก &#8220;ไม่มี&#8221; ไปสู่ &#8220;มีมากขึ้น&#8221; เท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนความหมายไปตามบริบทปัญหาของแรงงานและสังคมในแต่ละช่วงเวลา</p>
<p>วิวัฒนาการนี้ตอกย้ำว่าสวัสดิการพนักงานมิใช่ของแถม มิใช่รายจ่ายที่องค์กรประเคนให้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่เป็นกระจกสะท้อนว่าองค์กรมองคนทำงานในมุมมองใด</p>
<p>องค์กรที่มองพนักงานเป็นเพียงแรงงาน อาจออกแบบสวัสดิการเท่าที่กฎหมายบังคับ องค์กรที่มองพนักงานเป็นต้นทุน อาจจัดสรรให้เท่าที่จำเป็นต่อการรั้งตัวคนไว้ ทว่าองค์กรที่มองพนักงานเป็นเพื่อนมนุษย์ จะเข้าใจลึกซึ้งว่าสวัสดิการผูกพันกับชีวิต ความมั่นคง ศักยภาพ และอนาคตของบุคลากรโดยตรง</p>
<p>ตลาดแรงงานหมุนเร็ว ความต้องการของพนักงานทวีความหลากหลาย และเทคโนโลยีกำลังพลิกโฉมทักษะการทำงานแทบทุกวงการ การออกแบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์อย่างแท้จริงจึงมิใช่ความใจดีของนายจ้าง หากเป็นกลไกสำคัญในการสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน <strong>รวมถึงเป็นมาตรวัดสำคัญว่าองค์กรพร้อมดูแลบุคลากรของตนเองดีระดับใดในระยะยาว</strong></p>
<p>สุดท้ายนี้ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/27">หากองค์กรไหนกำลังมองหาสวัสดิการดี ๆ ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงาน แต่ไม่รู้จะหาอะไรให้ดี สามารถมาค้หาตัวเลือกบริการด้าน Compensation &amp; Benefits เพื่อยกระดับประสบการณ์พนักงาน ดึงดูดและรักษาคนเก่ง พร้อมเสริมสร้างความมั่นคงและแรงจูงใจในการทำงานได้ผ่าน HREX ที่นี่เลย</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 287px;">
<tbody>
<tr style="height: 287px;">
<td style="width: 100%; height: 287px;"><strong>Sources:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://www.mercer.com/en-ca/insights/total-rewards/employee-benefits-strategy/personalized-benefits/" target="_blank" rel="noopener">mercer</a></li>
<li><a href="https://www.shrm.org/topics-tools/news/benefits-compensation/workers-look-employer-help-as-financial-well-being-dips" target="_blank" rel="noopener">shrm</a></li>
<li><a href="https://hbr.org/2007/04/the-war-for-talent-is-back" target="_blank" rel="noopener">hbr</a></li>
<li><a href="https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0014498324000524" target="_blank" rel="noopener">sciencedirect</a></li>
<li><a href="https://www.parliament.uk/about/living-heritage/transformingsociety/livinglearning/19thcentury/overview/factoryact/" target="_blank" rel="noopener">parliament.uk</a></li>
<li><a href="https://www.ilo.org/resource/c1-hours-work-industry-convention-1919" target="_blank" rel="noopener">Ilo</a></li>
<li><a href="https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5803802/" target="_blank" rel="noopener">pmc.ncbi.nlm.nih.gov</a></li>
<li><a href="https://www.nber.org/bah/2009no2/employer-sponsored-health-insurance-and-health-reform?page=1&amp;perPage=50" target="_blank" rel="noopener">nber</a></li>
<li><a href="https://www.oecd.org/content/dam/oecd/en/publications/reports/2023/03/teleworking-workplace-policies-and-trust_daed5097/64cd6e8e-en.pdf" target="_blank" rel="noopener">oecd</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/the-evolution-of-employee-benefits-260517/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Hiring Freeze: หยุดจ้างวันนี้ อาจหยุดการเติบโตขององค์กรในวันหน้า</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/hiring-freeze-260514/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/hiring-freeze-260514/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 May 2026 02:21:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Hiring Freeze]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49918</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อองค์กรยักษ์ใหญ่อย่าง Oracle, Meta และ Amazon ทยอยปลดพนักงานอย่างต่อเนื่อง ทุกความเคลื่อนไหวของบริษัทระดับโลกเหล่านี้ย่อมทำให้คนกังวลเรื่องความมั่นคงมากขึ้นเข้าไปอีก อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสข่าวการปลดพนักงาน มีอีกหนึ่งสัญญาณที่อาจไม่หวือหวาเท่า แต่ส่งผลต่อทั้งองค์กรและตลาดแรงงานไม่แพ้กันนั่นคือ การชะลอตัวของการจ้างงานในหลายอุตสาหกรรม หรือ Hiring Freeze ผลสำรวจ Workplace Intelligence Forecast for 2026 ระบุว่า การปลดพนักงานพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในปี 2025 และในปี 2026 องค์กรทั่วโลกเริ่มใช้มาตรการหยุดจ้างงานชั่วคราวกันมากขึ้น แรงกดดันสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจาก AI ซึ่งทำให้หลายบริษัทต้องบริหารงานด้วยทีมที่เล็กลง ใช้คนน้อยลง และคาดหวังผลลัพธ์ที่มากขึ้นจากกำลังคนเท่าเดิม สอดคล้องกับ Singapore National Employers Federation (SNEF) ที่พบว่า 67% ขององค์กรชะลอแผนการจ้างงานและการขยายกิจการ เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น ตัวเลขนี้ยิ่งสะท้อนว่า Hiring Freeze กำลังกลายเป็นแนวโน้มระดับโลกที่ HR ต้องเข้าใจและรับมืออย่างมีกลยุทธ์ ปัจจัยมหภาคที่ผลักดันให้ Hiring Freeze เพิ่มขึ้น หากมองภาพรวมของตลาดแรงงานตอนนี้ จะเห็นว่าองค์กรกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49921" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Freeze-HREX.webp" alt="Hiring Freeze HREX" width="600" height="370" title="Hiring Freeze: หยุดจ้างวันนี้ อาจหยุดการเติบโตขององค์กรในวันหน้า 444" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Freeze-HREX.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Freeze-HREX-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อองค์กรยักษ์ใหญ่อย่าง <a href="https://expth.hrnote.asia/products/35">Oracle</a>, Meta และ Amazon ทยอยปลดพนักงานอย่างต่อเนื่อง ทุกความเคลื่อนไหวของบริษัทระดับโลกเหล่านี้ย่อมทำให้คนกังวลเรื่องความมั่นคงมากขึ้นเข้าไปอีก</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสข่าวการปลดพนักงาน มีอีกหนึ่งสัญญาณที่อาจไม่หวือหวาเท่า แต่ส่งผลต่อทั้งองค์กรและตลาดแรงงานไม่แพ้กันนั่นคือ การชะลอตัวของการจ้างงานในหลายอุตสาหกรรม หรือ Hiring Freeze</p>
<p>ผลสำรวจ <strong><a href="https://workplaceintelligence.com/wp-content/uploads/2025/10/2026-Forecast.pdf?utm_source=chatgpt.com" target="_blank" rel="noopener">Workplace Intelligence Forecast for 2026</a></strong> ระบุว่า การปลดพนักงานพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในปี 2025 และในปี 2026 องค์กรทั่วโลกเริ่มใช้มาตรการหยุดจ้างงานชั่วคราวกันมากขึ้น แรงกดดันสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจาก AI ซึ่งทำให้หลายบริษัทต้องบริหารงานด้วยทีมที่เล็กลง ใช้คนน้อยลง และคาดหวังผลลัพธ์ที่มากขึ้นจากกำลังคนเท่าเดิม</p>
<p>สอดคล้องกับ Singapore National Employers Federation (SNEF) ที่พบว่า 67% ขององค์กรชะลอแผนการจ้างงานและการขยายกิจการ เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น</p>
<p>ตัวเลขนี้ยิ่งสะท้อนว่า Hiring Freeze กำลังกลายเป็นแนวโน้มระดับโลกที่ HR ต้องเข้าใจและรับมืออย่างมีกลยุทธ์</p>

<h2>ปัจจัยมหภาคที่ผลักดันให้ Hiring Freeze เพิ่มขึ้น</h2>
<p>หากมองภาพรวมของตลาดแรงงานตอนนี้ จะเห็นว่าองค์กรกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน เงินเฟ้อที่ยังเป็นภาระต่อต้นทุนธุรกิจ การเติบโตของ GDP ที่ไม่สม่ำเสมอ รวมถึงความผันผวนของความต้องการแรงงานข้ามชาติและข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างประเทศ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้หลายองค์กรตัดสินใจจ้างงานขนาดใหญ่ได้ยากขึ้น และต้องวางแผนกำลังคนให้สอดคล้องกับผลประกอบการของธุรกิจมากกว่าเดิม</p>
<p><a href="https://www.conexisvmssoftware.com/blog/contingent-workforce-statistics-you-need-to-know-in-2025?utm_source=chatgpt.com" target="_blank" rel="noopener">แต่ถึงจะมีการชะลอการจ้างงานก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรหยุดเติบโตเสมอไป</a> ในสหรัฐอเมริกา แรงงานกลุ่ม Contingent Worker หรือผู้รับจ้างชั่วคราว คิดเป็น 40% ของกำลังแรงงานทั้งหมด และ 65% ขององค์กรวางแผนพึ่งพาแรงงานกลุ่มนี้มากขึ้นภายในอีก 2 ปีข้างหน้า</p>
<p>นอกจากนี้ 78% ของผู้นำธุรกิจระบุว่า ฟรีแลนซ์สามารถช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ทั้งในด้านการผลักดันนวัตกรรม การเร่งส่งมอบโปรเจกต์ และการเติมเต็มทักษะเฉพาะทางที่พนักงานประจำอาจยังไม่ครอบคลุม</p>
<p>ตัวเลขเหล่านี้ชี้ชัดว่า<strong> ตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนจากการจ้างคนจำนวนมาก ไปสู่การเลือกจ้างในตำแหน่งที่สร้างผลกระทบสูงกว่าเดิม</strong> องค์กรไม่ได้ต้องการเพียงขยายขนาดทีม แต่ต้องการให้คนแต่ละตำแหน่งสร้างผลลัพธ์ได้ชัดเจนขึ้น</p>
<h2>เมื่อ Hiring Freeze กลายเป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์</h2>
<p>แม้คนว่างงานและคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานจำนวนมากยังต้องดิ้นรนหางานในตลาดที่ตึงตัว <strong>ผู้นำองค์กรหลายแห่งกลับมองว่า Hiring Freeze คือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ มากกว่าการตอบสนองต่อวิกฤตแบบชั่วคราว</strong></p>
<p>สำหรับพวกเขา การหยุดจ้างงานชั่วคราวช่วยสร้างพื้นที่ให้องค์กรหันมาลงทุนกับ Upskilling และเตรียมพนักงานปัจจุบันให้พร้อมรับบทบาทต่อไปในเส้นทางอาชีพ ขณะเดียวกันยังช่วยลดต้นทุนด้านการสรรหาและการ Onboard พนักงานใหม่ด้วย</p>
<p>ข้อมูลจาก <strong><a href="https://www.robert-walters.ca/insights/hiring-advice/blog/economic-uncertainties-and-hiring-freezes-how-it-impacts-businesses-and-candidates.html?utm_source=chatgpt.com" target="_blank" rel="noopener">Robert Walters</a></strong> ยังพบสถิติสอดคล้องกันว่า นับตั้งแต่ปี 2021 <strong>มีองค์กรถึง 85% ที่วางแผนลงทุนใน Workforce Upskilling และ Reskilling</strong> ความพยายามเหล่านี้ทำให้ Internal Mobility เพิ่มขึ้นสูงถึง <strong>30%</strong> และช่วยให้องค์กรประหยัดต้นทุนด้านการจ้างงานได้มากถึง <strong>92%</strong></p>
<p>แม้ตัวเลขเหล่านี้จะดูน่าสนใจ แต่ก็เป็นเพียงด้านหนึ่งของภาพรวมทั้งหมด เพราะอีกด้านของ Lean Hiring หรือการบริหารคนแบบทีมเล็ก ยังมีความเสี่ยงที่หลายองค์กรอาจมองข้ามไป</p>
<h2>ด้านมืดของ Lean Hiring ที่องค์กรมักมองข้าม</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49924" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Freeze-HREX-1.webp" alt="Hiring Freeze HREX" width="600" height="370" title="Hiring Freeze: หยุดจ้างวันนี้ อาจหยุดการเติบโตขององค์กรในวันหน้า 445" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Freeze-HREX-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Freeze-HREX-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Hiring Freeze ปกปิดความเสี่ยงสำคัญต่อความยั่งยืนของธุรกิจเอาไว้โดยที่ผู้นำและ HR อาจไม่รู้ตัว</p>
<p><a href="https://www.gallup.com/workplace/349484/state-of-the-global-workplace.aspx?utm_source=chatgpt.com" target="_blank" rel="noopener">งานวิจัยจาก Gallup</a> ชี้ว่า เมื่อองค์กรให้พนักงานจำนวนเท่าเดิมแบกรับงานมากขึ้น ความเสี่ยงที่ตามมาคือความเหนื่อยล้าสะสม Burnout คุณภาพบริการที่ลดลง และปัญหาความผูกพันของพนักงานที่อ่อนแอลง เพียงแค่ปัญหาความไม่ผูกพันของพนักงาน ก็อาจทำให้เศรษฐกิจโลกสูญเสีย Productivity มากถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>
<p>นอกจากนี้ Hiring Freeze ยังส่งผลกระทบในหลายมิติที่ลึกกว่าที่เห็นภายนอก</p>
<h3>1. Talent Pipeline แคบลง</h3>
<p>เมื่อองค์กรลดการจ้างงานจากภายนอก ก็เสี่ยงที่จะติดอยู่กับชุดทักษะและมุมมองเดิม ๆ ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมและตอบสนองต่อความต้องการของตลาดย่อมลดลงตามไปด้วย การขาดพนักงานใหม่ยังหมายถึงความหลากหลายของมุมมองที่น้อยลง ซึ่งอาจทำให้โปรเจกต์ด้านการเปลี่ยนแปลงองค์กรเดินหน้าได้ช้ากว่าที่ควร</p>
<h3>2. ประสิทธิภาพจริงอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างที่คิด</h3>
<p>การพึ่งพาพนักงานเดิมมากเกินไปมักทำให้บทบาทและความรับผิดชอบเริ่มทับซ้อนกัน ในช่วงแรกองค์กรอาจรู้สึกว่าทีมทำงานได้คล่องขึ้น เพราะใช้คนน้อยลงและลดขั้นตอนบางอย่างได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประสิทธิภาพอาจเริ่มหยุดนิ่ง หรือแย่ลงจากความเหนื่อยล้า สมาธิที่ลดลง และคุณภาพงานที่ตกลง ซึ่งส่งผลต่อความคล่องตัวขององค์กรในระยะยาว</p>
<h3>3. ความเสี่ยงด้านการรักษาพนักงานดาวเด่น</h3>
<p>พนักงานผลงานดีที่ต้องรับภาระมากขึ้น แต่กลับมองไม่เห็นโอกาสเติบโตที่ชัดเจน อาจเริ่มมองหาโอกาสใหม่จากภายนอก และเมื่อองค์กรไม่มี Talent Pipeline ที่แข็งแรง การหาคนมาทดแทนตำแหน่งสำคัญก็จะยากขึ้น ส่งผลให้เกิดช่องว่างด้านความสามารถในช่วงเวลาที่องค์กรต้องการคนเก่งมากที่สุด</p>
<h3>4. ผลกระทบต่อ Employer Brand ในระยะยาว</h3>
<p>การหยุดจ้างงานเป็นเวลานานอาจทำให้ภาพจำขององค์กรในตลาดแรงงานค่อย ๆ เลือนหายไป ส่งผลให้องค์กรเสียโอกาสดึงดูดคนเก่งในอนาคต ผลกระทบนี้มักไม่เกิดขึ้นทันที แต่จะเห็นชัดเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นและองค์กรต้องการกลับมาเร่งจ้างงานอีกครั้ง</p>
<h2>วิธีรับมือ Hiring Freeze: Playbook สำหรับ HR</h2>
<p>องค์กรที่รับมือกับ Hiring Freeze ได้ดี ไม่ได้มองมาตรการนี้เป็นแค่การหยุดจ้าง แต่ใช้ช่วงเวลานี้เพื่อจัดลำดับความสำคัญ ทบทวนระบบภายใน และรักษาความพร้อมขององค์กรให้กลับมาเดินหน้าต่อได้ทันทีเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น</p>
<h3>1. 10 วันแรกต้องสื่อสารให้ชัด</h3>
<p>ช่วง 10 วันแรกคือจังหวะสำคัญที่องค์กรต้องสร้างความชัดเจนให้เร็วที่สุด ผู้บริหารควรตกลงกันให้ได้ก่อนว่า Hiring Freeze ครอบคลุมอะไรบ้าง เช่น ตำแหน่งที่เปิดรับอยู่แล้ว การจ้างคนแทนผู้ลาออก การโอนย้ายภายใน ฟรีแลนซ์ หรือเฉพาะการจ้างพนักงานประจำจากภายนอก</p>
<p>หลังจากนั้น HR ต้องสื่อสารกับพนักงาน Hiring Manager และผู้สมัครที่อยู่ระหว่างกระบวนการอย่างตรงไปตรงมา แม้ยังไม่มีคำตอบครบทุกเรื่อง พร้อมทบทวนภาระงานของทีมใหม่ เพื่อไม่ให้พนักงานที่เหลือต้องแบกรับงานมากเกินไปจนเสี่ยง Burnout</p>
<h3>2. รักษาผลงานโดยไม่ต้องเพิ่มคน</h3>
<p>เมื่อไม่สามารถเพิ่มจำนวนพนักงานได้ องค์กรต้องจัดลำดับความสำคัญของงานให้ชัดขึ้น งานใดต้องเดินหน้าต่อ งานใดชะลอได้ และงานใดควรหยุดไว้ก่อน เพื่อให้ทีมโฟกัสกับสิ่งที่สร้างผลลัพธ์จริง</p>
<p>ขณะเดียวกัน HR ควรทำ Skill Mapping เพื่อสำรวจว่าพนักงานปัจจุบันมีทักษะใดที่ยังไม่ได้ถูกใช้เต็มที่ และรักษา Employee Engagement ผ่านการ Check-in สม่ำเสมอ การมอบหมายงานให้ชัดเจน และการลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้พนักงานยังรู้สึกว่าได้รับการสนับสนุนในช่วงที่องค์กรมีข้อจำกัด</p>
<h3>3. ใช้ช่วงหยุดจ้างเพื่อปรับระบบสรรหา</h3>
<p>Hiring Freeze อาจเป็นโอกาสให้องค์กรกลับมาทบทวนระบบสรรหาที่เคยเร่งรีบเกินไป HR สามารถใช้ช่วงเวลานี้ปรับปรุง Job Description ให้ชัดเจนขึ้น พัฒนา Interview Framework ให้เป็นมาตรฐาน วิเคราะห์คอขวดในกระบวนการสรรหา และศึกษาสาเหตุที่ผู้สมัครปฏิเสธ Offer หรือหายไประหว่างทาง</p>
<p>เป้าหมายไม่ใช่แค่ทำให้กลับมาจ้างงานได้อีกครั้ง แต่ทำให้กระบวนการจ้างงานพร้อมกว่าเดิม เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น องค์กรจะสามารถกลับมาเร่งสรรหาคนได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และลดปัญหาเดิมที่เคยทำให้การจ้างงานล่าช้า</p>
<h3>4. รักษา Talent Pipeline ให้ยังไม่ขาดตอน</h3>
<p>หนึ่งในความผิดพลาดที่องค์กรจำนวนมากทำในช่วง Hiring Freeze คือการหายไปจากตลาดแรงงานโดยสิ้นเชิง ทั้งที่ความสัมพันธ์กับผู้สมัครยังเป็นสิ่งสำคัญ แม้ยังจ้างไม่ได้ในตอนนี้</p>
<p>HR ควรแจ้งผู้สมัครที่อยู่ระหว่างกระบวนการอย่างโปร่งใส รักษาความสัมพันธ์กับ Passive Talent ที่น่าสนใจ และติดตามตำแหน่งที่มีแนวโน้มกลับมาเปิดรับอีกครั้ง เพื่อให้สามารถกลับไปพูดคุยกับผู้สมัครเดิมได้ทันทีเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย</p>
<h3>5. มีกระบวนการขอยกเว้นที่ชัดเจน</h3>
<p>แม้ในช่วง Hiring Freeze ก็ยังมีบางตำแหน่งที่จำเป็นต้องจ้างต่อ เช่น ตำแหน่งที่สร้างรายได้โดยตรง เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย หรือมีผลต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>องค์กรจึงควรกำหนดกระบวนการขอยกเว้นให้ชัดเจน ตั้งแต่เกณฑ์การพิจารณา ผู้มีอำนาจอนุมัติ ไปจนถึงวิธีประเมินความจำเป็นของแต่ละตำแหน่ง เพื่อป้องกันการตัดสินใจที่ไม่สม่ำเสมอ และลดความรู้สึกไม่เป็นธรรมระหว่างทีม</p>
<p><a href="https://bit.ly/4wUV2re" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50746 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/07/HREX-Website-CTA-1600x500px-1.webp" alt="HREX Solution Finder: Recruitment" width="1600" height="500" title="Hiring Freeze: หยุดจ้างวันนี้ อาจหยุดการเติบโตขององค์กรในวันหน้า 446" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2019/07/HREX-Website-CTA-1600x500px-1.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/07/HREX-Website-CTA-1600x500px-1-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/07/HREX-Website-CTA-1600x500px-1-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/07/HREX-Website-CTA-1600x500px-1-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/07/HREX-Website-CTA-1600x500px-1-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<h2>สรุป</h2>
<p>Hiring Freeze อาจเป็นมาตรการที่หลีกเลี่ยงได้ยากในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อองค์กรต้องควบคุมต้นทุน ปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่ และบริหารกำลังคนให้รัดกุมกว่าเดิม แต่คำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่องค์กรควรหยุดจ้างหรือไม่เท่านั้น หากอยู่ที่ว่าองค์กรเข้าใจผลกระทบของการหยุดจ้างมากพอหรือยัง</p>
<p>องค์กรที่จะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างมั่นคง คือองค์กรที่เดินหน้าพัฒนาระบบภายใน ลงทุนกับ Upskilling และ Reskilling รักษา Employer Branding และ Talent Pipeline ให้ยังมีชีวิตอยู่ในตลาดแรงงาน รวมถึงใช้ช่วงเวลานี้ปรับกระบวนการ เครื่องมือ และวัฒนธรรมการจ้างงานให้พร้อมกว่าเดิม เพื่อให้เมื่อสถานการณ์กลับมาดี องค์กรจะไม่ต้องเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ แต่สามารถกลับมาเดินหน้าได้เร็วกว่า แข็งแรงกว่า และพร้อมเติบโตได้อย่างยั่งยืนกว่าเดิม</p>
<p>หากองค์กรของคุณกำลังเตรียมยุติ Hiring Freeze และกลับมาเดินหน้าการจ้างงานอีกครั้ง แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตำแหน่งใดก่อน หรือควรหาผู้สมัครกลุ่มไหนเพื่อสร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจได้เร็วที่สุด<a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener"> Reeracoen Thailand สามารถเป็นพาร์ตเนอร์ด้านการสรรหาที่ช่วยวิเคราะห์ความต้องการ วางแผนกำลังคน และเข้าถึงผู้สมัครที่เหมาะสมกับโจทย์ขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ติดต่อใช้บริการได้เลยที่นี่</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Source:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://hrsea.economictimes.indiatimes.com/news/talent-management/navigating-hiring-freezes-pitfalls-and-strategies-for-business-growth/130460230" target="_blank" rel="noopener">HRSea Economic Times</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/hiring-freeze-260514/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปผลสำรวจ Hiring Health Check-Up 2026 บอก Insight อะไรกับ HR ไทย ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-survey/hiring-health-check-up-reeracoen-260513/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-survey/hiring-health-check-up-reeracoen-260513/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:34:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Hiring Health Check Up]]></category>
		<category><![CDATA[ผลสำรวจ]]></category>
		<category><![CDATA[Reeracoen]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49890</guid>

					<description><![CDATA[การสรรหาคนในปี 2026 กลายเป็นงานที่ HR ต้องคิดหลายชั้นกว่าเดิมมาก จากเดิมที่เคยโฟกัสเรื่องการประกาศงานและคัดใบสมัคร วันนี้หลายองค์กรต้องออกไปค้นหาผู้สมัครเชิงรุก แข่งกับบริษัทอื่นเพื่อดึงดูดคนกลุ่มเดียวกัน บริหารงบประมาณที่มีจำกัด และเร่งกระบวนการให้เร็วพอ ก่อนที่ผู้สมัครคุณภาพดีจะตอบรับข้อเสนอจากที่อื่นไปก่อน ภาพนี้สะท้อนผ่านผลสำรวจ Hiring Health Check-Up 2026 โดย Reeracoen Thailand ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากองค์กรกว่า 150 แห่งในประเทศไทย ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่สำรวจว่า องค์กรไทยใช้ช่องทางใดในการสรรหาคน ใช้เวลาปิดตำแหน่งนานแค่ไหน มีงบประมาณด้านการสรรหาอยู่ในระดับใด และกำลังเจอความท้าทายอะไรบ้างในตลาดแรงงานปีนี้ ผลสำรวจนี้ไม่ได้ให้แค่ตัวเลขของการจ้างงาน แต่ช่วยให้เห็นสุขภาพของกระบวนการสรรหาในองค์กรไทยชัดขึ้น ตั้งแต่บริษัทขนาดเล็กที่ต้องหาคนภายใต้งบจำกัด ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่มีช่องทางครบกว่า แต่ต้องรับมือกับขั้นตอนภายในที่ยาวและซับซ้อนกว่าเดิม Job Board ยังครองอันดับหนึ่ง แต่ Talent Search กลายเป็น Standard ทุกขนาดองค์กร ผลสำรวจพบว่า ช่องทางการสรรหาที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Job Board โดย JobsDB และ JobThai ติดอันดับต้น ๆ ในเกือบทุกกลุ่มองค์กร ขณะที่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49895" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Health-Check-Up-2026-Reeracoen.webp" alt="Hiring Health Check-Up 2026 Reeracoen" width="600" height="849" title="สรุปผลสำรวจ Hiring Health Check-Up 2026 บอก Insight อะไรกับ HR ไทย ? 450" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Health-Check-Up-2026-Reeracoen.webp 1414w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Health-Check-Up-2026-Reeracoen-212x300.webp 212w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Health-Check-Up-2026-Reeracoen-724x1024.webp 724w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Health-Check-Up-2026-Reeracoen-768x1086.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Health-Check-Up-2026-Reeracoen-1086x1536.webp 1086w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การสรรหาคนในปี 2026 กลายเป็นงานที่ HR ต้องคิดหลายชั้นกว่าเดิมมาก จากเดิมที่เคยโฟกัสเรื่องการประกาศงานและคัดใบสมัคร วันนี้หลายองค์กรต้องออกไปค้นหาผู้สมัครเชิงรุก แข่งกับบริษัทอื่นเพื่อดึงดูดคนกลุ่มเดียวกัน บริหารงบประมาณที่มีจำกัด และเร่งกระบวนการให้เร็วพอ ก่อนที่ผู้สมัครคุณภาพดีจะตอบรับข้อเสนอจากที่อื่นไปก่อน</p>
<p>ภาพนี้สะท้อนผ่านผลสำรวจ Hiring Health Check-Up 2026 โดย <a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener">Reeracoen Thailand</a> ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากองค์กรกว่า 150 แห่งในประเทศไทย ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่สำรวจว่า องค์กรไทยใช้ช่องทางใดในการสรรหาคน ใช้เวลาปิดตำแหน่งนานแค่ไหน มีงบประมาณด้านการสรรหาอยู่ในระดับใด และกำลังเจอความท้าทายอะไรบ้างในตลาดแรงงานปีนี้</p>
<p>ผลสำรวจนี้ไม่ได้ให้แค่ตัวเลขของการจ้างงาน แต่ช่วยให้เห็นสุขภาพของกระบวนการสรรหาในองค์กรไทยชัดขึ้น ตั้งแต่บริษัทขนาดเล็กที่ต้องหาคนภายใต้งบจำกัด ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่มีช่องทางครบกว่า แต่ต้องรับมือกับขั้นตอนภายในที่ยาวและซับซ้อนกว่าเดิม</p>

<h2>Job Board ยังครองอันดับหนึ่ง แต่ Talent Search กลายเป็น Standard ทุกขนาดองค์กร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49894" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Health-Check-Up-2026-Reeracoen-1.webp" alt="Hiring Health Check-Up 2026 Reeracoen" width="600" height="452" title="สรุปผลสำรวจ Hiring Health Check-Up 2026 บอก Insight อะไรกับ HR ไทย ? 451" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Health-Check-Up-2026-Reeracoen-1.webp 657w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Health-Check-Up-2026-Reeracoen-1-300x226.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ผลสำรวจพบว่า ช่องทางการสรรหาที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Job Board โดย JobsDB และ JobThai ติดอันดับต้น ๆ ในเกือบทุกกลุ่มองค์กร ขณะที่ JOBTOPGUN มีสัดส่วนการใช้งานเพิ่มขึ้นตามขนาดองค์กร สูงถึง 51.85% ในกลุ่มที่มีพนักงาน 1,000 คนขึ้นไป</p>
<p>ประเด็นที่น่าสนใจคือ Talent Search หรือการเข้าหาผู้สมัครโดยตรงแบบ Proactive กลายเป็นช่องทางที่องค์กรทุกขนาดใช้แล้ว ตัวเลขตามขนาดองค์กรเป็นดังนี้</p>
<ul>
<li>ขนาด 1–50 คน: ใช้ Talent Search 66.67%</li>
<li>ขนาด 51–100 คน: ใช้ Talent Search 57.58%</li>
<li>ขนาด 101–300 คน: ใช้ Talent Search 66.67%</li>
<li>ขนาด 301–1,000 คน: ใช้ Talent Search 100%</li>
<li>ขนาด 1,000+ คน: ใช้ Talent Search 100%</li>
</ul>
<p>ตัวเลขนี้บ่งชี้ชัดว่าการรอรับ CV อย่างเดียวไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ทีม HR ต้องมีเครื่องมือที่ช่วยเข้าถึงฐานผู้สมัครได้โดยตรง</p>
<p>ขณะเดียวกัน Referral หรือการแนะนำพนักงานในเครือข่ายเป็นอีกช่องทางที่โตชัดเจนตามขนาดองค์กร</p>
<ul>
<li>ขนาด 1–50 คน: 30.30%</li>
<li>ขนาด 51–100 คน: 34.48%</li>
<li>ขนาด 101–300 คน: 52.00%</li>
<li>ขนาด 301–1,000 คน: 94.44%</li>
<li>ขนาด 1,000+ คน: 100%</li>
</ul>
<p>อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจแนะนำว่าแม้ Referral จะแข็งแกร่งในองค์กรใหญ่ แต่ยังคงต้องใช้ควบคู่กับ Job Board และ Recruitment Agency เพราะ Network ภายในมีขีดจำกัด</p>
<p>ส่วน Social Media เป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมสูงในทุกขนาดองค์กร บริษัทขนาด 1–50 คน ใช้มากถึง 57.58% และจะขึ้นไปถึง 81.48% ในองค์กรขนาดใหญ่ ตัวเลขนี้สะท้อนว่า Social Media ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางสร้างภาพลักษณ์องค์กร แต่กลายเป็นอีกพื้นที่สำคัญที่ HR ใช้เข้าถึงผู้สมัครและชวนให้คนสนใจตำแหน่งงานได้มากขึ้น</p>
<h2>Time-to-Fill ส่วนใหญ่อยู่ที่ 30–60 วัน แต่องค์กรใหญ่ใช้เวลานานกว่านั้น</h2>
<p>สำหรับ<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-reduce-time-to-fill-250929/">ระยะเวลาเฉลี่ยในการสรรหา (Time-to-Fill)</a> ของทุกกลุ่มองค์กรยังกระจุกตัวอยู่ที่ช่วง 30–60 วัน โดยสัดส่วนองค์กรที่ Fill ได้ในกรอบเวลานี้คิดเป็นดังนี้</p>
<ul>
<li>ขนาด 1–50 คน: 54.55% หาคนได้ใน 30–60 วัน โดยมี 30.30% หาคนได้ภายใน 30 วัน</li>
<li>ขนาด 51–100 คน: 93.10% หาคนได้ใน 30–60 วัน (ดีที่สุดในทุกกลุ่ม)</li>
<li>ขนาด 101–300 คน: 72.00% หาคนได้ใน 30–60 วัน</li>
<li>ขนาด 301–1,000 คน: 72.22% หาคนได้ใน 30–60 วันขนาด 1,000+ คน: 48.15% หาคนได้ใน 30–60 วัน และ 40.47% ใช้เวลาเกิน 60 วัน</li>
</ul>
<p>ตัวเลขที่น่าจับตามากที่สุดคือกลุ่มองค์กรขนาด 1,000 คนขึ้นไป ซึ่งมีถึง 40.47% ต้องใช้เวลาสรรหาเกิน 60 วัน แม้จะมีงบประมาณสูงสุดและใช้ช่องทางครบที่สุดในบรรดาทุกกลุ่มก็ตาม</p>
<p>ความย้อนแย้งนี้ไม่ได้แปลว่าองค์กรใหญ่ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ แต่มองได้ว่าตำแหน่งที่องค์กรขนาดนี้สรรหามักเป็นตำแหน่งสำคัญ ตำแหน่งใหญ่โตที่มีผู้สมัครน้อย บวกกับกระบวนการ Approval ภายในที่ยาวกว่ามาก ทำให้แม้จะหาคนเจอแล้ว กว่าจะปิด Offer ได้จริงก็ใช้เวลาไปอีกหลายสัปดาห์</p>
<p>กลับกันกับกลุ่มองค์กรขนาด 51–100 คน กลับเป็นกลุ่มที่ปิดตำแหน่งได้คล่องตัวที่สุด โดยมีถึง 93.10% ที่ใช้เวลา 30–60 วัน ส่วนหนึ่งอาจเพราะองค์กรขนาดนี้มีทีม HR ดูแลการสรรหาแล้ว แต่ยังไม่มีขั้นตอนอนุมัติหลายชั้นเหมือนองค์กรใหญ่ ทำให้ตัดสินใจได้เร็วกว่า และเดินหน้ากระบวนการสรรหาได้ต่อเนื่องกว่า</p>
<h2>งบสรรหาต่อปี ยิ่งองค์กรใหญ่ ยิ่งลงทุนมากขึ้น</h2>
<p>จากผลสำรวจพบว่า ความแตกต่างด้านงบประมาณระหว่างกลุ่มองค์กรเห็นได้ชัดมาก โดยงบประมาณหลักที่แต่ละกลุ่มใช้มากที่สุดคิดเป็นดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>ขนาด 1–50 คน: 57.58% ใช้งบต่ำกว่า 50,000 บาท/ปี</li>
<li>ขนาด 51–100 คน: 31.03% ใช้งบ 100,001–500,000 บาท</li>
<li>ขนาด 101–300 คน: 52.00% ใช้งบ 100,001–500,000 บาท</li>
<li>ขนาด 301–1,000 คน: 36.11% ใช้งบ 500,001–1,000,000 บาท</li>
<li>ขนาด 1,000+ คน: 44.00% ใช้งบ 500,001–1,000,000 บาท และอีก 7.41% ใช้มากกว่า 1,000,000 บาท</li>
</ul>
<p>สิ่งที่ตัวเลขเหล่านี้บอก ไม่ได้มีแค่คำถามว่าองค์กรขนาดไหนใช้เงินมากกว่าองค์กรขนาดไหน แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า “โจทย์การสรรหา” ของแต่ละขนาดองค์กรไม่เหมือนกัน องค์กรขนาดเล็กที่ใช้งบต่ำกว่า 50,000 บาทต่อปี มักต้องควบคุมต้นทุนอย่างใกล้ชิด ทำให้การเลือกช่องทางสรรหาอาจเน้นเครื่องมือที่คุ้มค่า เข้าถึงง่าย และใช้ทรัพยากรไม่มากนัก</p>
<p>ขณะที่เมื่อองค์กรมีขนาดใหญ่ขึ้น จำนวนตำแหน่งที่ต้องสรรหาก็มักเพิ่มขึ้นตามไปด้วย รวมถึงตำแหน่งที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น ระดับ Management, Specialist หรือ Senior Role ซึ่งอาจต้องใช้ช่องทางสรรหาที่หลากหลายและมีต้นทุนสูงกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น Job Board แบบแพ็กเกจใหญ่ Talent Search, Recruitment Agency, Headhunter หรือ Executive Search</p>
<p>ประเด็นนี้เห็นได้ชัดจากการกระโดดของงบประมาณระหว่างองค์กรขนาด 101–300 คน กับ 301–1,000 คน ซึ่งขยับจากกลุ่ม 100,001–500,000 บาท ไปอยู่ที่ 500,001–1,000,000 บาท ยิ่งเห็นได้ชัดว่า เมื่อองค์กรเติบโตขึ้น การสรรหาคนไม่ได้เพิ่มขึ้นแค่ในเชิงจำนวน แต่ยังเพิ่มขึ้นในเชิงความยากของตำแหน่ง วิธีการเข้าถึงผู้สมัคร และต้นทุนของเครื่องมือที่ต้องใช้ด้วย</p>
<h2>ความท้าทายสูงสุด: หาคนที่ใช่ได้ยาก การแข่งขันสูง งบจำกัด และกระบวนการที่ใช้เวลา</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49896" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Health-Check-Up-2026-Reeracoen-2.webp" alt="Hiring Health Check-Up 2026 Reeracoen" width="600" height="338" title="สรุปผลสำรวจ Hiring Health Check-Up 2026 บอก Insight อะไรกับ HR ไทย ? 452" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Health-Check-Up-2026-Reeracoen-2.webp 1672w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Health-Check-Up-2026-Reeracoen-2-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Health-Check-Up-2026-Reeracoen-2-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Health-Check-Up-2026-Reeracoen-2-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Health-Check-Up-2026-Reeracoen-2-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>สำหรับความท้าทายหลัก ๆ ที่องค์กรกลุ่มตัวอย่างเผชิญในการสรรหา สามารถแบ่งออกมาได้ 4 ข้อ ดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>หาผู้สมัครที่มีทักษะตรงตามความต้องการได้ยาก</strong> — ตำแหน่ง Senior และ Niche มักใช้เวลาสรรหาเกิน 60 วัน และยิ่งองค์กรเฉพาะเจาะจงมากเท่าไร Pool ของผู้สมัครก็ยิ่งแคบลงเท่านั้น</li>
<li><strong>การแข่งขันชิงบุคลากรที่สูงขึ้น</strong> — ผู้สมัครคุณภาพดีมักมีตัวเลือกหลายที่อยู่พร้อมกัน องค์กรที่กระบวนการสรรหาช้าหรือไม่ดึงดูดพอจึงสูญเสียคนไปในระหว่างทางโดยไม่ทันรู้ตัว</li>
<li><strong>งบประมาณที่จำกัด</strong> — โดยเฉพาะองค์กรขนาดเล็กที่มีงบต่ำกว่า 50,000 บาทต่อปี ซึ่งทำให้การเข้าถึงช่องทางสรรหาที่มีประสิทธิภาพสูงกว่านั้นทำได้ยาก</li>
<li><strong>กระบวนการสรรหาที่ใช้เวลานาน</strong> — ยิ่งองค์กรใหญ่ กระบวนการ Approval ก็ยิ่งซับซ้อน บางครั้งผู้สมัครตอบรับ Offer อื่นไปก่อนที่ฝ่าย HR จะได้รับอนุมัติเสียด้วยซ้ำ</li>
</ol>
<p>ความท้าทายทั้ง 4 ข้อนี้ไม่ได้เป็นอิสระจากกัน แต่เชื่อมโยงกันเป็นวงจร งบจำกัดทำให้เข้าถึงช่องทางที่ดีได้น้อยลง ซึ่งส่งผลให้หาคนได้ยากขึ้น และเมื่อหาคนได้ยากขึ้น Time-to-Fill ก็ยาวออกไป ขณะที่คู่แข่งก็กำลังแย่งตัวผู้สมัครกลุ่มเดียวกันอยู่พร้อมกัน</p>
<h2>สรุป Hiring Health Check-Up 2026</h2>
<p>การสรรหาคนในวันนี้เป็นงานที่ HR Recruiter ต้องบริหารความสมดุลภายใต้องค์ประกอบหลัก ๆ คือ “คนที่ใช่” “เวลาที่ใช้” “งบประมาณที่มี” และ “ช่องทางที่เลือก” ไปพร้อมกัน</p>
<p>ต่อให้องค์กรมีตำแหน่งงานที่ดี หากเข้าถึงผู้สมัครช้าเกินไป ใช้ช่องทางไม่ตรงกลุ่ม หรือกระบวนการตัดสินใจยืดเยื้อ โอกาสในการได้ Talent ที่ต้องการก็อาจหลุดมือไปได้ง่ายเช่นกัน</p>
<p>ข้อมูลจากผลสำรวจ Reeracoen Thailand นี้จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นให้ HR และ Recruiter กลับมาตรวจสอบกระบวนการของตัวเองอีกครั้งว่า วันนี้องค์กรยังพึ่งพาช่องทางเดิมมากเกินไปหรือไม่ งบประมาณด้านการสรรหาสอดคล้องกับความยากของตำแหน่งแค่ไหน กระบวนการคัดเลือกและอนุมัติเร็วพอหรือยัง และทีมมีเครื่องมือเพียงพอสำหรับการเข้าถึงผู้สมัครเชิงรุกหรือไม่</p>
<p>การสรรหาที่ดีไม่ได้วัดแค่ว่าปิดตำแหน่งได้หรือไม่ได้ แต่วัดด้วยว่าองค์กรใช้ทรัพยากรได้คุ้มค่าแค่ไหน และสามารถรักษาโอกาสในการดึงคนเก่งไว้ได้มากเพียงใดต่างหาก</p>
<p><a href="https://bit.ly/4uCUh4U" target="_blank" rel="noopener">สำหรับองค์กรที่อยากตรวจสุขภาพกระบวนการสรรหาของตัวเองให้ชัดขึ้น สามารถขอรับผลสำรวจ <strong>Hiring Health Check-Up 2026 ฉบับเต็มจาก Reeracoen Thailand</strong> เพื่อดูข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม และนำไปใช้ประกอบการวางแผนสรรหาบุคลากรให้เหมาะกับโจทย์ขององค์กรได้ที่นี่</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-survey/hiring-health-check-up-reeracoen-260513/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HR Transformation ที่แท้จริง ต้องเปลี่ยนพร้อมกัน 5 มิติ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-transformation-dave-ulrich-260511/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-transformation-dave-ulrich-260511/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 May 2026 06:14:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[HR Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Dave Ulrich]]></category>
		<category><![CDATA[เดฟ อูว์ริช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49870</guid>

					<description><![CDATA[ถ้าองค์กรของคุณเพิ่งปรับโครงสร้าง HR ใหม่ ซื้อระบบ HR ใหม่ เปลี่ยนชื่อตำแหน่ง HR Manager เป็น HR Business Partner แล้วประกาศว่าเราทำ HR Transformation เรียบร้อยแล้ว นั่นมันอาจไม่ใช่ HR Transformation อย่างที่คิด หากหลายองค์กรทุ่มงบและเวลาไปกับการทำ HR Transformation แบบนี้ แต่สุดท้ายผลลัพธ์ทุกอย่างยังคงเดิม ศาสตราจารย์ เดฟ อูว์ริช (Dave Ulrich) นักวิชาการด้าน HR บิดาแห่งแนวคิด HR สมัยใหม่ ฟันธงเลยว่า องค์กรกำลังเข้าใจคำว่า Transformation ผิดนั่นเอง แล้วสิ่งที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร ? หาคำตอบได้ในบทความนี้ HR มีอยู่เพื่ออะไรกันแน่ ? ก่อนไปถึงขั้นว่า HR Transformation คืออะไรกันแน่ ? อูว์ริชชวน HR ทุกท่านกลับไปตั้งคำถามพื้นฐานที่สุด คือ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49873" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HR-Transformation-Cover.webp" alt="HR Transformation Dave Ulrich 5 Dimensions" width="600" height="370" title="HR Transformation ที่แท้จริง ต้องเปลี่ยนพร้อมกัน 5 มิติ 457" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HR-Transformation-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HR-Transformation-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ถ้าองค์กรของคุณเพิ่งปรับโครงสร้าง HR ใหม่ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/2">ซื้อระบบ HR ใหม่</a> เปลี่ยนชื่อตำแหน่ง HR Manager เป็น <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211105-what-is-hrbp/">HR Business Partner</a> แล้วประกาศว่าเราทำ HR Transformation เรียบร้อยแล้ว</p>
<p>นั่นมันอาจไม่ใช่ HR Transformation อย่างที่คิด</p>
<p>หากหลายองค์กรทุ่มงบและเวลาไปกับการทำ HR Transformation แบบนี้ แต่สุดท้ายผลลัพธ์ทุกอย่างยังคงเดิม <a href="https://th.hrnote.asia/tips/dave-ulrich-231222/"><strong>ศาสตราจารย์ เดฟ อูว์ริช (Dave Ulrich)</strong> นักวิชาการด้าน HR บิดาแห่งแนวคิด HR สมัยใหม่</a> ฟันธงเลยว่า องค์กรกำลังเข้าใจคำว่า Transformation ผิดนั่นเอง<br />
แล้วสิ่งที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร ? หาคำตอบได้ในบทความนี้</p>

<h2>HR มีอยู่เพื่ออะไรกันแน่ ?</h2>
<p>ก่อนไปถึงขั้นว่า HR Transformation คืออะไรกันแน่ ? อูว์ริชชวน HR ทุกท่านกลับไปตั้งคำถามพื้นฐานที่สุด คือ ฝ่าย HR มีอยู่เพื่ออะไร ? ซึ่งเป็นคำถามที่หลายองค์กรยังตอบไม่ได้อย่างชัดเจน</p>
<p>สำหรับเขา <strong>HR มีหน้าที่สร้างขีดความสามารถของบุคลากร</strong> ทั้งในระดับปัจเจก ได้แก่ คนเก่งและผู้นำที่ดี และในระดับองค์กร ได้แก่ วัฒนธรรม กระบวนการ และระบบ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งลูกค้า นักลงทุน และชุมชน ได้รับมูลค่าที่แท้จริงจากองค์กร</p>
<p>แนวคิดนี้เรียกว่า Stakeholder HR และมันคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่างที่จะตามมา</p>
<h2>HR Transformation แค่โครงสร้างถึงไม่พอ</h2>
<p>อูว์ริชอธิบายว่า <strong>รูปแบบการดำเนินงานของ HR ที่สมบูรณ์ต้องพัฒนา 5 มิติไปพร้อมกัน</strong> การทุ่มเทเฉพาะมิติใดมิติหนึ่งแล้งละเลยที่เหลือ ก็เหมือนกับออกกำลังกายแค่แขนซ้ายข้างเดียวแล้วหวังว่าร่างกายจะแข็งแรงขึ้นทั้งตัว</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://forms.gle/NXqzXAKdZTygAPnb9" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49784" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/1920-x-1280-7-RTB.webp" alt="Roundtable Future of Transformation" width="600" height="400" title="HR Transformation ที่แท้จริง ต้องเปลี่ยนพร้อมกัน 5 มิติ 458" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/1920-x-1280-7-RTB.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/1920-x-1280-7-RTB-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/1920-x-1280-7-RTB-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/1920-x-1280-7-RTB-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/1920-x-1280-7-RTB-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://forms.gle/NXqzXAKdZTygAPnb9" target="_blank" rel="noopener">กลับมาอีกครั้งกับงานเสวนาสำหรับผู้นำ HR ! #7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3>มิติที่ 1: จุดประสงค์ (Purpose)</h3>
<p>ฝ่าย HR ต้องมีพันธกิจ วิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และอัตลักษณ์ที่ชัดเจนของตัวเอง ถ้า HR เองยังตอบไม่ได้ว่ามีคุณค่าอะไรต่อองค์กร ก็ยากจะโน้มน้าวให้คนอื่นเชื่อเช่นนั้นได้</p>
<h3>มิติที่ 2: แนวปฏิบัติ (Practices)</h3>
<p>กระบวนการและขั้นตอนการทำงานของ HR ต้องออกแบบอย่างใส่ใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำ AI มาใช้ให้ถูกจุด ซึ่งปัจจุบันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<h3>มิติที่ 3: การวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics)</h3>
<p>HR ต้องพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่ทำส่งผลต่อธุรกิจอย่างไร ผ่านตัวชี้วัดที่ครอบคลุมตั้งแต่ประสิทธิภาพการทำงาน การบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ไปจนถึงผลลัพธ์ทางการเงิน ถ้ายังวัดผลงานตัวเองด้วยจำนวนโปรแกรมที่จัดหรือชั่วโมงอบรม ก็ถึงเวลาต้องทบทวนตัวเองใหม่แล้ว</p>
<h3>มิติที่ 4: บุคลากร HR (HR Professionals)</h3>
<p>คนทำงาน HR ต้องมีสมรรถนะและอุปนิสัยที่เหมาะสม กล่าวคือมีความรับผิดชอบต่อตัวเอง และจุดประกายแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ด้วย เพราะยากมากที่จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีได้ หากคนทำงาน HR เองยังไม่ได้คิด ทำ และเชื่อมั่นเช่นนั้นจริง ๆ</p>
<h3>มิติที่ 5: โครงสร้างและธรรมาภิบาล (Structure &amp; Governance)</h3>
<p>โครงสร้างองค์กรและหลักการทำงานร่วมกันต้องชัดเจน เพื่อให้ทุกส่วนของ HR ทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งเป็นมิติที่อุว์ริชเน้นเป็นพิเศษในบทความนี้</p>
<h2>เก้าอี้ 4 ขา โครงสร้าง HR Transformation ที่ควรเป็น</h2>
<p>อูว์ริชเป็นที่รู้จักในฐานะผู้คิดค้น Ulrich Model หรือที่ HR ทั่วโลกเรียกกันว่า <strong>โมเดลเก้าอี้ HR 3 ขา</strong> ซึ่งประกอบด้วย Business Partners, Centers of Expertise และ Shared Services <strong>แต่ล่าสุดเขาเพิ่มขาที่ 4 เข้ามา</strong> พร้อมปรับรายละเอียดแต่ละส่วนให้เข้ากับบริบทปัจจุบัน ดังนี้</p>
<h3>ขาที่ 1: ทีมผู้นำ HR ระดับองค์กร (Corporate HR Leadership Team)</h3>
<p>CHRO และทีมผู้นำ HR ต้องทำมากกว่าดูแลงาน HR ภายใน พวกเขาต้องออกไปทำความเข้าใจตลาด รับรู้ความต้องการของลูกค้า นักลงทุน และชุมชน แล้วนำมุมมองเหล่านั้นมาแปลงเป็นกลยุทธ์ด้านคนที่ขับเคลื่อนธุรกิจได้จริง</p>
<p>พูดง่าย ๆ ก็คือผู้นำ HR ต้องนั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกับผู้บริหารระดับสูงและมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของบริษัท ไม่ใช่เป็นฝ่ายรอรับนโยบายมาปฏิบัติอย่างเดียว</p>
<h3>ขาที่ 2: พันธมิตรทางธุรกิจ (Business Partners)</h3>
<p>บทบาท HR Business Partner เดิมมักทำงาน 2 ขั้นตอนคือ รับโจทย์จากธุรกิจแล้วลงมือทำ อูว์ริชเสนอให้เพิ่มขั้นตอนที่ 3 เข้าไปนั่นคือ สร้างขีดความสามารถขององค์กร</p>
<p>หมายความว่า HRBP ต้องทำได้มากกว่าการตอบสนองความต้องการ ต้องร่วมวิเคราะห์ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้องค์กรโดดเด่นกว่าคู่แข่งในระยะยาว ออกแบบแผนเพื่อเสริมจุดแข็งนั้น และติดตามวัดผลว่าสิ่งที่ทำนำไปสู่ผลลัพธ์ทางการเงินได้จริงหรือไม่</p>
<h3>ขาที่ 3: ทีมพัฒนาขีดความสามารถ (Capability Teams)</h3>
<p>นี่คือจุดที่อูว์ริชเสนอให้ปรับโฉมมากที่สุด แทนที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญแต่ละสายงานใน Centers of Expertise ทำงานแยกกัน ไม่ว่าจะเป็นทีม Compensation, L&amp;D หรือ Talent Acquisition เขาเสนอให้จัดตั้งทีมพัฒนาขีดความสามารถมนุษย์ ที่ดึงผู้เชี่ยวชาญหลายสายมาทำงานร่วมกันเพื่อแก้โจทย์ธุรกิจชิ้นเดียวกัน</p>
<p>ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ การมีทีมนวัตกรรมที่ไม่ได้มีแค่คนจาก L&amp;D แต่ดึงคนจากฝ่าย Compensation, Talent Acquisition และ Communications มาร่วมงานกัน เพื่อผลักดันให้เกิดนวัตกรรมข้ามสายงานได้จริง แทนที่จะแก้ปัญหาแบบแยกส่วนแล้วได้คำตอบที่ขัดแย้งกันเอง</p>
<p>ทีมเหล่านี้ยังต้องผสานทักษะการวิเคราะห์และ AI เข้าไปด้วย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้เร็วและแม่นยำขึ้น</p>
<h3>ขาที่ 4: ฝ่ายสนับสนุนและเทคโนโลยี (HR Operations &amp; Technology)</h3>
<p>สำหรับงานธุรการและงานหลังบ้าน ไม่ว่าจะเป็น<a href="https://expth.hrnote.asia/categories/27">เงินเดือน สวัสดิการ</a> <a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/topgolf-230922/">การปฐมนิเทศพนักงานใหม่</a> หรืองานกฎระเบียบ ดูเผิน ๆ อาจเหมือนงานรองของ HR แต่งานเหล่านี้ผิดพลาดขึ้นมาเมื่อไหร่ ความเสี่ยงระดับองค์กรตามมาทันที</p>
<p>งานส่วนนี้กำลังเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่มาสู่การใช้ AI โดยตรง สามารถเอา Generative AI เข้ามาช่วยตอบคำถามพนักงาน และสามารถใช้ Agentic AI ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่จัดการงานประจำวันแทนมนุษย์ได้แล้ว</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37193" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-5.webp" alt="สรุปเสวนา Harnessing the Past to Drive Future Value of Human Capability โดย Dave Ulrich" width="600" height="370" title="HR Transformation ที่แท้จริง ต้องเปลี่ยนพร้อมกัน 5 มิติ 459" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/harnessing-the-past-to-drive-future-value-of-human-capability-240205/">สรุปเสวนา Harnessing the Past to Drive Future Value of Human Capability โดย Dave Ulrich</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>ธรรมาภิบาล: กาวที่ประสานทั้ง 4 ขาเข้าหากัน</h2>
<p>การมีโครงสร้างที่ดียังไม่พอ ถ้าแต่ละส่วนยังคงทำงานแยกกันคนละทิศ อูว์ริชจึงเสนอหลักธรรมาภิบาล 4 ประการ หรือ 4As ซึ่งมีรากฐานมาจากงานวิจัยเรื่อง Positive Relationships ในองค์กร ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน การฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่แตกหัก ไปจนถึงการทำงานร่วมกันเป็นทีม</p>
<p>เพราะเขาเชื่อว่าเมื่อภายในองค์กรมีความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างกัน จะช่วยให้ HR จะส่งมอบมูลค่าที่ดีที่สุด ผลักดันองค์กรไปสู่ทิศทางที่ใช่ได้มากขึ้น ดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>Agility</strong> ยืดหยุ่น ปรับตัวได้เร็ว ไม่ติดกับกระบวนการที่ล้าสมัย</li>
<li><strong>Accountability</strong> ทุกคนรู้บทบาทของตัวเองและรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่รับผิดชอบต่อกระบวนการ</li>
<li><strong>Analytics</strong> ใช้ข้อมูลและ AI ช่วยตัดสินใจ ไม่ใช้ความรู้สึกหรือความเคยชิน</li>
<li><strong>Abilities</strong> พนักงาน HR มีสมรรถนะจริง พร้อมรับบทบาทที่คาดหวังในทุกระดับ</li>
</ul>
<h2>สรุป HR Transformation ที่แท้จริง ต้องเปลี่ยนทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49874" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HR-Transformation-Dave-Ulrich-5-Dimensions.webp" alt="HR Transformation Dave Ulrich 5 Dimensions" width="600" height="370" title="HR Transformation ที่แท้จริง ต้องเปลี่ยนพร้อมกัน 5 มิติ 460" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HR-Transformation-Dave-Ulrich-5-Dimensions.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HR-Transformation-Dave-Ulrich-5-Dimensions-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>HR Transformation ที่แท้จริง ไม่ได้จบลงแค่การซื้อระบบใหม่ ปรับโครงสร้างใหม่ หรือเปลี่ยนชื่อตำแหน่งให้ดูทันสมัยขึ้น แต่ต้องยกระดับบทบาทของ HR ทั้งระบบ เพื่อให้สามารถสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้จริง</p>
<p>HR Transformation ไม่ใช่โปรเจกต์ที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่การเปลี่ยนแปลงมีหลายขั้นตอน ใช้เวลาเยอะ และที่สำคัญ หาก HR ไม่เปลี่ยนบทบาทจากแค่การดูแลงานคน ไปสู่การสร้างขีดความสามารถให้องค์กรอย่างเป็นระบบ ความสำเร็จจะไม่เกิดขึ้นเลย</p>
<p>แล้วองค์กรของคุณล่ะ เริ่มทำ HR Transformation ตามแนวทางนี้แล้วหรือยัง ?</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Source:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://www.linkedin.com/pulse/transforming-hr-function-operating-model-purpose-practices-ulrich-xmivc/" target="_blank" rel="noopener">linkedin.com</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-transformation-dave-ulrich-260511/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปิดช่องว่าง The Visibility Gap ด้วยทักษะการพูดและการสร้างตัวตนกับ เจ &#8211; กฤต บัวประเสริฐ (JayKrit)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/partner-content/the-visibility-gap-jaykrit-260508/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/partner-content/the-visibility-gap-jaykrit-260508/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 May 2026 08:15:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Partner Content]]></category>
		<category><![CDATA[กฤต บัวประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[JayKrit]]></category>
		<category><![CDATA[The Visibility Gap]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49854</guid>

					<description><![CDATA[“ต่อให้คุณเก่งระดับ 9 เต็ม 10 แต่ถ้าคนอื่นไม่เคยมองเห็น คุณก็เก่งแค่ระดับ 2 ในสายตาเขา” มีคนทำงานจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่า ตัวเองทำงานหนัก มีผลงานจริง แต่กลับไม่ค่อยถูกพูดถึงในองค์กร ไม่ได้ถูกเลือกให้รับผิดชอบโปรเจกต์สำคัญ และชื่อไม่เคยอยู่ในลิสต์ว่าเป็นคนที่พร้อมเติบโต ทั้งที่ศักยภาพไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร การโดนมองข้ามแบบนี้ไม่ได้แปลว่าพวกเขาไม่เก่ง แต่กำลังสะท้อนสิ่งที่เรียกว่า &#8220;The Visibility Gap&#8221; ช่องว่างระหว่างคนที่มีความสามารถ กับคนที่มีความสามารถและได้รับการยอมรับว่ามีผลงานเชิงประจักษ์ และช่องว่างนี้เองที่กำลังตัดสินว่าใครจะได้เติบโตในองค์กร เจ &#8211; กฤต บัวประเสริฐ หรือ JayKrit CEO และผู้ก่อตั้งสถาบัน Million Speaker ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและการพูดในที่สาธารณะรุ่นใหม่ระดับแนวหน้าของประเทศไทย เจ้าของรางวัลการพูดระดับประเทศและเอเชีย มองว่าช่องว่างนี้ไม่ได้เกิดจากความสามารถที่แตกต่างกัน แต่เกิดจากการที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้วิธีสื่อสารความเก่งของตัวเองออกมาให้คนอื่นมองเห็นได้ HREX มีโอกาสได้คุยกับคุณกฤตถึงช่องว่างนี้ว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และที่สำคัญกว่านั้น HR และผู้บริหารจะช่วยปิดช่องว่างนี้ให้กับองค์กรได้อย่างไร เพื่อทำให้คนที่เก่งจริงได้เปล่งประกายในแบบที่ควรจะเป็นจริง ๆ จากคนที่เคยไม่มั่นใจในเสียงของตัวเอง ทุกวันนี้หลายคนรู้จัก JayKrit ในฐานะ Public Speaking Coach ช่วยถ่ายทอดวิธีพูด และวิธีการสร้างตัวตนผ่านการพูดให้กับผู้บริหารและคนทำงานหลากหลายองค์กร แต่กว่าที่เขาจะพูดเก่ง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49859" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover.webp" alt="Jay Krit HREX The Visibility Gap" width="600" height="373" title="ปิดช่องว่าง The Visibility Gap ด้วยทักษะการพูดและการสร้างตัวตนกับ เจ - กฤต บัวประเสริฐ (JayKrit) 469" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover.webp 1591w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover-300x186.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover-1024x636.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover-768x477.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover-1536x954.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><em>“ต่อให้คุณเก่งระดับ 9 เต็ม 10 แต่ถ้าคนอื่นไม่เคยมองเห็น คุณก็เก่งแค่ระดับ 2 ในสายตาเขา”</em></p>
<p>มีคนทำงานจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่า ตัวเองทำงานหนัก มีผลงานจริง แต่กลับไม่ค่อยถูกพูดถึงในองค์กร ไม่ได้ถูกเลือกให้รับผิดชอบโปรเจกต์สำคัญ และชื่อไม่เคยอยู่ในลิสต์ว่าเป็นคนที่พร้อมเติบโต ทั้งที่ศักยภาพไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร</p>
<p>การโดนมองข้ามแบบนี้ไม่ได้แปลว่าพวกเขาไม่เก่ง แต่กำลังสะท้อนสิ่งที่เรียกว่า <strong>&#8220;The Visibility Gap&#8221; ช่องว่างระหว่างคนที่มีความสามารถ กับคนที่มีความสามารถและได้รับการยอมรับว่ามีผลงานเชิงประจักษ์</strong></p>
<p>และช่องว่างนี้เองที่กำลังตัดสินว่าใครจะได้เติบโตในองค์กร</p>
<p><strong>เจ &#8211; กฤต บัวประเสริฐ หรือ JayKrit CEO และผู้ก่อตั้งสถาบัน Million Speaker ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและการพูดในที่สาธารณะรุ่นใหม่ระดับแนวหน้าของประเทศไทย เจ้าของรางวัลการพูดระดับประเทศและเอเชีย</strong> มองว่าช่องว่างนี้ไม่ได้เกิดจากความสามารถที่แตกต่างกัน แต่เกิดจากการที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้วิธีสื่อสารความเก่งของตัวเองออกมาให้คนอื่นมองเห็นได้</p>
<p>HREX มีโอกาสได้คุยกับคุณกฤตถึงช่องว่างนี้ว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และที่สำคัญกว่านั้น HR และผู้บริหารจะช่วยปิดช่องว่างนี้ให้กับองค์กรได้อย่างไร เพื่อทำให้คนที่เก่งจริงได้เปล่งประกายในแบบที่ควรจะเป็นจริง ๆ</p>

<h2>จากคนที่เคยไม่มั่นใจในเสียงของตัวเอง</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49861" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-4.webp" alt="Jay Krit HREX The Visibility Gap" width="600" height="399" title="ปิดช่องว่าง The Visibility Gap ด้วยทักษะการพูดและการสร้างตัวตนกับ เจ - กฤต บัวประเสริฐ (JayKrit) 470" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-4.webp 1537w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-4-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-4-1024x682.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-4-768x511.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ทุกวันนี้หลายคนรู้จัก JayKrit ในฐานะ Public Speaking Coach ช่วยถ่ายทอดวิธีพูด และวิธีการสร้างตัวตนผ่านการพูดให้กับผู้บริหารและคนทำงานหลากหลายองค์กร แต่กว่าที่เขาจะพูดเก่ง เอาประเด็นนี้มาสอน และช่วยเหลือคนจนเติบโต รู้หรือไม่ว่าเขาเคยเป็นเด็กที่ไม่ชอบเสียงของตัวเองมาก่อน และโดนเพื่อนล้อเรื่องการพูดมาตลอด</p>
<p><em>&#8220;ช่วงประถมผมเสียงเหมือนเป็ด เสียงแบนมาก รู้สึกไม่ชอบเสียงตัวเองเลย จำได้เลยว่าเพื่อนล้อผมเรื่องเสียงประหลาดหนักมาก ผมเลยไปถามครูสอนดนตรีว่าควรแก้เสียงตัวเองตอนพูดยังไงดี คุณครูให้คำแนะนำว่า ลองพูดให้นุ่มขึ้น ใช้เสียงต่ำ ๆ ในคอแทน จะช่วยให้น่าฟังขึ้นเยอะ&#8221;</em></p>
<p>นั่นคือครั้งแรกที่เขาเริ่มฝึกเสียงของตัวเอง</p>
<p>ตอนนั้นเขารู้วิธีทำให้เสียงของตัวเองน่าฟังขึ้นแล้วก็จริง แต่ไม่ได้ทำให้เขากลายเป็นคนพูดเก่งอย่างทุกวันนี้แต่อย่างใด จุดเปลี่ยนที่ทำให้สนใจการฝึกพูดให้เก่งจริง ๆ เกิดช่วงที่เขาเรียนชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียลตอนอายุ 17 ปี เขาบังเอิญได้ดู<a href="https://www.youtube.com/watch?v=cbJ6WcxbTBs&amp;feature=youtu.be" target="_blank" rel="noopener">คลิปกล่าวสุนทรพจน์ใน YouTube ของ มาร์ติน ชีน (Martin Sheen) นักแสดงชื่อดัง และนักรณรงค์ตัวยงด้านสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ เขาขึ้นพูดในงาน WE Day ต่อหน้าผู้ฟังกว่า 20,000 คน</a> แล้วพบว่าการเลือกใช้คำพูดของเขามันทรงพลังมาก ๆ</p>
<p><em>“พอจบสุนทรพจน์นั้นปุ๊บ ทุกคนในฮอลล์ก็ลุกขึ้นปรบมือให้เขาอย่างกึกก้อง โห เขาเท่มากเลยครับ และเก่งมากที่ทำให้คนเป็นหมื่นลุกขึ้นมาปรบมือให้ได้ ผมเลยตั้งเป้าตั้งแต่ตอนนั้นว่าอยากเท่ให้ได้แบบนี้ อยากพูดเก่งให้ได้แบบนี้บ้าง&#8221;</em></p>
<p>พอได้แรงบันดาลใจจนไฟลุก คุณกฤตจึงฝึกใช้เสียงและฝึกพูดอย่างไม่ลดละ พอยิ่งฝึก เขาก็ยิ่งอยากเรียนรู้ อยากปล่อยของออกมาให้ทุกคนได้เห็น เขาหาโอกาสขึ้นเวทีแล้วใช้เสียงของตัวเองผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ตลอด ไม่ว่าจะร้องเพลง อ่านพระคัมภีร์ต่อหน้าคนจำนวนมาก หรือการออกไปพูดในที่สาธารณะ แม้จะโดนเพื่อนแซวกลับมาประจำเสมอก็ไม่ย่อท้อ</p>
<p><em>“ทุกครั้งที่โดนคอมเมนต์ ผมจะเอาฟีดแบ็กที่ได้มาปรับกับการพูด ตอนนั้นพอแก้เรื่องหนึ่งได้ ก็จะมีเรื่องใหม่ให้แก้งอกขึ้นมาอีก ผมก็แก้ไปเรื่อย ๆ อีก จนสุดท้ายเสียงวิจารณ์ก็เงียบลง เพราะพัฒนาจนเพื่อนไม่มีอะไรให้คอมเมนต์แล้ว</em></p>
<p><em>“ถ้าอยากพูดเก่ง มีวิธีเดียวจริง ๆ ครับคือต้องฝึกพูดเท่านั้น ฝึกให้มากพอ ฟังฟีดแบ็คให้มากพอ ไม่มีทางลัด”</em></p>
<h2>พูดเก่งอย่างเดียว อาจไม่เพียงพออีกต่อไป</h2>
<p>เวลาพูดถึงการหาโอกาสฝึกพูดและใช้เสียงในช่วงวัยรุ่นวัยเรียน อีกวิธีที่เขาใช้คือการไปออดิชั่นเป็นนักร้องในเวทีประกวดชื่อดังอยู่เรื่อย ๆ แต่ไม่เคยผ่านเข้ารอบลึก ๆ เลย</p>
<p>อย่างไรก็ตาม พอไปประกวดพูดเวทีหนึ่งที่สถานีโทรทัศน์ ไทยทีวีสีช่อง 3 จัดขึ้น เขากลับได้เข้ารอบลึก ๆ ซึ่งนำเขาไปสู่การอบรมเป็นผู้ประกาศข่าว แล้วได้พบกับองค์ความรู้เรื่องการพูด การใช้เสียงที่น่าสนใจ ทำให้เขาตระหนักว่าเอาดีด้านนี้น่าจะไปได้รุ่งกว่า และหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาได้งานแรกอย่างเป็นทางการในสถานีโทรทัศน์ชื่อดังอีกแห่งหนึ่ง</p>
<p>ที่นี่ เขาเจออุปสรรคที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน</p>
<p><em>“หน้าที่ของผมตอนนั้นคือประกาศข่าวอย่างเดียวเลยจริง ๆ ช่วงนั้นเข้าออฟฟิศทุกวัน แม้กระทั่งวันที่ไม่มีออนแอร์ก็ตาม ตอนนั้นอึดอัดมากครับ รู้สึกว่าถ้าเรายังอยู่ที่นี่ เราจะกลวง ไม่ได้เก่งขึ้นแน่นอน</em></p>
<p><em>“ถ้าถามว่าตอนนั้นได้ฝึกพูดไหม ได้ฝึกครับ แต่ผมคิดว่าการพูดเก่งอย่างเดียวไม่พออีกต่อไปแล้ว เราต้องมีของข้างใน ทำงานด้านอื่นเก่งด้วย คิดเป็น สื่อสารเป็น เข้าใจสิ่งต่าง ๆ ถ้าเราเก่งแค่พูดอย่างเดียว แล้วไม่มีอย่างอื่นเลย สุดท้ายคนจะไม่ไว้ใจเรา ไม่เชื่อเรา เพราะว่าเนื้อในเราไม่มีผลงานที่จับต้องได้ให้เขาเห็น”</em></p>
<p>หลังเป็นผู้ประกาศอยู่ 1 ปี เขาก็ลาออกมาสมัครเป็นพนักงานขายให้บริษัทรับจัด Team Building ให้กับองค์กรต่างชาติในไทย</p>
<p>ที่นี่เขาได้ใช้ทักษะการพูด สร้างความสัมพันธ์กับพาร์ทเนอร์ และทำความเข้าใจความต้องการของพวกเขาไปพร้อมกัน พอพูดแล้วสนุก ทำให้ลูกชื่นชอบและไว้ใจได้ ก็นำไปสู่การปิดดีลสำคัญกับ Shopee ซึ่งถือเป็นลูกค้ารายสำคัญได้</p>
<p>และแค่งานนั้นงานเดียว ทำให้เขาได้ค่าคอมมิชชั่นหลักแสนเป็นครั้งแรกในชีวิต</p>
<p><em>&#8220;ครั้งนั้นทำให้ตระหนักเลยครับว่า ความสามารถในการทำงาน และการพูดของเราสร้างผลงานและนำเงินเป็นแสนให้ได้เลยเหรอ ตอนนั้นเลยเริ่มมั่นใจจริง ๆ ครับว่าการพูดสามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ขนาดไหน&#8221;</em></p>
<p>พอเขาตระหนักว่าการพูดแล้วสร้างผลลัพธ์ได้จริง ก็พยายามเพิ่มของในตัวเสมอ แต่<strong>บ่อยครั้งความสามารถในการพูดและสร้างผลลัพธ์เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ เพราะเขาได้เห็นหลายตัวอย่างในโลกการทำงานจริงว่า มีคนเก่งอีกมากที่ทำงานหนัก มีผลงาน แต่กลับไม่ได้รับโอกาสในการเติบโต</strong></p>
<p>ไม่ใช่เพราะพวกเขาขาดความสามารถ แต่เพราะไม่มีใครมองเห็นความสามารถที่พวกเขามี</p>
<p><strong>และสิ่งนั้นก็คือ The Visibility Gap</strong></p>
<h2>ลด Visibility Gap ได้ ต้องวางกลยุทธ์ก่อนพูด</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49863" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-2.webp" alt="Jay Krit HREX The Visibility Gap" width="600" height="399" title="ปิดช่องว่าง The Visibility Gap ด้วยทักษะการพูดและการสร้างตัวตนกับ เจ - กฤต บัวประเสริฐ (JayKrit) 471" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-2.webp 1537w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-2-1024x682.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-2-768x511.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ปัจจุบันมีคนทำงานไม่น้อยกำลังตกอยู่ใน Visibility Gap แม้จะทำงานหนัก มีผลงานจริง เก่งจริง แต่กลับไม่ค่อยถูกเลือกให้รับผิดชอบโปรเจกต์สำคัญ กลับกันคนที่อาจไม่ได้เก่งเท่า กลับได้โอกาสฉายแสงมากกว่า</p>
<p>คุณกฤตถอดบทเรียนแล้วค้นพบว่า มันเกิดจากการสื่อสารความเก่งออกมาได้ไม่ชัดพอ เมื่อเทียบกับอีกคน</p>
<p><em>“หลายครั้งเราจะเห็นคนที่นำเสนอเก่ง พูดลื่น ฟังเพลิน แต่สุดท้ายไอเดียไม่ถูกหยิบไปใช้ ขณะที่บางคนอาจไม่ได้พูดหวือหวา แต่พอพูดแล้วคนฟังตัดสินใจทันที ความต่างไม่ได้อยู่ที่คำพูดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กลยุทธ์การพูดด้วย เขาวางแผนมาก่อนว่าจะสื่อสารเรื่องอะไร จะพูดยังไงเพื่อนำไปสู่โอกาส ปิดดีลได้ หรือการเติบโตในสายอาชีพ</em></p>
<p><em>“ถ้าเราไม่เคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราพูดครั้งนี้ไปเพื่ออะไร ? เราจะเลือกเรื่องมาพูดกับคนที่อยู่ตรงหน้าเราไม่ถูก และสุดท้ายบทสนทนานั้นก็จะจบลงแบบไม่เกิดอะไรตามมา”</em></p>
<p>เขายกตัวอย่างว่า <strong>เซลส์จำนวนมากเวลาจะไปเจอลูกค้าช่วงปีใหม่ คิดแค่ว่าหิ้วกระเช้าไปให้ลูกค้า ให้เขาจดจำหน้าได้ก็พอ แต่จริง ๆ ควรต้องคิดตั้งแต่ก่อนไปว่า เราอยากได้อะไรจากการหิ้วกระเช้าไปให้ในครั้งนี้</strong></p>
<p><em>“คนที่วางแผนจะเริ่มจากการคิดว่า ลูกค้าคนนี้กำลังเจออะไรอยู่ ต้องการอะไรในปีนี้ และเรามีอะไรที่เชื่อมโยงกับเขาได้บ้าง จากนั้นจึงเลือกประเด็นที่จะคุยให้สอดคล้องกับเป้าหมาย</em></p>
<p><em>“ถ้าเรารู้ว่าลูกค้ามีปัญหาอะไร เราสามารถเตรียมข้อมูลหรือไอเดียที่เกี่ยวข้องไปคุยได้เลย แบบนี้การคุยจะมีทิศทาง ไม่เสียเวลา และคนที่วางแผนพร้อมจะได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน”</em></p>
<p>อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ <strong>คนจำนวนมากทุ่มเวลาไปกับการพัฒนาทักษะในการทำงาน แต่กลับไม่เคยสื่อสารความเก่งของตัวเองออกไป</strong></p>
<p>ขณะให้สัมภาษณ์ในประเด็นนี้ เขาก็ยกมือปิดตาตัวเองข้างหนึ่ง</p>
<p><em>“เมื่อผมปิดตาข้างหนึ่ง ผมจะเห็นฝั่งที่ตาเปิดอยู่ได้ชัด แต่ฝั่งที่ปิดเอาไว้ ไม่ว่ามันจะดีแค่ไหน จะสวยแค่ไหน ผมก็จะมองไม่เห็น และไม่มีทางรู้เลยว่ามีสิ่งเหล่านั้นอยู่</em></p>
<p><em>“ก็เหมือนความสามารถของเรา ถ้าเราไม่โชว์ออกไป มันก็เหมือนตาข้างที่ถูกปิดเอาไว้ คนอื่นย่อมไม่รู้ว่าเรามี ไม่รู้ว่าเราเก่ง</em></p>
<p><em>“ดังนั้น ถ้าคุณอยาก ปิดช่องว่าง The Visibility Gap หน้าที่ของคุณตอนนี้อาจไม่ใช่พัฒนาความเก่งให้มากขึ้น แต่ต้องพัฒนาความสามารถในการสร้างการมองเห็นต่างหาก</em></p>
<p><em>“เราไม่ต้องเก่งติด Top 1% ก็ได้ แต่ถ้าเราพูดได้ดี สื่อสารเก่งจริง ๆ คู่แข่งในทีมเราที่มีคนเก่งใกล้เคียงกัน 20 คน อาจจะเหลืออยู่แค่ 2 คนเท่านั้น และโอกาสที่จะได้โปรโมทก็จะเพิ่มขึ้นทันทีครับ”</em></p>
<h2>กล้าแสดงศักยภาพ และหาแสงให้เป็น</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49864" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-1.webp" alt="Jay Krit HREX The Visibility Gap" width="600" height="399" title="ปิดช่องว่าง The Visibility Gap ด้วยทักษะการพูดและการสร้างตัวตนกับ เจ - กฤต บัวประเสริฐ (JayKrit) 472" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-1.webp 1537w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-1-1024x682.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-1-768x511.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การเพิ่มโอกาสให้ตัวเองได้รับการมองเห็น เหมือนจะทำได้ไม่ยาก แต่หลายคนพอตกอยู่ในสถานการณ์นี้ ย่อมกังวลว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเองถูกมองเห็น โดยไม่ดูพยายามหาแสงมากเกินไป</p>
<p>คุณกฤตอธิบายว่าสิ่งที่จะทำให้สมการนี้คือถ้วนคือ มีผลงาน + มีการมองเห็น + มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนที่เราวางแผนเอาไว้แล้ว</p>
<p><em>“เราต้องรู้ก่อนว่าเราควรไปอยู่ในสายตาใครบ้างที่มีผลกับเรา แล้วก็ดูว่าจะมีใครที่ได้รับผลกระทบหากตัวเราได้แสงสปอทไลท์สาดส่องมา แต่ไม่ใช่ทุกเสียงที่เราต้องใส่ใจครับ หากมีคนไม่พอใจกับการเติบโตของเรา แต่ถ้าเขาคนนั้นไม่ได้มีผลต่อการได้เลื่อนขั้นของเรา ก็ไม่ต้องเก็บมาคิดมาก”</em></p>
<p><strong>คนที่มีอิทธิพลต่อโอกาสเติบโตในเส้นทางของเราต่างหาก ที่เราต้องบริหารความสัมพันธ์ไปพร้อมกันให้ดี</strong></p>
<p><em>“คนที่เติบโตได้จริง มักมีแรงสนับสนุนจากคนรอบตัว ถ้าหัวหน้าทีมอื่นรู้จัก จดจำเราได้ รู้ว่าเราเก่งจริง รวมถึงรู้สึกดีกับเรา เวลาจะโปรโมทใคร เขาก็พร้อมไฟเขียว พร้อมพูดแทนช่วยเรา เพราะการเลื่อนตำแหน่งมันต้องผ่านหลายคน ไม่ใช่แค่หัวหน้า”</em></p>
<p>คุณกฤตยังยกตัวอย่างจริงของลูกศิษย์ซึ่งเป็น HR สาย L&amp;D จากองค์กรการเงินแห่งหนึ่ง ที่ไม่ได้เลื่อนตำแหน่งมาระยะหนึ่งแล้ว สิ่งที่เขาแนะนำเธอคือการป่าวประกาศสิ่งที่ตัวเองทำบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น LinkedIn เพื่อโปรโมทตัวเองให้ HR ในเครือข่ายได้เห็น</p>
<p><em>“LinkedIn เป็นแหล่งที่ Recruiter กับ Headhunter เข้าไปหาคนเก่งอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่สำหรับการสร้างตัวตนของเราด้วย ถ้าเราพูดเรื่องที่เราทำอย่างต่อเนื่องให้กลุ่ม HR ที่เรามีคอนเนคชั่นมองเห็น เราจะโดดเด่นขึ้นมาทันที เมื่อเทียบกับคนในตำแหน่งเดียวกันอีกเป็นพันคนที่อาจจะเก่งจริง แต่ไม่ได้สื่อสารความเก่งออกมาเลย”</em></p>
<p>ผลปรากฏว่า หลังจากให้คำแนะนำไป แล้วลูกศิษย์ก็หมั่นโพสต์ใน LinkedIn เพื่อทำให้ความสามารถของเธอเป็นที่รู้จักในกลุ่มเครือข่าย เป็นผลให้เธอได้งานใหม่เป็น HR Manager ในอีกองค์กรจนได้</p>
<h2>สร้างตัวตนเป็น เห็นข้อดีเยอะกว่าข้อเสีย</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49865" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-45.webp" alt="Jay Krit HREX The Visibility Gap" width="600" height="399" title="ปิดช่องว่าง The Visibility Gap ด้วยทักษะการพูดและการสร้างตัวตนกับ เจ - กฤต บัวประเสริฐ (JayKrit) 473" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-45.webp 1537w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-45-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-45-1024x682.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-45-768x511.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การรู้จักสื่อสารความเก่ง สร้างตัวตนให้เป็นที่รู้จักเพิ่มโอกาสได้งานใหม่ และเติบโตแน่นอน แต่สำหรับ HR หลาย ๆ คน อาจกลัวว่าถ้าส่งเสริมให้พนักงานสร้าง Personal Brand ของตัวเอง จะเพิ่มความเสี่ยงให้องค์กรอื่นมาชิงตัว แล้วเสียคนที่ใช่ไปหรือเปล่า ?</p>
<p>คุณกฤตมองเรื่องนี้ต่างออกไป</p>
<p><em>“ลองคิดดูว่า ถ้า Manager ในองค์กรของเราเกิดมีชื่อเสียงขึ้นมา มันจะช่วยสร้าง Employer Branding ได้ขนาดไหน ชื่อเสียงของคนในองค์กรจะดึงดูดให้คนอยากเข้ามาร่วมงานกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเขาคนนั้นคือคนที่ใคร ๆ ก็อยากทำงานด้วยอยู่แล้ว</em></p>
<p><em>“และบางที เราอาจจะได้ลูกค้า ได้พาร์ทเนอร์ใหม่ ๆ เพราะเห็นพนักงานในองค์กรแชร์เรื่องที่กำลังทำในบริษัทอยู่ก็เป็นได้ครับ มันคือการทำการตลาดให้องค์กรอีกทางหนึ่งด้วยโดยที่องค์กรเองอาจไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเลย”</em></p>
<p>ในอีกด้านหนึ่ง เขามองว่าหากพนักงานสามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้มากขึ้นจริง องค์กรก็ควรตอบแทนให้สมน้ำสมเนื้อ</p>
<p><em>“ถ้าเขาเก่งจริง ขอเงินเดือนเพิ่ม 30% แต่เขาสร้างคุณค่าให้องค์กรเพิ่มถึง 50% ผมคิดว่าการจ่ายเงินให้เขาถือเป็นการลงทุนในคนที่คุ้มค่านะ แบบนี้การพัฒนาคนจะไม่ใช่ภาระ แต่เป็นการเติบโตไปด้วยกันครับ”</em></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50060" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-31.webp" alt="HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch" width="600" height="370" title="ปิดช่องว่าง The Visibility Gap ด้วยทักษะการพูดและการสร้างตัวตนกับ เจ - กฤต บัวประเสริฐ (JayKrit) 474" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-31.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-31-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-winning-the-c-suite-pitch-jaykrit-260528/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>การสื่อสารของผู้นำ คือจุดตัดสินความเชื่อมั่นของทั้งองค์กร</h2>
<p>ในทุกองค์กร คนที่มีบทบาทต่อการสื่อสารมากที่สุดคงหนีไม่พ้นผู้นำ คำพูดของพวกเขาไม่ได้สะท้อนภาพของตัวบุคคลเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพรวมขององค์กรในสายตาของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งพนักงาน นักลงทุน และลูกค้า</p>
<p>ในฐานะผู้ก่อตั้งสถาบัน Million Speaker เขายกตัวอย่างที่เห็นด้วยตาตัวเองว่า เขารู้จัก CEO ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่มีความสามารถในการบริหารงานสูงมาก แต่ทุกครั้งที่ต้องสื่อสารกับบอร์ดหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เขาสื่อสารได้ไม่ดี เสียงของเขาขาดความมั่นใจ พูดตะกุกตะกัก ผู้ถือหุ้นที่ฟังอยู่เลยเกิดความสงสัยในความถูกต้องของข้อมูล ทำให้ความเชื่อมั่นลดลง และกระทบต่อราคาหุ้นโดยตรง</p>
<p><em>&#8220;มีคนอยากให้เขาไม่ต้องออกสื่อเลย แต่ด้วยบทบาทของ CEO บริษัทจดทะเบียน มันเป็นไปไม่ได้&#8221;</em> เจ้าของรางวัลด้านการพูดจากหลายสถาบันอธิบาย</p>
<p><em>&#8220;ทุกครั้งที่เขาออกมาพูด มันคือโอกาส แต่จะเป็นโอกาสที่ดีขึ้นหรือแย่ลง อยู่ที่ว่าเขาพูดอย่างไร&#8221;</em></p>
<p>กรณีนี้สะท้อนให้เห็นชัดว่า <strong>ในระดับผู้นำ การสื่อสารไม่ใช่แค่ทักษะเสริม แต่มีผลโดยตรงต่อองค์กร ผู้นำที่สื่อสารได้ดีจะกลายเป็นหน้าตาขององค์กรทันที ดึงความเชื่อมั่น ลูกค้า และคนเก่งเข้ามาได้ </strong>แต่ในทางกลับกัน ก็สามารถทำลายสิ่งเหล่านั้นได้จากการสื่อสารเพียงไม่กี่ครั้งเช่นกัน</p>
<p><em>&#8220;ถ้ามีผู้บริหาร 2 คนเก่งเท่ากัน แต่คนหนึ่งสื่อสารได้ดี เป็นตัวแทนองค์กรได้ ยังไงคนก็พร้อมเลือกและสนับสนุนผู้บริหารที่สื่อสารได้ดีมากกว่าแน่นอน&#8221;</em></p>
<p>นั่นจึงเป็นเหตุผลที่คุณกฤตมองว่า HR มีบทบาทสำคัญในการช่วยปลดล็อคจุดนี้ ไม่ใช่การรอให้ผู้นำเป็นฝ่ายขอพัฒนาตัวเองก่อน แต่ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้การพัฒนาทักษะการสื่อสาร และเพิ่ม Visibility เป็นส่วนหนึ่งของ Leadership Development อย่างเป็นระบบ</p>
<p><em>&#8220;ผู้นำหลายคนอยากพัฒนา แต่เขาไม่มีพื้นที่ปลอดภัยให้ฝึก งานของ HR คือการสร้างพื้นที่นั้น ให้เขาได้ลองผิดลองถูกในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยก่อน ก่อนที่จะออกไปสื่อสารในสเกลที่ใหญ่กว่า</em></p>
<p><em>“ในโลกธุรกิจ ความเชื่อมั่นไม่ได้เกิดจากผลงานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากสิ่งที่คนรับรู้และรู้สึกผ่านการสื่อสารของผู้นำในทุกครั้งที่เขาออกมาพูดครับ”</em></p>
<h2>อย่ารอให้พร้อม เพราะคนที่เริ่มก่อน จะไปไกลกว่า</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49862" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-3.webp" alt="Jay Krit HREX The Visibility Gap" width="600" height="400" title="ปิดช่องว่าง The Visibility Gap ด้วยทักษะการพูดและการสร้างตัวตนกับ เจ - กฤต บัวประเสริฐ (JayKrit) 475" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-3.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-3-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-3-768x512.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ก่อนจบบทสนทนา ผู้ก่อตั้งสถาบัน Million Speaker ทิ้งความคิดหนึ่งที่เหมือนเป็นบทสรุปของเส้นทางทั้งหมดไว้</p>
<p>ช่วงหนึ่งในชีวิต เขาพยายามค้นหาคาแรคเตอร์ที่ใช่ของตัวเอง เพราะเชื่อว่านั่นคือสิ่งที่คนในวงการต้องมี</p>
<p><em>“ช่วงหนึ่งผมเคยทำงานเป็นผู้ประกาศให้กับสถานีโทรทัศน์อีกแห่ง มีคนบอกว่าผมต้องหาคาแรคเตอร์ให้เจอ ผมก็พยายามหามันอยู่นาน ทั้งไปถามเพื่อนว่าพอนึกถึงเราแล้ว เราเป็นคนยังไง คำตอบก็ออกมาประมาณว่า สดใส พลังงานดี ซึ่งจริง ๆ แล้วมันคือภาพของพิธีกรแทบทุกคน”</em></p>
<p>แต่สุดท้ายเขาก็เพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้เองว่า บางทีคาแรคเตอร์อาจไม่ใช่สิ่งที่เราต้องหา แต่เป็นสิ่งที่เราต้องเลือกสร้างขึ้นมาต่างหาก</p>
<p><em>“คาแรคเตอร์ในอดีตคือสิ่งที่เราเป็นมา แต่อนาคตคือสิ่งที่เราเลือกได้ว่าอยากเป็นแบบไหน ถ้าเลือกแล้ว วางแผน วางกลยุทธ์แล้ว ก็เริ่มทำพฤติกรรมแบบนั้นทุกวัน แล้วเดี๋ยวมันจะกลายเป็นเราเองครับ เช่นเดียวกับการสร้าง Personal Brand นั่นเอง”</em></p>
<p>ทั้งนี้ มีคนจำนวนมากที่รู้ว่าทักษะการพูดสำคัญ แต่ยังไม่เริ่มเพราะกำลังรอให้ตัวเองพร้อมก่อน และนี่คือเหตุผลที่ทำให้หลายคนยังก้าวไปไม่ถึงไหน</p>
<p><em>“ถ้ารอให้พร้อม มันจะไม่มีวันนั้นครับ ในขณะที่คนหนึ่งยังลังเล อีกคนเริ่มฝึกไปแล้ว และในอีก 3–5 ปี ความต่างจะเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ คนที่ฝึกพูด ฝึกสื่อสาร และคนที่พยายามทำให้ตัวเองเป็นที่มองเห็น เป็นที่รู้จัก จะเริ่มมีบทบาทในที่ประชุมมากขึ้น มีโอกาสได้อธิบายไอเดีย ได้นำเสนองาน และได้รับการนึกถึงในจังหวะสำคัญ ในขณะที่อีกคนอาจยังทำงานเก่งเหมือนเดิม แต่ยังคงไม่ได้ถูกเรียก”</em></p>
<p>JayKrit ยอมรับตรง ๆ ว่า เขาไม่เคยมีช่วงที่อยากหยุดพูด หรือหยุดสื่อสารเลย</p>
<p><em>“มันเป็นงานที่ผมชอบมากครับ แต่สำหรับคนทำงานทั่วไป ผมไม่ได้คาดหวังว่าทุกคนจะต้องรักการพูด แค่ต้องเข้าใจว่ามันคือทักษะที่ยิ่งฝึก ยิ่งได้เปรียบ และยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งเห็นผลเร็ว”</em></p>
<p>และถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขาไม่ได้อยากบอกเทคนิคอะไรกับตัวเองเลย แต่อยากบอกเพียงแค่ว่า</p>
<p><em><strong>“อย่าเสียเวลากับการรอให้ทุกอย่างชัดเจน เพราะความชัดเจน จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นระหว่างที่เราลงมือทำ”</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49860" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-scaled.webp" alt="Jay Krit HREX The Visibility Gap" width="600" height="400" title="ปิดช่องว่าง The Visibility Gap ด้วยทักษะการพูดและการสร้างตัวตนกับ เจ - กฤต บัวประเสริฐ (JayKrit) 476" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3>3 สิ่งที่เริ่มทำได้เลยวันนี้ เพื่อปิด Visibility Gap ของคุณ</h3>
<p><strong>1. ย้อนกลับไปดูตัวเองพูด วิธีพัฒนาทักษะการพูดที่ง่ายที่สุด</strong></p>
<p>ทุกครั้งที่ต้องพูดหรือนำเสนองาน ลองอัดวิดีโอหรือเสียงเก็บไว้ แล้วกลับมาดูซ้ำด้วยสายตาของคนฟัง ไม่ใช่คนพูด สังเกตว่าน้ำเสียง ท่าทาง และการเลือกคำส่งสารได้ตรงกับที่ตั้งใจไหม วิธีนี้ไม่ต้องรอให้ใครมาให้ฟีดแบ็ก เพราะคุณคือกรรมการที่ดีที่สุดของตัวเอง</p>
<p><strong>2. สร้างตัวตนในพื้นที่ที่คนในวงการของคุณมองอยู่</strong></p>
<p>นอกจากใช้ LinkedIn ในการสร้างตัวตนด้วยการโพสต์สิ่งที่คุณทำ สิ่งที่คุณเรียนรู้ หรือมุมมองที่เกี่ยวข้องกับงานของคุณอย่างสม่ำเสมอ เรายังสามารถสร้างตัวตนในองคืกรผ่านงานอีเวนต์ ผ่านการ Networking ในงานต่าง ๆ ทั้งในและนอกองค์กร ซึ่งจะทำให้คุณโดดเด่นขึ้นทันทีในกลุ่มคนที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน แต่ไม่ได้สื่อสารออกมา</p>
<p><strong>3. สร้างความสัมพันธ์กับคนที่มีอิทธิพลต่อการเติบโตของคุณ</strong></p>
<p>การเลื่อนตำแหน่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับหัวหน้าตรงคนเดียว แต่มักต้องผ่านความเห็นของหลายคน ดังนั้นจงระบุให้ได้ว่าใครบ้างที่มีส่วนในการตัดสินใจนั้น แล้วลงทุนสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงกับคนเหล่านั้น ไม่ว่าจะผ่านงาน หรือชวนไปออกกำลังกาย ไปคาเฟ่ ไปช้อปปิ้ง การหมั่นผูกมิตรจะทำให้เขาจดจำคุณได้ และเขาจะกลายเป็นคนที่มีผลต่อการเติบโตของคุณในวันที่สำคัญที่สุด</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong>หากคุณคือ HR หรือผู้นำองค์กรที่อยากพัฒนาคนให้สื่อสารได้ชัด พูดแล้วสร้างผลลัพธ์ และเติบโตได้เร็วขึ้น สามารถติดต่อ JayKrit เพื่อช่วยยกระดับทีมผ่าน Training และ Coaching ที่ออกแบบบทเรียนจากประสบการณ์จริงได้เลยที่นี่</strong></p>
<ul>
<li>LINE: <a href="https://line.me/R/ti/p/@651ubdlt" target="_blank" rel="noopener">https://line.me/R/ti/p/@651ubdlt</a></li>
<li>Instagram: <a href="https://www.instagram.com/jaykrit_speaker" target="_blank" rel="noopener">https://www.instagram.com/jaykrit_speaker</a></li>
<li>TikTok: <a href="http://www.tiktok.com/@jaymillionspeaker" target="_blank" rel="noopener">www.tiktok.com/@jaymillionspeaker</a></li>
</ul>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/partner-content/the-visibility-gap-jaykrit-260508/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Q&#038;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/qaarticle/qa-of-the-month-april-2026-260507/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/qaarticle/qa-of-the-month-april-2026-260507/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 May 2026 05:56:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Q&A]]></category>
		<category><![CDATA[คำถามเด็ด HR]]></category>
		<category><![CDATA[Q&A of the Month]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49833</guid>

					<description><![CDATA[เดือนเมษายนผ่านพ้นไปแล้ว แม้จะเป็นเดือนที่มีวันหยุดเยอะมาก ๆ แต่น่าสังเกตว่าใน HR Community ของ HREX มีคนที่ยังตั้งใจทำงาน และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแวดวง HR เยอะกว่าที่คิดทีเดียว HREX จึงขอคัดเลือก คำถามน่าสนใจ Q&#38;A of the Month ประจำเดือนเมษายน 2026 มารวมอยู่ในที่นี้ เพื่อให้ทุกคนได้กลับมาทบทวน พร้อมต่อยอดแนวคิดไปสู่การปรับใช้ในองค์กรของตัวเอง จะมีคำถามไหนเตะตาบ้าง มาดูไปพร้อมกันเลย Q1: เวลาองค์กรจะทำ Transformation ด้านใดด้านหนึ่งให้สำเร็จ เรื่องไหนที่ควรทำ และไม่ควรทำบ้าง ? การทำ Transformation ในองค์กรที่ได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น Business Transformation, Digital Transformation, HR Transformation เป็นต้น แต่ในกรณีนี้อยากสอบถามเกี่ยวกับการทำ HR Transformation ครับ ว่าถ้าจะทำให้สำเร็จ สิ่งที่ควรทำมีอะไรบ้าง และข้อควรระวังมีอะไรบ้าง เพื่อที่ทำจริงแล้ว จะไม่ล้มเหลว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49842" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026.webp" alt="HREX HR Community Q&amp;A of the Month April 2026" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2026 482" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เดือนเมษายนผ่านพ้นไปแล้ว แม้จะเป็นเดือนที่มีวันหยุดเยอะมาก ๆ แต่น่าสังเกตว่าใน HR Community ของ HREX มีคนที่ยังตั้งใจทำงาน และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแวดวง HR เยอะกว่าที่คิดทีเดียว</p>
<p>HREX จึงขอคัดเลือก คำถามน่าสนใจ Q&amp;A of the Month ประจำเดือนเมษายน 2026 มารวมอยู่ในที่นี้ เพื่อให้ทุกคนได้กลับมาทบทวน พร้อมต่อยอดแนวคิดไปสู่การปรับใช้ในองค์กรของตัวเอง จะมีคำถามไหนเตะตาบ้าง มาดูไปพร้อมกันเลย</p>

<h2>Q1: เวลาองค์กรจะทำ Transformation ด้านใดด้านหนึ่งให้สำเร็จ เรื่องไหนที่ควรทำ และไม่ควรทำบ้าง ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49838" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-3.webp" alt="HREX HR Community Q&amp;A of the Month April 2026" width="600" height="600" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2026 483" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-3.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-3-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-3-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-3-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-3-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การทำ Transformation ในองค์กรที่ได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น Business Transformation, Digital Transformation, HR Transformation เป็นต้น แต่ในกรณีนี้อยากสอบถามเกี่ยวกับการทำ HR Transformation ครับ ว่าถ้าจะทำให้สำเร็จ สิ่งที่ควรทำมีอะไรบ้าง และข้อควรระวังมีอะไรบ้าง เพื่อที่ทำจริงแล้ว จะไม่ล้มเหลว</p>
<h3>A: ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</h3>
<p><strong>สิ่งที่ควรทำ</strong></p>
<ol>
<li>โฟกัส 1-2 เรื่องหลัก ไม่ทำหลายเรื่องพร้อมกัน เช่น Digital Transformation , Customer-Centric Transformation</li>
<li>ผู้นำต้องเป็น Role Model</li>
<li>สื่อสารซ้ำ ๆ ให้พนักงานเข้าใจ “ทำไปเพื่ออะไร”</li>
<li>สร้าง Quick Win ให้เห็นผลเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่น</li>
</ol>
<p><strong>สิ่งที่ไม่ควรทำ</strong></p>
<ol>
<li>เปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน จนองค์กรสับสน</li>
<li>สั่งอย่างเดียว แต่ผู้นำไม่เปลี่ยนพฤติกรรม</li>
<li>ทำแบบตามกระแส ไม่มีเป้าหมายชัดเจน</li>
<li>ละเลยคนหน้างาน</li>
</ol>
<h3>A: Poonie HR</h3>
<p>จากประสบการณ์จริง ย้อนกลับไปประมาณ 7-8 ปีก่อนครับ จริง ๆ HR Transformation ไม่ยาก แค่ยึด Core Concept คือเปลี่ยนบทบาทจาก HR Admin มาเป็น HR Strategic Partner ภายใต้ Technology Savvy</p>
<p>ข้อควรระวังคือจุดแห่งความล้มเหลวที่ผมเจอ</p>
<p>HR เองปรับเปลี่ยนความคิด สิ่งที่ทำมาตลอด ไม่ได้ เพราะ ยึดติด หรือไม่เปิดใจ และ ไม่เข้าใจว่าทำแล้วได้อะไร เพื่ออะไร<br />
หลงกล Technology คิดว่าการ Transform คือการลงทุนในเครื่องมือสมัยใหม่ที่ทำให้งานเร็วขึ้น เป็นการลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับบริบทขององค์กรตนเองครับ</p>
<p>แล้วควรทำอะไรก่อน ?</p>
<ol>
<li>ให้ Head เป็นคนกำหนดทิศทางและสั่งการลงมาอย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่า Transformation ครั้งนี้ต้องการเปลี่ยนอะไร และเปลี่ยนไปเพื่ออะไร</li>
<li>วาง Workflow ของงาน HR ให้ชัดเจน โดยระบุว่างานหลักตามแต่ละ Function มีอะไรบ้าง งานไหนควรมี งานไหนควรตัดออก และงานไหนซ้ำซ้อนจนต้องจัดระบบใหม่</li>
<li>จัดโครงสร้าง Function ของ HR ใหม่ให้สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร พร้อมเติมบทบาทความเป็น Business Partner และ Entrepreneur เข้าไปในทุก Function และทุกคนที่ทำงาน HR</li>
<li>มองภาพรวมขององค์กรว่า ควรใช้ Technology อะไรเพื่อเพิ่ม Productivity ให้กับงาน HR โดยเลือกให้เหมาะกับขนาดองค์กรและความต้องการใช้งานจริง ไม่จำเป็นต้องล้ำยุคที่สุด แต่ต้องเพียงพอและตอบโจทย์การทำงานจริง</li>
</ol>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2147"><strong>อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</strong></a></p>
<h2>Q2: ทีมทำผลงานได้ดีในช่วง Q1 ของปี ผ่าน KPI ทุกข้อ แต่ผลงานส่วนตัวกลับไม่ค่อยภูมิใจเท่าไหร่ ควรทำยังไง ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49839" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-4.webp" alt="HREX HR Community Q&amp;A of the Month April 2026" width="600" height="600" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2026 484" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-4.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-4-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-4-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-4-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-4-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ผลงานช่วงไตรมาสแรกของทีม ทำได้ตรง / เกินเป้าจาก KPI ที่องค์กรตั้งไว้ แต่ผมเองกลับไม่ค่อยรู้สึกภาคภูมิใจเท่าไหร่ เพราะรู้สึกว่าผลงานส่วนตัวยังต่ำกว่ามาตรฐาน จะฉลองกับทีมก็รู้สึกไม่เต็มที่ จะภาคภูมิใจกับมันก็ทำได้ไม่เต็มที่ กลัวทีมมองว่าผมเองไม่เก่งพอ ไม่มีบทบาทมากพอจะแชร์ความสำเร็จนี้ร่วมกัน ผมควรจัดการความรู้สึกนี้ยังไง และควรพัฒนายังไงต่อดี</p>
<h3>A: ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</h3>
<p>เมื่องานสำเร็จตามเป้าหมาย ควรยินดีและภาคภูมิใจ เพื่อให้ทีมมีกำลังใจ มี passion ที่จะสู้ต่อ ให้บอกกับตัวเองทุกวัน &#8220;เราทำได้ดี และจะพัฒนาให้ดีขึ้นไปอีก&#8221; อาจมีบางช่วงเวลาที่ผลงานต่ำกว่ามาตรฐานก็ให้บอกกับตัวเอง &#8220;เราจะปรับกลยุทธ์การทำงานใหม่ ให้ได้ผลงานที่ดีทุกสิ่งอย่างแก้ไขได้ พัฒนาให้ดีขึ้นได้&#8221;</p>
<p>หมายเหตุ : ปรับทัศนคติในมุมบวกกับตนเองค่ะ ไม่ดูแคลนความสามารถของตนเอง ทุกสิ่งอย่างจะราบรื่นเป็นมงคล</p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2148"><strong>อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</strong></a></p>
<h2>Q3: จากสถานการณ์ราคาน้ำมันทุกวันนี้ องค์กรได้รับผลกระทบ ส่งผลต่อการทำงานของพนักงาน และดูแลพนักงานยังไงบ้าง ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49840" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-2.webp" alt="HREX HR Community Q&amp;A of the Month April 2026" width="600" height="600" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2026 485" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-2-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>อยากรู้ว่าแต่ละองค์กรมีวิธีปรับกลยุทธ์การทำงาน การทำธุรกิจยังไงบ้าง เพื่อเอาตัวรอดจากปัญหาสงครามที่ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น จนกระทบต่อค่าครองชีพ และอื่น ๆ อีกมากมาย มีองค์กรไหนที่ให้พนักงาน Work From Home ไปเลยบ้าง หรือองค์กรไหนยังให้มาทำงานที่ออฟฟิศเหมือนเดิม แล้วมีวิธีเยียวยาพนักงานยังไงในสถานการณ์นี้บ้างครับ ขอบคุณครับ</p>
<h3>A: ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</h3>
<p>สิ่งที่ดำเนินการทันที เพื่อให้องค์กรอยู่รอดค่ะ</p>
<ul>
<li>ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น ปรับ Workflow ให้คล่องตัว ใช้เทคโนโลยีช่วยลดพลังงาน/การขนส่ง เช่น Digital Process, Remote Work หรือ Optimize Logistics เพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมัน</li>
<li>เพิ่มช่องทางหารายได้ เช่น เพิ่ม Online Channel, หาซัพพลายเออร์ในประเทศ หรือทำ Product/Service ที่ใช้ทรัพยากรน้อยลง</li>
<li>ปรับเวลาทำงาน จัดตารางงานใหม่ สัดส่วนมา Office : WFH เป็น 60 : 40 ยกเว้นงานบางแผนกที่จำเป็นต้องมา Office 100 %</li>
<li>รณรงค์ทั่วทั้งองค์กร ให้ประหยัดทุกสิ่งอย่าง ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น</li>
</ul>
<p><strong><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2149">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</a></strong></p>
<h2>Q4: ทำไมบริษัทด้าน HR Solution ระดับโลก กลับปฏิบัติต่อพนักงานไม่ดีซะเอง</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49841" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-1.webp" alt="HREX HR Community Q&amp;A of the Month April 2026" width="600" height="600" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2026 486" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-HR-Community-QA-of-the-Month-April-2026-1-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เห็นข่าวบริษัท HR Tech เจ้าใหญ่ระดับโลกประกาศปลดพนักงานทางอีเมลในช่วงเช้าหลายพัน จนถึงหมื่นคน พออ่านเนื้อหามากขึ้นแล้วอดคิดไม่ได้ว่า ทำไมบริษัทถึงปฏิบัติต่อพนักงานแบบไม่ได้เห็นอกเห็นใจกันแบบนี้</p>
<p>แล้วเนื่องจากบริษัทเองทำ HR Solution ที่ช่วยให้ HR ให้คนทำงานง่ายขึ้น แต่ตัวเองกลับบริหารคนแบบไม่ค่อยรักษาน้ำใจกัน อย่างนี้จะยังมีคนกล้าทำงานที่นี่ รวมถึงกล้าใช้ HR Solution แบบนี้เหรอครับ</p>
<p>ผมอาจจะคิดมากไปเอง แต่อยากรู้ว่าทุกท่านมีความเห็นต่อเรื่องนี้ยังไงกันบ้างครับ</p>
<h3>A: Poonie HR</h3>
<p>แยกเป็น 2 เรื่องครับ</p>
<ol>
<li>ความเป็น HR เข้าใจและรู้สึกไม่ต่างจากคุณเลย แต่บริษัทได้จ่ายชดเชยตามกฎหมายหรือมากกว่ากฎหมายกำหนดให้พนักงานแล้ว และด้วยพื้นฐานการจ้างงาน บริษัทลักษณะนี้จ่ายสูงกว่ามาตรฐานเมื่อเทียบกับอุตสาหรรมอื่นในตลาดอยู่แล้ว</li>
<li>ลองปีนบันไดสูงขึ้นอีกสักขั้นในฐานะผู้บริหาร ตัวเลขผลประกอบการ ต้นทุนการดำเนินงาน รวมถึงเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป อาจทำให้ต้องตัดสินใจในลักษณะนี้เพื่อตัวเลขผลประกอบการให้คงอยู่และแข่งขันได้ในอนาคต จึงเป็นที่มาของการตัดสินใจแบบนี้ เราในบทบาทของ HR ที่อยู่เคียงข้างผู้บริหารระดับสูง และเป็นเพื่อนพนักงาน ในอีกบทบาท อาจทำอะไรมากไม่ได้ เพราะเราเองอาจเป็นคนหนึ่งที่ได้รับเมล์ในตอนเช้าเหมือนกัน</li>
</ol>
<p>ธุรกิจอาจมีปัจจัยต่างๆ มากมายที่เราไม่สามารถกำหนดให้มันคงที่ได้เหมือนทฤษฎี เราสามารถกำหนดให้มันคงที่ได้ครับ</p>
<h3>A: Manrat Chotsiri</h3>
<p>บริษัทมีสิทธิ์เลิกจ้างพนักงานครับ แต่ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องและเป็นธรรม</p>
<p>ก็ขึ้นอยู่กับเหตุผลของบริษัทด้วยว่า การเลิกจ้างนั้นเกิดจากอะไร ถ้าเกิดจากการที่บริษัทขาดทุน หรือมีเหตุผลความจำเป็นอย่างเช่น การลดขนาดองค์กร หรือ downsizing ก็อาจจะตำหนิบริษัทในเรื่องนี้ไม่ได้</p>
<p>แต่ถ้าหากบริษัท ปลดพนักงานหรือเลิกจ้าง โดยที่พนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม พนักงานที่ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรมก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้องศาลแรงงานเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมครับ</p>
<p><strong><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2150">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</a></strong></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/qaarticle/qa-of-the-month-april-2026-260507/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Succession Planning ฉบับ Apple: แผนที่วางไว้นานนับสิบปี เพื่อ CEO คนต่อไป</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/apple-succession-planning-260507/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/apple-succession-planning-260507/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 May 2026 05:38:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR OD]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49826</guid>

					<description><![CDATA[ทันทีที่บริษัท Apple ประกาศเปลี่ยนตัว CEO คนใหม่จาก ทิม คุก (Tim Cook) เป็น จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2026 ตลาดหุ้นไม่ได้สะดุ้ง นักลงทุนไม่ได้ตื่นตระหนก และสื่อธุรกิจทั่วโลกก็แทบไม่ได้แปลกใจ เพราะชื่อของ เทอร์นัส ถูกพูดถึงในฐานะทายาทคนต่อไปของคุก อย่างชัดเจนมาก่อนหน้าบอร์ดจะลงมติเสียอีก แต่องค์กรส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เวลาผู้นำลาออกกะทันหัน สิ่งที่ตามมามักเป็นความสับสน การตัดสินใจที่ล่าช้า และคำถามที่ไม่มีคำตอบว่าใครจะขึ้นมาแทน สิ่งที่ Apple ทำในกระบวนการ Succession Planning แล้วทำให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ดูเป็นเรื่องปกติ จริง ๆ แล้วใช้เวลาเตรียมการมานับสิบปีเลยทีเดียว ถือเป็นกรณีศึกษาที่คนทำงาน HR ควรรู้ ย้อนประวัติศาสตร์การเปลี่ยนผู้นำของ Apple ก่อนที่ตำแหน่ง CEO จะมาถึงมือเทอร์นัส เราทุกคนน่าจะจดจำกันได้ดีว่า สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) คือผู้นำสูงสุดคนแรกของ Apple นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49830" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-14.webp" alt="Successtion Planning CEO Apple John Ternus" width="600" height="370" title="Succession Planning ฉบับ Apple: แผนที่วางไว้นานนับสิบปี เพื่อ CEO คนต่อไป 490" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-14.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-14-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><a href="https://www.apple.com/newsroom/2026/04/tim-cook-to-become-apple-executive-chairman-john-ternus-to-become-apple-ceo/" target="_blank" rel="noopener">ทันทีที่บริษัท Apple ประกาศเปลี่ยนตัว CEO คนใหม่จาก <strong>ทิม คุก (Tim Cook)</strong> เป็น <strong>จอห์น เทอร์นัส (John Ternus)</strong> เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2026</a> ตลาดหุ้นไม่ได้สะดุ้ง นักลงทุนไม่ได้ตื่นตระหนก และสื่อธุรกิจทั่วโลกก็แทบไม่ได้แปลกใจ เพราะชื่อของ เทอร์นัส ถูกพูดถึงในฐานะทายาทคนต่อไปของคุก อย่างชัดเจนมาก่อนหน้าบอร์ดจะลงมติเสียอีก</p>
<p>แต่องค์กรส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เวลาผู้นำลาออกกะทันหัน สิ่งที่ตามมามักเป็นความสับสน การตัดสินใจที่ล่าช้า และคำถามที่ไม่มีคำตอบว่าใครจะขึ้นมาแทน สิ่งที่ Apple ทำในกระบวนการ Succession Planning แล้วทำให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ดูเป็นเรื่องปกติ จริง ๆ แล้วใช้เวลาเตรียมการมานับสิบปีเลยทีเดียว ถือเป็นกรณีศึกษาที่คนทำงาน HR ควรรู้</p>

<h2>ย้อนประวัติศาสตร์การเปลี่ยนผู้นำของ Apple</h2>
<p>ก่อนที่ตำแหน่ง CEO จะมาถึงมือเทอร์นัส เราทุกคนน่าจะจดจำกันได้ดีว่า <strong>สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs)</strong> คือผู้นำสูงสุดคนแรกของ Apple นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1976 และในเวลาเพียง 10 ปี เขาพาบริษัทเทคโนโลยีแห่งนี้เติบโตจนมีมูลค่าสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์</p>
<p>การเติบโตนั้นเป็นผลจากสไตล์การบริหารแบบ Founder-Visionary ของจอบส์ที่เชื่อว่าตัวเองรู้ว่าโลกต้องการอะไรก่อนที่โลกจะรู้ ทำให้ตัดสินใจเร็ว กล้ายุติโครงการที่ไม่มีศักยภาพ และใช้มาตรฐานระดับ Perfectionist กดดันคนทั้งองค์กร สไตล์นี้ผลิตผลิตภัณฑ์ล้ำออกมามากมาย แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงคือระบบที่พึ่งพาตัวบุคคลสูงจนยากจะดำเนินต่อได้ถ้าไม่มีเขา</p>
<p>ปี 1985 จอบส์ถูกไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองสร้างขึ้น <strong>จอห์น สกัลลี่ (John Sculley)</strong> อดีตผู้บริหาร PepsiCo จึงขึ้นมารับช่วงต่อแทนเป็นเวลา 10 ปี แนวทางของเขาต่างจากจอบส์โดยสิ้นเชิง ให้น้ำหนักกับการตลาดเป็นหลัก ผลประกอบการดีในช่วงแรกแต่ตกต่ำในที่สุด กรณีนี้กลายเป็นบทเรียนที่ Apple จำขึ้นใจว่าการเลือก CEO โดยไม่ได้มองว่าองค์กรต้องการอะไรในระยะยาว ราคาที่จ่ายนั้นแพง</p>
<p>หลังจากนั้นมีการเปลี่ยน CEO อีกสองคนก่อนที่ Apple จะดึงตัวจอบส์กลับมาพาบริษัทหลุดจากปากเหวด้วยผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนโลกทีละชิ้น ตั้งแต่ iMac, iPod, iPhone ไปจนถึง iPad</p>
<p>ก่อนจอบส์จะลงจากตำแหน่ง CEO ในวันที่ 24 สิงหาคม 2011 เขาเริ่มวางแผนหาผู้สืบทอดมาสักระยะแล้ว ไม่ปล่อยให้บริษัทลอยแพ และนำมาสู่การแต่งตั้ง ทิม คุก ขึ้นเป็น CEO</p>
<p>โปรไฟล์ของคุกไม่ธรรมดา เขาจบวิศวกรรมอุตสาหการจาก Auburn University และ MBA จาก Duke ก่อนเข้าร่วม Apple ในปี 1998 ด้วยความเชี่ยวชาญด้าน Operations และ Supply Chain เขาเป็นขั้วตรงข้ามกับจอบส์ในเกือบทุกมิติ แต่ความเก่งของเขาคือการทำให้ผลิตภัณฑ์ล้ำ ๆ ผลิต ส่ง และขายได้ในสเกลที่ใหญ่กว่าเดิม</p>
<p>Apple ในยุคคุกเติบโตจากมูลค่าตลาดราว 350,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2011 ไปแตะ 4 ล้านล้านดอลลาร์ รายได้ต่อปีเพิ่มจาก 108,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2011 เป็นมากกว่า 416,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2025 (ข้อมูลจาก Apple Annual Report)</p>
<h2>จอห์น เทอร์นัส คือใคร ? ทำไม Apple ถึงเลือกเขา ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49831" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Apple-John-Ternus_inline.jpg.large_2x.webp" alt="Successtion Planning CEO Apple John Ternus" width="600" height="800" title="Succession Planning ฉบับ Apple: แผนที่วางไว้นานนับสิบปี เพื่อ CEO คนต่อไป 491" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Apple-John-Ternus_inline.jpg.large_2x.webp 1306w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Apple-John-Ternus_inline.jpg.large_2x-225x300.webp 225w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Apple-John-Ternus_inline.jpg.large_2x-768x1024.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Apple-John-Ternus_inline.jpg.large_2x-1152x1536.webp 1152w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>จอห์น เทอร์นัส จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกลจาก University of Pennsylvania และเริ่มต้นอาชีพเป็นวิศวกรที่ Virtual Research Systems ก่อนย้ายมาอยู่ Apple ในปี 2001 ปัจจุบันเขาอายุ 50 ปี ตรงกับอายุของคุกตอนที่ขึ้นเป็น CEO ในปี 2011 พอดี</p>
<p>ตลอด 25 ปีที่อยู่กับ Apple เขาดูแลงาน Hardware Engineering ให้กับ iPhone, iPad, Mac, Apple Watch, AirPods และ Apple Vision Pro แต่สิ่งที่ทำให้เทอร์นัสต่างจากวิศวกรเก่งคนอื่นไม่ใช่แค่ความสามารถเชิงเทคนิค แต่คือประเภทของงานที่เขาได้รับมอบหมาย</p>
<p>Apple ไม่ได้แค่ให้เขาดูแลสายการผลิตตามปกติ แต่วางเขาไว้บนโครงการที่ถ้าพลาดจะสร้างความเสียหายระดับองค์กร ทั้ง Apple Silicon ที่ต้องออกแบบระบบใหม่ทั้งหมด, iPhone รุ่นที่เป็น Product Bet ใหม่ และแว่น Apple Vision Pro ที่อาจเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทในรอบ 10 ปี ผลลัพธ์ของโครงการเหล่านั้นคือหลักฐานที่บอร์ดใช้ประเมินเขา โดยไม่ต้องมีใครประกาศว่านี่คือข้อสอบ</p>
<p><strong>ผลงานเด่นที่สุดคือ Apple Silicon การตัดสินใจเลิกใช้ชิป Intel แล้วหันมาสร้างชิปของ Apple เอง</strong> ซึ่งต้องอาศัยความกล้าในการโน้มน้าวบอร์ดและผู้บริหาร และความสามารถในการบริหารทีมวิศวกรจำนวนมากให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน ผลออกมาคือ MacBook รุ่น M1 ที่แก้ปัญหาความร้อน ปัญหาความไม่เสถียร และยอดขาย Mac ก็เติบโตขึ้นอย่างที่หลายคนไม่คาดคิด</p>
<p>วิธีตั้งคำถามของเขาก็บอกอะไรบางอย่างได้ชัดเจน เขาชอบถามว่า &#8220;จะทำให้ดีกว่านี้ได้อีกแค่ไหน&#8221; และในการพัฒนา Apple Silicon เขายืนกรานว่าชิปที่ทำเองจะต้องดีกว่า Intel ในทุกมิติที่วัดได้ ไม่ใช่แค่พอใช้ได้ วิธีคิดแบบนี้คือสิ่งที่จอบส์ทำมาตลอด และเป็นเหตุผลที่คนในองค์กรให้ความเคารพเขาสูง</p>
<h2>Succession Planning ที่ใช้เวลานับสิบปี</h2>
<p>เส้นทางอาชีพของ เทอร์นัส ใน Apple แบ่งออกได้เป็น 3 ช่วงที่ชัดเจน และแต่ละช่วงล้วนมีความหมายต่อการทำ Succession Planning อย่างยิ่ง</p>
<h3>2001–2013: สร้างรากฐาน</h3>
<p>เทอร์นัส เข้าสู่ Apple ในปี 2001 เริ่มงานในสาย Product Design ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่บริษัทกำลังเปิดตัว iPod และวางรากฐานระบบ iTunes Ecosystem ช่วงนี้เขาไม่ได้โดดเด่นในสายตาสาธารณะ แต่ได้ทำงานใกล้ชิดกับ จอบส์ จนเข้าใจแนวคิดที่ไม่เหมือนใคร และซึมซับมาตรฐานที่ Apple จะไม่ยอมลดเด็ดขาด เช่น ความลึกของร่องสกรูบนแผงหลังจอภาพต้องเท่ากันทุกอัน รายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้คือสิ่งที่เขาเรียนรู้ผ่านการทำงานจริงมาโดยตลอด</p>
<h3>2013–2021: พิสูจน์ตัวเองด้วยผลงาน</h3>
<p>หลังขึ้นเป็น VP of Hardware Engineering ในปี 2013 Apple กำลังขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ทั้ง Apple Watch ในปี 2015, AirPods ในปี 2016 และ iMac Pro ในปี 2017 ซึ่งในการเปิดตัว iMac Pro เขาได้ขึ้นเวที Keynote เป็นครั้งแรก</p>
<p>ผลงานมาสเตอร์พีซของช่วงนี้คือ Apple Silicon ซึ่งต้องออกแบบระบบใหม่ทั้งหมด เป็นการวัดดวงครั้งใหญ่ที่เขาต้องการทั้งความเชื่อมั่นและความกล้าในการพาทั้งองค์กรไปในทิศทางที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ และผลลัพธ์ที่ออกมาก็กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอร์ดใช้ประเมินเขาในระยะยาว</p>
<h3>2021–2026: เตรียมรับตำแหน่ง</h3>
<p>การก้าวเข้าสู่ Executive Team ในตำแหน่ง SVP of Hardware Engineering ในปี 2021 คือสัญญาณที่ชัดขึ้นอีกขั้นว่า Apple กำลังให้เขารับผิดชอบงานที่ใหญ่กว่าสายวิศวกรรมเพียงอย่างเดียว เขาดูแล Hardware Engineering ของทุกผลิตภัณฑ์พร้อมกัน และเริ่มปรากฏตัวในงานสาธารณะบ่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p>กระบวนการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ทิม คุก คือคนที่มองเห็นเทอร์นัส และทำหน้าที่เป็น Sponsor โดยตรง เขาระบุในแถลงการณ์ว่า เทอร์นัสมีระบบการคิดแบบวิศวกรรม มีจิตวิญญาณของนักประดิษฐ์ และมีความเป็นผู้นำที่เข้าใจสิ่งต่าง ๆ อย่างดี เป็นการสื่อสารต่อนักลงทุนและสาธารณชนว่าเขาคือคนที่เลือกและไว้วางใจมานานแล้ว</p>
<p>เดือนมีนาคม 2026 หรือหนึ่งเดือนก่อนประกาศอย่างเป็นทางการ Bloomberg เผยแพร่ประวัติการทำงานของเขาพร้อมระบุว่าเขาคือตัวเต็งที่จะสืบทอดตำแหน่งต่อจากคุก นั่นหมายความว่าก่อนวันที่บอร์ดจะลงมติ ตลาดและสื่อธุรกิจรับรู้แล้วว่า Apple กำลังจะมอบตำแหน่งผู้นำสูงสุดให้ใคร เป็นสัญญาณที่บริษัทส่งออกมาอย่างตั้งใจ ไม่ใช่ข้อมูลที่รั่วไหล</p>
<p>วันที่ 17 เมษายน 2026 บอร์ดลงมติแต่งตั้งเทอร์นัสเป็น CEO อย่างเป็นเอกฉันท์ และ Apple ค่อยประกาศต่อสาธารณะในวันที่ 20 เมษายน 2026 การประกาศครั้งนั้นไม่ได้สร้างแรงกระแทกใด มันเป็นเพียงการยืนยันสิ่งที่คนส่วนใหญ่รู้แล้ว</p>
<h2>Succession Planning ที่ดีไม่ใช่แค่ได้ตัว CEO คนใหม่เสร็จก็จบ แต่เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมความพร้อมคนทั้งขบวน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49829" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2720481161-scaled.webp" alt="Successtion Planning CEO Apple John Ternus" width="600" height="413" title="Succession Planning ฉบับ Apple: แผนที่วางไว้นานนับสิบปี เพื่อ CEO คนต่อไป 492" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2720481161-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2720481161-300x206.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2720481161-1024x705.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2720481161-768x529.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2720481161-1536x1057.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2720481161-2048x1410.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อ เทอร์นัส ขึ้นเป็น CEO บอร์ดของ Apple แต่งตั้ง <strong>จอห์นนี่ ซรูจิ (Johny Srouji)</strong> เป็น Chief Hardware Officer ทันทีเพื่อดูแล Hardware Engineering และ Hardware Technologies แทน ไม่ให้เกิดช่องว่างในระดับรองลงมา</p>
<p>ส่วนคุกเอง แม้จะลงจากตำแหน่งหัวเรือใหญ่ ก็ไม่ได้ทิ้งองค์กรไปเลย เขาจะดำรงตำแหน่ง Executive Chairman รับผิดชอบงานภายนอกอย่างการประสานงานกับ Policy Makers ทั่วโลก ขณะที่การตัดสินใจเชิงปฏิบัติการภายในทั้งหมดตกเป็นของ CEO คนใหม่ การแบ่งบทบาทที่ชัดเจนแบบนี้ทำให้ความรู้และความสัมพันธ์ที่คุกสะสมมา 15 ปีไม่หายไปพร้อมกับตำแหน่ง และเทอร์นัสก็มีอำนาจตัดสินใจที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรก</p>
<p>และยังมีอีกหนึ่งรายละเอียดที่หลายองค์กรมักข้ามไป คือ Apple ออกแบบให้คุกยังคงดำรงตำแหน่ง CEO ต่อไปจนถึงวันที่ 1 กันยายน 2026 เพื่อส่งมอบงานให้เทอร์นัสโดยตรง แทนที่จะประกาศวันนี้แล้วให้เริ่มงานพรุ่งนี้ ช่วง Overlap แบบนี้ลดความเสี่ยงของการเปลี่ยนผ่าน และทำให้ CEO คนใหม่ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ในวันแรก</p>
<h2>HR ไทยควรเรียนรู้อะไรจาก Succession Planning ของ Apple</h2>
<h3>1. Succession Planning คือเรื่องที่บอร์ดบริหารต้องใส่ใจ</h3>
<p>Apple ระบุชัดว่า Executive Succession Planning เป็นวาระของบอร์ดโดยตรง ไม่ใช่งานของ HR Committee เพียงอย่างเดียว การย้ายเรื่องนี้ขึ้นไปอยู่ในระดับบอร์ดทำให้กระบวนการมีน้ำหนักและความต่อเนื่องกว่าเดิม</p>
<p>คำถามที่ HR สามารถหยิบไปถามบอร์ดได้เลยคือ <em>&#8220;ถ้าวันนี้ CEO ลาออก เราพร้อมแค่ไหน และใครในองค์กรที่บอร์ดรู้จักดีพอที่จะไว้วางใจได้&#8221;</em></p>
<h3>2. การปั้นผู้สืบทอดไม่ได้วัดที่อายุงาน</h3>
<p>เทอร์นัสไม่ได้รับตำแหน่งสูงสุดเพราะอยู่มานาน แต่เพราะพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานเต็มพอร์ตโฟลิโอและได้ทำงานข้ามหลายสาย สิ่งที่ Apple ทำคือมอบโครงการที่มีความเสี่ยงสูงให้เขาบริหาร แล้วใช้ผลลัพธ์เป็นหลักฐานในการประเมิน โดยไม่ต้องประกาศว่านี่คือข้อสอบ</p>
<p>สำหรับองค์กรไทย ถ้าต้องการได้คนที่มีความสามารถจริง ลองมอบหมายให้ผู้สืบทอดรับผิดชอบโปรเจกต์ใหญ่ข้ามฝ่าย ดูแลหน่วยธุรกิจใหม่ หรือเป็นตัวแทนองค์กรในการเจรจากับลูกค้าและพาร์ทเนอร์สำคัญ ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งจริง</p>
<h3>3. ต้องเตรียม Backfill ควบคู่กับการเตรียม Successor</h3>
<p>ทุกการดันคนขึ้นไปจะมีตำแหน่งที่ว่างลงเป็นลูกโซ่เสมอ การที่ Apple แต่งตั้งซรูจิพร้อมกันทันทีแสดงว่าบริษัทคิดทั้งขบวน ไม่ใช่แค่ชั้นบนสุด HR ไทยควรออกแบบแผนผัง Successor Map อย่างน้อยสองชั้น เพื่อไม่ให้การโปรโมตคนเก่งขึ้นไปสร้างความเปราะบางในระดับรองลงมา</p>
<h3>4. ถ้าจะให้ CEO เดิมอยู่ต่อ ต้องเขียนขอบเขตอำนาจให้ชัดตั้งแต่วันแรก</h3>
<p>โมเดลของ Apple ที่ให้คุกย้ายไปเป็น Executive Chairman มีข้อดีเรื่องความต่อเนื่อง แต่ถ้าไม่กำหนดขอบเขตการตัดสินใจระหว่าง Chairman กับ CEO คนใหม่ให้ชัด ก็อาจเกิดภาวะสับสนภายใน ตัวอย่างที่เห็นบ่อยในองค์กรไทยคือ CEO คนเก่าที่ขยับไปเป็น Chairman แต่ยังตัดสินใจแทน CEO คนใหม่อยู่ในทางปฏิบัติ สุดท้ายทั้งคู่ทำงานได้ไม่เต็มที่</p>
<p>วิธีที่ Apple ทำคือแบ่งให้ชัดว่า Chairman ดูแลงานภายนอกและความสัมพันธ์ระดับนโยบาย ส่วน CEO รับผิดชอบการตัดสินใจทั้งหมดภายในองค์กร</p>
<h3>5. ออกแบบช่วง Handover ให้มีเวลาส่งมอบจริง</h3>
<p>หนึ่งในรายละเอียดที่หลายองค์กรมองข้ามคือช่วงเวลาระหว่างการประกาศกับวันที่ CEO คนใหม่เริ่มงานจริง Apple ออกแบบให้มีช่วง Overlap หลายเดือน เพื่อให้คุกส่งมอบงานให้เทอร์นัสโดยตรง ความรู้ที่สะสมมา 15 ปีจึงไม่หายไปในวันเดียว CEO คนใหม่ก็ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ในวันแรก</p>
<h3>6. Succession ต้องเชื่อมกับโจทย์กลยุทธ์ ไม่ใช่แค่หาคนทดแทน</h3>
<p>Apple เลือกเทอร์นัสในจังหวะที่บริษัทต้องแข่งขันสูงท่ามกลางความท้าทายของ AI และ Supply Chain Apple ไม่ได้หาคนที่เก่งคล้ายผู้นำคนเดิม แต่ตั้งจากโจทย์ว่า ถ้าองค์กรจะอยู่รอดและเติบโตในอีก 5 ปีข้างหน้า ผู้นำแบบไหนที่ต้องการในสถานการณ์นั้น แล้วค่อยนำมาสู่การเจอคนที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม</p>
<h2>สรุป</h2>
<p>Leadership ที่แข็งแกร่งไม่ได้มาจากการหาคนเก่งในนาทีวิกฤต แต่มาจากการสร้างระบบที่ทำให้คนเก่งเติบโตขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในทุกระดับ</p>
<p>CEO ที่ผ่านมาของ Apple ต่างมีความโดดเด่นและความสามารถแตกต่างกันไป แต่สิ่งสำคัญคือการเลือกผู้นำที่เหมาะกับโจทย์ขององค์กรในแต่ละช่วงเวลา บทเรียนนี้ใช้ได้กับทุกองค์กร ไม่ว่าจะมีพนักงาน 50 คนหรือ 150,000 คน เพราะหัวใจของมันคือคำถามเดียวกัน นั่นคือถ้าวันนี้ผู้นำองค์กรลาออก พรุ่งนี้ใครขึ้นมาแทน และคนนั้นพร้อมแค่ไหน</p>
<p>ถ้าคำตอบยังไม่ชัด นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ต้องเร่งวางแผนและค้นหาคนที่ใช่แล้ว และคุณไม่ต้องลองผิดลองถูกคนเดียวอย่างไร้ทิศทาง แต่<a href="https://expth.hrnote.asia/categories/14">สามารถค้นหา HR Consultant ที่เข้าใจบริบทองค์กรมาช่วยวางกรอบให้ โดยหากไม่รู้จะค้นหาที่ปรึกษาที่เชื่อถือได้จากไหน สามารถค้นหา HR Consultant ผ่าน HREX</a> แพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูล HR Products &amp; Services มากที่สุดในไทยไว้ที่นี่ที่เดียว</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://www.bloomberg.com/features/2026-apple-next-ceo/" target="_blank" rel="noopener">bloomberg.com</a></li>
<li><a href="https://fortune.com/article/who-is-john-ternus-new-apple-ceo-tim-cook-retirement/" target="_blank" rel="noopener">fortune.com</a></li>
<li><a href="https://www.abc.net.au/news/2026-04-21/who-is-john-ternus-the-new-ceo-apple/106586802" target="_blank" rel="noopener">abc.net.au</a></li>
<li><a href="https://www.nytimes.com/2026/04/24/technology/john-ternus-apple-challenges.html" target="_blank" rel="noopener">nytimes.com</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/apple-succession-planning-260507/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปัญหาการจ้างงานแฝง (Deemed Employee) กับความเสี่ยงด้านกฎหมายที่ HR ต้องระวัง</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/deemed-employee-260507/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/deemed-employee-260507/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 May 2026 04:20:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49815</guid>

					<description><![CDATA[ระหว่างที่ HREX ค้นคว้าข้อมูลเพื่อเขียนบทความเรื่องแรงงานนอกระบบเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ เราพบว่ามีอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน และเกี่ยวพันกับแรงงานนอกระบบโดยตรง นั่นคือเรื่อง &#8220;การจ้างงานแฝง&#8221; หรือ Deemed Employee ปัญหานี้เกิดขึ้นจริงในองค์กรจำนวนมาก โดยเฉพาะองค์กรที่ทำงานร่วมกับ Freelance และ Contractor เป็นประจำ แต่อาจยังไม่แม่นพอในเรื่องกฎหมายแรงงาน ซึ่งหากปล่อยให้ดินพอกหางหมูก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ความเสียหายที่องค์กรต้องจ่ายก็จะยิ่งแพงกว่าเดิมหลายเท่า การจ้างงานแฝงส่งผลต่อองค์กรอย่างไร และ HR ต้องระวังอะไรบ้าง หาคำตอบได้ในบทความนี้ การจ้างงานแฝง (Deemed Employee) คืออะไร การจ้างงานแฝง (Deemed Employee หรือ Disguised Employment) คือสถานการณ์ที่องค์กรจ้างพนักงานสัญญาจ้าง ไม่ใช่พนักงานประจำ แต่กลับให้พวกเขามาทำหน้าที่ประหนึ่งเป็นพนักงานประจำจริง ๆ แล้วเลี่ยงไม่ใช้คำว่าพนักงานประจำ โดยในสัญญาจะเขียนเป็นอย่างอื่น เช่น จ้างเหมาบริการ สิ่งที่ HR หลายคนเข้าใจผิดคือ ถ้าจะจ้างใครสักคนที่ไม่ใช่พนักงานประจำ แค่เขียนในสัญญาว่า &#8220;จ้างเหมาบริการ&#8221; แล้วจะใช้งานอย่างไรก็ได้ แต่ศาลแรงงานไทยจะดูที่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในการทำงาน โดยพิจารณาว่าองค์กรควบคุมเวลาการทำงานของพนักงานสัญญาจ้าง ควบคุมสถานที่ทำงานหรือไม่ รวมถึงควบคุมวิธีการทำงานด้วยหรือไม่ ไม่ได้ดูแค่ชื่อของสัญญาอย่างเดียว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49820" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-15.webp" alt="Deemed Employee" width="600" height="370" title="ปัญหาการจ้างงานแฝง (Deemed Employee) กับความเสี่ยงด้านกฎหมายที่ HR ต้องระวัง 498" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-15.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-15-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ระหว่างที่ HREX ค้นคว้าข้อมูลเพื่อเขียนบทความเรื่อง<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/informal-workers-260430/">แรงงานนอกระบบเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ</a> เราพบว่ามีอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน และเกี่ยวพันกับแรงงานนอกระบบโดยตรง นั่นคือเรื่อง &#8220;การจ้างงานแฝง&#8221; หรือ Deemed Employee</p>
<p>ปัญหานี้เกิดขึ้นจริงในองค์กรจำนวนมาก โดยเฉพาะองค์กรที่ทำงานร่วมกับ Freelance และ Contractor เป็นประจำ แต่อาจยังไม่แม่นพอในเรื่องกฎหมายแรงงาน ซึ่งหากปล่อยให้ดินพอกหางหมูก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ความเสียหายที่องค์กรต้องจ่ายก็จะยิ่งแพงกว่าเดิมหลายเท่า</p>
<p>การจ้างงานแฝงส่งผลต่อองค์กรอย่างไร และ HR ต้องระวังอะไรบ้าง หาคำตอบได้ในบทความนี้</p>

