<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>HR Insight &#8211; HREX.asia</title>
	<atom:link href="https://th.hrnote.asia/category/hrinsight/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://th.hrnote.asia</link>
	<description>HREX สนับสนุนการเติบโตขององค์กรโดย HR</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Jul 2026 07:54:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/favicon-96x96-1.png</url>
	<title>HR Insight &#8211; HREX.asia</title>
	<link>https://th.hrnote.asia</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar เคล็ดลับการเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-from-sourcing-to-earning-freelance-recruiter-sourcedout-260625/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-from-sourcing-to-earning-freelance-recruiter-sourcedout-260625/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2026 10:59:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Freelance Recruiter]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<category><![CDATA[SourcedOut]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50375</guid>

					<description><![CDATA[ตลาดงานที่เปลี่ยนเร็วทำให้คนทำงานจำนวนมากเริ่มมองหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ เพราะการมีรายได้จากทางเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป โดยเฉพาะคนทำงาน HR และ Recruiter ที่มีทักษะสำคัญอย่างการสรรหาคนอยู่ในมืออยู่แล้ว คำถามคือ “เราจะใช้ทักษะที่มีสร้างโอกาสใหม่ให้ตัวเองได้อย่างไร ?” หนึ่งในเส้นทางที่น่าสนใจคือการเป็น Freelance Recruiter งานเสริมที่สามารถต่อยอดจากประสบการณ์เดิมได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำ ไม่ต้องแบกรับ KPI แบบงานประจำ และยังสามารถเลือกตำแหน่งงานที่เหมาะกับความถนัดของตัวเองได้ ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง SourcedOut ที่เปิดพื้นที่ให้ Recruiter สร้างรายได้จากการแนะนำผู้สมัครที่มีคุณภาพ ใน HREX Webinar &#124; From Sourcing to Earning เคล็ดลับสู่การเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut จึงชวนคุณ ศรัญญา จตุรงคโชค User Success Team Lead จาก SourcedOut และคุณ อภิสรา อรุณวงค์ Top Performer Ranked No.1 บนแพลตฟอร์ม SourcedOut [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50379" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-25T165452.192.webp" alt="HREX Webinar | From Sourcing to Earning" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar เคล็ดลับการเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut 7" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-25T165452.192.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-25T165452.192-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลาดงานที่เปลี่ยนเร็วทำให้คนทำงานจำนวนมากเริ่มมองหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ เพราะการมีรายได้จากทางเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป โดยเฉพาะคนทำงาน HR และ Recruiter ที่มีทักษะสำคัญอย่างการสรรหาคนอยู่ในมืออยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามคือ </span><i><span style="font-weight: 400;">“เราจะใช้ทักษะที่มีสร้างโอกาสใหม่ให้ตัวเองได้อย่างไร ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในเส้นทางที่น่าสนใจคือการเป็น Freelance Recruiter งานเสริมที่สามารถต่อยอดจากประสบการณ์เดิมได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำ ไม่ต้องแบกรับ KPI แบบงานประจำ และยังสามารถเลือกตำแหน่งงานที่เหมาะกับความถนัดของตัวเองได้ ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/1"><b>SourcedOut</b></a><span style="font-weight: 400;"> ที่เปิดพื้นที่ให้ Recruiter สร้างรายได้จากการแนะนำผู้สมัครที่มีคุณภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน HREX Webinar | From Sourcing to Earning เคล็ดลับสู่การเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut จึงชวนคุณ </span><b>ศรัญญา จตุรงคโชค User Success Team Lead จาก SourcedOut</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>อภิสรา อรุณวงค์ Top Performer Ranked No.1 บนแพลตฟอร์ม SourcedOut</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเรียนรู้วิธีเปลี่ยนทักษะสรรหาให้กลายเป็นรายได้จริง พร้อมเข้าใจการบริหารเวลา Mindset และกลยุทธ์ที่ช่วยให้ Freelance Recruiter สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว ที่นี่ที่เดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Freelance Recruiter บน SourcedOut ทำอะไรบ้าง และทำไมถึงเป็นโอกาสใหม่ของคนสาย Recruitment </b></h2>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-50377" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px.webp" alt="HREX Webinar | From Sourcing to Earning" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar เคล็ดลับการเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut 8" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงแรกของ HREX Webinar คุณศรัญญา เริ่มด้วยการอธิบายว่า SourcedOut เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้คนมีทักษะด้าน Recruitment สามารถต่อยอดความสามารถของตัวเองเป็นรายได้เสริมผ่านการทำงานแบบ Freelance Recruiter โดยปัจจุบันแพลตฟอร์มมี Freelance Recruiter อยู่ประมาณ 2,000 คน และส่วนใหญ่เป็นคนที่มีงานประจำอยู่แล้ว</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หลายคนเข้ามาเพราะอยากใช้ประสบการณ์ด้านการสรรหาคนให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ทั้งในแง่การพัฒนาทักษะ การขยายโอกาส และการสร้างรายได้เพิ่มเติมจากความถนัดที่มีอยู่ค่ะ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการเติบโตของ Community บน SourcedOut ถือว่าน่าสนใจมาก โดยจำนวนผู้สมัคร Freelance Recruiter เติบโต 106.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และหากมองภาพรวมตั้งแต่ปี 2023-2025 จำนวน Freelance Recruiter เพิ่มขึ้นถึง 171% แสดงให้เห็นว่าคนทำงานสาย Recruitment จำนวนมากเริ่มมองหาช่องทางใหม่ในการต่อยอดอาชีพของตัวเอง โดยเฉพาะ Recruiter ที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว รวมถึง In-House Recruiter ที่อยากหารายได้เสริมจากทักษะที่ใช้ในงานประจำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดสำคัญของ SourcedOut ยังอยู่ที่การช่วยลดภาระงานบางส่วนที่ Recruiter ต้องเจอในการทำงานปกติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหากเป็นกระบวนการ Recruitment ทั่วไป Recruiter อาจต้องรับผิดชอบตั้งแต่รับบรีฟ เขียน JD สรรหา สกรีน นัดสัมภาษณ์ Follow up แจ้งผล ต่อรองเงินเดือน ไปจนถึงทำเอกสาร Offer รวมแล้วอาจมีมากถึง 9 ขั้นตอน แต่สำหรับ Freelance Recruiter บน SourcedOut หน้าที่หลักจะเน้นอยู่ที่ 3 ขั้นตอน ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Sourcing หรือการสรรหาผู้สมัคร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Screening หรือการคัดกรองเบื้องต้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Submitting หรือการส่งข้อมูลผู้สมัครเข้าระบบ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วหลังจากนั้นทีม SourcedOut จะช่วยดำเนินการต่อ ทำให้ Freelance Recruiter สามารถโฟกัสกับงานที่ตัวเองถนัดได้มากขึ้น</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-50378" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-1.webp" alt="HREX Webinar | From Sourcing to Earning" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar เคล็ดลับการเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut 9" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-1.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-1-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-1-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-1-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/SO-Webinar-x-HREX-1920x1080-px-1-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องที่คุณศรัญญาให้ความสำคัญคือความน่าเชื่อถือของตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัคร ทีมงาน SourcedOut จะคัดกรองก่อนว่าตำแหน่งนั้นเปิดรับจริงหรือไม่ บริษัทมีความน่าเชื่อถือหรือเปล่า และมีความต้องการจ้างงานจริงแค่ไหน เพื่อป้องกันปัญหาตำแหน่งงานที่เปิดทิ้งไว้โดยไม่มีการรับคนจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน คนที่มีงานประจำอยู่แล้วและอยากเข้ามาเป็น Freelance Recruiter ก็ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับบริษัทปัจจุบันให้ชัดเจน หากมีความเสี่ยงเรื่อง Conflict of Interest ก็อาจไม่เหมาะที่จะเริ่มทำ หรือหากต้องใช้เครื่องมือและทรัพยากรจากบริษัทเดิมมาทำงานเสริม ก็เป็นสิ่งที่ไม่แนะนำเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่สนใจเริ่มต้นกับ SourcedOut หลังจากสมัครเข้ามาแล้ว ทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อเข้าสู่กระบวนการ Onboarding โดยเฉพาะในช่วง 1-3 เดือนแรก จะมีการจัด Online Session เพื่ออธิบายวิธีทำงาน ฟีเจอร์ของแพลตฟอร์ม ไฟล์และวิดีโอแนะนำ รวมถึง Workshop จาก Recruiter ของ Reeracoen ที่มาช่วยเสริมความเข้าใจในการทำงานจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนค่าตอบแทน (Incentive) ที่หาคนได้จะเริ่มต้นประมาณ 12,000 บาท และสามารถเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขของแต่ละตำแหน่ง โดยระบบจะแจ้งไว้อย่างชัดเจนว่าหากส่งผู้สมัครในตำแหน่งใดสำเร็จ จะได้รับ Incentive เท่าไหร่ ทั้งนี้ Freelance Recruiter จะได้รับค่าตอบแทนเมื่อผู้สมัครที่แนะนำได้เข้าทำงานจริง และทำงานครบ 7 วันแล้ว</span></p>
<h2><b>แกะเคล็ดลับความสำเร็จในการหาคนของ Freelance Recruiter No.1 ของ SourcedOut</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ HREX Webinar นี้คือการพูดคุยกับคุณอภิสราซึ่งเป็น Top Performer Ranked No.1 บนแพลตฟอร์ม SourcedOut ผู้เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า ทักษะ Recruitment ที่หลายคนใช้อยู่ทุกวัน สามารถนำมาต่อยอดเป็นรายได้เสริมได้จริง หากรู้จักเลือกโอกาสและวางวิธีทำงานให้เหมาะกับตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอภิสราเล่าให้ฟังว่า เส้นทางการเป็น Freelance Recruiter ของเธอเริ่มต้นตั้งแต่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ แล้วได้ทำงานเป็น HR Admin ให้กับองค์กรหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบาทที่ได้เห็นงาน HR หลายมุม ทั้งงานเอกสาร การประสานงาน และการดูแลกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะยังไม่ใช่งาน Recruitment แบบเต็มตัวตั้งแต่แรก แต่ประสบการณ์ช่วงนั้นทำให้เธอได้เข้าใจพื้นฐานของงาน HR และเริ่มมองเห็นว่าการทำงานกับคน ต้องใช้ทั้งความละเอียด ความอดทน และการสื่อสารที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเหตุผลที่ทำให้เธอเริ่มมองหาโอกาสใหม่ ๆ คือหลังเลิกงานประจำแล้วไม่ได้มีกิจกรรมอื่นมากนัก เธอจึงเริ่มคิดว่า เวลาที่มีในช่วงหลังเลิกงานอาจนำไปใช้สร้างรายได้เพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะงานที่ยังเกี่ยวข้องกับทักษะ HR และ Recruitment ที่ตัวเองคุ้นเคยอยู่แล้ว การเป็น Freelance Recruiter จึงกลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะสามารถทำควบคู่กับงานประจำและการเรียนได้ หากบริหารเวลาให้ดี</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่เคยทำในงานประจำ สามารถนำมาใช้สร้างโอกาสใหม่ได้ทันที หากรู้จักเลือกตำแหน่งงานที่เหมาะกับความถนัดของตัวเองค่ะ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนที่เธอได้รับจากการเป็น Freelance Recruiter คือ เธอไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำ หรือเปลี่ยนเส้นทางอาชีพทันที หากเข้าใจเงื่อนไขของงาน รู้จักบริหารเวลา และแยกขอบเขตระหว่างงานหลักกับงานเสริมให้ชัดเจน งานนี้สามารถกลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้ Recruiter ได้ฝึกฝนทักษะกับโจทย์ใหม่ ๆ พร้อมสร้างรายได้จากความถนัดของตัวเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เลือกงานให้เป็น บริหาร Candidate ให้ดี และตามงานอย่างมีระบบ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นเป็น Freelance Recruiter ควรเริ่มจากการหาคนในตำแหน่งงานแบบไหนดีที่สุด ? คำตอบจากประสบการณ์ของ Top Performer จาก SourcedOut คือ ไม่จำเป็นต้องเลือกทุกงานที่เปิดอยู่ในแพลตฟอร์ม แต่ควรเริ่มจากงานที่ตัวเองเข้าใจจริง งานที่อ่าน JD แล้วมองเห็นภาพว่าต้องหาคนแบบไหน ต้องมีทักษะอะไร และผู้สมัครกลุ่มนี้น่าจะอยู่ในช่องทางใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอเล่าต่อว่า โดยส่วนใหญ่เธอมักเลือกหาผู้สมัครในตำแหน่งเด็กจบใหม่ หรือระดับ Officer มากกว่า เพราะเป็นระดับงานที่ใกล้เคียงกับประสบการณ์และช่วงวัยของเธอเอง ทำให้เข้าใจความต้องการของผู้สมัคร เข้าใจลักษณะงาน และสื่อสารกับ Candidate ได้เป็นธรรมชาติกว่า เวลาคุยกับผู้สมัคร เธอจึงพอจะมองออกว่าอะไรคือสิ่งที่คนกลุ่มนี้มองหา ไม่ว่าจะเป็นโอกาสเติบโต เงินเดือน ลักษณะงาน หรือวัฒนธรรมองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางกลับกัน เธอแทบจะไม่เลือกตำแหน่งระดับสูงขึ้นอย่าง Manager หรือระดับ C-Level เลย เพราะยังรู้สึกว่ายังไม่เข้าใจขอบเขตงาน ความรับผิดชอบ และความคาดหวังของตำแหน่งเหล่านั้นมากพอ หากฝืนเลือกตำแหน่งที่ตัวเองไม่เข้าใจ โอกาสหาผู้สมัครที่ตรงโจทย์ก็อาจลดลง และทำให้ปิดจ็อบได้ยากกว่าเดิม</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การเลือกงานที่เหมาะกับตัวเองจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการทำงานให้มีประสิทธิภาพค่ะ งาน Recruitment ต้องใช้ทั้งเวลา ความเข้าใจ และการติดตามผล หากเลือกงานที่ไม่ถนัดตั้งแต่แรก Recruiter อาจเสียเวลาไปกับการหาคนจำนวนมาก แต่ได้ Candidate ที่ยังไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ในทางกลับกัน หากเลือกงานที่เข้าใจดี Recruiter จะคุยกับผู้สมัครได้มั่นใจขึ้น และประเมินความเหมาะสมได้แม่นยำกว่าเดิม”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเคล็ดลับที่สำคัญคือการดูแล Candidate อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การอธิบายตำแหน่งงานให้ชัดเจน ถามความสนใจจริงของผู้สมัคร ตรวจสอบข้อมูลพื้นฐาน และประเมินว่าผู้สมัครพร้อมเข้าสู่กระบวนการมากแค่ไหน เพราะหน้าที่ของ Freelance Recruiter บน SourcedOut ต้องช่วยคัดกรองเบื้องต้นให้ดีด้วย เพื่อให้ผู้สมัครที่ถูกส่งต่อมีคุณภาพมากพอสำหรับขั้นตอนถัดไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นการ Follow up ก็เป็นอีกจุดที่แยก Recruiter ทั่วไปกับ Recruiter ที่ทำงานได้ดีออกจากกัน เพราะในกระบวนการสรรหา ผู้สมัครอาจเปลี่ยนใจ ตอบช้า มีข้อสงสัยเรื่องตำแหน่งงาน หรือมีเงื่อนไขที่ต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติม Recruiter ที่ตามงานอย่างเหมาะสม จะช่วยลดโอกาสหลุดระหว่างทาง และทำให้ผู้สมัครรู้สึกว่าได้รับการดูแลจริง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง Recruiter กับ Candidate เป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญของงานนี้ค่ะ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เธอยืนยัน</span></p>
<h3><b>งานเสริมที่ต้องจริงจัง: บริหารเวลาอย่างไรให้ไม่กระทบงานประจำ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้การเป็น Freelance Recruiter จะเป็นงานเสริม แต่หากอยากสร้างรายได้จริง ก็ต้องบริหารเวลาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะคนที่มีงานประจำอยู่แล้ว เพราะเวลาที่ใช้กับงานเสริมต้องไม่กระทบความรับผิดชอบหลัก และต้องไม่สร้างปัญหากับองค์กรที่ทำงานอยู่ในปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคุณอภิสรา วงจรการทำงานในแต่ละวันเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า หลังตื่นนอนประมาณ 8:00 น. เธอจะใช้เวลาช่วงนี้ทำงาน Freelance Recruiter ก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นการดูตำแหน่งงานบน SourcedOut เช็กความคืบหน้าของ Candidate หรือดูว่ามีผู้สมัครคนไหนที่ควรติดตามต่อบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถึงเวลางานประจำช่วง 10:00 น. เธอจะให้ความสำคัญกับงานหลัก ไม่เอางานนอกเข้ามาปะปน เพราะแม้การทำ Freelance Recruiter จะเป็นช่องทางสร้างรายได้เพิ่ม แต่ความรับผิดชอบต่อบริษัทปัจจุบันยังเป็นเรื่องสำคัญ การแยกเวลาให้ชัดจึงช่วยให้เธอทำงานเสริมได้โดยไม่กระทบงานหลัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงพักกลางวันเป็นอีกจังหวะที่เธออาจใช้เช็กงาน Freelance แบบเบา ๆ เช่น ดูข้อความจาก Candidate ตรวจสถานะของผู้สมัคร หรือดูว่ามีตำแหน่งไหนที่น่าสนใจเพิ่มเติมบ้าง เป็นการใช้เวลาสั้น ๆ ให้เกิดประโยชน์ โดยไม่ทำให้รู้สึกว่าต้องทำงานตลอดทั้งวันจนเกินไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหลังเลิกงานประมาณ 18:00-18:30 น. จะเป็นช่วงที่เธอกลับมาทำงาน Freelance Recruiter อย่างจริงจังมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอ่านรายละเอียดตำแหน่งงาน เลือก Job ที่ตัวเองเข้าใจ เริ่ม Sourcing ผู้สมัคร คุยกับ Candidate ตรวจสอบความสนใจเบื้องต้น และเตรียมข้อมูลสำหรับ Submit เข้าระบบของ SourcedOut ช่วงหลังเลิกงานจึงเป็นเวลาหลักที่เธอใช้เปลี่ยนทักษะ Recruitment ให้กลายเป็นรายได้เสริม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น คุณอภิสราไม่ได้มีเวลาว่างช่วงสุดสัปดาห์ เพราะต้องแบ่งเวลาไปทำธุระอื่น ทำให้งานฟรีแลนซ์ต้องถูกจัดวางอยู่ในช่วงเวลาที่เหลือจริง ๆ การทำงานของเธอจึงไม่ได้อาศัยการมีเวลาว่างทั้งวัน แต่ใช้วิธีแบ่งเวลาย่อย ๆ ให้มีประสิทธิภาพ รู้ว่าช่วงไหนควรดูงาน ช่วงไหนควรคุยกับผู้สมัคร และช่วงไหนควรพักจากงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกจุดที่คุณอภิสราให้ความสำคัญคือกรอบเวลาในการติดต่อผู้สมัคร เธอเล่าว่าโดยปกติจะไม่ค่อยทำงานดึกถึงช่วง 4-5 ทุ่ม เพราะเคยมีผู้สมัครสงสัยว่า เธอเป็นมิจฉาชีพหรือเปล่า (ฮา) หากมีคนติดต่อเรื่องงานในเวลาที่ดึกเกินไป อาจทำให้ผู้สมัครรู้สึกไม่มั่นใจได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ <strong>เธอจึงพยายามทำงานให้อยู่ในกรอบเวลาที่เหมาะสมมากที่สุด ทั้งช่วงเช้า พักกลางวัน และหลังเลิกงาน เพื่อรักษาภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพของตัวเองในฐานะ Recruiter</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม วิธีบริหารเวลาของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน บางคนอาจถนัดทำงานช่วงเช้า บางคนอาจมีเวลาช่วงค่ำ หรือบางคนอาจใช้วันหยุดในการจัดการงานฟรีแลนซ์ สิ่งสำคัญคือการหาสไตล์การทำงานที่เหมาะกับชีวิตของตัวเอง โดยยังรักษาความรับผิดชอบต่องานประจำ ผู้สมัคร และมาตรฐานวิชาชีพให้ดีที่สุด</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41747" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HR-Recruiter-อาชีพที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้.png" alt="HR Recruiter อาชีพที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar เคล็ดลับการเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut 10" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HR-Recruiter-อาชีพที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HR-Recruiter-อาชีพที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/hr-recruiter-help-people-241203/">HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>Mindset ของ Freelance Recruiter ที่อยากสร้างรายได้ต่อเนื่อง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครอยากเป็น Freelance Recruiter ที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง คุณอภิสราแนะนำเลยว่า ต้องเริ่มจากมี Mindset ที่ถูกต้องก่อนนั่นคือ การเน้นหาคนที่คุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ CV ที่ส่งเข้าไป</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“งานนี้ไม่ใช่งานที่ส่งผู้สมัครให้เยอะที่สุดแล้วจบ เพราะทุกขั้นตอนมีผลต่อคุณภาพของการสรรหา ตั้งแต่การเลือกตำแหน่งงาน การหา Candidate การพูดคุยเบื้องต้น ไปจนถึงการส่งข้อมูลเข้าระบบ หากทำแบบเร่งรีบหรือส่งคนโดยไม่คัดกรองให้ดี โอกาสปิดงานก็จะลดลงตามไปด้วย”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“แม้เราจะทำงานนี้ในฐานะ Freelance แต่ก็ต้องมีความเป็นมืออาชีพค่ะ เพราะบริษัทลูกค้าต้องการผู้สมัครที่เหมาะสม ส่วนผู้สมัครเองก็ต้องการข้อมูลที่ชัดเจนและโอกาสที่น่าเชื่อถือ Recruiter จึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมทั้งสองฝ่ายเข้าหากัน การสื่อสารที่ตรงไปตรงมา การรักษาคำพูด และการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง จึงเป็นพื้นฐานที่ทำให้งานนี้เติบโตได้”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อถัดมาคือความสม่ำเสมอ คนที่ประสบความสำเร็จในงาน Freelance Recruiter มักไม่ได้ทำเฉพาะช่วงที่มีเวลาว่างมาก ๆ แล้วหยุดไปยาว ๆ แต่จะมีจังหวะการทำงานที่ต่อเนื่อง รู้ว่าต้องดูตำแหน่งงานใหม่เมื่อไหร่ ควรติดตามผู้สมัครคนไหน และควรปรับวิธีหา Candidate อย่างไรเมื่อผลลัพธ์ยังไม่ดีพอ ความสม่ำเสมอนี้ช่วยให้ Recruiter เข้าใจตลาดมากขึ้น และมองเห็นโอกาสที่คนอื่นอาจมองข้าม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคือการเรียนรู้จากงานที่ยังปิดไม่ได้ เพราะไม่ใช่ทุกตำแหน่งที่ส่งผู้สมัครแล้วจะสำเร็จทันที บางครั้ง Candidate อาจไม่ผ่าน บางครั้งตำแหน่งอาจมีเงื่อนไขเฉพาะ หรือบางครั้งตลาดอาจมีผู้สมัครน้อยกว่าที่คิด</span></p>
