
แม้จะมีเว็บไซต์ประกาศงาน (Job Posting) อยู่มากมาย แต่หลายองค์กรยังคงเจอปัญหาเดิม ๆ นั่นคือหาคนในบางตำแหน่งได้ยากกว่าที่คิด บ่อยครั้งที่ประกาศไปแล้วเงียบ หรือถ้ามีผู้สมัครจำนวนมาก แต่หากพิจารณาดูดี ๆ แล้วกลับไม่ตรงความต้องการจริง ๆ ขององค์กรเลย
ด้วยกระบวนการสรรหาที่ทุกคนคุ้นเคยดี ตั้งแต่การประกาศตำแหน่ง รอผู้สมัคร คัดเลือก และนัดสัมภาษณ์ ยังใช้ได้ดีในหลายกรณี แต่เมื่อเป็นตำแหน่งเฉพาะทางหรือคนเก่งระดับที่ตลาดต้องการสูง วิธีนี้มักใช้เวลานาน และจะส่งผลโดยตรงต่อ Time To Fill ซึ่งเป็น KPI สำคัญของทีม HR Recruiter
ที่สำคัญคือ แม้คนเก่งจำนวนมากไม่ได้อยู่ในโหมดหางาน พวกเขาอาจไม่เคยเห็นประกาศนั้นเลย ดังนั้นสิ่งที่ HR Recruiter ต้องแก้ก็คือ คำถามจึงไม่ใช่แค่จะประกาศที่ไหน แต่จะหาคนที่ใช่ได้อย่างไร โดยไม่ต้องรอให้เขาส่งใบสมัครก่อน
3 ข้อจำกัดหลักของการหาผู้สมัครผ่าน Job Posting งานที่ HR เจอจริง
1. ตำแหน่งที่ต้องการคนมาทดแทนอย่างเร่งด่วน
เมื่อมีพนักงานลาออกกะทันหัน หรือมีโปรเจกต์ที่ต้องเดินหน้าทันที การใช้เว็บประกาศงานมักใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน เพราะกระบวนการต้องรอทุกขั้นตอน ตั้งแต่รอให้คนเห็นประกาศ รอให้ตัดสินใจสมัคร และรอ Resume เข้ามามากพอให้คัดเลือก ในหลายสถานการณ์ การรอหมายถึงต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2. ตำแหน่งที่ต้องการทักษะเฉพาะเจาะจง
อีกกรณีที่พบได้บ่อยคือตำแหน่งที่ต้องการคนที่มีประสบการณ์หรือทักษะเฉพาะจริง ๆ แม้จะมีผู้สมัครจำนวนมาก แต่สิ่งที่ HR ต้องเผชิญคือผู้สมัครจำนวนไม่น้อยไม่ตรงกับ Skill ที่ต้องการ ทำให้ต้องใช้เวลาคัดออกทีละใบ ซึ่งสะท้อนความจริงว่า จำนวนผู้สมัคร ไม่เท่ากับ คุณภาพของ Candidate
3. ข้อเท็จจริงของตลาดงานที่มักถูกมองข้าม
เว็บประกาศงานเข้าถึงได้เฉพาะคนที่กำลังหางานอยู่ในช่วงเวลานั้น แต่ในตลาดแรงงานจริง ยังมีผู้สมัครอีกกลุ่มหนึ่งที่มีสัดส่วนสูงมาก นั่นคือกลุ่มคนเก่ง มีประสบการณ์ แต่ไม่ Active ในการหางาน ข้อมูลจากหลายแหล่งประเมินว่า คนกลุ่มนี้อาจมีสัดส่วนสูงถึง 70% ของตลาดแรงงานทั้งหมด
คนกลุ่มนี้แม้จะไม่ได้เข้าเว็บสมัครงานเป็นประจำ ไม่ได้ยื่น Resume เรื่อย ๆ แต่หากมีโอกาสที่ตรงกับความสนใจ ก็พร้อมเปิดใจพูดคุย และนี่คือจุดที่เครื่องมืออย่าง ProFinder เข้ามามีบทบาท
ProFinder คืออะไร และทำงานอย่างไร
จากข้อจำกัดของการสรรหาแบบเดิม ProFinder ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นคำตอบในกรณีที่ “การรอใบสมัครไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด”
ProFinder คือ Talent Search Platform สำหรับค้นหาผู้สมัครกลุ่ม White Collar ที่ช่วยให้ HR สามารถเริ่มค้นหาคนที่มีคุณสมบัติตรงได้ทันที
การใช้งาน ProFinder คล้ายกับเวลาใช้ Google Search แต่แทนที่จะค้นหาเว็บไซต์ เรากลับสามารถค้นหาคนได้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ผู้สมัครสมัครเข้ามาก่อน
เนื่องจาก HREX ได้ลอง Demo ระบบ ProFinder ด้วยตัวเองแล้ว พบว่ามีจุดที่น่าสนใจหลายประการ ดังนี้
ProFinder Talent Marketplace ปลดล็อก 70% ของ Talent Pool ที่องค์กรเข้าไม่ถึง |
1. ระบบค้นหาที่ใช้งานง่ายและเป็นระบบ