<h2>การจ้างงานแฝง (Deemed Employee) คืออะไร</h2>
<p>การจ้างงานแฝง (Deemed Employee หรือ Disguised Employment) คือสถานการณ์ที่องค์กรจ้างพนักงานสัญญาจ้าง ไม่ใช่พนักงานประจำ แต่กลับให้พวกเขามาทำหน้าที่ประหนึ่งเป็นพนักงานประจำจริง ๆ แล้วเลี่ยงไม่ใช้คำว่าพนักงานประจำ โดยในสัญญาจะเขียนเป็นอย่างอื่น เช่น จ้างเหมาบริการ</p>
<p>สิ่งที่ HR หลายคนเข้าใจผิดคือ ถ้าจะจ้างใครสักคนที่ไม่ใช่พนักงานประจำ แค่เขียนในสัญญาว่า &#8220;จ้างเหมาบริการ&#8221; แล้วจะใช้งานอย่างไรก็ได้ แต่ศาลแรงงานไทยจะดูที่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในการทำงาน โดยพิจารณาว่าองค์กรควบคุมเวลาการทำงานของพนักงานสัญญาจ้าง ควบคุมสถานที่ทำงานหรือไม่ รวมถึงควบคุมวิธีการทำงานด้วยหรือไม่ ไม่ได้ดูแค่ชื่อของสัญญาอย่างเดียว</p>
<p>และหาก HR องค์กรไหนทำแบบนี้ อาจผิดกฎหมายแรงงานไทยได้ อ้างอิงจากคำพิพากษาและตัวบทกฎหมาย &#8220;สัญญาจ้างแรงงาน&#8221; ตามมาตรา 575 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49762" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HREX-Cover-600-x-370-px-9.webp" alt="informal-workers HREX" width="600" height="370" title="ปัญหาการจ้างงานแฝง (Deemed Employee) กับความเสี่ยงด้านกฎหมายที่ HR ต้องระวัง 499" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HREX-Cover-600-x-370-px-9.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HREX-Cover-600-x-370-px-9-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/informal-workers-260430/">แรงงานนอกระบบ: เมื่อคนที่สร้างคุณค่าให้องค์กร ไม่ได้มีแค่พนักงานประจำ</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>เรียนรู้กรณีศึกษาการจ้างงานแฝงที่เกิดขึ้นจริง</h2>
<h3>1.คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.349/2556</h3>
<p>คดีนี้เป็นข้อพิพาทระหว่างพนักงานขับรถ (ผู้ฟ้องคดี) กับสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานีและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ผู้ถูกฟ้องคดี) ซึ่งหน่วยงานรัฐมีนโยบายปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงานจาก &#8220;ลูกจ้างชั่วคราว&#8221; มาทำเป็น &#8220;สัญญาจ้างเหมาบริการ&#8221; (สัญญาจ้างทำของ) เพื่อประหยัดงบประมาณ และหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาจากการทำงานจริงแล้วพบว่า ผู้ฟ้องคดีต้องมาปฏิบัติงานตามวันและเวลาราชการ อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของหัวหน้าหน่วยงาน และต้องรับมอบหมายงานจิปาถะอื่น ๆ เช่น งานค้นหาแฟ้ม ถ่ายเอกสาร และทำความสะอาดรถยนต์ โดยไม่มีการตรวจรับผลสำเร็จของงานตามที่ควรจะเป็นในสัญญาจ้างทำของ</p>
<p>ศาลจึงชี้ว่านิติสัมพันธ์ที่แท้จริงตามการปฏิบัติงานนี้คือ &#8220;สัญญาจ้างแรงงาน&#8221; ไม่ใช่สัญญาจ้างทำของตามที่พยายามระบุไว้ในชื่อสัญญา<br />
การที่หน่วยงานของรัฐทำสัญญาจ้างเหมาบริการเพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นทะเบียนและไม่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมให้กับพนักงาน ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ศาลจึงมีคำสั่งให้สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 เพื่อให้ผู้ฟ้องคดีได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคมในฐานะลูกจ้างให้ถูกต้อง โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด</p>
<p><a href="https://legal.moph.go.th/index.php?option=com_remository&amp;Itemid=814&amp;func=fileinfo&amp;id=1679" target="_blank" rel="noopener">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่</a></p>
<h3>2.คําพิพากษาฎีกาที่ 1468/2562</h3>
<p>คดีนี้เป็นข้อพิพาทระหว่างลูกจ้างตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการ (โจทก์) กับบริษัทนายจ้าง (จำเลย) โดยนายจ้างได้เลิกจ้างโจทก์และปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชยต่าง ๆ ตามกฎหมายแรงงาน โดยอ้างว่ารูปแบบการจ้างงานดังกล่าวเป็นเพียง &#8220;สัญญาจ้างทำของ&#8221; เพื่อควบคุมการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศให้ลูกค้าเป็นรายโครงการเท่านั้น</p>
<p>แต่เมื่อศาลพิจารณาพฤติการณ์จริง พบว่าโจทก์ได้รับเงินเดือนคงที่รายเดือนโดยไม่คำนึงถึงผลสำเร็จของงาน ได้รับสวัสดิการเหมือนพนักงานทั่วไป ไม่มีอิสระในการทำงาน และต้องขออนุญาตหยุดงานจากกรรมการบริษัทก่อน</p>
<p>ศาลฎีกาจึงตัดสินว่านิติสัมพันธ์ที่แท้จริงคือ &#8220;สัญญาจ้างแรงงาน&#8221; และบริษัทต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าว ค่าทำงานวันหยุด และดอกเบี้ยให้แก่โจทก์เต็มจำนวน</p>
<p><a href="https://www.advancedlaw9.com/2020/09/07/%E0%B8%84%E0%B9%8D%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-1468-2562-%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99/" target="_blank" rel="noopener">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่</a></p>
<h2>Checklist ตรวจสอบความเสี่ยงการจ้างงานแฝงสำหรับ HR</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49819" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2769217807-scaled.webp" alt="Deemed Employee" width="600" height="400" title="ปัญหาการจ้างงานแฝง (Deemed Employee) กับความเสี่ยงด้านกฎหมายที่ HR ต้องระวัง 500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2769217807-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2769217807-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2769217807-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2769217807-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2769217807-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2769217807-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>จากกรณีศึกษาทั้ง 2 คดีข้างต้น มีจุดร่วมกันคือ องค์กรคิดว่าตัวเองปลอดภัยเพราะมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่สิ่งที่ HR ควรทำคือ ตรวจสอบว่าองค์กรตัวเองอยู่ในโซนเสี่ยงจ้างงานแฝงหรือไม่</p>
<p>หากอยากรู้ว่าจะตรวจสอบยังไง ? สามารถนำรายชื่อ Freelance และ Contractor ทั้งหมดมาประเมินผ่าน Checklist นี้ โดยแต่ละหมวดมี 4-5 คำถามให้ตอบ และหาก HR ตอบว่า &#8220;ใช่&#8221; ตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไปในหมวดเดียวกัน แสดงว่ามีความเสี่ยงที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมแล้ว</p>
<p>และที่สำคัญ ถ้าตอบ &#8220;ใช่&#8221; หลายข้อกว่านั้น หากเรื่องถึงศาลก็มีแนวโน้มสูงที่ศาลจะตีความว่าบุคคลนั้นคือลูกจ้าง พนักงานประจำ ไม่ว่าสัญญาจะเขียนว่าอะไรก็ตาม</p>
<h3>หมวด 1: การควบคุมเวลาและการทำงาน</h3>
<ul style="list-style-type: circle;">
<li>องค์กรกำหนดเวลาเข้า-ออกงานให้บุคคลนี้หรือไม่</li>
<li>บุคคลนี้ต้องขออนุญาตก่อนหากจะไม่มาทำงานหรือลาหยุดหรือไม่</li>
<li>องค์กรติดตามหรือบันทึกชั่วโมงการทำงานของบุคคลนี้หรือไม่</li>
<li>บุคคลนี้ทำงานให้องค์กรโดยไม่รับงานที่อื่นหรือไม่</li>
<li>งานที่รับมีลักษณะต่อเนื่องสม่ำเสมอ ไม่ใช่งานโปรเจกต์ที่มีจุดสิ้นสุดชัดเจนหรือไม่</li>
</ul>
<h3>หมวด 2: การควบคุมวิธีการทำงาน</h3>
<ul style="list-style-type: circle;">
<li>องค์กรกำหนดขั้นตอนหรือวิธีการทำงานให้บุคคลนี้ต้องปฏิบัติตามหรือไม่</li>
<li>บุคคลนี้ต้องรายงานความคืบหน้าต่อหัวหน้างานในองค์กรเป็นประจำหรือไม่</li>
<li>องค์กรสั่งได้ว่าต้องทำอะไร อย่างไร และเมื่อไหร่ ไม่ใช่แค่บอกว่าอยากได้ผลงานอะไรหรือไม่</li>
<li>บุคคลนี้ต้องเข้าประชุมทีมหรือกิจกรรมองค์กรเป็นประจำหรือไม่</li>
<li>องค์กรมีอำนาจลงโทษหรือตักเตือนบุคคลนี้ได้โดยตรงหรือไม่</li>
</ul>
<h3>หมวด 3: เครื่องมือและทรัพยากร</h3>
<ul style="list-style-type: circle;">
<li>องค์กรเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์หลักในการทำงาน เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ ให้หรือไม่</li>
<li>บุคคลนี้ใช้ email หรือระบบ IT ขององค์กรในการทำงานหรือไม่</li>
<li>บุคคลนี้มีบัตรพนักงาน บัตรผ่านประตู หรือสิทธิ์เข้าอาคารในฐานะคนขององค์กรหรือไม่</li>
<li>บุคคลนี้ได้รับงบประมาณจากองค์กรเพื่อใช้ในการทำงานหรือไม่</li>
</ul>
<h3>หมวด 4: ลักษณะของค่าตอบแทน</h3>
<ul style="list-style-type: circle;">
<li>ค่าตอบแทนจ่ายเป็นรายเดือนสม่ำเสมอ ไม่ว่างานจะเสร็จหรือไม่ก็ตามหรือไม่</li>
<li>ค่าตอบแทนคงที่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลงานหรือจำนวนงานที่ส่งหรือไม่</li>
<li>บุคคลนี้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่คล้ายพนักงาน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง โบนัส หรือไม่</li>
<li>องค์กรแบกรับค่าใช้จ่ายในการทำงานทั้งหมด บุคคลนี้ไม่ได้มีความเสี่ยงทางธุรกิจเองหรือไม่</li>
</ul>
<h3>หมวด 5: ลักษณะของสัญญาและเอกสาร</h3>
<ul style="list-style-type: circle;">
<li>สัญญาระบุชัดเจนว่าเป็นการจ้างเหมาบริการ และกำหนดชิ้นงาน เงื่อนไข และกำหนดส่งงานไว้อย่างชัดเจนหรือไม่</li>
<li>บุคคลนี้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือออกใบกำกับภาษีเองได้หรือไม่</li>
<li>บุคคลนี้รับงานจากลูกค้าหรือองค์กรอื่นได้อย่างอิสระหรือไม่</li>
<li>HR มีบันทึกที่แสดงว่าความสัมพันธ์นี้เป็นการจ้างเหมา ไม่ใช่การจ้างงานหรือไม่</li>
</ul>
<h3>ผลการประเมิน</h3>
<ul>
<li>หากได้คะแนน 0–3 ข้อ ถือว่าความเสี่ยงต่ำ อย่าลืมทบทวนเอกสารสัญญาให้ครบถ้วน</li>
<li>หากได้คะแนน 4–7 ข้อ ถือว่าเสี่ยงปานกลาง ให้ปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน และทบทวนรูปแบบสัญญาอีกครั้ง</li>
<li>หากได้คะแนน 8 ข้อขึ้นไป สูง มีความเสี่ยงสูงที่ศาลจะตีความเป็นลูกจ้าง ควรปรับโครงสร้างความสัมพันธ์โดยเร็ว</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49818" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2178878335-scaled.webp" alt="Deemed Employee" width="600" height="400" title="ปัญหาการจ้างงานแฝง (Deemed Employee) กับความเสี่ยงด้านกฎหมายที่ HR ต้องระวัง 501" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2178878335-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2178878335-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2178878335-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2178878335-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2178878335-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2178878335-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>แนวทางป้องกันการจ้างงานแฝงสำหรับ HR</h2>
<h3>1. ปรับสัญญาให้สะท้อนความเป็นจริง</h3>
<p>หากทำสัญญาจ้างแรงงานนอกระบบ ไม่ใช่พนักงานประจำ ทางที่ดีต้องระบุชิ้นงาน เงื่อนไข และกำหนดส่งงานที่ชัดเจน และที่สำคัญกว่านั้นคือพฤติกรรมการทำงานจริงต้องสอดคล้องกับสิ่งที่เขียนในสัญญา ถ้าสัญญาบอกว่าเป็นการจ้างเหมาแต่ในทางปฏิบัติมีการควบคุมเวลา สถานที่ และวิธีการทำงาน สัญญานั้นปกป้ององค์กรไม่ได้</p>
<h3>2. วางความสัมพันธ์ให้ชัดตั้งแต่วันแรก</h3>
<p>กำหนดให้ชัดว่า Freelance หรือ Contractor คนนี้ส่งมอบอะไร ภายในเมื่อไหร่ และวัดความสำเร็จจากอะไร หลีกเลี่ยงการสั่งงานรายวัน กำหนดเวลาเข้าออก หรือบังคับให้ใช้เครื่องมือขององค์กรโดยไม่จำเป็น เพราะพฤติกรรมเหล่านี้สะสมและกลายเป็นหลักฐานได้</p>
<h3>3. ทบทวนความสัมพันธ์ทุก 6–12 เดือน</h3>
<p>ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นถูกต้องอาจค่อยๆ เลื่อนเข้าสู่โซนเสี่ยงโดยไม่มีใครตั้งใจ HR ควรนัด Review สัญญาและพฤติกรรมการทำงานจริงเป็นประจำ ไม่ใช่รอให้มีปัญหาก่อนค่อยตรวจสอบ</p>
<h3>4. ปรึกษานักกฎหมายแรงงานเมื่อพบความเสี่ยงสูง</h3>
<p>ถ้าผ่าน Checklist แล้วได้คะแนน 8 ข้อขึ้นไป ขั้นตอนที่ปลอดภัยที่สุดคือปรึกษานักกฎหมายแรงงานก่อนตัดสินใจปรับโครงสร้างใด ๆ เพราะการปรับที่ผิดวิธีอาจสร้างปัญหาใหม่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49821" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2724166749-scaled.webp" alt="Deemed Employee" width="600" height="316" title="ปัญหาการจ้างงานแฝง (Deemed Employee) กับความเสี่ยงด้านกฎหมายที่ HR ต้องระวัง 502" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2724166749-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2724166749-300x158.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2724166749-1024x540.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2724166749-768x405.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2724166749-1536x810.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/shutterstock_2724166749-2048x1080.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>สรุป</h2>
<p>การจ้างงานแฝงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับองค์กรที่ตั้งใจเลี่ยงกฎหมาย หลายกรณีเกิดจากความไม่รู้ ความเคยชิน หรือแค่ไม่เคยตั้งคำถามว่าความสัมพันธ์ที่ทำอยู่นั้นมีความเสี่ยงหรือเปล่า</p>
<p>สัญญาที่เขียนดีแค่ไหนก็ปกป้ององค์กรไม่ได้ หากสัญญานั้นผิดประเภท</p>
<p>สิ่งที่ HR ทำได้ตั้งแต่วันนี้คือหยิบ Checklist ข้างต้นขึ้นมา แล้วลองตรวจเช็คว่ามีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นมากหรือน้อยเพียงใด ถ้าพบว่ามีความเสี่ยง การรู้เร็วและปรับเร็วย่อมดีกว่ารู้ตอนที่นั่งอยู่หน้าศาลแรงงานแล้ว</p>
<p>การบริหารแรงงานทั้งระบบให้ได้ผลจริงต้องการทั้งความเข้าใจที่ถูกต้องและเครื่องมือที่เหมาะสม สำหรับองค์กรที่กำลังมองหาพนักงานภายนอก (Outsource) มาช่วยงาน อาทิ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/122">HR</a> และ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/24">Payroll</a> เป็นต้น สามารถค้นหาจากใน<a href="https://expth.hrnote.asia/">แพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services ของ HREX ได้เลย</a></p>
<p>หรือหากองค์กรไหนต้องการ Freelance Recruiter มาช่วยสรรหาพนักงาน แบ่งเบาภาระ HR Recruiter ในองค์กร HREX ขอแนะนำ Sourcedout แพลตฟอร์มที่รวบรวม Freelance Recruiter ไว้กว่า 2,000 คนเพื่อช่วยค้นหาคนที่ใช่ เสริมแกร่งให้องค์กร <a href="https://expth.hrnote.asia/products/1">ติดต่อขอใช้บริการได้เลยที่นี่</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/deemed-employee-260507/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HREX เปิดตัว AI Chatbot ฟังก์ชั่นใหม่บน LINE OA จับคู่คุณกับ HR Solution ที่ใช่ได้เร็วขึ้น</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/news/hrex-line-oa-ai-chatbot-260506/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/news/hrex-line-oa-ai-chatbot-260506/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 May 2026 01:44:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[LINE OA]]></category>
		<category><![CDATA[Chatbot]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49798</guid>

					<description><![CDATA[HREX นอกจากเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมบทความ ข่าวสาร และความรู้ด้าน HR แล้ว เรายังเป็น HR Solution Finder ที่ช่วยแนะนำเครื่องมือ ผู้ให้บริการ และบริการด้าน HR ที่เหมาะกับปัญหาของแต่ละองค์กรด้วย ที่ผ่านมา HREX ได้รับคำถามจากผู้อ่านและคนทำงาน HR อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผ่านช่องทาง LINE Chat เช่น ช่วยแนะนำ Recruitment Agency เพื่อช่วยหาคนหรือค้นหาผู้บริหารที, เครื่องมือ Pre-Screen ไหนช่วยคัดกรองผู้สมัครจำนวน 500 คนต่อตำแหน่งได้บ้าง, อยากได้ Training ด้าน Leadership ให้ผู้จัดการมือใหม่ หรืออยากได้ระบบ Payroll ที่ช่วยลดงานเอกสารและความผิดพลาด เป็นต้น เมื่อหลายองค์กรรู้ว่าตัวเองต้องการตัวช่วยด้าน HR แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกบริการใดจึงจะเหมาะกับบริบทของตัวเอง HREX จึงเปิดตัวฟังก์ชั่นใหม่ ให้ผู้ติดตามสามารถใช้งาน AI Chatbot บน LINE OA ของ HREX [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49799" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-Cover.webp" alt="HREX LINE OA Chatbot" width="600" height="370" title="HREX เปิดตัว AI Chatbot ฟังก์ชั่นใหม่บน LINE OA จับคู่คุณกับ HR Solution ที่ใช่ได้เร็วขึ้น 511" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>HREX นอกจากเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมบทความ ข่าวสาร และความรู้ด้าน HR แล้ว เรายังเป็น HR Solution Finder ที่ช่วยแนะนำเครื่องมือ ผู้ให้บริการ และบริการด้าน HR ที่เหมาะกับปัญหาของแต่ละองค์กรด้วย</p>
<p>ที่ผ่านมา HREX ได้รับคำถามจากผู้อ่านและคนทำงาน HR อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผ่านช่องทาง <strong>LINE Chat</strong> เช่น ช่วยแนะนำ Recruitment Agency เพื่อช่วยหาคนหรือค้นหาผู้บริหารที, เครื่องมือ Pre-Screen ไหนช่วยคัดกรองผู้สมัครจำนวน 500 คนต่อตำแหน่งได้บ้าง, อยากได้ Training ด้าน Leadership ให้ผู้จัดการมือใหม่ หรืออยากได้ระบบ Payroll ที่ช่วยลดงานเอกสารและความผิดพลาด เป็นต้น</p>
<p>เมื่อหลายองค์กรรู้ว่าตัวเองต้องการตัวช่วยด้าน HR แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกบริการใดจึงจะเหมาะกับบริบทของตัวเอง HREX จึงเปิดตัวฟังก์ชั่นใหม่ ให้ผู้ติดตามสามารถใช้งาน <strong>AI Chatbot บน LINE OA ของ HREX</strong> ช่วยค้นหา HR Solution ได้ง่ายขึ้นแล้ว</p>

<h2>คุยกับ AI บน LINE OA ของ HREX ยังไง ให้เจอ Solution ที่ใช่</h2>
<p>LINE OA ของ HREX นับเป็นช่องทางสำคัญในการสื่อสารกับผู้อ่าน ทั้งการแชร์ข่าวสารด้าน HR ประจำสัปดาห์ แต่ต่อจากนี้ LINE ของ HREX จะไม่ได้เป็นเพียงช่องทางติดตามข่าวสารหรือติดต่อสอบถามเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่คนทำงาน HR สามารถเข้ามาเริ่มต้นค้นหา HR Solution ที่เหมาะกับองค์กรของตัวเองได้ด้วย</p>
<p>หากคุณกำลังมองหาเครื่องมือหรือบริการด้าน HR แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน สามารถเพิ่มเพื่อน LINE OA ของ HREX แล้วลองใช้งาน AI Chatbot ได้ตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้</p>
<p>1.กดปุ่ม <strong>“กำลังค้นหา Solution”</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49807" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-0.webp" alt="HREX LINE OA Chatbot" width="600" height="447" title="HREX เปิดตัว AI Chatbot ฟังก์ชั่นใหม่บน LINE OA จับคู่คุณกับ HR Solution ที่ใช่ได้เร็วขึ้น 512" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-0.webp 939w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-0-300x224.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-0-768x573.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>2.เลือกหมวดหมู่ Solution หลักที่สนใจ เช่น Core HR System, Time &amp; Attendance, Payroll Solution, Recruitment &amp; Talent Acquisition หรือหมวดหมู่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงาน HR</p>
<p>3.เลือกหมวดหมู่ย่อย ที่ตรงกับความต้องการมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49801" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-6.webp" alt="HREX LINE OA Chatbot" width="600" height="983" title="HREX เปิดตัว AI Chatbot ฟังก์ชั่นใหม่บน LINE OA จับคู่คุณกับ HR Solution ที่ใช่ได้เร็วขึ้น 513" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-6.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-6-183x300.webp 183w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-6-625x1024.webp 625w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-6-768x1258.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-6-938x1536.webp 938w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>4.ตอบคำถามเพิ่มเติม เช่น ขนาดองค์กร ความเร่งด่วนในการใช้งาน หรือความต้องการเบื้องต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49803" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-4.webp" alt="HREX LINE OA Chatbot" width="600" height="992" title="HREX เปิดตัว AI Chatbot ฟังก์ชั่นใหม่บน LINE OA จับคู่คุณกับ HR Solution ที่ใช่ได้เร็วขึ้น 514" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-4.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-4-181x300.webp 181w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-4-619x1024.webp 619w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-4-768x1270.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-4-929x1536.webp 929w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>5.ระบบจะแนะนำบริการที่เกี่ยวข้องกับปัญหาและบริบทขององค์กรขึ้นมาให้เลือก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49800" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-7.webp" alt="HREX LINE OA Chatbot" width="600" height="297" title="HREX เปิดตัว AI Chatbot ฟังก์ชั่นใหม่บน LINE OA จับคู่คุณกับ HR Solution ที่ใช่ได้เร็วขึ้น 515" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-7.webp 1351w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-7-300x149.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-7-1024x507.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-7-768x380.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>6.กดเข้าไปดูรายละเอียดของ Solution นั้น ๆ และหากพบว่านี่คือบริการที่ใช่ สามารถกด “สนใจใช้บริการ” ได้เลย</p>
<h2>เลือกไม่ถูก ให้ HREX ช่วยแนะนำต่อได้</h2>
<p>หาก AI Chatbot แนะนำตัวเลือกมาให้แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือก HR Solution ไหน สามารถเลือกให้ทีม HREX ช่วยประสานงานและติดต่อกลับได้เช่นกัน โดยมีขั้นตอนดังนี้</p>
<p>1.เลือกให้ทีม HREX ช่วยประสานงานต่อ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49804" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-2.webp" alt="HREX LINE OA Chatbot 2" width="600" height="907" title="HREX เปิดตัว AI Chatbot ฟังก์ชั่นใหม่บน LINE OA จับคู่คุณกับ HR Solution ที่ใช่ได้เร็วขึ้น 516" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-2-199x300.webp 199w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-2-678x1024.webp 678w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-2-768x1161.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-2-1016x1536.webp 1016w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>2.กดยินยอมให้ใช้ข้อมูลตามเงื่อนไข PDPA เพื่อให้ทีมงานสามารถนำข้อมูลเบื้องต้นไปใช้ในการติดต่อกลับได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49808" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/51101372-a2fa-44d7-8d6f-cda50a3840f3-1_all_120687.webp" alt="HREX LINE OA Chatbot" width="600" height="1087" title="HREX เปิดตัว AI Chatbot ฟังก์ชั่นใหม่บน LINE OA จับคู่คุณกับ HR Solution ที่ใช่ได้เร็วขึ้น 517" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/51101372-a2fa-44d7-8d6f-cda50a3840f3-1_all_120687.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/51101372-a2fa-44d7-8d6f-cda50a3840f3-1_all_120687-166x300.webp 166w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/51101372-a2fa-44d7-8d6f-cda50a3840f3-1_all_120687-565x1024.webp 565w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/51101372-a2fa-44d7-8d6f-cda50a3840f3-1_all_120687-768x1391.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/51101372-a2fa-44d7-8d6f-cda50a3840f3-1_all_120687-848x1536.webp 848w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>3.ทีม HREX ติดต่อกลับเพื่อสอบถามรายละเอียดและความต้องการเพิ่มเติม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49806" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-1.webp" alt="HREX LINE OA Chatbot" width="600" height="873" title="HREX เปิดตัว AI Chatbot ฟังก์ชั่นใหม่บน LINE OA จับคู่คุณกับ HR Solution ที่ใช่ได้เร็วขึ้น 518" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-1-206x300.webp 206w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-1-704x1024.webp 704w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-1-768x1117.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-LINE-OA-Chatbot-1-1056x1536.webp 1056w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>4.ทีมงานช่วยพิจารณา HR Solution ที่เหมาะสมกับโจทย์ขององค์กร</p>
<p>5.HREX ประสานงานไปยังผู้ให้บริการ HR Solution ที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>6.ผู้ให้บริการติดต่อกลับเพื่อนำเสนอบริการหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป</p>
<h2>เริ่มคุยกับ LINE AI ของ HREX ได้แล้ววันนี้</h2>
<p>การเปิดใช้งานฟังก์ชันใหม่นี้เป็นอีกหนึ่งก้าวของ HREX ในการพัฒนาแพลตฟอร์มให้เป็นมากกว่าเว็บไซต์รวมความรู้ด้าน HR แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้คนทำงาน HR เข้าถึงเครื่องมือ บริการ และผู้เชี่ยวชาญที่ตอบโจทย์องค์กรได้ง่ายขึ้น</p>
<p>หากคุณกำลังมองหา HR Solution ให้กับองค์กร แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน <a href="https://line.me/R/ti/p/%40540mpnhr" target="_blank" rel="noopener">สามารถกดเพิ่มเพื่อนใน LINE ของ HREX</a> แล้วลองใช้งาน AI Chatbot เพื่อค้นหา Solution ที่เหมาะกับองค์กรของคุณได้เลย</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/news/hrex-line-oa-ai-chatbot-260506/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แรงงานนอกระบบ: เมื่อคนที่สร้างคุณค่าให้องค์กร ไม่ได้มีแค่พนักงานประจำ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/informal-workers-260430/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/informal-workers-260430/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 11:20:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานนอกระบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49760</guid>

					<description><![CDATA[เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติปีนี้ HREX ขอเริ่มต้นด้วยการขอบคุณพนักงานประจำ หรือแรงงานในระบบทุกคนที่ตอกบัตรเข้างานทุกเช้า แบกรับ KPI ทุกไตรมาส และยังคงมาทำงานแม้วันที่รู้สึกหมดแรง แต่ขณะเดียวกัน HREX ก็อยากขอบคุณพนักงานอีกกลุ่มหนึ่งด้วยนั่นคือ แรงงานนอกระบบ ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถส่งของ, ช่างเทคนิคที่แก้ระบบล่มในยามวิกฤต, ฟรีแลนซ์ที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อส่งงานให้ทัน Deadline รวมถึงกลุ่มคนขี่มอเตอร์ไซค์ส่งของ หรือไรเดอร์ เป็นต้น (แม้ปัจจุบันจะยังไม่ถือเป็นแรงงานในระบบ แต่ล่าสุดคุณ จุลพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้คำมั่นว่าจะนำไรเดอร์เข้าระบบประกันสังคมก่อนสิ้นปี 2026 นี้แน่นอน) แล้วรู้หรือไม่ว่าคนกลุ่มนี้มีมากกว่าที่เราคิด ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2568 ระบุว่า ในบรรดาผู้มีงานทำ 39.9 ล้านคนในประเทศไทย มีถึง 20.9 ล้านคน หรือ 52.4% ที่เป็นแรงงานนอกระบบ พูดให้ชัดก็คือ นี่คือคนทำงานส่วนใหญ่ของประเทศนี้ และหากพวกเขาหายไปพร้อมกัน หลายองค์กรจะเจอปัญหาในทันที แรงงานนอกระบบคือใคร และเกี่ยวอะไรกับ HR ? แรงงานนอกระบบ ในบริบทของการบริหารองค์กรมีความหมายเฉพาะเจาะจงกว่าที่หลายคนเข้าใจ ตามกฎหมาย แรงงานนอกระบบ คือผู้มีงานทำแต่ไม่ได้ทำงานภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ไม่มีนายจ้างที่ชัดเจน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49762" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HREX-Cover-600-x-370-px-9.webp" alt="informal-workers HREX" width="600" height="370" title="แรงงานนอกระบบ: เมื่อคนที่สร้างคุณค่าให้องค์กร ไม่ได้มีแค่พนักงานประจำ 522" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HREX-Cover-600-x-370-px-9.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HREX-Cover-600-x-370-px-9-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติปีนี้ HREX ขอเริ่มต้นด้วยการขอบคุณพนักงานประจำ หรือแรงงานในระบบทุกคนที่ตอกบัตรเข้างานทุกเช้า แบกรับ KPI ทุกไตรมาส และยังคงมาทำงานแม้วันที่รู้สึกหมดแรง</p>
<p>แต่ขณะเดียวกัน HREX ก็อยากขอบคุณพนักงานอีกกลุ่มหนึ่งด้วยนั่นคือ แรงงานนอกระบบ ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถส่งของ, ช่างเทคนิคที่แก้ระบบล่มในยามวิกฤต, ฟรีแลนซ์ที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อส่งงานให้ทัน Deadline รวมถึงกลุ่มคนขี่มอเตอร์ไซค์ส่งของ หรือไรเดอร์ เป็นต้น <em>(<a href="https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2026/20251126091907_74347.pdf" target="_blank" rel="noopener">แม้ปัจจุบันจะยังไม่ถือเป็นแรงงานในระบบ แต่ล่าสุดคุณ จุลพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้คำมั่นว่าจะนำไรเดอร์เข้าระบบประกันสังคมก่อนสิ้นปี 2026 นี้แน่นอน</a>)</em></p>
<p>แล้วรู้หรือไม่ว่าคนกลุ่มนี้มีมากกว่าที่เราคิด ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2568 ระบุว่า ในบรรดาผู้มีงานทำ 39.9 ล้านคนในประเทศไทย มีถึง 20.9 ล้านคน หรือ 52.4% ที่เป็นแรงงานนอกระบบ</p>
<p>พูดให้ชัดก็คือ นี่คือคนทำงานส่วนใหญ่ของประเทศนี้ และหากพวกเขาหายไปพร้อมกัน หลายองค์กรจะเจอปัญหาในทันที</p>

<h2>แรงงานนอกระบบคือใคร และเกี่ยวอะไรกับ HR ?</h2>
<p>แรงงานนอกระบบ ในบริบทของการบริหารองค์กรมีความหมายเฉพาะเจาะจงกว่าที่หลายคนเข้าใจ</p>
<p>ตามกฎหมาย แรงงานนอกระบบ คือผู้มีงานทำแต่ไม่ได้ทำงานภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ไม่มีนายจ้างที่ชัดเจน หรือไม่มีสัญญาจ้างงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ เป็นเกษตรกร รับจ้างทั่วไป เป็นต้น</p>
<p>กลุ่มแรงงานนอกระบบ แรงงานนอกองค์กร หรือแรงงานทางเลือกที่ HR ต้องรู้จัก และควรประเมินว่าเข้าข่ายแรงงานนอกระบบหรือไม่ มีอยู่ 4 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่</p>
<ol>
<li><strong>Outsource และ Vendor</strong> บริษัทหรือทีมงานภายนอกที่รับงานทั้งก้อนไปทำ ตั้งแต่ทีม IT Support ไปจนถึงบริษัทรักษาความปลอดภัยหน้าอาคาร กลุ่มนี้อาจไม่ใช่แรงงานนอกระบบเสมอไป หากพนักงานเหล่านั้นเป็นลูกจ้างในระบบของบริษัทผู้รับจ้าง แต่ HR ยังต้องบริหารความเสี่ยงด้านสัญญา ความปลอดภัย สิทธิแรงงาน และความต่อเนื่องทางธุรกิจ</li>
<li><strong>Freelance และ Contractor</strong> ผู้รับงานอิสระที่ทำงานโปรเจกต์ต่อโปรเจกต์ ตั้งแต่นักเขียน นักออกแบบ โปรแกรมเมอร์ ไปจนถึงที่ปรึกษาเฉพาะทาง หลายองค์กรพึ่งพาคนกลุ่มนี้ในงานสำคัญโดยที่ไม่เคยนับพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของทีม กลุ่มนี้อาจเข้าข่ายแรงงานนอกระบบได้ หากไม่มีสถานะลูกจ้างและไม่มีหลักประกันทางสังคมจากการทำงาน</li>
<li><strong>Platform Worker</strong> แรงงานที่ทำงานผ่านแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร คนขับรถรับจ้าง หรือผู้ให้บริการงานบ้านผ่านแอป กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ HR ควรจับตา เพราะเส้นแบ่งระหว่างแรงงานอิสระ ผู้รับจ้าง และลูกจ้างอาจไม่ชัดเจน</li>
<li><strong>Supply Chain Labor</strong> แรงงานที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่คนงานในโรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วน ไปจนถึงพนักงานคลังสินค้าของบริษัทโลจิสติกส์ที่รับจ้าง คนเหล่านี้อาจไม่เคยเข้าไปเหยียบสำนักงานใหญ่ แต่ถ้าพวกเขาหยุดงาน สายการผลิตก็หยุดตาม กลุ่มนี้อาจไม่ใช่แรงงานนอกระบบเสมอไป แต่เป็นแรงงานที่ HR ควรเข้าใจในมิติ Risk, Compliance, ESG และ Business Continuity</li>
</ol>
<p>คนกลุ่มนี้มักไม่มีหลักประกันทางสังคม (เช่น ไม่เข้าข่ายประกันสังคม ตามมาตรา 33) ขาดสวัสดิการเมื่อเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน และมีรายได้ไม่แน่นอน หากไม่ทำงานจะไม่มีรายได้</p>
<p>แต่ในทางปฏิบัติ คนกลุ่มนี้คือกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กรอยู่ทุกวัน เช่นเดียวกับพนักงานประจำในระบบ</p>
<h2>Workforce Ecosystem: การบริหารแรงงานทั้งในและนอกระบบยุค Gig Economy</h2>
<p>Workforce Ecosystem คือแนวคิดที่มองว่าองค์กรไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยพนักงานในระบบเท่านั้น แต่ขับเคลื่อนด้วยระบบนิเวศของคนทำงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะมีสัญญาจ้างงานหรือไม่ จะมีที่นั่งในออฟฟิศและทำงานจากทั่วทุกมุมโลก จะทำงานเต็มเวลาและรับงานเป็นครั้งคราวก็ตาม</p>
<p>แนวคิดเดิมที่ว่า HR มีหน้าที่ดูแลแค่พนักงานที่อยู่ในระบบการจ่ายเงินเดือนตามปกติเท่านั้น จึงอาจทำให้ HR ดูแลพนักงานอยู่เพียงครึ่งเดียว</p>
<p>เช่น ในบริษัท e-Commerce แห่งหนึ่ง มีพนักงานประจำรวมแล้ว 50 คน แต่ถ้านับรวม Freelance Content Creator ที่ผลิตคอนเทนต์ให้ทุกเดือน, นับทีม Outsource ที่ดูแลด้าน Customer Service, บริษัทโลจิสติกส์ที่รับส่งพัสดุ และอีกหลายตำแหน่งที่อาจไม่ได้กล่าวถึง จำนวนคนที่ขับเคลื่อนองค์กรนี้จริง ๆ อาจมีจำนวนสูงกว่า 100 คน</p>
<p>หาก HR ดูแลเฉพาะพนักงาน 50 คน แล้วปล่อยให้คนนอกระบบทำงานโดยไม่มีใครดูแลมาตรฐาน ผลที่ตามคือการเกิดช่องว่างทางวัฒนธรรมองค์กร ความเสี่ยงด้านคุณภาพงาน และความไม่สอดคล้องในประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ</p>
<h2>Top Talent ยุคใหม่ กำลังนิยามวิธีทำงานแบบใหม่</h2>
<p>แม้งานประจำจะมอบความมั่นคงให้กับผู้คนได้มากกว่าการเป็นฟรีแลนซ์ แต่สังเกตได้ว่าเราเริ่มเห็นเทรนด์คนเก่งจำนวนมากออกจากระบบแล้วไปเป็น Freelance เป็นมือปืนรับจ้างมากขึ้น</p>
<p>ไม่ใช่เพราะพวกเขาหางานประจำไม่ได้ แต่เพราะการทำงานแบบอิสระให้สิ่งที่พวกเขาต้องการมากกว่านั่นคือ มีเวลาที่ยืดหยุ่น สามารถเลือกโปรเจกต์ที่สนใจได้ หากขยันหลายงาน รายได้อาจสูงกว่าเงินเดือนประจำเสียอีก และที่สำคัญคือ เกิดความรู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้านายของตัวเอง</p>
<p>ภาพนี้กำลังเกิดขึ้นในหลายสายงาน ตั้งแต่งานครีเอทีฟ เทคโนโลยี ไปจนถึงงานที่ปรึกษาเฉพาะทาง</p>
<p>สิ่งที่น่าคิดต่อคือ องค์กรจะทำงานร่วมกับคนกลุ่มนี้อย่างไรให้เกิดคุณค่าจริง ?</p>
<p>ถ้าปรับมุมมองแบบนี้ บทบาทของ HR จะเปลี่ยนไปทันที จากเดิมที่โฟกัสการดูแลพนักงานในระบบ จะขยับไปสู่การจัดการความสัมพันธ์กับคนทำงานหลากหลายรูปแบบ หลายเรื่องที่เคยใช้กับพนักงานประจำ จะสามารถใช้กับคนกลุ่มนี้ได้เช่นกัน</p>
<p>องค์กรที่ทำได้ดี มักไม่พยายามดึงทุกคนเข้ามาอยู่ในระบบเดียวกัน แต่เปิดพื้นที่ให้คนหลายรูปแบบเข้ามาทำงานร่วมกันได้ โดยยังรักษามาตรฐานเดียวกันเอาไว้</p>
<p>ทั้งนี้ทั้งนั้น การเปิดกว้างรับคนนอกระบบมาทำงานด้วยนั้น ก็มีความเสี่ยงที่ HR ต้องเข้าใจให้ดีก่อนด้วยเช่นกัน</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49820" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-15.webp" alt="Deemed Employee" width="600" height="370" title="แรงงานนอกระบบ: เมื่อคนที่สร้างคุณค่าให้องค์กร ไม่ได้มีแค่พนักงานประจำ 523" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-15.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-15-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/deemed-employee-260507/">ปัญหาการจ้างงานแฝง (Deemed Employee) กับความเสี่ยงด้านกฎหมายที่ HR ต้องระวัง</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>แนวทางปฏิบัติ: บริหารแรงงานทั้งระบบอย่างไรให้ไร้รอยต่อ</h2>
<p>การบริหารแรงงานในและนอกระบบให้ทำงานร่วมกันได้ดีไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ซับซ้อนเกินไปถ้า HR มีกรอบที่ชัดเจน ดังนี้</p>
<h3>1.แบ่งระดับ Engagement กับ Non-Employee Workforce</h3>
<p>HR ควรจัดกลุ่มแรงงานนอกระบบตามระดับความสัมพันธ์กับองค์กร เพื่อให้รู้ว่าแต่ละกลุ่มต้องการการดูแลแบบไหน</p>
<p>ระดับ Core กลุ่มที่ทำงานร่วมกับทีมประจำอย่างใกล้ชิด เช่น Contractor ที่รับงานต่อเนื่อง หรือ Vendor หลักที่ดูแลระบบสำคัญ กลุ่มนี้ควรได้รับการ Onboard อย่างจริงจัง รู้จักวัฒนธรรมองค์กร และมีช่องทางสื่อสารที่ชัดเจนกับทีม HR</p>
<p>ระดับ Extended กลุ่มที่ทำงานเป็นโปรเจกต์หรือตามฤดูกาล เช่น Freelance ที่รับงานเป็นครั้งคราว หรือทีม Outsource ที่ดูแลงานเฉพาะส่วน กลุ่มนี้ต้องการ Briefing ที่ดีและการติดตามงานที่ชัดเจน</p>
<p>ระดับ Peripheral กลุ่มที่ความสัมพันธ์อาจไม่ได้ใกล้ชิดกันมาก เช่น แรงงานใน Supply chain หรือ Platform Worker กลุ่มนี้อาจไม่ได้ติดต่อกับ HR โดยตรง แต่ HR ต้องมั่นใจว่ามีมาตรฐานขั้นต่ำที่ชัดเจนในสัญญากับคู่ค้า</p>
<h3>2.Template Onboarding สำหรับ Vendor และ Contractor</h3>
<p>สิ่งที่ทำให้แรงงานนอกระบบทำงานได้ดีตั้งแต่ต้นคือการ Onboarding ที่ดี ซึ่งไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ต้องครอบคลุมสิ่งเหล่านี้</p>
<ul>
<li>Context ของงาน ต้องรู้ว่างานนี้สำคัญกับองค์กรอย่างไร ใครคือผู้รับผลงาน และความสำเร็จวัดจากอะไร</li>
<li>ช่องทางสื่อสาร ใช้ช่องทางไหน ติดต่อใครเมื่อติดปัญหา และมีการ check-in กันอย่างไร</li>
<li>มาตรฐานที่คาดหวัง ทั้งด้านคุณภาพงาน การตอบสนอง และพฤติกรรมที่สอดคล้องกับค่านิยมองค์กร</li>
<li>ข้อตกลงทางกฎหมายและการเงิน สัญญา เงื่อนไขการชำระเงิน และกระบวนการส่งงาน ควรชัดเจนตั้งแต่วันแรก</li>
</ul>
<h4>Checklist Onboarding สิ่งที่ต้องทำให้เสร็จภายในวันแรกของ Contractor และ Vendor</h4>
<ul>
<li>ส่งสัญญาและเงื่อนไขการชำระเงินให้ครบถ้วน พร้อมอธิบายกระบวนการส่งงานและการเบิกจ่าย</li>
<li>แจ้งว่าใครคือ Point of Contact หลักที่ติดต่อได้เมื่อมีปัญหา และช่องทางที่ใช้สื่อสาร</li>
<li>อธิบายบริบทของงานว่าโปรเจกต์นี้สำคัญกับองค์กรอย่างไร และผลงานจะถูกนำไปใช้ต่ออย่างไร</li>
<li>กำหนดนัด check-in ครั้งแรกไว้ในปฏิทินทันที ไม่ปล่อยให้ลอยอยู่คนเดียว</li>
</ul>
<h4>คำถามที่ HR ควรถาม Contractor ในวันแรก</h4>
<ul>
<li>คุณเคยทำงานในลักษณะนี้กับองค์กรอื่นมาก่อนไหม มีอะไรที่อยากให้เราทำแตกต่างจากที่เคยเจอมาบ้าง</li>
<li>มีข้อมูล เครื่องมือ หรือการเข้าถึงระบบอะไรที่คุณต้องการและยังไม่ได้รับไหม</li>
<li>รูปแบบการสื่อสารแบบไหนที่คุณทำงานได้ดีที่สุด เช่น อีเมล แชท หรือประชุม</li>
<li>มีอะไรในสัญญาหรือขอบเขตงานที่ยังไม่ชัดเจนและอยากให้อธิบายเพิ่มเติมไหม</li>
<li>อะไรคือสิ่งที่จะทำให้คุณรู้สึกว่างานนี้ประสบความสำเร็จ</li>
</ul>
<h3>3.ประสานงานระหว่างพนักงานประจำและแรงงานนอกระบบ</h3>
<p>ปัญหาที่พบบ่อยคือพนักงานประจำรู้สึกไม่สะดวกใจกับแรงงานนอกระบบ ไม่รู้จะปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างไร ขณะที่คนนอกระบบก็รู้สึกตัวเองเป็นคนนอก ไม่กล้าถามเมื่อมีปัญหา</p>
<p>HR มีบทบาทสำคัญในการวางกติกาให้ชัดเจน เช่น กำหนดว่าใครคือ Point of Contact หรือผู้ประสานงานหลัก และวางระบบแชร์ข้อมูลที่จำเป็นโดยไม่เปิดเผยข้อมูลที่ไม่ควรเปิดเผย เพื่อสร้างบรรทัดฐานว่าองค์กรปฏิบัติกับทุกคนที่ทำงานให้ด้วยความเคารพเท่าเทียมกัน</p>
<h2>หาก HR ทำงานไม่ทัน ใช้ HR Outsource ช่วยเสริมทัพได้เลย</h2>
<p>สำหรับหลายองค์กร แรงงานนอกระบบไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นกำลังสำคัญที่เข้ามาเสริมเมื่อทรัพยากรภายในไม่เพียงพอ งาน HR ก็เช่นกัน เมื่อปริมาณงานเพิ่มขึ้นเร็วกว่าอัตราการจ้างงาน การพึ่งพา HR Outsource จากภายนอกจึงเป็นเรื่องปกติ</p>
<p>การบริหารแรงงานทั้งระบบให้ได้ผลจริงต้องการทั้งความเข้าใจที่ถูกต้องและเครื่องมือที่เหมาะสม องค์กรที่กำลังมองหาผู้ให้บริการที่ไว้วางใจได้ HREX รวบรวมตัวเลือกด้าน HR Outsource ไว้ในแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services แล้ว มาค้นหาได้เลยที่นี่</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41591" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-2024-11-19T113231.432.webp" alt="สหภาพแรงงาน (Labor Union) ศัตรูของ HR หรือพันธมิตรองค์กร ?" width="600" height="370" title="แรงงานนอกระบบ: เมื่อคนที่สร้างคุณค่าให้องค์กร ไม่ได้มีแค่พนักงานประจำ 524" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-2024-11-19T113231.432.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-2024-11-19T113231.432-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/labor-union-hate-hr-240426/">สหภาพแรงงาน คืออะไร ? ศัตรูของ HR หรือพันธมิตรองค์กร ? (Labor Union)</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>สรุป</h2>
<p>ก่อนจบบทความนี้ HREX อยากขอบคุณแรงงานนอกระบบทุกคนอีกครั้ง</p>
<p>ขอบคุณที่ตื่นมาทำงานทุกวัน ขอบคุณที่ทำงานดีทุกครั้งแม้ไม่มีใครถามว่าเป็นยังไงบ้าง และขอบคุณที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้เดินหน้าต่อได้ แม้ระบบจะยังไม่ได้ดูแลคุณอย่างที่ควรจะเป็น</p>
<p>สำหรับ HR และผู้บริหาร ขอฝากคำถามหนึ่งข้อไว้ก่อนจากกัน ถ้าวันพรุ่งนี้แรงงานนอกระบบทุกคนหายไปพร้อมกัน องค์กรของคุณจะยังทำงานได้ปกติไหม</p>
<p>ถ้าคำตอบคือไม่ได้ นั่นหมายความว่าพวกเขาสำคัญกับองค์กรมากพอที่จะได้รับการดูแลอย่างจริงจัง</p>
<p>วันแรงงานปีนี้ องค์กรของคุณมองเห็น &#8220;แรงงานที่มองไม่เห็น&#8221; แล้วหรือยัง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">Sources:</p>
<p><a href="https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2026/20251126091907_74347.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="color: #333333;">nso.go.th</span></a></p>
<p><a href="https://www.thaipost.net/general-news/503592/" target="_blank" rel="noopener"><span style="color: #333333;">thaipost</span></a></p>
<p><a href="https://www.bangkokbank.com/th-TH/-/media/adc03b6edef84231bb2965e38df01694.ashx" target="_blank" rel="noopener"><span style="color: #333333;">bangkokbank</span></a></p>
<p><a href="https://www.wiego.org/research-library-publications/employment-thailand-2019-2024-crisis-recovery-informality/" target="_blank" rel="noopener"><span style="color: #333333;">wiego</span></a></p>
<p><a href="https://www.oecd.org/en/publications/oecd-economic-surveys-thailand-2025_426b9bc0-en/full-report/tackling-informality_4d6a6d0f.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="color: #333333;">oecd</span></a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/informal-workers-260430/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HR Event Planning &#8211; 7 เรื่องที่ HR ต้องคิด ก่อนจัด Event ที่พนักงานอยากมีส่วนร่วม</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/tips/hr-event-planning-260727/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/tips/hr-event-planning-260727/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 08:25:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tips]]></category>
		<category><![CDATA[Event]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49698</guid>

					<description><![CDATA[หลายคนอาจไม่ได้มองว่า “การจัดอีเวนต์” คือหน้าที่ของ HR แต่ในความเป็นจริง HR แทบทุกคนล้วนต้องจัดงานบางอย่างให้องค์กรอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นงานปฐมนิเทศพนักงานใหม่, Townhall, Training / Workshop ไปจนถึง Team Building หรือแม้แต่งานเลี้ยงประจำปี เวลาจัดงานเหล่านี้ ไม่ได้แค่ต้องเลือกสถานที่หรือสร้างบรรยากาศให้สนุกเท่านั้น แต่ต้องออกแบบประสบการณ์ของพนักงานให้ส่งผลต่อความรู้สึก ความผูกพัน และภาพขององค์กรโดยตรง เพราะในอีกมุมหนึ่ง HR คือ Architecture หรือสถาปนิก ผู้ออกแบบประสบการณ์การทำงานที่ดี ค่อย ๆ สร้างองค์กรให้เป็นที่ที่พนักงานอยากทำงานด้วย และเพราะงานอีเวนต์ของ HR คือหนึ่งในไม่กี่โมเมนต์ ที่ทำให้คนทั้งองค์กรรู้สึกไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้น ก่อนจัดงานครั้งต่อไป HR ควรคิดให้ครบในประเด็นสำคัญเหล่านี้ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตรงเป้า ไม่ใช่แค่จัดให้จบไปหนึ่งงาน 1. วัตถุประสงค์ของงานต้องชัด HR ต้องรู้ว่าจะจัดงานนี้เพื่ออะไร ? เช่น เพื่อสร้าง Engagement, เพื่อเสริมสร้างความสามัคคี, เพื่อให้ผู้บริหารสื่อสารเรื่องสำคัญ หรือแค่งานเลี้ยงประจำปี เพราะวัตถุประสงค์จะเป็นตัวกำหนดทุกอย่างตั้งแต่รูปแบบงาน งบประมาณ ไปจนถึงตัวชี้วัดความสำเร็จ นอกจากนั้นต้องรู้ว่าจะจัดให้ใคร [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49702" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-Cover.webp" alt="HR Event Planning" width="600" height="370" title="HR Event Planning - 7 เรื่องที่ HR ต้องคิด ก่อนจัด Event ที่พนักงานอยากมีส่วนร่วม 529" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หลายคนอาจไม่ได้มองว่า “การจัดอีเวนต์” คือหน้าที่ของ HR แต่ในความเป็นจริง HR แทบทุกคนล้วนต้องจัดงานบางอย่างให้องค์กรอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นงานปฐมนิเทศพนักงานใหม่, <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/town-hall-meeting-employee-engagement-250609/">Townhall</a>, <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/th-trainingofhr-181226/">Training / Workshop</a> ไปจนถึง <a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/topgolf-230922/">Team Building</a> หรือแม้แต่งานเลี้ยงประจำปี</p>
<p>เวลาจัดงานเหล่านี้ ไม่ได้แค่ต้องเลือกสถานที่หรือสร้างบรรยากาศให้สนุกเท่านั้น แต่ต้องออกแบบประสบการณ์ของพนักงานให้ส่งผลต่อความรู้สึก ความผูกพัน และภาพขององค์กรโดยตรง</p>
<p>เพราะในอีกมุมหนึ่ง HR คือ Architecture หรือสถาปนิก ผู้ออกแบบประสบการณ์การทำงานที่ดี ค่อย ๆ สร้างองค์กรให้เป็นที่ที่พนักงานอยากทำงานด้วย</p>
<p>และเพราะงานอีเวนต์ของ HR คือหนึ่งในไม่กี่โมเมนต์ ที่ทำให้คนทั้งองค์กรรู้สึกไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้น ก่อนจัดงานครั้งต่อไป HR ควรคิดให้ครบในประเด็นสำคัญเหล่านี้ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตรงเป้า ไม่ใช่แค่จัดให้จบไปหนึ่งงาน</p>

<h2>1. วัตถุประสงค์ของงานต้องชัด</h2>
<p>HR ต้องรู้ว่าจะจัดงานนี้เพื่ออะไร ? เช่น เพื่อสร้าง Engagement, เพื่อเสริมสร้างความสามัคคี, เพื่อให้ผู้บริหารสื่อสารเรื่องสำคัญ หรือแค่งานเลี้ยงประจำปี เพราะวัตถุประสงค์จะเป็นตัวกำหนดทุกอย่างตั้งแต่รูปแบบงาน งบประมาณ ไปจนถึงตัวชี้วัดความสำเร็จ</p>
<p>นอกจากนั้นต้องรู้ว่าจะจัดให้ใคร เช่น งานนี้เป็นงานของพนักงานทุกคน หรือแค่พนักงานใหม่ หรือแค่ผู้บริหาร การรู้กลุ่มเป้าหมายจะส่งผลต่อภาษา กิจกรรม อาหาร เวลา และระดับความเป็นทางการของงานโดยตรง</p>
<h2>2. งบประมาณต้องคิดเผื่อ ไม่ใช่คิดพอดี</h2>
<p>ค่าใช้จ่ายคือเรื่องใหญ่ เมื่อคิดจะจัดแล้ว ควรคำนวณให้ครอบคลุมตั้งแต่ค่าสถานที่ อาหาร ของรางวัล ไปจนถึงงบฉุกเฉิน พร้อมกำหนดขั้นตอนอนุมัติให้ชัด เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลาย</p>
<p>สิ่งที่ HR มักพลาดกันบ่อยไม่ใช่การใช้เงินเกินงบ แต่ลืมคิดต้นทุนบางส่วนตั้งแต่แรก เช่น ค่าเดินทาง ค่าล่วงเวลา หรือค่าใช้จ่ายยิบย่อยหน้างาน ซึ่งสุดท้ายจะกลายเป็นงบแฝงที่ควบคุมยากกว่าที่คิด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49704" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-2.webp" alt="HR Event Planning" width="600" height="400" title="HR Event Planning - 7 เรื่องที่ HR ต้องคิด ก่อนจัด Event ที่พนักงานอยากมีส่วนร่วม 530" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-2.webp 8688w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-2-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-2-768x512.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>3. เวลาและสถานที่ต้องเหมาะสม ไม่ใช่แค่เวลาไหนที่ว่างก็จัดเลย</h2>
<p>เพื่อให้พนักงานอยากมาจากใจจริง ไม่ใช่มาเพราะจำเป็น ก็ต้องเลือกวันเวลาจัดงานให้สอดคล้องกับ Workload และความสะดวกของพนักงานด้วย</p>
<p>ดังนั้น HR ควรสื่อสารรายละเอียดให้ชัดตั้งแต่ต้น เช่น วันเวลา สถานที่ Dress Code Agenda วิธีเดินทาง และช่องทางติดต่อผู้ประสานงาน<br />
หากเป็นการจัดนอกเวลางาน อย่าลืมพิจารณาเรื่องค่าตอบแทน และความสมัครใจในการเข้าร่วมให้เหมาะสมด้วย</p>
<h2>4. ออกแบบงานให้ทุกคนเข้าถึงได้</h2>
<p>HR ต้องมีข้อมูลก่อน จึงจะออกแบบงานที่ทุกคนเข้าถึงได้จริง ๆ เช่น เรื่องอาหารการกิน ที่ต้องรู้ว่าใครแพ้อาหารอะไร หรือใครไม่ทานอะไรด้วยเหตุผลเรื่องศาสนา, สถานที่จัดงานเหมาะสำหรับพนักงานผู้พิการไหม ไปจนถึงกิจกรรมที่มีในงานจะต้องไม่ละเมิดความเชื่อ วัฒนธรรม หรือทำให้ใครรู้สึกอับอาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49706" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-1-scaled.webp" alt="HR Event Planning" width="600" height="400" title="HR Event Planning - 7 เรื่องที่ HR ต้องคิด ก่อนจัด Event ที่พนักงานอยากมีส่วนร่วม 531" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-1-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-1-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-1-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>5. บริหารความเสี่ยงด้านความปลอดภัย พฤติกรรม และข้อมูลส่วนบุคคล</h2>
<p>เตรียมแผนฉุกเฉิน จุดปฐมพยาบาล และผู้ประสานงานให้พร้อม และกำหนดพฤติกรรมที่ควรหรือไม่ควรทำ เช่น หากงานนั้นมีแอลกอฮอล์ ก็ควรสื่อสารถึงการไม่เมามายจนคุกคามผู้อื่น รวมถึงขอความยินยอมหากมีการถ่ายภาพหรือ<a href="https://th.hrnote.asia/tips/pdpa-and-hr-210608/">ใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)</a> จากพนักงานด้วย</p>
<h2>6. สัญญาจัดซื้อจัดจ้างต้องรอบคอบ</h2>
<p>เรื่องเงินคือเรื่องใหญ่ ควรตรวจสอบใบเสนอราคา เงื่อนไขการยกเลิก ความรับผิดชอบ ประกันภัย และความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการทุกครั้ง<br />
หลายครั้งปัญหาไม่ได้เกิดจากการเลือก Vendor ผิด แต่เกิดจากรายละเอียดในสัญญาที่ไม่ชัดตั้งแต่ต้น เช่น ขอบเขตงานไม่ครบ หรือเงื่อนไขรับผิดชอบไม่ตรงกัน ซึ่งมักจะไปโผล่เป็นปัญหาในวันงานจริง</p>
<h2>7. จัดงานเสร็จแล้ว อย่าลืมวัดผลด้วย</h2>
<p>HR ไม่ใช่แค่จัดเสร็จก็จบไป แต่หลังงานอย่าลืมวัดจำนวนผู้เข้าร่วมงานว่ามาครบหรือไม่ คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ หากมีแบบประเมินความพึงพอใจให้พนักงานให้ Feedback สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปปรับปรุงในครั้งถัดไปด้วยยิ่งดี หรือมีวิธีอื่นที่จะช่วยประเมินผลได้อีกบ้าง หากในกรณีที่กิจกรรมนั้นอาจไม่เหมาะกับการให้พนักงานทำแบบประเมินตรง ๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49705" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-3-scaled.webp" alt="HR Event Planning" width="600" height="400" title="HR Event Planning - 7 เรื่องที่ HR ต้องคิด ก่อนจัด Event ที่พนักงานอยากมีส่วนร่วม 532" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-3-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-3-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-3-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-3-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Event-Planning-3-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>HREX แหล่งรวมเครื่องมือสร้าง Employee Experience ที่เดียว ครบวงจร</h2>
<p>หาก HR ต้องดูแลงานอีเวนต์หลายอย่างพร้อมกัน แล้วรู้สึกว่าทำเองทั้งหมดอาจไม่ไหว</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/22">การมีตัวช่วยที่เชี่ยวชาญเข้ามาเสริม อาจทำให้งานออกมาดีขึ้นทั้งในแง่ประสบการณ์ของพนักงานและความเรียบร้อยของงาน</a></p>
<p>HREX รวบรวมบริการ HR Solution ที่ช่วยให้งานอีเวนต์ขององค์กรเป็นเรื่องง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น</p>
<ul>
<li><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/66">MICE Venue สถานที่จัดประชุม อีเวนต์ และกิจกรรมองค์กร พร้อมบริการครบวงจร</a></li>
<li><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/82">Catering บริการอาหารสำหรับองค์กร ที่ยืดหยุ่นและจัดการได้สะดวก</a></li>
<li><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/75">Corporate Gift ของขวัญสำหรับองค์กรในหลากหลายรูปแบบ</a></li>
<li>และอื่น ๆ อีกมากมาย</li>
</ul>
<p>สามารถเข้าไปเลือกดูและเปรียบเทียบผู้ให้บริการที่เหมาะกับองค์กรของคุณใน<a href="https://expth.hrnote.asia/">แพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services ของ HREX</a> ได้เลย</p>
<h2>สรุป</h2>
<p>งานอีเวนต์ที่ HR จัดขึ้น เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยออกแบบประสบการณ์ของพนักงาน ตั้งแต่วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ในวันงาน ล้วนส่งผลต่อความรู้สึกของพนักงาน และภาพขององค์กรในสายตาคนทำงาน</p>
<p>อีเวนต์ที่ดีต้องทำให้พนักงานเข้าใจสิ่งที่องค์กรต้องการสื่อ รู้สึกมีส่วนร่วม และเกิดความผูกพันมากขึ้น</p>
<p>สำหรับ HR การวางแผนให้รอบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้งานออกมาเรียบร้อย และสร้างคุณค่าให้ทั้งพนักงานและองค์กรในระยะยาว<br />
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ HR จัด ไม่ได้จบแค่ในวันงาน แต่จะยังอยู่ในความรู้สึกของพนักงานไปอีกนาน</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources:</strong></p>
<p><a href="https://www.cvent.com/en/blog/events/corporate-events-guide-hr-professionals" target="_blank" rel="noopener">cvent</a></p>
<p><a href="https://www.2020onsite.com/blog/your-hr-conference-checklist-25-things-to-do-before-during-and-after" target="_blank" rel="noopener">2020onsite</a></p>
<p><a href="https://www.staffany.com/blog/hr-events-hr-event-calendar-manage/" target="_blank" rel="noopener">staffany</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/tips/hr-event-planning-260727/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะ Salary Guide 2026: คนเก่งไม่เลือกทำงานกับองค์กรที่ไม่พร้อม</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-survey/adecco-thailand-salary-guide-2026-260422/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-survey/adecco-thailand-salary-guide-2026-260422/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2026 07:24:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Salary Guide]]></category>
		<category><![CDATA[Adecco Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Salary Guide 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49645</guid>

					<description><![CDATA[ปีนี้ HR หลายคนอยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน คืองบไม่ขยาย แต่ความต้องการคนที่ทำงานด้าน AI, Cybersecurity หรือ Data Analytics กลับสูงขึ้นทุกไตรมาส ยิ่งเมื่อโครงสร้างประชากรสูงวัยขึ้นเรื่อยๆ ฐานคนทำงานที่มีทักษะเหล่านี้ก็ยิ่งแคบลง ปัญหาคือการแย่งคนเก่งในตอนนี้ไม่ได้ชนะกันที่เงินเดือนอย่างเดียวแล้ว คนที่ตลาดต้องการมีตัวเลือกมากพอที่จะดูภาพรวมทั้งหมดก่อนตัดสินใจ ทั้งความยืดหยุ่น สวัสดิการ และเส้นทางที่องค์กรวางไว้ให้เขา Adecco Thailand จึงจัดทำ Salary Guide 2026 รวบรวมข้อมูลเชิงลึกของตลาดแรงงานไว้ครบในที่เดียว เพื่อให้ HR และผู้บริหารนำไปใช้ปรับโครงสร้างค่าตอบแทน วางแผนสวัสดิการ และตัดสินใจเรื่องคนได้แม่นยำขึ้น ก่อนที่สงครามแย่งคนเก่งรอบนี้จะถ่างช่องว่างระหว่างองค์กรให้ห่างกันมากขึ้น ใน Salary Guide 2026 มีประเด็นอะไรที่น่าสนใจบ้าง HREX ขอสรุปออกมาเป็นประเด็นดังต่อไปนี้ กลยุทธ์ &#8220;Cautious Agility&#8221; และภาพตลาดแรงงานที่แตกเป็น 2 ขั้ว สิ่งที่ HR หลายคนสังเกตเห็นในช่วงหลังคือ Headcount Request ที่เคยผ่านง่าย ๆ เริ่มโดนตีกลับบ่อยขึ้น, ใช้เวลานานขึ้นกว่าจะ Approval และคำถามที่ได้รับกลับมาจากฝ่ายบริหารก็เปลี่ยนไป [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49659" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-Cover.webp" alt="adecco-thailand-salary-guide-2026" width="600" height="370" title="เจาะ Salary Guide 2026: คนเก่งไม่เลือกทำงานกับองค์กรที่ไม่พร้อม 540" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ปีนี้ HR หลายคนอยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน คืองบไม่ขยาย แต่ความต้องการคนที่ทำงานด้าน AI, Cybersecurity หรือ Data Analytics กลับสูงขึ้นทุกไตรมาส ยิ่งเมื่อโครงสร้างประชากรสูงวัยขึ้นเรื่อยๆ ฐานคนทำงานที่มีทักษะเหล่านี้ก็ยิ่งแคบลง</p>
<p>ปัญหาคือการแย่งคนเก่งในตอนนี้ไม่ได้ชนะกันที่เงินเดือนอย่างเดียวแล้ว คนที่ตลาดต้องการมีตัวเลือกมากพอที่จะดูภาพรวมทั้งหมดก่อนตัดสินใจ ทั้งความยืดหยุ่น สวัสดิการ และเส้นทางที่องค์กรวางไว้ให้เขา</p>
<p><strong>Adecco Thailand</strong> จึงจัดทำ <strong>Salary Guide 2026</strong> รวบรวมข้อมูลเชิงลึกของตลาดแรงงานไว้ครบในที่เดียว เพื่อให้ HR และผู้บริหารนำไปใช้ปรับโครงสร้างค่าตอบแทน วางแผนสวัสดิการ และตัดสินใจเรื่องคนได้แม่นยำขึ้น ก่อนที่สงครามแย่งคนเก่งรอบนี้จะถ่างช่องว่างระหว่างองค์กรให้ห่างกันมากขึ้น</p>
<p>ใน Salary Guide 2026 มีประเด็นอะไรที่น่าสนใจบ้าง HREX ขอสรุปออกมาเป็นประเด็นดังต่อไปนี้</p>

<h2>กลยุทธ์ &#8220;Cautious Agility&#8221; และภาพตลาดแรงงานที่แตกเป็น 2 ขั้ว</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49661" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-2.webp" alt="adecco-thailand-salary-guide-2026" width="600" height="492" title="เจาะ Salary Guide 2026: คนเก่งไม่เลือกทำงานกับองค์กรที่ไม่พร้อม 541" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-2.webp 874w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-2-300x246.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-2-768x630.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>สิ่งที่ HR หลายคนสังเกตเห็นในช่วงหลังคือ Headcount Request ที่เคยผ่านง่าย ๆ เริ่มโดนตีกลับบ่อยขึ้น, ใช้เวลานานขึ้นกว่าจะ Approval และคำถามที่ได้รับกลับมาจากฝ่ายบริหารก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่ถามแค่ว่า &#8220;ต้องการคนกี่คน&#8221; กลายเป็น “ทำไมถึงต้องเป็นพนักงานประจำ ?” “ทำไมถึง <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220106-hr-outsource/">Outsource</a> ไม่ได้” ไปจนถึงการถามว่า “ทำไมใช้ระบบอัตโนมัติแทนไม่ได้ ?”</p>
<p>Adecco Thailand เรียกพฤติกรรมนี้ว่า Cautious Agility เมื่อองค์กรไม่ได้หยุดจ้าง แต่ทุกตำแหน่งที่เปิดใหม่ต้องผ่านการพิจารณาหนักกว่าเดิมมาก</p>
<p>ผลที่เห็นชัดคือตลาดแรงงานแตกเป็น 2 ทิศทางอย่างชัดเจน</p>
<ol>
<li><strong>กลุ่มที่ยังโตได้ดี</strong> ได้แก่ สายเทคโนโลยีและดิจิทัล โดยเฉพาะ AI และ Data Analytics, ธุรกิจสุขภาพและการแพทย์, พลังงานสะอาดและ EV และการท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียม</li>
<li><strong>กลุ่มที่รับแรงกดดัน</strong> ได้แก่ ภาคการผลิตและยานยนต์, โลจิสติกส์, ค้าปลีกออฟไลน์ รวมถึงงาน routine ในสำนักงานที่ระบบอัตโนมัติเริ่มเข้ามาทำแทนได้</li>
</ol>
<p>ตัวเลขจากรายงานสะท้อนให้เห็นชัด องค์กร 30% วางแผนคงจำนวนพนักงานไว้เท่าเดิม และอีก 21% เตรียมลดคน กลุ่มที่มีแนวโน้มลดมากที่สุดคือโลจิสติกส์ที่ตัวเลขพุ่งไปถึง 43% ขณะที่สายไอทียังเดินหน้าจ้างพนักงานประจำต่อเนื่อง</p>
<h2>ปรากฏการณ์ &#8220;AI Premium&#8221; กับตลาดเงินเดือน 2 มาตรฐาน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49662" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-3.webp" alt="adecco-thailand-salary-guide-2026" width="600" height="295" title="เจาะ Salary Guide 2026: คนเก่งไม่เลือกทำงานกับองค์กรที่ไม่พร้อม 542" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-3.webp 1339w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-3-300x147.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-3-1024x503.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-3-768x377.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คน 2 คนที่ทำงานตำแหน่งเดียวกันสามารถได้เงินเดือนต่างกันได้ถึง 20% เพราะอะไรถึงเป็นอย่างนั้น ?</p>
<p>คำตอบอาจมาจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า AI Premium เมื่อทักษะด้าน AI กลายเป็นตัวแปรที่ทำให้ตลาดแรงงานแยกออกเป็น 2 กลุ่ม คือคนที่ใช้ AI เป็น สร้างผลงานได้จริง กับคนที่ทำงานแบบเดิม ๆ โดยไม่ปรับตัวด้วยการเอา AI มาใช้</p>
<p>คนที่อยู่ในกลุ่มแรกจะพบเจอเยอะในสาย Cybersecurity, Data Science และ AI/Machine Learning กลุ่มนี้มีอำนาจต่อรองสูง เวลาย้ายงานสามารถเรียกเงินเดือนเพิ่มได้ถึง 20–25% ขณะที่พนักงานสายงานทั่วไปจะได้รับการปรับฐานเงินเดือนแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยส่วนใหญ่จะได้รับการขึ้นเงินเดือนประมาณ 2–5% เท่านั้น</p>
<p>เมื่อนายจ้างยังพร้อมทุ่มงบให้กับคนที่ใช้งาน AI เป็นจริง ๆ ช่องว่างระหว่าง 2 กลุ่มนี้กว้างขึ้นทุกปี และมีแนวโน้มจะกว้างต่อไปตราบใดที่ความต้องการคนกลุ่มแรกยังมีมากกว่าคนที่มีทักษะจริงในตลาด</p>
<p>สำหรับ HR สิ่งที่ตามมาคือโจทย์ที่ยากขึ้น 2 เรื่องพร้อมกัน จะหาคนกลุ่มนี้มาจากไหน ? เมื่อได้มาแล้วจะรักษาไว้ได้อย่างไรในยุคที่คู่แข่งพร้อมเสนอตัวเลขที่สูงกว่าตลอดเวลา ?</p>
<h2>ส่อง Salary Guide 2026: สายงานไหน &#8216;ท็อปฟอร์ม&#8217; จ่ายหนักที่สุด ?</h2>
<p>Adecco Thailand เผยให้เห็นเพดานเงินเดือนของตำแหน่งงานสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะระดับสูง ดังนี้</p>
<h3>1. สายเทคโนโลยีและดิจิทัล (ยุคทองของ AI และ Data)</h3>
<p>กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่เพดานเงินเดือนสูงที่สุดและมีการเติบโตที่น่าสนใจ</p>
<ul>
<li><strong>Chief Artificial Intelligence Officer (CAIO)</strong>: ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงด้าน AI ที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ สามารถทำเงินเดือนได้สูงถึง <strong>300,000 &#8211; 800,000 บาท</strong></li>
<li><strong>AI Engineer</strong>: สำหรับระดับเริ่มต้น (0-3 ปี) เริ่มที่ 30,000 บาท แต่หากมีประสบการณ์มากกว่า 7 ปี สามารถขยับขึ้นไปถึง <strong>170,000 บาท</strong></li>
<li><strong>IT Security Analyst / Engineer</strong>: สายงานความปลอดภัยไซเบอร์ยังคงหอมหวาน โดยระดับอาวุโส (7 ปีขึ้นไป) มีเพดานเงินเดือนอยู่ที่ <strong>250,000 บาท</strong></li>
<li><strong>Data Scientist / Data Engineer</strong>: ตำแหน่งยอดฮิตที่เพดานเงินเดือนระดับผู้เชี่ยวชาญแตะที่ <strong>150,000 บาท</strong></li>
</ul>
<h3>2. สายบริหารระดับสูง (C-Suite &amp; Top Management)</h3>
<p>ตำแหน่งผู้นำองค์กรยังคงได้รับค่าตอบแทนที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง</p>
<ul>
<li><strong>Chief Executive Officer (CEO)</strong>: เงินเดือนอยู่ในช่วง <strong>200,000 &#8211; 800,000 บาท</strong></li>
<li><strong>Chief Marketing Officer (CMO)</strong>: เพดานเงินเดือนอยู่ที่ <strong>700,000 บาท</strong></li>
<li><strong>Chief Financial Officer (CFO)</strong>: มีช่วงเงินเดือนตั้งแต่ <strong>200,000 &#8211; 500,000 บาท</strong></li>
<li><strong>Chief Operating Officer (COO)</strong>: ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง สามารถทำรายได้สูงถึง <strong>700,000 บาท</strong></li>
</ul>
<h3>3. สายงานทรัพยากรบุคคล (HR) หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กร</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49663" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-4.webp" alt="adecco-thailand-salary-guide-2026" width="600" height="488" title="เจาะ Salary Guide 2026: คนเก่งไม่เลือกทำงานกับองค์กรที่ไม่พร้อม 543" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-4.webp 1005w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-4-300x244.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-4-768x624.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>สำหรับคนทำงานสาย HR ที่ต้องรับมือกับความท้าทายสารพัดรูปแบบ ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าค่าตอบแทนในระดับบริหารและตำแหน่งเชิงกลยุทธ์มีความน่าสนใจมากทีเดียว</p>
<ul>
<li><strong>Chief Human Resources Officer (CHRO) / Chief People Officer (CPO)</strong>: ผู้นำสูงสุดด้านบุคลากร ผู้กำหนดทิศทางและวัฒนธรรมองค์กร มีเพดานเงินเดือนอยู่ที่ <strong>250,000 &#8211; 350,000 บาท</strong></li>
<li><strong>Head of Human Resources / HR Director / SVP</strong>: ผู้บริหารระดับสูงที่ดูแลภาพรวมการบริหารคนทั้งหมด รับค่าตอบแทนสูงสุดที่ <strong>300,000 บาท</strong></li>
<li><strong>Human Resources Manager / AVP</strong>: ผู้จัดการฝ่ายบุคคลซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนนโยบาย มีช่วงเงินเดือนตั้งแต่ <strong>60,000 &#8211; 180,000 บาท</strong> ขึ้นอยู่กับประสบการณ์</li>
<li><strong>HR Business Partner</strong>: ตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารแต่ละแผนก สามารถทำเงินเดือนได้สูงสุด <strong>150,000 บาท</strong><br />
<strong>Talent Acquisition Manager</strong>: หัวหน้าทัพสรรหาบุคลากรที่ต้องลงสนามแย่งชิงคนเก่ง มีเพดานเงินเดือนอยู่ที่ 120,000 บาท</li>
<li><strong>L&amp;D Manager / Training Manager</strong>: ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาและฝึกอบรมที่เป็นแกนหลักในการอัปสกิลพนักงาน มีค่าตอบแทนสูงสุดถึง <strong>100,000 บาท</strong></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49664" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-5.webp" alt="adecco-thailand-salary-guide-2026" width="600" height="483" title="เจาะ Salary Guide 2026: คนเก่งไม่เลือกทำงานกับองค์กรที่ไม่พร้อม 544" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-5.webp 1009w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-5-300x242.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-5-768x619.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3>4.สายงานเฉพาะทางที่น่าสนใจอื่น ๆ</h3>
<ul>
<li><strong>Engineering</strong>: ตำแหน่ง Plant Director ในโรงงานอุตสาหกรรม มีรายได้สูงสุดที่ <strong>400,000 บาท</strong></li>
<li><strong>Sales &amp; Business Development</strong>: ตำแหน่ง VP &#8211; Sales หรือ VP &#8211; Sales &amp; Marketing มีเพดานเงินเดือนอยู่ที่ <strong>700,000 บาท</strong></li>
<li><strong>Banking &amp; Insurance</strong>: ตำแหน่ง Chief Investment Officer รับค่าตอบแทนสูงสุดที่ <strong>500,000 บาท</strong></li>
<li><strong>Healthcare</strong>: แพทย์เฉพาะทางอย่าง Neurologist (อายุรแพทย์ประสาทวิทยา) มีช่วงเงินเดือนอยู่ที่ <strong>200,000 &#8211; 350,000 บาท</strong></li>
</ul>
<p>ตัวเลขเหล่านี้คือเครื่องยืนยันว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะดูระมัดระวัง แต่สำหรับคนเก่งที่มีทักษะตรงกับความต้องการของโลกอนาคต โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาสร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจ ตลาดยังคงพร้อมทุ่มงบประมาณเพื่อคว้าตัวมาให้ได้</p>
<h2>งานยืดหยุ่นกำลังมาแรง แต่คนทำงานยังยึดความมั่นคงเป็นหลัก</h2>
<p>ตัวเลขจากรายงานดูเหมือนขัดแย้งกันในตอนแรก คนทำงาน 69% ยังเลือกงานประจำเพื่อความมั่นคง และ 88% กังวลว่ารายได้จะไม่แน่นอนถ้าต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน แต่ในเวลาเดียวกัน 90% บอกว่าพร้อมรับงานสัญญาจ้างทันทีถ้าค่าตอบแทนดีพอ</p>
<p>พูดง่ายๆ คือคนไม่ได้ปฏิเสธความยืดหยุ่น แค่ยังไม่มีใครเสนอตัวเลขที่คุ้มพอให้เขาเสี่ยง</p>
<p>ฝั่งองค์กรก็กำลังเดินมาทางเดียวกัน 56% หันมาใช้การจ้างงานแบบสัญญาเพื่อควบคุมต้นทุนและรับมือกับงานที่ปริมาณขึ้นลงตามฤดูกาล และ 49% ของผู้จัดการคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนการจ้างงานแบบนี้ในอีก 3–5 ปีข้างหน้า</p>
<p>แต่สิ่งที่ตามมาคือปัญหาที่ HR ต้องแบกรับ เมื่อ Recruitment Manager กว่า 61% กังวลเรื่องอัตราการลาออกของพนักงานกลุ่มสัญญาจ้าง และอีก 48% มองว่าความผูกพันต่อองค์กรของคนกลุ่มนี้จะต่ำกว่าพนักงานประจำอยู่ดี</p>
<p>โครงสร้างการจ้างงานที่ดีในวันนี้จึงต้องตอบสองเรื่องพร้อมกัน คือประหยัดต้นทุนได้จริง และยังทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรได้ด้วย สองอย่างนี้ทำพร้อมกันยากกว่าที่คิดมาก</p>
<h2>เจาะอินไซต์คนทำงาน: อะไรที่รั้งคนเก่งให้อยู่ และอะไรที่ผลักเขาให้จากไป</h2>
<p>จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,500 คน พนักงาน 72% บอกว่าจะอยู่กับองค์กรปัจจุบันต่อไปอีกอย่างน้อยหนึ่งปี ตัวเลขนี้ฟังดูดี แต่ถ้าอ่านให้ละเอียดกว่านั้น มันสะท้อนว่าคนส่วนใหญ่อยู่เพราะรู้สึกปลอดภัย ไม่ใช่เพราะรู้สึกผูกพัน</p>
<p>ทั้งนี้ 3 ปัจจัยหลักที่รั้งคนเก่งให้อยู่กับองค์กรได้แก่</p>
<ol>
<li>ค่าตอบแทนที่เหมาะสม (44%)</li>
<li>Work-Life Balance (40%)</li>
<li>สวัสดิการที่ครอบคลุม เช่น ประกันสุขภาพและเบี้ยเลี้ยงต่างๆ (40%)</li>
</ol>
<p>ในทางกลับกัน 3 สาเหตุหลักที่ทำให้พนักงานตัดสินใจลาออกนั่นคือ</p>
<ol>
<li>การมองไม่เห็นเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ (47%)</li>
<li>ปัจจัยเรื่องเงินเดือน (35%)</li>
<li>ต้องการ Work-Life Balance (34%)</li>
</ol>
<p>ความหมายที่ซ่อนอยู่ในตัวเลขชุดนี้คือ คนออกเพราะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเดินไปไหน มากกว่าออกเพราะได้เงินน้อย</p>
<p>จุดที่หลายองค์กรมองข้ามคือกลุ่ม <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220916-middlemanagement/">Middle Manager</a> ซึ่งเป็นกลุ่มที่เหนื่อยที่สุดในองค์กรและเสี่ยง Burnout สูง พวกเขาคือเป้าหมายหลักที่คู่แข่งพยายามดึงตัว เพราะหาทดแทนยากและฝึกขึ้นมาใหม่ใช้เวลานาน</p>
<p>สิ่งที่ทำให้ Middle Manager อยู่ต่อไม่เหมือนกับพนักงานทั่วไป คนระดับปฏิบัติการยังอยู่ได้เพราะเงินและสวัสดิการ แต่ Middle Manager ต้องการความท้าทายใหม่และเส้นทางที่ชัดกว่านั้น การจะรักษาคนกลุ่มนี้ไว้ด้วย package เดิมที่ใช้กับทุกคนจึงแทบไม่ได้ผล</p>
<p>HR ที่เข้าใจเรื่องนี้จะรู้ว่าต้องทำสองอย่างพร้อมกัน คือออกแบบเส้นทางการเติบโตที่ต่างกันในแต่ละกลุ่ม และวาง <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hr-succession-planning-250228/">Succession Planning</a> ให้ชัดก่อนที่รอยรั่วตรงนี้จะกลายเป็นปัญหาที่แก้ไม่ทัน</p>
<h2>การบริหาร Multi-Gen Workforce โจทย์ที่ยังรอการแก้จริงจัง</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49660" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-1.webp" alt="adecco-thailand-salary-guide-2026" width="600" height="492" title="เจาะ Salary Guide 2026: คนเก่งไม่เลือกทำงานกับองค์กรที่ไม่พร้อม 545" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-1.webp 958w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-1-300x246.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-1-768x630.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ตัวเลขจากรายงานชุดนี้อ่านแล้วขัดแย้งกันในตอนแรก เมื่อพนักงาน 71% บอกว่าการมีคนหลาย Generation อยู่ในทีมช่วยให้สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ดีขึ้น แต่ 70% ก็บอกว่ายังสื่อสารกันไม่ค่อยตรงกัน และมี 56% ที่มองว่าวิธีคิดและวิธีทำงานของแต่ละรุ่นยังไปคนละทาง</p>
<p>ความหมายจริงๆ ของตัวเลขชุดนี้คือ ทุกคนรู้ว่า Multi-Gen Workforce มีประโยชน์ แต่แทบไม่มีองค์กรไหนที่ดึงประโยชน์นั้นออกมาได้จริง แม้จุดแข็งที่ควรเป็นอยู่ครบหมด ทั้งมุมมองที่หลากหลาย ไอเดียใหม่จากคนต่างรุ่น และการผสานประสบการณ์เข้ากับทักษะดิจิทัล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในทีมคือแรงเสียดทานที่สะสมทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการสื่อสารที่ไม่ตรงกัน ช่องว่างด้านทักษะดิจิทัล และอคติระหว่างวัยที่ไม่มีใครพูดถึงตรงๆ โดย Gen Z ถึง 39% ยังกังวลว่าตัวเองจะถูกตัดสินจากคนรุ่นก่อน</p>
<p>ที่น่าสนใจคือความต้องการของแต่ละรุ่นจริงๆ แล้วเติมกันได้พอดี คนรุ่นใหม่อยากเรียนรู้จากประสบการณ์ คนรุ่นพี่อยากได้ไอเดียและมุมมองใหม่ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าคนต่างรุ่นเข้ากันไม่ได้ แต่อยู่ที่องค์กรไม่ได้สร้างพื้นที่ให้สองฝั่งนี้เจอกันจริง ๆ</p>
<p>พนักงานส่วนใหญ่ชี้ตรงกันว่าวัฒนธรรมที่เปิดกว้างและระบบ Mentoring ช่วยได้จริง แต่มีเพียง 19% ขององค์กรที่ทำสิ่งเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ที่เหลือส่วนใหญ่จบที่กิจกรรม <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190430-team-building-process/">Team Building</a> ปีละครั้งสองครั้ง ซึ่งสนุกในวันนั้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนอะไรในระยะยาว</p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49658" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026.webp" alt="adecco-thailand-salary-guide-2026" width="600" height="428" title="เจาะ Salary Guide 2026: คนเก่งไม่เลือกทำงานกับองค์กรที่ไม่พร้อม 546" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026.webp 1111w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-300x214.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-1024x730.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/adecco-thailand-salary-guide-2026-768x547.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ทุกประเด็นใน Salary Guide 2026 วนกลับมาที่เรื่องเดียวกัน คือช่องว่างระหว่างองค์กรที่ปรับตัวได้กับองค์กรที่ยังทำแบบเดิม กำลังถ่างออกเร็วกว่าที่หลายคนคิด</p>
<p>AI Premium, การจ้างงานแบบยืดหยุ่น, ทีมที่มีหลายรุ่น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เทรนด์ที่รอให้จัดการทีหลังได้อีกแล้ว มันกำลังกำหนดอยู่แล้วว่าองค์กรไหนจะดึงคนเก่งได้ และองค์กรไหนจะได้แค่คนที่เหลือจากตลาด</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h2>สำหรับ HR และผู้นำองค์กรท่านใดต้องการอ่านผลสำรวจฉบับเต็ม สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่นี่ <a href="https://prd.adecco.co.th/salary-guide" target="_blank" rel="noopener">https://prd.adecco.co.th/salary-guide</a></h2>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-survey/adecco-thailand-salary-guide-2026-260422/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AI vs Human: ใครกันแน่ที่เหมาะกับงาน Pre‑Screen ผู้สมัคร ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/ai-vs-human-pre-screen-recruitment-260420/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/ai-vs-human-pre-screen-recruitment-260420/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2026 07:13:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Pre-screen]]></category>
		<category><![CDATA[Pre-Screen Assessment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49628</guid>

					<description><![CDATA[Recruiter คงดีใจไม่น้อยเวลามีใบสมัครส่งเข้ามา แถมคงคิดว่ายิ่งส่งเยอะยิ่งดี แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือ ‘เวลา’ ที่ต้องใช้ในการอ่านมันทั้งหมดต่างหาก กระบวนการ Pre-Screen จึงถือเป็นหัวใจสำคัญของงาน Recruitment เพราะเป็นด่านแรกที่ชี้ชะตาว่าใครจะได้ไปต่อหรือไม่ได้ไปต่อ ยิ่งมาก นิ่งนาน ยิ่งนับวันเข้าก็ยิ่งเป็นคอขวดกินเวลา Recruiter ไปมหาศาล ท่ามกลางใบสมัครจำนวนมหาศาลในระยะเวลาจำกัด HR จะคัดกรองยังไงถึงจะหาคนที่ใช่ได้จริง ? และในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น Recruiter ควรใช้ AI ช่วย Pre-Screen หรือไม่ ? ถ้าจะใช้ มีข้อควรระวังอะไรบ้าง ? มาหาคำตอบกันในบทความนี้เลย Pre-Screen คือหัวใจสำคัญของการคัดคน การ Pre-Screen / Pre-Screening คือกระบวนการคัดกรองผู้สมัครเบื้องต้นหลังมีคนส่งใบสมัครงานเข้ามา กระบวนการนี้มักครอบคลุมหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งการอ่าน Resume เพื่อดูประสบการณ์และทักษะ การโทรคุยสั้น ๆ เพื่อยืนยันข้อมูลพื้นฐาน หรือการส่งแบบประเมินให้ทำก่อนเข้าสัมภาษณ์จริง เป็นต้น ขั้นตอนนี้ฟังดูเหมือนงานง่าย ๆ แต่มันกินเวลาของ Recruiter เยอะมาก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49631" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-Cover.webp" alt="AI vs Human Recruiter Pre-Screen Cover" width="600" height="370" title="AI vs Human: ใครกันแน่ที่เหมาะกับงาน Pre‑Screen ผู้สมัคร ? 550" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Recruiter คงดีใจไม่น้อยเวลามีใบสมัครส่งเข้ามา แถมคงคิดว่ายิ่งส่งเยอะยิ่งดี แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือ ‘เวลา’ ที่ต้องใช้ในการอ่านมันทั้งหมดต่างหาก</p>
<p>กระบวนการ Pre-Screen จึงถือเป็นหัวใจสำคัญของงาน Recruitment เพราะเป็นด่านแรกที่ชี้ชะตาว่าใครจะได้ไปต่อหรือไม่ได้ไปต่อ ยิ่งมาก นิ่งนาน ยิ่งนับวันเข้าก็ยิ่งเป็นคอขวดกินเวลา Recruiter ไปมหาศาล</p>
<p>ท่ามกลางใบสมัครจำนวนมหาศาลในระยะเวลาจำกัด HR จะคัดกรองยังไงถึงจะหาคนที่ใช่ได้จริง ? และในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น Recruiter ควรใช้ AI ช่วย Pre-Screen หรือไม่ ? ถ้าจะใช้ มีข้อควรระวังอะไรบ้าง ? มาหาคำตอบกันในบทความนี้เลย</p>

<h2>Pre-Screen คือหัวใจสำคัญของการคัดคน</h2>
<p>การ Pre-Screen / Pre-Screening คือกระบวนการคัดกรองผู้สมัครเบื้องต้นหลังมีคนส่งใบสมัครงานเข้ามา กระบวนการนี้มักครอบคลุมหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งการอ่าน Resume เพื่อดูประสบการณ์และทักษะ การโทรคุยสั้น ๆ เพื่อยืนยันข้อมูลพื้นฐาน หรือการส่งแบบประเมินให้ทำก่อนเข้าสัมภาษณ์จริง เป็นต้น</p>
<p>ขั้นตอนนี้ฟังดูเหมือนงานง่าย ๆ แต่มันกินเวลาของ Recruiter เยอะมาก แถมเป็นจุดที่ผิดพลาดได้ง่ายที่สุดด้วย</p>
<p>ลองจินตนาการดูว่า หากคุณต้องนั่งอ่าน Resume จำนวน 500 ฉบับให้หมดภายในเวลา 1 วัน โดยยังต้องคัดกรองและรักษาความแม่นยำ คุณจะทำไหวไหม ? นั่นจึงเป็นที่มาของ<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/7-seconds-resume/">สถิติว่า HR Recruiter มักใช้เวลาในการอ่าน Resume เฉลี่ย 6-7 วินาทีเท่านั้น</a> เป้าหมายคือเพื่อกรองใบสมัครทั้งหมดให้เหลือแค่คนที่ตรงตามเกณฑ์ขั้นต่ำของตำแหน่งนั้นจริง ๆ</p>
<p>ทั้งนี้ อาจไม่ใช่ทุกกรณีที่ใช้เวลาอ่าน Resume ในเวลาอันน้อยนิด ซึ่งมักจะใช้กับตำแหน่งที่ไม่ได้มี Requirement ของงานสูงนัก ในทางตรงกันข้าม หากตำแหน่งงานไหนที่เป็น Specialist หรือระดับ Manager Level ขึ้นไป การอ่านแบบผ่าน ๆ คงไม่เพียงพอ ต้องดูองค์ประกอบรวมทั้งหมด แล้ววิเคราะห์เพื่อความแม่นยำอีกที</p>
<p>และเมื่อเรามีระยะเวลาทำงานจำกัด ยุคหลังมานี้ Recruiter จึงเริ่มนำ AI เข้ามาช่วย Pre-Screen ในเบื้องต้นนั่นเอง</p>
<h2>เมื่อ AI กลายเป็นมือขวา ช่วย HR สรรหาคัดกรองผู้สมัครผ่าน Pre-Screen</h2>
<p>การใช้ AI ช่วยเร่งกระบวนการ Pre-Screen ได้เยอะทีเดียว ตั้งแต่อ่าน Resume พร้อมกันได้ทีละหลายร้อยฉบับ จับคู่ทักษะและประสบการณ์กับคุณสมบัติของตำแหน่ง แล้วจัดเรียงผู้สมัครเป็นลำดับให้ Recruiter ดูต่อ บางองค์กรอาจเอา Chatbot มาช่วยสัมภาษณ์ผู้สมัครเบื้องต้นได้ด้วย</p>
<p>จากข้อมูลพบว่า โรงแรมในเครือ Hilton นำ AI มาช่วยจัดตารางและกรองผู้สมัครในช่วง High Season ที่ใบสมัครหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก <a href="https://impress.ai/blogs/how-ai-recruitment-automation-reduces-time-to-hire-by-75-in-2025/" target="_blank" rel="noopener">ผลคือลดงาน Manual ของทีม HR ลงได้ถึง 75%</a> และเวลาที่เคยใช้นัดสัมภาษณ์ซึ่งปกติกินเวลาเฉลี่ย 5 วัน หดเหลือเพียง 11 นาที เรียกได้ว่าหมดปัญหาจม Resume กองเท่าภูเขาในเวลาไม่กี่นาที</p>
<p>นอกจากนั้น บริษัท SaaS (Software-as-a-Service) หรือผู้ให้บริการด้านซอฟต์แวร์รายหนึ่งในยุโรปที่รับใบสมัครกว่า 1,200 ฉบับต่อเดือน แต่หลังนำ AI มาช่วยคัดกรอง Resume และวิเคราะห์ผู้สมัครผ่านวิดีโอ เวลาคัดกรองก็ลดลงถึง 78% แถมอัตราผู้สมัครที่ผ่านการสัมภาษณ์ก็สูงถึง 92%</p>
<p>แต้มต่อของ AI Recruitment ที่เหนือกว่า Human Recruiter ก็คือความสม่ำเสมอในการคัดกรอง เพราะแทบจะมั่นใจได้ว่า ตั้งแต่ Resume ฉบับแรกจนถึงสุดท้าย มันจะใช้มาตรฐานเดียวกันแน่นอน ขณะที่มนุษย์อาจอ่าน Resume ได้ดีในชั่วโมงแรก แต่พอต้องวิเคราะห์ถึงฉบับที่ 200 ย่อมเกิดความเหนื่อยล้าสะสม จนอาจเกิด Human Error เผลอปัดคนดีคนเก่งบางคนหลุดรอดไปโดยไม่ตั้งใจ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม มุมมองจากคนทำงานจริงก็ชวนให้คิดอีกแบบ</p>
<p>คุณ <strong>พัฐสิยา พรพินิจสกุล HR Business Partner</strong> จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/4">Recruitment Agency</a> ชื่อดัง <a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener">Reeracoen Thailand</a> เล่าจากประสบการณ์ตรงว่า แม้ AI จะช่วยทุ่นแรง Recruiter ได้มาก แต่ก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกกรณี และที่สำคัญ ไม่ใช่ทุกองค์กรจะพร้อมใช้งาน</p>
<p><em>“มีหลายบริษัทที่ยังไม่ให้ใช้ AI มาผูกกับงานสรรหา หรือแม้แต่การบริหารคน เพราะมีความเสี่ยงค่อนข้างเยอะ อีกอย่างคือ AI ยังไม่แม่นในการอ่าน Resume ภาษาไทย บางครั้งอ่านผิด อ่านเพี้ยน หรือจับความหมายได้ไม่ครบ</em></p>
<p><em>“และถ้าเป็น AI ที่ฝึกจากตลาดสากล โครงสร้างหรือ format ที่มันคุ้นเคยก็จะไม่ตรงกับบริบทของตลาดไทย ทำให้ Recruiter ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังมากขึ้นค่ะ”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49633" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1-scaled.webp" alt="AI vs Human Recruiter Pre-Screen Cover" width="600" height="399" title="AI vs Human: ใครกันแน่ที่เหมาะกับงาน Pre‑Screen ผู้สมัคร ? 551" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1-1024x681.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1-768x511.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1-1536x1022.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1-2048x1363.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>ด้านมืดของความเร็ว: สิ่งที่ต้องระวังเมื่อใช้ AI ช่วย Pre-Screen</h2>
<p>AI Recruitment อาจมีความสม่ำเสมอในการคัดกรอง Resume ด้วยมาตรฐานเดียวกัน แม้จะเป็นข้อดี แต่ในทางกลับกัน หากเกิดคัดกรองแบบผิดมาตรฐานมาตั้งแต่แรก ก็ย่อมเกิดปัญหาต่อกระบวนการสรรหาตามมา</p>
<p>แล้วเราควรระวังเรื่องอะไรบ้าง HREX ขอสรุปออกมาเป็นประเด็นดังต่อไปนี้</p>
<h3>AI อาจอ่านความหมายระหว่างบรรทัดไม่ออก</h3>
<p>เวลาเจอ Resume ที่เขียนดีอาจไม่ได้แปลว่าผู้สมัครคนนั้นคือคนที่เก่งที่สุดเสมอไป บางคนแค่มีทักษะการเขียนจากประสบการณ์สัมภาษณ์ที่ผ่านมา ส่วนคนทำงานเก่งจริง ๆ อาจเล่าเรื่องตัวเองได้ไม่โดดเด่น นี่จึงเป็นข้อจำกัดสำคัญของ AI ในการ Pre-Screen เพราะยังตีความบริบทและน้ำหนักของข้อมูลได้ไม่เท่ามนุษย์</p>
<p>ส่วน Recruiter ที่มีประสบการณ์สามารถมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใน Career Path ตั้งแต่เหตุผลของการเปลี่ยนสายงาน ไปจนถึงแรงจูงใจที่ผลักดันผู้สมัคร รวมถึงแยกแยะได้ว่าจดหมายสมัครงานนั้นตั้งใจเขียนหรือเป็นเพียงเทมเพลตจากอินเทอร์เน็ต ความเข้าใจเชิงลึกแบบนี้ยังเป็นพื้นที่ที่มนุษย์ได้เปรียบอย่างชัดเจน</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้นคือเรื่อง Cultural Fit และพฤติกรรมที่สะท้อนตัวตนจริงของผู้สมัคร มักไม่ปรากฏอยู่ใน Resume แต่ Recruiter สามารถประเมินได้จากบทสนทนาเพียงสั้น ๆ หรือแม้แต่สังเกตท่าทีและความไม่สอดคล้องบางอย่าง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ AI ในปัจจุบันอาจยังตรวจจับได้ไม่ครบถ้วน</p>
<h3>อคติที่ซ่อนในข้อมูล: Bias In, Bias Out</h3>
<p>AI เรียนรู้จากข้อมูลในอดีต และหากข้อมูลนั้นมีอคติ ผลลัพธ์ก็ย่อมสะท้อนอคตินั้นออกมาโดยอัตโนมัติ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ตัว AI เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่คุณภาพของข้อมูล ซึ่งมักแฝงบริบททางสังคมและโครงสร้างเดิมโดยที่เราไม่ทันสังเกต</p>
<p>บริษัท Amazon เคยนำ AI มาใช้คัดกรองผู้สมัคร แต่กลับพบว่าระบบให้คะแนนผู้ชายสูงกว่าผู้หญิงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากข้อมูลที่ใช้ฝึกมาจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีสัดส่วนผู้ชายมากกว่า ทำให้ AI เรียนรู้และเหมารวมว่าผู้ชายเหมาะสมกับงานมากกว่า</p>
<p>ปัญหานี้ยังเกิดขึ้นในองค์กรอื่น เช่น ธนาคารแห่งหนึ่งใช้ AI คัดกรองผู้สมัคร 800 คน และพบว่าผู้ชายผ่านเข้ารอบถึง 80% จนนำไปสู่การฟ้องร้องเรื่องการเลือกปฏิบัติทางเพศ สะท้อนชัดว่า หากปล่อยให้ AI ตัดสินใจโดยลำพัง องค์กรอาจเผชิญทั้งความเสี่ยงด้านจริยธรรมและกฎหมายอย่างไม่คาดคิด</p>
<h3>เมื่อผู้สมัครใช้ AI ย้อมแมวตัวเองจนเป็น Candidate ในฝัน</h3>
<p>ไม่ได้มีแค่ฝั่งองค์กรที่ใช้ AI ช่วย Pre-Screen เพราะปัจจุบันมีผู้สมัครงานหลายคนก็ใช้ AI อย่าง ChatGPT, Gemini หรือ Claude ช่วยปรับแต่ง Resume ให้ตรงกับ Job Description ทีละคำ ไปจนถึงแอบมีการใส่โค้ดใน Resume เพื่อทำให้ AI ดักจับ Keyword แล้วทำให้ผ่านด่านคัดกรองมาได้โดยที่พวกเขาอาจไม่ได้มีทักษะที่ตรงกับงานนั้นจริง ๆ</p>
<p>เมื่อทั้ง 2 ฝั่งใช้ AI คุยกัน กระบวนการทั้งหมดก็กลายเป็นการแข่งขันของอัลกอริทึ่ม มากกว่าการหาคนที่ใช่จริง ๆ</p>
<h3>ความน่ากลัวของการปัดตกที่อธิบายไม่ได้</h3>
<p>รู้หรือไม่ AI เคยมีปัญหาเรื่องการประเมินให้ Resume ไม่ผ่าน แล้วบริษัทไม่สามารถอธิบายได้ด้วยว่าทำไม ทำให้กระบวนการขาดความโปร่งใสทั้งต่อผู้สมัครและต่อองค์กรเอง</p>
<p>ปรากฏการณ์นี้เราเรียกว่า Black Box ซึ่งอัลกอริทึมทำงานซับซ้อนจนมนุษย์ไม่เข้าใจตรรกะเบื้องหลัง เช่น มีพยาบาลประสบการณ์สูงที่ถูกคัดออกเพียงเพราะใช้คำว่า &#8220;Care Coordination&#8221; ไม่ตรงกับคีย์เวิร์ด &#8220;Centered Care&#8221; ที่ระบบล็อกไว้</p>
<p>ความไม่ยืดหยุ่นนี้ทำให้องค์กรเสียโอกาสในการเจอช้างเผือกไปอย่างน่าเสียดาย</p>
<p>ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้นเมื่อ HR ไม่สามารถอธิบายเหตุผลให้ผู้สมัครที่ไม่ผ่านได้ นำไปสู่ข้อครหาหรือแม้แต่การฟ้องร้องเรื่องการเลือกปฏิบัติ ขณะที่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์มักปกปิดรายละเอียดด้วยเหตุผลด้านความลับทางการค้า ส่งผลให้องค์กรยิ่งขาดหลักฐานยืนยันความโปร่งใส</p>
<h2>Pre-Screen ด้วย AI แบบไหน ที่ทำให้ได้คนอย่างแม่นยำ ?</h2>
<p>คำตอบก็คือ ต้องไม่ให้ AI ตัดสินใจและทำงานแทนคนทั้งหมด</p>
<p>Webmakers บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ พิสูจน์แล้วว่าเมื่อนำ AI มาช่วยอ่าน Resume อัตราพนักงานใหม่ที่ผ่านช่วงทดลองงานเพิ่มขึ้นจาก 77% เป็น 89% ผลลัพธ์นี้เกิดขึ้นได้ เพราะบริษัทไม่เคยปล่อยให้ AI ตัดสินใจเพียงลำพัง</p>
<p>โมเดลที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบันคือการทำงานแบบ Human-in-the-Loop หรือการให้ AI สแกนและจัดอันดับผู้สมัครในเบื้องต้น แล้วให้ Recruiter เป็นคนตรวจสอบและตัดสินใจขั้นสุดท้ายอีกครั้ง เพื่อให้ความเร็วของ AI และวิจารณญาณของมนุษย์ทำงานส่งเสริมกัน ไม่ใช่การใช้ AI แทนมนุษย์ 100%</p>
<h2>ค้นหา Pre-Screen Assessment และเครื่องมือ HR ที่ใช่ผ่าน HREX ได้เลย</h2>
<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า AI เข้ามามีบทบาทในงาน Pre-Screen มากขึ้น แม้วันนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น อาจยังมีข้อจำกัดไม่น้อย แต่มันสามารถลดระยะเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองผู้สมัครได้มากทีเดียว หากรู้วิธีใช้งานที่เหมาะสม</p>
<p>เมื่อ AI จะกลายเป็นมือขวาของ Recruiter อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฝั่ง HR เองก็ต้องยกระดับทักษะและวิจารณญาณให้ทันเทคโนโลยีที่ใช้งานด้วย</p>
<p>ดังนั้น ถ้าทีม HR ของคุณกำลังมองหาเครื่องมือ Pre-Screen Assessment ที่ช่วยลดเวลาคัดกรองและเพิ่มคุณภาพผู้สมัคร HREX รวบรวม Solution ด้านนี้ไว้แล้วในแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/80">สามารถเข้าไปค้นหาแล้วติดต่อขอใช้บริการได้เลยทางลิงก์นี้</a></p>
<p>หรือหากไม่รู้จะเลือกใช้บริการเจ้าไหนจึงจะตอบโจทย์ที่สุด <a href="https://forms.gle/VSvY18GjtkDY66zK9" target="_blank" rel="noopener">สามารถขอคำปรึกษาจาก HREX ได้เช่นกัน เพียงกรอกรายละเอียดทางลิงก์นี้ เรายินดีช่วยคัดกรอง Pre-Screen Assessment ที่ใช่และเหมาะสมกับองค์กรของคุณเลย</a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49632" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-scaled.webp" alt="AI vs Human Recruiter Pre-Screen Cover" width="600" height="400" title="AI vs Human: ใครกันแน่ที่เหมาะกับงาน Pre‑Screen ผู้สมัคร ? 552" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>สรุป</h2>
<p>การ Pre-Screen ไม่ใช่แค่การกำจัดใบสมัครให้เหลือน้อยลง แต่มันคือการตัดสินใจครั้งสำคัญที่กำหนดว่าใครจะได้เป็นส่วนหนึ่งของอนาคตในองค์กรคุณ</p>
<p>AI อาจเป็นมือขวาที่ทำสถิติได้น่าประทับใจ ทั้งเรื่องความเร็วที่เหนือชั้นและความสม่ำเสมอที่ไม่มีวันเหนื่อยล้า แต่ในขณะเดียวกัน เราก็เห็นแล้วว่ากล่องดำของมันสามารถกลืนกินโอกาสของผู้สมัครงานฝีมือดี หรือแม้แต่ลากองค์กรไปสู่ความเสี่ยงทางจริยธรรมได้ทุกเมื่อ หากเราปล่อยให้มันตัดสินใจเพียงลำพัง</p>
<p>ในยุคที่ผู้สมัครก็เริ่มใช้ AI ปั้นตัวตนขึ้นมาเพื่อให้ถูกใจอัลกอริทึม การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากระดาษจึงกลายเป็นทักษะที่ล้ำค่าที่สุดของชาว HR ยิ่งเทคโนโลยีฉลาดขึ้นเท่าไหร่ หน้าที่ของเราคือการใช้มันเป็นแว่นขยายเพื่อส่องให้เห็นศักยภาพที่ AI มองข้ามไป</p>
<p><strong>ก่อนจะกดใช้งาน AI ในครั้งหน้า ลองถามตัวเองดูสักนิดว่า… <em>&#8220;เรากำลังใช้ AI เพื่อช่วยให้เรา &#8216;เลือกคนได้ดีขึ้น&#8217; หรือเพียงแค่ต้องการ &#8216;ทำงานให้เสร็จเร็วขึ้น&#8217; กันแน่ ?&#8221;</em></strong></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 499px;">
<tbody>
<tr style="height: 499px;">
<td style="width: 100%; height: 499px;"><strong>Sources</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://www.phenom.com/blog/recruiting-ai-guide" target="_blank" rel="noopener">phenom</a></li>
<li><a href="https://www.indeed.com/career-advice/interviewing/pre-screening-interview" target="_blank" rel="noopener">indeed</a></li>
<li><a href="https://www.hirehive.com/a-recruiters-guide-to-candidate-prescreening/" target="_blank" rel="noopener">hirehive</a></li>
<li><a href="https://prescreenai.com/why-your-remote-hiring-process-needs-ai/" target="_blank" rel="noopener">prescreenai</a></li>
<li><a href="https://webmakers.expert/en/blog/using-ai-to-process-and-classify-cvs" target="_blank" rel="noopener">webmakers</a></li>
<li><a href="https://mihcm.com/resources/blog/successful-ai-implementation-in-recruitment-case-studies/" target="_blank" rel="noopener">mihcm</a></li>
<li><a href="https://perimattic.com/ai-recruitment-case-study/" target="_blank" rel="noopener">perimattic</a></li>
<li><a href="https://www.reuters.com/article/world/insight-amazon-scraps-secret-ai-recruiting-tool-that-showed-bias-against-women-idUSKCN1MK0AG/" target="_blank" rel="noopener">reuters</a></li>
<li><a href="https://www.lewissilkin.com/insights/2023/10/31/discrimination-and-bias-in-ai-recruitment-a-case-study" target="_blank" rel="noopener">www.lewissilkin</a></li>
<li><a href="https://www.greatbaystaffing.com/job-blog/2026/2/1/the-resume-black-hole-why-ai-screening-is-failing-both-job-seekers-and-employers" target="_blank" rel="noopener">greatbaystaffing</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/ai-vs-human-pre-screen-recruitment-260420/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คนไทยกว่า 80% ให้ความสำคัญกับงานที่มีคุณค่า แม้เกือบครึ่งยังต้องเผชิญภาวะหมดไฟ (Workplace Happiness Report)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-survey/workplace-happiness-report-jobsdb-260415/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-survey/workplace-happiness-report-jobsdb-260415/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Apr 2026 14:15:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace Happiness Report]]></category>
		<category><![CDATA[งานที่มีคุณค่า]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะหมดไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[burnout]]></category>
		<category><![CDATA[Jobsdb]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49573</guid>

					<description><![CDATA[ไม่ว่าใครก็อยากทำงานด้วยความภาคภูมิใจ และรู้สึกมีคุณค่า คนไทยเองก็เช่นกัน… รายงานฉบับล่าสุดจาก Jobsdb by SEEK หัวข้อ Workplace Happiness Report ประจำปี 2568 สำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,000 คนในประเทศไทย พบว่า แม้ดัชนีความสุขของคนทำงานไทยจะพุ่งสูงติดอันดับ 3 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แต่ภายใต้ตัวเลขความพึงพอใจ 67% นั้น กลับมี &#8216;ระเบิดเวลา&#8217; ซ่อนอยู่ เมื่อพนักงานเกือบครึ่งกำลังเผชิญภาวะหมดไฟ (Burnout) อย่างรุนแรง นี่คือความย้อนแย้งที่ผู้นำองค์กรไม่อาจมองข้าม ทำไมพนักงานที่บอกว่ามีความสุข จึงเดินไปถึงจุดที่หมดไฟ ? และเหตุใด งานที่มีคุณค่าจึงเป็นทั้งกุญแจสำคัญและเป็นกับดักที่ทำให้คนทำงานไทยเหนื่อยล้าเกินต้านทาน หาคำตอบได้ในบทความนี้ คนทำงานประเทศไทยมีความสุขเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย คนทำงานชาวไทยมีระดับความสุขโดยรวมอยู่ที่ 67% โดยจากรายงานจะมุ่งเน้นให้องค์กรตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความสุขในที่ทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพและแรงจูงใจของบุคลากร ทั้งนี้ ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 3 รองจากอินโดนีเซีย (82%) และฟิลิปปินส์ (77%) ในขณะที่สิงคโปร์ (56%) และ ฮ่องกง (47%) [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49580" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX.webp" alt="Workplace Happiness Report Jobsdb HREX" width="600" height="370" title="คนไทยกว่า 80% ให้ความสำคัญกับงานที่มีคุณค่า แม้เกือบครึ่งยังต้องเผชิญภาวะหมดไฟ (Workplace Happiness Report) 558" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ไม่ว่าใครก็อยากทำงานด้วยความภาคภูมิใจ และรู้สึกมีคุณค่า คนไทยเองก็เช่นกัน…</p>
<p>รายงานฉบับล่าสุดจาก <strong><a href="https://expth.hrnote.asia/products/197">Jobsdb by SEEK</a></strong> หัวข้อ Workplace Happiness Report ประจำปี 2568 สำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,000 คนในประเทศไทย พบว่า แม้ดัชนีความสุขของคนทำงานไทยจะพุ่งสูงติดอันดับ 3 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แต่ภายใต้ตัวเลขความพึงพอใจ 67% นั้น กลับมี &#8216;ระเบิดเวลา&#8217; ซ่อนอยู่ เมื่อพนักงานเกือบครึ่งกำลัง<a href="https://th.hrnote.asia/tips/190731-burnoutsyndrome/">เผชิญภาวะหมดไฟ (Burnout)</a> อย่างรุนแรง</p>
<p>นี่คือความย้อนแย้งที่ผู้นำองค์กรไม่อาจมองข้าม</p>
<p>ทำไมพนักงานที่บอกว่ามีความสุข จึงเดินไปถึงจุดที่หมดไฟ ? และเหตุใด งานที่มีคุณค่าจึงเป็นทั้งกุญแจสำคัญและเป็นกับดักที่ทำให้คนทำงานไทยเหนื่อยล้าเกินต้านทาน หาคำตอบได้ในบทความนี้</p>

<h2>คนทำงานประเทศไทยมีความสุขเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย</h2>
<p>คนทำงานชาวไทยมีระดับความสุขโดยรวมอยู่ที่ 67% โดยจากรายงานจะมุ่งเน้นให้องค์กรตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความสุขในที่ทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพและแรงจูงใจของบุคลากร</p>
<p>ทั้งนี้ ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 3 รองจากอินโดนีเซีย (82%) และฟิลิปปินส์ (77%) ในขณะที่สิงคโปร์ (56%) และ ฮ่องกง (47%) มีระดับความสุขที่ต่ำกว่า</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขความสุขในภาพรวมของไทยจะอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ในรายงานกลับบ่งชี้ถึงความท้าทายที่องค์กรไม่ควรมองข้าม นั่นคือภาวะหมดไฟ และความเครียดที่สะสม ซึ่งสะท้อนว่าองค์กรยังทำได้มากกว่านี้ เพื่อยกระดับและสร้างความสุขในการทำงานให้ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49576" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-1.webp" alt="Workplace Happiness Report Jobsdb HREX" width="600" height="399" title="คนไทยกว่า 80% ให้ความสำคัญกับงานที่มีคุณค่า แม้เกือบครึ่งยังต้องเผชิญภาวะหมดไฟ (Workplace Happiness Report) 559" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-1.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-1-1024x681.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-1-768x511.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-1-1536x1022.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>ดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK</strong> กล่าวว่าพนักงานที่มีความสุขในการทำงานนั้น มีแนวโน้มในการสร้างผลงานที่เกินความคาดหวัง (Exceeding Expectations) สูงถึง 86% ขณะที่พนักงานที่ไม่มีความสุขในการทำงานจะทุ่มเทเพียง 54% เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าความสุขในงานที่ทำถือเป็นตัวแปรที่มีผลต่อแรงจูงใจและการขับเคลื่อนองค์กรสูงทีเดียว</p>
<p><em>“พนักงานที่มีความสุขยังมักจะแนะนำองค์กรต่อผู้อื่นมากกว่าพนักงานที่ไม่มีความสุขถึง 35% แสดงให้เห็นว่าความสุขในที่ทำงานไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรผ่านตัวพนักงานเองได้อีกด้วย”</em></p>
<p><em>“และแม้ว่าค่าตอบแทนจะเป็นปัจจัยสำคัญพื้นฐานที่ดึงดูดคนเก่งเข้ามาร่วมงาน แต่การสร้างคุณค่าของผลงานและความรู้สึกว่างานที่ทำนั้นได้รับการยอมรับ ตลอดจนถึงการมีเป้าหมายที่ชัดเจน ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้พนักงานผูกพันและช่วยให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว”</em></p>
<h2>ยุทธศาสตร์องค์กร: การปิดช่องว่าง (Gap Analysis) เพื่อรักษาพนักงานและสร้างความผูกพันที่ยั่งยืน</h2>
<p>จากรายงาน Workplace Happiness Report ยังชี้ให้เห็นอีกว่า หัวใจสำคัญของการสร้างความสุขในที่ทำงานยุคใหม่คือ การบริหารจัดการสมดุลระหว่างสิ่งที่พนักงานให้ความสำคัญกับสิ่งที่พนักงานได้รับในชีวิตจริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49578" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-3.webp" alt="Workplace Happiness Report Jobsdb HREX" width="600" height="627" title="คนไทยกว่า 80% ให้ความสำคัญกับงานที่มีคุณค่า แม้เกือบครึ่งยังต้องเผชิญภาวะหมดไฟ (Workplace Happiness Report) 560" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-3.webp 1242w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-3-287x300.webp 287w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-3-980x1024.webp 980w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-3-768x803.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>โดยปัจจุบันคนทำงานไทยมีระดับความสุขกับปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้</p>
<ul>
<li>70% มีระดับความสุขในสถานที่ทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตัดสินใจได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน</li>
<li>66% มีระดับความสุขจากโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ</li>
<li>65% มีระดับความสุขกับหน้าที่ความรับผิดชอบในแต่ละวัน</li>
<li>64% มีระดับความสุขกับเพื่อนร่วมงานและรู้สึกมีเป้าหมายในงานที่ทำ</li>
<li>63% มีระดับความสุขกับความมั่นคงในอาชีพการงาน</li>
</ul>
<p>ดังนั้น องค์กรควรใส่ใจปัจจัยที่พนักงานให้ความสำคัญ และปรับปรุงสิ่งที่พนักงานยังรู้สึกขาดอยู่ เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างมีแรงจูงใจและรู้สึกมีคุณค่า แม้พนักงานจะมีความพึงพอใจในหน้าที่และความรับผิดชอบสูงถึง 65% แต่กลับมีเพียง 53% เท่านั้นที่พึงพอใจกับภาระงาน และความกดดันที่ได้พบเจอจริงระหว่างการทำงาน ซึ่งภาระงานที่เหมาะสมนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญอันดับ 2 ที่ขับเคลื่อนความสุขของคนไทย</p>
<p>นอกจากนั้น องค์กรยังควรสนับสนุนการมอบหมายงานที่น่าสนใจ การบริหารจัดการปริมาณงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่น้อยหรือมากจนเกินไป รวมถึงการสร้างเส้นทางการเติบโตในสายงานที่ชัดเจน เพื่อยกระดับประสบการณ์การทำงานจากเพียงแค่อยู่ได้ ไปสู่การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว</p>
<h2>เจาะลึกความสุขของคนต่างช่วงวัย เพื่อการบริหารจัดการบุคลากรแบบเฉพาะตัว</h2>
<p>อีกประเด็นที่พบจากบทสำรวจนี้คือ ความต้องการและปัจจัยที่สร้างความสุขของคนทำงานแต่ละช่วงวัยมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากคนแต่ละ Generation มีระดับประสบการณ์การทำงานและภาระความรับผิดชอบในชีวิตที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจแบบเฉพาะเจาะจงนี้ จะช่วยให้องค์กรสามารถออกแบบสวัสดิการหรือแนวทางการดูแลสวัสดิภาพที่ตรงใจพนักงานมากขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ยังจะช่วยดึงดูดผู้สมัครที่มีคุณภาพและเพิ่มความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49579" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-4.webp" alt="Workplace Happiness Report Jobsdb HREX" width="665" height="498" title="คนไทยกว่า 80% ให้ความสำคัญกับงานที่มีคุณค่า แม้เกือบครึ่งยังต้องเผชิญภาวะหมดไฟ (Workplace Happiness Report) 561" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-4.webp 665w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-4-300x225.webp 300w" sizes="(max-width: 665px) 100vw, 665px" /></p>
<h3>Gen Z (อายุ 18-29 ปี)</h3>
<p>คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีระดับความสุขต่ำที่สุด (59%) และรู้สึกหมดไฟสูงสุดถึง (51%) เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นเส้นทางอาชีพที่ต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวและเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ</p>
<p>โดยปัจจัยที่ช่วยสร้างความสุขให้กับคนกลุ่มนี้คือ ทีม/เพื่อนร่วมงาน (61%) และโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา (70%)</p>
<p>การสนับสนุนจากหัวหน้างานและบรรยากาศการทำงานที่เป็นมิตรจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้แก่คนรุ่นใหม่</p>
<h3>Millennials (อายุ 30-44 ปี)</h3>
<p>คนกลุ่มนี้มีระดับความสุขอยู่ที่ 67% โดยมักถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มที่มีภาระความรับผิดชอบจากการดูแลครอบครัวไปพร้อมกัน ความสุขของคนกลุ่มนี้จึงขึ้นอยู่กับความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (67%) และเป้าหมายในการทำงาน (62%)</p>
<p>ดังนั้นองค์กรที่มอบรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นจึงมีแต้มต่อในการรักษาคนกลุ่มนี้ไว้ได้ในระยะยาว</p>
<h3>Gen X (อายุ 45-59 ปี)</h3>
<p>มีระดับความสุขอยู่ที่ 72% เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความก้าวหน้าในอาชีพและมีฐานรายได้สูงที่สุด ซึ่งปัจจัยขับเคลื่อนความสุขคือ หน้าที่ความรับผิดชอบในแต่ละวัน (69%) และโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา (65%)</p>
<p>แม้ว่าจะอยู่ในระดับผู้บริหาร แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังคงต้องการการยอมรับในผลงานและเงินเดือนที่สอดคล้องกับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น</p>
<h3>Baby Boomers (อายุ 60-64 ปี)</h3>
<p>เป็นกลุ่มที่มีความสุขในการทำงานสูงที่สุดถึง 75% และรู้สึกหมดไฟน้อยที่สุด เนื่องจากอยู่ในช่วงปลายของการทำงาน จึงมีความผูกพันกับองค์กรสูงและมีแนวโน้มที่จะทำงานต่อกับองค์กรเดิมมากที่สุด โดยปัจจัยหลักที่ให้ความสำคัญคือ ความพึงพอใจในหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละวัน สมดุลชีวิตระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน ส่งผลให้คนกลุ่มนี้มีความต้องการเปลี่ยนงานเพียง 33% เท่านั้น</p>
<p>ความแตกต่างเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรไม่สามารถใช้แนวทางเดียว ในการดูแลพนักงานทั้งหมดได้ แต่สามารถนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไปออกแบบแนวทางปฏิบัติให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย เช่น<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190628-good-mentor/"> การสร้างระบบ Mentor</a> สำหรับ Gen Z หรือปรับรูปแบบการทำงานให้ยืดหยุ่นขึ้นเพื่อกลุ่มคน Millennials เพื่อเพิ่มระดับการมีส่วนร่วมและรักษาบุคลากรให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49577" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-2.webp" alt="Workplace Happiness Report Jobsdb HREX" width="613" height="506" title="คนไทยกว่า 80% ให้ความสำคัญกับงานที่มีคุณค่า แม้เกือบครึ่งยังต้องเผชิญภาวะหมดไฟ (Workplace Happiness Report) 562" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-2.webp 613w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Workplace-Happiness-Report-Jobsdb-HREX-2-300x248.webp 300w" sizes="(max-width: 613px) 100vw, 613px" /></p>
<h2>สรุป</h2>
<p>แม้ระดับความสุขโดยรวมของคนทำงานไทยจะอยู่ในเกณฑ์สูง ติดอันดับต้น ๆ ของเอเชีย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความรู้สึกมีคุณค่าในงานกลับกลายเป็นความคาดหวังสำคัญที่ยังไม่ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ คนทำงานจำนวนไม่น้อยยังรู้สึกเหนื่อยล้า และบางคนก็เริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ทุกวัน ว่างานนี้ยังมีความหมายกับเขาอยู่แค่ไหน</p>
<p>ความสุขในการทำงานไม่ใช่เรื่องของตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความรู้สึกเล็ก ๆ ที่สะสมในแต่ละวัน ตั้งแต่ภาระงานที่พอดี โอกาสที่ได้เติบโต ไปจนถึงการได้รับการยอมรับในสิ่งที่ลงมือทำ หากองค์กรมองเห็นรายละเอียดเหล่านี้ชัดขึ้น ก็มีโอกาสจะเข้าใกล้ความผูกพันของพนักงานมากขึ้นด้วย</p>
<p>คำถามที่น่าคิดอาจไม่ใช่แค่พนักงานมีความสุขหรือยัง แต่อยู่ที่ว่าพวกเขายังอยากตื่นมาทำงานนี้ในระยะยาวหรือเปล่า เพราะความรู้สึกอยากไปต่อ หรืออยากพอแค่นี้ มักไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่มันค่อย ๆ ก่อตัวจากประสบการณ์ทำงานที่ได้รับในทุกวัน และนี่คือโจทย์สำคัญที่ HR และผู้นำองค์กรต้องหาคำตอบให้ได้ ว่าจะดูแลคนอย่างไร และออกแบบองค์กรแบบไหนให้คนอยากอยู่ต่อไปจริง ๆ</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h2 style="text-align: center;">ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มเพื่อนำไปปรับกลยุทธ์ปี 2026 ได้ที่นี่ <a href="https://th.employer.seek.com/th/market-insights/workplace-happiness-index-2026-thai" target="_blank" rel="noopener">https://th.employer.seek.com/th/market-insights/workplace-happiness-index-2026-thai</a></h2>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-survey/workplace-happiness-report-jobsdb-260415/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HR Networking ต้องทำยังไง ? วิธีสร้าง Connection ให้ได้ผลจริงในงาน Event และชีวิตการทำงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/tips/hr-networking-260403/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/tips/hr-networking-260403/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2026 04:46:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tips]]></category>
		<category><![CDATA[HR Networking]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49497</guid>

					<description><![CDATA[ระหว่าง HR ที่เก่งทำงานในมือให้เสร็จ แต่ไม่ถนัดเข้าหา หรือปฏิสัมพันธ์กับคนในองค์กรเลย กับ HR ที่อาจไม่ได้เป็นยอดฝีมือที่สุดขนาดนั้น แต่รู้จักคนเยอะ รู้จักถูกคน และรักษาความสัมพันธ์ไว้ได้ยาวนาน ? คุณคิดว่า HR แบบไหนสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อองค์กรได้ดีที่สุด เชื่อว่าทุกคนน่าจะตอบโดยไม่ต้องคิดว่า ต้องเป็น HR ที่รู้จักและรักษาความสัมพันธ์กับคนเป็นแน่นอน เพราะสายงาน HR การรู้จักคนเก่งก่อนคนอื่น การมีเพื่อนร่วมวงการที่แลกเปลี่ยนมุมมองกันได้ หรือแม้แต่การที่คนอื่นนึกถึงชื่อเราตอนมีโอกาสดี ๆ ล้วนเป็นแต้มต่อในการทำงานทั้งสิ้น และสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากทักษะที่เรียกว่าการ Networking บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า HR Networking สำคัญแค่ไหน และมีวิธีใดทำให้ได้ผลจริงอย่างไรบ้าง ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนเข้างาน Event ไปจนถึงการดูแลความสัมพันธ์ในระยะยาว ความหมายของ Networking ในบริบท HR เวลาพูดถึงงาน Networking หลายคนนึกภาพคนยื่นนามบัตรให้กันในงาน Cocktail Party แล้วพอแลกเสร็จก็ไม่ได้พบเจอ พูดคุย หรือติดต่อกันอีกเลย หากคุณเคยอยู่ในสถานการณ์นั้น ขอให้รู้ว่า นั่นไม่ใช่งาน Networking ที่แท้จริง เพราะงาน Networking [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49499" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking.webp" alt="HR Networking" width="600" height="370" title="HR Networking ต้องทำยังไง ? วิธีสร้าง Connection ให้ได้ผลจริงในงาน Event และชีวิตการทำงาน 568" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ระหว่าง HR ที่เก่งทำงานในมือให้เสร็จ แต่ไม่ถนัดเข้าหา หรือปฏิสัมพันธ์กับคนในองค์กรเลย กับ HR ที่อาจไม่ได้เป็นยอดฝีมือที่สุดขนาดนั้น แต่รู้จักคนเยอะ รู้จักถูกคน และรักษาความสัมพันธ์ไว้ได้ยาวนาน ? คุณคิดว่า HR แบบไหนสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อองค์กรได้ดีที่สุด เชื่อว่าทุกคนน่าจะตอบโดยไม่ต้องคิดว่า ต้องเป็น HR ที่รู้จักและรักษาความสัมพันธ์กับคนเป็นแน่นอน</p>
<p>เพราะสายงาน HR การรู้จักคนเก่งก่อนคนอื่น การมีเพื่อนร่วมวงการที่แลกเปลี่ยนมุมมองกันได้ หรือแม้แต่การที่คนอื่นนึกถึงชื่อเราตอนมีโอกาสดี ๆ ล้วนเป็นแต้มต่อในการทำงานทั้งสิ้น และสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากทักษะที่เรียกว่าการ Networking</p>
<p>บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า HR Networking สำคัญแค่ไหน และมีวิธีใดทำให้ได้ผลจริงอย่างไรบ้าง ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนเข้างาน Event ไปจนถึงการดูแลความสัมพันธ์ในระยะยาว</p>

<h2>ความหมายของ Networking ในบริบท HR</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49500" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-2-scaled.webp" alt="HR Networking" width="600" height="401" title="HR Networking ต้องทำยังไง ? วิธีสร้าง Connection ให้ได้ผลจริงในงาน Event และชีวิตการทำงาน 569" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-2-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-2-1024x684.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-2-768x513.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-2-1536x1025.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-2-2048x1367.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เวลาพูดถึงงาน Networking หลายคนนึกภาพคนยื่นนามบัตรให้กันในงาน Cocktail Party แล้วพอแลกเสร็จก็ไม่ได้พบเจอ พูดคุย หรือติดต่อกันอีกเลย</p>
<p>หากคุณเคยอยู่ในสถานการณ์นั้น ขอให้รู้ว่า นั่นไม่ใช่งาน Networking ที่แท้จริง เพราะงาน Networking ไม่ใช่การขายของ ไม่ใช่การไปหาประโยชน์จากคนอื่น และไม่ใช่การพยายามทำให้ทุกคนชอบตัวเองด้วย แต่มันคือการสร้างความสัมพันธ์ที่คนทั้ง 2 ฝ่ายรู้สึกว่าได้อะไรจากการรู้จักกัน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ มุมมอง แรงบันดาลใจ หรือโอกาสที่เหมาะกับทั้งคู่</p>
<p>ในบริบท HR การ Networking ไม่ต่างจากการลงทุนระยะยาว เพราะคุณไม่รู้ว่าคนที่คุยด้วยวันนี้จะมีประโยชน์ต่อกันในรูปแบบไหนและเมื่อไหร่ แต่ถ้าความสัมพันธ์นั้นสร้างขึ้นมาอย่างจริงใจ มันมักจะคืนกลับมาในเวลาที่คุณไม่ได้คาดไว้เสมอ</p>
<h2>Networking เกี่ยวข้องกับบทบาท HR อย่างไร</h2>
<p>ดังที่กล่าวไปว่า HR คือฝ่ายที่ต้องทำงาน บริหารจัดการคนโดยตรง และ HR ไม่เพียงแค่ต้องรักษาสายสัมพันธ์ภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังต้องรู้จักสานสัมพันธ์กับคนภายนอกด้วยเช่นกัน โดยคนภายนอกที่ว่านั้นหมายความได้ถึงผู้สมัครงาน, HR จากองค์กรอื่น, Freelance Recruiter, ไปจนถึง Vendor ผู้ให้บริการด้าน HR Tech ต่าง ๆ เป็นต้น</p>
<p>ดังนั้น HR ที่ Networking เก่ง เข้าหาคนเก่ง สร้างและรักษาความสัมพันธ์เก่งจะได้เปรียบ HR ที่เข้าถึงคนไม่เก่งใน 3 ด้านหลัก ๆ ดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>เจอคนเก่งได้ก่อนใคร</strong> เพราะผู้สมัครระดับท็อปมักหางานผ่านสายสัมพันธ์ ไม่ใช่ผ่านโฆษณาสมัครงานทั่วไป HR ที่มีเครือข่ายกว้างจะรู้ก่อนว่าใครกำลังจะย้ายงาน หรือใครพร้อมรับโอกาสใหม่</li>
<li><strong>เข้าใจเทรนด์ตลาดแรงงานแบบที่อ่านจากบทความไม่ได้</strong> บ่อยครั้งการสนทนากับ HR คนอื่นในวงการมักทำให้เรารับรู้ข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียดและเป็นปัจจุบันกว่ารายงานใด ๆ แถมบ่อยครั้งสิ่งที่พูดคุยกันอาจไม่เปิดเผยที่ไหนง่าย ๆ เช่น อัตราเงินเดือน สิทธิประโยชน์ที่บริษัทคู่แข่งใช้ดึงดูดพนักงาน หรือปัญหาที่ทุกองค์กรในอุตสาหกรรมเดียวกันกำลังเผชิญ</li>
<li><strong>เสริมสร้าง Employer Branding ที่ดีให้องค์กร</strong> HR ที่คนรู้จักและเชื่อถือคือหน้าตาขององค์กรในสายตาคนนอก เวลา HR ของบริษัทดูน่าคุย น่าไว้ใจ และมีตัวตนชัดเจนในวงการ คนมักมองบริษัทนั้นในแง่บวกด้วยโดยอัตโนมัติ</li>
</ol>
<p>และสุดท้าย HR ที่มี Soft Skills ดีและสานสัมพันธ์เป็นจะได้เปรียบกว่า HR ที่เก่งแค่การทำงานเอกสาร หรือวางกลยุทธ์ เพราะในการสรรหาคน การอบรม หรือการแก้ปัญหาคนในองค์กร สิ่งที่ทำให้งานลื่นไหลคือความไว้ใจ และความไว้ใจสร้างได้จากการมีทักษะด้านคนเท่านั้น</p>
<h2>องค์ประกอบของ HR ที่ Networking ได้ผล มีอะไรบ้าง</h2>
<p>ก่อนจะพูดถึงเทคนิค สิ่งที่สำคัญกว่าคือรากฐานที่ทำให้ Networking ได้ผลจริง โดยคุณ <strong>เจ &#8211; กฤต บัวประเสริฐ CEO ของ Social Success โค้ชด้านการพูดเพื่อผลลัพธ์ทางธุรกิจ และผู้ก่อตั้งสถาบัน Million Speaker</strong> ได้แบ่งออกมาเป็น 3 องค์ประกอบหลัก ดังนี้</p>
<h3>1.Character &#8211; ตัวตนที่ชัด</h3>
<p>คนที่ Networking ได้ดีมักไม่ใช่คนที่พยายามทำให้ทุกคนชอบ แต่คือคนที่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร มีมุมมองอย่างไร และยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อได้</p>
<p>ตัวตนที่ชัดเจนทำให้คนจดจำได้ง่ายกว่า และทำให้คนที่มีความเชื่อหรือเป้าหมายคล้ายกันอยากเข้ามาหาเองโดยธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องตามง้อหรือพยายามเกินตัว</p>
<h3>2.Communication &#8211; สื่อสารให้คนเข้าใจและจดจำได้</h3>
<p>การพูดเก่งไม่ได้หมายความว่าสื่อสารดีเสมอไป เพราะการสื่อสารดีในบริบทของการทำ Networking คือการพูดในสิ่งที่คนฟังอยากรู้ ตั้งคำถามที่เปิดบทสนทนาให้ลึกขึ้น และนำเสนอตัวเองได้กระชับ ชัดเจน ตรงประเด็น โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้สึกว่าถูกพูดใส่จนล้นเกิน</p>
<h3>3.Connection – คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ</h3>
<p>การรู้จักคนเยอะไม่เท่ากับมี Connection ที่มีคุณค่า การรู้จักกันแบบผิวเผินร้อยคน อาจสู้การรู้จักกันจริง ๆ 10 คนไม่ได้ HR ที่ Networking ดีจะเลือกคนที่เหมาะกับเป้าหมาย ทั้งของตัวเองและขององค์กร แล้วลงทุนเวลาและพลังงานให้กับความสัมพันธ์เหล่านั้นอย่างจริงจัง</p>
<h2>เทคนิค Networking ที่ HR ต้องรู้ เพื่อเตรียมตัวเข้าหาคน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49502" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-3-scaled.webp" alt="HR Networking" width="600" height="399" title="HR Networking ต้องทำยังไง ? วิธีสร้าง Connection ให้ได้ผลจริงในงาน Event และชีวิตการทำงาน 570" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-3-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-3-1024x681.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-3-768x511.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-3-1536x1022.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-3-2048x1362.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การ Networking ที่ดีไม่ได้เริ่มตอนเดินเข้างาน แต่เริ่มก่อนหน้านั้นมาก โดย CEO ของ Social Success แจกแนวทางที่ HR ควรเตรียมตัวเอาไว้ดังนี้</p>
<h3>1.ถามตัวเอง และตั้งเป้าหมายก่อนว่าจะไปงานนี้ทำไม (Goal Setting)</h3>
<p>ก่อนไปงาน Event หรือสัมมนาใด ๆ ลองถามตัวเองว่าอยากได้อะไรกลับมา อยากเจอ Recruiter ในอุตสาหกรรมที่สนใจ? อยากแลกเปลี่ยน<a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/onboarding-manual-03122021/">วิธีทำ Onboarding</a> กับ HR จากองค์กรอื่น ? อยากรู้จัก Speaker ที่จะพูดในงาน?</p>
<p>เมื่อเป้าหมายชัด การเลือกว่าจะคุยกับใคร ใช้เวลาแค่ไหน และจัดลำดับความสำคัญอย่างไร ก็จะง่ายขึ้นมาก แทนที่จะเดินเข้างานแล้วรอให้อะไรเกิดขึ้นเอง</p>
<h3>2.หาข้อมูลเกี่ยวกับงานก่อนไปร่วมงาน</h3>
<p>ถ้างานนั้นเป็นงานสัมมนาที่มี Speaker และมีผู้เข้าร่วมมากมาย ลองหาข้อมูลก่อนล่วงหน้า ว่าแต่ละคนทำงานด้านไหน มีมุมมองที่น่าสนใจอะไรบ้าง หรือเคยพูดถึงเรื่องที่ตรงกับสิ่งที่เราสนใจหรือเปล่า</p>
<p>การเตรียมข้อมูลมาล่วงหน้าช่วยให้บทสนทนาแรกลื่นกว่ามาก และยังแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับการพูดคุยครั้งนี้จริง ๆ</p>
<h3>3.เตรียมภาพจำที่อยากให้คนในงานจดจำเกี่ยวกับเราได้</h3>
<p>การทำให้คนอื่นจดจำได้ เริ่มจากการแนะนำตัวให้น่าสนใจ เคยไหมเวลาเราแนะนำตัวกันจะแนะนำแค่ว่า “ชื่ออะไร” “ทำงานที่ไหน” ซึ่งธรรมดาเกินไป และเราพร้อมจะลืมกันทันทีหลังจบงาน</p>
<p>สิ่งที่เราต้องทำ ไม่ได้หมายความว่าต้องโม้หรือขายตัวเอง แต่หมายถึงการรู้จักตัวเองดีพอที่จะเล่าได้ว่าเราคือใคร ทำอะไร และสนใจอะไร ภายในเวลาสั้น ๆ อย่างน่าฟัง</p>
<p>จะดีกว่าไหม หากก่อนเข้างาน เราวาดภาพอยากให้คนจำตัวเองได้ แล้วสร้างเรื่องราวประกอบการแนะนำตัวให้โดดเด่น แตกต่าง เช่น “ผมเป็น HR ที่เคยทำงานหนักจนปวดหลังแทบเดินไม่ได้ เลยปฏิญาณว่าจะหันมาดูแลตัวเอง และพนักงานไม่ให้เจอปัญหาสุขภาพแบบเดียวกัน”<br />
การหามุมมาเล่า มาอธิบายแบบนี้ น่าสนใจกว่าแค่แนะนำว่าเราชื่ออะไร ทำงานอะไรเท่านั้น ว่าไหม ?</p>
<h2>วิธี Networking สำหรับ HR ในงาน Event ให้ได้ผล</h2>
<p>เมื่อเตรียมตัวมาดีแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการลงมือจริงในงาน ซึ่งการจะทำให้ได้ผล ต้องผสมผสานทั้งศาสตร์และศิลป์เข้าด้วยกัน ดังนี้</p>
<h3>1.เลือกคุยกับคนที่ใช่</h3>
<p>งาน Event ใหญ่ ๆ มีคนเป็นร้อยเป็นพัน ไม่มีใครพูดคุยได้ครบทุกคนแน่นอน ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องเข้าหาทุกคนด้วย แต่เลือกโฟกัสในการคุยกับคนสัก 3–5 คนที่ตรงกับเป้าหมายของเรา แล้วพูดคุยกันอย่างมีคุณภาพก็พอ วิธีนี้ดีกว่าการยื่นนามบัตรให้คนทั้งห้อง ซึ่งจะลงเอยด้วยการไม่มีใครจำเราได้จริง</p>
<h3>2.เปิดบทสนทนาอย่างมืออาชีพ</h3>
<p>นอกจากแนะนำตัวให้น่าจดจำแล้ว การหาเรื่องคุยอย่างจริงใจและตรงไปตรงมาก็สำคัญไม่แพ้กัน บางครั้งอาจไม่จำเป็นต้องชวนคุยเรื่องงานในทันที แต่ชวนคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไปก่อนก็ได้ บางครั้งอาจพูดถึงสิ่งที่สะดุดตาที่สุดของผู้สนทนา ซึ่งหากเป็นสิ่งที่เราสนใจอยู่เช่นกันยิ่งดี เช่น เสื้อและรองเท้าที่สวมใส่ เครื่องดื่มในมือ เป็นต้น จะนำไปสู่การสร้างบทสนทนาแบบ Deep Talk ได้ดีทีเดียว</p>
<p>การเปิดบทสนทนาด้วยความสนใจจริง ๆ ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกได้ทันทีว่าเราไม่ได้มาเพื่อขายอะไรหรือเปลืองเวลาเขา</p>
<h3>3.สร้างบทสนทนาแบบ Deep Talk</h3>
<p>หลีกเลี่ยงการถามคู่สนทนาที่คำตอบจะออกได้แค่ 2 หน้าคือ &#8220;ใช่&#8221; หรือ &#8220;ไม่ใช่&#8221; เช่น &#8220;คุณทำ HR อยู่ใช่ไหม ?&#8221; หากอยากถามเรื่องนี้จริง ๆ ลองเปลี่ยนเป็นคำถามที่เชิญให้อีกฝ่ายได้เล่ามากขึ้น เช่น &#8220;ทีม HR ของคุณโฟกัสด้านไหนมากที่สุดตอนนี้ครับ ?&#8221; หรือ &#8220;ปัญหาด้านคนที่ยากที่สุดที่เจอในช่วงนี้คืออะไรครับ ?&#8221;</p>
<p>คำถามเปิดกว้างนำไปสู่บทสนทนาที่อีกฝ่ายรู้สึกว่าเราสนใจเขาจริง ๆ และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นของ Connection ที่มีคุณภาพ</p>
<h3>4.ฟังอย่างตั้งใจและมีคุณภาพ (Active Listening)</h3>
<p>การฟังเป็นทักษะที่ดูเหมือนง่ายแต่ทำได้ยาก เพราะหลายคนฟังโดยรอจังหวะพูดมากกว่าฟังเพื่อเข้าใจคู่สนทนาจริง ๆ</p>
<p>Active Listening คือการฟังแบบที่สมองทำงานอยู่กับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด หัวพยักหน้า ตาสบตา ถามต่อในสิ่งที่ได้ยิน ไม่ใช่แค่รอช่องเพื่อพูดแทรก</p>
<p>และเมื่อคนรู้สึกว่าถูกฟังจริง พวกเขามักจะเปิดใจมากขึ้น พูดมากขึ้น และจำการสนทนาครั้งนั้นได้นานกว่า</p>
<h3>5.สร้างเสน่ห์ระหว่างการพูดคุย</h3>
<p>เสน่ห์ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าต้องพูดเก่ง มีอารมณ์ขัน หรือดูดี แต่เสน่ห์เกิดจากการทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสบายใจ รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าในบทสนทนานี้ วิธีง่าย ๆ ที่ใช้ได้จริงคือการจำชื่อและเรียกชื่อเขาให้ถูกต้อง การหาจุดร่วมระหว่างกัน และการไม่แย่งพื้นที่พูดทั้งหมด เหมือนว่าทุกคนต้องฟังที่ฉันพูดคนเดียวเท่านั้น</p>
<h3>6.สานต่อความสัมพันธ์หลัง Networking จบ</h3>
<p>Networking เกินกว่าครึ่งล้มเหลว เพราะขาดการสานสัมพันธ์อันดีต่อกันหลังจากนั้น ช่วงเวลาที่ถือว่าสำคัญมาก ๆ คือ ภายใน 24–48 ชั่วโมงหลังพบเจอกัน ควรต้องทักทาย ติดต่อกลับไป อาจเป็นการส่งข้อความผ่าน LinkedIn หรืออีเมลสั้น ๆ เพื่อทักทายและย้ำสิ่งที่คุยกันไว้ เช่น &#8220;ขอบคุณที่เมื่อวานนี้ได้มาแบ่งปันเรื่อง OKR ในงานเมื่อวานนะครับ คุยแล้วได้มุมมองใหม่มากเลย&#8221;</p>
<p>การส่งข้อความสั้น ๆ แบบนี้ช่วยเพิ่มความประทับใจได้ง่าย ๆ และทำให้เราดูโดดเด่นขึ้นมาทันที</p>
<h2>ประโยชน์ของ HR Networking ต่อองค์กรและตัว HR</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49501" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-ๅ-scaled.webp" alt="HR Networking" width="600" height="434" title="HR Networking ต้องทำยังไง ? วิธีสร้าง Connection ให้ได้ผลจริงในงาน Event และชีวิตการทำงาน 571" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-ๅ-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-ๅ-300x217.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-ๅ-1024x741.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-ๅ-768x555.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-ๅ-1536x1111.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-ๅ-2048x1481.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การทำ HR Networking ไม่ได้แค่ทำให้ตัว HR เป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ส่งผลต่อทั้งองค์กรและตัว HR เองในหลายมิติ ดังนี้</p>
<h3>1.เพิ่มโอกาสทางธุรกิจและการทำงาน</h3>
<p>การมีเครือข่ายที่แข็งแกร่งช่วยเปิดประตูได้หลายบาน ทั้งการได้รับการแนะนำตัวผู้สมัครคุณภาพ การรู้จัก Vendor ที่ไว้วางใจได้ หรือการมีคนแนะนำเราให้กับโอกาสทางอาชีพที่ดีกว่าเดิม HR ที่มีชื่อในวงการมักได้รับโอกาสดี ๆ โดยที่ไม่ต้องวิ่งหาเอง</p>
<h3>2.เสริม Employer Branding ขององค์กร</h3>
<p>ทุกครั้งที่ HR ออกไปปรากฏตัวในงานสัมมนา พูดคุยกับคนในวงการ หรือแชร์ความรู้ในพื้นที่สาธารณะ นั่นคือการทำ <a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/220215-how-to-do-employer-branding/">Employer Branding</a> ให้องค์กรโดยอัตโนมัติ คนจะเริ่มเชื่อมโยงว่าองค์กรนั้นมี HR ที่น่าสนใจ และยิ่งถ้า HR คนนั้นสื่อสารภาพลักษณ์องค์กรออกมาได้ดี ก็ยิ่งดึงดูดคนเก่งให้อยากมาร่วมงานด้วย</p>
<h3>3.ช่วยให้ HR พัฒนาทักษะและมุมมองใหม่</h3>
<p>การพูดคุยกับ HR จากหลากหลายองค์กรและอุตสาหกรรมเป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีในตำรา ได้เห็นว่าคนอื่นแก้ปัญหาเดียวกันอย่างไร ได้รับ Feedback ที่ตรงไปตรงมาจากคนนอกองค์กร หรือได้แนวคิดใหม่ ๆ ที่นำกลับมาปรับใช้จริงได้</p>
<p>HR ที่ Networking อยู่เสมอจะพัฒนาได้เร็วกว่าคนที่อยู่แต่ในกรอบเดิม ไม่ออกจากพื้นที่ปลอดภัย เพราะมุมมองของตัวเองขยายกว้างขึ้นตลอดเวลา</p>
<h2>อุปสรรคที่ทำให้ HR หลายคนไม่อยากไป Networking</h2>
<p>ในเมื่อ Networking มีข้อดีขนาดนี้ แต่ก็ยังมี HR หลายคนไม่ค่อยอยากเข้าร่วมงานเท่าไหร่</p>
<p>บางครั้งอุปสรรคของการ Networking อาจไม่ได้มาจากความขี้เกียจ แต่มาจากความกลัว ความเชื่อบางอย่างที่ฝังอยู่ในหัว และบางทีก็มาจากการที่ยังไม่เคยเห็นว่ามันให้ผลจริงได้ยังไง</p>
<h3>1.กลัวการเข้าหาคนแปลกหน้า</h3>
<p>อุปสรรคอันดับต้น ๆ ที่ HR จำนวนมากยอมรับตรง ๆ HR กังวลว่าเวลาจะเดินไปคุยกับใครสักคนที่ไม่รู้จักแล้วเขาจะมองว่าเราแปลก ไม่อยากคุย หรือกังวลว่าตัวเองจะพูดไม่รู้เรื่อง เป็นต้น</p>
<p>แต่เชื่อหรือไม่ว่า คนส่วนใหญ่ในงาน Event ก็รู้สึกแบบเดียวกัน ทุกคนต่างรอให้คนอื่นเป็นฝ่ายเริ่มเข้าหาก่อนทั้งนั้น ฉะนั้นคนที่กล้าเดินเข้าไปก่อนมักได้รับการตอบรับดีกว่าที่กลัวไว้เสมอ</p>
<h3>2.เป็น Introvert และรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับการ Networking</h3>
<p>หลายคนติดภาพว่า Networking คือของคนที่ชอบเข้าสังคม พูดเก่ง ยิ้มง่าย และรู้สึกมีพลังงานทุกครั้งที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน แต่ความจริงคือ Introvert มักเป็นนักสนทนาที่ดีกว่าที่คิด เพราะคนเหล่านี้จะชอบฟัง แล้วคิดก่อนพูด ทำให้มักสร้างบทสนทนาที่ลึกกว่าคนที่พูดเก่งแต่ฟังไม่เป็น</p>
<p>Introvert อาจไม่ถนัดการวนคุยกับคนทีละห้านาทีตลอดทั้งงาน แต่ถ้าได้คุยกับคนสักหนึ่งหรือสองคนอย่างจริงจัง นั่นคือ Networking ที่มีคุณภาพสูงกว่าอยู่แล้ว ไม่ต้องแข่งกับ Extrovert ในเกมที่ไม่ใช่ของตัวเอง</p>
<h3>3.มองว่าไม่ใช่งานของตัวเอง</h3>
<p>HR บางคนรู้สึกว่าการออกไปงาน Networking เป็นเรื่องของฝ่าย Sales หรือฝ่ายธุรกิจ ไม่ใช่หน้าที่ HR ที่ต้องทำ แต่ถ้ามองให้ดี HR ทำงานกับคนทุกวัน ทั้ง Candidate ที่ต้องโน้มน้าวให้มาร่วมงาน พนักงานที่ต้องดูแลความสัมพันธ์ ผู้บริหารที่ต้องสื่อสารด้วย และ Vendor ที่ต้องบริหารจัดการ</p>
<p>Networking จึงเป็นส่วนขยายของสิ่งที่ HR ทำอยู่แล้ว เพียงแต่ขยายออกไปนอกกำแพงองค์กร</p>
<h3>4.รู้สึกว่าไปแล้วเสียเวลาเปล่า</h3>
<p>อุปสรรคนี้มักมาจากประสบการณ์ที่เคยไปงาน Networking แล้วไม่ได้อะไรกลับมา ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ก่อน ไม่รู้ว่าอยากได้อะไร เลยรู้สึกว่า 2 ชั่วโมงที่ผ่านไปไม่มีค่า</p>
<p>Networking ที่ไม่มีทิศทางก็เหมือนเดินช็อปปิ้งโดยไม่รู้ว่าจะซื้ออะไร บางครั้งอาจกลับมาพร้อมกับซื้อของที่ไม่จำเป็น เกิดเป็นความรู้สึกว่าเสียเงินเปล่า แต่ถ้าเราเตรียมมาดี รู้ว่าอยากเจอใครและอยากได้อะไร ความรู้สึกนั้นจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ</p>
<h2>HR อยาก Networking ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มางาน Event ของ HREX ได้เลย</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49503" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-4-scaled.webp" alt="HR Networking" width="600" height="338" title="HR Networking ต้องทำยังไง ? วิธีสร้าง Connection ให้ได้ผลจริงในงาน Event และชีวิตการทำงาน 572" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-4-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-4-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-4-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-4-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-4-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HR-Networking-4-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ถ้าอ่านบทความนี้แล้วทำให้ HR ทุกท่านเริ่มอยากลองออกไปเปิดโลกกว้าง แต่ยังไม่รู้จะเริ่มจากงานไหน สามารถมางาน Event ที่ HREX จัดขึ้นได้เลย</p>
<p>ตามปกติแล้ว HREX จัดงานรวมตัว HR แบบออฟไลน์อย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง นำโดยการจัดงานล้อมวงเสวนาระหว่างผู้นำ HR ชื่องานว่า Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forumเพื่อให้ HR เพื่อให้ผู้นำองค์กรได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้าง Connection กันแบบตัวต่อตัว</p>
<p>และในวันที่ 2 กันยายนที่จะถึงนี้ HREX จะร่วมกับ Future Trends จัดงาน <a href="https://th.hrnote.asia/news/worktech-expo-2026-251211/">WorkTech Expo 2026: Human Forward</a> คราวนี้เป็นงานมหกรรมใหญ่ที่รวม HR, ผู้บริหาร และทีม Transformation ไว้ในที่เดียว เพื่อเชื่อม “People + Technology” ให้เกิด Impact ทางธุรกิจอย่างแท้จริง</p>
<p>แต่สำหรับคนที่อยากติดตามความรู้และมุมมองใหม่ ๆ ในวงการ HR แล้วอยู่ไกล ไม่สามารถเดินทางมาได้จริง ๆ HREX ยังจัดงาน Webinar เสวนาออนไลน์ในทุกเดือน ซึ่งสามารถเลือกเข้าฟังตามหัวข้อที่สนใจได้เลย</p>
<p>เพราะ HREX จะจัดงานดี ๆ ตลอดปีแน่นอน อย่าลืมติดตามข่าวสารจาก HREX อย่างใกล้ชิดกันนะ</p>
<h2>สรุป</h2>
<p>HR Networking ไม่ใช่ทักษะเสริมที่มีก็ดีไม่มีก็ได้ แต่มันคือส่วนหนึ่งของการทำงาน HR ให้ครบมิติ เพราะงาน HR คืองานที่ต้องพึ่งพาคนตลอดเวลา และในระยะยาว ขีดความสามารถของ HR ไม่ได้วัดแค่ที่ทักษะในมือ แต่วัดที่ว่ารู้จักคนที่ใช่ได้มากแค่ไหนด้วย</p>
<p>ทักษะ Networking ไม่ได้ต้องการคนที่พูดเก่งหรือชอบเข้าสังคมเท่านั้น แต่ต้องการคนที่รู้จักตัวเอง เตรียมตัวมาดี และสนใจคนอื่นอย่างจริงใจ สิ่งเหล่านี้ฝึกได้ทั้งนั้น และยิ่งฝึกก็ยิ่งเป็นธรรมชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ</p>
<p>อย่าลืมว่าในโลกการทำงาน เราไม่ได้ทำงานตัวคนเดียว การมีหรือรู้จัก Connection ที่ดี แม้เพียงแค่ 10 คนก็มีค่ากว่าการมีนามบัตรพันใบ และทุก Connection ที่ดีล้วนเริ่มต้นจากบทสนทนาเดียว ขอแค่กล้าเริ่มก่อนเท่านั้นเป็นพอ</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources:</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื้อหาจากคอร์สเรียน Real Life Influencer โดยเจ &#8211; กฤต บัวประเสริฐ CEO ของ Social Success </span></p>
<p><a href="https://folksrh.com/en/blog/hr-networking/" target="_blank" rel="noopener">Folksrh</a></p>
<p><a href="https://www.reed.com/learning/article/hr-networking:-developing-authentic-relationships" target="_blank" rel="noopener">Reed</a></p>
<p><a href="https://www.linkedin.com/pulse/why-its-important-hr-build-network-sweta-singh-rihkc/" target="_blank" rel="noopener">Linkedin</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/tips/hr-networking-260403/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน People Performance Conference 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-performance-conference-2026-260401/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-performance-conference-2026-260401/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Apr 2026 12:23:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Creative Talk]]></category>
		<category><![CDATA[PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49471</guid>