<p><b>Recruiter ที่ดีจะใช้ Feedback เหล่านี้มาปรับวิธีทำงาน อ่าน JD ให้ละเอียดขึ้น ถามคำถามให้คมขึ้น และเลือก Candidate ให้แม่นขึ้น เมื่อทำแบบนี้ต่อเนื่อง งานเสริมนี้ก็มีโอกาสกลายเป็นช่องทางรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50380" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-25T170349.711.webp" alt="HREX Webinar | From Sourcing to Earning" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar เคล็ดลับการเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut 11" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-25T170349.711.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-25T170349.711-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Secret Sauce FAQ: 4 คำถามสำคัญที่ Freelance Recruiter ควรรู้ก่อนเริ่มทำงานจริง</b></h2>
<h3><b>1. ใช้ AI ช่วยสกรีนเรซูเม่ได้ไหม และควรใช้แค่ไหนถึงเหมาะสม?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">AI สามารถเป็นตัวช่วยของ Freelance Recruiter ได้ โดยเฉพาะการอ่านเรซูเม่เบื้องต้น สรุปประสบการณ์ของผู้สมัคร เทียบคีย์เวิร์ดกับ JD หรือช่วยตั้งคำถามสำหรับใช้ Screening ต่อ แต่คุณอภิสรายืนยันว่า AI ไม่ควรถูกใช้เป็นผู้ตัดสินแทน Recruiter ทั้งหมด เพราะการประเมินผู้สมัครยังต้องอาศัยบริบทจากการพูดคุยจริง เช่น เหตุผลที่อยากเปลี่ยนงาน ความสนใจในตำแหน่ง ความพร้อมในการเริ่มงาน และความคาดหวังด้านเงินเดือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องที่ต้องระวังคือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครรั่วไหล ซึ่งจะเกิดขึ้นง่ายมากหากใช้ AI ช่วยอ่านเรซูเม่ ดังนั้นทางที่ดีควรสกรีนด้วยตัวเองจะปลอดภัยกับทุกฝ่ายที่สุด</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49631" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-Cover.webp" alt="AI vs Human Recruiter Pre-Screen Cover" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar เคล็ดลับการเป็น Freelance Recruiter อันดับหนึ่งบน SourcedOut 12" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/ai-vs-human-pre-screen-recruitment-260420/">AI vs Human: ใครกันแน่ที่เหมาะกับงาน Pre‑Screen ผู้สมัคร ?</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>2. ถ้าผู้สมัครถามว่าเราเป็นใคร ควรแนะนำตัวอย่างไรให้ดูน่าเชื่อถือ?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ Freelance Recruiter คุณอภิสราให้ความเห็นว่า ความน่าเชื่อถือเริ่มตั้งแต่ข้อความแรกที่ใช้ติดต่อผู้สมัคร ควรแนะนำตัวให้ชัดว่าเราเป็น Freelance Recruiter ที่ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มใด กำลังติดต่อเกี่ยวกับตำแหน่งอะไร และเห็นความเหมาะสมของผู้สมัครจากประสบการณ์ส่วนไหน การอธิบายให้ตรงไปตรงมาตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความสงสัยของผู้สมัครได้มาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการทักแบบกว้าง ๆ เช่น “สนใจงานไหม” โดยไม่บอกรายละเอียด เพราะผู้สมัครอาจไม่มั่นใจว่าเป็นโอกาสจริงหรือไม่ การให้ข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่อตำแหน่ง ลักษณะงานคร่าว ๆ สถานที่ทำงาน รูปแบบการทำงาน และช่วงเงินเดือนถ้ามีข้อมูล จะช่วยให้ผู้สมัครตัดสินใจได้เร็วขึ้น และทำให้ Recruiter ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น</span></p>
<h3><b>3. ถ้าเจอผู้สมัครโกหกข้อมูล หรือให้ข้อมูลไม่ตรงกับเรซูเม่ ควรทำอย่างไร?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กรณีนี้เป็นเรื่องที่ Recruiter มีโอกาสเจอได้ คุณอภิสรามองว่า สิ่งแรกที่ควรทำคืออย่าเพิ่งตัดสินผู้สมัครทันที แต่ควรถามซ้ำอย่างสุภาพเพื่อเช็กความชัดเจนก่อน เพราะบางครั้งข้อมูลที่ดูไม่ตรงกันอาจเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อน การเขียนเรซูเม่ไม่ละเอียด หรือผู้สมัครอธิบายประสบการณ์ของตัวเองไม่เก่งพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้ากลับไปตรวจสอบข้อมูล แล้วกลับมาถามใหม่ จนพบว่าข้อมูลไม่ตรงกันจริงก็ไม่ควรฝืนส่งต่อไปยังขั้นต่อไป เพราะการส่งผู้สมัครที่ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือเข้าระบบ อาจกระทบต่อทั้งบริษัทลูกค้า แพลตฟอร์ม และความน่าเชื่อถือของตัว Recruiter เอง</span></p>
<h3><b>4. เวลารับ Requirement จากลูกค้า ควรดูอะไรในเรซูเม่ก่อนตัดสินใจส่งผู้สมัคร?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในวิธีทำงานของคุณอภิสราคือการเริ่มจากการอ่าน Requirement ของลูกค้าให้ชัดก่อนว่า ตำแหน่งนี้ต้องการคนแบบไหน อะไรคือคุณสมบัติที่จำเป็นจริง ๆ และอะไรคือคุณสมบัติที่มีแล้วช่วยเพิ่มโอกาส จากนั้นจึงค่อยกลับมาดูเรซูเม่ของผู้สมัครทีละจุด เพื่อเทียบว่าผู้สมัครตรงกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากน้อยแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีนี้คล้ายกับการค่อย ๆ ตัด Choice ออก หาก Requirement ระบุว่าต้องจบการศึกษาด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น เธอก็จะคัดคนออกไปเลย วิธีนี้ประหยัดเวลา และทำให้หาคนที่ตรงกับความต้องการขององค์กรลูกค้าได้มากที่สุด </span></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็น Freelance Recruiter อาจเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า ทักษะที่เรามีอยู่แล้วสามารถพาเราไปต่อได้ไกลแค่ไหน จากประสบการณ์ของคุณอภิสรา ทำให้เห็นว่า งานนี้ไม่ใช่แค่ช่องทางหารายได้เสริม แต่ยังเป็นพื้นที่ให้คนทำงาน HR และ Recruiter ได้ฝึกอ่าน Requirement ให้ขาด เข้าใจ Candidate ให้มากขึ้น และพัฒนาวิธีสื่อสารกับผู้สมัครให้เป็นมืออาชีพกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือการรู้จักเลือกงานที่เหมาะกับตัวเอง บริหารเวลาให้ไม่กระทบงานประจำ รักษาความน่าเชื่อถือในการติดต่อผู้สมัคร และใช้เครื่องมือที่มีอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นระบบของ SourcedOut หรือเทคโนโลยีอย่าง AI ที่เข้ามาช่วยให้การทำงานเร็วขึ้น แต่สุดท้ายแล้ว Judgment ของ Recruiter ยังเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการคัดเลือกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่ทำงานสาย HR หรือ Recruitment อยู่แล้ว และอยากเปลี่ยนทักษะการสรรหาให้กลายเป็นรายได้เสริม SourcedOut อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ เพราะคุณสามารถเลือกตำแหน่งงานที่เหมาะกับความถนัด ทำงานในกรอบเวลาของตัวเอง และมีทีมงานคอยสนับสนุนในขั้นตอนถัดไป</span></p>
<p><a href="https://www.sourcedout.asia/recruiter/?utm_source=HREX&amp;utm_medium=website&amp;utm_campaign=CTA" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">หากใครสนใจอยากเป็น Freelance Recruiter ในเครือของ SourcedOut สามารถลงทะเบียนมาได้เลยที่นี่</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/1"><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรไหนกำลังต้องการ Recruiter มาช่วยหาคน หาผู้สมัครที่ตรงโจทย์ หรือเพิ่มกำลังในการสรรหาพนักงานโดยไม่ต้องขยายทีมประจำ ก็สามารถใช้บริการ SourcedOut ได้เช่นกัน ติดต่อผ่าน HREX มาได้เลย</span></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-from-sourcing-to-earning-freelance-recruiter-sourcedout-260625/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/exclusive-hr-manager-roundtable-sriracha-260624/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/exclusive-hr-manager-roundtable-sriracha-260624/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 10:56:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Roundtable]]></category>
		<category><![CDATA[Reeracoen]]></category>
		<category><![CDATA[Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50351</guid>

					<description><![CDATA[Eastern Seaboard คือหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะชลบุรีและระยอง ซึ่งเป็นฐานการผลิตของหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี โลจิสติกส์ ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ EEC พื้นที่นี้จึงไม่ได้ต้องการแค่แรงงานจำนวนมาก แต่ยังต้องการคนที่ใช่ที่มีทักษะเฉพาะ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การหาคนที่ใช่ในพื้นที่ Eastern Seaboard ไม่ได้เป็นโจทย์ง่ายเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป เพราะ HR ต้องเผชิญทั้งจำนวนผู้สมัครที่ลดลง การแข่งขันเพื่อแย่งชิง Talent ที่รุนแรงขึ้น ความคาดหวังด้านค่าตอบแทนที่เปลี่ยนไป และพฤติกรรมของผู้สมัครที่เลือกงานอย่างรอบคอบมากกว่าเดิม แล้วต้องคิดต่อไปถึงว่า จะดึงดูดคนที่ใช่ และรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรได้อย่างไร ? HREX จึงร่วมกับ Reeracoen Eastern Seaboard Recruitment จัดงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha เพื่อเปิดพื้นที่ให้ HR Manager และผู้บริหารสายงานบุคคลในพื้นที่ Eastern Seaboard ได้ร่วมแลกเปลี่ยนสถานการณ์จริง พร้อมอัปเดต Hiring Benchmark, Salary [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50356" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-98.webp" alt="Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha 21" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-98.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-98-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Eastern Seaboard คือหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะชลบุรีและระยอง ซึ่งเป็นฐานการผลิตของหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี โลจิสติกส์ ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ EEC พื้นที่นี้จึงไม่ได้ต้องการแค่แรงงานจำนวนมาก แต่ยังต้องการคนที่ใช่ที่มีทักษะเฉพาะ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การหาคนที่ใช่ในพื้นที่ Eastern Seaboard ไม่ได้เป็นโจทย์ง่ายเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป เพราะ HR ต้องเผชิญทั้งจำนวนผู้สมัครที่ลดลง การแข่งขันเพื่อแย่งชิง Talent ที่รุนแรงขึ้น ความคาดหวังด้านค่าตอบแทนที่เปลี่ยนไป และพฤติกรรมของผู้สมัครที่เลือกงานอย่างรอบคอบมากกว่าเดิม แล้วต้องคิดต่อไปถึงว่า จะดึงดูดคนที่ใช่ และรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรได้อย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX จึงร่วมกับ </span><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener"><b>Reeracoen Eastern Seaboard Recruitment</b></a> <span style="font-weight: 400;">จัดงาน </span><b>Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเปิดพื้นที่ให้ HR Manager และผู้บริหารสายงานบุคคลในพื้นที่ Eastern Seaboard ได้ร่วมแลกเปลี่ยนสถานการณ์จริง พร้อมอัปเดต Hiring Benchmark, Salary Trend, Recruitment Insight และแนวทาง Retention ที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานภาคตะวันออกในปี 2026</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>เจาะลึกสมรภูมิการจ้างงาน Eastern Seaboard: เมื่อการหาคนไม่ได้วัดกันแค่ &#8220;ความไว&#8221;</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50359" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-24T151941.560.webp" alt="Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha 22" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-24T151941.560.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-24T151941.560-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>พลวัต ลาภวณิชย์ New Business Development Manager จาก Reeracoen Thailand</b><span style="font-weight: 400;"> ชวนเจาะลึกภาพใหญ่ของตลาดแรงงานผ่านข้อมูล Hiring Benchmark โดยเจาะจงไปที่พื้นที่ Eastern Seaboard ในจังหวัดชลบุรีและระยอง ซึ่งเป็นฐานทัพสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อย้อนดูตัวเลขตั้งแต่ปี 2024 จะพบว่าความต้องการจ้างงานในภาพรวมขยับตัวสูงขึ้น ตำแหน่งงานในพื้นที่ Eastern Seaboard ก็เติบโตตามทิศทางเดียวกัน แต่การเติบโตนี้ไม่ได้แปลว่าทุกสายงานจะหาคนง่ายเหมือนกันหมด บางสาขาอาชีพกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนบุคลากรอย่างชัดเจน เช่น IT &amp; Tech, Sales, Wholesale และ Financial Service ตรงกันข้าม กลุ่มงาน Admin และ Office กลับมีผู้สมัครล้นตลาด ทำให้องค์กรมีตัวเลือกมากมายเมื่อเทียบกับสายงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50364" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-3.webp" alt="Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha 23" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-3.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-3-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-3-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-3-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-3-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><b>จุดเปลี่ยนของตลาด Recruitment</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">รูปแบบการจ้างงานเริ่มพลิกโฉมไปจากเดิม คุณพลวัตชี้ให้เห็นว่า การจ้างงานแบบสัญญาระยะสั้น (Short-term Contract) เติบโตพุ่งสูงถึง 88% ฝั่งแพลตฟอร์มสมัครงานอย่าง </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/6"><span style="font-weight: 400;">Job Board และ Job Posting</span></a><span style="font-weight: 400;"> ก็ยังขยายตัวตามความต้องการหาคนขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันบริการบางกลุ่มกลับชะลอตัวลง เช่น Consulting &amp; Training ลดลง 16% และ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/4"><span style="font-weight: 400;">Recruitment Agency</span></a><span style="font-weight: 400;"> เติบโตน้อยลง 26%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขเหล่านี้บอกให้เรารู้ว่า องค์กรปัจจุบันไม่ได้ยึดติดกับวิธีสรรหาคนแบบใดแบบหนึ่งตายตัวอีกต่อไป หลายแห่งหันมาประยุกต์ใช้ช่องทางที่ยืดหยุ่น รวดเร็ว และเหมาะสมกับธรรมชาติของแต่ละตำแหน่งงานมากขึ้น</span></p>
<h3><b>เจาะลึกงบประมาณและช่องทางตามขนาดองค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">New Business Development Manager จาก Reeracoen Thailand ให้ข้อมูลอีกว่า การหาบุคลากรปัจจุบันต้องอาศัยการลงทุนที่จริงจังกว่าเดิม โดยจากสถิติพบว่ายิ่งองค์กรขนาดใหญ่ขึ้น จะยิ่งลงทุนกับการสรรหาคนเก่งมากขึ้นตามไปด้วย เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>องค์กรขนาด 100 คนขึ้นไป:</b><span style="font-weight: 400;"> มักตั้งงบสรรหาตั้งแต่ 100,000 บาทต่อปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>องค์กรขนาด 300 คนขึ้นไป:</b><span style="font-weight: 400;"> เริ่มขยับการลงทุนไปแตะระดับ 500,000 &#8211; 1,000,000 บาทต่อปี</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้แม้จะทุ่มงบประมาณ แต่</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/time-to-fill-matric/"><span style="font-weight: 400;">ระยะเวลาเฉลี่ยในการปิดตำแหน่ง (Time-to-fill)</span></a><span style="font-weight: 400;"> ยังคงอยู่ที่ประมาณ 2 เดือน ซึ่งเท่ากันในทุกขนาดองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับช่องทางหลัก เว็บไซต์ประกาศงานอย่าง JobsDB ได้รับความนิยมสูงสุดในองค์กรทุกระดับ ตามมาด้วย JobThai และสิ่งที่น่าจับตามองคือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/career-page-recruitment-website-260312/"><b>Career Page</b></a><span style="font-weight: 400;"> ของบริษัทเองได้กลายมาเป็นแต้มต่อสำคัญ เพราะนี่คือหน้าต่างบานแรกที่ผู้สมัครใช้ประเมินตัวตนและวัฒนธรรมองค์กรก่อนตัดสินใจยื่นเรซูเม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากจำแนกพฤติกรรมการสรรหาตามขนาดองค์กร จะเห็นภาพการทำงานที่ชัดเจนขึ้นมาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>องค์กรขนาด 101-300 คน:</b><span style="font-weight: 400;"> หันมาใช้หลายแพลตฟอร์มควบคู่กัน (JobsDB, JobThai, JobTopgun) พร้อมกับการผลักดัน Referral Program หรือการให้พนักงานแนะนำคนรู้จัก ซึ่งเติบโตกระโดดจากองค์กรขนาดเล็กถึง 52%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>องค์กรขนาด 301-1,000 คน:</b><span style="font-weight: 400;"> เริ่มมีกลยุทธ์เทียบชั้นระดับ Enterprise มีการค้นหาผู้สมัครเชิงรุก (Talent Search) แบบเต็มพิกัด 100% รวมถึงพึ่งพา Recruitment Agency สูงถึง 47.22% โดยเฉพาะการหาคนระดับ Senior หรือตำแหน่งเฉพาะทาง (Niche) ซึ่งบางครั้งต้องใช้เวลาหานานกว่า 60 วัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>องค์กรขนาด 1,000 คนขึ้นไป:</b><span style="font-weight: 400;"> จัดเต็มเรื่องงบประมาณ หลายแห่งใช้จ่าย 500,000 ถึงกว่า 1 ล้านบาทต่อปี ถึงอย่างนั้นกลับพบว่าสัดส่วนตำแหน่งที่ใช้เวลาปิดรับสมัครเกิน 60 วัน พุ่งสูงถึง 40.47%</span></li>
</ul>