ProFinder ออกแบบการค้นหาให้ครอบคลุมหลายมิติ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการหาผู้สมัคร ไม่ว่าจะเป็น
- Role Match – ค้นหาตามตำแหน่งงาน
- Skill Match – ค้นหาตามทักษะเฉพาะ
- Industry Match – ค้นหาตามอุตสาหกรรมที่มีประสบการณ์
- Business Match – ค้นหาตามประเภทธุรกิจ
- Location Match – ค้นหาตามพื้นที่ (ใช้ Living Location)
เวลา Recruiter ค้นหาในระบบ สามารถกำหนดเงื่อนไขการค้นหาได้ชัดเจนมากกว่าการพิมพ์ Keyword กว้าง ๆ และรองรับการค้นหาแบบละเอียดขึ้น โดยสามารถใช้เครื่องหมาย ” (quote marks) , and, หรือ or เพื่อให้การค้นหา Keyword แม่นยำยิ่งขึ้น

2. AI ที่ช่วยวิเคราะห์มากกว่าที่ Resume บอก
จุดเด่นหลัก ๆ ของ ProFinder อยู่ที่การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลจาก Resume จริง ไม่ว่าจะเป็นทักษะ เครื่องมือที่เคยใช้ หรือประสบการณ์เฉพาะด้าน ระบบจะดึง Candidate ที่มี Keyword ตรงกับสิ่งที่ค้นหา โดยไม่ยึดติดแค่ชื่อตำแหน่งงาน
ในอนาคต ระบบจะเปิดให้ลูกค้าสร้าง Custom Assessment ได้เอง ซึ่งจะทำให้ HR เห็นโปรไฟล์น้อยลง แต่ผลลัพธ์จะตรงกับความต้องการมากขึ้น
3. ฐานข้อมูลและคุณภาพของผู้สมัคร
ปัจจุบัน ProFinder มีฐานผู้สมัครกลุ่ม White Collar มากกว่า 250,000 คน ทั้งในกลุ่ม Sales, Engineer, Back Office, IT, Marketing, Accounting โดยฐานข้อมูลมาจากหลายแหล่งและเพิ่มขึ้นประมาณ 10,000 คนต่อปี
จุดเด่นของฐานข้อมูลนี้จะเน้นผู้สมัครที่มีประสบการณ์ตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปในทุกอุตสาหกรรมซึ่งตอบโจทย์สำหรับบริษัทที่ต้องการคนที่มีประสบการณ์จริง หรือกลุ่มที่เรียกว่า Passive Candidate คือคนที่ไม่ได้กำลังหางานอย่าง Active แต่พร้อมพิจารณาโอกาสที่ดีเมื่อมีการติดต่อเข้ามา
4. พื้นที่และตำแหน่งงานที่มีข้อมูลเยอะ
จากข้อมูลการใช้งานจริง พบว่าพื้นที่ที่มีผู้สมัครในฐานข้อมูลมากที่สุดคือ กรุงเทพฯ ปริมณฑล ชลบุรี และระยอง ส่วนตำแหน่งงานในกลุ่ม Back Office จะมีข้อมูลเยอะที่สุด
ระบบเครดิตและแพ็คเกจ
ProFinder ใช้ระบบเครดิตในการดึงข้อมูลผู้สมัคร พร้อมคู่มือการใช้งานที่ชัดเจน ปัจจุบันมีแพ็กเกจให้เลือก 3 รูปแบบ โดยราคาเริ่มต้นไม่สูง ทำให้ลูกค้าสามารถเริ่มจากแพ็กเกจเล็กเพื่อทดลองใช้งานได้
เร็วๆ นี้จะมีฟีเจอร์ Apply ใหม่ เพื่อช่วยลดโอกาสเจอผู้สมัครที่ไม่ Active และลดการใช้เครดิตโดยไม่จำเป็น
AI Interview ฟีเจอร์ใหม่ที่กำลังจะมา
ในอนาคตอันใกล้ ProFinder เตรียมเปิดทดลองฟีเจอร์ AI Interview ที่จะช่วยให้บริษัทสามารถประเมินความสามารถของผู้สมัครได้ลึกขึ้น เซ็ตคำถามสัมภาษณ์ผู้สมัครได้สูงสุด 10 คำถามต่อ 1 ลิสต์ เช่น การประเมินทักษะภาษาอังกฤษ ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าหลายรายที่วางแผนจะนำไปใช้ควบคู่กับการค้นหาผู้สมัคร

เข้าใจความท้าทาย – ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนใช้งานจริง
1.ภาษาที่ใช้ มีผลต่อค้นหา
หากใช้ Keyword ภาษาไทยในการค้นหา จะค้นเจอผู้สมัครที่ใช้ Resume ภาษาไทยเป็นหลัก ดังนั้น เวลาค้นหาควรวางแผนการค้นหาให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายด้วย
2.ผู้สมัครอาจไม่ Active