					<description><![CDATA[ปี 2026 อาจเป็นช่วงเวลาที่แค่ทำงานให้เก่งอย่างเดียวไม่พอแล้ว หลายองค์กรเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า คนทำงานควรใช้ชีวิตอย่างไรให้ไปต่อได้โดยไม่หมดแรงกลางทาง แนวคิด Work Life Intelligence จึงถูกพูดถึงมากขึ้นการออกแบบชีวิตและการทำงานให้ส่งเสริมกันอย่างมีจังหวะ รู้ว่าเมื่อไรควรเร่ง เมื่อไรควรถอย และใช้พลังงานของตัวเองอย่างมีความหมาย และนี่คือ Theme หลักของงาน Creative Talk: People Performance Conference 2026 งานที่เปิดโอกาสให้ HR ผู้บริหาร ผู้นำ และเจ้าของกิจการได้มาหาวิธีอยู่กับความซับซ้อนของสถานการณ์โลกให้ได้โดยไม่หลงทาง และยังชวนให้เรากลับมาคิดใหม่ว่า เราจะทำงานและใช้ชีวิตอย่างฉลาดพอได้อย่างไรในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วขนาดนี้ หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้วในบทความนี้ PEOPLE PERFORMANCE TRENDS 2026 “งาน กับ ชีวิต ไม่สามารถแยกจากกันได้อีกต่อไป ปี 2026 คือช่วงเวลาที่เราต้องกลับมาจัดการชีวิตไปพร้อมกับทำงานให้สำเร็จ” คุณ สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม Founder &#38; CEO จาก Creative Talk อธิบายว่า คนที่มารวมตัวกันในงานวันนี้ล้วนเป็นคนที่ต้องขับเคลื่อนทั้งตัวเองและองค์กรให้เดินต่อไปได้ แต่ความจริงหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49475" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140245.675.webp" alt="People Performance Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน People Performance Conference 2026 580" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140245.675.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140245.675-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ปี 2026 อาจเป็นช่วงเวลาที่แค่ทำงานให้เก่งอย่างเดียวไม่พอแล้ว หลายองค์กรเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า คนทำงานควรใช้ชีวิตอย่างไรให้ไปต่อได้โดยไม่หมดแรงกลางทาง แนวคิด Work Life Intelligence จึงถูกพูดถึงมากขึ้นการออกแบบชีวิตและการทำงานให้ส่งเสริมกันอย่างมีจังหวะ รู้ว่าเมื่อไรควรเร่ง เมื่อไรควรถอย และใช้พลังงานของตัวเองอย่างมีความหมาย</p>
<p>และนี่คือ Theme หลักของงาน <strong>Creative Talk: People Performance Conference 2026</strong> งานที่เปิดโอกาสให้ HR ผู้บริหาร ผู้นำ และเจ้าของกิจการได้มาหาวิธีอยู่กับความซับซ้อนของสถานการณ์โลกให้ได้โดยไม่หลงทาง และยังชวนให้เรากลับมาคิดใหม่ว่า เราจะทำงานและใช้ชีวิตอย่างฉลาดพอได้อย่างไรในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วขนาดนี้</p>
<p>หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้วในบทความนี้</p>

<h2>PEOPLE PERFORMANCE TRENDS 2026</h2>
<p><em>“งาน กับ ชีวิต ไม่สามารถแยกจากกันได้อีกต่อไป ปี 2026 คือช่วงเวลาที่เราต้องกลับมาจัดการชีวิตไปพร้อมกับทำงานให้สำเร็จ”</em></p>
<p>คุณ <strong>สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม Founder &amp; CEO จาก Creative Talk</strong> อธิบายว่า คนที่มารวมตัวกันในงานวันนี้ล้วนเป็นคนที่ต้องขับเคลื่อนทั้งตัวเองและองค์กรให้เดินต่อไปได้ แต่ความจริงหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ชีวิตของเราไม่ได้มีแค่เรื่องงานอย่างเดียว หลายคนเริ่มตั้งคำถามกับคุณภาพชีวิตของตัวเองมากขึ้น และบางครั้งชีวิตที่ดี ก็สำคัญไม่แพ้งานที่ดี ทำให้ในยุคต่อมา การมี Work-Life Balance กลายเป็นทางออก</p>
<p>แต่สถานการณ์ผ่านไป การพยายามหาสมดุลระหว่าง 2 อย่างนี้ก็ทำได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะทำให้ทุกอย่างลงตัว แนวคิดที่เขาอยากนำเสนอและยกระดับไปอีกขั้นจึงเป็นแนวคิด Work Life Intelligence การมองว่างานกับชีวิตเป็นเรื่องเดียวกัน หรือ Work-Life งานที่ไม่บั่นทอนเรา ทำให้เรากลับบ้านไปอย่างมีพลัง แต่ขณะเดียวกัน ชีวิตที่ดีพอก็ส่งแรงกลับมาที่คุณภาพของงานเช่นกัน</p>
<p>เทคโนโลยีอย่าง AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราเริ่มใช้มันช่วยคิด ช่วยทำ และบางครั้งก็ช่วยตัดสินใจ คำถามที่ถูกโยนกลับมาจึงไม่ใช่ว่าเราจะใช้ AI หรือไม่ แต่เขายังตั้งคำถามอีกว่า เมื่อเราใช้มันแล้ว เราเก่งขึ้นจริงไหม ? เพราะภาพที่เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือ คนกลุ่มหนึ่งจะเติบโตจากเครื่องมือนี้ ขณะที่อีกกลุ่มกำลังถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ความสะดวกที่ได้มา จึงแลกกับแรงกดดันรูปแบบใหม่โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเขาหวังว่าการมางานนี้จะช่วยให้ HR ผู้บริหาร และเจ้าของกิจการได้พบกับคำตอบที่กำลังมองหาอยู่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49476" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140316.403.webp" alt="People Performance Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน People Performance Conference 2026 581" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140316.403.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140316.403-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ด้านคุณ <a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/qgen-hr-consult-240923/"><strong>อภิชาติ ขันธวิธิ CEO ของ QGEN</strong></a> ช่วยเติมมุมมองของคุณสิทธิพงศ์ว่า จากการทำงานกับองค์กรจริง เขาพบคำที่อธิบายสถานการณ์ตอนนี้ได้ดี นั่นคือ Paradox หรือ “ความย้อนแย้ง” ซึ่งในที่นี้หมายถึง องค์กรต้องการผลลัพธ์ ต้องการความเร็ว ต้องแข่งขันให้ชนะ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลคน ต้องใส่ใจสภาพจิตใจ ต้องสร้างที่ทำงานที่ไม่ทำร้ายใครไปพร้อมกัน</p>
<p>ความคาดหวัง 2 ด้านนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน และไม่มีทางเลือกให้ตัดสินใจง่าย ๆ เจ้าของธุรกิจเองก็อยากดูแลคนให้ดีที่สุด แต่ข้อจำกัดรอบด้านก็ทำให้ไปได้ไม่สุด ความเหนื่อยจึงไม่ได้มาจากงานอย่างเดียว แต่มาจากการต้องอยู่กับความขัดแย้งนี้ตลอดเวลา</p>
<p>ทางออกที่ควรเป็นจึงไม่ใช่การพยายามหาจุดกึ่งกลาง เพราะบางเรื่องไม่มีตรงกลางให้ยืน สิ่งที่ทำได้คือเปลี่ยนวิธีคิด เลิกมองว่าเราต้องเลือกฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แล้วหันมาออกแบบวิธีทำงานที่รองรับทั้ง 2 ด้านไปพร้อมกัน ตัดสินใจให้เร็วขึ้น ปรับตัวให้ไวขึ้น และสร้างระบบที่ช่วยให้คนทำงานตัดสินใจได้ดีโดยไม่ต้องรอคำสั่ง</p>
<p><em>“องค์กรที่ไปต่อได้ ไม่ใช่องค์กรที่มีคำตอบชัดที่สุด แต่เป็นองค์กรที่ปรับตัว เข้าหาและอยู่กับคำถามที่ไม่มีคำตอบได้ที่สุดต่างหาก”</em></p>
<h2>LEADING IN THE ERA OF AI</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49477" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140327.205.webp" alt="People Performance Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน People Performance Conference 2026 582" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140327.205.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140327.205-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คำถามที่หลายองค์กรยังหาคำตอบไม่เจอคือ ทำอย่างไรให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานจริง ไม่ใช่แค่โปรเจ็กต์ทดลองบนกระดาษ<br />
เพื่อตอบคำถามนี้ คุณ <strong>อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา Founding Partner จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA">Slingshot Group</a></strong> ชวนย้อนดูผลสำรวจที่รวบรวมมาจากสถาบันที่น่าเชื่อถือหลายแห่งว่า มี 88% ขององค์กรพยายามเอา AI มาใช้ แต่ 33% ใช้อย่างจริงจังเท่านั้นในองค์กร</p>
<p>ขณะเดียวกัน มีมากกว่า 70% ของ Pilot Project ในองค์กรที่ล้มเหลว มากไปกว่านั้น มีผู้บริหาร 74% ที่รู้สึกว่าการเอา AI มาช่วยงานกลับไม่สามารถวัด ROI ได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากมองลึกลงไปจะพบว่าเส้นทางการเปลี่ยนผ่านขององค์กรจำนวนมากเริ่มจากธุรกิจ ไปสู่ดิจิทัล และค่อยขยับมาที่คน ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่มักไม่เปลี่ยนตาม นั่นคือวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่เริ่มต้นจากคนเป็นผู้นำ พอผู้นำไม่ยอมเปลี่ยนวัฒนธรรม วิธีคิด วิธีทำงาน และการตัดสินใจย่อมไม่ต่างจากเดิม นำมาซึ่งผลลัพธ์เดิม ๆ ทำให้การนำเครื่องมือใหม่เข้ามาจึงไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างได้</p>
<p><strong>การจะแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง จึงควรเป็นการแก้ที่ผู้นำ เพราะวัฒนธรรมจะขยับได้ก็ต่อเมื่อคนที่นำองค์กรเปลี่ยนวิธีคิดก่อน</strong></p>
<p>ผู้นำที่จะพาองค์กรไปต่อได้ต้องเริ่มจากการปรับมุมมองต่อ AI ให้ชัด มองมันเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร ไม่ใช่งานของฝ่ายเทคโนโลยีเพียงทีมเดียว การตัดสินใจต้องอิงข้อมูลมากขึ้น และต้องกล้าเริ่มต้นโดยที่ยังไม่สมบูรณ์ เพราะการรอให้ทุกอย่างพร้อมมักทำให้ช้าเกินไป หลายองค์กรที่เดินหน้าได้เร็ว เลือกลงมือทำก่อน แล้วค่อยเรียนรู้และปรับให้ดีขึ้นระหว่างทาง วิธีคิดแบบนี้ต้องเริ่มจากผู้นำ และส่งต่อไปยังทีมงานผ่านการลงมือทำจริง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แค่เปลี่ยนมายด์เซ็ตอย่างเดียวไม่พอ หลายองค์กรนำเครื่องมือเข้ามาโดยยังขาดความชัดเจนว่า จะเอามาใช้แก้ปัญหาอะไร สุดท้ายจึงไม่ได้สร้างคุณค่าเท่าที่คิด สิ่งที่ควรทำคือการใช้ AI อย่างมีเป้าหมาย ผู้นำต้องลงมือใช้เอง เพื่อเข้าใจข้อจำกัดและศักยภาพ ไม่ใช่เพียงสั่งให้ทีมงานลองใช้เท่านั้น</p>
<p>อีกประเด็นที่คุณอภิวุฒิชูขึ้นมาคือการเร่งวัดผลเกินไป คาดหวังผลลัพธ์เร็วเกินไป แล้วก็เร่งหยุดโครงการ ทั้งที่บางสิ่งต้องใช้เวลาในการสร้างผลลัพธ์ระยะยาว</p>
<p>ดังนั้นหากต้องการผลักดันให้องค์กรเอา AI มาสร้างการเติบโตได้ผลจริง ๆ ต้องเริ่มจากการใช้งานแบบต่างคนต่างทำ ขยับไปสู่การใช้งานร่วมกันในทีม จากนั้นจึงเริ่มเชื่อมโยงข้ามหน่วยงาน และพัฒนาไปสู่การใช้งานทั้งองค์กรอย่างเป็นระบบ</p>
<p><em>“เราต้องรู้สถานการณ์ของตัวเองในวันนี้ก่อน เพื่อจะได้ตั้งเป้าหมายแล้วเดินไปได้ถูกทาง และไม่หลงทางกับเครื่องมือที่มีให้เลือกมากมายแต่อาจไม่ตอบโจทย์เราจริง ๆ”</em></p>
<p><em>“สิ่งที่เราควรทำ คือเริ่มจากปัญหาก่อน แล้วค่อยเลือก AI งานไหนที่กินเวลามากที่สุด จุดไหนที่เป็นคอขวดของทีม สิ่งเหล่านี้ควรถูกหยิบขึ้นมาตั้งคำถามก่อนเสมอ พร้อมกันนั้น องค์กรต้องใส่ใจคุณภาพของข้อมูล เพราะข้อมูลที่ไม่ดีจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ผิดพลาด ต้องมีคนที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและบริบทของงานอยู่ในกระบวนการ และต้องมีระบบกำกับดูแลที่ชัดเจน”</em></p>
<p><em>“สุดท้ายแล้ว AI อาจช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น แต่คุณภาพและความถูกต้องยังต้องอาศัยการตัดสินใจของมนุษย์อยู่เสมอ”</em> Founding Partner จาก Slingshot Group ทิ้งท้าย</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47862" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 72" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>PEOPLE X TECHNOLOGY WITH CHALLENGES ON HR PRACTICES</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49478" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140335.124.webp" alt="People Performance Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน People Performance Conference 2026 583" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140335.124.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140335.124-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หากใครเคยฟังบรรยายของคุณ <strong><a href="https://th.hrnote.asia/story/ais-hr-asia-best-companies-to-work-for-250514/">กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กรจาก AIS</a></strong> มาก่อนน่าจะคุ้นเคยดีว่า เธอเป็นคนที่พูดตรง ไม่อ้อมค้อม และบนเวทีนี้ เธอก็พูดในสิ่งที่หลายคนอาจจะไม่ค่อยชอบ แต่ก็ปฏิเสธไมไ่ด้ว่ามันคือเรื่องจริงนั่นคือ</p>
<p><em>“AI จะมาแทนคนโง่”</em></p>
<p>ก่อนจะมาถึงตรงนี้ เธอเล่าย้อนก่อนว่าประสบการณ์ทำงานบริหารคนในช่วงโควิด-19 ทำให้วิธีคิดเรื่องการบริหารคนของเธอ และคนจำนวนมากเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ยุคนี้ทำให้เทคโนโลยีเปิดทางให้ผู้คนหันมาใช้เทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานอย่างแพร่หลาย การทำงานไม่จำกัดอยู่แค่ในออฟฟิศอีกต่อไป และทำให้เราพยายามหาว่าจะใช้มันอย่างไรให้คนทำงานได้ดีขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ทำงานเร็วขึ้น</p>
<p>สิ่งที่เธอสะท้อนออกมาน่าสนใจ เพราะหลายองค์กรกำลังใช้ AI แบบกลับด้าน หมายความว่างานที่ควรปล่อยให้ AI จัดการอย่างงานรูทีน กลับยังใช้คนทำ ขณะที่งานที่ต้องคิด วิเคราะห์ หรือตีความ กลับโยนให้ AI คิดแทน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่การเพิ่มศักยภาพคนทำงาน แต่กลายเป็นการเปิดทางให้ AI เข้ามาแทนที่คนกลุ่มเดิมโดยตรง เธอพูดตรง ๆ ว่า AI จะเข้ามาแทนคนกลุ่มนี้ที่ไม่พัฒนา ซึ่ง HR จำนวนมากสุ่มเสี่ยงทีเดียว</p>
<p>ดังนั้น ทางรอดจึงไม่ใช่การพยายามแข่งขันกับ AI แต่เราต้องใช้ AI ให้ถูกตั้งแต่แรก ด้วยการปล่อยให้มันจัดการงานซ้ำ ๆ แล้วขยับตัวเองไปทำงานที่ต้องใช้การคิด การตีความ และการต่อยอดจากข้อมูลที่มีอยู่ เพิ่มความสามารถในการตั้งคำถาม ซึ่งเชื่อมโยงกับการป้อนคำสั่ง AI อย่างเลี่ยงไม่ได้</p>
<p><em>“การ Prompt กลายเป็นทักษะสำคัญ เพราะคำถามที่ดีจะนำไปสู่คำตอบที่มีคุณภาพ หากถามไม่ชัด คำตอบที่ได้ก็ยากจะนำไปใช้ต่อให้เกิดประโยชน์ Garbage In, Garbage Out”</em></p>
<p>บทบาทของผู้นำก็ต้องเปลี่ยนไปพร้อมกัน ภาพของผู้นำที่ต้องรู้ทุกเรื่องและเก่งที่สุดในห้องอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป สิ่งที่สำคัญกว่าคือการรู้ว่าตัวเองขาดอะไร และดึงคนที่มีความสามารถเข้ามาเติมเต็มทีม ผู้นำที่ดีต้องช่วยให้ทีมเติบโตไปข้างหน้า เปิดพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง และยอมรับว่าความคิดของตัวเองอาจไม่ถูกเสมอ การสร้างทีมที่หลากหลายทางความคิดจึงกลายเป็นข้อได้เปรียบ มากกว่าการหาคนที่คิดเหมือนตัวเอง</p>
<p>อีกด้านหนึ่ง องค์กรก็<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/lean-management-210621/">กำลัง Lean ตัวเอง</a>ขึ้นในระดับ Super Lean คนที่อยู่รอดได้ต้องทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่ใช้เครื่องมือเป็น แต่ต้องรู้ว่าจะใช้มันตอนไหน และใช้เพื่ออะไร สิ่งที่แยกคนออกจากกันอาจไม่ใช่ตำแหน่งหรือประสบการณ์ แต่เป็นความสามารถในการเรียนรู้ และการใช้เทคโนโลยีให้ขยายศักยภาพของตัวเองนั่นเอง</p>
<h2>UNLOCKING ENERGY AT WORK: ENERGIZING POTENTIAL FORWARD</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49479" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140346.046.webp" alt="People Performance Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน People Performance Conference 2026 584" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140346.046.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140346.046-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ความต้องการของคนทำงานวันนี้ พวกเขาอยากใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย อยากภูมิใจกับสิ่งที่ทำ แต่ความกดดันรอบด้านกลับดึงเราไปอีกทาง เมื่องานมากขึ้น ความคาดหวังสูงขึ้น ทำให้เราแทบไม่มีพื้นที่ให้หยุดคิดว่าเรากำลังทำสิ่งต่าง ๆ ไปเพื่ออะไร จนเหนื่อยและหมดไฟไปเอง</p>
<p>คุณ <strong>ประกรรษ์ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการสายงานทรัพยากรบุคคลและธุรการ <a href="https://www.tcp.com/th/home" target="_blank" rel="noopener">กลุ่มธุรกิจ TCP</a></strong> ยอมรับว่า ความสมดุลในชีวิตและการทำงานกลายเป็นสิ่งที่จับต้องยากขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจุดที่เรียกว่าพอดีอยู่ตรงไหน สุดท้ายหลายองค์กรและคนทำงานจึงพยายามปลดแอกด้วยแนวคิด Work-Life Integration หรือการผสานงานกับชีวิตเข้าด้วยกันอย่างแยกไม่ออก ซึ่งแม้จะทำให้มีอิสระมากขึ้น แต่ก็นำมาซึ่งความยุ่งเหยิงในอีกแบบหนึ่ง บางคนทำงานทั้งวัน บางคนทำงานทั้งคืน และหลายคนทำต่อเนื่องจนแทบไม่มีจังหวะพัก</p>
<p>แทนที่จะยึดติดกับเวลา คุณประกรรษ์ชวนคิดว่าเราควรหาวิธีควบคุมพลังงานในชีวิตมากกว่า เขาเปรียบเปรยว่า การพยายามรักษาสมดุลในงานและชีวิตเหมือนการตีลูกเทนนิสให้ได้นานที่สุด ซึ่งต้องแลกมากับการฝืนและเกร็งร่างกายอยู่ตลอด แต่<strong>ถ้าเราเปลี่ยนวิธีเล่น โอนถ่ายพลังงานแบบใหม่ ด้วยการเล่นอย่างเข้าใจจังหวะ รู้ว่าเมื่อไรควรเร่ง เมื่อไรควรผ่อน หากเรารู้จักจังหวะของตัวเอง เราจะใช้พลังงานไปกับการทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหนื่อยน้อยลง และยังรู้สึกดีกับสิ่งที่ทำ</strong></p>
<p>แนวคิดนี้ถูกนำไปใช้จริงผ่านการออกแบบพลังงานใน 3 ระดับ คือ</p>
<ol>
<li><strong>Design Self</strong> เริ่มจากตัวเองที่ต้องหาความหมายของงานให้เจอ เห็นภาพว่าความสำเร็จเชื่อมโยงกับตัวเราอย่างไร</li>
<li><strong>Design Team</strong> ออกแบบทีมที่ช่วยกันประคองจังหวะของกันและกัน เมื่อมีใครบางคนพลังตก คนอื่น ๆ ต้องพร้อมดึงกันและกันขึ้นมา เพื่อให้เดินไปสู่เป้าหมายเดียวกัน</li>
<li><strong>Design Environment</strong> องค์กรต้องสร้างระบบที่เอื้อต่อการเติบโต มีทั้งแรงจูงใจ เครื่องมือ และโอกาสในการพัฒนาทักษะ เพื่อให้คนทำงานก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม</li>
</ol>
<p>ประเด็นเรื่อง AI นี้เอง คุณประกรรษ์ อธิบายต่อว่า ที่ TCP ลงทุนพัฒนาคนให้ทำงานร่วมกับ AI อย่างจริงจัง มองมันเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยคิด ช่วยวางแผน และช่วยตัดสินใจในหลายมิติ สิ่งสำคัญอยู่ที่การเริ่มจากการออกแบบทั้งกระบวนการโดยมีคนเป็นศูนย์กลาง แล้วเอา AI มาเป็นส่วนเสริม AI จะช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น และมีเวลาไปใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการมากขึ้น</p>
<p><em>“พลังในการทำงานไม่ได้มาจากการฝืนตัวเองให้อยู่ในกรอบใดกรอบหนึ่ง แต่อยู่ที่การรู้จักออกแบบจังหวะชีวิตให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน”</em> ผู้อำนวยการสายงานทรัพยากรบุคคลและธุรการ กลุ่มธุรกิจ TCP ทิ้งท้าย</p>
<h2>CONFIDENT GAP: AI เปลี่ยนคนเก่งที่ไม่กล้าพูดให้ขับเคลื่อนธุรกิจได้</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49480" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T145636.127.webp" alt="People Performance Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน People Performance Conference 2026 585" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T145636.127.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T145636.127-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-agentic-ai-english-training-260326/">โชติจิณณ์ วีระเสรีวัฒนะ</a> Director of Business Development จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/152">ELSA Thailand</a></strong> เปิดเวทีด้วยการเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในหลายที่บนโลก เมื่อคนที่มีความรู้ มีความสามารถ มีประสบการณ์ไม่น้อยไม่ได้รับการโปรโมท ไม่ได้รับการมองเห็นมากเท่าที่คิด เมื่อเทียบกับคนรุ่นใหม่</p>
<p>สิ่งที่มันทำให้พวกเขาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เป็นเพราะเขาไม่สามารถสื่อสารในเรื่องต่าง ๆ ด้วยความมั่นใจได้ ลองคิดภาพดูว่าหากวันนี้เราต้องขึ้นมาบนเวที เพื่อบรรยายเรื่องอะไรสักอย่างโดยไม่ได้เตรียมตัว มีกี่คนกันที่จะสื่อสาร ที่จะบรรยายได้อย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ นั่นทำให้ไม่แปลกหากมีคนที่สื่อสารได้ดีจะได้รับสปอตไลท์ไปมากกว่า</p>
<p>เขาเชื่อมโยงเรื่องดังกล่าวเขาถึงประเด็นทักษะภาษาอังกฤษเอง ว่าสิ่งนี้สำคัญมากไม่แพ้กัน เพราะบ่อยครั้ง การสื่อสารภาษาอังกฤษให้ดี ด้วยความมั่นใจ คนที่สื่อสารได้ดีคือทักษะที่จะทำให้ได้รับการมองเห็น ได้เติบโต แต่ทุกวันนี้พอพูดไม่เป็น สื่อสารไม่ได้ ใน Resume สมัครงานไม่ได้ระบุถึงทักษะนี้ ก็ทำให้ Career Path ของเราหยุดชะงัก กลายเป็นคนทำงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานทันที</p>
<p>ปัญหานี้ยิ่งชัดเมื่อระบบการเรียนรู้ในองค์กรยังไม่ช่วยให้คนอยากเรียนหรือกล้านำไปใช้ หลายคนจึงต้องหาทางพัฒนาตัวเองนอกระบบ ด้วยวิธีที่ใกล้ตัวมากกว่า</p>
<p>ทางออกที่ควรจะเป็นไม่ใช่การเพิ่มคอร์สเรียนแบบเดิม ๆ ที่เน้นการเรียนภาษาในห้องเรียน โดยมีครูผู้สอนเพียง 1 คน ท่ามกลางผู้เรียนหลายสิบชีวิต แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีเรียนให้ใกล้กับการใช้งานจริงมากขึ้น จากการนั่งฟังครูอธิบาย กลายเป็นการฝึกในสถานการณ์ที่ต้องใช้จริง ปรับระดับให้เหมาะกับแต่ละคน และเชื่อมโยงกับงานที่ทำอยู่ ยกระดับการเรียนภาษาเดิม ๆ แบบท่องจำ แล้ว<strong>เน้นที่แนวคิด Language Acquisition ที่ชูเรื่องการเรียนภาษาที่ได้ผล เกิดจากการคลุกคลีกับภาษานั้นในชีวิตประจำวันจริง ๆ ได้ฟัง ได้พูด ได้ลองผิดลองถูก โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความถูกต้องในทุกคำพูด</strong></p>
<p>ELSA นำ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญตรงจุดนี้ เพราะช่วยให้การฝึกฝนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ผู้เรียนสามารถลองพูด ลองใช้ภาษาในแบบของตัวเอง แล้วได้รับฟีดแบ็กทันทีโดยไม่ต้องรอครูหรือห้องเรียน การเรียนจึงไม่ถูกจำกัดด้วยเวลา และไม่ต้องกังวลว่าจะพูดผิดต่อหน้าคนอื่น เมื่อฝึกซ้ำมากพอ ความมั่นใจจะค่อย ๆ สร้างขึ้น และกลายเป็นทักษะที่ต่อยอดไปสู่โอกาสใหม่ในงานได้</p>
<p><strong>ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ความเก่งยังสำคัญต่อคนทำงานเสมอ แต่ความสามารถในการสื่อสารออกมาให้คนอื่นเห็น คือสิ่งที่ตัดสินว่าใครจะได้ก้าวไปข้างหน้ากว่ากัน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47978" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 182" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></p>
<h2>ออฟฟิศสมานฉันท์ ย้อนแย้ง แต่ยังยิ้มได้</h2>
<p>คุณ <strong><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/voice-of-hr-note-sarun-240802/">โน้ต &#8211; ศรัญ คุ้งบรรพต</a> นักร้อง, อาจารย์พิเศษด้าน HR และผู้บริหารด้าน HR จากสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง</strong> เชื่อว่าเราแทบทุกคนที่ทำงานล้วนต้องเจอกับความย้อนแย้งอยู่ตลอดเวลา บางเรื่องเรารู้ตัว บางเรื่องก็เกิดขึ้นจนชินโดยไม่ทันสังเกต เราอยากก้าวหน้า แต่อยากเหนื่อยน้อยลง อยากมีเวลาพัก แต่ก็กลัวงานไม่เดิน บางคนลาป่วย แต่กลับใช้เวลานั้นไปหางานใหม่ ความขัดแย้งเล็ก ๆ เหล่านี้สะสมอยู่ในชีวิตการทำงานของแทบทุกคน</p>
<p>เมื่อความย้อนแย้งกลายเป็นเรื่องปกติ คำถามคือเราจะอยู่กับมันแบบไหนให้ยังมีความสุขได้ เพื่อสร้าง “ออฟฟิศสมานฉันท์” สถานที่ที่เรายังยิ้มได้แม้จะมีเรื่องให้ต้องรับมืออยู่ตลอด</p>
<p>คุณศรัญเข้าใจดีว่า ชีวิตการทำงานของเราทุกวันนี้ไม่ได้เปิดทางให้เราหยุดนิ่งได้ง่าย ๆ ต่อให้เราอยากพัก โลกก็ยังเดินต่อ และความคาดหวังก็ยังเพิ่มขึ้น หากยืนอยู่เฉย ๆ ก็อาจกลายเป็นคนที่ตามไม่ทันโดยไม่รู้ตัว</p>
<p>ความตึงเครียดอีกด้านเกิดจากความคาดหวังที่สวนทางกัน องค์กรอยากได้ผลงานมากขึ้น แต่ข้อจำกัดทำให้ตอบแทนได้ไม่เต็มที่ ขณะที่พนักงานอยากเติบโต แต่อาจยังไม่พร้อมจะเปลี่ยนวิธีทำงาน ความไม่เข้าใจกันจึงค่อย ๆ กลายเป็นการตีตรา เกิดคำด้านลบอย่าง “มนุษย์ป้า” หรือ “เด็กเจนซี” มาใช้แทนความไม่พอใจของแต่ละฝ่าย ทั้งที่ลึกลงไปแล้ว แต่ละฝ่ายต่างก็มีเหตุผลและความกดดันของตัวเอง</p>
<p>จุดเริ่มต้นของการคลี่คลายอาจไม่ได้ซับซ้อนมากนัก เพียงลองสลับมุมมองกันบ้าง เช่น พนักงานลองคิดแบบคนที่ต้องบริหารองค์กร ส่วนผู้นำก็ลองมองผ่านสายตาของทีมว่าเขากำลังเจอกับอะไร เมื่อเราเข้าใจบริบทของกันและกัน ช่องว่างจะค่อย ๆ แคบลง การทำงานก็ไม่ใช่การยืนคนละฝั่งแล้วดึงกันไปมา แต่เป็นการหาทางเดินร่วมกันให้ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49481" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T145644.828.webp" alt="People Performance Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน People Performance Conference 2026 586" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T145644.828.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T145644.828-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>บทบาทขององค์กรตอนนี้จึงสำคัญมากที่ต้องสร้างบรรยากาศที่คนกล้าพูด กล้าคิด และรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า วัฒนธรรมที่เปิดกว้างไม่ได้เกิดจากคำประกาศบนกำแพง แต่เกิดจากพฤติกรรมจริงในแต่ละวัน หัวหน้าต้องทำหน้าที่เป็นสะพานที่เชื่อมทีมกับองค์กร ไม่ใช่ยืนอยู่นอกวงหรือควบคุมทุกอย่างจนทีมไม่กล้าตัดสินใจ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/230531-1-on-1-meeting/">การพูดคุยแบบ 1 on 1</a> ควรเป็นพื้นที่ที่คนรู้สึกปลอดภัย ได้พูดในสิ่งที่คิด และได้รับการสนับสนุนอย่างจริงใจ ไม่ใช่พื้นที่ให้หัวหน้าได้โชว์ของจนลืมถามความรู้สึกพนักงาน</p>
<p>ท้ายที่สุดแล้ว คุณศรัญย้ำว่า การจะสร้างออฟฟิศสมานฉันท์ได้ เกิดจากความเป็นมืออาชีพของทุกคน</p>
<p>ความเป็นมืออาชีพเริ่มจากเรื่องพื้นฐานที่สุดคือ ต้องมองเป้าหมายให้ชัด เลือกทุ่มแรงให้ถูกเรื่อง ใส่ใจกับคนที่ควรใส่ใจ และทำในสิ่งที่ถูกต้องไปทีละวัน ทั้งหัวหน้าและลูกทีมต่างมีหน้าที่ของตัวเอง และต่างก็เหนื่อยในแบบของตัวเองเหมือนกัน หากเรายังมองกันด้วยความเป็นมนุษย์ สวมหมวกของกันและกันบ้าง ออฟฟิศที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้งก็ยังเป็นที่ที่มีรอยยิ้มหลงเหลืออยู่ได้ แม้วันที่โลกภายนอกจะหนักหนาเพียงไหนก็ตาม</p>
<p><em>“ทุกคนคือมนุษย์ ที่ต่างมีศึกของตัวเอง ดังนั้น เรามาสมานฉันท์กันดีกว่า เติมความเป็นมนุษย์ สวมหมวกให้เห็นมุมมองของกันและกัน เพื่อให้รอยยิ้มยังอยู่ได้ ในวันที่โลกยิ้มยากเหลือเกิน”</em> คุณศรัญกล่าวพร้อมร้องเพลงให้กำลังใจคนทำงานทุกคนปิด Session</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-performance-conference-2026-260401/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ProFi เปลี่ยนวิธีหางานแบบเดิม ๆ เพียงฝาก Resume ออนไลน์ ก็ทำให้งานเข้าหาคุณแทน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/partner-content/profi-talent-marketplace-260327/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/partner-content/profi-talent-marketplace-260327/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Mar 2026 13:11:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Partner Content]]></category>
		<category><![CDATA[ProFi]]></category>
		<category><![CDATA[Talent Marketplace]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49433</guid>

					<description><![CDATA[เคยไหม สมัครงานไปกี่ครั้ง ก็ยังเงียบ ไม่มีใครตอบกลับ หรือได้รับอีเมลปฏิเสธแบบอัตโนมัติที่อ่านแล้วรู้เลยว่า HR ยังไม่ได้เปิดอ่าน Resume ของเราแน่ ๆ ถ้าเคยอยู่ในสถานการณ์นี้ แสดงว่าคุณกำลังเจอกับข้อจำกัดของระบบการหางานที่ขวางกั้นการค้นหาคนที่ใช่ เมื่อระบบการสมัครงานทุกวันนี้ใช้ระบบอัตโนมัติคัดคนออกโดยดูจากว่าใส่คีย์เวิร์ดอะไรลงใน Resume ทักษะเหล่านี้ไม่ได้บอกเลยว่าคนที่ได้รับเลือก ถือเป็นคนที่เก่งและเหมาะสมที่สุด ยิ่งตลาดแรงงานแข่งขันสูงขึ้น โอกาสที่คนเก่งงานแต่ไม่เก่งทำ Resume จะหายไปในกองใบสมัครก็ยิ่งมากขึ้น นั่นทำให้ ProFi: Talent Marketplace ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอีกตัวเลือกให้คุณไม่ต้องพึ่งการสมัครงานเพียงอย่างเดียว แต่ทำให้งานวิ่งเข้าหาคุณแทน สมัครงานแล้วเงียบ เพราะอะไร ? เปิดข้อจำกัดของระบบหางานที่คุณอาจไม่รู้ รู้หรือไม่ว่าโพสต์รับสมัครงานหนึ่งตำแหน่งในบริษัทขนาดกลางถึงใหญ่ โดยเฉลี่ยจะได้รับใบสมัครหลายร้อยถึงหลายพันรายการ ฝ่าย HR ที่มีเวลาจำกัดจึงต้องพึ่งพาระบบ ATS (Applicant Tracking System) ช่วยคัดกรองแบบอัตโนมัติก่อนที่มนุษย์คนไหนจะได้อ่าน ระบบ ATS ทำงานง่ายๆ คือมองหาคีย์เวิร์ดที่บริษัทกำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น ชื่อตำแหน่งอย่าง &#8220;Project Manager&#8221; หรือ &#8220;Data Analyst&#8221; ทักษะเฉพาะทางอย่าง &#8220;Python&#8221; หรือ &#8220;Excel&#8221; [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49444" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-27-104308.webp" alt="ProFi-Talent-Marketplace-HREX" width="1056" height="648" title="ProFi เปลี่ยนวิธีหางานแบบเดิม ๆ เพียงฝาก Resume ออนไลน์ ก็ทำให้งานเข้าหาคุณแทน 594" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-27-104308.webp 1056w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-27-104308-300x184.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-27-104308-1024x628.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-27-104308-768x471.webp 768w" sizes="(max-width: 1056px) 100vw, 1056px" /></p>
<p>เคยไหม สมัครงานไปกี่ครั้ง ก็ยังเงียบ ไม่มีใครตอบกลับ หรือได้รับอีเมลปฏิเสธแบบอัตโนมัติที่อ่านแล้วรู้เลยว่า HR ยังไม่ได้เปิดอ่าน Resume ของเราแน่ ๆ</p>
<p>ถ้าเคยอยู่ในสถานการณ์นี้ แสดงว่าคุณกำลังเจอกับข้อจำกัดของระบบการหางานที่ขวางกั้นการค้นหาคนที่ใช่ เมื่อระบบการสมัครงานทุกวันนี้ใช้ระบบอัตโนมัติคัดคนออกโดยดูจากว่าใส่คีย์เวิร์ดอะไรลงใน Resume ทักษะเหล่านี้ไม่ได้บอกเลยว่าคนที่ได้รับเลือก ถือเป็นคนที่เก่งและเหมาะสมที่สุด</p>
<p>ยิ่งตลาดแรงงานแข่งขันสูงขึ้น โอกาสที่คนเก่งงานแต่ไม่เก่งทำ Resume จะหายไปในกองใบสมัครก็ยิ่งมากขึ้น นั่นทำให้ <a href="https://pro-fi.co/?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener">ProFi: Talent Marketplace</a> ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอีกตัวเลือกให้คุณไม่ต้องพึ่งการสมัครงานเพียงอย่างเดียว แต่ทำให้งานวิ่งเข้าหาคุณแทน</p>

<h2>สมัครงานแล้วเงียบ เพราะอะไร ? เปิดข้อจำกัดของระบบหางานที่คุณอาจไม่รู้</h2>
<p>รู้หรือไม่ว่าโพสต์รับสมัครงานหนึ่งตำแหน่งในบริษัทขนาดกลางถึงใหญ่ โดยเฉลี่ยจะได้รับใบสมัครหลายร้อยถึงหลายพันรายการ ฝ่าย HR ที่มีเวลาจำกัดจึงต้องพึ่งพา<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/ats-applicant-tracking-system-240529/">ระบบ ATS (Applicant Tracking System)</a> ช่วยคัดกรองแบบอัตโนมัติก่อนที่มนุษย์คนไหนจะได้อ่าน</p>
<p>ระบบ ATS ทำงานง่ายๆ คือมองหาคีย์เวิร์ดที่บริษัทกำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น ชื่อตำแหน่งอย่าง &#8220;Project Manager&#8221; หรือ &#8220;Data Analyst&#8221; ทักษะเฉพาะทางอย่าง &#8220;Python&#8221; หรือ &#8220;Excel&#8221; แม้แต่ระดับการศึกษาอย่าง &#8220;ปริญญาตรี&#8221; หรือ &#8220;Master&#8217;s Degree&#8221; ถ้า Resume ของคุณไม่มีคำเหล่านั้น ระบบจะคัดออกทันที ไม่ว่าประสบการณ์จริงจะดีแค่ไหนก็ตาม</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น เว็บหางานหลายแห่งยังเต็มไปด้วยประกาศงานที่หมดอายุแล้ว หรือตำแหน่งที่บรรจุคนไปแล้วแต่ยังไม่ได้ลบออก คนที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงทำ Resume จึงอาจกำลังเสียเวลาไปกับตำแหน่งที่ไม่มีอยู่จริงตั้งแต่แรก</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46233" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-24.webp" alt="เรซูเม่ คืออะไร ? (Resume) HR คัดเลือกเรซูเม่อย่างไรใน 7 วินาที " width="600" height="370" title="ProFi เปลี่ยนวิธีหางานแบบเดิม ๆ เพียงฝาก Resume ออนไลน์ ก็ทำให้งานเข้าหาคุณแทน 595" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-24.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-24-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/7-seconds-resume/">HR คัดเลือกเรซูเม่ (Resume) อย่างไรใน 7 วินาที พร้อมตัวอย่างที่ดี</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>ทำไมคนทำงานยุคนี้ถึงไม่ได้อยากหางานใหม่ แต่แค่อยากเปิดโอกาส ?</h2>
<p>จากข้อมูลของ <a href="https://www.surveymonkey.com/curiosity/side-hustle-statistics/" target="_blank" rel="noopener">SurveyMonkey (2025)</a> พบว่าพฤติกรรมของคนทำงานเปลี่ยนไปมากช่วงไม่กี่ปีมานี้ โดยคนทำงานในสหรัฐอเมริกาถึง 72% มีงานเสริม หรืองานฟรีแลนซ์อยู่แล้ว หรืออยู่ระหว่างพิจารณางานเสริมไปพร้อม ๆ ทำงานประจำ</p>
<p>ตัวเลขนี้บ่งบอกสิ่งที่น่าสนใจนั่นคือ คนทำงานยุคปัจจุบันไม่ได้มองหาการเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่ แต่อยากขยายโอกาสภายในระบบที่ตัวเองอยู่แล้ว</p>
<p><a href="https://www.cnbc.com/2026/01/14/workers-are-officially-burned-out-by-the-thought-of-getting-a-new-job.html" target="_blank" rel="noopener">นอกจากนี้ Monster และ CNBC รายงานสอดคล้องกัน</a>ว่ามีเพียง 43% ของคนทำงานในสหรัฐฯ วางแผนจะหางานใหม่ในปี 2026 ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 93% เมื่อปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าคนพอใจกับงานปัจจุบันมากขึ้น แต่อธิบายได้ว่าคนจำนวนมากกำลังเลือกอยู่กับองค์กรเดิมไปก่อน บางทีก็รับโปรเจกต์เสริม หรือฝึกทักษะใหม่ควบคู่กันไป</p>
<p>พฤติกรรมนี้สร้างความต้องการแบบใหม่ขึ้นมาคือ “ฉันไม่ได้ต้องการหางานใหม่ตอนนี้ แต่ถ้ามีโอกาสที่ดีพอมาหาฉัน ฉันพร้อมฟัง” หรือกลุ่มที่เรียกว่า Passive Candidate คนทำงานที่ไม่ได้ Actively หางาน แต่เปิดรับโอกาสใหม่หากมีข้อเสนอที่เหมาะสม</p>
<p>และรู้หรือไม่ว่า ระบบหางานแบบเดิมไม่ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ เพราะทุกอย่างถูกออกแบบให้ผู้สมัครเป็นฝ่ายเริ่มต้นเสมอ ต้องสมัครทีละตำแหน่ง ต้องแข่งขันในระบบ ATS ที่มีหน้าที่คัดคนออก ไม่ใช่ค้นหาคนที่ใช่</p>
<p>ในขณะที่ <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/passive-candidate-recruitment-231102/">Passive Candidate</a> ต้องการเพียงเปิดโปรไฟล์ แล้วให้บริษัทที่สนใจติดต่อเข้ามา นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่<a href="https://pro-fi.co/?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener">แพลตฟอร์ม Talent Marketplace อย่าง ProFi</a> ถูกสร้างขึ้นมา</p>
<h2>ProFi คืออะไร ? พร้อมช่วยเปลี่ยนวิธีหางานได้อย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49435" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-1.webp" alt="ProFi-Talent-Marketplace-HREX" width="600" height="274" title="ProFi เปลี่ยนวิธีหางานแบบเดิม ๆ เพียงฝาก Resume ออนไลน์ ก็ทำให้งานเข้าหาคุณแทน 596" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-1.webp 1870w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-1-300x137.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-1-1024x467.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-1-768x350.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-1-1536x701.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ProFi คือ Talent Marketplace ที่ช่วยให้คุณไม่ต้องสมัครงานเอง แค่ฝากประวัติครั้งเดียว แล้วให้บริษัทที่สนใจติดต่อเสนองานให้คุณ เป็นบริการที่พัฒนาร่วมกันระหว่าง <a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener">Reeracoen บริษัท Recruitment Agency ชั้นนำจากญี่ปุ่นที่มีฐานในประเทศไทย</a> กับ Scoutout แพลตฟอร์ม HR Tech ของไทย</p>
<p>แนวคิดหลักของ ProFi ตรงไปตรงมาคือ ProFi ไม่ได้มาแทนการสมัครงานแบบเดิม แต่เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานใหม่ที่เหมาะกับทักษะและประสบการณ์ของคุณ แทนที่คุณจะต้องสมัครงานทีละที่เพียงอย่างเดียว คุณสามารถฝากประวัติไว้บนแพลตฟอร์ม เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทที่สนใจติดต่อคุณเข้ามาได้เช่นกัน</p>
<p>ProFi เหมาะสำหรับคนทำงานสาย Tech, IT, Engineering และสายงานที่มีความต้องการสูง เช่น Sales, Accounting, Finance ที่อยากเข้าถึงโอกาสจากบริษัทชั้นนำ แต่ไม่รู้จะเริ่มจากที่ไหน</p>
<p>จุดที่ ProFi ต่างจากเว็บหางานทั่วไปคือ คุณไม่ได้เป็นฝ่ายสมัคร แต่คุณกลายเป็น Talent ที่บริษัทดี ๆ มาค้นหาแทน ความสัมพันธ์ระหว่างคนหางานกับนายจ้างถูกพลิกทิศ บริษัทที่ติดต่อมาหาคุณผ่าน ProFi มีแนวโน้มที่จะสนใจโปรไฟล์คุณจริง ๆ ตั้งแต่ต้น</p>
<h3>ฝากประวัติกับ ProFi ได้ง่าย ๆ ใน 4 ขั้นตอน</h3>
<p>หากใครสนใจลองฝากประวัติกับ ProFi ได้เลย มีกระบวนการง่าย ๆ เพียง 4 ขั้นตอนเท่านั้น ซึ่งใช้เวลาไม่นาน และไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด</p>
<ol>
<li><strong>อัปโหลด Resume ฉบับภาษาอังกฤษ</strong> เพื่อเพิ่มโอกาสถูกค้นพบ</li>
<li><strong>แนะนำตัวเพิ่มเติม (ไม่บังคับ)</strong> สามารถทำ AI Interview เพื่อให้ AI ช่วยสรุปจุดเด่นของโปรไฟล์คุณให้น่าสนใจเพิ่มขึ้น</li>
<li><strong>บริษัทค้นหาโปรไฟล์ของคุณ</strong> ผ่านระบบ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/173">ProFinder Talent Search</a></li>
<li><strong>รับการติดต่อจากบริษัท</strong> เมื่อมีโอกาสที่ตรงกับคุณ</li>
</ol>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49436" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-2.webp" alt="ProFi-Talent-Marketplace-HREX" width="800" height="363" title="ProFi เปลี่ยนวิธีหางานแบบเดิม ๆ เพียงฝาก Resume ออนไลน์ ก็ทำให้งานเข้าหาคุณแทน 597" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-2.webp 1867w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-2-300x136.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-2-1024x465.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-2-768x348.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-2-1536x697.webp 1536w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>ข้อดีของการฝากประวัติกับ ProFi</h2>
<h3>1.โปรไฟล์ของคุณมีคนค้นพบได้โดยไม่ต้องออกแรงซ้ำ</h3>
<p>แม้คุณจะใช้ Resume เดียวกันในการสมัครงานผ่านแพลตฟอร์มอื่น ๆ แต่ทุกครั้งยังต้องเป็นฝ่ายกดสมัครเอง ขณะที่บน ProFi โปรไฟล์ของคุณสามารถถูกค้นพบได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องฝากประวัติใหม่</p>
<h3>2.ลดความไม่แน่นอนจากกระบวนการสมัครงาน</h3>
<p>เมื่อบริษัทติดต่อคุณเข้ามา แปลว่าพวกเขาเห็นโปรไฟล์ของคุณแล้วและสนใจจริง ๆ คุณไม่ต้องลุ้นว่า Resume จะผ่านระบบอัตโนมัติหรือเปล่า ไม่ต้องรอเงียบแล้วไม่มีคำตอบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49437" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-3.webp" alt="ProFi-Talent-Marketplace-HREX" width="600" height="385" title="ProFi เปลี่ยนวิธีหางานแบบเดิม ๆ เพียงฝาก Resume ออนไลน์ ก็ทำให้งานเข้าหาคุณแทน 598" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-3.webp 1302w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-3-300x192.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-3-1024x657.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-3-768x493.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3>3.เข้าถึงโอกาสที่ไม่ถูกประกาศสาธารณะ</h3>
<p>ตำแหน่งงานระดับสูงหรือตำแหน่งเฉพาะทางจำนวนมากไม่ถูกประกาศบนเว็บหางาน บริษัทจะใช้วิธีค้นหา Talent โดยตรงจากฐานข้อมูลหรือแพลตฟอร์ม Talent Search เช่น ProFinder แทน การมีโปรไฟล์ที่ค้นหาได้ในฐานข้อมูลของ ProFi เปิดโอกาสให้คุณเข้าถึงงานที่คนทั่วไปไม่เห็น</p>
<h3>4.เปิดรับโอกาสได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย</h3>
<p>ทุกบริษัทต้องผ่านการตรวจสอบและจดทะเบียนในประเทศไทยก่อนใช้งาน และโปรไฟล์ของคุณจะเข้าถึงได้เฉพาะบริษัทที่ใช้งาน ProFinder เท่านั้น</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48638" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-29T134105.117.webp" alt="profinder-talent-search" width="600" height="370" title="ProFi เปลี่ยนวิธีหางานแบบเดิม ๆ เพียงฝาก Resume ออนไลน์ ก็ทำให้งานเข้าหาคุณแทน 599" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-29T134105.117.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-29T134105.117-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/profinder-talent-search-260129/">ไม่ต้องรอใบสมัคร ก็เจอคนที่ใช่ ! เจาะลึก ProFinder แพลตฟอร์ม Talent Search แห่งอนาคต</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>สรุป</h2>
<p>การหางานแบบเดิมไม่ได้พัง แต่มันเหมาะกับคนที่กำลังหางานอยู่แบบเต็มตัว สำหรับคนที่ทำงานอยู่แล้ว มีทักษะดี แต่แค่อยากเปิดรับโอกาสที่ดีกว่า ระบบเดิมไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อคุณ</p>
<p>ProFi คืออีกทางเลือกที่ออกแบบมาเพื่อคุณ คุณยังสมัครงานได้เหมือนเดิม พร้อมกับเปิดโปรไฟล์ให้โอกาสจากบริษัทที่ใช่วิ่งเข้าหาเพื่อเสนองานให้คุณ</p>
<p><a href="https://pro-fi.co/?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener">ถ้าพร้อมแล้ว ฝากประวัติกับ ProFi ได้เลย</a></p>
<p><a href="https://pro-fi.co/?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49439 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-5.webp" alt="ProFi-Talent-Marketplace-HREX" width="1051" height="307" title="ProFi เปลี่ยนวิธีหางานแบบเดิม ๆ เพียงฝาก Resume ออนไลน์ ก็ทำให้งานเข้าหาคุณแทน 600" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-5.webp 1051w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-5-300x88.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-5-1024x299.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ProFi-Talent-Marketplace-HREX-5-768x224.webp 768w" sizes="(max-width: 1051px) 100vw, 1051px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/partner-content/profi-talent-marketplace-260327/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar &#124; Agentic-AI English Training</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-agentic-ai-english-training-260326/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-agentic-ai-english-training-260326/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Mar 2026 10:32:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ELSA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49404</guid>

					<description><![CDATA[ทุกวันนี้เราคงไม่ต้องถกกันแล้วว่าภาษาอังกฤษสำคัญกับธุรกิจขนาดไหน เพราะคำถามที่ท้าทายกว่าสำหรับ HR คือ “จะส่งเสริมพนักงานอย่างไรให้เก่งภาษาอังกฤษขึ้นได้อย่างยั่งยืนและใช้งานได้จริง ?” โดยเฉพาะเมื่อโจทย์ขององค์กรเปลี่ยนไป การเรียนแบบเดิม ๆ ที่ตัดเสื้อไซซ์เดียวให้ทุกคนใส่จึงอาจเริ่มไม่ได้ผลอีกแล้ว เมื่อเทคโนโลยีขยับมาถึงจุดที่มี Agentic AI เข้ามาช่วยงาน บทบาทของ HR จึงต้องก้าวข้ามจากการจัดอบรมพื้นฐาน ไปสู่การออกแบบเส้นทางเรียนรู้ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับพนักงานแต่ละคน (Personalized Learning) เพื่อให้ทักษะที่เพิ่มขึ้นนั้นตอบรับกับทิศทางที่บริษัทกำลังจะเดินไป ใน HREX Webinar ครั้งล่าสุด เราได้ชวนคุณ โชติจิณณ์ วีระเสรีวัฒนะ Director of Business Development จาก ELSA Thailand มาแชร์มุมมองและตัวอย่างการนำ Agentic AI ไปใช้จริง ว่าจะช่วยเปลี่ยนการเรียนภาษาอังกฤษให้เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในองค์กรได้อย่างไร หากใครพลาด Webinar ครั้งนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว บทเรียนโลกการทำงานในอดีต สู่โจทย์ใหม่ของ HR ในวันที่โลกเปลี่ยนเร็ว ช่วงแรกของ Webinar คุณโชติจิณณ์ ชวนมองย้อนกลับไปสำรวจประวัติศาสตร์ของการทำงาน ทำให้พบมุมมองที่องค์กรมีต่อคน หรือพนักงานนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49411" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training.webp" alt="HREX Webinar Agentic-AI English Training" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Agentic-AI English Training 607" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ทุกวันนี้เราคงไม่ต้องถกกันแล้วว่าภาษาอังกฤษสำคัญกับธุรกิจขนาดไหน เพราะคำถามที่ท้าทายกว่าสำหรับ HR คือ <em>“จะส่งเสริมพนักงานอย่างไรให้เก่งภาษาอังกฤษขึ้นได้อย่างยั่งยืนและใช้งานได้จริง ?”</em> โดยเฉพาะเมื่อโจทย์ขององค์กรเปลี่ยนไป การเรียนแบบเดิม ๆ ที่ตัดเสื้อไซซ์เดียวให้ทุกคนใส่จึงอาจเริ่มไม่ได้ผลอีกแล้ว</p>
<p>เมื่อเทคโนโลยีขยับมาถึงจุดที่มี Agentic AI เข้ามาช่วยงาน บทบาทของ HR จึงต้องก้าวข้ามจากการจัดอบรมพื้นฐาน ไปสู่การออกแบบเส้นทางเรียนรู้ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับพนักงานแต่ละคน (Personalized Learning) เพื่อให้ทักษะที่เพิ่มขึ้นนั้นตอบรับกับทิศทางที่บริษัทกำลังจะเดินไป</p>
<p>ใน HREX Webinar ครั้งล่าสุด เราได้ชวนคุณ <strong>โชติจิณณ์ วีระเสรีวัฒนะ Director of Business Development จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/152">ELSA Thailand</a></strong> มาแชร์มุมมองและตัวอย่างการนำ Agentic AI ไปใช้จริง ว่าจะช่วยเปลี่ยนการเรียนภาษาอังกฤษให้เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในองค์กรได้อย่างไร</p>
<p>หากใครพลาด Webinar ครั้งนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว</p>

<h2>บทเรียนโลกการทำงานในอดีต สู่โจทย์ใหม่ของ HR ในวันที่โลกเปลี่ยนเร็ว</h2>
<p>ช่วงแรกของ Webinar คุณโชติจิณณ์ ชวนมองย้อนกลับไปสำรวจประวัติศาสตร์ของการทำงาน ทำให้พบมุมมองที่องค์กรมีต่อคน หรือพนักงานนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก</p>
<p>ช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 18–19 แรงงานถูกใช้ราวกับเครื่องจักร ทำงานหนักต่อเนื่องแทบไม่มีวันหยุด เด็กเล็กและหญิงตั้งครรภ์ก็ยังต้องอยู่ในสายพานการผลิต แนวคิดเรื่องการลงทุนกับมนุษย์เริ่มถูกพูดถึงโดยนักเศรษฐศาสตร์อย่างอดัม สมิธ แต่ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในเวลานั้น องค์กรวัดคุณค่าของพนักงานจากผลผลิตเทียบกับค่าจ้าง ใครทำไม่ได้ตามเป้าก็ถูกแทนที่</p>
<p>กระทั่งช่วงทศวรรษ 1960 งานวิจัยของ Schultz และ Becker ช่วยเปลี่ยนความเข้าใจเดิมอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อพบว่าการให้พนักงานได้พักผ่อนและได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น ความผิดพลาดลดลง และความพึงพอใจเพิ่มขึ้น แนวคิดนี้ต่อยอดไปสู่การจัดการทรัพยากรมนุษย์อย่างจริงจังในช่วงปี 1970–1990 องค์กรเริ่มมีระบบ มีสวัสดิการ และมีกฎหมายแรงงานเข้ามาคุ้มครองมากขึ้น</p>
<p>เข้าสู่ช่วงปี 2000 เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยความรู้และนวัตกรรม องค์กรเริ่มให้ความสำคัญกับคนเก่ง ในฐานะตัวแปรหลักของความได้เปรียบทางการแข่งขัน บทบาทของ HR จึงขยับจากงานธุรการไปสู่การเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาและรักษาคนที่มีศักยภาพ</p>
<p>ปัจจุบัน ภาพของ HR เปลี่ยนไปอีกครั้ง เทคโนโลยี AI, HR Tech และ People Analytics เข้ามามีบทบาทมากขึ้น พร้อมกับความสนใจด้านประสบการณ์การทำงานและคุณภาพชีวิตของพนักงาน</p>
<p><strong>ปี 2026 จึงเป็นช่วงเวลาที่ HR ต้องรับมือกับความท้าทายหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการเชื่อมโยงกับตลาดโลก การปรับตัวสู่ AI การแข่งขันแย่งชิงคนเก่ง และการพิสูจน์ผลลัพธ์ให้วัดผลได้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต รวมถึงภาษาอังกฤษที่กำลังกลับมาอยู่ในสมการสำคัญอีกครั้ง</strong></p>
<h2>กำแพงสูงใหญ่ที่ขวางกั้นการพัฒนาศักยภาพภาษาอังกฤษของคนทำงานไทย</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49410" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-1.webp" alt="HREX Webinar Agentic-AI English Training" width="600" height="336" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Agentic-AI English Training 608" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-1.webp 1353w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-1-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-1-1024x573.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-1-768x430.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณโชติจิณณ์ เล่าจากประสบการณ์ว่า จากการทำงานร่วมกับองค์กรหลากหลายอุตสาหกรรม องค์กรจำนวนมากไม่ได้ยกภาษาอังกฤษให้เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ในการพาไปสู่ความสำเร็จ จึงยังไม่ได้ผลักดันให้พนักงานต้องใช้ภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการเรียนรู้เกิดขึ้นแบบไม่ต่อเนื่อง หากองค์กรนั้นมีสวัสดิการให้เรียนภาษาอังกฤษ พนักงานก็จะเรียนช่วงสั้น ๆ แล้วหยุด ถ้าเรียนแล้วไม่ได้ผลที่ดี ก็จะเปลี่ยนผู้ให้บริการไปเรื่อย ๆ จนทักษะไม่ฝังลึก ทั้งที่หากออกแบบวิธีการเรียนรู้ให้เหมาะสมและมีวินัยมากพอ ผลลัพธ์ระยะยาวย่อมเกิดขึ้นได้</p>
<p>คุณโชติจิณณ์ยังอ้างอิงข้อมูลจากผลสำรวจว่า <strong>มีพนักงานไทยที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีตั้งแต่ปี 2559 ถึง 71% ที่ต้องการ<a href="https://expth.hrnote.asia/categories/71">พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ</a> และอยากเห็นองค์กรสนับสนุนเรื่องนี้ในฐานะ<a href="https://th.hrnote.asia/tips/basic-flexi-benefits-250331/">สวัสดิการที่ควรมี</a></strong> สิ่งนี้สะท้อนว่าพนักงานจำนวนมากรู้ตัวว่าขาดทักษะสำคัญต่อการเติบโต และพร้อมจะเลือกองค์กรที่เปิดโอกาสให้พวกเขาพัฒนาได้จริง</p>
<p>ขณะเดียวกัน องค์กรจำนวนไม่น้อยกลับเป็นฝ่ายตัดสินแทนว่าใครควรเรียนหรือไม่ควรเรียน โดยอาจไม่เคยรับฟังความต้องการของพนักงานอย่างแท้จริง</p>
<p>ในภาพรวม คนทำงานไทยมีความสามารถในสายวิชาชีพอยู่ไม่น้อย แต่ภาษาอังกฤษยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ปิดกั้นโอกาสในระดับภูมิภาคและระดับโลก คุณโชติจิณณ์ยกตัวอย่างว่า มีองค์กหนึ่งที่มีแผนขยายธุรกิจไปสู่ APAC ภายใน 2 ปี แต่พนักงานที่มีกลับมีทักษะภาษาอังกฤษในระดับจำกัด ขณะเดียวกันก็มีอุปสรรคอีกขั้นด้วยว่า องค์กรไม่สามารถเพิ่มจำนวนพนักงานได้ ทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไปต่อก็ลำบาก จะหยุดก็ไม่ได้ และแม้จะพยายามใช้เครื่องมือหรือจัดอบรมหลากหลายรูปแบบ ปัญหาก็ยังไม่ถูกแก้ไขอย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49408" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-2.webp" alt="HREX Webinar Agentic-AI English Training" width="600" height="333" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Agentic-AI English Training 609" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-2.webp 1342w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-2-300x167.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-2-1024x568.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-2-768x426.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ช่องว่างด้านการสื่อสารนี้เกิดขึ้นในระดับประเทศเช่นกัน โดย<strong>ประเทศไทยถูกจัดอันดับความสามารถภาษาอังกฤษอยู่ในลำดับที่ 116 จาก 123 ประเทศ ขณะที่กว่า 80% ของโครงการฝึกอบรมภาษาอังกฤษในองค์กรไม่ประสบความสำเร็จ</strong> สาเหตุหลักมักมาจากการมีส่วนร่วมของพนักงานที่ต่ำ การลืมเนื้อหาเมื่อไม่ได้ใช้งานต่อเนื่อง และการออกแบบโปรแกรมที่สั้นเกินไป เพียง 3–6 เดือน เมื่อคนเรียนลดลง องค์กรก็ลดงบประมาณ กลายเป็นวงจรที่ไม่สร้างผลลัพธ์ระยะยาว</p>
<p>อีกประเด็นสำคัญคือ หลายองค์กรยังมองการเรียนภาษาอังกฤษเป็นเพียงทางเลือกเสริม มากกว่าจะเป็นทักษะเชิงกลยุทธ์ ส่งผลให้ไม่สามารถกำหนดเป้าหมายหรือวัดผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน ทั้งที่ความผิดพลาดด้านการสื่อสารสามารถสร้างต้นทุนมหาศาล <strong>หากองค์กรเริ่มมองภาษาอังกฤษเป็นปัจจัยสำคัญต่อธุรกิจ การตั้งเป้าหมายและผูกผลลัพธ์เข้ากับ ROI จะช่วยให้การลงทุนด้านนี้มีทิศทางและความหมายมากขึ้น</strong></p>
<h2>ทักษะภาษาอังกฤษมีผลต่อ Business Impact มากกว่าที่คิด</h2>
<p>คำว่า Business Impact มักถูกตีความแตกต่างกันไปตามบทบาทของแต่ละคน ผู้บริหารอาจมองเป็นตัวเลขผลประกอบการ ขณะที่พนักงานอาจมองเป็นความสะดวกในการทำงาน หรือโอกาสในการเติบโต ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนี้ทำให้หลายองค์กรพยายามวัดผลลัพธ์ผ่านตัวเลขเพียงอย่างเดียว ทั้งที่บางผลกระทบเกิดขึ้นในรูปแบบที่จับต้องยาก แต่ส่งผลต่อธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>คุณโชติจิณณ์ ยกตัวอย่างโรงแรมแห่งหนึ่งในบาหลี ซึ่งเป็นโรงแรมระดับห้าดาวที่เปิดให้บริการมายาวนานและรองรับลูกค้าต่างชาติ แต่กลับเผชิญปัญหาจากรีวิวเชิงลบเรื่องการสื่อสาร พนักงานไม่มั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ บางคนถึงขั้นหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับลูกค้า ความไม่ราบรื่นในการสื่อสารค่อย ๆ สะสมจนเกิดเป็นรีวิวที่แย่ต่อตัวโรงแรมเอง ส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าพักของลูกค้าโดยตรง จนยอดจองลดลงอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>แต่จุดเปลี่ยนก็เกิดขึ้นในยุคหลังโควิด-19 เมื่อมี HR คนใหม่เข้ามาปรับแนวทางการพัฒนา โดยให้ความสำคัญกับทักษะภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง พอพนักงานได้รับโอกาสในการเรียนรู้ มีเวลาในการฝึกฝน และได้ใช้เครื่องมือที่ช่วยให้กล้าสื่อสารมากขึ้น เมื่อความมั่นใจเพิ่มขึ้น การให้บริการก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ลูกค้ารู้สึกถึงความใส่ใจและความเป็นมืออาชีพผ่านการสื่อสารที่ดีขึ้น</p>
<p><em>“ผลลัพธ์ของการพัฒนานี้สะท้อนกลับมาในรูปแบบของรีวิวที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการกล่าวถึงการสื่อสารภาษาอังกฤษในเชิงบวกมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของลูกค้าโดยตรง”</em></p>
<p><strong>นี่คือตัวอย่างของ Business Impact ที่เห็นได้ชัดเจนอย่างยิ่ง</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49407" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-3.webp" alt="HREX Webinar Agentic-AI English Training" width="600" height="337" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Agentic-AI English Training 610" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-3.webp 1348w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-3-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-3-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-3-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>บทเรียนจากกรณีนี้ทำให้เห็นว่า ภาษาอังกฤษไม่ใช่ทักษะเสริมอีกต่อไป แต่เป็นความสามารถที่เชื่อมโยงกับการเติบโตขององค์กรโดยตรง</p>
<p>วิธีการพัฒนาแบบเดิมที่เป็นคอร์สระยะสั้นหรือการเรียนแบบเดียวกันทั้งองค์กรอาจไม่ตอบโจทย์อีกแล้ว องค์กรจำเป็นต้องปรับแนวคิดใหม่ ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่วัดได้ ออกแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบทบาทงาน และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การพัฒนาทักษะนี้สร้างคุณค่าได้จริงในระยะยาว</p>
<h2>เมื่อ ELSA ผสมผสานข้อดีของ Gen AI + Agentic-AI</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49406" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-5.webp" alt="HREX Webinar Agentic-AI English Training" width="600" height="339" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Agentic-AI English Training 611" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-5.webp 1423w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-5-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-5-1024x579.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-5-768x434.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หากย้อนกลับไปช่วงปี 2022 หลายคนเริ่มคุ้นเคยกับ AI ในฐานะเครื่องมือช่วยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเขียน คิดไอเดีย หรือสรุปข้อมูล แม้ในช่วงแรกความสามารถของมันอาจมีข้อจำกัดไม่น้อย แต่การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบัน AI สามารถทำงานได้ใกล้เคียงมนุษย์ในหลายด้าน แนวคิด Generative AI กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนทำงานเริ่มนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในชีวิตประจำวัน</p>
<p>ความจริงแล้ว AI ไม่ใช่เรื่องใหม่ จุดเริ่มต้นของมันย้อนกลับไปได้ถึงช่วงทศวรรษ 1950 ซึ่งเป็นยุคที่นักวิจัยพยายามสร้างคอมพิวเตอร์ให้สามารถโต้ตอบกับมนุษย์ได้ การพัฒนาดำเนินมาอย่างต่อเนื่องผ่านหลายช่วงเวลา จนมาถึงจุดที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากพอจะต่อยอดไปสู่รูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น และในปี 2025 แนวคิดของ Agentic AI ก็เริ่มถูกพูดถึงอย่างจริงจังในฐานะอีกขั้นของวิวัฒนาการ</p>
<p>ความแตกต่างระหว่าง Generative AI กับ Agentic AI อยู่ที่ Gen AI จะทำงานตามคำสั่ง เมื่อมีการป้อน ‘Prompt’ จึงจะตอบสนองออกมา ขณะที่ Agentic AI มีความสามารถในการวางแผนและดำเนินการต่อได้ด้วยตัวเอง หากวิธีหนึ่งไม่สำเร็จ ก็จะลองวิธีใหม่เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ความสามารถลักษณะนี้ทำให้หลายคนมองว่า Agentic AI มีศักยภาพในการใช้งานที่กว้างขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ AI ไม่ได้มีคำตอบเดียวว่ารูปแบบใดดีกว่าเสมอไป เพราะแต่ละแบบมีจุดเด่นต่างกัน ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มเรียนภาษาอังกฤษอย่าง ELSA เลือกนำทั้ง Generative AI และ Agentic AI มาผสานเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความยืดหยุ่นและความต่อเนื่อง ระบบสามารถช่วยแนะนำ ปรับรูปแบบการเรียน และติดตามพัฒนาการของผู้เรียนได้อย่างใกล้ชิด</p>
<p>อีกจุดที่น่าสนใจคือวิธีการประมวลผลเสียง ซึ่งแตกต่างจาก AI ทั่วไปที่มักแปลงเสียงพูดเป็นตัวอักษรก่อนนำไปประมวลผล (Text to Speech) แต่ในกรณีของ<strong> ELSA นั้นออกแบบระบบให้ AI สามารถวิเคราะห์เสียงคนได้โดยตรงตั้งแต่ต้น โดยไม่ต้องแปลงเป็นตัวอักษร ทำให้สามารถจับรายละเอียดของการออกเสียงได้แม่นยำกว่า ลดความคลาดเคลื่อนที่มักเกิดขึ้นจากการแปลงข้อมูลผิดพลาด เมื่อระบบประเมินได้ตรงจุด การพัฒนาทักษะก็เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง </strong>พร้อมมี Dashboard ให้ติดตามผลได้แบบวันต่อวัน ช่วยให้การเรียนไม่หลุดจากเป้าหมาย และเห็นพัฒนาการได้อย่างชัดเจน</p>
<h2>อยากเรียนภาษาอังกฤษให้เห็นผลจริง ต้องใช้ The GREAT Framework</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49409" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-4.webp" alt="HREX Webinar Agentic-AI English Training" width="600" height="337" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Agentic-AI English Training 612" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-4.webp 1348w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-4-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-4-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-4-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้เกิดผลลัพธ์ในองค์กร จำเป็นต้องมีโครงสร้างที่ชัดเจน หนึ่งในแนวทางที่คุณโชติจิณณ์นำเสนอชื่อว่า <strong>The GREAT Framework</strong> ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรมองการเรียนรู้แบบเป็นระบบ และเชื่อมโยงไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง โดยแต่ละตัวอักษรสะท้อนขั้นตอนสำคัญที่ต้องวางให้ครบตั้งแต่ต้น</p>
<p><strong>G ตัวแรกคือ Goal หรือการตั้งเป้าหมาย</strong> องค์กรต้องกำหนดว่าภาษาอังกฤษมีบทบาทอย่างไรต่อการเติบโต ไม่ใช่แค่มีไว้ใช้งานบางโอกาส แต่ต้องเชื่อมโยงกับทิศทางของธุรกิจ เมื่อเป้าหมายชัด การตัดสินใจในขั้นต่อไปจะมีทิศทางเดียวกันทั้งหมด</p>
<p><strong>R คือ Result การกำหนดผลลัพธ์ที่วัดได้จริง</strong> แทนการประเมินแบบกว้าง ๆ องค์กรควรมองไปที่ตัวชี้วัดที่จับต้องได้ เช่น ความสามารถในการสื่อสาร คะแนนการพูด หรือความมั่นใจในการใช้ภาษาในสถานการณ์ทำงานจริง การมีตัวชี้วัดเหล่านี้ช่วยให้การพัฒนาไม่หลุดโฟกัส และสามารถติดตามความก้าวหน้าได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>E และ A คือ Evidence และ Action ซึ่งทำงานควบคู่กัน</strong> Evidence คือหลักฐานที่ใช้ติดตามพัฒนาการ เช่น ข้อมูลจากแพลตฟอร์มการเรียนรู้ หรือพฤติกรรมการใช้งานที่สะท้อนการพัฒนา ขณะที่ Action คือการปรับวิธีทำงานให้เอื้อต่อการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้พนักงานได้ใช้ภาษาในสถานการณ์จริง และสร้างการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>ตัวสุดท้ายคือ T หรือ Timeline โดยเฉพาะช่วง 90 วันแรกที่ถือเป็นจุดตั้งต้นสำคัญ</strong> หากองค์กรสามารถออกแบบการทดลองใช้ AI และติดตามผลได้อย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ จะช่วยวางรากฐานให้การเรียนรู้เดินต่อในระยะยาวได้อย่างมั่นคง และสามารถขยายผลไปสู่ทั้งองค์กรได้อย่างมีทิศทาง</p>
<h2>สรุป</h2>
<p>ภาษาอังกฤษผูกโยงกับความสามารถในการแข่งขันขององค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ภาพใหญ่ของตลาดแรงงาน ไปจนถึงประสบการณ์เล็ก ๆ ของลูกค้า ทุกจุดล้วนสะท้อนผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง องค์กรที่มองเห็นเรื่องนี้ เน้นหนักเรื่องนี้แต่แรก ย่อมเริ่มขยับก่อน และมีโอกาสสร้างความแตกต่างได้มากกว่า</p>
<p>เมื่อองค์กรมุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษให้พนักงานอย่างจริงจัง ทุกคนจะไม่มองว่ามันคือภาระเพิ่มเติม แต่จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่พาทั้งคนและธุรกิจเติบโตไปพร้อมกัน และเมื่อทุกคนก้าวไปในจังหวะเดียวกัน โอกาสที่องค์กรจะไปถึงเป้าหมายก็ชัดเจนขึ้นกว่าที่เคย</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/152">สุดท้ายนี้ หากองค์กรใดต้องการยกระดับทักษะภาษาอังกฤษอย่างเห็นผล สามารถติดต่อขอใช้บริการ ELSA: แพลตฟอร์มการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วย AI ผ่าน HREX ได้เลยทางลิงก์นี้</a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/152?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47978" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 182" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-agentic-ai-english-training-260326/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ผู้นำ HR ควรรู้จากงาน Exclusive AI Workshop &#124; Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/darwinbox-ai-tech-camp-exclusive-ai-workshop-260320/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/darwinbox-ai-tech-camp-exclusive-ai-workshop-260320/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Mar 2026 10:15:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[DarwinBox]]></category>
		<category><![CDATA[AI Tech Camp]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49335</guid>

					<description><![CDATA[เชื่อว่านาทีนี้ หลายองค์กรน่าจะเริ่มนำ AI มาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจกันแล้ว ซึ่งใครที่เริ่มก่อนย่อมได้เปรียบและนำหน้าองค์กรอื่น ๆ ไปหลายก้าว แต่คำถามสำคัญที่ต้องตอบให้ได้ด้วยก็คือ HR ของคุณมีส่วนร่วมแค่ไหน… เป็นเพียงผู้ตามเทคโนโลยีหรือเป็นผู้นำที่คุมการขับเคลื่อนอย่างเต็มตัว ? นี่คือที่มาของงาน Exclusive AI Workshop &#124; Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp เวทีนี้ Darwinbox จัดขึ้นเพื่อให้ผู้นำด้าน HR เห็นแนวทางการใช้ AI ขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดขึ้นจริง มีผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ที่ Microsoft Campus ณ One Bangkok งานนี้อาจสงวนสิทธิ์การเข้าร่วมเฉพาะผู้นำ HR จากองค์กรชั้นนำเท่านั้น แต่ HREX ได้เข้าร่วมและสรุปสาระสำคัญที่คุณไม่ควรพลาดมาให้แล้ว ในบทความนี้ วาง AI Blueprint อย่างไร ให้ HR นำไปใช้ได้จริง ? ก่อนเริ่มงานอย่างเป็นทางการ ทีมผู้จัดงานได้ชวนพูดคุยกับ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49342" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-5.webp" alt="Exclusive AI Workshop Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ผู้นำ HR ควรรู้จากงาน Exclusive AI Workshop | Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp 620" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เชื่อว่านาทีนี้ หลายองค์กรน่าจะเริ่มนำ AI มาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจกันแล้ว ซึ่งใครที่เริ่มก่อนย่อมได้เปรียบและนำหน้าองค์กรอื่น ๆ ไปหลายก้าว แต่คำถามสำคัญที่ต้องตอบให้ได้ด้วยก็คือ HR ของคุณมีส่วนร่วมแค่ไหน… เป็นเพียงผู้ตามเทคโนโลยีหรือเป็นผู้นำที่คุมการขับเคลื่อนอย่างเต็มตัว ?</p>
<p>นี่คือที่มาของงาน <strong>Exclusive AI Workshop | Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp</strong> เวทีนี้ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/115">Darwinbox</a> จัดขึ้นเพื่อให้ผู้นำด้าน HR เห็นแนวทางการใช้ AI ขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดขึ้นจริง มีผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ที่ Microsoft Campus ณ One Bangkok</p>
<p>งานนี้อาจสงวนสิทธิ์การเข้าร่วมเฉพาะผู้นำ HR จากองค์กรชั้นนำเท่านั้น แต่ HREX ได้เข้าร่วมและสรุปสาระสำคัญที่คุณไม่ควรพลาดมาให้แล้ว ในบทความนี้</p>

<h2>วาง AI Blueprint อย่างไร ให้ HR นำไปใช้ได้จริง ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49340" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-3.webp" alt="Exclusive AI Workshop Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ผู้นำ HR ควรรู้จากงาน Exclusive AI Workshop | Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp 621" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ก่อนเริ่มงานอย่างเป็นทางการ ทีมผู้จัดงานได้ชวนพูดคุยกับ HR ผู้เข้าร่วมงาน ทำให้ได้พบ Insight ที่น่าสนใจว่า HR กำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของหลายองค์กร บางองค์กรเริ่มใช้ AI อย่างจริงจัง มีทีมภายในพัฒนาระบบเอง ขณะที่บางแห่งยังอยู่ในช่วงทดลองใช้กับงานเล็ก ๆ เช่น การแต่งภาพ แปลเอกสาร หรือช่วยเขียนอีเมล แม้จะดูเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่นี่คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยสร้างความคุ้นเคย และปูทางสู่การประยุกต์ใช้ในระดับที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น</p>
<p>คุณ<strong> พนาสิทธิ์ วงษ์มิตรแท้ Country Head Client Advisory – Thailand ของ Darwinbox</strong> กล่าวว่าอุปสรรคหลักที่หลายองค์กรมักพบเจอนั้น มักอยู่ที่มุมมองและ Mindset ของคนในองค์กรต่างหาก ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเครื่องมือแต่อย่างใด</p>
<p><em>“การจะเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่การใช้ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรได้ ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนจากผู้บริหาร และการสื่อสารที่ต่อเนื่องจนเกิดการยอมรับร่วมกัน เมื่อคนในองค์กรเข้าใจทิศทางเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงจึงจะเกิดขึ้นได้จริง และ AI จะกลายเป็นตัวช่วยยกระดับศักยภาพ แทนที่จะเป็นแรงต้าน”</em></p>
<p><em>“ขณะเดียวกัน บทบาทของ HR เองก็ต้องขยับตามธุรกิจให้ทัน การเข้าใจ Business Model และเป้าหมายองค์กรเป็นเรื่องสำคัญมาก หาก HR ไม่สามารถเชื่อมโยงงานของตัวเองเข้ากับธุรกิจได้ โครงการที่ทำจะไม่สร้างผลลัพธ์ที่แท้จริง”</em></p>
<p>ขณะเดียวกัน คุณพนาสิทธิ์ได้ฉายภาพให้เห็นถึงโครงสร้างการทำงานที่เปลี่ยนไป ทุกวันนี้ ความคาดหวังของคนทำงานรุ่นใหม่ก็แตกต่างไปจากรุ่นก่อน ๆ บีบให้ HR ต้องปรับวิธีคิดและวิธีทำงาน พร้อมรับมือกับโจทย์ที่ต้องทำให้น้อยลงแต่ต้องได้ผลลัพธ์ที่มากขึ้น ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าวิธีที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายนั้นได้ ก็มาจากการใช้เทคโนโลยีช่วยทุ่นแรง โดยเฉพาะ AI นั่นเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49341" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-4.webp" alt="Exclusive AI Workshop Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ผู้นำ HR ควรรู้จากงาน Exclusive AI Workshop | Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp 622" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Country Head Client Advisory – Thailand ของ Darwinbox ได้สรุปแนวทางการวาง AI Blueprint ที่ HR สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงโดยคร่าว ๆ 8 ขั้นตอนดังต่อไปนี้</p>
<h3>1. ประเมินกระบวนการทำงานในปัจจุบัน (Assess Current HR Process)</h3>
<p>การเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการกลับมามองกระบวนการทำงานของ HR ทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา ว่ามีขั้นตอนไหนที่ซ้ำซ้อน ล่าช้า หรือสร้างภาระโดยไม่จำเป็น รวมถึงต้องมองให้เห็น Pain Point ที่แท้จริงของทั้งพนักงานและองค์กร หากยังไม่เข้าใจปัญหาภายในอย่างลึกซึ้ง การนำ AI เข้ามาก็อาจแก้ปัญหาทั้งหมดไม่ได้</p>
<h3>2. กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน (Define Objectives and Goals)</h3>
<p>หลายองค์กรมักเริ่มลงมือทำก่อน แล้วค่อยกลับมาคิดเรื่องการวัดผลภายหลัง ตรงนี้เองที่มักทำให้หลายโครงการลงเอยด้วยการวัดผลไม่ชัดเจน ก่อนทำอะไรสักอย่าง ควรกำหนดเป้าหมายก่อนเสมอ ว่าถ้าทำสิ่งนี้แล้ว มันจะช่วยแก้ปัญหาอะไร และจะวัดความสำเร็จอย่างไร แล้วลองเลือกทำเรื่องเล็ก ๆ ที่เห็นผลได้จริง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและแรงสนับสนุนภายในองค์กรได้มากกว่า</p>
<h3>3. วางแผนงบประมาณและการลงทุนที่คุ้มค่า (Budgeting and Cost Consideration)</h3>
<p>มุมมองเรื่องงบประมาณเป็นอีกจุดที่หลายองค์กรพลาด การลงทุนด้าน AI ควรถูกมองในฐานะการสร้างโอกาส การลงทุนที่นำมาซึ่งผลตอบแทนงดงาม ไม่ใช่ภาระค่าใช้จ่าย การกำหนดงบประมาณ<strong> และเปลี่ยน Mindset มอง AI เป็นการลงทุน จะช่วยลดความเสี่ยงที่องค์กรต้องเผชิญต้นทุนที่มองไม่เห็น ซึ่งมักจะเป็นต้นทุนที่เกิดจากการไม่ทำอะไร (Cost of Doing Nothing) เช่นเช่น เสียคนเก่ง ทำให้ต้องหาคนใหม่ แต่ก็หาได้ช้า ทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ เป็นต้น</strong></p>
<p>ซึ่งต้นทุนเหล่านี้พอสะสมพอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ มันจะสูงอย่างที่เราไม่คาดคิดมาก่อน</p>
<h3>4. เลือกพันธมิตรทางเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Choose the Right Vendor)</h3>
<p>การเลือกพาร์ทเนอร์ เลือกผู้ให้บริการระบบสำคัญมาก ไม่ใช่แค่เลือกเพราะความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ต้องเป็นเลือกคนที่เข้าใจบริบทขององค์กร สามารถปรับระบบให้เข้ากับวิธีทำงานจริง และช่วยให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นได้อย่างราบรื่นมากที่สุด</p>
<h3>5. กำหนดระยะเวลาดำเนินการตามความเป็นจริง (Set a Realistic Implementation Timeline)</h3>
<p>การวาง Timeline การใช้งานต้องอยู่บนความเป็นจริง ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว การเก็บ Requirement เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลานา โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่หรือมีหลายประเทศเกี่ยวข้อง หากขั้นตอนนี้ไม่รอบคอบ โครงการมีโอกาสสะดุดตั้งแต่ต้น นอกจากนั้นแผนทุกระยะที่สัมพันธ์และสอดคล้องกันจะช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น</p>
<h3>6. นำเสนอแผนงานเชิงธุรกิจต่อผู้บริหาร (Presenting the Business Case)</h3>
<p>HR ที่เข้าใจธุรกิจคือคนที่สำคัญขององค์กร และ HR ลักษณะนี้จะสามารถนำเสนอแผนงานให้ผู้บริหารเข้าใจได้ว่า ทำไมถึงต้องทำเรื่องนี้ ทำไมถึงต้องลงทุนด้าน AI ตั้งแต่ตอนนี้ AI จะช่วยแก้ปัญหาส่วนไหนได้บ้าง พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่าการลงทุนครั้งนี้จะสร้างประโยชน์อย่างไร เปลี่ยนมุมมองของผู้บริหารที่มองสิ่งต่าง ๆ เป็นค่าใช้จ่าย จ่ายแล้วทิ้ง ไปสู่โอกาสในการพัฒนาองค์กรที่ดีกว่า</p>
<h3>7. แสดงคุณค่าเชิงกลยุทธ์ของงาน HR (Show the Strategic Value of HR)</h3>
<p>HR ต้องแสดงให้เห็นว่าระบบหรือโครงการที่กำลังทำ มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายขององค์กรในภาพใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเสริมสร้างการเติบโตของคนในองค์กร ช่วย Retention พนักงานได้มากขึ้น หรือช่วยให้การตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น เป็นต้น เมื่อ HR เชื่อมโยงตัวเองเข้ากับกลยุทธ์องค์กรได้ชัดเจน บทบาทของ HR ในฐานะพาร์ทเนอร์ด้านกลยุทธ์จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น</p>
<h3>8. ประเมินผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในเชิงตัวเลข (Estimate the Financial Benefits)</h3>
<p>สุดท้ายคือการประเมินผลลัพธ์ในเชิงตัวเลข ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนแรงงาน ลดข้อผิดพลาด หรือการประหยัดเวลาการทำงาน สิ่งเหล่านี้ควรถูกแปลงให้เห็นเป็นมูลค่าที่จับต้องได้ เพื่อให้ผู้บริหารมองเห็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ</p>
<p><strong>สุดท้ายแล้ว องค์กรที่เข้าใจตัวเองอย่างถ่องแท้ วางเป้าหมายชัด และค่อย ๆ ลงมือทำอย่างมีแบบแผน จะสามารถเปลี่ยน AI ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างแท้จริง</strong></p>
<h2>AI Business Canvas เปลี่ยนการประเมินองค์กรบนหน้ากระดาษ สู่แผนลงมือทำที่จับต้องได้</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49338" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-1.webp" alt="Exclusive AI Workshop Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ผู้นำ HR ควรรู้จากงาน Exclusive AI Workshop | Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp 623" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>สำหรับเนื้อหาใน Session นี้ออกแบบมาให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือคิด ประเมินความพร้อมด้าน AI และสร้างแผนพัฒนาร่วมกันจริง ๆ ทุกคนจะถูกแบ่งเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 5–6 คน และต้องสมมติว่าทำงานองค์กรเดียวกัน วิธีการนี้ทำให้การแลกเปลี่ยนเปิดกว้างมากขึ้น และช่วยให้ทุกคนโฟกัสโจทย์เดียวกันอย่างแท้จริง</p>
<p>ขั้นตอนแรกของ Workshop คือการพาแต่ละกลุ่มประเมินระดับความพร้อมด้าน AI ขององค์กร โดยไล่เรียงเป็นลำดับชัดเจน ตั้งแต่การ<strong>สำรวจว่า องค์กรไหนยังการทำงานแบบ Manual ที่ยังใช้กระดาษหรือ <a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/microsoft-excel-for-hr-241113/">Spreadsheet</a> ไปจนถึงการมีระบบ HR ที่รวมศูนย์</strong> <strong>เชื่อมข้อมูลเป็นหนึ่งเดียว</strong> การเริ่มใช้ AI ในบางฟังก์ชัน และภาพปลายทางคือการใช้ AI ครอบคลุมตลอด Employee Lifecycle ซึ่งยังเป็นระดับที่แทบไม่มีองค์กรไปถึง การไล่ระดับแบบนี้ทำให้เห็นช่องว่างระหว่างจุดที่อยู่ กับจุดที่อยากไปได้ชัดเจนขึ้น</p>
<p><strong>เมื่อรู้สถานะของตัวเองแล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการระบุอุปสรรคที่ขวางการนำ AI มาใช้ ซึ่งแต่ละองค์กรมีบริบทต่างกัน</strong> บางกลุ่มพบว่าปัญหาอยู่ที่การไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร บางกลุ่มสะท้อนเรื่องการขาดการสนับสนุนจากผู้บริหาร หรือข้อจำกัดด้านทรัพยากร การมองเห็นสิ่งเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมา ทำให้สามารถแยกแยะได้ว่าเรื่องไหนควบคุมได้ และเรื่องไหนต้องออกแบบวิธีรับมือ</p>
<p>หลังจากนั้น กระบวนการจะพาไปสู่การระบุ Key Improvement Area โดยแยกออกเป็น 2 มิติ คือระดับองค์กร และระดับหน่วยงาน เช่น HR การแยกแบบนี้ช่วยให้เห็นทั้งภาพรวมและรายละเอียดเชิงลึก จากนั้นจึงต่อยอดไปเป็น <strong>Key Missions หรือภารกิจหลักที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อแก้ Pain Point ที่ค้นพบให้ตรงจุด</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49339" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-2.webp" alt="Exclusive AI Workshop Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ผู้นำ HR ควรรู้จากงาน Exclusive AI Workshop | Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp 624" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อได้ภารกิจที่ชัดเจนแล้ว <strong>ขั้นตอนต่อมาคือการระบุ Key Activities ว่าต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้เป้าหมายสำเร็จ หนึ่งในกิจกรรมที่หลายกลุ่มให้ความสำคัญคือการปรับวิธีคิดของคนในองค์กร และสร้างความคุ้นเคยกับ AI</strong> เพราะเป็นรากฐานของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ควบคู่กันไปคือ Key Enablements ซึ่งหมายถึงการเตรียมเครื่องมือ เทคโนโลยี โครงการ รวมถึงการดึงทรัพยากรจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้ามาสนับสนุนให้แผนเกิดขึ้นได้จริง</p>
<p><strong>ขั้นตอนสุดท้ายคือการวาง Execution Plan โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ระยะสั้น (3–6 เดือน) ระยะกลาง (6 เดือน–1 ปี) และระยะยาว (1 ปี–1 ปีครึ่ง)</strong> เพื่อให้ทุกไอเดียถูกแปลงเป็นแผนที่มีกรอบเวลาชัดเจน และสามารถนำไปสื่อสารต่อได้ พร้อมทั้งเชื่อมโยงไปยังผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับหน่วยงานและองค์กร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49343" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-6.webp" alt="Exclusive AI Workshop Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ผู้นำ HR ควรรู้จากงาน Exclusive AI Workshop | Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp 625" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในช่วงท้ายของ Workshop แต่ละกลุ่มได้นำเสนอแนวคิดและแผนของตัวเอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นมุมมองที่หลากหลาย บางกลุ่มเริ่มจากการแก้ปัญหางานพื้นฐานที่ใช้เวลามาก ขณะที่บางกลุ่มมองไปถึงการยกระดับประสบการณ์พนักงานหรือการใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้แนวทางจะแตกต่างกัน แต่ทุกกลุ่มมีจุดร่วมเดียวกันคือการพยายามเชื่อม AI เข้ากับโจทย์ธุรกิจจริง และออกแบบการเปลี่ยนแปลงที่สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เพียงแนวคิดที่ฟังดูดีเท่านั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49337" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-7.webp" alt="Exclusive AI Workshop Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp 7" width="600" height="450" title="สรุปทุกเรื่องที่ผู้นำ HR ควรรู้จากงาน Exclusive AI Workshop | Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp 626" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-7.webp 1477w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-7-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-7-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-7-768x576.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในยุคที่เทคโนโลยีหมุนเร็วกว่าที่เคย <strong>ถึงเวลาที่ HR ต้องตั้งคำถามว่า เราจะเริ่มใช้ AI สร้างคุณค่าให้ธุรกิจได้อย่างไร ? เพราะองค์กรที่ก้าวไปได้ไกลกว่า คือองค์กรที่ไม่ได้มีแค่เครื่องมือที่ทันสมัย แต่มีกลยุทธ์การบริหารคนที่เฉียบคม</strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/115">หากคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ที่จะช่วยเปลี่ยน Blueprint ข้างต้นให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และยกระดับศักยภาพ HR ขับเคลื่อนองค์กรสู่โลกอนาคต สามารถติดต่อขอใช้บริการ Darwinbox ได้เลยทางลิงก์นี้</a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/115?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47897" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 105" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-4.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-4.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-4-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-4-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-4-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-4-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/darwinbox-ai-tech-camp-exclusive-ai-workshop-260320/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รวม 6 Hiring Solutions เครือ Reeracoen Thailand ครบทุกรูปแบบการสรรหา เลือกได้ตามโจทย์ของคุณ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/partner-content/6-hiring-solutions-reeracoen-thailand-260316/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/partner-content/6-hiring-solutions-reeracoen-thailand-260316/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Mar 2026 00:48:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Partner Content]]></category>
		<category><![CDATA[Reeracoen]]></category>
		<category><![CDATA[Hiring Solutions]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49278</guid>

					<description><![CDATA[เพราะการสรรหาบุคลากร ไม่จำเป็นต้องมีทางออกเพียงทางเดียว โดยเฉพาะในยุคที่สมรภูมิการแย่งชิงคนเก่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน จนกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่คนทำงานสาย HR ต้องเร่งปรับเกมกันอย่างหนัก องค์กรแต่ละแห่งล้วนเผชิญความท้าทายที่แตกต่างกัน บางองค์กรยังขาดระบบจัดการผู้สมัคร ทำให้ข้อมูลสำคัญตกหล่นระหว่างกระบวนการ บางแห่งพยายามสรรหาด้วยทีมภายใน แต่ก็ยังไม่พบผู้สมัครที่เหมาะสม ขณะที่บางองค์กรกำลังขยายทีมอย่างรวดเร็ว แต่กำลังคนด้านการสรรหาภายในกลับไม่เพียงพอ หากไม่สามารถปรับกลยุทธ์ได้ทันเวลา ทาเลนต์ตัวท็อปอาจถูกคู่แข่งคว้าตัวไปก่อนได้ ด้วยเหตุนี้ Reeracoen Thailand ในฐานะ Recruitment Agency ชั้นนำของประเทศไทย จึงเข้าใจความท้าทายดังกล่าวเป็นอย่างดี และได้ออกแบบบริการด้านการสรรหาให้ครอบคลุมทุกสถานการณ์ ตั้งแต่เครื่องมือฟรีสำหรับองค์กรที่กำลังเริ่มวางระบบ ไปจนถึงบริการสรรหาแบบครบวงจรในรูปแบบ End-to-End บทความนี้ HREX จะพาคุณไปเจาะลึกบริการของ Reeracoen เพื่อช่วยให้คุณเลือกใช้โซลูชันที่ตอบโจทย์ Pain Point และเป้าหมายขององค์กรได้อย่างแม่นยำที่สุด EZHire: แพลตฟอร์มสร้าง Career Page ฟรี ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ผู้สมัคร และเสริม Employer Branding ขององค์กร เวลาผู้สมัครกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรที่อยากร่วมงานด้วย สิ่งแรก ๆ ที่พวกเขามักทำคือเข้าไปที่ เว็บไซต์ของบริษัท เพื่อดูตำแหน่งงานที่เปิดรับ รวมถึงทำความเข้าใจเกี่ยวกับองค์กรนั้น ๆ อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายองค์กรที่ไม่มีหน้า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49287" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/All_Reeracoen_Recruitment_TH-1.webp" alt="6-hiring-solutions-reeracoen-thailand" width="600" height="370" title="รวม 6 Hiring Solutions เครือ Reeracoen Thailand ครบทุกรูปแบบการสรรหา เลือกได้ตามโจทย์ของคุณ 634" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/All_Reeracoen_Recruitment_TH-1.webp 1200w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/All_Reeracoen_Recruitment_TH-1-300x185.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/All_Reeracoen_Recruitment_TH-1-1024x631.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/All_Reeracoen_Recruitment_TH-1-768x474.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เพราะการสรรหาบุคลากร <strong>ไม่จำเป็นต้องมีทางออกเพียงทางเดียว</strong></p>
<p>โดยเฉพาะในยุคที่สมรภูมิการแย่งชิงคนเก่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน จนกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่คนทำงานสาย HR ต้องเร่งปรับเกมกันอย่างหนัก องค์กรแต่ละแห่งล้วนเผชิญความท้าทายที่แตกต่างกัน บางองค์กรยังขาดระบบจัดการผู้สมัคร ทำให้ข้อมูลสำคัญตกหล่นระหว่างกระบวนการ บางแห่งพยายามสรรหาด้วยทีมภายใน แต่ก็ยังไม่พบผู้สมัครที่เหมาะสม ขณะที่บางองค์กรกำลังขยายทีมอย่างรวดเร็ว แต่กำลังคนด้านการสรรหาภายในกลับไม่เพียงพอ</p>
<p>หากไม่สามารถปรับกลยุทธ์ได้ทันเวลา ทาเลนต์ตัวท็อปอาจถูกคู่แข่งคว้าตัวไปก่อนได้</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ <strong><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX&amp;utm_medium=content&amp;utm_campaign=6HiringSolutions" target="_blank" rel="noopener">Reeracoen Thailand</a></strong> ในฐานะ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/4">Recruitment Agency</a> ชั้นนำของประเทศไทย จึงเข้าใจความท้าทายดังกล่าวเป็นอย่างดี และได้ออกแบบบริการด้านการสรรหาให้ครอบคลุมทุกสถานการณ์ ตั้งแต่เครื่องมือฟรีสำหรับองค์กรที่กำลังเริ่มวางระบบ ไปจนถึงบริการสรรหาแบบครบวงจรในรูปแบบ End-to-End</p>
<p>บทความนี้ HREX จะพาคุณไปเจาะลึกบริการของ Reeracoen เพื่อช่วยให้คุณเลือกใช้โซลูชันที่ตอบโจทย์ Pain Point และเป้าหมายขององค์กรได้อย่างแม่นยำที่สุด</p>

<h2>EZHire: แพลตฟอร์มสร้าง Career Page ฟรี ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ผู้สมัคร และเสริม Employer Branding ขององค์กร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49280" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/622799524_1319240740238300_4648294428416650513_n.webp" alt="6-hiring-solutions-reeracoen-thailand" width="600" height="600" title="รวม 6 Hiring Solutions เครือ Reeracoen Thailand ครบทุกรูปแบบการสรรหา เลือกได้ตามโจทย์ของคุณ 635" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/622799524_1319240740238300_4648294428416650513_n.webp 1200w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/622799524_1319240740238300_4648294428416650513_n-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/622799524_1319240740238300_4648294428416650513_n-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/622799524_1319240740238300_4648294428416650513_n-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/622799524_1319240740238300_4648294428416650513_n-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เวลาผู้สมัครกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรที่อยากร่วมงานด้วย สิ่งแรก ๆ ที่พวกเขามักทำคือเข้าไปที่ เว็บไซต์ของบริษัท เพื่อดูตำแหน่งงานที่เปิดรับ รวมถึงทำความเข้าใจเกี่ยวกับองค์กรนั้น ๆ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายองค์กรที่ไม่มีหน้า <a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/career-page-recruitment-website-260312/">Career Page หรือ หน้าเว็บไซต์รับสมัครงาน</a> เป็นของตัวเอง ส่งผลให้ผู้สมัครไม่สามารถหาข้อมูลสำคัญได้ในที่เดียว เลยต้องไปค้นหาต่อผ่าน Job Board หรือ Social Media แทน</p>
<p>เมื่อข้อมูลกระจัดกระจายและไม่ครบถ้วน ก็อาจทำให้ผู้สมัครบางคน ตัดสินใจเลิกสนใจสมัครงานกับองค์กรนั้นไปเลย</p>
<p>ฉะนั้น สำหรับองค์กรที่ยังไม่มี Career Page เป็นของตัวเอง <strong>EZHire</strong> เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างง่ายและเริ่มใช้งานได้ทันที ผู้สมัครสามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ดูตำแหน่งงานที่เปิดรับ ไปจนถึงกรอกใบสมัครได้ภายในหน้าเดียว ช่วยสร้างประสบการณ์การสมัครงานที่ราบรื่นยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรในฐานะนายจ้างที่น่าทำงานด้วย หรือ <a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/ezhire-employer-branding-260122/">Employer Branding</a> ให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม</p>
<p>ที่สำคัญคือ สามารถใช้งานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดการใช้บริการด้วย !</p>
<p><a href="https://ats.reeracoen.tech/hiring?utm_source=HREX&amp;utm_medium=content&amp;utm_campaign=6HiringSolutions" target="_blank" rel="noopener">หากสนใจสร้าง Career Page ด้วย EZHire สามารถเข้าไปทดลองใช้งานได้ทันทีผ่านที่นี่</a></p>
<h2>ProFi: แพลตฟอร์มฝากโปรไฟล์ เปิดโอกาสสู่การทำงานกับบริษัทต่างชาติและองค์กรชั้นนำ</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49281" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/All_Reeracoen_Recruitment_TH-08.webp" alt="6-hiring-solutions-reeracoen-thailand" width="600" height="600" title="รวม 6 Hiring Solutions เครือ Reeracoen Thailand ครบทุกรูปแบบการสรรหา เลือกได้ตามโจทย์ของคุณ 636" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/All_Reeracoen_Recruitment_TH-08.webp 1200w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/All_Reeracoen_Recruitment_TH-08-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/All_Reeracoen_Recruitment_TH-08-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/All_Reeracoen_Recruitment_TH-08-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/All_Reeracoen_Recruitment_TH-08-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ใครเคยสมัครงานผ่าน Job Board ไปหลายตำแหน่ง แต่กลับไม่ได้รับการตอบกลับบ้าง ? บางครั้งผู้สมัครยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า HR ได้เปิดดูเรซูเม่หรือยัง เพราะไม่มี Feedback ใด ๆ กลับมาเลย ทำให้การสมัครงานหลายครั้งกลายเป็นเหมือนการส่งใบสมัครเข้าไปในระบบ โดยไม่รู้ว่ากระบวนการเดินหน้าต่อไปถึงไหนแล้ว</p>
<p>ขณะเดียวกัน คนทำงานจำนวนไม่น้อยก็ไม่ได้ตั้งใจจะลาออกจากงานทันที แต่อยากสำรวจตลาดแรงงานว่าในช่วงเวลานั้นมีโอกาสอะไรใหม่ ๆ อะไรบ้าง หรือมีบริษัทไหนกำลังมองหาคนที่มีทักษะและประสบการณ์แบบเดียวกับพวกเขาอยู่บ้าง</p>
<p><strong>ProFi</strong> คือแพลตฟอร์มฝากโปรไฟล์ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานกับบริษัทต่างชาติและองค์กรชั้นนำโดยเฉพาะ ครอบคลุมหลากหลายสายอาชีพ เช่น IT, Tech, Engineering และ Business เพียงฝาก CV / Resume ไว้ในระบบ โปรไฟล์ของคุณก็จะอยู่ในสายตาขององค์กรที่กำลังมองหาคนที่มีทักษะตรงกับความต้องการ ช่วยเพิ่มโอกาสให้งานเข้ามาหาคุณได้โดยตรง</p>
<p><a href="https://pro-fi.co?utm_source=HREX&amp;utm_medium=content&amp;utm_campaign=6HiringSolutions" target="_blank" rel="noopener">เปลี่ยนประสบการณ์จากการ “หางาน” ให้กลายเป็น “งานเข้ามาหา” ได้ง่าย ๆ ด้วยการฝากโปรไฟล์กับ ProFi ที่นี่</a></p>
<h2>ProFinder: Talent Marketplace ที่ช่วยให้องค์กรค้นหาโปรไฟล์ผู้สมัครได้แบบเชิงรุก</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49284" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/624505039_1319240683571639_3381645839991626114_n.webp" alt="6-hiring-solutions-reeracoen-thailand" width="600" height="600" title="รวม 6 Hiring Solutions เครือ Reeracoen Thailand ครบทุกรูปแบบการสรรหา เลือกได้ตามโจทย์ของคุณ 637" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/624505039_1319240683571639_3381645839991626114_n.webp 1200w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/624505039_1319240683571639_3381645839991626114_n-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/624505039_1319240683571639_3381645839991626114_n-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/624505039_1319240683571639_3381645839991626114_n-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/624505039_1319240683571639_3381645839991626114_n-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>รู้หรือไม่ว่า ในตลาดแรงงานทั้งหมด มีเพียงประมาณ <strong>30% ของผู้สมัครเท่านั้นที่ประกาศว่ากำลังมองหางานใหม่ ขณะที่อีก 70% แม้จะไม่ได้หางานอย่างจริงจัง แต่ก็พร้อมพิจารณาย้ายงาน หากมีโอกาสและข้อเสนอที่ดีกว่าเข้ามา</strong></p>
<p>ด้วยเหตุนี้ หาก HR รอให้ผู้สมัครเหล่านี้ยื่นใบสมัครเข้ามาเพียงอย่างเดียว ก็อาจทำให้การสรรหาล่าช้าเกินไป การมีแพลตฟอร์ม Talent Search ที่ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มคนเก่งอีก 70% ได้โดยตรง โดยไม่ต้องรอให้พวกเขาสมัครงานก่อน จึงกลายเป็นอีกทางเลือกสำคัญของการสรรหาในยุคปัจจุบัน</p>
<p><strong>ProFinder</strong> คือแพลตฟอร์ม Talent Marketplace ที่ออกแบบมาเพื่อการค้นหา Talent แบบ Proactive โดยเฉพาะ ช่วยให้ HR และ Recruiter สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลคนทำงานระดับ White Collar มากกว่า 250,000 คน ได้โดยตรง ซึ่งองค์กรสามารถกำหนดทักษะ ประสบการณ์ และคุณสมบัติที่ต้องการ เพื่อค้นหาโปรไฟล์ของ Talent ที่ตรงกับตำแหน่งงานได้อย่างแม่นยำ <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-reduce-time-to-fill-250929/">ช่วยลดระยะเวลาในการปิดตำแหน่งงาน (Time to Fill)</a> โดยเฉพาะตำแหน่งที่สรรหาคนได้ยาก</p>
<p>บริการนี้เหมาะสำหรับองค์กรที่มีทีม Recruiter ภายในอยู่แล้ว แต่ต้องการช่องทางเข้าถึงผู้สมัครที่มีคุณภาพมากขึ้น และสามารถเร่งกระบวนการสรรหาให้รวดเร็วกว่าเดิม</p>
<p><a href="https://profinder.pro-fi.co/?utm_source=HREX&amp;utm_medium=content&amp;utm_campaign=6HiringSolutions" target="_blank" rel="noopener">หากสนใจ สามารถเข้าไปทดลองใช้ Talent Marketplace ของ ProFinder ได้ผ่านที่นี่</a></p>
<h2>SourcedOut: ทางเลือกใหม่ของการสรรหา ผ่านเครือข่าย Freelance Recruiter</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49283" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/624464673_1319240703571637_3587980884809273065_n.webp" alt="6-hiring-solutions-reeracoen-thailand" width="600" height="600" title="รวม 6 Hiring Solutions เครือ Reeracoen Thailand ครบทุกรูปแบบการสรรหา เลือกได้ตามโจทย์ของคุณ 638" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/624464673_1319240703571637_3587980884809273065_n.webp 1200w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/624464673_1319240703571637_3587980884809273065_n-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/624464673_1319240703571637_3587980884809273065_n-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/624464673_1319240703571637_3587980884809273065_n-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/624464673_1319240703571637_3587980884809273065_n-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในวันที่องค์กรต้องการหาคนอย่างเร่งด่วน แต่มีงบประมาณจำกัด <strong>SourcedOut</strong> คือทางเลือกที่อยู่กึ่งกลางระหว่างการสรรหาด้วยทีมภายใน กับการใช้บริการ Recruitment Service แบบเต็มรูปแบบ ช่วยให้องค์กรสามารถเริ่มต้นการสรรหาได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนสูงเหมือนการใช้เอเจนซีแบบดั้งเดิม</p>
<p>นั่นก็เพราะ SourcedOut เชื่อมโยงองค์กรเข้ากับเครือข่าย <a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/sourcedout-recruitment-230627/">Freelance Recruiter</a> มืออาชีพ ที่พร้อมช่วยค้นหาและคัดเลือกผู้สมัครในระดับ Junior ถึง Middle Level วิธีการนี้ช่วยลดภาระงานของทีม HR ภายในได้อย่างมาก พร้อมทั้งมีโครงสร้างค่าใช้จ่ายที่ยืดหยุ่นกว่า Recruitment Agency ทั่วไป ขณะเดียวกันก็ยังคงมาตรฐานการคัดกรองผู้สมัครที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้</p>
<p><a href="https://www.sourcedout.asia/th/client?utm_source=HREX&amp;utm_medium=content&amp;utm_campaign=6HiringSolutions" target="_blank" rel="noopener">หากสนใจใช้บริการ SourcedOut สามารถติดต่อเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านที่นี่</a></p>
<h2>Reeracoen Recruitment Service: บริการสรรหาบุคลากรสำหรับตำแหน่ง Critical Role โดยทีม Recruiter มืออาชีพ</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49282" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/619489737_1319240790238295_5788248428207846375_n.webp" alt="6-hiring-solutions-reeracoen-thailand" width="600" height="600" title="รวม 6 Hiring Solutions เครือ Reeracoen Thailand ครบทุกรูปแบบการสรรหา เลือกได้ตามโจทย์ของคุณ 639" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/619489737_1319240790238295_5788248428207846375_n.webp 1200w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/619489737_1319240790238295_5788248428207846375_n-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/619489737_1319240790238295_5788248428207846375_n-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/619489737_1319240790238295_5788248428207846375_n-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/619489737_1319240790238295_5788248428207846375_n-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>สำหรับตำแหน่งสำคัญอย่าง ผู้บริหาร หรือบทบาทเฉพาะทางที่ต้องการความเชี่ยวชาญสูง การสรรหาให้ได้คนที่ “ใช่” จริง ๆ มักไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยทั้งความแม่นยำ ประสบการณ์ และเครือข่ายผู้สมัครที่มีคุณภาพ</p>
<p><strong>Reeracoen Recruitment Service</strong> จึงเป็นอีกทางเลือกที่องค์กรไว้วางใจได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องการหาคนมารับตำแหน่งสำคัญอย่างเร่งด่วน ทีม Recruiter มืออาชีพของ Reeracoen พร้อมดูแลกระบวนการสรรหาอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การวิเคราะห์ Requirement ของตำแหน่ง คัดกรองผู้สมัคร ประเมินทักษะและประสบการณ์ ไปจนถึงการพิจารณาความเหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร (Culture Fit) เพื่อส่งมอบผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุดภายในเวลาที่กำหนด</p>
<p>แนวทางนี้ช่วยให้องค์กรสามารถได้คนที่ใช่สำหรับบทบาทสำคัญ ขณะเดียวกันก็ทำให้ทีม HR ภายในมีเวลามากขึ้นในการโฟกัสกับงานเชิงกลยุทธ์ด้านอื่นขององค์กร</p>
<p><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener">หากสนใจใช้บริการสรรหาสำหรับตำแหน่งสำคัญ สามารถติดต่อ Reeracoen Recruitment Service ได้ที่นี่</a></p>
<h2>RPO: บริการ Recruitment Process Outsourcing การสรรหาแบบครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนจนถึง Onboarding</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49285" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/622819278_1319240620238312_1411197140928220168_n.webp" alt="6-hiring-solutions-reeracoen-thailand" width="600" height="600" title="รวม 6 Hiring Solutions เครือ Reeracoen Thailand ครบทุกรูปแบบการสรรหา เลือกได้ตามโจทย์ของคุณ 640" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/622819278_1319240620238312_1411197140928220168_n.webp 1200w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/622819278_1319240620238312_1411197140928220168_n-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/622819278_1319240620238312_1411197140928220168_n-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/622819278_1319240620238312_1411197140928220168_n-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/622819278_1319240620238312_1411197140928220168_n-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อองค์กรกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสาขาใหม่หลายแห่งพร้อมกัน หรือมีโปรเจกต์ขนาดใหญ่ที่ต้องการจ้างพนักงานจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น การสรรหาทีละตำแหน่งอาจไม่สามารถตอบโจทย์ได้อีกต่อไป และอาจทำให้การเติบโตของธุรกิจชะลอตัว</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ <strong>Reeracoen จึงพัฒนาบริการ RPO (Recruitment Process Outsourcing)</strong> ซึ่งเป็นโซลูชันการสรรหาในระดับที่ครอบคลุมที่สุด โดยทีมงานจะเข้าไปทำงานร่วมกับองค์กรเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของทีม HR ภายใน ดูแลตั้งแต่การวางแผนกำลังคน การคัดเลือกและสัมภาษณ์ผู้สมัคร ไปจนถึงขั้นตอน Onboarding เพื่อให้กระบวนการสรรหาเดินหน้าได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ</p>
<p>บริการนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ Retail, Start-up ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว หรือองค์กรที่ต้องการทั้งความรวดเร็วในการสรรหา พร้อมการควบคุมต้นทุนและมาตรฐานการทำงานที่ชัดเจน</p>
<p><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener">ยกระดับการสรรหาพนักงานจำนวนมากด้วยระบบ RPO ของ Reeracoen ได้ที่นี่</a></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>ในการสรรหาพนักงาน ไม่มีสูตรสำเร็จเพียงรูปแบบเดียวที่ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดกับบริบทขององค์กรในช่วงเวลานั้น</p>
<p>บางองค์กรอาจเริ่มต้นจากการใช้ <strong>EZHire</strong> เพื่อสร้าง Career Page ของตัวเอง บางองค์กรอาจขยับไปใช้ <strong>ProFinder</strong> ซึ่งเป็น Talent Marketplace เพื่อเข้าถึง Talent ที่ต้องการโดยตรง ขณะที่บางองค์กรอาจอยู่ในช่วงการเติบโตที่ต้องใช้ <strong>RPO</strong> เพื่อรองรับการขยายทีมในระดับที่รวดเร็วและเป็นระบบ</p>
<p>การมีพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจทุกมิติของการสรรหาอย่าง <strong>Reeracoen Thailand</strong> จะช่วยให้การตัดสินใจขององค์กรไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางกลยุทธ์ด้านบุคลากรเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener">หากสนใจบริการจาก Reeracoen Thailand สามารถติดต่อได้ทันทีที่ลิงก์ด้านล่าง</a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47785" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 3" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/partner-content/6-hiring-solutions-reeracoen-thailand-260316/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 &#8211; Day 2</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2026-day-2-260314/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2026-day-2-260314/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Mar 2026 10:27:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[People Management Summit]]></category>
		<category><![CDATA[People Management Summit 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49265</guid>

					<description><![CDATA[เข้าสู่รอบวันที่ 2 แล้วกับงาน People Management Summit 2026: Talent Matters เวทีระดับประเทศที่ยังคงอัดแน่นด้วยองค์ความรู้ด้านการบริหารคนอันเข้มข้น ในวันนี้ ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา ประธานมูลนิธิ Talent Thailand ผู้จัดงานยังคงเดินหน้าสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยน นำทัพนักบริหารและผู้เชี่ยวชาญมาร่วมถ่ายทอดกลยุทธ์ People Management แบบเจาะลึกที่พร้อมเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุคใหม่ที่ HR ต้องรู้ หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว ดังนี้ People Challenges Leader Face 2026: What’s on the CEO’s Desk? “สำหรับ CEO ถ้าใจคุณไม่ได้ คุณจะบริหารการเปลี่ยนแปลงให้เป็นที่ประจักษ์ไม่ได้เลย” วิกฤตการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร CEO ของ BAM หรือบริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ฉายภาพให้เห็นว่าภายในอีกไม่ถึง 2 ปี งานสาย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49272" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154835.539.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 2 647" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154835.539.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154835.539-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เข้าสู่รอบวันที่ 2 แล้วกับงาน People Management Summit 2026: Talent Matters เวทีระดับประเทศที่ยังคงอัดแน่นด้วยองค์ความรู้ด้านการบริหารคนอันเข้มข้น</p>
<p>ในวันนี้ <strong>ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา ประธานมูลนิธิ Talent Thailand</strong> ผู้จัดงานยังคงเดินหน้าสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยน นำทัพนักบริหารและผู้เชี่ยวชาญมาร่วมถ่ายทอดกลยุทธ์ People Management แบบเจาะลึกที่พร้อมเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุคใหม่ที่ HR ต้องรู้</p>
<p>หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว ดังนี้</p>

<h2>People Challenges Leader Face 2026: What’s on the CEO’s Desk?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49268" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T104604.553.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 2 648" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T104604.553.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T104604.553-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><em>“สำหรับ CEO ถ้าใจคุณไม่ได้ คุณจะบริหารการเปลี่ยนแปลงให้เป็นที่ประจักษ์ไม่ได้เลย”</em></p>
<p>วิกฤตการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป <strong>ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร CEO ของ <a href="https://www.bam.co.th/th/corporate" target="_blank" rel="noopener">BAM หรือบริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน</a>)</strong> ฉายภาพให้เห็นว่าภายในอีกไม่ถึง 2 ปี งานสาย Admin 44% จะถูก AI เข้ามาทำหน้าที่แทนอย่างสมบูรณ์แบบ ความเปลี่ยนแปลงนี้กดดันให้ทุกองค์กรต้องเร่งทำ Transformation หรือการปรับตัวขนานใหญ่แบบรอไม่ได้ หากที่ไหนยังไม่มีแผนรับมือที่ชัดเจน โอกาสที่จะล่มสลายภายใน 10 ปีข้างหน้าก็มีสูงมาก</p>
<p>ภารกิจเร่งด่วนที่วางอยู่บนโต๊ะของผู้นำคือการตั้งคำถามว่า ความรู้ความสามารถของทีม HR ในวันนี้ ก้าวทันโลกที่เปลี่ยนไปแล้วหรือยัง<br />
หัวใจสำคัญของการประคององค์กรให้รอดพ้นจากมรสุมนี้ คือการยอมรับความจริงที่ว่าเราไม่สามารถดูแลทุกคนให้เท่ากันได้ ดร.รักษ์เปรียบเทียบไว้อย่างเห็นภาพว่า <strong>องค์กรจะอยู่รอดได้ด้วยกลุ่มคนที่เป็น Talent เพียง 30% เท่านั้น</strong> หน้าที่ของผู้นำคือต้องคัดกรองคนกลุ่มนี้ออกมาให้ชัดเจน แล้วเร่งอัดฉีดทักษะความรู้ตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อปั้นให้เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ ขณะเดียวกันต้องกลับมาสำรวจ Career Ladder ในองค์กรด้วยว่าเอื้อให้คนเก่งได้เติบโตหรือไม่</p>
<p>อีกสิ่งที่เขาให้ความสำคัญก็คือ ความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงาน หาก Engagement Score ต่ำกว่าครึ่ง หมายถึงว่ามีพนักงานที่ผูกพันกับองค์กรไม่ถึงครึ่ง นั่นสะท้อนถึงความล้มเหลวในการทำงานของ HR ที่ต้องรีบบริหารจัดการ และแก้ไขทันที</p>
<p><strong>ในมุมของ CEO สิ่งที่เขาคาดหวังจากทีม HR มากที่สุดคือการมี <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/empathy-skill-210714/">Empathy</a></strong> <strong>เพราะที่ผ่านมาเราพบเจอการทำงานแบบไร้หัวใจมามากพอแล้ว</strong> คนทำงานสาย HR ยุคใหม่ต้องไม่ใช่แค่คนที่ไม่มีที่ไปในสายงานอื่น แต่ต้องเป็นมืออาชีพที่ใช้ใจในการทำงาน หากกุมหัวใจคนในองค์กรไม่ได้ การบริหารการเปลี่ยนแปลงย่อมไม่มีทางสำเร็จ</p>
<p>นอกจากนี้ ผู้นำยังต้องรักษาสมดุลระหว่างความเก่ง และความดีให้ลงตัว นายที่เก่งแต่ใช้อารมณ์จนเข้าขั้นโรคจิต หรือนายที่ใจดีแต่ตัดสินใจอะไรไม่ได้ ย่อมไม่สามารถนำองค์กรไปสู่จุดที่ดีขึ้นได้ ผู้นำที่ใช่จึงต้องดุอย่างมีเหตุผล เก่งอย่างมีกาลเทศะ และรู้จักวางบทบาทให้เหมาะสมกับสถานการณ์</p>
<p>นอกเหนือจากภารกิจบริหารคน ดร.รักษ์ ยังเน้นย้ำถึงวิชาความรู้ ที่ผู้นำยุค 2026 ต้องมีติดตัวไว้ 2 ประการ</p>
<ol>
<li><strong>จิตวิทยาการบริหารใจ</strong>: ผู้นำต้องฝึกใจให้นิ่งพอก่อนใคร เพราะในแต่ละวันอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากหรือคำตัดสินใจที่ขมขื่นเหมือนการกลืนยาพิษ</li>
<li><strong>การบริหารความต่างระหว่างวัย</strong>: หมดยุคของการใช้อำนาจดุดันแบบในอดีต ผู้นำต้องเข้าใจจริตของคนแต่ละเจเนอเรชัน รู้วิธีจูงใจคนที่ไม่ได้อยากเติบโตตามโครงสร้างเดิม แต่มีคุณค่าในแบบของตนเอง</li>
</ol>
<p>สุดท้ายนี้ การจะเปลี่ยนผ่านองค์กรให้สำเร็จต้องอาศัยโมเดล &#8220;<em>Be See Say Do&#8221;</em> ที่เริ่มจาก</p>
<ul>
<li><strong>Be</strong> &#8211; ผู้นำต้องพร้อมเผชิญหน้าและยุติความขัดแย้งในที่ประชุม</li>
<li><strong>See</strong> &#8211; เปิดประตูต้อนรับพนักงานให้เข้าถึงได้ตลอดเวลา</li>
<li><strong>Say</strong> &#8211; สื่อสารภาพอนาคตให้เป็นภาพเดียวกัน</li>
<li><strong>Do</strong> &#8211; ลงไปลุยหน้างานจริงเพื่อแก้ปัญหาให้ลูกน้อง</li>
</ul>
<p>นอกจากนั้น ผู้นำที่เก่งจะเปลี่ยนจากคำว่า ฉัน (Me) เป็นเรา (WE) โดยให้เครดิตความสำเร็จกับทุกคน และทำหน้าที่เป็นประภาคารที่ส่องแสงสว่างนำทางเสมอ เพราะ<strong>แม้การเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงจะอยู่ที่ผู้นำ แต่ความสำเร็จที่ยั่งยืนนั้นต้องอาศัยใจของคนทั้งองค์กรเป็นสำคัญ</strong></p>
<p><em>“Transformation เริ่มที่ผู้นำ แต่จะทำให้สำเร็จได้ต้องอาศัยใจของคน”</em> ดร.รักษ์กล่าวสรุป</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49262" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162508.416.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 2 649" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162508.416.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162508.416-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2026-day-1-260313/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 – Day 1</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Talent Matters = เรื่องคนคือเรื่อง CEO</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49269" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T121059.195.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 2 650" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T121059.195.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T121059.195-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>บุญเกียรติ เมธีทัศนีย์ Group Director &#8211; Corporate HR จาก <a href="https://plant.boonrawd.co.th/th/home" target="_blank" rel="noopener">บุญรอดบริวเวอรี่</a></strong> และ คุณ <strong>สุวรรณา กิตติรัตนพัฒนา Managing Director จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/182">SCG HR Solutions</a></strong> เล่าถึงคำถามในที่ CEO จะถามทีม HR ในปัจจุบันมีอะไรบ้าง</p>
<p>สิ่งที่ทั้งคู่สังเกตก็คือ คำถามที่ถามวันนี้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อผู้นำมุ่งเป้าไปที่ Productivity หรือประสิทธิภาพการทำงานเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ไม่ได้ถามแค่เรื่องการรับคนเป็นอย่างไร พัฒนาคนไปถึงไหนเท่านั้นแล้ว</p>
<p>เพราะในสายตาผู้บริหารสูงสุด ผลประกอบการและตัวเลขทางธุรกิจเชื่อมโยงกับคุณภาพของคนอย่างแยกไม่ออก HR ยุคนี้ต้องอ่านโมเดลธุรกิจขององค์กรให้ขาด ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ เพื่อสื่อสารกับ CEO ด้วยภาษาธุรกิจและมีวาทศิลป์ในการรายงานผลได้อย่างมืออาชีพ โดยเฉพาะในวันที่ผลลัพธ์อาจยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย</p>
<p><em>“HR มีหน้าที่เข้าใจความเป็นไปขององค์กรแล้วสื่อสารกับ CEO ถ้าใครยังไม่รู้สึกสบายใจจะสื่อสารกับ CEO ก็ยากจะทำงานนี้ได้”</em> คุณบุญเกียรติอธิบาย</p>
<p>ท่ามกลางสถานการณ์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ หลายแห่งยังเริ่มเผชิญวิกฤต <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hr-succession-planning-250228/">Succession Planning</a> ที่ทำไม่ทันการณ์ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่เมื่อผู้บริหารระดับสูงเกษียณอายุแต่กลับไม่มีตัวแทนที่พร้อมขึ้นมาสานต่อ สิ่งที่ทีมบริหารต้องเร่งทำคือการระบุให้ชัดว่าใครคือกลุ่มคนที่เป็น Talent ตัวจริง เพื่อจะได้นำมาพัฒนาต่อ โดยมีแนวคิดสำคัญในการคัดเลือกและพัฒนาคนกลุ่มนี้ ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>คัดเลือกอย่างเข้มข้น:</strong> เฟ้นหาคนที่มีขีดความสามารถสม่ำเสมอ ไม่ใช่เก่งเพียงชั่วคราวแล้วหายไป</li>
<li><strong>วางแผนการเติบโตให้ชัด:</strong> พนักงานต้องมองเห็นเส้นทางอาชีพว่าเมื่ออยู่ในแต่ละระดับ ตั้งแต่พนักงานทั่วไปจนถึงผู้บริหาร เขาจะได้รับการสนับสนุนและพัฒนาทักษะเรื่องใดบ้าง</li>
<li><strong><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190626-360-degree-feedback/">ประเมินผลรอบด้าน 360 องศา</a>:</strong> เลิกใช้ระบบที่เน้นความพึงพอใจของหัวหน้าเพียงอย่างเดียว โดยเปลี่ยนมาใช้การฟีดแบ็คจากเพื่อนร่วมงานและลูกน้อง เพื่อให้แน่ใจว่าคนเก่งคนนั้นได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างอย่างแท้จริง</li>
</ul>
<p><strong>ในแง่การทำงานร่วมกัน โจทย์ที่ท้าทายที่สุดมักเป็นการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับคนเป็นผู้นำ หรือหัวหน้า เพราะนี่คือบุคคลที่มีอิทธิพลต่อความก้าวหน้าและความสุขในที่ทำงานมากที่สุด</strong> การทำงานให้ราบรื่นไม่ได้หมายถึงการประจบเอาใจ หากเป็นการกล้าเปิดใจสื่อสารและกล้าเสนอความเห็นที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ เพื่อตรวจสอบว่าทิศทางที่หัวหน้ากำลังนำไปนั้นส่งผลดีต่อธุรกิจจริงหรือไม่ หากเรามั่นใจในศักยภาพของตัวเอง เราย่อมมีสิทธิ์เลือกทำงานกับหัวหน้าที่ส่งเสริมกัน แต่หากต้องเจอกับสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ คนเก่งที่มีฝีมือย่อมมีโอกาสและทางเลือกในองค์กรอื่นเสมอ</p>
<p>ขณะเดียวกัน พนักงานเองต้องตระหนักถึงการปรับตัวให้ทันโลก เพราะต่อให้ HR จะพยายามจัดหลักสูตรพัฒนาให้ดีเพียงใด แต่ถ้าเจ้าตัวขาดความกระตือรือร้นหรือไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง สุดท้ายก็ยากจะยื่นมือเข้าไปช่วยได้ทัน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ทีม HR ยุคใหม่ยังต้องทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่จริงใจ คอยหาสาเหตุว่าอะไรที่ทำให้คนเก่งในวันวานเปลี่ยนไป เพื่อหาทางดึงศักยภาพเขากลับคืนมา โดยเน้นการสร้างบรรยากาศที่พนักงานมีความสุขควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพงาน มากกว่าการตามใจพนักงานจนเสียระบบการปกครอง</p>
<p><em>“ยุคนี้ไม่ใช่การสำเร็จคนเดียว และคนรอบข้างไม่สำเร็จ เราเก่ง แต่คนรอบข้างไปไม่รอด”</em> Managing Director จาก SCG HR Solutions กล่าว</p>
<p>สุดท้าย องค์กรต้องปรับตัวเพื่อมัดใจคนรุ่นใหม่ที่รักความยุติธรรมและชอบแสดงฝีมือ หากที่นี่ยังยึดติดกับระบบอาวุโสมากกว่าความสามารถ ก็ยากจะรักษาคนเก่งไว้ได้ นอกจากนี้ ผู้นำต้องไม่ลืมเรื่องการถอดบทเรียนและเก็บรักษาองค์ความรู้ (Knowledge Management) ก่อนที่คนทำงานจะลาออกไป</p>
<p>เพราะความสำเร็จที่ยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว หากเป็นการทำให้ความเก่งนั้นกลายเป็นทรัพย์สินขององค์กรที่ส่งต่อกันได้อย่างเป็นระบบ</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/182?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47904" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 111" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>Key Talent Risk</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49270" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T143837.983.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 2 651" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T143837.983.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T143837.983-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>นภัส ศิริวรางกูร Managing Director จาก HEWITT Consulting</strong> อธิบายว่า Key Talent คือกลุ่มคนสำคัญระดับหัวกะทิขององค์กร คนกลุ่มนี้สำคัญกว่า Talent ตามปกติเสียอีก</p>
<p>โดยปกติคนกลุ่มนี้จะมีเพียง 5% ขององค์กร และใครที่เข้าข่ายนี้ควรต้องผ่านการวัดผลงานย้อนหลัง 2 ปีว่าดีสม่ำเสมอคงเส้นคงวาหรือไม่<br />
แต่ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่แค่การหาพวกเขาให้เจอ การบริหารจัดการความเสี่ยงที่รายล้อมคนกลุ่มนี้อยู่ต่างหากที่ต้องเน้นหนัก ซึ่งมี 5 ข้อสำคัญที่ต้องระวังดังต่อไปนี้</p>
<h3>1. กลัวลาออก</h3>
<p>ความเสี่ยงพื้นฐานที่สุด เพราะคนกลุ่มนี้เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก หากองค์กรละเลยการดูแล หรือปล่อยให้เขาอยู่ในตำแหน่งเดิมนานเกิน 4 ปี โดยไม่มีการเติบโตด้านอาชีพ เขาอาจถูกองค์กรอื่นดึงตัวไปได้ง่าย</p>
<p>แต่หากเกิดเหตุการณ์นั้นจริง ๆ การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาไว้ แม้ในวันที่เขาเดินจากไปก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเขามีโอกาสเหมือนกันที่จะกลับมาร่วมงานกับเราอีกครั้งในอนาคต</p>
<h3>2. กลัวหมดไฟ</h3>
<p>ยิ่งเก่งงานยิ่งเยอะ ความเสี่ยงที่จะถูกใช้งานหนักจนเกินขีดจำกัดก็มีสูงมาก ในช่วงแรกผลงานพวกเขาอาจยังดูดี แต่หากพลังงานลดลงจนถึงขั้นรับอะไรเพิ่มไม่ได้อีก องค์กรจะเสียกำลังหลักไปทันที การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม หรือ Holistic Well-being ตั้งแต่สุขภาพกาย ใจ การเงิน ไปจนถึงจิตวิญญาณ จึงเป็นเรื่องจำเป็น เป็นกลยุทธ์เพื่อรักษาพลังงานของคนเก่งเอาไว้</p>
<h3>3. กลัว Toxic</h3>
<p>ความเสี่ยงนี้มี 2 ด้าน คือการที่คนเก่งต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษจนทนไม่ไหว หรือร้ายกว่านั้นคือตัวคนเก่งกลายเป็นวายร้ายในองค์กรเสียเอง เช่น เป็นหัวหน้าที่บ้าอำนาจ (Alpha Boss) หรือเป็นดาวเด่นที่เข้ากับใครไม่ได้ (Toxic Superstar) ซึ่งจะทำลายระบบทีมอย่างรุนแรง</p>
<h3>4. กลัวหัวหน้าไม่เก่งพอ</h3>
<p>สำหรับ Key Talent หัวหน้าที่ดีคือคนที่จะช่วยผลักดันและสอนงานเขาได้ หากเขารู้สึกว่าหัวหน้าไม่มีศักยภาพพอที่จะนำพาเขาไปสู่จุดที่สูงขึ้น หรือไม่สามารถมอบหมายงานที่ท้าทายความสามารถได้ เขาจะเริ่มมองหานายใหม่ที่เก่งกว่าเดิมเพื่อความก้าวหน้าของตัวเองทันที</p>
<h3>5. กลัวหมดศรัทธาอนาคตองค์กร</h3>
<p>คนรุ่นใหม่ต้องการทำงานในที่ที่มีความหมายมากกว่าแค่เรื่องเงิน หากองค์กรไม่มีทิศทางที่ชัดเจน หรือสิ่งที่ทำอยู่ไม่เชื่อมโยงกับการสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อสังคม เชื่อมโยงทั้ง Purpose, People และ Performance พวกเขาจะรู้สึกหมดความศรัทธาและมองไม่เห็นภาพตัวเองเติบโตไปพร้อมกับองค์กรในระยะยาว</p>
<p><em>“หากเราบริหารจัดการความเสี่ยงทั้ง 5 ด้านได้อย่างเป็นระบบ องค์กรย่อมสามารถเปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นพลังที่มั่นคงในการก้าวไปสู่ความสำเร็จร่วมกันได้อย่างยั่งยืน</em>” คุณนภัส ทิ้งท้าย</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47977" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 181" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49271" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154325.278.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 2 652" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154325.278.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154325.278-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในช่วงสุดท้ายของงาน ดร.บวรนันท์ ทิ้งท้ายจากการจัดงานตลอด 2 วันว่า จากเนื้อหาที่ได้ฟังและจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนทำงานจำนวนมาก พบว่าปัญหาส่วนใหญ่มาจากการทำงานกับผู้นำที่ขาดศิลปะในการบริหารความสัมพันธ์ จนทำให้ลูกน้องรู้สึกไร้ตัวตน บทเรียนสำคัญคือหัวหน้าที่ดีต้องสร้างความหมายให้งานและทำให้พนักงานเห็นคุณค่าในตัวเอง แทนการปล่อยให้เขาทำงานอย่างไร้จุดหมายเพื่อรอฟังคำพิพากษาผลประเมินในช่วงสิ้นปี</p>
<p>กุญแจสำคัญที่จะช่วยลดความทุกข์ในใจคนทำงานคือการมี Empathy หรือความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจกัน ผู้นำต้องรู้จักสื่อสารเรื่องความก้าวหน้าอย่างตรงไปตรงมา พร้อมให้คำแนะนำที่ชัดเจนและจริงใจ การเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้สร้างพลังบวกและดูแลพนักงานอย่างมีศักดิ์ศรี จะเปลี่ยนออฟฟิศให้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยากทุ่มเทให้ด้วยความสุข ซึ่งส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กรที่ยั่งยืนมากกว่าการมุ่งเน้นเพียงตัวเลขกำไร</p>
<p>ในฐานะผู้จัดงาน เขาหวังว่าเนื้อหาจาก People Management Summit 2026 ตลอด 2 วันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสังคมการทำงานที่ดี ขับเคลื่อนให้เกิดบรรยากาศเชิงบวกที่ใช้ความเข้าใจนำทาง และส่งต่อพลังใจให้คนทำงานทุกคนมีแรงผลักดันในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรและสังคมต่อไป</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="ก่อนใช้ HR Tech เพื่องาน HRM ควรพิจารณาปัจจัยใดบ้าง ? 2" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2026-day-2-260314/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 &#8211; Day 1</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2026-day-1-260313/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2026-day-1-260313/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Mar 2026 11:54:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[People Management Summit 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49256</guid>