<h3><b>Salary Benchmark ที่ HR ต้องรู้</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50365" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-4.webp" alt="Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha 24" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-4.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-4-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-4-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-4-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-4-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลผู้สมัครที่ได้งานผ่าน Reeracoen ชี้ว่าในปี 2025 คนที่ย้ายงานเรียกเงินเดือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 9% ตัวเลขนี้ลดลงจากปี 2024 (ที่เคยขยับขึ้นเฉลี่ย 12%) แสดงให้เห็นข้อเท็จจริง 2 ด้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านแรกผู้สมัครยังคงคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นเมื่อเปลี่ยนงาน แต่อีกด้าน องค์กรเองก็มีเพดานโครงสร้างเงินเดือนคอยกำกับอยู่ การแข่งขันดึงดูดคนเก่งจึงต้องอาศัยความละเอียดอ่อนมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR จำเป็นต้องชูจุดขายเรื่องอื่นมาประกอบด้วย ทั้งสวัสดิการ โอกาสก้าวหน้า ความมั่นคง บรรยากาศการทำงาน และความน่าเชื่อถือของแบรนด์องค์กร ซึ่งล้วนมีน้ำหนักในการตัดสินใจของผู้สมัครทั้งสิ้น</span></p>
<h3><b>การพัฒนาทักษะ (Training) เพื่อรักษาคนให้อยู่ยาว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้คนเก่งมาว่ายากแล้ว การรักษาไว้ยากยิ่งกว่า ข้อมูลจากกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมระบุว่า วิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือการจัดอบรมรายเดือน และ <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/on-the-job-training-vs-off-the-job-training-241030/">On-the-job Training (OJT)</a> เนื่องจากตอบโจทย์การทำงานจริงหน้างาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันหลายองค์กรก็เลือกจัดอบรมเฉพาะเมื่อมีเหตุจำเป็น เป้าหมายหลักของการเทรนนิ่งมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า ตามด้วยการพัฒนาศักยภาพผู้นำ การทำงานเป็นทีม และการสร้างความผูกพัน (Engagement) ภายในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูล Hiring Benchmark ครั้งนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สมรภูมิการหาคนในเขต Eastern Seaboard ไม่ได้ตัดสินผู้ชนะที่ความไวในการลงประกาศรับสมัครอีกต่อไป ชัยชนะตกเป็นขององค์กรที่วางแผนสรรหาผ่านช่องทางที่หลากหลาย สามารถสร้างฐานข้อมูลผู้สมัครของตนเอง นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจ รวมถึงมีความพร้อมในการพัฒนาพนักงานหลังจากรับเข้ามาแล้วได้ดีที่สุด</span></p>
<h2><b>เจาะลึกตลาดแรงงาน EEC: เมื่อคลื่น EV และเทคโนโลยีใหม่พลิกโฉมการจ้างงาน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50358" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-100.webp" alt="Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha 25" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-100.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-100-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขยับมาดูความเคลื่อนไหวฝั่งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กันบ้าง </span><b>คุณวีรวัฒน์ ขัติยะ Recruitment Consultant Manager จาก Reeracoen Eastern Seaboard Recruitment</b><span style="font-weight: 400;"> พา HR ไปเจาะลึกสถานการณ์จริงของอุตสาหกรรมในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานกระจุกตัวอยู่มากกว่า 70% ของประเทศ กลุ่มนักลงทุนหลักยังคงเป็นญี่ปุ่น ตามมาด้วยจีน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือ </span><b>อุตสาหกรรมยานยนต์ที่เคยครองแชมป์มายาวนานกำลังเบนเข็มสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มตัว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แรงกระเพื่อมนี้ทำให้ความต้องการแรงงานไม่ได้เกิดจากการขยายโรงงานแบบดั้งเดิม แต่มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทค เมื่อโรงงานผลิต EV เข้ามา ธุรกิจผลิตชิ้นส่วน ระบบอัตโนมัติ และธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ ก็ขยายตัวตามเป็นโดมิโน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกกลุ่มที่ต้องจับตาคือ Data Center เนื่องจากพื้นที่นี้กำลังถูกปั้นให้เป็นเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล ขณะเดียวกัน ฝั่ง Logistic &amp; Supply Chain ก็เติบโตรับการขยายตัวของการผลิตและระบบคลังสินค้า ความต้องการบุคลากรจึงขยายวงกว้างไปถึงคนที่มีความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีและบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานด้วย</span></p>
<h3><b>ทิศทางตำแหน่งงาน: ความต้องการพุ่ง แต่คนยังขาดแคลน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อกางข้อมูลช่วงปี 2024-2025 จะพบว่ากลุ่ม Engineer &amp; Manufacturing ยังคงรั้งตำแหน่งสายงานที่ตลาดต้องการตัวสูงมาก ตีคู่มากับ Supply Chain และ Logistics ที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะกลุ่มงานคลังสินค้าอัจฉริยะ (Smart Warehouse) การวิเคราะห์ข้อมูล และการดูแลกฎระเบียบนำเข้า-ส่งออกในเขตเศรษฐกิจพิเศษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับโจทย์หินของ HR และ Recruiter เวลานี้คือตำแหน่ง </span><b>Automation Engineer</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งตลาดต้องการตัวด่วน แต่จำนวนบุคลากรกลับผลิตออกมาไม่พอ หรือบางครั้งทักษะที่มียังตามไม่ทันความต้องการขององค์กร</span></p>
<h3><b>4 ขุนพลสายงานใหม่ที่ตลาด EEC แย่งตัวกันสุดฤทธิ์</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50361" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026.webp" alt="Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha 26" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวีรวัฒน์ได้สรุปกลุ่มงานที่มีความต้องการสูงในพื้นที่ EEC ไว้ 4 กลุ่มหลัก ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>EV Engineer &amp; Technician / Automation &amp; Robotics Engineer:</b><span style="font-weight: 400;"> เติบโตตามทิศทางของยานยนต์ไฟฟ้าและสายการผลิตอัจฉริยะ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Smart Electronics &amp; PCB:</b><span style="font-weight: 400;"> มองหาคนที่คลุกคลีกับซอฟต์แวร์ AI, ฮาร์ดแวร์, เฟิร์มแวร์ และ Embedded System</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Supply Chain &amp; Logistics:</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องการนักวิเคราะห์ (Supply Chain Analyst), ผู้เชี่ยวชาญด้าน Smart Warehouse และ Trade Compliance Specialist โดยเฉพาะการทำงานในพื้นที่เขตปลอดอากร (Free Zone)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Data Center:</b><span style="font-weight: 400;"> แย่งตัว AI &amp; Cloud Infrastructure Specialist และ Data Center Engineer เพื่อรองรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพรวมนี้ชี้ชัดว่า ตลาด EEC ต้องการแรงงานทักษะเฉพาะทางสูงมาก ใครที่ทำงานร่วมกับ AI ระบบอัตโนมัติ คลาวด์ และเทคโนโลยีการผลิตยุคใหม่ได้ จะกลายเป็นดาวเด่นที่ทุกองค์กรต้องการตัว</span></p>
<h3><b>เจาะตัวเลข Salary Benchmark 2025</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50362" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-1.webp" alt="Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha 27" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-1.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-1-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-1-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-1-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/RCN-Recruitment-Service-2026-1-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีก Insight ที่น่าสนใจ เมื่อเทียบฐานเงินเดือนพื้นที่ Eastern Seaboard ของปี 2025 กับปีที่ผ่านมา พบว่ามีการปรับตัวสูงขึ้นในหลายสายงาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหาร</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ด้าน Engineering:</b><span style="font-weight: 400;"> ยังคงมีเพดานค่าตอบแทนสูงสุด ตำแหน่ง Operation Director หรือ Vice President สามารถเรียกได้ถึง 270,000-440,000 บาท สำหรับงานระดับเริ่มต้น (Junior) โดยรวมเริ่มต้นราว 17,000 บาท ขณะที่ตำแหน่งเฉพาะทางอย่าง Automation Engineer (ประสบการณ์ 0-4 ปี) ขยับไปอยู่ที่ 19,000-37,000 บาท</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ด้าน Sales &amp; Marketing:</b><span style="font-weight: 400;"> ระดับ Junior บางตำแหน่งสามารถก้าวไปแตะระดับ 40,000-50,000 บาทได้อย่างรวดเร็ว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ด้าน Supply Chain:</b><span style="font-weight: 400;"> ขยับความสำคัญขึ้นมาชัดเจน ตำแหน่ง Supply Chain Director ที่เก๋าประสบการณ์มีสิทธิ์รับค่าตอบแทนสูงถึง 280,000 บาท รวมถึงกลุ่ม BOI Specialist ก็มีตัวเลขรายได้ที่น่าดึงดูดตามระดับความเชี่ยวชาญ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ฐานเงินเดือนหลายตำแหน่งจะขยับขึ้น ข้อมูลจาก Reeracoen กลับพบว่า อัตราการเพิ่มของเงินเดือนเมื่อผู้สมัครย้ายงานกลับปรับตัวลดลง โดยปี 2025 ผู้สมัครที่ได้งานใหม่เรียกเงินเดือนเพิ่มได้เฉลี่ย 9.59% (ลดลงจาก 12.77% ในปี 2024) อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนทำงานระดับ Junior (ประสบการณ์ 1-3 ปี) ยังคงเป็นกลุ่มที่อัปค่าตัวจากการย้ายงานได้สูงที่สุด เฉลี่ยราว 15.34%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขเงินเดือนเหล่านี้ไม่ได้ถูกกำหนดจากชื่อตำแหน่งเพียงอย่างเดียว ปัจจัยชี้วัดยังรวมถึงประสบการณ์ ทักษะหลัก ทักษะทางภาษา ขอบเขตงาน รวมถึงประเภทและขนาดของธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด โจทย์ของ HR ในสมรภูมิ EEC ปัจจุบันจึงไม่ได้จบแค่คำถามว่า &#8220;ต้องจ่ายเท่าไรถึงจะดึงคนเก่งได้&#8221; หน้าที่สำคัญคือการออกแบบข้อเสนอที่มัดใจแรงงานทักษะสูง ไปพร้อมกับการเตรียมความพร้อมให้คนในองค์กรสามารถรับมือกับเนื้องานรูปแบบใหม่ที่กำลังจ่อคิวเข้ามาได้อย่างทันท่วงที</span></p>
<h2><b>บทบาทใหม่ของ HR ใน EEC: เข้าใจคน เข้าใจธุรกิจ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session นี้ คุณ </span><b>พิมพนิจ ขุนทรง HR Manager, <a href="https://zenixaerospace.com/thailand/" target="_blank" rel="noopener">Zenix Aerospace (Thailand)</a></b><span style="font-weight: 400;"> ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงการทำงานของ HR ในพื้นที่ EEC และ Eastern Seaboard โดยมีคุณ <strong>สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager จาก HREX ทำหน้าที่ Moderator</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธออธิบายว่า ภาพจำของ HR ที่เปลี่ยนไปอย่างมาก จากเดิมที่หลายคนมองว่า HR มีหน้าที่ช่วยเหลือพนักงานและผู้จัดการ ใครขออะไรมาก็ต้องจัดให้ คนขาดก็ต้องหาคนมาเติม หรือบางครั้งถูกมองว่าเป็นคนถือกฎที่พนักงานต้องเกรงใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปัจจุบันบทบาทของ HR ขยับไปไกลกว่านั้นมาก </span><b>หน้าที่ของ HR ต้องเป็น HR Business Partner ที่ทั้งเข้าใจคน เข้าใจแผนธุรกิจ อ่านตัวเลขเป็น รู้ทิศทางตลาดแรงงาน มองเห็นเทรนด์อนาคต และให้คำแนะนำกับผู้จัดการได้ว่าเรื่องคนควรเดินไปทางไหน เพื่อสนับสนุนให้องค์กรไปต่อได้จริง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพิมพนิจเล่าว่า ตอนเริ่มต้นทำงาน HR เธอเองก็เคยอึดอัดกับบทบาทของการเป็นคนคุมกฎ เพราะรู้สึกเหมือนต้องยืนอยู่คนละฝั่งกับพนักงาน จนวันหนึ่งเธอเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ว่า HR ก็เป็นพนักงานคนหนึ่งเช่นกัน หากลองกลับมาใส่รองเท้าของพนักงาน แล้วถามตัวเองว่า <em>“ถ้าเราเป็นเขา เราอยากให้ HR ทำอะไรให้บ้าง”</em> วิธีคิดนี้ทำให้เธอมองงาน HR ต่างออกไป จากคนที่ไม่ได้จบ HR โดยตรง เพราะพื้นฐานของเธอมาจากอักษรศาสตร์และการตลาด เธอจึงต้องค้นหาว่าจะสร้างคุณค่าให้องค์กรและตัวเองได้อย่างไร</span></p>
<p><em><b>“คำตอบคือการไม่เป็น HR ทั่วไปที่ทำตามหน้าที่เท่านั้น แต่เราต้องคิดให้ไกลกว่า ทำให้มากกว่า และสร้างความแตกต่างให้ชัดเจน เพราะในตลาดมี HR จำนวนมาก หากอยากเป็นตัวเลือกที่มีค่า เราต้องทำให้คนเห็นว่าเรานำสิ่งที่มีประโยชน์กลับมาให้องค์กรได้”</b></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือ คุณพิมพนิจมองว่า HR ก็ไม่ต่างจากพนักงานขาย เพียงแต่สินค้าที่ต้องขายไม่ใช่สินค้าในตลาด แต่เป็นไอเดีย แผนงาน และคุณค่าของงาน HR ให้ผู้บริหารมองเห็น นั่นทำให้ HR ต้องรู้จักทำการตลาดให้กับงานของตัวเอง ต้องโน้มน้าวคนด้วยทั้งข้อมูล เหตุผล ประสบการณ์ และความเข้าใจมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกแผนที่เสนอแล้วจะผ่านทันที หลายครั้งคิดมาดีแล้ว ผู้บริหารก็ยังไม่เห็นด้วย สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การวางกลยุทธ์ให้เป็น ก่อนเสนออะไร HR ควรกลับไปคุยกับคนที่อยู่หน้างานจริง เพราะพนักงานมักรู้สึกว่า HR อยู่บนหอคอยงาช้าง หาก HR คลุกคลีกับงานจริงมากขึ้น ฟังความเห็นของคนที่ทำงานนั้นทุกวันมากขึ้น ไอเดียที่เสนอออกไปก็จะใกล้ความจริง และมีโอกาสสร้างผลลัพธ์ได้มากกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพิมพนิจย้ำว่า HR ในยุคนี้และอนาคตต้องมีความยืดหยุ่นและฟื้นตัวเร็ว เพราะเราไม่สามารถคาดหวังผลลัพธ์ใหม่จากการทำงานแบบเดิม ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และทุกครั้งที่ผิดพลาดก็จะสอนให้เราวางแผนได้ดีขึ้น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“งาน HR จึงต้องคิดแบบโปรเจกต์ มีเป้าหมายชัดเจน มีไทม์ไลน์ มีแผนสำรอง และต้องรู้ว่าหากแผน A ใช้ไม่ได้ จะเดินต่อด้วยแผน B หรือ C อย่างไร นอกจากนี้ HR ต้องสื่อสารให้ได้ว่า หากทำเรื่องนี้แล้วองค์กรจะได้อะไร มีความเสี่ยงตรงไหน จะแก้ความเสี่ยงอย่างไร และต้องดึงใครเข้ามาช่วยบ้าง เมื่อคิดงานแบบนี้ HR จะเกิด Ownership ต่อสิ่งที่ทำ และเปลี่ยนจากคนที่รอรับคำสั่ง มาเป็นคนที่ขับเคลื่อนเรื่องคนอย่างมีทิศทาง”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่เธอฝากไว้ว่าวัฒนธรรมการทำงานแบบไทยมักเกรงใจและประนีประนอม จนบางปัญหาถูกปล่อยให้ใหญ่ขึ้น HR จึงต้องกล้าพูดตรง ๆ ช่วย Educate ผู้นำ และทำให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า การหยิบปัญหาขึ้นมาคุยไม่ได้มีไว้เพื่อโทษใคร แต่เพื่อหาทางแก้ร่วมกัน ซึ่งการเปลี่ยนวัฒนธรรมแบบนี้อาจต้องใช้เวลา 1-2 ปี หรือมากกว่านั้น แต่ถ้าทำได้ องค์กรจะเดินหน้าได้แข็งแรงกว่าเดิม</span></p>
<h2><b>แชร์กลยุทธ์เชิงรุก: การหาคนวิธีใหม่ สร้างประโยชน์ให้องค์กรในระยะยาว</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50357" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-99.webp" alt="Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha 28" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-99.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-99-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในผลงานที่คุณพิมพนิจภูมิใจคือการผลักดันให้องค์กรทำ MOU กับสถานศึกษา เพื่อรับนักศึกษาฝึกงานเข้ามาเรียนรู้งานและพัฒนาต่อเป็นกำลังคนขององค์กรตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอากาศยานที่ต้องการทักษะเฉพาะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากรอหาคนจากตลาดแรงงานอย่างเดียวอาจไม่ทันความต้องการ เธอจึงอธิบายให้ผู้บริหารเห็นว่า <strong>การลงทุนกับนักศึกษาฝึกงานจะช่วยสร้างแรงงานที่มีทักษะตรงกับงาน ได้คนรุ่นใหม่ที่มีพลังเข้ามาเรียนรู้ ลดต้นทุนการสรรหา และช่วยให้องค์กรมี Talent Pipeline ของตัวเอง</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ช่วงแรกผู้บริหารอาจยังไม่เห็นภาพชัดนัก แต่เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วก็เริ่มให้การสนับสนุน จนโครงการเดินหน้ามา 6-7 ปี และเริ่มเห็นผลจริง นี่คือการคิดล่วงหน้าที่ทำให้งานในอนาคตง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างชื่อเสียงให้องค์กรผ่าน Company Branding และ Candidate Marketing ทำให้คนรู้จักองค์กรและอยากเข้ามาทำงานด้วยมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับพื้นที่ EEC ในอีก 1-3 ปีข้างหน้า คุณพิมพนิจมองว่าความท้าทายใหญ่คือธุรกิจยังขยายตัว แต่จำนวนคนเข้าสู่ตลาดแรงงานมีแนวโน้มลดลงจากอัตราการเกิดที่น้อยลง HR จึงไม่ควรมองแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องคุยกับผู้บริหารและคนในองค์กรให้ลึกขึ้นว่าอนาคตองค์กรจะมีสินค้า บริการ หรือแผนธุรกิจอะไร แล้วแปลข้อมูลเหล่านั้นออกมาเป็นแผนกำลังคนให้ได้</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากต้องการคนจำนวนมาก HR ต้องคิดต่อว่าจะเตรียมคนที่มีอยู่ให้ทำงานได้มากขึ้นและมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างไร รวมถึงต้องออกแบบองค์กรให้น่าอยู่ เพราะคนไม่ได้ตัดสินใจอยู่ต่อจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว ความสุขในการทำงานก็มีน้ำหนักมากไม่แพ้กัน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เธอยังชวนมองว่า</span> <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/turnover-rate-240712/"><b>Turnover</b></a><b> ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องลบเสมอไป หากอยู่ในระดับเหมาะสม</b><span style="font-weight: 400;"> การมีคนใหม่เข้ามาเติมก็ช่วยให้องค์กรสดขึ้นและเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น เพียงแต่ต้องบาลานซ์กับการพัฒนาคนเดิมให้ดีเช่นกัน</span></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากงาน Exclusive HR Manager Roundtable – Sriracha ครั้งนี้ทำให้ผู้นำ HR ได้ตระหนักว่าคำถามสำคัญหลังจากนี้จึงอาจไม่ใช่แค่ว่า องค์กรใน Eastern Seaboard จะหาคนได้เร็วแค่ไหน แต่เป็นคำถามที่ลึกกว่านั้นว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR พร้อมมองภาพกำลังคนล่วงหน้าไกลพอหรือยัง เมื่ออุตสาหกรรมกำลังขยับไปสู่ EV, Automation, Data Center, Smart Electronics และ Supply Chain ที่ซับซ้อนขึ้น องค์กรจะรอให้ตลาดผลิตคนพร้อมใช้มาให้ หรือจะเริ่มสร้าง Talent Pipeline ของตัวเองตั้งแต่วันนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด การแข่งขันด้านคนใน Eeastern Seaboard อาจไม่ได้ตัดสินกันที่เงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าองค์กรเข้าใจผู้สมัครมากพอหรือไม่ เข้าใจพนักงานของตัวเองแค่ไหน และกล้าปรับบทบาท HR จากคนรับโจทย์มาเป็นคนตั้งโจทย์ให้ธุรกิจได้หรือเปล่า</span></p>
