<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Sahatorn Petvirojchai &#8211; HREX.asia</title>
	<atom:link href="https://th.hrnote.asia/author/sahatorn/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://th.hrnote.asia</link>
	<description>HREX สนับสนุนการเติบโตขององค์กรโดย HR</description>
	<lastBuildDate>Thu, 09 Jul 2026 03:24:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/favicon-96x96-1.png</url>
	<title>Sahatorn Petvirojchai &#8211; HREX.asia</title>
	<link>https://th.hrnote.asia</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here โดย PRTR Group</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-vs-agentic-ai-the-future-is-ready-here-prtr-260610/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-vs-agentic-ai-the-future-is-ready-here-prtr-260610/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 02:30:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50186</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT AI ไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นเพื่อนร่วมงาน ซึ่งทำงานบางอย่างได้ดีกว่ามนุษย์ AI กระทบธุรกิจจริงแล้ว โดยเฉพาะงาน Routine และ White Collar ระดับ Junior คือกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งผู้บริหารบนเวทีมองตรงกันว่า งานที่ทำซ้ำ อยู่หน้าจอ และทำงานกับข้อมูลจำนวนมาก มีแนวโน้มถูก AI เข้ามาแทนที่มากที่สุด AI Transformation เป็นเรื่องของผู้นำและการเปลี่ยนพฤติกรรมคน โดยการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากผู้บริหาร ลงมือใช้จริง ทดลองจริง และเชื่อมโยง AI เข้ากับ Pain Point ทางธุรกิจให้ได้ HR ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าจอ ทำงานเอกสาร Payroll หรือประกันสังคม มีโอกาสถูก AI แทนที่ แต่ HR ที่เข้าใจคน สร้างความสัมพันธ์ และทำงานใกล้ชิดพนักงาน จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น AI กลายเป็นหัวข้อที่แทบทุกเวทีธุรกิจพูดถึงในเวลานี้ โดยเฉพาะสายงาน HR ที่ถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานแรก ๆ ที่ต้องอัปเดตเทรนด์อยู่เสมอ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>AI ไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นเพื่อนร่วมงาน ซึ่งทำงานบางอย่างได้ดีกว่ามนุษย์</li>
<li>AI กระทบธุรกิจจริงแล้ว โดยเฉพาะงาน Routine และ White Collar ระดับ Junior คือกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งผู้บริหารบนเวทีมองตรงกันว่า งานที่ทำซ้ำ อยู่หน้าจอ และทำงานกับข้อมูลจำนวนมาก มีแนวโน้มถูก AI เข้ามาแทนที่มากที่สุด</li>
<li>AI Transformation เป็นเรื่องของผู้นำและการเปลี่ยนพฤติกรรมคน โดยการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากผู้บริหาร ลงมือใช้จริง ทดลองจริง และเชื่อมโยง AI เข้ากับ Pain Point ทางธุรกิจให้ได้</li>
<li>HR ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าจอ ทำงานเอกสาร Payroll หรือประกันสังคม มีโอกาสถูก AI แทนที่ แต่ HR ที่เข้าใจคน สร้างความสัมพันธ์ และทำงานใกล้ชิดพนักงาน จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50193" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-44.webp" alt="HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here - PRTR Group" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here โดย PRTR Group 6" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-44.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-44-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>AI กลายเป็นหัวข้อที่แทบทุกเวทีธุรกิจพูดถึงในเวลานี้ โดยเฉพาะสายงาน HR ที่ถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานแรก ๆ ที่ต้องอัปเดตเทรนด์อยู่เสมอ เพราะมีหน้าที่ดูแล &#8220;คน&#8221; ควบคู่ไปกับการสร้าง Productivity และขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต</p>
<p>เมื่อวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2026 HREX มีโอกาสเข้าร่วมงาน <strong>HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here</strong> ที่จัดโดย <strong><a href="https://expth.hrnote.asia/products/88">PRTR Group</a></strong> ที่ Siam Kempinski Hotel Bangkok ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้นำองค์กรจากหลากหลายมุมมองมาพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อโลกการทำงาน</p>
<p>บนเวทีประกอบด้วยคุณ <strong>ริศรา เจริญพานิช CEO, <a href="https://expth.hrnote.asia/products/88">PRTR Group</a></strong>, คุณ <strong>ยอด ชินสุภัคกุล CEO, <a href="https://lmwn.com/" target="_blank" rel="noopener">LINE MAN Wongnai</a></strong> และคุณ <strong>เอก อัศว์ศิวะกุล Head of SCB Academy</strong></p>
<p>นี่คือประเด็นสำคัญที่น่าสนใจจากการเสวนาในครั้งนี้</p>

<h2>Opening Speech: เมื่อ AI เก่งขึ้นเรื่อย ๆ แล้วคนจะอยู่ตรงไหน ?</h2>
<p>คุณริศราเปิดเวทีด้วยคำถามที่ได้รับมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาว่า &#8220;AI จะมาแทนคนไหม?&#8221; โดยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลายองค์กรยังเชื่อว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มศักยภาพให้คนทำงานได้ดีขึ้น แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ความสามารถของ AI พัฒนาอย่างรวดเร็วจนหลายคนเริ่มรู้สึกว่า AI อาจไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยอีกต่อไป</p>
<p><em>&#8220;แต่เมื่อ AI เก่งขึ้นเรื่อย ๆ คำถามจึงไม่ใช่แค่ AI จะช่วยคนอย่างไร แต่คนล่ะจะอยู่ตรงไหน ?&#8221;</em></p>
<p>ทัั้งยังยกตัวอย่างบทสนทนานอกรอบกับคุณยอดที่กล่าวติดตลกแต่ชวนคิดว่า <em>&#8220;ผมพูดตรง ๆ เลยนะครับ คนไม่เหลือแน่&#8221;</em></p>
<p>อย่างไรก็ดี งานวันนี้เขาไม่ได้ขึ้นเวทีมาขู่ใคร แต่ HR จำเป็นต้องเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เพราะ AI สามารถทำบางอย่างได้ดีกว่ามนุษย์แล้ว</p>
<p>หนึ่งในคำถามที่ถูกโยนให้ผู้เข้าร่วมงานคือ <em>&#8220;ในอีก 2 ปีข้างหน้า ทีม HR จะมีขนาดเล็กลงหรือไม่&#8221;</em> ปรากฏว่ามีคนยกมือเห็นด้วยจำนวนไม่น้อย</p>
<p>แต่เมื่อถามกลับว่า <em>&#8220;ทีม HR จะใหญ่ขึ้นเพราะมีทั้งคนและ AI ทำงานร่วมกันหรือไม่&#8221;</em> กลับแทบไม่มีใครยกมือ</p>
<p>ภาพนี้สะท้อนให้เห็นว่า <strong>แม้ทุกคนจะเชื่อว่า AI กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่หลายคนก็ยังไม่แน่ใจว่าบทบาทของมนุษย์จะเปลี่ยนไปในทิศทางใด</strong></p>
<h2>วันนี้ AI กระทบธุรกิจของคุณแล้วหรือยัง ?</h2>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-50192" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/5-BLS04215-scaled.webp" alt="HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here - PRTR Group" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here โดย PRTR Group 7" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/5-BLS04215-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/5-BLS04215-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/5-BLS04215-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/5-BLS04215-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/5-BLS04215-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/5-BLS04215-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เริ่มต้นด้วยคำถามแรกเกี่ยวกับสถานการณ์ของ AI ในภาพ โดย คุณยอดกล่าวว่า AI กระทบแล้ว และกระทบอย่างชัดเจน โดยคุณยอดมองว่า AI ส่งผลกระทบต่อธุรกิจแล้วใน 2 มิติหลัก</p>
<p><strong>มิติแรกคือการทำงานภายในองค์กร</strong> เพราะปัจจุบันทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ของ LINE MAN Wongnai ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดเป็นสัดส่วนสูงถึงประมาณ 70% ของงานทั้งหมด ขณะที่ฝ่าย Customer Service เริ่มใช้ AI ในการตอบแชตและรับสายลูกค้าแล้ว ส่วนงานอื่น ๆ เช่น การติดตามหนี้ งานขาย และงานปฏิบัติการ ก็กำลังอยู่ในช่วงทดลองใช้งาน เป้าหมายคือให้ AI สามารถช่วยแบ่งเบางานได้ถึง 50% ภายใน 2 ปีข้างหน้า</p>
<p>ภายในองค์กรยังมีการผลักดันจากผู้บริหารให้ทุกทีมใช้ AI เข้าไปอยู่ใน Workflow ของตัวเอง รวมถึงนำเครื่องมือ Automation เข้ามาช่วยลดงานซ้ำ ๆ</p>
<p>นอกจากนี้ ความสามารถในการใช้ AI ยังเริ่มกลายเป็นคุณสมบัติหนึ่งในการรับคนเข้าทำงานด้วย</p>
<p><strong>สำหรับมิติสองฝั่งลูกค้า</strong> คุณยอดมองว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น เช่น การใช้ AI ปรับแต่งรูปภาพ แปลภาษา หรือช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงยังไม่รวดเร็วเท่ากับภายในองค์กร</p>
<p>เสริมด้วยคุณริศราที่เล่าว่า ในช่วงแรก AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยคิด ช่วยเขียนอีเมล หรือช่วยสรุปงาน แต่หลังจากเริ่มใช้งาน Claude อย่างจริงจังในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บทบาทของ AI เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน</p>
<p><em>&#8220;จากเพื่อนคู่คิด กลายเป็นเพื่อนร่วมงาน&#8221;</em></p>
<p>หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเรื่อง Data Analytics เดิมทีการขอ Dashboard สำหรับใช้ตัดสินใจทางธุรกิจอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน แต่ปัจจุบันสามารถสร้างต้นแบบขึ้นมาได้ภายในคืนเดียว แม้ผลลัพธ์อาจยังไม่สมบูรณ์ 100% แต่ช่วยให้การตัดสินใจเกิดขึ้นได้เร็วกว่าเดิมมาก</p>
<p>ตามมาด้วยคุณเอกบอกว่า SCB Academy เป็นอีกองค์กรที่เริ่มนำ AI เข้ามาใช้ในหลายกระบวนการ แต่เขายอมรับว่า โจทย์สำคัญตอนนี้ไม่ใช่การนำ AI มาใช้ ทว่าเป็นการพิสูจน์ว่าใช้งานแล้วดีขึ้นจริงหรือไม่ เพราะหลายทีมเริ่มใช้งาน AI แล้ว แต่ยังไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนพอ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม หนึ่งในพื้นที่ที่เห็นผลชัดคือทีมที่ต้องสื่อสารกับลูกค้า AI สามารถช่วยฟังบทสนทนาแบบ Real-time และแจ้งเตือนทันทีเมื่อพนักงานอธิบายข้อมูลไม่ครบ หรือพลาดประเด็นสำคัญ ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>คุณเอกมองว่า <strong>องค์กรจำเป็นต้อง Reimagine วิธีการทำงานใหม่ เพราะ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มความเร็ว แต่กำลังเปลี่ยนวิธีทำงานโดยสิ้นเชิง</strong></p>
<h2>AI จะเข้ามาแทน HR หรือไม่ ?</h2>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-50190" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/3-IMG_7722-scaled.webp" alt="HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here - PRTR Group" width="600" height="450" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here โดย PRTR Group 8" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/3-IMG_7722-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/3-IMG_7722-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/3-IMG_7722-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/3-IMG_7722-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/3-IMG_7722-1536x1152.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/3-IMG_7722-2048x1536.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><em>&#8220;HR ต้องเตรียมใจ&#8221;</em></p>
<p>นี่คือคำตอบของคุณยอดอย่างตรงไปตรงมา ว่า HR ควรเตรียมตัวรับความเปลี่ยนแปลง เพราะเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกคือ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/white-collar-recession-260609/">AI กำลังเข้ามากระทบงานกลุ่ม White Collar</a> โดยเฉพาะตำแหน่งระดับ Junior</p>
<p>แม้วันนี้จะยังเป็นเพียงช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่าน แต่ในมุมของเขา นี่เพิ่งเป็นเพียงปีที่ 3 ของการเดินทางเท่านั้น และการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่านี้กำลังรออยู่ข้างหน้า</p>
<p><em>&#8220;AI มาถึงพวกเราแน่&#8221;</em> คุณยอดย้ำ</p>
<p>เขามองว่า คนที่ยังรอดแน่ ๆ คือกลุ่ม Top 25% ที่ยังเป็นที่ต้องการขององค์กร แต่คนที่อยู่ในกลุ่มล่างของตลาดแรงงานจะได้รับผลกระทบมากกว่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50191" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/4-IMG_7909-scaled.webp" alt="HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here - PRTR Group" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here โดย PRTR Group 9" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/4-IMG_7909-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/4-IMG_7909-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/4-IMG_7909-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/4-IMG_7909-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/4-IMG_7909-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/4-IMG_7909-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณเอกกล่าวเสริมในทำนองเดียวกับในมุม <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/8">Training</a> เพราะแม้แต่ Academy ก็อาจไม่จำเป็นเหมือนเดิม หลายบทบาทมีโอกาสถูกลดความสำคัญลงจาก AI รวมถึงงานด้านการเรียนรู้และพัฒนาบุคลากรเอง</p>
<p>แต่สิ่งที่จะยังคงอยู่คือการพัฒนาคน เพียงแต่รูปแบบการทำงานจะเปลี่ยนไป</p>
<p>ในอนาคต คนทำงานจะไม่สามารถยึดติดกับความเชี่ยวชาญเพียงด้านเดียวได้อีกต่อไป แต่ต้องสามารถทำงานได้หลากหลายบทบาท และพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ</p>
<p>ปิดท้ายด้วยคุณริศราที่บอกว่า HR ที่ทำงานอยู่หน้าจอทั้งวัน มีโอกาสถูกแทน เพราะ AI สามารถเข้ามาแทนงาน HR เหล่านั้นได้จริง โดยเฉพาะงานที่เป็นกระบวนการซ้ำ ๆ และใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นหลัก</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็นงาน Payroll การจัดการเอกสาร หรือการดำเนินการด้านประกันสังคม ซึ่งเป็นงานที่มีกฎเกณฑ์ชัดเจนและสามารถทำซ้ำได้</p>
<p><em>&#8220;ถ้า 5 วันสุดท้ายของเดือนทำ Payroll และอีก 5 วันแรกส่งประกันสังคมอยู่ สิ่งนี้ถูกแทนที่แน่นอน&#8221;</em></p>
<p>ในมุมของเธอ<strong> บทบาทใหม่ของ HR จึงต้องกลับไปสู่สิ่งที่ AI ทำได้ยากที่สุด นั่นคือความเป็นมนุษย์ การเข้าใจคน การพูดคุย การรับฟัง การสร้างความสัมพันธ์ และการอยู่ใกล้ชิดกับพนักงาน</strong></p>
<p>เพราะสุดท้ายแล้ว HR ไม่ได้มีหน้าที่ดูแลเอกสาร แต่มีหน้าที่ดูแลผู้คน</p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50189" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/IMG_8090-1-scaled.webp" alt="HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here - PRTR Group" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here โดย PRTR Group 10" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/IMG_8090-1-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/IMG_8090-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/IMG_8090-1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/IMG_8090-1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/IMG_8090-1-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/IMG_8090-1-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ตลอดทั้งเวที สิ่งที่ผู้บริหารทั้ง 3 ท่านเห็นตรงกันไม่ใช่เรื่องที่ AI จะมาแทนคนหรือไม่ แต่คือ Productivity ขององค์กรจะเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บางงานอาจจะหายไป เล็กลง หรืออาจถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด</p>
<p>แต่ในขณะเดียวกัน ก็จะเกิดโอกาสใหม่สำหรับคนที่พร้อมปรับตัวและเรียนรู้วิธีทำงานร่วมกับ AI</p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจคือ ทุกคนบนเวทีไม่ได้เริ่มต้นจากการเปลี่ยนองค์กรก่อน แต่เริ่มจากการเปลี่ยนตัวเอง เช่น ลองใช้ก่อน ลงมือทำก่อน เรียนรู้ก่อน แล้วค่อยขยายผลไปสู่ทีมและองค์กร</p>
<p>สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคุณจะอยู่ในตำแหน่ง HR, Manager หรือผู้บริหาร คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า AI จะเก่งขึ้นอีกแค่ไหน แต่คือวันนี้เราใช้ AI เพื่อเพิ่ม Productivity ให้กับตัวเองแล้วหรือยัง</p>
<p>เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจไม่ได้เริ่มจากองค์กร แต่อาจเริ่มจากคนคนหนึ่งที่ตัดสินใจลงมือใช้ AI ตั้งแต่วันนี้ต่างหาก</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-vs-agentic-ai-the-future-is-ready-here-prtr-260610/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แรงงานไทย 8.7 ล้านคนเสี่ยงตกงานเพราะโดน AI แทนที่ แล้ว HR ต้องรับมืออย่างไร ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/risk-losing-jobs-to-ai-hr-260610/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/risk-losing-jobs-to-ai-hr-260610/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 01:47:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[ตกงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50178</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT NESDC ส่งสัญญาณเตือนแรงงานไทยกว่า 8.7 ล้านคนอาจได้รับผลกระทบจาก Generative AI โดยตรง การว่างงานระยะยาว (นานกว่า 1 ปี) เพิ่มขึ้น 27% สะท้อนว่าคนที่หลุดออกจากระบบกลับเข้ายากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวเลข Unemployment Rate ที่ยังต่ำไม่ได้แปลว่าตลาดแรงงานแข็งแรง — HR ต้องอ่านลึกกว่านั้น โจทย์ใหม่ขององค์กรไทยไม่ใช่ &#8220;จ้างคนได้ไหม&#8221; แต่คือ &#8220;จ้างคนที่ถูกต้องในบริบทที่เปลี่ยนไปแล้วได้ไหม&#8221; เราเคยได้ยินกันมานานว่า &#8220;AI จะมาแย่งงาน&#8221; แต่ส่วนใหญ่มักฟังแล้วผ่านไป เพราะดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องของอุตสาหกรรมโรงงาน หรือเป็นเรื่องของอนาคตที่ยังมาไม่ถึง แต่ตัวเลขที่ออกมาในสัปดาห์นี้บอกว่า อนาคตนั้นมาถึงแล้ว สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDC) รายงานว่า แรงงานไทยกว่า 8.7 ล้านคน มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจาก Generative AI และในไตรมาสแรกของปี 2026 อัตราว่างงานไทยปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 0.94% หรือราว 390,000 คน พร้อมกับสัญญาณที่น่ากังวลกว่านั้น คือ การว่างงานระยะยาวเพิ่มขึ้น [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>NESDC ส่งสัญญาณเตือนแรงงานไทยกว่า 8.7 ล้านคนอาจได้รับผลกระทบจาก Generative AI โดยตรง</li>
<li>การว่างงานระยะยาว (นานกว่า 1 ปี) เพิ่มขึ้น 27% สะท้อนว่าคนที่หลุดออกจากระบบกลับเข้ายากขึ้นเรื่อย ๆ</li>
<li>ตัวเลข Unemployment Rate ที่ยังต่ำไม่ได้แปลว่าตลาดแรงงานแข็งแรง — HR ต้องอ่านลึกกว่านั้น</li>
<li>โจทย์ใหม่ขององค์กรไทยไม่ใช่ &#8220;จ้างคนได้ไหม&#8221; แต่คือ &#8220;จ้างคนที่ถูกต้องในบริบทที่เปลี่ยนไปแล้วได้ไหม&#8221;</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50180" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-41.webp" alt="risk-losing-jobs-to-ai-hr" width="600" height="370" title="แรงงานไทย 8.7 ล้านคนเสี่ยงตกงานเพราะโดน AI แทนที่ แล้ว HR ต้องรับมืออย่างไร ? 14" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-41.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-41-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เราเคยได้ยินกันมานานว่า <em>&#8220;AI จะมาแย่งงาน&#8221;</em> แต่ส่วนใหญ่มักฟังแล้วผ่านไป เพราะดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องของอุตสาหกรรมโรงงาน หรือเป็นเรื่องของอนาคตที่ยังมาไม่ถึง</p>
<p>แต่ตัวเลขที่ออกมาในสัปดาห์นี้บอกว่า อนาคตนั้นมาถึงแล้ว</p>
<p>สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDC) รายงานว่า <strong>แรงงานไทยกว่า 8.7 ล้านคน มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจาก Generative AI</strong> และในไตรมาสแรกของปี 2026 อัตราว่างงานไทยปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 0.94% หรือราว 390,000 คน พร้อมกับสัญญาณที่น่ากังวลกว่านั้น คือ <strong>การว่างงานระยะยาวเพิ่มขึ้น 27%</strong></p>
<p>ตัวเลขเหล่านี้อาจยังดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับภาพใหญ่ แต่สำหรับ HR และผู้บริหารองค์กร นี่คือสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม</p>

<h2>แรงงานไทย 8.7 ล้านคน เสี่ยงตกงานแค่ไหน ?</h2>
<p>ตัวเลขที่ประเมินไว้ว่าจะมีคนตกงาน 8.7 ล้านคน ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะตกงานทันทีใน 1-2 วันนี้ แต่หมายความว่า <strong>งานที่พวกเขาทำอยู่กำลังอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน</strong></p>
<p>Generative AI ไม่ได้แค่ช่วยทำงานเร็วขึ้น แต่กำลัง Redesign ว่างานบางประเภทจำเป็นต้องมีคนทำอยู่ไหม หรือต้องการคนในรูปแบบที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง</p>
<p>สายงานที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดมักไม่ใช่งาน Manual แต่กลับเป็นงาน <strong>Cognitive และ White-Collar</strong> เช่น</p>
<ul>
<li>งานด้านการประมวลผลข้อมูล การวิเคราะห์รายงาน</li>
<li>งาน Back-office ที่ต้องใช้ทักษะซ้ำ ๆ</li>
<li>งานด้านการเขียน สรุปเอกสาร แปลภาษา</li>
<li>บางส่วนของงาน Customer Service, HR Operations, Finance Operations</li>
</ul>
<p>สิ่งที่น่ากังวลคือ หลายองค์กรไทยยังไม่ได้ประเมินว่า <strong>ใน Workforce ของตัวเองมีสัดส่วนงานประเภทนี้อยู่มากแค่ไหน และกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างไรในอีก 12–24 เดือนข้างหน้า</strong></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50157" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-37.webp" alt="White-Collar Recession" width="600" height="370" title="แรงงานไทย 8.7 ล้านคนเสี่ยงตกงานเพราะโดน AI แทนที่ แล้ว HR ต้องรับมืออย่างไร ? 15" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-37.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-37-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/white-collar-recession-260609/">White-Collar Recession อยากได้งานใหม่ แต่ต้องยอมลดเงินเดือน</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>ทำไมการว่างงานระยะยาวพุ่ง 27% จึงเป็นสัญญาณที่น่ากลัว ?</h2>
<p>จากตัวเลข Unemployment Rate หรืออัตราว่างงานของไทย อาจปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 0.94% ดูเผิน ๆ อาจเหมือนเลขต่ำ ไม่ได้น่าหวาดหวั่นเท่าใด</p>
<p>แต่เมื่อมองไปที่ตัวเลขการว่างงานระยะยาว (Long-term Unemployment) ที่เพิ่มขึ้น 27% ส่งสัญญาณเตือนว่า <strong>คนที่ออกจากงานแล้ว จะกลับเข้าสู่ระบบได้ยากขึ้นมาก</strong></p>
<p>ไม่ใช่เพราะขาดประสบการณ์ แต่เพราะทักษะที่มีอาจไม่ตรงกับสิ่งที่ตลาดแรงงานกำลังต้องการในยุคที่ AI เริ่มเข้ามาทำงานบางส่วนแทน และองค์กรหลายแห่งกำลังอยู่ในโหมด Redesign Role มากกว่าแค่ Hire to Replace</p>
<p>มันหมายความว่า คนที่เคยเก่งและดีพอเมื่อปี 2023 อาจไม่ได้ดีแบบเดิมอีกแล้วในปี 2026</p>
<h2>บทเรียนสำหรับ HR และผู้บริหารองค์กรไทย</h2>
<p>ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้แค่บอกว่า &#8220;ตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยน&#8221; แต่กำลังบอกว่า <strong>กลยุทธ์ HR ที่องค์กรใช้อยู่ อาจถูกออกแบบมาสำหรับโลกที่กำลังหายไปแล้ว</strong></p>
<h3>1. Skills Mapping คือสิ่งที่ต้องทำทันที</h3>
<p>ก่อนที่ AI จะมา Disrupt จากนอกองค์กร ให้ถามตัวเองว่า คุณรู้ไหมว่าในองค์กรของคุณมีทักษะอะไรบ้าง ? ทักษะไหนที่กำลังจะล้าสมัย ? และทักษะอะไรที่องค์กรต้องการในอีก 2 ปีข้างหน้า ?</p>
<p>องค์กรที่ทำ Skills Mapping ได้ก่อนจะมีข้อได้เปรียบอย่างมาก ทั้งในการ Reskill คนเดิม และการ Hire คนใหม่ที่ตรงกับความต้องการจริง</p>
<h3>2. Internal Mobility ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย</h3>
<p>แทนที่จะ Layoff คนที่ทักษะที่เคยมีไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไป แล้วจ้างคนใหม่เข้ามาแทน องค์กรควรลงทุนกับ Internal Mobility อย่างจริงจัง ทั้งการ Reskill, Cross-functional Move และการสร้าง Career Path ใหม่สำหรับบทบาทที่ AI เข้ามาเสริม ไม่ใช่แทนที่ทั้งหมด</p>
<h3>3. Workforce Planning ต้องมองไกลกว่า Headcount</h3>
<p>HR ที่ยังวางแผนกำลังคนด้วยการนับจำนวนหัวและตำแหน่งงานว่างอยู่ กำลังวางแผนสำหรับโลกเก่า แต่ Workforce Planning ในยุคนี้ต้องตอบได้ว่า บทบาทไหนในองค์กรที่ AI จะเข้ามาเพิ่มคุณค่า ? บทบาทไหนที่ต้องออกแบบใหม่ ? และองค์กรต้องการ Human Capability ในรูปแบบใดเพื่อทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ?</p>
<h3>4. อย่าอ่านตลาดแรงงานแค่จากตัวเลข Unemployment</h3>
<p>ตัวเลขว่างงานต่ำไม่ได้แปลว่าคนหาง่าย หรือตลาดแรงงานแข็งแรง เพราะปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นจริงคือ Skills Mismatch หรือคนมีอยู่ แต่ทักษะไม่ตรง และคนที่มีทักษะที่ตลาดต้องการกำลังถูกแย่งตัวกันอย่างหนัก</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43335" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-27T200457.117.webp" alt="Strength-Based Recruitment สรรหาพนักงานโดยเน้นจุดแข็ง เพื่อองค์กรที่แข็งแกร่ง" width="600" height="370" title="แรงงานไทย 8.7 ล้านคนเสี่ยงตกงานเพราะโดน AI แทนที่ แล้ว HR ต้องรับมืออย่างไร ? 16" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-27T200457.117.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-27T200457.117-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/strength-based-recruitment-250228/">Strength-Based Recruitment คืออะไร ? ทำไมควรให้ความสำคัญกับจุดแข็ง ?</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>มุมมองจาก HREX</h2>
<p>การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดแรงงานไทยไม่ใช่ปรากฏการณ์ชั่วคราว แต่เป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่ AI เป็นตัวเร่ง</p>
<p>องค์กรที่จะผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ได้ดี ไม่ใช่องค์กรที่มีเงินทุนมากที่สุด แต่คือ<strong>องค์กรที่เตรียมคนได้เร็วที่สุด และ HR คือแนวหน้าของการเตรียมนั้น</strong></p>
<p>คำถามที่ HREX อยากฝากให้คิดสำหรับสัปดาห์นี้ <em>&#8220;ถ้า GenAI เข้ามาทำงาน 30% ในองค์กรของคุณได้ในอีก 2 ปี HR ของคุณมีแผนสำหรับ 70% ที่เหลือแล้วหรือยัง ?&#8221;</em></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>ความเสี่ยงที่แรงงานไทย 8.7 ล้านคนจะตกงานคือ <strong>สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดในรอบหลายปีว่าถึงเวลาแล้วที่ HR ต้องก้าวจาก Operational Role ไปสู่ Strategic Role อย่างแท้จริง</strong></p>
<p>การว่างงานระยะยาวที่พุ่งขึ้น 27% บอกว่าตลาดไม่ได้ไม่มีคน แต่ระบบการพัฒนาทักษะและการออกแบบงานกำลังตามไม่ทัน AI ที่เดินหน้าต่อโดยไม่รอใคร</p>
<p>องค์กรที่เริ่ม Workforce Planning, Skills Mapping และ HR Transformation ตั้งแต่วันนี้ จะอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบอย่างมากเมื่อการเปลี่ยนแปลงนั้นมาถึงเต็มตัว</p>
<p>หากต้องการประเมินความพร้อมขององค์กรในการรับมือกับ AI Disruption? HREX ให้บริการ Free HR Assessment สำหรับองค์กรที่สนใจเริ่มต้น HR Transformation อย่างมีทิศทาง</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener">ติดต่อ HREX เพื่อนัด Free HR Consultation ได้เลยที่นี่</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://www.nesdc.go.th/wordpress/wp-content/uploads/2026/05/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B9%8C-Q1-69_26.06.04_Pub.pdf" target="_blank" rel="noopener">สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDC) — รายงานภาวะตลาดแรงงานไทย Q1/2026</a></li>
<li><a href="https://www.nationthailand.com/business/economy/40066648" target="_blank" rel="noopener">The Nation Thailand — Thailand&#8217;s labour market faces three shocks</a></li>
<li><a href="https://www.adp.com/resources/articles-and-insights/articles/h/hr-trends-guidebook-2026.aspx" target="_blank" rel="noopener">ADP 2026 HR Trends Guide</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/risk-losing-jobs-to-ai-hr-260610/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>White-Collar Recession อยากได้งานใหม่ แต่ต้องยอมลดเงินเดือน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/white-collar-recession-260609/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/white-collar-recession-260609/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 03:07:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[White-Collar Recession]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50154</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT White-Collar Recession คือภาวะที่คนทำงานสายออฟฟิศเริ่มหางานยากขึ้น แม้มีประสบการณ์สูงก็ตาม แถมยังยอมลดเงินเดือนเพื่อกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน ประเด็นนี้ทำให้ตลาดแรงงานกำลังเข้าสู่ภาวะ Low Hire, Low Fire คือไม่ปลดหนัก แต่ก็ไม่จ้างเพิ่มมาก ปัจจัยหลักคือ เทคโนโลยี AI, Hiring Freeze และเศรษฐกิจชะลอ กำลังเปลี่ยนสมดุลอำนาจกลับไปอยู่ฝั่งนายจ้างอีกครั้ง เราอาจคุ้นชินกับภาพของการเปลี่ยนงานในฐานะทางลัดสู่ความก้าวหน้า เช่น อัปเงินเดือน ขยับตำแหน่ง หรือหางานที่ให้คุณภาพชีวิตดีกว่าเดิม โดยเฉพาะในสายงาน White-Collar หรือกลุ่มพนักงานออฟฟิศ ทว่าภาพนั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว องค์กรลดต้นทุน การจ้างงานใหม่ช้าลง และ AI เริ่มเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างของงานหลายประเภท ส่งผลให้คนทำงานจำนวนมากไม่ได้เปลี่ยนงานเพื่อ “เติบโต” อีกต่อไป แต่กำลังยอมรับ “งานที่เงินเดือนต่ำลง” เพื่อให้ตัวเองกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อีกครั้ง Business Insider สะท้อนปรากฏการณ์นี้ผ่านบทความชื่อ “Congratulations, here&#8217;s a pay cut” หรือแปลแบบตรงตัวว่า “ยินดีด้วย คุณได้งานใหม่…พร้อมเงินเดือนที่ลดลง” สะท้อนภาพของ White-Collar Recession [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>White-Collar Recession คือภาวะที่คนทำงานสายออฟฟิศเริ่มหางานยากขึ้น แม้มีประสบการณ์สูงก็ตาม แถมยังยอมลดเงินเดือนเพื่อกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน</li>
<li>ประเด็นนี้ทำให้ตลาดแรงงานกำลังเข้าสู่ภาวะ Low Hire, Low Fire คือไม่ปลดหนัก แต่ก็ไม่จ้างเพิ่มมาก</li>
<li>ปัจจัยหลักคือ เทคโนโลยี AI, Hiring Freeze และเศรษฐกิจชะลอ กำลังเปลี่ยนสมดุลอำนาจกลับไปอยู่ฝั่งนายจ้างอีกครั้ง</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50157" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-37.webp" alt="White-Collar Recession" width="600" height="370" title="White-Collar Recession อยากได้งานใหม่ แต่ต้องยอมลดเงินเดือน 20" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-37.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-37-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เราอาจคุ้นชินกับภาพของการเปลี่ยนงานในฐานะทางลัดสู่ความก้าวหน้า เช่น อัปเงินเดือน ขยับตำแหน่ง หรือหางานที่ให้คุณภาพชีวิตดีกว่าเดิม โดยเฉพาะในสายงาน White-Collar หรือกลุ่มพนักงานออฟฟิศ</p>
<p>ทว่าภาพนั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว องค์กรลดต้นทุน การจ้างงานใหม่ช้าลง และ AI เริ่มเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างของงานหลายประเภท ส่งผลให้คนทำงานจำนวนมากไม่ได้เปลี่ยนงานเพื่อ “เติบโต” อีกต่อไป แต่กำลังยอมรับ “งานที่เงินเดือนต่ำลง” เพื่อให้ตัวเองกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อีกครั้ง</p>
<p>Business Insider สะท้อนปรากฏการณ์นี้ผ่านบทความชื่อ “<em><a href="https://www.businessinsider.com/employees-taking-pay-cuts-huge-numbers-2026-3" target="_blank" rel="noopener">Congratulations, here&#8217;s a pay cut</a></em>” หรือแปลแบบตรงตัวว่า “<em>ยินดีด้วย คุณได้งานใหม่…พร้อมเงินเดือนที่ลดลง</em>” สะท้อนภาพของ White-Collar Recession หรือภาวะถดถอยของตลาดแรงงานได้อย่างชัดเจน</p>
<p>แล้ว White-Collar Recession คืออะไร ? ทำไมแม้แต่คนที่มีประสบการณ์สูงหรือปริญญาดีก็เริ่มหางานยากขึ้น และสิ่งนี้กำลังเปลี่ยนโลกการทำงานอย่างไรบ้าง บทความนี้ HREX จะพาไปวิเคราะห์กัน</p>

<h2>White-Collar Recession คืออะไร ?</h2>
<p>ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดแรงงานสาย White-Collar หรือกลุ่มพนักงานออฟฟิศเคยอยู่ในยุคที่คนเปลี่ยนงานเพื่อโอกาสที่ดีกว่าเดิม แต่ตอนนี้ภาพนั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จนหลายสื่อเริ่มใช้คำว่า <strong>White-Collar Recession หรือภาวะถดถอยของตลาดแรงงาน</strong> เพื่ออธิบายสถานการณ์ที่คนทำงานออฟฟิศเริ่มหางานยากขึ้น ใช้เวลาว่างงานนานขึ้น และในหลายกรณีต้องยอมรับงานใหม่ที่เงินเดือนต่ำกว่าเดิม</p>
<p>จากบทความของ Business Insider เล่ากรณีของคนทำงานคนหนึ่งที่ถูกเลิกจ้างตั้งแต่ปี 2023 สมัครงานไปกว่า 1,600 ตำแหน่ง สัมภาษณ์ 78 ครั้ง และสุดท้ายได้งานใหม่แบบสัญญาจ้าง 6 เดือน แถมเงินเดือนเหลือเพียงครึ่งเดียวจากเดิม</p>
<p>กล่าวคือ White-Collar Recession กำลังกลายเป็นการได้งานที่ต้องแลกทั้งการลดเงินเดือน ลดตำแหน่ง หรือแม้แต่ลดความคาดหวังต่อเส้นทางอาชีพของตัวเองลงไปแล้ว</p>
<h2>ตลาดแรงงานอาจไม่ได้แข็งแรงอย่างที่คิด</h2>
<p>หากดูแค่ตัวเลขอัตราว่างงาน (Unemployment Rate) ตลาดแรงงานสหรัฐฯ อาจยังดูไม่ได้เลวร้ายมากนัก เพราะอัตราว่างงานในช่วงต้นปี 2026 ยังอยู่ราว 4% กว่า ๆ แต่ปัญหาคือ ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อน “คุณภาพของการจ้างงาน” ทั้งหมด โดยเฉพาะคนที่ถูกเลิกจ้างแล้วต้องใช้เวลาหางานนานขึ้น หรือสุดท้ายต้องยอมรับตำแหน่งที่ต่ำกว่าเดิมและค่าตอบแทนน้อยลงเพื่อให้ตัวเองกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อีกครั้ง</p>
<p>เช่นเดียวกับประเทศไทย แม้ตัวเลขอัตราว่างงานโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำเช่นกัน โดย <a href="https://www.mol.go.th/wp-content/uploads/sites/2/2026/05/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%AF%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AA-4-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-68-%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C.pdf" target="_blank" rel="noopener">สำนักงานสถิติแห่งชาติ (NSO)</a> รายงานว่า อัตราว่างงานไทยช่วงปลายปี 2025 อยู่ต่ำกว่า 1% แต่ตลาดแรงงานไทยเองก็เริ่มมีสัญญาณคล้ายกัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และสายงาน White-Collar ที่การแข่งขันสูงขึ้น ตำแหน่งเปิดใหม่โตช้าลง และหลายองค์กรเริ่มชะลอการจ้างงานจากแรงกดดันเศรษฐกิจ ต้นทุนธุรกิจ และการเข้ามาของ AI ในบางสายงาน</p>
<p>นอกจากนี้ ข้อมูลจาก <a href="https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/articles/prachchat-chayawadee-jan26.html" target="_blank" rel="noopener">ธนาคารแห่งประเทศไทย</a> ยังสะท้อนว่า ธุรกิจจำนวนมากยังอยู่ในโหมดระวังตัวมากกว่าเร่งขยายคน ทำให้แม้ภาพรวมการว่างงานจะยังไม่สูง แต่ความรู้สึกของคนทำงานจำนวนมากกลับอยู่ในภาวะ “งานมีน้อยลง หายากขึ้น และเปลี่ยนงานยากกว่าเดิม” อย่างชัดเจน</p>
<p>สถานการณ์นี้เรียกว่า L<strong>ow Hire, Low Fire Market</strong> หรือภาวะที่องค์กรไม่ได้ปลดคนจำนวนมหาศาลพร้อมกัน แต่ก็ไม่ได้เปิดรับคนใหม่มากพอเช่นกัน ส่งผลให้คนที่หลุดออกจากงานแล้วกลับเข้าสู่ระบบได้ยากขึ้น ต้องแข่งขันสูงขึ้น และในหลายกรณีจำเป็นต้องลดความคาดหวังเรื่องเงินเดือน ตำแหน่ง หรือความมั่นคงของงานลง</p>
<h2>เปลี่ยนงานวันนี้ ไม่ได้แปลว่า “เงินเดือนเพิ่ม”</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50158" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Cute_Eyes-1.webp" alt="White-Collar Recession" width="600" height="361" title="White-Collar Recession อยากได้งานใหม่ แต่ต้องยอมลดเงินเดือน 21" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Cute_Eyes-1.webp 1200w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Cute_Eyes-1-300x181.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Cute_Eyes-1-1024x617.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Cute_Eyes-1-768x463.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>อ้างอิงข้อมูลจาก <a href="https://www.reveliolabs.com/news/macro/why-switching-jobs-is-no-longer-paying-off/" target="_blank" rel="noopener">Revelio Labs</a> พบว่า สัดส่วนของคนที่เปลี่ยนงานแล้วได้เงินเดือนเพิ่มเกิน 10% ลดลงจากจุดสูงสุดราว 54% ในปี 2022 เหลือเพียงประมาณ 41% ในปี 2025 สะท้อนว่าตลาดแรงงานเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะที่ “นายจ้างมีอำนาจต่อรองมากขึ้น” ขณะที่ผู้สมัครมีทางเลือกน้อยลง</p>
<p>ผลที่ตามมาคือ <strong>คนจำนวนมากเริ่มยอมรับงานใหม่ที่จ่ายต่ำกว่าเดิม เพื่อแลกกับโอกาสกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน</strong> โดยเฉพาะในกลุ่ม White-Collar Workers ที่เผชิญทั้ง <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/hiring-freeze-260514/">Hiring Freeze</a>, การปรับโครงสร้างองค์กร (Restructuring) และการแข่งขันจาก AI ในบางสายงาน</p>
<p>การลดเงินเดือนจึงไม่ใช่เรื่องของความสมัครใจเสมอไป แต่กลายเป็นทางรอดในช่วงที่เศรษฐกิจและตลาดแรงงานเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน</p>
<p>หากมองกลับมาที่ประเทศไทย แม้จะยังไม่มีข้อมูลประเด็นนี้แน่ชัด แต่ภาพของการยอมลดเงินเดือนเพื่อให้ได้งานเริ่มเกิดขึ้นมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานสายออฟฟิศ, คนอายุ 40+ หรือกลุ่มที่ถูกเลิกจ้างจากองค์กรขนาดใหญ่</p>
<p>ข้อมูลจาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/197?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">JobsDB by SEEK</a> ก่อนหน้านี้ยังสะท้อนว่า คนไทยจำนวนมากกังวลเรื่องความมั่นคงของงานมากกว่าการเติบโตแบบก้าวกระโดด ขณะที่หลายองค์กรเริ่มชะลอการขึ้นเงินเดือนและระมัดระวังการจ้างงานมากขึ้นหลังเศรษฐกิจฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทำให้มองว่างานปัจจุบันเป็น Comfort Zone นั่นเอง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40676" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-09-26T143317.177-1.webp" alt="ผลสำรวจจาก Jobsdb by SEEK ชี้คนไทยมากกว่า 1 ใน 3 เผยว่าการหางานที่ใช่ ยากกว่าการหารักที่โดนใจ!" width="600" height="370" title="White-Collar Recession อยากได้งานใหม่ แต่ต้องยอมลดเงินเดือน 22" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-09-26T143317.177-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-09-26T143317.177-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/news/jobsdb-by-seek-survey-240929/">ผลสำรวจจาก Jobsdb by SEEK ชี้คนไทยมากกว่า 1 ใน 3 เผยว่าการหางานที่ใช่ ยากกว่าการหารักที่โดนใจ!</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>บทเรียนสำหรับ HR</h2>
<p>ในมุมของ HREX ข่าวนี้สะท้อนว่า HR อาจต้องเลิกอ่านตลาดแรงงานจากตัวเลขอัตราว่างงานเพียงอย่างเดียว เพราะแม้หลายประเทศจะยังมีตัวเลข Unemployment ไม่สูงมาก แต่คุณภาพของการจ้างงานกลับเริ่มเปลี่ยนไป</p>
<p>คนจำนวนมากมีงานทำก็จริง แต่ไม่ได้อยู่ในงานที่เหมาะกับทักษะ รายได้ หรือเส้นทางอาชีพของตัวเองอีกต่อไป หลายคนยอมลดเงินเดือน ลดตำแหน่ง หรือรับงานสัญญาจ้าง เพียงเพื่อให้ตัวเองกลับเข้าสู่ระบบการทำงานได้อีกครั้ง</p>
<p><strong>ฉะนั้น HR ต้องมองลึกกว่าแค่การจ้างคนมาเติมตำแหน่ง แต่ต้องมองว่า องค์กรกำลังจ้างคนในบริบทแบบใด</strong></p>
<p>เพราะหากบริษัทรับคนที่เคยอยู่ระดับ Senior เข้ามาในตำแหน่งที่ต่ำกว่าเดิม โดยไม่มี <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210922-career-path/">Career Path</a> หรือการออกแบบบทบาทที่เหมาะสม คนกลุ่มนี้ก็อาจกลายเป็น Talent ที่อยู่ชั่วคราว มากกว่าจะเป็นกำลังหลักระยะยาวองค์กร เพราะพวกเขาอาจเพียงรอวันที่ตลาดแรงงานกลับมาดีขึ้น แล้วกลับไปหาโอกาสที่ใกล้เคียงศักยภาพเดิมของตัวเองอีกครั้ง</p>
<p>ขณะเดียวกัน องค์กรเองก็ต้องระวังไม่ใช้ภาวะตลาดแรงงานที่อ่อนตัวเป็นเครื่องมือกดค่าตอบแทนมากเกินไป <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210930-job-evaluation/">Job Evaluation จึงต้องมีการประเมินค่างานที่สร้างค่าตอบแทนที่ยุติธรรม</a></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>HR ในปี 2026 จึงต้องโฟกัสมากกว่า <a href="https://th.hrnote.asia/category/recruit/">Recruitment Process</a> แต่ต้องขยายไปถึงการทำ Skills Mapping, Internal Mobility และการ Redesign Career Path ให้ยืดหยุ่นขึ้น พร้อมกับการทำความเข้าใจสภาพจิตใจของคนที่ผ่าน Layoff มา</p>
<p>เพราะคนเหล่านี้เข้ามาด้วยความไม่มั่นใจ ความกังวล และบาดแผลจากตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไปติดมาด้วยเช่นกัน</p>
<p>HR จึงต้องอ่านตลาดแรงงานให้ลึกกว่าเดิม เข้าใจคนทำงานว่ากำลังเผชิญแรงกดดันแบบไหน และองค์กรจะสร้างความสัมพันธ์ที่ยุติธรรมกับ Talent ได้อย่างไร ?</p>
<p>ตลาดแรงงานที่แข็งแรงจริง อาจไม่ใช่ตลาดที่องค์กรจ้างคนเก่งได้ถูกที่สุด แต่คือระบบที่ทั้งคนและองค์กรยังเติบโตไปด้วยกันได้นั่นเอง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Source</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://www.businessinsider.com/employees-taking-pay-cuts-huge-numbers-2026-3" target="_blank" rel="noopener">Business Insider</a></li>
<li><a href="https://www.businessinsider.com/long-term-unemployment-job-search-advanced-degrees-mba-phd-ai-2025-2" target="_blank" rel="noopener">Business Insider</a></li>
<li><a href="https://www.bls.gov/news.release/jolts.nr0.htm" target="_blank" rel="noopener">U.S. Bureau of Labor Statistics</a></li>
<li><a href="https://www.shrm.org/topics-tools/news/talent-acquisition/bls-hr-jobs-unemployment-mar-2026" target="_blank" rel="noopener">SHRM</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/white-collar-recession-260609/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความเครียดในที่ทำงาน ไม่ได้มาจาก “งานเยอะ” อย่างเดียว แต่อาจมาจาก “ไม่รู้ว่าหน้าที่ตัวเองคืออะไรแน่” (Role Ambiguity)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/role-ambiguity-260605/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/role-ambiguity-260605/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 03:41:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Role Ambiguity]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50112</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Role Ambiguity คือภาวะคนทำงานไม่ได้เครียดเพราะงานเยอะ แต่เครียดเพราะไม่รู้ว่าทำงานไปเพื่ออะไร ? Manager ยุคใหม่จึงต้องทำให้ทีมเข้าใจว่าอะไรคือ Priority และความสำเร็จหน้าตาเป็นอย่างไร เช่นเดียวกับ HR ที่ต้องเชื่อม Business Purpose กับ Human Purpose ให้ได้ ว่างานที่คนทำอยู่สร้าง Impact ต่อองค์กรอย่างไร Burnout น่าจะกลายเป็นปัญหาคลาสสิกของคนทำงานยุคใหม่ไปแล้ว หลายปีที่ผ่านมาองค์กรทั่วโลกพยายามหาวิธีรับมือ ทั้งเรื่อง Work-life Balance, Mental Health หรือ Wellbeing Program ต่าง ๆ เพราะทุกคนรู้ดีว่าความเครียดในที่ทำงานกำลังกระทบทั้ง Productivity, Engagement และคุณภาพชีวิตของพนักงานโดยตรง แต่ในความเป็นจริง Burnout ไม่ได้เกิดจาก “งานเยอะ” เพียงอย่างเดียว เพราะความเครียดของคนทำงานมีหลายปัจจัย ทั้งความกดดันจากองค์กร ความไม่แน่นอนของธุรกิจ ความสัมพันธ์ในทีม ไปจนถึงตัวงานเองที่อาจไม่ได้ถูกออกแบบอย่างชัดเจนพอ ล่าสุดมีอีกประเด็นที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในวงการ HR นั่นคือ Role Ambiguity หรือภาวะที่คนทำงานไม่แน่ใจว่าหน้าที่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>Role Ambiguity คือภาวะคนทำงานไม่ได้เครียดเพราะงานเยอะ แต่เครียดเพราะไม่รู้ว่าทำงานไปเพื่ออะไร ?</li>
<li>Manager ยุคใหม่จึงต้องทำให้ทีมเข้าใจว่าอะไรคือ Priority และความสำเร็จหน้าตาเป็นอย่างไร</li>
<li>เช่นเดียวกับ HR ที่ต้องเชื่อม Business Purpose กับ Human Purpose ให้ได้ ว่างานที่คนทำอยู่สร้าง Impact ต่อองค์กรอย่างไร</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50114" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-38.webp" alt="Role Ambiguity" width="600" height="370" title="ความเครียดในที่ทำงาน ไม่ได้มาจาก “งานเยอะ” อย่างเดียว แต่อาจมาจาก “ไม่รู้ว่าหน้าที่ตัวเองคืออะไรแน่” (Role Ambiguity) 25" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-38.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-38-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/tips/190731-burnoutsyndrome/">Burnout</a> น่าจะกลายเป็นปัญหาคลาสสิกของคนทำงานยุคใหม่ไปแล้ว หลายปีที่ผ่านมาองค์กรทั่วโลกพยายามหาวิธีรับมือ ทั้งเรื่อง <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190725-work-life-balance/">Work-life Balance</a>, <a href="https://th.hrnote.asia/tips/4-signs-mental-health-190817/">Mental Health</a> หรือ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190822-healthy-wellness-office/">Wellbeing Program</a> ต่าง ๆ เพราะทุกคนรู้ดีว่าความเครียดในที่ทำงานกำลังกระทบทั้ง Productivity, Engagement และคุณภาพชีวิตของพนักงานโดยตรง</p>
<p>แต่ในความเป็นจริง Burnout ไม่ได้เกิดจาก “งานเยอะ” เพียงอย่างเดียว เพราะความเครียดของคนทำงานมีหลายปัจจัย ทั้งความกดดันจากองค์กร ความไม่แน่นอนของธุรกิจ ความสัมพันธ์ในทีม ไปจนถึงตัวงานเองที่อาจไม่ได้ถูกออกแบบอย่างชัดเจนพอ</p>
<p>ล่าสุดมีอีกประเด็นที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในวงการ HR นั่นคือ <strong>Role Ambiguity</strong> หรือภาวะที่คนทำงานไม่แน่ใจว่าหน้าที่ ความรับผิดชอบ หรือความคาดหวังที่แท้จริงของตัวเองคืออะไร ซึ่งสิ่งนี้แหละ ที่กำลังกัดกินใจพนักงานอยู่เงียบ ๆ</p>

<h2>Role Ambiguity คืออะไร ?</h2>
<p>มีงานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ใน <a href="https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S000187912600028X?via%3Dihub" target="_blank" rel="noopener">Journal of Vocational Behavior</a> ปี 2026 ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลจากกว่า 515 งานวิจัย และกลุ่มตัวอย่างรวมเกือบ 800,000 คน ระหว่างปี 1964–2024 พบว่า <strong>Role Ambiguity หรือ ความไม่ชัดเจนของบทบาท</strong> คือหนึ่งในตัวสร้างความเครียดในที่ทำงานที่รุนแรงที่สุด มากกว่าทั้งภาวะงานล้นมือ (Role Overload) และความขัดแย้งของบทบาท (Role Conflict) ด้วยซ้ำ</p>
<p>โดย Role Ambiguity คือภาวะที่คนทำงานไม่แน่ใจว่าหน้าที่จริง ๆ ของตัวเองคืออะไร ? องค์กรคาดหวังอะไรจากตำแหน่งนี้ ? ใครเป็นคนตัดสินใจ ? หรือสุดท้ายแล้วอะไรคือสิ่งที่เรียกว่าทำงานได้ดี ?</p>
<p>ปัญหาหลักของ Role Ambiguity คือความไม่ชัดเจน ซึ่งแตกต่างจากงานที่มี Deadline ที่กดดันชัดเจน และเจ้าความไม่แน่นอนนั้นมันจะค่อย ๆ กัดกินพลังงานของคนทำงานผ่านความรู้สึกต้อง “เดา” อยู่ตลอดเวลา เช่น อะไรคือ priority ที่แท้จริง ? งานไหนสำคัญที่สุด ? ใครมีอำนาจในการตัดสินใจ ? หรือสิ่งที่กำลังทำอยู่ดีพอแล้วหรือยัง ?</p>
<p>นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายองค์กรมีพนักงานที่ดูเหมือนยัง Perform ได้ ทำงานครบ ส่งงานทัน แต่ภายในกลับเริ่มหมดไฟ เงียบลง และค่อย ๆ ตัดตัวเองออกจากงานทีละนิดๆ</p>
<h2>ไม่ได้เครียดเพราะงานเยอะ แต่เครียดเพราะไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50115" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/workplace-violence-taking-place-colleagues-scaled.webp" alt="Role Ambiguity" width="600" height="400" title="ความเครียดในที่ทำงาน ไม่ได้มาจาก “งานเยอะ” อย่างเดียว แต่อาจมาจาก “ไม่รู้ว่าหน้าที่ตัวเองคืออะไรแน่” (Role Ambiguity) 26" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/workplace-violence-taking-place-colleagues-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/workplace-violence-taking-place-colleagues-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/workplace-violence-taking-place-colleagues-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/workplace-violence-taking-place-colleagues-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/workplace-violence-taking-place-colleagues-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/workplace-violence-taking-place-colleagues-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หนึ่งใน insight สำคัญของงานวิจัยนี้คือ <strong>ความเครียดของคนทำงานจำนวนมากไม่ได้เกิดจาก “ปริมาณงาน” เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความไม่ชัดเจนของบทบาท เมื่อคนไม่เข้าใจว่าหน้าที่ของตัวเองจริง ๆ คืออะไร</strong></p>
<p>ความเครียดจะค่อย ๆ สะสมแบบเงียบ ๆ เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าควรทุ่มพลังไปตรงไหน และไม่แน่ใจว่าความสำเร็จหน้าตาเป็นอย่างไร</p>
<p>นักวิจัยอธิบายว่า Role Ambiguity ส่งผลให้คนทำงานสูญเสียความมั่นใจ ลดแรงจูงใจ และค่อย ๆ ลดพลังในการทำงานลงในระยะยาว</p>
<p>โดยปัญหานี้ยิ่งเกิดขึ้นง่ายในองค์กรยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการทำงานข้ามทีม, <a href="https://th.hrnote.asia/?s=Agile">Agile Workflow</a>, เปลี่ยนแปลงโครงสร้างอยู่ตลอดเวลา หรือลงทุนใน Tech AI มากกว่าคน เพราะเมื่อทุกอย่างเคลื่อนเร็ว บทบาทของคนก็เริ่มพร่ามัวตามไปด้วย เช่น หลายคนมี JD นะ แต่ไม่รู้ว่า Priority จริงคืออะไร หรือบางครั้งต้องรับผิดชอบงานที่ซ้อนกันจนไม่แน่ใจว่าหน้าที่ตัวเองจบตรงไหน</p>
<p>นอกจากนี้ ปัญหาดังกล่าวยังเชื่อมกับเรื่อง <a href="https://th.hrnote.asia/tips/employee-recognition-meaningful-work-260323/">Meaningful Work</a> และ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190722-employee-engagement/">Employee Engagement</a> โดยตรง เพราะเมื่อคนไม่เห็นว่างานของตัวเองเชื่อมกับเป้าหมายองค์กรอย่างไร ความรู้สึกเป็นเจ้าของงาน (Ownership) ก็จะค่อย ๆ หายไป</p>
<p>นี่จึงเป็นเหตุผลที่บทบาทของ Manager สำคัญมากขึ้นกว่าเดิม เพราะความชัดเจนเกิดจากการสื่อสาร การตั้ง Priority การให้ Feedback และการทำให้คนเห็นว่างานของตัวเองสร้าง Impact กับคนอื่นอย่างไร ?</p>
<h2>HR ยุคใหม่ ต้องเชื่อม Business Purpose กับ Human Purpose ให้ได้</h2>
<p>ท้ายที่สุด ปัญหาเรื่อง Role Ambiguity เกี่ยวข้องกับ Purpose ขององค์กรโดยตรง เพราะเมื่อคนไม่เข้าใจว่างานที่ตัวเองทำสำคัญอย่างไร ? เชื่อมกับเป้าหมายธุรกิจตรงไหน ? และตัวเองเติบโตไปทางไหนได้บ้าง Engagement ก็จะลดลงโดยธรรมชาติ ต่อให้มีสวัสดิการดีหรือกิจกรรมในองค์กรเยอะแค่ไหนก็ตาม</p>
<p>ดังนั้น HR ในปี 2026 อาจต้องทำมากกว่า “ดูแลคน” แต่ต้องช่วยองค์กรออกแบบระบบการทำงานที่ทำให้คนเข้าใจบทบาทตัวเอง, เห็นคุณค่าของงานที่ทำ และเชื่อม Human Experience เข้ากับ Business Outcome ได้จริง</p>
<p>เพราะในวันที่โลกการทำงานเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง บางครั้งสิ่งที่ช่วยลดความเครียดของคนทำงานได้มากที่สุด อาจไม่ใช่การลดงานลงเสมอไป แต่คือการทำให้เขา “เห็นชัดขึ้น” ว่าตัวเองกำลังทำอะไร เพื่ออะไร และกำลังเติบโตไปทางไหนต่างหาก</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Source:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://www.hrdive.com/news/workplace-stress-60-years-data/820577/" target="_blank" rel="noopener">Hrdive</a></li>
<li><a href="https://sciencex.com/news/2026-05-years-reveal-biggest-source-workplace.html" target="_blank" rel="noopener">sciencex</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/role-ambiguity-260605/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bolt ปลดทีม HR ทั้งแผนก สะท้อนคำถามใหญ่ของโลกการทำงานต่อทรัพยากรบุคคล</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/bolt-dismiss-hr-260527/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/bolt-dismiss-hr-260527/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2026 06:46:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Bolt]]></category>
		<category><![CDATA[ไรอัน เบรสโลว์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50030</guid>

					<description><![CDATA[หนึ่งในข่าวที่ร้อนที่สุดของวงการ HR และ Startup สัปดาห์นี้ คงหนีไม่พ้นกรณีของ Bolt เมื่อ Fortune รายงานว่า ไรอัน เบรสโลว์ (Ryan Breslow) ซีอีโอหนุ่มของบริษัท ออกมาพูดบนเวที Workforce Innovation Summit ว่า “We got rid of our HR team.” (“เราโละทีม HR ออกไป”) คำพูดนี้กลายเป็นประเด็นทันที โดยเฉพาะการตั้งคำถามกับบทบาทของ HR ในโลกธุรกิจปัจจุบัน HREX มองประเด็นนี้อย่างไรบ้าง เราวิเคราะห์มาให้ฟังกันแล้ว ย้อนประวัติ Bolt ต่อมุมมอง HR ฟังครั้งแรกอาจดูน่าตกใจกับการปลดพนักงาน HR ออก ทว่าแท้จริงแล้ว การตัดสินใจครั้งนี้มีที่มาที่ไปอยู่เหมือนกัน มุมมองของ Bolt เกิดขึ้นหลังบริษัทเพิ่งผ่านช่วงเวลาที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์องค์กร จากบริษัท Fintech ที่เคยพุ่งสู่มูลค่ากว่า 11,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50032" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-29.webp" alt="Bolt Dismiss HR" width="600" height="370" title="Bolt ปลดทีม HR ทั้งแผนก สะท้อนคำถามใหญ่ของโลกการทำงานต่อทรัพยากรบุคคล 29" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-29.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-29-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หนึ่งในข่าวที่ร้อนที่สุดของวงการ HR และ Startup สัปดาห์นี้ คงหนีไม่พ้นกรณีของ <a href="https://www.bolt.com/" target="_blank" rel="noopener">Bolt</a> เมื่อ Fortune รายงานว่า <a href="https://www.linkedin.com/in/ryanbreslow/" target="_blank" rel="noopener">ไรอัน เบรสโลว์ (Ryan Breslow)</a> ซีอีโอหนุ่มของบริษัท ออกมาพูดบนเวที Workforce Innovation Summit ว่า <em>“We got rid of our HR team.” (“เราโละทีม HR ออกไป”)</em></p>
<p>คำพูดนี้กลายเป็นประเด็นทันที โดยเฉพาะการตั้งคำถามกับบทบาทของ HR ในโลกธุรกิจปัจจุบัน</p>
<p>HREX มองประเด็นนี้อย่างไรบ้าง เราวิเคราะห์มาให้ฟังกันแล้ว</p>

<h2>ย้อนประวัติ Bolt ต่อมุมมอง HR</h2>
<p>ฟังครั้งแรกอาจดูน่าตกใจกับการปลดพนักงาน HR ออก ทว่าแท้จริงแล้ว การตัดสินใจครั้งนี้มีที่มาที่ไปอยู่เหมือนกัน</p>
<p>มุมมองของ Bolt เกิดขึ้นหลังบริษัทเพิ่งผ่านช่วงเวลาที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์องค์กร จากบริษัท Fintech ที่เคยพุ่งสู่มูลค่ากว่า 11,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 กลับต้องเผชิญกับการลดมูลค่าอย่างหนัก การ Restructuring หลายระลอก และการปลดพนักงานจำนวนมาก</p>
<p>จนล่าสุดมีการปลดพนักงานอีกราว 30% เพื่อพาบริษัทกลับเข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า Wartime Mode (โหมดสงคราม) หรือโหมดเอาตัวรอดแบบ StartUp อีกครั้ง</p>
<p>ในบริบทแบบนั้น CEO ไรอันพูดว่า <em>“ทีม HR สร้างปัญหาที่ไม่จำเป็นขึ้นมา และปัญหาเหล่านั้นก็หายไปหลังจากผมปล่อยพวกเขาออก”</em></p>
<p>หากเจาะลึกเข้าไปจะพบว่า เขาไม่ได้กำลังบอกว่า HR People ไม่สำคัญ ตรงกันข้าม เขากลับแยกคำว่า HR ออกจาก People Management อย่างชัดเจน โดยอธิบายว่า HR แบบดั้งเดิมในมุมของเขาเต็มไปด้วย Process การตัดสินใจที่ช้า และวัฒนธรรมที่ไม่สอดคล้องกับองค์กรที่กำลังอยู่ในช่วงวิกฤติ ซึ่งต้องการทีมที่ลงมือเร็ว ตัดสินใจเร็ว และขับเคลื่อนธุรกิจแบบ <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/lean-management-210621/">Lean</a> มากที่สุด</p>
<p>Bolt จึงไม่ได้ตัดงาน HR ออกทั้งหมด 100% ไปทั้งหมด เพราะสุดท้ายบริษัทก็ยังคงมีทีม People Operations ขนาดเล็กไว้ดูแลเรื่อง <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/8">Training</a> และ Employee Support บางส่วนอยู่</p>
<p>และนี่คือจุดที่วงการ HR ต้องกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองอย่างจริงจังว่า <em>“HR สามารถสร้างคุณค่าให้ธุรกิจได้จริงแค่ไหนต่างหาก”</em></p>
<h2>ปัญหาอาจไม่ใช่ “มี HR หรือไม่มี HR” แต่คือ HR เข้าใจธุรกิจจริงหรือเปล่า ?</h2>
<p>อันที่จริงมุมมองของ HREX ต่อข่าวนี้อาจไม่มีคำตอบตายตัวว่า Bolt เพราะทำ “ถูก” หรือ “ผิด” เพราะแต่ละองค์กรก็มีบริบทไม่เหมือนกัน บางบริษัทอยู่ในช่วงที่ต้องเอาตัวรอดจริง ต้องการความเร็ว ต้องลดต้นทุน และต้องการทีมที่ Execute ได้ทันที การทำองค์กรให้ Lean ลงจึงอาจเป็นสิ่งจำเป็นในมุมของผู้นำธุรกิจ</p>
<p>แต่ในอีกด้านหนึ่ง คำตอบของไรอันสะท้อนว่า มีอีกหลายองค์กรทั่วโลกที่กำลังลงทุนเพิ่มในเรื่อง <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/8?filter%5Bcategory_id%5D=65">Leadership Development</a>, Workforce Planning, Manager Capability, <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/employee-experience-to-hope-250908/">Employee Experience</a> ไปจนถึง AI for HR เพราะมองว่าในยุคที่ธุรกิจเปลี่ยนเร็ว เทคโนโลยีเร่งแรงขึ้น และการแข่งขันด้าน Talent รุนแรงขึ้น การบริหาร “คน” กลับยิ่งสำคัญกว่าเดิม</p>
<p>กรณีนี้ทำให้โจทย์สำคัญไม่ใช่คำถามว่า <em>“องค์กรควรมี HR หรือไม่ ?”</em> แต่คือ HR สามารถสร้าง Impact ทางธุรกิจได้จริงแค่ไหนต่างหาก</p>
<p>เพราะถ้า HR ยังทำงานอยู่ในกรอบเดิมแบบที่ Bolt เจอ เช่น เน้น Process มากไป พยายามควบคุม Policy หรือทำงานห่างจาก Business Impact สุดท้ายก็ยากที่ผู้บริหารจะมองเห็นคุณค่าเชิงธุรกิจของ HR อย่างแท้จริง</p>
<p>ฉะนั้น People Strategy ที่ดี จะมีความหมายก็ต่อเมื่อมันเชื่อมกับ Business Strategy ได้ด้วย</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42722" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Business-x-People-สูตรลับการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน-HR.webp" alt="Business x People สูตรลับการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน" width="600" height="370" title="Bolt ปลดทีม HR ทั้งแผนก สะท้อนคำถามใหญ่ของโลกการทำงานต่อทรัพยากรบุคคล 30" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Business-x-People-สูตรลับการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน-HR.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Business-x-People-สูตรลับการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน-HR-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/business-x-people-241024/">Business x People: สูตรลับการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>HR Professional ยุคใหม่ ต้องเข้าใจ “งานจริง” มากกว่าเดิม</h2>
<p>ฉะนั้นหากคุณเป็น HR อย่าตื่นตะหนกไปกับข่าวดังกล่าวเลย และถึงเวลาแล้วที่เราเองจะต้องปรับตัว</p>
<p>บทบาท HR ยุคใหม่จึงไม่ใช่แค่เรื่องดูแลคนแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่ต้องเข้าใจธุรกิจจริง เข้าใจว่างานแต่ละทีมสร้างคุณค่าอย่างไร องค์กรแข่งขันด้วยอะไร ผู้จัดการกำลังติด Pain point ตรงไหน และระบบคนจะช่วยผลักดัน Business Outcome ได้อย่างไร</p>
<p>เช่น ต้องอ่านงบการเงินเป็น เข้าใจ Productivity เข้าใจ Workflow ของทีม เข้าใจว่าธุรกิจทำเงินจากตรงไหน และมองออกว่าปัญหาคนแบบใดกำลังกระทบการเติบโตขององค์กรจริง</p>
<p>เพราะในท้ายที่สุด คุณค่าของ HR ไม่ได้วัดจากจำนวนกิจกรรมหรือ Policy ที่สร้างขึ้น แต่อยู่ที่ว่า HR สามารถช่วยให้องค์กรเติบโตได้ดีขึ้นผ่านการบริหารคนต่างหาก</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3>ลองถามคำถามว่า HR ตอบสิ่งเหล่านี้ได้ไหม ​?</h3>
<ul style="list-style-type: circle;">
<li>ธุรกิจของเราทำเงินอย่างไร ?</li>
<li>ทีมงานสร้าง Productivity แบบไหน ?</li>
<li>อะไรคือ Pain Point ของกลุ่ม Manager ?</li>
<li>องค์กรกำลังแข่งขันด้วยทักษะอะไร ?</li>
<li>ระบบคนจะช่วย Business Outcome ได้ตรงไหน ?</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><strong>ข่าวของ Bolt ไม่ใช่สัญญาณว่า <em>“HR กำลังหมดความสำคัญ”</em> แต่เป็นสัญญาณว่า HR กำลังถูกคาดหวังให้ <em>“พิสูจน์คุณค่า”</em> มากกว่าเดิม</strong></p>
<p>ในวันที่ธุรกิจเผชิญทั้งการแข่งขัน ต้นทุน และความไม่แน่นอน HR ที่องค์กรต้องการมากขึ้น อาจไม่ใช่ HR ที่ทำกิจกรรมเก่งที่สุด แต่คือ HR ที่เข้าใจทั้ง “คน” และ “ธุรกิจ” พร้อมกัน</p>
<p><strong>เพราะสุดท้ายแล้ว องค์กรที่จะชนะในสงครามธุรกิจ คือการมีระบบคนที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้จริงต่างหาก</strong></p>
<p>สำหรับองค์กรที่ต้องการทำงานให้ Lean ขึ้น ลด Process ที่ซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพของทีม HR โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลดคนเสมอไป การเลือกใช้ HR Technology หรือ HR Product &amp; Service ที่เหมาะสม อาจเป็นอีกทางเลือกสำคัญในการช่วยให้ HR ทำงานเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และสร้าง Impact ต่อธุรกิจได้มากขึ้น</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/2">ค้นหา HR Product &amp; Service ที่เหมาะกับองค์กรของคุณได้ผ่าน HREX แพลตฟอร์มที่รวบรวมโซลูชันด้าน HR หลากหลายประเภทไว้ในที่เดียว</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Source</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://fortune.com/2026/05/19/bolt-ceo-ryan-breslow-cut-hr-department-causing-problems-fintech-startup-turn-around/" target="_blank" rel="noopener"><span style="color: #333333;">fortune.com</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/bolt-dismiss-hr-260527/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้จัก Financial Stress ความเครียดทางการเงินที่กำลังกระทบ Engagement ของพนักงานโดยตรง</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/financial-stress-impact-engagement-260429/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/financial-stress-impact-engagement-260429/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 07:11:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49750</guid>

					<description><![CDATA[ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา องค์กรจำนวนมากพยายามยกระดับ Employee Experience, Engagement และ Wellbeing ผ่านกิจกรรมและสวัสดิการรูปแบบต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริง มีตัวแปรหนึ่งที่ค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาอย่างเงียบ ๆ และกำลังส่งผลกระทบต่อ Performance ของพนักงานหนัก นั่นคือ ความเครียดทางการเงิน (Financial Stress) ปัญหานี้อาจไม่ถูกพูดถึงอย่างเปิดเผยในที่ทำงาน แต่กลับเป็นแรงกดดันมหาศาลที่พนักงานจำนวนมากต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญคือมันไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป เนื่องจากความเครียดนั้นเคลื่อนย้ายมาอยู่โต๊ะออฟฟิศเช่นเดียวกัน บทความนี้จะพาไปดูว่าปัญหา Financial Stress กำลังรุนแรงแค่ไหนในระดับโลกและประเทศไทย ส่งผลต่อองค์กรอย่างไร และ HR ควรรับมือกับความท้าทายนี้อย่างไร ? 59% ของพนักงานกังวลเรื่องเงิน และกำลังกระทบองค์กรโดยตรง ข้อมูลล่าสุดจาก Employee Financial Wellness Survey 2026 โดย PwC สะท้อนภาพที่น่ากังวลอย่างชัดเจนว่า ปัญหาการเงินกำลังกลายเป็นแรงกดดันหลักของคนทำงานในปัจจุบัน โดยผลสำรวจพบว่า 59% ของพนักงานกังวลเรื่องการเงิน 49% มองว่าค่าตอบแทนไม่ทันค่าครองชีพ มากกว่า 53% มีเงินสำรองฉุกเฉินต่ำกว่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49752" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Financial-Stress-HR-HREX.webp" alt="Financial Stress HR HREX" width="600" height="370" title="รู้จัก Financial Stress ความเครียดทางการเงินที่กำลังกระทบ Engagement ของพนักงานโดยตรง 34" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Financial-Stress-HR-HREX.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Financial-Stress-HR-HREX-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา องค์กรจำนวนมากพยายามยกระดับ Employee Experience, Engagement และ Wellbeing ผ่านกิจกรรมและสวัสดิการรูปแบบต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริง มีตัวแปรหนึ่งที่ค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาอย่างเงียบ ๆ และกำลังส่งผลกระทบต่อ Performance ของพนักงานหนัก นั่นคือ <strong>ความเครียดทางการเงิน (Financial Stress)</strong></p>
<p>ปัญหานี้อาจไม่ถูกพูดถึงอย่างเปิดเผยในที่ทำงาน แต่กลับเป็นแรงกดดันมหาศาลที่พนักงานจำนวนมากต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญคือมันไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป เนื่องจากความเครียดนั้นเคลื่อนย้ายมาอยู่โต๊ะออฟฟิศเช่นเดียวกัน</p>
<p>บทความนี้จะพาไปดูว่าปัญหา Financial Stress กำลังรุนแรงแค่ไหนในระดับโลกและประเทศไทย ส่งผลต่อองค์กรอย่างไร และ HR ควรรับมือกับความท้าทายนี้อย่างไร ?</p>

<h2>59% ของพนักงานกังวลเรื่องเงิน และกำลังกระทบองค์กรโดยตรง</h2>
<p>ข้อมูลล่าสุดจาก <a href="https://www.pwc.com/us/en/services/consulting/business-transformation/library/employee-financial-wellness-survey.html" target="_blank" rel="noopener">Employee Financial Wellness Survey 2026 โดย PwC</a> สะท้อนภาพที่น่ากังวลอย่างชัดเจนว่า ปัญหาการเงินกำลังกลายเป็นแรงกดดันหลักของคนทำงานในปัจจุบัน</p>
<p>โดยผลสำรวจพบว่า</p>
<ul>
<li>59% ของพนักงานกังวลเรื่องการเงิน</li>
<li>49% มองว่าค่าตอบแทนไม่ทันค่าครองชีพ</li>
<li>มากกว่า 53% มีเงินสำรองฉุกเฉินต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์</li>
<li>และ 30% มีเงินเก็บไม่ถึง 1,000 ดอลลาร์</li>
</ul>
<p>ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนแค่สถานะทางการเงินของพนักงาน แต่กำลังบอกว่า<a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/financial-problem-matter-220816/">ความไม่มั่นคงทางการเงินกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการทำงานไปแล้ว</a> และกำลังส่งผลต่อทั้งสมาธิ ประสิทธิภาพ และความผูกพันกับองค์กรโดยตรง</p>
<h2>Financial Stress ไม่ได้อยู่ที่บ้าน แต่ตามมาที่ออฟฟิศ</h2>
<p>สิ่งที่น่ากังวลของความเครียดเรื่องการเงิน คือความเครียดนั้นกำลังไหลเข้ามาอยู่ในที่ทำงาน และส่งผลโดยตรงต่อ Productivity และ Engagement อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p>รายงานชี้ให้เห็นว่า พนักงานจำนวนมากเริ่มมีพฤติกรรมที่สะท้อนแรงกดดันทางการเงินอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการไม่มีสมาธิในการทำงาน ความกังวลเรื่องรายจ่ายระหว่างวัน ไปจนถึงการไม่กล้าขอคำแนะนำด้านการเงิน เพราะรู้สึกอายหรือไม่มั่นใจในสถานะของตัวเอง</p>
<p>ที่สำคัญคือ <strong>52% ของพนักงานรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสามารถในการวางแผนการเงินระยะยาว</strong> ซึ่งสะท้อนว่า นอกจากสภาวะมีเงินไม่พอใช้ ยังลึกลงไปถึงการไม่รู้จะจัดการกับเงินที่มีอย่างไร</p>
<p>และความไม่มั่นใจนี้เอง ที่ค่อย ๆ บั่นทอนทั้งคุณภาพชีวิตและพลังในการทำงานในระยะยาวนั่นเอง</p>
<h2>สถานการณ์ไทยหนี้พุ่ง ค่าครองชีพตึง และคนทำงานกำลังอยู่ในโหมด “เอาตัวรอด”</h2>
<p>หากมองสถานการณ์ล่าสุดของประเทศไทย ภาพของ financial Stress กลายเป็นความจริงที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ</p>
<p>ผลสำรวจจาก <strong>สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ก.พ. 2569)</strong> พบว่า คนไทยมีหนี้สินสูงถึง <strong>62.44% ของผู้ตอบแบบสำรวจ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 50.99% ในปี 2568</strong> โดยสาเหตุหลักมาจาก <strong>ค่าครองชีพและรายจ่ายประจำที่สูงขึ้น</strong></p>
<p>ที่น่าสนใจคือ ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มรายได้น้อย แต่กระจายไปทุกกลุ่ม</p>
<ul>
<li>กลุ่มรายได้สูงกว่า 50,000 บาท กลับเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนหนี้สูงที่สุด</li>
<li>กลุ่มอาชีพอย่าง พนักงานรัฐ เกษตรกร และผู้รับจ้างอิสระ มีภาระหนี้ในระดับสูง</li>
<li>ขณะที่คนรุ่นใหม่ (20–29 ปี) มีสัดส่วนกู้เงินผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์สูงถึง 27.25%</li>
<li>และนักศึกษาเป็นกลุ่มที่มีการกู้ผ่านออนไลน์สูงที่สุดถึง 31.55%</li>
</ul>
<p>สาเหตุหนึ่งคือการการเข้าถึงเงินกู้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล ซึ่งเร่งให้ปัญหาหนี้เร็วขึ้นอีก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยเริ่มทำงานที่อาจคิดเรื่องการเติบโตน้อยลง ทว่ากำลังใช้ชีวิตในโหมด รักษาสภาพคล่องทางการเงินให้รอดในแต่ละเดือนแทน</p>
<p>และนี่คือจุดที่สำคัญมากสำหรับ HR ที่ต้องเข้าใจพนักงาน (หรือบางครั้ง HR เองก็ตกอยู่ในสภาวะนี้เช่นเดียวกัน) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อทั้ง Performance, Engagement และการตัดสินใจเรื่องงานในระยะยาวต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49753" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Financial-Stress-HR-HREX-Cover.webp" alt="Financial Stress HR HREX" width="600" height="370" title="รู้จัก Financial Stress ความเครียดทางการเงินที่กำลังกระทบ Engagement ของพนักงานโดยตรง 35" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Financial-Stress-HR-HREX-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Financial-Stress-HR-HREX-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>ปัญหาเรื่องเงินลดพลังในการทำงาน</h2>
<p>จากประสบการณ์ของ HREX ในงานสัมมนา <a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/employee-financial-wellbeing-230824/">Employee Financial Wellbeing สิ้นเดือนไม่สิ้นใจ</a> มี insight ว่า เมื่อพนักงานมีปัญหาการเงิน เขาจะไม่สามารถใช้ศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่</p>
<p>แน่นอนว่า ผลกระทบไม่ได้เกิดแค่กับตัวพนักงาน แต่ลามไปถึงประสิทธิภาพของทั้งองค์กรใน 3 มิติหลัก</p>
<ul>
<li><strong>หนึ่ง Performance ลดลง</strong> &#8211; พนักงานขาดสมาธิ มีความเครียดสะสม ลาป่วยบ่อย หรือทำงานได้ไม่เต็มศักยภาพ</li>
<li><strong>สอง Turnover เพิ่มขึ้น</strong> &#8211; บางคนลาออกเพราะความกดดันทางการเงิน บางคนลาออกเพื่อ “หนีปัญหา” มากกว่าจะวิ่งหาโอกาสใหม่</li>
<li><strong>สาม Risk ต่อองค์กรเพิ่มขึ้น</strong> &#8211; ในบางกรณี ความเครียดทางการเงินอาจนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยง เช่น การทุจริต หรือการตัดสินใจที่ไม่เหมาะสม</li>
</ul>
<p>และสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ ปัญหาเหล่านี้มักเกิดกับพนักงานที่องค์กรไว้ใจ เพราะคนกลุ่มนี้มักอยู่มานาน เข้าใจระบบงาน และมีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรสำคัญขององค์กรมากกว่า</p>
<h2>HR ควรแก้ปลายทางหรือยังแตะไปที่ต้นเหตุเรื่องวินัยทางการเงิน ?</h2>
<p>คำถามสำคัญที่ HREX ตั้งข้อสงสัยว่า <em>“สิ่งที่องค์กรกำลังทำอยู่ แก้ปัญหานี้ได้จริงหรือไม่?”</em></p>
<p>เพราะในมุมหนึ่ง HR อาจมองว่า ปัญหาการเงินคือเรื่องของ “วินัยส่วนบุคคล” ซึ่งก็ไม่ผิดนะ เพราะหลายปัญหาเกิดจากการไม่วางแผนการเงิน การใช้เงินตามอารมณ์ หรือการขาดความรู้เรื่องหนี้ การออม และการลงทุน</p>
<p>แต่ในอีกมุมของพนักงานกลับตรงข้ามกัน ความจริงที่เขาเผชิญอยู่คือ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น รายได้ที่เติบโตไม่ทัน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ควบคุมไม่ได้</p>
<p>ดังนั้นความจริงของปัญหานี้ อาจไม่ใช่แค่เรื่อง “วินัย” ของคนทำงานอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์ของทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจและพฤติกรรมส่วนบุคคลที่ซ้อนทับกันอยู่</p>
<p>ถ้าองค์กรแก้แค่ปลายทาง เช่น เพิ่มสวัสดิการบางอย่าง แต่ไม่ช่วยให้พนักงานเข้าใจและจัดการเงินได้ดีขึ้น หรือในทางกลับกัน สอนเรื่องการเงินอย่างเดียว แต่ไม่ช่วยลดแรงกดดันในชีวิตจริง</p>
<p>สุดท้ายปัญหานี้ก็จะยังคงอยู่ แค่เปลี่ยนรูปแบบไปเท่านั้น</p>
<h2>Total Rewards ต้องไปไกลกว่าเงินเดือน</h2>
<p>ในโลกที่องค์กรไม่สามารถขึ้นเงินเดือนได้อย่างอิสระเหมือนเดิม สิ่งที่เราชวนคิดคือ HR จะช่วยพนักงานรับมือกับความกดดันทางการเงินได้อย่างไร ?</p>
<p>ข้อมูลจาก PwC ชี้ให้เห็นว่า องค์กรที่มี <strong>Financial Wellness Program</strong> สามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริง โดย <strong>83% ของ Gen Z ใช้โปรแกรมเพื่อควบคุมการใช้จ่ายและลดหนี้</strong> และ <strong>79% ของ Millennials ใช้เพื่อเพิ่มเงินออมและวางแผนอนาคต</strong></p>
<p>การเพิ่มรายได้อาจเป็นช่องทางหนึ่ง แต่คือการเพิ่มความสามารถในการจัดการเงินให้พนักงาน เช่น การให้ความรู้ด้านการเงิน โปรแกรมช่วยจัดการหนี้ เครื่องมือวางแผนทางการเงิน หรือกระทั่งบริการเบิกเงินเดือนล่วงหน้า</p>
<h2>บริการเบิกเงินเดือนล่วงหน้า ทางออกใหม่ที่องค์กรควรพิจารณา</h2>
<p>หนึ่งในแนวทางที่เริ่มถูกนำมาใช้มากขึ้นในองค์กรยุคใหม่คือ <strong>Earned Wage Access (EWA)</strong> หรือ <strong>การเบิกเงินเดือนล่วงหน้า</strong></p>
<p>เป็นแนวคิดที่ให้พนักงานสามารถเข้าถึงเงินที่ตัวเองทำงานมาแล้วได้ก่อนวันเงินเดือนออก ซึ่งช่วยลดแรงกดดันทางการเงินในระยะสั้นได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>ผลลัพธ์ที่เห็นชัดคือ พนักงานสามารถลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ มีสภาพคล่องในชีวิตประจำวันมากขึ้น และลดความเครียดที่สะสมจากปัญหาการเงินระหว่างเดือน</p>
<p>แม้เครื่องมือนี้จะไม่ได้แก้ “ต้นเหตุ” ของปัญหาทั้งหมด แต่ก็ทำหน้าที่เป็น “ตัวช่วยพยุง” ในช่วงวิกฤติได้ดี โดยเฉพาะในโลกที่ความไม่แน่นอนทางการเงินกลายเป็นเรื่องปกติของคนทำงานไปแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49754" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Financial-Stress-HR-HREX-2-1-scaled.webp" alt="Financial Stress HR HREX" width="600" height="600" title="รู้จัก Financial Stress ความเครียดทางการเงินที่กำลังกระทบ Engagement ของพนักงานโดยตรง 36" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Financial-Stress-HR-HREX-2-1-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Financial-Stress-HR-HREX-2-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Financial-Stress-HR-HREX-2-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Financial-Stress-HR-HREX-2-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Financial-Stress-HR-HREX-2-1-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Financial-Stress-HR-HREX-2-1-1536x1536.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Financial-Stress-HR-HREX-2-1-2048x2048.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>เพราะ Financial Stress ไม่ใช่แค่ปัญหาส่วนตัวของพนักงานอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นต้นตอเงียบ ๆ ทางธุรกิจที่ส่งผลโดยตรงต่อทั้ง Performance, Engagement และ Retention</p>
<p>องค์กรที่เข้าใจเรื่องนี้ก่อน จะช่วยพนักงานอยู่รอดท่ามกลางเศรษฐกิจแบบนี้ แถมยังสามารถรักษาคนเก่งได้ดีกว่า สร้าง Productivity ได้มากกว่า และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวที่แข็งแรงกับพนักงานได้จริง</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/27">ฉะนั้นหากองค์กรของคุณกำลังมองหาแนวทางเหล่านี้ สามารถเข้าไปค้นหาและเปรียบเทียบ HR Solutions ได้ที่ HREX ซึ่งรวบรวมโซลูชันด้าน HR ไว้ในที่เดียว</a> เพื่อช่วยให้องค์กรเลือกสิ่งที่เหมาะกับคนของคุณได้ดีที่สุด</p>
<p><strong>เพราะสุดท้ายแล้ว องค์กรที่แข็งแรง ไม่ได้มีแค่คนเก่ง แต่คือองค์กรที่ &#8220;คนทำงานมีแรงใช้ชีวิตต่อไปด้วย&#8221;</strong></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Source:</strong></p>
<p><a href="https://www.hrdive.com/news/financial-stress-drags-employee-engagement-down/818415/" target="_blank" rel="noopener">hrdive</a></p>
<p><a href="https://www.thansettakij.com/economy/657805" target="_blank" rel="noopener">thansettakij</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/financial-stress-impact-engagement-260429/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัญญาณใหม่ของตลาดแรงงานปี 2026 เมื่อ HR เริ่มกลับมาจ้างคนเพิ่ม แต่ไม่รู้ว่าจะรักษาพนักงานอย่างไร ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/hiring-retention-sign-2026-260429/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/hiring-retention-sign-2026-260429/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 06:28:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[การจ้างงาน]]></category>
		<category><![CDATA[Retention]]></category>
		<category><![CDATA[Hiring]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49742</guid>

					<description><![CDATA[สัญญาณใหม่ของตลาดแรงงานปี 2026 เมื่อ HR เริ่มกลับมาจ้างคนเพิ่ม แต่ไม่รู้ว่าจะรักษาพนักงานอย่างไร ? ในช่วงต้นปี 2026 ตลาดแรงงานเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกอีกครั้ง โดยเฉพาะในฝั่งของการจ้างงาน เมื่อองค์กรจำนวนมากเริ่มกลับมาวางแผนขยายทีม หลังจากชะลอหรือระมัดระวังมาตลอดช่วงที่ผ่านมา ทว่าหากมองลึกลงไป ภาพนี้ไม่ได้สดใสอย่างที่ตัวเลขการจ้างงานสะท้อน เพราะในขณะเดียวกันหลายองค์กรก็ยังมีแผนลดการจ้างงาน และที่สำคัญกว่านั้นคือ โจทย์ของการรักษาคน (Retention) ยังเป็นอุปสรรคใหญ่ของ HR ทั่วโลก Hiring กลับมา แต่ Retention ยังทรงตัว มีสถิติล่าสุดจาก The Conference Board (2026) ที่กล่าวถึง 3 ดัชนีหลักของ CHRO Confidence Index ได้แก่ Hiring, Retention และ Engagement จะปรับตัวดีขึ้นทั้งหมดเมื่อเทียบกับปลายปี 2025 แต่เมื่อมองลึกลงไป รายงานนี้สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่าการฟื้นตัวของตลาดแรงงานยังไม่สมดุลกันอยู่ ฝั่งของการจ้างงานกลับมามีโมเมนตัมอย่างชัดเจน โดย 59% ของ CHRO วางแผนเพิ่มการจ้างงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เพิ่มขึ้นจาก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49746" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Hiring-Retention-2026-HREX.webp" alt="Hiring Retention 2026 HREX" width="600" height="370" title="สัญญาณใหม่ของตลาดแรงงานปี 2026 เมื่อ HR เริ่มกลับมาจ้างคนเพิ่ม แต่ไม่รู้ว่าจะรักษาพนักงานอย่างไร ? 41" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Hiring-Retention-2026-HREX.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Hiring-Retention-2026-HREX-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>สัญญาณใหม่ของตลาดแรงงานปี 2026 เมื่อ HR เริ่มกลับมาจ้างคนเพิ่ม แต่ไม่รู้ว่าจะรักษาพนักงานอย่างไร ?</p>
<p>ในช่วงต้นปี 2026 ตลาดแรงงานเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกอีกครั้ง โดยเฉพาะในฝั่งของการจ้างงาน เมื่อองค์กรจำนวนมากเริ่มกลับมาวางแผนขยายทีม หลังจากชะลอหรือระมัดระวังมาตลอดช่วงที่ผ่านมา</p>
<p>ทว่าหากมองลึกลงไป ภาพนี้ไม่ได้สดใสอย่างที่ตัวเลขการจ้างงานสะท้อน เพราะในขณะเดียวกันหลายองค์กรก็ยังมีแผนลดการจ้างงาน<br />
และที่สำคัญกว่านั้นคือ โจทย์ของการรักษาคน (Retention) ยังเป็นอุปสรรคใหญ่ของ HR ทั่วโลก</p>

<h2>Hiring กลับมา แต่ Retention ยังทรงตัว</h2>
<p>มีสถิติล่าสุดจาก <a href="https://www.prnewswire.com/news-releases/survey-chro-confidence-hits-new-high-302751321.html" target="_blank" rel="noopener">The Conference Board (2026)</a> ที่กล่าวถึง 3 ดัชนีหลักของ CHRO Confidence Index ได้แก่ Hiring, Retention และ Engagement จะปรับตัวดีขึ้นทั้งหมดเมื่อเทียบกับปลายปี 2025 แต่เมื่อมองลึกลงไป รายงานนี้สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่าการฟื้นตัวของตลาดแรงงานยังไม่สมดุลกันอยู่</p>
<p>ฝั่งของการจ้างงานกลับมามีโมเมนตัมอย่างชัดเจน โดย<strong> 59% ของ CHRO วางแผนเพิ่มการจ้างงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2026</strong> เพิ่มขึ้นจาก 54% ในไตรมาสก่อนหน้า และเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2023 ขณะเดียวกัน ดัชนี Hiring ก็ขยับขึ้นต่อเนื่องอยู่ที่ 63 สะท้อนว่าองค์กรจำนวนมากเริ่มกลับมากล้าลงทุนในคนอีกครั้ง</p>
<p>ในด้าน Engagement ก็เริ่มเห็นสัญญาณบวกมากขึ้นเช่นกัน โดย <strong>53% ของ CHRO คาดว่าความผูกพันของพนักงานจะเพิ่มขึ้น</strong> จากเดิม 43% ในไตรมาสก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าองค์กรเริ่มกลับมาโฟกัสเรื่องประสบการณ์พนักงานและแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงมิติของ Retention กลับไม่แข็งแรงเท่าที่ควร แม้ตัวเลขจะขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับ “ทรงตัว” มากกว่าการเติบโตจริง มีเพียง <strong>34% ของ CHRO ที่คาดว่าการรักษาคนจะดีขึ้น</strong> ขณะที่เกือบครึ่งหนึ่งมองว่าแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย ซึ่งสะท้อนว่าองค์กรยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจได้ว่าคนที่มีอยู่จะอยากอยู่ต่อในระยะยาว</p>
<p>ภาพรวมทั้งหมดจึงชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า<strong> องค์กรจำนวนมากกำลังอยู่ในจังหวะของการ “เปิดรับคนใหม่” อย่างมั่นใจมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันกลับยังไม่แน่ใจว่า “จะทำให้คนอยากอยู่” ได้อย่างไร</strong> ส่งผลให้การฟื้นตัวของตลาดแรงงานในรอบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุกมิติ และอาจกลายเป็นความท้าทายใหม่ของ HR ในการรักษาคนให้เดินไปด้วยกันอย่างสมดุลในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49747" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HREX-Cover-600-x-370-px-6.webp" alt="Hiring Retention 2026 HREX" width="600" height="370" title="สัญญาณใหม่ของตลาดแรงงานปี 2026 เมื่อ HR เริ่มกลับมาจ้างคนเพิ่ม แต่ไม่รู้ว่าจะรักษาพนักงานอย่างไร ? 42" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HREX-Cover-600-x-370-px-6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HREX-Cover-600-x-370-px-6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>“ความไม่แน่นอน” ยังกดดันการตัดสินใจขององค์กรอันดับหนึ่ง</h2>
<p>อีกด้านหนึ่ง แม้ฝั่ง HR จะเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นในการขยายทีม แต่ในระดับผู้บริหารองค์กรกลับไม่ได้มองบวกในระดับเดียวกัน เพราะความกังวลเรื่อง “ความไม่แน่นอน” ที่ยังคงกดดันการตัดสินใจอยู่</p>
<p>ข้อมูลจาก The Conference Board ระบุว่า <strong>43% ของ CEO มองว่าความไม่แน่นอนเป็นความเสี่ยงอันดับ 1 ของปี 2026</strong> ขณะที่ปัจจัยอื่น ๆ อย่างความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนของกฎระเบียบ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้องค์กรไม่สามารถเดินเกมได้อย่างเต็มที่</p>
<p>ภาพนี้ทำให้ตลาดแรงงานอยู่ในภาวะที่พร้อมขยับนะ แต่ยังไม่สุดเท่าไหร่</p>
<p>องค์กรจำนวนมากยังคงต้องเดินหน้าเพื่อรักษาการเติบโต แต่ก็ไม่กล้าลงเดิมพันระยะยาวมากนัก ส่งผลให้การตัดสินใจด้านคนถูกออกแบบอย่างระมัดระวังมากขึ้น</p>
<p>สุดท้ายจึงเกิดเป็นภาพที่น่าสนใจมากว่า <strong>องค์กรอยากโต แต่ยังไม่มั่นใจโลกข้างนอก </strong>จึงเลือกเดินเกมแบบประคองตัว</p>
<p>กล่าวคือ เริ่มจ้างเพิ่มเพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่ลงทุนกับการรักษาคนหรือยกระดับประสบการณ์พนักงานอย่างเต็มที่นัก ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งความไม่สมดุลที่ HR ต้องรับมือในช่วงเวลานี้</p>
<h2>องค์กรกำลังลงทุน “ผู้นำ” มากกว่า “ระบบคน”</h2>
<p>มีอีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจจากรายงานนฉบับเดียวกัน คือทิศทางการลงทุนขององค์กรในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนลำดับความสำคัญได้อย่างชัดเจน โดย</p>
<ul>
<li>50% ลงทุนใน Leadership &amp; Manager Development</li>
<li>36% ลงทุนด้าน AI / Automation</li>
<li>34% ลงทุนด้าน Retention &amp; Engagement</li>
</ul>
<p>ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่า องค์กรจำนวนมากกำลังเชื่อว่า “ผู้นำ” คือกลไกสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อน Performance และผลลัพธ์ทางธุรกิจในระยะต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการบริหารทีม การสร้าง Engagement หรือการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์จริง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ “ประสบการณ์พนักงานโดยรวม” ยังไม่ได้ถูกเร่งในระดับเดียวกันนัก ซึ่งอาจกลายเป็นช่องว่างสำคัญ เพราะต่อให้มีผู้นำที่ดีขึ้นหรือมีเครื่องมือที่ทันสมัยมากขึ้น</p>
<p>เพราะหาก <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190802-employee-experience/">Employee Experience</a> ยังไม่ตอบโจทย์จริง ความท้าทายเรื่องการรักษาคนก็อาจยังคงอยู่ต่อไป</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46850" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/วิวัฒนาการ-Employee-Experience-เมื่อ-HR-ยุคใหม่คือผู้สร้าง-Hope-ในที่ทำงาน-Cover.webp" alt="วิวัฒนาการ Employee Experience เมื่อ HR ยุคใหม่คือผู้สร้าง Hope ในที่ทำงาน" width="600" height="370" title="สัญญาณใหม่ของตลาดแรงงานปี 2026 เมื่อ HR เริ่มกลับมาจ้างคนเพิ่ม แต่ไม่รู้ว่าจะรักษาพนักงานอย่างไร ? 43" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/วิวัฒนาการ-Employee-Experience-เมื่อ-HR-ยุคใหม่คือผู้สร้าง-Hope-ในที่ทำงาน-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/วิวัฒนาการ-Employee-Experience-เมื่อ-HR-ยุคใหม่คือผู้สร้าง-Hope-ในที่ทำงาน-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/employee-experience-to-hope-250908/">วิวัฒนาการ Employee Experience: เมื่อ HR ยุคใหม่คือผู้สร้าง Hope ในที่ทำงาน</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Retention วันนี้ ไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียวอีกต่อไป</h2>
<p>จากสถิตินี้ HREX มองว่า แนวทางการรักษาคนในวันนี้ไม่ได้ผูกอยู่กับ “เงิน” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะองค์กรจำนวนมากเริ่มขยับไปใช้ปัจจัยที่ไม่ใช่ตัวเงิน (non-financial levers) มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น</p>
<ul>
<li>36% ลงทุนใน Recognition</li>
<li>33% ลงทุนใน Well-being &amp; Mental Health</li>
<li>33% ลงทุนใน Career Growth &amp; Internal Mobility</li>
</ul>
<p>ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า การรักษาคนในปี 2026 กำลังเปลี่ยนจากการแข่งเรื่องค่าตอบแทน ไปสู่การแข่งขันด้าน “ประสบการณ์” และ “ความหมายของการทำงาน” มากขึ้น</p>
<p>เพราะพนักงานไม่ได้ต้องการแค่รายได้ที่ดีอย่างเดียว แต่ต้องการรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า มีเส้นทางเติบโต และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวนั่นเอง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49373" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/employee-recognition-meaningful-work-Cover.webp" alt="employee-recognition-meaningful-work Cover" width="600" height="370" title="สัญญาณใหม่ของตลาดแรงงานปี 2026 เมื่อ HR เริ่มกลับมาจ้างคนเพิ่ม แต่ไม่รู้ว่าจะรักษาพนักงานอย่างไร ? 44" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/employee-recognition-meaningful-work-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/employee-recognition-meaningful-work-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/tips/employee-recognition-meaningful-work-260323/">คนไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่ต้องการความรู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>ปี 2026 อาจเป็นปีที่การจ้างงานกลับมาอย่างชัดเจน แต่ก็อาจยังไม่ใช่ปีที่กลยุทธ์ด้านคนขององค์กรจะสมบูรณ์แบบ ฉะนั้นองค์กรที่ได้เปรียบในเกมนี้จึงเป็นองค์กรที่สามารถทำให้คน “อยากอยู่ต่อ” ได้อย่างแท้จริง</p>
<p>และสำหรับองค์กรที่กำลังมองหาแนวทางในการยกระดับ Retention ให้เป็นระบบมากขึ้น ปัจจุบันมี HR Solution ที่ช่วยตอบโจทย์ได้หลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้าน <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/33">Financial Benefit</a>, <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/86">Flexible Benefits</a> หรือ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/28">Health &amp; Wellness</a> ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของ Employee Experience ในระยะยาว</p>
<p>โดยสามารถเข้าไปดูตัวเลือกและพาร์ทเนอร์ที่เหมาะกับองค์กรของคุณได้ผ่าน HREX ที่รวบรวมโซลูชัน HR ไว้ในที่เดียว</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources:</strong></p>
<p><a href="https://www.hrdive.com/news/chro-confidence-levels-strongest-tracked-the-conference-board/818654/" target="_blank" rel="noopener">hrdive.com</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/hiring-retention-sign-2026-260429/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Job Hugging ภาวะกอดงานแน่น ๆ แต่ไม่ได้รักงาน แค่กลัวความไม่แน่นอน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/tips/job-hugging-employee-retention-trend-260408/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/tips/job-hugging-employee-retention-trend-260408/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Apr 2026 05:39:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tips]]></category>
		<category><![CDATA[Job Hugging]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49519</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Job Hugging คือภาวะที่พนักงานเลือกอยู่ต่อ ไม่ใช่เพราะรักงาน แต่เพราะกลัวความไม่แน่นอนในการลาออก Job Hugging สะท้อนว่า คนทำงานกำลังเลือก “ความมั่นคงในปัจจุบัน” มากกว่า “โอกาสในอนาคต” โดยมีแรงกดดันจากเศรษฐกิจ การเลย์ออฟ และ AI เข้ามาเกี่ยวข้อง สำหรับ HR ตัวเลขลาออกที่ลดลง อาจไม่ใช่สัญญาณที่ดีเสมอไป เพราะมันอาจกำลังซ่อนภาวะ Disengagement และ Burnout เอาไว้โดยไม่รู้ตัว สัญญาณสำคัญคือ พนักงานจะไม่ค่อยอยากเติบโต ไม่รับความท้าทายใหม่ และให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากกว่าความก้าวหน้าในอาชีพ HR อาจคุ้นชินกับคำว่า Job Hopping หรือการเปลี่ยนงานบ่อยเพื่อโอกาสที่ดีกว่า แต่ตอนนี้เริ่มมีอีกคำที่ HR ควรจับตาไม่แพ้กัน นั่นคือ Job Hugging หรือภาวะที่คนเลือกอยู่กับงานเดิมต่อไป แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้อินกับงานหรือเห็นอนาคตที่ชัดเจน แต่กอดงานเพราะรู้สึกว่า “ลาออกไปตอนนี้เสี่ยงเกินไป”  ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนทำงานรักองค์กรขึ้น แต่เป็นผลจากความไม่แน่นอนของตลาดแรงงาน ทั้งข่าวการเลย์ออฟ การชะลอการจ้างงาน และแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ทำให้ความมั่นคงสำคัญกว่าโอกาสใหม่ Job Hugging คืออะไร ? [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li data-section-id="1qtlp0x" data-start="43" data-end="225">Job Hugging คือภาวะที่พนักงานเลือกอยู่ต่อ ไม่ใช่เพราะรักงาน แต่เพราะกลัวความไม่แน่นอนในการลาออก</li>
<li data-section-id="1qtlp0x" data-start="43" data-end="225">Job Hugging สะท้อนว่า คนทำงานกำลังเลือก “ความมั่นคงในปัจจุบัน” มากกว่า “โอกาสในอนาคต” โดยมีแรงกดดันจากเศรษฐกิจ การเลย์ออฟ และ AI เข้ามาเกี่ยวข้อง</li>
<li data-section-id="12zq06" data-start="421" data-end="552">สำหรับ HR ตัวเลขลาออกที่ลดลง อาจไม่ใช่สัญญาณที่ดีเสมอไป เพราะมันอาจกำลังซ่อนภาวะ Disengagement และ Burnout เอาไว้โดยไม่รู้ตัว</li>
<li data-section-id="1awsnus" data-start="554" data-end="677">สัญญาณสำคัญคือ พนักงานจะไม่ค่อยอยากเติบโต ไม่รับความท้าทายใหม่ และให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากกว่าความก้าวหน้าในอาชีพ</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49520" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/job-hugging-employee-retention-trend.png" alt="job-hugging-employee-retention-trend" width="600" height="370" title="Job Hugging ภาวะกอดงานแน่น ๆ แต่ไม่ได้รักงาน แค่กลัวความไม่แน่นอน 48" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/job-hugging-employee-retention-trend.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/job-hugging-employee-retention-trend-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR อาจคุ้นชินกับคำว่า Job Hopping หรือการเปลี่ยนงานบ่อยเพื่อโอกาสที่ดีกว่า แต่ตอนนี้เริ่มมีอีกคำที่ HR ควรจับตาไม่แพ้กัน นั่นคือ </span><b>Job Hugging</b><span style="font-weight: 400;"> หรือภาวะที่คนเลือกอยู่กับงานเดิมต่อไป แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้อินกับงานหรือเห็นอนาคตที่ชัดเจน แต่กอดงานเพราะรู้สึกว่า “ลาออกไปตอนนี้เสี่ยงเกินไป” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนทำงานรักองค์กรขึ้น แต่เป็นผลจากความไม่แน่นอนของตลาดแรงงาน ทั้งข่าวการเลย์ออฟ การชะลอการจ้างงาน และแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ทำให้ความมั่นคงสำคัญกว่าโอกาสใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Job Hugging คืออะไร ? อ่านได้จากบทความนี้</span></p>

<h2><b>Job Hugging เมื่อคนทำงานอยู่ต่อ ไม่ใช่เพราะรักงาน แต่เพราะกลัวความไม่แน่นอน</b></h2>
<p><strong>Job Hugging คือภาวะที่พนักงานเลือกอยู่กับงานเดิมต่อไป แม้จะไม่ได้รู้สึกพึงพอใจหรือเห็นโอกาสเติบโต แต่ตัดสินใจไม่ขยับตัวเพราะมองว่า การเปลี่ยนงานในช่วงเวลานี้มีความเสี่ยงสูงเกินไป</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่างจาก Job Hopping ที่เน้นการเปลี่ยนงานเพื่อโอกาสที่ดีกว่า Job Hugging สะท้อนทัศนคติที่คนทำงานเริ่มระมัดระวังในการหางานมากขึ้น เมื่อพวกเขาต้องเลือกแลกระหว่าง “โอกาสเติบโต” กับ “ความมั่นคง” ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ การชะลอการจ้างงาน หรือกระทั่งการมาถึงของ AI</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ความไม่แน่นอนทางจิตใจกลายเป็นแรงผลักให้คน “กอดงาน”</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาวะ Job hugging มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความไม่แน่นอนทางจิตใจของพนักงานโดยตรง ซึ่งสมาคมจิตวิทยาอเมริกันรายงานว่า ความไม่มั่นคงในงานกำลังเป็นแหล่งความเครียดสำคัญของคนทำงาน และในกลุ่มวัย 26–43 ปี มีถึง 65% ที่บอกว่า Job Insecurity เป็นแรงกดดันหลัก ขณะที่ WHO ก็ย้ำว่า Job Insecurity และรายได้ที่ไม่มั่นคง เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อสุขภาพจิตในที่ทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่าวคือ ความที่คนรู้สึกว่าโลกข้างนอกไม่แน่นอน การกอดงานจึงเป็นปฏิกิริยาที่เข้าใจได้ มันคือการเลือก “ความปลอดภัยตอนนี้” แทน “ความหวังในอนาคตที่ยังไม่แน่อน” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาก็คือ การตัดสินใจแบบนี้อาจทำให้องค์กรมีพนักงานที่ยังไม่ลาออก ทว่าเริ่มหมดพลังกับงานไปทีละน้อย ซึ่งนั่นอันตรายกว่าการลาออกตรง ๆ ด้วยซ้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยด้านจิตวิทยาการทำงานยังพบว่า Job Insecurity เชื่อมโยงกับความพึงพอใจในงานที่ลดลง, ความไว้วางใจต่อองค์กรที่น้อยลง, สุขภาวะที่ถดถอย และประสิทธิภาพการทำงานที่หายไป นั่นแปลว่า ถ้าคนอยู่ต่อเพราะกลัว องค์กรอาจไม่ได้แข็งแรงจริง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24456" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/shutterstock_1854695014-1.jpg" alt="shutterstock 1854695014 1" width="500" height="334" title="Job Hugging ภาวะกอดงานแน่น ๆ แต่ไม่ได้รักงาน แค่กลัวความไม่แน่นอน 49" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/shutterstock_1854695014-1.jpg 500w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/shutterstock_1854695014-1-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h2><b>ทำไม Job Hugging จึงน่ากังวลสำหรับ HR</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเสี่ยงใหญ่ของ Job Hugging คือทำให้ HR อ่านสัญญาณของพนักงานผิดได้ง่ายมาก โดยเฉพาะเรื่องตัวเลข Turnover ที่ลดลง อาจไม่ได้สะท้อน Engagement ที่แท้จริง </span></p>
<p><a href="https://www.humanresourcesonline.net/workers-are-holding-on-to-their-jobs-while-layoff-pressures-persist-is-job-hugging-the-new-threat-to-hr" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Human Resources Online</span></a><span style="font-weight: 400;"> เตือนชัดว่า การลาออกที่น้อยลงอาจปกปิดสภาวะ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190722-employee-engagement/">Disengagement</a> และ <a href="https://th.hrnote.asia/tips/190731-burnoutsyndrome/">Burnou</a>t เอาไว้ และเมื่อความเชื่อมั่นในตลาดแรงงานกลับมา คนกลุ่มนี้ก็อาจพร้อมลาออกเป็นระลอกใหญ่ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือเหตุผลที่ Retention ในยุคนี้ควรวัด “ความอยากเติบโต” ถ้าพนักงานอยู่เพราะกลัว ไม่ได้อยู่เพราะเห็นคุณค่าในงานหรือเชื่อในทิศทางองค์กร สุดท้ายบริษัทจะได้ทีมที่ทำงานแค่ประคองตัว ไม่ค่อยเสี่ยง ไม่นำเสนอไอเดียใหม่ และไม่ค่อยเหลือพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจในระยะยาวนั่นเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ตลาดแรงงานไทยกำลังส่งสัญญาณ Job Hugging</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้ามองบริบทไทย ภาวะ “กอดงาน” มีเหตุผลรองรับมากขึ้นหลายประการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงแม้ตัวเลขว่างงานไทยยังต่ำ แต่ภาพตลาดแรงงานไม่ได้สวยทั้งหมด </span><a href="https://www.nesdc.go.th/wordpress/wp-content/uploads/2026/02/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1-PressEN_26.02.21-SL-_-BT.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">สำนักงานสภาพัฒน์</span></a><span style="font-weight: 400;">รายงานว่า </span><b>การจ้างงานไตรมาส 4 ปี 2025 ลดลง 0.9% เหลือ 39.8 ล้านคน</b><span style="font-weight: 400;"> ขณะที่</span><a href="https://www.bot.or.th/en/thai-economy.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ธนาคารแห่งประเทศไทย</span></a><span style="font-weight: 400;">รายงานว่าอัตราว่างงานไตรมาส 4 ปี 2025 อยู่ที่ราว </span><b>0.76%</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งสะท้อนว่าไทยยังมีการว่างงานต่ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น </span><a href="https://thainews.prd.go.th/nbtworld/news/view/1888076/?bid=1" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">หน่วยงานรัฐไท</span></a><span style="font-weight: 400;">ยเองประเมินว่าในปี 2026 การเลิกจ้างอาจยังอยู่ในระดับสูง </span><b>ไม่น้อยกว่า 40,000 คนต่อเดือน</b><span style="font-weight: 400;"> และข้อมูลแรงงานประกันสังคมมาตรา 33 ที่ออกจากงานสะสม ณ สิ้นปี 2025 อยู่ที่ </span><b>531,779 ราย</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๆ อย่างมีนัยสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยที่ถูกพูดถึงมีทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอ การแข่งขันรุนแรงขึ้น ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และการใช้ระบบอัตโนมัติ AI ที่มากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49162" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/aging-workforce-retirement-age.webp" alt="aging-workforce-retirement-age" width="600" height="370" title="Job Hugging ภาวะกอดงานแน่น ๆ แต่ไม่ได้รักงาน แค่กลัวความไม่แน่นอน 50" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/aging-workforce-retirement-age.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/aging-workforce-retirement-age-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>คนรุ่นใหม่และคนวัย 40+ ต่างก็มีเหตุผลของตัวเองในการกอดงาน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนรุ่นใหม่ในตลาดแรงงานไทยยังมีสัญญาณที่ทำให้ลังเลต่อการย้ายงาน มี</span><a href="https://tradingeconomics.com/thailand/youth-unemployment-rate" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลทางการ</span></a><span style="font-weight: 400;">ชี้ว่า อัตราว่างงานเยาวชนไทยลดลงในปี 2025 แต่ก็ยังสูงกว่ากลุ่มผู้ใหญ่อย่างชัดเจน กสะท้อนความเปราะบางของคนที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพหรือมีประสบการณ์ยังไม่มาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน คนวัย 30 ปลายถึง 40+ ก็มีความกังวลอีกแบบ เพราะตลาดไทยยังมีวัฒนธรรมการรับสมัครที่ผูกกับอายุอยู่ไม่น้อย เช่น มีประกาศงานในไทยจำนวนหนึ่งยัง</span><a href="https://www.thairath.co.th/money/personal_finance/financial_planning/2903979" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">จำกัดอายุ</span></a><span style="font-weight: 400;">อย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะวัย 30 และ 40 ขึ้นไป รู้สึกว่าการเปลี่ยนงานยากขึ้นและต้องคิดหนักกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้น ถ้าคนวัย 40+ จะเลือกกอดงานไว้แน่นขึ้นในช่วงเศรษฐกิจไม่แน่นอน นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>สัญญาณอะไรที่บอกว่าพนักงานกำลังกอดงาน Job Hugging</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อาการของ Job hugging ไม่ได้ชัดเหมือนการลาออก แต่จะค่อย ๆ ปรากฏในรูปแบบที่ดู <em>“ยังโอเคนะ… แต่ไม่ไหวแล้ว” </em></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องจับสังเกตให้เป็น เช่น พนักงานยังส่งงาน ยังอยู่ในระบบ แถมยังไม่สร้างปัญหาใหญ่ด้วย แต่พวกเขาเริ่มไม่รับงานท้าทาย ไม่ค่อยร่วมกิจกรรมองค์กร หรือไม่ได้มี Engagement ใด ๆ กับบริษัท อีกจุดที่จับสังเกตได้ชัดมาก ๆ คือ </span><b>การที่พวกเขาไม่ค่อยอยากคุยเรื่องการเติบโต แต่จะโล่งใจหรือมากกว่าตื่นเต้นเมื่อพูดถึงความมั่นคง </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สัญญาณเหล่านี้สำคัญเพราะถ้าองค์กรปล่อยผ่าน สิ่งที่อาจสะสมเงียบ ๆ แล้วกัดกินนวัตกรรม ความกล้าตัดสินใจ และพลังของทีมทั้งระบบได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาวะ Job hugging กำลังบอกกับ HR ว่า คนจำนวนมากไม่ได้รักงาน แต่กำลังใช้ความมั่นคงเป็นกลไกเอาตัวรอดในโลกที่ไม่แน่นอนขึ้นเรื่อย ๆ นี่คือสัญญาณว่า Retention ยุคใหม่ ต้องอ่านให้ลึกกว่าตัวเลขลาออกอย่างเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะองค์กรที่แข็งแรงไม่ใช่องค์กรที่คน “ยังไม่ไป” อย่างเดียว แต่คือองค์กรที่คน “ยังอยากโตไปด้วย” ต่างหาก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Source </b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.apa.org/monitor/2026/01-02/trends-work-uncertainty" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">apa.org</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.frontiersin.org" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">frontiersin.org</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://sea.peoplemattersglobal.com/news/economy-policy/thailand-faces-rising-job-losses-amid-global-uncertainty-government-expands-employment-support-48948" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">sea.peoplemattersglobal.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2026/20260223141532_13518.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">www.nso.go.th</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/tips/job-hugging-employee-retention-trend-260408/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มาเลเซียเริ่มบังคับใช้ Gig Workers Act แล้ว จุดเปลี่ยนของ Gig Economy ที่ HR ไทยต้องจับตา</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/gig-workers-act-malaysia-hr-strategy-260502/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/gig-workers-act-malaysia-hr-strategy-260502/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Apr 2026 07:44:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR OD]]></category>
		<category><![CDATA[Gig Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Gig Workers Act]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49485</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT มาเลเซียเริ่มใช้ Gig Workers Act 2025 แล้ว สะท้อนว่าภูมิภาคกำลังจริงจังกับสิทธิแรงงานอิสระ ไทยยังไม่มีกฎหมายบังคับจริงจัง ยังอยู่แค่ร่าง แต่ปัญหาหน้างานเกิดขึ้นจริงแล้ว (มีการประท้วงไรเดอร์กว่า 113 ครั้ง) ระบบต่อรองของแรงงานแพลตฟอร์มยังไม่สมดุล สะท้อนช่องว่างของการคุ้มครอง HR ที่ไม่เริ่มปรับตัววันนี้ เสี่ยงตามเกมไม่ทันเมื่อกฎหมายมาจริงในอนาคต ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Gig Economy เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก จากเดิมที่เป็นเพียงรูปแบบการจ้างงานทางเลือก กลายมาเป็นหนึ่งเสาหลักของตลาดแรงงานยุคใหม่ ล่าสุด ประเทศมาเลเซียได้เริ่มบังคับใช้ Gig Workers Act 2025 อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มีนาคม 2026 ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการกำกับดูแลแรงงานอิสระในระดับภูมิภาคเอเชีย แม้ประเทศไทยยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายลักษณะนี้ แต่ประเด็นสำคัญคือถ้ากฎหมายลักษณะนี้เกิดขึ้นในไทย พรุ่งนี้เราพร้อมแค่ไหน ? และนี่คือเหตุผลที่ HR ไทยควรเริ่มจับตา ในฐานะความจริงของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับแรงไทยของตัวเองในอีกไม่ช้า Gig Workers Act คืออะไร และเปลี่ยนอะไรบ้าง? Gig Workers Act หรือกฎหมายคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม/อิสระ คือกฎหมายที่ออกมาเพื่อคุ้มครองสิทธิ สวัสดิการ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul data-start="51" data-end="669">
<li data-section-id="1pzhp8q" data-start="51" data-end="162">มาเลเซียเริ่มใช้ Gig Workers Act 2025 แล้ว สะท้อนว่าภูมิภาคกำลังจริงจังกับสิทธิแรงงานอิสระ</li>
<li data-section-id="70eby9" data-start="296" data-end="441">ไทยยังไม่มีกฎหมายบังคับจริงจัง ยังอยู่แค่ร่าง แต่ปัญหาหน้างานเกิดขึ้นจริงแล้ว (มีการประท้วงไรเดอร์กว่า 113 ครั้ง)</li>
<li data-section-id="1dbm4ad" data-start="442" data-end="552">ระบบต่อรองของแรงงานแพลตฟอร์มยังไม่สมดุล สะท้อนช่องว่างของการคุ้มครอง</li>
<li data-section-id="1tdxn4b" data-start="553" data-end="669">HR ที่ไม่เริ่มปรับตัววันนี้ เสี่ยงตามเกมไม่ทันเมื่อกฎหมายมาจริงในอนาคต</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49486" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/gig-workers-act-malaysia-hr-strategy.png" alt="gig-workers-act-malaysia-hr-strategy" width="600" height="370" title="มาเลเซียเริ่มบังคับใช้ Gig Workers Act แล้ว จุดเปลี่ยนของ Gig Economy ที่ HR ไทยต้องจับตา 54" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/gig-workers-act-malaysia-hr-strategy.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/gig-workers-act-malaysia-hr-strategy-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา </span><b>Gig Economy</b><span style="font-weight: 400;"> เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก จากเดิมที่เป็นเพียงรูปแบบการจ้างงานทางเลือก กลายมาเป็นหนึ่งเสาหลักของตลาดแรงงานยุคใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุด </span><a href="https://web.facebook.com/mykesuma/posts/pfbid0ZUjMug8bprxiq5RktE6xfazXMMzv5LAxGcU5r7dNc2pFaAGtCzXLeK7aKX2EQGhDl?rdid=zuAwV1ed0wulMbCz#" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ประเทศมาเลเซียได้เริ่มบังคับใช้ Gig Workers Act 2025</span></a><span style="font-weight: 400;"> อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มีนาคม 2026 ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการกำกับดูแลแรงงานอิสระในระดับภูมิภาคเอเชีย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ประเทศไทยยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายลักษณะนี้ แต่ประเด็นสำคัญคือถ้ากฎหมายลักษณะนี้เกิดขึ้นในไทย พรุ่งนี้เราพร้อมแค่ไหน ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือเหตุผลที่ HR ไทยควรเริ่มจับตา ในฐานะความจริงของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับแรงไทยของตัวเองในอีกไม่ช้า</span></p>

<h2><b>Gig Workers Act คืออะไร และเปลี่ยนอะไรบ้าง?</b></h2>
<p><b>Gig Workers Act หรือกฎหมายคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม/อิสระ</b><span style="font-weight: 400;"> คือกฎหมายที่ออกมาเพื่อคุ้มครองสิทธิ สวัสดิการ และความปลอดภัยพื้นฐานแก่แรงงานชั่วคราว อาทิ ไรเดอร์ส่งอาหาร คนขับรถรับส่ง หรือฟรีแลนซ์ เพื่อให้ได้รับค่าตอบแทนที่ยุติธรรม ประกันสังคม หรือการคุ้มครองจากการบาดเจ็บระหว่างทำงาน เนื่องจากพวกเขามิได้มีสถานะเหมือนพนักงานประจำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กฎหมาย Gig Workers Act 2025 ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างกรอบให้กับเศรษฐกิจนี้ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ขาดมาตรฐานด้านสิทธิและการคุ้มครองแรงงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยทั่วไปแล้ว สาระสำคัญของกฎหมายครอบคลุมหลายมิติ เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การกำหนดสถานะของแรงงาน (Gig Worker vs Employee)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การบังคับให้มีสัญญาที่ชัดเจน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความโปร่งใสของค่าตอบแทน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">กลไกการร้องเรียนและข้อพิพาท</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความปลอดภัยในการทำงาน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ กฎหมายนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะแพลตฟอร์ม แต่ครอบคลุมธุรกิจที่จ้างแรงงานลักษณะ Freelance หรือ Contract ในหลายอุตสาหกรรม เช่น งานสื่อ งานสร้างสรรค์ งานดูแลสุขภาพ ไปจนถึงงานบริการต่าง ๆ ด้วย</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/sourcedout-recruitment-230627/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15908" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/HREX-Cover-54.png" alt="Sourcedout แพลตฟอร์ม Freelance Recruiter ที่จะเข้ามาดิสรัปวงการ Recruitment" width="600" height="370" title="มาเลเซียเริ่มบังคับใช้ Gig Workers Act แล้ว จุดเปลี่ยนของ Gig Economy ที่ HR ไทยต้องจับตา 55"></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/sourcedout-recruitment-230627/"><strong>SourcedOut แพลตฟอร์ม Freelance Recruiter ที่จะเข้ามาดิสรัปวงการ Recruitment</strong></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>แล้วประเทศไทยอยู่ตรงไหนของ Gig Economy?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเทศไทยยังไม่มี Gig Workers Act หรือกฎหมายเฉพาะสำหรับแรงงานแพลตฟอร์มที่มีผลใช้บังคับแล้วในลักษณะเดียวกัน ตอนนี้ไทยยังอยู่ในช่วงผลักดัน </span><a href="https://www.mol.go.th/wp-content/uploads/sites/2/2024/03/%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0.pdf?utm_source=chatgpt.com" target="_blank" rel="noopener"><b>ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ</b></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งพยายามวางกรอบคุ้มครองแรงงานนอกระบบและแรงงานกึ่งอิสระ เช่น คนทำงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่ยังเป็นเพียงร่างกฎหมายที่อยู่ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและปรับแก้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ รัฐบาลและกระทรวงแรงงานพยายามขับเรื่องนี้มาระยะหนึ่ง โดยร่างกฎหมายดังกล่าวตั้งใจให้แรงงานอิสระและกึ่งอิสระเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานมากขึ้น เช่น ความปลอดภัยในการทำงาน หลักประกันทางสังคม การขึ้นทะเบียนแรงงาน และการรวมตัวเป็นองค์กรแรงงานอิสระได้ ฯลฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันภาครัฐยังสื่อสารว่า มีแรงงานนอกระบบจำนวนมากระดับหลายสิบล้านคนที่ยังอยู่นอกระบบคุ้มครองแบบเดิม จึงต้องมีเครื่องมือใหม่มารองรับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในอีกด้านหนึ่ง ถ้าถามว่าไทยพร้อมแล้วหรือยัง คำตอบน่าจะเป็นว่า “ยังไม่พร้อมเต็มที่” ยกตัวอย่างภาพความยังไม่พร้อมจากข่าว เมื่อมองจากฝั่งคนทำงานจริง </span><a href="https://www.thairath.co.th/news/society/2757164" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ตลอดช่วงปี 2562-2566 มีการประท้วงของไรเดอร์ในไทยอย่างน้อย 113 ครั้ง </span></a><span style="font-weight: 400;">โดยข้อเรียกร้องหลักคือเรื่องค่ารอบและค่าตอบแทน ระบบรับงาน สวัสดิการ และการคุ้มครองแรงงาน ขณะที่แพลตฟอร์มตอบรับข้อเรียกร้องทั้งหมดหรือบางส่วนเพียง 20 ครั้งเท่านั้นจาก 113 ครั้ง ซึ่งสะท้อนว่าระบบการต่อรองในปัจจุบันยังไม่สมดุล และคนทำงานจำนวนมากยังรู้สึกว่าไม่มีช่องทางคุ้มครองที่มีประสิทธิภาพพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นคนทำงานแพลตฟอร์มในไทยจึงพยายมรวมตัวผ่านการเคลื่อนไหวของ สหภาพไรเดอร์, สมาคมไรเดอร์ไทย, กลุ่ม Rider Center และเครือข่ายสหภาพคนทำงาน ที่ออกมาเรียกร้องอยู่เรื่อย ๆ ทั้งยังยื่นหนังสือถึงกระทรวงแรงงาน การเข้าพบพรรคการเมือง และการคัดค้านบางเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.แรงงานอิสระฯ เพราะกังวลว่าจะยังไม่คุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มได้เพียงพอ.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอาจสรุปได้ว่า </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/210917-how-gig-economy-impact-hr/"><b>Gig Economy ในไทยโตเร็วกว่ากฎหมาย </b></a><span style="font-weight: 400;">และเสียงเรียกร้องของแรงงานไปไกลกว่าความพร้อมของระบบคุ้มครองแล้วนั่นเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>HR ไทยควรเตรียมตัวอย่างไรกับ Gig Worker</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ HR ไทยควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ ซึ่งหลาย ๆ องค์กรก็ใช้แรงงานแบบยืดหยุ่นอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้ “ออกแบบระบบรองรับ” อย่างจริงจัง ทำให้เกิดช่องว่างทั้งเรื่องความชัดเจนของสัญญา วิธีบริหาร และความเสี่ยงเชิงกฎหมายในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่พร้อมกว่าจึงไม่รอกฎหมายออกมาบังคับ แต่ควรเริ่มขยับ 4 เรื่องนี้ก่อน</span></p>
<p><b>เรื่องแรก คือมอง Workforce ใหม่ทั้งระบบ </b><span style="font-weight: 400;">ว่าไม่ได้มีแค่พนักงานประจำ แต่รวมถึง Freelance, Gig Worker และ Outsource ที่ต้องถูกบริหารอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ปล่อยแยกส่วน</span></p>
<p><b>เรื่องที่สอง คือทำให้รูปแบบการจ้างงานชัดมากขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะสัญญาจ้าง ขอบเขตงาน และค่าตอบแทน เพื่อลดความเสี่ยงเรื่อง Misclassification ที่อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต</span></p>
<p><b>เรื่องที่สาม คือออกแบบประสบการณ์ของ Gig Worker ให้ดีพอ</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่แค่จ่ายเงินจบ แต่ต้องมี communication, feedback และมาตรฐานการทำงานที่ทำให้เขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง</span></p>
<p><b>และเรื่องสุดท้าย คือคิด Workforce Strategy ใหม่ </b><span style="font-weight: 400;">ว่าจะสร้างสมดุลระหว่าง “ความยืดหยุ่น” กับ “ความเสี่ยง” อย่างไร เพราะยิ่งองค์กรใช้แรงงานรูปแบบใหม่มากเท่าไหร่ ความสามารถในการออกแบบระบบรองรับจะยิ่งกลายเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจมากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24359" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/09/shutterstock_1364656247.jpg" alt="The,Gig,Economy,Quick,Jobs,Independent,Workers,News,Headlines,3d" width="500" height="286" title="มาเลเซียเริ่มบังคับใช้ Gig Workers Act แล้ว จุดเปลี่ยนของ Gig Economy ที่ HR ไทยต้องจับตา 56" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2021/09/shutterstock_1364656247.jpg 500w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/09/shutterstock_1364656247-300x172.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Gig Workers Act คือสัญญาณสำคัญว่าโครงสร้างแรงงานกำลังเปลี่ยนไปทั้งภูมิภาค จากโลกที่แบ่งชัดว่าใครคือพนักงาน สู่โลกที่แรงงานมีหลายรูปแบบ และองค์กรต้องรับผิดชอบมากกว่าที่เคย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR จึงต้องนิยามแรงงานขององค์กรใหม่ให้ครอบคลุมทั้งพนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ Gig Worker และแรงงานรูปแบบอื่น ๆ ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น องค์กรที่ปรับตัวได้เร็ว จะไม่ได้แค่ตามกฎหมายทัน แต่จะสามารถออกแบบ Workforce Strategy ใหม่ที่ทั้งยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนก่อนใคร ซึ่งจะกลายเป็นความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ในระยะยาวอย่างแท้จริง</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sources:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.humanresourcesonline.net/gig-workers-act-2025-what-employers-must-get-right-as-enforcement-kicks-in-on-31-march" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">humanresourcesonline.net</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.sdgmove.com/2021/10/07/asian-gig-workers-fight-for-labour-rights/#:~:text=%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%20gig%20workers%20%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%20%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%20%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99%20%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%20%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%8C%20%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">sdgmove.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://libdoc.dpu.ac.th/thesis/Songphon.Chan.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">libdoc.dpu.ac.th</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.sdgmove.com/2024/08/14/social-protection-informal-worker-bill/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">sdgmove.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://justeconomylabor.org/jelis-newsletter-may-2025/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">justeconomylabor.org</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.apec.org/docs/default-source/publications/2021/12/guidelines-on-providing-social-protection-to-digital-platform-workers/221_hrd_guidelines-on-providing-social-protection-to-digital-platform-workers.pdf?sfvrsn=9c0b254_2" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">apec.org</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/gig-workers-act-malaysia-hr-strategy-260502/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คนไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่ต้องการความรู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย </title>
		<link>https://th.hrnote.asia/tips/employee-recognition-meaningful-work-260323/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/tips/employee-recognition-meaningful-work-260323/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2026 10:40:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tips]]></category>
		<category><![CDATA[Employee Recognition]]></category>
		<category><![CDATA[Meaningful Work]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49370</guid>

					<description><![CDATA[ในเวลาที่องค์กรจำนวนมากยังพูดเรื่องการรักษาคนเก่งผ่านเงินเดือน โบนัส และสวัสดิการเป็นหลัก มีข้อมูลชุดใหม่ที่ชวนให้ HR เข้าใจกันเสียทีว่า ความสุขของคนทำงานไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว เพราะข้อมูลจาก Ipsos Happiness Report 2026 ระบุว่า (Feeling Appreciated/Loved) กลายเป็นหนึ่งในแรงขับสำคัญของความสุขมากกว่าที่หลายองค์กรคาดไว้ แม้จะดูเป็นผลสำรวจทั่วไป แต่สำหรับ HREX เรามองว่ากระทบงาน HR โดยตรง เพราะนี่กำลังบอกว่า Employee Experience ไม่ใช่เรื่องของเงินอย่างเดียว แต่รวมถึงความรู้สึกว่าตัวเองสำคัญด้วย  หากองค์กรยังออกแบบประสบการณ์คนทำงานโดยยึดเพียง Compensation และ Benefits เป็นแกนหลักอย่างเดียว ก็อาจไม่ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่อีกต่อไปฃ เงินยังสำคัญ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด อ้างอิงจากผลสำรวจ Ipsos Happiness Report 2026 กลุ่มผู้ตอบแบบสำรวจจาก APAC พบว่า สิ่งที่ทำให้ผู้คนมีความสุขมากที่สุดคือ ความรู้สึกได้รับการเห็นคุณค่า/ได้รับความรัก 39%, รองลงมาคือ ครอบครัวและลูก 32%, ความรู้สึกว่าควบคุมชีวิตตัวเองได้ 27%, และ ความรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย 27% ตามลำดับ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49373" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/employee-recognition-meaningful-work-Cover.webp" alt="employee-recognition-meaningful-work Cover" width="600" height="370" title="คนไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่ต้องการความรู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย  62" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/employee-recognition-meaningful-work-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/employee-recognition-meaningful-work-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเวลาที่องค์กรจำนวนมากยังพูดเรื่องการรักษาคนเก่งผ่านเงินเดือน โบนัส และสวัสดิการเป็นหลัก มีข้อมูลชุดใหม่ที่ชวนให้ HR เข้าใจกันเสียทีว่า ความสุขของคนทำงานไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว เพราะข้อมูลจาก </span><a href="https://www.ipsos.com/sites/default/files/ct/news/documents/2026-03/ipsos-happiness-index-2026-survey-report.pdf" target="_blank" rel="noopener"><b>Ipsos Happiness Report 2026</b></a><span style="font-weight: 400;"> ระบุว่า </span><b>(Feeling Appreciated/Loved) </b><span style="font-weight: 400;">กลายเป็นหนึ่งในแรงขับสำคัญของความสุขมากกว่าที่หลายองค์กรคาดไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะดูเป็นผลสำรวจทั่วไป แต่สำหรับ HREX เรามองว่ากระทบงาน HR โดยตรง เพราะนี่กำลังบอกว่า </span><b>Employee Experience ไม่ใช่เรื่องของเงินอย่างเดียว แต่รวมถึงความรู้สึกว่าตัวเองสำคัญด้วย</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรยังออกแบบประสบการณ์คนทำงานโดยยึดเพียง Compensation และ Benefits เป็นแกนหลักอย่างเดียว ก็อาจไม่ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่อีกต่อไปฃ</span></p>

<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49371" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/employee-recognition-meaningful-work-1.webp" alt="employee-recognition-meaningful-work 1" width="854" height="714" title="คนไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่ต้องการความรู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย  63" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/employee-recognition-meaningful-work-1.webp 854w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/employee-recognition-meaningful-work-1-300x251.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/employee-recognition-meaningful-work-1-768x642.webp 768w" sizes="(max-width: 854px) 100vw, 854px" /></p>
<h2><b>เงินยังสำคัญ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจากผลสำรวจ Ipsos Happiness Report 2026 กลุ่มผู้ตอบแบบสำรวจจาก APAC พบว่า สิ่งที่ทำให้ผู้คนมีความสุขมากที่สุดคือ</span><b> ความรู้สึกได้รับการเห็นคุณค่า/ได้รับความรัก 39%</b><span style="font-weight: 400;">, รองลงมาคือ </span><b>ครอบครัวและลูก 32%</b><span style="font-weight: 400;">, </span><b>ความรู้สึกว่าควบคุมชีวิตตัวเองได้ 27%</b><span style="font-weight: 400;">, และ </span><b>ความรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย 27%</b><span style="font-weight: 400;"> ตามลำดับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงแม้เรื่องเงินยังเป็นเรื่องใหญ่โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจ ทว่ารายงานของ Ipsos กลับพบว่า ในกลุ่มคนที่ไม่มีความสุข </span><b>ปัจจัยอันดับหนึ่งที่ผลักให้คนไม่มีความสุขคือ สถานะทางการเงิน</b><span style="font-weight: 400;"> อยู่ที่ 57% ในค่าเฉลี่ย 29 ประเทศ และใน APAC ตัวเลขนี้สูงถึง 62% ขณะที่ในกลุ่มรายได้น้อยเองก็พบว่า 61% การเงินคือเหตุสำคัญของความไม่มีความสุข </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ นั่นหมายความว่าเงินไม่สำคัญ เพราะอันนี้จริงปัจจัยเรื่องการเงินยังสำคัญ โดยเฉพาะกับคนที่กำลังเผชิญแรงกดดันเรื่องค่าครองชีพ (เช่น ประเทศไทย) แต่ในอีกด้านหนึ่งก็สะท้อนว่า </span><b>สิ่งที่ทำให้เกิดความสุขไม่ใช่ค่าตอบแทนเสมอไป</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ช่วยเพิ่มความสุขในระยะยาวอาจเป็นเรื่องของ </span><b>คุณค่า ความสัมพันธ์ และความหมายของชีวิต</b><span style="font-weight: 400;"> มากกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49372" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/employee-recognition-meaningful-work-2.webp" alt="employee recognition meaningful work 2" width="957" height="714" title="คนไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่ต้องการความรู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย  64" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/employee-recognition-meaningful-work-2.webp 957w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/employee-recognition-meaningful-work-2-300x224.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/employee-recognition-meaningful-work-2-768x573.webp 768w" sizes="(max-width: 957px) 100vw, 957px" /><br />
<b>คนไม่ได้ลาออกเพราะเงินอย่างเดียว แต่ออกจากที่ที่ทำให้เขาไม่รู้สึกว่ามีตัวตน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมองย้อนกลับมาในมุม HR เวลาเราพูดเรื่อง Retention หลายองค์กรมองในมุมแค่การขึ้นเงินเดือน โบนัส หรือสวัสดิการก่อน ทั้งที่ในความเป็นจริงคนจำนวนมากออกจากงานเพราะไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกมองเห็น ไม่ได้รับการยอมรับ หรือไม่เห็นว่างานที่ทำมีความหมายอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอดคล้องกับสิ่งที่ </span><a href="https://news.gallup.com/poll/697403/purposeful-work-boosts-engagement-few-experience.aspx" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Gallup</span></a><span style="font-weight: 400;"> ระบุว่า </span><b>งานที่มีความหมายจะช่วยเพิ่ม Engagement</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ดี และคนจะเข้าใจคำว่า เป้าหมาย (Purpose) มากขึ้น เมื่อพวกเขาเห็นว่าสิ่งที่ทำสร้างความแตกต่างได้จริง เช่น การช่วยลูกค้า, ช่วยเพื่อนร่วมงาน, ปรับปรุงกระบวนการ หรือมีส่วนต่อผลลัพธ์สำคัญบางอย่างขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน Gallup ยังชี้ว่า </span><b>การได้รับ Recognition ในที่ทำงานก็ช่วยให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่า เพิ่ม Engagement และส่งผลต่อความภักดีและการรักษาคน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเอาข้อมูลนี้มาเทียบเคียงกับ Ipsos จึงชัดเจนมากขึ้นว่า คนทำงานไม่ได้ต้องการแค่ผลตอบแทน แต่ยังต้องการความรู้สึกว่า </span><b>ฉันมีความหมายต่อทีม ต่อองค์กร และต่อชีวิตของตัวเอง</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24761" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/shutterstock_298205393-1.jpeg" alt="Well,Done,,Card,Feedback,,Employee,Recognition,Concept.,Happy,Emoticon,On" width="500" height="334" title="คนไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่ต้องการความรู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย  65" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/shutterstock_298205393-1.jpeg 500w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/shutterstock_298205393-1-300x200.jpeg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h2><b>HR จะวัดคุณค่าพนักงานได้อย่างไร ?</b><b><br />
</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรยังปฏิบัติต่อเรื่อง Recognition, Belonging หรือ Meaningful Work เหมือนประเด็นรองที่พูดแล้วดูดี ทว่าไม่ใช่หัวใจของธุรกิจ ทั้งที่ในความจริง สิ่งเหล่านี้สัมพันธ์กับ Engagement, Retention และ Performance อย่างใกล้ชิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><a href="https://www.deloitte.com/us/en/insights/topics/talent/employee-wellbeing.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Deloitte</span></a><span style="font-weight: 400;"> ก็เคยเสนอในทิศทางคล้ายกันว่า </span><b>Well-being ของคนทำงานไม่ได้ขึ้นกับสวัสดิการอย่างเดียว แต่ขึ้นกับพฤติกรรมผู้นำ การออกแบบงาน และวิธีการทำงานขององค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งหมายความว่า หากอยากให้คนรู้สึกดีขึ้น องค์กรต้องแก้ที่ระบบ ไม่ใช่แค่เพิ่มกิจกรรมดูแลใจเป็นครั้งคราว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเชิงปฏิบัติ HR ควรเริ่มจากการออกแบบ 4 เรื่องนี้อย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างแรกคือ </span><b><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/211021-employee-recognition/">Recognition</a> ในชีวิตประจำวัน</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่ Recognition แบบพิธีการปีละไม่กี่ครั้ง แต่คือการทำให้หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานมีภาษาที่ใช้เห็นคุณค่ากันได้จริง เช่น การขอบคุณที่เฉพาะเจาะจง การชื่นชมที่โยงกับผลลัพธ์ และการสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่เขาทำมีผลต่อทีมอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่สองคือ </span><b><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190527-feedback-development-working/">Feedback</a> ในทุกสถานการณ์ </b><span style="font-weight: 400;">ไม่ Feedback เฉพาะตอนผิดพลาด เพราะถ้าคนได้รับ Feedback เฉพาะเวลามีปัญหา เขาจะเชื่อมคำว่า Feedback เข้ากับความล้มเหลว แต่ถ้า Feedback ถูกใช้เพื่อสะท้อนจุดแข็ง ความคืบหน้า และคุณค่าที่เขาสร้างได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่สามคือ </span><b>การเชื่อมโยงการทำงานกับวิสัยทัศน์ขององค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> คนจำนวนมากต้องการเห็นให้ชัดว่า สิ่งที่ทำอยู่ตอบโจทย์ลูกค้า ทีม หรือเป้าหมายองค์กรตรงไหน Gallup เรียกสิ่งนี้ว่า การทำให้คนเห็นว่าความพยายามของเขา “make a difference” ซึ่งเป็นฐานสำคัญของ <a href="https://th.hrnote.asia/story/purposeful-and-practical-leader-kbank-240530/">Purposeful Work</a></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างสุดท้ายคือ </span><b>การใช้ข้อมูล (<a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/data-driven-culture-240307/">Data</a>) เพื่อเข้าใจว่าความรู้สึกจริง</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะถ้าองค์กรวัดแต่ Engagement Score แบบกว้าง ๆ แต่อ่านไม่ออกว่าคนรู้สึกมีตัวตนไหม รู้สึกได้รับการยอมรับหรือไม่ หรือเห็นความหมายของงานแค่ไหน ก็ยากที่จะออกแบบประสบการณ์คนทำงานให้แม่นยำ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>บทสรุป</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่การแข่งขันแย่งชิงคนเก่งยังสูง องค์กรที่ได้เปรียบอาจไม่ใช่แค่ที่จ่ายมากกว่า แต่คือที่ที่ทำให้คนรู้สึกว่า </span><b>ตัวเองมีคุณค่า มีตัวตน และมีความหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> มากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะสุดท้ายแล้ว คนทำงานไม่ได้ต้องการแค่เงินตรา แต่ต้องการเหตุผลบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่า สิ่งที่ตื่นมาทำทุกวันนั้น “สำคัญ” จริง ๆ</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="คนไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่ต้องการความรู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย  66" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Source:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.humanresourcesonline.net/close-to-4-in-10-people-surveyed-in-apac-feel-genuinely-appreciated-and-loved-a-key-driver-of-happiness" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">humanresourcesonline</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.ipsos.com/sites/default/files/ct/news/documents/2026-03/ipsos-happiness-index-2026-survey-report.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ipsos</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://news.gallup.com/poll/697403/purposeful-work-boosts-engagement-few-experience.aspx" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Gallup</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.deloitte.com/us/en/insights/topics/talent/employee-wellbeing.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Deloitte</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/tips/employee-recognition-meaningful-work-260323/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้บริหารส่วนใหญ่คิดว่า “ทุกคนต้องใช้ AI แล้ว” แต่พนักงานจำนวนมากยังไม่เล่นด้วย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-adoption-workplace-gap-260316/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-adoption-workplace-gap-260316/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Mar 2026 11:18:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tech]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[ai]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49291</guid>

					<description><![CDATA[ทุกวันนี้ AI กลายเป็นเรื่องปกติขององค์กร ผู้บริหารจำนวนมากเริ่มวาง AI เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ธุรกิจแล้ว ทว่าในระดับหน้างานจริงกลับสวนทางกัน เมื่อผู้จัดการและพนักงานจำนวนไม่น้อยยังมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือเสริมในการทำงานเท่านั้น ช่องว่างนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของมุมมองที่ต่างกัน แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของการเปลี่ยนผ่านองค์กร นี่จึงเหตุผลว่าทำไม HR ต้องเข้ามามีบทบาทในการเชื่อมความเข้าใจระหว่างกลยุทธ์ของผู้บริหารกับการใช้งานจริงในระดับทีม และไม่ควรคาดหวังให้พนักงานปรับตัวกับ AI ด้วยตัวเอง  ช่องว่าง AI ในองค์กรอยู่ที่ตรงไหน ? มี ผลสำรวจต่างชาติจาก Slingshot และ Infragistics ที่สะท้อนช่องว่างเรื่อง AI ในองค์กรได้อย่างชัดเจน เมื่อ 86% ของผู้บริหารเชื่อว่า AI กลายเป็นสิ่งจำเป็นในองค์กรแล้ว แต่มีเพียง 49% ของผู้จัดการระดับกลาง ที่เห็นตรงกันและส่งต่อความคาดหวังนี้ไปยังทีม ขณะเดียวกัน กว่า 40% ของนายจ้างมอง AI เป็นสมาชิกอีกคนของทีม แต่มีพนักงานเพียง 20% ที่คิดแบบเดียวกัน โดยส่วนใหญ่ยังมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยงานเท่านั้น ปัญหาดังกล่าวเกิดจากคนทำงานจำนวนมากไม่รู้ว่าองค์กรคาดหวังให้ใช้ AI อย่างไร ใช้กับงานไหน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49293" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ai-adoption-workplace-gap.webp" alt="ai-adoption-workplace-gap" width="600" height="370" title="ผู้บริหารส่วนใหญ่คิดว่า “ทุกคนต้องใช้ AI แล้ว” แต่พนักงานจำนวนมากยังไม่เล่นด้วย 70" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ai-adoption-workplace-gap.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ai-adoption-workplace-gap-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้ AI กลายเป็นเรื่องปกติขององค์กร ผู้บริหารจำนวนมากเริ่มวาง AI เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ธุรกิจแล้ว ทว่าในระดับหน้างานจริงกลับสวนทางกัน เมื่อผู้จัดการและพนักงานจำนวนไม่น้อยยังมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือเสริมในการทำงานเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่องว่างนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของมุมมองที่ต่างกัน แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของการเปลี่ยนผ่านองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเหตุผลว่าทำไม HR ต้องเข้ามามีบทบาทในการเชื่อมความเข้าใจระหว่างกลยุทธ์ของผู้บริหารกับการใช้งานจริงในระดับทีม และไม่ควรคาดหวังให้พนักงานปรับตัวกับ AI ด้วยตัวเอง </span></p>

<h2><b>ช่องว่าง AI ในองค์กรอยู่ที่ตรงไหน ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">มี </span><a href="https://www.globenewswire.com/news-release/2026/03/05/3250268/0/en/41-of-Employers-See-AI-As-Another-Member-of-the-Team-Employees-Still-See-It-As-Just-a-Tool.html?_gl=1*iun7ck*_up*MQ..*_ga*MTk1OTQ1Mjc1MC4xNzcyNzE5Nzk0*_ga_B6167QB2TF*czE3NzI3MTk3OTQkbzEkZzAkdDE3NzI3MTk3OTQkajYwJGwwJGgw*_ga_ERWPGTJ5X8*czE3NzI3MTk3OTQkbzEkZzAkdDE3NzI3MTk3OTQkajYwJGwwJGgw" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ผลสำรวจต่างชาติจาก Slingshot และ Infragistics</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่สะท้อนช่องว่างเรื่อง AI ในองค์กรได้อย่างชัดเจน เมื่อ </span><b>86% ของผู้บริหารเชื่อว่า AI กลายเป็นสิ่งจำเป็นในองค์กรแล้ว</b><span style="font-weight: 400;"> แต่มีเพียง </span><b>49% ของผู้จัดการระดับกลาง</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เห็นตรงกันและส่งต่อความคาดหวังนี้ไปยังทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน </span><b>กว่า 40% ของนายจ้างมอง AI เป็นสมาชิกอีกคนของทีม</b><span style="font-weight: 400;"> แต่มี</span><b>พนักงานเพียง 20% ที่คิดแบบเดียวกัน โดยส่วนใหญ่ยังมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยงานเท่านั้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาดังกล่าวเกิดจากคนทำงานจำนวนมากไม่รู้ว่าองค์กรคาดหวังให้ใช้ AI อย่างไร ใช้กับงานไหน ใช้ลึกแค่ไหน และจะวัดผลอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือโจทย์สำคัญของ HR ที่จะต้องทำให้คนทั้งองค์กรเข้าใจบทบาทของ AI ในแบบเดียวกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>HR ต้องหยุดคาดหวังให้พนักงานใช้ AI เอง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">มีบทความหนึ่งจาก </span><a href="https://www.gartner.com/en/newsroom/press-releases/2026-3-4-gartner-hr-survey-reveals-45-percent-of-managers-report-ai-has-lived-up-to-their-expectations?utm_campaign=SM_GB_YOY_GTR_SOC_SF1_SM-PR&amp;utm_source=threads,twitter&amp;utm_medium=social" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Gartner</span></a><span style="font-weight: 400;"> ตั้งประเด็นไว้อย่างน่าสนใจว่า หากองค์กรอยากให้ AI ถูกใช้ในองค์กร </span><b>HR ต้องหันมาโฟกัส “ผู้จัดการ” มากกว่าคาดหวังให้พนักงานแต่ละคนลองผิดลองถูกใช้เอง</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะตำแหน่งผู้จัดการนี่แหละที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างนโยบายกับพฤติกรรมการทำงานจริงในทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบทความเดียวกันนี้บอกว่า 46% ของผู้จัดการกำลังทดลองใช้ AI เพื่อปรับปรุงงานของตัวเอง แต่ฝั่งพนักงานมีเพียง 26% ที่ทำแบบเดียวกัน ขณะเดียวกันมีผู้จัดการเพียง 14% เท่านั้นที่บอกว่าไม่มีอุปสรรคใดเลยในการผลักดันให้ทีมใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Gartner ยังเสนอภาพที่น่าสนใจว่า HR ควรช่วยผู้จัดการอย่างน้อย 3 ด้าน ได้แก่ </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การฝึก AI ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละทีม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเตรียมพร้อมผู้จัดการให้รับมือกับแรงต้านของคนที่กังวลเรื่อง AI </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และการโค้ชให้ผู้จัดการสื่อสารคุณค่าของ AI เสมอ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือบทบาทสำคัญที่ </span><b>HR ต้องเข้ามาช่วยเสริมพลังให้ผู้จัดการนำ AI ไปใช้กับทีมได้จริง</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49294 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/background-computer-insecurity-hacking-3d-illustration-1024x512.webp" alt="background computer insecurity hacking 3d illustration" width="800" height="400" title="ผู้บริหารส่วนใหญ่คิดว่า “ทุกคนต้องใช้ AI แล้ว” แต่พนักงานจำนวนมากยังไม่เล่นด้วย 71" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/background-computer-insecurity-hacking-3d-illustration-1024x512.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/background-computer-insecurity-hacking-3d-illustration-300x150.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/background-computer-insecurity-hacking-3d-illustration-768x384.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/background-computer-insecurity-hacking-3d-illustration-1536x768.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/background-computer-insecurity-hacking-3d-illustration-2048x1024.webp 2048w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><b>ตัวอย่างจากสิงคโปร์ องค์กรไปไกลกว่า “ทดลองใช้” แล้ว</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หากยังมีองค์กรที่สงสัยว่า HR ควรเริ่มจากตรงไหนก่อน ข้อมูลจากสิงคโปร์ให้ภาพที่ชัดมากว่า หลายองค์กรไม่ได้อยู่ในช่วงทดลองแล้ว แต่ขยับสู่การใช้งานจริงในกระบวนการ HR หลักไปแล้ว</span></p>
<p><a href="https://www.manpowergroup.com/en/insights/q2-2026-manpowergroup-employment-outlook-survey" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ManpowerGroup</span></a><span style="font-weight: 400;"> รายงานว่า </span><b>82% ขององค์กรในสิงคโปร์ใช้ AI ในการจ้างงาน การ onboarding หรือการฝึกอบรมพนักงานใหม่</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลางที่ </span><b>81%</b><span style="font-weight: 400;"> และสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ </span><b>67%</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อแยกตามอุตสาหกรรม การใช้ AI สูงที่สุดอยู่ใน 3 กลุ่ม คือ Utilities and Natural Resources (89%), Information (87%) และ Manufacturing (86%) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี เพราะแม้การใช้งานจะสูง แต่มี 10% บอกว่ายังไม่เห็น ROI เชิงบวกเลย ขณะที่อุปสรรคหลักต่อการขยายการใช้ AI คือ Privacy และ Regulatory Concerns (16%), การฝึกภายในองค์กรที่ยังไม่พอ (13%) และ ทักษะ AI ของพนักงานที่ยังไม่พร้อม (9%)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนของสิงคโปร์จึงเตือนสติ HR ว่า นอกจากประเด็นเรื่องการใช้งานแล้ว เรายังต้องตอบคำถามเรื่องผลลัพธ์จริงให้ได้เหมือนกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>AI Adoption ที่แท้จริงต้องเริ่มจาก “ทีม” อย่ารอจาก “นโยบาย”</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุม HREX มองประเด็นนี้ว่า ปัญหาของหลายองค์กรคือ AI strategy ไปเร็วกว่าความพร้อมของคนในระบบ เมื่อผู้บริหารเชื่อว่า AI เป็นเรื่องจำเป็นแล้ว แต่คนระดับผู้จัดการ (Manager) และพนักงาน Frontline กลับตามไม่ทัน</span></p>
<p><b>องค์กรก็เลยเจอภาวะที่มีทั้งเครื่องมือ มีทั้งนโยบาย มีทั้งงบประมาณ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เกิดในระดับที่ควรเป็น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ทำได้ดีในระยะต่อไปจึงไม่ใช่องค์กรที่แค่ซื้อ AI tool ได้เร็ว แต่คือองค์กรที่ทำ 4 เรื่องนี้ได้พร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องแรก คือ </span><b>สื่อสารนิยามของ AI ให้ชัด</b><span style="font-weight: 400;"> ว่าองค์กรคาดหวังให้ใช้กับงานประเภทใด และไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องใช้ทุกเครื่องมือแบบเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องที่สอง คือ </span><b>ทำให้ผู้จัดการเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่แค่ตัวส่งคำสั่ง เพราะถ้าผู้จัดการไม่เข้าใจ AI ไม่มั่นใจ หรือไม่เห็นคุณค่าในบริบททีมของตัวเอง พนักงานก็แทบไม่มีทางใช้ต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องที่สาม คือ </span><b>ผูก AI กับ workflow จริง</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นการใช้งานแบบสมัครใจล้วน ๆ เพราะพฤติกรรมจะเปลี่ยนได้ง่ายที่สุดเมื่อ AI ถูกฝังอยู่ในงานประจำ ไม่ใช่อยู่ในสไลด์พรีเซนเทชัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเรื่องสุดท้าย คือ </span><b>วัดผลจาก impact จริง</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น Time Saved, Quality Improvement, Candidate Experience, Speed to Decision หรือ Learning Effectiveness ฯลฯ เป็นต้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ถ้าอยากให้ AI ถูกใช้จริงในองค์กร HR ต้องเลิกหวังว่าพนักงานจะทดลองเอง แล้วหันไปเสริมพลังให้ “ผู้จัดการ” เป็นตัวเร่งสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในท้ายที่สุด องค์กรไม่ได้ชนะจากการมีเทคโนโลยีมากกว่า แต่ชนะจากการทำให้คนระดับทีมใช้มันได้ต่อเนื่อง และไปในทิศทางเดียวกันต่างหาก</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="ผู้บริหารส่วนใหญ่คิดว่า “ทุกคนต้องใช้ AI แล้ว” แต่พนักงานจำนวนมากยังไม่เล่นด้วย 72" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Resource:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.hrdive.com/news/ceos-think-ai-use-is-mandatory-but-employees-dont-agree/814279/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">hrdive</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.globenewswire.com/news-release/2026/3/5/3250268/0/en/41-of-Employers-See-AI-As-Another-Member-of-the-Team-Employees-Still-See-It-As-Just-a-Tool.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Globenewswire</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.humanresourcesonline.net/more-than-four-in-five-employers-in-singapore-are-already-using-ai-in-hiring-onboarding-or-training" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Humanresourcesonline</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-adoption-workplace-gap-260316/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มีทักษะการสรรหา อย่าปล่อยให้ความสามารถหยุดอยู่แค่งานประจำ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/freelance-recruiter-sourcedout-260310/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/freelance-recruiter-sourcedout-260310/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Mar 2026 06:12:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[SourcedOut]]></category>
		<category><![CDATA[Freelance Recruiter]]></category>
		<category><![CDATA[งานสรรหา HR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49169</guid>

					<description><![CDATA[เปลี่ยนประสบการณ์ Recruit ให้กลายเป็นรายได้เสริม ด้วยการเป็น Freelance Recruiter กับ SourcedOut ในวันที่ตลาดแรงงานแข่งขันสูงขึ้นทุกอุตสาหกรรม ทักษะด้านการสรรหากลายเป็นอีกหนึ่งทักษะที่มีมูลค่าในตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในยุคที่หลายองค์กรต้องการจ้างงานให้เร็วขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น และคุมต้นทุนให้ได้ดีกว่าเดิม  ขณะเดียวกัน คนทำงานสาย HR และ Recruiter จำนวนมากก็เริ่มมองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่ช่วยต่อยอดความเชี่ยวชาญเดิมให้กลายเป็นรายได้เสริม หรือแม้แต่พัฒนาไปสู่เส้นทางอาชีพอิสระอย่างจริงจัง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแนวคิดของการเป็น Freelance Recruiter ถึงน่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะแทนที่จะเริ่มต้นอาชีพใหม่ตั้งแต่ศูนย์ คุณสามารถใช้ทักษะเดิมของ HR ที่มี ทั้งการอ่าน JD การคัดกรองผู้สมัคร การค้นหาแคนดิเดต และการสื่อสารกับคนสมัครงาน มาต่อยอดเป็นโอกาสสร้างรายได้อีกทางได้ทันที หนึ่งในแพลตฟอร์มที่น่าจับตาสำหรับ HR สายนี้คือ SourcedOut  Freelance Recruiter คืออะไร และเหมาะกับใคร Freelance Recruiter คือคนที่รับงานสรรหาแบบอิสระ ไม่ได้ผูกกับองค์กรใดองค์กรหนึ่งในรูปแบบพนักงานประจำ แต่ใช้ทักษะด้านการหา คัดกรอง และส่งผู้สมัครให้ตรงกับความต้องการขององค์กรในลักษณะโปรเจกต์ หรืองานที่ยืดหยุ่นตามข้อตกลง จุดเด่นของงานรูปแบบนี้คือความคล่องตัว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49171" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout.webp" alt="freelance-recruiter-sourcedout" width="600" height="370" title="มีทักษะการสรรหา อย่าปล่อยให้ความสามารถหยุดอยู่แค่งานประจำ 78" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>เปลี่ยนประสบการณ์ Recruit ให้กลายเป็นรายได้เสริม ด้วยการเป็น Freelance Recruiter กับ SourcedOut</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่ตลาดแรงงานแข่งขันสูงขึ้นทุกอุตสาหกรรม ทักษะด้านการสรรหากลายเป็นอีกหนึ่งทักษะที่มีมูลค่าในตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในยุคที่หลายองค์กรต้องการจ้างงานให้เร็วขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น และคุมต้นทุนให้ได้ดีกว่าเดิม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน คนทำงานสาย HR และ Recruiter จำนวนมากก็เริ่มมองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่ช่วยต่อยอดความเชี่ยวชาญเดิมให้กลายเป็นรายได้เสริม หรือแม้แต่พัฒนาไปสู่เส้นทางอาชีพอิสระอย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแนวคิดของการเป็น </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/211011-trends-of-freelance-hr/"><b>Freelance Recruiter</b></a><span style="font-weight: 400;"> ถึงน่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะแทนที่จะเริ่มต้นอาชีพใหม่ตั้งแต่ศูนย์ คุณสามารถใช้ทักษะเดิมของ HR ที่มี ทั้งการอ่าน JD การคัดกรองผู้สมัคร การค้นหาแคนดิเดต และการสื่อสารกับคนสมัครงาน มาต่อยอดเป็นโอกาสสร้างรายได้อีกทางได้ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในแพลตฟอร์มที่น่าจับตาสำหรับ HR สายนี้คือ </span><a href="https://www.sourcedout.asia/recruiter" target="_blank" rel="noopener"><b>SourcedOut</b></a><span style="font-weight: 400;"> </span></p>

<h2><b>Freelance Recruiter คืออะไร และเหมาะกับใคร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Freelance Recruiter คือคนที่รับงานสรรหาแบบอิสระ ไม่ได้ผูกกับองค์กรใดองค์กรหนึ่งในรูปแบบพนักงานประจำ แต่ใช้ทักษะด้านการหา คัดกรอง และส่งผู้สมัครให้ตรงกับความต้องการขององค์กรในลักษณะโปรเจกต์ หรืองานที่ยืดหยุ่นตามข้อตกลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเด่นของงานรูปแบบนี้คือความคล่องตัว คุณสามารถจัดสรรเวลาเอง เลือกจังหวะการทำงานเอง และใช้ประสบการณ์เดิมที่มีอยู่แล้วให้เกิดมูลค่าได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่เหมาะกับเส้นทางนี้ ไม่ได้จำกัดแค่ Recruiter เต็มตัวเท่านั้น แต่ยังรวมถึง HR ที่เคยทำงานสรรหา Talent Acquisition, HRBP ที่เข้าใจตลาดคน, คนที่เคยทำ Sales Recruitment, ที่ปรึกษาด้านคน หรือแม้แต่คนที่ทำงานกับผู้คนมานานและมีทักษะการคัดกรองผู้สมัครที่ดีอยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณอ่านคนออก เข้าใจ Requirement และจับคู่ “คนที่ใช่” กับ “งานที่เหมาะ” ได้ เส้นทางนี้ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ทำไมทักษะ Recruit ถึงกลายเป็นโอกาสหารายได้เสริม</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ ทักษะด้านการสรรหาเป็นทักษะที่ตลาดต้องใช้ซ้ำตลอดเวลา องค์กรจำนวนมากยังต้องจ้างคน แต่ไม่ได้อยากแบกรับต้นทุนการสรรหาแบบเดิมทุกครั้ง โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการความเร็ว ความยืดหยุ่น และการเข้าถึงผู้สมัครที่ตรงมากขึ้น นั่นทำให้โมเดลการทำงานผ่านเครือข่าย Freelance Recruiter เริ่มตอบโจทย์ขึ้นเรื่อย ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของคนทำงานสาย HR เอง การเป็น Freelance Recruiter ยังน่าสนใจเพราะเป็นการใช้ความสามารถเดิมให้เกิดรายได้เพิ่ม โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งเส้นทางหลักทันที </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นหากคุณมีงานประจำอยู่แล้ว ก็สามารถใช้เป็นงานเสริมได้ หากคุณกำลังอยู่ในช่วงมองหาความยืดหยุ่นมากขึ้น ก็สามารถใช้เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยสร้างรายรับจากทักษะที่คุณมีอยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">SourcedOut ตั้งใจว่า รูปแบบการทำงานบนแพลตฟอร์มไม่มีการกำหนดชั่วโมงทำงานตายตัว สามารถทำงานออนไลน์ได้ และโฟกัสที่การค้นหาผู้สมัครให้ตรงกับ Requirement แล้วส่งเข้าระบบเพื่อให้ทีมดำเนินการต่อ ซึ่งทำให้โมเดลนี้เหมาะกับคนที่อยากใช้เวลาอย่างยืดหยุ่นและบริหารงานด้วยตนเองมากขึ้น</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/hr-recruiter-skills-250716/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46167" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/ptpchy0wjuya7837c8ei.webp" alt="ทักษะ HR Recruiter คืออะไร ? ใช้ได้แค่ในงานประจำ หรือสร้างรายได้มากกว่านั้นได้ ?" width="600" height="370" title="มีทักษะการสรรหา อย่าปล่อยให้ความสามารถหยุดอยู่แค่งานประจำ 79" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/ptpchy0wjuya7837c8ei.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/ptpchy0wjuya7837c8ei-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/hr-recruiter-skills-250716/">ทักษะ HR Recruiter ใช้ได้แค่ในงานประจำ หรือสร้างรายได้มากกว่านั้นได้ ?</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>จุดแข็งของคนที่มีประสบการณ์สรรหาอยู่แล้ว</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณเคยทำงาน Recruit มาก่อน คุณมีแต้มต่อกว่าที่คิด เพราะงานนี้ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจากสิ่งที่คุณทำได้อยู่แล้ว เช่น การตีความ ฑequirement ของบริษัท การแยกแยะว่าผู้สมัครคนไหนมีโอกาสไปต่อ การสื่อสารจุดขายของตำแหน่งงาน และการรักษาความสัมพันธ์กับแคนดิเดตตลอดกระบวนการสรรหา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทักษะเหล่านี้คือ “สินทรัพย์ทางอาชีพ” ที่สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ได้จริง ยิ่งถ้าคุณมีความเข้าใจในอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น IT, Sales, Engineering, Japanese-speaking Jobs, Manufacturing หรือ Back Office คุณก็ยิ่งมีโอกาสโดดเด่นขึ้น เพราะตลาดสรรหามักให้คุณค่ากับคนที่เข้าใจธรรมชาติของงานและตลาดแรงงานในสายนั้นโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บนแบบฟอร์มสมัครของ SourcedOut เองก็มีการให้ผู้สมัครระบุสายอุตสาหกรรมที่เชี่ยวชาญ ซึ่งสะท้อนชัดว่า “ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน” เป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของคนที่จะเติบโตบนแพลตฟอร์มนี้</span></p>
<p><a href="https://www.sourcedout.asia/th/recruiter" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49173 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout2.webp" alt="freelance-recruiter-sourcedout" width="1590" height="769" title="มีทักษะการสรรหา อย่าปล่อยให้ความสามารถหยุดอยู่แค่งานประจำ 80" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout2.webp 1590w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout2-300x145.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout2-1024x495.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout2-768x371.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout2-1536x743.webp 1536w" sizes="(max-width: 1590px) 100vw, 1590px" /></a></p>
<h2><b>ทำไม SourcedOut จึงน่าสนใจสำหรับคนอยากเริ่มเป็น Freelance Recruiter</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดที่ทำให้ </span><a href="https://www.sourcedout.asia/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">SourcedOut</span></a><span style="font-weight: 400;"> น่าสนใจคือแพลตฟอร์มนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นพื้นที่สำหรับ Recruiter โดยเฉพาะ และสื่อสารชัดเจนว่าเปิดให้คนเข้ามาสร้างรายได้จากทักษะการ Sourcing และ Screening ผ่านระบบของแพลตฟอร์ม ภายใต้การบริหารของ </span><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp" target="_blank" rel="noopener"><b>Reeracoen Thailand</b></a><span style="font-weight: 400;"> บริษัทจัดหางานซึ่งมีฐานความเข้าใจเรื่องงานสรรหาอยู่แล้ว จึงมี Demand จริงจากฝั่งนายจ้างควบคู่ไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนทำงาน นี่คือการเข้าไปอยู่ใน Ecosystem ที่ออกแบบมาเพื่อให้ทักษะสรรหาของคุณถูกใช้งานได้จริง และต่อยอดเป็นรายได้ได้เป็นระบบมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี งานอิสระไม่ได้แปลว่าง่าย แต่แปลว่า “ยืดหยุ่นและต้องมีวินัย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้งาน Freelance จะเป็นงานในฝันของใครหลายคน เพราะให้ความอิสระเรื่องเวลาและสถานที่ทำงาน แต่ความจริงอีกด้านคือ งานรูปแบบนี้ต้องการวินัยสูงกว่างานประจำในหลายกรณี คุณต้องจัดการเวลาเอง ดูแลการตอบกลับเอง และรักษามาตรฐานการทำงานของตัวเองโดยไม่มีใครมาคอยกำกับทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสัมภาษณ์บน HREX ที่พูดคุยกับคุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/freelance-recruiter-sourcedout-230828/"><b>วนิดา ภูทองก้าน</b></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็น Freelance Recruiter บน SourcedOut สะท้อนภาพนี้ได้ชัด เธอเล่าว่างานลักษณะนี้ให้อิสระมาก แต่ก็ต้องมีวินัย ต้องตอบผู้สมัครเร็ว ต้องเรียนรู้ตลาดงาน และต้องพยายามอย่างต่อเนื่องในการหาผู้สมัครที่เหมาะสมกับแต่ละตำแหน่ง โดยเธอเปิดเผยด้วยว่า นับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสัมภาษณ์ มีรายได้สะสมราว 270,000 บาทจากการทำงาน</span></p>
<p><a href="https://www.sourcedout.asia/th/recruiter" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49174 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout3.webp" alt="freelance-recruiter-sourcedout3" width="1661" height="897" title="มีทักษะการสรรหา อย่าปล่อยให้ความสามารถหยุดอยู่แค่งานประจำ 81" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout3.webp 1661w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout3-300x162.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout3-1024x553.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout3-768x415.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout3-1536x829.webp 1536w" sizes="(max-width: 1661px) 100vw, 1661px" /></a></p>
<h2><b>ถ้าอยากเริ่มต้นเป็น Freelance Recruiter ควรเริ่มอย่างไร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือการกลับมาดูตัวเองก่อนว่า คุณมีจุดแข็งอะไรในงานสรรหา ? เช่น บางคนเก่ง Sourcing บางคนเก่งโทรคุยกับผู้สมัคร บางคนเก่งปิดดีล บางคนเก่งอ่านความต้องการของ Hiring Manager ฯลฯ หากคุณรู้ว่าตัวเองเด่นด้านไหน คุณจะวางตำแหน่งตัวเองได้ชัดขึ้นมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นควรเลือกอุตสาหกรรมหรือประเภทงานที่ตัวเองคุ้นเคย เพราะยิ่งคุณเข้าใจตลาดเฉพาะทางมากเท่าไร โอกาสสร้างผลลัพธ์ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แล้วค่อยต่อยอดด้วยการสร้างโปรไฟล์ที่น่าเชื่อถือ บอกประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องให้ชัด และสมัครเข้าร่วมแพลตฟอร์มที่ตรงกับสายงานจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่สนใจ SourcedOut ปัจจุบันมีหน้าสมัครสำหรับ Recruiter โดยตรง และมีการสื่อสารชัดเจนเรื่องรูปแบบการทำงานแบบยืดหยุ่น ทำออนไลน์ได้ และใช้ทักษะการสรรหาเพื่อเปลี่ยนเป็นรายได้บนแพลตฟอร์ม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ถ้าคุณ Recruit เป็น นี่อาจเป็นหนึ่งในรายได้เสริมที่ใกล้ตัวที่สุด</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่องค์กรยังต้องการคนเก่ง แต่ตลาดแรงงานก็ซับซ้อนขึ้นทุกวัน ทักษะด้านการสรรหาจึงมีคุณค่ามากกว่าที่หลายคนคิด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และถ้าคุณมีประสบการณ์ Recruit อยู่แล้ว ไม่ว่าจะมาจากงาน HR, Talent Acquisition หรือบทบาทที่ต้องคัดเลือกคนอยู่เสมอ นี่อาจเป็นจังหวะที่ดีในการต่อยอดความสามารถเดิมให้กลายเป็นโอกาสใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็น </span><b>Freelance Recruiter กับ SourcedOut</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทิ้งงานหลักทันที แต่หมายถึงการเปิดอีกหนึ่งทางเลือกให้ทักษะที่คุณมีสร้างมูลค่าเพิ่มได้จริง ในรูปแบบที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม และอาจกลายเป็นทั้งรายได้เสริม รายได้หลัก หรือเส้นทางอาชีพใหม่ในอนาคตก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะบางครั้ง “โอกาสใหม่” ไม่ได้เริ่มจากการเรียนทักษะใหม่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการมองเห็นมูลค่าของทักษะเดิมที่เรามีอยู่แล้วต่างหาก</span></p>
<p><a href="https://www.sourcedout.asia/th/recruiter" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49172" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout1.webp" alt="freelance-recruiter-sourcedout" width="1060" height="477" title="มีทักษะการสรรหา อย่าปล่อยให้ความสามารถหยุดอยู่แค่งานประจำ 82" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout1.webp 1060w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout1-300x135.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout1-1024x461.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout1-768x346.webp 768w" sizes="(max-width: 1060px) 100vw, 1060px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/freelance-recruiter-sourcedout-260310/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อ “สังคมสูงวัย” กำลังเปลี่ยนเกมตลาดแรงงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/aging-society-workforce-strategy-thailand-260310/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/aging-society-workforce-strategy-thailand-260310/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Mar 2026 03:37:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR OD]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมสูงวัย]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานผู้สูงอายุ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49160</guid>

					<description><![CDATA[ไม่นานมานี้ สิงคโปร์ประกาศปรับอายุเกษียณตามกฎหมายเป็น 64 ปี และ อายุจ้างงานซ้ำเป็น 69 ปี โดยมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป ประเด็นนี้อาจดูเหมือนเป็นการขยับตัวเลขเพียงเล็กน้อย แต่ในความจริงแล้วนี่คือสัญญาณชัดเจนว่า “สังคมสูงวัย” กำลังกลายเป็นโจทย์ด้านแรงงานและการออกแบบองค์กรในระยะยาวอย่างเต็มตัว การปรับเกณฑ์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวเพื่อยืดอายุการทำงานอย่างมีผลิตภาพ และช่วยให้นายจ้างวางแผนเก็บรักษาพนักงานที่มีประสบการณ์ให้ชัดเจนขึ้น โดยสิงคโปร์ยังย้ำด้วยว่าเป้าหมายระยะต่อไปคือการขยับไปสู่อายุเกษียณ 65 ปี และอายุจ้างงานซ้ำ 70 ปีภายในปี 2030 นอกจากนี้ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ระบุว่า มากกว่า 9 ใน 10 ของผู้สูงวัยที่มีสิทธิและต้องการทำงานต่อ ได้รับข้อเสนอจ้างงานซ้ำ ขณะที่อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานของคนวัย 60 ปีขึ้นไปขยับจากราว 58% เป็นเกือบ 60% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ส่วนคนวัย 50 กว่า ๆ เพิ่มจาก 79% เป็น 82% นั่นหมายความว่า ประเทศที่กำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยกำลังหาสมดุลใหม่ เพื่อให้แรงงานสูงวัยยังสร้างคุณค่าได้จริง &#160; เพราะสังคมสูงวัยเป็นเรื่อง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49162" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/aging-workforce-retirement-age.webp" alt="aging-workforce-retirement-age" width="600" height="370" title="เมื่อ “สังคมสูงวัย” กำลังเปลี่ยนเกมตลาดแรงงาน 88" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/aging-workforce-retirement-age.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/aging-workforce-retirement-age-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่นานมานี้ </span><a href="https://www.mom.gov.sg/employment-practices/re-employment" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">สิงคโปร์ประกาศปรับอายุเกษียณตามกฎหมายเป็น 64 ปี และ อายุจ้างงานซ้ำเป็น 69 ปี โดยมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้อาจดูเหมือนเป็นการขยับตัวเลขเพียงเล็กน้อย แต่ในความจริงแล้วนี่คือสัญญาณชัดเจนว่า “<a href="https://th.hrnote.asia/tips/190613-aging-society-working/">สังคมสูงวัย</a>” กำลังกลายเป็นโจทย์ด้านแรงงานและการออกแบบองค์กรในระยะยาวอย่างเต็มตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การปรับเกณฑ์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวเพื่อยืดอายุการทำงานอย่างมีผลิตภาพ และช่วยให้นายจ้างวางแผนเก็บรักษาพนักงานที่มีประสบการณ์ให้ชัดเจนขึ้น โดยสิงคโปร์ยังย้ำด้วยว่าเป้าหมายระยะต่อไปคือการขยับไปสู่อายุเกษียณ 65 ปี และอายุจ้างงานซ้ำ 70 ปีภายในปี 2030</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ระบุว่า มากกว่า 9 ใน 10 ของผู้สูงวัยที่มีสิทธิและต้องการทำงานต่อ ได้รับข้อเสนอจ้างงานซ้ำ ขณะที่อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานของคนวัย 60 ปีขึ้นไปขยับจากราว 58% เป็นเกือบ 60% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ส่วนคนวัย 50 กว่า ๆ เพิ่มจาก 79% เป็น 82%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นหมายความว่า ประเทศที่กำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยกำลังหาสมดุลใหม่ เพื่อให้แรงงานสูงวัยยังสร้างคุณค่าได้จริง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>เพราะสังคมสูงวัยเป็นเรื่อง Operating Model ขององค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมองในมุม HR ประเด็นนี้ลึกกว่าการเปลี่ยนเลขอายุเกษียณ เพราะประเด็นนี้กำลังเปลี่ยนสมมติฐานเดิมขององค์กรหลายแห่ง ที่เคยออกแบบ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210922-career-path/"><span style="font-weight: 400;">Career Path</span></a><span style="font-weight: 400;">, Learning Journey, Benefits และ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hr-succession-planning-250228/"><span style="font-weight: 400;">Succession Plan</span></a><span style="font-weight: 400;"> สำหรับคนวัยทำงานช่วงต้นถึงกลางเป็นหลัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อจากนี้องค์กรต้องคิดใหม่ว่า แรงงานหลักจะไม่ใช่คน “อายุน้อย” อย่างเดียวแล้ว แต่คือพนักงานที่มีหลายรุ่นทำงานร่วมกัน ซึ่งแต่ละวัยมีจุดแข็งต่างกัน และควรได้รับการออกแบบงาน การพัฒนา และสวัสดิการต่างกันด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ทักษะการตัดสินใจ, การบริหารความสัมพันธ์กับ Stakeholder, หรือกระทั่งการ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/coaching-230817/"><span style="font-weight: 400;">Coaching</span></a><span style="font-weight: 400;"> ฯลฯ ทักษะเหล่านี้ทำให้แรงงานสูงวัยยังมีคุณค่าอย่างมาก และหลายกรณีก็เป็นคุณค่าที่เทคโนโลยีทดแทนไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การยืดอายุการทำงานของผู้สูงวัยจึงควรเดินคู่กับ Job Redesign, Flexible Work และการโอบรับ Digital Tools ที่ช่วยลดภาระงานซ้ำ ๆ ลง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือแก่นสำคัญที่หลายองค์กรในเอเชียกำลังเริ่มต้องเผชิญพร้อมกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>แล้วประเทศไทยกำลังอยู่ตรงไหนในสังคมผู้สูงอายุ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมองกลับมาที่ประเทศไทย สถานการณ์ก็กำลังเดินมาในทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจน หน่วยงานรัฐของไทยเผยข้อมูลว่าประเทศไทยมีจำนวนและสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และ</span><b> ประเทศไทยเข้าสู่ “</b><a href="https://www.nesdc.go.th/wordpress/wp-content/uploads/2025/11/3.2-Press-Q3_2568-ENG.pdf" target="_blank" rel="noopener"><b>สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์</b></a><b>” แล้วตั้งแต่ปี 2024</b><span style="font-weight: 400;"> โดยสัดส่วนผู้สูงอายุแตะ 20% ของประชากรทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ชวนคิดกันต่อคือ ประเทศไทยจะใช้ศักยภาพของแรงงานสูงวัยอย่างไร ? และจะปรับระบบงานให้คนหลายวัยทำงานร่วมกันได้จริงแค่ไหน ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ จากข้อมูลข่าวปัจจุบันพบว่า รัฐไทยมีความเคลื่อนไหวในระดับข้อเสนอและการศึกษา</span><a href="https://www.nationthailand.com/news/policy/40057997" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">เรื่องการเลื่อนอายุเกษียณโดยเฉพาะในภาคราชการ</span></a><span style="font-weight: 400;"> มีรายงานว่า</span><b> แนวคิดการขยับอายุเกษียณจาก 60 เป็น 65 ปีกลับมาอยู่ในโต๊ะพิจารณาอีกครั้ง</b><span style="font-weight: 400;"> และมีการมอบหมายให้ศึกษาความเป็นไปได้ แต่เราก็ยังไม่พบหลักฐานว่าได้ประกาศเป็นกฎหมายบังคับใช้ทั่วประเทศแล้ว ณ ตอนนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น เรายังพบว่า </span><b>ระบบกฎหมายไทยยังไม่มีข้อบังคับหรือการคุ้มครองเฉพาะสำหรับแรงงานสูงอายุ</b><span style="font-weight: 400;"> และนายจ้างยังสามารถกำหนดเกษียณที่ 60 ปีแล้วไม่จ้างงานต่อได้โดยไม่ผิดกฎหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่สะท้อนว่าไทยยังอยู่ในช่วง “กำลังถกเถียง” มากกว่า “ลงมือเปลี่ยนระบบจริง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ประเด็นนี้จะไม่ใช่เรื่องอายุเกษียณโดยตรง แต่สะท้อนว่าระบบแรงงานไทยเองก็กำลังถูกกดดันให้คิดใหม่เรื่องคุณภาพการทำงานและโครงสร้างการจ้างงานเหมือนกัน</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-49161 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/aging-workforce-retirement-age-Rank.webp" alt="aging workforce retirement age Rank" width="827" height="358" title="เมื่อ “สังคมสูงวัย” กำลังเปลี่ยนเกมตลาดแรงงาน 89" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/aging-workforce-retirement-age-Rank.webp 827w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/aging-workforce-retirement-age-Rank-300x130.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/aging-workforce-retirement-age-Rank-768x332.webp 768w" sizes="(max-width: 827px) 100vw, 827px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://worldpopulationreview.com/country-rankings/retirement-age-by-country" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ประเทศที่มีอายุเกษียณเฉลี่ยสูงที่สุด</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>องค์กรไทยควรคิดอย่างไร ไม่ให้ผู้สูงวัยกลายเป็นวิกฤตแรงงาน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ข่าวจากสิงคโปร์ไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องไกลตัว เพราะอาจเป็นภาพตัวอย่างของสิ่งที่ประเทศไทยกำลังจะต้องเผชิญในไม่ช้า หากประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราเกิดลดลง ทว่าธุรกิจยังต้องการคนที่มีประสบการณ์ องค์กรไทยจะไม่สามารถพึ่งโมเดลเดิม ๆ ในการจัดการคนได้อีกต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้แนวทางที่องค์กรไทยควรเริ่มคิด มีอย่างน้อย 5 เรื่อง ดังนี้</span></p>
<h3><b>1) เปลี่ยนมุมมองจาก “อายุงาน” เป็น “คุณค่าที่สร้างได้”</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรควรประเมินคนจากทักษะ ประสบการณ์ และผลลัพธ์ มากกว่าใช้ตัวเลขอายุเป็นตัวตัดสินเบื้องต้น เพราะหลายบทบาทโดยเฉพาะสายบริหารลูกค้า ที่ปรึกษา โค้ช หัวหน้างาน หรือสายเทคนิคเฉพาะทาง ยังต้องพึ่งประสบการณ์สะสมสูงมาก</span></p>
<h3><b>2) ออกแบบงานใหม่ให้เหมาะกับแรงงานหลายวัย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การยืดอายุการทำงานไม่ใช่การให้พนักงานอาวุโสทำงานแบบเดิม ๆ เสมอไป แต่ควรมีโมเดลอย่างงานพาร์ตไทม์ งานโปรเจกต์ งานโครงการ งานที่ปรึกษา งานพี่เลี้ยง หรือ Hybrid Role ที่ผสมระหว่างการลงมือทำกับการถ่ายทอดความรู้</span></p>
<h3><b>3) ลงทุนกับ HR Tech และ Skill Data</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กร Core Skill ชัดอยู่แล้ว ควรมีการจัดการสอนข้ามรุ่น เช่น องค์กรควรรู้ว่าผู้สูงวัยท่านใดเชี่ยวชาญด้านไหน, ใครเหมาะกับบทบาท Mentor, ใครพร้อม Reskill หรือใครเหมาะกับงานที่ใช้เครื่องมือดิจิทัล </span><a href="https://expth.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;">HR Tech</span></a><span style="font-weight: 400;"> ช่วยลดภาระนั่นเอง</span></p>
<h3><b>4) ทำ Succession และ Knowledge Transfer ให้เป็นระบบ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แรงงานสูงวัยควรเป็นคนที่ช่วยส่งต่อความรู้ได้ด้วย หากองค์กรไม่รีบจัดระบบ knowledge Transfer หรือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/210819-knowledge-management/"><span style="font-weight: 400;">Knowledge Management (KM)</span></a><span style="font-weight: 400;"> ตอนนี้ วันหนึ่งอาจสูญเสียความรู้เชิงลึกไปพร้อมกับการเกษียณของคนสำคัญ</span></p>
<h3><b>5) ปรับ Benefits และ Well-being ให้ตรงกับวัย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรไทยจำนวนมากยังออกแบบสวัสดิการแบบ One-size-fits-all แต่แรงงาน หลายวัยต้องการไม่เหมือนกัน คนวัยสูงขึ้นอาจให้ความสำคัญกับสุขภาพ การทำงานยืดหยุ่น ภาระดูแลครอบครัว หรือการวางแผนเกษียณมากขึ้น หาก Benefits ไม่ตอบโจทย์ คนเก่งที่ยังทำงานต่อได้อาจเลือกออกก่อนเวลา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49163 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/medium-shot-people-with-glasses-posing-studio-1024x683.webp" alt="medium-shot-people-with-glasses-posing-studio" width="800" height="534" title="เมื่อ “สังคมสูงวัย” กำลังเปลี่ยนเกมตลาดแรงงาน 90" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/medium-shot-people-with-glasses-posing-studio-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/medium-shot-people-with-glasses-posing-studio-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/medium-shot-people-with-glasses-posing-studio-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/medium-shot-people-with-glasses-posing-studio-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><b>แล้ว HR ควรเริ่มทำอย่างไรเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าถามในเชิงปฏิบัติการ ทาง HREX อยากแนะนำ HR ไทยควรเริ่มจาก 4 ขั้นตอนนี้ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างแรกคือ </span><b>ทำ Workforce Mapping</b><span style="font-weight: 400;"> ดูว่าใน 3–5 ปีข้างหน้า องค์กรมีพนักงานช่วงอายุใดมากที่สุด ตำแหน่งไหนเสี่ยงเกิด Knowledge Gap และบทบาทใดพึ่งพาคนประสบการณ์สูงเป็นพิเศษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่สองคือ </span><b>แยกบทบาทที่ควร “เกษียณตามระบบ” ออกจากบทบาทที่ควร “ต่อยอดหลังเกษียณ”</b><span style="font-weight: 400;"> บางตำแหน่งเหมาะกับการส่งต่อ บางตำแหน่งเหมาะกับการจ้างงานต่อแบบยืดหยุ่น องค์กรไม่ควรใช้ Policy เดียวกับทุกบทบาท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่สามคือ </span><b>ออกแบบเส้นทาง</b><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220923-stage-not-age/"><b> Late-Career</b></a><span style="font-weight: 400;"> ให้ชัด พนักงานวัย 50 ปลาย ๆ หรือ 60 ต้น ๆ ควรเห็นว่าอนาคตของตนในองค์กรมีได้หลายแบบ ไม่ได้แค่รอเกษียณ แต่รวมถึงเส้นทาง Mentor, Coach, Assessor, Advisor หรือ Project Specialist</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างสุดท้ายคือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/190613-old-people-prepare-aging-society/"><b>คุยเรื่องสูงวัยในฐานะกลยุทธ์ธุรกิจ</b></a> <span style="font-weight: 400;">เพราะถ้า HR ยังเล่าเรื่องนี้ในมุมช่วยเหลือหรือสวัสดิการผู้สูงอายุอย่างเดียว ผู้บริหารอาจมองเป็นต้นทุน แต่ถ้าเล่าในมุมรักษาประสิทธิภาพ รักษาความรู้ และเพิ่มความต่อเนื่องทางธุรกิจ บทสนทนาจะเปลี่ยนทันที</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%; text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/210811-interview-nate-zettna-aging-society/"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-8408 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/454cfdfc7c115aa7c1e265d2d348b4c7.jpeg" alt="สัมภาษณ์ Nate Zettna สังคมผู้สูงอายุ" width="600" height="370" title="เมื่อ “สังคมสูงวัย” กำลังเปลี่ยนเกมตลาดแรงงาน 91"></a><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/210811-interview-nate-zettna-aging-society/">HR ต้องเตรียมตัวอย่างไรในสังคมผู้สูงอายุ : สัมภาษณ์ ดร. เณศ เศรษฐณาค์ นักวิจัย CEPAR</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>บทสรุป: องค์กรไทยเริ่มได้เลย ไม่ต้องรอกฎหมาย</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ข่าวการขยายอายุเกษียณของสิงคโปร์กำลังบอกเราว่า </span><b>การขยับอายุเกษียณไม่ใช่แค่เรื่องของคนอายุมากขึ้น แต่เป็นเรื่องของการออกแบบตลาดแรงงานใหม่ให้สอดรับกับสังคมสูงวัย </b><span style="font-weight: 400;">และในฝั่งประเทศไทยเอง แม้ตอนนี้ยังไม่พบว่ามีกฎหมายเลื่อนอายุเกษียณใช้ทั่วประเทศ แต่ก็เป็นสัญญาณเชิงนโยบายและโครงสร้างประชากรก็บอกชัดว่าเรื่องนี้กำลังมาแน่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรไทยที่เริ่มก่อน จะได้เปรียบก่อน โดยเฉพาะการรักษาผู้สูงวัยเก่ง ๆ แถมยังรสร้าง Workforce ที่ยืดหยุ่นกว่า สามารถใช้ประสบการณ์ได้คุ้มกว่า และพร้อมกว่าในโลกที่คนทำงานหลายวัยต้องอยู่ร่วมกันยาวขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่าวคือ สังคมสูงวัยไม่ใช่ข่าวของอนาคตอีกต่อไป แต่มันคือโจทย์ของ HR และธุรกิจ “ในวันนี้” แล้วต่างหาก</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="เมื่อ “สังคมสูงวัย” กำลังเปลี่ยนเกมตลาดแรงงาน 92" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Ref</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.mom.gov.sg/newsroom/speeches/2026/0303-sms-speech-for-cos-2026" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">mom.gov.sg</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.humanresourcesonline.net/mom-committee-of-supply-2026-singapore-to-raise-retirement-age-to-64-re-employment-age-to-69-from-1-july-2026" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Humanresourcesonline</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.senate.go.th/assets/portals/185/fileups/487/files/02-69.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">senate</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/aging-society-workforce-strategy-thailand-260310/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ทักษะ AI” แซง IT และวิศวกรรม ขึ้นเป็นทักษะที่ต้องการและหาคนได้ยากที่สุดในโลก</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-skills-talent-shortage-2026/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-skills-talent-shortage-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Mar 2026 10:16:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tech]]></category>
		<category><![CDATA[ai]]></category>
		<category><![CDATA[AI Skills]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49151</guid>

					<description><![CDATA[หากย้อนกลับไปไม่กี่ปีที่ผ่านมา เวลาพูดถึง “สงครามแย่งชิงคนเก่ง” (Talent War) องค์กรส่วนใหญ่มักหมายถึงโปรแกรมเมอร์ วิศวกร หรือผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล แต่ในปี 2026 ภาพนั้นเปลี่ยนไปแล้ว จากรายงาน 2026 Talent Shortage Survey ของ ManpowerGroup ซึ่งสำรวจนายจ้างกว่า 39,000 องค์กรใน 41 ประเทศพบว่า ทักษะด้าน Artificial Intelligence (AI) กลายเป็นทักษะที่นายจ้างทั่วโลก หาคนได้ยากที่สุดเป็นครั้งแรก แซงหน้าทักษะด้าน IT และวิศวกรรมที่เคยครองอันดับต้น ๆ มาโดยตลอด ในขณะเดียวกัน ปัญหาการขาดแคลนแรงงานก็ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญขององค์กรทั่วโลก โดย 72% ของนายจ้างระบุว่ากำลังประสบปัญหาในการจ้างงาน ซึ่งแทบไม่ต่างจากปีก่อนที่อยู่ที่ 74% มากนัก การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนว่าโลกการทำงานกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ AI ไม่ใช่เทคโนโลยีเฉพาะทางอีกต่อไป แต่กลายเป็นทักษะเชิงธุรกิจที่ทุกองค์กรต้องการนั่นเอง ทำไม “ทักษะ AI” ถึงกลายเป็นทักษะที่ขาดแคลนที่สุด หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ ความต้องการ AI เพิ่มขึ้นพร้อมกันในแทบทุกอุตสาหกรรม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49153" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ai-skills-talent-shortage-2026-c.png" alt="ai skills talent shortage 2026 " width="600" height="370" title="“ทักษะ AI” แซง IT และวิศวกรรม ขึ้นเป็นทักษะที่ต้องการและหาคนได้ยากที่สุดในโลก 97" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ai-skills-talent-shortage-2026-c.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ai-skills-talent-shortage-2026-c-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากย้อนกลับไปไม่กี่ปีที่ผ่านมา เวลาพูดถึง </span><b>“สงครามแย่งชิงคนเก่ง” (Talent War)</b><span style="font-weight: 400;"> องค์กรส่วนใหญ่มักหมายถึงโปรแกรมเมอร์ วิศวกร หรือผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล แต่ในปี 2026 ภาพนั้นเปลี่ยนไปแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากรายงาน </span><a href="https://www.manpowergroup.com/en/insights/2026-global-talent-shortage" target="_blank" rel="noopener"><b>2026 Talent Shortage Survey</b></a><b> ของ ManpowerGroup</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งสำรวจนายจ้างกว่า 39,000 องค์กรใน 41 ประเทศพบว่า ทักษะด้าน Artificial Intelligence (AI) กลายเป็นทักษะที่นายจ้างทั่วโลก หาคนได้ยากที่สุดเป็นครั้งแรก แซงหน้าทักษะด้าน IT และวิศวกรรมที่เคยครองอันดับต้น ๆ มาโดยตลอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน ปัญหาการขาดแคลนแรงงานก็ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญขององค์กรทั่วโลก โดย </span><b>72% ของนายจ้างระบุว่ากำลังประสบปัญหาในการจ้างงาน</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งแทบไม่ต่างจากปีก่อนที่อยู่ที่ 74% มากนัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนว่าโลกการทำงานกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ </span><b>AI ไม่ใช่เทคโนโลยีเฉพาะทางอีกต่อไป แต่กลายเป็นทักษะเชิงธุรกิจที่ทุกองค์กรต้องการนั่นเอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>ทำไม “ทักษะ AI” ถึงกลายเป็นทักษะที่ขาดแคลนที่สุด</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ </span><b>ความต้องการ AI เพิ่มขึ้นพร้อมกันในแทบทุกอุตสาหกรรม</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะปัจจุบันองค์กรในหลากหลายภาคธุรกิจเริ่มต้องการคนที่สามารถใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น วิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ, ปรับปรุงกระบวนการทำงาน, พัฒนาประสบการณ์ลูกค้า หรือสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานยังระบุว่าทักษะที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น AI Model &amp; Application Development หรือ AI Literacy ได้กลายเป็นทักษะที่นายจ้างต้องการมากที่สุดในตลาดแรงงานโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ทักษะด้าน IT และ Data แบบดั้งเดิมกลับตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 7 ของทักษะที่หาคนได้ยากที่สุด สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างความต้องการทักษะอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49152 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ai-skills-talent-shortage-2026-1.webp" alt="ai skills talent shortage 2026 1" width="1000" height="667" title="“ทักษะ AI” แซง IT และวิศวกรรม ขึ้นเป็นทักษะที่ต้องการและหาคนได้ยากที่สุดในโลก 98" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ai-skills-talent-shortage-2026-1.webp 1000w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ai-skills-talent-shortage-2026-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/ai-skills-talent-shortage-2026-1-768x512.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h2><b>องค์กรต้อง Reskill และพัฒนาทักษะ AI ภายใน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานของ ManpowerGroup ยังพบว่า </span><b>91% ของนายจ้างทั่วโลกกำลังใช้หลายกลยุทธ์เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน</b><span style="font-weight: 400;"> โดยแนวทางที่สำคัญที่สุดคือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Upskilling และ Reskilling พนักงานเดิม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เพิ่ม ความยืดหยุ่นด้านเวลาการทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เปิดโอกาสให้ทำงานจาก สถานที่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ปรับ ค่าตอบแทนเพื่อแข่งขันในตลาดแรงงาน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวโน้มนี้สะท้อนได้ว่า องค์กรเริ่มมองการพัฒนาคนในองค์กรเป็นทางออกที่ยั่งยืนมากกว่าการแข่งขันแย่งคนจากตลาดภายนอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะทักษะด้าน </span><b>AI literacy</b><span style="font-weight: 400;"> หรือความสามารถในการใช้ AI เพื่อสนับสนุนการทำงาน ซึ่งกำลังกลายเป็นทักษะพื้นฐานที่พนักงานในหลายสายงานจำเป็นต้องมี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทบาท HR ในยุค AI Talent Crisis</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับฝ่าย HR การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้กลายเป็นโจทย์ของ Workforce Strategy อย่างเต็มตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหากองค์กรยังแก้ปัญหาด้วยการ “ซื้อคนจากตลาด” เพียงอย่างเดียว อาจต้องเผชิญกับต้นทุนค่าจ้างที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่องค์กรที่เริ่มพัฒนาแนวทางใหม่ เช่น การสร้าง AI Talent จากพนักงานภายใน, การออกแบบ Internal Mobility หรือกระทั่งการปรับรูปแบบงานให้ทำงานร่วมกับ AI จะสามารถสร้าง Talent Pool ของตัวเองได้รวดเร็วและยั่งยืนกว่า</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/hr-roles-ai-native-260128/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48628" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-28T101111.474.webp" alt="hr-roles-ai-native" width="600" height="370" title="“ทักษะ AI” แซง IT และวิศวกรรม ขึ้นเป็นทักษะที่ต้องการและหาคนได้ยากที่สุดในโลก 99" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-28T101111.474.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-28T101111.474-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/hr-roles-ai-native-260128/">บทบาทใหม่ของ HR ในยุค AI Native ใช้เทคโนโลยีอย่างไรโดยไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ ?</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>จาก Digital Skills สู่ยุคของ AI Fluency</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในวันนี้กำลังบอกเราอย่างชัดเจนว่า โลกการทำงานกำลังเคลื่อนจากยุคของ Digital Skills ไปสู่ยุคของ AI Fluency</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอนาคตองค์กรที่ได้เปรียบที่สุด อาจไม่ใช่องค์กรที่สามารถจ้างผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ได้เร็ว แต่เป็นองค์กรที่สามารถทำให้ </span><b>พนักงานของตนเองเรียนรู้และใช้ AI ในการทำงานได้จริงเร็วที่สุด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะท้ายที่สุดแล้ว AI ไม่ได้มีไว้เพื่อแทนที่มนุษย์ แต่มีไว้เพื่อยกระดับศักยภาพมนุษย์อย่างที่ใครหลาย ๆ บอกไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และองค์กรที่สามารถออกแบบงานให้ </span><b>มนุษย์และ AI ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นองค์กรที่แข่งขันได้ดีที่สุดในยุคเศรษฐกิจใหม่</b></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="“ทักษะ AI” แซง IT และวิศวกรรม ขึ้นเป็นทักษะที่ต้องการและหาคนได้ยากที่สุดในโลก 100" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Ref:</b></p>
<ul>
<li><a href="https://www.prnewswire.com/news-releases/global-talent-shortage-reaches-turning-point-as-ai-skills-claim-top-spot-302698509.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">prnewswire.com</span></a></li>
<li><a href="https://www.hrdive.com/news/ai-skills-are-officially-most-difficult-to-find-manpowergroup/813458/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">hrdive</span></a></li>
<li><a href="https://www.manpowergroup.com/en/insights/2026-global-talent-shortage" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">manpowergrou</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-skills-talent-shortage-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับกรรมการ 100 Outperforming Enterprises พวกเขามองหาอะไรในองค์กรที่ชนะระยะยาว</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/100-outperforming-enterprises-260305/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/100-outperforming-enterprises-260305/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Mar 2026 08:22:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[100 Outperforming Enterprises]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49085</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อเราพูดถึง “องค์กรที่เก่ง” หลายคนอาจนึกถึงตัวเลขกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้น หรือผลประกอบการที่โดดเด่นเหนือคู่แข่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว องค์กรที่เก่งวัดกันที่ “ชัยชนะระยะยาว” ต่างหาก 100 Outperforming Enterprises จึงเป็นอีกหนึ่งรางวัลคุณภาพสำหรับองค์กร และเป็นมาตรฐานใหม่ของการมองความสำเร็จในระยะยาวที่เกิดจากความสอดคล้องระหว่าง Purpose ที่ชัดเจน People ที่แข็งแรง และ Performance ที่ยั่งยืน HREX มีโอกาสได้พูดคุยกับ 6 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ร่วมตัดสินรางวัลนี้ จากหลากหลายแวดวงธุรกิจ เพื่อทำความเข้าใจคำว่า Outperforming Enterprises อีกครั้ง… ในแบบที่ลึกกว่าเดิม คุณ สุรงค์ บูลกุล อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และรองประธานกรรมการหอการค้าไทย การได้มาร่วมเป็นกรรมการตัดสินถือว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะกรรมการแต่ละท่านล้วนมีความรู้ที่หลากหลาย และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง และความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผมมองว่าจุดสำคัญของรางวัลนี้คือ “รางวัลแห่งคุณภาพ” เพราะรางวัลเชิงปริมาณ เราสามารถวัดกันได้ค่อนข้างง่าย แต่รางวัลแห่งคุณภาพโดยเฉพาะ “คุณภาพของมนุษย์” มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ ผมคิดว่านี่คือรางวัลแห่งความสามารถ เป็นรางวัลที่ประเทศไทยต้องมี [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49092" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Cover.webp" alt="100 Outperforming Enterprises Cover" width="600" height="370" title="คุยกับกรรมการ 100 Outperforming Enterprises พวกเขามองหาอะไรในองค์กรที่ชนะระยะยาว 108" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเราพูดถึง “องค์กรที่เก่ง” หลายคนอาจนึกถึงตัวเลขกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้น หรือผลประกอบการที่โดดเด่นเหนือคู่แข่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในความเป็นจริงแล้ว องค์กรที่เก่งวัดกันที่ “ชัยชนะระยะยาว” ต่างหาก</span></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/news/100-outperforming-enterprises-program-250206/"><b>100 Outperforming Enterprises</b></a> <span style="font-weight: 400;">จึงเป็นอีกหนึ่งรางวัลคุณภาพสำหรับองค์กร และเป็นมาตรฐานใหม่ของการมองความสำเร็จในระยะยาวที่เกิดจากความสอดคล้องระหว่าง Purpose ที่ชัดเจน People ที่แข็งแรง และ Performance ที่ยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX มีโอกาสได้พูดคุยกับ 6 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ร่วมตัดสินรางวัลนี้ จากหลากหลายแวดวงธุรกิจ เพื่อทำความเข้าใจคำว่า Outperforming Enterprises อีกครั้ง… ในแบบที่ลึกกว่าเดิม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49086 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-1-1024x1024.webp" alt="100 Outperforming Enterprises 1" width="800" height="800" title="คุยกับกรรมการ 100 Outperforming Enterprises พวกเขามองหาอะไรในองค์กรที่ชนะระยะยาว 109" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-1-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-1.webp 1200w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><b>คุณ สุรงค์ บูลกุล อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และรองประธานกรรมการหอการค้าไทย</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้มาร่วมเป็นกรรมการตัดสินถือว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะกรรมการแต่ละท่านล้วนมีความรู้ที่หลากหลาย และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง และความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมมองว่าจุดสำคัญของรางวัลนี้คือ “รางวัลแห่งคุณภาพ” เพราะรางวัลเชิงปริมาณ เราสามารถวัดกันได้ค่อนข้างง่าย แต่</span><b>รางวัลแห่งคุณภาพโดยเฉพาะ “คุณภาพของมนุษย์” มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่านี่คือรางวัลแห่งความสามารถ เป็นรางวัลที่ประเทศไทยต้องมี หากเราต้องการก้าวข้ามไปสู่ประเทศที่เจริญยิ่งขึ้น เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมีรางวัลที่มีองค์ประกอบเรื่องคน เป้าหมาย ผลการดำเนินงานขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้เพื่อพัฒนาในภาพรวม ของความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49087 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-2-1024x1024.webp" alt="100 Outperforming Enterprises 2" width="800" height="800" title="คุยกับกรรมการ 100 Outperforming Enterprises พวกเขามองหาอะไรในองค์กรที่ชนะระยะยาว 110" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-2-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-2.webp 1200w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><b>คุณ เสกสรรค์ ไตรอุโฆษ รองผู้อำนวยการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</b></h2>
<p><b>คำถามสำคัญคือ เราจะทำอย่างไรให้ “คน” และ “ผลประกอบการ” เติบโตไปด้วยกัน</b><span style="font-weight: 400;"> องค์กรจำเป็นต้องให้ความชัดเจนกับการลงทุนด้านการศึกษาและการพัฒนา (Upskill) เพราะนี่เป็นสิ่งสำคัญครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การดูแลพนักงานไม่ใช่เพียงการเอาใจใส่หรือดูแลด้วยความห่วงใยเท่านั้น แต่คือการสร้างพลังและเปิดโอกาสให้ทีมงานได้เติบโต (Empower) ฉะนั้นการพัฒนา Upskill จึงต้องถูกยกระดับให้เป็นเรื่องสำคัญขององค์กร (Priority) และแปลงออกมาเป็นการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการอบรมด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้านสิ่งแวดล้อม การแข่งขันทางธุรกิจ หรือบริบทความเปลี่ยนแปลงที่องค์กรกำลังเผชิญ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาไม่ควรหยุดอยู่แค่การทำให้ทำงานตามหน้าที่ได้ดีขึ้น แต่ต้องมองไปถึง “ก้าวถัดไป” ของพนักงานแต่ละคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในด้านผลประกอบการ เราต้องยอมรับว่านี่คือเรื่องของระยะยาว การพัฒนาองค์กรเปรียบเสมือนเส้นโค้ง (Curve) ที่ค่อย ๆ เติบโต และอย่าลืมว่าพนักงานคือ “คน” ไม่ใช่เครื่องจักร เครื่องจักรถูกออกแบบให้พัฒนาได้ต่อเนื่อง แต่คนมีหัวใจ มีความรู้สึก มีช่วงเวลาที่ดีและช่วงเวลาที่ท้าทาย ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้นำที่จะเข้าใจและดูแลอย่างใกล้ชิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของผู้นำในวันนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็นโค้ช แต่ต้องเป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ มีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ต่อความเป็นมนุษย์ของทีมงานอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นการวัดความสำเร็จขององค์กรจึงไม่ใช่เพียงการดูว่าเราลงทุนกับพนักงานไปเท่าไร หรือกำไรเพิ่มขึ้นเท่าไร แต่คือการติดตามและพัฒนาศักยภาพของพนักงานแต่ละคนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้องค์กรสามารถก้าวไปตามวิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49088 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-3-1024x1024.webp" alt="100 Outperforming Enterprises 3" width="800" height="800" title="คุยกับกรรมการ 100 Outperforming Enterprises พวกเขามองหาอะไรในองค์กรที่ชนะระยะยาว 111" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-3-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-3-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-3-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-3-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-3.webp 1200w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><b>คุณ ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการอิสระ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาจะขับเคลื่อนองค์กร สิ่งแรกที่ต้องชัดเจนคือเรื่องยุทธศาสตร์เป้าหมาย หรือ Purpose และ North Star ขององค์กร แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเป็นเพียงถ้อยคำที่ติดอยู่บนผนังหรือปรากฏอยู่ในเอกสารเท่านั้น สิ่งสำคัญคือเราจะพาทีมงานและผู้นำของเรา “เดินไปถึง” เป้าหมายนั้นได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การขับเคลื่อนที่แท้จริงเริ่มจากการรับฟังเสียงของพนักงาน เปิดพื้นที่ให้เขาได้สะท้อนความคิดเห็น และนำข้อมูลจากหน้างานมาปรับใช้ในการตัดสินใจ เมื่อพนักงานรู้สึกว่าความเห็นของตนมีคุณค่า เขาจะเกิดความผูกพัน และความรู้สึกร่วมกับองค์กร</span></p>
<p><b>คำว่า “รักองค์กร” จึงไม่ได้หมายถึงเพียงความรู้สึกที่ดีต่อสถานที่ทำงานเท่านั้น แต่รวมถึงการได้รับการดูแล การพัฒนา และการเติบโตทั้งในมิติของงานและจิตใจ </b><span style="font-weight: 400;">หลายครั้ง Employee Experience มีความสำคัญยิ่งกว่าความยากลำบากที่พนักงานต้องเผชิญ เพราะหากองค์กรสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีได้ ต่อให้ต้องผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายเพียงใด ทีมงานก็พร้อมจะก้าวไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเดินยุทธศาสตร์ควบคู่ไปกับการดูแลผู้นำและทีมงานด้วยความเข้าใจ เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้และเติบโต ไม่ใช่เติบโตเพราะแรงกดดัน แต่เติบโตเพราะเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ สิ่งนี้เองคือรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า We’re not judging for performance today, but we are talking about sustainability for the future.</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49089 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-4-1024x1024.webp" alt="100 Outperforming Enterprises 4" width="800" height="800" title="คุยกับกรรมการ 100 Outperforming Enterprises พวกเขามองหาอะไรในองค์กรที่ชนะระยะยาว 112" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-4-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-4-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-4-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-4-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-4.webp 1200w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><b>ดร.เอกพล ณ สงขลา รองผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (Chief People Officer) และ Head of Strategy Office บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์ที่ได้เห็นและเปรียบเทียบองค์กรมาจำนวนมาก สิ่งที่ผมพบว่าแตกต่างอย่างชัดเจนที่สุดคือ “Purpose” ที่ชัดเจนและแข็งแรง เพราะ Purpose คือพลังภายในที่ช่วยให้องค์กรยืนหยัดผ่านความท้าทาย และขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรมี Purpose ที่ชัดเจนแล้ว ก็จะสามารถพัฒนาและยกระดับในมิติต่าง ๆ ได้ต่อเนื่อง ตรงกันข้ามกับบางองค์กรที่แม้จะประสบความสำเร็จในเชิงผลลัพธ์ แต่หาก Purpose ยังไม่ชัดเจน โอกาสในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวก็อาจจำกัดกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ Outperform อย่างแท้จริง มักโดดเด่นในเรื่องของการสื่อสารที่ชัดเจน ลงรายละเอียด และทำอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน ทำให้พนักงานสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างมีระบบ มีประสิทธิภาพ และมีความสม่ำเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหนือสิ่งอื่นใด ความเป็นผู้นำ (Leadership) ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ภาวะผู้นำที่แข็งแรงจะช่วยให้องค์กรก้าวผ่านความท้าทายไปสู่ความสำเร็จได้ ผู้นำต้องไม่เพียงมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน แต่ต้องสามารถถ่ายทอด ลงรายละเอียด และสื่อสารเรื่องเหล่านี้ไปถึงพนักงานทุกคนอย่างทั่วถึง</span></p>
<p><b>เมื่อทั้งสององค์ประกอบนี้เกิดขึ้น — Purpose ที่แข็งแรง และ Leadership ที่มีคุณภาพ — องค์กรก็จะสามารถก้าวสู่การเป็น Performing Organization ได้อย่างแท้จริงครับ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49090 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-5-1024x1024.webp" alt="100 Outperforming Enterprises 5" width="800" height="800" title="คุยกับกรรมการ 100 Outperforming Enterprises พวกเขามองหาอะไรในองค์กรที่ชนะระยะยาว 113" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-5-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-5-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-5-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-5-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-5.webp 1200w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></span></p>
<h2><b>คุณ มนาเทศ อันนวัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ (President) จาก บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ผ่านการคัดกรองเข้ามาได้ล้วนเป็นองค์กรระดับแนวหน้าทั้งสิ้น จากผู้สมัครกว่า 70 องค์กร วันนี้เราได้คัดเลือกเหลือเพียง 10 กว่าราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและมาตรฐานของผู้เข้าร่วมได้อย่างชัดเจน</span></p>
<p><b>กระบวนการพิจารณาและจัดอันดับจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะหลายองค์กรมีความโดดเด่นและทำได้ดี การตัดสินแต่ละครั้งต้องอาศัยความรอบคอบและความเป็นธรรมอย่างสูง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณที่ดีว่า องค์กรไทยจำนวนมากกำลังยกระดับมาตรฐานของตนเองอย่างจริงจัง ทั้งในมิติของคน วัฒนธรรม และผลการดำเนินงาน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อทิศทางการพัฒนาของภาคธุรกิจไทยในระยะยาวครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49091 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-6-1024x1024.webp" alt="100 Outperforming Enterprises 6" width="800" height="800" title="คุยกับกรรมการ 100 Outperforming Enterprises พวกเขามองหาอะไรในองค์กรที่ชนะระยะยาว 114" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-6-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-6-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-6-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-6-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-6.webp 1200w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><b>คุณ อรนุช เลิศสุวรรณกิจ  CEO &amp; Co-Founder จาก บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด</b></h2>
<p><b>เรียกได้ว่าเป็นเวทีตัดสินที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง เกณฑ์การประเมินมีความครอบคลุมครบทุกมิติ ทำให้องค์กรที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายล้วนเป็นองค์กรที่มีมาตรฐานสูงและโดดเด่นในแบบของตนเอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละองค์กรไม่ได้เพียงมาแข่งขันกันเท่านั้น หากแต่กำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับมาตรฐานขององค์กรไทยไปพร้อม ๆ กัน เป็นการเติบโตร่วมกันในภาพใหญ่ของประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน คณะกรรมการที่เข้าร่วมก็มาจากหลากหลายพื้นหลังและประสบการณ์ ทำให้การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเต็มไปด้วยมุมมองที่แตกต่าง เปิดกว้าง พร้อมส่งเสริมซึ่งกันและกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้เรียนรู้จากความหลากหลายเช่นนี้ ทำให้เวทีแห่งนี้เป็นเวทีที่ครบถ้วนทั้งในเชิงกระบวนการและคุณค่าอย่างแท้จริงค่ะ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44372" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 184" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/100-outperforming-enterprises-260305/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์”</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/recruiter-human-decision-over-ai-251212/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/recruiter-human-decision-over-ai-251212/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 03:28:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Recruitment]]></category>
		<category><![CDATA[ai]]></category>
		<category><![CDATA[ใช้ AI ในการสรรหา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48196</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ผู้สมัคร 76.6% ใช้ AI ช่วยเขียนใบสมัคร ทำให้เรซูเม่เนียนจนแยกแทบไม่ออก ทีมสรรหา 52.1% ใช้ AI ลดงานเอกสาร คัดกรองไวขึ้น แต่งานตัดสินใจยังเป็นหน้าที่มนุษย์ องค์กรเริ่มลดบทบาทเรซูเม่ 41% ไม่อาศัยเรซูเม่เป็นหลักอีกต่อไป ช่วงสำคัญอย่าง การสัมภาษณ์–เจรจาเงินเดือน–ยื่นข้อเสนองาน ยังต้องใช้วิจารณญาณมนุษย์ ไทยเองก็เหมือนกัน 9 ใน 10 องค์กร ใช้ AI สรรหาแล้ว แต่ยังย้ำว่า “ความเป็นมนุษย์” แทนไม่ได้ สุดท้ายแล้วแม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์” กระบวนการสรรหาบุคลากร (Recruitment) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดกรองใบสมัคร การทำงานเอกสาร ไปจนถึงการประเมินทักษะเบื้องต้น กระทั่งฝั่งผู้สมัครงานเองก็ใช้เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการสร้าง Resume  อย่างไรก็ตาม รายงานทั้งต่างประเทศและในประเทศไทยกลับสะท้อนข้อเท็จจริงร่วมกันว่า แม้ AI [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li aria-level="1">ผู้สมัคร 76.6% ใช้ AI ช่วยเขียนใบสมัคร ทำให้เรซูเม่เนียนจนแยกแทบไม่ออก</li>
<li aria-level="1">ทีมสรรหา 52.1% ใช้ AI ลดงานเอกสาร คัดกรองไวขึ้น แต่งานตัดสินใจยังเป็นหน้าที่มนุษย์</li>
<li aria-level="1">องค์กรเริ่มลดบทบาทเรซูเม่ 41% ไม่อาศัยเรซูเม่เป็นหลักอีกต่อไป</li>
<li aria-level="1">ช่วงสำคัญอย่าง การสัมภาษณ์–เจรจาเงินเดือน–ยื่นข้อเสนองาน ยังต้องใช้วิจารณญาณมนุษย์</li>
<li aria-level="1">ไทยเองก็เหมือนกัน 9 ใน 10 องค์กร ใช้ AI สรรหาแล้ว แต่ยังย้ำว่า “ความเป็นมนุษย์” แทนไม่ได้</li>
<li aria-level="1">สุดท้ายแล้วแม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์”</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48214" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/AI-Recruiter-HR.png" alt="AI Recruiter HR" width="600" height="370" title="แม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์” 119" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/AI-Recruiter-HR.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/AI-Recruiter-HR-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระบวนการสรรหาบุคลากร (</span><a href="https://th.hrnote.asia/category/recruit/"><span style="font-weight: 400;">Recruitment</span></a><span style="font-weight: 400;">) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (</span><a href="https://th.hrnote.asia/?s=AI"><span style="font-weight: 400;">AI</span></a><span style="font-weight: 400;">) เข้ามามีบทบาทในแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดกรองใบสมัคร การทำงานเอกสาร ไปจนถึงการประเมินทักษะเบื้องต้น กระทั่งฝั่งผู้สมัครงานเองก็ใช้เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการสร้าง Resume </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม รายงานทั้งต่างประเทศและในประเทศไทยกลับสะท้อนข้อเท็จจริงร่วมกันว่า แม้ AI จะช่วยให้การสรรหางานเร็วขึ้น แต่การตัดสินใจข้อเสนองาน (Job offer) ยังเป็นบทบาทของมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้จะพาไปสำรวจสถิติ แนวโน้ม และความเปลี่ยนแปลงสำคัญของนักสรรหาในยุค AI-driven Recruitment พร้อมมุมมองจากตลาดแรงงานไทยปี 2025 ที่กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>AI เข้ามาแทนที่หรือเข้ามาช่วยการสรรหา ? </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากรายงาน </span><a href="https://www.willo.video/the-hiring-trends-report-2026" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Willo Hiring Trends Report 2026</span></a><span style="font-weight: 400;"> สะท้อนภาพชัดเจนว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสรรหาบุคลากรอย่างลึกซึ้งแล้ว เพราะฝั่งผู้สมัครและทีมสรรหาเองต่างก็พึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้นในทุกขั้นตอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ฝั่งผู้สมัครงานมีการใช้ AI อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการขัดเกลาประวัติส่วนตัว การเขียน Cover Letter หรือแม้แต่เตรียมคำตอบเชิงพฤติกรรม จน </span><b>76.6% ของทีมสรรหาระบุว่า เจอใบสมัครที่ผ่านการใช้ AI ช่วยเขียนอยู่เป็นประจำ </b><span style="font-weight: 400;">เทรนด์นี้สะท้อนว่าผู้สมัครเริ่มมอง AI เป็นผู้ช่วยส่วนตัวในการนำเสนอตัวเองให้ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ทีมสรรหาก็เริ่มยกระดับประสิทธิภาพด้วยการนำ AI มาจัดการงานที่ต้องใช้เวลาและแรงงานมาก โดย </span><b>52.1% ของทีมสรรหา ใช้ AI ในงานสำคัญ</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น การสรุปคำตอบหรือข้อมูลที่ซับซ้อน, การตั้งมาตรฐานการคัดกรองเบื้องต้นให้มีความเท่าเทียมและแม่นยำมากขึ้น หรือการลดภาระงานเอกสารที่กินเวลา ฯลฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจคือ Willo ชี้ว่า องค์กรไม่ได้มอง AI จะแทนที่มนุษย์ แต่ทำให้เข้าใจมากขึ้นว่า AI ควรอยู่ตรงไหนในองค์กรเพื่อเพิ่มมูลค่า และตรงไหนที่ยังต้องใช้การตัดสินจากวิจารณญาณของมนุษย์ เช่น การประเมินความเหมาะสมเชิงลึก บุคลิกภาพ ความจริงใจ และศักยภาพในอนาคตของผู้สมัคร ฯลฯ สิ่งที่ AI ยังทำได้ไม่เหมือนมนุษย์แน่นอน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48199" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T100303.179.webp" alt="recruiter-human-decision-over-ai" width="600" height="370" title="แม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์” 120" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T100303.179.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T100303.179-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>เมื่อ AI ทำให้ใบสมัครสมบูรณ์แบบเกินจริง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จะว่าไปแล้ว การเติบโตของ AI ทำให้รูปแบบใบสมัครงานเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน กระทั่งบางครั้งหน้าตาก็เริ่มคล้ายกันจนแทบแยกไม่ออกว่ามาจากคนจริงหรือมาจาก AI สร้างมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานเดียวกันนี้ยังพบว่า องค์กรจำนวนมากต้องปรับกระบวนการประเมินใหม่เพื่อค้นหาความเป็นตัวจริงของผู้สมัคร ท่ามกลางใบสมัครที่ถูกตกแต่งด้วยเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อย ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูลพบว่าองค์กรตอบสนองด้วยการเพิ่มขั้นตอนที่ช่วยเปิดเผยทักษะและบุคลิกภาพที่แท้จริง เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">47.3% ปรับวิธีการสัมภาษณ์ให้ลึกและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">31.9% เพิ่มแบบทดสอบทักษะจริงในกระบวนการ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">27.5% ใช้คำถามเชิงประสบการณ์ส่วนตัวเพื่อดูความคิดและการตัดสินใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">22% ใช้การคัดกรองผ่านวิดีโอเพื่อดูความเป็นธรรมชาติ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และหลายองค์กรเริ่มฝึกทีมสรรหาให้รู้เท่าทันคำตอบหรือข้อมูลที่อาจถูกสร้าง AI</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>หรือเรซูเม่เริ่มหมดความน่าเชื่อถือในยุค AI ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประเด็นข้างต้น รายงาน Willo Hiring Trends Report 2026 ยังตั้งข้อสังเกตว่า </span><b><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/7-seconds-resume/">เรซูเม่</a>กำลังหมดบทบาทในฐานะแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ที่สุดในการตัดสินความสามารถของผู้สมัคร</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะในยุคที่ AI สามารถทำให้ทุกเรซูเม่ดูสมบูรณ์แบบได้ในเวลาไม่กี่วินาที กระทั่ง 41% ขององค์กรเริ่มลดบทบาทเรซูเม่ลงอย่างเห็นได้ชัด</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เรซูเม่แบบดั้งเดิมกำลังสูญเสียอิทธิพลในการสรรหา เพราะมีนายจ้างไม่ถึง 4 ใน 10 ยังมองว่ามันเป็นตัวชี้วัดศักยภาพที่เชื่อถือได้ ในยุคที่ใบสมัครสามารถถูกสร้างด้วย AI” </span></i><span style="font-weight: 400;">– Willo Hiring Trends Report 2026</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอดคล้องกับคำกล่าวของ Euan Cameron, CEO ของ Willo ว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“เรซูเม่เคยบอกเล่าเรื่องราวของความพยายาม ประสบการณ์ และทักษะ แต่ตอนนี้มันมักบอกเพียงว่าใครสามารถสั่งให้โมเดลภาษาเขียนออกมาได้ดีแค่ไหนแทน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำกล่าวนี้สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในตลาดแรงงานปัจจุบันว่า ผู้สมัครที่มีศักยภาพอาจถูกกลืนหายไปในใบสมัครแสนสวนที่คล้ายกันหมดจาก AI ฉะนั้นองค์กรต้องจับสัญญาณของความสามารถจริง ความคิดจริง และบุคลิกที่ซื่อสัตย์แท้จริงของผู้สมัครให้ได้นั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48200" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/ChatGPT-Image-Dec-9-2025-04_34_06-PM.webp" alt="recruiter-human-decision-over-ai" width="600" height="400" title="แม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์” 121" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/ChatGPT-Image-Dec-9-2025-04_34_06-PM.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/ChatGPT-Image-Dec-9-2025-04_34_06-PM-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/ChatGPT-Image-Dec-9-2025-04_34_06-PM-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/ChatGPT-Image-Dec-9-2025-04_34_06-PM-768x512.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ข้อเสนองาน (Job offer) ยังเป็นบทบาทของมนุษย์</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้เทคโนโลยี AI จะเข้ามายกระดับกระบวนการสรรหา แต่ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการตัดสินใจ องค์กรส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นว่า มนุษย์ต้องเป็นผู้ตัดสินใจคนสุดท้าย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานชี้ว่า </span><b>78.7% ของทีมสรรหายืนยันว่า การเลือกผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุดเป็นงานที่ต้องอาศัยวิจารณญาณ ความละเอียดอ่อน และความเข้าใจเชิงมนุษย์ที่เทคโนโลยีไม่อาจทดแทนได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพิจารณาถึงรายละเอียดของงาน HR จะพบว่ามีหลายขั้นตอนที่ยังต้องอาศัยการสื่อสารและการอ่านสัญญาณทางอารมณ์ เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การเจรจาเงินเดือนและข้อเสนอ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งต้องคำนึงถึงแรงจูงใจ ความต้องการ และความคาดหวังของผู้สมัคร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การสร้างความสัมพันธ์</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ช่วยให้ผู้สมัครรู้สึกมั่นใจและเชื่อมั่นในองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การสัมภาษณ์เชิงลึก</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ต้องประเมินทั้งบุคลิกภาพ ความเข้ากันได้กับทีม และศักยภาพในระยะยาว</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นเพราะมนุษย์จะสามารถจับสัญญาณเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ความจริงใจในคำตอบ หรือความสอดคล้องทางวัฒนธรรมองค์กรได้ สิ่งนี้ล้วนเป็นมิติที่ต้องใช้ประสบการณ์และความละเอียดอ่อนของผู้เชี่ยวชาญด้าน HR ที่เป็นคนเท่านั้น</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44857" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-21T102049.089.webp" alt="ผลสำรวจ Talent Trends 2025 พบ เวลา 6,700 ชั่วโมงจะหายไปเมื่อ AI เปลี่ยนโฉมการสรรหาบุคลากร" width="600" height="370" title="แม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์” 122" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-21T102049.089.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-21T102049.089-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hr-survey/talent-trends-2025-ai-250421/">ผลสำรวจ Talent Trends 2025 พบ เวลา 6,700 ชั่วโมงจะหายไปเมื่อ AI เปลี่ยนโฉมการสรรหาบุคลากร</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>9 ใน 10 องค์กรไทยก็เริ่มใช้ AI ในการสรรหาเช่นกัน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เทรนด์การใช้ AI ในการสรรหาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในต่างประเทศ เพราะรายงาน </span><a href="https://th.hrnote.asia/hr-survey/talent-trends-2025-ai-250421/"><span style="font-weight: 400;">Talent Trends 2025 โดย Robert Walters Thailand</span></a><span style="font-weight: 400;"> ระบุอย่างชัดเจนว่า องค์กรไทยกำลังเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน และมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมประสิทธิภาพการสรรหาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลล่าสุดพบว่า </span><b>มากถึง 9 ใน 10 องค์กรไทย ใช้ AI ในกระบวนการคัดกรองและจัดการข้อมูลผู้สมัคร </b><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเป็นการช่วยประมวลผลเรซูเม่ การวิเคราะห์ความเหมาะสมเบื้องต้น หรือการจัดลำดับผู้สมัครตามความสอดคล้องกับตำแหน่งไม่ต่างกัน, แม้องค์กรไทยจะเปิดรับเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่การรักษาบทบาทของมนุษย์ในกระบวนการสรรหา โดยผู้บริหารของ Robert Walters ให้ความเห็นว่า แม้ AI, Machine Learning และ Data Analytics จะช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพได้มาก แต่ </span><b>สิ่งที่ไม่สามารถถูกแทนที่ได้คือความเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจ</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว ทักษะการฟัง การอ่านบริบท และการประเมินความเหมาะสมเชิงลึก ยังคงเป็นหัวใจของงานสรรหาที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนและประสบการณ์ของคนทำงานด้าน HR โดยตรง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป แม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์”</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากทั้งรายงานต่างประเทศและข้อมูลตลาดไทย บทสรุปที่ชัดเจนคือ</span><b> AI ไม่ได้มาแทนที่นักสรรหา แต่ทำให้นักสรรหาทำงานได้ดีขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ช่วยให้เราคัดกรองเร็วขึ้น มองผู้สมัครได้รอบด้านมากขึ้น และลดงานเอกสารลง แต่ความเข้าใจมนุษย์ ความเห็นอกเห็นใจ และความสามารถในการตัดสินความเหมาะสมเชิงลึก ยังเป็นบทบาทที่มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่ทำได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ องค์กรที่ประสบความสำเร็จที่สุดจึงไม่ใช่องค์กรที่ใช้ AI มากที่สุด แต่คือองค์กรที่รู้ว่า ควรใช้ AI ในจุดไหน และควรปล่อยให้ความเป็นมนุษย์ทำงานในจุดไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรต้องการเริ่มต้นใช้ AI ในการสรรหา หรือกำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการคัดเลือกบุคลากร สามารถเริ่มต้นได้ที่ HREX แพลตฟอร์มที่พร้อมช่วยให้องค์กรใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับคุณค่าของความเป็นมนุษย์ในการทำงาน.</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38146 size-full" title="เขียน Job Description อย่างไรให้น่าสนใจ ดึงดูดคนที่ใช่! มาร่วมงาน 3" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Source</b></p>
<ul>
<li aria-level="1"><a href="https://sea.peoplemattersglobal.com/news/recruitment/52percent-of-recruiters-use-ai-tools-yet-final-job-offers-remain-a-human-decision-47536" target="_blank" rel="noopener">sea.peoplemattersglobal.com</a></li>
<li aria-level="1"><a href="https://www.willo.video/the-hiring-trends-report-2026" target="_blank" rel="noopener">willo</a></li>
<li aria-level="1"><a href="https://techrseries.com/artificial-intelligence/hiring-trends-report-2026-study-finds-ai-is-accelerating-the-decline-of-the-resume-as-employers-demand-more-authentic-signals-of-talent/" target="_blank" rel="noopener">techrseries.com</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/recruiter-human-decision-over-ai-251212/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พนักงานเสี่ยงลาออก 75% หากองค์กรลด Reward &#038; Recognition</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/reward-recognition-employee-retention-251208/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/reward-recognition-employee-retention-251208/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Dec 2025 08:00:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Reward & Recognition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48160</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT 75% ของพนักงานพร้อมลาออก หากองค์กรลดหรือตัด Reward &#38; Recognition พนักงานที่ได้รับการชื่นชมรายสัปดาห์ มี Engagement สูงขึ้น 15 เท่า การให้ Recognition อย่างสม่ำเสมอ ลดความตั้งใจหางานใหม่ลงได้ 45% พนักงานที่รู้สึก “ถูกเห็นคุณค่า” มีแนวโน้มวางอนาคตในองค์กรสูงกว่า 17 เท่า มนุษย์ทุกคนล้วนต้องการ “การยอมรับ” ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตส่วนตัวหรือในที่ทำงาน งานวิจัยด้านจิตวิทยาและพฤติกรรมมนุษย์ยืนยันตรงกันว่า การได้รับการชื่นชมเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เราอยากทุ่มเท ทำงานให้ดีขึ้น และรู้สึกผูกพันกับสิ่งที่ทำ แต่เมื่อองค์กรละเลยความต้องการพื้นฐานนี้ ผลลัพธ์ที่ตามมามักรุนแรงกว่าที่คิด สอดคล้องกับผลการศึกษาใหม่ของ Achievers Workforce Institute (AWI) ในรายงาน 2026 Engagement and Retention Report ที่บอกว่า องค์กรทั่วโลก รวมถึงภูมิภาค APAC กำลังเผชิญวิกฤต Engagement และ Retention ที่หนักที่สุดในรอบหลายปี โดยหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสูงสุดคือ การขาดระบบ Reward [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">75% ของพนักงานพร้อมลาออก หากองค์กรลดหรือตัด Reward &amp; Recognition</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พนักงานที่ได้รับการชื่นชมรายสัปดาห์ มี Engagement สูงขึ้น 15 เท่า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การให้ Recognition อย่างสม่ำเสมอ ลดความตั้งใจหางานใหม่ลงได้ 45%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พนักงานที่รู้สึก “ถูกเห็นคุณค่า” มีแนวโน้มวางอนาคตในองค์กรสูงกว่า 17 เท่า</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48164 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2443308961-1024x683.webp" alt="Reward &amp; Recognition" width="800" height="534" title="พนักงานเสี่ยงลาออก 75% หากองค์กรลด Reward &amp; Recognition 130" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2443308961-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2443308961-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2443308961-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2443308961-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มนุษย์ทุกคนล้วนต้องการ “การยอมรับ” ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตส่วนตัวหรือในที่ทำงาน งานวิจัยด้านจิตวิทยาและพฤติกรรมมนุษย์ยืนยันตรงกันว่า </span><b>การได้รับการชื่นชมเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เราอยากทุ่มเท ทำงานให้ดีขึ้น และรู้สึกผูกพันกับสิ่งที่ทำ</b><span style="font-weight: 400;"> แต่เมื่อองค์กรละเลยความต้องการพื้นฐานนี้ ผลลัพธ์ที่ตามมามักรุนแรงกว่าที่คิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอดคล้องกับผลการศึกษาใหม่ของ </span><a href="https://www.achievers.com/workforce-institute/" target="_blank" rel="noopener"><b>Achievers Workforce Institute (AWI)</b></a><span style="font-weight: 400;"> ในรายงาน </span><a href="https://www.achievers.com/resources/white-papers/2026-engagement-retention-awi-report/" target="_blank" rel="noopener"><b>2026 Engagement and Retention Report</b></a><span style="font-weight: 400;"> ที่บอกว่า องค์กรทั่วโลก รวมถึงภูมิภาค APAC กำลังเผชิญวิกฤต Engagement และ Retention ที่หนักที่สุดในรอบหลายปี โดยหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสูงสุดคือ การขาดระบบ Reward &amp; Recognition ที่มีคุณภาพและสม่ำเสมอ ส่งผลให้ </span><b>75% ของพนักงานระบุว่า หากองค์กรลดหรือยกเลิก Reward &amp; Recognition พวกเขาจะพิจารณาลาออกทันที</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่ไม่ใช่เพียงเสียงสะท้อนจากพนักงานแต่เป็นภาพสะท้อนระดับภูมิภาคที่กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และอาจกลายเป็นวิกฤตทรัพยากรมนุษย์ครั้งใหญ่หากองค์กรยังไม่เร่งปรับตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>ภาพรวมวิกฤตความผูกพัน: เมื่อพนักงานไม่รู้สึกมีคุณค่า ความอยากอยู่ต่อก็จะจึงค่อย ๆ เลือนหายไป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">วิกฤตด้าน <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/200107-employeeengagement2020/">Engagement</a> กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในหลายองค์กรทั่วโลก เนื่องจากพนักงานจำนวนมากรู้สึกว่าตนไม่มีคุณค่าในสายตาองค์กร ความผูกพันต่อบทบาทและอนาคตในที่ทำงานก็ลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานล่าสุดพบว่า พนักงานเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่รู้สึกว่าได้รับการชื่นชมอย่างจริงจัง และมีเพียง 26% ที่ยังรู้สึกมีส่วนร่วมกับงานในแต่ละวัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความรู้สึกขาดการมองเห็นนี้สะท้อนตรงไปยังความตั้งใจอยู่ต่อ (<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190326-employee-retention/">Retention</a>) ของพนักงาน โดยมีเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่วางแผนจะอยู่กับองค์กรเดิมในระยะยาว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่สเกลระดับโลกเองก็เริ่มเห็นแนวโน้มการลาออกที่อาจสร้างภาระต้นทุนสูงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เอาเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ค่าใช้จ่ายจากการสูญเสียคนเก่งในปีหน้าอาจพุ่งสูงถึง 1.3–5.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำความจริงที่ว่า </span><b>เมื่อพนักงานรู้สึกว่าความพยายามของตนไม่มีคนเห็น คุณค่าของการอยู่ต่อในองค์กรก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48165 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/two-businesswomen-working-cafe-1024x683.webp" alt="Reward &amp; Recognition" width="800" height="534" title="พนักงานเสี่ยงลาออก 75% หากองค์กรลด Reward &amp; Recognition 131" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/two-businesswomen-working-cafe-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/two-businesswomen-working-cafe-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/two-businesswomen-working-cafe-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/two-businesswomen-working-cafe-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/two-businesswomen-working-cafe-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><b>APAC ภูมิภาคที่ความรู้สึกถูกมองเห็นต่ำที่สุด</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานฉบับเดียวกันได้ทำการสำรวจเชิงลึกเฉพาะภูมิภาค </span><a href="https://www.achievers.com/resources/white-papers/2026-engagement-retention-apac-awi-report/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">APAC</span></a><span style="font-weight: 400;"> โดยเก็บข้อมูลจากพนักงาน 450 คน และผู้เชี่ยวชาญด้าน HR 325 คน ในออสเตรเลีย สิงคโปร์ และฮ่องกง ผลที่ได้สะท้อนภาพชัดเจนว่า </span><b>ภูมิภาค APAC กำลังสูญเสียความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับองค์กรอย่างต่อเนื่อง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างตัวเลขสำคัญชี้ให้เห็นว่า</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีเพียง 18% ของพนักงานรู้สึกว่าได้รับการชื่นชมในงานที่ทำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เพียง 17% รู้สึกเชื่อมโยงกับค่านิยมขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และเพียง 25% เท่านั้นที่มองว่างานของตนเองมีความหมายจริง ๆ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นเมื่อพนักงานไม่รู้สึกว่าองค์กรเห็นคุณค่า ไม่เข้าใจบทบาทของตน และไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ใหญ่กว่า ความตั้งใจจะอยู่ต่อย่อมลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้รายงานยังพบว่า </span><b>37% ของพนักงานใน APAC มีแผนเริ่มหางานใหม่ภายในปี 2026</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนชัดเจนว่าความผูกพันกำลังลดลง ผ่านปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การไม่ได้รับการยอมรับจากผู้จัดการและองค์กร, ความรู้สึกขาดการสนับสนุนจากผู้นำ หรือกระทั่งการได้รับค่าแรงงานที่ไม่เป็นธรรมเมื่อเทียบกับตลาดแรงงานและภาระชีวิตจริง</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48163 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/hands-business-people-applauding-speaker-1024x683.webp" alt="Reward &amp; Recognition" width="800" height="534" title="พนักงานเสี่ยงลาออก 75% หากองค์กรลด Reward &amp; Recognition 132" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/hands-business-people-applauding-speaker-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/hands-business-people-applauding-speaker-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/hands-business-people-applauding-speaker-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/hands-business-people-applauding-speaker-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/hands-business-people-applauding-speaker-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><b>Recognition  ตัวแปรสำคัญที่ทำให้ลดการลาออก</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงปัจจัยที่มีผลต่อการรักษาพนักงาน หลายคนอาจนึกถึงค่าตอบแทน สวัสดิการ หรือโอกาสเติบโต แต่รายงานวิจัยกลับชี้ให้เห็นว่า </span><b><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/211021-employee-recognition/">การได้รับการยอมรับ (Recognition)</a> คือแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังยิ่งกว่า</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจาก Achievers Workforce Institute ยืนยันว่า </span><b>พนักงานที่ได้รับการชื่นชมอย่างสม่ำเสมอเพียงสัปดาห์ละครั้ง มีแนวโน้มรู้สึกว่าตนมีคุณค่าและมีส่วนร่วมมากขึ้นถึง 15 เท่า</b><span style="font-weight: 400;"> และเมื่อ Recognition เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความตั้งใจที่จะมองหางานใหม่ก็ลดลงได้มากถึง 45% </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความรู้สึกถูกเห็นในองค์กรยังช่วยให้พนักงานมองเห็นเส้นทางอนาคตในองค์กรชัดเจนขึ้น โดยมีโอกาสวางแผนอาชีพระยะยาวกับองค์กรสูงกว่าเดิมถึง 17 เท่า ขณะที่พนักงานกว่า 85% พร้อมทำพฤติกรรมเชิงบวกซ้ำ หากได้รับการยอมรับในเวลาที่เหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในหลายองค์กรกลับสวนทางกับสิ่งที่งานวิจัยแนะนำ เพราะมีพนักงานเพียง 23% เท่านั้นที่รู้สึกว่าได้รับ Recognition และแค่ 15% ที่ได้รับคำชื่นชมในระดับรายสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการของพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ก็คือ ช่องว่างระหว่างพนักงานกับองค์กรก็จะกว้างขึ้นเรื่อย ๆ และช่องว่างนี้แหละที่ผลักให้คนเก่ง (Talent) จำนวนมากเริ่มมองหางานใหม่ที่มีความหมายและสร้างคุณค่ามากกว่านั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21490 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/12/people-holding-money-spendings-finance-concept-remix-1.jpg" alt="people holding money spendings finance concept remix 1" width="1000" height="667" title="พนักงานเสี่ยงลาออก 75% หากองค์กรลด Reward &amp; Recognition 133" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2018/12/people-holding-money-spendings-finance-concept-remix-1.jpg 1000w, https://th.hrnote.asia/storage/2018/12/people-holding-money-spendings-finance-concept-remix-1-300x200.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2018/12/people-holding-money-spendings-finance-concept-remix-1-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h2><b>Compensation สิ่งตอกย้ำวิกฤตความผูกพัน เมื่อค่าตอบแทนไร้ความเป็นธรรม</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่า Recognition จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการรักษาพนักงาน แต่อีกหนึ่งรอยร้าวใหญ่ที่กำลังขยายตัวใน APAC คือ </span><b>ความรู้สึกว่าได้รับค่าตอบแทนไม่เป็นธรรม</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานเดียวกันระบุว่า พนักงานในภูมิภาค APAC มีเพียง 13% เท่านั้นที่เชื่อว่าตนได้รับค่าตอบแทนอย่างยุติธรรม ขณะที่ระดับโลกก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก โดยมีเพียง 17% ที่รู้สึกว่าเงินเดือนและผลตอบแทนสะท้อนคุณค่าของงานที่ทำจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อความรู้สึกไม่เป็นธรรมด้านค่าตอบแทน มาผสานกับการขาด Recognition ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ พนักงานจำนวนมากเริ่มมองหาสภาพแวดล้อมใหม่ที่เห็นคุณค่าและตอบโจทย์ชีวิตการทำงานมากกว่า จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ตัวเลขความเสี่ยงลาออกพุ่งสูงจนแตะระดับ</span><b> 75% หากองค์กรตัดลดหรือยกเลิกระบบ Reward &amp; Recognition</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สัญญาณนี้สะท้อนอย่างชัดเจนว่า </span><b>Reward &amp; Recognition ไม่ใช่งบที่ลดได้ตามสถานการณ์</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะการตัดงบในวันนี้อาจนำไปสู่ต้นทุนการลาออก การสรรหา และการฝึกอบรมที่สูงกว่าอย่างมหาศาลในวันข้างหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่มองเห็นคุณค่าของการตอบแทนอย่างเป็นธรรม และให้การยอมรับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นองค์กรที่มีแนวโน้มจะรักษาคนเก่งไว้ได้มากกว่านั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48161 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/asian-men-joining-hands-together-showing-thumbs-up-1024x683.webp" alt="Reward &amp; Recognition" width="800" height="534" title="พนักงานเสี่ยงลาออก 75% หากองค์กรลด Reward &amp; Recognition 134" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/asian-men-joining-hands-together-showing-thumbs-up-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/asian-men-joining-hands-together-showing-thumbs-up-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/asian-men-joining-hands-together-showing-thumbs-up-768x513.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/asian-men-joining-hands-together-showing-thumbs-up-1536x1025.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/asian-men-joining-hands-together-showing-thumbs-up-2048x1367.webp 2048w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><b>กลยุทธ์ที่องค์กรลงมือได้ทันทีเพื่อยกระดับ Engagement และ Retention</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานดังกล่าวยังเสนอแนวทางปฏิบัติที่องค์กรสามารถนำไปใช้ได้ทันที เพื่อสร้างความรู้สึกมีคุณค่า เพิ่ม <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190722-employee-engagement/">Engagement</a> และกอบกู้ความเชื่อมั่นของพนักงานได้ ดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>1. ปรับโปรแกรม Recognition ใหม่ให้ถี่ขึ้น ถูกจังหวะ และเชื่อมโยงกับค่านิยมองค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การให้ Recognition ที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่เพียงการกล่าวคำชื่นชมตามพิธีการ แต่คือการสื่อสารที่จริงใจ ชัดเจน และเชื่อมโยงกับพฤติกรรมหรือผลงานที่พนักงานทำได้ดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การออกแบบระบบ Recognition ให้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอจากทั้งผู้จัดการ เพื่อนร่วมงาน และผู้นำระดับสูง จะช่วยเสริมแรงจูงใจภายใน ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว และสร้างความหมายในงานได้ลึกกว่าที่หลายองค์กรคาดคิด</span></p>
<h3><b>2. Upskill หัวหน้า เน้นบทบาท Coaching และการทำ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/230531-1-on-1-meeting/">1:1</a> อย่างสม่ำเสมอ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่รู้กันว่า ผู้นำ (Leader) คือผู้สร้างประสบการณ์การทำงานของพนักงานโดยตรง ฉะนั้นการเพิ่มทักษะด้านการโค้ช การรับฟัง และการสะท้อนผลงานอย่างสร้างสรรค์จึงเป็นการลงทุนที่สำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกันนี้ การนัดคุยแบบ 1:1 อย่างสม่ำเสมอยังเป็นพื้นที่สำหรับให้ Recognition แบบเฉพาะบุคคล ตอบข้อสงสัย และสร้างความไว้ใจ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อ <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190327-employee-keeping-retention/">Retention</a> โดยตรง</span></p>
<h3><b>3. ทบทวนระบบ Reward &amp; Compensation ให้สอดคล้องตลาดและความคาดหวังของพนักงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบริบทที่ค่าครองชีพปรับสูงขึ้นและตลาดแรงงานแข่งขันอย่างรุนแรง ระบบค่าตอบแทนที่ไม่โปร่งใสหรือไม่เท่าทันสถานการณ์อาจผลักให้พนักงานเริ่มมองหาตัวเลือกใหม่ การทบทวนโครงสร้างค่าตอบแทนให้สะท้อนความเป็นธรรม การแบ่งปันข้อมูลอย่างโปร่งใส และการปรับกลยุทธ์ Reward ให้ทันกับความคาดหวังของแรงงานยุคใหม่ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดอัตราการลาออกได้อย่างมีนัยสำคัญ</span></p>
<h3><b>4. เปิดพื้นที่ Feedback ปัญหาอย่างโปร่งใส</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือการรับฟังปัญหาแล้ว องค์กรจำเป็นต้องลงมือแก้ไขตามข้อมูลที่ได้รับ เพื่อปิดช่องว่างระหว่าง “สิ่งที่พนักงานต้องการ” กับ “สิ่งที่พนักงานรู้สึกจริง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมีระบบ Feedback ที่ต่อเนื่อง โปร่งใส และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจริง จะช่วยสร้างความไว้วางใจ ซึ่งนี่เป็นรากฐานสำคัญของ Engagement และ Retention ในระยะยาว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48162 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/casual-business-meeting-asian-adult-businessman-consult-stretegy-with-female-project-founder-partner-startup-business-plan-cafe-restaurant-1024x683.webp" alt="Reward &amp; Recognition" width="800" height="534" title="พนักงานเสี่ยงลาออก 75% หากองค์กรลด Reward &amp; Recognition 135" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/casual-business-meeting-asian-adult-businessman-consult-stretegy-with-female-project-founder-partner-startup-business-plan-cafe-restaurant-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/casual-business-meeting-asian-adult-businessman-consult-stretegy-with-female-project-founder-partner-startup-business-plan-cafe-restaurant-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/casual-business-meeting-asian-adult-businessman-consult-stretegy-with-female-project-founder-partner-startup-business-plan-cafe-restaurant-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/casual-business-meeting-asian-adult-businessman-consult-stretegy-with-female-project-founder-partner-startup-business-plan-cafe-restaurant-1536x1025.webp 1536w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดเราจะเห็นว่า การฟื้นความผูกพันของพนักงานไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งใหญ่เสมอไป เพียงการมองเห็น ให้คุณค่า และสร้างระบบ Reward &amp; Recognition ที่มีความหมาย ก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานของพนักงานได้แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากองค์กรต้องการผู้ช่วยในการออกแบบแนวทาง C&amp;B ที่ตรงจุด เพิ่มสวัสดิการ หรือหา HR Products &amp; Services ที่ตอบโจทย์ </span><b>HREX พร้อมเป็นตัวกลางเชื่อมต่อคุณกับผู้เชี่ยวชาญและโซลูชันที่เหมาะสมที่สุด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ค้นหาโซลูชันที่ใช่สำหรับองค์กรของคุณ ได้ที่ <a href="https://expth.hrnote.asia/">HREX</a></p>
<p></span><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="พนักงานเสี่ยงลาออก 75% หากองค์กรลด Reward &amp; Recognition 136" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Source</b></p>
<ul>
<li><a href="https://www.achievers.com/resources/white-papers/2026-engagement-retention-awi-report/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">achievers.com</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/reward-recognition-employee-retention-251208/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิวัฒนาการ Employee Experience : เมื่อ HR ยุคใหม่คือผู้สร้าง Hope ในที่ทำงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/employee-experience-to-hope-250908/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/employee-experience-to-hope-250908/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Sep 2025 09:22:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR OD]]></category>
		<category><![CDATA[Employee Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Hope]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46847</guid>