					<description><![CDATA[กลับมาอีกครั้งกับงาน People Management Summit 2026: Talent Matters เวทีเสวนาที่ ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา ประธานมูลนิธิ Talent Thailand เชิญชวนนักบริหารจากหลากหลายองค์กรเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ด้านการบริหารบุคลากรด้วยตัวเอง งานครั้งนี้รวบรวมทั้งแนวคิด กลยุทธ์ และเครื่องมือด้าน People Management ที่กำลังมีบทบาทต่อการพัฒนาองค์กร พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญและผู้ปฏิบัติงานจริงได้ถ่ายทอดบทเรียนที่นำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว ดังนี้ AI in People Management คุณ อภิรัตน์ หวานชะเอม Founder &#38; AI Advisor จาก Practico ใช้เวลาตลอด 1 ชั่วโมงชวน HR ผู้ร่วมงานตระหนักถึงบทบาทสำคัญของ HR ในฐานะผู้นำในการขับเคลื่อนการใช้งาน AI ให้ประสบความสำเร็จในองค์กร เขาชี้ให้เห็นว่า หัวใจสำคัญของการนำ AI มาใช้ในองค์กรให้สำเร็จไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ &#8220;คน วิธีทำงาน และวัฒนธรรม&#8221; [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49262" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162508.416.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 1 659" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162508.416.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162508.416-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>กลับมาอีกครั้งกับงาน People Management Summit 2026: Talent Matters เวทีเสวนาที่ ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา ประธานมูลนิธิ Talent Thailand เชิญชวนนักบริหารจากหลากหลายองค์กรเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ด้านการบริหารบุคลากรด้วยตัวเอง</p>
<p>งานครั้งนี้รวบรวมทั้งแนวคิด กลยุทธ์ และเครื่องมือด้าน People Management ที่กำลังมีบทบาทต่อการพัฒนาองค์กร พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญและผู้ปฏิบัติงานจริงได้ถ่ายทอดบทเรียนที่นำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที</p>
<p>หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว ดังนี้</p>

<h2>AI in People Management</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49261" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162502.136.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 1 660" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162502.136.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162502.136-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>อภิรัตน์ หวานชะเอม Founder &amp; AI Advisor จาก Practico</strong> ใช้เวลาตลอด 1 ชั่วโมงชวน HR ผู้ร่วมงานตระหนักถึงบทบาทสำคัญของ HR ในฐานะผู้นำในการขับเคลื่อนการใช้งาน AI ให้ประสบความสำเร็จในองค์กร</p>
<p>เขาชี้ให้เห็นว่า หัวใจสำคัญของการนำ AI มาใช้ในองค์กรให้สำเร็จไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ &#8220;คน วิธีทำงาน และวัฒนธรรม&#8221; ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ HR ต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำร่วมกับฝ่าย IT ตั้งแต่ต้น แทนที่จะรอรับนโยบายเพียงด้านเดียว</p>
<p>โจทย์แรกที่ HR ต้องตีให้แตกคือการสร้างความเชื่อมั่นว่า AI เข้ามาเพื่อขยายศักยภาพพนักงาน ไม่ใช่เพื่อคัดคนออก เมื่อองค์กรสร้าง <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190703-psychological-safety/">Psychological Safety</a> หรือพื้นที่ปลอดภัยที่ทำให้คนกล้าเรียนรู้โดยไม่รู้สึกถูกคุกคาม คนจะกล้าใช้ AI และยิ่งใช้ก็มีโอกาสกลายเป็น Talent กลุ่มใหม่ที่คิดได้กว้างขึ้นและตัดสินใจได้คมชัดขึ้น</p>
<p>อีกสิ่งที่คุณอภิรัตน์เน้นหนักคือบทบาทของ <strong>HR และผู้นำที่ต้องเปลี่ยนจากการดูแลแค่คน ไปสู่การบริหารจัดการสมอง 2 แบบ คือ มนุษย์และ AI ให้ทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่น</strong> ต้องรู้ว่างานส่วนใดคืองานของมนุษย์ งานส่วนใดคืองานของ AI ทำ และงานส่วนใดที่ต้องทำร่วมกัน</p>
<p><em>“บทบาท HR ต่อจากนี้ ควรเป็น Chief Human and AI Officer เพราะอย่าลืมว่าเราไม่ได้แค่บริหารคน แต่เราต้องบริหาร AI ไปพร้อมกัน”</em></p>
<p>คุณอภิรัตน์ยังเสนอแนวคิด<strong> Job Transformation Framework</strong> ซึ่งเป็นพิมพ์เขียวการเปลี่ยนผ่านองค์กรที่ต้องอาศัยการทำงานแบบ 3 ประสานระหว่าง</p>
<ul>
<li>ฝ่ายธุรกิจ (Business)</li>
<li>ฝ่ายคน (HR)</li>
<li>ฝ่ายเทคโนโลยี (Tech)</li>
</ul>
<p>กระบวนการนี้เริ่มจาก <strong>ฝ่ายธุรกิจกำหนดกลยุทธ์ว่า AI จะสร้างมูลค่าในจุดไหน</strong> จากนั้นเป็น<strong>หน้าที่สำคัญของ HR คือการวิเคราะห์เนื้องานอย่างลงลึก เพื่อออกแบบบทบาทหน้าที่ของแต่ละงานใหม่ให้เกิดความสมดุล</strong>ระหว่างการทำงานของคนและ AI ก่อนจะ<strong>ส่งไม้ต่อให้ฝ่ายเทคโนโลยีติดตั้งระบบที่เหมาะสม</strong></p>
<p>และที่สำคัญ อย่าลืมว่ามนุษย์ยังต้องคอยควบคุม ดูแล และตรวจสอบคำตอบเสมอเวลาใช้งาน AI ด้วย</p>
<p>เมื่อพนักงานรู้สึกมั่นคงและได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นธรรม พวกเขาจะเปิดใจรับ AI ในฐานะคู่หูที่ช่วยให้เติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49272" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154835.539.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 1 661" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154835.539.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154835.539-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2026-day-2-260314/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 – Day 2</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Identifying 7 Inner Talent</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49258" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162435.083.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 1 662" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162435.083.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162435.083-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ เมธวิน ปิติพรวิวัฒน์ CEO ของ BASE Playhouse ชวนให้ผู้ฟังกลับมาทบทวนคำว่า Talent ใหม่อีกครั้ง เพราะหากองค์กรมองเห็นหน้าตา ลักษณะของความเก่งชัดเจน การตัดสินใจเรื่องคนก็จะเฉียบคมขึ้นทันที ทั้งการเลือกคน การรักษาคน และการพัฒนาคน</p>
<p>จากประสบการณ์พัฒนาคนมาหลายปี คุณเมธวินพบว่า มนุษย์มีความสามารถซ่อนอยู่มากกว่าที่องค์กรใช้จริง และเมื่อ AI เข้ามาช่วยงานบางส่วน ศักยภาพของมนุษย์ก็ยิ่งมีโอกาสถูกยกระดับได้มากขึ้น</p>
<p>ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดนับจากนี้คือ หน้าตาของความเก่งกำลังเปลี่ยนไป คนที่ทำงานแบบเดิมและอยู่ในระดับค่าเฉลี่ยจะถูกทดแทนได้ง่ายขึ้น ขณะที่ความสามารถแบบมนุษย์แท้ ๆ กลับมีคุณค่ามากขึ้น โดยเฉพาะสิ่งที่เทคโนโลยีทำแทนไม่ได้ เช่น ประสบการณ์ การตีความ และการสร้างมุมมองใหม่จากสิ่งที่เคยมีอยู่</p>
<p>ดังนั้น Talent ในความหมายใหม่จึงมีลักษณะสำคัญ 3 ประการ ได้แก่</p>
<ul>
<li>เก่งงาน สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้</li>
<li>เก่งคน พาคนที่มีความสามารถหลากหลายทำงานร่วมกันได้</li>
<li>พร้อมชน รับมือความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายโดยไม่ถอย</li>
</ul>
<p><strong>คนแบบนี้กำลังกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า Premium Human ซึ่งจะยิ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อ AI เข้ามาเสริมศักยภาพการทำงาน</strong></p>
<p>เพื่ออธิบายความเก่งระดับลึก คุณเมธวินนำเสนอ Inner Talent Model ซึ่งประกอบด้วยความสามารถหลัก 7 ตัวที่ทำให้คนคนหนึ่งเติบโตได้ในทุกบริบท ประกอบด้วย</p>
<ol>
<li><strong>Fast Learning</strong> เรียนรู้เร็วและปรับตัวไว</li>
<li><strong>High Esteem</strong> มีตัวตนและคุณค่าภายใน</li>
<li><strong>Thrive</strong> ไม่ยอมแพ้ง่าย มุ่งไปข้างหน้าแม้มีแรงกดดัน</li>
<li><strong>Strong Facilitation</strong> พาคนทำงานร่วมกันได้</li>
<li><strong>Driving</strong> ขับเคลื่อนงานและผลลัพธ์ให้เกิดจริง</li>
<li><strong>Fostering Trust</strong> สร้างความไว้วางใจในทีม</li>
<li><strong>Sharp Judgement</strong> ตัดสินใจได้แม่นยำในสถานการณ์กดดัน</li>
</ol>
<p>3 ตัวแรกถูกเรียกว่า Power Core ได้แก่ สมอง ตัวตน และหัวใจ ซึ่งเป็นฐานของความแตกต่างเฉพาะบุคคล ส่วนอีก 4 ตัวคือความสามารถที่ส่งผลต่อทีมและองค์กรโดยตรง เมื่อคนคนหนึ่งมีทักษะเหล่านี้ครบ จะช่วยสร้างสิ่งสำคัญต่อทีมได้ ได้แก่</p>
<ul>
<li>Sense of Belonging</li>
<li>True Wisdom</li>
<li>Ignite Purpose</li>
<li>Psychological Safety</li>
</ul>
<p>ทักษะเหล่านี้ ยิ่งเราใช้ยิ่งคม ยิ่งละเลยยิ่งเลือนหาย อย่าลืมว่าความเชี่ยวชาญที่แท้จริงเกิดจากการใช้งานซ้ำ ๆ</p>
<p>ทว่าในความเป็นจริง <strong>กลุ่ม Talent ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเช่นนี้มีสัดส่วนไม่ถึง 15% ของตลาดแรงงาน องค์กรจึงต้องมีกลยุทธ์การพัฒนาที่สร้างสภาพแวดล้อมเพื่อดึงศักยภาพจากภายใน</strong> ปรับวิธีคิดเพื่อเร่งสปีดการเรียนรู้ และที่สำคัญต้องผลักดันให้ Talent ได้ลงมือทำในงานที่มีผลกระทบสูง (High Impact) ภายใต้ความกดดัน (High Pressure) และมีเดิมพันที่สูงต่อองค์กร (High Stakes)</p>
<p>ประสบการณ์ที่เข้มข้นระดับนี้เท่านั้นที่จะหล่อหลอมให้เกิดการคิดเชิงกลยุทธ์ และการนำทีมที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในการเร่งการเติบโตของคนกลุ่มนี้</p>
<p><em>“ท้ายที่สุดแล้ว คนเก่งมักอยากทำงานกับคนเก่ง และมักตัดสินใจเดินออกจากองค์กรเมื่อทีมรอบตัวไม่แข็งแรงพอ”</em> CEO จาก BASE Playhouse ทิ้งท้ายให้ชวนคิด</p>
<p>แล้วองค์กรของเราล่ะ สร้างคนเก่งให้อยากทำงานรายล้อมคนเก่งแล้วหรือยัง ?</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/68?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47851" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 61" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>People Strategy 2026</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49259" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162442.212.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 1 663" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162442.212.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162442.212-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ดร.อดิศักดิ์ จันทรประภาเลิศ Director of Work &amp; Reward Thailand &amp; Indochina จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/174">WTW Thailand</a></strong> ชวน HR และผู้นำองค์กรทบทวนแนวทางการบริหารคนท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความเสี่ยงระดับโลก เมื่อปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่กำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ในทิศทางเดียวกัน ทั้งความไม่แน่นอนทางการเงิน การบริหารต้นทุน การปรับตัวสู่โลกดิจิทัลและ AI รวมถึงปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยากจะคาดเดา</p>
<p>หากต้องการก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้ องค์กรจำเป็นต้องประเมินความพร้อมของตัวเองผ่านโมเดล 5 Rights เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องในมิติต่าง ๆ ได้แก่</p>
<ol>
<li><strong>Right Structure &amp; Culture</strong>: โครงสร้างองค์กรส่งเสริมวัฒนธรรมที่ต้องการจริงหรือไม่</li>
<li><strong>Right Job &amp; Skill</strong>: พนักงานมีทักษะที่ตอบโจทย์ทิศทางธุรกิจในปัจจุบันและอนาคตหรือไม่</li>
<li><strong>Right Size &amp; Shape</strong>: ขนาดและรูปแบบขององค์กรเหมาะสมกับภารกิจเพียงใด</li>
<li><strong>Right Pay:</strong> ระบบค่าตอบแทนจูงใจและแข่งขันในตลาดแรงงานได้จริงหรือไม่</li>
<li><strong>Right Person</strong>: มีบุคลากรที่ใช่ในบทบาทสำคัญแล้วหรือยัง</li>
</ol>
<p>จุดที่มักถูกละเลยคือการวางกลยุทธ์ HR แบบ Outside-In หรือการนำข้อมูลภายนอก เช่น แนวโน้มตลาดแรงงานและแนวปฏิบัติของคู่แข่ง มาเป็นฐานในการกำหนดทิศทาง แทนที่จะมองจากทรัพยากรที่มีอยู่ภายในเพียงอย่างเดียว</p>
<p>WTW ยังเสนอ 6 Strategic HR Priorities หรือประเด็นเร่งด่วนที่ HR ต้องให้ความสำคัญ หากไม่อยากก้าวช้ากว่าคู่แข่งในตลาด ซึ่งประกอบด้วย</p>
<ol>
<li><strong>Digital Integration</strong>: ผสานเทคโนโลยีเข้ากับกระบวนการทำงานอย่างเป็นเนื้อเดียว</li>
<li><strong>Employee Experience</strong>: ออกแบบประสบการณ์ที่ทำให้พนักงานรู้สึกถึงคุณค่าและความหมายของงาน</li>
<li><strong>Agile Learning Culture</strong>: สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและต่อเนื่อง</li>
<li><strong>Human Capital Analytics</strong>: ขับเคลื่อนการบริหารคนด้วยข้อมูลและบทวิเคราะห์ที่แม่นยำ</li>
<li><strong>Inclusive Organization (DEI)</strong>: ต่อยอดเรื่องความหลากหลายและความเท่าเทียมให้เห็นผลเป็นรูปธรรม</li>
<li><strong>Leadership Development</strong>: ยกระดับศักยภาพผู้นำเพื่อนำพาองค์กรผ่านความเปลี่ยนแปลง</li>
</ol>
<p><em>“ทั้งนี้ หัวใจสำคัญที่ต้องจับตาคือ Workforce Productivity ของไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากจำนวนประชากรที่ลดลงและการแข่งขันด้านทักษะที่รุนแรง หลายครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนคน แต่อยู่ที่ทักษะไม่ตรงกับความต้องการของธุรกิจ”</em></p>
<p>แนวคิด Skill-Based Workforce จึงเข้ามาแทนที่ระบบ Competency แบบเดิมที่อาจยืดหยุ่นน้อยกว่า โดยเน้นการบริหารคนด้วยทักษะเป็นศูนย์กลาง เริ่มจากการระบุทักษะที่จำเป็น วิเคราะห์ Skill Gap และวางแผน Reskill หรือ Upskill ให้ตรงจุด</p>
<p>เมื่อมองไปข้างหน้า แน่นอนว่าบทบาทของ AI จะทวีความสำคัญขึ้น งานบางประเภทจะถูกแทนที่ ขณะที่บางส่วนต้องเปลี่ยนมาทำงานร่วมกับ AI มากขึ้น การวางกลยุทธ์ด้านคนต่อจากนี้จึงต้องเชื่อมโยงกับการพัฒนาทักษะอย่างใกล้ชิดและเป็นระบบมากกว่าที่เคย</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/174?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=PIC"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48001" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 205" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>Compensation Management for Motivate Talent: Pay for Impact, not Position</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49260" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162449.393.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 1 664" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162449.393.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162449.393-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>วิศรุต รักษ์นภาพงศ์ CEO จาก HIM</strong> ชวนตั้งคำถามกับวิธีคิดเรื่องค่าตอบแทนแบบเดิม ๆ โดยเน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญของการรักษาคนเก่งคือการจ่ายตามคุณค่าและผลลัพธ์ของงาน มากกว่าการยึดติดกับตำแหน่งหรืออายุงานเพียงอย่างเดียว เพราะในวันที่การแข่งขันสูง <strong>ระบบค่าตอบแทนที่ล้าหลังอาจกลายเป็นรูรั่วที่ทำให้องค์กรสูญเสียบุคลากรระดับ Talent ให้กับคู่แข่งได้ตลอดเวลา</strong></p>
<p>ปัญหาที่หลายองค์กรมักพบคือ ความไม่สมดุลระหว่างคุณค่าของงานจริง (Job Value) กับระบบอาวุโส (Seniority) หลายครั้งเราพบพนักงานในระดับเดียวกันมีค่าตอบแทนต่างกันอย่างน่าตกใจ พนักงานรุ่นใหม่ที่สร้างผลงานโดดเด่นอาจได้รับเงินเดือนน้อยกว่าคนที่อยู่มานาน แต่สร้างผลลัพธ์ได้เพียงค่าเฉลี่ย</p>
<p>สถานการณ์เช่นนี้ไม่เพียงแต่สร้างคำถามเรื่องความเป็นธรรม แต่ยังผลักให้คนเก่งเดินจากองค์กรไปหาที่ที่มองเห็นคุณค่าของเขามากกว่า<br />
เพื่อให้ระบบค่าจ้างสะท้อนผลลัพธ์อย่างแท้จริง องค์กรควรเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม โดยมี 3 เครื่องมือบริหารค่าตอบแทนหลัก ๆ ดังนี้:</p>
<ul>
<li><strong>Strategic Salary Increase</strong>: ปรับเงินเดือนโดยอิงจากคุณค่าและผลลัพธ์ของงานเป็นที่ตั้ง</li>
<li><strong>Salary Planning</strong>: วางแผนการเติบโตของเงินเดือนล่วงหน้าให้พนักงานเห็นอนาคต เพื่อลดโอกาสการถูกซื้อตัว</li>
<li><strong>Project Incentive</strong>: กระตุ้นการสร้างผลงานผ่านค่าตอบแทนตามความสำเร็จของโครงการ ยิ่งสร้าง Impact มาก ยิ่งได้รับผลตอบแทนสูง</li>
</ul>
<p>คุณวิศรุตเน้นย้ำว่า เราต้องออกจากกับดักการวางฐานเงินเดือนเดิมที่มักจะให้ค่าตอบแทนเท่ากับหรือต่ำกว่า Midpoint ของตลาดงาน การปรับเงินเดือนแบบเดิมที่อิงจากฐานเงินเดือนปัจจุบันอาจไม่เพียงพอที่จะรักษาคนเก่งไว้ได้ แต่สิ่งที่เราควรทำคือการปรับเงินเดือนของ Talent ที่เก่งจริง ๆ ให้อยู่ในระดับ P75 หรือให้อัตราเงินเดือนสูงกว่าพนักงาน 75% ของสายงานนั้น ๆ</p>
<p>เทคนิคการบริหารงบประมาณที่แนะนำคือการผสมผสานแนวทางคำนวณดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>สำหรับพนักงานที่เงินเดือนยังต่ำกว่า Midpoint</strong>: ควรคำนวณเปอร์เซ็นต์การขึ้นเงินเดือนโดยอิงจากค่ากลาง เพื่อเร่งให้รายได้ขยับเข้าใกล้ราคาตลาด</li>
<li><strong>สำหรับพนักงานที่เงินเดือนสูงกว่า Midpoint</strong>: สามารถคำนวณจากฐานเงินเดือนปัจจุบัน โดยต้องสอดคล้องกับระดับผลงาน (Performance Guideline) อย่างเคร่งครัด</li>
</ul>
<p>คุณวิศรุต ยังยกตัวอย่างถึงการให้พนักงานทำ Project Incentive หรือทำโปรเจกต์พิเศษ ซึ่งหากขับเคลื่อนสำเร็จ จะนำมาซึ่งผลตอบแทนที่คุ้มค่า</p>
<p><strong>หัวใจสำคัญของระบบนี้จะเปลี่ยนบทบาทของพนักงานให้กลายเป็นพาร์ทเนอร์ของโครงการอย่างเต็มตัว โดยผลตอบแทนจะถูกผูกติดกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริง เมื่อพนักงานมองเห็นว่า หากเข็นโปรเจกต์นี้ได้ตามเป้าหรือเกินเป้า มันจะเป็นผลดีต่อตัวเขาอย่างไร พนักงานจะเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของงาน และมุ่งสร้างผลลัพธ์ให้เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ทำงานให้เสร็จตามเวลากำหนด</strong></p>
<p>แต่ระบบนี้ต้องมีกระบวนการวางแผนและวัดผลที่เป็นธรรมในทุกขั้นตอน เริ่มจากการวางรากฐานด้วยการ รวบรวมข้อมูลโครงการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นขอบเขตงานและทรัพยากรที่ต้องใช้จริง จากนั้นจึงนำมาสู่การกำหนดตัวชี้วัดที่ต้องวัดผลได้เป็นรูปธรรม และท้าทายพอจะสร้างแรงจูงใจ ขณะเดียวกันก็ต้องมีความเป็นไปได้จริงในทางปฏิบัติ</p>
<p>โจทย์หินของ HR คือการประเมินบทบาทของแต่ละคนในทีม เนื่องจากความสำเร็จของโครงการไม่ได้เกิดจากคนคนเดียว ระบบการจ่าย Incentive ที่ดีจึงต้องสามารถจำแนกสัดส่วนความรับผิดชอบและความทุ่มเทของสมาชิกในทีมได้อย่างยุติธรรม เพื่อป้องกันความรู้สึกเหลื่อมล้ำภายในกลุ่ม</p>
<p><strong>และเมื่อพนักงานเห็นความเชื่อมโยงระหว่างความทุ่มเท กับผลตอบแทนที่จับต้องได้ มันจะช่วยเพิ่มอัตรา Retention รักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรต่อไปได้อีกด้วย</strong></p>
<p><em>“แม้ค่าตอบแทนที่โดดเด่นจะช่วยดึงดูดคนเก่งเข้ามาได้ แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาเลือกอยู่ต่อในระยะยาวคือระบบการให้ค่าตอบแทนที่ยุติธรรม”</em></p>
<p><em>“องค์กรที่ออกแบบระบบค่าจ้างให้สะท้อนคุณค่าของคนทำงานอย่างแท้จริง พร้อมกับวางเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน จะทำให้ Talent เห็นว่าอนาคตของพวกเขาเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างยั่งยืน”</em> คุณวิศรุตอธิบายทิ้งท้าย</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/u/2/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="เมื่อ “สังคมสูงวัย” กำลังเปลี่ยนเกมตลาดแรงงาน 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2026-day-1-260313/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Q&#038;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/qaarticle/qa-of-the-month-feb-260312/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/qaarticle/qa-of-the-month-feb-260312/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Mar 2026 08:32:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Q&A]]></category>
		<category><![CDATA[Q&A of the Month]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49230</guid>

					<description><![CDATA[เดือนกุมภาพันธ์ 2026 แม้จะมีเพียง 28 วัน และผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ใน HR Community ก็ยังมีคำถามที่น่าสนใจเกิดขึ้นให้ได้แลกเปลี่ยนมุมมองกันอยู่เสมอ แม้เดือนนี้จะมีคำถามจาก HR เข้ามาไม่มากนัก แต่ในบรรดาคำถามทั้งหมด มีอยู่ 3 คำถามที่โดดเด่นและชวนคิด จนถูกหยิบมาเป็น Q&#38;A ประจำเดือน เพราะแต่ละคำถามสะท้อนประเด็นการทำงานของ HR ที่หลายองค์กรกำลังเจออยู่จริง คำถามเหล่านั้นคืออะไร และ HR Expert Partner ได้ให้มุมมองหรือแนวทางไว้อย่างไรบ้าง ไปดูคำตอบพร้อมกันได้ในบทความนี้ Q1: องค์กรที่เคยไม่รับเข้าทำงาน ติดต่อกลับมาเสนองานให้ ควรรับไหม ? เคยสมัครงานองค์กรแห่งหนึ่งเมื่อประมาณ 4 เดือนก่อน ตอนได้สัมภาษณ์งาน ได้ฟีดแบ็คที่ดีมาก เขาถึงขั้นบอกเลยว่า เดี๋ยวจะส่ง Offer ให้ แต่สุดท้าย เขาอีเมลมาแจ้งว่าเลือกคนอื่นไปแล้ว (อ้าว) จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อน คนจากองค์กรนั้นติดต่อกลับมา ถามว่ายังสนใจที่จะร่วมงานกันอยู่ไหม ผมสันนิษฐานเอาเองว่าเป็นเพราะคนที่เขาตัดสินใจเลือกไม่ผ่านโปรแน่ๆ แม้ว่าใจผมจะยังอยากได้งานใหม่ อยากย้ายงาน แต่ผมแอบรู้สึกกังวลว่าควรตอบรับองค์กรนี้ที่เคยผิดคำพูดว่าจะส่ง Offer [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49232" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-10T095913.381.webp" alt="HREX HR Community Q&amp;A of the Month" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2026 669" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-10T095913.381.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-10T095913.381-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เดือนกุมภาพันธ์ 2026 แม้จะมีเพียง 28 วัน และผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ใน HR Community ก็ยังมีคำถามที่น่าสนใจเกิดขึ้นให้ได้แลกเปลี่ยนมุมมองกันอยู่เสมอ</p>
<p>แม้เดือนนี้จะมีคำถามจาก HR เข้ามาไม่มากนัก แต่ในบรรดาคำถามทั้งหมด มีอยู่ 3 คำถามที่โดดเด่นและชวนคิด จนถูกหยิบมาเป็น Q&amp;A ประจำเดือน เพราะแต่ละคำถามสะท้อนประเด็นการทำงานของ HR ที่หลายองค์กรกำลังเจออยู่จริง</p>
<p>คำถามเหล่านั้นคืออะไร และ HR Expert Partner ได้ให้มุมมองหรือแนวทางไว้อย่างไรบ้าง ไปดูคำตอบพร้อมกันได้ในบทความนี้</p>

<h2>Q1: องค์กรที่เคยไม่รับเข้าทำงาน ติดต่อกลับมาเสนองานให้ ควรรับไหม ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49233" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-31.webp" alt="HREX HR Community Q&amp;A of the Month" width="600" height="600" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2026 670" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-31.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-31-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-31-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-31-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-31-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เคยสมัครงานองค์กรแห่งหนึ่งเมื่อประมาณ 4 เดือนก่อน ตอนได้สัมภาษณ์งาน ได้ฟีดแบ็คที่ดีมาก เขาถึงขั้นบอกเลยว่า เดี๋ยวจะส่ง Offer ให้ แต่สุดท้าย เขาอีเมลมาแจ้งว่าเลือกคนอื่นไปแล้ว (อ้าว)</p>
<p>จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อน คนจากองค์กรนั้นติดต่อกลับมา ถามว่ายังสนใจที่จะร่วมงานกันอยู่ไหม ผมสันนิษฐานเอาเองว่าเป็นเพราะคนที่เขาตัดสินใจเลือกไม่ผ่านโปรแน่ๆ</p>
<p>แม้ว่าใจผมจะยังอยากได้งานใหม่ อยากย้ายงาน แต่ผมแอบรู้สึกกังวลว่าควรตอบรับองค์กรนี้ที่เคยผิดคำพูดว่าจะส่ง Offer ให้ จนไม่แน่ใจว่าถ้าไปทำงานด้วย จะเจออะไรข้างในที่คาดไม่ถึงอีกบ้าง ผมควรทำยังไงดีครับ</p>
<h3>A: ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</h3>
<p>ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนค่ะ มักจะเกิดขึ้นเสมอ กรณีแจ้งว่าจะส่ง Offer ให้ แต่สุดท้าย เขาอีเมลมาแจ้งว่าเลือกคนอื่นไปแล้ว เป็นสถานการณ์ ที่ HR องค์กรนั้น ๆ ขาดความเป็นมืออาชีพ</p>
<p>เมื่อองค์กรนั้น ติดต่อกลับมาต้องพิจารณา</p>
<ol>
<li>มีความเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน</li>
<li>ให้ประเมินความเสี่ยงด้วยตนเอง หากตัดสินใจไปร่วมงานอาจเจอสิ่งที่คาดไม่ถึง ดังสุภาษิตที่ว่า &#8220;หนีเสือปะจระเข้&#8221; หรือ &#8220;คนในอยากออกคนนอกอยากเข้า&#8221; อะไรทำนองนี้</li>
<li>ข้อเสนอการจ้างงาน มีค่าตอบแทนและสิ่งจูงใจมากกว่าที่เดิมอย่างชัดเจนหรือไม่ มีความมั่นคงระดับไหน</li>
</ol>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2107">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</a></p>
<h2>Q2: จีบ HR ในองค์กรได้ไหม ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49235" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-30.webp" alt="HREX HR Community Q&amp;A of the Month" width="600" height="600" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2026 671" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-30.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-30-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-30-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-30-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-30-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ถ้าในองค์กรไม่ได้มีกฎเรื่องห้ามเป็นแฟนกันในที่ทำงาน เราสามารถจีบคนในองค์กรได้ไหมครับ แล้วถ้าเกิดคน ๆ นั้นเป็น HR ด้วย จีบได้ไหมครับ</p>
<h3>A: ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</h3>
<p>ให้แยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงาน จะเป็นประโยชน์มากกว่าค่ะ กรณีที่ถามมา หากทำงานในแผนกเดียวกัน ถือว่าไม่เหมาะสม</p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2108">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</a></p>
<h2>Q3: ต้องการเปลี่ยนสายงานมาทำ HR ต้องเรียนอะไรเพิ่มเติมบ้าง ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49236" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-28.webp" alt="HREX HR Community Q&amp;A of the Month" width="600" height="600" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2026 672" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-28.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-28-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-28-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-28-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Title-Page-28-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>จบนิติศาสตร์มาค่ะ มีประสบการณ์ทำงานเป็น Sales &amp; Customer Service Officer 2 ปี ซึ่งก็มีงานธุรการพวงด้วยค่ะ ทั้งเรื่องดีลกับคน ประสานงานทั้งนอกและใน งานเอกสาร บิล อะไรต่างๆ ตอนนี้ต้องการเปลี่ยนสายงานมาทำ HR ค่ะ ไม่แน่ใจว่าต้องเรียนคอร์สไหนเพิ่มเติมอีกรึเปล่าคะ รบกวนพี่ๆ HR แนะนำด้วยค่ะ (เคยสัมภาษณ์แล้วไม่ผ่านค่ะ)</p>
<h3>A: Poonie HR</h3>
<p>HR ส่วนใหญ่มักจะมองหาคนมีประสบการณ์ในงาน HR แต่ด้วยพื้นฐานความรู้นิติ สามารถทำงาน HR ได้ครับ มีแนวทางแนะนำดังนี้</p>
<ol>
<li>เดินสาย HR Compliance เลย มีหลายบริษัทเปิดรับอยู่ เริ่มจาก Officer</li>
<li>เปลี่ยนมาสมัครงานสายสรรหา ตั้งต้นจากงานสรรหา แล้วสะสมประสบการณ์เปลี่ยน Function ได้ในอนาคต</li>
</ol>
<p>สำคัญที่สุด ขอให้นับ 1 ให้ได้ในสายงาน HR ครับ เป็นกำลังให้</p>
<h3>A: ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</h3>
<p>แนะนำค่ะ อบรมหลักสูตร PM หรือ APM กับสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย เข้าดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของ<a href="https://www.pmat.or.th/" target="_blank" rel="noopener">สมาคม PMAT</a> หรือเรียน online มีทั้งที่เรียนฟรี กับเสียค่าลงทะเบียน</p>
<p>ปัจจุบันสายงาน HR เป็นวิชาชีพที่ตลาดแรงงานยังมีความต้องการอีกมาก (แต่ต้องเป็น HR ที่มีทักษะและความสามารถจริง ๆ) และใน<a href="https://th.hrnote.asia/">เว็บไซต์ของ HREX</a> ก็มีองค์ความรู้และประสบการณ์ตรงของผู้ปฏิบัติงาน ผู้บริหาร HR ให้ศึกษาได้เต็มที่ค่ะ</p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2141">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</a></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20217 size-full" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมกราคม 2026 7" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02.png" alt="CTA HR Community" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/qaarticle/qa-of-the-month-feb-260312/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen-260312/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen-260312/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Mar 2026 02:44:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<category><![CDATA[Reeracoen]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49192</guid>

					<description><![CDATA[การเปิดรับสมัครตำแหน่งเดิมซ้ำ ๆ แต่ไม่มีใครติดต่อมา หรือต่อให้มีคนสมัครเข้ามามากมายแต่กลับหาคนที่ใช่ไม่เจอเลย เป็นปัญหาเรื้อรังที่ทำให้ HR หลายองค์กรต้องเสียทั้งเวลาและงบประมาณไปอย่างน่าเสียดาย ถึงเวลาแล้วที่เหล่านักสรรหาต้องกลับมาทบทวนวิธีเลือกช่องทางประกาศงานให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่ง เพื่อให้ทุกการลงทุนลงแรงเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและได้บุคลากรที่มีคุณภาพในระยะเวลาที่กำหนด ใน HREX Webinar หัวข้อล่าสุดนี้ คุณ พลวัต ลาภวณิชย์ New Business Development Manager จาก Reeracoen Thailand ผู้เชี่ยวชาญด้านการสรรหาพนักงานมาเปลี่ยนมุมมองของคุณเกี่ยวกับตามหา Talent ที่ใช่ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม ตั้งแต่วิธีคัดเลือกช่องทางที่คุ้มค่าที่สุด ไปจนถึงเทคนิคการหาผู้สมัครเชิงรุกที่จะช่วยลดระยะเวลาการทำงานโดยไม่ต้องสุ่มเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น หากใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้ได้อ่านกันแล้ว สรุปสถานการณ์การหางาน 2026 คุณพลวัต ชวนย้อนดูภาพรวมของตลาดงานในปัจจุบัน ว่าหากเราพิจารณาดี ๆ จะเห็นความลักลั่นที่น่าสนใจระหว่างความต้องการบุคลากร กับสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะในกลุ่มสายงานเฉพาะทางอย่าง IT, Digital Marketing, AI รวมถึงกลุ่มวิศวกรและสาธารณสุข ที่มีความต้องการตัวสูงมาก สวนทางกับจำนวนผู้สมัครที่มีทักษะเหล่านี้ในตลาดซึ่งยังอยู่ในสภาวะขาดแคลน สถานการณ์นี้ทำให้การแข่งขันแย่งชิงตัว Talent ค่อนข้างหนักหน่วง จนการทำ Employer [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49195" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-11T153133.462.webp" alt="hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 682" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-11T153133.462.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-11T153133.462-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การเปิดรับสมัครตำแหน่งเดิมซ้ำ ๆ แต่ไม่มีใครติดต่อมา หรือต่อให้มีคนสมัครเข้ามามากมายแต่กลับหาคนที่ใช่ไม่เจอเลย เป็นปัญหาเรื้อรังที่ทำให้ HR หลายองค์กรต้องเสียทั้งเวลาและงบประมาณไปอย่างน่าเสียดาย</p>
<p>ถึงเวลาแล้วที่เหล่านักสรรหาต้องกลับมาทบทวนวิธีเลือกช่องทางประกาศงานให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่ง เพื่อให้ทุกการลงทุนลงแรงเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและได้บุคลากรที่มีคุณภาพในระยะเวลาที่กำหนด</p>
<p>ใน HREX Webinar หัวข้อล่าสุดนี้ คุณ <strong>พลวัต ลาภวณิชย์ New Business Development Manager จาก <a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX&amp;utm_medium=content&amp;utm_campaign=6HiringSolutions" target="_blank" rel="noopener">Reeracoen Thailand</a></strong> ผู้เชี่ยวชาญด้านการสรรหาพนักงานมาเปลี่ยนมุมมองของคุณเกี่ยวกับตามหา Talent ที่ใช่ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม ตั้งแต่วิธีคัดเลือกช่องทางที่คุ้มค่าที่สุด ไปจนถึงเทคนิคการหาผู้สมัครเชิงรุกที่จะช่วยลดระยะเวลาการทำงานโดยไม่ต้องสุ่มเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น</p>
<p>หากใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้ได้อ่านกันแล้ว</p>

<h2>สรุปสถานการณ์การหางาน 2026</h2>
<p>คุณพลวัต ชวนย้อนดูภาพรวมของตลาดงานในปัจจุบัน ว่าหากเราพิจารณาดี ๆ จะเห็นความลักลั่นที่น่าสนใจระหว่างความต้องการบุคลากร กับสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะในกลุ่มสายงานเฉพาะทางอย่าง IT, Digital Marketing, AI รวมถึงกลุ่มวิศวกรและสาธารณสุข ที่มีความต้องการตัวสูงมาก สวนทางกับจำนวนผู้สมัครที่มีทักษะเหล่านี้ในตลาดซึ่งยังอยู่ในสภาวะขาดแคลน</p>
<p>สถานการณ์นี้ทำให้การแข่งขันแย่งชิงตัว Talent ค่อนข้างหนักหน่วง จนการทำ Employer Branding กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเข้าถึงตัวผู้สมัครได้ง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดการเปรียบเทียบและแข่งขันกันสูงขึ้นตามไปด้วย</p>
<p>อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในมุมมองของฝั่งนายจ้างและองค์กร จะพบว่าพฤติกรรมการจ้างงานเริ่มเปลี่ยนไปสู่<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/lean-management-210621/">การ Lean องค์กรก่อน</a> หลายบริษัทกลับมาทบทวนโครงสร้างภายในและจัดการภาระงานที่มีอยู่ให้ลงตัวก่อน แล้วถ้าหากตำแหน่งไหนไปต่อไม่ได้จริงๆ หรือขาดทักษะที่จำเป็นจึงจะเริ่มพิจารณาจ้างคนเพิ่มจากภายนอก<br />
อีกจุดสำคัญคือการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่เน้นเทคโนโลยีเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงเรากลับพบว่าแรงงานที่มีทักษะตอบโจทย์อุตสาหกรรมใหม่ เช่น คนที่สามารถใช้งาน AI ได้จริงในระดับเชี่ยวชาญยังมีจำนวนน้อยมาก ขณะที่เด็กจบใหม่หลายคนยังเผชิญภาวะว่างงานเพราะทักษะอาจยังไม่ตรงกับความต้องการของตลาด</p>
<p>แต่ที่น่าสนใจคือกลุ่มคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป กลับตื่นตัวในการหางานมากที่สุด ซึ่งอาจเป็นผลมาจากโครงสร้างสังคมสูงวัยประกอบกับความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจที่ทำให้คนกลุ่มนี้ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว</p>
<p>ทั้งนี้ จะเห็นเทรนด์ธุรกิจ Recruitment ที่น่าสนใจด้วยว่า <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/124">บริการด้าน Outsource กำลังเติบโต</a> เพราะองค์กรต้องการความคล่องตัวในการบริหารจัดการคน การจ้างงานระยะสั้นหรือการส่งมอบหน้าที่ดูแลบุคลากรให้ผู้เชี่ยวชาญรับไปจัดการทั้งหมดกลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่า สอดคล้องไปกับการเติบโตของกลุ่ม <a href="https://th.hrnote.asia/tips/210917-how-gig-economy-impact-hr/">Gig Economy</a> ที่เน้นการทำงานยืดหยุ่น รวมถึงความนิยมในแพลตฟอร์มประกาศงานราคาประหยัดที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากทุกองค์กรต่างพยายามลดต้นทุนในการหาคนให้ได้มากที่สุดภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่กดดัน</p>
<p>คุณพลวัต เสริมว่า <a href="https://expth.hrnote.asia/products/1">หากองค์กรไหนกำลังต้องการบริการช่วยสรรหาพนักงาน ในราคาที่ประหยัดลง สามารถใช้บริการ Sourcedout ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสรรหาพนักงานจาก Freelance Recruiter ซึ่งมีราคาที่ย่อมเยากว่า Agency ทั่วไป</a></p>
<p>แม้ภาพรวมของจำนวนประกาศรับสมัครงานในปีนี้จะดูดีกว่าปีที่ผ่านมาอยู่บ้าง แต่หากเทียบกับช่วง 2-3 ปีก่อนหน้าจะพบว่าตัวเลขยังถือว่าต่ำลงพอสมควร สาเหตุหลักมาจากความกังวลเรื่องความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจที่ทำให้ทั้งฝั่งองค์กรระมัดระวังการเพิ่มจำนวนพนักงาน และฝั่งผู้สมัครเองก็ลังเลที่จะย้ายงานใหม่เพราะกลัวความเสี่ยง</p>
<p>สิ่งที่ HR ต้องทำในวันนี้ คือการทำความเข้าใจจังหวะของตลาดเพื่อเลือกใช้เครื่องมือที่คุ้มค่าที่สุดในวันที่องค์กรต้องเน้นความประหยัดควบคู่ไปกับประสิทธิภาพในการทำงาน</p>
<h2>ความเหมือน-ต่างของวิธีการหาคนในองค์กรขนาดเล็ก กลาง ใหญ่</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49202" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155909.webp" alt="hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen" width="600" height="337" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 683" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155909.webp 1182w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155909-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155909-1024x574.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155909-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณพลวัตอ้างอิงข้อมูลที่ Reeracoen สำรวจในปี 2025 ที่ผ่านมา ระบุว่าขนาดองค์กรเป็นตัวกำหนดงบประมาณและเครื่องมือสรรหาอย่างชัดเจน โดยกลุ่มบริษัทขนาดเล็ก (ไม่เกิน 50 คน) มักมีงบสำหรับสรรหาพนักงานไม่เกิน 50,000 บาท และเน้นใช้ Job Board ทั่วไปเป็นหลัก</p>
<p>แต่น่าสนใจว่า เมื่อขยับขนาดองค์กรใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ไปจนถึงหลักหลายร้อยคนขึ้นไป งบประมาณสำหรับการสรรหาคนเก่งก็จะพุ่งสูงขึ้นตาม โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 100,001 บาท ไปจนถึง 1,000,000 บาท เพื่อรองรับการเฟ้นหาตำแหน่งเฉพาะทางด้าน IT และ Tech ที่มีความต้องการสูงขึ้น</p>
<p>และสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานตั้งแต่ 301 คนขึ้นไป จนถึงระดับ 1,000 คน กลยุทธ์การหาคนจะมีความเข้มข้นและหลากหลายมากขึ้นเช่นกัน</p>
<ul>
<li>ช่องทางหลักที่ใช้สรรหา: ใช้ทั้ง Job Board และ Talent Search ควบคู่ไปกับการให้พนักงานแนะนำคนรู้จัก (Referral)</li>
<li>เครื่องมือเสริม: เริ่มใช้ Recruitment Agency เข้ามาช่วยในตำแหน่งที่หาได้ยาก</li>
<li>การสร้างเครือข่าย: ในองค์กรระดับ 1,000 คนขึ้นไป จะเน้นพาร์ทเนอร์กับสถาบันการศึกษา ใช้หน้า Career Page ของตัวเอง และรุกตลาดผ่าน Social Media (SNS) มากขึ้น</li>
</ul>
<p>ยิ่งองค์กรใหญ่และต้องการทักษะทางเทคโนโลยีมากเท่าไหร่ การพึ่งพาแค่ประกาศงานแบบเดิมจะไม่เพียงพอ HR จึงต้องกระจายงบประมาณไปสู่เครื่องมือที่เข้าถึงตัวผู้สมัครเชิงรุก (Proactive) และการสร้างแบรนด์องค์กรในระยะยาวเพื่อให้ได้ Talent ที่ตรงโจทย์ที่สุด</p>
<p><a href="http://forms.gle/KN56cXwqxN1dKsZY7" target="_blank" rel="noopener">สำหรับใครต้องการรายงาน Hiring Health Check-up ฉบับเต็ม สามารถรับรายงานหลังทำแบบสอบถามได้ทางลิงก์นี้</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://forms.gle/KN56cXwqxN1dKsZY7" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45267" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Pop-Suvery.webp" alt="แบบสอบถาม กระบวนการจ้างงานของคุณอยู่ระดับไหน เมื่อเทียบกับอีก 1,000 องค์กร ร่วมค้นหาจุดบอดในงาน Hiring และวิธีแก้ไขที่บริษัททั่วไทยเลือกใช้จริง!" width="600" height="402" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 684" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Pop-Suvery.webp 1000w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Pop-Suvery-300x201.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Pop-Suvery-768x515.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://forms.gle/KN56cXwqxN1dKsZY7" target="_blank" rel="noopener">ร่วมสำรวจระดับกระบวนการจ้างงานขององค์กรคุณ เทียบกับอีก 1,000 องค์กรทั่วประเทศ</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>ช่องทางสรรหา เริ่มจากภายในองค์กรเองก่อน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49203" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160045.webp" alt="hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen" width="600" height="335" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 685" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160045.webp 1200w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160045-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160045-1024x572.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160045-768x429.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ก่อนจะข้ามไปมองหาช่องทางสรรหาจากภายนอก สิ่งที่หลายองค์กรขนาดใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ คือการหันกลับมาสร้างรากฐานภายในให้แข็งแกร่ง โดยเฉพาะ<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/why-need-career-page-recruitment-251211/">การมี Career Page หรือหน้าประกาศงานของตัวเองที่ดูเป็นมืออาชีพ</a></p>
<p>และ<a href="https://expth.hrnote.asia/products/222">หากองค์กรไหนที่ยังไม่มี Career Page หน้าเว็บรับสมัครงานเป็นของตัวเอง สามารถติดต่อขอใช้บริการแล้วสร้างผ่าน EZHire ซึ่งเป็นอีกบริการของ Reeracoen ได้ฟรี</a></p>
<p>จุดเด่นของหน้าเว็บประเภทนี้คือต้องมีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนข้อมูลได้รวดเร็ว และที่สำคัญต้องรองรับการค้นหาผ่าน Google หรือมีคุณสมบัติ SEO-Friendly แม้การทำหน้าเว็บของตัวเองอาจต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ในแง่ของจำนวนผู้สมัคร แต่ในระยะยาวนี่คือเครื่องมือที่จะช่วยสร้างตัวตนและดึงดูดคนที่สนใจในวัฒนธรรมองค์กรของเราจริงๆ เข้ามาสมัครงานโดยตรง</p>
<p>เมื่อมีหน้าเว็บสำหรับรับคนแล้ว การบริหารจัดการข้อมูลหลังบ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน หลายบริษัทอาจยังคุ้นชินกับการเก็บรายชื่อผู้สมัครไว้ใน Spreadsheet ซึ่งมักจะทำให้ข้อมูลกระจัดกระจายและติดตามผลได้ยาก การขยับมาใช้<a href="https://expth.hrnote.asia/categories/47">ระบบ ATS (Applicant Tracking System)</a> จะช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง Talent Pipeline หรือฐานข้อมูลผู้สมัครล่วงหน้าไว้ได้ทันที เมื่อมีตำแหน่งงานว่างเราจึงไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทุกครั้ง</p>
<p>ระบบนี้ยังช่วยให้เห็นภาพรวมว่าขั้นตอนการรีครูทของเราติดปัญหาที่ช่วงไหน รวมถึงมีระบบ Automation ที่ช่วยลดภาระงานแอดมินของ HR ทำให้การประสานงานหรือการทำ Assessment ต่างๆ สะดวกรวดเร็วกว่าเดิม</p>
<p>นอกจากเรื่องของระบบแล้ว การออกแบบประสบการณ์ของผู้สมัครผ่าน Candidate Experience Flow &amp; Funnel Design ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ไม่ควรละเลย เราควรลองมองย้อนกลับไปในมุมของผู้สมัครว่าตั้งแต่เริ่มเห็นประกาศงานไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายเขาส่งต่อข้อมูลไปที่จุดไหนบ้าง <a href="https://www.figma.com/" target="_blank" rel="noopener">การใช้เครื่องมือฟรีอย่าง Figma</a> มาช่วยออกแบบ Flow การสมัครจะทำให้เราเห็นจุดที่ควรปรับปรุง เพื่อให้ผู้สมัครได้รับประสบการณ์ที่ดีและลดโอกาสที่จะเสียคนเก่ง ๆ ไปในระหว่างทาง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49208" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160313-1.webp" alt="hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen" width="600" height="340" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 686" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160313-1.webp 1183w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160313-1-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160313-1-1024x580.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160313-1-768x435.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>เจาะลึกกลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัครจากภายนอก เมื่อการประกาศงานแบบเดิมไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป</h2>
<p>เมื่อต้องมองหาช่องทางสรรหาจากภายนอก โจทย์สำคัญของ HR คือการเลือกใช้แพลตฟอร์มให้ถูกฝาถูกตัว ซึ่งเราควรพิจารณาจากปัจจัยหลักที่สะท้อนถึงคุณภาพและปริมาณของผู้สมัคร ดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>Activity ภายในแพลตฟอร์ม:</strong> ตรวจสอบปริมาณงานที่เปิดรับจริง เพื่อดูความเคลื่อนไหวว่ามีคนใช้งานหนาแน่นพอหรือไม่</li>
<li><strong>ความหนาแน่นของพื้นที่:</strong> เช็กจำนวนผู้สมัครในทำเลที่บริษัทตั้งอยู่ว่ามีฐานข้อมูลมากพอไหม</li>
<li><strong>ความเชี่ยวชาญของสายงาน:</strong> วิเคราะห์ว่าตำแหน่งที่ประกาศสอดคล้องกับจุดเด่นของแพลตฟอร์มนั้นหรือไม่</li>
<li><strong>แนวโน้มการเติบโต:</strong> เจาะลึกข้อมูลผ่าน <a href="https://datawarehouse.dbd.go.th/" target="_blank" rel="noopener">DBD Datawarehouse</a> เพื่อดูความมั่นคงและมูฟเมนต์ของเว็บไซต์ผู้ให้บริการ</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49199" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155113.webp" alt="hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen" width="600" height="335" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 687" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155113.webp 1183w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155113-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155113-1024x572.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155113-768x429.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หากลองเปรียบเทียบสองยักษ์ใหญ่ที่ HR ไทยคุ้นเคยอย่าง <a href="https://expth.hrnote.asia/products/197">JobsDB</a> และ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/127">JobThai</a> จะเห็นคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อให้เราเลือกใช้ได้ตรงกับความต้องการจริง</p>
<ul>
<li><strong>JobsDB:</strong> เหมาะสำหรับกลุ่ม Talent ระดับกลางถึงระดับบริหาร (White Collar / Professional Roles) โดดเด่นเรื่องทักษะภาษาอังกฤษและคุณภาพเรซูเม่ มีระบบฟิลเตอร์คีย์เวิร์ดที่แม่นยำ แต่มีอัตราค่าบริการที่ค่อนข้างสูง</li>
<li><strong>JobThai:</strong> ได้เปรียบเรื่องความคุ้มค่าของราคากับปริมาณผู้สมัคร (Volume) โดยเฉพาะกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม งานในโซนต่างจังหวัด และตำแหน่งระดับปฏิบัติการถึงระดับกลาง เช่น งานขาย วิศวกร หรือธุรการ</li>
</ul>
<p>อย่างไรก็ตาม การฝากความหวังไว้กับ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/6">Job Post</a> เพียงอย่างเดียวมีข้อจำกัด โดยเฉพาะเรื่องระยะเวลา เพราะบ่อยครั้งที่เราเสียเวลารอนานเกินไปกว่าจะได้คนที่ตรงใจ หากตำแหน่งไหนใช้เวลาหาเกิน 60 วัน นั่นคือสัญญาณเตือนว่าประกาศงานทั่วไปอาจไม่ตอบโจทย์ เพราะเราไม่สามารถการันตีได้ว่า Talent ที่เราต้องการจะมองเห็นโพสต์ของเราในช่วงเวลานั้นหรือไม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49210" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160446.jpg" alt="hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen" width="600" height="333" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 688" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160446.jpg 1186w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160446-300x167.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160446-1024x569.jpg 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160446-768x427.jpg 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>อีกเรื่องที่คุณพลวัตแนะนำก็คือ เวลาต้องตัดสินใจเลือก Source ภายนอกมาใช้นั้น ควรต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง 3 แกนสำคัญ คือ ราคา, ความทุ่มเทของทีม HR และสุดท้ายคือระยะเวลา ซึ่งแต่ละเครื่องมือจะมีจุดเด่นต่างกันไป</p>
<ul>
<li><strong>Talent Search</strong>: ตอบโจทย์เรื่องความแม่นยำและราคาที่สมเหตุสมผล ช่วยให้เราค้นหาผู้สมัครที่มีประสบการณ์ตรงได้ทันที</li>
<li><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/4"><strong>Recruitment Agency</strong></a>: คือทางเลือกที่เร็วที่สุด เพราะมีทีมงานสรรหาเชิงรุก (Proactive) ที่พร้อมเติมคนให้ทันใจ เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการลดระยะเวลาการสรรหาและมีงบประมาณรองรับ</li>
</ul>
<p>การสรรหาบุคลากรในยุคนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้เงินจำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่ HR Recruiter ต้องรู้จักหยิบจับเครื่องมือมาใช้ให้ถูกจังหวะ การเข้าใจธรรมชาติของผู้สมัครในแต่ละแหล่ง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการระบบหลังบ้านอย่างมืออาชีพ จะช่วยให้องค์กรประหยัดทั้งงบประมาณและเวลา พร้อมทั้งได้คนทำงานที่มีคุณภาพเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างแท้จริง</p>
<h2>วิธีเลือก Recruitment Agency ที่เหมาะสม</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49207" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160734.webp" alt="hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 689" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160734.webp 1192w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160734-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160734-1024x577.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160734-768x433.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หากองค์กรตัดสินใจเลือกใช้บริการ Recruitment Agency เพื่อเสริมความคล่องตัว สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาไม่ใช่เพียงเรื่องราคา แต่ต้องดูศักยภาพในการทำงานของ Agency นั้น ๆ โดยเฉพาะขนาดของทีม Recruiter เพราะมีผลโดยตรงต่อความสม่ำเสมอในการส่งผู้สมัคร รวมถึงฐานข้อมูลที่ Agency นั้นถืออยู่ในมือว่ามีความถนัดในอุตสาหกรรมเดียวกับเราหรือไม่</p>
<p>นอกจากนี้ โครงสร้างการทำงานและความเชี่ยวชาญของ Recruiter จะเป็นตัวตัดสินว่าเขาเข้าใจความต้องการของตำแหน่งงานนั้นจริงไหม และสามารถส่งตัวผู้สมัครที่ใช่ให้เราได้เร็วแค่ไหน</p>
<p><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener">และหากไม่รู้ว่าจะใช้บริการไหนดี Reeracoen Thailand ก็เป็นตัวเลือกที่ช่วยแก้ Pain Point นี้ได้ทันที</a></p>
<h2>Recruiter ยุคใหม่ ต้องรู้จักแนวคิด Proactive Sourcing</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49211" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160832-1.webp" alt="hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen" width="600" height="340" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 690" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160832-1.webp 1174w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160832-1-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160832-1-1024x581.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160832-1-768x436.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในสภาวะที่ Talent เก่ง ๆ เริ่มขาดแคลน การนั่งรอใบสมัครเพียงอย่างเดียวอาจไม่ทันการณ์อีกต่อไป แนวคิด Proactive Sourcing จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนวิธีทำงานของ HR จากการตั้งรับมาเป็นการเชิงรุก โดยเน้นการออกไปค้นหาคนเก่งในตลาดก่อนที่พวกเขาจะเริ่มมองหางานใหม่เสียด้วยซ้ำ</p>
<p>วิธีนี้ช่วยให้เราเข้าถึงกลุ่มที่ไม่ได้ Active ในการหางาน (Passive Candidates) ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 70% ของคนในตลาด โดยอาศัยช่องทางที่หลากหลาย</p>
<ul>
<li><strong>LinkedIn และ Professional Community:</strong> แหล่งรวมตัวของกลุ่มวิชาชีพเฉพาะทาง</li>
<li><strong><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/employee-referrals-210624/">ระบบ Referral</a>:</strong> การให้คนในช่วยแนะนำ Talent ที่ไว้ใจได้</li>
<li><strong>Talent Search:</strong> แหล่งรวบรวมข้อมูลสำหรับการสรรหาผู้สมัครเชิงรุก</li>
<li><strong>Recruitment Agency:</strong> เครื่องมือและพาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้การเข้าถึงตัวบุคคลทำได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น</li>
</ul>
<p>สำหรับเครื่องมืออย่าง Talent Search นั้น ถือเป็นอาวุธลับที่ช่วยให้เราเข้าถึงคนเก่งอีก 70% ที่เหลือในตลาดซึ่งมักจะไม่กดสมัครงานผ่านช่องทางปกติ แต่รอให้โอกาสดี ๆ เดินเข้าไปหาเอง หาก HR รู้วิธีการเข้าหา และมีเทคนิคในการจูงใจที่เหมาะสม การใช้ระบบค้นหาผู้สมัครเชิงรุกแบบนี้จะช่วยให้เรามีตัวเลือกที่มีคุณภาพมากกว่าการเปิดรับสมัครแบบทั่วไปหลายเท่าตัว และช่วยลดช่องว่างในจังหวะที่ตลาดกำลังแย่งชิงตัวพนักงานทักษะสูงได้เป็นอย่างดี</p>
<p>ทั้งนี้ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/173">แพลตฟอร์ม Talent Search ของ Reeracoen เองอย่าง ProFinder</a> มีฐานข้อมูลผู้สมัครให้ค้นหาทันทีได้มากกว่า 250,000 คน เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ หากใครต้องการบริการที่ครบวงจรจาก Reeracoen</p>
<p>ดังนั้น หากต้องการพนักงานใหม่ในเวลาจำกัด แต่ไม่มีงบประมาณมาก การเปลี่ยนตัวเองเป็น Proactive ใช้แพลตฟอร์ม Talent Search ก็เป็นตัวเลือกที่ Recruiter ควรพิจารณา</p>
<h2>สรุป</h2>
<p>เมื่อมองไปถึงอนาคต บทบาทของ Recruiter จะไม่ได้หยุดอยู่แค่การนั่งรอแล้วคัดกรองใบสมัคร แต่จะก้าวไปสู่การเป็น Strategic Hiring ที่ต้องวางแผนกำลังคนและมองให้ออกว่าในอนาคตองค์กรจำเป็นต้องมีทักษะอะไรบ้าง พร้อมกับระบุช่องทางที่จะเข้าถึง Talent กลุ่มนั้นให้ชัดเจนล่วงหน้า นอกจากนี้ยังต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฐานเงินเดือนหรือความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจจ้างงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p>การปรับตัวสู่การสรรหาเชิงรุกและการใช้ข้อมูลนำทาง จะช่วยให้ HR เปลี่ยนสถานะจากผู้ช่วยหาคนมาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของบริษัท การรู้จักเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมและการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่มีความเป็นมืออาชีพ จะช่วยให้ทุกการจ้างงานมีความแม่นยำและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน</p>
<p><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener">สุดท้าย หากใครไม่รู้จะใช้บริการสรรหาเครื่องมือไหนดี สามารถติดต่อ Reeracoen ได้เลย ซึ่งมีบริการให้เลือกใช้หลากหลาย และตอบโจทย์ทุกความต้องการด้าน Recruitment สามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้</a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44225" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 4" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen-260312/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/empowerher-asia-leadership-forum-2026/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/empowerher-asia-leadership-forum-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Mar 2026 13:54:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[EmpowerHER]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49095</guid>

					<description><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในวันนี้ทำให้บทบาทของผู้นำหญิงมีความสำคัญมาก การเปิดโอกาสให้ผู้หญิงขึ้นมานำและกล้าตัดสินใจ สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้างได้กว่าที่ใครคาดคิด นี่จึงเป็นเหตุผลที่เวที EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026: Write Your Next Chapter ถูกจัดขึ้นในสัปดาห์เดียวกับวันสตรีสากลพอดี (วันที่ 8 มีนาคม) เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงที่มีศักยภาพได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนมุมมอง และร่วมกันขับเคลื่อนบทบาทของผู้นำหญิงให้ก้าวไปอีกขั้น งานเสวนาครั้งนี้รวบรวมผู้นำระดับ Board และ C-Suite จากทั่วเอเชียมาแบ่งปันประสบการณ์ แนวคิด และบทเรียนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ผู้หญิงสามารถเติบโตในเส้นทางความเป็นผู้นำได้อย่างมั่นคง หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้อ่านกันแล้วที่นี่ The First Page: Claiming Your New Chapter คุณ สุภาณี อนุวงศ์วรเวทย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหาร The CrestHaus และคุณ แชนนอน กัลยาณมิตร ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด The CrestHaus เริ่มต้นด้วยการชวนผู้เข้าร่วมมองโลกการทำงานในช่วงเวลานี้อย่างตรงไปตรงมา คุณสุภาณีกล่าวว่าสถานการณ์ทั่วโลกยังคงเต็มไปด้วยความอ่อนไหวและความไม่แน่นอน จึงยิ่งมีความหมายที่ผู้หญิงจำนวนมากเลือกมารวมตัวกันในพื้นที่แห่งนี้ เธอยังกล่าวขอบคุณผู้ชายที่ให้การสนับสนุนงานเช่นกัน เพราะการสร้างสังคมที่เติบโตอย่างเท่าเทียมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย หลายคนกำลังเผชิญความท้าทายในชีวิตการทำงานและในสังคมพร้อม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49109" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-4.webp" alt="EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026 695" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในวันนี้ทำให้บทบาทของผู้นำหญิงมีความสำคัญมาก การเปิดโอกาสให้ผู้หญิงขึ้นมานำและกล้าตัดสินใจ สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้างได้กว่าที่ใครคาดคิด</p>
<p>นี่จึงเป็นเหตุผลที่เวที EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026: Write Your Next Chapter ถูกจัดขึ้นในสัปดาห์เดียวกับวันสตรีสากลพอดี (วันที่ 8 มีนาคม) เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงที่มีศักยภาพได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนมุมมอง และร่วมกันขับเคลื่อนบทบาทของผู้นำหญิงให้ก้าวไปอีกขั้น งานเสวนาครั้งนี้รวบรวมผู้นำระดับ Board และ C-Suite จากทั่วเอเชียมาแบ่งปันประสบการณ์ แนวคิด และบทเรียนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ผู้หญิงสามารถเติบโตในเส้นทางความเป็นผู้นำได้อย่างมั่นคง</p>
<p>หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้อ่านกันแล้วที่นี่</p>

<h2>The First Page: Claiming Your New Chapter</h2>
<p>คุณ <strong>สุภาณี อนุวงศ์วรเวทย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหาร The CrestHaus</strong> และคุณ <strong>แชนนอน กัลยาณมิตร ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด The CrestHaus</strong> เริ่มต้นด้วยการชวนผู้เข้าร่วมมองโลกการทำงานในช่วงเวลานี้อย่างตรงไปตรงมา</p>
<p>คุณสุภาณีกล่าวว่าสถานการณ์ทั่วโลกยังคงเต็มไปด้วยความอ่อนไหวและความไม่แน่นอน จึงยิ่งมีความหมายที่ผู้หญิงจำนวนมากเลือกมารวมตัวกันในพื้นที่แห่งนี้ เธอยังกล่าวขอบคุณผู้ชายที่ให้การสนับสนุนงานเช่นกัน เพราะการสร้างสังคมที่เติบโตอย่างเท่าเทียมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย</p>
<p>หลายคนกำลังเผชิญความท้าทายในชีวิตการทำงานและในสังคมพร้อม ๆ กัน งาน EmpowerHer จึงออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่ช่วยเติมความมั่นใจ เติมกำลังใจ และเตือนให้ทุกคนเห็นคุณค่าในตัวเองอีกครั้ง เธอเชื่อว่าความสำเร็จไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตำแหน่งหรือความก้าวหน้าในหน้าที่การงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเติบโตอย่างสมดุล มีความสุขกับสิ่งที่ทำ และภูมิใจกับเส้นทางที่ตนเองเลือกเดิน</p>
<p>สำหรับ<strong>ธีมของงานในปีนี้คือ Write Your Next Chapter สะท้อนความเชื่อว่าผู้หญิงมีพลังในการกำหนดทิศทางชีวิตของตัวเองเสมอ</strong> คุณสุภาณียังเล่าว่าเส้นทางชีวิตของเธอเองเต็มไปด้วยโอกาสที่เปิดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การทำงานในองค์กรหลากหลายแห่ง ไปจนถึงการรับบทบาทที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงชีวิต ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เธอเห็นชัดว่า เมื่อโอกาสมาถึง ผู้หญิงก็สามารถเลือกก้าวไปสู่บทใหม่ของชีวิตได้ด้วยตัวเอง</p>
<p>ด้านคุณแชนนอน อธิบายเสริมว่างาน EmpowerHer ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ทดลอง คิด และพูดคุยกันอย่างอิสระ เพราะการเขียนบทใหม่ของชีวิตไม่ได้มีสูตรสำเร็จสำหรับทุกคน บางคนรู้ชัดเจนว่าก้าวต่อไปของตัวเองคืออะไร ขณะที่บางคนยังอยู่ระหว่างการค้นหา เธอจึงชวนผู้เข้าร่วมทุกคนติดตามบทสนทนาตลอดทั้งงาน เพราะแต่ละช่วงจะหยิบยกประเด็นที่ทั้งท้าทายและชวนให้คิด เพื่อให้ทุกคนได้เริ่มต้นเขียนหน้าแรกของบทใหม่ในชีวิตของตัวเองไปพร้อมกัน</p>
<h2>The Power of Rewrite: Reinventing Leadership with Purpose (UN-WOMEN)</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49110" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-3.webp" alt="EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026 696" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>ซาร่า แดนซีโอ (Sara D’anzeo) ที่ปรึกษาด้าน Sustainable Finance จาก UN-WOMEN</strong> กล่าวกับผู้เข้าร่วมงานว่า เธอเชื่อว่าทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้ล้วนเป็นผู้นำที่สนใจการนำผู้คนด้วยจุดมุ่งหมายที่มีความหมาย เพราะการเป็นผู้นำไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ตำแหน่งในองค์กร หากยังรวมถึงความตั้งใจที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับผู้คนรอบตัว</p>
<p>บทบาทสำคัญของผู้หญิงในองค์กรว่าเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ผู้นำที่มี Purpose มักมองไกลกว่าผลลัพธ์ระยะสั้น พวกเขาสามารถนำพาทีมและองค์กรไปสู่ทิศทางใหม่ได้อย่างมีความหมาย จากประสบการณ์การทำงานของเธอกับ UN-WOMEN หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันประเด็นความเท่าเทียมทางเพศให้เดินหน้าอย่างจริงจัง งานส่วนหนึ่งขององค์กรจึงมุ่งสร้างโอกาส และช่วยขยายเสียงของผู้หญิงให้ดังพอที่จะได้รับการรับฟังในระดับนโยบายและระดับองค์กร</p>
<p>เธอยังสะท้อนภาพบริบทของโลกปัจจุบัน ซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทายรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศ การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ความไม่แน่นอนทางการเมือง และแรงกดดันด้านความยั่งยืน แม้หลายเรื่องจะดูซับซ้อนและยากต่อการรับมือ คุณซาร่ามองว่านี่เป็นช่วงเวลาที่บทบาทของผู้นำมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์สามารถช่วยให้องค์กรและผู้คนก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไปได้</p>
<p>ทั้งนี้ เรื่อง <strong>Gender Equality ไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นโอกาสทางสังคมและเศรษฐกิจ</strong> งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า หากโลกสามารถลดช่องว่างทางเพศได้อย่างจริงจัง มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอาจสูงถึง 342 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2050 ความเท่าเทียมยังช่วยยกระดับคุณค่าขององค์กร เพิ่มโอกาสในการลงทุน และเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงแสดงศักยภาพในหลากหลายบทบาท หากสามารถลดการแบ่งแยกทางเพศได้มากขึ้น คาดว่าจะมีผู้หญิงกว่า 343.5 ล้านคนทั่วโลก ที่ได้รับประโยชน์จากโอกาสทางเศรษฐกิจภายในปี 2030</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้หญิงคนใดสามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้เพียงลำพัง ข่าวดีคือวันนี้เราเริ่มเห็นสัญญาณที่น่าชื่นใจมากขึ้น ผู้นำหญิงในองค์กรเอเชียเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในประเทศไทยมีผู้หญิงดำรงตำแหน่ง CEO ในบริษัทจดทะเบียนประมาณ 14% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ผู้หญิงมีศักยภาพไม่แพ้ใคร และเมื่อผู้หญิงลุกขึ้นมาเขียนบทใหม่ของตัวเอง การเปลี่ยนแปลงนั้นย่อมส่งผลต่อสังคมโดยรวม ทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้นได้จริง</p>
<h2>Panel discussion: Chapters of Change: Rewriting Tomorrow Leading AI Through a Human-Centric Future in a Geopolitical and Economic Shift</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49111" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-2.webp" alt="EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026 697" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>2 ผู้นำหญิงเก่ง คุณ <strong>ปิยดา ตัวไสว Data and AI Portfolio Lead จาก <a href="https://www.ibmdt.co.th/" target="_blank" rel="noopener">IBM Digital Talent for Business (IBMDT)</a></strong> และคุณ อ<strong>รนุช เลิศสุวรรณกิจ Co-Founder &amp; CEO จาก <a href="https://techsauce.co/" target="_blank" rel="noopener">Techsauce</a></strong> มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยี องค์กรจะนำ AI มาใช้โดยยังคงให้ความสำคัญกับคนได้อย่างไร</p>
<p>คุณอรนุชเล่าประสบการณ์จากการเข้าร่วมงาน World Economic Forum ซึ่งแม้บนเวทีหลักจะพูดถึงประเด็นระดับโลกอย่างเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ แต่บทสนทนาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างผู้นำจากหลายประเทศกลับวนเวียนอยู่กับคำถามเรื่อง AI หลายองค์กรเริ่มตระหนักถึงศักยภาพของเทคโนโลยีนี้แล้ว ทว่าเมื่อถึงขั้นตอนการนำมาใช้จริง หลายคนยังรู้สึกไม่พร้อม</p>
<p>ความกังวลไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงเรื่องการวัดผลลัพธ์และ ROI รวมถึงการตัดสินใจว่าจะเริ่มต้นจากกรณีใช้งานแบบใด การ Transform องค์กรจึงต้องคิดควบคู่กันทั้งเรื่องเทคโนโลยีและกลยุทธ์ด้านคน</p>
<p>ฝั่งของคุณปิยดามองว่า AI ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับโลกธุรกิจ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือความเสี่ยงที่ผู้คนจะหลุดจากการเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีนี้ หลายองค์กรพยายามเอา AI มาใช้ช่วยงาน แต่อาจลืมถามคำถามสำคัญว่า เราจะใช้มันอย่างมีสติและรู้เท่าทันได้อย่างไร ? ดังนั้นองค์กรควรคิดให้รอบคอบก่อนว่าจะลงทุนกับ AI เพื่ออะไร และบทบาทของคนจะเปลี่ยนไปอย่างไร</p>
<p>อย่างภายใน IBM เองเมื่อมีการพูดถึง AI การสนทนาจึงต้องเกิดร่วมกับฝ่าย HR เสมอ เพราะงานของ HR คือการดูแลคน และที่สำคัญคือทำให้คนสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>แล้วผู้นำต้องปรับตัวอย่างไรในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ? คุณปิยดาอธิบายว่าผู้นำจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นและความสามารถในการคิดเชิงกลยุทธ์อย่างอิสระ การพึ่งพาเทคโนโลยีเพียงเครื่องมือเดียวไม่อาจตอบโจทย์ได้ทั้งหมด องค์กรต้องส่งเสริมให้คนเรียนรู้เรื่องธุรกิจและเทคโนโลยีควบคู่กันไป พร้อมปรับโครงสร้างการทำงานให้เปิดกว้างมากขึ้น หากองค์กรยังยึดติดกับระบบสั่งการจากบนลงล่าง การเรียนรู้ใหม่ ๆ มักเกิดขึ้นได้ยาก การสร้างสภาพแวดล้อมที่ยืดหยุ่นจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนา</p>
<p>ส่วนคุณอรนุชเสริมว่าบทบาทของผู้นำ โดยเฉพาะระดับ CEO มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางเรื่อง AI ผู้นำต้องเข้าใจเทคโนโลยีให้ลึกพอที่จะเลือกใช้กรณีใช้งานที่เหมาะสม หลายองค์กรยังสับสนว่าจะนำ AI ไปใช้กับงานใดบ้าง ทั้งที่จริงแล้วศักยภาพของมันกว้างไกลกว่าการช่วยทำงานประจำให้เร็วขึ้น ผู้นำจึงควรมองให้ไกลกว่านั้น ว่า AI จะช่วยแก้ปัญหาใหญ่ขององค์กรได้อย่างไร และจะปลดล็อกศักยภาพของผู้คนในองค์กรได้แบบไหน</p>
<p>เธอยังชี้ให้เห็น<strong>อีกประเด็นสำคัญคือเรื่อง AI Sovereignty หรือการบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ เพราะข้อมูลคือทรัพยากรสำคัญขององค์กร หากใช้อย่างถูกทิศทาง AI สามารถช่วยจัดระบบองค์ความรู้ภายในองค์กร และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาวได้</strong></p>
<h2>Panel discussion : Leading the Next Chapter: Lessons from the C-Suite</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49112" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer.webp" alt="EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026 698" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Session นี้ได้ 2 ผู้นำหญิงเก่งอย่างคุณ <strong>มุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร <a href="https://www.osotspa.com/th/home" target="_blank" rel="noopener">โอสถสภา </a></strong>และคุณ กั<strong>นยารัตน์ โชคอุ่นกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และการเงิน <a href="https://www.themallgroup.com/" target="_blank" rel="noopener">The Mall Group</a></strong> มาร่วมถ่ายทอดบทเรียนของพวกเธอ จากเส้นทางการทำงานจริง ตั้งแต่วันที่ยังเป็นพนักงานตัวเล็ก ๆ สู่วันที่เป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร</p>
<p>จะเห็นได้ว่า เส้นทางสู่ตำแหน่ง C-Suite ของพวกเธอไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เกิดจากการเรียนรู้ การปรับตัว และการพัฒนามุมมองต่อการทำงานอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>คุณมุกดาเล่าว่าเธอทำงานมาแล้วกว่า 40 ปี เริ่มต้นจากตำแหน่งพนักงานขายในธุรกิจ FMCG ก่อนจะค่อย ๆ เติบโตขึ้นสู่บทบาทผู้บริหารระดับสูง ประสบการณ์ตลอดเส้นทางทำให้เธอเห็นว่าทุกช่วงของการเติบโตต้องปรับมายด์เซ็ตอยู่เสมอ หากวิธีคิดยังคงเดิม การก้าวไปสู่บทบาทใหม่ย่อมเป็นเรื่องยาก แม้เธอจะต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเฉพาะการเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ต้องทำงานในระดับสากล แต่เธอเลือกโฟกัสกับการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด มากกว่าจะกังวลเรื่องเพศหรือการแข่งขันกับใคร</p>
<p>เธอจึงอยากส่งต่อคำแนะนำถึงผู้หญิงที่กำลังเติบโตในเส้นทางอาชีพว่า <strong>อย่าปล่อยให้ความกลัวมาหยุดความสามารถของตัวเอง</strong> สิ่งสำคัญคือการพิสูจน์ตัวเองผ่านผลงาน เมื่อบทบาทก้าวขึ้นสู่ระดับผู้บริหาร มุมมองในการทำงานก็ต้องเปลี่ยนจากการลงมือทำรายละเอียด ไปสู่การมองภาพรวมขององค์กร ผู้นำต้องเห็นทิศทางและเข้าใจว่าควรขับเคลื่อนทีมไปทางไหน ขณะเดียวกันสิ่งที่ควรรักษาไว้เสมอคือ ความพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง หรือ <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211013-growth-mindset/">Growth Mindset</a></p>
<p>ด้านคุณกันยารัตน์เล่าว่า การเติบโตในสายอาชีพต้องอาศัยพลังเชิงบวกและความตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดในทุกบทบาท เมื่อถึงวันที่ต้องก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง C-level ความสามารถในการเชื่อมโยงภาพใหญ่ขององค์กรจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น ผู้นำต้องดูแลทีม สื่อสารกับผู้คนหลากหลาย และทำให้ทุกฝ่ายเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน<br />
เธอยังแบ่งปันหลักคิดสำคัญว่า <strong>การเป็นผู้นำที่แท้จริง เกิดจากพฤติกรรมและการกระทำของเรา อย่ายึดติดกับความสำเร็จในอดีต เพราะโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และสุดท้ายคือการถ่อมตัว เปิดใจเรียนรู้อยู่เสมอ เพราะไม่มีใครถูกต้องตลอดเวลา</strong></p>
<p>ประเด็นสุดท้ายที่ทั้งคู่พูดถึงคือความท้าทายจากเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานขององค์กร ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ ความเชื่อใจกลายเป็นสิ่งสำคัญ การสร้าง Trust ต้องใช้เวลา ความสม่ำเสมอ และความจริงใจ เมื่อสร้างขึ้นมาแล้วก็ต้องดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>การเปลี่ยนแปลงหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้ ปรับตัว และก้าวไปพร้อมกับมันให้ดีที่สุด เพราะในวันนี้ความเร็วในการปรับตัวอาจสำคัญยิ่งกว่าขนาดขององค์กรเสียอีก</strong></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="5 สัญญาณเตือนภัย HR จ่ายเงินเดือนผิดพลาด (Payroll Errors) อาจทำบริษัทถึงคราววิกฤติ ! 3" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/empowerher-asia-leadership-forum-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/mission-next-leading-people-into-the-next-era-2026-260305/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/mission-next-leading-people-into-the-next-era-2026-260305/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Mar 2026 13:38:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Mission Next]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49096</guid>

					<description><![CDATA[องค์กรจำนวนมากกำลังเผชิญคำถามเดียวกันว่า จะพาคนในทีมเดินต่อไปอย่างไรท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงาน ความสามารถที่เคยมีค่าบางอย่างเริ่มถูกทดแทน ขณะที่ทักษะด้านการคิด การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการปรับตัวกลับมีความสำคัญมากขึ้น บทบาทของ HR และผู้นำจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การบริหารงานบุคคลเท่านั้น แต่ต้องมองให้ลึกถึงการสร้างระบบที่ช่วยให้คนเติบโตและสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้จริง ในงานเสวนา Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026 ก็ได้นำวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กรมาแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของการทำงานตามประเด็นดังกล่าวที่ว่ามาข้างต้น และที่สำคัญคือมีประโยชน์ต่อการทำงานของ HR และการเติบโตขององค์กรไม่มากก็น้อย หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาดี ๆ มาให้ได้อ่านกันแล้วที่นี่ Future of Work, Global Workforce Trends การทำงานกำลังเดินเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ การเก่งกาจของ AI กลายเป็นตัวเร่งให้โลกการทำงานเคลื่อนเร็วขึ้น ตัวอย่างหนึ่งคือการเปิดตัวของ Claude Cowork ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้หลายอุตสาหกรรม งานจำนวนมากที่เคยต้องใช้เวลานานเริ่มถูกช่วยจัดการได้ผ่าน AI ตั้งแต่การบริหารไฟล์ การค้นหาข้อมูล ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้โดยตรง สิ่งที่น่าสนใจคือ AI ไม่ได้แค่ทำตามคำสั่ง แต่สามารถโต้ตอบกลับมาถามเพื่อให้ข้อมูลถูกต้องมากขึ้นด้วย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49104" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-2.webp" alt="Mission NEXT " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026 706" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>องค์กรจำนวนมากกำลังเผชิญคำถามเดียวกันว่า จะพาคนในทีมเดินต่อไปอย่างไรท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงาน ความสามารถที่เคยมีค่าบางอย่างเริ่มถูกทดแทน ขณะที่ทักษะด้านการคิด การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการปรับตัวกลับมีความสำคัญมากขึ้น บทบาทของ HR และผู้นำจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การบริหารงานบุคคลเท่านั้น แต่ต้องมองให้ลึกถึงการสร้างระบบที่ช่วยให้คนเติบโตและสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้จริง</p>
<p>ในงานเสวนา <strong>Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026</strong> ก็ได้นำวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กรมาแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของการทำงานตามประเด็นดังกล่าวที่ว่ามาข้างต้น และที่สำคัญคือมีประโยชน์ต่อการทำงานของ HR และการเติบโตขององค์กรไม่มากก็น้อย</p>
<p>หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาดี ๆ มาให้ได้อ่านกันแล้วที่นี่</p>

<h2>Future of Work, Global Workforce Trends</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49105" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT.webp" alt="Mission NEXT " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026 707" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การทำงานกำลังเดินเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ การเก่งกาจของ AI กลายเป็นตัวเร่งให้โลกการทำงานเคลื่อนเร็วขึ้น ตัวอย่างหนึ่งคือการเปิดตัวของ Claude Cowork ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้หลายอุตสาหกรรม งานจำนวนมากที่เคยต้องใช้เวลานานเริ่มถูกช่วยจัดการได้ผ่าน AI ตั้งแต่การบริหารไฟล์ การค้นหาข้อมูล ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้โดยตรง</p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจคือ AI ไม่ได้แค่ทำตามคำสั่ง แต่สามารถโต้ตอบกลับมาถามเพื่อให้ข้อมูลถูกต้องมากขึ้นด้วย</p>
<p>คุณ <strong>รวิศ หาญอุตสาหะ Co-Founder ของ Mission Next</strong> ชี้ว่าจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทักษะที่คนเราต้องมีไม่ได้มีแค่ความสามารถด้านเทคโนโลยีหรือ AI เท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความเป็นคน เช่น การคิดอย่างเป็นระบบ การปรับตัวต่อสถานการณ์ใหม่ และการควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดีพอจะทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เพราะในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ซับซ้อนขึ้น คนที่ทำงานกับใครไม่ได้เลยจะอยู่ได้ยากมาก</p>
<p>แม้ว่าผลลัพธ์ที่ตามมาคือรูปแบบงานในออฟฟิศกำลังเปลี่ยนไป งานประเภท Manual Operation จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ ขณะที่ทักษะเชิงลึกเฉพาะด้านซึ่งเคยทำให้บางคนกลายเป็นมนุษย์ทองคำอาจไม่ได้มีคุณค่าเหมือนเดิมเสมอไป สิ่งที่องค์กรต้องการมากขึ้นคือคนที่สามารถคิด-ตั้งคำถามกับปัญหา และเชื่อมโยงองค์ความรู้ข้ามสาขาได้ รวมถึงทำงานร่วมกับทีมจากหลายฟังก์ชันได้อย่างลื่นไหล</p>
<p>เมื่อโลกการทำงานเดินมาถึงจุดนี้ คุณรวิศเสนอแนวทางสำหรับคนทำงานที่ต้องการสร้างโอกาสของตัวเองให้มากขึ้น ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>ทลายกำแพงภาษา</strong> ทั้งภาษาต่างประเทศ ภาษาของผู้คนในองค์กร และภาษาของคอมพิวเตอร์</li>
<li><strong>กล้ารับงานที่คนอื่นไม่อยากทำ</strong> เพราะมักจะเป็นงานยาก และเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เราเรียนรู้มากที่สุด</li>
<li><strong>มี Niche Skill หรือทักษะเฉพาะทาง</strong> เช่น ทักษะการนำเสนอหรือการเล่าเรื่อง</li>
<li><strong>ขยับบทบาทจากคนลงมือทำ</strong> ไปสู่คนที่บริหารทีมและกำหนดทิศทางงาน เพราะอย่าลืมว่าแม้จะมี AI แต่มนุษย์ต้องตรวจสอบข้อมูลของมันเสมอ</li>
<li><strong>มี Mindset ทำเกินเงินเดือน</strong> มองงานเป็นพื้นที่สร้างคุณค่า ไม่ใช่แค่หน้าที่ที่ต้องทำให้ครบ</li>
</ul>
<p>เขายังฝาก Key Takeaways สำหรับคนทำงานและ HR ที่กำลังเตรียมองค์กรให้พร้อมกับอนาคตไว้ 5 ข้อสำคัญดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>Opportunity-seeking</strong> – คนที่มองหาโอกาสก่อน มักได้เปรียบเสมอ หากไม่ขยับตัว เราจะเป็นฝ่ายตามหลังคนอื่นฝ่ายเดียว</li>
<li><strong>Specialized Generalist</strong> – หลายคนไม่ได้เก่งที่สุดในเรื่องเดียว แต่เชื่อมทักษะหลายด้านเข้าด้วยกันจนกลายเป็นจุดแข็งเฉพาะตัว</li>
<li><strong>Learning through Action</strong> – การเรียนรู้ที่เร็วที่สุดมาจากการลงมือทำจริง ไม่ใช่รอให้พร้อมก่อนแล้วค่อยทำ</li>
<li><strong>Value Creation</strong> – การทำงานตามมาตรฐานอาจทำให้ผ่านเกณฑ์ แต่การสร้างคุณค่าเพิ่มต่างหากที่ทำให้คนถูกจดจำ</li>
<li><strong>Soft Skills as Core Skills</strong> – ทักษะด้านมนุษย์ไม่ใช่ทักษะเสริมอีกต่อไป ตัวอย่างชัดเจนคือการนำเสนอ การสื่อสาร รวมถึงนิสัยการทำงานที่ทำให้คนอื่นอยากร่วมงานด้วย</li>
</ul>
<p>ท้ายที่สุด คุณรวิศฝากประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ HR โดยตรงนั่นคือเรื่อง การพัฒนาคนในองค์กร <strong>หากองค์กรไม่สร้างพื้นที่ให้คนเก่งได้เติบโต พวกเขามักจะมองหาองค์กรใหม่ที่เปิดโอกาสนั้น และคนที่จากไปก็มักเป็นคนที่องค์กรอยากรักษาไว้มากที่สุด</strong> ในทางกลับกัน การลงทุนกับการฝึกอบรมอาจทำให้บางคนย้ายงานในอนาคต แต่ก็ช่วยให้องค์กรมีคนที่เก่งขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการอยู่รอดในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นทุกปี</p>
<h2>Chinese Way of War and What We Can Learn From It?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49103" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-3.webp" alt="Mission NEXT " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026 708" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การเติบโตของบริษัทเทคโนโลยีจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับตามอง คุณ <strong>ปณิชา ประทีปะวณิช Co-Founder ของ Mission Next</strong> มองว่าปัจจัยสำคัญที่นำมาสู่ความสำเร็จของจีนเกิดจากแนวคิดด้านการบริหารคนที่ชัดเจนและเข้มข้นมาก เมื่อจีนให้ความสำคัญกับการออกแบบระบบ HR ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างจริงจัง จนกลายเป็นวัฒนธรรมการทำงานที่ช่วยให้หลายองค์กรเติบโตอย่างรวดเร็ว</p>
<p>หนึ่งในแนวคิดสำคัญคือ<strong> 3P High Standard Framework</strong> ซึ่งสะท้อนแนวทางการสร้างทีมที่ยึดมาตรฐานสูงตั้งแต่ต้น</p>
<ul>
<li><strong>คัดคนเข้มตั้งแต่แรก</strong> เลือกคนจากศักยภาพและผลลัพธ์ที่ทำได้จริง ไม่เก็บใครไว้เพียงเพราะความเกรงใจ</li>
<li><strong>ตั้งความคาดหวังให้ชัด</strong> การทุ่มเทกับงานถือเป็นเรื่องปกติ เป้าหมายต้องชัดและแต่ละคนต้องรับผิดชอบผลงานของตัวเอง</li>
<li><strong>วัดผลได้จริง</strong> มี KPI ที่ชัดเจนและสามารถประเมินได้ตรงไปตรงมา</li>
</ul>
<p>แนวคิดนี้ทำให้การบริหารคนขององค์กรจีนมีจังหวะที่ชัด ทั้งการคัดเลือก การคาดหวัง และการประเมินผล</p>
<p>เมื่อมองไปที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของจีน จะเห็นแนวทางการสร้างองค์กรที่แตกต่างกัน แต่มีแกนกลางร่วมกันคือการให้ความสำคัญกับคนเก่ง และระบบที่สนับสนุนการเติบโตของพวกเขา</p>
<ul>
<li><strong>Alibaba Group</strong> ให้ความสำคัญกับ Core Value อย่างจริงจัง พร้อมสร้างผู้นำจากภายในองค์กร ทำให้บริษัทขนาดใหญ่ยังคงเดินไปในทิศทางเดียวกัน</li>
<li><strong>Tencent</strong> ใช้แนวคิด Micro Team จัดทีมขนาดเล็กที่มีความสามารถสูง ทำงานแบบ Agile และให้รางวัลตามผลงานของทีม ทำให้องค์กรขนาดใหญ่ยังเคลื่อนไหวได้คล่องเหมือนสตาร์ทอัพ</li>
<li><strong>Huawei</strong> สร้างระบบความเป็นเจ้าของผ่าน Employee Shareholding Program ค่าตอบแทนผูกกับ Performance อย่างเข้มข้น พร้อมส่งพนักงานไปทำงานในตลาดที่ท้าทายเพื่อเร่งการเติบโต</li>
<li><strong>ByteDance</strong> บริหารคนด้วยข้อมูล ประเมิน Performance จาก Data และเปิดโอกาสให้เติบโตตามผลงานมากกว่าอายุงาน</li>
</ul>
<p>องค์กรขนาด Medium ของจีนก็มีแนวคิดที่น่าสนใจไม่แพ้กัน หลายบริษัทเลือกสร้างทีมขนาดเล็กที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และให้ความสำคัญกับความเร็วในการตัดสินใจ</p>
<ul>
<li><strong>DJI</strong> โฟกัสการคัดเลือก Talent อย่างจริงจัง องค์กรมีขนาดไม่ใหญ่ แต่เปิดพื้นที่ให้ทีม R&amp;D มีอิสระสูง</li>
<li><strong>Xiaohongshu</strong> ให้ HR ทำหน้าที่เชื่อมองค์กรกับตลาด รับฟังเสียงจากผู้ใช้จริง ทดลองเร็วและปรับตัวเร็ว</li>
<li><strong>Shein</strong> ตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลเป็นหลัก โครงสร้างทีมเล็ก ทำให้องค์กรเคลื่อนที่เร็วกว่าแบรนด์แฟชั่นรายอื่น</li>
<li><strong>Unitree Robotics</strong> คัดคนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ลดลำดับชั้นในองค์กร เพื่อให้การทำงานคล่องตัวมากขึ้น</li>
</ul>
<p>เมื่อเปรียบเทียบแนวคิดการบริหารองค์กรระหว่างจีนกับไทย จะเห็นความแตกต่างบางประการที่น่าสนใจ องค์กรจีนมักตัดสินใจได้รวดเร็วและวัดผลอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้ให้น้ำหนักกับอายุงานหรือความอาวุโสมากนัก ขณะที่องค์กรไทยมักให้ความสำคัญกับความรอบคอบและความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนมากกว่า ความแตกต่างนี้ไม่ได้หมายความว่าแบบใดถูกหรือผิด แต่สะท้อนวิธีคิดที่ต่างกันในการบริหารทีมและสร้างผลงาน</p>
<p>บทเรียนสำคัญที่องค์กรสามารถนำมาปรับใช้ได้คือแนวคิด 3D Clarity Driven Model ซึ่งช่วยทำให้ระบบการบริหารคนชัดเจนขึ้น</p>
<ul>
<li><strong>Demand</strong> – ตั้งมาตรฐานของคนตั้งแต่กระบวนการรับเข้า</li>
<li><strong>Define</strong> – กำหนดเป้าหมายและความคาดหวังให้ชัดเจน</li>
<li><strong>Decide</strong> – ประเมินผลลัพธ์จากสิ่งที่จับต้องได้จริง</li>
</ul>
<p>แนวคิดนี้สะท้อนหัวใจสำคัญขององค์กรจีนหลายแห่ง นั่นคือการทำให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจว่ามาตรฐานคืออะไร เป้าหมายอยู่ตรงไหน และผลงานแบบใดที่ถือว่าประสบความสำเร็จ เมื่อกรอบเหล่านี้ชัดเจน การบริหารคนก็จะมีทิศทางและขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมีพลังมากขึ้น</p>
<h2>Common Challenges of Diversity in the Workplace</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49102" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-5.webp" alt="Mission NEXT " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026 709" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>จากข้อมูลของคุณ <strong>ธรรศภาคย์ เลิศเศวตพงศ์ Co-Founder ของ Mission Next</strong> พบว่า<strong>มีพนักงานใหม่ราว 30% ตัดสินใจลาออกภายใน 90 วันแรก ขณะที่พนักงาน 58% ที่ผ่านกระบวนการ Onboarding อย่างมีคุณภาพ มักอยู่กับองค์กรเกิน 3 ปี</strong></p>
<p>นอกจากนี้ ยังพบว่า <strong>20% ของการลาออกเกิดขึ้นภายใน 45 วันแรกที่เริ่มงาน</strong></p>
<p>ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้อย่างดีว่า ช่วงเวลาเริ่มต้นของการทำงานมีผลต่อการตัดสินใจอยู่หรือไปมากกว่าที่หลายองค์กรคิด</p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/turnover-rate-240712/">Turnover Rate</a> ที่สูงไม่ได้กระทบแค่การหาคนใหม่เท่านั้น แต่ยังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อทั้งระบบขององค์กร ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในการสรรหาที่เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง ไปจนถึงวัฒนธรรมองค์กรที่เริ่มสั่นคลอน เพราะทีมงานจะรู้สึกไม่แน่นอนตลอดเวลา มีเสียงในหัวดังขึ้นทุกเดือนว่า <em>“เดือนนี้จะมีใครลาออกอีกไหม ?” “เดือนหน้าจะต้องรับมือกับการเปลี่ยนทีมอีกหรือเปล่า ?”</em></p>
<p>และเมื่อความรู้สึกแบบนี้สะสมต่อเนื่อง ความมั่นคงของทีมก็เริ่มถูกกัดกร่อนอย่างช้า ๆ หลายครั้งสาเหตุไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด แต่มันเกิดจากรายละเอียดพื้นฐานที่องค์กรหลงลืมไป โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของการทำงาน ปัญหาที่พบบ่อย และเป็นสิ่งที่องค์กรขาดไป ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>ขาด Clear Success Metrics for New Hires</strong> – พนักงานใหม่ไม่รู้ว่าผลงานแบบไหนจึงถือว่าประสบความสำเร็จ</li>
<li><strong>ขาด Aligned Manager Expectation</strong> – ผู้จัดการไม่ได้สื่อสารความคาดหวังอย่างชัดเจน ทำให้พนักงานต้องเดาเอาเองว่าควรทำอะไร</li>
<li><strong>ขาด Structured Checkpoint</strong> – ไม่มีความชัดเจนว่าในช่วง 30, 60 และ 90 วันแรกของการทำงานต้องทำอะไร ต้องคาดหวังอะไร ทำให้พนักงานไม่เห็นเส้นทางการทำงานของตัวเอง</li>
</ul>
<p>หาก 3 เดือนแรกถูกปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่มีการจัดการที่ดี พนักงานใหม่มักใช้เวลานานกว่าจะปล่อยศักยภาพออกมาได้เต็มที่ ขณะเดียวกันทีมเดิมก็ต้องแบกรับภาระมากขึ้นเพื่อช่วยพยุงคนใหม่ จังหวะการทำงานของทีมจึงเริ่มรวน และผลงานโดยรวมก็ลดลงตามมา องค์กรที่พนักงานใหม่ปรับตัวไม่ได้อย่างต่อเนื่องจึงเป็นสัญญาณเตือนสำคัญ เพราะปัญหานี้มักสะท้อนถึงโครงสร้างการดูแลคนที่ยังไม่ชัดเจน</p>
<p>ทางออกที่คุณธรรศภาคย์เสนอคือ HR จำเป็นต้อง ปรับมุมมองต่อ Onboarding ใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่มักถูกทำให้ครบขั้นตอน กลายเป็นกระบวนการที่มีเป้าหมายและทิศทางชัดเจน แม้ HR จะไม่ได้เป็นคนสอนงานในทุกตำแหน่ง แต่สามารถออกแบบแนวทางร่วมกับ Hiring Manager เพื่อกำหนดว่าพนักงานใหม่ควรเรียนรู้อะไร และควรถูกประเมินอย่างไรในแต่ละช่วงเวลา</p>
<p>ตัวอย่างกรอบการทำงานในช่วง <strong>30–60–90 วันแรก</strong> ที่ช่วยให้พนักงานใหม่ตั้งหลักได้เร็วขึ้น ได้แก่</p>
<ul>
<li>30 วันแรก – เน้น Learn &amp; Observe ทำความเข้าใจธุรกิจ วัฒนธรรมองค์กร และบริบทของงาน พร้อมประเมินว่าพนักงานสามารถทำงานร่วมกับทีมได้ดีเพียงใด</li>
<li>60 วันแรก – เริ่มให้ Feedback อย่างจริงจัง ช่วยชี้จุดที่ควรปรับปรุง พร้อมทำให้พนักงานรู้ว่าใครคือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานของเขา</li>
<li>90 วันแรก – สร้างความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพ แสดงให้เห็นว่าสามารถรับผิดชอบงานได้จริง</li>
</ul>
<p>เพื่อให้กระบวนการนี้ทำงานได้จริง องค์กรควรมีเครื่องมือสนับสนุนอย่างเป็นระบบ เช่น</p>
<ul>
<li>Onboarding Templates ที่ใช้เป็นมาตรฐานร่วมกัน</li>
<li>New Hire Alignment Framework &amp; Tools เพื่อทำให้ความคาดหวังของทีมตรงกัน</li>
<li>Milestone Designing &amp; Tracking Dashboard สำหรับติดตามความคืบหน้า</li>
<li>Performance Acceleration Metrics เพื่อเร่งให้พนักงานใหม่สร้างผลงานได้เร็วขึ้น</li>
</ul>
<p>สามเดือนแรกของการทำงานจึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่ง หากองค์กรช่วยให้พนักงานใหม่ชนะในระยะสั้นนี้ได้ Talent เหล่านั้นก็มีแนวโน้มเติบโตและสร้างคุณค่าในระยะยาว ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะกลายเป็นความได้เปรียบขององค์กรทั้งระบบ</p>
<h2>How to Win Gen-Z’s Heart in the Workplace</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49099" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-7.webp" alt="Mission NEXT " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026 710" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-7.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-7-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ SVP of People จาก LINE MAN Wongnai</strong> มาแชร์ประสบการณ์ตรงเรื่องการทำให้คนรุ่นใหม่อยากทำงานและเติบโตไปกับองค์กร เขาเล่าว่าสิ่งที่ทำให้คน Gen Z รู้สึกผูกพันกับงานไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่หลายคนคิด หากองค์กรออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานได้ถูกจุด คนรุ่นนี้ก็พร้อมทุ่มเทและสร้างผลงานที่มีคุณค่าได้เช่นเดียวกับคนรุ่นก่อน แค่นี้ก็เริ่มต้นได้ดีแล้ว</p>
<p>ปัจจัยแรกที่สำคัญมากคือการช่วยเขาหาความหมายของงานให้เจอ คนรุ่นใหม่ต้องการรู้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ช่วยสร้างประโยชน์ให้ใครและช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ทุกผลิตภัณฑ์หรือทุกบริการล้วนเกิดขึ้นเพื่อช่วยลดความยุ่งยากของผู้คน หากองค์กรสามารถสื่อสารให้พนักงานเห็นภาพชัดว่างานที่ทำมีคุณค่าอย่างไร พนักงานก็จะรู้สึกว่าตัวเองกำลังมีส่วนร่วมกับบางสิ่งที่สำคัญ การสื่อสารของ HR และผู้นำจึงมีบทบาทอย่างมากในการทำให้คนในองค์กรเห็นคุณค่าของสิ่งที่กำลังสร้างร่วมกัน</p>
<p>อีกปัจจัยคือ บรรยากาศการทำงาน ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่การออกแบบออฟฟิศให้สวยหรือทันสมัยเท่านั้น แต่รวมถึงบรรยากาศที่เกิดจากผู้คนในทีมด้วย ทีมที่มีความสามารถใกล้เคียงกันและเคารพกันจะช่วยสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการคิดและการทำงานร่วมกัน LINE MAN Wongnai จึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกคนจากหลายมิติ ไม่ใช่แค่ทักษะด้านงานเท่านั้น แต่ยังดูถึง</p>
<ul>
<li>ทักษะและศักยภาพในการทำงาน</li>
<li>ความเข้ากันได้กับวัฒนธรรมองค์กร</li>
<li>Mindset ในการทำงาน</li>
<li>ความสามารถในการใช้ AI</li>
</ul>
<p>เมื่อได้คนที่เหมาะสมเข้ามาแล้ว องค์กรยังต้องดูแลเรื่องพื้นฐานที่สำคัญอย่าง ค่าตอบแทนและสวัสดิการ เงินเดือนที่เหมาะสมและสวัสดิการที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการทำงานในปัจจุบันยังคงเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของพนักงาน หากองค์กรสามารถดูแลเรื่องเหล่านี้ได้ดี ก็จะช่วยให้คนเก่งรู้สึกมั่นคงและพร้อมทุ่มเทกับงานมากขึ้น</p>
<p>อีกเรื่องที่มีผลต่อแรงจูงใจของคนรุ่นใหม่อย่างมากคือ ความรู้สึกว่าตัวเองกำลังก้าวหน้า พนักงานต้องมองเห็นว่าการทำงานช่วยให้พวกเขาเติบโตและเก่งขึ้นจริง การมีระบบประเมินผลที่ชัดเจนจึงสำคัญ เพราะช่วยให้รู้ว่าใครคือคนที่เหมาะสมกับองค์กร และใครควรได้รับโอกาสในการเติบโตต่อไป ขณะเดียวกันองค์กรก็ต้องกล้าปรับทีมเมื่อพบว่าบางคนไม่เหมาะกับทิศทางขององค์กรแล้ว</p>
<p>สิ่งที่ช่วยสร้างความก้าวหน้าได้ดีคือการเปิดโอกาสให้พนักงานได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง ฝึกให้คิดเร็ว กล้าตัดสินใจ และรับผิดชอบผลลัพธ์ของงานที่ทำ เมื่อคนรู้สึกว่าสิ่งที่ทำสร้างผลกระทบได้จริง พวกเขาจะเกิดความภูมิใจและอยากพัฒนาตัวเองต่อไป</p>
<p>ประสบการณ์จาก LINE MAN Wongnai ชี้ให้เห็นว่าแนวทางเหล่านี้ช่วยสร้างความผูกพันกับพนักงาน Gen Z ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในความเป็นจริง หลักการเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง หากองค์กรสามารถสร้างงานที่มีความหมาย สภาพแวดล้อมที่ดี ค่าตอบแทนที่เหมาะสม และเส้นทางการเติบโตที่ชัดเจน ก็มีโอกาสสูงที่จะรักษาคนเก่งเอาไว้ได้ในระยะยาว</p>
<h2>How Future Leadership Should Be?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49101" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-4.webp" alt="Mission NEXT " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026 711" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ความเป็นผู้นำในปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายรูปแบบใหม่ คุณ <a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/qgen-hr-consult-240923/"><strong>อภิชาติ ขันธวิธิ CEO ของ QGEN</strong></a> เล่าว่าการทำงานร่วมกับองค์กรจำนวนมากทำให้เห็นชัดว่าบริบทการบริหารคนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ปัจจัยภายนอกเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมของคนทำงานเปลี่ยน กลยุทธ์ธุรกิจก็เปลี่ยนตามไปด้วย แนวคิดเรื่องความเป็นผู้นำจึงต้องถูกตีความใหม่อย่างจริงจัง เพราะรูปแบบการบริหารแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์องค์กรในวันนี้อีกต่อไป</p>
<p>เขาชวนให้ผู้เข้าร่วมงานลองตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า องค์กรของตัวเองกำลังอยู่ในฤดูไหน โดยแบ่งวงจรขององค์กรออกเป็น 4 ช่วงสำคัญ</p>
<ul>
<li><strong>Growth</strong> – ช่วงขยายตัว ธุรกิจต้องการการเติบโตอย่างรวดเร็ว</li>
<li><strong>Transformation</strong> – ช่วงเปลี่ยนผ่าน ต้องปรับโมเดลหรือทิศทางองค์กร</li>
<li><strong>Stability</strong> – ช่วงที่ธุรกิจเริ่มนิ่ง ต้องเน้นการบริหารระบบให้แข็งแรง</li>
<li><strong>Reinvention</strong> – ช่วงที่ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อสร้างโอกาสครั้งต่อไป</li>
</ul>
<p>เมื่อผู้นำเข้าใจว่าองค์กรอยู่ในฤดูใด การตัดสินใจด้านการบริหารคนก็จะชัดเจนขึ้น ทั้งเรื่องโครงสร้างทีม เครื่องมือบริหาร และแนวทางการพัฒนา Talent ความเสี่ยงที่พบได้บ่อยคือ การลงทุนกับคนผิดคน ผิดช่วงเวลา ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียทั้งงบประมาณ เวลา และทรัพยากรโดยไม่จำเป็น</p>
<p>บทบาทของผู้นำในสภาพแวดล้อมแบบนี้จึงต้องชัดเจนมากขึ้น ผู้นำต้องรู้วิธีใช้เครื่องมือที่มีอยู่ให้เป็น เช่น ให้รางวัลและการกำหนดบทลงโทษ หลายองค์กรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือเหล่านี้เพราะกลัวกระทบความสัมพันธ์ หรือบางครั้งผู้นำอาจให้คะแนนลูกทีมตามความสนิทมากกว่าผลงานจริง อีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความสามารถในการสร้างอิทธิพล ผู้นำต้องทำให้คนอยากร่วมงานและอยากขับเคลื่อนเป้าหมายเดียวกัน</p>
<p>วัฒนธรรมองค์กรมีบทบาทสำคัญมากในช่วงเวลาที่ธุรกิจเผชิญความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤต หากคนในองค์กรมีชุดคุณค่าร่วมกัน ทุกคนจะรู้ทันทีว่าควรตัดสินใจไปในทิศทางใดโดยไม่ต้องเสียเวลาถกเถียงกันมาก อีกสิ่งที่ผู้นำต้องทำควบคู่กันคือการ จัดสรรและดูแลทาเลนต์อย่างเหมาะสม เพราะพนักงานแต่ละกลุ่มต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน แนวคิดแบบ One Size Fits All จึงใช้ไม่ได้กับองค์กรยุคนี้</p>
<p>เครื่องมือหนึ่งที่ QGEN ใช้ในการวิเคราะห์องค์กรคือ McKinsey 7S Framework ซึ่งช่วยตรวจสุขภาพองค์กรทั้งระบบ</p>
<ul>
<li><strong>Structure</strong> – โครงสร้างองค์กร</li>
<li><strong>Systems</strong> – ระบบการทำงาน</li>
<li><strong>Shared Values</strong> – คุณค่าร่วมขององค์กร (องค์ประกอบที่สำคัญที่สุด)</li>
<li><strong>Style</strong> – สไตล์ความเป็นผู้นำ</li>
<li><strong>Staff</strong> – บุคลากร</li>
<li><strong>Skills</strong> – ทักษะของคนในองค์กร</li>
<li><strong>Strategy</strong> – กลยุทธ์ขององค์กร</li>
</ul>
<p>ทั้ง 7 องค์ประกอบต้องสอดคล้องกัน หากส่วนใดส่วนหนึ่งไม่สมดุล นั่นคือช่องว่างที่ผู้นำต้องรีบเข้าไปแก้ไข</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีเครื่องมืออื่นที่ช่วยให้การบริหารคนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น Blue Ocean Leadership ซึ่งช่วยวิเคราะห์ว่าช่วงเวลานั้นองค์กรควร</p>
<ul>
<li><strong>Eliminate</strong> สิ่งที่ไม่จำเป็น</li>
<li><strong>Reduce</strong> สิ่งที่ควรลดลง</li>
<li><strong>Raise</strong> สิ่งที่ควรเพิ่มความสำคัญ</li>
<li>Create สิ่งใหม่ที่องค์กรยังไม่เคยมี</li>
</ul>
<p>รวมถึงการใช้ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/9-box-grid-240611/">9 Box Model</a> เพื่อแยกแยะศักยภาพของพนักงานและหลีกเลี่ยงการบริหารคนแบบเหมารวม</p>
<p>สิ่งที่ผู้นำต้องเข้าใจอีกประการคือ ผลงานในอดีตไม่ได้รับประกันความสำเร็จในอนาคตเสมอไป คนที่เคยโดดเด่นในช่วงหนึ่งอาจไม่เหมาะกับบริบทใหม่ ขณะที่บางคนอาจเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาถัดมา คุณสมบัติของคนที่มีศักยภาพสูงมักประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>คิดเร็ว</li>
<li>ปรับตัวเร็ว</li>
<li>มองเห็นภาพใหญ่</li>
<li>สามารถขับเคลื่อนผู้คนได้</li>
<li>กล้ารับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเอง</li>
</ul>
<p>เมื่อฤดูกาลขององค์กรเปลี่ยนไป บทบาทของผู้นำก็ต้องปรับตามไปด้วย หากองค์กรเลือกลงทุนกับคนผิดจังหวะ ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับทั้งระบบ ผู้นำที่เข้าใจสเตจขององค์กรและปรับวิธีบริหารให้สอดคล้องกับช่วงเวลานั้นได้ จึงเป็นกุญแจสำคัญของการพาองค์กรเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง</p>
<h2>Why HR Should Teach Employees About Tax?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49100" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-6.webp" alt="Mission NEXT " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026 712" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><em>“2 สิ่งที่เราไม่มีทางหนีพ้นในชีวิตนี้คือ ความตายและภาษี”</em></p>
<p>สำหรับหลายคน ภาษีอาจดูเป็นเรื่องไกลตัว เพราะบางคนอาจมีรายรับไม่ถึงเกณฑ์ที่จะจ่าย แต่ในโลกการทำงานจริง เรื่องนี้กลับเกี่ยวข้องกับเราทุกคน รวมถึง HR อย่างใกล้ชิด เพราะหากเราไม่รู้เรื่องภาษี ไม่จ่ายภาษี หรือจ่ายภาษีไม่ครบ มันจะเกิดปัญหาน่าปวดหัวตามมาอย่างที่เราไม่คาดคิดมาก่อน</p>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ CEO ของ <a href="https://www.itax.in.th/" target="_blank" rel="noopener">iTAX</a></strong> อธิบายว่า หลายองค์กรคาดหวังให้ HR ทำหน้าที่พัฒนาคน แต่ในความเป็นจริง HR จำนวนมากต้องเสียเวลาไปกับ<a href="https://expth.hrnote.asia/categories/18">งาน Payroll</a> และเรื่อง Compliance ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดยิบย่อย <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/payroll-errors-240822/">งานจ่ายเงินเดือนจึงกลายเป็นงานที่ทำดีแล้วอาจไม่มีใครพูดถึง แต่ถ้าพลาดขึ้นมาเพียงครั้งเดียว ผลกระทบจะกระจายไปหลายด้านทันที</a></p>
<p>ในทางปฏิบัติ งาน Payroll ยังพา HR ไปเจอกับคำถามเรื่องภาษีจากพนักงานอยู่เสมอ เช่น ควรยื่นภาษีอย่างไร ? โบนัสทำไมถูกหักภาษีมาก ? หรือจะวางแผนภาษีอย่างไรให้จ่ายน้อยลง ? คำถามเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ เพราะพนักงานจำนวนมากไม่เคยได้รับความรู้เรื่องภาษีอย่างเป็นระบบ และไม่รู้ว่าจะไปถามใคร เมื่อหาทางออกไม่ได้ HR จึงกลายเป็นคนที่พนักงานหันมาพึ่งพาโดยอัตโนมัติ</p>
<p>แม้ HR จะเลือกไม่เข้าไปช่วยเรื่องนี้ก็ได้ แต่การสนับสนุนพนักงานด้านภาษีมีประโยชน์ต่อองค์กรในหลายมิติ เช่น</p>
<ul>
<li><strong>ช่วยให้พนักงานกลับไปโฟกัสงานได้เร็วขึ้น</strong> เมื่อข้อสงสัยเรื่องภาษีได้รับคำตอบ พนักงานจะไม่ต้องเสียเวลาคิดหรือกังวลกับเรื่องเหล่านี้</li>
<li><strong>เป็นสวัสดิการต้นทุนต่ำที่พนักงานรับรู้ได้จริง</strong> บางสวัสดิการอาจมีแต่ไม่ถูกใช้ แต่การช่วยให้พนักงานจัดการภาษีได้ดีขึ้นเป็นสิ่งที่จับต้องได้ทันที</li>
<li><strong>สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง HR กับพนักงาน</strong> การช่วยแก้ปัญหาที่กระทบชีวิตส่วนตัวสามารถเพิ่มความรู้สึกผูกพันกับองค์กรได้</li>
</ul>
<p>อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของ HR คือการช่วยเหลือพนักงานโดยไม่ทำให้ตัวเองต้องแบกรับภาระเพิ่มมากเกินไป ทางออกจึงอยู่ที่การจัดระบบให้การสนับสนุนเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยหลักการง่าย ๆ คือ<strong>สอนให้เข้าใจ และใช้เครื่องมือช่วยทุ่นแรง</strong></p>
<ol>
<li>ให้ความรู้กับพนักงานอย่างเป็นระบบ องค์กรสามารถจัด Corporate Training ด้านภาษี เปิดโอกาสให้พนักงานส่งคำถามล่วงหน้าเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญเตรียมคำตอบได้ครบถ้วน</li>
<li>ใช้เครื่องมือช่วยลดภาระงานของ HR เช่น การใช้แอป iTAX เพื่อช่วยคำนวณภาษี หรือเชื่อมต่อกับระบบ Payroll เพื่อให้พนักงานสามารถวางแผนภาษีของตัวเองได้ง่ายขึ้น</li>
</ol>
<p>แนวทางเหล่านี้ช่วยให้ HR สามารถดูแลพนักงานได้โดยไม่ต้องตอบคำถามเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน และ<strong>เมื่อพนักงานมีความรู้และมีเครื่องมือที่เหมาะสม พวกเขาจะจัดการเรื่องภาษีของตัวเองได้ดีขึ้น ขณะที่ HR ก็สามารถกลับไปโฟกัสกับบทบาทหลักของตัวเอง นั่นคือการพัฒนาคนและขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า</strong></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="5 สัญญาณเตือนภัย HR จ่ายเงินเดือนผิดพลาด (Payroll Errors) อาจทำบริษัทถึงคราววิกฤติ ! 3" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/mission-next-leading-people-into-the-next-era-2026-260305/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises: Award Day &#038; Learning Conference</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/100-outperforming-enterprises-award-day-learning-conference-260304/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/100-outperforming-enterprises-award-day-learning-conference-260304/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2026 05:04:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Hewitt Consulting]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49065</guid>

					<description><![CDATA[ท่ามกลางความท้าทาย ความผันผวนของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นขึ้นทุกปี คำถามสำคัญที่องค์กรจำนวนมากกำลังเผชิญร่วมกันก็คือ จะเติบโตอย่างยั่งยืนและฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านี้ไปได้อย่างไร ? คำถามเหล่านี้นำมาสู่การจัดงาน 100 Outperforming Enterprises: Award &#38; Learning Conference ซึ่งจัดโดย HEWITT Consulting เพื่อเป็นเวทีที่หาค่ามาตรฐานของการสร้างองค์กรที่ยอดเยี่ยม โดยรวบรวมบทเรียนจากองค์กรที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความสำเร็จของธุรกิจเกิดจากการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเชื่อมโยง Purpose ที่ชัดเจน People ที่แข็งแกร่ง และ Performance ที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของความเป็นเลิศในระดับประเทศและโลก ภายในงานมีทั้งช่วงมอบรางวัล ควบคู่กับการถอดบทเรียนจากผู้นำองค์กรและผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ผ่าน Keynote sessions และกรณีศึกษาจากองค์กรจริง ที่เปิดให้เห็นทั้งวิธีคิด แนวทางการบริหาร และเครื่องมือที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง หากใครพลาดการเข้าร่วม งานนี้ได้รวบรวมสาระสำคัญไว้แล้วในบทความนี้ Opening Session ศาสตราจารย์เอียน เฟนวิค (Professor Ian Fenwick) ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) กล่าวเปิดงานว่า ผลงานอันยอดเยี่ยมขององค์กรไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49067" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference.webp" alt="100 Outperforming Enterprises Award Day &amp; Learning Conference " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises: Award Day &amp; Learning Conference 720" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ท่ามกลางความท้าทาย ความผันผวนของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นขึ้นทุกปี คำถามสำคัญที่องค์กรจำนวนมากกำลังเผชิญร่วมกันก็คือ จะเติบโตอย่างยั่งยืนและฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านี้ไปได้อย่างไร ?</p>
<p>คำถามเหล่านี้นำมาสู่การจัดงาน <strong>100 Outperforming Enterprises: Award &amp; Learning Conference</strong> ซึ่งจัดโดย <a href="https://expth.hrnote.asia/products/151">HEWITT Consulting</a> เพื่อเป็นเวทีที่หาค่ามาตรฐานของการสร้างองค์กรที่ยอดเยี่ยม โดยรวบรวมบทเรียนจากองค์กรที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความสำเร็จของธุรกิจเกิดจากการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเชื่อมโยง Purpose ที่ชัดเจน People ที่แข็งแกร่ง และ Performance ที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของความเป็นเลิศในระดับประเทศและโลก</p>
<p>ภายในงานมีทั้งช่วงมอบรางวัล ควบคู่กับการถอดบทเรียนจากผู้นำองค์กรและผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ผ่าน Keynote sessions และกรณีศึกษาจากองค์กรจริง ที่เปิดให้เห็นทั้งวิธีคิด แนวทางการบริหาร และเครื่องมือที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง หากใครพลาดการเข้าร่วม งานนี้ได้รวบรวมสาระสำคัญไว้แล้วในบทความนี้</p>