<p><b>เพราะอนาคตของพื้นที่นี้จะไม่ได้ต้องการแค่คนทำงาน แต่ต้องการองค์กรที่รู้ว่าจะดึงดูด พัฒนา และรักษาคนแบบไหน เพื่อเดินไปพร้อมกับการเติบโตระลอกใหม่ของภาคตะวันออก และประเทศไทย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากองค์กรของคุณกำลังมองหาตัวช่วยด้านการสรรหาบุคลากร </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/6-hiring-solutions-reeracoen-thailand-260316/"><span style="font-weight: 400;">Reeracoen Thailand พร้อมให้บริการด้าน Recruitment อย่างครอบคลุม </span></a><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่การค้นหาผู้สมัครที่เหมาะสม การให้คำปรึกษาด้านตลาดแรงงาน ไปจนถึงการสนับสนุนองค์กรให้เข้าถึง Talent ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ </span><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">สามารถติดต่อ Reeracoen ได้เลยที่นี่ </span></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/exclusive-hr-manager-roundtable-sriracha-260624/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The Power of Middle Leadership โดย Slingshot Group</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/the-power-of-middle-leadership-260622/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/the-power-of-middle-leadership-260622/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 10:07:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Slingshot Group]]></category>
		<category><![CDATA[Middle Manager]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50323</guid>

					<description><![CDATA[Middle Manager คือบทบาทที่สำคัญที่สุดขององค์กรก็ว่าได้ เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่แค่ตรงกลางระหว่างผู้บริหารกับทีมงาน แต่เป็นคนที่ต้องแปลวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และเป้าหมายใหญ่ขององค์กร ให้กลายเป็นการทำงานจริงในทุกวัน เมื่อองค์กรต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้น บทบาทของผู้นำระดับกลางจึงยิ่งมีความหมายมากกว่าเดิม พวกเขาคือคนที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของงาน ดึงศักยภาพของทีมออกมา และทำให้การเปลี่ยนแปลงไม่หยุดอยู่แค่ในแผน แต่เกิดขึ้นได้จริงในหน้างาน ในงาน Exclusive Community ของผู้นำองค์กรไทย “THE POWER OF MIDDLE LEADERSHIP: Driving Performance Through Middle Managers” โดย Slingshot Group จึงชวนผู้บริหาร ผู้นำองค์กร และ HR กลับมามองพลังของ Middle Manager ให้ชัดขึ้น ว่าหากองค์กรต้องการสร้าง Performance, พัฒนาคน และขับเคลื่อน Transformation อย่างยั่งยืน การพัฒนาผู้นำระดับกลางคือเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ Why Middle Managers Make or Break Transformation คุณ วิทยา [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50338" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-94.webp" alt=" The Power of Middle Leadership Slingshot Group" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The Power of Middle Leadership โดย Slingshot Group 32" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-94.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-94-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Middle Manager คือบทบาทที่สำคัญที่สุดขององค์กรก็ว่าได้ เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่แค่ตรงกลางระหว่างผู้บริหารกับทีมงาน แต่เป็นคนที่ต้องแปลวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และเป้าหมายใหญ่ขององค์กร ให้กลายเป็นการทำงานจริงในทุกวัน</p>
<p>เมื่อองค์กรต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้น บทบาทของผู้นำระดับกลางจึงยิ่งมีความหมายมากกว่าเดิม พวกเขาคือคนที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของงาน ดึงศักยภาพของทีมออกมา และทำให้การเปลี่ยนแปลงไม่หยุดอยู่แค่ในแผน แต่เกิดขึ้นได้จริงในหน้างาน</p>
<p>ในงาน Exclusive Community ของผู้นำองค์กรไทย<strong> “THE POWER OF MIDDLE LEADERSHIP: Driving Performance Through Middle Managers”</strong> โดย <a href="https://expth.hrnote.asia/products/80"><b>Slingshot Group</b></a> จึงชวนผู้บริหาร ผู้นำองค์กร และ HR กลับมามองพลังของ Middle Manager ให้ชัดขึ้น ว่าหากองค์กรต้องการสร้าง Performance, พัฒนาคน และขับเคลื่อน Transformation อย่างยั่งยืน การพัฒนาผู้นำระดับกลางคือเรื่องที่มองข้ามไม่ได้</p>

<h2><b>Why Middle Managers Make or Break Transformation</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>วิทยา วรัญญชัยชนะ CEO จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80"><b>Slingshot Group</b></a><span style="font-weight: 400;"> ชี้ว่าหากองค์กรต้องการทำ Transformation ให้สำเร็จ คนที่มีบทบาทชี้ขาดอย่างมากคือ Middle Manager หรือผู้นำระดับกลาง เพราะพวกเขาเป็นคนที่อยู่ใกล้ทั้ง “กลยุทธ์” จากผู้บริหาร และ “ความจริงหน้างาน” ของพนักงาน หลายครั้งการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ล้มเหลวเพราะ CEO ไม่มีวิสัยทัศน์ หรือพนักงานไม่อยากทำงาน แต่เกิดจากช่องว่างระหว่าง Strategy กับ Execution ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ Middle Manager ต้องรับแรงกดดันมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวิทยาให้ข้อมูลว่า กว่า 70% ของการเปลี่ยนผ่านองค์กรล้มเหลว องค์กรเหล่านั้นอาจมีแผนที่ดี มีเป้าหมายที่น่าสนใจ มีคำประกาศที่ฟังดูแข็งแรง แต่พอถึงเวลาลงมือทำจริง กลยุทธ์เหล่านั้นกลับไม่สามารถเดินทางไปถึงคนทำงานได้เต็มที่</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“Middle Manager จึงกลายเป็นคนที่ต้องรับแรงบีบจากทั้งด้านบนและด้านล่าง ด้านบนส่งเป้าหมายที่สูงขึ้น งบที่ลดลง ความคาดหวังที่มากขึ้น ส่วนด้านล่างก็มีความกังวล ความไม่มั่นใจ และคำถามจากทีม เช่น งานที่ทำอยู่จะถูก AI เข้ามาแทนที่หรือไม่ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้นำระดับกลางไม่ได้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง เพียงแต่พวกเขากำลังอยู่ท่ามกลางแรงกดดันที่หนักมาก”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">CEO จาก Slingshot Group ผู้ที่ในช่วงหนึ่งของชีวิตก็เคยเป็น Middle Manager มาก่อน แจกแจงว่าบทบาทแรกของ Middle Manager ที่สำคัญมากมี 3 อย่าง ดังนี้</span></p>
<h3><b>1. เป็นนักแปลกลยุทธ์ Making the Abstract Actionable</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะคำสั่งจากผู้บริหารมักมาในรูปแบบเป้าหมายใหญ่ เช่น ต้องเพิ่มยอดขาย ต้องลดต้นทุน ต้องทำงานให้เร็วขึ้น ต้องสร้างผลลัพธ์ให้มากกว่าเดิม ความยากอยู่ตรงที่ Middle Manager ต้องเปลี่ยนเป้าหมายเหล่านี้ให้กลายเป็นสิ่งที่ทีมเข้าใจ เห็นทางไปต่อ และยังรู้สึกอยากทำงานต่อได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวิทยาใช้คำว่า Making the Abstract Actionable หรือการเปลี่ยนเรื่องที่เป็นนามธรรมให้กลายเป็นการลงมือทำจริง หน้าที่ของ Middle Manager จึงไม่ใช่การส่งต่อคำสั่งแบบตรงตัว หากต้องตีความ จัดลำดับความสำคัญ และทำให้ทีมรู้ว่า <em>“เรากำลังทำอะไร เพื่ออะไร และควรเริ่มจากตรงไหน”</em></span></p>
<h3><b>2. เป็น “โช้คอัพ” ขององค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวิทยาเปรียบเทียบว่า เวลารถวิ่งผ่านถนนขรุขระ สิ่งที่ทำให้คนนั่งอยู่ในรถยังรู้สึกสบายไม่ใช่เบาะหนังราคาแพง หากเป็นโช้คที่ช่วยรองรับแรงกระแทก Middle Manager ก็ทำหน้าที่คล้ายกัน พวกเขาช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากการเปลี่ยนแปลง ทำให้ทีมยังทำงานต่อได้โดยไม่เสียศูนย์</span></p>
<h3><b>3. เป็นผู้เชี่ยวชาญในการเชื่อมโยงคนในองค์กรไว้ด้วยกัน </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Middle Manager ยังต้องเป็นคนเชื่อมทีม เชื่อมแผนก และเชื่อมคนในองค์กรเข้าหากัน เพราะปัญหาไซโลหรือกำแพงระหว่างแผนกเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้งานเดินช้า บางครั้งการทำให้งานข้ามแผนกเดินหน้าได้ อาจเริ่มจากเรื่องเล็กมาก เช่น การชวนหัวหน้าอีกทีมไปคุยกันระหว่างดื่มกาแฟ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อนำบทบาททั้งหมดมารวมกัน Middle Manager จึงไม่ควรถูกมองเป็น Passive Messenger หรือคนคอยส่งสารจากผู้บริหารไปยังทีมเท่านั้น พวกเขาควรถูกพัฒนาให้เป็น True Owners ที่มี Ownership Mindset กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และรู้สึกเป็นเจ้าของผลลัพธ์ขององค์กรจริง ๆ เพราะหากผู้นำระดับกลางทำได้เพียงรับคำสั่งแล้วส่งต่อ การเปลี่ยนแปลงก็มีโอกาสหยุดอยู่ที่การสื่อสารมากกว่าการลงมือทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่อยาก Transform ให้สำเร็จจึงต้องทำให้ Middle Manager มีพลังมากพอที่จะขับเคลื่อนทีม ไม่ใช่ปล่อยให้พวกเขาไปเผชิญแรงกดดันเพียงลำพัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือองค์กรต้องติดอาวุธให้ Middle Manager อย่างเหมาะสม คุณวิทยาสรุปสิ่งที่ผู้นำระดับกลางต้องได้รับไว้ 4 เรื่อง ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Clarity</b><span style="font-weight: 400;">: ทำให้ Middle Manager เข้าใจภาพใหญ่ เห็นเป้าหมายชัด และรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ต้องการผลลัพธ์อะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Autonomy</b><span style="font-weight: 400;">: ให้อำนาจตัดสินใจในเรื่องที่เหมาะสม เพื่อให้พวกเขาไม่ต้องรอคำตอบจากเบื้องบนทุกครั้ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Safety</b><span style="font-weight: 400;">: สร้างพื้นที่ที่ทำให้พวกเขากล้าลอง กล้าพลาด และเรียนรู้จากความล้มเหลวได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Capability</b><span style="font-weight: 400;">: พัฒนาทักษะแห่งอนาคตให้พร้อม ทั้งการบริหารคน การสื่อสาร การตัดสินใจ และการพาทีมรับมือความเปลี่ยนแปลง</span></li>
</ul>
<p><b>เพราะสุดท้ายแล้ว Transformation จะเกิดขึ้นจริงไม่ได้จากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารอย่างเดียว หากต้องอาศัย Middle Manager ที่แข็งแรงพอจะเปลี่ยนกลยุทธ์ให้กลายเป็นการทำงานจริง พาคนในทีมไปต่อได้ และเชื่อมทั้งองค์กรให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน</b></p>
<h2><b>Leadership Reality Lab Workshop</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50328" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-87.webp" alt=" The Power of Middle Leadership Slingshot Group" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The Power of Middle Leadership โดย Slingshot Group 33" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-87.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-87-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพของ Middle Manager หรือผู้นำระดับกลางในวันนี้เปลี่ยนไปจากเดิมมาก หากเป็นเมื่อก่อน ผู้นำระดับกลางในหลายธุรกิจอาจมีหน้าที่คล้ายกัน คือรับเป้าหมายจากผู้บริหาร ดูแลทีม และทำให้งานเดินตามแผน แต่วันนี้แต่ละองค์กรมีโจทย์ไม่เหมือนกัน บางแห่งต้องการผู้นำที่พาทีมรับมือความเปลี่ยนแปลงได้ดี บางแห่งต้องการคนที่ประสานงานข้ามทีมได้แข็งแรง ขณะที่บางธุรกิจต้องการผู้นำระดับกลางที่คิดเป็นระบบ มองภาพกว้าง และตัดสินใจได้ใกล้เคียงกับผู้บริหารระดับสูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session นี้ </span><b>ดร.สุทธิโสพรรณ Partner จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80"><b>Slingshot Group</b></a><span style="font-weight: 400;"> จึงชวนผู้เข้าร่วมงานทำเวิร์กชอปเรื่องสมรรถนะของผู้นำเชิงกลยุทธ์ ผ่านโจทย์จำลองที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงขององค์กร เพื่อชวนคิดว่า เมื่อธุรกิจเปลี่ยนไป วิธีคิด คุณสมบัติ และทักษะที่ Manager ต้องมี ยังเหมือนเดิมอยู่หรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวิร์กชอปนี้ทำให้เห็นชัดว่า Middle Manager ไม่สามารถทำงานแบบเดิม แล้วคาดหวังผลลัพธ์แบบใหม่ได้อีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์แรกคือหัวหน้างานที่ทำผลงานได้ดีมาตลอด บริหารงานประจำวันได้ตามเป้า ทีมไม่มีปัญหาใหญ่ แต่ติดอยู่กับงานรายวันจนแทบไม่มีเวลาเงยหน้ามองสิ่งที่กำลังเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นทิศทางตลาด พฤติกรรมลูกค้า คู่แข่ง หรือโอกาสใหม่ทางธุรกิจ แม้สมาชิกในทีมจะเสนอไอเดียใหม่ ๆ หัวหน้าก็อาจมองว่างานตอนนี้ยังเดินได้ดี จึงไม่ได้หยิบไอเดียเหล่านั้นไปต่อยอด สุดท้ายองค์กรอาจเสียโอกาส เพราะคนที่ควรพาทีมปรับตัวกลับขยับช้ากว่าความเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เข้าร่วมงานมองว่าทักษะที่ขาดไปคือการปรับตัว การวางแผนระยะยาว การเปิดใจรับฟัง และการพาทีมมองเป้าหมายเดียวกัน โดยดร.สุทธิโสพรรณเสริมว่า ผู้นำระดับกลางต้องไวต่อสัญญาณรอบตัวมากขึ้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่วันนี้งานเดินดีไหม แต่ต้องถามต่อว่าถ้าสถานการณ์เปลี่ยน ทีมของเราจะยังเดินต่อได้หรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตรงนี้ HR มีบทบาทสำคัญในการช่วยผู้นำระดับกลางจัดลำดับความสำคัญ รู้ว่าควรโฟกัสอะไร และควรพัฒนาทักษะไหนก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสถานการณ์คือผู้บริหารบอกให้ทุกคนเดินไปข้างหน้า แต่ว่าแต่ละทีมกลับเลี้ยวไปคนละทาง หลายครั้งคนทำงานไม่เข้าใจว่าทิศทางจากข้างบนเกี่ยวข้องกับงานของตัวเองอย่างไร ผู้นำระดับกลางเองก็อาจอธิบายภาพความสำเร็จได้ไม่ชัด ทำให้ทีมจับต้องเป้าหมายไม่ได้ การประชุมจึงวนอยู่กับตัวชี้วัดของแต่ละทีม มากกว่าความสำเร็จร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรณีนี้ผู้เข้าร่วมงานมองว่าทักษะที่ขาดไปคือการปรับตัว การทำงานร่วมกัน การคิดเชิงกลยุทธ์ และการสื่อสาร โดยเฉพาะการสื่อสารซึ่งเป็นหัวใจของการบริหารการเปลี่ยนแปลง เพราะการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนเข้าใจว่าทำไมต้องเปลี่ยน เห็นความสำคัญด้วยตัวเอง และรู้ว่าตัวเองมีบทบาทอะไรในเป้าหมายใหญ่นั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถัดมาคือตัวอย่างเรื่อง Gen Z เงียบ ไม่ถาม ไม่คุย หรือจริง ๆ แล้วไม่กล้า เมื่อหลายทีมมีสมาชิก Gen Z เพิ่มขึ้น คนกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยมีศักยภาพสูง เรียนรู้เร็ว และมีมุมมองใหม่ ๆ แต่บางครั้งกลับไม่ค่อยเปิดใจ ไม่พูดสิ่งที่คิดจริง ไม่ผูกพันกับทีม หรือเปลี่ยนงานง่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เข้าร่วมงานเห็นตรงกันว่าทักษะที่ Middle Manager ต้องมีมากขึ้นคือการเข้าหา ชวนคุย รับฟัง และสร้างพื้นที่ให้คนกล้าพูด เพราะเมื่อคนคุยกันมากขึ้น งานมักเดินเร็วขึ้น ความเข้าใจก็เกิดง่ายขึ้น อีกเรื่องที่ถูกพูดถึงคือความเข้าอกเข้าใจ ซึ่งไม่ควรถูกใช้เฉพาะกับ Gen Z เท่านั้น โดยดร.สุทธิโสพรรณชวนมองให้กว้างขึ้นว่า จริง ๆ แล้วการทำงานร่วมกันของคนหลายเจเนอเรชัน ทุกฝ่ายต้องเข้าใจกัน ดังนั้นองค์กรควรทำให้ความเข้าอกเข้าใจกลายเป็นวัฒนธรรมร่วม ไม่ใช่ทักษะที่ใช้กับคนรุ่นใดรุ่นหนึ่งเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกโจทย์สำคัญคือแต่ละทีมแยกกันทำงานของตัวเอง จนลูกค้าได้รับผลกระทบ บางองค์กรมีหลายทีมดูแลลูกค้ารายเดียวกัน อย่างไรก็ตามแต่ละทีมมีเป้าหมาย แรงกดดัน และตัวชี้วัดของตัวเอง เมื่อเกิดปัญหาจึงไม่มีใครเป็นเจ้าของภาพรวม ไม่มีใครประสานงานตรงกลาง ลูกค้าต้องเล่าเรื่องเดิมซ้ำหลายรอบ หรือติดต่อหลายฝ่ายกว่าจะได้คำตอบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เข้าร่วมงานมองว่าทักษะที่จำเป็นคือการทำงานร่วมกัน การสร้างพลังของทีม การทำให้ทุกฝ่ายมองเป้าหมายเดียวกัน การรวบรวมข้อมูล และการสื่อสาร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.สุทธิโสพรรณเสริมว่าอีกเรื่องที่สำคัญมากคือความไว้วางใจ หากทีมไม่เชื่อใจกัน การประสานงานจะกลายเป็นการป้องกันตัวมากกว่าการช่วยกันแก้ปัญหา และเมื่อไม่มีความไว้วางใจ ก็ยากที่แต่ละทีมจะรู้สึกเป็นเจ้าของความสำเร็จร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสรุปจากเวิร์กชอปนี้ทำให้เห็นว่า </span><b>Middle Manager ต้องพัฒนา 3 มิติสำคัญ คือ “คิดให้ไกล พาคนไปด้วยกัน และลงมือให้เกิดผลจริง” </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะผู้นำระดับกลางต้องมองให้ไกลกว่างานตรงหน้า เชื่อมคนรอบตัวให้เดินไปทางเดียวกัน และทำให้แผนกลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Think Strategically หรือคิดให้ไกล</b><span style="font-weight: 400;">: มองทิศทางองค์กร อ่านแนวโน้มรอบตัว วางแผนระยะยาว และพาทีมเห็นเป้าหมายเดียวกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Influence Strategically หรือพาคนไปด้วยกัน</b><span style="font-weight: 400;">: สร้างความไว้วางใจ เข้าใจคน ทำงานข้ามทีมได้ดี และจัดการความขัดแย้งอย่างเหมาะสม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Act Strategically หรือลงมือให้เกิดผลจริง</b><span style="font-weight: 400;">: ผลักดันการเปลี่ยนแปลง กล้าสื่อสาร พัฒนาคน และทำให้แผนที่วางไว้เกิดขึ้นจริง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ Middle Manager มีทักษะที่เหมาะกับบทบาทและระดับความรับผิดชอบ องค์กรก็ลดการสูญเปล่าจากการทำงานผิดทิศทาง และเพิ่มโอกาสให้การเปลี่ยนแปลงเดินหน้าได้จริง</span></p>
<h2><b>Turning Potential into Performance</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50329" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-89.webp" alt=" The Power of Middle Leadership Slingshot Group" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The Power of Middle Leadership โดย Slingshot Group 34" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-89.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-89-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สัณห์จุฑา รัตรสาร SVP Department Head, Talent Mgt Department และ Acting Head of Krungthai Academy จาก<a href="https://krungthai.com/" target="_blank" rel="noopener">ธนาคารกรุงไทย </a></b><span style="font-weight: 400;">ร่วมพูดคุยกับคุณ </span><b>สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager จาก HREX </b><span style="font-weight: 400;">ถึงบทบาทของ Middle Manager หรือผู้นำระดับกลางที่กำลังกลายเป็นจุดสำคัญขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งคู่เห็นตรงกันว่า หลายองค์กรไม่ได้ขาดกลยุทธ์ที่ดีจากผู้บริหาร และไม่ได้ขาดคนทำงานที่มีความสามารถ ปัญหามักเกิดขึ้นตรงกลาง เมื่อกลยุทธ์จากข้างบนไปไม่ถึงคนทำงานจริง หรือไปถึงแล้วคนในทีมไม่เข้าใจว่าตัวเองต้องทำอะไรต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือ 5 Key Takeaway สำคัญที่ HR และผู้นำควรรู้</span></p>
<h3><b>1. Middle Manager อาจเป็นคอขวด ถ้าองค์กรฝากทุกการตัดสินใจไว้ที่คนตรงกลาง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสัณห์จุฑายกตัวอย่างว่า ผู้บริหารอาจคิดกลยุทธ์ไว้อย่างดี แต่เมื่อถามพนักงานระดับปฏิบัติการ หลายคนกลับไม่รู้ว่ากลยุทธ์นั้นเกี่ยวข้องกับงานของตัวเองอย่างไร อีกสถานการณ์ที่พบได้บ่อยคือ เมื่อหัวหน้าไม่อยู่ เช่น ลางาน หรือติดภารกิจบางอย่าง ลูกทีมบางส่วนกลับทำงานต่อไม่ได้ ทั้งที่งานควรมีกลไกให้ทีมเดินต่อได้ด้วยตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณสหธรเสริมว่า ปัจจุบันองค์กรจำนวนมากพูดถึงการสร้างภาวะผู้นำในทุกระดับ แต่ในทางปฏิบัติ อำนาจตัดสินใจจำนวนมากยังไปกระจุกอยู่ที่ Middle Manager หากคนตรงกลางไม่กล้าตัดสินใจ หรือรอการอนุมัติทุกเรื่อง กระบวนการทำงานก็ช้าลงทันที</span></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">“บทบาทของ Middle Manager จึงไม่ใช่แค่รับแรงกดดันจากข้างบนและข้างล่าง แต่ต้องแปลกลยุทธ์ให้คนทำงานเข้าใจ แล้วช่วยให้ทีมลงมือทำได้จริงด้วย”</span></em></p>
