เขียน Job Description อย่างไรให้น่าสนใจ ดึงดูดคนที่ใช่! มาร่วมงาน

หากผู้สมัครต้องใช้ Resume ในการสมัครงาน เพื่อให้บริษัทต่างๆสนใจ ก็ต้องทำให้ Resume ของตัวเองชัดเจน เคลียร์และน่าดึงดูด เช่นเดียวกันกับบริษัท ที่ต้องมี Job Description ที่น่าสนใจ ชัดเจน ไม่ปิดบัง เพื่อดึงดูดผู้สมัครที่ใช่เข้ามา เพราะ Job Description ที่น่าสนใจก็เหมือนเป็น Resume ของบริษัท เป็นหน้าตาขององค์กรสำหรับผู้สมัครงานเช่นเดียวกัน

เพราะ Job Description ที่ดีนั้นบอกอะไรหลายอย่าง มันสื่อถึงความมีมาตรฐานขององค์กร รวมไปถึงลักษณะการทำงาน โครงสร้างองค์กร และ Goal หรือ Mission ขององค์กร ซึ่งทั้งหมดนั้นจะดึงดูดให้ผู้สมัครสนใจ และการที่ผู้สมัครจะสนใจได้นั้น Job Description ต้องชัดเจนและดีเสียก่อน

โดยพื้นฐานแล้ว Job Description ตามมาตรฐานนั้นประกอบไปด้วย
1. ตำแหน่งงานที่ชัดเจน / สังกัด (ฝ่าย หรือ แผนก)
2. คุณสมบัติที่ต้องการ / ทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน
3. หน้าที่และความรับผิดชอบในการทำงาน
4. โครงสร้างตำแหน่ง / สายงานบริหาร / สายงานบังคับบัญชา
นี่คือองค์ประกอบที่จำเป็นและขาดไปไม่ได้ แต่หากอยากให้ Job Description ดูน่าสนใจมากขึ้น และดึงดูด Candidate ที่ใช่และตอบโจทย์องค์กรจริงๆ มีอะไรบ้างที่ควรระบุเพิ่มเติม มาดูกันที่ข้อแรก

ระบุฐานเงินเดือนให้ชัดเจน

การระบุค่าตอบแทนที่ชัดเจนส่งผลต่อการพิจารณาการส่งใบสมัครงานของผู้สมัครมากทีเดียว เพื่อพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานบริษัทคร่าวๆได้ ควบคู่ไปกับความเหมาะสมต่อตำแหน่งงานนั้นๆ เช่น บริษัทบางแห่งหากกำหนดเงินเดือนไว้ในเรทที่มากกว่าเรททั่วๆไป ผู้สมัครก็คงพอจะ assume ได้ว่าบริษัทมีโครงสร้างบริษัทเป็นอย่างไร ใหญ่หรือเล็ก ตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบ มีขอบเขตน่าจะกว้างแค่ไหน เป็นต้น

สวัสดิการพนักงาน

สวัสดิการของพนักงานก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ผู้สมัครให้ความสนใจ อาจเรียกได้ว่า ผู้สมัครรุ่นใหม่อาจคำนึงถึงสวัสดิการที่ได้รับมากกว่าเงินเดือนเสียอีก เพราะสวัสดิการที่ดีหมายถึงการได้รับ facility ดีๆ การได้รับโอกาสในการพัฒนาตัวเอง ซึ่งปัจจุบันนี้มีสวัสดิการให้พนักงานมากมายและหลากหลายมากขึ้น เช่น บางบริษัทมีสวัสดิการให้พนักงานสามารถเบิกเงินซื้อหนังสือได้ สวัสดิการในการเบิกเงินซื้อเสื้อกันหนาว สวัสดิการคุณผู้ชายสามารถลาคลอดได้ เป็นต้น