					<description><![CDATA[HR คงคุ้นชินกับคำว่า Employee Experience หรือ ประสบการณ์ของพนักงาน กันอยู่แล้ว รวมถึงความหมายที่บอกถึงทุกประสบกาณ์ที่พนักงานได้รับจากองค์กร ตั้งแต่วันแรกที่เข้าร่วมงาน จนถึงวันที่ออกจากองค์กร แต่ในยุค 2025 ที่ความคาดหวังของพนักงานเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การสร้าง Employee Experience แบบเดิม ๆ ที่เน้นแค่ “ความพึงพอใจ” (Satisfaction) อาจไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรชั้นนำทั่วโลกกำลังพัฒนา Employee Experience ไปอีกขั้น สู่การสร้าง “Hope” หรือความหวังในการทำงานนั่นเอง หวังที่จะเติบโต หวังที่จะมีอนาคตที่ดี และหวังที่จะมีคุณค่าในสายตาองค์กร วิวัฒนาการของ Employee Experience HREX ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดของ ศาสตราจารย์ เดฟ อุว์ริค (Dave Ulrich) ผู้บุกเบิกโมเดล HRBP และผู้มีอิทธิพลต่อการพัฒนาแนวคิด Employee Value Proposition (EVP) หนึ่งในภาพที่ทรงพลังที่สุด คือโมเดล Waves of Employee Experience [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46850" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/วิวัฒนาการ-Employee-Experience-เมื่อ-HR-ยุคใหม่คือผู้สร้าง-Hope-ในที่ทำงาน-Cover.webp" alt="วิวัฒนาการ Employee Experience เมื่อ HR ยุคใหม่คือผู้สร้าง Hope ในที่ทำงาน" width="600" height="370" title="วิวัฒนาการ Employee Experience : เมื่อ HR ยุคใหม่คือผู้สร้าง Hope ในที่ทำงาน 142" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/วิวัฒนาการ-Employee-Experience-เมื่อ-HR-ยุคใหม่คือผู้สร้าง-Hope-ในที่ทำงาน-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/วิวัฒนาการ-Employee-Experience-เมื่อ-HR-ยุคใหม่คือผู้สร้าง-Hope-ในที่ทำงาน-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR คงคุ้นชินกับคำว่า </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190802-employee-experience/"><span style="font-weight: 400;">Employee Experience</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือ ประสบการณ์ของพนักงาน กันอยู่แล้ว รวมถึงความหมายที่บอกถึงทุกประสบกาณ์ที่พนักงานได้รับจากองค์กร ตั้งแต่วันแรกที่เข้าร่วมงาน จนถึงวันที่ออกจากองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในยุค 2025 ที่ความคาดหวังของพนักงานเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การสร้าง Employee Experience แบบเดิม ๆ ที่เน้นแค่ “ความพึงพอใจ” (Satisfaction) อาจไม่เพียงพออีกต่อไป</span></p>
<p><b>องค์กรชั้นนำทั่วโลกกำลังพัฒนา Employee Experience ไปอีกขั้น สู่การสร้าง “Hope” หรือความหวังในการทำงานนั่นเอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หวังที่จะเติบโต หวังที่จะมีอนาคตที่ดี และหวังที่จะมีคุณค่าในสายตาองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>วิวัฒนาการของ Employee Experience</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดของ </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/dave-ulrich-231222/"><b>ศาสตราจารย์ เดฟ อุว์ริค (Dave Ulrich)</b></a> <span style="font-weight: 400;">ผู้บุกเบิกโมเดล </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211105-what-is-hrbp/"><span style="font-weight: 400;">HRBP</span></a><span style="font-weight: 400;"> และผู้มีอิทธิพลต่อการพัฒนาแนวคิด Employee Value Proposition (EVP)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในภาพที่ทรงพลังที่สุด คือโมเดล </span><b>Waves of Employee Experience</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เชื่อมโยงระหว่างองค์กรกับพนักงาน จากระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับที่ลึกซึ้งที่สุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46849" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/วิวัฒนาการ-Employee-Experience-เมื่อ-HR-ยุคใหม่คือผู้สร้าง-Hope-ในที่ทำงาน-Dave-Ulrich.webp" alt="วิวัฒนาการ Employee Experience เมื่อ HR ยุคใหม่คือผู้สร้าง Hope ในที่ทำงาน" width="800" height="416" title="วิวัฒนาการ Employee Experience : เมื่อ HR ยุคใหม่คือผู้สร้าง Hope ในที่ทำงาน 143" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/วิวัฒนาการ-Employee-Experience-เมื่อ-HR-ยุคใหม่คือผู้สร้าง-Hope-ในที่ทำงาน-Dave-Ulrich.webp 800w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/วิวัฒนาการ-Employee-Experience-เมื่อ-HR-ยุคใหม่คือผู้สร้าง-Hope-ในที่ทำงาน-Dave-Ulrich-300x156.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/วิวัฒนาการ-Employee-Experience-เมื่อ-HR-ยุคใหม่คือผู้สร้าง-Hope-ในที่ทำงาน-Dave-Ulrich-768x399.webp 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โมเดลนี้แบ่ง Employee Experience ออกเป็น 5 ระดับ โดยแต่ละระดับสะท้อนถึงวิธีที่องค์กรสามารถสร้างความหมายและความผูกพันกับพนักงานได้ลึกขึ้นเรื่อย ๆ ได้แก่ </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Employee Satisfaction</b><span style="font-weight: 400;"> – การนิยามสิ่งที่พนักงานชอบ และสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุขในที่ทำงาน </span><i><span style="font-weight: 400;">(เช่น คำถามว่า “คุณชอบหัวหน้าของคุณไหม?”)</span></i></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Commitment</b><span style="font-weight: 400;"> – การมุ่งเน้นที่ความมุ่งมั่น ความจงรักภักดี และความเต็มใจในการทุ่มเทให้กับองค์กร </span><i><span style="font-weight: 400;">(เช่น คำถามว่า “หัวหน้าของคุณให้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการทำงานแก่คุณหรือไม่?”)</span></i></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Engagement</b><span style="font-weight: 400;"> – การหาวิธีให้พนักงานมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตขององค์กร </span><i><span style="font-weight: 400;">(เช่น คำถามว่า “หัวหน้าของคุณเปิดโอกาสให้คุณร่วมตัดสินใจหรือไม่?”)</span></i></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Experience</b><span style="font-weight: 400;"> – การช่วยให้พนักงานค้นพบคุณค่าของตัวเองผ่านงานที่ทำ </span><i><span style="font-weight: 400;">(เช่น คำถามว่า “หัวหน้าของคุณช่วยให้คุณบรรลุคุณค่าหรือเป้าหมายในชีวิตหรือไม่?”)</span></i></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Hope</b><span style="font-weight: 400;"> – การทำให้พนักงานเติบโตและเจริญรุ่งเรือง ด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง มองโลกในแง่ดีอย่างมีเหตุผล และมีเป้าหมายในอนาคต </span><i><span style="font-weight: 400;">(เช่น คำถามว่า “หัวหน้าของคุณเตรียมคุณให้พร้อมเป็นผู้นำในอนาคตหรือไม่?”)</span></i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ระดับสุดท้ายคือสิ่งที่ HR ยุคใหม่ควรมุ่งสร้าง เพราะ </span><b>Hope คือพลังที่นอกจากให้คนเพียงแต่อยู่กับองค์กร แต่ยังสร้างการ “เติบโตไปด้วยกัน”</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Hope สำหรับองค์กร คืออะไร ? ทำไม HR รุ่นใหม่ต้องสร้างให้เกิดในองค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแวดวงการบริหารทรัพยากรบุคคล คำว่า &#8220;Hope&#8221; หรือ ความหวัง อาจฟังดูเป็นนามธรรมและจับต้องยาก แต่ในความเป็นจริง Hope คือหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อแรงจูงใจ ความผูกพัน และประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต่างอะไรจากรายงาน Gallup ในหัวข้อ </span><a href="https://www.gallup.com/analytics/656315/leadership-needs-of-followers.aspx" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Global Leadership Report: What Followers Want</span></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งสำรวจใน 52 ประเทศ พบว่า </span><b>คุณลักษณะของผู้นำที่พนักงานต้องการมากที่สุด คือ “Hope”</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยรายงานระบุว่า คุณลักษณะที่ผู้นำที่ดีควรมี อันดับ 1 คือ ความหวัง (Hope) ที่ 56% รองลงมาคือ ความไว้ใจ (Trust) 33%, ความเมตตา (Compassion) 7% และความมั่นคง (Stability) 4%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Hope จึงเปรียบเสมือน &#8220;พลังเงียบ&#8221; ที่ทำให้คนยังเดินต่อ แม้ในวันที่ไม่ชัดเจนว่าจะไปทางไหน </span><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่แค่ความรู้สึกดี ๆ แต่คือความเชื่อมั่นในอนาคตที่เกิดจากการรับรู้ว่า สิ่งที่ทำในวันนี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคต โดยในเชิง HR นั่นหมายถึงการทำให้องค์กรกลายเป็น &#8220;สถานที่ที่พนักงานมองเห็นอนาคตของตัวเองได้” นั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/วิวัฒนาการ-Employee-Experience-เมื่อ-HR-ยุคใหม่คือผู้สร้าง-Hope-ในที่ทำงาน.webp" alt="วิวัฒนาการ Employee Experience เมื่อ HR ยุคใหม่คือผู้สร้าง Hope ในที่ทำงาน" width="600" height="370" title="วิวัฒนาการ Employee Experience : เมื่อ HR ยุคใหม่คือผู้สร้าง Hope ในที่ทำงาน 144" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/วิวัฒนาการ-Employee-Experience-เมื่อ-HR-ยุคใหม่คือผู้สร้าง-Hope-ในที่ทำงาน.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/วิวัฒนาการ-Employee-Experience-เมื่อ-HR-ยุคใหม่คือผู้สร้าง-Hope-ในที่ทำงาน-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>6 องค์ประกอบขององค์กรที่สร้าง Hope ได้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Hope Culture ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในหน้ากระดาษ แต่จะเกิดจากการออกแบบ Employee Experience อย่างมีกลยุทธ์ ต่อไปนี้คือ 6 องค์ประกอบที่องค์กรควรพัฒนา</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">1. Transform the Future</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรต้องมีทิศทางที่ชัดเจน มองไปข้างหน้า และกล้าสื่อสารวิสัยทัศน์ที่เป็นแรงบันดาลใจ เพราะ Hope คือการเปลี่ยนอนาคตที่ไม่แน่นอน ให้กลายเป็น “อนาคตที่เราสร้างร่วมกัน”</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">2. Healthy Relationships and Conversations</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กรจะช่วยให้เกิดพื้นที่ปลอดภัย (</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190703-psychological-safety/"><span style="font-weight: 400;">Psychological Safety</span></a><span style="font-weight: 400;">) พนักงานจะกล้าแสดงออก แบ่งปัน และขอความช่วยเหลือได้</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">3. Ensure Efficacy</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานจะรู้สึกมีความหวังเมื่อเห็นว่าสิ่งที่ทำอยู่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี HR ต้องสร้างความเชื่อมโยงนี้ให้ชัดเจน เช่น เชื่อม Performance กับโอกาสเลื่อนตำแหน่ง</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">4. Realistic Optimism</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่ควรไกลเกินเอื้อม HR ควรช่วยตั้งเป้าหมายที่ “ท้าทาย” แต่ “ทำได้จริง” เพื่อกระตุ้นแรงจูงใจโดยไม่สร้างความกดดันเกินไป</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">5. Empower People</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ให้อิสระและเครื่องมือในการพัฒนาตัวเอง เช่น ระบบ Career Path, Coaching, Mentoring เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กรทำให้ฉันเก่งขึ้น</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">6. Address Personal Needs</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะพนักงานแต่ละคนมีความหวังไม่เหมือนกัน องค์กรจะต้องเข้าใจความต้องการเฉพาะตัวของพนักงานนั้น ๆ เช่น ความยืดหยุ่นในการทำงาน หรือเส้นทางอาชีพเฉพาะบุคคล จะสามารถเปลี่ยนความต้องการเหล่านั้นให้กลายเป็นขีดความสามารถระดับองค์กรได้</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Hope จะเกิดขึ้นได้เมื่อพนักงาน:</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เห็นว่าสิ่งที่ตนเองทำ มีความหมายต่อองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รู้ว่าตนเอง กำลังได้รับการพัฒนา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เข้าใจว่าเป้าหมายที่องค์กรวางไว้ เป็นจริงได้ ไม่เกินเอื้อม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญ รู้ว่าหัวหน้าและองค์กรเชื่อมั่นในศักยภาพของเขา</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>HR รุ่นใหม่ต้องทำอย่างไร ? เพื่อสร้าง Employee Experience ที่มี Hope</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่รู้กันว่า บทบาทของ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-2025-and-beyond-250825/"><span style="font-weight: 400;">HR ในปี 2025 </span></a><span style="font-weight: 400;">ได้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงกลายมาเป็น </span><b>ผู้ออกแบบประสบการณ์การทำงาน (Experience Designer)</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ต้องเข้าใจเส้นทางของพนักงานทั้งในเชิงกลยุทธ์และความรู้สึก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้าง Employee Experience ที่มี Hope จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของสวัสดิการหรือบรรยากาศในออฟฟิศเท่านั้น แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ทำให้พนักงาน &#8220;เห็นอนาคตของตัวเอง&#8221; ในองค์กรได้อย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือทักษะและเครื่องมือสำคัญที่ HR รุ่นใหม่ควรพัฒนา:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ใช้ HR Tech หรือระบบ HRMS</b><span style="font-weight: 400;"> ที่สามารถติดตามและปรับประสบการณ์ให้เหมาะกับพนักงานแต่ละคน (Personalized Experience)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ใช้ข้อมูล (Data)</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อวิเคราะห์ Pain Point และพฤติกรรมของพนักงานอย่างแม่นยำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฝึกทักษะด้าน Empathy, Coaching และ Facilitation</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายและไว้เนื้อเชื่อใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ร่วมมือกับผู้นำของแต่ละทีม</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อออกแบบประสบการณ์การทำงานที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละสายงาน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการสร้างความหวังในองค์กรไม่ใช่เรื่องของ &#8220;ความรู้สึกดีชั่วคราว&#8221; แต่คือการวางระบบที่เชื่อมโยง &#8220;คน&#8221; กับ &#8220;อนาคต&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นหากคุณกำลังมองหาระบบ HRMS ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลพนักงาน และออกแบบ Employee Experience ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ค้นหาระบบที่เหมาะกับองค์กรคุณได้ที่ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/2?filter%5Bcategory_id%5D=59"><span style="font-weight: 400;">HREX.asia</span></a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24760" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/shutterstock_776701864-1.jpeg" alt="shutterstock 776701864 1" width="500" height="334" title="วิวัฒนาการ Employee Experience : เมื่อ HR ยุคใหม่คือผู้สร้าง Hope ในที่ทำงาน 145" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/shutterstock_776701864-1.jpeg 500w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/shutterstock_776701864-1-300x200.jpeg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h2><b>Employee Experience ที่ดี ต้องจบที่ Hope</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอดีตองค์กรอาจวัด Employee Experience ด้วยคำถามง่าย ๆ ว่า “พนักงานมีความสุขไหม ?” แต่ในโลกการทำงานยุคใหม่ คำถามนั้นอาจไม่พออีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ HR ยุคใหม่ควรถามคือ “พนักงานเห็นอนาคตของตัวเองในองค์กรหรือเปล่า ?”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเมื่อพนักงานมี </span><b>Hope</b><span style="font-weight: 400;"> พวกเขาจะพร้อมเรียนรู้ ทุ่มเท และเติบโตไปพร้อมองค์กรอย่างยั่งยืนต่อไป</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Ref:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://sightsinplus.com/interview/thought/dave-ulrich-on-top-hr-priorities-for-chros-in-2025/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Sightsinplus.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.integratedsuccess.com/cultivating-hope-at-work-5-tips-for-changing-the-future/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Integratedsuccess</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.gallup.com/workplace/236366/right-culture-not-employee-satisfaction.aspx" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Gallup</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://channeleye.media/hope-the-missing-ingredient-in-leadership-and-workplace-wellbeing/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Channeleye.media</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="วิวัฒนาการ Employee Experience : เมื่อ HR ยุคใหม่คือผู้สร้าง Hope ในที่ทำงาน 146" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/employee-experience-to-hope-250908/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/cdg-technology-culture-250825/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/cdg-technology-culture-250825/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Aug 2025 02:33:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[CDG Group]]></category>
		<category><![CDATA[CDG Hackathon]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46622</guid>

					<description><![CDATA[หากพูดถึง Digital Transformation หลายคนอาจนึกถึงภาคธุรกิจ แต่ความจริงแล้ว ภาครัฐคืออีกกลุ่มที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างทรงพลัง เพราะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในวงกว้างได้อย่างแท้จริง เช่นเดียวกับ กลุ่มบริษัทซีดีจี ที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาระบบดิจิทัลระดับประเทศมานานกว่า 56 ปี ในฐานะ System Integrator รายใหญ่ ผู้สร้างโซลูชันสำคัญอย่าง Digital Citizen Service Smart City ไปจนถึงโซลูชันสำคัญเบื้องหลังของประเทศ เพื่อให้บริการภาครัฐเข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น ด้วยหัวใจของแบรนด์ คือ Technology for a Better Society พวกเขาจึงไม่ได้มองหาแค่ ‘เทคโนโลยีใหม่’ แต่ยังต้องการ ‘คนรุ่นใหม่’ ที่จะมาร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมร่วมกัน ผ่านเวที CDG Hackathon 2025 x 3 พระจอม ที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างดี ด้วยการเปิดโอกาสให้น้อง ๆ นักศึกษาทั้งสามสถาบัน (สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ) ได้เรียนรู้ ลงมือทำ และเชื่อมโลกไอเดียเข้ากับโลกจริง ในบรรยากาศของความคิดสร้างสรรค์นี้ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46625" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-2.webp" alt="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี" width="600" height="370" title="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี 154" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากพูดถึง Digital Transformation หลายคนอาจนึกถึงภาคธุรกิจ แต่ความจริงแล้ว ภาครัฐคืออีกกลุ่มที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างทรงพลัง เพราะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในวงกว้างได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับ </span><a href="https://www.cdg.co.th/website/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">กลุ่มบริษัทซีดีจี</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาระบบดิจิทัลระดับประเทศมานานกว่า 56 ปี ในฐานะ System Integrator รายใหญ่ ผู้สร้างโซลูชันสำคัญอย่าง Digital Citizen Service Smart City ไปจนถึงโซลูชันสำคัญเบื้องหลังของประเทศ เพื่อให้บริการภาครัฐเข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยหัวใจของแบรนด์ คือ </span><b>Technology for a Better Society</b> <span style="font-weight: 400;">พวกเขาจึงไม่ได้มองหาแค่ ‘เทคโนโลยีใหม่’ แต่ยังต้องการ ‘คนรุ่นใหม่’ ที่จะมาร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมร่วมกัน ผ่านเวที </span><b>CDG Hackathon 2025 x 3 พระจอม</b><span style="font-weight: 400;"> ที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างดี ด้วยการเปิดโอกาสให้น้อง ๆ นักศึกษาทั้งสามสถาบัน (</span><a href="https://www.kmitl.ac.th/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</span></a><span style="font-weight: 400;">, </span><a href="https://www.kmutt.ac.th/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ </span><a href="https://www.kmutnb.ac.th/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ</span></a><span style="font-weight: 400;">) ได้เรียนรู้ ลงมือทำ และเชื่อมโลกไอเดียเข้ากับโลกจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบรรยากาศของความคิดสร้างสรรค์นี้ เราได้พูดคุยกับ </span><b>ดร. มณีนุช ทรวงสุรัตนกุล Executive Vice President – Human Resources แห่งกลุ่มบริษัทซีดีจี </b><span style="font-weight: 400;">ถึงเบื้องหลังวัฒนธรรมองค์กร และการมีคนเป็นศูนย์กลางของการเติบโต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อจากนี้ </span><a href="https://th.hrnote.asia/category/story/"><span style="font-weight: 400;">Success Story</span></a><span style="font-weight: 400;"> ของ CDG ในฐานะบริษัทเทคที่เชื่อในความเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46626" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-3.webp" alt="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี" width="600" height="370" title="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี 155" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ทราบมาว่า ดร. มณีนุช ผ่านงาน HR มาหลากหลายอุตสาหกรรม การเป็น HR Director ในองค์กรเทคโนโลยีอย่าง CDG มีความพิเศษหรือต่างจากองค์กรทั่วไปอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> ใช่ค่ะ ผ่านมาหลายอุตสาหกรรม ทั้ง Retail, Telecom, FMCG รวมถึง Startup ซึ่งแต่ละที่ก็มีบริบทของการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง แต่พอเข้ามาอยู่ในบริษัทเทคอย่าง CDG ความเข้มข้นเพิ่มคูณสองเลยค่ะ เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก เช่น วันนี้พนักงานเขียนโค้ดแบบหนึ่ง อีกไม่กี่เดือนอาจจะใช้ไม่ได้แล้ว หรือกระทั่ง AI ก็สามารถมาเขียนแทนได้เลย เราจึงต้องพัฒนาคนให้มีทั้ง Business Mindset และความสามารถในการอัปเดตความรู้ให้เท่าทันเทคโนโลยีอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่พิเศษกว่าคือ </span><b>CDG มีเป้าหมายร่วมในการสร้าง Impact ต่อสังคม ด้วยแนวทางอย่าง Technology for a Better Society </b><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นทุก ๆ โซลูชันที่ทำจึงไม่ได้จบแค่ลูกค้าสั่ง แต่เราคิดต่อเสมอว่า มันจะต่อยอดให้คนในสังคมได้อย่างไร ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือสิ่งที่ทำให้การทำงานใน CDG มีความหมาย และท้าทายมากในฐานะ HR ที่จะต้องสร้างคนให้พร้อม ในเชิงเทคโนโลยีและเชิงคุณค่าทางสังคม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>อะไรคือความท้าทายเฉพาะตัวของการทำ HR ในองค์กรเทคขนาดใหญ่แบบ CDG ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> ทุกที่มีความท้าทายต่างกันค่ะ แต่สิ่งที่เจอในทุกที่เหมือนกันคือ การสร้าง ‘ความเชื่อมั่น’ ให้เกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งคือการสร้างความเชื่อมั่นในสายตาผู้บริหาร ว่า HR จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนองค์กรอย่างไรบ้าง และสองคือการสร้างความเชื่อมั่นกับพนักงาน ว่าเราจะยืนเคียงข้างเขายังไง &#8211; HR จึงต้องบาลานซ์สองบทบาทสำคัญนี้ให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ CDG ความท้าทายคือเราเป็นองค์กรเทคที่ต้องเคลื่อนที่เร็ว ขณะเดียวกันก็ยังเป็นองค์กรที่มีหัวใจ เพราะการที่เราเป็นบริษัทเทคของไทยที่อยู่มาได้กว่า 56 ปี นั้น เราเชื่อว่าความสำเร็จทางเทคโนโลยีควรควบคู่กับความเข้าใจและการดูแลคนค่ะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจึงไม่หยุดแค่การสร้างโซลูชันให้ลูกค้า แต่ยังเชื่อว่า </span><b>สิ่งที่ทำต้องส่งต่อประโยชน์ให้สังคมได้จริง </b><span style="font-weight: 400;">และนั่นคือที่มาของการปรับ Core Values ใหม่ให้ชัดเจนขึ้น ภายใต้ชื่อ DOPE</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">DRIVEN &#8211; ไม่หยุดก้าว มุ่งหน้าเติบโต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">OPTIMISTIC &#8211; คิดบวก สร้างแรงบันดาลใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">PERSISTENT &#8211; มุ่งมั่น ตั้งใจ ไม่ย่อท้อ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">EMPATHY &#8211; เข้าใจ ใส่ใจ เปิดกว้าง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เราพยายามสร้างวัฒนธรรมให้พนักงานมีเสียง และผู้บริหารต้องพร้อมฟังเสมอ เพราะ</span><b>การพัฒนาเทคโนโลยีจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อเราพัฒนาคนไปพร้อม ๆ กันด้วย</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>หลาย ๆ องค์กรมักมี Core Value ด้าน Productivity เป็นหลัก แต่ทำไม CDG ถึงเลือกคำว่า Optimistic และ Empathy ใส่ใน Core Values ด้วย ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะเราไม่ต้องการแค่ทำงานให้เสร็จ แต่ต้องการสร้างงานที่ส่งต่อคุณค่าได้ด้วยค่ะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำว่า Optimistic สำหรับเราแปลว่าการ เปิดใจ รับฟัง และไม่ตัดสินใครก่อน ขณะที่ Empathy หมายถึง เปิดใจ รับฟัง เข้าใจคนรอบข้าง และใส่ใจในฐานะเพื่อนร่วมทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การใส่ Core Value ที่มิติความมนุษย์เหล่านี้สำคัญมาก เพราะคนในสายเทคหลายคนโตมากับความคิดแบบมีโครงสร้าง เป็นระบบ 1+1 = 2 ซึ่งเก่งเรื่องตรรกะ (Logic) แต่เรื่อง Soft skill อื่น ๆ เช่น การสื่อสาร หรือการสร้างแรงบันดาลใจ ยังเป็นสิ่งที่เราสามารถต่อยอดและเสริมสร้างให้แข็งแรงขึ้น เพื่อให้การทำงานร่วมกันราบรื่นยิ่งขึ้น </span><b>ดังนั้นถ้าอยากสร้างนวัตกรรมที่เกิดจากการมีส่วนร่วม เราต้องมีพื้นที่ให้ทุกคนได้แชร์ ได้ฟัง และไม่ตัดสินกันก่อน</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งนั่นแหละคือเหตุผลที่ Optimistic และ Empathy จำเป็นต้องใส่เข้าไปในวัฒนธรรมองค์กรค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องคือ ตอนนี้พนักงานบางส่วนยังทำงานแบบ Hybrid หรือ Work from Home อยู่ค่ะ การมี </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/empathy-skill-210714/"><span style="font-weight: 400;">Empathy</span></a><span style="font-weight: 400;"> จะทำให้เพื่อนร่วมงานสนิทกันมากขึ้น คอยถามไถ่ซึ่งกันและกัน และรู้สึกเป็นห่วงกันจริง ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เรายังจัดกิจกรรมภายในออฟฟิศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนได้เจอกันและสร้างช่วงเวลาที่ดี (Moment) ร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กิจกรรมเล็ก ๆ เหล่านี้จะสร้างความรู้สึกผูกพันในหมู่เพื่อนร่วมงาน และในมุมธุรกิจ มันคือรากฐานของทีมที่ไว้ใจกันได้ ทำงานร่วมกัน และพร้อมเติบโตไปด้วยกัน </span></p>
<p><b><i>“เพราะงานที่ดีไม่ได้เกิดจากแค่คนเก่ง แต่มาจากคนที่เข้าใจกันด้วยค่ะ”</i></b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46627" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-4.webp" alt="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี" width="600" height="370" title="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี 156" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>การสร้างวัฒนธรรมแบบนั้นที่บริษัทตั้งใจปลูกฝัง ท้าทายอย่างไรบ้าง ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> เราไม่สามารถสร้างวัฒนธรรมจากการประกาศนโยบายได้ มันต้องเกิดจากความรู้สึกร่วมของคนทุกคนจริง ๆ ซึ่งในยุค Work from Anywhere และทีมที่มีหลายเจนฯ ความรู้สึกร่วมนั้นมันกระจัดกระจายมากขึ้นเรื่อย ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยู่ในองค์กรเทคที่ทุกคนโฟกัสกับงานหน้าจอ และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับงานที่ตัวเองรับผิดชอบ การมีนโยบาย Work from Anywhere บางทีก็จำเป็น เพราะเราต้องแข่งขันดึงคนเก่งในตลาด แต่การจะให้เขารู้สึกผูกพันกับองค์กรในรูปแบบเดิม มันไม่ง่ายเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต้องตอบให้ได้ว่า เขากลับมาแล้ว จะมีอะไรรอเขาอยู่ และเราพยายามที่จะทำให้เขาอยากกลับมาออฟฟิศ อยากมาพบปะ มาแลกเปลี่ยน และมาสร้างผลงานร่วมกัน ยกตัวอย่าง เราจัดกิจกรรมที่ทำให้คนแต่ละเจนฯ เข้าใจกันผ่าน Workshop ข้ามรุ่น หรือ Sharing Session ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกเสียงได้ดังเท่ากัน เพื่อสื่อสารแบบให้เราเข้าใจเขาจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายที่สุดของการสร้างวัฒนธรรมในยุคนี้คือการบาลานซ์สองอย่างค่ะ ‘ความเร็วของการเปลี่ยนแปลง’ กับ ‘หัวใจของคน’ ให้เดินไปพร้อมกันได้ในจังหวะเดียวกัน นั่นแหละคือโจทย์ของ HR ยุคนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่บอกไป เพราะเราเชื่อว่า </span><b>วัฒนธรรมองค์กรที่ดีต้องเกิดจากคนที่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกันจริง ๆ</b><span style="font-weight: 400;"> ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น Baby Boomer หรือ Gen Z เราอยากให้ทุกคนสัมผัสได้ว่า เสียงของเขามีคุณค่า และเขามีพื้นที่ที่เขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งเช่นกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>CDG มองหาศักยภาพของคนรุ่นใหม่แบบใด และองค์กรเตรียมตัวอย่างไรในการพัฒนาให้พวกเขาเติบโต ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> แน่นอนว่าเราคือองค์กรเทค เราจำเป็นต้องการคนที่เก่งด้านเทคโนโลยีเป็นพื้นฐาน แต่แค่นั้นไม่พอค่ะ วันนี้ </span><b>CDG ต้องการคนที่มีมุมมองทางธุรกิจ และไกลกว่านั้นคือต้องมองเห็นผลกระทบต่อสังคมด้วย</b><span style="font-weight: 400;"> น้อง ๆ ที่เรามองหา คือต้องคิดต่อว่าโซลูชันที่เราทำนั้นจะช่วยสังคมอย่างไรได้อีกบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ปล่อยให้น้อง ๆ คิดคนเดียว CDG มีโปรแกรมพัฒนาน้อง ๆ รุ่นใหม่ที่เราเลือกเข้ามาโดยเฉพาะ ผ่านโปรเจกต์ Key Changer ที่ใช้เวลานานถึง 7 เดือน เรามีทั้ง </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/230417-coaching-vs-mentoring/"><span style="font-weight: 400;">Mentoring, Coaching</span></a><span style="font-weight: 400;"> และอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลาหลายสถาบันมาให้คำแนะนำในทุกขั้นตอน พร้อมกับพี่ ๆ ที่คอยประกบด้วย เราพยายามคุยกันทุก 2 สัปดาห์ ให้น้อง ๆ ค่อย ๆ พัฒนาไอเดียจริงขณะที่ยังทำงานประจำควบคู่ไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด เมื่อโครงการใกล้จบ เราจะมีวันที่ให้เขาเล่านั้นมาปล่อยของ (Sharing)โดยให้แต่ละทีมได้นำเสนอผลงานต่อผู้บริหารระดับสูง ทั้ง President ของแต่ละบริษัท และ CEO ปิดท้ายด้วยการเฉลิมฉลองอย่างสนุกสนาน และแฝงไปด้วยความอบอุ่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยากให้เขารู้ว่า ทุกไอเดีย ทุกความพยายาม มีความหมายจริง ๆ และ CDG เห็นคุณค่าของมัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>มีตัวอย่างคนในองค์กรที่เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ แล้วเติบโตจนกลายเป็นกำลังสำคัญของ CDG ไหม ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> มีค่ะ และเป็นเรื่องที่เราภูมิใจมาก หนึ่งในตัวอย่างคือคุณ</span><b> ทวีศักดิ์ นิลวัชรมณี </b><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันเป็น </span><b>President ของ Control Data Thailand </b><span style="font-weight: 400;">(บริษัทในเครือ CDG Group) เขาทำงานเริ่มต้นจากการเป็น System Engineer สาย Dev แท้ ๆ ที่นั่งเขียนโค้ดอยู่หลังบ้าน แต่เขาเติบโตด้วยความสามารถ และความมุ่งมั่นแบบไม่หยุดพัฒนา พอเริ่มสนใจสาย Operation ก็ได้เปลี่ยนสายงานมาเป็น System Support และขึ้นเป็น Technical Operation Manager จากนั้นก็ข้ามมาเรียนรู้ด้าน Sales &amp; Marketing ซึ่งต้องใช้ทักษะที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง จนเขากลายเป็นผู้บริหารที่มองได้ทั้งมุมเทคและมุมธุรกิจ ซึ่งหายากมากในสายงานนี้ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือฝั่ง GIS (Geographic Information System หรือระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์) เรามีน้อง ๆ ที่เพิ่งเข้ามาได้ไม่นาน แต่มี Potential พี่ ๆ เห็นแววเลยสนับสนุนเต็มที่ ล่าสุดเราส่งน้องกลุ่มนี้ไปดูงานที่สหรัฐอเมริกาเกือบเดือน และยังมีอีกหลายคนที่ได้ไปดูงานที่ญี่ปุ่น เพราะเราเชื่อว่าการพัฒนาพนักงานที่ดี ไม่ควรจำกัดแค่ในห้องประชุมค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">CDG เชื่อว่าคนรุ่นใหม่ต้องได้เปิดโลกกว้าง ได้เห็นงานจริง และได้ถูกมองเห็น วันนี้เราจึงมีระบบคัดเลือกและดูแล Talent อย่างจริงจัง และพร้อมสนับสนุนให้เขาเติบโต</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46628" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-5.webp" alt="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี" width="600" height="370" title="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี 157" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>สนใจคำว่า Potential อยากรู้ว่าในมุมมองของคุณครอบคลุมมิติไหนบ้าง ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> Potential ไม่ใช่แค่เก่งอย่างเดียวค่ะ แน่นอนการวัดผล เราวัดที่ Performance เป็นพื้นฐานที่ต้องมีอยู่แล้ว </span><b>แต่สิ่งที่ทำให้คนคนหนึ่งไปได้ไกลคือ Soft Skill และความสามารถในการเป็นผู้นำ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่ง CDG เรามองผ่าน Leadership Competency 4 ด้าน คือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองด้านการทำงาน </b><span style="font-weight: 400;">– เริ่มจากการทำงานของตัวเองให้สำเร็จ และขยายผลไปถึงทีม และองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองด้านคน</b><span style="font-weight: 400;"> – เริ่มจากการสร้าง Relation กับเพื่อนร่วมงาน และขยายผลไปถึงการพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองด้านการเปลี่ยนแปลง</b><span style="font-weight: 400;"> – ปรับตัวได้ ยืดหยุ่น พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองด้านธุรกิจ</b><span style="font-weight: 400;"> – คิดเชิงกลยุทธ์ เข้าใจเป้าหมายขององค์กร</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานทุกคน ต้องมี 4 ด้านนี้ และ เรายังปลูกฝังกับน้องๆ จบใหม่ด้วย เริ่มจากตัวเอง และขยายผลไปยังทีม และองค์กร เราใช้ 4 ด้านนี้เป็น Framework หลักในการดู Soft skill และวัด Potential ของแต่ละคนว่าพร้อมจะเติบโตไปอีกขั้นหรือไม่ ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก Competency แล้ว </span><b>เราให้ความสำคัญกับทัศนคติและการมีสัมพันธ์ที่ดีด้วย เพราะคนจะโตได้ต้องมีคนรักและอยากร่วมงานด้วย</b><span style="font-weight: 400;"> เก่งอย่างเดียวไม่พอค่ะ ต้องมีวุฒิภาวะ เข้าใจคน และได้รับการยอมรับจากทีม เขาถึงจะพัฒนาไปสู่บทบาทที่ใหญ่ขึ้นได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามี Behavior Indicator ชัดเจนในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับ Staff ไปจนถึง Senior Manager เพื่อให้รู้ว่าแต่ละด้านต้องแสดงพฤติกรรมแบบไหน สอนให้พนักงานรู้จัก สังเกตพฤติกรรมและ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190527-feedback-development-working/"><span style="font-weight: 400;">Feedback</span></a><span style="font-weight: 400;"> อย่างสร้างสรรค์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เรายังใช้ระบบประเมิน 360 องศา (</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190626-360-degree-feedback/"><span style="font-weight: 400;">360-degree Feedback</span></a><span style="font-weight: 400;">)</span> <span style="font-weight: 400;">ให้คนในทีม หัวหน้า และเพื่อนร่วมงานช่วยกันประเมิน เพื่อให้มองเห็นภาพรวมที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่คำตัดสินจากคนเดียว ซึ่งจริง ๆ ต้องยกเครดิตให้ HR รุ่นก่อนด้วยค่ะ เพราะระบบ Co-Evaluator ที่นี่เขาใช้มานานแล้ว โดยเฉพาะเวลารีวิวงานที่มีหลายโปรเจกต์ ตอนนี้เราก็เอาแนวคิดนั้นมาต่อยอดใน Broader Scale เพื่อให้การประเมินศักยภาพเป็นธรรม และสะท้อนจริงถึงพฤติกรรมของแต่ละคน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>CDG มีการจัดงาน Hackathon ร่วมกับ 3 พระจอม คุณมองเห็นโอกาสแบบไหนในการเชื่อมต่อกับกลุ่มเยาวชนผ่านเวทีนี้ ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> เด็กยุคนี้เก่งและเข้าใจเทคโนโลยีเร็วมาก แต่ยังขาดคือเวทีที่ให้เขาได้ปล่อยของในโลกจริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Hackathon จึงไม่ใช่แค่สนามแข่ง แต่คือโอกาสให้น้อง ๆ ได้สัมผัสโจทย์ธุรกิจ ได้เรียนรู้การทำงานจริง ทั้งจาก Mentor และกระบวนการคิดที่ต้องคำนึงถึงผู้ใช้และสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายทีมมีแนวคิดดี เช่น แอปพลิเคชันสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องไปต่อคิวที่โรงพยาบาลตอนตี 4 เพราะอยากช่วยเหลือคนข้างบ้านหรือคนรอบตัว ซึ่งมันอาจต่อยอดเป็นสิ่งที่เปลี่ยนสังคมได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นเราไม่ได้จัด Hackathon เพื่อหาคนมาทำงานกับ CDG แต่หวังว่าโปรเจกต์ที่น้อง ๆ คิด จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง Better Society ในอนาคตค่ะ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>คาดหวังว่า Hackathon จะช่วยปลดล็อกหรือเปิดประตูอะไรให้กับเด็กรุ่นใหม่บ้าง ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> อยากให้น้อง ๆ มองไกลกว่าการส่งโปรเจกต์เพื่อเกรดหรือโชว์ฝีมือ แต่ให้เห็นว่าไอเดียหนึ่งสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง แม้เริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ เพราะน้อง ๆ อาจไม่จำเป็นต้องคิดเปลี่ยนสังคมระดับโลก แค่คิดเพื่อคนรอบตัวก็เพียงพอแล้ว นั่นคือจุดเริ่มต้นในการสร้าง Better Society ตามแนวทางของเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Hackathon จึงเป็นเวทีที่เราอยากให้เขากล้าคิด กล้าโค้ด และกล้าเสนอ เพราะเรามี Mentor และทีมที่พร้อมสนับสนุนเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย เราอยากให้น้องมีทัศนคติว่า Can Do Great Together เพราะนวัตกรรมที่ดีที่สุด ไม่ได้เกิดจากคนเก่งคนเดียว แต่เกิดจากคนที่อยากสร้างประโยชน์ร่วมกันค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46624" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-1.webp" alt="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี" width="600" height="370" title="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี 158" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46623" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ทีม-AcsAgent.webp" alt="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี" width="600" height="370" title="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี 159" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ทีม-AcsAgent.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ทีม-AcsAgent-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><b>เสียงจากผู้ชนะ AcsAgent ทีมจาก KMUTT กับไอเดียระบบยืนยันตัวตนด้วย คลื่นหัวใจ (ECG)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX มีโอกาสได้พูดคุยกับทีม </span><b>AcsAgent</b><span style="font-weight: 400;"> ประกอบด้วยคุณ </span><b>อ้วน &#8211; มโนธรรม ดำเนิน</b><span style="font-weight: 400;">,คุณ </span><b>ลูกน้ำ &#8211; ธิดารัตน์ สิทธิเดช</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ</span><b> เจ &#8211; พัฒนพล แซ่หลิ่ม</b><span style="font-weight: 400;"> นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศจากเวที </span><b>CDG Hackathon 2025 x 3 พระจอม</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยไอเดียระบบยืนยันตัวตนด้วย คลื่นหัวใจ (ECG) เพื่อป้องกัน Deepfake และการปลอมแปลงข้อมูล ดังนี้</span></p>
<h4><b>อ้วน &#8211; มโนธรรม ดำเนิน (ดูแลการรีเสิร์ช)</b></h4>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ทุกวันนี้คนเริ่มถูกลดเหลือแค่ตัวเลขหรือสถิติในระบบ แล้วเรากำลังปล่อยให้ AI ตัดสินใจแทนเราไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว ผมไม่อยากให้อนาคตกลายเป็นแบบนั้น ผมอยากให้เทคโนโลยียังมีพื้นที่ที่ทำให้เรารู้สึกว่า ‘เราเป็นมนุษย์อยู่’ Hackathon นี้คือจุดที่ทำให้เราลองถามตัวเองว่า เราจะสร้างอะไรที่ทำให้คนยังรู้สึกเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองได้ โดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวช่วย ไม่ใช่ผู้ควบคุมครับ”</span></i></p>
<h4><b>ลูกน้ำ &#8211; ธิดารัตน์ สิทธิเดช (ดูแล UX/UI)</b></h4>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หนูคิดว่าเทคโนโลยีไม่ควรทำให้เรารู้สึกห่างกันมากขึ้น แต่ควรทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้นต่างหาก อย่างตอนที่คิด UX/UI หนูพยายามออกแบบให้เข้าถึงง่ายที่สุด เพราะเราอยากให้คนทุกวัยสามารถใช้งานได้ โดยไม่ต้องกลัวหรือรู้สึกว่าเทคโนโลยีมันยากไปสำหรับเขา หนูยังฝันว่าในอนาคตจะมีเทคโนโลยีที่ช่วยทำลายกำแพงภาษา ให้คนเข้าใจกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่ในประเทศตัวเอง แต่เข้าใจโลกทั้งใบเลยค่ะ”</span></i></p>
<h4><b>เจ &#8211; พัฒนพล แซ่หลิ่ม (สายเทคนิค / ผู้ริเริ่มทีม)</b></h4>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผมอยากให้ AI ถูกพัฒนาไปในทางที่มีจริยธรรม ไม่ใช่แค่เพื่อความสะดวกสบายหรือมาแทนที่ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ เพราะสุดท้ายแล้ว เทคโนโลยีควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนได้ใช้ชีวิตในแบบที่เขารัก ไม่ใช่ให้ AI ทำทุกอย่างแทน Hackathon ทำให้ผมเห็นเลยว่า ถ้าเรามีพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คิดจริง ลงมือทำจริง เราจะค้นพบว่าสิ่งเล็ก ๆ ที่เราคิด อาจจะช่วยคนอีกหลายคนได้จริง ๆ ครับ”</span></i></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี 160" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/cdg-technology-culture-250825/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คู่มือ HR สำหรับเลือกใช้ระบบ HRMS ให้เหมาะกับองค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrtech/what-is-hrms-250806/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrtech/what-is-hrms-250806/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Aug 2025 11:33:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tech]]></category>
		<category><![CDATA[HRMS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46424</guid>

					<description><![CDATA[เพราะการบริหารจัดการ “คน” ในองค์กรไม่เคยเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะในยุคที่การทำงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อนขึ้น HRMS (Human Resource Management System) จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ทีม HR สามารถจัดการกระบวนการต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ สำหรับ HR ที่กำลังเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับระบบ HRMS บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า HRMS คืออะไร ช่วยอะไรได้บ้าง และจะเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับองค์กร พร้อมคำแนะนำสำหรับการค้นหาและเชื่อมต่อกับระบบ HRMS ที่เชื่อถือได้ HRMS คืออะไร ? HRMS (Human Resource Management System) คือ ระบบที่ช่วยจัดการกระบวนการด้านทรัพยากรบุคคลแบบดิจิทัล เช่น: การเก็บข้อมูลพนักงาน (Employee Database) การคำนวณเงินเดือน (Payroll) การบริหารการลา การมาสาย การเข้างาน การจัดการสวัสดิการและประกันสังคม การประเมินผลการทำงาน การจัดอบรมและพัฒนา (L&#38;D) โดย HRMS จะรวมหลายฟังก์ชันไว้ในระบบเดียว ทำให้ HR [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46425" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/HRMS-คืออะไร-คู่มือฉบับ-HR-สำหรับเลือกใช้ระบบให้เหมาะกับองค์กร-Cover.webp" alt="HRMS คืออะไร ? คู่มือฉบับ HR สำหรับเลือกใช้ระบบให้เหมาะกับองค์กร" width="600" height="370" title="คู่มือ HR สำหรับเลือกใช้ระบบ HRMS ให้เหมาะกับองค์กร 166" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/HRMS-คืออะไร-คู่มือฉบับ-HR-สำหรับเลือกใช้ระบบให้เหมาะกับองค์กร-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/HRMS-คืออะไร-คู่มือฉบับ-HR-สำหรับเลือกใช้ระบบให้เหมาะกับองค์กร-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการบริหารจัดการ “คน” ในองค์กรไม่เคยเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะในยุคที่การทำงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อนขึ้น</span></p>
<p><b>HRMS (Human Resource Management System)</b><span style="font-weight: 400;"> จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ทีม HR สามารถจัดการกระบวนการต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR ที่กำลังเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับระบบ HRMS บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า HRMS คืออะไร ช่วยอะไรได้บ้าง และจะเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับองค์กร พร้อมคำแนะนำสำหรับการค้นหาและเชื่อมต่อกับระบบ HRMS ที่เชื่อถือได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>HRMS คืออะไร ?</b></h2>
<p><b>HRMS (Human Resource Management System)</b><span style="font-weight: 400;"> คือ ระบบที่ช่วยจัดการกระบวนการด้านทรัพยากรบุคคลแบบดิจิทัล เช่น:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเก็บข้อมูลพนักงาน (Employee Database)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การคำนวณเงินเดือน (Payroll)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การบริหารการลา การมาสาย การเข้างาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การจัดการสวัสดิการและประกันสังคม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การประเมินผลการทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การจัดอบรมและพัฒนา (L&amp;D)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย HRMS จะรวมหลายฟังก์ชันไว้ในระบบเดียว ทำให้ HR สามารถลดการทำงานเอกสารและมีข้อมูลกลางในการวิเคราะห์และวางกลยุทธ์ด้านคนได้ชัดเจนมากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44605" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/05/HREX-Cover-by-Para-2025-03-31T143412.793.webp" alt="วัตถุประสงค์ของ Human Resource Management (HRM) การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์" width="600" height="370" title="คู่มือ HR สำหรับเลือกใช้ระบบ HRMS ให้เหมาะกับองค์กร 167" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2019/05/HREX-Cover-by-Para-2025-03-31T143412.793.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/05/HREX-Cover-by-Para-2025-03-31T143412.793-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ระบบ HRMS ต่างจาก HRIS หรือ HCM อย่างไร ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในหมวดหมู่ <a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/core-hr-system-250521/">Core HR System</a> หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า HRMS, HRIS, HCM จนเริ่มสับสนว่าแตกต่างกันอย่างไร แม้ทั้งสามคำจะเกี่ยวข้องกับระบบการจัดการ HR แต่ก็มีความแตกต่างที่ควรรู้:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/2?filter%5Bcategory_id%5D=121"><b>HRIS (Human Resource Information System)</b></a><span style="font-weight: 400;"> เน้นการเก็บข้อมูลและบันทึก เช่น ข้อมูลพนักงาน การลา การเข้างาน ฯลฯ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/2?filter%5Bcategory_id%5D=15"><b>HCM (Human Capital Management)</b></a><span style="font-weight: 400;"> ขยายจาก HRIS โดยเน้นเรื่องกลยุทธ์ด้านคน เช่น การพัฒนาทักษะ ความสามารถ การจัดการ Talent</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/2?filter%5Bcategory_id%5D=59"><b>HRMS (Human Resource Management System)</b></a><span style="font-weight: 400;"> คือระบบใหญ่สุดที่รวม HRIS และ HCM เข้าไว้ด้วยกัน เป็นโซลูชันที่ครอบคลุมทั้งข้อมูลพื้นฐานและการบริหารกลยุทธ์ด้านคนในระบบเดียว</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>HRMS มีประโยชน์อย่างไรกับทีม HR ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบ HRMS ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ที่ช่วยลดงานเอกสาร แต่เป็น </span><b>เครื่องมือที่ช่วยยกระดับการทำงานของทีม HR ทั้งในเชิงปฏิบัติการและกลยุทธ์ </b><span style="font-weight: 400;">ต่อไปนี้คือประโยชน์หลักที่ทีม HR จะได้รับจากการใช้ HRMS อย่างเป็นระบบ</span></p>
<h3><b>1. ลดงานเอกสาร ทำให้ทีม HR มีเวลาทำงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ไม่จำเป็นต้องจัดการเอกสารแบบแมนนวลอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นแบบฟอร์มลา, เอกสารเงินเดือน หรือข้อมูลประวัติพนักงาน </span><span style="font-weight: 400;">ระบบ HRMS จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในที่เดียว ลดเวลาการค้นหาเอกสาร และลดความผิดพลาดในการกรอกข้อมูลซ้ำ ทำให้ทีม HR มีเวลามากขึ้นในการโฟกัสเรื่องสำคัญ เช่น การพัฒนาบุคลากร การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง และการออกแบบวัฒนธรรมองค์กร</span></p>
<h3><b>2. ข้อมูลไม่ตกหล่น สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกเวลา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลทุกอย่างที่ป้อนเข้าสู่ระบบ HRMS จะถูกเก็บไว้แบบมีระบบ สามารถเรียกดูย้อนหลังได้ตลอดเวลา ทั้งประวัติการลา, การประเมินผลงาน, หรือการปรับเงินเดือน </span><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้ช่วยลดข้อผิดพลาดทางข้อมูลและลดความเสี่ยงในกรณีมีข้อพิพาทกับพนักงาน หรือมีการตรวจสอบภายในจากฝ่ายบริหารหรือผู้สอบบัญชี</span></p>
<h3><b>3. สร้างมาตรฐานการทำงานที่เท่ากันในทุกแผนก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HRMS ช่วยให้ทุกฝ่ายในองค์กรใช้ขั้นตอนและแบบฟอร์มเดียวกัน เช่น การลางาน, การขออนุมัติ OT, การบันทึกเวลาเข้า–ออก ส่งผลให้เกิดความยุติธรรม เท่าเทียม และลดปัญหาการเมืองในองค์กร ที่อาจนำไปสู่ความสับสนและความไม่โปร่งใสได้</span></p>
<h3><b>4. เพิ่มความพึงพอใจของพนักงาน ด้วยการเข้าถึงข้อมูลของตัวเอง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบ HRMS หลายตัวมีฟีเจอร์ Self-Service ที่ให้พนักงานสามารถเข้าดูสลิปเงินเดือน ยื่นขอลา หรืออัปเดตข้อมูลส่วนตัวได้ด้วยตัวเอง การเข้าถึงแบบนี้ช่วยเพิ่มความโปร่งใส ลดความยุ่งยากในการสื่อสาร และส่งผลต่อความรู้สึก “มีส่วนร่วม” ของพนักงานต่อองค์กรในระยะยาว</span></p>
<h3><b>5. ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจจากข้อมูลจริง (Data-driven HR)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HRMS ช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เช่น แนวโน้มการลาออก, ระดับ Engagement, ต้นทุนด้านบุคลากร, ผลกระทบของโครงการฝึกอบรม </span><span style="font-weight: 400;">การมีข้อมูลจริงแบบ Real-time ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และไม่ต้องพึ่งการ “คาดเดา” หรือ “ความรู้สึก” อย่างเดียวอีกต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45222" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-19T160503.017.webp" alt="Core HR System ตัวช่วยครบวงจร ระบบ HR ที่ทุกองค์กรต้องมี " width="600" height="370" title="คู่มือ HR สำหรับเลือกใช้ระบบ HRMS ให้เหมาะกับองค์กร 168" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-19T160503.017.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-19T160503.017-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ระบบ HRMS ที่ดีควรมีอะไรบ้าง ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลือกใช้ระบบ HRMS ไม่ควรพิจารณาเพียงแค่ราคา หรือชื่อเสียงของผู้ให้บริการเท่านั้น แต่ควรมองในมุมของ “การใช้งานจริง” ว่าระบบนั้นตอบโจทย์กับบริบทขององค์กรหรือไม่ ฉะนั้นเราควรเริ่มจาก</span><span style="font-weight: 400;">โจทย์ขององค์กร ท</span><span style="font-weight: 400;">บทวนก่อนว่าองค์กรต้องการจัดการเรื่องใดเป็นสำคัญ เช่น Payroll, การลา, Onboarding หรือ Talent Development พร้อมเช็คว่าทีม HR ของเรามีคนกี่คน และมีพื้นฐานเทคโนโลยีมากน้อยแค่ไหน เพื่อทราบ “ความต้องการ” ขององค์กรก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างห</span><span style="font-weight: 400;">ากองค์กรต้องการแค่เช็ค Time Attendance ของพนักงาน มันก็มีระบบที่รองรับเฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียวเช่นกัน จะได้ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อระบบที่แพงเกินกว่าความต้องการของเรา แล้วเมื่อทราบความต้องการแล้ว ต่อไปก็คือการเลือกระบบ </span>โดยระบบ HRMS ที่ดีควรประกอบด้วยคุณสมบัติเหล่านี้</p>
<h3><b>1. ฟังก์ชันครบ จัดการได้ทั้งวงจรชีวิตพนักงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบ HRMS ที่ดีควรครอบคลุมการทำงานในทุกขั้นตอนของ Employee Life Cycle ตั้งแต่การรับสมัคร (Recruitment), การต้อนรับพนักงานใหม่ (Onboarding), การพัฒนาและประเมินผล (Performance &amp; Development), ไปจนถึงการวางแผนอาชีพ (Career Path) และการออกจากงาน (Offboarding) อย่างมีระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ HRMS เชื่อมโยงแต่ละกระบวนการเข้าด้วยกันได้ ข้อมูลของพนักงานจะถูกเก็บไว้อย่างเป็นระบบตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของการทำงาน ช่วยให้ HR ติดตามพัฒนาการของแต่ละคนได้ง่าย และสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อวางแผนด้าน Talent Management ได้อย่างแม่นยำ</span></p>
<h3><b>2. ใช้งานง่าย มี UI ที่เป็นมิตร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การออกแบบระบบ HRMS ที่ดีไม่ควรซับซ้อนหรือจำกัดอยู่เพียงแค่คนที่มีพื้นฐานด้าน IT เท่านั้น ผู้ใช้งานหลักคือทีม HR และพนักงานทั่วทั้งองค์กร ดังนั้น UI (User Interface) ต้องเป็นมิตร ใช้งานง่าย มีเมนูที่ชัดเจน พร้อมคำอธิบายและกระบวนการที่ไม่ยุ่งยาก เช่น สามารถทำได้ภายในไม่กี่คลิกผ่านระบบ Self-service ซึ่งจะช่วยลดภาระงานของ HR และเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานในทุกระดับ</span></p>
<h3><b>3. รองรับการใช้งานแบบ Cloud และ Mobile</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคของการทำงานแบบ Hybrid และ Remote การเข้าถึงระบบ HRMS ไม่ควรถูกจำกัดไว้เพียงที่ทำงาน ระบบที่ดีควรสามารถใช้งานได้ผ่าน Cloud และรองรับการเข้าถึงผ่านอุปกรณ์ Mobile เช่น แท็บเล็ตหรือสมาร์ตโฟน เพื่อความยืดหยุ่นและความต่อเนื่องในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมีระบบที่อยู่บน Cloud ยังช่วยให้ข้อมูลมีความปลอดภัย อัปเดตแบบ Real-time และรองรับการทำงานร่วมกันระหว่างทีม HR กับผู้บริหาร หรือพนักงานที่อยู่คนละสถานที่ได้อย่างราบรื่น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับองค์กรยุคใหม่</span></p>
<h3><b>4. ปรับแต่งได้ตามนโยบายขององค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละองค์กรมีโครงสร้าง กฎระเบียบ และนโยบายที่ไม่เหมือนกัน ระบบ HRMS ที่ดีจึงต้องสามารถปรับแต่ง (Customize) ได้ตามความต้องการ เช่น การตั้งค่ากะการทำงานที่หลากหลาย โครงสร้างเงินเดือนเฉพาะหน่วยงาน การกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลในแต่ละระดับ หรือกระทั่งปรับสีตาม CI ของบริษัทได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสามารถในการปรับแต่งเหล่านี้ช่วยให้ HR ไม่ต้อง “บิดองค์กรให้เข้ากับระบบ” แต่สามารถปรับระบบให้สอดคล้องกับบริบทและวัฒนธรรมขององค์กรได้อย่างแท้จริง ซึ่งช่วยลดแรงต้านในการใช้งาน และทำให้ระบบถูกนำไปใช้จริงอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง</span></p>
<h3><b>5. มีระบบ Report และ Dashboard</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลที่อยู่ในระบบ HRMS ควรสามารถนำมาวิเคราะห์และแสดงผลในรูปแบบที่เข้าใจง่ายได้ทันที เช่น การสร้างรายงาน (Report) และแสดงผลในรูปแบบ Dashboard แบบกราฟหรือชาร์ต เพื่อให้ฝ่ายบริหารเห็นภาพรวมขององค์กรในมุมทรัพยากรบุคคลได้ชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างข้อมูลสำคัญ เช่น อัตราการลาออก การลาป่วยเฉลี่ยต่อแผนก ความคุ้มค่าของงบฝึกอบรม หรือค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำตามหลักการของ Data-driven HR และช่วยยกระดับการบริหารคนไปอีกขั้น</span></p>
<h3><b>6. มีการใช้ AI เพื่อช่วยวิเคราะห์และคาดการณ์ข้อมูล</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันระบบ HRMS ที่ล้ำหน้ามาก ๆ เริ่มผสาน </span><b>เทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence)</b><span style="font-weight: 400;"> เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากให้กับทีม HR ไม่ว่าจะเป็นการประเมินแนวโน้มการลาออกของพนักงาน การแนะนำเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ (Career Path Suggestion) หรือการจัดตารางอบรมที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมี AI เป็นผู้ช่วยเบื้องหลัง ทำให้ HR ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตนเอง เพียงแต่พิมพ์ถาม AI สามารถประมวลผลข้อมูลเหล่านี้ได้รวดเร็วและแม่นยำ ช่วยให้ HR ทำงานเชิงกลยุทธ์ได้ดีขึ้น โดยใช้ข้อมูลที่อัปเดตและมีบริบทที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ระบบ HRMS ที่มี AI ด้วยมักจะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงตามมา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46426" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/HRMS-คืออะไร-คู่มือฉบับ-HR-สำหรับเลือกใช้ระบบให้เหมาะกับองค์กร.webp" alt="HRMS คืออะไร ? คู่มือฉบับ HR สำหรับเลือกใช้ระบบให้เหมาะกับองค์กร" width="600" height="370" title="คู่มือ HR สำหรับเลือกใช้ระบบ HRMS ให้เหมาะกับองค์กร 169" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/HRMS-คืออะไร-คู่มือฉบับ-HR-สำหรับเลือกใช้ระบบให้เหมาะกับองค์กร.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/HRMS-คืออะไร-คู่มือฉบับ-HR-สำหรับเลือกใช้ระบบให้เหมาะกับองค์กร-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>HR จะหาระบบ HRMS ได้ที่ไหน ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การจะหา </span><b>ระบบ HRMS ที่เหมาะสมกับองค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีผู้ให้บริการจำนวนมาก และระบบแต่ละตัวก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน แต่ที่ </span><b>HREX</b><span style="font-weight: 400;"> เราทำให้เรื่องนี้ง่ายขึ้นผ่านหน้า </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/2"><b>HR Products &amp; Services</b></a><span style="font-weight: 400;"> ที่เรารวบรวม HRMS จากหลากหลายแบรนด์ในประเทศไทยและต่างประเทศ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีรีวิว ข้อมูลการใช้งาน ฟีเจอร์ และช่วงราคาให้เปรียบเทียบ และมีระบบ Inquiry ให้ติดต่อผู้ให้บริการ HRMS ได้โดยตรง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพียงแค่สมัครสมาชิกฟรี คุณก็สามารถค้นหา HRMS ที่เหมาะกับองค์กรคุณได้ทันที </span><span style="font-weight: 400;">ไม่ต้องเสียเวลาหาข้อมูลจากหลายเว็บไซต์เลย</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/consideration-hr-tech-for-hrm-250127/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42361" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-92.webp" alt="ก่อนใช้ HR Tech เพื่องาน HRM ควรพิจารณาปัจจัยใดบ้าง ?" width="600" height="370" title="คู่มือ HR สำหรับเลือกใช้ระบบ HRMS ให้เหมาะกับองค์กร 170" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-92.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-92-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/consideration-hr-tech-for-hrm-250127/">ก่อนใช้ HR Tech เพื่องาน HRM ควรพิจารณาปัจจัยใดบ้าง ?</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>สรุป HRMS คือทางลัดของ HR ยุคใหม่</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ความเร็วและประสิทธิภาพเป็นหัวใจของการทำงาน HR ไม่ควรเสียเวลาไปกับงานเดิมๆ ที่ระบบสามารถจัดการแทนได้ </span><b>HRMS ไม่ใช่แค่ระบบ IT แต่คือ “เครื่องมือกลยุทธ์” ที่ช่วยให้คุณบริหารคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณกำลังมองหา </span><b>ระบบ HRMS ที่เหมาะกับองค์กรคุณ </b><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นง่าย ๆ ที่ HREX  แพลตฟอร์มเดียวที่เชื่อมต่อคุณกับโซลูชัน HR ที่ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สนใจระบบ HRMS ? ติดต่อทีม HREX ได้เลย <a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener">ที่นี่</a></span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" title="พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้ 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้" width="1600" height="500" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Ref:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.sap.com/sea/products/hcm/what-is-hrms.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">sap.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.hibob.com/hr-glossary/human-resources-management-system-hrms/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">hibob.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://peoplemanagingpeople.com/hr-operations/hr-software-selection/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">peoplemanagingpeople</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.rezolve.ai/blog/top-tips-choosing-best-hr-management-system-2024" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">rezolve.ai</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrtech/what-is-hrms-250806/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HR Connect กับ HREX จะเจออะไรบ้าง ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/tips/hr-connect-hrex-platform-250717/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/tips/hr-connect-hrex-platform-250717/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Jul 2025 11:43:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tips]]></category>
		<category><![CDATA[HR Connect]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46178</guid>

					<description><![CDATA[เชื่อว่าคนทำงาน HR ต้องรับบทบาทมากกว่าการดูแลพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยี การพัฒนาองค์กร หรือการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ยั่งยืน สิ่งที่ HR หลายคนต้องการไม่ใช่แค่ข้อมูล แต่คือ การเชื่อมโยง (Connect) กับสิ่งที่ “ใช่” และ “ช่วยให้ทำงานดีขึ้น” และนี่คือเหตุผลที่ HREX พยายาม Connect HR People to The Best HR Solution เพื่อเป็นแพลตฟอร์มหนึ่งให้คุณเข้าถึงความรู้ สินค้า บริการ และผู้เชี่ยวชาญในวงการ HR ได้อย่างง่ายดาย ลองมาดูกันว่า ถ้าคุณเป็น HR แล้วมา Connect กับเรา จะเจออะไรบ้าง? Connect HR People to the Best HR Solution คือ Mission ของเรา ที่ HREX เราเชื่อว่าความสำเร็จขององค์กรเริ่มต้นจาก “คน” [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46179" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HR-Connect-กับ-HREX-จะเจออะไรบ้าง-1.png" alt="HR Connect กับ HREX จะเจออะไรบ้าง ?" width="600" height="370" title="HR Connect กับ HREX จะเจออะไรบ้าง ? 178" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HR-Connect-กับ-HREX-จะเจออะไรบ้าง-1.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HR-Connect-กับ-HREX-จะเจออะไรบ้าง-1-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เชื่อว่าคนทำงาน HR ต้องรับบทบาทมากกว่าการดูแลพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยี การพัฒนาองค์กร หรือการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ยั่งยืน สิ่งที่ HR หลายคนต้องการไม่ใช่แค่ข้อมูล แต่คือ </span><b>การเชื่อมโยง (Connect)</b><span style="font-weight: 400;"> กับสิ่งที่ “ใช่” และ “ช่วยให้ทำงานดีขึ้น”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือเหตุผลที่ </span><a href="https://th.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;">HREX</span></a><span style="font-weight: 400;"> พยายาม Connect HR People to The Best HR Solution เพื่อเป็นแพลตฟอร์มหนึ่งให้คุณเข้าถึงความรู้ สินค้า บริการ และผู้เชี่ยวชาญในวงการ HR ได้อย่างง่ายดาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองมาดูกันว่า ถ้าคุณเป็น HR แล้วมา Connect กับเรา จะเจออะไรบ้าง?</span></p>

<h2><b>Connect HR People to the Best HR Solution คือ Mission ของเรา</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ HREX เราเชื่อว่าความสำเร็จขององค์กรเริ่มต้นจาก “คน” และการบริหารคนที่ดีต้องมีเครื่องมือ ความรู้ และเครือข่ายที่พร้อมสนับสนุน นี่คือเหตุผลที่เรามุ่งมั่นในการเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญด้าน HR กับโซลูชันที่เหมาะสมที่สุด ผ่านพันธกิจของเราที่อยาก </span><b>Connect HR People to the Best HR Solution</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเป็น HR Tech, บริการพัฒนาบุคลากร, ระบบสวัสดิการ หรือบทความที่ช่วยให้เข้าใจแนวโน้มของโลกการทำงาน HREX รวบรวมทุกอย่างไว้เพื่อให้ HR ได้เข้าถึงและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะเราเข้าใจดีว่า HR ไม่ควรต้องเสียเวลาค้นหา แต่ควรได้ “คำตอบที่ใช่” อย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พันธกิจของ HREX จึงไม่ใช่แค่การเป็นแหล่งข้อมูล แต่คือการเป็น “ตัวกลาง” ที่เชื่อม HR กับสิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ ในเวลาที่ต้องการ และในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46176" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/บทความ-HR-อ่านได้ที่-HREX-แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล-4.webp" alt="บทความ HR อ่านได้ที่ HREX แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล" width="600" height="370" title="HR Connect กับ HREX จะเจออะไรบ้าง ? 179" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/บทความ-HR-อ่านได้ที่-HREX-แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/บทความ-HR-อ่านได้ที่-HREX-แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>HR มา Connect กับบทความ HR: อัปเดตองค์ความรู้จากคลังบทความกว่า 1,500 เรื่อง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในจุดแข็งของ HREX คือการเป็นแหล่งรวบรวม </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/hrex-hr-articles-250717/"><b>บทความ HR ที่ใหญ่ที่สุดในไทย </b></a><span style="font-weight: 400;">เรามีบทความมากกว่า 1,500 เรื่อง ครอบคลุมทุกประเด็น ตั้งแต่กลยุทธ์การบริหารคน เทคโนโลยี HR ไปจนถึงมุมมองของผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงบทความเหล่านี้ได้ง่ายและรวดเร็ว ค้นหาตามหมวดหมู่ ความสนใจ หรือคำสำคัญ พร้อมระบบแนะนำบทความที่ตรงกับพฤติกรรมการอ่านของแต่ละคน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46180" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HR-Connect-กับ-HREX-จะเจออะไรบ้าง-2.png" alt="HR Connect กับ HREX จะเจออะไรบ้าง ?" width="600" height="370" title="HR Connect กับ HREX จะเจออะไรบ้าง ? 180" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HR-Connect-กับ-HREX-จะเจออะไรบ้าง-2.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HR-Connect-กับ-HREX-จะเจออะไรบ้าง-2-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>HR มา Connect กับ Q&amp;A Webboard ชุมชน HR ที่ถาม-ตอบได้จริง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งช่องทางที่สำคัญคือ </span><a href="https://qath.hrnote.asia/"><b>HR Community </b></a><span style="font-weight: 400;">บน Webboard ของ HREX</span> <span style="font-weight: 400;">พื้นที่ที่ HR จากหลากหลายองค์กรเข้ามาตั้งคำถาม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และช่วยกันหาคำตอบในประเด็นที่ท้าทาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสามารถสร้างกระทู้ถามในเรื่องที่กำลังสงสัย ติดตามคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญและเพื่อน HR หรือค้นหาประเด็นที่เคยถูกพูดถึงแล้วในชุมชนแบบง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายแรงงาน การสร้าง KPI หรือปัญหาการลาออกแบบกระทันหัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Webboard นี้คือที่ที่ HR ไม่ต้องคิดคนเดียว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46181" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HR-Connect-กับ-HREX-จะเจออะไรบ้าง-3.png" alt="HR Connect กับ HREX จะเจออะไรบ้าง ?" width="600" height="370" title="HR Connect กับ HREX จะเจออะไรบ้าง ? 181" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HR-Connect-กับ-HREX-จะเจออะไรบ้าง-3.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HR-Connect-กับ-HREX-จะเจออะไรบ้าง-3-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>HR มา Connect กับ HR Products &amp; Services: เครื่องมือที่เหมาะกับองค์กรคุณ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX ไม่ใช่เพียงแค่คลังบทความหรือพื้นที่ชุมชน แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยง HR กับผู้ให้บริการโซลูชันมากมาย ผ่านระบบ Inquiry </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยคุณสามารถพบผู้ให้บริการ <a href="https://expth.hrnote.asia/">HR Products &amp; Services</a> ในหลากหลายหมวดหมู่ เช่น ซอฟต์แวร์ HR เช่น HRIS, ATS, Payroll, บริการฝึกอบรมพนักงาน, ที่ปรึกษาด้านองค์กร, เครื่องมือสร้างแบบประเมิน ระบบสวัสดิการพนักงาน และอื่นๆ อีกมากมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกบริการได้รับการคัดเลือกโดยทีมงาน HREX พร้อมข้อมูลครบถ้วน ช่วยให้ HR ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และมั่นใจในคุณภาพของโซลูชัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46182" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HR-Connect-กับ-HREX-จะเจออะไรบ้าง-4.png" alt="HR Connect กับ HREX จะเจออะไรบ้าง ?" width="600" height="370" title="HR Connect กับ HREX จะเจออะไรบ้าง ? 182" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HR-Connect-กับ-HREX-จะเจออะไรบ้าง-4.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HR-Connect-กับ-HREX-จะเจออะไรบ้าง-4-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3>แล้ว HR Connect กับ HR Products &amp; Services ยังไงได้บ้าง ?</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นใช้งานได้ง่ายๆ เพียง</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://expth.hrnote.asia/users/sign_in"><strong>สมัครสมาชิก</strong></a><span style="font-weight: 400;"> บนเว็บไซต์ HREX (ฟรี)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เข้าไปยังหน้าโซลูชันที่สนใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คลิกที่ปุ่ม Inquiry เพื่อส่งคำถามหาผู้ให้บริการหรือทีมงาน HREX</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รอรับการติดต่อกลับภายในเวลาอันรวดเร็ว — ทุกอย่างอยู่ในระบบเดียว ไม่ต้องวิ่งหาหลายช่องทาง</span></li>
</ol>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46147" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-12.webp" alt="LinkedIn คืออะไร ? สื่อสังคมออนไลน์ที่พิเศษต่อคนทำงาน" width="600" height="370" title="HR Connect กับ HREX จะเจออะไรบ้าง ? 183" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2018/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-12.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2018/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-12-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>HR มา Connect กับเราผ่านช่องทางอื่น ๆ ได้เช่นกัน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้คุณไม่พลาดข่าวสารสำคัญ บทความใหม่ และโซลูชันที่น่าสนใจ เรายังเปิดช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ให้คุณสามารถติดตามเราได้ตลอดเวลา</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><a href="https://www.facebook.com/th.hrnote.asia/">Facebook</a> – ติดตามข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ ทุกวัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><a href="https://www.linkedin.com/company/hrex-asia/" target="_blank" rel="noopener">LinkedIn</a> – สำหรับมืออาชีพสาย HR ที่ต้องการอัปเดตเชิงกลยุทธ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><a href="https://line.me/R/ti/p/%40540mpnhr" target="_blank" rel="noopener">LINE Official Account</a> – รับบทความและกิจกรรมล่าสุดผ่านมือถือ</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>HREX Connect กับ HR ทุกคน จุดเชื่อมที่ทรัพยากรบุคคลไม่ควรมองข้าม</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่งาน HR ไม่ได้มีแค่ “งานบุคคล” แต่ต้องครอบคลุมตั้งแต่การวางกลยุทธ์ การใช้เทคโนโลยี ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้พนักงาน</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span> <b>HR Connect คือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณไม่ต้องทำงานคนเดียว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรารวบรวมทุกอย่างที่ HR ต้องการไว้ในที่เดียว — เพื่อให้คุณทำงานได้ดีขึ้น ตัดสินใจได้เร็วขึ้น และพาองค์กรเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="HR Connect กับ HREX จะเจออะไรบ้าง ? 184" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/tips/hr-connect-hrex-platform-250717/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทความ HR อ่านได้ที่ HREX แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/tips/hrex-hr-articles-250717/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/tips/hrex-hr-articles-250717/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Jul 2025 09:12:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tips]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ HR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46172</guid>

					<description><![CDATA[แต่ละวัน HR ต้องรับมือกับทั้งงานประจำ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดการบริหารคน เทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือกฎหมายแรงงานที่อัปเดตอยู่เสมอ สิ่งหนึ่งที่ HR ต้องการคือ บทความ HR ที่ตอบโจทย์จริง — บทความที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย มีมุมมองที่ลึก และนำไปใช้ได้ในงานจริง หลายคนพยายามค้นหาแหล่งความรู้ดี ๆ แต่กลับไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นจากที่ไหน และบทความ HR ที่พบเจอก็อาจกระจัดกระจายหรือไม่อัปเดต หากคุณกำลังมองหาแหล่งอ่านบทความ HR ที่ครบถ้วนที่สุด HREX คือหนึ่งในแพลตฟอร์มที่คนในวงการ HR ให้ความไว้วางใจมากที่สุด จากการเริ่มต้นในชื่อเดิม HR NOTE ที่เน้นการเผยแพร่บทความความรู้ HR เชิงลึก HREX ได้เติบโตขึ้นเป็นแพลตฟอร์มที่รวมทั้ง HR Products &#38; Services ไว้ครบวงจร พร้อมกับคงจุดเด่นเดิมเอาไว้อย่างมั่นคง เพราะเราเชื่อว่าความรู้คือรากฐานของการบริหารคนที่ยั่งยืน และบทความ HR ที่ดีต้องตอบโจทย์คนทำงานจริง บทความ HR ที่น่าสนใจควรเป็นอย่างไร ? เพราะบทความ HR [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46173" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/บทความ-HR-อ่านได้ที่-HREX-แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล-1.webp" alt="บทความ HR อ่านได้ที่ HREX แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล" width="600" height="370" title="บทความ HR อ่านได้ที่ HREX แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล 190" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/บทความ-HR-อ่านได้ที่-HREX-แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/บทความ-HR-อ่านได้ที่-HREX-แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละวัน HR ต้องรับมือกับทั้งงานประจำ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดการบริหารคน เทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือกฎหมายแรงงานที่อัปเดตอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่ HR ต้องการคือ</span><b> บทความ HR </b><span style="font-weight: 400;">ที่ตอบโจทย์จริง</span> <span style="font-weight: 400;">— บทความที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย มีมุมมองที่ลึก และนำไปใช้ได้ในงานจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนพยายามค้นหาแหล่งความรู้ดี ๆ แต่กลับไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นจากที่ไหน และบทความ HR ที่พบเจอก็อาจกระจัดกระจายหรือไม่อัปเดต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณกำลังมองหาแหล่งอ่านบทความ HR ที่ครบถ้วนที่สุด HREX คือหนึ่งในแพลตฟอร์มที่คนในวงการ HR ให้ความไว้วางใจมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการเริ่มต้นในชื่อเดิม HR NOTE ที่เน้นการเผยแพร่บทความความรู้ HR เชิงลึก HREX ได้เติบโตขึ้นเป็นแพลตฟอร์มที่รวมทั้ง </span><a href="https://expth.hrnote.asia/"><b>HR Products &amp; Services</b></a><span style="font-weight: 400;"> ไว้ครบวงจร พร้อมกับคงจุดเด่นเดิมเอาไว้อย่างมั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเราเชื่อว่าความรู้คือรากฐานของการบริหารคนที่ยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และบทความ HR ที่ดีต้องตอบโจทย์คนทำงานจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>บทความ HR ที่น่าสนใจควรเป็นอย่างไร ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะบทความ HR ในปัจจุบันมีจำนวนมาก แต่ใช่ว่าทุกบทความจะตอบโจทย์คนทำงาน HR จริง ๆ </span></p>
<p><b>บทความ HR ที่มีคุณภาพ</b><span style="font-weight: 400;"> ควรมีมากกว่าแค่เนื้อหาทั่วไปหรือคำแนะนำพื้นฐาน สิ่งสำคัญคือต้องเชื่อถือได้ ปรับใช้ได้ และอยู่บนฐานของประสบการณ์จริง ซึ่งองค์ประกอบหลักของบทความ HR ที่น่าสนใจและมีคุณภาพ ควรประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>1. อิงจากประสบการณ์จริงของคนในแวดวง HR</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื้อหาบทความควรมาจากคนที่อยู่ในงาน HR จริง ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ หรือเจ้าของประสบการณ์ตรง เช่น การสัมภาษณ์ผู้นำฝ่าย HR หรือการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ในองค์กร เพราะบทความที่เขียนจากคนจริง ย่อมสะท้อนความท้าทายและแนวทางแก้ปัญหาที่ใช้ได้จริง</span></p>
<h3><b>2. มีแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่เชื่อถือได้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความ HR ที่ดีควรมีพื้นฐานจากข้อมูลที่ผ่านการวิจัย หรือได้รับการยอมรับจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น งานวิจัยระดับสากล ผลสำรวจพฤติกรรมพนักงาน หรือบทวิเคราะห์จากองค์กรชั้นนำ สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้อ่าน และทำให้เนื้อหามีน้ำหนักในเชิงวิชาการมากขึ้น</span></p>
<h3><b>3. สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในองค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความควรเชื่อมโยงกับการปฏิบัติงานจริงในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือ แนวคิด หรือกระบวนการ เช่น เทคนิคการสร้าง Employee Engagement, วิธีการออกแบบโครงสร้างองค์กร, กระบวนการคัดเลือกบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ เป็นต้น</span></p>
<h3><b>4. อัปเดตและสอดคล้องกับเทรนด์ HR ปัจจุบัน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกของ HR กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บทความที่น่าสนใจจึงควรสะท้อนแนวโน้มที่เกิดขึ้น เช่น การทำงานแบบ Hybrid หรือ Remote, การใช้ AI และ HR Tech ในกระบวนการต่างๆ หรือเทรนด์ Diversity, Equity &amp; Inclusion (DEI) กระทั่งการบริหารแบบยั่งยืน (Sustainability in HR) ฯลฯ การอัปเดตเทรนด์เหล่านี้ช่วยให้ HR ไม่ตกยุค และสามารถวางกลยุทธ์เชิงรุกได้ดียิ่งขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46176" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/บทความ-HR-อ่านได้ที่-HREX-แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล-4.webp" alt="บทความ HR อ่านได้ที่ HREX แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล " width="600" height="370" title="บทความ HR อ่านได้ที่ HREX แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล 191" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/บทความ-HR-อ่านได้ที่-HREX-แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/บทความ-HR-อ่านได้ที่-HREX-แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>แล้ว HREX มีบทความ HR หมวดหมู่อะไรบ้าง ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้ HR ทุกระดับสามารถเลือกอ่านบทความที่เหมาะกับความสนใจและหน้าที่ของตนเอง HREX จึงจัดหมวดหมู่เนื้อหาไว้อย่างชัดเจน ดังนี้:</span></p>
<h3><a href="https://th.hrnote.asia/category/news/"><b>1. บทความ HR News</b></a></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อัปเดตข่าวสารแวดวง HR ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงกิจกรรม งานสัมมนา และความเคลื่อนไหวสำคัญในอุตสาหกรรม</span></p>
<h3><a href="https://th.hrnote.asia/category/story/"><b>2. บทความ HR Success Story</b></a></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้นำองค์กร ที่แบ่งปันแนวคิดการบริหารคนให้ประสบความสำเร็จ มีตัวอย่างจากองค์กรหลากหลายขนาดและอุตสาหกรรม</span></p>
<h3><a href="https://th.hrnote.asia/category/hrpeople/"><b>3. HR People</b></a></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องราวของคนทำงาน HR ตัวจริง เสียงจริง ตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่จนถึงผู้บริหาร รวมถึงบทบาทที่เกี่ยวข้อง เช่น HR Finance, HRBP, HR Analyst ฯลฯ</span></p>
<h3><a href="https://th.hrnote.asia/category/hr-survey/"><b>4. บทความ HR Survey</b></a></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สรุปผลสำรวจและงานวิจัยเชิงปริมาณในแวดวง HR ให้กลายเป็นบทความอ่านง่าย พร้อมอินไซต์ที่นำไปใช้จริงได้</span></p>
<h3><a href="https://th.hrnote.asia/category/hrinsight/"><b>5. บทความ HR Insight</b></a></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เจาะลึกเวทีสัมมนา การประชุม และงานอีเวนต์ด้าน HR ทั่วประเทศ พร้อมสรุปสาระสำคัญให้เข้าใจง่ายภายในบทความเดียว</span></p>
<h3><a href="https://th.hrnote.asia/category/hrtech/"><b>6. บทความ HR Tech</b></a></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ติดตามเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ HR เช่น HRIS, ATS, AI Recruitment, Employee Experience Tools และแนวโน้มอนาคตของ HR Tech</span></p>
<h3><a href="https://th.hrnote.asia/category/recruit/"><b>7. บทความ HR Recruit</b></a></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิด วิธีการ และกลยุทธ์ในการสรรหาคนเก่ง ตั้งแต่การเขียน JD ให้โดน ไปจนถึงการสร้าง Candidate Experience ที่ดี</span></p>
<h3><a href="https://th.hrnote.asia/category/orgdevelopment/"><b>8. บทความ HR OD</b></a></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กร เช่น Culture Transformation, Change Management, Talent Development</span></p>
<h3><a href="https://th.hrnote.asia/category/personnel-management/"><b>9. บทความ HR Management</b></a></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักการบริหารงานบุคคล เช่น โครงสร้างองค์กร, Performance Management, Policy Design ฯลฯ</span></p>
<h3><a href="https://th.hrnote.asia/category/tips/"><b>10. บทความ HR Tips</b></a></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เกร็ดความรู้สั้นๆ ที่นำไปใช้ได้ทันที เช่น การบริหารเวลาในงาน HR, การตั้งคำถามสัมภาษณ์ หรือเทคนิคการเขียน Exit Interview</span></p>
<h3><a href="https://th.hrnote.asia/category/hr-lifestyle/"><b>11. บทความ HR Lifestyle</b></a></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความเชิงไลฟ์สไตล์สำหรับคนทำงาน HR เช่น Work-Life Balance, Mental Health, Career Path</span></p>
<h3><a href="https://th.hrnote.asia/category/expert-content/"><b>12. บทความ HR Expert Content</b></a></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความจากผู้เชี่ยวชาญด้าน HR และองค์กร เช่น CEO, HR Director, Consultant ที่ให้มุมมองลึกซึ้งจากประสบการณ์จริง</span></p>
<h3><a href="https://th.hrnote.asia/category/partner-content/"><b>13. บทความ HR Partner Content</b></a></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื้อหาที่สร้างร่วมกับแบรนด์ HR Tech หรือ Service Provider เพื่อให้ความรู้ควบคู่กับแนะนำเครื่องมือหรือบริการที่น่าสนใจ</span></p>
<h3><a href="https://th.hrnote.asia/category/qaarticle/"><b>14. บทความ HR Q&amp;A</b></a></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมคำถามคำตอบจาก HR Community จริง ทั้งเรื่องกฎหมายแรงงาน ระบบ HR หรือสถานการณ์เฉพาะที่ HR เจอจริงในองค์กร</span></p>
<h3><a href="https://th.hrnote.asia/hrexchannel/"><b>15. HREX Channel</b></a></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สรุปสาระสำคัญจากวิดีโอใน YouTube Channel ของเรา เช่น การสัมภาษณ์,และบันทึกเว็บบิน่าต่าง ๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46174" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/บทความ-HR-อ่านได้ที่-HREX-แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล-2.webp" alt="บทความ HR อ่านได้ที่ HREX แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล" width="600" height="370" title="บทความ HR อ่านได้ที่ HREX แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล 192" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/บทความ-HR-อ่านได้ที่-HREX-แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/บทความ-HR-อ่านได้ที่-HREX-แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>มีที่ไหนอีกบ้าง ที่มีบทความ HR น่าอ่าน ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่า </span><b>HREX</b><span style="font-weight: 400;"> จะเป็นแหล่งรวม </span><b>บทความ HR</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ครบถ้วนที่สุดในประเทศไทย ทั้งด้านเนื้อหา ความหลากหลาย และการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ แต่ในฐานะคนทำงาน HR ที่ต้องเปิดรับมุมมองจากต่างประเทศ การติดตามแหล่งข้อมูลอื่นเพิ่มเติมในต่างประเทศก็ถือเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อไปนี้คือเว็บไซต์ระดับสากลที่มีบทความ HR คุณภาพ ซึ่งน่าสนใจและควรค่าแก่การติดตาม:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="http://shrm.org" target="_blank" rel="noopener"><b>SHRM.org</b></a><span style="font-weight: 400;"> – เว็บไซต์จากสมาคมทรัพยากรบุคคลแห่งสหรัฐฯ (Society for Human Resource Management) ที่เน้นเนื้อหาด้านกฎหมาย มาตรฐาน และแนวปฏิบัติ HR ระดับโลก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอัปเดตมาตรฐานวิชาชีพอย่างเป็นระบบ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://hbr.org/" target="_blank" rel="noopener"><b>Harvard Business Review</b></a><span style="font-weight: 400;"> – แม้ไม่ใช่เว็บไซต์ด้าน HR โดยตรง แต่มีบทความเกี่ยวกับภาวะผู้นำ การบริหารองค์กร และกลยุทธ์ทรัพยากรบุคคลที่ลึกซึ้งและใช้งานได้จริง เหมาะสำหรับผู้บริหารและ HR ที่ต้องการมุมมองเชิงกลยุทธ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://blog.workday.com/en-us/homepage.html" target="_blank" rel="noopener"><b>Workday Blog</b></a><span style="font-weight: 400;"> – เน้นบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีและอนาคตของงาน HR เช่น AI, ระบบ HRIS, Data-driven HR เหมาะสำหรับ HR ที่ต้องการอยู่เหนือเส้นโค้งของการเปลี่ยนแปลง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://hrmasia.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>HRM Asia</b></a><span style="font-weight: 400;"> – ครอบคลุมข่าวสารและบทวิเคราะห์ในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงบทสัมภาษณ์และกรณีศึกษาจากบริษัทชั้นนำในหลายประเทศ ช่วยให้เข้าใจแนวโน้มของตลาดแรงงานในระดับภูมิภาค</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://futurehr.club" target="_blank" rel="noopener"><b>Future HR</b></a><span style="font-weight: 400;"> – แพลตฟอร์มที่เน้นการสร้างบทความ HR ที่ตอบโจทย์การทำงานในยุคหลายเจนเนอเรชัน พร้อมแนะนำวิธีใช้จุดแข็งของแต่ละเจเนอเรชัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สมดุลและมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับ HR ที่กำลังมองหาแนวคิดใหม่ๆ ในการออกแบบวัฒนธรรมองค์กรและบริหารทีมข้ามเจน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แหล่งเหล่านี้อาจไม่ได้นำเสนอเนื้อหาในบริบทของไทยโดยตรง แต่สามารถช่วยเติมเต็มความรู้และสร้างกรอบความคิดใหม่ ๆ ให้กับคนทำงาน HR ในทุกระดับได้นะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46175" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/บทความ-HR-อ่านได้ที่-HREX-แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล-3.webp" alt="บทความ HR อ่านได้ที่ HREX แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล" width="600" height="370" title="บทความ HR อ่านได้ที่ HREX แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล 193" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/บทความ-HR-อ่านได้ที่-HREX-แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/บทความ-HR-อ่านได้ที่-HREX-แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>อยากอ่านบทความ HR เริ่มที่ HREX</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าคุณจะเป็น HR มือใหม่ หรือ HR Director ที่ต้องการแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการบริหารคน HREX พร้อมเป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเชื่อถือได้เสมอ ด้วยบทความหลากหลายหมวดหมู่ที่ครอบคลุมทุกแง่มุมของงาน HR ในยุคใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการเป็น HR ที่ดี เริ่มจากการเป็น HR ที่ไม่หยุดเรียนรู้นั่นเอง</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="บทความ HR อ่านได้ที่ HREX แหล่งรวมความรู้สำหรับคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล 194" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/tips/hrex-hr-articles-250717/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Entrepreneur Mindset สร้างอย่างไรให้เกิดจริงในองค์กร บทเรียนจากคอร์ส XMBA by eddu</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/partner-content/entrepreneur-mindset-xmba-eddu-250714/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/partner-content/entrepreneur-mindset-xmba-eddu-250714/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Jul 2025 08:08:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Partner Content]]></category>
		<category><![CDATA[Entrepreneur Mindset]]></category>
		<category><![CDATA[XMBA by eddu]]></category>
		<category><![CDATA[คอร์สผู้บริหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46068</guid>

					<description><![CDATA[ทุกการทำธุรกิจย่อมมีการตัดสินใจที่มีผลต่อการอยู่รอด การมีแค่ความสามารถอาจไม่พออีกต่อไป โดยเฉพาะในบทบาท “ผู้บริหาร” ที่ต้องพาธุรกิจเดินหน้าให้ได้ภายใต้ความไม่แน่นอน การมี Entrepreneur Mindset หรือ หัวใจแบบผู้ประกอบการ  จึงกลายเป็นทักษะสำคัญของผู้บริหารยุคใหม่ แม้พนักงานหรือผู้บริหารอาจจะไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งกิจการ แต่หากพวกเขาคิดแบบเจ้าของจะมองภาพรวมธุรกิจ คิดเพื่อให้องค์กรเติบโต และไม่ผลักปัญหาไปให้ใครจัดการแทน  การปลูกฝังแนวคิดนี้ต้องมีกรอบความคิด (Framework) และการฝึกฝนผ่านสถานการณ์จริง และนั่นคือสิ่งที่เราได้จากการเรียน XMBA by eddu ที่ทำให้เราเข้าใจว่า Entrepreneur Mindset ด้วยการคิดให้ครบทั้งกลยุทธ์ การตลาด การเงิน ทรัพยากร และการบริหารทีม บทความนี้จะพาคุณไปเข้าใจให้ลึกว่า Entrepreneur Mindset คืออะไร และจะสร้างให้เกิดขึ้นจริงในองค์กรได้อย่างไร เพื่อเป็นแนวทางที่องค์กรสามารถเริ่มต้นทำได้ทันที Entrepreneur Mindset คืออะไร ? ทำไมผู้บริหารต้องมี Entrepreneur Mindset คือชุดความคิดแบบผู้ประกอบการ ที่เน้นการมองหาโอกาส กล้าเสี่ยงอย่างมีแบบแผน และแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่รอคำสั่งจากบนลงล่าง  แนวคิดนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะเจ้าของธุรกิจ แต่ควรถูกปลูกฝังในทุกระดับ โดยเฉพาะผู้บริหารที่ความท้าทายคือต้องส่งต่อนโยบายให้เกิดการลงมือทำได้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ภาพฝันในอุดมคติ เพราะในความเป็นจริง ต่อให้บริษัทมีวิสัยทัศน์ที่ดีแค่ไหน หากผู้บริหารคิดแบบลูกจ้าง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46069" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/21.webp" alt="Entrepreneur Mindset สร้างอย่างไรให้เกิดจริงในองค์กร บทเรียนจากคอร์ส XMBA by eddu" width="600" height="370" title="Entrepreneur Mindset สร้างอย่างไรให้เกิดจริงในองค์กร บทเรียนจากคอร์ส XMBA by eddu 201" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/21.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/21-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกการทำธุรกิจย่อมมีการตัดสินใจที่มีผลต่อการอยู่รอด การมีแค่ความสามารถอาจไม่พออีกต่อไป โดยเฉพาะในบทบาท “ผู้บริหาร” ที่ต้องพาธุรกิจเดินหน้าให้ได้ภายใต้ความไม่แน่นอน การมี</span><b> Entrepreneur Mindset</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><b>หัวใจแบบผู้ประกอบการ </b><span style="font-weight: 400;"> จึงกลายเป็นทักษะสำคัญของผู้บริหารยุคใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้พนักงานหรือผู้บริหารอาจจะไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งกิจการ แต่หากพวกเขาคิดแบบเจ้าของจะมองภาพรวมธุรกิจ คิดเพื่อให้องค์กรเติบโต และไม่ผลักปัญหาไปให้ใครจัดการแทน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การปลูกฝังแนวคิดนี้ต้องมีกรอบความคิด (Framework) และการฝึกฝนผ่านสถานการณ์จริง และนั่นคือสิ่งที่เราได้จากการเรียน </span><a href="https://eddu.org/courses/executive/xmba" target="_blank" rel="noopener"><b>XMBA by eddu</b></a><span style="font-weight: 400;"> ที่ทำให้เราเข้าใจว่า Entrepreneur Mindset ด้วยการคิดให้ครบทั้งกลยุทธ์ การตลาด การเงิน ทรัพยากร และการบริหารทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้จะพาคุณไปเข้าใจให้ลึกว่า </span><b>Entrepreneur Mindset คืออะไร</b><span style="font-weight: 400;"> และจะสร้างให้เกิดขึ้นจริงในองค์กรได้อย่างไร เพื่อเป็นแนวทางที่องค์กรสามารถเริ่มต้นทำได้ทันที</span></p>

<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46070" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/22.webp" alt="Entrepreneur Mindset สร้างอย่างไรให้เกิดจริงในองค์กร บทเรียนจากคอร์ส XMBA by eddu" width="600" height="370" title="Entrepreneur Mindset สร้างอย่างไรให้เกิดจริงในองค์กร บทเรียนจากคอร์ส XMBA by eddu 202" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/22.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/22-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Entrepreneur Mindset คืออะไร ? ทำไมผู้บริหารต้องมี</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Entrepreneur Mindset คือชุดความคิดแบบผู้ประกอบการ ที่เน้นการมองหาโอกาส กล้าเสี่ยงอย่างมีแบบแผน และแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่รอคำสั่งจากบนลงล่าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะเจ้าของธุรกิจ แต่ควรถูกปลูกฝังในทุกระดับ โดยเฉพาะผู้บริหารที่ความท้าทายคือต้องส่งต่อนโยบายให้เกิดการลงมือทำได้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ภาพฝันในอุดมคติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในความเป็นจริง ต่อให้บริษัทมีวิสัยทัศน์ที่ดีแค่ไหน หากผู้บริหารคิดแบบลูกจ้าง ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่เข้าใจภาพรวมธุรกิจ กลยุทธ์นั้นก็จะไม่มีวันเกิดขึ้นจริง Entrepreneurial Mindset จึงเป็นสะพานเชื่อมจากกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ ที่ผู้บริหารต้องเข้าใจและใช้ได้ในทุกวัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46071" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/23.webp" alt="Entrepreneur Mindset สร้างอย่างไรให้เกิดจริงในองค์กร บทเรียนจากคอร์ส XMBA by eddu" width="600" height="370" title="Entrepreneur Mindset สร้างอย่างไรให้เกิดจริงในองค์กร บทเรียนจากคอร์ส XMBA by eddu 203" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/23.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/23-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>สร้างอย่างไร ? วิธีปลุก Entrepreneur Mindset ให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้าง Entrepreneurial Mindset ไม่ใช่แค่การ “สั่ง” ให้คิดเหมือนเจ้าของ แต่ต้องเริ่มจากโครงสร้างที่เปิดโอกาสให้พนักงานมีอำนาจในการตัดสินใจ และได้รับข้อมูลธุรกิจจริงที่จะทำให้เข้าใจผลกระทบของการกระทำของตนต่อทั้งองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างเช่น หลักสูตร </span><b>XMBA by eddu</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ออกแบบการเรียนรู้ที่ปลุกแนวคิดผู้ประกอบการ ผ่านการวิเคราะห์กลยุทธ์ การจำลองสถานการณ์จริง การเข้าใจงบการเงิน และการออกแบบการวางระบบงานที่ทำให้ทีมเดินหน้าได้โดยไม่ต้องรอผู้บริหารสั่งทุกขั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือ การสร้างความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของ (Sense of Ownership) เช่น การมีส่วนร่วมในการวางกลยุทธ์ มี KPI ที่เชื่อมโยงกับผลประกอบการ และได้รับคำปรึกษาตรงจากผู้เชี่ยวชาญทางธุรกิจที่เคยทำจริง </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46072" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/24.webp" alt="Entrepreneur Mindset สร้างอย่างไรให้เกิดจริงในองค์กร บทเรียนจากคอร์ส XMBA by eddu" width="600" height="370" title="Entrepreneur Mindset สร้างอย่างไรให้เกิดจริงในองค์กร บทเรียนจากคอร์ส XMBA by eddu 204" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/24.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/24-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Entrepreneur Mindset ไม่ใช่แค่กล้าคิด แต่ต้องคิดเป็นระบบ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรพยายามผลักดันให้พนักงานกล้าคิด กล้าทำ แต่ลืมสอนวิธีคิดอย่างมีกลยุทธ์ (Stratigic Thinking) ซึ่งเป็นหัวใจของ Entrepreneur Mindset ที่แท้จริง คือการที่ผู้บริหารที่คิดแบบเจ้าของต้องอย่างมีแบบแผนเป็นระบบ</span></p>
<p><b>XMBA by eddu</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ใช้แนวทางจาก </span><b>Harvard Business School (HBX)</b><span style="font-weight: 400;"> มาถ่ายทอดผ่านโมดูลมากมาย ได้แก่:</span></p>
<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Executive Strategic Move: </b><span style="font-weight: 400;">เรียนรู้กลไกที่ถูกต้องของกลยุทธ์กับแผนการทํางานว่าต้องวางแผนให้สอดคล้องกันอย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Strategy for Executives: </b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อคุณสามารถวางแผนกลยุทธ์ได้แล้วจะต้องทําอะไรบ้างเพื่อให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนไปได้ตามกลยุทธ์ที่ตั้งไว้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Strategy Execution:</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเห็นภาพรวมในการบริหาร คุณจะได้เรียนรู้เครื่องมือ ทักษะและกรอบงานในการจัดสรรทรัพยากร วัดประสิทธิภาพ จัดการความเสี่ยงและดําเนินการตามกลยุทธ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>The Entrepreneurial:</b><span style="font-weight: 400;"> ในยุคนี้พนักงานไม่ได้เป็นแค่ฟันเฟืองในการทํางานเท่านั้น แต่ความคิดของพนักงานเป็นหนึ่งในเรื่องสําคัญที่จะทําให้ธุรกิจเติบโตได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Operations Management: </b><span style="font-weight: 400;">ผู้บริหารที่ยอดเยี่ยมต้องมีทักษะและแนวคิดที่จําเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าการดําเนินงานภายในของบริษัทจะดําเนินงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Internal Control (ระบบควบคุมภายใน): </b><span style="font-weight: 400;">ผู้บริหารจะได้เข้าใจการอัพเกรดกลยุทธ์และระบบการทํางานจากบริษัทที่บริหารกันเองกลายเป็นบริษัทที่มีระบบที่ดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>People Management for Executives: </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อสร้างทีมให้แข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพสูง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Marketing Strategy for Executives: </b><span style="font-weight: 400;">มาทําความเข้าใจแก่นแท้ของการตลาดที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การโฆษณา แต่คือการสร้างคุณค่า ที่จับต้องได้ให้กับลูกค้าให้แข็งแรง และแตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Brand Building for Executives:</b><span style="font-weight: 400;"> เรียนรู้กลยุทธ์ แนวคิดและเทคนิคสําคัญในการสร้างแบรนด์ ให้ประสบความสําเร็จ</span></li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul>
<li aria-level="1"><b>Finance for Executives:</b><span style="font-weight: 400;"> วิชาการเงินสําหรับผู้บริหารระดับสูงทุกธุรกิจ</span></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Financial Tools:</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น REIT (Real Estate Investment Trust) เครื่องมือทางการเงิน ที่ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หรือเจ้าของทรัพย์สินสามารถนํามาใช้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และอื่น ๆ อีกมากมาย</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46073" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/25.webp" alt="Entrepreneur Mindset สร้างอย่างไรให้เกิดจริงในองค์กร บทเรียนจากคอร์ส XMBA by eddu" width="600" height="370" title="Entrepreneur Mindset สร้างอย่างไรให้เกิดจริงในองค์กร บทเรียนจากคอร์ส XMBA by eddu 205" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/25.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/25-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ปลูกฝังผ่านประสบการณ์: จากกรณีศึกษา สู่การตัดสินใจในโลกจริง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในวิธีสร้าง Entrepreneur Mindset ให้เกิดขึ้นจริงคือการเรียนรู้ผ่านสถานการณ์สมจริง ไม่ใช่แค่ฟังบรรยาย แต่ต้องลงมือวิเคราะห์ และตัดสินใจเหมือนอยู่ในสนามจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน XMBA by eddu ผู้เรียนจะได้จำลองบทบาทเป็นผู้บริหารที่ต้องแก้ปัญหา เช่น การวางแผนรุกตลาดใหม่, การจัดการภาวะวิกฤตในองค์กร, การวางระบบงานให้บริษัทเติบโตแบบอัตโนมัติ พร้อมวิเคราะห์ว่าในโลกจริงว่าผู้นำเขาเลือกทางไหน และทำไมถึงเป็นเช่นนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้ไม่เพียงฝึกการคิดเชิงกลยุทธ์ แต่ยังฝึกการรับผิดชอบต่อผลลัพธ์นั้น ๆ ด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46074" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/26.webp" alt="Entrepreneur Mindset สร้างอย่างไรให้เกิดจริงในองค์กร บทเรียนจากคอร์ส XMBA by eddu" width="600" height="370" title="Entrepreneur Mindset สร้างอย่างไรให้เกิดจริงในองค์กร บทเรียนจากคอร์ส XMBA by eddu 206" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/26.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/26-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>อยากให้ธุรกิจโต ต้องเริ่มจากความคิดของผู้บริหาร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของกิจการ หรือดูแลฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคลในองค์กร หากผู้บริหารของคุณยังทำงานแบบไม่มีกลยุทธ์โอกาสในการเติบโตของธุรกิจย่อมถูกจำกัดโดยปริยาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าผู้บริหารของคุณคิดแบบเจ้าของได้ มองเห็นภาพรวม รู้จักประเมินความเสี่ยง กล้าตัดสินใจ และขับเคลื่อนทีมได้ด้วยตัวเอง คุณจะได้พลังขับเคลื่อนที่พร้อมพาองค์กรไปต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นในฐานะ HR หรือผู้บริหารกำลังมองหาแนวทางปลุกพลังผู้นำ หลักสูตร </span><a href="https://eddu.org/courses/executive/xmba" target="_blank" rel="noopener"><b>XMBA by eddu</b></a><span style="font-weight: 400;"> คือหลักสูตรที่ตอบโจทย์ เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่คอร์สบริหารทั่วไป แต่คือสนามฝึกแนวคิดแบบเจ้าของที่ให้ได้ทดลองคิด ตัดสินใจ และเข้าใจโลกธุรกิจแบบที่ผู้บริหารต้องเผชิญจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่งผู้บริหาร หรือผู้จัดการระดับ กลาง-สูง คนของคุณมาเรียน เพื่อให้เขากลับไปเป็น “ตัวจริง” ที่พร้อมรับบทผู้นำ และช่วยพาธุรกิจของคุณไปได้ไกลกว่าเดิม เพียงแจ้งว่ามาจาก “เพจ HREX.asia” รับส่วนลดพิเศษจากทันที 10,000 บาท </span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><span style="font-weight: 400;">สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Website: </span><a href="https://eddu.org/courses/executive/xmba" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://eddu.org/courses/executive/xmba</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Facebook: </span><a href="https://www.facebook.com/xmba.eddu" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.facebook.com/xmba.eddu</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Line : @eddu </span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/partner-content/entrepreneur-mindset-xmba-eddu-250714/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 เหตุผลที่อยากชวนคุณมาเรียน XMBA by eddu ยกระดับแนวคิดผู้บริหารสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่ขับเคลื่อนองค์กรได้จริง</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/partner-content/xmba-by-eddu-leadership-course-review-250714/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/partner-content/xmba-by-eddu-leadership-course-review-250714/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Jul 2025 07:45:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Partner Content]]></category>
		<category><![CDATA[XMBA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46059</guid>

					<description><![CDATA[&#8220;ผู้จัดการที่ดี ไม่ใช่แค่บริหารงาน แต่ต้องคิดแบบเจ้าของให้เป็น&#8221; นี่ไม่ใช่คำพูดเกินจริง แต่เป็นทักษะใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกการทำงาน เพราะปัจจุบันโลกธุรกิจแข่งขันกันด้วย &#8220;แนวคิด&#8221; มากกว่าทุนหรือเทคโนโลยี องค์กรที่เติบโตจึงไม่ใช่แค่ใครมีทรัพยากรมากกว่ากัน แต่คือการมีพนักงานโดยเฉพาะผู้จัดการที่มี “หัวใจของผู้ประกอบการ” สิ่งนี้เรียกว่า Entrepreneur Mindset XMBA by eddu เป็นอีกหนึ่งหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยน “ผู้จัดการ” ให้กลายเป็นเจ้าของกิจการทางความคิด ด้วยชุดความรู้ เครื่องมือ และประสบการณ์จากผู้สอนตัวจริงในแวดวงธุรกิจ HREX.asia ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสประสบการณ์การเรียนในคอร์ส XMBA รุ่นที่ 13 และนี่คือ 5 เหตุผลที่เราอยากชวนคุณมาร่วมเรียนในรุ่นต่อไป 1. เรียนกับอาจารย์นพ ผู้สอนเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องเข้าใจง่าย หัวใจของหลักสูตร XMBA คือวิธีคิดเชิงกลยุทธ์ และผู้ที่จะพาคุณให้เข้าใจกลยุทธ์ได้ดีที่สุดคือ อาจารย์นพ พงศธร ธนบดีภัทร ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการหลักสูตร XMBA by eddu ทั้งยังเป็น CEO &#38; Founder ของ eddu Group และ Refinn ที่อยู่ในสนามธุรกิจจริง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46060" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/14.webp" alt="5 เหตุผลที่อยากชวนคุณมาเรียน XMBA by eddu ยกระดับแนวคิดผู้บริหารสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่ขับเคลื่อนองค์กรได้จริง" width="600" height="370" title="5 เหตุผลที่อยากชวนคุณมาเรียน XMBA by eddu ยกระดับแนวคิดผู้บริหารสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่ขับเคลื่อนองค์กรได้จริง 214" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/14.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/14-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b><i>&#8220;ผู้จัดการที่ดี ไม่ใช่แค่บริหารงาน แต่ต้องคิดแบบเจ้าของให้เป็น&#8221;</i></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่ไม่ใช่คำพูดเกินจริง แต่เป็นทักษะใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกการทำงาน เพราะปัจจุบันโลกธุรกิจแข่งขันกันด้วย &#8220;แนวคิด&#8221; มากกว่าทุนหรือเทคโนโลยี องค์กรที่เติบโตจึงไม่ใช่แค่ใครมีทรัพยากรมากกว่ากัน แต่คือการมีพนักงานโดยเฉพาะผู้จัดการที่มี “หัวใจของผู้ประกอบการ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้เรียกว่า </span><b>Entrepreneur Mindset</b></p>
<p><a href="https://eddu.org/courses/executive/xmba" target="_blank" rel="noopener"><b>XMBA by eddu</b></a><span style="font-weight: 400;"> เป็นอีกหนึ่งหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยน “ผู้จัดการ” ให้กลายเป็นเจ้าของกิจการทางความคิด ด้วยชุดความรู้ เครื่องมือ และประสบการณ์จากผู้สอนตัวจริงในแวดวงธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX.asia ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสประสบการณ์การเรียนในคอร์ส XMBA รุ่นที่ 13 และนี่คือ 5 เหตุผลที่เราอยากชวนคุณมาร่วมเรียนในรุ่นต่อไป</span></p>

<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46061" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/15.webp" alt="5 เหตุผลที่อยากชวนคุณมาเรียน XMBA by eddu ยกระดับแนวคิดผู้บริหารสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่ขับเคลื่อนองค์กรได้จริง" width="600" height="370" title="5 เหตุผลที่อยากชวนคุณมาเรียน XMBA by eddu ยกระดับแนวคิดผู้บริหารสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่ขับเคลื่อนองค์กรได้จริง 215" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/15.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/15-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>1. เรียนกับอาจารย์นพ ผู้สอนเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องเข้าใจง่าย</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของหลักสูตร XMBA คือวิธีคิดเชิงกลยุทธ์ และผู้ที่จะพาคุณให้เข้าใจกลยุทธ์ได้ดีที่สุดคือ </span><b>อาจารย์นพ พงศธร ธนบดีภัทร</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการหลักสูตร XMBA by eddu ทั้งยังเป็น CEO &amp; Founder ของ eddu Group และ Refinn ที่อยู่ในสนามธุรกิจจริง ผ่านงานบริหารระดับองค์กรใหญ่ ไปจนถึงการสร้างบริษัทสตาร์ทอัพด้วยตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดแข็งของอาจารย์คือการอธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่าย แปลงเรื่องซับซ้อนอย่าง Strategic Planning ให้เห็นภาพแบบ Step-by-step พร้อมยกเคสธุรกิจมาให้เทียบเคียง ทำให้ผู้เรียนได้เข้าใจมุมมองธุรกิจโดยง่าย และได้กรอบความคิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คอร์สนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่กำลังมองหา </span><b>หลักสูตรผู้บริหาร</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><b>คอร์สสำหรับผู้จัดการระดับ Senior Manager</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ไม่ได้สอนแค่ทฤษฎี แต่ช่วยให้คุณเอาไปใช้กับทีมและองค์กรได้ทันที</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46062" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/16.webp" alt="5 เหตุผลที่อยากชวนคุณมาเรียน XMBA by eddu ยกระดับแนวคิดผู้บริหารสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่ขับเคลื่อนองค์กรได้จริง" width="600" height="370" title="5 เหตุผลที่อยากชวนคุณมาเรียน XMBA by eddu ยกระดับแนวคิดผู้บริหารสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่ขับเคลื่อนองค์กรได้จริง 216" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/16.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/16-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>2. หลักสูตรคุณภาพที่นำกรณีศึกษาจาก Harvard Business Publishing </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจเคยอ่านหนังสือกลยุทธ์ของ Harvard หรือเคยดูคลิปสรุป Case Study จากต่างประเทศมาบ้าง แต่พอเอามาใช้จริงกลับรู้สึกว่ามันห่างไกลกับตัวเราเสียเหลือเกิน</span></p>
<p><b>XMBA by eddu</b><span style="font-weight: 400;"> เข้าใจจุดนี้ดี จึงนำกรณีศึกษาจาก Harvard Business Publishing มาสอนในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และเหมาะกับบริบทของผู้บริหารไทยในทุกระดับ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณจะได้เรียนรู้เครื่องมือสำคัญในการวางกลยุทธ์ เช่น Strategic Move, Strategy Alignment และ Performance Monitoring พร้อมทั้งฝึกใช้จริงในคลาส ผ่าน Case Study และ Workshop ที่ออกแบบมาให้ใกล้เคียงกับโลกธุรกิจจริงมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง เคสธุรกิจของศิษย์เก่าและ SME ไทยที่ได้ทดลองทำจริง ไม่ว่าจะเป็น Barehouse ที่พลิกแนวคิดธุรกิจจนสร้าง New S-Curve ใหม่ให้ตัวเอง, JIB ที่ต่อยอดแนวคิด Economy of Scope เพื่อขยายโมเดลรายได้ในธุรกิจไอที หรือ La Glace และ UdrinkIdrive ที่นำบทเรียนในคลาสกลับไปปรับกลยุทธ์แบรนด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้เรียนเห็นภาพชัดขึ้นว่า กลยุทธ์ที่เรียนไม่ได้อยู่แค่ในตำรา แต่สามารถขับเคลื่อนธุรกิจจริงได้ทันที</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46063" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/17.webp" alt="5 เหตุผลที่อยากชวนคุณมาเรียน XMBA by eddu ยกระดับแนวคิดผู้บริหารสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่ขับเคลื่อนองค์กรได้จริง" width="600" height="370" title="5 เหตุผลที่อยากชวนคุณมาเรียน XMBA by eddu ยกระดับแนวคิดผู้บริหารสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่ขับเคลื่อนองค์กรได้จริง 217" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/17.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/17-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>3. มี Guest Speaker ระดับแนวหน้ามาถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงทุกวัน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์เป็นสิ่งที่หาไม่ได้จากหนังสือ ซึ่งแต่ละวันของหลักสูตร </span><b>XMBA by eddu</b><span style="font-weight: 400;"> จะมี Guest Speaker ที่หมุนเวียนมาจากหลากหลายอุตสาหกรรม โดยแต่ละคนล้วนเป็นตัวจริงในสนามธุรกิจ ที่ผ่านการสมรภูมิครั้งสำคัญมาแล้วมากมาย พร้อมถ่ายทอดให้ผู้เรียนเข้าใจจากประสบการณ์จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น คุณ </span><b>ท็อป –  วสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ จาก หยั่น หว่อ หยุ่น (เด็กสมบูรณ์) </b><span style="font-weight: 400;">และคุณ </span><b>เอ &#8211; สุรเวช เตลาน จาก Mo-Mo-Paradise (Thailand) </b><span style="font-weight: 400;">ที่มาแชร์เรื่องการสร้าง Branding กับแนวทางสร้างมูลค่าแบรนด์ในระยะยาวท่ามกลางการแข่งขันดุเดือด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ชาร์ป – ชนวีร์ หอมเตย </b><span style="font-weight: 400;">กับคุณ </span><b>มิ้ง  – ศุภณัฐ สัจจะรัตนกุล </b><span style="font-weight: 400;">จาก </span><b>Shinkanzen Sushi &amp; Katsu Midori </b><span style="font-weight: 400;">ที่ร่วมกันแชร์เรื่อง People Management ตั้งแต่การออกแบบทีม สร้างโครงสร้างองค์กร การสื่อสารภายใน จนถึงการสร้างทีมให้รันธุรกิจได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b> ฮิม – วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล</b> <b>จาก Warrix </b><span style="font-weight: 400;">กับเรื่อง Finance เจาะลึกเทคนิคการบริหารเงินและการใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อเร่งการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “สนามนี้มีแค่หมูกับเสือ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และคุณ </span><b>แต๋ง – กฤษฏิ์กุล ชุมแก้ว จาก AFTERYUM Group</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ถ่ายทอดเรื่อง Marketing Strategy ในยุค Data-Driven เพื่อสร้างคุณค่าที่จับต้องได้จริงให้กับลูกค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้คือทำให้การเรียนการสอนในคอร์สนี้มีชีวิต ทั้งยังสามารถถาม-ตอบกันสด ๆ เพื่อให้เราได้เรียนรู้จากคนที่เคยเดินเส้นทางนั้นมาแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46064" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/18.webp" alt="5 เหตุผลที่อยากชวนคุณมาเรียน XMBA by eddu ยกระดับแนวคิดผู้บริหารสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่ขับเคลื่อนองค์กรได้จริง" width="600" height="370" title="5 เหตุผลที่อยากชวนคุณมาเรียน XMBA by eddu ยกระดับแนวคิดผู้บริหารสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่ขับเคลื่อนองค์กรได้จริง 218" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/18.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/18-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>4. ได้ฝึกคิด ฝึกวางแผน ผ่านเคสจริงที่ผู้บริหารต้องเจอ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเรียนทฤษฎีอย่างเดียวอาจไม่พอ โดยเฉพาะในโลกของผู้บริหารที่ทุกวันคือการตัดสินใจในสภาวะไม่แน่นอน XMBA จึงออกแบบการเรียนรู้แบบ </span><b>Case-Based Learning</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ให้คุณได้ลงมือคิดเหมือนอยู่ในสนามธุรกิจจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในโจทย์ที่ผู้เรียนได้เจอในคลาสคือ การสวมบทเป็นผู้บริหาร McDonald’s ที่ต้องวางแผนรุกตลาดต่างประเทศที่มีความท้าทายแตกต่างกันให้สำเร็จ ภายใต้โจทย์ซับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบกลยุทธ์ทั้ง Branding, Marketing, Finance, Operation และ People Management ทุกกลุ่มจะต้องวิเคราะห์และออกแบบแผนรอบด้านอย่างเป็นระบบ โดยหลังจากทำเวิร์กชอป จะมีการเฉลยในเคสจริงว่าผู้บริหารของบริษัทนั้นตัดสินใจอย่างไร พร้อมวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้ช่วยให้ผู้เรียนได้เทียบวิธีคิดของตัวเองกับผู้นำธุรกิจระดับโลก เห็นข้อดี ข้อพลาด และเข้าใจกลยุทธ์ธุรกิจแบบลึกและจับต้องได้ สวมบทบาทเป็นผู้บริหารที่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในทุกวัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46065" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/19.webp" alt="5 เหตุผลที่อยากชวนคุณมาเรียน XMBA by eddu ยกระดับแนวคิดผู้บริหารสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่ขับเคลื่อนองค์กรได้จริง" width="600" height="370" title="5 เหตุผลที่อยากชวนคุณมาเรียน XMBA by eddu ยกระดับแนวคิดผู้บริหารสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่ขับเคลื่อนองค์กรได้จริง 219" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/19.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/19-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>5. มี Community ที่แข็งแรง ได้อยู่ในสังคมนักธุรกิจที่เข้าใจกัน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในจุดแข็งที่สุดของ </span><b>XMBA by eddu</b><span style="font-weight: 400;"> คือเพื่อน ๆ ที่เรียนด้วยกัน เพราะผู้เรียนทุกคนล้วนเป็นผู้บริหาร เจ้าของกิจการ หรือคนที่เอาจริงเอาจังกับการพาธุรกิจไปอีกระดับ เรียกได้ว่าเป็นผู้บริหารสาย Fighter ที่สู้มาเอง ลุยมาเองเพื่อ Passion ทั้งนั้น สภาพแวดล้อมของคลาสจึงเต็มไปด้วยพลังของคนที่เข้าใจภาษาเดียวกัน และอยากเติบโตไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าหากคุณมาเรียนคนเดียว ไม่ต้องกลัวว่าจะเหงาหรือโดดเดี่ยวเลย เพราะทุกเวิร์กชอปที่ทำร่วมกันจะเปิดโอกาสให้คุณได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับเพื่อนร่วมคลาสที่มาจากหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นสายอาหาร แฟชั่น การผลิต เทคโนโลยี หรือบริการ ฯลฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจบคอร์สยังมีกิจกรรมต่อเนื่อง เช่น After Class Group Consult ที่เหมือนมานั่งทำ Wall Room ช่วยกันคิด ผลัดกันแชร์, Company Visit และ Executive Reunion ที่ต่อยอดความสัมพันธ์ และเปิดโอกาสใหม่ให้ธุรกิจของคุณได้อีกด้วย</span><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46066" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/20.webp" alt="5 เหตุผลที่อยากชวนคุณมาเรียน XMBA by eddu ยกระดับแนวคิดผู้บริหารสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่ขับเคลื่อนองค์กรได้จริง" width="600" height="370" title="5 เหตุผลที่อยากชวนคุณมาเรียน XMBA by eddu ยกระดับแนวคิดผู้บริหารสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่ขับเคลื่อนองค์กรได้จริง 220" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/20.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/20-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ร่วมพัฒนาผู้จัดการของคุณ สู่การเป็นผู้บริหารที่ขับเคลื่อนองค์กรได้จริง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากได้สัมผัสการเรียนรู้ใน </span><a href="https://eddu.org/courses/executive/xmba" target="_blank" rel="noopener"><b>XMBA by eddu</b></a><span style="font-weight: 400;"> อย่างเต็มรูปแบบ เรากล้าพูดได้ว่านี่เป็นหลักสูตรที่ปลุกไฟการเป็นผู้บริหารให้กลับมาอีกครั้ง พร้อมลงมือวางกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ และเข้าใจการทำธุรกิจในโลกจริงมากกว่าที่เคย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้า HR หรือองค์กรของคุณกำลังมองหาหลักสูตรสำหรับผู้จัดการยุคใหม่ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านกลยุทธ์ การเงิน การบริหารทีม และการสร้างระบบให้ธุรกิจโตได้อย่างยั่งยืน XMBA by eddu คือคำตอบที่เราอยากแนะนำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และถ้าคุณตัดสินใจมาเรียนรุ่นถัดไป เพียงแจ้งว่ามาจาก “เพจ HREX.asia” รับส่วนลดพิเศษจากทันที 10,000 บาท </span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><span style="font-weight: 400;">สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Website: </span><a href="https://eddu.org/courses/executive/xmba" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://eddu.org/courses/executive/xmba</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Facebook: </span><a href="https://www.facebook.com/xmba.eddu" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.facebook.com/xmba.eddu</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Line : @eddu </span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/partner-content/xmba-by-eddu-leadership-course-review-250714/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/partner-content/leadershipact-slingshot-leadership-250714/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/partner-content/leadershipact-slingshot-leadership-250714/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Jul 2025 03:37:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Partner Content]]></category>
		<category><![CDATA[Slingshot Group]]></category>
		<category><![CDATA[LeadershipACT]]></category>
		<category><![CDATA[คอร์สผู้นำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46009</guid>

					<description><![CDATA[ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้นำทีมเล็ก หรือผู้บริหารระดับสูงในองค์กรใหญ่ หนึ่งในความท้าทายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือการนำพาทีมฟ่าฟันความท้าทายท่ามกลางความผันผวนของธุรกิจ โดยเฉพาะโลกของ RUPT ที่เราทุกคนกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ทุกวันนี้ ไม่นานมานี้ HREX มีโอกาสได้ร่วมหลักสูตร LeadershipACT รุ่นที่ 8 ที่จัดโดย Slingshot Group ซึ่งได้บทเรียกว่า ภาวะผู้นำไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง แต่คือคุณสมบัติ ทักษะ และประสบการณ์ที่หล่อหลอมกลายเป็นตัวตนคนคนนั้น  และ ภาวะผู้นำ (Leadership) ฝึกฝนกันได้ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักบทเรียนสำคัญจากคอร์ส LeadershipACT ที่ออกแบบให้ผู้นำไทยมีแผนพัฒนอย่างมีระบบ ไล่ตั้งแต่เริ่มต้นจากรากฐานของการเป็นผู้นำ ไปจนถึงวิธีคิดเชิงกลยุทธ์ การสร้างวัฒนธรรม และการเตรียมพร้อมผู้นำไทยสู่ระดับโลก I.M.P.A.C.T. Leadership Model: Leading in a Dynamic Ecosystem โดยคุณ อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา Founding Partner Slingshot Group เปิด Session แรกของ LeadershipACT รุ่นนี้ เริ่มต้นด้วยหัวข้อ I.M.P.A.C.T. Leadership [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46010" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/1.webp" alt="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต 235" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้นำทีมเล็ก หรือผู้บริหารระดับสูงในองค์กรใหญ่ หนึ่งในความท้าทายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือการนำพาทีมฟ่าฟันความท้าทายท่ามกลางความผันผวนของธุรกิจ โดยเฉพาะโลกของ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-the-rupt-leader-250626/"><b>RUPT</b></a><span style="font-weight: 400;"> ที่เราทุกคนกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ทุกวันนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่นานมานี้ </span><b>HREX</b><span style="font-weight: 400;"> มีโอกาสได้ร่วมหลักสูตร</span><b> LeadershipACT รุ่นที่ 8</b><span style="font-weight: 400;"> ที่จัดโดย </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80"><span style="font-weight: 400;">Slingshot Group</span></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งได้บทเรียกว่า ภาวะผู้นำไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง</span> <span style="font-weight: 400;">แต่คือคุณสมบัติ ทักษะ และประสบการณ์ที่หล่อหลอมกลายเป็นตัวตนคนคนนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และ</span><b> ภาวะผู้นำ (Leadership)</b><span style="font-weight: 400;"> ฝึกฝนกันได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักบทเรียนสำคัญจากคอร์ส </span><b>LeadershipACT </b><span style="font-weight: 400;">ที่ออกแบบให้ผู้นำไทยมีแผนพัฒนอย่างมีระบบ ไล่ตั้งแต่เริ่มต้นจากรากฐานของการเป็นผู้นำ ไปจนถึงวิธีคิดเชิงกลยุทธ์ การสร้างวัฒนธรรม และการเตรียมพร้อมผู้นำไทยสู่ระดับโลก</span></p>

<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46011" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/2.webp" alt="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต 236" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>I.M.P.A.C.T. Leadership Model: Leading in a Dynamic Ecosystem โดยคุณ อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา Founding Partner Slingshot Group</b><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เปิด Session แรกของ LeadershipACT รุ่นนี้ เริ่มต้นด้วยหัวข้อ</span><b> I.M.P.A.C.T. Leadership Model: Leading in a Dynamic Ecosystem</b><span style="font-weight: 400;"> โดยคุณ</span><b> อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา ผู้ก่อตั้ง Slingshot Group </b><span style="font-weight: 400;">โดยเล่าถึง 3 แกนหลัก ACT ในการพัฒนาผู้นำไทย ได้แก่</span></p>
<ol>
<li><b> Anticipate</b><span style="font-weight: 400;"> – ความสามารถในการคาดการณ์ล่วงหน้า มองเห็นโอกาสก่อนใคร</span></li>
<li><b> Connect</b><span style="font-weight: 400;"> – การสร้างความร่วมมือ เชื่อมโยงผู้คนอย่างลึกซึ้งและมีความหมาย</span></li>
<li><b> Thrive</b><span style="font-weight: 400;"> – การผลักดันองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน แม้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอน</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยโมเดล</span> <a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-the-rupt-leader-250626/"><b>I.M.P.A.C.T.</b> </a><span style="font-weight: 400;">เป็นอีกหนึ่งพิมพ์เขียวใหม่ของภาวะผู้นำ ที่ Slingshot สร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลง ประกอบด้วย 6 บทบาทของผู้นำที่องค์กรยุคใหม่ต้องการ ได้แก่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46012" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/3.webp" alt="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต 237" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<ol>
<li><b> </b><b>Initiator</b> <i><span style="font-weight: 400;">– ริเริ่ม ไม่รีรอ</span></i></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำที่ดีไม่รอโอกาส แต่สร้างโอกาสขึ้นเอง กล้าคิดต่าง มองไกล และมีวิสัยทัศน์ชัดเจนเพื่อพาองค์กรสู่อนาคต</span></p>
<ol start="2">
<li><b> Mobilizer</b> <i><span style="font-weight: 400;">– ขับเคลื่อนอย่างมีพลัง</span></i></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำไม่ใช่แค่ลงมือทำ แต่ต้องสร้างแรงบันดาลใจให้ทีม มีเป้าหมายชัด และยืดหยุ่นกับความเปลี่ยนแปลงโดยไม่หลงทิศ</span></p>
<ol start="3">
<li><b> Prover</b><span style="font-weight: 400;"> – เป็นหลักที่เชื่อถือได้</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำต้องมีหลักคิด ยึดมั่นในคุณธรรม และเป็นแหล่งความเชื่อมั่นท่ามกลางข้อมูลที่สับสนและความจริงที่พร่าเลือน</span></p>
<ol start="4">
<li><b> Aggregator</b><span style="font-weight: 400;"> – </span><i><span style="font-weight: 400;">รวมพลังความต่างให้กลายเป็นหนึ่ง</span></i></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำต้องสามารถดึงผู้คนต่างแนวคิดมาทำงานร่วมกันได้ และดึงศักยภาพของแต่ละคนออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<ol start="5">
<li><b> Challenger</b><span style="font-weight: 400;"> – </span><i><span style="font-weight: 400;">กล้าท้าทายเพื่อส่วนรวม</span></i></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำต้องไม่กลัวที่จะพูดในสิ่งที่ควร ต้องกล้าตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ของทีม แม้ต้องแลกกับความเสี่ยงก็ตาม</span></p>
<ol start="6">
<li><b> Transformer</b><span style="font-weight: 400;"> – </span><i><span style="font-weight: 400;">เปลี่ยนแปลงตัวเองก่อนเปลี่ยนองค์กร</span></i></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิม และกล้าออกจากคอมฟอร์ทโซนเพื่อเติบโตไปกับโลกที่ไม่หยุดนิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนถึงภาวะผู้นำที่หลากหลายและเสริมพลังกันอย่างลงตัว ซึ่งประกอบด้วย </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/leadership-foresight-2035-250326/#5_2035"><span style="font-weight: 400;">10 Key Competencies คุณสมบัติที่ผู้นำแห่งทศวรรษหน้าต้องมี</span></a><span style="font-weight: 400;"> อีกทีหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ทั้งหมดจากคอร์ส </span><b>LeadershipACT</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46013" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/4.webp" alt="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต 238" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Trust and Inclusion: The Foundation of Ecosystem Leadership โดยคุณ มัณฑนา รักษาชัด Partner Slingshot Group</b></h2>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“Trust is not given, it’s earned.”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือบทเรียนสุดคมจากหัวข้อ Trust and Inclusion: The Foundation of Ecosystem Leadership โดยคุณ </span><b>มัณฑนา รักษาชัด Partner จาก Slingshot Group</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเป็นการบอกว่า การสร้างความไว้วางใจในระบบนิเวศองค์กร ต้องใช้ทั้งเวลา ความตั้งใจ และความจริงใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะความเชื่อใจ (Trust) ไม่ได้เกิดจากคำพูดที่สวยหรู หรือภาพลักษณ์ภายนอก แต่มาจากการกระทำที่ “จริงใจ สม่ำเสมอ และเชื่อถือได้” โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ ผู้นำที่กล้ารับฟังและเปิดเผยความเปราะบางอย่างจริงใจ กลับกลายเป็นผู้นำที่ได้รับความเชื่อถือในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เสริมพลังของภาวะผู้นำในระบบนิเวศ คือการเข้าใจ </span><b>Diversity, Equity และ Inclusion (</b><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/010622-deib/"><b>DEI</b></a><b>)</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างลึกซึ้ง โดยผู้นำต้องยอมรับความหลากหลาย และต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัย</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190703-psychological-safety/"><span style="font-weight: 400;"> (Psychological Safety) </span></a><span style="font-weight: 400;">ให้ทุกคนรู้สึกว่าตนเองมีตัวตน มีเสียง และมีคุณค่า เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของ Collaboration ที่แท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้นำเข้าใจทั้ง “ตัวเอง” และ “ผู้อื่น” ได้ดีขึ้นก็คือการทำ </span><a href="https://www.facet5global.com/home/" target="_blank" rel="noopener"><b>Facet5</b></a> <span style="font-weight: 400;"> เครื่องมือวิเคราะห์บุคลิกภาพที่สะท้อน “พฤติกรรมจากภายใน” โดย Facet5 ทำให้เราเห็นจุดแข็ง จุดเปราะบาง และรูปแบบการทำงานของตนเองอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งเข้าใจความต่างของคนอื่นอย่างไม่มีอคติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้เรียนรู้ผ่าน Facet5 จึงเปรียบเสมือนการ “มองกระจก” กลับมายังตัวเอง เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการทำงานร่วมกับคนที่ “ไม่เหมือนเรา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Session นี้จึงไม่เพียงเปิดประตูสู่โลกของความร่วมมือ แต่ยังสอนให้เรากลับมารู้จักตัวตนใหม่อีกครั้ง เพราะการสร้างความเชื่อใจที่แท้จริง ต้องเริ่มจากความเข้าใจในตัวเอง ก่อนจะเข้าใจในผู้อื่นนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46014" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/5.webp" alt="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต 239" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Strategic Execution: Turning Vision into Impact โดยคุณ ศาสตรา มังกรอัศวกุล Executive Vice President Kasikornbank</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">LeadershipACT สอนว่า การมีวิสัยทัศน์ (Vision) อย่างเดียวไม่พออีกต่อไป ผู้นำที่ดีต้องลงมือทำอย่างมีกลยุทธ์ กระทั่งขับเคลื่อนให้เกิดผลลัพธ์จริงได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย Session นี้เราได้เรียนรู้จากคุณ </span><b>ศาสตรา มังกรอัศวกุล Executive Vice President จาก ธนาคารกสิกรไทย (KBank)</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการลงมือทำอย่างมีทิศทาง ภายใต้กรอบคิดที่เรียกว่า </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/leaders-dna-slingshot-240626/"><b>DAC Framework</b></a> <span style="font-weight: 400;">ดังนี้</span></p>
<ol>
<li><b> Direction – กำหนดทิศทางชัดเจน</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกคนในทีมต้องเข้าใจตรงกันว่า เรากำลังมุ่งไปที่ใด เป้าหมายขององค์กรคืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญ</span></p>
<ol start="2">
<li><b> Alignment – ทำงานให้สอดประสานกัน</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ผ่านการรู้บทบาทของตัวเอง และต้องเข้าใจบทบาทของคนอื่นด้วย เพื่อให้การทำงานเชื่อมโยงและเสริมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<ol start="3">
<li><b> Commitment – ลงแรงร่วมกันด้วยใจ</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">การมีส่วนร่วมต้องมาจากความเชื่อมั่นและความมุ่งมั่น ไม่ใช่แค่ทำเพราะถูกสั่งให้ทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศาสตราได้ยกตัวอย่างแนวทางจาก </span><a href="https://www.kasikornbank.com/th/personal" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">KBank</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่มองตัวเองไม่ใช่แค่ธนาคาร แต่คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศการเงินภายใต้แนวคิด Bank of Sustainability โดยผสานกลยุทธ์ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/230725-esg/"><span style="font-weight: 400;">ESG</span></a><span style="font-weight: 400;"> เข้ากับทุกการตัดสินใจ ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลสนับสนุนกลุ่ม SME เสริมสร้างพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศเพื่อเร่งนวัตกรรม และใช้โมเดล Strategic Leadership ที่ครอบคลุมทั้งการคิด การลงมือทำ และการโน้มน้าว เพื่อเตรียมทีมให้พร้อมสำหรับอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นผู้นำต้องมองให้ลึกขึ้น มองไปถึงพฤติกรรมเชิงกลยุทธ์ที่ทำให้แผนงานสำเร็จจริงได้ในโลกจริง และทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความเชื่อมโยงของคนในทีมอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46015" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/6.webp" alt="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต 240" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Visionary Leadership: Articulating and Communicating a Clear Vision โดยคุณ สมฤดี ชัยมงคล Former CEO Banpu</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน LeadershipACT คุณ</span><b> สมฤดี ชัยมงคล อดีต CEO บริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน)</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า คำถามที่ผู้นำทุกคนควรทบทวนเสมอคือ </span><i><span style="font-weight: 400;">“ภาพอนาคตขององค์กรที่เราวาดไว้คือ คนในทีมมองเห็นชัดแค่ไหน ?” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Session นี้เปิดประสบการณ์เข้มข้นผ่านแนวคิด </span><b>Articulating Vision ที่ต้องสามารถสื่อสารวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนทั้งใจและการกระทำ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งคุณสมฤดี ย้ำว่า แก่นของผู้นำที่มีวิสัยทัศน์คือการเล่าเรื่องอนาคต (Storytelling) ได้อย่างจับใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะผู้นำที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ได้อย่างมีพลังจะต้องวางภาพอนาคตให้เห็นชัด เชื่อมโยงพันธกิจและกลยุทธ์กับบริบทภายนอก ทั้งการแข่งขัน เทคโนโลยี และความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้ยังต้องทำให้ทุกคนเห็นว่างานประจำมีความหมาย โดยผูกโยงกับเป้าหมายเล็ก ๆ</span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/230807-small-wins/"><span style="font-weight: 400;"> (Small Wins)</span></a><span style="font-weight: 400;"> ในแต่ละวันกับความสำเร็จใหญ่ขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการเล่าเรื่องให้เกิดแรงบันดาลใจ ไม่ใช่แค่การบอก “จะทำอะไร” แต่เล่า “ทำไมสิ่งนี้ถึงสำคัญ” ผ่านเรื่องราวขององค์กรที่สื่อสารถึงความเชื่อ ความตั้งใจ และเป้าหมายร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้คือ วิชาผู้นำที่ไม่สอนในตำรา นั่นเอง</span><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46016" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/7.webp" alt="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต 241" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/7.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/7-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Strategic Foresight: Preparing for the Future โดย ดร. การดี เลียวไพโรจน์ Chief Foresight Officer at DTGO Group / EVP of FutureTales Lab by MQDC</b></h2>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;ถ้าคุณมองแต่วันนี้ คุณจะเปลี่ยนแปลงไม่ทันอนาคต&#8221;</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการคาดการณ์อนาคต (Strategic Foresight) จึงกลายเป็นทักษะสำคัญของผู้นำยุคใหม่ เพราะผู้นำที่มองเกมขาดเท่านั้น ที่จะพาองค์กรไปข้างหน้าได้</span></p>
<p><b>ดร. การดี เลียวไพโรจน์</b><span style="font-weight: 400;"> ชวนเราสร้างความคิดแบบ “นักมองอนาคต” ที่กล้าถามคำถามใหม่ มองไกลกว่าคู่แข่ง และเตรียมพร้อมก่อนใคร ผ่าน Strategic Foresight โดยบทเรียนเริ่มจากการตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า</span><i><span style="font-weight: 400;"> “ถ้าในอีก 15 ปีข้างหน้า ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมเลย เราจะทำอย่างไร?” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามนี้เปิดประตูให้ผู้นำได้ฝึกคิดในเชิงระบบ มองข้ามปัจจุบัน และใช้ข้อมูลจากหลากหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมผู้คน เพื่อสร้างภาพของอนาคตในรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจริงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เครื่องมือที่เราได้เรียนรู้ใน Session นี้ ได้แก่ </span><b>Horizon Scanning</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเน้นการจับสัญญาณอ่อนที่อาจบ่งบอกการเปลี่ยนแปลง, </span><b>Scenario Planning</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ช่วยให้เราวางแผนรองรับอนาคตในหลายรูปแบบ ไม่ยึดติดกับเส้นทางเดียว, และ </span><b>Foresight Persona Canvas</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ใช้เข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในอนาคตอย่างลึกซึ้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือ ผู้นำไม่จำเป็นต้องรู้คำตอบล่วงหน้า แต่ต้องมีความกล้าที่จะตั้งคำถาม และมีระบบความคิดที่ช่วยให้สามารถเตรียมทีม องค์กร และตัวเองให้พร้อมสำหรับโลกที่ยังไม่ชัดเจนต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46017" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/8.webp" alt="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต 242" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/8.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/8-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Conflict Transformation: Strengthening Leadership Resilience โดยคุณ ธรรมศักดิ์ จิตติมาพร Director &amp; Executive Chairman Tipco Foods PLC.</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่มีทีมใดไร้ความขัดแย้ง และไม่มีผู้นำคนใดที่ไม่เคยเผชิญแรงเสียดทาน แต่สิ่งที่แยกผู้นำทั่วไปออกจากผู้นำที่เก่ง คือความสามารถในการเปลี่ยนความขัดแย้งให้กลายเป็นพลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">LeadershipACT Session นี้คุณณ </span><b>ธรรมศักดิ์ จิตติมาพร</b><span style="font-weight: 400;"> จาก Tipco Foods พาเรามองความขัดแย้งในมุมที่ลึกขึ้นในฐานะโอกาสสำคัญที่ผู้นำจะได้เข้าใจต้นตอของความแตกต่าง เพื่อฝึกความแข็งแกร่งภายในตนเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิด Conflict Transformation แตกต่างจาก </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/conflict-management-210709/"><span style="font-weight: 400;">Conflict Management</span></a><span style="font-weight: 400;"> ตรงที่ไม่ได้แค่ทำให้ความขัดแย้งเงียบลง แต่พยายามเปลี่ยนรูปแบบของความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นในระยะยาว ผ่านการเปิดพื้นที่ให้พูดคุย แลกเปลี่ยน และฟังกันอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้ต้องอาศัยภาวะผู้นำที่มีทั้ง</span><b> ความกล้า ความมั่นคงภายใน และทักษะการสื่อสารที่ลึกซึ้ง </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวคือต้องกล้ามองปัญหาตรงหน้าแบบไม่หลบเลี่ยง กล้ายอมรับความไม่สมบูรณ์ของทั้งตัวเองและผู้อื่น และกล้าที่จะการเผชิญหน้าพูดคุยด้วยเป้าหมายร่วม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างกรณีศึกษาเหตุการณ์ถ้ำหลวง ซึ่ง </span><b>ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร</b><span style="font-weight: 400;"> ได้แสดงภาวะผู้นำเชิงเปลี่ยนผ่านความขัดแย้งจากทุกฝ่ายมีความคิดเห็นแตกต่าง เช่น เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ทีมต่างประเทศ นักข่าว ครอบครัวผู้สูญหาย หน่วยกู้ภัยอาสา แต่ผู้ว่าฯ เลือกที่จะจัดระเบียบด้วยความชัดเจนและนอบน้อม เขายืนอยู่บนหลักการ ไม่ใช่อารมณ์ สื่อสารเป็นระยะ พร้อมให้กำลังใจทีมงาน และแม้แต่ตัดสินใจปฏิเสธความช่วยเหลือจาก</span><b> อีลอน มักส์ (Elon Musk)</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างตรงไปตรงมา เพราะไม่สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการที่รอบคอบอยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือตัวอย่างที่ดีของภาวะผู้นำ เปลี่ยนความขัดแย้งและความกดดันสูงสุด ให้กลายเป็นพลังแห่งความร่วมมือระดับโลก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46018" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/9.webp" alt="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต 243" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/9.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/9-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Courageous Leadership – Making Bold Decisions with Confidence โดยคุณ อโณทัย เวทยากร Managing Director IBM Thailand</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ความกล้าหาญไม่ได้หมายถึงการไม่รู้จักกลัว แต่คือการรู้ว่าอะไรน่ากลัว แล้วเลือกก้าวต่อไป แม้ยังไม่เห็นปลายทางชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือหนึ่งในแนวคิดสำคัญที่คุณ </span><b>อโณทัย เวทยากร</b><span style="font-weight: 400;"> นำเสนอไว้ใน Session ที่ 7 ของ LeadershipACT รุ่นที่ 8 เพราะในโลกการทำงานจริง ผู้นำไม่ได้เผชิญแค่กับข้อมูล แต่ยังต้องจัดการกับอารมณ์ ความคาดหวัง ความขัดแย้งในใจ และแรงต้านจากรอบข้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นทำให้การ “ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด” กลายเป็นสิ่งที่ยากกว่าที่เราคิดไว้มาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Being Bold ถูกนิยามไว้อย่างชัดเจนว่า กล้าที่จะคิดต่างจากสิ่งที่เคยเป็น, กล้าที่จะ เผชิญหน้ากับปัญหาที่คนอื่นเลี่ยง และกล้าที่จะตัดสินใจ แม้ท่ามกลางความไม่แน่นอน และแรงต้านทางอารมณ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ มีการเชื่อมโยงหลักจิตวิทยาจากงานวิจัยของ </span><b>แดเนียล คาห์เนมาน (Daniel Kahneman)</b><span style="font-weight: 400;"> เรื่อง System 1 และ System 2 หรือกระบวนการคิดแบบเร็วกับแบบลึก ซึ่งเตือนเราว่า ตอนนี้เรากำลังตัดสินใจเพราะสัญชาตญาณ หรือเพราะพิจารณาแล้วจริง ๆ กันแน่​ ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายสุดของบทเรียน คุณอโณทัยทิ้งท้ายไว้ว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“ความกล้าหาญไม่ใช่เรื่องของ DNA แต่เป็นทักษะที่ฝึกได้” </span></i><span style="font-weight: 400;">ผ่านการรู้จักตัวเอง มองเห็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นในตัว และค่อย ๆ พัฒนาความมั่นใจจากการลงมือทำจริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะในวันที่เสียงรอบข้างดังเกินไป จนเราฟังหัวใจตัวเองไม่ออก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46019" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/10.webp" alt="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต 244" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/10.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/10-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Leading Change and Organizational Renewal โดยคุณ ปิยบุตร จารุเพ็ญ Former Managing Director BIG</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">LeadershipACT Session นี้ โดยคุณ </span><b>ปิยบุตร จารุเพ็ญ</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ได้พูดถึงแค่การเปลี่ยนแปลงในระดับกลยุทธ์หรือโครงสร้าง แต่เจาะลึกไปถึงรากของความเปลี่ยนแปลง นั่นคือ “วัฒนธรรม” และ “ความกล้าที่จะคิดใหม่ ตั้งคำถามใหม่”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเริ่มจากการสำรวจนิยามการเปลี่ยนแปลง ผ่าน 3 มิติหลักคือ</span></p>
<ol>
<li><b> Change</b><span style="font-weight: 400;"> – การปรับปรุงเชิงปฏิบัติการแบบระยะสั้น เพื่อลดข้อผิดพลาดหรือปัญหา</span></li>
<li><b> Transformation</b><span style="font-weight: 400;"> – การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ เช่น การเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ วัฒนธรรม หรือทิศทางองค์กร</span></li>
<li><b> Renewal</b><span style="font-weight: 400;"> – การฟื้นฟูพลังภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีชีวิตชีวา มีนวัตกรรม และไม่ตกยุค</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่คุณปิยบุตรเน้นย้ำคือ</span><b> ผู้นำต้องเข้าใจว่า การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไม่อาจเกิดขึ้นได้เลย ถ้าองค์กรยังยึดติดกับวัฒนธรรมแบบเดิม</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น การรวมศูนย์ตัดสินใจ ความกลัวต่อความล้มเหลว หรือการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ซึ่งล้วนเป็นอุปสรรคต่อความยืดหยุ่นและนวัตกรรมในยุคที่ต้องเผชิญความไม่แน่นอนตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังชวนตั้งคำถามสำคัญว่า เราจะสร้างพื้นที่แบบไหนให้คนกล้าคิด กล้าพูด และกล้าทดลองได้อย่างไร หากผู้นำยังไม่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนในทีม ฉะนั้นอย่าลืมสร้าง </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190703-psychological-safety/"><span style="font-weight: 400;">Psychological Safety</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือความรู้สึกปลอดภัยทางใจในที่ทำงานด้วย เพื่อให้ทีมล้มได้ เรียนรู้ได้ และเติบโตไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในโลกที่ไม่มีคำตอบตายตัว สิ่งเดียวที่ทำให้องค์กรไปต่อได้ คือวัฒนธรรมที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอดเวลานั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46020" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/11.webp" alt="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต 245" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/11.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/11-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Leadership Innovation Lab: Experimenting, Adapting, and Evolving โดย ดร. สุทธิโสพรรณ ช่วยวงศ์ญาติ Partner Slingshot Group</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายของ LeadershipACT รุ่นที่ 8 โดย </span><b>ดร.สุทธิโสพรรณ ช่วยวงศ์ญาติ</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยการให้เราลงสนามจริงในการวางแผนพัฒนาพนักงาน ผ่านการจำลองสถานการณ์บนบอร์ดเกมส์ สอนให้เราพร้อมปรับกลยุทธ์ตามสัญญาณใหม่อยู่ตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ได้เรียนรู้คือเรื่อง </span><b>Integrated Talent &amp; Succession Process</b><span style="font-weight: 400;"> หรือระบบบริหารผู้นำรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้วัดแค่ Performance แต่ยังรวมถึง Potential ผ่าน </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/9-box-grid-240611/"><b>9-Box Grid</b></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งจัดระดับคนในองค์กรตาม 2 แกนหลัก ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Performance</b><span style="font-weight: 400;">: ผลงานจริงจาก KPIs, Competency และพฤติกรรม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Potential</b><span style="font-weight: 400;">: ความสามารถในการเติบโตในอนาคต โดยพิจารณาจาก  Learning Agility (ความคล่องในการเรียนรู้),  Aspiration (แรงผลักดันภายใน), และ Engagement (ความผูกพันกับองค์กร)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สามปัจจัยย่อยนั้นเรียกรวมว่า Potential Review ซึ่งช่วยให้ผู้นำสามารถวางตัวแทน (</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/210716-succession-planning/"><span style="font-weight: 400;">Succession</span></a><span style="font-weight: 400;">) ได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในตำแหน่งสำคัญที่มีความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์สูง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46021" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/12.webp" alt="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต 246" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/12.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/12-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งบทเรียนที่จับต้องได้มากที่สุดขคือแนวคิดจาก </span><b>Situational Leadership </b><span style="font-weight: 400;">ที่ช่วยให้ผู้นำสามารถ “เลือกวิธีการนำ” ให้เหมาะกับความสามารถ (Can) และแรงจูงใจ (Want) ของทีม เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หากคน Can &amp; Want สูง — ควร Empower ให้เขานำเอง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ถ้า Can สูง แต่ Want ต่ำ — ควร Coach / Align ด้วยการถามเจาะ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ถ้า Want สูง แต่ยังไม่ Can — ต้องสอน (Tell / Explain) อย่างใกล้ชิด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และถ้า ทั้ง Can และ Want ยังต่ำ — ต้องชี้นำอย่างชัดเจนและติดตามผลลัพธ์</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้เรามองเห็นใครเหมาะกับตำแหน่งไหน แต่ยังเป็นจุดตั้งต้นของการออกแบบ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/210930-training-roadmap/"><span style="font-weight: 400;">Training Roadmap</span></a><span style="font-weight: 400;"> แบบเฉพาะบุคคล ที่ตอบโจทย์ว่าคนนี้ต้องพัฒนาอะไร และต้องพัฒนาอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">One size fits all ใช้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะไม่มีแผนฝึกอบรมแบบเดียวที่เหมาะกับทุกคน ทุกบริบท หรือทุกศักยภาพ หากแต่ผู้นำสามารถมองเห็นคนแต่ละคนอย่างเข้าใจ และมีเครื่องมือที่ช่วยกำหนดเส้นทางพัฒนาอย่างแม่นยำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นไม่ว่า “ใคร” ก็สามารถเติบโตได้นั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46022" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/13.webp" alt="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต 247" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/13.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/13-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%; text-align: center;"><strong><b><a href="https://www.slingshot.co.th/course/leadershipact" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46030 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/LeadershipACT-รุ่นที่-9-หลักสูตรสำหรับผู้นำองค์กรไทย-724x1024.webp" alt="LeadershipACT รุ่นที่ 9 หลักสูตรสำหรับผู้นำองค์กรไทย" width="724" height="1024" title="สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต 248" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/LeadershipACT-รุ่นที่-9-หลักสูตรสำหรับผู้นำองค์กรไทย-724x1024.webp 724w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/LeadershipACT-รุ่นที่-9-หลักสูตรสำหรับผู้นำองค์กรไทย-212x300.webp 212w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/LeadershipACT-รุ่นที่-9-หลักสูตรสำหรับผู้นำองค์กรไทย-768x1086.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/LeadershipACT-รุ่นที่-9-หลักสูตรสำหรับผู้นำองค์กรไทย-1086x1536.webp 1086w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/LeadershipACT-รุ่นที่-9-หลักสูตรสำหรับผู้นำองค์กรไทย.webp 1414w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></a><br />
🗓️</b> Starts: September 10 – November 5, 2025<br />
</strong><b>🕐</b><strong> Every Wednesday (with special sessions)<br />
</strong><strong><b>📍 </b>Bangkok, Thailand</strong><strong> Special Offer<br />
<b>🔥</b>Until July 31, 2025:<br />
</strong><span style="color: #ff6600;"><strong>Super Early Bird: 175,000 THB</strong></span> (from 249,000 THB)<br />
<span style="color: #99cc00;"><strong>Friend Gets Friend:</strong> </span>Sign up in a group of 3+ for the best rate :150,000/person<br />
This is more than a course. It&#8217;s your next-level leadership transformation.<br />
<strong><b>⏳</b>Seats are limited. Apply now and lead the change.</strong></p>
<h2 style="text-align: center;"><a href="https://www.slingshot.co.th/course/leadershipact" target="_blank" rel="noopener"><strong>Enroll Here</strong></a></h2>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/partner-content/leadershipact-slingshot-leadership-250714/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Conicle กับ Workforce Transformation: เมื่อการเรียนรู้ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือพลังแห่งการเติบโต</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/partner-content/conicle-workforce-transformation-250627/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/partner-content/conicle-workforce-transformation-250627/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Jun 2025 02:32:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Partner Content]]></category>
		<category><![CDATA[Conicle]]></category>
		<category><![CDATA[Workforce Transformation]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45625</guid>

					<description><![CDATA[“พนักงานคนหนึ่งควรเรียนรู้อะไร เพื่อไม่ให้ถูก AI แทนที่ ? และมีอะไรที่องค์กรควรปรับตัว เพื่อเอาตัวรอดและสร้างการเติบโตได้จริง ?” นี่คือคำถามที่ผู้บริหาร ผู้นำ หรือกระทั่ง HR จำนวนมาก เริ่มถามตัวเองในวันที่ความท้าทายถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว ฉับไว และรอบด้าน  ไม่แปลกที่ทุกองค์กรจึงมองหา “การเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้จริง” ในบริบทเช่นนี้ Skill-Based Organization จึงกลายเป็นโมเดลใหม่ของการบริหารคน ด้วยความคิดที่ว่า ‘ตำแหน่ง’ ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายอีกต่อไป แต่คือการมองเห็น ‘ทักษะที่แท้จริง’ ของพนักงาน และทักษะเหล่านั้น ‘เรียนรู้’ ได้ Conicle ในฐานะผู้นำด้าน Learning Platform ของไทยเชื่อว่า การเรียนรู้ควรเริ่มจากพนักงาน เพราะพวกเขาคือคนที่อยู่หน้างาน และเข้าใจดีที่สุดว่าตัวเองต้องพัฒนาอะไรให้เท่าทัน ซึ่งนั่นคือหัวใจของ Workforce Transformation ที่ Conicle พยายามขับเคลื่อน บทสัมภาษณ์นี้ HREX พาไปคุยกับคุณ ปูน – นกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ CEO &#38; Co-Founder [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45650" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-30T154610.888.webp" alt="Conicle กับ Workforce Transformation: เมื่อการเรียนรู้ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือพลังแห่งการเติบโต" width="600" height="370" title="Conicle กับ Workforce Transformation: เมื่อการเรียนรู้ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือพลังแห่งการเติบโต 256" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-30T154610.888.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-30T154610.888-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b><i>“พนักงานคนหนึ่งควรเรียนรู้อะไร เพื่อไม่ให้ถูก AI แทนที่ ?</i></b></p>
<p><b><i>และมีอะไรที่องค์กรควรปรับตัว เพื่อเอาตัวรอดและสร้างการเติบโตได้จริง ?”</i></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือคำถามที่ผู้บริหาร ผู้นำ หรือกระทั่ง HR จำนวนมาก เริ่มถามตัวเองในวันที่ความท้าทายถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว ฉับไว และรอบด้าน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่แปลกที่ทุกองค์กรจึงมองหา “การเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้จริง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบริบทเช่นนี้ </span><b>Skill-Based Organization</b><span style="font-weight: 400;"> จึงกลายเป็นโมเดลใหม่ของการบริหารคน ด้วยความคิดที่ว่า ‘ตำแหน่ง’ ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายอีกต่อไป แต่คือการมองเห็น ‘ทักษะที่แท้จริง’ ของพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และทักษะเหล่านั้น ‘เรียนรู้’ ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45628" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092308.413.webp" alt="Conicle กับ Workforce Transformation: เมื่อการเรียนรู้ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือพลังแห่งการเติบโต" width="600" height="370" title="Conicle กับ Workforce Transformation: เมื่อการเรียนรู้ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือพลังแห่งการเติบโต 257" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092308.413.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092308.413-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Conicle</a> </b><span style="font-weight: 400;">ในฐานะผู้นำด้าน Learning Platform ของไทยเชื่อว่า การเรียนรู้ควรเริ่มจากพนักงาน เพราะพวกเขาคือคนที่อยู่หน้างาน และเข้าใจดีที่สุดว่าตัวเองต้องพัฒนาอะไรให้เท่าทัน ซึ่งนั่นคือหัวใจของ Workforce Transformation ที่ Conicle</span> <span style="font-weight: 400;">พยายามขับเคลื่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสัมภาษณ์นี้ HREX พาไปคุยกับคุณ </span><b>ปูน – นกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ</b><span style="font-weight: 400;"> CEO &amp; Co-Founder และคุณ </span><b>ดิน– อนพัทย์ วิมลประภาพร</b><span style="font-weight: 400;"> CTO &amp; Co-Founder จาก Conicle เพื่อสำรวจเบื้องหลังวิสัยทัศน์ และแนวคิดการที่พวกเขาอยากส่งต่อกับธุรกิจไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในวันที่เทคโนโลยีก้าวไกลไปข้างหน้า สิ่งที่ Conicle เลือกพูด กลับคือเรื่องของ ‘คน’</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45629" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092319.435.webp" alt="Conicle กับ Workforce Transformation: เมื่อการเรียนรู้ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือพลังแห่งการเติบโต" width="600" height="370" title="Conicle กับ Workforce Transformation: เมื่อการเรียนรู้ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือพลังแห่งการเติบโต 258" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092319.435.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092319.435-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Vision ที่ขยับจากองค์กรสู่พนักงาน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปวันที่ Conicle ก่อตั้ง เป้าหมายของพวกเขาคือการเป็นเครื่องมือช่วยให้องค์กรกลายเป็น Learning Organization</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครั้นก้าวเข้าสู่ปี 2025 ในวันที่โลกเปลี่ยนเร็ว แต่ทิศทางเดิมของ Conicle ยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือขยับจาก ‘การเรียนรู้ระดับองค์กร’ มาสู่ ‘การเรียนรู้ระดับบุคคล’</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“Vision ของ Conicle ยังคงเหมือนเดิมครับ แต่เราขยายกว้างขึ้น จากเดิมที่มุ่งพัฒนาองค์กรให้เป็น Learning Organization แต่วันนี้เราให้ความสำคัญกับตัวพนักงานมากขึ้น”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณปูนกล่าว </span><i><span style="font-weight: 400;">“โดยเฉพาะในยุคที่ AI เปลี่ยนทั้งทักษะและอาชีพ เราจึงตั้งคำถามว่า คนทำงานพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงแค่ไหน ? พวกเขาปรับตัว พัฒนา และ Reskill ตัวเองได้หรือเปล่า ? Vision ของเราจึงขยับจากการพัฒนาองค์กรมาสู่การพัฒนาคนโดยตรงครับ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นก็เพราะประสิทธิภาพโดยรวมขององค์กร (Organization Capability) ไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่ตั้งแต่แรก แต่เกิดจากผลรวมของความสามารถรายบุคคลในองค์กรต่างหาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาเสริมถึงภาพใหม่แห่งการเรียนรู้ไม่ใช่ Top-down Learning ที่องค์กรวางแผนไว้ล่วงหน้าเป็นรายปี แต่คือระบบที่รองรับความต้องการเรียนรู้จาก Bottom-up เช่นกัน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อก่อนองค์กรมีแผน Training Roadmap ระยะยาว 5 ปี บางแห่ง 3 ปี แต่เดี๋ยวนี้บางแห่งสั้นลงเหลือ 6 เดือนด้วยซ้ำ ฉะนั้นการวางแผนพัฒนาทักษะจากส่วนกลางเริ่มไม่ทัน องค์กรจึงต้องเปิดโอกาสให้พนักงานหน้างานพัฒนาด้วยตัวเอง เพราะพวกเขารู้ดีที่สุดครับว่าตอนนี้ตลาดเปลี่ยนยังไง และเขาต้องเก่งขึ้นอย่างไรถึงจะตามทัน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ คุณปูนจึงตอกย้ำแนวคิดการพลิกบทบาทของระบบ Learning Management System (LMS) จากเดิมที่บริษัทบอกให้พนักงานเรียน สู่ระบบที่เปิดพื้นที่ให้พนักงานอยากเรียนด้วยตัวเอง &#8211; นี่คือการวางสมดุลระหว่างสิ่งที่องค์กรต้องการ และสิ่งที่พนักงานอยากเรียนจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อพนักงานแต่ละคนเก่งขึ้น องค์กรก็จะเติบโตตามเสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45630" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092328.103.webp" alt="Conicle กับ Workforce Transformation: เมื่อการเรียนรู้ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือพลังแห่งการเติบโต" width="600" height="370" title="Conicle กับ Workforce Transformation: เมื่อการเรียนรู้ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือพลังแห่งการเติบโต 259" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092328.103.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092328.103-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>จาก Role-Based สู่ Skill-Based Organization</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอาจคุ้นเคยกับโครงสร้างองค์กรแบบพีระมิดที่บทบาทของแต่ละคนถูกกำหนดด้วยตำแหน่ง (Role) ทว่าโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โจทย์สำคัญขององค์กรยุคใหม่ก็เปลี่ยนจาก “ใครอยู่ตำแหน่งอะไร ?” กลายเป็น “ทักษะอะไรที่ตอบโจทย์องค์กรบ้าง ?”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอดคล้องกับที่คุณดินมองว่า โครงสร้างองค์กรยุคใหม่ไม่ได้เริ่มจาก Job Description (JD) แล้ว แต่เริ่มจากโจทย์ทักษะที่องค์กรต้องการต่างหาก</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ทุกวันนี้เวลา Conicle รับคนใหม่ เราไม่ได้เริ่มจากตำแหน่งที่ต้องการ แต่เริ่มจากปัญหาหรือเป้าหมายที่องค์กรมี แล้วดูว่าใครมีทักษะที่ตอบโจทย์นั้นได้บ้าง”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เขากล่าว </span><i><span style="font-weight: 400;">“การทำงานในวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของชื่อ Role แต่คือการรวมทักษะที่จำเป็นเข้ามาสร้างทีมให้ตอบสนองต่อความท้าทายได้เร็วที่สุดครับ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดแบบนี้เรียกว่า </span><b>Skill-Based Organization </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็นวิธีคิดการบริหารองค์กรรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์โลกการทำงานปัจจุบัน โดยเฉพาะการมาของ Artificial Intelligence (AI) ที่เข้ามาจัดการงานซ้ำซาก คนที่เหลืออยู่จึงต้องปรับและขยับบทบาทได้ไวกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปูนเห็นด้วยพร้อมเสริมว่า โลกของงานกำลังแบ่งออกเป็นสองขั้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่ง &#8211; งานที่ AI ทำแทนได้ทั้งหมด และ สอง &#8211; งานที่มนุษย์ต้องทำร่วมกับ AI</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และพื้นที่ตรงกลางนั้น คือพื้นที่ใหม่ที่มนุษย์ต้องเก่งกว่าเดิม</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อก่อนองค์กรต้องฝึกคนให้เก่งกับงานที่ทำซ้ำ ๆ เพื่อความแม่นยำและประสิทธิภาพ แต่วันนี้งานแบบนั้นกำลังถูก Automate หมดเลย คนเลยต้องขยับไปสู่บทบาทที่สร้างคุณค่าใหม่ได้”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายกตัวอย่างในธุรกิจค้าปลีกที่พนักงานหน้างานเคยให้บริการตามขั้นตอน ก็ต้องเปลี่ยนเป็นบทบาทตัวเองเป็นผู้ให้คำแนะนำลูกค้าแทน หรืองานสายทรัพยากรบุคคล (HR) ที่เคยเป็นแค่ Admin ก็ต้องกลายเป็น HR Business Partner เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์กับผู้บริหาร</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ปัจจุบัน JD ไม่แม่นแล้วครับ บางบทบาทหายไป และบางบทบาทก็รวมกันเกิดเป็น ตำแหน่งใหม่ ถ้าองค์กรยังดูแค่จำนวนคน (Headcount) หรือติดกับโครงสร้างเดิม จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย”</span></i><span style="font-weight: 400;"> CEO จาก Conicle กล่าว</span><i><span style="font-weight: 400;"> “สุดท้าย Skill-Based Organization จะเป็นระบบที่ออกแบบทีมและองค์กรครับ โดยดูทั้งความสามารถของคนและศักยภาพของ AI รวมกันแล้ว และนั่นแหละคือ Organization Capability ยุคใหม่ครับ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต่างจากคุณดินที่เปรียบองค์กรยุคใหม่เหมือน ‘อะมีบา’ (Amoeba) สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีโครงสร้างตายตัว แต่สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ตามสถานการณ์ </span><i><span style="font-weight: 400;">“องค์กรที่ปรับตัวได้ต้องไม่แข็งตัวครับ เพราะโจทย์เปลี่ยนตลอดเวลา ถ้ายังยึดตำแหน่งเป็นหลัก จะฟอร์มทีมลำบากมาก”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดนี้จึงพาเรามาถึงแก่นสำคัญของ Skill-Based Organization ที่ทักษะสำคัญกว่าตำแหน่ง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45631" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092335.900.webp" alt="Conicle กับ Workforce Transformation: เมื่อการเรียนรู้ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือพลังแห่งการเติบโต" width="600" height="370" title="Conicle กับ Workforce Transformation: เมื่อการเรียนรู้ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือพลังแห่งการเติบโต 260" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092335.900.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092335.900-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>การเรียนรู้ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือการลงทุน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ทฤษฎี <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190620-model-70-20-10/">70-20-10</a> ที่เคยถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายในการพัฒนาบุคลากร ถูกนำกลับมาทบทวนใหม่อีกครั้ง โดยคุณปูนมองว่า ยังเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญ และเป็นกระบวนการพัฒนาที่มีจุดหมายปลายทางชัดเจน </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผมมองว่า 70‑20‑10 เหมือน 4P ของการตลาดครับ มันเป็น Template หรือพื้นฐานที่ยังใช้ได้จริง เช่นเดียวกับใน Training โดย 10% คือเนื้อหาเชิงทฤษฎีผ่าน Lecture และ Online Course ส่วน 20% คือการเรียนรู้ผ่านการโค้ชและ Mentorship ผ่านการถกแลกเปลี่ยนเพื่อเปิดมุมมอง และ 70% คือการลงมือทำงานจริง เป็นการเรียนรู้อย่างแท้จริงที่ต้องมี Action และ Result</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;AI อาจเข้ามามีบทบาท 10% หรือแม้กระทั่งช่วยเป็นเมนเทอร์เสมือนใน 20% ได้บ้าง แต่ท้ายที่สุดแล้ว 70% ของการเรียนรู้ยังต้องมาจากการลงมือทำของผู้เรียนเอง&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> เขากล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นคือเหตุผลที่ Conicle พยายามออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ (Learning Journey) ที่พาไปถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิตการทำงานจริง ไล่ตั้งแต่ Online Course, การสอบ, การโค้ช, การมอบหมายภารกิจ ไปจนถึงการลงมือทำจริงในงาน และตามด้วย Assessment ที่วัดผลลัพธ์ได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ CEO ของ Conicle มองว่าการวัดผลต้องมีทั้งสองมิติ</span></p>
<p><b>▪️ Efficiency</b><span style="font-weight: 400;">: วัดจากความเร็ว ต้นทุน และมาตรฐาน เช่น การ Onboard พนักงานใหม่ผ่านระบบดิจิทัล ที่ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่าย พร้อมประสิทธิภาพที่วัดได้</span></p>
<p><b>▪️ Effectiveness</b><span style="font-weight: 400;">: วัดผลในระยะยาว เช่น ทักษะการสื่อสาร การปรับตัวต่อเทคโนโลยี หรือ Soft Skill ที่ลึกซึ้งกว่าด้วยการใช้ </span><b>Post‑Assessment</b><span style="font-weight: 400;"> แบบผสานผลลัพธ์จริงจาก Performance Review, Engagement Score และ Turnover Rate</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“องค์กรที่ลงทุนในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เหมือนคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอครับ แม้ไม่เห็นผลทันที แต่พร้อมวิ่งเมื่อต้องวิ่ง เช่นเดียวกัน วันหนึ่งต้อง Transform หรือย้ายพนักงานไปยังบทบาทใหม่ เขาจะไม่รู้สึกว่ายากเลย เพราะเขาพร้อมอยู่แล้ว”</span></i><span style="font-weight: 400;">  คุณปูนย้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอดคล้องกับคุณดินที่ย้ำภาพเดียวกันว่า</span><i><span style="font-weight: 400;"> “ถ้าไม่พัฒนาคน องค์กรจะเสียโอกาสมหาศาล เพราะ Transformation ทุกอย่างเริ่มต้นจากคนเสมอ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นสำหรับ Conicle แล้ว </span><b>การเรียนรู้คือการลงทุนในรากฐานขององค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่แค่เพื่อสร้างทักษะใหม่ให้ทันยุค แต่เพื่อหล่อหลอมให้คนในองค์กร มีความยืดหยุ่น พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และมั่นใจในศักยภาพของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นคือผลตอบแทนของการลงทุน ที่ไม่มี ‘ตัวเลข’ ไหนตีค่าได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45632" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092344.987.webp" alt="Conicle กับ Workforce Transformation: เมื่อการเรียนรู้ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือพลังแห่งการเติบโต" width="600" height="370" title="Conicle กับ Workforce Transformation: เมื่อการเรียนรู้ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือพลังแห่งการเติบโต 261" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092344.987.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092344.987-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>AI ไม่ใช่ศัตรูของคน แต่เป็น Partner ในการเติบโต</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">AI เป็นอีกประเด็นที่ทุกวันนี้ผู้คนให้ความสนใจมาก เพราะเทคโนโลยีขยับเข้ามาแทนที่แรงงานในหลายมิติ หลายคนเลือกจะมอง AI ด้วยความหวาดกลัว แต่สำหรับ คุณดินมองว่า AI ไม่ใช่ผู้บุกรุก แต่คือ </span><b>พาร์ทเนอร์ที่พร้อมจะผลักดันให้ ‘คนธรรมดา’ กลายเป็น ‘คนที่เก่งขึ้นได้’</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“AI ไม่แทนคน แต่เสริมให้คนเก่งขึ้นได้เร็วกว่าเดิม” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มุมมองนี้สะท้อนผ่านระบบการเรียนรู้ของ Conicle ที่ไม่ได้ออกแบบแค่ให้คนเรียนรู้เหมือนกันทุกคน แต่ให้เรียนในแบบที่แต่ละคนถนัด หรือที่เรียกว่า Personalized Learning </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“มนุษย์แต่ละคนต่างกัน บางคนเรียนรู้จากการอ่าน บางคนเรียนจากการฟัง บางคนต้องลงมือทำ การเรียนรู้แบบเทมเพลตเดียวจึงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไปครับ แต่เมื่อ AI เข้ามาเรียนรู้พฤติกรรมและศักยภาพของแต่ละคน มันสามารถช่วยกำหนดเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมให้กับทุกคนได้ และที่สำคัญมันลดเวลาในการเรียนรู้ จากเป็นชั่วโมง ๆ เหลือแค่นาทีโดยไม่ลดคุณภาพของเนื้อหา คนที่ใช้ AI จะเรียนรู้ได้เร็วขึ้น ดีกว่าเดิม และทำงานได้มากขึ้นครับ” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปูน เสริมภาพใหญ่นี้ว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“เราต้องเลือกว่า AI ตัวไหนเหมาะกับองค์กร และต้องปรับคนไปพร้อมกัน เพราะการใช้ AI ให้เวิร์ก มันไม่ได้เปลี่ยนแค่เครื่องมือ แต่มันเปลี่ยนความสามารถของคนด้วย”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นองค์กรที่เลือกใช้ AI อย่างเข้าใจ จะไม่ใช่แค่องค์กรที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่คือองค์กรที่เก่งขึ้นทั้งหมด</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“นี่คือความหมายที่แท้จริงของการ Transform ครับ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนซอฟต์แวร์หรืออัปเกรดระบบ แต่คือการเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นกลไกสำคัญของการเติบโต”</span></i><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45633" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092353.179.webp" alt="Conicle กับ Workforce Transformation: เมื่อการเรียนรู้ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือพลังแห่งการเติบโต" width="600" height="370" title="Conicle กับ Workforce Transformation: เมื่อการเรียนรู้ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือพลังแห่งการเติบโต 262" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092353.179.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-27T092353.179-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>บทเรียนส่วนตัวจากผู้ก่อตั้ง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางคลื่นความเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล เราถามคุณดินและคุณปูนในฐานะทั้งผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของ Conicle ว่า</span> <b><i>“บทบาทผู้บริหารวันนี้ มีทักษะอะไรที่คุณเพิ่งได้เรียนรู้ และรู้สึกว่าจำเป็นอย่างยิ่ง ?”</i></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีหรือประเด็นเครื่องมือทันสมัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่กลับเรียบง่ายและลึกซึ้งอย่าง People skill </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ครับ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณปูนกล่าว</span><i><span style="font-weight: 400;"> “เพราะไม่ว่าโลกจะหมุนเร็วแค่ไหน คนก็ยังเป็นมนุษย์ ที่มีความรู้สึก มีแรงจูงใจ และมีความสัมพันธ์ซับซ้อนที่ต้องเข้าใจ</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“AI อาจจะวิ่งไปไกล แต่คนก็ยังต้องกินข้าว ต้องพัก ต้องเข้าใจกัน  และองค์กรที่ชนะ คือองค์กรที่เข้าใจพนักงานและลูกค้าได้ลึกกว่าเครื่องจักร”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ทั้งสองย้ำว่า </span><b>ก่อนเข้าใจคนอื่น เราต้องเริ่มจากการเข้าใจตัวเองก่อน</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราจะอยู่รอดและรุ่งในยุค AI ไม่ใช่แค่เพราะเก่งเทคโนโลยี แต่เพราะรู้ว่าตัวเองเก่งอะไร ฟังตัวเองเป็น และรู้จักดูแลสุขภาพใจของตัวเอง” คุณดินกล่าวเสริม</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับพวกเขา การเรียนรู้ที่แท้จริงในวันนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องการตามให้ทัน แต่คือการกลับมาเข้าใจตัวเองให้ลึกขึ้น เพราะนั่นคือจุดตั้งต้นของทุกการเปลี่ยนแปลงองค์กรที่ยั่งยืน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“องค์กรที่ยั่งยืนคือองค์กรที่คนไม่หยุดเรียนรู้ครับ และให้ค่ากับคนธรรมดาครับ เพราะเมื่อคนธรรมดาได้รับโอกาสเรียนรู้ พวกเขาจะกลายเป็นหัวใจของการเปลี่ยนแปลงได้จริง”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณปูนกล่าวปิดท้าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ Conicle จึงไม่ได้สร้างแพลตฟอร์มเพื่อ ‘คนเก่ง’ เท่านั้น แต่สร้างพื้นที่ให้ ‘คนธรรมดา’ ได้เรียนรู้ เติบโต และสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับองค์กร ในแบบที่ไม่มีเทคโนโลยีไหนทดแทนได้นั่นเอง</span></p>
<hr />
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<p style="text-align: left;"><span style="font-family: georgia, palatino, serif;"><strong>รับคำปรึกษาการสร้าง Skill-Based Organization ลงทะเบียนได้ที่</strong> <a href="https://bit.ly/HREX_Advertorial" target="_blank" rel="noopener">https://bit.ly/HREX_Advertorial</a></span></p>
<p style="text-align: left;"><strong><span style="font-family: georgia, palatino, serif;">และหากคุณไม่อยากพลาดข่าวสารจาก Conicle อย่าลืม!.. มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ Conicle Community &#8211; คอมมูนิตี้สำหรับพี่ ๆ HR ได้ที่</span></strong></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-family: georgia, palatino, serif;">✅ <a href="https://www.facebook.com/groups/coniclecommunity" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/groups/coniclecommunity</a></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-family: georgia, palatino, serif;">✅ <strong>LineOA @coniclecommunity หรือ</strong> <a href="https://lin.ee/t2FAWELW" target="_blank" rel="noopener">https://lin.ee/t2FAWELW</a></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-family: georgia, palatino, serif;">✅ <a href="https://www.conicle.com/community" target="_blank" rel="noopener">https://www.conicle.com/community</a></span></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2></h2>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45591" title="5 เหตุผลที่ต้องใช้ Conicle ช่วยพัฒนาศักยภาพพนักงาน สร้าง Learning Experience ที่ดี 2" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/partner-content/conicle-workforce-transformation-250627/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>StrengthsFinder แบบทดสอบค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/strengthsfinder-unlock-potential-250527/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/strengthsfinder-unlock-potential-250527/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 May 2025 06:38:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[StrengthsFinder]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45272</guid>

					<description><![CDATA[เราทุกคนล้วนเคยผ่านช่วงเวลาแห่งความสับสนว่า “จริง ๆ แล้วฉันเก่งเรื่องอะไร ?” &#8220;ฉันมีจุดแข็ง จุดอ่อน อะไร ?&#8221; “ฉันควรเลือกเส้นทางแบบไหน ?”  โดยเฉพาะยุคโซเชียลมีเดียที่ข้อมูลถาโถมจากทุกทิศ ทำให้ความรู้สึก &#8220;ยังไม่ดีพอ&#8221; จากการเปรียบเทียบคนอื่น เพราะมัวแต่มองหาสิ่งที่เราขาด แทนที่จะหันกลับมามองว่าสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้เอง StrengthsFinder เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง แล้ว StrengthsFinder คืออะไร​ บทความนี้จะมาบอกกัน StrengthsFinder คืออะไร ? StrengthsFinder หรืออีกชื่อคือ CliftonStrengths คือแบบประเมินจุดแข็งที่พัฒนาโดยสถาบัน Gallup เพื่อค้นหาศักยภาพที่แท้จริงในตัวบุคคล โดยไม่ใช้คำถามเพื่อวัด “สิ่งที่เรายังขาด” แต่เพื่อค้นหา “สิ่งที่เราทำได้ดีโดยธรรมชาติ” และสามารถพัฒนาเป็นความเชี่ยวชาญได้อย่างยั่งยืน เมื่อทำแบบประเมิน เราจะได้รู้ว่า 5 อันดับแรกในจุดแข็งทั้ง 34 ด้านนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งแต่ละคนจะมีลำดับที่แตกต่างกัน และนั่นทำให้โอกาสที่ใครสักคนจะมีจุดแข็ง 5 อันดับแรกเหมือนกันแบบเป๊ะ ๆ มีเพียง 1 ใน 33 ล้านคน เท่านั้น [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45278" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/StrengthsFinder-ค้นพบตัวตน-ปลดล็อกศักยภาพ-และใช้ชีวิตในแบบที่คุณเป็น.webp" alt="StrengthsFinder ค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ และใช้ชีวิตในแบบที่คุณเป็น" width="600" height="370" title="StrengthsFinder แบบทดสอบค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ 269" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/StrengthsFinder-ค้นพบตัวตน-ปลดล็อกศักยภาพ-และใช้ชีวิตในแบบที่คุณเป็น.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/StrengthsFinder-ค้นพบตัวตน-ปลดล็อกศักยภาพ-และใช้ชีวิตในแบบที่คุณเป็น-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราทุกคนล้วนเคยผ่านช่วงเวลาแห่งความสับสนว่า “จริง ๆ แล้วฉันเก่งเรื่องอะไร ?” &#8220;ฉันมีจุดแข็ง จุดอ่อน อะไร ?&#8221; “ฉันควรเลือกเส้นทางแบบไหน ?” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะยุคโซเชียลมีเดียที่ข้อมูลถาโถมจากทุกทิศ ทำให้ความรู้สึก &#8220;ยังไม่ดีพอ&#8221; จากการเปรียบเทียบคนอื่น เพราะมัวแต่มองหาสิ่งที่เราขาด แทนที่จะหันกลับมามองว่าสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้เอง </span><b>StrengthsFinder</b><span style="font-weight: 400;"> เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้ว StrengthsFinder คืออะไร​ บทความนี้จะมาบอกกัน</span></p>

<h1>StrengthsFinder คืออะไร ?</h1>
<p><a href="https://www.gallup.com/cliftonstrengths/en/254033/strengthsfinder.aspx" target="_blank" rel="noopener"><b>StrengthsFinder</b></a><span style="font-weight: 400;"> หรืออีกชื่อคือ </span><b>CliftonStrengths</b><span style="font-weight: 400;"> คือ<a href="https://th.hrnote.asia/tips/personality-test-250310/">แบบประเมิน</a>จุดแข็งที่พัฒนาโดยสถาบัน Gallup เพื่อค้นหาศักยภาพที่แท้จริงในตัวบุคคล โดยไม่ใช้คำถามเพื่อวัด “สิ่งที่เรายังขาด” แต่เพื่อค้นหา “สิ่งที่เราทำได้ดีโดยธรรมชาติ” และสามารถพัฒนาเป็นความเชี่ยวชาญได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อทำแบบประเมิน เราจะได้รู้ว่า 5 อันดับแรกในจุดแข็งทั้ง 34 ด้านนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งแต่ละคนจะมีลำดับที่แตกต่างกัน และนั่นทำให้โอกาสที่ใครสักคนจะมีจุดแข็ง 5 อันดับแรกเหมือนกันแบบเป๊ะ ๆ มีเพียง </span><b>1 ใน 33 ล้านคน</b><span style="font-weight: 400;"> เท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นหมายความว่า คุณเป็นคนพิเศษโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่คุณอาจยังไม่รู้ตัวเท่านั้น</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">ลองทำแบบทดสอบได้ที่นี่: <a href="https://login.gallup.com/Registration/Register" target="_blank" rel="noopener">https://login.gallup.com/Registration/Register</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>StrengthsFinder จุดแข็งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการเรียนรู้ในคอร์ส </span><b>Talents Unlock</b><span style="font-weight: 400;"> โดย</span><b> โค้ชจอม – คมจักร กำธรพสินี</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ได้รับการรับรองจาก Gallup ได้อธิบายไว้อย่างชัดเจนว่า จุดแข็งทั้งหมด 34 ด้านสามารถจัดอยู่ใน 4 กลุ่มใหญ่ หรือที่เรียกว่า “โดเมน” ได้แก่:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="color: #cc99ff;"><b>Executing Domain (สีม่วง)</b></span><span style="font-weight: 400;"> กลุ่มของคนที่เน้นการลงมือทำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="color: #ff6600;"><b>Influencing Domain (สีส้ม)</b></span><span style="font-weight: 400;"> กลุ่มของคนที่มีอิทธิพล โน้มน้าว และสร้างพลัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="color: #00ffff;"><span style="color: #3366ff;"><b>Relationship Building Domain</b> </span><b><span style="color: #3366ff;">(สีฟ้า)</span> </b></span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มของคนที่สร้างและรักษาความสัมพันธ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="color: #339966;"><b>Strategic Thinking Domain (สีเขียว)</b></span><span style="font-weight: 400;"> กลุ่มของนักคิด นักวางแผน และนักเรียนรู้</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละกลุ่มไม่ได้แยกจากกันอย่างตายตัว คนหนึ่งคนสามารถมีจุดแข็งกระจายอยู่ในหลายโดเมนได้ ทั้งนี้แต่ละโดเมนก็แบ่งคุณลักษณะย่อย ๆ อีก ซึ่งสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/manager-of-the-future-strengsthfinder-231116/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35823" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/HREX-Cover-2023-11-16T125654.678.webp" alt="สรุปคลาสเรียน Manager of the Future #3 สร้างทีมที่แข็งแกร่งด้วย StrengthsFinder รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง" width="600" height="370" title="StrengthsFinder แบบทดสอบค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ 270" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/HREX-Cover-2023-11-16T125654.678.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/HREX-Cover-2023-11-16T125654.678-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/manager-of-the-future-strengsthfinder-231116/"><span style="font-weight: 400;">สร้างทีมที่แข็งแกร่งด้วย StrengthsFinder รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45279 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Screenshot-2568-05-27-at-13.25.02-1024x762.webp" alt="StrengthsFinder ค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ และใช้ชีวิตในแบบที่คุณเป็น" width="1024" height="762" title="StrengthsFinder แบบทดสอบค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ 271" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Screenshot-2568-05-27-at-13.25.02-1024x762.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Screenshot-2568-05-27-at-13.25.02-300x223.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Screenshot-2568-05-27-at-13.25.02-768x571.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Screenshot-2568-05-27-at-13.25.02-1536x1143.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Screenshot-2568-05-27-at-13.25.02-2048x1524.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>ตัวอย่างจริง: จุดแข็ง Manager of HREX.asia</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อผู้เขียนได้ลองทำแบบประเมิน StrengthsFinder ก็ได้ค้นพบสิ่งที่เกินกว่าคาดหวังไว้ในตอนแรก โดยค้นพบว่า จุดแข็ง 5 อันดับแรก ได้แก่:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Empathy</b><span style="font-weight: 400;"> – ความสามารถในการรู้สึกถึงอารมณ์ของผู้อื่นโดยไม่ต้องพูดออกมา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Intellection</b><span style="font-weight: 400;"> – รักการคิดลึก ชอบการครุ่นคิด และมีความสุขกับบทสนทนาเชิงลึก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Learner</b><span style="font-weight: 400;"> – สนุกกับการเรียนรู้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อเป้าหมาย แต่เพราะ “การเรียนรู้คือเป้าหมาย”</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Futuristic</b><span style="font-weight: 400;"> – มองเห็นภาพอนาคตได้อย่างชัดเจน และใช้มันเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวเองและผู้อื่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Connectedness</b><span style="font-weight: 400;"> – เชื่อว่าทุกสิ่งเชื่อมโยงกัน และไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">การรู้จักจุดแข็งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงเพื่อ “เข้าใจตัวเอง” เท่านั้น แต่ยังสามารถเป็น “เครื่องมือ” ที่ใช้ในการสร้างทีม วางกลยุทธ์ หรือแม้แต่การเป็นผู้นำอย่างมีวิสัยทัศน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โค้ชจอมมักจะเน้นเสมอว่า </span><b>“ไม่มีใครเก่งทุกอย่าง แต่ทีมที่รู้จักจุดแข็งของกันและกันจะกลายเป็นทีมที่เก่งที่สุด”</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นคือหัวใจสำคัญของการเติบโตทั้งระดับบุคคลและองค์กร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45277 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_13-1024x575.webp" alt="StrengthsFinder ค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ และใช้ชีวิตในแบบที่คุณเป็น" width="1024" height="575" title="StrengthsFinder แบบทดสอบค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ 272" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_13-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_13-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_13-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_13-1536x862.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_13.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>โลกที่เราไม่ต้อง &#8220;เป็นคนอื่น&#8221;</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในคอร์ส Talents Unlock มีช่วงหนึ่งที่น่าประทับใจมาก โค้ชจอมตั้งคำถามว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เรามักอยู่ในโลกที่คนอื่นบอกว่าเราควรเป็นอะไร แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราอยู่ในโลกที่ทำให้เราได้ &#8216;เล่นสนุก&#8217; กับสิ่งที่เราเป็น?&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำว่า &#8220;เล่นสนุก&#8221; ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงความไร้สาระ แต่หมายถึงการที่เราได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ บนพื้นฐานของจุดแข็งและธรรมชาติที่แท้จริงของตัวเอง ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องแสร้ง ไม่ต้องเปรียบเทียบ ไม่ต้องพยายามเป็นใครอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในโลกทุกวันนี้ เราถูก “เปรียบเทียบ” อยู่ตลอดเวลา — โดยเฉพาะผ่านโซเชียลมีเดีย ที่เปิดให้เรามองเห็นชีวิตของคนอื่นได้ทุกวินาที แต่กลับทำให้เรารู้สึก “ยังไม่ดีพอ” กับชีวิตของตัวเองอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีงานวิจัยที่น่าคิดว่า </span><b>เด็กที่ใช้โซเชียลมีเดียก่อนอายุ 13 ปี มักประสบภาวะ Self-Esteem ต่ำ</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะพวกเขายังไม่รู้จักตัวเองดีพอ แต่กลับต้องถูกเปรียบเทียบกับภาพลักษณ์ที่ถูกขัดเกลามาอย่างดีจากโลกออนไลน์ ซึ่งเป็น “มาตรฐานที่บิดเบี้ยว” — ทั้งหน้าตา ความสำเร็จ ไลฟ์สไตล์ หรือแม้แต่บุคลิก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่นี้ การรู้จักจุดแข็งของตัวเองจึงไม่ใช่แค่เรื่องของ “การทำงานให้ดีขึ้น” หรือ “การพัฒนาอาชีพ” เท่านั้น แต่คือ </span><b>การเยียวยาตัวตน</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ถูกบดบังจากเสียงรอบข้าง และเป็นการสร้าง </span><b>หลักยืนที่มั่นคงในโลกที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเรารู้ว่า “เราเก่งอะไรตามธรรมชาติ” เราจะเริ่มมองตัวเองด้วยความเข้าใจ แทนที่จะตัดสินตัวเองจากสิ่งที่เราขาด เราจะเริ่มเคารพในสิ่งที่เรามี และเมื่อเราเคารพตัวเอง เราก็จะเคารพ “ความแตกต่างของผู้อื่น” ได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่น คือจุดเริ่มต้นของโลกที่เราไม่ต้อง “เป็นคนอื่น” อีกต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>จุดแข็ง = พรสวรรค์ + การลงทุน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในแนวคิดสำคัญของ StrengthsFinder คือการมองว่า “จุดแข็ง” ไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก </span><b>การนำพรสวรรค์นั้นไปลงทุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พรสวรรค์คือศักยภาพตามธรรมชาติที่เราเกิดมาพร้อมกับมัน แต่ถ้าไม่ได้รับการฝึกฝน มันก็จะคงอยู่แค่ในระดับ &#8220;ความสามารถที่ซ่อนอยู่&#8221; ซึ่งไม่ต่างจากเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน</span></p>
<p><b>StrengthsFinder จึงไม่ใช่แค่การบอกว่าเรามีพรสวรรค์ด้านไหน</b><span style="font-weight: 400;"> แต่เป็นการชี้ทิศทางว่า เราควรใช้เวลาและพลังงานกับจุดแข็งด้านใด เพื่อให้สิ่งนั้นเติบโตและกลายเป็น &#8220;เครื่องมือชีวิต&#8221; ที่สามารถนำมาใช้ได้ตลอดชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่นี้ คอร์ส </span><b>Talents Unlock</b><span style="font-weight: 400;"> โดยโค้ชจอม – คมจักร กำธรพสินี ไม่ได้เป็นแค่คอร์สที่แจกแบบทดสอบหรือบอกผลลัพธ์ตามระบบ Gallup เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง </span><b>กระบวนการโค้ชชิ่ง การทำกิจกรรม และการสะท้อนความคิดที่ลึกซึ้ง</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนไม่เพียงเข้าใจตัวเองในระดับ “ข้อมูล” แต่เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึง “บริบทชีวิต” ของตัวเองว่าอะไรคือเส้นทางที่เหมาะสม และจะใช้ศักยภาพนั้นอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดในโลกความจริง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45276 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_9-1024x575.webp" alt="LINE ALBUM Talents Unlock 1 250524 9" width="1024" height="575" title="StrengthsFinder แบบทดสอบค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ 273" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_9-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_9-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_9-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_9-1536x862.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_9.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การรู้จักจุดแข็งของตัวเองจึงไม่ใช่แฟชั่น แต่เป็น </span><b>รากฐานของการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะเมื่อคุณเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง คุณก็จะเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น และเมื่อคุณเคารพใน “ความแตกต่าง” ความสัมพันธ์ในชีวิตคุณก็จะแข็งแรง ลึกซึ้ง และมีความหมายมากกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากวันนี้คุณรู้สึกไม่แน่ใจในเส้นทางของตัวเอง รู้สึกหลงทางในโลกที่หมุนเร็วและคาดหวังสูงมากกว่าที่หัวใจจะรับไหว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางที สิ่งที่คุณต้องการ อาจไม่ใช่คำแนะนำจากใครคนอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่คือ </span><b>“การกลับมาฟังเสียงของตัวเอง”</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านพรสวรรค์ที่คุณมีมาตั้งแต่เกิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นเอง คือการ </span><b>ปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของคุณ</b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/187?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43346" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118.webp" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="StrengthsFinder แบบทดสอบค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ 274" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/strengthsfinder-unlock-potential-250527/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/100-outperforming-enterprises-250519/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/100-outperforming-enterprises-250519/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 May 2025 04:45:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[100 Outperforming Enterprises]]></category>
		<category><![CDATA[Hewitt Consulting]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45182</guid>

					<description><![CDATA[พนักงานทุกคนย่อมใฝ่ฝันที่จะทำงานในองค์กรที่มอบโอกาสในการเติบโต เข้าใจและใส่ใจในคุณค่าของมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ผู้นำองค์กรย่อมต้องการสร้างพื้นที่ให้คนเก่งอยู่ร่วมกัน และผลักดันให้ทั้งทีมเดินหน้าอย่างมั่นคงในโลกที่เกิดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คำถามสำคัญก็คือ “จะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่องค์กรพยายามสร้างขึ้นนั้นตอบโจทย์คนได้จริง ?” ด้วยเป้าหมายในการตอบคำถามนี้ Hewitt Consulting จึงจับมือกับ Sasin School of Management เปิดตัวโครงการ 100 Outperforming Enterprises Program 2025 โครงการที่ไม่ได้มุ่งให้รางวัลแก่องค์กรที่ดีที่สุด แต่สร้างระบบนิเวศที่ทำให้องค์กรไทยสามารถเติบโต แข่งขัน และยืนหยัดในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน บทสัมภาษณ์พิเศษนี้ HREX ได้พูดคุยกับสองผู้นำหลักของ Hewitt Consulting — คุณ นภัส ศิริวรางกูร Managing Director  และ คุณ ปกรณ์ ประยูรสวัสดิ์เดช Partner Hewitt Consulting ถึงเบื้องหลังโครงการนี้ ทั้งในแง่แรงบันดาลใจ แนวคิด กลไกการประเมิน ไปจนถึงหัวใจสำคัญที่ทำให้องค์กรหนึ่งก้าวสู่การเป็น Outperformer ได้จริง &#160; อยากทราบว่าแรงบันดาลใจของโครงการ 100 Outperforming Enterprise [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45184" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/100-webp.webp" alt="เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย" width="600" height="370" title="เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย 279" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/100-webp.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/100-webp-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></h1>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานทุกคนย่อมใฝ่ฝันที่จะทำงานในองค์กรที่มอบโอกาสในการเติบโต เข้าใจและใส่ใจในคุณค่าของมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ผู้นำองค์กรย่อมต้องการสร้างพื้นที่ให้คนเก่งอยู่ร่วมกัน และผลักดันให้ทั้งทีมเดินหน้าอย่างมั่นคงในโลกที่เกิดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามสำคัญก็คือ </span><i><span style="font-weight: 400;">“จะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่องค์กรพยายามสร้างขึ้นนั้นตอบโจทย์คนได้จริง ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเป้าหมายในการตอบคำถามนี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151"><b>Hewitt Consulting</b></a><span style="font-weight: 400;"> จึงจับมือกับ </span><b>Sasin School of Management</b><span style="font-weight: 400;"> เปิดตัวโครงการ </span><a href="https://th.hrnote.asia/news/100-outperforming-enterprises-program-250206/"><b>100 Outperforming Enterprises Program 2025</b></a><span style="font-weight: 400;"> โครงการที่ไม่ได้มุ่งให้รางวัลแก่องค์กรที่ดีที่สุด แต่สร้างระบบนิเวศที่ทำให้องค์กรไทยสามารถเติบโต แข่งขัน และยืนหยัดในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสัมภาษณ์พิเศษนี้ HREX ได้พูดคุยกับสองผู้นำหลักของ</span><b> Hewitt Consulting</b><span style="font-weight: 400;"> — </span><b>คุณ นภัส ศิริวรางกูร</b><span style="font-weight: 400;"> Managing Director  และ </span><b>คุณ ปกรณ์ ประยูรสวัสดิ์เดช</b><span style="font-weight: 400;"> Partner Hewitt Consulting ถึงเบื้องหลังโครงการนี้ ทั้งในแง่แรงบันดาลใจ แนวคิด กลไกการประเมิน ไปจนถึงหัวใจสำคัญที่ทำให้องค์กรหนึ่งก้าวสู่การเป็น Outperformer ได้จริง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>อยากทราบว่าแรงบันดาลใจของโครงการ 100 Outperforming Enterprise มาจากอะไร ?</b></h2>
<p><b>ปกรณ์:</b><span style="font-weight: 400;"> ในจุดเริ่มต้นจริง ๆ แล้วมาจากการที่ Hewitt Consulting มีจุดประสงค์ และเป้าหมายที่ชัดเจนว่า อยากมีส่วนร่วมในการผลักดันองค์กรในประเทศไทย ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล เพราะถ้าพูดถึงระดับโลก องค์กรนั้น ๆ ต้องสามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นและยั่งยืนให้ได้ นั่นจึงเป็นที่มาของโครงการ 100 Outperforming Enterprise ที่เราวางเป้าหมายไว้ว่า ในหนึ่งปีนี้เราอยากเข้าไปมีส่วนร่วมผลักดันให้องค์กรไทยก้าวขึ้นมาอีกระดับครับ</span></p>
<p><b>นภัส:</b><span style="font-weight: 400;"> เราไม่อยากให้โครงการนี้เป็นแค่ “รางวัล” ค่ะ เราอยากให้ 100 Outperforming Enterprises เป็น </span><b>Ecosystem ของการช่วยกันยกระดับ</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะการแข่งขันกันได้รางวัลอาจไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริง สิ่งที่องค์กรต้องการในตอนนี้คือ Performance หรือการอยู่รอด และอยู่รอดแบบและเติบโตที่ดีทั้งในมิติของคนและองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเลยออกแบบให้โครงการนี้เริ่มต้นจากการที่แต่ละองค์กรกลับมาเข้าใจตัวเองก่อนว่า จุดแข็ง จุดที่ขาด หรือจุดที่ควรพัฒนาอยู่ตรงไหน ผ่านการทำ Employee Engagement Survey และการประเมิน People Outperform Index (POI) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะกลายเป็น Insight ที่ทำได้จริง คือสามารถเอาไปวางแผน ต่อยอดได้จริง ไม่ใช่แค่ทำแบบไม่มีทิศทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และพอองค์กรเริ่มรู้จักตัวเองมากขึ้น ก็จะเริ่มเห็นว่า Gap หรือช่องว่างในการพัฒนาอยู่ตรงไหน และจะพัฒนาอย่างไร แล้วเมื่อมีองค์กรอื่นที่ทำได้ดีมาแชร์ มาแลกเปลี่ยนความรู้กัน ก็ยิ่งช่วยให้ภาพรวมมันเติบโตไปด้วยกัน เราจึงสร้าง Ecosystem นี้ให้เป็นแพลตฟอร์มของการเรียนรู้ร่วมกัน มีทั้งส่วนของ Outperforming Enterprises และ Learn from the BESTs มาช่วยสนับสนุนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยากให้สิ่งนี้กลายเป็นการยกระดับแบบ “ยกระดับทั้งแผง” ไม่ใช่ใครดีใครอยู่ แข่งกัน แต่ให้เปลี่ยน Mindset ว่า </span><b>“นี่ไม่ใช่การแข่งขัน แต่นี่คือการร่วมมือ”</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อยกระดับองค์กรไทยและในภูมิภาคไปพร้อมกันค่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>หมายความว่าโปรแกรมนี้จะเปลี่ยนภาพลักษณ์รางวัลที่แต่เดิมมักจะเป็นการแข่งขัน ต่างคนต่างแข่งกัน ให้กลายเป็นการร่วมมือกัน ?</b></h2>
<p><b>นภัส:</b><span style="font-weight: 400;"> ใช่เลยค่ะ เราออกแบบแพลตฟอร์มนี้ให้เป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งมันไม่ได้แค่ให้ข้อมูลกันแบบผิวเผิน แต่เป็นการเรียนรู้แบบลึกจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยากให้เกิด Learning ที่เป็นของจริง ผ่านประสบการณ์ตรงขององค์กรที่ทำได้ดี ซึ่งก็มีหลายองค์กรที่พร้อมจะแชร์ในรายละเอียด เช่นปีนี้ เรากำลังเตรียม Session ของ Learn from the BEST ซึ่งจะจัดในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session เหล่านี้ องค์กรที่เข้าร่วมมาแชร์ Journey ของพวกเขาว่าทำอะไรมาอย่างไร ตั้งแต่เริ่มต้นถึงจุดที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้มาแชร์แบบเผิน ๆ แต่เตรียมตัวมาเต็มที่มาก พร้อมจะเล่าหมดเลยค่ะว่าเขา Transform องค์กรอย่างไร มีวิธีคิด วิธีทำแบบไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่แหละคือหัวใจของการสร้าง Ecosystem ที่เราอยากเห็น — ไม่ใช่แค่ใครเก่งกว่าใคร แต่คือการดึงความรู้และประสบการณ์ดี ๆ ออกมาให้ทุกองค์กรสามารถเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45189 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Sasin-_-HEWITT-100-Outperforming-Enterprises-879-707x1024.webp" alt="เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย" width="707" height="1024" title="เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย 280" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Sasin-_-HEWITT-100-Outperforming-Enterprises-879-707x1024.webp 707w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Sasin-_-HEWITT-100-Outperforming-Enterprises-879-207x300.webp 207w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Sasin-_-HEWITT-100-Outperforming-Enterprises-879-768x1112.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Sasin-_-HEWITT-100-Outperforming-Enterprises-879-1061x1536.webp 1061w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Sasin-_-HEWITT-100-Outperforming-Enterprises-879-1415x2048.webp 1415w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Sasin-_-HEWITT-100-Outperforming-Enterprises-879-scaled.webp 1768w" sizes="(max-width: 707px) 100vw, 707px" /></p>
<h2><b>หลายองค์กรมีการทำ Employee Engagement กันอยู่แล้ว ขณะที่ของ Hewitt Consulting เอง Engagement ต่างจากที่อื่นอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>ปกรณ์:</b><span style="font-weight: 400;"> จุดที่แตกต่างของ Engagement ในแบบ Hewitt คือเราให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์พนักงาน” อย่างแท้จริงครับ ไม่ใช่แค่การวัด Engagement แบบทั่วไป เพราะเราศึกษาเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง แล้วพบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้พนักงานเกิดความผูกพันกับองค์กรจริง ๆ คือประสบการณ์ที่เขาได้รับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปัจจุบันเรามีการประเมินประสบการณ์พนักงานใน 9 ด้านหลัก ซึ่งถ้าองค์กรทำได้ดีในทั้ง 9 ด้านนี้ ก็จะช่วยให้พนักงานรู้สึกผูกพันกับองค์กรมากขึ้น และความหมายของ Engagement ที่เรานิยามไว้ก็มีความลึกมากกว่าที่เข้าใจกันทั่วไปนะครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราให้ความหมายของ Engagement ว่าเป็นการมีส่วนร่วมเชิงอารมณ์กับองค์กร ซึ่งประกอบด้วยหลายมิติ เช่น พนักงานรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร, เขารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ทำงานที่นี่, เขายินดีที่จะทุ่มเทเกินกว่าหน้าที่ที่ได้รับ, เขาเห็นว่าตัวเองสามารถเติบโตได้ทั้งในชีวิตส่วนตัวและในหน้าที่การงาน และสุดท้ายคือ เขามีแรงบันดาลใจเพราะเห็นเป้าหมายขององค์กรอย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้รวมกันอยู่ในโมเดลที่เราเรียกว่า </span><b>BESTP </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็น framework ที่ครอบคลุมตั้งแต่ความรู้สึกของการ Belong, Esteem, Strive, Thrive และ Purpose ซึ่งสุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อพฤติกรรมของพนักงานโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตัดสินใจ การร่วมมือข้ามทีม ความใส่ใจในรายละเอียด และการให้บริการลูกค้า ฯลฯ ซึ่งความสัมพันธ์ต่อผลประกอบการทางธุรกิจครับ</span></p>
<p><b>นภัส:</b><span style="font-weight: 400;"> เสริมจากที่พี่เจี๊ยบพูดนะคะ สิ่งที่เราทำคือการต่อยอดจากการศึกษาที่ผ่านมา แล้วพัฒนา Engagement ให้ตอบโจทย์กับพฤติกรรมของพนักงานในยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น เราไม่ได้ใช้กรอบเดิมอย่างเดียว แต่เพิ่มมิติที่สำคัญเข้าไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังรวมถึงมิติที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ เช่น </span><b>Belong </b><span style="font-weight: 400;">— การรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร, </span><b>Esteem</b><span style="font-weight: 400;"> — ความรู้สึกว่าตนเองภูมิใจที่ได้ทำงานที่องค์กรนี้ ทั้งหมดนี้เราจัดเรียงใหม่ให้เป็นระบบที่ครอบคลุม และอยู่บนฐานของงานวิจัยที่เป็นเวอร์ชันใหม่ เป็น Enhanced Version ที่อัปเดตให้สอดคล้องกับบริบทขององค์กรและคนทำงานในปัจจุบันจริง ๆ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>อีกหนึ่งเมทริกซ์ในการวัดผลคือ POI – People Outperform Index ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยว่าคืออะไร ?</b></h2>
<p><b>นภัส:</b> <b>POI หรือ People Outperform Index</b><span style="font-weight: 400;"> คือเครื่องมือสำคัญที่เราออกแบบขึ้นเพื่อประเมิน “ความพร้อม” ของระบบ HR ภายในองค์กร โดยครอบคลุมทั้งหมด 7 มิติหลักของงาน HR ตั้งแต่กระบวนการ “รับคนเข้าทำงาน (Hire)” ไปจนถึง “การดูแลคนจนถึงวันสุดท้ายในองค์กร (Retire)” ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละมิติจะมี 5 ระดับ ตั้งแต่ไม่มีระบบพื้นฐาน, อยู่ในช่วงพัฒนา, ไปจนถึงระดับ Advance และ Outperforming โดยเมื่อองค์กรเข้าร่วมโปรแกรม จะได้ทำแบบประเมินนี้ ซึ่งแต่ละทีม HR เช่น Talent Acquisition, Recruitment, Learning &amp; Development ฯลฯ จะร่วมกันให้ข้อมูล แล้ว CHRO จะรวบรวมและรีวิวอีกครั้ง จากนั้นเราจะสร้างรายงานให้ว่าในแต่ละด้านของ HR อยู่ในระดับไหน โดยมีตัวชี้วัดย่อยรวมทั้งหมด 24 ปัจจัย</span></p>
<p><b>ปกรณ์:</b><span style="font-weight: 400;"> สิ่งที่ทำให้ POI แตกต่างจาก Engagement Survey คือ Engagement เน้นวัด “ผลลัพธ์จากประสบการณ์พนักงาน” เป็นหลัก ขณะที่ POI วัด “ระบบภายในของ HR” ว่ามีความพร้อมแค่ไหนที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีเหล่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามองภาพรวมใน 3 มิติ คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Direction</b><span style="font-weight: 400;"> – องค์กรมีกลยุทธ์ด้านคนชัดเจนหรือไม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Practice</b><span style="font-weight: 400;"> – วิธีการที่ใช้จริงในองค์กรคืออะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Measurement</b><span style="font-weight: 400;"> – มีการวัดผลอย่างไรบ้าง</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดประสงค์คือช่วยให้องค์กรมองเห็นว่า ช่องว่างอยู่ตรงไหน เช่น องค์กรอาจมีแผนกลยุทธ์ดี แต่ยังขาดระบบในการดำเนินการ หรือทำแล้วแต่ยังไม่มีการวัดผล POI จะช่วยชี้เป้าให้เห็นว่าควร “โฟกัสที่จุดไหน” เพื่อพัฒนาได้อย่างตรงจุดครับ</span></p>
<p><b>นภัส:</b><span style="font-weight: 400;"> พอเรารู้ว่าองค์กรอยู่ตรงไหนบนแผนที่นี้แล้ว เราก็สามารถเอาข้อมูลนั้นไปใช้ประกอบกับข้อมูลจาก Engagement survey และ CEO interview เพื่อดู Alignment ว่า 3 ส่วนนี้ (พนักงาน – HR – ผู้นำ) สอดคล้องกันหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าสอดคล้องกันครบ ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าองค์กรนั้นมีความพร้อมที่จะ “Outperform” ได้ในระยะยาวค่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ทำไมต้องมี CEO Interview ในการประเมินด้วย ?</b></h2>
<p><b>นภัส:</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะเราต้องการดูว่า ทั้ง 3 ส่วน — พนักงาน, HR, และ CEO — มีความสอดคล้องกันหรือไม่ หรือที่เราเรียกว่า Alignment</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น HR อาจบอกว่ามีระบบพร้อมหมดแล้ว พนักงานอาจจะตอบว่าเห็นแค่บางส่วน ในขณะที่ CEO ก็มีทิศทางที่ชัดเจนมาก แต่ทิศทางนั้นไม่ได้ถูกแปลงไปเป็น HR Strategy และก็ยังไม่ถูกส่งต่ออย่างเป็นรูปธรรมลงไปในระดับหัวหน้างาน หรือถึงพนักงานจริง ๆ ซึ่งแบบนี้เราจะเห็นช่องว่างที่เกิดขึ้นเลยค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์ CEO จึงช่วยให้เราเข้าใจว่า </span><b>ทิศทางที่ผู้บริหารกำหนดไว้สอดคล้องกับการปฏิบัติจริงในองค์กรหรือเปล่า</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าข้อมูลจากทั้งสามมุมไม่เชื่อมกัน มันจะเป็นจุดอ่อนที่ทำให้องค์กรไม่สามารถพัฒนาได้เต็มศักยภาพ และถ้าเรารู้จุดนั้น เราก็สามารถแนะนำให้ปรับตรงจุดได้เลย เหมือนเป็นการสแกนแล้วเจอจุดที่ต้องซ่อม ซึ่งจะช่วยยกระดับทั้งระบบได้ในทันทีค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Alignment จึงเหมือน “กระดุมเม็ดแรก” ถ้าติดผิด ทุกอย่างก็จะเบี้ยวหมดเลยค่ะ</span></p>
<p><b>ปกรณ์:</b><span style="font-weight: 400;"> สุดท้ายแล้วมันคือการดูว่า ประสบการณ์ของพนักงานตรงกับระบบของ HR และวิสัยทัศน์ของ CEO หรือไม่ เพราะแม้เราจะมีเครื่องมือวัดหลายตัว แต่ถ้าข้อมูลไม่ align กัน มันก็สะท้อนว่าองค์กรยังไม่พร้อมจะ Outperform ได้จริง</span><b> เพราะหัวใจขององค์กรชั้นนำคือความสอดคล้องที่เดินไปในทิศทางเดียวกันทุกระดับครับ</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45186 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983113-693x1024.webp" alt="เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย" width="693" height="1024" title="เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย 281" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983113-693x1024.webp 693w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983113-203x300.webp 203w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983113-768x1134.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983113-1040x1536.webp 1040w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983113.webp 1053w" sizes="(max-width: 693px) 100vw, 693px" /></p>
<h2><b>หนึ่งใน Benchmark การประเมินที่ HREX ให้ความสนใจก็คือ Psychological Safety ซึ่งไม่ค่อยเห็นในแบบประเมินของที่อื่น อยากทราบว่าทำไม Hewitt Consulting ถึงเลือกใส่มิตินี้เข้ามาด้วย ?</b></h2>
<p><b>ปกรณ์:</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าพูดถึงองค์กรที่ Outperform ได้จริงในยุคนี้ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดคือการมีภาวะผู้นำแบบ Human-Centric Leadership ครับ ซึ่งการจะนำคนให้ก้าวหน้าได้ ไม่ใช่แค่เรื่องวิสัยทัศน์ของผู้นำ แต่ต้องสร้าง </span><b>สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety)</b><span style="font-weight: 400;"> ให้ทุกคนรู้สึกว่าเขาสามารถแสดงความเห็น ตั้งคำถาม หรือเสนอไอเดียได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าองค์กรไม่มีพื้นที่แบบนี้ มันจะกลายเป็นข้อจำกัดที่ทำให้พนักงานไม่กล้าคิด ไม่กล้าพูด ไม่กล้าทำ ซึ่งสวนทางกับการเป็นองค์กรในอนาคตที่ต้องทำงานร่วมกับความหลากหลายของทั้งคนและความคิดจากหลาย generation</span></p>
<p><b>นภัส:</b><span style="font-weight: 400;"> Psychological Safety ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับแนวคิด Culture of Growth ซึ่งเป็นวัฒนธรรมองค์กรแบบใหม่ที่องค์กรหลายแห่งกำลังมองหา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราแบ่งวัฒนธรรมออกเป็น 4 Quadrant: Performance, Reliability, Innovation และ Inclusion ซึ่งที่ผ่านมาองค์กรไทยมักเก่งเรื่อง Performance กับ Reliability อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยังขาด คือ Innovation และ Inclusion ซึ่งต้องใช้ psychological safety เป็นแรงขับเคลื่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรจะสร้างนวัตกรรมได้ยังไง ถ้าคนในไม่กล้าแสดงความคิดเห็น หรือไม่มีพื้นที่ปลอดภัยให้ทดลองผิดถูก เราเลยเชื่อว่า</span><b> Psychological Safety คือโครงสร้างสำคัญขององค์กรที่ต้องการเติบโตในยุคใหม่ค่ะ</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>สำหรับองค์กรที่ยังลังเล ไม่แน่ใจว่าจะเข้าร่วม 100 Outperforming Enterprises Program ดีไหม ถ้าคุณมีโอกาสเชิญชวน อยากจะพูดอะไรกับพวกเขาบ้าง ?</b></h2>
<p><b>ปกรณ์:</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้ามีโอกาสเชิญชวนองค์กร ผมคงอยากเริ่มด้วยคำถามง่าย ๆ ว่า</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“วันนี้คุณมีข้อมูลมากพอหรือยัง&#8230;ในการตัดสินใจเรื่องคนและองค์กร ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหัวใจของโปรแกรมนี้ ไม่ใช่การแข่งขัน แต่คือการ ช่วยให้องค์กรเข้าใจตัวเองได้ลึกขึ้น ผ่านข้อมูลที่ชัดเจนและเปรียบเทียบได้ ทั้งในแง่ของ ประสบการณ์พนักงาน และ แนวปฏิบัติด้าน HR ที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรเห็นภาพเหล่านี้อย่างเป็นระบบ จะสามารถ วางแผนพัฒนาได้อย่างมีทิศทาง และที่สำคัญคือสามารถ สื่อสารกับพนักงานได้อย่างมั่นใจ ว่ากำลังมุ่งหน้าไปสู่จุดที่ดีขึ้นจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และถ้าองค์กรทำได้ดีตามเกณฑ์ในหลายด้าน เช่น Employee Experience, People Practice หรือบทสัมภาษณ์ผู้นำ ก็จะได้รับการยอมรับในฐานะ องค์กรที่มีแนวทางการบริหารคนที่โดดเด่น ซึ่งเป็นผลลัพธ์เชิงภาพลักษณ์ที่ส่งผลต่อทั้ง พนักงาน คนเก่งในอนาคต และพันธมิตรทางธุรกิจ ด้วยครับ</span></p>
<p><b>นภัส:</b><span style="font-weight: 400;"> แค่คุณเข้ามาอยู่ใน Ecosystem ของการพัฒนา เราก็ดีใจแล้วค่ะ เพราะเราตั้งใจสร้างพื้นที่นี้ให้เป็นเวทีสำหรับทุกองค์กร ไม่ว่าคุณจะพร้อมสมัครเลยหรือยังอยากเรียนรู้ก่อนก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากยังไม่พร้อมลงแข่ง ก็สามารถเข้ามาในกลุ่ม Learn from the BEST เพื่อเรียนรู้จากองค์กรที่ผ่านกระบวนการและทำได้ดี แล้วค่อยกลับมาวางแผนในจังหวะที่ใช่ของตัวเองก็ยังไม่สายค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45188 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983118-1024x683.webp" alt="เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย" width="1024" height="683" title="เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย 282" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983118-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983118-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983118-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983118-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983118.webp 1567w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">🗓️ เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ – 31 October 2025</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">📍สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: ✉️ jaruwan.k@hewittconsulting-th.com 📞0958145791 (อุ้ม) </span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">✉️ nanthanat.s@hewittconsulting-th.com 📞 0945519555 (ไซญ่า)</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44372" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 184" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/100-outperforming-enterprises-250519/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Hell&#8217;s Kitchen ศึกครัวนรกสนามคัดเลือกพนักงานของ Gordon Ramsay</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-lifestyle/hells-kitchen-hr-lessons-250418/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-lifestyle/hells-kitchen-hr-lessons-250418/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 02:00:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[Hell's Kitchen]]></category>
		<category><![CDATA[Gordon Ramsay]]></category>
		<category><![CDATA[การสรรหาพนักงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44822</guid>