<h2>Opening Session</h2>
<p><strong>ศาสตราจารย์เอียน เฟนวิค (Professor Ian Fenwick) ผู้อำนวยการ<a href="https://www.sasin.edu/" target="_blank" rel="noopener">สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management)</a></strong> กล่าวเปิดงานว่า ผลงานอันยอดเยี่ยมขององค์กรไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เพราะทุกความสำเร็จล้วนเป็นผลจากความพยายามอย่างต่อเนื่อง การตัดสินใจที่รอบคอบ และการลงมือทำอย่างจริงจัง</p>
<p>ศาสตราจารย์ชี้ว่า สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนในระดับที่หลายองค์กรไม่เคยเผชิญมาก่อน ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา โลกอาจมีความท้าทายใหม่เกิดขึ้นเสมอ สิ่งที่องค์กรต้องทำไม่ใช่การไล่ล่าความสำเร็จระยะสั้น แต่ต้องมองภาพให้กว้าง เตรียมองค์กรให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และวางรากฐานเพื่ออนาคตที่ยังไม่ชัดเจน</p>
<p>หนึ่งในบทเรียนสำคัญที่เห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือ องค์กรที่ลงทุนกับคนอย่างจริงจัง มักสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าองค์กรอื่น ๆ ในหลายมิติ ทั้งประสิทธิภาพการทำงาน ความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตในระยะยาว เมื่อเทคโนโลยีอย่าง AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่องค์กรที่รู้จักใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมศักยภาพของคน พร้อมวางกลยุทธ์ที่สร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจ</p>
<p>และเมื่อ Purpose, People และ Performance เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน องค์กรจึงมีโอกาสก้าวสู่การเป็น Outperforming Enterprise ได้อย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49068" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-1.webp" alt="100 Outperforming Enterprises Award Day &amp; Learning Conference " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises: Award Day &amp; Learning Conference 721" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ด้านคุณ นภัส ศิริวรางกูร Managing Director จาก Hewitt Consulting ได้อธิบายถึงแนวคิดเบื้องหลังของโครงการ 100 Outperforming Enterprises Program ซึ่งตั้งเป้าหมายเพื่อช่วยให้องค์กรไทยสร้างความยั่งยืนจากภายใน รางวัลที่วันนี้จะมอบให้กับองค์กรต่าง ๆ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้เท่านั้น เพราะเป้าหมายที่แท้จริงคือการยกระดับมาตรฐานการบริหารองค์กรให้เทียบเท่าระดับสากล และทำให้องค์กรไทยจำนวนมากสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรงในระยะยาว</p>
<p>แนวคิดสำคัญที่ Hewitt ใช้ในการประเมินองค์กร คือความสามารถในการเชื่อมโยง 3 องค์ประกอบหลักให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบอย่างที่ศาสตราจารย์เฟนวิคกล่าวไว้ นั่นคือ Purpose, People และ Performance โดยองค์กรที่ทำได้ดีจะสามารถถ่ายทอดจุดหมายขององค์กรลงไปถึงพนักงานทุกระดับ ทำให้แต่ละคนเข้าใจว่าหน้าที่ของตัวเองมีความหมายอย่างไร และสร้างคุณค่าให้กับองค์กรอย่างไร</p>
<p>นอกจากนี้ องค์กรที่เป็น Outperformer มักให้ความสำคัญกับองค์ประกอบต่อไปนี้อย่างจริงจัง</p>
<ul>
<li>พัฒนาทักษะที่จำเป็นให้กับพนักงาน เพื่อให้ทุกคนสามารถเดินไปในทิศทางเดียวกัน</li>
<li>สร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยทางความคิด <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190703-psychological-safety/">(Psychological Safety)</a> เปิดโอกาสให้คนกล้าแสดงความคิดเห็นและทดลองสิ่งใหม่</li>
<li>สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนเชิงรุก มองความสำเร็จว่าเป็นชัยชนะร่วมกันของทุกคนในทีม</li>
</ul>
<p>ผลการศึกษาของ Hewitt ยังพบอีกว่าองค์กรที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น มักสร้าง Engagement ของพนักงานได้สูงถึงประมาณ 83% ในขณะที่ค่าเฉลี่ยขององค์กรทั่วไปอยู่ราว 60% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม แนวคิดเรื่อง Engagement กำลังเปลี่ยนไป องค์กรจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับ Healthy <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/turnover-rate-240712/">Turnover</a> หรือการหมุนเวียนของบุคลากรในระดับที่เหมาะสม พร้อมทั้งดูแลให้กลุ่มพนักงานที่มีผลกระทบต่อธุรกิจสูง รวมถึงพนักงานรุ่นใหม่อย่าง Gen Z มีความผูกพันกับองค์กรอย่างแท้จริง</p>
<p>อีกแนวคิดที่น่าสนใจคือการสร้าง Super Workforce ซึ่งเกิดขึ้นได้เมื่อองค์กรสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของคน โดยสามารถแบ่งลักษณะของพนักงานออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>Energy Multipliers :</strong> กลุ่มที่มีพลังสูง กล้าลงมือทำ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนรอบตัว</li>
<li><strong>Survivors :</strong> กลุ่มที่ทำงานเพื่อให้ผ่านไปได้ในแต่ละวัน</li>
<li><strong>Burnout Risk :</strong> กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อความเหนื่อยล้าหรือหมดไฟในการทำงาน</li>
</ul>
<p>องค์กรที่มีสัดส่วนของ Energy Multipliers มาก ย่อมมีโอกาสสร้างความแตกต่างและขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด และทั้งหมดนี้มักเริ่มต้นจากการติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง นั่นคือแนวคิดและแนวทางที่ชัดเจนจากผู้นำ เพื่อออกแบบระบบองค์กรให้สนับสนุนการทำงานและการเติบโตของคนได้อย่างแท้จริง</p>
<h2>From Resilience to Outperforming</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49069" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-2.webp" alt="100 Outperforming Enterprises Award Day &amp; Learning Conference " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises: Award Day &amp; Learning Conference 722" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ดร.ทาช่า ยูริค (Dr. Tasha Eurich) นักจิตวิทยาองค์กร นักวิจัย นักเขียนหนังสือขายดี ผู้เชี่ยวชาญด้าน Self-Awareness และการพัฒนาภาวะผู้นำ</strong> ได้แบ่งปันผลการศึกษาที่ใช้เวลานานกว่า 5 ปี เพื่อค้นหาคำตอบสำคัญข้อหนึ่งว่า มนุษย์และองค์กรจะสามารถเติบโตท่ามกลางความท้าทายได้อย่างไร</p>
<p>งานวิจัยของเธอพบว่า ความท้าทายไม่ได้ทำให้คนอ่อนแอเสมอไป หลายครั้งประสบการณ์ที่ยากลำบากกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้คนแข็งแกร่งขึ้น หากองค์กรและผู้นำสามารถเรียนรู้จากแรงกดดันเหล่านั้นได้อย่างถูกวิธี</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ความยืดหยุ่นหรือ Resilience ที่หลายองค์กรใช้เป็นเครื่องมือรับมือกับความเปลี่ยนแปลง อาจมีข้อจำกัดเช่นกัน เมื่อระดับความอึดหรือความทนทานของคนเริ่มแตะเพดาน การพยายามอดทนให้มากขึ้น อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตแทนที่จะเป็นแรงผลักดัน หลายคนยังคงทำผลงานได้ดีจากภายนอก แต่ภายในกลับเริ่มหมดพลัง</p>
<p>งานวิจัยพบสัญญาณสำคัญที่มักเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ เช่น</p>
<ul>
<li>S<strong>park ที่หายไป</strong> คนยังทำงานได้ตามเป้าหมาย แต่แรงบันดาลใจค่อย ๆ ลดลง</li>
<li><strong>การ Overreaction เกินจริง</strong> ความเครียดสะสมทำให้หลายสถานการณ์ถูกตีความรุนแรงกว่าที่ควร</li>
<li><strong>เครื่องมือเดิม ๆ ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป</strong> วิธีการทำงานที่เคยได้ผลในอดีต เริ่มไม่สามารถแก้ปัญหาใหม่ ๆ ได้</li>
</ul>
<p>เมื่อองค์กรตกอยู่ในภาวะเช่นนี้ วิธีคิดของผู้คนมักค่อย ๆ แคบลง ทุกคนเร่งทำงานเฉพาะหน้า จนไม่มีเวลามองภาพรวม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือการถกเถียงอย่างสร้างสรรค์ลดลง และองค์กรที่เคยดูแข็งแรงอาจเริ่มชะลอตัวโดยที่หลายคนไม่ทันสังเกตเห็น</p>
<p>ดร.ยูริคจึงเสนอ<strong>แนวคิด Resilience 2.0 ซึ่งเป็นการยกระดับจากการอดทนต่อแรงกดดัน ไปสู่การใช้แรงกดดันเป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโต</strong> ผู้นำในแนวทางนี้ต้องกล้าทบทวนสิ่งที่เคยเชื่อและพร้อม Unlearn ความคิดบางอย่างที่เคยใช้ได้ผลในอดีต เพื่อเปิดพื้นที่ให้แนวทางใหม่เกิดขึ้น เป้าหมายไม่ใช่เพียงการอยู่รอดจากความท้าทาย แต่คือการสร้างการเติบโตที่ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>หนึ่งในประเด็นที่เธอเน้นย้ำคือ <strong>บทบาทของฝ่าย HR ซึ่งมีส่วนสำคัญมากต่อการเปลี่ยนผ่านจาก Resilience 1.0 ไปสู่ Resilience 2.0</strong> หลายองค์กรพยายามผลักดันให้พนักงานทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาผลลัพธ์ทางธุรกิจ แม้จะช่วยให้ผ่านสถานการณ์ยากลำบากได้ในระยะสั้น แต่พลังของคนทำงานมักหมดลงอย่างรวดเร็ว หากต้องการความยั่งยืน องค์กรจำเป็นต้องมองลึกไปถึงสิ่งที่เรียกว่า Human Energy ซึ่งต้องได้รับการฟื้นฟูและเติมเต็มอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>งานวิจัยด้านจิตวิทยามนุษย์ยังพบอีกว่า คนทำงานต้องการสิ่งพื้นฐาน 3 ประการ หรือที่เรียกว่า 3Cs</p>
<ul>
<li><strong>Confidence</strong> ความเชื่อมั่นในตัวเอง ซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโต</li>
<li><strong>Choice</strong> ความรู้สึกว่าตนมีทางเลือกและอิสระในการตัดสินใจ</li>
<li><strong>Connection</strong> ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและมีความผูกพันกับผู้อื่น</li>
</ul>
<p>องค์กรที่สามารถออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานให้ตอบโจทย์ทั้งสามด้านนี้ได้ จะสร้างความผูกพันของพนักงานได้สูง และมีแนวโน้มสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีกว่าองค์กรที่ละเลยความต้องการพื้นฐานเหล่านี้</p>
<p>อีกแนวคิดสำคัญที่ ดร.ยูริค เสนอคือการสร้าง Shadowproof Organization ซึ่งเริ่มต้นจากการมี Shadowproof Leader ผู้นำลักษณะนี้ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความไว้วางใจ และความเข้าใจในตัวมนุษย์ องค์กรที่ทำลายความมั่นใจของพนักงาน มักเกิดจากพฤติกรรมที่ลดทอนความเชื่อใจ เช่น การไม่เปิดเผยข้อมูล การควบคุมอย่างเข้มงวด หรือการจำกัดความยืดหยุ่นในการทำงาน สิ่งเหล่านี้ทำให้คนรู้สึกเหนื่อยล้าและห่างเหินจากองค์กร</p>
<p>ในทางกลับกัน องค์กรที่ต้องการให้พนักงานเปล่งประกาย จำเป็นต้องตั้งคำถามกับตัวเองอย่างจริงจังว่า พนักงานมีทางเลือกในการทำงานมากเพียงพอหรือไม่ ระบบการทำงานเปิดโอกาสให้คนแสดงศักยภาพได้เต็มที่หรือยัง และบรรยากาศในองค์กรช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างผู้คนมากน้อยเพียงใด</p>
<p>ความท้าทายในการทำงานคงไม่หายไปง่าย ๆ สิ่งที่องค์กรควรให้ความสำคัญจึงไม่ใช่การหลีกเลี่ยงแรงกดดัน แต่คือการออกแบบระบบการทำงานที่ช่วยให้คนสามารถทำงานได้อย่างมีพลังและเติบโตไปพร้อมกับองค์กร องค์กรที่เข้าใจพลังของมนุษย์และดูแลมันอย่างถูกวิธี มักเป็นองค์กรที่สามารถก้าวข้ามการแข่งขันและสร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่นได้ในระยะยาว</p>
<h2>Behind the Indexes – The Executive Dialogue</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49074" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-04T142242.766.webp" alt="100 Outperforming Enterprises Award Day &amp; Learning Conference" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises: Award Day &amp; Learning Conference 723" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-04T142242.766.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-04T142242.766-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ Independent Director จาก TMB Thanachart Bank PLC</strong> กล่าวจากประสบการณ์ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินรางวัลครั้งนี้ว่า กระบวนการหาองค์กรที่ Outperform มีความท้าทายไม่น้อย แม้รางวัลอาจมีจำนวนจำกัด แต่สิ่งที่น่าชื่นชมมาก ๆ คือทุกองค์กรที่เข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งมาจากอุตสาหกรรมที่หลากหลาย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น จากการเดินทางบนเส้นทางเดียวกัน นั่นคือการสร้างความยั่งยืนจากภายในองค์กร</p>
<p><em>“สิ่งที่ขับเคลื่อนผลการดำเนินงานขององค์กรได้อย่างแท้จริงคือ พลังของคน หลายองค์กรที่ขึ้นรับรางวัลวันนี้ต่างสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันและพลังของทีมงานชัดเจน และพิสูจน์ว่า หากองค์กรต้องการผลลัพธ์ที่แข็งแรงในระยะยาว ผู้นำจำเป็นต้องเข้าใจและเข้าถึงความรู้สึกของพนักงาน ไม่ใช่เพียงมองจากมุมของตัวเลขหรือผลประกอบการเท่านั้น”</em></p>
<p>เธอยังชวนให้มองการบริหารคนในองค์กรต่อจากนี้ไปว่า ต้องบริหารอย่างรอบด้าน โดยองค์กรควรให้ความสำคัญกับความต้องการของพนักงานในมิติดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>มิติทางการเงิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความมั่นคงในชีวิตการทำงาน</li>
<li>มิติด้านสุขภาพกาย ที่ช่วยให้คนทำงานได้อย่างมีพลัง</li>
<li>มิติด้านจิตใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความกดดัน ความเครียด และสภาพแวดล้อมในการทำงาน</li>
<li>มิติด้านจิตวิญญาณ หอความรู้สึกถึงคุณค่าและการเติบโตจากภายใน</li>
</ul>
<p>หากองค์กรสามารถดูแลทุกด้านเหล่านี้ได้อย่างสมดุล คนทำงานจะสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กร และร่วมกันสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้ในระยะยาว</p>
<p><em>“การสร้างองค์กรที่แข็งแรงจึงต้องเริ่มจากการยึดโยงกับ Purpose และ Value ขององค์กรอย่างชัดเจน เมื่อผู้คนเข้าใจว่ากำลังทำงานเพื่ออะไร วัฒนธรรมองค์กรก็จะค่อย ๆ แข็งแรงขึ้น เกิดความร่วมมือระหว่างทีม และเกิดพลังในการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า”</em></p>
<p><em>“หากรากฐานเหล่านี้มั่นคง องค์กรก็มีโอกาสเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต และก้าวสู่การเป็นองค์กรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง”</em></p>
<h2>Connecting Purpose with People</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49076" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-04T150926.408.png" alt="100 Outperforming Enterprises Award Day &amp; Learning Conference" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises: Award Day &amp; Learning Conference 724" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-04T150926.408.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-04T150926.408-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Session นี้ รวมตัวผู้นำองค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรม ที่ถือเป็นองค์กรที่ Outperform อย่างโดดเด่น มาแบ่งปันประสบการณ์ว่า จะทำอย่างไรให้ Purpose ขององค์กรกลายเป็นสิ่งที่พนักงานทุกคนเข้าใจ มองเห็นร่วมกัน และใช้เป็นเข็มทิศในการทำงานจริง ไม่ใช่เพียงถ้อยคำในเอกสารวิสัยทัศน์</p>
<p>คุณ<strong> อัมพร โชติรัชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายสนับสนุนธุรกิจจาก <a href="https://www.siampiwat.com/en/home" target="_blank" rel="noopener">Siam Piwat</a></strong> เล่าว่า Purpose ขององค์กรถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่แรก นั่นคือการสร้าง Landmark ที่สำคัญระดับประเทศ และสร้างคุณค่าให้กับผู้คนรอบข้าง เพราะ Siam Piwat ไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียงศูนย์การค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างแลนด์มาร์กระดับโลก</p>
<p>ดังนั้น แนวคิดสำคัญของการทำธุรกิจคือการเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตร ลูกค้า และชุมชน ไม่ได้คำนึงแค่ความสำเร็จขององค์กรเพียงฝ่ายเดียว ทุกโครงการจึงถูกออกแบบให้เป็นต้นแบบใหม่ที่ยกระดับมาตรฐานอยู่เสมอ ทั้งในด้านประสบการณ์ของผู้คน การบริหารจัดการระดับสากล และการดูแลชุมชนโดยรอบ</p>
<p>แม้เส้นทางขององค์กรไม่ได้ราบรื่นเสมอไป หลายปีที่ผ่านมา Siam Piwat ต้องเผชิญเหตุการณ์ท้าทายหลายครั้ง ตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 เหตุการณ์ประท้วงทางการเมือง ทำให้องค์กรต้องปรับตัวทั้งในวิธีคิดและการทำงานอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม Purpose ที่วางไว้ไม่เคยเปลี่ยนไป นั่นคือการสร้างพื้นที่ที่เปิดกว้างและเป็นประโยชน์ต่อผู้คนรอบข้าง ซึ่งแนวทางนี้ทำให้พนักงานเห็นชัดว่าบทบาทขององค์กรมีความหมายต่อสังคมอย่างไร</p>
<p>ด้านคุณ <strong>อัครินทร์ ภูรีสิทธิ์ Chief People Officer จาก <a href="https://www.centralpattana.co.th/en/home" target="_blank" rel="noopener">Central Pattana</a></strong> อธิบายว่าองค์กรยึดถือแนวคิด Center of Life เป็นแกนหลักของการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง Purpose จึงมีน้ำหนักไม่ต่างจากเป้าหมายทางธุรกิจ พนักงานถูกปลูกฝังให้มองการตัดสินใจผ่านคาแรกเตอร์ขององค์กร ซึ่งมุ่งสร้างพื้นที่ที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข และช่วยสร้างความมั่งคั่งให้กับสังคมในวงกว้าง</p>
<p>แนวคิดนี้ทำให้ Central Pattana ขยายบทบาทจากการพัฒนาศูนย์การค้าไปสู่การสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงโอกาสให้กับผู้ประกอบการและชุมชนทั่วประเทศ รวมถึงการขยายสู่ต่างประเทศ</p>
<p>เขาเล่าว่าองค์กรเองก็ผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายไม่ต่างกันกับ Siam Piwat ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตโควิด ความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ หรือสถานการณ์ทางการเมืองที่ส่งผลต่อพื้นที่สำคัญของเมือง หลายครั้งศูนย์การค้ากลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนเข้ามาใช้เพื่อแสดงออกทางสังคม ไปจนถึงเหตุการณ์ศูนย์การค้าถูกวางเพลิง ทำให้องค์กรต้องปรับตัวและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น ขณะเดียวกันก็ยังคงยึดมั่นใน Purpose เดิมคือการสร้างพื้นที่ที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีคุณค่า และทำให้แพลตฟอร์มของ Central Pattana เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ</p>
<p>ในมุมของ <strong><a href="https://www.wha-group.com/en/home" target="_blank" rel="noopener">WHA Group</a></strong> คุณ <strong>ดิสพงศ์ พรชนกนาถ Senior Director, Human Resources</strong> ยอมรับว่าธุรกิจขององค์กรอาจดูไกลตัวผู้คนในชีวิตประจำวัน แต่บทบาทของ WHA Group เกี่ยวข้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจในวงกว้าง องค์กรจึงพยายามสื่อสารให้พนักงานเห็นภาพว่า งานที่ทำไม่ได้มีความหมายเพียงการพัฒนาที่ดินหรือพื้นที่อุตสาหกรรมเท่านั้น หากยังเกี่ยวข้องกับการสร้างงาน การลงทุน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ</p>
<p>แนวคิดเรื่อง Purpose ยังเชื่อมโยงกับกลยุทธ์องค์กรผ่านคำถามสำคัญว่า ทุกสิ่งที่ทำอยู่กำลังช่วยสร้างอนาคตที่ดีกว่าได้อย่างไร และคำถามนี้ยังถูกนำไปผูกกับเป้าหมายการทำงานของพนักงานในระดับต่าง ๆ ด้วย</p>
<p>ขณะที่คุณ <strong>ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ CEO จาก<a href="https://www.tisco.co.th/th/personal-th" target="_blank" rel="noopener">ธนาคารทิสโก้ (TISCO)</a></strong> มอง Purpose ผ่านบทบาทขององค์กรต่อสังคม โดยชวนให้มองปัญหาใหญ่ของประเทศที่ดำรงอยู่มายาวนาน ไม่ว่าจะเป็น <em>“แก่ เจ็บ จน คนน้อย ด้อยการศึกษา เหลื่อมล้ำสูง คอรัปชั่น”</em> สำหรับเขา จุดหมายขององค์กรคือการทำให้พนักงานเห็นว่า ธุรกิจของเราสามารถช่วยบรรเทาปัญหาเหล่านี้อย่างไรได้บ้าง ?</p>
<p>ในฐานะสถาบันการเงิน TISCO ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง Healthspan และ Wealthspan หรือการทำให้ผู้คนมีทั้งสุขภาพที่ดีและความมั่นคงทางการเงินยาวนานไปพร้อมกัน องค์กรพยายามสื่อสารกับพนักงานว่า บทบาทของสถาบันการเงินไม่ได้จำกัดอยู่แค่การดูแลเรื่องเงินเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยให้ผู้คนวางแผนชีวิตได้ดีขึ้น ทั้งในด้านการเงิน การใช้ชีวิต และการดูแลสุขภาพในระยะยาว</p>
<p>แนวคิดนี้สะท้อนอยู่ในระบบการประเมินผลการทำงานของพนักงาน ซึ่งไม่ได้พิจารณาเพียงผลงานรายบุคคล แต่ยังดูว่าการทำงานของแต่ละคนช่วยขับเคลื่อน Purpose ขององค์กรได้มากเพียงใด เพราะท้ายที่สุดแล้ว การทำให้ Purpose ขององค์กรเกิดขึ้นจริง ไม่ได้อยู่ที่คำประกาศหรือแผนกลยุทธ์ หากอยู่ที่การลงมือทำของผู้คนในองค์กรทุกวัน</p>
<h2>Engaging Future-Ready People</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49075" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-7.webp" alt="100 Outperforming Enterprises Award Day &amp; Learning Conference" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises: Award Day &amp; Learning Conference 725" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-7.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-7-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หาก Session ก่อนเน้นพูดคุยเรื่องการสร้าง Purpose เวทีเสวนานี้ชวนมองว่าองค์กรจะสร้างพนักงานที่พร้อมสำหรับอนาคตได้อย่างไร โดยมีผู้ร่วมเสวนาคือ คุณ <strong>ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ อดีตเลขาธิการกองทุน <a href="https://www.gpf.or.th/" target="_blank" rel="noopener">กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)</a></strong> และคุณ<strong> อภิรักษ์ วาราชนนท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายทรัพยากรมนุษย์จาก <a href="https://www.majorcineplex.com/home/" target="_blank" rel="noopener">Major Cineplex</a></strong> ทั้ง 2 องค์กรต่างมีบริบทการทำงานที่แตกต่างกัน แต่มีจุดร่วมคือความเชื่อว่า การพัฒนาคนต้องทำให้พนักงานรู้สึกถึงคุณค่าของงานที่ทำ ไม่ใช่เพียงทำตามหน้าที่ในแต่ละวัน</p>
<p>คุณอภิรักษ์เล่าว่า Major Cineplex เผชิญความท้าทายมากมาย แต่ไม่มีครั้งไหนจะใหญ่ไปมากกว่าวิกฤติโควิด-19 อีกแล้ว เมื่อธุรกิจโรงภาพยนตร์ต้องปิดให้บริการก่อนอุตสาหกรรมอื่น และกว่าจะกลับมาเปิดได้ ก็เป็นธุรกิจสุดท้าย</p>
<p>ณ ตอนนั้น สิ่งแรกที่องค์กรทำคือการดูแลพนักงานให้มั่นคงที่สุด ทั้งด้านความปลอดภัยและความเป็นอยู่ รวมถึงครอบครัวของพนักงานด้วย เมื่อคนรู้สึกว่าองค์กรยืนอยู่ข้างเขา ความกังวลเรื่องงานและอนาคตจึงค่อย ๆ คลี่คลาย หลังจากนั้นองค์กรจึงเริ่มมองหาวิธีปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจเดินต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบริการรูปแบบใหม่อย่าง Delivery ส่งของ ส่งอาหาร หรือการสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์ไทยให้เยอะที่สุดในช่วงที่ภาพยนตร์ต่างประเทศเลื่อนฉายออกไป</p>
<p>วิกฤตครั้งนั้นยังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับวัฒนธรรมองค์กรครั้งสำคัญ <strong>Major วางค่านิยมหลักไว้ 3 ข้อคือ ขยัน กล้า และรับผิดชอบ พร้อมสร้างระบบที่ช่วยให้พนักงานรู้สึกเป็นเจ้าของงานมากขึ้น</strong> เช่น การให้ทีมงานดูแลโรงภาพยนตร์ในฐานะผู้ดูแลพื้นที่ของตัวเอง รวมถึงการสร้างมาตรฐานงานบริการอย่างจริงจัง ตั้งแต่คุณภาพการบริการไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างรสชาติของป๊อปคอร์นที่ต้องมีมาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา องค์กรยังจัดกิจกรรมและการประกวดภายในเพื่อสร้างแรงจูงใจให้พนักงานพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง</p>
<p>กระบวนการเหล่านี้ใช้เวลามากกว่า 2 ปีจึงเริ่มเห็นผล และทำให้คนในองค์กรเข้าใจเป้าหมายเดียวกันตั้งแต่ระดับปฏิบัติการไปจนถึงผู้บริหาร</p>
<p>ด้าน กองทุน กบข. แม้จะมีพนักงานไม่ถึง 300 คน แต่คุณทรงพลอธิบายว่า ความท้าทายอยู่ที่บทบาทของคนในแต่ละระดับแตกต่างกัน เป้าหมายขององค์กรจึงต้องสื่อสารให้ชัดเจนอยู่เสมอ นั่นคือ<strong> การช่วยให้ข้าราชการสมาชิกสามารถเกษียณอย่างมีความสุข ซึ่งหมายถึงการมีเงินเพียงพอ ไม่มีหนี้ และมีสุขภาพที่ดี</strong> องค์กรจัด <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/town-hall-meeting-employee-engagement-250609/">Town Hall</a> เป็นประจำทุกเดือนเพื่ออธิบายทิศทางองค์กร รับฟังความคิดเห็น และติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสนับสนุนเครื่องมือและโอกาสให้พนักงานพัฒนาศักยภาพของตัวเองด้วย</p>
<p>แนวทางนี้ช่วยให้พนักงานก้าวออกจากพื้นที่ที่คุ้นเคยและเห็นความสำคัญของบทบาทตัวเองมากขึ้น แม้องค์กรจะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่สิ่งที่ตระหนักเสมอก็คือ ทุกตำแหน่งล้วนมีส่วนสำคัญต่อการดูแลสมาชิกหลายล้านคนของกองทุน</p>
<p>อีกประเด็นที่กองทุนให้ความสำคัญคือเรื่อง <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hr-succession-planning-250228/">Succession Planning</a> ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง หลายองค์กรอาจมองว่าการเตรียมผู้สืบทอดตำแหน่งควรเป็นเรื่องที่ทำกันอย่างเงียบ ๆ แต่ กบข. กลับเลือกใช้แนวทางที่เปิดเผยมากกว่า โดยประกาศให้พนักงานรับรู้และเปิดรับสมัครอย่างจริงจัง วิธีนี้ช่วยให้พนักงานมองเห็นเส้นทางการเติบโตของตัวเองชัดขึ้น บางคนอาจได้รับบทบาทสำคัญในอนาคตโดยที่ตัวเองไม่เคยรู้มาก่อน หากไม่มีการสื่อสารที่ชัดเจน คนเหล่านี้อาจตัดสินใจย้ายไปทำงานที่อื่น ทั้งที่องค์กรเองต้องการรักษาเขาไว้</p>
<p>ทรงพลยังชี้ว่า<strong> การบริหารคนด้วยความโปร่งใสไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงให้กับองค์กร ตรงกันข้าม กลับช่วยสร้างความเข้าใจและแรงจูงใจให้กับพนักงาน</strong> ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการส่งพนักงานไปพัฒนาทักษะ หลายครั้ง HR พบว่าพนักงานไม่อยากเข้าร่วมการเรียนรู้ เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเรียน หากองค์กรอธิบายให้เห็นชัดว่าทักษะเหล่านั้นเชื่อมโยงกับบทบาทในอนาคตอย่างไร พนักงานจะมองเห็นคุณค่าของการพัฒนาตัวเองมากขึ้น และพร้อมเติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างจริงจัง</p>
<h2>Unleashing Impactful Performance</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49073" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-6.png" alt="100 Outperforming Enterprises Award Day &amp; Learning Conference" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises: Award Day &amp; Learning Conference 726" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-6.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-6-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Session นี้ชวนมองอีกด้านหนึ่งของการขับเคลื่อนองค์กร นั่นคือการทำให้พนักงานสามารถปลดปล่อยศักยภาพในการทำงานออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยมีคุณ <strong><a href="https://th.hrnote.asia/story/coca-cola-thainamthip-kincentric-best-employer-240809/">จรัสพักตร์ การปลื้มจิตต์ Senior Vice President, Human Resources ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น</a></strong> และคุณ <strong>ชาตยา สุพรรณพงศ์ CEO จาก <a href="https://www.foodpassion.co.th/" target="_blank" rel="noopener">Food Passion</a></strong> มาแบ่งปันประสบการณ์จากการทำงานจริง ซึ่งมีใจความสำคัญไม่แตกต่างกันว่า การสร้าง Performance ที่แข็งแรงในองค์กรไม่ได้เกิดจากการกำหนดเป้าหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้คนทำงานกล้าคิด กล้าตัดสินใจ และพร้อมเผชิญความเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับองค์กรด้วย</p>
<p>ในมุมของ Food Passion คุณชาตยามองว่า การตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นองค์กรที่ทำผลงานโดดเด่น จะมีเส้นทางการเดินที่ค่อนข้างยาว ความท้าทายสำคัญคือการทำให้องค์กรยังคงอยู่ในใจลูกค้าได้ต่อเนื่องทั้งช่วงเวลาที่ดีและช่วงเวลาที่มีแต่ความท้าทาย ดังนั้น <strong>ภายในองค์กรเองต้องสามารถพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาในทุกโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพราะช่วงเวลาเหล่านั้นต้องการความกล้าในการตั้งคำถามและร่วมกันหาทางออกมากที่สุด</strong></p>
<p>แนวคิดนี้ทำให้องค์กรเน้นการมองการเติบโตในระยะยาว ตั้งแต่แผนงาน 5 ปี ไปจนถึง 10 หรือ 20 ปี บางครั้งอาจต้องยอมเสียสละเป้าหมายระยะสั้น บางเป้าหมายทำแล้วอาจยังไม่เห็นผลทันที แต่การเดินหน้าทีละขั้นจะช่วยสะสมคุณค่าให้กับองค์กรได้ในระยะยาว</p>
<p>ทั้งนี้ Food Passion ปรับตัวอย่างต่อเนื่องตามการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ร้านอาหารที่เคยขยายสาขาไปมากกว่า 160 แห่ง ต้องกลับมาทบทวนรูปแบบการดำเนินงานใหม่ องค์กรจึงปรับโครงสร้างการทำงานให้คล่องตัวขึ้น โดยใช้แนวทางชื่อว่า <em>“One Size Fits One”</em> ที่ทีมธุรกิจจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและปรับตัวตามสถานการณ์ได้รวดเร็วมากขึ้น</p>
<p><em>“องค์กรที่เคยเหมือนเรือลำใหญ่ซึ่งเคลื่อนตัวช้า ต้องปรับให้มีหน่วยย่อยที่ทำงานได้คล่องตัว คล้ายเรือขนาดเล็กที่สามารถเคลื่อนที่และทดลองแนวทางใหม่ได้ตลอดเวลา”</em></p>
<p>ฝั่งของคุณจรัสพักตร์ เผยว่าผลลัพธ์ที่ดีของไทยน้ำทิพย์จะเกิดขึ้นได้ ต้องมาจาก 2 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ <strong>“ความสามารถของคน (Capability)” x “ความตั้งใจในการทำงาน (Motivation)”</strong> หากองค์ประกอบใดหายไป ผลลัพธ์ย่อมไม่เกิดขึ้น องค์กรจึงต้องพัฒนาให้ทั้ง 2 ด้านเติบโตไปพร้อมกัน</p>
<p>ขณะเดียวกันก็ต้องระวังอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง ตัวอย่างหนึ่งคือการเปลี่ยนระบบ HRIS ที่ใช้งานมานานกว่า 20 ปี ซึ่งทำให้พนักงานจำนวนมากต้องปรับตัวจากระบบที่คุ้นเคยไปสู่ระบบใหม่ การเปลี่ยนผ่านลักษณะนี้ต้องใช้เวลา องค์กรจึงค่อย ๆ สร้างความเข้าใจ ให้พนักงานทดลองใช้ระบบก่อนนำมาใช้จริง และใช้ทีม Change Agent ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ของคนในองค์กร</p>
<p>ท้ายที่สุดแล้ว การสร้าง Performance ที่แข็งแรงในองค์กรจึงไม่ใช่เพียงการตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้นเท่านั้น ผู้นำต้องมองให้ชัดว่าผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร พร้อมทั้งตรวจสอบว่าอุปสรรคต่าง ๆ ได้รับการแก้ไขหรือยัง เมื่อองค์กรสามารถพัฒนาความสามารถของคน เติมแรงจูงใจในการทำงาน และลดสิ่งที่ขวางทางการทำงานลงได้ ศักยภาพของพนักงานก็จะค่อย ๆ ถูกปลดปล่อยออกมา และกลายเป็นพลังสำคัญที่ทำให้องค์กรก้าวไปสู่การเป็น Outperforming Organization ได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<h2>Outperforming Strategy</h2>
<p>องค์กรส่วนใหญ่มักตั้งเป้าหมายให้ทำผลงานได้ตามแผน แต่ในทัศนะของ <strong>ดร.ธนัย ชรินทร์สาร ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ธุรกิจ</strong> เขาชวนให้คิดใหม่ว่า ทำได้ตามเป้า ไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องดีเสมอไป</p>
<p>เพราะในมุมมองของบอร์ดบริหารและนักลงทุน หากมีบริษัทอื่นในตลาดทำผลประกอบการได้ดีกว่า เงินทุนและความสนใจก็จะไหลไปหาคู่แข่งรายนั้น การทำได้แค่พอผ่านจึงไม่เพียงพออีกต่อไป เป้าหมายขององค์กรที่แท้จริงจึงอยู่ที่การ Outperform หรือสร้างผลลัพธ์ที่เหนือกว่ามาตรฐานของตลาดอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>สิ่งที่น่าสังเกตคือ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะใช้ได้กับพรุ่งนี้ ทุกอุตสาหกรรมมีบริบทและพลวัตที่ต่างกัน องค์กรที่โดดเด่นจึงมักเป็นองค์กรที่ไม่ยึดติดกับวิธีการเดิม กล้าปรับแนวทาง และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เพราะถ้าเดินตามเส้นทางเดียวกับคนอื่น ผลลัพธ์ที่ได้ก็มักใกล้เคียงกัน การหา Winning Formula ของตัวเองจึงเป็นหัวใจของการสร้างความได้เปรียบในระยะยาว</p>
<p>เพื่อให้กลยุทธ์นำไปสู่ผลลัพธ์ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน ดร.ธนัย อธิบายว่ากระบวนการบริหารกลยุทธ์ควรครอบคลุม 5 องค์ประกอบหลัก ดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>Strategy Formulation</strong> กำหนดทิศทางให้ชัด ทั้งเป้าหมาย โอกาส ข้อจำกัด และสิ่งที่องค์กรควรเลือกทำหรือไม่ทำ</li>
<li><strong>Organization Transformation</strong> ปรับโครงสร้าง ทักษะคน วัฒนธรรม และระบบการทำงานให้สอดรับกับกลยุทธ์ที่เลือก</li>
<li><strong>Strategy Execution</strong> เมื่อโครงสร้างและระบบพร้อม การขับเคลื่อน ลงมือทำจริงให้เกิดผลจริง ย่อมง่ายขึ้น</li>
<li><strong>Stakeholder Engagement</strong> สร้างความร่วมมือกับทุกฝ่าย ทั้งพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า และนักลงทุน เพื่อให้การเติบโตเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน</li>
<li><strong>Strategy Governance</strong> กำกับและติดตามทิศทางกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรยังเดินหน้าสู่เป้าหมายระยะยาว</li>
</ol>
<p>ประเด็นที่น่าสนใจอีกเรื่องคือบทบาทของ AI ต่อการบริหารกลยุทธ์ ดร.ธนัย มองว่าทุกวันนี้ AI อาจช่วยได้มากในแง่การวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการตัดสินใจ แต่การกำหนดกลยุทธ์ยังต้องอาศัยวิจารณญาณของมนุษย์อยู่ดี เพราะการมองภาพอนาคต การสร้างแรงบันดาลใจให้คนในองค์กร และการรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและคาดเดาไม่ได้ ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้นำต้องรับผิดชอบโดยตรง จะให้เทคโนโลยีมาตัดสินชะตาองค์กรย่อมเป็นไปได้ยาก</p>
<p>รากฐานทั้งหมดนี้ถูกอธิบายผ่านโครงสร้างแบบพีระมิด โดยมี <strong>Purpose</strong> เป็นฐาน ซึ่งเป็นการตอบว่าธุรกิจนี้มีอยู่เพื่ออะไร เหนือขึ้นมาคือ <strong>Core Values</strong> ค่านิยมร่วมของคนในองค์กร ถัดมาคือ <strong>Goals</strong> เป้าหมายที่ต้องการไปให้ถึง และยอดสูงสุดคือ <strong>Vision</strong> ภาพอนาคตที่องค์กรกำลังมุ่งหน้าไป เมื่อฐานรากแข็งแกร่ง กลยุทธ์ก็จะเดินหน้าได้อย่างมีทิศทาง</p>
<p>หากทำได้ตามแผน จะเพิ่มโอกาสที่องค์กรจะสร้างผลลัพธ์เหนือกว่ามาตรฐานอย่างแท้จริงได้แน่นอน</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47977" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 181" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/100-outperforming-enterprises-award-day-learning-conference-260304/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FUTUREADY 2026: FUTUREADY Dinner Thought</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/futuready-2026-futuready-dinner-thought-260303/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/futuready-2026-futuready-dinner-thought-260303/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Mar 2026 11:31:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[FUTUREDAY 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49051</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยนขั้ว BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) จึงร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังพันธมิตรจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ จัดงาน FUTUREADY 2026 พร้อมเวทีสำคัญ FUTUREADY Dinner Thought เพื่อเปิดพื้นที่สนทนาระดับผู้นำว่าด้วยอนาคตเศรษฐกิจไทยในบริบทโลกยุคใหม่ ความไม่แน่นอนกลายเป็นโครงสร้างถาวรของระบบเศรษฐกิจโลกไปแล้ว ทั้งแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เวทีดังกล่าวจึงรวบรวมผู้นำภาคธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ มาร่วมวิเคราะห์ทิศทางการเคลื่อนย้ายทุน ห่วงโซ่อุปทานใหม่ และบทบาทของประเทศไทยในระเบียบเศรษฐกิจโลกแบบหลายขั้ว (Multipolar World) หาก HR คนไหนพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว ดังนี้ &#8220;โต 4 มิติ&#8221; ยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้ว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 2.4% สะท้อนให้เห็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ยังแก้ไม่ได้ โดยประเทศจำเป็นต้องยกระดับศักยภาพการเติบโตจาก 3% ขึ้นสู่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49058" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought.webp" alt="FUTUREADY 2026 FUTUREADY Dinner Thought" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FUTUREADY 2026: FUTUREADY Dinner Thought 731" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยนขั้ว <a href="https://www.brandiandcompanies.com/" target="_blank" rel="noopener">BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST)</a> จึงร่วมกับ<a href="https://www.thaibev.com/home" target="_blank" rel="noopener">บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)</a> ผนึกกำลังพันธมิตรจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ จัดงาน FUTUREADY 2026 พร้อมเวทีสำคัญ FUTUREADY Dinner Thought เพื่อเปิดพื้นที่สนทนาระดับผู้นำว่าด้วยอนาคตเศรษฐกิจไทยในบริบทโลกยุคใหม่</p>
<p>ความไม่แน่นอนกลายเป็นโครงสร้างถาวรของระบบเศรษฐกิจโลกไปแล้ว ทั้งแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เวทีดังกล่าวจึงรวบรวมผู้นำภาคธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ มาร่วมวิเคราะห์ทิศทางการเคลื่อนย้ายทุน ห่วงโซ่อุปทานใหม่ และบทบาทของประเทศไทยในระเบียบเศรษฐกิจโลกแบบหลายขั้ว (Multipolar World)</p>
<p>หาก HR คนไหนพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว ดังนี้</p>

<h2>&#8220;โต 4 มิติ&#8221; ยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49057" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-4.webp" alt="FUTUREADY 2026 FUTUREADY Dinner Thought" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FUTUREADY 2026: FUTUREADY Dinner Thought 732" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้ว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 2.4% สะท้อนให้เห็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ยังแก้ไม่ได้ โดยประเทศจำเป็นต้องยกระดับศักยภาพการเติบโตจาก 3% ขึ้นสู่ 4% อย่างยั่งยืน ต้องสร้างบนฐานผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขันที่แท้จริง ไม่ใช่อาศัยแรงกระตุ้นระยะสั้นที่เปราะบางต่อแรงกระแทกจากภายนอก</p>
<p>สำหรับการเติบโตนั้น ควรต้องเติบโตทั้ง 4 มิติ ซึ่งประกอบด้วย</p>
<ol>
<li>การเติบโตระยะยาวบนฐานผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน</li>
<li>การเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ครอบคลุมเสถียรภาพภายในประเทศ ระบบธนาคาร ฐานะต่างประเทศ และวินัยการคลัง</li>
<li>การเติบโตอย่างทั่วถึงที่เสริมความแข็งแรงของ SMEs และฐานรากทางเศรษฐกิจ</li>
<li>การเติบโตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมรับมือความเสี่ยงจากภัยพิบัติและแรงกดดันด้านภูมิอากาศ</li>
</ol>
<p>ทั้งนี้ หัวใจของการขับเคลื่อนคือการผสาน Profit, People และ Planet เข้ากับกลไกภาครัฐ ควบคู่กับการยกระดับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership) เพื่อระดมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ภายใต้ข้อจำกัดด้านการคลังของประเทศ</p>
<h2>เศรษฐกิจโลกโค้งงอแต่ไม่หัก กับโอกาสของไทย</h2>
<p>แม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการการค้าจะเพิ่มขึ้น แต่น่าสังเกตว่า เศรษฐกิจโลกกลับปรับตัวได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ ทั้งจากความสามารถของภาคธุรกิจในการเตรียมรับแรงกระแทกล่วงหน้า การเร่งลงทุนใน AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพ และการไหลเวียนของทุนที่ยังมีพลวัต<br />
ผู้เชี่ยวชาญบนเวทีต่างเห็นตรงกันว่า ความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีนยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดของศตวรรษที่ 21 ขณะที่ประเทศต่าง ๆ เร่งปรับยุทธศาสตร์เพื่อลดความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p>สำหรับไทย โอกาสในช่วงที่เศรษฐกิจโลกโค้งงอแต่ไม่หัก อยู่ที่การยกระดับคุณภาพของความเปิดกว้าง ผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ ระบบกฎระเบียบที่ชัดเจน และความสามารถในการดึงดูดการลงทุนและงานคุณภาพสูงในช่วงการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจโลก</p>
<h2>Energy Trilemma: สมดุลที่ต้องบริหารอย่างมียุทธศาสตร์</h2>
<p>อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างจริงจังคือ Energy Trilemma หรือโจทย์สมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ความสามารถในการจ่าย และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด</p>
<p>ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ที่หยิบยกขึ้นมาครอบคลุมตั้งแต่การกระจายแหล่งพลังงาน การพัฒนาเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน การลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่ ไปจนถึงการใช้ดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน โดยมีข้อสรุปที่ตรงไปตรงมาว่า พลังงานที่มีต้นทุนต่ำที่สุด คือพลังงานที่ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<h2>จากเวทีสนทนา FUTUREADY 2026: FUTUREADY Dinner Thought สู่ทิศทางเชิงยุทธศาสตร์</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49055" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-2.webp" alt="FUTUREADY 2026 FUTUREADY Dinner Thought" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FUTUREADY 2026: FUTUREADY Dinner Thought 733" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>สรุปแล้ว เวที FUTUREADY Dinner Thought ฉายภาพรวมให้เห็นว่า โลกกำลังเผชิญแรงกดดันซ้อนทับจากภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำ และความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งล้วนเป็นตัวกำหนดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ประเทศไทยจึงต้องขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่สร้างสมดุลระหว่างเสถียรภาพ ความสามารถในการแข่งขัน และความยั่งยืน พร้อมระดมความร่วมมือข้ามภาคส่วนอย่างจริงจัง</p>
<h2>เปิดตัวหนังสือ Sustainomy นิยามใหม่แห่งการเติบโตทางเศรษฐกิจ</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49056" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-1.webp" alt="FUTUREADY 2026 FUTUREADY Dinner Thought" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FUTUREADY 2026: FUTUREADY Dinner Thought 734" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ภายในงาน FUTUREADY 2026 นอกจากจะมีการเสวนาเนื้อหาน่าสนใจแล้ว คุณอาร์ม–ปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BRANDi และผู้ก่อตั้ง BiOST ยังเปิดตัวหนังสือ &#8220;Sustainomy&#8221; ด้วย</p>
<p>หนังสือเล่มนี้จะนำเสนอแนวทางการเติบโตทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่ก้าวข้ามกรอบกำไรระยะสั้น (Profit) และดึงมิติ People และ Planet เข้ามาผสานกับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ ท่ามกลางบริบทที่โลกกำลังเผชิญ<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-polycrisis-231124/">ภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต (Polycrisis)</a> จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และความเปราะบางด้านสิ่งแวดล้อมที่มากระทบพร้อมกัน</p>
<p>สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการจำหน่ายหนังสือ Sustainomy สามารถติดต่อเพิ่มเติมผ่าน HREX ในเวลาต่อไป</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38146 size-full" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากเวิร์กชอป AI for HR โดย Thailand Coaching Institute 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/futuready-2026-futuready-dinner-thought-260303/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Danone Thailand ความสำเร็จจาก HR Strategy ที่เชื่อว่า “พนักงานคือหัวใจขององค์กร”</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/danone-thailand-hr-strategy-260302/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/danone-thailand-hr-strategy-260302/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Mar 2026 02:13:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Danone Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[HR Interview]]></category>
		<category><![CDATA[ดานอน ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49028</guid>

					<description><![CDATA[ยิ่งโลกการทำงานเปลี่ยนเร็วแค่ไหน ความคาดหวังของพนักงานก็เปลี่ยนเร็วตาม องค์กรที่คนอยากร่วมงานด้วยมากที่สุดในวันนี้ ไม่ได้โดดเด่นแค่ผลประกอบการเท่านั้น แต่ต้องดูแลพนักงาน และสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนรู้สึกมีคุณค่าด้วย Danone Thailand (ดานอน ประเทศไทย) บริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศส ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพระดับโลก มีความโดดเด่นในทุกข้อที่กล่าวไป และสามารถคว้ารางวัล Best Companies to Work For in Asia 2025 จาก HR Asia มาครองได้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ตอกย้ำว่านี่คือองค์กรที่หลายคนใฝ่ฝันอยากร่วมงานด้วยอย่างแท้จริง ดานอน ประเทศไทย มีเคล็ดลับในการสร้างองค์กรอย่างไร คุณ ณัฐฏ์ยา ปริวัติธรรม Head of Human Resources – Thailand and Laos อธิบายกับ HREX ไว้แล้ว มาติดตามบทสัมภาษณ์นี้ไปพร้อมกันได้เลย ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงาน” ในโลกการทำงานปัจจุบัน ? ณัฐฏ์ยา: องค์กรที่น่าทำงานไม่ได้วัดกันแค่เงินเดือนหรือโครงสร้างตำแหน่งอีกต่อไปค่ะ แต่เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49036" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview.webp" alt="Danona Thailand HREX HR Asia Interview" width="600" height="370" title="Danone Thailand ความสำเร็จจาก HR Strategy ที่เชื่อว่า “พนักงานคือหัวใจขององค์กร” 742" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ยิ่งโลกการทำงานเปลี่ยนเร็วแค่ไหน ความคาดหวังของพนักงานก็เปลี่ยนเร็วตาม องค์กรที่คนอยากร่วมงานด้วยมากที่สุดในวันนี้ ไม่ได้โดดเด่นแค่ผลประกอบการเท่านั้น แต่ต้องดูแลพนักงาน และสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนรู้สึกมีคุณค่าด้วย</p>
<p><a href="https://www.danone.co.th/" target="_blank" rel="noopener">Danone Thailand (ดานอน ประเทศไทย)</a> บริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศส ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพระดับโลก มีความโดดเด่นในทุกข้อที่กล่าวไป และสามารถคว้ารางวัล <a href="https://th.hrnote.asia/news/hr-asia-best-companies-to-work-for-in-asia-2025-251001/">Best Companies to Work For in Asia 2025 จาก HR Asia</a> มาครองได้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ตอกย้ำว่านี่คือองค์กรที่หลายคนใฝ่ฝันอยากร่วมงานด้วยอย่างแท้จริง</p>
<p>ดานอน ประเทศไทย มีเคล็ดลับในการสร้างองค์กรอย่างไร คุณ <strong><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/hr-rising-star-2025-250106/#3__l_Head_of_Talent_Learning_for_Danone_Southeast_Asia_l_DANONE_THAILAND">ณัฐฏ์ยา ปริวัติธรรม Head of Human Resources – Thailand and Laos</a></strong> อธิบายกับ HREX ไว้แล้ว มาติดตามบทสัมภาษณ์นี้ไปพร้อมกันได้เลย</p>

<h2>ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงาน” ในโลกการทำงานปัจจุบัน ?</h2>
<p><strong>ณัฐฏ์ยา:</strong> องค์กรที่น่าทำงานไม่ได้วัดกันแค่เงินเดือนหรือโครงสร้างตำแหน่งอีกต่อไปค่ะ แต่เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์<br />
สำหรับ ดานอน ประเทศไทย การเป็นองค์กรที่ดีต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานมีสุขภาวะที่ดี รู้สึกปลอดภัย ได้รับความเคารพ และมีแรงบันดาลใจในการเติบโต เราเชื่อว่าสถานที่ทำงานที่ดีจะทำให้พนักงานรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมในผลลัพธ์ และเชื่อมโยงกับเป้าหมายที่ใหญ่กว่าตัวเอง</p>
<p>และเนื่องจากพันธกิจของเราคือ <em>“ส่งมอบสุขภาพที่ดีผ่านอาหารให้กับผู้คนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”</em> ดังนั้นเราจึงนำแนวคิดเดียวกันนี้นำมาใช้ดูแลพนักงานของเราด้วย</p>
<p>ดานอน ประเทศไทย ยังให้ความสำคัญกับ Well-Being, Inclusion, Psychological Safety และ Continuous Learning สิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานของวัฒนธรรมองค์กร ขับเคลื่อนผ่านค่านิยม HOPE Value ได้แก่ Humanism, Openness, Proximity และ Enthusiasm เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และได้รับการสนับสนุนทั้งในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว</p>
<p>สุดท้าย องค์กรที่น่าทำงานในวันนี้ ต้องเป็นองค์กรที่ส่งเสริมให้พนักงานเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ และรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอย่างแท้จริงค่ะ</p>
<h2>ดานอน ประเทศไทย นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเสริมพลังคนอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49035" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-2-scaled.webp" alt="Danona Thailand HREX HR Asia Interview" width="600" height="400" title="Danone Thailand ความสำเร็จจาก HR Strategy ที่เชื่อว่า “พนักงานคือหัวใจขององค์กร” 743" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-2-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-2-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-2-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-2-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-2-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ณัฐฏ์ยา:</strong> เรามองว่าเทคโนโลยีคือเครื่องมือที่ช่วยขยายศักยภาพของมนุษย์ ไม่ใช่สิ่งที่มาแทนที่ เพราะเครื่องมือดิจิทัลสามารถช่วยลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการแก้ปัญหา และสนับสนุนการตัดสินใจ ทำให้พนักงานมีเวลาทุ่มเทกับงานที่สร้างคุณค่าจริง ๆ มากขึ้นได้จริง<br />
ที่ดานอน ประเทศไทย เรามี “Founda” ผู้ช่วย AI ภายในองค์กรที่ช่วยให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลด้านนโยบาย สวัสดิการ และกระบวนการต่าง ๆ ได้ง่าย ทุกที่ ทุกเวลา ลดเวลาการค้นหาข้อมูล และเพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน</p>
<p>ส่วนด้านการพัฒนา เรามีแพลตฟอร์ม CampusX และ LinkedIn Learning ที่เปิดโอกาสให้พนักงานเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้มากกว่า 50,000 รายการ ทำให้การพัฒนาทักษะเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่จำกัดบทบาทหรือระดับตำแหน่ง</p>
<p>ดานอน ประเทศไทย เชื่อเสมอว่าเทคโนโลยีที่ดีต้องช่วยเสริมวิจารณญาณ ความคิดสร้างสรรค์ ความร่วมมือ และคุณภาพชีวิตของคนทำงานค่ะ</p>
<h2>ดานอน ประเทศไทย สร้างวัฒนธรรมที่ทำให้พนักงานทุกวัย ทุกพื้นเพ รู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กรแห่งนี้อย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49031" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-4-scaled.webp" alt="Danona Thailand HREX HR Asia Interview" width="600" height="400" title="Danone Thailand ความสำเร็จจาก HR Strategy ที่เชื่อว่า “พนักงานคือหัวใจขององค์กร” 744" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-4-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-4-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-4-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-4-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-4-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-4-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ณัฐฏ์ยา:</strong> เรายึดหลักว่า<em> “พนักงานคือหัวใจขององค์กร”</em> และเราไม่ได้มอง Inclusion เป็นเพียงโครงการหนึ่ง แต่มองเป็นการออกแบบระบบทรัพยากรมนุษย์ทั้งระบบให้รองรับความแตกต่างอย่างแท้จริง เราออกแบบเรื่องนี้เป็นระบบ ผ่าน 3 แกนสำคัญที่เชื่อมต่อกัน</p>
<h3>1. วัฒนธรรมแบบ Human-Centred Culture</h3>
<p>ค่านิยม HOPE Value ที่เรามี ช่วยให้ผู้นำทำงานใกล้ชิดกับทีม รับฟังอย่างจริงใจ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ ไม่ว่าพนักงานจะเป็นคนรุ่นใหม่หรือมีประสบการณ์สูง ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นและได้รับความเคารพอย่างเท่าเทียม</p>
<h3>2. โอกาสที่ออกแบบให้เหมาะกับแต่ละช่วงชีวิต</h3>
<p>เรายึดหลัก Internal-First Mobility เปิดโอกาสให้พนักงานเติบโตภายในองค์กรก่อนเสมอ เพื่อสร้างเส้นทางอาชีพที่หลากหลายและเป็นธรรม</p>
<h3>3. การมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นจริงในทุกวันทำงาน</h3>
<p>เรามีนโยบายที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย ทั้งด้านครอบครัว สุขภาวะ และสถานการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน</p>
<p>ดานอน ประเทศไทย ยังเดินหน้าโครงการสนับสนุน Neurodivergent Talent และ Persons with Disabilities (PWD) เพื่อสร้างโอกาสที่เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม รวมถึงกิจกรรมรายเดือน เช่น Be-Well Day กิจกรรมด้าน Inclusion &amp; Diversity และระบบให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งเหล่านี้สะท้อนความตั้งใจของเราที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่โอบรับความหลากหลายอย่างแท้จริง</p>
<p>และเมื่อองค์กรขับเคลื่อนด้วยค่านิยมที่ชัดเจน มีเส้นทางอาชีพที่เป็นธรรม ออกแบบประสบการณ์การทำงานให้ครอบคลุม คนทุกช่วงวัยจะรู้สึกว่า ดานอน คือบ้านที่เติบโตไปด้วยกันได้จริงค่ะ</p>
<h2>การขาดแคลนแรงงานในท้องตลาดถือเป็นวาระที่ท้าทายองค์กรจำนวนมาก ที่ ดานอน ประเทศไทย มีวิธีรับมือประเด็นนี้อย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49033" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview2-scaled.webp" alt="Danona Thailand HREX HR Asia Interview" width="600" height="400" title="Danone Thailand ความสำเร็จจาก HR Strategy ที่เชื่อว่า “พนักงานคือหัวใจขององค์กร” 745" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview2-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview2-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview2-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview2-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview2-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ณัฐฏ์ยา:</strong> การแก้ปัญหาใหญ่นี้เราดำเนินการผ่าน 3 แนวทางหลัก</p>
<h3>1. สร้างทักษะแห่งอนาคตจากภายใน (Building Future Skills Internally)</h3>
<p>ผ่านแพลตฟอร์ม CampusX และ LinkedIn Learning ดังที่ได้กล่าวไป และกิจกรรมระดับภูมิภาคอย่าง Campus for All เพื่อพัฒนาทั้งทักษะด้านวิชาชีพและภาวะผู้นำ</p>
<h3>2. สร้างโอกาสการเติบโตจากประสบการณ์จริง (Creating Real Opportunities)</h3>
<p>ผ่านการโยกย้ายตำแหน่ง ข้ามสายงาน หรือข้ามประเทศ รวมถึงโปรแกรม A Day in a Life ที่เปิดโอกาสให้พนักงานทดลองเรียนรู้งานในสายงานที่สนใจ เพื่อสำรวจเส้นทางอาชีพของตัวเอง</p>
<p>เราส่งเสริมแนวคิด <em>“Step Out of Your Job Description”</em> เพื่อให้พนักงานเรียนรู้จากสถานการณ์จริง และพัฒนาตัวเองจากการลงมือทำ</p>
<h3>3. เสริมความแข็งแกร่งจากภายนอก (Strengthening External Talent Pipelines)</h3>
<p>ผ่านโครงการ Internship และ Management Trainee เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ให้เดินหน้าไปพร้อมกับองค์กรอย่างแข็งแกร่ง<br />
เมื่อการพัฒนามีทั้งโครงสร้างที่ชัดเจนและประสบการณ์จริง ช่องว่างทักษะจะค่อย ๆ ลดลง และคนของเราจะเติบโตได้อย่างมั่นใจ</p>
<h2>เมื่อโลกการทำงานเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผู้นำด้าน HR ควรมีแนวทางการบริหารคนอย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49034" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-3.webp" alt="Danona Thailand HREX HR Asia Interview" width="600" height="400" title="Danone Thailand ความสำเร็จจาก HR Strategy ที่เชื่อว่า “พนักงานคือหัวใจขององค์กร” 746" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-3.webp 2048w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-3-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-3-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-3-1536x1025.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ณัฐฏ์ยา:</strong> ในช่วงเวลาที่โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว ผู้นำต้องยึดหลัก Human-Centered Leadership โดยมี 3 สิ่งสำคัญที่ต้องยึดมั่นอยู่เสมอค่ะ</p>
<h3>1.รับรู้และเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น Empathy</h3>
<p>เข้าใจความรู้สึก ความท้าทาย และแรงจูงใจของพนักงาน เพื่อสร้างความไว้วางใจและพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ</p>
<h3>2. สื่อสารอย่างความโปร่งใสและเปิดกว้าง</h3>
<p>โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะความชัดเจนช่วยลดความกังวล และทำให้พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วม</p>
<h3>3. สร้างสุขภาวะที่ดี และความปลอดภัย (Well-Being &amp; Safety)</h3>
<p>ทั้งด้านกาย ใจ และสภาพแวดล้อมการทำงาน เมื่อองค์กรแสดงให้เห็นว่าพนักงานมาก่อนเสมอ คนก็จะสามารถทำผลงานได้ดีที่สุด<br />
เมื่อผู้นำยึดหลักเหล่านี้ไว้ ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร งานจะยังคงมีคุณค่าและความหมายค่ะ</p>
<h2>หากต้องแชร์หนึ่งสิ่งที่ ดานอน ประเทศไทย ทำแล้วส่งผลดีทั้งต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49032" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-1-scaled.webp" alt="Danona Thailand HREX HR Asia Interview" width="600" height="400" title="Danone Thailand ความสำเร็จจาก HR Strategy ที่เชื่อว่า “พนักงานคือหัวใจขององค์กร” 747" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-1-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-1-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-1-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ณัฐฏ์ยา:</strong> แม้ปีที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความท้าทายและความไม่แน่นอน แต่ดานอน ประเทศไทย ยึดการทำงามตามพฤติกรรมที่ส่งเสริมภายใน “<em>Put Danone First”</em> มุ่งมั่นเดินหน้าส่งมอบสุขภาพที่ดีให้โดยให้ความสำคัญแก่ผู้บริโภค ลูกค้า ผู้ป่วย และคู่ค้าเสมอค่ะ</p>
<p>ขณะเดียวกัน เราให้ความสำคัญกับการ <em>“Lead with People”</em> อย่างจริงจัง ที่เน้นการขับเคลื่อนองค์กรจากบุคคลากรภายในทุกคน โดยส่งเสริมความเป็นผู้นำอย่างแท้จริง พร้อมทั้งสร้างความปลอดภัย สุขภาพกายใจ และสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อพนักงาน</p>
<p>สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือ ความเป็นมนุษย์และผลลัพธ์ทางธุรกิจไม่ใช่เรื่องที่แยกจากกัน เมื่อพนักงานได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ได้รับความไว้วางใจ และมีพื้นที่ในการเติบโต ผลลัพธ์ที่ดีจะเกิดขึ้นตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ</p>
<p>และนั่นคือเหตุผลที่เรามั่นใจว่า เมื่อคนได้รับการดูแลอย่างแท้จริง ธุรกิจก็จะเติบโตอย่างยั่งยืนค่ะ</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44359" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-03-17T083245.286.webp" alt="เจาะลึกปรัชญาการทำงานของ ดานอน ประเทศไทย (Danone Thailand) “ดูแลพนักงานให้ดีที่สุด แล้วพนักงานจะดูแลธุรกิจของเราให้เติบโต”" width="600" height="370" title="Danone Thailand ความสำเร็จจาก HR Strategy ที่เชื่อว่า “พนักงานคือหัวใจขององค์กร” 748" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-03-17T083245.286.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-03-17T083245.286-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/story/danone-thailand-hr-interview-250127/">เจาะลึกปรัชญาการทำงานของ ดานอน ประเทศไทย (Danone Thailand)</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="เจาะลึกปรัชญาการทำงานของ ดานอน ประเทศไทย (Danone Thailand) “ดูแลพนักงานให้ดีที่สุด แล้วพนักงานจะดูแลธุรกิจของเราให้เติบโต” 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/danone-thailand-hr-strategy-260302/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar &#124; Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-thailand-talent-2026-workventure-260227/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-thailand-talent-2026-workventure-260227/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Feb 2026 11:35:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<category><![CDATA[WorkVenture]]></category>
		<category><![CDATA[SuperTrends]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49004</guid>

					<description><![CDATA[ท่ามกลางการแข่งขันแย่งชิงคนเก่งที่เข้มข้นขึ้นทุกวัน องค์กรจำนวนมากต่างแข่งกันสร้างแบรนด์นายจ้างให้โดนใจคนทำงาน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า Gen Z กำลังก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของตลาดแรงงานปี 2026 และสิ่งที่พวกเขาต้องการคือองค์กรที่เข้าใจ และให้ความสำคัญกับพวกเขาจริง ๆ ใน HREX Webinar แรกของปี 2026 ครั้งนี้ HREX และคุณ จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ Chief Employer Branding Officer ของ WorkVenture จะพาไปเปิด Insight เกี่ยวกับการสร้างแบรนด์นายจ้างแบบบริษัท Top50 Companies in Thailand 2026™ โดยต่อยอดเนื้อหาจาก Keynote บนเวทีประกาศรางวัล WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026 มาขยายความให้ลึกและชัดยิ่งขึ้น แล้วนำไปใช้ได้จริง หาก HR ท่านใดพลาดการเข้าร่วมเวิร์กชอปนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่สำคัญมาให้แล้ว ดังนี้ ทำไม Employer [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49010" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-12.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 762" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-12.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-12-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ท่ามกลางการแข่งขันแย่งชิงคนเก่งที่เข้มข้นขึ้นทุกวัน องค์กรจำนวนมากต่างแข่งกันสร้างแบรนด์นายจ้างให้โดนใจคนทำงาน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า Gen Z กำลังก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของตลาดแรงงานปี 2026 และสิ่งที่พวกเขาต้องการคือองค์กรที่เข้าใจ และให้ความสำคัญกับพวกเขาจริง ๆ</p>
<p>ใน HREX Webinar แรกของปี 2026 ครั้งนี้ HREX และคุณ <strong>จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ Chief Employer Branding Officer ของ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/63">WorkVenture</a></strong> จะพาไปเปิด Insight เกี่ยวกับการสร้างแบรนด์นายจ้างแบบบริษัท Top50 Companies in Thailand 2026™ โดยต่อยอดเนื้อหาจาก Keynote บน<a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/workventure-top-50-companies-in-thailand-2026-260109/">เวทีประกาศรางวัล WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026</a> มาขยายความให้ลึกและชัดยิ่งขึ้น แล้วนำไปใช้ได้จริง</p>
<p>หาก HR ท่านใดพลาดการเข้าร่วมเวิร์กชอปนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่สำคัญมาให้แล้ว ดังนี้</p>

<h2>ทำไม Employer Branding ถึงสำคัญกว่าที่เคย</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49021" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="340" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 763" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy.webp 1114w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-1024x580.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-768x435.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การแข่งขันแย่งชิงคนเก่งทุกวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทไทยด้วยกัน แต่แข่งขันกันเป็นระดับโลก เอาแค่ในระดับภูมิภาค ก็มีประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนามต่างจับตามองตลาดแรงงานไทย และพร้อมดึงคนเก่งออกไปทำงานกับพวกเขาอยู่</p>
<p>แล้วปัจจัยใดที่จะทำให้คนทำงานตัดสินใจ คำตอบก็คือ การสร้าง Employer Branding ให้ดีนั่นเอง โดยคุณจีรวัฒน์ ชี้ว่าหัวใจของ Employer Branding ออกมาได้เป็น 2 หลักการคือ <strong>ทำบ้านให้น่าอยู่</strong> และ<strong>ทำให้โลกรู้</strong></p>
<p>กล่าวคือ ภาพลักษณ์ที่ดีและยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ องค์กรต้องดูแลคนให้ดีจริง ทั้งมอบสวัสดิการที่ดี สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี และมอบโอกาสในการเติบโต แล้วสื่อสารสิ่งเหล่านั้นออกมาให้โลกรับรู้</p>
<p><em>“หลายองค์กรพยายามทำหลักการแรกกันอยู่แล้ว แต่สิ่งที่มักจะพลาดกันคือทำแล้ว แต่ไม่ประกาศให้คนภายนอกได้รู้ ซึ่งทำให้องค์กรพลาดโอกาสพบกับคนที่ใช่เสียเอง นอกจากนั้นคนทำงานก็พลาดโอกาสได้เจอองค์กรที่ตอบโจทย์ชีวิตของพวกเขาด้วย ดังนั้นอย่าลืมสื่อสารสิ่งดี ๆ ออกไปอย่างโปร่งใสและต่อเนื่องด้วย”</em></p>
<h2>เมื่อเกมการแข่งขันคนเก่ง เตรียมขยับจากแย่ง Gen Z สู่ Gen Alpha</h2>
<p>WorkVenture ติดตามทำรีเสิร์ช Thailand Talent มาต่อเนื่องหลายปี พบว่าแต่ละ Generation มีประชากรเฉลี่ยราว 15 ล้านคน ปัจจุบัน Gen Z เข้าสู่ตลาดแรงงานแล้วประมาณ 10 ล้านคน และในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีเพิ่มอีกหลายล้านคน</p>
<p>นั่นหมายความว่า ขณะนี้เรากำลังอยู่ในช่วงท้ายของ Gen Z ในการเข้าสู่ตลาดแรงงานแล้ว</p>
<p>การได้ Gen Z ที่เก่งและใช่มาร่วมงานจึงสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจระยะยาว เพราะคนกลุ่มนี้จะเติบโตสู่ตำแหน่ง Mid-Level Management ในช่วงที่มีกำลังซื้อสูง และมีบทบาทสำคัญในการออกแบบสินค้าและบริการสำหรับคนรุ่นเดียวกัน แต่ Gen Z กลุ่มสุดท้ายก็เตรียมเข้าตลาดแรงงานด้วยความคาดหวังที่มากกว่าแค่การอยู่ในองค์กรที่สวัสดิการดีหรืองานมั่นคง นั่นทำให้องค์กรยิ่งต้องปรับกลยุทธ์อย่างเร่งด่วน เพื่อให้รองรับความต้องการของคนรุ่นใหม่ตัวจี๊ดได้</p>
<p>อีกสิ่งที่จะต้องเจอแน่ ๆ ก็คือปัญหา Generation Gap ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ ครั้งหนึ่ง Gen Y เองเคยเผชิญแรงเสียดทานกับรุ่นพี่มาก่อน ซึ่งอีกไม่นาน Gen Z ก็จะตกอยู่ในสถานะเดียวกัน คือเติบโตเป็นผู้นำคน มีการงานและฐานะมั่นคง แล้วต้องหันมารับมือกับแรงงานรุ่นถัดไปอย่าง Gen Alpha แทน</p>
<p>คุณวีรวัฒน์ วิเคราะห์ว่า วงจร Generation นี้จะสิ้นสุดรอบ Gen Z ราวปี 2030 หมายความว่า <strong>ถ้าองค์กรยังโฟกัสเฉพาะการรับมือกับ Gen Z โดยไม่เริ่มวางแผนสำหรับ Gen Alpha ตั้งแต่วันนี้ ก็อาจเสียจังหวะในการดึงดูด Talent รุ่นถัดไป</strong></p>
<p><em>“การสร้างแบรนด์นายจ้างไม่ใช่แคมเปญระยะสั้น กว่าภาพลักษณ์องค์กรจะฝังอยู่ในใจคนรุ่นใหม่จนอยากทำงานด้วย ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ ใครวางแผนเรื่องคนก่อน ย่อมได้เปรียบก่อน”</em> คุณจีรวัฒน์ย้ำ</p>
<h2>Understanding Talents: เมื่อเงินไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49009" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-11.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="337" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 764" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-11.webp 1266w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-11-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-11-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-11-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ผู้เชี่ยวชาญจาก WorkVenture ตั้งคำถามชวนคิดว่า “เราทุกคนเคยสงสัยไหม ว่าเรามารวมตัวในองค์กรเดียวกัน แล้วทำงานร่วมกันไปทำไม ?”</p>
<p><a href="https://hbr.org/2025/01/are-you-checked-out-at-work" target="_blank" rel="noopener">Harvard Business Review เคยหยิบยกปัญหาหมดไฟและ Disengagement ขึ้นมาพูดถึง</a> พร้อมชี้ว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากงานหนักหรือเงินเดือนต่ำเสมอไป หลายองค์กรมีสวัสดิการดี มี Work-life Balance ที่เหมาะสม</p>
<p>แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือการเชื่อมโยง Purpose หรือวัตถุประสงค์ขององค์กร ให้เข้ากับชีวิตจริงของพนักงานด้วย พอพวกเขาทำงานแบบไม่มี Purpose ที่เชื่อมโยงกัน คนทำงานจำนวนมากจึงรู้สึกเฉยชา แค่มาทำหน้าที่ไปวัน ๆ ไม่เห็นและไม่ตระหนักว่างานของเรากำลังสร้างคุณค่าให้ใคร หรือให้อะไรต่อสังคมโลกบ้าง</p>
<p>และผลสำรวจที่ WorkVenture พบเจอก็สะท้อนออกมาตรงกันว่า <strong>มีพนักงานไม่ถึง 1 ใน 3 ที่มองเห็นคุณค่าของงานที่ทำ และไม่ถึงครึ่งที่รู้สึกสนุกกับการทำงาน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49011" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-10.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="339" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 765" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-10.webp 1267w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-10-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-10-1024x578.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-10-768x433.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><em>“Purpose ไม่ควรเป็นเพียงถ้อยคำสวยหรู แปะอยู่บนฝาผนัง หรืออยู่แค่บนสไลด์ Presentation Purpose ที่แท้จริงต้องช่วยให้พนักงานสัมผัสได้จริง แล้วส่งมอบคุณค่าดี ๆ ไปถึงลูกค้าได้จริง หากพูดไว้สวยงามแต่ปฏิบัติไม่ได้ จะยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นมากกว่าการไม่มี Purpose เสียอีก”</em></p>
<p><em>“ผู้นำจึงมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารเรื่องนี้ ไม่ว่าจะในเวที Town Hall หรือเวทีไหนก็ตาม เวลาสื่อสารเรื่องกลยุทธ์ ต้องสะท้อนให้เห็นเสมอว่าองค์กรกำลังสร้างผลกระทบอะไร และการทำงานร่วมกันของแต่ละคนสร้างความหมายต่อสังคมอย่างไร”</em> ผู้เชี่ยวชาญจาก WorkVenture อธิบาย</p>
<p>ทั้งนี้ WorkVenture ยังพบอีกว่า ปี 2026 ถือเป็นครั้งแรกที่เงินเดือนและสวัสดิการไม่ติด Top 3 ปัจจัยในการเลือกงาน จริงอยู่ว่าเงินสำคัญแน่นอน แต่คนทำงานที่เก่ง ๆ ย่อมคาดหวังว่าต้องได้รับผลตอบแทนดี ๆ เป็นตัวเงินกันอยู่แล้ว สิ่งที่คนเก่งจะถามตัวเองมากกว่าก็คือ <em>&#8220;ฉันกำลังเอาพลังชีวิตและเวลาของตัวเองไปแลกกับอะไร ?&#8221;</em> หากค้นหาเท่าไรก็ไม่พบคำตอบ คนเก่งก็พร้อมหันไปหาองค์กรอื่นที่เล่าเรื่องได้ชัดกว่า</p>
<h2>WorkVenture 2026 Survey Data</h2>
<p>คุณจีรวัฒน์ยังเปิดเผยผลสำรวจเชิงลึก ที่ WorkVenture ค้นพบในปี 2026 ซึ่งน่าสนใจว่าปัจจัยในการเลือกงานและอยู่ต่อของคนทำงานกำลังเปลี่ยนไปมากจริง ๆ โดยแยกเป็นประเด็นดังต่อไปนี้</p>
<h3>Top Reasons to Join</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49012" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-9.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="340" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 766" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-9.webp 1260w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-9-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-9-1024x580.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-9-768x435.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เงินและสวัสดิการอาจสำคัญ แต่อย่างที่คุณจีรวัฒน์กล่าวไว้ว่า เหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจเข้าทำงานนั้นมีปัจจัยสำคัญกว่าเรื่องเงินหลายประการ</p>
<ol>
<li><strong>Company Culture &amp; Communication</strong> — สิ่งแรกที่ผู้สมัครอยากรู้ก่อนตัดสินใจเข้าทำงานคือบรรยากาศภายในองค์กรเป็นอย่างไร การสื่อสารโปร่งใสไหม พูดกันตรง ๆ ได้หรือเปล่า</li>
<li><strong>Management Quality</strong> — หัวหน้าสื่อสารดีไหม ดูแลทีมเป็นอย่างไร เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้ลาออกจากองค์กร แต่ลาออกจากหัวหน้า</li>
<li><strong>Teamwork &amp; Collaboration</strong> — ทีมที่จะร่วมงานด้วยทำงานกันได้จริงไหม หรือต่างคนต่างทำ</li>
<li><strong>Work-Life Balance</strong> — ชีวิตหลังเลิกงานยังเป็นของตัวเองได้ไหม หรือต้องพร้อม On-call ตลอดเวลา</li>
<li><strong>Respect &amp; Empathy</strong> — เคารพ และเห็นอกเห็นใจกันไหม องค์กรมองพนักงานเป็นมนุษย์ หรือมองเป็นแค่ทรัพยากร</li>
</ol>
<h3>Top Reasons to Grow</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49014" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-7.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="336" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 767" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-7.webp 1269w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-7-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-7-1024x574.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-7-768x430.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เหตุผลที่ทำให้อยากเติบโตและอยู่ต่อ มีหลายข้อที่สอดคล้องกับ Reasons to Join แต่ก็น่าสนใจว่า เหตุผลที่เคยสำคัญตอนจะเข้าร่วมองค์กร อาจไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้อยากอยู่ต่อเสมอไป</p>
<ol>
<li><strong>Teamwork &amp; Collaboration</strong> — เมื่อทำงานจริง สิ่งที่ทำให้อยากตื่นมาทำงานทุกวันมักไม่ใช่เงินเดือน แต่คือคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ</li>
<li><strong>Office &amp; Workplace</strong> — สภาพแวดล้อมการทำงานส่งผลต่อความรู้สึกและประสิทธิภาพโดยตรง พื้นที่ทำงานที่ดีสะท้อนว่าองค์กรให้คุณค่ากับคนทำงานแค่ไหน</li>
<li><strong>Company Culture / Community</strong> — วัฒนธรรมองค์กรที่ดีไม่ใช่สิ่งที่เขียนไว้บนผนัง แต่คือสิ่งที่รู้สึกได้จากพฤติกรรมของคนในองค์กรทุกวัน</li>
<li><strong>Work-Life Balance</strong> — ยังคงสำคัญต่อเนื่อง เพราะคนที่หมดแรงย่อมไม่มีแรงเติบโต</li>
<li><strong>Respect &amp; Empathy</strong> — หลายคนอาจไม่ได้คาดหวังตั้งแต่แรก แต่เมื่อทำงานไประยะหนึ่ง การได้รับความเคารพ เห็นอกเห็นใจ รวมไปถึง</li>
<li><strong>Trust &amp; Self-Regulation</strong> หรือความไว้วางใจและอิสระในการทำงานกลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาอยากอยู่กับองค์กรต่อไปนาน ๆ</li>
</ol>
<h3>Top Reasons to Recommend</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49015" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-6.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="336" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 768" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-6.webp 1270w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-6-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-6-1024x574.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-6-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เหตุผลที่ทำให้พนักงานอยากบอกต่อความดีงามขององค์กรให้คนอื่นรู้ มี 3 ข้อที่โดดเด่นกว่าเหตุผลข้ออื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<ol>
<li><strong>Teamwork &amp; Collaboration</strong> — คนที่มีทีมดีมักอยากชวนคนที่รู้จักมาร่วมทีมด้วย เพราะรู้ว่าที่นี่มีสิ่งที่หายากจริง ๆ</li>
<li><strong>Management &amp; Organization</strong> — องค์กรที่มีระบบและผู้บริหารที่ดีทำให้พนักงานรู้สึกภูมิใจที่จะบอกว่าทำงานที่นี่</li>
<li><strong>Company Culture / Community</strong> — วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรงคือสิ่งที่พนักงานรู้สึกว่าอยากแชร์ให้คนอื่นได้รับรู้ ไม่ใช่เพราะถูกบังคับ แต่เพราะรู้สึกดีจริง ๆ</li>
</ol>
<h2>สรุป 3 SuperTrends ที่ HR ต้องรู้</h2>
<h3>SuperTrend #1: CEO = CEBO</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49016" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-5.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="336" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 769" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-5.webp 1270w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-5-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-5-1024x574.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-5-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หนึ่งใน SuperTrends สำคัญจาก WorkVenture คือ CEO ต้องทำหน้าที่เป็น Chief Employer Branding Officer อย่างเต็มตัวแล้ว<br />
การสร้างแบรนด์นายจ้างไม่ใช่งานของ HR ฝ่ายเดียว แต่ต้องเริ่มจากนายจ้างตัวจริง หรือผู้นำองค์กรสูงสุด</p>
<p>เพราะ<strong>ผู้นำองค์กรคือผู้กำหนดภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรในสายตาคนทำงาน และไม่มีใครสื่อสารแบรนด์นายจ้างได้ทรงพลังกว่าผู้นำตัวจริงอีกแล้ว</strong> หาก CEO มีตัวตนจริง มีสไตล์การทำงานชัดเจน แล้วทุกคนทั้งในและนอกองค์กรเห็นชัด ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจสมัครงานของ Talent ทุก Generation</p>
<p>ลองพิจารณาง่าย ๆ หาก Talent มีหลายองค์กรเสนอเงินเดือนกับสวัสดิการใกล้เคียงกัน แต่องค์กรหนึ่ง ไม่รู้เลยว่าต้องไปทำงานกับใคร ข้างในมีวัฒนธรรมองค์กรอย่างไร แต่อีกองค์กรมีข้อมูลเกี่ยวกับ CEo เห็นชัด โปร่งใส ไปออกเวทีสัมมนา หรือออกรายการสัมภาษณ์เรื่องแนวคิดการทำงานบ่อย องค์กรนี้ย่อมมีแต้มต่อสูงกว่าองค์กรที่ผู้นำเงียบสงบ และไม่เคยปรากฏตัวผ่านช่องทางไหนเลย</p>
<h3>SuperTrend #2: KOE – Key Opinion Employee</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49017" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-4.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 770" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-4.webp 1264w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-4-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-4-1024x577.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-4-768x433.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ถ้า SuperTrend แรกพูดถึงบทบาทของ CEO ต่อมาก็คือพลังของ KOE หรือ Key Opinion Employee เมื่อพนักงานนี่แหละ คือผู้ทำหน้าที่ Influencer ได้ดีที่สุด จากการเล่าเรื่ององค์กรจากมุมของคนทำงานจริง</p>
<p><strong>เสียงของพนักงานในหลาย ๆ ครั้งถือว่ามีน้ำหนักมากกว่าเสียงของ CEO หรือคอนเทนต์การตลาดที่องค์กรผลิตขึ้น เพราะ Talent เชื่อคำบอกเล่าจากเพื่อนร่วมอาชีพมากกว่า</strong> พนักงานเล่าประสบการณ์ทำงานผ่านช่องทางของตัวเอง จึงมีพลังในการดึงดูดและสร้างการบอกต่ออย่างมหาศาล</p>
<p>ทั้งนี้ การเล่าเรื่องไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ บางครั้งแค่ทำคอนเทนต์เรียบง่าย ว่าวันนี้ใครเอาอะไรมาทำงาน กินอะไรตอนพักเที่ยง บรรยากาศทีมเป็นอย่างไร ก็สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรได้ชัดแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49018" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-3.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="334" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 771" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-3.webp 1269w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-3-300x167.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-3-1024x570.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-3-768x427.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ข้อมูลจาก WorkVenture ยังสอดคล้องกับเทรนด์ดังกล่าว เมื่อ<strong>องค์กรที่ติด Top 50 Companies in Thailand 2026™ พนักงานจะอยากจะขายองค์กร อวยองค์กร อวดองค์กรตัวเองให้คนอื่นมาร่วมงานด้วย มากกว่าองค์กรที่ไม่ติดอันดับ 1.8 เท่า เพราะองค์กรเหล่านี้มีของดีที่น่าแชร์ น่าขิงด้วยจริง ๆ ตั้งแต่แรก</strong></p>
<p>ถ้าองค์กรมีของดีจริง มีวัฒนธรรมที่น่าอยู่ และเปิดพื้นที่ให้พนักงานเล่าเรื่องด้วยตัวเอง Employer Branding จะยิ่งกลายเป็นพลังที่ขับเคลื่อนจากภายในได้อย่างยั่งยืน</p>
<h3>SuperTrend #3: Generative Employer Branding</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49019" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-2.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="340" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 772" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-2.webp 1264w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-2-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-2-1024x581.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-2-768x436.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อก่อน เวลาเราจะหางาน วิธีการที่มักทำคือเสิร์ชผ่าน Google หรือเข้าเว็บไซต์องค์กรโดยตรง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปของวันนี้ก็คือ Talent จำนวนมากใช้วิธีถาม Generative AI ว่าองค์กรนั้น องค์กรนี้น่าทำงานด้วยหรือไม่ บางครั้งยังให้มันช่วยตัดสินใจให้เลยว่า เลือกบริษัทที่ดีที่สุดจาก 2 แห่งนี้ให้หน่อย</p>
<p>Gen AI ทำงานจากข้อมูลที่มีอยู่บนอินเทอร์เน็ต หากมันค้นหาแล้วไม่พบข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับองค์กรนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมองค์กร สวัสดิการ หรือประสบการณ์พนักงาน AI จะไม่สามารถสรุปข้อดีขององค์กรไปแนะนำได้</p>
<p>บางครั้งแม้บริษัทอาจจะมีเว็บไซต์ มี LinkedIn หรือ Facebook ที่เผยแพร่ข้อมูลของตัวเองอยู่แล้ว แต่ถ้าคอนเทนต์ไม่เป็นระบบ ไม่ชัดเจน หรือไม่เอื้อต่อการประมวลผล ก็แทบไม่มีผลต่อการแนะนำของ AI เลย</p>
<p>ตรงกันข้าม <strong>องค์กรที่จัดระเบียบข้อมูลดี สื่อสารเป็นข้อ ๆ ตรงประเด็นจะได้เปรียบมาก เพราะ AI ชอบเนื้อหาที่ตอบคำถามชัดเจน อ่านง่าย และมีโครงสร้าง</strong></p>
<p>นอกจากนี้ รีวิวองค์กรจากเสียงจากพนักงานตัวจริงในข้อก่อนหน้า ก็มีน้ำหนักสูงในสายตา AI เพราะเป็นข้อมูลจากต้นทางที่สะท้อนความเป็นจริง ถ้าองค์กรเปิดพื้นที่ให้พนักงานเล่าเรื่อง และมีข้อมูลเชิงบวกที่ตรวจสอบได้ AI ก็มีแนวโน้มดึงข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ในการแนะนำมากขึ้น</p>
<p>ดังนั้น <strong>องค์กรที่กำลังสร้างแบรนด์นายจ้างที่ดี อย่าลืมทำ Generative Employer Branding ด้วย องค์กรที่เข้าใจ AI จะป้อนข้อมูลเพื่อให้ AI เข้าใจองค์กร และสามารถแนะนำองค์กรได้อย่างถูกต้องตามมา</strong></p>
<h2>บทสรุป HREX Webinar | Thailand Talent 2026</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49020" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-1.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="341" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 773" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-1.webp 1270w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-1-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-1-1024x581.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-1-768x436.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การทำ Employer Branding ยุคใหม่ คือการสร้างแบรนด์นายจ้างอย่างมีข้อมูล มีทิศทาง และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง องค์กรที่น่าร่วมงานด้วยคือองค์กรที่เล่าเรื่องได้ชัดเจนที่สุด และสอดคล้องกันทุกมิติ ตั้งแต่เสียงของ CEO เสียงของพนักงาน ไปจนถึงข้อมูลในโลกออนไลน์ที่ AI หยิบไปประมวลผล</p>
<p>องค์กรที่เข้าใจตัวเอง เข้าใจคนทำงาน และตัดสินใจบนฐานข้อมูลจริง เท่านั้นที่จะได้ทั้งใจและได้ทั้งคนไปพร้อมกัน<br />
สุดท้าย ก่อนสร้างองค์กรให้น่าร่วมงานด้วย ทุกองค์กรอย่าลืมกลับไปถามตัวเองด้วยว่า วันนี้เรารู้จริงไหมว่าอะไรทำให้คนของเราอยากอยู่ต่อ เรามีข้อมูลมากพอที่จะวางแผนได้อย่างแม่นยำ หรือยังตัดสินใจด้วยความรู้สึก ?</p>
<p>เพราะในวันที่คนเก่งมีทางเลือกมากขึ้นทุกปี องค์กรที่ไม่รู้จักตัวเอง ก็ยากจะทำให้คนอื่นอยากรู้จักและร่วมงานด้วย</p>
<p>สุดท้าย หากองค์กรใดต้องการที่ปรึกษาและผู้ให้บริการสร้าง Employer Branding ที่จะทำให้องค์กรของคุณโดนเด่น และเป็นที่จดจำยิ่งขึ้น <a href="https://expth.hrnote.asia/products/63?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">ติดต่อขอใช้บริการ WorkVenture ผ่าน HREX ได้เลยทางลิงก์นี้</a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/63?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47846" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1.webp" alt="HREX HR Products and Services - Workventure" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 774" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-thailand-talent-2026-workventure-260227/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากเวิร์กชอป AI for HR โดย Thailand Coaching Institute</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ai-for-hr-tci-260226/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ai-for-hr-tci-260226/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 04:22:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[AI for HR]]></category>
		<category><![CDATA[TCI]]></category>
		<category><![CDATA[สมาบันโค้ชไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48956</guid>

					<description><![CDATA[HR ยุคนี้ไม่ได้เหนื่อยเพราะงานยากเสมอไป แต่เหนื่อยเพราะต้องทำงานซ้ำ งานเร่ง และงานที่ต้องคิดหลายเรื่องพร้อมกัน ตั้งแต่คัดเลือกผู้สมัคร สรุปรายงานผู้บริหาร ไปจนถึงวางแผนพัฒนาคน แล้วจะทำอย่างไรให้ HR รับมือกับงานรอบด้านได้อย่างราบรื่น ? สถาบันโค้ชไทย หรือ Thailand Coaching Institute จึงจัดเวิร์กชอป AI for HR: From Administration to Augmentation ขึ้นมาเพื่อให้ HR ได้ลองใช้งานจริง เพื่อให้เห็นว่า AI สามารถย่นระยะเวลางานจากหลายชั่วโมงหรือทั้งวัน ให้เหลือเพียงไม่กี่นาทีได้อย่างไร โดยยังคงความเป็นมืออาชีพ ความชัดเจน และคุณภาพของเนื้องานไว้ครบถ้วน หาก HR ท่านใดพลาดการเข้าร่วมเวิร์กชอปนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่สำคัญมาให้แล้ว AI for HR Landscape ช่วงต้นก่อนจะเริ่มเวิร์กชอป คุณ ชลัช ลิมป์พงศ์สวัสดิ์ หรือโค้ชแฟลช กรรมการบริหาร สหพันธ์การโค้ชนานาชาติ สาขากรุงเทพ และอดีตผู้ช่วยวิจัยด้าน AI มหาวิทยาลัยโตเกียว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48958" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci.webp" alt="ai for hr tci hrex" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากเวิร์กชอป AI for HR โดย Thailand Coaching Institute 780" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>HR ยุคนี้ไม่ได้เหนื่อยเพราะงานยากเสมอไป แต่เหนื่อยเพราะต้องทำงานซ้ำ งานเร่ง และงานที่ต้องคิดหลายเรื่องพร้อมกัน ตั้งแต่คัดเลือกผู้สมัคร สรุปรายงานผู้บริหาร ไปจนถึงวางแผนพัฒนาคน</p>
<p>แล้วจะทำอย่างไรให้ HR รับมือกับงานรอบด้านได้อย่างราบรื่น ? <a href="https://www.coachthai.com/" target="_blank" rel="noopener">สถาบันโค้ชไทย หรือ Thailand Coaching Institute</a> จึงจัดเวิร์กชอป AI for HR: From Administration to Augmentation ขึ้นมาเพื่อให้ HR ได้ลองใช้งานจริง เพื่อให้เห็นว่า AI สามารถย่นระยะเวลางานจากหลายชั่วโมงหรือทั้งวัน ให้เหลือเพียงไม่กี่นาทีได้อย่างไร โดยยังคงความเป็นมืออาชีพ ความชัดเจน และคุณภาพของเนื้องานไว้ครบถ้วน</p>
<p>หาก HR ท่านใดพลาดการเข้าร่วมเวิร์กชอปนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่สำคัญมาให้แล้ว</p>

<h2>AI for HR Landscape</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48963" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex-1-1.webp" alt="ai for hr tci hrex" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากเวิร์กชอป AI for HR โดย Thailand Coaching Institute 781" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex-1-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex-1-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ช่วงต้นก่อนจะเริ่มเวิร์กชอป คุณ <strong>ชลัช ลิมป์พงศ์สวัสดิ์ หรือโค้ชแฟลช กรรมการบริหาร สหพันธ์การโค้ชนานาชาติ สาขากรุงเทพ และอดีตผู้ช่วยวิจัยด้าน AI มหาวิทยาลัยโตเกียว</strong> เปิดเวทีด้วยการอธิบายแนวคิดเกี่ยวกับ<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/coaching-230817/">การ Coaching</a> ว่าแตกต่างจากการสอนทั่ว ๆ ไปอย่างไร</p>
<p><em>“การโค้ชไม่ใช่การบอกคำตอบตรง ๆ แต่เป็นการตั้งคำถามเพื่อให้ผู้ถูกโค้ชได้คิดและค้นพบคำตอบด้วยตัวเอง เพราะคำตอบที่เราตกผลึกได้เอง จะมีพลังและยั่งยืนกว่าคำตอบที่มีคนป้อนให้ทันที ซึ่งเขาจะนำมาประยุกต์ใช้กับงานในวันนี้ด้วย”</em></p>
<p>คำถามแรกที่เขาชวนทุกคนคิดก็คือ <em>“อะไรทำให้คุณมางานในวันนี้ ?”</em></p>
<p>คำตอบที่ได้จากผู้เข้าร่วมงานทำให้เห็นภาพสถานการณ์จริงที่ HR กำลังเผชิญอย่างชัดเจน บ้างมาด้วยความกลัวว่า HR จะถูกแทนที่, บ้างอยากได้เทคนิคการใช้ AI ไปปรับใช้กับงานจริง หรือบางคนอยากเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตัวเองเพื่อไม่ให้ตกยุค</p>
<p>คำตอบเหล่านี้สะท้อนแรงกดดันและความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นกับวิชาชีพ HR</p>
<p>โค้ชแฟลช ยังอธิบายถึง Landscape ของ AI ที่เปลี่ยนวงการ HR ไปอย่างสิ้นเชิง โดย AI อัปเดตตัวเองอยู่หลายครั้ง ปัจจุบันสามารถสร้างสรรค์ผลงานอย่างการแต่งเพลงหรือผลิตคอนเทนต์ได้ดีกว่าที่หลายคนคาดคิดไว้มาก</p>
<p>ท่ามกลางการพัฒนาอย่างรวดเร็วนี้ มีเสียงส่งเสริมให้ HR นำ AI มาใช้งานด้วย เขารู้ดีว่า HR จำนวนมากอยากใช้ AI แต่ตอนนี้ยังใช้ไม่เต็มศักยภาพเท่าไหร่ ผู้บริหารเองก็อยากขับเคลื่อนเรื่องนี้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเริ่มตรงไหน ส่วนพนักงานก็สับสนว่างานใดใช้ AI ทำได้บ้าง ในทางกลับหันหากใช้เยอะก็กลัวว่าจะตกงาน แล้วเอา AI มาทำงานแทนเสียอีก</p>
<p>ทั้งนี้ เขาเสริมว่าโลกของเรามี 3 เทรนด์สำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางอนาคต เทรนด์แรกคือ <strong>The Rise of the Superworker &amp; Superagents</strong></p>
<p>จากงานวิจัยของ Deloitte พบว่า มนุษย์เราใช้ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและผลลัพธ์ ไม่ได้มุ่งแทนที่คน ขณะเดียวกัน Superagents คือการรวม AI หลายระบบเข้าด้วยกันให้ทำงานอัตโนมัติแบบผู้ช่วยอัจฉริยะ ทั้ง 2 แนวโน้มกำลังเดินคู่กัน คือมนุษย์เก่งขึ้นเพราะ AI และ AI ที่ทำงานประสานกันอย่างซับซ้อนมากขึ้น</p>
<p>เทรนด์ที่ 2 คือ <strong>The Secret Cyborg Phenomenon</strong> ปรากฏการณ์ที่พนักงานจำนวนมากใช้ AI โดยไม่บอกองค์กร เพราะกลัวเสียเครดิต กลัวดูไม่เก่ง หรือกลัวถูกแทนที่ แม้จะมีความกังวล แต่นี่คือโอกาสสำคัญ หากองค์กรสามารถสร้างวัฒนธรรมที่เปิดเผยและมีกลไกกำกับดูแลที่ชัดเจน เพราะความเสี่ยงก็มีจริง ไม่ว่าจะเป็นการนำข้อมูลลับของบริษัทไปใส่ในระบบ หรือการที่ AI ให้คำตอบผิดอย่างมั่นใจโดยไม่มีการตรวจสอบ</p>
<p>เทรนด์ที่ 3 คือ <strong>Full-Stack HR Professiona</strong>l HR ยุคใหม่ต้องไม่เพียงใช้ AI เป็น แต่ต้องมีทักษะรอบด้านควบคู่กัน อาทิ</p>
<ul>
<li>Behavioral Science เพื่อเข้าใจพฤติกรรมคน</li>
<li>Data Analytics เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูล</li>
<li>Business Acumen เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับบริบทธุรกิจ</li>
<li>Tech Fluency เพื่อใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2>Competencies for HR</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48959" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex.webp" alt="ai for hr tci hrex" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากเวิร์กชอป AI for HR โดย Thailand Coaching Institute 782" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การจะใช้ AI ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ประเด็นที่ HR ต้องตระหนักก็คือ เรามีความสามารถอะไรบ้าง สิ่งนี้สำคัญกว่าประเด็นว่าควรใช้ AI Tools ตัวไหนดีจึงจะทำงานได้ดีที่สุด</p>
<p>สมรรถนะแรกที่ขาดไม่ได้คือ <strong>Ethical Awareness</strong> หรือความตระหนักด้านจริยธรรม เนื่องจาก AI มีอคติ และมีโอกาสให้คำตอบที่คลาดเคลื่อน ดังนั้นเราควรต้องเติมความเป็นมนุษย์เข้าไปในกระบวนการ ไม่ใช้คำตอบจาก AI โดยไม่ผ่านการตรวจสอบก่อน</p>
<p><em>“หลักคิดสำคัญคือ AI Generates แต่เราคือผู้ Validate ไม่เชื่อเพราะคำตอบดูมั่นใจ และตรวจสอบที่มาของข้อมูลและความเหมาะสมกับบริบทองค์กรเสมอ”</em> โค้ชแฟลช กล่าว</p>
<p>การ Verify สามารถทำได้หลายวิธี เช่น อ่านและรีวิวอย่างละเอียด ใช้ Prompt เดียวกันกับ AI อีกตัวหนึ่งเพื่อเปรียบเทียบคำตอบ และตรวจสอบแหล่งอ้างอิงว่ามีอยู่จริงและถูกต้อง ไม่ได้อ้างอิงแหล่งข้อมูลที่หาไม่เจอ</p>
<p>ถัดมาคือ <strong>Critical Thinking</strong> หรือความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แยกแยะ และจัดลำดับความสำคัญ เป็นทักษะที่ทำให้การใช้ AI มีคุณภาพมากกว่าการสั่งแล้วรอคำตอบ</p>
<p>โค้ชแฟลชชี้ว่า AI ทำงานแบบตรงไปตรงมา หากเราสั่งกว้าง ผลลัพธ์ก็มักจะกว้างและตื้น ดังนั้นผู้ใช้ต้องมีวิธีคิดที่เป็นระบบมากกว่าตัวเครื่องมือเอง โดย Critical Thinking ในการใช้ AI สามารถสรุปได้เป็น 3 ขั้นตอนหลักดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>การแบ่งงานออกเป็นส่วนย่อย ๆ แล้วค่อยทำ</strong><br />
แทนที่จะสั่งกว้าง ๆ เช่น <em>“ช่วยเขียน Job Description ให้หน่อย”</em> HR ควรถามตัวเองก่อนว่า ตำแหน่งนี้ต้องการ Competency อะไร โครงสร้างทีมเป็นอย่างไร วัฒนธรรมองค์กรแบบไหน แล้วค่อยป้อนข้อมูลเป็นลำดับขั้นตอน</li>
<li><strong>ลองใช้และตรวจสอบ</strong><br />
เมื่อได้คำตอบแล้ว ต้องอ่าน ทบทวน และตรวจความถูกต้อง ไม่เชื่อทันทีเพียงเพราะคำตอบดูดี หรือเขียนได้ลื่นไหล</li>
<li><strong>สังเคราะห์และเรียนรู้</strong><br />
เราไม่ควรคาดหวังให้ AI เรียนรู้แทนเรา แต่ควรเรียนรู้จากผลลัพธ์ของมัน ปรับ Prompt ให้ชัดขึ้น ลึกขึ้น และแม่นยำขึ้นทุกครั้งที่ใช้งาน</li>
</ol>
<p>อีกสมรรถนะสำคัญคือ <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211013-growth-mindset/"><strong>Growth Mindset</strong></a> และ <strong>Lifelong Learning</strong> HR ต้องสร้างวัฒนธรรมที่มองการทดลองเป็นเรื่องปกติ และต้องเป็นการทดลองอย่างมีกรอบ เริ่มจากงานที่หากผิดพลาดแล้วไม่ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรง เช่น พลาดแล้วอาจเหนื่อยเพิ่มได้ แต่ไม่ควรเป็นงานที่หากผิดพลาดแล้วทำให้สูญเสียลูกค้า การเรียนรู้ต้องต่อเนื่อง เพราะโลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะการแยกแยะระหว่าง</p>
<ul>
<li>Durable Skills (ทักษะรากฐาน) ที่ยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งมีคุณค่า</li>
<li>Perishable / Tool-specific Skills ที่มีอายุการใช้งานประมาณ 2–5 ปี</li>
</ul>
<p>การโฟกัสทักษะรากฐานจะช่วยให้เราเรียนรู้เครื่องมือใหม่ได้เร็วขึ้นในอนาคต</p>
<p>สุดท้ายคือการนำ <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220520-agile-hr/">Agile Principle for HR</a> มาใช้กับการทำงานในยุค AI โดย HR ต้องไม่วางแผนนาน ๆ เพื่อส่งมอบงานชิ้นใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่ HR ควรทำงานแบบรอบสั้น ๆ ทดลอง ทำซ้ำ ปรับปรุง และส่งมอบผลลัพธ์อย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>ที่สำคัญต้องขอ Feedback จากผู้ใช้งานระหว่างทาง แล้วนำมาปรับปรุงให้ดีขึ้น เมื่อ AI เปลี่ยนเร็ว วิธีคิดของ HR ก็ต้องเปลี่ยนเร็วเช่นกัน เพื่อใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>AI Tools &amp; Application</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48960" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex-1.webp" alt="ai for hr tci hrex" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากเวิร์กชอป AI for HR โดย Thailand Coaching Institute 783" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ช่วงท้ายของเวิร์กชอป <strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ณิชยา ศรีสุชาติ หรือโค้ชนกณิช AI Champion ของ<a href="https://www.cpall.co.th/" target="_blank" rel="noopener">เครือ CP All</a></strong> เล่าว่า ทุกงาน ทุกบทบาทที่เธอเคยผ่านมา ไม่มีครั้งไหนที่ขาด HR ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการได้รับการดูแล การผลักดันให้เติบโต หรือการได้เป็นหัวหน้าที่ต้องดูแลทีม ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เธอมั่นใจว่า คนคือหัวใจของความสำเร็จองค์กร</p>
<p>ขณะที่ AI คือเครื่องมือที่ช่วยขยายศักยภาพของคนนั้นให้ไปได้ไกลขึ้น มันอาจฉลาดมากขึ้นทุกวัน แต่จะไม่มีวันเป็นนายเรา หากเราเข้าใจและรู้ทัน AI</p>
<p>เธอชวนมองพัฒนาการของ AI จากเดิมที่เราอาจคิดว่าเป็นพนักงานใหม่หนึ่งคน วันนี้โลก AI ขยายตัวเป็นระบบนิเวศที่มีหลายประเภท ทั้งกลุ่ม General AI เช่น ChatGPT, Gemini, Copilot กลุ่ม Creative Suite ที่ใช้สร้างสื่อหรือแต่งเพลง เช่น Suno และ Midjourney และกลุ่ม Specialist Tools อย่าง NotebookLM ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเฉพาะทาง การเข้าใจความแตกต่างของแต่ละประเภทจึงสำคัญ</p>
<p>เพราะเบื้องหลังการทำงานของ LLM คือการนำข้อมูลมหาศาลมาวิเคราะห์ผ่านหน่วยคำ (token) แล้วทำนายคำถัดไปอย่างมีหลักการ กล่าวง่าย ๆ มันคือการคาดการณ์อย่างมีข้อมูลรองรับ แต่อาจไม่ใช่ความจริงที่ถูกต้องเสมอไป และหากเราลืมจุดนี้เมื่อไหร่ ความเสี่ยงผิดพลาดก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น</p>
<p>เพื่อให้เห็นข้อจำกัดของ AI ชัดเจนขึ้น โค้ชนกณิชให้ผู้เข้าอบรมทดลองทดสอบหรือหลอก AI ผ่านแบบฝึกหัด เช่น ตั้งเงื่อนไขให้ AI เป็น Bot รักสุขภาพที่ห้ามแนะนำอาหารไขมันสูง แล้วพยายามขอสูตรข้าวขาหมู เพื่อดูว่ามันจะตอบอย่างไร และลองทำกับ AI หลายตัว ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เห็นชัดว่า เราไม่สามารถเชื่อ AI ให้ทำงานแทนเรา 100% ได้ เพราะความเสี่ยงเรื่องการหลอน หรือให้ให้คำตอบผิด ๆ ด้วยความมั่นใจเกิดขึ้นได้เสมอ</p>
<p>เธอยังยกข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาที่เตือนว่า <strong>หากใช้ AI คิดแทนทุกอย่าง สมองส่วนคิดวิเคราะห์ของเราอาจทำงานลดลง</strong> ดังนั้น การใช้ AI ควรเป็นการเสริม ไม่ใช่แทนที่การคิดของมนุษย์</p>
<p>ในด้านการใช้งานจริง เธอแนะนำหลัก The Art of Prompting ภายใต้กรอบ CORE ซึ่งประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>C – Context: ให้บริบทที่ชัดเจน</li>
<li>O – Objective: ระบุวัตถุประสงค์</li>
<li>R – Role: กำหนดบทบาทให้ AI ว่าเป็นใคร</li>
<li>E – Expectation: บอกความคาดหวังของผลลัพธ์</li>
</ul>
<p>นอกจากนี้ยังมีเทคนิค Few-Shot Prompting หรือการยกตัวอย่างประกอบเวลาพิมพ์ Prompt เสมอด้วย เพราะ AI เรียนรู้รูปแบบได้ดีเมื่อเห็นตัวอย่างของสิ่งที่เราต้องการ ยิ่งให้บริบทครบถ้วนและมีตัวอย่างชัดเจน ผลลัพธ์ก็ยิ่งแม่นยำและใกล้เคียงความต้องการมากขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญไม่แพ้ทักษะการใช้งานคือ สติ เพราะ AI พัฒนาเร็วมาก แน่นอนว่าเราควรตามให้ทันเทคโนโลยี แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนตามเกินไป หรือเล่นมันเป็นทุกตัวจนละเลยความปลอดภัย เพราะความเสี่ยงเรื่องข้อมูล การถูกแฮ็ก หรือการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพยังมีอยู่เสมอ</p>
<p><em>“หากตามไม่ทันในบางจังหวะจริง ๆ ก็อาจไม่ใช่เรื่องเสียหายเท่ากับตามทันนะ แต่ขาดความระมัดระวัง บทเรียนสำคัญคือการใช้มันอย่างรู้เท่าทัน รอบคอบ และไม่ลืมว่าคนยังคงเป็นศูนย์กลางของทุกการเปลี่ยนแปลง”</em></p>
<p>โค้ชนกณิช ชวนทุกคนกลับมาย้ำหลักคิดสำคัญว่า Keep Human in the Loop ไม่ว่า AI จะเก่งเพียงใด มนุษย์ต้องเป็นผู้กำกับทิศทางเสมอ เราต้องตรวจสอบแหล่งอ้างอิงทุกครั้ง ไม่นำข้อมูลอ่อนไหวหรือข้อมูลลับขององค์กรใส่ลงในระบบ และต้องคำนึงถึงจริยธรรมรวมถึงความยั่งยืนในทุกการใช้งาน</p>
<p><em>“เป้าหมายของการใช้ AI ไม่ใช่การแทนที่คน แต่เราต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมศักยภาพ สร้างองค์กรให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ และยกระดับสังคมให้ดีขึ้น”</em></p>
<p>ท้ายที่สุด เธอยังทิ้งภาพอนาคตไว้อย่างชัดเจนว่า ภายในปี 2030 กว่า 2 ใน 3 ของทักษะที่ตลาดต้องการจะเป็น <a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/soft-skills-matching-guide-250425/">Soft Skills</a> ซึ่งหมายความว่า ความสามารถในการสื่อสาร คิดเชิงวิพากษ์ เข้าใจมนุษย์ และทำงานร่วมกัน จะกลายเป็นความได้เปรียบเชิงแข่งขันที่แท้จริง</p>
<p><em>“แม้บางครั้งเราจะใช้ AI ช่วยคิดหรือช่วยทำงานได้ แต่ต้องไม่ลืมเติมความเป็นมนุษย์ลงไป หากไม่ปรับตัว เราอาจเติบโตสู้คนอื่นไม่ได้ และองค์กรจะสูญเสียศักยภาพระยะยาว เพราะคนเก่งย่อมไม่อยากอยู่ในที่ที่มองไม่เห็นอนาคต”</em></p>
<p><em>“AI ไม่ได้มาแทนที่เรา แต่คนที่ไม่ยอมใช้และไม่ยอมพัฒนาไปพร้อม AI ต่างหาก ที่เสี่ยงจะถูกแทนที่”</em> โค้ชนกณิชทิ้งท้าย</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38146 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากเวิร์กชอป AI for HR โดย Thailand Coaching Institute 784" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ai-for-hr-tci-260226/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Top Keywords Search 2025 ชี้อนาคตงานไทย: ทักษะดิจิทัล ข้อมูล และงานที่ยืดหยุ่น คือคำตอบขององค์กรยุคใหม่</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-survey/hr-top-keywords-search-2025-260224/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-survey/hr-top-keywords-search-2025-260224/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Feb 2026 03:28:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Jobsdb]]></category>
		<category><![CDATA[Top Keywords Search]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48914</guid>

					<description><![CDATA[หากต้องการอ่านทิศทางของตลาดแรงงานไทยให้ขาด บางทีเราอาจไม่จำเป็นต้องดูแค่ตัวเลข GDP หรือรายงานเศรษฐกิจหนาหลายร้อยหน้าเสมอไป แต่การสังเกตพฤติกรรมการค้นหาของผู้คนบนโลกออนไลน์ ก็สามารถกลายเป็นหน้าต่างบานสำคัญที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของโลกการทำงานจริงได้อย่างแม่นยำไม่แพ้กัน ล่าสุด Jobsdb by SEEK ได้เปิดเผยข้อมูล Top Keywords Search ในช่วงครึ่งปีหลังของ 2025 ซึ่งนอกจากจะบ่งชี้ถึงคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับงานที่ผู้คนกำลังค้นหา แต่ยังสะท้อนคุณค่าเกี่ยวกับงานที่คนยุคใหม่ถวิลหาด้วย เบื้องหลัง Keyword เหล่านี้ คือข้อมูลที่องค์กรต้องรู้เพื่อปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลอย่างจริงจัง และยังช่วยให้เข้าใจความคาดหวังของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้มองหาแค่งาน แต่กำลังมองหาอนาคต และเมื่อเราเริ่มถอดรหัสคำค้นหาเหล่านั้นอย่างละเอียด ภาพของตลาดแรงงานไทย ก็จะยิ่งมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา Keyword เกี่ยวกับงานที่คนค้นหาเยอะมีอะไรบ้าง หาคำตอบได้ในบทความนี้ Top 5 Keywords Search กับภาพสะท้อนตลาดแรงงานไทยยุคดิจิทัล รายงาน Top Keywords Search ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม–ธันวาคม 2025 จาก Jobsdb by SEEK ชี้ให้เห็นว่า คนทำงานไทยไม่ได้มองหาเพียงงานที่มั่นคง อีกต่อไป แต่ยังมองหางานที่มีความหมาย มีอนาคต และมีความยืดหยุ่น ซึ่งอาจสำคัญกว่าความมั่นคงด้วยซ้ำ คำค้นหายอดนิยม ประกอบด้วย Marketing  [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48918" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-23T132454.775.webp" alt="hr-top-keywords-search-2025" width="600" height="370" title="Top Keywords Search 2025 ชี้อนาคตงานไทย: ทักษะดิจิทัล ข้อมูล และงานที่ยืดหยุ่น คือคำตอบขององค์กรยุคใหม่ 787" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-23T132454.775.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-23T132454.775-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากต้องการอ่านทิศทางของตลาดแรงงานไทยให้ขาด บางทีเราอาจไม่จำเป็นต้องดูแค่ตัวเลข GDP หรือรายงานเศรษฐกิจหนาหลายร้อยหน้าเสมอไป แต่การสังเกตพฤติกรรมการค้นหาของผู้คนบนโลกออนไลน์ ก็สามารถกลายเป็นหน้าต่างบานสำคัญที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของโลกการทำงานจริงได้อย่างแม่นยำไม่แพ้กัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุด <a href="https://expth.hrnote.asia/products/197">Jobsdb by SEEK</a> ได้เปิดเผยข้อมูล Top Keywords Search ในช่วงครึ่งปีหลังของ 2025 ซึ่งนอกจากจะบ่งชี้ถึงคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับงานที่ผู้คนกำลังค้นหา แต่ยังสะท้อนคุณค่าเกี่ยวกับงานที่คนยุคใหม่ถวิลหาด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เบื้องหลัง Keyword เหล่านี้ คือข้อมูลที่องค์กรต้องรู้เพื่อปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลอย่างจริงจัง และยังช่วยให้เข้าใจความคาดหวังของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้มองหาแค่งาน แต่กำลังมองหาอนาคต และเมื่อเราเริ่มถอดรหัสคำค้นหาเหล่านั้นอย่างละเอียด ภาพของตลาดแรงงานไทย ก็จะยิ่งมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Keyword เกี่ยวกับงานที่คนค้นหาเยอะมีอะไรบ้าง หาคำตอบได้ในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Top 5 Keywords Search กับภาพสะท้อนตลาดแรงงานไทยยุคดิจิทัล</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงาน Top Keywords Search ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม–ธันวาคม 2025 จาก Jobsdb by SEEK ชี้ให้เห็นว่า คนทำงานไทยไม่ได้มองหาเพียงงานที่มั่นคง อีกต่อไป แต่ยังมองหางานที่มีความหมาย มีอนาคต และมีความยืดหยุ่น ซึ่งอาจสำคัญกว่าความมั่นคงด้วยซ้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำค้นหายอดนิยม ประกอบด้วย</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Marketing </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/14-reason-work-from-home/"><span style="font-weight: 400;">Work from Home</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Data Analyst</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">HR</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Engineer</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ คำค้นหาอย่าง New Graduate และ Internship ยังพุ่งสูงในช่วงปลายปี สะท้อนการเข้าสู่ตลาดแรงงานของคนรุ่นใหม่อย่างคึกคัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับงานวิจัยของ McKinsey Global Institute ที่ระบุว่า ทักษะด้านดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นกลุ่มทักษะที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในตลาดแรงงานทั่วโลก ขณะที่</span><a href="https://blog.lewagon.com/news/insights-from-the-future-of-jobs-report-2025/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">รายงาน Future of Jobs ของ World Economic Forum</span></a><span style="font-weight: 400;"> ก็ชี้ว่า การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการทำงานกับเทคโนโลยี จะเป็นทักษะแกนกลางในทศวรรษนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ทำไม Marketing จึงขึ้นแท่นคำค้นหาอันดับ 1 ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่ผู้คนค้นหางานด้าน Marketing หรือการตลาดเยอะที่สุด สามารถตีความได้ว่า องค์กรจำนวนมากกำลังให้ความสำคัญกับการตลาดดิจิทัล การสร้างแบรนด์ และการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะยุคนี้คือยุคที่ผู้คนใช้เวลากับ Social Media และแพลตฟอร์ม e-Commerce มากขึ้น การทำการตลาดให้ประสบความสำเร็จ จึงต้องเน้นหลัก Data-Driven Marketing ที่วัดผลได้จริง ทั้งยอดขาย Conversion Rate ไปจนถึง Customer Lifetime Value</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากมุมมองเชิงกลยุทธ์ สายงาน Marketing ในปี 2568 จึงต้องผสาน 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/230526-digital-literacy/"><span style="font-weight: 400;">ความเข้าใจข้อมูล (Data Literacy)</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความสามารถในการใช้เครื่องมือดิจิทัล (Digital Tools Proficiency)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ต้องการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน จำเป็นต้องลงทุนกับบุคลากรด้านการตลาดที่เข้าใจทั้งศาสตร์และศิลป์ของการสื่อสารแบรนด์ เป็นต้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Work from Home: จากเทรนด์สู่ปัจจัยหลักในการเลือกงาน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่ Work from Home ติดอันดับการค้นหาเยอะแบบนี้ เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า รูปแบบการทำงานแบบยืดหยุ่นกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ผู้สมัครใช้ตัดสินใจเลือกองค์กร หลังจากได้รับความนิยมตอนที่โรคโควิด-19 แพร่ระบาดใหม่ ๆ</span></p>
<p><a href="https://news.stanford.edu/stories/2020/03/productivity-pitfalls-working-home-age-covid-19" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยจาก Stanford University พบว่า</span></a><span style="font-weight: 400;"> การทำงานจากที่บ้านสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ถึง 13% ในบางอุตสาหกรรม </span><a href="https://www.benefitnews.com/list/are-remote-hybrid-or-on-site-employees-happier" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ Gallup รายงานว่า</span></a><span style="font-weight: 400;"> พนักงานที่มีความยืดหยุ่นในการทำงานมี Engagement สูงกว่าองค์กรที่บังคับทำงานแบบ On-site เต็มรูปแบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR และผู้บริหารองค์กร การออกแบบนโยบาย <a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/future-of-hybrid-work-230907/">Hybrid Work หรือ Flexible Work Arrangement</a> ถือเป็นกลยุทธ์ที่จะช่วยรักษาคนเก่งในระยะยาว ไม่ใช่กลยุทธ์รอง หรือสวัสดิการเสริม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Data Analyst เมื่อหัวใจขององค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่ตำแหน่ง Data Analyst ติดอันดับคำค้นหายอดนิยม เป็นไปตามเทรนด์ที่องค์กรไทยกำลังเข้าสู่ยุค Data-Driven Organization อย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะปัจจุบัน การตัดสินใจทางธุรกิจไม่สามารถพึ่งพาเพียงประสบการณ์หรือสัญชาตญาณได้ แต่ต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึก เพื่อเอามาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า คาดการณ์ยอดขาย การบริหารต้นทุน ไปจนถึงการวางกลยุทธ์การแข่งขัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นใครที่มีทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้เครื่องมือ SQL, Python, Power BI หรือ Tableau เป็น จะยิ่งเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่องไปอีกนานหลายปี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>HR ยุคใหม่: จากงานธุรการสู่ Strategic Partner</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การค้นหาสายงานเกี่ยวกับ HR ติดอันดับ Top Keywords แบบนี้ บ่งบอกถึงมุมมองที่คนจำนวนมากมีต่อ HR เปลี่ยนไป เพราะ HR กำลังเปลี่ยนบทบาทจากฝ่ายสนับสนุนหลังบ้าน สู่พันธมิตรผู้วางกลยุทธ์ให้กับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิด <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211105-what-is-hrbp/">Strategic HR หรือ HR Business Partner (HRBP)</a> กำลังได้รับความสำคัญมากขึ้น โดย HR ต้องมีบทบาทในการทำ Workforce Planning การทำ Talent Acquisition เชิงรุก การพัฒนา Leadership Pipeline ไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยืดหยุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ HR มีส่วนร่วมในกระบวนการวางกลยุทธ์ธุรกิจ มีแนวโน้มสร้างผลประกอบการได้ดีกว่าองค์กรที่ HR ทำหน้าที่เชิงปฏิบัติการเพียงอย่างเดียว</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46799" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-30.webp" alt="HR 2025 &amp; Beyond นิยามความหมาย HR คืออะไร HR ยุคใหม่ที่โลกต้องการเป็นแบบไหน" width="600" height="370" title="Top Keywords Search 2025 ชี้อนาคตงานไทย: ทักษะดิจิทัล ข้อมูล และงานที่ยืดหยุ่น คือคำตอบขององค์กรยุคใหม่ 788" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-30.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-30-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-2025-and-beyond-250825/">HR 2026 &amp; Beyond นิยามความหมาย HR คืออะไร HR ยุคใหม่ที่โลกต้องการเป็นแบบไหน</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>Engineer: กำลังหลักของนวัตกรรมและการเติบโตระยะยาว</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่คำค้นหา Engineer ยังคงอยู่ใน Top 5 สะท้อนว่า ศักยภาพการเติบโตของสายงานนี้ยังคงแข็งแกร่งในตลาดแรงงานไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะแม้โลกจะหมุนเข้าสู่ยุคดิจิทัล แต่สายงานวิศวกร (Engineer) ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย ตั้งแต่วิศวกรรมการผลิต วิศวกรรมระบบ ไปจนถึงวิศวกรรมซอฟต์แวร์ และทุกงานล้วนมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและรองรับการขยายตัวของธุรกิจในระยะยาว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>New Graduate และ Internship: สัญญาณการตื่นตัวของแรงงานรุ่นใหม่</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คำค้นหา New Graduate และ Internship ที่พุ่งสูงในช่วงปลายปี บ่งชี้ว่าคนรุ่นใหม่กำลังตื่นตัวกับการก้าวเข้าสู่ตลาดงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ งานที่จะตรงใจคนรุ่นใหม่ต้องเป็นงานที่มี Career Path ที่ชัดเจน มีโอกาสในการพัฒนาทักษะ วัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง และมีรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับองค์กร นี่คือสัญญาณให้ปรับกลยุทธ์ <a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-data-driven-employer-branding-road-to-best-place-to-work-250905/">Employer Branding</a> และ Talent Development ให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้นด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>รู้อย่างนี้แล้ว องค์กรควรปรับตัวอย่างไรในปี 2026</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรรับรู้ภาพรวมจาก Top Keywords Search แล้ว คำถามสำคัญก็คือจะปรับตัวอย่างไรให้ทันก่อนการเปลี่ยนแปลงจะทิ้งเราไว้ข้างหลัง HREX พบว่าอย่างน้อย 4 ประเด็นที่องค์กรควรลงมืออย่างจริงจังตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป</span></p>
<h3><b>1. ลงทุนกับทักษะดิจิทัลและ Data Literacy ภายในองค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกการทำงานในปี 2026 เป็นต้นไป จะขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากกว่าสัญชาตญาณ องค์กรจึงต้องยกระดับทักษะดิจิทัลของพนักงานในทุกระดับ ไม่ใช่เฉพาะทีมเทคโนโลยีหรือ Data เท่านั้น แต่รวมถึงฝ่ายการตลาด การเงิน และ HR ด้วย เพราะการเข้าใจข้อมูลและตีความได้อย่างถูกต้อง คือพื้นฐานของการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่แม่นยำ</span></p>
<h3><b>2. ปรับนโยบายการทำงานให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความคาดหวังของพนักงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความยืดหยุ่นเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ผู้สมัครใช้พิจารณาเลือกองค์กร การออกแบบรูปแบบการทำงานที่สมดุล ทั้ง Hybrid Work, Flexible Hours หรือการวัดผลแบบ Outcome-Based จะช่วยให้องค์กรรักษาคนเก่งและเพิ่มระดับ Engagement ได้ในระยะยาว</span></p>
<h3><b>3. พัฒนา HR ให้มีบทบาทเชิงกลยุทธ์มากขึ้น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ในปี 2026 ต้องเป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน แต่ต้องทำหน้าที่เป็น Strategic Partner ที่มีส่วนร่วมในการวางแผนธุรกิจ ตั้งแต่การวิเคราะห์กำลังคน (Workforce Planning) ไปจนถึงการ<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210922-career-path/">ออกแบบเส้นทางความก้าวหน้า (Career Path)</a> ที่ตอบโจทย์ทั้งองค์กรและพนักงาน</span></p>
<h3><b>4. สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อทักษะมีอายุสั้นลงเรื่อย ๆ องค์กรที่ได้เปรียบคือองค์กรที่เรียนรู้ได้เร็วกว่า การสร้าง Learning Culture ที่ส่งเสริมการ Upskill และ Reskill อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้องค์กรปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและตลาด</span></p>
<h2><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><b>สรุป Top Keywords Search 2025</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่เข้าใจพฤติกรรมการค้นหางาน จะอ่านอนาคตของตลาดแรงงานออก และปรับตัวได้ก่อนใคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่เข้าใจสัญญาณเหล่านี้ และนำข้อมูลไปปรับใช้ในกลยุทธ์การสรรหา การพัฒนาบุคลากร และการออกแบบรูปแบบการทำงาน จะเป็นองค์กรที่สามารถดึงดูดและรักษาคนเก่งไว้ได้ในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การแข่งขันทางธุรกิจในปี 2026 เป็นต้นไป ไม่ได้วัดกันแค่ว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการของใครดีกว่ากัน แต่ต้องวัดคุณภาพของพนักงานในองค์กรด้วย การมี Talent ในแต่ละสายงานที่เก่งและสอดคล้องกับแนวทางการทำงานขององค์กร จะเป็นความได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของธุรกิจไทยในทศวรรษนี้ก็ว่าได้</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/197?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47919" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 129" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-survey/hr-top-keywords-search-2025-260224/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand People Management &#038; Well-Being Award 2025</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-people-management-well-being-award-2025-260218/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-people-management-well-being-award-2025-260218/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Feb 2026 12:26:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48852</guid>

					<description><![CDATA[ยิ่งความท้าทายและความไม่แน่นอนส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจ อาจมีองค์กรเพียงหยิบมือที่ฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ แต่หากสังเกตดี ๆ จะพบว่า องค์กรเหล่านั้นมักมีจุดร่วมสำคัญคือการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างจริงจัง เพราะเมื่อคนมีพลัง มีสมดุล และรู้สึกได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ เขาจะสามารถสร้างผลงานที่แข็งแกร่งและพาองค์กรก้าวผ่านความท้าทายได้อย่างยั่งยืน สมาคม PMAT จึงจัดงาน Thailand People Management and Well-Being Forum: Award Ceremony &#38; Best Practices Sharing 2025 โดยงานนี้ไม่เพียงแค่เพื่อมอบรางวัลให้กับองค์กรที่ดูแลพนักงานอย่างดีและโดดเด่น แต่ยังมีเวทีเสวนาที่พูดถึงการทำ Well-Being ให้เป็นระบบที่ฝังอยู่ในวัฒนธรรมองค์กร เชื่อมเข้ากับภารกิจองค์กร เพื่อสร้าง High Performance ควบคู่ Human Sustainability  ในงานมีเสวนาที่ HR ควรรู้มากมาย หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจมาให้ได้อ่านกันแล้ว ดังนี้ 1.Inside Excellence: Lessons from Thailand People &#38; Well-Being Organizations Awards 2025 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48857" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134729.389.webp" alt="PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025 795" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134729.389.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134729.389-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งความท้าทายและความไม่แน่นอนส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจ อาจมีองค์กรเพียงหยิบมือที่ฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ แต่หากสังเกตดี ๆ จะพบว่า องค์กรเหล่านั้นมักมีจุดร่วมสำคัญคือการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเมื่อคนมีพลัง มีสมดุล และรู้สึกได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ เขาจะสามารถสร้างผลงานที่แข็งแกร่งและพาองค์กรก้าวผ่านความท้าทายได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-family: georgia, palatino, serif;"><a href="https://www.pmat.or.th/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">สมาคม PMAT</span></a></span><span style="font-weight: 400;"> จึงจัดงาน Thailand People Management and Well-Being Forum: Award Ceremony &amp; Best Practices Sharing 2025 โดยงานนี้ไม่เพียงแค่เพื่อมอบรางวัลให้กับองค์กรที่ดูแลพนักงานอย่างดีและโดดเด่น แต่ยังมีเวทีเสวนาที่พูดถึงการทำ </span><span style="font-family: georgia, palatino, serif;"><a href="https://expth.hrnote.asia/products/176"><span style="font-weight: 400;">Well-Being</span></a></span><span style="font-weight: 400;"> ให้เป็นระบบที่ฝังอยู่ในวัฒนธรรมองค์กร เชื่อมเข้ากับภารกิจองค์กร เพื่อสร้าง High Performance ควบคู่ Human Sustainability </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในงานมีเสวนาที่ HR ควรรู้มากมาย หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจมาให้ได้อ่านกันแล้ว ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>1.Inside Excellence: Lessons from Thailand People &amp; Well-Being Organizations Awards 2025</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48853" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134500.451.webp" alt="PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025 796" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134500.451.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134500.451-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.หลุยส์ คริสธานินทร์ ประธานโครงการ People Management &amp; Well-Being Award </b><span style="font-weight: 400;">ถอดบทเรียนของการทำเรื่อง People &amp; Well-Being Organizations Awards 2025 ว่า <strong>P</strong></span><b>eople Management คือกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กรทั้งระบบ</b><span style="font-weight: 400;"> องค์กรที่เติบโตได้จริงต้องบริหารคนแบบครบลูป ตั้งแต่การวางแผนอัตรากำลัง การสรรหา การสร้างความผูกพัน การพัฒนา ไปจนถึงการส่งต่อเมื่อพนักงานก้าวออก ทุกขั้นต้องเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ธุรกิจ วัดผลได้ และสร้างผลกระทบที่ขยายออกไปไกลกว่าแค่ผลประกอบการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับภาพรวมโครงสร้างองค์กรที่เข้าร่วมประกวด มีสถิติน่าสนใจ สรุปออกมาเป็นมาตรฐานค่าเฉลี่ยได้ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่เข้าประกวด มีพนักงานรวมทั้งหมด 118,846 คน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จำนวนพนักงานเฉลี่ยต่อองค์กรคือ 894 คน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">องค์กรทั้งหมด มีคนทำงาน HR รวม 1,336 คน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อัตราส่วน HR ต่อพนักงาน 1:91</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อายุเฉลี่ยพนักงานอยู่ที่ 37 ปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อายุเฉลี่ยผู้บริหารระดับสูง 50 ปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรขององค์กรคิดเป็น 31% ของต้นทุนการดำเนินงานทั้งหมด และคิดเป็น 19% ของรายได้รวม</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.หลุยส์ อธิบายว่าตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ชัดเจนว่า People Cost คือ Strategic Cost ขณะเดียวกันในด้านการสรรหา นอกจากต้นทุนเฉลี่ยต่อการจ้างงาน 38,000 บาทแล้ว ยังมีมิติเรื่องเวลา และประสิทธิภาพจริงที่น่าสนใจ ประกอบด้วย</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Time to Fill ระดับผู้บริหารอยู่ที่ 53 วัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Time to Fill ระดับพนักงานทั่วไป 40 วัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีองค์กรถึง 48% ใช้ Digital Hiring Process</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มี 17% ใช้ Referral Hiring</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีองค์กร 76% มีนโยบายรับพนักงานเก่ากลับมาทำงานด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม มีการจ้างกลับจริงเพียง 4%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อัตราการลาออก หรือ Voluntary Turnover อยู่ที่ 10%</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนประเด็นการพัฒนา ก็มีประเด็นที่น่าสนใจเช่นกันผ่านสถิติที่น่าสนใจดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ชั่วโมงเรียนรู้เฉลี่ย 36 ชั่วโมงต่อคนต่อปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ในจำนวนนี้ 17 ชั่วโมงเป็น Digital Learning</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีเพียง 9% ที่ได้เรียนรู้แบบ Project-based Learning</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">องค์กรใช้งบพัฒนาคนประมาณ 3% ของ Base Salary</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.หลุยส์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า องค์กรไม่น้อยกำลังเจอความเสี่ยงของการทำ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hr-succession-planning-250228/"><span style="font-weight: 400;">Succession Planning </span></a><span style="font-weight: 400;">ผ่านสถิติดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">92% มีแผน Succession Planning</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">16% ขององค์กรมีแผน Succession Planning ในตำแหน่ง Critical Positions</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แต่เพียง 35% ของตำแหน่งสำคัญที่มีคน Ready Now หรือพร้อมก้าวขึ้นมาแทนที่ผู้นำคนปัจจุบันได้ทันที หากลาออก</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ตัวเลขชั่วโมงเรียนรู้จะดูดี แต่สัดส่วนการเรียนรู้แบบลงมือทำจริงยังต่ำมาก นี่อาจเป็นหนึ่งในคำอธิบายของ Succession Gap ที่องค์กรกำลังเผชิญ เพราะการมีแผน ไม่ได้แปลว่าคนพร้อมขึ้นมารับบทบาททันที หากไม่เร่งทำให้เป็นวาระเร่งด่วน ความต่อเนื่องของธุรกิจอาจเผชิญความเสี่ยงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน เมื่อพูดถึงมิติ Well-Being ทั้ง 7 ด้าน ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพเชิงลึกที่สำรวจเจอ ยิ่งทำให้ปัญหาด้านสุขภาพที่ชัดขึ้นว่า</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/ncds-240308/"><span style="font-weight: 400;">มีผู้ที่ป่วยเป็นโรค NCDs</span></a><span style="font-weight: 400;"> 19%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีรายงานว่าพนักงานป่วยจิตเวช 1%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พนักงานใช้บริการ EAP เฉลี่ย 3 ครั้งต่อคน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พนักงานลาป่วยเฉลี่ย 4 วันต่อปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ค่าใช้จ่ายของการ OPD อยู่ที่  8,734 บาท/คน/ปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ค่าใช้จ่ายของการ IPD 13,971 บาท/คน/ปี</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขผู้ป่วยจิตเวชที่รายงานเพียง 1% อาจไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงทั้งหมด แต่สะท้อนความลังเลในการเปิดเผยมากกว่า ขณะที่ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/33"><span style="font-weight: 400;">Financial Well-being</span></a><span style="font-weight: 400;"> ยังแข็งแรงด้านกองทุนและสหกรณ์ แต่ยังอ่อนด้าน Financial Education โดยเฉพาะการวางแผนเกษียณและการจัดการหนี้สิน ส่วน Societal Well-being หลายองค์กรยังเน้นการสำรวจมากกว่าการสร้างกิจกรรมต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงท้าย ดร.หลุยส์ ขมวดปมปิดเวทีนี้ว่า สิ่งที่องค์กรควรพิจารณาในตอนนี้ ไม่ได้อยู่ที่ว่าองค์กรทำได้ดีแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเราจะ Step Up อย่างไรต่อไป โดยมี Step-up Model ที่เน้น Systemic, Tangible, Equity, Proactive, Understanding และ Purpose ทุกอย่างต้องเชื่อมโยง วัดผลได้ และผู้บริหารต้องลงมือทำให้เห็นจริง</span></p>
<p><b><i>“องค์กรที่ยั่งยืนไม่ได้ชนะด้วยนโยบายที่สวยงาม แต่ชนะด้วยระบบที่ทำให้คนเติบโต มีพลัง และพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว”</i></b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>2.The Science of Well-being: How Healthy People Drive Organizational Growth</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48855" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134518.726.webp" alt="PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025 797" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134518.726.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134518.726-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สุขภาวะที่ดีไม่ใช่เพียงการลดความเสี่ยง แต่จะช่วยปลดล็อกศักยภาพ Well-being ที่ครอบคลุมทั้ง 7 มิติ” </span></i></p>
<p><b>รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </b><span style="font-weight: 400;">ชวนมองประเด็นสุขภาวะด้วยเลนส์ของวิทยาศาสตร์ นี่ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงอุดมคติหรือสวัสดิการตามกระแส แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญขององค์กรยุคใหม่ที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยแก่นสำคัญคือ สุขภาพกายและสุขภาพใจเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก และบทบาทของผู้นำมีผลอย่างยิ่งต่อการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้คนเติบโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อคนคือหัวใจขององค์กร ดังนั้น Well-Being Organization จะรากฐานของความสำเร็จในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเชิงวิทยาศาสตร์ งานวิจัยจำนวนมากยืนยันตรงกันว่า การยกระดับสุขภาวะของพนักงานส่งผลโดยตรงต่อ Productivity ลดความเครียดและภาวะเบิร์นเอาท์ เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ กระตุ้นนวัตกรรม และเสริม Workforce Engagement ซึ่งท้ายที่สุดสะท้อนกลับมาเป็นผลประกอบการที่ดีขึ้น Work-Life Conditions มีผลต่อ Organizational Well-Being อย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามสำคัญนอกจาก เราทำงานหนักแค่ไหน ? แต่ยังรวมถึงเราทำงานมากเกินไปหรือไม่ ?  เรานอนน้อยเกินไปหรือเปล่า ? เพราะคุณภาพชีวิตที่ลดลงย่อมส่งผลต่อคุณภาพงานโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่ถูกเน้นย้ำคือ ความเสี่ยงทางสุขภาพมีต้นทุนที่มองไม่เห็นแต่สูงมาก ยิ่งพนักงานมีความเสี่ยงด้านสุขภาพมากเท่าไร โอกาสขาดงาน หรือมาทำงานโดยไม่พร้อม (</span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/presenteeism-mental-health-250327/"><span style="font-weight: 400;">Presenteeism</span></a><span style="font-weight: 400;">) ก็ยิ่งสูงขึ้น สุขภาพจึงเชื่อมโยงกับความปลอดภัย (Health &amp; Safety) และประสิทธิภาพการทำงานโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่หรือการดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เพียงเพิ่มโอกาสการเจ็บป่วย แต่ยังทำให้ประสิทธิภาพลดลง ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลและเบี้ยประกันสุขภาพก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนกลายเป็นภาระต้นทุนที่องค์กรต้องแบกรับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยยังชี้ว่า Workplace Stressors เพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต และคิดเป็น 5–8% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ ซึ่งสะท้อนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาระดับองค์กรเท่านั้น แต่เป็นประเด็นเชิงระบบของสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมองค์กรคืออีกตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาวะโดยตรง พฤติกรรมเป็นพิษ (Toxic Behavior) ในที่ทำงานเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของความเครียด การเบิร์นเอาท์ และการลาออก และหลายครั้งไม่ได้มาจากงานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานหรือสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยทางใจ ในทางกลับกัน องค์กรที่ดูแลพนักงานอย่างจริงจังจะทำให้คนรู้สึกมีอนาคต รู้สึกผูกพัน และเชื่อมโยงตัวเองกับความสำเร็จขององค์กรได้มากขึ้น เมื่อความเครียดลดลง ค่าใช้จ่ายลดลง และ Engagement เพิ่มขึ้น วงจรเชิงบวกก็จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รากฐานของ Individual Creativity และเป็นเชื้อเพลิงสำคัญของนวัตกรรม หากองค์กรต้องการเห็นความคิดใหม่ ๆ เกิดขึ้นจริง ต้องเริ่มจากการสร้างสภาพแวดล้อมที่คนรู้สึกปลอดภัย มีพลัง และมีความสุข</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะ Happy People สร้าง Happy Workplace และ Happy Workplace คือฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน ถึงเวลาแล้วที่องค์กรต้องยกระดับ Well-being ให้เป็นยุทธศาสตร์หลัก ไม่ใช่โครงการเสริม เพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จในอนาคตอย่างแท้จริง”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทิ้งท้าย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>3.People &amp; Well-being Role Models for National Organizations</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48854" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134510.025.webp" alt="PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025 798" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134510.025.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134510.025-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“อนาคตที่ฝัน เป็นจริงได้ที่กรุงไทย”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สัณห์จุฑา รัตรสารร SVP &amp; Mgr Talent Management &amp; Recruitment Department Acting Head of Krungthai </b><a href="https://krungthai.com/th/personal" target="_blank" rel="noopener"><b>(ธนาคารกรุงไทย)</b></a> <span style="font-weight: 400;">มาเล่าถึงโจทย์การดูแลพนักงานกว่า 16,000 คน ภายใต้บทบาทที่แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป เมื่อกรุงไทยไม่ได้แข่งขันทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น พนักงานจึงต้องตระหนักว่า งานที่ทำไม่ใช่แค่เพื่อเงินเดือน หากแต่เป็นการขับเคลื่อนประชาชน สังคม และประเทศไปข้างหน้า และเป็นความหมายของงานที่พนักงานทุกคนมีส่วนร่วม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อตั้งเป้าไว้เช่นนี้ ความท้าทายสำคัญจึงเป็นการยกระดับสกิลและมายด์เซ็ตให้ทันโลกที่เปลี่ยนเร็ว ทักษะด้านดิจิทัลเป็นสิ่งจำเป็น แต่ Soft Skills และ </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/agile-mindset-09232021/"><span style="font-weight: 400;">Agile Mindset</span></a><span style="font-weight: 400;"> คือหัวใจที่ทำให้พนักงานปรับตัวและช่วยลูกค้าฝ่าวิกฤตได้ องค์กรต้องทำให้คนเข้าใจบริบทที่ตัวเองอยู่ว่า หน้าที่ของธนาคารแห่งนี้เกี่ยวพันกับความแข็งแกร่งทางการเงินของประชาชนทั้งประเทศอย่างไร เมื่อเข้าใจแล้ว HR จึงต้องออกแบบ Holistic Well-being ให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้คนกรุงไทยแข็งแรง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะเมื่อพนักงานแข็งแรง เขาจะมีพลังไปช่วยให้ลูกค้าและสังคมแข็งแรงตามไปด้วย”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในด้าน Talent Management กรุงไทยเริ่มจากการนิยามคำว่า Talent ให้ชัดในบริบทขององค์กร โดยเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพอยู่แล้ว คำถามคือ บทบาทที่ได้รับเปิดโอกาสให้เขาแสดงจุดแข็งหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ธนาคารจึงให้ความสำคัญกับ Internal Mobility เปิดเวทีให้พนักงานภายในได้แสดงศักยภาพก่อน หากมีโปรเจกต์ใหม่ก็จะดึงคนในมาร่วมพัฒนา หากจำเป็นจึงค่อยสรรหาจากภายนอก นอกจากนี้ยังสร้างพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนา Talent Pipeline ตั้งแต่ระดับนักศึกษา พร้อมปลูกฝังแนวคิดที่ดีให้กับนักศึกษาฝึกงาน แม้วันหนึ่งพวกเขาจะไม่ได้ทำงานที่นี่ ก็ยังสามารถเป็นกำลังสำคัญของสังคมต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมิติ Well-Being กรุงไทยเริ่มจากพื้นฐานที่ชัดเจน คือ Physical Well-being เพราะหากร่างกายไม่แข็งแรง ก็ยากจะต่อยอดสู่สุขภาวะด้านอื่น จากนั้นจึงขยายไปสู่ Mental และ Financial Well-being ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของธนาคาร ก่อนต่อยอดสู่ Society, Environment, Spiritual และ Career &amp; Development อย่างเป็นระบบ ความท้าทายคือการดูแลพนักงานที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะสำนักงานใหญ่ ธนาคารจึงพัฒนา One Krungthai Super App เพื่อเชื่อมโยงพนักงานกับบริการสำคัญต่าง ๆ รวมถึงการดูแลสุขภาพ ทำให้การบริหารคนไม่จำกัดด้วยพื้นที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ของการดูแลพนักงานอย่างจริงใจสะท้อนผ่านความผูกพันที่สูงกว่า 90% อย่างต่อเนื่อง และการได้รับการรับรองเป็น Best Place to Work อันดับต้น ๆ ของไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าประทับใจไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่ผลของการสร้างวัฒนธรรมที่ไม่ทอดทิ้งกัน ก็แสดงออกมาให้เห็นจริง ๆ ผ่านการช่วยเหลือพนักงานที่ประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ โดยสำนักงานใหญ่พยายามติดต่อพนักงานทุกคน จนพบและช่วยเหลือพนักงานที่ประสบอันตรายได้ทันเวลา เป็นตัวอย่างของการดูแลที่เกินกว่าหน้าที่เชิงระบบ แต่เป็นความห่วงใยที่จับต้องได้</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“บทเรียนสำคัญที่เราได้เรียนรู้ก็คือ หากองค์กรต้องการสร้างระบบ People &amp; Well-Being ที่ยั่งยืน ต้องเริ่มจากการตั้งคำถามให้ชัดว่า “เราทำสิ่งนี้เพื่ออะไร” เมื่อวัตถุประสงค์ชัด การออกแบบโครงการจะไม่สะเปะสะปะ”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“อีกหัวใจสำคัญคือการสร้างฐานข้อมูลด้านบุคลากรอย่างจริงจัง เก็บข้อมูล วัดผล และนำผลลัพธ์มาพัฒนาต่อ เพราะ Well-Being ที่ดีไม่ใช่แค่ความตั้งใจ แต่ต้องเป็นระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและความมุ่งมั่นของผู้นำ เมื่อทั้งเป้าหมายและกลไกชัดเจน อนาคตที่ฝันก็สามารถทำให้เป็นจริงได้จริงค่ะ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณสัณห์จุฑา กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>4.Future-Ready Organizations: Well-being, People, and Capacity</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48856" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134532.603.webp" alt="PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025 799" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134532.603.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134532.603-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ Independent Director TMB Thanachart Bank PLC Thai Airways International PLC. ผู้มีประสบการณ์การบริหารคนในองค์กรใหญ่ระดับโลกมาอธิบายว่า </b><span style="font-weight: 400;">หากจะเคลื่อนองค์กรไปให้ถงเป้าหมาย เราต้องเคลื่อนไปทั้งหมด ทั้งองคาพยพขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไปได้นั้น ต้องเริ่มจากผู้นำเสมอที่ต้องวางกลยุทธ์และ Execute ให้ไปถึงเป้าหมายได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์ของเธอ Well-Being ไม่ใช่แค่เรื่องการทำให้พนักงานรู้สึกสบาย หรือการสร้างกิจกรรมสร้างบรรยากาศในองค์กรเท่านั้น แต่ต้องทำให้พนักงานสบายใจที่จะทำงาน แล้วบรรลุผลลัพธ์ทางธุรกิจ พร้อมกับเติบโตภายในไปพร้อมกัน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เป้าหมายอาจท้าทายและไม่ง่าย แต่กระบวนการเดินไปสู่เป้าหมายนั้นควรเต็มไปด้วยความหมาย ความสนุก และความภาคภูมิใจ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ แก่นสำคัญของ People Management ในโลกอนาคตคือศักยภาพของคน องค์กรต้องพัฒนาคนให้ตอบโจทย์ธุรกิจวันหน้า และต้องมีศักยภาพทางเทคโนโลยีรองรับ แต่กลยุทธ์และเทคโนโลยีจะไร้ความหมาย หากไม่มีคนที่เข้าใจและพร้อมขับเคลื่อนมันอย่างแท้จริง ดังนั้น การพัฒนาองค์กรจึงต้องกลับมาที่ Human Needs โดยเริ่มจากความต้องการพื้นฐาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เธอเน้นเป็นพิเศษคือเรื่อง Self-Esteem และ Self-Actualization เพราะ 2 ระดับนี้คือพลังที่ทำให้คนเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่ทำงานให้ผ่านไปวัน ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Self-Esteem คือความภาคภูมิใจและความพึงพอใจในตนเอง ขณะที่ Self-Actualization คือการได้ทำสิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตของตัวเอง คำถามสำคัญคือ เป้าหมายของพนักงานสอดคล้องกับ North Star ขององค์กรหรือไม่ แม้ไม่ใช่ทุกอย่างจะไปด้วยกันได้ทั้งหมด แต่ผู้นำต้องหาวิธีเชื่อม Inner Purpose ของพนักงานกับเป้าหมายองค์กร ผ่านการโค้ชชิ่ง การพูดคุยแบบวันออนวัน และการสื่อสารที่ทัชใจ ไม่ใช่สื่อสารแบบทั่วไปที่ไม่เชื่อมโยงกับความรู้สึกของคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยังอธิบายความต่างระหว่างองค์กรที่ให้พนักงาน Strive กับองค์กรที่ทำให้พนักงาน Thrive </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แบบแรกคือการอดทนฝืนสู้ ความเครียดซ่อนอยู่ลึก ๆ และยากจะอยู่ยาว ส่วนแบบหลังคือการเติบโตอย่างมีพลัง ดังนั้นผู้นำจึงต้องมีสติ (Conscious Leadership) เข้าใจอารมณ์และสถานการณ์ของตัวเองก่อน แล้วจึงออกแบบบรรยากาศการทำงานที่ทำให้คนรู้สึกสนุกกับความท้าทาย แม้ในช่วงที่เป้าหมายยากหรือสภาพแวดล้อมไม่แน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ลดความเครียด แต่ต้องทำให้คนเห็นคุณค่าและอยากเดินไปถึงเป้าหมายด้วยตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Holistic Well-Being ไม่ใช่แนวคิดสวยหรู แต่เป็นการขับเคลื่อนแบบองค์รวม ต้องสร้าง Collaborative Culture ที่ทลายกำแพง </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/siloed-work-environment-10282021/"><span style="font-weight: 400;">Silo</span></a><span style="font-weight: 400;"> เปิดพื้นที่รับฟังอย่างเห็นอกเห็นใจ (Empathetic Listening) และให้คุณค่ากับเสียงที่หลากหลาย นอกจากนั้นการสื่อสารต้องเป็นแบบ Heart to Heart ไม่ใช่เพียงการประกาศนโยบายบน</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/town-hall-meeting-employee-engagement-250609/"><span style="font-weight: 400;">เวที Town Hall</span></a><span style="font-weight: 400;"> แต่ต้องสื่อสารให้ชัดเจน ตรงจุด และเชื่อมโยงกับผลลัพธ์จริง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะเมื่อพนักงานเข้าใจทิศทางเดียวกัน รู้ว่า North Star หรือเป้าหมายสูงสุดที่องค์กรต้องการไปให้ถึงคืออะไร และรู้ว่าตัวเองมีบทบาทอย่างไร การเคลื่อนองค์กรจะไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นการร่วมมือ”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อดูแลพนักงานให้ดี องค์กรจะได้ใจ ได้งาน ได้คนไปพร้อมกัน การเติบโตต้องไม่ใช่การบีบให้พนักงานทำเพราะต้องทำ แต่ให้พวกเขาทำเพราะเห็นความหมาย เห็นทิศทาง และอยากเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนั้นจริง ๆ นี่คือหัวใจขององค์กรที่พร้อมสำหรับอนาคตอย่างแท้จริงค่ะ”</span></i></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38146 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="กำลังมองหา HR Solutions ? ติดต่อปรึกษา HREX ฟรี" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025 800" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-people-management-well-being-award-2025-260218/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/futureskill-next-2026-260218/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/futureskill-next-2026-260218/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Feb 2026 12:20:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[FutureSkill]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48843</guid>