ข้อมูลพื้นฐานของบริษัท

รายละเอียดพื้นฐานทั่วไปของบริษัท เช่น เป็นบริษัทเกี่ยวกับอะไร กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร จุดแข็งและค่านิยมของบริษัทเป็นอย่างไร สถานที่ตั้งที่ทำงานอยู่ที่ไหน เดินทางอย่างไร เหล่านี้เป็นรายละเอียดพื้นฐานของบริษัทที่จำเป็นมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งควรจะระบุไว้ให้ชัดเจนเพื่อผู้สมัครสามารถค้นหาได้โดยง่าย จากสถิติระบุไว้ว่า 64 % ของผู้สมัครงาน พวกเขาจะค้นหาข้อมูลบริษัทเสมอ และหากพวกเขาพบข้อมูลของบริษัทไม่เพียงพอหรือไม่พบเลย มีแนวโน้มสูงมากทีเดียวที่ผู้สมัครจะ move on ไปสมัครงานที่อื่น ตำแหน่งอื่นที่น่าสนใจ ค้นหาง่ายมากกว่า

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ช่วยดึงดูดให้ผู้สมัครงานสนใจ

เพราะปัจจุบันผู้สมัครนิยมอ่านรีวิวบริษัทประกอบการตัดสินใจเลือกทำงานกับบริษัทนั้นๆ หรือแม้แต่ก่อนตัดสินใจยื่น resume ว่าตำแหน่งที่สนใจนั้น มีรีวิวดีหรือแย่ มีอะไรดึงดูดความสนใจเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น สถานที่ทำงานที่น่าทำ อายุเฉลี่ยของพนักงาน มีหลักสูตรอบรมเพิ่มเติม หลักสูตรพัฒนาบุคคล มี Career Growth ที่ชัดเจนและเป็นไปได้ เป็นต้น

Missionของบริษัท วิสัยทัศน์ และวัฒนธรรมองค์กร

การที่ผู้สมัครได้รู้ถึงวิสัยทัศน์ขององค์กรก็จะช่วยให้รู้และเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าขณะนี้องค์กรอยู่ในสถานการณ์อย่างไร มีแผนหรือโครงการที่จะมุ่งหน้าไปในทิศทางไหน รวมถึงได้รู้ด้วยว่าองค์กรแห่งนี้มีบุคลิกที่เหมาะกับตนหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญมากเช่นกัน หากวิสัยทัศน์องค์กรไม่ชัดเจน ผู้สมัครมาสมัครงานก็ยังไม่ทราบถึง Mission หรือเป้าหมายขององค์กร ก็ส่งผลให้เกิดความลังเลตามมาว่าองค์กรนี้อาจจะยังไม่ใช่คำตอบหรือยังไม่เหมาะก็เป็นไปได้

ปัจจัยทั้ง 5 ข้อนี้อาจเป็นแค่เพียง Basic พื้นฐานเท่านั้นที่ HR ควรรู้และใส่ใจ อาจจะมีปัจจัยเพิ่มเติมมากกว่านี้ก็เป็นไปได้ เช่น จำนวนพนักงานในองค์กร อายุโดยเฉลี่ย ผลงานขององค์กรที่ผ่านมา ฯลฯ เพราะอย่าลืมว่า Job Description นั้นสำคัญมาก ไม่ได้สำคัญแค่เฉพาะหา candidate เท่านั้น แต่มันคือภาพลักษณ์องค์กรและชื่อเสียงขององค์กรด้วยเช่นกัน

 

คุณกำลังหาข้อมูลบริการและผลิตภัณฑ์ HR อยู่ใช่หรือเปล่า?

็HR Explore Red

HR Explore แพลตฟอร์มแรกในไทยที่รวบรวม HR Products & Services มากที่สุด

มาพร้อมระบบเปรียบเทียบราคาเพื่อช่วยตัดสินใจ จะเป็น SMEs หรือธุรกิจใหญ่ ที่นี่มีครบ !

HR Explore Red