					<description><![CDATA[ในยุคที่ทุกธุรกิจกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาคนทำงานขาดแคลนเหมือน ๆ กัน การหาคนทำงานเก่ง ๆ  (Talent) เข้าร่วมทีมไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อคุณคือ กอร์ดอน แรมซีย์ (Gordon Ramsay) เชฟเจ้าของดาวมิชลิน ผู้เป๊ะในทุกจานและไม่ยอมประนีประนอมกับคุณภาพอาหาร นั่นจึงเป็นที่มาของ Hell’s Kitchen รายการเรียลลิตี้ชื่อดังของเขาเองทีเปิดตัวครั้งแรกในปี 2005 และยืนยันมาถึงปัจจุบันมากกว่า 20 ซีซัน จนเป็นที่กล่าวขานว่าเป็นสนามฝึกงานสุดโหดที่เต็มไปด้วยบททดสอบรอบด้าน — ตั้งแต่ฝีมือปลายจวัก ไปจนถึงวุฒิภาวะความเป็นผู้นำ และการทำงานเป็นทีม แม้รายการ Hell’s Kitchen จะได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน แต่ก็ไม่วายถูกวิจารณ์อยู่เสมอในเรื่องการใช้ถ้อยคำรุนแรง การด่าทอต่อหน้ากล้อง ไปจนถึงการสร้างบรรยากาศที่ดู Toxic ต่อผู้เข้าแข่งขัน แต่ในอีกมุมหนึ่ง Hell’s Kitchen คือรายการแข่งขันที่ตั้งใจออกแบบให้เป็น ครัวนรก  อย่างตรงตัว เพื่อสะท้อนความกดดันของการทำงานในวงการระดับสูงเช่นกัน บทความนี้ HREX ไม่ได้มาถกเถียงเรื่องความ Toxic หรือข้อโต้แย้งเหล่านั้น แต่จะชวนคุณไปสำรวจ Hell’s Kitchen ในอีกแง่มุมหนึ่ง — ในฐานะสนามคัดเลือกพนักงานสุดโหดที่เปลี่ยนชีวิตหลายคน พร้อมวิเคราะห์บทบาทของเชฟกอร์ดอนในฐานะ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44827" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para.webp" alt="Hell&#039;s Kitchen: ศึกครัวนรกสนามคัดเลือกพนักงานตัวจริงของ Gordon Ramsay" width="600" height="370" title="Hell&#039;s Kitchen ศึกครัวนรกสนามคัดเลือกพนักงานของ Gordon Ramsay 288" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ทุกธุรกิจกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาคนทำงานขาดแคลนเหมือน ๆ กัน การหาคนทำงานเก่ง ๆ  (Talent) เข้าร่วมทีมไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อคุณคือ</span> <a href="https://www.gordonramsay.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>กอร์ดอน แรมซีย์ (Gordon Ramsay)</b></a><span style="font-weight: 400;"> เชฟเจ้าของดาวมิชลิน ผู้เป๊ะในทุกจานและไม่ยอมประนีประนอมกับคุณภาพอาหาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นจึงเป็นที่มาของ </span><a href="https://www.fox.com/hells-kitchen/" target="_blank" rel="noopener"><b>Hell’s Kitchen</b></a><span style="font-weight: 400;"> รายการเรียลลิตี้ชื่อดังของเขาเองทีเปิดตัวครั้งแรกในปี 2005 และยืนยันมาถึงปัจจุบันมากกว่า 20 ซีซัน จนเป็นที่กล่าวขานว่าเป็นสนามฝึกงานสุดโหดที่เต็มไปด้วยบททดสอบรอบด้าน — ตั้งแต่ฝีมือปลายจวัก ไปจนถึงวุฒิภาวะความเป็นผู้นำ และการทำงานเป็นทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้รายการ Hell’s Kitchen จะได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน แต่ก็ไม่วายถูกวิจารณ์อยู่เสมอในเรื่องการใช้ถ้อยคำรุนแรง การด่าทอต่อหน้ากล้อง ไปจนถึงการสร้างบรรยากาศที่ดู Toxic ต่อผู้เข้าแข่งขัน แต่ในอีกมุมหนึ่ง Hell’s Kitchen คือรายการแข่งขันที่ตั้งใจออกแบบให้เป็น </span><b>ครัวนรก</b><span style="font-weight: 400;">  อย่างตรงตัว เพื่อสะท้อนความกดดันของการทำงานในวงการระดับสูงเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้ HREX ไม่ได้มาถกเถียงเรื่องความ Toxic หรือข้อโต้แย้งเหล่านั้น แต่จะชวนคุณไปสำรวจ Hell’s Kitchen ในอีกแง่มุมหนึ่ง — ในฐานะสนามคัดเลือกพนักงานสุดโหดที่เปลี่ยนชีวิตหลายคน พร้อมวิเคราะห์บทบาทของเชฟกอร์ดอนในฐานะ “หัวหน้า” ที่ไม่ได้มีแค่เสียงตะคอก แต่ยังเต็มไปด้วยมาตรฐาน ภาวะผู้นำ และความตั้งใจจริงในการปั้นคนเก่งเข้าสู่วงการ</span></p>

<h2><b>Hell’s Kitchen รายการเรียลลิตี้ หรือกระบวนการสรรหาพนักงาน</b></h2>
<p><b>Hell’s Kitchen</b><span style="font-weight: 400;"> เริ่มต้นฉายในปี 2005 ในเวอร์ชัน US โดยมีเชฟ </span><b>กอร์ดอน แรมซีย์ (Gordon Ramsay)</b><span style="font-weight: 400;">เป็นพิธีกรและหัวหน้าครัว เปิดตัวอย่างประสบความสำเร็จด้วยการเข้าชิงรางวัลมากมายต่อเนื่องหลายปี อาทิ Emmy Awards, People&#8217;s Choice Awards หรือ Favorite TV Chef และอีกสารพัดรางวัลที่ไล่เรียงไม่หมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลายคนอาจมองว่ารายการนี้เป็นเพียงเรียลลิตี้โชว์ที่มาพร้อมความดราม่า แต่ในความเป็นจริง รายการนี้คือ “สนามเวิร์กช็อป” ขนาดใหญ่ที่ใช้ทดสอบศักยภาพของเชฟอย่างเข้มข้น และ “ของจริง” มากกว่ารายการอื่น ๆ</span></p>
<p><b>กระบวนการสรรหาคนของรายการนี้ครอบคลุมทักษะหลัก ๆ ดังนี้:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ทักษะการปรุงอาหาร:</b><span style="font-weight: 400;"> ความอร่อย ความแม่นยำ ความสม่ำเสมอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ทักษะการรับรส:</b><span style="font-weight: 400;"> การทดสอบ Blind Taste ปิดตาทายชื่อวัตุถดิบจากการชิม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความคิดสร้างสรรค์:</b><span style="font-weight: 400;"> การคิดเมนูใหม่ การดัดแปลงวัตถุดิบ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความรู้ด้านวัตถุดิบและเทคนิค:</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น วิธีแล่ปลา การใช้มีด การซูวี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความสามารถในการรับแรงกดดัน:</b><span style="font-weight: 400;"> ทำงานในเวลาเร่งด่วน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การทำงานเป็นทีม:</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องประสานกับเพื่อนร่วมครัวให้สำเร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ภาวะความเป็นผู้นำ:</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายของการแข่งขัน</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ผู้ชนะในแต่ละซีซันจะได้รับรางวัลเป็นตำแหน่งหัวหน้าครัวในหนึ่งในร้านอาหารของ Gordon Ramsay หรือเชนร้านอาหารในเครือของเขา ซึ่งส่วนใหญ่ (แต่ไม่ใช่ทั้งหมด) ได้ไปทำงานต่อจริง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44829" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/Hells-Kitchen-Fox.webp" alt="Hell&#039;s Kitchen: ศึกครัวนรกสนามคัดเลือกพนักงานตัวจริงของ Gordon Ramsay" width="1000" height="563" title="Hell&#039;s Kitchen ศึกครัวนรกสนามคัดเลือกพนักงานของ Gordon Ramsay 289" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/Hells-Kitchen-Fox.webp 1000w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/Hells-Kitchen-Fox-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/Hells-Kitchen-Fox-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h2><b>Gordon Ramsay หัวหน้างาน Perfectionist ที่อัดแน่นไปด้วยภาวะผู้นำ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้เชฟกอร์ดอน แรมซีย์ ถูกจำภาพว่าเป็นหัวหน้าที่ดุดัน เสียงดัง และพร้อมจะขว้างจานหากอาหารไม่ผ่านมาตรฐาน แต่ภายใต้ “เสียงตะคอก” เหล่านั้น กลับมีหัวใจของครูซ่อนอยู่ เพราะเขาคือคนที่ต้องการให้ทีมของเขาเติบโต แข็งแรง และพร้อมเผชิญหน้ากับความโหดร้ายในโลกแห่งความจริง</span></p>
<h3><b>ตัวอย่างภาวะผู้นำในแบบฉบับ สิ่งที่ควรเข้าใจเกี่ยวกับเชฟ Gordon:</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เป็น Perfectionist อย่างสุดขั้ว:</b><span style="font-weight: 400;"> เชฟแรมซีย์ต้องการความสมบูรณ์แบบในทุกจาน คาดหวังความเป๊ะในทุกระเบียบ ทั้งหมดนี้เพื่อสะท้อนมาตรฐานของร้านระดับมิชลิน และที่สำคัญที่เขาย้ำบ่อย ๆ คือการเสิร์ฟอาหารที่ผิดพลาด คือการไม่เคารพลูกค้า และเมื่อความผิดพลาดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ไม่แปลกที่เขาจะสั่งปิดครัวกลางคันเพื่อคัดพนักงานออกทันที</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ให้โอกาสในการแก้ตัว: </b><span style="font-weight: 400;">ภาพจำที่เราเห็นในโลกโซเชียลมีเดียบ่อย ๆ คือการขว้างปาอาหาร พร้อมคำด่าทอแบบรุนแรง ใช่… มันรุนแรง อย่างไรก็ดี หากผู้แข่งขันคนนั้นพยายามแก้ไขและทำอาหารสำเร็จในครั้งถัดไป เขาจกล่าวชมต่อหน้าทุกคน พร้อมให้กำลังใจด้วยประโยคคลาสิกว่า “That’s how you bounce back. Well done.” นั่นแสดงให้เห็นว่า เขาให้โอกาสคนที่พยายาม แม้จะล้มเหลวก็ตาม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เลือกคนจากศักยภาพที่พัฒนาได้:</b><span style="font-weight: 400;"> หลายครั้งที่เราจะเห็นคนเก่งมั่นหน้าเข้ามาแข่งขัน แต่ก็ไม่ได้ชนะหรือผ่านเข้าไปสู่รอบลึก ๆ กลับกลายเป็นเชฟธรรมดาที่ค่อย ๆ พัฒนาฝีมือ หนำซ้ำบางคนเคยเกือบถูกคัดออกด้วยซ้ำ ยกตัวอย่าง เชฟ</span><a href="https://www.mashed.com/332774/hells-kitchen-judge-christina-wilson-dishes-on-behind-the-scenes-plus-the-scoop-on-gordon-ramsay-exclusive/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;"> คริสติน่า วิลสัน (Christina Wilson)</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่เริ่มต้นด้วยความไม่มั่นใจ แต่เชฟแรมซีย์สังเกตเห็นความสม่ำเสมอ ความรับผิดชอบ และความมุ่งมั่น กระทั่งชนะรายการและยังดึงเธอเข้าสู่ธุรกิจจริงจัง ปัจจุบันเธอกลายเป็นหนึ่งในเชฟเมนเทอร์ที่คอยดูแลผู้เข้าแข่งขันรุ่นใหม่ ๆ เสมอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ไล่ออกทันที ถ้าไม่มีความเป็นทีม:</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะความเป็นมืออาชีพและการเคารพกันในการทำงานคือหัวใจหลัก มีผู้เข้าแข่งขันหลายที่เก่ง แต่ไม่สามารถอยู่ร่วมกับทีมได้ กระทั่งเพื่อน ๆ ในทีมพยายามขับไล่ออก ท้ายที่สุดเชฟกอร์ดอนมักจะถามคนอื่น ๆ ว่า “ถ้าไม่มีคนคนนี้ ทีมจะแข็งแกร่งขึ้นไหม?” ถ้าคำตอบคือ “ใช่” กอร์ดอน แรมซีย์ก็จะไล่ออกทันที นั่นคือการใส่ใจความเป็นทีม มากกว่าแค่ความสามารถของตัวบุคคล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดึงคนที่กำลังล้มให้ลุกขึ้นยืน: </b><span style="font-weight: 400;">อีกตัวอย่างที่น่าประทับใจคือเรื่องราวของเชฟ</span><a href="https://foodsided.com/chef-egypt-davis-hells-kitchen-season-23-interview" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;"> อียิปต์ (Egypt Davis)</span></a><span style="font-weight: 400;"> ซีซัน 23 ที่ช่วงแรก ๆ เต็มไปด้วยความกดดัน ถูกวิจารณ์จากเพื่อนร่วมทีมจนถึงขั้นอยากถอนตัวจากการแข่งขัน แต่เชฟแรมซีย์กลับเรียกเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัว พร้อมให้กำลังใจว่า “I belive in you”  คำพูดนั้นเปลี่ยนทุกอย่าง เชฟอียิปต์ค่แย ๆ กลับมายืนหยัด และพาตัวเองเข้ารอบ Top 3 พร้อมกลายเป็นหนึ่งในคนที่คนดูรักที่สุดของซีซัน</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44824 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/3150-1024x682.webp" alt="Hell&#039;s Kitchen: ศึกครัวนรกสนามคัดเลือกพนักงานตัวจริงของ Gordon Ramsay" width="1024" height="682" title="Hell&#039;s Kitchen ศึกครัวนรกสนามคัดเลือกพนักงานของ Gordon Ramsay 290" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/3150-1024x682.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/3150-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/3150-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/3150-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/3150.webp 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>HR เรียนรู้อะไรได้บ้างจากรายการนี้</b></h2>
<h3><b>1. อย่าเลือกคนแค่จากเรซูเม่ แต่ดูจากสถานการณ์จริง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในรายการ Hell’s Kitchen มีหลายครั้งที่ผู้เข้าแข่งขันมาพร้อมประสบการณ์อลังการ เช่น มีดีกรีจากสถาบันชั้นนำ เคยทำงานในร้านดาวมิชลิน ทว่ากลับเอาตัวไม่รอดเมื่อต้องทำงานภายใต้แรงกดดันจริง ขณะที่บางคนไม่ได้มีดีกรีหรูหรา แต่แสดงออกถึงความยืดหยุ่น การเรียนรู้เร็ว และพลังใจที่มั่นคง จนกลายเป็นผู้เข้าแข่งขันที่เชฟแรมซีย์ไว้ใจมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นกันสำหรับ HR การคัดเลือกคนไม่ควรดูแค่คุณวุฒิหรือประวัติ แต่ควรพิจารณาจากพฤติกรรมและทัศนคติในการทำงานจริง เช่น ผ่านการสัมภาษณ์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Interview), การทำ Work Simulation, หรือ Group Assessment อาจจะดีกว่า</span></p>
<h3><b>2. หัวหน้าที่ดีต้องตรงไปตรงมา แต่ก็ไม่ลืมให้โอกาสคนพัฒนา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สไตล์ของเชฟกอร์ดอน แรมซีย์ คือการ “พูดตรง” แบบไม่อ้อมค้อม ถ้าอาหารไม่ดี เขาจะบอกว่าไม่ดี ถ้าทีมทำงานแย่ เขาจะไม่ปล่อยผ่าน แต่สิ่งที่สำคัญคือ เขาไม่เคยด่าคนเพื่อทำร้าย เขาด่าเพื่อให้ “ตื่น” และ “เติบโต” เขามีมาตรฐานสูง และต้องการให้คนที่ทำงานกับเขาเข้าใจว่าคุณภาพต้องมาก่อนทุกอย่าง ฉะนั้นการ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190527-feedback-development-working/"><span style="font-weight: 400;">Feedback</span></a><span style="font-weight: 400;"> ต้องตรง ชัด และทันที เพื่อให้เกิดการปรับปรุงนั่นเอง</span></p>
<h3><b>3. ความสามารถอย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่รู้จักทำงานเป็นทีม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทีมสำคัญมาก โดยเฉพาะการอยู่ร่วมกับผู้อื่น  เพราะหากไม่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ ไม่รับฟัง ไม่ประสานงาน ไม่สื่อสาร ก็จะทำให้การบริการล้มเหลว สำหรับ HR แล้ว การประเมินศักยภาพพนักงานควรพิจารณาจาก Collaborative Skill เช่น ทักษะการฟัง การช่วยเหลือผู้อื่น การมีทัศนคติแบบ win-win และการมีวุฒิภาวะในที่ทำงานด้วย โดยเฉพาะยิ่งในโลกของ Hybrid Work และ Cross-functional Team คนที่ทำงานกับคนอื่นได้ดีคือ Asset ที่แท้จริงขององค์กร</span></p>
<h3><b>4. Gordon Ramsay = Employer Branding</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในจุดแข็งที่ไม่มีใครแทนได้ของรายการ คือตัวตนของเชฟกอร์ดอน แรมซี่ (Gordon Ramsay) เขาไม่ได้เป็นแค่พิธีกรหรือกรรมการ แต่เป็นหัวใจของรายการเลย โดยเฉพาะบุคลิกของเขาทั้งด้านความเป๊ะ ความดุดัน และภาวะผู้นำที่แท้จริง กลายเป็นแม่เหล็กที่ทำให้คนดูทั่วโลก ทุกการตัดสินใจของเขามีน้ำหนัก และทำให้รายการนี้แตกต่างจากเรียลลิตี้อื่น ๆ ฉะนั้นองค์กรหรือบริษัทก็เช่นกัน เราอาจต้องมี “คน” หรือ “ผู้นำ” สักคนที่กลายมาเป็นภาพสะท้อนของแบรนด์นั้น ๆ นั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44828 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/Episode_1707_thumbnail-1024x576.webp" alt="Hell&#039;s Kitchen: ศึกครัวนรกสนามคัดเลือกพนักงานตัวจริงของ Gordon Ramsay" width="1024" height="576" title="Hell&#039;s Kitchen ศึกครัวนรกสนามคัดเลือกพนักงานของ Gordon Ramsay 291" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/Episode_1707_thumbnail-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/Episode_1707_thumbnail-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/Episode_1707_thumbnail-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/Episode_1707_thumbnail.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Hell&#8217;s Kitchen กระบวนการเลือกพนักงานที่แทบไม่มีใครเลียนแบบได้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้เขียนแล้ว Hell’s Kitchen จึงไม่ใช่แค่รายการเกมโชว์ธรรมดา แต่คือ “กระบวนการสรรหา” คนทำงานจริงผ่านจอโทรทัศน์ที่โหดหินที่สุดเท่าที่เคยมี ฉะนั้นหากมองในเชิงธุรกิจ Hell’s Kitchen คือตัวอย่างที่ดีของการสร้าง Employer Branding, Talent Selection และ Leadership Development ในรูปแบบที่สร้างความบันเทิงได้พร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ Gordon Ramsay จะมีมิติของ “ความโหด” แต่เมื่อดูให้ลึก เราจะพบว่า เขาเป็นหัวหน้าที่ใส่ใจ พยายามสร้างทีมที่แข็งแรง และไม่ยอมให้มาตรฐานใดต่ำกว่าที่เขาเชื่อว่าลูกค้าควรได้รับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณคือเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหารทีม คุณอาจไม่มีรายการทีวีของตัวเอง แต่คุณสามารถยืมโมเดลจาก Hell’s Kitchen (ในด้านที่ดีนะ) มาปรับใช้ในการคัดเลือกและพัฒนาคนเก่งของคุณเองได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ขอย้ำอีกครั้งนะว่า เอาด้านที่ดีมาใช้นะ ไม่ใช่ไปยืนตะโกนด่าพนักงานในบริษัทอย่างเดียว !</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Hell&#039;s Kitchen ศึกครัวนรกสนามคัดเลือกพนักงานของ Gordon Ramsay 292" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Reference</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Hell%27s_Kitchen_(American_TV_series)" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Wikipedia</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.tacitbase.com/post/cloud-based-recruiting-software-hells-kitchen-to-hiring-hormony" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Tacitbase</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reddit.com/r/HellsKitchen/comments/p6z8v8/what_do_you_think_the_recruiting_process_is_like/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Quora</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.linkedin.com/pulse/what-gordon-ramsay-can-teach-you-talent-acquisition-jackie-shu/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Linkedin</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.delish.com/food-news/a45982/what-its-really-like-being-on-hells-kitchen/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Delish</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-lifestyle/hells-kitchen-hr-lessons-250418/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มากกว่าการบริหารคน HR คือการบริหารประสบการณ์: บทสัมภาษณ์ จิตติยา ธรรมสรณ์ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrpeople/hr-experience-jittiya-set-250418/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrpeople/hr-experience-jittiya-set-250418/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 01:47:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR People]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[จิตติยา ธรรมสรณ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44812</guid>

					<description><![CDATA[หากพูดถึงผู้บริหารหญิงที่ผ่านเส้นทางหลากหลายวงการ ตั้งแต่สายธุรกิจ ธนาคาร โทรคมนาคม ไปจนถึงองค์กรระดับโลก ชื่อของคุณ นก – จิตติยา ธรรมสรณ์ คงไม่อาจมองข้าม กว่า 30 ปีของการทำงาน เธอไม่เคยอยู่ในสายงาน HR มาก่อนเลย แต่กลับตอบรับตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้จัดการ สายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) อย่างเต็มใจ ไม่ใช่เพราะต้องการความท้าทายใหม่ในชีวิต แต่เพราะเธอมองว่านี่คือ “โอกาส” ที่จะได้สร้างการเติบโตให้กับคนอื่น “พี่ไม่ได้มาทำงานเพื่อการเติบโตของตัวเอง แต่พี่มาทำเพื่อให้คนอื่นเติบโตต่อไป” ในบทสัมภาษณ์นี้ HREX จะพาคุณไปทำความรู้จักกับมุมคิดของผู้บริหารที่กล้าก้าวสู่เส้นทางใหม่ และเชื่อมั่นว่า HR ที่ดี ไม่ได้ดูแค่ “คน” แต่ต้องเข้าใจ “ประสบการณ์ของคน” อย่างรอบด้านด้วยหัวใจ จากสายธุรกิจ สู่บทบาท HR ที่ไม่เคยทำมาก่อน “พี่ไม่เคยทำ HR มาก่อนเลย”  แม้จะเป็นประโยคแรกที่คุณนก จิตติยาเอ่ยกับเรา แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ในสายอาชีพที่ลึกซึ้งกว่าเดิม  เพราะหากไล่เรียงประวัติการทำงานของเธอแล้ว คุณนกใช้เวลากว่า 30 ปีในสายธุรกิจ ทั้งในแวดวงธนาคาร [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44816" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/ปก.webp" alt="มากกว่าการบริหารคน HR คือการบริหารประสบการณ์: บทสัมภาษณ์ จิตติยา ธรรมสรณ์ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)" width="600" height="370" title="มากกว่าการบริหารคน HR คือการบริหารประสบการณ์: บทสัมภาษณ์ จิตติยา ธรรมสรณ์ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 299" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/ปก.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/ปก-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากพูดถึงผู้บริหารหญิงที่ผ่านเส้นทางหลากหลายวงการ ตั้งแต่สายธุรกิจ ธนาคาร โทรคมนาคม ไปจนถึงองค์กรระดับโลก ชื่อของคุณ </span><b>นก – จิตติยา ธรรมสรณ์</b><span style="font-weight: 400;"> คงไม่อาจมองข้าม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กว่า 30 ปีของการทำงาน เธอไม่เคยอยู่ในสายงาน HR มาก่อนเลย แต่กลับตอบรับตำแหน่ง</span><a href="https://www.set.or.th/th/about/overview/organization-and-management" target="_blank" rel="noopener"><b> ผู้ช่วยผู้จัดการ สายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)</b></a><span style="font-weight: 400;"> อย่างเต็มใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่เพราะต้องการความท้าทายใหม่ในชีวิต แต่เพราะเธอมองว่านี่คือ “โอกาส” ที่จะได้สร้างการเติบโตให้กับคนอื่น</span></p>
<p><strong><i>“พี่ไม่ได้มาทำงานเพื่อการเติบโตของตัวเอง แต่พี่มาทำเพื่อให้คนอื่นเติบโตต่อไป”</i></strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบทสัมภาษณ์นี้ HREX จะพาคุณไปทำความรู้จักกับมุมคิดของผู้บริหารที่กล้าก้าวสู่เส้นทางใหม่ และเชื่อมั่นว่า HR ที่ดี ไม่ได้ดูแค่ “คน” แต่ต้องเข้าใจ “ประสบการณ์ของคน” อย่างรอบด้านด้วยหัวใจ</span></p>

<h2><b>จากสายธุรกิจ สู่บทบาท HR ที่ไม่เคยทำมาก่อน</b></h2>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“พี่ไม่เคยทำ HR มาก่อนเลย” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะเป็นประโยคแรกที่คุณนก จิตติยาเอ่ยกับเรา แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ในสายอาชีพที่ลึกซึ้งกว่าเดิม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหากไล่เรียงประวัติการทำงานของเธอแล้ว คุณนกใช้เวลากว่า 30 ปีในสายธุรกิจ ทั้งในแวดวงธนาคาร โทรคมนาคม และบริษัทข้ามชาติ ก่อนจะก้าวเข้าสู่บทบาทหัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ด้วยคำชวนจากอดีตประธานที่มองหาผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่ไม่จำเป็นต้องมาจากสาย HR โดยตรง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เขาอยากได้คนที่ไม่เคยทำ HR มาก่อน เพราะต้องการมุมมองใหม่ ๆ จากคนที่เข้าใจธุรกิจ เข้าใจคน และต้องเชื่อมสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกันได้”</span></i><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยอมรับว่า ในวัยที่หลายคนเริ่มวางแผนจะเกษียณล่วงหน้าแล้ว แต่เธอกลับตอบรับตำแหน่งดังกล่าว ด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่แค่เป็นงานที่ท้าทาย แต่นี่คือโอกาสที่จะได้สร้างการเติบโตให้คนอื่น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“พี่ไม่ได้มาทำงานเพื่อการเติบโตของตัวเอง แต่พี่มาทำเพื่อให้คนอื่นเติบโตต่อไป”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่ SET มองหาผู้นำที่จะเชื่อมต่อคนกับอนาคต คุณนกจึงไม่ใช่คนที่เหมาะสมตามคุณสมบัติ แต่คือคนที่เข้าใจหัวใจของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น และพร้อมจะเป็นผู้ดูแลการเติบโตของผู้อื่น โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบนิยามของคำว่า HR แบบเดิม</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“งาน HR ไม่ใช่งานบริหารบุคคลนะ แต่มันคือการบริหารประสบการณ์ของคนให้เขารู้สึกมีความหมาย มีคุณค่า และอยากอยู่</span></i><span style="font-weight: 400;">กับองค์กรนี้ต่อไป” เธอกล่าว</span><i><span style="font-weight: 400;"> “ให้คนทำงานรู้สึกว่า พวกเขากำลังเดินไปข้างหน้าด้วยกัน”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44814 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/S__80175149-634x1024.webp" alt="มากกว่าการบริหารคน HR คือการบริหารประสบการณ์: บทสัมภาษณ์ จิตติยา ธรรมสรณ์ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)" width="634" height="1024" title="มากกว่าการบริหารคน HR คือการบริหารประสบการณ์: บทสัมภาษณ์ จิตติยา ธรรมสรณ์ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 300" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/S__80175149-634x1024.webp 634w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/S__80175149-186x300.webp 186w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/S__80175149-768x1241.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/S__80175149-950x1536.webp 950w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/S__80175149.webp 1006w" sizes="(max-width: 634px) 100vw, 634px" /></p>
<h2><b>จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้มาจากแผน แต่มาจากคน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อสังเกตหนึ่งในตลอดเส้นทางการทำงานของคุณนก จิตติยา คือการเข้าไปอยู่ในจุดที่องค์กรกำลังจะทำ Transformation เสมอ ซึ่งเธอกล่าวกับเราว่า การเปลี่ยนแปลงไม่เคยเป็นเรื่องน่ากลัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนำซ้ำ, เธอกลับเป็นคนวิ่งเข้าหาการเปลี่ยนแปลงเสมอ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน คำว่า Transformation เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ ๆ และน้อยคนเข้าใจในความหมายลึกซึ้งของมัน องค์กรเองยังตั้งคำถามว่า ‘จะทำไปทำไม’ ด้วยซ้ำ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เธอกล่าว </span><i><span style="font-weight: 400;">“วันนั้นพี่ยังไม่รู้เลยว่า Agile คืออะไร แต่พอรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นสิ่งที่ดี เราก็เสนอตัวเข้าไปทำ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นก็เพราะคุณนกเลือกจะเชื่อในคุณค่าของการเปลี่ยนแปลง ค่อย ๆ เรียนรู้จากศูนย์ และลองทำไปพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราสงสัย อะไรคือจุดร่วมเดียวกันของการ Transformation แต่ละครั้ง ?</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“คนค่ะ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เธอตอบ </span><i><span style="font-weight: 400;">“หากคนไม่พร้อม การเปลี่ยนแปลงก็ไม่มีทางเกิด”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนกขยายความว่า ต่อให้องค์กรมีเทคโนโลยีดีแค่ไหน ถ้าคนไม่ว่าจะเป็นพนักงานหรือกระทั่งผู้บริหารไม่เปิดใจ มันไม่มีทาง Transform ได้เลย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“Transformation ไม่ได้เริ่มจากเครื่องมือ แต่มันเริ่มจากความเชื่อว่า คนเปลี่ยนได้ ถ้าเราให้เขาเห็นคุณค่าในสิ่งที่เขาทำ และรู้สึกว่าตัวเองมีพลังจะขับเคลื่อนบางอย่าง”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการเปลี่ยนองค์กร ไม่เคยอยู่ในแผนระยะยาวบนกระดาษนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44819 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_4399-684x1024.webp" alt="มากกว่าการบริหารคน HR คือการบริหารประสบการณ์: บทสัมภาษณ์ จิตติยา ธรรมสรณ์ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)" width="684" height="1024" title="มากกว่าการบริหารคน HR คือการบริหารประสบการณ์: บทสัมภาษณ์ จิตติยา ธรรมสรณ์ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 301" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_4399-684x1024.webp 684w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_4399-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_4399-768x1151.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_4399-1025x1536.webp 1025w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_4399-1367x2048.webp 1367w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_4399.webp 1634w" sizes="(max-width: 684px) 100vw, 684px" /></p>
<h2><b>การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจาก ‘การเปิดใจ’ และ ‘การเล่นให้สนุก’</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถามถึงเคล็ดลับการ ‘เปลี่ยน’ องค์กรให้ประสบความสำเร็จ คุณนก จิตติยา ตอบด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายว่า “มันต้องสนุก”</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การ Transform มันไม่ได้ยากเลยค่ะ ถ้าเราทำให้มันสนุก เพราะไม่มีใครอยากเปลี่ยน ถ้าการเปลี่ยนนั้นเต็มไปด้วยแรงต้าน”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เธอตอบ</span><i><span style="font-weight: 400;"> “ฉะนั้นมันต้อง Play and Learn ไปด้วยกัน ถ้าเราเริ่มต้นด้วยคำว่า ‘ยาก’ มันก็จะยากจริง ๆ นะ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และในวันที่พนักงานบอกว่า ไม่อยากเรียน ไม่อยากเปลี่ยน เธอก็ไม่ได้ใช้คำสั่งแต่ใช้การเชิญชวนและการเชื่อมโยงมาช่วย เช่น เราส่งผู้บริหารระดับสูงไปเรียนต่างประเทศพร้อมคำอธิบายว่า หลักสูตรนั้น ๆ ถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนาศักยภาพเฉพาะตัวของเขา และผลลัพธ์ก็คือการกลับมาพร้อมมุมมองใหม่และใจที่เปิดกว้างขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือบางคนไม่ชอบเรียนรู้ด้วยตัวเอง เธอก็ใช้การออกแบบเกมให้กลายเป็นแรงจูงใจ เช่น แข่งขันกันว่าใครเรียนจบก่อน ใครได้คะแนนดี ก็จะมีรางวัลให้นั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44818 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_3839-682x1024.webp" alt="มากกว่าการบริหารคน HR คือการบริหารประสบการณ์: บทสัมภาษณ์ จิตติยา ธรรมสรณ์ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)" width="682" height="1024" title="มากกว่าการบริหารคน HR คือการบริหารประสบการณ์: บทสัมภาษณ์ จิตติยา ธรรมสรณ์ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 302" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_3839-682x1024.webp 682w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_3839-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_3839-768x1153.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_3839-1023x1536.webp 1023w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_3839-1364x2048.webp 1364w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_3839.webp 1630w" sizes="(max-width: 682px) 100vw, 682px" /></p>
<h2><b>Successor ต้องมาพร้อม ‘หัวใจ’ และ ‘หัวคิด’</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">โจทย์แรกที่คุณนก จิตติยา ธรรมสรณ์ ได้รับเมื่อก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไม่ใช่การบริหารองค์กรแบบเดิม แต่คือภารกิจสำคัญในการสร้าง </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;คนรุ่นต่อไป&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่จะนำพาองค์กรเดินหน้าต่อในอนาคต </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“คนในองค์กรนี้อยู่กันมานานมาก บางคน 15 ปี 20 ปี เราต้องเริ่มจากคำถามว่า คนไหนเหมาะจะเติบโตต่อ แล้วช่องว่าง (Gap) ของเขาคืออะไร จากนั้นค่อยออกแบบให้เขาโตไปได้”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอมองว่าการทำ Succession Plan ไม่ใช่แค่การมองหาคนมาแทนคนที่กำลังจะไป แต่คือการเตรียมความพร้อมทั้งในมิติของทักษะและทัศนคติอย่างลึกซึ้ง โดยเริ่มจากการวัดความสามารถอย่างเข้าใจ ก่อนจะออกแบบโปรแกรมการพัฒนาทักษะที่ไม่ยึดติดกับของสำเร็จรูป เช่น โปรแกรม </span><b>SET Next</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ออกแบบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญหลายแขนง เพื่อให้ผู้บริหารรุ่นใหม่เข้าใจทั้งมิติของการบริหารองค์กร และบริบทเฉพาะของตลาดหลักทรัพย์ฯ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ทุกโปรแกรมเราออกแบบเองหมด เราไม่เอาโปรแกรมสำเร็จรูป เพราะคนของเรามีบริบทเฉพาะตัว”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เธอยังเน้นว่า การเติบโตของผู้นำรุ่นใหม่ต้องผ่านการหมุนเวียนงาน (Rotation) เพื่อให้เข้าใจธุรกิจในภาพรวม และเข้าใจคนที่ต้องบริหารจริง ๆ ไม่ใช่แค่เรียนรู้เฉพาะงานตัวเองเท่านั้น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราต้องเข้าใจคนก่อน ถึงจะบริหารคนได้… และต้องเข้าใจธุรกิจก่อน ถึงจะบริหารอนาคตได้”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44817 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_3017-1024x682.webp" alt="มากกว่าการบริหารคน HR คือการบริหารประสบการณ์: บทสัมภาษณ์ จิตติยา ธรรมสรณ์ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)" width="1024" height="682" title="มากกว่าการบริหารคน HR คือการบริหารประสบการณ์: บทสัมภาษณ์ จิตติยา ธรรมสรณ์ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 303" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_3017-1024x682.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_3017-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_3017-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_3017-1536x1023.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/IMG_3017-2048x1364.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>เพราะงาน HR ไม่ใช่แค่การดูแลคนอีกต่อไป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะก้าวเข้ามาจากสายธุรกิจ แต่คุณนก จิตติยา กลับมองบทบาท HR ในแบบที่ลึกกว่าใคร เธอไม่ได้จำกัดมันไว้แค่งานบริหารคน แต่มองว่า HR คืองานที่ต้องดูแลชีวิตการทำงานของคนทั้งองค์กรอย่างรอบด้าน (Holistic) ตั้งแต่สุขภาพ ความเป็นอยู่ ไปจนถึงการเติบโตในอนาคต</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“คนทำ HR ไม่ควรอยู่ในกรอบทฤษฎีเดิม ๆ มันไม่ใช่แค่การบริหารจัดการคนตามตำรา แต่คือการสร้างคุณค่าให้กับคนในองค์กร ถ้าเรามองว่า People คือ Asset ที่สำคัญที่สุด เราก็ควรสร้างประสบการณ์ที่ทำให้เขาเติบโต ไม่ใช่แค่หวังผลกำไร</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“HR ไม่ได้เป็นเพียงงานสนับสนุนองค์กร แต่คือกลไกหลักในการขับเคลื่อนอนาคต ผ่านการพัฒนาคนในทุกมิติ และทุกระดับ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่แปลกที่ตำแหน่งปัจจุบันของเธอเป็นทั้ง หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร, หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาองค์กร, หัวหน้ากลุ่มงานบริหารทรัพยากรอาคาร และหัวหน้ากลุ่มงาน Pool</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราต้องเข้าใจโลกธุรกิจ ไม่ใช่แค่อยู่ในมุมของตัวเอง เพราะการดูแลคน มันไม่ใช่แค่เรื่อง HR แต่มันคือเรื่องของทั้งองค์กร”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และถึงแม้เธอจะเพิ่งเข้ามาทำงานด้าน HR ได้เพียงสองปีเศษ แถมบอกอย่างตรงไปตรงมาว่าอีกไม่เกินสามปีเธอก็จะเกษียณ แต่สิ่งที่คุณนกอยากเห็นในองค์กรไม่ใช่ผลงานที่เป็นชื่อของตัวเอง แต่คือการได้เห็นคนรุ่นใหม่ในองค์กรรับไม้ต่องานทรัพยากรบุคคลได้อย่างมั่นใจ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“คนรุ่นใหม่ต่างหากที่ต้องเติบโตค่ะ และพวกเขาจะต้องดูแลคนอื่นต่อไปให้ได้”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เธอย้ำ </span><i><span style="font-weight: 400;">“ฉะนั้นการเป็น HR ที่ดี ไม่จำเป็นต้องมาจากสาย HR โดยตรงค่ะ แต่ต้องเข้าใจประสบการณ์ของคน ใส่ใจเขาให้เหมือนที่เราอยากได้รับ และเข้าใจธุรกิจให้ลึกพอที่จะออกแบบสิ่งดี ๆ ให้กับองค์กรของเราต่อไป”</span></i></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="มากกว่าการบริหารคน HR คือการบริหารประสบการณ์: บทสัมภาษณ์ จิตติยา ธรรมสรณ์ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 304" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrpeople/hr-experience-jittiya-set-250418/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Presenteeism ภาวะฝืนทำงาน: ตัวร้ายทำลายประสิทธิภาพองค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/tips/presenteeism-mental-health-250327/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/tips/presenteeism-mental-health-250327/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Mar 2025 11:07:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tips]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพจิตในที่ทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะฝืนทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสิทธิภาพพนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[Presenteeism]]></category>
		<category><![CDATA[Presenteeism คือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44585</guid>

					<description><![CDATA[สุขภาพจิตในที่ทำงาน (Workplace Mental Health) กลายเป็นประเด็นที่หลายองค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น ไม่ใช่เพียงเพราะเรื่องของสวัสดิภาพพนักงานเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันโดยตรงกับประสิทธิภาพและความยั่งยืนของธุรกิจ ล่าสุดจากรายงาน Workplace Wellbeing 360 Report 2025 โดย Intellect ที่รวบรวมข้อมูลจากพนักงานกว่า 50,000 คนใน 182 ประเทศทั่วโลก ได้เปิดเผยแนวโน้มที่สะท้อนชัดเจนถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “สุขภาพจิต” ในที่ทำงานกับ “ประสิทธิภาพการทำงาน” หนึ่งในประเด็นที่น่ากังวลคือ การเพิ่มขึ้นของ Presenteeism หรือการที่พนักงานมาทำงานทั้งที่สภาพจิตใจหรือร่างกายไม่พร้อม ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 8% ภายในปีเดียว ขณะที่ทักษะในการจัดการความเครียดของพนักงานกลับลดลง 2%  แนวโน้มเหล่านี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า องค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตของพนักงานอย่างจริงจัง Presenteeism: ภัยเงียบที่องค์กรไม่ควรมองข้าม เป็นกันไหม​? ถึงแม้องค์กรของคุณจะมีสถิติการลาของพนักงานที่น้อยลง แต่กลับมีสัญญาณของ Presenteeism หรือ ภาวะฝืนทำงาน คือการมาทำงานโดยที่พนักงานไม่มีสมาธิและขาดพลัง ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ  จากรายงานเป็นเรื่องน่าตกใจว่า อัตรา Presenteeism เพิ่มขึ้นจาก 38.2% ในปี 2023 เป็น 41.2% ในปี [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44587" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-1.webp" alt="Presenteeism คืออะไร? รู้จักภัยเงียบที่ลดประสิทธิภาพการทำงานในองค์กร" width="600" height="370" title="Presenteeism ภาวะฝืนทำงาน: ตัวร้ายทำลายประสิทธิภาพองค์กร 309" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>สุขภาพจิตในที่ทำงาน (Workplace Mental Health)</b><span style="font-weight: 400;"> กลายเป็นประเด็นที่หลายองค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น ไม่ใช่เพียงเพราะเรื่องของสวัสดิภาพพนักงานเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันโดยตรงกับประสิทธิภาพและความยั่งยืนของธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุดจากรายงาน </span><a href="https://intellect.co/workplace-wellbeing-360-report-2025/" target="_blank" rel="noopener">Workplace Wellbeing 360 Report 2025 โดย Intellect</a><span style="font-weight: 400;"> ที่รวบรวมข้อมูลจากพนักงานกว่า 50,000 คนใน 182 ประเทศทั่วโลก ได้เปิดเผยแนวโน้มที่สะท้อนชัดเจนถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “สุขภาพจิต” ในที่ทำงานกับ “ประสิทธิภาพการทำงาน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในประเด็นที่น่ากังวลคือ การเพิ่มขึ้นของ Presenteeism หรือการที่พนักงานมาทำงานทั้งที่สภาพจิตใจหรือร่างกายไม่พร้อม ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 8% ภายในปีเดียว ขณะที่ทักษะในการจัดการความเครียดของพนักงานกลับลดลง 2% </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวโน้มเหล่านี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า องค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตของพนักงานอย่างจริงจัง</span></p>

<h2><b>Presenteeism: ภัยเงียบที่องค์กรไม่ควรมองข้าม</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นกันไหม​? ถึงแม้องค์กรของคุณจะมีสถิติการลาของพนักงานที่น้อยลง แต่กลับมีสัญญาณของ </span><b>Presenteeism หรือ ภาวะฝืนทำงาน </b><span style="font-weight: 400;">คือการมาทำงานโดยที่พนักงานไม่มีสมาธิและขาดพลัง ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากรายงานเป็นเรื่องน่าตกใจว่า </span><b>อัตรา Presenteeism เพิ่มขึ้นจาก 38.2% ในปี 2023 เป็น 41.2% ในปี 2024</b><span style="font-weight: 400;"> โดย Presenteeism มีต้นทุนแฝงที่สูงกว่าการขาดงานถึง 3 เท่า ซึ่งส่งผลต่อผลประกอบการและความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับเป็นปัญหาที่เริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39310" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-27T153915.445.webp" alt="5 ทฤษฎีจิตวิทยาพัฒนาคน (Human Developmental Psychology) : ปฏิวัติการฝึกอบรมในองค์กรเพื่อความสำเร็จที่เหนือกว่าใคร" width="600" height="370" title="Presenteeism ภาวะฝืนทำงาน: ตัวร้ายทำลายประสิทธิภาพองค์กร 310" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-27T153915.445.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-27T153915.445-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>สุขภาพจิต: ปัจจัยขับเคลื่อนประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งที่สุด</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในผลการศึกษาเดียวกันยืนยันว่า</span><b> สุขภาพจิตของพนักงานเป็นตัวขับเคลื่อนประสิทธิภาพการทำงานที่สำคัญที่สุด</b><span style="font-weight: 400;"> มากกว่าปัจจัยที่เคยให้ความสำคัญกัน เช่น Growth Mindset หรือเป้าหมายการทำงาน (Goal Orientation) ด้วยซ้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นก็เพราะการลงทุนในสุขภาพจิต ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพลังให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่า แต่ยังสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความผูกพัน และเพิ่มความสามารถในการผลิตของทีมในภาพรวมอีกด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ทักษะการจัดการความเครียดลดลง ทักษะที่องค์กรควรมี</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจะเห็นว่า ทักษะเรื่องอื่น ๆ เช่น ด้านความเชื่อมั่นในตนเอง (self-efficacy), เป้าหมายในชีวิต และการมองโลกในแง่ดี กลายเป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่รายงานกลับพบว่า</span><b> ทักษะในการจัดการความเครียดของพนักงานทั่วโลกลดลง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ที่มีอัตราการลดลงถึง 2% จาก 60% ในปี 2023 เหลือเพียง 58% ในปี 2024</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การลดลงนี้สะท้อนให้เห็นว่า องค์กรจำเป็นต้องมีบทบาทเชิงรุกในการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตและความเครียดอย่างเป็นระบบ ซึ่งข้อเสนอเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้นำองค์กรคือ</span><b> การเปลี่ยนวิธีคิดจากการมองสุขภาพจิตเป็นเรื่องส่วนตัว มาเป็นหนึ่งใน กลยุทธ์หลัก</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะการลงทุน ได้แก่:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โครงการสุขภาพจิตในที่ทำงาน</span>&nbsp;</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ระบบสนับสนุนภายในองค์กร</span>&nbsp;</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โปรแกรมพัฒนาทักษะการจัดการความเครียด</span>&nbsp;</li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">การดำเนินการเหล่านี้จะช่วยให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่า มีพลังในการทำงาน และเพิ่มผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริงทั้งในด้านการมีส่วนร่วมและประสิทธิภาพโดยรวมขององค์กร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24220" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/07/shutterstock_1289636416.jpg" alt="shutterstock 1289636416" width="1000" height="667" title="Presenteeism ภาวะฝืนทำงาน: ตัวร้ายทำลายประสิทธิภาพองค์กร 311" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2021/07/shutterstock_1289636416.jpg 1000w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/07/shutterstock_1289636416-300x200.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/07/shutterstock_1289636416-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h2><b>บทสรุป: สุขภาพจิตที่ดีคือรากฐานขององค์กรที่ยั่งยืน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อสุขภาพจิตส่งผลโดยตรงต่อทั้ง Productivity และ Engagement ของพนักงาน เหตุไฉนองค์กรจึงยังมองข้ามสัญญาณอันตรายเยี่ยงนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น Presenteeism จะทำให้พนักงานมาทำงานโดยที่ไม่มีแรงใจ ซึ่งไม่ต่างอะไรจากเครื่องจักรที่เปิดอยู่แต่ไม่ทำงาน ท้ายที่สุดแล้วส่งผลเสียต่อองค์กรในแบบที่มองไม่เห็นแต่หนักหนากว่าที่คิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างระบบสนับสนุนด้านสุขภาพจิตในที่ทำงานไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” แต่คือ “กลยุทธ์หลัก” ที่ช่วยให้องค์กรสามารถรักษาพนักงาน สร้างทีมที่เข้มแข็ง และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมในระยะยาว</span></p>
<p><b>มาหาโซลูชันเพื่อเสริมสร้างสุขภาพจิตในองค์กรของคุณ ได้ที่ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/27?filter%5Bcategory_id%5D=28">HREX.asia </a><br />
<a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Presenteeism ภาวะฝืนทำงาน: ตัวร้ายทำลายประสิทธิภาพองค์กร 312" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a><br />
</b></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/tips/presenteeism-mental-health-250327/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อ ‘คน’ คือหัวใจของทุกสิ่ง: ว่าด้วยการดูแลพนักงานและ Influencer ในมุมของ Tellscore</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/tellscore-influencer-hr-leadership-250327/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/tellscore-influencer-hr-leadership-250327/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Mar 2025 05:09:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Tellscore]]></category>
		<category><![CDATA[Influencer Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแล Creator]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44576</guid>

					<description><![CDATA[ในยุคที่วงการโฆษณาและการตลาดมีเทรนด์ใหม่ทุกวัน Tellscore คือหนึ่งในบริษัทที่ลงมือเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารใหม่ด้วย Influencer Marketing เริ่มจากการเป็นบริษัทเล็ก ๆ ที่เชื่อว่า “เสียงของผู้คนสำคัญ” พวกเขาปั้นแพลตฟอร์มที่จับคู่แบรนด์กับ Creator น้อยใหญ่บนโซเชียลมีเดีย จนเติบโตเป็นระบบนิเวศที่มีผู้ใช้งานเกือบแสนคนในเวลาไม่ถึงสิบปี นับเป็นโอกาสดีที่ HREX ได้พูดคุยกับคุณ ปู – สุวิตา จรัญวงศ์ ผู้ก่อตั้ง Tellscore ในฐานะหัวหน้า ทีมงาน HR และคนที่รับฟังปัญหาทั้งจากพนักงานและ Creator ในทุก ๆ วัน เกิดเป็นบทสนทนาว่าด้วยเรื่องการดูแล “คน” ในสองบริบทที่แตกต่างอย่างสุดขั้วระหว่าง พนักงานประจำในองค์กร กับ Creator หรือ Influencer จำนวนเกือบแสน ที่ต้องดูแลผ่านแพลตฟอร์ม ทว่าทั้งสองกลุ่ม กลับมีหัวใจเดียวกันที่อยู่ตรงกลาง นั่นคือ “ความเป็นมนุษย์” &#160; การบริหาร “หัวใจ” ขององค์กร Tellscore เริ่มต้นจากความตั้งใจของคุณสุวิตาที่ไม่ได้เพียงปั้นธุรกิจ แต่ปั้นทั้งวงการ Influencer Marketing ขึ้นมาพร้อมกัน จากวันที่ยังไม่มีใครเข้าใจเน็ตไอดอล [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44581 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-3-1024x683.webp" alt="เมื่อ ‘คน’ คือหัวใจของทุกสิ่ง: ว่าด้วยการดูแลพนักงานและ Influencer ในมุมของ Tellscore" width="1024" height="683" title="เมื่อ ‘คน’ คือหัวใจของทุกสิ่ง: ว่าด้วยการดูแลพนักงานและ Influencer ในมุมของ Tellscore 316" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-3-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-3-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-3-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-3-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่วงการโฆษณาและการตลาดมีเทรนด์ใหม่ทุกวัน Tellscore คือหนึ่งในบริษัทที่ลงมือเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารใหม่ด้วย Influencer Marketing เริ่มจากการเป็นบริษัทเล็ก ๆ ที่เชื่อว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“เสียงของผู้คนสำคัญ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> พวกเขาปั้นแพลตฟอร์มที่จับคู่แบรนด์กับ Creator น้อยใหญ่บนโซเชียลมีเดีย จนเติบโตเป็นระบบนิเวศที่มีผู้ใช้งานเกือบแสนคนในเวลาไม่ถึงสิบปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับเป็นโอกาสดีที่ HREX ได้พูดคุยกับคุณ </span><b>ปู – สุวิตา จรัญวงศ์ ผู้ก่อตั้ง </b><a href="https://th.tellscore.com/th" target="_blank" rel="noopener"><b>Tellscore</b></a> <span style="font-weight: 400;">ในฐานะหัวหน้า ทีมงาน HR และคนที่รับฟังปัญหาทั้งจากพนักงานและ Creator ในทุก ๆ วัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เกิดเป็นบทสนทนาว่าด้วยเรื่องการดูแล “คน” ในสองบริบทที่แตกต่างอย่างสุดขั้วระหว่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">พนักงานประจำในองค์กร</span></i><span style="font-weight: 400;"> กับ </span><i><span style="font-weight: 400;">Creator หรือ Influencer จำนวนเกือบแสน</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่ต้องดูแลผ่านแพลตฟอร์ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าทั้งสองกลุ่ม กลับมีหัวใจเดียวกันที่อยู่ตรงกลาง นั่นคือ “ความเป็นมนุษย์”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>การบริหาร “หัวใจ” ขององค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Tellscore เริ่มต้นจากความตั้งใจของคุณสุวิตาที่ไม่ได้เพียงปั้นธุรกิจ แต่ปั้นทั้งวงการ Influencer Marketing ขึ้นมาพร้อมกัน จากวันที่ยังไม่มีใครเข้าใจเน็ตไอดอล จนวันนี้กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่มี Creator ในระบบนับแสน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เบื้องหลังความสำเร็จของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีนี้ไม่ใช่เรื่องอื่นไกล คือเรื่องพื้นฐานอย่าง “คน” หรือพนักงานในบริษัทที่กลับดูแลยากที่สุด นั่นก็เพราะคนเปลี่ยนไปในทุกสถานการณ์ — ไม่ใช่แค่เปลี่ยนงาน แต่เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีมองชีวิต และเปลี่ยนแรงจูงใจในการทำงานเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยคุณสุวิตากล่าวกับเราว่า ขั้นตอนที่ยากที่สุดคือเรื่องการสรรหาพนักงานที่ฟิต (Fit) หรือเหมาะสมกับองค์กร ทั้งเรื่องของสไตล์การทำงาน แนวคิด และวัฒนธรรม</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“<strong>ถ้าเราได้คนฟิตกับเรา องค์กรก็จะวิ่งเลยนะ แต่ถ้าเจอคนไม่ฟิต บางทีเขาก็อาจเข้าใจเราผิดในหลาย ๆ อย่าง</strong> เช่น ถ้าเราเข้ม เขาก็หาว่าเราดุ หรือถ้าเราหย่อน เขาก็หาว่าเราไม่ดูแล เราเลยคิดว่าการสร้างความเชื่อใจ (Trust) ให้กับพนักงานจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะความไว้ใจบังคับกันไม่ได้”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่กำลังเป็นความท้าทายคือ การเปลี่ยนผ่านของ Generation พนักงานที่แต่ก่อนเธอมีลูกน้องอายุเท่ากัน จนมาถึงวันนี้ที่ลูกน้องกลายเป็นรุ่นลูก ความเข้าใจเรื่อง Generation Gap กลายเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ใหม่ในทุกปี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นกว่าจะซื้อใจพนักงานกันได้ ต้องใช้เวลา และใช้ความจริงใจที่สม่ำเสมอ ไม่ใช่กฎระเบียบ ไม่ใช่โบนัสปลายปี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่คือการทำให้เขาเชื่อว่า องค์กรหวังดีกับเขาจริง ๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Influencer กับการบริหารความคาดหวัง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริหารคนในองค์กรว่ายากแล้ว การบริหารกลุ่ม Creator ในระบบก็ยากไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงเรื่อง “วิธีคิด” และ “ความต้องการ” ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง</span></p>
<p><strong>พนักงานประจำมักมองหาความมั่นคง รายได้ที่สม่ำเสมอ โอกาสในการเติบโต และความสัมพันธ์ระยะยาวกับองค์กร ขณะที่ Creator หลักหมื่นคนบนแพลตฟอร์ม กลับให้ความสำคัญกับ “โอกาส” มากกว่า</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><em>“ความต้องการของ Creator หลายคนอาจดูเรียบง่าย แต่จริง ๆ แล้วเต็มไปด้วยความหมาย”</em> เธอกล่าว <em>“พวกเขาไม่ได้มองหาแค่งานหรือรายได้ แต่กำลังมองหาโอกาสในการเติบโต ได้เชื่อมต่อกับแบรนด์ที่เหมาะกับตัวตน และเปิดประตูสู่โปรเจกต์ใหม่ ๆ ที่ช่วยต่อยอดเส้นทางของตัวเองในระยะยาว”</em></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ เธอจึงไม่ได้มอง Creator ว่าเป็นพนักงานของบริษัท แต่เป็น ‘พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ’ ที่มีเป้าหมายร่วมกันในแบบที่เคารพความเป็นอิสระซึ่งกันและกัน เพราะในโลกของ Creator ความภักดีไม่ได้มาจากสัญญา แต่มาจากประสบการณ์ที่ดีและความเชื่อมั่นในระบบที่ดูแลกันอย่างเข้าใจ</span></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">“เขาไม่ได้ต้องการเป็นลูกจ้างของใครค่ะ เขาแค่ต้องการพื้นที่ที่เขารู้สึกว่าได้เติบโตในแบบของตัวเอง”</span></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44579 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-1-683x1024.webp" alt="เมื่อ ‘คน’ คือหัวใจของทุกสิ่ง: ว่าด้วยการดูแลพนักงานและ Influencer ในมุมของ Tellscore" width="683" height="1024" title="เมื่อ ‘คน’ คือหัวใจของทุกสิ่ง: ว่าด้วยการดูแลพนักงานและ Influencer ในมุมของ Tellscore 317" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-1-683x1024.webp 683w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-1-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-1-768x1152.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-1-1024x1536.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-1.webp 1045w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<h2><b>Mental Health ปัญหาของการดูแลคน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่อง Mental Health ของคนทำงาน เพราะในโลกของ Content Creator ที่เต็มไปด้วยการเปรียบเทียบ ซเชียลมีเดียกลายเป็นทั้งพื้นที่หาเงิน และต้นเหตุของแรงกดดันอย่างไม่รู้ตัว </span><span style="font-weight: 400;">โดยผู้ร่วมก่อตั้ง Tellscore มองว่า Creator รุ่นใหม่เติบโตมากับความกดดันที่คนรุ่นก่อนอาจไม่เคยต้องเผชิญ ตั้งแต่เปรียบเทียบฐานะ การศึกษา ไปจนถึง “ยอดวิว” ที่วัดค่าตัวกันได้ในคลิกเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าเธอยอมรับว่า Tellscore เองก็ยังไม่มีคำตอบที่สมบูรณ์ แต่สิ่งที่เธอและทีมพยายามทำคือ </span><b>การเป็นพื้นที่ที่พร้อมฟัง</b><span style="font-weight: 400;"> แม้จะเป็นเพียงแพลตฟอร์มจ้างงาน แต่ก็พยายามให้ทีม Call Center พูดคุยกับ Creator ในฐานะ “มนุษย์” ไม่ใช่เพียงผู้ใช้งาน</span></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">“บางทีแค่ถามเขาว่า ‘เหนื่อยไหม?’ เขาก็ร้องไห้แล้ว เพราะไม่มีใครเคยถาม”</span></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การดูแล Creator จึงไม่ได้จบลงที่ระบบจัดการหรือค่าตอบแทนที่รวดเร็ว แต่คือความเข้าใจว่า แต่ละคนมีความเครียดที่แบกไว้ เช่น ค่าเช่า ปัญหาครอบครัว หรือปัญหาสุขภาพ &#8211; สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในบรีฟของแบรนด์ แต่อยู่ในชีวิตจริงของ Creator</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่ทีมงานของคุณสุวิตาก็ได้รับผลกระทบทางอารมณ์เช่นกัน เพราะฟังเรื่องยากทุกวัน จนเคยเกิดเหตุการณ์พนักงานลาออกเป็นรุ่น ๆ ส่วนตัวเธอจึงหาวิธีรักษาใจตัวเองผ่านการอยู่คนเดียว และการอยู่กับธรรมชาติเป็นหลัก</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ตัวเราเองก็ฮีลใจด้วยธรรมชาติค่ะ มันยังพอช่วยได้ เราต้องกลับไปที่ความเป็นมนุษย์ให้ได้เร็วที่สุด”</span></i></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>เมื่อทุกองค์กรอยากมีอินฟลูของตัวเอง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เทรนด์หนึ่งที่น่าสนใจในทุกวันนี้คือ การที่หลาย ๆ องค์กรเริ่มสร้าง Influencer เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Corporate หรือ SMEs ซึ่งแนวโน้มนี้ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจสำหรับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตรงกันข้าม, เธอกลับดีใจด้วยซ้ำ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราทำมาตั้งแต่ไม่มีคู่แข่ง ไม่มีใครเข้าใจคำว่าเน็ตไอดอล โยน Proposal ทิ้งด้วยซ้ำ วันนี้มีคนทำเยอะ เราก็ไม่ต้องเหนื่อยผลักดันคนเดียว”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุวิตาไม่ได้มองว่าเทรนด์นี้จะมาแย่งตลาด แต่กลับมองว่าทำให้อุตสาหกรรมเติบโตขึ้น อย่างไรก็ดี หากองค์กรต้องการ ‘ปั้นอินฟลู’ จริง ๆ องค์กรนั้นต้องเข้าใจทั้งศาสตร์และศิลป์</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ออร์แกนิกอีกต่อไป มันคือคณิตศาสตร์ล้วน ๆ” </span></i><span style="font-weight: 400;">เธอกล่าว</span><i><span style="font-weight: 400;"> “องค์กรมักส่งคนไปเรียน CRM, Data, AI หรือหลักสูตรต่าง ๆ แต่พอเป็นการพัฒนา Influencer กลับไม่มีใครส่งไปเรียนเลย”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ Tellscore จึงเริ่มพัฒนา Training ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับองค์กรที่อยากสร้าง Creator ภายใน ซึ่งไม่ใช่เพื่อปั้นดาราเท่านั้น แต่เพื่อปั้นคนที่เข้าใจอัลกอริทึม และส่งมอบผลลัพธ์ได้จริง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>อนาคตของ Creator: จากอาชีพสำรอง สู่สื่อหลักของสังคม</b></h2>
<p><strong><i>“เราอยากเห็น Creator เป็นสื่อหลัก แบบที่สื่อใหญ่ ๆ จับมือกับ Creator สักคน”</i></strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถูกถามถึงอนาคตของ Creator ในสังคมไทย คุณสุวิตายืนยันชัดเจนว่า เธออยากเห็น Creator เติบโตขึ้น ไม่ใช่แค่การมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่มีที่ยืนในระบบสื่อสารสาธารณะอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต่างอะไรกับปรารถนามีระบบนิเวศสังคมออนไลน์ที่ยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้ว Social Media คือพื้นที่ทำมาหากินของ Creator ถ้าพื้นที่นี้ถูกทำลายด้วยกลโกง ความไม่ปลอดภัย หรือกระทั่งทุนเทา ผู้คนจะเลิกเชื่อทุกสิ่งที่อยู่บนหน้าจอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อความปลอดภัยหายไป Content Creator ก็จะไม่สามารถเติบโตได้อีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นในวันที่ใคร ๆ ก็เป็น Creator ได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรอด ผู้ร่วมก่อตั้ง Tellscore ฝากทิ้งท้ายไว้ว่า </span><b>การสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความปลอดภัยในวงการนี้ คือสิ่งที่ทั้งภาครัฐ เอกชน และแพลตฟอร์มต้องร่วมกันรับผิดชอบ</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยและยั่งยืน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44580 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-2-683x1024.webp" alt="เมื่อ ‘คน’ คือหัวใจของทุกสิ่ง: ว่าด้วยการดูแลพนักงานและ Influencer ในมุมของ Tellscore" width="683" height="1024" title="เมื่อ ‘คน’ คือหัวใจของทุกสิ่ง: ว่าด้วยการดูแลพนักงานและ Influencer ในมุมของ Tellscore 318" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-2-683x1024.webp 683w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-2-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-2-768x1152.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-2-1024x1536.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-2.webp 1045w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/tellscore-influencer-hr-leadership-250327/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Central Retail: กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/central-retail-hr-strategy-250318/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/central-retail-hr-strategy-250318/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Mar 2025 08:29:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[Best Companies to Work for]]></category>
		<category><![CDATA[Central Retail]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ HR]]></category>
		<category><![CDATA[Business Partner HR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44415</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อพูดถึงความสำเร็จขององค์กร คนส่วนใหญ่มักนึกถึงตัวเลขผลประกอบการเป็นหลัก แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นคือ &#8220;คน&#8221; ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยเฉพาะฝ่าย HR ที่มีบทบาทสำคัญในการวางกลยุทธ์และผลักดันองค์กรให้เติบโตด้วย หนึ่งในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของ HR อย่างจริงจังคือ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Central Retail) ที่ได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการบริหารคนที่ไม่ใช่แค่ดูแลพนักงาน แต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้พนักงานเติบโต และองค์กรสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง เป็นอีกปีที่ HREX ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณ ปัญชลีย์ วีระธรรมวัชร์ Chief People Officer ของ Central Retail เพื่อเจาะลึกว่า HR ในแบบฉบับของ Central Retail มีแนวคิดอย่างไร และพวกเขาทำให้ HR เป็น Business Partner ที่แท้จริงได้อย่างไร [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44417" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/แนวทางการบริหาร-HR-และปัจจัยที่ทำให้-Central-Retail-ได้รับรางวัล-HR-Asia.webp" alt="Central Retail กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For" width="600" height="370" title="Central Retail: กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For 324" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/แนวทางการบริหาร-HR-และปัจจัยที่ทำให้-Central-Retail-ได้รับรางวัล-HR-Asia.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/แนวทางการบริหาร-HR-และปัจจัยที่ทำให้-Central-Retail-ได้รับรางวัล-HR-Asia-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงความสำเร็จขององค์กร คนส่วนใหญ่มักนึกถึงตัวเลขผลประกอบการเป็นหลัก แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นคือ &#8220;คน&#8221; ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยเฉพาะฝ่าย HR ที่มีบทบาทสำคัญในการวางกลยุทธ์และผลักดันองค์กรให้เติบโตด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของ HR อย่างจริงจังคือ </span><a href="https://www.centralretail.com/th/home" target="_blank" rel="noopener"><b>บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Central Retail)</b></a><span style="font-weight: 400;"> ที่ได้รับรางวัล</span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2024/" target="_blank" rel="noopener"> <b>HR Asia Best Companies to Work for in Asia</b></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการบริหารคนที่ไม่ใช่แค่ดูแลพนักงาน แต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้พนักงานเติบโต และองค์กรสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นอีกปีที่ HREX ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณ</span><a href="https://th.hrnote.asia/story/central-retail-winning-team-240314/"> <b>ปัญชลีย์ วีระธรรมวัชร์</b></a><span style="font-weight: 400;"> Chief People Officer ของ Central Retail เพื่อเจาะลึกว่า HR ในแบบฉบับของ Central Retail มีแนวคิดอย่างไร และพวกเขาทำให้ HR เป็น Business Partner ที่แท้จริงได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44420 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/S__101212182-1024x690.webp" alt="Central Retail กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For" width="1024" height="690" title="Central Retail: กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For 325" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/S__101212182-1024x690.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/S__101212182-300x202.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/S__101212182-768x518.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/S__101212182-1536x1035.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/S__101212182.webp 1558w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<h2><b>Central Retail มีแนวทางในการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) อย่างไร และคุณคิดว่า อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรของคุณได้รับรางวัล HR Asia ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์:</b><span style="font-weight: 400;"> เราเชื่อว่างาน HR ไม่ใช่แค่ฝ่ายสนับสนุนที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง (Back Office) แต่ต้องเป็น </span><b>Business Partner ที่แท้จริง</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งหมายความว่า HR ต้องทำงานควบคู่ไปกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ เข้าใจเป้าหมายขององค์กร และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนบริษัทไปข้างหน้า ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ดูแลคน แต่ต้องช่วยพัฒนาคนให้กลายเป็นทรัพยากรที่สามารถสนับสนุนและผลักดันธุรกิจให้เติบโตตามกลยุทธ์ที่วางไว้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญที่เราทำคือทำให้พนักงานเข้าใจว่า วัตถุประสงค์ขององค์กรและเป้าหมายของพวกเขาคืออะไร เมื่อพนักงานเข้าใจเป้าหมายของตนเอง พวกเขาจะมีแรงจูงใจในการทำงานและสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้ ในขณะเดียวกัน องค์กรต้องรู้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับพนักงาน เพื่อที่จะวางกลยุทธ์แนวทางการบริหารองค์กรและบุคลากรให้เหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในโมเดลสำคัญที่เรานำมาใช้คือ </span><b>GROWTH (G- Guidance and Support from Managers, R &#8211; Rewarding Career Opportunities, O &#8211; Outstanding Development Programs, W &#8211; Work-Life Integration and Flexibility, T &#8211; Trust and Empowerment, and H &#8211; High-Performing Team) Model</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นแนวคิดที่ช่วยให้พนักงานเติบโตในสายอาชีพได้อย่างแท้จริง เราต้องการให้พนักงานรู้สึกว่าการทำงานที่นี่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้ พัฒนา และก้าวหน้าในสายงาน ซึ่งต้องประกอบไปด้วยหลายปัจจัย ทั้งการมีหัวหน้าที่ดี เพื่อนร่วมงานที่พร้อมสนับสนุนซึ่งกันและกัน การได้รับการฝึกอบรมที่มีคุณภาพ และการมีโอกาสเติบโตในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อพูดถึงเรื่องความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน หลายคนอาจคิดถึงคำว่า </span><b>&#8220;Work-Life Balance&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> แต่ดิฉันมองว่ามันเกิดขึ้นได้ยาก เพราะในความเป็นจริง ชีวิตส่วนตัวและการทำงานเป็นสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้ ทุกอย่างต้อง </span><b>&#8220;Integrate&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> เข้าหากัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นสิ่งที่องค์กรสามารถทำได้คือสร้าง</span><b> ความยืดหยุ่น (Flexibility)</b><span style="font-weight: 400;"> ให้พนักงานสามารถจัดสรรเวลาของตัวเองได้อย่างเหมาะสม แทนที่จะพยายามแบ่งว่าเวลานี้เป็นเวลางาน เวลานี้เป็นเวลาส่วนตัว ซึ่งในโลกของการทำงานจริง มันแทบเป็นไปไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือการทำให้พนักงานรู้สึกว่า </span><b>พวกเขาได้ทำงานที่ท้าทาย สนุก</b><span style="font-weight: 400;"> และได้เรียนรู้ ในขณะเดียวกันก็ยังได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงานและหัวหน้า เพื่อให้พวกเขาสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">GROWTH Model ของเราถูกออกแบบให้เป็นมากกว่า แนวคิดหรือคำพูดที่สวยหรู แต่เป็น ความตั้งใจจริง</span><b>ที่เรา</b><span style="font-weight: 400;">อยากทำให้เกิดขึ้นกับพนักงานของเรา ผ่านการนำไปปฏิบัติของผู้นำทุกระดับ และนี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Central Retail ได้รับรางวัล HR Asia ค่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>แนวคิดที่ว่า HR ไม่ควรเป็นแค่ฝ่ายสนับสนุน แต่ต้องเป็น Business Partner มีมานานแล้ว ซึ่ง Central Retail ทำให้แนวคิดนี้เป็นจริงได้อย่างไร ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์: </b><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าโดยภาพรวมแล้ว HR ยังคงต้องดูแลความเรียบร้อยในองค์กร แต่ที่สำคัญมากกว่าคือ HR ยังต้องเป็น Business Partner ที่มีความเข้าใจทางธุรกิจเพื่อที่จะสนับสนุนในธุรกิจเดินไปข้างหน้าตามกลยุทธ์เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเราต้อง Transform HR ของเราเองให้ได้ก่อน ที่เซ็นทรัล รีเทล เราให้ความสำคัญกับการพัฒนา ทักษะการบริหารงานทางด้าน HR เพื่อให้ทีมมีความเข้าใจด้านกลยุทธ์ทางธุรกิจ เช่น ต้องเข้าใจสถานะทางธุรกิจของบริษัท เพื่อจะได้เสนอแนวทางในการบริหาร จัดการ เรื่องต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น การปรับ เพิ่ม ลด จำนวนคน หรือ ปรับปรุงค่าตอบแทน และสวัสดิการต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงของบริษัท </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่เซ็นทรัล รีเทล เรามี CRC Academy ที่ไว้คอยเรื่องการ Upskill และ Reskill พนักงานในส่วนงานต่าง ๆ รวมทั้งทีม HR ของเราเองด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเน้นให้ HR ของเราต้องสามารถเพิ่มคุณค่าให้กับองค์กรได้จริง ไม่ใช่แค่รับคำสั่งจากฝ่ายบริหารมาทำตามเท่านั้น ซึ่งทุกวันนี้ เราพบว่า ทีมผู้บริหารให้ความสำคัญกับ HR มากขึ้น เห็นได้จากการที่ HR ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมกับทางทีมผู้บริหารอย่างสม่ำเสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>คุณใช้เวลานานแค่ไหนในการ Transform HR และทำอย่างไรให้ทุก ๆ Business Unit ยอมรับว่า HR ต้องมีบทบาทสำคัญ ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์:</b><span style="font-weight: 400;"> เราใช้เวลาปรับโครงสร้าง HR ในช่วง 1 ปีแรก ในตอนนั้น HR ยังทำงานกันแบบ silo คือแยกกันตาม Business Unit และ ต่างคนต่างทำ เราได้ทำการ define strategy และ operating model ขึ้นมาเพื่อทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่า เราต้องเป็น </span><b>&#8220;One CRC, One HR Team&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นและให้ทุก ๆ Business Unit ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้ เราทำ 360 Diagnostics  โดยทำการพูดคุยกับคนทุกระดับในองค์กร เพื่อเข้าใจสถานการณ์และนำปัญหามาวิเคราะห์ ในการ define CRC HR Strategy ที่สอดคล้องกับธุรกิจและตอบโจทย์ปัญหาเหล่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เริ่มสร้างความเชื่อมั่นให้กับทีมผู้บริหารและกับทีม HR เองด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักสำคัญคือ เราต้อง Lead by Example เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า การมีทีมHRที่แข็งแกร่งจะช่วยทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์ทางธุรกิจได้ ทั้งนี้ ทาง HR Leadership Team ต้องเห็นว่าการทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ต้องเกิดจากการร่วมมือร่วมใจกันในการที่จะแก้ไขปัญหาและฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ไปด้วยกัน ไม่ใช่นึกถึงแต่ KPI ของตัวเอง ซึ่งท้ายที่สุด สิ่งเหล่านี้มีผลทำให้ HR ที่ Central Retail เป็นทีมที่แข็งแกร่ง จนได้รับรางวัลและเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44421" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_2.webp" alt="Central Retail กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For" width="660" height="440" title="Central Retail: กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For 326" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_2.webp 660w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_2-300x200.webp 300w" sizes="(max-width: 660px) 100vw, 660px" /></p>
<h2><b>ปัจจุบันองค์กรมีพนักงานหลายเจนเนอเรชันอยู่ร่วมกัน Central Retail มีวิธีสร้างความกลมเกลียวอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์:</b><span style="font-weight: 400;"> การบริหารคนในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานกว่า 50,000 คน ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อมี </span><b>Multi-Generation Workforce</b><span style="font-weight: 400;"> ที่มีทั้งพนักงานรุ่นใหม่และผู้บริหารที่มีประสบการณ์สูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยธุรกิจที่มีความซับซ้อนอย่าง Retail การมีคนรุ่นใหม่ทำให้มีมุมมองและไอเดียที่สร้างสรรค์ ในขณะที่ผู้บริหารอาวุโสมีประสบการณ์และความเข้าใจในโครงสร้างธุรกิจ การทำให้คนทั้งสองกลุ่มสามารถทำงานร่วมกันได้จึงเป็นความท้าทายที่สำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราให้ความสำคัญกับ Diversity, Equity &amp; Inclusion ในทุกมิติค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่อง Gender Diversity แต่รวมถึง Generation Diversity ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางความคิด เราพยายามสนับสนุนให้คนต่างวัยสามารถเรียนรู้จากกันและกัน ไม่ใช่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายถูกเสมอ เช่น ผู้บริหารควรจะต้องรับฟังแนวคิดของคนรุ่นใหม่ และในขณะเดียวกันก็สอนให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่า ประสบการณ์ของผู้ใหญ่นั้นมีคุณค่าและสามารถช่วยให้พวกเขาเรียนรู้จากประสบการณ์นั้น ๆ ได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างความกลมเกลียวระหว่างเจนเนอเรชันต้องอาศัยการมี Open Environment ที่ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ เราจึงได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานให้ดีขึ้น โดยผ่านช่องทางดังนี้</span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">       </span><b>Engagement Survey</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละ Business Unit และหาแนวทางแก้ไข</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">       </span><b>Let’s Talk Program</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ให้ CEO และผู้บริหารลงพื้นที่พูดคุยกับพนักงาน รับฟังปัญหา และนำไปแก้ไขจริง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">       </span><b>กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรุ่น</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น </span><b>Sports Day</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ให้พนักงานและผู้บริหารได้ร่วมกิจกรรมกันในบรรยากาศที่เป็นกันเอง สิ่งเหล่านี้ช่วยลดช่องว่างระหว่างวัย และทำให้คนต่างรุ่นเข้าใจกันมากขึ้น</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าการแก้ปัญหานี้ไม่สามารถทำได้เพียงครั้งเดียวแล้วจบ มันเป็นกระบวนการที่ต้องทำต่อเนื่องและจริงจัง ซึ่งเราต้องพยายามทำต่อไปเรื่อย ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ในอนาคต Generation Alpha จะเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน เราจึงต้องมี แนวทางรองรับ เราโชคดีที่องค์กรของเรามีขนาดใหญ่พอที่จะให้คนรุ่นใหม่ได้ทำงานในลักษณะงานที่พวกเขาสนใจและเหมาะสมกับพวกเขา เช่น ให้พนักงานรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ไปทำงานในแผนกที่ต้องการไอเดียใหม่ ๆ อย่าง TikTok Marketing หรือ E-Commerce ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความคล่องตัวและความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่พวกเขาทำงานมาสักระยะหนึ่ง เราพยายามทำให้พวกเขาเห็นว่า </span><b>การมีอิสระในการทำงานเป็นสิ่งที่ดี แต่การมองข้าม Career Path อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้อง</b><span style="font-weight: 400;"> คนรุ่นใหม่บางคนอาจไม่สนใจเรื่องการเติบโตในองค์กร แต่เมื่อพวกเขาเห็นตัวอย่างจากพี่ ๆ ที่อายุมากกว่าไม่กี่ปีได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ได้รับโอกาสทางการทำงานที่ทำให้ชีวิตก้าวหน้าขึ้น ความสำเร็จเหล่านี้จะทำให้พวกเขาเปลี่ยนมุมมอง และเริ่มสนใจ Career Path มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราให้ความสำคัญกับการสร้างแรงบันดาลใจ มากกว่าการบังคับให้ใครต้องเติบโต ถ้าคนรุ่นใหม่เห็นว่าองค์กรนี้สามารถมอบโอกาสที่ดีให้เขาได้ พวกเขาจะอยู่กับเราต่อไปเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>แสดงว่าคุณยังมอง Career Path ก็ยังจำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์:</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับเรา ใช่ค่ะ แม้จะมีบางคนที่รู้สึกว่า &#8220;ไม่อยากเติบโตในองค์กร&#8221; หรือ &#8220;อยากทำงานแบบอิสระ&#8221; และเราไม่สามารถบังคับใครได้ แต่เราสามารถทำให้พวกเขาเห็นว่า </span><b>โอกาสเติบโตในองค์กรมีอยู่จริง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจะสอนให้ Line Manager เข้าใจพนักงานของตัวเองว่า แต่ละคนมีเป้าหมายที่ต่างกัน ถ้าใครอยากเติบโต เราจะช่วยให้เขาเติบโตได้เร็วขึ้น ถ้าใครยังไม่พร้อม เราก็ต้องทำให้เขาเข้าใจว่า ถ้าไม่พัฒนาตัวเอง รายได้และโอกาสของเขาก็อาจหยุดอยู่ที่เดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไป คนจะเริ่มเข้าใจว่า การเติบโตในองค์กรไม่ได้หมายถึงการสูญเสียอิสระ แต่มันคือโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับพวกเขา การสร้างบรรยากาศที่ช่วยให้พนักงานรู้สึกว่า เขาสามารถเติบโตได้ในแบบฉบับของตัวเอง จึงเป็นสิ่งที่เราพยายามทำให้เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริหารคนในองค์กรที่มีหลายเจนเนอเรชันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าเราสามารถสร้างวัฒนธรรมที่เปิดกว้าง ให้คนแต่ละรุ่นเรียนรู้จากกันและกัน </span><b>องค์กรก็จะสามารถเติบโตไปได้พร้อมกับทุกเจนเนอเรชันค่ะ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></p>
<h2><b>อะไรคือเทรนด์ในอนาคตที่ HR ต้องให้ความสนใจ ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์:</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าพูดถึงเทรนด์ HR ตอนนี้ สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือ AI เพราะมันกำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามสำคัญคือ </span><b>เราจะใช้ AI อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ?</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามองว่า AI มีสองบทบาทหลักในองค์กร คือ </span><b>หนึ่ง &#8211; ช่วยให้พนักงานมีทักษะที่พร้อมสำหรับอนาคต (Future-Ready Skills)</b><span style="font-weight: 400;"> ทุกวันนี้ AI เป็นเหมือนเครื่องมือที่ทุกคนควรใช้ให้เป็น เหมือนกับที่เราใช้ Google เป็นเรื่องปกติ ดังนั้น HR ต้องสอนให้พนักงานเข้าใจว่า AI ทำงานอย่างไร และสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับงานของตัวเองได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และ </span><b>สอง คือการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของ HR และองค์กร (Operational Efficiency)</b><span style="font-weight: 400;"> AI สามารถช่วยลดงานซ้ำซ้อน และเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน เช่น การใช้ AI ร่วมกับ Automation เพื่อลดเวลาการทำงานในส่วนที่เป็น Manual Process</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่งาน HR เราไม่คิดว่า AI จะมาแทน HR เลยค่ะ แต่จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้ HR ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งที่สำคัญคือ </span><b>HR ต้องมีทักษะ</b> <b>Analytical Skills</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะคนที่ใช้ AI ได้ดี ต้องมีทักษะในการวิเคราะห์และตั้งคำถามอย่างถูกต้อง ถ้าเราใช้ AI อย่างไม่มีวิจารณญาณ เราก็อาจได้ข้อมูลที่ผิดและทำให้การตัดสินใจของเราผิดพลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองนึกภาพว่า ถ้าคุณใช้ AI เพื่อหาคำตอบ คุณต้องมีความสามารถในการประเมินว่า AI ให้คำตอบที่ดีที่สุดหรือยัง ถ้ามันยังไม่ใช่ คุณต้องรู้ว่าควรถามอะไรเพิ่ม หรือปรับปรุงคำถามอย่างไร ดังนั้น </span><b>Analytical Thinking จะเป็นทักษะที่สำคัญมากในยุคของ AI</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีหลายคนที่ยังไม่กล้าใช้ AI หรือรู้สึกว่าการใช้ AI หมายถึงพวกเขาไม่เก่งพอ ซึ่งเป็นแนวคิดที่เราต้องปรับเปลี่ยน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ไม่ได้ทำให้เราด้อยลง แต่มันช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้นและเร็วขึ้น งานของ HR คือการทำให้คนมีทักษะที่ถูกต้องในการใช้ AI และสร้างความคิดที่ทำให้คนในองค์กรควรจะ Embrace AI และใช้มันให้เกิดประโยชน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>คนรุ่นใหม่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ โดยเฉพาะในสายงาน HR คุณคิดว่าพวกเขาควรเตรียมตัวอย่างไร เพื่อรับมือกับความท้าทายของโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์:</b> <b>HR เป็นหนึ่งในสายงานที่ท้าทายมาก ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ และก็ไม่ใช่งานที่เหมาะกับทุกคน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนที่อยากทำงาน HR ต้องเข้าใจว่า มันไม่ใช่แค่การบริหารคน แต่เป็นการขับเคลื่อนองค์กร เราบอกกับทีม HR เสมอว่า</span><b> คุณต้องมี Passion กับงาน HR เพราะงาน HR ต้องมีความพร้อมในการที่จะรับมือกับปัญหาตลอดเวลา ถ้าคุณไม่มีความรักในสิ่งที่คุณทำ คุณจะหมดพลังไปอย่างรวดเร็ว</b></p>
<p><b>สำหรับดิฉัน HR ไม่ใช่งานที่ได้มาเพราะโชคชะตาหรือจับพลัดจับผลู แต่เป็น Chosen Career ที่ดิฉันเลือกเอง</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งดิฉันมีเป้าหมายชัดเจนตั้งแต่แรก ว่าจะเป็น HR Leader ที่ดีที่สุดคนหนึ่งและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับวงการ HR ให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44419 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_4-1024x683.webp" alt="Central Retail กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For" width="1024" height="683" title="Central Retail: กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For 327" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_4-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_4-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_4-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_4-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_4-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<h2><b>แล้วอะไรคือ Passion ของคุณในการทำงาน HR ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์:</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับดิฉัน Passion ของ HR คือ </span><b>การสร้าง Impact ต่อชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืนค่ะ</b><span style="font-weight: 400;"> แต่การจะทำแบบนั้นได้ HR ต้องเข้าใจธุรกิจด้วย ไม่ใช่แค่เข้าใจเรื่อง &#8220;คน&#8221; อย่างเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่าการช่วยพนักงานให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ต้องเป็นการช่วยที่มีความยั่งยืน (Sustainability) ไม่ใช่แค่การคิดโครงการที่ดูดีแต่ไม่มีผลในระยะยาว เช่น ถ้าจะเพิ่มสวัสดิการให้พนักงาน เราต้องแน่ใจว่ามันเป็นสิ่งที่องค์กรต้องสามารถรองรับได้ในระยะยาว ไม่ใช่แค่ให้แล้วอีกปีต้องยกเลิก เพราะมันกลายเป็นภาระทางการเงิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Vision ของดิฉันคือการสร้าง </span><b>องค์กรที่เป็น A Great Place to Work</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อที่พวกเขาจะได้สนุกและมีความสุขกับการทำงาน เพื่อที่พวกเขาจะเป็น </span><b>Winning Team </b><span style="font-weight: 400;">ให้กับองค์กร ในการที่จะผลักดันให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าและบรรลุวัตถุประสงค์ตามกลยุทธ์ที่วางไว้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดิฉันทำแบบนี้ในทุก ๆ องค์กรที่ร่วมงานมาด้วยเพื่อที่จะสร้าง Better Community ให้กับคนในสังคม ในส่วนที่ดิฉันสามารถทำได้  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>อยากฝากอะไรถึง HR รุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นในสายงานนี้ไหม ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์:</b> <b>งาน HR เป็นงานที่มีคุณค่า</b><span style="font-weight: 400;"> และเป็นอาชีพที่มีความสำคัญต่อองค์กรอย่างยิ่ง เพราะเป็นงานที่มีความท้าทายสูงและไม่ใช่ใคร ๆ ก็ทำได้ แต่ถ้าคุณอยากให้คนเห็นคุณค่าของ HR </span><b>คุณต้องเป็นคนที่สร้างคุณค่านั้นขึ้นมาเอง</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะงาน HR เป็นงานที่ไม่ค่อยได้รับคำชม แต่เป็นงานที่พอทำสำเร็จแล้วจะมีความภูมิใจ เพราะคุณได้สร้าง impact ให้กับทั้งคนและองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณทำได้ คุณจะกลายเป็น HR ที่มีคุณค่า ที่องค์กรให้ความสำคัญ และคุณจะรักและภูมิใจในสิ่งที่คุณทำ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44418 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_1-853x1024.webp" alt="Central Retail กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For" width="853" height="1024" title="Central Retail: กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For 328" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_1-853x1024.webp 853w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_1-250x300.webp 250w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_1-768x922.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_1-1280x1536.webp 1280w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_1-1707x2048.webp 1707w" sizes="(max-width: 853px) 100vw, 853px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/central-retail-hr-strategy-250318/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning): กลยุทธ์สำคัญสู่ความยั่งยืนขององค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hr-succession-planning-250228/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hr-succession-planning-250228/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Feb 2025 05:22:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR OD]]></category>
		<category><![CDATA[Succession Planning]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=43367</guid>

					<description><![CDATA[การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) เป็นกระบวนการสำคัญสำหรับองค์กร ที่ต้องการความมั่นคงและเติบโตในระยะยาว ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในปัจจุบัน เนื่องจากหลาย ๆ องค์กรกำลังเข้าสู่การผลัดใบทางธุรกิจ ทั้งนี้ การเตรียมผู้นำรุ่นใหม่ให้พร้อมรับช่วงต่อ ไม่ใช่เพียงแค่การหาคนมาทดแทน แต่เป็นกระบวนการเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้องค์กรเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง บทความนี้จะเจาะลึกถึงแนวทางการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง, ปัจจัยที่ทำให้เกิดความล้มเหลว และแนวทางการสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพ ทำไมการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) จึงสำคัญ ? ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนผ่านของผู้นำ เช่น จากรุ่น Baby Boomers และ Gen X สู่ผู้นำยุคใหม่จาก Gen Y (Millennials) และ Gen Z ซึ่งมีแนวคิดและวิธีการบริหารที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้ การแผนสืบทอดตำแหน่งไม่ใช่แค่หาใครสักคนมาแทนที่ผู้นำคนเดิม แต่ต้องพัฒนาและปรับตัวให้เข้ากับบริบทใหม่ เพื่อให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในระยะยาว ทว่าจากสถิติและกรณีศึกษาที่มีอยู่ พบว่า 30-50% ของผู้บริหารที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ มักล้มเหลวภายใน 18 เดือนแรก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของกระบวนการนี้ ฉะนั้นองค์กรที่ละเลยการเตรียมการล่วงหน้า อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาก เช่น  ความไม่มั่นคงขององค์กร: ผู้นำที่ไม่มีประสบการณ์อาจส่งผลให้การดำเนินงานหยุดชะงัก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43371" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/1.webp" alt="การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning): กลยุทธ์สำคัญสู่ความยั่งยืนขององค์กร" width="600" height="370" title="การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning): กลยุทธ์สำคัญสู่ความยั่งยืนขององค์กร 332" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/210716-succession-planning/"><b>การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning)</b></a><span style="font-weight: 400;"> เป็นกระบวนการสำคัญสำหรับองค์กร ที่ต้องการความมั่นคงและเติบโตในระยะยาว ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในปัจจุบัน เนื่องจากหลาย ๆ องค์กรกำลังเข้าสู่การผลัดใบทางธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การเตรียมผู้นำรุ่นใหม่ให้พร้อมรับช่วงต่อ ไม่ใช่เพียงแค่การหาคนมาทดแทน แต่เป็นกระบวนการเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้องค์กรเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้จะเจาะลึกถึงแนวทางการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง, ปัจจัยที่ทำให้เกิดความล้มเหลว และแนวทางการสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>ทำไมการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) จึงสำคัญ ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนผ่านของผู้นำ เช่น จากรุ่น Baby Boomers และ Gen X สู่ผู้นำยุคใหม่จาก Gen Y (Millennials) และ Gen Z ซึ่งมีแนวคิดและวิธีการบริหารที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้ </span><b>การแผนสืบทอดตำแหน่งไม่ใช่แค่หาใครสักคนมาแทนที่ผู้นำคนเดิม แต่ต้องพัฒนาและปรับตัวให้เข้ากับบริบทใหม่</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าจากสถิติและกรณีศึกษาที่มีอยู่ พบว่า </span><b>30-50% ของผู้บริหารที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ มักล้มเหลวภายใน 18 เดือนแรก </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของกระบวนการนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นองค์กรที่ละเลยการเตรียมการล่วงหน้า อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาก เช่น </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความไม่มั่นคงขององค์กร</b><span style="font-weight: 400;">: ผู้นำที่ไม่มีประสบการณ์อาจส่งผลให้การดำเนินงานหยุดชะงัก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สูญเสียความมั่นใจจากนักลงทุน</b><span style="font-weight: 400;">: การขาดผู้นำที่เหมาะสมอาจกระทบต่อราคาหุ้นและความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปัญหาวัฒนธรรมองค์กร</b><span style="font-weight: 400;">: การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินไปอาจทำให้พนักงานสับสนและลดขวัญกำลังใจ</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ปัจจัยที่ทำให้แผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) ล้มเหลว</b></h2>
<h3><b>1. การมองหาผู้สืบทอดที่ &#8220;เหมือนเดิม&#8221; มากเกินไป</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลือกผู้นำจาก &#8220;<strong>คนที่คล้ายกับผู้นำคนเดิม&#8221; หรือ S</strong></span><strong>imilarity Bias</strong><span style="font-weight: 400;"> เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระบวนการสืบทอดล้มเหลว งานวิจัยพบว่า CEO ส่วนใหญ่มักเลือกผู้สืบทอดที่มีพื้นฐานใกล้เคียงกับตนเอง ซึ่งอาจไม่ได้เหมาะสมกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป</span></p>
<h3><b>2. การเร่งรีบเกินไป</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การแต่งตั้งผู้สืบทอดอย่างรวดเร็วโดยไม่เตรียมความพร้อม อาจทำให้เกิดปัญหาในระยะยาว เพราะ </span><b>ผู้นำใหม่ไม่ได้ถูกพัฒนาให้พร้อมสำหรับบทบาทของตน</b></p>
<h3><b>3. ขาดความโปร่งใสและการสื่อสาร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากกระบวนการสืบทอดตำแหน่งดำเนินไปแบบปิดลับ หรือไม่แจ้งให้พนักงานทราบ อาจส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและลดขวัญกำลังใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-4461 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/shutterstock_342217274.jpg" alt="shutterstock 342217274" width="600" height="370" title="การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning): กลยุทธ์สำคัญสู่ความยั่งยืนขององค์กร 333"></p>
<h2><b>องค์ประกอบสำคัญของแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning)</b></h2>
<h3><b>1. กำหนดโปรไฟล์ผู้นำแห่งอนาคต</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรต้องเข้าใจว่าผู้นำในอนาคตต้องมีคุณสมบัติและทักษะแบบใด ไม่ใช่เพียงแค่เลือกคนที่คล้ายกับผู้นำคนก่อน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือในซีรีส์ </span><i><span style="font-weight: 400;">Succession</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่ผู้ก่อตั้งบริษัทสื่อ Roy Logan ต้องเผชิญกับปัญหาในการเลือกผู้สืบทอดที่เหมาะสม</span></p>
<h3><b>2. กระบวนการคัดเลือกที่เป็นระบบ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้เครื่องมือประเมินที่หลากหลาย เช่น </span><b>360-degree review, แบบทดสอบทางจิตวิทยา และการจำลองสถานการณ์จริง</b><span style="font-weight: 400;"> จะช่วยให้องค์กรเห็นภาพชัดเจนว่าผู้สมัครแต่ละคนมีศักยภาพเพียงใด และรับมือกับแต่ละสถานการณ์อย่างไร ?</span></p>
<h3><b>3. การพัฒนาศักยภาพและเตรียมความพร้อม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มีสถิติบอกว่า ผู้บริหารที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่กว่า </span><b>68% ยอมรับว่า ไม่พร้อมสำหรับบทบาทของตนเอง</b><span style="font-weight: 400;"> ดังนั้นองค์กรควรให้โอกาสในการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ผ่านการฝึกอบรม โค้ชชิ่ง และการให้ผู้นำรุ่นใหม่มีโอกาสรับผิดชอบโปรเจ็กต์สำคัญ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาพร้อมสำหรับบทบาทผู้นำเมื่อถึงเวลา</span></p>
<h3><b>4. ความโปร่งใสของกระบวนการ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรไม่ชัดเจนเกี่ยวกับแผนการสืบทอด อาจทำให้เกิดความขัดแย้งภายใน และส่งผลต่อประสิทธิภาพขององค์กร</span></p>
<h3><b>5. การสร้างวัฒนธรรมของการสืบทอดตำแหน่ง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรต้องมีแนวคิดว่าการเตรียมผู้นำรุ่นต่อไปเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่เมื่อตำแหน่งว่างลง </span><b>การวางแผนล่วงหน้า 3-5 ปี จึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้ำอีกสักครั้ง การสืบทอดตำแหน่งที่ดีไม่ใช่แค่การหาคนมาทดแทน แต่เป็น </span><b>กลยุทธ์ในการสร้างผู้นำที่พร้อมจะขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต</b><span style="font-weight: 400;"> โดยต้องมีการวางแผนที่รัดกุม ประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และสร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการพัฒนาผู้นำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรสามารถดำเนินการตามแนวทางนี้ได้ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยง แต่ยังสามารถเพิ่มความมั่นใจให้กับพนักงาน นักลงทุน และลูกค้าว่า องค์กรพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในอนาคตนั่นเอง</span></p>
<p><strong>เริ่มวางแผน Succession Planning ตั้งแต่วันนี้ เพื่อความมั่นคงขององค์กรในวันพรุ่งนี้</strong></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning): กลยุทธ์สำคัญสู่ความยั่งยืนขององค์กร 334" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sourced</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Andreou, P. (2023). </span><i><span style="font-weight: 400;">Succession: When Succession Hits Management</span></i><span style="font-weight: 400;">. BTS Group. (PDF)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Bates, S., &amp; Woods, S. (2024). </span><i><span style="font-weight: 400;">Debunking the Myth of the Fast and Successful Succession Plan</span></i><span style="font-weight: 400;">. BTS Group. (PDF)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">BTS Group. (2024). </span><i><span style="font-weight: 400;">Future-Ready Leadership: A Strategic Succession Planning Solution</span></i><span style="font-weight: 400;">. Retrieved from (PDF)</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hr-succession-planning-250228/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Empower The Next: เมื่อความเชื่อใจ (Trust) ขับเคลื่อนอนาคตของ I AM Consulting</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/empower-the-next-i-am-consulting-250221/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/empower-the-next-i-am-consulting-250221/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Feb 2025 02:34:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[I Am Consulting]]></category>
		<category><![CDATA[Empower the Next]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=43185</guid>

					<description><![CDATA[&#8220;Trust ไม่ได้สร้างในวันเดียว&#8221; ประโยคสั้น ๆ แต่ทรงพลังจาก คุณกริช วิโรจน์สายลี Managing Director แห่ง I AM Consulting องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นจากความมุ่งมั่นของที่ปรึกษาเพียงไม่กี่คน สู่หนึ่งในบริษัทที่ปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์ด้านดิจิทัลชั้นนำของไทย ด้วยทีมงานกว่า 400 คนในวันนี้ และยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยรากฐานที่สำคัญที่สุด — ความเชื่อใจ (Trust) นั่นก็เพราะสิ่งที่ทำให้ I AM Consulting เติบโตมาได้ตลอด 20 ปี ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี หากเป็นเพราะองค์กรแห่งนี้สร้าง &#8220;Trust&#8221; ให้กับทุก Stakeholder ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน หรือพาร์ทเนอร์ จนกลายเป็น &#8220;Trusted Partner&#8221; ที่ยืนหยัดเคียงข้างทุกความเปลี่ยนแปลง วันนี้ HREX.asia มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณกริช วิโรจน์สายลี ถึงแนวทางการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทำให้ I AM Consulting กลายเป็นองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจ และเหตุใดพวกเขาพยายามส่งต่ออุดมการณ์นี้ไปยังพนักงานทุกคน Join Your Success: [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43180" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T090849.929.webp" alt="HREX Cover by Para 2025 02 21T090849.929" width="600" height="370" title="Empower The Next: เมื่อความเชื่อใจ (Trust) ขับเคลื่อนอนาคตของ I AM Consulting 341" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T090849.929.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T090849.929-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h1>&#8220;Trust ไม่ได้สร้างในวันเดียว&#8221;</h1>
<p><span style="font-weight: 400;">ประโยคสั้น ๆ แต่ทรงพลังจาก </span><b>คุณกริช วิโรจน์สายลี</b><span style="font-weight: 400;"> Managing Director แห่ง </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/199?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><b>I AM Consulting</b></a><span style="font-weight: 400;"> องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นจากความมุ่งมั่นของที่ปรึกษาเพียงไม่กี่คน สู่หนึ่งในบริษัทที่ปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์ด้านดิจิทัลชั้นนำของไทย ด้วยทีมงานกว่า 400 คนในวันนี้ และยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยรากฐานที่สำคัญที่สุด — </span><b>ความเชื่อใจ (Trust)</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นก็เพราะสิ่งที่ทำให้ I AM Consulting เติบโตมาได้ตลอด 20 ปี ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี หากเป็นเพราะองค์กรแห่งนี้สร้าง </span><b>&#8220;Trust&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ให้กับทุก Stakeholder ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน หรือพาร์ทเนอร์ จนกลายเป็น </span><b>&#8220;Trusted Partner&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ยืนหยัดเคียงข้างทุกความเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ </span><b>HREX.asia</b><span style="font-weight: 400;"> มีโอกาสได้พูดคุยกับ </span><b>คุณกริช วิโรจน์สายลี</b><span style="font-weight: 400;"> ถึงแนวทางการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทำให้ I AM Consulting กลายเป็นองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจ และเหตุใดพวกเขาพยายามส่งต่ออุดมการณ์นี้ไปยังพนักงานทุกคน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43181" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T090926.575.webp" alt="HREX Cover by Para 2025 02 21T090926.575" width="600" height="370" title="Empower The Next: เมื่อความเชื่อใจ (Trust) ขับเคลื่อนอนาคตของ I AM Consulting 342" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T090926.575.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T090926.575-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Join Your Success: จุดเริ่มต้นของความเชื่อมั่นของ I AM Consulting</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การอยู่รอดและเติบโตในโลกธุรกิจตลอด 20 ปีไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ I AM Consulting คือองค์กรที่สามารถก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ แถมยังคงยืนหยัดเป็นที่ปรึกษาด้าน IT Solutions ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเสมอมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ เมื่อผู้ก่อตั้งเดิมซึ่งมาจากบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก ตัดสินใจสร้างองค์กรเล็ก ๆ ที่เข้าใจธุรกิจไทยอย่างแท้จริง ด้วยความเชื่อมั่นว่า &#8220;ความเป็นคนไทย&#8221; และ &#8220;ความเข้าใจในวัฒนธรรมองค์กรไทย&#8221; คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาสร้างโซลูชันที่เหมาะสมกับตลาดในประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณกริชเล่าย้อนถึงวันแรกที่เขาเข้าร่วมองค์กรแห่งนี้ว่า</span><i><span style="font-weight: 400;"> “ตอนที่ผมมาร่วมทีม I AM Consulting เราเป็นบริษัทเล็ก ๆ ที่มีพนักงานไม่ถึง 10 คน ทุกคนต้องทำทุกอย่าง ไม่มีตำแหน่งที่ชัดเจนมากนัก เราไม่ได้แค่ให้คำปรึกษา แต่เราเป็นพาร์ทเนอร์ที่คอยสนับสนุนลูกค้าจริง ๆ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคนั้น ระบบ ERP และ SAP กำลังเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดไทย ที่ปรึกษาส่วนใหญ่ทำงานกับบริษัทข้ามชาติ ซึ่งนำ Best Practices จากต่างประเทศมาใช้โดยตรง แต่ I AM Consulting มองเห็นว่า องค์กรไทยมีความซับซ้อนทางธุรกิจ วัฒนธรรมองค์กร และข้อกำหนดด้านกฎหมายที่แตกต่างจากสากล</span> <span style="font-weight: 400;">ทำให้แนวทางการนำระบบมาใช้ต้องถูกปรับให้เหมาะสม ไม่ใช่การนำเข้ามาแบบ One Size Fits All</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงต้องการก่อตั้งบริษัทที่สามารถ </span><b>“Join Your Success” </b><span style="font-weight: 400;">ไปกับลูกค้าได้จริง ๆ </span><b>ไม่ใช่แค่ติดตั้งและใช้งานซอฟต์แวร์ แต่ต้องเข้าใจธุรกิจของพาร์ทเนอร์ในเชิงลึก เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ช่วยให้ลูกค้าประสบความสำเร็จในระยะยาว</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราไม่ได้ต้องการแค่ Implement ระบบให้เสร็จ แต่เราต้องการเป็น Trusted Partner ที่ช่วยให้องค์กรใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจได้จริง” </span></i><span style="font-weight: 400;">คุณกริชกล่าว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43183" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T091045.712.webp" alt="HREX Cover by Para 2025 02 21T091045.712" width="600" height="370" title="Empower The Next: เมื่อความเชื่อใจ (Trust) ขับเคลื่อนอนาคตของ I AM Consulting 343" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T091045.712.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T091045.712-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Trust: พื้นฐานของวัฒนธรรมองค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมองค์กรของ I AM Consulting ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความจริงใจและความรับผิดชอบต่อผลงาน ลูกค้าที่ใช้บริการกับบริษัทมักจะอยู่กับ I AM Consulting มาเป็นเวลาหลายปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นที่บริษัทได้รับ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราไม่เคยทิ้งลูกค้า เราไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นแค่ที่ปรึกษา แต่เราเป็น Trusted Partner ที่จะอยู่กับลูกค้าจนกว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณกริชกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเชื่อมั่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่มันเกิดจากการทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับลูกค้า การส่งมอบโซลูชันที่มีคุณภาพ และการสนับสนุนลูกค้าอย่างจริงใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแต่ลูกค้าเท่านั้นที่ได้รับความเชื่อมั่นจาก I AM Consulting แต่ภายในองค์กรเอง ก็ให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นระหว่างทีมงานภายในเช่นกัน</span></p>
<p><b><i>“Trust ไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งที่เราต้องสร้างกับลูกค้า แต่ต้องเริ่มต้นจากองค์กรด้วย ถ้าทีมงานไม่ไว้ใจกัน เราจะไม่มีทางส่งมอบงานที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าได้”</i></b></p>
<h2><b>Diversity &amp; Inclusion: ความหลากหลายที่ขับเคลื่อนองค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งจุดแข็งของวัฒนธรรมองค์กร I AM Consulting คือการเปิดรับความหลากหลายภายในองค์กร ด้วยพนักงานจากหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่ Gen X, Gen Y ไปจนถึง Gen Z องค์กรจึงมีการผสมผสานระหว่างประสบการณ์และแนวคิดใหม่ ๆ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้แสดงความคิดเห็น เราเชื่อว่าความแตกต่างคือจุดแข็ง ไม่ใช่อุปสรรค” </span></i><span style="font-weight: 400;">คุณกริชอธิบายถึงแนวทางการบริหารคนในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปิดรับความคิดเห็นจากพนักงานทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ภายในบริษัทด้วย ตัวอย่างเช่น </span><b>EZTax: e-Tax Invoice &amp; e-Receipt Platform </b><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในโซลูชันที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ I AM Consulting ซึ่งเกิดจากไอเดียของพนักงานที่เห็นโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยองค์กรไทยให้สามารถจัดการกระบวนการออกใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากแพลตฟอร์มเล็ก ๆ ในวันแรกสู่ผู้นำส่งธุรกรรมให้กรมสรรพากรมากที่สุดในประเทศไทยกว่า 800 ล้านฉบับ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;ตอนแรกเราไม่รู้เลยว่ามันจะประสบความสำเร็จไหม แต่น้อง ๆ ในทีมเชื่อมั่นและกล้าคิด เราก็สนับสนุนเต็มที่ นี่คือสิ่งที่เราทำมาตลอด”  </span></i><span style="font-weight: 400;">คุณกริชกล่าวพร้อมรอยยิ้ม </span><i><span style="font-weight: 400;">“</span></i><b><i>เราเปิดโอกาสให้พนักงานมีพื้นที่สร้างอนาคตของตัวเองเสมอ</i></b><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43187" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T093121.805.png" alt="Empower The Next: เมื่อความเชื่อใจ (Trust) ขับเคลื่อนอนาคตของ I AM Consulting" width="600" height="370" title="Empower The Next: เมื่อความเชื่อใจ (Trust) ขับเคลื่อนอนาคตของ I AM Consulting 344" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T093121.805.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T093121.805-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Flexible Benefits และการวางแผนอาชีพเฉพาะบุคคล</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ I AM Consulting ยังให้ความสำคัญกับความสุขและการพัฒนาของพนักงาน เพราะพวกเขาเชื่อว่า </span><b>หากพนักงานได้รับการดูแลที่ดี ย่อมส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และองค์กรสามารถเติบโตไปพร้อมกับบุคลากรของตัวเอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/flexible-benefit-240214/"><b>Flexible Benefits </b></a><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงาน เลือกสวัสดิการที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ เพราะทุกคนอยู่ในช่วงจังหวะของชีวิตที่แตกต่างกัน บางคนอยู่ในจังหวะที่อาจจะต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพและครอบครัว ในขณะที่บางคนอยู่ในจังหวะที่ต้องการพัฒนาทักษะ  ดังนั้น I AM Consulting จึงออกแบบ </span><b>ระบบสวัสดิการที่ปรับเปลี่ยนได้ </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของพนักงานในแต่ละช่วงชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากความยืดหยุ่นในเรื่องสวัสดิการแล้ว บริษัทยังมี</span><b> Individual Career Planning หรือ การวางแผนเส้นทางอาชีพเฉพาะบุคคล</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้พนักงานมีโอกาสเติบโตในเส้นทางที่เหมาะกับทักษะและเป้าหมายของตัวเอง </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;เราไม่ได้มองว่าทุกคนต้องเดินตามเส้นทางเดียวกัน พนักงานของเรามีความสามารถที่แตกต่างกัน และเราต้องสนับสนุนให้พวกเขาเติบโตในแบบที่เขาอยากเป็น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นว่า I AM Consulting ไม่เพียงให้ความสำคัญกับความสำเร็จขององค์กรเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นที่จะช่วยให้พนักงาน เติบโตอย่างมั่นคง และมีคุณค่ากับตัวเองในทุกก้าวของอาชีพด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43182" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T091010.378.webp" alt="HREX Cover by Para 2025 02 21T091010.378" width="600" height="370" title="Empower The Next: เมื่อความเชื่อใจ (Trust) ขับเคลื่อนอนาคตของ I AM Consulting 345" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T091010.378.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T091010.378-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Empower The Next: ส่งต่อพลังให้คนรุ่นใหม่</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเห็นได้ว่า การเติบโตของ I AM Consulting ไม่ได้เกิดจากแค่กลยุทธ์ทางธุรกิจหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “คน” ที่มีแนวคิดและวิธีการทำงานที่สอดคล้องกัน วัฒนธรรมองค์กรของที่นี่จึงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากแค่คำพูด แต่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นผ่านการทำงานจริง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;เราต้องการสร้างองค์กรที่แข็งแรงและยั่งยืน ซึ่งหมายถึงการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่มี DNA เดียวกับเรา&#8221;</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">DNA ของ I AM Consulting คือ Trust, Sincerity, Practicality และความมุ่งมั่นที่จะทำให้งานสำเร็จโดยไม่ทิ้งลูกค้า แนวคิดเหล่านี้ถูกปลูกฝังผ่านการทำงานร่วมกัน <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190628-good-mentor/">การเป็นพี่เลี้ยง (Mentorship)</a> และการให้โอกาสพนักงานรุ่นใหม่ได้ลองและเรียนรู้</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;เราภูมิใจเสมอที่ได้เห็นพนักงานของเราหลายคนเติบโต จากเด็กจบใหม่สู่การเป็นผู้นำองค์กร เราต้องการ Empower คนรุ่นใหม่ เพื่อให้พวกเขาได้คิดและมีโอกาสนำสิ่งใหม่ ๆ มาต่อยอด  เราเชื่อว่าถ้าเรามอบความไว้วางใจ พวกเขาก็จะสามารถสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมและยั่งยืน”</span></i></p>
<h2><b>Trust ที่สร้างและส่งต่อ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Trust ไม่ใช่แค่ระหว่าง “องค์กรกับลูกค้า” แต่ยังรวมถึง Trust “ระหว่างทีมงานและผู้คนในองค์กร” เพราะทุกความสำเร็จไม่ได้เกิดจากเพียงคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากคนกลุ่มหนึ่งที่เชื่อมั่นในกันและกัน</span></p>
<p><b><i>&#8220;Trust ไม่ได้เกิดขึ้นแค่วันเดียว แต่ต้องถูกสร้างขึ้นทุกวัน และต้องถูกส่งไปยังรุ่นต่อไป&#8221;</i></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">I AM Consulting จึงเป็นมากกว่าบริษัทที่ปรึกษาด้าน IT แต่คือ องค์กรที่เชื่อมั่นในศักยภาพของ “คน” และขับเคลื่อนด้วย “ความเชื่อใจ” ที่จะถูกส่งต่อให้พนักงานสืบไป</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/199?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36683" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="Empower The Next: เมื่อความเชื่อใจ (Trust) ขับเคลื่อนอนาคตของ I AM Consulting 346"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/empower-the-next-i-am-consulting-250221/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>7 หลักการตั้งเป้าหมายให้พนักงานมีความหมาย สร้างแรงจูงใจและความสำเร็จในองค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/tips/hr-purpose-of-work-250203/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/tips/hr-purpose-of-work-250203/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Feb 2025 08:40:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tips]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=42602</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ในยุคที่พนักงานเริ่มตั้งคำถามว่า “ทำงานไปเพื่ออะไร?” HR จึงต้องเข้ามามีบทบาทในการสร้างเป้าหมายที่มีความหมาย เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการทำงาน และช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและมีอนาคตในองค์กร เป้าหมายที่มีความหมาย ไม่ใช่แค่การกำหนด KPI หรือ OKRs แต่คือการทำให้พนักงานเข้าใจว่า งานของพวกเขาส่งผลต่อองค์กรและสังคมอย่างไร ซึ่งจะช่วยลดภาวะหมดไฟ (Burnout) และสร้างความผูกพันระยะยาวกับองค์กร เมื่อพนักงานรู้ว่างานของตนเองมีความหมาย พวกเขาจะทุ่มเท เติบโต และก้าวไปพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืน คุณเชื่อ พลังของเป้าหมายที่มีความหมายต่อชีวิตและการทำงาน ไหม ? เพราะในโลกของการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีเป้าหมายที่ชัดเจนและมีความหมายสามารถช่วยให้พนักงานรู้สึกมีแรงบันดาลใจและมุ่งมั่นกับงานของตนเองได้มากขึ้น สำหรับ HR หรือฝ่ายทรัพยากรบุคคลนั้น บทบาทสำคัญไม่ได้อยู่แค่การสรรหาหรือดูแลสวัสดิการพนักงานอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการช่วยให้พนักงานค้นหา &#8220;ความหมาย&#8221; ในงานที่ทำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสุขในการทำงาน ประสิทธิภาพ และความผูกพันกับองค์กรได้อย่างยั่งยืน บทความนี้ HREX จะสำรวจหลักการสำคัญในการตั้งเป้าหมายที่มีความหมายและวิธีที่ HR สามารถนำมาปรับใช้เพื่อช่วยให้พนักงานรู้สึกถึงคุณค่าของงานที่ทำ เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการเติบโตของพนักงานในระยะยาว ทำไมเป้าหมายที่มีความหมายจึงสำคัญต่อพนักงาน ? จะบอกว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่ลิตส์รายการสิ่งที่ต้องทำเท่านั้น แต่เป็น &#8220;แนวทาง&#8221; ที่ช่วยให้พนักงานเข้าใจว่าพวกเขากำลังทำงานไปเพื่ออะไร และมีผลกระทบต่อองค์กรและสังคมอย่างไร  งานที่มีความหมายจะช่วยให้พนักงานมีแรงบันดาลใจ มีความกระตือรือร้น และมีความสุขมากขึ้น ทั้งนี้ ประโยชน์ของเป้าหมายที่มีความหมายในที่ทำงาน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่พนักงานเริ่มตั้งคำถามว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“ทำงานไปเพื่ออะไร?”</span></i><span style="font-weight: 400;"> HR จึงต้องเข้ามามีบทบาทในการสร้างเป้าหมายที่มีความหมาย เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการทำงาน และช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและมีอนาคตในองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายที่มีความหมาย ไม่ใช่แค่การกำหนด KPI หรือ OKRs แต่คือการทำให้พนักงานเข้าใจว่า งานของพวกเขาส่งผลต่อองค์กรและสังคมอย่างไร ซึ่งจะช่วยลดภาวะหมดไฟ (Burnout) และสร้างความผูกพันระยะยาวกับองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เมื่อพนักงานรู้ว่างานของตนเองมีความหมาย พวกเขาจะทุ่มเท เติบโต และก้าวไปพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืน</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42604" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HR-กับการตั้งเป้าหมายที่มีความหมายพนักงาน.webp" alt="HR กับการตั้งเป้าหมายที่มีความหมายพนักงาน" width="600" height="370" title="7 หลักการตั้งเป้าหมายให้พนักงานมีความหมาย สร้างแรงจูงใจและความสำเร็จในองค์กร 351" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HR-กับการตั้งเป้าหมายที่มีความหมายพนักงาน.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HR-กับการตั้งเป้าหมายที่มีความหมายพนักงาน-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณเชื่อ </span><b>พลังของเป้าหมายที่มีความหมายต่อชีวิตและการทำงาน </b><span style="font-weight: 400;">ไหม ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในโลกของการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีเป้าหมายที่ชัดเจนและมีความหมายสามารถช่วยให้พนักงานรู้สึกมีแรงบันดาลใจและมุ่งมั่นกับงานของตนเองได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR หรือฝ่ายทรัพยากรบุคคลนั้น บทบาทสำคัญไม่ได้อยู่แค่การสรรหาหรือดูแลสวัสดิการพนักงานอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการช่วยให้พนักงานค้นหา &#8220;ความหมาย&#8221; ในงานที่ทำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสุขในการทำงาน ประสิทธิภาพ และความผูกพันกับองค์กรได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้ HREX จะสำรวจหลักการสำคัญในการตั้งเป้าหมายที่มีความหมายและวิธีที่ HR สามารถนำมาปรับใช้เพื่อช่วยให้พนักงานรู้สึกถึงคุณค่าของงานที่ทำ เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการเติบโตของพนักงานในระยะยาว</span></p>

<h2><b>ทำไมเป้าหมายที่มีความหมายจึงสำคัญต่อพนักงาน ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จะบอกว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่ลิตส์รายการสิ่งที่ต้องทำเท่านั้น แต่เป็น &#8220;แนวทาง&#8221; ที่ช่วยให้พนักงานเข้าใจว่าพวกเขากำลังทำงานไปเพื่ออะไร และมีผลกระทบต่อองค์กรและสังคมอย่างไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานที่มีความหมายจะช่วยให้พนักงานมีแรงบันดาลใจ มีความกระตือรือร้น และมีความสุขมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ประโยชน์ของเป้าหมายที่มีความหมายในที่ทำงาน มีดังต่อไปนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"> </span><b>เพิ่มแรงจูงใจ</b><span style="font-weight: 400;"> – เมื่อพนักงานเห็นคุณค่าของสิ่งที่ทำ พวกเขาจะทุ่มเทกับงานมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"> </span><b>สร้างความผูกพันกับองค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> – พนักงานที่รู้สึกว่างานของตนสำคัญจะมีแนวโน้มอยู่กับองค์กรในระยะยาว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ช่วยลดภาวะหมดไฟ (Burnout)</b><span style="font-weight: 400;"> – งานที่มีความหมายช่วยให้พนักงานมีพลังใจในการทำงาน แม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก</b><span style="font-weight: 400;"> – องค์กรที่ส่งเสริมเป้าหมายที่มีความหมายมักจะมีสภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกมีคุณค่าและสนับสนุนกัน</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22953" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/shutterstock_320549678-1.jpg" alt="shutterstock 320549678 1" width="500" height="330" title="7 หลักการตั้งเป้าหมายให้พนักงานมีความหมาย สร้างแรงจูงใจและความสำเร็จในองค์กร 352" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/shutterstock_320549678-1.jpg 500w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/shutterstock_320549678-1-300x198.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h2><b>7 หลักการที่ HR สามารถสร้างเป้าหมายที่มีความหมายสำหรับพนักงาน</b></h2>
<h3><b>1. ช่วยพนักงานค้นหา &#8220;ความหมาย&#8221; ของงานที่ทำ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้พนักงานมองเห็นว่างานของพวกเขาไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ที่ต้องทำให้เสร็จ แต่เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น ทั้งในระดับองค์กรและสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพคือการจัดเวิร์กช็อป หรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/tidlor-purpose-driving-business-250131/"><b>Purpose-Driven</b></a><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้พนักงานได้เชื่อมโยงระหว่างงานที่ทำกับผลลัพธ์ที่ส่งผลต่อผู้อื่น สิ่งนี้จะช่วยให้พวกเขารู้สึกว่ากำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงและมีคุณค่าในบทบาทของตนเอง</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ตัวอย่าง:</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบริษัทเทคโนโลยี ทีมพัฒนาโปรแกรมอาจมองว่างานของพวกเขาเป็นเพียงการเขียนโค้ด แต่หาก HR ช่วยให้พวกเขาเห็นภาพว่า</span><b> สิ่งที่พวกเขากำลังพัฒนาจะช่วยแก้ปัญหาในชีวิตจริงของลูกค้าได้</b><span style="font-weight: 400;"> ก็จะทำให้พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจและทุ่มเทกับงานมากขึ้น</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>2. กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและวัดผลได้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน (Clear Goals) และสามารถวัดผลได้ (Measurable Goals) ช่วยให้พนักงานมองเห็นเส้นทางสู่ความสำเร็จ ซึ่ง HR สามารถใช้หลักการ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190910-smart-organization-goal/"><b>SMART Goals</b></a><span style="font-weight: 400;"> ได้แก่ Specific (เฉพาะเจาะจง), Measurable (วัดผลได้), Achievable (ทำได้จริง), Relevant (เกี่ยวข้องกับองค์กร) และ Time-bound (มีระยะเวลาที่แน่นอน) เพื่อช่วยให้พนักงานตั้งเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพ</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ตัวอย่าง:</b><b><br />
</b></p>
<ul>
<li><b>เป้าหมายกว้าง: </b><span style="font-weight: 400;">อยากพัฒนาทักษะการบริหารทีม</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><b>เป้าหมายที่ชัดเจน:</b><span style="font-weight: 400;"> ภายใน 6 เดือน จะเข้าร่วมหลักสูตรการเป็นผู้นำ และนำความรู้มาจัดอบรมภายในทีม</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>3. แบ่งเป้าหมายออกเป็นขั้นตอนย่อย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ควรช่วยให้พนักงานมองเห็นเส้นทางสู่เป้าหมายของตนเองอย่างเป็นระบบ โดยสนับสนุนให้พนักงานแบ่งเป้าหมายออกเป็น </span><b>&#8220;เป้าหมายระยะสั้น&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>&#8220;เป้าหมายระยะยาว&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ลดความรู้สึกท้อแท้ และเพิ่มแรงจูงใจเมื่อสามารถบรรลุเป้าหมายย่อยได้สำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR สามารถช่วยพนักงานกำหนดเป้าหมายเหล่านี้ร่วมกันผ่าน </span><b>Individual Development Plan (IDP)</b><span style="font-weight: 400;"> หรือการให้คำแนะนำเชิงโค้ชชิ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าแต่ละขั้นตอนมีความชัดเจนและนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ตัวอย่าง:</b><b><br />
</b><b>เป้าหมายระยะยาว:</b><span style="font-weight: 400;"> เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการภายใน 2 ปี</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><b>เป้าหมายระยะสั้น:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ภายใน 6 เดือน</b><span style="font-weight: 400;">: เข้าร่วมหลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ภายใน 12 เดือน</b><span style="font-weight: 400;">: รับผิดชอบโครงการสำคัญเพื่อแสดงศักยภาพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ภายใน 18 เดือน</b><span style="font-weight: 400;">: ขอคำแนะนำจากผู้บริหารและพัฒนาทักษะเพิ่มเติม</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>4. ติดตามความก้าวหน้าอย่างเป็นระบบ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การตั้งเป้าหมายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ </span><b>HR ควรสนับสนุนให้พนักงานจดบันทึกและติดตามความก้าวหน้าของตนเอง</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้พวกเขาเห็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นและสามารถปรับปรุงแผนการทำงานได้อย่างเหมาะสม </span><span style="font-weight: 400;">การติดตามความก้าวหน้าช่วยให้พนักงานสามารถประเมินตนเองได้ว่าอยู่จุดไหนของเส้นทางสู่ความสำเร็จ และมีอะไรที่ต้องปรับปรุงหรือพัฒนาเพิ่มเติม</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ตัวอย่าง:</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัทอาจใช้เครื่องมืออย่าง Trello, Asana หรือ Notion เพื่อช่วยพนักงานติดตามเป้าหมายของตนเองได้</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>5. สนับสนุนวัฒนธรรมที่ให้กำลังใจและยืดหยุ่น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า เส้นทางสู่เป้าหมายไม่ได้ราบรื่นเสมอไป พนักงานอาจพบกับอุปสรรค เช่น แรงกดดันจากงาน ความท้าทายในการเรียนรู้ทักษะใหม่ หรือปัญหาส่วนตัวที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ควรมีแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสม เพื่อให้พนักงานสามารถปรับตัวและเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นใจ สนับสนุนที่เหมาะสม เช่น การให้คำปรึกษา หรือการสร้างพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การมีวัฒนธรรมที่ยืดหยุ่นช่วยให้พนักงานสามารถปรับเปลี่ยนเป้าหมายได้เมื่อจำเป็น</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ตัวอย่าง:</b></p>
<ul>
<li><b>สร้างระบบให้คำปรึกษา (</b><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/230417-coaching-vs-mentoring/"><b>Coaching &amp; Mentoring</b></a><b>)</b><span style="font-weight: 400;"> – จับคู่พนักงานกับผู้จัดการหรือเมนเทอร์ที่สามารถให้คำแนะนำเมื่อต้องเผชิญกับความท้าทาย</span></li>
<li><b>เปิดพื้นที่ให้แลกเปลี่ยนประสบการณ์</b><span style="font-weight: 400;"> – จัด Sharing Sessions เพื่อให้พนักงานสามารถพูดคุยถึงอุปสรรคที่เจอ และรับฟังแนวทางแก้ปัญหาจากเพื่อนร่วมงาน</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>6. ส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและการมีส่วนร่วม</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ควรสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกว่าได้ </span><b>มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกำหนดเส้นทางของตนเอง</b><span style="font-weight: 400;"> การมีเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าที่สนับสนุนกันช่วยให้เป้าหมายมีความหมายมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเมื่อพนักงานรู้สึกว่าตนเองมีบทบาทสำคัญ พวกเขาจะมีแรงจูงใจและความผูกพันกับงานมากขึ้น ที่สำคัญยังช่วยให้พวกเขาเติบโต และพร้อมรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ได้ดีขึ้นในอนาคต</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 50%;"><b>ตัวอย่าง:</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจัดโครงการ &#8220;Mentorship Program&#8221; หรือ &#8220;Buddy System&#8221; ที่ให้พนักงานมีโอกาสเรียนรู้จากคนที่มีประสบการณ์มากกว่า</span></td>
<td style="width: 50%;"></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>7. เฉลิมฉลองความสำเร็จและปรับเป้าหมายให้เหมาะสม</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ควรมีแนวทางในการยอมรับและเฉลิมฉลองความสำเร็จของพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นการให้รางวัล คำชมเชย หรือการจัดอีเวนต์เพื่อขอบคุณพนักงาน การเฉลิมฉลองเหล่านี้ช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจ และกระตุ้นให้พนักงานตั้งเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ไม่ควรหยุดอยู่แค่ความสำเร็จหนึ่งครั้ง แต่ควรใช้เป็นแรงผลักดันในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไป</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ตัวอย่าง:</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<ul>
<li><b>ให้รางวัลและคำชมเชยอย่างเหมาะสม</b><span style="font-weight: 400;"> – การให้รางวัลไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของเสมอไป การกล่าวขอบคุณ คำชื่นชมจากหัวหน้า หรือการยกย่องในที่ประชุมทีมสามารถสร้างพลังบวกได้มาก</span></li>
<li><b>จัดอีเวนต์หรือกิจกรรมเฉลิมฉลอง</b><span style="font-weight: 400;"> – เช่น Employee Appreciation Day หรือ Success Stories Sharing ที่เปิดโอกาสให้พนักงานแชร์ประสบการณ์และเรียนรู้จากกันและกัน</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22639" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/07/8a783600293848ac87e37f317814c608.jpg" alt="8a783600293848ac87e37f317814c608" width="500" height="334" title="7 หลักการตั้งเป้าหมายให้พนักงานมีความหมาย สร้างแรงจูงใจและความสำเร็จในองค์กร 353" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2021/07/8a783600293848ac87e37f317814c608.jpg 500w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/07/8a783600293848ac87e37f317814c608-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h2><b>HR ตัวแปรสำคัญในการสร้างเป้าหมายที่มีความหมายให้พนักงาน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ HR มีบทบาทสำคัญในการช่วยพนักงานค้นหาเป้าหมายที่มีความหมายในงานที่ทำ การสนับสนุนให้พนักงานมีเป้าหมายที่ชัดเจน ช่วยให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่าและมีแรงบันดาลใจในการทำงาน ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพโดยรวมขององค์กร</span></p>
<p><b>เมื่อพนักงานรู้สึกว่างานของตนเองมีความหมาย พวกเขาจะมุ่งมั่น ทุ่มเท และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงเวลาแล้วที่ HR จะเป็นตัวกลางในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมการเติบโตของพนักงานและนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนต่อไป</span><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="7 หลักการตั้งเป้าหมายให้พนักงานมีความหมาย สร้างแรงจูงใจและความสำเร็จในองค์กร 354" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/tips/hr-purpose-of-work-250203/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/brandi-future-ready-2025-250129/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/brandi-future-ready-2025-250129/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Jan 2025 03:52:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Future-Ready 2025]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=42416</guid>

					<description><![CDATA[เพราะโลกในปี 2025 กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว BRANDi บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ระดับองค์กร จึงจัดงาน Future-Ready 2025 ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแบ่งปันมุมมอง และการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้นำและองค์กรต่าง ๆ ในการเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคต ภายใต้หัวข้อหลัก &#8220;The Unknown Horizon&#8221; ภายในงานจะครอบคลุมประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม พร้อมถ่ายทอดมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ ผ่านการบรรยายและการเสวนาที่เข้มข้น ทั้งในระดับ Macro (ระดับโลก), Market (ตลาดและการปรับตัวของธุรกิจ) และ Micro (ความสำเร็จเชิงปฏิบัติและการเชื่อมโยงระดับบุคคล) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับความรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดในชีวิตจริง HREX.asia ได้ร่วมเข้าไปฟังงานนี้ด้วย โดยเราได้สรุปงาน Future-Ready 2025 แล้ว พร้อมพาคุณสำรวจแนวโน้มระดับโลกที่เปลี่ยนไปในทุกมิติของการเติบโต ดังนี้ &#8220;The Unknown Horizon: Global Scape, Glocal Solutions&#8221; – การปรับตัวเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและสมดุล คุณ ปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท BRANDi [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42418" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-1.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย 362" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะโลกในปี 2025 กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว </span><a href="https://www.brandiandcompanies.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">BRANDi</span></a><span style="font-weight: 400;"> บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ระดับองค์กร จึงจัดงาน</span><b> Future-Ready 2025 </b><span style="font-weight: 400;">ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแบ่งปันมุมมอง และการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้นำและองค์กรต่าง ๆ ในการเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคต ภายใต้หัวข้อหลัก </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;The Unknown Horizon&#8221;</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายในงานจะครอบคลุมประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม พร้อมถ่ายทอดมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ ผ่านการบรรยายและการเสวนาที่เข้มข้น ทั้งในระดับ Macro (ระดับโลก), Market (ตลาดและการปรับตัวของธุรกิจ) และ Micro (ความสำเร็จเชิงปฏิบัติและการเชื่อมโยงระดับบุคคล) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับความรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดในชีวิตจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX.asia ได้ร่วมเข้าไปฟังงานนี้ด้วย โดยเราได้สรุปงาน Future-Ready 2025 แล้ว พร้อมพาคุณสำรวจแนวโน้มระดับโลกที่เปลี่ยนไปในทุกมิติของการเติบโต ดังนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42419" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-2.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย 363" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>&#8220;The Unknown Horizon: Global Scape, Glocal Solutions&#8221; – การปรับตัวเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและสมดุล</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ปิยะชาติ อิศรภักดี</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท BRANDi &amp; Companies และประธานร่วม BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) เล่าเปิดงาน Future-Ready 2025 ด้วยการบรรยายที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างสมดุลระหว่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">Profit</span></i><span style="font-weight: 400;"> (กำไร), </span><i><span style="font-weight: 400;">People</span></i><span style="font-weight: 400;"> (ผู้คน) และ </span><i><span style="font-weight: 400;">Planet</span></i><span style="font-weight: 400;"> (สิ่งแวดล้อม) ซึ่งเป็น 3 แกนหลักที่ทุกองค์กรต้องพิจารณาในการเตรียมตัวสู่อนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยคุณปิยะชาติได้กล่าวถึงบริบทโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่เทคโนโลยีไปจนถึงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อาทิ การพัฒนา AI และเทคโนโลยี Deep Learning ซึ่งปัจจุบันกลับกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของเศรษฐกิจและนวัตกรรม รวมไปถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เช่น การเข้าสู่ </span><i><span style="font-weight: 400;">Ageing Society</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งทำให้แรงงานรุ่นเก่าต้องปรับตัว และแรงงานรุ่นใหม่ต้องการการศึกษาและพัฒนาทักษะที่มีคุณภาพมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้นำไปสู่ 4 ความท้าทายหลักระดับโลก:</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ตื่นตูม (Panic)</b><span style="font-weight: 400;"> จากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและการเมืองโลก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>แตกแยก (Fragmentation)</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและการแข่งขันที่เข้มข้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ตีบตัน (Stagnation)</b><span style="font-weight: 400;"> อันเกิดจากการเติบโตที่ไม่สมดุลในหลายพื้นที่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ตกต่ำ (Degradation)</b><span style="font-weight: 400;"> ของสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ BRANDi จึงให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนผ่าน 3 ขั้นตอน คือ :</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Discover Core</b><span style="font-weight: 400;"> – ค้นหาจุดแข็งและศักยภาพขององค์กร เพื่อสร้างความแตกต่างที่ยั่งยืน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Empower Core</b><span style="font-weight: 400;"> – เพิ่มพลังและศักยภาพในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Grow from Core</b><span style="font-weight: 400;"> – สร้างการเติบโตจากสิ่งที่มีอยู่ โดยมุ่งเน้นให้กำไร (</span><i><span style="font-weight: 400;">Profit</span></i><span style="font-weight: 400;">) สอดคล้องกับความยั่งยืน (</span><i><span style="font-weight: 400;">Planet</span></i><span style="font-weight: 400;">) และคุณค่าต่อผู้คน (</span><i><span style="font-weight: 400;">People</span></i><span style="font-weight: 400;">)</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นก็เพราะ &#8220;ต้นไม้ไม่สามารถเติบโตในดินที่ไม่ดี&#8221; องค์กรก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการ &#8220;ดิน&#8221; หรือบริบทที่เหมาะสมในการเติบโต โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งมีความแตกต่างจากตลาดโลก จำเป็นต้องหา </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;Global Solutions&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่ปรับใช้ได้กับบริบทท้องถิ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังเน้นว่าการสร้างสมดุลระหว่าง Profit, People และ Planet ไม่ใช่แค่ความฝัน แต่เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องทำเพื่อความอยู่รอด และเพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้คน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Macro-Framework: Future-Ready Economy – เศรษฐกิจที่พร้อมรับอนาคตด้วยความยั่งยืน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อเนื่องกับคุณ</span><b> ปิยะชาติ อิศรภักดี </b><span style="font-weight: 400;">ที่ได้บรรยายถึงความท้าทายใหญ่ในระบบเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญกับการบริโภคทรัพยากรธรรมชาติอย่างเกินขีดจำกัด (</span><i><span style="font-weight: 400;">Over-Nature Consumption</span></i><span style="font-weight: 400;">) ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง เช่น การขาดแคลนน้ำสะอาดและอาหารทะเลในอนาคต แม้มีความพยายามระดับโลก เช่น พิธีสารโตเกียวหรือข้อตกลงปารีส แต่กลับยังสร้างคาร์บอนเพิ่มขึ้นในทุกครั้งที่จัดประชุม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เขาเน้นถึงปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาการเติบโตจากหนี้สิน โดยหลายประเทศต้องเผชิญภาระดอกเบี้ยสูง ซึ่งลดโอกาสในการนำเงินมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ คุณปิยะชาติได้เสนอแนวคิด </span><a href="https://www.brandiandcompanies.com/sustainomy" target="_blank" rel="noopener"><b>Sustainomy</b></a> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็นแนวคิดที่มุ่งสร้างนิยามใหม่ของระบบทุนนิยมที่ให้ความสำคัญไม่เพียงแต่กับผลตอบแทนทางการเงิน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) และ เทคโนโลยี (Tech Capital) ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของคนให้ฉลาดขึ้นและพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เศรษฐกิจอนาคตต้องคืนคุณค่าให้มนุษย์ มุ่งเน้นการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตและความยั่งยืน ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก” คุณ ปิยะชาติ อิศรภักดี กล่าวปิด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42420" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-3.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย 364" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>New Global Horizon: Thriving in an Unknown Horizon – เติบโตอย่างแข็งแกร่งในโลกที่ไม่แน่นอน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในหัวข้อการเสวนานี้ ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ได้แก่ คุณ </span><b>ปรเมธี วิมลศิริ</b><span style="font-weight: 400;"> ประธาน Macro-Socioeconomics Agenda BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) และที่ปรึกษาอาวุโสด้าน Intelligence Management บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด, คุณ </span><b>มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล </b><span style="font-weight: 400;">ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ คุณ </span><b>สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์</b><span style="font-weight: 400;"> อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังนายกสภาวิศวกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยและประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ดำเนินเวทีโดยคุณ </span><b>จิรวุฒิ กนกอรรจน์ </b><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการ Geoeconomics Agenda BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) และ ที่ปรึกษาด้าน Intelligence Management บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดได้ร่วมกันวิเคราะห์ความท้าทายและโอกาสที่สำคัญในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นด้วย </span><b>พลวัตเศรษฐกิจโลก </b><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายที่ต้องจับตา โดยคุณปรเมธี เปิดประเด็นด้วยข้อมูลเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะเติบโต 4% ในปี 2025 ขณะที่ประเทศไทยอาจโตเพียง 2.8% โดยมีปัจจัยความเสี่ยง เช่น สงครามการค้า การผลิตที่ย้ายฐานจากจีน และนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญแรงกดดันจากภายนอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาจึงเน้นว่า ความเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน หรือการปรับนโยบายด้านพลังงานของสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ภาครัฐต้องเตรียมการเจรจาเพื่อบรรเทาผลกระทบและสร้างสมดุล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาคือประเด็น </span><b>พลังงาน</b><span style="font-weight: 400;"> ที่คุณมนตรีเสริมว่า ความมั่นคงด้านพลังงานจะเป็นปัจจัยสำคัญ สังเกตได้ว่าโลกหลังโควิดจะเน้นพลังงานมากขึ้น แม้ไทยใช้พลังงานจากแก๊สธรรมชาติมากที่สุด แต่ยังไม่มีความมั่นคงเพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งคุณมนตรีทิ้งท้ายว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจำเป็นต้องใช้เวลานาน ไทยควรเตรียมแผนระยะยาวที่สอดคล้องกับแนวทาง </span><i><span style="font-weight: 400;">ESG (Environmental, Social, Governance)</span></i><span style="font-weight: 400;"> เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายด้วยประเด็น </span><b>เทคโนโลยีและ AI </b><span style="font-weight: 400;">ที่เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย โดยคุณสุชัชวีร์ ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยยังขาดการลงทุนใน </span><i><span style="font-weight: 400;">AI</span></i><span style="font-weight: 400;"> อย่างจริงจัง ไม่สามารถผลิต </span><i><span style="font-weight: 400;">Hardware</span></i><span style="font-weight: 400;"> ได้ และมีความก้าวหน้าใน </span><i><span style="font-weight: 400;">Software</span></i><span style="font-weight: 400;"> เพียงเล็กน้อย ฉะนั้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) เพื่อรองรับเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งจำเป็น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาแนะนำให้ไทยลงทุนกับการศึกษาและการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกตัวอย่างประเทศเวียดนามที่ยกเว้นภาษีให้ผู้สำเร็จการศึกษาด้าน Computer Science</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยในช่วงปิดท้ายคุณสุชัชวีร์ เสนอแนวทางการพัฒนาประเทศไทยด้วยการเน้นสร้างคนให้พร้อมรับมือกับเทคโนโลยี สร้างนโยบายที่ชัดเจน และผลักดันความเป็น “ชาตินิยมอ่อน ๆ” เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งในระดับประเทศ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ประเทศไทยไม่สามารถเป็นกลางหรือรอให้โลกเปลี่ยนแปลงได้อีกต่อไป การลงทุนกับการศึกษา การสร้างทรัพยากรมนุษย์ จะเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ประเทศก้าวผ่านความท้าทายไปได้”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณสุชัชวีร์กล่าว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42421" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-4.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย 365" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Market-Framework: Future-Ready Ecosystem – สร้างตลาดที่ยั่งยืนเพื่อรองรับอนาคต</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Session ต่อมา คุณ </span><b>ศศรินทร์ บวรโชคชัย </b><span style="font-weight: 400;">ประธานเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ปรึกษา บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด ชี้ให้เห็นว่า ระบบนิเวศทางการตลาด (</span><i><span style="font-weight: 400;">Market Ecosystem</span></i><span style="font-weight: 400;">) ในปัจจุบันเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ธุรกิจไม่ได้มุ่งเพียงแค่การทำกำไร (</span><i><span style="font-weight: 400;">Profit</span></i><span style="font-weight: 400;">) แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อผู้คน (</span><i><span style="font-weight: 400;">People</span></i><span style="font-weight: 400;">) และสิ่งแวดล้อม (</span><i><span style="font-weight: 400;">Planet</span></i><span style="font-weight: 400;">) ไปพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอเน้นว่าธุรกิจในยุคนี้ถูกผลักดันให้แบกรับภาระจากแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและความคาดหวังของผู้บริโภค ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ปัญหาฝุ่น </span><i><span style="font-weight: 400;">PM 2.5</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่ไม่ได้เพียงแต่กระทบต่อสุขภาพของผู้คน แต่ยังลดกำลังซื้อและทำให้เศรษฐกิจในบางพื้นที่ชะลอตัวลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ประเทศไทยไม่ได้ขาดเงินทุน (</span><i><span style="font-weight: 400;">Capital</span></i><span style="font-weight: 400;">) แต่ขาดระบบที่ทำให้เงินในระบบถูกเปลี่ยนให้เป็นการลงทุนที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างแท้จริง ความท้าทายนี้ทำให้ธุรกิจต้องคิดใหม่ในวิธีการดำเนินงาน โดยปรับตัวจากการเน้นขายสินค้า (</span><i><span style="font-weight: 400;">Product</span></i><span style="font-weight: 400;">) ไปสู่การสร้างบริการ (</span><i><span style="font-weight: 400;">Service</span></i><span style="font-weight: 400;">), การพัฒนาแพลตฟอร์ม (</span><i><span style="font-weight: 400;">Platform</span></i><span style="font-weight: 400;">), และท้ายที่สุด การสร้างความเชื่อมั่นในระดับองค์กร (</span><i><span style="font-weight: 400;">Market Corporate</span></i><span style="font-weight: 400;">) เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นคุณค่าและพร้อมสนับสนุน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในกรอบแนวคิดสำคัญที่คุณศศรินทร์ได้นำเสนอคือ <strong>Business and Goodness Matrix</strong></span><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นแนวทางพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนพร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวก เช่น เธออธิบายว่าธุรกิจต้องเริ่มจากการทำเพื่อสังคมในรูปแบบ </span><i><span style="font-weight: 400;">Philanthropy</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเน้นการให้โดยไม่หวังผลกำไร จากนั้นก้าวสู่การทำ </span><i><span style="font-weight: 400;">CSR (Corporate Social Responsibility)</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมในลักษณะที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายทางธุรกิจ ต่อมาคือการสร้าง </span><i><span style="font-weight: 400;">CSV (Creating Shared Value)</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างธุรกิจกับชุมชน สุดท้ายคือ </span><i><span style="font-weight: 400;">Net Positive Impact</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่ช่วยให้ธุรกิจไม่เพียงแค่ลดผลกระทบเชิงลบ แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกในทุกมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศศรินทร์เน้นว่า ความสำเร็จของตลาดในอนาคตต้องเกิดจากตลาดที่มีความ</span><i><span style="font-weight: 400;"> Healthy </span></i><span style="font-weight: 400;">ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน ภาครัฐต้องมีบทบาทในการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจ ขณะที่ภาคเอกชนต้องพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกแง่มุม ทั้งด้านความต้องการส่วนบุคคลและผลกระทบต่อสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นการสร้างตลาดที่พร้อมสำหรับอนาคต จำเป็นต้องสร้างจากความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างทุกภาคส่วน ทั้งในระดับองค์กร ระดับประเทศ และระดับโลกด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42422" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-5.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย 366" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>New Market Horizon: Redefining Rule of Competition – การแข่งขันในตลาดใหม่เพื่ออนาคตยั่งยืน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเสวนาภายใต้หัวข้อ New Market Horizon ได้รับเกียรติจากคุณ </span><b>กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน),  คุณ </span><b>พิสุทธิ์ เพียรมนกุล</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้อำนวยการ Climate Economy Agenda BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) และที่ปรึกษาด้าน Intelligence Management บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด และคุณ</span><b> ศุภจี สุธรรมพันธุ์ </b><span style="font-weight: 400;">ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) โดยมีคุณ </span><b>มนต์ชัย วงษ์กิตติโกรวัล</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ปรึกษาอาวุโสด้าน Future-ready Management บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด ดำเนินรายการ ซึ่งร่วมกันวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงในตลาดโลก การปรับตัวของธุรกิจ และโอกาสในการสร้างความยั่งยืนผ่านระบบการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย </span><b>คุณกอบกาญจน์</b><span style="font-weight: 400;"> เปิดประเด็นด้วยการชี้ให้เห็นว่า โลกไม่ได้เพิ่งเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่ต่างออกไปในปัจจุบันคือความเร็วที่ทุกอย่างเกิดขึ้น เธอยกตัวอย่างความท้าทายของธนาคารที่ต้องรับมือกับความไม่แน่นอน เช่น กำแพงภาษีและการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายของประเทศต่าง ๆ เธอเน้นย้ำว่า </span><b>การรู้จักบริบทโลกและการพัฒนาคน</b><span style="font-weight: 400;"> จะเป็นกุญแจสำคัญในการเติบโตในยุคใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เธอยังกล่าวถึงการเกิดขึ้นของ </span><i><span style="font-weight: 400;">Virtual Bank</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่กำลังเปลี่ยนโฉมการแข่งขันในภาคการเงิน พร้อมตั้งคำถามว่า ประเทศไทยยังมีจุดแข็งอะไรที่สามารถใช้เป็นข้อได้เปรียบในตลาดโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมา </span><b>คุณพิสุทธิ์</b><span style="font-weight: 400;"> มุ่งเน้นประเด็นด้านพลังงาน โดยกล่าวว่าการแข่งขันในอนาคตต้องตอบโจทย์ 3 สิ่งสำคัญ คือ </span><b>พลังงานที่สะอาด ไม่ขาดแคลน และมีราคาที่เข้าถึงได้ </b><span style="font-weight: 400;">โดยเขาเสริมว่า การแข่งขันในยุคนี้ต้องมองไปไกลกว่าการรอดชีวิต แต่ควรตั้งเป้าหมายให้ &#8220;เร็วขึ้น&#8221; และ &#8220;ใหม่ขึ้น&#8221; กว่าเดิม โดยเชื่อว่าความสมดุล (</span><i><span style="font-weight: 400;">Sustainomy</span></i><span style="font-weight: 400;">) ระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการดูแลสิ่งแวดล้อมคือจุดขายสำคัญที่ไทยสามารถพัฒนาได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายด้วยการท่องเที่ยวในยุคที่ทุกอย่างเชื่อมโยงด้วยเทคโนโลยี ซึ่ง </span><b>คุณศุภจี</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวถึงแนวโน้มสำคัญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะเทรนด์จากเวทีดาวอสที่ชี้ให้เห็นว่า ความยั่งยืนและเทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญ เธอยกตัวอย่างการท่องเที่ยวที่เน้นประสบการณ์เฉพาะตัว (</span><i><span style="font-weight: 400;">Personalized Travel</span></i><span style="font-weight: 400;">) และการพัฒนา </span><i><span style="font-weight: 400;">Workation</span></i><span style="font-weight: 400;"> อย่างกรุงเทพฯ ที่กำลังเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักเดินทางที่ผสมผสานการทำงานและการพักผ่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยังชี้ให้เห็นว่าความท้าทายของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยไม่ได้มีแค่เรื่องการดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ยังรวมถึงการปรับตัวให้เหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลง เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน การอนุรักษ์วัฒนธรรม และการพัฒนาทักษะแรงงานในอุตสาหกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสรุปคือ ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในความยั่งยืน ซึ่ง </span><b>คุณกอบกาญจน์</b><span style="font-weight: 400;"> ปิดท้ายการเสวนาด้วยการเน้นว่า</span><b> ความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ยังรวมถึงการพัฒนาคนและการสร้างโอกาสใหม่ ๆ เธอเชื่อว่าทุกคนมีพลังในการเปลี่ยนแปลง และประเทศไทยไม่ควรรอรัฐบาลหรือผู้นำใด ๆ แต่ควรเริ่มจากความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“อย่าทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพราะทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้ได้” </span></i><b>คุณกอบกาญจน์</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวปิดอย่างทรงพลัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42423" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-6.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย 367" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>New Growth Horizon: From Conventional to Future-Ready – ปรับเปลี่ยนแนวคิด สร้างการเติบโตเพื่ออนาคต</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกธุรกิจในปัจจุบันไม่สามารถยึดติดกับแนวทางแบบเดิมได้อีกต่อไป ในยุคที่การแข่งขันสูง เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมผู้บริโภคไม่เหมือนเดิม ผู้นำองค์กรต้องมองไปข้างหน้า และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่คาดเดาไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการเสวนานี้ คุณ </span><b>จรีพร จารุกรสกุล </b><span style="font-weight: 400;">ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), คุณ</span><b> เรืองโรจน์ พูนผล</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานกลุมบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป, คุณ </span><b>ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ </b><span style="font-weight: 400;">กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ดำเนินรายการโดยคุณ </span><b>สินธ์โต วาณิชย์กิตติ์ </b><span style="font-weight: 400;">หัวหน้าที่ปรึกษาด้าน New Business Management บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด และ ผู้อำนวยการ Future-ready SME Agenda BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับวิธีปรับตัวขององค์กร ตั้งแต่ระดับธุรกิจขนาดใหญ่ไปจนถึงรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นด้วย </span><b>คุณจรีพร</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เน้นย้ำว่า </span><b>ผู้นำต้องมองไปข้างหน้า มองเห็นอนาคตก่อนที่มันจะมาถึง</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้การปรับตัวของธุรกิจต้องเริ่มมานานแล้ว ถ้าเริ่มวันนี้ถือว่าช้าไป เพราะการรอคอยหรือเดินช้าไปเพียงก้าวเดียว อาจหมายถึงการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มระดับโลก (</span><i><span style="font-weight: 400;">Global Mega Trends</span></i><span style="font-weight: 400;">) เช่น </span><i><span style="font-weight: 400;">Geopolitics</span></i><span style="font-weight: 400;"> (ภูมิรัฐศาสตร์), </span><i><span style="font-weight: 400;">Sustainability</span></i><span style="font-weight: 400;"> (ความยั่งยืน), และนโยบายของประเทศมหาอำนาจที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเธอยกตัวอย่างว่า </span><b>WHA Corporation</b><span style="font-weight: 400;"> ได้เตรียมตัวล่วงหน้าโดยการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ซึ่งกำลังกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในเศรษฐกิจโลก การเจรจาต่อรองที่ดีเป็นสิ่งจำเป็น เพราะจีนไม่ได้มาแค่เงินลงทุน แต่ยังมาพร้อมเทคโนโลยี ทรัพยากรมนุษย์ และความสามารถในการแข่งขันนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อด้วย </span><b>คุณดนันท์ </b><span style="font-weight: 400;">ที่กล่าวถึงความท้าทายของ </span><i><span style="font-weight: 400;">ไปรษณีย์ไทย</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นองค์กรที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน แต่หากไม่ปรับตัว ก็อาจไม่สามารถแข่งขันได้ในยุคที่ธุรกิจขนส่งเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อเอกชนสามารถให้บริการที่รวดเร็วและยืดหยุ่นกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาอธิบายว่า ไปรษณีย์ไทยไม่ได้เป็นแค่บริษัทขนส่ง แต่เป็น </span><b>เครือข่ายที่เข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ไม่มีองค์กรใดเทียบได้ หนึ่งในจุดแข็งที่สำคัญคือ “บุรุษไปรษณีย์” ซึ่งไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ส่งพัสดุและจดหมาย แต่ยังเป็นบุคคลที่สร้าง </span><i><span style="font-weight: 400;">Trust</span></i><span style="font-weight: 400;"> หรือความไว้วางใจในระดับชุมชน ด้วยความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับผู้คน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ในยุคที่ข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ ไปรษณีย์ไทยเริ่มปรับตัวโดยใช้ศักยภาพของบุรุษไปรษณีย์ให้มากขึ้น เช่น การเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในด้านการพัฒนาเมือง การวางแผนสาธารณูปโภค และการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในท้องถิ่น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มบริการใหม่ แต่เป็นการพลิกบทบาทของไปรษณีย์ไทยให้กลายเป็น </span><i><span style="font-weight: 400;">Infrastructure</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่สนับสนุนเศรษฐกิจและสังคมไทยในอนาคตต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายด้วย</span><b> คุณเรืองโรจน์</b><span style="font-weight: 400;"> นำประสบการณ์จากเวที </span><i><span style="font-weight: 400;">Davos</span></i><span style="font-weight: 400;"> มาแบ่งปัน โดยกล่าวว่า ผู้นำในยุคนี้ไม่ได้บริหารแค่ &#8220;คน&#8221; อีกต่อไป แต่ต้องบริหารคนควบคู่กับ </span><i><span style="font-weight: 400;">AI</span></i><span style="font-weight: 400;"> โดยเขาเชื่อว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">Automation</span></i><span style="font-weight: 400;"> และ </span><i><span style="font-weight: 400;">Augmentation</span></i><span style="font-weight: 400;"> จะเข้ามาแทนที่งานที่เคยทำโดยมนุษย์ และแรงงานในอนาคตต้องพัฒนาทักษะ </span><i><span style="font-weight: 400;">Soft Skills</span></i><span style="font-weight: 400;"> มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาย้ำว่าผู้นำองค์กรต้อง &#8220;เล่นเกมให้ถูก&#8221; และ &#8220;ใช้ความเจ็บปวดเป็นแรงผลักดัน&#8221; การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าธุรกิจสามารถก้าวนำหน้าและปรับตัวได้เร็ว ก็จะกลายเป็นผู้นำตลาดแทนที่จะเป็นผู้ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้</span><b> คุณจรีพร</b><span style="font-weight: 400;"> ปิดท้ายด้วยการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทย </span><b>ตื่นตัวและเริ่มลงมือทำ</b><span style="font-weight: 400;"> แทนที่จะรอให้ใครมาช่วย เธอกล่าวว่าธุรกิจไทยต้องหยุดร้องขอและเริ่มสร้างโอกาสด้วยตัวเอง การลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (</span><i><span style="font-weight: 400;">EV</span></i><span style="font-weight: 400;">), พลังงานสะอาด, และเทคโนโลยีดิจิทัล จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยแข่งขันได้ในระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอย้ำว่าเราต้องสร้างโลกของเราเอง ไม่ใช่รอให้ใครมาเป็นต้นแบบ การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นจากคำพูด แต่เกิดขึ้นจากการ </span><b>“ลงมือทำจริง”</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย 368" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/brandi-future-ready-2025-250129/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องเงินเดือน HR: ตำแหน่งไหน อุตสาหกรรมใด ได้เงินเดือนสูงสุด</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hr-lifestyle/hr-salary-250103/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hr-lifestyle/hr-salary-250103/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Jan 2025 07:49:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเดือน HR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=42104</guid>

					<description><![CDATA[เป็นประจำทุกปี เมื่อทุกต้นปีหลายคนเริ่มมองหาโอกาสใหม่ ๆ เพื่อก้าวหน้าทางอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนงาน เปลี่ยนสายงาน หรือปรับบทบาทเพื่อเพิ่มรายได้ ซึ่งหนึ่งในสายงานที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือ สายงาน HR (Human Resources) HR ถือเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรในทุกอุตสาหกรรม มีบทบาทตั้งแต่การสรรหาและพัฒนาบุคลากร ไปจนถึงการบริหารจัดการวัฒนธรรมองค์กรและสร้างความมั่นคงให้กับทีมงาน การทำงานในสาย HR จึงไม่ใช่เพียงแต่เป็นการดูแลเรื่องคน แต่ยังเกี่ยวข้องกับกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรในภาพรวม ในบทความนี้ HREX.asia จะพาคุณมาดู เงินเดือนในสายงาน HR ที่มีความหลากหลายตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงระดับผู้บริหาร พร้อมเจาะลึกถึงอุตสาหกรรมที่ให้ค่าตอบแทนสูงสุด พร้อมแนวทางในการพัฒนาตัวเองเพื่อเติบโตในสายงานนี้ หากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจหรือข้อมูลเพื่อก้าวสู่อนาคตที่มั่นคงในสาย HR บทความนี้จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพชัดเจนขึ้น เงินเดือน HR: แต่ละตำแหน่งและระดับอาชีพควรได้เงินเดือนเท่าไหร่ ? สายงาน HR มีตำแหน่งงานที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่เริ่มต้นไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง ซึ่งแต่ละตำแหน่งมีขอบเขตความรับผิดชอบและค่าตอบแทนที่แตกต่างกัน โดยเราอ้างอิงจาก 2025 Salary Guide Report from ManpowerGroup Thailand ซึ่งมีรายละเอียดในแต่ละระดับที่ชัดเจน ขณะที่บทความนี้จะเป็น ค่าเฉลี่ย เท่านั้น ดังนี้  เงินเดือนระดับเริ่มต้น [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42106" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ส่องเงินเดือน-HR-ตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักล้าน.webp" alt="ส่องเงินเดือน HR ตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักล้าน" width="600" height="370" title="ส่องเงินเดือน HR: ตำแหน่งไหน อุตสาหกรรมใด ได้เงินเดือนสูงสุด 374" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ส่องเงินเดือน-HR-ตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักล้าน.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ส่องเงินเดือน-HR-ตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักล้าน-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นประจำทุกปี เมื่อทุกต้นปีหลายคนเริ่มมองหาโอกาสใหม่ ๆ เพื่อก้าวหน้าทางอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนงาน เปลี่ยนสายงาน หรือปรับบทบาทเพื่อเพิ่มรายได้ ซึ่งหนึ่งในสายงานที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือ </span><b>สายงาน HR (Human Resources)</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ถือเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรในทุกอุตสาหกรรม มีบทบาทตั้งแต่การสรรหาและพัฒนาบุคลากร ไปจนถึงการบริหารจัดการวัฒนธรรมองค์กรและสร้างความมั่นคงให้กับทีมงาน การทำงานในสาย HR จึงไม่ใช่เพียงแต่เป็นการดูแลเรื่องคน แต่ยังเกี่ยวข้องกับกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรในภาพรวม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบทความนี้ HREX.asia จะพาคุณมาดู </span><b>เงินเดือนในสายงาน HR </b><span style="font-weight: 400;">ที่มีความหลากหลายตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงระดับผู้บริหาร พร้อมเจาะลึกถึงอุตสาหกรรมที่ให้ค่าตอบแทนสูงสุด พร้อมแนวทางในการพัฒนาตัวเองเพื่อเติบโตในสายงานนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจหรือข้อมูลเพื่อก้าวสู่อนาคตที่มั่นคงในสาย HR บทความนี้จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพชัดเจนขึ้น</span></p>

<h2><b>เงินเดือน HR: แต่ละตำแหน่งและระดับอาชีพควรได้เงินเดือนเท่าไหร่ ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สายงาน HR มีตำแหน่งงานที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่เริ่มต้นไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง ซึ่งแต่ละตำแหน่งมีขอบเขตความรับผิดชอบและค่าตอบแทนที่แตกต่างกัน โดยเราอ้างอิงจาก </span><a href="https://www.manpowerthailand.com/salary-guide-manpowergroup-thailand" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">2025 Salary Guide Report from ManpowerGroup Thailand</span></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งมีรายละเอียดในแต่ละระดับที่ชัดเจน ขณะที่บทความนี้จะเป็น</span><b> ค่าเฉลี่ย</b><span style="font-weight: 400;"> เท่านั้น ดังนี้ </span></p>
<h3><b>เงินเดือนระดับเริ่มต้น (Entry-Level)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นในสายงาน HR ตำแหน่งที่เหมาะสมจะเป็นตำแหน่งในระดับปฏิบัติการ เช่น:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>HR Officer หรือ HR Executive</b><span style="font-weight: 400;">: 15,000 &#8211; 35,000 บาท/เดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Recruiter หรือ HR Specialist</b><span style="font-weight: 400;">: 20,000 &#8211; 35,000 บาท/เดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>HRD Officer หรือ Training Specialist</b><span style="font-weight: 400;">: 18,000 &#8211; 35,000 บาท/เดือน</span></li>
</ul>
<h3><b>เงินเดือนระดับกลาง (Middle-Level)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ที่มีประสบการณ์ 6-10 ปีในสาย HR สามารถก้าวเข้าสู่ตำแหน่งระดับบริหารระดับกลาง เช่น:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>HR Manager</b><span style="font-weight: 400;">: 50,000 &#8211; 80,000 บาท/เดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Compensation and Benefits Manager</b><span style="font-weight: 400;">: 45,000 &#8211; 100,000 บาท/เดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>HR Business Partner (HRBP)</b><span style="font-weight: 400;">: 55,000 &#8211; 130,000 บาท/เดือน</span></li>
</ul>
<h3><b>เงินเดือนระดับสูง (High-Level)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี อยู่ในตำแหน่งระดับสูง เป็นผู้บริหาร HR มีบทบาทในการวางกลยุทธ์และกำหนดทิศทางด้านทรัพยากรบุคคลขององค์กร เช่น:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>HR Director หรือ HR Head</b><span style="font-weight: 400;">: 150,000 &#8211; 300,000 บาท/เดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>CHRO (Chief Human Resources Officer)</b><span style="font-weight: 400;">: 200,000 &#8211; 500,000 บาท/เดือน</span></li>
</ul>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>รู้หรือไหม ?</strong></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">สาย HR ที่มีเงินเดือนต่ำที่สุดคือ </span><b>HR Officer หรือ HR Executive</b><span style="font-weight: 400;"> เงินเดือน</span><b> 13,910 บาท/เดือน</b></li>
<li><span style="font-weight: 400;">สาย HR ที่มีเงินเดือนสูงที่สุด </span><b>CHRO (Chief Human Resources Officer)</b><span style="font-weight: 400;"> เงินเดือน  </span><b>1,280,000 บาท/เดือน</b></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21332" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/10/american-dollars-cash-money-sack-black-table-dark-room.jpg" alt="american dollars cash money sack black table dark room" width="1000" height="667" title="ส่องเงินเดือน HR: ตำแหน่งไหน อุตสาหกรรมใด ได้เงินเดือนสูงสุด 375" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2018/10/american-dollars-cash-money-sack-black-table-dark-room.jpg 1000w, https://th.hrnote.asia/storage/2018/10/american-dollars-cash-money-sack-black-table-dark-room-300x200.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2018/10/american-dollars-cash-money-sack-black-table-dark-room-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h2><b>อุตสาหกรรมไหน HR ได้เงินเดือนสูงสุด ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูลใน </span><a href="https://www.manpowerthailand.com/salary-guide-manpowergroup-thailand" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">2025 Salary Guide</span></a><span style="font-weight: 400;"> ฉบับเดียวกันพบว่า อุตสาหกรรมที่ HR ได้รับค่าตอบแทนสูงที่สุด ได้แก่:</span></p>
<h3><b>1. Banking and Finance</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อุตสาหกรรมการเงินและธนาคารเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ HR ได้รับค่าตอบแทนสูงที่สุด สาเหตุหลักคือความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎระเบียบทางการเงิน และการสร้างความมั่นคงในองค์กร โดยเฉพาะเมื่อธนาคารและสถาบันการเงินต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและข้อกำหนดใหม่ ๆ เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอุตสาหกรรมนี้ HR ไม่ได้ดูแลเพียงเรื่องการสรรหาหรือพัฒนาพนักงาน แต่ยังต้องมีความเข้าใจในการบริหารความเสี่ยง การจัดการข้อมูลที่ซับซ้อน และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ตำแหน่งที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนี้ ได้แก่ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211105-what-is-hrbp/"><b>HR Business Partner (HRBP)</b></a><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>Compensation and Benefits Manager</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งถือว่ามีเงินเดือนที่สูง</span></p>
<h3><b>2. FMCG และ Retail</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและค้าปลีก (Fast-Moving Consumer Goods) เป็นอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง และมีโครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อน ความท้าทายของ HR ในกลุ่มนี้คือการบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีพนักงานจำนวนมากและรูปแบบการจ้างงานหลากหลาย รวมทั้ง HR เองยังต้องปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วย </span></p>
<p><b>HR Manager</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>HRBP</b><span style="font-weight: 400;"> จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างทีมงานในฝ่ายต่าง ๆ รวมถึงการปรับปรุงวัฒนธรรมองค์กรให้ตอบโจทย์ธุรกิจ และต้องวางแผนเชิงกลยุทธ์ให้เป็น นับเป็นหนึ่งในหน้าที่ที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้ตำแหน่ง HR ในกลุ่มนี้ได้</span></p>
<h3><b>3. Technology และ IT</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคดิจิทัลแบบนี้ ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ IT จะเติบโตอย่างรวดเร็ว HR ในอุตสาหกรรมนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้พนักงานสามารถรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานให้ส่งเสริมการคิดนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตำแหน่ง HR ที่ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมนี้ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/210721-hris-human-resource-information-system/"><b>HRIS</b></a><b> Manager (Human Resource Information System Manager)</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ต้องดูแลระบบจัดการทรัพยากรบุคคลที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และ </span><b>Training and Development Manager</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อพัฒนาทักษะพนักงานให้ทันกับเทรนด์และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้อุตสาหกรรมนี้น่าสนใจคือ HR ต้องมีความเข้าใจใน  วัฒนธรรมของพนักงานสายเทคโนโลยี ซึ่งแตกต่างจากอุตสาหกรรมอื่น โดยเฉพาะในเรื่องของความยืดหยุ่นในการทำงาน (</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190808-flexible-working-system/"><span style="font-weight: 400;">Flexible Work</span></a><span style="font-weight: 400;">) และการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว (</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190725-work-life-balance/"><span style="font-weight: 400;">Work-Life Balance</span></a><span style="font-weight: 400;">) ที่พวกเขาถามหากว่าปกติ จึงเป็นมีเทคนิคในการดูแลพวกเขาที่เฉพาะตัว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31616" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/Career-Development6.webp" alt="Career Development6" width="600" height="370" title="ส่องเงินเดือน HR: ตำแหน่งไหน อุตสาหกรรมใด ได้เงินเดือนสูงสุด 376" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/Career-Development6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/Career-Development6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>HR จะพัฒนาตัวเองในสายงาน เพื่อก้าวสู่ตำแหน่งและรายได้ที่สูงขึ้นได้อย่างไร ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเติบโตในสายงาน HR ซึ่งไม่เพียงช่วยให้คุณก้าวไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น แต่ยังช่วยเพิ่มคุณค่าและความสำคัญของคุณในองค์กร ต่อไปนี้คือแนวทางสำคัญที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ </span></p>
<h3><b>1. เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของตัวเอง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเพิ่มทักษะเฉพาะทางจะช่วยให้คุณโดดเด่นในสายงาน HR โดยเฉพาะในด้านที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงาน เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Compensation &amp; Benefits</b><span style="font-weight: 400;">: การจัดการเรื่องค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์เพื่อสร้างความพึงพอใจและรักษาพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/5-hr-strategy-240809/"><b>HR Analytics</b></a><span style="font-weight: 400;">: การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนากลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>HRIS (Human Resource Information System)</b><span style="font-weight: 400;">: การใช้งานระบบบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความซับซ้อนในกระบวนการทำงาน</span></li>
</ul>
<h3><b>2.  สอบรับใบรับรองวิชาชีพ เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวงการ HR มี</span><a href="https://th.hrnote.asia/qaarticle/hr-certification-thailand/"><span style="font-weight: 400;"> ใบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ</span></a><span style="font-weight: 400;"> มากมายที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในสายงาน ยกตัวอย่าง มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพกลุ่มอาชีพนักทรัพยากรมนุษย์ของ </span><b>SHRM (Society for Human Resource Management) </b><span style="font-weight: 400;">หรือ</span><b> คุณวุฒิวิชาชีพนักบริหารทรัพยากรบุคคลของสถาบัน HRCI (HR Certification Institute) </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก </span><a href="http://www.pmat.or.th/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%A5/1712/HR%20Standard/19426/viewlink1/?contentid=37234" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (Personnel Management Association of Thailand : PMAT)</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใบรับรองเหล่านี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และยังสร้างโอกาสให้คุณก้าวเข้าสู่บทบาทที่ซับซ้อนและมีค่าตอบแทนสูงขึ้นนั่นเอง</span></p>
<h3><b>3. สร้างเครือข่ายในวิชาชีพ HR</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างเครือข่ายในสายงาน HR จะช่วยให้คุณมีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรม โดยคุณสามารถเข้าร่วมกลุ่ม HR Professionals ในหลากหลายแห่ง เช่น ชมรมหรือองค์กรที่สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ HR รวมทั้งการเข้าร่วมสัมมนาและกิจกรรม เพื่ออัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มล่าสุด และสร้างความสัมพันธ์กับคนในวงการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับ HREX.asia ที่มีแพลตฟอร์ม </span><a href="https://qath.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;">HR Community</span></a><span style="font-weight: 400;"> เป็นชุมชนออนไลน์ที่คุณสามารถเข้ามาถาม-ตอบ หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ผ่านการตั้งกระทู้ รวมทั้งเรายังมีกิจกรรมทั้งออนไลน์และออฟไลน์เป็นประจำ สามารถติดตามผ่านทุกช่องทางของเราเลย</span></p>
<h3><b>4. พัฒนาความเข้าใจในธุรกิจและการบริหารเชิงกลยุทธ์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการทำงานในสาย HR ไม่ได้หมายถึงการดูแลคนเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องมีความเข้าใจในกลยุทธ์องค์กรและการบริหารธุรกิจด้วย ฉะนั้นเพื่อเพิ่มบทบาทในเชิงกลยุทธ์ HR จะต้องทำความเข้าใจกับเป้าหมายขององค์กรในระยะยาว, เรียนรู้เกี่ยวกับงบประมาณและการบริหารจัดการทรัพยากร และร่วมทำงานกับผู้บริหารระดับสูงเพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กร ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะช่วยยกระดับความสามารถของตัวเองได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41833 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/3-_2_-1024x631.webp" alt="ระบบ HR ที่ปรับแต่งได้ดั่งใจ! ทำไม ATHM ถึงเหมาะกับทุกองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่น?" width="1024" height="631" title="ส่องเงินเดือน HR: ตำแหน่งไหน อุตสาหกรรมใด ได้เงินเดือนสูงสุด 377" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/3-_2_-1024x631.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/3-_2_-300x185.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/3-_2_-768x473.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/3-_2_-1536x947.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/3-_2_.webp 1875w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>การทำงานสายงาน HR ยังน่าสนใจอยู่ไหม ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สายงาน HR (Human Resources) ยังคงเป็นหนึ่งในสายงานที่มีบทบาทสำคัญในทุกองค์กร โดยเฉพาะในยุคที่การบริหารจัดการคนถือเป็นหัวใจของความสำเร็จทางธุรกิจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นหากคุณ </span><b>สนุกกับการทำงานที่เกี่ยวข้องกับผู้คน</b><span style="font-weight: 400;"> งาน HR จะตอบโจทย์คุณอย่างมาก คุณจะมีโอกาสได้พูดคุย รับฟัง และช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว การพัฒนาทักษะ หรือการสร้างความสัมพันธ์ในทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ </span><b>HR ยังมีบทบาทเชิงกลยุทธ์องค์กร</b> <a href="https://th.hrnote.asia/tips/why-hr-why-240620/"><span style="font-weight: 400;">ไม่ได้ทำงานเพียงแค่จัดการเอกสารหรือปฏิบัติงานซ้ำ ๆ</span></a><span style="font-weight: 400;"> เช่น การกำหนดวัฒนธรรมองค์กร การวางแผนด้านความหลากหลาย (Diversity &amp; Inclusion) และการสนับสนุนความยั่งยืน (Sustainability) แถมยังเป็น</span><b> ผู้ที่ช่วยให้พนักงานแต่ละคนประสบความสำเร็จในอาชีพของตนเอง</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อที่จะเห็นพนักงานเติบโตและสร้างผลลัพธ์ต่อองค์กรต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน HR จึงยังมีโอกาสเติบโตในอาชีพสูง สามารถพัฒนาทักษะตัวเองได้หลากหลาย เช่น ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ การเจรจาต่อรอง และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องกฎหมายแรงงาน การวิเคราะห์ข้อมูล (HR Analytics) และการจัดการระบบทรัพยากรบุคคล เพื่อสร้างผลกระทบในเชิงบวกในองค์กรนั่นเอง</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>งาน HR เหมาะกับใคร ?</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คนที่รักการทำงานร่วมกับผู้อื่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คนที่ชอบการวางแผนและแก้ปัญหา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คนที่สนใจการพัฒนาคนและองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คนที่มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวต่อสถานการณ์ได้</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว งาน HR ยังคงเป็นสายงานที่มีความสำคัญและน่าสนใจในทุกยุคสมัย หากคุณเป็นคนที่ชอบทำงานเกี่ยวกับคน และต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีในองค์กร งานนี้จะเป็นโอกาสที่คุณสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จ ไปพร้อม ๆ กับการช่วยเหลือผู้อื่นให้เติบโตในสายอาชีพเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณกำลังมองหาอาชีพที่มั่นคงและมีความท้าทาย การเข้าสู่สายงาน HR อาจเป็นก้าวสำคัญในชีวิตการทำงาน ที่สำคัญอย่าลืมพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องเพื่อคว้าโอกาสในสายงานนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ร่วมพัฒนาทักษะและสร้างเครือข่ายในสายงาน HR เพื่อความสำเร็จที่มั่นคงและยั่งยืนไปด้วยกันกับ HREX.asia !</span></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20217 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02.png" alt="CTA HR Community" width="1600" height="500" title="ส่องเงินเดือน HR: ตำแหน่งไหน อุตสาหกรรมใด ได้เงินเดือนสูงสุด 378" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Copy-of-hrexp-pc-02-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hr-lifestyle/hr-salary-250103/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HR Trends 2025: ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/tips/hr-trends-2025-241225/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/tips/hr-trends-2025-241225/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Dec 2024 06:20:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tips]]></category>
		<category><![CDATA[HR Trend 2025]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=42029</guid>

					<description><![CDATA[ปี 2025 กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในโลกของการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) ไม่ใช่แค่เพราะ “ความท้าทาย” ที่เทคโนโลยี สังคม และวัฒนธรรมการทำงานกำลังหยิบยื่นมาให้ แต่มันเป็น “โอกาส” สำคัญที่องค์กรจะได้ตั้งเข็มทิศใหม่ ปรับตัวให้ทัน และสร้างเส้นทางสู่ความสำเร็จระยะยาวอย่างมั่นคง ในฐานะที่ HREX.asia ติดตามเทรนด์ HR อย่างใกล้ชิด เราไม่พลาดที่จะรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายแหล่งทั้งในและต่างประเทศ วิเคราะห์ประเด็นสำคัญและทิศทางใหม่ ๆ เพื่อสรุปออกมาเป็นแนวทางที่ชัดเจนและนำไปใช้ได้จริง พร้อมหรือยังที่จะก้าวเข้าสู่ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ?  มาดูกันเลยว่า HR Trends 2025 มีอะไรที่องค์กรของคุณต้องรู้บ้าง 1. เติมทักษะการคิดเชิงระบบ (Systems Thinking): กุญแจสู่การบริหารองค์กรในภาพรวม ในยุคที่ HR ไม่ได้เป็นเพียงฝ่ายสนับสนุน แต่กลายมาเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กร การคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) จึงเป็นทักษะที่ HR ไม่อาจละเลยได้อีกต่อไป  ทักษะนี้ช่วยให้ HR เข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ในองค์กร ตั้งแต่พนักงาน กระบวนการทำงาน ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับสังคมภายนอก โดย HR [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42033" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HR-Trends-2025-ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง.webp" alt="HR Trends 2025 ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง" width="600" height="370" title="HR Trends 2025: ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง 390" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HR-Trends-2025-ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HR-Trends-2025-ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2025 กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในโลกของการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) ไม่ใช่แค่เพราะ “ความท้าทาย” ที่เทคโนโลยี สังคม และวัฒนธรรมการทำงานกำลังหยิบยื่นมาให้ แต่มันเป็น “โอกาส” สำคัญที่องค์กรจะได้ตั้งเข็มทิศใหม่ ปรับตัวให้ทัน และสร้างเส้นทางสู่ความสำเร็จระยะยาวอย่างมั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะที่ HREX.asia ติดตามเทรนด์ HR อย่างใกล้ชิด เราไม่พลาดที่จะรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายแหล่งทั้งในและต่างประเทศ วิเคราะห์ประเด็นสำคัญและทิศทางใหม่ ๆ เพื่อสรุปออกมาเป็นแนวทางที่ชัดเจนและนำไปใช้ได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พร้อมหรือยังที่จะก้าวเข้าสู่ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ? </span></p>
<h1>มาดูกันเลยว่า HR Trends 2025 มีอะไรที่องค์กรของคุณต้องรู้บ้าง</h1>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42031 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/high-angle-chart-statistics-presentation-with-hand-1024x683.webp" alt="HR Trends 2025 ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง" width="1024" height="683" title="HR Trends 2025: ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง 391" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/high-angle-chart-statistics-presentation-with-hand-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/high-angle-chart-statistics-presentation-with-hand-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/high-angle-chart-statistics-presentation-with-hand-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/high-angle-chart-statistics-presentation-with-hand-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/high-angle-chart-statistics-presentation-with-hand-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>1. เติมทักษะการคิดเชิงระบบ (Systems Thinking): กุญแจสู่การบริหารองค์กรในภาพรวม</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ HR ไม่ได้เป็นเพียงฝ่ายสนับสนุน แต่กลายมาเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กร </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-of-the-future-class-3-hr-in-tech-tech-in-hr-20230925/"><b>การคิดเชิงระบบ (Systems Thinking)</b></a><span style="font-weight: 400;"> จึงเป็นทักษะที่ HR ไม่อาจละเลยได้อีกต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทักษะนี้ช่วยให้ HR เข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ในองค์กร ตั้งแต่พนักงาน กระบวนการทำงาน ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับสังคมภายนอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย HR ที่มีมุมมองเชิงระบบสามารถมองเห็นภาพใหญ่ขององค์กรได้ชัดเจนขึ้น เช่น การเชื่อมโยง “เป้าหมายของพนักงาน” กับ “เป้าหมายองค์กร” ซึ่งช่วยสร้างความสมดุลระหว่างความสำเร็จส่วนบุคคลและความสำเร็จรวมของทีมด้วย</span></p>
<h3><b>HR ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ควรเริ่มพัฒนาทักษะการคิดเชิงระบบผ่านการจัดอบรมหรือพัฒนาโครงการที่ช่วยให้เข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่าง ๆ ในองค์กร เช่น การใช้ System Maps เพื่อระบุผลกระทบของการตัดสินใจในแต่ละด้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ HR ควรมีเครื่องมือสำหรับรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง เช่น ข้อมูลพนักงาน การประเมินผล และความพึงพอใจ เพื่อตรวจสอบว่าแต่ละปัจจัยส่งผลต่อองค์กรอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ HR สามารถออกแบบนโยบายแบบองค์รวมที่สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร และตอบสนองความต้องการของพนักงานได้อย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41846 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/image2-1024x683.webp" alt="AI และ MACHINE LEARNING: ตัวเปลี่ยนเกมในภาคการเรียนรู้และพัฒนา (L&amp;D)" width="1024" height="683" title="HR Trends 2025: ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง 392" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/image2-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/image2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/image2-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/image2.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>2. ผสานคนและ AI ในการขับเคลื่อนองค์กร (AI-Powered People)</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่าเพิ่งเบื่อกับคำว่า </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/ai-centric-organization-231218/"><b>AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์</b></a><b> เ</b><span style="font-weight: 400;">พราะเราอาจต้องพึ่งพามันอีกนาน เพราะ AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่มนุษย์ แต่กลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยยกระดับการทำงานในทุกมิติ โดยเฉพาะในด้านการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และการบริหารทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างเช่น AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทีมงานเพื่อระบุจุดแข็งและจุดอ่อน รวมถึงกำหนดบทบาทที่เหมาะสมกับความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคน นอกจากนี้ AI ยังลดเวลาและข้อผิดพลาดในกระบวนการสำคัญ เช่น การสรรหาบุคลากร การจัดการงานซ้ำซาก และการประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วย AI HR สามารถปลดล็อกศักยภาพใหม่ ๆ ในการทำงาน โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนากลยุทธ์และสร้างคุณค่าให้กับองค์กร มากกว่าการจมอยู่กับงานประจำเดิม ๆ</span></p>
<h3><b>HR ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR จำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับทั้ง </span><b>ความสามารถ และ ข้อจำกัด ของ AI</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น การนำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลพนักงาน การประเมินผล หรือแม้กระทั่งการออกแบบนโยบายที่เหมาะสมกับความต้องการขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ การเพิ่มทักษะด้านการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive Analytics) จะช่วยให้ HR สามารถประเมินข้อมูลจากหลากหลายแหล่งและเชื่อมโยงผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การใช้งาน AI ต้องคำนึงถึง </span><b>ความเป็นธรรม</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>ความโปร่งใส</b><span style="font-weight: 400;"> ในการประมวลผลข้อมูล HR ต้องตรวจสอบระบบอย่างรอบคอบเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น การละเมิดความเป็นส่วนตัวของพนักงาน หรือความอคติที่อาจแฝงอยู่ในอัลกอริธึม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพิจารณาด้านจริยธรรมจะช่วยให้องค์กรใช้ AI ได้อย่างปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือในระยะยาวนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42003" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/The-New-Collar-Workforce.webp" alt="The New-Collar Workforce: การพลิกโฉม HR ด้วยแนวคิดทักษะสำคัญกว่าใบปริญญา" width="600" height="370" title="HR Trends 2025: ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง 393" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/The-New-Collar-Workforce.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/The-New-Collar-Workforce-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>3. หมดยุคใบปริญญา เมื่อการจ้างงานเน้นที่ทักษะมากกว่าแล้ว (Skills-Based Hiring) </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวโน้มการจ้างงานกำลังเปลี่ยนไป เมื่อ “ทักษะ” กลายเป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรให้ความสำคัญมากกว่า “ใบปริญญา” และกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในหลาย ๆ อุตสาหกรรม ตัวอย่างที่ชัดเจน คือองค์กรชั้นนำอย่าง Google และ Unilever ได้ปรับแนวทางการสรรหาบุคลากรมาเน้นที่ความสามารถมากกว่าคุณวุฒิทางการศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ช่วยเพียงแค่การเฟ้นหาคนที่เหมาะสมกับงานเท่านั้น แต่ยังช่วยลดอุปสรรคด้านการเข้าถึงโอกาสการทำงาน โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานที่ไม่มีโอกาสจบการศึกษาสูง หรือที่เรียกว่า </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/the-new-collar-workforce-241223/"><b>New-Collar Workers</b></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การจ้างงานที่เน้นทักษะจะสร้างโอกาสที่เท่าเทียม และช่วยให้องค์กรเข้าถึงบุคลากรที่มีศักยภาพจริง ๆ โดยไม่จำกัดที่ฉลากทางการศึกษาอีกต่อไป</span></p>
<h3><b>HR ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้ไม่ได้จำกัดแค่การปรับเปลี่ยนกระบวนการสรรหาอย่างเดียว แต่ HR ยังต้องวางแผนในระยะยาวเพื่อพัฒนาทักษะของพนักงานปัจจุบันด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การ วิเคราะห์ช่องว่างของทักษะ (Skills Gap Analysis) จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการระบุจุดอ่อนและความต้องการในองค์กร ช่วยให้ HR วางแผนการพัฒนาได้อย่างแม่นยำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้น HR ควรสร้างโครงการ Up-skill &amp; Re-skill เพื่อเพิ่มทักษะใหม่ ๆ ให้กับพนักงาน ซึ่งจะช่วยให้พวกเขายังคงเป็นที่ต้องการในตลาดงาน และสามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงขององค์กรได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจ้างงานที่เน้นทักษะ ยังช่วยส่งเสริมแนวคิดเรื่องความเท่าเทียมในองค์กร โดยลดอคติที่เกิดจากคุณวุฒิหรือพื้นหลังทางการศึกษา สร้างวัฒนธรรมที่เปิดกว้างและยั่งยืนมากยิ่งขึ้นด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24526" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/11/shutterstock_1680539317.jpg" alt="shutterstock 1680539317" width="500" height="334" title="HR Trends 2025: ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง 394" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2021/11/shutterstock_1680539317.jpg 500w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/11/shutterstock_1680539317-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h2><b>4. เน้นความยืดหยุ่นในการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid Work)</b></h2>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/future-of-hybrid-work-230907/"><span style="font-weight: 400;">การทำงานแบบไฮบริด</span></a><span style="font-weight: 400;"> กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่หลายองค์กรยอมรับและปรับใช้อย่างแพร่หลาย พนักงานยุคปัจจุบันจึงให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถานที่หรือเวลาทำงาน ส่งผลให้องค์กรต้องพัฒนานโยบายที่รองรับรูปแบบการทำงานนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นโยบายที่ตอบสนองต่อการทำงานแบบไฮบริด จะช่วยรักษาประสิทธิภาพของพนักงาน และส่งเสริมความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถในยุคปัจจุบัน</span></p>
<h3><b>HR ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย </span><b>Work from Home</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><b>Work from Anywhere</b><span style="font-weight: 400;"> ความท้าทายสำคัญคือการสร้าง </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/what-is-organizational-culture-210604/"><b>วัฒนธรรมองค์กร</b></a><span style="font-weight: 400;"> ที่รองรับทั้งพนักงานในออฟฟิศและพนักงานที่ทำงานจากระยะไกล (Remote Work)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR จำเป็นต้องลงทุนในเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุนการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น แพลตฟอร์มประชุมออนไลน์ ระบบจัดการโปรเจกต์ และเครื่องมือติดตามผลลัพธ์การทำงาน การมีเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้กระบวนการทำงานลื่นไหล ลดปัญหา Work Flow สะดุดที่อาจทำให้พนักงานรู้สึกไม่พอใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับพนักงานที่ยังเลือกทำงานที่ออฟฟิศ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-driven-success-240731/"><span style="font-weight: 400;">การปรับปรุงพื้นที่สำนักงาน</span></a><span style="font-weight: 400;"> ให้เหมาะสมกับการทำงานแบบไฮบริดก็สำคัญเช่นกัน เช่น การจัดโต๊ะทำงานแบบ Hot-Desk ที่ใช้ร่วมกันได้ และพื้นที่ประชุมที่ยืดหยุ่น ทั้งหมดนี้จะช่วยให้การทำงานแบบไฮบริดตอบโจทย์พนักงานทุกกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21651" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/1df5b4f898cd73d487d1841a4b361263.jpg" alt="1df5b4f898cd73d487d1841a4b361263" width="500" height="334" title="HR Trends 2025: ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง 395" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/1df5b4f898cd73d487d1841a4b361263.jpg 500w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/1df5b4f898cd73d487d1841a4b361263-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h2><b>5. หยุดปัญหาสมองไหล ด้วยการเร่งวางกลยุทธ์รักษาบุคลากร (Employee Retention Strategies)</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน (Talent Shortage) ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง สงคราม Talent War ยิ่งทำให้การแย่งชิงบุคลากรที่มีความสามารถเข้มข้นขึ้นทุกวัน ในสถานการณ์เช่นนี้ หากองค์กรของคุณมี </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-roundtable-future-talent-241212/"><span style="font-weight: 400;">Talent</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่ใช่ การรักษาไว้ให้ได้อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าการเสี่ยงสูญเสียไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าการรักษาพนักงานที่มีศักยภาพไม่ได้หมายถึงการเพิ่มเงินเดือนเพียงอย่างเดียว องค์กรจำเป็นต้องสร้างกลยุทธ์ที่ครอบคลุม เช่น การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อให้เกิดความผูกพัน และสนับสนุนความพึงพอใจของพนักงานในระยะยาว ซึ่งอาจรวมถึงการส่งเสริมโอกาสในการพัฒนาทักษะ การจัดสวัสดิการที่เหมาะสม และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่พนักงานรู้สึกมีคุณค่าและมีส่วนร่วมในความสำเร็จขององค์กรด้วย</span></p>
<h3><b>HR ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ควรกลับมาตรวจสอบ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190326-employee-retention/"><b>กลยุทธ์การรักษาพนักงาน (Employee Retention Strategy)</b></a><span style="font-weight: 400;"> ขององค์กร ว่ายังเข้มแข็งและตอบโจทย์พนักงานเพียงพอหรือไม่ หรือมีแนวทางใหม่ที่สามารถเพิ่มความผูกพันของพนักงานได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/designing-21st-century-well-being-organizations-240923/"><b>เทรนด์ Employee Wellbeing</b></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งกำลังกลายเป็นวาระสำคัญในหลายองค์กร การมีสวัสดิการที่ช่วยเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดี ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ เช่น โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ สิทธิการลาพักผ่อนเพิ่มเติม หรือการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต จะช่วยให้องค์กรกลายเป็นที่รักของพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ HR ต้องให้ความสำคัญกับการ </span><b>วัดผลและปรับปรุงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของพนักงาน วิธีนี้ไม่เพียงช่วยรักษาบุคลากรที่มีคุณค่า แต่ยังสร้างรากฐานที่ยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24356" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/09/shutterstock_1659621910-1.jpg" alt="shutterstock 1659621910 1" width="500" height="250" title="HR Trends 2025: ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง 396" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2021/09/shutterstock_1659621910-1.jpg 500w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/09/shutterstock_1659621910-1-300x150.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h2><b>6. Rise of Gig Economy พนักงานประจำยังจำเป็นไหม ?</b></h2>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/tips/210917-how-gig-economy-impact-hr/"><span style="font-weight: 400;">การจ้างงานแบบอิสระ (Gig Economy)</span></a><span style="font-weight: 400;"> ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่กลุ่มฟรีแลนซ์และพนักงานสัญญาจ้างมักจำกัดอยู่ในสายงานสร้างสรรค์และเทคโนโลยี แต่ในอนาคต แนวโน้มนี้จะเริ่มขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ และกลายเป็นส่วนหนึ่งในเกือบทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในงานที่ต้องการทักษะเฉพาะทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเติบโตของ Gig Economy ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการแรงงานที่มีความยืดหยุ่น แต่ยังเปิดโอกาสให้บริษัทเข้าถึงบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะได้ง่ายขึ้น ทำให้องค์กรต้องพิจารณาใหม่ว่า การพึ่งพาพนักงานประจำเพียงอย่างเดียวจะยังเป็นคำตอบที่ดีที่สุดหรือไม่ ?</span></p>
<h3><b>HR ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR จำเป็นต้องปรับตัวให้รองรับการเปลี่ยนแปลงของ Gig Economy โดยการพัฒนาระบบจัดการที่ตอบโจทย์การทำงานในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการทำงานร่วมกับฟรีแลนซ์ การออกแบบนโยบายที่เหมาะสมสำหรับพนักงานอัตราจ้าง หรือการจัดทำแผน </span><b>Compensation &amp; Benefits</b><span style="font-weight: 400;"> ที่โปร่งใสและยืดหยุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ HR ยังต้องเรียนรู้วิธีรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานประจำและแรงงานอิสระ ผ่านการส่งเสริม </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190430-team-building/"><b>Team Building</b></a><span style="font-weight: 400;"> ที่สนับสนุนความร่วมมือระหว่างสองกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การสร้างเครือข่ายภายในองค์กรที่ช่วยเชื่อมโยงฟรีแลนซ์และทีมงานหลักเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างผลงานที่มีคุณภาพและตอบสนองเป้าหมายองค์กรได้ดีที่สุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21533" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/12/training.jpeg" alt="training" width="600" height="400" title="HR Trends 2025: ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง 397" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2018/12/training.jpeg 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2018/12/training-300x200.jpeg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>7. ส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Continuous Learning)</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความรู้และทักษะที่เคยมีอาจหมดอายุได้ในชั่วข้ามวัน การ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/learning-agility-culture-10182021/"><b>เรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)</b></a><span style="font-weight: 400;"> จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานทุกระดับ (ย้ำว่าทุกระดับจริง ๆ) กำลังเผชิญกับความจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของงานในอนาคต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่สามารถส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ได้ จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงให้กับทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน</span></p>
<h3><b>HR ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/in-house-training-list-231012/"><b>Up-skill และ Re-skill</b></a><span style="font-weight: 400;"> ยังเป็นกลยุทธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญคือการตระหนักว่า พนักงานแต่ละคนและแต่ละระดับต้องการการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน การนำเทคนิค </span><b>Personalized Learning</b><span style="font-weight: 400;"> มาใช้ จะช่วยออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในระยะยาวนั้น องค์กรที่สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตจะช่วยพัฒนาทักษะของทีมงานที่มีอยู่ และดึงดูดผู้มีความสามารถให้เข้ามาร่วมงาน เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32392 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/young-beautiful-girl-sitting-working-place-office-1.webp" alt="young beautiful girl sitting working place office 1" width="1000" height="667" title="HR Trends 2025: ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง 398" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/young-beautiful-girl-sitting-working-place-office-1.webp 1000w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/young-beautiful-girl-sitting-working-place-office-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/young-beautiful-girl-sitting-working-place-office-1-768x512.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h2><b>8. เข้าใจและรับมือการบริหารคนรุ่นใหม่ (Managing New Generations)</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของเจเนอเรชันในที่ทำงาน โดยเฉพาะการเข้าสู่ตลาดแรงงานของ </span><a href="https://th.hrnote.asia/news/221214-geny-genz/"><b>Gen Z</b></a><span style="font-weight: 400;"> กำลังสร้างผลกระทบต่อการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างชัดเจน คนรุ่นนี้แตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับ </span><b>คุณค่าของการทำงาน ความยั่งยืน</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>บทบาทที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม</b><span style="font-weight: 400;"> มากกว่าเรื่องความมั่นคงหรือผลประโยชน์ทางการเงินเพียงอย่างเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริหารคนรุ่นใหม่จึงไม่ใช่แค่การดึงดูดพนักงานที่มีศักยภาพ แต่ยังต้องมุ่งเน้นไปที่การสร้าง </span><b>ความผูกพันในระยะยาว</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วย เพราะ Gen Z มีแนวโน้มที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างทีมงานที่แข็งแกร่ง เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ และพร้อมผลักดันองค์กรให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จในอนาคต</span></p>
<h3><b>HR ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องเริ่มต้นด้วยการเข้าใจความต้องการของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง และปรับกลยุทธ์ให้ตอบโจทย์ เช่น พัฒนากลยุทธ์ </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/csr-engagement-corporation-omnigive-12042020/"><span style="font-weight: 400;">CSR</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่มีความหมาย สนับสนุนโครงการที่พนักงานสามารถมีส่วนร่วมและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ส่งเสริมกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับค่านิยมด้านความยั่งยืน เช่น การลดขยะ การใช้พลังงานสะอาด และเปิดโอกาสให้พนักงานร่วมตัดสินใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การปรับตัวให้เหมาะสมกับ Gen Z ไม่เพียงช่วยให้องค์กรตอบสนองต่อแนวโน้มในตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้กลายเป็นองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากเข้าร่วม พร้อมเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม HR ควรเริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับ </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/190805-generation-alpha/"><b>Gen Alpha</b></a><span style="font-weight: 400;"> ที่กำลังต่อคิวเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาวอย่างแท้จริง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42032 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/social-media-concept-composition-1024x819.webp" alt="HR Trends 2025 ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง" width="1024" height="819" title="HR Trends 2025: ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง 399" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/social-media-concept-composition-1024x819.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/social-media-concept-composition-300x240.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/social-media-concept-composition-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เทรนด์ HR ในปี 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่โอกาส แต่ยังเป็นความท้าทายที่องค์กรต้องเผชิญ การเปลี่ยนแปลงในด้านเทคโนโลยี สังคม และวัฒนธรรมการทำงาน กำลังผลักดันให้องค์กรต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว การปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับแนวโน้มเหล่านี้ จะช่วยให้องค์กรก้าวทันความเปลี่ยนแปลง และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ </span><b>การลงทุนในด้าน HR</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะ การสร้างวัฒนธรรมที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ หรือการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมศักยภาพ จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงและยั่งยืนกับบุคลากร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากองค์กรของคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้าน </span><a href="https://expth.hrnote.asia/"><b>HR Product &amp; Service</b></a><span style="font-weight: 400;"> ในหลากหลายด้าน HREX.asia ได้รวบรวมบริการและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของ HR ไว้ให้แล้ว พร้อมช่วยให้องค์กรของคุณก้าวทันทุกเทรนด์และพร้อมเผชิญอนาคตอย่างมั่นคงต่อไป</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="HR Trends 2025: ฝ่ายบุคคลต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง 400" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Source:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.top-employers.com/blog/world-of-work-trends-2025-the-collective-workforce/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Top-employers</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.personnelconsultant.co.th/en/column/2024/12/2285/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Personnelconsultant</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://huntscanlon.com/2025-hiring-trends-how-strategic-hr-management-is-shaping-the-future-of-work/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Huntscanlon</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.mercer.com/en-au/insights/talent-and-transformation/attracting-and-retaining-talent/hr-trends-2025-embracing-ai-flexibility-and-a-skills-powered-future/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Mercer</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.sqorus.com/en/8-hr-trends-2025/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Sqorus</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.shrm.org/mena/topics-tools/news/hr-magazine/hr-2025-7-critical-strategies-to-prepare-future-hr" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Shrm</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://cezannehr.com/hr-blog/2024/12/the-6-hr-trends-to-look-out-for-in-2025/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Cezannehr</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.linkedin.com/posts/milapascual_gartner-top-5-priorities-of-hr-leaders-in-activity-7267084677448949760-uwnH/?utm_source=share&amp;utm_medium=member_desktop" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">LinkedIn</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/tips/hr-trends-2025-241225/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The New-Collar Workforce: การพลิกโฉม HR ด้วยแนวคิดทักษะสำคัญกว่าใบปริญญา</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/the-new-collar-workforce-241223/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/the-new-collar-workforce-241223/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Dec 2024 03:22:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[New-Collar Workforce]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=42001</guid>

					<description><![CDATA[ลองจินตนาการถึงโลกการทำงานที่ “ใบปริญญา” ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความสามารถของคุณอีกต่อไป โลกที่สิ่งสำคัญที่สุดคือ &#8220;ทักษะ&#8221; ที่คุณมีและความพร้อมที่จะเรียนรู้เพื่อก้าวไปข้างหน้า  นี่คือยุคของ New-Collar Workforce ที่กำลังมาปฏิวัติวิธีการจ้างงานทั่วโลก ซึ่งอาจไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ แต่เป็นการสั่นสะเทือนที่พลิกเกมของการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์อย่างสิ้นเชิง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้สร้างโอกาสสำหรับคนทำงานกลุ่มใหม่ที่เรียกว่า New-Collar Worker ซึ่งไม่ได้ถูกจำกัดด้วยใบปริญญา แต่เป็นคนที่มีทักษะล้ำสมัยพร้อมรับมือกับโลกแห่งนวัตกรรม &#8211; โลกการทำงานที่ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกรอบเดิม ๆ อีกต่อไป และนี่คือสิ่งที่ HR ในยุคปัจจุบันต้องให้ความสำคัญ การเปลี่ยนแปลงสู่แนวคิด &#8220;Skills-First&#8221; เพื่อสร้างองค์กรที่มีความยืดหยุ่น และเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ HR จะต้องก้าวทันการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก ! New-Collar Workforce: พนักงานกลุ่มใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งใบปริญญา สมัยก่อนการมีใบปริญญาคือกุญแจสำคัญที่เปิดประตูไปสู่โอกาสในชีวิตการทำงาน แต่ในยุคที่ตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีเติบโต ค่าเล่าเรียนพุ่งสูงขึ้น และมีตัวเลือกใหม่ ๆ อย่างการเรียนออนไลน์หรือโปรแกรมพัฒนาทักษะเฉพาะทาง คำถามสำคัญก็คือ ปริญญายังจำเป็นอยู่ไหม ? มีงานวิจัยหลายงานที่แสดงให้เห็นว่า คุณค่าของปริญญาตรีกำลังลดลง เช่น ข้อมูลจาก Burning Glass Institute บอกเราว่า จำนวนงานที่ระบุว่าต้องมีปริญญาตรีลดลงจาก 51% [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42003" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/The-New-Collar-Workforce.webp" alt="The New-Collar Workforce: การพลิกโฉม HR ด้วยแนวคิดทักษะสำคัญกว่าใบปริญญา" width="600" height="370" title="The New-Collar Workforce: การพลิกโฉม HR ด้วยแนวคิดทักษะสำคัญกว่าใบปริญญา 406" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/The-New-Collar-Workforce.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/The-New-Collar-Workforce-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองจินตนาการถึงโลกการทำงานที่ “ใบปริญญา” ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความสามารถของคุณอีกต่อไป โลกที่สิ่งสำคัญที่สุดคือ &#8220;ทักษะ&#8221; ที่คุณมีและความพร้อมที่จะเรียนรู้เพื่อก้าวไปข้างหน้า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือยุคของ </span><b>New-Collar Workforce</b><span style="font-weight: 400;"> ที่กำลังมาปฏิวัติวิธีการจ้างงานทั่วโลก ซึ่งอาจไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ แต่เป็นการสั่นสะเทือนที่พลิกเกมของการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์อย่างสิ้นเชิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้สร้างโอกาสสำหรับคนทำงานกลุ่มใหม่ที่เรียกว่า </span><b>New-Collar Worker</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งไม่ได้ถูกจำกัดด้วยใบปริญญา แต่เป็นคนที่มีทักษะล้ำสมัยพร้อมรับมือกับโลกแห่งนวัตกรรม &#8211; โลกการทำงานที่ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกรอบเดิม ๆ อีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือสิ่งที่ HR ในยุคปัจจุบันต้องให้ความสำคัญ </span><b>การเปลี่ยนแปลงสู่แนวคิด &#8220;Skills-First&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อสร้างองค์กรที่มีความยืดหยุ่น และเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ HR จะต้องก้าวทันการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก !</span></p>

<h2><b>New-Collar Workforce: พนักงานกลุ่มใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งใบปริญญา</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สมัยก่อนการมีใบปริญญาคือกุญแจสำคัญที่เปิดประตูไปสู่โอกาสในชีวิตการทำงาน แต่ในยุคที่ตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีเติบโต ค่าเล่าเรียนพุ่งสูงขึ้น และมีตัวเลือกใหม่ ๆ อย่างการเรียนออนไลน์หรือโปรแกรมพัฒนาทักษะเฉพาะทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามสำคัญก็คือ ปริญญายังจำเป็นอยู่ไหม ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีงานวิจัยหลายงานที่แสดงให้เห็นว่า คุณค่าของปริญญาตรีกำลังลดลง เช่น ข้อมูลจาก </span><a href="https://static1.squarespace.com/static/6197797102be715f55c0e0a1/t/63865c667d4e5637c709dfae/1669749863982/BGI_LaborMarketOutlook_Nov2022_Final.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Burning Glass Institute</span></a><span style="font-weight: 400;"> บอกเราว่า จำนวนงานที่ระบุว่าต้องมีปริญญาตรีลดลงจาก 51% ในปี 2017 เหลือเพียง 44% ในปี 2021 ขณะที่ผลสำรวจจาก </span><a href="https://hbr.org/2023/02/how-important-is-a-college-degree-compared-to-experience" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Gallup</span></a><span style="font-weight: 400;"> เผยว่า คนอายุ 18-29 ปีที่มองว่าปริญญาตรีมีความสำคัญมาก ลดลงอย่างน่าตกใจจาก 74% เหลือแค่ 41% ภายในเวลาแค่ 6 ปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ การกำหนดให้ปริญญาเป็นเกณฑ์หลักในการสรรหา เท่ากับเป็นการปิดประตูใส่หน้าผู้สมัครที่อาจจะเก่งในแบบที่องค์กรต้องการ แต่ไม่มีวุฒิการศึกษามาการันตี สุดท้ายบริษัทก็เสียโอกาสได้คนเก่งมาเสริมทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนวิธีคิดการสรรหาจาก “ปริญญา” มาเป็น “ทักษะ” จึงไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ใหม่ แต่กำลังกลายเป็นแนวทางที่พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ของการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมและการเพิ่มศักยภาพของทีมในองค์กร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38478" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-50.webp" alt="สหภาพแรงงาน (Labor Union) ศัตรูของ HR หรือพันธมิตรองค์กร" width="600" height="370" title="The New-Collar Workforce: การพลิกโฉม HR ด้วยแนวคิดทักษะสำคัญกว่าใบปริญญา 407" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-50.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-50-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>IBM กับการปฏิวัติการจ้าง New-Collar Workforce ด้วยแนวคิด Skill-First</b></h2>
<p><b>IBM</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และให้บริการด้านคอมพิวเตอร์และสารสนเทศรายใหญ่ของโลก เป็นบริษัทรายแรก ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า การปรับแนวทางการจ้างงานให้เน้น &#8220;ทักษะ&#8221; แทนวุฒิการศึกษา สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย IBM ได้ริเริ่มโครงการ </span><a href="https://www.ptechnyc.org/" target="_blank" rel="noopener"><b>P-TECH (Pathways in Technology Early College High School)</b></a><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเปิดทางให้นักเรียนเข้าสู่สายงานด้าน STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) โดยไม่จำเป็นต้องเรียนจบปริญญาตรี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการนี้ช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นผ่านหลักสูตรที่ออกแบบร่วมกับพันธมิตรทางการศึกษา และยังให้โอกาสในการฝึกงานกับองค์กรชั้นนำ ซึ่งมี</span><a href="https://www.minorfood.com/th/news/minor-joins-with-ibm-and-ais-to-partner-up-with-p-tech" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ความร่วมมือในประเทศไทย</span></a><span style="font-weight: 400;">ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งก้าวสำคัญคือการปรับคำบรรยายตำแหน่งงาน (</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-howtomakejobdes-190116/"><span style="font-weight: 400;">Job Description</span></a><span style="font-weight: 400;">) IBM เลือกที่จะระบุ &#8220;ทักษะที่จำเป็น&#8221; แทนการใช้วุฒิการศึกษาเป็นตัวกรอง เช่น ตำแหน่งด้าน Cybersecurity ที่เคยกำหนดว่าผู้สมัครต้องมีปริญญาตรี ปัจจุบันกลับเน้นที่ทักษะเฉพาะ เช่น ความสามารถในการเขียนโปรแกรม การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการพัฒนาโมเดลความปลอดภัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์คือ IBM สามารถเพิ่มตำแหน่งงานที่ไม่ต้องการวุฒิการศึกษาได้มากกว่า 50% ซึ่งช่วยขยายกลุ่มผู้สมัครให้ครอบคลุมคนที่มีความสามารถหลากหลายมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้ไม่เพียงแค่เปิดโอกาสให้กับแรงงานที่เคยถูกมองข้าม แต่ยังช่วยให้องค์กรสามารถหาบุคลากรที่ตรงกับความต้องการได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38479" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-53.webp" alt="สหภาพแรงงาน (Labor Union) ศัตรูของ HR หรือพันธมิตรองค์กร" width="600" height="370" title="The New-Collar Workforce: การพลิกโฉม HR ด้วยแนวคิดทักษะสำคัญกว่าใบปริญญา 408" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-53.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-53-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ประโยชน์ของ New-Collar Workforce สำหรับองค์กร:</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางการจ้างงานแบบ </span><b>New-Collar Workforce</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่เพียงตอบโจทย์โลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ยังช่วยให้องค์กรสามารถบริหารทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ มาดูกันว่าทำไมการเปิดรับแรงงานกลุ่มนี้จึงมีประโยชน์รอบด้าน</span></p>
<h3><b>1. สร้างความยืดหยุ่นในการจ้างงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากที่การจ้างงานมักยึดติดกับข้อกำหนดวุฒิการศึกษา ทำให้การสรรหาบุคลากรที่มีศักยภาพดีอาจใช้เวลานานเกินไป แต่สำหรับแรงงาน New-Collar การมุ่งเน้นที่ทักษะเฉพาะทางแทนวุฒิการศึกษาช่วยเปิดประตูให้กับผู้สมัครที่มีความสามารถโดยตรง ซึ่งในหลายกรณี อาจไม่ได้มีใบปริญญามาการันตี</span></p>
<h3><b>2. ลดช่องว่างด้านทักษะ (Skill Gap)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Skill Gap หรือช่องว่างด้านทักษะเป็นปัญหาใหญ่ที่องค์กรหลายแห่งกำลังเผชิญ โดยเฉพาะในสายงานเทคโนโลยีหรือดิจิทัล การเลือกแรงงาน New-Collar ช่วยเติมเต็มตำแหน่งงานสำคัญ เช่น นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst), ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI, และนักพัฒนาโปรแกรม (Software Developer)</span></p>
<h3><b>3. เพิ่มความหลากหลายในองค์กร (</b><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/010622-deib/"><b>Diversity</b></a><b>)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การจ้างงานที่ไม่ได้ยึดติดกับวุฒิการศึกษาเปิดโอกาสให้กับผู้คนจากหลากหลายพื้นเพ ซึ่งอาจไม่ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาขั้นสูง ความหลากหลายนี้ไม่เพียงช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้น แต่ยังส่งเสริมมุมมองใหม่ ๆ ให้กับทีม</span></p>
<h3><b>4. ต้นทุนการจ้างงานที่คุ้มค่า</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">รู้ไหมว่าค่าเล่าเรียนที่สูงทำให้บัณฑิตมหาวิทยาลัยมักต้องเรียกค่าจ้างสูงกว่าแรงงานกลุ่มที่ไม่ได้จบปริญญา การจ้างงาน New-Collar Workforce ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เช่น การจ่ายหนี้การศึกษา หรือการฝึกอบรมในระบบมหาวิทยาลัย ช่วยให้องค์กรสามารถจ้างพนักงานในงบประมาณที่ยืดหยุ่นมากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41864 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/image8-1024x683.webp" alt="ลงทุนในงาน HR กับ Thitaram Group: พันธมิตรเพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืนขององค์กร " width="1024" height="683" title="The New-Collar Workforce: การพลิกโฉม HR ด้วยแนวคิดทักษะสำคัญกว่าใบปริญญา 409" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/image8-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/image8-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/image8-768x513.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/image8-1536x1025.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/image8.webp 1999w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>HR ควรปรับตัวอย่างไร สู่โลกการจ้างงาน New-Collar Workforce ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานไม่ได้หมายถึงแค่การปรับวิธีการจ้างงาน แต่ยังเป็นการเปลี่ยนแนวคิดของ HR ในการมองหาและพัฒนาบุคลากรในองค์กร นี่คือ 3 แนวทางสำคัญที่ HR สามารถนำมาใช้เพื่อตอบรับกระแส New-Collar นี้</span></p>
<h3><b>1. เปลี่ยนเกณฑ์การคัดเลือก:  มองหาทักษะ ไม่ใช่วุฒิการศึกษา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องปรับมุมมองการคัดเลือกผู้สมัคร โดยให้ความสำคัญกับ </span><b>ประสบการณ์และทักษะ</b><span style="font-weight: 400;"> มากกว่าวุฒิการศึกษา การพิจารณา Resume ที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแก้ปัญหา การทำงานในโครงการจริง หรือความสำเร็จเฉพาะตัว ช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงผู้สมัครที่มีศักยภาพแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น การปรับคำบรรยายงานที่เน้นระบุความสามารถที่จำเป็น เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การเขียนโปรแกรม หรือความสามารถในการทำงานร่วมกับทีม แทนการกำหนดวุฒิการศึกษาระดับปริญญา</span></p>
<h3><b>2. สร้างโปรแกรม Re-skill และ Up-skill: สนับสนุนการเรียนรู้ไม่สิ้นสุด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ทักษะเก่าอาจล้าสมัยอย่างรวดเร็ว HR ควรลงทุนในโปรแกรม </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190731-employee-reskill/"><span style="font-weight: 400;">Re-skill &amp; Up-skill</span></a><span style="font-weight: 400;"> เพื่อพัฒนาพนักงานให้สามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร</span></p>
<h3><b>3. ใช้เครื่องมือประเมินทักษะที่ทันสมัย: เจาะลึกความสามารถเฉพาะตัว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในกระบวนการคัดเลือกผู้สมัคร HR สามารถใช้ Assessment Tools ที่ทันสมัยเพื่อประเมินทักษะที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงาน เช่น การให้ผู้สมัครแก้ปัญหาจริง (Case Study) หรือทำงานในโปรเจ็กต์จำลอง วิธีนี้ช่วยให้ HR สามารถมองเห็นความสามารถของผู้สมัครได้ลึกซึ้งกว่าการสัมภาษณ์แบบเดิม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามที่ว่า ปริญญายังสำคัญอยู่ไหม ? </span><span style="font-weight: 400;">คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับบริบทของงานและองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการพัฒนาทักษะสามารถทำได้ผ่านประสบการณ์ ชีวิต และการเรียนรู้รูปแบบอื่น ๆ การมีใบปริญญาจึงอาจไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จอีกต่อไป ทว่าสิ่งที่สำคัญคือ เราจะนำประสบการณ์ชีวิตมาแปลงเป็น &#8220;ทักษะ&#8221; ที่จับต้องได้ และตรงใจตลาดแรงงานในปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX.asia จึงเชื่อว่าแนวทาง </span><b>New-Collar Workforce</b><span style="font-weight: 400;"> จะไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นการลงทุนที่สำคัญต่ออนาคตขององค์กร การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มผลิตภาพ แต่ยังช่วยสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในยุคใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี ใบปริญญาไม่ได้หายไปหรอก แต่ก็ไม่ใช่ใบเบิกทางเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป </span><b>&#8220;ทักษะ&#8221; และ &#8220;ประสบการณ์&#8221; คือของจริงที่โลกการทำงานยุคนี้กำลังมองหา ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่ HR จะก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ เพื่อสร้างโลกการทำงานที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน !</b></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="The New-Collar Workforce: การพลิกโฉม HR ด้วยแนวคิดทักษะสำคัญกว่าใบปริญญา 410" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Source:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://hbr.org/2023/03/the-new-collar-workforce" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">hbr.org</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.pewresearch.org/social-trends/2024/05/23/is-college-worth-it-2/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">pewresearch.org</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://blog.reeracoen.co.th/th/articles/new-collar-worker-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%87/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">blog.reeracoen.co.th</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/the-new-collar-workforce-241223/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/hr-recruiter-help-people-241203/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/hr-recruiter-help-people-241203/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Dec 2024 06:34:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[HR Recruiter]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=41745</guid>

					<description><![CDATA[งาน Recruiter ที่ดูเหมือนแค่ &#8220;หาคนมาทำงาน&#8221; จริงๆ แล้วมีพลังมากกว่านั้น พวกเขาคือคนที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตผู้สมัครในยุคที่การหางานไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป ถ้าคุณเก่งพอ HR Recruiter ไม่มีวันตกงาน เพราะคนยังต้องทำงาน และบริษัทต้องการคนเก่งๆ ตำแหน่งนี้จะยังอยู่และเติบโตเสมอ KPI ของ Recruiter อาจดูน่ากดดัน เช่น ต้องหาคนให้ได้ตามเป้า หรือบริหารจัดการกระบวนการสรรหาให้ไวและแม่นยำที่สุด แต่ความท้าทายนี้เองที่ช่วยให้ Recruiter พัฒนาทักษะและเติบโต ถ้าคุณอยากลองงานใหม่ที่ได้ช่วยเหลือคน และบริหารเวลาได้เอง Freelance Recruiter อาจเป็นคำตอบ HR หลายคนรู้อยู่แล้วว่าตำแหน่ง Recruiter คือบุคคลที่ทำหน้าที่สำคัญในการค้นหา คัดเลือก และส่งต่อผู้สมัครที่เหมาะสมให้กับองค์กร แต่น้อยครั้งที่เราจะมองเห็นความความสำคัญจริง ๆ ที่นอกเหนือจากแค่เติมเต็มตำแหน่งงานที่ว่างในบริษัท เพราะในอีกมุมหนึ่ง เขาคือคนที่สามารถหยิบยื่น “โอกาส” ในการทำงาน ให้กับผู้สมัครงานกำลังเหมาะสมกับองค์กรได้ ฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเป็น Recruiter ที่ทำงานในองค์กรใหญ่ (In-house Recruiter) หรืออยู่ในเอเจนซี (Agency Recruiter) อาชีพนี้มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตการทำงานของคนคนหนึ่งมาก ในบทความนี้ เราจะมาดูความสำคัญของอาชีพ Recruiter [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<ul>
<li>งาน Recruiter ที่ดูเหมือนแค่ &#8220;หาคนมาทำงาน&#8221; จริงๆ แล้วมีพลังมากกว่านั้น พวกเขาคือคนที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตผู้สมัครในยุคที่การหางานไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป</li>
<li>ถ้าคุณเก่งพอ HR Recruiter ไม่มีวันตกงาน <span style="font-family: inherit; font-size: inherit;">เพราะคนยังต้องทำงาน และบริษัทต้องการคนเก่งๆ ตำแหน่งนี้จะยังอยู่และเติบโตเสมอ<br />
</span></li>
<li>KPI ของ Recruiter อาจดูน่ากดดัน เช่น ต้องหาคนให้ได้ตามเป้า หรือบริหารจัดการกระบวนการสรรหาให้ไวและแม่นยำที่สุด แต่ความท้าทายนี้เองที่ช่วยให้ Recruiter พัฒนาทักษะและเติบโต</li>
<li>ถ้าคุณอยากลองงานใหม่ที่ได้ช่วยเหลือคน และบริหารเวลาได้เอง Freelance Recruiter อาจเป็นคำตอบ</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41747" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HR-Recruiter-อาชีพที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้.png" alt="HR Recruiter อาชีพที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้" width="600" height="370" title="HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ 418" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HR-Recruiter-อาชีพที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HR-Recruiter-อาชีพที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR หลายคนรู้อยู่แล้วว่าตำแหน่ง Recruiter คือบุคคลที่ทำหน้าที่สำคัญในการค้นหา คัดเลือก และส่งต่อผู้สมัครที่เหมาะสมให้กับองค์กร แต่น้อยครั้งที่เราจะมองเห็นความความสำคัญจริง ๆ ที่นอกเหนือจากแค่เติมเต็มตำแหน่งงานที่ว่างในบริษัท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในอีกมุมหนึ่ง เขาคือคนที่สามารถหยิบยื่น “โอกาส” ในการทำงาน ให้กับผู้สมัครงานกำลังเหมาะสมกับองค์กรได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเป็น Recruiter ที่ทำงานในองค์กรใหญ่ (In-house Recruiter) หรืออยู่ในเอเจนซี (Agency Recruiter) อาชีพนี้มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตการทำงานของคนคนหนึ่งมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบทความนี้ เราจะมาดูความสำคัญของอาชีพ Recruiter เทคนิคการพัฒนาตัวเองให้เป็น Recruiter ที่เก่ง และโอกาสการเป็น </span><b>Freelance Recruiter</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับไม่ว่าใครก็สามารถเข้ามาทดลองเส้นทางใหม่ในสายอาชีพนี้</span></p>

<h1><b>ทำไม อาชีพ Recruiter ถึงสำคัญ ?</b></h1>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองจินตนาการถึงใครสักคนที่ใช้เวลานานนับเดือนในการหางานใหม่ เขาหรือเธอพยายามส่งเรซูเม่และสัมภาษณ์งานแต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ หรือบางคนที่รู้สึกหมดหวังในอาชีพการงาน เพราะหาตำแหน่งที่เหมาะกับตัวเองไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือเหตุผลที่ </span><b>Recruiter</b><span style="font-weight: 400;"> มีบทบาทสำคัญ พวกเขาไม่เพียงช่วยหาคนที่เหมาะสมให้กับองค์กร แต่ยังช่วยเปลี่ยนชีวิตของคนที่กำลังต้องการ &#8220;โอกาส” ในโลกการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ HR Recruiter ยังมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการจ้างงาน (Hiring) ที่สร้าง ประสบการณ์ผู้สมัคร (</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/crm-candidate-relationship-management-210702/"><span style="font-weight: 400;">Candidate Experience</span></a><span style="font-weight: 400;">)</span> <span style="font-weight: 400;">อันหมายถึงการรับรู้โดยรวมเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาของบริษัท ทั้งความรู้สึก พฤติกรรม และทัศนคติของผู้จ้างงานที่ผู้สมัครพบในระหว่างกระบวนการสรรหา ไล่ตั้งแต่การสมัคร การคัดเลือก การสัมภาษณ์ ไปจนถึงการเข้าสู่กระบวนการจ้างงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นหมายความว่า Recruiter ไม่ใช่แค่การ &#8220;หาคนมาเติมตำแหน่งงาน&#8221; แต่ยังมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับทั้งผู้สมัครและองค์กรด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37032 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/pexels-pixabay-160514-scaled-1-1024x586.jpg" alt="รู้จัก Executive Recruiter หรือ Headhunter นักล่าค่าหัวที่จะช่วยเติมเต็มองค์กรด้วยคนเก่งระดับท็อป" width="1024" height="586" title="HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ 419" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/pexels-pixabay-160514-scaled-1-1024x586.jpg 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/pexels-pixabay-160514-scaled-1-300x172.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/pexels-pixabay-160514-scaled-1-768x439.jpg 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/pexels-pixabay-160514-scaled-1-1536x878.jpg 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/pexels-pixabay-160514-scaled-1-2048x1171.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>เหตุผลอาชีพ Recruiter สามารถสร้างความสุขให้คนทำงานได้</b></h2>
<h3><b>มอบงานที่มีความหมาย (Meaningful Work) ให้คนหางานได้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นักสรรหางานมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คน ผ่านการจัดหางานที่ตอบโจทย์ความต้องการและเป้าหมายของพวกเขา กระบวนการนี้ไม่เพียงช่วยสร้างความรู้สึกถึงคุณค่าในงานที่ทำ แต่ยังเพิ่มความพึงพอใจส่วนบุคคลอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการได้งานที่เหมาะสมไม่ใช่แค่เรื่องของรายได้ แต่ยังหมายถึงโอกาสในการพัฒนาตัวเองและสร้างอนาคตที่ดีขึ้น โดยรายงาน</span><a href="https://millennium-challenge.com/wp-content/uploads/2023/01/state-of-the-global-workplace-2022-download-1.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;"> State of the Global Workplace 2022 Report </span></a><span style="font-weight: 400;">ชี้ว่า ความพึงพอใจในงานและการสร้างการมีส่วนร่วมในงานของพนักงาน สามารถส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและร่างกายของพนักงานได้ รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กรอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Recruiter จึงเป็นเหมือนผู้ที่ช่วยให้ผู้สมัครได้เจองานที่ตอบโจทย์ชีวิต ทั้งในแง่ของทักษะ ความสนใจ และความเหมาะสมนั่นเอง</span></p>
<h3><b>ขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กรได้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานจาก </span><a href="https://www.pwc.com/gx/en/news-room/press-releases/2023/pwc-26th-ceo-survey.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">PwC</span></a><span style="font-weight: 400;"> ในปี 2023 ที่พบว่า หนึ่งในความท้าทายของ CEO คือการขาดแคลนแรงงานหรือทักษะจะส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรขององค์กรในระยะยาว ซึ่งตำแหน่งที่จะช่วยเติมเต็มแรงงานที่ขาดหายก็คือ Recruiter โดยจะมีบทบาทในการหาคนที่มีคุณภาพและช่วยสร้างทีมที่แข็งแกร่งเพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากนี้ การรับใครสักคนเข้ามาย่อมต้องคำนึงถึง การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี (Positive Workplace Culture) เพราะการช่วยให้องค์กรได้บุคลากรที่เหมาะสม จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เต็มไปด้วยความร่วมมือและความเคารพซึ่งกันและกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องโดยตรงประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานและองค์กรโดยรวม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25535 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/serious-unconvinced-diverse-hr-managers-interviewing-male-job-applicant-1024x683.jpg" alt="serious unconvinced diverse hr managers interviewing male job applicant" width="1024" height="683" title="HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ 420" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/serious-unconvinced-diverse-hr-managers-interviewing-male-job-applicant-1024x683.jpg 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/serious-unconvinced-diverse-hr-managers-interviewing-male-job-applicant-300x200.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/serious-unconvinced-diverse-hr-managers-interviewing-male-job-applicant-768x512.jpg 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/serious-unconvinced-diverse-hr-managers-interviewing-male-job-applicant-1536x1024.jpg 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/serious-unconvinced-diverse-hr-managers-interviewing-male-job-applicant-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>ความท้าทายและโอกาสในอาชีพ Recruiter</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะมีผลกระทบเชิงบวกจำนวน ทว่า </span><b>KPI ของ Recruiter มักจะสูงและท้าทายเสมอ </b><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะ Recruiter ในบริษัท Recruitment Agency เช่น การเติมเต็มตำแหน่งงานให้ได้ตามเป้า การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งผู้สมัครและนายจ้าง หรือการลดเวลาการจ้างงานให้น้อยที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะดูเหมือนกดดัน แต่ความท้าทายนี้กลับกลายเป็นแรงผลักดันให้ Recruiter พัฒนาทักษะและเติบโตได้นะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX.asia จึงได้รวบรวมทักษะสำคัญของ Recruiter มืออาชีพ ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเข้าใจในอุตสาหกรรม</b><span style="font-weight: 400;">: การเข้าใจพลวัตของอุตสาหกรรมที่ทำงานอยู่ เช่น เทรนด์ การเปลี่ยนแปลง หรือทักษะที่อุตสาหกรรมต้องการ จะช่วยให้คุณคัดสรรคนได้ตรงตามความต้องการขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ทักษะการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์</b><span style="font-weight: 400;">: การสื่อสารเป็นพื้นฐานที่สำคัญ เพราะ  Recruiter จะต้องสร้างความไว้วางใจทั้งจากผู้สมัครและองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล</b><span style="font-weight: 400;">: เช่น </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/181123-linkedinhowtouse/"><span style="font-weight: 400;">LinkedIn</span></a><span style="font-weight: 400;">, </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/ats-applicant-tracking-system-240529/"><span style="font-weight: 400;">ATS</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือแพลตฟอร์มช่วยสรรหา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การประเมินและตัดสินใจ</b><span style="font-weight: 400;">: ทักษะนี้จะช่วยให้แน่ใจว่าผู้สมัครเหมาะสมกับตำแหน่งงานไหม และอย่าลืมประเมินความเหมาะกับวัฒนธรรมองค์กรของเราด้วย</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24604 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/12/business-situation-job-interview-concept-job-seeker-present-resume-managers.jpg" alt="business situation job interview concept job seeker present resume managers" width="1000" height="659" title="HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ 421" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2021/12/business-situation-job-interview-concept-job-seeker-present-resume-managers.jpg 1000w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/12/business-situation-job-interview-concept-job-seeker-present-resume-managers-300x198.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/12/business-situation-job-interview-concept-job-seeker-present-resume-managers-768x506.jpg 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h2><b>เชื่อไหม Recruiter จะไม่มีวันตกงาน ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าอาชีพ Recruiter ยังคงมีความต้องการสูงในตลาดแรงงานเสมอ ทั้งในระดับองค์กร และในบริษัทจัดหางานหรือ Agency เพราะ</span><b> ตราบใดที่คนยังต้องทำงาน และองค์กรต้องการบุคลากร อาชีพนี้จะยังคงอยู่และเติบโตเสมอ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/hr-expert-partner-khun-prakarn-240111/"><span style="font-weight: 400;">ปราการ วงษ์จำรัส</span></a><span style="font-weight: 400;"> HR Expert Partner ประจำ HREX.asia ก็เคยให้สัมภาษณ์ว่า </span><b>บทบาท Recruiter ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การพัฒนาเป็น Business Partner (BP) ที่ดี เพราะงานในตำแหน่งนี้ช่วยสร้างพื้นฐานสำคัญในการมองภาพรวมของระบบทรัพยากรบุคคล (HR Loop) ตั้งแต่การเข้าใจโครงสร้างเงินเดือนและเหตุผลเบื้องหลังการกำหนดค่าจ้าง ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับกระบวนการ HR อื่น ๆ อย่างครบวงจร เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการสนับสนุนให้พนักงานเติบโตและประสบความสำเร็จในองค์กรได้อย่างยั่งยืน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นแล้วนักสรรหามีโอกาสเติบโตที่หลากหลาย ซึ่ง Recruiter ยังสามารถต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพที่น่าสนใจ ได้ เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Talent Acquisition Specialist</b><span style="font-weight: 400;">: ผู้เชี่ยวชาญด้านการสรรหาที่เน้นกลยุทธ์และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211105-what-is-hrbp/"><b>HR Business Partner</b></a><span style="font-weight: 400;">: บทบาทที่เชื่อมโยงกลยุทธ์องค์กรกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Employer Branding Expert</b><span style="font-weight: 400;">: ผู้สร้างภาพลักษณ์ให้องค์กรเป็นที่ต้องการของผู้สมัคร</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถและความตั้งใจของคุณเองด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>เปิดโอกาสใหม่ให้ตัวเองกับการเป็น Freelance Recruiter</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับสายงาน HR ถือเป็นหนึ่งอาชีพที่หางานเสริมที่ตรงสายได้ยาก แต่ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มอย่าง </span><a href="https://www.sourcedout.asia/" target="_blank" rel="noopener"><b>SourcedOut</b></a> <span style="font-weight: 400;">ที่สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ ด้วยการเปิดโอกาสให้คุณเข้ามาเป็น Freelance Recruiter ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/sourcedout-recruitment-230627/"><b>Freelance Recruiter</b></a><span style="font-weight: 400;"> คือคนที่ทำงานอิสระในด้านการสรรหาบุคลากร ไม่จำเป็นต้องผูกติดกับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง คุณสามารถจัดการเวลาและเลือกโปรเจกต์ที่สนใจได้เอง ซึ่งแพลตฟอร์ม SourcedOut ให้คุณสามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา ตามความสะดวกและการจัดการเวลาของคุณเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งเคล็ดลับที่อยากบอกคือ </span><b>ยิ่งคุณส่งผู้สมัครที่เหมาะสมและผ่านการคัดเลือกจากองค์กรได้มากเท่าไร รายได้ของคุณก็จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนงานที่สำเร็จ </b><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้น หากคุณกำลังอยู่ในช่วงที่มีเวลาว่างหรืองานไม่แน่น และต้องการเพิ่มรายได้เสริม นี่อาจเป็นโอกาสที่คุณไม่ควรพลาด !</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/freelance-recruiter-sourcedout-230828/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32365" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-96.webp" alt="เจาะเคล็ดการทำงาน Freelance Recruiter แพลตฟอร์ม Sourcedout สรรหาพนักงานอย่างไรให้อยู่ได้อย่างอิสระ" width="600" height="370" title="HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ 422" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-96.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-96-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/freelance-recruiter-sourcedout-230828/">เจาะเคล็ดการทำงาน Freelance Recruiter มือ 1 แห่ง SourcedOut สรรหาพนักงานอย่างไรให้อยู่ได้อย่างอิสระ</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>เริ่มต้นเส้นทาง </b><b>Recruiter</b><b> ของคุณได้แล้ววันนี้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าคุณจะเลือกเป็น Recruiter ในองค์กรใหญ่ Agency หรือ Freelance สิ่งสำคัญคือการเปิดใจเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง หากคุณรักการช่วยเหลือคน สนุกกับการเรียนรู้เรื่องราวของผู้คน และพร้อมเผชิญความท้าทาย นี่คืออาชีพที่เหมาะกับคุณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วคุณล่ะ พร้อมที่จะเปลี่ยนชีวิตคนอื่นและสร้างความสำเร็จให้ตัวเองหรือยัง ?</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นวันนี้ แล้วคุณจะพบว่าโลกแห่งการสรรหาบุคลากรเต็มไปด้วยโอกาสที่รอคุณอยู่ !</span></p>
<p><a href="https://www.sourcedout.asia/recruiter/?utm_source=HREX&amp;utm_medium=website&amp;utm_campaign=CTA" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32498 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/SO_Call_To_Action-01-1.webp" alt="SO_Call_To_Action-01 (1)" width="600" height="370" title="HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ 423" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/SO_Call_To_Action-01-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/SO_Call_To_Action-01-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Source</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.ere.net/articles/the-top-20-reasons-why-recruiting-is-an-exciting-and-high-impact-job" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ere.net</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://weareprimegroup.com/insights/the-role-of-recruiting-in-creating-a-positive-workplace-culture" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">weareprimegroup.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://greatergood.berkeley.edu/article/item/wanting_to_help_others_could_make_you_happier_at_work" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">greatergood.berkeley.edu</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://news.wisc.edu/virtue-rewarded-helping-others-at-work-makes-people-happier" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">news.wisc.edu</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.council-uast.com/journal/upload/fullpaper/28-03-2020-186399640.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">www.council-uast.com</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ 424" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/hr-recruiter-help-people-241203/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไข้เลือดออกในวัยทำงาน โรคใกล้ตัวที่ HR ต้องรู้: สัมภาษณ์ ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด  </title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrpeople/dengue-takedathailand-241128/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrpeople/dengue-takedathailand-241128/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Nov 2024 08:15:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR People]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้เลือดออก]]></category>
		<category><![CDATA[dengue]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=41720</guid>