<h3><b>2. คนทำงานเก่ง ไม่ได้แปลว่าจะเป็นหัวหน้าที่ดีทันที</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในปัญหาที่หลายองค์กรเจอคือการเลื่อนตำแหน่งคนจากผลงานเดิมเป็นหลัก คนที่ทำงานเก่ง ทำยอดได้ดี หรือเชี่ยวชาญงานเฉพาะทาง จึงถูกผลักขึ้นมาเป็นหัวหน้า ทั้งที่อาจยังไม่พร้อมเรื่องการบริหารคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสัณห์จุฑาชวนคิดว่า สิ่งที่พาใครบางคนมาถึงตำแหน่งนี้ อาจไม่พาเขาไปถึงเป้าหมายข้างหน้าเสมอไป เพราะเมื่อบทบาทเปลี่ยนจากคนทำงานเก่ง ไปเป็นคนที่ต้องพาคนอื่นเก่งขึ้นด้วย ทักษะเดิม วิธีคิดเดิม และความสำเร็จแบบเดิม อาจไม่พอแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ Middle Manager ต้องปรับจึงรวมถึงวิธีคิดและอีโก้ของตัวเองด้วย คนที่ขึ้นมาเป็นหัวหน้ามักมั่นใจในวิธีทำงานของตัวเอง เพราะเคยประสบความสำเร็จจากวิธีนั้นมาก่อน แต่เมื่อมีทีมอยู่ข้างหลัง เขาต้องเรียนรู้ที่จะไม่ลงไปทำแทนทุกเรื่อง ไม่ควบคุมทุกขั้นตอน และไม่วัดคุณค่าของตัวเองจากการเป็นคนตอบได้ทุกคำถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวแทนจาก Krungthai Academy ยังเล่าจากประสบการณ์ตรงว่า การได้รับการโปรโมตเร็ว โดยไม่มีคนช่วยประคอง อาจไม่ต่างจากการถูกโยนให้ไปเผชิญความกดดันลำพัง เธอเคยจัดลำดับความสำคัญของงานไม่ดี เคยลงรายละเอียดมากเกินไป และเคยไม่พอใจเมื่อลูกน้องทำงานไม่ตรงใจ จนได้โค้ชและพี่เลี้ยงมาช่วยให้เห็นว่า คนที่ต้องปลดล็อกก่อนคือหัวหน้าเอง</span></p>
<h3><b>3. Middle Manager ที่ดี ต้องทำให้ทีมเก่งขึ้น ไม่ใช่เก่งอยู่คนเดียว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถามว่าอะไรทำให้ Middle Manager ที่เก่งทั้งงานและคนแตกต่างจากหัวหน้าทั่วไป คุณสหธรมองว่าคำตอบสำคัญอยู่ที่การมี Soft Skill ซึ่งสำคัญมากในการบริหารคน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผู้นำระดับกลางที่ดีต้องขับเคลื่อนคนให้ตอบโจทย์องค์กรได้ ทักษะเชิงเทคนิคยังจำเป็นอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้ต่างคือทักษะด้านคน เช่น การสื่อสาร การฟัง การโค้ช และการตั้งคำถามที่ดี โดยการโค้ชไม่ใช่การรีบบอกคำตอบ แต่เป็นการถามให้คนคิดจนเห็นทางออกด้วยตัวเอง”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสัณห์จุฑาเสริมว่า หากจะเลือกปั้นใครเป็น Middle Manager ต้องดูมากกว่าผลงานส่วนตัว ต้องดูว่าเขาสร้างคุณค่าเพิ่มให้งานได้ไหม รับผิดชอบงานแล้วทำให้ระบบดีขึ้นหรือเปล่า และที่สำคัญ เขาอยากทำให้ทีมเก่งขึ้นหรือไม่ด้วย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผู้นำที่ดีไม่ควรกลัวว่าลูกทีมจะเก่งกว่า เพราะยิ่งมีคนเก่งเพิ่มขึ้น องค์กรยิ่งแข็งแรงขึ้น ขณะเดียวกันต้องสร้างบรรยากาศที่คนกล้าพูด กล้าถาม และไม่รู้สึกว่าถูกหักหน้าเมื่อเสนอความเห็น”</span></i></p>
<h3><b>4. องค์กรต้องคุยเรื่องการเติบโตให้ชัด ก่อนเสียคนเก่งไป</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่ทั้งสองคนพูดถึงคือการเติบโตของคนในองค์กร บางคนอาจไม่อยากเป็นหัวหน้า แต่อยากได้เงินเดือนเพิ่ม ซึ่งเป็นเรื่องที่ HR ต้องเข้าไปคุยให้ชัดว่า เส้นทางอาชีพแบบไหนเหมาะกับเขา หากไม่อยากโตในสายบริหาร องค์กรมีเส้นทางผู้เชี่ยวชาญรองรับหรือไม่ และถ้าอยากเติบโตในสายผู้นำ ต้องเตรียมตัวอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสหธรมองว่า การโปรโมตคนสักคนไม่ควรดูแค่ว่าเขาเก่งหรืออยู่กับองค์กรมานาน แต่ควรมีแผนสร้างคนทดแทนตำแหน่งสำคัญอย่างเป็นระบบ ซึ่งคุณสัณห์จุฑาเสริมว่า สิ่งที่ควรเพิ่มคือการพูดคุยเรื่องเส้นทางอาชีพ เพราะการคุยเรื่องนี้จะช่วยปลดล็อกคนที่ไม่อยากโต หรือยังไม่รู้ว่าหากโตขึ้นไปแล้วชีวิตการทำงานจะเปลี่ยนอย่างไร</span></p>
<h3><b>5. พัฒนา Middle Manager ให้ครบทั้งวิธีคิด ทักษะ และเครื่องมือ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด การปั้น Middle Manager ให้พร้อมพาทีมไปข้างหน้า ไม่ควรมองแค่การส่งไปอบรมทักษะใดทักษะหนึ่ง เพราะผู้นำระดับกลางต้องเจอทั้งเป้าหมายจากผู้บริหาร ความคาดหวังจากทีม และแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงรอบตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรจึงต้องช่วยพัฒนาให้ครบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Mindset</b><span style="font-weight: 400;">: วิธีคิดที่พร้อมปรับตัว พร้อมเรียนรู้ และพร้อมสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Skillset</b><span style="font-weight: 400;">: ทักษะการบริหารคน การสื่อสาร การโค้ช การจัดลำดับความสำคัญ และการตัดสินใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Toolset</b><span style="font-weight: 400;">: เครื่องมือ เทคโนโลยี และระบบสนับสนุนที่ช่วยลดงานซ้ำ ทำให้หัวหน้ามีเวลาไปทำงานที่สำคัญกว่า</span></li>
</ul>
<h2><b>สรุป The Power of Middle Leadership</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ คุณสหธรเชื่อว่า หากเรายังทำแบบเดิม บริหารคนด้วยวิธีเดิม ผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะเหมือนเดิม ทั้งที่องค์กรกำลังเจอการเปลี่ยนแปลงซ้อนกันหลายด้าน คนที่ไม่พัฒนาตัวเองอาจไม่ได้อยู่ที่เดิม แต่กำลังถอยหลังเมื่อเทียบกับคนอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณสัณห์จุฑาเตือนว่า หากองค์กรไม่ช่วยให้คนเติบโต Talent ที่ดีอาจเลือกเดินออกไป และองค์กรอาจเหลือแต่คนที่ไม่พร้อมรับบทบาทสำคัญ การปั้น Middle Manager จึงไม่ใช่งานเสริม หากเป็นงานสำคัญที่กำหนดว่าองค์กรจะมีคนพาทีมไปข้างหน้าได้มากแค่ไหน</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/the-power-of-middle-leadership-260622/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 &#8211; Day 2</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2026-day-2-260620/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2026-day-2-260620/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Jun 2026 11:21:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[CTC 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50308</guid>

					<description><![CDATA[มาถึงวันที่ 2 แล้ว สำหรับงาน Creative Talk Conference 2026 หรือ CTC 2026 ที่ยังคงอัดแน่นด้วยสาระสำคัญจากหลากหลายเวที ทั้งเรื่องอนาคตของธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี AI การตลาด การบริหารคน ภาวะผู้นำ และทักษะที่คนทำงานต้องมีเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้นทุกวัน สำหรับ HR แล้ว หลายประเด็นจากเวทีเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ล้วนย้อนกลับมาสู่คำถามว่า องค์กรจะเตรียมคนอย่างไร จะพัฒนาผู้นำแบบไหน และจะสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้คนยังเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างไร ใครที่พลาดงาน CTC 2026 &#8211; Day 2 ไป HREX ได้รวบรวมประเด็นสำคัญที่ HR ผู้นำองค์กร และคนทำงานควรรู้ มาให้อ่านกันที่นี่ Accidentally CEO ธุรกิจวันนี้สอนให้รู้ว่า คุณ สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO and Founder at RGB72 and CREATIVE [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50309" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-76.webp" alt="HREX CTC 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 2 41" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-76.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-76-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาถึงวันที่ 2 แล้ว สำหรับงาน <strong>Creative Talk Conference 2026 หรือ CTC 2026</strong> ที่ยังคงอัดแน่นด้วยสาระสำคัญจากหลากหลายเวที ทั้งเรื่องอนาคตของธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี AI การตลาด การบริหารคน ภาวะผู้นำ และทักษะที่คนทำงานต้องมีเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้นทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR แล้ว หลายประเด็นจากเวทีเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ล้วนย้อนกลับมาสู่คำถามว่า องค์กรจะเตรียมคนอย่างไร จะพัฒนาผู้นำแบบไหน และจะสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้คนยังเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครที่พลาดงาน <strong>CTC 2026 &#8211; Day 2</strong> ไป HREX ได้รวบรวมประเด็นสำคัญที่ HR ผู้นำองค์กร และคนทำงานควรรู้ มาให้อ่านกันที่นี่</span></p>

<h2><b>Accidentally CEO ธุรกิจวันนี้สอนให้รู้ว่า</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO and Founder at RGB72 and <a href="https://creativetalkconference.com/" target="_blank" rel="noopener">CREATIVE TALK </a></b><span style="font-weight: 400;">มาเปิดงานในวันนี้ด้วยการแชร์บทเรียนจากการเป็น CEO บริษัทมาแล้วถึง 9,375 วัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาบอกว่าไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมาเป็นเจ้าของกิจการ หรือเป็นคนจัดงานเสวนา งานสัมมนา และอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่มีผู้คนเข้าร่วมจำนวนมาก ความฝันแรกของเขาคือการเป็น Creative Director คนที่ได้คุมภาพรวมของงานสร้างสรรค์ อีกความฝันหนึ่งคือการมีชื่อตัวเองปรากฏอยู่ใน End Credit ของภาพยนตร์สักเรื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าชีวิตจริงไม่เคยเดินตามแผนทั้งหมด หลายอย่างเกิดขึ้นจากความบังเอิญ และความบังเอิญเหล่านั้นค่อย ๆ พาเขามาสู่เส้นทางของ CEO ที่ยาวนานกว่า 26 ปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงแรกของชีวิต เขาเรียกว่า Accidentally Discovery หรือการค้นพบตัวเองโดยบังเอิญ สมัยเรียน เขาเคยเป็นนักเรียนที่ไม่ชอบเรียน ไม่ส่งการบ้าน และรู้สึกว่าตัวเองไปไม่รอดกับระบบการศึกษาแบบเดิม จนวันหนึ่งเริ่มตั้งคำถามว่าตัวเองขี้เกียจจริงหรือแค่ยังไม่เจอสิ่งที่ใช่ หลังจากลองหลายทาง เขาค้นพบว่าตัวเองชอบวาดรูป ชอบโปสเตอร์หนัง ชอบงานกราฟิก และได้รู้ว่ามีอาชีพที่เรียกว่า Graphic Design</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้ไปเรียนต่อที่อเมริกา ชีวิตของเขาเปลี่ยนจากคนที่เรียนไม่เก่ง กลายเป็นคนที่ทำได้ดีในสิ่งที่ตัวเองรัก</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“บทเรียนสำคัญจากช่วงนี้คือ คนเราจะเติบโตได้ดีขึ้น เมื่อได้ทุ่มเทกับสิ่งที่ถนัดและเข้าใจตัวเองมากพอ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานในต่างประเทศทำให้เขาได้เรียนรู้อีกหลายเรื่อง ทั้งการซื้อเวลาด้วยการทำงานร่วมกับมืออาชีพ การเกาะคลื่นของเทรนด์ใหม่ให้ทัน และการเปิดรับโอกาสจากสิ่งที่กำลังเติบโต เขาพบว่าโลกมีคลื่นลูกใหม่เกิดขึ้นเสมอ ช่วงอินเทอร์เน็ตเริ่มบูมคือหนึ่งในคลื่นที่เขาได้เรียนรู้จากมันโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเหตุการณ์ที่เขาจำได้ดีคือการทำงานกับพิธีกรดังอย่าง </span><b>Martha Stewart</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อเขาเคยนำเสนองานเว็บไซต์ขายดอกไม้ซึ่งเป็นโจทย์ที่เธออยากให้เขาช่วยออกแบบ ปรากฏว่าเมื่อโดนถามว่าทำไมถึงใช้สีชมพูเฉดนั้น เขากลับตอบไม่ได้ จึงกลับไปค้นคว้าใหม่ให้ลึกขึ้นว่าเฉดสีใดเหมาะกับแบรนด์ เหมาะกับเรื่องราว และสื่อสารได้ดีที่สุด ครั้งถัดมา เมื่อพรีเซนต์อีกครั้ง คราวนี้อีกฝ่ายจึงวางใจให้มืออาชีพทำงาน บทเรียนนี้ทำให้เขาเข้าใจว่า </span><b>ความเป็นมืออาชีพไม่ได้อยู่แค่การมีไอเดียสวยงาม หากต้องอธิบายเหตุผลและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเองได้ด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงต่อมา เขาเรียกว่า Accidentally CEO เพราะการเป็นเจ้าของบริษัทไม่ได้อยู่ในแผนชีวิตตั้งแต่แรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นเขาทำงานประจำและรับงานฟรีแลนซ์ควบคู่กันไป จนมีโปรเจกต์หนึ่งที่เขาอยากทำมาก ทว่าลูกค้าไม่สามารถจ้างฟรีแลนซ์ได้ ต้องจ้างผ่านบริษัทเท่านั้น เขาจึงรีบกลับมาเปิดบริษัท คิดชื่อบริษัท และเริ่มต้นเส้นทางผู้ประกอบการจากจุดนั้น การทำธุรกิจพาเขาเจอทั้งปัญหา อุปสรรค และกำแพงมากมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาจึงเรียนรู้ว่า เมื่อเจอกำแพง เราไม่ได้มีหน้าที่หยุดอยู่ตรงนั้นเสมอไป กำแพงมีไว้ให้พิสูจน์ว่าเราอยากได้สิ่งที่อยู่ข้างหลังมันมากแค่ไหน นี่จึงเป็นเหตุผลที่เวลาลูกน้องมาพิทช์งาน เขามักถามกลับอย่างหนัก เพราะต้องการให้ทีมพิสูจน์ว่างานนั้นมีเหตุผล มีพลัง และมีคุณค่าพอให้ต่อสู้เพื่อมันจริงหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความบังเอิญอีกครั้งพาเขามาสู่การจัดงาน CTC หรือ Creative Talk Conference เขาบอกว่าเจตนาแรกของการจัดงานคืออยากสร้างพื้นที่แบ่งปันความรู้ แม้ตลอด 16 ครั้งที่ผ่านมา งานจะขาดทุนไปแล้วถึง 12 ครั้ง รวมถึงครั้งนี้ด้วยก็ตาม เขายังจัดงานทุกครั้งเหมือนอาจเป็นครั้งสุดท้าย เพราะความเหนื่อยจากการทำงานหนักอาจหายไปได้ในไม่กี่วัน แต่ความเสียดายที่ไม่ได้ทำสิ่งที่อยากทำ อาจอยู่กับเราไปอีกนาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเขา การทำงานจึงต้องตอบให้ได้ว่าเราทำไปเพื่ออะไร อะไรคือสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข และอะไรคือสิ่งที่แม้เหนื่อยก็ยังอยากทำต่อ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ชีวิตอาจดูเหมือนเต็มไปด้วยความบังเอิญ แต่โอกาสจะมีความหมายก็ต่อเมื่อเราพร้อมพอจะคว้ามันไว้ ความพร้อมนั้นเกิดจากการลงทุนกับตัวเอง ลองให้มาก เรียนรู้ให้มาก รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร ไม่ถนัดอะไร และพัฒนาทางเลือกของชีวิตให้มากพอ”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ชีวิตที่ยากที่สุดคือชีวิตที่เราไม่มีทางเลือก อยากลาออกแต่ไม่รู้จะไปไหน อยากเปลี่ยนแต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน”</span></i></p>
<p><b>อาชีพ CEO อาจสนุก ท้าทาย และเต็มไปด้วยโอกาส แต่ก็โดดเดี่ยวและแบกความคาดหวังสูงมาก คนที่จะอยู่กับมันได้จึงต้องรู้จักตัวเอง กล้าเผชิญความกลัว และพร้อมปรับตัวอยู่เสมอ</b></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50295" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-69.webp" alt="CTC 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 2 42" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-69.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-69-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2026-day-1-260618/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 – Day 1</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>5 Minutes Talk: One Job Lifetime Loyalty Eternal Lessons</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50311" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-78.webp" alt="HREX CTC 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 2 43" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-78.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-78-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>กษิดิศ สตางค์มงคล Senior Data Analyst จาก <a href="https://datarockie.com/" target="_blank" rel="noopener">DataRockie</a> และ <a href="https://www.samsung.com/th/" target="_blank" rel="noopener">Samsung</a></b><span style="font-weight: 400;"> เล่าเรื่องของคุณแม่วัย 68 ปี ที่เพิ่งเกษียณในปีที่แล้ว หลังทำงานด้านอาหารสัตว์มาอย่างยาวนาน คุณแม่ของเขาเป็นคนที่เข้าใจว่าสัตว์แต่ละชนิดต้องการสารอาหารแบบไหน ใช้ Excel และ PowerPoint ได้เก่งมาก แม้จะไม่ได้ถนัดคอมพิวเตอร์ในทุกด้านก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดชีวิตการทำงาน คุณแม่ทำงานสายเดิมมาโดยตลอด และสร้างรายได้รวมมากกว่า 100 ล้านบาทจากความสม่ำเสมอ ความอดทน และการพยายามพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนแรกที่เขาได้จากแม่คือ</span><b>ความขยันและการไม่หยุดเรียนรู้</b><span style="font-weight: 400;"> คุณแม่เป็นคนทำงานจนกว่างานของวันนั้นจะเสร็จ หมั่นฝึกใช้โปรแกรม Excel ตั้งแต่รุ่นแรก ยอมเดินทางไปเรียนเพิ่มเติม และพยายามเก่งขึ้นในสิ่งที่ตัวเองต้องใช้จริงในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนต่อมาคือ</span><b>อุปสรรคเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิต</b><span style="font-weight: 400;"> ช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 ครอบครัวเคยผ่านช่วงเวลาหนักหน่วงจากการที่พ่อล้มละลาย แต่พ่อกับแม่ก็ยังสู้ ทำงานหนัก และเลี้ยงดูลูกชายทั้ง 3 คนจนเรียนจบ เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เขาเห็นว่า อุปสรรคไม่ได้มีไว้ทำลายเราเสมอไป หลายครั้งมันทำให้คนเราแข็งแรงและเก่งขึ้นกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญที่สุดที่เขาเรียนรู้จากแม่คือ</span><b> ความสุขของชีวิตไม่ได้อยู่ที่การมีทุกอย่างตามใจเสมอไป แต่อยู่ที่การได้ใช้ชีวิตกับคนที่เรารัก</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“แม่เป็นคนมัธยัสถ์ ทำงานเต็มที่ และใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เพื่อให้ลูก ๆ มีชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าพ่อแม่คือพื้นดิน ลูกก็คือเมล็ดพันธุ์ ถ้าพื้นดินดี สิ่งที่ปลูกลงไปย่อมมีโอกาสเติบโตงอกงาม”</span></i></p>
<p><b>และสำหรับเขา พ่อแม่จึงเป็นต้นทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิต และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขามาถึงวันนี้ได้</b></p>
<h2><b>5 Minutes Talk: Special Session</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50310" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-77.webp" alt="HREX CTC 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 2 44" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-77.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-77-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ชัชชาติ สิทธิพันธุ์</b><span style="font-weight: 400;"><strong> ผู้สมัครลงชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> เล่าถึงแนวทางการหาเสียงในแบบของตัวเองผ่าน 3 ประเด็นสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เขาเริ่มจากการ “คิดใหม่” ก่อนเสมอ</strong> เพราะถ้าอยากเอาชนะวิธีเดิม หรือสร้างความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เราต้องกล้าทบทวนความคิดของตัวเอง เพื่อไม่ทำสิ่งเดิมออกมา เขายกตัวอย่างหนังสือ </span><i><span style="font-weight: 400;">Think Again</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของ Adam Grant ว่าสอนและชวนให้คนอยากรู้อยากเห็น อ่อนน้อมต่อความรู้ และไม่ยึดติดกับสิ่งที่เคยเชื่อมากเกินไป สิ่งสำคัญคือฝึกให้ต่อม “เอ๊ะ” ของเราทำงานให้มาก ไม่ใช่ตอบรับทุกอย่างโดยไม่ตั้งคำถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งแรก หลายอย่างที่ทีมหาเสียงทำล้วนต่างจากวิธีหาเสียงเดิม ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ป้ายขนาดเล็ก การทำคอนเทนต์ผ่านการ์ตูน การสื่อสารนโยบายผ่าน TikTok หรือการสร้างแคมเปญที่คนอยากหยิบไปเล่นต่อ หลายอย่างกลายเป็นไวรัลโดยไม่ต้องใช้งบจำนวนมาก ปีนี้แนวคิดดังกล่าวต่อยอดเป็นแคมเปญ “กรุงเทพทำงาน” ที่ยังเน้นการสื่อสารให้คนมีส่วนร่วม เอาไปสร้างสรรค์ต่อได้ และทำให้การเมืองใกล้ชีวิตผู้คนมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ประเด็นที่สองคือการทำงานให้สนุก</strong> คุณชัชชาติบอกว่า ถ้าทำงานแล้วไม่สนุก อาจเป็นสัญญาณว่าเรากำลังเดินผิดทาง เพราะเมื่อคนทำงานด้วยความสนุก ไอเดียใหม่จะเกิดขึ้นง่ายกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเตรียมพร้อม เขายกตัวอย่างตอนจับได้เบอร์ 9 แล้วปล่อยเพลงหาเสียงได้ทันที เพราะทีมเตรียมเพลงไว้ครบทุกเบอร์ตั้งแต่แรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเขา </span><b>โชคดีไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ เพราะโอกาสจะกลายเป็นโชคดีได้ก็ต่อเมื่อเราเตรียมตัวมาพร้อมพอ</b><span style="font-weight: 400;"> การอ่านเยอะ คิดล่วงหน้า และซ้อมรับมือหลายความเป็นไปได้ จึงเป็นวิธีเปลี่ยนเหตุการณ์ตรงหน้าให้กลายเป็นโอกาส</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ประเด็นสุดท้ายคือ License to Communicate การจะสื่อสารที่สื่อไปถึงหัวใจของผู้ฟัง ผู้รับสาร เกิดขึ้นจากความไว้วางใจ</strong> ต่อให้เรามีไอเดียดีแค่ไหน ทำแคมเปญน่าสนใจแค่ไหน ถ้าคนไม่เชื่อใจ เขาก็ไม่ฟัง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ความไว้วางใจสร้างยากกว่าความรักเสียอีก และต้องรักษาผ่านการทำงานที่โปร่งใส ไม่เห็นแก่ตัว เข้าใจส่วนรวม เก่งงาน และเข้าใจความรู้สึกของคน ถ้าเก่งอย่างเดียว แต่เข้าไม่ถึงหัวใจคน การสื่อสารก็ไปไม่ถึงผู้ฟัง”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น กลยุทธ์สำคัญจึงอยู่ที่การผสมกันระหว่าง Creativity และ Trust</span><b> เพราะความคิดสร้างสรรค์อาจทำให้คนหันมามอง ส่วนความไว้วางใจจะทำให้คนยอมฟังและพร้อมเดินไปด้วยกัน</b></p>