					<description><![CDATA[บทบาทของคนทำงานสาย HRD กำลังถูกตั้งคำถามอย่างเข้มข้นในช่วงหลายปีมานี้ว่า งานพัฒนาคนเป็นเพียงต้นทุนที่องค์กรต้องแบกรับ หรือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ  FutureSkill for Business เล็งเห็นความท้าทายของประเด็นนี้ จึงจัดงาน FutureSkill Next 2026 ให้เป็นพื้นที่ที่ท้าทายกรอบความคิดเดิม ๆ ที่เคยมองการฝึกอบรมและการพัฒนาบุคลากรในฐานะ Cost Center สู่การยกระดับให้เป็น Profit Driver อย่างเป็นรูปธรรม งานนี้ตั้งต้นจากความเชื่อสำคัญว่า การพัฒนาคนไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่องค์กรได้จริง หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหามาให้อ่านกันแล้ว ติดตามเนื้อหาได้เลยในบทความนี้ 1. 2026 Skill Outlook: From Global Trends to Business Impact คุณ แทนพงศ์ สุคนธ์พานิช CEO ของ FutureSkill for Business เล่าว่าตั้งแต่เด็กเขาอินกับเรื่องการศึกษามาก เพราะเขาชอบออกค่ายต่างจังหวัด จึงได้เห็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างใกล้ชิด ภาพเหล่านั้นกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เขาเชื่อมั่นว่า การศึกษาไม่เพียงเป็นเครื่องมือพัฒนาบุคคล แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศทั้งระบบ และหากองค์กรใดออกแบบการเรียนรู้ได้ถูกทาง ก็สามารถเปลี่ยนศักยภาพของคนให้กลายเป็นพลังทางธุรกิจ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48845" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134907.022.webp" alt="FutureSkill NEXT 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026 809" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134907.022.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134907.022-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของคนทำงานสาย </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190423-human-resource-development/"><b>HRD</b></a><span style="font-weight: 400;"> กำลังถูกตั้งคำถามอย่างเข้มข้นในช่วงหลายปีมานี้ว่า งานพัฒนาคนเป็นเพียงต้นทุนที่องค์กรต้องแบกรับ หรือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ </span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/50"><b>FutureSkill for Business</b></a> <span style="font-weight: 400;">เล็งเห็นความท้าทายของประเด็นนี้ จึงจัดงาน FutureSkill Next 2026 ให้เป็นพื้นที่ที่ท้าทายกรอบความคิดเดิม ๆ ที่เคยมองการฝึกอบรมและการพัฒนาบุคลากรในฐานะ Cost Center สู่การยกระดับให้เป็น Profit Driver อย่างเป็นรูปธรรม งานนี้ตั้งต้นจากความเชื่อสำคัญว่า</span><b> การพัฒนาคนไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่องค์กรได้จริง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหามาให้อ่านกันแล้ว ติดตามเนื้อหาได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>1. 2026 Skill Outlook: From Global Trends to Business Impact</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48846" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134917.860.webp" alt="FutureSkill NEXT 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026 810" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134917.860.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134917.860-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>แทนพงศ์ สุคนธ์พานิช CEO ของ FutureSkill for Business</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่าตั้งแต่เด็กเขาอินกับเรื่องการศึกษามาก เพราะเขาชอบออกค่ายต่างจังหวัด จึงได้เห็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างใกล้ชิด ภาพเหล่านั้นกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เขาเชื่อมั่นว่า การศึกษาไม่เพียงเป็นเครื่องมือพัฒนาบุคคล แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศทั้งระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากองค์กรใดออกแบบการเรียนรู้ได้ถูกทาง ก็สามารถเปลี่ยนศักยภาพของคนให้กลายเป็นพลังทางธุรกิจ และพลังของการเติบโตได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม บริบทโลกปี 2026 ไม่ได้รอให้ใครปรับตัวช้า เพราะมี 3 เมกะเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน และส่งผลกระทบต่อองค์กร HR และพนักงานโดยตรง ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Digital Acceleration</b><span style="font-weight: 400;"> เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะ AI ที่พัฒนาเร็วกว่าทักษะของคนถึง 66% และผู้บริหารกว่า 95% มองว่าทักษะ AI ของพนักงานพัฒนาตามไม่ทัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Low Growth Economy</b><span style="font-weight: 400;"> เศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ การส่งออกติดลบ กดดันให้องค์กรต้องใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Constant New Business Mandates</b><span style="font-weight: 400;"> กติกาทางธุรกิจเปลี่ยนตลอดเวลา โมเดลใหม่เกิดขึ้นทุกวัน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ 3 แรงกดดันนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน คำถามสำคัญจึงกว้างกว่าแค่ควรเทรนนิ่งอะไรดี ? แต่ควรถามว่า จะออกแบบการพัฒนาคนให้ตอบโจทย์ธุรกิจในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ได้อย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการวิเคราะห์แนวโน้มระดับโลก คุณแทนพงศ์สรุปแนวทางที่องค์กรควรมุ่งเน้นไว้ 4 ประเด็นหลัก ซึ่งสะท้อนทิศทางการพัฒนาคนอย่างชัดเจน ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ยกระดับประสิทธิภาพ ลดต้นทุนแต่เพิ่ม Productivity เพราะประสิทธิภาพสูงกลายเป็นความปกติใหม่ของธุรกิจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างนวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคและแนวคิดความยั่งยืน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ผ่าน Data และ AI เพื่อสร้างความภักดีระยะยาว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างองค์กรที่ปรับตัวไว และที่สำคัญคือพนักงานต้องฟื้นตัวจากอุปสรรคได้เร็ว</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโจทย์ธุรกิจชัด การเตรียมบุคลากรจึงหนีไม่พ้นเรื่อง “ทักษะ” โดยในอีก 5 ปีข้างหน้า ทักษะสำคัญแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Digital &amp; AI Skills</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Human Skills</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Green &amp; Sustainability Skills</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อสังเกตของคุณแทนพงศ์คือ แม้ผู้คนจะพูดถึง Digital มากที่สุด แต่กลุ่ม Human Skills กลับมีความสำคัญเชิงลึกไม่แพ้กัน เพราะอนาคตของการทำงานคือยุคแห่งการทำงานร่วมกันระหว่าง AI และมนุษย์ ดังนั้นทักษะสำคัญที่เราควรต้องเน้นย้ำ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Data Analytics</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">AI &amp; Digital Literacy</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Analytical &amp; Critical Thinking</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Creative &amp; Innovative Thinking</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Effective Communication</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Sustainability Mindset</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Proficiency หรือถนัดในสายงานของตัวเอง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณแทนพงศ์ ยังย้ำอีกว่า ยิ่ง AI เก่งขึ้นทุกวัน มนุษย์ต้องยกระดับบทบาทจากผู้ตาม สู่ผู้นำการใช้เทคโนโลยีให้ได้ กล่าวคือต้องเป็น Human in the Lead ไม่ใช่แค่ Human in the Loop</span></p>
<p><b><i>“มนุษย์ไม่ควรเป็นเพียงผู้ตรวจสอบระบบ แต่ต้องเป็นผู้ออกแบบทิศทาง ควบคุม และสร้างคุณค่าร่วมกับ AI ให้เกิด Business Impact ที่จับต้องได้ </i></b><i><span style="font-weight: 400;">นี่จึงไม่ใช่แค่การพัฒนาทักษะเพื่อความอยู่รอด แต่จะยกระดับศักยภาพคนให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรในยุคที่ความเปลี่ยนแปลงคือความปกติใหม่อย่างแท้จริง”</span></i></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>2.AI &amp; Human Skills for Business Growth</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ CEO จาก Siametrics &amp; ViaLink และผู้เขียนหนังสือ คู่มือมนุษย์ยุค AI: Infinite Scaler</b><span style="font-weight: 400;"> เกริ่นว่า เขาอยู่กับ AI มาตั้งแต่วันที่มันยังไม่ฉลาด จนถึงวันนี้ที่หลายโมเดลทำงานได้เหนือกว่ามนุษย์ในบางมิติ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจคือ AI ไม่ได้พัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่พัฒนาแบบก้าวกระโดด โมเดลที่ดีที่สุดเมื่อปีก่อน อาจตกอันดับในปีนี้ และแม้จะมีคนจำนวนมากยังสับสนว่าจะเอา AI ไปทำอะไร แต่ในความเป็นจริง เทคโนโลยีกำลังเดินหน้าเร็วกว่าความเข้าใจของเราไปมากแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI วันนี้ฉลาดแบบ Beyond Intelligence ในหลายด้าน มันสามารถตีความคำสั่งที่ไม่ชัดเจน เรียนรู้เพิ่มเติมเองได้ จดจำบริบทยาว ๆ ได้ดีขึ้น ใช้ AI Tools อื่น ๆ ต่อกันเป็นระบบ และแม้กระทั่งใช้ Human Tools อย่าง Excel, Word หรือโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์แทนเราได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระดับความสามารถที่เพิ่มขึ้นนี้ ทำให้หลายงานที่เคยต้องใช้แรงคนจำนวนมาก อาจเหลือเพียงไม่กี่บทบาทในอนาคตอันใกล้ เพราะถึงแม้  AI จะไม่รู้คำตอบ แต่มันก็สามารถค้นหาวิธีรู้ได้เอง ซึ่งเปลี่ยนเกมของโลกการทำงานไปโดยสิ้นเชิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ AI Automation ทำให้กระบวนการทำงานทำมือทั้งหมดกลายเป็นงานอัตโนมัติ เช่น การดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ ดาวน์โหลดไฟล์ อ่านเอกสาร และจัดการข้อมูลใน Excel โดยที่มนุษย์ทำหน้าที่เพียงควบคุมทิศทาง แนวโน้มนี้กำลังผลักดันให้เราต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ลงมือทำ (Implementation) ไปสู่ผู้ควบคุมและออกแบบระบบ (Orchestration) หากองค์กรไม่ปรับตัว อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลังทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมขององค์กรนี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะแรงสั่นสะเทือนนี้กำลังกระจายไปทุกอุตสาหกรรม ทำให้การวางแผน Manpower จึงจริงจังขึ้นตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่รอให้สถานการณ์บีบคั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/on-the-job-training-vs-off-the-job-training-241030/"><span style="font-weight: 400;">Learning by Doing</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือทดลองใช้จริงกับงานจริง เลือก Use Case ที่ไม่ซับซ้อนก่อน เพื่อสร้างชัยชนะเล็ก ๆ แล้วค่อยขยายผล เพราะคนที่ทดลองได้บ่อย คือผู้ชนะ และการวัดผล AI อาจไม่ได้ชัดในเชิงตัวเงินเสมอไป แต่สามารถวัดจากเวลาที่ประหยัดได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะเก่งขึ้นทุกวัน แต่ความได้เปรียบของมนุษย์ยังคงชัดเจน โดยเฉพาะทักษะที่ AI ทดแทนได้ยาก ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Aspiration &amp; Leadership ความทะเยอทะยานและภาวะผู้นำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Critical Evaluation การประเมินว่างานที่ AI สร้างมาดีพอหรือไม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Contextual Judgment การตัดสินใจใช้ AI ให้เหมาะกับบริบท</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Orchestration การจัดสรรว่างานไหนควรให้ใครหรือระบบใดทำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Taste &amp; Creative Edge รสนิยมและไอเดียที่ฉีกกรอบเกินมาตรฐาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Emotional Intelligence ความเข้าใจอารมณ์และมนุษยสัมพันธ์</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">AI อาจให้คำตอบที่ถูกต้องตามข้อมูล แต่ความเฉียบคมเชิงบริบทและอารมณ์ยังเป็นพื้นที่ของมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด ประเด็นสำคัญไม่ใช่การใส่ AI ลงในทุก KPI แต่ต้องตีกรอบการใช้ AI ไว้ในกรอบกลยุทธ์ธุรกิจ และสร้างวัฒนธรรมการทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน (Culture of Doing Better Than Yesterday) </span><b>องค์กรไม่จำเป็นต้องมีผู้นำด้าน AI เยอะ มีคนเดียวก็พอแล้ว แต่อย่างน้อยต้องมีคนที่รับบทบาทนี้ชัดเจน และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงปฏิบัติได้จริง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในยุคที่ Disruption รออยู่ข้างหน้า คนที่กระตือรือร้นพอจะทดลอง เรียนรู้ และปรับตัวก่อน จะเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบ และนี่คือหัวใจของการเติบโตทางธุรกิจในยุคที่ AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือ แต่เป็นแรงเร่งของการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38146 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026 811" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<h2><b>3. Transforming Human Capital into Business Profit</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48849" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T180242.494.webp" alt="FutureSkill NEXT 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026 812" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T180242.494.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T180242.494-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>เกริกฤทธิ์ เจียรกมลชื่น COO จาก AppliCAD Thai</b><span style="font-weight: 400;"> เปิดมุมมองที่น่าสนใจว่า แม้เขาจะไม่ได้จบสาย HR โดยตรง แต่บทเรียนด้านการบริหารคนที่ลึกที่สุดกลับมาจากการลงมือทำจริง ทั้งความสำเร็จและความผิดพลาด เขาเล่าว่า ผู้ก่อตั้ง AppliCAD ให้ความสำคัญกับ People Development Journey มาโดยตลอด โดยสร้างวัฒนธรรมที่เชื่อว่าคนสามารถพัฒนาและเติบโตไปพร้อมองค์กรได้จริงมาตั้งแต่แรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ในช่วงเริ่มต้น องค์กรอาจยังไม่รู้ชัดว่าจะพัฒนาคนอย่างไร แต่รู้เพียงว่าธุรกิจต้องเติบโต จึงเริ่มจากทักษะที่ให้ผลลัพธ์เร็ว เช่น เทคนิคการขาย หรือการพัฒนาภาษา แต่เมื่อองค์กรขยายตัว โจทย์เปลี่ยนจากโตให้เร็ว เป็นโตอย่างยั่งยืน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาคนจึงต้องมีทิศทางมากขึ้น และที่สำคั การส่งพนักงานไปเรียนอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะความรู้ที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ ย่อมไม่สร้างคุณค่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AppliCAD จึงสร้างเวทีทดลองจริง เช่น การตั้ง Virtual Team หรือโปรเจกต์ข้ามสายงาน เพื่อให้คนได้ถอดหัวโขน มาทำงานร่วมกันและแสดงศักยภาพ แนวทางนี้ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากกว่าการอบรมแบบเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นสำคัญของคุณเกริกฤทธิ์คือการนำ AI มาใช้ในองค์กร เขามองว่าเราไม่สามารถต้าน AI ได้ แต่อยู่ที่เราว่าจะเลือกใช้มันอย่างไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างที่เขาเอามาใช้ในองค์กร คือการเริ่มจากปัญหาภายในเล็ก ๆ เช่น เวลามีคนถามเรื่องสวัสดิการที่ HR ต้องตอบซ้ำ ๆ จึงพัฒนาโมเดล AI เพื่อช่วยให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลได้เอง ลดภาระงานซ้ำซ้อน สะท้อนแนวคิดว่า AI ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโปรเจกต์ใหญ่เสมอไป แต่เริ่มจาก Pain Point ที่ชัดเจนก่อน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ C-Level ต้อง Buy-in และมองว่า AI เป็น A Must ไม่ใช่สิ่งที่ Nice to Have</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของ Business Challenge ปัจจุบัน บรรทัดฐานการทำธุรกิจเปลี่ยนไปแล้ว ก่อนจะรับใครเข้ามา ต้องวางแผนตั้งแต่ต้นว่าเขาถูกจ้างมาเพื่อแก้โจทย์อะไร และเมื่อไรควร Break Even หลายคนอาจคิดว่าวัดผลได้ชัดเฉพาะฝ่ายขาย แต่แท้จริงแล้วทุกฝ่ายสามารถมีตัวชี้วัดได้ เช่น การตลาดวัดจากยอดขายที่สร้างได้ บัญชีวัดจากการประหยัดต้นทุนหรือการจัดการภาษี หากองค์กรกำหนด KPI ชัดเจน การตัดสินใจเรื่องการโปรโมตหรือการปรับทีมจะไม่ใช่เรื่องอึดอัด แต่เป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลและทิศทางธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด </span><b>องค์กรที่เร่งเดินหน้าโดยไม่มีเข็มทิศ คือองค์กรที่เสี่ยงที่สุด HR ต้องทำงานร่วมกับผู้บริหารระดับสูงเพื่อกำหนดทิศทางที่ชัดเจน และสร้างการพัฒนาที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์จริง ไม่ใช่เรียนเพื่อรู้ แต่ต้องเรียนเพื่อทำงานเป็น ทำงานกับคนอื่นได้ และสอดคล้องกับ Culture Fit</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรรู้ว่าตัวเองยังไม่รู้อะไร และกล้าวัดผลอย่างตรงไปตรงมา การพัฒนาทุนมนุษย์จะนำมาซึ่งกำไรทางธุรกิจในระยะยาว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>4. How to Design a High Impact People Development Plan</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48850" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T180249.399.webp" alt="FutureSkill NEXT 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026 813" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T180249.399.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T180249.399-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ลงทุนอบรมปีละเป็นล้าน แล้วได้กำไรกลับมาเท่าไหร่ ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือคำถามที่ HR และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง HRD ทุกคนต้องเคยเผชิญ รวมถึงคุณ </span><b>ประเสริฐ แสนแก้ว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านทรัพยากรบุคคลและบริหารทั่วไป </b><a href="https://hns.co.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>บริษัท แฮปปี้ เนสท์ สเปซ จำกัด</b></a><span style="font-weight: 400;"> และคุณ</span><b> กิตติพงษ์ เรืองแสน Human Resources Director จาก </b><a href="https://km.thailandprivilege.co.th/home" target="_blank" rel="noopener"><b>บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด</b></a><span style="font-weight: 400;"> 2 ผู้นำ HR มากความสามารถที่ก็เจอคำถามนี้ไม่ต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งคู่สะท้อนตรงกันว่า ความท้าทายของการออกแบบ People Development ไม่ใช่การหาคอร์สที่ดีที่สุด แต่ต้องตอบให้ได้ว่า องค์กรของเราเป็นใคร ? และกำลังจะไปทางไหน ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายครั้ง HR ไปฟัง Best Practice จากองค์กรอื่นแล้วอยากทำตาม แต่เมื่อกลับมาที่บริบทของตัวเอง กลับทำไม่ได้ทั้งหมด เพราะกลยุทธ์ โครงสร้าง และวัฒนธรรมต่างกันโดยสิ้นเชิง</span></p>
<p><b>จุดตั้งต้นที่ถูกต้องจึงขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ธุรกิจว่าปีนี้คืออะไร ?</b><span style="font-weight: 400;"> Competency ของพนักงานเองก็ต้องสอดคล้องกับแผนธุรกิจอย่างชัดเจนด้วย หากองค์กรโฟกัสการเติบโตด้านบริการ ก็ต้องพัฒนาทักษะที่ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า หากองค์กรกำลังขยายตลาด ก็ต้องเน้นทักษะการขาย การสื่อสาร หรือการบริหารโครงการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อรู้ทิศทางชัด การเลือกหลักสูตรจะง่ายขึ้น เพราะเราไม่ได้เลือกจากความนิยม แต่เลือกจากความจำเป็นเชิงกลยุทธ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกความจริงที่ HR ต้องเผชิญคือ งบประมาณมีจำกัด และความต้องการของพนักงานอาจไม่ตรงกับมุมมองผู้บริหาร เสียงของพนักงานบอกว่าอยากเรียนในสิ่งที่สนใจ แต่เสียงของผู้บริหารอยากให้เรียนในสิ่งที่องค์กรต้องการ กรอบ Competency จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการหาจุดสมดุล เพราะทำให้เห็นว่าอะไรคือทักษะที่จำเป็นต่อธุรกิจจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการเลือกเรียน โดยยังอยู่ในกรอบเป้าหมายองค์กร เมื่อพนักงานรู้สึกว่าตนมีสิทธิ์ Custom เส้นทางการเรียนรู้ของตัวเอง แรงจูงใจในการเรียนก็จะเพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามต่อมาคือ หากเทรนนิ่งวัดผลเป็นตัวเงินไม่ได้ชัดเจน จะออกแบบอย่างไรให้เกิด Business Impact ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบก็คือ </span><b>ผู้บริหารต้องชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไร และ HR ต้องช่วยแปลงสิ่งนั้นให้เป็นการกระทำที่จับต้องได้ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ การเรียนรู้ไม่ควรถูกบังคับ แต่ต้องทำให้พนักงานเห็นว่า เรียนแล้วได้อะไรกลับมา ทั้งในแง่ประสิทธิภาพการทำงาน คุณค่าต่อตัวเอง และโอกาสเติบโต เพราะเมื่อคนเรียนเพื่อต่อยอด ไม่ใช่เรียนเพื่อผ่านเกณฑ์ ผลลัพธ์จะต่างกันอย่างสิ้นเชิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR ที่อยากเริ่มทำ People Transformation ให้เกิด Impact จริง ก้าวแรกควรเริ่มจากทีม HR เองก่อนที่ต้องเข้าใจธุรกิจ เข้าใจแผนรายได้ เข้าใจเป้าหมายองค์กรก่อนใคร หาก HR ยังไม่รู้ทิศทางองค์กรอย่างลึกซึ้ง การสื่อสารกับพนักงานก็จะคลุมเครือ การมีเครื่องมือมากมายไม่ได้แปลว่าจะสำเร็จเสมอไป บางครั้งวิธีบ้าน ๆ ที่ชัดเจน เข้าใจง่าย และทำได้จริง อาจทรงพลังกว่าโมเดลซับซ้อนที่ไม่มีใครใช้เป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายการออกแบบแผนพัฒนาคนต้องยึด 3 หลักสำคัญ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เข้าใจกลยุทธ์และเป้าหมายองค์กรอย่างแท้จริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พูดคุยกับหัวหน้างานเพื่อรู้ Pain Point และความต้องการที่แท้จริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">วางแผนหลักสูตรให้สอดคล้องกับโจทย์ธุรกิจในช่วงเวลานั้น</span></li>
</ul>
<p><b>ฉะนั้นแผนอบรมไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกปี เพราะเป้าหมายธุรกิจเปลี่ยน แผนพัฒนาคนก็ต้องเปลี่ยนตาม</b><span style="font-weight: 400;"> หาก HR ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างกลยุทธ์กับศักยภาพคนได้สำเร็จ การพัฒนาบุคลากรก็จะไม่ใช่เพียงต้นทุน แต่จะกลายเป็นกลไกสร้างกำไรที่วัดผลได้จริงในระยะยาว</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48605" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-23T163333.815.webp" alt="competency-assessment-futureskill" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026 814" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-23T163333.815.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-23T163333.815-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/competency-assessment-futureskill-260123/">วัด Competency ถูกวิธี เปลี่ยนการอบรมที่ไม่เห็นผล สู่การพัฒนาคนที่ตอบโจทย์องค์กร</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>5. How to Drive Learning Success</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48848" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T175748.808.webp" alt="FutureSkill NEXT 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026 815" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T175748.808.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T175748.808-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อให้มีเครื่องมือดีแค่ไหน แต่การเรียนรู้จะไม่เกิดผลเลย หากไม่สร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ที่ตรงกับพนักงานแต่ละกลุ่ม เพื่อให้เขาเรียนแล้วสามารถนำไปปรับใช้งานจริงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ธนพล ฉัตรพรลือชัย Human Resource Development Section Manager จาก </b><a href="https://www.dad.co.th/home.php" target="_blank" rel="noopener"><b>บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด</b></a><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า เขาแบ่งกลุ่มเป้าหมายการสื่อสารออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ผู้บริหารระดับสูง, Line Manager และพนักงาน โดยแต่ละกลุ่มมีบทบาท เป้าหมาย และแรงจูงใจต่างกัน วิธีสื่อสารจึงต้องต่างกันไปด้วย บางครั้งยังต้องอาศัยกระแสหรือแคมเปญสร้างสีสัน เช่น ดัดแปลงธีมให้เข้ากับซีรีส์ดัง “</span><a href="https://www.netflix.com/th/title/81595549" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ส่งครามส่งด่วน</span></a><span style="font-weight: 400;">” เมื่อปีก่อนให้เป็น “สงครามเรียนด่วน” หรือจัดกิจกรรมเรียน 7 วัน เริ่มในวันที่ 7 เดือน 7 เวลา 7 โมง เพื่อกระตุ้นความสนใจและทำให้การเรียนรู้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณ</span><b> วิธิตา จันทร์แดง ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปสายพัฒนาบุคลากร </b><a href="https://www.homepro.co.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)</b></a><span style="font-weight: 400;"> เสนอแนวคิดที่ชัดเจนว่า ลูกค้าของ HR คือพนักงาน หากอยากให้เขาเรียน ต้องเข้าใจ Pain Point ของเขาก่อน หลักสูตรที่ดีไม่ใช่แค่ให้ความรู้ แต่ต้องช่วยให้ชีวิตการทำงานดีขึ้น แก้ปัญหาหน้างานได้จริง และทำให้พนักงานรู้สึกมั่นใจมากขึ้น โฮมโปรจึงเน้นการสื่อสารว่า เรียนแล้วเอาไปใช้ช่วยลูกค้าอย่างไร แก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างไร บางครั้งการเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ ที่นำไปใช้ได้ทันที จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้คนอยากเรียนรู้เรื่องที่ลึกขึ้นในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ อุปสรรคของการเรียนรู้มีทั้งเชิงโครงสร้างและเชิงความคิด ระดับองค์กร ผู้นำและหัวหน้างานมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นผู้กำหนดบรรยากาศและกติกาการเรียนรู้ หากหัวหน้าไม่สนับสนุน วัฒนธรรมการเรียนรู้ย่อมไม่เกิด ขณะเดียวกัน ยังมีกับดักความคิด เช่น เคยทำแบบนี้แล้วสำเร็จ หรือ ไม่มีเวลาเพราะงานล้นมือ ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณธนพลเล่าว่า จากการเก็บข้อมูลพบว่าปัญหาเรื่องเวลาเป็นของจริง จึงต้องออกแบบการเรียนรู้ให้ยืดหยุ่น เช่น ย่อยเนื้อหาให้สั้น เรียนผ่านแพลตฟอร์มได้ทุกที่ทุกเวลา ลดแรงต้านจากภาระงานประจำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝั่งของคุณวิธิตา ได้แชร์โมเดล 4S Framework for Learning Culture ซึ่งสามารถนำไปใช้ต่อได้ ประกอบด้วย</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Support by Leader ผู้นำต้องเป็นต้นแบบที่จับต้องได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Strategic Alignment เชื่อมเป้าหมายการเรียนรู้กับเป้าหมายองค์กรอย่างชัดเจน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Seamless Learning ทำให้การเรียนรู้ไร้รอยต่อ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">System &amp; Incentive ฝังการพัฒนาไว้ในระบบ เช่น KPI หัวหน้าที่ต้องพัฒนาทีม หรือการทำ IDP ร่วมกัน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">กรอบนี้ช่วยให้การเรียนรู้ไม่ใช่กิจกรรมเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของ DNA องค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด การขับเคลื่อน Learning Success ต้องเริ่มจากผลลัพธ์ที่ต้องการ เข้าใจทั้งองค์กรและพนักงาน แล้วออกแบบการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์ทั้งสองฝ่าย HRD ต้องใจเย็น เพราะการพัฒนาคนเหมือนการปลูกต้นไม้ ต้องใช้เวลา ใส่ปุ๋ย รดน้ำ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ที่สำคัญต้องเริ่มจากใจของ HR เอง หากเราเชื่อมั่นในคุณค่าของการเรียนรู้ และทำให้มันเชื่อมโยงกับชีวิตจริงได้ วันหนึ่งวัฒนธรรมการเรียนรู้จะหยั่งรากลึกและเติบโตอย่างยั่งยืนในองค์กร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>6. How to Transform HR into a Growth Engine</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48847" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T175738.429.webp" alt="FutureSkill NEXT 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026 816" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T175738.429.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T175738.429-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/voice-of-hr-note-sarun-240802/"> <b>โน้ต &#8211; ศรัณย์ คุ้งบรรพต</b></a><b> นักร้อง &#8211; อาจารย์พิเศษด้าน HR และผู้บริหารด้าน HR จากสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าเรื่องราวชีวิตของเขาที่ไม่ได้เริ่มจาก HR เลย จากเด็กที่เคยอยากเป็นหมอ แต่เพราะตาบอดสีจึงเบนเข็มไปเรียนอักษรศาสตร์ เส้นทางนั้นทำให้เขาได้อ่านวรรณกรรม เข้าใจผู้คน และมองมนุษย์ลึกขึ้นโดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังเรียนจบ เขาไม่แน่ใจว่าจะทำอาชีพอะไร จนได้เข้าไปแปลแพลตฟอร์ม e-learning และนั่นกลายเป็นประตูสู่โลก HR แบบไม่ได้ตั้งใจ ก่อนจะต่อยอดความรู้ด้านธุรกิจและการบัญชี และค้นพบว่าความถนัดแท้จริงของเขาอยู่ที่ People &amp; Organization</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเลือกเส้นทาง HR เขาตั้งใจจะเป็น HR ที่แซ่บที่สุด แต่พอทำงานจริง ก็เจอภาพจำของ HR ในสายตาหลายคนว่าเป็นฝ่ายที่ทำงานช้า เจ้าระเบียบ เชย และคุยไม่รู้เรื่อง ฯลฯ เขาไม่ยอมแพ้ต่อภาพลบนั้น แต่พยายามเปลี่ยนมุมมอง ด้วยการเป็น HR ที่คนอยากเข้าหา อยากคุยด้วย อยากชวนไปกินข้าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าเมื่อบทบาทสูงขึ้น เขาพบว่าความเป็นคนน่ารักอย่างเดียวไม่พอ สิ่งที่สำคัญกว่าคือ Trust โดยเฉพาะในช่วงที่องค์กรต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลง ความไว้วางใจคือทุนที่สำคัญที่สุด และมันต้องใช้เวลาสร้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังอธิบายแนวคิด Relationship Account หรือบัญชีความสัมพันธ์ ว่าคือสินทรัพย์สำคัญของ HR การจะขับเคลื่อนองค์กรได้ ต้องเริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ที่จริงใจ ไม่ใช่พูดเอาใจหรือเริ่มต้นจากความกลัว สิ่งที่เขาให้ความสำคัญคือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Communication Intent สื่อสารให้ชัดว่าจะทำอะไร ทำไปเพื่ออะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Share Thought Process &amp; Knowledge อธิบายที่มาที่ไป เหตุผล และตรรกะเบื้องหลังการตัดสินใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Share Feelings แสดงความรู้สึกอย่างจริงใจ เพราะอารมณ์ทำให้เราเป็นมนุษย์</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อคนเข้าใจทั้งเหตุผลและความรู้สึก Trust จึงค่อย ๆ เติบโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม โลกธุรกิจไม่ได้ให้รางวัลกับความสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว เพราะบางช่วงเวลามีแรงกดดันเรื่องผลลัพธ์จนเขาเกือบหมดไฟ ประสบการณ์นั้นทำให้เขาค้นพบความหมายของคำว่า มืออาชีพ ซึ่งไม่ใช่แค่ทำงานเก่ง แต่เป็นคนที่หาสมดุลและยืนระยะได้อย่างยั่งยืน โดยเขาสรุปความเป็นมืออาชีพไว้ว่า</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สมดุล ไม่ตึงหรือหย่อนเกินไป</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เพียรถูกเรื่อง ไม่ต้องทำให้ทุกคนพอใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แคร์ให้ถูกคน ให้คุณค่ากับสิ่งที่สำคัญจริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทำสิ่งที่ถูกต้อง โดยไม่สร้างความเสียหายต่อองค์กร</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนเหล่านี้ทำให้เขามีพลังจะเดินหน้าต่อ และเปลี่ยน HR ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนธุรกิจอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR ที่อยากเป็น Growth Engine ขององค์กร เขาฝากไว้ชัดเจนว่า</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จงเป็น HR เพราะอยากดูแลคนจริง ๆ ไม่ใช่เพราะไม่มีทางเลือก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ฝันให้ใหญ่กว่าการทำงานให้เสร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เป็นคนน่ารัก แม้ในวันที่ไม่มีใครน่ารักกับเรา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีประโยชน์และเป็นมืออาชีพ หาคำตอบให้ได้ว่า HR ของเราสร้างคุณค่าอะไรให้ธุรกิจ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน เขาฝากถึง Business Leader ด้วยว่า ก่อนจะคาดหวังผลลัพธ์จาก HR ต้องเข้าใจและให้คุณค่ากับงาน HR จริง ๆ ถามตัวเองว่าเข้าใจหน้าที่ HR ดีพอหรือยัง ให้ทรัพยากรและแรงบันดาลใจเพียงพอหรือไม่ เพราะผู้นำธุรกิจต้องเป็น People Leader ก่อนเสมอ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“แม้โลกจะมี AI หรือเทคโนโลยีก้าวหน้าเพียงใด องค์กรก็ยังต้องการคนอยู่ดี HR กับธุรกิจจึงแยกจากกันไม่ได้ หาก HR สร้างความไว้วางใจ ทำงานอย่างมืออาชีพ และเชื่อมโยงงานคนเข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจได้จริง HR จะไม่ใช่ฝ่ายสนับสนุนอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ผลักดันการเติบโตขององค์กร”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณศรัณย์ทิ้งท้าย</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/50?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47833" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 47" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/futureskill-next-2026-260218/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>People First ในแบบ Watsons Thailand เมื่อการดูแลคนคือหัวใจของความยั่งยืนทางธุรกิจ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/people-first-watsons-thailand-260212/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/people-first-watsons-thailand-260212/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2026 03:40:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Watsons Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48787</guid>

					<description><![CDATA[กว่าที่องค์กรหนึ่งจะเป็นองค์กรที่ผู้คนอยากร่วมงานด้วย ต้องผ่านการวางรากฐาน และสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยผู้นำแต่ละฝ่ายขององค์กร โดยเฉพาะผู้นำด้าน HR ซึ่งอาจมีบทบาทสำคัญมากกว่าใคร ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Watsons Thailand คือหนึ่งในองค์กรที่ถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของธุรกิจ การดูแลพนักงาน และการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ความตั้งใจดังกล่าว นำมาซึ่งรางวัล Best Companies to Work For in Asia 2025 จาก HR Asia อีกปี ไม่เพียงแค่นั้น ยังได้รางวัล MOST CARING COMPANY AWARDS 2025,  DIVERSITY, EQUITY &#38; INCLUSION AWARDS 2025, SUSTAINABLE WORKPLACE AWARDS 2025 และ TECH EMPOWERMENT AWARDS 2025 มาครองด้วย เรียกได้ว่ากวาดทุกรางวัลอย่างยิ่งใหญ่ HREX มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณ จิระวัฒน์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48793" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-1.webp" alt="people-first-watsons-thailand-260212" width="600" height="370" title="People First ในแบบ Watsons Thailand เมื่อการดูแลคนคือหัวใจของความยั่งยืนทางธุรกิจ 822" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กว่าที่องค์กรหนึ่งจะเป็นองค์กรที่ผู้คนอยากร่วมงานด้วย ต้องผ่านการวางรากฐาน และสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยผู้นำแต่ละฝ่ายขององค์กร โดยเฉพาะผู้นำด้าน HR ซึ่งอาจมีบทบาทสำคัญมากกว่าใคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา </span><a href="https://www.watsons.co.th/th/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Watsons Thailand</span></a><span style="font-weight: 400;"> คือหนึ่งในองค์กรที่ถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของธุรกิจ การดูแลพนักงาน และการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ความตั้งใจดังกล่าว นำมาซึ่งรางวัล </span><a href="https://th.hrnote.asia/news/hr-asia-best-companies-to-work-for-in-asia-2025-251001/"><span style="font-weight: 400;">Best Companies to Work For in Asia 2025 จาก HR Asia</span></a><span style="font-weight: 400;"> อีกปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแค่นั้น ยังได้รางวัล MOST CARING COMPANY AWARDS 2025,  DIVERSITY, EQUITY &amp; INCLUSION AWARDS 2025, SUSTAINABLE WORKPLACE AWARDS 2025 และ TECH EMPOWERMENT AWARDS 2025 มาครองด้วย เรียกได้ว่ากวาดทุกรางวัลอย่างยิ่งใหญ่</span></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/story/hr-watsons-thailand-2024-240229/"><span style="font-weight: 400;">HREX มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณ </span><b>จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ</b> <b>ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล Watsons Thailand</b></a><span style="font-weight: 400;"> อีกครั้ง เขาถอดหรัสความสำเร็จของการสร้างองค์กรในปีที่ผ่านมาไว้อย่างไร ไปติดตามได้เลยในบทความนี้</span></p>

<h2><b>ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า องค์กรที่น่าทำงานด้วยในโลกการทำงานปัจจุบัน ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48789" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-2-scaled.webp" alt="people-first-watsons-thailand-260212" width="600" height="337" title="People First ในแบบ Watsons Thailand เมื่อการดูแลคนคือหัวใจของความยั่งยืนทางธุรกิจ 823" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-2-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-2-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-2-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-2-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-2-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-2-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>จิระวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">สำหรับผม คำว่าองค์กรที่น่าทำงานด้วย ไม่ได้หมายถึงแค่องค์กรที่จ่ายค่าจ้างสูง มีสวัสดิการดี หรือมีบรรยากาศการทำงานที่สนุกสนาน แต่ต้องเป็นสถานที่ที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่า ตัวฉันเป็นที่ยอมรับและมีคุณค่า และงานของฉันมีความหมายในทุกวันที่ตื่นมาทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรต้องมองคนอย่างรอบด้าน ทั้งความเป็นอยู่ ความคาดหวัง ความกังวล และโอกาสเติบโต ไม่ใช่มองคนเป็นเพียงทรัพยากรที่ต้องใช้ให้คุ้ม ที่ Watsons Thailand เราเริ่มจากการยึดคนเป็นแกนของยุทธศาสตร์ธุรกิจอย่างจริงจัง ผ่านกรอบแนวคิด People, Product, Planet เพื่อให้ทุกการตัดสินใจไม่หลุดจากหัวใจของความยั่งยืน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น องค์กรที่น่าทำงานในวันนี้ในความหมายของ Watsons Thailand คือองค์กรที่ดูแล ใส่ใจคน สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคนเป็นตัวเอง และสร้างเส้นทางการเติบโตที่จับต้องได้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมครับ</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37615" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-29T152855.198.webp" alt="ภารกิจ HR วัตสัน ประเทศไทย (Watsons Thailand) คือการสร้าง A Workplace of Opportunity แก่พนักงานทุกคน" width="600" height="370" title="People First ในแบบ Watsons Thailand เมื่อการดูแลคนคือหัวใจของความยั่งยืนทางธุรกิจ 824" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-29T152855.198.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-29T152855.198-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/story/hr-watsons-thailand-2024-240229/">ภารกิจ HR วัตสัน ประเทศไทย (Watsons Thailand) คือการสร้าง A Workplace of Opportunity แก่พนักงานทุกคน</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>ที่ผ่านมา Watsons Thailand ใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>จิระวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">หากรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ก็เปรียบเสมือนเราได้ผ้าคลุมสีแดง ที่เมื่อคนธรรมดา ๆ เอามาคลุมแล้วทำให้คน ๆ นั้นเคลื่อนที่ได้เร็วกว่ากระสุนปืน ! ทรงพลังกว่ารถไฟ ! (Faster than a speeding bullet! More powerful than a locomotive!) สามารถเพิ่มประสิทธิภาพแบบ Sx2 คือ Speed x Strong ทำงานได้เร็วขึ้น และเก่งขึ้น ตัดสินใจได้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ผ่านมาเราจึงมองเทคโนโลยีเป็นตัวคูณ ไม่ใช่ตัวแทนครับ หากใช้ถูกทาง เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มทั้งความเร็วและความแข็งแกร่งในการทำงาน ทำให้คนทำงานได้เร็วขึ้น เก่งขึ้น และตัดสินใจได้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักคิดของเราคือการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดงานซ้ำ ๆ จัดการข้อมูลจำนวนมาก เพิ่มความแม่นยำ และประหยัดเวลาที่ไม่สร้างคุณค่า เพื่อให้พนักงานสามารถโฟกัสกับงานเชิงสร้างสรรค์ การพัฒนาทีม และการดูแลลูกค้าได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในด้านการพัฒนาคน เราลงทุนอย่างจริงจังกับการ Upskill ด้าน AI และ Digital Skill ไม่ว่าจะเป็น Generative AI, Copilot, Power BI, Data Analysis, Visualization ไปจนถึง Digital &amp; Social Media Workshop พร้อม Roadmap การพัฒนาผู้นำที่เน้นทักษะแห่งอนาคต เช่น Coaching, Data-Driven Decision Making, Critical Thinking และ Agile Execution รวมถึงการจัด Data Hackathon เพื่อเชื่อมการเรียนรู้เข้ากับการใช้งานจริงทางธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายแล้ว เทคโนโลยีสำหรับเรา คือเครื่องมือที่ทำให้คนเก่งขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่มาแทนคนครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Watsons Thailand ออกแบบและสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นเพรู้สึกมีคุณค่า อย่างไร ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48790" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-3-scaled.webp" alt="people-first-watsons-thailand-260212" width="600" height="337" title="People First ในแบบ Watsons Thailand เมื่อการดูแลคนคือหัวใจของความยั่งยืนทางธุรกิจ 825" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-3-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-3-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-3-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-3-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-3-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-3-2048x1151.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>จิระวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">เรายอมรับว่านี่คือโจทย์ใหญ่ของทุกองค์กร และคำตอบของเราคือการออกแบบ วัฒนธรรมที่โอบรับความหลากหลาย ให้เกิดขึ้นจริง พยายามทำให้ทุกคนรู้สึกว่า ฉันเป็นตัวเองได้, ฉันมีพื้นที่, และ ฉันมีอนาคต ในองค์กรแห่งนี้ ไม่ใช่แค่ในแคมเปญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในภาพใหญ่ Watsons ได้รับการยอมรับด้าน </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190820-workforce-diversity/"><span style="font-weight: 400;">DEI</span></a><span style="font-weight: 400;"> จาก HR Asia ซึ่งสะท้อนความตั้งใจในการโอบรับความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นอายุ เพศ ภูมิหลัง หรือรสนิยมทางเพศ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางปฏิบัติ เราพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อพฤติกรรม เช่น การดูแล Well-being ทั้งกาย ใจ และสังคม, การสร้าง Safe Space ให้ทุกคนแสดงออกได้อย่างสร้างสรรค์, มีกิจกรรมที่เชื่อมกับ Cultural Moments อย่าง Pride Party รวมถึงเวทีรับฟังเสียงพนักงาน Your Voice Matters</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายังสะท้อนความหลากหลายทางช่วงวัย ผ่าน Age Diversity ผ่านนโยบายการจ้างงานที่เปิดโอกาสให้คนทุกช่วงวัย เช่น การจ้างเภสัชกรวัย 60+ และการยึดวัฒนธรรม Performance-based Culture เพื่อลดอคติและเปิดโอกาสให้ความสามารถได้แสดงออกอย่างแท้จริงครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ปีที่ผ่านมา องค์กรรับมือกับปัญหาการขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทยอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>จิระวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">การขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทยเป็นปัญหาเชิงระบบ ที่แก้ไม่ได้ด้วยการจ้างคนเก่งจากภายนอกเพียงอย่างเดียว องค์กรจึงต้องทำ 2 เรื่องควบคู่กัน นั่นคือการสร้าง Talent Pipeline ระยะกลาง–ยาว และ Upskill–Reskill คนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเชิงกลยุทธ์ เราวางแผนกำลังคนควบคู่กับแผนธุรกิจ เน้นบทบาทสำคัญต่ออนาคต เช่น Digital, Data, Leadership และ Customer Experience เพื่อให้การเติบโตไม่สะดุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางปฏิบัติ เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนข้างในองค์กรเป็นอันดับแรก มีโปรแกรม Leadership Development ทุกระดับ และร่วมมือกับสถาบันการศึกษากว่า 30 แห่งในโครงการทวิภาคี เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาประมาณ 200 คนต่อปีมาทำงาน-ฝึกงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่าการแก้ปัญหา Skill Shortage ไม่ใช่เรื่องของการแย่งคนเก่ง แต่ต้องสร้างระบบที่สร้างคนเก่ง ที่ Fit-to-Culture และส่งเสริมให้เขาเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้จริงครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำ HR ควรมีหลักคิดในใจอย่างไร เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ของงานไว้ได้ ?</b></h2>
<p><b>จิระวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">ผมเชื่อว่าหัวใจสำคัญคือการสร้างคนให้เป็น Lifelong Learners และ Adaptable คนที่ไปต่อได้ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่เป็นคนที่เปิดใจเรียนรู้และปรับตัวได้เร็วที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3 หลักที่ผมยึดไว้เสมอ คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปลูก </b><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211013-growth-mindset/"><b>Growth Mindset</b></a><b> ให้เป็นวัฒนธรรมร่วม:</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะในวันที่ทุกอย่างไม่แน่นอน สิ่งที่มั่นคงที่สุดคือทัศนคติของคน คนที่กล้าลอง กล้าพัฒนา และกล้าไม่รู้ จะปรับตัวได้เสมอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างระบบพัฒนาคนที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่เป็นครั้งคราว:</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าจะเป็นวิกฤต เศรษฐกิจเปลี่ยน หรือเทคโนโลยีมาแทนที่ วิธีเดียวที่จะยืนหยัดอยู่ได้คือพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้นำต้องมองไปข้างหน้า คาดการณ์อนาคต และคิดเรื่อง reskilling–upskilling แบบเชิงรุก ไม่ใช่แค่ตอบสนองเมื่อปัญหาเกิดขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>พัฒนาคนให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านทักษะ ความสามารถ และด้านความคิด (Skills + Mindset):</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะความสามารถในการปรับตัวคือทักษะจำเป็นเพื่อความอยู่รอด และหัวใจสำคัญคือการดูแลความเป็นมนุษย์ ให้คนรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และมีพื้นที่เติบโต ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เหนือสิ่งอื่นใด ผู้นำต้องดูแล “ทีมงาน” ให้เขารู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และมีโอกาสเติบโตด้วยครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่ Watsons Thailand ทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีทั้งต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรบ้าง ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48792" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-4-scaled.webp" alt="people-first-watsons-thailand-260212" width="600" height="337" title="People First ในแบบ Watsons Thailand เมื่อการดูแลคนคือหัวใจของความยั่งยืนทางธุรกิจ 826" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-4-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-4-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-4-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-4-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-4-1536x863.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-4-2048x1151.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>จิระวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เห็นผลชัดคือการขับเคลื่อน Sustainability ผ่าน People ครับ โดยเราเน้นเรื่อง Caring, Wellbeing และ DEI ให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้สื่อสารแค่แนวคิด แต่ลงมือทำผ่านหลาย initiative ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Caring &amp; Wellbeing:</b><span style="font-weight: 400;"> ยกระดับโครงการ Holistic Wellbeing ที่ดูแลพนักงานทั้งด้านกายใจ เช่น โปรแกรมสุขภาพเชิงป้องกัน, Mental Health First Aider, Emotional Resilience Workshopรวมถึงการออกแบบสวัสดิการใหม่ให้ตอบโจทย์พนักงานทุกช่วงวัย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>DEI:</b><span style="font-weight: 400;"> สร้างพื้นที่ทำงานที่ทุกคนรู้สึกเป็นตัวของตัวเองได้ โดยทำให้ DEI เป็นนโยบายสำคัญในทุกส่วนงานของ HR ตั้งกระบวนการสรรหา คัดเลือก พิจารณาผลงาน การเลื่อนตำแหน่ง และการจ่ายค่าตอบแทน รวมถึงการให้โอกาสการพัฒนาโดยไม่มีอคติด้านเพศสภาพ และวัย เพื่อให้องค์กรของเราเท่าเทียมและโปร่งใส</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>People-led Sustainability:</b><span style="font-weight: 400;"> เปิดพื้นที่ให้พนักงานเป็นเจ้าของความยั่งยืน ผ่านกิจกรรมเช่น Sustainability Idea Challenge, การมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ประหยัดพลังงาน การปลูกต้นไม้ 1 หมื่นต้น การลด Carbon Footprint ในสาขาและคลังสินค้า กิจกรรมชุมชนที่พนักงานมีส่วนร่วมโดยตรง และสนับสนุน Watsons Volunteer ผ่านการสะสม FUN COIN บน Platform ของเราที่ชื่อ FUNARIUM</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่ได้คือ ระดับ Engagement ที่สูงขึ้น บรรยากาศการทำงานดีขึ้น ทีมรู้สึกได้รับการดูแลและมีความหมายในการทำงาน ซึ่งสะท้อนกลับมาเป็น Productivity และคุณภาพบริการที่ได้รับการปรับปรุงอย่างเห็นได้ชัดครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนสำคัญของปีที่ผ่านมาก็คือ เมื่อเราเริ่มต้นจากการสร้าง People First Sustainability ผลลัพธ์ด้านธุรกิจและความยั่งยืนจะตามมาเอง เพราะเมื่อคนรู้สึกมีคุณค่า พลังบวกนั้นจะถูกส่งต่อไปยังลูกค้าและสังคมในระยะยาวครับ</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="มากกว่าการบริหารคน HR คือการบริหารประสบการณ์: บทสัมภาษณ์ จิตติยา ธรรมสรณ์ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/people-first-watsons-thailand-260212/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-summit-2026-260210/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-summit-2026-260210/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Feb 2026 13:20:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Future Trends Ahead Summit 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48741</guid>

					<description><![CDATA[โลกการทำงานกำลังเผชิญพายุลูกใหญ่จากความไม่แน่นอนรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เศรษฐกิจที่ผันผวน หรือความคาดหวังของคนทำงานที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป องค์กรที่ต้องการอยู่รอดและเติบโตในระยะยาว ไม่เพียงต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงให้ได้เท่านั้น แต่ต้องสามารถเติบโตท่ามกลางพายุแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในมิติของการบริหารคน ซึ่งกำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญของอนาคตธุรกิจ Future Trends Ahead Summit 2026 คืองานสัมมนาที่รวบรวมเทรนด์โลกและกลยุทธ์สำคัญ เพื่อช่วยให้องค์กรเตรียมพร้อมก้าวข้ามความไม่แน่นอนในปีข้างหน้า อีกทั้งยังถือเป็นงาน Summit แรกหลังการเลือกตั้งปี 2026 ที่มุ่งถอดรหัสการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ และสังคมอย่างรอบด้าน และหากใครพลาดงานนี้ไป HR ได้สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจ โดยเฉพาะประเด็นด้านการบริหารคน มาให้ติดตามกันแล้วในบทความนี้ 1. Opening Remarks: Future Trends Ahead Summit 2026 &#38; Overture 2026: Thriving Beyond the Storm “ประเทศไทยกำลังถูกมองว่าเป็น Sick Man of Asia” คุณ ธนโชติ วิสุทธิสมาน CEO จาก Like Me [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48760 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T124918.172.webp" alt="future-trends-ahead-summit-2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 835" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T124918.172.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T124918.172-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกการทำงานกำลังเผชิญพายุลูกใหญ่จากความไม่แน่นอนรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เศรษฐกิจที่ผันผวน หรือความคาดหวังของคนทำงานที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป องค์กรที่ต้องการอยู่รอดและเติบโตในระยะยาว ไม่เพียงต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงให้ได้เท่านั้น แต่ต้องสามารถเติบโตท่ามกลางพายุแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในมิติของการบริหารคน ซึ่งกำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญของอนาคตธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Future Trends Ahead Summit 2026 คืองานสัมมนาที่รวบรวมเทรนด์โลกและกลยุทธ์สำคัญ เพื่อช่วยให้องค์กรเตรียมพร้อมก้าวข้ามความไม่แน่นอนในปีข้างหน้า อีกทั้งยังถือเป็นงาน Summit แรกหลังการเลือกตั้งปี 2026 ที่มุ่งถอดรหัสการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ และสังคมอย่างรอบด้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากใครพลาดงานนี้ไป HR ได้สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจ โดยเฉพาะประเด็นด้านการบริหารคน มาให้ติดตามกันแล้วในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>1. Opening Remarks: Future Trends Ahead Summit 2026 &amp; Overture 2026: Thriving Beyond the Storm</b></h2>
<p><em><span style="font-weight: 400;">“ประเทศไทยกำลังถูกมองว่าเป็น Sick Man of Asia”</span></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ธนโชติ วิสุทธิสมาน CEO จาก Like Me Co., Ltd. (Future Trends) </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวเปิดงานบนเวทีวันนี้ด้วยจากนำประเด็นใหญ่ที่ Financial Times ประเมินประเทศไทยที่กำลังเจอเศรษฐกิจที่เติบโตชะลอ การบริโภคในประเทศที่อ่อนแรง หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูง โครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย ขณะที่คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มไม่อยากมีลูก ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมือง และตลาดทุนไทยที่รั้งท้ายในระดับโลก สัญญาณเหล่านี้ล้วนสะท้อนว่าธุรกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และประเทศไทยไม่ได้แค่ป่วย แต่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุลูกใหญ่ที่โหมกระหน่ำจากทุกทิศทาง ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาสภาพอากาศ ไปจนถึงการมาถึงของ AI ที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างตลาดแรงงานอย่างรวดเร็ว ภาพรวมทั้งหมดทำให้ธุรกิจและคนทำงานต่างเผชิญคลื่นลมซัดสาดอย่างต่อเนื่อง ราวกับไม่มีช่วงเวลาพักหายใจ และเวลาของการปรับตัวกำลังเหลือน้อยลงทุกที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ท่ามกลางความเปราะบางนี้เอง Future Trends มองว่า ทุกวิกฤตซ่อนโอกาสอยู่เสมอ ประวัติศาสตร์โลกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทุกครั้งที่เกิดความปั่นป่วนครั้งใหญ่ จะมีผู้เล่นหน้าใหม่และแนวคิดใหม่ถือกำเนิดขึ้น ผู้ที่มองเห็นสัญญาณก่อน เข้าใจบริบทก่อน และเตรียมตัวก่อน ย่อมได้เปรียบในการฟื้นตัวและกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือเหตุผลที่ Future Trends ต้องการทำให้สิ่งที่ดูเหมือนคาดเดาไม่ได้ กลายเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ ผ่านการถอดรหัส Mega Trends และ Business Trends เพื่อนำไปสู่การเตรียมกลยุทธ์เชิงรุก (Strategic Preparation)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48761" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T124928.292.webp" alt="future-trends-ahead-summit-2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 836" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T124928.292.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T124928.292-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดดังกล่าวถูกขยายความต่อโดยคุณ</span><b> ณัฐกร เวียงอินทร์ Head of Content &amp; Branding ของ Future Trends และ aomMONEY (The Money Trends) </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งชี้ให้เห็นว่า การเติบโตในอนาคตไม่ควรถูกวัดด้วยตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว เพราะการเติบโตเชิงปริมาณอาจนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำและความเปราะบางในระยะยาว สิ่งที่องค์กรควรมองหา คือการเติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางพายุ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม คนทำงาน และระบบเศรษฐกิจโดยรวม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณณัฐกรอธิบายว่า 2 ปีที่ก่อน Future Trends จัดทำหนังสือเพื่อคาดการณ์เทรนด์ทั้ง 2 เล่มที่ล้วนทำหน้าที่สำรวจอนาคตในมิติต่าง ๆ ขณะที่หนังสือของปีนี้โฟกัสชัดเจนที่การมองหาโอกาสภายใต้ความไม่แน่นอน จากปัจจัยเสี่ยงรอบโลก ตั้งแต่การเลือกตั้งทั้งในไทยและสหรัฐฯ นโยบายเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงเชิงประชากร ไปจนถึงภัยธรรมชาติที่คาดเดาได้ยาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และด้วยความร่วมมือกับ 16 พันธมิตรในการทำหนังสือ นำไปสู่การสกัดออกมาเป็น 12 เทรนด์สำคัญ ซึ่งถูกนำมาขยายความบนเวทีวันนี้ โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือการชวนทุกคนเติบโตทางความคิด เพื่อปลดล็อกการเติบโตทางธุรกิจอย่างแท้จริง แม้ต้องเดินฝ่าพายุที่รุนแรงเพียงใดก็ตาม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>2. The CEO Algorithm: Health, Decisions, and Leadership 2026</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48765" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183914.678.webp" alt="future-trends-ahead-summit-2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 837" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183914.678.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183914.678-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“Health is the Foundation”</span></i></p>
<p><b>นพ.ธรณัส กระต่ายทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ V Precision Clinic </b><span style="font-weight: 400;">อธิบายว่า  สุขภาพคือรากฐานของทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการทำงาน การตัดสินใจ หรือความยั่งยืนในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ด้วยความท้าทาย อุปสรรค และความเปลี่ยนแปลงมากมาย เป็นผลให้คนทำงานยุคใหม่ทำงานหนักขึ้นแต่กลับดูแลร่างกายน้อยลง ส่งผลให้การเจ็บป่วยเรื้อรังกลายเป็นต้นทุนแฝงของทั้งชีวิตและองค์กร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อค้นพบของเขา หนึ่งในเทรนด์สุขภาพที่มาแรงที่สุดของปี 2026 คือแนวคิดเรื่อง Longevity หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่กลุ่มประชากรขนาดใหญ่คือคนอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือ Silver Age ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการมีชีวิตที่แข็งแรงยาวนานมากกว่าการมีอายุยืนเพียงตัวเลข แนวคิดนี้ทำให้การดูแลสุขภาพไม่จำกัดอยู่แค่การรักษาโรคหรือการเตรียมตัวเข้าสู่บ้านผู้สูงอายุ แต่เป็นการออกแบบชีวิตให้แข็งแรงได้ทุกที่ ทุกช่วงวัย และทุกบริบทของการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจสำคัญของ Longevity คือการเปลี่ยนมุมมองจากอายุจริง ไปสู่อายุทางชีวภาพ (Biological Age) เพราะตัวเลขบนบัตรประชาชนไม่สามารถสะท้อนสุขภาพที่แท้จริงได้อีกต่อไป วิทยาศาสตร์และสรีรวิทยาเข้ามามีบทบาทในการประเมินความเสี่ยงในอนาคต โดยข้อมูลชี้ว่า ทุก ๆ 1 ปีที่อายุชีวภาพเพิ่มขึ้น จะเพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตถึง 9% และสัมพันธ์โดยตรงกับความเสี่ยงของโรคมะเร็ง ภาวะถดถอยของสมรรถภาพร่างกาย และโรคอัลไซเมอร์ เป้าหมายของการดูแลสุขภาพยุคใหม่จึงไม่ใช่แค่ชะลอความแก่ แต่เพื่อทำให้อายุชีวภาพถอยหลังลงให้ได้มากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่ถูกเน้นอย่างมากคือเรื่องการนอน ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง การนอนเพียง 6 ชั่วโมงต่อวันส่งผลเสียต่อร่างกายไม่ต่างจากการอดนอนทั้งคืน และการอดนอนสะสมจะก่อให้เกิดภาวะ Sleep Debt หรือการกู้เวลาจากสุขภาพในอนาคตมาใช้ก่อน แต่เรากลับมองข้ามปัญหาที่น่ากังวลไปนั่นคือ มนุษย์มักประเมินความเหนื่อยล้าของตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริงเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ความเครียดยังส่งผลต่อระดับฮอร์โมน Cortisol ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจ แม้ผู้หญิงจะไม่พบว่าความเครียดนำมาสู่พฤติกรรมการตัดสินใจเสี่ยง ๆ เมื่อเทียบกับผู้ชาย  แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือสิ่งที่เราต้องพิจารณาอย่างใกล้ชิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากทั้งหมดทั้งมวล เทรนด์สุขภาพแห่งอนาคตกำลังมุ่งไปสู่การดูแลแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) การใช้ข้อมูลสุขภาพของตัวเองเป็นศูนย์กลาง และการมีเครื่องมือวัดสุขภาพที่เข้าถึงได้มากขึ้น ขณะที่แนวทางพื้นฐานที่ทุกคนควรเริ่มต้นทันที คือการแก้ปัญหาการนอน การฝึกการหายใจอย่างถูกต้อง และการทำสมาธิเพื่อลดความเครียด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายแล้ว ความมั่งคั่งที่แท้จริงในปี 2026 ไม่ได้วัดจากทรัพย์สินหรือรายได้ แต่วัดจากความยั่งยืนของชีวิตและศักยภาพของร่างกายในการพาเราไปต่อได้ในระยะยาว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>3. AI Trends: Vision 2026 for the Intelligent Future</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48766" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183900.675.webp" alt="future-trends-ahead-summit-2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 838" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183900.675.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183900.675-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>เรืองโรจน์ พูนผล หรือคุณ กระทิง ประธานกลุ่มบริษัท KBTG</b><span style="font-weight: 400;"> ชวนผู้ฟังมองภาพอนาคตของ AI ผ่านเลนส์ที่ไกลกว่าคำว่าเทคโนโลยีไปแล้ว โดยอ้างอิง Insight จากเวที World Economic Forum ว่า โลกได้ผ่านจุดหักศอกแรกของยุค AI มาแล้ว แม้ระยะถัดไปจะเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอนที่อาจดูเหมือนทำให้ AI ชะลอความสำคัญลง แต่แท้จริงแล้ว นี่คือช่วงเวลาที่องค์กรควรให้ความสนใจกับ AI มากที่สุด เพราะจุดหักศอกครั้งใหญ่ถัดไปกำลังรออยู่ในปี 2030 เมื่อ Quantum Computing เข้ามาเปลี่ยนโลกอย่างถาวร องค์กรที่ยังเพิกเฉยอาจต้องเผชิญต้นทุนมหาศาลในภายหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ไม่ใช่แค่การตัดสินใจด้านเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่เป็นการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่กระทบทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ทรัพยากร พลังงาน ไปจนถึงอำนาจการแข่งขันของประเทศ หากประเทศใดหรือองค์กรใดเสียเอกราชด้าน AI สุดท้ายจะเหลือสถานะเพียงผู้บริโภคเทคโนโลยีจากผู้อื่น ขณะที่หลายคนเชื่อว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Data Center จะสร้างงานจำนวนมาก ความจริงกลับตรงกันข้าม เพราะการจ้างงานโดยตรงมีจำกัด แต่กลับใช้ทรัพยากรสูง โดยเฉพาะน้ำ ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นขัดแย้งใหม่จากการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเชิงองค์กร ปี 2026 คือปีที่การทดลองต้องจบลงและผลลัพธ์ต้องเริ่มชัดเจน ข้อมูลสะท้อนว่า 74% ของ IT Leader ระบุว่าต้นทุนของ AI ในปัจจุบันเท่ากับหรือสูงกว่ามูลค่าที่ได้รับ โดยองค์กรโดยเฉลี่ยใช้ AI อย่างน้อย 3.1 โมเดล และกว่า 1 ใน 3 ขององค์กรที่ใช้ซอฟต์แวร์จำนวนมาก เริ่มใช้ AI เขียนโค้ด ซึ่งกำลังจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ ปีนี้จึงเป็นปีที่ต้องวัด ROI อย่างจริงจัง จากเดิมที่ปีก่อนเป็นเพียงช่วงทดลอง และมีเพียงประมาณ 1 ใน 3 ขององค์กรเท่านั้นที่สามารถสเกล AI แล้วเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของ CIO และ CTO จึงถูกยกระดับขึ้นอย่างมาก พวกเขากลายเป็นฮีโร่ที่แบกรับแรงกดดันมหาศาลในการสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจจาก AI พร้อมกับต้องบริหารความเสี่ยงที่ตามมา โดยเฉพาะเมื่อ Agentic AI เริ่มเข้ามาอยู่ใน Core Operation ขององค์กร แนวคิดเรื่อง AI Value Management จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของปีนี้ ไม่ใช่แค่การสร้างประสิทธิภาพ แต่รวมถึงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่อาจกระทบลูกค้า ซึ่งองค์กรจำเป็นต้องมี Empathy ต่อทีมเทคโนโลยีที่ต้องรับภาระทั้งโอกาสและความเสี่ยงไปพร้อมกัน</span></p>
<p><b>แม้ AI จะเก่งขึ้นเรื่อย ๆ แต่คุณกระทิงย้ำชัดว่า Human Lead AI ยังเป็นหลักการที่จำเป็นอย่างยิ่ง</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“อย่างน้อยในระยะใกล้นี้ มนุษย์ยังต้องกำกับดูแล AI เพราะคำถามง่าย ๆ คือ เราจะไว้ใจให้ AI สอนลูกเรา ? หรือควบคุมระบบนิวเคลียร์แทนมนุษย์ไหม ? คำตอบย่อมชัดเจนว่าไม่”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือเหตุผลที่ Trust และ Governance จะกลายเป็นแกนกลางของการพัฒนา AI เพราะ Large Language Model จะไม่มีวันสำเร็จได้ หากขาด Large Human Model ที่มีวิจารณญาณและจริยธรรมกำกับอยู่เบื้องหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย โลกธุรกิจได้ก้าวข้ามยุค Digital Business ไปแล้ว และกำลังเข้าสู่ยุค AI Business, Agentic Enterprise และในปี 2030 จะพัฒนาไปสู่ Autonomous Business รับเทรนด์ใหม่อย่าง World Model ซึ่งเป็นโมเดลที่ทำให้ AI เข้าใจโลกจริงและปฏิสัมพันธ์กับโลกได้อย่างลึกซึ้ง มันอาจกลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่มาแทน LLM ในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมนุษย์ไม่ใส่ใจเรื่องการกำกับดูแล โลกอาจเผชิญความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ ดังนั้น ท่ามกลางความหวังที่ AI มอบให้ สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการไม่หลงคิดว่า Hope is a strategy</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“</span></i><b><i>เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของเราไม่ใช่แค่ใช้ AI ให้เก่ง แต่เราต้องเป็น Master of AI เพื่อคงความเป็น Master of Humanity เอาไว้ให้ได้”</i></b></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/187?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47909" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 119" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>4. Leadership Trends for Tomorrow: Leading in the Age of AI</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48767" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183931.041.webp" alt="future-trends-ahead-summit-2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 839" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183931.041.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183931.041-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.สุทธิโสพรณ ช่วยวงศ์ญาติ Partner จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80"><b>Slingshot Group</b></a> <span style="font-weight: 400;">นำอินไซต์จากการทำงานใกล้ชิดกับผู้นำไทยกว่า 200 คน มาอธิบายภาพรวมความท้าทายของภาวะผู้นำในยุค AI ซึ่งเห็นได้ชัดว่า ผู้นำวันนี้ไม่ได้กังวลเพียงเรื่องเทคโนโลยี แต่กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากตลาด คน และโครงสร้างองค์กรที่ต้องปรับตัวพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการสำรวจ พบว่า 4 ประเด็นหลักที่ผู้นำไทยให้ความสำคัญสูงสุด ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การแข่งขันในตลาด (65.5%) ซึ่งเป็นแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ทั้งคู่แข่ง ลูกค้า และความไม่แน่นอนที่อาจกระทบธุรกิจได้ตลอดเวลา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมและการบริหารจัดการ (63.6%) เพราะผู้นำไม่สามารถมองแต่โลกภายนอกได้ หากไม่จัดการข้างในองค์กรให้แข็งแรง โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อใจต่อผู้นำ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คนและกำลังแรงงาน (61.1%) ซึ่งในปีนี้ ผู้นำให้ความสำคัญกับแรงบันดาลใจและพลังในการทำงาน มากกว่า Skillset</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การปรับใช้เทคโนโลยี (61.1%) โดยเฉพาะ AI อย่างไรก็ตาม ผู้นำจำนวนมากสะท้อนตรงกันว่า องค์กรและพนักงานยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายเหล่านี้อย่างแท้จริง</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุค AI ภาวะผู้นำจึงต้องเปลี่ยนไป โดยองค์กรให้ความสำคัญกับทักษะการนำคน 5 ด้านหลัก</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Lead with Strategic Foresight ผู้นำต้องมองเห็นโอกาสและความเสี่ยงล่วงหน้า การเข้าใจเทรนด์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องสามารถจับสัญญาณก่อนที่เทรนด์จะเกิด เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์และชนะในเกมการแข่งขัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Make Culture the Operating System of the AI Era วัฒนธรรมองค์กรต้องถูกฝังอยู่ในระบบปฏิบัติการขององค์กร ไม่ใช่แค่การประกาศใช้งาน AI แต่ต้องรู้ว่า AI เก่งเรื่องอะไร และมนุษย์ควรโฟกัสเรื่องใด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Orchestrate Human x AI Leadership ผู้นำต้องทำให้คนและ AI ทำงานร่วมกันได้ โดยไม่ทิ้งจุดแข็งของกันและกัน โดยเฉพาะจุดแข็งของมนุษย์ หากผู้นำสามารถเชื่อมพลังของสองสิ่งนี้ได้ องค์กรจะสร้างความได้เปรียบอย่างยั่งยืน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Anchor Decisions in Strategic Judgement &amp; Critical Thinking ในวันที่ AI ถูกใช้อย่างแพร่หลาย ผู้นำยิ่งต้องกระตุ้นให้คนคิด ตั้งคำถาม และกล้าท้าทายคำตอบของ AI เพราะ AI ไม่ติดคุก แต่ผู้นำที่ตัดสินใจผิด โดยเฉพาะในพื้นที่สีเทา อาจต้องรับผลลัพธ์ทางกฎหมาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Lead with Empathy ผู้นำต้องสร้าง Psychological Safety ให้คนรู้สึกปลอดภัย กล้าคิด กล้าพูด และกล้าลองสิ่งใหม่</span></li>
</ol>
<p><strong><i>“ในประเด็นสุดท้ายนี้ ไม่ใช่แค่ทำให้เด็ก หรือคนรุ่นใหม่เท่านั้นที่รู้สึกปลอดภัย แต่รวมถึงพนักงานที่อยู่ในวัยเกษียณด้วย เพราะพวกเขาเองก็ยังมีคุณค่า พร้อมเรียนรู้ และสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับองค์กรและประเทศได้เช่นกันค่ะ” </i></strong>ดร.สุทธิโสพรณ ทิ้งท้าย</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47862" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 75" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>5. Co-Piloting the Future, Unlocking Potential Through Learning</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48768" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183945.675.webp" alt="future-trends-ahead-summit-2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 840" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183945.675.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183945.675-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>โอชวิน จิรโสตติกุล CEO และ Founder ของ </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/50"><b>FutureSkill</b></a> <span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นด้วยการสะท้อนความรู้สึกร่วมของคนทำงานไทยในยุคที่ปัจจัยภายนอกรุมเร้า ทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และ AI ที่เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างอาชีพ หลายคนแม้กระท้่งคนที่พัฒนาตัวเองตลอด เริ่มตั้งคำถามว่า เราจะไปยืนอยู่ตรงไหน ? และ มีอะไรที่เราทำได้ แต่ AI ทำไม่ได้อีกบ้าง ?</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ความกลัวไม่ใช่เรื่องแปลกครับ แต่สิ่งสำคัญคือการไม่ปล่อยให้ความกลัวหยุดการเติบโตของตัวเอง แม้เราจะควบคุมปัจจัยภายนอกไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราควบคุมได้เสมอคือ การอัปเดตตัวเองให้เป็นเวอร์ชันใหม่อยู่ตลอดเวลา”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีข้อมูลสะท้อนว่า 1 ใน 3 ของทักษะที่จำเป็นเมื่อ 3 ปีก่อน วันนี้ล้าสมัยไปแล้ว ซึ่งถือเป็นอัตราการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและเยอะมาก นี่จึงทำให้ความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวกลายเป็นทักษะพื้นฐานที่สุดของคนทำงานยุค AI</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับทักษะแห่งอนาคต คุณโอชวินเสนอ 3 Core Skills สำคัญดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Advanced Thinking Skills หรือทักษะการคิดขั้นสูง ที่ผสานการวิเคราะห์เชิงลึกกับความคิดสร้างสรรค์ (Analytical Creativity) การเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ คิดเชิงระบบ ทำงานเป็นทีม เรียนรู้ตลอดชีวิต และมี Resilience เพื่อรับมือกับปัญหาที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Build and Use Technology &amp; Digital Skills ซึ่งไม่จำกัดอยู่แค่คนสายเทคโนโลยีอีกต่อไป เพราะทุกคนสามารถสร้างนวัตกรรมได้ด้วย AI ตั้งแต่การทดลองเขียนโค้ดไปจนถึงการพัฒนาไอเดียใหม่ ๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Connect and Inspire ทักษะการเชื่อมโยงผู้คน การเป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ และการบริหารคนให้ดึงศักยภาพออกมาได้สูงสุด</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อหลายคนยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มพัฒนาตัวเองจากจุดไหน คุณโอชวินแนะนำให้กลับไปตั้งคำถามพื้นฐานกับตัวเองก่อนว่า เป้าหมายของเราคืออะไร ? Passion คืออะไร ? อาชีพและเทรนด์ใดที่เราสนใจ ? แล้วค่อย ๆ ลงมือทำทีละก้าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเทคโนโลยีจะเปลี่ยนอาชีพของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่ต้องเปลี่ยนไม่ใช่แค่ทักษะ แต่เรายังต้องเปลี่ยนคำถามใหม่ จากที่เคยถามว่า AI จะมาแทนเราไหม ? ต้องถามว่า เราจะใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพของเราได้ 10 เท่าอย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุค AI บทบาทของมนุษย์กำลังเปลี่ยนจาก Solo Player ไปสู่ Conductor หรือ Editor คุณโอชวินยกตัวอย่างแนวคิดการทำงานใหม่ เช่น Sandwich Workflow ที่มนุษย์ทำงานก่อน ให้ AI ตรวจสอบ และมนุษย์ตรวจทานอีกครั้ง การเปลี่ยนจาก Creator เป็น Editor-in-Chief ที่กำกับงานของตัวเอง รวมถึงการทำงานกับ Hybrid Team ที่มีทั้งคนจริงและทีมที่มองไม่เห็นอย่าง AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และเพิ่มความสามารถในการทำงานได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย </span><b>การลองแล้วพลาดไม่ผิด แต่การไม่ก้าวไปไหนและไม่ยอมปรับตัวในโลกที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวันต่างหาก เป็นความเสี่ยงที่ทำให้เราติดอยู่ในโลกเดิม แล้วปรับตัวเข้ากับยุคใหม่ไม่ทัน</b></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/50?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47833" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 47" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>6.Business Trends Through the Lens of Thailand’s Leaders</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48769" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T185505.152.webp" alt="future-trends-ahead-summit-2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 841" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T185505.152.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T185505.152-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.วาสนา อินทะแสง</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ </span><b>BioActive</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>จักรกฤติ สายสมบูรณ์</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง </span><b>มากุโระ กรุ๊ป</b><span style="font-weight: 400;"> มาร่วมสะท้อนภาพการทำธุรกิจไทยผ่านมุมมองของ 2 ผู้นำจากต่างอุตสาหกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งคู่ต่างเห็นตรงกันว่า โลกธุรกิจวันนี้ไม่ได้แข่งกันแค่เรื่องราคา แต่แข่งกันด้วยคุณค่า ประสบการณ์ และความสามารถในการปรับตัวให้เร็วพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วาสนา เล่าจุดเปลี่ยนสำคัญจากประสบการณ์ในธุรกิจโรงงาน เคยอยู่ในเกมต้นทุนต่ำ ราคาไม่แพง เพื่อให้ขายได้และมีกำไร ซึ่งมักนำไปสู่การลดสเปกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นทำให้เธอเลือกปฏิวัติแนวคิดใหม่ด้วยการใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง นวัตกรรมที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง และยอมให้ลูกค้าจ่ายมากขึ้นเพื่อแลกกับสิ่งที่ดีกว่า โดยหัวใจสำคัญคือการสื่อสารอย่างหนักและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น แม้ต้องเผชิญการแข่งขันใน Red Ocean สูงก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝั่งธุรกิจอาหาร คุณจักรกฤติอธิบายว่า เมื่อ 10 ปีก่อน ธุรกิจ F&amp;B ยังไม่แตก Segment ลึกเหมือนวันนี้ แต่ปัจจุบันตลาดขยายและแยกย่อยอย่างรวดเร็ว มากุโระ จึงเลือกโฟกัสกลุ่ม Premium Mass ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และคุณภาพอาหารเป็นอันดับแรก ราคาเป็นเรื่องรอง หากวัตถุดิบดี รสชาติประณีต และประสบการณ์ตอบโจทย์ กลุ่มนี้พร้อมจ่าย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเทรนด์สำคัญในปี 2026 ที่เขามองเห็นก็คือ อาหารจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากขึ้น ทั้งการกินเร็ว กินง่าย ไปจนถึงการกินเพื่อประสบการณ์ ซึ่งทำให้แบรนด์ต้องเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้คนให้ได้มากขึ้นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งสองธุรกิจเห็นตรงกันว่าประเด็นเรื่องความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป ผู้บริโภคตั้งคำถามกับทุกขั้นตอน ตั้งแต่การได้มาของวัตถุดิบ Supply Chain มีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อมไหม ไปจนถึงพลาสติกที่ใช้แล้วจัดการอย่างไร ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีกลายเป็นตัวเร่งประสบการณ์ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจร้านอาหาร ตั้งแต่ความเร็วในการสั่ง การรออาหาร ไปจนถึงการชำระเงิน ทุกอย่างต้องลื่นไหล โดยเทคโนโลยีต้องช่วย ไม่ใช่กดดันผู้บริโภคเกินไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมิติของ AI ทั้งสององค์กรใช้ในแบบที่แตกต่างตามบริบทธุรกิจ BioActive ใช้ AI อย่างเข้มข้น ตั้งแต่การทำ AEO หรือ AI SEO ไปจนถึงการใช้ AI สร้างคอนเทนต์รูปแบบต่าง ๆ นำโดยวิดีโอที่ประหยัดต้นทุนและทำได้รวดเร็วกว่าสมัยก่อนมาก หากตั้ง Prompt ดี เข้าใจสินค้า เข้าใจลูกค้า AI จะกลายเป็นผู้ช่วยที่ให้ทางเลือกหลากหลาย และช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมหาศาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่มากุโระใช้ AI อย่างระมัดระวังและเน้นผลลัพธ์จริง โดยเฉพาะงานหลังบ้าน เช่น การรีเสิร์ชเทรนด์อาหารต่างประเทศ วิเคราะห์ Social Voice และหา Way to Win ทางธุรกิจ ช่วยให้งานที่เคยใช้เวลาหลายวัน สามารถย่อเหลือเพียงวันเดียว</span></p>
<p><b>AI และเทคโนโลยีช่วยให้ธุรกิจโตได้จริง หากใช้เพื่อเพิ่มความเร็ว ลดความสูญเปล่า และรักษาคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ</b><span style="font-weight: 400;"> แต่สิ่งที่ต้องระวังคือการใช้จนสูญเสียตัวตน และคุณค่าของแบรนด์</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38146 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 842" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-summit-2026-260210/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Q&#038;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมกราคม 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/qaarticle/qa-of-the-month-january-2026-260209/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/qaarticle/qa-of-the-month-january-2026-260209/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Feb 2026 06:35:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Q&A]]></category>
		<category><![CDATA[Q&A of the Month]]></category>
		<category><![CDATA[คำถามเด็ด HR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48731</guid>

					<description><![CDATA[เดือนแรกของปี 2026 ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และเชื่อว่าคงเป็นช่วงเวลาที่ทีม HR หลายองค์กรทำงานกันอย่างเข้มข้น ด้วยเป้าหมายเดียวกันคือการช่วยผลักดันองค์กรให้เติบโตไปข้างหน้าอย่างมั่นคง อย่างไรก็ตาม บนเส้นทางการทำงานจริง ย่อมมีทั้งคำถาม ความสงสัย และข้อคับข้องใจที่ต้องการมุมมองเพิ่มเติมหรือคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ ซึ่ง HR Community เว็บบอร์ดถาม–ตอบของ HREX ก็ทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางที่ช่วยเชื่อมต่อ HR จากหลากหลายองค์กร เข้ากับ HR Expert Partner ที่พร้อมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์อย่างตรงจุด ตลอดเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีคำถามน่าสนใจจำนวนไม่น้อยที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุย และได้รับคำตอบที่นำไปปรับใช้ได้จริง ในบทความนี้ HREX จึงขอรวบรวม Q&#38;A เด่นประจำเดือน มาให้ทุกคนได้อ่าน ทบทวน และต่อยอดแนวคิดร่วมกันอีกครั้ง ดังนี้ Q1: โดนใบเตือนทำยอด KPI ไม่ถึงเป้า โต้แย้งอย่างไรได้บ้าง ? ได้ใบเตือนมาครับ งาน Sales Recruiter ใบเตือนแรกระบุเรื่อง KPI ไม่ถึงเป้า ใบเตือนใบที่สอง ไม่ระบุหรือลงดีเทล เขียนแค่ว่าเป็น Second warning [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48733" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-06T135535.160.webp" alt="Q&amp;A of the Month january-2026" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมกราคม 2026 850" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-06T135535.160.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-06T135535.160-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เดือนแรกของปี 2026 ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และเชื่อว่าคงเป็นช่วงเวลาที่ทีม HR หลายองค์กรทำงานกันอย่างเข้มข้น ด้วยเป้าหมายเดียวกันคือการช่วยผลักดันองค์กรให้เติบโตไปข้างหน้าอย่างมั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม บนเส้นทางการทำงานจริง ย่อมมีทั้งคำถาม ความสงสัย และข้อคับข้องใจที่ต้องการมุมมองเพิ่มเติมหรือคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ ซึ่ง HR Community เว็บบอร์ดถาม–ตอบของ HREX ก็ทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางที่ช่วยเชื่อมต่อ HR จากหลากหลายองค์กร เข้ากับ HR Expert Partner ที่พร้อมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์อย่างตรงจุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีคำถามน่าสนใจจำนวนไม่น้อยที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุย และได้รับคำตอบที่นำไปปรับใช้ได้จริง ในบทความนี้ HREX จึงขอรวบรวม Q&amp;A เด่นประจำเดือน มาให้ทุกคนได้อ่าน ทบทวน และต่อยอดแนวคิดร่วมกันอีกครั้ง ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Q1: โดนใบเตือนทำยอด KPI ไม่ถึงเป้า โต้แย้งอย่างไรได้บ้าง ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48734" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-22.webp" alt="Q&amp;A of the Month january-2026" width="600" height="600" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมกราคม 2026 851" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-22.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-22-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-22-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-22-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-22-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ได้ใบเตือนมาครับ งาน Sales Recruiter ใบเตือนแรกระบุเรื่อง KPI ไม่ถึงเป้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใบเตือนใบที่สอง ไม่ระบุหรือลงดีเทล เขียนแค่ว่าเป็น Second warning พร้อม forward Daily Report ที่มียอดของแต่ละวันมาด้วย และมีการย้ำจี้ให้ตอบกลับใบเตือนนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราสามารถโต้แย้งอย่างไรได้บ้างครับ ในเมื่อไม่ได้ทำผิดวินัย เพียงแต่ยอดไม่ถึงเป้า ทั้งนี้ทางบริษัทไม่มี Job Tools ใด ๆ ให้ใช้ค้นหา Candidate ทำให้การเข้าถึงผู้สมัครเป็นไปได้ยากและไม่สามารถทำถึงยอดได้</span></p>
<h3><b>A: Rangsri Kowiwattanakan</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสามารถโต้แย้งโดยยึด 3 แกนนี้</span></p>
<p><b>1.1 KPI ไม่ถึง ≠ ผิดวินัย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">KPI เป็น เป้าหมายการทำงาน (Performance) ใบเตือนเป็น มาตรการทางวินัย (Disciplinary Action) หากไม่มีการระบุว่าฝ่าฝืนระเบียบข้อใด → ใบเตือน ไม่สมบูรณ์</span></p>
<p><b>1.2 ใบเตือนใบที่ 2 ขาดองค์ประกอบที่จำเป็น ใบเตือนที่ถูกต้องควรมี คือ</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ข้อกล่าวหาอะไร ผิดระเบียบข้อใด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เหตุการณ์/พฤติกรรมใด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">วันเวลา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แนวทางแก้ไข</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสามารถชี้แจงว่า ไม่สามารถรับรองหรือยอมรับใบเตือนที่ไม่มีรายละเอียดของการกระทำผิด</span></p>
<p><b>1.3 บริษัทไม่จัดหา Job Tools / Resources ประเด็นนี้ถือว่า น้ำหนักดีมาก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน Sales Recruiter ต้องพึ่ง</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Database</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Job boards</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ATS / sourcing tools</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">หากไม่มี เป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ความบกพร่องส่วนบุคคล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสามารถชี้แจงว่า ได้พยายามทำงานเต็มความสามารถภายใต้ทรัพยากรที่มีแล้ว แต่ข้อจำกัดด้านเครื่องมือส่งผลต่อผลลัพธ์</span></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2102"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Q2: เวลาเห็นประกาศรับสมัครงานบอกว่า ด่วน แต่แค่ไหนถึงเรียกว่าด่วน ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48735" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-23.webp" alt="Q&amp;A of the Month january-2026" width="600" height="600" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมกราคม 2026 852" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-23.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-23-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-23-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-23-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-23-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะบางทีเวลายื่นใบสมัครงานไป ใช้เวลาตั้งนานเป็นเดือนกว่าเขาจะตอบ แล้วพอขั้นตอนสัมภาษณ์ ก็มาบอกว่าอยากให้เริ่มงานให้เร็วที่สุด ตอนตอบเลยกลัวว่า ถ้าตอบว่าเริ่มได้อีก 1 เดือนจากนี้ จะถือว่าโอเคไหม เป็นสิ่งที่ตรงกับที่เขาคาดหวังไหม และเริ่มสงสัยคำว่าด่วนในพจนานุกรมของแต่ละองค์กรนั้น หมายความว่ายังไงกันแน่ ?</span></p>
<h3><b>A: Nattaporn</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กรณีนี้ มีความเห็นว่าแต่ละขั้นตอนมีกรอบระยะเวลามากำหนดชัดเจน เช่น การประกาศรับสมัคร การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครที่ตรงกับความต้องการขององค์กรหรือไม่ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้มักใช้เวลาในการพิจารณาค่อนข้างมาก หรือไม่ว่าจะเป็นกระบวนการสรรหาหรือคัดเลือกของแต่ละหน่วยงานก็จะต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเหตุการณ์ตามที่เจ้าของกระทู้ได้สอบถามมา การได้บุคคลไปเริ่มงานเร็วที่สุดย่อมเป็นผลดีต่อองค์กร แต่ก็มีหลักการและเวลาให้เตรียมตัว ซึ่งภายใน 1 เดือน เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติ สำหรับผู้ที่ทำงานอยู่แล้ว และจำเป็นต้องลาออกจากหน่วยงานเดิม ซึ่งต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ครับ</span></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2103"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Q3: ตามหาพนักงานต่างด้าวที่พูดจีนได้จากไหนดี ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48736" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-24.webp" alt="Q&amp;A of the Month january-2026" width="600" height="600" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมกราคม 2026 853" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-24.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-24-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-24-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-24-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-24-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนูเป็น HR มือใหม่และได้รับมอบหมายให้หาพนักงานภายในร้านอาหาร แต่ตำแหน่งที่หาคนได้ยากมาก ๆ คือพนักงานต่างด้าวที่พูดจีนได้ พี่ ๆ มีคำแนะนำไหมคะว่าเราจะหาจากไหนได้บ้าง หรือต้องทำยังไงเพิ่มเติมแนะนำได้เลยนะคะ</span></p>
<h3><b>A: Rangsri Kowiwattanakan</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานต่างด้าวที่พูดจีนได้ถือว่าหายากจริงครับ โดยเฉพาะในงานร้านอาหาร แหล่งที่พอหาได้จะเป็นกลุ่ม แรงงานเมียนมาหรือกัมพูชาที่เคยทำงานกับลูกค้าจีน / ร้านอาหารจีนมาก่อน แนะนำให้ลองโพสต์ใน กลุ่ม Facebook แรงงานต่างด้าว / กลุ่มร้านอาหารจีน / กลุ่มล่ามหรือเอเจนซี่แรงงานต่างด้าว จะได้ผลกว่าการลง Job Board ปกติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้สามารถ ติดต่อเอเจนซี่จัดหาแรงงานต่างด้าวโดยตรง แล้วระบุชัดว่าต้องการคนที่สื่อสารภาษาจีนได้ จะช่วยคัดกรองให้เร็วขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกทางหนึ่งคือปรับมุมคิดนิดนึง อาจรับคนที่มีทักษะภาษาจีนพื้นฐานหรือฟังได้ พูดได้บ้าง แล้วค่อยสอนศัพท์งานเพิ่ม เพราะคนที่จีนคล่อง + ทำงานร้านอาหารได้ มักถูกแย่งตัวสูงมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายอย่าลืมเช็กเรื่อง ใบอนุญาตทำงานและตำแหน่งที่กฎหมายอนุญาต ให้ชัดตั้งแต่ต้น จะได้ไม่ปวดหัวทีหลังครับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นกำลังใจให้ HR มือใหม่นะครับ งานนี้เหนื่อยจริง แต่ไม่ได้หายากเกินไป แค่ต้องหาให้ถูกที่ครับ</span></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2104"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Q4: กฎหมายแรงงานที่สำคัญสำหรับผู้ปฏิบัติงาน HR ในหน่วยงานราชการ มีอะไรบ้าง ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48737" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-25.webp" alt="Q&amp;A of the Month january-2026" width="600" height="600" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมกราคม 2026 854" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-25.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-25-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-25-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-25-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-25-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะที่ข้าพเจ้าปัจจุบันปฏิบัติงานภายในหน่วยงานราชการ ปฏิบัติหน้าที่เป็นนักทรัพยากรบุคคลของหน่วยงาน โดยมีบุคลากรหลากหลายประเภท เช่น ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ลูกจ้างเงินนอกงบประมาณ เป็นต้น มีจำนวนบุคลากรทั้งสิ้นประมาณ 250 ราย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากภายในหน่วยงานของข้าพเจ้า มีลูกจ้างที่จ้างโดยเงินนอกงบประมาณ เป็นเงินประเภทสนับสนุนจากหน่วยงานต่างประเทศ โดยจัดทำสัญญาจ้างระหว่างองค์กรกับผู้จ้าง จึงอยากทราบถึงกฎหมาย หรือกฎระเบียบที่ควรรู้ ที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานบุคลากรประเภทลูกจ้างเงินนอกงบประมาณ ที่จะสามารถนำมาปรับใช้กับการปฏิบัติงานได้</span></p>
<h3><b>A: ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การจ้างงานดังกล่าว แม้ว่าเป็นประเภทลูกจ้างเงินนอกงบประมาณ ก็ควรปฏิบัติภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน มีการทำสัญญาจ้างงานได้ใน 2 รูปแบบค่ะ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สัญญาจ้างงานประจำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สัญญาจ้างกำหนดเวลา โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมิใช่งานปกติของธุรกิจ ,กำหนดเวลาไม่เกิน 2 ปี</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">หมายเหตุ : ดูข้อมูล </span><a href="https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2541/A/008/1.PDF" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">พรบ.คุ้มครองแรงงานได้ทาง website</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือติดต่อขอรายละเอียดได้ที่สำนักงานสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน ซึ่งมีอยู่ในทุกจังหวัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และควรปฏิบัติตาม พรบ.ประกันสังคม ซึ่งมีสิทธิประโยชน์ให้ลูกจ้าง (บุคลากร) สามารถดูข้อมูลได้ทาง </span><a href="https://www.sso.go.th/wpr/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Website ประกันสังคม</span></a></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2105"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Q5: ทำงานผิดพลาดบ่อย จนรู้สึกเกร็ง รู้สึกผิดหวังกับตัวเอง ทำไงดี ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48738" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-26.webp" alt="Q&amp;A of the Month january-2026" width="600" height="600" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมกราคม 2026 855" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-26.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-26-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-26-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-26-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Title-Page-26-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายเดือนที่ผ่านมา มีหลายเหตุการณ์ที่ผมทำงานแล้วมีความผิดพลาดอยู่บ่อยๆ เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ขนาดพยายามตรวจเช็คให้แน่ใจว่าไม่น่าพลาดแล้วก็ยังพลาดอยู่ บอกตามตรงว่าตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกเครียดทุกครั้งที่ทำงาน รู้สึกผิดหวังในตัวเอง ที่ก็มีประสบการณ์ไม่น้อย แต่ยังพลาดอีก จนบางทีก็กลัวการทำงานเข้าไปจริงๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมควรหาวิธีแก้ยังไงดีครับ ให้สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพ โดยไม่ผิดพลาดอีก</span></p>
<h3><b>A: Rangsri Kowiwattanakan</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่อยากจะแชร์ในฐานะเคยเป็นแบบนี้เหมือนกันคือ</span></p>
<ol>
<li><b> หยุดโทษตัวเองก่อน   </b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งเกร็ง สมองยิ่งพลาด  ตอนนี้ปัญหาไม่ใช่ความสามารถ แต่มาจากความกดดันสะสม</span></p>
<ol start="2">
<li><b> แยกให้ชัดว่าพลาดแบบไหน</b></li>
</ol>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ลองเขียนดู 1–2 สัปดาห์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พลาดเพราะรีบ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พลาดเพราะข้อมูลเปลี่ยน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พลาดเพราะงานซ้อน</span></li>
</ul>
<ol start="3">
<li><b> เปลี่ยนจาก ‘ตรวจซ้ำ’ เป็น ‘ดูจุดสำคัญ’</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">การเช็คทั้งงานไม่ช่วยเท่าเช็คเฉพาะจุดเสี่ยง ทำ Checklist สั้น ๆ แค่ 3–5 จุดที่ “ถ้าพลาด = พัง” ลองให้เพื่อนช่วยลองรับบทเป็นหัวหน้าว่าเขาจะถามอะไร ตรงไหนต้องตรวจสอบพิเศษ มันปรกติมากที่เราทำเองเรามักไม่เห็นจดพลาด </span></p>
<ol start="4">
<li><b> ลดงานในหัว เพิ่มงานบนกระดาษ</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">คนที่มีประสบการณ์มักพลาดเพราะคิดว่าไม่น่าพลาด ทุกอย่างที่สำคัญ เขียน/เช็ค/ติ๊กให้เห็น ไม่พึ่งความจำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายอยากให้กำลังใจว่า คนที่กลัวพลาด แปลว่าเป็นคนรับผิดชอบ คนที่อันตรายจริง ๆ คือคนที่พลาดแล้วไม่รู้สึกอะไร</span></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2106"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20217 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02.png" alt="CTA HR Community" width="1600" height="500" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมกราคม 2026 856" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/qaarticle/qa-of-the-month-january-2026-260209/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Cloud-based System สิ่งได้ไปต่อกับ HR ยุค 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrtech/cloud-based-system-hr-2026-260202/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrtech/cloud-based-system-hr-2026-260202/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Feb 2026 03:03:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tech]]></category>
		<category><![CDATA[Cloud System]]></category>
		<category><![CDATA[Cloud-based System]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบ Cloud]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48668</guid>

					<description><![CDATA[แม้แนวคิดของระบบ Cloud-based System จะมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ยุค 1960s แต่กว่าเทคโนโลยีนี้จะสุกงอม และนำมาใช้ในเชิงธุรกิจอย่างเต็มตัวก็ต้องรอจนถึงช่วงปลายยุค 2000s และในกรณีของประเทศไทย เราเริ่มเห็นองค์กรชั้นนำขยับตัวเข้าสู่คลาวด์ในช่วงต้นยุค 2010s นี้เอง ในวันนั้น ระบบ Cloud อาจดูเหมือนทางเลือกที่ล้ำสมัย แต่ตัดภาพมาที่ปี 2026 Cloud กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดไม่ได้เรียบร้อย เปรียบเสมือนไฟฟ้าหรืออินเทอร์เน็ตที่ขับเคลื่อนธุรกิจ และหากองค์กรยังคงยึดติดกับระบบเดิม ๆ ไม่เพียงจะก้าวตามโลกไม่ทัน แต่อาจกำลังแบกรับความเสี่ยงที่ธุรกิจไม่สามารถรับไหวโดยไม่รู้ตัว เมื่อความยืดหยุ่นของ Cloud-based System คือทางรอด คนทำงานน่าจะยังจำยุคที่ข้อมูลพนักงานถูกล็อคไว้ในตู้เอกสาร หรือถูกเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ออฟฟิศที่ต้องรอฝ่าย IT มาจัดการให้ทุกครั้งที่ต้องการอัปเดตระบบได้ดี ระบบเหล่านั้นถูกออกแบบมาเพื่อโลกที่ทุกคนนั่งทำงานในที่เดียวกัน และเวลาเดียวกัน แต่เมื่อโรคโควิด-19 เขย่าโลกทั้งใบช่วงต้นปี 2020 กลับเร่งให้คนมุ่งหน้าเข้าสู่ระบบนี้มากขึ้น บทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดคือ ความแตกต่างขององค์กรที่มีระบบ Cloud ซึ่งสามารถเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานแบบ Remote Work หรือ Work From Anywhere ได้ทันทีโดยไม่สะดุด ในขณะที่องค์กรแบบดั้งเดิมต้องเผชิญกับภาวะชะงักงัน และต้องใช้เวลานานกว่าจะวิ่งตามองค์กรที่มีระบบพร้อมได้ ในปี 2026 เป็นต้นไป [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48670" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-02T084531.007.webp" alt="cloud-based-system-hr-2026" width="600" height="370" title="Cloud-based System สิ่งได้ไปต่อกับ HR ยุค 2026 861" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-02T084531.007.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-02T084531.007-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><a href="https://www.dataversity.net/articles/brief-history-cloud-computing" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">แม้แนวคิดของระบบ Cloud-based System จะมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ยุค 1960s</span></a><span style="font-weight: 400;"> แต่กว่าเทคโนโลยีนี้จะสุกงอม และนำมาใช้ในเชิงธุรกิจอย่างเต็มตัวก็ต้องรอจนถึงช่วงปลายยุค 2000s และในกรณีของประเทศไทย เราเริ่มเห็นองค์กรชั้นนำขยับตัวเข้าสู่คลาวด์ในช่วงต้นยุค 2010s นี้เอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันนั้น ระบบ Cloud อาจดูเหมือนทางเลือกที่ล้ำสมัย แต่ตัดภาพมาที่ปี 2026 Cloud กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดไม่ได้เรียบร้อย เปรียบเสมือนไฟฟ้าหรืออินเทอร์เน็ตที่ขับเคลื่อนธุรกิจ และหากองค์กรยังคงยึดติดกับระบบเดิม ๆ ไม่เพียงจะก้าวตามโลกไม่ทัน แต่อาจกำลังแบกรับความเสี่ยงที่ธุรกิจไม่สามารถรับไหวโดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>เมื่อความยืดหยุ่นของ Cloud-based System คือทางรอด</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คนทำงานน่าจะยังจำยุคที่ข้อมูลพนักงานถูกล็อคไว้ในตู้เอกสาร หรือถูกเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ออฟฟิศที่ต้องรอฝ่าย IT มาจัดการให้ทุกครั้งที่ต้องการอัปเดตระบบได้ดี ระบบเหล่านั้นถูกออกแบบมาเพื่อโลกที่ทุกคนนั่งทำงานในที่เดียวกัน และเวลาเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เมื่อโรคโควิด-19 เขย่าโลกทั้งใบช่วงต้นปี 2020 กลับเร่งให้คนมุ่งหน้าเข้าสู่ระบบนี้มากขึ้น บทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดคือ ความแตกต่างขององค์กรที่มีระบบ Cloud ซึ่งสามารถเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานแบบ Remote Work หรือ Work From Anywhere ได้ทันทีโดยไม่สะดุด ในขณะที่องค์กรแบบดั้งเดิมต้องเผชิญกับภาวะชะงักงัน และต้องใช้เวลานานกว่าจะวิ่งตามองค์กรที่มีระบบพร้อมได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปี 2026 เป็นต้นไป </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/core-hr-system-250521/"><span style="font-weight: 400;">ระบบ Cloud จะไม่ใช่แค่ที่เก็บข้อมูลสำหรับ HR</span></a><span style="font-weight: 400;"> แต่มันคือ Operating System ที่สำคัญต่อของการบริหารคน ที่เข้าถึงได้ผ่านเบราว์เซอร์หรือแอปพลิเคชั่นจากที่ไหนก็ได้ในโลก และมันมอบความแม่นยำ ความปลอดภัย รวมถึงความเร็วที่ระบบกระดาษ หรือระบบ Manual แบบเดิม ๆ ไม่มีทางทำได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ทำไมต้องใช้ Cloud HR ? 8 กรณีศึกษา เมื่อพลังของ Cloud-based System ช่วย HR ขับเคลื่อนองค์กรยุคใหม่</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48674" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/cloud-system-tablet-background-smart-technology-remixed-media-scaled.webp" alt="cloud-based-system-hr-2026" width="600" height="400" title="Cloud-based System สิ่งได้ไปต่อกับ HR ยุค 2026 862" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/cloud-system-tablet-background-smart-technology-remixed-media-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/cloud-system-tablet-background-smart-technology-remixed-media-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/cloud-system-tablet-background-smart-technology-remixed-media-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/cloud-system-tablet-background-smart-technology-remixed-media-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/cloud-system-tablet-background-smart-technology-remixed-media-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/cloud-system-tablet-background-smart-technology-remixed-media-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น HREX ขอแบ่งกลุ่มการใช้งานระบบ Cloud ที่ HR สามารถเรียนรู้และนำไปใช้ได้ ออกเป็น 3 กลยุทธ์หลักดังนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>Cloud HR Pillar 1: Operational Excellence เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานระดับสูงสุด</h3>
<p><b style="font-size: 16px;">1. Digital Onboarding: ประสบการณ์วันแรกที่ไร้รอยต่อ</b><span style="font-weight: 400;"> แทนที่จะปล่อยให้พนักงานใหม่จมกองเอกสารในวันแรก HR สามารถใช้ระบบ Cloud ช่วยสร้าง Workflow อัตโนมัติได้ทันที ระบบจะส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูล อัปโหลดเอกสารผ่านมือถือ และเชื่อมกับฝ่าย IT เพื่อเตรียมอุปกรณ์และอีเมลรอไว้ล่วงหน้า นำมาซึ่ง First Impression ที่ดี ทำให้พนักงานเริ่มงานได้อย่างมั่นใจในวันแรก</span></p>
<p><a href="https://productive24.com/resources/fmcg-and-retail/digital-employee-onboarding-in-agata-store-chain-case-study" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">กรณีที่แสดงถึงการทำ Digital Onboarding แล้วได้ผลดี เกิดขึ้นกับบริษัท Agata S.A.</span></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นเครือร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านรายใหญ่ในโปแลนด์ มีสาขาขนาดใหญ่ 32 แห่ง และมีพนักงานรวมประมาณ 4,000 คน และเนื่องจากองค์กรขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ต้องรับสมัครและเริ่มงานพนักงานใหม่หลายร้อยคนต่อปี จึงจำเป็นต้องทำให้กระบวนการที่เกี่ยวกับการสมัครงานเป็นระบบอัตโนมัติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Agata S.A. เลือกใช้ Cloud Software แบบ Low-code ช่วยให้องค์กรสร้างระบบ IT ที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการเฉพาะ แล้วจัดการงาน HR ที่สำคัญต่างๆ ได้ในเครื่องมือเดียว ส่งผลให้การ Onboarding มีประสิทธิภาพกว่าเดิม 65%</span></p>
<p><b>2. Intelligent Automation: ปลดล็อกเวลาจากงานจำเจ</b> ระบบ Cloud ช่วยลดงาน Admin ที่ซ้ำซาก เช่น การคำนวณวันลา การตรวจสอบเวลาเข้างาน หรือการจัดการสลิปเงินเดือน ช่วยคืนเวลาที่มีค่าให้ HR ได้ไปทำหน้าที่เชิงกลยุทธ์ เช่น การวางแผนกำลังคน หรือการดูแลสุขภาวะพนักงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่หุ่นยนต์ทำแทนไม่ได้</p>
<p><a href="https://www.uipath.com/resources/automation-case-studies/lenovo-rpa-release-hyperautomation-value" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Lenovo Global IT คือตัวอย่างชั้นดี</span></a><span style="font-weight: 400;"> โดยองค์กรนำเทคโนโลยี RPA (Robotic Process Automation) มาผสานกับ AI (Artificial Intelligence) เพื่อเปลี่ยนงาน HR ที่ซ้ำซ้อนและเป็นระบบทำมือ (Manual-intensive) ให้เป็นระบบอัตโนมัติ เริ่มด้วยงานอัปโหลดไฟล์ภาษีเข้าสู่ระบบ พร้อมตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเวลาได้มาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือในกรณีเบิกค่าใช้จ่ายใด ๆ Lenovo ก็มีระบบ OCR (Optical Character Recognition) อ่านข้อมูลจากเอกสารโดยอัตโนมัติ แล้วทำการจัดเก็บและส่งข้อมูลเข้าระบบ ทำให้พนักงานใช้เวลาน้อยลงกว่าเดิมถึง 90% และความแม่นยำในงานเอกสารเพิ่มขึ้นเกือบ 99%</span></p>
<p><b>3. Flexible Work Support: รองรับการทำงานที่ไร้พรมแดน</b> เราก้าวมาถึงปี 2026 แล้ว ความยืดหยุ่นคือสวัสดิการที่พนักงานโหยหาที่สุด และระบบ Cloud ทำให้การทำงานแบบ Hybrid / Remote Work / Work From Anywhere กลายเป็นเรื่องปกติ พนักงานสามารถจัดการตัวเองได้ผ่านแอปฯ ไม่ว่าจะส่ง/อนุมัติใบลาหรือเบิกค่าใช้จ่ายจากที่ไหนก็ได้ ช่วยลดคอขวดในกระบวนการทำงานของ HR รวมถึงฝ่ายบัญชี ที่เคยต้องรอการอนุมัติที่หน้าโต๊ะเท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>Cloud HR Pillar 2: Employee Experience &amp; Culture สร้างวัฒนธรรมและประสบการณ์ที่ดี</h3>
<p><b style="font-size: 16px;">4. Social Engagement: เชื่อมต่อพนักงานแม้ตัวอยู่ไกล</b><span style="font-weight: 400;"> ระบบ Cloud สมัยใหม่มาพร้อมฟีเจอร์ Social HCM ที่เปลี่ยนระบบ HR ให้กลายเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม มี Community Feed ให้ชื่นชมผลงานกัน หรือจะประกาศข่าวสารสำคัญแบบ Real-time ก็ทำได้เช่นกัน ช่วยสร้างความรู้สึกส่วนหนึ่งในองค์กร ให้กับพนักงานที่อาจไม่ได้เข้าออฟฟิศทุกวันได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างที่น่าสนใจจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก </span><a href="https://blogs.vorecol.com/blog-enhancing-employee-engagement-through-cloud-hr-software-165500" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Microsoft ที่พอหันมาใช้ระบบ Cloud-based System</span></a><span style="font-weight: 400;"> ผลก็คือช่วยเพิ่มความพึงพอใจของพนักงานได้ถึง 15% ทำให้ Productivity เพิ่มขึ้น 30% ผ่านการให้ฟีดแบ็คแบบ Real-time</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกกรณีคือ Unilever ที่ได้ Engagement สูงขึ้น 21% หลังเริ่มใช้ People Analytics จริงจัง แล้วช่วยลดแนวโน้มที่พนักงานจะลาออกได้ถึง 87%</span></p>
<p><b>5. On-Demand Learning: การเรียนรู้ที่เลือกเองได้</b><span> การส่งพนักงานไปอบรมในห้องประชุมแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ระบบ Cloud ทำให้สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองได้แบบ 24/7 และติดตามความก้าวหน้าได้ทันที ช่วยให้องค์กรสร้าง Learning Culture ได้อย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<p><a href="https://www.docebo.com/learning-network/blog/hr-lms/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">โรงภาพยนตร์ Cineplex ที่ประเทศแคนาดา </span><span style="font-weight: 400;">จัดหาระบบ Cloud LMS</span> </a><span style="font-weight: 400;"> ยกระดับ Cineplex Academy แพลตฟอร์มการเรียนรู้ขององค์กรที่รองรับพนักงานกว่า 13,000 คนทั่วแคนาดา จนมีคอร์สเรียนมากกว่า 300 หลักสูตร และ Learning Plan อีกกว่า 140 แผน โดยเนื้อหาถูกออกแบบให้เป็น Microlearning และ Mobile Learning เพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของพนักงานรุ่นใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยระบบนี้ทำให้ Cineplex ระบุได้ว่าพนักงานคนไหนมีศักยภาพในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำรุ่นใหม่ และด้วยการออกแบบการฝึกอบรมแบบอิงสถานการณ์ (Scenario-based Training) ช่วยให้เรียนรู้ พัฒนา แล้วเอาไปปรับใช้กับงานได้อย่างตรงจุด เป็นผลให้ Cineplex มีอัตราการ Retention พนักงานกลุ่ม Talent ระดับท็อปสูงถึง 95%</span></p>
<p><b>6. Employee Voice &amp; Feedback: ฟังเสียงพนักงานก่อนจะสาย</b><span> การทำ Pulse Survey หรือแบบสำรวจสั้น ๆ ผ่านระบบ Cloud ช่วยให้ HR ทราบอุณหภูมิขององค์กรได้ทันที ไม่ต้องรอสำรวจประจำปี ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณแก้ปัญหาได้ตรงจุดก่อนที่พนักงานเก่ง ๆ จะตัดสินใจลาออกได้เร็วกว่าเดิมหลายเท่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>Cloud HR Pillar 3: Strategic Insight ตัดสินใจด้วยข้อมูลและ AI</h3>
<p><b style="font-size: 16px;">7. AI-Driven Performance: ตัดสินคนด้วย Data ไม่ใช่ความรู้สึก</b><span style="font-weight: 400;"> ระบบ Cloud ในปี 2026 มาพร้อม AI ที่ช่วยวิเคราะห์ช่องว่างทางทักษะ (Skill Gaps) และพยากรณ์ศักยภาพพนักงาน ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจเรื่องการเลื่อนตำแหน่งหรือการปรับโครงสร้างทีมได้อย่างแม่นยำ ลดอคติ และสร้างความเป็นธรรมในองค์กรเพิ่มขึ้น</span></p>
<p><b>8. Wellness &amp; Burnout Prevention: ดูแลใจด้วยระบบอัจฉริยะ</b><span> ระบบสามารถตรวจจับสัญญาณความเสี่ยง เช่น พนักงานที่ทำงานล่วงเวลาติดต่อกันนานเกินไป หรือคนที่ไม่ใช้สิทธิ์ลาพักร้อนเลย เพื่อแจ้งเตือนให้ HR เข้าไปดูแลเชิงรุก ป้องกันภาวะหมดไฟ และรักษาทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าไว้กับองค์กรให้นานที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ </span><a href="https://www.irejournals.com/formatedpaper/1706657.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Louvity บริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาแอปพลิเคชันด้านสุขภาวะ พวกเขาพัฒนา Wellness App ขึ้นมาโดยเฉพาะ</span></a><span style="font-weight: 400;"> เพื่อแก้ปัญหาพนักงานหมดไฟ โดยสามารถติดตามระดับความเครียด คุณภาพการนอน และกิจกรรมทางกายได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบใช้อัลกอริทึ่มและ AI วิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลัง เพื่อระบุสัญญาณเตือนล่วงหน้า และทำนายช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงสูงก่อนที่พนักงานจะล้มป่วยหรือหมดไฟจริง ๆ ผลจากการใช้งานจริงแสดงให้เห็นว่าสามารถลดอาการหมดไฟของพนักงานลงได้ 40% ภายใน 6 เดือน และลดอัตราการลาป่วยได้ถึง 45%</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>The Risk of Doing Nothing หากคุณไม่ก้าวสู่ Cloud ในวันนี้ นี่คือความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้ว่า แม้เราจะก้าวมาสู่ยุคที่คนใช้ Cloud รวมถึงใช้ AI ช่วยทำงานหลายอย่าง แต่ก็ยังมีองค์กร หรือมีคนที่ยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่โลก 4.0 นี้อย่างเต็มตัว การไม่เปลี่ยนสู่ระบบ Cloud ตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่แค่ทำให้องค์กรทำงานช้าลง แต่จะเกิดความเสี่ยงในหลายด้าน ได้แก่</span></p>
<h3><b>1. เสี่ยงต่อความปลอดภัยของข้อมูล</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เซิร์ฟเวอร์ในออฟฟิศเสี่ยงต่อภัยพิบัติและการโจรกรรมข้อมูลมากกว่าระบบ Cloud ชั้นนำที่มีการเข้ารหัส (Encryption) ระดับโลก รวมถึงการเก็บข้อมูลไว้บนกระดาษเพียงอย่างเดียว หากเกิดเหตุไฟไหม้ หรือปัจจัยใด ๆ เกิดขึ้นจนข้อมูลเสียหาย ก็ยากที่จะกู้ข้อมูลกลับคืนมาได้</span></p>
<p><a href="https://www.vaulttek.com/common-threat-to-data-loss-natural-disasters/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">National Fire Protection Association (NFPA) ประเมินว่า ในแต่ละปีมีเหตุเพลิงไหม้ที่สร้างความเสียหายต่ออาคาร สถานที่ ทรัพย์สิน รวมถึงข้อมูลที่อาจสูญหายหรือใช้งานไม่ได้ขององค์กรสูงกว่า12,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน ระบบ Cloud ชั้นนำมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก เช่น การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) และระบบสำรองข้อมูล</span><a href="https://www.salesforce.com/ap/platform/cloud-computing/benefits/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;"> โดยองค์กรกว่า 94% ยืนยันว่าพอเปลี่ยนระบบแล้ว ช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัยได้เยอะมาก และ 91% เห็นว่าระบบ Cloud ช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมายได้ง่ายขึ้นด้วย</span></a></p>
<h3>2. เสี่ยงสูญเสียบุคลากรมากความสามารถ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่มีใครอยากทำงานในองค์กรที่ขาดระบบการสนับสนุนที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานรุ่นใหม่จะคาดหวังเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการทำงาน หากระบบ HR ยังเป็นยุคเก่า พวกเขาจะรู้สึกว่าองค์กรล้าหลัง ขาดความเป็นมืออาชีพ และมองหาตัวเลือกอื่นที่ดีกว่าให้เร็วที่สุด</span></p>
<h3>3. เสี่ยงคำนวณต้นทุนผิดพลาด</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การยังใช้มือ กระดาษ และเครื่องคิดเลขตามปกติคำนวณค่าใช้จ่าย หรือแม้กระทั่งการใช้โปรแกรมอย่าง Excel ที่ยังต้อง Manual ทุกอย่างด้วยมือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/payroll-errors-240822/"><span style="font-weight: 400;">มีความเสี่ยงที่จะเกิด Human Error สูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นเรื่องภาษีและเงินเดือน ความผิดพลาดครั้งเดียว อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายและความเชื่อมั่นได้</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ลงทุนใน Cloud HR ตั้งแต่วันนี้ นำมาซึ่งความคุ้มค่ากว่าที่องค์กรคาดคิด</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาพิจารณาเปลี่ยนผ่านระบบเดิม เครื่องมือเดิม ไปสู่การใช้งานระบบใหม่ เครื่องมือใหม่ ผู้บริหารมักตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า และ ROI เสมอว่า ใช้แล้วเราจะได้อะไรกลับมาอย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูลของ HREX การเปลี่ยนผ่านองค์กรเพื่อใช้งาน Cloud จะนำมาซึ่ง ROI หลัก ๆ 3 มิติที่มีผลต่อธุรกิจ ดังนี้</span></p>
<h3>1. ลดต้นทุนการดำเนินงานที่จับต้องได้</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนสู่ระบบ Cloud คือการเปลี่ยนจากงบลงทุนก้อนใหญ่ มาเป็นการจ่ายตามการใช้งานจริง องค์กรไม่ต้องแบกรับต้นทุนมหาศาลในการซื้อเซิร์ฟเวอร์ การบำรุงรักษาห้อง IT ที่ต้องใช้พลังงานและทีมงานดูแลตลอด 24 ชั่วโมง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบนี้ช่วยให้ธุรกิจบริหารกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้โมเดล Pay-as-you-grow ที่ปรับขยายได้ตามจำนวนพนักงานจริงโดยไม่ต้องจ่ายล่วงหน้าเผื่ออนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังช่วยกำจัดต้นทุนแฝงที่เรามักมองข้าม เช่น ค่ากระดาษ หมึกพิมพ์ และค่าเช่าพื้นที่จัดเก็บเอกสารมหาศาล การเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นดิจิทัลไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายรายวัน แต่ยังช่วยให้กระบวนการตรวจสอบข้อมูลได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น ลดเวลาที่ต้องเสียไปกับงานธุรการที่ไม่ได้สร้างรายได้ให้กับบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>2. บริหารความเสี่ยงและผลิตภาพของบุคลากร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความผิดพลาดในงาน HR โดยเฉพาะเรื่องเงินเดือนและภาษี ไม่ได้นำมาซึ่งแค่ความไม่พอใจของพนักงาน แต่ยังรวมถึงค่าปรับทางกฎหมายที่อาจสูงกว่าค่าระบบ Cloud หลายเท่าตัว ระบบ HR Online อัตโนมัติจะช่วยปิดความเสี่ยงจาก Human Error ได้เกือบ 100% มอบความแม่นยำและความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้ทันที ซึ่งถือเป็นการป้องกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับองค์กรยุคใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน เมื่อ HR สามารถลดเวลา</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-admin-230908/"><span style="font-weight: 400;">จากงาน Admin</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้มากกว่า 50% เวลาเหล่านั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางธุรกิจทันที HR จะสามารถขยับบทบาทไปเน้นงานเชิงกลยุทธ์ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวางแผนกำลังคน หรือการออกแบบแผนจูงใจเพื่อเพิ่มยอดขาย ซึ่งเป็นการใช้ต้นทุนด้านค่าตอบแทนพนักงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างผลกำไรกลับคืนสู่บริษัทได้อย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>3. การลดต้นทุนการสูญเสียบุคลากรและสร้างมูลค่าแบรนด์</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนที่แพงที่สุดอย่างหนึ่งของธุรกิจคือการสูญเสียพนักงานเก่ง ๆ โดยสถิติของ Gallup ระบุว่าค่าใช้จ่ายในการแทนที่พนักงานที่ลาออกไป 1 คนอยู่ที่ 0.5-2 เท่าของเงินเดือนรายปี ส่วน SHRM บอกว่าอาจเท่ากับ 6-9 เดือนของเงินเดือนพนักงานคนเก่า แต่หากรวมค่าความสูญเสียอื่น ๆ แล้วแปรเป็นตัวเลขออกมาอาจสูงถึง 3-4 เท่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมีระบบ HR Online บน Cloud ที่ทันสมัยและตอบโจทย์การทำงานที่ยืดหยุ่น จึงเป็นเครื่องมือสำคัญใน</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190327-employee-keeping-retention/"><span style="font-weight: 400;">การ Retention พนักงาน </span></a><span style="font-weight: 400;">และช่วยประหยัดงบประมาณมหาศาลจากการลดอัตราการลาออกได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด เทคโนโลยีที่ทันสมัยยังส่งผลต่อภาพลักษณ์องค์กร โลกปี 2026 คนเก่งเลือกงานจากเครื่องมือที่ช่วยให้ชีวิตเขาง่ายขึ้น การมีระบบ HR ที่ดีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสะดวกสบาย แต่จะช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและน่าดึงดูด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดบุคลากรระดับชั้นนำเข้าสู่องค์กร และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาวอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48675" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/cloud-computing-storage-data-network-scaled.webp" alt="cloud-based-system-hr-2026" width="600" height="401" title="Cloud-based System สิ่งได้ไปต่อกับ HR ยุค 2026 863" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/cloud-computing-storage-data-network-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/cloud-computing-storage-data-network-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/cloud-computing-storage-data-network-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/cloud-computing-storage-data-network-768x513.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/cloud-computing-storage-data-network-1536x1025.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/cloud-computing-storage-data-network-2048x1367.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>บทสรุป: Cloud HR คือการลงทุนในอนาคต</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกการทำงานในปี 2026 เปลี่ยนเร็วกว่าเดิมในระดับวินาที ระบบ Cloud ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์สำหรับจัดเก็บข้อมูลพนักงานอีกต่อไป แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ที่กำหนดทั้งความเร็วและความสามารถในการเติบโตขององค์กร หากขาดระบบที่ยืดหยุ่นและเชื่อมต่อได้จริง งาน HR อาจกลายเป็นคอขวดที่ฉุดการขยายธุรกิจ แทนที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญอย่างที่ควรจะเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนผ่านสู่ Cloud วันนี้ คือการลงทุนในศักยภาพของคนและความสามารถในการแข่งขันระยะยาว ระบบที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการทำงาน รักษาพนักงานเก่งไว้ได้ดีขึ้น และสร้างข้อมูลที่แม่นยำพอสำหรับการตัดสินใจเชิงธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยที่แยกผู้นำออกจากผู้ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้การทำ Digital Transformation จะมีความท้าทาย แต่ HREX เชื่อว่าเมื่อ HR มีเครื่องมือที่ทรงพลัง องค์กรก็พร้อมเดินหน้าอย่างมั่นคง และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากการเลือกใช้ระบบ HR คือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/2"><span style="font-weight: 400;">แพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services ของ HREX ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ HR เห็นภาพรวมของระบบที่เหมาะกับองค์กรทุกขนาดในที่เดียว แล้วสามารถเปรียบเทียบ คัดเลือกได้อย่างมั่นใจ</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นสร้างระบบ HR ที่ใช่ต่อองค์กรในปี 2026 ได้แล้ววันนี้ที่นี่</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/u/2/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38146 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้" width="1600" height="500" title="Cloud-based System สิ่งได้ไปต่อกับ HR ยุค 2026 864" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sources:</b></p>
<p><a href="https://sprout.ph/articles/retention-strategies-through-cloud-based-solutions/" target="_blank" rel="noopener">Sprout Solutions</a></p>
<p><a href="https://www.justlogin.com.hk/post/what-do-you-really-need-from-cloud-based-hr-software" target="_blank" rel="noopener">Just Login</a></p>
<p><a href="https://news.sap.com/2025/09/sap-strategic-leader-fosway-9-grid-cloud-hr/" target="_blank" rel="noopener">SAP</a></p>
<p><a href="https://www.ad-hoc-news.de/boerse/news/ueberblick/paylocity-holding-the-cloud-native-hr-platform-rewriting-mid-market/68491132" target="_blank" rel="noopener">Ad-hoc-news</a></p>
<p><a href="https://www.omnitas.com/leveraging-cloud-based-platforms-for-hr-process-management" target="_blank" rel="noopener">Omnitas</a></p>
<p><a href="https://eddy.com/hr-encyclopedia/employee-replacement-costs/" target="_blank" rel="noopener">Eddy</a></p>
<p><a href="https://stonetalentpartners.com/blog/the-true-cost-of-recruitment-entry-level-vs-mid-level-vs-executive-roles/" target="_blank" rel="noopener">Stonetalentpartners</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrtech/cloud-based-system-hr-2026-260202/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทบาทใหม่ของ HR ในยุค AI Native ใช้เทคโนโลยีอย่างไรโดยไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrtech/hr-roles-ai-native-260128/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrtech/hr-roles-ai-native-260128/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2026 03:15:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tech]]></category>
		<category><![CDATA[AI Native]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48624</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT AI Native คือทักษะใหม่ของ HR ทักษะนี้ไม่ได้วัดจากอายุ แต่วัดจากความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI อย่างเข้าใจ มีวิจารณญาณ และมีจริยธรรม HR แบบ AI Native ต้องมี 3 ทักษะหลัก ได้แก่ AI Literacy, Critical Thinking และ Human Management &#38; Empathy เพื่อใช้เทคโนโลยีโดยไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ การพัฒนา AI Native คือการลงทุนระยะยาวขององค์กร ที่ต้องอาศัยการเรียนรู้และการเทรนนิ่งอย่างเป็นระบบ เพื่อให้คนและ AI เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน อย่าลืมว่าบทบาทของ HR กำลังเปลี่ยนไป การพึ่งพาประสบการณ์หรือกระบวนการเดิม ๆ จะไม่ช่วยยกระดับองค์กรในยุคปัจจุบันได้ แต่จะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ HR ต้องใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับคน AI ไม่ได้เปลี่ยนแค่เครื่องมือในการทำงาน แต่กำลังเปลี่ยนบทบาทของคนทำงาน ทั้งอย่างเงียบ ๆ และอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในสายงาน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li aria-level="1">AI Native คือทักษะใหม่ของ HR ทักษะนี้ไม่ได้วัดจากอายุ แต่วัดจากความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI อย่างเข้าใจ มีวิจารณญาณ และมีจริยธรรม</li>
<li aria-level="1">HR แบบ AI Native ต้องมี 3 ทักษะหลัก ได้แก่ AI Literacy, Critical Thinking และ Human Management &amp; Empathy เพื่อใช้เทคโนโลยีโดยไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์</li>
<li aria-level="1">การพัฒนา AI Native คือการลงทุนระยะยาวขององค์กร ที่ต้องอาศัยการเรียนรู้และการเทรนนิ่งอย่างเป็นระบบ เพื่อให้คนและ AI เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน</li>
<li aria-level="1">อย่าลืมว่าบทบาทของ HR กำลังเปลี่ยนไป การพึ่งพาประสบการณ์หรือกระบวนการเดิม ๆ จะไม่ช่วยยกระดับองค์กรในยุคปัจจุบันได้ แต่จะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ HR ต้องใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับคน</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48628" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-28T101111.474.webp" alt="hr-roles-ai-native" width="600" height="370" title="บทบาทใหม่ของ HR ในยุค AI Native ใช้เทคโนโลยีอย่างไรโดยไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ ? 869" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-28T101111.474.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-28T101111.474-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ไม่ได้เปลี่ยนแค่เครื่องมือในการทำงาน แต่กำลังเปลี่ยนบทบาทของคนทำงาน ทั้งอย่างเงียบ ๆ และอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในสายงาน HR ที่ผ่านมาเราทำงานโดยยืนอยู่บนความเข้าใจมนุษย์เป็นหลัก แต่วันนี้ HR ต้องทำงานโดยอิงอัลกอริทึ่ม ข้อมูล และระบบอัตโนมัติในแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่</span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1"><span style="font-weight: 400;">การสรรหาคน</span></a> <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/8"><span style="font-weight: 400;">พัฒนาคน</span></a><span style="font-weight: 400;"> ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจกลัวว่าพอ HR ต้องใช้เทคโนโลยีเยอะขนาดนี้ บทบาทของคนจะน้อยลง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ เทคโนโลยีไม่ได้ทำให้บทบาทของคนลดลงเลย เพราะองค์กรกลับต้องการคนที่ใช้ AI เป็นมากกว่าเดิม ซึ่งหมายถึงคนที่เข้าใจข้อจำกัดของมัน กล้าตั้งคำถาม และรู้ว่าเมื่อใดควรให้มนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากจุดนี้เอง แนวคิดเรื่อง AI Native ในหมู่ HR จึงเริ่มชัดเจนขึ้น เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรที่คุ้นเคยกับการทำงานร่วมกับ AI อย่างเป็นธรรมชาติ ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโดยไม่ทิ้งวิจารณญาณ ความรับผิดชอบ และคุณค่าความเป็นมนุษย์ และทั้งหมดนี้จะเป็นหัวใจสำคัญของบทบาท HR ในองค์กรยุคใหม่ต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>AI Native ไม่ได้เกิดจากอายุ แต่เกิดจากความเข้าใจ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจเผลอเหมารวมว่า AI Native คือคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเทคโนโลยี เพราะถือว่าคนรุ่นใหม่น่าจะคุ้นเคยกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่าช่วงวัยอื่น ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เส้นแบ่งว่าใครคือ AI Native อาจไม่ได้แบ่งที่ช่วงวัย แต่แบ่งที่ความสามารถในการเปิดรับข้อมูล การปรับตัว และเรียนรู้วิธีทำงานร่วมกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพและมีจริยธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่าวคือ ใครก็ตามที่รู้จักวิธีตั้งคำถามเป็น ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน และเข้าใจทั้งศักยภาพและข้อจำกัดของมัน ย่อมเข้าข่ายเป็น AI Native ได้ไม่ต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับสายงาน HR ซึ่งทำหน้าที่ดูแลและพัฒนาคนในองค์กร การเป็น AI Native ไม่ใช่แค่คนที่ใช้เครื่องมือให้เก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการนำ AI มาเสริมการตัดสินใจ โดยไม่ลดทอนคุณค่าของมนุษย์ด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>3 ทักษะสำคัญที่ HR ต้องมี เพื่อก้าวสู่การเป็น AI Native อย่างมีประสิทธิภาพ</b></h2>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/news/the-ai-native-enterprise-hr-series-251225/"><span style="font-weight: 400;">ในงานเสวนา “THE AI-NATIVE ENTERPRISE” HR Series ซึ่งจัดขึ้นโดย MFEC</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้มีการถกเถียงถึงความจำเป็นของ HR ในยุค AI Native ว่าต้องมีทักษะอะไรบ้าง ? และคำตอบคือ HR ต้องมี 3 ทักษะหลักดังต่อไปนี้ เพื่อให้การทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์เกิดประโยชน์สูงสุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48627" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/P1254351-scaled.webp" alt="hr-roles-ai-native" width="600" height="338" title="บทบาทใหม่ของ HR ในยุค AI Native ใช้เทคโนโลยีอย่างไรโดยไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ ? 870" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/P1254351-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/P1254351-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/P1254351-1024x577.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/P1254351-768x433.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/P1254351-1536x865.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/P1254351-2048x1154.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><b>1. AI Literacy &#8211; เข้าใจ AI อย่างแท้จริง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">AI Literacy ไม่ได้หมายถึงการใช้เครื่องมือ AI เป็นเท่านั้น แต่หมายถึงมีความสามารถในการเข้าใจหลักคิดเบื้องหลังของปัญญาประดิษฐ์ รู้ว่าระบบวิเคราะห์ข้อมูลจากอะไร ตัดสินใจอย่างไร และผลลัพธ์ที่ได้มีข้อจำกัดตรงไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับสายงาน HR ความเข้าใจนี้มีความสำคัญไม่น้อย เพราะข้อมูลจาก AI มักถูกนำไปใช้ในกระบวนการที่ส่งผลต่อชีวิตของคนโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการสรรหา การพัฒนา หรือการประเมินผลพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ที่มี AI Literacy จะไม่เอาผลลัพธ์ที่ได้จาก AI มาใช้ทันทีโดยไม่ตั้งคำถามและไม่เกลาก่อน แต่จะพิจารณาว่าข้อมูลที่ได้มามีอคติหรือไม่ หลอนหรือไม่ เชื่อถือผลลัพธ์ได้ในระดับใด และต้องมีมนุษย์เข้ามากำกับการตัดสินใจตรงจุดไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือระบบ</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/230707-ai-bias/"><span style="font-weight: 400;"> AI ที่ช่วยคัดกรองเรซูเม่อัตโนมัติ ซึ่งอาจแฝงอคติด้านเพศหรือชาติพันธุ์จากข้อมูลในอดีต</span></a><span style="font-weight: 400;"> หาก HR ไม่เข้าใจกลไกเหล่านี้ อาจเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของทั้งพนักงานและองค์กรในระยะยาว</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26350" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-20-1.jpg" alt="Digital Literacy และ Digital Fluency ทักษะดิจิทัลแห่งอนาคตที่ทุกองค์กรต้องรู้" width="600" height="370" title="บทบาทใหม่ของ HR ในยุค AI Native ใช้เทคโนโลยีอย่างไรโดยไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ ? 871" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-20-1.jpg 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-20-1-300x185.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/230526-digital-literacy/">Digital Literacy และ Digital Fluency ทักษะดิจิทัลแห่งอนาคตที่ทุกองค์กรต้องรู้</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>2. Critical Thinking &#8211; คิดอย่างมีวิจารณญาณ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ AI จะสามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ แต่การตัดสินใจ โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคน ยังคงเป็นบทบาทของมนุษย์เราอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการประเมินศักยภาพของพนักงาน การวางตัวผู้นำในอนาคต หรือการจัดการความขัดแย้งภายในทีม ประเด็นเหล่านี้ล้วนมีความซับซ้อนเกินกว่าที่ข้อมูลเชิงตัวเลขจะอธิบายได้ทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Critical Thinking จึงเป็นทักษะสำคัญของ HR ที่ทำงานในฐานะ AI Native เพราะต้องสามารถมองข้อมูลจากหลายแหล่งควบคู่กัน ทั้งข้อมูลที่ได้จาก AI และข้อมูลเชิงคุณภาพจากประสบการณ์ การสนทนา และบริบททางธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ที่คิดอย่างมีวิจารณญาณจะไม่แยกข้อมูลออกจากสถานการณ์จริง แต่จะเชื่อมโยงผลวิเคราะห์ของ AI เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร ความสัมพันธ์ระหว่างคน และปัจจัยด้านอารมณ์ที่ AI ไม่สามารถรับรู้ได้ครบถ้วน เป็นต้น</span></p>
<p><a href="https://www.microsoft.com/en-us/research/wp-content/uploads/2025/01/lee_2025_ai_critical_thinking_survey.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยจาก Microsoft Research ปี 2025 พบว่า การใช้ AI เช่น Generative AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้จริง แต่ผู้ที่มีทักษะ Critical Thinking สูงจะตรวจสอบและนำผลลัพธ์จาก AI ไปใช้ได้ดีกว่า ลดความเสี่ยงพึ่งพา AI มากเกินไป</span></a><span style="font-weight: 400;"> และนี่แหละที่จะเป็นความสามารถที่ HR ในยุค AI Native จำเป็นต้องมีเช่นกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>3. Human Management &amp; Empathy &#8211; เข้าใจในความเป็นมนุษย์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ AI จะสามารถวิเคราะห์พฤติกรรม รูปแบบการทำงาน หรือแนวโน้มของพนักงานได้อย่างละเอียด แต่สิ่งหนึ่งที่เทคโนโลยียังไม่อาจทดแทนได้คือ ความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ทักษะด้าน </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/empathy-231030/"><span style="font-weight: 400;">Empathy</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ Human Management จึงกลายเป็นจุดแข็งที่ยิ่งมีคุณค่าเมื่อองค์กรนำ AI เข้ามาใช้อย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับบทบาทของ HR ความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ไม่ได้หมายถึงความเห็นอกเห็นใจเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการฟังพนักงานอย่างตั้งใจ การรับรู้แรงจูงใจและอารมณ์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพฤติกรรม และการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างคนในองค์กรอย่างละเอียดอ่อน HR ที่มีทักษะเหล่านี้จะสามารถออกแบบนโยบายและแนวทางการบริหารคนที่ไม่มุ่งเน้นแค่ประสิทธิภาพในตัวเลข แต่คำนึงถึงความผูกพัน ความสุข และความยั่งยืนของพนักงานในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ที่เป็น AI Native จะใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุน ไม่ใช่ตัวแทนของความเข้าใจมนุษย์ ข้อมูลอย่าง Engagement Score, Performance Data หรือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190527-feedback-development-working/"><span style="font-weight: 400;">Feedback</span></a><span style="font-weight: 400;"> จากระบบต่าง ๆ จะถูกนำมาใช้เพื่อช่วยมองภาพรวมและแนวโน้ม แต่การตีความและการตัดสินใจสุดท้ายยังคงอาศัยความเข้าใจในบริบท ความรู้สึก และคุณค่าของคน ซึ่งเป็นบทบาทที่เทคโนโลยีไม่อาจทำแทนได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ควรพัฒนา HR และพนักงานให้เข้าใกล้ความเป็น AI Native ได้อย่างไร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48626" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/girl-coding-interactive-screen-scaled.webp" alt="hr-roles-ai-native" width="600" height="400" title="บทบาทใหม่ของ HR ในยุค AI Native ใช้เทคโนโลยีอย่างไรโดยไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ ? 872" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/girl-coding-interactive-screen-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/girl-coding-interactive-screen-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/girl-coding-interactive-screen-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/girl-coding-interactive-screen-768x513.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/girl-coding-interactive-screen-1536x1025.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/girl-coding-interactive-screen-2048x1367.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ AI Native ไม่ใช่เรื่องของอายุ เพราะเราสามารถเรียนรู้และฝึกฝนชุดทักษะต่อไปนี้ได้อย่างต่อเนื่อง คำถามสำคัญของหลายองค์กรไม่ใช่แค่ถามว่า ควรใช้ AI ตัวไหนดี แต่ต้องถามว่า “เราจะจะพัฒนาคนให้ใช้ AI ได้อย่างถูกต้องและมีความรับผิดชอบได้อย่างไร ?”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้าง AI Native ในองค์กรไม่สามารถเกิดจากการอบรมเชิงเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่ต้องครอบคลุมทั้งความเข้าใจ AI ในเชิงกลยุทธ์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่กับความเข้าใจมนุษย์อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรจำนวนมากจึงเริ่มมองหา HR Solution ด้านการเทรนนิ่ง AI ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับบริบทของการทำงานจริง ไม่ใช่แค่สอนใช้เครื่องมือ แต่ช่วยให้ HR และพนักงานเข้าใจว่า ควรใช้ AI อย่างไร ใช้เมื่อใด และใช้โดยไม่ละทิ้งจริยธรรมและคุณค่าของคน</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/8"><span style="font-weight: 400;">หากยังไม่รู้ว่าจะมองหาคอร์สไหนดี ลองค้นหา HR Solution ด้าน Learning &amp; Development ผ่านลิงก์นี้ได้เลย</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือ</span><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">หากไม่รู้จะค้นหาบริการไหนดี สามารถกรอกข้อมูลแจ้ง HREX ผ่านลิงก์นี้ได้เลย </span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การลงทุนกับการพัฒนาทักษะด้าน AI อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่การ </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/disrupt-upskill-reskill-230922/"><span style="font-weight: 400;">Upskill</span></a><span style="font-weight: 400;"> ให้ทันเทคโนโลยี แต่ยังเป็นการวางรากฐานให้คนในองค์กรสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมั่นใจ ยั่งยืน และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>สรุป AI Native คือทักษะใหม่ที่ HR ต้องมี</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็น HR ที่พร้อมสำหรับอนาคต ไม่ได้วัดกันที่ว่าใช้เครื่องมือ AI ได้กี่ตัว แต่ต้องมีความสามารถในการตัดสินใจว่า เมื่อใดควรให้เทคโนโลยีเป็นผู้ช่วย และ เมื่อใดควรให้ความเป็นมนุษย์เป็นผู้นำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะสุดท้ายแล้ว AI อาจช่วยประมวลผลข้อมูลได้อย่างแม่นยำ แต่การเข้าใจคน ยังคงเป็นบทบาทที่ไม่มีอะไรมาแทนได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาไปสู่การเป็น AI Native ไม่ใช่เรื่องของการตามเทรนด์เพียงชั่วคราว แต่เป็นการลงทุนระยะยาวในตัวเอง เพื่อให้ HR สามารถยืนอยู่ตรงจุดที่เชื่อมระหว่างเทคโนโลยีกับความเป็นมนุษย์ได้อย่างมั่นคง และยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ท่ามกลางโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าเดิมในทุกวัน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/u/2/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38146 size-full" title="Job Evaluation ทำไมต้องมีการประเมินค่างาน เครื่องมือสร้างค่าตอบแทนที่ยุติธรรม 7" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrtech/hr-roles-ai-native-260128/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัด Competency ถูกวิธี เปลี่ยนการอบรมที่ไม่เห็นผล สู่การพัฒนาคนที่ตอบโจทย์องค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/partner-content/competency-assessment-futureskill-260123/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/partner-content/competency-assessment-futureskill-260123/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Jan 2026 09:57:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Partner Content]]></category>
		<category><![CDATA[Competency Assessment]]></category>
		<category><![CDATA[FuturSkill]]></category>
		<category><![CDATA[Competency]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48603</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT การพัฒนาคนที่ไม่เห็นผล มักเริ่มต้นจากการ วัด Competency ที่ไม่แม่นยำ ทำให้การวิเคราะห์ Skill Gap และการทำ IDP คลาดเคลื่อนตั้งแต่ต้น ปัญหาคลาสสิกของหลายองค์กรคือ Competency Framework เชิงนามธรรม, แบบประเมินที่วัด “ความรู้สึก” มากกว่าพฤติกรรมจริง และผลประเมินที่ไม่เชื่อมต่อกับ Training HRD ต้องแบกรับภาระการแปลผลและออกแบบแผนพัฒนาด้วยตนเอง ซึ่งใช้เวลามากและเสี่ยงต่อความผิดพลาด หากไม่มีระบบที่เชื่อมกระบวนการตั้งแต่การวัดจนถึงการพัฒนา FutureSkill for Business ช่วยเชื่อม Competency Assessment, Skill Gap Analysis และ IDP เข้าด้วยกันในระบบเดียว พร้อม AI Recommendation ที่ทำให้การพัฒนาคนเกิดผลลัพธ์ได้จริงและวัดผลได้ องค์กรที่ตระหนักถึงคุณค่าในศักยภาพของบุคลากร มักไม่ลังเลที่จะลงทุนงบจำนวนมากเพื่อพัฒนาพนักงาน เพราะเชื่อว่าการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่องคือกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ แต่ในความเป็นจริง แม้จะทุ่มงบประมาณและเวลามหาศาล เมื่อถึงเวลาประเมินผล Competency หลายองค์กรกลับไม่สามารถตอบคำถามสำคัญได้ว่า ทักษะของพนักงานพัฒนาขึ้นจริงหรือไม่ ? ผลงานขององค์กรขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายแค่ไหน ? การลงทุนทั้งหมดนั้นคุ้มค่าจริงหรือเปล่า ? [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>การพัฒนาคนที่ไม่เห็นผล มักเริ่มต้นจากการ วัด Competency ที่ไม่แม่นยำ ทำให้การวิเคราะห์ Skill Gap และการทำ IDP คลาดเคลื่อนตั้งแต่ต้น</li>
<li>ปัญหาคลาสสิกของหลายองค์กรคือ Competency Framework เชิงนามธรรม, แบบประเมินที่วัด “ความรู้สึก” มากกว่าพฤติกรรมจริง และผลประเมินที่ไม่เชื่อมต่อกับ Training</li>
<li>HRD ต้องแบกรับภาระการแปลผลและออกแบบแผนพัฒนาด้วยตนเอง ซึ่งใช้เวลามากและเสี่ยงต่อความผิดพลาด หากไม่มีระบบที่เชื่อมกระบวนการตั้งแต่การวัดจนถึงการพัฒนา</li>
<li>FutureSkill for Business ช่วยเชื่อม Competency Assessment, Skill Gap Analysis และ IDP เข้าด้วยกันในระบบเดียว พร้อม AI Recommendation ที่ทำให้การพัฒนาคนเกิดผลลัพธ์ได้จริงและวัดผลได้</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48605" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-23T163333.815.webp" alt="competency-assessment-futureskill" width="600" height="370" title="วัด Competency ถูกวิธี เปลี่ยนการอบรมที่ไม่เห็นผล สู่การพัฒนาคนที่ตอบโจทย์องค์กร 877" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-23T163333.815.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-23T163333.815-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ตระหนักถึงคุณค่าในศักยภาพของบุคลากร มักไม่ลังเลที่จะลงทุนงบจำนวนมากเพื่อพัฒนาพนักงาน เพราะเชื่อว่าการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่องคือกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในความเป็นจริง แม้จะทุ่มงบประมาณและเวลามหาศาล เมื่อถึงเวลาประเมินผล Competency หลายองค์กรกลับไม่สามารถตอบคำถามสำคัญได้ว่า</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ทักษะของพนักงานพัฒนาขึ้นจริงหรือไม่ ?</b></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผลงานขององค์กรขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายแค่ไหน ?</b></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การลงทุนทั้งหมดนั้นคุ้มค่าจริงหรือเปล่า ?</b></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือโจทย์เร่งด่วนที่ HRD ในปี 2026 ต้องเร่งแก้ไข เพราะหากติดกระดุมเม็ดแรกถูกต้อง การพัฒนาคนในขั้นตอนต่อ ๆ จะสร้างผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์องค์กรได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>การพัฒนาคนอาจผิดพลาด หากวัด Competency ผิดแต่แรก</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรเชื่อว่า การพัฒนาคนแล้วไม่เห็นผลเกิดจากพนักงานไม่ตั้งใจเรียนรู้ ไม่เก่งพอ หรือบางครั้ง HR เองก็เคี่ยวเข็ญได้ไม่เต็มที่ แต่จริง ๆ แล้ว ปัญหามักเกิดในจุดเริ่มต้นของกระบวนการพัฒนาคน นั่นคือ การวัด Competency ผิดพลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำ Competency Assessment (วัดและประเมินสมรรถนะ) คือรากฐานของการพัฒนาคนทั้งระบบ ช่วยให้องค์กรเข้าใจว่า พนักงานแต่ละคนเก่งอะไร อยู่ระดับไหน และยังขาดอะไร เมื่อเทียบกับความคาดหวังของบทบาทงานและเป้าหมายองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เปรียบง่าย ๆ เหมือนเวลาแพทย์วินิจฉัยคนไข้ก่อนสั่งยา หากแพทย์วินิจฉัยอาการไม่ตรงจุด ต่อให้ยาดีแค่ไหน ก็ช่วยให้หายป่วยไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อวัด Competency ผิดพลาด การพัฒนาคนจึงเดินต่อไปด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ กล่าวคือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อบรมไปก่อน หวังว่าพนักงานจะเก่งขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">วางแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan : IDP) ไปก่อน แล้วหวังว่าพออบรมแล้ว จะถูกนำไปใช้จริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย หวังว่าผลลัพธ์ทั้งหมดจะสะท้อนกลับมาในผลงานขององค์กรในสักวันหนึ่ง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อการวัด Competency ไม่แม่นยำ การวิเคราะห์ Skill Gap ก็คลาดเคลื่อนตามไปด้วย IDP ที่ถูกออกแบบบนฐานข้อมูลที่คลาดเคลื่อน จึงยากจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48606" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/shutterstock_2326565157-scaled.webp" alt="competency-assessment-futureskill" width="600" height="257" title="วัด Competency ถูกวิธี เปลี่ยนการอบรมที่ไม่เห็นผล สู่การพัฒนาคนที่ตอบโจทย์องค์กร 878" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/shutterstock_2326565157-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/shutterstock_2326565157-300x129.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/shutterstock_2326565157-1024x439.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/shutterstock_2326565157-768x329.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/shutterstock_2326565157-1536x658.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/shutterstock_2326565157-2048x878.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>จาก Competency Framework เชิงนามธรรม สู่การใช้งานในองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรอาจมี Competency Framework ที่ดูสวยงามและครบถ้วน แบ่งระดับความสามารถอย่างละเอียด แต่พอนำมาใช้งานจริง กลับพบ 3 ปัญหาคลาสสิก ดังนี้</span></p>
<h3><b>1. Framework สวย แต่เป็นคำถามที่วัดพฤติกรรมไม่ได้จริง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรอาจมี Core Competency อยู่ในมือ แต่พอต้องทำแบบประเมิน กลับไม่รู้ว่าจะถามอย่างไรให้วัดพฤติกรรมที่ต้องการได้ชัดเจน สุดท้ายคำถามที่ออกมาไม่ลงลึกพอจะแยกแยะระดับความสามารถของพนักงานแต่ละคนได้</span></p>
<h3><b>2. แบบประเมินวัดความรู้สึก มากกว่าความสามารถจริง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามในแบบประเมินมักเป็นแบบ Self-assessment หรือให้พนักงานประเมินตัวเองว่า คิดว่าตัวเองมีทักษะนี้ในระดับใด ? การถามแบบนี้คือการถามความรู้สึกส่วนตัว ไม่นำไปสู่การรู้ความสามารถที่วัดเป็นรูปธรรมได้จริง</span></p>
<h3><b>3. ผลประเมินไม่เชื่อมต่อกับ Training หรือ IDP</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะทำแบบประเมินเสร็จแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็แค่ตัวเลขหรือกราฟที่ต้องมานั่งแปลความหมายกันใหม่ ไม่มีระบบที่เชื่อมโยงผลประเมินไปสู่การวางแผนพัฒนาโดยตรง HR ต้องนำข้อมูลมาวิเคราะห์เอง แปลผลเอง แล้วค่อยไปหาแผนฝึกอบรมหรือหลักสูตรที่เหมาะสมให้พนักงานทีละคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อทั้ง 3 ปัญหานี้เกิดขึ้นพร้อมกัน Competency Assessment ก็กลายเป็นแค่ขั้นตอนที่ HRD ต้องทำให้ครบ ไม่ใช่เครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรพัฒนาคนได้จริง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>เปลี่ยนการแปลผล Competency ให้เป็นเรื่องง่ายของ HR</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">รู้หรือไม่ว่า ภาระหน้าที่ของ HRD ในการทำ Competency Assessment นั้นหนักหนากว่าที่หลายคนคิด ตั้งแต่การออกแบบชุดคำถาม การกำหนดเกณฑ์การให้คะแนน ไปจนถึงการสรุปผลและนำเสนอรายงานให้ผู้บริหาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่หนักกว่านั้นคือ เมื่อได้ผลประเมินมาแล้ว HR ต้องแปลผลต่อว่า พนักงานแต่ละคนมี Skill Gap ตรงไหน ต้องพัฒนาอะไรบ้าง แล้วค่อยไปหาหลักสูตรหรือแผนฝึกอบรมที่เหมาะสมให้พนักงานทีละคน ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระบวนการนี้ใช้เวลาเยอะ และมีโอกาสผิดพลาดสูง อย่าลืมว่า HR 1 คนต้องดูแลพนักงานหลายสิบหรือหลายร้อยคน การวิเคราะห์และเลือกหลักสูตรให้ถูกคนถูกเวลานั้นย่อมเป็นไปได้ยาก และเพราะระบบก็ไม่เคยออกแบบมาให้ HR ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่แรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ HR ควรได้รับคือเครื่องมือและระบบที่ช่วยให้พวกเขาทำงานได้ง่ายขึ้น แม่นยำขึ้น และสร้างผลลัพธ์ได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และจุดนี้เองที่ทำให้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/50"><b>FutureSkill for Business</b></a><span style="font-weight: 400;"> คือทางออกของปัญหาเหล่านี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48608" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/DA7692EF09E04153178D0FDD7E11C92BFE24F148-scaled.webp" alt="competency-assessment-futureskill" width="600" height="328" title="วัด Competency ถูกวิธี เปลี่ยนการอบรมที่ไม่เห็นผล สู่การพัฒนาคนที่ตอบโจทย์องค์กร 879" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/DA7692EF09E04153178D0FDD7E11C92BFE24F148-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/DA7692EF09E04153178D0FDD7E11C92BFE24F148-300x164.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/DA7692EF09E04153178D0FDD7E11C92BFE24F148-1024x560.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/DA7692EF09E04153178D0FDD7E11C92BFE24F148-768x420.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/DA7692EF09E04153178D0FDD7E11C92BFE24F148-1536x840.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/DA7692EF09E04153178D0FDD7E11C92BFE24F148-2048x1119.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>FutureSkill for Business กับการวางระบบ Competency แบบเชื่อมต่อทั้งกระบวนการ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อการวัด Competency เป็นจุดตั้งต้นของการพัฒนาคนทั้งระบบ คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่า องค์กรมี Competency Framework หรือไม่ แต่ต้องถามว่า องค์กรมีระบบที่เชื่อมการวัด การแปลผล และการพัฒนาเข้าด้วยกันจริงหรือเปล่า ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในความเป็นจริง หลายองค์กรพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่การออกแบบแบบประเมิน วิเคราะห์ผล ไปจนถึงการวางแผนฝึกอบรมและ IDP แต่ยิ่งระบบซับซ้อน ภาระงานของ HR ก็ยิ่งหนัก และความคลาดเคลื่อนในแต่ละขั้นตอนก็ยิ่งสะสม สุดท้ายการพัฒนาคนยังคงวนอยู่กับการทำให้ครบกระบวนการ มากกว่าสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นเหตุผลที่องค์กรชั้นนำจำนวนมาก เริ่มเปลี่ยนแนวคิดจากการทำทุกอย่างเอง ไปสู่การใช้ Total Learning Solution ที่ช่วยออกแบบและเชื่อมกระบวนการพัฒนาคนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ให้ทุกขั้นตอนทำงานต่อกันอย่างเป็นระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งล่าสุด FutureSkill for Business ออกแบบระบบที่ช่วยให้องค์กรสามารถวัด Competency และพัฒนาทักษะของพนักงานได้ในระบบเดียว และเชื่อมต่อทุกขั้นตอนเข้าด้วยกันด้วยฟีเจอร์เด่นดังนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>1. Customize Competency Assessment โดยผู้เชี่ยวชาญ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">FutureSkill for Business มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยออกแบบแบบประเมินที่ตรงตาม Core Competency ขององค์กร โดยใช้หลักการ Behavioral-based Assessment ที่วัดพฤติกรรมได้จริง ไม่ใช่แค่วัดจากความรู้สึกหรือความคิดเห็นส่วนตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การออกแบบแบบประเมินจะคำนึงถึงบริบทขององค์กร ลักษณะงาน และระดับตำแหน่งของพนักงาน เพื่อให้คำถามที่ออกมาสามารถแยกแยะระดับความสามารถได้ชัดเจน และนำไปใช้ในการวิเคราะห์ Skill Gap ได้จริง</span></p>
<h3><b>2. ระบบประเมินออนไลน์บน LMS ใช้งานง่าย เชื่อมต่อกับคอร์สเรียนได้โดยตรงหลังจากทำแบบประเมิน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แบบประเมินที่ออกแบบเสร็จจะถูกนำขึ้นระบบ LMS ให้พนักงานสามารถเข้าทำแบบประเมินได้สะดวก ไม่ต้องใช้กระดาษหรือ Excel ที่ยุ่งยาก ที่สำคัญ ระบบสามารถประมวลผลและแสดงรายงานแบบ Real-time ช่วยให้ HR และผู้บริหารเห็นภาพรวม Competency ในองค์กรได้ทันที ว่าพนักงานแต่ละคนหรือแต่ละทีมมี Skill Gap ตรงไหน ต้องพัฒนาอะไรบ้าง และควรเริ่มต้นจากจุดไหน ไม่ต้องมานั่งแปลความหมายเพิ่ม </span></p>
<h3><b>3. ระบบเชื่อมต่อผลประเมินกับคอร์สเรียนหรือหลักสูตรอบรมโดยตรง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเด่นสำคัญของ FutureSkill for Business คือการเชื่อมต่อระหว่างผลการประเมิน Competency กับการเรียนรู้ในระบบเดียว เมื่อพนักงานทำแบบประเมินเสร็จ ระบบจะแสดงผลการประเมินและ Skill Gap ทันที พร้อมเชื่อมไปยังคอร์สเรียนหรือหลักสูตรอบรมที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเชื่อมต่อในลักษณะนี้ช่วยลดช่องว่างระหว่างการรู้ผล กับการลงมือพัฒนา พนักงานไม่ต้องรอขั้นตอนจาก HR และสามารถเริ่มเรียนรู้ได้ทันทีหลังทราบผลประเมิน ทำให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด และไม่หลุดจากเป้าหมายที่วางไว้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48607" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/F692CD0AFDBC3AE021626A888053380CDF0724A3-scaled.webp" alt="competency-assessment-futureskill" width="600" height="750" title="วัด Competency ถูกวิธี เปลี่ยนการอบรมที่ไม่เห็นผล สู่การพัฒนาคนที่ตอบโจทย์องค์กร 880" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/F692CD0AFDBC3AE021626A888053380CDF0724A3-scaled.webp 2048w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/F692CD0AFDBC3AE021626A888053380CDF0724A3-240x300.webp 240w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/F692CD0AFDBC3AE021626A888053380CDF0724A3-819x1024.webp 819w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/F692CD0AFDBC3AE021626A888053380CDF0724A3-768x960.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/F692CD0AFDBC3AE021626A888053380CDF0724A3-1229x1536.webp 1229w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/F692CD0AFDBC3AE021626A888053380CDF0724A3-1638x2048.webp 1638w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>จากการวัดผล สู่ IDP ที่ใช้ได้จริงด้วย AI Recommendation</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเชื่อมผลประเมิน Competency กับคอร์สเรียนช่วยให้พนักงานเริ่มพัฒนาได้เร็วขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้การพัฒนาคนเกิดผลจริง คือการเลือกพัฒนาให้ตรงจุดตั้งแต่ครั้งแรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">FutureSkill for Business ใช้ระบบ AI Recommendation ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ ใช้ AI โมเดลเดียวกันกับ Google Gemini 2.5 ที่ถูกพัฒนามาเพื่อทำหน้าที่แทน HR วิเคราะห์หลักสูตรที่เหมาะสมที่สุดให้พนักงานเป็นรายบุคคลได้ภายในไม่กี่วินาที เพื่อแนะนำหลักสูตรหรือเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ไม่ใช่หลักสูตรเดียวกันสำหรับทุกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อดีคือ พนักงานจะเห็นเส้นทางการพัฒนาของตัวเองอย่างชัดเจน รู้ว่าควรเรียนอะไร เพื่อปิด Gap ใด และสามารถเริ่มเรียนได้ทันทีในระบบเดียว ขณะที่ HR ลดภาระงานวิเคราะห์และจัดคอร์สแบบ Manual แต่ยังติดตามผลการพัฒนาได้แบบ Real-time</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่ได้คือ IDP ที่ใช้งานได้จริง และนำไปสู่ผลงานที่ดีขึ้นขององค์กร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป: จากการพัฒนาคนด้วยความหวัง สู่ระบบที่วัดผลได้จริง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ผ่านมา การพัฒนาคนในหลายองค์กรขับเคลื่อนด้วยความหวังว่า การอบรมและแผนพัฒนาต่าง ๆ จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ในที่สุด แต่เมื่อขาดระบบวัด Competency ที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น ความพยายามเหล่านั้นมักไม่สามารถพิสูจน์ออกมาเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรเริ่มต้นจากการวัด Competency อย่างถูกต้อง และเชื่อมโยงผลการประเมินเข้ากับการพัฒนาทักษะอย่างเป็นระบบ การพัฒนาคนจะขยับจากการคาดหวังไปสู่กระบวนการที่วัดผลและบริหารจัดการได้ HR ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พนักงานได้รับการพัฒนาที่ตรงจุด และผู้บริหารสามารถตัดสินใจบนข้อมูลที่เชื่อถือได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาคนจึงไม่ใช่แค่ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ อีกต่อไป แต่เป็นระบบที่องค์กรสามารถออกแบบและต่อยอดให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">อย่าปล่อยให้งบประมาณปี 2026 ของคุณสูญไปกับหลักสูตรที่ไม่ตอบโจทย์ หากไม่อยากให้การพัฒนาคนเป็นเพียงแค่ความหวังอีกต่อไป สามารถขอคำปรึกษาเรื่อง Competency Assessment &amp; IDP สำหรับองค์กรคุณจากทีมผู้เชี่ยวชาญของ FutureSkill for Business ได้แล้ววันนี้</p>
<p>พร้อมรับแผน Training Roadmap 2026 ที่ออกแบบมาแล้วให้สอดคล้องกับเทรนด์การอบรมยุคใหม่ได้ฟรี</p>
<p><b>ติดต่อเราได้ที่</b></p>
<ul>
<li aria-level="1">Website: <a href="https://corporate.futureskill.co" target="_blank" rel="noopener">https://corporate.futureskill.co</a></li>
<li aria-level="1">LINE OA: @fsbusiness</li>
<li aria-level="1">Facebook: <a href="https://facebook.com/Futureskillforbusiness" target="_blank" rel="noopener">https://facebook.com/Futureskillforbusiness</a></li>
<li aria-level="1">Email: <a href="mailto:fscorpsale@likemeasia.com">fscorpsale@likemeasia.com</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/50?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47833" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 47" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/partner-content/competency-assessment-futureskill-260123/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้จัก HREX จากแหล่งบทความ สู่การเป็น HR Solution Finder</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrtech/hrex-hr-solution-finder-260120/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrtech/hrex-hr-solution-finder-260120/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Jan 2026 11:03:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tech]]></category>
		<category><![CDATA[HR Solution]]></category>
		<category><![CDATA[HR Solution Finder]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48558</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT HREX ขยับบทบาทจาก HR Content Provider สู่ HR Solution Finder เพื่อช่วยให้ HR ไม่ได้แค่เข้าใจปัญหา แต่สามารถเลือก HR Tech และ HR Solution ที่เหมาะกับองค์กรได้จริง ในแพลตฟอร์มของ HREX รวม HR Solution และ HR Tech มากกว่า 200+ รายการไว้ในที่เดียว ครอบคลุมทุกหมวดสำคัญของงาน HR ช่วยให้ค้นหา เปรียบเทียบ และเริ่มต้นติดต่อผู้ให้บริการได้ง่ายขึ้น เลือกใช้งานได้ 2 รูปแบบ ตามความพร้อมของ HR ทั้งการค้นหาด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์ หรือให้ทีมงาน HREX ช่วยคัดกรองและแนะนำผ่าน HR Solution Finder Form ทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่ HR วางใจได้ พร้อม Community และ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li data-start="150" data-end="319">HREX ขยับบทบาทจาก HR Content Provider สู่ HR Solution Finder เพื่อช่วยให้ HR ไม่ได้แค่เข้าใจปัญหา แต่สามารถเลือก HR Tech และ HR Solution ที่เหมาะกับองค์กรได้จริง</li>
<li data-start="150" data-end="319">ในแพลตฟอร์มของ HREX รวม HR Solution และ HR Tech มากกว่า 200+ รายการไว้ในที่เดียว ครอบคลุมทุกหมวดสำคัญของงาน HR ช่วยให้ค้นหา เปรียบเทียบ และเริ่มต้นติดต่อผู้ให้บริการได้ง่ายขึ้น</li>
<li data-start="150" data-end="319">เลือกใช้งานได้ 2 รูปแบบ ตามความพร้อมของ HR ทั้งการค้นหาด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์ หรือให้ทีมงาน HREX ช่วยคัดกรองและแนะนำผ่าน HR Solution Finder Form</li>
<li data-start="150" data-end="319">ทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่ HR วางใจได้ พร้อม Community และ Rating &amp; Review จากผู้ใช้งานจริง ลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจผิดพลาด และเพิ่มความมั่นใจในการเลือก HR Solution ระยะยาว</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48560" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-20T174452.809.webp" alt="HREX HR Solution Finder" width="600" height="370" title="รู้จัก HREX จากแหล่งบทความ สู่การเป็น HR Solution Finder 890" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-20T174452.809.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-20T174452.809-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับตั้งแต่ก่อตั้งในชื่อ <strong>HR NOTE.asia</strong> เมื่อปี 2018 (พอคุ้นเคยชื่อนี้กันไหม ?) จนกระทั่งปี 2023 เมื่อเรารีแบรนด์เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น <strong>HREX.asia</strong> หลายคนน่าจะจดจำเราได้ในฐานะแหล่งรวมคอนเทนต์บทความด้าน HR ที่อัดแน่นด้วยสาระ ความรู้ ที่สามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานจริงได้ และวันนี้ HREX ก็ยังคงเดินหน้าผลิตคอนเทนต์คุณภาพอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เมื่อโจทย์ของงาน HR ซับซ้อนขึ้น สิ่งที่ท้าทายของ HR ไม่ใช่แค่การเข้าใจปัญหาในองค์กรที่เกี่ยวกับคน แต่ยังรวมถึงการเลือก HR Tech และ HR Solution ที่เหมาะสมมาใช้กับองค์กรด้วย เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า การเลือกเครื่องมือที่ใช่ มีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของงานและคนในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX จึงขยับบทบาทจากแหล่งความรู้ ไปสู่การเป็น <strong>HR Solution Finder</strong> เพื่อช่วยให้ HR ค้นหา เปรียบเทียบ และเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการที่ตรงกับความต้องการได้ง่าย โดยยังคงต่อยอดจากจุดแข็งเดิม คือความเข้าใจโจทย์ของคนทำงาน HR อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็น HR Solution Finder จะช่วยเหลือชาว HR ได้อย่างไร ? หาคำตอบได้ในบทความนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>HREX กับภารกิจ Connect HR People to the Best HR Solution</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการทำคอนเทนต์ด้าน HR มาอย่างต่อเนื่อง เราได้พูดคุยและรับฟีดแบ็กจากผู้อ่านจำนวนมาก ส่วนใหญ่คือคำชมในเชิงความลึกของเนื้อหาเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล และสามารถนำแนวทางไปปรับใช้ในองค์กรได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่อีกสิ่งที่เราได้รับกลับมาเยอะไม่แพ้กันก็คือ HR ในฐานะคนอ่านและคนทำงานจริง ยังต้องการรู้จักกับผลิตภัณฑ์และบริการด้าน HR เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาการทำงานจริงในองค์กรด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบ HR รูปแบบต่าง ๆ หรือ HR Solution เฉพาะทางที่ช่วยยกระดับการบริหารคนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1"><span style="font-weight: 400;">บริการ Recruitment Agency</span></a><span style="font-weight: 400;"> เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน HREX ก็พบ Pain Point สำคัญของคนทำงาน HR นั่นคือพวกเขาต้องค้นหาและเปรียบเทียบ HR Solution จำนวนมากในท้องตลาด ที่ใช้ทั้งเวลาและพลังงาน HR หลายคนต้องไปสอบถามในกลุ่ม LINE หรือ Facebook เพื่อขอคำแนะนำ ไล่ดูรีวิวจากหลายแหล่ง หรือทดลองติดต่อผู้ให้บริการด้วยตัวเองทีละราย การลองผิดลองถูกเองทำให้ต้องสูญเสียทั้งเวลาและงบประมาณ แถมบ่อยครั้งก็ลงเอยด้วยการไม่แน่ใจด้วยว่า Solution ที่เลือกนั้นจะเหมาะกับองค์กรจริงหรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ HREX จึงเชื่อว่าการทำคอนเทนต์ด้าน HR เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป เราจึงขยับบทบาทสู่การเป็นตัวกลางที่ช่วยเชื่อมโยง HR People เข้ากับ HR Solutions ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละองค์กร ผ่านแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services ของ HREX เองที่รวบรวมข้อมูล HR Solution และ HR Tech ไว้ในที่เดียว เพื่อช่วยให้ HR ค้นหา เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้น มั่นใจขึ้น และลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจผิดพลาดในระยะยาว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>HR Solution Finder คืออะไร ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48567" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-213147.webp" alt="Screenshot 2026 01 18 213147" width="600" height="487" title="รู้จัก HREX จากแหล่งบทความ สู่การเป็น HR Solution Finder 891" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-213147.webp 810w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-213147-300x244.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-213147-768x624.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR Solution Finder คือบริการของ HREX ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ HR เลือก HR Products และ Services ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ และไม่ต้องลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง เราไม่ได้ตั้งใจทำเพียงแค่เว็บรวมรายชื่อผู้ให้บริการ แต่ต้องการสร้างพื้นที่กลางที่ HR สามารถมองเห็นตัวเลือกในตลาดอย่างเป็นระบบ เข้าใจความแตกต่างของแต่ละบริการ และเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการที่เหมาะกับบริบทขององค์กรได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน HR Solution Finder รวบรวม <a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/all-hr-products-and-services-240103/">HR Products &amp; Services มากกว่า 200+ รายการ</a> ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่ โดยแบ่งออกเป็นหมวดหลัก ๆ ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/2"><span style="font-weight: 400;">Core HR System</span></a><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ระบบบริหารข้อมูลพนักงานแบบครบวงจร รากฐานสำคัญของการจัดการทรัพยากรบุคคล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/18"><span style="font-weight: 400;">Payroll Solution</span></a><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ระบบจัดการเงินเดือนพนักงานแบบครบวงจร แม่นยำ ปลอดภัย และลดภาระงานซ้ำซ้อนของ HR</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/16"><span style="font-weight: 400;">Time &amp; Attendance</span></a><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ระบบจัดการเวลาเข้า-ออกงานและการทำงานของพนักงานแบบเรียลไทม์ เพิ่มความแม่นยำและโปร่งใสในการบริหารงานบุคคล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1"><span style="font-weight: 400;">Recruitment &amp; Talent Acquisition</span></a><span style="font-weight: 400;"> &#8211; บริการสรรหาและดึงดูดผู้มีความสามารถ เข้าสู่ทีมอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/8"><span style="font-weight: 400;">Learning &amp; Development</span></a><span style="font-weight: 400;"> &#8211; บริการด้านการเรียนรู้และพัฒนาทักษะพนักงาน เพื่อสร้างองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/13"><span style="font-weight: 400;">HR Outsourcing &amp; Consulting</span></a><span style="font-weight: 400;"> &#8211; บริการที่ปรึกษาและจ้างเหมาทรัพยากรบุคคล ช่วยให้องค์กรบริหาร HR ได้อย่างมืออาชีพและยืดหยุ่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/27"><span style="font-weight: 400;">Compensation &amp; Benefits</span></a><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ระบบบริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการ ที่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจและรักษาพนักงานคุณภาพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/22"><span style="font-weight: 400;">Engagement &amp; Experience</span></a><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ช่วยเสริมสร้างความผูกพันและประสบการณ์ของพนักงาน เพื่อองค์กรที่น่าทำงานและมีพลัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และ HR Solution อื่น ๆ อีกมากมาย</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจสำคัญของ HR Solution Finder คือการช่วยลดความซับซ้อนในกระบวนการตัดสินใจ จากเดิมที่ HR ต้องค้นหา เปรียบเทียบ และติดต่อผู้ให้บริการจากหลายแหล่ง มาเป็นการเริ่มต้นจากจุดเดียวที่รวบรวมข้อมูลสำคัญไว้ครบถ้วน เข้ามาปุ๊บ แล้วออกไปด้วยความมั่นใจว่า จะเลือกใช้บริการได้ถูกต้อง และเหมาะสมกับความต้องการขององค์กรแน่นอน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>วิธีใช้งาน HR Solution Finder</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">HR Solution Finder ถูกออกแบบมาให้ HR เลือกใช้บริการได้ตามความพร้อมและสไตล์การทำงานของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะรู้ชัดอยู่แล้วว่ากำลังมองหา HR Solution ประเภทไหน หรือยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากจุดใด HREX เปิดให้คุณเลือกได้ 2 วิธีการ ทั้งการค้นหาด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์ และการให้ทีมงานช่วยคัดกรองและแนะนำผ่านแบบฟอร์ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง 2 วิธีนี้มีเป้าหมายเดียวกัน คือช่วยให้คุณได้ HR Solution ที่เหมาะกับองค์กรที่สุด โดยใช้เวลาและความพยายามน้อยลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วมันเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ? นี่คือคำตอบ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>1. กรณีค้นหาด้วยตัวเอง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพียงเข้ามาที่เว็บไซต์ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;">HR Products &amp; Services</span></a><span style="font-weight: 400;"> ก็สามารถค้นหาบริการด้าน HR ที่น่าสนใจได้มากกว่า 200 บริการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณรู้แน่ชัดอยู่แล้วว่ากำลังมองหาอะไร หรืออยากสำรวจตัวเลือกในหมวดหมู่ที่สนใจ คุณสามารถค้นหาด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนนี้</span></p>
<ul>
<li><b>สมัครสมาชิกกับเว็บ HREX</b> <b>(ถ้ายังไม่มีบัญชี)</b><span style="font-weight: 400;"> โดยใช้เพียงแค่อีเมลเท่านั้น การสมัครสมาชิกจะช่วยให้คุณบันทึกรายการที่สนใจ และติดตามสถานะการติดต่อได้สะดวกขึ้น และเมื่อสมัครสมาชิกแล้ว สามารถเข้าถึงข้อมูลในเว็บ HR Products &amp; Services รวมถึงเว็บบอร์ด </span><a href="https://qath.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;">HR Community</span></a><span style="font-weight: 400;"> เต็มรูปแบบได้ฟรี ๆ</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48561" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-213603.webp" alt="HREX HR Solution Finder" width="600" height="233" title="รู้จัก HREX จากแหล่งบทความ สู่การเป็น HR Solution Finder 892" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-213603.webp 1423w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-213603-300x116.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-213603-1024x397.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-213603-768x298.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<ul>
<li><b>เลือกดูตามหมวดหมู่หรือ Product ที่สนใจ </b><span style="font-weight: 400;">แล้วเข้าไปดูรายละเอียดของแต่ละ Solution อ่านข้อมูล Features โดยรวม คุณสมบัติเด่น และค่าบริการได้เลย</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48563" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-213803.webp" alt="HREX HR Solution Finder" width="600" height="297" title="รู้จัก HREX จากแหล่งบทความ สู่การเป็น HR Solution Finder 893" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-213803.webp 1410w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-213803-300x148.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-213803-1024x506.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-213803-768x380.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<ul>
<li><b>กดปุ่ม &#8220;สนใจใช้บริการนี้&#8221; </b><span style="font-weight: 400;">เมื่อเจอ Solution ที่ถูกใจ และต้องการใช้บริการ</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48564" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-18T213959.185.webp" alt="HREX HR Solution Finder" width="600" height="370" title="รู้จัก HREX จากแหล่งบทความ สู่การเป็น HR Solution Finder 894" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-18T213959.185.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-18T213959.185-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<ul>
<li><b>กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับองค์กรของคุณ เช่น ขนาดองค์กร งบประมาณ Timeline และความต้องการเฉพาะ เพื่อที่จะเป็นข้อมูลให้พาร์ทเนอร์ของ HREX ได้รับทราบ และให้บริการได้ตรงกับความต้องการ</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48565" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-214123.webp" alt="HREX HR Solution Finder" width="600" height="458" title="รู้จัก HREX จากแหล่งบทความ สู่การเป็น HR Solution Finder 895" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-214123.webp 834w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-214123-300x229.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-214123-768x587.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<ul>
<li><b>ส่งคำขอได้หลาย ๆ Products พร้อมกัน</b><span style="font-weight: 400;"> หากเจอ Solution ที่คิดว่าถูกใจหลายอัน ไม่ต้องเลือกกดแค่อันใดอันหนึ่ง แต่สามารถเลือกและส่งคำขอไปยังหลาย ๆ ผู้ให้บริการในครั้งเดียว เพื่อจะได้เปรียบเทียบข้อเสนอที่เหมาะสมและลงตัวกับความต้องการของคุณที่สุด</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้น HREX จะเป็นตัวกลางที่รับข้อมูล แล้วส่งต่อไปยังผู้ให้บริการทันที หน้าที่ของคุณเพียงแค่รอรับอีเมลหรือโทรศัพท์จากทีมงานของพวกเขาเพื่อนัดหมายพูดคุยรายละเอียดต่อไป</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3><b>ข้อดีของการค้นหาผ่าน HREX:</b></h3>
<ul>
<li aria-level="1"><b>ค้นหาได้ในที่เดียว</b> มากกว่า 200 บริการ ไม่ต้องเสียเวลาเปิดหลายเว็บหรือไปถามในหลายช่องทาง</li>
<li aria-level="1"><b>ประหยัดเวลา</b> ไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำๆ ในหลายเว็บไซต์</li>
<li aria-level="1"><b>ได้ข้อมูลครบถ้วน</b> สามารถเปรียบเทียบ Features และราคาก่อนตัดสินใจ</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>2. กรณียังไม่รู้ว่าควรเลือกใช้บริการไหนดี</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่การหาข้อมูล แต่อยู่ที่ว่า</span><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/too-many-hr-tech-good-or-bad-250204/"><span style="font-weight: 400;">มีตัวเลือกเยอะเกินไป จนไม่แน่ใจว่าบริการไหนที่ใช้แล้วจะเหมาะกับองค์กรของเราจริง ๆ</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อลดปัญหาความยุ่งยากที่อาจเกิดขึ้น เพียงแค่กรอกข้อมูลใน </span><a href="https://forms.gle/VSvY18GjtkDY66zK9" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">HR Solution Finder Form</span></a><span style="font-weight: 400;"> ของเราก็เพียงพอแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48566" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-214204.webp" alt="HREX HR Solution Finder" width="600" height="555" title="รู้จัก HREX จากแหล่งบทความ สู่การเป็น HR Solution Finder 896" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-214204.webp 873w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-214204-300x278.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-18-214204-768x711.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ทำไมต้องกรอก HR Solution Finder Form ?</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เราเข้าใจบริบทและความต้องการของคุณอย่างลึกซึ้ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เราสามารถคัดกรองและแนะนำตัวเลือกที่ตรงใจที่สุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เพื่อประหยัดเวลาของคุณในการหาข้อมูลและเปรียบเทียบด้วยตัวเอง</span></li>
</ul>
<p><b>Tips การกรอกฟอร์ม:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับองค์กรให้มากที่สุด</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าจะเป็นขนาดพนักงาน, อุตสาหกรรม, ปัญหาที่เจอ, งบประมาณโดยประมาณ เป็นต้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>บอกเป้าหมายที่ชัดเจน</b><span style="font-weight: 400;"> ว่าต้องการแก้ปัญหาอะไร หรือบรรลุอะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ระบุ Timeline</b><span style="font-weight: 400;"> ว่าต้องการเริ่มใช้งานเมื่อไหร่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>แชร์ประสบการณ์ที่ผ่านมา</b><span style="font-weight: 400;"> หากเคยใช้ระบบอื่นมาก่อน อยากได้อะไรที่ดีกว่าหรือแตกต่างออกไป</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>หลังได้ข้อมูลแล้ว HREX ช่วยคุณอย่างไร ?</b></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ทีมงานของเราจะติดต่อกลับเพื่อยืนยันข้อมูล</b><span style="font-weight: 400;"> อาจจะโทรหาเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อให้เข้าใจความต้องการของคุณอย่างถ่องแท้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สอบถามประวัติการใช้บริการ</b><span style="font-weight: 400;"> ว่าเคยใช้ HR Solution ไหนมาบ้าง พอใจหรือไม่พอใจตรงไหน เพื่อไม่ให้แนะนำระบบที่คุณเคยใช้แล้วไม่ชอบ หรือซ้ำกับที่คุณกำลังใช้อยู่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คัดเลือกและส่งข้อมูลไปยังพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสม</b><span style="font-weight: 400;"> เราจะส่งข้อมูลของคุณไปยังผู้ให้บริการ 2-3 รายที่เราคิดว่าตอบโจทย์ที่สุด จากนั้นพวกเขาจะติดต่อกลับไปเพื่อนำเสนอและให้คำปรึกษาโดยตรง</span></li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>HREX ไม่ใช่ผู้ให้บริการ HR Solution แต่เป็นตัวกลางที่ HR วางใจได้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญที่ HREX อยากย้ำคือ เราไม่ได้เป็นผู้ขาย และไม่ได้ให้บริการ HR Solution โดยตรง บทบาทของเราคือการเป็น HR Solution Finder ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่าง HR กับผู้ให้บริการ เพื่อช่วยให้คุณได้พบกับตัวเลือกที่เหมาะสมกับองค์กรจริง ๆ โดยไม่มีการบิดเบือนข้อมูลเพื่อผลประโยชน์ทางการขาย</span></p>
<h3><b>HREX ทำหน้าที่อะไรให้บ้าง</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เชื่อม HR กับผู้ให้บริการที่เหมาะสม </b><span style="font-weight: 400;">เราทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่าง HR กับ HR Solution ที่ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กร ช่วยให้การเริ่มต้นพูดคุยกับผู้ให้บริการเป็นเรื่องง่าย ตรงประเด็น และไม่เสียเวลา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คัดกรองทางเลือกจากตัวเลือกจำนวนมาก </b><span style="font-weight: 400;">จาก HR Products และ Services มากกว่า 200+ รายการ เราช่วยคัดกรองให้เหลือเฉพาะตัวเลือกที่เหมาะกับบริบทของคุณจริง ๆ ลดภาระในการค้นคว้าและเปรียบเทียบด้วยตัวเอง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างข้อมูลประกอบการตัดสินใจ </b><span style="font-weight: 400;">การเลือก HR Solution ที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เสียทั้งเวลาและงบประมาณ HREX ช่วยให้คุณตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วน ลดความเสี่ยงจากการลองผิดลองถูก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เพิ่มโอกาสความสำเร็จในการเลือก HR Solution </b><span style="font-weight: 400;">เมื่อการจับคู่ระหว่างองค์กรและ Solution ทำได้ตรงจุด โอกาสที่คุณจะพอใจกับระบบที่เลือก และสามารถนำไปใช้งานได้จริงในระยะยาวก็จะสูงขึ้น</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญ ทุกบริการของ HREX ใช้งานฟรี 100% ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการค้นหา HR Solution การส่งคำขอ หรือการรับคำแนะนำจากทีมงาน เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ HR เลือก HR Solution ที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรได้อย่างมั่นใจ โดยไม่เพิ่มภาระต้นทุนให้กับคุณ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Rating &amp; Review เสียงจากผู้ใช้งานจริงที่ช่วยให้การเลือก HR Solution มั่นใจขึ้น</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48573" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-21-094348.webp" alt="HREX HR Solution Finder" width="600" height="476" title="รู้จัก HREX จากแหล่งบทความ สู่การเป็น HR Solution Finder 897" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-21-094348.webp 909w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-21-094348-300x238.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Screenshot-2026-01-21-094348-768x609.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากข้อมูล HR Products และ Services ล่าสุด HREX ได้พัฒนาระบบ </span><a href="https://th.hrnote.asia/news/hrex-rating-and-review-250214/"><span style="font-weight: 400;">Rating &amp; Review</span></a><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเปิดพื้นที่ให้ HR จากหลากหลายองค์กรเข้ามาแบ่งปันประสบการณ์การใช้งานจริงของแต่ละ HR Solution ไม่ว่าจะเป็นจุดเด่น ข้อจำกัด หรือบทเรียนจากการนำระบบไปใช้งานจริงในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบ Rating &amp; Review ช่วยให้การตัดสินใจเลือก HR Solution ไม่ได้อิงเพียงข้อมูลจากผู้ให้บริการฝ่ายเดียว แต่มีมุมมองจากผู้ใช้งานจริงที่เคยผ่านกระบวนการตัดสินใจและใช้งานมาแล้ว ทำให้ HR เห็นภาพที่รอบด้านและใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น</span></p>
<h3><b>ประโยชน์ที่ HR จะได้รับจาก Rating &amp; Review บน HREX</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เห็นมุมมองจากผู้ใช้งานจริง </b><span style="font-weight: 400;">เข้าใจว่าระบบแต่ละตัวเหมาะกับการใช้งานแบบไหน มีจุดแข็งตรงไหน และมีข้อจำกัดอะไรที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เรียนรู้จากกรณีศึกษาขององค์กรอื่น</b><span style="font-weight: 400;"> รีวิวช่วยสะท้อนว่าองค์กรประเภทใด ขนาดใด หรืออุตสาหกรรมแบบไหน ใช้งาน HR Solution ใดแล้วตอบโจทย์มากที่สุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ </b><span style="font-weight: 400;">ลดความเสี่ยงจากการเลือก Solution ที่ไม่ตรงกับคำโฆษณา และช่วยเพิ่มความมั่นใจก่อนเริ่มติดต่อหรือทดลองใช้งานจริง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบ Rating &amp; Review เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยต่อยอดบทบาทของ HREX ในการเป็น HR Solution Finder ที่ HR วางใจได้ และยังสอดคล้องกับเป้าหมายหลักของเราที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือการสร้าง </span><a href="https://qath.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;">HR Community</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่เข้มแข็ง เปิดพื้นที่ให้ HR ช่วยกันแชร์ประสบการณ์ แลกเปลี่ยนมุมมอง และช่วยเหลือกันในการเลือก HR Tools ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละองค์กร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>สรุป: บทบาท HR Solution Finder ของ HREX ที่มากกว่าแค่การเป็น HR Content Provider</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป HREX ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นแหล่งคอนเทนต์ความรู้ด้าน HR อย่างเดียวแล้ว แต่ได้ยกระดับบทบาทสู่การเป็น HR Solution Finder ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยง HR People เข้ากับ HR Solutions ที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงในแต่ละองค์กร จากการช่วยให้เข้าใจปัญหา ไปสู่การช่วยให้เลือกทางออกได้อย่างมั่นใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้ HR เริ่มต้นได้ง่าย HREX เปิดให้คุณเลือกใช้บริการได้ 2 รูปแบบ ตามความพร้อมของตัวเอง</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ค้นหาด้วยตัวเอง</b><span style="font-weight: 400;"> เลือกดู HR Products และ Services ที่สนใจ และส่งคำขอไปยังผู้ให้บริการได้โดยตรงผ่านแพลตฟอร์ม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ให้เราช่วยคัดเลือก</b><span style="font-weight: 400;"> เพียงกรอก HR Solution Finder Form ทีมงานของ HREX จะช่วยวิเคราะห์ คัดกรอง และแนะนำตัวเลือกที่เหมาะกับบริบทขององค์กรคุณมากที่สุด</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าคุณจะกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านระบบ HRIS, Payroll, Recruitment, Learning &amp; Development หรือ HR Solution อื่น ๆ HREX พร้อมเป็นตัวช่วยตั้งแต่ขั้นตอนการค้นหา ไปจนถึงการตัดสินใจเลือกเครื่องมือที่ใช่ เชิญเข้ามาสำรวจ HR Solution มากกว่า 200+ รายการ และเริ่มต้นเส้นทางสู่การพัฒนาและเปลี่ยนแปลงงาน HR อย่างมีทิศทางไปพร้อมกับ HREX ตั้งแต่วันนี้</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="รู้จัก HREX จากแหล่งบทความ สู่การเป็น HR Solution Finder 898" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrtech/hrex-hr-solution-finder-260120/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Employee Advocacy : เสียงพนักงานเป็น Brand Ambassador ที่ดีที่สุด</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-survey/employee-advocacy-260116/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-survey/employee-advocacy-260116/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jan 2026 02:39:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Survey]]></category>
		<category><![CDATA[WorkVenture]]></category>
		<category><![CDATA[เหตุผลที่แนะนำบริษัท]]></category>
		<category><![CDATA[Employee Advocacy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48538</guid>