					<description><![CDATA[ไข้เลือดออก เป็นปัญหาสาธารณสุขที่คนไทยรู้จักกันดีและอยู่คู่กับสังคมไทยมานาน แม้จะถูกมองว่าเป็นโรคที่พบในเด็กมากกว่า แต่ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า โรคนี้กลับแพร่กระจายอย่างกว้างขวางในกลุ่มวัยทำงานมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มที่มีโรคประจำตัว ทำให้เมื่อเกิดการติดเชื้อจะทวีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต วันนี้ HREX.asia ได้รับเกียรติจาก ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด มาพูดคุยถึงแนวทางป้องกันโรคไข้เลือดออกในสถานที่ทำงาน โดยเฉพาะบทบาทขององค์กรในการช่วยส่งเสริมการป้องกันโรค เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของทุกคน ปัจจุบันสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในวัยทำงานของไทยเป็นอย่างไรบ้าง ทำไมเราถึงควรให้ความสำคัญกับโรคนี้ในกลุ่มผู้ใหญ่ ? ภก. วรชาติ: จริง ๆ แล้วโรคไข้เลือดออกอยู่กับเรามานานแล้วครับ ตั้งแต่เด็ก ๆ เราจะคุ้นเคยกับคำแนะนำให้เก็บบ้าน กำจัดลูกน้ำยุงลาย หรือเททรายอะเบทเพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง แต่เมื่อเราโตขึ้น โรคนี้ก็ยังไม่หายไปจากไทยเลยครับ เพราะประเทศไทยจัดว่าเป็นประเทศเขตร้อนชื้นครับ และถือเป็นพื้นที่ระบาดประจำถิ่นของโรคไข้เลือดออกเลยก็ว่าได้ เหมือนประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแถบละตินอเมริกาที่มีอากาศร้อนชื้น ซึ่งต่างจากยุโรปหรือประเทศที่มีอากาศหนาวที่เจอยุงค่อนข้างน้อย ขณะที่สถานการณ์ไข้เลือดออกของไทยยังคงระบาดต่อเนื่อง โดยปี 2023 ที่ผ่านมา จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค มีการระบาดสูงถึง 150,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตกว่า 180 คน ซึ่งนับเป็นการระบาดที่รุนแรงที่สุดในรอบ 5 ปี  [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42719" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/ไข้เลือดออกในวัยทำงาน-โรคใกล้ตัวที่-HR-ต้องรู้.webp" alt="ไข้เลือดออกในวัยทำงาน โรคใกล้ตัวที่ HR ต้องรู้" width="600" height="370" title="ไข้เลือดออกในวัยทำงาน โรคใกล้ตัวที่ HR ต้องรู้: สัมภาษณ์ ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด   433" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/ไข้เลือดออกในวัยทำงาน-โรคใกล้ตัวที่-HR-ต้องรู้.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/ไข้เลือดออกในวัยทำงาน-โรคใกล้ตัวที่-HR-ต้องรู้-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ไข้เลือดออก</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นปัญหาสาธารณสุขที่คนไทยรู้จักกันดีและอยู่คู่กับสังคมไทยมานาน แม้จะถูกมองว่าเป็นโรคที่พบในเด็กมากกว่า แต่ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า โรคนี้กลับแพร่กระจายอย่างกว้างขวางในกลุ่มวัยทำงานมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มที่มีโรคประจำตัว ทำให้เมื่อเกิดการติดเชื้อจะทวีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ HREX.asia ได้รับเกียรติจาก </span><b>ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา </b><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด มาพูดคุยถึงแนวทางป้องกันโรคไข้เลือดออกในสถานที่ทำงาน โดยเฉพาะบทบาทขององค์กรในการช่วยส่งเสริมการป้องกันโรค เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของทุกคน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41724" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/2.webp" alt="ไข้เลือดออกในวัยทำงาน โรคใกล้ตัวที่ HR ต้องรู้: สัมภาษณ์ ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด " width="600" height="370" title="ไข้เลือดออกในวัยทำงาน โรคใกล้ตัวที่ HR ต้องรู้: สัมภาษณ์ ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด   434" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ปัจจุบันสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในวัยทำงานของไทยเป็นอย่างไรบ้าง ทำไมเราถึงควรให้ความสำคัญกับโรคนี้ในกลุ่มผู้ใหญ่ ?</b></h2>
<p><b>ภก. วรชาติ: </b><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ แล้วโรคไข้เลือดออกอยู่กับเรามานานแล้วครับ ตั้งแต่เด็ก ๆ เราจะคุ้นเคยกับคำแนะนำให้เก็บบ้าน กำจัดลูกน้ำยุงลาย หรือเททรายอะเบทเพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง แต่เมื่อเราโตขึ้น โรคนี้ก็ยังไม่หายไปจากไทยเลยครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะประเทศไทยจัดว่าเป็นประเทศเขตร้อนชื้นครับ และถือเป็นพื้นที่ระบาดประจำถิ่นของโรคไข้เลือดออกเลยก็ว่าได้ เหมือนประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแถบละตินอเมริกาที่มีอากาศร้อนชื้น ซึ่งต่างจากยุโรปหรือประเทศที่มีอากาศหนาวที่เจอยุงค่อนข้างน้อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่สถานการณ์ไข้เลือดออกของไทยยังคงระบาดต่อเนื่อง โดยปี 2023 ที่ผ่านมา จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค มีการระบาดสูงถึง 150,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตกว่า 180 คน ซึ่งนับเป็นการระบาดที่รุนแรงที่สุดในรอบ 5 ปี  ปัจจุบันในปี 2024 ยังพบสูงถึงเกือบ 100000 ราย และเสียชีวิต 98 ราย* แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันผู้ใหญ่ที่เป็นไข้เลือดออกกลับมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าเด็ก กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือคนที่มีโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน หรือแม้แต่โรคอ้วน เพราะหากติดเชื้อไข้เลือดออกอาการอาจจะหนักกว่ากลุ่มคนที่แข็งแรง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">*รายงานการเฝ้าระวังสถาณการณ์โรคทางระบาดวิทยา (506) กองระบาดวิทยา</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41723" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/1.webp" alt="ไข้เลือดออกในวัยทำงาน โรคใกล้ตัวที่ HR ต้องรู้: สัมภาษณ์ ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด " width="602" height="337" title="ไข้เลือดออกในวัยทำงาน โรคใกล้ตัวที่ HR ต้องรู้: สัมภาษณ์ ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด   435" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/1.webp 602w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/1-300x168.webp 300w" sizes="(max-width: 602px) 100vw, 602px" /></p>
<h2><b>อะไรคือสาเหตุที่ทำให้การระบาดในผู้ใหญ่มีแนวโน้มรุนแรงกว่าที่เคยเป็นมา ?</b></h2>
<p><b>ภก. วรชาติ:</b><span style="font-weight: 400;"> สาเหตุหนึ่งมาจากระบบภูมิคุ้มกันของคนเราครับ การติดเชื้อไข้เลือดออกครั้งที่ 2 มักรุนแรงกว่าครั้งแรกถึง 2-3 เท่า เพราะภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นมาแล้วจากการติดเชื้อครั้งแรกอาจจะมีการตอบสนองที่รุนแรงขึ้นเมื่อติดเชื้อไข้เลือดออกต่างสายพันธุ์ ในครั้งถัดไป ทำให้อาการอาจจะหนักขึ้นได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ วัยทำงานหลายคนไม่ค่อยตระหนักถึงความร้ายแรงของโรค ส่วนหนึ่งก็เพราะมองว่าเป็น ‘โรคของเด็ก’ แต่จริง ๆ แล้ว ผู้ใหญ่ก็ติดไข้เลือดออกได้ และหากเราพิจารณาเรื่องผลกระทบต่อการทำงานและประสิทธิภาพในชีวิตประจำวัน จะพบว่าคนที่เป็นแล้วต้องหยุดงานหลายวัน เสียรายได้ และมีภาระค่ารักษาสูง ซึ่งส่งผลโดยตรงกับองค์กรด้วยครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41728 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/messageImage_1730364718148-1024x576.webp" alt="ไข้เลือดออกในวัยทำงาน โรคใกล้ตัวที่ HR ต้องรู้: สัมภาษณ์ ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด " width="1024" height="576" title="ไข้เลือดออกในวัยทำงาน โรคใกล้ตัวที่ HR ต้องรู้: สัมภาษณ์ ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด   436" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/messageImage_1730364718148-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/messageImage_1730364718148-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/messageImage_1730364718148-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/messageImage_1730364718148-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/messageImage_1730364718148.webp 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>เคยได้ยินคนบอกว่า “ถ้าเป็นไข้เลือดออกครบ 4 ครั้งแล้วจะไม่เป็นอีก” จริงไหมครับ ?</b></h2>
<p><b>ภก. วรชาติ: </b><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้นครับ จากการทำวิจัยพบว่า ไข้เลือดออกมี 4 สายพันธุ์ คือประเภทที่ 1, 2, 3 และ 4 ซึ่งประเทศไทยในแต่ละปีก็จะระบาดต่างสายพันธุ์กัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างปี 2024 นี้ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ที่ 2 ถ้าเราติดครั้งแรกกับสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง เราจะมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์นั้น และภูมิอาจป้องกันสายพันธุ์อื่นได้บ้างในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ภูมิคุ้มกันนี้ไม่ได้คงทนระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น หากคุณติดครบทุกสายพันธุ์ แสดงว่าคุณอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงมาก การป้องกันตัวเองจึงยังสำคัญเสมอ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ปัจจุบันมีกลยุทธ์หรือมาตรการใดบ้างที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไข้เลือดออกสำหรับพนักงานและสถานที่ทำงาน ?</b></h2>
<p><b>ภก. วรชาติ: </b><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความตระหนักรู้ร่วมกัน พร้อมปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน เช่น </span><b>&#8220;3 ก.&#8221; คือ การเก็บขยะ เก็บบ้าน และเก็บน้ำ </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง รวมถึงมาตรการ </span><b>&#8220;5 ป.&#8221; ได้แก่ ปิด ปรับปรุง ปล่อย เปลี่ยน และปฏิบัติเป็นประจำ </b></p>
<p>นอกจากนี้การใช้ยากันยุงก็ช่วยป้องกันได้นะ และการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกเป็นอีกทางเลือกในการป้องกัน ที่สามารถทำควบคู่กับการปฏิบัติตามมาตรการอื่น ๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>หากองค์กรมีพนักงานติดเชื้อไข้เลือดออกขึ้นมาจริง ๆ องค์กรและ HR ควรมีการดูแลพนักงานอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>ภก. วรชาติ: </b><span style="font-weight: 400;">ก่ก่อนอื่นเราต้องแยกความแตกต่างของอาการระหว่างไข้เลือดออกและไข้หวัดใหญ่ก่อนครับ ซึ่งไข้เลือดออกมีอาการเด่นชัดที่แตกต่าง เช่น อาการปวดกระดูกอย่างรุนแรงและมีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย ขณะที่ไข้หวัดใหญ่มักมีอาการคัดจมูก ไอ และเจ็บคอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสังเกตอาการเหล่านี้ช่วยให้วินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือ หากพบว่ามีอาการดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง โดยเฉพาะยากลุ่ม NSAIDs (Non-steroidal Antiinflammatory Drugs หรือยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์) เนื่องจากอาจทำให้เกิดเลือดออกอย่างรุนแรงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่สำคัญคือ การย้ำเตือนพนักงานให้ระมัดระวังการป้องกันตนเองในที่ทำงานและพื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ เนื่องจากเราไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าติดเชื้อมาจากที่ไหน การแจ้งเตือนพนักงานเกี่ยวกับมาตรการป้องกัน เช่น การปฏิบัติตาม &#8220;3 ก.&#8221; และ &#8220;5 ป.&#8221; รวมถึงการรับวัคซีนป้องกัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือก จะช่วยลดโอกาสการระบาดในที่ทำงานและป้องกันความเจ็บป่วยในวงกว้างได้ครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41727" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/Picture3.webp" alt="ไข้เลือดออกในวัยทำงาน โรคใกล้ตัวที่ HR ต้องรู้: สัมภาษณ์ ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด " width="585" height="777" title="ไข้เลือดออกในวัยทำงาน โรคใกล้ตัวที่ HR ต้องรู้: สัมภาษณ์ ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด   437" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/Picture3.webp 585w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/Picture3-226x300.webp 226w" sizes="(max-width: 585px) 100vw, 585px" /></p>
<h2><b>การอยู่ในเมืองใหญ่เองก็มีความเสี่ยงใช่ไหม แม้จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดก็ตาม ?</b></h2>
<p><b>ภก. วรชาติ: </b><span style="font-weight: 400;">ใช่ครับ ในความเป็นจริงเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ก็เสี่ยงต่อการระบาดของไข้เลือดออกด้วย เพราะปัจจัยหลายอย่าง ทั้งความหนาแน่นของประชากร อาคารสถานที่ที่มีความสูง ซึ่งมักมีแหล่งน้ำขังที่เราคาดไม่ถึง ยุงลายสามารถวางไข่ได้ในที่เล็ก ๆ อย่างน้ำขังในกระถางต้นไม้ ใต้ทางด่วน หรือแม้แต่ในระเบียงของคอนโด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่น อุณหภูมิที่สูงขึ้นและสภาพอากาศที่แปรปรวนก็ส่งผลต่อการแพร่ระบาดด้วยครับ แม้แต่ในยุโรปตอนนี้ก็เริ่มมีความตระหนักถึงการแพร่กระจายของโรคไข้เลือดออกมากขึ้นแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41725" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/3.webp" alt="ไข้เลือดออกในวัยทำงาน โรคใกล้ตัวที่ HR ต้องรู้: สัมภาษณ์ ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด " width="600" height="370" title="ไข้เลือดออกในวัยทำงาน โรคใกล้ตัวที่ HR ต้องรู้: สัมภาษณ์ ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด   438" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ปัจจุบัน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด ได้มีบทบาทอย่างไรในการร่วมมือกับภาครัฐเพื่อป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคไข้เลือดออก ?</b></h2>
<p><b>ภก. วรชาติ: </b><span style="font-weight: 400;">เรามีความร่วมมือที่ชื่อว่า “Dengue-Zero” ครับ เป็นโครงการที่เราทำร่วมกับกรมควบคุมโรคและอีก 11 องค์กร อาทิ แพทยสมาคมฯ, กรุงเทพมหานคร, สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ฯลฯ เพื่อสร้างองค์ความรู้และความตระหนักรู้เกี่ยวกับไข้เลือดออก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดปี 2566 เราได้ดำเนินการแคมเปญต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความตระหนักรู้ เช่น แคมเปญ #รีวิวจากอิงมา ที่เล่าผ่านตัวแทนของเหยื่อไข้เลือดออกกว่า 1.2 ล้านคนในไทย รวมถึงการชวนคนไทยร่วม “ปักหมุด หยุดไข้เลือดออก” โดยประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อ โซเชียลมีเดีย และอื่น ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังได้ร่วมมือกับพันธมิตรในการปรับปรุงระบบ EPINET สำหรับจัดเก็บข้อมูลในระบบสารสนเทศทางระบาดวิทยา รวมถึงพัฒนาเว็บไซต์</span><a href="http://www.knowdengueth.com/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">www.knowdengueth.com</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ Facebook </span><a href="https://www.facebook.com/knowdengueth/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">KnowDengueTH</span></a><span style="font-weight: 400;"> เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันโรคนี้ และจัดสัมมนาเสริมความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์ด้วยครับ โดยในปีนี้เราได้เปิดตัวแคมเปญ “ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องป้องกัน” ซึ่งมีคุณ </span><b>วิน &#8211; เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร</b><span style="font-weight: 400;"> เป็น “เดงกี่ ฮีโร่” เพื่อยกระดับความตระหนักรู้และสร้างการป้องกันไข้เลือดออกในหมู่ประชาชนอย่างกว้างขวางครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><strong>การฉีดวัคซีนไข้เลือดออกในสถานที่ทำงานมีความสำคัญอย่างไร และทำไม HR หรือองค์กรควรพิจารณาเรื่องนี้ ?</strong></h2>
<p><strong>ภก. วรชาติ:</strong> ผมมองว่าการฉีดวัคซีนเป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการที่สามารถเสริมสร้างความเป็น<br />
อยู่ที่ดี (Well-being) ของพนักงานได้ครับ</p>
<p>ข้อมูลจากการวิจัยประกันภัยในไทยพบว่า เมื่อคนวัยทำงานเป็นไข้เลือดออกกว่า 94% ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลโดยเฉลี่ย 4 วัน และมีค่าใช้จ่ายประมาณ 30,000 บาทต่อราย นี่ยังไม่นับรวมผลกระทบจากการหยุดงานและภาระงานที่สะสมระหว่างที่พนักงานป่วย</p>
<p>การเพิ่มสวัสดิการการฉีดวัคซีนไข้เลือดออกจึงเป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผล นอกจากจะลดโอกาสการเจ็บป่วยและการนอนโรงพยาบาลจากโรคไข้เลือดออกได้ 80-90%* แล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานว่าองค์กรใส่ใจในสุขภาพของ<br />
พวกเขา ซึ่งส่งผลดีต่อแรงจูงใจในการทำงานและการมีส่วนร่วมในองค์กรด้วย</p>
<p>ปัจจุบันในประเทศไทยมีวัคซีนไข้เลือดออก 2 ชนิดที่ใช้อยู่ ชนิดแรกใช้ไวรัสเดงกีสายพันธุ์ 2 เป็นแกนกลาง ต้องฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน ฉีดได้ในผู้ที่มีอายุระหว่าง 4-60 ปี และสามารถฉีดได้โดยไม่ต้องตรวจภูมิก่อน ส่วนอีกชนิดหนึ่งเป็นวัคซีนที่มีไวรัสไข้เหลืองเป็นแกนกลาง ต้องฉีด 3 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน (ฉีดที่ 0, 6 และ 12 เดือน) และฉีดได้ในผู้ที่มีประวัติการติดเชื้อไข้เลือดออกมาก่อน โดยฉีดได้ในช่วงอายุ 6-45 ปี* ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีนเพื่อให้เหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละคนครับ</p>
<p><em>*หมายเหตุ &#8211; คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ โดยสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2566</em></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41726" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/4.webp" alt="ไข้เลือดออกในวัยทำงาน โรคใกล้ตัวที่ HR ต้องรู้: สัมภาษณ์ ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด" width="600" height="370" title="ไข้เลือดออกในวัยทำงาน โรคใกล้ตัวที่ HR ต้องรู้: สัมภาษณ์ ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด   439" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><br />
</span></p>
<h2><strong>วัคซีนไข้เลือดออกต่างจากวัคซีนไข้หวัดใหญ่อย่างไรครับ ?</strong></h2>
<p><strong>ภก. วรชาติ: </strong>วัคซีนไข้เลือดออกและวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีทั้งจุดที่คล้ายและต่างกันอยู่หลายอย่าง<br />
เลยครับ</p>
<p>จุดที่คล้ายกันคือ วัคซีนทั้ง 2 ชนิดเป็นทางเลือกหนึ่งที่อาจใช้เพื่อช่วยป้องกันโรคติดเชื้อที่เป็นปัญหาสำคัญในช่วงหน้าฝน แต่โรคไข้เลือดออกต่างออกไปในแง่ที่มียุงลายเป็นพาหะ ซึ่งทำให้ป้องกันได้ยากกว่า เพราะถึงจะพยายามหลีกเลี่ยงยุง ทากันยุง หรือใส่หน้ากากอนามัยอย่างไรก็ยังป้องกันได้ยาก เนื่องจากไม่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมที่เราไปได้ทุกที่ อีกทั้งทั้งไข้หวัดใหญ่และไข้เลือดออกยังมีอัตราการระบาดสูงในไทย โดยในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขคาดว่าจะมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ราว 300,000 คน ขณะที่ไข้เลือดออกมีผู้ป่วยราว 200,000 คน*</p>
<p>แต่สิ่งที่แตกต่างคือ <strong>ไข้เลือดออกมีอัตราการเสียชีวิตที่สูงกว่า เนื่องจากยังไม่มียารักษาเฉพาะ การรักษาจึงเป็นการบรรเทาตามอาการเท่านั้น</strong></p>
<p>วัคซีนไข้หวัดใหญ่ต้องฉีดซ้ำทุกปี ขณะที่วัคซีนไข้เลือดออกยังไม่มีคำแนะนำให้มีการฉีดกระตุ้น</p>
<p><em>* <a href="https://www.ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=39881&amp;deptcode=brc&amp;news_views=58" target="_blank" rel="noopener">https://www.ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=39881&amp;deptcode=brc&amp;news_views=58</a></em></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><strong>สามารถเป็นแนวทางที่ดีในการป้องกันสุขภาพ</strong><strong>ของพนักงานในสถานที่ทำงานได้อย่างไรบ้าง ?</strong></h2>
<p><strong>ภก. วรชาติ: </strong>จากการสำรวจของ Gallup พบว่า <strong>องค์กรที่มีโปรแกรมด้านสุขภาพและสวัสดิการชัดเจนให้พนักงาน จะเพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงานได้ถึง 44% และลดอัตราการลาออก</strong> เพราะพนักงานรู้สึกว่าองค์กรใส่ใจในสวัสดิภาพของพวกเขาโดยตรง ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานและแรงจูงใจอย่างมาก</p>
<p>การที่พนักงานรู้สึกว่าองค์กรห่วงใยและดูแลสุขภาพของพวกเขาจริง ๆ จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการทำงานให้สูงขึ้น และทำให้พนักงานอยู่กับองค์กรนานขึ้น</p>
<p>การลงทุนด้านสุขภาพของพนักงานจึงเป็นสิ่งที่องค์กรควรให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าปัจจัยอื่น ๆ เลยครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41729 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/messageImage_1730364734133-1024x576.webp" alt="ไข้เลือดออกในวัยทำงาน โรคใกล้ตัวที่ HR ต้องรู้: สัมภาษณ์ ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด " width="1024" height="576" title="ไข้เลือดออกในวัยทำงาน โรคใกล้ตัวที่ HR ต้องรู้: สัมภาษณ์ ภก. วรชาติ เลิศพิภพเมธา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์วัคซีน บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด   440" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/messageImage_1730364734133-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/messageImage_1730364734133-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/messageImage_1730364734133-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/messageImage_1730364734133-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/messageImage_1730364734133.webp 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>หากมองไปถึงอนาคต อยากเห็นอะไรในแง่ของการป้องกันโรคในสถานที่ทำงานบ้างครับ ?</b></h2>
<p><b>ภก. วรชาติ: </b><strong>ไม่ควรมีใครต้องเสียชีวิตหรือได้รับผลกระทบจากโรคที่ป้องกันได้ครับ </strong>การสร้างความตระหนักรู้ร่วมกันในการป้องกันโรค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ควรเป็นสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญไม่แพ้ปัจจัยอื่น ๆ เลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>มีอะไรที่อยากฝากถึง HR และองค์กรต่าง ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพพนักงานให้ปลอดภัยจากโรคนี้ไหม ?</b></h2>
<p><b>ภก. วรชาติ: </b>ผมอยากให้ HR มองว่าเรื่องสุขภาวะและ Well-being ของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญครับ การให้สวัสดิการด้านสุขภาพและการสร้างความตระหนักรู้ด้านการป้องกันโรคไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติตามมาตราการของภาครัฐและการฉีดวัคซีนซึ่งเป็นหนึ่งในทางเลือกของการป้องกัน จะไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระของพนักงาน แต่ยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ทำให้พนักงานรู้สึกว่า องค์กรห่วงใยและดูแลพวกเขาจริง ๆ นี่จะทำให้พนักงานมีแรงจูงใจในการทำงานและอยู่กับองค์กรได้นานขึ้นครับ</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><i><span style="font-weight: 400;">*Disclaimer: ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นสำหรับประชาชนเป็นการทั่วไปโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการให้ข้อมูลเท่านั้น ข้อมูลนี้ไม่ควรถูกนำไปใช้เพื่อวินิจฉัยหรือรักษาปัญหาสุขภาพหรือโรคใด ๆ การให้ข้อมูลดังกล่าวนี้ไม่มีวัตถุประสงค์เป็นการทดแทนการปรึกษากับผู้ให้บริการทางการแพทย์ โปรดปรึกษาผู้ให้บริการทางการแพทย์ของท่านสำหรับคำแนะนำเพิ่มเติม</span></i></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrpeople/dengue-takedathailand-241128/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตได้ ค้นหาเส้นทางอาชีพที่ใช่สำหรับคุณ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/change-job-change-life-241029/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/change-job-change-life-241029/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Oct 2024 07:53:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[งานที่ดี]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=41174</guid>

					<description><![CDATA[เราใช้เวลากว่า 1 ใน 3 ของวันหรือมากกว่าครึ่งชีวิตในวัยทำงานไปกับ &#8220;งาน&#8221; ซึ่งไม่ได้ให้แค่รายได้ แต่ยังเติมเต็มชีวิต พัฒนาทักษะ และเพิ่มคุณค่าในตัวเอง งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตได้ เพราะงานที่เหมาะสมช่วยสร้างแรงบันดาลใจ สุขภาพดี และลดความเครียด โดยคนที่ทำงานอย่างมีความสุขมักมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า (อ้างอิง: Gallup 2023) แม้หลายคนมีสิทธิเลือกงานที่เหมาะสม แต่ความกลัวและภาระชีวิตมักขัดขวางการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่การเลือกงานที่ใช่ช่วยเพิ่มโอกาสในชีวิต ฉะนั้นจงกล้าที่จะเลือกเพื่ออนาคตที่ดีกว่าผ่านงาน Recruitment Agency ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น เพราะเป็นตัวช่วยวางแผนอาชีพ ให้คำปรึกษาเรื่องงาน เงินเดือน และปรับโปรไฟล์ เพิ่มโอกาสเจองานที่ตรงกับเป้าหมายได้รวดเร็วและแม่นยำ HREX.asia เชื่อมโยงผู้สมัครกับ Recruitment Agency หลากหลายสายงาน พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ช่วยสร้างเส้นทางอาชีพที่เหมาะสมที่สุด ลองคิดดู เราใช้ชีวิตเกือบทั้งชีวิตไปกับ &#8220;งาน&#8221;  ในทุกวันเราใช้เวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน นั่นหมายความว่า 1 ใน 3 ของวันเราอุทิศให้กับงาน และยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่เรียนจบจนถึงวัยเกษียณ ก็อาจกินเวลาเข้าไป 60-65 ปี แล้ว คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งชีวิตเลยทีเดียว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<ul>
<li>เราใช้เวลากว่า 1 ใน 3 ของวันหรือมากกว่าครึ่งชีวิตในวัยทำงานไปกับ &#8220;งาน&#8221; ซึ่งไม่ได้ให้แค่รายได้ แต่ยังเติมเต็มชีวิต พัฒนาทักษะ และเพิ่มคุณค่าในตัวเอง</li>
<li>งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตได้ เพราะงานที่เหมาะสมช่วยสร้างแรงบันดาลใจ สุขภาพดี และลดความเครียด โดยคนที่ทำงานอย่างมีความสุขมักมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า (อ้างอิง: Gallup 2023)</li>
<li>แม้หลายคนมีสิทธิเลือกงานที่เหมาะสม แต่ความกลัวและภาระชีวิตมักขัดขวางการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่การเลือกงานที่ใช่ช่วยเพิ่มโอกาสในชีวิต ฉะนั้นจงกล้าที่จะเลือกเพื่ออนาคตที่ดีกว่าผ่านงาน</li>
<li>Recruitment Agency ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น เพราะเป็นตัวช่วยวางแผนอาชีพ ให้คำปรึกษาเรื่องงาน เงินเดือน และปรับโปรไฟล์ เพิ่มโอกาสเจองานที่ตรงกับเป้าหมายได้รวดเร็วและแม่นยำ</li>
<li>HREX.asia เชื่อมโยงผู้สมัครกับ Recruitment Agency หลากหลายสายงาน พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ช่วยสร้างเส้นทางอาชีพที่เหมาะสมที่สุด</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41755" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตคุณได้-Cover.webp" alt="งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตคุณได้" width="600" height="370" title="งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตได้ ค้นหาเส้นทางอาชีพที่ใช่สำหรับคุณ 445" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตคุณได้-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตคุณได้-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองคิดดู เราใช้ชีวิตเกือบทั้งชีวิตไปกับ <strong>&#8220;งาน&#8221; </strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทุกวันเราใช้เวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน นั่นหมายความว่า 1 ใน 3 ของวันเราอุทิศให้กับงาน และยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่เรียนจบจนถึงวัยเกษียณ ก็อาจกินเวลาเข้าไป 60-65 ปี แล้ว คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งชีวิตเลยทีเดียว !</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเป็นแบบนี้ หนึ่งในแนวคิดการทำงานที่ดี จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเงินเดือนหรือตำแหน่งเท่านั้น แต่มันคือการเลือก </span><b>เส้นทางชีวิต </b><span style="font-weight: 400;">ที่เต็มไปด้วยความสุข สุขภาพดี และแรงบันดาลใจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่คำถามคือ งานที่ดีจะเปลี่ยนชีวิตเราได้จริงไหม ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามาดูกันว่าการมี “งาน” ส่งผลอะไรกับชีวิตคุณบ้าง </span></p>

<h1><b>เราทำงานไปทำไม ?</b></h1>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามว่า &#8220;เราทำงานไปทำไม?&#8221; อาจดูเหมือนคำถามง่าย ๆ แต่แท้จริงแล้วมันสะท้อนความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า หนึ่งในคำตอบคือเรื่อง รายได้ (Income) ภายใต้สังคมทุนนิยม แต่เมื่อเรามองลึกลงไป เราพบว่าการทำงานยังเป็นส่วนหนึ่งของ การเติมเต็มความหมายในชีวิต การพัฒนาทักษะ การสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม และการรู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากงานวิจัยของ</span><a href="https://www.gsb.stanford.edu/insights/global-look-connections-between-happiness-income-meaning" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด</span></a><span style="font-weight: 400;">พบว่า </span><b>คนที่ทำงานเพราะรู้สึกว่างานนั้นมีคุณค่า หรือสามารถทำให้เขามีความรู้สึกว่ากำลังสร้างผลกระทบที่ดีต่อสังคม จะมีระดับความสุขและความพึงพอใจในชีวิตสูงกว่าคนที่ทำงานเพื่อเงินเพียงอย่างเดียว</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างชีวิตที่มีความหมาย และช่วยให้เราเติบโตทั้งในด้านอาชีพและจิตใจ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>เพราะงานที่ดีกับผลกระทบต่อสุขภาพจิตและกาย</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จะดีกว่าไหม ถ้าเรามีงานที่ทำให้คุณตื่นเช้าขึ้นมาแล้วยิ้มได้ มีพลังงาน มีแรงบันดาลใจ สามารถเปลี่ยนทั้งวันและทั้งชีวิตของคุณได้ มีหลากหลาย</span><a href="https://www.smallbizgenius.net/by-the-numbers/job-satisfaction-statistics/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">งานสำรวจ</span></a><span style="font-weight: 400;">ที่พบว่า</span> <span style="font-weight: 400;">คนที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ดีและมีความสุข มีแนวโน้มที่จะมีสุขภาพดีกว่าผู้ที่ต้องทำงานในที่ ๆ กดดัน เครียด และไร้ซึ่งแรงบันดาลใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างจากการสำรวจของ </span><a href="https://media.gallup.com/DOCUMENTS/whitePaper--Well-BeingInTheWorkplace.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Gallup</span></a><span style="font-weight: 400;"> ในปี 2023 พบว่า </span><b>คนที่ทำงานอย่างมีความสุขและผูกพันกับงาน มีแนวโน้มที่จะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าคนที่ไม่มีความสุขกับงาน </b><span style="font-weight: 400;">แถมยังมีโอกาสลดความเสี่ยงต่อโรคเครียดและโรคจิตเวชต่าง ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานจึงไม่ได้มีผลกระทบแค่เรื่องของเงิน แต่เปลี่ยนทั้งสุขภาพจิตและกายให้ชีวิตคุณไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28319 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-27-1024x683.jpg" alt="shutterstock 1212195505 27" width="1024" height="683" title="งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตได้ ค้นหาเส้นทางอาชีพที่ใช่สำหรับคุณ 446" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-27-1024x683.jpg 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-27-300x200.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-27-768x512.jpg 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-27-1536x1024.jpg 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-27-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>เลือกงานที่ดี — สิทธิที่คุณมี แต่หลายคนไม่กล้าใช้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าหลายคนจะรู้ว่ามีสิทธิเลือกงานที่ดี แต่ก็ยังมีหลายคนที่ไม่กล้า หรือบางครั้งก็ไม่มีเวลาคิดเรื่องนี้เลย อาจเพราะภาระหน้าที่ในชีวิตที่แน่นหนา หรือความกลัวที่จะเปลี่ยนแปลง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การที่เราไม่กล้าเปลี่ยนงานที่ไม่เหมาะสมกับตัวเอง อาจทำให้ชีวิตเราไม่ก้าวหน้าอย่างที่ควรจะเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะต้องเผชิญกับมันคนเดียว เพราะปัจจุบันมีตัวช่วยดี ๆ อย่าง </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruitmentagency/"><b>Recruitment Agency</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><b>บริษัทจัดหางาน </b></a><span style="font-weight: 400;">ที่ช่วยคุณหางานที่เหมาะสมกับทักษะ ความสนใจ และเป้าหมายในชีวิตได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Recruitment Agency ที่ปรึกษางานที่รู้ใจคุณ</b></h2>
<p><b>Recruitment Agency </b><span style="font-weight: 400;">ไม่ได้แค่หางานให้คุณแบบสุ่ม ๆ แต่ยังมี </span><b>Career Advisor</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><b>Career Consultant</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำแนะนำในการเลือกงาน และพร้อมให้คำปรึกษาเรื่องทิศทางอาชีพของคุณ ช่วยค้นหางานที่ใช่ ซึ่งสอดคล้องกับทักษะและความสนใจของคุณ การมีมืออาชีพช่วยวางแผนอาชีพให้ ทำให้การหางานใหม่ง่ายขึ้นและตรงจุดมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พวกเขาจะวิเคราะห์ทุกมิติของคุณและเสนอทางเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตและอาชีพของคุณมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาเรื่องเงินเดือน ตำแหน่งที่เหมาะสม หรือแม้กระทั่งการช่วยปรับปรุงโปรไฟล์ของคุณให้โดดเด่นในสายตานายจ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้ฝากโปรไฟล์หรืออัพเดท Resume ในบริการเหล่านี้ จึงเป็นการลงทุนกับอนาคตรูปแบบหนึ่ง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับก้าวถัดไปในอาชีพ โดยไม่ต้องกังวลกับการหางานด้วยตัวเองนั่นเอง</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41177 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Screenshot-2567-10-29-at-14.46.39-1024x573.png" alt="HREX Recruitment Agency" width="1024" height="573" title="งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตได้ ค้นหาเส้นทางอาชีพที่ใช่สำหรับคุณ 447" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Screenshot-2567-10-29-at-14.46.39-1024x573.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Screenshot-2567-10-29-at-14.46.39-300x168.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Screenshot-2567-10-29-at-14.46.39-768x430.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Screenshot-2567-10-29-at-14.46.39-1536x860.png 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Screenshot-2567-10-29-at-14.46.39-2048x1146.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></p>
<h2><b>HREX รวมพื้นที่ฝากประวัติกับ Recruitment Agency มาให้แล้ว </b></h2>
<p><a href="http://hrex.asia" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">HREX.asia</span></a><span style="font-weight: 400;"> เราได้รวบรวมหลากหลาย </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1"><span style="font-weight: 400;">Recruitment Agency</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่เชี่ยวชาญในสายงานต่าง ๆ ไว้ให้คุณเลือก ไม่ว่าจะเป็นงานด้านเทคโนโลยี การตลาด การเงิน หรืองานบริษัทต่างชาติ ผู้สมัครงานสามารถเลือก Agency ที่เหมาะสมกับสายงานและเป้าหมายของคุณได้อย่างง่ายดาย พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่รู้จักสายอาชีพและตลาดงานอย่างถ่องแท้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่กำลังมองหางานแรก หรือกำลังมองหาการเปลี่ยนแปลงในสายงาน HREX มีตัวเลือกมากมายที่พร้อมช่วยเหลือคุณในการก้าวสู่เส้นทางอาชีพที่เหมาะสมที่สุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่แล้ว เราเชื่อว่าการมีงานที่ทำให้คุณมีความสุขและมีความพึงพอใจจะนำไปสู่สุขภาพที่ดี ความสุขในชีวิต และอนาคตที่สดใส </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น อย่าปล่อยให้การกลัวเปลี่ยนแปลงหรือติดภาระในชีวิตมาขวางทางของคุณ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณต้องการเริ่มต้นใหม่ หรือมองหางานที่ดีกว่า </span><b>การฝากเรซูเม่กับ <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruitmentagency/">Recruitment Agency</a></b><span style="font-weight: 400;"> อาจเป็นทางเลือกที่ดีในการสร้างเส้นทางอาชีพที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 120px;">
<tbody>
<tr style="height: 120px;">
<td style="width: 100%; height: 120px;"><b>Source:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0191308517300047" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Sciencedirect</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.gomada.co/blog/employee-engagement-statistics" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Gomada</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตได้ ค้นหาเส้นทางอาชีพที่ใช่สำหรับคุณ 448" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/change-job-change-life-241029/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Business x People: สูตรลับการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/business-x-people-241024/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/business-x-people-241024/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Oct 2024 06:32:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=41146</guid>

					<description><![CDATA[ทุกวันนี้มองไปทางไหนก็เห็นแต่คอนเทนต์พัฒนาธุรกิจอยู่บ่อยครั้ง ทำให้หลายองค์กรโฟกัสไปที่การเติบโตของธุรกิจ (Business) เป็นหลักอย่างเต็มกำลัง ทว่าหลายครั้งกลับมองข้ามเรื่องบุคลากร (People) ที่เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จ  ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือการเกิดปัญหาที่อาจคาดไม่ถึง ทั้งอัตราการลาออกสูง ความผูกพันของพนักงานกับองค์กรที่ลดลง รวมถึงบรรยากาศการทำงานที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน  ในบทความนี้ เราจะใช้กราฟ 2&#215;2 ที่แบ่งแกนระหว่าง Business และ People เพื่อชี้ให้เห็นว่าแต่ละสภาวะขององค์กรส่งผลต่อความสำเร็จและความยั่งยืนในระยะยาวอย่างไรบ้าง  4 Box: Business และ People ในกราฟนี้ เราแบ่งองค์กรออกเป็น 4 กลุ่มตามแกน Business และ People: Business ดี People ดี (Success Zone) Business ดี People แย่ (Danger Zone) Business แย่ People ดี (Failure Zone) Business แย่ People แย่ (Disaster Zone) [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42722" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Business-x-People-สูตรลับการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน-HR.webp" alt="Business x People สูตรลับการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน" width="600" height="370" title="Business x People: สูตรลับการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน 453" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Business-x-People-สูตรลับการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน-HR.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Business-x-People-สูตรลับการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน-HR-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้มองไปทางไหนก็เห็นแต่คอนเทนต์พัฒนาธุรกิจอยู่บ่อยครั้ง ทำให้หลายองค์กรโฟกัสไปที่การเติบโตของธุรกิจ (Business) เป็นหลักอย่างเต็มกำลัง ทว่าหลายครั้งกลับมองข้ามเรื่องบุคลากร (People) ที่เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือการเกิดปัญหาที่อาจคาดไม่ถึง ทั้งอัตราการลาออกสูง ความผูกพันของพนักงานกับองค์กรที่ลดลง รวมถึงบรรยากาศการทำงานที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบทความนี้ เราจะใช้กราฟ 2&#215;2 ที่แบ่งแกนระหว่าง Business และ People เพื่อชี้ให้เห็นว่าแต่ละสภาวะขององค์กรส่งผลต่อความสำเร็จและความยั่งยืนในระยะยาวอย่างไรบ้าง </span></p>

<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41149 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Business-x-People-1024x1024.webp" alt="Business x People: สูตรลับการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน" width="1024" height="1024" title="Business x People: สูตรลับการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน 454" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Business-x-People-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Business-x-People-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Business-x-People-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Business-x-People-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Business-x-People.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>4 Box: Business และ People</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในกราฟนี้ เราแบ่งองค์กรออกเป็น 4 กลุ่มตามแกน Business และ People:</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Business ดี People ดี (Success Zone)</b></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Business ดี People แย่ (Danger Zone)</b></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Business แย่ People ดี (Failure Zone)</b></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Business แย่ People แย่ (Disaster Zone)</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจะมาเจาะลึกแต่ละกรณีและดูผลกระทบที่เกิดขึ้นกับองค์กรกันดีกว่า</span></p>
<h3><b>1. High Business + High People = Success Zone</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในกรณีนี้ องค์กรมีผลประกอบการที่ดีและพนักงานมีความสุข เป็นสภาพแวดล้อมในฝันที่ดีที่สุดและเป็นภาพของ </span><b>&#8220;องค์กรที่ยั่งยืน&#8221; </b><span style="font-weight: 400;">อย่างแท้จริง ซึ่งจะสามารถรักษาความสำเร็จได้ทั้งในแง่ธุรกิจและความพึงพอใจของพนักงาน คนทำงานมีแรงจูงใจ ช่วยให้องค์กรมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และคนในทีมรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ซึ่งทำให้องค์กรมีความสามารถในการแข่งขันได้ในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างองค์กรในกลุ่มนี้จะให้ความสำคัญทั้งเรื่องนวัตกรรมทางธุรกิจและความเป็นอยู่ของพนักงาน มีโปรแกรมพัฒนาศักยภาพ มีสวัสดิการที่ดี ทำให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่สนับสนุนการทำงานอย่างสร้างสรรค์และเกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ เสมอ</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>สิ่งสำคัญที่องค์กรควรทำเพื่อเข้าสู่ Success Zone:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ลงทุนในบุคลากรและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มอบโอกาสในการพัฒนาและสร้างเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนให้กับพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งและสนับสนุนความเป็นทีม</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>2. High Business + Low People = Danger Zone</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์คลาสสิกที่หลาย ๆ องค์กรพบบ่อย คือการมุ่งเน้นแต่การเพิ่มผลกำไร โดยลืมดูแลความเป็นอยู่ของพนักงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้เป็น </span><b>“เขตอันตราย”</b><span style="font-weight: 400;"> มาก ๆ ในมุม HR เพราะธุรกิจที่อาจดูเติบโตในช่วงต้น แต่จะเจอปัญหาด้านการรักษาพนักงานในระยะยาว ไม่แปลกที่องค์กรจะเต็มไปด้วยพนักงานที่ทำงานหนัก แต่ขาดความผูกพันกับองค์กร ไร้แรงจูงใจ ไปจนถึงหมดไฟ ส่งผลให้เกิดการลาออกสูง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบหลักแน่ ๆ ก็คือค่าใช้จ่ายในการหาคนใหม่ที่จะเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมขององค์กรลดลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรในเขตแดนนี้ที่จะมีผลประกอบการสูง แต่ต้องเผชิญปัญหาการเปลี่ยนงานของพนักงานอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะมีรายได้ดี แต่ก็ไม่ยั่งยืน เพราะทีมงานขาดความมั่นคงและไม่พร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>แนวทางป้องกันการตกอยู่ใน Danger Zone:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพนักงานเทียบเท่ากับการพัฒนาธุรกิจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ฟังเสียงของพนักงานและปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานตามที่เหมาะสม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างวัฒนธรรมที่ทำให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่าและมีความผูกพันกับองค์กร</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>3. Low Business + High People = Failure Zone</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต่างจากกลุ่มที่แล้ว ที่หลาย ๆ องค์กรก็กำลังตกอยู่ในสภาวะนี้ เมื่อพนักงานทุกคนล้วนมีความสุขกับการทำงาน บรรยากาศภายในองค์กรก็ดีแสนดี แต่ธุรกิจไม่มีความเติบโตและไม่มีรายได้มากพอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอาจเรียกว่าเป็น </span><b>“องค์กรการกุศล”</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งคนในองค์กรมีความสุขแต่ตัวองค์กรกลับไม่มีความสามารถในการแข่งขันเชิงธุรกิจเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากไม่ปรับปรุง ผลลัพธ์ที่แน่นอนคือความล้มเหลวขององค์กรที่รออยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างเช่น องค์กรที่มีวัฒนธรรมที่ดีแต่ขาดแคลนนวัตกรรมหรือแผนธุรกิจที่ชัดเจน แม้จะรักษาพนักงานไว้ได้ แต่หากไม่มีรายได้ที่เพียงพอในที่สุดก็จะไม่สามารถจ่ายเงินเดือนและสวัสดิการได้นั่นเอง</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>วิธีหลีกเลี่ยง Failure Zone:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจนและเพิ่มการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ผสมผสานความสุขของพนักงานกับนวัตกรรมและการพัฒนาธุรกิจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">วางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบเพื่อรักษาการเติบโตในระยะยาว</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>4. Low Business + Low People = Disaster Zone</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ขอเรียกว่า </span><b>&#8220;เขตหายนะ&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> เลย เพราะธุรกิจไม่เติบโต แถมบุคลากรก็ไม่มีความสุข องค์กรในกลุ่มนี้พังพินาศแน่นอน เพราะการทำงานในบรรยากาศที่ไม่น่าทำงานและไร้ซึ่งประสิทธิภาพ จะทำให้ทุกองค์ประกอบไม่มีโอกาสพัฒนาและเติบโต องค์กรเหล่านี้จะไม่เหลือพนักงาน หรือกระทั่งชื่ออีกต่อไป</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>สิ่งที่องค์กรควรทำหากตกอยู่ใน Disaster Zone:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทำการปรับปรุงเชิงกลยุทธ์ทั้งในเรื่องคนและธุรกิจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แก้ไขวัฒนธรรมองค์กรและสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความร่วมมือ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรและปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อนำองค์กรออกจากวิกฤติ</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41151 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/DALL·E-2024-10-24-13.12.09-An-illustration-in-the-style-of-The-New-Yorker-magazine-showing-a-group-of-exhausted-and-unhappy-office-workers-sitting-at-their-desks.-They-appear-ov.webp" alt="DALL·E 2024 10 24 13.12.09 An illustration in the style of The New Yorker magazine showing a group of exhausted and unhappy office workers sitting at their desks. They appear ov" width="1024" height="1024" title="Business x People: สูตรลับการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน 455" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/DALL·E-2024-10-24-13.12.09-An-illustration-in-the-style-of-The-New-Yorker-magazine-showing-a-group-of-exhausted-and-unhappy-office-workers-sitting-at-their-desks.-They-appear-ov.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/DALL·E-2024-10-24-13.12.09-An-illustration-in-the-style-of-The-New-Yorker-magazine-showing-a-group-of-exhausted-and-unhappy-office-workers-sitting-at-their-desks.-They-appear-ov-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/DALL·E-2024-10-24-13.12.09-An-illustration-in-the-style-of-The-New-Yorker-magazine-showing-a-group-of-exhausted-and-unhappy-office-workers-sitting-at-their-desks.-They-appear-ov-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/DALL·E-2024-10-24-13.12.09-An-illustration-in-the-style-of-The-New-Yorker-magazine-showing-a-group-of-exhausted-and-unhappy-office-workers-sitting-at-their-desks.-They-appear-ov-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>People: กุญแจสำคัญในการหลีกเลี่ยง Danger Zone</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าการเติบโตทางธุรกิจจะเป็นเป้าหมายหลักขององค์กรส่วนใหญ่ แต่การละเลยคนทำงานในองค์กรจะนำไปสู่ปัญหาที่ซับซ้อนในระยะยาว ซึ่งการลงทุนในพนักงานไม่ได้หมายถึงเพียงการให้สวัสดิการที่ดีเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการสร้างโอกาสในการพัฒนา การฟังเสียงและความต้องการของพวกเขา และทำให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่าในบทบาทของตัวเองในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การอยู่ใน Success Zone คือการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาธุรกิจและการดูแลบุคลากรอย่างเหมาะสม การเข้าใจและให้ความสำคัญกับทั้งสองด้านนี้จะช่วยสร้างความยั่งยืนในองค์กร และเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอาจสรุปได้ว่า People เองก็เป็นส่วนสำคัญในการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เพราะหากองค์กรต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน การพัฒนาคนควรเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักเสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด พนักงานที่มีความสุขก็จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีพลังนั่นเอง</span><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Business x People: สูตรลับการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน 456" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/business-x-people-241024/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถ้าบอสเป็นตัวร้าย เขาจะยังเป็นหัวหน้าอยู่หรือไม่ ? (Toxic Boss)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/toxic-evil-boss-241017/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/toxic-evil-boss-241017/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Oct 2024 03:16:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[บอสตัวร้าย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=41029</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า หัวหน้าที่มีพฤติกรรมเชิงลบ ทำให้พนักงานรู้สึกไม่พอใจ ขาดแรงจูงใจ และส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของทีม แม้บอสตัวร้ายจะมีพฤติกรรมเป็นพิษ แต่หัวหน้าอาจรักษาตำแหน่งไว้ได้ผ่านเครือข่ายและการสนับสนุนจากองค์กรได้ รวมไปถึงลูกน้องบางคนเองก็อาจมีส่วนร่วมในการสนับสนุนพฤติกรรมหัวหน้าโดยตรงหรือโดยอ้อม ทำให้หัวหน้าคงสถานะตัวร้ายได้ สุดท้ายแล้ว คนที่ช่วยให้หัวหน้าตัวร้ายมีอำนาจอยู่ต่อ อาจไม่ใช่ตัวหัวหน้าเอง แต่เป็นลูกน้องนั่นแหละที่เลือกจะสนับสนุนต่อ ในโลกของการทำงาน บทบาทของหัวหน้า ผู้นำ หรือที่ใคร ๆ เรียกว่า “บอส” (Leader) เป็นสิ่งที่ทรงอิทธิพลมาก เพราะหัวหน้าเป็นผู้กำหนดทิศทาง และบรรยากาศการทำงานของทีม  แต่บางครั้งหัวหน้าอาจกลายเป็น &#8220;บอสตัวร้าย&#8221; (Toxic Boss) ในสายตาของลูกน้อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิด สร้างบรรยากาศที่ตึงเครียด หรือแม้แต่การเอาเปรียบคนในทีม คำถามที่เกิดขึ้นคือ เมื่อหัวหน้ากลายเป็นตัวร้ายเช่นนี้ เขาจะยังคงมีอำนาจและสถานะเป็นหัวหน้าได้ต่อไปหรือไม่ ? นิยามของ &#8220;บอสตัวร้าย&#8221; ในที่ทำงาน นิยามความดี ความร้ายเป็นสิ่งที่นามธรรมมาก แต่เอาที่คนทั่วไปเห็นพ้องต้องกันก็คือ หัวหน้าที่ถูกมองว่าเป็น &#8220;บอสตัวร้าย&#8221; คือผู้ที่ใช้ตำแหน่งอำนาจในทางที่ผิดและมีพฤติกรรมที่ทำให้บรรยากาศการทำงานเป็นพิษ ซึ่งอาจรวมถึงการใช้อำนาจข่มขู่ การไม่ยุติธรรมในการปฏิบัติต่อพนักงาน การสื่อสารเชิงลบ การไม่สนับสนุนลูกน้อง หรือแม้กระทั่งการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว  พฤติกรรมเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลต่อขวัญและกำลังใจของพนักงาน แต่ยังสร้างความตึงเครียด ทำลายความไว้วางใจ และทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า หัวหน้าที่มีพฤติกรรมเชิงลบ ทำให้พนักงานรู้สึกไม่พอใจ ขาดแรงจูงใจ และส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของทีม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แม้บอสตัวร้ายจะมีพฤติกรรมเป็นพิษ แต่หัวหน้าอาจรักษาตำแหน่งไว้ได้ผ่านเครือข่ายและการสนับสนุนจากองค์กรได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รวมไปถึงลูกน้องบางคนเองก็อาจมีส่วนร่วมในการสนับสนุนพฤติกรรมหัวหน้าโดยตรงหรือโดยอ้อม ทำให้หัวหน้าคงสถานะตัวร้ายได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายแล้ว คนที่ช่วยให้หัวหน้าตัวร้ายมีอำนาจอยู่ต่อ อาจไม่ใช่ตัวหัวหน้าเอง แต่เป็นลูกน้องนั่นแหละที่เลือกจะสนับสนุนต่อ</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42725" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/ถ้าบอสเป็นตัวร้าย-เขาจะยังเป็นหัวหน้าอยู่หรือไม่-Toxic-Boss-HR.webp" alt="ถ้าบอสเป็นตัวร้าย เขาจะยังเป็นหัวหน้าอยู่หรือไม่ ? (Toxic Boss)" width="600" height="370" title="ถ้าบอสเป็นตัวร้าย เขาจะยังเป็นหัวหน้าอยู่หรือไม่ ? (Toxic Boss) 461" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/ถ้าบอสเป็นตัวร้าย-เขาจะยังเป็นหัวหน้าอยู่หรือไม่-Toxic-Boss-HR.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/ถ้าบอสเป็นตัวร้าย-เขาจะยังเป็นหัวหน้าอยู่หรือไม่-Toxic-Boss-HR-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกของการทำงาน บทบาทของหัวหน้า ผู้นำ หรือที่ใคร ๆ เรียกว่า “บอส” (Leader) เป็นสิ่งที่ทรงอิทธิพลมาก เพราะหัวหน้าเป็นผู้กำหนดทิศทาง และบรรยากาศการทำงานของทีม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่บางครั้งหัวหน้าอาจกลายเป็น </span><b>&#8220;บอสตัวร้าย&#8221; (Toxic Boss)</b><span style="font-weight: 400;"> ในสายตาของลูกน้อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิด สร้างบรรยากาศที่ตึงเครียด หรือแม้แต่การเอาเปรียบคนในทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามที่เกิดขึ้นคือ เมื่อหัวหน้ากลายเป็นตัวร้ายเช่นนี้ เขาจะยังคงมีอำนาจและสถานะเป็นหัวหน้าได้ต่อไปหรือไม่ ?</span></p>

<h2><b>นิยามของ &#8220;บอสตัวร้าย&#8221; ในที่ทำงาน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">นิยามความดี ความร้ายเป็นสิ่งที่นามธรรมมาก แต่เอาที่คนทั่วไปเห็นพ้องต้องกันก็คือ หัวหน้าที่ถูกมองว่าเป็น </span><b>&#8220;บอสตัวร้าย&#8221; </b><span style="font-weight: 400;">คือผู้ที่ใช้ตำแหน่งอำนาจในทางที่ผิดและมีพฤติกรรมที่ทำให้บรรยากาศการทำงานเป็นพิษ ซึ่งอาจรวมถึงการใช้อำนาจข่มขู่ การไม่ยุติธรรมในการปฏิบัติต่อพนักงาน การสื่อสารเชิงลบ การไม่สนับสนุนลูกน้อง หรือแม้กระทั่งการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พฤติกรรมเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลต่อขวัญและกำลังใจของพนักงาน แต่ยังสร้างความตึงเครียด ทำลายความไว้วางใจ และทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บอสตัวร้ายกับความท้าทายที่เกิดขึ้น</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของหัวหน้าจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการทำงานของทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาทิ งานวิจัยจาก </span><a href="https://www.lifemeetswork.com/insights-archive/toxic-leadership/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Life Meets Work</span></a><span style="font-weight: 400;"> พบว่า 56% ของพนักงานชาวอเมริกันมองว่าหัวหน้าของพวกเขามีลักษณะเป็นพิษ ขณะที่ผลสำรวจจาก </span><a href="https://www.hoganassessments.com/wp-content/uploads/2014/08/Stress_Health_eBook_Final.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">American Psychological Association</span></a><span style="font-weight: 400;"> ชี้ว่า 75% ของชาวอเมริกันบอกว่า &#8220;หัวหน้าเป็นส่วนที่ทำให้เกิดความเครียดมากที่สุดในวันทำงาน&#8221; และงานวิจัยจาก </span><a href="https://www.gallup.com/services/182216/state-american-manager-report.aspx" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Gallup</span></a><span style="font-weight: 400;"> ยังพบว่า 1 ใน 2 ของพนักงานลาออกเพื่อหนีจากหัวหน้าในบางช่วงของการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะงานวิจัยจาก </span><a href="https://www.alliancembs.manchester.ac.uk/original-thinking-applied/original-thinkers/toxic-bosses-in-the-workplace/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Abigail Phillips</span></a><span style="font-weight: 400;"> นักวิจัยด้านจิตวิทยาองค์กร แสดงให้เห็นว่าหัวหน้าที่มีลักษณะนิสัยเชิงลบหรือ &#8220;ลักษณะด้านมืด&#8221; เช่น ความเป็นโรคจิตเภท (Psychopathy) และความหลงตัวเอง (Narcissism) สามารถส่งผลกระทบร้ายแรงต่อพนักงานและองค์กรได้ โดยหัวหน้าที่มีลักษณะเหล่านี้มักจะขาดความเห็นอกเห็นใจ ใช้อำนาจในทางที่ผิด เอาเปรียบผู้อื่น และสร้างบรรยากาศที่เป็นพิษในที่ทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการศึกษาในพนักงานมากกว่า 1,200 คนในหลายอุตสาหกรรมพบว่า พนักงานที่ทำงานภายใต้หัวหน้าที่มีความเป็นโรคจิตเภทและหลงตัวเอง มีแนวโน้มที่จะเผชิญกับการกลั่นแกล้งในที่ทำงาน มีความไม่พึงพอใจในงานสูงขึ้น และเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าและความเครียดทางจิตใจมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจคือ </span><b>การกลั่นแกล้งในที่ทำงานไม่ได้เกิดจากหัวหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานเองด้วย เมื่อหัวหน้าแสดงพฤติกรรมเหล่านี้ ลูกน้องมักจะตอบโต้ด้วยการกลั่นแกล้งซึ่งกันและกัน หรือแสดงพฤติกรรมเชิงลบต่อองค์กรด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การระมัดระวังในการคัดเลือกหัวหน้าและการวางแผนป้องกันการกลั่นแกล้งในที่ทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันผลกระทบที่ทำลายทั้งขวัญกำลังใจของพนักงานและประสิทธิภาพการทำงานในองค์กร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22355" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/shutterstock_304390607-1.jpg" alt="shutterstock 304390607 1" width="500" height="334" title="ถ้าบอสเป็นตัวร้าย เขาจะยังเป็นหัวหน้าอยู่หรือไม่ ? (Toxic Boss) 462" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/shutterstock_304390607-1.jpg 500w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/shutterstock_304390607-1-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h2><b>ทำไมบอสตัวร้ายยังคงมีอำนาจ ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้หัวหน้าบางคนจะมีพฤติกรรมเป็นตัวร้าย แต่ก็ยังสามารถรักษาตำแหน่งได้ หนึ่งเหตุผลสำคัญหนึ่งคือการรับรู้ในเชิงอำนาจและการเมืองภายในองค์กร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหัวหน้าที่มีเครือข่ายการสนับสนุนจากผู้อื่นในองค์กร อาจได้รับการปกป้องและไม่ถูกตัดสินจากการกระทำที่ผิดพลาดของเขาเอง ในกรณีเช่นนี้ หัวหน้ามักจะถูกมองในมุมที่เป็นประโยชน์กับผู้มีอำนาจสูงสุด หรืออาจมีผลงานที่ทำให้ถูกมองข้ามข้อบกพร่องทางพฤติกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง งานวิจัยจาก </span><a href="https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0148296323004022" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Journal of Business Ethics</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้อธิบายว่าหัวหน้าที่มีพฤติกรรมเชิงลบหรือบอสตัวร้าย สามารถคงอยู่ในตำแหน่งได้ด้วยกลไกที่เรียกว่า “ระบบการสนับสนุนจากลูกน้อง” (subordinate reinforcement system) กล่าวคือ </span><b>หัวหน้าอาจใช้วิธีการสร้างพันธมิตรกับพนักงานบางกลุ่ม ทำให้เกิดการสนับสนุนทางอ้อมในการดำรงตำแหน่ง ซึ่งช่วยให้เขายังคงมีอำนาจต่อไป</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหากไม่มีลูกน้องที่คอยสนับสนุนพฤติกรรมหรือเลือกที่จะไม่ต่อต้าน หัวหน้าคงไม่สามารถสร้างสภาวะแห่งความไม่เป็นธรรมขึ้นได้ง่าย ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่สะท้อนถึงแนวคิดจากงานวิจัยในด้านจิตวิทยาองค์กรที่แสดงให้เห็นว่า </span><b>คนที่อยู่ในตำแหน่งอำนาจมักจะขึ้นอยู่กับระบบความสัมพันธ์ทางสังคม หากระบบนั้นสนับสนุนพฤติกรรมเชิงลบ พฤติกรรมนั้นก็จะยังคงดำเนินต่อไปนั่นเอง</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ทำไมเราควรต่อต้านบอสตัวร้ายในโลกการทำงาน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">รู้ไหมว่าพนักงานโดยทั่วไปยินยอมที่จะทำงานกับบอสตัวร้ายนานกว่าบอสปกติเฉลี่ย 2 ปี โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยทางจิตวิทยา ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลเรื่องเงินเดือน สวัสดิการ หรือความสัมพันธ์ที่มีกับเพื่อนร่วมงาน แม้การเปลี่ยนงานอาจดูเป็นเรื่องยากและไม่มั่นคง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้การให้อภัยหรือการมองข้ามพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของหัวหน้า ก็ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาใด ๆ อะไรเลย แต่กลับทำให้หัวหน้ายังคงใช้พฤติกรรมก้าวร้าวซ้ำ ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นสิ่งที่ HR หรือกระทั่งพนักงานเองควรทำคือไม่ใช่การปล่อยผ่าน แต่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาและหาทางป้องกันการละเมิดในอนาคต </span><b>เพราะหากเราเลือกที่จะทน หรือหาเหตุผลมาแก้ตัวให้หัวหน้า เราก็อาจจะตกอยู่ในวัฏจักรของการถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งคุณสามารถเริ่มด้วยวิธีต่อไปนี้:</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>พูดคุยอย่างตรงไปตรงมา:</b><span style="font-weight: 400;"> หากเป็นไปได้ ลองพูดคุยกับหัวหน้าอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ควรเลือกเวลาที่เหมาะสมและเตรียมคำพูดให้ชัดเจนและเป็นมืออาชีพ โดยไม่ต้องพุ่งเป้าไปที่การตำหนิ แต่ควรเน้นไปที่การหาทางแก้ไขร่วมกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างเครือข่ายสนับสนุน: </b><span style="font-weight: 400;">หันไปพึ่งเพื่อนร่วมงานที่คุณไว้ใจ หรือหากมีโอกาส ให้ปรึกษาฝ่าย HR เพื่อหาทางออก หากองค์กรมีวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหานี้ HR อาจช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดูแลสุขภาพกายและใจ: </b><span style="font-weight: 400;">การทำงานในสภาวะกดดันอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและร่างกาย ดังนั้นควรหาทางผ่อนคลาย เช่น การออกกำลังกาย การนอนหลับเพียงพอ หรือการทำกิจกรรมที่คุณชื่นชอบนอกเวลางาน เพื่อให้จิตใจแข็งแรงพอที่จะรับมือกับสถานการณ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>พิจารณาโอกาสอื่นในองค์กร: </b><span style="font-weight: 400;">หากการเผชิญหน้ากับหัวหน้าไม่ได้ผล ลองมองหาตำแหน่งหรือโอกาสใหม่ๆ ในองค์กร อาจมีทีมอื่นหรือโปรเจกต์ที่เหมาะสมกับคุณมากกว่า</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าทุกอย่างไม่ได้ผล และปัญหานี้ยังคงมีผลกระทบต่อชีวิตคุณ </span><b>การลาออกอาจเป็นทางเลือกสุดท้ายที่สมเหตุสมผล </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ในระยะยาว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24864 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/rear-view-sad-woman-window-1024x683.jpg" alt="rear view sad woman window" width="1024" height="683" title="ถ้าบอสเป็นตัวร้าย เขาจะยังเป็นหัวหน้าอยู่หรือไม่ ? (Toxic Boss) 463" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/rear-view-sad-woman-window-1024x683.jpg 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/rear-view-sad-woman-window-300x200.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/rear-view-sad-woman-window-768x512.jpg 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/rear-view-sad-woman-window-1536x1024.jpg 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/rear-view-sad-woman-window-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อหัวหน้าเป็นตัวร้าย เขาอาจยังคงมีตำแหน่งและอำนาจอยู่ต่อได้หากมีปัจจัยที่สนับสนุน ทั้งจากลูกน้องและระบบการทำงานที่ทำให้หัวหน้าสามารถใช้อำนาจในเชิงลบได้ต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การรักษาสภาวะเช่นนี้ไว้ก็ขึ้นอยู่กับลูกน้องด้วย เพราะแท้จริงแล้ว คนที่ร้ายที่สุดอาจไม่ใช่หัวหน้า แต่เป็นเหล่าลูกน้องที่เลือกจะสนับสนุนให้หัวหน้าตัวร้ายสามารถทำงานในลักษณะนี้ต่อไปมากกว่านั่นเอง</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="ถ้าบอสเป็นตัวร้าย เขาจะยังเป็นหัวหน้าอยู่หรือไม่ ? (Toxic Boss) 464" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Source</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://hbr.org/2018/09/what-to-do-when-you-have-a-bad-boss" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">hbr.org</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://hbr.org/2021/01/stop-making-excuses-for-toxic-bosses" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">hbr.org</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/toxic-evil-boss-241017/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/myhr-workplace-241008/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/myhr-workplace-241008/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Oct 2024 02:17:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[myHR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=40811</guid>

					<description><![CDATA[การยืนระยะในวงการ HR Tech ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในตลาดที่มีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาต่อเนื่อง แต่หนึ่งในไม่กี่บริษัทที่ยังคงรักษาความแข็งแกร่ง และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการก็คือ myHR ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1992 จากกลุ่มเพื่อนเพียง 4 คนที่มีความหลงใหลในเทคโนโลยี และมีเป้าหมายที่จะสร้างซอฟต์แวร์ที่ตอบสนองความต้องการขององค์กรในประเทศไทยอย่างแท้จริง เวลาผ่านไปมากกว่า 30 ปี myHR ยังคงยืนหยัดเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน HR Tech ของไทย แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพขององค์กร ความสามารถในการปรับตัว และการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ myHR สามารถเข้าถึงปัญหาและความต้องการที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรไทยได้อย่างแท้จริง ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ HREX ได้พูดคุยกับคุณ เปี๊ยก &#8211; วราวุธ เลิศสิรินันท์ ผู้ก่อตั้งและ Managing Director ของบริษัท พร้อมด้วยคุณ สุ &#8211; สุวรรณา เกิดอยู่ General Manager ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนบริษัทในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา  ทั้งสองท่านได้แบ่งปันวิสัยทัศน์ การพัฒนา และเคล็ดลับความสำเร็จในการสร้างซอฟต์แวร์ HR [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42727" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/เบื้องหลังความสำเร็จของ-myHR-.webp" alt="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 476" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/เบื้องหลังความสำเร็จของ-myHR-.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/เบื้องหลังความสำเร็จของ-myHR--300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การยืนระยะในวงการ HR Tech ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในตลาดที่มีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาต่อเนื่อง แต่หนึ่งในไม่กี่บริษัทที่ยังคงรักษาความแข็งแกร่ง และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการก็คือ </span><b>myHR</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1992 จากกลุ่มเพื่อนเพียง 4 คนที่มีความหลงใหลในเทคโนโลยี และมีเป้าหมายที่จะสร้างซอฟต์แวร์ที่ตอบสนองความต้องการขององค์กรในประเทศไทยอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาผ่านไปมากกว่า 30 ปี myHR ยังคงยืนหยัดเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน HR Tech ของไทย แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพขององค์กร ความสามารถในการปรับตัว และการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่าวคือ myHR สามารถเข้าถึงปัญหาและความต้องการที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรไทยได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ HREX ได้พูดคุยกับคุณ </span><b>เปี๊ยก &#8211; วราวุธ เลิศสิรินันท์</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ก่อตั้งและ Managing Director ของบริษัท พร้อมด้วยคุณ </span><b>สุ &#8211; สุวรรณา เกิดอยู่ </b><span style="font-weight: 400;">General Manager ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนบริษัทในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งสองท่านได้แบ่งปันวิสัยทัศน์ การพัฒนา และเคล็ดลับความสำเร็จในการสร้างซอฟต์แวร์ HR ที่สามารถอยู่รอดและเติบโตในวงการ HR Tech ไทย ผ่านสิ่งพื้นฐานง่าย ๆ อย่างการดูแลคน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40817" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-5.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 477" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>จากโปรแกรมบัญชี สู่ซอฟต์แวร์ทรัพยากรบุคคล</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกการเดินทางย่อมมีจุดเริ่มต้นเสมอ ไม่ต่างอะไร myHR ที่คุณ เปี๊ยก &#8211; วราวุธ เล่าย้อนกลับไปถึงช่วงต้นของการก่อตั้งบริษัทในยุคที่คอมพิวเตอร์ยังไม่แพร่หลายมากนักว่า</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ช่วงที่ผมเรียนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในตอนนั้นมันเป็นสิ่งใหม่และน่าตื่นเต้นมาก ผมจำได้ว่าผมได้เรียนและเขียนโปรแกรมบนเครื่อง IBM 360 ซึ่งเป็นเครื่องขนาดใหญ่ที่มีหน่วยความจำแค่ไม่กี่เมกะไบต์ คิดดูสิ ตอนนั้นฮาร์ดดิสก์ขนาด 64 MB นี่ถือว่าใหญ่มากแล้วนะ” </span></i><span style="font-weight: 400;">เขาหัวเราะขณะเล่าถึงวันวาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ทำให้คุณวราวุธรักและหลงใหลในคอมพิวเตอร์คือ ความท้าทายที่โลกเทคโนโลยีเปิดกว้างและไม่มีที่สิ้นสุด รวมทั้งความสนุกในการสร้างโปรแกรมที่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เขาตัดสินใจร่วมกับเพื่อนก่อตั้งบริษัทขึ้นในปี 1992</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราเริ่มจากการพัฒนาซอฟต์แวร์บัญชี เพราะตอนนั้นมันเป็นสิ่งที่หลายบริษัทต้องการ แต่เมื่อมองไปข้างหน้า ผมก็เห็นว่าการแข่งขันในซอฟต์แวร์บัญชีนั้นสูง โดยเฉพาะจากต่างประเทศที่มีความสามารถในการพัฒนามากกว่าเรา ผมจึงเริ่มมองหาช่องทางอื่น และพบว่างาน HR ในไทยมีลักษณะเฉพาะที่ต่างจากต่างประเทศ เช่น เรื่องภาษี วิธีการบริหารคน เราจึงตัดสินใจเน้นไปที่ HR แทน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาอธิบายถึงการเปลี่ยนแผนการทางธุรกิจที่นำพา myHR มาถึงทุกวันนี้</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผมรู้สึกว่าถ้าเราไปทำโปรแกรมด้านบัญชี มันจะต้องเจอกับโปรแกรมจากต่างประเทศที่มีความสามารถสูงกว่า แต่ในด้าน HR มีความเป็นท้องถิ่นสูงมาก ทั้งเรื่องภาษี เรื่องการบริหารคนในไทย เรามีโอกาสที่จะสร้างสิ่งที่ต่างชาติทำไม่ได้ครับ”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40818" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-6.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 478" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>จากลูกค้า สู่พาร์ทเนอร์ร่วมพัฒนา</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">วันหนึ่งมีลูกค้าที่กำลังมองหาซอฟต์แวร์ HR เพื่อนำไปใช้ในธุรกิจของตนเอง แต่เมื่อได้เข้ามาสัมผัสกับระบบของ myHR และเห็นถึงความทุ่มเทในการพัฒนาโปรแกรมที่ตอบโจทย์องค์กรในไทยอย่างแท้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลูกค้าคนนั้นมองเห็นโอกาสว่า ‘ที่นี่มีอะไรพิเศษ’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหลังจากการพิจารณาไม่นาน เธอจึงตัดสินใจไม่เพียงแค่ใช้ซอฟต์แวร์ แต่เลือกที่จะสมัครเข้าร่วมงานกับทีมทันที เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์กรที่มีวิสัยทัศน์แห่งนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลูกค้าคนนั้นคือคุณ สุ &#8211; สุวรรณา เกิดอยู่ ผู้เป็น General Manager ของ MyHR คนปัจจุบัน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;เดิมทีสนใจหาโซลูชัน HR ที่ครบวงจรเพื่อใช้ในธุรกิจของตัวเอง เพราะมีประสบการณ์ในสายงาน HR อยู่แล้ว และต้องการเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพจากบริษัทที่ไม่หยุดพัฒนา เพื่อให้สามารถส่งมอบบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า หลังจากได้ทดลองใช้ซอฟต์แวร์ของ myHR และร่วมงานกับพี่เปี๊ยก ซึ่งมีความคิดสร้างสรรค์และทัศนคติที่ยอดเยี่ยม พี่เปี๊ยกไม่เคยมองใครเป็นคู่แข่ง แต่มองทุกเจ้าในตลาดเป็น Partner ที่ช่วยส่งเสริมการเติบโต ทำให้เห็นถึงคุณค่าของระบบ myHR ที่ทีมงานพัฒนาขึ้น ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์ด้านการใช้งาน แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานอีกด้วย”&#8221;</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ตอนแรกที่เข้ามาทำงานกับบริษัท myHR ก็ไม่ได้บอกตรง ๆ ว่าอยากมาเรียนรู้ระบบเพื่อจะนำไปให้บริการลูกค้าในบริษัทที่กำลังจะเปิดเอง บอกแค่ว่าอยากมาเป็นส่วนหนึ่งของทีม&#8221; คุณสุเล่าด้วยรอยยิ้ม &#8220;แต่เมื่อทำงานไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มเห็นว่า myHR มีวิสัยทัศน์และแนวทางที่น่าสนใจ มันไม่ใช่แค่การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อการใช้งานของลูกค้า แต่พวกเขาตั้งใจสร้างระบบที่ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ดูแลพนักงานของตัวเองได้อย่างเต็มที่ นั่นทำให้ตัดสินใจอยู่กับ myHR อย่างถาวร&#8221;</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณวราวุธยอมรับว่าไม่รู้เลยว่าเธอมีแผนจะเข้ามาเรียนรู้เพื่อไปเปิดบริษัทเองด้วยซ้ำ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ตอนแรกที่พี่สุเข้ามา ผมก็คิดว่าเขาคงจะอยู่สักพักเพื่อศึกษาระบบ แล้วก็อาจจะขอลาออกไปทำของตัวเอง แต่พอได้ทำงานร่วมกันจริง ๆ พี่สุเองก็คงเห็นว่าเรามีเป้าหมายที่ตรงกัน สุดท้ายเขาก็อยู่ยาวกับเราเลยครับ” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาหัวเราะขณะเล่าเรื่องการเข้าร่วมทีมของ General Manager คนนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40816" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-4.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 479" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>การดูแลพนักงานคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคุณสุวรรณา เธอเชื่อว่าการดูแลพนักงานไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดการ แต่เป็นเรื่องของการสร้างแรงจูงใจและการสนับสนุนให้พนักงานเติบโตไปพร้อมกับองค์กร ด้วยเหตุนี้ ทำให้เธอเป็นหนึ่งในผู้ออกนโยบายต่าง ๆ ในการดูแลพนักงาน โดยส่งความใส่ใจพนักงานไปถึงยังฝ่ายทรัพยากรบุคคล</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เรามองว่าคนเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรค่ะ ถ้าพนักงานรู้สึกว่าองค์กรสนับสนุนและเชื่อมั่นในศักยภาพของเขา เขาก็จะทำงานได้อย่างเต็มที่ ถ้าเราจะให้พนักงานไปถึงจุดนั้น เราต้องพัฒนาและสนับสนุนเขาในทุก ๆ ด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่รวมถึงความสมดุลในชีวิตด้วย” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปรัชญาการดูแลพนักงานนี้ จึงถ่ายทอดออกมาผ่านผลิตภัณฑ์ของ myHR เพราะทุก ๆ การพัฒนาจะต้องนำมาใช้กับพนักงานตัวเองก่อนเสมอ myHR จึงมีระบบที่ยืดหยุ่นและสร้างแรงจูงใจให้พนักงานมีความสุขในการทำงาน เช่น การให้พนักงานเลือกสถานที่ทำงานได้ ไม่ว่าจะทำงานจากบ้าน หรือกรณีที่มีความจำเป็นต้องดูแลครอบครัวที่โรงพยาบาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังมีระบบสะสมแต้มผ่านแอปพลิเคชั่นด้วย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เรามีระบบให้รางวัลในแต่ละวันที่พนักงานทำงานอย่างสมบูรณ์ ไม่ต้องรอให้ถึงสิ้นเดือน ทุกวันเขาจะได้ใจจากบริษัท ระบบจะสะสมแต้มให้เขาไปเรื่อย ๆ ซึ่งทำให้พนักงานรู้สึกมีกำลังใจในการทำงานทุกวัน”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณสุเล่าด้วยความภูมิใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับคุณเปี๊ยกที่เสริมว่า การดูแลพนักงานให้มีคุณภาพไม่ใช่แค่เพื่อประโยชน์ของพนักงานเอง แต่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างดี </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผมเชื่อว่าถ้าเราอยากให้บริการลูกค้าได้ดี เราต้องเริ่มจากการดูแลพนักงานของเราเอง ถ้าพนักงานของเราไม่มีคุณภาพ เราก็จะให้บริการที่ดีไม่ได้ การพัฒนาพนักงานให้มีศักยภาพสูงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ” </span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40814" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-2.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 480" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์จากการมีส่วนร่วมของพนักงาน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในความสำเร็จของ myHR มาจากการเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์งาน โดยคุณ เปี๊ยก วราวุธ เล่าว่า</span><i><span style="font-weight: 400;"> &#8220;ทีมพัฒนาของเรามีความคิดสร้างสรรค์และความเป็นเจ้าของในโปรเจกต์ที่ทำ เพราะเราสนับสนุนให้พวกเขาเสนอความคิดเห็นและไอเดียใหม่ ๆ ตลอดเวลา ซึ่งผมไม่ใช่หัวหน้าที่จะสั่งงานจากบนลงล่าง เราทำงานด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดและแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน&#8221;</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาเล่าถึงวิธีการทำงานที่เปิดกว้างและเน้นการคิดอย่างวิทยาศาสตร์ว่า การทำงานของโปรแกรมเมอร์ต้องใช้ความคิดวิทยาศาสตร์มาแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่อารมณ์ ทุกครั้งที่มีปัญหา เราจะไม่ถกเถียงกันด้วยความรู้สึก แต่เราจะดูข้อมูลและข้อเท็จจริง และให้ทีมได้ทดลองวิธีการของตัวเอง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผมให้เกียรติทุกคนในทีมเหมือนเป็นนักวิทยาศาสตร์ เราเรียนรู้จากกันและกันผ่านการลองผิดลองถูก ผมเชื่อว่าโปรแกรมเมอร์จะทำงานได้ดี ถ้าเขารู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของโปรเจกต์นั้น ๆ” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างพื้นที่สำหรับความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ทำให้ทีมพัฒนา ของ myHR เต็มไปด้วยพลังงานในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40820" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-8.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 481" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-8.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-8-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>บรรยากาศการทำงานที่อบอุ่นและแตกต่าง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งหนึ่งผู้เขียนประทับใจมากในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ คือบรรยากาศการทำงานที่ myHR ไม่เหมือนกับออฟฟิศทั่วไป เพราะมีการเลี้ยงสัตว์ เช่น แมว กระต่าย ไก่ หรือแม้กระทั่งแพะในพื้นที่ทำงาน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ตอนแรกเริ่มจากการเลี้ยงแมวจร ที่พนักงานนำมาเลี้ยงเพราะเห็นว่าแมวเหล่านั้นน่าสงสาร จากนั้นก็มีคนเริ่มนำสัตว์อื่น ๆ มาเลี้ยง เช่น กระต่าย ไก่ และในที่สุดก็ถึงแพะ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณวราวุธเล่าถึงการเริ่มต้นของการนำสัตว์มาในออฟฟิศ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สัตว์เหล่านี้ไม่เพียงแค่ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่น แต่ยังช่วยให้พนักงานรู้สึกผ่อนคลาย เวลาที่เครียดจากงานหรือมีปัญหา พวกเขาสามารถออกมาหาแพะหรือไก่ แล้วเล่นกับมันเพื่อคลายเครียด”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40821" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-9.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 482" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-9.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-9-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งเราสงสัยคือ ทำไมผู้บริหารอย่างคุณวราวุธถึงยอมให้มีการเลี้ยงสัตว์ในออฟฟิศเช่นกัน ?</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผมรักในธรรมชาติและสัตว์มาตั้งแต่เด็กครับ” </span></i><span style="font-weight: 400;">เขาตอบ</span><i><span style="font-weight: 400;"> “ผมเชื่อว่าการได้อยู่ใกล้ธรรมชาติและสัตว์จะทำให้เรารู้สึกสงบและผ่อนคลายมากขึ้น ผมเองก็ชอบเลี้ยงปลา เลี้ยงแมวตั้งแต่เด็ก ๆ และผมคิดว่าถ้าออฟฟิศของเรามีสัตว์เลี้ยง พนักงานก็จะรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน และทำงานได้อย่างมีความสุขมากขึ้น”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“บางครั้งผมก็เห็นพนักงานอุ้มไก่เข้ามาในห้องประชุม มันเป็นบรรยากาศที่ต่างจากออฟฟิศทั่ว ๆ ไป และทำให้ทุกคนรู้สึกสบายใจที่จะทำงานร่วมกัน”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เขาหัวเราะและเสริมว่า</span><i><span style="font-weight: 400;"> “การมีธรรมชาติอยู่รอบตัว ทำให้เราไม่รู้สึกว่าสำนักงานเป็นเพียงแค่ตึกที่เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์และงานเอกสาร แต่คือสถานที่ที่เราอยู่ร่วมกันและทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขครับ”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40819" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-7.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 483" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-7.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-7-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>อนาคตของ HR Tech และการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์ที่อยู่ในวงการ HR Tech มานาน ผู้บริหารทั้งสองท่านมองว่า HR Tech ในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกภาคส่วนขององค์กร</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ก่อนหน้านี้ ซอฟต์แวร์ HR ถูกใช้แค่ในฝ่าย HR เท่านั้น แต่ตอนนี้มันกระจายไปถึงทุกคนในองค์กร และสิ่งนี้ทำให้เราต้องคิดไปไกลกว่านั้น ไม่ใช่แค่การจัดการข้อมูล แต่เราต้องสร้างระบบที่ช่วยให้พนักงานและองค์กรทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณวราวุธกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุด myHR เริ่มทำการวิจัยและพัฒนาระบบ AI เพื่อช่วยในการตอบคำถามและจัดการข้อมูล HR โดยมีเป้าหมายที่จะช่วยองค์กรในด้านการบริหารจัดการพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราเริ่มต้นทำการวิจัยเกี่ยวกับ AI มาหลายปีแล้ว และตอนนี้เราสามารถใช้ AI ในการช่วยตอบคำถามของพนักงานเกี่ยวกับนโยบายบริษัท สถิติการลา หรือแม้แต่การดึงข้อมูลจากระบบมาแสดงได้ ซึ่งเราคิดว่ามันจะช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการได้ดีขึ้น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม คุณวราวุธมองว่าการนำ AI มาใช้ใน HR Tech ยังต้องระวังเรื่องต้นทุนและการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า </span><i><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้เราเจอความท้าทายเรื่องต้นทุนของ AI เพราะทุกคำถามที่พนักงานถาม ระบบ AI จะต้องใช้ทรัพยากรในการประมวลผล ซึ่งมันมีค่าใช้จ่ายสูง เราต้องหาวิธีที่จะทำให้มันคุ้มค่าสำหรับลูกค้า”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40815" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-3.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 484" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ทำไมต้องเลือก myHR ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวราวุธเชื่อมั่นว่า myHR ไม่เพียงแค่เป็นซอฟต์แวร์ HR ที่ทันสมัย แต่ยังเป็นระบบที่ไม่เคยหยุดพัฒนา  เพราะตนไม่เคยหยุดนิ่งใน 30 ปีที่ผ่านมา myHR พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเรายังมีเป้าหมายที่จะไปข้างหน้าอีกมากมาย </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราไม่ได้สร้างซอฟต์แวร์เพียงเพื่อขาย แต่เราต้องการสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ เติบโตไปพร้อมกับเรา”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณสุวรรณาเสริมว่า จุดเด่นของ myHR ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการเข้าใจและตอบสนองความต้องการของคนไทย </span><i><span style="font-weight: 400;">“myHR เป็นซอฟต์แวร์ที่ครอบคลุมทุกฟังก์ชั่นของ HR ตั้งแต่การจัดการข้อมูลพนักงานไปจนถึงการพัฒนาองค์กรในเชิงกลยุทธ์ ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทในประเทศไทยโดยเฉพาะ เรามีทีมที่สามารถปรับแต่ง (Customize) ได้ตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งต่างจากซอฟต์แวร์จากต่างประเทศที่อาจไม่ยืดหยุ่นเท่านี้”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด เธอยังเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่าง myHR กับลูกค้าว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“เราดูแลลูกค้าเหมือนเพื่อน ไม่ใช่แค่ทำตามออเดอร์ ลูกค้าหลายรายมาปรึกษาเราในเรื่องการพัฒนาระบบ ซึ่งเราก็ให้คำแนะนำตามประสบการณ์ที่มี เราเชื่อว่าการสร้างระบบที่ดีต้องเกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างลูกค้าและเรา”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40822" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-10.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 485" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-10.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-10-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากได้สัมภาษณ์ คุณวราวุธ และ คุณสุวรรณา เราเห็นชัดเจนว่าความสำเร็จของ myHR ไม่ได้มาจากการสร้างซอฟต์แวร์ที่ยอดเยี่ยมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการให้ความสำคัญกับ &#8220;คน&#8221; &#8211; ทั้งพนักงานและลูกค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การดูแลและพัฒนาพนักงานภายในองค์กรเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์องค์กรไทยได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">myHR ไม่เพียงแค่พัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัย แต่ยังเน้นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่เปิดกว้าง อบอุ่น และยืดหยุ่น ซึ่งทำให้พนักงานมีความสุขและพร้อมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ความมุ่งมั่นนี้สะท้อนออกมาในซอฟต์แวร์ที่เป็นมากกว่าเครื่องมือจัดการข้อมูล แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมสร้างองค์กรให้เติบโตและดูแลพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด myHR แสดงให้เห็นว่า ความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการดูแล &#8220;คน&#8221; ที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญขององค์กรนั่นเอง</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/116?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39102" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2.webp" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 486" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/myhr-workplace-241008/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเดินทางในโลกแห่ง HR Consult : บี &#8211; อภิชาติ ขันธวิธิ QGEN</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrpeople/qgen-hr-consult-240923/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrpeople/qgen-hr-consult-240923/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Sep 2024 06:44:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR People]]></category>
		<category><![CDATA[QGEN]]></category>
		<category><![CDATA[อภิชาติ ขันธวิธิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=40641</guid>

					<description><![CDATA[หลายคนในวงการ HR อาจจะคุ้นเคยกับคุณ บี &#8211; อภิชาติ ขันธวิธิ QGEN กันอยู่แล้ว รวมทั้ง HREX.asia เองก็มีบทสัมภาษณ์เขามาหลายต่อหลายครั้ง ในฐานะที่เขาคือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคลที่มีบทบาทโดดเด่นในไทย ทว่าบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ HREX มิได้ต้องการพูดคุยถึงเทคนิคหรือกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการบริหารคนและองค์กร เพราะสิ่งเหล่านั้นคุณบีได้ให้สัมภาษณ์อยู่บ่อยครั้ง ทั้งยังเผยแพร่ความรู้ให้อ่านฟรีเป็นประจำในเพจ HR &#8211; The Next Gen วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงเส้นทางการเดินทางในโลกแห่ง HR Consult ของเขากัน ตั้งแต่ก้าวแรกในเส้นทางอาชีพนี้ จนถึงการเป็นที่ปรึกษาชั้นนำในปัจจุบัน รวมถึงมุมมองที่เขามีต่อวงการ HR Consult ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล การเดินทางในโลกแห่ง HR Consult ของคุณ บี &#8211; อภิชาติ ขันธวิธิ จะเป็นอย่างไร ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้ ทราบมาว่าคุณจบคณะเศรษฐศาสตร์ แต่อยากรู้ HR เป็นอาชีพในฝันของคุณไหม​ ? อภิชาติ: ไม่เคยคิดเลยครับ (หัวเราะ) ตอนนั้น HR [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42781" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/การเดินทางในโลกแห่ง-HR-Consult-บี-–-อภิชาติ-ขันธวิธิ-QGEN.webp" alt="การเดินทางในโลกแห่ง HR Consult : บี – อภิชาติ ขันธวิธิ QGEN" width="600" height="370" title="การเดินทางในโลกแห่ง HR Consult : บี - อภิชาติ ขันธวิธิ QGEN 493" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/การเดินทางในโลกแห่ง-HR-Consult-บี-–-อภิชาติ-ขันธวิธิ-QGEN.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/การเดินทางในโลกแห่ง-HR-Consult-บี-–-อภิชาติ-ขันธวิธิ-QGEN-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนในวงการ HR อาจจะคุ้นเคยกับคุณ </span><b>บี &#8211; อภิชาติ ขันธวิธิ QGEN</b><span style="font-weight: 400;"> กันอยู่แล้ว รวมทั้ง HREX.asia เองก็มีบทสัมภาษณ์เขามาหลายต่อหลายครั้ง ในฐานะที่เขาคือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคลที่มีบทบาทโดดเด่นในไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ HREX มิได้ต้องการพูดคุยถึงเทคนิคหรือกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการบริหารคนและองค์กร เพราะสิ่งเหล่านั้นคุณบีได้ให้สัมภาษณ์อยู่บ่อยครั้ง ทั้งยังเผยแพร่ความรู้ให้อ่านฟรีเป็นประจำในเพจ </span><b>HR &#8211; The Next Gen</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงเส้นทางการเดินทางในโลกแห่ง HR Consult ของเขากัน ตั้งแต่ก้าวแรกในเส้นทางอาชีพนี้ จนถึงการเป็นที่ปรึกษาชั้นนำในปัจจุบัน รวมถึงมุมมองที่เขามีต่อวงการ HR Consult ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเดินทางในโลกแห่ง HR Consult ของคุณ บี &#8211; อภิชาติ ขันธวิธิ จะเป็นอย่างไร ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้</span></p>

<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40645" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/การเดินทางในโลกแห่ง-HR-Consult-บี-อภิชาติ-ขันธวิธิ-QGEN-4.webp" alt="การเดินทางในโลกแห่ง HR Consult : บี - อภิชาติ ขันธวิธิ QGEN" width="600" height="370" title="การเดินทางในโลกแห่ง HR Consult : บี - อภิชาติ ขันธวิธิ QGEN 494" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/การเดินทางในโลกแห่ง-HR-Consult-บี-อภิชาติ-ขันธวิธิ-QGEN-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/การเดินทางในโลกแห่ง-HR-Consult-บี-อภิชาติ-ขันธวิธิ-QGEN-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ทราบมาว่าคุณจบคณะเศรษฐศาสตร์ แต่อยากรู้ HR เป็นอาชีพในฝันของคุณไหม​ ?</b></h2>
<p><b>อภิชาติ</b><span style="font-weight: 400;">: ไม่เคยคิดเลยครับ (หัวเราะ) ตอนนั้น HR ไม่ใช่อาชีพที่มองไว้เลย เอาจริง ๆ สมัยนั้นไม่มีใครรู้จัก HR อย่างชัดเจนว่าเป็นงานอะไร เราไม่มีภาพในหัวว่าตำแหน่งนี้คืออะไร ผมเรียนเศรษฐศาสตร์มา ซึ่งในหัวก็มีแค่สายการเงิน การธนาคาร หรือการบริหารธุรกิจ อาชีพ HR ไม่เคยอยู่ในลิสต์ของผมเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่พอจบปริญญาตรีประมาณปี 2547-2548 เป็นช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ทุกคนกังวลเรื่องหางาน ผมก็เหมือนกัน ตอนนั้นสมัครงานหลายที่ จนสุดท้ายเลือกบริษัทที่ให้เงินเดือนเยอะที่สุด ซึ่งงานแรกก็เป็นงานจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แทบไม่เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ที่ผมเรียนมาเลย แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมเข้าสู่วงการ HR</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>จากจุดเริ่มต้นตรงนั้น คุณเริ่มเดินทางเข้าสู่เส้นทาง HR Consult ได้อย่างไร ?</b></h2>
<p><b>อภิชาติ</b><span style="font-weight: 400;">: มันเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปครับ หลังจากทำงานกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ประมาณสองปี ผมเริ่มได้มีโอกาสทำงานเกี่ยวกับโครงสร้างเงินเดือน (Salary Structure) แล้วก็มาทำเรื่อง Performance Management System ซึ่งเป็นช่วงที่ผมเริ่มรู้จักฟังก์ชั่นของ HR Consult</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นบริษัทจ้าง HR Consult จากภายนอกเข้ามาช่วยจัดทำเรื่องนี้ครับ ทำให้ผมได้ทำงานร่วมกับทีม Consult จากภายนอก แล้วพอเห็นเขาตอบคำถามทุกอย่างได้ ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่น (Trust) ให้กับองค์กรได้เป็นอย่างดี ผมเลยเริ่มมองว่างานนี้เท่มาก พวกเขามีภาพลักษณ์เป็นมืออาชีพมาก ๆ ในสายตาผม ผมเลยรู้สึกว่าตำแหน่ง HR Consult นั้นน่าสนใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นผมก็ยังทำงานในสาย HR Corporate มาอีกสิบปี แต่ก็ยังจำภาพ HR Consult เหล่านั้นได้ จนในที่สุดหลังจากทำงานในองค์กรต่าง ๆ มาประมาณ 13-14 ปีก็ตัดสินใจลาออกมาเริ่มต้นธุรกิจ HR Consult ของตัวเอง ซึ่งก็คือ QGEN นี่แหละครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40646" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/การเดินทางในโลกแห่ง-HR-Consult-บี-อภิชาติ-ขันธวิธิ-QGEN-5.webp" alt="การเดินทางในโลกแห่ง HR Consult : บี - อภิชาติ ขันธวิธิ QGEN" width="600" height="370" title="การเดินทางในโลกแห่ง HR Consult : บี - อภิชาติ ขันธวิธิ QGEN 495" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/การเดินทางในโลกแห่ง-HR-Consult-บี-อภิชาติ-ขันธวิธิ-QGEN-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/การเดินทางในโลกแห่ง-HR-Consult-บี-อภิชาติ-ขันธวิธิ-QGEN-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>QGEN เริ่มต้นได้ยังไง ?</b></h2>
<p><b>อภิชาติ</b><span style="font-weight: 400;">: จริง ๆ แล้ว QGEN เริ่มต้นจากความต้องการของผมที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจ อย่างที่บอก ผมไม่ได้คิดว่าอยากจะเป็น HR ตั้งแต่แรก แต่ผมอยากเป็นนักธุรกิจ มีบริษัทของตัวเอง ผมเลยเริ่มมองหาว่า เรามีความสามารถอะไรที่จะใช้สร้างธุรกิจได้ และด้วยประสบการณ์ที่สะสมในสาย HR มันเป็นจังหวะที่เหมาะสมพอดีที่จะแยกออกมาทำบริษัท HR Consult ของตัวเองครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนเริ่มต้น QGEN เป้าหมายหลักของเราคืออยากจะสร้าง Consult ที่ไม่ได้แค่ให้คำแนะนำเฉย ๆ ผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงในองค์กรที่เราเข้าไปช่วย ไม่ใช่แค่ทำคู่มือให้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำงานจับมือไปด้วยกันจนกว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้นจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะระหว่างทางที่ผมทำงานในสาย Consult กับบริษัทต่าง ๆ เราได้เห็นทั้งด้านบวกและด้านลบของงานที่ปรึกษา หนึ่งในปัญหาที่เจอบ่อยคือ HR Consult บางแห่งให้คำแนะนำหรือ Guide Book เพียงแค่รูปเล่มสวยงาม แต่ไม่เข้าใจบริบทจริง ๆ ขององค์กรนั้น ๆ ทำให้หลายครั้งการจ้าง Consult แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะสิ่งที่นำเสนอไม่ได้ตรงกับความต้องการที่แท้จริงขององค์กร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>จากวันนั้นจนมาถึงวันนี้ Vision ของ QGEN เปลี่ยนไปไหม ?</b></h2>
<p><b>อภิชาติ</b><span style="font-weight: 400;">: จริง ๆ Vision ของเราปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ครับ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือเราต้องการสร้างบริษัทให้เกิดขึ้นจริงและสามารถสร้างรายได้ในช่วง 2-3 ปีแรก เพราะมันไม่ง่ายเลยในการเริ่มต้นธุรกิจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ Mission ของเรา เราต้องการเป็นบริษัท Consult ที่เข้าไปแล้วองค์กรต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง เราถือว่างานยังไม่สำเร็จ ซึ่งเราก็ไม่อยากทำงานที่ไม่เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนนะครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางของเราจึงไม่ใช่แค่การให้คำแนะนำหรือทำคู่มือให้กับองค์กร แต่เราลงมือทำจริง จับมือกับพนักงานเลยครับ เดินไปด้วยกันจนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง เราไม่ได้ให้คำแนะนำแบบ “One Size Fits All” เพราะปัญหาและบริบทของแต่ละองค์กรไม่เหมือนกัน การทำงานของเราจึงต้องปรับเปลี่ยนตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละสถานการณ์เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมมองว่าการทำ Consult ไม่ต่างอะไรจากหมออายุรกรรมที่ต้องวินิจฉัยก่อนว่าองค์กรป่วยด้วยอะไร บางครั้งเขามาหาเราแล้วบอกว่าต้องการผ่าตัด แต่เมื่อวินิจฉัยแล้วอาจพบว่า เขาแค่ต้องปรับวิธีการทำงานบางอย่าง หรือพักผ่อนบ้างก็พอ สิ่งที่สำคัญคือต้องเข้าใจปัญหาจริง ๆ ก่อนแล้วค่อยแก้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เราวัดความสำเร็จของบริษัทไม่ได้อยู่ที่การเติบโตของรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เราวัดจากการเห็นความเปลี่ยนแปลงในองค์กรที่เราได้มีส่วนร่วม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ QGEN</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40642" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/การเดินทางในโลกแห่ง-HR-Consult-บี-อภิชาติ-ขันธวิธิ-QGEN-1.webp" alt="การเดินทางในโลกแห่ง HR Consult : บี - อภิชาติ ขันธวิธิ QGEN" width="600" height="370" title="การเดินทางในโลกแห่ง HR Consult : บี - อภิชาติ ขันธวิธิ QGEN 496" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/การเดินทางในโลกแห่ง-HR-Consult-บี-อภิชาติ-ขันธวิธิ-QGEN-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/การเดินทางในโลกแห่ง-HR-Consult-บี-อภิชาติ-ขันธวิธิ-QGEN-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>อะไรคือปัญหาที่องค์กรเจอบ่อยที่สุด ?</b></h2>
<p><b>อภิชาติ</b><span style="font-weight: 400;">: ปัญหาหลักที่เจอเยอะที่สุดคือเรื่อง Performance ที่ไม่ตรงกับสิ่งที่องค์กรต้องการ ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหานี้จะเกิดจาก Middle Management หรือผู้จัดการระดับกลางที่ต้องแบกรับทั้งงานจากข้างบนและความคาดหวังจากทีมข้างล่าง พวกเขาเป็น Key Level ที่สำคัญมาก แต่ก็ต้องทำงานหนักจนบางครั้งก็เกินพลังไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Middle management นี่เปรียบเหมือนกัปตันทีมฟุตบอลที่ต้องทั้งเล่นและสั่งการในสนามเอง เขาไม่สามารถพลาดได้ และต้องรับผิดชอบทั้งทีมครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>มีข้อแนะนำสำหรับ Middle Management ที่กำลังเผชิญหน้ากับภาวะนั้นอย่างไรบ้าง​ ?</b></h2>
<p><b>อภิชาติ</b><span style="font-weight: 400;">: ปกติเราจะเริ่มคุยกับผู้บริหารระดับสูงก่อนครับ ทั้ง CEO และ Director เพราะเราต้องได้รับการสนับสนุนจากพวกเขาก่อน ถ้าผู้บริหารไม่เห็นด้วย การที่เราจะเข้าไปบอกให้ Middle Manager เปลี่ยนแปลงก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เราจะอธิบายให้เห็นภาพว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร ? CEO เห็นด้วยไหม ? หรือผู้บริหารระดับสูงเห็นปัญหานี้เหมือนกันไหม ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบางบริษัท การตัดสินใจอาจไม่ได้มาจาก CEO โดยตรง ซึ่งผมจะขอมี Session หนึ่งเพื่อพูดคุยกับ CEO เสมอ เพราะเราต้องการพลังจากเขาในการสื่อสารสิ่งที่บริษัทกำลังจะทำ และให้เขาเป็นผู้นำในการชี้นำทิศทาง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นเราก็จะเข้าไปคลุกคลีกับ Manager ในแต่ละส่วน คุยแบบละเอียดว่าสิ่งที่เรามาเพื่อช่วยเขาคืออะไร ให้เขา Get Insight ร่วมกับเราโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เราจะพยายามไม่เพิ่มภาระให้ Middle Manager โดยไม่จำเป็น เช่น งานที่ต้องทำเอกสารเยอะ ๆ หรืองานที่กินเวลามากเกินไป เราจะหาทางทำให้กระบวนการง่ายขึ้น ใช้เครื่องมือที่ช่วยเขาให้มากที่สุด บางครั้งเราแค่ขอเวลาสั้น ๆ เพื่อบอกภาพรวมให้ชัด แล้วเราก็ลงมือทำให้เขา เพื่อให้กระบวนการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างราบรื่น และไม่ติดขัดกับงานประจำของเขา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>จากการทำงานอยู่ในโลกของ HR Consult มานาน คุณมองเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรในวงการนี้บ้าง ?</b></h2>
<p><b>อภิชาติ</b><span style="font-weight: 400;">: มีการเปลี่ยนแปลงเยอะมากครับ เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว งาน Consult ยังเน้นเรื่องการให้คำปรึกษาเชิงทฤษฎีเป็นหลัก แล้วบริษัทต่าง ๆ ก็จะจ้าง Consult มาเพื่อให้คำแนะนำและเขียนแผนให้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปัจจุบันองค์กรต้องการมากกว่านั้น เขาต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และอยากได้ Consult ที่สามารถลงมือทำจริง ๆ ด้วย ไม่ใช่แค่การเสนอแผนแล้วจบ แต่ต้องช่วยเขา Implement และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในองค์กรไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ การใช้ข้อมูล (Data) และการวิเคราะห์เชิงลึกก็มีบทบาทมากขึ้นครับ ทุกวันนี้ในงาน HR เราใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์ปัญหาขององค์กร เช่น ดู Turnover Rate, Performance Data หรือ Satisfaction Score เพื่อวิเคราะห์ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน และพอเรามีข้อมูล มันทำให้การวินิจฉัยปัญหาแม่นยำขึ้น และนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ตรงจุดมากกว่าแต่ก่อน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>คุณคิดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดที่คนทำงาน HR Consult ควรมี ?</b></h2>
<p><b>อภิชาติ</b><span style="font-weight: 400;">: สิ่งสำคัญที่สุดที่ HR Consult ต้องมีคือความเข้าใจในบริบทของธุรกิจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR Consult ที่เก่ง ไม่ใช่แค่รู้วิธีแก้ปัญหาในระดับคน แต่ต้องเข้าใจเป้าหมายและกลยุทธ์ของธุรกิจด้วย เราต้องถามตัวเองเสมอว่า งาน HR ที่เราทำมันช่วยให้บริษัทบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร ? ฉะนั้นงานของเราต้องไม่ใช่แค่ “แก้ปัญหาคน” แต่ต้องเชื่อมโยงกับความสำเร็จขององค์กรในภาพใหญ่ให้ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40643" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/การเดินทางในโลกแห่ง-HR-Consult-บี-อภิชาติ-ขันธวิธิ-QGEN-2.webp" alt="การเดินทางในโลกแห่ง HR Consult : บี - อภิชาติ ขันธวิธิ QGEN" width="600" height="370" title="การเดินทางในโลกแห่ง HR Consult : บี - อภิชาติ ขันธวิธิ QGEN 497" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/การเดินทางในโลกแห่ง-HR-Consult-บี-อภิชาติ-ขันธวิธิ-QGEN-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/การเดินทางในโลกแห่ง-HR-Consult-บี-อภิชาติ-ขันธวิธิ-QGEN-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ทุกวันนี้คุณภูมิใจกับงาน Consult ของตัวเองระดับไหน ?</b></h2>
<p><b>อภิชาติ</b><span style="font-weight: 400;">: ความภูมิใจในงาน Consult คือการได้เห็นบริษัทที่เราทำงานด้วยพัฒนาและดีขึ้นครับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าใน 7-8 ปีที่ทำมา เรามีทั้งโครงการที่ประสบความสำเร็จและที่ไม่สำเร็จ ซึ่งสัดส่วนมันก็ปะปนกันไป แต่สิ่งที่ทำให้ผมภูมิใจไม่ใช่แค่ความสำเร็จในทันทีที่ดีลจบ แต่มันเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น เมื่อเราส่งมอบเครื่องมือหรือวิธีการให้กับองค์กร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางทีผลลัพธ์อาจจะยังไม่ชัดเจนในวันแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง นั่นแหละครับที่ทำให้เรารู้สึกว่าความพยายามของเรามีประโยชน์จริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกจุดหนึ่งที่บอกถึงความสำเร็จคือ การที่ลูกค้ากลับมาจ้างเราอีกครั้งเพื่อทำโปรเจกต์ใหม่หรือปรับปรุงเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการยืนยันว่าความร่วมมือของเรากับองค์กรนั้นสร้างประโยชน์ได้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน Consult มักไม่ง่ายครับ เพราะถ้าองค์กรทำได้เอง เขาคงไม่จ้างเรา งานที่เข้ามาจึงเป็นงานที่ท้าทายเสมอ และเมื่อเราสามารถช่วยให้เขาผ่านความท้าทายเหล่านั้นได้ มันก็กลายเป็นความภูมิใจของทั้งทีม QGEN ครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยี AI ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น คุณคิดว่างาน HR Consult จะพบความท้าทายอะไรบ้าง​ ?</b></h2>
<p><b>อภิชาติ</b><span style="font-weight: 400;">: AI เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองเลยครับ เพราะถ้า HR Consult ยังคงทำงานในบทบาทของ Advisor ที่ให้แค่คำแนะนำอย่างเดียว AI จะเข้ามาทำแทนแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่ AI ยังทำไม่ได้คือการเข้าใจบริบทที่ซับซ้อนขององค์กรแต่ละแห่ง เราต้องหาจุดแข็งในตัวเราเองที่ AI ไม่สามารถแทนที่ได้ เช่น การแก้ปัญหาเชิงลึก การสร้างความเชื่อมั่น และการช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กรอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ผมเห็นเป็นโอกาสคือ ในทุก ๆ การเปลี่ยนแปลงจะมีความท้าทายใหม่ ๆ เสมอ ถ้าเราสามารถคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นก่อนและเตรียมพร้อมให้ลูกค้า เราจะสามารถสร้างความแตกต่างและก้าวนำหน้าคู่แข่งได้แน่นอน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ในฐานะไอดอลของ HR รุ่นใหม่หลาย ๆ คน คุณมีคำแนะนำอะไรไหมสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจ HR Consult ของตัวเอง ?</b></h2>
<p><b>อภิชาติ</b><span style="font-weight: 400;">: อย่าเลยครับ หาอย่างอื่นทำเถอะ (หัวเราะ) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าจะเริ่มต้นธุรกิจ HR Consult สิ่งที่สำคัญมากคือคุณต้องมีความรู้ในเรื่องการบริหารธุรกิจด้วย ไม่ใช่แค่เก่งในด้าน HR เพราะถ้าคุณตั้งบริษัท คุณต้องรู้จักการเงิน รู้จักการตลาด และรู้จักการบริหารทีม ถ้าคุณดูงบการเงินไม่เป็น คุณอาจเจอปัญหาที่ทำให้ธุรกิจไปต่อไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น คุณต้องรู้วิธีสร้างความเชื่อถือและทำให้ลูกค้ามองเห็นคุณค่าในสิ่งที่คุณทำ เพราะงาน HR Consult ไม่ใช่แค่ทำให้ทุกคนพอใจ แต่ต้องสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืนได้ด้วยครับ (ยิ้ม)</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="การเดินทางในโลกแห่ง HR Consult : บี - อภิชาติ ขันธวิธิ QGEN 498" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrpeople/qgen-hr-consult-240923/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/designing-21st-century-well-being-organizations-240923/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/designing-21st-century-well-being-organizations-240923/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Sep 2024 03:06:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Well-Being]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=40613</guid>

					<description><![CDATA[Well-Being กลายเป็นเทรนด์สำคัญที่องค์กรทั่วโลกต้องให้ความสำคัญ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี และช่วยส่งเสริมสุขภาพทั้งกายและจิตของพนักงาน โดยคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations ซึ่งจัดขึ้นที่ FutureTales LAB by MQDC ได้นำเสนอกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรที่ตอบโจทย์ Well-Being โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก SuperLab และแขกรับเชิญพิเศษมากมาย มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และวิธีการในการพัฒนาบุคลากรให้ประสบความสำเร็จ ในคอร์สนี้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้และแนวทางในการออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทันสมัย มุ่งเน้นการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพนักงานในทุกมิติ ทั้งสุขภาพจิต สังคม และการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว  ความรู้จากหลักสูตรนี้ HR และผู้บริหารสามารถนำไปปรับใช้ในองค์กรของตนเองเพื่อสร้างประสิทธิภาพในการทำงานที่ยั่งยืนได้ The Future of work is employee well-being โดย ดร. การดี เลียวไพโรจน์ ในยุคที่โลกของการทำงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประเด็นเรื่องความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน (Employee Well-Being) กลายเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดอนาคตของการทำงาน ซึ่งปัจจุบันมีแรงกดดันและข้อท้าทายมากมาย ทั้งจากการเติบโตของเทคโนโลยี ความท้าทายทางเศรษฐกิจ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการเปลี่ยนแแปลงทางสังคม โดย ดร. การดี เลียวไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่อนาคตศาสตร์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42730" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/สิ่งที่-HR-ควรรู้จากคอร์ส-Designing-21st-Century-Well-Being-Organizations.webp" alt="สิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="600" height="370" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 519" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/สิ่งที่-HR-ควรรู้จากคอร์ส-Designing-21st-Century-Well-Being-Organizations.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/สิ่งที่-HR-ควรรู้จากคอร์ส-Designing-21st-Century-Well-Being-Organizations-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Well-Being กลายเป็นเทรนด์สำคัญที่องค์กรทั่วโลกต้องให้ความสำคัญ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี และช่วยส่งเสริมสุขภาพทั้งกายและจิตของพนักงาน โดยคอร์ส </span><b>Designing 21st Century Well-Being Organizations</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งจัดขึ้นที่ </span><a href="https://www.futuretaleslab.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>FutureTales LAB by MQDC </b></a><span style="font-weight: 400;">ได้นำเสนอกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรที่ตอบโจทย์ Well-Being โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก </span><b>SuperLab</b><span style="font-weight: 400;"> และแขกรับเชิญพิเศษมากมาย มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และวิธีการในการพัฒนาบุคลากรให้ประสบความสำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในคอร์สนี้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้และแนวทางในการออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทันสมัย มุ่งเน้นการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพนักงานในทุกมิติ ทั้งสุขภาพจิต สังคม และการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความรู้จากหลักสูตรนี้ HR และผู้บริหารสามารถนำไปปรับใช้ในองค์กรของตนเองเพื่อสร้างประสิทธิภาพในการทำงานที่ยั่งยืนได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40617 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00264-1024x576.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="576" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 520" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00264-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00264-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00264-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00264-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00264-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<h2><b>The Future of work is employee well-being โดย ดร. การดี เลียวไพโรจน์</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่โลกของการทำงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประเด็นเรื่องความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน (<a href="https://th.hrnote.asia/tips/well-being-create-culture-organization-11012021/">Employee Well-Being</a>) กลายเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดอนาคตของการทำงาน ซึ่งปัจจุบันมีแรงกดดันและข้อท้าทายมากมาย ทั้งจากการเติบโตของเทคโนโลยี ความท้าทายทางเศรษฐกิจ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการเปลี่ยนแแปลงทางสังคม โดย </span><b>ดร. การดี เลียวไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่อนาคตศาสตร์ FutureTales LAB by MQDC</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“Well-being ไม่ใช่ความรู้สึก ไม่ใช่แฟชั่น แต่คือวิทยาศาสตร์”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้กับองค์กรอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40621 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-09.38.23-1024x550.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="550" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 521" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-09.38.23-1024x550.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-09.38.23-300x161.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-09.38.23-768x413.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-09.38.23-1536x825.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-09.38.23-2048x1101.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<h3><b>ทำไมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานจึงสำคัญ ?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันมีข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า ปัญหาภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลส่งผลกระทบต่อการสูญเสียวันทำงานถึง 12,000 ล้านวันทั่วโลก และทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นคนเงินจำนวนมหาศาลที่สามารถนำไปพัฒนาโลกได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน สามารถช่วยลดอัตราการลาออกของพนักงานได้ถึง 50% ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมได้มากถึง 22% และความเครียดที่เกี่ยวข้องกับการทำงานยังเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 120,000 รายต่อปีทั่วโลก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นการให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานจึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญที่องค์กรไม่ควรมองข้าม และส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ดร. การดี ยังคาดาการณ์ เทรนด์ที่เป็นอนาคตของการทำงานในปี 2035 ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ขาดแคลนบุคลากร</b><span style="font-weight: 400;">: โดยปี 2030, การขาดแคลนบุคลากรทั่วโลกจะสูงถึง 18 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดการสูญเสียรายได้ประจำปีถึง 8.45 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความคิดของคนรุ่นใหม่</b><span style="font-weight: 400;">: 48% ของคนรุ่น Gen Z และ 55% ของคนรุ่น Gen Y รู้สึกว่าพวกเขาอาจลาออกจากงานหากพบว่ามีค่านิยมที่ไม่ตรงกันระหว่างตนเองและองค์กรฯ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ปรับแต่งส่วนบุคคล</b><span style="font-weight: 400;">: 85% ของผู้นำทรัพยากรมนุษย์มองคุณค่าในค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ปรับให้เหมาะสมกับบุคคล แต่เพียง 42% เท่านั้นที่นำไปใช้จริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การเปลี่ยนอาชีพ</b><span style="font-weight: 400;">: อาจต้องการการเปลี่ยนแปลงอาชีพเพิ่มเติมถึง 12 ล้านครั้งภายในปี 2030</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความต้องการบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อม</b><span style="font-weight: 400;">: ความต้องการบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น 38.5% ระหว่างปี 2015 ถึง 2021, แต่เพียง 13% ของแรงงานเท่านั้นที่มีทักษะที่จำเป็น</span></li>
</ol>
<h3><b>แนวทางการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR หรือองค์กรสามารถประเมินและพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานผ่านการพิจารณาตาม Guideline ดังนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40622 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-09.50.12-1024x576.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="576" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 522" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-09.50.12-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-09.50.12-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-09.50.12-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-09.50.12-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-09.50.12-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเป็นอยู่ที่ดีทางอารมณ์</b><span style="font-weight: 400;">: ประเมินการจัดการกับอารมณ์เชิงบวกและเชิงลบอย่างเหมาะสม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเป็นอยู่ที่ดีด้านอาชีพ</b><span style="font-weight: 400;">: ประเมินความพึงพอใจในการทำงานและการมีความก้าวหน้าในอาชีพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเป็นอยู่ที่ดีทางปัญญา</b><span style="font-weight: 400;">: ประเมินการพัฒนาความรู้และทักษะผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเป็นอยู่ที่ดีทางจิตวิญญาณ</b><span style="font-weight: 400;">: ประเมินการมีความหมายและคุณค่าในชีวิต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคม</b><span style="font-weight: 400;">: ประเมินการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการมีส่วนร่วมในชุมชน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเป็นอยู่ที่ดีทางการเงิน</b><span style="font-weight: 400;">: ประเมินความพึงพอใจทางการเงินและการบริหารการเงินในอนาคต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเป็นอยู่ที่ดีทางความคิดสร้างสรรค์</b><span style="font-weight: 400;">: ประเมินการเปิดรับประสบการณ์ทางศิลปะและวัฒนธรรม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเป็นอยู่ที่ดีทางดิจิทัล</b><span style="font-weight: 400;">: ประเมินการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเป็นอยู่ที่ดีทางสิ่งแวดล้อม</b><span style="font-weight: 400;">: ประเมินการมีสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนสุขภาพที่ดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเป็นอยู่ที่ดีทางกายภาพ</b><span style="font-weight: 400;">: ประเมินการดูแลสุขภาพผ่านการออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร และการพักผ่อนอย่างเพียงพอ</span></li>
</ol>
<h3><b>มุมมองในอนาคตของความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้าย ดร. การดี มองอนาคตว่า ด้วยเทคโนโลยีที่เติบโตขึ้น องค์กรจะเริ่มนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยวิเคราะห์การสื่อสารของพนักงาน เช่น อีเมลและข้อความเพื่อประเมินสถานะอารมณ์ ระดับความเครียด และความเสี่ยงในการเกิดภาวะหมดไฟ (<a href="https://th.hrnote.asia/tips/190731-burnoutsyndrome/">Burnout</a>) นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยีอย่าง Neurofeedback จะสามารถฝึกสมอง ช่วยเพิ่มสมาธิและเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรใหญ่ ๆ จะเริ่มนำเสนอโครงการด้านสุขภาพจิตที่ครอบคลุมถึงมิติทางสังคม สภาพแวดล้อม และเอื้อให้พนักงานออกแบบชีวิตตัวเองได้ ซึ่งเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายการทำงานและชีวิตส่วนตัวของพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด มุมมองต่อการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานจะไม่ได้หมายถึงแค่การเพิ่มผลผลิตขององค์กรเท่านั้น แต่จะเป็นการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้ที่ดีขึ้น &#8220;ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน&#8221; จึงเป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรจะต้อง “ลงทุน” และ “ปรับตัว”​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีสำหรับอนาคตต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40618 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00285-1024x576.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="576" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 523" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00285-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00285-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00285-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00285-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00285-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<h2><b>Well-Being is Organization&#8217;s future โดย ดร.สิงห์ อินทรชูโต</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะทุกองค์กรต้องการเป็น Healthy Organization และการสร้างองค์กรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีในศตวรรษที่ 21 นั้น มีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในทุก ๆ วัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีที่สมบูรณ์แบบของบุคลากร ฉะนั้นองค์กรต่าง ๆ จึงเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการลงทุนในด้านนี้เพื่อประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน โดยในวันนี้ </span><b>ดร.สิงห์ อินทรชูโต ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าคณะที่ปรึกษาศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนจาก RISC</b><span style="font-weight: 400;">  ได้กล่าวถึงอีกมุมมองของเรื่อง Well-being ที่ไม่ใช่ฝั่งพนักงานเพียงอย่างเดียวที่องค์กรควรลงทุน ! </span></p>
<h3><b>ความเป็นอยู่ที่ดีขององค์กร ไม่ใช่แค่เรื่องของคน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงแม้ “การลงทุนในความเป็นอยู่ที่ดี คือ ความสำเร็จที่ยั่งยืน” (Investing in Well-Being = Sustainable Success) แต่ดร.สิงห์ อินทรชูโต ตั้งข้อสังเกตว่า ปกติองค์กรจะเน้นไปที่การส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน (Employee Centric) ทำให้เขาตั้งคำถามได้ว่าเราสามารถขยายมุมมองนี้ไปสู่การเป็น &#8220;องค์กรที่มีความเป็นอยู่ที่ดี&#8221; (Organization Centric) ได้หรือไม่ ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะความเป็นอยู่ที่ดีไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงแค่กับปัจจัยมนุษย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งแวดล้อมที่ทำงาน, เทคโนโลยี, และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ภายในองค์กรด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มุมมองนี้ช่วยให้เราสามารถสร้างกรอบการทำงานที่ส่งเสริมการเติบโตร่วมกันระหว่างบุคคลและองค์กรได้อย่างแท้จริง เป็นการลงทุนที่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนไม่เพียงแค่ในปัจจุบัน แต่ยังรวมถึงอนาคตอีกด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40623 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-10.17.24-1024x578.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="578" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 524" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-10.17.24-1024x578.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-10.17.24-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-10.17.24-768x434.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-10.17.24-1536x867.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-10.17.24-2048x1156.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>5 Organization’s Well-being </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การลงทุนในความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานนั้นสามารถส่งเสริมการเป็นองค์กรที่ยั่งยืนได้ มีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้องในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขององค์กร ซึ่งจาก 10 Demintion of Well-Being ในข้างต้น ทาง ดร.สิงห์ จัดกลุ่มแยกเป็น 5 Pillar ดังนี้ </span></p>
<ul>
<li aria-level="1"><b>Workplace &amp; Environment: </b><span style="font-weight: 400;">ผ่านการออกแบบพื้นที่ทำงานให้เหมาะสมกับงานและส่งเสริมการทำงานด้วยความปลอดภัย ทั้งยังจัดการความเสี่ยงในการดำเนินงาน รวมการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น แสง สี เสียงในองค์กร</span></li>
<li aria-level="1"><b>Employee Engagement &amp; Fulfilment: </b><span style="font-weight: 400;">ผ่านการส่งเสริมสุขภาพจิตและสมดุลชีวิตการทำงาน เพื่อโอกาสในการเติบโตทางอาชีพและความพึงพอใจในงาน ทั้งยังการเพิ่มแรงจูงใจและการมีส่วนร่วมของพนักงาน และการส่งเสริมให้พนักงานไปเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเอง เช่น การส่งพนักงานไปเทรนนิ่งช่วยรักษาพนักงานได้อย่างมีนัยยะสำคัญ</span></li>
</ul>
<ul>
<li aria-level="1"><b>Cultural &amp; Social Cohesion: </b><span style="font-weight: 400;">ผ่านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้สอดคล้องกันของภารกิจ, ค่านิยม, และเป้าหมาย เพราะพนักงานรุ่นใหม่ไม่ได้ทำงานเพื่อเงินอย่างเดียว แต่ต้องเชื่อมโยงทางสังคมและความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย</span></li>
</ul>
<ul>
<li aria-level="1"><b>Digital &amp; Innovation</b><span style="font-weight: 400;">: ผ่านการพัฒนาทักษะดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล เช่น การส่งเสริมการสร้างสรรค์, นวัตกรรม, และการแก้ปัญหาแบบสร้างสรรค์ รวมทั้งปรับตัวให้องค์กรขับเคลื่อนด้วย AI</span></li>
</ul>
<ul>
<li aria-level="1"><b>Financial:</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านการจัดการและการวางแผนทรัพยากรทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความยืดหยุ่นทางการเงินและการปรับตัว และต้องมีกลยุทธ์การลงทุนและการเติบโตเพื่อความยั่งยืน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีขององค์กรเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องและต้องมีการทำงานร่วมกันระหว่างบุคคล, วัฒนธรรม, สิ่งแวดล้อม, เทคโนโลยี และการวางแผน ซึ่งทั้งหมดนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเติบโต และรักษาความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาวนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40635 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-11.37.42-1024x576.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="576" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 525" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-11.37.42-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-11.37.42-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-11.37.42-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-11.37.42-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-11.37.42-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<h2><b>Resiliency-people Side of Well-Being โดยคุณ วิธพล เจาะจิตต์</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าการดูแลสุขภาพจิตในองค์กรเป็นประเด็นที่สำคัญมากยิ่งขึ้นในโลกปัจจุบัน ซึ่งบ้านปู (<a href="https://www.banpu.com/" target="_blank" rel="noopener">Banpu</a>) ก็เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้มาก โดยคุณ </span><b>วิธพล เจาะจิตต์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ </b><span style="font-weight: 400;">เน้นย้ำถึงการสร้างความยืดหยุ่นและการพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการดูแลสุขภาพจิตในที่ทำงาน ไไม่ว่าจะเป็นทางด้านกายภาพ, อารมณ์, และสังคม ผ่านการจัดหาสวัสดิการและโปรแกรมต่างๆ เช่น ห้องออกกำลังกาย การสนับสนุนด้านสุขภาพจิต หรือโปรแกรมเพิ่มพลังจิตใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่า, สวัสดิการในรูปแบบ </span><b>Non-Cash Benefits</b><span style="font-weight: 400;"> กลับเป็นที่นิยมและสร้างผลกระทบมากกว่า Cash Benefit เสียอีก โดยเขาแนะนำมีโปรแกรมสนับสนุนด้านสุขภาพที่หลากหลายผ่านการ Empower พนักงาน เช่น</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Hybrid Workplace</b><span style="font-weight: 400;">: การจัดการทำงานแบบผสมผสาน โดยพนักงานทำงานในออฟฟิศ 3 วัน และทำงานจากที่ใดก็ได้อีก 2 วัน รูปแบบนี้ไม่เพียงเน้นที่ Work-Life Balance แต่ยังเน้น Work-Life Integration ให้พนักงานสามารถออกแบบงานและชีวิตได้เอง โดยให้อิสระในการจัดการงานแบบต่าง ๆ ตามความเหมาะสม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Flexible Benefits</b><span style="font-weight: 400;">: Banpu เสนอเงิน 12,000 บาทต่อปีสำหรับสวัสดิการที่ยืดหยุ่น นอกเหนือจากประกันกลุ่ม ซึ่งครอบคลุมถึงสุขภาพและสุขภาพจิต พนักงานสามารถเลือกสวัสดิการที่เหมาะสมกับตนเอง เช่น การดูแล OPD, IPD หรือเน้นที่ Mental Health ตามความต้องการ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>โปรแกรมด้านสุขภาพ</b><span style="font-weight: 400;">: มีการสนับสนุนสุขภาพผ่านโปรแกรม </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/75"><b>Health at Work</b></a><span style="font-weight: 400;"> และ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/126"><b>iStrong</b></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีและมีประสิทธิภาพในการทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Boost Me Up Programme</b><span style="font-weight: 400;">: โปรแกรมนี้เน้นการสร้างทักษะชีวิต (Life Skill Literacy) ให้กับพนักงาน เช่น ความรู้ด้านสุขภาพ สุขภาพจิต และการเงิน เพื่อช่วยให้พนักงานพัฒนาตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกด้าน</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">Banpu เชื่อว่าการให้อำนาจพนักงานในการจัดการชีวิตและการทำงานของตนเองจะช่วยเพิ่มความสุขและประสิทธิภาพในการทำงานอย่างยั่งยืน มากกว่าการจัดการที่องค์กรเลือกให้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40625 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-11.38.15-1024x574.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="574" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 526" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-11.38.15-1024x574.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-11.38.15-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-11.38.15-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-11.38.15-1536x862.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-11.38.15-2048x1149.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>รายงาน Mental Health and Wellbeing Report and Analysis</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ทางคุณวิธพล ยังได้แสดงรายงานจาก </span><b>Banpu และ ITM Group</b><span style="font-weight: 400;"> เน้นย้ำถึงการจัดการกับปัญหาสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงวิกฤติ COVID-19 โดยมีเนื้อหาน่าสนใจดังนี้</span></p>
<h4><b>1. พัฒนาภูมิคุ้มกันทางอารมณ์และจิตใจให้กับพนักงาน</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานชี้ให้เห็นว่าความเครียดและการเผาผลาญจากการทำงานเป็นเวลานานทำให้เกิดภาวะหมดไฟ การดูแลสุขภาพจิตในที่ทำงานควรเน้นที่การลดอัตราการขาดงานและการลาออก โดยมีการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพจิตและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน</span></p>
<h4><b>2. การสำรวจและการวิเคราะห์ข้อมูล</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">การรวบรวมข้อมูลจากผู้บริหารระดับสูงและพนักงานที่ประสบปัญหาสุขภาพจิตแสดงให้เห็นว่า มีการเพิ่มขึ้นของความเครียดในทุกระดับอายุและตำแหน่งงาน ข้อมูลนี้ช่วยให้องค์กรสามารถกำหนดเป้าหมายการช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<h4><b>3. การพัฒนาความสามารถในการให้การสนับสนุน</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลการศึกษาชี้ว่า หลายองค์กรยังขาดความสามารถในการจดจำและตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพจิตของพนักงาน การฝึกอบรมที่เพิ่มขึ้นและการเข้าถึงทรัพยากรที่ดีขึ้นสามารถช่วยเพิ่มความสามารถนี้ได้</span></p>
<h4><b>4. การปรับปรุงนโยบายและโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">การระบุและการปรับปรุงนโยบายที่สนับสนุนสุขภาพจิตที่เหมาะสมสำหรับทุกคนในองค์กรเป็นสิ่งจำเป็น โปรแกรมเช่นการฝึกอบรมด้านสุขภาพจิต การให้คำปรึกษา และการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพจิตจะช่วยสร้างพื้นที่ทำงานที่เข้าใจและรองรับความต้องการของพนักงานได้ดียิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด การลงทุนในสุขภาพจิตไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้องค์กรสามารถลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการขาดงานและการหมุนเวียนของพนักงานได้ สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ผลกำไรที่เพิ่มขึ้นและการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้นในระยะยาว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเข้าใจและเอาใจใส่ต่อความต้องการด้านสุขภาพจิตของพนักงานจึงเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพในยุคปัจจุบัน และเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามในการสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งและมีความยั่งยืน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40619 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC09733-1024x576.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="576" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 527" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC09733-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC09733-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC09733-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC09733-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC09733-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Enhancing Leadership Through The Science of Well-Being โดย ดร.สฤกกา พงษ์สุวรรณ</b></h2>
<p><b>ดร.สฤกกา พงษ์สุวรรณ</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน MQDC เริ่มต้นด้วยคำถามส่า <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190725-work-life-balance/">Work Life Balance</a> มีจริงไหม เพราะปัจจุบันเรากำลังเข้าสู่ Work Hard to Survive กันแล้ว ซึ่งนั่นนำมาซึ่งปัญหาเรื่อง Metal Health เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานทั้งนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การออกแบบองค์กรที่เน้นการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง องค์กรต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการใหม่ ๆ ของพนักงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสุขภาพจิต การสร้างความสุข และการพัฒนาในด้านการทำงานผ่านการออกแบบสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการทำงานและชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถนำไปสู่ประสิทธิภาพและผลผลิตที่ดีขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40627 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-13.42.04-1024x577.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="577" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 528" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-13.42.04-1024x577.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-13.42.04-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-13.42.04-768x433.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-13.42.04-1536x865.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-13.42.04-2048x1154.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>สถิติปัญหาสุขภาพจิตในที่ทำงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาสุขภาพจิตในที่ทำงานเป็นเรื่องที่องค์กรต่าง ๆ ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่มีผู้ป่วยด้านสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นทุกปี ความเครียดจากการทำงานอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าและปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานและการมีส่วนร่วมของพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูลของกรมสุขภาพจิต พบว่าในประเทศไทยมีผู้ป่วยด้านสุขภาพจิตกว่า 4.4 ล้านคน คิดเป็น 6.44% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งจำนวนผู้ป่วยนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากสาเหตุอันดับหนึ่งอย่าง “ความเครียดจากการทำงาน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ภาวะซึมเศร้าที่คนไทยป่วยสะสม มากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งภาวะซึมเศร้ายังส่งผลกระทบต่อพนักงานและการทำงานในองค์กร ทำให้การจัดการสุขภาพจิตในที่ทำงานเป็นเรื่องที่องค์กรต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40628 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-13.42.25-1024x575.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="575" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 529" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-13.42.25-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-13.42.25-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-13.42.25-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-13.42.25-1536x862.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-13.42.25-2048x1149.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>การออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมสุขภาพ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในการสนับสนุนสุขภาพจิตของพนักงานคือการออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสม การจัดการแสง สี พื้นที่สีเขียว และการระบายอากาศที่ดีในสถานที่ทำงานสามารถช่วยลดความเครียดและเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานได้ เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การใช้แสงและสีที่เหมาะสม</b><span style="font-weight: 400;">: การใช้แสงที่มีอุณหภูมิสีระหว่าง 4000K ซึ่งเป็นแสงที่ช่วยเพิ่มสมาธิและความพึงพอใจในการทำงานได้ หรือการใช้สีที่สงบ เช่น สีฟ้าหรือสีเขียว ก็สามารถช่วยลดความเครียดและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การเพิ่มพื้นที่สีเขียว</b><span style="font-weight: 400;">: การมองเห็นธรรมชาติหรือการมีต้นไม้ในที่ทำงานช่วยให้พนักงานรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ลดความเมื่อยล้า และเพิ่มสมาธิในการทำงาน</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40629 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.01.11-1024x575.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="575" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 530" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.01.11-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.01.11-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.01.11-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.01.11-1536x863.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.01.11-2048x1150.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>ใช้เทคโนโลยีกับการพัฒนาสุขภาพจิตในที่ทำงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เราสามารถนำเทคโนโลยีทันสมัย เช่น EEG (Electroencephalogram) และ<a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/191206-hrtech-vrhr/"> VR (Virtual Reality)</a> มาใช้ในการวิจัยเพื่อศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมต่อสุขภาพจิตของพนักงาน การใช้ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสามารถออกแบบพื้นที่ทำงานที่เหมาะสมและเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น เทคโนโลยีการ Eye Tracking ในตรวจการมองพนักงานว่ามองพื้นที่ส่วนใดของออฟฟิศมากที่สุด หรือใช้ Face Tracking เพื่อหาการแสดงอารมณ์ผ่านใบหน้านั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นแล้วการออกแบบองค์กรในศตวรรษที่ 21 ไม่เพียงต้องสร้างความสุขให้กับพนักงานเท่านั้น แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตขององค์กรได้อย่างยั่งยืน ซึ่งควรใช้เทคโนโลยีเพื่อออกแบบพื้นที่ที่เน้นสุขภาพจิตเป็นกุญแจสำคัญ เพื่อช่วยให้ทุกองค์กรสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ “ความสุขออกแบบได้”​นั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40620 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC09915-1024x576.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="576" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 531" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC09915-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC09915-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC09915-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC09915-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC09915-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Certifying Company Well-being Excellence โดย วสุธา เชน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้คำจำกัดความของสุขภาพว่าเป็น “สภาวะแห่งความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม และไม่ใช่เพียงแค่การปลอดจากโรคหรือความเจ็บป่วย” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความหมายนี้ชี้ให้เห็นว่า “สุขภาพ”​ ไม่ได้หมายถึง “การไม่มีโรคภัยเพียง” อย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความสามารถในการมีชีวิตที่สมดุล มีความสุข และมีพลังในการดำเนินชีวิตอย่างเต็มที่</span></p>
<p><b>วสุธา เชน สถาปนิกวิจัยอาวุโส นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญระดับ LEED AP BD+C และ WELL AP ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC)</b><span style="font-weight: 400;"> จึงกล่าวว่า แนวคิดการดูแลสุขภาพในศตวรรษที่ 21 ได้ขยายออกไปสู่การมุ่งเน้นการยืดอายุการมีสุขภาพดี (Health Span) มากกว่าเพียงแค่การยืดอายุขัย (Life Span) การให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพที่ดีตลอดช่วงชีวิต จึงช่วยลดโรคเรื้อรังและป้องกันการเกิดโรคในวัยชรา เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคที่เกิดจากการเสื่อมของระบบประสาทได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะ </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/ncds-240308/"><b>โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)</b></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ในประเทศไทยและทั่วโลก ฉะนั้นเราจึงให้ความสำคัญกับสุขภาวะผ่านการออกแบบมากขึ้น แล้วเราจะวัดผล Well-Being ขององค์กรได้อย่างไร ?</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40630 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.41.33-1024x576.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="576" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 532" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.41.33-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.41.33-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.41.33-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.41.33-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.41.33-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>มาตรฐาน WELL Building (WELL Building Standard Introduction)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นที่มาตรฐาน WELL Building ซึ่งเป็นมาตรฐานแรกที่เน้นการออกแบบอาคารเพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ใช้งานในอาคาร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาตรฐานนี้ไม่ได้เน้นเพียงแค่การลดปัญหาทางกายภาพ เช่น การจัดการอากาศหรือแสงในอาคารเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการออกแบบสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพจิตและความสามารถในการทำงานของพนักงาน รอบคลุมทั้งการออกแบบ ก่อสร้าง และการดำเนินงานของอาคารเพื่อให้ผู้ใช้งานมีสุขภาพดีและมีประสิทธิภาพสูงสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับการออกแบบอาคารสถานที่ในประเทศไทย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40631 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.45.58-1024x578.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="578" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 533" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.45.58-1024x578.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.45.58-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.45.58-768x434.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.45.58-1536x867.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.45.58-2048x1156.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>แนวคิด WELL Concepts คืออะไร ?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">WELL Concepts ประกอบไปด้วยองค์ประกอบสำคัญหลายประการที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในอาคาร ที่ไม่ได้จบแค่ในพิมพ์เขียว ซึ่งรวมถึงองค์ประกอบ ตามนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อากาศ (Air)</b><span style="font-weight: 400;">: คุณภาพอากาศที่ดีภายในอาคารช่วยลดปัญหาสุขภาพ เช่น โรคทางเดินหายใจและอาการแพ้ การระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพ การควบคุมความชื้น และการกรองอากาศเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี หรือกระทั่งมีพรมลดฝุ่นจากรองเท้าที่เข้ามาในอาคาร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>น้ำ (Water)</b><span style="font-weight: 400;">: การเข้าถึงน้ำที่สะอาดและปลอดภัยเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาสุขภาพของทุกคน เพราะน้ำที่ได้รับการกรองและดูแลให้มีคุณภาพดีช่วยลดความเสี่ยงจากสารปนเปื้อนได้ และพื้นที่ในการตั้งที่กดน้ำที่ไม่ควรเกิน 30 เมตร </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>โภชนาการ (Nourishment)</b><span style="font-weight: 400;">: การเข้าถึงอาหารที่ดีและมีประโยชน์ช่วยส่งเสริมสุขภาพและลดโรคภัยที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคอาหาร โดยการให้ความสำคัญกับส่วนประกอบของอาหาร และการสนับสนุนการรับประทานอาหารอย่างมีสติ ไม่บริโภคมากเกินไป รวมถึงการเข้าถึงอาหารสุขภาพด้วยเช่นกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>แสง (Light)</b><span style="font-weight: 400;">: อย่างที่รู้กันว่าแสงมีผลต่อจังหวะการนอนหลับและความตื่นตัวของร่างกาย การออกแบบแสงที่เหมาะสมจึงช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานและสุขภาพโดยรวม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การออกกำลังกาย (Fitness)</b><span style="font-weight: 400;">: การออกแบบที่สนับสนุนให้มีการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น การมีพื้นที่สำหรับออกกำลังกายหรือโต๊ะทำงานที่ปรับระดับได้ ช่วยลดปัญหาจากการนั่งทำงานนานๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สบายกาย (Comfort)</b><span style="font-weight: 400;">: การออกแบบพื้นที่ที่สะดวกสบาย ปราศจากเสียงรบกวนและการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม (Noise and Thermal) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>จิตใจ (Mind)</b><span style="font-weight: 400;">: การสนับสนุนสุขภาพจิตผ่านการออกแบบพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ เช่น การใช้พืชในอาคารหรือการมีพื้นที่เงียบสงบเพื่อพักผ่อน</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40632 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.49.32-1024x577.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="577" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 534" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.49.32-1024x577.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.49.32-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.49.32-768x433.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.49.32-1536x866.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-14.49.32-2048x1154.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>ทำความรู้จัก Harvard Research – Flourishing Index</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายคุณวสุธา เปิดงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้พัฒนา </span><b>Flourishing Index (FI) </b><span style="font-weight: 400;">ที่ใช้ในการวัดระดับความสุขและสุขภาพจิตของพนักงาน โดยดัชนีนี้ประเมินจาก 6 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความพึงพอใจในชีวิต (Happiness and Life Satisfaction)</b><span style="font-weight: 400;">: ความสามารถในการรู้สึกพึงพอใจและมีความสุขในชีวิตประจำวัน เช่น เสียง อุณหภูมิ แสง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สุขภาพกายและจิต (Physical and Mental Health)</b><span style="font-weight: 400;">: การประเมินสุขภาพร่างกายและจิตใจของพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความหมายในชีวิต (Meaning and Purpose)</b><span style="font-weight: 400;">: การมีเป้าหมายและความหมายในการทำงานและชีวิตส่วนตัว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณธรรมและความรับผิดชอบ (Character and Virtue)</b><span style="font-weight: 400;">: การส่งเสริมคุณธรรมและการกระทำที่ดีในทุกสถานการณ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความสัมพันธ์ทางสังคม (Close Social Relationships)</b><span style="font-weight: 400;">: การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการสนับสนุนซึ่งกันและกันในที่ทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความมั่นคงทางการเงิน (Financial and Material Stability)</b><span style="font-weight: 400;">: ความรู้สึกปลอดภัยและมั่นคงทางการเงิน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า การสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและจิตสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานได้อย่างมีนัยสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สรุปได้ว่า มาตรฐาน WELL Building และการใช้ดัชนี Flourishing Index ร่วมกัน ก็จะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสร้างองค์กรที่ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานได้ ซึ่งอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายร่วมกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40615 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00120-1024x576.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="576" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 535" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00120-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00120-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00120-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00120-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DSC00120-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Emotional AI Bridging Technology and Human Emotion โดย อรรถพร จงรักศักดิ์ </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้าย Session สุดท้ายโดยคุณ </span><b>อรรถพร จงรักศักดิ์ AI and Gamification Lead จาก MQDC Metaverse </b><span style="font-weight: 400;">ที่มาพูดเรื่อง AI กับการสร้างสุขภาวะที่ดีในองค์กร เพราะปัจจุบันเริ่มมีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานกันแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/ai-centric-organization-231218/">AI</a> ไม่เพียงช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังช่วยในการดูแลสุขภาพจิต และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีได้ นับเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เขาต้องการพูดในการบรรยายครั้งนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40633 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-15.59.39-1024x576.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="576" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 536" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-15.59.39-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-15.59.39-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-15.59.39-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-15.59.39-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-15.59.39-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>Emotional AI ปัญญาประดิษฐ์ที่ตรวจจับอารมณ์ได้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Emotional AI คือ AI ที่สามารถตรวจจับและตอบสนองต่ออารมณ์ของมนุษย์ได้ เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยในการสื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย Emotional AI นี้สามารถวิเคราะห์อารมณ์ผ่านเสียง ใบหน้า และข้อมูลอื่น ๆ เพื่อรับรู้และตอบสนองต่อความรู้สึกของพนักงาน ทำให้สามารถช่วยพนักงานที่มีความเครียด หรือจัดการกับอารมณ์เชิงลบได้ทันท่วงที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ Emotional AI มีคุณสมบัติหลัก 3 ข้อที่โดดเด่น ดังนี้</span></p>
<h4><b>1. การรู้จำอารมณ์ (Emotion Recognition)</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">การรู้จำอารมณ์เป็นกระบวนการที่ AI วิเคราะห์และแยกแยะอารมณ์ของมนุษย์ผ่านสัญญาณต่าง ๆ เช่น การแสดงออกทางสีหน้า น้ำเสียง ท่าทาง และสัญญาณทางกายภาพ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ไปจนถึงความดันโลหิต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI จะใช้เทคโนโลยีการประมวลผลสัญญาณดิจิทัล และการจดจำรูปแบบเพื่อระบุอารมณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละสถานการณ์ได้</span></p>
<p><b>ตัวอย่างการใช้งาน</b><span style="font-weight: 400;">: Emotional AI สามารถตรวจจับความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงของน้ำเสียงหรือสีหน้าในการประชุมออนไลน์ และสามารถแนะนำให้พักผ่อนเมื่อพบว่ามีระดับความเครียดสูง หรือการตรวจสอบสัญญาณของความเครียดผ่านการวิเคราะห์เสียงหรือใบหน้า และนำเสนอคำแนะนำหรือโปรแกรมผ่อนคลายที่เหมาะสมกับพนักงานคนนั้น ๆ ได้</span></p>
<h4><b>2. การสร้างอารมณ์ (Emotion Generation)</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการรู้จำอารมณ์แล้ว Emotional AI ยังสามารถสร้างและแสดงอารมณ์ที่สอดคล้องกับการตอบสนองของมนุษย์ เช่น การยิ้มแบบเสมือนจริง หรือการใช้โทนเสียงที่เป็นมิตรเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เช่น ChatGPT 4o สามารถมีน้ำเสียง ลมหายใจ หรือการหัวเราะได้ ฉะนั้นการสร้างอารมณ์ของ AI จะช่วยให้การโต้ตอบระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรมีความเป็นธรรมชาติและเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p><b>ตัวอย่างการใช้งาน</b><span style="font-weight: 400;">: แชทบ็อตหรือผู้ช่วยเสมือนที่สามารถแสดงอารมณ์ผ่านข้อความหรือเสียง เช่น การใช้เสียงที่อ่อนโยนและแสดงความห่วงใยเมื่อตรวจพบว่าผู้ใช้งานมีความวิตกกังวล</span></p>
<h4><b>3. การปรับตัวตามอารมณ์ (Emotion Adaptation)</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">การปรับตัวตามอารมณ์เป็นความสามารถที่ทำให้ AI สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการตอบสนองตามอารมณ์ที่ตรวจพบได้ เช่น การแนะนำเพลงที่เหมาะสมกับอารมณ์ปัจจุบันของผู้ใช้งาน หรือการปรับวิธีการสื่อสารเมื่อพบว่าอารมณ์ของผู้ใช้งานเปลี่ยนแปลงไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ AI สามารถสร้างประสบการณ์ส่วนตัว และตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<p><b>ตัวอย่างการใช้งาน</b><span style="font-weight: 400;">: แอปพลิเคชันสตรีมมิ่งเพลงหรือภาพยนตร์ที่สามารถแนะนำเพลย์ลิสต์หรือหนังที่สอดคล้องกับอารมณ์ ความต้องการ และรสนิยมของผู้ใช้งานได้ โดยวิเคราะห์จากพฤติกรรมในแต่ละช่วงเวลานั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40634 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-16.23.02-1024x576.webp" alt="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations" width="1024" height="576" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 537" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-16.23.02-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-16.23.02-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-16.23.02-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-16.23.02-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-20-at-16.23.02-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>AI กับความเป็นอยู่ที่ดีในองค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลเท่านั้น แต่ยังสามารถถูกนำมาใช้เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในองค์กรได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งยังขยายไปถึงมิติทางการเงินและสังคมของพนักงานอีกด้วย ที่สำคัญยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของพนักงานในด้านความคิดสร้างสรรค์ โดยมีตัวอย่างดังนี้</span></p>
<p><b>ตัวอย่างการใช้งาน</b><span style="font-weight: 400;">:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>AI ในการออกแบบสถานที่ทำงาน</b><span style="font-weight: 400;">: AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการเคลื่อนไหวและพฤติกรรมของพนักงานในสำนักงานเพื่อนำมาปรับปรุงการออกแบบพื้นที่ทำงาน เช่น การปรับอุณหภูมิและแสงสว่างในแต่ละส่วนของสำนักงานให้เหมาะสมกับความต้องการของพนักงานแต่ละคน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>AI กับความผูกพันของพนักงาน</b><span style="font-weight: 400;">: AI สามารถนำข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบการสื่อสารและการทำงานของพนักงานมาปรับปรุงการมีส่วนร่วมและความผูกพันของพนักงานในองค์กร โดยเฉพาะการช่วยลดความขัดแย้งและการสื่อสารที่ผิดพลาด</span></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>AI ในการจัดการทรัพยากรทางการเงิน</b><span style="font-weight: 400;">: AI สามารถช่วยในการวิเคราะห์และจัดสรรงบประมาณหรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสิ้นเปลืองทรัพยากร และเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การสร้างความร่วมมือทางสังคม</b><span style="font-weight: 400;">: AI ยังสามารถช่วยส่งเสริมความสามัคคีและความร่วมมือในองค์กรผ่านการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่มีคุณค่าและสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร</span></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>AI กับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์</b><span style="font-weight: 400;">: AI สามารถช่วยประเมินพฤติกรรมและความคิดสร้างสรรค์ของพนักงาน และเสนอวิธีการหรือแนวทางที่จะช่วยให้พนักงานสามารถคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>AI ในการส่งเสริมนวัตกรรม</b><span style="font-weight: 400;">: ด้วยการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล AI สามารถช่วยสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดสิ่งสำคัญคือเรื่อง Privacy ที่ทุกคนควรตระหนักก่อนที่จะนำ AI ไปใช้องค์กร เพราะหากมีการละเมิดสิทธิส่วนตัวอาจเป็นผลร้ายกับองค์กรมากกว่าผลดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าหากองค์กรทำทุกอย่างถูกต้อง AI ก็จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กรอย่างยั่งยืนได้แน่นอน !</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปสิ่งที่ HR ควรรู้จากคอร์ส Designing 21st Century Well-Being Organizations 538" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/designing-21st-century-well-being-organizations-240923/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Webinar ลับคมกลยุทธ์ Talent Management: ดึงดูดคนเก่ง รักษาคนสำคัญ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/webinar-talent-managemen-240919/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/webinar-talent-managemen-240919/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Sep 2024 09:31:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Talent Management]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=40589</guid>

					<description><![CDATA[ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น การบริหารจัดการบุคลากรที่มีความสามารถ หรือ Talent Management กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กรอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเรากำลังเผชิญกับ &#8220;สงครามการแย่งชิงบุคลากร&#8221; (War of Talent) ซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัยที่ทำให้แรงงานคุณภาพขาดแคลนและเป็นที่ต้องการสูงในตลาดแรงงาน ล่าสุด empeo ได้ชวนคุณ เม้ง &#8211; สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager of HREX.asia ไปเป็นแขกรับเชิญในสัมมนาออนไลน์ “ลับคมกลยุทธ์ Talent Management : ดึงคนเก่ง รักษาคนสำคัญ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ” มีเนื้อหาอะไรบ้าง ติดตามได้จากบทสรุปนี้ สงครามการแย่งชิงบุคลากร: ความท้าทายใหม่ที่ไม่ใช่เรื่องใหม่ การคาดการณ์เกี่ยวกับ War of Talent เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1998 เมื่อ McKinsey บริษัทที่ปรึกษาระดับโลกได้วิจัยเกี่ยวกับอนาคตของการทำงาน โดยสรุปว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในองค์กรคือ Talent บุคลากรที่มีศักยภาพสูง แต่จำนวนของบุคลากรเหล่านี้กลับมีจำกัด ส่งผลให้เกิดการแข่งขันดึงดูดและรักษา Talent ไว้ในองค์กร  ปัจจุบัน ในปี [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42733" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จาก-Webinar-ลับคมกลยุทธ์-Talent-Management.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Webinar ลับคมกลยุทธ์ Talent Management" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Webinar ลับคมกลยุทธ์ Talent Management: ดึงดูดคนเก่ง รักษาคนสำคัญ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ 546" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จาก-Webinar-ลับคมกลยุทธ์-Talent-Management.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จาก-Webinar-ลับคมกลยุทธ์-Talent-Management-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น การบริหารจัดการบุคลากรที่มีความสามารถ หรือ Talent Management กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กรอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเรากำลังเผชิญกับ &#8220;สงครามการแย่งชิงบุคลากร&#8221; (</span><a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/220215-war-of-talent-and-talent-management/"><span style="font-weight: 400;">War of Talent</span></a><span style="font-weight: 400;">) ซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัยที่ทำให้แรงงานคุณภาพขาดแคลนและเป็นที่ต้องการสูงในตลาดแรงงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุด </span><a href="https://www.empeo.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>empeo</b></a><span style="font-weight: 400;"> ได้ชวนคุณ</span><b> เม้ง &#8211; สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager of HRE</b><strong>X.asi</strong><span style="font-weight: 400;"><strong>a</strong> ไปเป็นแขกรับเชิญในสัมมนาออนไลน์ “</span><b>ลับคมกลยุทธ์ Talent Management : ดึงคนเก่ง รักษาคนสำคัญ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ</b><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีเนื้อหาอะไรบ้าง ติดตามได้จากบทสรุปนี้</span></p>

<h2><b>สงครามการแย่งชิงบุคลากร: ความท้าทายใหม่ที่ไม่ใช่เรื่องใหม่</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การคาดการณ์เกี่ยวกับ War of Talent เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1998 เมื่อ </span><a href="https://www.researchgate.net/publication/284689712_The_War_for_Talent" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">McKinsey</span></a><span style="font-weight: 400;"> บริษัทที่ปรึกษาระดับโลกได้วิจัยเกี่ยวกับอนาคตของการทำงาน โดยสรุปว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในองค์กรคือ Talent บุคลากรที่มีศักยภาพสูง แต่จำนวนของบุคลากรเหล่านี้กลับมีจำกัด ส่งผลให้เกิดการแข่งขันดึงดูดและรักษา Talent ไว้ในองค์กร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน ในปี 2024 การแข่งขันดังกล่าวไม่ใช่แค่คำทำนายอีกต่อไป แต่เกิดขึ้นจริงทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย</span></p>
<h2><b>สาเหตุหลักของ War of Talent มีอะไรบ้าง ?</b></h2>
<h3><b>1. ความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานในตลาดแรงงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาตลาดแรงงานลดลงอย่างรวดเร็ว จากการเข้าสู่</span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/190613-old-people-prepare-aging-society/"><span style="font-weight: 400;">สังคมผู้สูงอายุ</span></a><span style="font-weight: 400;">อย่างสมบูรณ์ ขณะเดียวกันกลับมีอัตราการเกิดต่ำ ทำให้แรงงานที่เข้าสู่ตลาดน้อยลง ทั้ง ๆ ที่ภาคอุตสาหกรรมยังคงต้องการบุคลากรที่มีทักษะสูง แต่จำนวนแรงงานในกลุ่มนี้กลับไม่เพียงพอจนเกิด &#8220;ช่องว่างทักษะ&#8221; (Skill Gap) ที่รุนแรงขึ้น กลายเป็นความไม่สมดุลที่เกิดขึ้น</span></p>
<h3><b>2. ความต้องการการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คนรุ่นใหม่อย่าง Generation Y และ Z มีแนวโน้มมองหางานที่มีความยืดหยุ่นสูง และต้องการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการทำงาน (Work-Life Balance) รวมถึงการเข้าสู่วงการ </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/210917-how-gig-economy-impact-hr/"><span style="font-weight: 400;">Gig Economy</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่คนรุ่นใหม่หันมาเลือกทำงานอิสระมากขึ้น ทำให้แรงงานคุณภาพไม่เข้าสู่ระบบงานประจำเท่าเดิม</span></p>
<h3><b>3. การแข่งขันระดับภูมิภาค</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในประเทศไทย ภูมิภาคต่าง ๆ เช่น กรุงเทพฯ และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีข้อได้เปรียบในการดึงดูด Talent เพราะมีโอกาสการเติบโต ค่าตอบแทน และสวัสดิการที่สูงกว่า ทำให้ภูมิภาคอื่น ๆ เช่น </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/chiang-mai-low-wage-240919/"><span style="font-weight: 400;">เชียงใหม่</span></a><span style="font-weight: 400;"> ต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาบุคลากรไว้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40593 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.23.08-1024x574.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Webinar ลับคมกลยุทธ์ Talent Management ดึงดูดคนเก่ง รักษาคนสำคัญ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ" width="1024" height="574" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Webinar ลับคมกลยุทธ์ Talent Management: ดึงดูดคนเก่ง รักษาคนสำคัญ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ 547" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.23.08-1024x574.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.23.08-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.23.08-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.23.08-1536x861.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.23.08-2048x1148.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>กลยุทธ์การสรรหาและรักษาคนเก่งให้อยู่ในองค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเผชิญกับปัญหาดังกล่าว องค์กรไม่สามารถพึ่งพาการขึ้นเงินเดือนเพียงอย่างเดียวในการดึงดูด Talent ได้อีกต่อไป กลยุทธ์ในการสรรหาและรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะปัจจุบันการสรรหาไม่ใช่แค่การรับคนเพียงอย่างเดียว แต่คือการหาคนที่มีคุณค่า (Value) และเป้าหมาย (Purpose) กับองค์กรเดียวกัน ผ่านสิ่งที่ควรทำดังนี้</span></p>
<h3><b>1. กำหนด DNA ขององค์กรอย่างชัดเจน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรควรเริ่มต้นด้วยการเข้าใจว่า &#8220;เราคือใคร&#8221; และ &#8220;เราต้องการบุคลากรแบบไหน&#8221; การกำหนดวัฒนธรรมองค์กร (Cultural Fit) และค่านิยมหลัก (Core Values) ที่ชัดเจนจะช่วยให้องค์กรสามารถสื่อสารกับผู้สมัครได้อย่างตรงจุด ตัวอย่างเช่น หากองค์กรของคุณเน้นนวัตกรรม ควรมองหาคนที่เปิดรับการเปลี่ยนแปลงและกล้าลองสิ่งใหม่ ๆ</span></p>
<h3><b>2. การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสรรหา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญในการช่วยคัดเลือกบุคลากรที่ตรงกับค่านิยมและทักษะที่องค์กรต้องการ เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของผู้สมัครเพื่อลดอคติและเพิ่มความแม่นยำในการคัดเลือก</span></p>
<h3><b>3. สร้างประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่กระบวนการสมัคร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจตั้งแต่การสมัครงานช่วยให้องค์กรดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพ กระบวนการสมัครที่โปร่งใสและเป็นมิตรทำให้ผู้สมัครรู้สึกถึงการยอมรับและให้ความสำคัญ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการรักษาพนักงานในระยะยาว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40594 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.23.47-1024x575.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Webinar ลับคมกลยุทธ์ Talent Management: ดึงดูดคนเก่ง รักษาคนสำคัญ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ" width="1024" height="575" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Webinar ลับคมกลยุทธ์ Talent Management: ดึงดูดคนเก่ง รักษาคนสำคัญ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ 548" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.23.47-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.23.47-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.23.47-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.23.47-1536x863.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.23.47-2048x1151.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>การสร้าง Employee Experience ที่สอดคล้องกับค่านิยมองค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้คนเก่งมาแล้ว การรักษาพวกเขาไว้อย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในยุคที่การแข่งขันด้านการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถสูงขึ้น การสร้างประสบการณ์การทำงานของพนักงาน (</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190802-employee-experience/"><span style="font-weight: 400;">Employee Experience</span></a><span style="font-weight: 400;">) ที่ดีเป็นกุญแจสำคัญในการทำให้องค์กรสามารถรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพไว้ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การสร้าง Employee Experience ที่มีประสิทธิภาพนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดหาสวัสดิการที่ดีหรือค่าตอบแทนที่สูง สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการสร้างประสบการณ์ที่สอดคล้องกับค่านิยมและวัฒนธรรมขององค์กร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะพนักงานที่รู้สึกว่าวัฒนธรรมและค่านิยมขององค์กรสอดคล้องกับค่านิยมส่วนตัว จะมีความผูกพันและพร้อมที่จะทำงานร่วมกับองค์กรในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้การสร้างบรรยากาศการทำงานที่สะท้อนค่านิยมเหล่านี้ ยังช่วยดึงดูด Talent ใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพและสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กรได้ดีนั่นเอง</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%; text-align: center;"><b><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-10233 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/01/Screen-Shot-2565-01-11-at-14.16.26.png" alt="8 วิธีพัฒนา Employee Experience ในระยะยาว" width="600" height="343" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Webinar ลับคมกลยุทธ์ Talent Management: ดึงดูดคนเก่ง รักษาคนสำคัญ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ 549"><br />
สมการของ Employee Experience</b></p>
<p style="text-align: center;"><b>หนังสือ </b><a href="https://thefutureorganization.com/the-employee-experience-equation/" target="_blank" rel="noopener"><b>The Employee Experience Advantage</b></a><b> ของ Jacob Morgan สรุปสมการของ Employee Experience ไว้ดังนี้</b></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/employee-experience-101/"><b>วัฒนธรรม + เทคโนโลยี + พื้นที่กายภาพ = ประสบการณ์ของพนักงาน</b></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40595 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.24.06-1024x576.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Webinar ลับคมกลยุทธ์ Talent Management: ดึงดูดคนเก่ง รักษาคนสำคัญ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ" width="1024" height="576" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Webinar ลับคมกลยุทธ์ Talent Management: ดึงดูดคนเก่ง รักษาคนสำคัญ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ 550" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.24.06-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.24.06-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.24.06-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.24.06-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.24.06-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Employer Branding สื่อสารรสู่ภายนอกบ้าง</b></h2>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/220215-how-to-do-employer-branding/"><span style="font-weight: 400;">Employer Branding </span></a><span style="font-weight: 400;">คือกระบวนการสร้างและสื่อสารภาพลักษณ์ขององค์กรในฐานะนายจ้างที่น่าทำงานด้วย การสร้าง Employer Branding ที่แข็งแกร่งไม่เพียงแต่ดึงดูดผู้สมัครที่มีศักยภาพสูงเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาพนักงานปัจจุบันให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว โดยมีแนวทางดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สื่อสาร Purpose และ Value</b><span style="font-weight: 400;">: ให้ชัดเจนในทุกช่องทางการสื่อสาร ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ตั้งแต่เว็บไซต์ การสัมภาษณ์งาน จนถึงการฝึกอบรมพนักงานใหม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ใช้สื่อ Social Media</b><span style="font-weight: 400;">: สร้างภาพลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์และน่าสนใจ สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่ดึงดูดใจคนเก่งและสอดคล้องกับคนที่มี Passion</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ใช้พนักงานเป็น Brand Ambassador</b><span style="font-weight: 400;">: ให้พนักงานที่มีความสุขและศรัทธาในองค์กรช่วยสื่อสาร Employer Branding ผ่านเรื่องราวที่เป็นจริงจากการทำงานประจำวัน</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40596 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.24.14-1024x577.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Webinar ลับคมกลยุทธ์ Talent Management: ดึงดูดคนเก่ง รักษาคนสำคัญ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ" width="1024" height="577" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Webinar ลับคมกลยุทธ์ Talent Management: ดึงดูดคนเก่ง รักษาคนสำคัญ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ 551" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.24.14-1024x577.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.24.14-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.24.14-768x433.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.24.14-1536x866.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2567-09-19-at-16.24.14-2048x1155.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สงครามการแย่งชิงคนเก่ง (War of Talent) เป็นความท้าทายที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ การสรรหาและรักษาบุคลากร ซึ่งในยุคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของค่าตอบแทน แต่เป็นการสร้างประสบการณ์การทำงานที่ดี สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร และตอบสนองต่อความต้องการของคนรุ่นใหม่ รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการบุคลากรจะทำให้องค์กรสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนและก้าวสู่ความสำเร็จในอนาคตนั่นเอง</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/15?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36568" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15.png" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Webinar ลับคมกลยุทธ์ Talent Management: ดึงดูดคนเก่ง รักษาคนสำคัญ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ 552" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/webinar-talent-managemen-240919/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทิศทางใหม่ของ BTS Thailand กับการเรียนรู้ผ่าน Business Simulation </title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/bts-thailand-business-simulation-240916/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/bts-thailand-business-simulation-240916/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Sep 2024 07:32:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Business Simulation]]></category>
		<category><![CDATA[BTS Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=40545</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อไม่นานมานี้ ทางทีม HREX.asia ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมงานแถลงข่าวสุดพิเศษ BTS Thailand Exclusive Executive Briefing ของ BTS Thailand หลังจากได้เข้าซื้อกิจการธุรกิจที่ปรึกษาด้านการพัฒนาองค์กรและผู้นำอย่าง SEAC โดยในงานได้กล่าวถึงทิศทางในอนาคต และความก้าวหน้าด้านการพัฒนาศักยภาพขององค์กร ในงานนี้ BTS Thailand ได้นำเสนอแนวคิดที่เป็นหัวใจหลักในอนาคตของบริษัท คือการมุ่งเน้นการเรียนรู้ผ่านกระบวนการ Business Simulation ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้งให้กับผู้นำและพนักงาน โดยเน้นให้ทุกคนได้สัมผัสกับสถานการณ์จริง เพื่อพัฒนาทักษะในการตัดสินใจและการคิดเชิงกลยุทธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทิศทางใหม่ของ BTS Thailand กับการเรียนรู้ผ่าน Business Simulation เป็นอย่างไร ติดตามได้จากบทความนี้ การเปลี่ยนแปลงจาก SEAC สู่ BTS Thailand: จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ ในประเทศไทย HR หลายคนอาจรู้จัก SEAC ในฐานะที่ปรึกษาด้านการพัฒนาองค์กรและผู้นำอันดับหนึ่งของไทย โดยตลอดช่วง 32 ปีที่ผ่านมา SEAC ได้ให้บริการองค์กรกว่า 1,500 แห่ง ซึ่งไม่นานมานี้ BTS Group [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42735" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/ทิศทางใหม่ของ-BTS-Thailand-กับการเรียนรู้ผ่าน-Business-Simulation-HREX.webp" alt="ทิศทางใหม่ของ BTS Thailand กับการเรียนรู้ผ่าน Business Simulation " width="600" height="370" title="ทิศทางใหม่ของ BTS Thailand กับการเรียนรู้ผ่าน Business Simulation  561" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/ทิศทางใหม่ของ-BTS-Thailand-กับการเรียนรู้ผ่าน-Business-Simulation-HREX.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/ทิศทางใหม่ของ-BTS-Thailand-กับการเรียนรู้ผ่าน-Business-Simulation-HREX-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อไม่นานมานี้ ทางทีม HREX.asia ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมงานแถลงข่าวสุดพิเศษ BTS Thailand Exclusive Executive Briefing ของ </span><a href="https://bts.com/insights/bts-acquires-seac/" target="_blank" rel="noopener"><b>BTS Thailand</b></a> <a href="https://th.hrnote.asia/news/bts-group-ab-240731/"><span style="font-weight: 400;">หลังจากได้เข้าซื้อกิจการธุรกิจที่ปรึกษาด้านการพัฒนาองค์กรและผู้นำอย่าง SEAC</span></a><span style="font-weight: 400;"> โดยในงานได้กล่าวถึงทิศทางในอนาคต และความก้าวหน้าด้านการพัฒนาศักยภาพขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในงานนี้ BTS Thailand ได้นำเสนอแนวคิดที่เป็นหัวใจหลักในอนาคตของบริษัท คือการมุ่งเน้นการเรียนรู้ผ่านกระบวนการ </span><b>Business Simulation</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้งให้กับผู้นำและพนักงาน โดยเน้นให้ทุกคนได้สัมผัสกับสถานการณ์จริง เพื่อพัฒนาทักษะในการตัดสินใจและการคิดเชิงกลยุทธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทิศทางใหม่ของ BTS Thailand กับการเรียนรู้ผ่าน Business Simulation เป็นอย่างไร ติดตามได้จากบทความนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40547 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-131837-1024x574.webp" alt="ทิศทางใหม่ของ BTS Thailand กับการเรียนรู้ผ่าน Business Simulation " width="1024" height="574" title="ทิศทางใหม่ของ BTS Thailand กับการเรียนรู้ผ่าน Business Simulation  562" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-131837-1024x574.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-131837-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-131837-768x430.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-131837.webp 1274w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>การเปลี่ยนแปลงจาก SEAC สู่ BTS Thailand: จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในประเทศไทย HR หลายคนอาจรู้จัก SEAC ในฐานะที่ปรึกษาด้านการพัฒนาองค์กรและผู้นำอันดับหนึ่งของไทย โดยตลอดช่วง 32 ปีที่ผ่านมา SEAC ได้ให้บริการองค์กรกว่า 1,500 แห่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งไม่นานมานี้ BTS Group AB ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ธุรกิจระดับโลก โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการ SEAC เพื่อเดินเกมส์รุกบุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นทางการ พร้อมประสบการณ์และความรู้ที่สั่งสมจากการทำงานร่วมกับองค์กรระดับโลกกว่า 38 แห่งทั่วโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของการเรียนรู้เชิงกลยุทธ์ในรูปแบบที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพสูงสุด จากข้อมูลในงานแถลงข่าว </span><b>BTS Thailand มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเครื่องมือและวิธีการที่จะช่วยให้ผู้นำองค์กรในประเทศไทยสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ บริษัทได้เน้นถึงการใช้ </span><b>Business Simulation</b><span style="font-weight: 400;"> ที่สามารถปรับใช้กับบริบทที่แตกต่างกันของแต่ละธุรกิจ ตั้งแต่การจำลองการทำงานในระดับผู้นำองค์กร จนถึงการจัดการในระดับหน่วยธุรกิจหรือฟังก์ชันเฉพาะเจาะจง ซึ่งจะทำให้ผู้นำหรือพนักงานสามารถมองเห็นผลลัพธ์และผลกระทบจากการตัดสินใจในสถานการณ์จริง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40549 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140610-1024x573.webp" alt="ทิศทางใหม่ของ BTS Thailand กับการเรียนรู้ผ่าน Business Simulation " width="1024" height="573" title="ทิศทางใหม่ของ BTS Thailand กับการเรียนรู้ผ่าน Business Simulation  563" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140610-1024x573.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140610-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140610-768x430.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140610.webp 1400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Business Simulation: การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์</b></h2>
<p><b>Business Simulation</b><span style="font-weight: 400;"> เชื่อว่า &#8220;คนเรามักจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากการลงมือทำ&#8221; </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเรียนรู้รูปแบบนี้คือการจำลองสถานการณ์ธุรกิ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจถึงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ผ่านมุมมองที่แท้จริง และมองเห็นผลกระทบต่อองค์กรโดยรวม ซึ่งเป็นการสร้างทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์และการตัดสินใจที่รอบคอบมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างเช่น ในการจำลองธุรกิจของ BTS Thailand ผู้นำและพนักงานจะได้เผชิญกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกับสถานการณ์จริงในองค์กร โดยต้องทำการตัดสินใจในแต่ละขั้นตอนของกลยุทธ์ ตั้งแต่การบริหารงานภายในองค์กร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการบริหารลูกค้าและการตลาด สิ่งนี้จะช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะที่สำคัญอย่างการสื่อสาร การจัดการเวลา และการตัดสินใจภายใต้ความกดดัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40550 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140814-1024x574.webp" alt="Screenshot 2024 09 16 140814" width="1024" height="574" title="ทิศทางใหม่ของ BTS Thailand กับการเรียนรู้ผ่าน Business Simulation  564" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140814-1024x574.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140814-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140814-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140814.webp 1405w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>การสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">BTS Thailand ได้ยกตัวอย่างจากงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า </span><b>70% ของผู้บริหารทั่วโลกไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ขององค์กรไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการได้</b><span style="font-weight: 400;"> โดยปัญหาสำคัญคือการขาดการเชื่อมโยงระหว่างแผนกลยุทธ์กับการตัดสินใจในทุก ๆ วัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การนำ Business Simulation เข้ามาใช้นั้น จึงเป็นการเชื่อมต่อให้ผู้เข้าร่วมเห็นภาพรวมของกลยุทธ์องค์กรและผลกระทบจากการตัดสินใจในระยะยาว โดยในงานยังมีการพูดถึงวิธีการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจผ่านการฝึกอบรมที่เน้นประสบการณ์จริงและการลงมือทำ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการวิจัยที่กล่าวว่า </span><b>ประสบการณ์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมและทัศนคติในการทำงานด้วย</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40552" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-142936.png" alt="ทิศทางใหม่ของ BTS Thailand กับการเรียนรู้ผ่าน Business Simulation " width="789" height="454" title="ทิศทางใหม่ของ BTS Thailand กับการเรียนรู้ผ่าน Business Simulation  565" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-142936.png 789w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-142936-300x173.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-142936-768x442.png 768w" sizes="(max-width: 789px) 100vw, 789px" /></p>
<h2><b>สูตรความสำเร็จในการปฏิบัติ: E = AMC</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากภาพแรก เราได้เห็นสูตรที่ใช้ในการบ่งบอกความสำคัญของการปฏิบัติในธุรกิจ นั่นคือ </span><b>E = AMC</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งย่อมาจาก:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Execution</b><span style="font-weight: 400;"> = การปฏิบัติ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Alignment</b><span style="font-weight: 400;"> = ความสอดคล้อง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Mindset</b><span style="font-weight: 400;"> = กรอบความคิด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Capability</b><span style="font-weight: 400;"> = ความสามารถ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สูตรนี้สื่อให้เห็นว่า การปฏิบัติในองค์กรจะมีประสิทธิภาพได้ ต้องมีความสอดคล้องกันทั้งในด้านวิสัยทัศน์ กรอบความคิด และความสามารถของบุคลากร โดยหลายองค์กรมักจะมุ่งเน้นไปที่การวางกลยุทธ์ การพัฒนาเทคโนโลยี และกระบวนการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่หลายครั้งที่องค์กรกลับลืมที่จะ &#8220;นำพาคนในองค์กรไปด้วยกัน&#8221; ที่เป็นจุดสำคัญของการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่ง Business Simulation จะทำให้ทุกคนเห็นทิศทางเป็นด้วยกันมากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40551 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140831-1024x575.webp" alt="ทิศทางใหม่ของ BTS Thailand กับการเรียนรู้ผ่าน Business Simulation " width="1024" height="575" title="ทิศทางใหม่ของ BTS Thailand กับการเรียนรู้ผ่าน Business Simulation  566" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140831-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140831-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140831-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140831.webp 1400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Business Simulation x 456 Smart Learning สร้างผลลัพธ์การเรียนรู้ 10 เท่า</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก Business Simulation ยังสามารถนำมาผสานพลังกับ 456 Smart Learning การออกแบบและส่งมอบประสบการณ์การเรียนรู้ดั้งเดิมที่เป็นเอกสิทธิ์ของ SEAC ซึ่งมีแนวคิดหลักเพื่อแก้ปัญหาการพัฒนาความรู้และทักษะที่มักจะหายไปหลังจากการฝึกอบรมทั่วไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นวัตกรรมนี้เน้นการใช้การจำลองสถานการณ์จริง ที่ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการทำงานจริงและสามารถประเมินผลกระทบได้ทันที ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นในบริบทการทำงานที่ซับซ้อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">456 Smart Learning จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือสำหรับการพัฒนาความรู้ แต่ยังเป็นแนวทางในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม และการพัฒนาความสามารถในการทำงานแบบครบวงจร ซึ่งผู้บริหารสามารถนำวิธีการนี้ไปใช้ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางองค์กรที่สำคัญได้ในอนาคต</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40548 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140601-1024x574.webp" alt="Screenshot 2024 09 16 140601" width="1024" height="574" title="ทิศทางใหม่ของ BTS Thailand กับการเรียนรู้ผ่าน Business Simulation  567" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140601-1024x574.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140601-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140601-768x430.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Screenshot-2024-09-16-140601.webp 1397w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>ความมุ่งมั่นต่อการเติบโตของธุรกิจในอนาคต</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">BTS Thailand ยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย ด้วยการนำเสนอแนวทางการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดผ่าน Business Simulation และเน้นถึงการเตรียมตัวของผู้บริหารและพนักงานให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ BTS Thailand ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้านธุรกิจ แต่ยังมุ่งเน้นการพัฒนาผู้นำให้สามารถปรับตัวและขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวนั่นเอง</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/32?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40418" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_.webp" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="ทิศทางใหม่ของ BTS Thailand กับการเรียนรู้ผ่าน Business Simulation  568" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/bts-thailand-business-simulation-240916/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Leading the Future Forum 2024: Charting the Course for Inclusive Success</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/leading-the-future-forum-nclusive-success-240911/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/leading-the-future-forum-nclusive-success-240911/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Sep 2024 13:45:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Leading the Future Forum 2024]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=40478</guid>

					<description><![CDATA[ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ความเป็นผู้นำที่สามารถมองการณ์ไกล พร้อมทั้งสร้างความสำเร็จอย่างครอบคลุมกลายเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทที่ความหลากหลาย ทั้งเรื่องเพศ เชื้อชาติ และช่วงวัย มีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทุกคนรู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวและเท่าเทียม ล่าสุดในงาน Leading the Future Forum 2024 ที่จัดขึ้นโดย Slingshot Group ร่วมกับ Center for Creative Leadership ได้เจาะลึกแนวคิดจากงานวิจัยล่าสุด โดยเฉพาะในเรื่องของ การสร้าง Inclusive Workplace ที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านความหลากหลายทางเพศ วัฒนธรรม และช่วงวัย ที่จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทั้งยังเปิดเวทีให้ผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรมได้มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอีกด้วย ประเด็นสำคัญที่ HR ควรรู้มีอะไรบ้าง ? อ่านได้จากบทความนี้ Elevate the System: ยกระดับความเท่าเทียมเพื่อการเติบโตขององค์กร  เริ่มต้นที่งานวิจัย Elevate the System 2024 โดย Center for Creative Leadership ที่มุ่งเน้นถึงการสำรวจปัญหาและความเป็นจริงของความเท่าเทียมทางเพศในที่ทำงาน โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งมีความท้าทายหลายประการที่ส่งผลให้ผู้หญิงยังไม่สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงได้มากเท่าที่ควร [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42745" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Leading the Future Forum 2024: Charting the Course for Inclusive Success" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Leading the Future Forum 2024: Charting the Course for Inclusive Success 579" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ความเป็นผู้นำที่สามารถมองการณ์ไกล พร้อมทั้งสร้างความสำเร็จอย่างครอบคลุมกลายเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทที่ความหลากหลาย ทั้งเรื่องเพศ เชื้อชาติ และช่วงวัย มีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทุกคนรู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวและเท่าเทียม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุดในงาน </span><b>Leading the Future Forum 2024</b><span style="font-weight: 400;"> ที่จัดขึ้นโดย </span><a href="https://www.slingshot.co.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>Slingshot Group</b></a><span style="font-weight: 400;"> ร่วมกับ </span><a href="https://www.ccl.org/" target="_blank" rel="noopener"><b>Center for Creative Leadership</b></a><span style="font-weight: 400;"> ได้เจาะลึกแนวคิดจากงานวิจัยล่าสุด โดยเฉพาะในเรื่องของ </span><b>การสร้าง Inclusive Workplace</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านความหลากหลายทางเพศ วัฒนธรรม และช่วงวัย ที่จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทั้งยังเปิดเวทีให้ผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรมได้มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นสำคัญที่ HR ควรรู้มีอะไรบ้าง ? อ่านได้จากบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40481" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-3.webp" alt="Leading the Future Forum 2024 Charting the Course for Inclusive Success Coverr" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Leading the Future Forum 2024: Charting the Course for Inclusive Success 580" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Elevate the System: ยกระดับความเท่าเทียมเพื่อการเติบโตขององค์กร </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นที่งานวิจัย </span><b>Elevate the System 2024</b><span style="font-weight: 400;"> โดย </span><b>Center for Creative Leadership</b><span style="font-weight: 400;"> ที่มุ่งเน้นถึงการสำรวจปัญหาและความเป็นจริงของความเท่าเทียมทางเพศในที่ทำงาน โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งมีความท้าทายหลายประการที่ส่งผลให้ผู้หญิงยังไม่สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงได้มากเท่าที่ควร ไม่ต่างอะไรกับหัวหอมที่ต้องลอกเปลือกออกมาจนถึงแก่นปัญหาจริง ๆ โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้</span></p>
<h3>Inclusion: ความท้าทายของการรวมกลุ่ม</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้มีการสนับสนุนผู้หญิงในตำแหน่งผู้นำเพิ่มขึ้น แต่ผู้หญิงยังมีความยากลำบากในการเข้าสู่บทบาทผู้บริหารระดับสูง โดยงานวิจัยพบว่า 44% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นด้วยว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;สังคมคาดหวังให้ผู้หญิงรับผิดชอบเรื่องครอบครัวมากกว่าผู้ชาย&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการเติบโตในสายอาชีพของผู้หญิง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40485 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-7-1024x575.webp" alt="Leading the Future Forum 2024 Charting the Course for Inclusive Success 7" width="1024" height="575" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Leading the Future Forum 2024: Charting the Course for Inclusive Success 581" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-7-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-7-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-7-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-7-1536x863.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-7-2048x1150.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3>ช่องว่างในการพัฒนาผู้นำหญิง</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ทุกคนจะเผชิญอุปสรรคในเส้นทางสู่ความสำเร็จ แต่ผู้หญิงกลับต้องพบกับความท้าทายที่สูงกว่า โดยมี 39% ของผู้หญิงที่รู้สึกว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;ผู้ชายในที่ทำงานไม่สนับสนุนให้พวกเธอก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำระดับสูง&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> แสดงถึงช่องว่างในการสนับสนุนและการยอมรับภายในองค์กร</span></p>
<h3>ปัญหาในการมองเห็นความสามารถของผู้หญิง</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ความสามารถและคุณลักษณะเฉพาะของผู้หญิงกำลังกลายเป็นสิ่งสำคัญในยุค AI แต่ผู้หญิงกลับไม่ได้รับการยอมรับหรือถูกมองข้าม จากการสำรวจพบว่า 67% ของผู้หญิงรู้สึกว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;ถูกจำกัดด้วยสภาพแวดล้อมในองค์กร ทำให้รู้สึกว่าไม่มีทางเลือกหรือมีทางเลือกจำกัด&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> สะท้อนถึงความท้าทายในการนำเสนอความสามารถของตัวเองไม่ได้เต็มที่</span></p>
<h3>ผู้หญิงควรเรียกร้องโอกาสให้ตัวเองมากขึ้น</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การสำรวจพบว่าผู้หญิงมักลังเลหรือไม่มั่นใจเวลาได้รับการมอบหมายงานที่ท้าทาย ซึ่งอาจลดโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพ แม้ว่า 95% ของผู้หญิงเห็นว่าการฝึกอบรมพัฒนาภาวะผู้นำเป็นสิ่งสำคัญ แต่พวกเธอเองกลับขอเข้าร่วมโปรแกรมเหล่านี้น้อยกว่าผู้ชาย ซึ่งอาจเป็นเพราะความลังเลหรือขาดความมั่นใจในการเรียกร้องโอกาสที่ตัวเองควรจะมี</span></p>
<h3>การปรับเปลี่ยนทัศนคติทั้งระบบเป็นสิ่งจำเป็น</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การกำจัดอุปสรรคสำหรับเพศหญิงเชิงระบบเป็นสิ่งจำเป็น ก่อนที่จะปรับปรุงปัจจัยภายในที่ส่งผลให้ผู้หญิงไม่สามารถเติบโตได้เต็มที่ ซึ่งมี 85% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า </span><b>ผู้นำชายควรมีบทบาทในการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งการสนับสนุนจากผู้นำชายและการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง (Inclusive) จะช่วยเสริมสร้างความเท่าเทียมและโอกาสในการเติบโตสำหรับผู้หญิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดงานวิจัยนี้ แสดงให้เห็นถึงความท้าทายทั้งในเชิงระบบ และสังคมที่ผู้หญิงต้องเผชิญในเส้นทางการเป็นผู้นำ ฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงระบบและการสนับสนุนจากผู้ชายในองค์กรจึงมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างยั่งยืนต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40484 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-6-1024x576.webp" alt="Leading the Future Forum 2024 Charting the Course for Inclusive Success 6" width="1024" height="576" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Leading the Future Forum 2024: Charting the Course for Inclusive Success 582" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-6-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-6-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-6-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-6-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-6-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40479" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-1.webp" alt="Leading the Future Forum 2024 Charting the Course for Inclusive Success 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Leading the Future Forum 2024: Charting the Course for Inclusive Success 583" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>Leading the Next Gen: รุ่นเก่า รุ่นใหม่ คิดและทำงานอย่างไร ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อด้วยการรายงานการสำรวจความท้าทายที่ผู้นำองค์กรในยุคปัจจุบันต้องเผชิญ โดยเฉพาะการจัดการทีมที่มีสมาชิกจากหลากหลายเจนเนอเรชั่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นก็เพราะแต่ละรุ่นมีความต้องการที่แตกต่างกัน </span><b>ฉะนั้นการสร้างสมดุลระหว่างวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของคนรุ่นเก่า และแนวคิดสมัยก้าวล้ำของคนรุ่นใหม่</b><span style="font-weight: 400;"> จึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย &#8211; แต่จำเป็นต้องทำ เพื่อให้เกิดความร่วมมือและความเข้าใจระหว่างเจนฯ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างสรรค์นั่นเอง โดยมีเนื้อหาดังนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40483 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-5-1024x576.webp" alt="Leading the Future Forum 2024 Charting the Course for Inclusive Success 5" width="1024" height="576" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Leading the Future Forum 2024: Charting the Course for Inclusive Success 584" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-5-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-5-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-5-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-5-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-5-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3>ความย้อนแย้ง (PARADOX) ระหว่างการคงไว้ซึ่งความเคารพแบบระบบอาวุโส และการให้อำนาจและอิสระเพื่อเสริมศักยภาพ แก่กลุ่มเจนเนเรชั่นใหม่</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ในวัฒนธรรมไทยการให้ความสำคัญกับลำดับขั้นและความเคารพต่อผู้อาวุโสมาก แต่ในขณะเดียวกัน เจนเนอเรชันใหม่ เช่น Gen Z หรือ Millennials กลับให้ความสำคัญกับความเสมอภาคและการสื่อสารแบบตรงไปตรงมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากงานวิจัยพบว่า 60% ของผู้บริหารในองค์กรที่มีโครงสร้างแบบดั้งเดิมพบว่า เกิดความตึงเครียดระหว่างเจนเนอเรชันต่าง ๆ ในที่ทำงาน ซึ่งส่งผลให้เกิดความขัดแย้งในด้านการทำงานร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลการวิจัยจึงตอกย้ำถึงความสำคัญของการสร้างสมดุลระหว่างการให้ความเคารพแบบดั้งเดิม กับการปฏิบัติแบบเปิดใจยอมรับแบบยุคใหม่ และสนับสนุนบทสรุปที่ว่าองค์กรจำเป็นต้องปลูกฝังสภาพแวดล้อมที่ซึ่งสมาชิกรู้สึกเห็นคุณค่าในตัวเอง และสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรม ไม่ว่าพนักงานคนนั้นจะมีอายุและและประสบการณ์มากน้อยเพียงใด ซึ่่งจะทำให้บริษัทสามารถดำเนินต่อไปอย่างมีประสิทธิผล</span></p>
<h3>ความเข้าใจผิดและการสื่อสารที่ล้มเหลวระหว่างเจนเนอเรชั่น</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละเจนเนอเรชันมีวิธีการสื่อสารและการให้ฟีดแบ็กที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยมีถึง 48% ของเจนเนอเรชันใหม่ที่ต้องการฟีดแบ็กแบบรายสัปดาห์ ขณะที่เจนเนอเรชันที่มากประสบการณ์มักให้ฟีดแบ็กในรูปแบบเป็นทางการเฉพาะช่วงเวลาที่กำหนด เช่น รายเดือนหรือรายไตรมาส </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งการสื่อสารที่ไม่ตรงกับความต้องการนี้นำไปสู่ความเข้าใจผิดและประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งความแตกต่างที่สำคัญมาก ๆ ในเรื่องการสื่อสารคือ แนวทางในการรับรู้และเชื่อมโยงค่านิยมของพวกเขา เจนเนอเรชั่นใหม่จะให้ความสำคัญกับการเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังของงานว่า &#8220;ทำไปทำไม (Why)&#8221; เพราะพวกเขาจะค้นหาวัตถุประสงค์และพยายามเชื่อมโยงค่านิยมส่วนตัวกับค่านิยมขององค์กรให้สอดคล้องกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่เจนเนอเรชั่นที่มากประสบการณ์จะให้ความสำคัญกับกระบวนการทำงาน โดยเน้นว่า &#8220;จะทำอย่างไร (How)&#8221; เพื่อให้งานสำเร็จตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ ความแตกต่างนี้ส่งผลต่อมุมมองในการทำงาน แรงจูงใจ และการสื่อสารของแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน</span></p>
<h3>ความเข้าใจผิดและความล้มเหลวในการสื่อสารระหว่างเจนเนอร์เรชั่นนิยามใหม่ของความสำเร็จทางอาชีพ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้น่าสนใจมาก เพราะความสำเร็จสำหรับเจนเนอเรชันใหม่ หมายถึงชัยชนะเล็ก ๆ ในทุก ๆ วัน เช่น การได้รับฟีดแบ็กในทันทีหรือความก้าวหน้าระยะสั้น โดย 72% ของเจนเนอเรชันใหม่นิยามความสำเร็จว่าเป็นการพัฒนาตนเองในทุกวัน ขณะที่เจนเนอเรชันที่มากประสบการณ์มองความสำเร็จเป็นการเดินทางระยะยาวที่ต้องใช้ความทุ่มเท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลการสำรวจเหล่านี้จึงชี้ให้เห็นชัดเจนว่า องค์กรจำเป็นต้องเชื่อมช่องว่างระหว่างเจนเนอร์เรชั่น โดยต้องรับรู้พร้อมทั้งตอบสนองต่อมุมมองเกี่ยวกับความสำเร็จทางอาชีพที่แตกต่างกันเหล่านี้ สนับสนุนทั้งความปรารถนาต่อความสำเร็จแบบทันท่วงทีของเจนเนอร์เรชั่นใหม่ และเป้าหมายแบบระยะยาวของเจนเนอร์เรชั่นมากประสบการณ์ เพื่อที่จะสามารถส่งเสริมให้เป็นองค์กรที่มีความเป็นหนึ่งใจเดียวและมีประสิทธิผลต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40482 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-4-1024x575.webp" alt="Leading the Future Forum 2024 Charting the Course for Inclusive Success 5" width="1024" height="575" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Leading the Future Forum 2024: Charting the Course for Inclusive Success 585" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-4-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-4-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-4-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-4-1536x862.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-4-2048x1149.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3>ความยืดหยุ่นในการทำงานและ Work-Life Balance</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความยืดหยุ่นในการทำงานเป็นสิ่งที่ทั้งสองเจนเนอเรชันต้องการ แต่แตกต่างกันในรูปแบบ 85% ของพนักงานเห็นว่าความสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงาน โดยเจนเนอเรชั่นใหม่ให้ความสำคัญกับการทำงานแบบ Project-Based ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ที่หลากหลาย ขณะที่เจนเนอเรชัานที่มากประสบการณ์ให้ความสำคัญกับการทำงานแบบ Remote Work ที่ช่วยให้สามารถจัดการภาระส่วนตัวและงานได้พร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม จุดร่วมที่เหมือนกันของทั้งสองเจนฯ ​คือความต้องการ </span><b>ชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งการสำรวจชี้ให้เห็นว่า องค์กรจำเป็นต้องมอบทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อให้พนักงานสามารถสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางนี้ไม่เพียงเพิ่มความพึงพอใจและประสิทธิภาพของพนักงาน แต่ยังช่วยให้องค์กรสามารถดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถจากหลากหลายเจนเนอเรชั่นด้วย</span></p>
<h3>การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นหนึ่งเดียว</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าการเชื่อมช่องว่างระหว่างเจนเนอเรชั่นเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างทีมที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีถึง 78% ของผู้นำองค์กรที่เห็นว่าการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้าใจและเคารพความแตกต่างระหว่างเจนเนอเรชันเป็นสิ่งสำคัญ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือการ เปลี่ยนตัวเองก่อนที่จะเปลี่ยนคนอื่น เพราะในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่างเจนเนอเรชั่นเกิดขึ้นซ้ำ ๆ เช่นเดียวกับที่ Baby Boomers เคยมอง Generation X แบบเดียวกับที่ Generation X มอง Generation Y</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปัจจุบัน คำว่า &#8220;เด็กสมัยนี้&#8221; จึงเป็นตัวแทนของความไม่เข้าใจที่มีระหว่างเจนเนอเรชั่นต่าง ๆ การตระหนักถึงปัญหานี้เป็นจุดเริ่มต้นในการหยุดความขัดแย้ง การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงควรเริ่มจากการเปลี่ยนตัวเองและการเปิดใจเข้าใจมุมมองของผู้อื่น ซึ่งจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เต็มไปด้วยความเคารพและความร่วมมือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งความโปร่งใสนี่แหละ ที่จะเป็นเครื่องมือในการสร้างความเชื่อมั่น (<a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/leadership-trust-240730/">Trust</a>) เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรอันเป็นหนึ่งเดียวโดยทั่วถึงกันทุกเจนเนอร์เรชั่นนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40480" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-2.webp" alt="Leading the Future Forum 2024 Charting the Course for Inclusive Success 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Leading the Future Forum 2024: Charting the Course for Inclusive Success 586" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>Panel Discussion: Charting the Course for Inclusive Success</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายด้วย Panel Discussion เกี่ยวกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานให้เป็น Inclusive Workplace ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างทางเพศ เชื้อชาติ วัฒนธรรม หรือกระทั่งช่วงวัย ผู้นำองค์กรจึงจำเป็นต้องปรับตัวและออกแบบนโยบายที่ตอบสนองความท้าทายที่หลากหลาย โดยการบรรยายประกอบไปด้วยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><strong>คุณ </strong><b>อโณทัย เวทยากร</b><span style="font-weight: 400;"> Managing Director จาก IBM Thailand</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดร. การดี เลียวไพโรจน์</b><span style="font-weight: 400;"> Chief Foresight Officer จาก Future Tales Lab by MQDG</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณ ณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร </b><span style="font-weight: 400;">Chief Business Resource Officer จาก Siam Piwat </span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งสามท่านมาแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับ </span><b>การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เท่าเทียมและสนับสนุนความหลากหลาย</b><span style="font-weight: 400;"> ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>อโณทัย เวทยากร</b><span style="font-weight: 400;"> Managing Director จาก IBM Thailand กล่าวว่า IBM เน้น </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190703-psychological-safety/"><b>Psychological Safety</b></a><span style="font-weight: 400;"> เป็นตัวตั้งต้นในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นพื้นที่ที่พนักงานกล้าแสดงความคิด โดยไม่รู้สึกแปลกแยก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย IBM จะส่งเสริมให้พนักงานสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ สร้างการยอมรับความแตกต่างด้านเพศ สีผิว ศาสนา และสัญชาติในองค์กร และให้ความสำคัญกับ Equity หรือความเท่าเทียมกันทั้งเรื่องโอกาส, รายได้, และการเติบโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้มีระบบตรวจสอบความโปร่งใส ไม่ว่าจะเป็นการโปรโมทหรือการปรับฐานเงินเดือน เพื่อสร้างความเป็นธรรมกับทุกคนในองค์กรอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อด้วย </span><b>ดร. การดี เลียวไพโรจน์ </b><span style="font-weight: 400;">จาก Future Tales Lab by MQDG ที่กล่าวถึงโครงสร้างองค์กรแบบเดิมอย่าง (Top-down) กำลังเปลี่ยนไปสู่โครงสร้างที่ยืดหยุ่นและไม่เป็นทางการมากขึ้น </span><span style="font-weight: 400;">ทั้งยังชี้ว่า อนาคต AI จะกลายเป็นผู้ช่วยสำคัญของมนุษย์ และอาจมีการพูดถึง Robot Rights หรือสิทธิของ AI และหุ่นยนต์ ในแง่ของ Inclusive ก็เป็นไปได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายเธอตั้งข้อสังเกตว่า <a href="https://th.hrnote.asia/tips/190805-generation-alpha/">Generation Alpha</a> กำลังเข้าสู่การทำงานแล้ว และมีหลายองค์กรที่เริ่มรับกลุ่มเหล่านี้เข้ามาฝึกงานเป็นที่เรียบร้อย ทำให้โลกการทำงานจะยิ่งหลากหลายมากกว่าเดิม ฉะนั้นหากองค์กรที่ปรับตัวกับเรื่องนี้ก่อน จะมีโอกาสเป็นผู้ชนะในโลกธุรกิจอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/story/hr-siampiwat-interview-230523/"><b>ณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร </b></a><span style="font-weight: 400;">จาก Siam Piwat กล่าวถึง Inclusive Workplace ว่าคือการสร้างแพลตฟอร์มที่ทุกคนสามารถแสดงออกและเชื่อมโยงกันผ่าน </span><b>Purpose</b><span style="font-weight: 400;"> หรือจุดประสงค์ร่วมกัน ไม่ใช่เพียงแค่เป้าหมายทางธุรกิจ เช่นเดียวกับการสร้าง </span><b>Core Values</b><span style="font-weight: 400;"> ที่พนักงานเข้าใจและเชื่อมโยงได้เป็นสิ่งสำคัญ โดยหน้าที่ของ HR คือการสื่อสารคุณค่าเหล่านี้อย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง Siam Piwat มีการสร้างโครงการต่าง ๆ เช่น การออกแบบเพื่อความเท่าเทียม (Universal Design) ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และมีการเปิดรับความหลากหลาย ทั้ง LGBTQ+ และคนพิการ รวมถึงการจัดกิจกรรม Pride Month เพื่อแสดงออกถึงความเท่าเทียมเป็นประจำนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้าย คุณ </span>อโณทัย เน้นย้ำถึงประเด็นหลักว่า Leader หรือผู้นำต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรและยึดมั่นในค่านิยมจนกลายเป็น Culture และ DNA โดยเฉพาะการสนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียมผ่านการออกแบบระบบและโครงสร้างองค์กร</p>
<p>ส่วน ดร. การดี ย้ำว่า โลกของการทำงานกำลังเปลี่ยนไป โดยที่ AI และหุ่นยนต์จะมีบทบาทสำคัญ และผู้นำต้องเตรียมตัวเพื่อทำงานร่วมกับหลากหลายเจนเนอเรชั่น ตั้งแต่ Baby Boomers ไปจนถึง Generation Alpha</p>
<p><span style="font-weight: 400;">และคุณ ณัฐวุฒิ ปิดท้ายว่า วัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืนจะต้องมาจากการเปิดใจรับฟังและสร้างความเท่าเทียมจากผู้นำสูงสุดขององค์กร ไม่ใช่เพียงการกำหนดนโยบาย HR อย่างเดียวนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40486 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-8-1024x576.webp" alt="Leading the Future Forum 2024 Charting the Course for Inclusive Success 8" width="1024" height="576" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Leading the Future Forum 2024: Charting the Course for Inclusive Success 587" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-8-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-8-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-8-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-8-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/Leading-the-Future-Forum-2024-Charting-the-Course-for-Inclusive-Success-8-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36629" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76.png" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Leading the Future Forum 2024: Charting the Course for Inclusive Success 588" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/leading-the-future-forum-nclusive-success-240911/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พนักงานเป็นลมบนรถไฟฟ้า: สัญญาณอันตรายเรื่อง Wellness ที่ HR ต้องรู้</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/tips/fainting-on-public-transport-240909/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/tips/fainting-on-public-transport-240909/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Sep 2024 09:57:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tips]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นลม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=40422</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT การเป็นลมระหว่างเดินทางหรือในที่ทำงานไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ ๆเพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาด้านสุขภาพ ฉะนั้น HR ควรสังเกตและรับมือกับสัญญาณนี้่อย่างใกล้ชิด สาเหตุพนักงานเป็นลมบนรถไฟฟ้ามีได้หลายประการ เช่น ความเครียดสะสมจากงานและการเดินทาง, การพักผ่อนไม่เพียงพอจากการทำงานหนัก ปัญหาสุขภาพเรื้อรัง หรือกระทั่งการบริโภคอาหารที่ไม่เพียงพอหรือไม่ถูกสุขลักษณะ บทบาทของ HR ในการดูแลสุขภาพพนักงาน จึงต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุน Wellness เช่น การออกกำลังกายและการพักผ่อนที่เหมาะสม จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพและป้องกัน Burnout เสนอโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี แนวทางที่ HR ควรดำเนินการคือกำหนดช่วงเวลาหยุดพักระหว่างวัน การให้สิทธิวันหยุดพักร้อนอย่างเพียงพอ และสนับสนุนการหยุดพักเมื่อตรวจพบอาการเหนื่อยล้าหรือป่วย เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการพักผ่อน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายบริษัทเริ่มลดการทำงานแบบ Hybrid Work กันแล้ว พร้อมเรียกพนักงานกลับมาเข้าออฟฟิศมากขึ้น ทำให้การเดินทางมาทำงานตอนเช้ากลายความท้าทายอีกครั้ง โดยเฉพาะคนเมืองที่ต้องใช้บริการรถไฟฟ้าในสภาพแออัด แน่นขนัดและเบียดเสียดในช่วงเวลาเร่งด่วน นำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม  หนึ่งในเหตุการณ์ที่พบเห็นบ่อยครั้งคือ พนักงาน “เป็นลม” ระหว่างเดินทางมาทำงาน เนื่องจากการไม่ได้ดูแลตัวเองอย่างเพียงพอ บางคนอาจไม่ได้ทานอาหารเช้า หรืออาจพักผ่อนไม่เพียงพอ แม้ว่าเหตุการณ์พนักงานเป็นลมบนรถไฟฟ้าอาจไม่มีสถิติที่ชัดเจน แต่กลับเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในโซเชียลมีเดีย ทำให้ HR และผู้บริหารองค์กรควรตระหนักถึงปัญหานี้  เพราะปัญหาเช่นนี้ ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงานโดยตรง แต่ยังสะท้อนถึงความท้าทายในการดูแล Wellness [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 240px;">
<tbody>
<tr style="height: 240px;">
<td style="width: 100%; height: 240px;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเป็นลมระหว่างเดินทางหรือในที่ทำงานไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ ๆเพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาด้านสุขภาพ ฉะนั้น HR ควรสังเกตและรับมือกับสัญญาณนี้่อย่างใกล้ชิด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สาเหตุพนักงานเป็นลมบนรถไฟฟ้ามีได้หลายประการ เช่น ความเครียดสะสมจากงานและการเดินทาง, การพักผ่อนไม่เพียงพอจากการทำงานหนัก ปัญหาสุขภาพเรื้อรัง หรือกระทั่งการบริโภคอาหารที่ไม่เพียงพอหรือไม่ถูกสุขลักษณะ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">บทบาทของ HR ในการดูแลสุขภาพพนักงาน จึงต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุน Wellness เช่น การออกกำลังกายและการพักผ่อนที่เหมาะสม จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพและป้องกัน Burnout เสนอโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แนวทางที่ HR ควรดำเนินการคือกำหนดช่วงเวลาหยุดพักระหว่างวัน การให้สิทธิวันหยุดพักร้อนอย่างเพียงพอ และสนับสนุนการหยุดพักเมื่อตรวจพบอาการเหนื่อยล้าหรือป่วย เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการพักผ่อน</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42748" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/พนักงานเป็นลมบนรถไฟฟ้า-สัญญาณอันตรายเรื่อง-Wellness-ที่-HR-ต้องรู้.webp" alt="พนักงานเป็นลมบนรถไฟฟ้า สัญญาณอันตรายเรื่อง Wellness ที่ HR ต้องรู้" width="600" height="370" title="พนักงานเป็นลมบนรถไฟฟ้า: สัญญาณอันตรายเรื่อง Wellness ที่ HR ต้องรู้ 594" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/พนักงานเป็นลมบนรถไฟฟ้า-สัญญาณอันตรายเรื่อง-Wellness-ที่-HR-ต้องรู้.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/พนักงานเป็นลมบนรถไฟฟ้า-สัญญาณอันตรายเรื่อง-Wellness-ที่-HR-ต้องรู้-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายบริษัทเริ่มลดการทำงานแบบ Hybrid Work กันแล้ว พร้อมเรียกพนักงานกลับมาเข้าออฟฟิศมากขึ้น ทำให้การเดินทางมาทำงานตอนเช้ากลายความท้าทายอีกครั้ง โดยเฉพาะคนเมืองที่ต้องใช้บริการรถไฟฟ้าในสภาพแออัด แน่นขนัดและเบียดเสียดในช่วงเวลาเร่งด่วน นำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในเหตุการณ์ที่พบเห็นบ่อยครั้งคือ พนักงาน “<a href="https://www.pobpad.com/%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1/%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%86-%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2" target="_blank" rel="noopener">เป็นลม</a>” ระหว่างเดินทางมาทำงาน เนื่องจากการไม่ได้ดูแลตัวเองอย่างเพียงพอ บางคนอาจไม่ได้ทานอาหารเช้า หรืออาจพักผ่อนไม่เพียงพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าเหตุการณ์พนักงานเป็นลมบนรถไฟฟ้าอาจไม่มีสถิติที่ชัดเจน แต่กลับเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในโซเชียลมีเดีย ทำให้ HR และผู้บริหารองค์กรควรตระหนักถึงปัญหานี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะปัญหาเช่นนี้ ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงานโดยตรง แต่ยังสะท้อนถึงความท้าทายในการดูแล <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190822-healthy-wellness-office/">Wellness</a> ของพนักงานอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะที่ HR มีบทบาทสำคัญในการดูแลพนักงาน จะมีการรับมือและป้องกันปัญหาดังกล่าวอย่างไรบ้าง ? อ่านได้จากบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Wellness กับบทบาทของ HR: สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ HR เป็นด่านแรกที่ต้องสังเกตและรับมือกับสัญญาณเหล่านี้ การที่พนักงานเป็นลมรพอะหว่างเดินทางหรือแม้แต่ในที่ทำงานควรเป็นจุดเริ่มต้นให้ทีมบริหารหันกลับมาประเมินว่าสุขภางค์รวมของพนักงานนั้นดีพอไหม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาเหล่านี้ได้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สภาวะ Burnout: </b><span style="font-weight: 400;">Burnout คือภาวะหมดไฟที่เกิดจากความเครียดสะสม ทั้งจากงานที่ล้นมือหรือขาดความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) HR ควรมีมาตรการที่ชัดเจนในการติดตามสภาพจิตใจของพนักงาน เช่น การทำแบบสำรวจความพึงพอใจ หรือเปิดช่องทางให้พนักงานสามารถร้องขอความช่วยเหลือหรือแสดงความคิดเห็นได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การส่งเสริมสุขภาพทางกายและจิต: </b><span style="font-weight: 400;">การจัดโปรแกรม Wellness ไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่ควรรวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับการพักผ่อน อาหารที่มีประโยชน์ และการบริหารจัดการความเครียด การให้พนักงานเข้าร่วมการฝึกสติ (Mindfulness) หรือกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด เช่น โยคะ หรือการฝึกหายใจ จะช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตและกาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สนับสนุนการทำงานแบบยืดหยุ่น:</b><span style="font-weight: 400;"> การปรับเวลาทำงานให้ยืดหยุ่น หรือการอนุญาตให้พนักงานทำงานจากบ้านในบางวัน จะช่วยลดความเครียดจากการเดินทางและช่วยให้พนักงานมีเวลาในการดูแลตัวเองมากขึ้น HR ควรส่งเสริมและให้การสนับสนุนการทำงานที่ยืดหยุ่นเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตพนักงาน</span></li>
</ol>
<h2><b>สาเหตุที่ทำให้พนักงานเป็นลมบนรถไฟฟ้า</b></h2>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเครียดสะสม: </b><span style="font-weight: 400;">การทำงานหนักหรือต้องทำงานล่วงเวลาบ่อย ๆ สามารถนำไปสู่ความเครียดสะสม ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม ทำให้ร่างกายอ่อนแอและเสี่ยงต่อการเป็นลมได้ง่ายขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การพักผ่อนไม่เพียงพอ:</b><span style="font-weight: 400;"> ในยุคที่เทคโนโลยีและการทำงานจากที่บ้านทำให้พนักงานสามารถทำงานได้ตลอดเวลา หลายคนจึงประสบปัญหา Burnout จากการที่ไม่สามารถพักผ่อนอย่างเต็มที่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สภาพร่างกายที่อ่อนแอ:</b><span style="font-weight: 400;"> พนักงานที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือภาวะโลหิตจาง มักมีความเสี่ยงสูงในการเกิดอาการเป็นลมเมื่อร่างกายรับแรงกดดันจากความเครียดหรือการเดินทางที่ยาวนาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม: </b><span style="font-weight: 400;">การที่พนักงานบางคนขาดการทานอาหารเช้า หรือเลือกบริโภคอาหารที่ไม่มีประโยชน์ อาจทำให้ร่างกายขาดพลังงานและเกิดอาการวิงเวียนหรือเป็นลมได้</span></li>
</ol>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://x.com/BTS_SkyTrain/status/1807625256145916372/photo/1"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40424 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/GRX3xQlbEAAPWPc-1024x1024.webp" alt="fainting on public transport" width="1024" height="1024" title="พนักงานเป็นลมบนรถไฟฟ้า: สัญญาณอันตรายเรื่อง Wellness ที่ HR ต้องรู้ 595" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/GRX3xQlbEAAPWPc-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/GRX3xQlbEAAPWPc-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/GRX3xQlbEAAPWPc-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/GRX3xQlbEAAPWPc-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/GRX3xQlbEAAPWPc-1536x1536.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/GRX3xQlbEAAPWPc-2048x2048.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางรถไฟฟ้า <a href="https://www.facebook.com/watch/?v=492703058608734" target="_blank" rel="noopener">BTS SkyTrain</a> เคยเขียนข้อความผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลของตัวเองว่า หากมีอาการหน้ามืดเวียนหัว คล้ายจะเป็นลม บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ไม่ต้องกังวลไป รถไฟฟ้าบีทีเอสมีห้องปฐมพยาบาลให้บริการทุกสถานี</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ได้ทันที</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ภายในสถานีหรือชั้นจำหน่ายตั๋ว แจ้งเจ้าหน้าที่ หรือ รปภ.</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">บนชั้นชานชาลา ให้ผู้ป่วยถอยออกจากเส้นเหลือง หรือนั่งลงกับพื้น แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ในขบวนรถไฟฟ้า กด&#8221;ปุ่มกระดิ่ง&#8221; แจ้งเจ้าหน้าที่ควบคุมรถไฟฟ้าผ่านทางชุดอุปกรณ์สื่อสาร จะมีเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือในสถานีถัดไป</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้บีทีเอสมีการอบรมพนักงานในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อให้การปฐมพยาบาล และการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน สามารถช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยให้พ้นจากอันตรายได้อย่างถูกต้อง</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40425 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DALL·E-2024-09-09-16.33.24-Inside-a-BTS-train-in-Bangkok-a-woman-appears-to-be-feeling-faint-gripping-a-pole-as-she-is-about-to-pass-out.-She-looks-pale-with-her-eyes-half-cl.webp" alt="fainting on public transport" width="1024" height="1024" title="พนักงานเป็นลมบนรถไฟฟ้า: สัญญาณอันตรายเรื่อง Wellness ที่ HR ต้องรู้ 596" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DALL·E-2024-09-09-16.33.24-Inside-a-BTS-train-in-Bangkok-a-woman-appears-to-be-feeling-faint-gripping-a-pole-as-she-is-about-to-pass-out.-She-looks-pale-with-her-eyes-half-cl.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DALL·E-2024-09-09-16.33.24-Inside-a-BTS-train-in-Bangkok-a-woman-appears-to-be-feeling-faint-gripping-a-pole-as-she-is-about-to-pass-out.-She-looks-pale-with-her-eyes-half-cl-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DALL·E-2024-09-09-16.33.24-Inside-a-BTS-train-in-Bangkok-a-woman-appears-to-be-feeling-faint-gripping-a-pole-as-she-is-about-to-pass-out.-She-looks-pale-with-her-eyes-half-cl-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/DALL·E-2024-09-09-16.33.24-Inside-a-BTS-train-in-Bangkok-a-woman-appears-to-be-feeling-faint-gripping-a-pole-as-she-is-about-to-pass-out.-She-looks-pale-with-her-eyes-half-cl-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>บทบาทของ HR ในการสนับสนุนด้าน Wellness ของพนักงาน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ Wellness หรือสุขภาพองค์รวมของพนักงานกลายเป็นประเด็นสำคัญในที่ทำงาน HR ต้องทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนและผลักดันเรื่องสุขภาพองค์รวมของพนักงาน ผ่านการจัดการปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้น Wellness:</b><span style="font-weight: 400;"> องค์กรควรเน้นการสร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกาย หรือการให้เวลาพนักงานพักผ่อนเพียงพอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การให้ข้อมูลและการอบรมเกี่ยวกับสุขภาพ:</b><span style="font-weight: 400;"> HR สามารถจัดอบรมให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพในด้านต่าง ๆ เช่น การเลือกทานอาหาร การจัดการความเครียด และวิธีป้องกัน Burnout</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>โปรแกรมสุขภาพเชิงรุก: </b><span style="font-weight: 400;">องค์กรควรมีโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี และส่งเสริมให้พนักงานดูแลสุขภาพของตนเอง เช่น การจัดกิจกรรมเดินวิ่งในองค์กร การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการออกกำลังกาย หรือการมีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในด้านโภชนาการ</span></li>
</ul>
<h2><b>HR ควรให้พนักงานหยุดพักไหม ? คำตอบคือ &#8220;ควร&#8221; เป็นอย่างยิ่ง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากการหยุดพักเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและจิตใจของพนักงาน ซึ่งจะส่งผลให้พนักงานมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นในระยะยาว</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">ทำไมการหยุดพักถึงสำคัญ?</span></h3>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ป้องกันการเกิด Burnout:</b><span style="font-weight: 400;"> การทำงานต่อเนื่องโดยไม่มีเวลาพักสามารถนำไปสู่ภาวะ Burnout หรือการหมดไฟในการทำงานได้ การให้พนักงานหยุดพักจะช่วยให้พวกเขาฟื้นฟูพลังงาน ลดความเหนื่อยล้า และเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพจิตและส่งเสริมความยั่งยืนในงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: </b><span style="font-weight: 400;">มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ชี้ว่า การหยุดพักสั้น ๆ ระหว่างการทำงานช่วยให้พนักงานกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินไปอาจทำให้สมองล้าและประสิทธิภาพการคิดลดลง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม: </b><span style="font-weight: 400;">การหยุดพักช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง หรือปัญหาด้านสุขภาพจิต พนักงานที่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอจะมีสุขภาพกายและจิตที่ดีขึ้น ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและการทำงานที่ดีขึ้นตามมา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance):</b><span style="font-weight: 400;"> การให้เวลาหยุดพักหรือพักร้อนจะช่วยให้พนักงานมีเวลาใช้ชีวิตส่วนตัวมากขึ้น ลดความเครียดและความกดดันในการทำงาน รวมถึงช่วยรักษาความสุขในชีวิตส่วนตัวและการทำงานไปพร้อม ๆ กัน</span></li>
</ol>
<h2><b>แนวทางที่ HR ควรดำเนิน หากต้องการให้พนักงานหยุดพัก</b></h2>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กำหนดช่วงเวลาหยุดพักระหว่างวัน:</b><span style="font-weight: 400;"> การสนับสนุนให้พนักงานหยุดพักสั้น ๆ ระหว่างวัน เช่น การพักช่วงกลางวัน หรือการให้มีช่วงเบรกทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง จะช่วยให้พนักงานผ่อนคลายและกลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ให้สิทธิวันหยุดพักร้อนและการลาหยุดที่เพียงพอ:</b><span style="font-weight: 400;"> HR ควรจัดให้มีสิทธิวันหยุดพักร้อนอย่างน้อยปีละ 10-15 วัน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัท เพื่อให้พนักงานสามารถวางแผนการพักผ่อนได้ตามความต้องการของตนเอง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สนับสนุนการหยุดพักเมื่อพนักงานมีอาการป่วยหรือเหนื่อยล้า:</b><span style="font-weight: 400;"> หากพบว่าพนักงานมีสัญญาณของการเหนื่อยล้าหรือสุขภาพไม่ดี HR ควรสนับสนุนให้พนักงานหยุดพักหรือลางานเพื่อรักษาสุขภาพ ไม่ควรกดดันให้พนักงานทำงานในสภาพที่ไม่พร้อม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการพักผ่อน: </b><span style="font-weight: 400;">องค์กรควรสร้างวัฒนธรรมที่ไม่เน้นการทำงานหนักเกินไป แต่เน้นการพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายอย่างเหมาะสม เช่น การจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพ การฝึกโยคะ หรือการสร้างพื้นที่พักผ่อนภายในสำนักงาน</span></li>
</ol>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24761" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/shutterstock_298205393-1.jpeg" alt="shutterstock 298205393 1" width="500" height="334" title="พนักงานเป็นลมบนรถไฟฟ้า: สัญญาณอันตรายเรื่อง Wellness ที่ HR ต้องรู้ 597" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/shutterstock_298205393-1.jpeg 500w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/shutterstock_298205393-1-300x200.jpeg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h2><b>เพราะ Wellness เป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็นลมของพนักงานบนรถไฟฟ้าเป็นมากกว่าปัญหาสุขภาพเฉพาะหน้า แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาด้าน Wellness ที่ HR ต้องเร่งมือในการจัดการ เพราะเมื่อสุขภาพของพนักงานได้รับการดูแลที่ดี ทั้งสุขภาพจิตและกาย ผลงานและประสิทธิภาพการทำงานจะตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก HR สามารถสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ใส่ใจสุขภาพพนักงานได้ดี จะช่วยให้องค์กรสามารถรักษาพนักงานที่มีคุณภาพและป้องกันปัญหาด้านสุขภาพที่อาจนำไปสู่การขาดงานหรือประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก HR ต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้วย Wellness สามารถเข้ามาค้นหาได้ที่ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/28">HREX</a></span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="พนักงานเป็นลมบนรถไฟฟ้า: สัญญาณอันตรายเรื่อง Wellness ที่ HR ต้องรู้ 598" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/tips/fainting-on-public-transport-240909/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หากองค์กรต้องการใช้ AI อย่าลืมพัฒนากลยุทธ์การทำงานของพนักงานด้วย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-global-talent-trends-asia-240813/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-global-talent-trends-asia-240813/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Aug 2024 08:32:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tech]]></category>
		<category><![CDATA[ai]]></category>
		<category><![CDATA[Global Talent Trends Asia 2024]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=40086</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ปี 2024 การนำ AI มาใช้ในองค์กรเอเชียกำลังเพิ่มขึ้น แต่ไม่ควรลืมพัฒนาพนักงานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ 41% ของผู้บริหารเชื่อว่า AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ 53% กังวลว่าพนักงานอาจไม่พร้อมปรับตัว การปรับเปลี่ยนวิธีทำงานและการสร้างความไว้วางใจ (Trust) เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของการนำ AI มาใช้ในองค์กร ปี 2024 หลายองค์กรในเอเชียกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่การนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเดียวไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานและพัฒนาพนักงานคนเก่ง (Talent) ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีนั้นด้วย Global Talent Trends Asia 2024 จาก Mercer ได้สำรวจจากผู้บริหารธุรกิจ ผู้นำด้านทรัพยากรบุคคล พนักงาน และนักลงทุนจำนวน 12,000 คน จาก 16 อุตสาหกรรม และจาก 10 ประเทศในเอเชีย พบว่า การลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นทั้งความท้าทายและโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร โดย 41% [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ปี 2024 การนำ AI มาใช้ในองค์กรเอเชียกำลังเพิ่มขึ้น แต่ไม่ควรลืมพัฒนาพนักงานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">41% ของผู้บริหารเชื่อว่า AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ 53% กังวลว่าพนักงานอาจไม่พร้อมปรับตัว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การปรับเปลี่ยนวิธีทำงานและการสร้างความไว้วางใจ (Trust) เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของการนำ AI มาใช้ในองค์กร</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40087" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Global-Talent-Trends-Asia-2024-Cover.webp" alt="Global Talent Trends Asia 2024" width="600" height="370" title="หากองค์กรต้องการใช้ AI อย่าลืมพัฒนากลยุทธ์การทำงานของพนักงานด้วย 604" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Global-Talent-Trends-Asia-2024-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Global-Talent-Trends-Asia-2024-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2024 หลายองค์กรในเอเชียกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่การนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเดียวไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานและพัฒนาพนักงานคนเก่ง (Talent) ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีนั้นด้วย</span></p>
<p><a href="https://www.mercer.com/en-sg/insights/people-strategy/future-of-work/gtt-asia/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Global Talent Trends Asia 2024</span></a><span style="font-weight: 400;"> จาก Mercer ได้สำรวจจากผู้บริหารธุรกิจ ผู้นำด้านทรัพยากรบุคคล พนักงาน และนักลงทุนจำนวน 12,000 คน จาก 16 อุตสาหกรรม และจาก 10 ประเทศในเอเชีย พบว่า</span><b> การลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (<a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-solutions-240405/">AI</a>) เป็นทั้งความท้าทายและโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร </b><span style="font-weight: 400;">โดย 41% ของผู้บริหารเชื่อว่า การลงทุนในจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจได้มากที่สุด ซึ่งนอกจาก AI จะเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานแล้ว แต่ยังเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานของพนักงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังมีหลายปัจจัยที่เป็นความท้าทายอยู่ เช่น </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความสามารถในการปรับตัวของพนักงาน</b><span style="font-weight: 400;">: 53% ของผู้บริหารเชื่อว่า ทาเลนต์ของตัวเองไม่มีความสามารถในการปรับตัวได้เพียงพอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การปรับตัวของแรงงาน</b><span style="font-weight: 400;">: 86% ของผู้บริหารเชื่อว่า น้อยกว่าครึ่งของแรงงานจะสามารถปรับตัวได้ หากงานของพวกเขาถูกเปลี่ยนหรือยกเลิกโดย AI</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>แรงบันดาลใจในการใช้เทคโนโลยี</b><span style="font-weight: 400;">: 59% ของผู้บริหารกังวลว่า องค์กรของพวกเขายังไม่ได้ทำเพียงพอในการกระตุ้นให้พนักงานยอมรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความพึงพอใจในการทำงาน</b><span style="font-weight: 400;">: 40% ของแรงงานเองก็ระบุว่า พวกเขาไม่รู้สึกว่ากำลังเติบโตในที่ทำงานเลย</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นแล้ว</span><b> การสร้างสมดุลระหว่าง ‘การนำเทคโนโลยีมาใช้’ และ ‘กลยุทธ์การทำงานของพนักงาน’ จึงเป็นสิ่งสำคัญ </b><span style="font-weight: 400;">เพราะหากองค์กรต้องการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างแท้จริง การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องเกิดจากการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานและการสร้างความไว้วางใจ (<a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/leadership-trust-240730/">Trust</a>) จากพนักงาน ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการพัฒนากลยุทธ์ด้าน HR ดังต่อไปนี้</span></p>

<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24171" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/c9f12f6ef2f871fe074862820a90123b.jpg" alt="c9f12f6ef2f871fe074862820a90123b" width="1000" height="438" title="หากองค์กรต้องการใช้ AI อย่าลืมพัฒนากลยุทธ์การทำงานของพนักงานด้วย 605" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/c9f12f6ef2f871fe074862820a90123b.jpg 1000w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/c9f12f6ef2f871fe074862820a90123b-300x131.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/c9f12f6ef2f871fe074862820a90123b-768x336.jpg 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h2><b>1. เพิ่มประสิทธิภาพด้วยการมีมนุษยธรรม (Human-Centric Productivity)</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้นำองค์กรต้องให้ความสำคัญ คือ </span><b>การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานผ่านการมองมนุษย์เป็นมนุษย์</b><span style="font-weight: 400;"> โดย 63% ของผู้นำฝ่ายทรัพยากรบุคคลบอกว่า การปรับเปลี่ยนงานและการวางแผนกำลังคน เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ องค์กรควรวางแผนแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพ ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ออกแบบงานและวางแผนกำลังคนใหม่ โดยเน้นที่ทักษะของพนักงานที่ต้องการเป็นหลัก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ประเมิน พัฒนา และให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมทักษะมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ให้รางวัลกับการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะ เช่น การเรียนหลักสูตรและการรับรองต่าง ๆ</span></li>
</ul>
<h2><b>2. สร้างความไว้วางใจและความเท่าเทียม (Trust &amp; Equity)</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">รู้ไหมว่าพนักงานมีความเชื่อใจบริษัทน้อยลง โดยสถิติบอกว่า ความไว้วางใจของพนักงานลดลงจาก 80% ในปี 2022 เหลือเพียง 65% ในปี 2024 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุหลักที่ทำให้ความไว้วางใจลดลงคือ องค์กรผิดคำสัญญากับพนักงาน  (45%) เช่น การไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งหรือการขึ้นเงินเดือน, การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม/ไม่เท่าเทียมกัน (37%) และ การเปลี่ยนแปลงองค์กรบ่อยครั้ง (35%)ฉะนั้น การสร้างความไว้วางใจระหว่างองค์กรและพนักงานเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสามารถทำได้ผ่านกลยุทธ์ดังนี้:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในองค์กรให้กับพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รับฟังและให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มั่นใจว่าค่านิยมที่สื่อสารออกไปภายนอกองค์กร ตรงกับที่พนักงานได้รับภายในองค์กร</span></li>
</ul>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40113" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/napkin-selection.webp" alt="Global Talent Trends Asia 2024 Cover" width="566" height="470" title="หากองค์กรต้องการใช้ AI อย่าลืมพัฒนากลยุทธ์การทำงานของพนักงานด้วย 606" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/napkin-selection.webp 566w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/napkin-selection-300x249.webp 300w" sizes="(max-width: 566px) 100vw, 566px" /></p>
<p><strong>5 เหตุผลที่ทำให้พนักงานยังรู้สึกอยากอยู่กับองค์กร</strong></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความมั่นคงในการทำงาน (Job Security)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรม (Fair Pay)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมองค์กร (Work Culture)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โอกาสในการเรียนรู้ (Learning Opportunity)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การทำงานที่ยืดหยุ่น (Flex Working)</span></li>
</ol>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>3. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันขององค์กร (Corporate Immune System)</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันขององค์กรเป็นสิ่งจำเป็น เพราะทำให้แรงงานสามารถปรับตัวและทนทานต่อความท้าทายต่าง ๆ ได้ ฉะนั้นการสร้างแรงงานที่มีความยืดหยุ่นทางจิตใจ จึงช่วยให้องค์กรสามารถรักษาประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับความพึงพอใจของพนักงานได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้จากสถิติมีสาเหตุหลักที่ทำให้พนักงาน<a href="https://th.hrnote.asia/tips/190731-burnoutsyndrome/">หมดไฟ</a> ดังนี้:</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความเครียดทางการเงิน (44%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความเหนื่อยล้าจากการทำงาน (40%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีปริมาณงานที่มากเกินไป (38%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สมดุลระหว่างงานและชีวิตที่ไม่ดี (31%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การมีเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่มากเกินไป (31%)</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นแนวทางการรับมือกับปัญหานี้องค์กรจึงควรให้ความสำคัญกับความกังวลของพนักงาน เช่น <a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/financial-problem-matter-220816/">ให้คำปรึกษาทางการเงิน</a>และสิทธิประโยชน์ที่ยืดหยุ่น รวมไปถึง</span><span style="font-weight: 400;">การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัวให้ได้</span></p>
<h2><b>4. สร้างวัฒนธรรมดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก (Digital-First Culture)</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลไม่ควรแค่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ควรสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้พนักงานสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะมีพนักงาน 58% ที่จะรู้สึกตื่นเต้นที่จะลองใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ขณะที่จะทำให้พนักงาน 31% รู้สึกว่ามีเครื่องมือและแพลตฟอร์มมากเกินไปแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น เพื่อสร้างวัฒนธรรมดิจิทัล แนวทางสำคัญในการสร้างวัฒนธรรม คือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พยายามสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานในการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ฟังและสื่อสารกับพนักงานเกี่ยวกับการลงทุนทางเทคโนโลยีอย่างสม่ำเสมอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เสนอการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง</span></li>
</ul>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-solutions-240405/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38245" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-_25_.webp" alt="แจกลิสต์ AI Solutions เครื่องมือแห่งอนาคต ช่วย HR ทำงานสะดวก" width="600" height="370" title="หากองค์กรต้องการใช้ AI อย่าลืมพัฒนากลยุทธ์การทำงานของพนักงานด้วย 607" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-_25_.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-_25_-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-solutions-240405/">9 AI Solutions เครื่องมือแห่งอนาคต ช่วย HR ทำงานสะดวก</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะ AI มาใช้ในองค์กรจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ แต่ความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้นำในการปรับวิธีการทำงานและสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานไว้วางใจและพร้อมพัฒนาทักษะของตนเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับตัวและยอมรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในระยะยาวขององค์กรต่อไป</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="หากองค์กรต้องการใช้ AI อย่าลืมพัฒนากลยุทธ์การทำงานของพนักงานด้วย 608" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-global-talent-trends-asia-240813/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 ขั้นตอนในการสร้าง HR Strategy อย่างมีประสิทธิภาพจาก Gartner</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/5-hr-strategy-240809/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/5-hr-strategy-240809/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Aug 2024 10:30:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[HR Strategy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=40076</guid>