<h2><b>The Art of Reading People in Business ศาสตร์ของการอ่านคน ก่อนปิดดีลธุรกิจ</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50313" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-79.webp" alt="HREX CTC 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 2 45" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-79.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-79-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา อาจารย์คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล </b><span style="font-weight: 400;">ชวนมองทักษะการอ่านคนผ่านน้ำเสียง </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220624-bodylanguage/"><span style="font-weight: 400;">ท่าทาง สีหน้า และภาษากาย</span></a><span style="font-weight: 400;"> หลายคนอาจมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นศาสตร์เทียม ทว่าจริง ๆ แล้วการอ่านพฤติกรรมมนุษย์มีฐานคิดทางวิทยาศาสตร์เข้ามารองรับ ตราบใดที่เรายังต้องทำงานกับคน เจรจากับคน ขายงานกับคน หรือบริหารคน ทักษะนี้ยังจำเป็นเสมอ เพราะแทบไม่มีอาชีพไหนที่ทำงานคนเดียวได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุปสรรคใหญ่ของการอ่านคนคืออคติ เรามักคิดว่าตัวเองมองคนออก หรือคิดว่ามนุษย์ควบคุมร่างกายของตัวเองได้ทั้งหมด ทั้งที่ความจริงเราอาจควบคุมบางอย่างได้ง่าย เช่น สีหน้า น้ำเสียง หรือการสบตา แต่ร่างกายบางส่วนควบคุมได้ยากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายกตัวอย่างว่า </span><b>การอ่านคนไม่ควรดูแค่ใบหน้า เพราะคนโกหกอาจจ้องตาเราได้ตรง ๆ และฝึกควบคุมสีหน้าได้ดี สิ่งที่น่าสังเกตกว่าคือเท้า ท่านั่ง หรือทิศทางของร่างกาย</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยฝึกควบคุมสิ่งเหล่านี้ ทิศทางของเท้ามักบอกได้ว่าเขาอยากอยู่ต่อ อยากออกจากวงสนทนา หรือกำลังเปิดรับคู่สนทนามากแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับ HR อย่างมาก เพราะ HR เป็นหนึ่งในกลุ่มอาชีพที่ถูกโกหกใส่หน้าอยู่เสมอ ผู้สมัครงานย่อมอยากได้งาน จึงเลือกเล่า เลือกแสดง และเลือกใส่เฉพาะสิ่งที่ทำให้ตัวเองดูดีในเรซูเม่ ในมุมหนึ่ง นี่คือการแสดงรูปแบบหนึ่งในชีวิตการทำงาน เราเองก็อาจเคยทำแบบเดียวกันเวลาต้องการโอกาสบางอย่าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แวดวงการทำงานเต็มไปด้วยการแสดง </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/the-visibility-gap-jaykrit-260508/"><span style="font-weight: 400;">คนที่นำเสนองานเก่ง พูดเก่งมักไปได้ไกลกว่าคนที่ทำงานเก่งแต่เล่าไม่เป็น เก่งแต่คนมองไม่เห็น</span></a><span style="font-weight: 400;"> คำถามสำคัญจึงอยู่ที่หัวหน้าจะให้คุณค่ากับคนแบบไหน ระหว่างคนที่แสดงเก่ง คนที่ทำงานเก่ง หรือคนที่มีทั้งสองอย่างในระดับพอดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องที่น่าสนใจคือความต่างระหว่าง Generation โดยเฉพาะ Gen Y ที่กำลังขยับขึ้นไปเป็นผู้บริหารและต้องทำงานกับคนหลายรุ่นพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ตฤณห์มองว่า Gen Y เคยเป็นผู้ถูกกดดันในที่ทำงานมาก่อน วันนี้กลับกลายเป็นคนตรงกลางที่ต้องแบกรับทั้งความคาดหวังจากรุ่นพี่และความตรงไปตรงมาของคนรุ่นใหม่ ขณะที่ Gen Z มักพูดตรงและตีความตามคำพูดชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน Gen X ยังให้ความสำคัญกับลำดับอาวุโสและวิธีสื่อสารที่เหมาะสมกับสถานะของผู้พูดกับผู้ฟัง<strong> การอ่านคนจึงไม่พอ ผู้สื่อสารต้องควบคุมตัวเองให้ได้ด้วย</strong> เพราะการอ่านคนอื่นอาจเป็นเพียงครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งคือการปรับจังหวะ วิธีพูด และท่าทีของตัวเองให้เหมาะกับคนตรงหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ตฤณห์ย้ำว่า <em>“การเป็นตัวของตัวเอง”</em> อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดเสมอไป เพราะเราอาจไม่ได้เป็นคนที่สื่อสารดีหรือทำงานกับคนอื่นได้ดีตลอดเวลา สิ่งที่ควรพัฒนาคือความเป็นมืออาชีพ</span></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">“ถ้าเราแข็งเกินไป ต้องเพิ่มความยืดหยุ่นและความอ่อนโยน ถ้าเราอ่อนเกินไป ต้องเพิ่มความหนักแน่นและความชัดเจน”</span></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาษากายช่วยเรื่องนี้ได้มาก ตั้งแต่การยืนให้มั่นคง ไม่ทิ้งน้ำหนักไปข้างใดข้างหนึ่ง ใช้มือและนิ้วช่วยเน้นประเด็น โดยเฉพาะเวลาพูดตัวเลขหรือข้อมูลสำคัญ รวมถึงการดูแลภาพลักษณ์พื้นฐานอย่างเสื้อผ้า ความสะอาด กลิ่นตัว เล็บ และการยิ้มบ้างในจังหวะที่เหมาะสม เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้มีผลต่อความรู้สึกไว้วางใจของคนฟังมากกว่าที่หลายคนคิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ทักษะการอ่านคนมีด้านที่ต้องระวัง เพราะยิ่งอ่านคนออกมากขึ้น เรายิ่งต้องควบคุมตัวเองให้ดีขึ้นเช่นกัน การรู้ว่าใครกำลังปิดบังบางอย่าง ไม่ได้แปลว่าเราต้องเปิดโปงทุกครั้ง การรู้ว่าใครไม่มั่นใจ ไม่ได้แปลว่าเราควรกดดันเขาให้มากกว่าเดิม ทักษะนี้จึงต้องใช้คู่กับวิจารณญาณ ความเมตตา และความเป็นมืออาชีพ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ทักษะมนุษย์ยังเป็นสิ่งที่ AI แทนที่ได้ยาก เพราะการทำงานกับคนไม่ได้มีแค่ข้อมูล เหตุผล หรือคำตอบที่ถูกต้องเท่านั้น ยังมีความรู้สึก ความสัมพันธ์ อำนาจ ความไว้ใจ และจังหวะของการสื่อสารที่ต้องอาศัยมนุษย์เข้าใจมนุษย์ด้วยกันเอง”</span></i><span style="font-weight: 400;"> อาจารย์คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลทิ้งท้าย</span></p>
<h2><b>Reflecting Now for Next สะท้อนปัจจุบัน ก้าวทันอนาคต</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50314" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-80.webp" alt="HREX CTC 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 2 46" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-80.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-80-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">หลายคนอยากมีอนาคตที่ดี อยากเติบโต อยากประสบความสำเร็จ แต่ปัจจุบันนี้กำลังทำสิ่งที่ช่วยให้อนาคตเราดีอยู่รึเปล่า ?</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือสิ่งที่คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/voice-of-hr-note-sarun-240802/"><b>ศรัญ คุ้งบรรพต</b></a><b> Head of Talent Management and Organization Culture Department สถาบันการเงินชั้นนำแห่งหนึ่ง</b><span style="font-weight: 400;">ชวนให้ผู้เข้าร่วมงาน CTC 2026 ได้คิดอย่างถี่ถ้วน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะถ้าปัจจุบันยังไม่ดีพอ ก็ยากที่วันข้างหน้าจะออกมาดีอย่างที่หวัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศรัญเล่าถึงคำสอนของคุณพ่อที่สอนเขาว่า “จงละเอียดกับตัวเองก่อนไปละเอียดเรื่องของคนอื่น” ตอนแรกเขาไม่ได้เข้าใจลึกซึ้งมาก แต่ตอนนี้เขาเข้าใจมากขึ้นว่า ประโยคนี้หมายถึงการกลับมาใส่ใจสิ่งที่ตัวเองทำให้มากก่อนใส่ใจเรื่องคนอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะตัวเราเองคือสิ่งที่เราควบคุมได้มากที่สุด การกล้ามองปัจจุบันของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ เราต้องกล้ายอมรับว่าอะไรดี อะไรยังไม่ดี เราติดอยู่กับอะไร และชีวิตที่บอกว่าอยากดีขึ้นนั้น วันนี้เรากำลังลงมือให้มันดีขึ้นจริงหรือยัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แก่นสำคัญของ Session นี้คือ Self Management หรือการจัดการตัวเอง คนที่อยากไปสู่อนาคตที่ดีต้องเริ่มจากการรู้ทันตัวเองก่อน เราจัดกระบวนท่าชีวิตตัวเองดีพอหรือยัง เราเคารพตัวเองจริงไหม เพราะเมื่อเราดูแลงานของตัวเองให้ดี ทำหน้าที่ของตัวเองให้ครบ และไม่กลายเป็นภาระของคนอื่น สิ่งนั้นจะส่งผลดีต่อทีมและคนรอบข้างไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศรัญแบ่งการ Self Management ที่ทุกคนควรทำออกเป็น 4 เรื่อง</span></p>
<p><b>เรื่องแรกคือ Self Mirror การมองตัวเองตามความจริง</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งทำได้ยากเพราะเรามักมีอคติกับตัวเองเสมอ วิธีหนึ่งที่ช่วยได้คือการนำเครื่องมืออย่าง SWOT มาวิเคราะห์ชีวิตตัวเอง หรือถามคนที่ไว้ใจได้ เช่น เพื่อนสนิทที่พูดตรง หัวหน้าเก่าที่เคารพ หรือเพื่อนร่วมงานที่กล้าให้ฟีดแบ็กจริง ๆ จากนั้นอาจถามต่อว่า อะไรควร Stay, Start, Stop เรื่องไหนเป็น Now or Never และเรื่องไหนควร Save for Later เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าชีวิตตอนนี้ควรเดินต่ออย่างไร</span></p>
<p><b>เรื่องที่สองคือ Self Risk Management</b> <b>การประเมินความเสี่ยงของชีวิตและอาชีพ</b><span style="font-weight: 400;"> หลายคนเริ่มถามว่าจะทำอย่างไรถ้าถูกให้ออกจากงาน ทั้งที่คำถามนี้มักมาช้าเกินไป เพราะสัญญาณความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือการสร้างทางเลือกให้ตัวเอง ถ้าวันนี้ไม่มีงานเดิม เรายังทำอะไรได้อีก เรามีทักษะอะไร มีเครือข่ายแบบไหน มีเงินสำรองพอหรือไม่ คนทำงานควรสร้างความมั่งคั่งหลายรูปแบบ ทั้งเงิน ความสามารถ เพื่อนที่ดี และทรัพยากรที่ช่วยพยุงชีวิต เพราะชีวิตจะปลอดภัยขึ้นเมื่อเรายังมีทางเลือก</span></p>
<p><b>เรื่องที่สามคือ Self Regulate การจัดระเบียบชีวิตตัวเอง</b><span style="font-weight: 400;"> หากเราไม่จัดระเบียบ เราอาจตื่นขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าวันนี้กำลังทำอะไรเพื่อเป้าหมายไหน การทำ Achievement List ไม่ใช่แค่การทำ To-Do-List มันเป็นสิ่งที่ช่วยให้เห็นว่าอะไรคือสิ่งที่อยากทำให้สำเร็จ และต้องถามต่อด้วยว่าสิ่งนั้นสำคัญจริงหรือเป็นแค่เรื่องที่เราคิดว่าสำคัญเอง</span></p>
<p><b>เรื่องสุดท้ายคือ Self Love หรือการรักและดูแลตัวเองให้เป็น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศรัญย้ำว่า “ตัวเราเองคือ Asset สำคัญที่สุด” ถ้าเราไม่ดูแลตัวเองให้ดีพอ ต่อให้มีเป้าหมายใหญ่แค่ไหน ก็ยากจะไปถึงอย่างยั่งยืน เพราะชีวิตไม่ได้มีแค่งานด้านเดียว ทุกมิติของชีวิตเชื่อมโยงกันหมด หากด้านหนึ่งพัง ด้านอื่นก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Well-Being ที่คนทำงานควรกลับมาดูแลตัวเองให้ครบ มีหลายมิติสำคัญ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Career Well-Being</b><span style="font-weight: 400;"> เรารู้หรือไม่ว่างานที่ทำอยู่พาเราไปทางไหน งานนี้ยังทำให้เราเติบโตหรือเปล่า ถ้างานไม่ดี ไม่มีทิศทาง หรือไม่เห็นโอกาสข้างหน้า ชีวิตด้านอื่นอาจเริ่มสั่นคลอนไปด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Social Well-Being </b><span style="font-weight: 400;">เราอยู่ท่ามกลางคนแบบไหน มีเพื่อนร่วมงาน เพื่อนสนิท หรือคนรอบตัวที่ช่วยสนับสนุนกันหรือไม่ เพราะสังคมที่ดีช่วยให้เรามีพลัง มีมุมมอง และมีโอกาสเติบโตมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Community Well-Being</b><span style="font-weight: 400;"> เรามีพื้นที่ที่รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของบางอย่างหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นทีม องค์กร ชุมชน หรือกลุ่มคนที่มีเป้าหมายใกล้เคียงกัน การมีพื้นที่แบบนี้ช่วยให้ชีวิตมีความหมายมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Financial Well-Being</b><span style="font-weight: 400;"> เราดูแลการเงินของตัวเองดีแค่ไหน มีเงินสำรอง มีแผนรับมือความเสี่ยง และมีทางเลือกทางการเงินพอหรือไม่ เพราะความมั่นคงทางการเงินช่วยให้เราตัดสินใจเรื่องชีวิตได้ดีขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Physical Well-Being</b><span style="font-weight: 400;"> ร่างกายคือสิ่งที่เราใช้ทำงาน ใช้คิด ใช้สร้างชีวิตทุกวัน ถ้าไม่ดูแลสุขภาพตั้งแต่ตอนนี้ วันหนึ่งเราอาจไม่มีแรงพอจะไปถึงอนาคตที่อยากได้</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้ทำให้ Self Management ไม่ใช่แค่การจัดตารางชีวิตหรือทำงานให้เสร็จตามเป้าหมาย แต่เป็นการฝึกกล้ามเนื้อทางใจและวางรากฐานชีวิตให้พร้อมสำหรับอนาคต ยิ่งเราดูแลตัวเองได้ครบมิติมากขึ้น ตัวเราก็ยิ่งมีพลังมากพอที่จะเติบโตต่อไปในแบบที่ไม่ฝืนตัวเองจนเกินไป</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2026-day-2-260620/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 &#8211; Day 1</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2026-day-1-260618/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2026-day-1-260618/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2026 11:19:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[CTC 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50294</guid>

					<description><![CDATA[อนาคตเดินทางมาถึงเร็วกว่าที่หลายองค์กรคาดไว้ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนอะไรอีกบ้าง แต่ต้องถามว่าองค์กรต่างหาก จะเตรียมคนให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้อย่างไร ? นี่คือเหตุผลที่งาน Creative Talk Conference 2026 หรือ CTC 2026 จัดขึ้นภายใต้ธีม “The Festival of Futuristic Minds” และเป็นงานที่ HR ไม่ควรมองข้าม เพราะหลายประเด็นบนเวทีไม่ได้พูดถึงแค่ความคิดสร้างสรรค์ ธุรกิจ การตลาด หรือเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานขององค์กร การพัฒนาทักษะ การออกแบบวิธีทำงาน และบทบาทของคนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง สำหรับ HR แล้ว การมองอนาคตไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ สุดท้ายย่อมกลับมาที่คำถามเดิมเสมอว่า คนในองค์กรพร้อมแค่ไหน ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่ม และองค์กรจะช่วยให้พวกเขาเติบโตต่อไปได้อย่างไร ใครที่พลาดงาน CTC 2026 วันแรกไป HREX ได้รวบรวมประเด็นสำคัญจากหลายเวทีที่ HR และคนทำงานควรรู้ มาให้อ่านกันที่นี่ The Festival of Futuristic Minds &#124; AI [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50295" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-69.webp" alt="CTC 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 1 55" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-69.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-69-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนาคตเดินทางมาถึงเร็วกว่าที่หลายองค์กรคาดไว้ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนอะไรอีกบ้าง แต่ต้องถามว่าองค์กรต่างหาก จะเตรียมคนให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้อย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือเหตุผลที่งาน</span><b> Creative Talk Conference 2026 หรือ CTC 2026</b><span style="font-weight: 400;"> จัดขึ้นภายใต้ธีม </span><b>“The Festival of Futuristic Minds”</b><span style="font-weight: 400;"> และเป็นงานที่ HR ไม่ควรมองข้าม เพราะหลายประเด็นบนเวทีไม่ได้พูดถึงแค่ความคิดสร้างสรรค์ ธุรกิจ การตลาด หรือเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานขององค์กร การพัฒนาทักษะ การออกแบบวิธีทำงาน และบทบาทของคนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR แล้ว การมองอนาคตไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ สุดท้ายย่อมกลับมาที่คำถามเดิมเสมอว่า คนในองค์กรพร้อมแค่ไหน ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่ม และองค์กรจะช่วยให้พวกเขาเติบโตต่อไปได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครที่พลาดงาน </span><a href="https://creativetalkconference.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">CTC 2026</span></a><span style="font-weight: 400;"> วันแรกไป HREX ได้รวบรวมประเด็นสำคัญจากหลายเวทีที่ HR และคนทำงานควรรู้ มาให้อ่านกันที่นี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>The Festival of Futuristic Minds | AI TRANSFORMATION INSIGHTS 2027 with AIS Academy</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50296" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-70.webp" alt="CTC 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 1 56" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-70.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-70-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่ออนาคตต้องเริ่มจากการเตรียมคนให้พร้อม”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO &amp; Founder จาก RGB72 และ </b><a href="https://creativetalkconference.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>CREATIVE TALK</b></a><b> กล่าวเปิดงาน</b><span style="font-weight: 400;">ว่า งาน CTC 2026 ในปีนี้ใช้เวลาเตรียมการนานกว่า 8 เดือน ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ CTC จากงานเล็ก ๆ ที่เคยมีผู้เข้าร่วมเพียง 70 คน สู่การจัดงานขนาดใหญ่ที่เติบโตขึ้นทุกปี เหตุผลตั้งต้นของงานนี้เกิดจากความเชื่อว่า เมื่อความรู้ใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา การมีพื้นที่รวมความรู้จะช่วยให้คนมองเห็นโอกาสที่อยู่ตรงหน้าได้ชัดขึ้น เพราะหลายครั้งโอกาสไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่เรายังไม่พร้อมพอที่จะคว้ามันไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดการจัดงานมากว่า 16 ครั้ง CTC ค่อย ๆ เรียนรู้ว่าคนที่เข้าร่วมงานมีหลายกลุ่ม ตั้งแต่คนที่เพิ่งเริ่มทำงานและกำลังค้นหาทิศทางของตัวเอง คนที่ทำงานมาระยะหนึ่งแล้วเจอปัญหาและอยากหาทางฝ่าด่านต่อไป คนที่ผ่านอุปสรรคมาแล้วและต้องการเติบโตให้ไกลกว่าเดิม ไปจนถึงผู้นำที่ยังต้องอัปเดตตัวเองอยู่เสมอ สิ่งที่คนเหล่านี้มีร่วมกันคือความอยากเรียนรู้ ความพร้อมจะปรับตัว และความเชื่อว่าตัวเองยังพัฒนาได้อีก นี่จึงทำให้ CTC ไม่ใช่แค่งานรวมผู้พูดเก่ง ๆ หลายเวที แต่เป็นพื้นที่ของคนที่ยังไม่หยุดตั้งคำถามกับอนาคตของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ธีม </span><b>“The Festival of Futuristic Minds”</b><span style="font-weight: 400;"> ของงานปีนี้จึงพูดถึงคนที่พยายามมองให้ไกลกว่าเหตุการณ์ตรงหน้า เพราะช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน มักทำให้หลายองค์กรและหลายคนมองแค่ระยะใกล้เพื่อเอาตัวรอดก่อน ทว่าคนที่มองไกลอาจเห็นโอกาสบางอย่างซ่อนอยู่ท่ามกลางความท้าทายเหล่านั้น </span><b>งานปีนี้จึงรวบรวมประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอนาคตไว้หลายด้าน ทั้ง AI ความคิดสร้างสรรค์ การตลาด การบริหารจัดการคน และ Well-being เพราะการเติบโตต่อไปไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเก่งด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น ยังต้องอาศัยความเข้าใจตัวเอง ความเข้าใจคนอื่น และความสามารถในการดูแลพลังของตัวเองให้ไปต่อได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในประเด็นใหญ่ที่ถูกหยิบขึ้นมาคือ AI ซึ่งคุณสิทธิพงศ์เปรียบให้เห็นว่า โลกเคยผ่านคลื่นความเปลี่ยนแปลงสำคัญมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่สิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต จนมาถึง AI ความแตกต่างของคลื่นลูกนี้อยู่ที่ AI ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ช่วยประมวลผลหรือทำงานเร็วขึ้นเท่านั้น แต่มันเริ่มคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจบางอย่างแทนมนุษย์ได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่พูดถึงประเด็นนี้ คุณ </span><b>กานติมา</b> <b>เลอเลิศยุติธรรม Deputy CEO/CCO จาก AIS</b><span style="font-weight: 400;"> ขึ้นมารับเชิญบนเวทีแล้วกล่าวเสริมว่า เวลาพูดถึง AI หลายองค์กรมักคิดถึงการซื้อเทคโนโลยี หรือมองว่าเป็นหน้าที่ของทีม IT ทั้งที่จริงแล้ว AI กระทบกับทุกฝ่ายในองค์กร และยิ่งองค์กรใช้ AI มากขึ้นเท่าไร การเตรียมคนก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าคิดจากเวทีนี้คือ การ Transformation ไม่ได้หมายถึงการปรับเล็กน้อยแล้วเดินต่อด้วยวิธีเดิม เพราะสิ่งที่เคยทำให้เราเก่งในอดีต อาจไม่พอสำหรับบริบทใหม่อีกแล้ว จากเดิมที่คนจำนวนมากเติบโตด้วยการเป็น Specialist ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง วันนี้ความเชี่ยวชาญยังจำเป็น แต่ต้องมาพร้อมความสามารถในการเรียนรู้ใหม่ ยอมรับว่าตัวเองยังไม่รู้ทุกอย่าง และกล้าปรับตัวก่อนถูกสถานการณ์บังคับ โดยเฉพาะเมื่อ AI Agent และ AGI เริ่มเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า AI จะฉลาดขึ้นแค่ไหน แต่คนในองค์กรจะฉลาดขึ้นตามไปด้วยหรือไม่ เพราะถ้าเทคโนโลยีเดินหน้าเร็วขึ้นทุกวัน ขณะที่คนยังยืนอยู่ที่เดิม นั่นอาจเป็นความเสี่ยงที่องค์กรต้องระวังมากที่สุด”</span></i></p>