					<description><![CDATA[โลกการทำงานยุคก่อน เรามักเชื่อกันว่าเงินเดือนสูงและโบนัสงาม คือกุญแจดอกสำคัญเพียงดอกเดียวที่จะดึงดูดคนเก่ง (Talent) เข้าสู่องค์กร แต่ข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจของ WorkVenture ในงานมอบรางวัล WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026 อาจทำให้หลายคนต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ เมื่อเงินเดือนไม่ใช่ปัจจัยที่ติด 3 อันดับแรกที่พนักงานจะใช้แนะนำ (Recommend) องค์กรให้กับคนรอบข้างอีกต่อไป แล้วปัจจัยอะไรที่ครองใจคนทำงานในปี 2026 ? นี่คือ 10 เหตุผลที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความต้องการของพนักงานยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น 1. Teamwork / Collaboration (21.5%): ทีมสามัคคีคือรากฐานของความสำเร็จ ปัจจัยนี้ครองอันดับ 1 ด้วยคะแนนนำโด่ง สะท้อนให้เห็นว่าพนักงานให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันมากที่สุด ซึ่งไม่ใช่เพียงการทำงานร่วมกันแบบผิวเผิน แต่เป็นวัฒนธรรมแห่งการเกื้อกูลกัน ที่ทุกคนพร้อมแบ่งปันความรู้และมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน ทำไม Teamwork / Collaboration ถึงสำคัญ การทำงานเป็นทีมที่ดีช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ลดความเหนื่อยล้าทางใจ และเพิ่มประสิทธิภาพเมื่อทุกคนช่วยกันแก้ปัญหา พนักงานจะรู้สึกไม่โดดเดี่ยว ส่งผลให้เกิดความผูกพันในทีมที่แข็งแกร่ง และอยากดึงคนอื่นให้มาร่วมงานด้วย รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร ควรออกแบบโครงสร้างงานที่ส่งเสริมกัน มากกว่าการแข่งขันกันเอง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48540" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-16T093143.420.webp" alt="Employee Advocacy" width="600" height="370" title="Employee Advocacy : เสียงพนักงานเป็น Brand Ambassador ที่ดีที่สุด 901" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-16T093143.420.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-16T093143.420-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกการทำงานยุคก่อน เรามักเชื่อกันว่าเงินเดือนสูงและโบนัสงาม คือกุญแจดอกสำ</span><span style="font-weight: 400;">คัญเพียงดอกเดียวที่จะดึงดูดคนเก่ง (Talent) เข้าสู่องค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจของ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/63"><b>WorkVenture</b></a><span style="font-weight: 400;"> ใน</span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/workventure-top-50-companies-in-thailand-2026-260109/"><span style="font-weight: 400;">งานมอบรางวัล WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026</span></a> <span style="font-weight: 400;">อาจทำให้หลายคนต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ เมื่อเงินเดือนไม่ใช่ปัจจัยที่ติด 3 อันดับแรกที่พนักงานจะใช้แนะนำ (Recommend) องค์กรให้กับคนรอบข้างอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วปัจจัยอะไรที่ครองใจคนทำงานในปี 2026 ? นี่คือ 10 เหตุผลที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความต้องการของพนักงานยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น</span></p>

<h2><b>1. Teamwork / Collaboration (21.5%): ทีมสามัคคีคือรากฐานของความสำเร็จ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยนี้ครองอันดับ 1 ด้วยคะแนนนำโด่ง สะท้อนให้เห็นว่าพนักงานให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันมากที่สุด ซึ่งไม่ใช่เพียงการทำงานร่วมกันแบบผิวเผิน แต่เป็นวัฒนธรรมแห่งการเกื้อกูลกัน ที่ทุกคนพร้อมแบ่งปันความรู้และมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน</span></p>
<h3><b>ทำไม Teamwork / Collaboration ถึงสำคัญ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานเป็นทีมที่ดีช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ลดความเหนื่อยล้าทางใจ และเพิ่มประสิทธิภาพเมื่อทุกคนช่วยกันแก้ปัญหา พนักงานจะรู้สึกไม่โดดเดี่ยว ส่งผลให้เกิดความผูกพันในทีมที่แข็งแกร่ง และอยากดึงคนอื่นให้มาร่วมงานด้วย</span></p>
<h3><b>รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ควรออกแบบโครงสร้างงานที่ส่งเสริมกัน มากกว่าการแข่งขันกันเอง สร้างพื้นที่และกิจกรรมให้ทีมได้สื่อสารกันอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการคัดเลือกคนที่มี Mindset ในการช่วยเหลือผู้อื่นเข้ามาตั้งแต่แรก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>2. Management &amp; Organization (19.2%): การบริหารที่มีประสิทธิภาพและผู้นำที่มีคุณภาพ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การมีผู้นำที่เก่งและระบบการจัดการที่ชัดเจนคือหัวใจสำคัญ เพราะคนไม่ได้ลาออกจากบริษัท แต่ลาออกจากหัวหน้า คำกล่าวนี้ยังคงเป็นความจริงเสมอ </span></p>
<h3><b>ทำไม Management &amp; Organization ถึงสำคัญ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวหน้าที่ดีจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและดึงศักยภาพพนักงานออกมาได้สูงสุด ระบบบริหารที่ยุติธรรมช่วยลดความสับสนและสร้างความไว้วางใจในตัวองค์กร ทำให้พนักงานมั่นใจในอนาคตของตนเอง</span></p>
<h3><b>แนวทางบริหารจัดการ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ ให้กับหัวหน้างานทุกระดับ สร้างระบบการวัดผลที่เป็นธรรม (Performance Management) และเปิดช่องทางให้พนักงานสามารถสะท้อนฟีดแบ็ค เสนอความคิดเห็นต่อผู้บริหารโดยตรงได้อย่างปลอดภัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากไม่รู้จะหาเสริมสร้างและพัฒนาความเป็นผู้นำให้คนในองค์กรได้อย่างไร </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/65"><span style="font-weight: 400;">มามองหาบริการ Leadership Development ผ่านแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services ของ HREX ได้เลย</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>3. Company Culture / Community (11.5%): วัฒนธรรมที่ดี และสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานยุคใหม่ต้องการรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร (Sense of Belonging) มากกว่าแค่มาทำงานเพื่อรับเงินเดือนแล้วกลับบ้าน และวัฒนธรรมองค์กรที่ดีจะสร้างความภูมิใจให้พนักงานรู้สึกเป็นเจ้าของผลงานร่วมกันด้วย</span></p>
<h3><b>ทำไม Company Culture / Community ถึงสำคัญ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมที่ชัดเจนจะเป็นตัวดึงดูดคนที่เคมีตรงกัน (Cultural Fit) เข้ามา และเป็นตัวกรองธรรมชาติที่ช่วยคัดกรองคนที่ไม่ใช่ออกไป ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสุขและความต่อเนื่องในการทำงาน</span></p>
<h3><b>รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กำหนดค่านิยมหลัก (Core Values) ที่ปฏิบัติได้จริง ไม่ให้เป็นเพียงแค่คำพูดสวยหรูบนผนัง และจัดกิจกรรมที่สะท้อนค่านิยมนั้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พนักงานสัมผัสได้ถึงตัวตนจริง ๆ ขององค์กรในทุกวัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>4. Competitive Salary (6.9%): ผลตอบแทนที่เหมาะสมและแข่งขันได้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่เงินเดือนตกลงมาอยู่อันดับ 4 ไม่ได้แปลว่าเงินไม่สำคัญ แต่หมายความว่า เงินคือพื้นฐานที่ต้องมีให้เหมาะสมก่อน แล้วปัจจัยอื่นจะเป็นตัวตัดสินว่าพนักงานจะอยากบอกต่อองค์กรหรือไม่</span></p>
<h3><b>ทำไม Competitive Salary ถึงสำคัญ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เงินเดือนคือเครื่องหมายของการยอมรับคุณค่าพนักงาน หากได้รับต่ำกว่ามาตรฐานตลาด พนักงานจะรู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรม แต่หากให้ในระดับที่แข่งขันได้ จะเป็นแรงจูงใจสำคัญในการดึงดูดคนเก่ง</span></p>
<h3><b>รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ควรทำ Salary Benchmarking หรือสำรวจอัตราค่าจ้างในตลาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างเงินเดือนของบริษัทมีความโปร่งใส ยุติธรรม และปรับตามผลงานอย่างเหมาะสม</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28793" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/Word-of-Mouth-Hiring-สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก.png" alt="Word of Mouth Hiring สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก" width="600" height="370" title="Employee Advocacy : เสียงพนักงานเป็น Brand Ambassador ที่ดีที่สุด 902" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/Word-of-Mouth-Hiring-สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/Word-of-Mouth-Hiring-สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/221230-word-of-mouth-hiring/"><span style="font-weight: 400;">Word of Mouth Hiring สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>5. Work-Life Balance (5.4%): สมดุลชีวิตที่ยั่งยืน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ภาวะหมดไฟ (Burnout) กลายเป็นวิกฤต การมีสมดุลชีวิตที่ดีจึงเป็นปัจจัยที่ทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z</span></p>
<h3><b>ทำไม Work-Life Balance ถึงสำคัญ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานที่ดีช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพจิต พนักงานที่พักผ่อนเพียงพอจะมีประสิทธิภาพการทำงานสูงกว่า และมีความภักดีต่อองค์กรที่ใส่ใจคุณภาพชีวิตของพวกเขา</span></p>
<h3><b>รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นำนโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น (Hybrid หรือ Remote Work) มาใช้จริง ลดวัฒนธรรมการทำงานล่วงเวลาที่เกินความจำเป็น และผู้บริหารควรทำตัวเป็นแบบอย่างในการสร้างสมดุลชีวิตให้พนักงานเห็นเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ หากพนักงานเผชิญสภาวะหมดไฟ แล้วไม่รู้จะช่วยปลุกไฟพวกเขากลับมายังไง </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/28"><span style="font-weight: 400;">มาค้นหาบริการดูแลสุขภาพใจ Health &amp; Wellness แล้วติดต่อขอใช้บริการผ่านแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services ของ HREX ได้เช่นกัน</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>6. Employment Stability (4.6%): ความมั่นคงท่ามกลางความไม่แน่นอน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ พนักงานที่มั่นใจว่างานของพวกเขายังมั่นคงอยู่ จะอยากแนะนำให้พนักงานมาร่วมงานในบริษัทมีรากฐานที่แข็งแกร่ง</span></p>
<h3><b>ทำไม Employment Stability ถึงสำคัญ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความมั่นคงช่วยลดความวิตกกังวล ทำให้พนักงานกล้าทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับงานอย่างเต็มที่ และสามารถวางแผนชีวิตในระยะยาวร่วมกับองค์กรได้</span></p>
<h3><b>รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สื่อสารสถานะและทิศทางขององค์กรอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งสนับสนุนการ Upskill &amp; Reskill อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานมีความสามารถที่ทันยุคสมัย ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงในอาชีพอีกทางหนึ่ง</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="ทำความรู้จัก Crisis Management ในวันที่โลกนี้มีแต่ความไม่แน่นอน 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<h2><b>7. Office / Workplace (3.8%): พื้นที่ทำงานที่สร้างแรงบันดาลใจ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะไม่ใช่ปัจจัยหลักอันดับต้น ๆ แต่สภาพแวดล้อมที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีสามารถเพิ่มความสุขและประสิทธิภาพในการสร้างสรรค์ผลงานได้</span></p>
<h3><b>ทำไม Office / Workplace ถึงสำคัญ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ออฟฟิศที่น่าทำงานสะท้อนถึงความใส่ใจของบริษัท เป็นจุดดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในการทำงาน และช่วยลดปัญหาสุขภาพในระยะยาว เช่น ออฟฟิศซินโดรม</span></p>
<h3><b>รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จัดสรรพื้นที่ให้หลากหลาย ทั้งมุมที่ต้องการสมาธิ (Quiet Zone) และพื้นที่สันทนาการเพื่อผ่อนคลาย รวมถึงดูแลเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยให้เป็นมาตรฐาน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>8. Diversity &amp; Inclusion (3.8%): พลังแห่งความหลากหลายและการยอมรับ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่โอบรับความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นด้านเพศ อายุ หรือภูมิหลัง จะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนเก่งจากทั่วทุกสารทิศ</span></p>
<h3><b>ทำไม Diversity &amp; Inclusion ถึงสำคัญ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความหลากหลายนำมาซึ่งไอเดียใหม่ ๆ และการแก้ปัญหาที่รอบด้าน ช่วยให้องค์กรเข้าใจกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายได้ดีขึ้น และยังสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนรู้สึกว่าเสียงของตนมีค่า</span></p>
<h3><b>รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สร้างนโยบายที่ป้องกันการเลือกปฏิบัติอย่างจริงจัง จัดอบรมเพื่อลดอคติที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว (Unconscious Bias) และให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมในทุกขั้นตอนตั้งแตรับสมัครงาน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>9. Benefits &amp; Perks (3.1%): มีสวัสดิการที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หากสวัสดิการขององค์กรมีความโดดเด่นและเข้าใจวิถีชีวิตพนักงาน สิ่งนี้จะกลายเป็นข้อได้เปรียบ (Competitive Advantage) ที่ทำให้คนอยากแนะนำเพื่อนมาสมัครงานทันที</span></p>
<h3><b>ทำไม Benefits &amp; Perks ถึงสำคัญ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สวัสดิการคือการแสดงความห่วงใยที่เป็นรูปธรรม ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับพนักงาน</span></p>
<h3><b>รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองใช้สวัสดิการแบบยืดหยุ่น (Flexible Benefits) ที่พนักงานสามารถเลือกได้ตามความต้องการ เช่น ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมไปถึงสุขภาพจิต หรือสิทธิ์การลาเพื่อทำกิจกรรมที่ตนเองสนใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากไม่รู้จะเริ่มต้นจัดหาสวัสดิการที่เหมาะสมยังไงดี HREX ขอแนะนำว่าให้เริ่มต้นได้ด้วยการ</span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/27"><span style="font-weight: 400;">ค้นหาบริการ Employee Bebefits ผ่านแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services แล้วติดต่อ HREX พอขอใช้บริการได้เลยที่นี่</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>10. Training &amp; Development (2.3%): โอกาสแห่งการเติบโตและการเรียนรู้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไว โอกาสในการพัฒนาตนเองคือ ปัจจัย X ที่อาจพลิกเกมในการดึงดูด Talent ที่ต้องการความก้าวหน้า</span></p>
<h3><b>ทำไม Training &amp; Development ถึงสำคัญ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การลงทุนกับพนักงานช่วยป้องกันภาวะทักษะล้าสมัย และสร้างความรู้สึกว่าองค์กรเห็นคุณค่าในศักยภาพระยะยาวของพวกเขา</span></p>
<h3><b>รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สร้างแผนการเรียนรู้ที่ชัดเจน (Learning Roadmap) สนับสนุนงบประมาณในการเข้าคอร์สอบรม และส่งเสริมวัฒนธรรมการแบ่งปันความรู้ภายในองค์กรเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือถ้าต้องการใช้บริการ HR Solution ที่ช่วยวางแผนการเทรนนิ่งให้องค์กรอย่างครบครันล่ะก็ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/8"><span style="font-weight: 400;">มาค้นหาบริการด้านนี้ผ่านแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services ของ HREX ได้เลย</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป Employee Advocacy</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูลทั้ง 10 ปัจจัยนี้ สิ่งที่ชัดเจนคือ การสร้างองค์กรที่พนักงานอยากแนะนำให้คนอื่นมาร่วมงานนั้นต้องทำมากกว่าแค่จ่ายเงินเดือนสูง มันคือการสร้าง </span><b>Employee Experience</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ดีในทุกมิติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR และผู้บริหาร การลงทุนในทุกมิติเหล่านี้อย่างสมดุลจะช่วยสร้าง </span><b>Employer Brand</b><span style="font-weight: 400;"> ที่แข็งแกร่ง ทำให้องค์กรไม่เพียงแค่ดึงดูดคนเก่งได้ แต่ยังทำให้พนักงานปัจจุบันกลายเป็น </span><b>Brand Ambassador</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ดีที่สุดขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนที่รู้จักองค์กรดีที่สุดคือพนักงาน และเมื่อพวกเขาพร้อมที่จะแนะนำให้คนอื่นมาร่วมงาน นั่นคือสัญญาณที่ดีที่สุดว่าคุณกำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/63?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47846" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 60" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-survey/employee-advocacy-260116/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/workventure-top-50-companies-in-thailand-2026-260109/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/workventure-top-50-companies-in-thailand-2026-260109/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 13:46:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Top 50 Companies in Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[WorkVenture]]></category>
		<category><![CDATA[Top 50 Companies in Thailand 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48487</guid>

					<description><![CDATA[เปิดปี 2026 มาได้เพียงไม่กี่วัน วงการ HR และคนทำงานก็ได้เห็นสัญญาณสำคัญของทิศทางโลกการทำงานทันที เมื่อ WorkVenture จัดงานประกาศรางวัล WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026 รางวัลที่สะท้อนว่าองค์กรที่น่าร่วมงานด้วยในวันนี้และอนาคตควรมีหน้าตาแบบไหน งานนี้ไม่ได้พูดแค่เรื่องสวัสดิการหรือชื่อเสียงขององค์กร แต่ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกของวิธีคิด การบริหารคน และวัฒนธรรมการทำงานที่กำลังเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย ในงานนอกจากการมีการประกาศรางวัลให้องค์กรชั้นนำแล้ว ยังมีเวที Keynote น่าสนใจหลายหัวข้อด้วย สำหรับใครที่พลาดงานในปีนี้ HREX ได้สรุปประเด็นสำคัญทั้งหมดจากเวทีเสวนา มาเรียบเรียงให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ต่อได้จริงแล้วในบทความนี้ ถอดรหัส Gen Z: เมื่อการทำงานไม่ใช่แค่ KPI แต่คือความหมาย ตัวตน และไฟที่องค์กรต้องรู้จักใช้ คุณ ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ Co-Founder จาก Peeti PR ขึ้นเวทีในชุดสูทเล่าประสบการณ์ที่ได้ทำงานกับคนเจนซีอย่างมีชีวิตชีวา จนคนฟังทั้งห้องทั้งขำและพยักหน้าไปพร้อมกัน ทุกวันนี้ Gen Z ไม่ใช่กลุ่มคนส่วนน้อยอีกต่อไป แต่กลายเป็นกำลังหลักในหลายองค์กร และเป็นเจนที่ไม่เหมือนเจนไหนเลย ทั้งในวิธีคิด วิธีสื่อสาร และพลังในการทำงาน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48496" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para.webp" alt="WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026 907" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เปิดปี 2026 มาได้เพียงไม่กี่วัน วงการ HR และคนทำงานก็ได้เห็นสัญญาณสำคัญของทิศทางโลกการทำงานทันที เมื่อ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/63">WorkVenture</a> จัดงานประกาศรางวัล WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026 รางวัลที่สะท้อนว่าองค์กรที่น่าร่วมงานด้วยในวันนี้และอนาคตควรมีหน้าตาแบบไหน</p>
<p>งานนี้ไม่ได้พูดแค่เรื่องสวัสดิการหรือชื่อเสียงขององค์กร แต่ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกของวิธีคิด การบริหารคน และวัฒนธรรมการทำงานที่กำลังเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย</p>
<p>ในงานนอกจากการมีการประกาศรางวัลให้องค์กรชั้นนำแล้ว ยังมีเวที Keynote น่าสนใจหลายหัวข้อด้วย สำหรับใครที่พลาดงานในปีนี้ HREX ได้สรุปประเด็นสำคัญทั้งหมดจากเวทีเสวนา มาเรียบเรียงให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ต่อได้จริงแล้วในบทความนี้</p>

<h2>ถอดรหัส Gen Z: เมื่อการทำงานไม่ใช่แค่ KPI แต่คือความหมาย ตัวตน และไฟที่องค์กรต้องรู้จักใช้</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48497" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-1.webp" alt="WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026 908" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ Co-Founder จาก Peeti PR</strong> ขึ้นเวทีในชุดสูทเล่าประสบการณ์ที่ได้ทำงานกับคนเจนซีอย่างมีชีวิตชีวา จนคนฟังทั้งห้องทั้งขำและพยักหน้าไปพร้อมกัน</p>
<p>ทุกวันนี้ Gen Z ไม่ใช่กลุ่มคนส่วนน้อยอีกต่อไป แต่กลายเป็นกำลังหลักในหลายองค์กร และเป็นเจนที่ไม่เหมือนเจนไหนเลย ทั้งในวิธีคิด วิธีสื่อสาร และพลังในการทำงาน Gen Z สามารถจำชื่อศิลปินยาวเหยียดได้อย่างแม่นยำ หัวเราะในโลกโซเชียลด้วยรหัสเฉพาะอย่าง “545444455554556” ที่แปลว่า ขำจนมือแทบพัง และถ้าใครยังพิมพ์ “ฮ่า ๆ” อยู่ นั่นอาจถูกมองว่าเป็นภาษาอีกยุคไปแล้ว</p>
<p>แม้แต่การสื่อสารเรื่องงานก็สะท้อนความแตกต่างอย่างชัดเจน สำหรับ Gen Z การตอบแค่ “ครับ” หรือ “โอเค” ถือว่ายังไม่พอ ต้องมีอีโมจิ และต้องเป็นอีโมจิที่ถูกจริตด้วย ถึงจะสื่อว่าฟังจริง เข้าใจจริง และใส่ใจจริง</p>
<p>สำหรับคำถามที่ผู้บริหารหลายคนสงสัยว่า คน Gen Z ทำงานด้วยแล้วน่าปวดหัวไหม ? คุณท้อฟฟี่ชวนมองอีกมุมว่า ถ้าเรารู้สึกงงหรือปวดหัว Gen Z เองก็รู้สึกแบบเดียวกันกับเราเช่นกัน การทำงานร่วมกันจึงไม่ใช่เรื่องของใครถูกหรือผิด แต่ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน</p>
<p>จากประสบการณ์การทำงานกับทีมและลูกค้าที่เป็น Gen Z จำนวนมาก คุณท้อฟฟี่ถอดบทเรียนสำคัญออกมา 3 เรื่อง</p>
<h3>1. Gen Z มองหา Why ของการทำงาน</h3>
<p>พวกเขาไม่ได้ถามแค่ว่างานนี้ได้เงินเท่าไร แต่ถามว่างานนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรให้สังคม โลก หรือผู้คนรอบตัวบ้าง Gen Z สนใจเรื่องการเมือง กฎหมาย สิ่งแวดล้อม และตั้งคำถามกับความหมายของงานอยู่เสมอ พวกเขาไม่ได้เกลียดองค์กร แต่ไม่อยากเสียเวลาให้กับงานที่ไม่มีความหมาย หากองค์กรมีเป้าหมายชัดเจนและสื่อสารได้จริง จะดึงดูดคนที่เชื่อในสิ่งเดียวกันให้เข้ามาร่วมทางได้</p>
<p>บทเรียนนี้สะท้อนกลับมาที่ผู้นำโดยตรง เพราะการพูดถึง Purpose อย่างเดียวไม่พอ ผู้นำต้อง Walk the talk พูดแล้วทำจริง และทำให้เห็นจริง KPI จึงไม่ควรมีแค่ตัวเลข แต่ต้องรวมถึง Human Energy ว่าคนทำงานได้เรียนรู้อะไร เติบโตอย่างไร และรู้สึกอย่างไรกับงานที่ทำ เมื่อคนรู้สึกว่างานมีความหมาย การเติบโตของทั้งคนและองค์กรจะยั่งยืนกว่ามาก</p>
<h3>2. Gen Z กลัวเสียตัวตน มากกว่ากลัวหัวหน้า</h3>
<p>พวกเขาอยากเข้าใจตัวเอง แต่ปัญหาคือ หลายคนใช้กรอบอย่าง MBTI มาจำกัดศักยภาพตัวเอง เช่น เป็นอินโทรเวิร์ตก็ไม่กล้าพรีเซนต์งาน ทั้งที่บางครั้งงานจำเป็นต้องสื่อสาร บทบาทของหัวหน้าคืออย่าเพิ่งตัดสิน ใช้คนให้ตรงกับความถนัดก่อน แล้วค่อยท้าทายให้เขาได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ ในพื้นที่ที่ปลอดภัย เปิดโอกาสให้ผิดพลาดโดยไม่รีบโทษ เพื่อให้เขาได้รู้จักตัวเองลึกขึ้น และค้นพบความสามารถที่อาจไม่เคยรู้ว่ามี</p>
<h3>3. Gen Z อยากสำเร็จเร็ว แต่ก็ยอมแพ้ได้เร็วเช่นกัน</h3>
<p>พวกเขาเติบโตมากับภาพความสำเร็จของคนอื่น และแรงกดดันจากสังคมที่ให้คุณค่ากับความเก่งตั้งแต่อายุน้อย ด้านดีคือเจนซีเป็นคนไฟแรง โฟกัสงาน กล้าพูดเรื่องผลประโยชน์และความคุ้มค่าอย่างตรงไปตรงมา แต่ด้านท้าทายคือพวกเขาแบกความคาดหวังไว้สูง และอาจรู้สึกว่าตัวเองยังไม่เก่งพอ หรือบางครั้งคิดว่าทำงานมาไม่นานแต่รู้หมดแล้ว ผู้นำจึงต้องให้เวลา เป็นแบบอย่างที่ดี และเปิดประตูการเรียนรู้ไว้เสมอ เพื่อพาเขาผ่านช่วงทางตันไปให้ได้</p>
<p>สุดท้ายแล้ว Gen Z ก็คือมนุษย์ เมื่อเราเข้าใจเขา เขาจะเติบโต และองค์กรเองก็จะเติบโตไปพร้อมกัน แม้ในอนาคตจะมีเจนใหม่เข้ามา และทำให้เราปวดหัวมากขึ้นเรื่อยๆ แต่นั่นก็เป็นโอกาสให้เราเรียนรู้ที่จะเป็นหัวหน้าที่ดีขึ้นทุกครั้ง เพราะทุกครั้งที่เรามองตาคนรุ่นใหม่ด้วยความหวัง เราอาจไม่ได้เห็นแค่ศักยภาพของพนักงานคนหนึ่ง แต่กำลังเห็น ความหวังของประเทศอยู่ตรงหน้าเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>Employer Branding 2026 ทางรอดธุรกิจ หรือกลยุทธ์ที่ยั่งยืน ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48498" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2.webp" alt="WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026 909" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Employer Branding ในปี 2026 กำลังยกระดับสถานะ กลายเป็นทางรอดของธุรกิจเข้าไปทุกวัน เพราะโลกการทำงานทุกวันนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงได้แทบทุกวินาที</p>
<p><strong>ดร.ธนัย ชรินทร์สาร ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์</strong> ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับบอร์ดบริหารและ People Manager จำนวนมาก สะท้อนภาพเดียวกันว่า วันนี้แทบไม่มีใครในโลกธุรกิจรู้สึกสบายใจ เพราะสภาพเศรษฐกิจไม่เอื้อ การแข่งขันรุนแรง และทุกการตัดสินใจล้วนแบกรับความเสี่ยงต่อความอยู่รอดขององค์กร</p>
<p>ดังนั้น ผู้นำต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จของธุรกิจอย่างแข็งขัน คำว่าทำแค่เพื่ออยู่รอดอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป หากการอยู่รอดนั้นไม่ยั่งยืน มันอาจหมายถึงการหายไปในวันข้างหน้า ทางออกที่แท้จริงจึงต้องเป็นการมองไกลไปถึงความยั่งยืน ธุรกิจต้องติดตามข่าวสารและปัจจัยรอบด้านอย่างใกล้ชิด เพราะทุกอย่างเปลี่ยนตลอดเวลา แม้จะอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน บางองค์กรสร้างกำไรมหาศาล ขณะที่บางองค์กรกลับล้มเหลว สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากการเลือกทางเดิน หรือเลือกกลยุทธ์ที่แตกต่าง</p>
<p>ดร.ธนัยชี้ว่า กลยุทธ์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นศาสตร์ที่มีอายุกว่า 5,000 ปี เมื่อคนศึกษาตำราพิชัยสงครามเพื่อศึกษาคนชนะ และถอดบทเรียนว่าพวกเขาทำอะไรไม่เหมือนคนอื่น แต่บทเรียนก็คือ ความสำเร็จเป็นเรื่องของคนส่วนน้อยที่คิดและตัดสินใจต่างออกไป สิ่งที่มีผลต่อชัยชนะมากที่สุดไม่ใช่เครื่องมือหรือเทคโนโลยี แต่กลับเป็นคนนี่เอง โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันที่คำถามสำคัญคือ วิธีทำธุรกิจที่เคยใช้ได้ในอดีต ยังตอบโจทย์วันนี้และอนาคตอยู่หรือไม่</p>
<p>เมื่อคำตอบของอนาคตไม่สามารถหาได้จากตำราเดิม หรือแม้แต่จาก AI ที่เรียนรู้จากอดีตและใช้สถิติคาดการณ์ มนุษย์ที่เข้าใจระบบ คิดเป็น และกล้าคิดต่าง จึงกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด กลยุทธ์ที่ดีต้องเกิดจากคนที่เข้าใจธุรกิจ เห็นอนาคต และกล้าทำสิ่งใหม่</p>
<p>นี่คือเหตุผลที่ Employer Branding มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันคือการดึงดูดและรักษาคนเก่ง คนที่สามารถคิดกลยุทธ์ และพาองค์กรก้าวไปข้างหน้าได้จริง</p>
<p>ในสมรภูมิที่ทุกองค์กรต้องแย่งชิงคนที่มีศักยภาพ Employer Branding คือเครื่องมือสำคัญในการบอกให้ตลาดแรงงานรู้ว่า ทำไมต้องเลือกเรา ? ไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือนหรือสวัสดิการ แต่รวมถึงวัฒนธรรม การทำงานร่วมกัน และความรู้สึกว่าเข้ามาแล้ว Culture Fit อย่างแท้จริง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ดร.ธนัยเตือนว่า Employer Branding ไม่ควรถูกผูกติดอยู่กับตัว CEO เพียงคนเดียว เพราะนั่นคือความเสี่ยง แบรนด์นายจ้างที่ยั่งยืนต้องเป็นภาพสะท้อนของทั้งองค์กร ไม่ใช่ภาพลักษณ์ของผู้นำคนใดคนหนึ่ง</p>
<p>สุดท้ายแล้ว ไม่มีสูตรกลยุทธ์ใดที่ใช้แล้วสำเร็จตลอดไป องค์กรต้องมีกลยุทธ์หลากหลาย และปรับใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ ความสำคัญของ “คนที่ดี” เมื่อองค์กรมีคนที่มีศักยภาพ มีกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่น และกล้าลงมือทำอย่างจริงจัง ความสำเร็จในวันนี้จะไม่ใช่แค่การอยู่รอดชั่วคราว แต่จะกลายเป็นความยั่งยืนที่พาองค์กรเดินต่อไปได้ในระยะยาว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>Thailand Talent 2026 Predictions &amp; Supertrends</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48499" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-3.webp" alt="WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026 910" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปี 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมคนทำงานไทย และเป็นเหตุผลว่าทำไมเวที Thailand Talent 2026 Predictions &amp; Supertrends จึงได้รับความสนใจอย่างมาก</p>
<p>คุณ <strong>จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ Chief Employer Branding Officer ของ WorkVenture</strong> อธิบายว่า รางวัล Top Companies ไม่ได้เป็นเพียงการจัดอันดับองค์กร แต่คือการยกย่ององค์กรที่ทุ่มเทสร้างแบรนด์นายจ้างให้ฝังอยู่ในใจของ Talent ได้จริง เพราะในโลกที่คนเก่งมีทางเลือกมากขึ้น องค์กรที่ถูกเลือก คือองค์กรที่ตอบโจทย์ทั้งหัวใจและชีวิตการทำงาน</p>
<p>ภาพรวมของปี 2026 เริ่มต้นด้วยคำถามที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังที่สุด นั่นคือ “Why are we here ?” และ “Why am I here ?”</p>
<p>คำถามแรกคือโจทย์ของผู้นำว่า องค์กรนี้เกิดขึ้นมาเพื่ออะไร ? ส่วนคำถามที่ 2 คือโจทย์ของคนทำงานว่า ทำไมฉันต้องเลือกมาฝากแรงกายแรงใจไว้ที่นี่ โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่ถามคำถามนี้อย่างจริงจัง Purpose จึงกลายเป็นหัวใจของ Employer Branding หากองค์กรสามารถตอบได้ชัดว่า งานนี้มีความหมาย และเชื่อมโยงกับชีวิตของคนทำงานอย่างไร นั่นคือรากฐานของการเป็นนายจ้างที่ยอดเยี่ยม</p>
<p>เมื่อมองลึกลงไปในสิ่งที่ Talent ต้องการ จะเห็นว่าคำถามเปลี่ยนจาก คนอยากได้เงินเท่าไร ? เป็นคนอยากทำงานในสภาพแวดล้อมแบบไหน ? จากข้อมูล Top 10 Reasons ที่ Gen Z อยากเข้าร่วมงานด้วย เงินไม่ใช่ปัจจัยอันดับต้น ๆ อีกแล้ว จริงอยู่ว่าเงินยังสำคัญก็จริง แต่มีสิ่งที่สำคัญกว่านั่นคือวัฒนธรรมองค์กร ทีมเวิร์ค และสไตล์การบริหาร</p>
<p>ส่วนเหตุผลอันดับ 1 ที่ทำให้คนอยากอยู่ต่อคือการทำงานเป็นทีม ตามมาด้วยบรรยากาศในที่ทำงาน และคุณภาพชีวิตในองค์กร ซึ่งสะท้อนว่าคนทำงานวันนี้ เมื่อได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมแล้ว สิ่งที่เขามองหาคือชีวิตที่ด ในที่ทำงาน</p>
<p>จากภาพรวมนี้ WorkVenture ยังชี้ให้เห็น 3 Supertrends สำคัญของปี 2026 ดังนี้</p>
<h3>Supertrends ที่ 1 คือ CEO = CEBO</h3>
<p>หรือการที่ CEO ต้องกลายเป็น Chief Employer Branding Officer อย่างแท้จริง ผู้นำไม่ใช่แค่โลโก้ขององค์กร แต่ต้องเป็นคนเล่าเรื่องการทำงาน การนำทีม และการพาองค์กรชนะ Leaders over Logo คือหัวใจสำคัญ เพราะไม่มีใครสื่อสารแบรนด์นายจ้างได้ทรงพลังไปกว่าผู้นำ และในความเป็นจริง CEO มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจสมัครงานของ Talent มากที่สุด</p>
<h3>Supertrends ที่ 2 คือ KOE – Key Opinion Employee</h3>
<p>องค์กรต้องมีคนต้นแบบที่เล่าเรื่องการทำงานจากมุมของพนักงานจริง ไม่ใช่คอนเทนต์ที่ถูกปรุงแต่งเพื่อการตลาด Talent เชื่อเสียงของเพื่อนร่วมอาชีพมากกว่าคำโฆษณา คลิปสั้น ๆ ที่พนักงานเล่าเรื่ององค์กรผ่านช่องทางของตัวเอง มีพลังในการดึงดูดและบอกต่อสูงอย่างมหาศาล ข้อมูลชี้ว่าองค์กรที่ติด Top 50 มีพลังการดึงดูด Talent สูงกว่าองค์กรทั่วไปถึง 1.8 เท่า เพราะพนักงานกลายเป็นกระบอกเสียงที่น่าเชื่อถือที่สุด</p>
<h3>Supertrends ที่ 3 คือ Generative Employer Branding</h3>
<p>ในโลกที่ทุกคนมี Gen AI อยู่ในมือถือ วิธีหางานเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง Talent สามารถถาม AI ได้ทันทีว่า องค์กรนี้น่าทำงานไหม ? และถ้าองค์กรไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องอยู่ในระบบ AI ก็เท่ากับไม่มีตัวตนในสายตาคนหางาน ความสำเร็จของแบรนด์นายจ้างในยุคนี้จึงต้องอาศัยผู้นำที่ลงมาเล่าเรื่องเอง เปิดพื้นที่ให้พนักงานเล่าเรื่องของตัวเอง และใช้ AI เป็นพันธมิตรในการขายองค์กรให้กับ Talent</p>
<p>และเมื่อองค์กรมีข้อมูลที่ดี เป็นมิตรกับ AI และจริงใจต่อคนทำงาน เกมใหม่ของคนเก่งในปี 2026 ก็จะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/63?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47846" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 60" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/workventure-top-50-companies-in-thailand-2026-260109/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead 2026 Press Conference</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-2026-press-conference-260108/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-2026-press-conference-260108/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Jan 2026 13:18:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Future Trends]]></category>
		<category><![CDATA[Future Trends Ahead 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48462</guid>

					<description><![CDATA[ทุกต้นปีวงการธุรกิจและ HR มักจับตางานใหญ่ของ Future Trends อย่าง Future Trends Ahead Summit กันเป็นพิเศษ เพราะเป็นงานที่ช่วยชี้ทิศทางอนาคต ชี้ทิศทางการทำธุรกิจ และการบริหารจัดการองค์กรได้น่าสนใจ และก่อนที่งาน Summit งานหลักจะเริ่มต้นขึ้น Future Trends ก็มักจะอุ่นเครื่องด้วยงานแถลงข่าวเพื่อเปิดภาพรวมของเทรนด์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในปีนั้น ๆ โดยปีนี้ก็เช่นเดียวกันกับงาน Future Trends Ahead 2026 Press Conference ที่นำเสนอทั้งสภาพเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การทำงาน และทิศทางขององค์กรในอนาคต โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคน และการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่เคย งานแถลงข่าวนี้มีเนื้อหาที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูล และมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญที่น่าสนใจ  สำหรับใครที่ไม่ได้เข้าร่วมงาน หรืออยากได้ภาพรวมที่สรุปมาให้เข้าใจง่าย HREX รวบรวมสาระสำคัญ มาไว้ให้แล้ว อ่านได้ในบทความนี้เลย รู้เทรนด์โลก 2026 พร้อมรับมือพายุแห่งความเปลี่ยนแปลงก่อนใคร กับหนังสือ Future Trends Ahead 2026 ใน Session แรกของงาน คุณ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48463" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193255.189.webp" alt="Future Trends Ahead 2026 Press Conference" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead 2026 Press Conference 915" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193255.189.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193255.189-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกต้นปีวงการธุรกิจและ HR มักจับตางานใหญ่ของ Future Trends อย่าง Future Trends Ahead Summit กันเป็นพิเศษ เพราะเป็นงานที่ช่วยชี้ทิศทางอนาคต ชี้ทิศทางการทำธุรกิจ และการบริหารจัดการองค์กรได้น่าสนใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และก่อนที่งาน Summit งานหลักจะเริ่มต้นขึ้น Future Trends ก็มักจะอุ่นเครื่องด้วยงานแถลงข่าวเพื่อเปิดภาพรวมของเทรนด์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในปีนั้น ๆ โดยปีนี้ก็เช่นเดียวกันกับงาน </span><b>Future Trends Ahead 2026 Press Conference</b><span style="font-weight: 400;"> ที่นำเสนอทั้งสภาพเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การทำงาน และทิศทางขององค์กรในอนาคต โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคน และการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่เคย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานแถลงข่าวนี้มีเนื้อหาที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูล และมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญที่น่าสนใจ  สำหรับใครที่ไม่ได้เข้าร่วมงาน หรืออยากได้ภาพรวมที่สรุปมาให้เข้าใจง่าย HREX รวบรวมสาระสำคัญ มาไว้ให้แล้ว อ่านได้ในบทความนี้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>รู้เทรนด์โลก 2026 พร้อมรับมือพายุแห่งความเปลี่ยนแปลงก่อนใคร กับหนังสือ Future Trends Ahead 2026</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48464" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193341.126.webp" alt="Future Trends Ahead 2026 Press Conference" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead 2026 Press Conference 916" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193341.126.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193341.126-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session แรกของงาน คุณ</span><b> ณัฐกร เวียงอินทร์ Head of Content &amp; Branding Future Trends and aomMONEY (The Money Trends)</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวถึงการทำหนังสือ Future Trends Ahead 2026 ว่านี่คือปีที่ 3 แล้วที่ได้ทำหนังสือเล่มนี้เพื่อบอกเล่าเทรนด์สำคัญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับปีนี้ หนังสือ Future Trends Ahead 2026 จะครอบคลุม 12 เทรนด์ใหญ่ แล้วแตกออกมาเป็น 62 เทรนด์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะออกมาเป็นรูปเป็นร่างไม่ได้เลย หากปราศจากความร่วมมือของ 16 องค์กรที่เป็น Book Partner ช่วยเขียนเนื้อหาขึ้นมา โดยข้อมูลทั้งหมดนี้ ไม่เพียงแค่สรุปแนวโน้มโลก แต่ยังใส่ Frameworkเพื่อให้สามารถนำไปวางกลยุทธ์ได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณ </span><b>พิศพรรณี เกือกลูกาญจนา Head of LikeMe Media</b><span style="font-weight: 400;"> เสริมว่า Future Trends ไม่ได้หยุดแค่การทำหนังสือเล่มนี้แล้วเสร็จบนกระดาษ แต่จะต่อยอดข้อมูลความรู้และ Insight ทั้งหลายให้ออกมาเป็นอีเวนต์ที่จับต้องได้ ซึ่งจะจัดในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เพื่อขยายพลังของเนื้อหาไปสู่กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยในปีนี้แบ่งงานออกเป็น 2 เวที ได้แก่ Super Vision Stage ที่พูดเรื่องภาพรวมมหภาคด้านเศรษฐกิจและการเมือง และ World Business Era Stage สำหรับองค์กรที่ต้องการทักษะใหม่ ๆ ในการเติบโตท่ามกลางความปั่นป่วนของโลก ซึ่งล้วนมีประโยชน์ต่อผู้ฟังในหลากหลายสายงานอย่างแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณ </span><b>โอชวิน จิรโสตติกุล CEO &amp; Founder of FutureSkill</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่าการที่โลกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วและรุนแรงกว่าที่เคย ทั้งจากเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และพฤติกรรมของผู้บริโภค ส่งผลให้องค์กรที่ยึดติดกับสูตรเดิม ๆ มีแนวโน้มล้มเหลวสูง ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหาวิธีมองอนาคตให้เห็นอนาคตชัดเจนขึ้น เป็นเหตุผลให้เกิดการก่อตั้ง Institute of Strategic Foresight (ISF) หรือ สถาบันยุทธศาสตร์สำหรับโลกอนาคต ขึ้นมาเพื่อพัฒนาเครื่องมือ ประเมินความพร้อมองค์กร และสร้างแผนเชิงกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์โลกใหม่อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะยิ่งทุกอย่างเปลี่ยนเร็วเพียงพริบตา การอ่านเทรนด์จึงไม่พออีกต่อไป แต่ต้องแปลงเทรนด์ให้เป็นแผน และแปลงแผนให้เป็นการกระทำที่เป็นรูปธรรมให้ได้ ให้รู้ว่าอนาคตกำลังมุ่งหน้าไปทางไหน แต่ยังชี้ให้เห็นว่า เราจะเดินไปในอนาคตนั้นอย่างไรให้ไม่หลงทาง และไม่ถูกพายุพัดหายไประหว่างทาง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Future Trends Ahead 2026 กับ 62 เทรนด์สำคัญ จาก 12 หมวดเทรนด์ภาพใหญ่</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48466" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T194130.336.webp" alt="Future Trends Ahead 2026 Press Conference" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead 2026 Press Conference 917" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T194130.336.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T194130.336-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในงานแถลงข่าว Future Trends Ahead 2026 มีตัวแทนจากองค์กรพันธมิตรชั้นนำของไทยร่วมถ่ายทอด 62 เทรนด์สำคัญที่ควรจับตาในปีนี้ ผ่านมุมมองจาก 12 หมวดหมู่เทรนด์หลัก โดยไฮไลต์พิเศษในงานคือการเผยน้ำจิ้มของเทรนด์สำคัญ จากผู้เชี่ยวชาญที่มาร่วมงานด้วย ซึ่งสะท้อนสัญญาณความเปลี่ยนแปลงอันน่าจับตามอง ทั้งในระดับบุคคล องค์กร ไปจนถึงระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเทรนด์สำคัญที่นำเสนอในงาน 10+1 เป็นน้ำจิ้มในเบื้องต้น มีดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>1.Economy &amp; Commerce</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกการค้าเปลี่ยนแปลงเร็ว โดยเฉพาะการที่จีนขยายบทบาททางเศรษฐกิจในไทยหลังความสัมพันธ์ครบ 50 ปี ขณะที่ AI และ Green Economy จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์การเมืองสหรัฐฯ ใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์</span></p>
<h3><b>2.Politics</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ไม่เพียงเปลี่ยนการทำงาน แต่ยังส่งผลต่อโครงสร้างทางการเมืองทั่วโลกอย่างไม่คาดคิด และอาจกลายเป็น Disruptor ตัวใหม่ในระบบประชาธิปไตย โดยเฉพาะเมื่อนโยบายต่างประเทศเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมและการเมืองภายในประเทศไทยอย่างแยกไม่ออก นั่นทำให้ไทยเองต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน</span></p>
<h3><b>3.Technology &amp; AI</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยี AI โดยเฉพาะ Agentic AI จะกลายเป็นผู้ช่วยดิจิทัลรายสำคัญที่ช่วยคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ และทำงานแทนมนุษย์ในระดับลึก ช่วยยกระดับ Productivity ได้สูงถึง 10 เท่า องค์กรที่ไม่ปรับใช้จะกลายเป็นฝ่ายตามหลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<h3><b>4.Industry</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แวดวงอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับยอดขายที่ลดลงและการตีตลาดจากต่างประเทศ การอยู่รอดในยุคนี้ต้องมาพร้อมกับการ Go Digital, Go Global และ Go Green โดยเฉพาะการใช้ Automation และ Agentic AI ในกระบวนการผลิต รวมถึงการหาพาร์ทเนอร์ระดับโลกเพื่อร่วมฝ่าพายุเศรษฐกิจไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง</span></p>
<h3><b>5.Consumer</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีนี้คือปีแห่งความไม่ปกติ (Absurdity) หลักฐานชัด ๆ คือแค่เปิดปีมาก็เจอข่าวทรัมป์ส่งทหารไปบุกเวเนซุเอลาแล้ว นอกจากนั้นยังมีความบ้าบิ่นทางเทคโนโลยี จากการที่ AI เริ่มเขียนอัลกอริทึมของตัวเองได้ ความแหกกฎจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา องค์กรต้องการคนกล้าและบ้าบิ่นไม่แพ้กันเพื่อเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส</span></p>
<h3><b>6.Marketing</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เรากำลังอยู่ในยุค Polycrisis หรือวิกฤติซ้อนวิกฤติ ทำให้ผู้บริโภคคาดหวังให้แบรนด์ หรือองค์กรมีความรับผิดชอบมากขึ้น และเลิกผลักภาระให้ผู้บริโภคอย่างเดียว นำมาสู่การต้องคิดและหามีนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่หวังแต่จะขายของได้อย่างเดียวโดยไม่สนอะไร</span></p>
<h3><b>7.Future Skill</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงเวลาองค์กรต้องเตรียมคนให้มีทักษะด้าน Analytical Creativity เพื่อสร้างสิ่งใหม่บนฐานข้อมูลจริง นอกจากนี้ AI จะเพิ่มความเหลื่อมล้ำด้านการทำงานและการเรียนรู้ให้สูงขึ้น หากไม่รู้จักเรียนรู้ใหม่ (Unlearn &amp; Relearn) และไม่มี Growth Mindset เราจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง</span></p>
<h3><b>8.Future of Jobs </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อนาคตของงานเปลี่ยน คนไม่เปลี่ยนตามมีสิทธิ์ตกงานสูงแน่ และบ่อยครั้ง Job Description ยังเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าการมีทักษะใหม่ ผู้สมัครงานที่ไม่พัฒนาตัวเอง ไม่มีความรู้ใหม่ ๆ จะมีโอกาสตกงานสูงขึ้น</span></p>
<h3><b>9.Leadership </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้พนักงานไทยจะอยากทำงานในองค์กรที่ส่งเสริมในการพัฒนาทักษะพวกเขา แต่กลับมีไม่กี่องค์กรที่มีแผนพัฒนาพนักงานอย่างจริงจัง ในโลกที่ท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า ถึงเวลาองค์กรต้องพัฒนาผู้นำ-พนักงานอย่างมียุทธศาสตร์แล้ว ด้วยการลงทุนใน Global Insight และวางกลยุทธ์เพื่อให้พนักงานพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำจริงจัง ไม่ใช่แค่ตามกระแส </span></p>
<h3><b>10.Health</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้โลกจะเต็มไปด้วยข่าวร้ายจากแทบทุกเทรนด์ที่เอ่ยมา แต่เทรนด์ด้านสุขภาพกลับมีพัฒนาการเชิงบวกให้น่าชื่นใจ เช่น เทคโนโลยีช่วยให้การรักษาโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งทำได้สำเร็จ และใกล้เคียงกับการหายขาด ใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติได้มากขึ้น มีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดงานยาก ๆ ให้ง่ายขึ้น และการเก็บข้อมูลที่แม่นยำก็นำไปสู่การวินิจฉัยโรคที่แม่นยำขึ้นด้วย</span></p>
<h3><b>(+1) From Future Trends to Strategy with Strategic Foresight</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Future Trends Ahead 2026 ไม่ได้นำเสนอแค่เทรนด์ให้รู้ แต่ยังเตรียมกลยุทธ์เพื่อรับมือกับเทรนด์ที่อาจเกิดหรือไม่เกิดด้วย ผ่านเครื่องมือ Strategic Foresight เพื่อไม่ต้องรื้อแผนใหม่ทุกปี และเดินเกมธุรกิจได้มั่นคง ซึ่งหากอยากรู้ว่ากลยุทธ์ที่จะออกมานั้นเป็นอย่างไร ติดตามได้ในหนังสือ และในงาน Future Trends Ahead Summit 2026</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Jobs &amp; Skills 2026: The New Blueprint for the Future Workforce</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48465" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193413.262.webp" alt="Future Trends Ahead 2026 Press Conference" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead 2026 Press Conference 918" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193413.262.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193413.262-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีก Session ที่น่าสนใจนี้ว่าด้วยการปรับตัวสู่โลกอนาคตของการทำงานไม่รอใคร คุณ</span><b> กิตติศักดิ์ เกษบุรี Director of Corporate Strategy and Communications จาก JOBBKK </b><span style="font-weight: 400;">ชี้ว่าทุกวันนี้ธุรกิจกำลังเปลี่ยนโครงสร้างอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นบทบาท หน้าที่ หรือเครื่องมือที่ใช้ในแต่ละตำแหน่ง งานที่เคยทำแบบเดิม ๆ ไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้สมัครต้อง Upskill ตัวเองให้ไว เพื่อให้ทันกับ Job Description ที่เปลี่ยนรายวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนที่พร้อมปรับตัวและเรียนรู้เร็ว จะกลายเป็นคนที่ HR อยากเลือกให้มาร่วมงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณโอชวิน เสริมว่า แม้ AI จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในทุกสายงาน แต่คนไทยยังใช้ไม่เป็นหรือไม่กล้าใช้ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนที่ใช้ AI เป็น กับคนที่ยังตามไม่ทัน ยิ่งมี AI Agent เป็นผู้ช่วยประจำตัวของพนักงานยุคใหม่ คนที่จะเอาตัวรอดได้ไม่ใช่แค่คนที่มีทักษะการสั่งงาน AI เป็น  แต่ต้องมีความเข้าใจเชิงลึกด้วยว่าจะนำ AI ไปใช้ต่อยอดในสายงานตัวเองได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเขาเห็นด้วยกับคุณกิตติศักดิ์ว่า คนที่มีทักษะด้านนี้ จะได้เปรียบอย่างมหาศาลในตลาดแรงงานระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น เทคโนโลยียังทำให้เราไม่เพียงแข่งขันกับคนไทยด้วยกันเอง แต่ต้องแข่งขันกับทั้งโลก ถ้าอยากเป็นคนเลือกงานเองได้ ไม่ใช่คนที่รอให้คนอื่นมาเลือก เราต้องเป็นตัวท็อปในสายงานของตัวเอง หรือเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจนใช้มันสร้างประโยชน์ในงานได้ หรือมีทุนมากพอที่จะขับเคลื่อนเป้าหมายของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากเราจะยกระดับให้เหนือกว่าคนอื่นในระดับเดียวกัน ต้องพัฒนาแบบไฮบริด คือมีความรู้ความสามารถหลากหลายด้าน เชื่อมโยงกันได้ และข้ามสายงานได้ นี่คือกุญแจสำคัญของความได้เปรียบในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณโอชวิน ปิดท้ายด้วยการอธิบายถึง 4 ทักษะแห่งอนาคตที่ทุกคนควรเร่งสร้างตั้งแต่วันนี้ ประกอบด้วย</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><i><span style="font-weight: 400;">Advance Cognitive &amp; Self-management</span></i><span style="font-weight: 400;"> เช่น การคิดเชิงระบบและความรู้การเงิน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><i><span style="font-weight: 400;">Twin Transition</span></i><span style="font-weight: 400;"> คือ ทักษะด้านดิจิทัลควบคู่ไปกับ ESG</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><i><span style="font-weight: 400;">Human Connection &amp; Global Communication</span></i><span style="font-weight: 400;"> เช่น ความเป็นผู้นำและภาษาเพื่อธุรกิจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><i><span style="font-weight: 400;">Growth Engine &amp; Business Acumen</span></i><span style="font-weight: 400;"> เช่น การเป็นผู้ประกอบการในองค์กร และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง</span></li>
</ol>
<p><b>ทั้งหมดนี้คือพิมพ์เขียวแห่งอนาคต ที่จะทำให้คุณไม่ใช่แค่รอดในยุคเปลี่ยนผ่าน แต่โตไปพร้อมโลกที่ไม่เคยหยุดเดิน</b></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/u/2/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="มากกว่าการบริหารคน HR คือการบริหารประสบการณ์: บทสัมภาษณ์ จิตติยา ธรรมสรณ์ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-2026-press-conference-260108/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The Leader as a Kid ผู้นำที่ดี ไม่เคยทิ้งความอยากรู้อยากเห็นแบบเด็ก ๆ </title>
		<link>https://th.hrnote.asia/tips/the-leader-as-a-kid-260108/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/tips/the-leader-as-a-kid-260108/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Jan 2026 04:07:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tips]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำ]]></category>
		<category><![CDATA[วันเด็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48425</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT เนื่องในโอกาสวันเด็ก 2569 นี่คือแนวคิดเกี่ยวกับความเป็นผู้นำจากเด็ก ที่ผู้นำยุคใหม่สามารถนำไปเรียนรู้และปรับใช้ได้ ผู้นำที่ดีจะถาม “ทำไม?” บ่อย ๆ เหมือนเด็ก เพราะเด็กไม่ยอมรับคำตอบที่ไม่มีเหตุผล ผู้นำที่ไม่หยุดสงสัยจะช่วยให้ทีมหลุดจากกรอบเดิม ๆ ค้นพบวิธีใหม่ ๆ ในการทำงาน และเปิดรับความเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้น ผู้นำที่ดี จะกล้าตั้งสมมติฐานและคิดนอกกรอบแบบเด็ก ๆ เด็กใช้จินตนาการเป็นเครื่องมือสำคัญ ผู้นำควรฝึกตั้งคำถามเชิง “What if ?” อยู่เสมอ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทีมกล้าคิด กล้าฝัน และกล้านำเสนอไอเดียที่แตกต่าง ผู้นำที่ดีให้ความไว้ใจและความจริงใจแบบไม่มีเงื่อนไข เด็กสร้างความสัมพันธ์จากความเชื่อใจ ผู้นำที่มองทีมด้วยความหวังดีและยอมรับในตัวตนของแต่ละคน จะสร้างทีมที่แข็งแรงและพร้อมเติบโตไปด้วยกัน ผู้นำที่ดี คือคนที่กล้าล้ม เรียนรู้ และพร้อมลุกขึ้นใหม่เสมอ เพราะเด็กไม่กลัวความล้มเหลว ผู้นำที่กล้าลองผิดลองถูก มองความผิดพลาดเป็นบทเรียน จะช่วยให้ทีมมีวัฒนธรรมที่พร้อมเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตอนที่เรายังเด็ก โลกทั้งใบคือห้องทดลองขนาดใหญ่ เราสงสัยทุกอย่าง ถามคำถามว่า ทำไม ? ได้ทั้งวัน และไม่เคยกลัวที่จะลองสิ่งใหม่ ๆ และจากทารกตัวน้อยที่ทำอะไรไม่ได้ ก็ค่อย ๆ กลายเป็นเด็กที่เดินคล่อง ช่างเจรจา [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li aria-level="1">เนื่องในโอกาสวันเด็ก 2569 นี่คือแนวคิดเกี่ยวกับความเป็นผู้นำจากเด็ก ที่ผู้นำยุคใหม่สามารถนำไปเรียนรู้และปรับใช้ได้</li>
<li aria-level="1">ผู้นำที่ดีจะถาม “ทำไม?” บ่อย ๆ เหมือนเด็ก เพราะเด็กไม่ยอมรับคำตอบที่ไม่มีเหตุผล ผู้นำที่ไม่หยุดสงสัยจะช่วยให้ทีมหลุดจากกรอบเดิม ๆ ค้นพบวิธีใหม่ ๆ ในการทำงาน และเปิดรับความเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้น</li>
<li aria-level="1">ผู้นำที่ดี จะกล้าตั้งสมมติฐานและคิดนอกกรอบแบบเด็ก ๆ เด็กใช้จินตนาการเป็นเครื่องมือสำคัญ ผู้นำควรฝึกตั้งคำถามเชิง “What if ?” อยู่เสมอ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทีมกล้าคิด กล้าฝัน และกล้านำเสนอไอเดียที่แตกต่าง</li>
<li aria-level="1">ผู้นำที่ดีให้ความไว้ใจและความจริงใจแบบไม่มีเงื่อนไข เด็กสร้างความสัมพันธ์จากความเชื่อใจ ผู้นำที่มองทีมด้วยความหวังดีและยอมรับในตัวตนของแต่ละคน จะสร้างทีมที่แข็งแรงและพร้อมเติบโตไปด้วยกัน</li>
<li aria-level="1">ผู้นำที่ดี คือคนที่กล้าล้ม เรียนรู้ และพร้อมลุกขึ้นใหม่เสมอ เพราะเด็กไม่กลัวความล้มเหลว ผู้นำที่กล้าลองผิดลองถูก มองความผิดพลาดเป็นบทเรียน จะช่วยให้ทีมมีวัฒนธรรมที่พร้อมเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48427" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T095531.372.webp" alt="The Leader as a Kid" width="600" height="370" title="The Leader as a Kid ผู้นำที่ดี ไม่เคยทิ้งความอยากรู้อยากเห็นแบบเด็ก ๆ  920" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T095531.372.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T095531.372-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนที่เรายังเด็ก โลกทั้งใบคือห้องทดลองขนาดใหญ่ เราสงสัยทุกอย่าง ถามคำถามว่า ทำไม ? ได้ทั้งวัน และไม่เคยกลัวที่จะลองสิ่งใหม่ ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และจากทารกตัวน้อยที่ทำอะไรไม่ได้ ก็ค่อย ๆ กลายเป็นเด็กที่เดินคล่อง ช่างเจรจา และเริ่มใช้เหตุผลเป็น ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเด็กมีสัญชาตญาณการเรียนรู้ที่ทรงพลัง ช่างสังเกต เลียนแบบ และที่สำคัญ พวกเขาไม่ยอมแพ้ เพื่อที่จะเติบโตและอยู่รอดได้ในโลกที่กว้างใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เมื่อโตขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น ทำงานแล้วเติบใหญ่ขึ้นมาอยู่ในบทบาทผู้นำ ภาระหน้าที่อันหนักอึ้งอาจทำให้หลายคนเผลอทิ้งสัญชาตญาณเหล่านั้นไป เหลือเพียงกรอบความเคยชินและความกลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันเด็ก 2569 นี้ HREX จึงอยากชวนผู้นำทุกท่านทำ 5 สิ่งดังต่อไปนี้ เพื่อปลุกจิตวิญญาณของความเป็นเด็กน้อยในตัวคุณ ให้ตื่นจากการหลับใหลอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>The Leader as a Kid ต้องฝึกถาม ทำไม ? ให้บ่อยขึ้น</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เด็กจะไม่ยอมรับคำพูดว่า &#8220;ก็เพราะมันเป็นแบบนี้มานานแล้ว&#8221; ว่าเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น ผู้นำที่เปี่ยมด้วยความสงสัยจะช่วยให้ทีมหลุดออกจากกรอบเดิม ๆ เมื่อเจอขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้น ลองหมั่นถามทีมว่า &#8220;ทำไมเราถึงทำแบบนี้ ?&#8221; หรือ &#8220;มีวิธีที่สนุกและง่ายกว่านี้ไหม ?&#8221; การถามจะเปิดประตูสู่ทางออกใหม่ ๆ ที่เราอาจมองข้ามไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>The Leader as a Kid ต้องฝึกตั้งสมมติฐาน สมมติว่า&#8230; ทลายกำแพงแห่งคำว่า เป็นไปไม่ได้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จินตนาการของเด็กไม่มีขีดจำกัด ผู้นำที่ดีควรฝึกมองโลกผ่านเลนส์ของ What If ? ลองจัดช่วงเวลา Brainstorm ที่ไม่มีคำว่าผิด ให้ทีมได้ลองเสนอไอเดียแบบหลุดโลกดูบ้าง การสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้จินตนาการได้ทำงาน คือการสร้างนวัตกรรมที่แท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">.</span></p>
<h2><b>The Leader as a Kid คือคนที่ให้ใจแบบไม่มีเงื่อนไข</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ความรักและความจริงใจคือรากฐานของความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น อาจไม่ต้องถึงขั้นกอดกันในออฟฟิศขอแค่มองคนในทีมด้วยความหวังดีและยอมรับในตัวตนของเขาจริง ๆ เมื่อพื้นฐานคือความเชื่อใจ ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมจะตามมาเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>The Leader as a Kid ต้องกล้าที่จะทำเลอะ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">นวัตกรรมมักเกิดจากความไม่เป็นระเบียบ การตีกรอบที่เนี้ยบเกินไปอาจขัดขวางความคิดสร้างสรรค์ ลองปล่อยให้การประชุม Brainstorm เละเทะดูบ้าง เปิดรับไอเดียที่ยังไม่สมบูรณ์ หรือโครงการที่ดูบ้าบอ เพราะในความยุ่งเหยิงนั้นมักมี Big Thing ซ่อนอยู่เสมอ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>The Leader as a Kid คือคนที่ล้มแล้วลุก และสนุกกับการเป็นนักสำรวจ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เด็ก ๆ เรียนรู้การเดินแล้วล้มแล้วลุกครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาไม่เคยมองว่าล้มคือความล้มเหลว ดังนั้นถึงเวลาผู้นำเปลี่ยนจากคำว่าผิดพลาด เป็นข้อมูลใหม่ที่ได้เรียนรู้ เมื่อผู้นำกล้าที่จะลองผิดลองถูกและไม่หยุดเรียนรู้ ทีมก็จะกล้าก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำที่ยังมีความเป็นเด็ก ไม่หยุดสงสัย ไม่หยุดตั้งคำถาม ไม่หยุดลุกขึ้นยืนอีกครั้ง จะเป็นผู้นำที่ไม่เพียงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ยังนำองค์กรเติบโตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อยากปลุกไฟแห่งความสร้างสรรค์และปูทางสู่การเป็นผู้นำที่ช่างสงสัยในองค์กรของคุณ แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ? </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/65"><span style="font-weight: 400;">HREX พร้อมเป็นเข็มทิศช่วยคุณค้นหาโปรแกรมพัฒนาผู้นำ Leadership Development ที่ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่ มาค้นหาได้เลยที่นี่</span></a></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี 7" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sources:</b></p>
<p><a href="https://www.forbes.com/sites/erikaandersen/2014/01/29/want-to-be-a-strong-leader-act-like-a-4-year-old/" target="_blank" rel="noopener">Forbes</a></p>
<p><a href="https://www.psychologytoday.com/us/blog/the-game-changers/201908/what-does-leader-look-in-childhood" target="_blank" rel="noopener">Psychology Today</a></p>
<p><a href="https://www.linkedin.com/pulse/little-kid-who-became-leader-remembering-story-made-you-golden-igvrc/" target="_blank" rel="noopener">Linkedin</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/tips/the-leader-as-a-kid-260108/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 ทักษะเชิงกลยุทธ์ (Strategic Skills) ที่ HRD ต้องเร่งสร้าง เพื่อให้องค์กรแข็งแกร่งตลอดปี 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/5-strategic-skills-hrd-260107/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/5-strategic-skills-hrd-260107/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jan 2026 08:58:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR OD]]></category>
		<category><![CDATA[5 ทักษะเชิงกลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[HRD]]></category>
		<category><![CDATA[Strategic Skills]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48386</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ปี 2026 คือปีที่ต้องพัฒนา 5 ทักษะเชิงกลยุทธ์ (Strategic Skills) ความได้เปรียบขององค์กรจะตัดสินจาก “กลยุทธ์การพัฒนาคน” ไม่ใช่จำนวนคอร์สที่อบรม บทบาทของ HRD ต้องขยับจากผู้จัดอบรม ไปสู่ผู้ออกแบบระบบการเรียนรู้ที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง ผู้นำต้องเปลี่ยนจากสั่งการ เป็นผู้สร้าง Trust และ Agility เพื่อพาทีมทำงานได้ในทุกบริบท AI จะสร้างมูลค่าได้จริง ก็ต่อเมื่อพนักงานใช้อย่างมั่นใจ ถูกวิธี และมีจริยธรรม ทักษะความเป็นมนุษย์ การสร้างความปลอดภัยทางใจ และความยืดหยุ่นขององค์กร คือฐานสำคัญของการเติบโตระยะยาว ESG ต้องถูกฝังในงานจริงและระบบการทำงาน ไม่ใช่แค่นโยบายหรือกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ 5 ทักษะเชิงกลยุทธ์นี้ คือสิ่งที่ HRD ต้องเร่งสร้าง เพื่อให้องค์กรแข็งแกร่งตลอดปี 2026 การเลือกลงทุนในทักษะที่ถูกต้อง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและความเติบโตให้องค์กรอย่างแท้จริง เส้นแบ่งระหว่างองค์กรที่ก้าวหน้า กับองค์กรที่ตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงในปี 2026 จะตัดสินด้วยความเฉียบคมของกลยุทธ์การพัฒนาคน ปีนี้ไม่ใช่เวลาของการจัดอบรมเพียงเพื่อให้เป็นไปตามตัวชี้วัด แต่คนทำงาน HRD ต้องเลือกลงทุนในทักษะที่ถูกต้อง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและความเติบโตให้องค์กรอย่างแท้จริง จากเทรนด์โลกและทิศทางธุรกิจซึ่งจะมีปัจจัยสุดท้าทายหลายด้าน นี่คือ 5 ทักษะสำคัญที่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li aria-level="1">ปี 2026 คือปีที่ต้องพัฒนา 5 ทักษะเชิงกลยุทธ์ (Strategic Skills) ความได้เปรียบขององค์กรจะตัดสินจาก “กลยุทธ์การพัฒนาคน” ไม่ใช่จำนวนคอร์สที่อบรม บทบาทของ HRD ต้องขยับจากผู้จัดอบรม ไปสู่ผู้ออกแบบระบบการเรียนรู้ที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง</li>
<li aria-level="1">ผู้นำต้องเปลี่ยนจากสั่งการ เป็นผู้สร้าง Trust และ Agility เพื่อพาทีมทำงานได้ในทุกบริบท</li>
<li aria-level="1">AI จะสร้างมูลค่าได้จริง ก็ต่อเมื่อพนักงานใช้อย่างมั่นใจ ถูกวิธี และมีจริยธรรม</li>
<li aria-level="1">ทักษะความเป็นมนุษย์ การสร้างความปลอดภัยทางใจ และความยืดหยุ่นขององค์กร คือฐานสำคัญของการเติบโตระยะยาว</li>
<li aria-level="1">ESG ต้องถูกฝังในงานจริงและระบบการทำงาน ไม่ใช่แค่นโยบายหรือกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์</li>
<li aria-level="1">5 ทักษะเชิงกลยุทธ์นี้ คือสิ่งที่ HRD ต้องเร่งสร้าง เพื่อให้องค์กรแข็งแกร่งตลอดปี 2026 การเลือกลงทุนในทักษะที่ถูกต้อง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและความเติบโตให้องค์กรอย่างแท้จริง</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48388" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-07T154808.661.webp" alt="5-strategic-skills-hrd" width="600" height="370" title="5 ทักษะเชิงกลยุทธ์ (Strategic Skills) ที่ HRD ต้องเร่งสร้าง เพื่อให้องค์กรแข็งแกร่งตลอดปี 2026 923" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-07T154808.661.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-07T154808.661-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เส้นแบ่งระหว่างองค์กรที่ก้าวหน้า กับองค์กรที่ตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงในปี 2026 จะตัดสินด้วยความเฉียบคมของกลยุทธ์การพัฒนาคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีนี้ไม่ใช่เวลาของการจัดอบรมเพียงเพื่อให้เป็นไปตามตัวชี้วัด แต่คนทำงาน HRD ต้องเลือกลงทุนในทักษะที่ถูกต้อง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและความเติบโตให้องค์กรอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเทรนด์โลกและทิศทางธุรกิจซึ่งจะมีปัจจัยสุดท้าทายหลายด้าน นี่คือ 5 ทักษะสำคัญที่ HRD ต้องเร่งสร้างและวางกลยุทธ์การพัฒนาให้เกิดขึ้นในพนักงานทุกระดับ เพื่อที่จะได้องค์กรที่แข็งแกร่งตั้งแต่เดือนแรกไปจนถึงเดือนสุดท้ายของปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>1. Adaptive Leadership for the Modern Era</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ยังยึดติดกับการทำงานแบบ Command &amp; Control พนักงานจะขาดอิสระและความผูกพันกับองค์กรอย่างรุนแรง ดังนั้นภารกิจเร่งด่วนของ HRD คือการปั้นผู้นำยุคใหม่ให้สามารถสร้าง Trust และ Agility ให้เกิดขึ้นในทีมได้ แม้จะไม่ได้นั่งทำงานในออฟฟิศเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยแนวทางการพัฒนาที่เห็นผลที่สุดคือการใช้ Executive Coaching เน้นการจำลองสถานการณ์จริงเพื่อให้ผู้นำได้ฝึกฝนทักษะการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ และการบริหารความแตกต่างได้อย่างมืออาชีพ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>2. AI Fluency &amp; Digital Trust</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อุปสรรคใหญ่ที่สุดของ AI ไม่ใช่ความซับซ้อนของเทคโนโลยี แต่มาจากแรงต้าน และ Mindset ของพนักงานจนอาจนำไปสู่การใช้งานที่ผิดวิธีหรือความเสี่ยงด้านข้อมูล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HRD ไม่ใช่แค่หาวิธีช่วยพนักงานให้ใช้ AI เป็น แต่ต้องใช้อย่างมั่นใจ แล้วทำงานร่วมกับ AI อย่างถูกต้องและมีจริยธรรม โดยรูปแบบการพัฒนาที่ตอบโจทย์ที่สุดคือการทำ Hands-on Workshop หรือ e-Learning Path ที่เจาะจง Use Case ในสายงานจริง เพื่อให้การใช้ AI ไม่ใช่แค่เรื่องพื้นฐาน แต่เป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างปลอดภัยและมีจริยธรรม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48391" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/shutterstock_2267404605-scaled.webp" alt="5-strategic-skills-hrd" width="600" height="600" title="5 ทักษะเชิงกลยุทธ์ (Strategic Skills) ที่ HRD ต้องเร่งสร้าง เพื่อให้องค์กรแข็งแกร่งตลอดปี 2026 924" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/shutterstock_2267404605-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/shutterstock_2267404605-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/shutterstock_2267404605-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/shutterstock_2267404605-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/shutterstock_2267404605-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/shutterstock_2267404605-1536x1536.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/shutterstock_2267404605-2048x2048.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>3. Human-Centric Skills</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งเทคโนโลยีเข้ามาทำหน้าที่แทนมนุษย์ในงานซ้ำ ๆ มูลค่าของความเป็นมนุษย์จะยิ่งทวีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ องค์กรที่ขาดทักษะด้าน Emotional Intelligence และ Critical Thinking จะสูญเสียความสามารถในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและการสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าอย่างลึกซึ้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การให้ความสำคัญกับ Experiential Learning หรือ Group Coaching ฝึกฝนพนักงานให้เก่งเรื่องการจัดการอารมณ์ และสร้าง Empathy ในการทำงานข้ามสายงาน สิ่งเหล่านี้คือแต้มต่อของความเป็นมนุษย์ ที่ AI ไม่มีวันทดแทนได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>4. Organizational Resilience &amp; Psychological Safety</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาวะ Burnout ของพนักงานคือต้นทุนแฝงที่แพงที่สุดของธุรกิจ HRD ต้องเปลี่ยนบทบาทจากการดูแลสวัสดิการพื้นฐาน สู่การสร้างระบบนิเวศของความปลอดภัยทางใจ เพื่อให้พนักงานกล้าพูด กล้าลอง และไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตำหนิเมื่อทำพลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การลงทุนใน Well-being Program และสัมมนาเชิงจิตวิทยาองค์กรจะช่วยสร้างทีมที่แข็งแกร่งจากภายใน พร้อมรับมือกับทุกวิกฤตโดยไม่เสียขวัญกำลังใจ และรักษาบุคลากรระดับ Talent ให้อยู่กับองค์กรได้ในระยะยาว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>5. ESG &amp; Sustainability DNA</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน จะเป็นปัจจัยที่พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ และพนักงานรุ่นใหม่ใช้ตัดสินใจว่า ควรร่วมงานกับองค์กรนี้หรือไม่ หากพนักงานในองค์กรยังไม่มี ESG DNA องค์กรย่อมเสี่ยงต่อการถูกตราหน้าว่า Greenwashing และอาจเสียโอกาสทางธุรกิจได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HRD ต้องเปลี่ยน ESG จากนโยบายบนกระดาษ ให้กลายเป็นพฤติกรรมในงานจริง ด้วยการเรียนรู้ที่เชื่อมตั้งแต่ Micro-learning การเป็นแบบอย่างของผู้นำ ไปจนถึงการลงมือทำจริงในงานประจำและระบบการประเมินผล</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>สรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2026 ไม่ใช่ปีสำหรับการลองผิดลองถูก แต่เป็นปีสำหรับการลงทุนให้ตรงจุด เพื่อผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณคือ HRD ที่ไม่อยากให้ปี 2026 เป็นปีที่องค์กรต้องวิ่งตามการเปลี่ยนแปลง HREX พร้อมทำหน้าที่เป็น Solution Provider และตัวกลางที่ช่วยเชื่อมโยง HRD เข้ากับบริการ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/8"><span style="font-weight: 400;">Learning &amp; Development</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่เหมาะสม ออกแบบการพัฒนาคนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การสร้างทักษะเชิงกลยุทธ์ ไปจนถึงการนำไปใช้ให้เกิดผลลัพธ์จริงในองค์กร มาค้นหาผ่านเราได้เลย</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมกราคม 2025 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sources:</b></p>
<p><a href="https://gloat.com/blog/ai-workforce-trends/" target="_blank" rel="noopener">Gloat</a></p>
<p><a href="https://symondsresearch.com/types-employee-training/" target="_blank" rel="noopener">Symonds Research</a></p>
<p><a href="https://foxtery.com/blog/employee-learning-trends-2026" target="_blank" rel="noopener">Foxtery</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/5-strategic-skills-hrd-260107/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HREX Q&#038;A of the Year 2025 กับ 10 คำถาม-คำตอบแห่งปีที่ HR ควรรู้</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/qaarticle/hrex-qa-of-the-year-2025-260107/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/qaarticle/hrex-qa-of-the-year-2025-260107/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jan 2026 08:10:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Q&A]]></category>
		<category><![CDATA[Q&A of the Year]]></category>
		<category><![CDATA[10 คำถาม-คำตอบแห่งปี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48373</guid>

					<description><![CDATA[นับวัน บทบาทของ HR เต็มไปด้วยโจทย์ท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่การดูแลและพัฒนาคน การรับมือกับความขัดแย้งในที่ทำงาน ไปจนถึงการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแรงและยั่งยืน ตลอดทั้งปี 2025 มี HR เข้ามาถามคำถามน่าสนใจใน HR Community ของ HREX กันเยอะมาก และมี HR Expert Partner มาร่วมแลกเปลี่ยนคำถามและมุมมองกันอย่างเข้มข้นในหลากหลายประเด็น ท่ามกลางคำถามจำนวนมาก HREX ได้คัดเลือก HR Q&#38;A of the Year รวบรวม 10 คำถาม-คำตอบที่โดดเด่นและถูกพูดถึงมากที่สุด คำถามเหล่านี้ไม่ใช่แค่ปัญหาที่พบได้ทั่วไปในงาน HR แต่ยังสะท้อนความเปลี่ยนแปลง ความซับซ้อน และมุมคิดใหม่ ๆ ที่อาจทำให้คุณต้องกลับมาทบทวนวิธีทำงานของตัวเองอีกครั้ง มาดูกันว่า 10 คำถามแห่งปีนี้ จะตรงกับสิ่งที่คุณเคยตั้งคำถามหรือกำลังเผชิญอยู่หรือไม่ เพราะบางคำถาม คุณอาจเคยคิด แต่ยังไม่เคยได้คำตอบที่ชัดเจน Q&#38;A of the Year 2025 #1: คนเป็น HRBP [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48460" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T134728.058.webp" alt="HREX Q&amp;A of the Year 2025" width="600" height="370" title="HREX Q&amp;A of the Year 2025 กับ 10 คำถาม-คำตอบแห่งปีที่ HR ควรรู้ 936" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T134728.058.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T134728.058-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับวัน บทบาทของ HR เต็มไปด้วยโจทย์ท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่การดูแลและพัฒนาคน การรับมือกับความขัดแย้งในที่ทำงาน ไปจนถึงการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแรงและยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดทั้งปี 2025 มี HR เข้ามาถามคำถามน่าสนใจใน HR Community ของ HREX กันเยอะมาก และมี HR Expert Partner มาร่วมแลกเปลี่ยนคำถามและมุมมองกันอย่างเข้มข้นในหลากหลายประเด็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางคำถามจำนวนมาก HREX ได้คัดเลือก </span><b>HR Q&amp;A of the Year</b><span style="font-weight: 400;"> รวบรวม 10 คำถาม-คำตอบที่โดดเด่นและถูกพูดถึงมากที่สุด คำถามเหล่านี้ไม่ใช่แค่ปัญหาที่พบได้ทั่วไปในงาน HR แต่ยังสะท้อนความเปลี่ยนแปลง ความซับซ้อน และมุมคิดใหม่ ๆ ที่อาจทำให้คุณต้องกลับมาทบทวนวิธีทำงานของตัวเองอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาดูกันว่า 10 คำถามแห่งปีนี้ จะตรงกับสิ่งที่คุณเคยตั้งคำถามหรือกำลังเผชิญอยู่หรือไม่ เพราะบางคำถาม คุณอาจเคยคิด แต่ยังไม่เคยได้คำตอบที่ชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Q&amp;A of the Year 2025 #1: คนเป็น HRBP หรือเป็นผู้บริหาร HR เคยรู้สึกเบิร์นเอาท์กันไหม</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48383" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/484481495_952463863730112_772323006845778530_n.webp" alt="HREX Q&amp;A of the Year 2025" width="600" height="600" title="HREX Q&amp;A of the Year 2025 กับ 10 คำถาม-คำตอบแห่งปีที่ HR ควรรู้ 937" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/484481495_952463863730112_772323006845778530_n.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/484481495_952463863730112_772323006845778530_n-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/484481495_952463863730112_772323006845778530_n-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/484481495_952463863730112_772323006845778530_n-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/484481495_952463863730112_772323006845778530_n-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ระดับบริหาร เคยรู้สึกเบิร์นเอาท์จากการทำงานกันไหม เคยเจอสถานการณ์ที่ทำให้กลืนไม่เข้า คายไม่ออก ไม่รู้จะแก้ไขยังไงบ่อยๆ จนส่งผลต่อการทำงานไหมครับ แล้วถ้าเจอแล้ว หาวิธีดูแลตัวเอง เติมไฟในการทำงานของตัวเองกันอย่างไร</span></p>
<h3><b>A: บุษรา คุปกาญจนา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต้องยอมรับค่ะว่าในความเป็นจริงของโลกใบนี้ไม่ได้มีอะไรที่ง่าย สมดังใจเราไปหมดทุกอย่าง หลายๆครั้งที่เราตั้งใจทำงานและคาดหวังผลลัพธ์เชิงบวกให้กลับมาแล้วไม่เป็นดังใจก็ทำให้บั่นทอนจิตใจพอสมควรพอรวมตัวมาก ๆ เข้า บวกกับความเครียดที่อาจจะไม่ได้มีแค่เรื่องงานอย่างเดียวก็อาจจะทำให้เกิดสภาวะ Burnout ส่งผลกระทบกับงานและสุขภาพพอสมควร สำหรับผู้ตอบเองในฐานะของนักบริหารงานบุคคลแนะนำเป็นไอเดียที่ใช้มาตลอดดังต่อไปนี้ </span></p>
<p><b>มองกาลไกล</b><span style="font-weight: 400;"> – มอง นึก คิด ออกไปถึงอนาคตอันไกลว่าสิ่งที่เราตั้งใจทำงานนั้นมันส่งผลต่อตัวเราในทางบวกในอนาคต ทำวันนี้ให้ดีที่สุดจะได้ไม่เสียดายเวลาภายหลัง </span></p>
<p><b>หาต้นเหตุที่ทำให้เราทุกข์</b><span style="font-weight: 400;"> – หาเจอก็แก้ทุกข์นั้น เช่นถ้าเราโดนตำหนิบ่อยๆทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของเรา ให้เราบอกตัวเองว่า ฉันทำดีที่สุดแล้วตลอดมาฉันทำอะไรบ้างและจุดมุ่งหมายจริงๆฉันหวังให้เป็นแบบไหน แต่วันนี้มันอาจจะไปไม่ถึงไม่เป็นไร ฉันทำดีที่สุดแล้วและจะทำมันต่อไป จะปรับปรุงในส่วนที่ควรปรับปรุง จะพัฒนาตัวเอง </span></p>
<p><b>หาสิ่งที่ตัวเองสนใจ</b><span style="font-weight: 400;"> – หาสิ่งที่ตัวเองชอบเช่นอยากเรียนเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาตัวเองก็ทำ อยากพักผ่อนก็เคลียร์งานที่มีวางแผนพักผ่อน แล้วดึงใจกลับมาเริ่มต้นใหม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาเพื่อนปรับทุกข์ – ไม่ได้หมายถึงเราต้องไปพูดหรือบ่นเรื่องงานให้ฟัง แต่อย่างน้อยการได้ออกไปเจอผู้คน ไปนั่งคุยกันถึงเรื่องต่างๆที่สนใจร่วมกันแชร์ไอเดียในอนาคตที่ต่างคนต่างมีมันก็จุดพลังไฟให้เราได้</span></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1983"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Q&amp;A of the Year 2025 #2: พนักงานไม่อยากเข้า Engagement Day ควรทำยังไงดี ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48384" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/488655810_965136099129555_7819642911681289339_n.webp" alt="HREX Q&amp;A of the Year 2025" width="600" height="600" title="HREX Q&amp;A of the Year 2025 กับ 10 คำถาม-คำตอบแห่งปีที่ HR ควรรู้ 938" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/488655810_965136099129555_7819642911681289339_n.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/488655810_965136099129555_7819642911681289339_n-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/488655810_965136099129555_7819642911681289339_n-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/488655810_965136099129555_7819642911681289339_n-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/488655810_965136099129555_7819642911681289339_n-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกเดือน องค์กรจะจัดกิจกรรม Engagement Day ที่ออฟฟิศในช่วงเย็นๆ เพื่อให้พนักงานมาทำกิจกรรมร่วมกัน ได้พบปะพูดคุยกัน หลังจากทำงานอย่างเดียว แต่จากที่สังเกตก็คือ พนักงานไม่ค่อยชอบทำกิจกรรมเท่าไหร่ อยากทราบความคิดเห็นว่าเราควรทำอย่างไร ให้ทุกคนอยากมีส่วนร่วม อยากข้าร่วมงานนี้มากขึ้นครับ</span></p>
<h3><b>A: บุษรา คุปกาญจนา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า ทำไมเขาถึงไม่อยากเข้าร่วม จากนั้นค่อยแก้ไข เหตุผลที่พนักงานไม่อยากเข้าร่วมอาจจะมาจากประเด็นด้านล่างนี้ที่เราต้องทราบเบื้องต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานคิดว่าเขาแค่มาทำงาน ไม่ได้อยากทำอย่างอื่นในที่ทำงาน เมื่อทำงานเสร็จก็อยากจะกลับบ้านพักผ่อนหรือไปทำกิจกรรมกับคนที่ตนเองรู้สึกสนิทใจด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กิจกรรมที่จัดอาจจะไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย เช่น บางคนอาจจะชอบกิจกรรมในร่ม แต่เราอาจจะจัดกิจกรรมกลางแจ้งคนที่ไม่ชอบแดด ความร้อนก็อาจจะหาเรื่องไม่เข้าร่วมถ้าเป็นไปได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่มีความเข้าใจในเรื่องของวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมคิดว่าเป็นเรื่องเสียเวลาเป็นเรื่องน่าเบื่อ หรือการจัดกิจกรรมนั้นอาจจะนอกเหนือเวลาทำงาน พนักงานเลยรู้สึกว่าจะกลับถึงบ้านดึกเกินไป เกินเวลาทำงานโดยไม่ได้รับการจ่ายเงินการทำงานล่วงเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อทราบแล้วเราก็หาทางออกที่ดี อาจจะเป็น การทำสำรวจความต้องการพนักงานและตั้งกลุ่มพนักงานขึ้นมาแล้วช่วยกันระดมความคิดว่ากิจกรรมแบบไหนที่พวกเขาชอบซึ่งอาจจะมีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้การพูดคุยสื่อสารในองค์กรมีส่วนสำคัญ HR และหัวหน้างานมีส่วนสำคัญในการที่จะทำความเข้าใจของพนักงานว่าทำไมเราถึงจัดกิจกรรมขึ้นมา ต้องมีความเห็นและความเข้าใจที่ตรงกัน สามารถอธิบายหรือชี้นำเห็นข้อดีและการมีส่วนร่วม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนเรื่องวันเวลาจัดกิจกรรมก็มีส่วน ควรระดมความคิดว่าช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมเพื่อให้คนส่วนมากหรือทุกคนสามารถเข้ากิจกรรมได้โดยไม่กังวลเรื่องของงานที่ยังค้าง การเดินทางกลับบ้านหลังเลิกงานหรือกระทบกับประสิทธิภาพการทำงานในวันถัดไป</span></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1989"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Q&amp;A of the Year 2025 #3: นายจ้างบังคับให้ระบุรายละเอียดตอนลากิจ ถ้าไม่ระบุจะไม่อนุมัติลา ถือว่าเอาเปรียบหรือไม่ ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48382" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/487762148_964703682506130_2032356255817716573_n.webp" alt="HREX Q&amp;A of the Year 2025" width="600" height="600" title="HREX Q&amp;A of the Year 2025 กับ 10 คำถาม-คำตอบแห่งปีที่ HR ควรรู้ 939" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/487762148_964703682506130_2032356255817716573_n.webp 960w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/487762148_964703682506130_2032356255817716573_n-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/487762148_964703682506130_2032356255817716573_n-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/487762148_964703682506130_2032356255817716573_n-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ธุระส่วนตัว มันเป็นสิทธิ์ของเราที่จะไม่ลงรายละเอียดก็ได้หรือเปล่าครับ แต่ทางนายจ้างบังคับให้พนักงานลงในรายละเอียดด้วย ถ้าไม่ลงทางนายจ้างมีสิทธิ์ที่จะไม่อนุมัติ ถ้าเกิดเราลาไปแล้ว แต่มาไม่อนุมัติทีหลัง จะกลายเป็นเราขาดงาน สามารถทำอย่างไรได้บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหลาย ๆ ครั้งนายจ้างแทบไม่อยู่เลย กว่าจะอนุมัติก็รอนาน หากเป็นธุระสำคัญ หรือธุระจำเป็นจริง ๆ แล้วไม่สะดวกที่แจ้ง เราทำอย่างไรได้บ้าง</span></p>
<h3><b>A: Poonie HR</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การลากิจคิดว่าควรบอกเหตุผลในการลาครับ เพราะใช้คำว่า ลากิจ ถึงจะเป็นสิทธิส่วนตัวครับ </span></p>
<p><b>นิยามลากิจ :</b><span style="font-weight: 400;">  การลากิจคือสวัสดิการตามกฎหมายแรงงานสำหรับพนักงานทุกคน แต่ก็มีวิธีการลากิจตามมาตรการ และนโยบายของทางบริษัทด้วยเช่นกัน ในส่วนของด้านกฎหมายระบุไว้ว่า การลากิจคือการลางาน เพื่อไปทำภารกิจ หรือธุระส่วนตัวต่าง ๆ ที่พนักงานผู้นั้นจำเป็นต้องดำเนินการด้วยตัวเอง ไม่สามารถให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทนได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าลาพักร้อน ไม่ต้องบอกเหตุผลครับ เพราะเป็นสิทธิที่เราสามารถลาพักร้อนได้ โดยเรื่องส่วนตัว</span></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1992"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Q&amp;A of the Year 2025 #4: ยื่นใบลาแล้วแต่ไม่ได้ลา เพราะโดนเรียกกลับมาทำงาน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48380" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/495082814_990912226551942_1685528257367136253_n.webp" alt="HREX Q&amp;A of the Year 2025" width="600" height="600" title="HREX Q&amp;A of the Year 2025 กับ 10 คำถาม-คำตอบแห่งปีที่ HR ควรรู้ 940" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/495082814_990912226551942_1685528257367136253_n.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/495082814_990912226551942_1685528257367136253_n-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/495082814_990912226551942_1685528257367136253_n-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/495082814_990912226551942_1685528257367136253_n-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/495082814_990912226551942_1685528257367136253_n-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเกิดเรายื่นใบลาเพื่อลาพักร้อนไปแล้ว แต่ก่อนถึงวันลาจริงไม่กี่วัน โดนออฟฟิศเรียกตัวกลับมาทำงาน เพราะมีงานด่วนเข้า อย่างนี้ เราสามารถทำอย่างไรได้บ้างครับ เราสามารถเอาไปลาแทนช่วงอื่นได้ไหม หรือองค์กรสามารถชดเชยด้วยวิธีใดได้บ้าง ?</span></p>
<h3><b>A: บุษรา คุปกาญจนา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องทำความเข้าใจในเรื่องของวันลาพักผ่อนประจำปีหรือที่เรียกว่าพักร้อนในประเด็นของการตกลงการใช้สิทธิ์ลาระหว่างนายจ้างและลูกจ้างก่อนค่ะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการลาพักร้อนกฎหมายเปิดช่องให้นายจ้างกับลูกจ้างตกลงการใช้วันลา หรือนายจ้างเองก็มีสิทธิ์กำหนดวันหยุดประเภทนี้ให้แก่ลูกจ้างโดยแจ้งล่วงหน้าเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในกรณีที่มีการลาแล้วและนายจ้างไม่ยินยอมให้ลา จะทำได้ก็ต่อเมื่อการลานั้นเป็นการลาที่ผิดระเบียบ หรือหากหยุดแล้วจะก่อให้เกิดผลกระทบต่องานจนทำให้เกิดความเสียหาย ในกรณีของเจ้าของคำถามที่บริษัทเรียกตัวให้กลับมาทำงานเพราะงานด่วน อาจจะเพราะบริษัทมีงานด่วนสำคัญมาก ๆ ที่ต้องการคนมีความสามารถอย่างคุณมาช่วยทำให้งานไหลลื่นมากขึ้น และพนักงานเองก็กลับมาทำงานตามปกติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นวันลาที่ไม่ได้ใช้สิทธิ์นั้นสามารถเก็บเพื่อนำไปใช้หยุดในวันอื่นที่ตกลงกัน หากนายจ้างไม่ตกลงในเรื่องการเลื่อนวันหยุดออกไปก็สามารถจ่ายเงินชดเชยในรูปแบบ OT ตามสิทธิ์ของพนักงานได้เช่นกัน</span></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2032"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Q&amp;A of the Year 2025 #5: องค์กรตัดงบสวัสดิการออกเพื่อช่วยประหยัดเงินองค์กร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48381" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/505409324_1014459877530510_5163475209029762810_n.webp" alt="HREX Q&amp;A of the Year 2025" width="600" height="600" title="HREX Q&amp;A of the Year 2025 กับ 10 คำถาม-คำตอบแห่งปีที่ HR ควรรู้ 941" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/505409324_1014459877530510_5163475209029762810_n.webp 960w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/505409324_1014459877530510_5163475209029762810_n-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/505409324_1014459877530510_5163475209029762810_n-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/505409324_1014459877530510_5163475209029762810_n-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เคยเข้าใจว่า หลายองค์กรทุกวันนี้พยายามให้สวัสดิการดีๆ เพื่อดึงดูดพนักงาน แต่องค์กรที่ทำงานอยู่กลับลดสวัสดิการนั้นเสียเอง ซึ่งปกติก็ไม่ได้มีเยอะแต่แรกแล้ว อย่างการตรวจสุขภาพ จากที่เคยตรวจได้หลายอย่าง ก็เหลือน้อย เหลือแค่พื้นฐาน เราควรทำอย่างไรดี ?</span></p>
<h3><b>A: ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การปรับลดสวัสดิการ บริษัท ควรชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นให้พนักงานรับทราบด้วย โดยปกติในการปฏิบัติทั่วไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> “สวัสดิการใดๆ ก็ตามเมื่อจัดให้พนักงานแล้วไม่สามารถลดได้”  เนื่องจากสวัสดิการถือเป็นส่วนหนึ่งของสภาพการจ้าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนะนำให้สอบถามเหตุผลจากฝ่าย HR เพื่อการแรงงานสัมพันธ์ที่ดีในองค์กรค่ะ</span></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2037"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Q&amp;A of the Year 2025 #6: ตำแหน่ง Chief People Officer กับ Chief Human Resource Officer เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48378" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/514325673_1031861699123661_4127648811993945030_n.webp" alt="HREX Q&amp;A of the Year 2025" width="600" height="600" title="HREX Q&amp;A of the Year 2025 กับ 10 คำถาม-คำตอบแห่งปีที่ HR ควรรู้ 942" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/514325673_1031861699123661_4127648811993945030_n.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/514325673_1031861699123661_4127648811993945030_n-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/514325673_1031861699123661_4127648811993945030_n-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/514325673_1031861699123661_4127648811993945030_n-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/514325673_1031861699123661_4127648811993945030_n-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนที่มีหน้าที่สำคัญสุดในการดูแลคนในองค์กร มักเป็นตำแหน่ง CPO แต่บางองค์กรก็มี CHRO อยากรู้ว่า 2 ตำแหน่งนี้แตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ หรือจริง ๆ แล้วเหมือนกัน</span></p>
<h3><b>A: ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">CPO และ CHRO หากเรียกชื่อกันเผิน ๆ เหมือนจะคล้าย ๆกัน คือ ผู้บริหารระดับสูงสุดด้านการบริหารและพัฒนาบุคลากรของบริษัท แล้วแต่ว่าองค์กรนั้น ๆ จะเรียกอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่จากประสบการณ์องค์กรชั้นนำใหญ่ ๆ มักจะเรียกว่า CPO ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขยายความเพิ่มเติม หากมองบทบาทในเชิงกลยุทธ์ CHRO เน้นการบริหารและดูแลให้บุคลากรมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน CPO เน้นการร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์กร สนันสนุนนวัตกรรม ความยั่งยืน ความหลากหลายและความสำเร็จขององค์กร เน้น Employee Experience , Employee Engagement ,Well-Being มากขึ้น</span></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2040"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Q&amp;A of the Year 2025 #7: บริษัท ให้คนต่างชาติมาเป็น HR ได้ไหม ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48379" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/514345402_1031861732456991_6921848019680577428_n.webp" alt="HREX Q&amp;A of the Year 2025" width="600" height="600" title="HREX Q&amp;A of the Year 2025 กับ 10 คำถาม-คำตอบแห่งปีที่ HR ควรรู้ 943" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/514345402_1031861732456991_6921848019680577428_n.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/514345402_1031861732456991_6921848019680577428_n-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/514345402_1031861732456991_6921848019680577428_n-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/514345402_1031861732456991_6921848019680577428_n-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/514345402_1031861732456991_6921848019680577428_n-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัทมีพนักงานในไทยจำนวน 50 คนที่เป็นคนไทย และต่างชาติอีก 20 คน บริษัท จ้าง HR คนต่างประเทศมาทำงานตำแหน่งนี้ ซึ่งเขาไม่รู้กฎหมายอะไรเกี่ยวกับแรงงาน ต้องจ้าง สนง.ข้างนอกในการยื่นรายการต่าง ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถาม สิ่งที่บริษัท เอาคนต่างชาติมาทำงาน HR ได้เหรอ ผิดกฎหมายอะไรไหมคะ ?</span></p>
<h3><b>A: บุษรา คุปกาญจนา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">งานฝ่ายทรัพยากรบุคคลไม่ได้เป็นงานต้องห้ามของคนต่างชาติ ดังนั้นหากชาวต่างชาตินั้นมีใบอนุญาตทำงานในไทยและวีซ่าทำงานก็สามารถทำงานได้เหมือนคนไทยค่ะ แน่นอนว่าการย้ายมาทำงานต่างประเทศกฎหมายแรงงานในรายละเอียดก็จะแตกต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ก็จะมีหลักสากลบางเรื่องที่คล้ายกันเช่น Code of Conduct แต่การที่บริษัทตัดสินใจรับเขาเข้ามาร่วมองค์กรเป็นได้ว่าเพราะเขามีชุดพฤติกรรม ความคิด และทักษะที่เหมาะสมกับองค์กร จึงทำให้เขาได้เข้ามาร่วมทีมซึ่งหากองค์กรยินดีที่จะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อจ้างสำนักงานข้างนอกมาช่วยเรื่องกฎหมาย หรือการยื่นเอกสารต่าง ๆ ก็ถือเป็นเรื่องที่ทำได้ค่ะ</span></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2041"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Q&amp;A of the Year 2025 #8: HR และพนักงานองค์กรอื่น ๆ ควรกังวลเรื่องการเกษียณอายุตอนอายุ 45 ปีไหม</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48377" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/545161128_1084206217222542_2800805713518250328_n.webp" alt="HREX Q&amp;A of the Year 2025" width="600" height="600" title="HREX Q&amp;A of the Year 2025 กับ 10 คำถาม-คำตอบแห่งปีที่ HR ควรรู้ 944" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/545161128_1084206217222542_2800805713518250328_n.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/545161128_1084206217222542_2800805713518250328_n-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/545161128_1084206217222542_2800805713518250328_n-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/545161128_1084206217222542_2800805713518250328_n-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/545161128_1084206217222542_2800805713518250328_n-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากกรณีธนาคารแห่งหนึ่งบีบให้อายุเกษียณพนักงานจากที่เคยอยู่ที่ 60 ปี ลดลงมาอยู่ที่ 45 ปี ต้องให้พนักงานเข้าโปรแกรม Early Retirement ต้องมีการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก HR องค์กรอื่น ๆ มองประเด็นนี้ด้วยความคิด ความรู้สึกยังไงบ้าง แล้ววางแผนองค์กรอย่างไรกันต่อไป</span></p>
<h3><b>A: ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ระเบียบเกษียณอายุ แต่ละองค์กรกำหนดไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่กำหนดไว้ที่ 55-60 ปี เมื่อครบตามเลขบัตรประชาชน ให้ดูระเบียบข้อบังคับการทำงานของแต่ละองค์กร ประกอบด้วยค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากคำถาม : หากจะเปลี่ยนแปลง ให้ Early Retirement ลดลงมาอยู่ที่ 45 ปี เป็นการเปลี่ยนสภาพการจ้าง ต้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็นให้พนักงานรับทราบ ยอมรับในการเปลี่ยนแปลง และให้แจ้งเป็นหนังสือไปยัง สนง.สวัสดิการคุ้มครองแรงงาน ตามเขตพื้นที่ที่องค์กรนั้น ๆ สังกัดอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นที่ต้องระมัดระวัง : การเข้าโปรแกรม Early Retirement ต้องเป็นความสมัครใจของพนักงาน หากดำเนินการไม่ถูกต้อง อาจจะเข้าข่ายการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม แม้ว่าองค์กรจะจ่่ายค่าชดเชยตามระเบียบข้อบังคับ ฯ ก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่าลืมว่า : การ Early Retirement เป็นการสิ้นสภาพการจ้าง นิติสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ควรจะจากกันด้วยดี และด้วยความสมัครใจของทั้งสองฝ่ายค่ะ</span></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2055"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Q&amp;A of the Year 2025 #9: พนักงานลาป่วยบ่อย แต่พบว่าลาไปตามศิลปินที่ชอบ</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48376" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/577066611_1133636715612825_4756280466973059103_n.webp" alt="HREX Q&amp;A of the Year 2025" width="600" height="600" title="HREX Q&amp;A of the Year 2025 กับ 10 คำถาม-คำตอบแห่งปีที่ HR ควรรู้ 945" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/577066611_1133636715612825_4756280466973059103_n.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/577066611_1133636715612825_4756280466973059103_n-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/577066611_1133636715612825_4756280466973059103_n-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/577066611_1133636715612825_4756280466973059103_n-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/577066611_1133636715612825_4756280466973059103_n-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าพนักงานมาขอลาป่วยบ่อย เพื่อลาไปติ่ง ลาไปดูคอนเสิร์ต ลาไปตามศิลปินที่ชอบ แต่ผลงาน Performance ก็ไม่ได้แย่ แล้วนายจ้างควรบริหารจัดการยังไงดี </span></p>
<h3><b>A: ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การลาป่วยบ่อยๆ ทำให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีในที่ทำงาน แม้ว่า Performance จะดีมาก ให้เปลี่ยนสัญญาจ้างในรูปแบบ การจ้างเหมาหรือจ้างโครงการ โดยยึดผลสำเร็จของงานเป็นหลัก </span></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2091"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Q&amp;A of the Year 2025 #10: สมัครงานแล้ว HR ส่งอีเมลแจ้งว่าจะยื่น Offer ให้ แต่สุดท้ายเขาเลือกคนอื่นแทน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48375" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/592877580_1153299466979883_4058586819818173853_n.webp" alt="HREX Q&amp;A of the Year 2025" width="600" height="600" title="HREX Q&amp;A of the Year 2025 กับ 10 คำถาม-คำตอบแห่งปีที่ HR ควรรู้ 946" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/592877580_1153299466979883_4058586819818173853_n.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/592877580_1153299466979883_4058586819818173853_n-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/592877580_1153299466979883_4058586819818173853_n-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/592877580_1153299466979883_4058586819818173853_n-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/592877580_1153299466979883_4058586819818173853_n-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่นานมานี้ไปสมัครงานองค์กรแห่งหนึ่ง จากการสัมภาษณ์ เขาบอกว่าถือเป็นแคนดิเดทที่มีผลงานดี และ HR ยังส่งอีเมลแจ้งว่าจะส่ง Offer ตามมาด้วย แต่สุดท้ายอีเมลที่เขาส่งมา กลับบอกว่า เลือกคนอื่นแทนแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โชคดีไปที่ยังไม่ได้แจ้งลาออกจากองค์กร แต่ยอมรับว่าเสียความรู้สึกทีเดียว ถ้าเจอกรณีอย่างนี้ เราสามารถทำอะไรได้บ้าง แล้ว HR จะรู้ตัวไหมว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันไม่โอเคเลย</span></p>
<h3><b>A: ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ขององค์กรแห่งนี้ขาดความน่าเชื่อถือ ไม่เป็นมืออาชีพเลยค่ะ ทำให้เสียภาพลักษณ์องค์กร เราคงทำอะไร HR ไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนะนำให้ผู้ถาม Feedback บอกปลายทางด้วยว่า “อย่าทำแบบนี้กับคนอื่น ๆ ในทางธรรมถือว่าขาดจริยธรรม” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การแจ้งว่าเลือกคนอื่นแทนแล้ว ต้องชี้แจงเหตุผลและต้องส่งคำขอโทษให้ผู้สมัครรับทราบ</span></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/2095"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20217 size-full" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนพฤศจิกายน 2025 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02.png" alt="CTA HR Community" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/qaarticle/hrex-qa-of-the-year-2025-260107/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrpeople/hr-across-thailand-2026-260105/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrpeople/hr-across-thailand-2026-260105/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Jan 2026 01:35:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR People]]></category>
		<category><![CDATA[HR 2026]]></category>
		<category><![CDATA[HR ทั่วไทย]]></category>
		<category><![CDATA[HR Across Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48310</guid>