					<description><![CDATA[เพื่อน ๆ เคยประสบปัญหากับการวางแผนกลยุทธ์ HR ที่ไม่สามารถนำไปใช้ได้จริงหรือไม่? หรือบางครั้งคุณอาจจะคิดแผนมาแล้ว แต่ก็พบว่ามันไม่สอดคล้องกับการดำเนินงานขององค์กร?  ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะคุณไม่ได้เผชิญปัญหานี้เพียงคนเดียว  เมื่อการสำรวจพบว่า มีผู้นำด้านทรัพยากรบุคคลเพียง 32% เท่านั้นที่สามารถประยุกต์ใช้ HR Strategy ของตนเข้ากับการวางแผนธุรกิจขององค์กรได้อย่างเต็มที่ ฉะนั้นเพื่อแก้ไขปัญหานี้ เราจึงขอแนะนำวิธีการสร้าง HR Strategy ที่แข็งแกร่งโดยอิงตามแนวทางของ Gartner ผ่าน 5 ขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้ HR ทุกคน สามารถพัฒนากลยุทธ์ที่ใช้ได้จริงและสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร ขั้นตอนที่ 1: ทำความเข้าใจกลยุทธ์และเป้าหมายขององค์กร เราเคยได้ยินบทบาท HR ในฐานะ Business Partner มานานแล้ว ทำให้พื้นฐานสำคัญของ HR Strategy คือการเข้าใจพันธกิจ วิสัยทัศน์และวัตถุประสงค์ทางธุรกิจขององค์กรที่ตัวเอง เพราะยิ่งเราเข้าใจเป้าหมายขององค์กรมากเท่าไหร่ เราก็จะวางแผนกลยุทธ์ได้แม่นยำมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นผู้นำ HR ควรร่วมมือกับผู้บริหารระดับสูงเพื่อยืนยันว่าลำดับความสำคัญทางธุรกิจสำหรับฟังก์ชัน HR เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมาย เคล็ดลับในการทำให้กลยุทธ์ HR สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ: พูดคุยกับ CEO อย่างสม่ำเสมอ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42738" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/5-ขั้นตอนในการสร้าง-HR-Strategy-อย่างมีประสิทธิภาพจาก-Gartner.webp" alt="5 ขั้นตอนในการสร้าง HR Strategy อย่างมีประสิทธิภาพจาก Gartner" width="600" height="370" title="5 ขั้นตอนในการสร้าง HR Strategy อย่างมีประสิทธิภาพจาก Gartner 612" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/5-ขั้นตอนในการสร้าง-HR-Strategy-อย่างมีประสิทธิภาพจาก-Gartner.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/5-ขั้นตอนในการสร้าง-HR-Strategy-อย่างมีประสิทธิภาพจาก-Gartner-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อน ๆ เคยประสบปัญหากับการวางแผนกลยุทธ์ HR ที่ไม่สามารถนำไปใช้ได้จริงหรือไม่? หรือบางครั้งคุณอาจจะคิดแผนมาแล้ว แต่ก็พบว่ามันไม่สอดคล้องกับการดำเนินงานขององค์กร? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะคุณไม่ได้เผชิญปัญหานี้เพียงคนเดียว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อการสำรวจพบว่า มีผู้นำด้านทรัพยากรบุคคลเพียง 32% เท่านั้นที่สามารถประยุกต์ใช้ HR Strategy ของตนเข้ากับการวางแผนธุรกิจขององค์กรได้อย่างเต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นเพื่อแก้ไขปัญหานี้ เราจึงขอแนะนำวิธีการสร้าง HR Strategy ที่แข็งแกร่งโดยอิงตามแนวทางของ <a href="https://www.gartner.com/en/documents/3984762" target="_blank" rel="noopener">Gartner</a> ผ่าน 5 ขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้ HR ทุกคน สามารถพัฒนากลยุทธ์ที่ใช้ได้จริงและสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร</span></p>

<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40078 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HR-Strategy-1-1024x709.webp" alt="5 HR Strategy " width="1024" height="709" title="5 ขั้นตอนในการสร้าง HR Strategy อย่างมีประสิทธิภาพจาก Gartner 613" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HR-Strategy-1-1024x709.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HR-Strategy-1-300x208.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HR-Strategy-1-768x532.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HR-Strategy-1.webp 1207w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>ขั้นตอนที่ 1: ทำความเข้าใจกลยุทธ์และเป้าหมายขององค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเคยได้ยินบทบาท HR ในฐานะ Business Partner มานานแล้ว ทำให้พื้นฐานสำคัญของ HR Strategy คือการเข้าใจพันธกิจ วิสัยทัศน์และวัตถุประสงค์ทางธุรกิจขององค์กรที่ตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะยิ่งเราเข้าใจเป้าหมายขององค์กรมากเท่าไหร่ เราก็จะวางแผนกลยุทธ์ได้แม่นยำมากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นผู้นำ HR ควรร่วมมือกับผู้บริหารระดับสูงเพื่อยืนยันว่าลำดับความสำคัญทางธุรกิจสำหรับฟังก์ชัน HR เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมาย</span></p>
<h3><b>เคล็ดลับในการทำให้กลยุทธ์ HR สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ:</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พูดคุยกับ CEO อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการพบปะแบบเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ เพื่อหารือเกี่ยวกับลำดับความสำคัญและกลยุทธ์ทางธุรกิจในปัจจุบันขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ร่วมมือกับ CFO โดยทบทวนข้อมูลการเงินและงบกำไรขาดทุนเป็นประจำ อาจเข้าร่วมการประชุมทางธุรกิจเพื่อหารือเกี่ยวกับลำดับความสำคัญและแนวทางในการใช้เงินขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พยายามเช็ครายงานการวิเคราะห์ตลาดรายไตรมาส หรือหารือเกี่ยวกับผลการวิจัยตลาดที่กระทบต่อความสำคัญทางธุรกิจ</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ขั้นตอนที่ 2: ระบุขีดความสามารถ (Capabilities) และทักษะ (Skill) ที่จำเป็นสำหรับอนาคต</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ควรพบปะกับผู้จัดการในแต่ละหน่วยธุรกิจโดยเฉพาะ Middle Manager เพื่อทำความเข้าใจว่า เป้าหมายขององค์กรมีผลกระทบต่อพนักงานของหน่วยงานนั้น ๆ มากน้อยแค่ไหน ? เช่น การปรับตัว AI Transformations จะกระทบการทำงานของหน่วยใดบ้าง เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นในขั้นตอนนี้ HR ควรพูดคุยกับหัวหน้าของแต่ละฟังก์ชัน เพื่อทำความเข้าใจว่ากลยุทธ์ที่คิดมาจะส่งผลต่อแต่ละส่วนอย่างไร และพวกเขาต้องการความช่วยเหลืออะไรจาก HR บ้างในอนาคต</span></p>
<h3><b>คำถามตัวอย่างในการพูดคุยกับ Middle Manager :</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทักษะอะไรที่จำเป็นต้องมี เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความเชี่ยวชาญใดที่จะเร่งให้เกิดการบรรลุเป้าหมายหรือเพิ่มความสามารถขององค์กรจนประสบความสำเร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หากพิจารณาความเสี่ยง (เช่น คู่แข่ง) อะไรคือผลกระทบและความเป็นไปได้ที่จะทำให้เราสูญเสียพนักงานคนเก่งไป ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อะไรคือปัญหาเร่งด่วนที่หัวหน้าและผู้นำเห็นพ้องต้องการว่าต้องได้รับการแก้ไขเพื่อให้องค์กรประสบความสำเร็จ?</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ขั้นตอนที่ 3: ประเมินขีดสามารถ (Capabilities) และ ทักษะ (Skill) ในปัจจุบัน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวางขีดความสามารถและทักษะในอนาคตแล้ว อย่าลืมประเมินขีดความสามารถและทักษะในปัจจุบันขององค์กรด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้จะช่วยให้ HR เข้าใจผลกระทบของกลยุทธ์ และสามารถระบุช่องว่างระหว่างปัจจุบันและอนาคตได้ ซึ่งควรดึงผู้บริหารจากฝ่ายต่าง ๆ มาพูดคุยด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ตัวอย่างการประเมิน:</b></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>เป้าหมายขององค์กร</b></td>
<td><b>เรามีทักษะที่จำเป็นหรือไม่? (ใช่/ไม่)</b></td>
<td><b>เรามีทรัพยากรที่จำเป็นหรือไม่? (ใช่/ไม่)</b></td>
<td><b>ถ้าไม่, ต้องการทักษะและ/หรือทรัพยากรอะไร?</b></td>
<td><b>งบประมาณที่เกี่ยวข้อง</b></td>
<td><b>ต้องการกรณีธุรกิจหรือไม่?</b></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ขยายตลาดในเอเชีย</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ไม่</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ไม่</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">จ้างงานและ/หรือย้ายที่ตั้งพนักงาน 200 คน เพื่อดูแลสำนักงานในเอเชีย</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">แพคเกจค่าตอบแทนและสวัสดิการ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ไม่</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ขั้นตอนที่ 4: กำหนดเป้าหมายและเกณฑ์ความสำเร็จของ HR</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อเอื้อให้กลยุทธ์ HR ประสบความสำเร็จมากขึ้น เราต้องเริ่มจากการพัฒนาวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน และกำหนดเกณฑ์ในการวัดผล เพื่อประเมินว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การตั้งเป้าหมายควรพิจารณาว่า อะไรคือความสำเร็จในระยะยาวสำหรับฟังก์ชัน HR โดยสามารถระบุตัวชี้วัดที่สำคัญสัก 4-7 ตัว ที่มีความเฉพาะเจาะจง วัดผลได้ และเชื่อมโยงกับเป้าหมายด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ตัวอย่างขั้นตอนสำคัญในการพัฒนากลยุทธ์ HR:</b></h3>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กำหนดวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ของ HR โดยอิงจากเป้าหมายทางธุรกิจ</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">เช่น การสนับสนุนการขยายตลาดผ่านการเข้าซื้อกิจการ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ระบุวัตถุประสงค์ด้านบุคลากรที่เป็นไปได้</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">เช่น การหาพนักงานใหม่ หรือการย้ายพนักงานปัจจุบัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ระดมความคิดเกี่ยวกับขั้นตอนที่ HR ต้องดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ด้านบุคลากร</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">เช่น การสรรหาพนักงานในพื้นที่ การรับพนักงานจากบริษัทที่ถูกเข้าซื้อ หรือการพัฒนาชุดการย้ายถิ่นฐานสำหรับพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กำหนดการมีส่วนร่วมของส่วนย่อยต่างๆ</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">เช่น ฝ่ายการสรรหาพนักงาน ฝ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการ หรือฝ่ายการพัฒนาและฝึกอบรม</span></li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ขั้นตอนที่ 5: สื่อสารกลยุทธ์ HR ของคุณ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องสื่อสารกลยุทธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียงอย่างชัดเจนและกระชับ เน้นที่ใจความสำคัญของกลยุทธ์ และสรุปวัตถุประสงค์หลักที่องค์กรกำลังจะมุ่งไปในปีหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เราสามารถปรับแต่งเทคนิคการสื่อสารให้เหมาะกับผู้ฟังแต่ละกลุ่ม เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในบางเรื่องได้</span></p>
<h3><b>เคล็ดลับในการสื่อสารกลยุทธ์กับทุกคน:</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สำหรับ C-Suite และคณะกรรมการบริหาร: </b><span style="font-weight: 400;">ให้พูดถึงภาพรวมระดับสูงของกลยุทธ์ว่าสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กรอย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สำหรับหัวหน้าฝ่าย:</b><span style="font-weight: 400;"> แสดงประโยชน์ของกลยุทธ์ HR ที่จะสอดคล้องกับแต่ละหน่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้อง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สำหรับผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรงของหัวหน้า HR:</b><span style="font-weight: 400;"> หาตัวแทน HR ระดับภูมิภาคหรือระดับโลกสามารถสร้างผลกระทบและสนับสนุนแผนกลยุทธ์ HR ได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สำหรับผู้จัดการ HR และพนักงาน: </b><span style="font-weight: 400;">อธิบายว่ากลยุทธ์มีความเกี่ยวข้องกับแผนธุรกิจและทิศทางขององค์กรอย่างไร และจะส่งผลต่อการทำงานประจำวันของพวกเขาอย่างไร</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถพัฒนาHR Strategy ที่สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ และสนับสนุนการเติบโตและความสำเร็จขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สมกับการเป็น <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211105-what-is-hrbp/">HR Business Partner</a> อย่างแท้จริง</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="5 ขั้นตอนในการสร้าง HR Strategy อย่างมีประสิทธิภาพจาก Gartner 614" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/5-hr-strategy-240809/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Voice of HR ของ โน้ต &#8211; ศรัณย์: เสียงที่ประสานองค์กรไว้เป็นหนึ่งเดียว</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrpeople/voice-of-hr-note-sarun-240802/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrpeople/voice-of-hr-note-sarun-240802/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Aug 2024 03:35:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR People]]></category>
		<category><![CDATA[โน้ต ศรัณย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=39987</guid>

					<description><![CDATA[&#8220;เพลง” บทหนึ่งจะไพเราะก็ต่อเมื่อมี “เสียง” หลาย ๆ เสียงมาประสานกัน ผ่านท่วงทำนองและจังหวะที่เหมาะสม ไม่ต่างอะไรจากโครงสร้างของ “องค์กร” หากทุกคนองค์กรที่ทำงานสอดประสานกัน ก็จะเกิดประสิทธิภาพในการทำงาน และหนึ่งในหน่วยงานที่คอยเชื่อมทุกฝ่ายเข้าด้วยกันก็คือแผนก HR หรือทรัพยากรบุคคลนั่นเอง HREX ได้คุยกับคุณ โน้ต &#8211; ศรัณย์ คุ้งบรรพต ซึ่งหลายคนอาจรู้จักเขาในฐานะนักร้องเสียงคุณภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าหมวกอีกใบเขาคือ Head of Talent Management and Organization Culture Department ประจำ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เขาไม่เพียงมีชื่อที่เหมือนกับตัวโน้ตในบทเพลงเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการฟังและประสานเสียงทุกเสียงในองค์กรให้กลายหนึ่งเดียวกันอย่าง Voice of Krungsri ด้วยเหตุนี้เสียงของคุณโน้ต &#8211; ศรัณย์ ไม่ได้มีไว้เพื่อร้องเพลงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเสียงที่สร้างแรงบันดาลใจและความเชื่อมั่นให้กับทุกคนในองค์กรด้วย วันนี้มาร่วมฟังเสียงของผู้ใช้หัวใจในการสร้างสรรค์และพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง ในบทบาทที่มีคุณค่าอย่าง HR ผ่านบทสัมภาษณ์นี้ คุณเริ่มเดินทางในเส้นทางดนตรี และในขณะเดียวกันก็ยังเดินเส้นทาง HR ด้วย ทั้งสองเส้นทางนี้เริ่มต้นได้อย่างไร ศรัณย์: ถ้าพูดถึงดนตรี [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42760" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Voice-of-HR-ของ-โน้ต-ศรัณย์-เสียงที่ประสานองค์กรไว้เป็นหนึ่งเดียว.webp" alt="Voice of HR ของ โน้ต - ศรัณย์ เสียงที่ประสานองค์กรไว้เป็นหนึ่งเดียว" width="600" height="370" title="Voice of HR ของ โน้ต - ศรัณย์: เสียงที่ประสานองค์กรไว้เป็นหนึ่งเดียว 620" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Voice-of-HR-ของ-โน้ต-ศรัณย์-เสียงที่ประสานองค์กรไว้เป็นหนึ่งเดียว.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Voice-of-HR-ของ-โน้ต-ศรัณย์-เสียงที่ประสานองค์กรไว้เป็นหนึ่งเดียว-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เพลง” บทหนึ่งจะไพเราะก็ต่อเมื่อมี “เสียง” หลาย ๆ เสียงมาประสานกัน ผ่านท่วงทำนองและจังหวะที่เหมาะสม ไม่ต่างอะไรจากโครงสร้างของ “องค์กร” หากทุกคนองค์กรที่ทำงานสอดประสานกัน ก็จะเกิดประสิทธิภาพในการทำงาน และหนึ่งในหน่วยงานที่คอยเชื่อมทุกฝ่ายเข้าด้วยกันก็คือแผนก HR หรือทรัพยากรบุคคลนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX ได้คุยกับคุณ </span><b>โน้ต &#8211; ศรัณย์ คุ้งบรรพต</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งหลายคนอาจรู้จักเขาในฐานะนักร้องเสียงคุณภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าหมวกอีกใบเขาคือ </span><b>Head of Talent Management and Organization Culture Department ประจำ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาไม่เพียงมีชื่อที่เหมือนกับตัวโน้ตในบทเพลงเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการฟังและประสานเสียงทุกเสียงในองค์กรให้กลายหนึ่งเดียวกันอย่าง Voice of Krungsri ด้วยเหตุนี้เสียงของคุณโน้ต &#8211; ศรัณย์ ไม่ได้มีไว้เพื่อร้องเพลงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเสียงที่สร้างแรงบันดาลใจและความเชื่อมั่นให้กับทุกคนในองค์กรด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้มาร่วมฟังเสียงของผู้ใช้หัวใจในการสร้างสรรค์และพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง ในบทบาทที่มีคุณค่าอย่าง HR ผ่านบทสัมภาษณ์นี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39990" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/5.webp" alt="Voice of HR ของ โน้ต - ศรัณย์ : เสียงที่ประสานองค์กรไว้เป็นหนึ่งเดียว" width="600" height="370" title="Voice of HR ของ โน้ต - ศรัณย์: เสียงที่ประสานองค์กรไว้เป็นหนึ่งเดียว 621" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>คุณเริ่มเดินทางในเส้นทางดนตรี และในขณะเดียวกันก็ยังเดินเส้นทาง HR ด้วย ทั้งสองเส้นทางนี้เริ่มต้นได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>ศรัณย์: </b><span style="font-weight: 400;">ถ้าพูดถึงดนตรี ผมเริ่มสนใจตั้งแต่อายุประมาณ 8 ขวบ ตอนนั้นครูให้เราเข้าประกวดร้องเพลงของสยามกลการครับ เราก็ลงแข่งแบบไม่ได้คาดหวังอะไร แต่กลับชนะระดับประเทศมา จำได้แม่นเลยว่ามีคนประกวดทั้งหมด 4,109 คน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญครั้งหนึ่งของชีวิตเลย เปลี่ยนเราจากเด็กเนิร์ดตั้งใจเรียนให้กลายเป็นเด็กกิจกรรม ซึ่งทำให้โลกของผมกว้างขึ้น ได้เห็นโลกในหลายมิติ ได้ทำงานกับผู้ใหญ่ และเริ่มเข้าใจว่า เรามีโอกาสที่แตกต่างจากคนอื่นครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอขึ้น ม.ปลาย ผมอยากเป็นหมอ (หัวเราะ) แต่เพราะกลัวเลือดมาก ๆ และด้วยข้อจำกัดบางอย่าง ทำให้ต้องเปลี่ยนเส้นทาง จนสุดท้ายก็เลือกเรียนคณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ &#8211; โทการละคร ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สอดคล้องกับความชอบเกี่ยวกับวรรณคดีและการละครครับ ช่วงนั้นผมได้ประกวด KPN อีกครั้งและได้รับรางวัลนักร้องดีเด่นแห่งประเทศไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่หลังจบมหาวิทยาลัยผมไม่แน่ใจว่าอยากทำอะไรต่อ เลยไปสอนภาษาอังกฤษอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ก็พบว่าไม่ใช่แนวทางของตัวเอง พอดีตอนนั้นมีงานสาย HR เปิดรับที่ธนาคารต่างชาติแห่งหนึ่งในไทย เขาให้ดูแลงาน e-learning และแปลเอกสารการเรียนรู้ต่าง ๆ จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย เป็นจุดเริ่มต้นให้ผมเข้ามาทำงานสาย HR โดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องบอกว่าผมไม่ได้คิดจะทำงานวงการดนตรีเป็นงานประจำอยู่แล้วครับ เพราะเห็นความไม่แน่นอนมาตั้งแต่เด็ก ผมจึงเลือกงาน HR ที่ดูมั่นคงกว่า และตัวเองสนใจมากกว่า พอทำไปได้สักพัก เจ้านายคงเห็นแววเลยให้โอกาสไปทำงานเป็น HR Trainer ตั้งแต่อายุ 22 ปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นผมไฟลุกโชนมาก แล้วพอเริ่มมองไปที่คนอื่นๆ รอบข้างก็รู้สึกว่า ‘โลกมันใบใหญ่จังเลย เราโตได้อีกนะ แล้วเราก็ไม่ได้ด้อยกว่าใครนะ’ ก็เลยตัดสินใจลาออกไปเรียนด้าน Business &amp; Management ที่ University of Warwick ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นการออกจาก Comfort Zone อย่างรุนแรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเรียนที่นั่นทำให้เราได้มุมมองที่กว้างไกลขึ้น และทำให้เห็นโลกใบใหญ่กว่าประเทศไทย โดยเฉพาะประเด็น Way of Thinking เช่น โครงสร้างของความคิดในการจัดการตัวเอง จัดการเวลา ที่ทำให้เราเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘เราทำอะไร เพื่ออะไร ด้วยตัวเราเอง’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>มันคือการเสริมสร้างความรับผิดชอบด้วยตัวเองใช่ไหม ?</b></h2>
<p><b>ศรัณย์:</b><span style="font-weight: 400;"> ใช่ครับ แล้วมันได้ใช้ชีวิต ซึ่งเป็นแรงผลักดันที่สำคัญมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คราวนี้เราเรียนจบด้วยความสะบักสะบอมและไม่ได้เกียรตินิยม เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว (Fail) เพราะแต่ก่อนเราเป็นเด็กเก่งเรียนดีมาตลอด แต่การไม่ได้เกียรตินิยมสอนให้รู้ว่า เราไม่ได้เก่งทุกเรื่อง และไม่เป็นไรถ้าจะไม่ได้เก่งที่สุด มันทำให้เรามองเห็นความเป็นจริงของโลกมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจบจาก Warwick ผมกลับมาทำงาน HR อีกครั้งในธุรกิจเครื่องดื่ม ทำงานที่นั่น 3 ปี ก็ได้ไปทำงานที่ฮ่องกงประมาณครึ่งปี ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ได้เจอเจ้านายชาวโปแลนด์ที่เก่ง และได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม (Multicultural)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นผมย้ายงานไปธุรกิจประกัน ก่อนที่สุดท้ายจะมาอยู่ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาครับ จากที่คิดว่าจะอยู่แค่ 3 ปี แต่ตอนนี้อยู่มาถึงปีที่ 15 แล้วครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องยอมรับว่า กรุงศรีฯ ให้โอกาสผมได้ทำงานหลายบทบาท เช่น ตอนแรกเข้ามาในงานสาย Engagement แล้วไปเป็น Head ของ Talent Acquisition (TA), HRBP, Change Management รวมทั้งยังได้ไปทำงานที่ซานฟรานซิสโก 1 ปีทั้งด้าน OD, Talent Management, Engagement, Culture แล้วกลับมาเป็น Head TA และทำงาน HRBP อีกครั้ง และล่าสุดก็ดูแลเรื่อง Talent Management และ Culture เรียกว่าได้บทบาทที่ไม่ซ้ำกันเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>ชอบบทบาทไหนมากที่สุด ?</b></h2>
<p><b>ศรัณย์:</b><span style="font-weight: 400;"> โห (คิดนาน) ทุกบทบาทเลยครับ (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่พอมองย้อนกลับไป ทุกบทบาทมีสิ่งที่เราอยากทำให้ดีขึ้นเสมอนะ มันอาจเป็นนิสัยของผมอยู่แล้วมองเห็น Room for improvement ในทุกงาน เพราะในแต่ละช่วงเวลาที่เราตัดสินใจทำอะไรลงไป มันมีเงื่อนไขของเวลานั้น ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น ตอนที่โควิด-19 แพร่ระบาดหนัก ๆ ตอนนั้นทำงาน HRBP แต่ละวันต้องรับโทรศัพท์จากพนักงานไม่รู้กี่สาย และในตอนนั้นโควิดเป็นเรื่องใหม่ที่บางเรื่องอาจจะเตรียมการไม่ทันท่วงที แต่เราก็พยายามช่วยเท่าที่จะทำได้ มาวันนี้มองย้อนกลับไป เราจะคิดเสมอว่า &#8220;จริง ๆ น่าจะทำแบบนั้นแบบนี้นะ&#8221; แต่เราก็บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร เราจะเรียนรู้จากมันแล้ว และถ้ามีโอกาสอีก คราวนี้เราจะทำให้ดีขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39989" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/4.webp" alt="Voice of HR ของ โน้ต - ศรัณย์ : เสียงที่ประสานองค์กรไว้เป็นหนึ่งเดียว" width="600" height="370" title="Voice of HR ของ โน้ต - ศรัณย์: เสียงที่ประสานองค์กรไว้เป็นหนึ่งเดียว 622" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ปัจจุบันในฐานะ Head of Talent Management and Organization Culture Department อะไรคือความท้าทายหลักของคุณ ?</b></h2>
<p><b>ศรัณย์:</b><span style="font-weight: 400;"> ความท้าทายหลัก ๆ ของผมคือการทำให้ทุกคนในองค์กรเห็นพ้องต้องกันถึงวัฒนธรรมของธนาคารกรุงศรีฯ องค์กรนี้มีอายุกว่า 80 ปีแล้วครับ และมีความหลากหลายสูงมาก การที่เราจะสร้างความเป็นเอกภาพแต่ยังมีความยืดหยุ่นในวัฒนธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองนึกภาพองค์กรเป็นครอบครัวหนึ่ง มีหัวหน้าครอบครัวเป็นชาวญี่ปุ่นที่มีญาติพี่น้องทั่วประเทศ มีสาขาของเราเต็มไปหมด และยังมีบริษัทในเครืออีกเกือบ 20 บริษัท ความหลากหลายในเชิง People Profiles จึงสูงมาก ยิ่งขยาย ความหลากหลายก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ดังนั้นโจทย์หลักของเราก็คือ จะทำอย่างไรให้ทุกคนมองเห็นภาพเดียวกันว่านี่คือวัฒนธรรมของกรุงศรีฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อรู้แล้วว่า ‘เราเป็นใคร’ ขั้นต่อมาคือการสร้างบรรยากาศที่ทุกคนรู้สึกว่า ที่นี่เป็นที่ที่ทุกคนอยากทำงานร่วมกันในระยะยาว มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดีและรองรับความรู้สึก ความต้องการ และการทำงานของทุกคน เพื่อให้ทุกคนทำงานได้อย่างเต็มที่ เพราะการมีวัฒนธรรมที่ดีและการมีพนักงานที่มีส่วนร่วมสูง จะช่วยให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน เราดูแลด้าน Talent Management ด้วย ซึ่งมันเชื่อมโยงกันหมด ความท้าทายคือการทำให้คนที่เป็น Talent  ขององค์กรสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ในวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมที่กรุงศรีฯ สร้างขึ้น ให้ทุกคนในกลุ่มคนสำคัญเหล่านี้มีความสุขและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันไม่ได้แค่เกี่ยวกับการดูแล Talent เพียงอย่างเดียวนะ แต่ยังต้องดูเรื่องการเรียนรู้และการพัฒนาด้วย วัฒนธรรมองค์กรที่ดีจะช่วยให้พนักงานรู้สึกว่า Way of Working ของพวกเขาได้รับการสนับสนุนและสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้จึงต้องตอบโจทย์ทุกคนและเชื่อมโยงกันอย่างสมดุล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>พออยู่ในวงการ HR มานาน มองเห็นเทรนด์อะไรที่เปลี่ยนไปบ้างในวงการนี้</b></h2>
<p><b>ศรัณย์:</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าการเปลี่ยนแปลงในมุมธุรกิจ (Business) ผมคิดว่าเรื่อง Business Partner เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราได้ยินคำว่า Business Partner มานานแล้วครับ แต่วันนี้มันต้องเกิดขึ้นจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อก่อนเราอาจเน้นเรื่องการบริหารความสัมพันธ์ (Relationship Management) แต่ตอนนี้เราต้องเป็นคู่คิดในเชิงธุรกิจและเรื่องคนด้วย HR ทุกฟังก์ชันต้องทำหน้าที่เป็น Business Partner ไม่ใช่แค่ HRBP เท่านั้นที่ทำงานหนัก แต่ทุกคนต้องตอบโจทย์นี้ให้ได้ มิฉะนั้นนั้นบทบาทของ HR จะเบาหวิว ไม่มีประโยชน์อะไรเลย เราต้องทำให้บทบาทของ HR เชื่อมโยงกับธุรกิจอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับอีกฝั่งที่มองจากมุมของพนักงาน (Employee) เราต้องเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดูแลพนักงานในมุมมองที่เป็นแบบ Holistic หรือแบบองค์รวม คือมองคนเป็นคน มองทั้งสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต และอุปสรรคที่ทำให้การทำงานไม่ราบรื่น เราต้องเข้าใจว่า การที่พนักงานทำงานไม่ได้หรือ Performance ตก มันส่งผลต่อชีวิตอย่างไร เพราะงานคือเงิน เงินคือชีวิตของเขา ที่เอาไปหล่อเลี้ยงชีวิตอื่น ๆ ต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนำไปสู่การที่เราต้องผลักดันหัวหน้างานหรือ Middle Management ให้มีบทบาทมากขึ้น เพราะเรื่องคนไม่ใช่เรื่องของ HR เท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของหัวหน้างานที่ต้องดูแลพนักงานในทุกด้าน ทั้งด้าน Soft Side และ Performance เพราะในหนึ่งวันพนักงานอยู่กับหัวหน้างานมากกว่าอยู่กับ HR นะ หัวหน้างานต้องรู้จักพนักงานมากที่สุด ดังนั้นบทบาทของหัวหน้างานจึงสำคัญมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่า 3 เรื่องนี้คือเรื่องสำคัญที่เราต้องทำให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร เป็นเทรนด์สำคัญในระยะยาว ไม่ใช่ Fast Fashion ที่จะมาแล้วไป การที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งสามารถทำให้ 3 เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง จะกลายเป็นเสาหลักที่แข็งแรงและทำให้องค์กรเกิดความยั่งยืน ซึ่งผมเห็นความพยายามทำสิ่งเหล่านี้แล้วในวงการ HR บ้านเรา แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ เราจะทำให้มันเกิดขึ้นจริง ๆ ได้อย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>ถ้าหัวหน้างานระดับ Middle Management รู้สึกว่า ‘การดูแลพนักงานไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง’ คุณมีข้อแนะนำอย่างไรบ้าง ?</b></h2>
<p><b>ศรัณย์: </b><span style="font-weight: 400;">เรื่องนี้เกี่ยวกับการสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) ที่ต้องค่อย ๆ ปลูกฝังไปครับ อย่างที่กรุงศรีฯ ทำ เรามีเครื่องมือ เช่น Engagement Survey ที่ทั้งจ้างทำและทำเอง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้น จากนั้นเราจะสื่อสารกับหัวหน้างานเสมอว่าควรทำอะไร อย่างไร ผ่านทุกช่องทางที่ HR มี เราจะมานั่งดูว่า Employee Life Cycle ของพนักงานเป็นอย่างไร ดูว่ามีเครื่องมืออะไรที่เราแทรกเข้าไปได้บ้าง เพื่อเน้นย้ำบทบาทของหัวหน้างาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อทำครบถ้วนแล้ว ไม่ใช่แค่ทำและจบ แต่ต้องมีการสะท้อนผลลัพธ์ (Self Reflection) เสมอ สิ่งที่สำคัญคือการรับฟังฟีดแบ็ก (Feedback) จากพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพราะฟีดแบ็กเหล่านี้บอกเราว่ามีความเข้าใจผิดอะไรอยู่บ้าง หรือมีความต้องการอะไร เช่น บางทีสิ่งที่เราคิดว่าดีแล้ว พนักงานอาจมองว่าไม่แฟร์ หรือมีที่อื่นที่ทำดีกว่า ทำให้เราต้องมีการปรับปรุงอยู่เสมอ ไม่สามารถยึดมั่นว่าเราทำดีแล้วเสมอไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องบอกว่าเราอ่านคอมเมนต์จากฟีดแบ็กถึง 6,000 กว่าคอมเมนต์ อ่านแล้วรู้สึกเหมือนศาลพระภูมิเลยที่ทุกคนจะมาขอพร ขอสิ่งต่าง ๆ จากเรา (หัวเราะ) แต่การฟังครั้งนี้สำคัญมาก เพราะเราจะได้รู้ว่าพนักงานต้องการอะไร ชื่นชมอะไร และไม่ต้องการอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เราตั้งแนวคิด 3C ขึ้นมา คือ Care, Communicate, Coach เพื่อเป็นแนวทางให้หัวหน้างานดูแลพนักงานได้ดีขึ้น โดยต้องเริ่มจากการแคร์ลูกน้องก่อน สื่อสารอย่างมีศิลปะ และทำหน้าที่โค้ชเพื่อช่วยให้พนักงานทำงานได้ดีในบทบาทของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้คือการพัฒนาความเข้าใจของ Middle Management เพื่อให้องค์กรมีไดนามิกที่ดีและเติบโตต่อไปได้ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>มันคือ People Management Skill ที่ HR อยากให้หัวหน้างานมีใช่ไหม ?</b></h2>
<p><b>ศรัณย์: </b><span style="font-weight: 400;">ผมขอเห็นแย้งคำว่า &#8220;HR อยากให้มี&#8221; นะครับ จริง ๆ แล้ว HR ไม่ได้เป็นคนกำหนดเรื่องนี้ แต่มันมาจาก “พนักงาน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมกล้าพูดว่ามันเป็นความต้องการของพนักงาน เพราะเราได้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์พนักงานทุกระดับในองค์กร แล้วตกผลึกออกมาเป็นภาพนี้ ไม่เช่นนั้นมันจะตกอยู่ในกับดักว่า “มันเป็นความต้องการของ HR เอง” ซึ่งไม่ใช่ ผมมีข้อมูล Excel ให้ดูได้เลยว่าพนักงานพูดอะไร เรามีหน้าที่ตกผลึกและทำให้กระบวนการรับทราบนี้เกิดขึ้น ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นว่า “HR สั่ง” ซึ่งทุกวันนี้บ้านเราก็ยังมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ HR เป็นเพียงผู้ขยายเสียง (Amplify) ให้ทุกคนรับทราบ โดยเฉพาะผ่านผู้บริหารระดับสูงที่พวกเขาต้องเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่แค่ถ่ายโปสเตอร์หรือคลิปสวย ๆ ลงสื่ออย่างเดียว เพราะถ้าเขาไม่ buy-in พนักงานก็จะรู้สึกว่าเป็นแค่คำพูดสวยหรู ซึ่งเราไม่ต้องการแบบนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกกลไกที่เราสร้างขึ้นมาคือ &#8220;Culture Troop&#8221; ซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงานในการขับเคลื่อนเรื่องวัฒนธรรมองค์กร หลายองค์กรก็มีเหมือนกัน แต่ของเราเป็นคนที่มาจากฝั่งธุรกิจมาก ๆ ที่อาจจะไม่เข้าใจเรื่องวัฒนธรรมองค์กรมาก่อน แต่เมื่อพวกเขาเริ่มเข้าใจและเห็นความสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร พวกเขาก็จะเริ่มมีส่วนร่วมมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานนี้ไม่ง่ายนะครับ มีแรงเสียดทานเยอะมาก พนักงานบางคนอาจจะไม่เข้าใจในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาจะเริ่มเห็นว่าวัฒนธรรมองค์กรมีความสำคัญและมีประโยชน์จริง ๆ ตอนนี้เรามีกระบวนการที่ชัดเจนแล้ว คนเริ่มรู้จักกันมากขึ้น มันเกิดการทำงานร่วมกันอย่างไม่รู้ตัว และเมื่อมีปัญหา พวกเขาจะช่วยกันแก้ไข</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือ Voice of Krungsri หรือการฟังเสียงจากคนทำงานอย่างแท้จริง เราพูดได้เต็มปากว่า เราไม่ได้ทำ survey แล้วจบ แต่เราจริงจังกับการแก้ไขปัญหา หลายครั้งที่เราเห็นการทำ survey แล้วถูกโจมตีว่า “แล้วไงต่อ ?” หรือ “ถามทำไมถ้าไม่ได้แก้อะไร ?” แต่ของเราไม่ใช่แบบนั้น &#8211; เราเอาจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39991" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/6.webp" alt="Voice of HR ของ โน้ต - ศรัณย์ : เสียงที่ประสานองค์กรไว้เป็นหนึ่งเดียว" width="600" height="370" title="Voice of HR ของ โน้ต - ศรัณย์: เสียงที่ประสานองค์กรไว้เป็นหนึ่งเดียว 623" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></span></p>
<h2><b>นอกเหนือจากการเป็น HR อีกบทบาทหนึ่งของคุณคือการเป็นนักร้องด้วย คุณแบ่งบทบาทตัวเองอย่างไรบ้าง ?</b></h2>
<p><b>ศรัณย์: </b><span style="font-weight: 400;">ผมไม่ได้มองชีวิตเป็นวิทยาศาสตร์มากนะ หมายความว่า เราไม่ได้แบ่งว่าเป็นบทบาทนี้กี่เปอร์เซ็นต์ บทบาทนั้นกี่เปอร์เซ็นต์ ผมมองทุกอย่างคือโอกาส จะพูดว่าไม่แบ่งก็ได้ครับ เพราะนี่คือชีวิตของผม เป็นตัวตนของผมเลย ถ้าวันนี้บอกให้ผมเลิกทำงานออฟฟิศหรือเลิกงาน HR แล้วไปทำงานร้องเพลง ผมก็ไม่เอา เพราะผมรักงานนี้ มันทำให้เราสนุกกับการใช้ความคิดในหลายแง่มุม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพลักษณ์ตอนนี้คือเราเป็น HR ที่ร้องเพลงได้ ซึ่งผมปิดใครไม่ได้ (หัวเราะ) แต่พูดจริง ๆ ทุกวันนี้ผมยังเขินอยู่เลย เช่น เวลาอยู่ในธนาคารแล้วมีคนมาขอถ่ายรูป ซึ่งหัวหน้าฉันต้องเป็นคนถ่ายให้อ่ะ มันเขินนะ (หัวเราะ) เพราะเราก็เป็น HR คนหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>การมีบทบาททั้ง HR และนักร้อง สองบทบาทนี้สัมพันธ์กันอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>ศรัณย์: </b><span style="font-weight: 400;">งาน HR คือศิลปะอย่างหนึ่งครับ เพราะเราต้องมองและเข้าใจความเป็นมนุษย์ ไม่ตัดสินใครง่าย ๆ ซึ่งดนตรีก็เป็นแบบนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดนตรีสะท้อนชีวิต ความรัก ความผิดหวัง ความสุข ความเศร้า ดังนั้นสำหรับผม มันคือสิ่งเดียวกัน ชีวิตและการทำงานคือการช่วยเหลือคน กล่าวคืองานของ HR คือการช่วยเหลือคนในองค์กร ส่วนการเป็นนักร้องคือการสื่อสารกับคนอื่นผ่านดนตรี ทำให้เขามีความสุข เข้าใจว่ามีคนที่รู้สึกแบบเดียวกับเขา ผมจึงมีความสุขกับทั้ง 2 งาน เพราะทั้งคู่เชื่อมกันผ่านความเป็นมนุษย์และศิลปะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>ทั้งสองงานคือการใช้ประโยชน์จากเสียงของคุณ ถ้าอย่างนั้นเสียงของ HR สำคัญกับองค์กรอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>ศรัณย์: </b><span style="font-weight: 400;">สำคัญครับ สำคัญมาก ๆ กลับไปที่คอนเซ็ปต์ HR Business Partner ไม่ว่าจะกับกลุ่มธุรกิจ Business, Employee, หรือ Middle Management เสียงของเราเป็นตัวสะท้อนความเห็นของพนักงานและเป็นตัวเชื่อมให้ทุก ๆ ด้านมาเจอกัน ดังนั้นเสียงของเราสำคัญมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราช่วยเชื่อมโยงให้ทุกคนอยู่ด้วยกันได้ ทำให้เป็นฮาร์โมนีคล้าย ๆ กับเสียงคอรัส ทุกคนร่วมกันสร้างเสียงที่เพราะ ทำให้ปลายทางออกมาเป็น Performance ที่ดี เป็นวัฒนธรรมขององค์กรที่ทุกคนอยากทำงานร่วมกันและมีความสุข</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าเราเล่นบทบาทเกินขอบเขต หรือเสียงของเรากลายเป็นสิ่งที่คนไม่ต้องการ อันตรายนะ เราไม่ควรกลายเป็นเครื่องมือที่ใช้ในทางที่ไม่บาลานซ์ เหมือนเคยได้ยินว่าในบางองค์กรใช้ HR Tools แบบดุดัน Aggressive แต่ผมก็มองไม่ใช่เรื่องผิด เพราะแต่ละองค์กรมีเป้าหมายที่ต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผม เสียงของ HR ที่ดีคือเสียงที่ทำให้เกิดฮาร์โมนี เป็นงานคอรัสที่ช่วยทำให้ทุกคนร่วมกันสร้างสิ่งที่ดีออกมา ทุกคนมีความสุขกับสิ่งที่ได้ยินและได้ฟัง สุดท้ายมันคือการสร้างมวลรวมขององค์กรที่ทุกคนอยากทำงานร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>สุดท้ายอยากฝากอะไรกับ HR รุ่นใหม่ที่กำลังเข้ามาบทเส้นทาง HR นี้บ้าง ?</b></h2>
<p><b>ศรัณย์: </b><span style="font-weight: 400;">อยากบอกว่า HR ไม่ใช่แค่งานแอดมิน เรามีบทบาทสำคัญในองค์กร แม้เราจะไม่ใช่คนหาเงินให้องค์กรโดยตรง แต่เราช่วยให้คนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อยากให้ทุกคนรู้ว่าอาชีพนี้มีเกียรติ และมีความหมายมาก สิ่งที่ได้ยินมาว่า HR เป็นแค่แอดมินหลังบ้าน จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกอย่างคือถ้าไม่รักงาน HR จริง อย่าฝืน เพราะเราคือคนที่จะต้องเป็นตัวเชื่อมโยงและสนับสนุนพนักงาน ถ้าเริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่ อย่าทำ เพราะมันจะไม่เป็นผลดีต่อทั้งเราและองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน HR มีทั้งวันที่ดีและวันที่แย่ เราต้องพร้อมรับทั้งคำชมและคำวิจารณ์ ความมุ่งมั่นและความรักในงานจะทำให้เราสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ในระยะยาว ถ้าคุณผ่านความท้าทายเหล่านี้ไปได้ คุณจะมีความสุขและทำงาน HR ได้อย่างเต็มที่ครับ (ยิ้ม)</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Voice of HR ของ โน้ต - ศรัณย์: เสียงที่ประสานองค์กรไว้เป็นหนึ่งเดียว 624" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrpeople/voice-of-hr-note-sarun-240802/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน PEOPLE-DRIVEN SUCCESS เพราะ People + Place = Profit</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-driven-success-240731/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-driven-success-240731/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 31 Jul 2024 10:04:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Place]]></category>
		<category><![CDATA[Profit]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=39953</guid>

					<description><![CDATA[เพราะการจัดพื้นที่สำนักงานที่ดี มีผลต่อวัฒนธรรมองค์กรและประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยเหตุนี้ Skooldio และ Paperspace จึงร่วมกันจัดงาน PEOPLE-DRIVEN SUCCESS เพื่อค้นหาเคล็ดลับสร้าง People + Place = Profit  งานนี้จัดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 31 ก.ค. 2567 เวลา: 14:00 &#8211; 17:00 น. ณ Skooldio Office ชั้น 20 MBK Tower โดยเนื้อหาจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน จาก 3 ผู้บริหารองค์กรชั้นนำ ประกอบด้วย คุณ รัชนี แสนศิลป์ชัย, CEO, Rabbit Cash ดร.ต้า &#8211; วิโรจน์ จิรพัฒนกุล, Co-Founder &#38; Managing Director, Skooldio คุณ สมบัติ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39957" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากงาน-PEOPLE-DRIVEN-SUCCESS.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน PEOPLE-DRIVEN SUCCESS" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน PEOPLE-DRIVEN SUCCESS เพราะ People + Place = Profit 630" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากงาน-PEOPLE-DRIVEN-SUCCESS.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากงาน-PEOPLE-DRIVEN-SUCCESS-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการจัดพื้นที่สำนักงานที่ดี มีผลต่อวัฒนธรรมองค์กรและประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยเหตุนี้ Skooldio และ Paperspace จึงร่วมกันจัดงาน </span><b>PEOPLE-DRIVEN SUCCESS</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อค้นหาเคล็ดลับสร้าง </span><b>People + Place = Profit </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานนี้จัดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 31 ก.ค. 2567 เวลา: 14:00 &#8211; 17:00 น. ณ Skooldio Office ชั้น 20 MBK Tower </span><span style="font-weight: 400;">โดยเนื้อหาจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน จาก 3 ผู้บริหารองค์กรชั้นนำ ประกอบด้วย</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คุณ รัชนี แสนศิลป์ชัย, CEO, Rabbit Cash</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ดร.ต้า &#8211; วิโรจน์ จิรพัฒนกุล, Co-Founder &amp; Managing Director, Skooldio</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คุณ สมบัติ งามเฉลิมศักดิ์, Co-Founder &amp; Chief Experience Officer, Paperspace Asia</span></li>
</ul>
<p>พี่ ๆ HR และเหล่า Management จะสามารถสร้างผลกระทบ (Impact) อะไรให้กับองค์กรผ่านพื้นที่ (Space) ได้บ้าง ? อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้จากบทความนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39956" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากงาน-PEOPLE-DRIVEN-SUCCESS-ๅ.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน PEOPLE-DRIVEN SUCCESS ๅ" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน PEOPLE-DRIVEN SUCCESS เพราะ People + Place = Profit 631" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากงาน-PEOPLE-DRIVEN-SUCCESS-ๅ.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากงาน-PEOPLE-DRIVEN-SUCCESS-ๅ-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>People: Leading High Performing Team Silicon Valley Style</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ครั้งหนึ่ง </span><b>ดร.ต้า &#8211; วิโรจน์ จิรพัฒนกุล Co-Founder &amp; Managing Director, Skooldio</b><span style="font-weight: 400;"> เคยทำงานใน Silicon Valley เพื่อตอบโจทย์คนเป็นพันล้านคนผ่านเทคโนโลยี ซึ่งเขาเชี่ยวชาญเรื่องเทคโนโลยีและ Data เป็นอย่างมาก ซึ่งเรื่องคนเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เขาให้ความสนใจ วันนี้เขาจึงมาพูดเรื่อง &#8220;คน&#8221; ไม่ใช่เรื่อง &#8220;Data&#8221; เหมือนที่พูดอยู่เป็นประจำ</span></p>
<p>เขาบอกว่า สมัยก่อนผู้นำมักเป็นคนที่เก่งที่สุดเพราะทำงานคนเดียว แต่ปัจจุบันต้องมีการ<span style="font-weight: 400;">ปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีและการทำงานร่วมกับคนอื่นให้ได้แล้ว เพราะ</span><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้เราอยู่ในยุค People Centric Leadership ที่ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับพนักงาน หลายครั้งที่อำนาจในการเลือกจะตกไปอยู่ฝั่งพนักงานมากกว่า ฉะนั้นหน้าที่ผู้นำจึงต้อง Empower ความสำคัญของพนักงาน, Insprise สร้างแรงบันดาลใจ และ Unleash ปลดล็อกความสามารถพนักงานให้ได้</span></p>
<p>เขายกตัวอย่าง Amazon มีแนวคิดว่าอยากเป็น &#8220;นายจ้างที่ดีที่สุดในโลก&#8221; ซึ่งนอกเหนือการให้ความสำคัญทางรายได้องค์กรแล้ว ยังให้ความสำคัญกับความสำเร็จส่วนบุคคลของพนักงานด้วย แม้ว่าความสำเร็จนั้นอยู่กับองค์กรเดิมหรือองค์กรอื่น เช่น พนักงานรุ่นใหม่อาจอยู่กับเรา 2 ปี แต่เราจะทำอย่างไรให้ 2 ปีนั้น พนักงานปลดล็อกศักยภาพให้กับเรามากที่สุด</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยการเปลี่ยนแปลงทัศนคติเหล่านี้ องค์กรก็จะสามารถสร้างทีมที่ทุกคนฟังและเชื่อใจกันได้ (Trust) ซึ่งจะช่วยให้เกิดทีมที่มีความหลากหลายและสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ แต่เดิมการดูแลพนักงาน เรามักเรียงลำดับตามทฤษฎี Maslow’s Hierarchy Of Needs ที่เริ่มต้นตอบสนองจากฐานล่าง (อย่างความต้องการทางด้านร่างกาย) ขึ้นไป เช่น เงินตอบแทน (Compensation) ความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) การรวมกลุ่ม (Inclusion) และตำแหน่งงาน (Job Title) อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ท้าทายมากที่สุดคือการบรรลุ Self-Actualization  หรือก็คือการทำงานที่ท้าทายและมีความหมาย (Challenging Meaningful Work) นั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยหลักที่ทำให้พนักงานบรรลุ Self-Actualization ได้แก่:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Autonomy</b><span style="font-weight: 400;">: พนักงานมีอิสระในการทำงานหรือไม่ ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Mastery</b><span style="font-weight: 400;">: พนักงานสามารถพัฒนาความชำนาญของตนเองได้หรือไม่ ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Purpose</b><span style="font-weight: 400;">: งานที่ทำไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่หรือไม่ ?</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวหน้าต้องสื่อสารสิ่งเหล่านี้อย่างชัดเจน และให้สอดคล้องกับเป้าหมายส่วนบุคคลของพนักงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มความมุ่งมั่นในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้เพื่อให้ Drive Results ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกอย่างต้องสอดคล้อง (Alignment) กัน เช่น ถามใครก็ตามในองค์กรต้องตอบได้ว่า &#8220;เป้าหมายขององค์กรคืออะไร ?&#8221; ทุกคนในทีมต้องตอบตรงกันหมด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อเกิดการผิดพลาดขึ้น เราควรมีการค้นหาสาเหตุของปัญหาอย่างรอบคอบผ่านการทบทวนโดยไม่กล่าวโทษใคร (Blameless Postmortems) สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราควรทำเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคตภายในทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดการสร้างทีม เริ่มจาก Recruitment ควรจ้างคนที่มีความต้องการเรียนรู้ (Learning Animals) มากกว่าคนที่รู้ทุกอย่างแล้ว เราต้องการคนที่เปิดรับการเรียนรู้และพร้อมจะพาเราไปสู่เรื่องใหม่ ๆ ไม่ใช่คนที่มีความรู้เต็มแก้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และ Retention สร้างโอกาสงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายส่วนบุคคล (Personal Goal) ของพนักงาน ไม่ใช่เพียงการหาคนมาเติมเต็มตาม JD แต่ควรหางานที่เหมาะสมกับความสามารถของพนักงานแทน และเมื่อพนักงานเชี่ยวชาญในงานใดแล้ว ควรให้พวกเขาได้รับความท้าทายใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อคงไว้ซึ่งแรงจูงใจ (Motivation) ในการทำงานต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39954" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากงาน-PEOPLE-DRIVEN-SUCCESS-.webp.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน PEOPLE-DRIVEN SUCCESS :.webp" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน PEOPLE-DRIVEN SUCCESS เพราะ People + Place = Profit 632" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากงาน-PEOPLE-DRIVEN-SUCCESS-.webp.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากงาน-PEOPLE-DRIVEN-SUCCESS-.webp-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Place: Empowering People Through Workplace Design </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันหลายบริษัทค้นพบว่า ออฟฟิศไม่ใช่เพียงสถานที่ทำงาน แต่ยังเป็นตัวดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถอย่าง Talent</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ คุณ </span><b>สมบัติ งามเฉลิมศักดิ์ Co-Founder และ Chief Experience Officer ของ Paperspace Asia </b><span style="font-weight: 400;">เล่าถึง &#8220;พัฒนาการของสถานที่ทำงาน&#8221; ในช่วงเวลาต่าง ๆ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ยุคอุตสาหกรรมปี 1760 ที่มีการเกณฑ์คนเข้ามาทำงานในโรงงานมาก ๆ ผ่านมาถึงปี 1900 เริ่มมีการออกแบบเป็น Taylorist office ที่แบ่งโต๊ะตามงานที่ทำ ต่อมาในปี 1939 มีการพัฒนาเป็น Open-Plan Office ที่เน้นความแสงสว่างของออฟฟิศและการจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระเบียบ และเป็นช่วงที่องค์กรเริ่มใส่ใจในเรื่องของความเป็นอยู่ (Well-being) ของพนักงานแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาในปี 1964 มีการคิดค้น Action Office ที่เน้นการออกแบบตามหลักการ ergonomic แต่กลับไม่ได้รับความนิยมมากนัก จนถึงปี 1980 มีการออกแบบออฟฟิศในรูปแบบ Cubicle Farm ที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูง ทว่ากลับทำลายความพึงพอใจของพนักงานลงต่ำมาก เพราะเป็นแบ่งห้องทำงานแบบบล็อก ๆ กั้นฉากเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า &#8220;คอก&#8221;​ กระทั่งในปี 2000 มีการพัฒนาเป็น Activity Based Workplace ที่มีพื้นที่ตรงกลางให้พนักงานสามารถทำงานได้ทุกที่ ไม่จำเป็นต้องมีโต๊ะประจำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สุดท้ายทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อเกิด COVID-19 ทำให้เกิดออฟฟิศในรูปแบบใหม่จากการทำงานระยะไกล (Remote Work) บางงานที่ต้องทำออนไลน์ไม่ประสบผลสำเร็จ เช่น การระดมสมอง ทำให้การกลับมาทำงานที่ออฟฟิศเพื่อพบปะพูดคุยยังคงสำคัญ องค์กรจึงต้องหาคนที่สนใจเข้าออฟฟิศมาเป็นแชมป์เปี้ยนในการสร้างวัฒนธรรมในสถานที่ทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสมบัติยกตัวอย่างโปรเจกต์ออกแบบออฟฟิศที่เคยร่วมงานมา เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Airbnb</b><span style="font-weight: 400;">: ไม่มีโต๊ะประจำ ทำให้ออฟฟิศเหมือนบ้าน มีห้องประชุมเหมือนห้องรับแขก และมีพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดวัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>TDRI</b><span style="font-weight: 400;">: จากออฟฟิศคล้ายราชการ สู่การรีโนเวตออฟฟิศใหม่โมเดิร์น โปร่งใส ใช้แสงสว่างและวัสดุสีขาว พร้องทั้งจัดเอกสารงานวิจัยใหม่ตามความบ่อยในการใช้งาน<br />
</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Group M</b><span style="font-weight: 400;">: บริษัทขนาดใหญ่ที่มีบริษัทลูกจำนวนมากแต่กั้นห้องเป็นส่วน ๆ ก็ทำการรื้อผนังแบ่งห้องออก เพื่อให้พนักงานเห็นกันมากขึ้น รวมทั้งยังมีพื้นที่ครัวกลางจุดเดียวเพื่อให้ทุกบริษัทมาเจอกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Rabbit Cash</b><span style="font-weight: 400;">: โจทย์คือต้องไม่มีห้องผู้บริหาร จึงเน้นพื้นที่กลางสำหรับ Townhall ลดจำนวนห้องริมหน้าต่างออกเพื่อดึงแสงสว่างเข้ามาตรงกลางได้โดยจรง และมีพื้นที่หลากหลายให้ทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Bear House</b><span style="font-weight: 400;">: ออกแบบออฟฟิศให้เหมือนคาเฟ่ มีของขบเคี้ยว และห้องประชุมที่จำลองมาจากร้านชานมไข่มุกสาขาแรก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Google Thailand</b><span style="font-weight: 400;">: สร้างบรรยากาศให้เกิดแรงบันดาลใจ โดยใส่ความเป็นไทยจากแม่น้ำเจ้าพระยาพาดผ่านหัวในห้อง มีแสงที่เลียนแบบพระอาทิตย์ขึ้นและตก และโลโก้ที่อยู่ใจกลางแผนที่กรุงเทพตามผนัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><strong>The Standard:</strong> ปรับออฟฟิศเป็นเสมือนบาร์ เน้นเป็นพื้นที่สังสรรค์ เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่ามาหาเพื่อน มากกว่าแค่มาทำงาน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเห็นได้ว่าในการออกแบบสถานที่ทำงานจะมี 4 Workstyles ที่มีสัดส่วนต่างกัน คือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Focus</b><span style="font-weight: 400;">: พื้นที่สงบ ไว้สร้างสมาธิในการทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Collaborate</b><span style="font-weight: 400;">: พื้นที่สำหรับการทำงานร่วมกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Solutioning</b><span style="font-weight: 400;">: พื้นที่สำหรับวางแผนกลยุทธ์และระดมสมอง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Networking</b><span style="font-weight: 400;">: พื้นที่สำหรับการปฏิสัมพันธ์และพบปะพูดคุย</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น การออกแบบออฟฟิศที่เหมาะสม จะต้องคำนึงถึงวิธีการทำงานของพนักงานแต่ละงาน  แต่ละวัน และแบ่งสัดส่วนตามความต้องการทั้ง 4 สไตล์นี้ตามโจทย์ของแต่ละองค์กรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เ</span><span style="font-weight: 400;">พราะ</span><span style="font-weight: 400;">การออกแบบออฟฟิศที่ดีจะช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรและกำหนดทิศทางการทำงานของพนักงานได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ช่วยให้ออฟฟิศเป็นมากกว่าแค่ที่ทำงาน แต่เป็นพื้นที่ที่พนักงานรู้สึกมีความสุข และสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมออกมานั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39955" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากงาน-PEOPLE-DRIVEN-SUCCESS-ฟ.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน PEOPLE-DRIVEN SUCCESS ฟ" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน PEOPLE-DRIVEN SUCCESS เพราะ People + Place = Profit 633" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากงาน-PEOPLE-DRIVEN-SUCCESS-ฟ.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากงาน-PEOPLE-DRIVEN-SUCCESS-ฟ-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Profit: The Economic Resilience Equation (People + Place = Profit)</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายด้วย Panel Discussion จากทั้ง 3 ท่านคือ คุณรัชนี แสนศิลป์ชัย, CEO, Rabbit Cash &#8211; แรบบิท แคช,​ดร.ต้า &#8211; วิโรจน์ จิรพัฒนกุล, Co-Founder &amp; Managing Director, Skooldio และ คุณสมบัติ งามเฉลิมศักดิ์, Co-Founder &amp; Chief Experience Officer, Paperspace Asia</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นแรกที่ทั้งสามท่านได้แชร์ คือเรื่องราวประสบการณ์ส่วนตัวในการทำงานและการบริหารองค์กร โดย คุณรัชนี เล่าว่า สมัยก่อนการโปรโมทพนักงานเป็นผู้บริหารจะต้องเพิ่มห้องทำงานเสมอ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว เธอได้ลดจำนวนห้องผู้บริหารออกไป และเพิ่มพื้นที่สำหรับพนักงานมากขึ้น ทั้งยังปรับให้ Rabbit Cash เป็นออฟฟิศแบบสมัยใหม่ มีพื้นที่ตรงกลางให้พนักงานทุกคนมาเจอกัน เพราะการออกแบบออฟฟิศที่ดีจะช่วยดึงดูดผู้มีความสามารถได้ โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานเทคที่แต่ละองค์กรพยายามแย่งตัวกัน หากองค์กรมีออฟฟิศที่น่าเข้าทุกวัน พนักงานจะอยากอยู่ออฟฟิศนั้นเอง ออฟฟิศจึงควรทำให้พนักงานรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน สบายใจ และมีอิสระในการทำงาน ที่สำคัญคือการนั่งฟังพนักงานคุยกันอย่างเปิดใจ จะทำให้เราเปิดตามากกว่าแค่การนั่งในห้องทำงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ คุณสมบัติ เน้นย้ำว่า แต่ละบริษัทมี DNA ที่แตกต่างกัน การออกแบบออฟฟิศที่ตอบโจทย์ DNA นั้นจะช่วยสร้างวัฒนธรรมและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ฉะนั้นเราไม่จำเป็นต้องมีออฟฟิศเหมือนกลับออฟฟิศอื่น แต่เราต้องหาสัดส่วนสไตล์ให้เหมาะสมกับรูปแบบงานและวัฒนธรรมขององค์กรเรา เหมือนที่</span><span style="font-weight: 400;"> ดร.ต้า ต้องการออฟฟิศเปิดกว้างที่ช่วยลดช่องว่างในการสื่อสาร ไม่ได้ลงทุนในเฟอร์นิเจอร์ แต่ลงทุนในเครื่องฉายภาพคุณภาพ เพื่อสอดคล้องกับธุรกิจองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการเทรนนิ่ง เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ Remote Work เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจมาก โดย คุณรัชนี กล่าวถึง Rabbit Cash ที่มีวัฒนธรรมการทำงานที่ยืดหยุ่น แต่เน้นผลลัพธ์เป็นหลัก การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญและการทำงานจากบ้านควรเป็นทางเลือกที่ได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ โดย คุณสมบัติ มองว่า หาามีการทำงานแบบออนไลน์และออฟไลน์ในเวลาเดียวกันไม่ดีเท่าที่ควร การทำงานในออฟฟิศจะช่วยให้เกิดพลังและสมาธิมากกว่า หากองค์กรสร้างพื้นที่ให้เหมาะสม และ ดร.ต้า ที่ Skooldio ให้พนักงานเข้าทำงานที่ออฟฟิศ 3 วันต่อสัปดาห์ โดยใครจะเข้าวันไหนก็ได้ ขึ้นอยู่กับเนื้อหางานและวัตถุประสงค์ของงานในแต่ละวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นสุดท้าย หากพูดถึงการวัดผลความสำเร็จของการออกแบบออฟฟิศ คุณรัชนีบอกว่าวัดเป็นตัวเลขได้ยาก แต่สามารถวัดง่าย ๆ จากความอยากเข้าออฟฟิศมาเจอเพื่อนร่วมงานของพนักงาน เพราะ</span><span style="font-weight: 400;">การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีจะช่วยเพิ่ม Trust ในทีมได้ ขณะที่ คุณสมบัติ เล่าว่า มีเคสหนึ่งที่พนักงานยื่นใบลาออกไปแล้ว แต่หลังรีโนเวตออฟฟิศ พนักงานคนนั้นขอคืนใบลาออกก็มี แสดงให้เห็นว่าออฟฟิศที่ดีสามารถดึงดูดและรักษาพนักงานได้ ปิดท้ายที่ ดร.ต้า กล่าวว่า หลังรีโนเวต สิ่งที่เห็นได้ชัดคือความพอใจและกระตือรือร้นของพนักงานในการถ่ายรูปวันแรกที่เข้าออฟฟิศ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น การออกแบบสถานที่ทำงานที่ดี ไม่เพียงแค่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังช่วยสร้างสรรค์วัฒนธรรมองค์กรและเพิ่มความพึงพอใจของพนักงานได้ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพลงปรับเปลี่ยน Place เพิ่มความสำคัญของ People แล้ว Profit ก็จะตามมา ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน PEOPLE-DRIVEN SUCCESS เพราะ People + Place = Profit 634" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-driven-success-240731/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/interview-tidlor-240724/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/interview-tidlor-240724/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jul 2024 03:32:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[เงินติดล้อ]]></category>
		<category><![CDATA[Tidlor]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=39733</guid>

					<description><![CDATA[ในแวดวงการเงินหลายคนอาจรู้จัก บมจ. เงินติดล้อ ในฐานะผู้นำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ ผู้เล่นตัวท๊อปในวงการโบรกเกอร์ประกันอย่าง “ประกันติดโล่” “อารีเกเตอร์” และ “heygoody” ในขณะเดียวกัน ถ้าได้ลองพูดคุยกับคนในแวดวงทรัพยากรบุคคล เงินติดล้อยังโดดเด่นในด้านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งและขับเคลื่อนองค์กรได้จริง และยังเป็นต้นแบบให้อีกหลายองค์กรทั้งในและต่างประเทศเข้ามาศึกษาดูงาน เบื้องหลังความสำเร็จที่จับต้องได้นี้ เกิดจากการสนับสนุนที่ดีอย่างต่อเนื่องจากผู้บริหารทุกคนและทุกฝ่ายงาน โดยเฉพาะทีม Happy People ที่นำโดยคุณ เหมียว &#8211; นุชนารถ อาภามงคล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Happy People และคุณ ตี้ &#8211; กาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Tidlor Academy ที่ร่วมกันสร้างและพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรผ่านวิสัยทัศน์ ค่านิยม และทิศทางในการบริหารจัดการ เพื่อให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมกับองค์กรอย่างแท้จริง ทำไม &#8220;เงินติดล้อ&#8221; ถึงสามารถสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและยั่งยืนได้ ? ร่วมสำรวจความเบื้องหลังความสำเร็จของ &#8220;เงินติดล้อ&#8221; ในฐานะองค์กรต้นแบบด้านวัฒนธรรมได้ในบทสัมภาษณ์นี้ ทำไมฝ่ายบุคคลของ &#8220;เงินติดล้อ&#8221; ถึงเรียกว่า Happy People และ “ความสุข” สำคัญอย่างไรต่อองค์กร ? คุณเหมียว: ความสุขของพนักงานช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานที่เต็มไปด้วยพลังบวก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42753" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/คุยกับ-เงินติดล้อ-วัฒนธรรมองค์กรสร้างได้-และต้องสร้างให้ยั่งยืน.webp" alt="คุยกับ “เงินติดล้อ” วัฒนธรรมองค์กรสร้างได้ และต้องสร้างให้ยั่งยืน" width="600" height="370" title="เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น 643" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/คุยกับ-เงินติดล้อ-วัฒนธรรมองค์กรสร้างได้-และต้องสร้างให้ยั่งยืน.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/คุยกับ-เงินติดล้อ-วัฒนธรรมองค์กรสร้างได้-และต้องสร้างให้ยั่งยืน-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแวดวงการเงินหลายคนอาจรู้จัก </span><strong><a href="https://www.tidlor.com/th" target="_blank" rel="noopener">บมจ. เงินติดล้อ</a></strong><span style="font-weight: 400;"><strong> </strong>ในฐานะผู้นำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ ผู้เล่นตัวท๊อปในวงการโบรกเกอร์ประกันอย่าง “ประกันติดโล่” “อารีเกเตอร์” และ “heygoody” ในขณะเดียวกัน ถ้าได้ลองพูดคุยกับคนในแวดวงทรัพยากรบุคคล เงินติดล้อยังโดดเด่นในด้านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งและขับเคลื่อนองค์กรได้จริง และยังเป็นต้นแบบให้อีกหลายองค์กรทั้งในและต่างประเทศเข้ามาศึกษาดูงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เบื้องหลังความสำเร็จที่จับต้องได้นี้ เกิดจากการสนับสนุนที่ดีอย่างต่อเนื่องจากผู้บริหารทุกคนและทุกฝ่ายงาน โดยเฉพาะทีม Happy People ที่นำโดยคุณ</span> <span style="font-weight: 400;"><strong>เหมียว &#8211; นุชนารถ อาภามงคล</strong> ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Happy People และคุณ <strong>ตี้ &#8211; กาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี</strong> ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย </span><a href="https://www.tidlor.com/th" target="_blank" rel="noopener"><b>Tidlor Academy </b></a><span style="font-weight: 400;">ที่ร่วมกันสร้างและพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรผ่านวิสัยทัศน์ ค่านิยม และทิศทางในการบริหารจัดการ เพื่อให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมกับองค์กรอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไม </span><b>&#8220;</b><span style="font-weight: 400;">เงินติดล้อ</span><b>&#8221; </b><span style="font-weight: 400;">ถึงสามารถสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและยั่งยืนได้ ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ร่วมสำรวจความเบื้องหลังความสำเร็จของ </span><b>&#8220;</b><span style="font-weight: 400;">เงินติดล้อ</span><b>&#8221; </b><span style="font-weight: 400;">ในฐานะองค์กรต้นแบบด้านวัฒนธรรมได้ในบทสัมภาษณ์นี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39737" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/คุณ-เหมียว-792.webp" alt="คุณ เหมียว 792" width="600" height="370" title="เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น 644" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/คุณ-เหมียว-792.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/คุณ-เหมียว-792-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ทำไมฝ่ายบุคคลของ &#8220;เงินติดล้อ&#8221; ถึงเรียกว่า Happy People และ “ความสุข” สำคัญอย่างไรต่อองค์กร ?</b></h2>
<p><b>คุณเหมียว:</b><span style="font-weight: 400;"> ความสุขของพนักงานช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานที่เต็มไปด้วยพลังบวก ซึ่งนำไปสู่ภาพรวมของวัฒนธรรมองค์กรที่ดี เรามองหาวิธีการที่แตกต่าง และวิธีที่ทำให้พนักงานรู้สึกถึงโอกาสที่อยู่รอบๆ องค์กร ทุกอย่างเป็นไปได้ที่องค์กรนี้ ไม่ทำให้เขารู้สึกว่าถูกจำกัดอยู่ในกรอบเดิม ๆ และนี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เราจึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อฝ่าย HR เป็น Happy People เพราะเราอยากให้คนรู้สึกว่าเราไม่ใช่ครูฝ่ายปกครอง แต่เป็นทีมที่คอยสนับสนุนและสนับสนุนให้เขาจับสัมผัสความสุขได้อย่างน้อยหนึ่งอย่างในทุกวันที่เขามาทำงานค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงแรก เราสังเกตว่า ถ้าพนักงานมีความสุข เขาจะเปิดรับสิ่งต่าง ๆ เข้ามาได้ง่ายและกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ แต่ถ้าพนักงานมองว่าเราเป็นฝ่ายบุคคลที่มาจับผิด เช็กเวลาเข้าออกงาน การจะสร้างความประทับใจแรกก็คงไม่ดีเท่าไหร่ เราจึงเลือกที่จะเปลี่ยนMindset วิธีการทำงาน และชื่อของแผนกของเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่เราต้องดูแลพนักงาน เราต้องทำให้เขารู้สึกว่าเขาอยากจะเข้าหาเรา มาขอคำปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือจากเรา ซึ่งจะทำให้พนักงานรู้สึกแฮปปี้ในการทำงานที่นี่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายในฝ่าย Happy People เราก็จะมีหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย เช่น People Fit เพื่อคัดสรรคนที่ฟิตกับองค์กร, People Life ที่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงาน และ People Learn ที่ภายหลังจัดตั้งเป็นฝ่ายและเปลี่ยนชื่อเป็น Tidlor Academy ซึ่งทำหน้าที่สรรหาองค์ความรู้ดีๆ คอร์สดังๆ มาให้พนักงานได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กรสนับสนุนและใส่ใจในทุก ๆ ด้านของชีวิต ให้เขาสัมผัสได้จริงๆ ว่าองค์กรหวังดีกับพวกเขาแค่ไหนค่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>อะไรคือเหตุผลที่ &#8220;เงินติดล้อ&#8221; ให้ความสำคัญกับคนทำงานเป็นอันดับแรกเสมอ ?</b></h2>
<p><b>คุณตี้: </b><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว บริษัทของเราเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แต่เมื่อบริษัทโตขึ้นแล้ว เราก็ต้องคิดว่าจะโตขึ้นในรูปแบบไหน จะสร้างบรรยากาศการทำงานแบบใดที่จะส่งเสริมให้พนักงานมีความสุข และสามารถเค้นศักยภาพออกมาได้เต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงปี 2016 เรามีการรีแบรนด์ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เราคิด Core Value ใหม่ แต่พบว่าพนักงานไม่อินและไม่เข้าใจ แม้พวกเขาจะจดจำได้ แต่ไม่เข้าใจจริง ๆ ดังนั้นเราจึงเริ่มโฟกัสการดูแลพนักงานโดยยึดฐานจาก Core Value ที่เราต้องการให้เป็นจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่า</span><b> &#8220;</b><span style="font-weight: 400;">ทุกธุรกิจเป็นธุรกิจของคน</span><b>&#8221; (Every Business is People Business) </b><span style="font-weight: 400;">คือธุรกิจจะไม่สามารถดำเนินได้ ถ้าไม่มีคนช่วยกันทำงานหรือคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และการที่จะทำให้สำเร็จนั้นต้องเริ่มจากการสร้างบรรยากาศและแรงบันดาลใจให้พนักงานมีพลังและอยากทำงาน หน้าที่ของทีม Culture คือสร้างแพลตฟอร์มและสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานรู้สึกมีแรงบันดาลใจ มีพลัง กล้าคิดกล้าลอง พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้เสมอ และมีความสุขในการทำงานทุกวัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39743 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Kanjanat-Chalermjulamanee-1024x683.webp" alt="คุยกับ “เงินติดล้อ” วัฒนธรรมสร้างได้ และต้องสร้างให้ยั่งยืน" width="1024" height="683" title="เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น 645" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Kanjanat-Chalermjulamanee-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Kanjanat-Chalermjulamanee-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Kanjanat-Chalermjulamanee-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Kanjanat-Chalermjulamanee-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Kanjanat-Chalermjulamanee-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Tidlor Academy เกิดจากอะไร และทำหน้าที่อะไร ?</b></h2>
<p><b>คุณตี้:</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องบอกว่า HRD (Human Resource Development) ในหลาย ๆ บริษัทมักจะอยู่กับทีม HR แต่เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนเรื่องการพัฒนาคนและสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงาน เราก็เลยแยกฟังก์ชันนี้ออกมาตั้งเป็น Tidlor Academy เพื่อให้มีความคล่องตัวมากขึ้น มีทีมงานที่ดูแลทั้งเรื่องการพัฒนาบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กรอยู่ในที่เดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ แล้ว เรามีลูกค้าอยู่สองกลุ่มครับ กลุ่มแรกคือลูกค้าภายในบริษัท คือพนักงานทั้งหมดประมาณ 8,000-9,000 คน และกลุ่มที่สองคือลูกค้าภายนอกที่เข้ามาเรียนรู้วิธีการสร้างวัฒนธรรมองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เรามีบันทึกไว้ว่าเกือบ 300 บริษัทกับประมาณ 2,700-2,800 คนที่เข้ามาเยี่ยมเรา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีองค์กรสนใจด้านการสร้างวัฒนธรรมมากขึ้น เราจึงต้องการพัฒนาโปรแกรมให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>วัฒนธรรมองค์กรสำคัญอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>คุณเหมียว:</b><span style="font-weight: 400;"> วัฒนธรรมองค์กรมีความสำคัญมากค่ะ มันเหมือนกับดาวเหนือขององค์กรเลยนะคะ แม้จะเป็น Buzzword ในหมู่คนทำงาน แต่สำหรับ &#8220;เงินติดล้อ&#8221; วัฒนธรรมองค์กรคือหัวใจ เราเริ่มต้นจากการมีเป้าหมายว่าเราจะสร้างองค์กรที่เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน จะทำยังไงละองค์กรจะเติบโตได้แบบนั้น คำตอบก็เหมือนกับที่คุณตี้บอก ก็คือ “คน” ดังนั้นการที่จะทำให้คนของเรากว่า 8,000 คนนี้มองเห็นเป้าหมายและเข้าใจพฤติกรรมที่ใช่ที่จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายนั้น เราต้องสร้างเข็มทิศที่จะพาเราไปถึงดาวเหนือนั้นนั่นก็คือ “ค่านิยม”</span></p>
<p><b>คุณตี้:</b><span style="font-weight: 400;"> ในช่วงนั้นเราได้แรงบันดาลใจจากหนังสือชื่อ &#8220;Start With Why&#8221; ที่ช่วยให้เราเข้าใจ Why และ How นอกจากนี้เรายังส่งคนไปเรียนรู้จาก โทนี่</span> <span style="font-weight: 400;">เชย์</span><b> (Tony Hsieh)</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้บริหารบริษัท Zappos ที่ได้ชื่อว่าเป็น Best Culture Company In The World ทำให้เราได้ Core Value ที่ละเอียด เข้าใจง่าย ที่สำคัญคือมันใช่สำหรับเรา ไม่ต้องตีความให้ยาก และช่วยแก้ปัญหาเราได้ ทั้ง 7 ข้อ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างสรรค์ แบ่งปันโอกาส (Sustainable Impact by Creating Opportunities)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีจิตวิญญาณความเป็นเจ้าของ (Sense of Ownership with Gratitude)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ร่วมมือร่วมใจ ตรงไปตรงมา (Candid Teamwork)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ซื่อสัตย์ จริงใจ และเป็นกันเอง (Serve with Integrity, Informality, and Authenticity)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">กระหายเรียนรู้ (Thirst for Wisdom and Self-Development)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">กล้าคิด กล้าลอง (Experiment to Lead Change)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทำงานเต็มที่ ปาร์ตี้ให้สุด (Work Smart, Party Hard)</span></li>
</ol>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39736 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/TIDLOR-Core-Values-1024x1024.webp" alt="คุยกับ “เงินติดล้อ” วัฒนธรรมสร้างได้ และต้องสร้างให้ยั่งยืน Cover" width="1024" height="1024" title="เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น 646" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/TIDLOR-Core-Values-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/TIDLOR-Core-Values-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/TIDLOR-Core-Values-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/TIDLOR-Core-Values-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/TIDLOR-Core-Values.webp 1125w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้รู้ว่า Core Value แรกไม่ใช่สำหรับองค์กรอีกต่อไป กระทั่งต้องทำ 7 ล้อ Core Values ใหม่ขึ้นมา ?</b></h2>
<p><b>คุณตี้: </b><span style="font-weight: 400;">เราพูดอยู่เสมอว่า Culture คือความรู้สึกและบรรยากาศ อะไรที่มันไม่เวิร์ก ถ้าเราอยู่ในบรรยากาศนั้น เราจะรู้ อะไรที่มันไม่ใช่ตัวตนเราจริง ๆ เราก็แค่ยอมรับและเปลี่ยนครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>7 ล้อ Core Values ทั้งหมดนี้ ใช้เวลานานไหมกว่าพนักงานทั้งหมดจะเข้าใจร่วมกัน ?</b></h2>
<p><b>คุณตี้:</b><span style="font-weight: 400;"> ตอนทำเวิร์กชอปใช้เวลาประมาณปีครึ่ง ซึ่งพอได้ค่านิยมมาแล้ว เราก็ทำ Town Hall สื่อสารแบบยิ่งใหญ่อลังการ จากนั้นเราก็เริ่มวัดผล โดยทำ Survey และทำ Focus Group นั่งคุยกับพนักงาน ซึ่งตอนแรกทีมงานตกใจมาก เพราะในการสำรวจรอบแรกพบว่ามีพนักงานเพียง 1 คนจาก 18 คนที่เข้าใจว่าค่านิยม 7 ข้อคืออะไร คิดเป็นแค่ 6% เท่านั้น เราก็มองหน้ากันว่าจะทำยังไงต่อดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลามีข้อผิดพลาด เราไม่มานั่งโทษกัน แต่เรามองว่าเราได้เรียนรู้อะไรจากความล้มเหลวครั้งนั้น จากนั้นเราก็เริ่มค้นหาปัญหาและสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) ให้พนักงานมีความเข้าใจและนำไปปฏิบัติได้จริง ๆ คะแนนความเข้าใจก็ค่อย ๆ ขึ้น ซึ่งปัจจุบันน่าจะมีพนักงานประมาณกว่า 90% ที่เข้าใจค่านิยมแล้วครับ เราเรียกคะแนนนี้ว่า ความตระหนักรู้ในวัฒนธรรม (Culture Awareness Score) วัดทั้งความเข้าใจ การนำไปปฏิบัติ คะแนนความผูกพัน (Engagement Score) บรรยากาศการทำงาน ความภาคภูมิใจ รวมไปถึงการถามถึงความสุข (Happiness Score) ซึ่งเราทำการสอบถามทุก ๆ ครึ่งปีเลย เพราะเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากครับ</span></p>
<p><b>คุณเหมียว: </b><span style="font-weight: 400;">ถ้าพูดถึงการปลูกฝังค่านิยม มันเป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาค่ะ ไม่สามารถประกาศปุ๊บแล้วทุกคนเข้าใจได้ทันที เราจึงนำค่านิยมเหล่านี้ไปแฝงอยู่ในทุก ๆ กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับ People Life Cycle ตั้งแต่คนเข้าจนถึงคนออก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น ตั้งแต่การรับเข้าพนักงาน เรานำค่านิยมทั้ง 7 ข้อมาประยุกต์ใช้ในการสัมภาษณ์งาน เราจะตั้งคำถามอย่างไรให้สะท้อนถึง Core Value ของเรา หรือการให้ความรู้ทีม Recruit และ Line Manager ให้เข้าใจและนำไปใช้ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังนำไปแฝงในกระบวนการ Onboarding ไปจนถึงการพัฒนา (Development) ที่มีทีม Tidlor Academy ช่วยในการเทรนนิ่งและวัดผล ซึ่งไม่ใช่การประเมินแบบตัดเกรด แต่เป็นการดูพฤติกรรม หาช่องว่างที่ยังไม่เข้าใจ โดยใช้การประเมินแบบ 360 องศาค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทุกแคมเปญและกิจกรรมจะเน้นการแทรกซึมค่านิยมเหล่านี้ ทีม Culture ของเรามีการทำงานอย่างหนัก และมีการวาง Milestone ว่าการสร้างวัฒนธรรมองค์กรในปีแรกคือการสร้างความตระหนักรู้ ต่อมาคือการสร้างความเข้าใจ และเราวัดผลในแต่ละเรื่องอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาหลายปี และปัจจุบันก็ยังคงทำอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญที่สุดคือการสนับสนุนจากผู้บริหาร เนื่องจากผู้บริหารเป็นคนสร้างค่านิยมเหล่านี้ขึ้นมา การที่จะนำใช้และส่งเสริมต่อจึงเป็นหน้าที่ของพวกเขา ซึ่งผู้บริหาร C-suite ก็อินและให้ความสำคัญมาก พอเราปล่อยโปรแกรมอะไร ผู้บริหารจะพูดถึงค่านิยมเหล่านี้เสมอ ทำให้พนักงานเห็นภาพชัดเจนว่าแต่ละค่านิยมสามารถจับต้องได้อย่างไร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39741 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/1-1024x683.webp" alt="คุยกับ “เงินติดล้อ” วัฒนธรรมสร้างได้ และต้องสร้างให้ยั่งยืน" width="1024" height="683" title="เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น 647" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/1-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/1-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>ที่ &#8220;เงินติดล้อ&#8221; มีทีม Culture Gangster และ Culture Hero เล่าถึงความแตกต่างทั้งสองกลุ่มนี้ให้ฟังหน่อย ?</b></h2>
<p><b>คุณตี้:</b><span style="font-weight: 400;"> ใช่ครับ Culture Gangster เหมือนเป็นแกนนำหลักที่คอยดีไซน์กิจกรรมต่างๆ เพื่อตอกย้ำวัฒนธรรมองค์กรและส่งมอบให้คนอื่น แต่ Culture Hero เป็นเหมือนเป็นผู้ดำเนินการหรือปฏิบัติการ (Executor) ให้กับคนในฝ่ายของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคิดบนโจทย์ที่ว่า การสร้างวัฒนธรรมไม่ใช่งานของ</span><b> HR </b><span style="font-weight: 400;">อย่างเดียว ซึ่งหลายบริษัทมีปัญหาว่าการทำวัฒนธรรมจะโยนให้ HR แล้วมันทำยากมาก เราจึงใช้กลยุทธ์หลายรูปแบบ ทั้ง Top-down และ Down-to-top ในการสื่อสาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเริ่มต้นด้วยการหาผู้นำที่มีใจอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในองค์กร โดยไม่สนใจว่าเขาอยู่แผนกอะไร แต่เราเลือกคนที่มีใจอยากเห็นบรรยากาศในบริษัทดีขึ้น ซึ่งงานนี้ไม่มีเงิน ไม่มีรายได้ และไม่มีผลประโยชน์ต่อการประเมินผลปลายปีด้วย เราแค่ต้องการคนที่อยากเห็นบรรยากาศในบริษัทดีขึ้น ซึ่งชุดแรกเรามี Culture Gangster ประมาณ 10 กว่าคน หน้าที่หลักคือการทำ Culture Strategy ว่าบริษัทจะมีทิศทางในการสร้างวัฒนธรรมในรูปแบบไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งโจทย์สำคัญของ Culture Gangster คือต้องหาคนเพิ่มเพื่อกระจายวัฒนธรรมองค์กรให้ทั่วประเทศ เพราะเงินติดล้อมีสาขาอยู่ทั่วประเทศและมีคนอยู่ต่างจังหวัดประมาณ 6,000 กว่าคน เราจึงสร้างทีมอีกทีมหนึ่งชื่อว่า Culture Hero โดยใช้พนักงานกลุ่มที่เป็น Innovator กับ Early Adopter ในองค์กร โดยพวกเขาจะช่วยกระจายวัฒนธรรมองค์กรไปสู่พนักงานทุกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ทั้งสองกลุ่มนี้จะไม่ได้เงินหรือรายได้พิเศษ แต่เราใส่ความชื่นชมและความภาคภูมิใจไปที่ตัวพวกเขา ที่ช่วยกระจายวัฒนธรรมองค์กรไปทั้งในสำนักงานใหญ่และสาขา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เรามี Culture Hero ประมาณ 300-400 คนแล้วครับ ซึ่งพวกเขาสามารถลากคนกลุ่มใหญ่ให้ “เชื่อ” ในวัฒนธรรมเดียวกันได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39742 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/7-1024x683.webp" alt="คุยกับ “เงินติดล้อ” วัฒนธรรมสร้างได้ และต้องสร้างให้ยั่งยืน" width="1024" height="683" title="เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น 648" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/7-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/7-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/7-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/7-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/7-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>จากวันแรกจนวันถึงวันนี้ คุณรู้สึกอย่างไรกับการสร้างวัฒนธรรมเงินติดล้อ ?</b></h2>
<p><b>คุณตี้: </b><span style="font-weight: 400;">หากวัดเป็นความพึงพอใจอาจจะยาก แต่ในใจเรารู้สึกภูมิใจมากครับ ผมเคยวาดภาพไว้นานมาก เป็นภาพที่อยากเห็นวัฒนธรรมองค์กรของเงินติดล้อว่าเป็นยังไง แต่มาวันนี้หลาย ๆ อย่างมันได้เกิดขึ้นจริงแล้ว ทำให้บรรยากาศการทำงานสนุก มีทีมที่ดี มีงานที่ตรงเป้าหมาย</span> <span style="font-weight: 400;">วันนี้เราเห็นบรรยากาศที่สัมผัสได้ว่า</span> <span style="font-weight: 400;">พนักงานมาทำงานเหมือนมาใช้ชีวิต</span> <span style="font-weight: 400;">ไม่ได้มองว่าเงินติดล้อเป็นแค่ที่ทำงาน</span> <span style="font-weight: 400;">ทำให้รู้สึกภูมิใจและมีความสุขครับ</span></p>
<p><b>คุณเหมียว: </b><span style="font-weight: 400;">รู้สึกคล้าย ๆ กันนะ เพราะว่าอยู่มาตั้งแต่รุ่นแรก ล้มลุกคลุกคลานกันมาจนถึงวันนี้ ถามว่าภูมิใจไหม ? ภูมิใจมาก แต่พอใจไหม ? อาจจะตอบยาก เพราะทุกวันมันมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ คนเข้ามาใหม่ก็จะมีเหตุการณ์ใหม่ ๆ เข้ามาท้าทายเสมอ โดยเฉพาะช่วงหลังโควิด เรารู้เลยว่ามันไม่มีอะไรแน่นอน สิ่งที่เราบอกในวันนี้อาจจะใช้ไม่ได้ในอนาคตแล้ว ฉะนั้นเราต้องค่อย ๆ ปรับและดูไปเรื่อย ๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>อะไรคือความท้าทายในการบริหารงาน HR ในอนาคต ?</b></h2>
<p><b>คุณตี้: </b><span style="font-weight: 400;">ภาพปลายทางของเงินติดล้อที่เราต้องการคือการเห็นวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืนครับ เป้าหมายเราชัดเจนในการใช้ชีวิตร่วมกันที่นี่ เรามี Purpose Driven ที่ชัดเจน คือ &#8220;Why&#8221; และมี &#8220;How&#8221; ว่าเราเพื่อพนักงาน ลูกค้า และสังคมของเรายังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายของเราไม่ได้เปลี่ยนไปเลยครับ</span> <span style="font-weight: 400;">ที่นี่เป็นองค์กรที่ให้โอกาสตัวเอง</span> <span style="font-weight: 400;">ให้โอกาสพนักงาน</span> <span style="font-weight: 400;">และลูกค้า</span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อสร้างสรรค์สังคมดี</span> <span style="font-weight: 400;">ๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ขึ้นมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ความท้าทายคืออุปสรรคระหว่างทางที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ เช่น โควิด-19 ที่ทำให้ Engagement เราตกลง รวมถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีใหม่ ๆ และการเข้ามาของ AI ซึ่งอาจมีสิ่งที่เราไม่รู้และไม่อาจคาดคิดเกิดขึ้นได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดที่ทีม HR ต้องทำคือเข้าใจโจทย์และบริบทที่เปลี่ยนแปลง พยายามหาจุดเชื่อมโยงและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ ๆ เพื่อให้วัฒนธรรมองค์กรนำพาธุรกิจไปข้างหน้า (Culture-Driven)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นสำหรับผม ความท้าทายคือการจัดการกับสิ่งที่เราไม่รู้และจะเข้ามาในอนาคตนั้นอย่างไร</span></p>
<p><b>คุณเหมียว:</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่อยากเรียกว่าความท้าทายในอนาคต แต่เป็นความท้าทายในปัจจุบันมากกว่า เพราะว่าองค์กรเติบโตมาแบบก้าวกระโดด มีการเพิ่มขนาดและเพิ่มพนักงานจำนวนมาก ในช่วงแรกเราสนุกกับการสร้างวัฒนธรรม แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าความท้าทายหลักคือการหาคนที่มี DNA เหมือนกับเรา คนที่เข้าใจสิ่งที่เราทำ และสามารถเข้ามาช่วยเราในระยะเวลาอันสั้นได้ เนื่องจากองค์กรโตเร็วและมีการแข่งขันสูงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนที่เราดูแลปลุกปั้นมาตั้งแต่สิบปีที่แล้ว ตอนนี้ก็เติบโตขึ้นมาเป็นผู้บริหารและแข็งแกร่งขึ้นแล้ว แต่เมื่อขยายบริษัท ภาพรวมใหญ่ขึ้น เราก็ต้องการคนที่เข้ามาช่วยองค์กรได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งความท้าทายคือการทำให้พวกเขาเข้าใจและปรับตัวให้กับวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการหาคนในระดับ Middle Management ค่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ทำไมถึงต้องให้ความสำคัญกับ Middle Management ?</b></h2>
<p><b>คุณเหมียว: </b><span style="font-weight: 400;">เราโฟกัส Middle Management เพื่อให้มีคนมาช่วยเราสร้างและขับเคลื่อนให้องค์กรทันต่อสถานการณ์และการแข่งขันภายนอก เรามองว่าพวกเขาเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมทุกคนในองค์กรให้ไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งผู้บริหารระดับบนและพนักงานระดับล่าง การมีคนตรงกลางจะช่วยพาองค์กรวิ่งไปด้วยกันค่ะ</span></p>
<p><b>คุณตี้:</b><span style="font-weight: 400;"> เห็นด้วยกับคุณเหมียวครับ เพราะคนตรงกลางคือ Key Driver ที่สำคัญมาก พวกเขาต้องเชื่อมข้างบนและข้างล่างให้เป็นหนึ่งเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในภาพรวมงาน Culture ยังคงยึดถือเหมือนเดิม แต่เราจะทำยังไงให้พนักงานรู้สึกว่า งานของเขามีความหมาย มีคุณค่า และอยากตื่นขึ้นมาทำงานที่เงินติดล้อจริง ๆ เราจะพยายามสร้างโอกาส สร้างบรรยากาศ สร้างสถานการณ์ หรือสร้างอะไรก็ตามที่ทำให้พนักงานรู้สึกมีความหมายในการทำงาน และพยายามทำสิ่งนี้ต่อไปเรื่อย ๆ แน่นอนครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39739 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5-1-1024x683.webp" alt="คุยกับ “เงินติดล้อ” วัฒนธรรมสร้างได้ และต้องสร้างให้ยั่งยืน" width="1024" height="683" title="เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น 649" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5-1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5-1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5-1-1536x1025.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5-1.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น 650" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/interview-tidlor-240724/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ ภัทรเสฏฐ หนุนภักดี จาก LinkedIn Thailand แพลตฟอร์มแห่งโอกาส ที่ไม่ใช่แค่ช่วยคนหางาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrpeople/linkedin-thailand-interview-240723/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrpeople/linkedin-thailand-interview-240723/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jul 2024 06:51:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR People]]></category>
		<category><![CDATA[LinkedIn Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=39724</guid>

					<description><![CDATA[เชื่อได้ว่า ไม่มี HR คนไหนไม่ไม่รู้จัก LinkedIn เพราะ LinkedIn คือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างเครือข่ายอาชีพ ทั้งพื้นที่หางานหรือการรับสมัครพนักงาน  ทว่าสิ่งที่หลายไม่รู้ก็คือ แท้จริงแล้ว LinkedIn เป็นมากกว่านั้น นำมาถึงคำถามสำคัญว่าเราใช้งานมันอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพแล้วหรือยัง ? “หลายคนอาจจะรู้จัก LinkedIn แต่ไม่เข้าใจทุกมุม บางคนคิดว่าใช้ LinkedIn แค่ตอนหางาน แต่จริง ๆ แล้ว LinkedIn เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างโอกาสสำหรับทุกคน” เช่นเดียวกับบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ ที่ HREX มีโอกาสพูดคุยกับ คุณ น็อตตี้ &#8211; ภัทรเสฏฐ หนุนภักดี Thailand Country Team Lead @ LinkedIn จากการส่งข้อความไปชักชวนผ่าน LinkedIn บทสัมภาษณ์นี้ไม่เพียงแสดงถึงประสบการณ์การทำงานของเขา แต่รวมถึงเส้นทางชีวิต และความคิดในฐานะ Leader ที่ต้องนำทีมให้ Linkedin ประสบความสำเร็จในไทย พร้อมคำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งาน LinkedIn ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่ารอช้า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42763" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/คุยกับ-ภัทรเสฏฐ-หนุนภักดี-จาก-LinkedIn-Thailand-แพลตฟอร์มแห่งโอกาส-ที่ไม่ใช่แค่ช่วยคนหางาน.webp" alt="คุยกับ ภัทรเสฏฐ หนุนภักดี จาก LinkedIn Thailand แพลตฟอร์มแห่งโอกาส ที่ไม่ใช่แค่ช่วยคนหางาน" width="600" height="370" title="คุยกับ ภัทรเสฏฐ หนุนภักดี จาก LinkedIn Thailand แพลตฟอร์มแห่งโอกาส ที่ไม่ใช่แค่ช่วยคนหางาน 657" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/คุยกับ-ภัทรเสฏฐ-หนุนภักดี-จาก-LinkedIn-Thailand-แพลตฟอร์มแห่งโอกาส-ที่ไม่ใช่แค่ช่วยคนหางาน.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/คุยกับ-ภัทรเสฏฐ-หนุนภักดี-จาก-LinkedIn-Thailand-แพลตฟอร์มแห่งโอกาส-ที่ไม่ใช่แค่ช่วยคนหางาน-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เชื่อได้ว่า ไม่มี HR คนไหนไม่ไม่รู้จัก LinkedIn เพราะ <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/what-is-linkedin-250716/">LinkedIn คือ</a>แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างเครือข่ายอาชีพ ทั้งพื้นที่หางานหรือการรับสมัครพนักงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าสิ่งที่หลายไม่รู้ก็คือ แท้จริงแล้ว LinkedIn เป็นมากกว่านั้น นำมาถึงคำถามสำคัญว่าเราใช้งานมันอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพแล้วหรือยัง ?</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หลายคนอาจจะรู้จัก LinkedIn แต่ไม่เข้าใจทุกมุม บางคนคิดว่าใช้ LinkedIn แค่ตอนหางาน แต่จริง ๆ แล้ว LinkedIn เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างโอกาสสำหรับทุกคน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ ที่ HREX มีโอกาสพูดคุยกับ คุณ </span><a href="https://www.linkedin.com/in/phattharaset-notty-n-95a25458/" target="_blank" rel="noopener"><b>น็อต</b><b>ตี้</b><b> &#8211; ภัทรเสฏฐ หนุนภักดี</b> </a><b>Thailand Country Team Lead @ LinkedIn </b><span style="font-weight: 400;">จากการส่งข้อความไปชักชวนผ่าน LinkedIn</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสัมภาษณ์นี้ไม่เพียงแสดงถึงประสบการณ์การทำงานของเขา แต่รวมถึงเส้นทางชีวิต และความคิดในฐานะ Leader ที่ต้องนำทีมให้ Linkedin ประสบความสำเร็จในไทย พร้อมคำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งาน LinkedIn ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่ารอช้า อ่านรายละเอียดจากบทสัมภาษณ์นี้ได้เลย !</span></p>
<h2><b>ทราบมาว่าคุณเริ่มทำงาน LinkedIn ในตำแหน่ง Relationship Manager และค่อย ๆ เติบโตจนกลายเป็น Country Head เล่าให้ฟังหน่อยว่าเส้นทางการทำงานของคุณเป็นอย่างไรบ้าง​ ?</b></h2>
<p><b>ภัทรเสฏฐ: </b><span style="font-weight: 400;">ต้องบอกว่าก่อนหน้าทำงานที่นี่ ผมทำงานองค์กรขนาดใหญ่ (Corporate) มาโดยตลอด ซึ่งประมาณ 10 ปีที่แล้ว ผมตั้งเป้าหมายด้วยความทะเยอทะยาน (Ambitious) ว่า อยากทำงานในองค์กรท็อป ๆ ระดับโลกในกลุ่มเทคโนโลยี ผมจึงมองไปที่บริษัทเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงหลาย ๆ ที่รวมถึง LinkedIn</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงนั้นผมทำงานที่เว็บไซต์หางานเจ้าหนึ่ง ทำงานอยู่หลายปีเหมือนนะ ก่อนที่จะเริ่มสนใจด้าน AdTech ก็เลยลาออกไปทำงานกับ AdTech สตาร์ทอัปจากแคนาดา ตอนนั้นนายเก่าผมยังสงสัยว่า ผมจะลาออกไปทำไม เพราะทำงานที่เว็บไซต์หางานก็มั่นคงมากในเมืองไทยนะ แต่ผมต้องการได้ความรู้</span><span style="font-weight: 400;">ทักษะ</span><span style="font-weight: 400;">เพิ่มเติมครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมทำงานที่บริษัท AdTech นั้นอยู่ประมาณสามถึงสี่ปี เ</span><span style="font-weight: 400;">ริ่มตั้งต้นใหม่จากศูนย์</span> <span style="font-weight: 400;">หลังจาก</span><span style="font-weight: 400;">ได้ประสบการณ์ด้าน Business Development มาแล้วก็เริ่มคุมทีม Sales ที่นั่นด้วย ทำงานประมาณ 3-4 ปีก็รู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วที่ผมจะไปต่อ ตอนนั้นอายุก็ประมาณ 30 กลาง ๆ แล้ว ก็มีความฝันอยากทำงานในต่างประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเริ่มโฟกัสในการสมัครงานที่สิงคโปร์ เพราะไม่อยากไปไกลครอบครัวมากเกินไป ก็มีเพื่อน ๆ พี่ ๆ หลายคนคอยซัพพอร์ตเราในการส่งใบสมัครไปยังที่ต่าง ๆ แต่สุดท้ายก็เหมือนว่าดวงเราเหมาะกับ LinkedIn (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จำได้ว่าตอนที่ LinkedIn ประกาศเปิดตำแหน่งงานสำหรับ Thai Speaker มีคนสมัครเยอะมาก ผมก็เลยตัดสินใจส่งข้อความไปหาคนที่โพสต์ตำแหน่งงานนั้น บอกเขาว่าให้ช่วยดูโปรไฟล์เราหน่อย ถ้าคิดว่าเราเหมาะสม ผมก็จะกดสมัครงาน แล้วเขาก็ติดต่อกลับมาทันทีจากสิงคโปร์ให้เราสมัคร และให้เราเข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์ทันที จนผมได้เข้ามาทำงานกับ LinkedIn ครับ</span></p>
<h2><b>มันง่ายแค่ส่งข้อความไปหาคนประกาศหางานใน LinkedIn อย่างนั้นเลยเหรอ ?</b></h2>
<p><b>ภัทรเสฏฐ: </b><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ </span><span style="font-weight: 400;">เวลาเราสมัครงาน</span><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือเราจะทำยังไงให้เราโดดเด่นจากผู้สมัครคนอื่น ๆ ในกรณีนี้คือคนทั่วไปจะกดสมัครปกติ แต่น้อยคนที่ดูว่าใครเป็นคนโพสต์ตำแหน่งงานนั้น แล้วกล้าที่จะส่งข้อความไปหาเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คือแพลตฟอร์ม LinkedIn มีความพิเศษตรงที่เราไม่จำเป็นต้องเป็นเพื่อนกันเหมือนโซเชียลมีเดียอื่น </span><span style="font-weight: 400;">ทำให้เราสามารถคุยกับคนบน Platform ที่ไม่รู้จัก</span><span style="font-weight: 400;"> ถ้าการสนทนานั้นมีความหมายและสุภาพ แม้ว่าเราจะยังไม่ได้มีโปรเจกต์อะไรร่วมกันตอนนั้น แต่ก็สามารถ  Keep in Touch กันไว้ได้ </span></p>
<h2><b>พอได้เข้ามา LinkedIn เป็นอย่างไรบ้าง เหมือนฝันที่เราคิดไหม ​?</b></h2>
<p><b>ภัทรเสฏฐ: </b><span style="font-weight: 400;">ตอนเข้ามา LinkedIn วันแรก ผมเข้ามาในตำแหน่งเล็ก ๆ อย่าง Relationship Manager ซึ่งก็คือเซลล์คนหนึ่ง ผมเข้ามาพร้อมกับความกดดัน เพราะเราย้ายข้ามประเทศมา จากที่เคยทำงานในบริษัทที่มีคนไทยทั้งหมด มาอยู่ที่ LinkedIn ในสิงคโปร์ ซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นมีพนักงานคนไทย</span><span style="font-weight: 400;">ประมาณ 4 คน และทั่วโลกก็น่าจะไม่เกิน 10 คน ในตอน</span><span style="font-weight: 400;">แรก</span><span style="font-weight: 400;">ผมก็ต้องปรับตัวเยอะ แต่ผมรู้สึกว่ามันท้าทายและสนุกไปพร้อมกัน ได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองในหลาย ๆ ด้าน และก็ทำให้ผมเติบโตมาจนถึงตำแหน่งปัจจุบันครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนตัวผมมองว่า การได้ทำงานที่นี่คือเป้าหมายของเราอยู่แล้ว แต่ผมชอบพูดกับรุ่นน้องบ่อยๆ ว่า ‘เรามาไกลกว่าฝันแล้ว’ เพราะการได้ทำงานในบริษัทเทคต่างชาติมันเหมือนเป็นความฝัน </span><span style="font-weight: 400;">แต่พอมองวันนี้</span><span style="font-weight: 400;"> มันกลายเป็นโบนัสของเราในทุก ๆ วัน เราอยากทำให้มันดีขึ้นไปเรื่อย ๆ </span><span style="font-weight: 400;">และความฝันมันก็ขยายไปเป็นเราอยากให้ LinkedIn สามารถช่วยเหลือคนไทยได้ ทำให้ผมรู้สึกว่ามันท้าทายมากขึ้นในแต่ละวัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39727" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/3-9.webp" alt="คุยกับ ภัทรเสฏฐ หนุนภักดี จาก LinkedIn Thailand แพลตฟอร์มแห่งโอกาส ที่ไม่ใช่แค่ช่วยคนหางาน" width="600" height="370" title="คุยกับ ภัทรเสฏฐ หนุนภักดี จาก LinkedIn Thailand แพลตฟอร์มแห่งโอกาส ที่ไม่ใช่แค่ช่วยคนหางาน 658" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/3-9.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/3-9-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>การทำงานต่างประเทศมีกำแพงด้านภาษาไหม ?</b></h2>
<p><b>ภัทรเสฏฐ: </b><span style="font-weight: 400;">ข้อดีของ LinkedIn </span><span style="font-weight: 400;">คือบริษัทมีคนหลายเชื้อชาติ</span><span style="font-weight: 400;">ค่อนข้าง<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/010622-deib/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">หลากหลาย (Diverse)</a> มาก ๆ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม เวลาประชุมแต่ละครั้งจะเป็นประสบการณ์ใหม่ ใช้ภาษาอังกฤษล้วน ซึ่งผมสื่อสารได้แต่ก็มีความกดดันเพราะต้องสื่อสารกับคนเก่ง ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ว่าทุกคนมีความ Open-minded ครับ ยอมรับความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษา คำพูด หรือบุคลิกภาพ แรก ๆ อาจจะมี Culture Shock บ้าง แต่ไม่นานก็ปรับตัวเข้าหากันได้</span></p>
<h2><b>จากวันแรกจนถึงวันนี้ คุณก้าวขึ้นมาเป็น Thailand Country Team Lead ได้อย่างไร ?</b></h2>
<p><b>ภัทรเสฏฐ: </b><span style="font-weight: 400;">Journey ของผมใน LinkedIn มีช่วงขึ้น-ลงเยอะนะ ไม่ได้สวยหรูเหมือนที่มองจากโปรไฟล์ LinkedIn หรอก (หัวเราะ) จริง ๆ แล้วสำหรับผมมันเหมือนรถไฟเหาะ เช่น 6 เดือนแรกผมได้เป็น Rookie of the Year ทำให้ทุกอย่างดูง่ายไปหมด แต่ผมก็รู้ว่า วันหนึ่งจะมีวันแย่ ๆ เข้ามา เหมือนที่หัวหน้าเคยบอกผมว่า</span><i><span style="font-weight: 400;"> &#8220;One day I will have a bad day, one day is coming, but please trust me that I will do my best no matter what.&#8221;</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นตลอดการทำงาน 6 ปี ผมมีช่วงที่ขึ้นและลงครับ แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องโฟกัสในสิ่งที่เราควบคุมได้ และยอมรับความเปลี่ยนแปลง เหมือนตอนแรกที่ LinkedIn ขายเฉพาะ Recruitment Product ต่อมาก็เริ่มขายเป็น Online Learning Platform ผมจึงต้องเรียนรู้เพิ่มขึ้น แถมยังยังเจอช่วงโควิดด้วย ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้งใน 6 ปีนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมพยายามโฟกัสในสิ่งที่ควบคุมได้ และพยายามไม่ลงพลังงานกับในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เช่น การบ่นว่า “ทำไมบริษัทเป็นอย่างนี้” “ทำไมผลิตภัณฑฺ์เป็นอย่างนั้น” มันไม่ช่วยอะไร แถมทำให้เราเจ็บพร้อม ๆ กับเสียพลังงานอีกด้วย เราควรไปโฟกัสสิ่งที่ควบคุมได้มากกว่า นี่ทำให้เราสามารถโฟกัสถูกจุด และมีมุมมองในการทำงานที่ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่ง Bad Day เกิดขึ้นได้ทั้งจากสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้และจากความผิดพลาดของเราเอง บางครั้งเรามองย้อนกลับไปแล้วรู้สึกว่า เราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ เราต้องมีสติในการวิเคราะห์ว่าเกิดจากอะไร ถ้าเกิดจากเราเอง เราก็ควรเรียนรู้จากมัน เพราะความผิดพลาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าเราทำผิดพลาดซ้ำ ๆ เราต้องเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น”</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46147" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-12.webp" alt="LinkedIn คืออะไร ? สื่อสังคมออนไลน์ที่พิเศษต่อคนทำงาน" width="600" height="370" title="คุยกับ ภัทรเสฏฐ หนุนภักดี จาก LinkedIn Thailand แพลตฟอร์มแห่งโอกาส ที่ไม่ใช่แค่ช่วยคนหางาน 659" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2018/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-12.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2018/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-12-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/what-is-linkedin-250716/">LinkedIn คืออะไร ? สื่อสังคมออนไลน์ที่พิเศษต่อคนทำงาน</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>ในฐานะ Country Team Lead คุณคิดว่า Leader ที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>ภัทรเสฏฐ: </b><span style="font-weight: 400;">Leader ที่ดีควรมีคุณสมบัติหลัก ๆ 2 ข้อครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อแรกคือต้องเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ หมายถึงว่าทำให้พวกเขาเห็นในสิ่งที่เขาอาจไม่เคยเห็น หรือทำให้เขามองตัวเองดีขึ้นและพัฒนาขึ้นจากตัวเขาเอง อย่างที่ LinkedIn ผมเชื่อว่าคนที่ทำงานที่นี่เก่งกันอยู่แล้ว มีโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น แต่สิ่งที่สำคัญคือการที่ Leader ต้องทำให้เขารู้ว่าเขาต้องทำอะไร และพัฒนาทัศนคติให้ไม่ยอมแพ้เมื่อเจอสิ่งที่ยากหรือสิ่งที่ควบคุมไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อที่สองคือ Leader ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องถูกใจใคร ความท้าทายของ Leader ใหม่ ๆ คือพวกเขามักอยากให้ทุกคนชอบ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การสนทนาที่ควรจะเป็น อาจไม่เกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น Leader จึงต้องสร้างแรงบันดาลใจได้ และทำในสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่กลัวที่จะถูกเกลียดครับ</span></p>
<h2><b>ในเมื่อ LinkedIn มี Leader เก่ง ๆ มากมาย คุณได้เรียนรู้อะไรจาก Leader ของ LinkedIn บ้าง​ ?</b></h2>
<p><b>ภัทรเสฏฐ: </b><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากเรื่อง Inspiration อีกสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ที่ผมเรียนรู้คือการเชื่อใจ (Trust) คนที่ทำงานกับเรา และการเคารพ (Respect) คนอื่นครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Trust หมายถึงการเชื่อว่าทุกคนมีทักษะและประสบการณ์ที่เหมาะสมกับการทำงานที่ LinkedIn ครับ แต่เมื่อมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น เราจะรักษาความเชื่อใจนั้นได้อย่างไร เพราะการรักษา Trust ได้นั้น ต้องมีความสามารถทางจิต (Mental) ที่แข็งแรงระดับหนึ่งครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนเรื่อง Respect คือ LinkedIn เป็นองค์กรที่เคารพเรื่อง Personal Life และ Work Life มาก ๆ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมอยู่ที่นี่ได้นานครับ เพราะส่วนตัว Personal Life ผมเพิ่งมีลูกเล็กครับ ซึ่งก่อนมีลูก Leader ของ LinkedIn ก็ลงมาพูดคุยและถามเรื่อง Personal Life ของผมอย่างเป็นกันเเอง และพร้อมซัพพอร์ตให้ผมใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่กับผมคนเดียวนะ แต่กับหลาย ๆ คนใน LinkedIn ด้วยครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นผมได้เรียนรู้เรื่อง Trust และ Respect ว่าต้องอยู่ในระดับสูงเลย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ไม่ดี เราต้องเชื่อมั่น และเคารพคนที่ทำงานกับเราอย่างจริงใจ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1-CATE-3.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1 CATE 3" width="1600" height="500" title="คุยกับ ภัทรเสฏฐ หนุนภักดี จาก LinkedIn Thailand แพลตฟอร์มแห่งโอกาส ที่ไม่ใช่แค่ช่วยคนหางาน 660"></a></p>
<h2><b>LinkedIn Thailand ตอนนี้ทิศทางอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>ภัทรเสฏฐ: </b><span style="font-weight: 400;">ทิศทางธุรกิจในบ้านเรา LinkedIn มีการเติบโตแบบสองหลัก (Double-Digit) ทุกปีครับ ทั้งในเรื่องรายได้และสมาชิก ซึ่งผมเชื่อว่า LinkedIn จะโตไปเรื่อย ๆ แต่ต้องโตในทางที่ถูกต้องด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ LinkedIn โตได้ คือเรื่องข้อมูล (Data) ครับ ซึ่งจริงๆ แล้วหลายคนอาจจะสับสนว่า LinkedIn เป็นบริษัทอะไรกันแน่ บางคนคิดว่าเป็น Staffing, Headhunter, Job Board หรือ Online Learning กันแน่ ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่จริงๆ แล้วหัวใจของ LinkedIn คือเป็น Data Company ครับ เราเริ่มเก็บข้อมูลมาตั้งแต่ 21 ปีที่ก่อน และใช้ข้อมูลเหล่านี้ช่วยองค์กรในการหาคนเข้ามาทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนในเมืองไทยเราต้องโตในทิศทางที่ถูกต้อง ข้อแรกคือ Data ต้องถูกต้อง โดยเรามีระบบและทีมที่โฟกัสในการ Cleansing Data และปกป้องข้อมูลอย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังมีระบบที่สามารถรายงานและตรวจสอบโปรไฟล์ที่น่าสงสัยได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จำนวนสมาชิกในไทยตอนที่ผมเริ่มทำงานเมื่อปี 2018 มีประมาณ 1.6 ล้านคน ตอนนี้เพิ่มเป็น 4 ล้านคนแล้ว เป็นการเติบโตแบบ Organic Growth ด้วย เราต้องขอบคุณองค์กรต่าง ๆ ที่เป็นลูกค้าของเราที่ช่วยแนะนำให้นักศึกษาและคนทำงานรุ่นใหม่สร้างโปรไฟล์ใน LinkedIn</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกปัจจัยหนึ่งคือความเข้าใจในการใช้แพลตฟอร์ม LinkedIn หลายคนอาจจะรู้จัก LinkedIn แต่ไม่เข้าใจทุกมุม บางคนคิดว่าใช้ LinkedIn แค่ตอนหางาน แต่จริง ๆ แล้ว LinkedIn เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างโอกาสสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่โอกาสในการหางานนะ แต่รวมถึงโอกาสในการสร้างโปรเจกต์ร่วมกัน โอกาสทางเศรษฐกิจ หรือสร้างโอกาสอื่น ๆ ได้เสมอ </span></p>
<h2><b>ตอนนี้บริการของ LinkedIn มีอะไรบ้าง ?</b></h2>
<p><b>ภัทรเสฏฐ: </b><span style="font-weight: 400;">บริการหลักคือแพลตฟอร์มออนไลน์และ Data อีกบริการหนึ่งคือ Recruiting และทิศทางหลังจากนี้คือการพัฒนาคนผ่านแพลตฟอร์ม Online Learning ที่เราได้พัฒนาขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หมายความว่า เราไม่ได้หยุดที่การหาคน แต่เราจะโฟกัสในการพัฒนาทักษะ  Re-skill Up-skill พนักงาน เพื่อให้พวกเขาพร้อมกับงานในอนาคต โดยเฉพาะในยุคของ AI</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">LinkedIn จะเข้ามาช่วยองค์กรในการพัฒนาคนในด้านทักษะ Future Job, Future Skill ผ่านคอร์สออนไลน์ที่เหมือนกับสตรีมิงวิดีโอเลยครับ แต่ LinkedIn เราผลิตเองเกือบทั้งหมด โดยเราจะดูข้อมูลจาก LinkedIn ว่ามีคนสนใจเรื่องอะไรบ้าง แล้วจะพัฒนาคอร์สที่เกี่ยวข้อง เช่น AI, Green Skills, และอื่น ๆ</span></p>
<h2><b>แสดงว่าบริการ Online Learning กำลังจะเป็นตัวชูโรงใหม่ของ LinkedIn ในอนาคต</b></h2>
<p><b>ภัทรเสฏฐ: </b><span style="font-weight: 400;"> ใช่ครับ และน่าจะเป็นในอนาคต แต่บริการด้าน Recruiting ก็ยังคงมีอยู่เสมอนะ เพราะว่า Data คนทำงานเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ซึ่งในปีนี้เรามีการใช้งาน AI Feature ไปแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้ LinkedIn ใช้เทคโนโลยีของ Microsoft ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเรา แม้ว่าเราจะทำงานแยกกัน ซึ่ง Microsoft ถือหุ้นบริษัท OpenAI ถึง 49% ดังนั้นเราจึงได้นำเทคโนโลยีของ ChatGPT มาใช้ในทั้ง Microsoft Solution และ LinkedIn ด้วยครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างด้าน Learning เรามี AI Coach ที่สามารถช่วยแนะนำการเรียนรู้ให้กับผู้ใช้งานได้ สมมติว่าเราไม่รู้ว่าจะเริ่มเรียนจากตรงไหน เราสามารถพิมพ์คุยกับ AI ว่า “อยากเป็น Data Scientist” แล้ว AI จะส่งคอร์สที่เหมาะสมมาให้ หรือถามเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจความต้องการของเราให้ดียิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เรามีคอร์สทั้งหมดประมาณ </span><span style="font-weight: 400;">18,000</span><span style="font-weight: 400;"> คอร์สแล้วครับ ทั้ง Hard Skill และ Soft Skill ตั้งแต่การเขียนโปรแกรมเบื้องต้นไปจนถึง Advanced Python เลย หรือในด้าน Soft Skill ก็จะมี Leadership หรือธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรียกว่าเรามีคอร์สที่ครอบคลุมหลายด้าน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานครับ</span></p>
<h2><b>ความที่ LinkedIn เติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ อยากรู้ว่าทิศทางหรือแนวโน้มในอนาคตของการใช้เครือข่ายใน LinkedIn จะเป็นอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>ภัทรเสฏฐ: </b><span style="font-weight: 400;">ผมมองว่าการเชื่อมโอกาสจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ครับ คนไทยเราเองสามารถใช้ LinkedIn เป็นการสร้างเครือข่ายที่เพิ่มโอกาสการเข้าถึงได้ง่ายขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ จากสถิติของเราพบว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่ของไทยจะเป็น White Collar ทำงานในองค์กร หรือเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ยังมีคนในกลุ่ม Blue Collar เช่น เด็กเสิร์ฟร้านอาหาร คนขายของหน้าร้าน หรือคนทำงานโรงงานที่ยังไม่ค่อยมีโปรไฟล์ LinkedIn เท่าไร แต่ถ้าเรามองสหรัฐอเมริกา พนักงาน Blue Collar ใช้ LinkedIn กันหมดเลยครับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นถ้าเรามองย้อนกลับมาในบ้านเรา ผมเห็นโอกาสที่จะเติบโตอีกเยอะ และมันเป็นโอกาสที่สร้างความหมาย (Meaningful) สำหรับการขยายตลาด และให้คนเข้าถึงโอกาสต่าง ๆ มากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39728" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/4-6.webp" alt="คุยกับ ภัทรเสฏฐ หนุนภักดี จาก LinkedIn Thailand แพลตฟอร์มแห่งโอกาส ที่ไม่ใช่แค่ช่วยคนหางาน" width="600" height="370" title="คุยกับ ภัทรเสฏฐ หนุนภักดี จาก LinkedIn Thailand แพลตฟอร์มแห่งโอกาส ที่ไม่ใช่แค่ช่วยคนหางาน 661" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/4-6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/4-6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>มีข้อแนะนำในการใช้ LinkedIn ให้เกิดประโยชน์สูงสุดไหม ?</b></h2>
<p><b>ภัทรเสฏฐ: </b><span style="font-weight: 400;">ผมว่าข้อแรกเลยคือการสร้างโปรไฟล์ให้ถูกต้องและสมบูรณ์ก่อน เพราะว่า LinkedIn ไม่ใช่แค่เรซูเม่ที่เห็นเฉพาะเวลาคนจะจ้างเรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">LinkedIn เป็นเหมือน Digital Public Profile ที่คนสามารถเข้ามาดูได้ตลอดเวลา สมมติว่า CEO ของ LinkedIn อาจจะเดินเข้ามาดูโปรไฟล์เราก็ได้ ดังนั้นเราต้องสร้างโปรไฟล์ให้ดูดีและสมบูรณ์ มีข้อมูลที่ครบถ้วน รูปภาพที่ชัดเจน ไม่ใช่มีแค่ชื่อและตำแหน่งงานเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อที่สองคือความเข้าใจในการใช้งาน LinkedIn ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์คอนเทนต์ หรือการเข้าหาคนอื่น เราต้องใช้แพลตฟอร์มอย่างมีประโยชน์และสร้างสรรค์ อย่าให้โปรไฟล์ของเราดูเป็นสแปมครับ</span></p>
<h2><b>อยากบอกอะไรกับคนไทยที่ใช้ LinkedIn อยู่บ้าง ?</b></h2>
<p><b>ภัทรเสฏฐ: </b><span style="font-weight: 400;">โอกาสอยู่ที่ตัวเราเองครับ วันนี้ทุก ๆ คนมีทางเลือกที่ดีอยู่แล้ว LinkedIn ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่มาเพิ่มโอกาสให้กับเรา อยากให้ใครที่ยังไม่เข้าใจ LinkedIn หรือยังไม่มีโปรไฟล์ มาลองใช้ดูครับ เราไม่รู้หรอกว่าในอนาคตจะเป็นประโยชน์มากน้อยยังไง แต่ผมเชื่อว่า LinkedIn พร้อมที่จะหาโอกาสให้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือการพัฒนาทักษะความรู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมอยากให้ทุกคนใช้ LinkedIn อย่างถูกต้องและระมัดระวัง เพราะมันคือเครดิตทางอาชีพที่สำคัญของเรา</span></p>
<h2><b>สุดท้ายในฐานะ Country team lead มองเส้นทางของตัวเองอย่างไรต่อไป ?</b></h2>
<p><b>ภัทรเสฏฐ:</b><span style="font-weight: 400;"> ตอนนี้ Journey ของผมคือการขยายตลาดในเมืองไทยครับ และอยากให้มันขยายอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Data หรือการใช้งาน ผมมองว่าการทำให้คนไทยใช้งาน LinkedIn มากขึ้นแบบถูกต้อง จะมีประโยชน์ต่อประเทศไทยมาก ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว ผมเชื่อว่า ถ้าแก่นถูกต้อง ธุรกิจมันจะมาเอง วันนี้ทิศทาง Linkedin ในไทยดีขึ้นเยอะแล้ว ความเข้าใจของผู้ใช้งานดีขึ้น แต่มันยังไปได้อีกเยอะ ทั้งในเรื่องของข้อมูลและความเข้าใจของคนเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม รวมถึงรูปแบบการใช้งาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หน้าที่ของเราคือต้องคอยสร้างความรู้ความเข้าใจและเล่าให้ฟังเรื่อย ๆ ว่า LinkedIn คืออะไร ใช้อย่างไร ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ใช้งานและประเทศไทยโดยรวมครับ เพราะถ้าทุกคน Win เราก็จะ Win เองครับ<br />
</span></p>
<p><iframe title="🔵 “การใช้งาน LinkedIn ให้เกิดประโยชน์สูงสุด​”​ สัมภาษณ์คุณ ภัทรเสฏฐ หนุนภักดี จาก LinkedIn" width="800" height="450" src="https://www.youtube.com/embed/ZyDQbbws_Fw?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="คุยกับ ภัทรเสฏฐ หนุนภักดี จาก LinkedIn Thailand แพลตฟอร์มแห่งโอกาส ที่ไม่ใช่แค่ช่วยคนหางาน 662" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrpeople/linkedin-thailand-interview-240723/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>6 กลยุทธ์ HR ที่ผู้นำด้านทรัพยากรบุคคลต้องรู้ในปี 2024</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/tips/six-strategic-trends-for-hr-240710/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/tips/six-strategic-trends-for-hr-240710/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jul 2024 10:44:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tips]]></category>
		<category><![CDATA[trend hr]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=39508</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานและบทบาทของพนักงานไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่ง HR สามารถใช้งาน AI ในการตัดสินใจและการวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญของพนักงานได้ การสร้างประสบการณ์พนักงาน (Employee Experience) ให้เชื่อมโยงกับองค์กรจะมีความสำคัญมากขึ้น เพื่อให้พนักงานมีความสุขและมีส่วนร่วมในการทำงานมากขึ้น การตัดสินใจด้วยข้อมูลต้องเน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ฉะนั้นการบริหารข้อมูลพนักงานต้องมีความโปร่งใส และเสริมสร้างความเป็นเจ้าของข้อมูลให้แก่พนักงานด้วย การใช้แรงงานข้ามพรมแดนจะเป็นเรื่องปกติ ฉะนั้นประเด็นเวลาทำงาน เขตเวลา ภาษา สกุลเงิน และวัฒนธรรม จะทำให้ HR ต้องพัฒนากลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นได้ทั่วโลก ปี 2024 การบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและซับซ้อนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การระบาดของโรคโควิด-19 ที่บังคับให้องค์กรต้องปรับตัวแบบทันที รวมไปถึงเทรนด์การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วอย่าง Generative AI ก็กำลังเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงาน และบทบาทของพนักงานไปอย่างสิ้นเชิง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในปี 2024 HR Leader จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับแนวโน้มกลยุทธ์ที่สำคัญ 6 ประการ ดังนี้ 1. รับมือคลื่นลูกใหม่ของ AI กลายเป็นเทรนด์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วกับ Generative AI เมื่อการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ล้ำหน้าไปมากจนกำลังเปลี่ยนแปลงบทบาทการทำงานในหลายด้าน โดยเฉพาะงาน HR ที่สามารถช่วยทำงานที่ซ้ำซากพร้อมสร้างสรรค์งานเนื้อหาใหม่ได้  [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานและบทบาทของพนักงานไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่ง HR สามารถใช้งาน AI ในการตัดสินใจและการวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญของพนักงานได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การสร้างประสบการณ์พนักงาน (Employee Experience) ให้เชื่อมโยงกับองค์กรจะมีความสำคัญมากขึ้น เพื่อให้พนักงานมีความสุขและมีส่วนร่วมในการทำงานมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การตัดสินใจด้วยข้อมูลต้องเน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ฉะนั้นการบริหารข้อมูลพนักงานต้องมีความโปร่งใส และเสริมสร้างความเป็นเจ้าของข้อมูลให้แก่พนักงานด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การใช้แรงงานข้ามพรมแดนจะเป็นเรื่องปกติ ฉะนั้นประเด็นเวลาทำงาน เขตเวลา ภาษา สกุลเงิน และวัฒนธรรม จะทำให้ HR ต้องพัฒนากลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นได้ทั่วโลก</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42755" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/6-กลยุทธ์-HR-ที่ผู้นำด้านทรัพยากรบุคคลต้องรู้ในปี-2024.webp" alt="6 กลยุทธ์ HR ที่ผู้นำด้านทรัพยากรบุคคลต้องรู้ในปี 2024" width="600" height="370" title="6 กลยุทธ์ HR ที่ผู้นำด้านทรัพยากรบุคคลต้องรู้ในปี 2024 665" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/6-กลยุทธ์-HR-ที่ผู้นำด้านทรัพยากรบุคคลต้องรู้ในปี-2024.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/6-กลยุทธ์-HR-ที่ผู้นำด้านทรัพยากรบุคคลต้องรู้ในปี-2024-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2024 การบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและซับซ้อนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การระบาดของโรคโควิด-19 ที่บังคับให้องค์กรต้องปรับตัวแบบทันที รวมไปถึงเทรนด์การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วอย่าง Generative AI ก็กำลังเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงาน และบทบาทของพนักงานไปอย่างสิ้นเชิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในปี 2024 HR Leader จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับแนวโน้มกลยุทธ์ที่สำคัญ 6 ประการ ดังนี้</span></p>

<h2><b>1. รับมือคลื่นลูกใหม่ของ AI</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">กลายเป็นเทรนด์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วกับ Generative AI เมื่อการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ล้ำหน้าไปมากจนกำลังเปลี่ยนแปลงบทบาทการทำงานในหลายด้าน โดยเฉพาะงาน HR ที่สามารถช่วยทำงานที่ซ้ำซากพร้อมสร้างสรรค์งานเนื้อหาใหม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยการเปิดตัว ChatGPT 3.5 ในปลายปี 2022 ทำให้เกิดกระแสการนำ AI มาใช้ในองค์กรอย่างรวดเร็ว และมีผู้ใช้มากกว่า 2 ล้านคนที่ลงทะเบียนใช้ ChatGPT ภายในสองเดือนแรก และยิ่งการมาถึงของ GPT-4o ที่มีความสามารถในการประมวลผลและตอบสนองต่อข้อมูลทั้งรูปแบบเสียง ภาพ และข้อความแบบเรียลไทม์ ยิ่งตอบโจทย์การใช้งานให้หลาย ๆ องค์กรเสียอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR สามารถใช้งาน AI ได้หลายทิศทาง ยกตัวอย่างที่ง่ายสุด คือการใช้ GenAI ในการตอบคำถามพื้นฐานและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นของพนักงาน จำพวกวันลาหรือกฎระเบียบ ซึ่งทำให้พนักงานสามารถนำเวลาไปทำงาน หรือแก้ปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น หรือล้ำไปกว่านั้นคือการใช้ AI เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทำงานของ HR เช่น การคัดกรองพนักงาน การวิเคราะห์ข้อมูลพนักงาน หรือกระทั่งการวางแผนโครงสร้างองค์กรได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แม้ว่า AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มาก แต่ก็ยังมีความท้าทายในการจัดการ เช่น ความปลอดภัยของข้อมูล, การป้องกันความลำเอียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลที่ไม่เป็นธรรม ดังนั้นการพัฒนาแนวปฏิบัติและนโยบายที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-centric) จึงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-solutions-240405/">9 AI Solutions เครื่องมือแห่งอนาคต ช่วย HR ทำงานสะดวก</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>2. ต้องยกระดับประสบการณ์ของพนักงา</b><strong>น (Employee Experience)</strong></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์พนักงาน (</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190802-employee-experience/"><span style="font-weight: 400;">Employee Experience</span></a><span style="font-weight: 400;">) คือการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่พนักงานรู้สึกมีคุณค่าและมีส่วนร่วมกับองค์กร โดยแนวคิดนี้เน้นที่การทำงานที่ยืดหยุ่นและการตอบสนองความต้องการของพนักงานที่หลากหลาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้การวิจัยของ </span><a href="https://wfhresearch.com/wp-content/uploads/2023/06/GSWA-2023.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">WFH Research</span></a><span style="font-weight: 400;"> แสดงให้เห็นว่าพนักงานโดยเฉลี่ยใน 34 ประเทศทำงานจากที่บ้านประมาณ 1 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งการทำงานที่ยืดหยุ่นนี้เพิ่มความท้าทายให้กับ HR ในการสร้างประสบการณ์ที่มีคุณภาพสำหรับพนักงานทุกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างเช่น การใช้เครื่องมือดิจิทัลในการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน ช่วยให้พนักงานรู้สึกเชื่อมโยงกับองค์กร และสร้างความเป็นเจ้าของให้พนักงาน หรือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220928-sense-of-ownership/"><span style="font-weight: 400;">Sense of Ownership</span></a><span style="font-weight: 400;"> เช่น </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/203?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Teamlink</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่มีลักษณะเป็น Corporate Hub ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานให้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการสร้างประสบการณ์พนักงานที่ดี มักจะเน้นที่การสร้างความผูกพันและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนองค์กร การสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกว่ามีคุณค่าและสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรจะช่วยเพิ่มความพึงพอใจและประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%; text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/improve-employee-experience/">8 วิธีพัฒนา Employee Experience ในระยะยาว</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>3. การตัดสินใจด้วยข้อมูลที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-centric)</b></h2>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/tips/9-benefits-hr-big-data/"><span style="font-weight: 400;">Data is New Oil</span></a><span style="font-weight: 400;"> เป็นประโยคคลาสิกที่ได้มานานแล้ว ปัจจุบันการใช้ Data เพื่อตัดสินใจจึงเป็นเรื่องที่หลายองค์กรให้ความสำคัญ ทว่าการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจนั้น ต้องมีความโปร่งใสและให้พนักงานมีส่วนร่วมในการกำหนดวิธีใช้ข้อมูล ภายใต้กฎหมาย </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/pdpa-and-hr-210608/"><span style="font-weight: 400;">PDPA </span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน การบริหารข้อมูลพนักงานต้องมีการสร้างกรอบการทำงานที่ป้องกันความเสี่ยงและรับประกันความเป็นธรรมจากอคติทาง AI ตัวอย่างเช่น </span><a href="https://www.reuters.com/article/world/insight-amazon-scraps-secret-ai-recruiting-tool-that-showed-bias-against-women-idUSKCN1MK0AG/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Amazon</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้พัฒนาระบบสรรหาพนักงานที่ใช้ AI แต่พบว่ามีความลำเอียงต่อเพศหญิงเพราะข้อมูลที่ใช้ในการฝึกระบบมาจากการปฏิบัติในอดีตที่มีอคติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การนิยามใหม่เกี่ยวกับแนวปฏิบัติในการใช้ข้อมูลพนักงานในบริบทของการตัดสินใจที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางจะเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ฉะนั้น HR ต้องสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของพนักงานในการใช้ข้อมูลเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใสนั่นเอง</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%; text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/230707-ai-bias/">AI Bias in HR อคติของปัญญาประดิษฐ์ ภัยเงียบขององค์กร</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>4. ทักษะสำคัญกว่าปริญญา</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในอดีตการจ้างงานและการพัฒนาบุคลากรมักมองแค่ใบปริญญา การศึกษา หรือประสบการณ์เป็นหลัก ซึ่งทำให้การจ้างงานล่าช้าและอาจสร้างความไม่เท่าเทียมในการจ้างงานได้ ทว่าแนวคิดใหม่คือการจ้างงานที่เน้นมองทักษะมากขึ้น (Skill-base)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ Ginny Rometty อดีตซีอีโอของ IBM ได้ริเริ่มโครงการ SkillsFirst เพิ่มการจ้างงานผู้สมัครที่ไม่มีปริญญา โดยประกาศว่า กว่า 50% ของตำแหน่งงานที่เปิดรับไม่ต้องการปริญญาโดยใช้คำว่า &#8220;</span><a href="https://hbr.org/2023/03/the-new-collar-workforce" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">New Collar</span></a><span style="font-weight: 400;">&#8221;  แนวทางนี้ต้องการการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของผู้จัดการการจ้างงาน ให้ออกแบบงานตามปัญหาที่ต้องแก้ไขพร้อมทักษะที่จำเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น HR ที่เน้นทักษะ (Skills-centric) จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถวิเคราะห์ทักษะและฐานข้อมูลที่มี เพื่อให้องค์กรจับคู่ทักษะกับบทบาทงานได้อย่างตรงจุด ไปจนถึงกลยุทธ์การคิดโครงการฝึกอบรมทักษะที่จำเป็นต่อการเติบโตและประสบความสำเร็จได้ในอนาคต</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/121118-multi-skills/">Multi Skills ทำไมพนักงานต้องมี นายจ้างต้องการ ?</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>5. สร้างวัฒนธรรมการจัดการความเสี่ยงในองค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างวัฒนธรรมให้พนักงานทุกคนรู้จักการจัดการความเสี่ยงในองค์กร (Risk Management) จะช่วยลดการละเมิดความปลอดภัย และลดการกระทำที่เสี่ยงต่อทั้งภาพลักษณ์ ทรัพย์สิน รวมไปถึงข้อมูลองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้งานวิจัยของ </span><a href="https://www.techtarget.com/searchsecurity/opinion/Research-points-to-5-ways-to-improve-cybersecurity-culture" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ESG/ISSA</span></a><span style="font-weight: 400;"> แสดงให้เห็นว่า พนักงานส่วนใหญ่ยอมรับว่าพวกเขาจะไม่ปฏิบัติตามนโยบายความปลอดภัยทางไซเบอร์ หากนโยบายนั้นขัดขวางกระบวนการทำงานของพวกเขาโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น HR จึงต้องทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารความเสี่ยงขององค์กรอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจัดฝึกอบรมและการสร้างความตระหนักรู้ในพนักงานในเรื่องนี้ เพื่อสร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการปฏิบัติที่ปลอดภัยและการมีส่วนร่วมของพนักงานในการปกป้องทรัพยากรขององค์กร</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%; text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190626-360-degree-feedback/">การประเมินผลรอบทิศแบบ 360 องศา (360-degree Feedback)</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><b>6. HR ในฐานะบริการระดับโลก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะคนรุ่นใหม่มองตัวเองเป็น Global Citizen หรือพลเมืองโลกกันแล้ว การเป็นแรงงานข้ามพรมแดนจึงเป็นเรื่องปกติในสายตาพวกเขา ฉะนั้นประเด็นเรื่องเวลาทำงาน เขตเวลา ภาษา สกุลเงิน และวัฒนธรรม ฯลฯ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ HR ต้องตระหนักถึง เพื่อพัฒนานโยบายที่ยืดหยุ่นทั่วโลก ยกตัวอย่าง หากมีระบบคลาวด์ในการจัดการข้อมูลพนักงานและการสื่อสาร ก็จะทำให้พนักงานทำงานร่วมกันข้ามโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ประสบความสำเร็จในยุคนี้จึงมักจะเน้นที่กลยุทธ์ที่สนับสนุนการทำงานในระดับโลก พัฒนาระบบและนโยบายที่ยืดหยุ่น ไม่ใช่ One size fits all นอกจากนี้ HR ยังต้องมีความสามารถในการจัดการกับความซับซ้อนของการจ้างงานข้ามพรมแดน และเข้าใจการบริหารทรัพยากรบุคคลในหลาย ๆ ประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้ HR สามารถนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และช่วยให้พนักงานพึงพอใจและมอบประสิทธิผลในงานของตนเองมากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%; text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/multicultural-organization-231115/">ภาษาอังกฤษช่วยสร้าง Multicultural Organization เปิดโลกความเป็นสากลสู่องค์กร</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><b>บทสรุป</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงมีอยู่ตลอดเวลา อยู่ที่ว่า HR จะตามทันการเปลี่ยนแปลงนั้นได้อย่างทันท่วงทีหรือไม่ เพราะกลยุทธ์ทั้ง 6 นี้ จะช่วยให้ HR สามารถนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนั่นเอง<br />
<a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="6 กลยุทธ์ HR ที่ผู้นำด้านทรัพยากรบุคคลต้องรู้ในปี 2024 666" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a><br />
</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Source</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.peoplematters.digital/Campaign-six-strategic-trends-for-hr-leaders-in-2024" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">E-Book ServiceNow &amp;  EY titled</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/tips/six-strategic-trends-for-hr-240710/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-agency-240705/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-agency-240705/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jul 2024 07:55:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Recruitment Agency]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=39435</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ปี 2023 เป็นปีที่ยากลำบากสำหรับหลาย Recruitment Agency โดยจำนวนบริษัทที่รายงานการเติบโตลดลงจาก 68% ในปี 2022 เหลือเพียง 49% ในปี 2023 อย่างไรก็ตาม รีครูทเตอร์ยังคงมีความหวังและมองเห็นโอกาสในการฟื้นตัวอยู่เสมอ มีทั้งปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลต่อ Recruitment Agency ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงาน, เทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาแทนการสรรหาแบบเดิม, การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media ที่ง่ายขึ้น หรือรูปแบบการสรรหาที่ไม่ทันสมัย, การขาดนวัตกรรมในการให้บริการ และปัญหาด้านทรัพยากรบุคคลและการรักษาบุคลากร Recruitment Agency ต้องปรับตัวด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กร, นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด, พัฒนาทักษะของทีมงานรีครูทเตอร์ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ทั้งองค์กร ลูกค้าและผู้สมัคร ทางรอดของ Recruitment Agency จึงต้องผสมผสานระหว่างการใช้เทคโนโลยี การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงาน และการหาลูกค้าใหม่ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทสรรหาสามารถเผชิญกับความท้าทายและใช้โอกาสในปี 2024 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในอดีต Recruitment Agency หรือ บริษัทจัดหางาน มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือนายจ้างและผู้สมัครงานให้จับคู่งานกันได้อย่างเหมาะสม เพราะเป็นตัวกลางในการติดต่อประสานงานกับทั้งสองฝ่าย ตั้งแต่การคัดกรองเบื้องต้น การให้คำปรึกษาต่าง ๆ ไปจนถึงการเซ็นสัญญาว่าจ้าง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ปี 2023 เป็นปีที่ยากลำบากสำหรับหลาย Recruitment Agency โดยจำนวนบริษัทที่รายงานการเติบโตลดลงจาก 68% ในปี 2022 เหลือเพียง 49% ในปี 2023 อย่างไรก็ตาม รีครูทเตอร์ยังคงมีความหวังและมองเห็นโอกาสในการฟื้นตัวอยู่เสมอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีทั้งปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลต่อ Recruitment Agency ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงาน, เทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาแทนการสรรหาแบบเดิม, การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media ที่ง่ายขึ้น หรือรูปแบบการสรรหาที่ไม่ทันสมัย, การขาดนวัตกรรมในการให้บริการ และปัญหาด้านทรัพยากรบุคคลและการรักษาบุคลากร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Recruitment Agency ต้องปรับตัวด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กร, นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด, พัฒนาทักษะของทีมงานรีครูทเตอร์ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ทั้งองค์กร ลูกค้าและผู้สมัคร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทางรอดของ Recruitment Agency จึงต้องผสมผสานระหว่างการใช้เทคโนโลยี การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงาน และการหาลูกค้าใหม่ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทสรรหาสามารถเผชิญกับความท้าทายและใช้โอกาสในปี 2024 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42743" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/ทางรอดของ-Recruitment-Agency-บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="600" height="370" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 681" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/ทางรอดของ-Recruitment-Agency-บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/ทางรอดของ-Recruitment-Agency-บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอดีต </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruitmentagency/"><b>Recruitment Agency</b></a><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><b>บริษัทจัดหางาน</b><span style="font-weight: 400;"> มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือนายจ้างและผู้สมัครงานให้จับคู่งานกันได้อย่างเหมาะสม เพราะเป็นตัวกลางในการติดต่อประสานงานกับทั้งสองฝ่าย ตั้งแต่การคัดกรองเบื้องต้น การให้คำปรึกษาต่าง ๆ ไปจนถึงการเซ็นสัญญาว่าจ้าง เพื่อให้เกิดผลประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจนี้กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายหลายด้าน ทั้งจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่หดตัว การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน ไปจนถึงเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้จะพาทุกคนไปสำรวจปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้ </span><b>Recruitment Agency </b><span style="font-weight: 400;">ต้องปรับตัว ทั้งโอกาส ทิศทาง ความท้าทาย และทางรอดของธุรกิจนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>ตลาด Recruitment Agency เป็นอย่างไร ​ ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39438" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-160139.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="958" height="538" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 682" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-160139.webp 958w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-160139-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-160139-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 958px) 100vw, 958px" /></p>
<p><a href="https://www.bullhorn.com/blog/top-recruitment-trends-for-2024/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Bullhorn</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้สำรวจบุคลากรในอุตสาหกรรมการจัดหางานกว่า 1,400 คนทั่วโลกเพื่อหาแนวโน้มอุตสาหกรรมในรายการ GRID ประจำปีครั้งที่ 14 ซึ่งเผยข้อมูลเชิงลึกสำหรับปี 2024 ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2023 ถือเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับหลายบริษัท แม้จะมีความท้าทาย แต่ประมาณครึ่งหนึ่งของบริษัทที่สำรวจยังรายงานการเติบโตได้ดี </span><b>โดยในปี 2022 มีบริษัทที่รายงานการเติบโตถึง 68% แต่ในปี 2023 จำนวนนี้ลดลงเหลือเพียง 49%</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม </span><b>รีครูทเตอร์ที่สำรวจยังคงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับรายได้ปี 2024</b><span style="font-weight: 400;"> โดย 31% ของกลุ่มสำรวจคาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นน้อยกว่า 10% ขณะที่ 34% คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ซึ่งมุมมองในแง่ดีนี้เป็นเหมือนกันในทุกตลาดและอุตสาหกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลนี้บ่งบอกว่า แม้การเติบโตจะลดลง แต่คนทำงานในอุตสาหกรรมนี้ยังคงมีความหวังและมองเห็นโอกาสในการฟื้นตัวอยู่เสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39439" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-160150.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="955" height="535" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 683" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-160150.webp 955w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-160150-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-160150-768x430.webp 768w" sizes="(max-width: 955px) 100vw, 955px" /></p>
<h2>ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อ Recruitment Agency</h2>
<h3>การเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงาน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลาดแรงงานในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะประเด็น Talent Shortage หรือปัญหาการขาดแคลนคนทำงาน สอดคล้องกับรายงานข้างต้นที่บอกว่า </span><b>43% ยืนยันการขาด Talent Pools เป็นความท้าทายที่สุด</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39440" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-162027.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="957" height="537" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 684" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-162027.webp 957w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-162027-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-162027-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 957px) 100vw, 957px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเกิดจากกระแสการลาออกครั้งใหญ่ การพัฒนาทักษะแรงงานที่ไม่ทันต่อความต้องการ เศรษฐกิจย่ำแย่ที่ทำให้บริษัทใหญ่ ๆ ปิดตัว หรือกระทั่งการเข้ามาของแรงงานรุ่นใหม่ที่น้อยลง ทำให้การสรรหาพนักงานคนเก่งยากมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงเรื่องรูปแบบการจ้างงาน ที่หันไปใช้งานที่ไม่ต้องการทักษะสูงหรือจ้างรายวันผ่าน Gig Economy หรือ Freelance แทน ทำให้หลายบริษัทเลือกที่จะหาคนทำงานเหล่านี้ผ่านแพลตฟอร์มเฉพาะทางมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตามคุณ </span><b>แนน &#8211; ริศรา เจริญพานิช CEO ของ <a href="https://www.prtr.com/" target="_blank" rel="noopener">PRTR</a></b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า Talent Shortage กลับกลายเป็นข้อดีสำหรับเธอ </span><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อทาเลนต์ในตลาดน้อยลง บริษัทก็หาคนได้ยากขึ้น การที่องค์กร Outsource มาให้คนที่เป็น Specialist ด้านการสรรหาก็ทำให้องค์กรมีโอกาสได้ทาเลนต์ง่ายขึ้น นี่จึงเป็นโอกาสของ Recruitment Agency”</span></i></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/88?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36637" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/84.png" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 685" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/84.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/84-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/84-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/84-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/84-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<h3>เทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาแทนการสรรหาแบบเดิม</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องยอมรับว่าการพัฒนาเทคโนโลยี AI และ Machine Learning ทำให้กระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรสามารถทำได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น บริษัทหลายแห่งจึงเริ่มใช้ระบบเหล่านี้ในการคัดกรองใบสมัครเบื้องต้นด้วยตัวเอง ทำให้การใช้บริการ Recruitment Agency ลดลง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างเช่น บริษัทใหญ่ ๆ อย่าง Google และ Amazon ได้พัฒนา AI ที่สามารถคัดกรองและวิเคราะห์ประวัติผู้สมัครงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสมได้รวดเร็วและลดภาระงานของ HR</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับ Recruitment Agency หลายบริษัทที่เริ่มมีการนำ AI มาใช้กันแล้ว เพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสในการเติบโตของบริษัท โดยมุ่งเน้นการใช้ AI เพื่อลดงานที่ทำซ้ำ ๆ ของมนุษย์ ทั้งยังคาดการณ์ไว้ว่า การใช้ AI จะเป็นเรื่องปกติของธุรกิจในปี 2025</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ในไทยก็มีผู้บริการ AI ที่ช่วยในการสรรหาหลายรูปแบบมาก สามารถเข้าไปค้นหาได้ที่นี่ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/search/products?freeword=AI"><span style="font-weight: 400;">HR Products &amp; Services</span><span style="font-weight: 400;"> </span></a></p>
<h3>การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media ที่ง่ายขึ้น</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนทั่วโลกไปแล้ว รวมถึงประเทศไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการใช้ <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190312-social-media-recruitment/">Social Media</a> สูงที่สุดประเทศหนึ่งในโลกด้วย ซึ่งนอกจากจะใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารติดต่อกันแล้ว ปัจจุบันยังเป็นเครื่องมือการสรรหาพนักงานใหม่ได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โซเชียลมีเดียเป็นประโยชน์ที่ทำให้บริษัทขนาดเล็กหางานได้ง่ายไม่ต้องเสียงบประมาณมาก ในขณะที่ทำให้บริษัทขนาดใหญ่สื่อสารกับวงกว้างได้มากกว่าเก่าและมีโอกาสได้ผู้สมัครที่หลากหลายขึ้น เช่น LinkedIn, Facebook หรือ LINE ทำให้ผู้หางานสามารถสมัครงานได้โดยตรงกับนายจ้าง โดยไม่ต้องผ่าน Recruitment Agency อีกแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นเป้าหมายหลักทางธุรกิจของ Recruitment Agency จึงพยายามโฟกัสไปที่การค้นหาลูกค้าใหม่เป็นอันดับแรกเพื่อให้พวกเขาหันมาหรือยังคงใช้ Recruitment Agency กันต่อ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39444" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-183100.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="955" height="535" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 686" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-183100.webp 955w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-183100-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-183100-768x430.webp 768w" sizes="(max-width: 955px) 100vw, 955px" /></p>
<h2>ปัจจัยภายในที่ส่งผลต่อ Recruitment Agency</h2>
<h3>รูปแบบการสรรหาที่ไม่ทันสมัย</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก Recruitment Agency ยังคงใช้วิธีการทำงานแบบดั้งเดิม จะไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาดแรงงานในปัจจุบันได้ ทำให้เสียเปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่งที่ใช้เทคโนโลยีและวิธีการใหม่ ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง บางบริษัทจัดหางานยังคงใช้การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เป็นหลัก อาจเสียเปรียบเมื่อเทียบกับบริษัทที่ใช้การสัมภาษณ์ผ่านวิดีโอคอลหรือมีการประเมินออนไลน์ที่สามารถประหยัดเวลาและเพิ่มความสะดวกให้กับผู้สมัคร เพราะรายงานล่าสุดบอกว่า </span><b>บริษัทที่มีประสิทธิภาพจะสามารถจัดหาพนักงานสำหรับองค์กรได้ภายในระยะเวลา 19 วัน</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก องค์กรไม่รอแล้ว แต่การเป็น Recruitment Agency ต้องไม่ได้มีแค่ Speed อย่างเดียว แต่ต้องมี Value Addedในการคัดเลือกและส่งคนที่เหมาะสมกับองค์กรลูกค้านั่นเอง” </span></i><span style="font-weight: 400;">คุณแนน CEO PRTR เสริม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39441" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-164832.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="952" height="535" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 687" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-164832.webp 952w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-164832-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-164832-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 952px) 100vw, 952px" /></p>
<h3>ขาดนวัตกรรมในการให้บริการ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าบริษัทจัดหางานไม่สามารถนำเสนอบริการที่แตกต่างได้ ก็จะทำให้ลูกค้ามองหาทางเลือกอื่น ๆ โดยเฉพาะหากไม่มีเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยให้รีครูทเตอร์สรรหาผู้สมัครที่ตรงความต้องการของลูกค้า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระทั่ง Recruitment Agency บางบริษัทอาจไม่มีแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สามารถติดตามสถานะการสมัครงานของผู้สมัครได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้สมัครรู้สึกว่าการสมัครงานผ่านทางเลือกอื่นที่น่าเชื่อถือดีกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนที่ Recruitment Agency อย่าง <a href="https://www.reeracoen.co.th/th" target="_blank" rel="noopener">Reeracoen Thailand</a> ได้ดิสรัปตัวเองด้วยการเปิดแพลตฟอร์ม </span><a href="https://www.sourcedout.asia/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Sourcedout</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่จะไม่มีรีครูทเตอร์ในบริษัท แต่จะใช้ฟรีแลนซ์ในการสรรหาแทน ทำให้ผู้ใช้บริการมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการใช้ Recruiting Agency ที่มีค่าใช้จ่ายสูงจากรีครูทเตอร์ที่เป็นพนักงานประจำนั่นเอง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“คอนเซปต์ของ Sourcedout หรือแพลตฟอร์ม Freelance Recruiter เราตั้งใจคิดขึ้นมาเพื่อให้ทุกส่วนที่อยู่ใน Community ของเราได้ประโยชน์ ถ้ามองในมุมถึงบริษัทต่าง ๆ แน่นอนว่า เรามีโอกาสได้ใช้ Service ที่ราคาไม่สูง ช่วยลดงานของ HR ในบริษัทลง รวมถึงจุดเด่นที่ Recruiter แต่ละคนมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมที่ต่างกัน เราก็จะได้ผู้สมัครจาก Talent Pool ใหม่ ๆ ที่ Source ปัจจุบันอาจจะมีข้อจำกัด” </span></i><span style="font-weight: 400;">คุณ <a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/220301-interview-sourcedout/">แก๊ป – พลวัต ลาภวณิชย์</a> New Business Development Manager ของ Reeracoen Thailand กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากสนใจบริการ SourceOut สามารถติดต่อได้ผ่านช่องทางข้างล่างนี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/1"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/1</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36551" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-1024x1024.png" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 688" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-768x768.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1.png 1080w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<h3>ปัญหาด้านทรัพยากรบุคคลและการรักษาบุคลากร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทราบไหมว่า Recruitment Agency มีอัตรา TurnOver Rate ในองค์กรที่สูงมาก ๆ เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่วัดความสามารถของพนักงานจากยอดขาย ไม่ใช่คุณค่าการจ้างงานที่มอบให้ผู้สมัคร ทำให้บางครั้งเกิดการส่งตัวผู้สมัครเพียงเพราะต้องการทำยอด ส่งผลให้ผู้สมัครไม่ Fit-in องค์กร และลาออกในที่สุด เสียทั้งเงินและเวลา แถมบริษัทยังสูญเสียความน่าเชื่ออีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนที่ </span><a href="https://th.hrnote.asia/story/interview-charlie-withayachamnankul-240403/"><span style="font-weight: 400;">ชาลี วิทยาชำนาญกุล</span></a><span style="font-weight: 400;"> CEO &amp; Co-Founder Resubae และบริษัทจัดหางานน้องใหม่ StartupBreed ให้สัมภาษณ์กับ HREX ไว้ว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“StartupBreed ไม่มีหน่วยวัดเหมือน Recruiting Agency อื่น ๆ ที่ทำให้เครียดเรื่องยอดขายจนกลายเป็น Sales Organization แต่เราเป็น Quality Driven Organization จริง ๆ” </span></i><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ก็คือองค์กรของเขายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คนเก่ง ๆ โดยเฉพาะรีครูทเตอร์ที่เป็น Talent ก็จะมีการแย่งตัวหรือซื้อตัวกันบ่อยครั้ง แต่ด้วยความกดดันในการทำงานด้วยตัวเลข ก็จะทำให้พวกเขาตัดสินใจลาออกได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัทจัดหางานที่ไม่สามารถรักษาพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร จึงจะประสบปัญหาในการให้บริการที่มีคุณภาพแก่ลูกค้าเสมอ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/213?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38290" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144.webp" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 689" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<h2>พฤติกรรมผู้สมัครและนายจ้างที่เปลี่ยนไปก็ส่งผลต่อ Recruitment Agency</h2>
<h3>ผู้สมัครมีความต้องการที่หลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้น</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันคนหางานมีโอกาสเลือกงานได้มากขึ้น เนื่องจากตลาดแรงงานมีการแข่งขันสูงและความต้องการแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทางก็เพิ่มมากขึ้น บริษัทต่าง ๆ ต้องปรับตัวในการเสนอสวัสดิการและสิทธิประโยชน์คุณภาพ เพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานเก่ง ๆ ให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าคนหางานเองกลับต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานจากที่บ้าน ทำงานที่ไหนก็ได้ หรือการทำงานที่สามารถจัดการเวลาได้เอง ทำให้บางครั้งการใช้บริการของบริษัทจัดหางานที่มีรูปแบบการทำงานที่ตายตัวไม่ตอบสนองความต้องการนี้ ซึ่ง Recruitment Agency ไม่มีอำนาจเปลี่ยนบางรูปแบบงานที่องค์กรต้องการได้ ทำให้หลายครั้งการจับคู่งานให้ตรงกันจึงเป็นเรื่องยาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะท้ายที่สุดแล้วในสภาวะเศรษฐกิจเอาแน่เอานอนไม่ได้ คนหางานก็จะให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคง” มากกว่า “ความไม่แน่นอน” ที่อาจนำไปสู่การเลิกจ้างแบบไม่ทันตั้งตัว</span></p>
<h3>นายจ้างมีทางเลือกในการใช้ช่องทางอื่นหาผู้สมัครได้</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้ว่า บริษัทก็ยังคงมีอำนาจในการเลือกพนักงานให้เหมาะสมที่สุดกับตำแหน่งงานนั้น ๆ นายจ้างจึงสามารถใช้ช่องทางการสรรหาที่หลากหลาย และสามารถมองหาตัวเลือกหลาย ๆ คน จึงไม่แปลกที่องค์กรจะใช้บริการ Recruitment Agency หลายเจ้า หรือหลายช่องทาง เพื่อเพิ่มตัวเลือกในการรับสมัครงานและค้นหาผู้สมัครที่ตรงกับความต้องการที่สุด โดยเฉพาะความต้องการลูกจ้างที่เป็นทาเลนต์เข้ามาต่อยอดหรือทรานฟอร์มธุรกิจ ไม่ใช่แค่พนักงานทั่วไปที่เข้ามาแล้วบริษัทเหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับเป็นการแข่งขันที่ Recruitment Agency ต้องเผชิญหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39437" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="600" height="370" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 690" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>Recruitment Agency ต้องปรับตัวอย่างไร ?</h2>
<h3>นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัทจัดหางานควรปรับตัวโดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร เช่น การใช้ AI ในการคัดกรองใบสมัคร เพราะทุกวันนี้คนเราไม่ได้กลัว AI กันแล้ว แต่อยู่ที่ว่าใครจะใช้งาน AI เป็นต่างหาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือการมีระบบจัดการข้อมูลของผู้สมัครแบบออนไลน์ เพราะการมี Database ผู้สมัครก็จะช่วยให้รีครูทเตอร์สามารถหาพนักงานได้เร็วขึ้น และเอาเวลาไปคุยกับผู้สมัคร ก่อนที่จะส่งให้ลูกค้านั่นเอง</span></p>
<h3>นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การมีแค่ธุรกิจเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการแข่งขันอีกต่อไป หลายบริษัทจึงเริ่มหา New S-Curve สำหรับการเติบโต ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งธุรกิจใหม่หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/88"><span style="font-weight: 400;">PRTR</span></a><span style="font-weight: 400;"> บริษัท Recruitment &amp; Outsourcing ของไทย ที่มีพนักงานเอาต์ซอร์สกว่า 17,000 คน ก็ยังมีการแตกผลิตภัณฑ์ใหม่ด้านเทรนนิ่งองค์กร อย่าง The Blacksmith และระบบ HR Software อย่าง Pinno</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ทั้งหมดเป็นการปรับตัวและต่อยอดธุรกิจของเราให้ตอบโจทย์ตลาด ปัจจุบัน Recruitment Agency ไม่ได้ทำแค่การหาคนเข้ามาในองค์กรเท่านั้น แต่ยังต้องคิดถึงวิธีการพัฒนาบุคลากรในองค์กรด้วยการ Re-skill และ Up-skill ดังนั้น The Blacksmith จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการบุคลากรที่มีทักษะใหม่ ๆ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณ แนน CEO PRTR กล่าว</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ในขณะเดียวกัน Pinno เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ฝ่าย HR ทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะหาก HR ต้องเสียเวลามากมายไปกับการดูเอกสารหรือนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ นั่นหมายความว่า HR ยังไม่ได้ใช้ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ HR ควรจะมีเวลาไปพูดคุยกับพนักงานเพื่อเข้าใจความรู้สึกและความต้องการของพวกเขา รวมถึงหาวิธีทำให้พนักงานทุกคนมีเป้าหมายและทิศทางเดียวกันกับบริษัท”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือ Reeracoen Thailand ที่ปล่อยซอฟต์แวร์ <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/ats-applicant-tracking-system-240529/">Applicant Tracking System (ATS)</a> เพื่อจัดการและติดตามข้อมูลของผู้สมัครงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโปรแกรมนี้แจกฟรีอยู่ หากองค์กรไหนสนใจสามารถติดต่อได้ที่นี่ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/222</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38650" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1.webp" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 691" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<h3>พัฒนาทักษะของทีมงานรีครูทเตอร์</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">รีครูทเตอร์คือหัวใจของ Recruitment Agency เป็นอย่างมาก การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะของทีมงานให้มีความรู้ในสายงานตัวเอง เข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะการเข้าใจตลาดที่ตัวเองกำลังสรรหาอยู่จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก สิ่งนี้จะช่วยให้บริษัทจัดหางานสามารถแข่งขันได้ในตลาดได้</span></p>
<h3>เสริมสร้างความสัมพันธ์ทั้งองค์กร ลูกค้าและผู้สมัคร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ทำให้รีครูทเตอร์สักคนประสบความสำเร็จคือ Soft Skill โดยเฉพาะการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและผู้สมัคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัทจัดหางานต้องสามารถนำเสนอบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าและสร้างความประทับใจให้กับผู้สมัครเพื่อให้พวกเขาเลือกใช้บริการอีกในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางบริษัทจัดหางานมีการจัดทำกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ เช่น การจัดเวิร์กช็อปเพื่อพัฒนาทักษะให้กับผู้สมัคร หรือการจัดกิจกรรม Networking สำหรับนายจ้างและผู้สมัคร เพื่อสร้างความประทับใจและความไว้วางใจในบริการของบริษัท ไม่ใช่เพียงแค่โทรศัพท์เพื่อรักษาความสัมพันธ์อย่างเดียว</span></p>
<h2><b>โอกาสและความท้าทายของ Recruitment Agency</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะตลาดแรงงานในอนาคตจะยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทจัดหางานต้องสามารถปรับตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างทันท่วงที ต้องรู้ว่าอะไรคือทักษะอนาคต​ ?​ แรงงานจะหน้าตาเป็นอย่างไร ? งานจะเปลี่ยนไปรูปแบบไหน​ ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้จะทำให้บทบาทของบริษัทจัดหางานเปลี่ยนไปแน่นอน เช่นเดียวกับความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจก็จะยังเป็นความท้าทายอันดับหนึ่งเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าในวิกฤติยังมีโอกาส เพราะนับตั้งแต่ HREX เปิดบริการ </span><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Solution Finder</span></a><span style="font-weight: 400;"> รับปรึกษาเพื่อหา </span><a href="https://expth.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;">HR Products &amp; Services</span></a><span style="font-weight: 400;"> ให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร พบว่า </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1"><span style="font-weight: 400;">Recruitment Solution</span></a><span style="font-weight: 400;"> ยังเป็นหมวดหมู่บริการที่ได้รับความสนใจมากที่สุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39443" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-180606.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="1050" height="586" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 692" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-180606.webp 1050w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-180606-300x167.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-180606-1024x571.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-180606-768x429.webp 768w" sizes="(max-width: 1050px) 100vw, 1050px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นทางรอดของ Recruitment Agency จึงต้องผสมผสานระหว่างการใช้เทคโนโลยี การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงาน และการหาลูกค้าใหม่ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทสรรหาสามารถเผชิญกับความท้าทายและใช้โอกาสในปี 2024 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39436" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/4.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="600" height="370" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 693" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>สรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Recruitment Agency ยังเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ต้องจับตามองต่อไป เพราะจุดแข็งหลักคือการเข้าถึงเครือข่ายผู้สมัครที่กว้างขวาง มีฐานข้อมูลของผู้สมัครที่มีคุณภาพจากหลากหลายอุตสาหกรรมและระดับประสบการณ์ ทำให้สามารถคัดเลือกผู้สมัครที่เหมาะสมได้รวดเร็วกว่าการประกาศรับสมัครเอง ความเชี่ยวชาญนี้จะช่วยองค์กรที่ใช้บริษัทจัดหางานประหยัดเวลาและทรัพยากร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อยู่ที่ว่า บริษัทจัดหางานนั้นจะปรับตัวหรือไม่ ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหากไม่ปรับตัวตอนนี้ มันก็อาจตัดสินอนาคตของธุรกิจ Recruitment Agency นั้นได้เช่นเดียวกัน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 694" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Source:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.businessresearchinsights.com/market-reports/recruitment-market-106353" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Businessresearchinsights</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://recruiterflow.com/blog/recruitment-trends/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Recruiterflow</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.linkedin.com/pulse/recruitment-industry-dying-nigam-desai/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Linkedin</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.hrleader.com.au/business/24234-the-recruitment-industry-has-died-never-to-be-resuscitated" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">HRLeader</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://theundercoverrecruiter.com/recruitment-death/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Theundercoverrecruiter</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-agency-240705/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อย่าเก็บปิรันยาในออฟฟิศ: แนวคิดการประเมินคนของ LINE MAN Wongnai</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/piranha-line-man-wongnai-240628/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/piranha-line-man-wongnai-240628/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Jun 2024 07:45:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[LINE MAN Wongnai]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=39322</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT คุณรุตม์ อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ ได้พัฒนาแนวคิดการประเมินคนด้วยเมทริกซ์ 3×3 เพื่อจัดกลุ่มพนักงานตาม Performance และ Value/Cultural Fit เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและสามารถปรับปรุงหรือพัฒนาพนักงานได้อย่างเหมาะสม การประเมินและการคัดเลือกคนในองค์กรแบบฉบับ LINE MAN Wongnai จะพิจารณาทั้งทักษะ (Performance) และทัศนคติที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร (Cultural Fit) เพื่อสร้างทีมที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ การเก็บพนักงานที่มีทักษะสูงแต่มีทัศนคติแย่ (ปิรันยา) อาจทำให้เกิดปัญหาต่อวัฒนธรรมและบรรยากาศการทำงาน ดังนั้นองค์กรควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทั้งทักษะและทัศนคติของพนักงานอย่างรอบคอบเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะการประเมินและการคัดเลือกคนในองค์กร เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพ การเลือกคนที่เหมาะสมกับองค์กร ไม่เพียงจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและยั่งยืน คุณ รุตม์ &#8211; อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ VP of People จาก LINE MAN Wongnai เป็นอีกคนหนึ่งในวงการทรัพยากรบุคคลที่พูดถึงเรื่องของการประเมินพนักงานโดยประยุกต์ใช้หลักการของ 9-Box Grid มาพัฒนาเป็นการประเมินคนที่มีความเฉียบขาดและเน้นที่คุณค่าทางวัฒนธรรมองค์กรตามแบบฉบับของ LINE MAN Wongnai วันนี้ HREX จะมาอธิบายถึงแนวคิดการประเมินคนของ LINE MAN [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คุณรุตม์ อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ ได้พัฒนาแนวคิดการประเมินคนด้วยเมทริกซ์ 3×3 เพื่อจัดกลุ่มพนักงานตาม Performance และ Value/Cultural Fit เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและสามารถปรับปรุงหรือพัฒนาพนักงานได้อย่างเหมาะสม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การประเมินและการคัดเลือกคนในองค์กรแบบฉบับ LINE MAN Wongnai จะพิจารณาทั้งทักษะ (Performance) และทัศนคติที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร (Cultural Fit) เพื่อสร้างทีมที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเก็บพนักงานที่มีทักษะสูงแต่มีทัศนคติแย่ (ปิรันยา) อาจทำให้เกิดปัญหาต่อวัฒนธรรมและบรรยากาศการทำงาน ดังนั้นองค์กรควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทั้งทักษะและทัศนคติของพนักงานอย่างรอบคอบเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42741" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/อย่าเก็บปิรันยาในออฟฟิศ-แนวคิดการประเมินคนของ-LINE-MAN-Wongnai.webp" alt="อย่าเก็บปิรันยาในออฟฟิศ: แนวคิดการประเมินคนของ LINE MAN Wongnai" width="600" height="370" title="อย่าเก็บปิรันยาในออฟฟิศ: แนวคิดการประเมินคนของ LINE MAN Wongnai 699" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/อย่าเก็บปิรันยาในออฟฟิศ-แนวคิดการประเมินคนของ-LINE-MAN-Wongnai.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/อย่าเก็บปิรันยาในออฟฟิศ-แนวคิดการประเมินคนของ-LINE-MAN-Wongnai-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการประเมินและการคัดเลือกคนในองค์กร เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพ การเลือกคนที่เหมาะสมกับองค์กร ไม่เพียงจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>รุตม์ &#8211; อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ </b><span style="font-weight: 400;">VP of People จาก </span><a href="https://lmwn.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">LINE MAN Wongnai</span></a><span style="font-weight: 400;"> เป็นอีกคนหนึ่งในวงการทรัพยากรบุคคลที่พูดถึงเรื่องของการประเมินพนักงานโดยประยุกต์ใช้หลักการของ 9-Box Grid มาพัฒนาเป็นการประเมินคนที่มีความเฉียบขาดและเน้นที่คุณค่าทางวัฒนธรรมองค์กรตามแบบฉบับของ LINE MAN Wongnai</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ HREX จะมาอธิบายถึงแนวคิดการประเมินคนของ LINE MAN Wongnai ว่าเป็นอย่างไร เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานทุกคนมีความสามารถ ที่จะนำพาองค์กรไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง</span></p>

<h2><b>หลักการประเมินผลที่ประยุกต์จาก 9-Box Grid</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ แล้วแนวทางการประเมินของ LINE MAN Wongnai เป็นการประยุกต์ใช้จาก </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/9-box-grid-240611/"><span style="font-weight: 400;">9-Box Grid</span></a><span style="font-weight: 400;"> หนึ่งในเครื่องมือการบริหารจัดการบุคลากรที่มีชื่อเสียงมาก โดยใช้ระบบเมทริกซ์ 3×3 ในการจัดกลุ่มพนักงานออกเป็น 2 มิติ คือ แนวนอน – วัด Performance และ แนวตั้ง – วัด Potential เมื่อตัดกันก็จะแบ่งออกเป็น 9 ช่อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณรุตม์มีการปรับเปลี่ยนหลักการประเมินผลแบบสองมิติ คือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><strong>แนวนอน &#8211; Value/Cultural Fit</strong> วัดทัศนคติและวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันในองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><strong>แนวตั้ง &#8211; Performance</strong> วัดผลลัพธ์และความสำเร็จในการทำงาน</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39537 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/FB-Boymangja-1024x1024.webp" alt="ปิรันย่า" width="1024" height="1024" title="อย่าเก็บปิรันยาในออฟฟิศ: แนวคิดการประเมินคนของ LINE MAN Wongnai 700" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/FB-Boymangja-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/FB-Boymangja-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/FB-Boymangja-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/FB-Boymangja-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/FB-Boymangja.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>แนวทางการประเมินตามแบบฉบับ LINE MAN Wongnai</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเราได้ตารางแล้ว ทาง HR ก็จะให้หัวหน้าทีมประเมินลูกน้อง โดยมีการแบ่งวิธีการให้คะแนนดังนี้</span></p>
<p><b>แนวตั้ง : Performance</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การประเมินจะใช้เกณฑ์ 0, 1, 2, 3 เรียงลำดับตามนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>0:</b><span style="font-weight: 400;"> ผลงานไม่เป็นตามเป้าหมาย ยังขาดทักษะและความสามารถ ต้องการความช่วยเหลืออยู่เสมอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>1:</b><span style="font-weight: 400;"> มีทักษะและความสามารถ มีความรับผิดชอบตามเป้าหมายพอดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>2:</b><span style="font-weight: 400;"> มีผลงานที่โดดเด่นมากกว่าที่คาดหวังไว้ และสร้างผลกระทบทางบวกอย่างชัดเจนให้กับบริษัท</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>3:</b><span style="font-weight: 400;"> มีผลงานโดดเด่นมากในระดับ Top 10% ของบริษัท</span></li>
</ul>
<p><b>แนวนอน : Value/Cultural Fit</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การประเมินจะใช้เกณฑ์ A, B, C เรียงลำดับตามนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>C:</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่เข้าใจวัฒนธรรมองค์กร มีทัศนคติเชิงลบ และปล่อยพลังงานด้านลบออกมาอย่างต่อเนื่อง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>B:</b><span style="font-weight: 400;"> เข้าใจและมีทัศนคติสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>A:</b><span style="font-weight: 400;"> เข้าใจวัฒนธรรมองค์กร มีทัศนคติที่ดี และปล่อยพลังงานด้านบวกออกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเป็นตัวอย่างที่ดีแก่คนอื่น</span></li>
</ul>
<h3><span style="font-weight: 400;">ต่อมาเมื่อมีการประเมินแล้ว คะแนนจะประกอบกันเป็นเลขและตัวอักษรที่สะท้อนถึงคนคนนั้น เช่น</span></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><strong>0C</strong> เป็นกลุ่มที่ไม่มีศักยภาพและไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><strong>1B</strong> เป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ในออฟฟิศที่ทำงานได้ตามเป้าหมาย และมีทัศนคติที่ดี ซึ่งคุณรุตม์เทียบเคียงว่าเป็นปลาการ์ตูน “นีโม่” ในองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><strong>3A</strong> เป็นกลุ่มคนที่ทำงานได้ดีมาก ส่งพลังบวกตลอดเวลา มีจำนวนไม่ถึง 10% ของออฟฟิศ เปรียบได้กับ “โลมา” ที่เป็น Star/Talent</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หรือ <strong>3C เ</strong>ป็นกลุ่มคนที่ทำงานได้ดีมาก ทว่ามีทัศนคติที่แย่ ไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร เปรียบได้กับปลา “ปิรันยา” หรือเรียกง่าย ๆ ว่ากลุ่มคน Toxic ที่พร้อมจะทำร้ายคนอื่นเสมอ</span></li>
</ul>
<h2><b>ทำไมไม่ควรเก็บปิรันยาในออฟฟิศ ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>รุตม์ &#8211; อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ </b><span style="font-weight: 400;">VP of People, LINE MAN Wongnai เน้นว่า การเก็บพนักงาน 3C หรือปิรันยานั้น แม้จะมีความสามารถสูง แต่มีทัศนคติแย่จะทำให้องค์กรเกิดปัญหาในระยะยาว ปิรันยาเหล่านี้อาจทำลายบรรยากาศการทำงาน และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และการร่วมมือกันของทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการที่องค์กรจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนได้ ต้องไม่เพียงแค่มีคนที่ทำงานเก่ง แต่ต้องมีคนที่สามารถร่วมงานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมกันและกันในเชิงบวก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การคัดเลือกพนักงานใน LINE MAN Wongnai จะพิจารณาทั้งด้านทักษะและทัศนคติอย่างรอบคอบ พนักงานที่มีคะแนน Performance ในระดับ 0-1 หรือได้คะแนน Value/Cultural Fit ระดับ C จะได้รับการตักเตือนพร้อมเสนอแนวทางแก้ไข โดยอาจจะให้เวลา 3-6 เดือนในการปรับตัวขึ้นอยู่กับกรณี และหากไม่เปลี่ยนแปลงก็อาจต้องแยกทางกันในที่สุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตรงกันข้าม กลุ่มพนักงานที่ได้คะแนน 3A หรือปลาโลมา ก็จะเป็นกลุ่มที่ต้องรักษาไว้อย่างดีที่สุดนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21875" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/02/99de39c965834a19cd3bbc917e8ec3bf.jpg" alt="99de39c965834a19cd3bbc917e8ec3bf" width="500" height="207" title="อย่าเก็บปิรันยาในออฟฟิศ: แนวคิดการประเมินคนของ LINE MAN Wongnai 701" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2019/02/99de39c965834a19cd3bbc917e8ec3bf.jpg 500w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/02/99de39c965834a19cd3bbc917e8ec3bf-300x124.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การประเมินคนในองค์กรไม่ใช่แค่การดูผลงานที่ผ่านมา แต่ยังต้องพิจารณาทัศนคติและความเหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กรด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเก็บปิรันยาในที่ทำงานอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อวัฒนธรรมและบรรยากาศการทำงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นการประเมินคนในองค์กรควรทำอย่างรอบคอบและเน้นที่การสร้างทีมที่มีความสมดุลทั้งทักษะและทัศนคติ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานร่วมกันและการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="อย่าเก็บปิรันยาในออฟฟิศ: แนวคิดการประเมินคนของ LINE MAN Wongnai 702" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Source:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1357886004415973&amp;id=215052905365961&amp;set=a.215431685328083" target="_blank" rel="noopener">Mission to the Moon</a></li>
<li><a href="https://creativetalkconference.com/line-man-wongnai/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">creativetalkconference.com</span></a></li>
<li><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-of-the-future-class-3-hr-in-tech-tech-in-hr-20230925/"><span style="font-weight: 400;">th.hrnote.asia</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/piranha-line-man-wongnai-240628/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไม HR รู้จักงานทุกคน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้จักงาน HR ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/tips/why-hr-why-240620/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/tips/why-hr-why-240620/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jun 2024 11:09:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tips]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=39182</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ความที่บทบาทของ HR ในยุคปัจจุบันจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่งานแอดมินเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาองค์กร นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ HR ต้องประสานงานกับทุกฝ่าย หนึ่งในเหตุผลที่ทุกฝ่ายไม่รู้จัก HR คือการสื่อสารที่ไม่เพียงพอ  ในการพัฒนาความสัมพันธ์ร่วมกันฝ่ายอื่น ตัว HR อย่ารอให้คนอื่นเข้าหา แต่เราต้องออกไปหาทุกฝ่ายก่อน การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการสื่อสารภายในองค์กรเป็นหนึ่งในวิธีการที่สามารถเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน ถึงแม้ทุกวันนี้ HR หรือฝ่ายทรัพยากรบุคคลในหลายองค์กรมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและประสานงานกับทุกฝ่ายแล้ว อย่างไรก็ตาม หลายครั้งที่ HR ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายรู้จักงานทุกคน แต่กลับไม่ค่อยมีใครรู้จักหรือเข้าใจบทบาทของ HR อย่างแท้จริง  ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?  บทความนี้จะพาไปสำรวจเหตุผล พร้อมวิธีแก้ไขเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ระหว่าง HR กับฝ่ายอื่น ๆ ในองค์กร เหตุผลที่ทุกคนต้องรู้จัก HR ในองค์กรตัวเอง พูดกันอยู่บ่อยครั้งว่า HR ต้องไม่ใช่ครูปกครองหรือแม่บ้านหลังบ้านขององค์กรอีกต่อไป เพราะบทบาทของ HR ในยุคปัจจุบัน ไม่เพียงทำงานแต่เกี่ยวกับการจัดการบุคลากรและการบริหารงานทั่วไปอีกต่อไป แต่ยังครอบคลุมถึงการสร้างสรรค์วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง การพัฒนาและรักษาของพนักงาน หรือกระทั่งการสร้างความสุขในที่ทำงานอีกด้วย  ความที่บทบาทของ HR ในยุคปัจจุบันจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่งานเดิม ๆ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ HR ต้องประสานงานกับทุกฝ่าย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความที่บทบาทของ HR ในยุคปัจจุบันจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่งานแอดมินเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาองค์กร นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ HR ต้องประสานงานกับทุกฝ่าย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในเหตุผลที่ทุกฝ่ายไม่รู้จัก HR คือการสื่อสารที่ไม่เพียงพอ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ในการพัฒนาความสัมพันธ์ร่วมกันฝ่ายอื่น ตัว HR อย่ารอให้คนอื่นเข้าหา แต่เราต้องออกไปหาทุกฝ่ายก่อน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการสื่อสารภายในองค์กรเป็นหนึ่งในวิธีการที่สามารถเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42765" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/ทำไม-HR-รู้จักงานทุกคน-แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้จักงาน-HR-1-1.webp" alt="ทำไม HR รู้จักงานทุกคน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้จักงาน HR ?" width="600" height="370" title="ทำไม HR รู้จักงานทุกคน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้จักงาน HR ? 709" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/ทำไม-HR-รู้จักงานทุกคน-แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้จักงาน-HR-1-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/ทำไม-HR-รู้จักงานทุกคน-แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้จักงาน-HR-1-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงแม้ทุกวันนี้ HR หรือฝ่ายทรัพยากรบุคคลในหลายองค์กรมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและประสานงานกับทุกฝ่ายแล้ว อย่างไรก็ตาม หลายครั้งที่ HR ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายรู้จักงานทุกคน แต่กลับไม่ค่อยมีใครรู้จักหรือเข้าใจบทบาทของ HR อย่างแท้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้จะพาไปสำรวจเหตุผล พร้อมวิธีแก้ไขเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ระหว่าง HR กับฝ่ายอื่น ๆ ในองค์กร</span></p>

<h2><b>เหตุผลที่ทุกคนต้องรู้จัก HR ในองค์กรตัวเอง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">พูดกันอยู่บ่อยครั้งว่า HR ต้องไม่ใช่ครูปกครองหรือแม่บ้านหลังบ้านขององค์กรอีกต่อไป เพราะบทบาทของ HR ในยุคปัจจุบัน ไม่เพียงทำงานแต่เกี่ยวกับการจัดการบุคลากรและการบริหารงานทั่วไปอีกต่อไป แต่ยังครอบคลุมถึงการสร้างสรรค์วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง การพัฒนาและรักษาของพนักงาน หรือกระทั่งการสร้างความสุขในที่ทำงานอีกด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความที่บทบาทของ HR ในยุคปัจจุบันจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่งานเดิม ๆ </span><b>นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ HR ต้องประสานงานกับทุกฝ่าย </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้แน่ใจว่าองค์กรทำงานได้อย่างราบรื่นและมีความร่วมมือกับทุกฝ่ายเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทที่เปลี่ยนไปนี้ จึงมีความสำคัญต่อการเติบโตและความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%; text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hrbusinesspartner-to-hrbusinessdriver-230909/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32687" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/02-HREX-Cover.png" alt="ยุคใหม่ของ HR เปลี่ยนจาก Business Partner ให้เป็น Business Driver" width="600" height="370" title="ทำไม HR รู้จักงานทุกคน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้จักงาน HR ? 710" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/02-HREX-Cover.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/02-HREX-Cover-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hrbusinesspartner-to-hrbusinessdriver-230909/"><span style="font-family: inherit; font-size: inherit;">ยุค</span><span style="font-family: inherit; font-size: inherit;">ใหม่ของ HR เปลี่ยนจาก Business Partner ให้เป็น Business Driver</span></a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>การสื่อสารที่ไม่เพียงพอ เหตุผลที่ทุกฝ่ายไม่รู้จักงาน HR </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องยอมรับ HR มักจะสื่อสารกับฝ่ายอื่น ๆ ผ่านการประชุม อีเมล หรือการใช้เครื่องมือสื่อสารภายในองค์กร อย่างไรก็ตามการสื่อสารเหล่านี้อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้บุคลากรเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของ HR อย่างแท้จริง และอาจทำให้พนักงานไม่เห็นความสำคัญของงานที่ HR ทำด้วย</span></p>
<p><b>หนึ่งในเหตุผลที่ทุกฝ่ายไม่รู้จัก HR คือการสื่อสารที่ไม่เพียงพอ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่สะท้อนได้ดีคือ ปัญหาภาพลักษณ์ที่พนักงานบางคนยังมองว่า HR เป็นแค่ฝ่ายที่จัดการเอกสารและสวัสดิการเท่านั้น ทำให้ไม่เข้าใจบทบาทและความสำคัญของ HR ในการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรนั่นเอง</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/210902-hr-communication/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24322" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/09/90920b64305178d5c85942e5a19fcab8.jpg" alt="การสื่อสารของ HR: ประเภท ความสำคัญ​ และเทคนิคพัฒนาการสื่อสารที่ดีในองค์กร" width="720" height="405" title="ทำไม HR รู้จักงานทุกคน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้จักงาน HR ? 711" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2021/09/90920b64305178d5c85942e5a19fcab8.jpg 720w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/09/90920b64305178d5c85942e5a19fcab8-300x169.jpg 300w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/210902-hr-communication/">การสื่อสารของ HR: ประเภท ความสำคัญ​ และเทคนิคพัฒนาการสื่อสารที่ดีในองค์กร</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>HR ต้องโปร่งใสกับทุกฝ่ายก่อน</b></h2>
<p><b>ในการพัฒนาความสัมพันธ์ร่วมกันฝ่ายอื่น ตัว HR อย่ารอให้คนอื่นเข้าหา แต่เราต้องออกไปหาทุกฝ่ายก่อน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ควรใช้เวลาพูดคุยและรับฟังข้อคิดเห็นจากทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถทำได้ผ่านหลายเครื่องมือ เช่น การจัดกิจกรรมร่วมกัน การฝึกอบรม การประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือการสันทนาการ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจระหว่างฝ่าย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ การมีแนวทางในการสื่อสารที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา จะช่วยลดความขัดแย้งและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกอย่างนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ HR สามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิดและเข้าใจในบทบาทของแต่ละฝ่าย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีและสนับสนุนการพัฒนาองค์กรในทุกด้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อพนักงานรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและมีส่วนร่วมในองค์กร พวกเขาจะมีความมุ่งมั่นและมีแรงจูงใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้องค์กรมีความแข็งแกร่งและสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38723" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/HREX-Cover-by-Para-95.webp" alt="Garden Leave กลยุทธ์รักษาความลับทางธุรกิจ ถ่วงเวลาทาเลนต์ให้ร่วมงานคู่แข่งช้ากว่ากำหนด" width="600" height="370" title="ทำไม HR รู้จักงานทุกคน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้จักงาน HR ? 712" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/HREX-Cover-by-Para-95.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/HREX-Cover-by-Para-95-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>แนวทางในการเสริมสร้างบทบาทของ HR</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้ <a href="https://th.hrnote.asia/category/hrtech/">HR Tech</a> เทคโนโลยีและเครื่องมือต่าง ๆ ก็สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารและการมีส่วนร่วมกับพนักงานทุกระดับ เพราะทุกวันนี้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยจำนวนมากที่ HR สามารถเข้าถึงข้อมูลและวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการสื่อสารภายในองค์กรเป็นหนึ่งในวิธีการที่สามารถเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน เช่น การใช้แอปพลิเคชันสำหรับการแจ้งเตือนข่าวสารและประกาศ การใช้ระบบบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ (<a href="https://expth.hrnote.asia/categories/2">HRIS</a>) ที่สามารถจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลพนักงานได้อย่างครบถ้วน ทำให้ HR สามารถติดตามประสิทธิภาพการทำงานและความพึงพอใจของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/30">เครื่องมือสื่อสาร </a></span><span style="font-weight: 400;">หรือการใช้เครื่องมือสำรวจออนไลน์ เช่น แบบสอบถามความพึงพอใจหรือการรับฟังข้อเสนอแนะ จะช่วยให้ HR รับรู้และเข้าใจความต้องการและปัญหาของพนักงานได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถหาได้ใน <a href="https://expth.hrnote.asia/">HR Products &amp; Services</a> ของ HREX โดยมีผู้บริการให้เลือกมากมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการรับข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่องและการปรับปรุงกระบวนการทำงานตามข้อมูลที่ได้รับจะช่วยให้ HR สามารถเพิ่มการมองเห็นและบทบาทในองค์กรได้ การเปิดรับฟังความคิดเห็นและการใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างการสื่อสารและการมีส่วนร่วมของพนักงาน จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ HR สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาองค์กรในระยะยาว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28229 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-26-1024x683.jpg" alt="shutterstock 1212195505 26" width="1024" height="683" title="ทำไม HR รู้จักงานทุกคน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้จักงาน HR ? 713" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-26-1024x683.jpg 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-26-300x200.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-26-768x512.jpg 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-26-1536x1024.jpg 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-26-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้ได้สำรวจเหตุผลที่ทำให้ HR รู้จักทุกฝ่าย แต่ทุกฝ่ายไม่รู้จัก HR รวมถึงวิธีการเสริมสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ระหว่าง HR กับฝ่ายอื่น ๆ ในองค์กร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสื่อสารที่ดีและความโปร่งใสของ HR จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="ทำไม HR รู้จักงานทุกคน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้จักงาน HR ? 714" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Source:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.quora.com/What-are-some-common-misconceptions-about-HRs-role-in-handling-management-problems-and-how-can-they-be-addressed" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">quora</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://folksrh.com/en/blog/hr-myths-and-stereotypes-and-how-to-debunk-them/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">folksrh</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.forbes.com/sites/forbeshumanresourcescouncil/2023/11/14/rethinking-the-role-of-hr-in-the-modern-workforce/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">forbes</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.thehrdirector.com/features/hr-in-business/hr-can-gain-increased-visibility-greater-influence/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">thehrdirector</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://bethechangehr.com/heart-of-hr-building-strong-employee-relationships/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">bethechangehr</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/tips/why-hr-why-240620/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>7 เทคนิคการเลือก Learning Management System (LMS) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับองค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrtech/7-how-to-choose-lms-240614/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrtech/7-how-to-choose-lms-240614/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Jun 2024 04:42:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tech]]></category>
		<category><![CDATA[LMS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=39116</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT LMS ย่อมาจาก Learning Management System เป็นซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์มที่ใช้ในการจัดการการเรียนการสอนออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคอร์สเรียน การจัดการ การติดตามผล การประเมินผล รวมถึงการสร้างคอมมูนิตี้การเรียนรู้ได้ ประโยชน์ของ LMS สำหรับ HR มีทั้งการลดต้นทุนทั้งเงินและเวลาในการฝึกอบรม เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และการฝึกอบรม ช่วยติดตาม ประเมิน และวิเคราะห์การพัฒนาทักษะของพนักงานได้ สร้างชุมชนการเรียนรู้ร่วมกัน และ สนับสนุนการเรียนรู้ในระยะยาว การเลือก LMS ที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก เพราะหากเลือกแพลตฟอร์มที่ไม่ตรงกับความต้องการขององค์กร ก็จะทำให้องค์กรเสียทั้งเวลาและเสียงบประมาณไปอย่างไร้ประโยชน์  ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกแง่มุมของการทำงาน แม้กระทั่งงาน HR ที่มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลืองานของพวกเราเสมอ Learning Management System (LMS) จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะและความรู้ของบุคลากรในองค์กร เพราะ LMS ไม่เพียงแต่ช่วยให้ HR สามารถจัดการการเรียนรู้และฝึกอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงานและสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง  บทความนี้ HREX จะพาคุณไปรู้จักกับเทคนิคการใช้ LMS ที่ HR สามารถนำไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาบุคลากรอย่างสูงสุด LMS คืออะไร [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">LMS ย่อมาจาก Learning Management System เป็นซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์มที่ใช้ในการจัดการการเรียนการสอนออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคอร์สเรียน การจัดการ การติดตามผล การประเมินผล รวมถึงการสร้างคอมมูนิตี้การเรียนรู้ได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ประโยชน์ของ LMS สำหรับ HR มีทั้งการลดต้นทุนทั้งเงินและเวลาในการฝึกอบรม เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และการฝึกอบรม ช่วยติดตาม ประเมิน และวิเคราะห์การพัฒนาทักษะของพนักงานได้ สร้างชุมชนการเรียนรู้ร่วมกัน และ สนับสนุนการเรียนรู้ในระยะยาว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเลือก LMS ที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก เพราะหากเลือกแพลตฟอร์มที่ไม่ตรงกับความต้องการขององค์กร ก็จะทำให้องค์กรเสียทั้งเวลาและเสียงบประมาณไปอย่างไร้ประโยชน์ </span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39117" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/7-เทคนิคการเลือก-Learning-Management-System-LMS-ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับองค์กร.webp" alt="7 เทคนิคการเลือก Learning Management System (LMS) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับองค์กร" width="600" height="370" title="7 เทคนิคการเลือก Learning Management System (LMS) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับองค์กร 720" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/7-เทคนิคการเลือก-Learning-Management-System-LMS-ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับองค์กร.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/7-เทคนิคการเลือก-Learning-Management-System-LMS-ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับองค์กร-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกแง่มุมของการทำงาน แม้กระทั่งงาน HR ที่มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลืองานของพวกเราเสมอ</span></p>
<p><b>Learning Management System (LMS)</b><span style="font-weight: 400;"> จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะและความรู้ของบุคลากรในองค์กร เพราะ LMS ไม่เพียงแต่ช่วยให้ HR สามารถจัดการการเรียนรู้และฝึกอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงานและสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้ HREX จะพาคุณไปรู้จักกับเทคนิคการใช้ LMS ที่ HR สามารถนำไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาบุคลากรอย่างสูงสุด</span></p>

<h2><b>LMS คืออะไร</b></h2>
<p><b>LMS</b><span style="font-weight: 400;"> ย่อมาจาก </span><b>Learning Management System</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์มที่ใช้ในการจัดการการเรียนการสอนออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคอร์สเรียน การจัดการ การติดตามผล การประเมินผล รวมถึงการสร้างคอมมูนิตี้การเรียนรู้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยผู้ให้บริการ LMS จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานหรือองค์กรสามารถสร้างหลักสูตรเพื่อให้พนักงานเข้ามาเรียนรู้ได้ผ่านระบบนี้ ตั้งแต่การอัปโหลดสื่อการเรียนการสอนทั้งหมด สร้างแผนการเรียน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไปจนถึงการจัดการสอบประเมินผล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ LMS ที่ดีควรเน้นที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยผู้เรียนสามารถเลือกวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองได้ เช่น จะเรียนเมื่อไหร่ เวลาไหนก็ได้ หรือกระทั่งเลือกเรียนวิชาใดก็ได้ เนื่องจากระบบ LMS ส่วนใหญ่จะอยู่บนคลาวด์และรองรับการเรียนรู้ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่หลากหลายนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22902" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/08/nternational-Learning-Platforms.jpg" alt="nternational Learning Platforms" width="500" height="282" title="7 เทคนิคการเลือก Learning Management System (LMS) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับองค์กร 721" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2019/08/nternational-Learning-Platforms.jpg 500w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/08/nternational-Learning-Platforms-300x169.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h2><b>ประโยชน์ของ LMS สำหรับ HR</b></h2>
<h3><b>1) ลดต้นทุนทั้งเงินและเวลาในการฝึกอบรม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้ LMS จะช่วยลดต้นทุนการฝึกอบรมแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้สถานที่ วิทยากร และวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมไปถึงค่าที่พักของพนักงานหากเป็นการฝึกอบรมนอกสถานที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากปัจจัยเรื่องเงิน LMS ยังช่วยให้พนักงานสามารถเรียนรู้ได้ตามความสะดวกของตนเอง ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาจากการทำงานประจำ และสามารถใช้เวลาในการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<h3><b>2) เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และการฝึกอบรม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ LMS ช่วยให้พนักงานสามารถเข้าถึงเนื้อหาการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ที่บ้าน หรือระหว่างการเดินทาง ทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องที่สะดวกและยืดหยุ่นมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันยังช่วยให้ HR สามารถจัดการคอร์สการเรียนรู้ ติดตามความก้าวหน้าของพนักงาน และประเมินผลการเรียนรู้ได้อย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถปรับปรุงและพัฒนาคอร์สให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</span></p>
<h3><b>3) ช่วยติดตาม ประเมิน และวิเคราะห์การพัฒนาทักษะของพนักงานได้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">LMS ส่วนใหญ่จะมีเครื่องมือหลังบ้านในการวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยให้ HR สามารถประเมินทักษะและความรู้ของพนักงานได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถกำหนดเป้าหมาย หรือวางแผนการพัฒนาทักษะได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR จึงสามารถติดตามความก้าวหน้าของพนักงานในการเรียนรู้และให้ Feedback อย่างทันท่วงที ทำให้พนักงานสามารถปรับปรุงและพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง</span></p>
<h3><b>4) สร้างชุมชนการเรียนรู้ร่วมกัน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ให้บริการ LMS บางแห่ง มีการเพิ่มฟังก์ชันชุมชนการเรียนรู้ด้วย ซึ่งช่วยให้พนักงานสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลกันได้ สร้างชุมชนการเรียนรู้ที่มีการสนับสนุนและการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้บาง LMS มีการใช้ Gamification หรือการนำหลักการของเกมมาใช้ในการเรียนรู้ ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและความมีส่วนร่วมของพนักงาน ทำให้การเรียนรู้ไม่เป็นเรื่องน่าเบื่อ</span></p>
<h3><b>5) สนับสนุนการเรียนรู้ในระยะยาว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">LMS จะช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในองค์กร ทำให้พนักงานมีความกระตือรือร้นในการพัฒนาทักษะและความรู้ใหม่ ๆ ตลอดเวลา</span> <span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นความรู้ของพนักงานจะทันสมัย และตรงกับความต้องการของตลาดอย่างทันท่วงที</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39118 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/distance-learning-online-webpage-interface-1024x696.webp" alt="7 เทคนิคการเลือก Learning Management System (LMS) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับองค์กร" width="1024" height="696" title="7 เทคนิคการเลือก Learning Management System (LMS) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับองค์กร 722" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/distance-learning-online-webpage-interface-1024x696.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/distance-learning-online-webpage-interface-300x204.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/distance-learning-online-webpage-interface-768x522.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/distance-learning-online-webpage-interface-1536x1043.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/distance-learning-online-webpage-interface-2048x1391.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>7 เทคนิคการเลือก LMS สำหรับองค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า มีผู้ให้บริการ LMS ในท้องตลาดมากมายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่ง HR สามารถเข้ามาค้นหากันได้ที่ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/70"><span style="font-weight: 400;">HREX</span></a><span style="font-weight: 400;"> อยู่แล้ว การเลือก LMS ที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก เพราะหากเลือกแพลตฟอร์มที่ไม่ตรงกับความต้องการขององค์กร ก็จะทำให้เราเสียทั้งเวลาและเสียงบประมาณไปอย่างไร้ประโยชน์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นเทคนิคการเลือก LMS สำหรับองค์กร มีดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>1) เริ่มจากการวิเคราะห์ความต้องการขององค์กรก่อน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ควรเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ความต้องการขององค์กรและพนักงาน วัตถุประสงค์ในการใช้ LMS คืออะไร ต้องการเครื่องมือแบบใดในการจัดการ คำถามเหล่านี้จะช่วยกำหนดความต้องการพื้นฐานของ LMS ที่จะเลือกใช้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ฟังก์ชันพื้นฐานที่ควรมีใน LMS ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การจัดการคอร์สและเนื้อหาการเรียนรู้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ระบบการติดตามผลการเรียนรู้และการรายงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เครื่องมือวิเคราะห์และประเมินผล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ฟังก์ชันคอมมูนิตี้ที่ช่วยให้พนักงานสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลกันได้</span></li>
</ul>
<h3><b>2) เปรียบเทียบและทดลองใช้ LMS หลาย ๆ แพลตฟอร์ม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปรียบเทียบ LMS หลาย ๆ แพลตฟอร์มจะช่วยให้เห็นข้อดีและข้อเสียของแต่ละแพลตฟอร์ม HR ควรทดลองใช้ LMS เพื่อดูว่าตรงกับความต้องการขององค์กรหรือไม่ และควรได้รับการสนับสนุนจากทีม IT เพื่อให้มั่นใจว่า LMS จะสามารถใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหา</span></p>
<h3><b>3) วางแผนจัดการคอร์สและเนื้อหาใน LMS</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเลือกผู้ให้บริการ LMS ที่ตรงความต้องการได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปการจัดการคอร์สและเนื้อหาจะเป็นหัวใจสำคัญ เพราะการสร้างคอร์สเรียนที่น่าสนใจและมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้พนักงานมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ได้ ซึ่งเรามีข้อแนะนำในการสร้างคอร์สที่มีประสิทธิภาพ ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีวัตถุประสงค์ของคอร์สที่ชัดเจน และสามารถวัดผลได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เนื้อหาควรเป็นระเบียบและแบ่งออกเป็นส่วนย่อย ๆ ที่เข้าใจง่าย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เลือกใช้สื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น ใช้วิดีโอ เอกสาร หรือกิจกรรมที่สามารถโต้ตอบได้ ก็จะช่วยให้การเรียนรู้มีความน่าสนใจมากขึ้น</span></li>
</ul>
<h3><b>4) ตั้งเป้าหมายและกำหนดเกณฑ์การวัดผลการเรียนรู้ที่ชัดเจน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การตั้งเป้าหมายและเกณฑ์การวัดผลที่ชัดเจน จะช่วยให้องค์กรสามารถติดตามและประเมินผลการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง HR ควรกำหนดเกณฑ์การวัดผลให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของคอร์สต่าง ๆ โดยใช้เครื่องมือหลังบ้านของ LMS ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</span></p>
<h3><b>5) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการมีส่วนร่วมของพนักงานเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้ LMS มีประสิทธิภาพ ซึ่งมีเทคนิคต่าง ๆ กระตุ้นให้พนักงานมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ได้ ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างแรงจูงใจ</b><span style="font-weight: 400;">: การให้รางวัลและการยอมรับจะช่วยกระตุ้นให้พนักงานมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การใช้งานฟังก์ชันคอมมูนิตี้</b><span style="font-weight: 400;">: ฟังก์ชันนี้ใน LMS จะช่วยให้พนักงานสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลกันได้ ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน</span></li>
</ul>
<h3><b>6) ติดตามและวัดผลการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การติดตามและวัดผลการเรียนรู้เป็นขั้นตอนสำคัญในการประเมินประสิทธิภาพของ LMS องค์กรควรใช้เครื่องมือการรายงานและการวิเคราะห์ผลใน LMS เพื่อติดตามผลการเรียนรู้ และปรับปรุงและพัฒนาเนื้อหาตามผลการวัด</span></p>
<h3><b>7) ฟัง Feedback จากพนักงานเพื่อการปรับปรุง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด HR ควรเก็บข้อมูลและ Feedback จากพนักงานเพื่อปรับปรุงเนื้อหาและการจัดการคอร์สให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การรับฟังความคิดเห็นจากพนักงานจะช่วยให้เขารู้สึกมีส่วนร่วมกับองค์กร ทั้งยังช่วยผู้ให้บริการ LMS พัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="7 เทคนิคการเลือก Learning Management System (LMS) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับองค์กร 723" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการใช้ LMS อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ HR สามารถจัดการการเรียนรู้และฝึกอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงานและสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นการเลือกใช้ LMS ที่เหมาะสม การจัดการคอร์สและเนื้อหาอย่างมีประสิทธิภาพ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน และการติดตามและวัดผลจึงเป็นเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้ LMS เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาบุคลากรในองค์กรเสมอมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเทคนิคและวิธีการที่กล่าวมา HR ก็จะใช้ LMS ได้เกิดประโยชน์สูงสุดแน่นอน !</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ที่มา</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.zoho.com/people/hrknowledgehive/What-is-a-learning-management-system.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">zoho</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.hibob.com/hr-glossary/learning-management-system/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">hibob</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.linkedin.com/pulse/enhancing-employee-development-learning-management-systems-gibler/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">linkedin</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://altametrics.com/topics/how-learning-management-systems-enhance-employee-training/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">altametrics</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.docebo.com/learning-network/blog/hr-lms/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">docebo</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="7 เทคนิคการเลือก Learning Management System (LMS) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับองค์กร 723" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrtech/7-how-to-choose-lms-240614/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไม HR ต้องใช้ HR Tech ในการบริหารทรัพยากรบุคคล</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrtech/why-hr-use-hr-tech-240613/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrtech/why-hr-use-hr-tech-240613/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Jun 2024 05:37:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tech]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=39088</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT HR Tech ย่อมาจาก HR Technology หมายถึง การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ HR Tech เปรียบเสมือนผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยให้กระบวนการทำงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว สะดวก ลดภาระงาน และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม HR Tech มีหลายประเภททั้ง HRIS, ATS, LMS รวมไปถึงการสื่อสารภายในองค์กร แนวโน้มสำคัญของ HR Tech คือเรื่อง AI ที่จะเข้ามาพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวไกลกว่าเดิม ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกด้านของชีวิตประจำวัน การบริหารทรัพยากรบุคคลหรือ HR ก็เป็นอีกหน่วยงานที่หนีไม่พ้น กระทั่งองค์กรทั่วโลกเริ่มหันมาใช้ HR Tech หรือ เทคโนโลยีด้านทรัพยากรบุคคล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงกระบวนการทำงานกันแล้ว แล้วทำไม HR ต้องใช้ HR Tech แล้ว ? บทความนี้หาคำตอบให้ HR Tech คืออะไร HR Tech ย่อมาจาก HR Technology [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">HR Tech ย่อมาจาก HR Technology หมายถึง การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของฝ่ายทรัพยากรมนุษย์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">HR Tech เปรียบเสมือนผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยให้กระบวนการทำงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว สะดวก ลดภาระงาน และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">HR Tech มีหลายประเภททั้ง HRIS, ATS, LMS รวมไปถึงการสื่อสารภายในองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แนวโน้มสำคัญของ HR Tech คือเรื่อง AI ที่จะเข้ามาพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวไกลกว่าเดิม</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39091" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/ทำไม-HR-ต้องใช้-HR-Tech-ในการบริหารทรัพยากรบุคคล.webp" alt="ทำไม HR ต้องใช้ HR Tech ในการบริหารทรัพยากรบุคคล" width="600" height="370" title="ทำไม HR ต้องใช้ HR Tech ในการบริหารทรัพยากรบุคคล 735" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/ทำไม-HR-ต้องใช้-HR-Tech-ในการบริหารทรัพยากรบุคคล.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/ทำไม-HR-ต้องใช้-HR-Tech-ในการบริหารทรัพยากรบุคคล-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกด้านของชีวิตประจำวัน การบริหารทรัพยากรบุคคลหรือ HR ก็เป็นอีกหน่วยงานที่หนีไม่พ้น กระทั่งองค์กรทั่วโลกเริ่มหันมาใช้ </span><b>HR Tech หรือ เทคโนโลยีด้านทรัพยากรบุคคล</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงกระบวนการทำงานกันแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วทำไม HR ต้องใช้ HR Tech แล้ว ? บทความนี้หาคำตอบให้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>HR Tech คืออะไร</b></h2>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/what-is-hrtech-230105/"><b>HR Tech</b></a><span style="font-weight: 400;"> ย่อมาจาก </span><b>HR Technology</b><span style="font-weight: 400;"> หมายถึง การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ (HR) เปรียบเสมือนผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยให้กระบวนการทำงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว สะดวก ลดภาระงาน และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><a href="https://www.gartner.com/en/newsroom/press-releases/2024-05-15-gartner-identifies-top-4-hr-investment-trends-2024" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Gartner</span></a><span style="font-weight: 400;"> เผยผลสำรวจที่บอกว่า </span><b>48% ของ HR วางแผนที่จะเพิ่มงบประมาณ HR Tech ในปี 2024 เป็นอันดับที่  1 ถึง 3 ปีซ้อน</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39096 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/figure_4_hr_investment_areas_2024-1024x849.webp" alt="ทำไม HR ต้องใช้ HR Tech ในการบริหารทรัพยากรบุคคล" width="1024" height="849" title="ทำไม HR ต้องใช้ HR Tech ในการบริหารทรัพยากรบุคคล 736" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/figure_4_hr_investment_areas_2024-1024x849.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/figure_4_hr_investment_areas_2024-300x249.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/figure_4_hr_investment_areas_2024-768x637.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/figure_4_hr_investment_areas_2024.webp 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยผู้นำด้าน HR มองว่า เทคโนโลยีเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันผลลัพธ์ทางธุรกิจ ช่วยให้องค์กรเติบโต และลดต้นทุน เช่น ระบบการทำงานอัตโนมัติหรือการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-trends-2024-240119/"><b>AI (Artificial Intelligence)</b></a><span style="font-weight: 400;"> ที่จะช่วยให้งานมีประสิทธิภาพ แม่นยำ และตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรยุคใหม่มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรียกว่า เรากำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของ HR Tech เป็นที่เรียบร้อย</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/history-of-hrtech-240223/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37550" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/hrtechthumb.png" alt="ประวัติศาสตร์ HR Tech ความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกับการบริหารคน" width="600" height="370" title="ทำไม HR ต้องใช้ HR Tech ในการบริหารทรัพยากรบุคคล 737" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/hrtechthumb.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/hrtechthumb-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/history-of-hrtech-240223/">ประวัติศาสตร์ HR Tech ความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกับการบริหารคน</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>การใช้ HR Tech ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าการใช้ HR Tech จะมีช่วยองค์กรในหลากหลายด้าน ทว่าการสำรวจของ Gartner ยังพบว่า การใช้ HR Tech นั้นจะประสบความสำเร็จในการลดต้นทุนเพียงเล็กน้อย (32%) หรือไม่ประสบความสำเร็จเลย (26%)</span></p>
<p><b>ฮานน์ นีย์เบิร์ก​ (Hanne Nieberg) </b><span style="font-weight: 400;">Director จาก Gartner HR practice ให้เหตุผลว่า </span><b>การเปลี่ยนแปลงในการใช้ HR Tech จะต้องใช้เวลา</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากการนำเทคโนโลยีมาใช้งานเป็นโปรเจกต์ที่ซับซ้อน ใช้เวลาหลายปี ทำให้ผลลัพธ์จากการลงทุนที่คาดหวังอาจยังไม่ปรากฏทันที “</span><i><span style="font-weight: 400;">การพูดถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ สร้างความคาดหวังที่สูงเกินจริงจนยากจะทำให้สำเร็จได้เร็ว”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น เพื่อให้การลงทุน HR Tech ประสบความสำเร็จ ผู้นำ HR จำเป็นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบ ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ประเมินผลประโยชน์ที่เป็นไปได้อย่างรอบคอบ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พิจารณาข้อเสนอของผู้ให้บริการอย่างละเอียด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างมาตรการการวัดผลตั้งแต่ต้นอย่างชัดเจน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เร่งการนำไปใช้ของผู้ใช้งาน (User) โดยเปิดช่องทางรับข้อเสนอแนะจากพนักงานเสมอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จัดสรรทรัพยากรอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลง เช่น อินเทอร์เน็ต, อุปกรณ์ต่าง ๆ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ปรับงบการลงทุนใน  HR Tech ให้สอดคล้องกับความพร้อมทางดิจิทัลของผู้ใช้งาน</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39090 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/man-touching-virtual-screen-futuristic-technology-digital-remix-1024x683.webp" alt="ทำไม HR ต้องใช้ HR Tech ในการบริหารทรัพยากรบุคคล" width="1024" height="683" title="ทำไม HR ต้องใช้ HR Tech ในการบริหารทรัพยากรบุคคล 738" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/man-touching-virtual-screen-futuristic-technology-digital-remix-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/man-touching-virtual-screen-futuristic-technology-digital-remix-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/man-touching-virtual-screen-futuristic-technology-digital-remix-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/man-touching-virtual-screen-futuristic-technology-digital-remix-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/man-touching-virtual-screen-futuristic-technology-digital-remix-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>ประเภทของ HR Tech ที่ได้รับความนิยม</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยีที่ใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคคลมีหลายประเภท โดหลัก ๆ ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มีดังนี้:</span></p>
<h3>1. ซอฟต์แวร์การจัดการข้อมูลพนักงาน (HRIS)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/2">Human Resource Information System</a> เป็นระบบที่ช่วยในการจัดการข้อมูลของพนักงาน เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล การเข้าทำงาน การประเมินผล และการพัฒนาทักษะ ทำให้สามารถติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น <a href="https://expth.hrnote.asia/products/124">ATHM</a>, <a href="https://expth.hrnote.asia/products/91">Humanica</a>, <a href="https://expth.hrnote.asia/products/60">TIGERSOFT</a>, <a href="https://expth.hrnote.asia/products/15">empeo</a> ฯลฯ</span></p>
<h3>2. ระบบการสรรหาบุคลากรออนไลน์ (ATS)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Applicant Tracking System เป็นระบบที่ช่วยในการจัดการกระบวนการสรรหาและคัดเลือกพนักงาน ตั้งแต่การประกาศตำแหน่งงาน การรับสมัคร และการประเมินผู้สมัคร ทำให้กระบวนการสรรหามีความรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น เช่น โปรแกรมฟรีอย่าง <a href="https://expth.hrnote.asia/products/222">ATS จาก Reerecoen</a> </span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38650" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1.webp" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="ทำไม HR ต้องใช้ HR Tech ในการบริหารทรัพยากรบุคคล 739" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<h3>3. เทคโนโลยีการพัฒนาทักษะและการประเมินผล (LMS)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/70">Learning Management System</a> เทคโนโลยีเกี่ยวกับการเทรนนิ่ง รวมถึงการใช้เครื่องมือออนไลน์ในการประเมินผลการทำงานของพนักงาน การให้คำแนะนำ และการพัฒนาทักษะต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ เช่น <a href="https://expth.hrnote.asia/products/11">Conicle</a>, <a href="https://expth.hrnote.asia/products/89">FrogGenius</a> ฯลฯ </span></p>
<h3>4. แพลตฟอร์มการสื่อสารภายในองค์กร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้<a href="https://expth.hrnote.asia/categories/30">แพลตฟอร์มการสื่อสารภายในองค์กร</a> เช่น Slack, Microsoft Teams หรือ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/38">Lark</a> ช่วยให้การสื่อสารระหว่างทีมมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น ลดปัญหาการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนและการผิดพลาดในงาน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39089 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/asian-girl-pressing-digital-screen-futuristic-technology-1024x683.webp" alt="ทำไม HR ต้องใช้ HR Tech ในการบริหารทรัพยากรบุคคล" width="1024" height="683" title="ทำไม HR ต้องใช้ HR Tech ในการบริหารทรัพยากรบุคคล 740" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/asian-girl-pressing-digital-screen-futuristic-technology-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/asian-girl-pressing-digital-screen-futuristic-technology-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/asian-girl-pressing-digital-screen-futuristic-technology-768x513.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/asian-girl-pressing-digital-screen-futuristic-technology-1536x1025.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/asian-girl-pressing-digital-screen-futuristic-technology-2048x1367.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>ประโยชน์ของ HR Tech</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การนำ HR Tech มาใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคคลมีประโยชน์หลากหลายประการ ได้แก่:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงาน:</b><span style="font-weight: 400;"> เทคโนโลยีช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนและทำให้สามารถจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การลดข้อผิดพลาด:</b><span style="font-weight: 400;"> การใช้เทคโนโลยีช่วยลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานด้วยมือ ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน:</b><span style="font-weight: 400;"> เทคโนโลยีช่วยให้การทำงานมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในการสรรหาและคัดเลือกพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงาน:</b><span style="font-weight: 400;"> เทคโนโลยีช่วยให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย</span></li>
</ul>
<h2><b>ความท้าทายของ HR Tech</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าเทคโนโลยีจะมีประโยชน์มากมาย แต่การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคคลก็มีความท้าทายเช่นกัน ได้แก่:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การฝึกอบรมและปรับตัวของพนักงาน:</b><span style="font-weight: 400;"> พนักงานบางคนอาจมีความไม่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ จำเป็นต้องมีการฝึกอบรมและการสนับสนุนเพื่อให้พนักงานสามารถปรับตัวได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล:</b><span style="font-weight: 400;"> การจัดการข้อมูลพนักงานที่มีความละเอียดอ่อนต้องมีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การจัดการกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว:</b><span style="font-weight: 400;"> เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรต้องมีความสามารถในการปรับตัวและนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></li>
</ul>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/empeo-230706/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-16011" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/empeo-HR-Tech-600-x-370-01-01.jpg" alt="การหา HR Tech เข้ามาใช้ในองค์กร ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง" width="600" height="370" title="ทำไม HR ต้องใช้ HR Tech ในการบริหารทรัพยากรบุคคล 741"></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/empeo-230706/">การหา HR Tech เข้ามาใช้ในองค์กร ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>แนวโน้มในอนาคตของ HR Tech</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้เทคโนโลยีในการบริหารทรัพยากรบุคคลมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต แนวโน้มสำคัญ ๆ ได้แก่:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การพัฒนาเทคโนโลยี VR และ AR:</b> <a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/191206-hrtech-vrhr/"><span style="font-weight: 400;">VR</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ AR จะถูกนำมาใช้ในการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะของพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การใช้เทคโนโลยี Blockchain:</b><span style="font-weight: 400;"> Blockchain จะช่วยในการจัดเก็บข้อมูลพนักงานอย่างปลอดภัยและมีความโปร่งใส</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การใช้ AI และ Machine Learning:</b> <a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-trends-2024-240119/"><span style="font-weight: 400;">AI</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ Machine Learning จะเข้ามามีบทบาทในการสรรหาและคัดเลือกพนักงาน รวมถึงการประเมินผลและการพัฒนาทักษะ</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><em>HR มีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้</em></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8826 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/Questions-pana.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="300" height="300" title="ทำไม HR ต้องใช้ HR Tech ในการบริหารทรัพยากรบุคคล 742"></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">Q: HR จะประยุกต์ใช้ AI ยังไงได้บ้าง ? </span></strong></p>
<p>มองไปทางไหนก็มีแต่เรื่อง AI แถมยังมีหลายตัว หลายโปรแกรมเหลือเกิน แล้ว HR จะใช้งานอย่างไรได้บ้าง​</p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">A: สื่งที่ AI ช่วยงาน HR จะเน้นไปในเรื่องการบริหารจัดการ รวมถึงงานบริการต่าง ๆ ในองค์กร</span></strong></p>
<p>1. AI สามารถช่วยงานด้านตรวจสอบประวัติผู้สมัคร การเก็บรวบรวมข้อมูลจากโปรไฟล์โซเชียลมีเดียต่างๆ รวมถึงประวัติงานออนไลน์ของพนักงาน</p>
<p>2. AI สามารถใช้ระบุทักษะ (Competency)ของพนักกงานแต่ละกลุ่มงานได้ รวมถึงทักษะที่ควรส่งเสริมเพิ่มเติมให้พนักงานแต่ละคน เป็นการจัดหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะตัวบุคคลให้แก่พนักงาน</p>
<p>3. AI ช่วยงานธุรการได้ รวมถึงการสื่อสารภายในองค์กร การส่งเอกสาร การติดตามอีเมล และงานอื่นๆ ที่เป็นงานบริการในสำนักงาน</p>
<p>,,, <em>(คลิกดูคำตอบทั้งหมด👇)</em></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1664?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2.png" alt="f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2" width="370" height="80" title="ทำไม HR ต้องใช้ HR Tech ในการบริหารทรัพยากรบุคคล 743"></a></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ ประวัติศาสตร​์ใช้ HR Tech ยังไม่สิ้นสุดที่ตรงนี้ แถมยังมีหลายปัจจัยที่ทำให้การพัฒนาทางเทคโนโลยียังไม่หยุดยั้ง เรื่องราวของ HR Tech จึงนับว่ายังมี “อนาคต” ที่มากมายรอเราอยู่ </span><span style="font-weight: 400;">เว้นแต่เพียงว่า HR อย่างเราก็เริ่มใช้มันเมื่อไหร่ เพื่อให้องค์กรเติบโตไปพร้อม ๆ กับเทคโนโลยี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากต้องการใช้ HR Tech ในด้านต่าง ๆ สามารถเข้ามาค้นหาได้ที่ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;">HREX</span></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ที่มา</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.hcmtechnologyreport.com/innovative-uses-of-hr-technology-in-the-workplace/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">hcmtechnologyreport</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.uschamber.com/co/run/human-resources/innovative-human-resources-technology-trends" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">uschamber</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://hrforecast.com/7-digital-hr-technology-trends/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Hrforecast</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://empxtrack.com/blog/hr-technology-trends-for-2023/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">empxtrack</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="ทำไม HR ต้องใช้ HR Tech ในการบริหารทรัพยากรบุคคล" width="1600" height="500" title="ทำไม HR ต้องใช้ HR Tech ในการบริหารทรัพยากรบุคคล 744" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrtech/why-hr-use-hr-tech-240613/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>9-Box Grid เครื่องมือการบริหารจัดการบุคลากรที่ใคร ๆ ก็รู้จัก </title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/9-box-grid-240611/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/personnel-management/9-box-grid-240611/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Jun 2024 06:44:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[9-Box Grid]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=39034</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT 9-Box Grid เป็นเครื่องมือการบริหารจัดการบุคลากรที่มีชื่อเสียงมาก ได้รับการนำเสนอครั้งแรกในปี 1970 โดยบริษัท McKinsey &#38; Company โดยเป็นเครื่องมือสำหรับประเมินศักยภาพและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน 9-Box Grid สามารถช่วยระบุพนักงานที่มีศักยภาพสูง (Star Talent) และกลุ่มที่ต้องพัฒนา ทำให้องค์กรสามารถวางแผนการฝึกอบรมและพัฒนาอย่างตรงจุด นอกจากนี้ 9-Box Grid ยังช่วยในการระบุพนักงานที่พร้อมจะสืบทอดตำแหน่งสำคัญในอนาคต สร้างความมั่นใจว่าองค์กรจะมีบุคลากรที่มีความสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลง ในวงการ HR เครื่องมืออย่าง 9-Box Grid นับเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใคร ๆ ก็รู้จัก เพราะเป็นกลยุทธ์การจัดการบุคลากรที่ใช้งานง่ายและประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ตั้งแต่การสรรหา Talent, การวางแผนพัฒนาบุคลากร หรือกระทั่งการค้นหาผู้สืบทอดตำแหน่ง 9-Box Grid จึงเป็นเครื่องมือแรก ๆ ที่ HR ในหลายองค์กร จะหยิบมาใช้เป็นเครื่องแรก ๆ ในทุกสถานการณ์เสมอ วันนี้ HREX จะพาไปรู้จัก 9-Box Grid กันอีกครั้ง และดูว่าเราสามารถใช้ประโยชน์อะไรจากเครื่องมือนี้ได้บ้าง 9-Box Grid [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">9-Box Grid เป็นเครื่องมือการบริหารจัดการบุคลากรที่มีชื่อเสียงมาก ได้รับการนำเสนอครั้งแรกในปี 1970 โดยบริษัท McKinsey &amp; Company โดยเป็นเครื่องมือสำหรับประเมินศักยภาพและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">9-Box Grid สามารถช่วยระบุพนักงานที่มีศักยภาพสูง (Star Talent) และกลุ่มที่ต้องพัฒนา ทำให้องค์กรสามารถวางแผนการฝึกอบรมและพัฒนาอย่างตรงจุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ 9-Box Grid ยังช่วยในการระบุพนักงานที่พร้อมจะสืบทอดตำแหน่งสำคัญในอนาคต สร้างความมั่นใจว่าองค์กรจะมีบุคลากรที่มีความสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลง</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43382" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/9-Box-Grid-เครื่องมือการบริหารจัดการบุคลากรที่ใคร-ๆ-ก็รู้จัก-.webp" alt="9-Box Grid เครื่องมือการบริหารจัดการบุคลากรที่ใคร ๆ ก็รู้จัก " width="600" height="370" title="9-Box Grid เครื่องมือการบริหารจัดการบุคลากรที่ใคร ๆ ก็รู้จัก  750" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/9-Box-Grid-เครื่องมือการบริหารจัดการบุคลากรที่ใคร-ๆ-ก็รู้จัก-.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/9-Box-Grid-เครื่องมือการบริหารจัดการบุคลากรที่ใคร-ๆ-ก็รู้จัก--300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวงการ HR เครื่องมืออย่าง</span><b> 9-Box Grid</b><span style="font-weight: 400;"> นับเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใคร ๆ ก็รู้จัก เพราะเป็นกลยุทธ์การจัดการบุคลากรที่ใช้งานง่ายและประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ตั้งแต่การสรรหา Talent, การวางแผนพัฒนาบุคลากร หรือกระทั่งการค้นหาผู้สืบทอดตำแหน่ง</span></p>
<p><b>9-Box Grid</b><span style="font-weight: 400;"> จึงเป็นเครื่องมือแรก ๆ ที่ HR ในหลายองค์กร จะหยิบมาใช้เป็นเครื่องแรก ๆ ในทุกสถานการณ์เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ HREX จะพาไปรู้จัก </span><b>9-Box Grid</b><span style="font-weight: 400;"> กันอีกครั้ง และดูว่าเราสามารถใช้ประโยชน์อะไรจากเครื่องมือนี้ได้บ้าง</span></p>

<h2><b>9-Box Grid คืออะไร</b></h2>
<p><b>9-Box Grid </b><span style="font-weight: 400;">เป็นเครื่องมือการบริหารจัดการบุคลากรที่มีชื่อเสียงมาก ได้รับการนำเสนอครั้งแรกในปี 1970 โดยบริษัท McKinsey &amp; Company โดยเป็นเครื่องมือสำหรับประเมินศักยภาพและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนับตั้งแต่นั้นมา เครื่องมือนี้ก็ได้รับความนิยมและถูกใช้กันอย่างแพร่หลายโดยองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">9-Box Grid ใช้ระบบเมทริกซ์ 3&#215;3 ในการจัดกลุ่มพนักงานออกเป็น 2 มิติ คือ </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>แนวนอน &#8211; ผลการปฏิบัติงาน (Performance):</b><span style="font-weight: 400;"> วัดจากผลลัพธ์และความสำเร็จในการทำงานตามเป้าหมายที่กำหนด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>แนวตั้ง &#8211; ศักยภาพ (Potential): </b><span style="font-weight: 400;">วัดจากความสามารถในการพัฒนาทักษะและความสามารถในการรับผิดชอบงานที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน เมทริกซ์ขนาด 3&#215;3 เมื่อตัดกันก็จะแบ่งออกเป็น 9 ช่อง โดยทั้งแนวนอนและแนวตั้ง จะไล่เลียงลำดับต่ำ กลาง และสูง เท่า ๆ กัน เกิดเป็นช่อง 9 ช่องนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39037 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/shutterstock_2043170918.png" alt="9-Box Grid เครื่องมือการบริหารจัดการบุคลากรที่ใคร ๆ ก็รู้จัก " width="16650" height="16650" title="9-Box Grid เครื่องมือการบริหารจัดการบุคลากรที่ใคร ๆ ก็รู้จัก  751"></p>
<h2><b>ส่วนประกอบของ 9-Box Grid และความหมายทั้ง 9 ช่อง</b></h2>
<p><b>1) Low Performance/Low Potential = Risk: </b><span style="font-weight: 400;">พนักงานในกลุ่มนี้ต้องการปรับปรุงหรือเปลี่ยนตำแหน่งงานใหม่ นับเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจไม่เหมาะกับองค์กรต่อไป</span></p>
<p><b>2) Low Performance/Medium Potential = Inconsistent Player:  </b><span style="font-weight: 400;">พนักงานในกลุ่มนี้ต้องการการพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงผลการปฏิบัติงานให้ดีขึ้น</span></p>
<p><b>3) Low Performance/High Potential = Potential Gem: </b><span style="font-weight: 400;">พนักงานในกลุ่มนี้มีศักยภาพในการเติบโต แต่ต้องการการฝึกอบรมและการพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อขัดเกลาให้เฉิดฉายในอนาคต</span></p>
<p><b>4) Medium Performance/Low Potential = Average Performer : </b><span style="font-weight: 400;">พนักงานในกลุ่มนี้มีผลการปฏิบัติงานที่ดี แต่ขาดศักยภาพในการพัฒนา ซึ่งหากทิ้งไว้ระยะยาวอาจกลายเป็น Deadwood ได้</span></p>
<p><b>5) Medium Performance/Medium Potential = Core Player :</b><span style="font-weight: 400;"> พนักงานกลุ่มหลักในองค์กรที่มีความสามารถในการพัฒนา สร้างสรรค์ผลงาน และเติบโตไปพร้อม ๆ กับองค์กรได้</span></p>
<p><b>6) Medium Performance/High Potential = High Potential: </b><span style="font-weight: 400;">พนักงานกลุ่มที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำโดยรอการโปรโมทในอนาคต </span></p>
<p><b>7) High Performance/Low Potential = Solid Performer : </b><span style="font-weight: 400;">พนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานที่ดี แต่ขาดศักยภาพในการพัฒนาเพิ่มเติม ส่วนมากจะเป็น Specialist ในด้านนั้น ๆ โดยเฉพาะ</span></p>
<p><b>8) High Performance/Medium Potential = High Performer : </b><span style="font-weight: 400;">พนักงานกลุ่มที่มีความสามารถในการพัฒนาเพิ่มเติม ทำงานได้ดีมาก และสามารถเป็นผู้นำในอนาคต</span></p>
<p><b>9) High Performance/High Potential = Stars : </b><span style="font-weight: 400;">พนักงานในกลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีทั้งผลการปฏิบัติงานที่ดีและมีศักยภาพในการเติบโตสูง หรือก็คือ Star Talent นั่นเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ขั้นตอนการใช้ 9-Box Grid ในองค์กร</b></h2>
<h3><b>ขั้นตอนที่ 1: การประเมินผลการปฏิบัติงานและศักยภาพ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้บริหารและฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรร่วมกันประเมินผลการปฏิบัติงานและศักยภาพของพนักงานแต่ละคน โดยใช้ข้อมูลจากการประเมินผลงานและการสัมภาษณ์เชิงลึก</span></p>
<h3><b>ขั้นตอนที่ 2: การวางตำแหน่งพนักงานใน 9-Box Grid</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นำข้อมูลที่ได้จากการประเมินมาวางตำแหน่งพนักงานใน 9-Box Grid เพื่อดูภาพรวมของสถานะของพนักงานในองค์กร</span></p>
<h3><b>ขั้นตอนที่ 3: การวางแผนการพัฒนาและการจัดการ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช้ผลลัพธ์จาก 9-Box Grid ในการวางแผนการพัฒนาและการจัดการพนักงาน เช่น การฝึกอบรม การหมุนเวียนตำแหน่งงาน และการจัดการผลงาน</span></p>
<h3><b>ขั้นตอนที่ 4: การติดตามและประเมินผล</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ติดตามผลการดำเนินงานและปรับปรุงแผนการพัฒนาและการจัดการตามความเหมาะสม เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39035 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/physics-optics-ray-refraction-cubic-prism-1024x576.webp" alt="physics optics ray refraction cubic prism" width="1024" height="576" title="9-Box Grid เครื่องมือการบริหารจัดการบุคลากรที่ใคร ๆ ก็รู้จัก  752" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/physics-optics-ray-refraction-cubic-prism-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/physics-optics-ray-refraction-cubic-prism-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/physics-optics-ray-refraction-cubic-prism-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/physics-optics-ray-refraction-cubic-prism-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/physics-optics-ray-refraction-cubic-prism-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>การประยุกต์ใช้ 9-Box Grid ในงาน HR</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากประเมินพนักงานตามหลัก 9-Box Grid แล้ว เราสามารถประยุกต์ใช้ในกระบวนการจัดการบุคลากรหลาย ๆ ด้าน รวมถึงการเฟ้นหาบุคลากรที่มีศักยภาพ การพัฒนา การวางแผนการสืบทอดตำแหน่ง และการจัดการผลการปฏิบัติงาน ดังนี้</span></p>
<h3><b>1. การหาบุคลากรที่มีศักยภาพ (Talent Identification)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">9-Box Grid สามารถช่วยระบุพนักงานที่มีศักยภาพสูง หรือที่เรียกว่า Star Talent หรือผู้ที่สามารถเลื่อนตำแหน่งได้ (Promotable) ซึ่งเหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำและบทบาทสำคัญ โดยองค์กรสามารถมุ่งเน้นการพัฒนาพนักงานกลุ่มนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพให้สูงสุด</span></p>
<h3><b>2. การพัฒนาบุคลากรเพิ่มเติม (Development)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">9-Box Grid สามารถช่วยให้องค์กรมองเห็นว่า ‘ใคร’ เป็นจุดแข็งหรือจุดอ่อนขององค์กร โดยเราสามารถวางแผนทำเส้นทางการฝึกอบรม (</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/210930-training-roadmap/"><span style="font-weight: 400;">Training Roadmap</span></a><span style="font-weight: 400;">) แก่กลุ่มที่ตกอยู่ใน Low Performance หรือ Low Potential</span></p>
<h3><b>3. การวางแผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">9-Box Grid สามารถช่วยองค์กรในการวางแผนการสืบทอดตำแหน่งในอนาคต โดยการระบุพนักงานที่มีศักยภาพสูงและมีความพร้อมสำหรับบทบาทผู้นำ High Performance หรือ High Potential โดยการวางแผนการสืบทอดตำแหน่งจะช่วยให้องค์กรมีบุคลากรที่มีความสามารถพร้อมรับบทบาทสำคัญในอนาคต</span></p>
<h3><b>4. การจัดการผลการปฏิบัติงาน (Performance Management)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">9-Box Grid สามารถช่วยผู้จัดการในการให้ข้อเสนอแนะและการโค้ชชิ้งที่ตรงจุดแก่พนักงาน เช่น พนักงานในกลุ่มดาวรุ่งและผู้ที่สามารถเลื่อนตำแหน่งได้ อาจต้องการรงานที่ท้าทายและโครงการสำคัญ ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพสูงสุด ขณะที่พนักงานในกลุ่มผลงานต่ำหรือต้องพัฒนา อาจต้องได้รับข้อเสนอแนะ หรือหากไปต่อไม่ได้จริง ๆ ก็อาจต้องเข้าโปรแผนการปรับปรุงผลการปฏิบัติงาน </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/211014-performance-improvement-plan/"><span style="font-weight: 400;">(PIP)</span></a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21513" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/shutterstock_1115751182-1.jpg" alt="shutterstock 1115751182 1" width="500" height="357" title="9-Box Grid เครื่องมือการบริหารจัดการบุคลากรที่ใคร ๆ ก็รู้จัก  753" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/shutterstock_1115751182-1.jpg 500w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/shutterstock_1115751182-1-300x214.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">9-Box Grid จึงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการจัดการบุคลากรในองค์กร ช่วยให้องค์กรสามารถระบุและพัฒนาพนักงานที่มีศักยภาพสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้บริหารสามารถมองเห็นภาพรวมของสถานะของพนักงานและวางแผนการพัฒนาที่เหมาะสมเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กรในอนาคตแน่นอน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" data-wp-editing="1" title="9-Box Grid เครื่องมือการบริหารจัดการบุคลากรที่ใคร ๆ ก็รู้จัก  754" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ที่มา</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.linkedin.com/pulse/introduction-9-box-grid-talent-management-ehab-mostafa-/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">linkedin</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.aihr.com/blog/9-box-grid/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">aihr</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.empeo.com/blog/hrm/manage-talent-with-9-box-grid/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">empeo</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.personio.com/hr-lexicon/using-the-9-box-grid/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Personio</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.sigmaassessmentsystems.com/9-box-grid/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">sigmaassessmentsystems</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/personnel-management/9-box-grid-240611/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งานของ HR คือการทำธุรกิจผ่านคน: เปิดมุมมองจากพี่ชุ ชุติมา สีบำรุงสาสน์</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrpeople/chutima-sribumrungsart-240606/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrpeople/chutima-sribumrungsart-240606/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Jun 2024 01:55:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR People]]></category>
		<category><![CDATA[ชุติมา สีบำรุงสาสน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38975</guid>