<h2><b>Trends 2026-2027: Creativity</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50298" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-72.webp" alt="CTC 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 1 57" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-72.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-72-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b> ภัทศา อัตตนนท์ Managing Director จาก </b><a href="http://www.jongluckdee.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>จงรักดี (Jongluckdee)</b></a> <span style="font-weight: 400;">และคุณ </span><b>วุฒิศักดิ์ อนรรฆพร Founder &amp; Director ของ </b><a href="https://www.factory01.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Factory01</b></a> <span style="font-weight: 400;">ชวนคุยถึงคำถามที่คนทำงานสร้างสรรค์เจอบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ว่า</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อใคร ๆ ก็เริ่มต้นคิดไอเดียด้วยการถาม AI ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ยังจำเป็นอยู่ไหม ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบจากเวทีนี้ค่อนข้างชัดว่า AI ไม่ได้ทำให้ความคิดสร้างสรรค์หมดความหมาย ตรงกันข้าม มันยิ่งทำให้ทักษะนี้สำคัญขึ้น เพราะ AI ช่วยให้ไอเดียจับต้องได้เร็วขึ้น หาข้อมูลได้ไวขึ้น และประหยัดเวลามากขึ้น ทว่าสุดท้ายมนุษย์ยังต้องเป็นคนตัดสินใจ เลือกทิศทาง และทำให้สิ่งที่คิดเกิดขึ้นจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พวกเขาชวนมอง AI ผ่านบทเรียนจากเทคโนโลยีครั้งก่อน ๆ ตั้งแต่คอมพิวเตอร์จนถึงอินเทอร์เน็ต ทุกครั้งที่เครื่องมือใหม่เข้ามา คนที่ได้เปรียบมักไม่ใช่คนที่เข้าถึงเครื่องมือได้ก่อนเพียงอย่างเดียว หากเป็นคนที่คิดเป็น ถามเป็น และเลือกใช้ข้อมูลเป็นต่างหาก AI อาจให้คำตอบที่รวดเร็วก็จริง แต่คำตอบเหล่านั้นมักยืนอยู่บนสิ่งที่คนจำนวนมากคิด เชื่อ หรือเคยทำมาก่อน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ถ้าเราหยิบมาใช้ตรง ๆ ผลงานก็อาจออกมาคล้ายกับคนอื่น สิ่งที่ทำให้งานต่างออกไปจึงอยู่ที่การตั้งคำถามต่อคำตอบของ AI แล้วลองบิดมุมมองนั้นให้กลายเป็นทางเลือกใหม่”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่ย้ายบทบาทมาอยู่ในจุดที่ลึกขึ้นกว่าเดิม จากเดิมที่คนอาจใช้เวลามากกับการเริ่มต้นหาไอเดีย วันนี้ AI ช่วยสร้างฐานตั้งต้นให้ได้เร็วขึ้น หน้าที่ของคนจึงอยู่ที่การดูว่ามาตรฐานที่ AI เสนอออกมาคืออะไร แล้วจะขยับมันให้ดีขึ้น เฉียบขึ้น หรือแตกต่างขึ้นได้อย่างไร</span></p>
<p><b>อย่างไรก็ตาม การบิดมุมให้ดีไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยรสนิยม ประสบการณ์ ความเข้าใจผู้รับสาร และความมั่นใจว่าสิ่งที่เลือกจะสร้างประโยชน์จริง ไม่ใช่แค่ต่างเพื่อให้ต่าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง 2 ท่านยังพูดตรงกันว่า Execution จะยิ่งสำคัญมากขึ้น เพราะไอเดียอย่างเดียวไม่พอ AI อาจช่วยคิด ช่วยเรียบเรียง หรือช่วยเสนอทางเลือกได้มากมาย แต่การทำให้งานออกมามีชีวิตยังต้องพึ่งมนุษย์ คุณวุฒิศักดิ์พูดอย่างน่าสนใจว่า รสนิยมของ AI ยังแย่มาก เพราะมันทำงานจากข้อมูล ไม่ได้ทำงานจากอารมณ์แบบมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น งานที่ดีจึงไม่ได้วัดจากการมีไอเดียจำนวนมากเท่านั้น หากวัดจากการเลือกให้ถูก ทำให้ถึง และส่งมอบผลลัพธ์ที่ลูกค้าหาจากที่อื่นไม่ได้ ตรงนี้เองที่ทำให้ความกล้าทดลองยังจำเป็น เพราะการทำเหมือนเดิมไปเรื่อย ๆ อาจดูปลอดภัยในระยะสั้น แต่ระยะยาวกลับทำให้งานไม่มีเหตุผลพอที่คนจะเลือกเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด เทรนด์สำคัญของความคิดสร้างสรรค์ในช่วงปี 2026-2027 จึงอยู่ที่ Originality หรือความเป็นต้นฉบับของวิธีคิด คนทำงานต้องถามตัวเองให้มากขึ้นว่า สเกลที่อยากไปกำลังกลายเป็นกับดักหรือเปล่า </span><b>เรากำลังใช้ AI เพื่อช่วยคิด หรือกำลังปล่อยให้ AI คิดแทนจนเลิกตั้งคำถามไปแล้วกันแน่ ?</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะสิ่งที่น่ากลัวอาจไม่ใช่แค่ AI แย่งงานมนุษย์ หากเป็นความเข้าใจผิดที่เกิดจากการเชื่อ AI มากเกินไป เมื่อเราไฮป์เครื่องมือนี้โดยไม่ตรวจสอบ เราอาจเปลี่ยนเรื่องถูกให้กลายเป็นผิด หรือเปลี่ยนเรื่องผิดให้ดูเหมือนถูกได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><b>ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์จึงยังจำเป็นมาก เพราะมันช่วยให้เราไม่หยุดอยู่แค่คำตอบแรกที่เครื่องมือส่งมาให้</b></p>
<h2><b>Trends 2026-2027: Business</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50299" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-73.webp" alt="CTC 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 1 58" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-73.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-73-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำธุรกิจในช่วง 1 ปีต่อจากนี้ คุณ</span> <a href="https://th.hrnote.asia/story/ais-hr-asia-best-companies-to-work-for-250514/"><b>กานติมา เลอเลิศยุติธรรม Deputy CEO/CCO จาก AIS</b></a><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม Managing Director จาก </b><a href="https://www.supalai.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>SUPALAI</b></a> <span style="font-weight: 400;">เห็นตรงกันว่า ธุรกิจที่อยู่รอด ต้องพร้อมทั้งเงิน คน และความไว้ใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณไตรเตชะค่อนข้างยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า  การทำธุรกิจช่วงนี้ยากมาก เพราะเศรษฐกิจปีนี้หนักหน่วงกว่าที่หลายคนคาด แม้ช่วงโควิดจะเป็นวิกฤติใหญ่ แต่ในตอนนั้นยังพอมองเห็นปลายทางว่าเมื่อมีวัคซีน สถานการณ์จะค่อย ๆ คลี่คลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ความท้าทายทุกรอบกระทบแต่ละอุตสาหกรรมไม่เท่ากัน บางธุรกิจเจ็บหนัก บางธุรกิจยังเติบโตได้ และองค์กรอสังหาริมทรัพย์อย่าง SUPALAI เองก็ยังทำยอดขายเป็นบวก แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมจะติดลบก็ตาม ซึ่งหมายความว่าสามารถเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ จะนำมาซึ่งการอยู่รอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณกานติมาเสริมว่า AIS เอง แม้เป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ ก็ยังต้องปรับตัวตลอดเวลา หลังโควิด หลายองค์กรแทบไม่มีช่วงให้หยุดพัก เพราะความท้าทายใหม่เข้ามาถี่ขึ้น จังหวะให้หายใจสั้นลง และความเหนื่อยล้ากลายเป็นเรื่องที่คนทำงานหลายธุรกิจรู้สึกร่วมกัน ในสภาพแบบนี้ องค์กรจึงต้องกลับมาดูพื้นฐานของตัวเองให้ชัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยคุณไตรเตชะเห็นด้วยและเสริมว่า </span><b>พื้นฐานขององค์กรที่สำคัญคือสภาพคล่องทางการเงิน เพราะว่าสภาพคล่องเป็นปัจจัยที่กำหนดคุณภาพการตัดสินใจขององค์กร หากองค์กรมีภาระหนี้สูง เวลาส่วนใหญ่อาจหมดไปกับความกังวลว่าจะประคองธุรกิจอย่างไร แต่ถ้าบริหารเงินได้ดี องค์กรจะมีพื้นที่มากขึ้นในการมองหาโอกาสใหม่ รักษาคุณภาพสินค้าและบริการ รวมถึงดูแลคนในองค์กรได้ต่อเนื่อง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องที่เสียไปแล้วเอากลับคืนมายากมากคือ Trust หรือความไว้วางใจจากลูกค้า องค์กรไม่ควรคิดว่าการลดคุณภาพลงเล็กน้อยจะไม่กระทบความสัมพันธ์กับลูกค้า เพราะบางครั้งลูกค้าอาจหายไปเลย และการสร้างความเชื่อใจกลับมาใหม่ต้องใช้เวลานานกว่าที่คิด วิกฤติจึงมีโอกาสอยู่จริง เงื่อนไขสำคัญคือองค์กรต้องเตรียมตัวให้พร้อมพอจะคว้าโอกาสนั้นได้ ซึ่งเริ่มจากการมีฐานะทางการเงินที่แข็งแรง และการไม่ลดทอนคุณค่าที่ส่งต่อไปถึงลูกค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงการลงทุนเพื่ออนาคต คุณกานติมาชี้ว่า หลายองค์กรทุ่มเวลาและงบประมาณไปกับ AI ซื้อเครื่องมือใหม่ หรือคาดหวังให้เทคโนโลยีช่วยแก้ปัญหาเร็วขึ้น จนลืมถามว่าคนในองค์กรพร้อมใช้มันแล้วหรือยัง หากคนใช้เครื่องมือไม่เป็น การลงทุนด้านเทคโนโลยีก็อาจสูญเปล่า</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ประเด็นที่น่าห่วงจึงอาจไม่ใช่แค่จำนวนคนไม่พอ แต่เป็นทักษะของคนไม่พอมากกว่า องค์กรต้องคิดใหม่ว่า งานใดควรให้คนทำ งานใดให้ AI ช่วย และจะทำอย่างไรให้คนฉลาดพอที่จะต่อยอดจาก AI ได้จริง เพราะ AI กำลังกลายเป็นหนึ่งในกำลังแรงงานขององค์กร ไม่ใช่แค่เครื่องมือเสริมหลังบ้านอีกต่อไป”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด ทั้งธุรกิจและ HR ต้องกลับมาถามตัวเองอย่างจริงจังว่าองค์กรรู้จักตัวเองดีพอหรือยัง คนที่ไม่อยากเติบโตอาจไม่น่าห่วงเท่าคนที่อยากโต แต่ไม่อยากรู้ ไม่อยากเปลี่ยนแปลง เรื่องนี้รวมถึงผู้บริหารด้วย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หลายคนเคยพิสูจน์ตัวเองมาอย่างหนักจนขึ้นมาถึงตำแหน่งสำคัญ และอาจเผลอคิดว่าตัวเองเข้าใจทุกอย่างแล้ว ทั้งที่คน เศรษฐกิจ สังคม และวิธีทำธุรกิจเปลี่ยนไปตลอดเวลา ก่อนจะเข้าใจคนอื่น จึงควรเริ่มจากการรู้จักตัวเองให้มากพอ และยอมรับให้ได้ว่าสิ่งที่เคยใช้ได้ดี อาจไม่พอสำหรับวันข้างหน้าแล้ว”</span></i></p>
<h2><b>Trends 2026-2027: People Performance</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50297" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-71.webp" alt="CTC 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 1 59" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-71.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-71-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/qgen-hr-consult-240923/"><b>อภิชาติ ขันธวิธิ CEO จาก QGEN Consultant</b></a><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>สุวภา เจริญยิ่ง ที่ปรึกษา</b><a href="https://www.tfpa.or.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>สมาคมนักวางแผนการเงินไทย</b></a> <span style="font-weight: 400;">ชวนมองเรื่องการพัฒนาคนในวันที่ทั้งธุรกิจและคนทำงานต่างถูกท้าทายหนักขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุวภาเริ่มจากคำถามพื้นฐานที่หลายคนอาจมองข้ามว่า เรารู้จักตัวเองดีพอหรือยัง รู้หรือยังว่า Passion ของตัวเองคืออะไร เพราะเมื่อเจอแรงกดดันจากภายนอก สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คนลุกขึ้นมาทำงานต่อได้ และคนเราควรใช้ช่วงเวลาที่ยังมีแรงเร่งสร้างฐานชีวิตของตัวเอง เพียงแต่ต้องขยันให้ถูกเรื่อง ไม่ใช่ทุ่มพลังไปกับสิ่งที่ไม่พาเราไปไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นเรื่องคนรุ่นใหม่ก็ถูกหยิบขึ้นมาพูดอย่างน่าสนใจ คุณสุวภามองว่า การบอกว่าคนรุ่นใหม่ไม่อดทนอาจไม่ยุติธรรม เพราะหลายคนอดทนมากกับสิ่งที่พวกเขาเห็นว่ามีคุณค่าต่อชีวิตตัวเอง พวกเขาออกไปพบคนใหม่ ฟังเสวนา หาไอเดีย และพยายามเติมช่องว่างระหว่างตัวตนวันนี้กับคนที่อยากเป็นในอนาคต</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ในทางเดียวกัน คนทำงานทุกวัยต้องรู้จักเตรียมตัวให้พร้อม เช่น ก่อนพบลูกค้า เราเคยศึกษามากพอไหมว่าเขาเป็นใคร มีโจทย์อะไร มีข้อจำกัดแบบไหน เพราะการเป็นตัวของตัวเองไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเตรียมตัว ตรงกันข้าม ยิ่งรู้จักตัวเองมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องรู้จักคนที่เราจะทำงานด้วยมากขึ้นเท่านั้น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอภิชาติขยายประเด็น People Performance ในมุมองค์กรว่า อีก 2-3 ปีข้างหน้า เป้าหมายของหลายองค์กรคืออยากเติบโตให้ได้ระดับ 20% ขึ้นไป คำถามคือคนในองค์กรพร้อมพอหรือยัง เขาเห็นด้วยกับประเด็นที่ว่า </span><b>คนอาจถูกมองเป็นค่าใช้จ่ายหรือเป็นสินทรัพย์ก็ได้ หน้าที่ขององค์กรคือทำให้คนกลายเป็น Asset ให้ได้มากที่สุด</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากองค์กรอยากทำกำไร แต่คนยังไม่พร้อมใช้งาน แปลว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่พนักงานอย่างเดียว องค์กรอาจต้องกลับมาทบทวนตั้งแต่การจ้างงาน การพัฒนา และการดูแลคน เพราะคนเก่งพร้อมใช้มีราคาสูง ไม่ใช่ทุกองค์กรจะซื้อได้ ทางเลือกที่ยั่งยืนกว่าคือการสร้างคนกลุ่มกลางให้เติบโตเป็น High Performer”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาคนไม่ควรจบแค่การส่งพนักงานไปเรียนคอร์สใหม่ ๆ แล้วถือว่าทำหน้าที่ครบแล้ว HR ยังต้องมองทั้งระบบ ตั้งแต่ค่าตอบแทน สวัสดิการ วัฒนธรรมองค์กร ความเป็นพิษในทีม ไปจนถึงคำถามว่า เมื่อพนักงานเก่งขึ้น องค์กรพร้อมดูแลเขาให้เหมาะสมหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุวภาย้ำว่าผู้นำต้องเริ่มก่อน หากอยากให้พนักงานขยัน ผู้นำก็ต้องทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง และถ้าอยากรักษาคนเก่งไว้ องค์กรต้องมองเห็นคุณค่าของเขาจริง ๆ ไม่ใช่ปล่อยให้เขารู้สึกว่าอยู่ไปก็ไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่ม สิ่งสำคัญคือองค์กรต้องฟังให้เจอว่าคนออกเพราะอะไร และคนที่ยังอยู่กำลังเติบโตอยู่หรือแค่ทนอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกกลุ่มที่ควรได้รับการดูแลมากขึ้นคือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220916-middlemanagement/"><span style="font-weight: 400;">Middle Manager</span></a><span style="font-weight: 400;"> เพราะคนกลุ่มนี้รับแรงกดดันจากทั้งด้านบนและด้านล่าง หลายคนถูกเลื่อนขึ้นมาเป็นหัวหน้าโดยยังไม่เคยถูกเตรียมให้บริหารคนอย่างจริงจัง เมื่อเจอปัญหาคน จึงต้องลองผิดลองถูกเองจนเหนื่อยล้า บนเวทียังพูดถึงความสำคัญของจังหวะในการทำงาน บางเรื่องต้องเร็ว บางเรื่องต้องรู้จักหยุด และบางเรื่องต้องอาศัยคนอื่นไปด้วยกัน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะถ้าอยากไปเร็วอาจไปคนเดียวได้ แต่ถ้าอยากไปไกล ต้องมีคนร่วมทาง คนที่ทำงานกับคนอื่นเป็น มักเติบโตได้ไกลกว่า เพราะคนจำได้เสมอว่าเราเคยทำให้เขารู้สึกอย่างไร…</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สุดท้ายความสุขในการทำงานจึงไม่ใช่เรื่องของเราคนเดียว หากคนรอบข้างไม่มีความสุข เราเองก็ยากจะมีความสุขได้เต็มที่เช่นกัน”</span></i></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50309" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-76.webp" alt="HREX CTC 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 1 60" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-76.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-76-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2026-day-2-260620/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 &#8211; Day 2</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>When a Top Talent Resigns โปรดอนุมัติใบลาออกของผมด้วย</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50304" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-75.webp" alt="CTC 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 1 61" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-75.