บางครั้ง Recruiter อาจเจอผู้สมัครไม่สนใจตำแหน่งงานที่เสนอให้บ้าง แต่นี่คือลักษณะของ Passive Candidate ที่ไม่ได้แปลว่าทุกคนกำลังหางานใหม่ แต่หมายความว่าเราต้องมีช่องทางในการเข้าถึงคนเก่ง และอาจจะต้องมีจุดดึงดูดผู้สมัครผ่านการแนะนำเพื่อดึงดูดเข้าองค์กรที่มากขึ้นด้วย

3.เปรียบเทียบกับ Job Posting ทั่วไป ProFinder ใช้งานง่ายกว่าที่คิด
หลายคนอาจเปรียบเทียบแพลตฟอร์ม ProFinder กับเว็บไซต์ Job Posting โดยประเมินว่า Job Posting ใช้งานง่ายกว่าและสะดวกกว่า แต่ในความเป็นจริง ProFinder เองก็ใช้งานง่ายเช่นกัน เหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการคนทันที หรือต้องการคนที่เฉพาะเจาะจงมาก ขณะที่ Job Posting เหมาะกับการหาคนในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 เครื่องมือนี้สามารถใช้ร่วมกันได้
ProFinder เหมาะกับตำแหน่งงานแบบไหน
ProFinder ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแทนที่เว็บประกาศงานทั้งหมด แต่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาในกรณีที่การรอใบสมัครไม่ใช่คำตอบ โดยเฉพาะตำแหน่งงานที่มีข้อจำกัดด้านเวลาและความเฉพาะเจาะจง เช่น
- ตำแหน่งเร่งด่วน ที่ไม่สามารถรอขั้นตอนการสรรหาแบบ Long Process ได้
- ตำแหน่งเฉพาะทาง ที่ต้องการทักษะหรือประสบการณ์เฉพาะ และไม่สามารถคัดเลือกจากผู้สมัครทั่วไปจำนวนมากได้
- ตำแหน่งที่ต้องการคุณภาพมากกว่าปริมาณ ทีมต้องการเริ่มจาก Candidate ที่มีความใกล้เคียงกับความต้องการจริง ตั้งแต่ต้น เพื่อลดภาระการคัด Resume
ในกรณีเหล่านี้ การเริ่มค้นหาใน ProFinder แทนการรอ จะช่วยให้กระบวนการสรรหากระชับและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ใครคือกลุ่มที่ใช้ ProFinder มากที่สุด
ผู้ใช้งาน ProFinder แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ซึ่งมีพฤติกรรมและความคาดหวังที่แตกต่างกันชัดเจน ดังนี้
1. กลุ่มที่ต้องการความรวดเร็วในการ Fill ตำแหน่ง
องค์กรในกลุ่มนี้มักมีแรงกดดันด้านเวลา เช่น ตำแหน่งว่างที่กระทบงานโดยตรง หรือโปรเจกต์ที่ต้องเดินต่อทันที กระบวนการประกาศงานแบบเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ได้ดีพอ การเข้าถึง Candidate ที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นตรงตั้งแต่แรกจึงเป็นสิ่งจำเป็น
2. กลุ่มที่ต้องการคุณภาพเฉพาะเจาะจง
กลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับความตรงของทักษะและประสบการณ์มากกว่าความเร็ว ยอมใช้เวลาในการค้นหาและติดต่อผู้สมัครโดยตรง เพื่อให้มั่นใจว่า Candidate ที่เข้าสู่กระบวนการคัดเลือก มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการจริงขององค์กร
สรุป
เครื่องมือสำหรับการสรรหาในยุคนี้ไม่ควรมีแค่ทางเลือกเดียว แม้เว็บไซต์ประกาศงานยังมีความสำคัญ แต่เครื่องมืออย่าง ProFinder จะช่วยเปิดโอกาสให้องค์กรเข้าถึงคนเก่งที่อาจไม่ได้กำลังหางานอยู่
ด้วยระบบค้นหาที่แม่นยำ ฐานข้อมูลคุณภาพ และฟีเจอร์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ProFinder จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญสำหรับ HR ที่ต้องการสรรหาคนให้ทันต่อความต้องการของธุรกิจ
หากต้องการใช้งานจริง หรือทดลองใช้งานก่อน สามารถติดต่อขอใช้บริการผ่าน HREX ได้เลย เราพร้อมเชื่อมต่อคุณ เข้าหาทางออกของทุกปัญหาด้าน Recruitment แล้วทางลิงก์นี้