					<description><![CDATA[ในวงการ HR ของประเทศไทย ชื่อของคุณ ชุ &#8211; ชุติมา สีบำรุงสาสน์ (หรือที่ใคร ๆ เรียกว่า พี่ชุ) เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 30 ปี และมีวิสัยทัศน์การทำงานที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เธอเป็นแรงบันดาลใจให้กับ HR รุ่นใหม่เสมอ หากใครเคยฟังพี่ชุให้สัมภาษณ์ หรือกล่าวบนเวทีเสวนาด้าน HR จะได้ยินเธอย้ำเสมอว่า การทำงานในวงการ HR ไม่ใช่แค่เพียงการบริหารจัดการคนอย่างเดียว แต่ต้องสร้างและส่งเสริมธุรกิจผ่านการพัฒนาบุคลากรด้วย และหาก HR ไม่มีความเข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้ง ก็จะไม่สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ HREX มีโอกาสได้สัมภาษณ์พี่ชุในหลายประเด็น ชวนเธอสำรวจเส้นทางชีวิต และแนวคิดของเธอตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นอาชีพใหม่ ๆ ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลระดับสูง โดยเราหวังว่าผู้อ่านจะได้รับประโยชน์และแรงบันดาลใจจากการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ และสามารถนำแนวคิดไปปรับใช้ในองค์กรของคุณ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นและยั่งยืนในวงการ HR ต่อไป พี่ชุเคยเล่าว่า จริง ๆ แล้วไม่ได้เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็น HR อยากทราบว่าก้าวสู่วงการ HR ได้อย่างไร ชุติมา: พี่ไม่ได้เรียนจบด้าน HR โดยตรงค่ะ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38980" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/พี่ชุ-ชุติมา-สีบำรุงสาสน์-Cover.webp" alt="สัมภาษณ์ พี่ชุ ชุติมา สีบำรุงสาสน์ Cover" width="600" height="370" title="งานของ HR คือการทำธุรกิจผ่านคน: เปิดมุมมองจากพี่ชุ ชุติมา สีบำรุงสาสน์ 761" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/พี่ชุ-ชุติมา-สีบำรุงสาสน์-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/พี่ชุ-ชุติมา-สีบำรุงสาสน์-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวงการ HR ของประเทศไทย ชื่อของคุณ </span><b>ชุ &#8211; ชุติมา สีบำรุงสาสน์ </b><span style="font-weight: 400;">(หรือที่ใคร ๆ เรียกว่า </span><b>พี่ชุ</b><span style="font-weight: 400;">) เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 30 ปี และมีวิสัยทัศน์การทำงานที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เธอเป็นแรงบันดาลใจให้กับ HR รุ่นใหม่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครเคยฟังพี่ชุให้สัมภาษณ์ หรือกล่าวบนเวทีเสวนาด้าน HR จะได้ยินเธอย้ำเสมอว่า การทำงานในวงการ HR ไม่ใช่แค่เพียงการบริหารจัดการคนอย่างเดียว แต่ต้องสร้างและส่งเสริมธุรกิจผ่านการพัฒนาบุคลากรด้วย และหาก HR ไม่มีความเข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้ง ก็จะไม่สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX มีโอกาสได้สัมภาษณ์พี่ชุในหลายประเด็น ชวนเธอสำรวจเส้นทางชีวิต และแนวคิดของเธอตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นอาชีพใหม่ ๆ ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลระดับสูง โดยเราหวังว่าผู้อ่านจะได้รับประโยชน์และแรงบันดาลใจจากการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ และสามารถนำแนวคิดไปปรับใช้ในองค์กรของคุณ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นและยั่งยืนในวงการ HR ต่อไป</span></p>
<h2><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38981" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/พี่ชุ-ชุติมา-สีบำรุงสาสน์-2.webp" alt="สัมภาษณ์ พี่ชุ ชุติมา สีบำรุงสาสน์ " width="600" height="370" title="งานของ HR คือการทำธุรกิจผ่านคน: เปิดมุมมองจากพี่ชุ ชุติมา สีบำรุงสาสน์ 762" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/พี่ชุ-ชุติมา-สีบำรุงสาสน์-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/พี่ชุ-ชุติมา-สีบำรุงสาสน์-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></h2>
<h2><b>พี่ชุเคยเล่าว่า จริง ๆ แล้วไม่ได้เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็น HR อยากทราบว่าก้าวสู่วงการ HR ได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>ชุติมา:</b><span style="font-weight: 400;"> พี่ไม่ได้เรียนจบด้าน HR โดยตรงค่ะ แต่เรียนจบสายศิลปศาสตร์ตั้งแต่ปี 2532 ตอนนั้นประเทศไทยกำลังโปรโมทเรื่อง ‘ปีท่องเที่ยวไทย’ ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวบูมมาก พี่ก็เลยเริ่มทำงานบริษัทใหญ่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวก่อน งานแรก ๆ คือการค้นหาตัวเองว่าเราชอบงานอะไรกันแน่ แล้วก็พบว่า</span><b> เรามีความสุขที่ได้ทำงานกับคน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่จุดหักเหที่ทำให้เข้าวงการ HR คือการสมัครงานที่บริษัท Ecco (ปัจจุบันคือ Adecco Thailand) โดยเริ่มจากการเป็น Recruitment Consultant ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทำให้เห็นภาพรวมธุรกิจและจริตของคนในแต่ละบริษัท อีกทั้งเรายังรับงานเป็นแม่บ้านอย่าง Admin Manager ด้วย คอยดูการจ่ายเงินเดือน ดูบัญชี ดูการจ่ายภาษีของบริษัททั้งหมด คอยทำทุกอย่างเองโดยไม่มีใครสอน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอถึงจุดหนึ่งก็รู้สึกว่า งาน HR มันใช่สำหรับเรา แต่เราจะเป็นพนักงานหาคนตลอดชีวิตไม่ได้ ก็เลยเริ่มสมัครงานและเข้าสู่องค์กรเป็น Corporate HR เริ่มต้นด้วยการเป็นเลขาของ HR Director แต่เนื้องานคือการเป็น HR สำหรับผู้บริหาร ทำให้เราได้เห็นภาพงาน HR ทั้งในมุม Policy และมุม Execution</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกจุดเปลี่ยนคือการสมัครเรียนศศินทร์ (สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ปี 95-96 เป็นสถาบันที่ทําให้เราเปลี่ยนวิธีการบริหาร HR แบบเดิมให้กลายเป็น Business จำได้ว่าวิชาแรกที่เรียนคือ General Management ซึ่ง HR ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเรียน ทำให้รู้ว่า HR ต้องเริ่มต้นคิดแบบผู้บริหาร ไม่ใช่คิดแบบ HR </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้น Career Journey ก็เป็นการทำงาน Internal HR มาเรื่อย ๆ เปลี่ยนธุรกิจไปมากกว่า 11 ธุรกิจ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว, โรงงาน, ธนาคาร, เครื่องสำอาง, ยา, ที่ปรึกษา, เทคโนโลยี ไปจนถึงพลังงานค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นอีกหนึ่งมุมสําหรับน้อง ๆ ที่ไม่ได้มีต้นทุนในการเป็น HR ก็ได้นะ เพราะพี่เองก็ไม่ได้จบ HR ไม่ได้เรียนรัฐศาสตร์ ไม่ได้เรียนนิติศาสตร์ &#8211; เป็นคน HR ที่ไม่ได้เรียน HR มาค่ะ</span></p>
<h2><b>ที่ศศินทร์สอนการบริหาร HR แบบใหม่ที่กลายเป็น Business พี่ชุช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมว่า HR คืออะไร ? งาน HR แบบเดิมกับ HR แบบใหม่ แตกต่างกันอย่างไร</b></h2>
<p><b>ชุติมา: </b><span style="font-weight: 400;">คนที่เรียน HR มาจริง ๆ หลายครั้งมักจะคิดโดยใช้หลักการ HR เป็นที่ตั้ง แทนที่จะใช้ Business เป็นที่ตั้ง เราต้องเข้าใจก่อนว่าวิชาชีพคือวิชาชีพ แต่ HR จะใช้วิชาชีพนั้นอย่างไรกับธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นเวลาเริ่มงานใหม่ พี่จะไม่แสดงอิทธิฤทธิ์ด้วยการพกความรู้ไปเต็มกระเป๋า แต่จะทำความเข้าใจก่อนว่า บริษัทที่เข้าไปนั้นทำธุรกิจอะไร เคยมีผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งบอกพี่ว่า</span><i><span style="font-weight: 400;"> &#8220;คุณชุไม่มีทางเข้าใจธุรกิจนี้ได้&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> พี่ก็ตอบกลับไปว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;ถ้าพี่ไม่เข้าใจ พี่ก็ไม่สามารถทำงานให้คุณได้&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว งาน HR ยังเป็นงานแอดมิน งานแม่บ้าน งานขาดลามาสาย งานเงินเดือน และงานธุรการ เพียงแต่เราคิดว่าจะทำอย่างไรให้รูปแบบไม่เหมือนเดิม ทำอย่างไรให้งาน HR มีประโยชน์กับธุรกิจ ฉะนั้น HR ต้องเปลี่ยนวิธีคิด เราต้องใช้ความรู้ของเราเพื่อทำให้ธุรกิจดีขึ้น ไม่ใช่แค่ทำตาม KPI </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น ตอนทำงานเป็น Recruiter พี่ไม่ได้หาคนมาเติมตำแหน่งที่ว่างอย่างเดียว แต่พี่ต้องหาคนที่มีจริตหรือ DNA ตรงกับบริษัทด้วย เพราะถ้าเขาเข้าไปทำงานแล้วไม่มีความสุข สุดท้ายเขาก็ลาออก เราก็ต้องหาคนใหม่มา Replace อยู่ดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พี่เป็นคนที่ทำงานไม่อยู่ในกรอบ มีโครงนะ แต่ไม่มีกรอบ และนี่ก็เป็นหลักการที่ใช้เวลาทำงานกับน้อง ๆ HR ตลอดเวลา คอยว่าคุณต้องมีโครงเพื่อให้รู้ว่าแก่นของคุณคืออะไร คุณต้องรู้ว่า Functional Capability ของคุณคืออะไร ความรู้ของคุณต้องแน่นเหมือนเสาเข็มที่มั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และกรอบในที่นี้หมายความว่า เวลาคุณสร้างบ้าน คุณจะมีกำแพง มีห้อง มีการออกแบบอย่างไรก็ได้ สิ่งเหล่านี้คุณต้องไม่ยึดติด ขอแค่มีโครงสร้างที่เป็นรากฐานมั่นคง และทำให้กรอบภายนอกมันออกมาชัดเจน สวยงาม เป็นไปตามที่องค์กรต้องการ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ HR หลายคนมักมีทั้งโครงและกรอบ การบอกว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“อันนี้ทำได้”</span></i><span style="font-weight: 400;">, </span><i><span style="font-weight: 400;">“อันนี้ทำไม่ได้”</span></i><span style="font-weight: 400;"> มันง่ายกว่าไง แต่ที่ยากคือการที่คุณจะต้องคิดและช่วยให้พนักงานทำงานได้ภายใต้ความเป็นไปได้และความถูกต้อง นี่แหละคือเคล็ดลับความสำเร็จของการเป็น HR ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น<strong> HR จะทำงานได้ดีขึ้น ต้องคิดแบบผู้บริหาร ไม่ใช่คิดแบบ HR ค่ะ</strong></span></p>
<h2><b>พี่ชุคิดว่า บริษัทส่วนใหญ่ยังตีกรอบให้พนักงาน หรือพยายามปรับตัวเป็น HR Business Partner กันแล้ว</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ชุติมา:</strong> ขึ้นอยู่กับแต่ละองค์กรนะ เพราะทุกองค์กรคาดหวังอุดมคติที่มีพนักงานเก่ง มีวัฒนธรรมองค์กรดี และอยากมี HR ที่เก่ง ๆ แต่หลายองค์กรก็ยังไม่ได้ใช้ HR ในฐานะ Business Partner ยังใช้ HR เป็นผู้รับคำสั่ง (Order Taker) ทั้ง ๆ ที่ความสำเร็จของ HR คือการเชื่อมโยงกันระหว่าง Business กับคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ คำว่า HR <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211105-what-is-hrbp/">Business Partner</a> ใช้กันมานานแล้ว แต่สมัยพี่ทำงานธนาคารเมื่อ 20 ปีที่แล้วเรียกว่า Relationship Manager หมายความว่า เราจะทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่และร่วมหัวจมท้ายไปกับธุรกิจเลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมีธุรกิจเปิดใหม่ HR จะต้องรู้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มลงเสาเข็ม และอาจจะต้องรู้ก่อนเปิดธุรกิจด้วยซ้ำ ต้องเข้าใจว่า ‘ลูกค้าคือใคร’ พอเข้าใจแล้วถึงจะวางแผนได้ว่า ‘เราต้องการคนแบบไหน’ และ ‘ต้องการคนจำนวนเท่าไร’ เพื่อที่จะทําพอร์ตธุรกิจให้องค์กรต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน HR รุ่นใหม่อยากเป็น Business Partner มากขึ้นนะ แต่พี่ว่ายังเป็นกันน้อย เพราะมีเงื่อนไขหลาย ๆ อย่าง เช่น ธุรกิจเคลื่อนตัวไปเร็วมาก และผู้บริหารหลายองค์กรยังใช้ HR เป็นคนรับคำสั่งอย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่ Business Partner คือคนที่ต้องนั่งอยู่บนโต๊ะเดียวกันกับบอร์ดบริหาร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลา HR พูด ผู้บริหารต้องฟัง และไม่ใช่ฟังเพราะว่าเราเป็นคนคุมกฎ แต่ฟังเพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องคน ไม่ต่างอะไรกับการที่ผู้บริหารฟังฝ่ายการตลาดหรือฟังฝ่ายบัญชีเพราะเขาเชี่ยวชาญเรื่องนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้บริหารต้องฟัง HR ในมิติของ HR และ HR เองก็ต้องแนะนำในมิติของธุรกิจ ไม่ใช่ตั้งกฎกติกาที่ทำให้ธุรกิจทำงานไม่ได้ นี่คือความยากและศิลปะของการเป็น HR ซึ่งมีหลายอย่างที่เรายังต้องพัฒนากันอยู่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38977" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/พี่ชุ-ชุติมา-สีบำรุงสาสน์-3.webp" alt="สัมภาษณ์ พี่ชุ ชุติมา สีบำรุงสาสน์ " width="600" height="370" title="งานของ HR คือการทำธุรกิจผ่านคน: เปิดมุมมองจากพี่ชุ ชุติมา สีบำรุงสาสน์ 763" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/พี่ชุ-ชุติมา-สีบำรุงสาสน์-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/พี่ชุ-ชุติมา-สีบำรุงสาสน์-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>จากประสบการณ์ คิดว่าทำไมผู้บริหารมักฟังเสียงฝ่ายอื่นมากกว่าเสียงของ HR และ HR จะทำอย่างไรให้ต่อกรกับผู้บริหารได้</b></h2>
<p><b>ชุติมา: </b><span style="font-weight: 400;">มุมหนึ่งคือหลาย ๆ องค์กรยังใช้ CHRO ที่มาจากสาย HR ซึ่งเราต้องยอมรับว่า หลาย ๆ คนไม่ได้ถูกฝึกให้มาสายธุรกิจ เขาอาจทำงานเก่งนะ พื้นฐานงาน HR ยอดเยี่ยมเลย แบบที่ CEO ปล่อยงาน HR ให้ทำเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถามว่าสิ่งที่ทำนั้นตอบโจทย์ธุรกิจไหม ? ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ HR ไม่ได้ถูกฝึกให้ Quantify งานตัวเอง ยกตัวอย่างเรื่องการทำกิจกรรม HR ลองแปลงออกมาให้หน่อยว่าทำแล้วได้ประโยชน์อย่างไร เช่น Engagement มากขึ้นไหม ? คนรู้จักองค์กรมากขึ้นเท่าไหร่ ? หรือคนเปลี่ยนแปลงตัวเองในการทำงานไหม ? พี่ว่าแปลงคุณภาพออกมาเป็นปริมาณหรือตัวเลขมันยากมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างการทำ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190722-employee-engagement/">Engagement</a> คุณคาดหวังอะไรบ้าง ? เช่น คุณต้องการสร้างความเชื่อ คุณเชื่อไหมว่าผู้บริหารดี ? เชื่อไหมว่ามีอนาคต ? นี่คือสิ่งที่คุณต้องวัดออกมาให้ได้ หรือในเชิงธุรกิจคุณมีพนักงาน Top Sales ไหม ? ยอดขายเราโตไหม ? มันมีวิธีวัดเยอะมาก ๆ ซึ่งเป็นการมองภาพรวมทั้งหมดจนถึงปลายทางธุรกิจเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระทั่งการจัด Training ถ้ามีคนวัดแค่ Training สนุกไหม พี่ตีเลยนะ (หัวเราะ) เพราะเราสอนเพื่อให้ได้ความรู้ ไม่ใช่ความสนุก แม้ว่าเราควรเรียนด้วยความสนุกก็ตาม แต่พอออกจากห้องแล้ว พนักงานต้องได้อะไรกลับไป ซึ่ง HR จะวัดอย่างไร เช่น คุณสอนเรื่อง Soft Skill แล้วเขาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไหม ? เปลี่ยนเป็นหัวหน้าที่ดีขึ้นหรือเปล่า ?  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้อง Quantify สิ่งเหล่านี้ให้ได้ ต้อง Connect the Dot จนถึง End Business Result ไม่เช่นนั้น HR ก็จะยังไม่เป็น Business Partner อย่างแท้จริง</span></p>
<h2><b>อะไรเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ HR ยังเปลี่ยนตัวเองเป็น Business Partner ไม่ได้</b></h2>
<p><b>ชุติมา:</b><span style="font-weight: 400;"> มีหลายองค์ประกอบนะ มุมหนึ่งคือหลักสูตร HR ไม่ได้เตรียมคนให้เป็น Business Partner ค่ะ ลองไปดูหลักสูตรสอน HR สิ ส่วนใหญ่สอนแต่เรื่อง Organization แทบไม่เคยเห็นการสอนการทำ Return on Investment เท่าไหร่ ขนาดพี่ยังต้องไปหาเรียนเองอยู่เลย ฉะนั้นคุณไม่ได้สอน HR ให้มองแบบ Business-focus แต่สอนให้มองแบบ Functional-focus มากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง งาน Recruitment ไม่ใช่แค่หาคนนะ แต่ Recruitment คือการขายแบรนด์ ขายองค์กร ขายวัฒนธรรมองค์กร ขายความเป็นผู้นำ ซึ่ง HR หลายคนยังมองว่า Recruitment แค่การหาคนแค่นั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือการทำ L&amp;D หลายครั้งที่ HR เลือกวิทยากรเพราะดัง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเทรนนิ่งไปเพื่ออะไร รู้แค่ว่าวิทยากรเป็นเซเล็บ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่แหละคือปัญหาที่ HR ยังไม่ถอดโจทย์งานตัวเอง</span></p>
<h2><b>แล้วเราจะทำอย่างไรให้ HR คิดนอกกรอบจากแค่ Functional Thinking</b></h2>
<p><b>ชุติมา:</b><span style="font-weight: 400;"> HR ต้องมี Engagement ในธุรกิจมากกว่านี้ และต้องมี Passion ในธุรกิจด้วย ถ้าคุณไม่มี Passion ในธุรกิจ คุณก็จะทำงานเหมือน HR แต่ไม่ใช่ Business Partner งานของ HR จึงเป็นการทําธุรกิจผ่านคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้า HR คือธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ของเราคืออะไร ? คำตอบก็คือ ‘คน’</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38978" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/พี่ชุ-ชุติมา-สีบำรุงสาสน์-4.webp" alt="พี่ชุ ชุติมา สีบำรุงสาสน์ 4" width="600" height="370" title="งานของ HR คือการทำธุรกิจผ่านคน: เปิดมุมมองจากพี่ชุ ชุติมา สีบำรุงสาสน์ 764" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/พี่ชุ-ชุติมา-สีบำรุงสาสน์-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/พี่ชุ-ชุติมา-สีบำรุงสาสน์-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>เท่าที่พี่ชุสังเกต HR ปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วหรือยัง </b></h2>
<p><b>ชุติมา:</b><span style="font-weight: 400;"> คิดว่าคนเริ่มปรับตัวแล้วค่ะ แต่ยังไม่ชัดเจนขนาดนั้น หลายคนยังทำไม่สุด มี Innovation เข้ามาแต่เป็นแบบลอย ๆ เช่น HR ไปศึกษาดูงานมา เห็นบริษัทอื่นทำแบบนี้ก็อยากทำตาม แต่มันไม่มี One Size Fits All หรอกค่ะ ทุกบริษัทต้องมีเหตุผลของตัวเองว่าทำอะไร เพราะอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่พี่มองเห็นความตั้งใจและ Passion นะคะ มีน้อง ๆ หลายคนมาถามพี่นอกเวลางานว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“หนูอยากเป็นแบบพี่จังเลย”</span></i><span style="font-weight: 400;"> พี่ก็บอกว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“ได้เลย อยากรู้อะไร อยากทำอะไร มาคุยกัน แต่ต้องเริ่มต้นให้ถูกต้อง”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีการคิดของพี่คือ คุณต้อง Outside-in ไม่ใช่ Inside-out หมายความว่า คุณต้องเอาทุกคน (Stakeholders) เป็นที่ตั้ง และเริ่มจาก Agenda ของคุณ สิ่งที่ต้องคิดคือ มันเกี่ยวอะไรกับพวกเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สมัยก่อนเราชอบพูดว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“What’s in it for me?”</span></i><span style="font-weight: 400;"> มันคือจิตวิญญาณของการทำงานเพื่อคนอื่น แต่ HR มักจะชอบแค่ ‘for me’ ไม่ได้ ‘for us’ ฉะนั้นการออกแบบนโยบายต่าง ๆ จึงดีไซน์ตามหลักการที่ไม่ตอบโจทย์คนทำงาน เหมือนการตัดเสื้อรูปแบบเดียวที่ไม่เข้ากับผู้สวมใส่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถามว่า HR อยากปรับไหม ? เขาอยากมาก อาจมีโปรแกรมใหม่ ๆ ไอเดียใหม่ ๆ แต่ผลกระทบต่อธุรกิจยังไม่ชัดเจน ภาพลักษณ์จึงยังไม่เปลี่ยน</span></p>
<h2><b>แล้วสำหรับ HR รุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานไม่นาน พี่ชุอยากบอกอะไรกับพวกเขาบ้าง โดยเฉพาะคนที่กำลังไม่แน่ใจในเส้นทางอาชีพ HR ของตัวเอง</b></h2>
<p><b>ชุติมา:</b><span style="font-weight: 400;"> พี่รู้สึกว่าถ้า HR จะเปลี่ยนบทบาทให้คนเข้าหาคุณ คุณต้องทำให้เขารู้สึกว่ามาหาคุณแล้วได้อะไรบางอย่างกลับไป ถ้ามาแล้วกลับไปงงเหมือนเดิม ก็ไปหาข้อมูลจากที่อื่นดีกว่า พี่เชื่อว่าการที่เราตรงไปตรงมาและใช้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงทำให้คนที่คุยกับเรารู้สึกว่า เราให้เกียรติเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ไม่ใช่อาชีพที่ยากในสายฟังก์ชัน แต่ยากที่จะประสบความสำเร็จ เพราะมีหลายมิติที่วัดความสำเร็จได้ยาก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าคุณอยากเป็น HR อย่างแรกต้องสำรวจตัวเองว่ามี Passion หรือเปล่า โดยเฉพาะ Passion ในการทำงานกับคน และอยากเห็นคนประสบความสำเร็จ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาพูดถึง Passion ไม่ได้หมายความว่าเรารักมันแค่ไหน แต่หมายถึงเรามีความเชื่อมั่นว่าทุกคนพัฒนาได้ไหม ? ถ้ามี Passion ในการทำงานกับคน และมีความเชื่อในสิ่งที่ทำ คุณจะพร้อมเรียนรู้และค้นหาสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และถ้าอยากประสบความสำเร็จในงาน HR คุณอย่าเลือกว่าอยากทำงานอะไรโดยไม่รู้พื้นฐาน HRM เพราะถ้าคุณไม่มีพื้นฐาน คุณจะทำงานตามสั่งอย่างเดียว เถียงผู้บริหารไม่ได้ เพราะคุณต้องคุยกับผู้บริหารโดยให้เหตุผลทางธุรกิจ ไม่ใช่พูดแค่เรื่องคน เช่น พฤติกรรมพนักงานแบบนี้ทำให้ลูกค้าไม่รัก ผลิตภัณฑ์ไม่ออก ไม่สามารถส่งมอบงานได้ หรือ Manager ของเราทำแผนไม่เป็น ไม่มี Feedback ไม่รู้แม้กระทั่ง Risk Management</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้เป็น Business Agenda ไม่ใช่ People Agenda</span></p>
<h2><b>แล้วสำหรับ HR ที่เพิ่งเลื่อนขั้นมาเป็นระดับ Manager หรือ Director พี่ชุมีข้อแนะนำอะไรกับพวกเขาไหม</b></h2>
<p><b>ชุติมา:</b><span style="font-weight: 400;"> ความสำเร็จของคุณคือการขายคนของคุณ และทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ ถ้าคุณยึดติดกับฟังก์ชัน เช่น Policy ต้องแข็งแรง, Payroll ต้องแม่น, Recruitment ต้องดี ถามว่ามันตอบโจทย์ธุรกิจของคุณอย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น พี่เคยคุยกับน้องที่เก่งงาน HR Operation ว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;หนูทำ Payroll ไม่เคยผิดเลยค่ะ KPI ของหนูคือความผิดพลาด 0%&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> พี่บอกว่า</span><i><span style="font-weight: 400;"> “ขอโทษนะ สิ่งนั้นคือพื้นฐาน ถ้าทำ Payroll ผิด มีปัญหาแน่นอน”</span></i><span style="font-weight: 400;"> (หัวเราะ) แต่หน้าที่ของ HR คือทำให้ชีวิตพนักงานดีขึ้น ลดเวลาที่เขาต้องมาติดตามเรื่องปากท้องของตัวเอง ปรับปรุงกระบวนการ Benefit Administration เพื่อให้พนักงานไม่ต้องกังวลใจเรื่องเหล่านี้ นี่ต่างหากคือความสำเร็จ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38979" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/พี่ชุ-ชุติมา-สีบำรุงสาสน์-5.webp" alt="สัมภาษณ์ พี่ชุ ชุติมา สีบำรุงสาสน์ " width="600" height="370" title="งานของ HR คือการทำธุรกิจผ่านคน: เปิดมุมมองจากพี่ชุ ชุติมา สีบำรุงสาสน์ 765" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/พี่ชุ-ชุติมา-สีบำรุงสาสน์-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/พี่ชุ-ชุติมา-สีบำรุงสาสน์-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>สุดท้ายพี่ชุมองอนาคตวงการ HR เป็นอย่างไร</b></h2>
<p><b>ชุติมา: </b><span style="font-weight: 400;">ความคาดหวังในวงการ HR มีมานานแล้วค่ะ แต่สิ่งนี้ขึ้นอยู่กับความเป็นผู้ใหญ่ของธุรกิจ องค์กร และผู้นำ รวมถึงความสามารถของ HR ในองค์กรด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้ HR ต้องรีบเปลี่ยนแปลง เพราะเทคโนโลยีและ AI เข้ามาแทนที่หลาย ๆ งานที่ HR เคยทำแล้ว เช่น งาน Payroll แทบไม่ต้องใช้คนแล้ว องค์กรขนาดใหญ่เริ่มไม่ใช้ Outsource เพราะค่าใช้จ่ายแพงและกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหล ขณะที่การรับสมัครพนักงานใหม่ก็ใช้เวลาน้อยลงแถมมีประสิทธิภาพมากขึ้น งาน L&amp;D ก็มีหลักสูตรคุณภาพสูงขึ้นแม้งบประมาณจะจำกัด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น HR ต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวค่ะ คนจะทำงาน HR น้อยลงเพราะเทคโนโลยีสามารถทำแทนได้แล้ว แล้ว HR จะทำงานในเชิงกลยุทธ์มากขึ้น และจะไม่ทำงานแอดมินอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR จะต้องเน้นงานสนับสนุนผู้จัดการในการดูแลพนักงานของตนเอง เป็นคนสร้าง People Manager อย่างแท้จริง ซึ่งประเด็นนี้พี่พูดมานานกว่า 20 ปีแล้วว่า HR ต้องไม่หวงความรู้ ต้องทำให้ Manager มั่นใจในการดูแลคนของตัวเอง ไม่ใช่ต้องถาม HR ทุกเรื่อง คุณต้องเป็นที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของคน แต่การตัดสินใจสุดท้ายควรเป็นหน้าที่ของ Manager</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่พี่อยากฝากคือ อยากเห็น HR กลายเป็น Business Manager อยากให้ HR ถูกมองเห็นว่ามีความสำคัญเทียบเท่ากับฝ่ายการเงินหรือการตลาด <strong>ฉะนั้น </strong></span><strong>CEO ต้องเห็นว่า HR คือหัวใจในการทำให้คนแข็งแรง </strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ พี่อยากฝาก HR ว่า อย่า Follow Trend แต่ต้อง Follow Through และตามจริง ๆ นะ ตามจนกว่าจะประสบความสำเร็จ ติดตามและต่อยอดสิ่งที่ทำ ต้องทันสมัย และทันเกมธุรกิจด้วยค่ะ</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" data-wp-editing="1" title="งานของ HR คือการทำธุรกิจผ่านคน: เปิดมุมมองจากพี่ชุ ชุติมา สีบำรุงสาสน์ 766" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrpeople/chutima-sribumrungsart-240606/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Purposeful and Practical Leader กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย (KBANK)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/purposeful-and-practical-leader-kbank-240530/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/purposeful-and-practical-leader-kbank-240530/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 May 2024 09:30:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38881</guid>

					<description><![CDATA[ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งไม่แน่นอนพร้อมๆ กับการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี บทบาทของ HR ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์เท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่การเป็น Business Partner ที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินการและกำหนดทิศทางองค์กร บทสัมภาษณ์นี้ คุณแนน หทัยพร เจียมประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารกสิกรไทย (KBank) อีกหนึ่งองค์กรที่ได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia ประจำปี 2023 จาก HR Asia จะมาแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงบทบาทของ HR ในอดีตถึงปัจจุบัน รวมถึงความท้าทายและโอกาสที่ HR ต้องพบเจอ ในยุคของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วิธีการบริหารคนของกสิกรไทยเป็นอย่างไร ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้ คิดว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ได้รับรางวัลจาก HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 และรางวัลนี้มีความหมายต่อองค์กรอย่างไร หทัยพร​​: ธนาคารกสิกรไทยให้ความสําคัญกับพนักงานทุกคนมาโดยตลอดค่ะ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38888 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-Cover.webp" alt="Purposeful and Practical Leader กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย (KBANK)" width="600" height="370" title="Purposeful and Practical Leader กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย (KBANK) 771" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งไม่แน่นอนพร้อมๆ กับการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี บทบาทของ HR ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์เท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่การเป็น Business Partner ที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินการและกำหนดทิศทางองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสัมภาษณ์นี้ </span><b>คุณแนน หทัยพร เจียมประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารกสิกรไทย (KBank) </b><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งองค์กรที่</span><span style="font-weight: 400;">ได้รับรางวัล</span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Best Companies To Work For in Asia ประจำปี 2023</span></a><span style="font-weight: 400;"> จาก HR Asia </span><span style="font-weight: 400;">จะมาแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงบทบาทของ HR ในอดีตถึงปัจจุบัน รวมถึงความท้าทายและโอกาสที่ HR ต้องพบเจอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วิธีการบริหารคนของกสิกรไทยเป็นอย่างไร ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้</span></p>
<h2><b>คิดว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ได้รับรางวัลจาก HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 และรางวัลนี้มีความหมายต่อองค์กรอย่างไร</b></h2>
<p><b>หทัยพร​​: </b><span style="font-weight: 400;">ธนาคารกสิกรไทยให้ความสําคัญกับพนักงานทุกคนมาโดยตลอดค่ะ เพราะเราเชื่อว่าคนที่มาทํางานกับเรา เขาก็อยากแสดงศักยภาพของตัวเองและเติบโตไปกับองค์กร เราจึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและส่งมอบสิ่งจำเป็นที่พวกเขาต้องการ เพื่อให้สามารถปลดปล่อยศักยภาพในการทำงาน สร้างอิมแพคให้เกิดขึ้นผ่านสิ่งที่ทำ รวมทั้งโอกาสในการเติบโตตามศักยภาพของพวกเขาได้อย่างเต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ความสำเร็จของพนักงานไม่ได้หมายถึงการเติบโตในหน้าที่การงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาเป็นบุคคลที่ดีขึ้นกว่าเดิม เก่งกว่าเดิม พร้อมมากกว่าเดิม ซึ่งการมีเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างานที่ดีจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เกิดการเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กสิกรไทยเป็นองค์กรที่เน้นคุณค่าของการเป็นผู้นำ (Leadership Values) ที่มีเป้าหมายชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง (Purposeful and Practical Leader) เพื่อนำการเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กร ซึ่งมีด้วยกัน 4 แกน 8 หัวข้อ</span></p>
<p><b>A) รู้ตัวเอง (Self):</b></p>
<p>1. Self Awareness and Timely Decision Making &#8211; รู้ถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง เปิดใจรับฟัง Feedback จากผู้อื่น พร้อมนำไปพิจารณาปรับปรุง คิดให้รอบด้านก่อนตัดสินใจและตอบสนองในเหตุการณ์ต่างๆ</p>
<p><b>B) ส่งมอบผลงาน (Result):</b></p>
<p>2. Solve The Right Thing &#8211; พาทีมเข้าใจปัญหาที่แท้จริงโดยใช้ข้อมูล เพื่อแก้ปัญหาให้ถูกจุด ให้ทีมมีแผนงานที่ชัดเจน</p>
<p>3. Get Things Done &#8211; ผลักดันให้ลงมือทำ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตามเป้าหมาย</p>
<p><b>C) สร้างทีม (Team):</b></p>
<p>4. Make Work Meaningful &#8211; สนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมงานเห็นความสำคัญของงาน</p>
<p>5. Test, Monitor and Learn &#8211; ส่งเสริมให้ทีมกล้าคิด กล้าลอง สิ่งใหม่ๆ โดยไม่ยึดกับวิธีการเดิม</p>
<p>6. Coach and Empower – โค้ช แนะนำและสนับสนุนให้อำนาจในการตัดสินใจ</p>
<p><b>D) ผนึกกำลัง (Integration):</b></p>
<p>7. In their Shoes &#8211; รับฟังโดยไม่มีอคติ ไม่ตัดสินผู้อื่น เคารพความเห็นต่าง</p>
<p><span style="font-weight: 400;">8. Break Silos and help others ส่งเสริมให้ทีมงานเอื้อมมือไปช่วยผู้อื่นแม้ไม่ใช่หน้าที่โดยตรง เพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรและส่วนรวม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาวะ (Well-being) ทั้งร่างกาย จิตใจ และการเงินของพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 จึงเป็นการยืนยันว่าการดูแลพนักงานของเรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ใช่และเราจะยังคงเดินต่อไปเพื่อให้กสิกรไทยเป็น ที่ๆ ดีที่สุดเพื่อให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพ เรียนรู้ และเป็นผู้นำ (The Best Place to Perform to Learn and to Lead)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38887 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-2-1024x576.webp" alt="Purposeful and Practical Leader กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย (KBANK)" width="1024" height="576" title="Purposeful and Practical Leader กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย (KBANK) 772" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-2-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-2-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-2-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-2.webp 1430w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>การมีส่วนผสมของพนักงานที่มีความหลากหลายและมีความต้องการที่แตกต่างกัน ทางกสิกรไทย (KBANK) ได้รับฟังและตอบสนองต่อเสียงของพนักงานที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>หทัยพร​​:</b><span style="font-weight: 400;"> เราให้ความสำคัญกับการฟังเพื่อเข้าใจความต้องการของพนักงานอย่างจริงจัง เราพยายามรับฟังและสำรวจความต้องการของพวกเขาตลอดเวลา ไม่ว่าจะผ่านการพูดคุย การทำ Survey การฟัง Feedback เพื่อทำให้พวกเขารู้สึกว่าได้รับการสนับสนุนและมีส่วนร่วมในองค์กรเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การรับฟังเหล่านี้ได้ถูกแปลงเป็น Employee Value Proposition ของธนาคาร ซึ่งเน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ในการสร้าง Impact ที่มีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น สังคม หรือเศรษฐกิจ หรือที่เราเรียกว่า Possibility to Make an Impact ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายใต้คําว่า Possibility to Make an Impact มีด้วยกัน 3 มิติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยมิติแรกคือ Limitless Growth (โอกาสในการเติบโตได้เกินคาด) ธนาคารสนับสนุนให้พนักงานมีโอกาสในการเพิ่มทักษะที่จำเป็นในการทำงาน รวมไปถึงทักษะใหม่ๆที่พนักงานสนใจ ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้หลากหลายช่องทาง ทั้งในรูปแบบออนไลน์และการฝึกอบรม ทั้งยังให้โอกาสลงมือทำจริง เรียนรู้แบบ Test and Learn ที่สามารถทำผิดพลาดได้ ล้มได้ และให้ลุกขึ้นมาทำต่อได้ นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางการเติบโตในการทำงานที่ชัดเจนและหลากหลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มิติต่อมา คือ Talented People (ร่วมทีมที่ใช่ ชนะได้ทุกโอกาส) เพราะว่าชีวิตการทำงานส่วนใหญ่พนักงานจะต้องเกี่ยวข้องกับเพื่อนร่วมงาน ถ้าใครได้มีโอกาสสัมผัสจะรู้เลยว่าที่นี่ เรามีคนเก่งๆ หัวหน้าเก่งๆ เยอะทีเดียว ซึ่งเราพยายามผลักดันให้หัวหน้าทุกคนจะต้องผ่าน </span><span style="font-weight: 400;">Leadership Transformation Program</span><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ (Purposeful Practical Leadership) ซึ่งคนเหล่านี้พร้อมจะร่วมทีมกันเผชิญกับงานและสถานกาณ์ต่างๆ ที่ท้าทายได้ในทุกๆวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และมิติสุดท้ายคือ Better Opportunity through Powerful Resources (โอกาสไร้กรอบกับองค์กรไร้ขีดจำกัด) เราสร้างความมั่นใจให้พนักงานเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ของพวกเค้าเป็นจริงได้ เพราะเรามีทรัพยากรมากมายทั้งในแง่ของฐานลูกค้า ข้อมูลและงบประมาณ พร้อมทั้งพาร์ตเนอร์ระดับประเทศและระดับโลก ที่จะช่วยต่อยอดไอเดียของพวกเค้าได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือไปจากนั้น เรายังมุ่งเน้นการทำงานในรูปแบบไฮบริด (Work That FITS) ที่ช่วยให้พนักงานสามารถปรับเวลาและสถานที่ทำงานให้เหมาะสมกับฟังก์ชันและความต้องการของตัวเอง และอย่างที่บอกว่าเราให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพใจ เพื่อให้ทุกคนมีความสุขและสมดุลทั้งในและนอกสถานที่ทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือวิธีที่เราใช้รับฟังและตอบสนองต่อเสียงของพนักงาน ที่สร้างให้เกิดผลกระทบอย่างแท้จริงและยั่งยืนต่อทั้งบุคคลและองค์กรต่อไป</span></p>
<h2><b>ช่วยขยายความหน่อยว่า HR มีส่วนช่วยในการสร้างแรงกระเพื่อม (Impact) ให้กับองค์กรอย่างไรบ้าง </b></h2>
<p><b>หทัยพร​​: </b><span style="font-weight: 400;">บทบาท HR สามารถสร้างแรงกระเพื่อม (Impact) คือการเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในองค์กร ซึ่งผลกระทบนั้นมีด้วยกัน 2 มิติหลัก ๆ คือ มิติขององค์กรและมิติของพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้ HR ของเรากำลังดำเนินการคือการสร้างองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยผลการดำเนินงาน หรือ Performance Driven Organization ซึ่งสิ่งนี้ไม่เพียงตอบโจทย์องค์กรเท่านั้น แต่ยังตอบสนองความต้องการของ Stakeholder ทั้งหมดอีกด้วย ทั้งผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน และสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) นั้น แม้จะดูเป็นแนวคิดพื้นฐาน แต่เราเชื่อว่าเรายังสามารถพัฒนาและปรับปรุงในส่วนนี้ได้ ในกสิกรไทยเราได้กำหนดเป้าหมาย (Goal Setting) ให้ชัดเจน สอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และมุ่งเน้นที่สิ่งที่มีความสำคัญ การกำหนดเป้าหมายเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีความหมายกับองค์กรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพนักงานด้วย เพื่อให้พนักงานเข้าใจถึงสิ่งที่องค์กรคาดหวังจากพวกเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อจากนั้นคือการบริหารผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง (Continuous Performance Management) ทีมงานจะร่วมกันติดตามและประเมินผลการทำงาน ตลอดจนการให้ Feedback ที่จะช่วยให้พนักงานสามารถปรับปรุงและพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง และเมื่อถึงเวลาประเมินผล การประเมินนั้นต้องเป็นธรรม เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขาได้รับการประเมินจากผลลัพธ์การทำงานจริง และในท้ายที่สุด ผลการประเมินนี้จะต้องเชื่อมโยงกับรางวัลที่พวกเขาจะได้รับ ทั้งในแง่ของการเงินและไม่ใช่การเงิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของการพัฒนาทักษะนั้น HR ต้องช่วยยกระดับความสามารถของพนักงานเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของธนาคาร โดยเราเชื่อว่าการลงทุนในการพัฒนานี้จะช่วยให้พนักงานมีทักษะที่ดียิ่งขึ้นซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่พวกเขาจะนำติดตัวไป ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่กับธนาคารหรือไม่ก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด HR ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ (Employee Experience) ที่ดีและการมีสุขภาพจิตที่ดีของพนักงาน เพราะเราเชื่อว่าการมีสุขภาพจิตที่ดีจะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี รวมถึงการดูแลเรื่องความมั่นคงทางการเงินของพนักงาน ซึ่งเราหวังว่าจะส่งผลให้พวกเขามีสถานะการเงินที่มีความมั่นคงยิ่งขึ้น</span></p>
<h2><b>ทั้งหมดนี้ตรงกับประโยคที่บอกว่า HR ต้องวางตัวเป็นนักวางกลยุทธ์ และเป็น Business Driver คุณคิดว่า HR จะเปลี่ยนตัวเองให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>หทัยพร​​: </b><span style="font-weight: 400;">เราคิดว่า HR ยุคนี้จำเป็นต้องเข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้ง เพื่อทำหน้าที่เป็น Business Partner ที่แท้จริง ซึ่งไม่ใช่แค่การจัดการทรัพยากรมนุษย์ในแบบเดิม ๆ แต่ต้องรู้จักวางกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายและกลยุทธ์ขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อันดับแรก HR ต้องเข้าใจกลยุทธ์ของธุรกิจ รู้ว่าธุรกิจมุ่งหวังอะไรและกำลังพยายามบรรลุเป้าหมายในด้านใดบ้าง เข้าใจความต้องการและความท้าทายที่ธุรกิจต้องเผชิญ เพื่อให้สามารถแปลงความรู้เหล่านั้นมาสู่การพัฒนากลยุทธ์ HR ที่ตอบโจทย์ได้อย่างแม่นยำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สองคือ HR ควรนำความรู้ทาง HR มาใช้เพื่อผลักดันกลยุทธ์ที่จะช่วยให้พนักงานพัฒนาความสามารถที่ตรงกับเป้าหมายธุรกิจ อาจรวมถึงการฝึกอบรมทักษะใหม่ๆ การส่งเสริมการเรียนรู้และการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มิติที่สามคือ HR จำเป็นต้องเข้าใจว่าแต่ละส่วนในองค์กรมีบทบาทและฟังก์ชันอย่างไร เพื่อสามารถให้การสนับสนุนที่เหมาะสมและตรงจุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สี่คือการมีทักษะในการจัดการความเปลี่ยนแปลง (Change Management) การสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีม และการประสานงานในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งได้ไหม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายการเป็น HR ต้องมีความสามารถในการโน้มน้าว (Influence) ให้คนเห็นคุณค่าในสิ่งที่ HR พยายามนำเสนอ โดยเฉพาะหัวหน้าทางธุรกิจที่เราคุยด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการมี HR ที่เข้าใจธุรกิจไม่เพียงแต่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้สำเร็จ แต่ยังช่วยสร้างความร่วมมือและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ภายในองค์กรได้ นอกจากนี้ยังต้องมีความสามารถในการดำเนินการตามกลยุทธ์ที่วางไว้และปรับให้เข้ากับสถานการณ์จริง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิผลด้วย</span></p>
<h2><b>เท่าที่ฟังดูเหมือนเป็นบทบาทใหม่ของ HR ที่แตกต่างจากอดีตมาก ๆ คุณคิดว่าปัจจุบันภาพรวม HR ในไทยเปลี่ยนไปแล้วหรือยัง</b></h2>
<p><b>หทัยพร​​: </b><span style="font-weight: 400;">เราคิดว่า HR ในไทยเปลี่ยนไปมากแล้ว จากที่สังเกตมานานหลายปีที่ผ่านมานี้ ภาระหน้าที่ของ HR ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพัฒนาพนักงาน การสรรหา หรือการจัดการประสิทธิภาพแล้ว แต่ HR ยุคใหม่ต้องเข้าถึงธุรกิจ รับรู้ถึงกลยุทธ์ของบริษัท และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง การฝึกอบรมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียนหรือการฝึกอบรมแบบดั้งเดิมอีกต่อไป การฝึกอบรมออนไลน์หรือการเรียนรู้แบบผสมผสานระหว่างออนไลน์และออฟไลน์กลายเป็นมาตรฐานใหม่ ทั้งนี้เป็นพื้นที่เดิมที่ HR ต้องดูแล แต่ว่ามันยกระดับขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญ HR ไม่ได้แค่ทำหน้าที่แบบเดิมอีกต่อไป แต่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่ช่วยสนับสนุนและดำเนินกลยุทธ์ ให้คำแนะนำ และช่วยตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ ให้กับบริษัท ไม่ใช่แค่ Business Partner แต่ว่าเป็น Thought Partner เลย ซึ่งทำให้ HR ต้องเข้าใจและเชื่อมโยงกับธุรกิจให้ได้ดีขึ้นค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38886 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-3-1024x683.webp" alt="Purposeful and Practical Leader กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย (KBANK)" width="1024" height="683" title="Purposeful and Practical Leader กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย (KBANK) 773" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-3-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-3-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-3.webp 1430w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน คุณคิดว่าภารกิจของ HR จะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน </b></h2>
<p><b>หทัยพร​​: </b><span style="font-weight: 400;">มันจะมีความไดนามิคขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่าตั้งแต่เกิด Digital Transformation ที่ว่าเปลี่ยนแปลงเร็วแล้ว เราเจอ COVID-19 ที่เร็วขึ้นมากขึ้นอีก และตอนนี้มี AI ทุกอย่างเร็วขึ้นเยอะค่ะ ทั้งลูกค้าและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วหมด องค์กรต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ Key Stakeholderและ HR ก็ต้องทำให้ตัวเองสามารถตอบโจทย์องค์กรที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้ามองห้าปีข้างหน้า หรือแม้แต่ปีสองปี ภารกิจสำคัญของ HR แบ่งได้ประมาณนี้</span></p>
<p><b>หนึ่ง &#8211; Organization Structure</b><span style="font-weight: 400;"> ทำอย่างไรให้องค์กรมีความยืดหยุ่นสามารถปรับโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และทิศทางที่องค์กรต้องการจะไปได้</span></p>
<p><b>สอง &#8211; Strategic Workforce Planning and Management </b><span style="font-weight: 400;">การจัดการกำลังคนอย่างมีกลยุทธ์ เรื่องการปรับโยกย้ายคนให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่ต้องการ ทั้งในเรื่องของการเพิ่มความสามารถ (Upskill) และการสอนใหม่ (Reskill) ตามที่ต้องการในแต่ละด้าน</span></p>
<p><b>สาม &#8211; Continuous Learning Culture</b><span style="font-weight: 400;"> การสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ผู้คนต้องเตรียมพร้อมเรียนรู้ได้ตลอดเวลาเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ลูกค้าและองค์กร</span></p>
<p><b>สี่ &#8211; Mental Well-being</b><span style="font-weight: 400;"> การดูแลสุขภาพจิตของพนักงานให้มีความสุขและพร้อมเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในองค์กร เพราะความเร็วก็ทำให้เครียดได้เหมือนกัน</span></p>
<p><b>ห้า &#8211; Employee Engagement</b><span style="font-weight: 400;"> การสร้างแรงบันดาลใจและมีส่วนร่วมเพื่อทำให้พนักงานแสดงศักยภาพสูงสุดในช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่กับองค์กร รวมไปถึงการให้โอกาสในวันที่เขาจะกลับมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้คือโจทย์ของ HR ในอนาคตอันใกล้ ๆ นี้</span></p>
<h2><b>เท่าที่ฟังดูเหมือนว่าการสร้าง Employee Engagement เป็นหนึ่งในงานที่ท้าทายที่สุดสำหรับ HR อยากทราบกสิกรไทยมีวิธีการสร้าง Engagement โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่อย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>หทัยพร​​: </b><span style="font-weight: 400;">การสร้าง Engagement นั้นยากจริง โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ ซึ่งคนรุ่นเก่าอย่าง Gen X อาจจะมีความอดทนและพร้อมที่จะอยู่กับองค์กรไปนาน ๆ แต่รุ่นใหม่มักต้องการเรียนรู้และมีประสบการณ์กับหลาย ๆ องค์กร รวมถึงสนใจงานสตาร์ทอัพหรือการเป็นผู้ประกอบการเองมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต้องเข้าใจก่อนว่าคนยุคนี้เปลี่ยนไปแล้ว การที่เราสามารถ Engage กับพวกเขาได้สามปีถือว่าดีมากแล้ว และหากเกินกว่านั้นคือเราเริ่มทำได้ดีขึ้น ที่กสิกรไทยเราเริ่มจากการฟังความต้องการของพวกเขา โดยเฉพาะในเรื่องที่พวกเขาต้องการสร้าง Impact</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราพยายามสร้าง Possibility to Make an Impact ให้กับพนักงาน เราต้องเข้าใจว่าเขาต้องการการเติบโตที่ไม่จำกัด เรียนรู้ตลอดเวลา และอยากได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ เราควรช่วยให้พวกเขาได้ปลดปล่อยศักยภาพตัวเองและเติบโตต่อยอดไปทำงานที่ไหนก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เรายังพยายามให้พวกเขาได้ทำงานกับบุคคลที่มีความสามารถ (Talent) ทุกวัน และมีหัวหน้าที่เป็นแบบอย่างดีในเรื่องความเป็นผู้นำ (Leadership Values) ส่งเสริมบรรยากาศที่ดีในการทำงาน รวมถึงให้โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ เช่น ข้อมูลลูกค้าและเทคโนโลยีภายในองค์กร ที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถทดลองและเรียนรู้ได้มากยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้วคือการมี Empathy การเข้าความต้องการของพนักงานแต่ละส่วน เพราะเขามีหลาย Segment และหลาย Persona เราต้องเข้าถึงข้อมูลความต้องการเหล่านั้นในการประมวลผล สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เรา Engage กับพนักงานได้</span></p>
<h2><b>อยากบอกอะไรกับ HR ที่กำลังหมดไฟบ้าง </b></h2>
<p><b>หทัยพร​​: </b><span style="font-weight: 400;">เราเข้าใจความรู้สึกของ HR ที่<a href="https://th.hrnote.asia/tips/190731-burnoutsyndrome/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">หมดไฟ</a>นะคะ สภาพแวดล้อมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัล ทำให้เรื่องของคนมีความสำคัญยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้มากแค่ไหน ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว การจัดการกับคนในองค์กรไม่เคยลดความสำคัญลงไปเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่ HR มีภาระหน้าที่มากขึ้นในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้า และนั่นอาจนำไปสู่ความรู้สึก Burnout ได้ เราอยากจะบอกว่านี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับ HR ในการใช้ศักยภาพของตัวเองเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร และเป็นโอกาสในการเรียนรู้และเติบโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเมื่อเรามีโอกาสที่จะสร้าง impact ให้องค์กร และช่วยให้พนักงานเติบโตไปพร้อมกับองค์กร นี่คือช่วงเวลาที่เราควรใช้ประโยชน์จากทักษะและประสบการณ์ของเราให้เต็มที่ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เดินหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะท้ายที่สุดประสบการณ์เหล่านี้จะเป็นสิ่งที่คุณสามารถภาคภูมิใจได้ ไม่ว่าจะผ่านไปหลายปี คุณจะเห็นคุณค่าในสิ่งที่คุณได้ทำและ impact ที่คุณมีต่อองค์กรและพนักงาน ความท้าทายเหล่านี้อาจหนักหน่วง แต่ก็เต็มไปด้วยโอกาสที่จะนำเราไปสู่การเป็นผู้มีความสามารถมากขึ้น เราเลยอยากขอให้ HR ทุกคนมีกำลังใจในการฝ่าฟันความท้าทายเหล่านี้ค่ะ</span></p>
<h2><b>ในฐานะ HR เป็นเพื่อนคู่คิดและ Business Partner กับ CEO คุณมีอะไรที่อยากบอกกับ CEO บ้าง</b></h2>
<p><b>หทัยพร​​:</b><span style="font-weight: 400;">อยากจะบอก CEO ว่า HR ในทุกองค์กรทำงานอย่างหนักเพื่อสนับสนุนให้กลยุทธ์และแผนงานขององค์กรและพนักงานประสบความสำเร็จค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นขอให้ CEO มั่นใจว่า HR พร้อมเป็นแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งและไว้วางใจได้ค่ะ (ยิ้ม)</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" data-wp-editing="1" title="Purposeful and Practical Leader กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย (KBANK) 774" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/purposeful-and-practical-leader-kbank-240530/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/build-buy-borrow-bridge-240514/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/build-buy-borrow-bridge-240514/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 May 2024 06:22:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Build]]></category>
		<category><![CDATA[Buy]]></category>
		<category><![CDATA[Borrow]]></category>
		<category><![CDATA[Bridge]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38682</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Build (สร้าง) คือการพัฒนาพนักงานภายในองค์กรผ่านการฝึกอบรมและโปรแกรมพัฒนาทักษะต่าง ๆ เช่น โปรแกรมพี่เลี้ยงและลูกศิษย์ การฝึกงาน และการประเมินทางจิตวิทยา วิธีนี้ช่วยเสริมทักษะที่จำเป็นและสร้างความผูกพันกับองค์กรได้ Buy (ซื้อ) คือการจ้างบุคลากรจากภายนอกที่มีคุณสมบัติและทักษะตรงตามความต้องการขององค์กรโดยทันที ใช้วิธีการสรรหาและรับสมัครงาน รวมถึงการเป็นพันธมิตรกับบริษัทจัดหางานเพื่อหาบุคลากรที่เหมาะสม Borrow (ยืม) คือการใช้บุคลากรชั่วคราว เช่น พนักงานพาร์ทไทม์ ผู้รับงานอิสระ หรือผู้รับเหมาภายนอก เพื่อเติมเต็มทักษะที่ขาดในทีมในระยะสั้นและรองรับโครงการเฉพาะกิจ Bridge (สะพาน) คือการเพิ่มขอบเขตความสามารถของพนักงานไปสู่บทบาทใหม่ในลักษณะแนวข้าง ผ่านโปรแกรมพัฒนาทักษะที่หลากหลายและการมอบหมายงานใหม่ เพื่อให้พนักงานมีโอกาสเติบโตในสายอาชีพและรองรับการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร การใช้กลยุทธ์ 4 B: Build, Buy, Borrow, และ Bridge ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความผูกพันและความพึงพอใจในงานของพนักงาน ทำให้องค์กรเติบโตและแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน เพราะธุรกิจขาดคนไม่ได้ กลยุทธ์การจ้างงาน (Recruitment) ที่มีประสิทธิภาพจึงยังเป็นสิ่งสำคัญในการเติมพนักงานให้องค์กรเสมอ ทว่าการแข่งขันเพื่อแสวงหาบุคลากรที่มีความสามารถสูง (Talent) นั้น กลับทวีความรุนแรงมากขึ้น ทุกบริษัทจึงต้องปรับตัวและใช้กลยุทธ์การจ้างงานใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านบุคลากรให้รวดเร็ว และถึงแม้การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในกระบวนการสรรหาได้สร้างความสะดวกสบายให้เหล่าทรัพยากรบุคคลบ้าง แต่ท้ายที่สุดในกระบวนการสรรหาก็ยังต้องใช้ความเป็นมนุษย์ในการตัดสินใจเลือกใครสักคนอยู่ดี วันนี้ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li aria-level="1">Build (สร้าง) คือการพัฒนาพนักงานภายในองค์กรผ่านการฝึกอบรมและโปรแกรมพัฒนาทักษะต่าง ๆ เช่น โปรแกรมพี่เลี้ยงและลูกศิษย์ การฝึกงาน และการประเมินทางจิตวิทยา วิธีนี้ช่วยเสริมทักษะที่จำเป็นและสร้างความผูกพันกับองค์กรได้</li>
<li aria-level="1">Buy (ซื้อ) คือการจ้างบุคลากรจากภายนอกที่มีคุณสมบัติและทักษะตรงตามความต้องการขององค์กรโดยทันที ใช้วิธีการสรรหาและรับสมัครงาน รวมถึงการเป็นพันธมิตรกับบริษัทจัดหางานเพื่อหาบุคลากรที่เหมาะสม</li>
<li aria-level="1">Borrow (ยืม) คือการใช้บุคลากรชั่วคราว เช่น พนักงานพาร์ทไทม์ ผู้รับงานอิสระ หรือผู้รับเหมาภายนอก เพื่อเติมเต็มทักษะที่ขาดในทีมในระยะสั้นและรองรับโครงการเฉพาะกิจ</li>
<li aria-level="1">Bridge (สะพาน) คือการเพิ่มขอบเขตความสามารถของพนักงานไปสู่บทบาทใหม่ในลักษณะแนวข้าง ผ่านโปรแกรมพัฒนาทักษะที่หลากหลายและการมอบหมายงานใหม่ เพื่อให้พนักงานมีโอกาสเติบโตในสายอาชีพและรองรับการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร</li>
<li aria-level="1">การใช้กลยุทธ์ 4 B: Build, Buy, Borrow, และ Bridge ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความผูกพันและความพึงพอใจในงานของพนักงาน ทำให้องค์กรเติบโตและแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42767" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย.webp" alt="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย" width="600" height="370" title="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย 781" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะธุรกิจขาดคนไม่ได้ กลยุทธ์การจ้างงาน (Recruitment) ที่มีประสิทธิภาพจึงยังเป็นสิ่งสำคัญในการเติมพนักงานให้องค์กรเสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าก</span><span style="font-weight: 400;">ารแข่งขันเพื่อแสวงหาบุคลากรที่มีความสามารถสูง (Talent) นั้น กลับทวีความรุนแรงมากขึ้น ทุกบริษัทจึงต้องปรับตัวและใช้กลยุทธ์การจ้างงานใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านบุคลากรให้รวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และถึงแม้การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในกระบวนการสรรหาได้สร้างความสะดวกสบายให้เหล่าทรัพยากรบุคคลบ้าง แต่ท้ายที่สุดในกระบวนการสรรหาก็ยังต้องใช้ความเป็นมนุษย์ในการตัดสินใจเลือกใครสักคนอยู่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ HREX จะมาตอกย้ำกลยุทธ์การจ้างงานที่เป็นพื้นฐานสำคัญ อย่างกลยุทธ์ </span><b>4B : Build, Buy, Borrow และ Bridge</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปเท่าไหร่ เราก็ยังสามารถประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์อยู่ดี</span></p>

<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Buy Build Borrow + Bridge คืออะไร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Buy, Build, Borrow, และ Bridge เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ในการจัดการทรัพยากรบุคคลทั้งภายในและนอกองค์กร โดยโมเดลนี้ช่วยให้องค์กรสามารถเติมพนักงานที่มีความสามารถเข้ามาในระบบได้อย่างทันท่วงที และแก้ไขปัญหา Talent Shortage หรือการขาดแคลนบุคลากรนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ Talent Shortage เป็นปัญหาที่องค์กรทั่วโลกต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อองค์กรไม่สามารถหาบุคลากรที่มีทักษะและความสามารถตรงตามความต้องการของตำแหน่งงานได้เพียงพอ โดยมีสาเหตุมากมาย เช่น ความต้องการทักษะที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี และการขาดแคลนบุคลากรในสายงานบางประเภทที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นการแก้ไขปัญหา Talent Shortage นั้นจำเป็นต้องใช้แนวทางที่หลากหลายและยืดหยุ่น และด้วยโมเดล Buy, Build, Borrow, และ Bridge ทำให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://www.manpowergroup.co.uk/the-word-on-work/the-uks-growing-talent-shortage/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ManPowerGroup</span></a><span style="font-weight: 400;"> รายงาน Soft skills ที่หาได้ยากจนเกิด  Talent Shortage 5 อันดับแรก ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความรับผิดชอบ ความน่าเชื่อถือ และวินัย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความยืดหยุ่น ทนต่อความเครียดและการปรับตัว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ภาวะผู้นำและการมีอิทธิพลทางสังคม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การคิดวิเคราะห์ การใช้วิจารณญาณ และการแก้ปัญหา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความคิดริเริ่มและความกระตือรือร้น</span></li>
</ol>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38683 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-1-1024x647.webp" alt="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย" width="1024" height="647" title="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย 782" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-1-1024x647.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-1-300x190.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-1-768x485.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-1.webp 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Build (สร้าง) &#8211; ลงทุนในการพัฒนา</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Build เป็นโมเดลที่เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาการหา Talents เฉพาะทางจากภายนอกที่ยากมาก โดยองค์กรจะสร้างและพัฒนาพนักงานที่มีอยู่ภายในให้กลายเป็น Talent เสียเอง โดยจะให้โอกาสในการเสริมทักษะใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร และสนับสนุนให้ทุกคนพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การ Build สามารถทำได้ผ่านโครงการหลากหลาย เช่น โปรแกรมพัฒนาความสามารถให้นักศึกษาผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ, การหลักสูตรฝึกทักษะเฉพาะทางเพื่อสร้างคนเข้ามาในระบบ กระทั่งการจ้างเทรนนิ่งเข้ามาพัฒนาพนักงานในบริษัทนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางการพัฒนานี้จะสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่พนักงาน ส่งเสริมให้พวกเขาอยู่กับองค์กรนานขึ้น เนื่องจากพวกเขาสามารถเรียนรู้และมองเห็นความก้าวหน้าในอาชีพการงานของตัวเอง</span></p>
<h3><b>Build เหมาะสมกับองค์กรประเภทใด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การ Build เหมาะกับบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่มานาน มีทรัพยากรทั้งเรื่องเงิน คน และเวลา สามารถลงทุนพัฒนาบุคคลากรได้ระยะยาว เนื่องจากการพัฒนาต้องใช้ทรัพยากรสูงและนานกว่าจะเห็นผลลัพธ์</span></p>
<h3><b>ตัวอย่างการ Build</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โปรแกรมพี่เลี้ยงและลูกศิษย์ (Mentor / Mentee program)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การฝึกงาน (Internships)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การมอบหมายงานที่ท้าทาย (Stretch Assignments)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การประเมินทางจิตวิทยา (Psychometric Assessments) เช่น DISC, MBTI เป็นต้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แผนการพัฒนาบุคคล (Individual Development Plans)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การศึกษาเพิ่มเติม, วุฒิบัตร, ใบรับรอง (Advanced Education, Designations, Certificates, etc.)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การโค้ชผู้บริหาร (Executive Coaching)</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38684 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-2-1024x683.webp" alt="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย" width="1024" height="683" title="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย 783" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-2-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-2-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-2.webp 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Buy (ซื้อ) &#8211; ซื้อตัวมาในทันที</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Buy แปลตามตัวเลยคือการซื้อบุคลากรใหม่จากภายนอกเข้ามาในองค์กรแบบทันที โดยจะเลือกบุคลากรที่มีคุณสมบัติ ทั้งประสบการณ์ การศึกษา หรือทักษะความสามารถตรงตามที่บริษัทต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การซื้อบุคลากรเหล่านี้จะต้องมีต้นทุน โดยองค์กรอาจไม่ได้มุ่งเน้นที่การสร้างทักษะใหม่ แต่เน้นไปที่ปรับตัวให้ Talent คนนั้นเข้ากับวัฒธรรมองค์กรของเราแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การแข่งขันในการดึงดูงพนักงานเก่ง ๆ มีความรุนแรงมาก องค์กรจึงต้องวางแผนเรื่องของผลตอบแทนรวม (Total Rewards) ไม่ว่าจะเป็น Compensation and Benefit หรือกระทั่งข้อเสนอคุณค่าสำหรับพนักงาน (Employee Value Proposition) และวิสัยทัศน์ขององค์กร ในการดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพเหล่านั้นด้วย</span></p>
<h3><b>Buy เหมาะสมกับองค์กรประเภทใด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์การซื้อเหมาะสำหรับองค์กรในระยะเริ่มต้นหรือบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีทรัพยากรเรื่องเงิน แต่ต้องการพนักงานใหม่มาเติมเต็มอย่างรวดเร็ว</span></p>
<h3><b>ตัวอย่างการ Buy</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การสรรหาและการรับสมัครงาน (Sourcing and Recruitment)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โปรแกรมการแนะนำบุคลากร (Referral Program)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การฝึกงาน (Internships)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเป็นพันธมิตรกับบริษัทจัดหางาน (Recruitment Agency partnerships)</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38685 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-3-1024x683.webp" alt="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย" width="1024" height="683" title="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย 784" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-3-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-3-768x513.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-3.webp 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Borrow (ยืม) &#8211; เรียกใช้งานแบบชั่วคราว</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Borrow คือการสร้างเครือข่ายบุคลากรที่มีทักษะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างพนักงานพาร์ทไทม์ ผู้รับงานอิสระ พนักงานชั่วคราว หรือกระทั่งการหมุนเวียนพนักงานภายในตัวกันเอง เพื่อเสริมสร้างบางทักษะที่ทีมขาด ส่วนมากมักใช้กับโปรเจกต์หรือโครงการระยะสั้น การทำงานระยะไกล หรืองานที่มีความยืดหยุ่น </span></p>
<h3><b>Borrow เหมาะสมกับองค์กรประเภทใด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมาะกับบริษัทที่ริเริ่มทดลองโครงการบางอย่าง หรือการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ซึ่งมักจะเป็นบริษัทที่ไม่ได้วางแผนการจ้างงานประจำสำหรับหน้าที่นั้น ๆ ส่วนมากจะเป็นการทดลองใช้โมเดลนี้มากที่สุด</span></p>
<h3><b>ตัวอย่างการ Borrow</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การจัดหาพนักงานชั่วคราว (Temporary staffing solutions)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การจ้างงานจากภายนอก (Outsource)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การร่วมจัดหาบุคลากร (Co-Sourcing)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ผู้รับเหมาภายนอก (Independent Contractors)</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38686 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-4-1024x576.webp" alt="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย" width="1024" height="576" title="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย 785" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-4-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-4-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-4-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-4.webp 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Bridge (สะพาน) &#8211; เชื่อมสู่บทบาทใหม่</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์ Bridge มีความใกล้เคียงกับการ Build ทว่าจะแตกต่างกันตรงที่เป็นการขยายขอบเขตความสามารถของพนักงานไปสู่บทบาทใหม่ในลักษะแนวข้าง ไม่ใช่แนวตรงขึ้นไปตามลำดับขั้น ซึ่งสามารถขยายได้ทั้งภายในหรือภายนอกองค์กร เป็นการเชื่อมสะพานที่ช่วยให้พนักงานพัฒนาทักษะที่หลากหลายมากขึ้นนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ บางองค์กรยังใช้ Bridge เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการช่วยเหลือพนักงานในตำแหน่งงานที่กำลังจะเลิกจ้าง เป็นการปูเส้นทางใหม่ให้กับบุคลากรที่มีทักษะไม่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจแล้ว สู่ทักษะใหม่ในอนาคตเช่นกัน</span></p>
<h3><b>Borrow เหมาะสมกับองค์กรประเภทใด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่มีเสถียรภาพแต่กำลังปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ต้องการพัฒนาใหม่กับพนักงานผ่านการลงทุน และยังต้องการรักษาความผูกพันของพนักงานอีกด้วย</span></p>
<h3><b>ตัวอย่างการสะพาน (Bridge Examples)</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โปรแกรมพี่เลี้ยงและลูกศิษย์ (Mentor / Mentee program)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การมอบหมายงานที่ท้าทาย (Stretch Assignments)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การมอบหมายงานใหม่ (Reassignments)</span></li>
</ul>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดกลยุทธ์ 4B : Build, Buy, Borrow และ Bridge เป็นวิธีพื้นฐานที่ครอบคลุมและยืดหยุ่นในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถในองค์กร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การนำกลยุทธ์ 4B มาใช้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยสร้างความผูกพันและความพึงพอใจในงานของพนักงานอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับองค์กรไหนที่ไม่รู้จะสรรหาและพัฒนาพนักงานอย่างไร สามารถค้นหาผู้ให้บริการในหลากหลายรูปแบบได้ที่ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;">HR Products &amp; Services</span></a><span style="font-weight: 400;"> เรามีทั้ง </span><a href="https://expth.hrnote.asia/#training-coaching"><span style="font-weight: 400;">Training &amp; Coaching</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่เข้าไปช่วย Build หรือ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/#recruitment-solution"><span style="font-weight: 400;">Recruitment Solution</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่ช่วยได้ทั้ง Buy, Borrow และ Bridge </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะทั้งหมดนี้คือโอกาสที่จะช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืนต่อไป</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย 786" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ที่มา</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.aihr.com/blog/build-buy-borrow-bridge/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">www.aihr.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.brookstreet.co.uk/blog/2021/07/build-buy-borrow-and-bridge-how-to-solve-the-talent-shortage-in-your-organisation?source=google.com" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">www.brookstreet.co.uk</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.myhaus.com/blog/build-bridge-buy-borrow-your-talent-development-strategy" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">www.myhaus.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bangkokbiznews.com/business/902385" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">www.bangkokbiznews.com</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/build-buy-borrow-bridge-240514/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>State of Organizational Health &#038; Culture Report 2024 จาก Happily.ai เผย ความปลอดภัยทางจิตวิทยา (Psychological Safety) เป็นหัวใจหลักของวัฒนธรรมองค์กรที่ดี</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/news/state-of-organizational-health-culture-report-2024-240426/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/news/state-of-organizational-health-culture-report-2024-240426/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Apr 2024 10:33:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[State of Organizational Health & Culture Report]]></category>
		<category><![CDATA[Psychological Safety]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38491</guid>

					<description><![CDATA[Happily.ai แพลตฟอร์มที่เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์บุคคลและพฤติกรรมศาสตร์เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานในองค์กร เปิดเผยรายงานล่าสุด State of Organizational Health &#38; Culture Report 2024 ที่นำเสนอมุมมองเกี่ยวกับสุขภาพและวัฒนธรรมในองค์กร เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน  โดยรายงานนี้ได้มีการสำรวจ พร้อมทั้งแนะนำโรดแมปกลยุทธ์ในการพัฒนาสุขภาพและวัฒนธรรมองค์กรในแต่ละด้าน ดังนี้ ความปลอดภัยทางจิตวิทยา (Psychological Safety): ระดับความปลอดภัยทางจิตวิทยาในองค์กรอยู่ในระดับปานกลาง จึงมีความจำเป็นในการพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัยทางจิตวิทยาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เนื่องจากมีพนักงานจำนวนไม่น้อยที่ยังคงรู้สึกว่าไม่ได้รับการสนับสนุนในการแบ่งปันความคิด หรือรู้สึกเสี่ยงในการนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ ประสิทธิภาพของผู้จัดการ (Manager Effectiveness): แม้ว่าทักษะการจัดการจะอยู่เหนือเกณฑ์โดยเฉลี่ย แต่ยังต้องการพัฒนาเรื่องการให้ข้อเสนอแนะ, การตั้งเป้าหมาย, และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ วัฒนธรรมและค่านิยม (Culture &#38; Values): มีความสอดคล้องระหว่างค่านิยมของบริษัทกับพนักงานในระดับปานกลาง ทว่ายังไม่ค่อยสอดคล้องกับการปฏิบัติจริง จึงต้องมีการเวิร์คช็อปอย่าสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดการนำค่านิยมไปใช้งานจริง ทักษะมนุษย์ (Human Skills): ทักษะการสื่อสารและความเห็นอกเห็นใจยังเป็นทักษะที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน สุขภาพพนักงาน(Employee Well-being): น่าตกใจมากค่าเฉลี่ยความสุขของพนักงานอยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำ จึงต้องให้ความสำคัญของมาตรการด้านสุขภาพจิตและการสร้างสมดุลชีวิตการทำงานที่ดี นับเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข ความพึงพอใจของพนักงาน (Employee Satisfaction): รายงานใช้ Employee Net [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38493" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/State-of-Organizational-Health-Culture-Report-2024.webp" alt="State of Organizational Health &amp; Culture Report 2024" width="600" height="370" title="State of Organizational Health &amp; Culture Report 2024 จาก Happily.ai เผย ความปลอดภัยทางจิตวิทยา (Psychological Safety) เป็นหัวใจหลักของวัฒนธรรมองค์กรที่ดี 790" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/State-of-Organizational-Health-Culture-Report-2024.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/State-of-Organizational-Health-Culture-Report-2024-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>Happily.ai </b><span style="font-weight: 400;">แพลตฟอร์มที่เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์บุคคลและพฤติกรรมศาสตร์เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานในองค์กร เปิดเผยรายงานล่าสุด </span><b>State of Organizational Health &amp; Culture Report 2024 </b><span style="font-weight: 400;">ที่นำเสนอมุมมองเกี่ยวกับสุขภาพและวัฒนธรรมในองค์กร เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยรายงานนี้ได้มีการสำรวจ พร้อมทั้งแนะนำโรดแมปกลยุทธ์ในการพัฒนาสุขภาพและวัฒนธรรมองค์กรในแต่ละด้าน ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความปลอดภัยทางจิตวิทยา (<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190703-psychological-safety/">Psychological Safety</a>): </b><span style="font-weight: 400;">ระดับความปลอดภัยทางจิตวิทยาในองค์กรอยู่ในระดับปานกลาง จึงมีความจำเป็นในการพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัยทางจิตวิทยาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เนื่องจากมีพนักงานจำนวนไม่น้อยที่ยังคงรู้สึกว่าไม่ได้รับการสนับสนุนในการแบ่งปันความคิด หรือรู้สึกเสี่ยงในการนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ประสิทธิภาพของผู้จัดการ (</b><b>Manager Effectiveness)</b><b>: </b><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าทักษะการจัดการจะอยู่เหนือเกณฑ์โดยเฉลี่ย แต่ยังต้องการพัฒนาเรื่องการให้ข้อเสนอแนะ, การตั้งเป้าหมาย, และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>วัฒนธรรมและค่านิยม (</b><b>Culture &amp; Values)</b><b>: </b><span style="font-weight: 400;">มีความสอดคล้องระหว่างค่านิยมของบริษัทกับพนักงานในระดับปานกลาง ทว่ายังไม่ค่อยสอดคล้องกับการปฏิบัติจริง จึงต้องมีการเวิร์คช็อปอย่าสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดการนำค่านิยมไปใช้งานจริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ทักษะมนุษย์ (Human Skills): </b><span style="font-weight: 400;">ทักษะการสื่อสารและความเห็นอกเห็นใจยังเป็นทักษะที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สุขภาพพนักงาน(Employee Well-being): </b><span style="font-weight: 400;">น่าตกใจมากค่าเฉลี่ยความสุขของพนักงานอยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำ จึงต้องให้ความสำคัญของมาตรการด้านสุขภาพจิตและการสร้างสมดุลชีวิตการทำงานที่ดี นับเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความพึงพอใจของพนักงาน (Employee Satisfaction):</b><span style="font-weight: 400;"> รายงานใช้ Employee Net Promoter Score (eNPS) เพื่อประเมินความพึงพอใจ โดยแนะนำว่าการปรับปรุงประสิทธิภาพของผู้จัดการ การปฏิบัติตามวัฒนธรรมของบริษัท และสุขภาพของพนักงานสามารถนำไปสู่สถานที่ทำงานที่มีบรรยากาศดีขึ้นและคะแนน eNPS ที่สูงขึ้น</span></li>
</ol>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38492 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/culture-framework-1024x841.webp" alt="culture framework" width="1024" height="841" title="State of Organizational Health &amp; Culture Report 2024 จาก Happily.ai เผย ความปลอดภัยทางจิตวิทยา (Psychological Safety) เป็นหัวใจหลักของวัฒนธรรมองค์กรที่ดี 791" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/culture-framework-1024x841.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/culture-framework-300x246.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/culture-framework-768x630.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/culture-framework.webp 1407w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้รายงานยังแนะนำ <strong>The Key Components of a High-Performing Culture</strong> หรือส่วนประกอบสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยต้องเป็นการทำงานสอดคล้องกัน 4 อย่างคือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเพิ่มความปลอดภัยทางจิตวิทยาด้วยการ Feedback อย่างจริงใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเพิ่มประสิทธิภาพของผู้จัดการ และเปิดโอกาสให้ผู้จัดการมีส่วนร่วมและสนับสนุนทีม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทำให้ค่านิยมองค์กรไปใช้งานจริง ผ่านกาเสริมร้างและให้รางวัล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พัฒนาทักษะด้านอารมณ์ (EQ) และทักษะการเข้าสังคมที่สำคัญเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">การวิจัยและวิเคราะห์ที่ละเอียดลึกจากรายงาน State of Organizational Health &amp; Culture Report 2024 ได้นำเสนอภาพรวมของสภาพสุขภาพองค์กรและวัฒนธรรมการทำงานในปัจจุบันที่มีความจำเป็นต้องพัฒนาในหลายด้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว การพัฒนาเหล่านี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพียงแต่ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานพึงพอใจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วม (Engagement) อย่างลึกซึ้งและยั่งยืน เพื่อส่งเสริมนวัตกรรม ประสิทธิภาพ และความสำเร็จทางธุรกิจในระยะยาวนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มภาษาอังกฤษได้ที่ </span><a href="https://www.happily.ai/resources/state-of-organizational-health-and-culture-2024?ref=blog.happily.ai" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.happily.ai/</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/12?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36565" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/12.png" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="State of Organizational Health &amp; Culture Report 2024 จาก Happily.ai เผย ความปลอดภัยทางจิตวิทยา (Psychological Safety) เป็นหัวใจหลักของวัฒนธรรมองค์กรที่ดี 792" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/12.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/12-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/12-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/12-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/12-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/news/state-of-organizational-health-culture-report-2024-240426/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเพื่อเป็น HR” สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/lixil-thailand-240526/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/lixil-thailand-240526/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Apr 2024 02:46:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[LIXIL (Thailand)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38462</guid>

					<description><![CDATA[หลายคนอาจรู้จักแบรนด์ TOSTEM, INAX, Shin Nikkei, Sunwave, TOEX, GROHE และ American Standard แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าทั้งหมดนี้ผลิตและจัดจำหน่ายโดย LIXIL บริษัทยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันสำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งขยายการดำเนินงานไปทั่วโลกด้วยการมีพนักงานรวม 55,000 คน ใน 150 ประเทศ ในประเทศไทย ดร.ธภัทร อาจศรี Board Director และ Leader HR Thailand, LIXIL APAC ของ LIXIL (Thailand) เป็นอีกหนึ่งผู้บริหารที่นำพาบริษัทให้เติบโตท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทาย ด้วยประสบการณ์ในการทำงานในหลายแวดวงธุรกิจ ทำให้เขาได้นำเสนอแนวทางและวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ สะท้อนได้ผ่านรางวัล Employee Experience Awards ประจำปี 2024 วันนี้เรามีโอกาสพูดคุยกับ ดร.ธภัทร เพื่อค้นหาเทคนิคการบริหารทรัพยากรมนุษย์และเส้นทางชีวิตที่น่าสนใจของเขา รวมถึงแนวทางที่ทำให้ LIXIL ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ เล่าให้ฟังหน่อยว่าคุณก้าวเข้ามาในวงการ HR ได้อย่างไร ดร.ธภัทร: [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38469 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-2-1024x683.webp" alt="สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) Cover" width="1024" height="683" title="“ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเพื่อเป็น HR” สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) 799" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-2-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-2-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-2-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-2.webp 1567w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจรู้จักแบรนด์ TOSTEM, INAX, Shin Nikkei, Sunwave, TOEX, GROHE และ American Standard แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าทั้งหมดนี้ผลิตและจัดจำหน่ายโดย </span><b>LIXIL</b><span style="font-weight: 400;"> บริษัทยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันสำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งขยายการดำเนินงานไปทั่วโลกด้วยการมีพนักงานรวม 55,000 คน ใน 150 ประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในประเทศไทย </span><b>ดร.ธภัทร อาจศรี Board Director และ Leader HR Thailand, LIXIL APAC ของ LIXIL (Thailand)</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นอีกหนึ่งผู้บริหารที่นำพาบริษัทให้เติบโตท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทาย ด้วยประสบการณ์ในการทำงานในหลายแวดวงธุรกิจ ทำให้เขาได้นำเสนอแนวทางและวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ สะท้อนได้ผ่านรางวัล Employee Experience Awards ประจำปี 2024</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้เรามีโอกาสพูดคุยกับ ดร.ธภัทร เพื่อค้นหาเทคนิคการบริหารทรัพยากรมนุษย์และเส้นทางชีวิตที่น่าสนใจของเขา รวมถึงแนวทางที่ทำให้ LIXIL ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38466" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/3.webp" alt="สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) Cover" width="600" height="370" title="“ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเพื่อเป็น HR” สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) 800" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>เล่าให้ฟังหน่อยว่าคุณก้าวเข้ามาในวงการ HR ได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ แล้วผมเริ่มทำงานในอุตสาหกรรมการบริการและโรงแรมประมาณ 5-6 ปีหลังจบใหม่ครับ ดูแลฝ่ายงานต้อนรับส่วนหน้า ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องพบปะผู้คนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องบริหารจัดการส่วนที่มีการติดต่อโดยตรงกับลูกค้าเป็นหลัก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถือว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก เพราะความต้องการของลูกค้าแต่ละคนที่ต่างกันไป การสร้างประสบการณ์เชิงบวกที่ดีกับลูกค้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยเตรียมความพร้อมให้กับผมในการเข้าสู่สายอาชีพ HR ได้เป็นอย่างดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมพบว่าการทำงานในการบริหารจัดการกับการส่งมอบบริการที่เหนือระดับเกินความคาดหวังความต้องการของลูกค้านั้น ท้าทายและน่าสนใจจึงทำให้ผมรู้สึกสนุกและมีความสุขกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพวกเขา นั่นคือจุดเปลี่ยน (Trigger Point) ที่ทำให้ผมตัดสินใจว่า งานที่เหมาะสมกับตัวเรา คืองานที่เกี่ยวข้องกับผู้คน ซึ่งก็คืองาน HR นั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นผมได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอกทางด้าน HR โดยตรง และเริ่มต้นอาชีพ HR ที่บริษัทผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงของต่างประเทศ  พอยิ่งทำงานในสายนี้ ผมยิ่งรู้สึกว่าการทำงานกับคนนั้นทำให้ผมมีความสุข มันคือสิ่งที่ผมหลงใหลและต้องการทำงาน HR ถ้ามองอีกมุมมองหนึ่ง ก็เหมือนกับการที่มีโอกาสได้มีส่วนผลักดันพนักงานให้ประสบความสำเร็จครับ </span></p>
<h2><b>อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้คุณตัดสินใจมุ่งหน้าสู่ HR อย่างจริงจัง</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">แรงบันดาลใจหลักมาจากความชอบ และรักในการผลักดันและสนับสนุนให้พนักงานเติบโตไปพร้อมกับบริษัทครับ ซึ่งคนที่ทำงานนี้ได้ต้องเกิดมาเพื่อจะเป็น หรือ Born to be นะครับ เพราะงาน HR ไม่ใช่แค่เพียงแต่เกี่ยวกับการสรรหาหรือการจัดการเงินเดือนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของพนักงานในองค์กร เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ ผมจึงเชื่อว่า HR เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจและดึงศักยภาพของพนักงานให้สามารถเติบโตในสายอาชีพของตัวเองได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งผมเริ่มจากการทำงานทั่วไปด้าน HR และเติบโตในสายอาชีพอย่างต่อเนื่อง  เพราะผมมีเป้าหมายการเติบโตในสายอาชีพที่ชัดเจน 5 ปี 10 ปี 20 ปี จนถึง 30 ปี ว่าเป้าหมายแต่ละอย่างคืออะไรและจะต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้  การมีเป้าหมายชัดเจนทำให้ผมมีแรงผลักดันที่จะเรียนรู้และเติบโตอย่างต่อเนื่องในสายอาชีพนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือสิ่งที่ทำให้ผมไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่ายกับการทำงานเลยครับ เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ความท้าทายใหม่ ๆ ที่รอให้ผมมาไขปริศนา และค้นหาวิธีการที่ดีที่สุดในการช่วยเหลือหรือพัฒนาคนในองค์กรต่อไป</span></p>
<h2><b>ที่คุณกล่าวว่า ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเพื่อเป็น HR (Born to be an HR Person) แล้วคุณคิดว่าคนที่เหมาะสมกับการเป็น HR นั้นมีลักษณะอย่างไร</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">ตามความเห็นของผมนะครับ คนที่เหมาะสมกับการเป็น HR โดยพื้นฐานควรจะเป็นผู้รับฟังที่ดี สามารถเข้าถึงได้ง่าย และเข้าใจผู้อื่น คุณต้องมีความสามารถในการจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือพื้นฐานสำคัญ คุณต้องเข้าใจความหลากหลาย และยอมรับในความแตกต่าง (Diversity &amp; Inclusion) ของพนักงาน กลยุทธ์ในการสื่อสารที่สามารถเข้าไปนั่งในใจผู้ฟังเปรียบเสมือนการเป็น Partner ที่ดี และมี ความสามารถในการจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ดี Emotional Intelligence (EQ) นอกจากนี้คุณต้อง Open Minded พร้อมเปิดรับและพร้อมที่จะพัฒนาต่อยอดในด้านต่างๆ โดยเฉพาะ Strategic และ Hard Skills ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะสำหรับ HR ที่ต้องทำงานกับคน เป็นงานที่ละเอียดอ่อน ถ้าคุณไม่ชอบทำงานกับผู้คน ไม่สามารถสื่อสารหรือเข้าใจความแตกต่างของผู้คน การแก้ปัญหานั้นจะไม่ตรงกับความต้องการ ซึ่งคุณจะเห็นได้ว่างานนี้ท้าทายเกินไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38468 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-1-1024x683.webp" alt="สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) Cover" width="1024" height="683" title="“ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเพื่อเป็น HR” สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) 801" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-1-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-1.webp 1567w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>ช่วงที่คุณย้ายงานมาสาย HR ตอนนั้นมีความท้าทายอะไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">มีครับ การเข้าสู่งาน HR มีความท้าทายเสมอ เพราะมันเกี่ยวข้องกับการบริการและการเข้าใจความแตกต่างของผู้คน กล่าวคืองาน HR เหมือนมีวงกลมที่ทับซ้อนกันอยู่ในเชิงการบริการและการเข้าใจคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นองค์กรได้ให้โอกาสผมเริ่มต้นในสายนี้ อาจจะเพราะผมมีพื้นฐานการทำงานในสายงานบริการ และความสามารถในการสื่อสารที่ทำให้สามารถนั่งในใจผู้ฟัง และเป็น Partner ที่ดีของเขา  องค์กรมองว่าผมเหมาะสมกับงานที่เกี่ยวข้องกับผู้คน แต่ผมไม่มีพื้นฐานเรื่อง HR ผมก็ต้องทำการบ้านมากกว่าคนอื่น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงาน HR ที่มีความท้าทายในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมตั้งเป้าหมายว่าการเป็น HR Director ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาว ในตอนนั้น  ทำให้ผม จำเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในทุกด้านของ HR ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ การวางแผน การบริหารจัดการเรื่องของคน การสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีม HR ในการพัฒนา และต่อยอดกับการจัดการความสัมพันธ์กับพนักงาน เราต้องตั้งใจเรียนรู้และเตรียมพร้อมสำหรับทุกสิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเป้าหมายนี้ชัดเจนและต้องใช้ความพยายามอย่างสูง คนที่มองไม่เห็นความท้าทายอาจจะยอมแพ้ไปก่อนได้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะคุ้มค่ากับความพยายามที่เสียไปครับ</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>อะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้คุณเห็นตัวเองชัดเจนในระดับนั้น</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร:</b><span style="font-weight: 400;"> ผมคิดว่าตัวเองโชคดีมากที่รู้ตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่เนิ่น ๆ เรียกว่าเป็นคนที่มี Passion to win และอยากประสบความสำเร็จในชีวิตให้เร็วที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่เรียนจบผมก็วางเป้าหมายไว้แล้วว่าในอีก 5, 10, 15 ปีข้างหน้า ผมจะทำอะไรบ้าง เช่น จะมีงาน มีบ้าน รถ  ก้าวเป็นผู้จัดการ ผู้อำนวยการ และอยู่ในบอร์ดผู้บริหาร ในช่วงจังหวะของชีวิต ผมทำ Goal Setting มาตลอดครับ ซึ่งมันช่วยให้ผมเห็นภาพอนาคตของตัวเองได้ชัดเจน โดยเริ่มต้นจากการค้นหาว่าผมชอบอะไร เพราะการทำงานที่เราชอบ รัก เราจะมี passion กับสิ่งนั้น  มันจะกลายเป็นทักษะและความถนัดของเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นแรงจูงใจหลักของผมคือการทำงานกับคน ไม่ว่างานนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม ผมยินดีที่จะทำ ซึ่ง HR เป็นงานที่ตอบโจทย์ผมมากที่สุด เป็นงานที่ได้ทำงานกับคน ได้เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจร่วมกัน เพราะเรื่องการบริหารจัดการคน เป็นสิ่งที่สำคัญ และเกี่ยวข้องกับทุกฟังก์ชัน ไม่ว่าจะเป็น IT วิศวกรรม การผลิต หรือการค้า ซึ่งทุกองค์กรต้องการคนทำงาน และต้องการการบริหารจัดการคนอย่างมืออาชีพ และมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นทำให้ผมเห็นว่าการเป็น HR เป็นงานที่สามารถทำได้ทุกที่ และหากเป็น HR ที่เก่ง รอบรู้ทุกด้านของงาน โดยเฉพาะการจัดการค่าจ้างตอบแทนและสวัสดิการ (Compensation and Benefits &#8211; C&amp;B) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์นะครับ ผมว่าไม่บ่อยนักที่จะเห็น HR Director มาจากสาย Compensation &amp; Benefits โดยตรง ที่ต้องใช้ตัวเลขและตรรกะในการออกแบบระบบค่าจ้าง ค่าตอบแทน และสวัสดิการ วิธีจัดการให้มันตอบโจทย์ในทุก ๆ ความต้องการ นั่นคือความท้าทาย เพราะตัวเลขต้องถูกวิเคราะห์มาแสดงข้อดีและข้อเสียได้อย่างชัดเจน และส่งผลเชิงบวกต่อเป้าหมายของธุรกิจอย่างไรได้ ฉะนั้นในอดีตที่เรามักเห็น HR ทำงานในแนวทางทั่วไป หรือ Generalist มากกว่า อย่างการฝึกอบรม พัฒนา รับสมัครงาน และอื่น ๆ ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปัจจุบันถ้าคุณอยากจะโตสายอาชีพนี้ คุณต้องรู้ทุกอย่าง รู้ทุกฟังก์ชัน โดยเฉพาะ C&amp;B และที่สำคัญ กลยุทธ์ทางธุรกิจ ถ้าคุณเข้าใจ และเชื่อมโยงกลยุทธ์ของ HR กับกลยุทธ์ขององค์กรได้ ผมมั่นใจว่าคุณจะเป็น HR ที่เป็นที่ต้องการของตลาด ไม่มีตกงานครับ</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>ความท้าทายในการเข้ามารับตำแหน่ง Board Director และ Leader HR ใน LIXIL Thailand คืออะไร</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">การปรับตัวเข้ากับองค์กรใหม่มีทั้งยากและง่ายครับ ทั้งนี้เพราะแต่ละองค์กรมีบริบทที่แตกต่างกัน LIXIL เป็นองค์กรระดับโลกที่มีโครงสร้างซับซ้อนและเป็น Matrix Organization กล่าวคือเราต้องทำงานข้ามฟังก์ชันและข้ามภูมิภาค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายคือการทำให้เข้าใจโครงสร้าง Matrix นี้ และจัดการให้นโยบายต่าง ๆ เป็นมาตรฐานเดียวกัน เรามีโรงงานทั้งในรังสิต ระยอง และมีสำนักงานต่างๆ ความยากคือการทำให้ฐานเหล่านี้มีการทำงานที่สอดคล้องกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานที่นี่ท้าทายในการจัดระเบียบให้ทุกอย่างเป็นระบบ แม้ว่าผู้คนที่นี่จะน่ารักมีความมุ่งมั่นในการประสบความสำเร็จ แต่ความท้าทายที่สำคัญคือเราจะจัดหาและสนับสนุน Career Path ที่ชัดเจนกับพนักงานอย่างไร เพื่อให้ทุกคนเดินตามทิศทางและเป้าหมายของธุรกิจไปด้วยกันครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38471" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/6.webp" alt="สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) " width="600" height="370" title="“ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเพื่อเป็น HR” สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) 802" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ล่าสุด LIXIL Thailand ได้รับรางวัล Employee Experience Awards 2024 และ Country Leadership Awards คุณได้รับรางวัลนี้จากโปรเจกต์อะไร</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">ได้จาก Strategic Talent Development Program ที่เราเพิ่งเริ่มต้นในปีนี้ครับ ซึ่งในแวดวง HR ทุกองค์กรมักมีโปรแกรมพัฒนาความสามารถของบุคลากรอยู่แล้ว แต่มันไม่เคยชัดเจนว่าผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยเหลือธุรกิจในระยะยาวได้ยังไง และมักจะจบลงที่การฝึกอบรมเท่านั้น ความท้าทายของโปรแกรมนี้คือการวางแผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) ให้สอดคล้องกับเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนของพนักงานเลยครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเริ่มต้นด้วยการระบุและคัดเลือกบุคลากรที่มีศักยภาพ (Talent) โดยเน้นที่บุคคลที่เป็นแบบอย่างที่ดีในองค์กร ใช้กระบวนการที่เข้มงวดในการคัดเลือกเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนที่เข้าร่วมโปรแกรมนี้เป็นตัวแทนที่ดีที่สุดขององค์กร ไม่ใช่แค่ทำงานเก่ง แต่พฤติกรรมก็ต้องได้ ต้องมี Passion และมี Potential ที่จะไปต่อกับองค์กรได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การคัดเลือกเราจะเข้มข้นมาก ๆ ตั้งแต่การระดมความเห็น และเห็นชอบร่วมกันจากผู้บริหาร และการใช้เครื่องมือทางจิตวิทยาเพื่อความแม่นยำในการคัดเลือก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่พัฒนาเราทำเหมือนเป็น LIXIL Model เป็นกลไกสำคัญในการนิยามว่าคนที่จะเป็น Future Leader นั้นจะต้องมีทักษะอะไรบ้าง โดยเราแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือทักษะพื้นฐานหรือ Foundation เช่น คนที่จะมาเป็นผู้นำในอนาคตจะต้องมีคุณสมบัติ Leadership ทักษะการสื่อสาร Growth Mindset และบุคลิกภาพที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่พวกเขามี Foundation ที่แข็งแกร่ง การพัฒนาในปีที่สองเราจะเน้นไปที่กลยุทธ์ทางธุรกิจ เพราะเราคาดหวังว่าผู้นำในองค์กรจะต้องเข้าใจเรื่องธุรกิจ สามารถนำทางและคิดเชิงกลยุทธ์ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้เราจึงเชื่อว่า Talent Development Program สองปีที่ประกอบด้วยพื้นฐานและกลยุทธ์ทางธุรกิจ จะช่วยเตรียมคนกลุ่มนี้ให้พร้อมสำหรับบทบาทผู้นำต่อไป</span></p>
<h2><b>ผลลัพธ์ของโปรเจกต์นี้ต่อองค์กรเป็นอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบระยะสั้นที่เห็นได้ชัด ๆ คือ Talent ของเราไม่มีการลาออกเลยครับ ก่อนหน้านี้อัตราการลาออก (Turn Over) เคยสูงถึง 20% แต่หลังจากที่เรานำโปรเจกต์นี้ไปใช้ อัตราการลาออกนั้นเป็นศูนย์เลยครับ และคะแนนการมีส่วนร่วม (Engagement) ของพนักงานในบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงผลลัพท์ทางธุรกิจก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โปรเจกต์นี้จึงช่วยให้ผู้บริหารเห็นได้ชัดว่าคนคือปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38470 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-3-1024x683.webp" alt="สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) " width="1024" height="683" title="“ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเพื่อเป็น HR” สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) 803" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-3-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-3-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-3-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-3-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>ปัจจุบันภาพรวม HR มีบทบาทอย่างไรในการนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">อันดับแรก ถ้าคุณเป็นหัวหน้า HR คุณต้องสามารถเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายทางธุรกิจกับการพัฒนาศักยภาพของคนให้ได้ก่อน ถ้าทำไม่ได้ HR จะไม่มีคุณค่า และจะเป็นเพียงแค่หน่วยงานสนับสนุนเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรเพราะเน้นไปที่การเพิ่มยอดขายหรือการตลาด แต่หัวหน้า HR ที่ดีต้องเชื่อมโยงให้เห็นว่า การสร้างส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) สร้างผลกำไร และการเป็น Employer of Choice เชื่อมโยงกับคนอย่างไร คุณต้องแสดงให้เห็นว่า ถ้าไม่มีคนที่มีศักยภาพ คุณจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะคนเป็นฟันเฟืองสำคัญของธุรกิจครับ และเราเชื่อว่ามนุษย์มีความสามารถมหัศจรรย์ ถ้าใจพวกเขาพร้อม เราก็มีหน้าที่ ส่งเสริมศักยภาพของเขา จัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ หรือทรัพยากรให้พวกเขาเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องนั่นเอง</span></p>
<h2><b>อยากบอกอะไรกับ Young Talent หรือ Future Leader ที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอนาคตไหม</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">อันดับแรกคือคุณต้องเข้าใจเทคโนโลยีให้ลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่การใช้งานทั่วไปนะครับ แต่ต้องสามารถนำเทคโนโลยีมาต่อยอดงานของคุณได้ เชื่อมโยงกับกลยุทธ์ของธุรกิจได้  เช่น การใช้ ChatGPT หรือเครื่องมือต่าง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาคือการสร้างเครือข่ายที่ดีในสายอาชีพ การมี Professional Networking จะช่วยให้คุณแลกเปลี่ยนประสบการณ์และไอเดียใหม่ได้ ซึ่งจะทำให้คุณเติบโตและก้าวหน้าได้เร็วขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณต้องสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพและมี EQ ที่ดี คุณต้องเข้าใจว่ากำลังพูดกับใครและเขาต้องการอะไร รวมทั้งจัดการความคาดหวังได้ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคือคุณต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา ในโลกที่ข้อมูลเปลี่ยนแปลงไว ความรู้ที่คุณมีวันนี้อาจจะล้าสมัยในไม่กี่เดือนข้างหน้า เพราะฉะนั้นคุณต้องติดตามและอัปเดตความรู้อยู่เสมอ เพื่อให้ตัวคุณไม่ตกเทรนด์และสามารถนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ครับ</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="“ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเพื่อเป็น HR” สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) 804"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/lixil-thailand-240526/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 คำถามกับ 3 AI ว่าทำไม HR สำคัญกับองค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrtech/3-questions-for-3-ai-240422/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrtech/3-questions-for-3-ai-240422/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Apr 2024 06:18:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tech]]></category>
		<category><![CDATA[ai]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38403</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ChatGPT มองว่า HR มีบทบาทสำคัญในการจัดการบุคลากรและการพัฒนาองค์กร ชี้ให้เห็นโอกาสในการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ และการก้าวหน้าในอาชีพผ่านการเรียนรู้และใช้เทคโนโลยี ทุก ๆ บริษัทจึงต้องมี HR เพื่อช่วยให้บริษัทสามารถแข่งขันได้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงและปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้อย่างต่อเนื่อง Gemini เน้นว่า HR เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและมีบทบาทในทุกขั้นตอนของอาชีพพนักงาน พร้อมกล่าวถึงโอกาสในการเติบโตสู่ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารในอนานคต Claude มองว่า HR มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์และเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมและบรรยากาศที่ดีภายในองค์กร และแนะว่าการสื่อสารที่ชัดเจนและการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่าง ๆ เป็นวิธีให้ HR มีส่วนร่วมและเข้าไปอยู่ในใจพนักงาน เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าฝ่าย ทรัพยากรบุคคล (HR) เป็นหัวใจหลักขององค์กรในยุคปัจจุบัน เพราะมีบทบาทสำคัญไม่แพ้แผนกอื่น ๆ ในการขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตและยั่งยืนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนกลยุทธ์, การสรรหาและพัฒนาบุคลากร หรือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการทำงาน แต่แม้จะมีความสำคัญมากมายเช่นนี้ ยังมีคำถามหลายอย่างที่ค้างคาใจของหลาย ๆ คนเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของ HR ในสายตาคนทั่วไปเสมอ วันนี้ HREX จึงนำ 3 คำถามยอดฮิตที่สะท้อนให้เห็นถึงความสงสัยใคร่รู้เหล่านั้นมาถามและสำรวจมุมมองจาก ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เจ้าดังถึง 3 ตัว ได้แก่ ChatGPT, [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 192px;">
<tbody>
<tr style="height: 192px;">
<td style="width: 100%; height: 192px;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ChatGPT มองว่า HR มีบทบาทสำคัญในการจัดการบุคลากรและการพัฒนาองค์กร ชี้ให้เห็นโอกาสในการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ และการก้าวหน้าในอาชีพผ่านการเรียนรู้และใช้เทคโนโลยี ทุก ๆ บริษัทจึงต้องมี HR เพื่อช่วยให้บริษัทสามารถแข่งขันได้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงและปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้อย่างต่อเนื่อง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Gemini เน้นว่า HR เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและมีบทบาทในทุกขั้นตอนของอาชีพพนักงาน พร้อมกล่าวถึงโอกาสในการเติบโตสู่ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารในอนานคต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Claude มองว่า HR มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์และเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมและบรรยากาศที่ดีภายในองค์กร และแนะว่าการสื่อสารที่ชัดเจนและการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่าง ๆ เป็นวิธีให้ HR มีส่วนร่วมและเข้าไปอยู่ในใจพนักงาน</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38408" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/3-คำถามกับ-3-AI-ว่าทำไม-HR-สำคัญกับองค์กร.webp" alt="3 คำถามกับ 3 AI ว่าทำไม HR สำคัญกับองค์กร" width="600" height="370" title="3 คำถามกับ 3 AI ว่าทำไม HR สำคัญกับองค์กร 811" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/3-คำถามกับ-3-AI-ว่าทำไม-HR-สำคัญกับองค์กร.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/3-คำถามกับ-3-AI-ว่าทำไม-HR-สำคัญกับองค์กร-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าฝ่าย</span><b> ทรัพยากรบุคคล (HR) </b><span style="font-weight: 400;">เป็นหัวใจหลักขององค์กรในยุคปัจจุบัน เพราะมีบทบาทสำคัญไม่แพ้แผนกอื่น ๆ ในการขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตและยั่งยืนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนกลยุทธ์, การสรรหาและพัฒนาบุคลากร หรือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่แม้จะมีความสำคัญมากมายเช่นนี้ ยังมีคำถามหลายอย่างที่ค้างคาใจของหลาย ๆ คนเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของ HR ในสายตาคนทั่วไปเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ HREX จึงนำ 3 คำถามยอดฮิตที่สะท้อนให้เห็นถึงความสงสัยใคร่รู้เหล่านั้นมาถามและสำรวจมุมมองจาก<strong> ปัญญาประดิษฐ์ (AI)</strong> เจ้าดังถึง 3 ตัว ได้แก่ ChatGPT, Gemini และ Claude </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองไปฟังมุมมอง AI ดู ที่อาจช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ และเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาทหลายมิติของ HR ในองค์กรยุคใหม่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38407 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/1690998329chatgpt-logo-with-text-1024x301.png" alt="3 คำถามกับ 3 AI ว่าทำไม HR สำคัญกับองค์กร" width="1024" height="301" title="3 คำถามกับ 3 AI ว่าทำไม HR สำคัญกับองค์กร 812" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/1690998329chatgpt-logo-with-text-1024x301.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/1690998329chatgpt-logo-with-text-300x88.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/1690998329chatgpt-logo-with-text-768x226.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/1690998329chatgpt-logo-with-text.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>ChatGPT</b></h2>
<h3><b>HR สำคัญกับองค์กรอย่างไร ทำไมทุก ๆ บริษัทจำเป็นต้องมี HR ด้วย</b></h3>
<p><b>ChatGPT: </b><span style="font-weight: 400;">HR มีบทบาทสำคัญในองค์กร ทั้งในการจัดการบุคลากรและการพัฒนาองค์กร สิ่งนี้ประกอบด้วยหลายด้าน</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การจัดการทรัพยากรบุคคล: </b><span style="font-weight: 400;">HR ช่วยในการรับสมัคร, การคัดเลือก, การฝึกอบรม, และการประเมินผลงานของพนักงาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างทีมงานที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การสร้างวัฒนธรรมองค์กร:</b><span style="font-weight: 400;"> HR มีบทบาทในการสร้างและรักษาวัฒนธรรมองค์กรที่ดี, การสร้างความมั่นใจให้แก่พนักงาน, และการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ทำงานที่ปลอดภัยและเอื้ออำนวย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ:</b><span style="font-weight: 400;"> HR ให้ข้อมูลและข้อมูลเชิงลึกที่จำเป็นสำหรับการตัดสินใจทางธุรกิจ เช่น การวางแผนแรงงาน, การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ ทุก ๆ บริษัทจึงต้องมี HR เพื่อช่วยให้บริษัทสามารถแข่งขันได้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงและปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและเทคโนโลยีได้อย่างต่อเนื่อง</span></p>
<h3><b>อะไรคือโอกาสในการเติบโตและพัฒนาตนเองของ HR</b></h3>
<p><b>ChatGPT:  </b><span style="font-weight: 400;">โอกาสในการเติบโตของ HR ทำได้จาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การพัฒนาทักษะใหม่ ๆ: </b><span style="font-weight: 400;">HR สามารถเรียนรู้และใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลใหญ่, ปัญญาประดิษฐ์ในการกระบวนการสรรหาและการคัดเลือก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การเป็นผู้นำและที่ปรึกษา: </b><span style="font-weight: 400;">การเป็น HR ที่มีประสบการณ์นั้นมีโอกาสในการเป็นผู้นำและที่ปรึกษาให้กับผู้บริหารระดับสูงและการกำหนดยุทธศาสตร์องค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การเข้าสู่บทบาทการบริหาร: </b><span style="font-weight: 400;">HR มีเส้นทางในการเติบโตเป็นผู้บริหารทรัพยากรบุคคลระดับสูง เช่น CHRO (Chief Human Resources Officer) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจทางธุรกิจ</span></li>
</ul>
<h3><b>ทำอย่างไรให้ HR เข้าไปอยู่ในใจพนักงาน</b></h3>
<p><b>ChatGPT: </b><span style="font-weight: 400;">การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการมีส่วนร่วมเป็นกุญแจสำคัญในการทำให้พนักงานเข้าใจการทำงานของ HR</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การสื่อสารแบบโปร่งใส: </b><span style="font-weight: 400;">แจ้งให้พนักงานทราบถึงนโยบาย, กระบวนการ, และการตัดสินใจของ HR อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การจัดกิจกรรมและเวิร์กช็อป: </b><span style="font-weight: 400;">จัดการประชุมและเวิร์กช็อปเพื่ออธิบายบทบาทและการทำงานของ HR ให้กับพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การใช้เทคโนโลยี: </b><span style="font-weight: 400;">ใช้เครื่องมือออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลและข้อมูลเชิงลึกของ HR ได้ง่ายขึ้น</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้กลยุทธ์เหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและสนับสนุนระหว่าง HR กับพนักงาน ทำให้มั่นใจได้ว่าทั้งสองฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อผลประโยชน์สูงสุดขององค์กร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38406 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Google_Gemini_logo.svg-1024x378.png" alt="Google Gemini logo.svg" width="1024" height="378" title="3 คำถามกับ 3 AI ว่าทำไม HR สำคัญกับองค์กร 813" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Google_Gemini_logo.svg-1024x378.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Google_Gemini_logo.svg-300x111.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Google_Gemini_logo.svg-768x284.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Google_Gemini_logo.svg-1536x567.png 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Google_Gemini_logo.svg-2048x756.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Gemini</b></h2>
<h3><b>HR สำคัญกับองค์กรอย่างไร ทำไมทุก ๆ บริษัทจำเป็นต้องมี HR ด้วย</b></h3>
<p><b>Gemini: </b><span style="font-weight: 400;">HR เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมาย โดยทำหน้าที่ดูแลพนักงานตั้งแต่ก่อนเข้าทำงาน จนถึงหลังเกษียณอายุ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพ ผลงาน และความมุ่งมั่นของพนักงานโดยรวม ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คัดสรรบุคคลที่มีความสามารถ: </b><span style="font-weight: 400;">HR เป็นผู้คัดเลือกบุคคลที่มีทักษะ ประสบการณ์และศักยภาพให้เหมาะสมกับตำแหน่งงาน ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>พัฒนาและส่งเสริมศักยภาพพนักงาน: </b><span style="font-weight: 400;">HR ทำหน้าที่ออกแบบโปรแกรมฝึกอบรม พัฒนาศักยภาพ เพิ่มพูนทักษะ และส่งเสริมให้พนักงานเติบโตในสายงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างแรงจูงใจและรักษาพนักงาน: </b><span style="font-weight: 400;">HR ต้องออกแบบระบบสวัสดิการ โปรแกรมรางวัล สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี ส่งผลต่อความพึงพอใจ และรักษาพนักงานที่มีคุณภาพไว้กับองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดูแลความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับองค์กร: </b><span style="font-weight: 400;">HR เป็นที่ปรึกษา แก้ไขปัญหาความขัดแย้ง สื่อสารนโยบาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี: </b><span style="font-weight: 400;">HR ต้องปลูกฝังค่านิยม สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี ส่งผลต่อภาพลักษณ์</span></li>
</ul>
<h3><b>อะไรคือโอกาสในการเติบโตและพัฒนาตนเองของ HR</b></h3>
<p><b>Gemini:</b><span style="font-weight: 400;"> HR เส้นทางการเติบโต ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สายงานวิชาชีพ: </b><span style="font-weight: 400;">HR ต้องพัฒนาความรู้ ทักษะ เพื่อก้าวหน้าสู่ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ เช่น ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล ผู้เชี่ยวชาญด้านการสรรหา ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สายงานบริหาร: </b><span style="font-weight: 400;">HR ต้องพัฒนาความรู้ด้านบริหาร ภาษา ทักษะการสื่อสาร เพื่อก้าวหน้าสู่ตำแหน่งผู้บริหาร เช่น รองประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคล ประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สายงานที่ปรึกษา: </b><span style="font-weight: 400;">HR ต้องพัฒนาความรู้ ประสบการณ์ เพื่อก้าวหน้าสู่ที่ปรึกษาอิสระ ให้คำปรึกษาองค์กรด้านทรัพยากรบุคคล</span></li>
</ul>
<h3><b>ทำอย่างไรให้ HR เข้าไปอยู่ในใจพนักงาน</b></h3>
<p><b>Gemini: </b><span style="font-weight: 400;">วิธีการเข้าไปอยู่ในใจพนักงาน ได้แก่ </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สื่อสารอย่างโปร่งใส:</b><span style="font-weight: 400;"> HR สื่อสารนโยบาย อธิบายบทบาท หน้าที่ กระบวนการทำงาน ช่องทางติดต่อ และตอบคำถามเพื่อสร้างความเข้าใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างช่องทางการสื่อสาร:</b><span style="font-weight: 400;"> HR สร้างช่องทางการสื่อสารหลากหลาย เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย อีเมล หรือกล่องข้อเสนอแนะ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>จัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์:</b><span style="font-weight: 400;"> HR จัดกิจกรรม สร้างความสัมพันธ์ ทีมเวิร์ค เช่น อบรม สัมมนา กิจกรรมสันทนาการ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เน้นการมีส่วนร่วม:</b><span style="font-weight: 400;"> HR เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม เสนอแนะ พัฒนาระบบและกระบวนการทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>วัดผลและประเมินผล: </b><span style="font-weight: 400;">HR ต้องวัดผล ประเมินผล ประสิทธิภาพ ความพึงพอใจ พัฒนางาน ตอบสนองความต้องการ</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38405 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/claude-ai-icon.webp" alt="claude ai icon" width="512" height="512" title="3 คำถามกับ 3 AI ว่าทำไม HR สำคัญกับองค์กร 814" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/claude-ai-icon.webp 512w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/claude-ai-icon-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/claude-ai-icon-150x150.webp 150w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></p>
<h2><b>Claude</b></h2>
<h3><b>HR สำคัญกับองค์กรอย่างไร ทำไมทุก ๆ บริษัทจำเป็นต้องมี HR ด้วย</b></h3>
<p><b>Claude:</b><span style="font-weight: 400;"> ทรัพยากรบุคคลเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญที่สุดขององค์กร HR ทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่การสรรหา การพัฒนา การบริหารค่าตอบแทน การดูแลสวัสดิการ รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมและบรรยากาศที่ดีภายในองค์กร เพื่อดึงดูดและรักษาคนเก่งไว้ ช่วยให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อผลิตภาพและความสำเร็จขององค์กร</span></p>
<h3><b>อะไรคือโอกาสในการเติบโตและพัฒนาตนเองของ HR</b></h3>
<p><b>Claude: </b><span style="font-weight: 400;">HR มีบทบาทสำคัญในองค์กรตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงระดับสูง ผู้ที่เริ่มต้นอาชีพด้านนี้จะได้เรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์จากการปฏิบัติงาน บวกกับการฝึกอบรมพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง สามารถก้าวหน้าไปสู่ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายได้ ซึ่งจะต้องมีทักษะการบริหารจัดการที่สูงขึ้น และในอนาคตอาจได้รับโอกาสเป็นหัวหน้าสายงาน หรือที่ปรึกษาด้าน HR ระดับองค์กร</span></p>
<h3><b>ทำอย่างไรให้ HR เข้าไปอยู่ในใจพนักงาน</b></h3>
<p><b>Claude: </b><span style="font-weight: 400;">การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญมาก HR ต้องสื่อสารบทบาท หน้าที่ และกิจกรรมต่าง ๆ ให้พนักงานทุกคนเข้าใจอย่างชัดเจน ทั้งผ่านการประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรม การสร้างความผูกพันผ่านช่องทางต่าง ๆ เน้นให้เห็นว่า HR คือผู้สนับสนุนและเป็นประตูสู่ประสบการณ์ที่ดีของพนักงานในองค์กร ต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นของพนักงาน ปรับปรุงและพัฒนางานให้ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างภาพลักษณ์ที่ดีว่า HR เป็นเพื่อนร่วมงานที่คอยให้คำปรึกษาและแก้ปัญหา</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-solutions-240405/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38245" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-_25_.webp" alt="แจกลิสต์ AI Solutions เครื่องมือแห่งอนาคต ช่วย HR ทำงานสะดวก" width="600" height="370" title="3 คำถามกับ 3 AI ว่าทำไม HR สำคัญกับองค์กร 815" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-_25_.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-_25_-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/ai-solutions-240405/">แจกลิสต์ AI Solutions เครื่องมือแห่งอนาคต ช่วย HR ทำงานสะดวก</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบเหล่านี้เป็นเพียงคำตอบจาก AI เท่านั้น ซึ่ง AI ทั้ง 3 ตัวก็มีมุมมองที่เสริมเติมเต็มกันและกัน โดยแต่ละตัวมีการเน้นย้ำบทบาทและความสำคัญของ HR จากมุมที่ต่างกัน แสดงให้เห็นว่า</span><b> HR ไม่เพียงแต่มีหน้าที่ในการบริหารจัดการบุคคลเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการพัฒนาพนักงานและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดความหมายที่แท้จริงของ HR อยู่ที่ HR ของแต่ละบริษัทจะตีความต่อไป<br />
<a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="3 คำถามกับ 3 AI ว่าทำไม HR สำคัญกับองค์กร 816" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrtech/3-questions-for-3-ai-240422/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Reeracoen Thailand เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร Benefits Survey 2024 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังเป็นสวัสดิการที่พนักงานพึงพอใจสูงสุด</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/news/benefits-survey-2024-240417/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/news/benefits-survey-2024-240417/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Apr 2024 06:42:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[HR Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Benefits Survey 2024]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38333</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร (Benefits Survey) พบว่า สวัสดิการที่มีการปรับใช้ในองค์กรมากที่สุดคือการลาและวันหยุด (99.36% ) ส่วนสวัสดิการที่สร้างความพึงพอใจมากที่คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (45.51%) ขณะที่ 55% ขององค์กรต่าง ๆ มีการทำแบบสำรวจความพึงพอใจเกี่ยวกับสวัสดิการของพนักงานเป็นประจำอยู่แล้ว และท้ายที่สุด สาเหตุหลักที่พนักงานไม่พึงพอใจต่อองค์กร คือ ปัญหาโอกาสในการเติบโตมีจำกัด (41.03%) เพราะการแข่งขันทางธุรกิจเข้มข้นมากขึ้นทุกวัน องค์กรต่าง ๆ จึงพยายามสร้าง สวัสดิการ (Benefits) ที่ตอบสนองความต้องการของพนักงานให้ดีที่สุด เพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานคุณภาพให้อยู่กับองค์กรต่อไป ล่าสุดบริษัทจัดหางาน Reeracoen Thailand ร่วมกับแพลตฟอร์มข้อมูลสำหรับทรัพยากรบุคคล HREX.asia ทำแบบสำรวจ Benefits Survey “แบบสอบถามตลาดทรัพยากรบุคคล: สวัสดิการพนักงาน” เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสวัสดิการที่พนักงานได้รับจริงจากแต่ละองค์กร โดยผู้ตอบแบบสอบถามนี้จะเป็นบุคลากรในแผนกทรัพยากรบุคคล หรือผู้ที่รับผิดชอบด้านการสรรหาบุคลากรขององค์กรกว่า 156 คน จากหลากหลายอุตสาหกรรมอาทิ Manufacturing, Tradning หรือ Logistics ฯลฯ เปิดเผยแนวโน้มและความคาดหวังที่มีต่อสวัสดิการในองค์กรต่าง ๆ ดังนี้ สวัสดิการที่มีการปรับใช้ในองค์กรมากที่สุด คือ  [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร (Benefits Survey) พบว่า สวัสดิการที่มีการปรับใช้ในองค์กรมากที่สุดคือการลาและวันหยุด (99.36% )</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ส่วนสวัสดิการที่สร้างความพึงพอใจมากที่คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (45.51%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ 55% ขององค์กรต่าง ๆ มีการทำแบบสำรวจความพึงพอใจเกี่ยวกับสวัสดิการของพนักงานเป็นประจำอยู่แล้ว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และท้ายที่สุด สาเหตุหลักที่พนักงานไม่พึงพอใจต่อองค์กร คือ ปัญหาโอกาสในการเติบโตมีจำกัด (41.03%)</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38335 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-1-1024x575.webp" alt="Reeracoen Thailand เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร Benefits Survey 2024 Cover" width="1024" height="575" title="Reeracoen Thailand เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร Benefits Survey 2024 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังเป็นสวัสดิการที่พนักงานพึงพอใจสูงสุด 823" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-1-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-1-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-1-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-1-1536x862.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-1.webp 1541w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการแข่งขันทางธุรกิจเข้มข้นมากขึ้นทุกวัน องค์กรต่าง ๆ จึงพยายามสร้าง </span><b>สวัสดิการ (Benefits) </b><span style="font-weight: 400;">ที่ตอบสนองความต้องการของพนักงานให้ดีที่สุด เพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานคุณภาพให้อยู่กับองค์กรต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุดบริษัทจัดหางาน </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Reeracoen Thailand</span></a><span style="font-weight: 400;"> ร่วมกับแพลตฟอร์มข้อมูลสำหรับทรัพยากรบุคคล HREX.asia ทำแบบสำรวจ Benefits Survey “</span><a href="https://th.hrnote.asia/news/rcn-survey-benefit-240229/"><span style="font-weight: 400;">แบบสอบถามตลาดทรัพยากรบุคคล: สวัสดิการพนักงาน</span></a><span style="font-weight: 400;">” เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสวัสดิการที่พนักงานได้รับจริงจากแต่ละองค์กร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38336 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-2-1024x578.webp" alt="Reeracoen Thailand เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร Benefits Survey 2024 Cover" width="1024" height="578" title="Reeracoen Thailand เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร Benefits Survey 2024 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังเป็นสวัสดิการที่พนักงานพึงพอใจสูงสุด 824" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-2-1024x578.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-2-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-2-768x433.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-2-1536x866.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-2.webp 1539w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยผู้ตอบแบบสอบถามนี้จะเป็นบุคลากรในแผนกทรัพยากรบุคคล หรือผู้ที่รับผิดชอบด้านการสรรหาบุคลากรขององค์กรกว่า 156 คน จากหลากหลายอุตสาหกรรมอาทิ Manufacturing, Tradning หรือ Logistics ฯลฯ เปิดเผยแนวโน้มและความคาดหวังที่มีต่อสวัสดิการในองค์กรต่าง ๆ ดังนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38337 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-3-1024x575.webp" alt="Reeracoen Thailand เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร Benefits Survey 2024 3" width="1024" height="575" title="Reeracoen Thailand เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร Benefits Survey 2024 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังเป็นสวัสดิการที่พนักงานพึงพอใจสูงสุด 825" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-3-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-3-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-3-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-3-1536x862.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-3.webp 1538w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สวัสดิการที่มีการปรับใช้ในองค์กรมากที่สุด คือ </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">99.36% การลาและวันหยุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">93.59% การลาคลอดบุตร </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">89.74% โบนัส </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">89.10% ค่าล่วงเวลา (OT) </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">81.41% กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ </span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ความพึงพอใจด้านสวัสดิการของการพนักงานที่ได้รับในปัจจุบัน คือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">45.51% กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">42.95% โบนัท</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">39.10% ประกันสุขภาพ/ประกันชีวิต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">21.79% การลาป่วยและวันหยุด </span></li>
</ul>
<p>ทั้งนี้ สาเหตุที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังคงเป็นสวัสดิการที่ได้รับความพึงพอใจสูงสุดจากพนักงาน ด้วยอัตราการพึงพอใจถึง 45.51% สะท้อนให้เห็นว่า การเตรียมความพร้อมทางการเงินสำหรับอนาคตเป็นสิ่งที่พนักงานให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะในยุคที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมีมากขึ้น การมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่แข็งแกร่งไม่เพียงแต่ช่วยให้พนักงานมีความมั่นใจในอนาคตของตนเองเท่านั้น แต่ยังสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพนักงานกับองค์กรอีกด้วย องค์กรต่าง ๆ ควรพิจารณานำเสนอและพัฒนาสวัสดิการประเภทนี้อย่างจริงจัง เพื่อสนับสนุนชีวิตหลังเกษียณที่มั่นคงสำหรับพนักงาน การลงทุนในสวัสดิการที่เหมาะสมไม่เพียงแต่เพิ่มความผูกพันและการรักษาพนักงานได้ดี แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรในระยะยาวด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38338 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-4-1024x573.webp" alt="Reeracoen Thailand เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร Benefits Survey 2024 4" width="1024" height="573" title="Reeracoen Thailand เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร Benefits Survey 2024 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังเป็นสวัสดิการที่พนักงานพึงพอใจสูงสุด 826" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-4-1024x573.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-4-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-4-768x430.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-4-1536x860.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-4.webp 1538w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่สวัสดิการที่พนักงานมีความคาดหวังให้เกิดขึ้นในองค์กร มีด้วยกันหลากหลาย ทั้งด้านการเงิน, สุขภาพและความเป็นอยู่, การพัฒนาตัวเอง และเวลาในการทำงาน โดยมีรายละเอียดดังนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38339 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-5-1024x574.webp" alt="Reeracoen Thailand เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร Benefits Survey 2024 5" width="1024" height="574" title="Reeracoen Thailand เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร Benefits Survey 2024 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังเป็นสวัสดิการที่พนักงานพึงพอใจสูงสุด 827" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-5-1024x574.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-5-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-5-768x430.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-5-1536x860.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/Reeracoen-Thailand-เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร-Benefits-Survey-2024-5.webp 1539w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังพบว่า 55% ขององค์กรต่าง ๆ มีการทำแบบสำรวจความพึงพอใจเกี่ยวกับสวัสดิการของพนักงานเป็นประจำอยู่แล้ว เพื่อใช้ในการปรับปรุงสวัสดิการและเพิ่มความพึงพอใจของพนักงาน ซึ่งสาเหตุหลักที่พนักงานไม่พึงพอใจต่อองค์กร คือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">41.03% ปัญหาโอกาสในการเติบโตมีจำกัด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">30.77% ปัญหากับผู้บริหารหรือเพื่อนร่วมงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">26.28% ปัญหา Work Life Balance</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">23.08% ปัญหาการได้รับค่าตอบแทนต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยของตลาด</span></li>
</ul>
<p>เพราะการขาดโอกาสในการเติบโตไม่เพียงแต่ทำให้พนักงานรู้สึกหมดหวังและเหนื่อยล้าจากงาน แต่ยังลดประสิทธิภาพในการทำงาน และส่งผลเสียต่อวัฒนธรรมองค์กรโดยรวม ซึ่งสามารถนำไปสู่อัตราการลาออกที่สูงขึ้ย องค์กรที่ตระหนักถึงปัญหานี้ควรดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาอาชีพ (<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210922-career-path/">Career Path</a>) และโอกาสในการเรียนรู้ใหม่ ๆ อย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนให้พนักงานมีเส้นทางการเติบโตที่ชัดเจนและมีโอกาสในการพัฒนาที่เปิดกว้าง</p>
<p>การลงทุนในการพัฒนาพนักงานไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มผลผลิตและความสำเร็จขององค์กร แต่ยังช่วยให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่าและมุ่งมั่นที่จะเติบโตไปกับองค์กร</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นแล้ว องค์กรต่าง ๆ ควรพิจารณาการปรับปรุงสวัสดิการเพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงานให้ดีขึ้น การสำรวจจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่มีค่าในการเข้าใจความต้องการของพนักงานและการปรับเปลี่ยนนโยบายในองค์กรเพื่อสนับสนุนการเติบโตของทั้งพนักงานและองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการลงทุนในสวัสดิการที่เหมาะสม สามารถนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตและการรักษาพนักงานที่มีคุณภาพ สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี และท้ายที่สุดคือการเพิ่มความสำเร็จขององค์กรในระยะยาวต่อไปนั่นเอง<br />
<a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="Reeracoen Thailand เผยผลการสำรวจสวัสดิการองค์กร Benefits Survey 2024 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังเป็นสวัสดิการที่พนักงานพึงพอใจสูงสุด 828" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/news/benefits-survey-2024-240417/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &#038; Co-Founder Resubae และ StartupBreed</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/interview-charlie-withayachamnankul-240403/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/interview-charlie-withayachamnankul-240403/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Apr 2024 05:25:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[StartupBreed]]></category>
		<category><![CDATA[Resubae]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38137</guid>

					<description><![CDATA[การสรรหาบุคลากรเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกองค์กรใส่ใจ เพราะเป็นหน้าด่านสำคัญในการคัดเลือกพนักงานใหม่ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าและหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จในอนาคต ทว่าการแข่งขันสรรหาคนเก่งในโลกการทำงานนั้นทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้นการได้มาซึ่งบุคลากรที่มีศักยภาพและตรงกับความต้องการขององค์กรจึงเป็นความท้าทายเสมอ  เช่นเดียวกันฝั่งพนักงานที่การสร้าง Career Profile ไม่ใช่เพียงเพื่อการหางานใหม่อย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นกระบวนการที่สะท้อนถึงประสบการณ์ ทักษะความสามารถ และการปรับตัวพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงไป วันนี้ HREX มีโอกาสพูดคุยกับคุณ ชาลี วิทยาชำนาญกุล (Charlie Withayachamnankul) CEO &#38; Co-Founder จาก Resubae และ StartupBreed สองบริษัทสตาร์ทอัพที่ปรึกษาการทำเรซูเม่และบริการด้านการสรรหาบุคลากร เพื่อเจาะลึกเกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสของตลาดการสรรหา และดำดิ่งสู่ปรัชญาการทำงานที่ขับเคลื่อนทั้งสองธุรกิจนี้  เส้นทางอาชีพของคุณกับ Resubae และ StartupBreed เป็นอย่างไร ชาลี: Resubae เป็นบริษัทแรกที่เราก่อตั้งครับ โดยเริ่มจากการเป็นงานรายได้เสริม (Side Hustle) เพราะงานแรกที่ทำหลังจากเรียนจบคือ Recruitment Consultant แต่เราทำไม่ถึงปีก็ลาออก เพราะตอนนั้นเราเป็นเด็กจบใหม่ ไฟแรง อยากทำอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ลูกค้าที่ทำงานด้วยก็ติดตามเรามาถึงทุกวันนี้ บอกปากต่อปากกันมาเรื่อย ๆ ทำให่ช่วงแรกเราทำเป็น Freelance [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42775" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed.webp" alt="ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed" width="600" height="370" title="“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed 834" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาบุคลากรเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกองค์กรใส่ใจ เพราะเป็นหน้าด่านสำคัญในการคัดเลือกพนักงานใหม่ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าและหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จในอนาคต ทว่าการแข่งขันสรรหาคนเก่งในโลกการทำงานนั้นทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้นการได้มาซึ่งบุคลากรที่มีศักยภาพและตรงกับความต้องการขององค์กรจึงเป็นความท้าทายเสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกันฝั่งพนักงานที่การสร้าง Career Profile ไม่ใช่เพียงเพื่อการหางานใหม่อย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นกระบวนการที่สะท้อนถึงประสบการณ์ ทักษะความสามารถ และการปรับตัวพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ HREX มีโอกาสพูดคุยกับคุณ</span><b> ชาลี วิทยาชำนาญกุล (Charlie Withayachamnankul) CEO &amp; Co-Founder จาก Resubae และ StartupBreed</b><span style="font-weight: 400;"> สองบริษัทสตาร์ทอัพที่ปรึกษาการทำเรซูเม่และบริการด้านการสรรหาบุคลากร เพื่อเจาะลึกเกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสของตลาดการสรรหา และดำดิ่งสู่ปรัชญาการทำงานที่ขับเคลื่อนทั้งสองธุรกิจนี้ </span></p>

<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38138" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-1.webp" alt="“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed" width="600" height="370" title="“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed 835" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>เส้นทางอาชีพของคุณกับ Resubae และ StartupBreed เป็นอย่างไร</h2>
<p><b>ชาลี: </b><span style="font-weight: 400;">Resubae เป็นบริษัทแรกที่เราก่อตั้งครับ โดยเริ่มจากการเป็นงานรายได้เสริม (Side Hustle) เพราะงานแรกที่ทำหลังจากเรียนจบคือ Recruitment Consultant แต่เราทำไม่ถึงปีก็ลาออก เพราะตอนนั้นเราเป็นเด็กจบใหม่ ไฟแรง อยากทำอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ลูกค้าที่ทำงานด้วยก็ติดตามเรามาถึงทุกวันนี้ บอกปากต่อปากกันมาเรื่อย ๆ ทำให่ช่วงแรกเราทำเป็น Freelance Recruiter ก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากตอนนั้นเดินทางมาถึง 2-3 ปี เราก็เปิด StartupBreed Recruitment ขึ้นมา เพราะระหว่างที่ทำ Resubae เราต้องดูโปรไฟล์ของผู้สมัครงานเรื่อย ๆ และได้อัพเดทตลาดตลอดเวลา ทำให้เรารู้ว่าโปรไฟล์แบบไหนที่ตลาดต้องการ ที่สำคัญคือทำให้เราเห็นปัญหา Career Profile ของคนในประเทศไทยว่าไม่เทียบเท่ามาตราฐานของคนที่จบต่างประเทศ รวมทั้งระบบการศึกษาก็ไม่ได้ตระเตรียมสิ่งเหล่านี้ เราก็เลยเห็นเป็นโอกาสในการเปิดบริษัทครับ</span></p>
<h2><b>ที่ว่า Career Profile ไม่เทียบเท่ามาตรฐานของที่อื่น ๆ หมายถึงอะไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ชาลี:</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องบอกว่าทักษะสำคัญ ๆ ของคนไทยมีอยู่ครับ แต่จากประสบการณ์พบว่า เราขาดการนำเสนอตัวเองในหน้ากระดาษและ LinkedIn</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรารู้สึกว่าหลาย ๆ คนไม่ได้จริงจังกับการสร้าง Career Profile เพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเอง เนื่องจากหนึ่งตําแหน่งงานจะมีคนสมัครประมาณเป็นร้อย ๆ คน แต่อาจมีแค่ 2-3 คนที่ทำเรซูเม่มาดีมาก ๆ ซึ่งความหมายของคำว่า ‘ดี’ มีหลากหลายนะ แต่เอาง่าย ๆ คือบางคนทำเรซูเม่มา 10 หน้า หรือใช้สียูนิคอร์นมาสมัครงาน ซึ่งมันไม่ใช่ไง (หัวเราะ) เพราะเรซูเม่ที่ดีจะทำให้ HR รู้ว่าคนคนนี้มีของ และเป็น First Impression ที่ดีจากแค่เรซูเม่เท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาหลักจึงเป็นเรื่องการนำเสนอเลยครับ แต่ทำไปทำมาเราจะพบปัญหาที่ลึกกว่านั้น นั่นคือคนส่วนใหญ่หลงทางกับวิธีการทำให้ตัวเองไปให้ถึงเป้าหมายด้านอาชีพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายครั้งที่ถามเรา ‘Career Plan ของคุณคืออะไร ?’ เขามักตอบ ‘ไม่ได้’, ‘ไม่รู้’ หรือ ‘แค่ทำงานไปเรื่อย ๆ ก่อน’ แต่ถ้าเปรียบเทียบกับคนที่เป็นระดับ Top Management เขาจะมีแผนที่ชัดเจนไว้ประมาณหนึ่ง ฉะนั้นการทำเรซูเม่แต่ละครั้ง เราต้องรู้ว่าจะนำเรซูเม่ไปใช้ทำอะไร เช่น หางานใหม่ หรือเปลี่ยนสายงาน เป็นต้น</span></p>
<h2><b>ทำไมการทำเรซูเม่แต่ละครั้ง เราต้องมองไกลกว่าแค่การสมัครงาน</b></h2>
<p><b>ชาลี: </b><span style="font-weight: 400;">สมัยเรียนหนังสือเรามีแค่การสอบให้ผ่านเพื่อเลื่อนขั้นจากปี 1 เป็นปี 2 ทุกอย่างผ่านระบบการสอบหมด แต่เมื่อเรียนจบออกมา เราไม่มีการสอบเลื่อนขั้นแล้ว ทุกอย่างตัดสินใจด้วยตัวเองทั้งสิ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญหลายคนไม่ได้เห็นว่า งานสะท้อนคุณภาพชีวิต (Quality of Life) ด้วย ถ้างานดี เราก็แฮปปี้ ครอบครัวก็แฮปปี้ เพื่อนก็แฮปปี้ เราก็มีความสุข สามารถทำงานเสริมได้ แต่หลายคนมองไม่เห็นตรงนั้น มองว่าการทำงานก็แค่ทำงาน ทำไปเรื่อย ๆ บริษัทไหนให้เงินดีก็ไป ไม่ได้พิจารณาบท (Chapter) อื่น ๆ ของชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นการทำเรซูเม่, LinkedIn หรือการสัมภาษณ์งาน เป็นเพียงการเตรียมตัวทางอาชีพเท่านั้น แต่หลังนั้นเป็นอย่างไรต่อ ? เช่น เราได้งานแล้ว ผ่านไป 2 ปี เราเบื่อ เราจะทำอะไรต่อ ? สิ่งเหล่านี้เราไม่เคยคิดหรือวางแผนมาก่อน Resubae จึงพยายามเชื่อมตั้งแต่การเตรียมตัวไปจนถึงแผนใหญ่ของชีวิตคุณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Resubae จึงเป็นมากกว่าการทำโปรไฟล์ของผู้สมัครงานครับ ตอนทำเรซูเม่เราจะเจาะลึกไปถึงประวัติของเขาเลย คุยลึกเหมือนเป็นการให้คำปรึกษา (Counseling Session) เราจะถามถึง Pain Point ทุกอย่าง อาจเป็นเรื่องส่วนตัวบ้าง แต่เราก็ต้องเจาะ เพราะเรซูเม่เปรียบเสมือน Dating Profile ที่แต่ละคนจะมีไม่เหมือนกัน เราจะแปลความเป็นปัจเจกนิยม (Individualism) ของแต่ละคนออกมาเป็นกระดาษแผ่นเดียวหรือใน Linkedin</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนทุกคนสามารถทำเรซูเม่แบบ Copy and Paste ได้ แต่ Resubae จะมีอีกเลเยอร์หนึ่งที่ช่วยให้ผู้สมัครเข้าใจตัวเองมากขึ้น สามารถนำไปตัดสินใจในการวางแผนชีวิตได้ ไม่ใช่แค่ได้เรซูเม่สมัครงานอย่างเดียว เช่น เด็ก ๆ บางคนที่มหาวิทยาลัยถามผมว่า “อยากได้เงินเดือนหนึ่งแสนก่อนอายุ 28 เป็นไปได้ไหม” คำตอบคือ “ได้ ! มาวางแผนกัน”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38139" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-2.webp" alt="“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed" width="600" height="370" title="“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed 836" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>จาก Resubae ขยับมาเป็น StartupBreed ได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>ชาลี:</b><span style="font-weight: 400;"> วิสัยทัศน์ของเราไม่อยากทำอะไรเล็ก ๆ อยู่แล้วครับ ต้องทำใหญ่เสมอ ซึ่งตอนทำ Resubae เราสร้างโปรไฟล์ให้ผู้สมัครมากมาย ซึ่งบางคนมีโปรไฟล์ที่ดี เราก็สามารถนำเสนอบริษัทให้ช่วยรับสมัครต่อได้ ก็เป็น Ecosystem ที่เกิดขึ้นมาได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานของ StartupBreed จะแตกต่างจากเอเจนซี่อื่นที่ทำงานตามขั้นตอน แต่เราจะทำงานคล้ายสตาร์ทอัพครับ การทำงานสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เช่น ลูกค้าบางเจ้ายังหาผู้สมัครไม่เจอ ลงโซเชียลมีเดียแล้วก็ยังหาไม่ได้ ลูกค้าเสนอมาว่า “อยากเปิดบูธข้างล่างออฟฟิศที่สาธรจัง” เราก็ทำ ฉะนั้นวิธีการทำงานของเราคือ Everything Possible ถ้าลูกค้าเชื่อใจเรา เราก็ช่วยเขาเต็มที่ วิธีการสรรหาของเราจึงยืดหยุ่นเสมอ</span></p>
<h2><b>HREX ได้คุยกับ Recruiting Industry หลาย ๆ องค์กร ซึ่งมักบอกว่ากำลังประสบความยากลำบากอยู่ ในฐานะที่คุณเพิ่งเข้ามาในตลาดนี้ คุณมีความคิดเห็นอย่างไร</b></h2>
<p><b>ชาลี:</b><span style="font-weight: 400;"> ภาพรวม StartupBreed ไม่ลำบากนัก เราขยายเร็ว แต่ขยายโดยระมัดระวัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเราเป็นเอเจนซี่ที่ไม่มียอดขายเป็นเป้าหมายครับ แต่เรามองความพยายามของพนักงานเป็น KPI ฉะนั้น StartupBreed ไม่มีหน่วยวัดเหมือน Recruiting Agency อื่น ๆ ที่ทำให้เครียดเรื่องยอดขายจนกลายเป็น Sales Organization แต่เราเป็น Quality Driven Organization จริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปตอนที่เราเริ่มทำ StartupBreed เราต้องเลือกระหว่างการเป็น Tech-centric หรือจะไปเป็น Human-centric ซึ่งผมบอกเลยว่าเราต้องเป็น Human-centric เพราะเราเป็นสตาร์ทอัพที่ทำงานกับคนครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญคือ “We bring the Consulting into Recruitment Consulting” เรานำการเป็นที่ปรึกษามาสู่กระบวนการสรรหา สิ่งเหล่านี้มันหายไปกับองค์กรที่หลงกับการปิดยอดขาย จนลืมไปว่า Recruiting Agency เป็นตัวกลางในการหางานนะ ฉะนั้น You need to be everyone’s Friend เราต้องมองภาพใหญ่ ไม่ใช่แค่ปิดดีลแล้วจบ เช่น ถ้าเราหาคนเก่งเข้าไปในองค์กรหนึ่ง แต่เขาอาจไม่ฟิตกับวัฒนธรรมองค์กรนั้น สุดท้ายแคนดิเดตที่เราหาไปก็อาจจะลาออกภายใน 2 เดือน เสียเวลาหาคนมาแทนใหม่อีก เป็นต้น</span></p>
<h2><b>ส่วนใหญ่ลูกค้าของ StartupBreed คือใคร</b></h2>
<p><b>ชาลี: </b><span style="font-weight: 400;">60% เป็นบริษัทสตาร์ทอัพเหมือนกัน แต่ตอนนี้ลดลงมาบ้างครับ ก็จะมีทั้งบริษัทเทคโนโลยี แบรนด์เสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์ธัญพืช ฯลฯ และก็มี SMEs ที่เปลี่ยนผ่านมาเป็นคนรุ่นใหม่ขึ้นมาบริหารบ้าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงแรก ๆ เราจะมี Talent Pools เป็นสายเทคโนโลยี แต่ช่วงหลัง ๆ ก็มีทุกอย่างเลย ทั้ง Marketing และ Accounting ในระดับ Mid-level ไปจนถึง Manager แต่ระดับ C-level เราไม่ค่อยแตะเท่าไหร่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรารู้ว่าเราถนัดอะไร เพราะทำสตาร์ทอัพมา 3 ตัว อยู่กับ Business Owner มาหลายคน เพื่อนรอบข้างก็เป็น Entrepreneur ทำให้เรามีโอกาสได้เข้าใจมุมมองเจ้าของธุรกิจครับ</span></p>
<h2><b>การทำงาน StartupBreed และ Resubae ทำให้คุณได้พบกับผู้สมัครงานมากมาย อยากรู้ว่าตอนนี้เทรนด์ของคนหางานเป็นอย่างไร</b></h2>
<p><b>ชาลี:</b><span style="font-weight: 400;"> เทรนด์ ‘หิว’ (หัวเราะ) หิวในที่นี้หมายถึงความอยากได้มากกว่าที่เขาสามารถทำได้ เช่น หลัง ๆ เริ่มมีคนอยากไปทำงานต่างประเทศ อยากได้งานในบริษัทใหญ่ ๆ โต ๆ แต่เราก็ถามกลับว่าภาษาอังกฤษคุณได้ไหม ? ตรวจดู Visa Requirement แล้วหรือยัง ? เพราะคนส่วนใหญ่แค่อยาก แต่ไม่ใส่ Energy ไม่ทำการบ้านก่อน นี่คือเทรนด์แรกที่เรามองเห็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกกลุ่มหนึ่งคือลูกค้า 50 กว่าเปอร์เซ็นต์ของ Resubae เป็น Top Archiever เก่ง ๆ ทั้งนั้น ประเด็นคือคนที่ Over Achiever จะรู้ว่าเส้นทางชีวิตของตัวเองเป็นอย่างไร ขณะที่คนบางกลุ่มกลับไม่เคยวางแผนเส้นทางชีวิตของตัวเองเลย เพิ่งมาตระหนักรู้ตอนอายุ 30-40 ว่ายังได้เงินเดือนหลักหมื่นอยู่เลย เขาก็มาปรึกษาว่าอยากซื้อบ้าน อยากเที่ยวรอบโลก อยากเปิดคาเฟ่เป็นของตัวเอง ถึงแม้พวกเขายังไปไม่ถึงจุดนั้น แต่ก็พยายามผลักดันตัวเองให้ไปถึงตรงนั้นอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้ามาปรึกษากับ Resubae เราจะถามง่าย ๆ ว่า “คุณต้องการจริงหรือเปล่า ?” เพราะเราเลือกลูกค้านะ เราไม่ใช่บริษัทออกแบบเรซูเม่ จ่าย 500 แล้วเปลี่ยนสี แต่เราเป็นบริษัทที่ปรึกษาเชิงลึก ต้องรู้จักประวัติลูกค้ากระทั่งสามารถแปลงเป็นแผ่นกระดาษและวางแผนชีวิตให้คุณได้</span></p>
<h2><b>คุณมีเทคนิคอะไรที่สามารถทำให้เข้าใจคนคนหนึ่งได้ถึงระดับนั้น</b></h2>
<p><b>ชาลี:</b><span style="font-weight: 400;"> มีครับ สิ่งหนึ่งคือการปฏิบัติต่อคนอื่น เราคุยกับคนโดยไม่ตัดสิน ทำให้เขารู้สึกสบายใจ เพราะสิ่งที่เราคุยกันคืออนาคตของเขา เขาจะแชร์ทุกอย่างกับเราในพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคนิคง่าย ๆ เลยครับ แค่ Listen without Judgement, Listen without trying to Reply</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38144" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-3-1.webp" alt="“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed" width="600" height="370" title="“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed 837" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-3-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-3-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ทราบมาว่าชาลีเติบโตในต่างประเทศก่อนกลับมาไทย ทำให้เจอวัฒนธรรมที่หลากหลาย เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เกาหลี จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ การได้เจอวัฒนธรรมที่หลากหลายเหล่านั้น สอนคุณอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ชาลี:</b><span style="font-weight: 400;"> การมีความเห็นอกเห็นใจ (Compassion) และความเข้าใจคนอื่นครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้เห็นวัฒนธรรมที่หลากหลายทำให้เรานิ่งและมีความอดทนสูงมากกับความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นคน Toxic, คนอารมณ์ร้าย หรือคนไทยที่ไม่กล้าพูดแต่เอาไปนินทาลับหลัง ฯลฯ เราเห็นโลกมาเยอะพอสมควรนะ และรู้วิธีการรับมือปัญหาต่าง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจเพราะตั้งแต่เกิด เราเปลี่ยนโรงเรียนทุกปีครึ่ง ย้ายบ้าน 4-5 รอบ เปลี่ยนประเทศมา 3-4 ประเทศ ทุกอย่างในชีวิตของเราคือการเปลี่ยนแปลง แล้วสิ่งที่เปลี่ยนมากที่สุดก็คือคนที่เราเจอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกสถานที่ที่ไป เราต้องปรับตัวให้ได้กับวัฒนธรรมนั้น ๆ ซึ่งการปรับตัวก็ต้องดูว่าคนที่นี่เข้ามีพฤติกรรมอย่างไร ถ้าเราไม่อยากโดนรังแก (Bully) เราก็ต้องทำตัวเงียบ ๆ หรือไม่ก็เป็นคนที่รังแกคนอื่นเสียเอง มันไม่ใช่การ Fake ด้วยนะ แต่คือการปรับตัวให้ได้ (Adaptable) ในทุก ๆ สถานการณ์ที่รับมือกับคน</span></p>
<h2><b>แล้วเวลาเจอคนที่เป็น Red Flag คุณรับมืออย่างไร</b></h2>
<p><b>ชาลี: </b><span style="font-weight: 400;">การคุยกับคนต้องใช้พลังครับ ถ้าพลังในการคุยไม่คุ้มค่ากับเวลา เราก็ไม่เอา ถอยออกมา ไม่ยุ่งกับเขา แต่ถ้าเป็นคนใกล้ชิดหน่อยก็ต้องลงทุนพลัง ลงทุนอารมณ์ ตรง ๆ เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเคยได้ยินมาว่า ทุกคนที่ Toxic กับองค์กร ที่จริงแล้วเขาไม่ได้อยาก Toxic หรอก เขาแค่ไม่เข้าใจกับสิ่งที่กําลังเกิดขึ้นและเอาตรงนั้นไปคิดเอง เช่น เขาอาจจะเคยโดนดูถูก อาจเคยแบบโดนน้องๆ แซงโดยที่เขาไม่เคยได้รับการโปรโมท ทำให้เขามีปมในใจที่เราไม่รู้ ถ้าเราเข้าใจก็จะให้โอกาสเขาเองครับ แต่ถ้าให้โอกาส 2-3 รอบแล้วยังไม่เปลี่ยนแปลง ก็ปล่อยไปเถอะครับ ชีวิตของเรามีคนอีกมากมายที่สร้างความสัมพันธ์ใหม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมว่าอยู่ที่จังหวะชีวิตของแต่ละคนนะ บางคนเข้ามา Inspire เรา แต่บางคนก็เข้ามาให้ Lesson กับเรา เราก็ควรขอบคุณเขานะ (ยิ้ม)</span></p>
<p><iframe title="📝 “First Jobber ควรทำ Resume แบบไหน ?” สัมภาษณ์ ชาลี วิทยาชำนาญกุล (Charlie Withayachamnankul)" width="800" height="450" src="https://www.youtube.com/embed/cA_ovCNuAU4?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/213?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38290" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed 838"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/interview-charlie-withayachamnankul-240403/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/scg-hr-solutions-240401/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/scg-hr-solutions-240401/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Apr 2024 10:02:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38104</guid>

					<description><![CDATA[ในยุคที่ธุรกิจเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายที่ไม่หยุดนิ่ง หน้าที่ของ HR ไม่ได้จำกัดแค่เพียงการบริหารงานบุคคลอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังต้องมองในเรื่องธุรกิจที่เอื้อให้บุคคลากรสามารถปรับตัว พัฒนา และเติบโตไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งในองค์กรที่วงการ HR ยอมรับก็คือ SCG เพราะขึ้นชื่อเรื่องการบริหารงานบุคคลมาเนิ่นนาน ด้วยความคิดที่ว่า “คน” คือ “ทรัพยากร” ที่มีค่าสูงสุดขององค์กร ปี 2562 SCG ได้เปิด SCG HR SOLUTIONS เพื่อนำองค์ความรู้ที่มีมาให้บริการที่ปรึกษาด้านการบริหารงานบุคคล ด้วยทีมงานคุณภาพผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ทำงานจริง พร้อมแนะนำโซลูชั่นส์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าในทุก ๆ ธุรกิจ HREX มีโอกาสพิเศษในการสัมภาษณ์คุณ ภานุวัฒน์ ตรังคานุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ SCG HR SOLUTIONS ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญลึกซึ้งในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล การสัมภาษณ์ครั้งนี้ไม่เพียงทำให้เราเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการและแนวคิดของ SCG HR SOLUTIONS แต่ยังเปิดโอกาสให้ได้รับฟังแง่มุมและข้อคิดเห็นต่าง ๆ จากผู้มีประสบการณ์โดยตรง เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาและปรับปรุงกลยุทธ์ HR ในองค์กรของเราต่อไป ทราบมาว่าในวงการ HR องค์กร [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38107" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-Cover.png" alt="SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness" width="600" height="370" title="SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness 843" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-Cover.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-Cover-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ธุรกิจเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายที่ไม่หยุดนิ่ง หน้าที่ของ HR ไม่ได้จำกัดแค่เพียงการบริหารงานบุคคลอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังต้องมองในเรื่องธุรกิจที่เอื้อให้บุคคลากรสามารถปรับตัว พัฒนา และเติบโตไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งในองค์กรที่วงการ HR ยอมรับก็คือ </span><b>SCG</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะขึ้นชื่อเรื่องการบริหารงานบุคคลมาเนิ่นนาน ด้วยความคิดที่ว่า “คน” คือ “ทรัพยากร” ที่มีค่าสูงสุดขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2562 SCG ได้เปิด </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/182?utm_source=5+Reason&amp;utm_medium=Text"><b>SCG HR SOLUTIONS</b></a><span style="font-weight: 400;"> เพื่อนำองค์ความรู้ที่มีมาให้บริการที่ปรึกษาด้านการบริหารงานบุคคล ด้วยทีมงานคุณภาพผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ทำงานจริง พร้อมแนะนำโซลูชั่นส์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าในทุก ๆ ธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX มีโอกาสพิเศษในการสัมภาษณ์คุณ </span><b>ภานุวัฒน์ ตรังคานุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ SCG HR SOLUTIONS </b><span style="font-weight: 400;">ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญลึกซึ้งในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์ครั้งนี้ไม่เพียงทำให้เราเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการและแนวคิดของ </span><b>SCG HR SOLUTIONS</b><span style="font-weight: 400;"> แต่ยังเปิดโอกาสให้ได้รับฟังแง่มุมและข้อคิดเห็นต่าง ๆ จากผู้มีประสบการณ์โดยตรง เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาและปรับปรุงกลยุทธ์ HR ในองค์กรของเราต่อไป</span></p>

<h2><b>ทราบมาว่าในวงการ HR องค์กร SCG ขึ้นชื่อเรื่องการบริหารจัดการคนมานาน อยากรู้ว่าทำไม SCG ถึงตัดสินใจแยกบริการที่ปรึกษาออกมาเป็น SCG HR SOLUTIONS</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">SCG ยืนหนึ่งเรื่อง HR อยู่แล้ว เป็นที่ยอมรับของคนในวงการมานาน ซึ่งก่อน COVID-19 มีคนเข้ามาศึกษาดูงานทรัพยากรบุคคลแทบทุกวัน ปี ๆ หนึ่งหลายพันคน เรียกว่าหัวกระไดไม่เคยแห้งเลยครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาลูกค้าภายนอกเริ่มขอให้ SCG ไปเป็นที่ปรึกษา แรก ๆ เราก็ไปช่วยแบบงานการกุศลนะ ไม่ได้รับเงิน รวมทั้งแต่เดิมงาน HR เป็นฟังก์ชั่นหนึ่งในองค์กร ทำให้เราไม่สามารถทำงานช่วยคนอื่นได้เต็มที่ เราก็เลยตั้งเป็นบริษัทใหม่ขึ้นมา ดังนั้นเมื่อลูกค้าก็พร้อมจ่าย เขาก็จะสามารถจ้างเรา และเราเองก็สามารถลงไปช่วยแบบลงลึกได้เลย ก็เลยเกิดเป็นธุรกิจที่ปรึกษาของ SCG HR SOLUTIONS ขึ้นมาครับ</span></p>
<h2><b>เล่าให้ฟังถึงการเข้ามาเป็นกรรมการผู้จัดการ SCG HR SOLUTIONS ให้ฟังหน่อย คุณเข้ามาดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันแรกเลยไหม</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">ผมทำงาน SCG มาเกือบ 30 ปีแล้วครับ โยกย้ายมาหลายตำแหน่ง รวมทั้งการเป็น Head of HR Digital 8 ปี ที่ดูแลงาน HR Software ใน SCG ทั้งหมด และได้มาร่วมงานกับ SCG HR Solutions ในตำแหน่ง Associate Director ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็น กรรมการผู้จัดการ ซึ่งผมเป็นคนที่สองครับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงที่มาร่วมงานใหม่ ๆ ก็ยังเห็นภาพตลาดภายนอกไม่กว้างพอ ก็มีความคิดบางอย่าง เช่น ลูกค้ามาจ้างเราทำเรื่อง Talent Management เราสงสัยว่าทำไมพี่เขาไม่เอา Talent Management ของ SCG ไปใช้กับลูกค้าภายนอกเลย แต่พอวันที่ได้รับแต่งตั้งและได้ทำงานใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น ทำให้เราเข้าใจว่า ทุกอย่างมีเหตุมีผลเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะลูกค้าข้างนอกมีหลายขนาดและหลายความต้องการ ทำให้ Pain Point ของแต่ละองค์กรไม่เหมือนกัน เรื่องราวภายในองค์กรก็ไม่เหมือนกัน เช่น ธุรกิจที่เติบโตมาจากการเป็นเถ้าแก่ก็เป็นแบบหนึ่ง ธุรกิจที่ทำงานมานานแบบ Professional ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง หรือธุรกิจที่กำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง เราก็เลยเริ่มเข้าใจการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้สอดรับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น</span></p>
<h2><b>หลังจากที่คุณเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ทิศทางของ SCG HR SOLUTIONS เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมไหม</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์:</b><span style="font-weight: 400;"> การทำธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวอยู่ตลอดครับ เราช่วยกันทำ New Product และขณะเดียวกันก็บุก New Market ให้มากขึ้น พยายามทําการตลาดและทำแบรนด์ดิ้งให้ตลาดรู้ว่า เราเปิดร้านแล้วนะ และร้านเราขายอะไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">New Product ตัวหนึ่ง เกิดจากเรามีพื้นฐานด้านดิจิทัลครับ ผมเห็นโอกาสว่าพอเรารับงานที่ปรึกษาแล้วส่งมอบงานให้ลูกค้า ลูกค้ามักมีซอฟต์แวร์ที่ไม่ตอบโจทย์หรือไม่สอดคล้องกับ Local Practices ที่มีอยู่ หรือบางเจ้าไม่มี Excel ทำงานในระบบ Manual ทำให้ลูกค้าถามว่า ‘ทำไมเราไม่ขายซอฟต์แวร์ด้วยล่ะ’ เราก็เลยจับมือกับบริษัทเทคโนโลยีที่เราใช้กันอยู่ภายใน ชวนกันทำซอร์ฟแวร์ขึ้นมาใหม่ชื่อ GreenHR ครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38105" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-1.png" alt="SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness" width="600" height="370" title="SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness 844" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-1.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-1-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>การบริหารจัดการคนมีหลากหลายมิติ แล้ว SCG โดดเด่นหรือแตกต่างจากที่อื่นอย่างไร</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์:</b><span style="font-weight: 400;"> จุดขายหนึ่งของเราคือการเป็น Real Practitioner ยกตัวอย่าง ถ้าเราเป็นร้านช่วยติดตั้งแอร์ เราสามารถติดตั้งแอร์ได้ทุกยี่ห้อ คุณชอบยี่ห้อไหนก็ได้ บอกมา เราติดตั้งได้หมด และเรารู้ว่ายี่ห้อไหนเป็นอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก็เหมือนงาน HR ที่คุณอาจใช้โมเดลจากต่างประเทศ โมเดลที่คุณคิดเอง หรือโมเดลที่คุณไปซื้อมา แต่ส่วนใหญ่แล้วมันก็จะตั้งอยู่บนเชลฟ์ ไม่ได้นำมา Implement หรือ Implement ไม่ได้ เราก็จะเข้าไปช่วย เพราะว่าเราเคยเล่นจริงเจ็บจริง เราพอเห็นแง่มุมว่า เวลานำไปปฏิบัติจริงมันเป็นอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีตัวอย่างหนึ่งที่เรานำเสนอบ่อย ๆ คือเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ซื้อโมบายล์หมุน ๆ ให้ลูกน้อยนอนเปล คุณพ่อคุณแม่อาจคิดว่าลูกน้อยมองแล้วจะรู้สึกดี แต่จริงๆ แล้วเด็กมองขึ้นไปเห็นแค่ก้นตุ๊กตา เขาไม่ได้เห็นความสวยงามทั้งหมดแบบที่คุณพ่อคุณแม่เห็น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นจะมีบางมุมที่คุณต้องลงไปปฏิบัติจริงถึงจะเห็นครับ นี่คือสิ่งที่เราแนะนำลูกค้า เราก็เลยวางจุดขายตัวเองว่าเป็น Real Practitioner</span></p>
<h2><b>เหมือนที่ใครหลาย ๆ คนในวงการ HR ยกย่องว่า SCG เก่งเรื่องการบริหารจัดการคน</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์:</b><span style="font-weight: 400;"> ผมว่าประเด็นหนึ่งคือตัวบริษัท SCG เอง รวมไปถึงพี่ ๆ สมัยก่อนทั้งกรรมการผู้จัดการ President หรือ CEO ที่ทําให้บริษัทอยู่มาร้อยกว่าปี ส่งผ่านองค์กรจากรุ่นสู่รุ่น เรียกว่าไม่สะดุดเลยในสายตาคนภายนอก ทุกคนก็เลยคิดว่า SCG ต้องมีเคล็ดลับอะไรแน่ ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมทั้งเราเองมีผู้นํารุ่นถัดไปที่ตรงบริบทตอนนั้นเสมอ เช่น ยุคหนึ่งบริษัทต้องการผู้นำที่เก่งไฟแนนซ์ ยุคหนึ่งต้องการผู้นำที่เก่ง Innovation ซึ่ง SCG ก็มีผู้นำแบบนั้นเสมอ ทำให้คนมองว่าเรามีเคล็ดลับอะไรบางอย่าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่ามันอาจไม่ใช่รูปแบบ แต่คือการพัฒนาวิธีคิด การมี Thinking Model หรือ Mental Model ที่ดี ทำให้เราเจอโจทย์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเจอมาก่อนแล้วเราไปได้มากกว่า โดยเฉพาะการมาทำงาน Consult เราจะถูกคาดหวังจากลูกค้าว่าจะตอบคำถามยาก ๆ ได้ ฉะนั้นถ้าเราไม่รู้แก่นจริงๆ เราจะรู้แค่วิธีปฏิบัติ แล้วการเอาแค่การปฏิบัติไปบอกลูกค้า ซึ่งบางทีมันใช้ไม่ได้ครับ ฉะนั้นเวลาเป็นที่ปรึกษาเราเลยต้องเข้าใจลูกค้า และต้องเข้าใจธุรกิจของลูกค้าด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้กระทั่งเวลาเราจัดงาน HR เราก็อยากให้คนนอกสายงานมาฟังด้วยนะ เช่น งาน THE PEOPLE GURU ผมก็บอกว่า ‘ทุกธุรกิจต้องการ Competitiveness ยิ่งมี Competitiveness หลายด้าน องค์รวมยิ่งเก่ง’ เหมือนคนเราถ้าเก่งหลาย ๆ วิชา เก่งบู๊ เก่งบุ๋น คุณก็สามารถเป็นซูเปอร์ฮีโร่ได้ </span></p>
<p><b>องค์กรเหมือนกันเลยครับ, People เป็นอีกหนึ่ง Competitiveness ที่องค์กรต้องสร้าง</b></p>
<h2><b>ปัจจุบัน SCG HR SOLUTIONS ให้บริการอะไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์:</b><span style="font-weight: 400;"> หลักๆ คือ Consulting Service ครับ มีทั้งงาน Customize Development Program, มีงาน​ KM Consulting มีบริการซอร์ฟแวร์ Green HR และมีบริการที่เรียกว่า On Demand Advisory คล้าย ๆ บริการซื้อชั่วโมงที่ปรึกษา เช่น ซื้อแพ็ค 10 ชั่วโมงไว้แล้วนัดปรึกษาเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งจะแตกต่างจากงาน Consulting แบบภาพใหญ่ที่เราจะเข้าไปคลุกวงใน มือเปื้อน และกระโดดลงไปช่วยด้วย ไม่ว่าจะเป็น HRD และ HRM เรียกว่ามีให้เลือกบริการที่ปรึกษาตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำเลยครับ</span></p>
<h2>เมื่อแต่ละองค์กรองค์กรมีความต้องการต่างกัน SCG HR SOLUTIONS ทำอย่างไรให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายนั้น</h2>
<p><b>ภานุวัฒน์:</b><span style="font-weight: 400;"> เราต้องเข้าใจลูกค้าก่อน เข้าใจวิธีการ Make Money ของเขา โดยแต่ละโปรเจกต์เราไม่ได้ถามว่า ‘HR ของคุณทำงานอย่างไร’ อย่างเดียว แต่ถามว่า ‘วิธีการทำกำไรขององค์กรของคุณ’ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์ CEO หรือผู้จัดการ เพื่อทำความเข้าใจว่าธุรกิจของลูกค้าเป็นยังไง และเรื่องคุณมีอุปสรรคอย่างไร ที่เหลือก็จะไปคุยกับ Stakeholder อื่น ๆ เช่น พนักงาน เพื่อรับฟังเสียงของพวกเขาด้วย เราจะได้เห็นทั้งสองมุมมอง เพราะบางทีเรื่องเดียวกัน แต่พูดกันคนละมุม เช่น HR พูดเรื่องหนึ่ง แต่พนักงานคิดว่าองค์กรไม่ได้แคร์พนักงาน หรือพนักงานแคร์เรื่องหนึ่ง แต่ HR ไม่ได้แคร์ เราก็จะฉายภาพนั้นออกมา แล้วร้อยเรียงว่าในทางวิชาชีพ HR กำลังขาดอะไร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38106" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-2.png" alt="SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness" width="600" height="370" title="SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness 845" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-2.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-2-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ปกติแล้ว SCG HR SOLUTIONS รับลูกค้าแบบไหนบ้าง และโปรเจกต์อะไรที่ได้รับความนิยมมากที่สุด</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ รับหมดครับ ในมุมหนึ่งก็เหมือนเตรียมสอบ เราชอบทำโจทย์เยอะ ๆ เพราะยิ่งทำโจทย์เยอะ เราก็จะยิ่งคม ยิ่งเก่ง ยิ่งแก้โจทย์ได้ ซึ่ง Popular Project คือเรื่อง PMS (Performance Management System) ส่วนหนึ่งผมคิดว่ามาจากการแตะธุรกิจครับ เพราะโปรเจกต์นี้จะช่วยให้ลูกค้ารู้ว่า งานที่ต้องทำ มีคนทำ และ งานที่ไม่ต้องทำ ไม่มีคนนำไปทำ ซึ่งงานที่ทำต้องตอบโจทย์ธุรกิจหรือรายได้ด้วย ฉะนั้นความสำเร็จของเราคือการสัมผัสได้ว่า ทุกคนเห็นว่างานที่ทำคืออะไร ทำไปทำไม และตอบโจทย์อะไรกับธุรกิจของคุณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเราดีใจที่ได้โปรโมท SCG HR SOLUTIONS ใน HREX นะครับ ทีม Business Development ของเราก็แนะนำมาว่า HREX มีบริการใหม่ในการส่ง Lead ข้อดีคือ HREX กรองมาให้แล้ว แปลว่าลูกค้าที่ HREX แนะนำมาจะค่อนข้างตรงและมีความสนใจในบริการของเราอยู่แล้ว ขณะที่ปกติถ้าเราทำการตลาดเองก็จะเป็นการเหวี่ยงแห มีทั้งลูกค้าที่สนใจ ไม่สนใจ หรือแค่บังเอิญผ่านมา แต่บริการ Inquiry Service ของ HREX ช่วยกรองลูกค้าได้มากขึ้นครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่ากระบวนการได้ Lead จะไม่ต่างกัน แต่ Lead จาก HREX สามารถทำให้เรานัดคุยต่อได้ ซึ่งลูกค้าที่กรองมาแล้วจะเปิดใจมากกว่า เราถามอะไร เขาก็เล่าหมด พอยิ่งเขาเล่ามากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเสนองานได้ง่ายมากขึ้น ฉะนั้น Lead ที่ได้จาก HREX ก็เลยมี Effectiveness เยอะกว่าครับ</span></p>
<h2><b>ในฐานะที่ปรึกษาที่ให้บริการมาแล้วมากมาย คุณคิดว่าอะไรคือเทรนด์หลักที่กำลังท้าทายงาน HR อยู่</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">ก่อนอื่นต้องบอกว่างาน HR มีอยู่ 3 อย่างเท่านั้น คือ Recruit, Develop, Retain แต่ข้างล่างของทั้ง 3 อย่างนั้นคือ Motivation</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ยากคือ Motivation ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และ Motivation ของคนแต่ละยุคก็ต่างกัน ฉะนั้น HR ในฐานะคนจ่ายยา เราต้องวินิจฉัยให้ได้ คนไข้หรือพนักงานที่เปลี่ยนไปต้องการ Motivation อะไร แต่สุดท้ายมันก็ไม่พ้นเรื่องเดิมครับว่า Equal Work, Equal Pay</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม Equal Work แต่ละยุคก็แตกต่างกัน วัดต่างกัน เช่น เมื่อก่อนเรามองการจ้างงานยาว ๆ เป็น Life Time แต่เดี๋ยวนี้เด็กรุ่นใหม่เขาไม่เอาแล้วนะครับ เขามองสั้นลงเรื่อย ๆ เช่น ไม่อยากมีภาระ ไม่ต้องการผ่อนบ้าน-ผ่อนรถ มองประโยชน์จากการเช่ามากกว่าการครอบครอง ถ้าอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้เลย ดังนั้น Compensation and Benefits ที่เราออกแบบเดิม ๆ อาจไม่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เราจึงต้องมาปรับเปลี่ยนเพื่อดึงอนาคตให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น</span></p>
<h2><b>คาดหวัง SCG HR SOLUTIONS เป็นอย่างไรต่อไป</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่ขึ้นมารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ผมก็นั่งถามตัวเองเหมือนกันนะว่า เรามี Vision ต่อ SCG HR SOLUTIONS อย่างไร ซึ่งภาพฝันก็คือเราหวังว่าจะเข้าไปช่วย SMEs แล้วยกระดับเรื่อง People Competitiveness ให้มากขึ้น เพราะยิ่งถ้าเรายกระดับ People Competitiveness ได้มากเท่าไหร่ ภาพรวมระดับประเทศก็จะยิ่งเติบโตมากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นผมอยากให้ SCG HR SOLUTIONS ได้มีโอกาสเข้าไปช่วยเรื่อง People Competitiveness มากขึ้น ภาพรวมของประเทศก็น่าจะดีขึ้นด้วย ฉะนั้นให้เราไปช่วยทำหลังบ้านคุณให้แข็งแรงขึ้น หน้าบ้านของคุณจะก็วิ่งได้เต็มที่</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/182?utm_source=5+Reason&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31032 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/Title-Page-47-1024x1024.webp" alt="5 เหตุผลทำไมถึงควรใช้บริการ SCG HR Solutions" width="1024" height="1024" title="SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness 846" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/Title-Page-47-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/Title-Page-47-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/Title-Page-47-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/Title-Page-47-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/Title-Page-47.webp 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></p>
<p><iframe title="🔊”โปรโมทกับ HREX ดีอย่างไร” สัมภาษณ์พิเศษคุณ ภานุวัฒน์ ตรังคานุวัฒน์ จาก SCG HR SOLUTIONS" width="800" height="450" src="https://www.youtube.com/embed/vek20ynTQ-c?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/scg-hr-solutions-240401/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>April Fool’s Day ในออฟฟิศ มุกตลกที่ HR อาจไม่ตลกด้วย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/tips/hr-april-fools-day-240329/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/tips/hr-april-fools-day-240329/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Mar 2024 08:10:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Tips]]></category>
		<category><![CDATA[April Fool’s Day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38069</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT April Fool’s Day หรือ วันเมษาหน้าโง่ ตรงกับวันที่ 1 เมษายนของทุกปี เป็นวันที่ผู้คนนิยมเล่นมุขตลก โกหก หรือแกล้งเพื่อนฝูงและครอบครัวอย่างสนุกสนาน โดยไม่ถือเป็นเรื่องจริงจัง  แม้ว่า April Fool&#8217;s Day อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงบางประการในสถานที่ทำงาน แต่ก็มีข้อดีหลายประการที่ HR ควรเข้าใจและพิจารณาด้วย เช่น สร้างความผ่อนคลาย สร้างจินตนาการ หรือสร้างวัฒนธรรมที่ผ่อนคลาย แต่การเล่นมุก April Fools Day ในออฟฟิศ อาจมีความเสี่ยงผิดกฎหมายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมุกที่เล่นนั้นส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น  วันที่ 1 เมษายน April Fool&#8217;s Day หรือที่คนไทยรู้จักในนาม วันเมษาหน้าโง่ เป็นวันที่คนทั่วโลกรอคอยที่จะเล่นตลกหลอกล้อกัน ทำให้เป็นวันที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ ไม่เว้นแม้แต่ในสถานที่ทำงาน ซึ่งพนักงานจำนวนไม่น้อยมักจะหาโอกาสเล่นตลกและวางแผนการหลอกล้อเพื่อนร่วมงานกันบ้าง อย่างไรก็ตาม มุกตลกของบางคนอาจไม่ใช่เรื่องตลกของคนอีกคน จนบางครั้งอาจนำไปสู่ผลเสียมากกว่าความสนุกสนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ทำงานซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่ต้องรักษามารยาทและมีข้อจำกัดบางประการ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือ HR จึงมักเป็นหน่วยงานที่ต้องคอยระวังและจัดการกับเหตุการณ์การเล่นตลกที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อองค์กร ทั้งความเสียหายหรือผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน รวมไปถึงการทำลายบรรยากาศที่ดีระหว่างพนักงาน ในบทความนี้ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">April Fool’s Day หรือ วันเมษาหน้าโง่ ตรงกับวันที่ 1 เมษายนของทุกปี เป็นวันที่ผู้คนนิยมเล่นมุขตลก โกหก หรือแกล้งเพื่อนฝูงและครอบครัวอย่างสนุกสนาน โดยไม่ถือเป็นเรื่องจริงจัง </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แม้ว่า April Fool&#8217;s Day อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงบางประการในสถานที่ทำงาน แต่ก็มีข้อดีหลายประการที่ HR ควรเข้าใจและพิจารณาด้วย เช่น สร้างความผ่อนคลาย สร้างจินตนาการ หรือสร้างวัฒนธรรมที่ผ่อนคลาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แต่การเล่นมุก April Fools Day ในออฟฟิศ อาจมีความเสี่ยงผิดกฎหมายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมุกที่เล่นนั้นส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น </span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42769" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/April-Fools-Day-ในออฟฟิศ-มุกตลกที่-HR-อาจไม่ตลกด้วย-1.webp" alt="April Fool’s Day ในออฟฟิศ มุกตลกที่ HR อาจไม่ตลกด้วย" width="600" height="370" title="April Fool’s Day ในออฟฟิศ มุกตลกที่ HR อาจไม่ตลกด้วย 851" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/April-Fools-Day-ในออฟฟิศ-มุกตลกที่-HR-อาจไม่ตลกด้วย-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/April-Fools-Day-ในออฟฟิศ-มุกตลกที่-HR-อาจไม่ตลกด้วย-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันที่ </span><b>1 เมษายน</b> <b>April Fool&#8217;s Day </b><span style="font-weight: 400;">หรือที่คนไทยรู้จักในนาม </span><b>วันเมษาหน้าโง่</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นวันที่คนทั่วโลกรอคอยที่จะเล่นตลกหลอกล้อกัน ทำให้เป็นวันที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ ไม่เว้นแม้แต่ในสถานที่ทำงาน ซึ่งพนักงานจำนวนไม่น้อยมักจะหาโอกาสเล่นตลกและวางแผนการหลอกล้อเพื่อนร่วมงานกันบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม มุกตลกของบางคนอาจไม่ใช่เรื่องตลกของคนอีกคน จนบางครั้งอาจนำไปสู่ผลเสียมากกว่าความสนุกสนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ทำงานซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่ต้องรักษามารยาทและมีข้อจำกัดบางประการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือ HR จึงมักเป็นหน่วยงานที่ต้องคอยระวังและจัดการกับเหตุการณ์การเล่นตลกที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อองค์กร ทั้งความเสียหายหรือผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน รวมไปถึงการทำลายบรรยากาศที่ดีระหว่างพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบทความนี้ เราจะมาพิจารณากันว่าการหลอกล้อแบบไหนบ้างที่ HR อาจมองว่าเป็นเกินความจำเป็น ไม่ตลก และอาจนำมาซึ่งปัญหาใหญ่โต เพื่อพนักงานทุกคนจะได้นำไปเป็นข้อควรระวังในการจัดกิจกรรมวันตลกแห่งปี</span></p>

<h2><b>April Fool’s Day คืออะไร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">April Fool’s Day หรือ วันเมษาหน้าโง่ ตรงกับวันที่ 1 เมษายนของทุกปี เป็นวันที่ผู้คนนิยมเล่นมุขตลก โกหก หรือแกล้งเพื่อนฝูงและครอบครัวอย่างสนุกสนาน โดยไม่ถือเป็นเรื่องจริงจัง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มาของประเพณีวันนี้มีหลายทฤษฎีแตกต่างกัน แต่ที่นิยมเชื่อกันมากที่สุดคือ มาจากการเปลี่ยนแปลงปฏิทินในศตวรรษที่ 16 จากปฏิทินจูเลียนเป็นปฏิทินเกรกอเรียน ทำให้วันขึ้นปีใหม่เปลี่ยนจากวันที่ 25 มีนาคมเป็น 1 มกราคม บางคนไม่ทราบข่าวจึงยังเฉลิมฉลองวันปีใหม่ในช่วงเดือนเมษา จนกลายเป็นที่มาของการหลอกล้อในวันที่ 1 เมษา นั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ วัฒนธรรมการหลอกล้อกันในวันนี้มีให้เห็นในหลากหลายสังคมทั่วโลก ตั้งแต่การวางแผนการหลอกล้อระดับกันเอง เพื่อนสนิท ครอบครัว ไปจนถึงระดับสังคม ส่วนมากลักษณะของการหลอกล้ออาจเป็นการแกล้งทำเป็นเรื่องราวผิดปกติ หรือการบอกกล่าวข้อมูลเท็จ เพื่อสร้างความตกใจและความขบขันในที่สุด อย่างไรก็ดี ต้องระมัดระวังไม่ให้เกินขอบเขตจนก่อให้เกิดความเสียหายหรือผลกระทบในทางลบ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38072 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/April-Fools-Day-ในออฟฟิศ-มุกตลกที่-HR-อาจไม่ตลกด้วย3-.webp" alt="April Fool’s Day ในออฟฟิศ มุกตลกที่ HR อาจไม่ตลกด้วย" width="1000" height="751" title="April Fool’s Day ในออฟฟิศ มุกตลกที่ HR อาจไม่ตลกด้วย 852" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/April-Fools-Day-ในออฟฟิศ-มุกตลกที่-HR-อาจไม่ตลกด้วย3-.webp 1000w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/April-Fools-Day-ในออฟฟิศ-มุกตลกที่-HR-อาจไม่ตลกด้วย3--300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/April-Fools-Day-ในออฟฟิศ-มุกตลกที่-HR-อาจไม่ตลกด้วย3--768x577.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h2><b>ข้อดีของการเล่น </b><b>April Fool’s Day ในออฟฟิศ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่า April Fool&#8217;s Day อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงบางประการในสถานที่ทำงาน แต่ก็มีข้อดีหลายประการที่ HR ควรเข้าใจและพิจารณาด้วย ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างบรรยากาศผ่อนคลายในที่ทำงาน</b><span style="font-weight: 400;"> : การมีกิจกรรมหลอกล้อที่เหมาะสมในวันนี้ช่วยคลายความตึงเครียดจากการทำงานประจำ สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและมีความสุขมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เสริมสร้างความสัมพันธ์ในองค์กร :</b><span style="font-weight: 400;"> การแชร์เรื่องตลกร่วมกันเป็นวิธีสร้างความสนิทสนมและความรู้สึกผูกพันระหว่างเพื่อนร่วมงาน ทำให้เกิดบรรยากาศที่ราบรื่นและทีมงานที่เหนียวแน่นยิ่งขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ :</b><span style="font-weight: 400;"> การวางแผนการหลอกล้อต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการทำงาน การฝึกฝนมุกตลกเป็นการกระตุ้นศักยภาพของพนักงานได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างช่วงเวลาพักผ่อนจากงาน : </b><span style="font-weight: 400;">แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่การมีส่วนร่วมในเทศกาลวันนี้ก็ช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนจากกิจวัตรประจำวัน เพิ่มแรงบันดาลใจและความกระตือรือร้นในการทำงานได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ดี :</b><span style="font-weight: 400;"> องค์กรที่มีความยืดหยุ่นและสามารถแบ่งปันเรื่องราวสนุก ๆ ร่วมกัน ก็จะดึงดูดพนักงานที่มีความสามารถและมีส่วนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กร</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น หากการจัดกิจกรรมในวันนี้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมและความบันเทิง ก็จะมีส่วนช่วยเสริมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีได้</span></p>
<h2><b>สิ่งที่ HR ควระวัง หากต้องการเล่น April Fool’s Day ในที่ทำงาน</b></h2>
<h3><b>1) อย่ามองข้ามวัฒนธรรมองค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาวัฒนธรรมขององค์กร เพราะหากองค์กรของคุณปกติไม่มีอารมณ์ขันหรือเล่นตลกกันและกันเลย การเล่นมุกเมษาหน้าโง่อาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนะ เพราะจะทำให้เสียความน่าเชื่อถือได้</span></p>
<h3><b>2) อย่าเล่นตลกที่ทำร้ายร่างกายกัน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ควรหลีกเลี่ยงมุกตลกหรือการแกล้งที่อาจทำให้พนักงานได้รับอันตราย แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างการใส่กาวตราช้างบนเครื่องเขียนของเพื่อนร่วมงาน หรือการใช้อุปกรณ์ที่อาจทำอันตรายต่อร่างกายได้</span></p>
<h3><b>3) อย่าเล่นมุกที่ไม่เหมาะสม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นคือเรื่องกาลเทศะล้วน ๆ เราคงไม่เล่นมุกตลกระหว่างการประชุมทางโทรศัพท์กับลูกค้า เล่ยมุกที่มีคำพูดล่อแหลมทางเพศ หรือการแกล้งที่ขัดขวางการทำงานของพนักงานคนอื่นในการทำงาน </span></p>
<h3><b>4) อย่าแกล้งจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทของคุณ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุผลบางประการ หลาย ๆ บริษัทชอบสร้างข่าวปลอมหรือประกาศข่าวปลอมในวันโกหก ซึ่งเราแนะนำว่าไม่ควรทำ เพราะคุณไม่สามารถทราบได้ว่าลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายจะเชื่อข่าวนั้นหรือไม่</span></p>
<h3><b>5) อย่าแกล้งลูกค้า</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">พยายามจำกัดการเล่นมุกเมษาหน้าโง่เฉพาะเพื่อนร่วมงานเท่านั้น อย่าเล่นกับลูกค้าเป็นอันขาด !</span></p>
<h3><b>6) อย่าสับสนระหว่างการแกล้งกับการคุกคาม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้ละเอียดอ่อนมาก ๆ โดยเฉพาะมุกตลกล้อเลียนพนักงานเรื่องเชื้อชาติ, เพศ, ศาสนา ฯลฯ ในเมื่อองค์กรพยายามโอบรัด <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/dei-revival-231101/">DEI &amp; B</a> กันแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่ควรนำมาใช้เป็นเครื่องมือ</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h2><b>ตัวอย่างการเล่น April Fool’s Day ในที่ทำงาน ที่ HR ไม่ปลื้ม</b></h2>
<p><a href="https://www.hrgrapevine.com/content/article/2022-04-01-office-pranks-gone-wrong-what-hr-can-do-about-them" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">HR Grapevine</span></a><span style="font-weight: 400;"> รวบรวม 5 การเล่นมุกแย่ ๆ ของเมษาหน้าโง่ที่เคยเกิดขึ้นในออฟฟิศดังนี้</span></p>
<p><b>โบนัสปลอม :</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้อำนวยการระดับสูงคิดมุกตลกว่าจะแจกโบนัส ทำให้เจ้านายและเพื่อนร่วมงานไม่พอใจกระทั่งเธอต้องลาออกจากธุรกิจไป</span></p>
<p><b>ภูเขาไฟระเบิด :</b><span style="font-weight: 400;"> มีผู้ผลิตข่าวรายงานว่าภูเขาไฟกำลังจะระเบิด ทำให้ผู้ชมละแวกนั้นตื่นตะหนก ทั้ง ๆ ที่ไม่เป็นความจริง</span></p>
<p><b>แกล้งท้องกับเพื่อนร่วมงาน :</b><span style="font-weight: 400;"> มีนักศึกษาเล่นมุกตลกกับทีมงานว่าเธอตั้งครรภ์ นำไปสู่การสืบสวนความจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ลับ ๆ ในที่ทำงานจนทำให้เธอต้องออกจากงาน</span></p>
<p><b>ปลูกผักเครส : </b><span style="font-weight: 400;">เย็นวันศุกร์พนักงานคนหนึ่งนั่งกินแซนวิสไข่กับผักเครสที่โต๊ะทำงาน แต่เขากับเล่นตลกใส่น้ำและผักเครสเข้าไปในคีย์บอร์ด เช้าสัปดาห์ถัดไปเมื่อกลับเข้ามาออฟฟิศพบว่า ต้นเครสกำลังเติบโตไปทั่วคีย์บอร์ดทั้งหมด นำไปสู่ข้อห้ามการนั่งกินอาหารบนโต๊ะ</span></p>
<p><b>ห่อของขวัญให้ : </b><span style="font-weight: 400;">เมื่อหัวหน้าลาป่วย พนักงานคนหนึ่งนำกระดาษห่อของขวัญมาห่อทุกอย่างตั้งแต่โต๊ะ เก้าอี้ กระทั่งปากกาและดินสอบ แต่ดูเหมือนหัวหน้าจะไม่ปลื้มเท่าไหร่ </span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>เล่นมุก April Fool’s Day ในที่ทำงานเสี่ยงผิดกฎหมายได้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">รู้ไหมว่า​ การเล่นมุก April Fools Day ในออฟฟิศ อาจมีความเสี่ยงผิดกฎหมายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมุกที่เล่นนั้นส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การเล่นมุกที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบริษัทหรือของเพื่อนร่วมงาน : </b><span style="font-weight: 400;">อาจเข้าข่ายความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การเล่นมุกที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัทหรือของเพื่อนร่วมงาน : </b><span style="font-weight: 400;"> อาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การเล่นมุกที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเพื่อนร่วมงาน : </b><span style="font-weight: 400;">อาจเข้าข่ายความผิดฐานกระทำการโดยประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ยังไม่นับการโพสต์ข้อความ ข่าวสารที่เป็นเท็จ หรือแชร์ข่าวปลอมทางโซเชียลมีเดียวที่ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ 2560 มาตรา 14 อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยและไม่ให้เกิดปัญหาตามมา เราแนะนำให้เล่นมุก April Fools Day ในออฟฟิศด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเล่นมุกที่อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อผู้อื่นหรือต่อบริษัทดีกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38070" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/April-Fools-Day-ในออฟฟิศ-มุกตลกที่-HR-อาจไม่ตลกด้วย-2.webp" alt="April Fool’s Day ในออฟฟิศ มุกตลกที่ HR อาจไม่ตลกด้วย" width="1000" height="667" title="April Fool’s Day ในออฟฟิศ มุกตลกที่ HR อาจไม่ตลกด้วย 853" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/April-Fools-Day-ในออฟฟิศ-มุกตลกที่-HR-อาจไม่ตลกด้วย-2.webp 1000w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/April-Fools-Day-ในออฟฟิศ-มุกตลกที่-HR-อาจไม่ตลกด้วย-2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/April-Fools-Day-ในออฟฟิศ-มุกตลกที่-HR-อาจไม่ตลกด้วย-2-768x512.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงแม้ </span><b>1 เมษายน </b><span style="font-weight: 400;">หรือ </span><b>April Fool&#8217;s Day </b><span style="font-weight: 400;">เป็นวันที่หลายคนรอคอยที่จะเล่นตลกหลอกล้อกันอย่างสนุกสนาน  อย่างไรก็ตาม เมื่อนำมาสู่สถานที่ทำงาน การหลอกล้อบางอย่างอาจไม่ได้ตลกเลย และกลายเป็นเรื่องร้ายแรงที่ทำให้ HR ต้องเข้ามาจัดการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การหลอกล้อเพื่อความสนุกสนานเป็นเรื่องที่ดี แต่ในฐานะ HR ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าอะไรเหมาะสมและปลอดภัย การออกแบบกิจกรรมที่ให้ความบันเทิงแต่ไม่ก้าวล่วงหรือรบกวนผู้อื่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อวันหยุดแห่งความสนุกสนานจะไม่กลายเป็นวันแห่งความเครียดและปวดหัวให้แก่ HR เช่นกัน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="April Fool’s Day ในออฟฟิศ มุกตลกที่ HR อาจไม่ตลกด้วย 854"></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ที่มา</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.hrresolutions.com/blog/5-ways-april-fools-day-office/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">hrresolutions.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://integrityhr.com/hrblog/april-fools-day-office-pranks-dos-donts/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">integrityhr.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://blog.stargarden.com/how-to-keep-april-fools-pranks-from-being-hr-disasters" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">blog.stargarden.com</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/tips/hr-april-fools-day-240329/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Cultivating Future Successors แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/cultivating-future-successors-2403014/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/cultivating-future-successors-2403014/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Mar 2024 11:14:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Successor]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=37648</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHTS หากเปรียบเทียบการวางแผนการสืบทอด (Successor) กับการทำอาหาร นับเป็นการผสมผสานอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะและวิทยาศาสตร์ไม่ต่างกัน เพราะทั้งสองกระบวนการล้วนต้องการความละเอียดอ่อนในการเตรียม ทั้งเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหาร และวัตถุดิบในการสร้างผู้นำ การวางแผนการสืบทอด (Successor) ต้องมีภาพผู้นำที่ต้องการอย่างชัดเจน, มองรอบด้าน, สร้างแรงจูงใจตั้งแต่วันแรก, มีแผนการพัฒนาส่วนบุคคล, วัดผลที่การประยุกต์ใช้, แนะนำให้มีโค้ชหลายคน, มีกลยุทธ์การรักษาคนที่ไม่ได้เป็นผู้สืบทอด และสร้าง Pipeline ผู้นำคนต่อไปที่แข็งแกร่ง  เพราะโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ฉะนั้นตำแหน่งผู้นำย่อมมีการผลัดเปลี่ยนตามกาลเวลา หลายองค์กรจึงต้องวางแผนการหา ผู้สืบทอดตำแหน่ง หรือ Successor กันล่วงหน้า จนกลายเป็นแผน Succession Planning  เมื่อวันศุกร์ที่ 1 มีนาคมที่ผ่าน SEAC ได้จัดงาน Cultivating Future Successors at the C-suite Private Culinary Networking Experience ณ โรงเรียนสอนทำอาหาร Lenôtre Culinary Arts School Thailand เพื่อทำความเข้าใจการค้นหาผู้นำอย่างยั่งยืน และศิลปะในการสร้างผู้สืบทอดโดยเทียบเคียงกับการกระบวนการทำอาหาร [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 168px;">
<tbody>
<tr style="height: 168px;">
<td style="width: 100%; height: 168px;"><b>HIGHLIGHTS</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หากเปรียบเทียบการวางแผนการสืบทอด (Successor) กับการทำอาหาร นับเป็นการผสมผสานอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะและวิทยาศาสตร์ไม่ต่างกัน เพราะทั้งสองกระบวนการล้วนต้องการความละเอียดอ่อนในการเตรียม ทั้งเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหาร และวัตถุดิบในการสร้างผู้นำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การวางแผนการสืบทอด (Successor) ต้องมีภาพผู้นำที่ต้องการอย่างชัดเจน, มองรอบด้าน, สร้างแรงจูงใจตั้งแต่วันแรก, มีแผนการพัฒนาส่วนบุคคล, วัดผลที่การประยุกต์ใช้, แนะนำให้มีโค้ชหลายคน, มีกลยุทธ์การรักษาคนที่ไม่ได้เป็นผู้สืบทอด และสร้าง Pipeline ผู้นำคนต่อไปที่แข็งแกร่ง </span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37652" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/Cultivating-Future-Successors-แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต-COVER.webp" alt="Cultivating Future Successors แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต 1" width="600" height="370" title="Cultivating Future Successors แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต 860" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/Cultivating-Future-Successors-แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต-COVER.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/Cultivating-Future-Successors-แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต-COVER-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ฉะนั้นตำแหน่งผู้นำย่อมมีการผลัดเปลี่ยนตามกาลเวลา หลายองค์กรจึงต้องวางแผนการหา </span><b>ผู้สืบทอดตำแหน่ง </b><span style="font-weight: 400;">หรือ </span><b>Successor</b><span style="font-weight: 400;"> กันล่วงหน้า จนกลายเป็นแผน </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/210716-succession-planning/"><b>Succession Planning </b></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันศุกร์ที่ 1 มีนาคมที่ผ่าน <a href="https://expth.hrnote.asia/products/31">SEAC</a> ได้จัดงาน <strong>Cultivating Future Successors at the C-suite Private Culinary Networking Experienc</strong>e ณ โรงเรียนสอนทำอาหาร Lenôtre Culinary Arts School Thailand เพื่อทำความเข้าใจการค้นหาผู้นำอย่างยั่งยืน และศิลปะในการสร้างผู้สืบทอดโดยเทียบเคียงกับการกระบวนการทำอาหาร ซึ่ง HREX ได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมงานนี้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างแผนผู้สืบทอดที่ดีมีวิธีการอย่างไร เปรียบเทียบกับศิลปะการทำอาหารได้อย่างไรบ้าง ติดตามได้จากบทความนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37650" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/Cultivating-Future-Successors-แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต-2.webp" alt="Cultivating Future Successors แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต 2" width="600" height="370" title="Cultivating Future Successors แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต 861" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/Cultivating-Future-Successors-แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/Cultivating-Future-Successors-แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>การวางแผนผู้สืบทอด (Successor) กับศิลปะการทำอาหาร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเปรียบเทียบการวางแผนการสืบทอด (Successor) กับการทำอาหาร นับเป็นการผสมผสานอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะและวิทยาศาสตร์ไม่ต่างกัน เพราะทั้งสองกระบวนการล้วนต้องการความละเอียดอ่อนในการเตรียม ทั้งเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหาร และวัตถุดิบในการสร้างผู้นำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น หากจานอาหารต้องการองค์ประกอบที่ซับซ้อน, การพัฒนาผู้นำอนาคตก็ต้องการการวางแผนที่แม่นยำ, ความสามารถในการปรับตัว, และความเข้าใจที่ลึกซึ้งของส่วนผสมของความสำเร็จ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37651" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/Cultivating-Future-Successors-แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต-3.webp" alt="Cultivating Future Successors แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต 1" width="600" height="370" title="Cultivating Future Successors แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต 862" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/Cultivating-Future-Successors-แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/Cultivating-Future-Successors-แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">ส่วนผสมของการวางแผนการสืบทอดอนาคต (Succession Planning) อย่างประสิทธิภาพ มีอะไรบ้าง</span></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>โปรไฟล์ผู้สืบทอดต้องชัดเจน:</b><span style="font-weight: 400;"> เช่นเดียวกับเชฟที่ต้องรู้โปรไฟล์อาหารที่กำลังจะทำ หากเชฟต้องรู้ว่ารสชาติอาหารที่ต้องการคืออะไร องค์กรก็จะต้องกำหนดความสามารถ ทัศนคติ และบุคลิกภาพของผู้สืบทอดในอนาคตที่ต้องการให้ได้ โปรไฟล์ในฝันจึงต้องชัดเจน และต้องรับประกันได้ว่า ความต้องการขององค์กรตรงกับความต้องการของผู้สืบทอดด้วย เพื่อการวางแผนเป็นไปด้วยความราบรื่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มองรอบ ๆ ผู้สืบทอดหลาย ๆ ชั้น: </b><span style="font-weight: 400;">เพราะความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นแค่คนคนเดียว แต่เป็นความพยายามร่วมกันของทีมที่มีความสามารถหลากหลาย ฉะนั้น ระหว่างการวางแผนผู้สืบทอด องค์กรต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อบุคคลรายล้อมของผู้สืบทอดด้วย เช่น ทำงานร่วมกัน ส่งเสริมกัน หรือขัดแย้งกัน เช่นเดียวกับการมี Pipeline ต่อไปด้วยเพื่อรับมือกับความท้าทายของอนาคต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างการมีส่วนร่วมตั้งแต่วันแรก: </b><span style="font-weight: 400;">นับเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้สืบทอดมีแรงจูงใจในการเป็น Successor ตั้งแต่วันแรก องค์กรต้องเข้าใจแรงจูงใจนั้น ๆ และให้โปรเจกต์ที่สอดคล้องกับความปรารถนานนั้น ๆ ด้วย ซึ่งจะสร้างผลกระทบที่ดีต่อเส้นทางการพัฒนาของพวกเขา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มี Framework กรอบการพัฒนาที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล</b><span style="font-weight: 400;">: การมีแผนการพัฒนาแบบเดียวสำหรับทุกคน อาจไม่ใ่ช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่ เพราะแต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน ทั้งเรื่องของสไตล์การเรียนรู้ ความปรารถนาในอาชีพ เช่นเดียวกับสูตรอาหารที่เชฟต้องปรับให้เขากับรสนิยมเฉพาะ การปรับ Framework ให้สอดคล้องกับ Successor แต่ละคน ก็จะช่วยให้เขาพัฒนาได้อย่างตรงจุด เพิ่มประสบการณ์เรียนรู้ และรับประกันได้ว่าผู้สืบทอดจะพร้อมสำหรับบทบาทใหม่ในอนาคต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>วัดผลที่การประยุกต์ใช้:</b><span style="font-weight: 400;"> การทดสอบความพร้อมของผู้สืบทอดอย่างแท้จริงอยู่ที่ว่า พวกเขาสามารถประยุกต์ใช้การเรียนรู้ต่าง ๆ ในสถานการณ์จริงได้หรือไม่ องค์กรต้องให้พื้นที่สำหรับการทดลอง อนุญาตให้มีการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ และต้องประเมินความสามารถจากผลลัพธ์ที่ชัดเจน </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มีโค้ชและผู้ให้คำแนะนำหลายคน: </b><span style="font-weight: 400;">การมีผู้ให้คำปรึกษาและโค้ชหลาย ๆ คนย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่า เช่นเดียวกับการทำอาหารที่ต้องเรียนรู้จากเชฟหลาย ๆ คน เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของผู้สืบทอด, นำเสนอมุมมองที่เปิดกว้าง และสามารถเข้าใจการเป็นผู้นำอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มีกลยุทธ์การรักษาคนที่ไม่ได้เป็นผู้สืบทอด:</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะไม่ใช่ผู้สืบทอดทุกคนจะได้ขึ้นเป็นผู้นำคนต่อไป สำหรับคนที่ไม่ได้เลื่อนขั้นเอง ก็ต้องมีกลยุทธ์ในการรักษาและสนับสนุนพวกเขาเช่นกัน เพราะหลายครั้งที่ความผิดหวัง อาจนำมาซึ่งผลลัพธ์อันเลวร้ายต่อองค์กรได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้าง Pipeline ผู้นำคนต่อไปที่แข็งแกร่ง:</b><span style="font-weight: 400;"> สุดท้ายรากฐานของการวางแผนการสืบทอดอนาคตที่ประสบความสำเร็จคือ Pipeline ผู้นำที่แข็งแกร่งต่อไป ต้องมีแผนรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้องค์กรพร้องรับช่วงต่อเมื่อถึงเวลานั่นเอง</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37649" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/Cultivating-Future-Successors-แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต-1.webp" alt="Cultivating Future Successors แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต 1" width="600" height="370" title="Cultivating Future Successors แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต 863" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/Cultivating-Future-Successors-แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/Cultivating-Future-Successors-แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการสร้างผู้สืบทอดอนาคตเหมือนกับการเตรียมจานอาหารแสนอร่อย เชฟหรือองค์กรต้องการการเลือกสรรส่วนผสมอย่างรอบคอบ ต้องมีความเข้าใจกระบวนการอย่างชัดเจน และความอดทนในการพัฒนารสชาติหรือคุณสมบัติตัวบุคคล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ หากองค์กรมีแนวทางการพัฒนาผู้นำที่ยั่งยืน สามารถปรับตัวได้ มีความยืดหยุ่นเพียงพอ และพร้อมรับมือกับความท้าทายของอนาคตอย่างเต็มที่ องค์กรจะไม่เพียงแต่รักษา Talents ของตนเองได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ยังรักษาความสำเร็จและนวัตกรรมขององค์กรในปีต่อ ๆ ไปด้วย</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/32?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36585 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32.png" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="1080" height="1080" title="Cultivating Future Successors แนวทางการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต 864" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/cultivating-future-successors-2403014/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Direction &#8211; Alignment &#8211; Commitment (DAC) ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/direction-alignment-commitment-dac-231123/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/direction-alignment-commitment-dac-231123/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Nov 2023 13:10:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[DAC]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=36009</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2023 ทาง Slingshot Group ได้จัดงาน The Slingshot&#8217;s 2023 Top 50 CEOs Dinner Talk: A New Way of Making Leadership Happen ณ โรงแรม Kimpton Maa-lai Bangkok โดยภายในงานได้เชิญ CEO มากกว่า 50 เข้าร่วมดินเนอร์สังสรรค์ ซึ่งคุณ สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager of HREX ได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมงานนี้ด้วย นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการบรรยายเกี่ยวกับการพัฒนาผู้นำถึง 4 หัวข้อ โดยเป็นความร่วมมือกันระหว่าง Slingshot และ Center for Creative Leadership (CCL) และ HREX ได้สรุปมาให้แล้ว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36010" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/Cover-ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต.webp" alt="ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="Direction - Alignment - Commitment (DAC) ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต 872" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/Cover-ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/Cover-ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2023 ทาง </span><b>Slingshot Group </b><span style="font-weight: 400;">ได้จัดงาน The Slingshot&#8217;s 2023 Top 50 CEOs Dinner Talk: A New Way of Making Leadership Happen ณ โรงแรม Kimpton Maa-lai Bangkok โดยภายในงานได้เชิญ CEO มากกว่า 50 เข้าร่วมดินเนอร์สังสรรค์ ซึ่งคุณ สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager of HREX ได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมงานนี้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการบรรยายเกี่ยวกับการพัฒนาผู้นำถึง 4 หัวข้อ โดยเป็นความร่วมมือกันระหว่าง Slingshot และ Center for Creative Leadership (CCL) และ HREX ได้สรุปมาให้แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36014" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-103.png" alt="ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="Direction - Alignment - Commitment (DAC) ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต 873" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-103.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-103-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>New Ways of Making Leadership Happen โดย Diana Khaitova, APAC Head of CCL</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าเราจะได้ยินนิยามโลกสมัยใหม่ว่า VUCA และ BANI มานาน แต่สำหรับ CCL แล้ว มีคำนิยามโลกดิสรัปชั่นของตัวเองว่า RUPT โดยย่อมาจาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>R &#8211; Rapid </b><span style="font-weight: 400;">โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ฉับไว ทำให้เกิด New Reality อยู่ทุกเวลา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>U &#8211; Unpredictable </b><span style="font-weight: 400;">โลกที่คาดเดาล่วงหน้าได้ยาก ซึ่งเราต้องเข้าใจ Understanding มันให้ได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>P &#8211; Paradoxical</b><span style="font-weight: 400;"> โลกที่ขัดแย้งหรือเหมือนอยู่ตรงข้ามกันตลอดเวลา แต่ถ้าหากเรามีความคิดเชิงบูรณาการ ก็จะเกิดโอกาส New Posibility ใหม่ ๆ ได้เช่นกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>T &#8211; Tangled </b><span style="font-weight: 400;">โลกที่เชื่อมโยงพัวพันเกี่ยวเนื่องกันไปหมด ซึ่งหากเราตระหนักรู ก็จะสร้างให้เกิดความโปร่งใส Transpareny ขึ้นมาได้</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างความ Paradoxical ที่เราต้องเข้าใจคือผู้นำต้องมองเห็น Short-Term และ Long-Term ขององค์กร, มี Centralization และ Decentralization, สร้าง Individual Goal และ Team Goal รวมไปถึงการมอง Competitaion และ Collabaration ด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นแล้ว ความเป็นผู้นำ หรือ Leadership จึงเป็นกระบวนการทางสังคมที่จะต้องช่วยให้ผู้ึคนสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นกลุ่มเหนียวแน่น เพื่อสร้างผลลัพธ์โดยรวมนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทาง CLL จึงเชื่อว่าความเป็นผู้นำจะประกอบด้วยกัน 3 อย่าง คือ  </span><b>Direction &#8211; Alignment &#8211; Commitment (DAC) </b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>D &#8211; Direction</b><span style="font-weight: 400;"> ทิศทางขององค์กรที่กำลังจะไป ผู้นำต้องแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน แม่นยำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>A &#8211; Alignment </b><span style="font-weight: 400;"> ความสอดคล้องของฟังก์ชั่นการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น ๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>C &#8211; Commitment </b><span style="font-weight: 400;">ข้อตกลงเพื่อกำหนดกลยุทธ์และการดำเนินการแผนดังกล่าว</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของ Mindset ที่ผู้นำจะต้องมีความสามารถ 3 อย่าง คือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Think : </b><span style="font-weight: 400;">ผู้นำต้องคิดจัดลำดับความสำคัญ, การจัดการความขัดแย้งในองค์กร รวมไปถึงระบบนิเวศทางการตลาดของตัวเอง ผ่านความสามารถในการสแกนหา, วิสัยทัศน์, การมองภาพใหม่, หา Common Sense และสร้างความคิดเชิงระบบ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Act : </b><span style="font-weight: 400;">ผู้นำต้องกล้าดำเนินการ ลงมือกระทำ ซึ่งอาจต้องทำอย่างทันท่วงที เด็ดขาด ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร และต้องจัดลำดับความสำคัญที่ชัดเจนด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Influence : </b><span style="font-weight: 400;">สร้างแรงกระตุ้นและมีอิทธิพลให้เกิดความมุ่งมั่นในการทำงาน ผ่านเชิงกลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์ภายในและภายนอก เพื่อสร้างให้เกิดความเชื่อใจ (Trust) เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในระดับ Emotional อีกด้วย</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36012" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-101.png" alt="ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="Direction - Alignment - Commitment (DAC) ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต 874" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-101.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-101-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>A New Way of Making Leadership Happen โดย Shaun Wong, Group Chief Transformation Officer CP Axtra PCL</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความเป็นผู้นำแบบเก่าอย่าง Top-Down ก็มีจุดแข็งเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นความชัดเจนของผู้อำนาจในการตัดสินใจ พนักงานจะรู้ว่าจะได้รับคำตอบ ฟีคแบค หรือได้รับคำแนะนำจากใคร ทำให้มีมาตรฐาน เพราะการตัดสินใจมากจากลุ่มเล็ก ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การเป็นผู้นำแบบเดิม Top-Down อาจไม่ตอบโจทย์กับโลกยุคปัจจุบัน ที่ซับซ้อนมากกว่าแต่ก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างผู้นำฉบับ CP Axtra PCL จึงใช้การผสมผสานกันระหว่าง Top-Down และ Bottom-Up พร้อม ๆ กับการสร้างความคล้องของ </span><b>Direction &#8211; Alignment &#8211; Commitment (DAC) </b><span style="font-weight: 400;"> ในองค์กรด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เหมาะสมกับการ Top-Down ได้แก่จาก Goal-Setting การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน,​ Communication​ การสื่อสาร และการทำ Performance Management ขณะที่ Bottom-Up แก่นหลักคือการสร้างวัฒนธรรมให้เกิดปฏิสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยน (Culture of Interactions &amp; Exchanges) ซึ่งจะทำให้เกิดความเป็นผู้นำในวิธีการทำงานแบบ Agile ซึ่งผู้นำต้องให้ความสำคัญกับการเติบโต ความเป็นอยู่ที่ดี และการเสริมสร้างศักยภาพของพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด การเป็นผู้นำย่อมเหนื่อยล้า หากแต่การขับเคลื่อน DAC ให้ต่อเนื่องต้องเชื่อในตัวคุณเอง, ยอมรับความท้าทาย, มีความมุ่งมั่นและมีแรงบันดาลใจ, ก้าวทีละก้าว และเชื่อในความฝันของคุณเสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36021" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-110.png" alt="ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="Direction - Alignment - Commitment (DAC) ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต 875" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-110.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-110-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Building a Sustainable and Successful DX S</b><b>trategy</b><b>, Dan Brassington, Managing Partner APJ INCITE Consulting</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าการทำ Transformation เป็นเรื่องยาก มีสถิติบอกว่า มีโปรเจกต์กว่า 70% ล้มเหลว,​ 45% ไม่ตอบโจทย์ความคาดหวังทางธุรกิจ และ 20% บอกว่าการวิเคราะห์เป็นเรื่องยาก ผลสรุปจากงานวิจัยพบว่า 93% ของบริษัทต่าง ๆ จึงกำลังดิ้นรนต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอันมาจากเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ Digital Tranformation </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความต้องการในการแปลงเป็นองค์กรสู่ดิจิทัล จึงได้เพิ่มความต้องการด้านไอทีและธุรกิจอย่างมีนัยยะสำคัญ องค์กรจึงต้องผสานรวมกระบวนการพื้นฐานหลายอย่างที่จำเป็นต้องรวมเข้าด้วยกัน และการเปลี่ยนแปลงประเภทนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน อาทิ เรื่อง Cloud, Digital Channel, Security &amp; Data Privacy, Business Value &amp; Outcomes และต้นทุน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีต่อ Digitalization สิ่งที่ผู้นำจำเป็นต้องมี 6 ข้อคือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>CREATE A CLEAR PLAN </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อสร้างแผนที่ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะท้าทายวิธีการทำงานขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>BUILD THE RIGHT FOUNDATION </b><span style="font-weight: 400;">สร้างรากฐานการเปลี่ยนแปลงให้ดีโดยไฮไลท์สิ่งสำคัญเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลประสบความสำเร็จ ซึ่งต้องกระจายไปทั่วทุกทีมและทุกแผนก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>CREATE THE RIGHT ORGANIZATIONAL STRUCTURE </b><span style="font-weight: 400;">เพราทุกองค์กรมีความแตกต่างกัน แต่จำเป็นต้องกำหนดโครงสร้างและแบบจำลองให้ถูกต้อง </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>OPERATING MODEL โดย  BRIDGE THE GAP</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างกลยุทธ์และการดำเนินการให้เกิดขึ้นจริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>COMMUNICATE WHY DIGITAL CHANGE MATTERS</b><span style="font-weight: 400;"> สื่อสารว่าทำไมถึงสำคัญ ผ่านทั้งรูปแบบให้แรงบันดาลใจ สร้างความตื่นเต้น และกระตุ้นให้เกิดความสนใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>CULTIVATE A CULTURE OF CHANGE</b><span style="font-weight: 400;"> สุดท้ายคือปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งการเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ส่วนขององค์กร ที่สำคัญต้องทำให้ต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดยั่งยืน</span></li>
</ol>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36018" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-107.png" alt="ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="Direction - Alignment - Commitment (DAC) ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต 876" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-107.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-107-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>DAC in Thailand, Dhanjira Pimolsaengsuriya, Group Head of Operations Slingshot Group</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะธุรกิจเรื่องของผลลัพธ์ (Business Outcome) เป็นสิ่งสำคัญ ผู้นำที่ดีจะต้องทำให้คนในองค์กรทุกระดับมองเห็นภาพไปในทิศทางเดียวกัน </span><b>Direction &#8211; Alignment &#8211; Commitment (DAC)  </b><span style="font-weight: 400;">จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในส่วนนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายหัวข้อบรรยายนี้ คุณธัญจิราจึงได้นำผลสำรวจผู้นำจากองค์กรชั้นนำในประเทศไทยกว่า 100 องค์กร มาเล่าให้ฟัง ซึ่งพบว่า องค์กรไทยมี Commitment สูง แต่กลับมี Alignment ที่ต่ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่าวคือ องค์กรไทยมีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน แต่คนในองค์กรกลับไม่ได้มองไปในทิศทางเดียวกัน ส่งผลให้การทำงานของแต่ละแผนกยังไม่สอดคล้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากผู้นำองค์กรสามารถพัฒนา Alignment ได้อีก ก็จะช่วยยกระดับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36020" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-109.png" alt="ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="Direction - Alignment - Commitment (DAC) ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต 877" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-109.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-109-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกยุคใหม่ต้องการผู้นำที่มาสร้างกระบวนการทางสังคมที่ช่วยให้บุคคลต่าง ๆ ทั้งภายในทีม หน่วยงาน แผนก ชุมชนหรือทั้งองค์กรสามารถร่วมกันทำงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการประสบความสำเร็จ ไม่ได้เกิดขึ้นจากคนเพียงคนเดียวอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำยุคใหม่จึงต้องมี Direction ที่ชัดเจน มี Alignment ไปในทิศทางเดียวกัน และที่สำคัญต้องมี Commitment เป็นตัวขับเคลื่อนความมุ่งมั่นและรับผิดชอบร่วมกันของทีม </span></p>
<p><b>Direction &#8211; Alignment &#8211; Commitment (DAC) </b><span style="font-weight: 400;">จึงเป็นปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่ส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กรในอนาคต ผ่านผู้นำและบทบาทของ CEO นั่นเอง</span></p>
<p>สำหรับใครที่อยากอ่านผลสำรวจฉบับเต็ม สามารถดาวน์โหลดได้ในลิ้งค์นี้ <a href="https://bit.ly/3utrXZ5" target="_blank" rel="noopener">https://bit.ly/3utrXZ5</a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36016" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-105.png" alt="ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="Direction - Alignment - Commitment (DAC) ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต 878" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-105.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/ถอดกลยุทธ์การสร้างผู้นำแห่งอนาคต-105-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/direction-alignment-commitment-dac-231123/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 &#8211; People Leadership Ultimate Success</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/plus-summary-231030/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/plus-summary-231030/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Oct 2023 11:17:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[PLUS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=35554</guid>