					<description><![CDATA[ตลอดเวลาที่ผ่านมา HREX มีโอกาสได้พูดคุยกับ HR ฝีมือดีมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่จนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า “ตัวแทนเสียง HR มีอยู่แค่ในเมืองหลวงจริงหรือ ?” เพราะเราเชื่อว่า ยังมี HR อีกมากทั่วทุกภูมิภาคที่กำลังขับเคลื่อนองค์กรอย่างเต็มความสามารถ ด้วยความเข้าใจในมนุษย์อย่างลึกซึ้ง แม้ว่าพวกเขาจะซ่อนตัวอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของประเทศไทย จากความเชื่อนี้ จึงเกิดเป็นโปรเจกต์ “HR ทั่วไทย” ที่เราตั้งใจตามหา HR ที่น่าสนใจจากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อได้พูดคุยกับ HR ทั้งหมด 16 คนจาก 12 จังหวัด บทสนทนาเหล่านั้นเปิดมุมมองใหม่ให้เราเห็นว่าบริบทของแต่ละพื้นที่มีความเฉพาะตัว ความท้าทายแตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีร่วมกัน คือความมุ่งมั่นในการดูแลคนในองค์กรให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในฐานะคอนเทนต์แรกของปี 2026 เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยส่งต่อเสียงของ HR ที่หลายคนอาจยังไม่เคยได้ยิน และจุดประกายแรงบันดาลใจให้คนทำงาน HR ทุกคน เริ่มต้นปีใหม่อย่างมั่นใจ พร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น 1. HR ทั่วไทย 2026 &#8211; เชียงใหม่ : คุณ เสฏฐวุฒิ หนุ่มคำ, [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48312" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-05T075944.420.webp" alt="HR Across Thailand 2026" width="600" height="370" title="HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026) 964" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-05T075944.420.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-05T075944.420-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดเวลาที่ผ่านมา HREX มีโอกาสได้พูดคุยกับ HR ฝีมือดีมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่จนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า</span><b> “ตัวแทนเสียง HR มีอยู่แค่ในเมืองหลวงจริงหรือ ?”</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเราเชื่อว่า ยังมี HR อีกมากทั่วทุกภูมิภาคที่กำลังขับเคลื่อนองค์กรอย่างเต็มความสามารถ ด้วยความเข้าใจในมนุษย์อย่างลึกซึ้ง แม้ว่าพวกเขาจะซ่อนตัวอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของประเทศไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากความเชื่อนี้ จึงเกิดเป็นโปรเจกต์ </span><b>“HR ทั่วไทย”</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เราตั้งใจตามหา HR ที่น่าสนใจจากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อได้พูดคุยกับ HR ทั้งหมด 16 คนจาก 12 จังหวัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสนทนาเหล่านั้นเปิดมุมมองใหม่ให้เราเห็นว่าบริบทของแต่ละพื้นที่มีความเฉพาะตัว ความท้าทายแตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีร่วมกัน คือความมุ่งมั่นในการดูแลคนในองค์กรให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะคอนเทนต์แรกของปี 2026 เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยส่งต่อเสียงของ HR ที่หลายคนอาจยังไม่เคยได้ยิน และจุดประกายแรงบันดาลใจให้คนทำงาน HR ทุกคน เริ่มต้นปีใหม่อย่างมั่นใจ พร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>1. HR ทั่วไทย 2026 &#8211; เชียงใหม่ : คุณ เสฏฐวุฒิ หนุ่มคำ, Chief People Officer จาก Green Capital</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48314" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-5.webp" alt="HR Across Thailand 2026" width="600" height="600" title="HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026) 965" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-5.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-5-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-5-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-5-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-5-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>HR ผู้คร่ำหวอดในวงการมากว่าเกือบ 30 ปี ผ่านประสบการณ์การทำงานหลากหลาย ตั้งแต่ธุรกิจครอบครัว งานธนาคาร บริษัทข้ามชาติ ไปจนถึงบทบาททางวิชาการในฐานะอดีตคณบดีคณะบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยฟาร์อิสเทอร์น</p>
<p>ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่สายงานทรัพยากรบุคคลของ Green Capital หรือที่หลายคนรู้จักในฐานะผู้ให้บริการ Greenbus รถโดยสารและรถทัวร์เช่าเหมาไม่ประจำทาง ครอบคลุมเส้นทางทั่วประเทศ หน้าที่ของเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่งาน HR หลังบ้าน แต่ยังร่วมในการวางกลยุทธ์องค์กรในภาพรวม</p>
<p>และสิ่งที่เขาให้ความสำคัญกับงาน HR ที่สุด คือการเข้าใจและเข้าถึงจิตใจคนทำงาน เพราะเมื่อพนักงานมีความสุข ความสุขนั้นจะถูกส่งต่อไปถึงลูกค้าได้อย่างแท้จริง</p>
<hr />
<p><strong>ความท้าทายด้าน HR </strong><strong>ในปี 2025 </strong><strong>มีหลายด้าน</strong> เริ่มจากการสรรหาคนเก่งที่มักเลือกทำงานในส่วนกลางหรือกรุงเทพฯ ให้กลับมาทำงานในเชียงใหม่ค่อนข้างยาก แต่การรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรกลับยากและท้าทายยิ่งกว่าครับ</p>
<p><strong>อีกความท้าทายคือการเปลี่ยน Mindset </strong><strong>ของผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจ</strong> องค์กรจำเป็นต้องก้าวข้ามการวัดผลงานแบบเดิมที่เน้นปริมาณ ไปสู่การวัดผลงานจากคุณภาพของงานและผลลัพธ์ที่แท้จริงให้ได้ HR ต้องเรียนรู้วิธีการบริหารคนรุ่นใหม่ที่มีโลกส่วนตัวสูง สู่ความคิดสร้างสรรค์ในงานด้วยการเปิดกว้างมีเวทีปล่อยของสำหรับพนักงาน ซึ่งจะทำให้เราได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p><strong>ความคาดหวังต่อองค์กรของพนักงานในเชียงใหม่</strong> มีความหลากหลายและซับซ้อน ปัจจัยแรกคือการสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน ต้องการความยืดหยุ่น สามารถเลือกเวลาทำงานได้เอง รวมถึงต้องการนโยบาย Hybrid Working ที่ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน หรือแม้ในวันที่ต้องเข้าทำงานในออฟฟิศ</p>
<p><strong>พนักงานยังคาดหวังสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์</strong> ทำงานที่มีคุณค่า เห็นเส้นทางอาชีพได้ชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องเติบโตในสายบริหารเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเติบโตในฐานะ Specialist พร้อมค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้นได้</p>
<p><strong>สำหรับงาน HR </strong><strong>ในองค์กรที่ต้องการพัฒนาเป็นพิเศษในปี 2026 </strong>คือยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและ AI ซึ่งสิ่งนี้ต้องการการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและสถาบันการศึกษาด้วย เพื่อพัฒนาทักษะเหล่านี้ให้กับทั้งผู้ประกอบการและพนักงานในภูมิภาค เพื่อให้องค์กรในต่างจังหวัดสามารถปรับตัวเป็นองค์กรสมัยใหม่ได้ทัดเทียมกับส่วนกลาง</p>
<p><strong>อีกแนวทางสำคัญคือการสร้างเวทีแลกเปลี่ยนระหว่าง HR ในพื้นที่เดียวกัน</strong> เช่น เครือข่าย HR เชียงใหม่–ลำพูน เพื่อร่วมกันแชร์ปัญหา แนวทางการพัฒนาคน และประสบการณ์การทำงาน แทนการทำงานแบบต่างคนต่างทำ นอกจากจะช่วยยกระดับคุณภาพงาน HR แล้ว การรวมกลุ่มยังช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองกับคู่ค้าและลดต้นทุนขององค์กรได้ด้วย</p>
<h2><b><br />
</b><b>2. HR ทั่วไทย 2026 &#8211; เชียงใหม่ : คุณ ศุภลักษณ์ มิทเชลล์, HR Manager จาก Lanna Hospital Chiang Mai</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48315" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-6.webp" alt="HR Across Thailand 2026" width="600" height="600" title="HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026) 966" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-6.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-6-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-6-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-6-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-6-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หัวหน้าแผนกบุคคล-ธุรการ โรงพยาบาลลานนา เชียงใหม่ รับผิดชอบการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลของโรงพยาบาลในเครือทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ลานนา 1, ลานนา 2 และลานนา 3 รวมแล้วมีพนักงานที่ต้องดูแลร่วม 1,500 คน ขอบเขตงานครอบคลุมตั้งแต่การสรรหา การบริหารค่าตอบแทน การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร ไปจนถึงงานธุรการทั้งหมดภายในโรงพยาบาล</p>
<p>จริง ๆ แล้วเธอเริ่มต้นเส้นทางอาชีพจากการเป็นอาจารย์สอนด้านการบริหารธุรกิจที่วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเชียงใหม่) เป็นเวลากว่า 4 ปี ก่อนจะเปลี่ยนสายงานเข้าสู่วงการสาธารณสุข โดยเริ่มจากงานด้านการพัฒนาคุณภาพ (QC) ที่โรงพยาบาลลานนา และได้รับความไว้วางใจให้ย้ายมาดูแลงาน HRD ในปี 2005 และดูแลงาน HUM&amp;HRD อย่างเต็มตัวตั้งแต่ปี 2014 ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นที่ปรึกษา คอยรับฟังและช่วยแก้ปัญหาให้กับพนักงาน เพื่อให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข</p>
<hr />
<p><strong>ความท้าทายด้าน HR </strong><strong>ในปี 2025 </strong><strong>ขององค์กร คือการขาดแคลนบุคลากรวิชาชีพค่ะ</strong> โดยเฉพาะตำแหน่งพยาบาล เภสัชกร และนักรังสีการแพทย์ ซึ่งล้วนเป็นตำแหน่งที่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพเฉพาะทาง เนื่องจากสถาบันการศึกษาที่ผลิตบุคลากรบางสาขาได้ในจำนวนจำกัดต่อปี ประกอบกับการขยายขอบเขตบริการของโรงพยาบาลลานนา จากการเปิดอาคารใหม่ที่สาขา ลานนา 3 มีจำนวนห้องพักผู้ป่วยสูงถึง 60 ห้องต่อวอร์ด ส่งผลให้ความต้องการพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย</p>
<p><strong>สำหรับความคาดหวังของพนักงานในเชียงใหม่ พวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่อง Work-Life Balance</strong> ต้องการแยกเวลางาน กับเวลาพักผ่อนออกจากกันอย่างชัดเจน แล้วพยายามบริหารจัดการงานให้เสร็จสิ้นภายในเวลาทำการ และยังมองหาความมั่นคงในอาชีพ และการได้รับการยอมรับจากองค์กร ว่าเสียงของพวกเขามีความหมาย และมีทิศทางการเติบโตที่มั่นคงภายในองค์กร</p>
<p><strong>ส่วนงาน HR </strong><strong>ที่ต้องการพัฒนาเป็นพิเศษในปี 2026</strong> คือการยกระดับระบบการ Training ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการนำระบบ Online Training มาใช้เต็มตัว เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับภาระงาน</p>
<p><strong>การพัฒนาระบบดังกล่าวยังช่วยให้องค์กรปฏิบัติตาม</strong><a href="https://www.mol.go.th/employer/act_skill_development" target="_blank" rel="noopener"><strong>พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน</strong></a> ซึ่งกำหนดให้พนักงานอย่างน้อย 50% ต้องได้รับการฝึกอบรมในแต่ละปีอีกด้วย การลงทุนกับการพัฒนาความรู้ของพนักงาน เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าการจ่ายเงินสมทบกองทุนในกรณีที่ไม่สามารถจัดอบรมได้ตามเป้าหมายค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>3. HR ทั่วไทย 2026 &#8211; เชียงใหม่ &amp; ลำพูน : คุณ จิตตราพร พุฒหมื่น, Assistant Managing Director จาก Raming Tea</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48316" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-7.webp" alt="HR Across Thailand 2026" width="600" height="600" title="HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026) 967" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-7.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-7-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-7-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-7-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-7-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการในเครือระมิงค์กรุ๊ป (ชาระมิงค์) และดูแลงาน HR ดูแลพนักงานในเครือฯที่มีมากกว่า 800 คน ครอบคลุมธุรกิจที่หลากหลายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน ตั้งแต่อุตสาหกรรมผลิตและส่งออกใบชา ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตเครื่องประดับจิวเวลรี่ส่งออก ธุรกิจยานยนต์ (นิสสัน)</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยประสบการณ์ด้าน HR มากกว่า 25 ปี เธอผลักดันบทบาทของ HR ให้ก้าวข้ามกรอบงานธุรการแบบเดิม ไปสู่การเป็น Business Partner ของผู้บริหาร และเป็นเพื่อนที่ดีของพนักงาน ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ภาพรวมธุรกิจรอบด้าน การปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี และการเข้าใจคนทุกเจเนอเรชั่น เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน</span></p>
<hr />
<p><b>ความท้าทายด้าน HR ในปี 2025 ขององค์กร </b><span style="font-weight: 400;">คือการบริหารความแตกต่างระหว่างช่วงวัยของพนักงาน เนื่องจากองค์กรมีพนักงานตั้งแต่กลุ่มอายุ 20 ปีต้น ๆ ไปจนถึงผู้บริหารระดับอาวุโสที่มีอายุกว่า 80 ปี ซึ่งแต่ละเจเนอเรชั่นมีเป้าหมาย วิธีคิด และสไตล์การทำงานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน</span></p>
<p><b>โจทย์ของ HR จึงไม่ใช่เพียงการออกนโยบายเดียวให้ทุกคนทำตาม</b><span style="font-weight: 400;"> แต่ต้องสื่อสารและออกแบบระบบการทำงานที่ทำให้คนต่างรุ่นสามารถเข้าใจและทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ภายใต้บริบทขององค์กรที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคดั้งเดิมสู่ยุคใหม่อย่างต่อเนื่องค่ะ</span></p>
<p><b>ส่วนความคาดหวังของพนักงานในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน </b><span style="font-weight: 400;">ก็เปลี่ยนไปชัดเจน และบริบทของแรงงานในเชียงใหม่และลำพูนมีความแตกต่างกัน กลุ่มคนรุ่นใหม่ในเชียงใหม่ตั้งคำถามกับรูปแบบการทำงานที่ยึดติดกับกฎระเบียบแบบเดิม เช่น ต้องสแกนนิ้วเข้างานตรงเวลา พวกเขามองหาความสบายใจในพื้นที่ทำงาน ต้องการเวลาพักผ่อนมากกว่ารายได้จากการทำ OT เพื่อแลกกับการเพิ่มประสิทธิภาพในวันทำงานปกติ</span></p>
<p><b>ขณะที่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมลำพูน พนักงานให้ความสำคัญกับรายได้เป็นหลัก</b><span style="font-weight: 400;"> และต้องการทำ OT จนเกิดค่านิยม “โอน้อยออก” หรือ “โอทีน้อย ลาออก” </span><span style="font-weight: 400;">เพราะว่าบรรยากาศของการทำงานในนิคมอุตสาหกรรมลำพูนจะมีการแข่งขันและเปรียบเทียบว่า ที่นั่นที่นี่ค่าจ้างเท่าไหร่ ให้ OT เท่าไหร่ เฉลี่ยต่อเดือนแต่ละโรงงานได้เท่าไหร่ ค่าแรงขั้นต่ำตอนนี้อยู่ที่ 350 บาท แต่เชื่อเลยว่าในแต่ละโรงงาน เขาจะจูงใจด้วยค่าแรงที่มากขึ้น 400-600 บาทไปแล้วค่ะ ซึ่งก็ทำให้องค์กรต้องปรับตัวตามด้วย</span></p>
<p><b>สำหรับงาน HR ในองค์กรที่ต้องการพัฒนาเป็นพิเศษในปี 2026</b><span style="font-weight: 400;"> HR ทุกส่วนงานต้องพัฒนาและปรับเปลี่ยนเพื่อให้ทันต่อเทคโนโลยีและ AI เราไม่ได้แค่หาคนเข้า เอาคนออก ลงโทษพนักงาน แต่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับภาพรวมธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านบัญชี การเงิน ด้านการผลิต ด้านงานขายและการตลาด เราต้องเป็นนักขายเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กร เพื่อดึงดูดคนเก่ง ๆ เข้ามาร่วมงาน และเราต้องสามารถให้คำปรึกษาทีมงานทุกฝ่ายงานได้ รวมถึง เป็นเพื่อนคู่คิดผู้บริหารได้ด้วย </span></p>
<p><b>ปัจจุบัน ชาระมิงค์และบริษัทในเครืออาจมีพนักงานประมาณหลักร้อย แต่ Turnover ของเราเท่ากับ 0 </b><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะทีมงานสตาฟและทีมบริหาร ซึ่งจะมาถึงจุดนี้ไม่ได้เลยหากปราศจากทีมงานที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวเองให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วค่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>4. HR ทั่วไทย 2026 &#8211; ลำพูน : คุณ ทอมสัน พินิจการณ์กุล, Assistant Administrative Department Manager (HR,OHS) จาก Nisshinbo Micro Devices (Thailand)</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48317" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-8.webp" alt="HR Across Thailand 2026" width="600" height="600" title="HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026) 968" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-8.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-8-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-8-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-8-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-8-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>HR ที่มีประสบการณ์ในสายงานยาวนานกว่า 15 ปี ผ่านการทำงานกับองค์กรชั้นนำอย่าง CPF และ SCG ต่อเนื่องมากว่าทศวรรษ จากเดิมที่ต้องเดินทางไป–กลับระหว่างกรุงเทพฯ และภาคเหนือทุกวันเป็นเวลาหลายปี</p>
<p>ปัจจุบันเขาตัดสินใจย้ายมาปักหลักทำงานที่จังหวัดลำพูนอย่างเต็มตัว เพื่อวางกลยุทธ์ด้าน HR และสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในระยะยาว</p>
<hr />
<p><strong>ความท้าทายด้าน HR </strong><strong>อันดับหนึ่งในปี 2025 </strong><strong>ขององค์กร </strong>คือการอยู่ให้รอดและเติบโตท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลกครับ เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดลำพูนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ มีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอกสูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษี การค้าโลก หรือความผันผวนของตลาด โจทย์สำคัญคือจะทำอย่างไรให้องค์กรยังสามารถรักษากำไร อยู่รอด และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p><strong>บทบาทของ HR </strong><strong>จึงต้องขยับจากงานสนับสนุนมาเป็น Strategic Partner</strong> ทำงานเคียงข้างธุรกิจอย่างใกล้ชิด โดยมุ่งเน้นการทำ Performance Management ที่ Alignment เป้าหมายของพนักงานทุกระดับ พร้อมกับสร้าง Culture DNA ที่แข็งแรง หล่อหลอมให้พนักงานมีจิตวิญญาณร่วมกันในการฝ่าฟันความท้าทายและอุปสรรคไปด้วยกัน</p>
<p><strong>สำหรับความคาดหวังของพนักงานในลำพูน </strong>แม้จะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่มีค่าตอบแทนและสวัสดิการสูงกว่าจังหวัดใกล้เคียง เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำปาง แต่พนักงานในปัจจุบันให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหรือ Well Being ได้แก่ ต้องการให้สถานที่ทำงานเป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งทางกาย และใจ สามารถแสดงความคิดเห็นหรือเปิดใจพูดคุยกันได้โดยไม่ถูกตำหนิ ต้องการหัวหน้างานที่มีความเข้าอกเข้าใจ รับฟังปัญหา และพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานในด้านต่าง ๆ ครับ</p>
<p><strong>ส่วนงาน HR </strong><strong>ในองค์กรที่ต้องการพัฒนาเป็นพิเศษในปี 2026 </strong>คือการยกระดับ Workforce Efficiency ผ่านการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดยมุ่งเน้นให้ทั้งพนักงานและองค์กรสามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว</p>
<p><strong>และ HR </strong><strong>ต้องเป็น Change Agent </strong><strong>หรือเป็นตัวแทนการเปลี่ยนแปลง</strong> เปลี่ยนบทบาทจากงานธุรการแบบเดิม ๆ ไปสู่การเป็นผู้นำ Solution ใหม่ ๆ เข้ามายกระดับองค์กรให้พร้อมรับมือกับอนาคตครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>5. HR ทั่วไทย 2026 &#8211; ลำปาง : คุณ สิระเดช ทรงสถาน, Acting Head of Human Resources จาก Lampang Food Products</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48319" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-9-1.webp" alt="HR Across Thailand 2026" width="600" height="600" title="HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026) 969" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-9-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-9-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-9-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-9-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-9-1-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ผู้อยู่คู่องค์กรแห่งนี้มายาวนานถึง 15 ปี มีประสบการณ์ทำงานด้านบุคคลในหลายพื้นที่ทั้งสงขลาและอยุธยา ก่อนจะย้ายมาปักหลักที่ลำปางอย่างเต็มตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันเขารับผิดชอบดูแลพนักงานกว่า 500 คน ครอบคลุมตั้งแต่การสรรหาแรงงานในพื้นที่และแรงงานต่างด้าว การดูแลสวัสดิการ การฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร ไปจนถึงการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี เพื่อให้คนในชุมชนท้องถิ่นสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขและมั่นคง</span></p>
<hr />
<p><b>ความท้าทายด้าน HR ในปี 2025 ขององค์กร </b><span style="font-weight: 400;">คือการแข่งขันกับสถานประกอบการในจังหวัดเชียงใหม่ และนิคมอุตสาหกรรมลำพูน เนื่องจากลำปางอยู่ในระยะทางที่พนักงานสามารถเดินทางไปทำงานในพื้นที่เหล่านั้นได้ไม่ยาก ทำให้แรงงานมีตัวเลือกมากขึ้น</span></p>
<p><b>ขณะเดียวกัน โรงงานในลำปางเองก็ไม่สามารถแข่งขันด้านฐานเงินเดือนหรือสวัสดิการในระดับเดียวกับบริษัทในจังหวัดใกล้เคียงได้</b><span style="font-weight: 400;"> HR จึงมีโจทย์สำคัญว่าจะหาวิธีสร้างแรงจูงใจ และโน้มน้าวให้คนในพื้นที่เลือกทำงานและเติบโตไปกับองค์กรในบ้านเกิดได้อย่างไร แทนการเดินทางออกไปทำงานนอกจังหวัดครับ</span></p>
<p><b>ความคาดหวังของพนักงานในท้องถิ่น </b><span style="font-weight: 400;">พวกเขาไม่ได้คาดหวังแค่เรื่องเงินเดือน แต่ให้ความสำคัญกับความสุขจากการได้ทำงานใกล้บ้าน หากไม่จำเป็นจริง ๆ หลายคนเลือกที่จะอยู่ลำปางเพื่อดูแลพ่อแม่และครอบครัว แม้รายได้จะน้อยกว่าการทำงานในนิคมอุตสาหกรรมลำพูนกว่าครึ่ง เช่น ยอมรับเงินเดือนระดับ 15,000–16,000 บาท แทนการได้เงิน 30,000 บาท</span></p>
<p><b>นอกจากนี้ พนักงานยังมองหาความสบายใจจากสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่กดดันจนเกินไป และคาดหวังการบริหารที่เข้าถึงง่ายเมื่อมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว หรือเรื่องครอบครัว HR และหัวหน้างานควรพร้อมรับฟังและช่วยกันหาทางออกอย่างจริงใจ</span></p>
<p><b>ส่วนงาน HR ที่ต้องการพัฒนาเป็นพิเศษในปี 2026 </b><span style="font-weight: 400;">หากเลือกได้เพียงเรื่องเดียว ต้องเป็นเรื่องการพัฒนาศักยภาพของพนักงานระดับปฏิบัติการให้เติบโตขึ้นเป็นหัวหน้างานครับ พนักงานในลำปางจำนวนมากมีทักษะและความสามารถ แต่ขาดโอกาสในการเติบโต เราต้องสร้างระบบการประเมินและเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อเปิดทางให้พนักงานรายวันสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Supervisor หรือหัวหน้างานได้อย่างเป็นธรรม</span></p>
<p><b>การพัฒนาคนจากภายในองค์กรไม่เพียงช่วยประหยัดทุนและทรัพยากร</b><span style="font-weight: 400;"> แต่ยังช่วยสร้างความภาคภูมิใจและความผูกพันให้กับพนักงานที่ได้เติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>6. HR ทั่วไทย 2026 &#8211; ตาก : คุณ วิจิตรา ต๊ะสุ, HR Manager จาก Suwannimit Foundation</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48320" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-10.webp" alt="HR Across Thailand 2026" width="600" height="600" title="HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026) 970" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-10.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-10-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-10-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-10-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-10-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>HR ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านนิติศาสตร์ และปริญญาโททางด้านการบริหารองค์การสังคม อีกทั้งยังมีประสบการณ์ศึกษาต่อในประเทศออสเตรเลีย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในองค์กรระหว่างประเทศ ด้วยความสนใจในงานด้านการช่วยเหลือสังคมมาอย่างยาวนานตั้งแต่วัยเด็ก เธอจึงมุ่งหวังที่จะทำงานร่วมกับองค์กรไม่แสวงผลกำไร (NGO) รวมถึงองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัย</p>
<p>ตลอดระยะเวลา 5 ปีของการทำงานในแวดวงองค์กรพัฒนาเอกชน หน้าที่ความรับผิดชอบของเธอจำเป็นต้องอาศัยความถูกต้องทางกฎหมายเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินการด้านเอกสารวีซ่าและใบอนุญาตทำงานให้แก่ชาวต่างชาติและแรงงานจำนวนมากในพื้นที่ชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งความรู้ความละเอียด และความรอบคอบในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน</p>
<hr />
<p><strong>ความท้าทายด้าน HR ในปี 2025 ของมูลนิธิสุวรรณนิมิต คือการดูแลเรื่องเอกสาร วีซ่าและใบอนุญาตทำงานให้กับพนกงานชาวเมียนมา</strong> เนื่องจากองค์กรมีพนักงานชาวเมียนมาประมาณ 200 กว่าคน ในขณะที่บุคลากรฝ่าย HR ที่เป็นพนักงานชาวไทยของทางมูลนิธิฯ มีเพียง 3 คนเท่านั้น ที่ทำหน้าที่ในการจัดการงานเอกสารให้พนักงานทุกคนสามารถอยู่ และทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย</p>
<p><strong>งาน HR ในบริบทนี้จึงต้องอาศัยความละเอียด รอบคอบ และระเบียบวินัยในระดับสูงมาก</strong> และช่วงที่ผ่านมา กระบวนการขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และวีซ่าเกิดความล่าช้าสะสม จากการเปลี่ยนแปลงข้อตกลง MOU ระหว่างประเทศไทยและประเทศเมียนมา ส่งผลให้หลายขั้นตอนของกระบวนการอนุมัติหยุดชะงัก HR จึงต้องรับมือกับความไม่แน่นอนและความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p><strong>สำหรับความคาดหวังของพนักงานในองค์กร NGO ในพื้นที่อำเภอแม่สอดมีความเฉพาะตัวสูง</strong> เนื่องจากเป็นพื้นที่ชายแดนที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ประกอบไปด้วยชาวเมียนมาประมาณร้อยละ 40 คนไทยประมาณร้อยละ 40 และกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ อีกร้อยละ 20 ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในชุมชน</p>
<p><strong>สำหรับพนักงานแรงงานข้ามชาติ ความคาดหวังหลักมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงในการทำงานและความต่อเนื่องของการจ้างงาน</strong> ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับสิทธิในในการอยู่อาศัยและทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พนักงานกลุ่มนี้ยังต้องการการยอมรับในทักษะและความสามารถ โดยเฉพาะพนักงานชาวเมียนมาหลายคนในพื้นที่แม่สอดมีศักยภาพและความสามารถในการทำงานสูง แต่ขาดโอกาสทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ องค์กรจึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรกลุ่มนี้ เพื่อให้สามารถเติบโตในสายงาน มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กร และมีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนได้อย่างยั่งยืนและยังช่วยเหลืองานในชุมชนได้มากขึ้นค่ะ</p>
<p><strong>สำหรับพนักงานคนไทย ความท้าทายอีกอย่างน่าจะเป็นเรื่องของมั่นคงในหน้าที่การงาน</strong> เนื่องจากองค์กรด้าน NGO นั้นได้รับเงินทุนสนับสนุนจากต่างประเทศเป็นหลักในการให้ความช่วยเหลือ หากนโยบายของผู้บริจาคเปลี่ยนแปลง ก็อาจส่งผลกระทบต่องานได้เช่นกันค่ะ</p>
<p><strong>ดังนั้น เป้าหมายที่มูลนิธิสุวรรณนิมิตต้องการพัฒนาและยกระดับในปี 2026 คือการพัฒนาและยกระดับด้านเทคโนโลยีและการศึกษาด้าน AI</strong> โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับพนักงานที่เป็นแรงงานข้ามชาติ ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับองค์กรเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้พนักงานสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น</p>
<p><strong>นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้ยังมีส่วนช่วยลดภาระงานด้านเอกสารและกระบวนการที่ต้องใช้กระดาษจำนวนมาก</strong> ซึ่งฝ่าย HR ต้องรับผิดชอบในการจัดการให้กับพนักงานทุกคน ส่งผลให้ฝ่าย HR สามารถปรับบทบาทไปสู่การทำงานเชิงกลยุทธ์และการพัฒนาบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>7. HR ทั่วไทย 2026 &#8211; พิษณุโลก : คุณ ปิยะณัฐ โลหิตหาญ, Human Resource Supervisor จาก Sabuy Leasing</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48321" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-11.webp" alt="HR Across Thailand 2026" width="600" height="600" title="HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026) 971" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-11.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-11-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-11-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-11-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-11-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้จบการศึกษาด้าน HR โดยตรงจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม และเริ่มต้นเส้นทางอาชีพ HR จากธุรกิจโรงแรมที่โรงแรมอิมพีเรียล เป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยหล่อหลอมทักษะด้านการดูแลคนและงานบริการอย่างรอบด้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันเขารับผิดชอบดูแลงาน HR โดยรวมของ Sabuy Leasing ในพิษณุโลก ครอบคลุมตั้งแต่การสรรหาบุคลากร การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน ไปจนถึงการประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการบริหารคนเข้ากับเป้าหมายขององค์กร</span></p>
<hr />
<p><b>ตลอดปี 2025 ความท้าทายหลักของงาน HR คือเรื่องอัตราการลาออกค่อนข้างสูง</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะในกลุ่มเจ้าหน้าที่บริการสินเชื่อประจำสาขา ซึ่งมีอัตราการลาออกถึง 30–40% ประเด็นนี้สอดคล้องกับเรื่องการสรรหาด้วย แม้จะมีผู้สมัครเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่หลายครั้งผู้สมัครไม่มาสัมภาษณ์ตามนัด หรือยกเลิกการเริ่มงานหลังจากตอบรับไปแล้ว</span></p>
<p><b>องค์กรยังมีการแข่งขันรุนแรงในตำแหน่ง Specialist</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะสายงาน IT และโปรแกรมเมอร์ ซึ่งปัจจุบันมีการแข่งขันกันด้วยฐานเงินเดือนอย่างเข้มข้น ทำให้การดึงดูดและรักษาบุคลากรกลุ่มนี้เป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างมากครับ</span></p>
<p><b>พนักงานในพิษณุโลก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือ Gen Z ช่วงอายุประมาณ 20–27 ปี</b><span style="font-weight: 400;"> ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการทำงานเป็นปัจจัยหลัก พวกเขาต้องการทำงานแล้วรู้สึกสบายใจ มีสวัสดิการที่เหมาะสม และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการทำงานและการใช้ชีวิต</span></p>
<p><b>ความคาดหวังดังกล่าวส่งผลให้องค์กรต้องปรับตัวมากขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น นำนโยบาย Hybrid Working มาใช้ เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถเลือกสถานที่ทำงานได้อย่างยืดหยุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพให้อยากร่วมงานกับองค์กรในระยะยาว</span></p>
<p><b>สำหรับงาน HR ในองค์กรที่ต้องการพัฒนาเป็นพิเศษในปี 2026 คืองานฝึกอบรม</b><span style="font-weight: 400;"> เป้าหมายหลักคือการใช้การเรียนรู้เป็นเครื่องมือสร้างความผูกพันในองค์กร ควบคู่ไปกับการกำหนดเส้นทาง Career Path ที่ชัดเจน เพื่อรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรได้นานขึ้นครับ แผนการดำเนินงานจะครอบคลุมทั้งการอบรมภายในโดยบุคลากรของบริษัทเอง และการเชิญวิทยากรภายนอกเข้ามาจัดกิจกรรม Team Building เพื่อเติมเต็มช่องว่างด้านกิจกรรมสานสัมพันธ์ที่ยังขาดอยู่ในปัจจุบัน</span></p>
<p><b>ทั้งหมดนี้เพื่อให้ HR ยุคใหม่สามารถเชื่อมโยงความสุขของพนักงาน</b><span style="font-weight: 400;"> เข้ากับผลประกอบการขององค์กร และเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>8. HR ทั่วไทย 2026 &#8211; ขอนแก่น : รศ.ดร.ภัทรวิทย์ พลพินิจ, Vice President for Human Resources จาก Khon Kaen University</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48322" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-12.webp" alt="HR Across Thailand 2026" width="600" height="600" title="HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026) 972" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-12.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-12-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-12-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-12-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-12-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>รองอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้มีพื้นฐานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ เขานำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ระบบมาประยุกต์ใช้กับงานบริหารทรัพยากรบุคคลของมหาวิทยาลัย เพื่อการวางแผนและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ด้านคนอย่างเป็นระบบ</p>
<p>ด้วยขนาดของมหาวิทยาลัยขอนแก่นซึ่งมีบุคลากรรวมกว่า 12,000 คน ครอบคลุมทั้งสายวิชาการ สายสนับสนุน รวมถึงโรงพยาบาลขนาดใหญ่ บทบาทหลักของเขาคือการวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลในภาพรวม โดยมุ่งผลักดันการทำงานสู่รูปแบบ Data-Driven HR ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อให้การบริหารคนจำนวนมากเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ขององค์กร และตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงในระยะยาวได้อย่างแม่นยำ</p>
<hr />
<p><strong>ความท้าทายหลักของจังหวัดขอนแก่นในฐานะศูนย์กลางของภาคอีสาน คือการสรรหาและรักษาคนเก่งให้อยู่ในพื้นที่</strong> ปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารและรูปแบบการทำงานแบบ Work from Anywhere ทำให้บุคลากรที่มีศักยภาพสามารถถูกดึงตัวไปทำงานกับองค์กรในกรุงเทพฯ หรือองค์กรขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้นอย่างมาก</p>
<p><strong>ขณะเดียวกัน ขอนแก่นกำลังมุ่งสู่การเป็น Medical Hub </strong><strong>และ Smart City </strong><strong>ของภูมิภาค</strong> จึงมีความต้องการบุคลากรที่มีความสามารถสูงจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นในภาคธุรกิจหรือภาคการศึกษา ซึ่งการเติมเต็มตำแหน่งสำคัญยังคงเป็นเรื่องท้าทาย โดยเฉพาะในกรณีของมหาวิทยาลัย การสรรหาอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ หรือนักวิจัย ทำได้ยาก เนื่องจากบุคลากรกลุ่มนี้มักเลือกเส้นทางอาชีพในกรุงเทพฯ หรือทำงานในต่างประเทศมากกว่า</p>
<p><strong>สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในขอนแก่นในปัจจุบัน สิ่งที่พวกเขามองหาไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องรายได้</strong> แต่ให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance และคุณภาพชีวิตโดยรวมมากขึ้น ขอนแก่นในวันนี้มีโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณสุข และการใช้ชีวิตที่พร้อมไม่แพ้กรุงเทพฯ ทว่าไม่มีปัญหารถติดหรือความเร่งรีบที่กดดัน More Time for Life  ทำให้เป็นเมืองที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในระยะยาว</p>
<p><strong>แรงงานในพื้นที่ยังคาดหวังสวัสดิการที่ยืดหยุ่นและรูปแบบการทำงานที่คล่องตัวมากขึ้น</strong> เช่น การลางานเพื่อพัฒนาตนเอง หรือการทำงานแบบ Work from Anywhere ในบางช่วงเวลา ขณะเดียวกัน แม้จะให้ความสำคัญกับความสุขในการทำงาน พนักงานก็ยังคงต้องการเห็นเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Path) ที่ชัดเจนภายในองค์กรควบคู่กันไป</p>
<p><strong>หากเลือกพัฒนางาน HR </strong><strong>ในองค์กรได้เพียงหนึ่งเรื่องในปี 2026 </strong><strong>ประเด็นสำคัญคือการยกระดับการบริหารจัดการคนด้วย AI </strong><strong>และข้อมูล</strong> หลังจากที่มหาวิทยาลัยได้ลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงระบบ ERP และHCM มาอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายในปี 2569 คือการนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้วิเคราะห์ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในประเด็นสำคัญอย่างเป็นระบบ</p>
<p><strong>การนำ AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล</strong> จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้ข้อมูลกลายเป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้าน HR อย่างเป็นรูปธรรม และช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับการแข่งขันด้านบุคลากรได้อย่างยั่งยืนในอนาคต การใช้ AI ไม่ใช่เพื่อมาแทนที่ความใส่ใจ แต่เพื่อให้เราเข้าใจความต้องการของบุคลากรได้ลึกซึ้งขึ้น และดูแลพวกเขาได้ตรงจุดกว่าเดิมครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>9. HR ทั่วไทย 2026 &#8211; พระนครศรีอยุธยา : คุณ อรรฐพลฏ์ พัฒนวิบูลย์, HR &amp; GA Manager จากบริษัทแห่งหนึ่งในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48323" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-13.webp" alt="HR Across Thailand 2026" width="600" height="600" title="HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026) 973" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-13.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-13-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-13-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-13-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-13-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ผู้มีพื้นฐานด้านนิติศาสตร์ และเคยทำงานในบทบาทนักกฎหมายมาก่อน ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เขานำองค์ความรู้ด้านกฎหมายมาประยุกต์ใช้กับงานบริหารคนได้อย่างลึกซึ้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันเขามีความเชี่ยวชาญด้านงาน HR แบบครบวงจร โดยเฉพาะกฎหมายแรงงานและการบริหารความสัมพันธ์ในองค์กรที่มีสหภาพแรงงานเป็นส่วนหนึ่งของระบบ ยึดหลักการสร้าง Experience ที่ดีให้พนักงาน มากกว่าการบริหารคนด้วยตัวเลขเพียงอย่างเดียว</span></p>
<hr />
<p><b>ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดขององค์กรในปี 2025 คือการรับมือกับนโยบายและวาระซ่อนเร้นของนายจ้าง</b><span style="font-weight: 400;"> ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่บีบคั้นอย่างต่อเนื่อง นายจ้างต้องการผลกำไรสูงสุดภายใต้ต้นทุนที่ต่ำลง ขณะที่พนักงานต้องการรายได้ที่สูงขึ้นและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ความต้องการที่สวนทางกันนี้ทำให้ HR ต้องอยู่ตรงกลางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<p><b>นอกจากนี้ ยังพบการนำเครื่องมือบริหารบางอย่างมาใช้ผิดวัตถุประสงค์</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น การใช้ระบบ PIP (Performance Improvement Plan) เป็นเครื่องมือคัดคนออกมากกว่าการพัฒนาศักยภาพพนักงาน นำไปสู่ความขัดแย้งภายในองค์กร และต่อยอดเป็นคดีความแรงงานในที่สุด</span></p>
<p><b>ปี 2026 มีแนวโน้มจะเผชิญกับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยากยิ่งขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าจะเป็นการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ การเพิ่มเงินสมทบประกันสังคม หรือกฎหมายใหม่ ๆ เช่น การลาเพราะปวดท้องประจำเดือน ซึ่งล้วนเพิ่มแรงกดดันให้นายจ้างพยายามหาวิธีลดต้นทุนต่อหัวให้มากที่สุด ทำให้บทบาทของ HR จะยิ่งยากและซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม</span></p>
<p><b>สำหรับความคาดหวังของพนักงาน</b><b>ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</b><span style="font-weight: 400;"> แม้กว่า 80% เป็นแรงงานจากต่างจังหวัด ความคาดหวังของพวกเขาเปลี่ยนไป จากเดิมที่มองเรื่องรายได้เป็นหลัก ปัจจุบันพวกเขาต้องการการให้เกียรติ ยอมรับกันในฐานะมนุษย์ และรู้สึกว่าตัวเองมีตัวตนในองค์กร รองลงมาคือ พวกเขาต้องการความมั่นใจว่าในวันพรุ่งนี้ยังมีงานทำอยู่ ไม่ใช่การถูกเลิกจ้างอย่างกะทันหัน</span></p>
<p><b>นอกจากนี้ พนักงานยังคาดหวัง Employee Experience ที่มากกว่าการให้สวัสดิการตามกฎหมาย </b><span style="font-weight: 400;">แต่เป็นการดูแลในรายละเอียดของชีวิต เช่น การที่ผู้บริหารระดับสูงจำวันเกิดของพนักงานระดับปฏิบัติการได้ หรือช่วยหาข้อมูลโรงเรียนให้บุตรหลานในช่วงปิดเทอม หรือการถามไถ่เมื่อคนในครอบครัวเจ็บป่วย ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจที่จับต้องได้ในชีวิตประจำวัน</span></p>
<p><b>หลายองค์กรอาจเน้นสร้าง Employee Engagement แต่ในหลายบริบทมันถูกนำมาใช้เป็นเพียงพิธีกรรม</b><span style="font-weight: 400;"> หรือเครื่องมือวัดคะแนนเพื่อตอบโจทย์นายจ้าง มากกว่าจะสะท้อนความรู้สึกที่แท้จริงของพนักงาน ผมเองจึงเลือกโฟกัสที่การสร้าง Employee Experience เพราะเชื่อว่าหากประสบการณ์ในการทำงานดี ความผูกพันจะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ไม่ต้องมีตัวชี้วัดใด ๆ มาจับครับ</span></p>
<p><b>ส่วนเป้าหมายในปี 2026 คือการประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลในงาน HR อย่างจริงจัง</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อช่วยจัดการงานด้านเอกสาร ข้อมูล และรายงานต่าง ๆ ทำให้โครงสร้างทีม HR เล็กลง แต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เปิดพื้นที่ให้ HR ได้โฟกัสกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้พนักงาน</span></p>
<p><b>อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะเป็นเครื่องมือสำคัญ แต่ต้องถูกใช้เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของคน ไม่ใช่แทนที่ให้มันตัดสินใจแทนคน</b><span style="font-weight: 400;"> HR ยังจำเป็นต้องคำนึงถึงทั้งประโยชน์ขององค์กรและความรู้สึกของคนไปพร้อมกัน เพราะสุดท้ายแล้ว งาน HR ไม่ได้บริหารแค่ระบบ แต่บริหารมนุษย์ที่มีชีวิตและความรู้สึกจริง ๆ ครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>10. HR ทั่วไทย 2026 &#8211; ปราจีนบุรี : คุณ ฐานพันธ์ อินทร์เพชร, HR Business Partner จาก Double A</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48324" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-14.webp" alt="HR Across Thailand 2026" width="600" height="600" title="HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026) 974" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-14.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-14-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-14-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-14-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-14-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอเริ่มต้นเส้นทางอาชีพในสายงาน HR ด้วยบทบาท HR Business Partner ทันทีหลังจบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หน้าที่หลักของเธอคือการดูแลพนักงานในกลุ่มงานสนับสนุน โดยให้ความสำคัญกับการสื่อสาร การรับฟัง และการทำความเข้าใจความหลากหลายของพนักงาน เพื่อช่วยรักษาบุคลากรและสนับสนุนให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะเป็น HRBP ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของเส้นทางอาชีพ แต่แนวคิด วิธีมองคน และความมุ่งมั่นในการบริหารคนของเธอ สะท้อนความเข้าใจในงาน HR เชิงลึกไม่แพ้ผู้ที่มีประสบการณ์ในสายงานมากกว่า 10 ปีเลยทีเดียว</span></p>
<hr />
<p><b>ความท้าทายอันดับหนึ่งขององค์กรในปี 2025 คือปัญหาการลาออกของพนักงาน</b><span style="font-weight: 400;"> และการรักษาบุคลากรซึ่งเกิดขึ้นชัดเจนในพนักงาน 2 กลุ่มหลัก คือพนักงานที่มีประสบการณ์ทำงานประมาณ 3–5 ปี เป็นกลุ่มที่กำลังจะเติบโตเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือหัวหน้าแผนก แต่ตัดสินใจลาออกเนื่องจากรู้สึกไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร หรือไม่สามารถทำงานร่วมกับหัวหน้างานได้อย่างราบรื่น และพร้อมย้ายไปทำงานในนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดอื่น เช่น ชลบุรีหรือระยอง หากมองว่าองค์กรเหล่านั้นตอบโจทย์ทั้งเรื่องงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตได้ดีกว่าค่ะ</span></p>
<p><b>อีกกลุ่มคือพนักงานใหม่ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานได้เพียง 5–6 เดือน แต่รู้สึกว่างานหรือองค์กรไม่ตรงกับความคาดหวัง</b><span style="font-weight: 400;"> ก็พร้อมตัดสินใจลาออกอย่างรวดเร็ว โจทย์สำคัญของ HR คือการทำให้พนักงานที่อยู่มานานอยากอยู่ต่อ และทำให้พนักงานใหม่รู้สึกว่าองค์กรเป็นสถานที่ทำงานที่น่าอยู่ และเหมาะกับพวกเขา</span></p>
<p><b>ขณะเดียวกัน ความคาดหวังของพนักงานยังแตกต่างกันไปตามช่วงวัยและไลฟ์สไตล์</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะพนักงานรุ่นใหม่ Gen Z คาดหวังในการทำงานวันจันทร์–ศุกร์เท่านั้น แต่ก็มักเกิดการเปรียบเทียบกัน เมื่อพนักงานในสายงานสนับสนุนหรือ Back-office จะได้หยุดเสาร์–อาทิตย์ ขณะที่บางตำแหน่ง เช่น วิศวกรหรือช่างเทคนิค ต้องทำงานเสาร์เว้นเสาร์ ความแตกต่างนี้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พนักงานตัดสินใจลาออกได้ง่ายขึ้นเช่นกัน</span></p>
<p><b>สำหรับงาน HR ในองค์กรที่ต้องการพัฒนาเป็นพิเศษในปี 2026 </b><span style="font-weight: 400;">คือการนำ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างจริงจัง ตามนโยบายของผู้บริหารค่ะ การใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในกรณีที่มีความซับซ้อน จะทำให้ HR พิจารณามุมมองต่าง ๆ ได้รอบด้านมากขึ้น ทั้งในแง่ของความเสี่ยง ผลกระทบ และความรู้สึกของพนักงาน</span></p>
<p><b>รวมถึงการนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในงานทั่วไป ลดภาระงานซ้ำ ๆ และงานตอบคำถามพื้นฐาน</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเปิดพื้นที่ให้ HR สามารถนำเวลาและพลังงานไปโฟกัสกับงานเชิงกลยุทธ์ การวางแผน และการดูแลคนได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้นค่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>11. HR ทั่วไทย 2026 &#8211; ฉะเชิงเทรา : คุณ อาจารี แป้นเกิด, Human Resource Officer จากโรงงานในสวนอุตสาหกรรม 304 IP2</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48325" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-15.webp" alt="HR Across Thailand 2026" width="600" height="600" title="HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026) 975" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-15.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-15-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-15-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-15-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-15-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR Recruiter ผู้มีประสบการณ์กว่า 4 ปี เคยสรรหาบุคลากรในพื้นที่จังหวัดระยองมาก่อน ปัจจุบันรับผิดชอบดูแลกระบวนการสรรหาพนักงานของโรงงานในสวนอุตสาหกรรม 304 IP2 ตั้งแต่พนักงานฝ่ายผลิต พนักงานออฟฟิศ วิศวกร ไปจนถึงตำแหน่งเฉพาะทางต่าง ๆ เพื่อเฟ้นหาคนที่มีศักยภาพเข้ามาเติบโตไปพร้อมกับองค์กร</span></p>
<hr />
<p><b>ความท้าทายในปี 2025 ที่สำคัญที่สุด</b> <b>คือทำเลที่ตั้งขององค์กรซึ่งอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง</b><span style="font-weight: 400;"> ตั้งอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างเป็นชนบท ห่างจากห้างสรรพสินค้า สถานที่ท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวก ส่งผลให้การดึงดูดคนเก่งเข้ามาทำงานด้วยค่อนข้างยากและท้าทาย คนที่มีศักยภาพสูงมักปฏิเสธข้อเสนองาน เนื่องจากไม่ต้องการย้ายมาใช้ชีวิตในพื้นที่ห่างไกลค่ะ</span></p>
<p><b>ที่ผ่านมา องค์กรพยายามแก้ไขปัญหานี้ด้วยการจัดรถรับ–ส่งพนักงานเข้ากรุงเทพฯ ในช่วงเย็นวันศุกร์ และรับกลับในวันอาทิตย์</b><span style="font-weight: 400;"> แนวทางดังกล่าวช่วยดึงดูดพนักงานที่ยังโสดได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังคงเป็นข้อจำกัดสำหรับพนักงานที่มีครอบครัว ซึ่งไม่สามารถย้ายที่อยู่อาศัยหรือปรับรูปแบบชีวิตได้ง่ายค่ะ</span></p>
<p><b>แต่พนักงานในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จะให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของบริษัทและสวัสดิการ</b><span style="font-weight: 400;"> สิ่งที่พวกเขาคาดหวังมากที่สุดคือการมีสัญญาจ้างระยะยาว แทนการเป็นพนักงานในรูปแบบ Subcontract เพราะต้องการความมั่นคงทั้งในด้านอาชีพและการเงินในระยะยาว บางคนยอมรับค่าตอบแทนที่ลดลงเล็กน้อย เพื่อแลกกับความมั่นคงและความสบายใจในการทำงาน</span></p>
<p><b>ส่วนพนักงานรุ่นใหม่ ให้ความสำคัญกับเวลาเลิกงานที่ชัดเจน</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าเลิกงานเวลา 17.00 น. หลังจากนั้นจะเป็นเวลาส่วนตัวทันที ไม่ต้องการให้มีการติดตามงานในวันหยุด รวมถึงไม่ชอบการทำงานล่วงเวลาหากไม่จำเป็น เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตในระยะยาว</span></p>
<p><b>ส่วนงาน HR ในองค์กรที่ต้องการพัฒนาเป็นพิเศษในปี 2026 </b><b>คือการยกระดับกระบวนการสรรหา</b><span style="font-weight: 400;">ให้เข้มข้นและแม่นยำขึ้น โดยเพิ่มการทดสอบความรู้และความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (Technical Skill Test) อย่างจริงจัง เช่น ให้ผู้สมัครได้ทดสอบใช้งานเครื่องมือวัดจริงในสายการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานที่รับเข้ามาสามารถเริ่มทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่วันแรกค่ะ</span></p>
<p><b>นอกจากนั้น เราต้องการเฟ้นหา Talent ที่มีพื้นฐานที่ดี มีทัศนคติที่เหมาะสม </b><span style="font-weight: 400;">และมีศักยภาพเพียงพอที่จะเติบโตขึ้นเป็นหัวหน้างานในอนาคต แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดปัญหาการไม่ผ่านช่วงทดลองงาน เพิ่มความแม่นยำในการคัดเลือกบุคลากร และสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืนในระยะยาวค่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>12. HR ทั่วไทย 2026 &#8211; ฉะเชิงเทรา : คุณ วศิน สุทธิพิเศษชาติ, Factory HR Manager จาก Nestlé Thailand</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48326" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-16.webp" alt="HR Across Thailand 2026" width="600" height="600" title="HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026) 976" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-16.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-16-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-16-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-16-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-16-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญด้าน HR ที่มีประสบการณ์ในสายงานนี้ยาวนานกว่า 40 ปี ผ่านการทำงานในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่งานท่าเรือ อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ไปจนถึงธุรกิจเครื่องมือแพทย์ ก่อนจะมารับบทบาทสำคัญในโรงงานเนสกาแฟ ภายใต้เครือ Nestlé Thailand</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันเขาได้รับความไว้วางใจให้ดูแลการพัฒนาศักยภาพพนักงาน โดยมุ่งเน้นการสร้างผู้นำในทุกระดับ และการใช้ทักษะการโค้ช (Coaching) เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนองค์กร เป้าหมายไม่ใช่เพียงการรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจเท่านั้น แต่เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารคนให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน</span></p>
<hr />
<p><b>ความท้าทายที่สำคัญที่สุดของงาน HR ในปี 2025</b> <b>คือการโฟกัสในช่วงเวลา 1–2 ปีข้างหน้า </b><span style="font-weight: 400;"> HR ต้องตอบให้ได้ว่า องค์กรต้องการไปอยู่ในจุดใด และต้องวางแผนระยะสั้นที่มีความแม่นยำสูง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ใช่การวางแผนระยะยาว 5–10 ปีเหมือนในอดีต เพราะโลกการทำงานเปลี่ยนแปลงเร็วเกินกว่าจะคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ และการยึดติดกับแผนระยะยาวอย่างเดียว อาจกลายเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างไม่จำเป็น</span></p>
<p><b>อีกความท้าทายของ Nestlé ในฐานะองค์กรที่เป็นผู้นำในธุรกิจนี้ คือการไม่มีต้นแบบให้ลอกเลียนจากใคร</b><span style="font-weight: 400;"> แต่เราต้องไม่หยุดตั้งคำถามเสมอว่า จะทำอย่างไรให้องค์กรดีกว่ามาตรฐานของตัวเองในทุกวันนี้ และทิ้งระยะห่างจากคู่แข่งได้อย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><b>ความคาดหวังของ</b><b>พนักงานในจังหวัดฉะเชิงเทรา ส่วนใหญ่ประมาณ 80% เป็นคนในพื้นที่</b><span style="font-weight: 400;"> พวกเขาจะมีความคาดหวังต่อผู้นำสูง พนักงานต้องการหัวหน้างานที่มีความชัดเจนในการนำทีม มีทักษะการสื่อสารดี มีความรู้รอบด้าน ทั้งในเชิงเทคนิคและเทคโนโลยี</span></p>
<p><b>และพวกเขาคาดหวังผู้นำที่มีความยุติธรรม ต้องไม่เล่นพรรคเล่นพวก</b><span style="font-weight: 400;"> หรือถูกโน้มน้าวด้วยผลประโยชน์ส่วนตัว พนักงานต้องการทำงานภายใต้เป้าหมายที่ชัดเจน และได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมบนพื้นฐานของความสามารถ</span></p>
<p><b>ดังนั้น หากต้องเลือกพัฒนา HR เพียงหนึ่งเรื่องในปี 2026</b><span style="font-weight: 400;"> ก็ควรให้ความสำคัญกับการโค้ชผู้บริหารและหัวหน้างาน (Leadership Coaching) โดยยึดมาตรฐานของสหพันธ์การโค้ชนานาชาติ (International Coaching Federation: ICF) ซึ่งจะกลายเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในการบริหารคนยุคใหม่</span></p>
<p><b>การโค้ชตามแนวทาง ICF ไม่ใช่การสอนหรือการให้คำปรึกษา</b><span style="font-weight: 400;"> แต่เป็นการสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัย เป็นกลาง และปราศจากการตัดสิน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้รับการโค้ชได้คิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง เป้าหมายคือการสร้างการเปลี่ยนแปลงจากภายใน เริ่มต้นจาก Mindset ซึ่งจะนำไปสู่การขับเคลื่อนที่มีพลัง พนักงานจะกล้าแสดงความคิดเห็น กล้ารับผิดชอบ และเลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อทีมและองค์กรด้วยตัวเองอย่างแท้จริง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>13. HR ทั่วไทย 2026 &#8211; ชลบุรี : คุณ พิมพนิจ ขุนทรง, HR Manager จาก Senior Aerospace Thailand</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48356" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-23.webp" alt="HR Across Thailand 2026" width="600" height="600" title="HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026) 977" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-23.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-23-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-23-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-23-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-23-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ระดับ Senior ที่สั่งสมประสบการณ์จากหลากหลายอุตสาหกรรม และปัจจุบันมุ่งเน้นการวางกลยุทธ์ด้านคน เพื่อสรรหาและพัฒนา Talent ที่มีความรู้และทักษะเฉพาะทางในโรงงานผลิตชิ้นส่วนอากาศยานเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมการบินในระดับโลก</span></p>
<hr />
<p><b>ความท้าทายที่สุดในปี 2025 คือการหา Talent ยากขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> จากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นพร้อมกัน เริ่มตั้งแต่อัตราการเกิดที่ลดลง ส่งผลให้จำนวนแรงงานใหม่ที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมมีน้อยลงตามไปด้วย ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่ก็มีทางเลือกอาชีพที่หลากหลายขึ้น ไม่ได้มองว่างานออฟฟิศหรือโรงงานเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเหมือนในอดีต</span></p>
<p><b>อีกปัจจัยคือการกระจุกตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในพื้นที่จังหวัดชลบุรี</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งกลายเป็นคลัสเตอร์ของอุตสาหกรรมสำคัญ ทั้ง Aerospace, Energy, Semiconductor และ Precision Machining ทำให้เกิดการแข่งขันดึงตัวบุคลากรระหว่างบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างรุนแรง</span></p>
<p><b>และงานในอุตสาหกรรมการบินยังต้องการทักษะเฉพาะทางในระดับสูง</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น การตรวจสอบชิ้นส่วนแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Testing) หรือการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ซึ่งเป็นทักษะที่หาได้ยากในตลาดแรงงาน ทำให้องค์กรไม่สามารถรอคนที่พร้อมได้อีกต่อไป หากหาไม่ได้ ก็จำเป็นต้องลงทุนสร้างและพัฒนาคนขึ้นมาเอง</span></p>
<p><b>สำหรับความคาดหวังของพนักงานท้องถิ่นในปัจจุบัน</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าพนักงานที่เป็น Talent เงินไม่ใช่ปัจจัยอันดับ ๅ อีกต่อไป แต่พวกเขาคาดหวังการทำงานที่มีความหมาย ทำแล้วรู้ว่าสิ่งที่ทำมีผลกระทบอย่างไร เช่น ชิ้นส่วนที่กำลังผลิตอยู่ช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารบนเครื่องบินอย่างไรบ้าง</span></p>
<p><b>ส่วนงาน HR ที่องค์กรต้องให้ความสำคัญในปี 2026 คือการสร้าง Succession Plan และ Talent Pipeline อย่างเป็นระบบ</b><span style="font-weight: 400;"> HR ต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับฝ่ายเทคนิคและ R&amp;D เพื่อคาดการณ์ทิศทางเทคโนโลยีในอีก 24–36 เดือนข้างหน้า และเตรียมบุคลากรให้พร้อมเติมเต็มช่องว่างทันทีเมื่อเทคโนโลยีใหม่เข้ามา</span></p>
<p><b>นอกจากนี้ ยังต้องเร่งสร้างพันธมิตรและเครือข่ายความร่วมมือ</b><span style="font-weight: 400;"> หมดยุคของการทำงานแบบต่างคนต่างทำหรือเก็บความลับกันเองแล้วค่ะ HR จำเป็นต้องเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยน Good Practice ระหว่างองค์กร ควบคู่ไปกับการพัฒนาความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา สร้างหลักสูตรร่วมกับมหาวิทยาลัยในเขต EEC เพื่อพัฒนานักศึกษาให้มีทักษะพื้นฐานร่วม (Common Ground) ที่สามารถทำงานได้หลากหลายบทบาท ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในระยะยาว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>14. HR ทั่วไทย 2026 &#8211; ระยอง : คุณ จริยา วึนเชอ, Vice President – Human Resources จาก Star Petroleum Refining Public Company Limited</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48346" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-19.webp" alt="HR Across Thailand 2026" width="600" height="600" title="HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026) 978" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-19.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-19-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-19-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-19-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-19-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ผู้มากประสบการณ์จากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งในบริษัทชั้นนำของไทยและองค์กรข้ามชาติ <a href="https://th.hrnote.asia/story/sprc-one-caring-family-250410/">ปัจจุบันดูแลงานด้านทรัพยากรบุคคลให้กับ SPRC</a> ครอบคลุมทั้งธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันและธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน (คาลเท็กซ์)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทหลักของเธอครอบคลุมตั้งแต่การวางกลยุทธ์ด้าน Total Reward, การออกแบบ Employee Experience, งานบริหารทรัพยากรบุคคล (HRM), การพัฒนาองค์กร ไปจนถึงงานสรรหาและพัฒนาผู้นำ พร้อมผลักดันระบบการวัดผลการทำงานที่ชัดเจน เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรให้สอดรับกับเป้าหมายทางธุรกิจ และสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เธอยังมุ่งมั่นในการหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรของ SPRC ให้เป็นหนึ่งเดียว ภายใต้แนวคิด “One Family”</span></p>
<hr />
<p><b>ความท้าทายของ SPRC เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงที่องค์กรเข้าซื้อกิจการธุรกิจค้าปลีกน้ำมันภายใต้แบรนด์คาลเท็กซ์ (Caltex) </b><span style="font-weight: 400;">และนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร การเปลี่ยนผ่านในครั้งนั้นทำให้มีหลายมิติที่ต้องปรับตัว เพื่อยกระดับธุรกิจให้มีความพร้อมและแข่งขันได้มากขึ้น องค์กรจึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างและรูปแบบการทำงานให้ Lean มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้</span></p>
<p><b>หนึ่งในโจทย์ที่ท้าทายไม่แพ้กันคือการสร้าง Synergy</b><span style="font-weight: 400;"> หรือการหลอมรวมพลังของทีมงานจากหลากหลายส่วนให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสร้าง Synergy นี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเรื่องวัฒนธรรมองค์กรเท่านั้น แต่ยังส่งผลเชิงรูปธรรมต่อการ Optimize ต้นทุนการดำเนินงานอย่างชัดเจน โดยสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปีแรกของการดำเนินการ</span></p>
<p><b>สำหรับความคาดหวังของพนักงาน SPRC ซึ่งกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ ทั้งระยอง กรุงเทพฯ สงขลา และสุราษฎร์ธานี</b><span style="font-weight: 400;"> สิ่งที่พนักงานต้องการมากที่สุดคือความชัดเจนและความมั่นใจ ท่ามกลางช่วงเวลาของการควบรวมและการเปลี่ยนแปลง พนักงานคาดหวังการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา โปร่งใส และสม่ำเสมอจากผู้บริหาร เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของหน้าที่การงาน ควบคู่ไปกับบรรยากาศการทำงานที่อบอุ่นเหมือนคนในครอบครัว แต่ยังคงมาตรฐานความเป็นมืออาชีพในแบบบริษัทอเมริกันไว้อย่างครบถ้วน</span></p>
<p><b>ในส่วนของงาน HR ที่องค์กรต้องการพัฒนาเป็นพิเศษในปี 2026</b><span style="font-weight: 400;"> มีสองเสาหลักที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เสาหลักแรกคือการพัฒนาภาวะผู้นำ โดยเฉพาะผู้นำรุ่นใหม่ องค์กรกำลังพัฒนาโครงสร้างด้าน Leadership ที่ชัดเจน เพื่อเร่งสร้างผู้นำที่มีความเข้าใจธุรกิจอย่างรอบด้าน รองรับแผนการสืบทอดตำแหน่งที่ต้องดำเนินการให้รวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งนำ Leadership Framework มาเชื่อมโยงกับระบบการประเมินผล เพื่อให้การวัดผลครอบคลุมทั้งผลลัพธ์ของงานและพฤติกรรมภาวะผู้นำ</span></p>
<p><b>อีกเรื่องคือการขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูล</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านการพัฒนาทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กร และช่วยให้พนักงานทุกระดับมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายส่วนบุคคลกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของบริษัทได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวค่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>15. HR ทั่วไทย 2026 &#8211; ระยอง : คุณ ก่อพงศ์ เส็งสวัสดิ์, Head of HR Thailand จาก DTS Draexlmaier Automotive Systems (Thailand)</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48347" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-21.webp" alt="HR Across Thailand 2026" width="600" height="600" title="HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026) 979" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-21.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-21-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-21-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-21-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-21-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อดีตวิศวกรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ต่อยอดความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ และก้าวเข้าสู่สายงานบริหารทรัพยากรมนุษย์เต็มตัว ปัจจุบันเขารับผิดชอบดูแลพนักงานกว่า 600 คนให้กับโรงงานผลิตและจัดหาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์ DRÄXLMAIER GROUP, DTS Draexlmaier Automotive Systems (Thailand) Co., Ltd.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยประสบการณ์ที่เป็นวิศวกรมาก่อน ช่วยให้เขาเข้าใจบทบาทของสายอาชีพในโรงงาน และสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นสไตล์การบริหารที่เชื่อมโยงทั้งมุมมองเชิงเทคนิค ธุรกิจ และมนุษย์ได้อย่างโดดเด่น</span></p>
<hr />
<p><b>ปี 2025 เป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์</b><span style="font-weight: 400;"> และมีแนวโน้มว่าจะต้องเผชิญความท้าทายนี้ไปอีกอย่างน้อย 1–2 ปี การเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้า EV สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แบบดั้งเดิม ส่งผลให้ตลาดเดิมชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด</span></p>
<p><b>นอกจากนั้น พอกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงทั้งในระดับประเทศและระดับโลก</b><span style="font-weight: 400;"> ก็ทำให้กระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่เหมือนโดมิโน ยอดขายลดลง ส่งผลต่อกระแสเงินสด และเมื่อบริษัทขาดสภาพคล่อง พนักงานก็ได้รับผลกระทบ ภาพรวมเศรษฐกิจยิ่งถดถอยลงไปอีก</span></p>
<p><b>HR ต้องหาจุดสมดุลระหว่างความอยู่รอดขององค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งต้องเน้นการทำกำไร การรักษายอดขาย และการควบคุมต้นทุน กับความอยู่รอดของพนักงาน ที่ต้องการความก้าวหน้า คุณภาพชีวิตที่ดี และความมั่นคงในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจย่ำแย่ครับ</span></p>
<p><b>ส่วนความคาดหวังของ</b><b>พนักงานในจังหวัดระยอง </b><span style="font-weight: 400;">ส่วนใหญ่เป็นแรงงานฝ่ายปฏิบัติการหรือ Blue-collar น่าสนใจว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับความสุขภายในโรงงาน มากกว่าความยืดหยุ่นภายนอกองค์กร พวกเขาคาดหวังในคุณภาพของสวัสดิการพื้นฐานที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันโดยตรง เช่น อาหารในโรงอาหารอร่อย มีคุณภาพ หรือห้องน้ำต้องสะอาด</span></p>
<p><b>มุมมองนี้แตกต่างจากแรงงานในกรุงเทพฯ ที่มักให้ความสำคัญกับการมีเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น</b><span style="font-weight: 400;"> แรงงานในระยองไม่น้อยไม่ได้ต้องการรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid หรือ Work from Home ขนาดนั้น เนื่องจากรู้สึกว่าการทำงานที่บ้านไม่เอื้อต่อประสิทธิภาพเท่าการทำงานในโรงงานครับ</span></p>
<p><b>สำหรับปี 2026 มีแนวโน้มจะเป็นอีกปีที่ท้าทายในการทำธุรกิจ</b><span style="font-weight: 400;"> HR ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการคนเก่ง (Talent Management) พัฒนาคนเก่งให้เก่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้พนักงาน 1 คนสร้างผลงานที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงขึ้น จะช่วยให้องค์กรบริหารต้นทุนได้ดีขึ้นในระยะยาว เพราะบริษัทจะมุ่งรักษาและให้ค่าตอบแทนกับพนักงานจำนวนน้อยที่มีศักยภาพสูง แทนการเพิ่มจำนวนพนักงานโดยขาดประสิทธิภาพ</span></p>
<p><b>นอกจากนี้ เราต้องสร้างความภาคภูมิใจ ทำให้พนักงานรู้สึกได้รับการยอมรับ</b><span style="font-weight: 400;"> ให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขามีความเชี่ยวชาญและเติบโตอย่างแท้จริง แล้วเมื่อนั้นพนักงานจะเกิดความผูกพันกับองค์กรสูงขึ้น และไม่ตัดสินใจลาออกได้ง่าย ๆ ครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>16. HR ทั่วไทย 2026 &#8211; นราธิวาส : คุณ ไพรรินทร์ นาคเรือ, Freelance Recruiter จาก SourcedOut</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48353" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-22.webp" alt="HR Across Thailand 2026" width="600" height="600" title="HR ทั่วไทย 2026: เสียงเล็ก ๆ จาก HR ทั่วประเทศ กับความมุ่งมั่นไร้เขตแดน (HR Across Thailand 2026) 980" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-22.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-22-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-22-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-22-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/เนื้อ-PA-22-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Freelance Recruiter ที่มีประสบการณ์ในสายงานสรรหาบุคลากรมายาวนานกว่า 8 ปี เธอเริ่มต้นเส้นทางอาชีพจากการสรรหาบุคลากรชาวต่างชาติให้กับสถาบันการศึกษาในประเทศไทย ก่อนจะขยับบทบาทเข้าสู่การสรรหาพนักงานสาย IT และตำแหน่งระดับบริหารในภาคเอกชน</p>
<p>ปัจจุบัน เธอนำความเชี่ยวชาญด้านการคัดกรองบุคลากรเชิงลึกมาทำงานในรูปแบบ Remote Work เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพจากพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง เชื่อมโยงศักยภาพของคนในพื้นที่เข้ากับตลาดแรงงานระดับประเทศและระดับสากล</p>
<hr />
<p><strong>ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของพื้นที่นราธิวาส และ 3 </strong><strong>จังหวัดชายแดนภาคใต้</strong> คือการขาดแคลนตลาดแรงงานภาคเอกชนและช่องว่างด้านรายได้ จังหวัดนราธิวาสไม่ได้เป็นเมืองอุตสาหกรรมเหมือนระยองหรือชลบุรี จึงไม่มีบริษัทเอกชนขนาดใหญ่เข้ามารองรับแรงงานจำนวนมาก ในมุมของ Recruiter การจะหาคนที่มีทักษะสูงให้มาทำงานในพื้นที่นี้จึงยากพอสมควร</p>
<p><strong>นอกจากนั้น ในพื้นที่ก็มีบัณฑิตจบใหม่ระดับปริญญาตรีจำนวนไม่น้อย</strong> แต่ตลาดแรงงานที่มีจำกัด ส่งผลให้เกิดภาวะมีคน แต่ไม่มีงาน หรือถ้ามี ค่าจ้างก็ค่อนข้างต่ำ บางแห่งยังจ้างงานรายวันเพียง 200–250 บาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับคุณภาพและศักยภาพของพวกเขา</p>
<p><strong>สำหรับเรื่องความคาดหวัง เรื่องจากคนนราธิวาสส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวและชุมชน</strong> การย้ายถิ่นฐานไปทำงานไกลบ้านจึงไม่ใช่ตัวเลือกแรก หากไม่จำเป็นจริง ๆ หลายคนจึงมุ่งหวังสอบเข้ารับราชการ เช่น ครู แพทย์ หรือพยาบาล ซึ่งถูกมองว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติและมั่นคงในสายตาของสังคมท้องถิ่น</p>
<p><strong>ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่ที่มีทักษะด้านไอทีเริ่มมองหาโอกาสในการทำงานจากที่บ้าน (Remote Work) </strong><strong>มากขึ้น</strong> เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวในพื้นที่เดิม แต่ยังได้รับค่าตอบแทนในระดับของเมืองใหญ่หรือจากต่างประเทศ</p>
<p><strong>สำหรับงาน HR </strong><strong>ในปี 2026 </strong><strong>จะไม่มีหน้าที่เชิงธุรการอย่างเดียวอีกต่อไป</strong> แต่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะทาง ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีมาใช้เชิงกลยุทธ์อย่างจริงจัง การสรรหายุคใหม่ต้องนำหลักจิตวิทยามาใช้เพื่อทำความเข้าใจตัวตน แรงจูงใจ และพฤติกรรมของมนุษย์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการประยุกต์ใช้กลยุทธ์ด้านการตลาด เพื่อสื่อสารคุณค่าขององค์กรและเข้าถึงผู้สมัครที่ใช่ ทั้งในแง่ทักษะและความสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กรอย่างแม่นยำ</p>
<p><strong>ขณะเดียวกัน องค์กรต้องให้ความสำคัญกับการดูแลทีมสรรหา</strong> เพื่อป้องกันภาวะหมดไฟซึ่งมักเกิดจากลักษณะงานที่ซ้ำซาก มีความกดดันสูง การเปิดโอกาสให้ทีมได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การนำ AI เข้ามาช่วยลดภาระงานด้านเอกสารและงานรูทีน จะช่วยลดความเหนื่อยล้า เพิ่มคุณค่าในงานเชิงกลยุทธ์ และทำให้พนักงานมองเห็นบทบาทของตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>อีกเรื่องคือการสนับสนุนให้ HR </strong><strong>มองตลาดแรงงานในระดับสากล</strong> ผ่านการศึกษาดูงาน หรือการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีจากองค์กรระดับโลก จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ และนำแนวคิดด้านการบริหารคนที่มีประสิทธิภาพมาปรับใช้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้องค์กรและทีม HR สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในอนาคตค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>สรุป HR ทั่วไทย 2026</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากบทสัมภาษณ์เหล่านี้ ทำให้ HREX มองเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวน บทบาทที่หลากหลายขึ้น และทรัพยากรที่จำกัด HR ในแต่ละพื้นที่ต้องเผชิญแรงกดดันในรูปแบบที่ทั้งคล้ายและต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถึงแม้ความท้าทายจะไม่หยุดถาโถม HR ทั่วประเทศก็ไม่เคยหยุดเรียนรู้ ปรับตัว พวกเขาต่างยืนหยัดในบทบาทของตัวเองอย่างมั่นคง พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน เพื่อให้มีเวลาทุ่มเทกับสิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือการเข้าใจและดูแลคนอย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางที การยกระดับวงการ HR ไทยอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากนโยบายระดับชาติหรือระบบใหญ่โต แต่อาจเริ่มจากความตั้งใจเล็ก ๆ ของ HR ในแต่ละจังหวัด ที่ยังคงทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แม้ในวันที่ไม่มีใครมองเห็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่น อาจเป็นพลังเงียบที่สำคัญที่สุด ในการขับเคลื่อนโลกการทำงานของไทยให้เดินหน้าอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="ทำความรู้จัก Crisis Management ในวันที่โลกนี้มีแต่ความไม่แน่นอน 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrpeople/hr-across-thailand-2026-260105/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุป Top 20 HR Solution ที่ได้รับการค้นหามากที่สุดในปี 2025 บน HREX</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrtech/top-20-hr-solution-2025/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrtech/top-20-hr-solution-2025/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 05:28:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tech]]></category>
		<category><![CDATA[HR Solution]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48300</guid>

					<description><![CDATA[ปี 2025 ผ่านไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการ HR โดยเฉพาะในด้านการนำ HR Technology และ HR Solutions เข้ามาใช้เพื่อยกระดับการทำงานขององค์กร ตลอดปีที่ผ่านมา HREX ได้เห็นการเติบโตของอุตสาหกรรม HR Tech อย่างใกล้ชิด จากจำนวน HR ที่เข้ามาค้นหา HR Products &#38; Services และขอคำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเลือก Solution ที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละองค์กร ท่ามกลาง HR Solutions มากกว่า 200 บริการที่รวบรวมอยู่บนแพลตฟอร์ม ข้อมูลจากการค้นหาและการขอรับบริการจริงตลอดทั้งปี ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่า บริการใดกำลังได้รับความสนใจและถูกนำไปใช้งานมากที่สุด จากข้อมูลทั้งหมดนี้ เราจึงสรุปออกมาเป็น Top 20 HR Solution ที่ชาว HR ให้ความสนใจ ค้นหา และร้องขอการใช้งานสูงสุดตลอดปี 2025 มาดูกันว่า บริการใดคือตัวเลือกที่องค์กรจำนวนมากมองหาและให้ความไว้วางใจ 1. TIGERSOFT ผู้นำนวัตกรรมบริหารทรัพยากรบุคคลแบบครบวงจรของเมืองไทย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48302" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-30T121742.548.webp" alt="top-20-hr-solution-2025" width="600" height="370" title="สรุป Top 20 HR Solution ที่ได้รับการค้นหามากที่สุดในปี 2025 บน HREX 983" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-30T121742.548.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-30T121742.548-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2025 ผ่านไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการ HR โดยเฉพาะในด้านการนำ HR Technology และ HR Solutions เข้ามาใช้เพื่อยกระดับการทำงานขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดปีที่ผ่านมา HREX ได้เห็นการเติบโตของอุตสาหกรรม HR Tech อย่างใกล้ชิด จากจำนวน HR ที่เข้ามาค้นหา HR Products &amp; Services และขอคำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเลือก Solution ที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลาง HR Solutions มากกว่า 200 บริการที่รวบรวมอยู่บนแพลตฟอร์ม ข้อมูลจากการค้นหาและการขอรับบริการจริงตลอดทั้งปี ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่า บริการใดกำลังได้รับความสนใจและถูกนำไปใช้งานมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูลทั้งหมดนี้ เราจึงสรุปออกมาเป็น Top 20 HR Solution ที่ชาว HR ให้ความสนใจ ค้นหา และร้องขอการใช้งานสูงสุดตลอดปี 2025</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาดูกันว่า บริการใดคือตัวเลือกที่องค์กรจำนวนมากมองหาและให้ความไว้วางใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>1. TIGERSOFT</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำนวัตกรรมบริหารทรัพยากรบุคคลแบบครบวงจรของเมืองไทย นำเสนอบริการที่ผสานทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมบริการ Payroll Outsource ที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามโครงสร้างเฉพาะของแต่ละองค์กร การันตีคุณภาพด้วยซอฟต์แวร์สัญชาติไทยที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการจัดการบุคลากรโดยเฉพาะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/60"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/60</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/60?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47843" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 57" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/58-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/58-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/58-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/58-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/58-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/58-2-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>2. Salary Hero</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อนคู่คิดทางการเงินของคนทำงาน ที่ช่วยให้พนักงานเข้าถึงรายได้ที่ควรได้รับก่อนวันจ่ายจริง เพื่อรับมือกับเหตุจำเป็นที่คาดไม่ถึง เสริมสร้างความมั่นคงทางจิตใจให้พนักงานไร้กังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่าย พร้อมเปลี่ยนความกังวลเป็นพลังในการสร้างสรรค์ผลงานที่ดีเยี่ยมให้กับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/67"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/67</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/67?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47850" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 63" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>3. Employyim</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางเลือกใหม่ของการเบิกเงินเดือนล่วงหน้าที่ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้ว ช่วยให้พนักงานพร้อมรับมือกับทุกวิกฤตการเงินส่วนตัวได้อย่างมั่นใจ มอบสวัสดิการเหนือระดับให้ทีมงานได้ทันทีโดยบริษัทไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีค่าธรรมเนียมแฝงและไม่มีค่าบริการรายปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/148"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/148</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/148?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47902" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 112" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/111.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/111.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/111-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/111-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/111-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/111-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>4. Sourcedout</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แพลตฟอร์มที่ผสานพลัง Freelance HR และ Recruiter มากประสบการณ์กว่า 1,200 คน เพื่อเป็นเครื่องมือทรงพลังในการช่วยองค์กรสรรหาพนักงาน ตอบโจทย์ทั้งความรวดเร็วในการปิดตำแหน่งงาน และการบริหารงบประมาณสรรหาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/1"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/1</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47784" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 2" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>5. BASE Playhouse</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกระดับการเรียนรู้ในองค์กรด้วยนวัตกรรมจาก HR Tech Start-up มิติใหม่ ที่เปลี่ยนการเทรนนิ่งที่น่าเบื่อให้เป็นการสร้างทักษะเชิงรุก มุ่งเน้นการปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของคนในทีมผ่านโมเดลการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ ผ่านการใช้เกมเป็นตัวช่วย ทำให้การความรู้เป็นเรื่องสนุกและสามารถต่อยอดสู่การทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/68"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/68</span></a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47851" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 64" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></p>
<h2><b>6. empeo</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ซอฟต์แวร์บริหารคนแบบครบวงจร ช่วยให้การจัดการงาน HR ให้เป็นเรื่องง่าย มาพร้อมระบบ Payroll ประสิทธิภาพสูง รองรับทุกมิติการทำงานของฝ่ายบุคคลอย่างเต็มรูปแบบ มอบความอิสระในการทำงานให้คุณเข้าถึงข้อมูลและอนุมัติรายการต่างๆ ได้ทันที ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือเวลาใดก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/15"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/15</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/15?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47798" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 16" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>7. EZHire</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบจัดการผู้สมัคร (ATS) ที่ช่วยให้การสรรหาไร้ขีดจำกัด สามารถสร้างหน้าประกาศรับสมัครงานได้ฟรีในแพลตฟอร์มเดียว ออกแบบมาเพื่อลดการตกหล่นของข้อมูลและเพิ่มความคล่องตัวให้กระบวนการคัดเลือกคน เพื่อให้ทุกการจ้างงานเป็นเรื่องง่ายและมีคุณภาพกว่าที่เคย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/222</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47943" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 153" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>8. Reeracoen Thailand</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Recruitment Agency อันดับต้น ๆ ของไทย พาร์ทเนอร์ด้านการสรรหาและที่ปรึกษา HR มือโปรระดับสากล มอบโอกาสให้องค์กรเข้าถึงฐานข้อมูลบุคลากรที่กว้างขวางกว่า 700,000 คน ครอบคลุมทั้งไทยและเอเชีย เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้เจอคนที่ใช่ ผ่านกระบวนการคัดกรองอย่างมืออาชีพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/2</span></a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47785" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 3" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></p>
<h2><b>9. Conicle</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">บริการที่ช่วยปลดล็อกขีดจำกัดการพัฒนาศักยภาพด้วยนวัตกรรม L&amp;D ครบวงจร ช่วยบริหารจัดการองค์ความรู้ที่เหนือระดับผ่านระบบ Cloud LMS รวบรวมหลักสูตรชั้นนำมาไว้ในที่เดียว พร้อมให้เข้าถึงข้อมูลได้ทันทีทุกที่ทุกเวลา เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าด้วยบุคลากรที่มีทักษะอันทันสมัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/11</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47794" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 12" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>10. myHR</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Digital Solution ตัวจริงเรื่องเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ระดับแนวหน้า ด้วยซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชั่นที่ผสานรวมทุกฟังก์ชันสำคัญไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเงินเดือน, การบันทึกเวลาเข้า-ออกงาน, บริการ Outsource ระบบการเรียนรู้ออนไลน์ และอื่น ๆ อีกมากมายเพื่อดูแลพนักงานที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/116"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/116</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/116?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47944" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 154" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-4.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-4.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-4-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-4-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-4-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-4-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>11. Bplus HRM</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จัดการเรื่องยากของงานบุคคลให้เป็นเรื่องง่ายด้วย Bplus HRM ซอฟต์แวร์จัดการเงินเดือนและค่าแรงที่ครอบคลุมทุกข้อกำหนดทางกฎหมาย ทั้งการคำนวณภาษีและประกันสังคมอย่างอัตโนมัติ มั่นใจในความถูกต้องด้วยระบบที่ผ่านการพิสูจน์แล้วจากผู้ใช้งานจริงในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าองค์กรของคุณจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่เพียงใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/20"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/20</span></a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47803" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 21" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/20-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/20-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/20-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/20-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/20-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/20-2-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></p>
<h2><b>12. Coach</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบบริหารงานบุคคลอัจฉริยะรูปแบบ Web-based ที่รวบรวมทุกฟังก์ชันงาน HR ไว้อย่างครบถ้วน มุ่งเน้นการรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหัวใจหลัก พร้อมตอบรับมาตรฐานตามพระราชบัญญัติ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เต็มรูปแบบ เพื่อการบริหารจัดการข้อมูลบุคลากรที่ทั้งสะดวกและถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาลข้อมูล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/31"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/31</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/31?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47813" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 30" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/31-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/31-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/31-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/31-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/31-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/31-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>13. Humanica</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าด้านการจัดการบุคลากรในประเทศไทย นำเสนอแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่พร้อมปรับแต่งฟังก์ชันให้สอดคล้องกับโครงสร้างและวัฒนธรรมของทุกองค์กรอย่างลงตัว ครอบคลุมทั้งระบบ HRIS ประสิทธิภาพสูง และบริการ Outsource งานเงินเดือนมาตรฐานสากลที่ธุรกิจชั้นนำไว้วางใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/91"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/91</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/91?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47873" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 85" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>14. Job Hire</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิวัติกระบวนการสรรหาและการ Onboarding พนักงานใหม่ให้เป็นระบบแบบครบวงจร ช่วยลดภาระงานที่ซ้ำซ้อนด้วยเทคโนโลยีที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานถึง 77.50% และประหยัดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อตำแหน่งได้มากกว่า 2,645 บาท มอบความคล่องตัวให้ทีม HR อย่างเห็นได้ชัดในทุกขั้นตอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/206"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/206</span></a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-47928 aligncenter" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 137" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/137.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/137.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/137-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/137-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/137-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/137-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></p>
<h2><b>15. ZeeMe</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">บริการที่ช่วยให้การจัดการเรื่องเวลาทำงานเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่สแกนหน้าผ่านมือถือกับ ZeeMe บริการบันทึกเวลาจาก myHR ที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานยุคใหม่ มอบความสะดวกสบายสูงสุด รองรับทั้งระบบ Android และ iOS ให้พนักงานลงเวลาได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องสแกนแบบเดิม ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/131"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/131</span></a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47959" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 169" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-18-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-18-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-18-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-18-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-18-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-18-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></p>
<h2><b>16. SAP SuccessFactors</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สุดของซอฟต์แวร์ช่วยบริหารคนระดับสากล มอบบริการแบบเบ็ดเสร็จในที่เดียว โดดเด่นด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกที่พร้อมรองรับโครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อน ช่วยให้การจัดการทรัพยากรมนุษย์เป็นเรื่องง่ายและแม่นยำ พร้อมปลดล็อกศักยภาพพนักงานให้ทำงานได้อย่างเต็มกำลังและมีประสิทธิภาพสูงสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/199"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/199</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/199?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47921" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 131" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>17. APPMAN BACKGROUND CHECKER</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">บริการคัดกรองประวัติผู้สมัครงานแบบ 360 องศา รู้ผลไว ครอบคลุมข้อมูลสำคัญทั้งประวัติคดีความ การทำงาน การศึกษา การเงิน รวมถึงการตรวจสอบตัวตนผ่านข่าวสารออนไลน์และบุคคลอ้างอิง เพื่อให้มั่นใจว่า &#8220;คนที่ใช่&#8221; ขององค์กรจะมาพร้อมความโปร่งใสและประวัติที่ตรวจสอบได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/145"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/145</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/145?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47899" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 109" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/108-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/108-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/108-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/108-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/108-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/108-2-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>18. Teamlink</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ศูนย์รวมการสื่อสารและกิจกรรมภายในองค์กรที่ช่วยเปลี่ยนการรับรู้ข้อมูลแบบเดิมให้เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น มอบเครื่องมือที่ช่วยให้พนักงานโต้ตอบ เรียนรู้ และมีส่วนร่วมกับทุกความเคลื่อนไหวของบริษัทได้อย่างง่ายดาย เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่เปี่ยมไปด้วยพลังและการประสานงานที่ยอดเยี่ยม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/203"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/203</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/203?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47925" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 134" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/134Page.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/134Page.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/134Page-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/134Page-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/134Page-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/134Page-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>19. SCREENEO</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เครื่องมือประเมินออนไลน์ระดับมืออาชีพที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาโดยทีมผู้เชี่ยวชาญสหสาขาวิชา เพื่อให้ได้ชุดแบบทดสอบที่สะท้อนบริบทและวิถีการทำงานของคนไทยอย่างแท้จริง โดดเด่นด้วยคลังคำถามที่หลากหลายและการเปรียบเทียบผลลัพธ์กับค่ามาตรฐาน จากฐานข้อมูลกลุ่มตัวอย่างที่กว้างขวาง การันตีผลการวิเคราะห์ที่แม่นยำและน่าเชื่อถือสูงสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/135"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/135</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/135?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48512" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-16-1.webp" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" title="สรุป Top 20 HR Solution ที่ได้รับการค้นหามากที่สุดในปี 2025 บน HREX 984" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-16-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-16-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-16-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-16-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-16-1-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<h2><b>20. Slingshot Group</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำด้านการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำ ที่คัดสรรหลักสูตรระดับอินเตอร์มาให้เลือกสรรกว่า 40 รูปแบบ ตอบโจทย์การสร้างลีดเดอร์ยุคใหม่ในทุกระดับ ด้วยบริการการเรียนรู้ที่สมบูรณ์แบบและครอบคลุมที่สุด เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้แข่งขันทั้งในไทย และในระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/80</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47862" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 75" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>สรุป Top 20 HR Solution</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเดินทางตลอดปี 2025 ที่ผ่านมาเป็นก้าวสำคัญแห่งความสำเร็จและการเติบโตที่น่าประทับใจ HREX ขอขอบคุณ HR ทุกท่านที่มอบความไว้วางใจให้เราเป็นพาร์ทเนอร์ในการค้นหา HR Solution และขอขอบคุณผู้ให้บริการทุกแบรนด์ที่ร่วมขับเคลื่อนจนทำให้ HR Products &amp; Services ก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มแห่งแรกในไทยที่รวบรวมนวัตกรรมด้าน HR ไว้ครบวงจรที่สุดกว่า 200 บริการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาคนเก่ง การพัฒนาทักษะผ่านการฝึกอบรม ระบบจัดการเงินเดือนที่แม่นยำ หรือการออกแบบสวัสดิการที่ครองใจพนักงาน เราพร้อมสนับสนุนทั้งธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรระดับมหาชนเพื่อก้าวข้ามทุกความท้าทาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพคือรากฐานสำคัญสู่การเติบโตที่ยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เตรียมพร้อมก้าวสู่ปี 2026 อย่างมั่นใจ หากคุณมองหาตัวช่วยที่จะยกระดับองค์กรให้เหนือกว่าเดิม อย่าลืมให้ HREX เป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของคุณ แล้วมาสร้างอนาคตของคนทำงานไปพร้อมกับเรานะ !</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี 7" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrtech/top-20-hr-solution-2025/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HR Trends 2026 : ยุค Agentic HR ที่ทักษะสำคัญกว่าปริญญา และเวลามีค่ากว่าเงินเดือน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-trends-2026/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-trends-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Dec 2025 02:59:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[HR Trends]]></category>
		<category><![CDATA[HR 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48281</guid>

					<description><![CDATA[โลก HR Trends 2026 กำลังก้าวผ่านจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในรอบทศวรรษ เราจะเลิกพูดถึงความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีแล้ว เพราะเราเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า มันกำลังทำสิ่งที่เคยดูเป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริงได้มากขึ้นทุกวัน แต่สิ่งที่ HR ควรให้ความสนใจมากที่สุดคือผลลัพธ์ที่จับต้องได้ต่างหาก ถ้าเคยตกอยู่ในฐานะหน่วยงานสนับสนุน ปี 2026 จะเป็นปีที่ HR ก้าวขึ้นมาเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบการเปลี่ยนแปลง ที่เปลี่ยนสภาวะอันวุ่นวาย (Flux) ให้กลายเป็นการทำงานที่ลื่นไหล (Flow) อย่างแท้จริง และนี่คือ 10 เทรนด์ที่คุณต้องรู้เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับปี 2026 HR Trends 2026 #1 &#8211; ยุคของ Agentic HR: เมื่อ AI ลงมือทำงานแทนเรา หมดยุคของ Chatbot ที่แค่คอยตอบคำถามแล้ว ในปี 2026 ทั้ง Gartner, Mercer และ McKinsey ต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่าคือจุดเริ่มต้นของยุค Agentic HR ยุคที่ AI Agents ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติอัจฉริยะสามารถรับรู้ ตัดสินใจ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48284" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-26T021403.775.webp" alt="HR Trends 2026" width="600" height="370" title="HR Trends 2026 : ยุค Agentic HR ที่ทักษะสำคัญกว่าปริญญา และเวลามีค่ากว่าเงินเดือน 988" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-26T021403.775.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-26T021403.775-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โลก HR Trends 2026 กำลังก้าวผ่านจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในรอบทศวรรษ เราจะเลิกพูดถึงความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีแล้ว เพราะเราเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า มันกำลังทำสิ่งที่เคยดูเป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริงได้มากขึ้นทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่ HR ควรให้ความสนใจมากที่สุดคือผลลัพธ์ที่จับต้องได้ต่างหาก ถ้าเคยตกอยู่ในฐานะหน่วยงานสนับสนุน ปี 2026 จะเป็นปีที่ HR ก้าวขึ้นมาเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบการเปลี่ยนแปลง ที่เปลี่ยนสภาวะอันวุ่นวาย (Flux) ให้กลายเป็นการทำงานที่ลื่นไหล (Flow) อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือ 10 เทรนด์ที่คุณต้องรู้เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับปี 2026</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>HR Trends 2026 #1 &#8211; ยุคของ Agentic HR: เมื่อ AI ลงมือทำงานแทนเรา</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หมดยุคของ Chatbot ที่แค่คอยตอบคำถามแล้ว ในปี 2026 ทั้ง Gartner, Mercer และ McKinsey ต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่าคือจุดเริ่มต้นของยุค Agentic HR ยุคที่ AI Agents ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติอัจฉริยะสามารถรับรู้ ตัดสินใจ และดำเนินกระบวนการทำงาน HR ได้เองตั้งแต่ต้นจนจบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Deloitte คาดการณ์ว่าแอปพลิเคชันในองค์กรกว่า 1 ใน 3 จะรองรับการทำงานของ AI Agents ที่ขับเคลื่อนตัวเองได้โดยแทบไม่ต้องมีมนุษย์เข้าไปแทรกแซง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI เหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นแรงงานดิจิทัล ดูแลตั้งแต่การคัดกรองผู้สมัคร, นัดหมายสัมภาษณ์, รันระบบทดสอบทักษะผ่านแชทหรือวิดีโอ ไปจนถึงการจัดเตรียมเอกสาร </span><a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/onboarding-manual-03122021/"><span style="font-weight: 400;">Onboarding</span></a><span style="font-weight: 400;"> โดยที่เราไม่ต้องเข้าไปคอยดูแลในทุกขั้นตอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น AI สามารถคืนเวลาให้พนักงานได้มากกว่า 120 ชั่วโมงต่อปี เพื่อนำไปใช้กับงานที่มีคุณค่าสูงกว่า และองค์กรชั้นนำที่นำ AI มาใช้ในงาน HR จะมี ROI สูงถึง 55% หรือมากกว่าด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>HR Trends 2026 #2 &#8211; เลิกคุยเรื่อง Hype แล้วถามหา ROI</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">มีองค์กร 72% มองว่าการลงทุนกับ HR Tech แล้ววัดผล ROI ไม่ได้ คืออุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนา ผลสำรวจจาก Gartner ยังพบว่า 88% ของผู้นำ HR ยอมรับว่าองค์กรของพวกเขายังไม่เห็นมูลค่าทางธุรกิจจากการใช้เครื่องมือ AI เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นทำให้ในปี 2026 เป็นปีที่หมดยุคของการลองใช้ AI ตามกระแสแล้ว ผู้นำองค์กรจะเริ่มตั้งคำถามเข้มข้นขึ้น เช่น Amy Cappellanti-Wolf CPO ของบริษัท Dayforce ที่บอกว่าปี 2026 ทุกสิ่งที่เอามาใช้งานจะต้องวัดประสิทธิภาพการทำงาน (Performance) ได้จริง ๆ เท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น AI ตัวนี้ช่วยลดเวลาทำงานได้เท่าไหร่ หรือมันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของคนได้มากแค่ไหน และหากเครื่องมือใดวัดผลไม่ได้ เครื่องมือนั้นก็จะถูกถอดออกทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องเลิกโชว์แค่กราฟสวย ๆ แต่ต้องโชว์ตัวเลขหรือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เช่น:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">AI ช่วยคืนเวลาให้พนักงานได้เท่าไหร่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ระยะเวลาในกระบวนการทำงาน เช่น การจ้างงาน ลดลงกี่เปอร์เซ็นต์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจาก AI ช่วยให้ตัดสินใจเลือกคนที่ใช่มากขึ้นจนลดอัตราการลาออกได้จริงไหม แค่ไหน</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>HR Trends 2026 #3 &#8211; Skills-First ทักษะคือภาษาใหม่ขององค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ใบปริญญาบัตรกำลังจะกลายเป็นเพียงกระดาษธรรมดาใบหนึ่ง เมื่อองค์กรระดับโลกในปี 2026 จะใช้แนวทางการจ้างงานและวางแผนกำลังคนแบบ Skills-First หรือคัดคนโดยพิจารณาจากทักษะเป็นหลัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัทที่ใช้ Skills-First นำทางจะมีอัตราการรักษาพนักงาน (</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190327-employee-keeping-retention/"><span style="font-weight: 400;">Employee Retention</span></a><span style="font-weight: 400;">) สูงขึ้นถึง 89% งานจะถูกแบ่งย่อยออกเป็น Tasks แทนที่จะผูกติดกับชื่อตำแหน่ง (Jobs) เพื่อให้คนเก่งไหลไปสู่จุดที่องค์กรต้องการมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Mastercard และ Genentech เป็นตัวอย่างเด่นอันดับต้น ๆ ที่นำ Skill-Firsts มาใช้แล้ว โดยผลสำรวจยังพบอีกว่าองค์กรที่คัดเลือกคนด้วยวิธีคิดนี้ จะจัดวางคนได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 107% และมีโอกาสรักษาพนักงานกลุ่ม High-Performers ได้มากขึ้น 98% นอกจากนี้ยังช่วยลดการจ้างงานผิดพลาดได้ถึง 88%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และด้วยผลลัพธ์ที่ออกมาสูงขนาดนี้ อย่าแปลกใจหากจะนำร่องให้หลายองค์กรเอาเป็นแบบอย่างในปี 2026</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49041" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/HR-Productivity-HREX.webp" alt="HR Productivity HREX" width="600" height="370" title="HR Trends 2026 : ยุค Agentic HR ที่ทักษะสำคัญกว่าปริญญา และเวลามีค่ากว่าเงินเดือน 989" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/HR-Productivity-HREX.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/HR-Productivity-HREX-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>HR Trends 2026 #4 &#8211; Internal Mobility &#8211; ตลาดแรงงานภายในองค์กร คือขุมทรัพย์ที่แท้จริง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สงครามแย่งชิงคนเก่งจะเปลี่ยนสมรภูมิจากการหาคนข้างนอกมาเป็นการขุดคน ผลักดันคนข้างในแทน โดย Gartner คาดการณ์ว่าในปี 2026 องค์กรจำนวนมากจะมุ่งเน้นการสรรหาภายในองค์กรถึง 1 ใน 3</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรกว่า 64% จะหันมาใช้ระบบ </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/profinder-talent-marketplace-unlock-70-percent-talent-pool-251204/"><span style="font-weight: 400;">Talent Marketplace</span></a><span style="font-weight: 400;"> คัดคนภายใน โดยใช้ AI ช่วยจับคู่ทักษะและความปรารถนาของพนักงานเข้ากับโอกาสใหม่ ๆ ในบริษัท เพราะพนักงานรุ่นใหม่จะลาออกทันทีหากรู้สึกว่าตัวเองหยุดนิ่ง ขาดความท้าทาย หรือไม่มีอะไรใหม่ ๆ ให้เรียนรู้อีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่อีกสิ่งที่ต้องเจอด้วยแน่นอนก็คือ หัวหน้าทีมหรือ Manager ทำตัวหวงลูกน้องคนเก่ง (Lending Managers) ไม่ยอมปล่อยคนเก่งในทีมไปเติบโต ไปทำงานกับทีมอื่น ดังนั้น HR ต้องสื่อสารและสร้างวัฒนธรรมด้วยว่า การหมุนเวียนคนดีต่อทุกฝ่าย ดีต่อธุรกิจในภาพรวมอย่างไร และอย่าลืมออกแบบระบบค่าตอบแทนใหม่ให้รองรับการทำงานข้ามสายงานหลายโปรเจกต์ที่พนักงานคนเก่งจะต้องเหนื่อยมากขึ้นด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>HR Trends 2026 #5 &#8211; Confident Judgment: เมื่อข้อมูลมีทั่วไป แต่วิจารณญาณคือของหายาก</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">World Economic Forum รายงานว่าการคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking) คือทักษะเด่นที่นายจ้างในระดับโลกต้องการมากที่สุดในปี 2026</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุผลก็เพราะ AI อาจหาคำตอบให้เราได้ทุกอย่าง ถามอะไรปุ๊บตอบได้ปั๊บ แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่ทำให้มนุษย์เหนือกว่าเครื่องจักรกลคือการมีวิจารณญาณเฉียบคม (Confident Judgment) ดังนั้นทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และการตัดสินใจในสถานการณ์ที่คลุมเครือจึงเป็นทักษะที่นายจ้างต้องการสูงสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงเวลาเลิกสอนแค่วิธีใช้เครื่องมือให้พนักงาน แต่ต้องสอนให้รู้จักตั้งคำถามและตรวจสอบข้อมูลกับคำตอบจาก AI ด้วย อย่าลืมว่า AI จะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมนุษย์สร้างคำสั่ง (Prompt) ที่ดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ AI (ยัง) ทำแทนเราไม่ได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>HR Trends 2026 #6 &#8211; Well-being ที่ดีคือสิ่งที่บอร์ดบริหารต้องเร่งสร้าง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครที่มี</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-burnout-healing-250117/"><span style="font-weight: 400;">อาการหมดไฟ (Burnout)</span></a><span style="font-weight: 400;"> จะไม่ถูกมองว่าเป็นคนอ่อนแออีกต่อไป แต่ประเด็นนี้จะถูกยกระดับเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจที่ทุกองค์กรต้องตระหนัก และอาจถึงขั้นกลายเป็นข้อบังคับทางกฎหมายในบางประเทศด้วย เช่น ในรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย มีการบัญญัติความคุ้มครองสุขภาพจิตลงในกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน (OHS Act) อย่างเป็นทางการแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบทความเรื่อง AI in HR 2026: The Predictions That Will Redefine People Strategy, Leadership and Work &#8211; HRD ระบุว่า AI จะช่วยลดภาระงานที่น่าเบื่อได้ก็จริง แต่จะสำเร็จก็ต่อเมื่อพนักงานรู้สึกปลอดภัยในการทำงานและไม่รู้สึกว่า AI คือภัยคุกคาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรจะถูกวัดผลจากสภาพแวดล้อมที่พวกเขาสร้างขึ้น หากผลออกมาว่าสภาพแวดล้อมการทำงานไม่ปลอดภัยต่อพนักงานทั้งทางร่างกายและจิตใจ (</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190703-psychological-safety/"><span style="font-weight: 400;">Psychological Safety</span></a><span style="font-weight: 400;">) พนักงานจะเกิดอาการ Quiet Cracking หรือการส่งมอบงานได้ตามเป้าแต่ใจสลายและพร้อมลาออกทันที ลงเอยด้วยการกลายเป็นองค์กรที่ไม่มีใครอยากร่วมงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น อีกบทบาทที่ HR ต้องทำในปี 2026 คือการเป็น Buffer หรือตัวกันกระแทกให้พนักงาน เพื่อเปลี่ยนความกังวลเหล่านี้ให้เป็นพลังในการเรียนรู้แทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>HR Trends 2026 #7 &#8211; เวลาคือสกุลเงินที่มีค่ากว่าเงินเดือน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ความยืดหยุ่นจะกลายเป็นความต้องการพื้นฐานในทุกองค์กร โดยพนักงาน 1 ใน 4 กล่าวว่านี่คือปัจจัยอันดับ 1 ที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจเปลี่ยนงาน และการมีเวลาที่ยืดหยุ่นสำคัญกว่าเงินเสียอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในรายงาน The Future of HR Report ของ KPMG ยกตัวอย่างว่าบริษัทรถบรรทุกไฟฟ้า Tevva พยายามชูเรื่องความยืดหยุ่นในการทำงานให้พนักงานสายผลิตด้วยการไม่กำหนดเวลาเข้า-ออกที่ตายตัวเกินไป เพื่อให้พนักงานสามารถไปร่วมกิจกรรมครอบครัวได้โดยไม่ต้องลาพักร้อน กำลังทลายความเชื่อเดิมว่างานโรงงานยืดหยุ่นไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งถ้าหากองค์กรแบบโรงงานทำได้ ทำไมองค์กรแบบอื่นจะทำไม่ได้ ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่จะมีแนวโน้มได้รับความนิยมในปี 2026 คือการออกนโยบายทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ หรือการกำหนดช่วง Deep Work ที่ห้ามรบกวนกัน เพื่อคืนเวลาให้พนักงานไปพักผ่อนและเรียนรู้สิ่งใหม่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>HR Trends 2026 #8 &#8211; ธรรมาภิบาล AI ที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ AI เริ่มเข้ามามีส่วนในการประเมินผลและจ้างงาน ความเชื่อมั่นของพนักงานในความถูกต้องและความยุติธรรมจะยิ่งสำคัญมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องระวัง AI อาจทำให้ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นดูแนบเนียน (Polished errors) รวมถึงระวังการใช้ข้อมูลที่มีอคติมาป้อนให้ AI ตั้งแต่แรก ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจในเวลาต่อมา และหากไม่ตรวจสอบให้ดี อาจทำลายวัฒนธรรมหรือไปถึงขั้นทำลายองค์กรได้ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR จะต้องเป็นผู้สร้าง AI Governance เพื่อให้พนักงานได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่า AI ตัดสินใจเรื่องของพวกเขาอย่างไร และแน่ใจว่าอัลกอริทึมที่ใช้จะสร้างความโปร่งใส ยุติธรรม และไม่ลำเอียง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48288" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/designer-speaks-advisor-projected-hologram-office-area-scaled.webp" alt="HR Trends 2026" width="600" height="338" title="HR Trends 2026 : ยุค Agentic HR ที่ทักษะสำคัญกว่าปริญญา และเวลามีค่ากว่าเงินเดือน 990" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/designer-speaks-advisor-projected-hologram-office-area-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/designer-speaks-advisor-projected-hologram-office-area-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/designer-speaks-advisor-projected-hologram-office-area-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/designer-speaks-advisor-projected-hologram-office-area-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/designer-speaks-advisor-projected-hologram-office-area-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/designer-speaks-advisor-projected-hologram-office-area-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>HR Trends 2026 #9 &#8211; ข้อมูลพนักงาน (People Data) คือสินทรัพย์ทางกลยุทธ์</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอดีต ระบบ HR อาจทำหน้าที่เพียงแค่ระบบเก็บบันทึกข้อมูลหรือเก็บประวัติพนักงาน แต่ในปี 2026 ข้อมูลคนจะถูกยกระดับเป็น Workforce Intelligence ซึ่งมีความสำคัญเทียบเท่าข้อมูลทางการเงิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากองค์กรต้องการความชัดเจนในการคาดการณ์เกี่ยวกับความเสี่ยงด้านบุคลากร ต้องการรู้ช่องว่างทางทักษะของพนักงาน (Skill Gaps) ต้องรู้ว่าองค์กรมีความพร้อมในการทำ Succession Planning หรือไม่ และรูปแบบของผลิตภาพ (Productivity Patterns) เพื่อใช้ในการวางแผนธุรกิจเป็นอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI จะเปลี่ยนรายงานแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็น Skills Map หรือแผนที่ความสามารถขององค์กรที่บอกได้แบบเรียลไทม์ว่าตอนนี้คนของเราขาดทักษะอะไร หรือใครกำลังมีความเสี่ยงจะลาออก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของผู้นำ HR เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องประชุมบอร์ดจะเป็นการก้าวเข้าไปในฐานะ Key Man ด้านการวางกลยุทธ์ เพราะมีข้อมูลที่จับต้องได้จริงในมือ ซึ่งสำคัญไม่แพ้ตำแหน่งอื่น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>HR Trends 2026 #10 &#8211; การทำงานแบบข้ามสายงาน (Cross-functional HR)</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ปี 2026 จะปรับกลยุทธ์การทำงานในรูปแบบ Agile Squads ที่รวมผู้เชี่ยวชาญหลายสาขามาทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจเรื่องหนึ่งให้จบ ซึ่งจะช่วยให้การตัดสินใจรวดเร็วขึ้นและพนักงานได้รับประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ เพราะการวางโครงสร้าง HR แบบเดิมที่แบ่งแยกตามหน้าที่ (เช่น สรรหา อบรม ประเมินผล) ถือว่าล้าสมัยไปแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยี AI &amp; HR สมัยใหม่ เช่น Workday และ Microsoft Copilot สามารถเชื่อมโยงข้อมูล กระบวนการทำงาน ตลอดจนวงจรชีวิตพนักงานเข้าด้วยกัน ทำให้เส้นแบ่งของแต่ละแผนกพร่าเลือนลง </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/siloed-work-environment-10282021/"><span style="font-weight: 400;">การทำงานแบบ Silo</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่แต่ละแผนกทำงานเป็นเอกเทศจากกันจึงจะเริ่มหายไปตลอดปี 2026 เพราะไม่สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรที่ต้องตัดสินใจรวดเร็วขึ้นและสร้างประสบการณ์ดี ๆ ให้พนักงานอย่างไร้รอยต่อมากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2026 จะเป็นปีที่ HR หลุดพ้นจากบทบาทเดิม ๆ แล้วกลายเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่ตามเทรนด์ แต่คือการสร้างระบบใหม่ที่ทั้งมนุษย์และเทคโนโลยีทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง 10 เทรนด์ที่เราพูดถึงล้วนชี้ไปที่จุดเดียวกันคือ HR ต้องกล้าตัดสินใจด้วยข้อมูล สร้างสภาพแวดล้อมที่ใส่ใจคน และใช้เทคโนโลยีเพื่อปลดปล่อยศักยภาพของทุกคนในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกของการทำงานกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และ HR ที่พร้อมจะเป็นผู้ที่เปลี่ยนความผันผวนให้กลายเป็นความลื่นไหล เป็น HR ที่ไม่เพียงแค่ปรับตัวตาม แต่เป็นผู้ที่เดินนำหน้าและสร้างอนาคตของการทำงานด้วยตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขอให้ปี 2026 คือปีทองของ HR ทุกท่านนะ</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sources:</b></p>
<p><a href="https://www.hibob.com/guides/hr-trends-2026/" target="_blank" rel="noopener">hibob</a></p>
<p><a href="https://www.linkedin.com/pulse/10-predictions-hr-tech-2026-amber-grewal-mqigc/" target="_blank" rel="noopener">LinkedIn</a></p>
<p><a href="https://www.aihr.com/blog/hr-trends/" target="_blank" rel="noopener">Aihr</a></p>
<p><a href="https://jobs.globalcioforum.com/blog/gartner-identifies-four-trends-talent-management-leaders-should-prepare-for-in-2026" target="_blank" rel="noopener">Jobs Globalcioforum</a></p>
<p><a href="https://www.hrdconnect.com/2025/12/09/ai-predictions-in-hr-2026/" target="_blank" rel="noopener">Hrdconnect</a></p>
<p><a href="https://blog.radancy.com/2025/11/20/hr-trends-2026-whats-next-in-people-strategy-technology-and-talent-management/" target="_blank" rel="noopener">Radancy Management</a></p>
<p><a href="https://www.claro-mentor.com/post/the-10-hr-trends-that-will-define-2026-from-ai-adoption-to-agentic-transformation" target="_blank" rel="noopener">Claro-mentor</a></p>
<p><a href="https://kpmg.com/xx/en/our-insights.html" target="_blank" rel="noopener">KMPG</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี 7" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-trends-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดแรงงานไทย 2569 กับสงครามชิงตัวคนเก่ง ท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนทักษะ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-survey/thailand-talent-market-2569-251218/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-survey/thailand-talent-market-2569-251218/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Dec 2025 07:35:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Robert Walters Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48224</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ตลาดแรงงานไทย 2569 เตรียมเผชิญภาวะขาดแคลนทักษะรุนแรงขึ้น องค์กรไทยกว่า 2 ใน 3 เผชิญปัญหาหาคนเก่งยาก เพราะขาดผู้สมัครที่มีประสบการณ์ตรงและทักษะที่ตรงความต้องการของตลาด แนวโน้มการจ้างงานเปลี่ยนไป บริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับทักษะจริง มากกว่าปริญญา พร้อมแข่งขันด้วยค่าตอบแทนสูงเพื่อแย่งชิงผู้เชี่ยวชาญ แต่ไม่แทนที่มนุษย์ องค์กรไทยเริ่มใช้ AI ในกระบวนการ HR ด้านต่าง ๆ แต่ถึง AI จะมีบทบาทมากขึ้น ก็ยังต้องพึ่งพาทักษะมนุษย์ เช่น การตัดสินใจเชิงจริยธรรม และการสร้างความสัมพันธ์ภายในองค์กรอยู่ดี เงินไม่ใช่คำตอบเดียวในการรักษาคนเก่ง แต่พนักงานให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจคน ความยืดหยุ่นในการทำงาน และโอกาสในการเรียนรู้มากขึ้น ตลาดแรงงานไทยในปี 2569 กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความไม่แน่นอนทางการเมือง องค์กรต่าง ๆ ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับภาวะขาดแคลนทักษะ ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการเติบโต ประกอบกับการแย่งชิงการแย่งชิงผู้เชี่ยวชาญและผู้นำที่มีศักยภาพทวีความดุเดือดมากขึ้น ล่าสุด Robert Walters Thailand เปิดตัวรายงานผลสำรวจเงินเดือนระดับโลก ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญและองค์กรกว่า 900 ราย ครอบคลุมทั้งแนวโน้มตลาดในหลายอุตสาหกรรม มุมมองต่อการใช้ AI และทัศนคติของคนรุ่น [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li aria-level="1"><span>ตลาดแรงงานไทย 2569 เตรียมเผชิญภาวะขาดแคลนทักษะรุนแรงขึ้น องค์กรไทยกว่า 2 ใน 3 เผชิญปัญหาหาคนเก่งยาก เพราะขาดผู้สมัครที่มีประสบการณ์ตรงและทักษะที่ตรงความต้องการของตลาด</span></li>
<li aria-level="1"><span>แนวโน้มการจ้างงานเปลี่ยนไป บริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับทักษะจริง มากกว่าปริญญา พร้อมแข่งขันด้วยค่าตอบแทนสูงเพื่อแย่งชิงผู้เชี่ยวชาญ</span></li>
<li aria-level="1"><span>แต่ไม่แทนที่มนุษย์ องค์กรไทยเริ่มใช้ AI ในกระบวนการ HR ด้านต่าง ๆ แต่ถึง AI จะมีบทบาทมากขึ้น ก็ยังต้องพึ่งพาทักษะมนุษย์ เช่น การตัดสินใจเชิงจริยธรรม และการสร้างความสัมพันธ์ภายในองค์กรอยู่ดี</span></li>
<li aria-level="1"><span>เงินไม่ใช่คำตอบเดียวในการรักษาคนเก่ง แต่พนักงานให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจคน ความยืดหยุ่นในการทำงาน และโอกาสในการเรียนรู้มากขึ้น</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48226" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-18T143202.201.webp" alt="thailand-talent-market-2569" width="600" height="370" title="ตลาดแรงงานไทย 2569 กับสงครามชิงตัวคนเก่ง ท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนทักษะ 994" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-18T143202.201.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-18T143202.201-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลาดแรงงานไทยในปี 2569 กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความไม่แน่นอนทางการเมือง องค์กรต่าง ๆ ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับภาวะขาดแคลนทักษะ ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการเติบโต ประกอบกับการแย่งชิงการแย่งชิงผู้เชี่ยวชาญและผู้นำที่มีศักยภาพทวีความดุเดือดมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุด Robert Walters Thailand เปิดตัวรายงานผลสำรวจเงินเดือนระดับโลก ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญและองค์กรกว่า 900 ราย ครอบคลุมทั้งแนวโน้มตลาดในหลายอุตสาหกรรม มุมมองต่อการใช้ AI และทัศนคติของคนรุ่น Gen Z ที่กำลังกลายเป็นกำลังหลักขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจากรายงานนี้ชี้ชัดว่าภาวะขาดแคลนทักษะ และการแข่งขันเพื่อแย่งชิงผู้เชี่ยวชาญ กำลังเป็นอุปสรรคสำคัญของการเติบโตในภาคธุรกิจ เจาะลึกไฮไลต์สำคัญจากรายงานฉบับนี้ได้ที่นี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>คนเก่งหายาก และทักษะไม่ตรงความต้องการ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Robert Walters Thailand พบว่ามีองค์กรไทยจำนวน 2 ใน 3 ระบุว่า อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการจ้างงานคือ ไม่มีคนที่มีความสามารถและประสบการณ์ตรงจุดเข้ามาสมัครพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา ผู้จัดการประจำ Robert Walters Thailand</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบายว่า ปัจจุบันบริษัทต่างใช้เวลามากขึ้นในการคัดเลือกบุคลากร เพราะต้องการความแม่นยำและความเหมาะสมสูงสุด ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวน ทำให้หลายองค์กรตัดสินใจชะลอการจ้างงานออกไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อต้องจ้างจริง ก็มุ่งเน้นไปที่</span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/38"><span style="font-weight: 400;">ผู้บริหารระดับสูง</span></a><span style="font-weight: 400;">ที่มีประสบการณ์พอจะนำพาองค์กรฝ่าวิกฤตได้มากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สภาวะนี้ยิ่งซับซ้อนขึ้นด้วยปัจจัยภายนอก ทั้งความไม่แน่นอนทางการเมืองและค่าเงินบาทที่แข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกและการท่องเที่ยว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>3 แนวโน้มสำคัญที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าตลาดงาน</b></h2>
<h3><b>1. จ้างตามทักษะ ไม่ดูแค่วุฒิการศึกษา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กระแสใหม่ที่กำลังมาแรงในตลาดแรงงานไทยปี 2569 คือการมองหาพนักงานจากความสามารถจริง ๆ มากกว่าการมีแค่ใบปริญญา บริษัทต้องการคนที่เข้ามาแล้วทำงานได้ทันที ไม่ต้องฝึกหัดนาน ในสภาพแวดล้อมธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเช่นนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลที่ตามมาคือ คนที่มีทักษะ พร้อมใช้งานทันที จะสามารถเรียกค่าตัวสูงได้ ใครที่ย้ายงานแล้วมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมีโอกาสได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น 15-20% จากที่เดิม สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรต่างยอมจ่ายเพื่อแย่งตัวคนเก่งมาได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>2. พัฒนาทักษะเก่า เติมทักษะใหม่ กุญแจสู่ความอยู่รอด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ควบคู่ไปกับการจ้างงานตามทักษะ การฝึกอบรมพนักงานเดิมให้มีความสามารถใหม่ ๆ กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญ เมื่อเทคโนโลยีและตลาดเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การลงทุนพัฒนาคนในองค์กรจึงเป็นทางออกที่ดีกว่าการหาคนใหม่ที่หายาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานไทยกว่า 60% ต้องการ</span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/10"><span style="font-weight: 400;">การฝึกอบรมเพื่อเติมเต็มช่องว่างทักษะ</span></a><span style="font-weight: 400;">และ</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210922-career-path/"><span style="font-weight: 400;">สร้างเส้นทางเติบโตในอาชีพ</span></a><span style="font-weight: 400;"> สำหรับนายจ้าง นี่คือโอกาสสร้างทีมที่คล่องตัว ปรับตัวได้ และพร้อมขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางนี้สำคัญเป็นพิเศษในบริบทประเทศไทยที่มีอัตราว่างงานต่ำและคนหางานน้อยลง การเปิดโอกาสให้คนเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ จึงเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนกว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>3. ผู้นำคือหัวใจในการฝ่าวิกฤต</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลาดแรงงานไทยในปี 2569 การแข่งขันเพื่อแย่งตัวผู้บริหารระดับสูงทวีความดุเดือด เมื่อทุกองค์กรต่างต้องการผู้นำที่มีประสบการณ์มาขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและพาบริษัทรอดพ้นความไม่แน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>นัฐติยา ซอล ผู้อำนวยการ Robert Walters Thailand </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่าความสำเร็จในอนาคตขององค์กรขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นและการปรับตัว เมื่อสถานการณ์ไม่แน่นอน บริษัทต้องการผู้นำที่เข้มแข็งพอจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ นำเสนอไอเดียใหม่ และสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การหาผู้นำระดับสูงก็ไม่ง่าย เพราะคนเก่งมีจำกัด ความคาดหวังเรื่องค่าตอบแทนสูง และหลายคนก็ไม่อยากเปลี่ยนงาน บวกกับบริษัทเก่าพยายามดึงตัวกลับด้วยข้อเสนอที่ดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากความสามารถเชิงธุรกิจ นายจ้างยังให้ความสำคัญกับ </span><a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/soft-skills-matching-guide-250425/"><span style="font-weight: 400;">Soft Skills</span></a><span style="font-weight: 400;"> ของผู้นำมากขึ้น อาทิ ความสามารถในการแก้ปัญหา การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม ความฉลาดทางอารมณ์ และทัศนคติที่ดี องค์กรจึงนิยมหาผู้นำจากตลาดในประเทศ เพราะเข้าใจบริบทท้องถิ่นและสามารถนำพาองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ดึงดูดและรักษาคนเก่ง: ความท้าทายที่แก้ไม่ได้ด้วยเงินอย่างเดียว</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">บุคลากรที่มีความสามารถ คือทรัพยากรที่หายากที่สุดในตลาดแรงงานไทยปี 2569 และองค์กรต่าง ๆ ไม่ได้เผชิญแค่ความท้าทายในการหาคนเก่งเท่านั้น แต่ยังต้องทุ่มเทไม่แพ้กันในการรักษาคนเก่งที่มีอยู่ให้คงอยู่กับองค์กรให้นานที่สุดด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากรายงานพบว่า พนักงานไทยจำนวนมากกำลังมองหาโอกาสใหม่อยู่เสมอ ส่งผลให้การแข่งขันดึงตัวบุคลากรคุณภาพในตลาดทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ค่าตอบแทนยังคงเป็นปัจจัยอันดับต้น ๆ ที่พนักงานให้ความสำคัญ โดย </span><b>60% ของผู้สมัครมองว่าเงินเดือนคือปัจจัยหลัก</b><span style="font-weight: 400;"> แต่ในโลกการทำงานยุคใหม่ เงินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยสำคัญอื่นที่พนักงานให้ความสำคัญมีดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความยืดหยุ่นในการทำงาน</b><span style="font-weight: 400;">: 44% ต้องการมีทางเลือกในการจัดการเวลาทำงานและสถานที่ทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความมั่นคงในอาชีพ</b><span style="font-weight: 400;">: 37% มองหาความปลอดภัยและความชัดเจนในเส้นทางอาชีพ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลยังเผยให้เห็นแนวโน้มการปรับค่าตอบแทนในปี 2569 ที่สะท้อนการแข่งขันอย่างดุเดือด</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>97% ของนายจ้างมีแผนปรับขึ้นเงินเดือน</b></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ในกลุ่มพนักงานปัจจุบัน: 74% ขององค์กรจะปรับขึ้นที่อัตรา 2–4%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สำหรับพนักงานใหม่: 35% จะได้รับการปรับขึ้นในช่วง 1–5%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และ 21% ของนายจ้างถึงกับพร้อมปรับเพิ่มเงินเดือน 11–15% หากจำเป็นต้องดึงตัวบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางเข้ามา</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เงินไม่ใช่คำตอบเดียวของการรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว</span></p>
<p><b>องค์กรที่ประสบความสำเร็จในการรักษาพนักงาน มักมีจุดร่วมคือภาวะผู้นำที่ใส่ใจคน ไม่ใช่แค่เรื่องของประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังรวมถึงความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และการสื่อสารอย่างเปิดกว้าง</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้นำที่สามารถสร้างความไว้วางใจและแรงบันดาลใจให้กับทีมได้ กลายเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากพอ ๆ กับตัวพนักงานเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นคนเป็นศูนย์กลาง (</span><a href="https://th.hrnote.asia/hr-survey/human-centric-leadership-250606/"><span style="font-weight: 400;">Human-Centric Culture</span></a><span style="font-weight: 400;">) ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ เพราะช่วยลดอัตราการลาออก เพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน และเสริมสร้างความผูกพันกับองค์กรในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ การสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่พนักงานยุคใหม่ให้ความสำคัญ องค์กรที่ลงทุนในการฝึกอบรมและพัฒนาคนอย่างจริงจัง ย่อมได้เปรียบในเกมการดึงดูดใจคนเก่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับสวัสดิการยอดนิยมที่องค์กรไทยส่วนใหญ่มี ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มากกว่า 90% มีโบนัสประจำปี </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มากกว่า 69% มีประกันสุขภาพเชิงพาณิชย์ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มากกว่า 53% มีค่าเดินทางให้พนักงาน </span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า กลยุทธ์ในการดึงดูดและรักษาคนเก่งในยุคใหม่นั้น ไม่สามารถพึ่งพาตัวเลขเงินเดือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องอาศัยความเข้าใจ ความยืดหยุ่น และการลงทุนในคนอย่างแท้จริง</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45345" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-06T175014.471.webp" alt="Human-Centric Leadership ผู้นำที่ยึดคนเป็นศูนย์กลางคือคำตอบขององค์กรยุคใหม่" width="600" height="370" title="ตลาดแรงงานไทย 2569 กับสงครามชิงตัวคนเก่ง ท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนทักษะ 995" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-06T175014.471.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-06T175014.471-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hr-survey/human-centric-leadership-250606/">Human-Centric Leadership ผู้นำที่ยึดคนเป็นศูนย์กลางคือคำตอบขององค์กรยุคใหม่</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>AI = โอกาสใหม่และความท้าทายที่ต้องเตรียมรับมือ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเข้ามาของ AI กลายเป็นพลังเปลี่ยนเกมในตลาดแรงงานอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในกระบวนการสรรหาบุคลากร ซึ่งกำลังถูกปรับโฉมใหม่ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยให้องค์กรคัดเลือกคนได้แม่นยำ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรขนาดใหญ่ในไทยเริ่มนำ AI มาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนประกาศรับสมัครงาน จัดตารางสัมภาษณ์ ไปจนถึงการประเมินผู้สมัครแบบออนไลน์โดยอัตโนมัติ แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยลดระยะเวลาและต้นทุน แต่ยังเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้สมัครที่ตรงความต้องการได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากผลสำรวจล่าสุด พบว่า</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>37% ขององค์กรไทยใช้ AI เพื่อปรับปรุงโครงสร้างกำลังคน</b></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>30% ใช้ AI กับงานด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ HR และการบริหารจัดการ</b></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่ AI กำลังเข้ามาทำงานบางส่วนแทนมนุษย์ อาชีพที่มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกแทนที่ ได้แก่ งานธุรการ บัญชี IT และการเงิน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีรูปแบบงานซ้ำซาก หรือสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงตัวเลขได้อย่างมีระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การนำ AI เข้ามาก็ไม่ได้หมายความว่าคนจะหมดความสำคัญ ตรงกันข้าม บทบาทของมนุษย์กลับยิ่งมีคุณค่ามากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนได้ เช่น การใช้วิจารณญาณ ความเข้าใจเชิงลึก การตัดสินใจเชิงจริยธรรม และที่สำคัญที่สุดคือ การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทักษะที่จำเป็นในยุคที่ AI มีบทบาทสูง ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การวิเคราะห์ข้อมูล (72%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การคิดเชิงวิพากษ์ (52%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความสามารถในการปรับตัว (34%)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ได้ง่ายดายสำหรับทุกคน ข้อมูลระบุว่า </span><b>60% ของพนักงานรู้สึกกังวลว่าจะตามไม่ทันความก้าวหน้าของ AI</b><span style="font-weight: 400;"> ขณะเดียวกัน มากกว่าครึ่งขององค์กรเชื่อว่า </span><b>25–50% ของพนักงานจำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมทักษะใหม่</b><span style="font-weight: 400;">ภายใน 5 ปีข้างหน้า เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงแม้ AI จะมอบโอกาสใหม่ให้กับองค์กร แต่การนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพยังคงเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน โดยเฉพาะในองค์กรไทยและ SME ที่อาจขาดความพร้อมทั้งในแง่ของโครงสร้างระบบและงบประมาณ ดังนั้นบทบาทของ HR ยังสำคัญ โดยเฉพาะการใช้วิจารณญาณและการสร้างความสัมพันธ์เพื่อหาคนที่ใช่ให้กับองค์กร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลาดแรงงานปี 2569 จะเป็นปีที่ตลาดแรงงานไทยเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ความท้าทายจากการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะ การแข่งขันชิงตัวผู้เชี่ยวชาญ และการปรับตัวเข้าสู่ยุค AI ทำให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างต้องปรับกลยุทธ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับองค์กร การลงทุนพัฒนาทักษะพนักงาน การสร้างผู้นำที่เข้มแกร่ง การปรับเปลี่ยนวิธีการสรรหาให้เน้นทักษะมากกว่าคุณวุฒิ และการสร้างวัฒนธรรมที่ใส่ใจพนักงาน คือกุญแจสำคัญในการดึงดูดและรักษาคนเก่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนพนักงาน การเรียนรู้ต่อเนื่อง การพัฒนาทักษะใหม่ที่ตลาดต้องการ โดยเฉพาะทักษะด้านข้อมูลและการปรับตัว จะเป็นเกราะป้องกันและโอกาสในการต่อรองที่ดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางความท้าทาย สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ อนาคตของตลาดงานไทยจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัว การลงทุนในคน และการใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด ผู้ที่เตรียมตัวและปรับตัวได้เร็ว จะเป็นผู้ชนะในสนามแข่งขันนี้</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="ตลาดแรงงานไทย 2569 กับสงครามชิงตัวคนเก่ง ท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนทักษะ 996" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-survey/thailand-talent-market-2569-251218/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนวโน้มเงินเดือนและกับดักต้นทุนที่ HR ต้องรับมือในปี 2026: ผลสำรวจจาก 2025 WTW Thailand Results Sharing</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-survey/wtw-thailand-results-sharing-251217/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-survey/wtw-thailand-results-sharing-251217/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Dec 2025 09:56:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Survey]]></category>
		<category><![CDATA[2025 WTW Thailand Results Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเงินเดือน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48216</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT แนวโน้มเงินเดือนและกับดักต้นทุนที่ HR ต้องรับมือในปี 2026 จากรายงาน 2025 WTW Thailand Results Sharing พบว่า องค์กรส่วนใหญ่ยังมีแผนขึ้นเงินเดือนเฉลี่ย 4.9% ในปี 2026 เพื่อรักษาคนเก่งไว้ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและการเงินที่มีการให้โบนัสและค่าตอบแทนเฉพาะทางสูงขึ้น สายงาน AI และ Digital พุ่งแรง ค่าตอบแทนทะลุเฉลี่ยตลาด ตำแหน่งที่เกี่ยวกับ AI มีค่าตอบแทนสูงกว่าตลาดถึง 56% และองค์กรยอมจ่ายสูงติดท็อป 25% เพื่อดึงคนเก่งเข้าร่วมทีม เงินอาจดึงดูดคนเก่งได้ แต่ไม่ใช่เหตุผลที่คนเก่งจะอยู่ต่อ ปัจจัยที่ทำให้คนอยู่กับองค์กรระยะยาว ได้แก่ โอกาสสร้างผลงานที่มีความหมาย งานที่ท้าทาย และนโยบาย Remote Work HR ต้องระวังต้นทุนสวัสดิการพุ่ง และเริ่มเปลี่ยนสู่ระบบตามทักษะ ค่ารักษาพยาบาลปี 2025 พุ่ง 14.2% ทำให้หลายองค์กรหันมาใช้สวัสดิการแบบยืดหยุ่น พร้อมเริ่มปรับแนวคิดจาก Job-Based เป็น Skills-Based แต่ยังมีความพร้อมต่ำในไทย เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายหนักหน่วงตลอดปี 2025 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">HIGHLIGHT</p>
<ul>
<li>แนวโน้มเงินเดือนและกับดักต้นทุนที่ HR ต้องรับมือในปี 2026 จากรายงาน 2025 WTW Thailand Results Sharing พบว่า องค์กรส่วนใหญ่ยังมีแผนขึ้นเงินเดือนเฉลี่ย 4.9% ในปี 2026 เพื่อรักษาคนเก่งไว้ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและการเงินที่มีการให้โบนัสและค่าตอบแทนเฉพาะทางสูงขึ้น</li>
<li>สายงาน AI และ Digital พุ่งแรง ค่าตอบแทนทะลุเฉลี่ยตลาด ตำแหน่งที่เกี่ยวกับ AI มีค่าตอบแทนสูงกว่าตลาดถึง 56% และองค์กรยอมจ่ายสูงติดท็อป 25% เพื่อดึงคนเก่งเข้าร่วมทีม</li>
<li>เงินอาจดึงดูดคนเก่งได้ แต่ไม่ใช่เหตุผลที่คนเก่งจะอยู่ต่อ ปัจจัยที่ทำให้คนอยู่กับองค์กรระยะยาว ได้แก่ โอกาสสร้างผลงานที่มีความหมาย งานที่ท้าทาย และนโยบาย Remote Work</li>
<li>HR ต้องระวังต้นทุนสวัสดิการพุ่ง และเริ่มเปลี่ยนสู่ระบบตามทักษะ ค่ารักษาพยาบาลปี 2025 พุ่ง 14.2% ทำให้หลายองค์กรหันมาใช้สวัสดิการแบบยืดหยุ่น พร้อมเริ่มปรับแนวคิดจาก Job-Based เป็น Skills-Based แต่ยังมีความพร้อมต่ำในไทย</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48218" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-17T164205.760.webp" alt="2025 WTW Thailand Results Sharing" width="600" height="370" title="แนวโน้มเงินเดือนและกับดักต้นทุนที่ HR ต้องรับมือในปี 2026: ผลสำรวจจาก 2025 WTW Thailand Results Sharing 1002" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-17T164205.760.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-17T164205.760-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายหนักหน่วงตลอดปี 2025 จะเห็นได้ว่า </span><b>ภาวะหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงถึง 88.4% และมีการคาดการณ์ว่า GDP ทั้งปีอาจเติบโตเพียง 2% เท่านั้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ตลาดแรงงานกลับเกิดปรากฏการณ์สวนทางกัน คือสงครามแย่งชิงคนเก่ง (</span><a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/220215-war-of-talent-and-talent-management/"><span style="font-weight: 400;">Talent War</span></a><span style="font-weight: 400;">) ที่ดุเดือดกว่าที่คิด โดยเฉพาะในกลุ่มสายงานดิจิทัลและ AI ส่งผลให้ค่าตัวคนทำงานในสายนี้พุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/174"><span style="font-weight: 400;">WTW</span></a><span style="font-weight: 400;"> บริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลระดับโลก ได้เปิดเผยรายงาน 2025 WTW Thailand Results Sharing ซึ่งเป็นผลสำรวจเกี่ยวกับเงินเดือน ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมทั่วไป การเงิน เทคโนโลยี และเทรนด์ Digital Talent ผลที่ออกมาพบว่ามีหลายประเด็นน่าสนใจทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX จึงสรุปสาระสำคัญจากรายงานดังกล่าว เพื่อให้ HR นำไปปรับใช้ในการวางกลยุทธ์บริหารคนปี 2026 ให้สอดรับกับสถานการณ์จริง ติดตามรายละเอียดเจาะลึกได้ในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>แนวโน้มเงินเดือนและโบนัส ปี 2025-2026</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48221" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2164240561-scaled.webp" alt="2025 WTW Thailand Results Sharing" width="600" height="400" title="แนวโน้มเงินเดือนและกับดักต้นทุนที่ HR ต้องรับมือในปี 2026: ผลสำรวจจาก 2025 WTW Thailand Results Sharing 1003" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2164240561-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2164240561-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2164240561-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2164240561-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2164240561-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2164240561-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ในภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัว แต่น่าสังเกตว่าองค์กรส่วนใหญ่ยังขึ้นเงินเดือนพนักงาน ด้วยเหตุผลหลัก ๆ คือเพื่อรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรต่อ และเพื่อให้พวกเขาใช้ชีวิตท่ามกลางสภาวะเงินเฟ้อสูงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยงบประมาณในการขึ้นเงินเดือน (Salary Budget Increase) ของไทยในปีหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ 4.9% ปรับเพิ่มขึ้นจาก 4.5% ในปี 2025</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อเจาะลึกลงไปในแต่ละอุตสาหกรรม จะพบตัวเลขคาดการณ์ว่าจะขึ้นเงินเดือนปี 2026 ที่น่าสนใจดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อุตสาหกรรมทั่วไป (General Industry)</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211;  ขึ้นเงินเดือน 4.9% พร้อมกับโบนัสเฉลี่ยประมาณ 2.0 เดือน สะท้อนว่าภาคอุตสาหกรรมทั่วไปมีความมั่นคงทีเดียว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่ม Tech, Media &amp; Gaming</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ขึ้นเงินเดือน 4.8% ไม่ต่างกับอุตสาหกรรมทั่วไปมาก โดย 88% ของบริษัทในกลุ่ม Tech &amp; Digital ใช้วิธีจ่ายโบนัสแบบคงที่ (Fixed Bonus) ขณะที่กลุ่ม Tech Manufacturing จะจ่ายแบบคงที่เพียง 55% เท่านั้น ส่วนโบนัสรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 1.9 เดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่ม Financial Services</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ขึ้นเงินเดือน 4.4% น้อยกว่า 2 อุตสาหกรรมข้างต้น แต่จะทดแทนด้วยการให้ Variable Bonus หรือเงินพิเศษที่จะมาจาก Performance ในการทำงาน แล้วให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ประมาณ 2.1 เดือน เพื่อสร้างแรงจูงใจที่สอดคล้องกับผลประกอบการจริง</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48222" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Screenshot-2025-12-17-164433.webp" alt="2025 WTW Thailand Results Sharing" width="600" height="335" title="แนวโน้มเงินเดือนและกับดักต้นทุนที่ HR ต้องรับมือในปี 2026: ผลสำรวจจาก 2025 WTW Thailand Results Sharing 1004" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Screenshot-2025-12-17-164433.webp 1039w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Screenshot-2025-12-17-164433-300x167.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Screenshot-2025-12-17-164433-1024x572.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Screenshot-2025-12-17-164433-768x429.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>เมื่อ AI ค่าตัวสายงานดิจิทัลพุ่ง สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปถึง 56%</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่ตำแหน่งงานทั่วไปมีการเติบโตของค่าตอบแทนตามปกติ ไฮไลต์ที่น่าสนใจจากการสำรวจครั้งนี้กลับอยู่ในตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับ AI เมื่อมีค่าตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดถึง 56% กระโดดขึ้นมาจาก 25% ในปีก่อนหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ แม้ยอดประกาศรับสมัครงานโดยรวมทั้งตลาดจะลดลง แต่ตำแหน่งงานด้าน AI กลับมีประกาศรับสมัครงานเติบโตสวนกระแสถึง +7.5% เลยทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และตำแหน่งงาน Premium ที่องค์กรในตลาดยอมจ่ายแพงติดท็อป 25% ของตลาด (P75) หรือบริษัทยอมจ่ายแพงกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ถึง 3 ใน 4 ราย เพื่อให้ได้ตัวคนกลุ่มนี้มาร่วมงานนั้น โดยเฉลี่ยแล้วมีค่าตอบแทนรวมรายปีสูงกว่าตำแหน่งทั่วไปในระดับเดียวกันถึง 44% สามารถแบ่งได้ 2 กลุ่มดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สาย Tech &amp; Digital</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ตำแหน่งที่ได้รับความต้องการสูงสุดคือ Back-End Development, Internet/Web Application Development และ AI Applications โดยกลุ่มงานที่มีความหลากหลายทางทักษะ (Multidiscipline) อาจได้รับค่าตอบแทนรวมสูงกว่าปกติถึง 30%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สาย Financial Services &#8211;</b><span style="font-weight: 400;"> กลุ่มงานที่มีมูลค่าสูงสุดคือ งานสายคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial) และ Equities Sales &amp; Trading ซึ่งได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าตำแหน่งทั่วไปในระดับเดียวกันถึง 35%</span></li>
</ol>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48220" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Screenshot-2025-12-17-142310.webp" alt="2025 WTW Thailand Results Sharing" width="600" height="340" title="แนวโน้มเงินเดือนและกับดักต้นทุนที่ HR ต้องรับมือในปี 2026: ผลสำรวจจาก 2025 WTW Thailand Results Sharing 1005" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Screenshot-2025-12-17-142310.webp 1038w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Screenshot-2025-12-17-142310-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Screenshot-2025-12-17-142310-1024x580.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Screenshot-2025-12-17-142310-768x435.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>เงินอาจทำให้พนักงานอยากทำงานด้วย แต่ไม่ใช่สิ่งที่รั้งใจคนเก่งให้อยู่ต่อ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจเข้าใจว่าเงินคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการรั้งคนเก่งให้อยู่ต่อ แต่ข้อมูลจากกลุ่ม Digital Talent ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันสูง เผยให้เห็นภาพที่แตกต่างออกไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากผลสำรวจปัจจัยดึงดูดและรักษาพนักงาน (Attraction vs. Retention Drivers) พบว่า 3 ปัจจัยหลักที่ดึงดูดคนสาย Tech ให้เข้ามาสมัครงาน ประกอบด้วย</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Remote Working Policy &#8211; นโยบายการทำงานจากที่บ้าน/ทางไกล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Reputation of the Organization &#8211; ชื่อเสียงองค์กรที่ดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Cash Compensation (เงินค่าตอบแทน)</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ที่น่าสนใจคือ ปัจจัยที่ทำให้พนักงานอยากอยู่กับองค์กรในระยะยาว กลับแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Ability to Have a Real Impact (โอกาสได้สร้างผลงานที่ส่งผลกระทบจริงต่อองค์กร)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Interesting/Challenging Work (งานที่น่าสนใจและท้าทาย)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Remote Working Policy (นโยบายการทำงานจากที่บ้าน/ทางไกล)</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">แสดงให้เห็นว่า แม้เงินจะสำคัญในการดึงดูดคนเก่ง แต่สิ่งที่ทำให้พนักงานอยากอยู่ต่อคือโอกาสได้เติบโตและสร้างผลงานที่มีความหมาย และถึงแม้นโยบาย Remote Working จะทำให้คนอยากมาทำงานด้วย แต่มันไม่ได้สำคัญอันดับที่ 1 ในการทำให้คนอยากอยู่กับองค์กรยาว ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนกลยุทธ์ที่องค์กรชั้นนำใช้ Retain พนักงาน</span> <span style="font-weight: 400;">จากการสำรวจพบว่ามี 3 กลยุทธ์ยอดนิยมที่องค์กรชั้นนำชอบใช้ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>โครงการรางวัลพิเศษ (Differentiated Reward Programs)</b><span style="font-weight: 400;"> หรือการให้รางวัลและค่าตอบแทนที่ไม่ได้ใช้มาตรฐานเดียวกับพนักงานทั่วไป แต่ถูกปรับแต่งมาโดยเฉพาะเพื่อใช้ในการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีทักษะสำคัญที่ตลาดขาดแคลน47%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เพิ่มฐานเงินเดือน (Enhanced Base Pay)</b><span style="font-weight: 400;"> 45%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ให้โบนัสพิเศษเพื่อการรักษาพนักงาน (Retention Bonuses)</b><span style="font-weight: 400;"> อยู่ที่ 26%</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>การเปลี่ยนผ่านจาก Job-Based สู่ Skills-Based ทิศทางใหม่ที่ยังไปไม่ถึงฝัน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เทรนด์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนจากการจ่ายค่าตอบแทนตามตำแหน่งงาน มาเป็นการจ่ายตามทักษะที่แท้จริง แต่ในประเทศไทยมีองค์กรเพียง 10% เท่านั้นที่มี Skills Library หรือคลังข้อมูลทักษะของคนในองค์กรที่ชัดเจน และยังไม่มีองค์กรใดเลยที่มีระบบติดตามทักษะรายบุคคลที่สมบูรณ์พร้อม ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหาก HR ไม่รู้ว่าพนักงานมีทักษะอะไรบ้าง ก็ไม่สามารถวางแผนกลยุทธ์ในการ </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/build-buy-borrow-bridge-240514/"><span style="font-weight: 400;">Build, Buy, Borrow</span></a><span style="font-weight: 400;"> ทักษะได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน ทักษะที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงสุด (Emerging Skills) ได้แก่ Generative AI, Prompt Engineering, Data Storytelling และ Cyber Threat Management ซึ่งเป็นทักษะที่องค์กรต้องเร่งพัฒนาหรือหาคนที่มีทักษะเหล่านี้เข้ามา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ต้นทุนสวัสดิการ กับดักที่ HR ต้องระวัง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากเรื่องของค่าตอบแทนและทักษะแล้ว งบประมาณด้านสวัสดิการก็เป็นโจทย์ที่ท้าทายไม่แพ้กัน เมื่อองค์กรต้องจ่ายค่าตอบแทนสูงขึ้นเพื่อดึงดูดคนเก่ง ก็ส่งผลกระทบต่อการวางกลยุทธ์ด้านสวัสดิการขององค์กร (Benefit Strategy) ด้วย ทำให้ต้นทุนสวัสดิการที่องค์กรต้องจ่ายสูงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นทำให้ค่ารักษาพยาบาล (Medical Trend Rates) ซึ่งเป็นสวัสดิการที่สำคัญมากในประเทศไทยก็คาดการณ์ว่าจะเพิ่มสูงถึง 14.2% ในปี 2025 ส่งผลให้องค์กรถึง 72% ยอมรับว่าเผชิญความท้าทายเรื่องสวัสดิการด้านสุขภาพ (Health Benefits) มากในการบริหารงบประมาณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ องค์กรประมาณ 28% เริ่มหันมาใช้สวัสดิการแบบยืดหยุ่น (</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/flexible-benefit-240214/"><span style="font-weight: 400;">Flexible Benefits</span></a><span style="font-weight: 400;">) โดยให้วงเงินเฉลี่ยประมาณ 10,000 บาทต่อปี เพื่อให้พนักงานเลือกจัดสรรเองตามความต้องการ โดยพนักงานมักนำวงเงินนี้ไปใช้กับ 3 สิ่งนี้เป็นหลัก ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การทำฟัน (86%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ตัดแว่น (86%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ตรวจสุขภาพ (83%)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีการนี้ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมงบประมาณให้อยู่ในระดับคงที่ได้ ขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้ดีขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48219" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Screenshot-2025-12-17-142020.webp" alt="2025 WTW Thailand Results Sharing" width="600" height="334" title="แนวโน้มเงินเดือนและกับดักต้นทุนที่ HR ต้องรับมือในปี 2026: ผลสำรวจจาก 2025 WTW Thailand Results Sharing 1006" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Screenshot-2025-12-17-142020.webp 1042w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Screenshot-2025-12-17-142020-300x167.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Screenshot-2025-12-17-142020-1024x570.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Screenshot-2025-12-17-142020-768x427.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>สรุปสำรวจ 2025 WTW Thailand Results Sharing</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากผลสำรวจ 2025 WTW Thailand Results Sharing ชี้ให้เห็นว่า แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่การลงทุนในคนยังเป็นประเด็นสำคัญที่องค์กรไม่สามารถมองข้ามได้ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและ AI กำลังเปลี่ยนแปลงโลกของการทำงานอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่สามารถปรับตัวและดึงดูดคนเก่งไว้ได้ จะเป็นผู้ชนะในสงคราม Talent War ในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทวิเคราะห์ทั้งหมดนี้อ้างอิงข้อมูลจาก WTW บริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลระดับโลก ผู้นำด้านการออกแบบโครงสร้างเงินเดือนและสวัสดิการที่เป็นมาตรฐานสากล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรของคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาเพื่อวางแผนกลยุทธ์ค่าตอบแทนที่แม่นยำและแข่งขันได้ในตลาด HREX พร้อมเป็นสื่อกลางเชื่อมต่อคุณกับผู้เชี่ยวชาญจาก WTW โดยตรง </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/174"><span style="font-weight: 400;">สามารถติดต่อขอรับบริการผ่าน HREX ได้ที่นี่</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/174?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=PIC"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48001" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 208" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-survey/wtw-thailand-results-sharing-251217/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