					<description><![CDATA[จบลงเป็นที่เรียบร้อยกับหลักสูตร PLUS &#8211; People Leadership Ultimate Success รุ่นที่ 2 จาก Cariber หลักสูตรนี้ได้พา HR ไปเปลี่ยนวิถีการทำงานแบบเดิม ๆ ให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำที่ยกระดับศักยภาพคนอย่างมีกลยุทธ์ และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร โดย Program Director คุณ ชุติมา สีบำรุงสาสน์ ผู้คร่ำหวอดในวงการบริหารทรัพยากรบุคคลมากว่า 30 ปี  งานนี้ HREX ได้ร่วมหลักสูตรนี้ด้วย ทำให้เข้าใจบทบาท HR ยุคใหม่ ที่ต้องเป็นเพื่อนคู่คิดทางธุรกิจของ CEO เพราะรากฐานของทุกธุรกิจก็คือ ‘คน’  โดยตลอด 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง อ่านได้จากบทความนี้ #1 &#8211; Navigating the Future: Key Trends Shaping HR  TALENT MOBILITY โดย คุณธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35559" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-Cover.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success Cover" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success 891" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จบลงเป็นที่เรียบร้อยกับหลักสูตร </span><b>PLUS &#8211; People Leadership Ultimate Success </b><span style="font-weight: 400;">รุ่นที่ 2 จาก </span><b>Cariber</b><span style="font-weight: 400;"> หลักสูตรนี้ได้พา HR ไปเปลี่ยนวิถีการทำงานแบบเดิม ๆ ให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำที่ยกระดับศักยภาพคนอย่างมีกลยุทธ์ และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร โดย Program Director คุณ </span><b>ชุติมา สีบำรุงสาสน์</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้คร่ำหวอดในวงการบริหารทรัพยากรบุคคลมากว่า 30 ปี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานนี้ HREX ได้ร่วมหลักสูตรนี้ด้วย ทำให้เข้าใจบทบาท HR ยุคใหม่ ที่ต้องเป็นเพื่อนคู่คิดทางธุรกิจของ CEO เพราะรากฐานของทุกธุรกิจก็คือ ‘คน’ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยตลอด 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง อ่านได้จากบทความนี้</span></p>
<h2><b>#1 &#8211; Navigating the Future: Key Trends Shaping HR </b></h2>
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35562" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success5.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success 892" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></h3>
<h3><b>TALENT MOBILITY โดย คุณธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร The Adecco Group Thailand (ประเทศไทย)  </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะทุกวันนี้ตลาดแรงงานมีคนเจนเนอร์ชั่นใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น ทำให้ความต้องการของพนักงานที่มีศักยภาพสูง หรือ Talent เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในนั้นคือเทรนด์ Talent Mobility หรือการเคลื่อนย้ายพนักงานระหว่างบริษัท ซึ่งทำให้ Talent สามารถแสดงประสิทธิภาพสูงสุดให้กับองค์กร และยังรักษาคนกลุ่มนี้ได้อีกด้วย โดย CEO ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิด Talent Mobility นี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ LinkedIn เคยระบุเทรนด์ Talent Mobility ไว้ว่า Talent จากพม่ากำลังมาแรง เนื่องจากเดินทางเข้ามาเรียนที่ไทยและสามารถหางานทำต่อได้ จึงไม่อยากกลับ ประเทศ ขณะที่ Talent คนไทยเริ่มไหลไปทำงานที่ Australia มากขึ้น เนื่องจากการให้ Visa ทำงาน และเป็นประเทศที่เป็นมิตรกับคนเอเชียและมีค่าแรงสูง ส่วน Gen Y และ Z คือแรงงานหลักที่ย้ายไปทำงานที่ต่างประเทศ ฉะนั้นต้องระวังว่าคนเก่งอาจโดนแย่งไปต่างประเทศหมดได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประโยชน์ของการทำ Talent Mobility คือการรักษาแรงงานที่มีศักยภาพสูงไว้ในองค์กร ช่วยลดอัตรา Turn Over Cost และสร้าง <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190722-employee-engagement/">Employee Engagement</a> เพราะเป็นกิจกรรมที่สนับสนุนและตอบโจทย์กับพนักงานรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ทำ ให้คนกลุ่มนี้สามารถออกแบบเส้นทางอาชีพตัวเองได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ กลยุทธ์ในการสร้าง Talent ยังมีหลายวิธี ทั้งการ Build หรือสร้างขึ้นมาใหม่เองผ่าน Training, Buy หรือการซื้อคนจากองค์กรอื่น และ Borrow หรือการหาจาก Outsourcing, Freelance, <a href="https://th.hrnote.asia/tips/210917-how-gig-economy-impact-hr/">Gig</a> Worker หรือกระทั่งหาจาก Partner </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35557" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-7.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success 893" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-7.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-7-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><b>ESG Strategies โดย คุณคุณกลอยตา ณ ถลาง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อความยั่งยืน Bangchak Corporation</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/230725-esg/">ESG</a> คือแนวทางพัฒนาองค์กรให้ยั่งยืน โดยอ้างอิงอยู่บนองค์ประกอบ 3 ประการ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ESG ไม่ใช่กระแสที่มาชั่วคราว แต่อาจเป็นสิ่งที่หลายองค์กรทำมานาน เพียงแค่คำว่า ESG นั้นเกิดขึ้นทีหลัง โดย ESG มีจุดประสงค์คือการจัดระเบียบ และทำ ให้บริษัทต่าง ๆ มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น พร้อมกับทำให้มีความได้เปรียบในหลาย ๆ ด้าน เช่น ดึงดูดนักลงทุน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กร และดึงดูดและรักษาคนเก่ง ๆ ไว้ในองค์กรได้อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การผลักดัน ESG ให้กับพนักงาน จึงต้องเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการคิดค้นไอเดียหรือแนวทางใหม่ เปิดทางให้ธุรกิจได้สำรวจพื้นที่ใหม่ ๆ และสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับ ESG ทั้งยังสามารถนำ ESG เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการทำงาน หรือกระทั่งนำ ESG เข้าสู่นโยบายของบริษัทได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางจากเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ ESG โดยเริ่มทำจากสิ่งเล็ก ๆ ในองค์กร โน้มน้าวผ่านการ Educate ให้คนเข้าใจและเห็นถึงสำคัญของ ESG เพราะเราต้องมองว่า การทำ ESG เป็นการลงทุนระยะยาว เพื่อให้เรายังมีอนาคตที่ยั่งยืนอยู่ ESG จึงการ Transform องค์กรไปสู่อนาคตนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35561" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success4.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success 894" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>#2 &#8211; Forming HR Strategies</b></h2>
<h3><b>HR Strategy รวิศ หาญอุตสาหะ CEO, Srichand &amp; Mission To The Moon Media</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ CEO คาดหวังกับงาน HR เสมอ ในมุมมองของคุณรวิศเองก็มองว่า เรื่องคนสำคัญที่สุด CEO จึงต้องทำงานร่วมกับ HR เป็นส่วนใหญ่ และบทบาทของ CHRO จะยิ่งสำคัญเรื่อย ๆ เมื่อ ปัญหาเรื่องคนมีความ Dynamic และผันผวนสูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ผู้นำมักถูกล้อมด้วย 3 อย่าง คือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Wall &#8211; กำแพงจากความจริง มีคนเลียแข้งเลียขา และอยากฟังแต่ข่าวดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Ego &#8211; กระจก ที่สะท้อนกลับมาที่ตัวเรา </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Liar &#8211; คนโกหกเพื่อเอาตัวรอด</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณรวิศแนะนำว่า การรับพนักงานใหม่ ต้องเลือกคนที่ใช่ และรักษาคนที่ใช่เอาไว้ให้ได้ ซึ่งหนึ่งในเทคนิคการบริหารคนคือ Tight &#8211; Loose &#8211; Tight</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Tight เป้าหมายต้องชัด </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Loose มีวิธีการทำงานที่อิสระ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Tight มีการวัดผลที่ชัดเจน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนวิธีการให้ Feedback ต้องให้ Feedback ที่เฉพาะเจาะจง ควรนัดล่วงหน้าก่อนให้ Feedback เสอม เพื่อให้อีกฝ่ายได้เตรียมตัว เมื่อให้ Feedback ควรพูดถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น และเหตุการณ์นั้นส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือคนอื่น ๆ อย่างไร โดยที่ไม่โจมตีตัวบุคคล </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Start เริ่มทำสิ่งที่ดีขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Stop หยุดทำสิ่งที่ไม่ดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และ Continue อะไรที่ดีอยู่แล้วให้ทำต่อไป</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเป็น <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190527-feedback-development-working/">Feedback</a> เดิม ๆ ให้บอกซ้ำ ๆ จนกว่าจะดีขึ้น </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35556" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-6.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success 895" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>#3 &#8211; HR Analytics: Northstar of HR Transformation</b></h2>
<h3><b>HR ANALYTICS โดย คุณ ศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์ Group Chief Human Resources Officer, TRUE Corporation</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาที่คนทำงาน <a href="https://th.hrnote.asia/tips/9-benefits-hr-big-data/">Data</a> คือการได้ Insight มาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะแปลงเป็น Benefit/Segmentation อย่างไร นี่เป็นโจทย์ใหญ่ของการทำ HR Analytics ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่เรื่องตัวเลข แต่คือการวิเคราะห์ การตั้งคำถาม ว่าทำไมเราต้องรู้ Data เหล่านั้น เพื่อช่วยให้เราตัดสินใจและทำนายอนาคตได้อย่างแม่นยำมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เราสามารถแบ่ง <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/how-people-analytics-help-od-230105/">HR Analytics</a> ได้ 3 ระดับคือ </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Level 1: Descriptive Analysis เป็นการรายงานมาตรวัดมาตรฐานทั่วไป เช่น Monthly, Quarterly หรือ Yearly Tracking Reports และมักรายงานผลแบบ Dashboard </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Level 2: Operational Metrics เป็นการช่วยติดตามประสิทธิภาพการทำงานของ HR Function ซึ่ง HR ต้อง Design Operation Metrics ตามสิ่งที่ Business อยากรู้ไมใช่สิ่งที่ HR อยากเห็น </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Level 3: Predictive Analysis เป็นกาารคาดเดาและวิเคราะห์จากข้อมูลในอดีต เช่น ประสิทธิภาพในการทำงาน, Compensation &amp; Benefits Analysis ซึ่ง+การทำ Data ที่ดี คือการหา Insight และนำ ไป Action </span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35567" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-4613.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success 896" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-4613.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-4613-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราสามารถใช้ประโยชน์จาก HR Analysis ได้หลายทาง อาทิ การสรรหาพนักงานใหม่จะทำให้เรามองหาปัจจัยที่นำไปสู่ High Performance หรือดูว่าโปรไฟล์ผู้สมัครตรงกับโปรไฟล์ในอนาคตที่บริษัทต้องการหรือไม่?, การพัฒนาพนักงาน เราสามารถทำ Skills Gap Analysis หรือการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการ Training ได้ หรือกระทั่งการทำ Engagement เพื่อเข้าใจว่าพนักงาานต้องการอะไร และนำเสนอ Flexi Benefits ได้ตรงโจทย์มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สามารถนำ HR Analytics เข้ามาช่วย Align งานหรือตำแหน่ง ดูความ เหมาะสมกับตำแหน่ง ดู Performance ที่ผ่านมา และทำ Career Tracking ให้แม่นยำ และสามารถนำ HR Analytics มาใช้เพื่อเสริงสร้างหรือรักษา Talent ในองค์กรต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร แนะนำใช้ Data จากตัวเองก่อนว่าอยากเปลี่ยนอะไร อยากพัฒนาอะไร หลังจากได้คำตอบแล้วให้ดู Data ในสิ่งที่อยากพัฒนาต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35560" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success 897" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>#4 &#8211; Creating Sustainable Growth through Culture Transformation &amp; Execution</b></h2>
<h3><b>Culture Transformation in the Age of AI โดยคุณ ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และ <a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/230710-etda-generative-ai/">AI</a> ก็กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้  ทำให้องค์กรทุกวันนี้ต่างตั้งโจทย์ว่า จะทำ งานอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์มากขึ้น แต่ใช้เวลาและทรัพยากรน้อยลง หนึ่งในคำตอบคือการใช้ AI เข้ามาสร้างความแตกต่างนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บนโลกนี้มี AI อยู่หลายตัว แต่ตัวที่ดังที่สุดคงหนีไม่พ้น ChatGPT เพราะสามารถออกแบบชุดคำสั่งเพื่อนำไปสู่คำตอบที่เฉพาะเจาะจงตามที่เราต้องการได้ มีความรวดเร็วในการทำงาน สามารถสร้างสิ่งที่อยู่ในจินตนาการให้ออกมาได้โดยทันที ทำให้ช่วยเติมเต็มทักษะที่ขาดหาย AI จึงเป็นครื่องทุ่นแรงของคนทำงานยุคใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วทำไม AI ถึงเป็นการ Transformation ระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นก็เพราะ AI สื่อสารได้มากกว่า 100 ภาษาบนโลกใบนี้สามารถสื่อสารด้วยภาษามนุษย์โดยไม่จำเป็นต้องใช้ชุดคำสั่ง (Coding) AI มีความเป็นเหตุเป็นผลและเชี่ยวชาญในทุก ๆ ด้าน ทำ ให้ทุกคนไม่ว่าใครก็เป็น Developer ได้ คล้ายว่าเราทุกคนจะมี Super Computer อยู่ข้างตัว ที่รอบรู้และสามารถปรึกษาได้ในทุกเรื่อง ในทุกศาสตร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ หากจะนำ AI ไปใช้ในองค์กร ต้องตอบคำถาม 3 คำถามนี้ก่อน</span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> ทุกแอปพลิเคชันที่ใช้ในธุรกิจมีการใช้ AI หรือยัง ?</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ได้นำ AI เข้าไปใช้ในการเปลี่ยนแปลงกระบวนการในธุรกิจหรือยัง ?</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ได้ Empower พนักงานด้วย AI หรือยัง ?</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">และคำถามที่ส่า เราจะถูกแทนที่ด้วย AI หรือไม่ ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบก็คือ  “คนที่ใช้ AI ต่างหากที่จะแทนที่คุณ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35555" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Succes-s.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success 898" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Succes-s.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Succes-s-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><b>Culture in Action โดยคุณ สุรัตน์ โพธิปราสาท ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบรท์ไซด์พีเพิล จำกัด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/what-is-organizational-culture-210604/">Corporate Culture</a> หรือ วัฒนธรรมองค์กร คือความเชื่อหรือบรรทัดฐานที่นำไปใช้ในการตัดสินใจบางอย่าง แสดงออกผ่านพฤติกรรม ค่านิยม หรือกระทั่ง Mindset โดยเป็นวิถีหรือกติกาการอยู่ร่วมกัน มีเอกลักษณ์และความเป็นตัวตน เป็นความเชื่อที่มีร่วมกันของคนในองค์กรที่ส่งผลต่อพฤติกรรมแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติของคนส่วนใหญ่ ไม่ต้องบอกให้ทำ หรือทำตอนที่หัวหน้า/HR ไม่อยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุที่เราควรใส่ใจวัฒนธรรมก็เพราะมันส่งเสริมประสิทธิภาพของธุรกิจ สร้างเสริมความสามัคคีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายในทีม/องค์กร ดึงดูด Talents ที่ต้องการ เป็นกรอบ/หลักในการตัดสินใจ และสามารถกำหนดกรอบหรือทิศทางขององค์กรได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในกรอบในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรคือ 4C Frameworks ประกอบด้วย</span></p>
<ol>
<li><b> Crack</b><span style="font-weight: 400;"> เข้าใจและตามหา Core Value บนพื้นฐานขององค์กร เช่น วิสัยทัศน์ รูปแบบ รวมไปถึงลูกค้าขององค์กรหรือธุรกิจ โดย Core Value พนักงานมีส่วนร่วมในการคิดได้ แต่ Founder คือส่วนสำคัญในการวาง เพราะเป็นคนที่เข้าใจและอยู่กับองค์กรมานานที่สุด</span></li>
<li><b> Create </b><span style="font-weight: 400;">ทำ ให้ Core Value เกิดขึ้นอย่างชัดเจน สร้างชุดพฤติกรรมที่ระบุ Core Value อย่างชัดเจนเพื่อให้เกิด Key Behaviors โดยลักษณะของ Key Behaviors ที่ดี จะต้องเป็นพฤติกรรมที่สังเกตได้ด้วยตาเปล่า ต้องวัดผลได้ และต้องสามารถปรับใช้ได้ทุกสถานการณ์ </span></li>
<li><b> Catalyze</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้พฤติกรรมนั้นเกิดขึ้นจริง มีแผนและนโยบายชัดเจน โดยทุกภาคส่วนในองค์กรตั้งแต่ CEO ไปจนถึงพนักงาน ต้องมีส่วนร่วมและมีความ สอดคล้องไปด้วยกัน โดยผู้นำต้องเอาจริงเอาจัง และทำ ให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย</span></li>
<li><b> Cultivate</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำ ให้วัฒนธรรมเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป</span></li>
</ol>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35566" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-1123.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success 899" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-1123.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-1123-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>#5 &#8211; Strategic HR Development: Executive Coaching </b></h2>
<h3><b>Strategic HR Development: Executive Coaching โดยคุณ ณัฏฐ์ เพิ่มทรัพย์ โค้ชผู้บริหารระดับประเทศ จากสหพันธ์การโค้ชนานาชาติ ผู้ก่อตั้ง The Essential Coach</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอาจคุ้นชินเรื่องการโค้ช (<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/coaching-230817/">Coaching</a>) มาในหลากหลายรูปแบบ แต่ศาสตร์ของการโค้ชทางธุรกิจเป็นเรื่องของ Mindset และทักษะในการเข้าใจคนและพัฒนาคน โดยใช้หลักการ “ฟัง สะท้อน ทวน ถาม ฟีดแบ็ก ด้วยความหวังดี” เพื่อให้ผู้ถูกโค้ชได้คำตอบด้วบตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นการโค้ชไม่ใช่การสอน การสั่ง การแนะนำ หรือการให้คำปรึกษา แต่การโค้ชจะช่วยกระตุ้นความคิด และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ถูกโค้ช</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางการฟังที่ดีคือ Mindful Listening เป็นการฟังอย่างมีสติ ฟังโดยไม่ขัด ทบทวนสิ่งที่คู่สนทนาพูด ฟังเพื่อจับความรู้สึก จับใจความสิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ ซึ่งบางครั้งอาจถ่ายทอดออกมาเป็นภาษากายได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่การถามที่ดีคือ การตั้งคำถามเพื่อให้ผู้ที่ถูกโค้ชได้คำตอบด้วยตัวเอง เน้นตั้งคำถามแบบปลายเปิด ไม่ตั้งคำถามโดยคาดหวังคำตอบ แต่ตั้งคำถามเพื่อเป็นแนวทางและการแนะนำไปสู่คำตอบเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด การโค้ชมีความสำคัญในการดึงศักยภาพคนออกมา ทำให้เกิดการสนทนามากขึ้น และทำให้เราเข้าใจซึ่งกันและกันนั่นเอง</span></p>
<h2><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35568" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-46130.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success 900" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-46130.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-46130-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></h2>
<h2><b>#6 &#8211; Reimaging Talent Acquisition and Development Strategies </b></h2>
<h3><b>Reimaging Talent Acquisition and Development Strategies โดยคุณ อานนทวงศ์มฤคพิทักษ์ รองประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคลและวัฒนธรรม องค์กร LINE MAN Wongnai</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาพนักงานมีเป้าหมายพื้นฐานคือ การ Attract &amp; Acquire the right talent โดยเราต้องมีภาพในหัวที่ชัดเจนว่าต้องการคนแบบไหน และที่สำคัญคือการ Set Expectations &amp; Reward People when They meet them จะทำอย่างไรถึงจะถูกใจพนักงาน เช่น การแฝงตัวตามกลุ่มต่าง ๆ เพื่อรับฟังเสียงของพนักงาน เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ สิ่งที่ดึงดูด Talent คือ งานที่ Impact และท้าทาย เราต้องทำให้พนักงานรู้ว่างานที่เขาทำจะส่งผลต่อชีวิตเขาอย่างไรบ้าง, บริษัทต้องมี Culture ที่ดี มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทั้งร่างกายและจิตใจ สุดท้ายคือการมีสวัสดิการและค่าตอบแทนที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นมาก ๆ ของ LINE MAN Wongnai คือระบบประเมินผล ที่จะวัด 2 แกนหลัก ๆ คือ</span></p>
<table style="width: 88.1684%;">
<tbody>
<tr>
<td style="text-align: center; width: 38.6499%;"><strong>Performance Rating</strong></td>
<td style="text-align: center; width: 86.9438%;"><strong>Core Values Rating</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 38.6499%;">
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">3 &#8211; You are an MVP</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">2 &#8211; เกินความคาดหวัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">1 &#8211; เป็นไปตามที่คาดหวัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">0 &#8211; ไม่ผ่านเกณฑ์</span></li>
</ul>
</td>
<td style="width: 86.9438%;">
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">A &#8211; สามารถเป็นแบบอย่างและถ่ายทอด Core Values รวมถึงส่งต่อพลังบวกไปสู่ผู้อื่นได้ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"> B &#8211; เข้าใจและโอบรับ Core Value ในระดับพื้นฐาน </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">C &#8211; ขาด Core Value ไม่เป็นมิตรในการทำ งานและส่งต่อพลังลบให้ผู้อื่น</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">แปลง่าย ๆ คือ 3A คือพนักงานที่ทำงานดีและเป็นมิตร ขณะที่ 3C คือพนักงานที่ทำงานเก่ง แต่ไม่เปิดมิตร ซึ่งกลุ่มที่ตกอยู่ 0 และ C จะเข้า PIP โปรแกรมทันที ซึ่งการมี Rating จะช่วยให้สามารถจัดสรรและรักษาพนักงานที่ดีเอาไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35565" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-541.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success 901" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-541.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-541-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>#</b><b>7 &#8211; Roles and Responsibility of C-Level</b></h2>
<h3><b>Panel Talk โดย คุณชุติมา สีบำรุงสาสน์ ที่ปรึกษาอิสระด้านการพัฒนาธุรกิจและบริหารงานบุคค, คุณอครินทร์ ภูรีสิทธิ์, CPO Central Pattana และ คุณธีรกร อานันโทไทย Chief Digital Officer &amp; Co-Founder, Globish Academia</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายสำหรับการบริหารคนในปัจจุบัน คือเรื่อง <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/010622-deib/">DEI</a> = Diversity, Equity, and Inclusion เมื่อองค์กรส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารบ่อยมาก อันมีสาเหตุมาจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ผู้บริหารอายุมาก ไม่สอดคล้องกับกระแสและแรงงานที่เข้ามา ขณะที่คนเข้าตลาดแรงงานน้อยลง และคุณภาพแรงงานที่ลดลง ขณะที่ทักษะในอดีตก็ไม่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริหารและพนักงาน คนจึงมีความแตกต่างมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่อง Generation Gap อย่างเดียว แต่รวมถึง Human Gap ที่แต่ละคนมีความเห็นและมิติแตกต่างกันมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นต่อมาคือการพัฒนาคนให้พร้อมสู่การเป็น People Manager จะต้องทำให้ทุกคนมี Awareness ที่ตรงกันว่า Leader ส่งผลในภาพรวมขององค์กร ฉะนั้นต้องสื่อสารให้เข้าใจหน้าที่ของตัวเอง พัฒนาทักษะด้าน Leadership และมีกระบวนการหรือระบบที่ช่วยสนับสนุนคนคนนั้นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์กับการบริหารคนได้ คือเรื่อง Automation อะไรที่คนทำซ้ำ ๆ ก็เปลี่ยนมาใช้ Robot ทำแทน และเรื่อง Data จะต้องกลั่นกรองข้อมูลจำนวนมหาศาลให้เหลือแค่ในสิ่งที่เราต้องการ หมั่นใช้ Data ให้เป็นประโยชน์ และเปลี่ยน Data เป็น Insight ให้ได้ โดยต้องกำหนดโจทย์ให้ชัดเจนว่าจะเอา Report อะไร ที่จะโน้มน้าวผู้บริหาร หรือนำไปออกแบบกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับข้อมูลนั้น ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ HR จะต้องนำ Data ที่เกิดขึ้นมาพิสูจน์ให้ได้ และทำให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด ว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้น จะสร้างผลกระทบและตอบโจทย์กับธุรกิจอย่างไร ?</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35570" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-99.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากหลักสูตร PLUS#2 - People Leadership Ultimate Success 902" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-99.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/สรุปทุกเรื่องที่-HR-ควรรู้จากหลักสูตร-PLUS2-People-Leadership-Ultimate-Success-99-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>#8 &#8211; Company Visit ที่ บริษัท เงินติดล้อ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หากจะรู้จักองค์กรใดสักองค์กรหนึ่ง การเข้าไปเดินดูบรรยากาศจะทำให้เราเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรนั้น ๆ มากขึ้น ล่าสุดเราได้เข้าไปเดินชมบริษัท เงินติดล้อ ทำให้ซับซับวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างจากที่อื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ วัฒนธรรมองค์กร คือสิ่งที่ทำ ให้เงินติดล้อแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด ซึ่งวัฒนธรรมองค์กรส่งต่อถึงความเชื่อและวิธีการทำงานของคนในองค์กร โดยพวกเขาเริ่มสื่อสารความเชื่อเริ่มจากภายในองค์กร ก่อนที่จะสื่อสารในวงกว้าง และส่งไปยังภายนอก เพื่อให้ผู้คนได้เข้าถึงบริการทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใส </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสื่อสารอย่างต่อเนื่องและการสื่อสารหลากหลายช่องทาง ช่วยสร้างการตระหนักรู้เรื่องวัฒนธรรมองค์กรสำหรับคนในองค์กร และการถ่ายทอดวัฒนธรรมองค์กรไม่ใช่แค่เพียงสำหรับพนักงานเท่านั้น แต่ยังสามารถถ่ายทอดไปยังลูกค้าและสังคม เพื่อสร้างสรรค์แบ่งปันโอกาสสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยหลักที่ทำ ให้วัฒนธรรมองค์กรแข็งแรง คือการสร้าง Why (สิ่งที่มุ่งมั่นจะเป็น) และ How (สิ่งที่จะทำ ตามความมุ่งมั่น) โดยมีผู้นำทำให้ดูเป็นตัวอย่าง และสื่อสารกับพนักงานอยู่ตลอดเวลา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งจุดเด่นคือ เงินติดล้อ มีชาว Culture Gangster ทำหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กร สื่อสารให้คนในองค์กรเข้าใจและลงมือทำ ไปในทิศทางเดียวกัน โดยเลือกคนที่มี Culture-Fit กับองค์กร โดยให้ความสำคัญกับการรับคนเก่งงาน (50%) และเข้ากับวัฒนธรรมองค์กร (50%) รวมไปถึงสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายการวัดผลความสำเร็จของวัฒนธรรมองค์กร คือเมื่อใดที่ไม่มี Culture Gangster แล้ว นั่นแหละจะถือว่าสำเร็จ</span></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">“Culture ต้อง By Design ไม่ใช่ By Default ส่งผลให้พนักงานมีความสุข และภูมิใจกับการเป็นชาวติดล้อ”</span></em></p>
<p><strong>สำหรับใครสนใจคอร์ส PLUS รุ่น 3 สามารถติดต่อได้ที่ <a href="https://bit.ly/3R2WMgx" target="_blank" rel="noopener">https://bit.ly/3R2WMgx</a> (หรือติดต่อ 099-097-1199 คุณเชน)</strong></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/plus-summary-231030/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุป HR of the Future Class #5 : Corporate Innovator เพราะ HR คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-of-the-future-class-5-corporate-innovator-231010/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-of-the-future-class-5-corporate-innovator-231010/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Oct 2023 03:11:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HR of the Future]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=34770</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ตัวเลขอยู่รอบตัวเรา HR จึงต้องตระหนักรู้ถึงความสำคัญของตัวเลขในข้อมูลต่าง ๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ให้แม่นยำมากขึ้น เพราะการเติบโตทางธุรกิจส่งผลต่อการวางแผนทางการเงิน บุคคล และกระบวนการเสมอ โอกาสและความท้าทายสำหรับ HR ในอนาคต คือการนำเทคโนโลยีมาใช้กับงาน HR, สร้างความสมดุลระหว่าง Data-Driven และความเป็นมนุษย์, ให้ความสำคัญกับ Privacy และ Security ในข้อมูลต่าง ๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง เพราะโลกการทำงานเปลี่ยนแปลงทุกวัน โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่พัฒนาตลอดเวลา ในฐานะ HR เราไม่ใช่เพียงคนทำงานหลังบ้านเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจพลวัตรการเปลี่ยนแปลงของโลกนี้ด้วย ในสัปดาห์สุดท้ายกับหลักสูตร HR of the Future รุ่นที่ 1 จาก Disrupt โครงการพัฒนาผู้นำที่ให้ความสำคัญเรื่องคน ว่าด้วยเรื่อง Corporate Innovator ผ่านวิทยากร 2 ท่านคือ คุณ ชัค &#8211; ชัคพัฒน์ นัสการ จาก ThinkMate และคุณ บิ๊ค [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขอยู่รอบตัวเรา HR จึงต้องตระหนักรู้ถึงความสำคัญของตัวเลขในข้อมูลต่าง ๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ให้แม่นยำมากขึ้น เพราะการเติบโตทางธุรกิจส่งผลต่อการวางแผนทางการเงิน บุคคล และกระบวนการเสมอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โอกาสและความท้าทายสำหรับ HR ในอนาคต คือการนำเทคโนโลยีมาใช้กับงาน HR, สร้างความสมดุลระหว่าง Data-Driven และความเป็นมนุษย์, ให้ความสำคัญกับ Privacy และ Security ในข้อมูลต่าง ๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34776 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/Corporate-Innovator-เพราะ-HR-คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร-Cover.webp" alt="Corporate Innovator เพราะ HR คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร Cover" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #5 : Corporate Innovator เพราะ HR คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร 908" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/Corporate-Innovator-เพราะ-HR-คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/Corporate-Innovator-เพราะ-HR-คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะโลกการทำงานเปลี่ยนแปลงทุกวัน โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่พัฒนาตลอดเวลา ในฐานะ HR เราไม่ใช่เพียงคนทำงานหลังบ้านเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจพลวัตรการเปลี่ยนแปลงของโลกนี้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในสัปดาห์สุดท้ายกับหลักสูตร </span><b>HR of the Future</b><span style="font-weight: 400;"> รุ่นที่ 1 จาก </span><b>Disrupt</b><span style="font-weight: 400;"> โครงการพัฒนาผู้นำที่ให้ความสำคัญเรื่องคน ว่าด้วยเรื่อง Corporate Innovator ผ่านวิทยากร 2 ท่านคือ คุณ </span><b>ชัค &#8211; ชัคพัฒน์ นัสการ</b><span style="font-weight: 400;"> จาก ThinkMate และคุณ </span><b>บิ๊ค &#8211; วรวัจน์ สุวคนธ์</b><span style="font-weight: 400;"> จาก SCB Academy</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องมีเรดาร์อะไรที่สำคัญท่ามกลางโลกอนาคตนี้บ้าง ? บทความนี้ HREX มีคำตอบ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34774 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/Corporate-Innovator-เพราะ-HR-คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร-4.webp" alt="Corporate Innovator เพราะ HR คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร Cover" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #5 : Corporate Innovator เพราะ HR คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร 909" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/Corporate-Innovator-เพราะ-HR-คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/Corporate-Innovator-เพราะ-HR-คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>The Magic Number ตัวเลขไม่เคยโกหกใคร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เปิด Session แรกด้วยคุณ ชัคพัฒน์ นัสการ จาก ThinkMate ที่มาสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของ “ตัวเลข” กับงานทรัพยากรบุคคล ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขทั้งในและนอกองค์กร เช่น ตัวเลขรายได้ต่อครัวเรือนประจำปี, ตัวเลขอัตราการขึ้นเงินเดือน, ตัวเลขจำนวนพนักงาน, ตัวเลข Lifetime พนักงานในบริษัท ฯลฯ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขเหล่านี้อยู่กับทุกคนเสมอ แล้ว HR มองเห็นความสำคัญของตัวเลขเหล่านี้หรือไม่ ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นที่รู้กันว่างาน HR เกี่ยวข้องกับ Accounting เสมอ เช่น เราไม่สามารถลดเงินเดือนพนักงานได้ แต่เราสามารถลดตัวเลข Cost อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ ทั้งโบนัท จำนวน Training การไป Company Outing ฯลฯ หน้าที่ที่สำคัญคือเราจะ Improve Cost ยังไง ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการเติบโตทางธุรกิจส่งผลต่อการวางแผนทางการเงิน บุคคล และกระบวนการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสำคัญของตัวเลขมีด้วยกันหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำให้เข้าใจ Self Concept ว่าเราควรโฟกัสอะไร และมองเห็น Social Relationship, เป็น Business Advisor ช่วยให้เห็นภาพอนาคต ซึ่งเราต้องเป็น Proactive มองไปข้างหน้าเสมอ และดูว่าเป็น Qualitative Infomation หรือไม่ ที่สำคัญต้อง Real Time มากกว่า On Time,  Look Outward และใช้ตัวเลขให้เป็น Strategic มากขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะ Value for Money = คุ้มค่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ สิ่งที่ HR ควรเข้าใจงาน Accounting คือสินทรัพย์ต้องสร้างรายได้ ฉะนั้น “คน” จะไม่ใช่ทรัพย์สินในทางบัญชี เพราะคนเป็นค่าใช้จ่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด คุณชัคให้ข้อคิดไว้ว่า ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลอะไร “If you cannot measure it, You cannot improve it.” </span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">H &#8211; Human คนสิ่งสำคัญที่จะสร้างคุณค่า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">U &#8211; Understanding เป็นหัวใจสำคัญของความรู้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">M &#8211; Measurement ต้องเป็นสิ่งที่วัดได้ สำคัญมาก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">A- Accounting เป็นภาษาทางธุรกิจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">N &#8211; Number all around ตัวเลขมีอยู่รอบตัว</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>Future of HR อนาคตในแบบฉบับของ SCB</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34771 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/Corporate-Innovator-เพราะ-HR-คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร-1.webp" alt="Corporate Innovator เพราะ HR คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร Cover" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #5 : Corporate Innovator เพราะ HR คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร 910" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/Corporate-Innovator-เพราะ-HR-คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/Corporate-Innovator-เพราะ-HR-คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฎิเสธไม่ได้ว่า 2023 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่หลาย ๆ ฟังก์ชั่นหันมานิยามและเปลี่ยนบทบาทวิถีการทำงานใหม่ เช่น แต่ก่อนที่ HR ถูกมองว่าเป็น Business Partner หลังโควิดได้กลายเป็น </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hrbusinesspartner-to-hrbusinessdriver-230909/"><span style="font-weight: 400;">Bussiness Driver</span></a><span style="font-weight: 400;"> กันแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session นี้คุณ บิ๊ค &#8211; วรวัจน์ สุวคนธ์ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มงาน SCB Academy ได้เล่าให้ฟังถึงเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของโลกที่ส่งผลกระทบต่องาน HR ให้ฟัง โดยเฉพาะในกลุ่ม SCB ที่มอง HR เป็นแนวหน้าสำคัญในการทำ Business Transformation</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุผลที่ HR ต้องเป็นแนวหน้าในการทำ Business Transformation</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของ HR ในยุคดิจิทัล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรที่เน้นทักษะ (Skill-based Organization)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การมาถึงของ Generative Al</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเพิ่มขึ้นและการให้ความสำคัญ Talent ในตลาด</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นที่ทราบกันดีกว่า SCB Group ได้ปรับโครงสร้างใหม่จัดตั้ง SCBX ขึ้นมาเป็นบริษัทแม่ โดยเหตุผลการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและขีดความสามารถในการแข่งขัน มุ่งสู่กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีการเงินระดับภูมิภาคสร้างบริษัทสู่หลากธุรกิจการเงินและแพลตฟอร์ม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดจากเทรนด์โลก 3 อย่างสำคัญคือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Trend 1 Financial Inclusion: </b><span style="font-weight: 400;">ปลดล็อกโอกาสใหม่ ๆ ให้ทุกคนรวมถึงกลุ่มด้อยโอกาสเข้าถึงการเงินอย่างทั่วถึง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Trend 2 Digital Asset Economy: </b><span style="font-weight: 400;">ศักยภาพของ Digital Asset ที่มากขึ้น ทำให้บทบาทธนาคารแบบเดิมน้อยลงเรื่อย ๆ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Trend 3 Green Tech: </b><span style="font-weight: 400;">เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมรอไม่ได้อีกแล้ว และยังเป็นโอกาสทางธุรกิจเช่นกัน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ SCB จึงมีการเปลี่ยนแปลง HR Strategy ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่เราสามารถศึกษา ทำความเข้าใจ และหยิบไปประยุกต์ใช้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในนั้นคือการเป็น Skill Based Organization ให้ความสำคัญทักษะของพนักงานเป็นสำคัญ เพราะ “Skill new Currency” ทักษะอะไรบ้างที่คนต้องสะสมตลอดทาง ผ่านปัจจัย 4 อย่างคือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Prioritizing Core Competencies: </b><span style="font-weight: 400;">จัดลำดับความสำคัญของความสามารถและทักษะที่จำเป็นสำหรับพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>The Imperative of Continuous Learning: </b><span style="font-weight: 400;">เพราะการเรียนรู้ไม่ได้สิ้นสุดแค่วันเดียว จึงต้องสร้างให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Building an Agile and Adaptive Workforce: </b><span style="font-weight: 400;">สร้างบุคคลากรที่ปรับตัวได้อย่างคล่องแคล่ว รวดเร็ว กระทั่งสามารถลาออกไปทำงานอื่นในเครือได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Driving Innovation through Skills: </b><span style="font-weight: 400;">ขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมผ่ายทักษะที่มี</span></li>
</ul>
<h2><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34773 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/Corporate-Innovator-เพราะ-HR-คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร-3.webp" alt="Corporate Innovator เพราะ HR คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร Cover" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #5 : Corporate Innovator เพราะ HR คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร 911" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/Corporate-Innovator-เพราะ-HR-คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/Corporate-Innovator-เพราะ-HR-คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาคือการให้ความสำคัญกับการสร้าง Leader ในองค์กร เพื่อให้มี Transformative Leader หรือผู้นำที่พร้อมปรับเปลี่ยนองค์กร ปรับตัวไปกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ และสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าต่อไป ซึ่งหนึ่งทักษะที่สำคัญของผู้นำนั่นก็คือ การโค้ชชิ่ง (Coaching) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ SCB จึงเปิดศูนย์กลางการเรียนรู้เฉพาะด้าน SCB Academy เพื่อบ่มเพาะวิชาความรู้ด้านการเงินการธนาคารและทักษะใหม่ ๆ ที่ทันสมัยให้กับพนักงาน ให้พนักงานสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานหรือแม้แต่การดำรงชีวิตประจำวัน และสามารถเติบโตก้าวทันกับโลกธนาคารยุคใหม่ได้ในที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นต่อมาคือการน้อมรับ Generative AI มาใช้ในงาน HR ตั้งแต่การปฏิวัติการเฟ้นหา Talent,​ เพื่อประสิทธิภาพในการการวิเคราะห์ข้อมูล, การสร้างการเติบโตของพนักงาน และยกระดับ Employee Experience ที่ดีให้แก่พนักงานโดยรวม ฉะนั้นทุกอย่างต้องเป็น AI First</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดสิ่งที่ HR ต้องเข้าใจคือ การขยายพรมแดนของกลุ่ม Talent ในท้องตลาด ที่นิยาม Talent จะเปลี่ยนไป, มีการจ้างงานใน </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/210917-how-gig-economy-impact-hr/"><span style="font-weight: 400;">Gig Economy</span></a><span style="font-weight: 400;"> มากขึ้น เพราะสามารถเจาะกลุ่ม Talent ในทั่วโลก จึงต้องมี Speed และ Agile ในการทำ Skill Matching </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้คือ โอกาสและความท้าทายสำหรับ HR ในอนาคตเป็นอย่างมาก ที่จะต้องนำเทคโนโลยีมาใช้กับงาน HR, สร้างความสมดุลระหว่าง Data-Driven และความเป็นมนุษย์, ให้ความสำคัญกับ Privacy และ Security ในข้อมูลต่าง ๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะอนาคตของ HR ที่ส่องสว่างอยู่ข้างหน้า อยู่ในมือของพวกเรานี่เอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับใครที่สนใจหลักสูตร HR of the Future สามารถติดตามรายละเอียดได้และสมัครแสดงความสนใจรุ่นที่ 2 ได้ที่ </span><a href="https://uhvug5i4sgr.typeform.com/hrofthefuture2" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://uhvug5i4sgr.typeform.com/hrofthefuture2</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ </span><a href="https://www.disruptignite.com/hrofthefuture" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.disruptignite.com/hrofthefuture</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/187?utm_source=HR+Insight&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32651 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50.webp" alt="5 เหตุผลที่ควรใช้ Disrupt Corporate Program เทรนนิ่งยุคใหม่ ที่ช่วยเปลี่ยนผ่านองค์กรอย่างแข็งแกร่งจากภายใน" width="1080" height="1080" title="สรุป HR of the Future Class #5 : Corporate Innovator เพราะ HR คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร 912" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-of-the-future-class-5-corporate-innovator-231010/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุป HR of the Future Class #4 : Culture Power พลังแห่งวัฒนธรรมองค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-of-the-future-class-4-culture-power-231003/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-of-the-future-class-4-culture-power-231003/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Oct 2023 11:27:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HR of the Future Class]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=34536</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT &#8220;Strong&#8221; Corporate Culture จะสร้าง Excellent Business Performance เพราะวัฒธรรมองค์กรที่ดีจะส่งผลต่อการ Drive Performance, เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน, ดึงดูด Talent, Empowerment คนในองค์กร และก่อให้เกิดการทำงานร่วมกัน  วัฒนธรรมองค์กรเป็นเรื่องของทุกคน ฉะนั้นทุกคนในองค์กรคือ Culture Ambassador Google บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมีคติอย่างหนึ่งคือ ทำงานเร็วทุกอย่าง ยกเว้นการเลือกคนเข้ามาอยู่ในองค์กร เพราะที่นี่ต้องการ Talents อย่างแท้จริง Google มีวัฒนธรรมองค์กรที่ใช้ตัวเลขเป็นภาษากลาง เพราะมอง Numbers Drive Performance &#38; Everything เน้นการทำงานร่วมกัน (Collaboration) และให้ความสำคัญกับการทำงานแบบ Efficient หรือทำน้อยได้มาก  HREX เชื่อว่า ไม่ว่าองค์กรจะใหญ่หรือเล็กแค่ไหน หากปราศจาก “คน” ก็เป็นเพียงตึกหรืออาคารเท่านั้น เพราะคนคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ซึ่งการอยู่ร่วมกันก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า วัฒธธรรมองค์กร ต่อไป ในสัปดาห์ที่ 4 ของหลักสูตร HR [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">&#8220;Strong&#8221; Corporate Culture จะสร้าง Excellent Business Performance เพราะวัฒธรรมองค์กรที่ดีจะส่งผลต่อการ Drive Performance, เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน, ดึงดูด Talent, Empowerment คนในองค์กร และก่อให้เกิดการทำงานร่วมกัน </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมองค์กรเป็นเรื่องของทุกคน ฉะนั้นทุกคนในองค์กรคือ Culture Ambassador</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Google บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมีคติอย่างหนึ่งคือ ทำงานเร็วทุกอย่าง ยกเว้นการเลือกคนเข้ามาอยู่ในองค์กร เพราะที่นี่ต้องการ Talents อย่างแท้จริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Google มีวัฒนธรรมองค์กรที่ใช้ตัวเลขเป็นภาษากลาง เพราะมอง Numbers Drive Performance &amp; Everything เน้นการทำงานร่วมกัน (Collaboration) และให้ความสำคัญกับการทำงานแบบ Efficient หรือทำน้อยได้มาก </span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34541 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-Cover.webp" alt="HR of the Future Class 4 Culture Power Cover" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #4 : Culture Power พลังแห่งวัฒนธรรมองค์กร 920" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX เชื่อว่า ไม่ว่าองค์กรจะใหญ่หรือเล็กแค่ไหน หากปราศจาก “คน” ก็เป็นเพียงตึกหรืออาคารเท่านั้น เพราะคนคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ซึ่งการอยู่ร่วมกันก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า </span><b>วัฒธธรรมองค์กร </b><span style="font-weight: 400;">ต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในสัปดาห์ที่ 4 ของหลักสูตร </span><b>HR of the Future</b><span style="font-weight: 400;"> รุ่นที่ 1 จาก </span><b>Disrupt</b><span style="font-weight: 400;"> โครงการพัฒนาผู้นำที่ให้ความสำคัญเรื่องคนนั้นมุ่งเน้นเรื่องความสำคัญของวัฒธธรรมองค์กร ผ่านวิทยากร 2 ท่าน คุณ </span><b>จี๊ด &#8211; ปัทมาวลัย รัตนพล</b><span style="font-weight: 400;"> Chief Executive Advisor, S&amp;P Syndicate PLC และ คุณ </span><b>บี่บี๋ &#8211; ชนัญญา ระยามาศ Strategic Agency Manager</b><span style="font-weight: 400;"> จาก Google</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Culture Power พลังแห่งวัฒนธรรมมีอะไรบ้าง​ ?​ บทความนี้คำตอบ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34539 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-5.webp" alt="HR of the Future Class 4 Culture Power" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #4 : Culture Power พลังแห่งวัฒนธรรมองค์กร 921" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Building Culture that Matters : วัฒนธรรมสำคัญอย่างไร ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะทุกตำแหน่งในองค์กรสำคัญ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสเตตัสใด จะเป็น Founder, CEO, Executive หรือกระทั่ง HR ล้วนแล้วต้องเข้าใจ Need และบทบาทตัวเอง โดยเฉพาะการสร้าง People Manager ให้กับองค์กรให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากคุณเป็น HR สิ่งสำคัญคือการทำธุรกิจ (Business) มากกว่าการทำหน้าที่ HR ด้วยซ้ำ เช่น การหา Head of Marketing ฝ่าย HR ต้องหาคนที่ Drive Business ไม่ใช่แค่ดูโปรไฟล์อย่างเดียว นั่นก็เพราะโลกธุรกิจมี Change ตลอดเวลา ทุกคนต้องแข่งขันกับตัวเอง แข่งขันกับเพื่อนร่วมงาน แข่งขันกับคู่แข่ง ฉะนั้นจึงต้องเข้าใจว่า </span><b>“โลกไปถึงไหนแล้ว” </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ คุณจี๊ด &#8211; ปัทมาวลัย เปรียบเทียบให้ฟังว่า วัฒธรรมองค์กรไม่ใช่แค่ต้นไม้ที่ยืนต้นเด่นเป็นสง่า แต่คือการออกดอกออกผลที่งดงามต่อต้นไม้นั้น ๆ ด้วย เพราะ</span><b>&#8220;Strong&#8221; Corporate Culture จะสร้าง Excellent Business Performance</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยเหตุนี้ Culture จึงเป็นรากเหง้า ที่ทุกคนต้อง Recognize </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของคุณจี๊ด Culture คือการ Shared Value ต่างๆ ทั้งจิตใต้สำนึก, ความเชื่อ,​การรับรู้, ความคิดความรู้สึก, ประเพณี, การปฏิบัติต่อกัน, การตีความ … พูดง่าย ๆ คือ สิ่งที่ </span><b>“How do we SEE things around here” </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยวัฒธรรมองค์กรที่ดีและชัดเจนจะส่งผลต่อการ Drive Performance, เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน, ดึงดูด Talent ในอนาคต, Empowerment คนในองค์กร และก่อให้เกิดการทำงานร่วมกัน </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34540 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-2.webp" alt="HR of the Future Class 4 Culture Power" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #4 : Culture Power พลังแห่งวัฒนธรรมองค์กร 922" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วเราจะสร้างวัฒนธรรมได้อย่างไร​ ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณจี๊ดแนะนำว่า เราต้องเข้าใจว่าเราจะสื่อสารกับใคร เราต้องใช้ภาษานั้น โดยผ่านขั้นตอนดังนี้</span></p>
<ol>
<li><b> Setting Clear Expectations :</b><span style="font-weight: 400;"> ระบุถึงความคาดหวังที่ชัดเจน เอาให้เคลียร์ว่าเราคาดหวังอะไร</span></li>
<li><b> Leading by Examples :</b><span style="font-weight: 400;"> หัวหน้างานสำคัญที่สุดในการ “ทำให้ดู” โดยไม่ใช่แค่การทำ Townhall แต่คือการเป็น Townhouse เล็ก ๆ ที่ Functional Leader เป็นผู้นำ </span></li>
<li><b> Hiring and Onboarding :</b><span style="font-weight: 400;"> จ้างงานคนที่ใช่ ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด เป็น Culture Fit เพราะ Culture มีไว้สำหรับ Hiring เสมอ  </span></li>
<li><b> Rewarding and Recognition : </b><span style="font-weight: 400;">คนที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมควรมีรางวัลบางอย่าง และต้องมี Punishment สำหรับคนที่ไม่สอดคล้องด้วย </span></li>
<li><b> Continuous Communication : </b><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าการสื่อสารสำคัญมาก และต้อง Impactful ด้วย</span></li>
<li><b> Training and Development : </b><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมต้องมีการฝึกฝนและพัฒนา เพราะโลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา</span></li>
<li><b> Feedback Loops : </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อการรักษาวัฒนธรรมให้ดำรงอยู่ต่อไป</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด คุณจี๊ดเน้นย้ำว่า </span><b>ทุกคนในองค์กรคือ Culture Ambassador</b><span style="font-weight: 400;"> ฉะนั้นวัฒนธรรมจึงเป็นสิ่งที่องค์กรมองข้ามไม่ได้เลย </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-34538 size-full aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-4.webp" alt="HR of the Future Class 4 Culture Power" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #4 : Culture Power พลังแห่งวัฒนธรรมองค์กร 923" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Google Culture driving Growth and Performance : “เร็วทุกเรื่อง ยกเว้นการเลือกคน”</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นทราบกันดีกว่า Google บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเป็นศูนย์รวมของคนเก่ง (Talent) มากมาย โดย Session นี้ คุณ บี่บี๋ &#8211; ชนัญญา ระยามาศ Strategic Agency Manager จาก Google จึงจะมาอธิบายถึงวัฒนธรรมองค์กรผ่านสายตาของพนักงานคนหนึ่งว่า Google ให้ความสำคัญกับอะไรบ้าง โดยแบ่งเป็น 3 หัวข้อ ดังนี้</span></p>
<h3><b>1 Selection &amp; Onboarding</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Google มีคติอย่างหนึ่งคือ ทำงานเร็วทุกอย่าง ยกเว้นการเลือกคนเข้ามาอยู่ในองค์กร เพราะที่นี่ต้องการ Talents อย่างแท้จริง โดยมีขั้นตอนการคัดเลือกคนดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>CV Screen :</b><span style="font-weight: 400;"> ดูประสบการณ์การทำงาน,​ ทักษะ, หาบทบาทและตำแหน่งที่สอดคล้องกัน </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>HR Screen Call :</b><span style="font-weight: 400;"> HR กลางจะโทรเข้ามา Background Check, เช็คความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ และสัมภาษณ์เบื้่องต้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Interview  with Googlers :</b><span style="font-weight: 400;"> สัมภาษณ์งานอย่างน้อย 4 รอบ และมี 4 กลุ่มคำถามหลัก คือ Leadership, Role-Related Knowledge, General Cognitive Ability และ Googleyness ซึ่งทุก ๆ การสัมภาษณ์ ต้องได้ Greenlight ทุกครั้ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Package Alignment : </b><span style="font-weight: 400;">หากผ่านการสัมภาษณ์แล้ว ก็จะเป็นการพูดคุยเรื่อง Package ต่าง ๆ ที่อ้างอิงจาก Interview Score, Role / Level Matching ซึ่งจะไม่มีการต่อรองใด ๆ </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่การ Onboarding ที่แนวคิดว่าทุกวินาทีของพนักงานมีค่า นอกเหนือจาก HR Onboard แล้ว ยังมี Team Onboard ด้วย โดย Framework ที่สำคัญคือ </span></p>
<table style="width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="text-align: center; width: 48.6763%;"><b>What you need to KNOW </b></td>
<td style="text-align: center; width: 50.6405%;"><b>What you need to DO</b></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 48.6763%;"><b>1. Key Info</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับบตัวเองใน Google เช่น Goals &amp; OKRs, Company, Division, Team, Personal OKRs Direct Manager, Mentors, Buddies,และช่องทางเข้าถึง Key Resources</span></td>
<td style="width: 50.6405%;"><b>1. Key Learnings </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่พนักงานคนจะต้องเรียนรู้, Timeline &amp; Deadline การเรียน, และการ Tracking Learning นั้น ๆ ด้วย</span></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 48.6763%;"><b>2. Key People</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แผนผังองค์กรและภายในแผนก/ทีม พร้อมรายชื่อติดต่อระดับ Global, Regional, Division, Country, Team นอกจากนี้ยังมีข้อมูล Key cross-functional teams, พร้อมระบุถึงความเชี่ยวชาญของแต่ละบุคคลด้วย</span></td>
<td style="width: 50.6405%;"><b>2. Key Deliverables</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลงานที่องค์กรคาดหวัง, Timeline &amp; Deadline การทำงาน, บุคคลคนที่อำนาจอนุมัติ และการ Tracking กระบวนการทำงาน</span></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 48.6763%;"><b>3. Key Resources</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Business Plan ของแผนก, Deck ต่าง ๆ ที่ต้องใช้ และข้อมูลาสำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง</span></td>
<td style="width: 50.6405%;"><b>3. Key Timelines</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบุ Key Dates และ Key Milestones เช่น FDOB (First Day of Business), Portfolio Building , Sales Target Preview ฯลฯ</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34537 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-3.webp" alt="HR of the Future Class 4 Culture Power" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #4 : Culture Power พลังแห่งวัฒนธรรมองค์กร 924" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></h3>
<h3><b>2. Operation &amp; Execution</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเชิงการทำงาน สำหรับ Googler มี 3 อย่างที่สำคัญคือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1) ตัวเลขเป็นภาษากลางที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน ที่นี่จึงมอง Numbers Drive Performance &amp; Everything เพราะ Number สามารถ Drive Performance, ทำให้เกิด Decision, Prioritisation สิ่งสำคัญจริง ๆ และนำไปสู่การ Take Action ต่าง ๆ เช่น ทิศทางที่จะดำเนินการต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) เน้นการทำงานร่วมกัน (Collaboration) เพื่อให้เกิด Ecosystem เช่น แนวคิด Contributions Beyond Your &#8220;Core Work&#8221; ทำงานแบบไม่จบที่งานตัวเอง แต่จะช่วยทีมอื่น ๆ ด้วย ซึ่งสามารถ Recognition ข้ามแผนกได้ด้วย รวมถึงการ Feedback ที่ต้องทำอย่างเข้มข้นและจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3) ให้ความสำคัญกับการทำงานแบบ Efficient ทำน้อยได้มาก ทำไปก่อน 70% แล้วปรับ 30% ที่เหลือ, Fail ไม่เป็นไร เพราะคือการ Save Cost ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต, ต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด, และไม่มีการประชุมที่เกิน 30 นาที</span></p>
<h3><b>3. Performance &amp; Evaluation</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคือการทำงานและการวัดผล โดย Operational Timeline Google จะตั้งไว้ทุกไตรมาส และมีการ Annual Performance Review ทุกสิ้นปี โดย Core Values &amp; Performance Evaluation จะมี Metrics 3 ส่วนคือ Drive Amazing Work, Lift Yourself &amp; Others และ Lead with Respect เช่น เรื่องความผิดชอบงาน, การทำงานร่วมกับผู้อื่น หรือเคารพ user ไหม​?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสิ่งที่น่าสนใจคือลูกทีมสามารถประเมินหัวหน้าตัวเองได้ด้วย เพราะหัวหน้า/ผู้จัดการมีส่วนสำคัญต่อการทำงานและความพึงพอใจของพนักงาน ซึ่งจะส่งผลต่อผลลัพธ์องค์กรในระยะยาวด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34544 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-6.webp" alt="HR of the Future Class 4 Culture Power (6)" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #4 : Culture Power พลังแห่งวัฒนธรรมองค์กร 925" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/HR-of-the-Future-Class-4-Culture-Power-6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีเตอร์ ดรักเกอร์ (Peter Drucker) กูรูด้านการบริหารระดับโลกเคยกล่าวไว้ว่า “Culture eats strategy as breakfast.” หมายความว่า ต่อให้องค์กรมีกลยุทธ์ธุรกิจเจ๋งขนาดไหน ถ้าวัฒนธรรมองค์กรไปด้วยกันไม่ได้ ความสำเร็จก็ไม่มีวันเกิดขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นก็เพราะการสร้างวัฒนธรรมองค์กรมีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเฉพาะการกำหนดวิถีการทำงานของคนในองค์กรให้เป็นไปตามทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างการเติบโตให้กับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งนอกจากจะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีแล้ว เรายังต้องใส่ใจในการฝึกฝนและปฏิบัติ เพื่อพัฒนาความรู้และความสามารถของบุคลากรในองค์กรอยู่เสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่ HR ทุกคนต้องหันมาใส่ใจวัฒนธรรมองค์กรให้มากขึ้น เพื่อสร้างค่านิยมที่มีคุณค่าต่อพนักงาน และนำไปสู่ความสำเร็จตามอุดมการณ์หรือเป้าหมายขององค์กรต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับใครที่สนใจหลักสูตร HR of the Future สามารถติดตามรายละเอียดได้และสมัครแสดงความสนใจรุ่นที่ 2 ได้ที่ </span><a href="https://uhvug5i4sgr.typeform.com/hrofthefuture2" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://uhvug5i4sgr.typeform.com/hrofthefuture2</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ </span><a href="https://www.disruptignite.com/hrofthefuture" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.disruptignite.com/hrofthefuture</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/187?utm_source=HR+Insight&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32651 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50.webp" alt="5 เหตุผลที่ควรใช้ Disrupt Corporate Program เทรนนิ่งยุคใหม่ ที่ช่วยเปลี่ยนผ่านองค์กรอย่างแข็งแกร่งจากภายใน" width="1080" height="1080" title="สรุป HR of the Future Class #4 : Culture Power พลังแห่งวัฒนธรรมองค์กร 926" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-of-the-future-class-4-culture-power-231003/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุป HR of the Future Class #3 : HR in Tech, Tech in HR</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-of-the-future-class-3-hr-in-tech-tech-in-hr-20230925/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-of-the-future-class-3-hr-in-tech-tech-in-hr-20230925/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Sep 2023 09:28:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HR of the Future]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=33805</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT การใช้เทคโนโลยีในงาน HR ไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมแพง ๆ ขอแค่มีคนทำงานเกี่ยวกับตัวเลขหรือเขียนโค้ดเป็นในทีม ก็จะช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น 50% AI ไม่ใช่เครื่องมือ แต่คือยุคสมัย แล้วตอนนี้องค์กรของคุณพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แล้วหรือยัง ? Agile จะเข้ามาช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว ซึ่งต้องเปลี่ยนองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ที่สำคัญเราไม่จำเป็นต้องโฟกัสเครื่องมือ แต่ให้โฟกัสที่ปรัชญาของ Agile ดีกว่า เดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 3 กันแล้วหลักสูตร HR of the Future รุ่นที่ 1 จาก Disrupt โครงการพัฒนาผู้นำที่ให้ความสำคัญเรื่องคน โดยในสัปดาห์นี้โฟกัสไปที่เทคโนโลยีกับการประยุกต์ใช้งานในสายทรัพยากรบุคคล ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรหลายท่าน อาทิ คุณ รุตม์ &#8211; อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ VP of People จาก LINE MAN Wongnai, คุณ เจมส์ &#8211; ธีรานนท์ ศิริกุลพิริยะ นักวางแผนกลยุทธ์ จาก Insightist [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การใช้เทคโนโลยีในงาน HR ไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมแพง ๆ ขอแค่มีคนทำงานเกี่ยวกับตัวเลขหรือเขียนโค้ดเป็นในทีม ก็จะช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น 50%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">AI ไม่ใช่เครื่องมือ แต่คือยุคสมัย แล้วตอนนี้องค์กรของคุณพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แล้วหรือยัง ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Agile จะเข้ามาช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว ซึ่งต้องเปลี่ยนองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ที่สำคัญเราไม่จำเป็นต้องโฟกัสเครื่องมือ แต่ให้โฟกัสที่ปรัชญาของ Agile ดีกว่า</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-33812 size-full aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-Cover.webp" alt="สรุป HR of the Future Class #3 HR in Tech, Tech in HR Cover" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #3 : HR in Tech, Tech in HR 934" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 3 กันแล้วหลักสูตร </span><b>HR of the Future</b><span style="font-weight: 400;"> รุ่นที่ 1 จาก </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/187?utm_source=HR+Insight&amp;utm_medium=Text"><b>Disrupt </b></a><span style="font-weight: 400;">โครงการพัฒนาผู้นำที่ให้ความสำคัญเรื่องคน โดยในสัปดาห์นี้โฟกัสไปที่เทคโนโลยีกับการประยุกต์ใช้งานในสายทรัพยากรบุคคล ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรหลายท่าน อาทิ คุณ </span><b>รุตม์ &#8211; อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ </b><span style="font-weight: 400;">VP of People จาก LINE MAN Wongnai, คุณ</span><b> เจมส์ &#8211; ธีรานนท์ ศิริกุลพิริยะ</b><span style="font-weight: 400;"> นักวางแผนกลยุทธ์ จาก Insightist รวมทั้ง คุณ </span><b>กระทิง &#8211; เรืองโรจน์ พูนผล</b><span style="font-weight: 400;"> Group Chairman จาก KBTG</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยการทำงานของ HR อย่างไรบ้าง ? HREX สรุปมาให้แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33807 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-2.webp" alt="สรุป HR of the Future Class #3 HR in Tech, Tech in HR Cover" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #3 : HR in Tech, Tech in HR 935" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>กรณีศึกษา LINE MAN Wongnai เมื่อเราไม่จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีแพง ๆ ขอแค่มีคนทำงานตัวเลขเก่ง ๆ ก็พอ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นการบรรยายจาก คุณ </span><b>รุตม์ &#8211; อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ </b><span style="font-weight: 400;">VP of People จาก LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย ที่กล่าวถึง Ideal Combination ในการผสม Business &amp; Core Values และ Analytic Tools &amp; Automation เข้าด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย Core Values ของ LINE MAN Wongnai ประกอบด้วย </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Innovate Faster :</b><span style="font-weight: 400;"> มีทีม Tech เป็นของตัวเองเพื่อการพัฒนาและขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว โอบรัดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และเน้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Go Deeper : </b><span style="font-weight: 400;">ทำงานโดยใช้ Data เป็นตัวนำ เนื่องจากต้องรู้ข้อมูลร้านอาหารในไทยทั้งหมด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Respect Everyone :</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นตัวกลางระหว่างทุกคน เช่น ร้านอาหาร ไรเดอร์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมากมาย จึงต้องเคารพทุกคน อ่อนน้อมถ่อมตน ที่สำคัญคือต้องทำสิ่งที่ถูกต้องและตอบโจทย์ทุกฝ่ายเสมอ เพื่อการเติบโตไปด้วยกัน</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33806 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-1.webp" alt="สรุป HR of the Future Class #3 HR in Tech, Tech in HR Cover" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #3 : HR in Tech, Tech in HR 936" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้เป็นโจทย์สำคัญสำหรับ HR ที่จะต้องหา “คน” ให้สอดคล้องกับ Core Value เพราะในเชิงการทำงาน เราไม่จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีแพง ๆ ก็ได้ ขอแค่มีคนทำงานเก่ง ๆ ก็พอ ทั้งนี้ LINE MAN Wongnai ได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาเพื่อการขับเคลื่อนความสำเร็จใน HR ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Steamline : </b><span style="font-weight: 400;">ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยกระบวนการและการปฏิบัติกงานให้มีประสิทธิภาพ เช่น การประมวลผลไฟล์ Performance Review ที่เพิ่มขึ้นจาก 80 ไฟล์ในปี 2019 มาเป็น 240 ไฟล์ในปี 2023 ก็ใช้ Python ใน Excel เพื่อช่วยรวมไฟล์แต่ละไฟล์เข้าเป็นไฟล์เดียว, หรือการประเมินการขึ้นเงินเดือนที่ใช้ Google Sheet เข้ามาช่วยลดเวลาในการทำงานลง เป็นต้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Enhance :</b><span style="font-weight: 400;"> ใช้เทคโนโลยีในการยกระดับ Employee Experience เช่น โครงการ Referral Program ที่ใช้ Google Looker Studio ในการ Tracking หรือกระทั่งการยกระดับ Employee Engagement ใช้ Google Apps Script สร้างโค้ดง่าย ๆ เชื่อมโยงกับ Slack เพื่อสร้าง Internal Communication แบบรายบุคคล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Identify : </b><span style="font-weight: 400;">ใช้เทคโนโลยีเพื่อดูข้อมูลเชิงลึกและเทรนด์ที่เกิดขึ้น เช่น Google Looker Studio สร้าง Dashbaord Data Visualization เพื่อดูว่าคนที่มีชั่วโมงการประชุมาก ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานหรือไม่ ? หรือกระทั่งการใช้เทคโนโลยีในการประมวลผล Engagement Survey</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ จะเห็นว่า LINE MAN Wongnai ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีราคาสูงเลย ส่วนใหญ่เป็นเครื่องมือฟรีด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้คุณรุตม์จึงแนะนำว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“ให้หาคนที่มีความรู้เรื่องตัวเลขและสามารถเขียนโค้ดง่าย ๆ ได้เข้ามาร่วมทีม HR แล้วชีวิตของคุณจะง่ายขึ้นอย่างน้อย 50%”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33808 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-3.webp" alt="สรุป HR of the Future Class #3 HR in Tech, Tech in HR Cover" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #3 : HR in Tech, Tech in HR 937" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>INSIGHT + AI = FUTURE BUSINESS</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อด้วย Session ของคุณ </span><b>เจมส์ &#8211; ธีรานนท์ ศิริกุลพิริยะ</b><span style="font-weight: 400;"> นักวางแผนกลยุทธ์ จาก Insightist ที่กล่าวถึงอนาคตของธุรกิจที่ AI (Artificial intelligence) จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยเขามองว่า AI ไม่ใช่เครื่องมือ แต่คือยุคสมัยแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้มีงานวิจัยและผลสำรวจมากมายที่กล่าวว่า ทุกธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมจะถูก AI Disrupt อาทิ </span><a href="https://aibusiness.com/nlp/goldman-sachs-generative-ai-could-replace-300-million-jobs" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Goldman Sachs</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่บอกว่า AI จะเข้ามาแทนที่งาน 300 ล้านงาน หรือ </span><a href="https://www.mckinsey.com/capabilities/mckinsey-digital/our-insights/the-economic-potential-of-generative-ai-the-next-productivity-frontier#work-and-productivity" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Mckinsey</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่กล่าวถึงทุกธุรกิจและทุกแผนกที่ได้รับผลกระทบ และ </span><a href="https://www.gartner.com/en/human-resources/topics/artificial-intelligence-in-hr" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Gartner</span></a><span style="font-weight: 400;"> เองก็เคยเขียนบทความเกี่ยวกับการมาถึงของ AI ในงาน HR ว่า จะเข้ามาช่วยในการทำงานมากมาย เช่น เพิ่มประสิทธิภาพในการเขียน Job Description, ช่วยประมวลผลข้อมูลพนักงานจากไฟล์จำนวนมาก เป็นต้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33811 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-AI.webp" alt="สรุป HR of the Future Class #3 HR in Tech, Tech in HR Cover" width="1020" height="830" title="สรุป HR of the Future Class #3 : HR in Tech, Tech in HR 938" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-AI.webp 1020w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-AI-300x244.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-AI-768x625.webp 768w" sizes="(max-width: 1020px) 100vw, 1020px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งการใช้ AI เข้ามาทำงานบางงานนั้น ไม่ใช่อนาคต แต่สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว เช่น Adobe ที่สามารถสร้างภาพและภาพเคลื่อนไหวจาก AI หรือ Microsoft 365 Copilot ที่ใช้ AI เป็นตัวช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น โดยเฉพาะ ChatGPT เป็น AI Tools ตัวหนึ่ง และเป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้นพื้นฐานของ AI หลายตัวบนโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ คุณเจมส์ยังเล่าถึง AI Transformation Model ว่ามี 6 ระดับคือ</span></p>
<ol>
<li><b> AI Awareness </b><span style="font-weight: 400;">: ที่รับรู้เรื่อง AI แต่เพียงรู้จักและหรือเคยได้ยิน</span></li>
<li><b> AI Understanding : </b><span style="font-weight: 400;">ที่เริ่มเข้าใจ ChatGPT และ AI รวมไปถึงรู้ว่าจะช่วยธุรกิจอย่างไร ซึ่งคนส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับนี้ และอนาคต AI จะเข้ามาแทนที่ได้</span></li>
<li><b> AI Skill :</b><span style="font-weight: 400;"> ที่สามารถประยุกต์ใช้ AI ในการทำงานได้จริง โดยไม่จำเป็นต้องท่องจำ Prompt และอนาคตเป็นทักษะที่สำคัญในการเอาตัวรอดในโลกการทำงาน</span></li>
<li><b> AI Insight Integration : </b><span style="font-weight: 400;">ที่ใช้ AI ในการพัฒนาและวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ</span></li>
<li><b> AI Reprocess :</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เห็นความเป็นไปได้ของการนํา AI เข้ามาใช้กับธุรกิจในระดับใหญ่ขึ้น เช่น การปรับกลยุทธ์ธุรกิจ, โอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ </span></li>
<li><b> AI Transformation : </b><span style="font-weight: 400;">ที่สามารถถอด Insight ออกแบบเป็น AI Customize Solution ใหม่ ที่สามารถแก้ ไขปัญหาหรือตอบโจทย์ทางธุรกิจโดยเฉพาะของคุณได้</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด คำถามสำคัญคือ </span><i><span style="font-weight: 400;">“ธุรกิจของคุณพร้อมรับมือกับการปรับตัวครั้งนี้มากแค่ไหนกันแน่ ?”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33810 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-5.webp" alt="สรุป HR of the Future Class #3 HR in Tech, Tech in HR Cover" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #3 : HR in Tech, Tech in HR 939" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สรุป-HR-of-the-Future-Class-3-HR-in-Tech-Tech-in-HR-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Agile : Driving results and fostering Learning Organizations</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายด้วย Session จาก คุณ </span><b>กระทิง &#8211; เรืองโรจน์ พูนผล</b><span style="font-weight: 400;"> Group Chairman จาก KBTG ที่กล่าวถึง Agile ที่ส่งผลการขับเคลื่อนธุรกิจและการส่งเสริมให้องค์กรกลายเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้หรือ Learning Organizations</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนอื่น การเปลี่ยนให้องค์กรกลายเป็น Learning Organizations นั้นเกิดจากองค์ประกอบสำคัญ 5 ข้อคือ</span></p>
<ol>
<li><b> Personal Mastery :</b><span style="font-weight: 400;"> การเป็นบุคคลที่รอบรู้ มีวิสัยทัศน์ชัดเจนว่าเป้าหมายขององค์กรคืออะไร โดยเฉพาะกลุ่มผู้นำที่ต้องกระตุ้นและสนับสนุนพนักงานให้พวกเขาเชื่อมั่นว่าสามารถทำวิสัยทัศน์นั้นให้สำเร็จร่วมกัน</span></li>
<li><b> Team Learning : </b><span style="font-weight: 400;">การเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการสร้างพลังของทีม โดยการสร้างการทำงานเป็นทีมให้เกิดขึ้นจริง สร้างคอนเน็คชั่นและการเรียนรู้ร่วมกัน โดยไม่ปล่อยให้ใครสร้างผลลัพธ์เพียงลำดับ</span></li>
<li><b> Mental Model :</b><span style="font-weight: 400;"> รูปแบบวิธีคิดและมุมมองที่เปิดกว้าง เป็นทั้งสมมติฐาน ความเชื่อ คุณค่า ทัศนคติ และความเป็นไปได้ที่ทุกคนเห็นภาพนั้นในทำนองเดียวกัน ซึ่งต้องมีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงเสมอ</span></li>
<li><b> Shared Vision :</b><span style="font-weight: 400;"> การมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน ซึ่งต้องผสมผสานวิสัยทัศน์ขององค์กรเข้ากับวิสัยทัศน์ของพนักงานด้วย เช่น Apple ที่มีวิสัยทัศน์ว่า make the best products on earth and leave the world better than we found it.</span></li>
<li><b> Systems Thinking :</b><span style="font-weight: 400;"> การคิดความเข้าใจเชิงระบบ เป็นกรอบการวิเคราะห์เรื่องราวต่าง ๆ ที่มีอยู่ในองค์กรจากมุมมองแบบบูรณาการ เชื่อมโยงถึงกัน ไม่พิจารณาเป็นส่วน ๆ แยกออกจากกัน ทุกคนจะต้องเข้าใจว่าทุกการกระทำและผลที่เกิดขึ้น มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันนั่นเอง</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย หากเราไม่มีการเปลี่ยน Mindset และวิธีการทำงานแบบทีม จาก Top Down ให้หันมาตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากที่สุด หรือเป็นการทำงานแบบ Agile </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย Agile คือการทำลายการทำงานแบบ Silo ลง แล้วสร้างทีมเล็ก ๆ ในการแก้ปัญหาลูกค้ารายโปรเจกต์ไป ไม่ว่าเป็นลูกค้าภายใน (พนักงาน) หรือลูกค้าภายนอกก็ตาม เพื่อรับ Feedback แล้วแก้ปัญหานั้นอย่างทันท่วงที ซึ่งบางครั้งลูกค้าอาจไม่รู้ว่าปัญหาคืออะไร ฉะนั้นเราต้องทำ Product ขึ้นมา Test เพื่อหา Problem Statement แล้วสร้าง Design Solutions ให้ตอบโจทย์ต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าการทำงานแบบ Agile มีหลายเครื่องมือให้เลือกใช้ เช่น  Kanban Board, Standup Meeting หรือกระทั่ง Plank Meeting แต่ท้ายที่สุดคุณกระทิงเน้นย้ำว่า อย่าโฟกัสที่เครื่องมือ ให้โฟกัสที่ปรัชญาของ Agile ดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ Agile ไม่ใช่ไม้เท้าวิเศษที่จะเสกความสำเร็จให้กับทุกองค์กรเสมอไป</span></p>
<p>สำหรับใครที่สนใจหลักสูตร HR of the Future สามารถติดตามรายละเอียดได้และสมัครแสดงความสนใจรุ่นที่ 2 ได้ที่ <a href="https://uhvug5i4sgr.typeform.com/hrofthefuture2" target="_blank" rel="noopener">https://uhvug5i4sgr.typeform.com/hrofthefuture2</a> และ <a href="https://www.disruptignite.com/hrofthefuture" target="_blank" rel="noopener">https://www.disruptignite.com/hrofthefuture</a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/187?utm_source=HR+Insight&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32651 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50.webp" alt="5 เหตุผลที่ควรใช้ Disrupt Corporate Program เทรนนิ่งยุคใหม่ ที่ช่วยเปลี่ยนผ่านองค์กรอย่างแข็งแกร่งจากภายใน" width="1080" height="1080" title="สรุป HR of the Future Class #3 : HR in Tech, Tech in HR 940" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-of-the-future-class-3-hr-in-tech-tech-in-hr-20230925/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุป HR of the Future Class #2 : เอาชนะ Talent War ด้วย Employee Experience ที่ดี</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-of-the-future-class-2-future-world-220918/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-of-the-future-class-2-future-world-220918/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Sep 2023 10:13:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HR of the Future Class]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=33022</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT  คำว่า Employee Experience เป็นคำที่ประยุกต์มาจากฝั่งการตลาดหมายถึงประสบการณ์ที่มอบให้กับลูกค้าคนนอก ซึ่งเมื่อเราดูแลลูกค้าภายนอกแล้ว เราก็ต้องดูแลพนักงานภายในของเราเช่นกัน 3 Key Success ที่จะทำให้องค์กรชนะใน Talent War คือ Our Insight การรู้ข้อมูลขององค์กรตัวเองให้ได้มากที่สุด Employer Value Proposition (EVP) การมอบคุณค่าที่ดีแก่พนักงาน Employee Experience การสร้างประสบการณ์ที่ดีในการทำงาน Employee Experience จึงเป็นหนึ่งในเคล็ดลับที่ทุกองค์กรมองข้ามไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความประทับใจให้บุคลากร ทำให้เกิดความผูกพันกับองค์กร และสร้างความสุขในการทำงานในระยะยาวนั่นเอง เข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้วกับ HR of the Future รุ่นที่ 1 จาก Disrupt โดยครั้งนี้โฟกัสกันที่ Employee Experience หรือ ประสบการณ์ของพนักงาน อย่างเข้มข้น เพราะเป็นหนึ่งในเคล็ดลับที่จะสร้างความประทับใจให้บุคลากร ทำให้เกิดความผูกพัน และสร้างความสุขในการทำงานในระยะยาว ผ่านการบรรยาย 2 หัวข้อ Last Mile Excellence: [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT </b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คำว่า Employee Experience เป็นคำที่ประยุกต์มาจากฝั่งการตลาดหมายถึงประสบการณ์ที่มอบให้กับลูกค้าคนนอก ซึ่งเมื่อเราดูแลลูกค้าภายนอกแล้ว เราก็ต้องดูแลพนักงานภายในของเราเช่นกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">3 Key Success ที่จะทำให้องค์กรชนะใน Talent War คือ</span>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">Our Insight การรู้ข้อมูลขององค์กรตัวเองให้ได้มากที่สุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">Employer Value Proposition (EVP) การมอบคุณค่าที่ดีแก่พนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">Employee Experience การสร้างประสบการณ์ที่ดีในการทำงาน</span></li>
</ul>
</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Employee Experience จึงเป็นหนึ่งในเคล็ดลับที่ทุกองค์กรมองข้ามไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความประทับใจให้บุคลากร ทำให้เกิดความผูกพันกับองค์กร และสร้างความสุขในการทำงานในระยะยาวนั่นเอง</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33027 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-2-Employee-Experience-Cover.webp" alt="HR of the Future Class 2 Employee Experience Cover" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #2 : เอาชนะ Talent War ด้วย Employee Experience ที่ดี 947" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-2-Employee-Experience-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-2-Employee-Experience-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้วกับ </span><b>HR of the Future</b><span style="font-weight: 400;"> รุ่นที่ 1 จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/187?utm_source=HR+Insight&amp;utm_medium=Text"><strong>Disrupt</strong></a> โดยครั้งนี้โฟกัสกันที่ Employee Experience หรือ ประสบการณ์ของพนักงาน อย่างเข้มข้น เพราะเป็นหนึ่งในเคล็ดลับที่จะสร้างความประทับใจให้บุคลากร ทำให้เกิดความผูกพัน และสร้างความสุขในการทำงานในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผ่านการบรรยาย 2 หัวข้อ Last Mile Excellence: Elevating the Employee Experience โดย คุณ </span><b>พนาสิทธิ์ วงษ์มิตรแท้</b><span style="font-weight: 400;"> Darwinbox Thailand Country Head – Client Advisory &amp; Solution และ Winning Talent War by Winning Employee Experience โดยคุณ </span><b>อภิฤดี สิงหเสนี</b><span style="font-weight: 400;"> Head of Employee Experience &amp; Cultural Transformation แห่ง KBTG</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>Employee Experience</strong> สำคัญอย่างไร HREX สรุปมาให้แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33023 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-2-Employee-Experience-1.webp" alt="HR of the Future Class 2 Employee Experience" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #2 : เอาชนะ Talent War ด้วย Employee Experience ที่ดี 948" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-2-Employee-Experience-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-2-Employee-Experience-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Last Mile Excellence: Elevating the Employee Experience </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นด้วยคุณพนาสิทธิ์ จาก Darwinbox ที่กล่าวถึงความสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีเก่งพนักงาน Last Miles หรือพนักงานคนสุดท้ายหน้างาน เช่น พนักงานหน้าร้าน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่รู้จัก HR ฉะนั้นเราจะส่งมอบประสบการณ์จากศูนย์กลางมาสู่พนักงาน Last Mile ได้อย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ คำว่า Employee Experience เป็นคำที่ประยุกต์มาจากฝั่งการตลาดว่า Customer Experience หมายถึงประสบการณ์ที่มอบให้กับลูกค้าคนนอก ซึ่งเมื่อเราดูแลคนนอกแล้ว เราก็ต้องดูแลคนภายในของเราเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยประสบการณ์ในที่นี่ เป็นการดูแลตั้งแต่ก่อนพนักงานเข้ามาตั้งแต่เป็น Candidate ไปจนถึงวันที่พนักงานลาออกเลยทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้มีการสำรวจบริษัทกว่า 1,200 แห่งทั่วโลกถึง Employee Experience ที่น่าสนใจบอกว่า</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">84% ยังมอง Digital Transformation เป็น Top of Mind ซึ่งต้องเป็นการทรานฟอร์มแบบองคาพยพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">52% ยังมองเทคโนโลยีในสถานที่ทำงานเป็นปัญหาหลักสำหรับพนักงาน เพราะหลายกระบวนการไม่สอดคล้องกัน และยังมีเทคโนโลยีเก่าอยู่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">68% มองว่า AI Chatbots จะมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งจะช่วยการทำงาน HR และลดต้นทุนหลาย ๆ อย่างลง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และการสื่อสารจะต้องเป็น Personalize มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจอของพนักงานรายบุคคล</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33024 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-2-Employee-Experience-2.webp" alt="HR of the Future Class 2 Employee Experience" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #2 : เอาชนะ Talent War ด้วย Employee Experience ที่ดี 949" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-2-Employee-Experience-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-2-Employee-Experience-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ Employee Experience จะต้องย้ายจากงานหลังบ้านมาสู่หน้าบ้านมากขึ้น เพราะนี่ไม่ใช่ภารกิจสำหรับ HR อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่จะมีบทบาทมากขึ้น ข้อดีคือเทรนด์ตอนนี้ 78% Senior Management สนใจมากขึ้น และ 87% มองว่าการมี Employee Experience ดี จะรักษาและดึงดูดทาเลนท์ใหม่ ๆ มากขึ้น ขณะที่ข้อเสียคือการทรานฟอร์มยาก ขาดการสนับสนุนจากภายใน และหากทำผิดพลาดก็จะส่งมอบประสบการณ์ที่ไม่ดี ส่งผลเสียมากกว่าผลดีได้นั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเทรนด์ทั้งหมด HR ต้องการจุดสมดุลระหว่าง HR Agile กับ Workforce  Experience ให้ได้ เพราะปัจจุบันนี้ไม่มีกฎระเบียบแบบ One size fit all อีกต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33026 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-2-Employee-Experience-4.webp" alt="HR of the Future Class 2 Employee Experience" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #2 : เอาชนะ Talent War ด้วย Employee Experience ที่ดี 950" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-2-Employee-Experience-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-2-Employee-Experience-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Winning Talent War by Winning Employee Experience</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อด้วยการบรรยายจากคุณอภิฤดีแห่ง KBTG โดยเริ่มจาก Talent War หรือมหาสงครามแย่งชิงคนเก่ง ซึ่งจะกระทบงาน HR 2 ส่วนคือ จะหา (Acquire) และรักษา (Retain) พนักงานอย่างไร โดยการเอาชนะ Talent War มี 3 Key Success ด้วยกันคือ</span></p>
<h3><b>1) Our Insight </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต้องรู้ “ข้อมูล” ของพนักงานในองค์กรก่อน เพราะหากไม่มีข้อมูล เราจะเป็นคนที่มีแต่ความคิดเห็น โดยต้องมีหลากหลาย Insight อาทิ Capacity Dashboard เพื่อทราบว่าเรามีคนในองค์กรเท่าไหร ่เข้ามาเท่าไหร่ ออกไปเท่าไหร่, รู้ Demographic ของบริษัทตัวเอง ว่าคนในองค์กรมีลักษณะอย่างไร, รู้ Offboard Turnover ว่ามีมากน้อยแค่ไหน อะไรคือเหตุผลที่คนลาออก หรือกระทั่งรู้ Wellbeing State เพื่อเข้าใจสุขภาวะคนในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ทุก ๆ Dashboard จะต้องดีไซน์จาก Business Strategy เพราะยุทธศาสตร์ของแต่ละองค์กรแตกต่างกัน เราไม่จำเป็นต้องวัดทุกอย่าง แต่ต้องวัดที่ตรงกับเป้าหมายองค์กรเสมอ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นแล้ว อาจไม่ต้องสนใจ Big Data ขอแค่มี Small Data แต่ Meaningful กับเราดีกว่า</span></p>
<h3><b>2) Employer Value Proposition (EVP)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Employer Value Proposition (EVP) คือการสร้างเป้าหมายที่มีคุณค่าให้พนักงานภายในองค์กร โดนเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน ว่าอะไรคือสิ่งที่พนักงานให้ค่ามากที่สุดในการทำงานในองค์กรนั้น ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">EVP จะไม่ใช่สิ่งที่องค์กรอยากบอก แต่คือสิ่งที่คนอื่นรับรู้ เช่น การบอกว่าตัวเองเป็นบริษัทเทคโนโลยีอันดับ 1 แต่ขณะที่ Talent อาจไม่ได้มองแบบนั้น นี่ก็อาจไม่ใช่ EVP ที่แท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">EVP จะประกอบด้วย 2 อย่างคือปัจจัยภายนอกอย่าง Employer Brand ที่คนอื่นมองคุณในนายจ้าง และปัจจัยภายใน Employee Experience ประสบการณ์ในการทำงานของพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ EVP ที่จะประสบความสำเร็จต้องประกอบด้วยรากฐานที่สำคัญ 5 ข้อคือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">TRUE &#8211; เป็นเรื่องจริงที่ทุกคนรับรู้ได้ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">SUSTAINABLE &#8211; เป็นสิ่งที่พูดบ่อย ๆ เป็นเป้าหมายที่อยากจะเป็น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ATTRACTIVE &#8211; เป็นสิ่งที่น่าดึงดูดกลุ่มทาเลนท์ภายนอก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">CREDIBLE &#8211; เป็นสิ่งที่อยู่ในการรับรู้ของคนอื่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">DISTINCT &#8211; เป็นสิ่งที่โดดเด่น แตกต่าง เหนือคู่แข่ง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดการหา EVP ขององค์กรนั้น เริ่มจาก Research &amp; Finding ข้อเท็จจริงขององค์กรก่อนว่าเป็นอย่างไร จากนั้น Prioritize ว่าอันไหนจริง/ไม่จริง ดีหรือไม่ดี และทำให้เป็นเรื่องเล่า Stories ให้ได้ เป็นเรื่องราวที่บอกถึงเอกลักษณ์ สุดท้ายคือการทำเป็น EVP Guidebook เพื่อบอกว่าเราจะใส่ตรงไหนของบริษัท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่าลืมว่า EVP จะไม่ใช่การบอกว่าตัวเองคือใคร แต่คือการเล่าเรื่องและอธิบายด้วยเหตุผลเสมอ “Do not try to sell how you are, tell story to explain Provide reasons to believe what you are communicating”</span></p>
<h3><b>3) Employee Experience</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์ที่ดีทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าเรา เช่นเดียวกัน ประสบการณ์ที่ดีก็ทำให้พนักงานอยากอยู่กับเราไปนาน ๆ เช่นกัน </span><span style="font-weight: 400;">Employee Experience </span><span style="font-weight: 400;">จึงเป็น Key Success ข้อสุดท้ายสำหรับการเอาชนะใน Talent War </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย </span><span style="font-weight: 400;">Em</span><span style="font-weight: 400;">ployee Experience จะต้องเป็นสิ่งที่พนักงานและองค์กรทำร่วมกัน สร้างไปด้วยกัน ซึ่งควรเป็นประสบการณ์เชิงบวกที่ปลุกไฟและเกิดประสิทธิภาพ/ประสิทธิผลกับองค์กร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Employee Experience จะอยู่ตรงกลางระหว่าง วัฒนธรรม (Culture) ที่เกิดขึ้นจากบรรยากาศการทำงาน มีทั้งดีและไม่ดี และ Employer Offerings สิ่งที่พนักงานได้รับอย่างเป็นรูปธรรม เช่น เงินเดือน สวัสดิการ การชื่นชม หรือเพื่อนร่วมงานต่าง ๆ โดยสิ่งเหล่านี้จะชัดเจนขึ้นหากทำเป็น EVP เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและนำไปใช้ จนเกิดแรงจูงใจ, ประสิทธิภาพ, การมีส่วนร่วม และความภักดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว Employee Experience ก็ไม่ต่างอะไรจาก Employee Journey แต่คือการมองมันอย่างพิจารณาและหา Pain Point ในแต่ละ Journey เพื่อแก้ปัญหาต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มองว่า Why ทำไมต้องเป็น Experience นี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ค้นหา What ว่าอะไรคือ Touchpoint ของพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และดู How ว่าประสบการณ์กับทำอะไรกับองค์กรภายใต้บริบทและ Resource ที่ตัวเองมี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย อย่าลืม Review, Revise และ Realign เรื่อย ๆ เพราะเป็นเวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน สิ่งแวดล้อมเปลี่ยน ประสบการณ์ย่อมเปลี่ยนแน่นอน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ เป็น Journey  ไม่ใช่ Destination</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33025 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-2-Employee-Experience-3.webp" alt="HR of the Future Class 2 Employee Experience" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #2 : เอาชนะ Talent War ด้วย Employee Experience ที่ดี 951" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-2-Employee-Experience-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-2-Employee-Experience-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะงานของ HR ไม่ได้มีแค่การจ้างงานอย่างเดียว การดูแลพนักงานหลังจากเข้ามานั้นก็เป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะปัจจุบันที่ “คน” เป็นหัวใจสำคัญขององค์กร เราจึงต้องพยายามรักษาพนักงานที่มีคุณค่าเหล่านี้ไว้ให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์ของพนักงาน หรือ Employee Experience จึงเป็นหนึ่งในเคล็ดลับที่ทุกองค์กรมองข้ามไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความประทับใจให้บุคลากร ทำให้เกิดความผูกพันกับองค์กร อยากทำงานร่วมงานกันในระยะยาว และมีความสุขในการทำงานในองค์กรในระยะยาว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วองค์กรของคุณก็จะคงอยู่และเติบโตในใจพนักงานต่อไป</span></p>
<p>สำหรับใครที่สนใจหลักสูตร HR of the Future สามารถติดตามรายละเอียดได้และสมัครแสดงความสนใจรุ่นที่ 2 ได้ที่ <a href="https://uhvug5i4sgr.typeform.com/hrofthefuture2" target="_blank" rel="noopener">https://uhvug5i4sgr.typeform.com/hrofthefuture2</a> และ <a href="https://www.disruptignite.com/hrofthefuture" target="_blank" rel="noopener">https://www.disruptignite.com/hrofthefuture</a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/187?utm_source=HR+Insight&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32651 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50.webp" alt="5 เหตุผลที่ควรใช้ Disrupt Corporate Program เทรนนิ่งยุคใหม่ ที่ช่วยเปลี่ยนผ่านองค์กรอย่างแข็งแกร่งจากภายใน" width="1080" height="1080" title="สรุป HR of the Future Class #2 : เอาชนะ Talent War ด้วย Employee Experience ที่ดี 952" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-of-the-future-class-2-future-world-220918/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุป HR of the Future Class #1 : Future World โลกอนาคตที่ HR ต้องรู้</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-of-the-future-class-1-future-world-220913/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-of-the-future-class-1-future-world-220913/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Sep 2023 02:31:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HR of the Future]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=32739</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT  คอร์ส HR of the Future ให้ความสำคัญกับประเด็น Generative AI จะกระทบเรื่องของคนเป็นอย่างมาก ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลง Work Flow ไปจนถึงผลกระทบต่อค่าแรงขั้นต่ำ ฉะนั้นทักษะที่สำคัญสำหรับ HR หรือ People Leader ยุคใหม่จึงต้องมองเห็นอนาคต เข้าใจเทรนด์ และรู้เท่าทันเทคโนโลยี เมื่ออนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน CHRO หรือ CPO ในอนาคตจะไม่สามารถทำงาน Operation Task แบบเดิม ๆ อย่างเดียวอีกต่อไป โดยจะต้องก้าวขึ้นมาเป็นมือขวาของ CEO ด้านทรัพยากรมนุษย์และวัฒนธรรมองค์กร Impact = Process + People + Tech สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นประยุกต์ใช้ AI กับองค์กร โดยสามารถเริ่มต้นแค่เลือก Task บาง Task หรืองานบางงานมาทดลองใช้ AI เพื่อทำความเข้าใจกับมันอย่างแท้จริง เริ่มต้นขึ้นแล้วกับคอร์ส HR of [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT </strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คอร์ส HR of the Future ให้ความสำคัญกับประเด็น Generative AI จะกระทบเรื่องของคนเป็นอย่างมาก ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลง Work Flow ไปจนถึงผลกระทบต่อค่าแรงขั้นต่ำ ฉะนั้นทักษะที่สำคัญสำหรับ HR หรือ People Leader ยุคใหม่จึงต้องมองเห็นอนาคต เข้าใจเทรนด์ และรู้เท่าทันเทคโนโลยี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เมื่ออนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน CHRO หรือ CPO ในอนาคตจะไม่สามารถทำงาน Operation Task แบบเดิม ๆ อย่างเดียวอีกต่อไป โดยจะต้องก้าวขึ้นมาเป็นมือขวาของ CEO ด้านทรัพยากรมนุษย์และวัฒนธรรมองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Impact = Process + People + Tech สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นประยุกต์ใช้ AI กับองค์กร โดยสามารถเริ่มต้นแค่เลือก Task บาง Task หรืองานบางงานมาทดลองใช้ AI เพื่อทำความเข้าใจกับมันอย่างแท้จริง</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32749 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-1-Future-World-Cover.webp" alt="HR of the Future Class 1 Future World" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #1 : Future World โลกอนาคตที่ HR ต้องรู้ 959" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-1-Future-World-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-1-Future-World-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นขึ้นแล้วกับคอร์ส <strong>HR of the Future</strong> รุ่นที่ 1 จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/187?utm_source=HR+Insight&amp;utm_medium=Text"><strong>Disrupt</strong></a> หลักสูตรเข้มข้น 5 สัปดาห์ ที่ครอบคลุมทุกเรื่องสำหรับ People Leader และ HR ยุคใหม่ ออกแบบหลักสูตรโดย Co-Deans ทั้งสองท่าน คุณกระทิง &#8211; เรืองโรจน์ พูนผล Group Chairman, KBTG และ คุณเจี๊ยบ &#8211; กานติมา เลอเลิศยุติธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเดิมการบรรยายวันแรกกับหัวข้อ </span><b>Future World</b><span style="font-weight: 400;">​ โลกอนาคตที่เราทุกคนกำลังจะเผชิญหน้า เมื่ออนาคตเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ HR และ People Leader ในทุกองค์กรต้องตั้งรับให้ทัน ซึ่ง HREX สรุปมาให้แล้ว ดังนี้</span></p>

<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32745 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-1-Future-World-2.webp" alt="HR of the Future Class 1 Future World" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #1 : Future World โลกอนาคตที่ HR ต้องรู้ 960" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-1-Future-World-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-1-Future-World-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>จับตา HR of the Future เมื่อ AI สั่นสะเทือนโลกการทำงาน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณกระทิง เล่าให้ฟังถึงเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะยุค AI ที่ Chat-GPT มีจำนวนผู้ใช้งาน 100 ล้านคนภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน เร็วกว่า TikTok ที่ใช้เวลา 9 เดือน ซึ่งเขาคาดการณ์ว่า ในอนาคตจะมีเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้เวลาสั้นลงเรื่อย ๆ เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นสัญญาณของการมาถึงของยุค AI ที่มันจะไม่ใช่ไฟฟ้า แค่คืออากาศที่ขาดไม่ได้ (AI Won’t be Electricity But AI Will be AIR)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ Generative AI จะกระทบเรื่องของคนเป็นอย่างมาก โดยผู้ที่ใช้งาน AI เป็นจะเข้ามาช่วยปลดล็อกความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และประสิทธิภาพในการทำงาน เช่น ช่วยทำบทความ ทำภาพ ทำวิดีโอ หรือกระทั่ง Programmer ที่ทำงานร่วม AI จะลดเวลาการทำงานลง 55% แต่เพิ่ม Productivity และยังลดต้นทุนด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่กลุ่ม Job Automation จะถูกกลืนไปราว 63% เพราะงานบางงาน AI สามารถเข้ามาแทนที่ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า AI จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ เพราะคนที่ใช้งาน AI เป็น จะเข้ามาแทนคนที่ใช้งาน AI ไม่เป็นต่างหาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้จะกระทบเรื่อง WorkFlow อย่างมหาศาลในองค์กร และมีผลต่อค่าแรงขั้นต่ำแน่นอน ฉะนั้นทักษะที่สำคัญสำหรับ HR หรือ People Leader ยุคใหม่จึงต้องมองเห็นอนาคต เข้าใจเทรนด์ และรู้เท่าทันเทคโนโลยีนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32746 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-1-Future-World-3.webp" alt="HR of the Future Class 1 Future World" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #1 : Future World โลกอนาคตที่ HR ต้องรู้ 961" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-1-Future-World-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-1-Future-World-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ความท้าทายของผู้นำแห่งอนาคต</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อนาคตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนทั้งเรื่องเทคโนโลยี, สิ่งแวดล้อม, ความคาดหวังของสังคม, ความตึงเครียดทางการเมือง, การแข่งขันทางธุรกิจ, วัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป, การบริหารคนต่างเจนฯ รวมไปถึงความเสี่ยง Black Swan โดยเฉพาะความปลอดภัยทางไซเบอร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอดคล้องกับการสำรวจ CEO จาก Asia Pacific ที่คาดการณ์ว่าปี 2023-2024 จะเป็นปีที่มีการเติบโตต่ำที่สุด ทั้งนี้ปัญหาหลักขององค์กรยังเป็นเรื่องพื้นฐานอย่าง พฤติกรรมของพนักงานไม่สอดคล้องกับ Company Value หนำซ้ำยังมีความท้าทายจากภายนอกมากมาย เช่น เรื่อง ESG, Sustainability และ DEI </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ผลสำรวจยังพบว่า มีพนักงานเพียง 57% ที่มีความสุขกับงาน ซึ่งสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขเรื่องเงิน การเติมเต็ม (Fulfilling) หรือการทำงานที่มีความหมาย สอดคล้องกับเป้าหมายตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นผู้นำในอนาคตจะต้องปรับตัวและพัฒนาอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความคาดหวังของพนักงานที่เพิ่มขึ้นในเรื่องค่าตอบแทนที่ยุติธรรม งานที่มีความหมาย ความน่าเชื่อถือ และความไว้ใจต่อโลกไฮบริด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานคาดหวังให้ผู้นำยุคใหม่มีชุดทักษะและความคิดใหม่ๆ ทั้งยังคาดหวังให้ท้าทายชุดความคิดเดิม ๆ ที่เราใช้ในโลกการทำงานมานานหลายทศวรรษ เช่น โครงสร้างองค์กรแบบดั้งเดิม หรือการสั่งงานแบบควบคุม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นองค์กรที่ประสบความสำเร็จในอนาคตจะคัดเลือกและดูแลผู้นำเหล่านี้ และลงทุนในการฝึกอบรมและพัฒนาความเป็นผู้นำ โดยเฉพาะผู้จัดการระดับกลาง ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการทำให้การจัดการแบบผสมผสานและยืนหยุ่นให้เกิดขึ้นจริงภายในทีม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32747 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-1-Future-World-4.webp" alt="HR of the Future Class 1 Future World" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #1 : Future World โลกอนาคตที่ HR ต้องรู้ 962" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-1-Future-World-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-1-Future-World-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>อนาคต CHRO / CPO หน้าตาประมาณไหน ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเมื่ออนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน HR ต้องสามารถสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมต้นทุนที่ต้องใช้ไป กับการรักษาทาเลนท์และการใช้เทคโนโลยีในองค์กร เพราะการทำหน้าที่ Operation Task แบบเดิม ๆ อย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป CHRO/CPO จะต้องสามารถเป็นมือขวาของ CEO ในด้านทุนมนุษย์และวัฒนธรรมองค์กร ดังนี้</span></p>
<h3><b>1. HR ต้องเป็นผู้นำที่ขับเคลื่อนธุรกิจ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลาย ๆ CHRO หรือ CPO เป็น Business Operation มาก่อน เพราะต้องสร้าง Business Acumen และ Business Strategy Development ฉะนั้น HR จึงต้องเข้าใจ Business Model เพื่อพูดภาษาเดียวกัน หรือเข้าใจว่าองค์กรของเรา ให้ Value อะไรอยู่</span></p>
<h3><b>2. HR ต้องแนะนำ CEO และบอร์ดบริหารเรื่องคนและวัฒนธรรมได้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลต้องทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับ CEO ได้ โดยเฉพาะมุมมองเรื่องของคนและวัฒนธรรมองค์กร เพราะสิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการขับเคลื่อนธุรกิจ รวมไปถึงยังสามารถเป็นที่ปรึกษากับบอร์ดบริหารในการหาผู้สืบทอดตำแหน่ง CEO และ C-Level ต่อไปได้อีกด้วย</span></p>
<h3><b>3. HR ต้องเอาชนะใจ Talent</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียง HR ต้องหาบุคคลากรที่ right role, right people, at right time เพื่อขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจ แต่ยังต้องนำพนักงานที่มีความสามารถ (Talent) มาบูรณาการใน Business Strategy ที่สำคัญต้องน้อมรับ DEI และนำเสนอคุณค่า (Value) ของงานให้พนักงานเข้าใจ เหมือนที่ KBTG ออกแบบ Employee Value ว่า Treat EMPLOYEE like CUSTOMER แม้ลูกค้าคือพระเจ้า แต่พนักงานคือทุกสิ่ง</span></p>
<h3><b>4. HR ต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ขององค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR เข้าไปอยู่ใน Employee Cycle เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงองค์กรร่วมกัน และอำนวยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่และรวดเร็ว สร้างความคล่องตัวและความสามารถในการฟื้นตัวขององค์กร เพื่อขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจต่อไป</span></p>
<h3><b>5. HR ต้องเข้าใจสถานการณ์ของ Stakeholder</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก ส่งเสริมความต้องการของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง และจัดการตัวชี้วัดขององค์กรให้สอดคล้องไปกับความคาดหวังภายนอก อาทิ การต้องเข้าใจเรื่อง AI Adoption เพื่อกลับมา Rethink Organizational Process สร้าง Task ใหม่ โอกาสใหม่ และงานใหม่ที่มีศักยภาพมากขึ้น</span></p>
<h3><b>6. HR ต้องเป็นที่ปรึกษาและโค้ชที่ไว้ใจได้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นับเป็นข้อที่สำคัญที่สุด เมื่อ HR ต้องสามารถให้คำแนะนำ CEO ถึงการมี Leader Style ต้องการเถียง กล้าพูด และกล้าทำ สร้างความไว้วางใจให้กับเหล่าผู้นำ ผ่านการให้ข้อมูลเชิงลึกและข้อเสนอแนะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับองค์กร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32748 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-1-Future-World-5.webp" alt="HR of the Future Class 1 Future World" width="600" height="370" title="สรุป HR of the Future Class #1 : Future World โลกอนาคตที่ HR ต้องรู้ 963" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-1-Future-World-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HR-of-the-Future-Class-1-Future-World-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงแม้หลายองค์กรมักวางเรื่อง “คน” ไว้เป็น Priory หลัง ๆ เสมอ แต่เราอยากให้ปรับ Mindset ใหม่ เพราะการเปลี่ยนแปลงองค์กรจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากปราศจากคน โดยเฉพาะในยุคที่ AI กำลังเติบโต</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%; text-align: center;"><strong>Impact = Process + People + Tech</strong></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นประยุกต์ใช้ ขอเพียงแค่ HR เลือก Task บาง Task หรืองานบางงานที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้ AI ทดลองใช้เพื่อทำความเข้าใจกับมันอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด ไม่มีใครรู้ว่าโลกการทำงานอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปทิศทางใด หรือหน้าตาเป็นแบบไหน แต่ที่แน่ ๆ โลกการทำงานได้เปลี่ยนไปแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วทำไม HR ไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองบ้าง ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับใครที่สนใจหลักสูตร HR of the Future </span><span style="font-weight: 400;">สามารถติดตามรายละเอียดได้และสมัครแสดงความสนใจรุ่นที่ 2 ได้ที่ </span><a href="https://uhvug5i4sgr.typeform.com/hrofthefuture2" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://uhvug5i4sgr.typeform.com/hrofthefuture2</span></a> และ <a href="https://www.disruptignite.com/hrofthefuture" target="_blank" rel="noopener">https://www.disruptignite.com/hrofthefuture </a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/187?utm_source=HR+Insight&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32651 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50.webp" alt="5 เหตุผลที่ควรใช้ Disrupt Corporate Program เทรนนิ่งยุคใหม่ ที่ช่วยเปลี่ยนผ่านองค์กรอย่างแข็งแกร่งจากภายใน" width="1080" height="1080" title="สรุป HR of the Future Class #1 : Future World โลกอนาคตที่ HR ต้องรู้ 964" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/Title-Page-50-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-of-the-future-class-1-future-world-220913/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/learn-from-the-best-1-230815/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/learn-from-the-best-1-230815/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Aug 2023 11:29:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Learn from The BEST]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=31376</guid>

					<description><![CDATA[จบลงเป็นที่เรียบร้อยกับ Learn from The BEST หลักสูตรเตรียมผู้นำให้พร้อมสู่การขับเคลื่อนองค์กร โดย Kincentric Thailand ครอบคลุมความรู้การเปลี่ยนแปลงทั้ง 4 ด้าน คือด้านผู้นำ, ด้านวัฒนธรรม, ด้านบุคคลากร และด้านองค์กร  งานนี้ HREX ได้ร่วมเข้าหลักสูตรนี้ด้วย พร้อมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ Best Practice จาก CEO และ C-Suite อย่างเข้มข้นตลอด 10 สัปดาห์ รับฟังเคล็ดไม่ลับในการผลักดันทรัพยากรบุคคลอย่างจริงจัง ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เวิร์คช็อป และศึกษาดูงานสุดพิเศษ โดยเราได้สรุปความรู้จาก Speaker ทั้งหมด ไว้ดังนี้ “HR ต้องทำงานควบคู่กับ CEO และต้องเข้าใจธุรกิจในมือ”  คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แม่ทัพใหญ่แห่ง WHA เล่าว่า บริบทโลกล้วนส่งผลต่อธุรกิจ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31410 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/1-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 987" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/1-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/1.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จบลงเป็นที่เรียบร้อยกับ </span><b>Learn from The BEST</b><span style="font-weight: 400;"> หลักสูตรเตรียมผู้นำให้พร้อมสู่การขับเคลื่อนองค์กร โดย </span><b>Kincentric Thailand</b><span style="font-weight: 400;"> ครอบคลุมความรู้การเปลี่ยนแปลงทั้ง 4 ด้าน คือด้านผู้นำ, ด้านวัฒนธรรม, ด้านบุคคลากร และด้านองค์กร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานนี้ <a href="https://th.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HREX</a> ได้ร่วมเข้าหลักสูตรนี้ด้วย พร้อมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ Best Practice จาก CEO และ C-Suite อย่างเข้มข้นตลอด 10 สัปดาห์ รับฟังเคล็ดไม่ลับในการผลักดันทรัพยากรบุคคลอย่างจริงจัง ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เวิร์คช็อป และศึกษาดูงานสุดพิเศษ โดยเราได้สรุปความรู้จาก Speaker ทั้งหมด ไว้ดังนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31411 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/2-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 988" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/2-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/2.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“HR ต้องทำงานควบคู่กับ CEO และต้องเข้าใจธุรกิจในมือ” </span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แม่ทัพใหญ่แห่ง WHA เล่าว่า บริบทโลกล้วนส่งผลต่อธุรกิจ การเข้าใจ Mega Trend ต่าง ๆ จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยเธอมอง Mega Trend มาตั้งแต่ปี 2017 แล้ว ทั้งเรื่องเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์, ภาวะโลกร้อน, ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์, ไปจนถึงความจำเป็นด้านความยั่งยืน ฯลฯ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราต้องมองอุปสรรคเป็นโอกาส คิดจุดแตกต่าง และวางกลยุทธ์ เช่น เรื่องภาวะโลกร้อน เราก็วางแผนนโยบาย Sustainability, เรื่องเทคโนโลยี เราก็วางแผน Tech Transformation หรือความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์ เราก็วางนโยบายต่างประเทศในบริษัทของเรา ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เราคิดมาตั้งแต่ปี 2017 แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาทำ” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยเร้าให้ WHA ออกแบบโมเดลธุรกิจและภารกิจ Mission to The Sun เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ประเด็นการบริหารงานบุคคล คุณจรีพรย้ำว่า ให้มองทุกคนเป็นพาร์ทเนอร์ของเรา โดยเฉพาะฝ่าย HR ที่เป็นทรัพยากรทรงคุณค่า และ HR ต้องเป็น Business Partner </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“HR ต้องทำงานควบคู่กับ CEO และต้องเข้าใจธุรกิจในมือ เช่น เทคโนโลยีใหม่ ๆ HR รู้จักไหม? ทิศทางบริษัทไปทางไหน HR รู้หรือยัง? ฉะนั้น HR ต้องพัฒนา ปรับความคิด และเสริมสร้างศักยภาพให้บุคลากรทุกคน ดึงจุดแข็ง-ลบจุดอ่อนแต่ละคน เพื่อให้พวกเขาสามารถแสดงศักยภาพให้ตอบโจทย์ธุรกิจต่อไป”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย เธอได้ยกโคว้ทความผู้นำปิดจบไว้อย่างเฉียบคมว่า</span><i><span style="font-weight: 400;"> “Your title makes you a Manager, but your People make you a Leader.”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31391 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-3-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 989" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-3-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-3-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-3-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-3-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-3.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“เราต้องสร้างเป้าหมายร่วมที่ทุกคนเห็นความสำคัญในระดับเดียวกัน และก้าวเดินไปยังจุดหมายนี้” </span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ Chief Executive Officer โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ พูดถึงความสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง โดยให้ความสำคัญของการทำงานร่วมกันอย่างสอดประสาน รับฟังความเห็นจากพนักงานทุกระดับ ซึ่งต้องสร้างเป็นประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นบรรทัดฐาน และกลายเป็นวัฒนธรรมในที่สุด</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะ Culture เกิดจาก Norm และ Norm เกิดจาก Daily Habits” </span></i><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นหมั่นสร้างประสบการณ์ชีวิตประจำวันที่ดีจนกลายเป็นบรรทัดฐาน และวัฒนธรรมที่ดีจะสร้างความสุขให้แก่ทุกคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม วัฒนธรรมองค์กรจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากผู้นำไม่แสดงบทบาทเป็นแบบอย่างเป็นรูปธรรม </span><i><span style="font-weight: 400;">“เราต้องมี Role Model, มีการให้ Reward and Recognition และที่สำคัญต้อง Repeat เป็นประจำ” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้คือคุณค่าในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดขึ้นจริง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31392 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-4-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 990" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-4-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-4-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-4-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-4-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-4.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“Our People = Our Business&#8230; Because People make our Brand&#8221;</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Mr. Dillipraj Rajakarier,  Director and Group CEO of Minor International and Minor Hotels กล่าวถึงประวัติที่ยาวนานของ Minor International ว่า เป็นองค์กรที่มีทั้งการเปลี่ยนแปลง การพัฒนา การให้โอกาสอยู่เสมอ และยังพร้อมรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ฉะนั้นองค์กรต้องเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือการดึงดูด The Best Talent รุ่นใหม่ที่มีความหลากหลาย เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนธุรกิจ และต้องรักษาพนักงานกลุ่มนี้ให้ขับเคลื่อนธุรกิจต่อไปในอนาคต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ อย่ากลัวความผิดพลาด จง Fail Fast, Learn Fast, and Move On เหมือนที่ Minor ให้โอกาสผู้บริหารที่เคยทำธุรกิจล้มเหลว แต่ก็ทำธุรกิจใหม่จนประสบความสำเร็จอีกครั้ง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาเน้นย้ำว่า Talent คือหัวใจหลักขององค์กร โดย Our People = Our Business เพราะ People make our Brand องค์กรจึงต้องทุ่มเทในการหางาน Talent แล้ว Attract &gt; Retain &gt; Develop &gt; Growth พวกเขาต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคือ Gen Z จะเป็น Talent ในอนานคต อยู่ที่ว่า องค์กรเข้าใจพวกเขาแล้วหรือยัง ?</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31393 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-5-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 991" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-5-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-5-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-5-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-5-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-5.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“คนเป็นกำลังสำคัญในการสร้างและขับเคลื่อนแบรนด์ เราต้องดึงดูดคนที่มี Passion และให้ Possibility ในการมาสร้างและเรียนรู้สิ่งใหม่ร่วมกัน”</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอรกานดา อรรถวิภัชน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล Minor International ได้กล่าวว่า หนึ่งในคติขององค์กรคือความเชื่อที่ว่า &#8220;คน&#8221; เป็นกำลังสำคัญในการสร้างและขับเคลื่อนแบรนด์ เราต้องดึงดูดคนที่มี Passion และให้ Possibility ในการมาสร้างและเรียนรู้สิ่งใหม่ร่วมกัน โดยแนวคิดสำคัญหลักในการขับเคลื่อนอุดมการณ์ คือการปลูกฝัง Growth Mindset </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Minor ต้องการสร้างผู้นำแบบ Ambidextrous ที่มีลักษณะ 2 ขั้ว เช่น มีแนวคิดเป็น Transformer แต่ก็สามารถเป็น Operator ได้, เป็น Experimenter และต้องเป็น Implementer, สามารถ Coach รวมถึงเป็น Conductor, เป็น Networker และพร้อมทำงานเป็น Administrator, สุดท้ายคือเป็น Explorer ที่สามารถ Regenerator ได้ ฉะนั้นผู้นำต้องมีทักษะที่หลากหลายมิติมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Minor ขับเคลื่อนองค์กรด้วย Model 20:20:60 ซึ่งเป็น Roadmap สำคัญขององค์กร คือ 20% ให้ความสำคัญกับ Key Principle หรือ Group Strategy 20% Co-Creation ร่วมกัน และ 60% Empower Localization ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น HR ต้องใส่ใจและสร้าง Human Experience ในองค์กรที่ดี อย่าตีกรอบภาพธุรกิจแค่หน้างาน ต้องบริหารในภาพใหญ่ เพราะทุกคนคือ Global Citizens เหมือนโคว้ทของ Doug Conant ที่บอกว่า “To win the Marketplace, You must first win the Workplace”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31394 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-6-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 992" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-6-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-6-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-6-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-6-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-6.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“คำว่า People ของ Cargill ไม่ใช่แค่พนักงาน แต่คือ Stakeholder ทั้งหมด”</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณฐิติ ตวงสิทธิตานนท์ Managing Director จาก Cargill Meats (Thailand) พูดถึงเป้าหมายหลักของ Cargill คือ “To cultivate putting people” โดยธุรกิจจะสำเร็จได้เกิดจากหลักสำคัญคือเรื่องคน ซึ่งคำว่า People ของ Cargill ไม่ใช่แค่พนักงาน แต่คือ Stakeholder ทั้งหมด เช่น เจ้าของฟาร์ม พนักงาน พาร์ทเนอร์ รวมไปถึงคนในชุมชนโดยรอบ Cargill จึงมุ่งเน้นทำงานอย่างเข้มข้นในการดูและคนทั้ง Eco-system </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Cargill มี Core Values หลัก 3 ข้อคือ Do the right things, Put people first และ Reach higher</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“DO THE RIGHT THINGS” จะทำต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ทั้งสิทธิพื้นฐานด้านความปลอดภัยของ People และ Product หรือ Animal Welfare ในทุกขั้นตอน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“PUT PEOPLE FIRST” ผ่านการ Empowering people ใส่ใจคุณภาพชีวิตพนักงาน และ Enriching society มุ่งเน้นยกระดับสังคมและชุมชนเพื่อความยั่งยืน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“REACH HIGHER” เพราะ Cargill ไม่คิดว่าตัวเองคือ The Best เลยต้องแข่งขันกับตัวเองตลอดเวลา และไปไกลกว่านี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31395 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-7-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 993" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-7-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-7-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-7-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-7-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-7.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“เรามองเรื่อง People First เป็น Foundation ไม่ใช่ Fashion” </span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวิชญะ พงศ์ผาสุก Senior HR Director, Cargill Meats (Thailand) เล่าถึงจำนวนพนักงานว่า เฉพาะในไทย Cargill มีพนักงานทั้งคนไทย ลาว พม่า กัมพูชา ฯลฯ โดยเป็นแรงงานต่างด้าว 30% และจะเพิ่มสเกลเป็น 60% ในอนาคต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั่วโรงงานเราจะเห็นป้าย Core Values ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการคิดกลยุทธ์หรือนโยบายต่าง ๆ ครอบคลุมทั้ง Health &amp; Safty, Human Right, DEI และ Human Capital Development </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การทำ HR Transformation ไม่ใช่แค่เรื่องคน แต่เป็นการดูทั้งองค์กร โดยผ่าน 3 RE</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1) RE-Engineering &#8211; เปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ใช้เครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์องค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) RE-Structuring &#8211; เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เพิ่ม Value ให้ทุกยูนิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3) RE-Thinking &#8211; Growth Mindset สำคัญมาก และเปลี่ยนยากมาก ถ้าทำได้จะเป็น Key Factor ให้องค์กรเปลี่ยนแปลงได้สำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดต้องเริ่มต้นที่ Leader ต้องสร้าง People Manager ให้เกิดขึ้น และส่งต่อการรักคนอื่นไปถึงลูกน้องด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Cargill เองมี HR ส่วนกลางที่เรียกว่า Center of Expertise ทำหน้าที่เป็น “นักคิด” เพื่อช่วยสร้างสรรค์นโยบาย และมีขั้นตอนที่เรียกว่า CCE (Change, Communication, Education) คือมีการสื่อสารและอบรมให้ทุกคนปรับตัวเข้าหาสิ่งใหม่ได้อย่างคล่องตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ย้ำบ่อย ๆ คือ Cargill มองเรื่อง People First เป็น Foundation ไม่ใช่ Fashion เพราะ Fashion เดี๋ยวก็มา เดี๋ยวก็ไป องค์กรเติบโตไม่ได้แน่นอน HR ต้องเชื่อก่อนว่าคนคือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร พอเชื่อแล้ว เราถึงจะลงมือทำแบบนั้นได้จริง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31396 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-8-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 994" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-8-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-8-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-8-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-8-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-8.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“ผู้นำที่ดีจะต้องเป็น Chief Meaning Officer คือผู้ที่สื่อสารความหมายให้กับทีมว่าสิ่งที่กำลังทำมีความหมายและตอบโจทย์คุณค่าอะไรอยู่”</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปิยบุตร จารุเพ็ญ Managing Director, Bangkok Industrial Gas (BIG) พูดถึงแนวคิดการขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายหรือ Purpose-Driven โดยคุณค่าองค์กรคือการสร้างความเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องอาศัยความหมาย แรงผลักดัน และความเชื่อว่าสิ่งที่ทำกำลังทำอยู่นั้นสร้างประโยชน์และมีความสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ Purpose Driven คือการจูงใจคนด้วยเป้าหมาย ทำให้พนักงานเห็นว่าสิ่งที่ตนทำอยู่ทุกวันนั้นมีคุณค่าทั้งกับตัวเอง, องค์กร และสังคม ซึ่งพนักงานจะรู้สึกภูมิใจและอยากทำงานเพื่อเป้าหมายอะไรบางอย่างมากขึ้น เปลี่ยนจากการทำงานไปวัน ๆ เป็นคนที่ภาคภูมิใจกับทุกงานที่ทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าไปถามกรรมกรที่สร้างโบสถ์ว่า “ทำไมคุณถึงทำงานนี้?” คนหนึ่งจะตอบว่า ก็ทำงานด้วยความเหนื่อยเพื่อหาเงิน แต่อีกคนจะบอกว่า เราสร้างโบสถ์เพื่อสร้างแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจให้คนอื่น กรณี BIG เป็นผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมครบวงจรของประเทศไทย ที่ต้องการเป็น Infinite Innovation from the Air สร้างนวตกรรมอากาศไปช่วยเหลือคนอื่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Chief Meaning Officer ต้องทำให้ Organization Purpose ตอบโจทย์ Personal Purpose ผ่านคำถาม 3 ข้อ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1: What makes you excited every day? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2: What Challenge do you want to overcome?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3: What does accomplishment look like? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ ผู้นำต้องวางเงื่อนไขให้คนในบริษัทสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย (Make Change Happen) โดยแชร์ความเข้าใจว่า การเปลี่ยนแปลงคือการ Dancing with Fear &#8211; Dancing with Fear ต้องอาศัยความหมาย (Meaning) แรงกดดัน (Tension) และความเชื่อ (Belief) ว่า สิ่งที่เราทำอยู่นั้นสำคัญต่อคนอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Purpose จึงต้องกำหนด Culture และ Goal Challenge และมันจะไม่เกิดขึ้นจริง หากขาด People มาช่วยเปลี่ยนแปลงจนเกิด Impact เพราะ “คน” คือหัวใจสำคัญของการเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สมการ Purpose + Humanity จึงเท่ากับ Heart of Business</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31397 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-9-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 995" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-9-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-9-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-9-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-9-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-9.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“Great People เป็นรากฐานของ Great Business ที่จะนำมาซึ่ง Great Profit ต่อไป”</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ Every Business is People Business คนจึงเป็นหัวใจหลักขององค์กร นับเป็นประโยคที่ได้ยินบ่อยครั้งจาก HR เก่ง ๆ หลายคน และล่าสุดก็ได้ยินอีกครั้งจากคุณ ณัฐกร จิระพรพาณิชย์ Human Capital Director จาก Bangkok Industrial Gas (BIG)  ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมครบวงจรของประเทศไทย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ BIG มีสโลแกนประจำองค์กรว่า #YouBelongandMatter พนักงานทุกคนเป็นส่วนหนึ่งและมีความสำคัญ สิ่งนี้คือพันธะสัญญาที่ BIG มีต่อพนักงานทุกคน ผ่านการสร้างความหมายว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1: ทุกคนเป็น VALUE member</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2: สร้างความรู้สึก WINNING team </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3: งานที่ทำเป็น MEANING work </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">4: สร้างสภาพแวดล้อมที่ TRUST กัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำองค์กรต้องเป็น Role Model สร้างองค์กรที่น้อมรับ DIB ที่สำคัญคือต้องมีการ Recognize พนักงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">DIB สำหรับ BIG ประกอบด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">D – Diversity: ความหลากหลายในระดับ Unique Character </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">I – Inclusive: ที่ทุกคนเท่าเทียมกันในหลากหลายมิติ เช่น สวัสดิการและโอกาส</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">B – Belonging: ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้เกิดจากการ See – การเข้าใจ Speak – สื่อสาร และ Behave – กระทำออกมาจริง ๆ ฉะนั้นผู้นำต้องมองเห็น เข้าใจ ความต้องการของทีม ร่วมถึงสื่อสาร และแสดงออกเป็นแบบอย่าง และโอบรับ DIB และส่งเสริมวัฒนธรรมที่ยอมรับและเคารพความแตกต่างและหลากหลาย ซึ่งส่งผลต่อการมีแนวคิดและทางออกที่แปลกใหม่ในทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์คือ Profit ที่ Growth ขึ้นทุกปี ฉะนั้น Great People เป็นรากฐานของ Great Business ที่จะนำมาซึ่ง Great Profit ต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31398 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-10-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 996" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-10-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-10-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-10-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-10-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-10.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;"> “HR ต้องเข้าใจธุรกิจ เข้าใจลูกค้า เข้าใจพนักงาน การออกโปรแกรมอะไรต้องตอบโจทย์ และ สอดคล้องกับธุรกิจเสมอ”</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ Group Chief Executive, TISCO Financial Group เคยเป็น HR มาก่อน ซึ่งผู้บริหารสมัยนั้นมักพาตัวเขาเข้าทุก ๆ การประชุมสำคัญเสมอ ทำให้เขาออกนโยบายต่าง ๆ สอดคล้องกับแนวทางองค์กร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย Core Value ของ TISCO คือ MIRACLE</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">M &#8211; Mastery “เก่งกาจ” ในสายงานที่ทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">I &#8211; Integrity “ซื่อตรง” กับทุกคนเพราะเป็น Investment Bank แห่งแรกของไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">R &#8211; Reliability &#8211; “สม่ำเสมอ” จนได้รับความไว้วางใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">A &#8211; Advice &#8211; “แนะนำ” สิ่งที่ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">C &#8211; Creativity &#8211; มีความคิด “สร้างสรรค์”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">L &#8211; Learning &#8211; ไม่หยุดที่จะ “เรียนรู้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">E &#8211; Empathy &#8211; “ใส่ใจ” ทุกคนเท่าเทียมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ CEO Mission ในสายตาของเขาคือ การสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน, การขับเคลื่อนประสิทธิภาพผ่านคน กระบวนการ เทคโนโลยีและข้อมูล และการสร้างสมดุลทางผลประโยชน์ระหว่าง Stakeholder ทั้งหมด เช่น ลูกค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น สังคม และหน่วยงานกํากับดูแล ฉะนั้น TISCO จึง “Build Sustainable Business along with Social Development”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคำว่า Stakeholder หมายถึงทุกคนคือ Partners มองทุกคนเป็นภาพรวม ไม่แบ่งแยก มีนโยบายที่แบ่งกำไรให้กับพนักงานเทียบเท่าหรือรวมกันสูงกว่าผู้ถือหุ้นด้วยซ้ำ TISCO จึงให้ความสำคัญกับพนักงานมาก ๆ กระทั่งไม่มี Labor Union ในองค์กร เพราะพนักงานไม่ต้องเรียกร้องอะไรเลย องค์กรจัดให้ก่อนแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">TISCO เป็นบริษัทที่จัดการปัญหาทางการเงินให้คนอื่น พนักงานของตัวเองก็ต้องไม่มีปัญหาทางการเงินด้วย TISCO จึงมีโครงการจัดการหนี้ให้พนักงานทุกคนด้วย ผ่านการปลูกฝังให้พนักงานทุกคนเข้าใจเรื่องการบริหารจัดการงาน และการปลูกฝังให้เข้าใจว่าอะไรคือ Need อะไรคือ Want โดยพนักงานที่เข้าโครงการปลดหนี้มีเงื่อนไขว่าจะไม่สร้างหนี้เพิ่ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายศักดิ์ชัยบอกว่า คนเราจะประสบความสำเร็จเกิดจากสมการ 3 อย่าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1) Passion &#8211; ความหลงใหลในสิ่งที่ทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) Professional Capability &#8211; เชี่ยวชาญในสิ่งที่ทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3) Social Need &#8211; เป็นสิ่งที่สังคมต้องการ มี Demand</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง เรามี Passion ทำผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่ง เชี่ยวชาญมาก แต่สังคมไม่ต้องการ ก็อาจไม่ประสบความสำเร็จก็ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31399 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-11-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 997" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-11-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-11-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-11-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-11-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-11.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“หลักการ HR หาอ่านได้ทั่วไป แต่สิ่งที่ HR ต้องมีคือการประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมแต่ละองค์กร”</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">วัศกร เทพทิม ผู้อำนวยการด้านทรัพยากรบุคคลจาก TISCO บอกว่า หลักการ HR หาอ่านได้ทั่วไป แต่สิ่งที่ HR ต้องมีคือการประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมแต่ละองค์กร โดย Culture องค์กร เปลี่ยนได้ แต่ Core ขององค์กรต้องไปไม่เปลี่ยน ซึ่ง Core นั้นต้องมีการส่งมอบ หยิบมาใช้ต่อ และถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง ผ่านสร้างโลกการทำงานที่พนักงาน Happy และสามารถ Perform ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Key Success Factor for People Engagement มี 3 อย่างคือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1) Management Sponsorships</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; Corporate Vision ต้อง Alignment ไปกับ HR Vision</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ถ้า CEO ซื้อไอเดีย HR จะทำงานง่ายกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; HR จึงต้องมี Back Up ในระดับ Leadership</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) Right Mindset</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; Employee as a Business Partner ลูกจ้างต้องไม่ใช่แค่ลูกจ้าง และสอนทัศนคติกรเป็น Entrepreneurship ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ทัศนคติ Employee First สำคัญ ถ้าอยากให้พนักงานดูแลลูกค้าดี HR ต้องดูแลพนักงานให้ดีก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; การมีสวัสดิการ ไม่ใช่การจูงใจ แต่คือการทำให้พนักงานหมดกังวลเรื่องส่วนตัว และทำงานได้อย่างเต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; การเติบโตที่ยั่งยืนมาจาก Passion ไม่ใช่ KPI เพราะ Passion จะทำให้คน Action และจะเกิด Result ตามมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3) Methodology</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; มี Content อย่างเดียวไม่พอ ต้องมี Process ในการ Communication &gt; Intervention &gt; Reinforcement ด้วย เพื่อให้การ Action ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; มี Role Model เป็นเรื่องที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ หากหยิบ Maslow Hierarchy of Needs มาตีความ องค์กรก็ต้องตอบสนอง ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานในองค์กรตั้งแต่เรื่องพื้นฐานอย่างสวัสดิการ เงิน ความเชื่อใจ ความมั่นคง ความสัมพันธ์ เสียงชื่นชม และความภาคภูมิใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31400 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-12-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 998" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-12-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-12-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-12-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-12-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-12.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“เป็นผู้นำองค์กรต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง กล้าทำสิ่งใหม่ ๆ สนุกไปกับมัน รวมถึงนำทีมให้สนุกไปด้วยกัน”</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ Sally O’Hara, CEO of Krungthai AXA บอกว่า Health Ecosystem for Sustainable Growth สำหรับ AXA คือการผสมผสานกันระหว่าง Products + Services + Partner Services</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1) Products</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ต้อง Customer First มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย รองรับคนทุกกลุ่ม ล่าสุดทำ Inclusive Insurance ที่ครอบคลุมไปกลุ่มคนรากฐานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; Resonate with changing needs ปรับเปลี่ยนตามความต้องการของลูกค้าเสมอ เช่น เรื่อง Mental illness และ Innovative Cancer Treatment</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ทำ Product Portfolio Management มี Profit และ Cost ที่สมดุลกัน เพราะ Medical Cost เพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) Services</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ทำบริการให้ดี ประทับใจทุกฝ่าย ตั้งแต่เคลมง่าย Process น้อย เงินออกเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; Upskill Call Center ตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; Payer to Partner ข้อนี้สำคัญ ไม่ได้มองผู้ซื้อประกันเป็นลูกค้า แต่คือพาร์ทเนอร์คนนึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; มีน้อน Emma Digital Assistant ที่ช่วยเหลือครอบคลุมทุกอย่าง ทั้ง After Sale ยันให้ความรู้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3) Partner Services</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; KTAXA แคร์คุณกว่าใคร มอง Stakeholder ทุกคนคือ Partner มี AXA prime สำหรับทุก Sales Channel ในการทำ Bootcamp</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; Customer ก็สามารถ Enjoy Active Lifestyle ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ตั้งเป้าหมายเป็น Climate Leadership มองไกลถึงระดับโลก ผ่านโครงการต่าง ๆ ที่สนับสนุนการรักษาสิ่งแวดล้อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้ความสำคัญการเป็น Sponsor เช่น กีฬา (ลิเวอร์พูล) ศิลปะ (พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ) กระทั่งสามารถใช้บัตรพนักงาน AXA เดินเข้าบางแห่งได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากนี้ คุณ Sally ยังพูดถึงการเป็นผู้นำ Resilient Leader คือการเปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยความท้าทายในฐานะผู้นำคือการมองทีม All Function = Together และการส่งมอบ Trust แก่ทุกคน การเป็นผู้นำองค์กรจึงต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง กล้าทำสิ่งใหม่ ๆ สนุกไปกับมัน รวมถึงนำทีมให้สนุกไปด้วยกันด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น Collaboration คือหัวใจสำคัญในการฝ่าฟันความท้าทายทุกรูปแบบของธุรกิจ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31401 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-13-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 999" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-13-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-13-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-13-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-13-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-13.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“HR เป็นตำแหน่งที่ต้องเชื่อมโยง Employee Experience เข้ากับ Customer Experience เพราะถ้าพนักงานได้ประสบการณ์ที่ดี ก็จะส่งมอบสิ่งดี ๆ ต่อให้ลูกค้าได้”</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ Chief People and Brand Communication Krungthai AXA พูดย้ำอยู่บ่อย ๆ ว่า “คน” เป็นหัวใจหลักขององค์กร โดย HR เป็นตำแหน่งที่ต้องเชื่อมโยง Employee Experience เข้ากับ Customer Experience เพราะถ้าพนักงานมีประสบการณ์ที่ดี ก็จะส่งมอบสิ่งดี ๆ ต่อให้ลูกค้าได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Employee Experience ประกอบด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; Your Voice Matters: รับฟังเสียงพนักงานทุกคน Leader ต้อง Walk to Talk และมี Session ที่ได้คุยกับ CEO เสมอ เพราะ Feedback คือ Gift นาจา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; Inclusive Culture: น้อมรับ DEI (ที่นี่เรียก I&amp;D) ทุกคนสามารถเป็นตัวเอง be yourself at work และส่งเสริมอย่างแท้จริงผ่านกิจกรรม เช่น ประกวด Drag Queen หรือ Run2gether ที่ให้พนักงานจับคู่วิ่ง/เดินกับพนักงานผู้พิการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; Learning Culture: เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เป็น Community ทำ Development และสร้าง Engagement เช่น เชิญผู้นำทางความคิดมาพูดในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; SMART Working: เป็น One Company ทุกคนทำงานด้วยกัน, เสริมสร้าง Trust, เพิ่ม Resilient และเป็น Greener of Working เช่น มีนโยบายเลือกเวลาทำงานได้ จะเริ่มกี่โมง-กี่โมง ภายใต้ WFH 60% WFO 40%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย Krungthai AXA มีการใช้เทคโนโลยีมาช่วยสร้าง Engagement ผ่าน App TOUCH ที่พนักงานเข้าร่วมกิจกรรม เก็บแต้ม และแลกของรางวัล เป็น Single Mobile App ที่ให้ข้อมูลประกาศข่าวสาร, เช็คสุขภาพพนักงานได้, สร้างกิจกรรมทำร่วมกน และเชื่อมโยงไปสู่รางวัลตาม Lifestyle ของพนักงานของทุกคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะ Talent เป็นหัวใจหลักขององค์กร เราต้องสร้าง และหา Top Talent ขององค์กร ฟูมฟัก พัฒนา และ Recognize &amp; Reward พวกเขาเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่บอกว่า “คน” เป็นหัวใจหลักขององค์กร Power Of Brand ไม่ได้มาจากไหนเลย มาจากคนนี่แหละ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สมการ People Capability = Organization Capability จึงถูกต้องเสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31402 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-14-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST 14" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 1000" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-14-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-14-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-14-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-14-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-14.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“HR ต้องเป็นมากกว่า HR ต้องเป็น HRBP ที่มองว่าพนักงานเปรียบเสมือนกับลูกค้าภายในของเรา เราจึงจำเป็นต้องสร้างประสบการณ์ที่ดีและหาทางที่ทำให้พนักงานอยากมาทำงานร่วมกับเราในทุกวัน”</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณชาตยา สุพรรณพงศ์ Chief Engagement Officer จาก Food Passion เล่าว่า ความผูกพันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถซื้อได้ เราต้องใช้เวลาในการสร้าง เป้าหมายของเราคือการเปลี่ยนแปลงจากการขายอาหารเป็นการสร้าง “ความสุข” ให้กันและกัน ไม่ใช่สร้างให้เฉพาะแค่พนักงานภายในของเรา แต่เราจะสร้างให้ครอบคลุมไปถึงครอบครัวของพวกเขาด้วย เพื่อเขาจะได้มีพลังส่งความสุขออกไปให้กับลูกค้าทั่วประเทศต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยวิสัยทัศน์ของ Food Passion คืออยากดูแลคนและโลกใบนี้ให้มีความสุขผ่านอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และการจัดการวงจรที่สมดุลด้วย Data และ Innovation </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มี 3 Core Values ที่สำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1) Circle of Happiness: ถ้าเราดูแลพนักงานให้มีความสุขอย่างเต็มที่แล้ว เขาจะไปดูแลลูกค้าให้มีความสุขอย่างเต็มอิ่ม จนเกิดเป็นวงจรแห่งความสุข</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) Power of Underdog: ปัจจุบันเรายังไม่ใช่ที่สุดก็จริง แต่เรากล้าที่จะทำอย่างแตกต่างและพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็วเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าเราสามารถไปเป็นที่หนึ่งได้.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3) Respect &amp; Empathy: ส่งเสริมให้พนักงานเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง เพื่อเขาจะสามารถส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ HR ต้องเป็นมากกว่า HR เราสร้างให้เขากลายเป็น HRBP ที่มองว่าพนักงานเปรียบเสมือนกับลูกค้าภายใน เราจึงจำเป็นต้องสร้างประสบการณ์ที่ดีและหาทางที่ทำให้พนักงานอยากมาทำงานร่วมกับเราในทุกวัน โดยมุ่งมั่นที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างความสุขให้กับพนักงานของเรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเริ่มจาก Start with “Why” -เริ่มต้นด้วย “ความเชื่อ”และเริ่มต้นจาก “เหตุแห่งการดำรงอยู่” ขององค์กรว่าคืออะไร ? ซึ่งสำหรับ Food Passion แล้ว คือการส่งมอบความสุขผ่านอาหารนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31403 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-15-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 1001" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-15-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-15-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-15-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-15-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-15.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“หากเราดูแลพนักงานของเราให้ดี เขาก็จะส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าเสมอ เมื่อลูกค้าประทับใจ ก็จะกลับมาใช้บริการของเราอีก เกิดเป็นวงจรแห่งความสุขที่ยั่งยืน”</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนาฑีรัตน์ บุญรัตน์ Chief People Plus Officer เล่าถึง 3 ประเด็นที่เรามุ่งเน้นในการพัฒนาพนักงานของ Food Passion คือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เก่ง: พนักงานต้องเก่ง 4 ด้าน ได้แก่ เก่งคน เก่งงาน เก่งธุรกิจ เก่งดิจิทัล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ดี: ตามค่านิยม ACTIVE ที่ไม่ใช่แสดงออกพฤติกรรมแค่ในที่ทำงานเท่านั้น แต่ทุกคนต้องนำกลับไปใช้ในการดำเนินชีวิตด้วย ที่สำคัญคือยังสามารถเปลี่ยนแปลงนิยาม ACTIVE ของแต่ละคนด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สุข: ความสุขเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด Food Passion อยากให้พนักงานมีความสุขกับปัจจุบันและส่งความสุขให้กับผู้คนรอบข้าง เปรียบดั่ง Circle of Happiness ที่หากว่าเราดูแลพนักงานหรือคนในองค์กรของเราดี พนักงานก็จะมีความสุข สามารถส่งต่อความสุขไปให้ลูกค้า และเมื่อลูกค้าประทับใจก็จะกลับมาใช้บริการของเราอีก เกิดเป็นวงจรแห่งความสุขที่ยั่งยืนนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การดูแลคนของเราก็เหมือนการเตรียมร่มให้พร้อมก่อนวันฝนตก เตรียมองค์กรให้รับมือกับการเปลี่ยนแปลง และสร้าง “คน” ให้เป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31404 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-16-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 1002" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-16-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-16-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-16-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-16-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-16.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“Technology ไม่เท่ากับ Transformation ต้องทำให้เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้งานต้องตอบโจทย์ทั้ง User และแก้ปัญหา Pain Point ที่มีอยู่”</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอัฐ ทองแตง Chief Executive Officer เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ได้เล่าถึงเรื่องราวในการพัฒนาองค์กรด้านการบริการสุขภาพในยุคปัจจุบันว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; Knowledge Empowerment:  Empowerment เริ่มต้นที่ Knowledge ผู้บริหารไม่สามารถทำให้องค์กรประสบความสำเร็จด้วยตนเองอย่างเดียวได้ ต้องอาศัยกำลังของทุกคน ดังนั้นจึงต้องติดอาวุธ เพิ่มพูนความรู้ สร้างทักษะใหม่ให้กับคนในองค์กร ทำอย่างไรให้คนในองค์กรรู้มากที่สุดก่อน บรรดาสิ่งที่เรารู้ คนของเราต้องรู้ ไม่หมกหมุ่นกับงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; Technology is not transformation itself: Technology ไม่เท่ากับ Transformation ต้องทำให้เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้งานต้องตอบโจทย์ทั้ง User และแก้ปัญหา Pain Point ที่มีอยู่ สิ่งที่มีค่าที่สุดอยู่หน้างาน คือความเข้าใจปัญหาและประสบการณ์การจัดการกับปัญหานั้นที่ทำให้สามารถนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาได้ตรงจุดจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; Human touch is still (as always) a MUST: Technology มีประโยชน์ก็จริง ควรนำมาใช้ลดภาระงานของคน แต่ไม่ใช่ทุกสิ่ง human touch ยังคงสำคัญ โดยเฉพาะกับลูกค้า เพราะผู้ป่วยย่อมอยากสื่อสารกับคน ซึ่งจะได้รับประสบการณ์ที่ดี ดังนั้นจากควรใช้เทคโนโลยีมาช่วยให้คนได้ไปสร้างคุณค่าในสิ่งที่ควรใช้คนทำจริง ๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31405 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-17-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 1003" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-17-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-17-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-17-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-17-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-17.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“ทุกข์ของพนักงานคือการบ้านของ HR เราต้องบริหารคนบนความเมตตา และต้องรักคนอื่นให้เป็น”</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุภาพร บัญชาจารุรัตน์ Executive Director, Human Resource เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ได้เล่าถึงการสร้างความผูกพันอย่างยั่งยืนโดยมีข้อคิดสำคัญคือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เรียน รับ ปรับ แก้: โลกเปลี่ยน คนเปลี่ยน ต้องเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; การบริหารด้วยความเมตตา: ทุกข์ของพนักงานคือการบ้านของ HR บริหารคนบนความเมตตา ต้องรักคนอื่นให้เป็น ไม่จำเป็นต้องรักมากว่าตนเอง แต่ต้องรักให้เป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; โครงสร้างฐานรากต้องเข้มแข็ง: โครงสร้างองค์ต้องตอบโจทย์ธุรกิจและสมเหตุสมผล ต้องวิเคราะห์ภาระงาน วางแผนอัตรากำลัง และออกแบบองค์ให้ตอบโจทย์ จากนั้นประเมินค่างานและทำโครงสร้างเงินเดือนให้เกิดโครงสร้างที่เป็นธรรม และแข่งขันได้ ลักษณะงานและขอบเขตความรับผิดชอบต้องชัดเจน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งจะนำไปสู่การคัดสรร สรรหาคนที่ใช่ ทั้งในแง่ของความสามารถ และความพร้อมในด้านความมุ่งมั่น เกิดแผนพัฒนาที่ชัดเจน โดยพัฒนาคนที่จุดแข็ง แต่ปรับปรุงและลดทอนจุดอ่อน เพราะการปรับจุดแข็งทำได้เร็วและส่งผลมากเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างให้คนทำงานอย่างมีความสุข: รับฟังปัญหา เป็นที่ปรึกษา และส่งเสริมสุขภาพ กายใจ ให้ในสิ่งที่พนักงานอยากได้ และเกิดประโยชน์ต่อผู้รับอย่างแท้จริง ประเด็นที่น่าสนใจในปัจจุบัน work/life balance โดยต้องพัฒนาคุณภาพทั้ง 2 ด้านของชีวิต สร้างได้ด้วยการสร้างงานที่เหมาะสมกับคน และเพิ่มความสุขในชีวิต เช่น สำหรับเครือพญาไท-เปาโล คือการดูแลครอบครัว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31406 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-18-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 1004" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-18-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-18-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-18-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-18-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-18.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“Result ทำให้บริษัทอยู่ได้ และ Respect ทำให้พนักงานมีความสุข”</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณเฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย Managing Director, Thailand &amp; Head of Indochina, DHL Express ที่ได้เปิดหัวไว้ว่าเราเป็น “Truly Global Company” เพราะครอบคลุมการบริการทุกประเทศจริง ๆ (ยกเว้น อัฟกานิสถาน และรัสเซีย)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจคือ The Strategy powered by PEOPLE เพราะคนเป็นหัวใจหลักขององค์กร DHL จึงสร้างความรู้สึกเชิงบวกให้กับพนักงาน เพื่อให้พนักงานส่งต่อผลงานเชิงบวกไปยังลูกค้า โดยเน้นไปที่ Results &amp; Respect เพราะ Result ทำให้บริษัทอยู่ได้ และ Respect ทำให้พนักงานมีความสุข &#8211; สองอย่างนี้ต้องควบคู่กัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Inventing Culture with Understanding เป็นหนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จ ผ่านกลยุทธ์ FOCUS Strategy ที่มี 4 Pillar</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1) Motivated People: เน้นสร้าง Engaging Experience ให้พนักงานรู้สึกถึงแรงบันดาลใจ แล้วส่งต่อเป็นประสบการณ์ที่ดีสู่ลูกค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) Great Service Quality: คือการส่งมอบบริการที่ดี มีคุณภาพ ที่สำคัญคือต้องไม่ส่งผิดที่ เพื่อให้ลูกค้าไว้วางใจเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3) Loyal Customers: ด้วยราคาที่แพงกว่าเจ้าอื่น แต่ลูกค้ายอมจ่ายแพงเพื่อให้ “นอนหลับได้อย่างสบายใจ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">4) Profitable Network: แน่นอน คือการสร้างผลกำไรทางธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเห็นว่าการ Motivated People เป็นกลยุทธ์ข้อแรกเลย ซึ่งคุณเฮอร์เบิตเน้นย้ำว่าสำคัญ เพราะธุรกิจขับเคลื่อยนด้วยคนจริง ๆ ซึ่งจะนำไปสู่ข้ออื่น ๆ ตามมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้หนึ่งในวิธี Motivate ที่ดีคือการ รับฟัง โดย DHL ทุกคนสามารถสื่อสารตรงหรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ถึงตัวผู้บริหารผ่าน QR Code ได้เลยทันทีในโครงการ Straight to the top</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนการสื่อสารองค์กรให้เปลี่ยนตามยุคสมัย เช่น การทำ Short Story, Podcast, SNS ต่าง ๆ เพื่อ engage กับพนักงานรุ่นใหม่เสมอ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ต้องเข้าใจและเสริมพลังบวกในการทำงานกับพวกเขาให้ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31407 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-19-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 1005" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-19-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-19-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-19-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-19-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-19.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“Training Program ต้องไม่ใช่แค่ Training Program แต่ต้องเป็น Engagement Tools”</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณลดาวัลย์ ใจโต Senior Director, Human Resources จาก DHL Express เล่าถึงเส้นทางการสร้างความผูกพันของพนักงานผ่าน CIS &amp; CIM (Certified International Specialist &amp; Certified International Manager) ว่าไม่ได้ปูด้วยกลีบกุหลาบตลอดเวลา ใช้ effort หลายๆ อย่าง โดยเริ่มจากการสร้าง DNA ให้กับคนในองค์กร Speed / Right 1st Time / Can-do-it Attitude / Passion โดยทำผ่าน Certified International Specialist (CIS) ที่จะ Embed DNA เหล่านี้กับพนักงานทุกคน ทั่วโลก ฟูมฟักให้เกิด Global Culture ใครมาเรียนก็จะได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย CIS ไม่ใช่แค่ Training Program แต่เป็น Engagement Tools มีหลักสูตรทั่วโลกมากกว่า 1,000+ โดยมีปัจจัยความสำเร็จการสอนโดย Leader หรือ Manager ที่จะมีบทบาทเป็น Facilitate ด้วยตนเอง เพราะมองว่าหัวหน้าเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความผูกพัน และมี Impact กับพนักงานโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีโปรแกรม Certified International Manager เน้นพัฒนาผู้นำด้วยโมเดล Head / Heart / Gut ขับเคลื่อนพฤติกรรมผู้นำให้สร้าง Result &amp; Respect ผ่านการ Feedback &amp; Coaching</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ DHL ยังเน้นการสร้าง Emotional Experience ในทุกจุดของการทำงาน เช่น กิจกรรมขอบคุณและชื่นชม สร้างความรู้สึกให้ทุกคนรู้สึกว่า “งานของตนมีคุณค่า”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และไม่ใช่แค่มี Flexible Arrangement แต่รวมไปถึงการปรับแนวคิด และการยอมรับความแตกต่างหลากหลายในองค์กรที่ไม่ได้มองแค่เรื่องเพศ แต่ข้ามช็อทไปถึงสิทธิมนุษยชนแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นแล้ว CIS &amp; CIM จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้พนักงานมีมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Mindset หรือ SkillSet นับเป็นเครื่องมือสู่การสร้าง Engagement อย่างยั่งยืน การันตีได้จากหลัง Rollout ออกมา DHL มี Employee Engagement ที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนเคยแตะถึง 100% </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31408 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-20-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 1006" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-20-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-20-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-20-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-20-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-20.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“Love the brands, Love the customers, and Love the team.”</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ Edwin Yap Hawson, President of Central Marketing Group  ไม่ใช่คนไทย ไม่ใช่คนในตระกูลจิราธิวัฒน์ และไม่มีประสบการณ์ในธุรกิจรีเทล การเข้ามาใน cmg จึงเป็นความท้าทายมาก โดยเขาเริ่มงานวันแรกแบบไม่มีแผน แต่เข้ามา “ฟัง” จากคนที่อยู่มาก่อน เพื่อนำไปใช้ในการปรับแผนธุรกิจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่าวคือเป็นการเริ่มต้นทำความเข้าใจทีมงานและสถานการณ์ก่อน แผนงานจะออกมา แล้วเช็คไอเดียกันกับทีมงาน หาแนวทางที่เหมาะสม สุดท้ายคือการได้ทีมงานเพราะทุกคนได้มีส่วนร่วมด้วยกับแผนงานนั้นด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">cmg มี 3 แง่มุมน่าสนใจคือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; Performance Culture: cmg ให้ความสำคัญกับ “วัฒนธรรม” ในการขับเคลื่อนองค์กร และให้คุณค่าบนพื้นฐานความทุ่มเทและผลงานที่สร้างผลลัพธ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; Inclusive Environment: รวมทุกคนให้เข้ามาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ไม่ละทิ้งใครให้ “รู้สึก” ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ที่สำคัญคือการเคารพในความเป็นมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; Capability Building: เพิ่มขีดความสามารถด้วยการมองตลาดและคู่แข่ง ที่สำคัญคือการใช้ Data ให้เป็น มองให้ออกว่าใครคือกลุ่มลูกค้าหลักของเรา เช่น cmg มี the 1 เป็น Loyaly Program ต้องดูให้ออกว่าคือใคร ซื้อสินค้าอะไร มีไลฟสไตล์แบบไหน จะได้สร้าง Promotion ที่ตรงโจทย์มากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31409 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-21-1024x1024.webp" alt="สรุป Learn from the BEST" width="1024" height="1024" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 1007" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-21-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-21-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-21-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-21-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สรุป-Learn-from-the-BEST-21.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">“มันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการจากพนักงาน แต่ HR ต้องรับฟังสิ่งที่พนักงานต้องการต่างหาก”</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณธนยศ ครุฑระเบียบ Head of Human Resources and General Affairs ได้กล่าวถึงการที่ทีม HR ต้องสร้างองค์กรให้เป็นองค์กรที่พร้อมสำหรับอนาคต เมื่อรูปแบบ One Size fit All ไม่ได้ผลอีกต่อ HR แบบ Traditional เป็นสิ่ง Outdate แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนแปลง HR ให้กลายเป็น Business Partner ที่ตอบโจทย์ทางธุรกิจ เช่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; Creative ways of recruitment: จะสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจได้อย่างไร ต้องมองหาคนที่แตกต่างหลากหลาย เพื่อความคิดและคนรูปแบบใหม่ ๆ กับองค์กร และสร้างให้เห็นภาพว่าจะเติบโตกับองค์กรอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211;  Personalized Coach learning and development: ฝึกอบรมให้พนักงานโดยเปิดโอกาสให้เลือกทักษะ เพื่อให้สามารถมีความสามารถใหม่ตามที่ตนต้องการได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211;  Collaborative Working Environment: ทำให้องค์กรมีเป้าหมายร่วมกัน และมีการผสานงานด้วยความร่วมมือมากขึ้น ด้วยการสร้าง Center of Excellence ให้การแชร์ Best Practice ให้กับฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; Engagement is the first step: สร้าง engagement โดยโฟกัสในสิ่งที่เป็นจุดแข็ง นำมาสื่อสาร โดยผู้บริหารจะต้องเป็นคนรับผิดชอบในการกำหนดกลยุทธ์และ HRBP จะเป็นเป็นผู้สื่อสารและทำให้เกิดขึ้นได้จริง</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก หลักสูตร Learn from The BEST 1008" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/learn-from-the-best-1-230815/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrpeople/voxpop-lgbtqia-inclusive-business-230626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jun 2023 02:36:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR People]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Business]]></category>
		<category><![CDATA[DEI]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQIA+]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/voxpop-lgbtqia-inclusive-business-230626/</guid>

					<description><![CDATA[เพื่อสะท้อนเสียงของ LGBTQIA+ ต่อโลกการทำงาน และรับฟังแนวทางการสร้าง Inclusive Business ให้เกิดขึ้นจริง องค์กรที่ดีควรเป็นอย่างไร ? ติดตามในบทสัมภาษณ์นี้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15843" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/HREX-Cover.png" alt="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง" width="600" height="370" title="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง 1009"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะองค์กรหนึ่งประกอบไปด้วยบุคลากรที่หลากหลาย บริษัทจึงเป็นศูนย์รวมความแตกต่างไปโดยปริยาย การรับฟังเสียงของทุกคนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกองค์กรควรเข้าใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวาระ Pride Month ประจำปี 2023 <a href="https://th.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HREX.asia</a> เว็บไซต์แพลตฟอร์มสำหรับ HR ร่วมกับ </span><a href="https://www.transtalentsth.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">TransTalents Consulting Group</span></a><span style="font-weight: 400;"> สร้างสรรค์โปรเจกต์คอนเทนต์ Voxpop กับผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร ในคำถามเดียวกันว่า</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">“องค์กร Inclusive ในสายตาคุณคืออะไร และแนวทางแบบไหนที่จะทำให้เกิด Inclusive Business”</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อสะท้อนเสียงของ LGBTQIA+ ต่อโลกการทำงาน และรับฟังแนวทางการสร้าง Inclusive Business ให้เกิดขึ้นจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ดีควรเป็นอย่างไร ? ติดตามในบทสัมภาษณ์นี้</span></p>
<h2>#1 ณัฐินีฐิติ ภิญญาปิญชาน์ (she/her) ผู้ก่อตั้ง | TransTalents Consulting Group</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-15832" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/3-740x740.jpg" alt="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง" width="740" height="740" title="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง 1010"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กร Inclusive คือศูนย์รวมมันสมองและหัวใจสำหรับทุกคน เป็นองค์กรแห่งผู้นำทางความคิดยุคใหม่ที่เข้าใจพลวัตการเปลี่ยนแปลงเรื่อง “คน” และ ระบบนิเวศทางธุรกิจอย่างชาญฉลาด</span> <strong class="yellow-highlighter"><span style="font-weight: 400;">การสร้าง “องค์กรสำหรับทุกคน” จึงไม่ใช่เรื่องของเทรนด์ แต่เป็นกลยุทธ์จำเป็นเพื่อสร้างความยั่งยืนทางเป้าหมาย (Purpose) ผลประกอบการ (Profit) และ คน (People) ให้เติบโตได้ในระยะยาว</span> </strong><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางวิกฤติแห่งความท้าทายที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในโลกยุค BANI World </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กร Inclusive จึงเข้าใจการสร้าง “คุณค่าและมูลค่า” ด้วยความหลากหลาย (Diversity) ความเสมอภาค (Equity) และการมีส่วนร่วม (Inclusion) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางการสร้างธุรกิจแบบ Inclusive สำหรับทุกคน ต้องเริ่มจากวิสัยทัศน์ของผู้นำที่เข้าใจความเป็นคน ยืนหยัดบนความถูกต้อง กล้าท้าทายอคติและกรอบความคิดเดิม เสริมทัพองค์กรด้วยการจ้างงานผู้คนที่หลากหลายทั้งอัตลักษณ์และพื้นเพ ทุ่มเทมุ่งมั่นสรรหาโอกาสการเติบโตให้กับทุกคนอย่างเสมอภาค เท่าเทียมและทั่วถึง ฟังจริงพูดจริงทำจริงทั้งในแง่นโยบายและวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย จึงจะซื้อใจคนให้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง เป็นเจ้าของร่วม และอยากเติบโตไปด้วยกันกับองค์กร และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือหน้าที่การสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่มีความหลากหลายเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตอย่างยั่งยืนต่อไป   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง กลุ่ม LGBTQIA+ เป็นกลุ่มที่ถูกตีตรา คุกคามและเลือกปฎิบัติในการจ้างงานรวมถึงโอกาสการขึ้นเป็นผู้นำในหลายองค์กรและภาคส่วนมาโดยตลอด นอกจากองค์กรจะสร้างพื้นที่ปลอดภัยและสร้างเสริมพลังให้กับคนกลุ่มนี้ไปสู่ระดับผู้นำแล้ว ความร่วมมือกับชุมชนคนที่มีความหลากหลายทางเพศนอกองค์กรในกิจกรรมต่างๆ เช่น โปรแกรมเทรนนิ่งเสริมทักษะ Mentorship เสริมศักยภาพและเครือข่าย การเพิ่มแหล่งทุนและการจัดซื้อจัดจ้าง supplier ที่เป็นธุรกิจของ LGBTQIA+ รวมถึงสนับสนุนองค์กรที่ต่อสู้เพื่อสิทธิของ LGBTQIA+ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือตัวอย่างของการให้โอกาสที่เสมอภาค สร้างผลกระทบเชิงบวกในระบบนิเวศทางโครงสร้างธุรกิจอย่างเท่าเทียม</span></p>
<h2>#2 ดร. เพ็ญทิพา แจ่มจันทร์เกษม (they/them) ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ | LINE MAN Wongnai</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-15833" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/4-740x740.jpg" alt="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง" width="740" height="740" title="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง 1011"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Inclusive Workplace คือสังคมแห่งการทำงานที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน พนักงานได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและให้เกียรติ เปิดรับความคิดที่หลากหลายแม้จะมีความแตกต่างทางเพศสภาพ อายุ เชื้อชาติ หรือความคิด ทำให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่า ได้รับความเคารพและการยอมรับเพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมกับองค์กรซึ่งถือเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><strong class="yellow-highlighter"><span style="font-weight: 400;">การสร้าง</span><span style="font-weight: 400;"> Inclusive Business แค่มีความหลากหลาย (Diversity) อย่างเดียวไม่เพียงพอ ถ้าไม่มีความเสมอภาค (Equity) และการมีส่วนร่วมของพนักงาน (Inclusion) </span><span style="font-weight: 400;">ความแตกต่างที่มีก็คงไร้ประโยชน์</span></strong><span style="font-weight: 400;"> เพราะเสียงของแต่ละคนอาจไม่ถูกรับฟังอย่างทั่วถึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Inclusive Business ที่แข็งแรงจะสามารถสร้างโอกาสจากส่วนผสมของความต่างเหล่านั้นเพื่อประโยชน์ต่อองค์กรและสังคม โดยเริ่มจากการปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความยุติธรรม ทุกคนได้รับการเคารพ ยอมรับ ถูกมองเห็นคุณค่า รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร สนับสนุนให้พนักงานเข้าถึงทรัพยากรและโอกาสอย่างเท่าเทียม องค์กรมีจุดยืนที่ชัดเจนในการสนับสนุนความหลากหลายในทุกมิติโดยปราศจากอคติหรือข้อจำกัด เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่พนักงานสามารถแสดงตัวตน กล้าที่จะนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ กล้าที่จะเสี่ยงกับความผิดพลาดเพื่อพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดียิ่งขึ้น</span></p>
<h2>#3 ริสา ศิริวัฒน์ (she/her) CFA, รองผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุน |  บลจ.เกียรตินาคินภัทร / ผู้ร่วมก่อตั้ง Trans for Career Thailand</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-15834" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/5-740x740.jpg" alt="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง" width="740" height="740" title="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง 1012"></p>
<p><strong class="yellow-highlighter"><span style="font-weight: 400;">องค์กร inclusive คือองค์กรที่</span><span style="font-weight: 400;">เห็นคุณค่าของความหลากหลายและความแตกต่างของคนในองค์กร</span></strong><span style="font-weight: 400;"> ส่งเสริมการเปิดกว้าง และต่อต้านอคติ </span><span style="font-weight: 400;">พร้อมทั้งสนับสนุนวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<h2>#4 Khine Zar Thwe (he/him) หัวหน้าฝ่ายข้อมูลอัจฉริยะ | Vero ASEAN</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-15835" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/6-740x740.jpg" alt="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง" width="740" height="740" title="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง 1013"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กร Inclusive คือองค์กรที่สร้างบรรยากาศให้ทุกคนรู้สึกมีคุณค่า ได้รับการเคารพและสามารถแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะมีอัตลักษณ์หรือพื้นเพแตกต่างกันมาจากไหนก็ตาม เป็นองค์กรที่สนับสนุนความหลากหลายและเท่าเทียม พนักงานได้รับโอกาสการเติบโตตามศักยภาพและความสามารถของแต่ละคน ฉะนั้น</span><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">องค์กร Inclusive ไม่ใช่เพียงแต่จะมีความหลากหลายอย่างเดียว แต่ต้องสร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วม ร่วมมือ และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางการสร้างองค์กรที่ว่า อย่างแรกคือต้องมีนโยบายปฎิบัติที่สนับสนุนความหลากหลาย การมีส่วนร่วมและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในทุก ๆ ระดับขององค์กร รวมไปถึงกระบวนการจ้างงานที่เท่าเทียม ให้โอกาสเข้าถึงการพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ รวมที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ปราศจากการเลือกปฎิบัติและการคุกคาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่สองต้องสร้างวัฒนธรรมที่เน้นการสื่อสารอย่างเปิดเผยและการฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ สนับสนุนบทสนทนา การให้ฟีดแบ็คแบบสร้างสรรค์และสร้างช่องทางให้พนักงานกล้าแสดงความเห็นและข้อกังวลเพื่อสร้างความเชื่อใจและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่สามคือจัดให้มีการเทรนนิ่งเรื่องความหลากหลายและการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความท้าทายทางอคติที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว วัฒนธรรมและคุณค่าที่แตกต่าง ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจในสังคมทำงานได้ดีขึ้น พนักงานจะได้เห็นถึงความสำคัญของการปฎิบัติต่อกันและร่วมสร้างองค์กร Inclusive ด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายองค์กรต้องโปร่งใสและแสดงความมุ่งมั่นในการสร้างองค์กร Inclusive รวมไปถึงการสื่อสารคุณค่าเหล่านี้ให้แก่พนักงาน ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง อย่าลืมร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลาย เช่น การจัดกิจกรรม อีเว้นท์ต่าง ๆ ไฮไลท์มุมมองและประสบการณ์ของพนักงานที่แตกต่างและหลากหลาย</span></p>
<h2>#5 โกโก้ เทียมไสย์ (she/her) ผู้จัดการการสื่อสารองค์กรภายใน &#8211; ระดับภูมิภาค | East-West Seed</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-15836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/7-740x740.jpg" alt="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง" width="740" height="740" title="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง 1014"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ Inclusive คือองค์กรที่ยอมรับความหลากหลายและสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนได้รับโอกาสเท่าเทียมในการมีส่วนร่วมและสร้างสรรค์ในทุกด้านของธุรกิจ มันไม่เพียงแค่ยอมรับและเคารพความแตกต่างระหว่างบุคคลในมิติเช่นเพศ เชื้อชาติ วัฒนธรรม หรือความสามารถ แต่</span><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">องค์กรที่ Inclusive ต้องสร้างพื้นที่ที่เปิดกว้าง ฉลองความหลากหลาย และให้ทุกคนรู้สิทธิ์และได้รับการยกย่องให้สามารถแสดงองค์ประกอบของตนได้อย่างเต็มที่ </strong></span><span style="font-weight: 400;">ผ่านการสร้างวัฒนธรรมการรับฟังและการเคารพ และนโยบายที่โอบรับกับประสบการณ์ชีวิตของผู้คนที่หลากหลาย</span></p>
<h2>#6 แภทริเซีย ดวงฉ่ำ (she/her) ผู้จัดการโครงการ | ex-Finema/ Business System Architect | ex-SCG/ ผู้ก่อตั้ง GIRLxGIRL</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-15837" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/8-740x740.jpg" alt="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง" width="740" height="740" title="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง 1015"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่สร้างสรรค์สภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง สนับสนุนความหลากหลาย ยอมรับความแตกต่างให้ทุกคนได้รับโอกาสที่จะแสดงความคิด ความสามารถ และผลงานอย่างเต็มที่ อย่างไม่ตัดสิน ปิดกั้น หรือตัดโอกาสจากบริบททางสังคม เพศสภาพ และอายุการทำงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมไปถึงการเข้าใจ มองเห็นคุณค่าของพนักงานภายในองค์กร ช่วยพัฒนาจุดเด่นของแต่ละคนให้ก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพ และตระหนักถึงความแตกต่าง</span> <strong class="yellow-highlighter"><span style="font-weight: 400;">Inclusive ต้องนำมาเป็นส่วนสำคัญในการออกแบบวัฒนธรรมองค์กร รูปแบบการทำงาน และสวัสดิการของบริษัท เพื่อให้ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม</span> </strong><span style="font-weight: 400;">เช่น ระเบียบการแต่งตัว ห้องน้ำ และสิทธิการรักษาพยาบาลที่เหมาะสมกับทุกเพศสภาพและคู่สมรส จุดเล็ก ๆ แต่สำคัญเป็นพื้นฐานการใส่ใจที่จะช่วยส่งเสริมพลังงานการทำงานในทุกวัน ให้เป็นกำลังขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืน</span></p>
<h2>#7 เบญจรัตน์ เมืองแก้ว (she/her) ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-15838" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/9-740x740.jpg" alt="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง" width="740" height="740" title="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง 1016"></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">องค์กรที่มีคุณภาพจะไม่ตัดสินบุคคลากรแค่ภาพลักษณ์ภายนอก มีพื้นที่ให้แสดงความคิด ความสามารถ และโชว์ศักยภาพให้เต็มที่ โดยไม่ปิดกั้นความคิดเห็น รวมไปถึงการแบ่งชนชั้นทางสังคม</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่จะนำไปสู่ Inclusive Business อย่างแท้จริงนั้น ต้องเริ่มต้นจากพื้นที่ในองค์กรก่อน การให้สิทธิและประโยชน์พนักงานอย่างเท่าเทียมกัน จนไปถึงการดูแลลูกค้าในกลุ่ม LGBTQIA+</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง ที่ Pride Clinic โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ การเรียกคำขึ้นต้นชื่อของลูกค้า จะใช้คำว่า &#8220;คุณ&#8221; แทนการเรียก นายหรือนางสาว แสดงถึงการไม่ตัดสินคนไข้จากรูปลักษณ์ภายนอก รวมไปถึงการบริการดูแลเอาใจใส่ให้คนไข้ได้อุ่นใจและรู้สึกเท่าเทียมโดยไม่แบ่งแยก</span></p>
<h2>#8 สรรเพชญ คล่ำเงิน (he/him) ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดธุรกิจนอกร้านอาหาร | บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-15839" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/10-740x740.jpg" alt="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง" width="740" height="740" title="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง 1017"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สังคมที่เข้าใจและยอมรับความเป็นธรรมชาติของผู้คน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความหลากหลายไม่ว่าจะชาติพันธุ์ สีผิว ชนชั้น หรือเพศ <strong class="yellow-highlighter">ทุกสิ่งล้วนคือธรรมชาติที่หล่อหลอมให้กลายเป็นสังคมที่งดงามบนความแตกต่างที่ทุกคนเลือกได้ในแบบของตัวเอง</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่สามารถส่งเสริมให้ทุกคนมีบทบาทในการขับเคลื่อนองค์กร เศรษฐกิจและสังคมผ่านความแตกต่าง หากสามารถสร้างวัฒนธรรมเหล่านี้ขึ้นมาในองค์กรจนกลายเป็น “เรื่องปกติ” องค์กรก็จะกลายเป็น Inclusive Business ที่แท้จริง</span></p>
<h2>#9 พันธนันท์ กาญจนโรจน์ (she/her) Vice President, Retail Business Compliance | CIMB Thai Bank PLC</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-15840" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/11-740x740.jpg" alt="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง" width="740" height="740" title="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง 1018"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเป็นองค์กร คือการรวมความหลากหลายหน่วยงานที่มีฟังก์ชั่นการทำงานแตกต่างออกไปเพื่อร่วมกันดำเนินงานสร้างกลยุทธ์ให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร เมื่อรวมคำว่า Inclusive เข้าไปด้วยนั้น องค์กร Inclusive จึงหมายความรวมถึงองค์กรที่มีความหลากหลาย Diversity ไม่ว่าจะเป็นทั้งความหลากหลายทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ ภาษา ความเชี่ยวชาญ หรือแม้แต่ความหลากหลายในตัวปัจเจกบุคคลที่ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กร Inclusive จึงควรต้องสามารถดึงความสามารถ ความพิเศษ Talent ของบุคคลในองค์กรเหล่านั้นออกมาเพื่อนำให้องค์กรสามารถดำเนินงานมีประสิทธิภาพ บรรลุเป้าหมาย วัตถุประสงค์ขององค์กร ในขณะเดียวกันองค์กรเองนั้นก็ต้องสามารถทำให้คนในองค์กรมี Sense of Belonging รับรู้คุณค่าตนเอง มีความสบายใจในการทำงานให้กับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางที่จะทำให้เกิด Inclusive Business ต้องมาจากความเข้าใจในระดับบุคคล ว่าบุคคลคนเดียวมีความปัจเจก ดังนั้นกลุ่มบุคคลก็ต้องมีความปัจเจกหลายคน รวมกันเป็นความหลาย เป็น Diversity </span><strong class="yellow-highlighter"><span style="font-weight: 400;">การเข้าใจในตัวบุคคลนั้นไม่ใช่แค่เข้าใจฝั่งคนในองค์กรอย่างเดียว คนนอกองค์กรก็สำคัญ</span><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า, Partner, Stakeholder หรือแม้แต่คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยก็ตาม</span></strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นสิ่งแรกของ Inclusive Business เลยคือต้องเปิดกว้าง ไม่ปิดกั้น สองก็คือดึงความสามารถจากความหลากหลายที่มีอยู่ได้ สามคือเห็นโอกาสจากสิ่งนั้น เพื่อนำมาสร้างธุรกิจขับเคลื่อนให้ยั่งยืน</span></p>
<h2>#10 ธนาภร บัญชาจารุรัตน์ (she/her) Executive Committee &amp; Organizer | Pride At Work Thailand</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-15841" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/12-740x740.jpg" alt="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง" width="740" height="740" title="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง 1019"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าถามว่าองค์กร Inclusive ในมุมมองเราคืออะไร ก็จะเหมือนสโลแกนของ Pride At Work เลย เรามีสโลแกนว่า </span><b>“เราต่างก็ เป็นตัวเองได้ แม้ในที่ทำงาน, Be Your True Self at Work”  </b><span style="font-weight: 400;">ในที่นี้หมายถึง</span><span style="font-weight: 400;"> <strong class="yellow-highlighter">พนักงานสามารถแสดงออกถึงความหลากหลายได้อย่างเปิดเผย องค์กรก็ให้โอกาสและความเท่าเทียมกับพนักงาน เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่าพวกเขาได้รับการยอมรับและเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอย่างแท้จริง</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันเรามีองค์กรไม่แสวงหากำไร รวมถึงหลาย ๆ ท่านที่ช่วยเสียสละเรียกร้องและผลักดันกันมาอย่างยาวนานในด้านความเท่าเทียม ด้านสังคม รวมถึงด้านกฎหมาย เราเลยอยากเป็นส่วนผลักดันเล็ก ๆ ในอีกมุมหนึ่งที่มุ่งเน้นไปทางองค์กรให้ขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน เป็นพื้นที่ที่ให้องค์กรต่าง ๆ ร่วมแบ่งปัน แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ DEI ที่กำลังดำเนินการอยู่ และช่วยถอดบทเรียนสำหรับนำไปปรับใช้ให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรของตนเอง เพื่อสนับสนุนและสร้าง Inclusive Business ร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากเราได้จัด Monthly Networking เดือนละครั้งเป็นประจำ เราพบว่าหลายองค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้ความสนใจเป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็น Turning Point ที่ดี ที่องค์กรนั้นเปิดใจ และทำความเข้าใจกับความหลากหลาย โดยมุ่งหวังจะเป็นที่ปลอดภัย และสบายใจ ให้กับพนักงานในการเป็นตัวเอง เราว่านี่แหละ เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ที่จะทำให้ Inclusive Business เกิดขึ้นได้</span></p>
<h2>#11 ตรงธรรม โภคพลากรณ์ (he/him) Community Management | HREX.asia</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-15842" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/13-740x740.jpg" alt="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง" width="740" height="740" title="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง 1020"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ Inclusive ในสายตาของมู คือองค์กรที่โอบรับความแตกต่างของแต่ละปัจเจกบุคคล มองเห็นความงามของความหลากหลายในตัวบุคลากรทุกคนในองค์กร เป็นองค์กรที่ระลึกว่าบุคลากรทุกคนมีความต่าง ไม่ว่าจะด้วยสภาพร่างกาย วัย ประสบการณ์ เพศ ศาสนา พื้นฐานทางสังคมหรือเศรษฐกิจ และ</span><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">ไม่เลือกที่จะลบล้างความแตกต่างเหล่านั้นเพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่เลือกที่จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อให้บุคลากรทุกคนรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันโดยมีองค์กรเป็นพื้นที่ที่ทุก ๆ คนมีโอกาสที่จะพัฒนาและเติบโตอย่างเป็นตัวของตัวเอง</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางที่จะทำให้ Inclusive Business เกิดขึ้นได้จริง อาจต้องเริ่มจากการที่องค์กรมองเห็นว่าทุก ๆ หน่วยย่อยของสังคมนั้นมีความสำคัญต่อการเติบโตขององค์กร และทุกภาคส่วนล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อองค์กรได้ โดยแสดงออกผ่านทางนโยบายการสรรหาและการจัดการ/ดูแลบุคลากร การกำหนดแนวทางในการดำเนินธุรกิจ หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ องค์กรเองยังต้องมีความสามารถในการมองเห็นสมรรถภาพในตัวบุคลากร สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยขับเน้นสมรรถภาพที่หลากหลายของบุคลากรแต่ละคนให้โดดเด่นขึ้น และรู้จักใช้ประโยชน์จากความโดดเด่นที่แตกต่างกันเหล่านั้นเพื่อสร้างผลสัมฤทธิ์ขององค์กร</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง 1021"></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยุคทองของ HR กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/expert-content/golden-of-hr-230525/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 May 2023 08:13:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Expert Content]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/golden-of-hr-230525/</guid>

					<description><![CDATA[วันนี้เราจะเล่าถึงเหตุผลว่าทำไมยุคนี้ถึงเป็นยุคทองของ HR และมันเป็นยุคทองของ HR จริง ๆ ไหม ไปอ่านกัน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ยุคทองของ HR จะเกิดขึ้นเมื่อความเข้าใจผิดหมดไป</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ยุคทองของ HR จะเกิดขึ้นเพราะมีความสำคัญต่อธุรกิจมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ยุคทองของ HR จะเกิดขึ้นเมื่อสร้างสมดุลระหว่างนายจ้างและลูกจ้างได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ยุคทองของ HR จะเกิดขึ้นถ้ารับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานในอนาคตได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ยุคทองของ HR จะเกิดขึ้นจริงไหม​ HR เท่านั้นที่จะตอบได้</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปปี 1997 บริษัทที่ปรึกษาเบอร์หนึ่งของโลกอย่าง <a href="https://www.researchgate.net/publication/284689712_The_War_for_Talent" target="_blank" rel="noopener">McKinsey</a> ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับโลกทำงานอนาคตผ่านบริษัทจำนวน 77 แห่ง โดยมีพนักงานระดับผู้จัดการขึ้นไปกว่า 6,000 คนเข้าร่วม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยนี้ได้ข้อสรุปว่า อีก 20 ปีข้างหน้า ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กรคือคน Talent หรือ บุคลากรผู้มีศักยภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพียงแต่ว่าจำนวน Talent ที่อยู่ในตลาดแรงงานนั้นมีอยู่อย่างจำกัด สิ่งนี้แหละที่ McKinsey คาดการณ์ไว้ว่า อนาคตจะเกิด </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220215-war-of-talent-and-talent-management/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">War of Talents</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือ สงครามการแย่งชิงทรัพยากรมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เร่งเวลามายังปี 2023, สงครามดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15423" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-6.png" alt="ยุคทองของ HR กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว" width="600" height="370" title="ยุคทองของ HR กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว 1022"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX.asia ในฐานะแพลตฟอร์มสำหรับ HR ที่เชื่อในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กร เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะหลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทุกองค์กรเผชิญหน้ากับวิกฤตเดียวกัน ทำให้ทุกคนถูกบังคับให้ปรับตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กระทั่งเกิดการลาออกครั้งใหญ่ตามมา หลายองค์กรจึงหันมาทบทวนโครงสร้างบริษัทของตัวเองว่า ฉันจะทำอย่างไรในวิกฤตครั้งนี้ ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และแล้ว หนึ่งในหน่วยงานที่กลายมาเป็นเสาหลักแห่งใหม่ขององค์กรก็คือฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ เพราะเป็นฝ่ายเดียวที่ดูแลบริการจัดการคนโดยตรง นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่ HR ได้ฉายแววความสำคัญ สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของ </span><a href="https://th.hrnote.asia/story/interview-cpo-thaibev-20230513/"><span style="font-weight: 400;">ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่มองว่า ยุคนี้เป็นยุคทองของ HR โดยมีบทบาทสำคัญในการสร้างมูลค่าและสร้างคุณค่าสูงสุดผ่าน ‘คน’ นั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้เราจะเล่าถึงเหตุผลว่าทำไมยุคนี้ถึงเป็นยุคทองของ HR และมันเป็นยุคทองของ HR จริง ๆ ไหม ไปอ่านกัน</span></p>
<h2>1) ยุคทองของ HR เมื่อความเข้าใจผิดหมดไป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15419" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-2-2-1.jpg" alt="HREX Cover 2 2 1" width="600" height="370" title="ยุคทองของ HR กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว 1023"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สมัยก่อนเวลาเราพูดถึง HR หลายคนมักเข้าใจผิดว่า HR ทำงานแค่เรื่องขาด ลา มาสาย สัมภาษณ์งาน สวัสดิการ ติดต่อประกันสังคม ฯลฯ ทั้งที่จริงแล้วประเภทการทำงานของ HR มีความรับผิดชอบมากกว่านั้น โดยเราสามารถคร่าว ๆ ได้ 3 ประเภทคือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/th-whatishrm-190117/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><b>HRM</b></a><b> – Human Resource Management</b><span style="font-weight: 400;"> เป็น HR ที่ทำหน้าที่ ‘บริหารจัดการ’ ทรัพยากรมนุษย์ภายในองค์กรทุก ๆ ด้าน เพื่อให้พนักงานเกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และองค์กรมีศักยภาพ ส่วนมากจะรู้จักในนาม HR Admin ผู้ทำงานเอกสารเรื่องขาดลามาสายตามที่เรา ๆ เข้าใจนั่นแหละ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190423-human-resource-development/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><b>HRD</b></a><b> – Human Resource Development </b><span style="font-weight: 400;">เป็น HR ที่ทำหน้าที่ ‘พัฒนา’ ทรัพยากรมนุษย์ภายในองค์กร ตลอดจนส่งเสริมให้บุคลากรในองค์กรมีความรู้ความสามารถไปจนถึงมีทักษะในการปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น เช่น การฝึกอบรม, การศึกษาผ่านการเรียนการสอนที่จริงจัง, การออกไปดูงานนอกองค์กร, ไปจนถึงการถ่ายทอดประสบการณ์ระหว่างกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211105-what-is-hrbp/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><b>HRBP</b></a><b> &#8211; HR Business Partner </b><span style="font-weight: 400;">เป็น HR ที่จะต้อง ‘บริหารคนให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจขององค์กร’ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนอัตรากำลังคน การสรรหา การพัฒนา รวมไปถึงการรักษาขวัญกำลังใจพนักงานให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว โดยตำแหน่งนี้จะทำงานเคียงคู่ใกล้ชิดกับผู้บริหารโดยตรง ซึ่งบางองค์กรอาจให้นั่งเป็นคณะกรรมการบริหารหรือทำงานร่วมกับผู้บริหาร C-Level ทีเดียว</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นหากยุคทองของ HR เกิดขึ้นจริง คนทั่วไปต้องลบภาพเดิม ๆ ของ HR แบบครูปกครองหรือนักจับผิดให้หมดไป และกลายเป็นเพื่อนคู่คิดกับพนักงานอย่างแท้จริง นี่คือเหตุผลที่เราพยายามสื่อสารบ่อย ๆ ให้ทุกคนเข้าใจว่า HR ไม่ได้มีหน้าที่แค่นั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อทุกคนเข้าใจบทบาทความสำคัญของ HR มากขึ้น ความเข้าใจผิดเหล่านี้ก็จะหายไป </span></p>
<h2>2️) ยุคทองของ HR เพราะสำคัญต่อธุรกิจมากขึ้น</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15418" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-1-2-2.jpg" alt="HREX Cover 1 2 2" width="600" height="370" title="ยุคทองของ HR กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว 1024"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บ่อยครั้งที่ฝ่าย HR มักถูกมองข้ามจากผู้บริหารไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่จริง ๆ แล้ว HR ทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่และมีสำคัญมากต่อองค์กรไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่า HR คนนั้นจะตำแหน่ง Director หรือตำแหน่ง Manager หรือแม้กระทั่งพนักงานทั่วไประดับ Officer ก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ HR ไม่ได้ทำงานหลังบ้านอย่างเดียว แต่ต้องมีกลยุทธ์กระบวนการทำงานทั้งหมดให้สอดคล้องกับธุรกิจและนโยบายบริษัท ยกตัวอย่าง การสรรหาพนักงานใหม่ (</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190313-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Recruiting</span></a><span style="font-weight: 400;">) ที่แต่ก่อน HR อาจจะสรรหามาเติมในตำแหน่งที่ขาดเท่านั้น แต่ปัจจุบัน HR ต้องมองระยะยาวถึงผลประโยชน์ทางธุรกิจด้วย HR ต้องตอบให้ได้ว่าทำไมต้องรับพนักงานใหม่? ลงทุนจ้างคนเพิ่มแล้วคุ้มค่าอย่างไร? หรือพนักงานคนนี้จะผลักดันองค์กรไปสู่จุดหมายได้อย่างไร?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรืออีกหนึ่งตัวอย่างจากการสัมภาษณ์คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/story/interview-hr-phyathai-paolo-20230502/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่บอกว่า HR Payroll จะต้องไม่ทำตามหน้าที่อย่างเดียวก็จบ แต่ต้องสามารถวิเคราะห์การบริหารทางการเงินเพื่อการดำรงชีพของพนักงานได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น HR ควรได้รับการ Empower และถูกมองในฐานะ ‘นักธุรกิจ’ คนหนึ่ง มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลในสอดคล้องกับเป้าหมายบริษัท ต้องเข้าใจธุรกิจ เข้าใจเป้าหมายองค์กร เข้าใจระบบการทำงานภายใน เข้าใจคู่แข่ง เข้าใจอุตสาหกรรม ไปจนถึงเข้าใจเทคโนโลยี สิ่งเหล่านี้ทำให้ HR ช่วยสนับสนุนการเติบโตขององค์กรต่อไป</span></p>
<h2>3️) ยุคทองของ HR ในการสร้างสมดุลระหว่างนายจ้าง (Employer) และลูกจ้าง (Employee)</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15421" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-4-1-3.jpg" alt="HREX Cover 4 1 3" width="600" height="370" title="ยุคทองของ HR กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว 1025"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคงเคยได้ยินคำถามคลาสสิกว่า “HR ต้องดูแลผลประโยชน์ของใครระหว่างองค์กรและพนักงาน ?”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าตอบเชิงหลักการคงจะเป็นการดูแลผลประโยชน์ขององค์กรก่อน เพียงแต่ว่าหนึ่งในผลประโยชน์ขององค์กรนั้นก็คือการดูแลรักษาพนักงานให้มีสวัสดิการที่ดี มีความสุขในการทำงาน เพราะหากพนักงานไม่อยากทำงานให้องค์กรของเราเมื่อไหร่ ก็ถือว่าองค์กรนั้นตกอยู่ในสภาวะล้มเหลวแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรต้องการการเติบโตทางธุรกิจ HR ต้องเข้าใจก่อนว่า เป้าหมาย (Purpose) ทางธุรกิจที่เราทำอยู่คืออะไร แล้วกำหนดกลยุทธ์กระบวนการทำงานของ HR ให้สอดคล้องกับเป้าหมายนั้น ๆ ส่วนลูกจ้างต้องการความสุขในการทำงาน สิ่งที่ HR ทำได้คือการสร้างคุณค่า (Value) ให้กับงาน และสร้างวัฒนธรรมที่ดี เพื่อที่ว่าพวกเขาทำงานแล้วรู้สึกปลอดภัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นความท้าทายของ HR ในยุคทอง ที่จะต้องสร้างและเข้าใจสมดุลของสองสิ่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<h2>4️) ยุคทอง HR ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกทำงานอนาคต</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15422" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-5-1.png" alt="HREX Cover 5 1" width="600" height="370" title="ยุคทองของ HR กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว 1026"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราขอทิ้งท้ายด้วยข้อสังเกตไปยังโลกการทำงานที่จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโลกาภิวัตน์ (Globalization), เทคโนโลยี (Technology), อุปสรรคต่าง (Crisis), นวัตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว (Rapid Innovation) หรือกระทั่งช่วงวัยของคนทำงาน (Generation)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง HR ต้องเข้าใจแรงงานรุ่นใหม่ที่กลายเป็น Generation Z (คนที่เกิดในช่วงปี 1995 – 2009) ที่เริ่มเข้ามาเป็นแรงงานในฐานะ First Jobber กันแล้ว นั่นทำให้คนทำงานมีลักษณะนิสัย ทัศนคติในการทำงาน รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างไปจากคนทำงานรุ่นก่อนเป็นอย่างมาก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ ซึ่ง HR สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อบริหารคนได้อย่างเต็มที่และต่อยอดธุรกิจให้เติบโตขึ้นได้ หน้าที่ของ HR จึงต้องรู้จักเลือกเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์อย่างตรงประเด็น อย่ากลัวว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่ (Replace) แต่ให้มองเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นเมื่อโลกการทำงานกำลังจะเปลี่ยนไป และไม่มีอะไรแน่นอน สิ่งสำคัญของ HR คือการปรับตัวให้สอดรับกับอนาคตที่กำลังมาถึง</span></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15420" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-3-1-4.jpg" alt="HREX Cover 3 1 4" width="600" height="370" title="ยุคทองของ HR กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว 1027"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX.asia ในฐานะแพลตฟอร์มสำหรับ HR ที่อยู่คู่วงการทรัพยากรบุคคลไทยมานานกว่า 5 ปีจึงเชื่อว่า ยุคทองของ HR กำลังเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานที่ไม่เหมือนเดิม อยู่ที่ว่า HR จะปรับเปลี่ยนตัวเองได้ทันท่วงทีหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่จะว่าไปแล้ว ยุคทองของ HR จะเกิดขึ้นจริง ๆ ไหม ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR เท่านั้นที่จะตอบได้</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="ยุคทองของ HR กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว 1028" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/interview-cpo-thaibev-20230513/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 May 2023 05:18:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยเบฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/interview-cpo-thaibev-20230513/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ไทยเบฟ (ThaiBev) เป็นกลุ่มผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน มีพนักงานกว่า 60,000 คนทั่วอาเซียน การบริหารคนในทิศทางเดียวกันจึงผ่าน Global Values 3 ประการคือ Collaboration, Creating Values และ Caring For Stakeholders แม้ว่าไทยเบฟ (ThaiBev) จะขยายธุรกิจด้วยการซื้อกิจการ แต่ก็มีการผสานวัฒนธรรมให้เป็นบ้านเดียวกันได้ เพื่อให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจแห่งอาเซียน (Pride of ASEAN) ร่วมกัน ดร.เอกพล ณ สงขลา CPO แห่งไทยเบฟ (ThaiBev) มองว่า ยุคนี้เป็นยุคทองของ HR โดยมีบทบาทสำคัญในการสร้างมูลค่าและสร้างคุณค่าสูงสุด ซึ่งการเข้าใจธุรกิจของตัวเองเป็นพื้นฐานที่สำคัญของ HR เชื่อว่าหลายคนรู้จัก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นอย่างดี ในฐานะผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ไทยเบฟโดดเด่นมาก ๆ ก็คือฝ่ายทรัพยากรบุคคล เพราะความสุขและความก้าวหน้าของพนักงาน เป็นแรงจูงใจสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้พนักงานมีความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างเต็มที่ และพร้อมอยู่กับองค์กรต่อไป ไทยเบฟจึงเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาพนักงานเป็นอย่างมาก กระทั่งได้รับรางวัลจาก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><span style="color: #000000;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ไทยเบฟ (ThaiBev) เป็นกลุ่มผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน มีพนักงานกว่า 60,000 คนทั่วอาเซียน การบริหารคนในทิศทางเดียวกันจึงผ่าน Global Values 3 ประการคือ Collaboration, Creating Values และ Caring For Stakeholders</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; color: #000000;">แม้ว่าไทยเบฟ (ThaiBev) จะขยายธุรกิจด้วยการซื้อกิจการ แต่ก็มีการผสานวัฒนธรรมให้เป็นบ้านเดียวกันได้ เพื่อให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจแห่งอาเซียน (Pride of ASEAN) ร่วมกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ดร.เอกพล ณ สงขลา CPO แห่งไทยเบฟ (ThaiBev) มองว่า ยุคนี้เป็นยุคทองของ HR โดยมีบทบาทสำคัญในการสร้างมูลค่าและสร้างคุณค่าสูงสุด ซึ่งการเข้าใจธุรกิจของตัวเองเป็นพื้นฐานที่สำคัญของ HR</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><span style="color: #000000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15272" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-5-4.jpg" alt="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ" width="600" height="370" title="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ 1035"></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="font-weight: 400;">เชื่อว่าหลายคนรู้จัก </span><b>บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) </b><span style="font-weight: 400;">เป็นอย่างดี ในฐานะผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ไทยเบฟโดดเด่นมาก ๆ ก็คือฝ่ายทรัพยากรบุคคล</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="font-weight: 400;">เพราะความสุขและความก้าวหน้าของพนักงาน เป็นแรงจูงใจสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้พนักงานมีความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างเต็มที่ และพร้อมอยู่กับองค์กรต่อไป ไทยเบฟจึงเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาพนักงานเป็นอย่างมาก กระทั่งได้รับรางวัลจาก HR Asia กับ </span><a style="color: #000000;" href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Best Companies to Work for</span></a><span style="font-weight: 400;"> ประจำปี 2022 ติดต่อกันเป็นปีที่ 4</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="font-weight: 400;"><a href="https://th.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HREX.asia</a> จึงได้คุยกับ</span><b> ดร.เอกพล ณ สงขลา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุดกลุ่มทรัพยากรบุคคล</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการบริหารคนมาโดยตลอด เพื่อค้นหาว่า บริษัทระดับอาเซียนนี้บริหารคนอย่างไร ?</span></span></p>
<h2><span style="color: #000000;">ทราบมาว่าไทยเบฟมีพนักงานทั้งในและนอกประเทศรวมกันกว่า 60,000 คน อะไรคือความท้าทายในการบริหารคนจำนวนมากขนาดนี้ ?</span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">ท้าทายมากเลยครับ ความที่เราเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ทำให้เราออกนโยบายที่สุดขั้วยากมาก การเลือกทำอะไรหรือไม่ทำอะไรจึงต้องเข้าใจสังคมขององค์กรในวงกว้าง และต้องมั่นใจว่าจะส่งผลกระทบที่ดีต่อคนหมู่มาก เช่น เราอยากออกนโยบายที่ทันสมัยมาก แต่กลับมีผลกระทบเชิงลบกับบางหน่วยงาน ฉะนั้นนี่จึงเป็นความท้าทายต่อความเป็นสังคมขนาดใหญ่ขององค์กรครับ</span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">อย่างไรก็ตาม คาแรคเตอร์ของไทยเบฟมีความยินดีที่มอบโอกาสให้ทุกคนครับ พูดง่าย ๆ ไม่ว่าใครก็สามารถขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรได้ เราโอบรับ (Embrace) หมดเลย ซึ่งต้องอาศัยปรัชญาเรื่องคนที่ลึกซึ้ง มีความยุติธรรม และเสมอภาค เพื่อทำให้สังคมขนาดใหญ่โอบรับคนจำนวนมากขนาดนี้ และทำให้องค์กรเดินหน้าไปพร้อมกันได้</span></p>
<h2><span style="color: #000000;">ปัจจุบันไทยเบฟมีสำนักงานประจำอยู่หลายประเทศ แต่นโยบายต่าง ๆ มักจะเริ่มต้นที่ประเทศไทยหรือสำนักงานใหญ่ก่อน เมื่อต้องใช้นโยบายเดียวกันในต่างประเทศ มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับประเทศนั้น ๆ ด้วยหรือไม่ ?</span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">มีแน่นอนครับ คือจริง ๆ แล้วเรามาจากการควบรวมกิจการนะ จุดเริ่มต้นจึงมีความแตกต่างแน่นอน เราจึงต้องผสมผสานให้คล้าย ๆ กัน แต่ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด ความต่างในแต่ละประเทศคือเราต้องเคารพกฎระเบียบหรือข้อบังคับของประเทศนั้น ๆ ด้วย ไม่ได้เหมือนกัน 100% แต่เราก็จะมีแกนกลาง (Core) เดียวกัน ระบบเดียวกัน ซึ่งจะทำให้พนักงานหมุนเวียนระหว่างประเทศกันได้ง่ายกว่า แน่นอนว่าเราเป็นบริษัทแม่ บางนโยบายเราคิดมาก่อน ทำมาก่อน ก็จะแชร์ไปให้เหมือนกัน ฉะนั้นแกนกลางเหมือนกัน แต่เรามีความแตกต่างในรายละเอียดอยู่แล้วครับ</span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">สิ่งที่เป็นแกนของเราคือ “พันธกิจ” กับ “วิสัยทัศน์” ครับ นี่เป็นสิ่งที่โน้มน้าวคนได้มากที่สุด อย่างคำว่า “เป็นผู้นำเครื่องดื่มครบวงจรที่มั่นคงและยั่งยืน ของภูมิภาคอาเซียน” (Stable and Sustainable ASEAN Leader) พอเราบอกออกไป ทุกคนทุกประเทศก็ Say Yes ! เหมือนกันหมดครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">เราเชื่อมโยงพันธกิจ (Mission) กับ Global Values ครับ เพราะการควบรวมกิจการก็เหมือนการแต่งงาน ถึงแม้จะเป็นแฟนที่ดีแต่ก็มีความแตกต่างกัน ฉะนั้นเรามาคุยกันอย่างจริงจังเลยว่า Global Values ที่ทุกประเทศจะถือร่วมกันคืออะไร สุดท้ายก็ผ่านกระบวนการอย่างเป็นระบบ จาก 50 สิ่งก็เหลือเพียง 3 สิ่ง ประกอบด้วย Collaboration ร่วมกันการประสานพลัง, Creating Values สร้างสรรค์คุณค่า และสามคือ Caring For Stakeholders เอาใจใส่ต่อผู้เกี่ยวข้อง ฉะนั้นทั้ง 3 สิ่งนี้ ทุกประเทศและทุกบริษัทใช้เหมือนกันหมดครับ อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้ไปทดแทน Core Values เดิมที่เขามี เช่น “โออิชิ” เป็นบริษัทที่มี DNA ว่า “สุโก้ย” (SUKOI) แต่ในฐานะสมาชิกของครอบครัวไทยเบฟแล้ว เขาก็ต้องน้อมรับ Collaboration, Creating Values และ Caring For Stakeholders 3 ตัวนี้ด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">นี่คือแกนกลางความเป็นเรา เป็น Global Values ของครอบครัวไทยเบฟครับ ซึ่งเราก็ประสบความสำเร็จได้ดี</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15271" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-5-3.jpg" alt="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ" width="600" height="370" title="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ 1036"></span></p>
<h2><span style="color: #000000;">สิ่งหนึ่งที่ไทยเบฟพยายามสื่อสารอยู่ตลอดคือ PASSION 2025 ซึ่งเป็นการมองในระยะยาวมาก แต่โลกความเป็นจริงแล้ว เราคาดเดาอนาคตได้ยาก การวางแผนระยะยาวแบบนี้ใช้กระบวนการคิดอย่างไรบ้าง ?</span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">ขออนุญาตยกคำพูดของคุณ </span><b>ฐาปน สิริวัฒนภักดี (CEO ของไทยเบฟ) </b><span style="font-weight: 400;">นะครับ คุณฐาปนเคยบอกว่า เบื้องต้นการทำธุรกิจเราต้องมองยาวสัก 5 ปี ส่วนเรื่องเทคโนโลยีเราต้องมองต่อไปอีกประมาณ 2030 หรือ 2040 แต่เรื่องคนเราขอมองไปถึงปี 2050 เลย นั่นหมายถึงการมองน้อง ๆ ที่กำลังจะจบมหาวิทยาลัยแล้วมาทำงานกับเรา ตอนนั้นเราจะออกแบบองค์กรยังไงให้มีความสามารถเพียงพอในการดึงดูดและพัฒนาพวกเขาให้ประสบความสำเร็จในอีก 30 ปีข้างหน้า</span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">เรามองไกลขนาดนั้นจริง ๆ นะครับ เพราะมันส่งผลหลายอย่างนะ เช่น เราต้องทำให้ธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ไม่ใช่จู่ ๆ 10 ปีข้างหน้าเรามีกำไรน้อยแล้วต้องออกมาขอโทษขอโพยพนักงานที่ไม่สามารถสนับสนุนเขาได้ แบบนั้นไม่ดีแน่ ฉะนั้นเบื้องต้นต้องออกแบบธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว มีหน่วยงานที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว และลงทุนในความสามารถอื่น ๆ ที่ทำให้องค์กรเติบโตต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือเรื่องความหลากหลายครับ ผมคิดว่า Diversity, Equity และ Inclusion เป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าเราสามารถออกแบบองค์กรทั้งในและนอกประเทศให้เปิดกว้างมากขึ้น เราจะได้ประโยชน์จากความหลากหลายเยอะมาก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">เราจะเข้าใจมากขึ้นว่าโลกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ได้แนวคิดในการทำงานใหม่ ๆ ซึ่งจะทำให้การพัฒนาระยะยาวประสบความสำเร็จมากขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15269" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-3-1-3.jpg" alt="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ" width="600" height="370" title="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ 1037"></span></p>
<h2><span style="color: #000000;"><b>เ</b>หมือนที่รางวัลของ HR Asia ให้ความสำคัญกับ ที่ DEI (Diversity, Equity และ Inclusion) จนกลายเป็นประเด็นหลักในปี 2022 อยากทราบว่าความหลากหลายสำคัญต่อไทยเบฟอย่างไรบ้าง ?</span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เปิดกว้างนะ น่าจะเป็นประเทศที่โอบรับ DEI ได้ไม่ยากเลย อย่าง LGBTQ+ เราน่าจะเป็นหนึ่งในประเทศที่เปิดกว้างที่สุดแล้ว น้อง ๆ แต่ละคนก็เก่ง มีความสามารถในการเติบโต ไม่ได้รู้สึกว่าองค์กรหรือสังคมปิดหรือมีโอกาสน้อยลง</span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ส่วนประเด็นผู้หญิง-ผู้ชาย ไดนามิกการทำงานต้องมีความเสมอภาคอยู่แล้ว เราต้องการความหลากหลายทางความคิด รวมไปถึงความหลากหลายในการปฏิบัติงาน แม้ว่าบางหน่วยงานจะมีจำนวนผู้ชายมากกว่า แต่เราก็พยายามโปรโมทผู้บริหารที่เป็นผู้หญิงมากขึ้น เช่น ผู้บริหารฝ่ายขายจาก 8 ภาค อาจจะมีสัก 2 ภาคที่เป็นผู้หญิง หรือในบอร์ดบริหารเองก็ตาม มีจำนวนผู้ชายมากกว่า เราก็ต้องเพิ่มสุภาพสตรีที่มีประสบการณ์และความรู้ด้าน Health &amp; Wellness เข้ามาเสริม เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">อีกประเด็นที่อยากพูดถึงคือเรื่องอายุครับ สังคมตอนนี้คนมีสุขภาพดีมากขึ้น ทำงานเกินอายุ 60 ปีได้ แต่เราก็มีเด็กรุ่นใหม่จำนวนมาก ทำให้เกิดสเปกตรัมความต่างของช่วงอายุที่สูงมาก นี่คือโจทย์สำคัญสำหรับไทยเบฟ เพราะเราต้องการคนทำงานสองฝั่งทั้งพี่ ๆ อายุเยอะที่สุดและรุ่นน้องอายุน้อยที่สุด สามารถอยู่ร่วมกันได้ในองค์กร เปิดโอกาสทุกคนแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้องค์กรของเราดีขึ้น อายุจึงเป็นองค์ประกอบหนึ่งของ DEI เราด้วยครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">สำหรับไทยเบฟ ประเด็นความหลากหลายสำคัญมากครับ เพื่อให้เราเป็นองค์กรที่เข้าใจบริบทของสังคมและตลาด เพราะไทยเบฟเองได้ประกาศว่าอยากเป็นบริษัท Truly ASEAN หมายความว่า เราจะไม่ได้ซื้อกิจการอย่างเดียว แต่ซื้อกิจการมาแล้วยังสามารถแปลงวัฒนธรรมให้เป็นบริษัทอาเซียนหรือเป็นบ้านเดียวกันได้ ฉะนั้นเราต้องเข้าใจความต่าง เข้าใจความเหมือน และดึงศักยภาพของความเป็นอาเซียนออกมา เพื่อให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจแห่งอาเซียน (Pride of ASEAN)</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15270" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-4-1-2.jpg" alt="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ" width="600" height="370" title="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ 1038"></span></p>
<h2><span style="color: #000000;">ที่ผ่านมาทั่วโลกเผชิญหน้ากับ COVID-19 ช่วงเวลานั้นไทยเบฟเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง ? </span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">มองกลับไปก่อนโควิด ผมคิดว่าหลาย ๆ บริษัทอยู่ในภาวะฟุ้งเฟ้อ </span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">(หัวเราะ) แต่พอโควิดเข้ามาเพียงข้ามคืน มันชัดเจนเลยว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ Wellness หรือสุขภาพของทั้งพนักงานและครอบครัวพนักงานครับ ไทยเบฟเองก็ฝ่าฟันสถานการณ์นี้มาได้อย่างดีมาก ๆ เลย เราดูแล Wellness ของพนักงานหลายหมื่นคนรวมไปถึงครอบครัวได้ดี และไม่มีการ Lay off คน เราใช้วิธีการโยกย้ายคนไปทำตรงนั้นตรงนี้บ้าง คิดงานใหม่ ๆ ให้ชุมชน แต่ไม่ได้ย้ายคนออกเลย เราทำให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัย (Secure) ในองค์กรของเรา</span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">สิ่งที่สองคือการปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี (Technology Adoption) ที่เราทำมาตั้งแต่ก่อนโควิดครับ เราไม่คิดว่าพี่ ๆ คุณป้า คุณน้า คุณอา คุณลุง ฯลฯ จะสามารถน้อมรับเทคโนโลยีได้ขนาดนี้ แต่พอโควิดมาปุ๊บ ทุกคนน้อมรับได้เกือบ 100% กลายเป็นว่าเราสามารถก้าวข้ามสู่ User-Friendly Technology แทบทั้งองค์กร ก็เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ ครับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">หรือเรื่องการทำงานแบบ Silo ที่ว่าแข็ง แต่วิกฤตนี้ก็สามารถละลาย Silo ได้ ทำให้หลาย ๆ คนต้องจับมือสร้างทีมเพื่อแก้ไขปัญหาด้วยกัน เป็นโอกาสให้เกิดการทำงานร่วมกัน (Collaboration) ที่รวดเร็วมากครับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">และอีกสิ่งที่นึกได้คือเรื่องความคล่องตัว (Agility) ที่เราจะต้องพลิกแพลงสถานการณ์ในทุก ๆ วัน พลิกแพลงตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นระดับการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน หรือระดับปฏิบัติการ ทุกอย่างต้องดีกว่าเดิม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการ Focus on Wellness ครับ ยิ่งตอนนี้มี PM 2.5 ที่เลวร้ายไม่น้อยไปกว่าโควิดเลย เราจึงเป็นองค์กรที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15267" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-1-2.jpg" alt="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ" width="600" height="370" title="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ 1039"></span></p>
<h2><span style="color: #000000;">เมื่ออนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน คิดว่า HR ควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดเป็นพิเศษ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ?</span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">ต้องเตรียมรับมือเรื่องเทคโนโลยีครับ ตอนนี้มีเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้นในตลาดเต็มไปหมดเลย ซึ่งมีทั้งน่าตื่นเต้นและน่ากลัว ตราบใดที่เรารับปากว่าจะเป็นองค์กรที่ดูแลพนักงาน งั้นเรามาเรียนรู้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความสำเร็จไปด้วยกันดีกว่า เราต้องทำการบ้านเยอะมาก เพราะงานจะเปลี่ยน เทคโนโลยีจะเข้ามา แล้วธุรกิจก็จะเปลี่ยนแปลงไป</span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">พอมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น HR เองก็ต้องพร้อมจะเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ทำอะไรแบบเดิม ๆ อย่างงานแอดมินอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องเข้าใจธุรกิจด้วย ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยาก แต่เป็นโจทย์ที่สนุกและท้าทายครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">แล้วพอ HR เข้าใจธุรกิจ เราก็จะสร้างโอกาสดี ๆ แก่พนักงานได้ HR ต้องถามตัวเองว่ามีแรงจูงใจ อยากพัฒนาคนไหม สนุกกับการให้โอกาสคนไหม และอยากพัฒนาคนหรือเปล่า เพราะถ้า HR มีแรงจูงใจในบริบทนี้ ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ</span></p>
<h2><span style="color: #000000;">หากมองในภาพรวม คิดว่าทำไม HR สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้ ?</span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้อาชีพ HR “We are in the right place at the right time” ครับ ผมเชื่อว่าตั้งแต่ประวัติศาสตร์โลกหรือประวัติศาสตร์ธุรกิจ ยุคนี้เป็นยุคที่ HR สำคัญที่สุดแล้ว มีบทบาทในการสร้างมูลค่าและสร้างคุณค่าได้สูงสุด เพราะฉะนั้นเรากำลังอยู่ถูกที่-ถูกเวลา </span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ผมรู้สึกเสมอว่าโชคดีที่มีอาชีพ HR นี้ ผมสนุกและชอบในการพัฒนาคน มันเป็นอะไรที่เติมเต็มทางใจได้ ซึ่งผมมีปรัชญาการทำงาน 3 ข้อครับ หนึ่งคือเชื่อในศักยภาพของคนอื่น เพราะถ้าเราเชื่อในศักยภาพของคนอื่นแล้ว เราจะทำงานเข้ากับเขาได้อย่างเต็มที่, อันที่สองคืองานยิ่งยาก คนยิ่งเก่งขึ้น ผมคิดว่างานหนักไม่เป็นไรครับ ทั้งสำหรับเราและลูกน้องเลย และสาม ถ้าเรามีบทบาททำให้คนอื่นเติบโต เราก็จะเติบโตไปด้วยในทางอ้อมครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ถ้าสามสิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยู่ในงานของ HR น่าจะเป็นบริบทการทำงานที่ดี ให้พลัง และเติมเต็มพลังกลับมา ฉะนั้นถ้าเราทุ่มเทก็จะสามารถขับเคลื่อนให้องค์กรเดินไปข้างหน้าได้ ตอนนี้เป็นยุคทองของ HR จริง ๆ ครับ (ยิ้ม)</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ 1040" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></span></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/interview-boon-rawd-brewery-20230510/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 May 2023 08:07:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[บุญรอดบริวเวอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/interview-boon-rawd-brewery-20230510/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เป็นบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มมานานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 ภายใต้วิสัยทัศน์ “Bringing Joy To Life” หรือ “เติมความสุขให้ชีวิต” ซึ่งบุญรอดฯ เชื่อว่า การสร้างสุขนั้น ไม่ใช่เฉพาะคนในองค์กรอย่างเดียว แต่ต้องรวมถึงคนในชุมชนสังคมด้วย  บุญรอดบริวเวอรี่ เชื่อว่าการโอบรับทุกคนทำให้องค์กรได้มุมมองและความคิดที่มีประโยชน์จากทุก ๆ กลุ่ม เพราะสังคมที่ดีต้องไม่ทิ้งใครไว้อยู่เบื้องหลัง บุญรอดบริวเวอรี่ คิดว่าองค์กรสร้างขึ้นจากคน HR จึงต้องเลือกคนที่เหมาะสมกับงาน และสนับสนุนให้แสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ และ HR ต้องสามารถสื่อสาร สร้างแรงจูงใจ และเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานได้ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability บุญรอดบริวเวอรี่ ย้ำว่าองค์กรต้องใส่หมวกพนักงาน Put Yourself in Employee’s Shoe “ถ้าเราอยากให้พนักงานรักเรา เราก็ต้องรักพนักงานเหมือนที่เราอยากให้เขาเป็น” เพราะแต่ละองค์กรมีแนวคิดในการบริหารคนแตกต่างกัน ทว่าสิ่งหนึ่งที่ทุกองค์กรมีเหมือนกันนั้น คือความต้องการให้พนักงานของตัวเองมีความสุข บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--has-title check">
<div class="__title">
<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เป็นบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มมานานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 ภายใต้วิสัยทัศน์ “Bringing Joy To Life” หรือ “เติมความสุขให้ชีวิต” ซึ่งบุญรอดฯ เชื่อว่า การสร้างสุขนั้น ไม่ใช่เฉพาะคนในองค์กรอย่างเดีย</span><span style="font-weight: 400;">ว แต่ต้องรวมถึงคนในชุมชนสั</span><span style="font-weight: 400;">งคมด้วย </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">บุญรอดบริวเวอรี่ เชื่อว่าการโอบรับทุกคนทำให้องค์กรได้มุมมองและความคิดที่มีประโยชน์จากทุก ๆ กลุ่ม เพราะสังคมที่ดีต้องไม่ทิ้งใครไว้อยู่เบื้องหลัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">บุญรอดบริวเวอรี่ คิดว่าองค์กรสร้างขึ้นจากคน HR จึงต้องเลือกคนที่เหมาะสมกับงาน และสนับสนุนให้แสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ และ HR ต้องสามารถสื่อสาร สร้างแรงจูงใจ และเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability บุญรอดบริวเวอรี่ ย้ำว่าองค์กรต้องใส่หมวกพนักงาน Put Yourself in Employee’s Shoe “ถ้าเราอยากให้พนักงานรักเรา เราก็ต้องรักพนักงานเหมือนที่เราอยากให้เขาเป็น”</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะแต่ละองค์กรมีแนวคิดในการบริหารคนแตกต่างกัน ทว่าสิ่งหนึ่งที่ทุกองค์กรมีเหมือนกันนั้น คือความต้องการให้พนักงานของตัวเองมีความสุข</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ก็เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มมานานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 ภายใต้วิสัยทัศน์ “Bringing Joy To Life” หรือ “เติมความสุขให้ชีวิต” ซึ่งบุญรอดฯ เชื่อว่า การสร้างสุขนั้น ไม่ใช่เฉพาะคนในองค์กรอย่างเดียว แต่ต้องรวมถึงคนในชุมชนสังคมด้วย </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การสร้างความสุขให้กับทั้งคนในองค์กรและคนในชุมชนสังคมนั้น เป็นพื้นฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรเช่นกัน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX.asia ได้พูดคุยกับคุณ </span><b><strong class="yellow-highlighter">พาย &#8211; สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability ผู้บริหารฝ่ายพัฒนาองค์กรและส่งเสริมการเรียนรู้ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด</strong></b><span style="font-weight: 400;"> หลังจากได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2022 และรางวัล We Care : HR Asia Most Caring Companies Awards 2022 เพื่อทำความเข้าใจว่า บุญรอดฯ มีวิธีการสร้างความสุขให้พนักงานอย่างไร​ ? และทำไมการสร้างความสุขให้กับชุมชนถึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรด้วย ? </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15233 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-5-2.jpg" alt="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่" width="600" height="370" title="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่ 1047"></p>
<h2>ทราบมาว่าคุณเรียนจบเกี่ยวกับภูมิศาสตร์กับประวัติศาสตร์ การได้มาทำงานสายทรัพยากรบุคคลต้องปรับตัวนานไหม และใช้ความรู้ที่เรียนมาประยุกต์กับการบริหารคนอย่างไร ?</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">แม้จะไม่เคยดูเนื้องานสาย HR มาก่อน แต่ก็เป็นสิ่งที่ผมสนใจ เพราะเราชอบงานเกี่ยวกับการดูแลและบริหารคน ก็เลยหาจุดเชื่อมโยงจากสิ่งที่เรียนมาว่า จะสามารถนำมา plug-in กับอะไรได้บ้าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งการเรียนประวัติศาสตร์ทำให้ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรมแต่ละพื้นที่ เช่น ผมเรียน Southeast Asian Studies ก็จะเรียนประวัติศาสตร์เวียดนาม อินโดนีเซีย หรือเมียนมาร์ ฯลฯ ทำให้เข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม แล้วแต่ละพื้นที่ก็จะมีแนวคิดการบริหารไม่เหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต่างอะไรกับองค์กรครับ แต่ละองค์กรจะมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ซึ่ง HR ต้องดูแลวัฒนธรรมองค์กรนั้น ๆ แถมแต่ละองค์กรยังมี subculture (วัฒนธรรมย่อย) ในแต่ละแผนกอีก ฉะนั้นผมก็เทียบเคียงได้ว่า องค์กรหนึ่ง ๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับประเทศครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมไปถึงการเรียนด้านภูมิศาสตร์ ผมก็สนใจเรื่องภูมิศาสตร์มนุษย์ (Human Geography) ที่ศึกษาการใช้งานผืนโลกและกระบวนการพัฒนาทรัพยากรบนโลกให้คุ้มค่ายั่งยืน (Sustainable Development) ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการบริหารทรัพยากรขององค์กรได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วพอมาเรียนโท MBA ก็เรียนเรื่องการตลาดกับสื่อ ก็เลยนำความรู้เหล่านี้มาใช้กับ Employer Branding เผยแพร่วัฒนธรรมองค์กร เพราะวัฒนธรรมคือโปรดักซ์หนึ่งขององค์กรเช่นกัน</span></p>
<h2>ทำงานตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปลายปี 2015 จนมาถึงปีนี้ 2023 สไตล์การบริหารคนของคุณเปลี่ยนไปไหม ?</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">เปลี่ยนตามสมัยและตามสภาพแวดล้อมนะ ตอนเข้ามาใหม่ ๆ ประชากร (Demographic) ของบริษัทก็ไม่เหมือนทุกวันนี้ ตอนแรกเป็น Gen Y เพิ่งเริ่มเข้ามาทำงานครับ แต่ผ่าน 7 ปีกลายเป็นว่า Gen Y คือประชากรส่วนใหญ่ของบริษัท และ Gen Z กลับเริ่มเข้ามาทำงานใหม่แทนที่ ฉะนั้นเราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของคนรุ่นใหม่ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนาคตงานของเราควรเพิ่มคุณค่า (Value) มากขึ้น เพราะผมเชื่อว่าคนเราไม่ควรมานั่งทำงานประจำแบบไม่ต้องใช้ความคิดหรือมาทำงานเหมือนหุ่นยนต์ไปวัน ๆ แต่คนสามารถใช้สมองให้เต็มประสิทธิภาพได้ เพราะคนเราเกิดมาเพื่อสร้างสรรค์ เพื่อคิด เราต้องสนับสนุนให้คนใช้ความคิดสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ไม่งั้นเราก็จะทำแต่สิ่งเดิม ๆ และนวัตกรรมก็จะไม่เกิดขึ้น</span></p>
<h2>การเข้ามาเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ในองค์กรเก่าแก่ที่อยู่ในประเทศไทยมานาน ย้อนกลับไปตอนนั้นกดดันไหม ?</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">กดดันอยู่แล้วครับ แต่เราก็ต้องดูว่าอะไรคือแผนระยะสั้นหรือระยะยาว เราต้องค่อย ๆ วางแผนว่าเป้าหมายคืออะไร และจะต้องเริ่มทำอย่างไร เช่น สมัยก่อนเรายึดติดกับกระบวนการมากมาย แต่ทุกวันนี้กระบวนการบางอย่างสามารถทำออนไลน์ได้แล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริหารคนสมัยนี้มันเปลี่ยนไปแล้วครับ องค์ความรู้ 10 ปีที่แล้วบางอย่างก็ไม่สามารถประยุกต์ใช้ได้ในปัจจุบัน ฉะนั้นเราก็ต้องเข้าใจว่าพนักงานมีความคิดอย่างไร เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีสำหรับเขา และในอนาคตการบริหารคนก็จะยิ่งไม่เหมือนเดิม คนที่ต้องดูแลหรือทำงานด้วยก็จะยิ่งเปลี่ยนไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนการพัฒนาบริษัทของเราที่ทำให้เห็นการทำงานร่วมกันของคนรุ่น 4 ครับ และกำลังขยายตัวออกไปเรื่อย ๆ เช่น หลายธุรกิจดูแลโดยคุณ​ ภูริต ภิรมย์ภักดี หรือส่วนอื่น ๆ เช่น ดูแลการผลิต โลจิสติกส์ ฯลฯ ก็ดูแลโดยคุณ ปิติ ภิรมย์ภักดี เป็นต้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15235" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/5-1.png" alt="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่" width="244" height="370" title="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่ 1048"></p>
<h2>ตลอดการทำงานมากว่า 7 ปี คุณเข้ามาเปลี่ยนวัฒนธรรมอะไรในบุญรอดฯ​ บ้าง ?</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">หลัก ๆ คือการผลักดันวัฒนธรรมองค์กรให้คนภายนอกทราบครับ เพราะก่อนหน้านี้วัฒนธรรมองค์กรของเราแข็งแรงมาก แต่มันแข็งแบบไม่มีใครพูดถึง เราก็เลยถอดรหัสออกมาว่าคืออะไร โดยเริ่มตั้งแต่ผู้ก่อตั้งว่าวิสัยทัศน์ (Vision) อะไร และให้คุณค่า (Value) กับอะไรบ้าง แล้วนำสิ่งเหล่านั้นมาเขียนเป็นวัฒนธรรม ก่อนที่จะนำมาสื่อสารต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระบวนการเหล่านี้ทำให้เราพบว่า จริง ๆ องค์กรของเรามีวัฒนธรรมอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่ทำกันอยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องสร้างวัฒนธรรมใหม่เลย ขณะเดียวกันวัฒนธรรมอะไรที่มันไม่ดี เราก็พยายามลบล้างไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่เลียนแบบกันไม่ได้ครับ เทคโนโลยีหรือองค์ความรู้ยังสามารถเลียนแบบกันได้ เราก็เลยต้องพยายามสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งที่สุด พยายามสร้างคนให้เป็นคนแบบสิงห์ให้ได้ นั่นคือ Singha Way เป็นวัฒนธรรมองค์กรผ่าน 4 Values คือ Family มองว่าพนักงาน คู่ค้า ตัวแทนจำหน่าย หรือผู้บริโภคเป็นพี่น้องครอบครัวเดียวกัน, Courage เปิดโอกาสให้พนักงานกล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ ยืนหยัดในสิ่งที่ตนคิดว่าถูกต้อง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงหรือนำมาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด,​ Premium Quality สร้างมาตรฐานการส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค และ Happiness ส่งต่อความสุขให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า &#8211; ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เชื่อมพนักงานทุกคนเข้าด้วยกัน</span></p>
<h2>ทราบมาว่า Singha way ไม่ได้มองแค่มิติการทำงาน แต่มองมิติสังคมด้วย ?</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">ต้องมองภาพใหญ่ครับ เพราะ Vision ของเราคือ “Bringing Joy to Life” หรือภาษาไทยก็คือ “เติมความสุขให้ชีวิต” ซึ่งความสุขเป็นสิ่งที่ส่งต่อกันได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างแรกเลยพนักงานต้องมีความสุขก่อน ความสุขคือการมี Well-being ครบทุกด้าน ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวพนักงาน แต่รวมไปถึงครอบครัวของเขาด้วย เพราะปัญหาที่ บ้านก็กระทบการทำงานเหมือนกัน แล้วถ้าพนักงานมีความสุข เขาก็จะส่งต่อความสุขนั้นให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือบุญรอดพยายามปลูกฝังให้พนักงานทุกคนว่า เป็นคนเก่งไม่พอ ต้องเป็นคนดีด้วย เพราะผมเชื่อว่าองค์กรที่ประสบความสำเร็จต้องสร้าง “คน” ไม่ใช่แค่สร้างเพื่อผลประโยชน์ให้ตัวเองนะ แต่เราต้องสร้างคนดีต่อสังคม เช่น เรามีโครงการสิงห์อาสา สนับสนุนให้พนักงานของเราออกไปช่วยเหลือสังคม ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น เพราะในที่สุดแล้วองค์กรที่ดีจะต้องสามารถตอบแทนสังคมได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้พนักงานของเรารู้สึกภูมิใจ ได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ที่สำคัญคือการเกิดความท้าทายใหม่ ๆ และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาตัวเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15236" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/313-1.png" alt="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่" width="246" height="370" title="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่ 1049"></p>
<h2>ที่ผ่านมาสังคมเผชิญหน้ากับวิกฤต COVID-19 ทางบุญรอดได้เรียนรู้อะไรจากวิกฤตครั้งนี้บ้าง ?</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้ คือเราต้องสร้างความคิดให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะก่อนหน้ามีโควิด เราพูดกันบ่อย ๆ ว่า เรามาลอง Work From Home ไหม ? ลองประชุมออนไลน์ไหม ? แต่สมัยนั้นคนยังคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ทำไม่ได้หรอก แต่พอเกิดโควิดจริง ๆ กลายเป็นว่าทุกคนทำได้หมด เปลี่ยนแบบทันที แทบจะไม่ต้องโน้มน้าวคนอื่นเลย มันแสดงให้เห็นว่า เราต้องมีความยืดหยุ่น (Resilience) และมีความกล้า (Courage) ในการก้าวข้ามเพื่อการเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นบทเรียนที่สอนให้เราปรับตัวเร็ว เราไม่มีทางรู้ถึงผลกระทบภายนอกที่ไม่แน่นอนเลยว่าจะเกิดอะไรอีก เช่น สงคราม เงินเฟ้อ หรือภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ หากดูตามประวัติศาสตร์มันมีสิ่งเหล่านี้มาเรื่อย ๆ นะ เราต้องปรับทัศนคติให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องหนึ่งที่ได้เรียนรู้คือการสื่อสารสำคัญมาก ๆ โจทย์ใหญ่ในช่วงที่ทุกคนกักตัวคือการสร้าง Community ให้ได้ขณะที่ทุกคนแยกตัวกัน แต่เราจะทำยังไงให้องค์กรเป็นหนึ่งเดียว สิ่งเหล่านี้เทคโนโลยีจึงเข้ามาช่วยตอบโจทย์ และเทคโนโลยีก็มีการพัฒนาไปเรื่อย ๆ เราเองก็ต้องพัฒนาตามเทคโนโลยีให้ทัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมไปถึงได้เรียนรู้ว่า Health กับ Business มันขาดกันไม่ได้ ธุรกิจจะทำเงินไม่ได้เลยถ้าแรงงานของคุณป่วยหรือสุขภาพไม่ดี เห็นได้ชัดสุดก็ช่วง COVID-19 ที่สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมตกต่ำลง แสดงว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องโฟกัสคือ well-being ก่อน ถ้าคนเรามีสุขภาพที่ดี ก็จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ</span></p>
<h2>ประเด็นเรื่องความแตกต่าง (DEI&amp;B) เป็นธีมหลักของการประกาศรางวัล HR Asia ประจำปี 2022 คุณมีมุมมองต่อเรื่องความหลากหลายในองค์กรอย่างไร ?</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">อย่างที่บอกว่า Value หนึ่งของเราคือ We’re Family เพราะเราอยากให้พนักงานทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร (Sense of Belonging) และอยากสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย (Safe) และเป็นธรรม (Fair) สำหรับทุกคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในการสร้างความสุขให้คนอื่น คือเราต้องยอมรับผู้คนที่หลากหลาย ยิ่งทุกวันนี้ความหลากหลายทำให้เกิดกลุ่มย่อย ๆ (Sub-group) ขึ้นมากมาย การโอบรับทุกคนทำให้เราได้มุมมองและความคิดที่มีประโยชน์จากทุก ๆ กลุ่ม เพราะสังคมที่ดีต้องไม่ทิ้งใครไว้อยู่เบื้องหลัง คนที่ดีต่อสังคมก็ต้องยอมรับคนในทุก ๆ ด้านที่เขาเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมไปถึงความหลากหลายทางเจนเนอร์เรชั่นที่เราก็มีความหลากหลายเช่นกัน มีทั้ง Gen Z Gen Y และ Baby boomers ซึ่งแต่ละช่วงวัยก็จะมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนต้องทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสิ่งที่ดีที่สุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15231" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-3-1-2.jpg" alt="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่" width="600" height="370" title="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่ 1050"></p>
<h2>เข้าสู่ปี 2023 แล้ว คิดว่า HR ต้องเตรียมตัวอย่างไรกับการรับมือกับอนาคตที่กำลังมาถึง</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์หลังโควิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง เช่น กลุ่มคนทำงาน Gen Z จะเริ่มมากขึ้นแน่นอน เราก็ต้องเตรียมที่ทำงานให้ตอบโจทย์กลุ่มนี้ ต้องตระหนักถึงประชากรที่จะเปลี่ยนไป แล้ววัฒนธรรมก็อาจจะเปลี่ยนด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีพัฒนาเร็วมาก ๆ AI เกือบทำได้ทุกอย่างเทียบเท่าคนแล้ว กระทบงานเราแน่นอน เช่น เวลาคิดงานไม่ออก ไปถาม ChatGPT ก็ตอบได้หมดเลย ต่อไปเราจะแยกคนเก่ง/ไม่เก่งยากขึ้น เพราะทุกคนหาคำตอบที่ดีที่สุดผ่านเทคโนโลยีได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนาคตเครื่องมือต่าง ๆ จะทำให้คนเก่งขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือการปลูกฝังแนวคิดในการใช้เครื่องมือเหล่านั้น ๆ ถ้าคุณใช้ในทิศทางที่ดี มันก็จะมีประโยชน์ต่อสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ คือ Talent (พนักงานคนเก่ง) หายากขึ้น เพราะคนเก่งสามารถแยกออกไปทำธุรกิจเองได้ แถมยังโดนแต่ละองค์กรซื้อตัว องค์กรจะต้องสร้าง Talent ของตัวเอง เหมือนทีมฟุตบอลมี Academy ทีมเยาวชนเพื่อปั้นเด็กของตัวเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนในอนาคตที่คาดเดาได้ยากคือเรื่องเงินเฟ้อและสงคราม ซึ่งเราไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ถ้าเกิดแล้วมันจะกระทบพวกเราแน่นอน ท้ายที่สุดคงหนีไม่พ้นการสร้างทัศนคติ Adapt to Change พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลานั่นแหละครับ ทั้ง Flexibility หรือ Agility of Work ก็สำคัญ เราจะ Lean กระบวนการทำงานต่าง ๆ อย่างไรให้ยืดหยุ่นที่สุด ทำองค์กรให้เป็นเหมือนกล้ามเนื้อนักยิมนาสติกครับ ทั้งแข็งแรงและยืดหยุ่น สามารถเล่นได้ทุกกีฬาครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15230" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-2-1-1.jpg" alt="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่" width="600" height="370" title="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่ 1051"></p>
<h2>คิดว่าทำไม HR ถึงสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">เพราะองค์กรสร้างขึ้นจากคน ฉะนั้นความสำเร็จและการเติบโตขององค์กรจะแปรผันตามประสิทธิภาพของคน HR จึงต้องเลือกคนที่เหมาะสมกับงาน และสนับสนุนพวกเขาให้แสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ และ HR ต้องสามารถสื่อสาร สร้างแรงจูงใจ และเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากคนเรามีความรู้สึก (Feeling) ครับ แต่เราไม่ได้มีความสุขทั้งวันแบบ 100% หรอก อยู่ที่ว่าเราจะสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้เขาได้มากน้อยแค่ไหน องค์กรเราเองก็พยายามสร้างช่วงเวลาความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับพนักงานแบบต่อเนื่อง (Consistently) ให้เขามีความสุขอยู่เรื่อย ๆ ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมมักเปรียบเทียบงาน HR เหมือนงานกองทัพ หน้าที่ HR คือเป็นคนเกณฑ์ทหาร พัฒนาทหาร และดูว่าทหารคนไหนเก่งด้านไหน เพื่อส่งเขาเข้าไปในหน่วยที่ทำได้ดีที่สุด เช่น คนนี้เหมาะกับการเป็นทหารอากาศ อีกคนเหมาะกับหน่วยรบแนวหน้า อีกคนเหมาะกับการเป็นหน่วยลับหาข้อมูล แล้วเราก็ต้องหากอุปกรณ์ทันสมัยหรือดีที่สุดให้เขาออกไปสู้รบโดยไม่ต้องกังวลอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากเปรียบเทียบองค์กรกับร่างกายของเรา HR ก็คือเลือดที่ทำให้อวัยวะทุกอย่างทำงาน เพราะถ้าไม่มีเลือด ร่างกายก็ไม่ทำงาน ฉะนั้น HR ก็คือเลือดขององค์กรนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นเมื่อบริษัทกำลังพัฒนาและขยายตัว วัฒนธรรมองค์กรจึงเป็นตัวขับเคลื่อนให้ไปข้างหน้า ผมจึงให้ความสำคัญกับการปรับวัฒนธรรมให้เหมาะสมกับปัจจุบันที่จะนำไปสู่อนาคต</span></p>
<h2>สุดท้ายใน Instagram ส่วนตัวของคุณเขียนไว้ว่า “the love you make is equal to the love you take” ถ้าให้เปรียบเทียบเป็นความรักกับพนักงาน คุณคิดว่า คุณ take อะไรจากพนักงาน และ give อะไรให้พนักงานบ้าง</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">โคว้ทนี้มาจากเพลง The End ของวง <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220725-music-policy/">The Beatles</a> อัลบั้ม Abbey Road ซึ่งเพลงสุดท้ายจากอัลบั้มเลยครับ ที่ชอบโคว้ทนี้เพราะผมเชื่อศาสนาพุทธ เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม แล้วคิดว่าเนื้อเพลงมันอธิบายกฎแห่งกรรมได้ดี คือ “ถ้าคุณให้รักไว้เท่าไร คุณจะได้กลับมาเท่านั้น” มันก็ประยุกต์ได้ว่า ถ้าคุณให้ใจพนักงานแค่ไหน พนักงานเขาก็ให้ใจกับคุณเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คือคุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน Put Yourself in Employee’s Shoe มันคือ Give and Take สำหรับผม เราอยากให้พนักงานรักเรา เราก็ต้องรักพนักงานเหมือนที่เราอยากให้เขาเป็น นี่คือความจริงใจให้กันและกันครับ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่ 1052" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“HR ต้องรักคนอื่นให้เป็น” สัมภาษณ์ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล </title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/interview-hr-phyathai-paolo-20230502/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 May 2023 07:05:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[พญาไท-เปาโล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/interview-hr-phyathai-paolo-20230502/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT HR อยู่กึ่งกลางระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เราต้องสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการทั้งสองฝ่ายให้ win-win ทั้งคู่ สิ่งสำคัญที่สุดของ HR คือรักคนอื่นให้เป็น ถ้ารักคนอื่นไม่เป็นเราจะทําอาชีพนี้อย่างมีความสุขได้ยาก HR ต้องบริหารความหลากหลายของด้วยความเป็นธรรมและยุติธรรม ถ้าความต้องการขององค์กรตรงกับความต้องการของพนักงาน องค์กรนั้นก็จะประสบความสำเร็จ ไม่ว่ายุคสมัยไหน HR ต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น HR ต้องเรียนรู้เพื่อรับมือกับ Digital Transformation “HR ที่ดีควรรักคนอื่นให้เป็น หากรักคนอื่นไม่เป็น เราว่าทําอาชีพนี้ยาก” นี่คือประโยคที่เราได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ระหว่างการพูดคุยกับคุณ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ เธอคือ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล หญิงแกร่งที่อยู่ในวงการ HR มานานหลายสิบปี HREX.asia ได้พูดคุยกับเธอถึงชีวิต ความคิด และแนวทางการทำงานบนเส้นทางสายทรัพยากรบุคคล เพื่อค้นหาแนวทางการบริหารคนอันยอดเยี่ยมของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ในฐานะผู้ที่ได้รับรางวัล Best Companies to Work for และ Most Caring Companies ประจำปี 2022 จาก HR [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">HR อยู่กึ่งกลางระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เราต้องสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการทั้งสองฝ่ายให้ win-win ทั้งคู่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญที่สุดของ HR คือรักคนอื่นให้เป็น ถ้ารักคนอื่นไม่เป็นเราจะทําอาชีพนี้อย่างมีความสุขได้ยาก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">HR ต้องบริหารความหลากหลายของด้วยความเป็นธรรมและยุติธรรม ถ้าความต้องการขององค์กรตรงกับความต้องการของพนักงาน องค์กรนั้นก็จะประสบความสำเร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่ายุคสมัยไหน HR ต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น HR ต้องเรียนรู้เพื่อรับมือกับ Digital Transformation</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15127 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/313.png" alt="“HR ต้องรักคนอื่นให้เป็น” สัมภาษณ์ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล " width="600" height="370" title="“HR ต้องรักคนอื่นให้เป็น” สัมภาษณ์ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล  1058"></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;"><strong class="cyan-highlighter">“HR ที่ดีควรรักคนอื่นให้เป็น หากรักคนอื่นไม่เป็น เราว่าทําอาชีพนี้ยาก”</strong></span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือประโยคที่เราได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ระหว่างการพูดคุยกับคุณ </span><b>สุภาพร บัญชาจารุรัตน์</b><span style="font-weight: 400;"> เธอคือ </span><b>ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล</b><span style="font-weight: 400;"> หญิงแกร่งที่อยู่ในวงการ HR มานานหลายสิบปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://th.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HREX.asia</a> ได้พูดคุยกับเธอถึงชีวิต ความคิด และแนวทางการทำงานบนเส้นทางสายทรัพยากรบุคคล เพื่อค้นหาแนวทางการบริหารคนอันยอดเยี่ยมของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ในฐานะผู้ที่ได้รับรางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener">Best Companies to Work for และ Most Caring Companies</a> ประจำปี 2022 จาก HR Asia</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อะไรคือสิ่งที่ทำให้เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล แตกต่างและมีการบริหารจัดการคนอันยอดเยี่ยม อ่านได้จากสัมภาษณ์ที่กลั่นกลองมาจากประสบการณ์ของเธอกัน</span></p>
<h2>ทราบมาว่าคุณทำงาน HR มาหลากหลายอุตสาหกรรม ก่อนจะมาทำงานในสายธุรกิจสุขภาพที่โรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนอะไรคุณบ้าง ?</h2>
<p><b>สุภาพร: </b><span style="font-weight: 400;">ต้องบอกว่าทำ HR มาตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปีเลยค่ะ เริ่มตั้งแต่ธุรกิจโรงงาน ทำให้เจอกลุ่มคนหลากหลายระดับ เห็นความเหน็ดเหนื่อยของเด็ก ๆ ในไลน์การผลิตมาก่อน ต่อมาก็เป็นธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ต ธุรกิจรีเทล และธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งแต่ละธุรกิจจะมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ฉะนั้น HR ต้องเรียนรู้ความต้องการของพวกเขาก่อน และดูว่านโยบายแบบไหนที่เหมาะสมกับการอยู่ร่วมกันขององค์กรและพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้คือ<strong class="cyan-highlighter"> HR ควรต้องบริหารตนเองให้อยู่กึ่งกลางระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เราต้องสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการทั้งสองฝ่ายให้ win-win ทั้งคู่</strong> ถ้าเราอยู่ฝั่งลูกจ้างมากเกินไป ธุรกิจก็จะไม่เดิน แต่ถ้าอยู่ฝั่งนายจ้างมากเกินไป พนักงานก็จะไม่มีความสุข นั่นคือสิ่งที่ได้เรียนรู้มาตั้งแต่เริ่มทำงานเลยค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้ยอมรับเลยว่าการดูแลคนมันยากขึ้น จากแต่ก่อนที่นายจ้างจะชอบคนขยัน ซื่อสัตย์ จงรักภักดี อยู่นาน ๆ มีความอดทน สั่งอะไรก็ทำ แต่ยุคนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว มันไม่ใช่แค่การเป็นคนดีเพียงอย่างเดียว คนเก่งเริ่มเข้ามามีบทบาท ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่า การบริหารคนเก่งก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่มีความกล้าคิด กล้าพูด กล้าแสดงออกมากขึ้น ซึ่งบางคนมองความกล้าคิดกล้าพูดเป็นความก้าวร้าว ซึ่งจริง ๆ แล้วบางครั้งความกล้าคิด กล้าพูด กับความก้าวร้าวมันก็อยู่ใกล้กันนิดเดียว ดังนั้นถ้าเราไม่ได้บาลานซ์สิ่งนั้น เด็กเก่งจะกลายเป็นเด็กก้าวร้าวในสายตาของคนที่ไม่เข้าใจ เราต้องสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของการทำงานร่วมกันกับผู้อื่นให้อยู่ในความพอเหมาะพอดี หลังจากนั้นเราก็ทำงานเปลี่ยนธุรกิจ จนล่าสุดก็มาอยู่ธุรกิจโรงพยาบาลเป็นปีที่ 16 แล้วค่ะ</span></p>
<h2>ทำงานมาหลายปี เห็นการเปลี่ยนแปลงในวงการ HR อย่างไรบ้าง ?​</h2>
<p><b>สุภาพร: </b><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามามีบทบาท รวมไปถึงเจนเนอเรชั่นคนก็เปลี่ยนไป พอมีคนใหม่ ๆ เข้ามาก็เกิดความหลากหลาย ซึ่งเราต้องบริหารความหลากหลายไม่ให้มีความหลากหลาย สร้างวัฒนธรรมที่ผสมความหลากหลายนั้นเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่บอก สมัยก่อนเรายึดระบบอาวุโส (Seniority) ซีเนียร์ต้องโตกว่า แต่สมัยนี้เปลี่ยนไปแล้ว เด็กก็โตได้ เพราะระบบอาวุโสไม่ได้ทำให้องค์กรอยู่รอด ได้แค่เรื่องจงรักภักดี แต่ไม่ได้ขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้า ขณะที่เด็กหัวสมัยใหม่จะช่วยขับเคลื่อนองค์กร เพราะเขากล้าคิด กล้าทำ กล้าพูด อยู่ที่ว่าองค์กรจะบาลานซ์สิ่งเหล่านี้ยังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15104" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-3-1.jpg" alt="HREX Cover 3 1" width="600" height="370" title="“HR ต้องรักคนอื่นให้เป็น” สัมภาษณ์ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล  1059"></span></p>
<h2>ประเด็นคนเก่งและคนดี คุณมีวิธีการสังเกตคนเหล่านี้อย่างไร ?</h2>
<p><b>สุภาพร: </b><span style="font-weight: 400;">เวลาเรารับสมัครคน สิ่งที่เรามองเห็นคือความเก่ง คือคุณเคยทำงานอะไรมา ทำหน้าที่อะไรมา หรือตอนเรียนได้เกรดอะไร เราประเมินจากข้อมูลและบทสนทนาที่ดี ฉะนั้นมันเป็นการประเมินความรู้ความสามารถ ความเก่งว่าเขาสามารถปฏิบัติงานได้ แต่สิ่งที่เรามองไม่เห็นคือความดี นั่นหมายถึงพฤติกรรมที่เขาจะให้ใช้ในการปฏิบัติงานหรือการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเปรียบคนเป็นต้นไม้ ดอกผลของคุณคือความเก่งที่ให้คนอื่นได้เห็นหรือเก็บไว้กินได้ แต่รากคือคุณลักษณะส่วนตัว เช่นพฤติกรรม นิสัยส่วนตัวที่เราจะมองเห็นได้ยากกว่าแต่ละคนมีรากเป็นอย่างไร แตกแขนงในรูปแบบใดมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นเราต้องใช้เวลา คนดีอาจต้องใช้เวลาในการมองเห็นถึงความห่วงใย เอื้ออาทร ช่วยเหลือเกื้อกูลคนอื่น จิตใจดี รับฟังคนอื่น มีความตระหนักถึงทุกข์ ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ทั้งหมดนี้จะเห็นได้จากเวลาที่เรามีความสัมพันธ์ด้วยการอยู่รวมกัน ต้องศึกษากันไปเรื่อย ๆ</span></p>
<h2>จากประสบการณ์ที่ทำงานมาหลากหลายธุรกิจ อยากทราบว่าอะไรคือจุดร่วมของการทำงาน HR ที่ทุก ๆ ธุรกิจต้องมีเหมือนกัน ?</h2>
<p><b>สุภาพร:</b><span style="font-weight: 400;"> <strong class="cyan-highlighter">การบริหารงาน HR สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีรักคนอื่นให้เป็น </strong>อย่ารักแต่ตัวเอง ซึ่งเราเข้าใจว่าโดยธรรมชาติของมนุษย์นั้นไม่สามารถรักคนอื่นมากกว่าตัวเองหรอก แต่ถ้าคุณไม่เผื่อใจรักคนอื่นเลย คุณจะทำอาชีพนี้ได้อย่างไม่มีความสุข</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บอกเลยว่าอาชีพ HR ทำยากนะ ไม่ใช่แค่ทำตามหน้าที่แค่ไหนแค่นั้น เพราะเราจะไม่รู้เลยว่าเราทำได้ใจพนักงานหรือเปล่า ยอมรับว่าที่ผ่านมาตัวเองก็ไม่ได้ทำถูกต้องทั้งหมด เราก็มีความผิดพลาด แต่นั่นคือ Learning Growth ค่ะ ทำผิดแล้วแก้ไข เพราะคนที่บอกว่าตัวเองไม่ผิดเลย ประเมินตัวเองว่าถูกตลอดเวลา Learning Growth ก็จะไม่เกิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Learning Growth ของเรามาจากการเรียนรู้ และมาจากพนักงานที่สร้างประสบการณ์ดี ๆ ให้เราได้ศึกษาและนำมาพัฒนาการบริหารคน ทุกวันนี้ต้องขอบคุณพวกเขาทั้งหมด ถ้าไม่มีเขา เราจะมาไม่ถึงวันนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเจอคนที่หลากหลายหรือพนักงานหลากหลายระดับ ทำให้เราเกิดการเรียนรู้นะ เราจึงไม่ใช่ HR ที่อยู่กับที่ หรือนั่งประชุมอย่างเดียว สมัยก่อนเราเดินไปตามแผนกแล้วพยายามทำความเข้าใจว่าใน 1 วันพนักงานทำอะไร เช่น เราอยากรู้ว่าทำไมตำแหน่งแคชเชียร์ถึงลาออกบ่อยจัง ตอนนั้นก็พาตัวเองไปเป็นแคชเชียร์เอง ไปขอยืนทำงานตรงนั้นบ้าง แล้วเราก็พบว่ามันปวดขามาก และรู้ว่าจะเริ่มปวดที่ชั่วโมงที่เท่าไหร่ หรือรู้ว่าการใส่ถุงมันสนุก ไม่น่าเบื่อ (หัวเราะ) ทำงานสัก 1 อาทิตย์ก็จะเริ่มชิน เราก็เลยนำความรู้สึกนั้นมาสร้างเป็นโมเดลสำหรับการรับสมัครงานพนักงานแคชเชียร์ ลองมาทำงานสักอาทิตย์ดูก่อนไหมว่ารู้สึกอย่างไร ถ้าทำไม่ไหวก็เลิกกัน ถ้าทำได้ สนุก ก็ย้อนหลังรับเป็นการทำงาน Full-Time</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นโมเดล HR ต่าง ๆ จึงเกิดจากการเรียนรู้ และออกแบบจากความเข้าใจคนทำงานนั่นแหละ สำคัญที่สุด</span></p>
<h2>เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโลอยู่คู่กับคนไทยมา 40 ปี มีทั้งหมด 11 แห่ง แบ่งออกเป็นพญาไท 5 แห่ง และเปาโล 6 แห่ง คุณมีวิธีการสร้างมาตรฐานเดียวกันในการบริหารคนทั้ง 11 แห่งนี้อย่างไร ?​</h2>
<p><b>สุภาพร:</b><span style="font-weight: 400;"> เราเป็นโรงพยาบาลที่มีการควบรวมมาเรื่อย ๆ บางแห่ง Take Over มา บางแห่งเราเข้าไปถือหุ้นอย่างเดียว เราก็พยายามใช้นโยบายเดียวกันนะคะ แต่ว่าเวลาบริหารคน เราก็ต้องยึดบริบทคนในแต่ละแห่งด้วย เอาง่าย ๆ แค่คนทำงานที่พญาไทกับคนทำงานที่เปาโลยังแตกต่างกันเลย เราก็พยายามสร้างโมเดลที่ให้พนักงานทุกคนทั้ง 11 โรงพยาบาลได้พบปะกันมีกิจกรรมร่วมกันที่หล่อหลอมให้พวกเขามีเป้าหมายเดียวกัน ด้วยการใช้วัฒนธรรมองค์กรเป็นตัวขับแคลื่อน ซึ่งวัฒนธรรมองค์กรของเราก็คือ <strong class="cyan-highlighter">“WE before me ส่วนรวมต้องมาก่อนส่วนตัว”</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างง่าย ๆ ตอนที่ 11 โรงพยาบาลขาดอัตรากำลังพยาบาล ทีมหัวหน้าพยาบาลของเราก็สามารถจัดพยาบาลช่วยเหลือกันได้เป็นอย่างดี เพราะทุกคนรู้จักและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ตอนนี้เราอยู่ในจุดที่พวกเขาโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือกันเองแล้วค่ะ</span></p>
<h2>เคยได้ยินมาว่าบุคลากรทางการแพทย์เป็นอาชีพที่เหนื่อยมาก ๆ HR ต้องสนับสนุนอะไรเป็นพิเศษที่มากกว่าตำแหน่งงานอื่น ๆ ไหม ?</h2>
<p><b>สุภาพร: </b><span style="font-weight: 400;">การบอกว่า HR ให้ความพิเศษกับใครมากกว่าใครจะเป็นการ Motivate กลุ่มหนึ่ง และ Demotivate คนอีกกลุ่มหนึ่ง ดังนั้น HR ต้องบาลานซ์สิ่งเหล่านี้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะทุกคนคือคนสำคัญในองค์กรค่ะ ท้ายที่สุดแล้วธุรกิจจะเดินต่อไปได้ ไม่ใช่เฉพาะตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ทุกตำแหน่งต้องซัพพอร์ตกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างหมอ-พยาบาลต้องดูแลคนไข้ แต่ถ้าเกิดน้ำรั่วในห้องแล้ววิศวะไม่ไปจัดการ มันก็ไม่ได้ใช่ไหม ?​ ฉะนั้นทุกตำแหน่งต้องเอื้อกันหมด เราจึงพยายามหล่อหลอมว่า ทุกคนต้องช่วยเหลือกัน และเห็นใจซึ่งกันและกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันเรื่องค่าตอบแทนกับความเหนื่อย เราจ่ายให้ตามวิชาชีพตามลักษณะงานที่ทำอยู่แล้ว แต่เราก็ซัพพอร์ตเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15105" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-4-1.jpg" alt="HREX Cover 4 1" width="600" height="370" title="“HR ต้องรักคนอื่นให้เป็น” สัมภาษณ์ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล  1060"></span></p>
<h2>COVID-19 เป็นวิกฤตที่ทุกองค์กรประสบร่วมกัน แต่สำหรับธุรกิจโรงพยาบาลนับเป็นธุรกิจที่เผชิญหน้ากับ COVID-19 โดยตรง ช่วงเวลานั้นคุณเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง ?</h2>
<p><b>สุภาพร:</b><span style="font-weight: 400;"> โอ้โห วุ่นวายมาก เราเผชิญหน้าตั้งแต่ความไม่เข้าใจของบุคลากร เนื่องจากเป็นโรคระบาดใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก เขากลัวการติดเชื้อ ไม่อยากทำงาน เราก็ต้องปรับ Mindset ใหม่หมดเลย สร้างขวัญกำลังใจให้พวกเขา เพราะนี่เป็นอาชีพที่คนอื่นทำแทนไม่ได้ ดังนั้นช่วงเวลานี้ประชาชนทุกคนต้องพึ่งพาคุณ คุณต้องภูมิใจในวิชาชีพของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วเราก็ต้องดูแลว่าเขามีความวิตกกังวลอะไรหรือเปล่า มีปัญหาในการทำงานหรือไม่ เช่น ช่วงแรก ๆ มีปัญหาเรื่องการถอดชุด PPE ผิดวิธี ทำให้บุคลากรติดเชื้อด้วย หัวหน้างานก็ช่วยดูแลจัดสอนเรื่องนี้ให้ หรือตอนนั้นใครติดเชื้อยังต้องกักตัว 14 วัน เราก็ดูแลเพื่อไม่ให้ไปแพร่เชื้อให้กับคนในครอบครัว ระหว่างนั้นเราก็ดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ ให้ความสะดวกในการใช้ชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าสถานการณ์นี้ทำให้เราเกิดความสัมพันธ์ที่ดีข้ามระหว่างโรงพยาบาลด้วยนะ เนื่องจากเราไม่สามารถให้ทุกโรงพยาบาลรับผู้ป่วยโควิดได้ทั้งหมด เพราะคนไข้ปกติหรือคนไข้วิกฤตอื่น ๆ ก็ต้องใช้โรงพยาบาลเช่นเดียวกัน ทำให้เกิดการทำงานร่วมกัน เช่น การส่งพยาบาลช่วยงานข้ามโรงพยาบาล แล้วเป็นสถานการณ์ที่เปลี่ยนคาแรคเตอร์ของเราไปเลย เป็นคาแรคเตอร์ที่ทุกคนพร้อมช่วยเหลือซึ่งกันและกันจนถึงทุกวันนี้</span></p>
<h2>ปี 2022 เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโลได้รับรางวัล Best Companies to Work for และ Most Caring Companies รางวัลนี้บ่งบอกอะไรคุณบ้าง ?</h2>
<p><b>สุภาพร: </b><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ เวลาเราได้รับรางวัล มันไม่ได้มาจากระบบ HR ที่ดีอย่างเดียว มันมาจากบุคลากรทุกคนมากกว่า เพราะพวกเขาคือคนที่ทำให้เราได้รางวัล รางวัลจึงเป็นของทุกคนค่ะ เพราะถ้าพนักงานไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ปฏิบัติตามกฎกติกาที่เรามีร่วมกัน เราก็คงไม่ได้รับรางวัล สุดท้ายการอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขก็คือแคร์กันซึ่งกันและกัน และนำมาซึ่งรางวัลที่เราได้รับค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกครั้งที่เราไปเป็น Speaker เรามักจะบอกว่า ถ้าคุณอยากทำอาชีพ HR คุณต้องเริ่มต้นรักคนอื่นก่อน ถ้าคุณอยากสร้างความเชื่อใจ (Trust) คุณต้องไม่ได้รักแค่งานตัวเอง ยกตัวอย่าง HR Payroll ที่ทำเงินเดือน ถ้าเราทำตามหน้าที่อย่างเดียวก็จบ แต่ถ้าเราแคร์คนอื่น หันกลับมามองว่า Net Pay ของพนักงานแต่ละกลุ่มเหลือเท่าไหร่ มีพนักงานกี่คนที่ Net Pay เหลือน้อยมาก แล้วคิดต่อว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตแต่ละเดือนอย่างไร เราจะสามารถวิเคราะห์การบริหารทางการเงินเพื่อการดำรงชีพของพนักงานได้ และจัดเป็นการอบรมไฟแนนซ์ให้กับพนักงาน สิ่งเหล่านี้มันสร้าง Trust ให้พนักงานได้อีกระดับหนึ่งเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15103" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-2-1.jpg" alt="HREX Cover 2 1" width="600" height="336" title="“HR ต้องรักคนอื่นให้เป็น” สัมภาษณ์ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล  1061"></span></p>
<h2>ประเด็นหลักของรางวัลคือเรื่อง DEI (Diversity, Equity &amp; Inclusion) คุณมีวิธีบริหารจัดการความหลากหลายอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><b>สุภาพร:</b><span style="font-weight: 400;"> การบริหารความหลากหลายต้องเป็นธรรมและยุติธรรม อาจไม่ต้องบริหารความต้องการ (Need) ของทุกคนหรอก เพราะท้ายที่สุดองค์กรก็มี Need ขององค์กรเองด้วย ดังนั้นถ้า Need ของคุณตรงกับ Need ของเรา องค์กรก็จะสำเร็จได้ ฉะนั้นถ้าจะมีฝันต้องเป็นฝันของเรา ไม่ใช่ฝันของเธอ หรือฝันของฉัน เพราะเราต้องอยู่ร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความหลากหลายเป็นไปได้ทั้งอายุ ทั้งเพศ การศึกษา คุณวุฒิ วัยวุฒิ ฯลฯ แม้กระทั่งคาแรคเตอร์มันก็หลากหลายได้ แต่วันที่เราต้องสร้างองค์กร เราต้องทำให้เขายืนในจุดที่มีเป้าหมายร่วมกัน อย่าคิดจะเปลี่ยนคนอื่นเพราะมันเหนื่อย เรียนรู้ที่จะปรับตัวเองคนละนิดเพื่อเข้าหากันเท่านี้ก็มีความสุขได้ค่ะ</span></p>
<h2>ในอนาคตที่กำลังมาถึง HR ควรเตรียมพร้อมรับมือกับอะไรบ้าง ?</h2>
<p><b>สุภาพร:</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่ายุคสมัยไหน สิ่งที่ HR ต้องเผชิญหน้ากับมันมาตลอดเลยคือความเปลี่ยนไปของคน HR ต้องเรียนรู้เทรนด์ของคนที่เปลี่ยนไปว่า คนรุ่นใหม่เขาเป็นยังไง แล้วต้อง Move ให้เป็น เราต้องตามให้ทัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Digital Transformation  เราก็ต้องเข้าใจยุคดิจิทัลด้วยว่าคืออะไร เราถึงบอกว่า HR หยุดเรียนรู้ไม่ได้เลย สมัยก่อน HR ทำงานค่อนข้างยาก เก็บข้อมูลต่าง ๆ แบบ Manual เยอะมาก ต่อมา HR เก่ง ๆ ต้องใช้ Microsoft Excel เป็น ใส่สูตรอะไรต่อมิอะไรได้ แต่เดี๋ยวนี้มี Business Intelligence (BI) เข้ามาช่วย สามารถประมวลผลข้อมูลเสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมง ดั้งนั้น HR อย่าเคยชินกับรูปแบบเดิม ๆ ต้องนั่งวิเคราะห์ระบบงานตัวเองไปเรื่อย ๆ เพราะอนาคตทั้งเรื่องคนและเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนไป หลักการอาจะเป็นแบบเดียวกัน แต่วิธีการอาจะปรับไปได้เรื่อยๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราทำงาน HR มา 40 กว่าปีแล้วนะ แต่ก็ยังต้องปรับวิธีการใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ</span></p>
<h2>HR สนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้อย่างไร ?</h2>
<p><b>สุภาพร: </b><span style="font-weight: 400;">HR มักอยากสร้างนโยบาย อยากสร้างแนวทางปฏิบัติ หรืออยากสร้างข้อระเบียบให้ทุกคนเดินตาม แต่บางทีระบบระเบียบมันก็ใช้ไม่ได้จริงสำหรับทุกคน เราต้องค้นหาว่า อะไรคือความผูกพัน (Engagement) ที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกันได้จริงๆต่างหาก  HR อย่าคิดแค่มุมตัวเอง เราเชื่อว่า HR ทุกองค์กรทำงานหนักอยู่แล้ว แต่แค่อยากให้กลับมาประเมินงานของเราว่ามันมีคุณค่าและสร้าง impact กับคนที่ได้รับหรือเปล่า งานของเราไม่ใช่แค่การออกนโยบายแล้วมานั่งควบคุมกฎ เราต้องสร้างความไว้วางใจให้เกิดกับพนักงาน เหมือนเวลา HR เดินไปหาพนักงานแล้วรู้สึกเหมือนถูก Audit เราถึงบอกกับ HR ของเราเสมอว่าเวลาเดินไปหาพนักงานให้ไปแบบ Visit ไม่ใช่ Audit นะ มาเยี่ยมไม่ได้มาตรวจ HR จึงต้องสร้างคาแรคเตอร์ให้เขาไว้ใจด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นย้อนกลับไปช่วงแรก ๆ ที่บอกว่า HR ต้องรักคนอื่นให้เป็น เพราะเวลาคุณรักพนักงาน คุณจะมีพลังในการคิด และค้นหาวิธีการต่างๆในการสร้างให้เกิดความสมดุลย์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง จนเกิดเป็นความเอื้ออาทร ห่วงใย ใส่ใจ ไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ซึ่งจะทำให้อาชีพ HR เป็นอาชีพที่สร้างความสุขกับพนักงาน HR ได้ค่ะ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="“HR ต้องรักคนอื่นให้เป็น” สัมภาษณ์ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล  1062" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/interview-learn-corporation-230502/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 May 2023 02:08:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[LEARN Corporation]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/interview-learn-corporation-230502/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT LEARN Corporation และธุรกิจในเครือ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2549 ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำด้านการเรียนรู้และกระจายบทเรียนคุณภาพให้เข้าถึงคนทั่วประเทศ นำทีมโดย คุณ เต๋อ &#8211; สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  LEARN Corporation มีจุดเริ่มต้นคือ OnDemand ก่อนจะต่อยอดเป็นธุรกิจในเครือมากมาย เช่น Ignite by OnDemand, TCASter, Learn Satit Pattana School (LSP), Skooldio ฯลฯ เพื่อสร้าง Lifelong Learning EdTech ที่ยกระดับความรู้คนทุกช่วงวัย LEARN Corporation เป็นองค์กรที่พนักงานทุกคนมีจิตวิญญาณเดียวกันคืออยากช่วยเหลือคนอื่น ด้วยความเชื่อที่ว่า ทุกคนมีศักยภาพและมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ หากได้รับโอกาสในการเรียนรู้ เพราะ “คน” คือหัวใจหลักขององค์กร การขับเคลื่อนธุรกิจต่าง ๆ จึงต้องอาศัยพนักงานที่มีจิตวิญญาณเดียวกัน เพื่อทำให้เป้าหมายทางธุรกิจนั้นประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ไม่ต่างอะไรกับแนวคิดของคุณ เต๋อ &#8211; สาธร อุพันวัน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">LEARN Corporation และธุรกิจในเครือ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2549 ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำด้านการเรียนรู้และกระจายบทเรียนคุณภาพให้เข้าถึงคนทั่วประเทศ นำทีมโดย คุณ เต๋อ &#8211; สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">LEARN Corporation มีจุดเริ่มต้นคือ OnDemand ก่อนจะต่อยอดเป็นธุรกิจในเครือมากมาย เช่น Ignite by OnDemand, TCASter, Learn Satit Pattana School (LSP), Skooldio ฯลฯ เพื่อสร้าง Lifelong Learning EdTech ที่ยกระดับความรู้คนทุกช่วงวัย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">LEARN Corporation เป็นองค์กรที่พนักงานทุกคนมีจิตวิญญาณเดียวกันคืออยากช่วยเหลือคนอื่น ด้วยความเชื่อที่ว่า ทุกคนมีศักยภาพและมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ หากได้รับโอกาสในการเรียนรู้</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15124 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/6165.png" alt="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation" width="600" height="370" title="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation 1068"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ “คน” คือหัวใจหลักขององค์กร การขับเคลื่อนธุรกิจต่าง ๆ จึงต้องอาศัยพนักงานที่มีจิตวิญญาณเดียวกัน เพื่อทำให้เป้าหมายทางธุรกิจนั้นประสบความสำเร็จไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต่างอะไรกับแนวคิดของคุณ</span><b> <strong class="cyan-highlighter">เต๋อ &#8211; สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ LEARN Corporation</strong></b><span style="font-weight: 400;"> ที่เชื่อว่า องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะเราเชื่อว่า EdTech เป็นธุรกิจแห่งอนาคตที่จะช่วยยกระดับการเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพบุคคลให้ประสบความสำเร็จ และมีความสุขในแบบของตนเอง เราจึงไม่หยุดพัฒนาและต่อยอดกลุ่มธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง เพื่อเป็นประตูสู่โอกาสการเรียนรู้ ที่จะมอบความสุขอย่างยั่งยืนให้กับสังคมต่อไป”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX.asia ได้พูดคุยกับเขาถึงแนวทางในการบริหารจัดการคนว่า LEARN Corporation ทำอย่างไรถึงได้เป็น <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener">Best Companies To Work For</a> ปี 2022 </span></p>
<h2>ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของ LEARN Corporation คือ OnDemand ทำไมตอนนั้นถึงตัดสินใจทำธุรกิจ Edtech</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong></b><span style="font-weight: 400;"> ผมเป็นเด็กกิจกรรมครับ เรียบง่ายเลยคืออยากช่วยคน แล้วก็เคยไปทำงานภาคเกษตรมา 5-6 ปี เพราะอยากช่วยเกษตรกร แต่พอถึงจุด ๆ หนึ่งเรารู้สึกว่าคาแรกเตอร์ตัวเองไม่ Match กับตรงนั้น ก็เลยลองมามองเรื่องการศึกษาครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมรู้สึกว่าการศึกษาอยู่กับคนเราตั้งแต่เกิดจนตายได้เลย และมันสร้าง Impact ได้มากกว่า เราพยายามใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้เข้ามาประยุกต์กับกวดวิชา ก็เลยเป็นเจ้าแรกที่เรียนคอมพิวเตอร์แบบตัวต่อตัว จาก OnDemand ก็ขยายกลายเป็น LEARN Corporation จนถึงทุกวันนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำให้คุณภาพชีวิตของคนดีขึ้น มันต้องไม่ใช่แค่สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วจบไป เพราะโลกทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา องค์ความรู้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว นำมาใช้กับโลกปัจจุบันไม่ได้ เพราะฉะนั้น “การศึกษาตลอดชีวิต” จึงเป็นมิติที่สำคัญมาก เราจึงวางตัวเองเป็น Lifelong Learning EdTech </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือจุดเริ่มต้นที่เราอยากทำอะไรเกี่ยวกับการศึกษาหรือการเรียนรู้ของคนครับ</span></p>
<h2>จากพนักงานเพียงไม่กี่คน จนมาถึงปัจจุบันที่มาพนักงานหลักพันคน คุณเรียนรู้การบริหารจัดการคนอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong></b><span style="font-weight: 400;"> จริง ๆ โชคดีที่ได้เรียนรู้ตั้งแต่ตอนทำกิจกรรมสมัยมัธยมฯ และมหาวิทยาลัย ได้เรียนรู้จากเพื่อนและคนรอบตัวที่บางคนเก่งกว่าเราอีก การได้ฝึกทำงานทำกิจกรรมเป็นการเรียนรู้กับของจริง ทุกอย่างล้วนเป็นพื้นฐานที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะพอมาทำงานจริงแล้วมันไม่เหมือนกันนะ พนักงาน 1 คน 30 คน หลักร้อย หรือหลักพันคน มันบริหารคนละแบบเลย เครื่องมือในการบริหารก็เปลี่ยนไป เรามีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับเรื่องนี้ด้วย เพื่อวิเคราะห์และนำไปพัฒนาให้ตอบโจทย์กับทั้งองค์กรและพนักงานมากขึ้น ก็ค่อย ๆ เรียนรู้จากประสบการณ์ ศึกษาเพิ่มเติม และแลกเปลี่ยนกับคนอื่นด้วยครับ</span><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15081 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-4.jpg" alt="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation" width="600" height="370" title="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation 1069"></p>
<h2>สถานการณ์ COVID-19 เป็นวิกฤตที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ ทาง LEARN Corporation เผชิญหน้ากับอะไรบ้าง แล้วได้เรียนรู้อะไรจากวิกฤตครั้งนี้ ?</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong></b><span style="font-weight: 400;"> เรียกว่าเป็นวิกฤตที่ดีนะ ทำให้เรารู้ว่าการแก้วิกฤตที่ดีที่สุดคือการป้องกันก่อนเกิดวิกฤต ในเชิงการบริการ เราเตรียมระบบการเรียนออนไลน์และครูของเราพร้อมก่อนโควิดเข้ามาอีก ดังนั้นหลังจากโควิดเข้ามา เราก็เปลี่ยนจากการเรียนปกติมาเป็นเรียนออนไลน์ได้แบบ 100% </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนในการบริหารคนภายใน มันมากเลย (หัวเราะ) ก็โชคดีที่เราทำให้กับนักเรียนของเราได้แล้ว เราก็ทำให้กับทีมงานกันเองด้วย ฉะนั้นการ Work From Home จึงไม่ได้เป็นปัญหากับเรามาก เราเริ่มปรับตัวทำ Digital Transformation มาก่อนหน้านี้ประมาณหนึ่งแล้ว มีการใช้ระบบ Cloud ในการทำงานที่บ้านต่าง ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้กระทั่งในมุม Production การบริหารจัดการก็ยากนะ แต่เราก็กระจาย Production ไปตามสาขาในกรุงเทพฯ เพื่อจะลดความเสี่ยง เราประคับประคองทีมและเปลี่ยนหน้าที่การทำงาน มีการเข้าไปเชิงรุกมากขึ้น เข้าหาโรงเรียน เข้าหานักเรียนโดยตรง ก็มีการปรับตัวในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องการดูแลพนักงาน ช่วงโควิดระลอกแรกที่ทั่วโลกยังไม่มีวัคซีน พนักงานและครอบครัวต่างได้รับผลกระทบ เราจึงตั้งทีมดูแลเรื่องโควิดโดยเฉพาะ หลายคนยังไม่มีความรู้เรื่องอาการ การดูแลตัวเอง สถานที่ตรวจ สถานพยาบาล หรือรถรับ-ส่ง เราก็ช่วยประสานให้ ตรงนี้เราดูแลทั้งพนักงานและครอบครัวพนักงานด้วย รวมทั้งน้อง ๆ พนักงานเองก็ร่วมเป็นอาสารับ-ส่งประชาชนทั่วไปไปยังสถานพยาบาลอีกแรง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่เรื่องวัคซีน เราก็มีการประสานงานขอวัคซีนซิโนฟาร์มกับทางสถาบันจุฬาภรณ์ และกระจายให้กับพนักงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานต่างชาติหรือแม่บ้านทุกคนต้องเข้าถึงวัคซีนหมด จังหวะนั้นเป็นเรื่องของชีวิต ทุกคนต้องได้รับวัคซีนอย่างเท่าเทียม ก็เป็นความดีใจของทีมงานที่ได้ทำหน้าที่นี้ </span></p>
<h2><b>ท</b>ราบมาว่าช่วง COVID-19 มีการสร้าง Online Community ในองค์กรด้วย เล่าให้ฟังหน่อยว่าสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร ?​</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong> </b><span style="font-weight: 400;">เรามีสาขาหลายสาขาและกระจายอยู่ต่างจังหวัดครับ ผมคิดว่าการสื่อสารสำคัญมาก โดยเฉพาะยิ่งในภาวะแบบนั้นการสื่อสารต้องหนักและถี่ โชคดีที่น้อง ๆ ในทีมเขาเก่งเรื่องนี้ ก็พยายามทำกิจกรรมแปลก ๆ ใหม่ ๆ ให้เล่นเกมผ่านออนไลน์ มีการไลฟ์บ่อยมาก เหมือนหาเรื่องมาเล่นกันน่ะ (หัวเราะ) คือเราต้องสร้างทั้งกำลังใจและความเข้าใจของทีมงานระหว่างการประคับประคองธุรกิจกับความเครียด ต้องบาลานซ์เรื่องสุขภาพใจของทีมด้วย อันนี้เป็นหัวใจสำคัญ</span></p>
<h2>คิดว่าอะไรที่ทำให้ LEARN Corporation เหมาะสมกับคำว่า “Best Companies To Work For”</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong> </b><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ แล้วควรให้รางวัลนี้กับจิตวิญญาณของน้อง ๆ ทีมงานมากกว่านะ ผมโชคดีที่ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน เพราะการศึกษาเป็นธุรกิจที่โดยตรงมันชัดเจนมาก ถ้าเราเป็นเนื้อแท้กับการช่วยเหลือคนอื่น มันก็จะเป็นสายใยในการเกาะเกี่ยวกัน สมมติเราเถียงกันเรื่องอะไรที่เห็นไม่ตรงกัน สุดท้ายเรากลับไปที่ว่า “นักเรียนได้ประโยชน์อะไร” สิ่งเหล่านี้เป็นจุดสำคัญ พื้นฐานสำคัญที่สุดคือจิตวิญญาณที่อยากจะช่วยคนของน้อง ๆ ที่เข้ามาอยู่ที่นี่ … พูดเหมือนโลกสวยนะแต่มันไม่ใช่โลกสวย มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สองคือเราพยายามสร้างภูเขาให้คนที่มีจิตวิญญาณแบบนั้นเข้ามาแล้วทำให้เกิดขึ้นจริง มีหลาย ๆ หน่วยงานของเราที่น้อง ๆ เข้ามาทำแล้วมีส่วนในการถือหุ้นการเป็นเจ้าของบริษัทด้วย นั่นคือความแตกต่างที่ต่อยอดมากจากจิตวิญญาณที่เขามี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายที่สำคัญคือเรื่องของ Data เราเชื่อว่าเขามีจิตใจที่ดี เขามีความสามารถแล้ว ผมว่า Data จะทำให้เราเห็นภาพเดียวกัน เช่น เราโชว์ข้อมูลนักเรียน โชว์ความรู้สึกนักเรียน หรือโชว์ผลประกอบการทางธุรกิจ ถ้าเขาเห็นข้อมูลเหล่านี้ทุกคนจะเข้าไปแก้ไขด้วยตัวเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สามเรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาคนที่เราแตกต่างจากที่อื่น</span><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15080" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-3.jpg" alt="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation" width="600" height="370" title="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation 1070"></p>
<h2>คุณมีวิธีการคัดเลือกพนักงานที่มีจิตวิญญาณเดียวกันอย่างไร ?</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong> </b><span style="font-weight: 400;">ส่วนใหญ่ผมเน้นคุยไปเรื่อย ๆ ครับ แต่ก็ตั้งเป้าว่าเราจะดูมุมมองเขาจากสิ่งที่สนใจ แล้วก็ถามว่าเขาคิดอย่างไร ? บางครั้งผมเจอน้อง ๆ ที่มีความรู้ความสามารถนะ แต่รู้สึกว่ามีจิตวิญญาณที่ทำเพื่อนักเรียนหรือทำเพื่อคนอื่นน้อย ผมก็ไม่รับ  ฉะนั้นถ้าพนักงานมี Culture Fit กับเรา เราก็จะทำงานไปด้วยกันได้ครับ</span></p>
<h2>ประเด็นเรื่องความแตกต่าง (DEI&amp;B) เป็นธีมหลักของการประกาศรางวัล HR Asia ประจำปี 2022 LEARN Corporation มีมุมมองต่อเรื่องความหลากหลายในองค์กรอย่างไร</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong> </b><span style="font-weight: 400;">พูดถึงเรื่องความหลากหลาย ผมว่ามองอีกมิติคือเราอาจจะใช้ความไม่หลากหลาย (หัวเราะ) หมายถึง ทุกคนมีจุดร่วมเดียวกันมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดร่วมของเราคือการมองเห็นคุณค่าของความเป็นคน ความเป็นมนุษย์ ถ้าเรามีจุดนี้อยู่ในใจของทุกคน ความหลากหลายมันจะหายไปเลยนะ กล่าวคือทุกคนมีคุณค่าของความเป็นมนุษย์ นโยบายของเราทุกอย่างจึงออกมาจากจุดนี้ จุดที่เชื่อในคุณค่าของความเป็นมนุษย์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สองอย่างที่ตามมาคือแนวคิดครับ หนึ่งคือเราต้องเมตตาต่อกัน ให้เกียรติต่อกัน สองคือต้องมีเหตุมีผล ต้องใช้เหตุใช้ผลกันว่าทำไมแบบนี้เราถึงไม่อนุญาตให้ทำหรือเพราะอะไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ ในความเมตตากับการใช้เหตุใช้ผลคือการรับฟังการสื่อสารกันนะ สมมติว่าเรารับฟังน้อง ๆ ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ เหตุผลเขาคืออะไร เราก็สามารถที่จะแลกเปลี่ยนกันได้ นี่เป็นจุดพื้นฐานที่ทำให้การเข้าใจเรื่องความหลากหลายหรือความแตกต่างเกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังมีนโยบายอื่น ๆ ค่อนข้างเยอะอยู่นะ เพราะว่าเรื่องเพศ เรื่องศาสนา ชนชาติ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เรามีพนักงานผสมรวมอยู่แล้ว เช่น เรามี Benefit สำหรับ LGBTQ เกี่ยวกับการแต่งงาน ปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นมนุษย์คนหนึ่ง หรือกระทั่งตำแหน่งผู้บริหารในเครือ เราก็มีผู้บริหารอายุน้อย ๆ เหมือนกัน เพราะทุกคนคือมนุษย์ครับ เราไม่มีการแบ่งแยกอะไร</span></p>
<h2>ทราบมาว่า LEARN Corporation มีสวัสดิการที่ดูแลครอบคลุมไปถึงครอบครัวของพนักงานด้วย ?</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong> </b><span style="font-weight: 400;">พื้นฐานเราอาจจะแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ แต่ชีวิตจริงมันไม่มีใครหรอกที่เจอปัญหาส่วนตัวเยอะ ๆ แล้วยังทำงานได้ดี ฉะนั้นเราจึงอยากดูแลทุกข์สุขหรือความเป็นอยู่ของทีมเราไปจนถึงครอบครัว ขณะเดียวกันเขาก็ต้องการมีชีวิตส่วนตัวที่สุขภาพดีด้วย มี Work-Life Balance ไปจนถึงการเติบโตในอาชีพการงานครับ</span><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15078" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-1.jpg" alt="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation" width="600" height="370" title="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation 1071"></p>
<h2>คิดว่า HR ต้องเตรียมพร้อมกับโลกอนาคตอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong> </b><span style="font-weight: 400;">โลกปัจจุบันเปลี่ยนเร็วมาก ฉะนั้นองค์กรควร Lead ด้วยกลยุทธ์ด้านคนครับ สมัยเดิม HR อาจจะทำงานตามฟังก์ชันต่าง ๆ แต่สมัยใหม่ต้องเข้าใจตัวธุรกิจด้วยเพื่อตอบโจทย์เรื่องคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเข้าใจธุรกิจหมายถึงการเข้าใจทิศทางของธุรกิจว่าคืออะไร องค์กรกำลังเผชิญหน้ากับอะไร ปัญหาหรือความท้าทายคืออะไร แล้ว HR ต้องย้อนกลับมาออกแบบเป็นความคิดเชิงกลยุทธ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะคนเก่า ๆ หรือปรับเปลี่ยน Flow การทำงานใหม่ เพื่อช่วยให้ทีมงานทำงานต่อได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อไป HR ต้องมีความเข้าใจในธุรกิจของตัวเองให้ลึกขึ้นครับ คนที่ทำงานด้านคนจะเป็นกลยุทธ์สำคัญขององค์กรเลย และต้องทำงานคู่ขนานไปกับ CEO เช่น คิดกลยุทธ์ได้ปุ๊บ ก็เอามาประยุกต์ใช้กับเครื่องมืออื่น ๆ เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจได้ทันที ผมว่าเป็น Mindset ของ HR สมัยใหม่ที่ควรจะเป็น</span></p>
<h2>สุดท้ายคิดว่า HR สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้อย่างไร ?</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong></b><span style="font-weight: 400;"> สำคัญมากนะ ยิ่งผมทำเรื่องการศึกษาด้วย การเรียนรู้สำคัญมาก คอนเทนต์ต่าง ๆ มาจากสมองหมดเลย ดังนั้นผมจึงมองว่าคนเป็นทั้งหัวใจ เป็นทั้งกล้ามเนื้อ และเป็นทั้งมันสมอง เฉพาะสำหรับ LEARN Corporation ธุรกิจเราขับเคลื่อนด้วยมันสมองและจิตใจ ยิ่งอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว สมองกับจิตใจมันต้องยิ่งใช้เยอะขึ้น ฉะนั้น HR ต้องประยุกต์ใช้ได้เร็ว ปรับตัวเยอะเหมือนกัน และมีความท้าทายมาก ๆ รออยู่ครับ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation 1072" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/partner-content/learn-from-the-best-program-230419/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Apr 2023 04:32:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Partner Content]]></category>
		<category><![CDATA[Learn from The BEST]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/learn-from-the-best-program-230419/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Learn from the BEST Program เป็นหลักสูตรแรกของ Kincentric Thailand บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลระดับโลก ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับที่ปรึกษาด้านภาวะผู้นำและด้านทรัพยากรมนุษย์ Learn from the BEST Program เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการเรียนรู้และศึกษารูปแบบในการดูแลพนักงานจากกลุ่มองค์กรสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทยมากกว่า 10 องค์กร Learn from the BEST Program เป็นหลักสูตรระยะยาว 10 สัปดาห์สุดเข้มข้น ผ่านการพูดคุย เวิร์คช็อป และการศึกษาดูงานในสถานที่จริง เพื่อเตรียมผู้นำให้พร้อมสู่การขับเคลื่อนองค์กรต่อไป ว่าการกันว่า การเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือการเรียนรู้จากผู้ประสบการณ์โดยตรง เพื่อค้นหาแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) แล้วนำมาปรับใช้จริงตามบริบทของตัวเอง ทว่าการเข้าถึงผู้มีประสบการณ์โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูงนั้น ย่อมเป็นโอกาสที่หาได้ยาก Kincentric Thailand บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลระดับโลก จึงเปิดโอกาสนั้นครั้งแรกผ่านโครงการ Learn from the BEST Program หลักสูตรเตรียมผู้นำให้พร้อมสู่การขับเคลื่อนองค์กร ร่วมกับพาร์ทเนอร์องค์กรแนวหน้าระดับ Best Employers Thailand กว่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></strong></p>
<ul>
<li>Learn from the BEST Program เป็นหลักสูตรแรกของ Kincentric Thailand บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลระดับโลก ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับที่ปรึกษาด้านภาวะผู้นำและด้านทรัพยากรมนุษย์</li>
<li>Learn from the BEST Program เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการเรียนรู้และศึกษารูปแบบในการดูแลพนักงานจากกลุ่มองค์กรสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทยมากกว่า 10 องค์กร</li>
<li>Learn from the BEST Program เป็นหลักสูตรระยะยาว 10 สัปดาห์สุดเข้มข้น ผ่านการพูดคุย เวิร์คช็อป และการศึกษาดูงานในสถานที่จริง เพื่อเตรียมผู้นำให้พร้อมสู่การขับเคลื่อนองค์กรต่อไป</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p>ว่าการกันว่า การเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือการเรียนรู้จากผู้ประสบการณ์โดยตรง เพื่อค้นหาแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) แล้วนำมาปรับใช้จริงตามบริบทของตัวเอง ทว่าการเข้าถึงผู้มีประสบการณ์โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูงนั้น ย่อมเป็นโอกาสที่หาได้ยาก</p>
<p><strong>Kincentric Thailand</strong> บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลระดับโลก จึงเปิดโอกาสนั้นครั้งแรกผ่านโครงการ <strong>Learn from the BEST Program</strong> หลักสูตรเตรียมผู้นำให้พร้อมสู่การขับเคลื่อนองค์กร ร่วมกับพาร์ทเนอร์องค์กรแนวหน้าระดับ Best Employers Thailand กว่า 10 องค์กร ที่จะมาแชร์แนวคิด เคล็ดไม่ลับ และเผยกลยุทธ์ในการดูแลบุคลากร</p>
<p>Kincentric Thailand คือใคร ?</p>
<p>ทำไมถึงสร้างสรรค์โครงการ Learn from the BEST Program ออกมา ?</p>
<p>แล้วทำไม HR และผู้บริหารถึงควรเข้ามาเรียนหลักสูตรนี้ ?</p>
<p>หาคำตอบได้กับคุณ <strong>ชัชพล ยังวิริยะกุล</strong> Director จาก Kincentric Thailand และ คุณ<strong> ไดน่า &#8211; มนนิการ์ ซิงห์ ที่ปรึกษา </strong>อาจารย์และที่ปรึกษาองค์กรชั้นนำ  &#8211; สอง Program Director ผู้สร้างสรรค์หลักสูตรนี้กัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14986" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/HR-EX-Cover-1.jpg" alt="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง " width="600" height="370" title="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง 1083"></p>
<h2>หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ Kincentric มาบ้าง แต่อยากให้แนะนำ Kincentric อีกสักครั้งว่าคืออะไร ให้บริการหลัก ๆ อะไรบ้าง ?</h2>
<p><b>ชัชพล:</b> <a href="https://www.kincentric.com/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Kincentric</span></a><span style="font-weight: 400;"> เป็นชื่อใหม่ครับ เราก่อตั้งขึ้นมาในปี 2019 ซึ่งก่อนหน้านี้หลายคนอาจคุ้นเคยกับชื่อเดิมของเราซึ่งคือ Aon โดยเป็นการ Spin off พาร์ทของ HR Consulting ออกมาอยู่ ภายใต้บริษัทแม่ Spencer Stuart ทำให้เราเป็น Global HR Consulting Firm ตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งเลยครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนบริการของ Kincentric นั้น เราช่วยลูกค้าแบบ End to End หลัก ๆ จะมีอยู่ 4 Practices คือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่ง &#8211; Leadership Assessment &amp; Development เรามีเครื่องมือในการประเมินผู้บริหาร เพื่อดูว่าเขามีความพร้อมหรือความเหมาะต่อการเป็น Successor หรือไม่ ? และมีเครื่องมือหลาย ๆ อย่างในการประเมินความพร้อมของผู้นำองค์กรในปัจจุบัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอง &#8211; Culture &amp; Engagement ในเมืองไทยจะคุ้นเคยกับการทำ Employee Engagement Survey ซึ่งเราเป็นผู้นำด้านนี้แทบจะในทุกอุตสาหกรรมของไทย เพราะเรามีฐานข้อมูล Benchmark Data ในระดับประเทศ ระดับRegional และระดับ Global ครับ นอกจากนี้เรายังมองภาพกว้างไปถึงเรื่อง Employee Experience และ Culture องค์กรอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาม &#8211; HR &amp; Talent Advisory โดยเราเป็นพาร์ทเนอร์กับ HR Director ที่ช่วยตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างขององค์กรที่เหมาะสมและตอบโจทย์ธุรกิจ การทำ Workforce Planning หรือการขยายองค์กรเพื่อสร้าง New S Curve ไปจนถึงการทำ Transformation องค์กรด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สี่ &#8211; DE&amp;I Diversity Equity &amp; Inclusion เป็นบริการล่าสุดของทาง Kincentric ซึ่งประเด็น DE&amp;I ในไทยจะแตกต่างจากโซนยุโรปที่เป็นเรื่องเชื้อชาติหรือเพศ แต่บ้านเราจะเป็นเรื่อง Generation Inclusive การรับฟังคนต่างรุ่นกัน ฉะนั้นพาร์ทที่สำคัญจริง ๆ ของคนไทยคือ Inclusion โดยเรามีตั้งแต่การ Training ไปจนถึงการวัดและการพัฒนา เพื่อให้แน่ใจว่าองค์กรของคุณใช้ความหลากหลายให้เป็นประโยชน์ชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังมี Kincentric </span><a href="https://www.kincentric.com/insights?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Insights Zone</span></a><span style="font-weight: 400;"> ในเว็บไซต์ของเรา เนื่องจากเราเป็น Global HR Consulting เราจึงมี Thought Leader เก่ง ๆ ระดับโลกมาให้ความรู้ในรูปแบบบทความ เพื่อให้คนทั่วไปได้อ่านงานวิจัยของเรา ทั้งเรื่อง Engagement, Diversity Equity &amp; Inclusion และอื่น ๆ เบื้องต้นเราทำเป็นภาษาอังกฤษเป็นหลัก แต่หลัง ๆ ก็เริ่มแตกเป็นภาษาอื่นเพิ่มเติม ล่าสุดเรามี Insight Zone เป็นภาษาไทยแล้วครับ เราแปลบทความของ Global เป็นภาษาไทยเลย อ่านฟรีด้วย ! เป็นสิ่งที่เราอยากแชร์กับทุกคนเพื่ออ่านอัพเดตเทรนด์หรือข้อมูลต่าง ๆ ระดับโลก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14990" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/HR-EX-Cover-5.jpg" alt="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง " width="600" height="370" title="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง 1084"></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14982 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/BEST-Program-2023_page-0001.jpg" alt="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง " width="868" height="1227" title="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง 1085"></p>
<h2>Kincentric คุ้นเค้ยกับบริบทผู้นำไทยมานานกับรางวัล Best Employers Thailand Awards ซึ่งจัดมานานกว่า 20 ปี ทำไมถึงเพิ่งจัด Learn from the BEST Program ในปีนี้เป็นปีแรก ?</h2>
<p><strong>ชัชพล: </strong>ตัวโปรแกรมนี้ไม่ได้เกิดเพราะในตลาดมีโปรแกรมแล้วเราทำตาม แต่เกิดจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาในงานประกาศรางวัล Best Employers Thailand Awards ช่วงเช้าเราประกาศรางวัล แล้วช่วงบ่ายเรามี Learning Conference ให้ผู้นำองค์กรที่ได้รับรางวัลมาแชร์ประสบการณ์ และเราได้รับฟีคแบคมาว่า “เวลามันสั้นเกินไป ฟังแล้วไม่อิ่ม” (หัวเราะ) เพราะเรามีผู้ได้รับรางวัลกว่า 10 องค์กรต่อปี และองค์กรหนึ่งมีเวลาพูดเพียง 15 นาทีเท่านั้น ซึ่งแต่ละคนมีเรื่องราวที่อยากเล่ามากมาย แถมทุกคนตัวท็อปของวงการ คนเลยถามเป็นเสียงเดียวกันว่า “จะมีโอกาสได้ฟังเต็ม ๆ ไหม ?” จากนั้นเราจึงไปคุยกับองค์กร Best Employer ต่าง ๆ ซึ่งพวกเขาก็ยินดีที่จะมาแชร์ประสบการณ์เหมือนกัน เพราะกว่าจะได้รางวัลของเรามันเรื่องราวเบื้องหลังมากมาย</p>
<p>ประกอบกับหลังสถานการณ์ Covid-19 ดีขึ้น เราจึงคิดทำโปรแกรมที่ให้ทุกคนมาเจอกันมากกว่าแค่โปรแกรมออนไลน์ ที่สำคัญคือสิ่งที่ผู้บริหารมาพูดต้องไม่ใช่เนื้อหาที่หาได้จากอินเทอร์เน็ต และเราอยากสร้างโปรแกรมที่ไม่ใช่แค่นั่งฟังอย่างเดียว แต่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ (Interact) ถาม-ตอบกันให้เคลียร์ แล้วสามารถนำไปพัฒนาตัวเองได้จริง</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีการ Site Visit เพื่อดูงานจริง มี Mentor Program โดย Mentor แต่ละคนเป็นผู้บริหารและเป็น Guest Speaker ของโครงการนี้ และจะมี Special Guest Speaker ที่จะมาให้แรงบันดาลใจด้วย ทำให้โปรแกรมนี้มีความแตกต่างและเชื่อว่าจะครบเครื่องแน่นอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14989" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/HR-EX-Cover-4-1.jpg" alt="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง " width="600" height="370" title="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง 1086"></p>
<h2>คุณไดน่าเข้ามาร่วมสร้างสรรค์ Learn from the BEST Program ได้อย่างไร และร่วมออกแบบหลักสูตรนี้ให้แตกต่างจากหลักสูตรอื่นอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>ไดน่า:</strong> คุณ <strong>นภัส ศิริวรางกูร</strong> (อีกหนึ่ง Program Director) เป็นคนชวนค่ะ จากประสบการณ์ไดน่าที่ได้ร่วมทำหลักสูตร FBI หลักสูตรบ่มเพาะผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร (Food Business Incubator) มันสนุก แตกต่าง และประสบความสำเร็จดี ซึ่งไดน่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังอีกหลาย ๆ หลักสูตรมากมายที่ผสานระหว่างวิชาการ (Academic) กับความสนุก (Entertainment) เสมอ</p>
<p>ไดน่าเชื่อว่าที่ผ่านมาเรา Learning by not doing เยอะมาก แต่การเรียนรู้ที่ดีไม่ได้เกิดจากการนั่งเรียนเท่านั้น มันต้องมาจาก Collaboration Partnership เช่น การนั่งดื่มด้วยกัน (หัวเราะ) เผลอ ๆ การเรียนรู้จากหลักสูตรนี้อาจไม่ได้มาจาก Guest Speaker เท่านั้น แต่เกิดจากผู้เรียนด้วยกันเองที่ซึมซับทัศนคติซึ่งกันและกัน &#8211; Speaker เฉียบที่สุดที่พูดแล้วเปลี่ยนเราได้อาจคือเพื่อนรอบข้างเรานะ</p>
<p>แต่แน่นอนว่า Guest Speaker ที่มาร่วมเป็นเบอร์ใหญ่ไม่แพ้กันค่ะ เรานำองค์ความรู้และประสบการณ์จาก Best Employer มาเล่าให้ฟัง หาไม่ได้จากอินเทอร์เน็ตแน่นอน ทำให้คนที่เรียนก็สามารถเป็น the Best ในเวอร์ชั่นของตัวเอง</p>
<p>ฉะนั้นมันจึงเป็นการเจอกันตรงกลางระหว่าง Guest Speaker และคนที่มาเรียน เป็น Learning Ecosystem ที่เราออกแบบมา นอกจากนี้ยังมี Surprise Guest อีกมากมาย มีกิจกรรมสนุก ๆ เช่น การเรียนรู้ Wine Pairing, การพักผ่อน Relax ในรูปแบบต่าง ๆ เพราะคนเราจะเรียนรู้ได้ดีเมื่อเรารู้สึกผ่อนคลาย เราจะแอบสอดแทรกความรู้ต่าง ๆ เข้าไป ทำให้เราซึมซับโดยที่เราไม่รู้ตัว เป็นการสร้าง Ecosystem เพื่อให้คนคนหนึ่งสมบูรณ์แบบมากกว่าค่ะ ซึ่งครั้งนี้จะเป็นหลักสูตรแรก และจะมีต่อไปเรื่อย ๆ แน่นอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14985 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/BEST-Program-2023_page-0003.jpg" alt="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง " width="1241" height="911" title="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง 1087"></p>
<h2>เมื่อกลุ่มผู้มาเรียนเป็นอีกหนึ่ง Ecosystem ที่สำคัญ คุณคนมองกลุ่มผู้มาเรียน Learn from the BEST Program คือใคร ?</h2>
<p><strong>ชัชพล:</strong> กลุ่มแรกคือกลุ่ม HR น่าจะตรงที่สุด เพราะองค์กรที่อยากพัฒนาการดูแลพนักงาน อยากเป็น Best Employer ต้องให้ HR มาเรียนครับ แต่หลักสูตรของเราไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะ HR อย่างเดียวนะ ยังตอบโจทย์คนที่จะสร้างผลกระทบให้องค์กรได้มากที่สุด นั่นคือเบอร์ 1 ขององค์กรอย่าง CEO หรือ MD เพราะว่าคนกลุ่มนี้สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง</p>
<p>นั่นเป็นสาเหตุว่า Learn from the BEST Program ไม่ได้มีไว้สำหรับ HR อย่างเดียว แต่เป็นโปรแกรมสำหรับ People Leader เบอร์หนึ่ง, คนที่เป็นผู้บริหาร, คนที่มีทีมอยู่ภายใต้บังคับบัญชา ผมว่าหลาย ๆ องค์กรสามารถจะส่ง Talent Development มาร่วมโปรแกรมนี้ยังได้เลย โปรแกรมนี้จะช่วยเปิดโลกว่า CEO ขององค์กรต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการดูแลและการพัฒนาอย่างไร</p>
<p>นอกเหนือจาก Corporate แล้ว คนที่เป็นเจ้าของ Startup และ SMEs ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้ประโยชน์ เขาจะได้เห็น Best Practice ขององค์กรขนาดใหญ่ ๆ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับองค์กรขนาดเล็กได้โดยไม่จำเป็นต้องจ้างที่ปรึกษาเลย</p>
<p>ที่สำคัญคือการได้สร้างความสัมพันธ์ (Relationship) กับคนที่มาเรียนด้วยกันเอง ได้เจอเพื่อน ๆ ที่อยากพัฒนาตัวเอง พัฒนาองค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งพาร์ทนี้เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต</p>
<p><strong>ไดน่า:</strong> ถ้าในมุมมอง Corporate ค่อนข้างเห็นด้วยกับคุณชัชว่าเป็น Decision Maker แต่สำหรับไดน่ามองไปถึงผู้บริหาร/ทายาท Second Generation หรือ Third Generation ด้วย เพราะบางทีเขายังต้องทำงานกับพ่อแม่หรือผู้ที่สร้างองค์กรมา ซึ่งเราจะยังเป็นเด็กในสายตาพวกเขาเสมอ</p>
<p>หลายครั้งที่เวลามีปัญหา เราอาจไม่สามารถคุยกับพ่อแม่ได้ แต่เราสามารถคุยกับคนในหลักสูตรนี้ได้นะ มาแลกเปลี่ยนวิธีการและปรึกษากัน อย่างที่คุณชัชบอกว่า Sizing ไม่ได้สำคัญเท่ากับ Efficiency แล้ว ปลาใหญ่เสียเงินเยอะเสมอ แต่ปลาเล็กซอกแซกเก่งมาก ฉะนั้น Big Corporate ก็อาจมาเรียนรู้จาก Small People ได้ เรามาแลก Tools, Knowledge หรือ Resource กันดีกว่าค่ะ</p>
<p>จริง ๆ มี Guest Speaker บางท่านบอกว่า “พูดเสร็จขอมาเรียนด้วยได้ไหม ?” (หัวเราะ) เพราะการเป็น Best Employer เขาต้องเรียนรู้ด้วยเช่นกัน เขาจะต้องรักษาตำแหน่งตัวเองให้ดี เรียนรู้ว่าโลกไปถึงไหนแล้ว เผลอ ๆ ความสัมพันธ์จากหลักสูตรนี้อาจสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาด้วย เช่น การได้เจอพาร์ทเนอร์ใหม่ ๆ สองบริษัทอาจมาจอยหลักคิดเพื่อ Minimize และ Maximize บางอย่างด้วยกันค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14984 size-medium" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/BEST-Program-2023_page-0002.jpg" alt="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง " width="1167" height="740" title="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง 1088"></p>
<h2 style="border-left-width: calc(5px + (1vw - 3.75px) * 0.555556); font-size: calc(20px + (1vw - 3.75px) * 0.444444);"><strong>ก</strong>ารเข้ามาร่วม Learn from the BEST Program ผู้เรียนจะได้เรียนรู้อะไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>ไดน่า: </strong>หลัก ๆ คือ Know How เกี่ยวกับบริหารจัดการค่ะ เช่น ถ้าต้องการ Reform ทุกอย่างจะต้องมี Structure อะไรบ้าง ? เพราะหลักสูตรแต่ละวันจะเริ่มต้นด้วย CEO แล้วต่อด้วย CPO แปลว่าเราจะเห็นทุกอย่างเป็น Bird Eye View ก่อน แล้วเจาะเฉพาะถึงการบริหารจัดการคน เรียกได้ว่าเห็นระบบบริหารทั้งระบบจริง ๆ</p>
<p>รวมถึงมีการ Workshop จากสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนกลับไปลองใช้เองและนำกลับมาพูดคุยกับ Guest Speaker สิ่งเหล่านี้จะสร้างเครือข่าย (Network) เพื่อสร้าง Ecosystem ที่ใหญ่และสมบูรณ์มากขึ้น อันนี้คือ Core Idea ของโปรแกรมนี้เลย</p>
<p>ผู้เรียนโปรแกรมนี้จะไม่อยู่นิ่งแน่นอนค่ะ ไม่ได้เรียนอยู่โรงแรมแบบน่าเบื่อ ไม่ค่ะ ! เราจะขยับการเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ไปแต่ละองค์กรและหลากหลายอุตสาหกรรม</p>
<p><strong>ชัชพล:</strong> ตอนออกแบบโปรแกรม เราคิดถึงการ Transform ว่า การเปลี่ยนแปลงให้เป็น Best Employer จะมี 4 เรื่องหลัก ๆ คือ  Leadership Transformation, People Transformation, Culture Transformation และภาพใหญ่เชิงโครงสร้าง Organization Transformation ว่าทั้ง 4 อย่างนี้มันเชื่อมโยงและสอดคล้องกันอย่างไร ?</p>
<p>หากสรุปโดยรวมก็จะได้ความรู้แน่นอน ได้สร้างสัมพันธ์กับผู้เรียนและ Speaker ต่าง ๆ ที่เป็นเบอร์หนึ่งขององค์กร รวมไปถึงได้รู้จักเครื่องมือของ Kincentric ว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เราเจอจะมีวิธีการประเมิน วัดปัญหา และแก้ไขมันอย่างไร ?</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14983 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/BEST-Program-2023_page-0002-Copy.jpg" alt="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง " width="1241" height="852" title="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง 1089"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14987" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/HR-EX-Cover-2-1.jpg" alt="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง " width="600" height="370" title="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง 1090"></p>
<h2>อีกหนึ่งความโดดเด่นของ Learn from the BEST Program คือการได้ Site Visit องค์กรต่าง ๆ ด้วย คุณคิดว่าการเรียนรู้ผ่าน Site Visit สำคัญอย่างไร ?</h2>
<p><strong> </strong><strong>ชัชพล:</strong> สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นครับ การได้นั่งดูนั่งฟังก็เรียนรู้ได้ระดับหนึ่งนะ แต่การเดินเข้าไปในบริษัทเขา เข้าไปในพื้นที่ของเขา เราจะเห็นเลยว่าบรรยากาศ (Vibe) และพลังงาน (Energy) ขององค์กรว่าเป็นอย่างไร ? สิ่งเหล่านี้มันหลอกกันไม่ได้ ถ้าคุณบอกว่าคุณดูแลพนักงานดี แต่บรรยากาศการทำงานไม่ดีมันก็จะสะท้อนออกมาผู้คน ผมอยากให้ทุกคนที่เรียนเข้าไปสัมผัสกับสิ่งเหล่านี้เอง ได้เห็นบรรยากาศจริง นั่นจึงเป็นสาเหตุให้เราต้องมี Site Visit ด้วย</p>
<p><strong>ไดน่า:</strong> อย่างแรกเราจะรู้ Vibe องค์กรนั้น ๆ ชัดเจน ถ้าเราอยากได้ Vibe แบบไหน เราต้องเข้าไปหาสิ่งที่มันใช่สำหรับเรา เข้าไป Get Feel นั้นจริง ๆ แล้วนำมาปรับใช้หรือตั้งเป้าหมายองค์กรเราต่อไป</p>
<p>ไดน่าคิดว่าไม่มีหลักสูตรไหนที่ Site Visit ได้ลึกเท่าของเรา เราเจาะตั้งแต่ภาพใหญ่กลาง เล็ก แล้วจบด้วยกินข้าวในพื้นที่ของเขาด้วย เพื่อได้สังเกตองค์กรแบบครบองค์ประกอบ สิ่้งเหล่านี้มันต้องเห็น ฟัง รู้สึก สัมผัส แล้วนำไปทำตาม นี่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้องค์กรของเราขยับเร็วขึ้นด้วยค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14988" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/HR-EX-Cover-3.png" alt="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง " width="600" height="370" title="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง 1091"></p>
<h2>ทำไม HR และผู้บริหารถึงควรมาเรียน Learn from the BEST Program ?</h2>
<p><strong>ชัชพล:</strong> ทีมงานทุกคนตั้งใจทำโปรแกรมนี้มาก ๆ เราไม่ใช่ทำเพราะอยากขาย Training Course แต่เรามองภาพใหญ่กว่านั้น เราอยากเห็นสังคมที่ดีขึ้น เหมือนที่เราอยากเห็นคนไทยมีความสุขในการทำงาน ฉะนั้น Learn from the BEST Program เป็นเพียงจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งเท่านั้น</p>
<p>คนที่มาเรียนต้องได้มากกว่าที่เขาคิดครับ เพราะระยะเวลา 10 สัปดาห์เป็นเวลาที่มีค่ามาก ๆ เราต้องทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่าคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งคุณจะไม่สามารถหาทางได้พบหรือได้ฟังผู้บริหารจากองค์กรระดับนี้ด้วยตัวเอง ผมก็เลยไม่อยากให้ใครพลาดโอกาสนี้ เพราะเราเชื่อว่ามันจะเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงขององค์กรจริง ๆ</p>
<p><strong>ไดน่า:</strong> แน่นอนเวลาของทุกคนมีค่ามาก ๆ ทุกคนเครียดกับงานมาเยอะแล้ว ลองมา Learning by Relaxing ดูค่ะ เรียนรู้แบบผ่อนคลาย พอเราอยู่กับคนที่เราไว้ใจมันจะเป็น Good Ecosystem เราจะได้เรียนรู้อะไรมากมาย ทุกคนจะมีความสุขกับการเจอเพื่อนที่ดี พาร์ทเนอร์ที่ใช่ ทุกอย่างเราทำเพื่อผู้เรียนทุกคน เราอยากให้มีความสุขตั้งแต่เข้ามาเรียนจนกระทั่งจบออกไป และสามารถเป็น Role Model ที่ดีกับใครอีกหลาย ๆ คน</p>
<p>ถ้าพูดถึงเรื่องความคุ้ม Kincentric ทำคุ้มแน่นอน ! เวลาที่เขามาเรียนจะไม่มีความรู้สึกเสียดายเลยค่ะ ที่สำคัญมากกว่านั้น คือความเป็นเพื่อนที่ทุกคนจะมีต่อกัน เราคิดไว้แล้วว่าจะเติบโตไปด้วยกัน ทุกคนจะได้ประโยชน์ 300% เลย ! เกินคาดอยู่แล้วค่ะ การร่วม Learn from the BEST Program จะเป็นประสบการณ์ที่ทุกคนจะลืมไม่ลงแน่นอน (ยิ้ม)</p>
<p style="text-align: right;"><em>ขอบคุณสถานที่ : JustCo at Amarin Tower</em></p>
<div class="focused-block">
<p><a href="https://forms.gle/7HfDQoA1pTZRJaRZ6?fbclid=IwAR1uGj2PFodnpMURo98L2qmf7Ifzr4BB4FdhJc12uL5-o8_FQlWbtWPZh5k" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14981 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/20230411_BEST_Poster_Final_EB.jpg" alt="20230411 BEST Poster Final EB" width="868" height="1228" title="รู้จัก Learn from the BEST Program หลักสูตรเรียนรู้การดูแลพนักงานที่ดีที่สุดจาก Best Employer ตัวจริง 1092"></a></p>
<p>ร่วมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ Best Practice จาก CEO และ C-Suite อย่างเข้มข้นแบบที่หายากตลอด 10 สัปดาห์ รับฟังเคล็ดไม่ลับในการผลักดันทรัพยากรบุคคลอย่างจริงจัง ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เวิร์คช็อป และศึกษาดูงานสุดพิเศษ</p>
<p>ระยะเวลาเรียน : 2 มิถุนายน &#8211; 11 สิงหาคม 2566 (ทุกวันศุกร์ เวลา 13:00-17:00 น.)</p>
<p>สถานที่เรียน : โรงแรม U Sathorn Bangkok</p>
<p>ค่าอบรมตลอดหลักสูตร รวมศึกษาดูงานในประเทศ 2 วัน 1 คืนแล้ว</p>
<p>ราคา Early Bird 180,000 บาท (สมัครและชำระเงินภายใน 30 เมษายน 2566)</p>
<p>ราคา Regular 200,000 บาท</p>
<p>สมัครเลย! <a href="https://forms.gle/7HfDQoA1pTZRJaRZ6?fbclid=IwAR1uGj2PFodnpMURo98L2qmf7Ifzr4BB4FdhJc12uL5-o8_FQlWbtWPZh5k" target="_blank" rel="noopener">https://forms.gle/7HfDQoA1pTZRJaRZ6</a></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมวัฒนธรรม Tech Company ถึงครองใจพนักงานรุ่นใหม่ ? สัมภาษณ์ กัญญาณัฐ ปิติเจริญ Country Manager Tinder Thailand</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrpeople/tech-compay-culture-230410/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Apr 2023 06:24:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR People]]></category>
		<category><![CDATA[Tinder Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/tech-compay-culture-230410/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Tech Company เป็นกลุ่มบริษัทที่หลายคนสนใจเข้าทำงานเป็นอันดับต้น ๆ เสมอ แม้ว่าจะมีข่าว Layoff พนักงานอยู่บ่อยครั้ง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พนักงานรุ่นใหม่สนใจสมัครงาน Tech Company น้อยลง เราได้คุยกับ แนตตี้ – กัญญาณัฐ ปิติเจริญ Country Manager Tinder Thailand ผู้ที่เคยทำงานใน Tech Company หลายแห่ง ถึงประสบการณ์การทำงานและวัฒนธรรมองค์กรที่หาไม่ได้จากบริษัทรูปแบบอื่น เอกลักษณ์หนึ่งของ Tech Company คือพนักงานทุกคนเท่ากัน มีการสรรหาที่จริงจัง การทำ 1:1 Meeting และการสำรวจความรู้สึกพนักงานเป็นประจำ การได้ทำงานใน Tech Company จึงเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าของคุณกัญญาณัฐ และเธอยังคงหยิบความรู้เหล่านั้นมาใช้ในการทำงานทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่าไม่กี่ปีมานี้ Tech Company ที่นำโดย Facebook, Google, Apple, Microsoft ฯลฯ เป็นกลุ่มบริษัทที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จนมีมูลค่าทางธุรกิจมหาศาล ทำให้หลายคนหันมาสนใจสมัครงาน Tech Company [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Tech Company เป็นกลุ่มบริษัทที่หลายคนสนใจเข้าทำงานเป็นอันดับต้น ๆ เสมอ แม้ว่าจะมีข่าว Layoff พนักงานอยู่บ่อยครั้ง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พนักงานรุ่นใหม่สนใจสมัครงาน Tech Company น้อยลง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เราได้คุยกับ แนตตี้ – กัญญาณัฐ ปิติเจริญ Country Manager Tinder Thailand ผู้ที่เคยทำงานใน Tech Company หลายแห่ง ถึงประสบการณ์การทำงานและวัฒนธรรมองค์กรที่หาไม่ได้จากบริษัทรูปแบบอื่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เอกลักษณ์หนึ่งของ Tech Company คือพนักงานทุกคนเท่ากัน มีการสรรหาที่จริงจัง การทำ 1:1 Meeting และการสำรวจความรู้สึกพนักงานเป็นประจำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การได้ทำงานใน Tech Company จึงเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าของคุณกัญญาณัฐ และเธอยังคงหยิบความรู้เหล่านั้นมาใช้ในการทำงานทุกวันนี้</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14807" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/bfcbdf11d20183dfc9fb46a0997a9142.jpg" alt="ทำไมวัฒนธรรม Tech Company ถึงครองใจพนักงานรุ่นใหม่ ? สัมภาษณ์ กัญญาณัฐ ปิติเจริญ Country Manager Tinder Thailand" width="600" height="370" title="ทำไมวัฒนธรรม Tech Company ถึงครองใจพนักงานรุ่นใหม่ ? สัมภาษณ์ กัญญาณัฐ ปิติเจริญ Country Manager Tinder Thailand 1101"></p>
<p>ต้องยอมรับว่าไม่กี่ปีมานี้ Tech Company ที่นำโดย Facebook, Google, Apple, Microsoft ฯลฯ เป็นกลุ่มบริษัทที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จนมีมูลค่าทางธุรกิจมหาศาล ทำให้หลายคนหันมาสนใจสมัครงาน Tech Company มากขึ้น</p>
<p>ขณะเดียวกันหลังสถานการณ์โควิด-19 Tech Company เองกลับเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่มีข่าว Layoff พนักงานรายวัน หนำซ้ำยังมีกระแสไล่พนักงานออกอยู่เรื่อย ๆ ไม่มีหยุด</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ความต้องการในการสมัครงานหรือผลสำรวจบริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วย ก็ยังมีชื่อกลุ่ม Tech Company ติดอันดับต้น ๆ เสมอ</p>
<p>แล้วทำไมคนรุ่นใหม่ถึงยังอยากสมัครงานกับ Tech Company กันอยู่ ?</p>
<p>วันนี้ <a href="http://HREX.asia" target="_blank" rel="noopener">HREX.asia</a> ได้พูดคุยกับ แนตตี้ &#8211; กัญญาณัฐ ปิติเจริญ ผู้มีประสบการณ์ใน Tech Company หลากหลายบริษัทและตำแหน่ง ทั้ง Google, Meta และ SEA Limited ก่อนจะจอยแอปหาคู่ไฟลุกในฐานะ Country Manager, Tinder Thailand</p>
<p>อะไรที่สิ่งที่เธอได้เรียนรู้จาก Tech Company ? ทำไมบริษัทเหล่านั้นถึงครองใจคนรุ่นใหม่ ? และท่ามกลางข่าว Lay-off พนักงานรายวัน Tech Company จะยังคงเป็นเบอร์หนึ่งอีกต่อไปไหม ? หาคำตอบได้จากบทสัมภาษณ์นี้</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14773" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/4.jpg" alt="4" width="600" height="370" title="ทำไมวัฒนธรรม Tech Company ถึงครองใจพนักงานรุ่นใหม่ ? สัมภาษณ์ กัญญาณัฐ ปิติเจริญ Country Manager Tinder Thailand 1102"></span></p>
<h2>เราได้ยินเสียงชื่นชมวัฒนธรรมองค์กรของ Tech Company อยู่บ่อยครั้ง ในฐานะคนที่เคยทำงานใน Tech Company หลากหลายแห่ง วัฒนธรรมองค์กรเหล่านั้นเป็นเรื่องจริงหรือหลอกดาว ?</h2>
<p><b>กัญญาณัฐ:</b><span style="font-weight: 400;"> ขอเล่าว่า Google กับ Facebook ที่เป็นเจ้าพ่อ Tech Company ที่สุดนั้น สองเจ้านี้มี Culture Number One จริง ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">วัฒนธรรม (Culture) ในที่นี้แปลว่า คน (People) ซึ่งคนคือผู้สร้าง<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/what-is-organizational-culture-210604/">วัฒนธรรม</a>ของบริษัทเช่นกัน </strong>แล้วทั้งสองบริษัทใส่ใจเรื่อง People First หรือ Employee First ขั้นสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง ทั้งสองบริษัทจะมี Post Survey (ของ Facebook หรือ Google Guides ของ Google) เป็นแบบสำรวจที่แต่ละบริษัทจะมีช่วงเวลาสำรวจต่างกัน 3 เดือนหรือ 6 เดือน โดยเขาจะถามว่า “คุณภูมิใจที่ทำงานที่นี่ไหม ?”, “คุณจะแนะนำเพื่อนหรือคนในครอบครัวให้มาทำงานที่นี่หรือเปล่า ?” หรือ “คุณเห็นตัวเองทำงานที่นี่ในอีก 2 ปีหรือไม่ ?” เขากล้าถามแบบนี้เลย แล้วประมาณ 95% ร่วมตอบคำถามเหล่านี้หมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเวลาเราทำแบบสำรวจต่าง ๆ เรามักรู้สึกว่าทำไปก็เท่านั้น ข้อมูลที่ให้ไปแก้ไขอะไรไม่ได้หรอก แต่ใน Google กับ Facebook เขาจริงจังกับการสำรวจมาก ๆ พอทำเสร็จปุ๊บหัวหน้าก็จะนำผลลัพธ์มาแชร์ให้ทุกคนฟัง ทีมย่อย ๆ ก็พูดถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน แล้วดูว่า Next Step ของเราต้องทำอะไร ทุกคนเลยให้ความสำคัญกับ Post Survey มาก ๆ</span></p>
<h2>คิดว่าวัฒนธรรมองค์กรของ Tech Company แตกต่างจากวัฒนธรรมองค์กรของไทยอย่างไร ?</h2>
<p><b>กัญญาณัฐ: </b><span style="font-weight: 400;">แนตตี้ไม่รู้ว่าวัฒนธรรมองค์กรไทยจ๋า ๆ เป็นอย่างไรนะ เพราะไม่เคยทำงานในองค์กรไทย แต่ก็เคยทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งที่พยายามเป็นเหมือนรุ่นพี่อย่าง Google กับ Facebook คือพยายามมีวัฒนธรรมองค์กรดี ๆ พยายาม Move Fast and Break Things แล้วก็พยายามเรียกตัวเองว่าเป็น Tech Company ก็เลยสังเกตได้ว่า เขาทำพลาดตรงไหนไปบ้าง แต่เราก็เชื่อว่าเขากำลังจะเป็นในแบบที่เขาพยายามอยู่</span></p>
<h2>วัฒนธรรมองค์กรที่ดี ช่วยมัดใจพนักงานในองค์กรได้อย่างไร ?</h2>
<p><b>กัญญาณัฐ:</b><span style="font-weight: 400;"> เวลาเราทำงานที่ไหนสักแห่ง เราเลือกหัวหน้า เลือกเพื่อนร่วม หรือเลือกทีมมากกว่าตัวบริษัท คอนเซปต์เดียวกับเวลาคนลาออกค่ะ คือคนไม่เคยลาออกจากบริษัท แต่คนลาออกจากหัวหน้างานของเขา ฉะนั้นคำว่า ‘วัฒนธรรม’ ก็คือ ‘คน’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="cyan-highlighter">Google กับ Facebook เป็นอับดับหนึ่งได้จากการคัดเลือกคนที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่เก่งอย่างเดียวนะ แต่ต้องมีวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับ Corporate Branding หรือ Company Culture ด้วย</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์งานจึงไม่ใช่การวัดแค่ IQ (ความฉลาดทางปัญญา) แต่ต้องวัด EQ (ความฉลาดทางอารมณ์) รวมไปถึงการหา Personality Type ที่จะต้องส่งเสริมกัน ฉะนั้นเราจึงได้ยินว่า การสมัครเข้าทำงานกับ Google กับ Facebook ยากมาก และไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนตตี้จำได้เลยว่า ตอนที่สมัครงาน Google ในฐานะ First Jobber ในวันปฐมนิเทศ (Orientation) เขาเอาสถิติให้ดูว่า การเข้าทำงาน Google มีโอกาสน้อยกว่าเข้าเรียน Harvard ด้วยซ้ำ นั่นแปลว่าไม่ใช่ใครจะมาทำงานได้ เขาซีเรียสกับการคัดเลือกพนักงานที่ต้องสมบูรณ์แบบที่สุด มันก็เลยเป็น Perfect System ที่วัฒนธรรมองค์กรเกิดจากผู้คนที่ทำงานกันอยู่จริง ๆ ต้องขอบคุณ HR ที่คัดเลือกคนมาดีตั้งแต่วินาทีแรกค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่เลือกถูกต้องหมด บางที HR ก็อาจโดนหลอกได้ สิ่งที่ทั้งสองบริษัททำคือการไล่คนออกช่วงทดลองงาน (Probation) เลย แล้วถ้าประสิทธิภาพในการทำงานตกเมื่อไหร่ก็จะมีการพูดคุยกันอย่างจริงจัง คุยว่าต้องพัฒนาอะไร พูดคุยกันตรง ๆ ถ้ายังไม่พัฒนาอีกก็จะมี <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/211014-performance-improvement-plan/">PIP Program (Performance Improvement Plan)</a> แล้วถ้ายังไม่พัฒนาอีก ก็คือไล่ออกจริง ๆ ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะบางบริษัทไม่กล้าไล่คนออก แล้ว HR ไม่ได้เลือกทุกคนได้สมบูรณ์แบบหรอก เราเข้าใจว่า HR คัดเลือกคนมาแล้วในระดับหนึ่ง แต่สุดท้ายถ้าหน้างานเขาทำผลงานไม่ได้ก็ต้องกล้าไล่ออกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14771" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/2.jpg" alt="2" width="600" height="370" title="ทำไมวัฒนธรรม Tech Company ถึงครองใจพนักงานรุ่นใหม่ ? สัมภาษณ์ กัญญาณัฐ ปิติเจริญ Country Manager Tinder Thailand 1103"></span></p>
<h2>ทราบมาว่า Tech Company มีการสัมภาษณ์งานที่เข้มข้น ดุดัน ไม่เกรงใจใคร  เล่าให้ฟังหน่อย ?</h2>
<p><b>กัญญาณัฐ:</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ Google กับ Facebook ทำเหมือนกัน คือเริ่มการสัมภาษณ์กับ HR เขาก็จะดู Culture Fit ก่อนเลย เพราะสัมภาษณ์แค่ 5 นาทีก็จะรู้แล้วว่าใครใช่-ไม่ใช่ เป็นการสัมภาษณ์หามุมมอง ความคิด ทัศนคติ HR จึงเป็นด่านแรกที่ต้องเจอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สองคือการสัมภาษณ์กับหัวหน้างาน หรือ Hiring Manager ซึ่งเป็นคนดูแลวัฒนธรรมของทีมตัวเองที่ใกล้ชิดที่สุด ฉะนั้น Hiring Manager จะมีสิทธิ์พูดคนแรกเลยว่าใช่-ไม่ใช่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าสัมภาษณ์ผ่านทั้งหมด ก็เป็นการสัมภาษณ์งานรอบที่ 3 โดยจะเป็นการสัมภาษณ์กับคนที่ผู้สมัครจะต้องทำงานด้วยกันใกล้ชิดที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานเคียงข้างผู้สมัคร ทำงานตำแหน่งเดียวกัน หรือจะมาทำงานแทนกัน ซึ่งจะต้องเป็นคนที่รู้เนื้องานนั้น ๆ มากที่สุด คนคนนี้จะเป็นคนสัมภาษณ์ว่าผู้สมัครทำงานได้ไหม เป็นคู่หูที่ดีไหม หรือเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีหรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนสุดท้ายคือการสัมภาษณ์กับพนักงานที่เป็นน้องเล็ก (Junior) ที่สุดในทีม ซึ่งจะสัมภาษณ์ดู Team Dynamic เท่านั้น โดย HR จะถามน้องเล็กง่าย ๆ ว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“คุณอยากกินข้าวกลางวันกับผู้สมัครคนนี้ไหม?”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เพราะถ้าน้องเล็กไม่อยากกินข้าวกลางวันร่วมกัน เขาก็จะไม่เอาผู้สมัครคนนั้นมาร่วมทีม การเลือกพนักงานก็เป็นสิทธิ์ของน้องเล็กคนนี้เช่นกัน</span></p>
<h2>ฟังวัฒนธรรมที่ดีแล้ว มีวัฒนธรรมอะไรที่ไม่ดีหรือไม่ประทับจาก Tech Company ไหม ?</h2>
<p><b>กัญญาณัฐ:</b><span style="font-weight: 400;"> อาจไม่มีที่ไม่ประทับใจ แต่แนตตี้มองว่าทุกบริษัทรวมถึง Tech Company มีเหมือนกันคือการความท้าทายในการนำวัฒนธรรมที่ดีเหล่านั้น มาใช้ในสาขาอื่นให้มีวัฒนธรรมเดียวกัน เช่น วัฒนธรรมองค์กรที่ Headquarter ดีมาก ๆ แต่พอมาเปิดสาขาที่ไทยหรือเวียดนามแล้วทำได้หรือเปล่า ? อันนี้เป็นโจทย์ที่แต่ละสาขายังมีช่องว่างนิดนึง ไม่เหมือนกับ HQ 100% แถมยิ่งไกล วัฒนธรรมยิ่งหลุด จึงมองเป็นความท้าทายมากกว่าค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14772" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/3.jpg" alt="3" width="600" height="370" title="ทำไมวัฒนธรรม Tech Company ถึงครองใจพนักงานรุ่นใหม่ ? สัมภาษณ์ กัญญาณัฐ ปิติเจริญ Country Manager Tinder Thailand 1104"></span></p>
<h2>อะไรคือสิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากการทำงานใน Tech Company ที่คิดว่าหาไม่ได้จากบริษัทอื่นแน่นอน ?</h2>
<p><b>กัญญาณัฐ:</b><span style="font-weight: 400;"> นอกเหนือจากการเลือกคนดี และการให้ความสำคัญกับ People First เสมอ อีกหนึ่งสิ่งคือทุก ๆ ลำดับขั้น (Hierarchy) ตั้งแต่หัวหน้า หัวหน้าของหัวหน้า หรือหัวหน้าของหัวหน้าขึ้นไปอีก ทุกคนเข้าถึงได้หมดเลย ไม่มีการห้ามคุยข้ามขั้นหรือห้ามคุยเล่นใด ๆ ไม่จำเป็นต้องนัดประชุมด้วย ทุกคนอยู่ในลำดับเดียวกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะสำนักงาน Tech Company ส่วนใหญ่จะ <a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/221216-office-lifestyle-newgen/">Open Floor</a> ไม่ได้แบ่งเป็นห้อง เราเดินสวนกับหัวหน้าทุกระดับได้ตลอดเวลา และสามารถเรียกคุยเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งไม่มีครั้งไหนเลยที่ถูกปฏิเสธ ทุกคนพร้อมให้เวลากับเรา รับฟังเราจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไรก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนที่แนตตี้ขึ้นเป็นหัวหน้าที่ Shopee ก็พยายามเป็นหัวหน้างานที่คุยได้เสมอ คุยได้ทุกเรื่อง จะคุยที่ไหนก็ได้ ที่ห้องกาแฟ ร้านกาแฟ หรือที่ไหนก็ได้ คุยเรื่องอะไรก็ได้ด้วย แล้วถ้าเราช่วยอะไรได้ก็จะช่วยค่ะ</span></p>
<h2>ทำงานมาตั้งแต่ระดับ Junior จนมาถึงระดับ Manager คุณได้หยิบเทคนิคการบริหารคนจาก Tech Company อะไรบ้าง มาใช้ในทุกวันนี้ ?</h2>
<p><b>กัญญาณัฐ:</b><span style="font-weight: 400;"> หยิบหลายอย่างเลยค่ะ ตั้งแต่การจ้างคนที่ดีก่อน แล้วระหว่างที่เขาอยู่กับเรา เราจะนัด 1:1 Meeting ตลอดเวลา เช่น Google และ Facebook จะเป็น 1:1 Meeting ทุกสัปดาห์อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ซึ่งเป็นการคุยจริงจังซีเรียสเลยนะ ไม่มีใครยกเลิก 1:1 Meeting ได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แรก ๆ ตอนที่แนตตี้ทำงาน Shopee ยังไม่มีคอนเซปต์นี้ แนตตี้เป็นคนเสนอ 1:1 Meeting จำได้ว่าน้อง ๆ ในทีมตกใจว่าคืออะไร นึกว่าจะต้องโดนด่าทุกอาทิตย์ (หัวเราะ) จริง ๆ ไม่ใช่นะคะ 1:1 Meeting จะมีแนวทางการพูดคุยให้เกิด One Team Attitude เพราะการรู้จักคนคนหนึ่งไม่ใช่แค่การรู้จักตัวตนในการทำงาน แต่ยังต้องรู้จักตัวตนนอกงานด้วย เนื่องจากเราอยู่ด้วยกันมากกว่าวันละ 8 ชั่วโมง นี่อาจจะเยอะกว่าเวลาเราอยู่กับแฟนหรืออยู่กับครอบครัวด้วยซ้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคนิคที่หยิบมาในการพูดคุย 1:1 Meeting เป็นรูปแบบตายตัวอยู่แล้วค่ะ เวลา 30 นาที เราจะใช้เวลา 5 นาทีแรกในการพูดคุยเรื่อยเปื่อย “เป็นอย่างไรบ้าง” “มีอะไรที่อยู่ในใจตอนนี้” การถามสิ่งเหล่านี้เราจะได้รู้ว่าพนักงานแต่ละคนโฟกัสเรื่องอะไร เช่น คนคนหนึ่งสนใจเรื่องแฟน แนตตี้ก็จะถามว่า “แฟนเป็นอย่างไรบ้าง” หรืออีกคนสนใจเรื่องงาน เราก็จะถามเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับงาน 5 นาทีแรกจะเป็นการคุยเรื่องทั่วไปเลยว่า “ตอนนี้เป็นอย่างไร”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้น 10 นาทีต่อมาคือการถามว่า “กำลังทำงานอะไรอยู่” “มีอะไรให้ช่วยไหม” เป็นลักษณะการถามแบบ “How can I help?” น้อง ๆ ก็จะไล่มาเลยว่ากำลังโฟกัสงานหนึ่ง สาม สาม สี่นะ มีปัญหาเรื่องนี้ อยากปรึกษาเรื่องนี้ ก็สามารถ Brainstorm กันได้ใน 10 นาที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">15 นาทีสุดท้ายคือ การให้ <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190528-feedback-boss-employee/">Feedback</a> ตัวแนตตี้เองว่า มีอะไรที่แนตตี้สามารถช่วยให้การทำงานของคุณหรือทีมดีขึ้นบ้าง เช่น มีครั้งหนึ่งที่น้องบอกว่า “การประชุมตอนเช้าเครียดไป ถ้าเรามีเกมเล่นสนุก ๆ ก็น่าจะดี” การประชุมครั้งถัดไป แนตตี้ก็เล่นเกมเลยทันที ดังนั้นหากมี Feedback อะไรที่แนตตี้ทำได้ ก็จะทำให้สุดความสามารถ</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190528-feedback-boss-employee/"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9026 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/05/eab15e45d59f08b07ea8f432f96d9b28.jpg" alt="เจ้านาย ลูกน้อง Feedback" width="500" height="339" title="ทำไมวัฒนธรรม Tech Company ถึงครองใจพนักงานรุ่นใหม่ ? สัมภาษณ์ กัญญาณัฐ ปิติเจริญ Country Manager Tinder Thailand 1105"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190528-feedback-boss-employee/">เจ้านายและลูกน้องควรมีวิธีการเสนอแนะ (Feedback) แก่กันอย่างไร</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>หลายองค์กรมักนำวัฒนธรรมมาเป็น Employer Branding ในการดึงดูดพนักงานรุ่นใหม่ คิดว่าทำไม Employer Branding ถึงสำคัญขนาดนั้น ?</h2>
<p><b>กัญญาณัฐ:</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะทุกองค์กรต้องการทำธุรกิจ แล้วธุรกิจจะอยู่ได้ขึ้นอยู่กับการพูดถึงองค์กรในแง่บวกเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างธุรกิจโรงแรมค่ะ โรงแรมแต่ละแห่งมีรูปแบบบริการไม่ต่างกัน คือมีเตียงให้นอนและมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างคือประสบการณ์ที่ดี และ Positive <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/221230-word-of-mouth-hiring/">Word of Mouth</a> ของโรงแรมนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Tech Company ก็เช่นกัน พวกเขาสร้าง <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220215-how-to-do-employer-branding/">Employer Branding</a> ที่แข็งแกร่งได้ เพราะมีพนักงานที่ได้โอกาสเข้าไปอยู่ เข้าใจ แล้วลาออกมา พวกเขามักพูดแต่สิ่งดี ๆ เกี่ยวกับบริษัทเหล่านี้ ซึ่งมันมีค่ายิ่งกว่าเว็บไซต์ขององค์กร การทำอีเว้นท์ หรือการทำคลิปใน YouTube แล้วมีหัวหน้ามาโปรโมทว่า ‘ทำงานที่บริษัทของเราดีอย่างไร’ เสียอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนตตี้มักพูดเสมอว่า “Google และ Facebook เป็นบริษัทที่มีวัฒนธรรมองค์กรดีมาก ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องลองไปทำงานดูสักครั้ง มันคุ้มค่าที่สุดแล้ว สองบริษัทนี้สร้างคนได้จริง” ลองนึกภาพว่ามีคนตั้งกี่คนที่พูดแบบนี้ ซึ่งไม่ได้บอกว่าต้องเกษียณที่นั่นนะ แค่มีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานของทั้งสองบริษัท เราจะรู้ว่ามันคือที่สุดจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขนาดมีสถานการณ์ <a href="https://th.hrnote.asia/tips/how-to-manage-layoffs-with-compassion/">Layoff</a> พนักงานจำนวนมาก หลายคนเป็นเพื่อนแนตตี้ด้วย ทุกคนโพสต์ใน Facebook หรือ LinkedIn ในทำนองเดียวกันว่า ‘ขอบคุณ’ ไม่มีใครเกลียดองค์กรที่ไล่ออก ไม่มีใครพูดไม่ดีเกี่ยวกับบริษัททั้ง ๆ ที่โดนไล่ออกอ่ะ สิ่งเหล่านี้คือ Competitive Advantage ของ Tech Company ที่สุดเลย</span></p>
<h2>คิดว่าข่าวการ Layoff พนักงานจำนวนมากเหล่านี้ กระทบ Employer Branding ของ Tech Company ไหม ?</h2>
<p><b>กัญญาณัฐ:</b><span style="font-weight: 400;"> มันมีวิธีการที่ถูกต้องในการ Layoff คน อยู่ที่ว่าบริษัทนั้น ๆ จะเลือกทำแบบที่ถูกต้องหรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีการ Layoff ที่ดีจะเล่าบริบทก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องราวเป็นอย่างไร กระบวนการต่อไปคืออะไร เราต้องทำอะไร เพราะอะไร แล้วอนาคตจะเป็นยังไง ทุกกระบวนต้องโปร่งใส (Transparency) นั่นคือสิ่งที่ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กทำ จะต้องมีหนังสือ ต้องมีแพคเกจค่าชดเชย (Severance Package) ที่ไม่เอาเปรียบพนักงาน พนักงานสามารถเอาตัวรอดได้เป็นปี ๆ เลยค่ะ แล้วการ Layoff เป็นเพียงเหตุการณ์ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น มันเป็นตัวเลือกสุดท้ายที่พวกเขาจะทำ เพราะอย่างไรก็ตาม People First สำคัญที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14774" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/5.jpg" alt="5" width="600" height="370" title="ทำไมวัฒนธรรม Tech Company ถึงครองใจพนักงานรุ่นใหม่ ? สัมภาษณ์ กัญญาณัฐ ปิติเจริญ Country Manager Tinder Thailand 1106"></span></p>
<h2><b>ห</b>ากมีคนทำงานรุ่นใหม่สนใจเข้าทำงาน Tech Company บ้าง คุณมีข้อแนะนำอะไรไหม ?</h2>
<p><b>กัญญาณัฐ:</b><span style="font-weight: 400;"> คนไทยส่วนใหญ่คิดว่าเข้าทำงานใน Tech Company อย่าง Google หรือ Facebook ไม่ได้หรอก แนตตี้แนะนำว่าสมัครเลย สมัครก่อน สัมภาษณ์ให้ได้ก่อน ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน เอาแค่ก้าวแรกอย่างความกล้าสมัครงาน หลายคนก็พลาดตั้งแต่แค่ไม่กล้าสมัครแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาคือฝึกสัมภาษณ์ดี ๆ เพราะการสัมภาษณ์คือประตูที่ทำให้เรามีโอกาสเข้าไปในองค์กรนั้นมากที่สุด ซึ่งปัจจุบันมีโพยในเว็บไซต์มากมายที่พูดถึงหัวข้อการสัมภาษณ์งานของ Google กับ Facebook แล้วเขาก็สัมภาษณ์ตามนั้นจริง ๆ นะ เพราะแนวคำถามมันถูกเซ็ตมาตรฐานไว้แล้ว มาตรฐานคำถามสัมภาษณ์มันเปลี่ยนกันไม่ได้ มันเป็นระบบ ฉะนั้นฝึกสัมภาษณ์ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนสัมภาษณ์กับ Google แนตตี้เองก็ตื่นเต้นนะ แต่ที่รอดมาได้เพราะเราเตรียมตัวมาแล้วว่าจะโดนคำถามอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า Google กับ Facebook เหมือน Rocketship ซึ่งการได้งานที่นี่เหมือนคุณได้ตีตั๋วขึ้นยานอวกาศ ไม่ใช่แค่การนั่ง First Class หรือนั่ง Business แต่คือการนั่งยานอวกาศเลยอ่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าคุณจะสมัครงานในตำแหน่งใดก็ตาม แต่คุณค่าที่คุณจะได้รับมันรายล้อมอยู่รอบตัวคุณ นั่นคือ People นั่นคือ Culture มันเป็นประสบการณ์ที่ต้องไปเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แค่เริ่มจากความกล้าในการสมัครงาน และเตรียมตัวสัมภาษณ์ให้ดี ฝึกซ้อมเยอะ ๆ ค่ะ</span></p>
<h2>สุดท้ายอยากให้แนะนำหนังสือสำหรับคนที่ต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เราหน่อย ?</h2>
<p><b>กัญญาณัฐ:</b><span style="font-weight: 400;">  อยากจะแนะนำหนังสือ Trillion Dollar Coach: The Leadership Playbook of Silicon Valley&#8217;s Bill Campbell เขียนโดย เอริก ชมิตต์, โจนาธาน โรเซนเบิร์ก และ อลัน อีเกิล</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14775 " src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/91wYBAJUmzL._AC_UF10001000_QL80_.jpg" alt="trillion Dollar Coach: The Leadership Playbook of Silicon Valley&#039;s Bill Campbell" width="271" height="409" title="ทำไมวัฒนธรรม Tech Company ถึงครองใจพนักงานรุ่นใหม่ ? สัมภาษณ์ กัญญาณัฐ ปิติเจริญ Country Manager Tinder Thailand 1107"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องเกริ่นก่อนว่า ผู้บริหารในวงการ Tech Company เช่น Google, Facebook หรืออื่น ๆ มี Leadership Coaching คนเดียวกันคือ บิล แคมป์เบลล์ แล้วจู่ ๆ วันหนึ่งบิลก็เสียชีวิต บรรดาลูกศิษย์ก็เลยรู้สึกว่า ทำไมไม่มีอะไรทิ้งท้ายบ้างเลย เพราะทุกอย่างที่บิลสอนมามันดีมาก ๆ ลูกสมุนนำโดย เอริก ชมิตต์ ก็เลยตัดสินใจเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อนำเรื่องราวที่ทุกคนได้เรียนรู้จาก บิล แคมป์เบลล์ มาสรุปว่า การเป็นผู้นำที่ดีคืออะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนตตี้อยากแนะนำให้ <a href="https://th.hrnote.asia/tips/5-book-for-hr-221014/">HR อ่านหนังสือ</a>เล่มนี้เหมือนกันนะ เพราะเล่มนี้พูดตั้งแต่การจ้างคนว่าต้องจ้างยังไง เวลาเราทำ 1:1 Meeting ต้องทำยังไง เวลาเราเจอความขัดแย้งต้องทำยังไง เวลาเราจะ Layoff ต้องทำยังไง เวลาเราจะ Recognize ต้องทำยังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พูดง่าย ๆ มันคือโพยการเป็นผู้นำขั้นสุด เป็นหนังสือที่ดีมาก แต่คนไม่ค่อยพูดถึงการเท่าไหร่ เลยอยากแนะนำมาก ๆ ค่ะ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="ทำไมวัฒนธรรม Tech Company ถึงครองใจพนักงานรุ่นใหม่ ? สัมภาษณ์ กัญญาณัฐ ปิติเจริญ Country Manager Tinder Thailand 1108" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยเคล็ดลับการสร้างความสุขในที่ทำงาน กับ หมอเอิ้น พิยะดา Unlocking Happiness</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrpeople/220705-interview-unlocking-workplace/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Jul 2022 07:34:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR People]]></category>
		<category><![CDATA[Unlocking Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[เอิ้น พิยะดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/220705-interview-unlocking-workplace/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ความสุขในที่ทำงานแปรฝันตามพื้นฐานชีวิตและการให้คุณค่าความสุขของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน เช่น บางคนให้คุณค่ากับรายได้ หรือบางคนให้คุณค่ากับความสัมพันธ์มากกว่า วิธีเข้าใจพนักงานที่ง่ายที่สุด คือการถามแล้วฟังให้เป็น ฉะนั้น HR ต้องทำตัวเหมือนแก้วเปล่า ไม่ตัดสินใครก่อน แล้วถามพนักงานด้วยความอยากเข้าใจเขาจริง ๆ HR ต้องเข้าใจ “ความเป็นคน” ก่อน เพราะพื้นฐานความสุขที่ทุกคนต้องการคือการมีสุขภาพกายและใจที่ดี รวมไปถึงการมีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี เพราะเมื่อก่อนเราดูแค่มาตรฐานการทำงาน แต่ตอนนี้เราอยากให้มองพนักงานว่าเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เพราะคนคือหัวใจขององค์กร การสร้างความสุขในที่ทำงานจึงเป็นสำคัญที่ผู้บริหาร หัวหน้างาน รวมไปถึง HR ควรให้ความสนใจ ซึ่งการสร้างความสุขในที่ทำงานนั้นเป็นหนึ่งในหน้าที่ของพวกเขาอีกด้วย  โดยเฉพาะช่วงไม่กี่ปีมานี้ที่ทุกองค์กรต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายมิติ ทั้งจากโรคระบาด สภาพเศรษฐกิจ สังคม รวมไปถึงการเมือง ทั้งหมดนี้ล้วนมีผลต่อสภาพจิตใจและความสุขในการทำงานไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ HREX.asia จึงชวนคุยกับ พ.ญ. พิยะดา หาชัยภูมิ หรือ หมอเอิ้น พิยะดา เจ้าของเพจ Unlocking Happiness ในงาน Creative Talk Conference 2022 ที่จัดขึ้นในวันที่ 25 – 26 มิถุนายน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ความสุขในที่ทำงานแปรฝันตามพื้นฐานชีวิตและการให้คุณค่าความสุขของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน เช่น บางคนให้คุณค่ากับรายได้ หรือบางคนให้คุณค่ากับความสัมพันธ์มากกว่า</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">วิธีเข้าใจพนักงานที่ง่ายที่สุด คือการถามแล้วฟังให้เป็น ฉะนั้น HR ต้องทำตัวเหมือนแก้วเปล่า ไม่ตัดสินใครก่อน แล้วถามพนักงานด้วยความอยากเข้าใจเขาจริง ๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">HR ต้องเข้าใจ “ความเป็นคน” ก่อน เพราะพื้นฐานความสุขที่ทุกคนต้องการคือการมีสุขภาพกายและใจที่ดี รวมไปถึงการมีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี เพราะเมื่อก่อนเราดูแค่มาตรฐานการทำงาน แต่ตอนนี้เราอยากให้มองพนักงานว่าเป็นมนุษย์คนหนึ่ง</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11765 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/07/DSC02933-scaled.jpg" alt="คุยเคล็ดลับการสร้างความสุขในที่ทำงาน กับ หมอเอิ้น พิยะดา Unlocking Happiness" width="600" height="370" title="คุยเคล็ดลับการสร้างความสุขในที่ทำงาน กับ หมอเอิ้น พิยะดา Unlocking Happiness 1113"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะคนคือหัวใจขององค์กร การสร้างความสุขในที่ทำงานจึงเป็นสำคัญที่ผู้บริหาร หัวหน้างาน รวมไปถึง HR ควรให้ความสนใจ ซึ่งการสร้างความสุขในที่ทำงานนั้นเป็นหนึ่งในหน้าที่ของพวกเขาอีกด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะช่วงไม่กี่ปีมานี้ที่ทุกองค์กรต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายมิติ ทั้งจากโรคระบาด สภาพเศรษฐกิจ สังคม รวมไปถึงการเมือง ทั้งหมดนี้ล้วนมีผลต่อสภาพจิตใจและความสุขในการทำงานไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://th.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HREX.asia</a> จึงชวนคุยกับ </span><b><strong class="yellow-highlighter">พ.ญ. พิยะดา หาชัยภูมิ หรือ หมอเอิ้น พิยะดา เจ้าของเพจ Unlocking Happiness</strong></b><span style="font-weight: 400;"> ในงาน Creative Talk Conference 2022 ที่จัดขึ้นในวันที่ 25 – 26 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา เพื่อค้นหาเคล็ดลับการสร้างความสุขในที่ทำงาน รวมไปถึงการสร้างความสุขให้กับตนเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR ที่ต้องการหาความสุขในที่งาน หรือต้องสร้างความสุขในองค์กร คำตอบอยู่ในบทสัมภาษณ์นี้แล้ว</span></p>
<h2>ขออนุญาตถามตรงๆ เลย ความสุขในที่ทำงานมีจริงไหม?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><b><strong class="yellow-highlighter">หมอเอิ้น: </strong></b>แล้วแต่คนค่ะ (หัวเราะ) จริงแล้ว ๆ <strong class="yellow-highlighter">อยู่ที่ว่าขณะนั้นและคนคนนั้นให้คุณค่า (Value) กับอะไรในชีวิต</strong> แล้วเขารู้ตัวหรือเปล่า? เช่น บางคนให้คุณค่ากับรายได้ ต่อให้งานจะหนักแค่ไหน เขาก็อาจมีความสุข ส่วนบางคนให้คุณค่ากับความสัมพันธ์ในองค์กร แต่ปรากฏว่าที่ทำงานนั้นความสัมพันธ์ Toxic มาก ทั้ง ๆ ที่เงินดีนะ เขาก็อาจไม่มีความสุขเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นความสุขแปรฝันตามพื้นฐานชีวิตของแต่ละคน รวมไปถึงการให้คุณค่าความสุขแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน</span></p>
<h2>เมื่อ HR เป็นตำแหน่งที่ต้องบริหารจัดการคน แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าพนักงานแต่ละให้คุณค่ากับอะไร?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><b><strong class="yellow-highlighter">หมอเอิ้น: </strong></b>วิธีที่ง่ายที่สุดแต่คนไม่ค่อยทำ คือ การถาม แล้วก็ฟังให้เป็นค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางทีเราถามพนักงานแต่ก็คิดคำตอบไปแล้วก็คงไม่มีประโยชน์อะไร เช่น เห็นพนักงานมีบุคลิกแบบนี้ นิสัยแบบนี้ เราก็อาจะตัดสินเขาไปแล้ว แต่ถ้า HR ทำตัวเหมือนแก้วเปล่า ไม่ต้องมีอะไรอยู่ในนั้น ไม่ต้องมีการตัดสิน และไม่ต้องคิดว่าเขาเป็นคนยังไง ถามเขาด้วยความอยากเข้าใจจริง ๆ เราก็จะได้คำตอบที่เป็นประโยชน์ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11763 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/07/DSC02919-scaled.jpg" alt="คุยเคล็ดลับการสร้างความสุขในที่ทำงาน กับ หมอเอิ้น พิยะดา Unlocking Happiness" width="600" height="370" title="คุยเคล็ดลับการสร้างความสุขในที่ทำงาน กับ หมอเอิ้น พิยะดา Unlocking Happiness 1114"></span></p>
<h2>ในงาน CTC 2022 คุณหมอพูดเรื่องการหา &#8220;สารความสุข&#8221; แล้ว HR สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการหาสารความสุขให้กับคนในองค์กรได้อย่างไรบ้าง?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><b><strong class="yellow-highlighter">หมอเอิ้น: </strong></b>เราต้องเข้าใจ “ความเป็นคน” ก่อนว่า มนุษย์เราต้องการอะไร? เช่น คนทำงานอยากประสบความสำเร็จ องค์กรอาจต้องมี Career Path หรือว่ามีจุดที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าเขาทำงานแล้วภูมิใจในตัวเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราพูดถึงสารความสุข เช่น ออกซิโตซิน (Oxytocin) เป็นเรื่องของความสัมพันธ์และการสื่อสาร ฉะนั้น HR ก็สามารถออกแบบวัฒนธรรมสื่อสารขององค์กรให้ดีได้เหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง หมอทำโรงแรมและทำคาเฟ่ แน่นอนเราเป็นธุรกิจการให้บริการ วัฒนธรรมที่ต้องสื่อสารให้ชัดๆ คือ จะทำให้ยังไงให้คนทำงานบริการรู้สึกดีกับตัวเอง หมอเลยสร้างแคมเปญว่า “การบริการคือการทำความดี” ฉะนั้นการทำงานบริการก็เหมือนเราได้ทำความดีทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือคนที่จะทำงานบริการได้ดีต้องมีการสื่อสารที่ดี ทุกอาทิตย์เราจะมีกลุ่มไดอาล็อกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ที่แต่ละหน่วยงานจะมาพูดเปิดใจกัน 5 นาที รวมไปถึงใน 1 เดือนหมอจะกินข้าวกับทุกคน นั่นคือสิ่งที่ HR สามารถออกแบบการสื่อสาร วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ในองค์กรได้เหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ถ้าเราดูแค่ความสุขพื้นฐานเลย สิ่งที่ทุกคนต้องการเหมือนกันคือการมีสุขภาพกายและใจที่ดี ถึงแม้คนทำงานเก็บเงินเพื่อใช้รักษาตัวตอนแก่ หรือเก็บเงินเยอะ ๆ เพื่อจะได้ไม่ทำงานหนักในอนาคต แต่<strong class="yellow-highlighter">เป็นไปได้ไหมที่ HR จะสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนทำงานมีสุขภาพกายและใจที่ดีตั้งแต่วันนี้เลย </strong>ไม่ต้องรอให้เขาใช้เงินวันเกษียณ สิ่งเหล่านี้คือฐานสำคัญ 3 อย่าง คือ กาย ใจ และวัฒนธรรมองค์กร</span></p>
<h2>เมื่อ HR ต้องจัดการคนอื่น แต่ถ้า HR ไม่สามารถจัดการตัวเองได้ จะมีเทคนิคอะไรในการจัดการตัวเองก่อนไปช่วยคนอื่นบ้าง?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><b><strong class="yellow-highlighter">หมอเอิ้น: </strong></b>หนึ่ง – ต้องถามตัวเองว่า “เลือกได้ไหม” หมอยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างจิตแพทย์บางคนก็ไม่ได้เลือกที่จะบำบัด (therapy) คนไข้เอง งานของจิตแพทย์คือการประเมินสุขภาพ ความคิด อารมณ์ หรือพฤติกรรม แล้ววางแผนการรักษาให้ ทั้งทางชีววิทยา (Biology) คือการให้ยา และทางจิตวิทยา (Psychology) คือการดูแลจิตใจ รวมทั้งการสอนให้สื่อสารและปรับสภาพแวดล้อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ก็เหมือนกัน เราเลือกงานของเราได้ไหม? เช่น บางคนเป็น Introvert มาก ๆ ไม่ชอบคุยกับคนเลย แล้วคนคนนั้นเอื้ออำนวยความสะดวกในด้านอื่นได้ไหม? เช่น ทำเรื่องเอกสาร กฎหมาย หรืออะไรต่างๆ ที่ไม่ต้องไปจัดการคนอื่น ส่วนคนที่ถนัดเรื่องจัดการคนก็จัดการไป แต่สิ่งสำคัญคือทั้งสองคนนี้ต้องสื่อสารกันให้ได้ HR ต้องเป็นกาวเชื่อมกันให้ได้ ไม่ใช่แค่กาวใจระหว่างพนักงานะนะ แต่ต้องเป็นกาวระหว่างคนทำงานและระดับเมเนเจอร์ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">HR ต้องทำให้พนักงานมองเห็นคุณค่า (Value) ในงานตัวเอง </strong>แต่สมมติเขาสร้าง Value ได้เท่านี้ เขาก็ต้องยอมรับนะ และถ้าเขาอยากพัฒนา เราก็ต้องเอื้ออำนวยให้เขาพัฒนาเช่นกัน เช่น ส่งเขาไปเทรนนิ่งไหม? หาโค้ชชิ่งให้? หรือมีที่ปรึกษาเพิ่ม? สุดท้ายถ้าพนักงานได้รับความช่วยเหลือ เขาจะเอาตัวเองเป็นต้นแบบ แล้วไปช่วยเหลือคนอื่นได้เหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกัน ถ้าเราไม่สามารถทำได้ตามที่องค์กรคาดหวัง ตัวเราเองก็ต้องรับผิดชอบนะ หมอว่าเราก็ไม่ควรไปโกรธองค์กร (หัวเราะ) ถ้าเราทำได้เท่านี้ โอเค ก็เท่านี้ ถ้าเรามีลิมิตเท่านั้น</span></p>
<h2>บางองค์กรมักสื่อสารให้ Push The Limit ให้ Super Productive วัฒนธรรมแบบนี้เป็นการกดดันคนทำงานมากเกินไปไหม?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><b><strong class="yellow-highlighter">หมอเอิ้น: </strong></b>คำพูดว่า “ต้องได้มากกว่านี้” มันคือการกดดันอยู่แล้วค่ะ คำถามคือ เราจะกดดันไปเพื่ออะไร?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจหลักของการสื่อสารคือเรากดดันไปเพื่อ “อะไร”  ให้เอาคำตอบนั้นแหละไปสื่อสารกับเขา เช่น ตอนนี้องค์กรของเรากำลังประสบปัญหาเรื่องการเงิน เราก็เลยปรับการทำงานเพื่อให้องค์กรของเรารอดและมั่นคง ถ้าอย่างนั้นเราก็เอาประโยคนี้ไปสื่อสารดีกว่า ไม่ใช่บอกแค่ว่า “ต้องทำให้ดีกว่านี้” นะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11764 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/07/DSC02923-scaled.jpg" alt="คุยเคล็ดลับการสร้างความสุขในที่ทำงาน กับ หมอเอิ้น พิยะดา Unlocking Happiness" width="600" height="370" title="คุยเคล็ดลับการสร้างความสุขในที่ทำงาน กับ หมอเอิ้น พิยะดา Unlocking Happiness 1115"></span></p>
<h2>สภาพแวดล้อมปัจจุบันเต็มไปด้วยปัญหา ทั้งเรื่องโรคระบาด เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ทำให้คนคนหนึ่งรู้สึกสิ้นหวังกับการทำงาน ขณะที่ HR ต้องสร้างความหวังเพื่อรักษาคนในองค์กร แต่การสร้างความหวังในสภาพแวดล้อมแบบนี้ยากมาก แล้ว HR จะสร้างความหวังให้คนอื่นได้อย่างไร?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><b><strong class="yellow-highlighter">หมอเอิ้น: </strong></b>ก่อนอื่นต้องแฟร์ ๆ ก่อนว่า ถ้าจะสร้างความหวังให้คนอื่น ต้องไม่ใช่การหลอกใช้นะ และถ้าไม่เป็นอย่างหวัง เราจะรับผิดชอบสิ่งนั้นยังไง ถ้าเราจัดการมายเซ็ทต์ตรงนี้ได้ คนที่ร่วมเดินทางไปกับเรา เขาจะรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจ (Trust) ซึ่งการไว้เนื้อเชื่อใจเกิดขึ้นได้จากการเป็นต้นแบบที่ดี เช่น บอกว่าต้องพูดเพราะนะๆ แต่เจ้าตัวพูดสารพัดสัตว์เลย (หัวเราะ) ความไว้เนื้อเชื่อใจไม่เกิดแน่นอน ฉะนั้นอย่าถามถึงความหวังเลย เราต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้ได้ก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาต้องสื่อสารว่าความหวังนี้เขาจะได้ประโยชน์อะไร ตัวเราเองได้ประโยชน์อะไร มีอะไรให้สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ถ้าผิดพลาด เรารับผิดชอบร่วมกัน มันก็จะเกิด Motivation หรือแรงจูงใจในการเดินไปด้วยกัน อย่างน้อยถ้ามีอะไรผิดพลาด เขาก็ไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีเพื่อนและเจ้านายที่ไม่ทิ้งฉัน</span></p>
<h2>ท้ายที่สุดแล้ว ความสุขในที่ทำงานเกิดขึ้นเพราะอะไร?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><b><strong class="yellow-highlighter">หมอเอิ้น: </strong></b>เพราะ Awareness ค่ะ ความสุขในที่ทำงานจะเกิดขึ้นได้ ถ้าทุกส่วนมีความตระหนักรู้ถึงตัวเอง คือคนทำงานต้องมีความตระหนักรู้ว่าเขามีจุดอ่อน-จุดแข็งอะไร ต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร อยากสื่อสารอะไร เราอยู่ที่นี่จะมีประโยชน์กับองค์กรอย่างไร ทำไมที่นี่ขาดเราไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR เองซึ่งเป็นคนตรงกลาง ก็ต้องมี Awareness ว่าจะดูแค่ KPIs ไม่ได้แล้วนะ เราจะต้องดูชีวิต อารมณ์ และสุขภาพจิตของพนักงานด้วย ถ้าเขาไม่มีประสิทธิผล ต้องหาให้ได้ว่าอะไรที่ทำให้เขาไม่มีประสิทธิผล และอย่าตัดขาดความเป็นมนุษย์ของเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรหรือผู้บริหารเองก็ต้องมี Awareness ว่าจะบริหารแต่ตัวเลขไม่ได้แล้วนะ จะบริหารแต่งานอย่างเดียวไม่ได้แล้ว คุณต้อง Keep People นั้นไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ<strong class="yellow-highlighter">เมื่อก่อนเรามักดูแค่มาตรฐานของคนทำงาน แต่ตอนนี้เราอยากให้มองเห็นว่า พนักงานก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งด้วย</strong> แค่นั้นเอง</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="คุยเคล็ดลับการสร้างความสุขในที่ทำงาน กับ หมอเอิ้น พิยะดา Unlocking Happiness 1116"></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/pomelo-fashion-hybrid-workplace-220531/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 May 2022 09:55:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Pomelo Fashion]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/pomelo-fashion-hybrid-workplace-220531/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT บทสัมภาษณ์คุณ แอปเปิ้ล – ปิยะนุช ลิมาภรณ์วณิชย์ Chief People Officer แห่ง Pomelo Fashion กับการออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace ในองค์กร Fashion-Tech อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ถ้าพูดในแง่ HR กับองค์กร Hybrid Workplace คือการบาลานซ์กันระหว่างทิศทางของ Employer และ Employee ทั้งการเติบโตทางธุรกิจของผู้บริหาร และความต้องการความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน แนวคิด Employee Centric เกิดจากการมองคนคือหัวใจสำคัญของการทำงาน และเชื่อว่าคนคือกุญแจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ หากผู้บริหารใรแนวคิดนี้ก็จะทำให้องค์กรเข้าใกล้ใกล้พนักงานมากขึ้น ฉะนั้นผู้บริหารต้องเปิดใจฟังพนักงานเพื่อสร้างการเข้าใจจริง ๆ นับตั้งแต่เกิด COVID-19 โลกการทำงานก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โดยเฉพาะรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ จนเกิดแนวทางใหม่อย่าง Hybrid Workplace รูปแบบที่เปิดโอกาสให้ทุกคนทำงานที่บ้าน ทำงานทางไกล หรือทำงานที่ออฟฟิศได้ตามสะดวก หนึ่งในองค์กรตัดสินใจปรับเปลี่ยนการทำงานสู่ Hybrid Workplace เต็มตัวคือ Pomelo (โพเมโล) แบรนด์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">บทสัมภาษณ์คุณ แอปเปิ้ล – ปิยะนุช ลิมาภรณ์วณิชย์ Chief People Officer แห่ง Pomelo Fashion กับการออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace ในองค์กร Fashion-Tech อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ถ้าพูดในแง่ HR กับองค์กร Hybrid Workplace คือการบาลานซ์กันระหว่างทิศทางของ Employer และ Employee ทั้งการเติบโตทางธุรกิจของผู้บริหาร และความต้องการความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">แนวคิด Employee Centric เกิดจากการมองคนคือหัวใจสำคัญของการทำงาน และเชื่อว่าคนคือกุญแจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ หากผู้บริหารใรแนวคิดนี้ก็จะทำให้องค์กรเข้าใกล้ใกล้พนักงานมากขึ้น ฉะนั้นผู้บริหารต้องเปิดใจฟังพนักงานเพื่อสร้างการเข้าใจจริง ๆ</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11497 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/05/IMG_7595-scaled.jpg" alt="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ" width="600" height="370" title="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ 1122"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับตั้งแต่เกิด COVID-19 โลกการทำงานก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โดยเฉพาะรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ จนเกิดแนวทางใหม่อย่าง </span><b>Hybrid Workplace </b><span style="font-weight: 400;">รูปแบบที่เปิดโอกาสให้ทุกคนทำงานที่บ้าน ทำงานทางไกล หรือทำงานที่ออฟฟิศได้ตามสะดวก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในองค์กรตัดสินใจปรับเปลี่ยนการทำงานสู่ Hybrid Workplace เต็มตัวคือ </span><b>Pomelo (โพเมโล)</b><span style="font-weight: 400;"> แบรนด์ Fashion-Tech ขวัญใจสาว ๆ ที่ปัจจุบันให้บริการหน้าร้านใน 6 ประเทศ ทั้งไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ </span><span style="font-weight: 400;">และส่งสินค้าไปกว่า 50 ประเทศทั่วโลก</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สิ่งสำคัญคือ HR ต้องรู้ว่าองค์กรจะเปลี่ยนเป็น Hybrid Workplace ตอนไหน เพราะถ้าเกิดเร็วไปก็เสี่ยง เกิดช้าไปก็ตกขบวน สำหรับเรามันคือ Dynamic Hybrid Working Arrangement คือต้องเปลี่ยนแปลงและปรับตัวให้เข้ากับชั่วโมงหรือสถานการณ์ ณ ตอนนั้นให้ได้”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://th.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HREX.asia</a> ได้พูดคุยกับ </span><b><strong class="green-highlighter">แอปเปิ้ล – ปิยะนุช ลิมาภรณ์วณิชย์ Chief People Officer แห่ง Pomelo Fashion </strong></b><span style="font-weight: 400;">ผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการ HR มานานนับ 20 ปี เพื่อเฟ้นหาว่าอะไรคือความสำเร็จของการทำงานแบบ Hybrid Workplace ในแบบฉบับของ Pomelo ซึ่งเธอบอกกับเราว่า แค่ Hybrid อย่างเดียวไม่พอ ต้องมี Dynamic ด้วย</span></p>
<h2>ทำงานในวงการ HR มานาน ทั้งบริษัท Consulting, Luxury Fashion ก่อนจะเข้าสู่ Fashion-Tech อย่าง Pomelo คุณมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของวงการ HR ในภาพรวมอย่างไรบ้าง?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีนี้เราทำงาน HR เป็นปีที่ 20-21 ปีแล้ว ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงในวงการเยอะเหมือนกันนะ ตั้งแต่ที่เรายังเป็นระดับจูเนียร์ก็จะทำงานตามขั้นตอนหนึ่ง สอง สาม สี่ เป็น Process Driven ที่ทำตามสิ่งที่ถูกออกแบบมาแล้วใน Blueprint แต่ระยะหลังสัก 2-3 ปีที่ผ่านมา เราเห็นภาพการทำงานที่เปลี่ยนจาก Process Driven เป็น People Driven มากขึ้น <strong class="yellow-highlighter">องค์กรเริ่มถูกกำหนดด้วย “คน” (People) ไม่ได้กำหนดด้วย “ขั้นตอน” (Process)  หรือ “กระบวนการ” (Procedure) อีกต่อไป</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราปฏิบัติต่อพนักงาน (Employee) เหมือนลูกค้า ดูว่าเขาอยากได้อะไร มีความต้องการแบบไหน แล้วเราก็ปรับตัวตามลูกค้าของเราจนเกิดสิ่งที่เรียกว่า Employee Centric ขึ้นมา ซึ่งมันเปลี่ยนไปมากแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะสัก 15 ปีที่แล้วไม่มีใครพูดเรื่องนี้เลย มีแต่ให้ทำตามขั้นตอนอย่างเดียว เป็นคนละภาพกับปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้การทำงานจึงสนุกขึ้น ถ้าเราปรับตัวตามนะ (หัวเราะ) เพราะแต่ก่อนเรานั่งโต๊ะทำงาน แต่วันนี้เราต้องเดินไปหาพนักงาน ไปคุยกับเขา เอาตัวไปคลุกกับเขา ไปเข้าใจเขา มันก็เลยสนุกค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11498 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/05/IMG_7604-scaled.jpg" alt="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ" width="600" height="370" title="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ 1123"></span></p>
<h2>อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ HR หันมาใส่ใจพนักงานจนกลายเป็น Employee Centric Organization?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้เริ่มได้รับการพูดถึงในช่วงที่การตลาดเติบโตกันมาก ๆ เขาเริ่มเปลี่ยนจากทำงานตามกระบวนการเป็น User Centric หรือ Customer Centric มากขึ้น เราว่ามันเกิดขึ้นใกล้ ๆ กัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมไปถึง Generation ที่เปลี่ยนไปซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุกคนต้องปรับตัวเลยนะ เพราะไม่ว่าจะทำอาชีพใด ๆ ก็ตาม แต่ละ Generation ก็มองการทำงานต่างกัน ข้อสนุกของเจนฯ ปัจจุบันคือการเปิดกว้างค่ะ ทำให้เราว่าเข้าใจเขาง่ายกว่าเดิมอีก ถ้าเราอยากเข้าใจเขาจริง ๆ นะ (หัวเราะ) เพราะเขาจะแสดงออกมาตรง ๆ กล้าแสดงความคิดเห็น ไม่มีการบอกว่า “หนูไม่กล้าพูด” ยกตัวอย่างเด็ก Pomelo อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 27-28 ปี เป็น New Generation อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างมาก ทำให้น้อง ๆ กล้าแสดงความคิด ผู้บริหารเองก็เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ พอน้อง ๆ แสดงความคิด เราก็เริ่มรู้สึกว่าอยากตอบสนอง ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น Question, Concern หรือ Comment สิ่งเหล่านี้ทำให้การทำงานของเราสนุกขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาจริงถ้าจับหลักดี ๆ ช่วงนี้การทำงานสนุกขึ้นนะ เหมือน COVID-19 ทำให้เราทำงานท้าทายขึ้น เพราะนี่เป็นครั้งเดียวในชีวิตของคนคนหนึ่งที่มีโอกาสได้เห็น Pandemic แบบทั้งโลก เราคงไม่มีโอกาสเจอสถานการ์ณนี้กันบ่อย ๆ หรอก <strong class="yellow-highlighter">COVID-19 ก็คล้าย ๆ บททดสอบครั้งใหญ่ของเราเหมือนกันนะ ถ้าคุณทำได้ คุณก็สอบผ่าน</strong></span></p>
<h2>หลายองค์กรเจอ COVID-19 แล้วกลายเป็นความกังวล แต่ทำไมคุณถึงมองมันเป็นเรื่องสนุกและความท้าทาย?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">กว่าที่จะมาถึงความสนุก เราก็ผ่านความรู้สึกแย่ ๆ ประมาณ 2-3 สัปดาห์เหมือนกัน เราเข้ามาทำงานที่ Pomelo ช่วงเดือนมีนาคม 2020 เข้ามาปุ๊บก็ประกาศ Work From Home เลยทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่เฉพาะเราหรอก แต่ไม่ว่าใครก็ต้องปรับตัวเหมือนกัน เพราะ COVID-19 เป็นสิ่งใหม่ที่เราไม่รู้จักมาก่อน เป็นสภาพแวดล้อมไม่มีใครรู้จัก ก็เลยต้องปรับตัวอยู่ประมาณ 2-3 สัปดาห์ จนไปอ่านบทความหนึ่งก็คิดได้ว่ามันเป็น Once in a Lifetime เราจึงต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่า เราแข็งแกร่งนะ</span></p>
<h2>หลังปี 2022 สถานการณ์ COVID-19 เริ่มคลี่คลายลงแล้ว จากนี้ HR ควรให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรมากขึ้น?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">ถ้าพูดในแง่ HR กับองค์กร คือการบาลานซ์กันระหว่างทิศทางของ Employer และ Employee ค่ะ</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">แน่นอนทิศทางธุรกิจเกิดขึ้นจากความต้องการของผู้บริหารที่ต้องการให้ธุรกิจเติบโต แต่เราจะทำอย่างไรให้เกิดความสมดุลระหว่างสิ่งนั้นกับความต้องการของพนักงาน </strong>ทั้งความเป็นอยู่ที่ดี รวมไปถึงความรู้สึกปลอดภัยในงาน เพราะ COVID-19 มีการกลายพันธุ์ทุกปีทุกซีซั่น ซึ่งแต่ละซีซั่นก็มีโจทย์แตกต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างปีแรก เราจะทำอย่างไรให้พนักงานรู้สึกปลอดภัยในงาน รู้สึกว่า Pomelo ยังมีงานให้คุณทำนะ เพราะพนักงานจะรู้สึกว่า “ฉันจะตกงานไหม?” เนื่องจาก Pomelo ไม่ได้มีแค่ออฟฟิศ แต่เรายังมีคนหน้าร้าน มีโกดัง มี Customer Service มี Call Center มีหลายอาชีพในบริษัท ปีแรกจึงเป็นการโปรโมทว่าเรายังมี Job Security ให้พนักงานนะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอผ่านไปสักพักธุรกิจเริ่มไม่ดี เกิดความคิดว่าเมื่อไหร่ COVID-19 จะหายไป ไม่รู้ว่าออฟฟิศจะกลับมาเปิดได้ไหม ตอนนั้นพนักงานก็จะเริ่ม Burnout และ Exhausted ซึ่งสามารถไปไกลถึง Organization Fatigue หรือความเหนื่อยล้าทั้งองค์กรได้ สิ่งนี้เป็นปัญหาก้อนใหญ่ของปี 2021</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอปลายปี 2021 กำลังจะเข้า 2022 องค์กรก็เริ่มเรียก<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220507-back-to-the-office/">กลับมาทำงานออฟฟิศ</a> เราก็คุยกับผู้บริหาร คุณ เดวิด โจว (David Jou) ที่มีความคิดตรงกันว่า เราอยากไปข้างหน้า เราอยากเป็น Forward Thinking Organization ไม่อยากประกาศบังคับว่า “ทุกคนกลับออฟฟิศกันเถอะ” เราว่ามันเป็นช่วงโอกาสเดียวที่จะได้โชว์ให้พนักงานเห็นเลยว่า เราเป็น Forward Thinking Organization จริว ๆ  เรารู้ว่าคุณมีความต้องการอะไร แล้วเราพร้อมที่จะสนับสนุนคุณ ฉะนั้นปี 2022 Pomelo เลยประกาศเป็น Hybrid Workplace</span><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11499 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/05/IMG_7616-scaled.jpg" alt="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ" width="600" height="370" title="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ 1124"></span></p>
<h2>ช่วงนี้หลายบริษัทปรับตัวเป็น Hybrid Workplace มากขึ้น คิดว่าทำไม Hybrid Workplace จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ณ ช่วงเวลานี้</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกองค์กรมีความตั้งใจที่อยากสนับสนุนพนักงานอยู่แล้วค่ะ แล้ว Hybrid Workplace เป็นส่วนผสมที่ลงตัวทั้งฝั่ง Employers และ Employees</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเราพูดในโหมด Employees เราก็อยาก Work From Anywhere อยากมี Freedom อยากมี Autonomy ส่วนฝ่าย Employers เองก็ต้องทำ Appreciation และ Retention เพราะฉะนั้นนายจ้างจะต้องหาความสามารถในการแข่งขัน (Competitive Advantage) ให้ได้ เพื่อที่จะรักษาพนักงานเก่าให้อยู่กับเรา หรือแม้กระทั่งดึงดูดพนักงานใหม่จากภายนอกให้เข้ามาอยู่กับ Pomelo ค่ะ</span></p>
<h2>แต่ Employee แต่ละคนก็มีความต้องการที่แตกต่างกัน Pomelo ออกแบบ Hybrid Workplace อย่างไรให้ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงาน เพราะไม่ใช่ทุกคนที่อยากเข้าออฟฟิศ, อยาก Work From Home หรืออยาก Work From Anywhere อย่างเดียว?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เราทำแบบสำรวจ (Survey) ค่ะ Pomelo เป็นองค์กรที่ชอบทำ Survey มาก ในเมื่อพนักงานเปิดกว้างแล้ว HR ก็ต้องเปิดใจที่จะรับฟังด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Hybrid Workplace ของ Pomelo เกิดจากพนักงานที่ถามเยอะมากว่า “จะกลับออฟฟิศเมื่อไหร่?” ซึ่งตอนนั้นเราคิดในใจว่าไม่กลับแล้วได้ไหม (หัวเราะ) แต่เราจะประกาศแบบนั้นไม่ได้ไง เราก็เลยสำรวจว่า มีคนอยากกลับ/ไม่อยากกลับออฟฟิศเพราะอะไร? ผลปรากฏว่าประมาณ 78-80% อยากเป็น Hybrid Workplace มากกว่า โดย Pomelo นิยามคำว่า Hybrid คือการให้อิสระในการออกแบบว่าแต่ละสัปดาห์คุณมีงานอะไรที่ต้องรับผิดชอบและจะทำงานจากที่ไหน โดยเรามี 5 วัตถุประสงค์ (Objectives) คือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่ง &#8211; ต้อง Elevate Productivity ให้ได้ เพราะบางคนมาออฟฟิศก็ไม่ได้ Productivity แต่ไปนั่งร้านกาแฟได้ Productivity มากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอง – ต้องมี Purposeful Collaboration เราจะทำยังไงให้พนักงานรู้สึกอยากมาออฟฟิศแล้วเจอแผนกอื่น มาทำ Workshop มาฟัง Event หรือมาดื่มเบียร์ก็ได้ เป็นการกลับมาออฟฟิศอย่างมีความหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาม – เราอยากสร้าง Learning Culture ให้ร้อยเรียงไปกัน เช่น เราประกาศให้ทุกวันพุธเป็น Focus Day ที่ให้ทุกคนมีเวลาเรียนหนังสือออนไลน์ 1 ชั่วโมง โดยเราไปพาร์ทเนอร์กับ Udemy องค์กร Training ที่มีคอร์สเรียนมากมาย 6,000 กว่าคอร์ส</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สี่ &#8211; Social Bonding เราอยากให้พนักงานมาเจอกันผ่านการสร้างพื้นที่ให้พวกเขาได้มา ข้อนี้เกิดจากการสำรวจที่เป็น Biggest Pain Point ของพนักงานคือ Lost Interaction เพราะพนักงานที่นี่เป็นคน Outgoing และ Extrovert เยอะมาก อยู่บ้านนาน ๆ มันจะเฉา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ห้า – ข้อสุดท้ายคือการสร้างความมั่นใจให้พนักงานเรื่อง Safety Wellbeing แม้ว่าเราจะเป็น Hybrid แต่เรายังต้องมี Safety Protocol เช่น เราถามพนักงานว่าฉีดวัคซีนกันกี่เข็มแล้ว ถ้ายังฉีดไม่ครบอยากให้เราช่วยอะไรไหม เราเชื่อว่า Pomelo เป็นองค์กรแรก ๆ เลยที่ประกาศว่าได้ฉีดวัคซีนเข็มแรกในปี 2020 และตอนนี้เราก็ยังสร้างความมั่นใจว่า พนักงานเรา Feel Safety Feel Secure with Good Wellbeing ซึ่ง 5 ข้อนี้มันมาจากทำ survey หมดเลยนะ</span></p>
<h2>ถ้าแบ่งพนักงานออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ จะมีกลุ่มที่ทำงานภายในออฟฟิศ และกลุ่มที่ทำงานภายนอก ทาง Pomelo มีนโยบายในการรองรับการทำงานของคนทั้งสองกลุ่มนี้ต่างกันอย่างไร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลสำรวจมีคนที่อยากทำงานออฟฟิศราว 5% ซึ่งจะเป็นคนที่เห็นหน้าทุกวัน (หัวเราะ) เราก็สนับสนุน Facility ที่ใช้งานได้จริง ซึ่งเรากำลังอยู่ในแผนที่จะทำให้สถานที่ทำงานเป็น Self Service คือพนักงานอยากได้อะไรก็สามารถทำได้เอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่พนักงานส่วนใหญ่ 80% อยากได้ Hybrid โดยอีก 15% ขอทำงานที่บ้าน 100% ซึ่งส่วนใหญ่คือคนทำงานสาย Technology เราได้คุยพนักงานก็เลยรู้ว่า 15% ที่เขาขอทำงานที่บ้านเต็มตัวเพราะเขาอยากกลับบ้านที่ต่างประเทศ เราก็เลยปล่อยนโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่น (Flexible Work Arrangement) ออกมากมาย มี Remote Location ที่ทำงานที่ไหนก็ได้ แต่ต้องเขียนใบสมัครเข้ามานะว่าต้องการนโยบายเพราะอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานแบบ Full-Time เป็น Part-Time ได้ เช่น พนักงานอยากเอาเวลาไปทำธุระเกี่ยวกับครอบครัว เขาไม่ต้องลาออก แค่เปลี่ยนเป็น Part-Time แล้วพอจัดการอะไรเรียบร้อยก็ค่อยกลับมาทำงาน Full-Time เหมือนเดิม โดยเราจะให้เซ็นเอกสารใบหนึ่งว่าคุณเปลี่ยนจากทำงาน 100% เป็น 50% ทำงานกี่วันต่อสัปดาห์ ได้เงินเดือนเท่าไหร่ แต่คุณยังได้ประกันสังคม ได้ประกันสุขภาพปกติ เพราะ Pomelo เชื่อว่าคนเรามีช่วงชีวิตที่แตกต่างกัน และเชื่อว่าพนักงาน Pomelo รักองค์กร อยากอยู่กับเรา ไม่ได้อยากลาออก มีบางสื่อถามเราว่าทำแบบนี้แล้วพนักงานไม่อยากลาออกไปจากเราเหรอ? แต่เราบอกว่า “ไม่” แต่มันทำให้เขารู้สึกมีส่วนร่วม (Engage) มากขึ้น เพราะองค์กรได้สนับสนุนเขาในช่วงที่ยากลำบาก เราว่ามันเป็นตัวส่งเสริม <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190722-employee-engagement/">Engagement</a> มากกว่า</span><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11500 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/05/IMG_7629-scaled.jpg" alt="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ" width="600" height="370" title="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ 1125"></span></p>
<h2>เมื่อมีคนหลากหลายทั้งอายุ สัญชาติ หรือความคิดเห็น Pomelo มีวิธีการสร้างวัฒนธรรมองค์รกรอย่างไรให้ทุกคนรู้สึกว่า “เราเป็นหนึ่งเดียวกัน”</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีนี้เราโฟกัสเรื่อง Fashion-Tech Culture ค่ะ เพราะ<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/what-is-organizational-culture-210604/">วัฒนธรรมองค์กร</a>เป็นสิ่งเดียวที่ยึดเราไว้ด้วยกัน ยกตัวอย่างแม้ว่าเราอยู่คนละจังหวัด แต่ถ้าเรามองตัวเองว่าเป็นคนไทย เราก็จะเป็นคนไทยเหมือนกัน เราว่าคอนเซปต์คล้ายกันนะ ถ้าเรามองว่าตัวเองคือ Pomelo ทำงานอยู่ที่ไหนก็เป็น Pomelo ฉะนั้นวัฒนธรรมเราต้องเข้มแข็งมาก เราก็เลยพยายามจัดการให้ถูกที่ถูกทางอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องที่สองคือการให้ความสำคัญกับ Inclusive Community ทั้งเรื่อง Diversity, Equality และ Inclusion เพราะที่ Pomelo มีพนักงานหลากหลายเชื้อชาติมาก 30+ เชื้อชาติได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องที่สามคือการสร้างให้เกิด <a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/skills-for-future-is-skills-of-learning-01072022/">Learning Culture</a> ทำให้คนรู้สึกว่าอยู่ Pomelo แล้วมีการเรียนรู้ที่ดี ไม่ว่าจะจาก Udemy จากเพื่อนร่วมงาน หรือจากหัวหน้างาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายที่สำคัญคือการเน้นย้ำว่า การทำงานของคุณที่ Pomelo นั้นมีความหมาย ไม่ใช่แค่งานที่ทำไปวัน ๆ ทำให้พนักงานเกิดไอเดียมากมาย มีสารพัดโปรเจกต์ที่กำลังนำเสนอกันอยู่ ก็เลยเป็นข้อสุดท้ายของวัฒนธรรมเราที่ว่า Work that Matters</span></p>
<h2>สิ่งหนึ่งที่บริษัท Fast Fashion หลายองค์กรมักพบเจอคือ คำครหาเกี่ยวกับการสร้าง Waste กับโลกใบนี้ Pomelo มีวิธีจัดการยังไงให้คนในองค์กรอย่างไรให้รู้สึกว่า องค์กรของเราไม่ได้ทำร้ายโลกขนาดนั้น</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต้องทำให้คนเข้าใจเรื่อง <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190618-sustainable-organization/">ความยั่งยืน (Sustainability)</a> ซึ่งเราจะมี Pomelo Work Week ที่ทุกวันพฤหัสจะมี Ideation Day แต่ละแผนกก็จะมาเล่าให้ฟังว่าเขาทำอะไร มีไอเดียอะไร ยกตัวอย่าง ทีมผลิตเสื้อก็จะมาโชว์ให้เราดูว่าผลิตยังไง Recycle ยังไง ซึ่ง Sustainability ก็เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่เคียงคู่ Pomelo มาตั้งแต่แรก ๆ เลย ล่าสุดเราก็เพิ่งจ้าง Head of Sustainability เข้ามานะ ทำเรื่องความยั่งยืนโดยเฉพาะ นี่คือสิ่ง Pomelo ตั้งใจและรู้ด้วยว่ามันสำคัญมาก และพนักงานของเราก็สนใจเรื่องความยั่งยืนเป็นปกติของเขาอยู่แล้ว</span></p>
<h2>อยากทราบว่าแนวคิด Employee Centric เกิดขึ้นจากอะไร แล้วมันสร้างให้เกิดขึ้นได้ไหม?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจจะเริ่มจากกลุ่ม Tech Companies ที่มองว่า<strong class="yellow-highlighter"> คนคือหัวใจสำคัญของการทำงาน </strong>แม้กระทั่งตอนที่เราทำงาน Consulting ที่ไม่มีโปรดักส์อะไรเลย แต่เราก็ปฏิบัติต่อคนเป็นโปรดักส์ไม่ได้ เพราะคนมี Emotional มี Logical ฉะนั้น Tech Companies หรือ Global Companies จึงเชื่อว่า<strong class="yellow-highlighter"> คนคือกุญแจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอกลับมามองบริษัททั่วไป เขาอาจมองว่าโปรดักส์คือตัวขับเคลื่อนธุรกิจ ไม่ได้มองว่าคนทำให้เกิดโปรดักส์ ก็เลยอาจโฟกัสแต่การขายของอย่างเดียว ซึ่งถ้าเราเปลี่ยนทัศนคติได้ว่าคนคือทุกอย่าง คนคือผู้สร้างสิ่งเหล่านี้ มันจะทำให้เราเข้าใกล้ความเป็นคน เข้าใกล้ประชาชน และเข้าใกล้พนักงานมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้ CEO และ Leadership ต้องคิดให้ได้ ซึ่งองค์กรอื่น ๆ ก็ทำได้นะ ไม่ได้ยากเลย คือเราปฏิบัติต่อกันแบบลำดับชั้น (Hierarchy) ให้น้อยที่สุด ไม่ใช่บอกว่าองค์กร Flat แต่ยังมี Layer ของชนชั้นอยู่ <strong class="yellow-highlighter">ฉะนั้นผู้บริหารต้องเปิดใจฟังพนักงานเพื่อสร้างการเข้าใจจริง ๆ</strong></span></p>
<h2>หากในอนาคต Hybrid Workplace ไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป คิดว่าจะมีรูปแบบการทำงานแบบไหนเกิดขึ้นมาอีกบ้าง?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่ารูปแบบการทำงานจะมีที่ทางไปแต่ไม่ใช่ทิศทางตรง ๆ เราคาดการณ์ว่าจะมีทิศทางที่แตกต่างไป ซึ่ง Employee จะเป็นออกแบบเทรนด์การทำงานของเขาเองว่าจะเปลี่ยนไปมากน้อยขนาดไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สมมติว่าเปิดประเทศหมดเลย เขาก็อาจ Work From Anywhere จริง ๆ ไม่ใช่แค่ Remote Working แล้ว องค์กรจะทำยังไง ใช้นโยบายอะไรมาสนับสนุนพนักงาน เราถึงใช้คำว่า Dynamic Hybrid Workplace ไว้ เพราะมันต้องปรับ ต้อง Dynamic ไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และถ้า Dynamic ทั้งองค์กรไม่ได้ เราต้องรู้ว่ากลุ่มไหนที่ทำได้และทำไม่ได้ เราต้องออกแบบให้การทำงานให้เหมาะกับแต่ละทีม เป็น Customize หรือ Personalize เหมือนเราขายเสื้อผ้ายังมีไซซ์และสีที่แตกต่างกันเลย แล้วพนักงานของเราที่เป็นลูกค้าล่ะ ทำไมเราจะ Customize หรือ Personalize ได้?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นมันเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งผู้บริหาร พนักงาน และก็ทรัพยากรบุคคล ทุกคนทุกฝ่ายมีส่วนทำให้เกิดขึ้น และเราต้องลด ego ลง ก็จะทำให้เราเข้าใจและฟังพนักงานได้อย่างเปิดใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ 1126" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Q&#038;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/qaarticle/220503-qa-of-the-month-april-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 May 2022 07:39:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Q&A]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/220503-qa-of-the-month-april-2022/</guid>

					<description><![CDATA[Highlight HRM หลัง COVID-19 ต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดเรื่อง การยึดติดกับสถานที่ทำงาน เพื่อติดตาม ตรวจสอบ และหาแนวทางใหม่ นำเสนอให้หัวหน้าหน่วยงานเชื่อถือ และยอมรับในการบริหารจัดการแนวใหม่ การสร้างความสัมพันธ์ในองค์กรที่หยุดไม่พร้อมกัน ควรจัดเป็นกลุ่มย่อยและสลับกันไปทำกิจกรรม 1 2 หรือ 3 กลุ่ม โดยพยายามสลับกลุ่มในปีถัดไป ไม่ให้ซ้ำเดิม,​ทำกิจกรรมภายในองค์กร หรือทำงานจิตอาสา พนักงานไม่ติดต่อเกิน 3 วันทำงาน ถือว่าขาดงาน แนะนำให้ส่งหนังสือลงทะเบียบตอบรับไปยังที่อยู่ของลูกจ้าง โดยให้ระบุข้อความ &#8220;ให้ติดต่อกลับมายังบริษัทภายใน 3 วันทำการ หากพ้นกำหนดจะถือว่าพนักงานละทิ้งหน้าที่ ขาดงานไม่มีเหตุผล&#8221; การลาป่วยเนื่องจากโควิด หรือป่วยเนื่องจากโรคอะไรก็ตามสามารถลาป่วยได้ ส่วนระยะเวลาก็ตามที่ป่วยจริง และมักจะเข้าใจว่าลาได้ไม่เกิน 30 วัน ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดนะครับ การลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง เพียงแต่จะได้ค่าจ้างไม่เกิน 30 วัน หากลามากกว่า 30 วัน คือตั้งแต่วันที่ 31 เป็นต้นไปจะไม่ได้รับเงิน  เมื่อลาออกแล้ว วันพักร้อนเหลือ สามารถ ทำได้ 2 วิธีที่นิยมทำคือ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Highlight</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">HRM หลัง COVID-19 ต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดเรื่อง การยึดติดกับสถานที่ทำงาน เพื่อติดตาม ตรวจสอบ และหาแนวทางใหม่ นำเสนอให้หัวหน้าหน่วยงานเชื่อถือ และยอมรับในการบริหารจัดการแนวใหม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การสร้างความสัมพันธ์ในองค์กรที่หยุดไม่พร้อมกัน ควร</span><span style="font-weight: 400;">จัดเป็นกลุ่มย่อยและสลับกันไปทำกิจกรรม 1 2 หรือ 3 กลุ่ม โดยพยายามสลับกลุ่มในปีถัดไป ไม่ให้ซ้ำเดิม,​ทำกิจกรรมภายในองค์กร หรือทำงานจิตอาสา</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">พนักงานไม่ติดต่อเกิน 3 วันทำงาน ถือว่าขาดงาน แนะนำให้ส่งหนังสือลงทะเบียบตอบรับไปยังที่อยู่ของลูกจ้าง โดยให้ระบุข้อความ &#8220;ให้ติดต่อกลับมายังบริษัทภายใน 3 วันทำการ หากพ้นกำหนดจะถือว่าพนักงานละทิ้งหน้าที่ ขาดงานไม่มีเหตุผล&#8221;</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การลาป่วยเนื่องจากโควิด หรือป่วยเนื่องจากโรคอะไรก็ตามสามารถลาป่วยได้ ส่วนระยะเวลาก็ตามที่ป่วยจริง และมักจะเข้าใจว่าลาได้ไม่เกิน 30 วัน ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดนะครับ การลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง เพียงแต่จะได้ค่าจ้างไม่เกิน 30 วัน หากลามากกว่า 30 วัน คือตั้งแต่วันที่ 31 เป็นต้นไปจะไม่ได้รับเงิน </span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">เมื่อลาออกแล้ว วันพักร้อนเหลือ สามารถ ทำได้ 2 วิธีที่นิยมทำคือ 1. ใช้วันพักร้อนที่เหลืออยู่ให้หมด หรือ 2. รับเป็นเงินแทนวันพักร้อนที่เหลือหรือใช้ไม่หมด</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">ทุกการทำงานล้วนมีข้อสงสัยหรือคำถามที่ต้องการคำตอบ การทำงานของฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือทรัพยากรมนุษย์ก็เช่นกัน ที่มักเต็มไปด้วยประเด็นยาก ๆ ที่ HR หลายคนต้องการปรึกษาคนอื่นเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ HR NOTE.asia จึงได้เปิดเว็บไซต์</span><a href="https://qath.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;"> HR Board</span></a><span style="font-weight: 400;"> เว็บบอร์ดถาม-ตอบ (Q&amp;A Forum) ที่จะช่วยกระชับช่องว่างระหว่างคนทำงานสาย HR เข้าด้วยกัน และเป็นชุมชนแห่งใหม่ของ HR ที่จะเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเราเชื่อว่าการแบ่งปันความรู้ (Knowledge sharing) คือพลังอันยิ่งใหญ่ ที่จะช่วยให้ HR ทุกคนก้าวผ่านอุปสรรคในทำงานไปด้วยกัน และก่อเกิดความรู้ใหม่ ๆ ต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11272 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/05/Slide1-600x370.png" alt="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022 1139"></span><span style="font-weight: 400;">ผ่านพ้นเดือนสุดร้อนของปีอย่างเมษายนไปแล้ว ซึ่งบางอาทิตย์อากาศร้อนจริง แต่บางอาทิตย์อากาศกลับเย็นลงซะอย่างนั้น แต่สภาวะการทำงานของเพื่อน ๆ HR ยังคงร้อนทุกวัน เพราะใน HR Board มีคนเข้ามาถามถึงปัญหาการทำงานอยู่เรื่อย ๆ ทั้ง </span><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1196"><span style="font-weight: 400;">การคำนวณอัตราการลาออก</span></a><span style="font-weight: 400;">, </span><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1208"><span style="font-weight: 400;">สัญญาจ้างลูกจ้างชั่วคราว</span></a><span style="font-weight: 400;">,​ หรือ </span><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1197"><span style="font-weight: 400;">เรื่องการลาและวันหยุดประจำปี</span></a><span style="font-weight: 400;">, </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สำหรับ Q&amp;A of the month 5 ข้อที่เราคัดสรรในที่นี้ เราเลือกจากคำถามที่ประโยชน์ เข้าถึงทุกคน โดยมีคำถามที่สามารถใช้งานได้จริงจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็น partner ของเรา โดยมีคำถามและคำตอบที่น่าสนใจ ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>Q1: แนวโน้มและสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปในการปฏิบัติด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HRM) หลังยุคโควิด-19?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวโน้มและสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปในการปฏิบัติด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HRM) หลังยุคโควิด-19 จะเป็นยังไงครับ</span></p>
<h3>A: โดย Poonnie HR</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดเรื่อง การยึดติดกับสถานที่ทำงาน เพื่อติดตาม ตรวจสอบ และหาแนวทางใหม่ นำเสนอให้หัวหน้าหน่วยงานเชื่อถือ และยอมรับในการบริหารจัดการแนวใหม่  ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด ขึ้นกับลักษณะธุรกิจมากกว่าครับ  เช่นถ้ามีสายการผลิตในโรงงาน ยังไงก็ต้องมาทำงาน แต่ส่วนงานอื่นๆ จะบริหารจัดการยังไง  เพื่อให้ไม่รู้สึกเลือกปฏิบัติ สิ่งเหล่านี้ผมว่า HR ควรจัดเตรียมแนวทาง ปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปให้ผู้บริหารได้พิจารณาทางเลือกที่เราจัดเตรียมให้ครับ</span></p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11273 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/05/Slide2-600x370.png" alt="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022 1140"></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1192"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Board</span></a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9063 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/shutterstock_521325412-1.jpg" alt="การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management : HRM)" width="500" height="334" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022 1141"></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/th-whatishrm-190117/"><span style="font-weight: 400;">การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management: HRM)</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h2>Q2: จะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร สำหรับร้านอาหารที่พนักงานไม่สามารถหยุดงานพร้อมกันได้อย่างไร?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะพนักงานแต่ละคน หยุดงานไม่พร้อมกัน จะสลับกันหยุด พนักงานเข้างานกันคนละรอบ และเลิกงานดึก และเป็นธุรกิจร้านอาหารที่ไม่สามารถปิดบริการเพื่อให้พนักงานไปทำกิจกรรมได้  จะพอมีกิจกรรมอะไรที่สามารถให้พนักงานทำเพื่อสร้างความสัมพันธ์กันได้บ้างมั้ยคะ</span></p>
<h3>A: โดย นภัสราพร เด่นพงศ์พันธุ์</h3>
<ol>
<li> <span style="font-weight: 400;">จัดเป็นกลุ่มย่อยและสลับกันไปทำกิจกรรม 1 2 หรือ 3 กลุ่ม  โดยพยายามสลับกลุ่มในปีถัดไป ไม่ให้ซ้ำเดิม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">กิจกรรมภายในองค์กร หรือ การทำโครงงาน  การเล่นเกม แข่งขันออกกำลังกาย  เล่นเกมใน ผ่าน  Social  Media อย่างเหมาะสม  สามารถสร้างสายสัมพันธ์ได้เช่นกัน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">งานจิตอาสา ทั้งแบบนอกสถานที่ และ ภายในสถานที่ก็ทำได้เช่นกัน</span></li>
</ol>
<h3>A: โดย Poonnie HR</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยลักษณะของธุรกิจบริการ วันหยุดคือวันทำเงินของธุรกิจเลย ดังนั้น บุคลากรในร้านคือสิ่งสำคัญ ซึ่งพนักงานกลุ่มนี้จะไม่ได้หยุดในวันหยุดปกติ กิจกรรมที่ผมเคยมีส่วนร่วมของธุรกิจนี้ สามารถทำได้ใน 2 มิติคือ ทำเล็กๆ แต่ต่อเนื่อง เช่น กิจกรรมพบปะพูดคุยช่วงปิดร้านของร้านในโซนเดียวกัน หรือกลุ่มพื้นที่เดียวกัน ใช้เวลาสัก 2 ชั่วโมง ทานข้าว นั่งคุยระหว่างผู้จัดการร้านหลายๆ คน ให้บริการน้องๆ ในแต่ละร้านของโซน สามารถทำได้ Q ละครั้ง เลยครับ หรือ เดือนละครั้ง ก็ไม่บ่อยเกินไป  ส่วนถ้าทำใหญ่ๆ คือการจัด Outing ภาพใหญ่ สลับกะกันไปต่างจังหวัด ทริปละ 2 วัน 1 คืน ก็เป็นสิ่งที่พนักงานรอคอยเช่นกันครับ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เคยทำแบบนั้นแล้ว ผลความพึงพอใจของน้องๆ ในร้านมีคะแนนค่อนข้างดี แต่สิ่งที่ตามมาคือ Budgeting ที่สูงพอสมควรครับ ลองบริหารจัดการดูครับ</span></p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11274 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/05/Slide3-600x370.png" alt="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022 1142"></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1199"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Board</span></a><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-9092 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/05/Team-Building-Process-1-500x370.jpg" alt="Team Building Process" width="500" height="370" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022 1143"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190430-team-building-process/"><span style="font-weight: 400;">กระบวนการจัดกิจกรรมสร้างทีมสัมพันธ์ (Team Building Process) อย่างมีประสิทธิภาพ</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h2>Q3: พนักงานไม่ติดต่อถือว่าขาดงานได้ไหมคะ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ขออนุญาติสอบถามคะ พนักงานรายเดือน ไม่ติดต่อหัวหน้างาน ให้ขาดงานได้ไหมคะ ใช้สิทธพักร้อนหมดเเล้วคะ ลากิจใช้สิทธิหมดเเล้วคะ </span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h3>A: โดย ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานไม่ติดต่อเกิน 3 วันทำงาน ถือว่าขาดงาน แนะนำให้ส่งหนังสือลงทะเบียบตอบรับไปยังที่อยู่ของลูกจ้าง โดยให้ระบุข้อความ &#8220;ให้ติดต่อกลับมายังบริษัทภายใน 3 วันทำการ หากพ้นกำหนดจะถือว่าพนักงานละทิ้งหน้าที่ ขาดงานไม่มีเหตุผล&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางบริษัท ทำหนังสือเลิกจ้างได้ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง ตามมาตรา 119 (5) กฎหมายคุ้มครองแรงงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรณีในลักษณะนี้มีเกิดบ่อย ๆ ในหลาย ๆ องค์กร ควรใช้หลักการแรงงานสัมพันธ์ และการสื่อสารที่ดี ชี้แจงทำความเข้าใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กับพนักงานบ่อย ๆ จะไป จะมาขอให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องและไม่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จะดีที่สุด สบายใจทั้งสองฝ่ายค่ะ</span></p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11275 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/05/Slide4-600x370.png" alt="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022 1144"></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1207"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Board</span></a><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9184 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/05/shutterstock_299616500-1.jpg" alt="พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่" width="500" height="343" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022 1145"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190515-newlaborprotection/"><span style="font-weight: 400;">พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ เพิ่มสิทธิประโยชน์อะไรให้แก่ลูกจ้างบ้าง</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h2>Q4: พนักงานเพิ่งทำงานได้ 1 เดือนติดโควิด ลาป่วย 15 วันได้ไหม?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานเพิ่งทำงานได้ 1 เดือนและติดโควิด ลาป่วย 15 วัน และหลังจากหายป่วยได้ทำการขอลาออก  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กฏหมายแรงงานลาป่วยได้ 30 วันต่อปี แต่พนักงานทำงานแค่ 1 เดือนลาไปแล้ว 15 วัน และขอลาออกจากงาน  แบบนี้ต้องหักเงินหรือไม่คะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1 ปีลาป่วยได้ 30 วัน / 6 เดือนลาป่วย 15 วัน (นับแบบนี้หรือไม่คะ)​</span></p>
<h3>A: โดย ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กรณีพนักงานสัญญาจ้างเป็นพนักงานประจำ ใช้สิทธิลาป่วยได้ตามที่ป่วยจริง โดยบริษัทจ่ายค่าจ้างไม่เกิน 30 วันต่อปี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจ่ายค่าจ้าง นับตามจำนวนวันที่มาทำงานวันสุดท้ายค่ะ กรณีนี้น่าเห็นใจนายจ้าง แนะนำให้พูดคุยกับลูกจ้างกรณีที่ต้องหักเงินค่าจ้าง</span></p>
<h3>A: โดย Poonnie HR</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การลาป่วยเนื่องจากโควิด หรือป่วยเนื่องจากโรคอะไรก็ตามสามารถลาป่วยได้ ส่วนระยะเวลาก็ตามที่ป่วยจริง และมักจะเข้าใจว่าลาได้ไม่เกิน 30 วัน ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดนะครับ การลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง เพียงแต่จะได้ค่าจ้างไม่เกิน 30 วัน หากลามากกว่า 30 วัน คือตั้งแต่วันที่ 31 เป็นต้นไปจะไม่ได้รับเงิน (ลาได้แต่ไม่ได้ค่าจ้าง) และการลาจะนับวันทำงานเท่านั้น โดยหลักกฎหมาย คือ &#8220;ต้องลาเฉพาะวันทำงาน&#8221; เพราะ &#8220;วันหยุดมีสิทธิหยุดอยู่แล้วไม่ต้องลา&#8221;  ไม่ใช่ว่าวันอาทิตย์เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ต้องยื่นใบลาป่วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สรุปง่ายๆ คือ ลาป่วยไม่สามารถคิดเป็น Prorate ได้นะครับ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนการลากิจ กฏหมายกำหนดไว้เป็นสิทธิ์ของลูกจ้างที่สามารถลาเนื่องจากกิจธุรอันจำเป็นได้ แต่กฏหมายให้อำนาจนายจ้างในการออกระเบียบการลากิจไว้ เพราะฉะนั้นฝ่ายบุคคลสามารถเฉลี่ยตามอายุงานได้ (Prorate) ถ้าระเบียบที่นายจ้างกำหนดไว้เช่นนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการลาพักร้อนใช้หลักการเช่นเดียวกับการลากิจได้ครับ</span></p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11276 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/05/Slide5-600x370.png" alt="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022 1146"></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1202"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Board</span></a><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-10287 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/01/pexels-anna-shvets-4226206-1-600x370.jpg" alt="9 สิ่งที่ HR ไม่ควรทำ เมื่อต้องเลิกจ้างพนักงานหรือไล่ออก" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022 1147"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210120-dont-when-fire-an-employee/"><span style="font-weight: 400;">9 สิ่งที่ HR ไม่ควรทำ เมื่อต้องเลิกจ้างพนักงานหรือไล่ออก</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h2>Q5: ลูกจ้างสามารถใช้วันหยุดประจำปีก่อนลาออกได้ครบตามจำนวนวันที่ตกลงกันไว้กับนายจ้างหรือไม่?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้กำลังจะลาออกจากบริษัทที่ทำอยู่ปัจจุบัน (แจ้งออกวันที่ 5 เมษายน ทำงานวันสุดท้ายวันที่ 4 พฤษภาคม) และในขณะนี้ มีวันหยุดประจำปีที่มีสิทธิ์สามารถใช้ได้อยู่ 11 วัน แต่เนื่องจากเดือนนี้วันหยุดเยอะ จึงไม่สามารถใช้ได้ทั้งหมด เลยจะแจ้งนายจ้างว่าจะขอใช้วันลาพักร้อน 6 วัน (สิทธิ์วันลาพักร้อนที่ได้หลังจากทำงานครบปี ซึ่งตอนนี้ทำงานมาครบปีกว่าๆ แล้ว) นับตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม ย้อนกลับขึ้นมา 6 วัน แปลว่าวันที่เราจะทำงานวันสุดท้ายในออฟฟิศ คือวันที่ 22 เมษายน แต่ทางนายจ้างแจ้งว่า ไม่สามารถให้หยุดครบ 6 วันได้ เลยให้ทำงานวันสุดท้ายเป็นวันที่ 26 เมษายนแทน (ให้เหตุผลว่างานมีปริมาณมาก ทำไม่ทันกำหนด)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จึงเกิดข้อสงสัยว่า หากทางนายจ้างไม่สามารถให้เราใช้สิทธ์วันหยุดครบ 6 วัน ตามที่เราควรได้แล้ว ทางนายจ้างจำเป็นต้องจ่ายค่าชดเชยมาแทนหรือไม่ กับ 2 วันที่เราต้องมาทำงานเพิ่ม หรือทางนายจ้างมีสิทธิ์ไม่อนุญาตให้เราใช้วันหยุดครบตามจำนวนวันตามที่แจ้งไปได้คะ</span></p>
<h3>A: โดย ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ลูกจ้างสามารถใช้สิทธิวันหยุดพักร้อนก่อนลาออกได้ค่ะ แต่แนะนำว่าต้องไม่ให้งานเสียหายเนื่องจากมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใช้ไม่หมด ให้คุยกับนายจ้าง นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดพักร้อน (วันหยุดพักผ่อนประจำปี) ที่ลูกจ้างยังใช้สิทธิไม่ครบ</span></p>
<h3>A: โดย Poonnie HR</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อลาออกแล้ว วันพักร้อนเหลือ สามารถ ทำได้ 2 วิธีที่นิยมทำคือ</span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> ใช้วันพักร้อนที่เหลืออยู่ให้หมด</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> รับเป็นเงินแทนวันพักร้อนที่เหลือหรือใช้ไม่หมดครับ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อพึงระวังในการคิดจำนวนวันพักร้อนที่เหลือ คือ พักร้อนที่บริษัทให้คิดเป็นจำนวนวันต่อปี ดังนั้น จำนวนวันพักร้อนที่ได้ เมื่อเราลาออกจะได้ไม่ครบจำนวนปี หรืออธิบายง่ายๆ คือ Prorate วัน เช่น พักร้อน 1 ปีได้ 10 วัน (1 มกรา &#8211; 31 ธันวา)  ถ้าเราแจ้งลาออกมีผลพ้นสภาพวันที่ 1 กรกฎา เท่ากับ เราทำงาน 6 เดือน ดังนั้น วันพักร้อนที่ได้จะได้แค่ 5 วัน ไม่ใช่ 10 วันนะครับ</span></p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11277 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/05/Slide6-600x370.png" alt="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022 1148"></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1201"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Board</span></a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7443 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/0414-1200x630.jpg" alt="0414" width="487" height="256" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022 1149"></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210120-dont-when-fire-an-employee/"><span style="font-weight: 400;">ข้อดี 5 ประการของการทำงานในช่วงวันหยุดสงกรานต์</span></a></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeh62azDrXAtiIzd1wwOBWPkNP_a-qlTowsfmadhZTySp4GLA/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32989 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับชวนในบทความตำถามบอร์ด.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับชวนในบทความตำถามบอร์ด-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับชวนในบทความตำถามบอร์ด-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับชวนในบทความตำถามบอร์ด-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับชวนในบทความตำถามบอร์ด-1536x480.png 1536w" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94" width="1600" height="500" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนเมษายน 2022 1150"></a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความเหลื่อมล้ำมีอยู่จริง ยิ่งรายได้สูง ยิ่งมีโอกาสเงินเดือนขึ้น</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/news/220419-high-earners-high-offer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Apr 2022 08:07:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/220419-high-earners-high-offer/</guid>

					<description><![CDATA[แปลกแต่จริงกับงานวิจัยของ Indeed ที่สำรวจแรงงานในประเทศอังกฤษพบว่า ผู้ที่มีรายได้สูงมักได้รับการขึ้นค่าแรงมากที่สุด (19%) ตรงกันข้ามกับผู้ที่มีรายได้ต่ำมักได้รับการขึ้นค่าแรงน้อยที่สุด (6%) ทำให้ผู้ที่มีรายได้สูงมีโอกาสมากกว่าถึง 3 เท่า การวิจัยนี้เกิดขึ้นท่ามกล่างอัตราเงินเฟ้อประเทศอังกฤษที่พุ่งสูงสุดในรอบ 3 ศตวรรษ และค่าพลังงานสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น โดยรายละเอียดการเปรียบเทียบพบว่า ผู้ที่มีรายได้ 100,000-150,000 ปอนด์ขึ้นไปจะได้รับการเสนอให้ขึ้นเงินเดือน 20-23% แตกต่างจากผู้ที่มีรายได้ 5,000-14,999 ปอนด์จะได้รับข้อเสนอให้ขึ้นเงินเดือนเพียง 5%-7% ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ที่มีรายได้สูงมักได้รับอัตราการขึ้นค่าแรงที่สูงกว่าด้วย เช่น ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 25,000 ปอนด์ จะได้รับเสนอให้เพิ่มเงินเดือนมากกว่า 7% (เพื่อให้มากกว่าเงินเฟ้อ) เพียง 5% แต่ผู้ที่มีรายได้ 100,000-15,000 ปอนด์ขึ้นไป มีสัดส่วนได้รับข้อเสนอเพิ่มเงินเดือนมากกว่า 7 % มากถึง 30-31% ทีเดียว ความเหลื่อมล้ำดังกล่าวทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า มาตรฐานค่าครองชีพของอังกฤษกำลังลดต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 1950 นี่จึงเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ต่ำ เมื่อชาวอังกฤษกว่า 11% กำลังดิ้นรนเพื่อให้มีรายได้พอประทังชีวิต และกว่า 29% ไม่สามารถซื้ออะไรที่เกินความจำเป็นได้เลย แจ็ค [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แปลกแต่จริงกับงานวิจัยของ Indeed ที่สำรวจแรงงานในประเทศอังกฤษพบว่า ผู้ที่มีรายได้สูงมักได้รับการขึ้นค่าแรงมากที่สุด (19%) ตรงกันข้ามกับผู้ที่มีรายได้ต่ำมักได้รับการขึ้นค่าแรงน้อยที่สุด (6%) ทำให้ผู้ที่มีรายได้สูงมีโอกาสมากกว่าถึง 3 เท่า</p>
<p>การวิจัยนี้เกิดขึ้นท่ามกล่างอัตราเงินเฟ้อประเทศอังกฤษที่พุ่งสูงสุดในรอบ 3 ศตวรรษ และค่าพลังงานสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น โดยรายละเอียดการเปรียบเทียบพบว่า ผู้ที่มีรายได้ 100,000-150,000 ปอนด์ขึ้นไปจะได้รับการเสนอให้ขึ้นเงินเดือน 20-23% แตกต่างจากผู้ที่มีรายได้ 5,000-14,999 ปอนด์จะได้รับข้อเสนอให้ขึ้นเงินเดือนเพียง 5%-7%</p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ที่มีรายได้สูงมักได้รับอัตราการขึ้นค่าแรงที่สูงกว่าด้วย เช่น ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 25,000 ปอนด์ จะได้รับเสนอให้เพิ่มเงินเดือนมากกว่า 7% (เพื่อให้มากกว่าเงินเฟ้อ) เพียง 5% แต่ผู้ที่มีรายได้ 100,000-15,000 ปอนด์ขึ้นไป มีสัดส่วนได้รับข้อเสนอเพิ่มเงินเดือนมากกว่า 7 % มากถึง 30-31% ทีเดียว</p>
<p>ความเหลื่อมล้ำดังกล่าวทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า มาตรฐานค่าครองชีพของอังกฤษกำลังลดต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 1950 นี่จึงเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ต่ำ เมื่อชาวอังกฤษกว่า 11% กำลังดิ้นรนเพื่อให้มีรายได้พอประทังชีวิต และกว่า 29% ไม่สามารถซื้ออะไรที่เกินความจำเป็นได้เลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-10068 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/02/portrait-happy-bearded-man-celebrating-success.jpg" alt="ประเมินโบนัส (Bonus Evaluated) อย่างไรให้ถูกใจทุกฝ่าย" width="600" height="370" title="ความเหลื่อมล้ำมีอยู่จริง ยิ่งรายได้สูง ยิ่งมีโอกาสเงินเดือนขึ้น 1153"></p>
<p>แจ็ค เคนเนดี้ (Jack Kennedy) นักเศรษฐกิจจากสหราชอาณาจักรกล่าวว่า ค่าครองชีพเป็นความกังวลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนอังกฤษ ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอน โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ย่อมได้รับรายได้จริงที่น้อยลงไปอีก</p>
<p>การสำรวจครั้งนี้ทำให้เห็นว่า ค่าครองชีพกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ยังมีคนจำนวนมากถูกบังคับให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่บริษัทควรหันมาตั้งคำถามและเรียนรู้ให้เข้าใจว่า ผลประโยชน์หรือสวัสดิการอะไรที่พนักงานในบริษัทต้องการจริง ๆ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพนักงาน รวมไปถึงการสร้างสุขภาพทางการเงินที่ดีให้กับพวกเขาด้วย</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/th-employeebenefit-190108/"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11131 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/closeup-man-holding-gift-box-1.jpg" alt="Employee Benefit สวัสดิการ เรื่องที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรใส่ใจ" width="600" height="370" title="ความเหลื่อมล้ำมีอยู่จริง ยิ่งรายได้สูง ยิ่งมีโอกาสเงินเดือนขึ้น 1154"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/th-employeebenefit-190108/">Employee Benefit สวัสดิการ เรื่องที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรใส่ใจ</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">ที่มา</p>
<p><a href="https://www.thehrworld.co.uk/high-earners-most-likely-to-be-offered-pay-rise/" target="_blank" rel="noopener">thehrworld</a></p>
<p><a href="https://www.ons.gov.uk/economy/inflationandpriceindices/bulletins/consumerpriceinflation/february2022" target="_blank" rel="noopener">ons</a></p>
<p><a href="https://www.ofgem.gov.uk/publications/price-cap-increase-ps693-april" target="_blank" rel="noopener">ofgem</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สร้างบรรยากาศให้พนักงานกล้าที่จะเป็นตัวเอง คือการสนับสนุนความหลากหลายในแบบ foodpanda</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/220401-interview-foodpanda-diversity-inclusion/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Apr 2022 02:49:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[foodpanda]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/220401-interview-foodpanda-diversity-inclusion/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT  Diversity &#38; Inclusion Senior Specialist เป็นตำแหน่งที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อให้องค์กรมองเห็นถึงความหลากหลายที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งเรื่องเพศ ภาษา วัฒนธรรม สีผิว และพื้นเพของคนจากทุกพื้นถิ่น นโยบายความหลากหลายและการเปิดกว้างเริ่มมาจากฝั่งนายจ้าง ด้วยความคิดที่ว่านายจ้างจะต้องรับฟังพนักงาน เพราะพนักงานจะเป็นคนส่งเสียงบอกความต้องการ จากนั้นก็จะเป็นความรับผิดชอบของนายจ้างที่จะต้องคิดต่อว่า จะดูแลพนักงานของเราอย่างไร การสร้างความหลากหลายและเปิดกว้างจะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องเริ่มจากการมีทัศนคติทีดี่ตั้งแต่ในกระบวนการสรรหา ทำไมเราถึงต้องโฟกัสแค่การจ้างคนที่เป็นเพศตามวิถีเท่านั้น ในเมื่อจริง ๆ แล้วสังคมมีคนที่หลากหลายกว่านั้น ธุรกิจมีความท้าทาย เราต้องมีไอเดียที่หลากหลายเพื่อรับมือความท้าทายเหล่านั้น ยิ่งมีไอเดียดี ๆ จากหลาย ๆ คนเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีวิธีการรับมือที่ดีขึ้นเท่านั้น ความหลากหลายก็จะช่วยให้บริษัททำกำไรได้ด้วย การสร้างความเข้าใจเรื่องเพศและความหลากหลายไม่ใช่แค่หน้าที่ของฝ่ายบุคคลอย่างเดียว เรื่องนี้มันเป็นหน้าที่ของคนทั้งองค์กร การยอมรับความหลากหลายเป็นประเด็นที่กำลังเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อทุกคนเห็นความสำคัญของ ‘ความเป็นมนุษย์’ เหนืออคติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายทางเจเนอร์เรชัน เพศ เชื้อชาติ ทักษะความสามารถ ไปจนถึงทัศนคติความเชื่อ ซึ่งไม่เพียงเบ่งบานในสังคมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการยอมรับความหลากหลายในองค์กรด้วย foodpanda เป็นหนึ่งองค์กรที่สนับสนุนความหลากหลายและการเปิดกว้างอย่างจริงจัง ผ่านพันธกิจที่ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพนักงาน ยกตัวอย่างนโยบายล่าสุดที่เพิ่มวันลา 10 วันให้กับพนักงานข้ามเพศเพื่อการเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะ นับเป็นการตอกย้ำจุดยืนที่ foodpanda [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT </strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Diversity &amp; Inclusion Senior Specialist เป็นตำแหน่งที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อให้องค์กรมองเห็นถึงความหลากหลายที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งเรื่องเพศ ภาษา วัฒนธรรม สีผิว และพื้นเพของคนจากทุกพื้นถิ่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">นโยบายความหลากหลายและการเปิดกว้างเริ่มมาจากฝั่งนายจ้าง ด้วยความคิดที่ว่านายจ้างจะต้องรับฟังพนักงาน เพราะพนักงานจะเป็นคนส่งเสียงบอกความต้องการ จากนั้นก็จะเป็นความรับผิดชอบของนายจ้างที่จะต้องคิดต่อว่า จะดูแลพนักงานของเราอย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การสร้างความหลากหลายและเปิดกว้างจะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องเริ่มจากการมีทัศนคติทีดี่ตั้งแต่ในกระบวนการสรรหา ทำไมเราถึงต้องโฟกัสแค่การจ้างคนที่เป็นเพศตามวิถีเท่านั้น ในเมื่อจริง ๆ แล้วสังคมมีคนที่หลากหลายกว่านั้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ธุรกิจมีความท้าทาย เราต้องมีไอเดียที่หลากหลายเพื่อรับมือความท้าทายเหล่านั้น ยิ่งมีไอเดียดี ๆ จากหลาย ๆ คนเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีวิธีการรับมือที่ดีขึ้นเท่านั้น ความหลากหลายก็จะช่วยให้บริษัททำกำไรได้ด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การสร้างความเข้าใจเรื่องเพศและความหลากหลายไม่ใช่แค่หน้าที่ของฝ่ายบุคคลอย่างเดียว เรื่องนี้มันเป็นหน้าที่ของคนทั้งองค์กร</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11015 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/04/IMG_6385-scaled.jpg" alt="IMG 6385 scaled" width="600" height="370" title="สร้างบรรยากาศให้พนักงานกล้าที่จะเป็นตัวเอง คือการสนับสนุนความหลากหลายในแบบ foodpanda 1159"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การยอมรับความหลากหลายเป็นประเด็นที่กำลังเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อทุกคนเห็นความสำคัญของ ‘ความเป็นมนุษย์’ เหนืออคติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายทางเจเนอร์เรชัน เพศ เชื้อชาติ ทักษะความสามารถ ไปจนถึงทัศนคติความเชื่อ ซึ่งไม่เพียงเบ่งบานในสังคมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการยอมรับความหลากหลายในองค์กรด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">foodpanda เป็นหนึ่งองค์กรที่สนับสนุนความหลากหลายและการเปิดกว้างอย่างจริงจัง ผ่านพันธกิจที่ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพนักงาน ยกตัวอย่างนโยบายล่าสุดที่เพิ่มวันลา 10 วันให้กับพนักงานข้ามเพศเพื่อการเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะ นับเป็นการตอกย้ำจุดยืนที่ foodpanda ใส่ใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ </span><b>ลีโอเมอร์ เอโพโลนิโอ (Leomer Apolonio) </b><span style="font-weight: 400;">Head of People Experience และคุณ</span><b> โกโก้ เทียมไสย์</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายและการเปิดกว้าง Internal Communications, Diversity &amp; Inclusion Senior Specialist ของ foodpanda ประเทศไทย เพื่อค้นหาว่า <strong class="yellow-highlighter"><strong class="pink-highlighter">ทำไม foodpanda ถึงให้ความสำคัญกับความหลากหลายและความเท่าเทียม และนั่นส่งผลกระทบอะไรกับองค์กรบ้าง?</strong></strong></span></p>
<h2>ก่อนอื่นอยากรู้ว่าทำไม foodpanda ถึงมีตำแหน่ง Diversity &amp; Inclusion Senior Specialist เพราะไม่ใช่ทุกองค์กรที่จะมีตำแหน่งนี้ อธิบายให้ฟังหน่อยว่าตำแหน่งนี้คืออะไร ทำหน้าที่อะไร?</h2>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> <strong class="yellow-highlighter">Diversity &amp; Inclusion Senior Specialist เป็นตำแหน่งที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อให้องค์กรมองเห็นถึงความหลากหลายที่ชัดเจนมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพศ แต่เป็นเรื่องภาษา วัฒนธรรม สีผิว และพื้นเพของคนจากทุกพื้นถิ่นด้วย</strong> เพราะทุก ๆ องค์กรต้องการดึงคนที่มีศักยภาพเข้ามาทำงานในองค์กร เราจึงต้องสามารถยอมรับและเข้าใจแนวคิดของความหลากหลายก่อน ก็เลยเป็นที่มาของการมีตำแหน่งนี้ใน foodpanda ประเทศไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตำแหน่งนี้ต้องดำเนินโครงการความหลากหลาย (Diversity Program) ใน foodpanda ที่เริ่มตั้งแต่ปีที่แล้ว เราดำเนินการประมาณสองถึงสามอย่าง ส่วนแรกคือด้านการสื่อสาร คือการผลิตความรู้เพื่อสื่อสารให้คนในองค์กรได้เข้าใจว่าความหลากหลายคืออะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สองคือการสนับสนุน มันไม่ใช่แค่การบอกแล้วเขาจะเข้าใจทันที เราเลยต้องทำงานร่วมกับการ Training Program ต่าง ๆ เช่น ให้ความรู้เรื่องอคติแบบไม่รู้ตัว (Unconscious Bias), เรื่องความหลากหลาย หรือการใช้สรรพนาม ซึ่งนอกจากการทำโครงการให้ความรู้แล้ว อีกหนึ่งการสนับสนุนก็คือกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วม (Engagement) ในทุก ๆ เดือน เช่น เดือนมีนาคมมีวันสตรีสากล เราก็จะมีแคมเปญเกี่ยวกับการทำลายอคติทางเพศ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่สาม เรามองเรื่องของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเชิงนโยบาย ทำโครงการความหลากหลายใน foodpanda ต่าง ๆ เช่น นโยบายวันลาเพื่อการเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะ เพื่อให้พนักงานข้ามเพศไปผ่าตัดแปลงเพศหรือเข้าพบจิตแพทย์ได้ หรือนโยบายการสร้างที่ทำงาน เช่น เรากำลังสร้างห้องน้ำสำหรับคนทุกเพศอยู่ นั่นคือหน้าที่หลัก ๆ ของการดำเนินโครงการความหลากหลายที่ foodpanda</span></p>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> เราจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายและการเปิดกว้าง เพราะเราไม่สามารถแต่งตั้งใครก็ได้มาเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่เราต้องการคนที่มีความรู้เชิงลึกจริง ๆ มาเป็นผู้สนับสนุนประเด็นนี้ ฉันใช้คำว่า ‘ผู้สนับสนุน’ ตลอดเวลานะ เพราะเราเป็นคน แล้วก็มาจากฝ่ายบุคคล เราจึงต้องมี ‘คน’ เป็นผู้สนับสนุน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">foodpanda ประเทศไทยภูมิใจกับการที่เราจ้างคนเก่ง ๆ เข้ามา ขณะเดียวกันก็อยากแน่ใจว่าเราไม่ได้เน้นเลือกคนตามกรอบสังคมทั่วไป ที่ว่าต้องจ้างคนชอบเพศตรงข้าม ที่ foodpanda ประเทศไทยจึงเลือกคนเข้ามาทำงานจากความสามารถโดยไม่มีอคติเรื่องรสนิยมทางเพศหรือรูปร่าง ฉะนั้นคนที่จะมาทำตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายและการเปิดกว้างจึงควรจะต้องเป็นคนที่เชี่ยวชาญในด้านนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของคุณโกโก้ไม่ใช่แค่ทำงานกับฝ่ายบุคคลเท่านั้น แต่เธอต้องทำงานกับทั้งองค์กร เธอจึงมีสิทธิ์มีเสียงในการโน้มน้าวคนอื่น ๆ ที่ร่วมงานด้วยกัน รวมถึงคนในตำแหน่งระดับผู้นำ เธอก็ต้องใช้เสียงและความสมมารถของเธอในการให้ข้อมูลและโน้มน้าวคนอื่น ๆ ในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับฉัน <strong class="yellow-highlighter">ก<strong class="yellow-highlighter">ารเข้า</strong></strong><strong class="yellow-highlighter">ใจว่าเรื่องเพศและความหลากหลายไม่ใช่แค่หน้าที่ของฝ่ายบุคคลอย่างเดียว เรื่องนี้มันเป็นหน้าที่ของคนทั้งองค์กร</strong> ระดับผู้นำต้องนำคติเรื่องนี้ไปปรับใช้กับทุกคนด้วย ฉันคิดว่ามันกำลังเป็นความเชื่อผิด ๆ ที่ส่งต่อกันในหลายอุตสาหกรรมว่า การผลักดันเรื่องความหลากหลายและเปิดกว้างต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายบุคคล ซึ่งมันไม่ใช่เลย ผู้บริหารฝ่ายการตลาด ฝ่ายธุรกิจ ทุกฝ่าย ต้องเข้าใจและสนับสนุนเรื่องความหลากหลายและเปิดกว้าง แต่คุณโก้โก้ก็เป็นเหมือนเสาหลักสำหรับคนที่ต้องการความช่วยเหลือว่าจะทำยังไง จะโน้มน้าวคนอื่นยังไง ประสบการณ์และการศึกษาวิจัยของเธอช่วยให้เราได้รับความแรงฉุดและมีการกระทำบางอย่างออกมาบ้าง ฉันว่าตอนนี้มันเหมือนเป็นแพสชันนั่นแหละ (หัวเราะ)</span></p>
<figure id="attachment_11013" aria-describedby="caption-attachment-11013" style="width: 384px" class="caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11013" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/04/IMG_6337-scaled.jpg" alt="IMG 6337 scaled" width="384" height="576" title="สร้างบรรยากาศให้พนักงานกล้าที่จะเป็นตัวเอง คือการสนับสนุนความหลากหลายในแบบ foodpanda 1160"><figcaption id="caption-attachment-11013" class="caption-text">โกโก้ เทียมไสย์ Internal Communications, Diversity &amp; Inclusion Senior Specialist ของ foodpanda ประเทศไทย</figcaption></figure>
<h2>ตำแหน่ง Diversity &amp; Inclusion Senior Specialist มีอยู่ใน foodpanda สาขาอื่นทั่วโลกไหม?</h2>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่ทุกสาขา แต่เริ่มต้นที่ Delivery Hero ที่เบอร์ลิน ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเรา แล้วบริษัทลูกต่าง ๆ เช่น foodora หรือ foodpanda ในทีมเอเชียแปซิฟิก (APAC) ก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ฉะนั้นในประเทศไทยก็ควรมีตำแหน่งนี้ด้วย</span></p>
<h2>foodpanda ประเทศไทยมีนโยบาย Gender Affirmation ที่เพิ่มวันลา 10 วันให้กับพนักงานข้ามเพศเพื่อการเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะ นี่เป็นโนบายที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยเลยหรือเปล่า?</h2>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> นโยบายนี้พัฒนามาจากนโยบายต้นฉบับจากบริษัทแม่ที่เบอร์ลิน ซึ่งที่นั่นเขามี นโยบายวันลาเพื่อการเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ให้เพิ่ม 10 วัน ขณะที่ประเทศไทยริเริ่มนโยบายนี้โดยเพิ่มวันลาอีก 10 วันเป็นที่แรก คำตอบก็คือใช่ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความที่ฝ่ายบุคคลเข้าใจความเป็นปัจเจกมาก </span><b>คาเรน (Karen Hutcheson)</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลและลีโอเคยทำงานที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์กันมาก่อน พอได้เห็นการใช้งานจริงของนโยบายวันลาเพื่อการเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะในต่างประเทศ ทำให้พวกเขาได้รู้หลักการว่า จริง ๆ แล้วมันควรจะต้องลา 10 วันเพื่อการนี้</span></p>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> ฉันไม่คิดว่าที่สิงคโปร์หรือฟิลิปปินส์มีนโยบายนี้นะ มันเป็นนโยบายของที่เบอร์ลินมองเป็นนโยบายท้องถิ่นด้วยซ้ำ แต่เรามองว่า “ถ้าอย่างนั้นทำไมเราทำไม่ได้ล่ะ” เมื่อประเทศไทยไม่มีวันลาเพื่อการเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะ งั้นเรามาทำที่ประเทศไทยกันเถอะ เพราะที่ออสเตรเลียก็มี ที่นิวซีแลนด์ก็มี ทำไมที่ไทยจะมีไม่ได้ มันควรจะเป็นมาตรฐาน และทุกคนก็เห็นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">เรารู้สึกว่าประเทศไทยไม่ควรล้าหลังในประเด็นนี้ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ก้าวหน้าเรื่องสิทธิทางเพศที่สุดแล้วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong> หรือกระทั่งในเอเชียทั้งหมดเลย ฉันจึงคิดว่านโยบายนี้เหมาะสมที่จะมีใน foodpanda ประเทศไทย เพื่อเป็นหลักฐานว่ามันเป็นตัวเปลี่ยนเกมของประเทศไทยหรือของอุตสาหกรรมได้เลย </span></p>
<h2>จำนวนวันลาที่เพิ่มขึ้นมา 10 วัน มีฐานคิดมาจากอะไร?</h2>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> มันเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมนะ ที่ยุโรปเขาให้กัน 10 วัน แค่นั้นเลย แต่ที่ไทยเราค่อนข้างโชคดีเพราะเรามีวันลาป่วย 30 วันอยู่แล้ว แถมมีวันลาเพื่อการเปลี่ยนเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะนี้เพิ่มอีก 10 วัน ฉันจึงคิดว่ามันก็โอเคที่จะให้สิทธิ์นี้กับพนักงาน</span></p>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าพูดจากประสบการณ์ส่วนตัวในฐานะคนข้ามเพศ เราต้องเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศซึ่งต้องใช้เวลาในโรงพยาบาลอย่างน้อย 1 เดือน ดังนั้นการมีวันลาเพิ่ม 10 วัน เราก็จะสามารถรักษาตัวได้ดีขึ้นเพื่อความพร้อมกลับมาทำงาน เพราะฉะนั้นสิทธิ์ลาเพิ่มอีก 10 วัน ที่จากสิทธิ์ลาป่วยที่มีอยู่แล้ว 30 วัน ถือว่าสมเหตุสมผลมาก</span></p>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> หรือเราสามารถใช้สิทธิ์ 10 วันนั้นเพื่อไปเข้ารับการตรวจสภาพจิตใจก่อนผ่าตัด ไปคุยกับจิตแพทย์เพื่อให้มั่นใจว่าพร้อมจะเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะ แล้วใช้อีก 30 เพื่อลาป่วยก็ได้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้มันจะเป็นการเพิ่มเวลาให้พนักงานของเราที่ต้องการจะเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะ ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอเลยทีเดียว </span></p>
<figure id="attachment_11012" aria-describedby="caption-attachment-11012" style="width: 493px" class="caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11012 size-medium" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/04/IMG_6297-scaled.jpg" alt="IMG 6297 scaled" width="493" height="740" title="สร้างบรรยากาศให้พนักงานกล้าที่จะเป็นตัวเอง คือการสนับสนุนความหลากหลายในแบบ foodpanda 1161"><figcaption id="caption-attachment-11012" class="caption-text">ลีโอเมอร์ เอโพโลนิโอ (Leomer Apolonio) Head of People Experience</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2>นโยบายนี้เกิดจากฝั่งพนักงานที่ต้องการ หรือเกิดจากฝั่งองค์กรที่ออกคำสั่งว่าต้องมี?</h2>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องบอกว่าเริ่มมาจากฝั่งองค์กรเอง ด้วยความคิดที่ว่าเราจะต้องรับฟังพนักงาน เพราะพนักงานจะส่งเสียงบอกความต้องการของพวกเขา จากนั้นก็จะเป็นความรับผิดชอบของนายจ้างที่จะต้องคิดต่อว่า จะดูแลพนักงานของเรายังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และด้วยทัศนคติของความหลากหลายและการเปิดกว้าง ในฐานะองค์กรคุณก็จะต้องสามารถโอบรับใครก็ตามที่ต้องการนโยบายแบบนี้ได้ ฉันไม่คิดว่าจะมีใครใช้สิทธิ์นี้ในเร็ว ๆ นี้ แต่การได้รู้ว่าบริษัทมีสิทธิ์วันลาหรือมีสวัสดิการแบบนี้ให้กับพนักงาน ก็อาจจะมีคนในบริษัทที่ต้องการมันจริง ๆ ก็ได้ เราจึงต้องการให้พวกเขามั่นใจว่า เราพร้อมจะช่วยเหลือและสนับสนุนเขาในการเข้าสู่เส้นทางนั้นเมื่อเขาต้องการ</span></p>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยความที่วัฒนธรรมองค์กรของ foodpanda เป็นวัฒนธรรมของการโอบรับหลากหลายอยู่แล้ว หนึ่งในค่านิยมหลักของเราคือการเอาชนะผ่านความหลากหลาย (win through diversity) เราเลยมีความเชื่อมั่นในเรื่องของการเฉลิมฉลองความเป็นปัจเจกบุคคลและความหลากหลายมาก ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากทางตัวบริษัทเปิดรับความคิดเห็นของพนักงานค่อนข้างสูง บวกกับความที่เรามีนโยบายของเราอยู่แล้วด้วย มันเลยเหมือนเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้างมากกว่า ซึ่งไม่ใช่แค่การสร้างนโยบายวันลาเพื่อพนักงานข้ามเพศ แต่รวมถึงนโยบายอื่น ๆ ที่ส่งเสริมความเท่าเทียม ความเสมอภาค ความสมดุล ความยืดหยุ่น และความต้องการของพนักงานกับองค์กร</span></p>
<h2>ก่อนออกนโยบายนี้ คุณโน้มน้าวผู้บริหารระดับสูงในองค์กรอย่างไรบ้าง ไม่เฉพาะในฝ่ายทรัพยากรบุคคลอย่างเดียวนะ แต่รวมถึงผู้บริหารระดับสูงในฝ่ายอื่น ๆ ด้วย?</h2>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> ความที่เราเป็นบริษัทสายเทคโนโลยี คนในบริษัทส่วนใหญ่จะอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 27 ปี เจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารและผู้อำนวยการก็เลยอายุไม่มาก มีทัศนคติหัวก้าวหน้ากันมาก และปรับตัวเข้ากับสถานการณ์โลกภายนอกได้ดี ถ้าคุณไปถามเขาว่า “เราอยากจะทำอะไรสักอย่างเรื่องความหลากหลายและการเปิดกว้างได้ไหม” มันก็ไม่ยากเลยที่จะได้รับการอนุมัติกลับมา</span></p>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างที่บอกว่าหนึ่งในค่านิยมหลักของวัฒนธรรมองค์กร foodpanda คือการเอาชนะผ่านความหลากหลาย เจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารและผู้นำต่าง ๆ จะคอยรับฟังความต้องการของพนักงานอยู่แล้ว เลยได้รับการอนุมัติไม่ยาก เพราะเท่าที่เห็นตอนนี้ก็ไม่มีใครไม่เห็นด้วยนะ ยังไม่เจอคนที่ต่อต้าน</span></p>
<h2>ถ้าอย่างนั้นอะไรคือความท้าทายที่สุดในการกำหนดนโยบายนี้?</h2>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่มีค่ะ</span></p>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> ที่จริงคือไม่มีเลยนะ (หัวเราะ)</span></p>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> มันราบรื่นมากเพราะวัฒนธรรมองค์กรของเราเป็นแบบนี้ ทุกคนเห็นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">การมีสถานที่ทำงานที่เปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลาย และมีความเท่าเทียม บริษัทอาจไม่ได้ประโยชน์ในเชิงกำไร แต่มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ทุกคนควรได้รับในฐานะมนุษย์อยู่ดี </strong></span></p>
<h2>แสดงว่าตั้งแต่กระบวนการสรรหาบุคลากรใหม่ ทาง foodpanda จะต้องคุยกับ candidate ทุกคนถึงการยอมรับความหลากหลายด้วยใช่ไหม?</h2>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> ใช่เลย ฉันคิดว่าหนึ่งในแรงผลักดันที่เรามีในการสรรหาบุคลากร คือการทำให้แน่ใจว่าพวกเขาต้อนรับทุกคนโดยไม่สนใจว่ารูปร่างหน้าตายังไง นับถือศาสนาอะไร หรือมีรสนิยมทางเพศยังไง เราจ้างคนโดยดูที่ความสามารถ และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเราไม่คุยกันเรื่องเพศและเชื้อชาติใน foodpanda และเราก็จ้างผู้พิการทำงานที่ foodpanda ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้ดูว่า candidate รูปร่างหน้าตายังไง แต่เป็นเรื่องของสิ่งที่อยู่ในสมองของเขามากกว่า นั่นเป็นวิธีที่เรามองพวกเขา ดังนั้นเราจึงไม่มีความกดดันในเรื่องของการสรรหาบุคลากร เราแค่จ้างคนมาทำตำแหน่งนั้น-ตำแหน่งนี้ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเรามีชาวต่างชาติ คนข้ามเพศ หรือผู้พิการที่ foodpanda </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คือเราต้อนรับทุกคนตราบใดที่คนคนนั้นเข้ากับวัฒนธรรมของเราได้ วัฒนธรรมของเราคือการเอาชนะผ่านความหลากหลาย และการทำผลงานให้บริษัทด้วยความถนัดที่เขามี</span></p>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างกรณีของเรา ตอนแรกเราไม่ได้ถูกจ้างเข้ามาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายและการเปิดกว้าง ตำแหน่งแรกของเราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารภายในองค์กร ตั้งแต่ขั้นตอนการคุยกับคนจากฝ่ายสรรหาบุคลากรไปจนถึงผู้จัดการฝ่าย เขาจะย้ำอยู่เสมอตลอดการสัมภาษณ์ว่าที่นี่เราเปิดรับคนจากหลากหลายพื้นเพมาก มันเป็นเหมือนสโลแกนที่เขาใช้พูดเพื่อให้คนมั่นใจว่า ทุกคนจะได้รับการต้อนรับและยอมรับ ไม่ว่าเขาจะได้รับเข้าทำงานหรือไม่ก็ตาม</span></p>
<h2>นอกเหนือจากประเด็นเรื่องเพศแล้ว ทาง foodpanda ยังสนับสนุนความหลากหลายและการเปิดกว้างในประเด็นอะไรอีกบ้าง?</h2>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> แน่นอนว่าเราจ้างผู้พิการเข้ามาทำงานด้วย นั่นก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ เราจ้างคนโดยไม่สนใจพื้นหลังทางสังคม แล้วก็เรื่องสัญชาติ เพราะเรามีชาวต่างชาติที่นี่ด้วย เราจึงแน่ใจว่าทัศนคติเรื่องความหลากหลายมีอยู่ในตัวทุกคนตลอดเวลา ไม่ใช่แค่เรื่องของเพศ เชื้อชาติ ศาสนา หรือร่างกาย เราดูแลทุกคน</span></p>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างที่ลีโอบอก นอกจากแง่มุมเรื่องเพศแล้ว หนึ่งคือเราจ้างคนที่มีความพิการมาทำงานที่นี่ด้วย มีอยู่ในออฟฟิศเต็มไปหมดเลย เราเชื่อว่ามีบริษัทใหญ่หลาย ๆ บริษัทในเอเชียหรือที่อื่นในโลกที่มักจะดูว่าคุณเรียนจบมาจากที่ไหน แต่นโยบายการจ้างงานและสรรหาบุคลากรของที่ foodpanda เปิดกว้างและปรับตัวง่าย เราเน้นดูที่ความสามารถของบุคคลนั้น ๆ มากกว่าพื้นเพของเขา นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเพื่อความหลากหลายและเปิดกว้างที่เรากำลังทำอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11014 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/04/IMG_6342-scaled.jpg" alt="IMG 6342 scaled" width="600" height="370" title="สร้างบรรยากาศให้พนักงานกล้าที่จะเป็นตัวเอง คือการสนับสนุนความหลากหลายในแบบ foodpanda 1162"></span></p>
<h2>ถ้าองค์กรอื่นอยากมีนโยบายสนับสนุนความหลากหลายและการเปิดกว้างบ้าง พวกเขาควรเริ่มที่ตรงไหน?</h2>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> พวกเขาต้องเริ่มจากคิดที่ว่า “อะไรคือสิ่งที่ดีสุดสำหรับบริษัท” ถ้าเขาคิดเรื่องการทำรายได้เป็นเป้าหมายหลัก พวกเขาก็ต้องคิดถึงการดึงตัวบุคลากรเข้ามา พวกเขาควรมีคติประจำใจว่าจะต้องรับทุกคนไม่ว่าคนคนนั้นจะมีพื้นเพยังไง จะต้องพร้อมเปลี่ยนแปลงและยอมรับได้ เพราะเวลาคุณทำกระบวนการสัมภาษณ์หรือกระบวนการประเมิน ผู้สัมภาษณ์หลายคนอาจจะมีอคติอยู่ใจอยู่แล้ว เราควรจะเอาอคตินั้นออกไป ถ้าพนักงานสรรหาของคุณยังมีอคตินั้น ฉันไม่คิดว่าการสร้างความหลากหลายและเปิดกว้างจะประสบความสำเร็จ มันต้องเริ่มจากการมีทัศนคติที่ดีในกระบวนการสรรหาบุคลากรและในการทำธุรกิจก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สองคือเรียนรู้จากประสบการณ์ของบริษัทอื่น ๆ คุณลองมองพวกบริษัทเทคโนโลยีสิ หันมาดูว่าบริษัทสายเทคโนโลยีว่าพวกเขาหัวก้าวหน้าไปขนาดไหน และทำเงินไปได้ขนาดไหนแล้วจากการมีความหลากหลายอยู่รายล้อมธุรกิจ มันไม่ได้เกี่ยวกับชื่อเสียง แต่มันเกี่ยวกับมันสมองที่ทำงานอยู่ในบริษัทต่างหาก และถ้าทัศนคติคุณได้ การสร้างความหลากหลายและเปิดกว้างก็ไม่ใช่เรื่องยาก</span></p>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> การที่เราเป็นองค์กรมีจุดประสงค์เพื่อทำเงินและทำกำไร มันปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกทุนนิยมมันมีอยู่จริง แต่ว่าการที่เราจะเป็นโลกทุนนิยมที่มีความเป็นหัวก้าวหน้าและหัวสมัยใหม่มันคือการเป็นโลกทุนนิยมที่ยอมรับความแตกต่าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดคือ นึกภาพเรามีหลาย ๆ คนอยู่ในห้อง แต่ละคนมาจากพื้นเพต่างกัน การศึกษาต่างกัน มีชีวิตที่ต่างกัน พอเกิดปัญหาหนึ่งขึ้นมาเราก็จะได้ฟังทางแก้หลาย ๆ ทาง เช่นเดียวกับเวลาทำธุรกิจ ธุรกิจก็มีความท้าทายของมัน <strong class="yellow-highlighter">เราต้องมีไอเดียที่หลากหลายมาไว้ใช้แก้ความท้าทายเหล่านั้น ยิ่งมีไอเดียดี ๆ จากหลาย ๆ คนเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีทางแก้ที่ดีขึ้นเท่านั้น</strong> ดังนั้นก็จะช่วยให้บริษัทได้กำไรด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นถ้าเราเชื่อว่าทุนนิยมแล้วก็ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพสามารถสร้างผลงานและสามารถสร้างรายได้ให้กับองค์กรนั้นได้ ทำไมเราถึงจะไม่ยอมรับบุคคลที่มีความหลากหลายในแง่มุมของชีวิต ทำไมเราถึงต้องโฟกัสแค่การจ้างคนที่เป็นเพศตามวิถีเท่านั้น ในเมื่อจริง ๆ แล้วในสังคมเรามันมีคนที่หลากหลายกว่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าบริษัทอื่นคิดที่จะริเริ่มจริง ๆ ก็ควรที่จะเปลี่ยนทัศนคติตัวเองตั้งแต่เรื่องของกระบวนการจ้างคนว่า จริงๆ แล้วเราควรจ้างคนทุกคนด้วยซ้ำ แล้วประเมินเขาที่ความสามารถนะคะ</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11010 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/04/Gender-Affirmation-02-scaled.jpg" alt="Gender Affirmation 02 scaled" width="600" height="370" title="สร้างบรรยากาศให้พนักงานกล้าที่จะเป็นตัวเอง คือการสนับสนุนความหลากหลายในแบบ foodpanda 1163"></p>
<h2>แต่ทัศนคติเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงยากมากนะ มีข้อแนะนำเพิ่มเติมอย่างไรบ้างกับการขจัดอคติในองค์กร?</h2>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> ใช่ค่ะ ทัศนคติและอคติเอาออกยาก เราเห็นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อหนึ่ง มันอาจจะฟังดูจำเจนะ แต่เราต้องเริ่มให้ความรู้กับคนก่อน ขณะเดียวกันเราก็ต้องเข้าใจด้วยว่าถ้าเราพยายามจะให้ความรู้เขา การยอมรับแบบ 100% มันจะไม่เกิดขึ้น แต่เราไม่ได้กำลังมองหาการยอมรับแบบ 100% สิ่งที่เรามองหาคือการอยู่ร่วมกันได้แบบ 100% โดยไม่ก้าวก่ายกัน ฉะนั้นนอกจากการให้ความรู้แล้ว เรายังต้องใช้วิธีการจัดการจากบนลงล่างด้วย คือเรามีการใช้กลยุทธิ์การดำเนินงานแบบ GRC (Governance, Risk Management, Compliance) ที่แข็งแกร่ง มีการบังคับใช้นโยบายอย่างจริงจังเพื่อให้คนอื่น ๆ ในองค์กรเกิดความเคารพในปัจเจกทั้งในและนอกบริษัท</span></p>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> ที่จริงก็ไม่มีอะไรจะเสริมแล้วนะ เพราะฉันว่าสิ่งที่คุณโกโก้พูดโดยสรุปแล้วก็คือคุณต้องฝึกคน ให้ความรู้ และต้องมีการปฏิบัติตาม ซึ่งก็คือกลยุทธิ์ GRC </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับบริษัทอื่น ๆ ที่พยายามจะมีนโยบายนี้ การจัดการจากบนลงล่างนั้นสำคัญมาก เราต้องมีคนในระดับผู้นำที่พูดเรื่องนี้และสนับสนุนเรื่องนี้ มันไม่ควรจะมาจากพนักงานเพราะมีอิทธิพลน้อยกว่า การจะเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้ จำเป็นมากที่ต้องมีผู้นำคอยสนับสนุนและมีความรู้ในเรื่องความหลากหลายและการเปิดกว้าง ฉันคิดว่าเราโชคดีที่มีผู้นำแบบนั้นที่ foodpanda</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ สิ่งที่บริษัทอื่น ๆ ต้องมีด้วยก็คือ ถ้าคุณเห็นแล้วว่าที่ทำงานแบบนี้มันยอมรับได้ และเห็นว่าธุรกิจยังเฟื่องฟูได้ มันก็บอกอะไรหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กรเหมือนกัน สำหรับเราที่ foodpanda เราพยายามจะโน้มน้าวบริษัทอื่นโดยให้เขาดูจากมาตรฐานในตลาดของเรา นั่นเป็นวิธีการหนึ่งของเราที่จะบอกทุกคนว่าเราทำงานได้ดีนะ เราทำยอดขายได้ตามเป้านะ เพราะเรามีคนเก่งอย่างคุณโกโก้ที่คอยช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">ฉันคิดว่าความหลากหลายและการเปิดกว้างเป็นแบบนั้นแหละ ไม่ใช่แค่การยอมรับคนอื่น แต่คือการกระตุ้นให้คนอื่นเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุดไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม</strong></span></p>
<h2>ในอนาคตเราจะเห็น foodpanda ประเทศไทย มีนโยบายสนับสนุนความหลากหลายและการเปิดกว้างในแง่มุมอื่นอีกไหม?</h2>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> ฉันหวังว่าจะมีสักวันที่เราไม่ต้องวางนโยบายเรื่องเพศอีกแล้ว เพราะเราต้องการเสริมสร้างวัฒนธรรมของความหลากหลายและการเปิดกว้างได้อย่างแท้จริง ฉันว่าเราจะไปทำเรื่องอื่นกันต่อในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับผู้พิการ เราต้องการจะโอบรับผู้พิการและให้พวกเขาได้ทำงานในฝ่ายอื่น ๆ ด้วย เพราะตอนนี้พวกเขาทำอยู่ในฝ่ายอำนวยความสะดวกในที่ทำงาน (Workplace) แต่เราอยากให้มีผู้พิการที่ทำงานในฝ่ายธุรกิจ ฝ่ายการขาย ฝ่ายการตลาด อะไรแบบนี้ด้วย เราต้องสำรวจและเตรียมการในอนาคต ซึ่งมันไม่ใช่แนวทาง แต่เป็นเหมือนวิสัยทัศน์ที่เราอยากจะเห็นในอีกไม่กี่เดือนหรือไม่กี่ปีหลังจากนี้</span></p>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> เรื่องของนโยบายเพิ่มเติมนั้นยังไม่ทราบ ยังให้คำมั่นสัญญาไม่ได้ แต่ที่ให้คำมั่นสัญญาได้เลยคือโครงการความหลากหลายจะไปไกลว่าเรื่องเพศแน่นอน เราจะไปแตะเรื่องชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ ที่ต้องการความเท่าเทียม และให้สิ่งนั้นกับเขาในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่ลีโอได้พูดไป เราต้องการให้มีผู้พิการทำงานในฝ่ายต่าง ๆ ที่หลากหลาย เราอาจจะดูเรื่องการเสริมพลังผู้หญิงว่าเราจะไปทำได้ตรงไหน และอาจจะตั้งคณะกรรมการกลุ่มคน LGBTQI+ ในองค์กรด้วย ซึ่งก็เป็นหนทางอีกยาวไกล แต่ก็จะเกิดขึ้นแน่นอน</span></p>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> ขอบคุณสำหรับโอกาสนี้นะ ฉันคิดว่าช่องทางของคุณจะเป็นช่วยเราเป็นกระบอกเสียงให้บริษัทอื่น ๆ เข้ามาโอบรับความหลากหลายและการเปิดกว้าง เพราะยังมีคนมีความสามารถในประเทศไทยอีกมากที่ถูกมองข้ามไปเพราะพวกเขาแค่แตกต่างจากคนอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยากจะปูทาง foodpanda ประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางแห่งความหลากหลายและการเปิดกว้างในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เราเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่โอบรับความหลากหลายและการเปิดกว้าง เรียกว่านำคู่กันมากับสิงคโปร์เลยก็ว่าได้ ถ้าจะมีศูนย์กลางของความหลากหลายและการเปิดกว้างในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตอนนี้ก็ต้องเป็นแระเทศไทยนี่แหละ เราอยากคงสถานะความแข็งแกร่งนั้นไว้ และเราต้องการให้ทัศนคติเรื่องความหลากหลายและการเปิดกว้างมีอยู่อย่างแข็งแรงในบริษัทของเราด้วย</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="สร้างบรรยากาศให้พนักงานกล้าที่จะเป็นตัวเอง คือการสนับสนุนความหลากหลายในแบบ foodpanda 1164" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Q&#038;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/qaarticle/220401-qa-of-the-month-march-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 31 Mar 2022 10:56:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Q&A]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/220401-qa-of-the-month-march-2022/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT พนักงานรายวันและรายเดือนแตกต่างกันตรงที่ค่าจ้างรายเดือนคือเหมาจ่ายเป็นเดือน เช่น เงินเดือน 30,000 บาท ไม่ว่าเขาจะมาทำงานหรือลา หยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็ยังได้รับค่าจ้าง ส่วนค่าจ้างรายวันจะจ่ายค่าจ้างเฉพาะวันมาทำงาน มา 20 วัน ก็ได้ค่าจ้าง 20 วัน Exit Interview คือ การสัมภาษณ์พนักงานที่ตัดสินใจลาออก เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ทราบถึงปัญหาภายในที่ฝ่ายบุคคล หรือระดับผู้บริหารนั้นอาจมองไม่เห็น โดยนำความคิดเห็นที่ได้นั้นมาพัฒนาและปรับปรุงบริษัทให้ดียิ่งขึ้น หากสนใจงาน HR แนะนำให้อบรม HR ของสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย เรียกย่อ ๆ PMAT เป็นสมาคมวิชาชีพแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีหลักสูตร HR Certification โปรแกรม ให้เลือกมากมาย ในอนาคตหากมีโอกาส จะเพิ่มวุฒิด้าน HR ได้ การรับพนักงานใหม่ระดับ mid-level มาร่วมงาน ไม่ควรมองว่ามาจากองค์กรใหญ่กว่าหรือเล็กกว่าเรา ขอให้ใช้หลักวิชาชีพ HR  ในการสรรหาและคัดเลือก การโอนย้ายลูกจ้างไปทำงานกับบริษัทในเครือถือเป็นการเปลี่ยนตัวนายจ้าง เพราะแม้จะเป็นเครือเดียวกันแต่เป็นคนละนิติบุคคล (มาตรา 13 กฎหมายคุ้มครองแรงงานฯ ) และต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างด้วย หากลูกจ้างไม่ยอมย้ายไป [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">พนักงานรายวันและรายเดือนแตกต่างกันตรงที่ค่าจ้างรายเดือนคือเหมาจ่ายเป็นเดือน เช่น เงินเดือน 30,000 บาท ไม่ว่าเขาจะมาทำงานหรือลา หยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็ยังได้รับค่าจ้าง ส่วนค่าจ้างรายวันจะจ่ายค่าจ้างเฉพาะวันมาทำงาน มา 20 วัน ก็ได้ค่าจ้าง 20 วัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Exit Interview คือ การสัมภาษณ์พนักงานที่ตัดสินใจลาออก เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ทราบถึงปัญหาภายในที่ฝ่ายบุคคล หรือระดับผู้บริหารนั้นอาจมองไม่เห็น โดยนำความคิดเห็นที่ได้นั้นมาพัฒนาและปรับปรุงบริษัทให้ดียิ่งขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">หากสนใจงาน HR แนะนำให้อบรม HR ของสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย เรียกย่อ ๆ PMAT เป็นสมาคมวิชาชีพแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีหลักสูตร HR Certification โปรแกรม ให้เลือกมากมาย ในอนาคตหากมีโอกาส จะเพิ่มวุฒิด้าน HR ได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การรับพนักงานใหม่ระดับ mid-level มาร่วมงาน ไม่ควรมองว่ามาจากองค์กรใหญ่กว่าหรือเล็กกว่าเรา ขอให้ใช้หลักวิชาชีพ HR  ในการสรรหาและคัดเลือก</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การโอนย้ายลูกจ้างไปทำงานกับบริษัทในเครือถือเป็นการเปลี่ยนตัวนายจ้าง เพราะแม้จะเป็นเครือเดียวกันแต่เป็นคนละนิติบุคคล (มาตรา 13 กฎหมายคุ้มครองแรงงานฯ ) และต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างด้วย หากลูกจ้างไม่ยอมย้ายไป ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกการทำงานล้วนมีข้อสงสัยหรือคำถามที่ต้องการคำตอบ การทำงานของฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือทรัพยากรมนุษย์ก็เช่นกัน ที่มักเต็มไปด้วยประเด็นยาก ๆ ที่ HR หลายคนต้องการปรึกษาคนอื่นเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ HREX.asia จึงได้เปิดเว็บไซต์</span><a href="https://qath.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"> <span style="font-weight: 400;">HR Community </span></a><span style="font-weight: 400;">เว็บบอร์ดถาม-ตอบ (Q&amp;A Forum) ที่จะช่วยกระชับช่องว่างระหว่างคนทำงานสาย HR และเป็นชุมชนแห่งใหม่ของ HR ที่จะเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเราเชื่อว่าการแบ่งปันความรู้ (Knowledge sharing) คือพลังอันยิ่งใหญ่ ที่จะช่วยให้ HR ทุกคนก้าวผ่านอุปสรรคในทำงานไปด้วยกัน และก่อเกิดความรู้ใหม่ ๆ ต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-10998 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/Slide1-1-600x370.png" alt="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022 1177"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผ่านพ้นเดือนมีนาคม 2022 เป็นที่เรียบร้อย เพื่อน ๆ HR เป็นอย่างไรบ้าง สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังไม่จากเราไป แต่ดูเหมือนทุกคนเริ่มปรับตัวกันได้มากขึ้นแล้ว อย่างไรก็ดีก็ยังมีเพื่อน HR หลายคนที่ยังมีปัญหาและข้อกังวลในหัวข้ออื่น ๆ เช่น</span> <span style="font-weight: 400;">ค่าชดเชยกรณีติดโควิด</span><span style="font-weight: 400;">,</span> <span style="font-weight: 400;">ปัญหาการเลิกจ้างงาน</span><span style="font-weight: 400;">,</span> <span style="font-weight: 400;">ในหน่วยงานมีคนลาออกเยอะ</span><span style="font-weight: 400;">,</span> <span style="font-weight: 400;">จะทำอย่างไรให้ลูกน้องยอมรับ</span><span style="font-weight: 400;"> หรือ</span> <span style="font-weight: 400;">ลูกจ้างใช้วันลาเกินที่กฎหมายแรงงานกำหนด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สำหรับ Q&amp;A of the month 5 ข้อที่เราคัดสรรในที่นี้ เราเลือกจากคำถามที่ประโยชน์ เข้าถึงทุกคน โดยมีคำถามที่สามารถใช้งานได้จริงจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็น partner ของเรา โดยมีคำถามและคำตอบที่น่าสนใจ ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>Q1: ข้อแตกต่างระหว่างการจ้างงานแบบรายวัน และการจ้างงานแบบรายเดือน</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">พอดีได้ศึกษาและอ่านบทความจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ แล้วยังแยกไม่ออกในประเด็นทางด้านกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ระหว่างการจ้างงานแบบรายวันและรายเดือน เพราะเท่าที่อ่านมาคือพนักงานรายวันมีสิทธิ์ในการรับค่าจ้างและวันหยุดเหมือนกันกับพนักงานที่เป็นรายเดือนเลย ขอคำแนะนำด้วยครับ</span></p>
<h3>A: โดย นภัสราพร เด่นพงศ์พันธุ์</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเหมือน คือพนักงานรายเดือนและพนักงานรายวันได้รับสิทธิพื้นฐานขั้นต่ำตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนที่แตกต่างกัน คือพนักงานรายเดือนอาจจะได้รับเพิ่มมากกว่าพนักงานรายวันตามข้อบังคับการทำงานของผู้ว่าจ้างซึ่งถือว่าเป็นคุณต่อพนักงาน และส่งผลต่อแนวปฏิบัติที่แตกต่างกันด้วย </span></p>
<h3>A: โดย ดร.พลกฤต โสลาพากุล</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จ้างรายเดือนคือเหมาจ่ายเป็นเดือน เช่น 30,000 บาท ไม่ว่าเขาจะมาทำงาน หรือลา หยุดเสาร์อาทิตย์ ก็ยังได้รับค่าจ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนค่าจ้างรายวันจะจ่ายค่าจ้างเฉพาะวันมาทำงาน เช่น ในหนึ่งเดือนทำงาน 20 วัน หยุดเสาร์อาทิตย์ ได้รับค่าจ้างแค่ 20 วัน แต่วันลาวันหยุด นักขัตฤกษ์ ได้รับสิทธิต่าง ๆ ตามกฎหมาย เป็นต้น</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-10999 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/Slide2-1-600x370.png" alt="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022 1178"></div>
<div>
<p style="text-align: center;"><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1185?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-6918 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/07/60275ab58ebd7cd921d15fb49998721b-600x370.png" alt="60275ab58ebd7cd921d15fb49998721b" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022 1179"></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/qaarticle/workforce-after-covid19/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">อัพเดทเทรนด์ใหม่ล่าสุดในการจ้างงานและลักษณะแรงงานหลัง COVID-19</a></p>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>Q2: การบริหารพนักงานของผู้บริหาร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าผู้บริหารพูดไว้ว่า &#8220;ถ้าคิดว่ามีที่ทำงานที่ดีกว่านี้ก็ไป ก็ไม่ห้าม&#8221; แล้วก็ทุกครั้งที่พนักงานลาออกไม่เคยมีการสอบถามความพึงพอใจต่อการทำงานและสิ่งแวดล้อมในการทำงานเลย ควรจะแก้ไขหรือมีแนวทางแก้ไขอย่างไรบ้างครับ พนักงานลาออกเดือนละ 1 คนเลยครับ</span></p>
<h3>A: โดย Poonsawat Keawkaitsakul</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Exit Interview มีประโยชน์ในการพัฒนาปรับปรุงการทำงาน การวางแผนด้าน HR แต่บางครั้งองค์กรละเลยการทำ Exit Interview เพราะไม่เห็นความสำคัญ ไม่ได้นำข้อมูลที่ได้จากการทำ Exit Interview มาวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหา ดังนั้นการลดการละเลยการทำ Exit Interview ต้องชี้ให้เห็นประโยชน์ และความสำคัญของ Exit Interview</span></p>
<h3>A: โดย เอื้อมพร วรรณยิ่ง</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ขอแนะนำให้ทาง HR เริ่มทำการ Exit Interview ก่อนที่พนักงานเซ็นใบลาออกทุกครั้ง อยากให้เก็บข้อมูลเพื่อให้ทางฝ่ายบุคคลและผู้บริหารนำไปปรับปรุงนโยบายการทำงาน หรือ สิ่งแวดล้อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Exit Interview คือ การสัมภาษณ์พนักงานที่ตัดสินใจลาออก เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ทราบถึงปัญหาภายในที่ฝ่ายบุคคล หรือระดับผู้บริหารนั้นอาจมองไม่เห็น โดยนำความคิดเห็นที่ได้นั้นมาพัฒนาและปรับปรุงบริษัทให้ดียิ่งขึ้น</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11000 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/Slide3-1-600x370.png" alt="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022 1180"></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1144?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9154 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/02/shutterstock_1702143259-1.jpg" alt="ทำไม Exit Interview จึงเป็นสิ่งสำคัญ" width="500" height="334" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022 1181"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/th-exitinterview-190201//?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ทำไม Exit Interview จึงเป็นสิ่งสำคัญ</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h2>Q3: การเปลี่ยนสายงานมายัง HR</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สวัสดีค่ะ ตอนนี้อายุ 30 ต้องการเปลี่ยนสายงานจากงานบริการ customer service มาเป็น HR หรือ Recruitment แต่ไม่จบ/ไม่มีความรู้ HR กำลังสมัครงานใหม่และต้องการได้เปรียบกว่าผู้สมัครท่านอื่น จะมี อบรม HR เบื้องต้นแล้วได้ Certificate จากที่ไหนได้คะ? หรือจำเป็นต้องเรียน ป.โท หรืออนุปริญญาสาย HR เลยไหมคะ?</span></p>
<h3>A: โดย ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แนะนำให้อบรม HR ของสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (เรียกย่อ ๆ PMAT) เข้าดูข้อมูลได้ที่</span><a href="http://www.pmat.or.th/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">www.pmat.or.th</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">PMAT เป็นสมาคมวิชาชีพแห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีหลักสูตร HR Certification โปรแกรม ให้เลือกมากมาย ในอนาคตหากมีโอกาส จะเพิ่มวุฒิด้าน HR ได้ค่ะ แนะนำให้เลือกเรียนหลักสูตรพิเศษ ที่ไม่กระทบการทำงาน ไม่ควรหยุดงานแล้วไปเรียนอย่างเดียว จะทำให้ขาดช่วงประสบการณ์ในการทำงาน</span></p>
<h3>A: โดย Poonnie HR</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นการยากเหมือนกันนะครับ ถ้าไม่มีประสบการณ์ในการทำงานด้าน HR แล้วจะได้รับโอกาส แต่ผมเป็นกำลังใจให้ครับ สำหรับ Certificate ที่มีให้อบรมในสายงาน HR มีที่ผมนั่งฟังเรียน Online ฟรี และมี Certificate ให้เมื่อเรียนจบ มี Course เกี่ยวกับ HR มากพอสมควรครับ  หลากหลายฟังก์ชั่นในงาน HR ลองเข้าไปลงทะเบียนเรียนดูนะครับ ขอให้สมหวังครับ</span><a href="https://exlms.thaimooc.org/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">https://exlms.thaimooc.org/</span></a></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11001 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/Slide4-1-600x370.png" alt="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022 1182"></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1143?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10789 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/Partner_web-1200x676.png" alt="Partner web" width="518" height="292" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022 1183"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/tips/220302-advice-for-young-hr/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">11 คำแนะนำสำหรับ HR มือใหม่ให้เติบโตในสายอาชีพ</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h2>Q4: ปกติเวลารับพนักงานระดับ mid-level ควรรับคนที่มาจากองค์กรที่ใหญ่กว่าหรือเล็กกว่าเรา?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่บริษัทฯ พนักงาน 25-30 คน ยอดขายเฉลี่ย 40 ล้านบาท/ปี (ระดับ SME) เวลารับพนักงานเข้ามาใหม่ ในระดับ mid-level 30-40k เราควรรับคนที่มาจากองค์ที่ใหญ่กว่าไหม และถ้ารับจากที่ที่เล็กกว่าจะมีปัญหาหรือไม่ โปรดแชร์ประสบการณ์</span></p>
<h3>A: โดย Poonnie HR</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานที่มาจากองค์กรใหญ่ บางครั้งตำแหน่งและการเติบโตในที่ทำงานเดิมอาจจะยากสักหน่อย เนื่องจากเกณฑ์ต่างๆ อาจค่อยข้างมากและมีคู่เปรียบเทียบค่อนข้างเยอะใน Level เดียวกัน รวมถึงคนในหน่วยงานเดียวกันด้วย  ดังนั้นพนักงานจากองค์กรใหญ่จึงอยากออกมาเติบโตในองค์กรเล็ก เพื่อเพิ่มเงินเดือนให้สูงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานจากองค์กรเล็ก จะทำงานได้ครบฟังก์ชั่น ในคนเดียว เพราะต้องรับผิดชอบทุกสิ่ง แต่ถ้าวิธีการทำงานที่ถูกวางไว้ในองค์กรเล็กไม่ครบวง หรือ ทำเพื่อให้งานสำเร็จ บางครั้งเราอาจไม่สำเร็จเมื่อต้องไปรับงานชิ้นใหญ่ขึ้นกว่าเดิม กรอบความคิดอาจยังมองไม่ออกในภาพใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำคัญที่สุดคือ ตอนสัมภาษณ์ ให้พยายามหาคำตอบเพื่อให้มองเห็นว่าผู้สมัครต้องการอะไร มองหาอะไรในอนาคต แล้วดูว่าสอดคล้องกับองค์กรเราหรือไม่  ส่วนตัวยังไงผมยังอยากได้คนที่มาจากองค์กรใหญ่ เพราะเห็นภาพครบ คุยกันให้เห็นภาพในบางมุมที่เราไม่เคยเห็นครับ</span></p>
<h3>A: โดย ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การรับพนักงานใหม่ระดับ mid-level มาร่วมงาน ไม่ควรมองว่ามาจากองค์กรใหญ่กว่าหรือเล็กกว่าเรา ขอให้ใช้หลักวิชาชีพ HR  ในการสรรหาและคัดเลือก เกณฑ์ที่ควรใช้</span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> ความรู้ ความสามารถของตำแหน่งงาน Job Competency</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ประสบการณ์ตรงที่เชื่อถือได้</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ทักษะด้านภาษาอังกฤษ (กรณีที่ต้องใช้ในงาน)</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> Technology Skill</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> Leadership &amp; Attitude</span></li>
</ol>
<div class="focused-block--has-title check">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11002 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/Slide5-1-600x370.png" alt="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022 1184"></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1138?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-8308 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/446afed7441adb8a25e013ff973382cd-1-600x370.jpg" alt="คำถาม สัมภาษณ์งาน สัมภาษณ์ HR NOTE" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022 1185"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190301-job-interview-question/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">คำถามสัมภาษณ์งานจากฝ่ายบุคคล และการเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดี</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h2>Q5: บริษัทต้องการให้ย้ายงานไปบริษัทในเครือ สามารถทำได้ไหม?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัทต้องการให้ย้ายงานไปบริษัทในเครือ สามารถทำได้ไหมคะ? คือตอนนี้ทำอยู่บริษัทแม่ แต่ถูกยุบแผนก โดยสามารถไปทำงานสายเดิมในเครือ และสวัสดิการทุกอย่างเหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในกรณีนี้ ถ้าเราไม่อยากย้ายไปบริษัทลูกที่ไหนเลยด้วยเหตุผลส่วนตัว สามารถแจ้งออกแล้วขอค่าชดเชยได้ไหม  หรือทางบริษัทจะสามารถบีบให้เราอยู่บริษัทแม่ไปเรื่อย ๆ ให้เราทนไม่ไหวแล้วออกเอง?</span></p>
<h3>A: โดย ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การโอนย้ายลูกจ้างไปทำงานกับบริษัทในเครือถือเป็นการเปลี่ยนตัวนายจ้าง เพราะแม้จะเป็นเครือเดียวกันแต่เป็นคนละนิติบุคคล (มาตรา 13 กฎหมายคุ้มครองแรงงานฯ ) และต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างด้วย หากลูกจ้างไม่ยอมย้ายไป ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย</span></p>
<h3>A: โดย Poonnie HR</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การย้ายบริษัทในเครือ ผมเคยบริหาร Case นี้อยู่หลายครั้ง ในแง่ของ HR ต้องพูดคุยกับพนักงานถึงเหตุผลการโอนย้าย รวมถึง Benefits ต่าง ๆ ว่าเหมือนเดิม หรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่เราจะไม่สามารถลดเงินเดือนพนักงานได้ครับ แต่ Benefits อาจเปลี่ยนแปลงได้ ภายใต้ขอบเขตของงานใหม่ที่ต้องไปทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเรื่องสัญญา ไม่ได้ทำใหม่ เนื่องจากเป็นบริษัทในเครือ ผมใช้แบบฟอร์มการโอนย้ายครับ ใช้แนบสัญญาจ้างเดิม ซึ่งจะมีข้อมูล เงินเดือน และ Benefits ต่าง ๆ ของบริษัทเดิมและบริษัทใหม่  และมีการลงนามระดับหัวหน้าหน่วยงานใหม่และเดิม รวมถึงพนักงานครับ</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11003 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/Slide6-1-600x370.png" alt="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022" width="600" height="370" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022 1186"></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1179?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9252 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/09/shutterstock_574157812.jpg" alt="เหตุผลที่ต้องสร้าง Career Path ให้พนักงานในองค์กร" width="500" height="300" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022 1187"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210922-career-path/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">เหตุผลที่ต้องสร้าง Career Path ให้พนักงานในองค์กร</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeh62azDrXAtiIzd1wwOBWPkNP_a-qlTowsfmadhZTySp4GLA/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32989 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับชวนในบทความตำถามบอร์ด.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับชวนในบทความตำถามบอร์ด-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับชวนในบทความตำถามบอร์ด-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับชวนในบทความตำถามบอร์ด-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับชวนในบทความตำถามบอร์ด-1536x480.png 1536w" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94" width="1600" height="500" title="Q&amp;A of the Month: 5 คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมีนาคม 2022 1188"></a></p>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) ยิ่งทำให้การทำงานหนักและนานขึ้น?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/personnel-management/220331-flexible-working-more-working/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Mar 2022 20:53:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Flexible Working]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/220331-flexible-working-more-working/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น คือระบบจ้างงานพนักงานที่มีพรสวรรค์เข้ามาร่วมงานกับองค์กรโดยยืดหยุ่นกระบวนการต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับแต่ละคน เพื่อสอดรับพฤติกรรมการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความอิสระมากขึ้น แต่นักวิจัยทางสังคมตั้งข้อสังเกตไว้ว่า เมื่อพูดถึงการทำงานที่ยืดหยุ่น พนักงานส่วนใหญ่จะทำงานหนักและนานขึ้น แถมยังคิดเรื่องงานนอกเวลางานอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่ที่ทำงานที่บ้าน เพราะพวกเธอต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันทางสังคมที่คาดหวังให้เพศหญิงทำงานบ้านและดูแลลูกด้วย ทำให้พนักงานที่เป็นคุณแม่ต้องทำงานหนักและนานขึ้นเพื่อชดเชยเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตามระบบการทำงานที่ยืดหยุ่นจะยังคงอยู่ต่อไป พร้อม ๆ กับการเติบโตทางความคิดทางสังคมและความเท่าเทียมทางเพศที่เปิดกว้างมากขึ้น ซึ่งนั่นจะทำให้วิถีการทำงานเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นในอนาคต ทุกวันนี้เราคงได้ยินเรื่องระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) กันมากขึ้น หลายองค์กรเริ่มนิยมนำมาปรับใช้ในสถานที่ทำงาน เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของคนทำงานที่ไม่ต้องการระบบตอกบัตรเข้า-ออกงานตามเวลาเหมือนเดิม  ทว่ากลับมีผู้เชี่ยวชาญบางคนเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า ความอิสระในการกำหนดเวลาทำงานด้วยตัวเองและความหวังของสังคม กลับเป็นแรงกดดันให้พนักงานทำงานหนักและนานขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะกับพนักงานเพศหญิงที่เป็นคุณแม่ ระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) คืออะไร ระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น คือระบบจ้างงานพนักงานที่มีพรสวรรค์ (Talent) เข้ามาร่วมงานกับองค์กรโดยยืดหยุ่นกระบวนการต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับแต่ละคน เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่ปรับเปลี่ยนไป ระบบการจ้างงานที่หลากหลายรูปแบบในยุคปัจจุบันเป็นไปได้ทั้ง การจ้างงานแบบสัญญาจ้างระยะสั้น (Short Term Contract) การจ้าง/ทำงานแบบโปรเจกต์ (Project Base Working) การจ้าง/ทำงานแบบงานรายชิ้นหรือรายวันหรือรายครั้ง (Job Base) การจ้าง/ทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li>ระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น คือระบบจ้างงานพนักงานที่มีพรสวรรค์เข้ามาร่วมงานกับองค์กรโดยยืดหยุ่นกระบวนการต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับแต่ละคน เพื่อสอดรับพฤติกรรมการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความอิสระมากขึ้น</li>
<li>แต่นักวิจัยทางสังคมตั้งข้อสังเกตไว้ว่า เมื่อพูดถึงการทำงานที่ยืดหยุ่น พนักงานส่วนใหญ่จะทำงานหนักและนานขึ้น แถมยังคิดเรื่องงานนอกเวลางานอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่ที่ทำงานที่บ้าน เพราะพวกเธอต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันทางสังคมที่คาดหวังให้เพศหญิงทำงานบ้านและดูแลลูกด้วย ทำให้พนักงานที่เป็นคุณแม่ต้องทำงานหนักและนานขึ้นเพื่อชดเชยเวลาดังกล่าว</li>
<li>อย่างไรก็ตามระบบการทำงานที่ยืดหยุ่นจะยังคงอยู่ต่อไป พร้อม ๆ กับการเติบโตทางความคิดทางสังคมและความเท่าเทียมทางเพศที่เปิดกว้างมากขึ้น ซึ่งนั่นจะทำให้วิถีการทำงานเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นในอนาคต</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-10990 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/woman-trying-work-laptop-from-home-while-her-children-are-running-around-1.jpg" alt="เมื่อระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) ยิ่งทำให้การทำงานหนักและนานขึ้น?" width="600" height="370" title="เมื่อระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) ยิ่งทำให้การทำงานหนักและนานขึ้น? 1194"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้เราคงได้ยินเรื่องระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) กันมากขึ้น หลายองค์กรเริ่มนิยมนำมาปรับใช้ในสถานที่ทำงาน เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของคนทำงานที่ไม่ต้องการระบบตอกบัตรเข้า-ออกงานตามเวลาเหมือนเดิม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่ากลับมีผู้เชี่ยวชาญบางคนเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า ความอิสระในการกำหนดเวลาทำงานด้วยตัวเองและความหวังของสังคม กลับเป็นแรงกดดันให้พนักงานทำงานหนักและนานขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะกับพนักงานเพศหญิงที่เป็นคุณแม่</span></p>

<h2>ระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) คืออะไร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น คือระบบจ้างงานพนักงานที่มีพรสวรรค์ (Talent) เข้ามาร่วมงานกับองค์กรโดยยืดหยุ่นกระบวนการต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับแต่ละคน เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่ปรับเปลี่ยนไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบการจ้างงานที่หลากหลายรูปแบบในยุคปัจจุบันเป็นไปได้ทั้ง</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การจ้างงานแบบสัญญาจ้างระยะสั้น (Short Term Contract)</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การจ้าง/ทำงานแบบโปรเจกต์ (Project Base Working)</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การจ้าง/ทำงานแบบงานรายชิ้นหรือรายวันหรือรายครั้ง (Job Base)</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การจ้าง/ทำงานจากที่บ้าน (Work from Home)</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การจ้าง/ทำงานจากที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ (Remote Working)</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การทำงานแบบแชร์ความสามารถส่วนบุคคล (Talent Sharing)</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">หรือการจ้าง/ทำงานแบบฟรีแลนซ์ (Freelance)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">Flexible Working เป็นโอกาสที่จะได้คนที่มีความสามารถมาร่วมงานมากขึ้น และองค์กรก็จะมีการทำงานที่คล่องตัวขึ้น อย่างไรก็ดีระบบการจ้างงานในยุคนี้มีความหลากหลายและปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ อยู่ที่ผลประโยชน์กับทุกฝ่ายที่ตกลงร่วมกันทั้งองค์กรและพนักงานอย่างไร</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190808-flexible-working-system/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-thumbnail wp-image-9912 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/08/pexels-vlada-karpovich-4050296-1.jpg" alt="ระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working System) สำหรับองค์กรยุคอนาคต" width="600" height="370" title="เมื่อระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) ยิ่งทำให้การทำงานหนักและนานขึ้น? 1195"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190808-flexible-working-system/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working System) สำหรับองค์กรยุคอนาคต</span></a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ทำไมระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) ถึงทำให้พนักงานทำงานหนักและนานขึ้น</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-10988 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/little-daughter-businessman-attentively-watching-video-laptop-father-having-break-from-work.jpg" alt="เมื่อระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) ยิ่งทำให้การทำงานหนักและนานขึ้น?" width="600" height="370" title="เมื่อระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) ยิ่งทำให้การทำงานหนักและนานขึ้น? 1196"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นักวิจัยทางสังคม Heejung Chung จากมหาวิทยาลัยเคนต์ (University of Kent) ผู้เขียนหนังสือ The Flexibility Paradox ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ผู้ที่แสวงหาความยืดหยุ่น โดยเฉพาะผู้ที่พยายามควบคุมเวลาและที่ทำงานของตัวเอง อาจกำลังทำให้ตัวเองมีปัญหาแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า เมื่อพูดถึงการทำงานที่ยืดหยุ่น พนักงานส่วนใหญ่จะทำงานหนักและนานขึ้น แถมยังคิดเรื่องงานนอกเวลางานอีก สังเกตได้จากคนที่เลือกเวลาทำงานได้เอง จะบันทึกเวลาการทำงานเพิ่มขึ้น 4 ชั่วโมง/สัปดาห์เมื่อเทียบกับคนที่มีตารางเวลาทำงานแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่ที่ทำงานที่บ้าน เพราะพวกเธอต้องเผชิญหญ้ากับแรงกดดันทางสังคมที่คาดหวังให้เพศหญิงต้องทำงานบ้านและดูแลลูกเพิ่มเติม ทำให้พนักงานที่เป็นคุณแม่ต้องทำงานหนักและนานขึ้นเพื่อชดเชยเวลาดังกล่าวด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นการทำงานทางไกล (Remote Working) และการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) จึงมักถูกมองเป็นเรื่องพิเศษในการสร้างความสมดุลของชีวิต (Work-Life Balance) แต่ความจริงแล้วอาจตรงกันข้ามกันเลยก็ได้ เพราะแรงงานในสังคมยังมีการแข่งขันกันในระดับสูง และมีความไม่มั่นคงในงานสูงมาก ประกอบกับความเชื่อทางสังคมที่ว่า ‘งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข’ การทำงาน (เพื่อเงิน) ก็จะยิ่งเข้มข้นมากขึ้น</span></p>
<h2>อนาคตระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) ยังคงอยู่<b><br />
</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-10989 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/parent-trying-work-from-home-surrounded-by-kids.jpg" alt="เมื่อระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) ยิ่งทำให้การทำงานหนักและนานขึ้น?" width="600" height="370" title="เมื่อระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) ยิ่งทำให้การทำงานหนักและนานขึ้น? 1197"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม หลายคนคาดการณ์ได้ว่าระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) ยังคงอยู่ต่อ ไม่ว่าอนาคตจะมีการแพร่ระบาดของโรคใหม่หรือไม่ก็ตาม พร้อม ๆ กับการเติบโตทางความคิดทางสังคมและความเท่าเทียมทางเพศที่เปิดกว้างมากขึ้น ซึ่งนั่นจะทำให้วิธีการทำงานเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะเราจะเริ่มตั้งคำถามกันแล้วว่า เราทำงานเพื่ออะไรกันแน่… เพื่อเงินหรือเพื่อทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และด้วยความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน (Responsibility) และความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติงาน (Accountability) จะทำให้ผู้คนโฟกัสเฉพาะสิ่งที่จำเป็นต้องทำจริง ๆ มากกว่าทำงานเพราะแรงกดดัน เมื่อนั้น Flexible Working จะยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการทำให้คุณภาพชีวิตของพนักงานดีขึ้น สร้างสมดุลระหว่างชีวิตกับงาน และความเท่าเทียมทางเพศได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อยู่ที่ว่าเราจะมีทัศนคติต่อการทำงานและบทบาททางเพศอย่างไรกันแน่</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="เมื่อระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) ยิ่งทำให้การทำงานหนักและนานขึ้น? 1198" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<div class="focused-block"><b>ที่มา: </b><a href="https://hrsea.economictimes.indiatimes.com/news/talent-management/flexible-working-does-it-mean-extra-work-especially-for-women/90373603" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">hrsea</span></a></div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