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-75-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในปัญหาที่องค์กรไม่อยากเจอ คือวันที่คนทำงานเก่งเดินเข้ามาพร้อมใบลาออก โดยเฉพาะคนที่เคยเป็นกำลังหลักของทีมมาก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา Founding Partner จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80"><b>Slingshot Group</b></a><span style="font-weight: 400;"> เปิดประเด็นนี้ด้วยการเล่าเรื่องของพนักงานขายไฟแรงคนหนึ่งที่เคยเป็น Top Sales หลายปีติดต่อกัน จนได้รับการเลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่หลังทำงานได้เพียง 3-4 เดือน ผลงานกลับไม่เป็นไปตามคาด หัวหน้าไม่พอใจผลงาน ลูกน้องบ่นว่าเขาบริหารทีมไม่มีทิศทาง และเจ้าตัวก็ไม่กล้าตัดสินใจเรื่องสำคัญ สุดท้ายเขาถูกประเมินว่าไม่ผ่านบทบาทการเป็น Sales Manager และต้องกลับไปเป็น Sales เหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ตามมาคือความรู้สึกล้มเหลว เสียหน้า และตัดสินใจยื่นใบลาออก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่คนที่เคยเก่งมาก ทำไมพอเติบโตขึ้นไปอีกขั้นจึงไปต่อไม่สำเร็จ คำตอบอาจอยู่ที่องค์กรจำนวนมากยังดันคนจากความเก่งในงานเดิม โดยไม่ได้ประเมินให้ชัดว่าบทบาทใหม่ต้องใช้ความสามารถอีกชุดหนึ่ง คนคนหนึ่งอาจเป็นนักขายที่ยอดเยี่ยม เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้ หรือเป็นคนทำงานที่ปิดงานเก่งมาก แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้รับประกันว่าเขาจะบริหารทีม วางทิศทาง ตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน หรือพาคนอื่นเติบโตได้ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอภิวุฒิอธิบายว่า </span><b>คนทำงานต้องพัฒนาความสามารถถึง 5 ด้านให้เก่ง ไม่ว่าจะเก่งตน เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด รวมถึงเก่งเปลี่ยนแปลง </b><span style="font-weight: 400;">เพียงแต่น้ำหนักของแต่ละเรื่องจะเปลี่ยนไปตามระดับตำแหน่ง ช่วงเริ่มต้นการทำงาน ความเก่งงานอาจสำคัญมากที่สุดตอนยังเป็น Junior แต่เมื่อขึ้นเป็นหัวหน้า ความสามารถในการดูแลคนและคิดอย่างเป็นระบบจะเริ่มสำคัญขึ้น และเมื่อเติบโตไปถึงระดับบริหาร ความสามารถในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงจะมีบทบาทสูงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาคือหลายคนถูกเลื่อนตำแหน่งเพราะทำงานเดิมได้ดี ทั้งที่ยังไม่เคยถูกเตรียมให้พร้อมสำหรับงานใหม่เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้สอดคล้องกับแนวคิด Peter Principle ที่อธิบายว่า คนมักถูกโปรโมทขึ้นไปเรื่อย ๆ จากความสำเร็จเดิม จนวันหนึ่งไปถึงตำแหน่งที่ต้องใช้ความสามารถมากกว่าที่ตัวเองมี และจะติดอยู่ตรงนั้น ปัญหาหนักกว่านั้นคือ หลายองค์กรไม่เคยสอนคนให้คิดอย่างจริงจัง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราโตมากับระบบที่คุ้นกับคำตอบสำเร็จรูป อยากได้เฉลย อยากได้วิธีทำที่แน่นอน แม้แต่เวลาเรียนรู้เรื่อง AI หลายคนสนใจแค่อยากได้โพยว่าควรใช้ Prompt อะไรจะดีที่สุด มากกว่าการฝึกตั้งคำถามให้ดี สิ่งนี้ทำให้คนมีความรู้มากขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องมีปัญญาในการตัดสินใจมากขึ้น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวหน้ามีบทบาทสำคัญมากในการสร้างคนให้คิดเป็น คุณอภิวุฒิแยกให้เห็นชัดว่า การช่วยลูกน้องมี 2 แบบ แบบแรกคือ Advising หรือการช่วยคิดจากประสบการณ์ของหัวหน้า วิธีนี้เร็ว และหลายครั้งก็มีประโยชน์ แต่ถ้าใช้มากเกินไป ลูกน้องจะรอคำตอบและไม่รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบกับวิธีคิดของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แบบที่ 2 คือ Asking หรือการตั้งคำถามให้ลูกน้องคิด ทบทวน วิเคราะห์ และเลือกทางออกเอง วิธีนี้ใช้เวลามากกว่า แต่ทำให้คนเติบโตจริง เพราะหน้าที่ของหัวหน้าไม่ใช่การแก้ปัญหาแทนลูกน้องทุกครั้ง แต่เป็นการช่วยให้ลูกน้องแก้ปัญหาของตัวเองได้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนทำงานที่ไม่อยากติดอยู่บนขั้นบันไดที่ตัวเองไปต่อไม่ได้ ทักษะการคิดต้องถูกฝึกตั้งแต่วันนี้ และทำได้ผ่านพฤติกรรมพื้นฐานหลายข้อ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Be Proactive</b><span style="font-weight: 400;"> ฟังไปคิดไป เตรียมคำถาม เตรียมมุมมอง และลองคิดล่วงหน้าว่าถ้าเราเป็นคนตัดสินใจ เราจะเลือกอย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Stay Curious</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อหัวหน้าแก้งานหรือให้ฟีดแบ็ก อย่าถามแค่ว่าแก้อะไร แต่ต้องถามว่าทำไมถึงแก้ เพื่อเรียนรู้วิธีคิดที่อยู่เบื้องหลัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Change Your Belief</b><span style="font-weight: 400;"> การตอบผิดไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นข้อมูลที่ช่วยให้คิดได้แม่นขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Ask More Questions</b><span style="font-weight: 400;"> หากเป็นผู้นำ ต้องตั้งคำถามให้มากขึ้น พร้อมอธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงถาม เพื่อไม่ให้ลูกน้องตีความผิดว่าเรากำลังจับผิดหรือโยนงานกลับไปให้เขา</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเป็นคนเก่งคิดสร้างได้ แต่ต้องอาศัยทั้งตัวบุคคล หัวหน้า และองค์กรที่จริงจังกับการพัฒนาคน องค์กรไม่ควรใช้การเลื่อนตำแหน่งเป็นรางวัลของคนเก่งเพียงอย่างเดียว เพราะหากเลื่อนโดยไม่เตรียมความพร้อม องค์กรอาจเสียทั้งผลงาน เสียทั้งทีม และเสียคนเก่งไปในที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคนทำงานเองก็ต้องยอมรับว่า การหนีจากปัญหาโดยไม่เรียนรู้ อาจพาตัวเองไปเจอปัญหาเดิมในที่ใหม่ เพราะความไม่รู้จะติดตัวไปด้วยเสมอ สิ่งที่ควรทำจึงไม่ใช่การรอคำตอบจากใคร แต่ต้องฝึกคิดให้หนักขึ้น ตั้งคำถามให้ดีขึ้น และเติบโตให้ทันตำแหน่งที่ตัวเองอยากไปถึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และก่อนจบ Session </span><b>คุณอภิวุฒิเฉลยว่า พนักงานขายไฟแรงที่เคยเป็น Top Sales ถูกโปรโมทขึ้นไปเป็น Sales Manager แล้วล้มเหลว จนตัดสินใจลาออกคนนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นตัวเขาเอง</b><span style="font-weight: 400;"> และเพราะการที่หัวหน้าให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเองใหม่ เรียนรู้วิธีบริหารคนบริหารทีม ก็ทำให้เขามีวันนี้ในที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่บทเรียนเรื่องการบริหารคนเก่งขององค์กร แต่ยังเป็นบทเรียนของคนทำงานทุกคนว่า ความเก่งในวันนี้อาจยังไม่พอสำหรับบทบาทวันข้างหน้า ถ้าเราไม่ยอมฝึกคิด ฝึกถาม และเตรียมตัวให้พร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ขึ้น </span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47862" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 72" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>Why stopping PR &amp; Storytelling Will Cost Your Business กลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นด้วย “พีอาร์” ในยุคที่แบรนด์ต้องฉลาดบริหารเงิน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50303" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-74.webp" alt="CTC 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CTC 2026 - Day 1 62" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-74.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-74-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ชญาน์ทัต วงศ์มณี หรือ ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ Chief Storytelling Officer จาก </b><a href="https://www.facebook.com/PeetiDays" target="_blank" rel="noopener"><b>PeetiPR</b></a><b> เริ่มด้วยการกล่าวชื่นชม</b><span style="font-weight: 400;">คนที่มาร่วมงานวันนี้ทุกคนว่าล้วน เป็น Survivor เป็นผู้ที่เอาตัวรอดได้แม้ว่าปีนี้จะเป็นปีที่การทำงานหนักหน่วงมาก ๆ เจอทั้งความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจ และการแข่งขันทางธุรกิจที่กดดันมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงเวลาแบบนี้ หลายองค์กรใช้วิธีตัดงบ ลดค่าใช้จ่าย และมักมองงบเกี่ยวกับการ PR ตัวเองว่าเป็นสิ่งแรก ๆ ที่ต้องหยุด แต่ในความคิดของเขา การหยุด PR ก็เหมือนการปิดไฟให้แบรนด์ หากหยุดสื่อสาร คนข้างนอกย่อมมองไม่เห็นว่าองค์กรอยังอยู่ดีไหม ยังเติบโตไหม หรือยังน่าเชื่อถือพอให้ฝากความหวังไว้หรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลของการหยุด PR ยังทำให้แบรนด์ต้องใช้แรงและเงินมากขึ้นในวันที่อยากกลับมาอยู่ในสายตาผู้คนอีกครั้ง คุณท้อฟฟี่อ้างถึงข้อมูลจาก Harvard Business Review ว่า</span><b> องค์กรที่หยุดสื่อสารกับองค์กรที่ทำ PR ต่อเนื่องมีผลลัพธ์ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ แบรนด์ที่หยุดสื่อสารต้องใช้เงินมากกว่าเดิมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นกลับมา ขณะที่บริษัทที่ทำ PR ต่อเนื่องมียอดขายสูงกว่าแบรนด์ที่ตัดงบถึง 2.5 เท่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้ทำให้เห็นชัดว่า ยิ่งธุรกิจเจอวิกฤติ ยิ่งไม่ควรหายไปจากการรับรู้ของลูกค้า เพราะลูกค้าไม่ได้หยุดซื้อ พวกเขาเพียงเลือกมากขึ้น และความน่าเชื่อถือกลายเป็นเหตุผลสำคัญในการตัดสินใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น ในวันที่ลูกค้าระวังการใช้เงินมากขึ้น PR ช่วยทำหน้าที่สร้างความเชื่อมั่นหลายด้านพร้อมกัน ลูกค้ายุคใหม่นี้ชอบเลือกแบรนด์ที่คุ้มค่า มีคุณภาพ มั่นคง ผู้นำมีวิสัยทัศน์ เข้าใจปัญหาของลูกค้า มีความเคลื่อนไหวใหม่ และทำให้ผู้ใช้รู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น พวกเขายังมองลึกไปถึงความเป็นองค์กรที่ดีจริง เช่น แบรนด์ปฏิบัติกับพนักงานอย่างไร มีคนอื่นเชื่อมั่นในแบรนด์นี้มากน้อยแค่ไหน สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดจากการโพสต์ขายของครั้งเดียว แต่เกิดจากการเล่าเรื่องอย่างต่อเนื่อง จนคนเห็นภาพซ้ำ เห็นหลักฐานซ้ำ และค่อย ๆ เชื่อว่าแบรนด์นี้ไว้ใจได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีเล่าเรื่องที่ท้อฟฟี่แนะนำคือ Purposeful Storytelling โดยเริ่มจาก Who, Why, How และ What ซึ่งต้องเล่าเรื่องอย่างจริงใจและครบลูป แต่ปัญหาของหลายแบรนด์คือสื่อสารแค่ What ว่าขายอะไร ทำอะไร ทั้งที่เรื่องเล่าซึ่งทำให้คนเชื่อมโยงกับแบรนด์ได้ลึกกว่า อาจมาจากจุดตั้งต้นของผู้ก่อตั้ง เหตุผลที่แบรนด์อยากแก้ปัญหาบางอย่าง จุดเปลี่ยนที่เคยทำให้องค์กรแข็งแรงขึ้น อินไซต์จากลูกค้า กระบวนการทำงาน ความใส่ใจของทีม เรื่องของพนักงาน วัฒนธรรมองค์กร ไปจนถึงผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมที่กำลังแก้ปัญหาให้ผู้คนจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาแจกแจงว่าเรื่องเล่าที่แบรนด์หยิบมาใช้ได้จึงมีอย่างน้อย 9 แบบ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Founder Story:</b><span style="font-weight: 400;"> จุดเริ่มต้นของผู้ก่อตั้งและเจตนาขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Purpose Story:</b><span style="font-weight: 400;"> ปัญหาที่แบรนด์อยากแก้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Turning Point Story:</b><span style="font-weight: 400;"> จุดเปลี่ยนและบทเรียนจากอุปสรรค</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Insight Story:</b><span style="font-weight: 400;"> ข้อมูล ความรู้ และความเชี่ยวชาญขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>The Making of Story:</b><span style="font-weight: 400;"> กระบวนการทำงานและความใส่ใจระหว่างทาง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Customer Story:</b><span style="font-weight: 400;"> เรื่องของลูกค้าที่พิสูจน์คุณค่าของแบรนด์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Employee Story:</b><span style="font-weight: 400;"> ความเชื่อ วิธีคิด และชีวิตของคนในองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Employer Story:</b><span style="font-weight: 400;"> วัฒนธรรม นโยบาย และเหตุผลที่องค์กรน่าทำงานด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Solution Story:</b><span style="font-weight: 400;"> ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหา</span></li>
</ul>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ของที่มันดีอยู่แล้ว ยังไงคนก็รู้ว่าดี”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คือสิ่งที่คนชอบคิดกัน แต่คุณท้อฟฟี่เตือนว่า อย่าคิดว่าลูกค้ามีเวลาว่างพอจะกระตือรือร้น ติดตามเรื่องของแบรนด์เองโดยไม่มีใครบอก หน้าที่ของ PR คือการสร้างโอกาสให้คนได้รับรู้สิ่งที่ดี สิ่งที่จริง และสิ่งที่แบรนด์ทำอย่างต่อเนื่อง เพราะ </span><i><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่ทำแล้วคนไม่รู้ สิ่งนั้นไม่เคยเกิดขึ้น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การ PR จึงไม่ได้มีไว้สร้างภาพ หากมีไว้สร้างแบรนด์ผ่านความจริงที่ถูกเล่าอย่างสม่ำเสมอ จนกลายเป็นความเชื่อมั่น และนี่คือเหตุผลที่เขาสรุปว่า </span><b>PR ควรถูกมองใหม่ในฐานะ Purpose Relations ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้คนที่เริ่มจากเจตนาชัดเจน และจบลงที่ความไว้วางใจ</b></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2026-day-1-260618/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-2-260617/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-2-260617/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jun 2026 10:22:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[PMAT]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand HR Tech 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50261</guid>

					<description><![CDATA[ตลอดการจัดงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 วันแรก เราได้เห็นหลายมุมมองที่ช่วยย้ำว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงาน แต่ยังทำให้องค์กรต้องกลับมาคิดใหม่ว่า มนุษย์ HR และคนทำงานทุกคนจะอยู่ร่วมกับ AI อย่างไรให้เกิดประโยชน์จริง หลายเวทีเสวนาชี้ให้เห็นว่า ทางรอดของมนุษย์ยังมีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI เพื่อเสริมศักยภาพ การออกแบบงานใหม่ การพัฒนาทักษะ การรักษา Human Value หรือการทำให้คนกับเทคโนโลยีทำงานร่วมกันได้อย่างสมดุล โดยไม่ลดทอนคุณค่าของกันและกัน และในวันที่ 2 ของงาน แนวคิด HUMAN • AI HARMONY ยังคงถูกตอกย้ำอย่างต่อเนื่อง ผ่านหลายเวทีที่ชวน HR มองไปไกลกว่าเรื่องการใช้เครื่องมือ แต่กลับมาถามว่า องค์กรจะเตรียมคน เตรียมทักษะ เตรียมผู้นำ และเตรียมระบบการทำงานอย่างไร เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้สร้างคุณค่าได้จริงต่อทั้งธุรกิจและคนทำงาน หากใครพลาดงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 วันที่ 2 ไป [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50262" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-61.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2 71" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-61.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-61-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดการจัดงาน </span><strong><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-1-260616/">PMAT Thailand HR Tech 2026 วันแรก</a></strong><span style="font-weight: 400;"> เราได้เห็นหลายมุมมองที่ช่วยย้ำว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงาน แต่ยังทำให้องค์กรต้องกลับมาคิดใหม่ว่า มนุษย์ HR และคนทำงานทุกคนจะอยู่ร่วมกับ AI อย่างไรให้เกิดประโยชน์จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายเวทีเสวนาชี้ให้เห็นว่า ทางรอดของมนุษย์ยังมีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI เพื่อเสริมศักยภาพ การออกแบบงานใหม่ การพัฒนาทักษะ การรักษา Human Value หรือการทำให้คนกับเทคโนโลยีทำงานร่วมกันได้อย่างสมดุล โดยไม่ลดทอนคุณค่าของกันและกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และในวันที่ 2 ของงาน <strong>แนวคิด HUMAN • AI HARMONY</strong> ยังคงถูกตอกย้ำอย่างต่อเนื่อง ผ่านหลายเวทีที่ชวน HR มองไปไกลกว่าเรื่องการใช้เครื่องมือ แต่กลับมาถามว่า องค์กรจะเตรียมคน เตรียมทักษะ เตรียมผู้นำ และเตรียมระบบการทำงานอย่างไร เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้สร้างคุณค่าได้จริงต่อทั้งธุรกิจและคนทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงาน <strong>PMAT Thailand HR Tech 2026 วันที่ 2</strong> ไป HREX ได้รวบรวมสาระสำคัญจากหลายเวทีที่น่าสนใจมาให้แล้วในบทความนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Ped.AI: From Specialists to Generalists Empowered by AI</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50264" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-63.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2 72" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-63.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-63-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>อภิรัตน์ หวานชะเอม Founder &amp; CEO จาก Practico</b><span style="font-weight: 400;"> เปิดประเด็นด้วยตัวเลขที่น่าคิดว่า แม้แทบทุกองค์กรจะพูดเรื่อง AI และเริ่มนำ AI มาใช้กันแล้ว แต่กว่า 70% ขององค์กรยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่วิธีคิดตั้งแต่ต้น หลายองค์กรยังมองว่า AI เป็นเรื่องของฝ่ายเทคโนโลยีเป็นหลัก ทั้งที่ความจริง AI กำลังกลายเป็น “ทีม” หรือ “ผู้ร่วมงาน” ที่ต้องทำงานสอดประสานกับมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นจุดเริ่มต้นจึงควรอยู่ที่คน งาน และกลยุทธ์ขององค์กร ก่อนจะค่อยขยับไปสู่เครื่องมือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอภิรัตน์ชวนคิดต่อว่า สาเหตุที่หลายองค์กรใช้ AI แล้วไม่เห็นผล เป็นเพราะการทำงานมักขาดตัวเชื่อมระหว่าง Business, People และ Tech ฝ่ายธุรกิจอาจรู้ว่าต้องการผลลัพธ์อะไร แต่แปลโจทย์ไปสู่การใช้ AI ไม่ได้ ฝ่ายคนอาจมีพนักงานพร้อมเรียนรู้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะประยุกต์ AI กับงานจริงอย่างไร หลายคนใช้ได้แค่ระดับแชทบอท ถามตอบทั่วไป เลยทำให้ลงทุนไปแล้วก็ยังตอบไม่ได้ว่า AI ช่วยเพิ่มคุณค่าให้ธุรกิจตรงไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น หากเปลี่ยนแปลงที่ต้องเกิดจากนี้ องค์กรต้องมี AI Adoption Framework ที่พาแต่ละฝ่ายรับลูกกันเป็นระบบ ตั้งแต่ AI Strategy, AI Portfolio, AI Roadmap, Job Classification, Job Redesign, L&amp;D and Culture, Use Case Design, Build and Deploy ไปจนถึง Monitoring and Evaluation</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดที่น่าสนใจของ Session นี้คือคำว่า </span><b>Ped.AI</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ “เป็ดที่เก่งขึ้นด้วย AI” เมื่อก่อนเราอาจพูดถึงมนุษย์เป็ดในฐานะคนที่รู้กว้าง ทำได้หลายอย่าง แต่ความรู้กว้างเพียงอย่างเดียวอาจไม่พออีกต่อไป เมื่อมี AI เข้ามาช่วย คนทำงานจึงสามารถรู้รอบขึ้น ทำงานข้ามขอบเขตเดิมได้ดีขึ้น และพัฒนาตัวเองจากคนที่ทำได้หลายอย่าง ไปสู่คนที่ใช้ AI ช่วยยกระดับงานของตัวเองได้จริง เป้าหมายของ AI ต้องช่วยปลดคนออกจากงานถึก งานซ้ำ งานที่เสียเวลา และทำให้คนกลับไปทำงานหลักได้เร็วขึ้น ดีขึ้น ผิดพลาดน้อยลง วางแผนได้ลึกขึ้น เข้าใจลูกค้ามากขึ้น และเก่งกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจสำคัญอีกอย่างคือ </span><b>Put the Right AI to the Right Job</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะไม่ใช่ทุกงานจะเหมาะกับ AI คุณอภิรัตน์เสนอให้ใช้ EPOCH Scoring เพื่อประเมินว่างานแต่ละประเภทต้องใช้ความเป็นมนุษย์มากน้อยแค่ไหน งานไหนควรให้คนเป็นหลัก งานไหนควรให้คนกับ AI ทำร่วมกัน และงานไหนสามารถให้ AI รับช่วงได้เกือบทั้งหมด</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“งาน Call Center อาจใช้ AI ช่วยตอบคำถามบางอย่างได้ แต่ไม่ได้แปลว่าจะตัดมนุษย์ออกจากกระบวนการทั้งหมด เพราะยังมีหลายจังหวะที่ต้องใช้ความเข้าใจ ความละเอียดอ่อน และการตัดสินใจของคน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อแยกงานออกมาได้ชัด องค์กรจึงค่อยเข้าสู่ Human-AI Job Redesign ออกแบบใหม่ว่า AI จะทำส่วนไหนก่อน คนจะรับช่วงตรงไหน และจะส่งต่องานกันอย่างไรให้ลื่นไหล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของ HR ในยุคนี้จึงสำคัญกว่าเดิม HR มีส่วนช่วยให้องค์กรไม่ใช้ AI แบบหว่านทั่วไป แต่ใช้ให้ถูกงาน ถูกคน และถูกจังหวะ HR ต้องช่วยออกแบบ Job Description ใหม่ให้สอดคล้องกับการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์กับ AI และต้องมองต่อไปด้วยว่า หากงานบางส่วนถูก AI รับช่วง พนักงานคนนั้นควรถูกยกระดับไปทำงานแบบไหนแทน</span></p>
<p><b>อนาคตของคนทำงานแบบ Ped.AI ไม่ใช่คนที่รู้เทคโนโลยีอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจคน ทำงานกับ AI ได้ ทำงานกับมนุษย์ได้ และมีภาวะผู้นำตั้งแต่วันแรก</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“AI จะไม่ได้เป็นเพียงลูกน้องในทีมอีกต่อไป หากจะกลายเป็นคนที่นำทีมซึ่งมี AI เป็นผู้ช่วยอยู่ข้าง ๆ และนี่คือโจทย์ใหญ่ของ HR ในการทำให้ High Tech อยู่เบื้องหลัง และ High Touch ยังอยู่เบื้องหน้าของการทำงาน”</span></i></p>
<h2><b>Beyond the Prompt: Architecting AI as a Culture</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50265" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-64.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2 73" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-64.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-64-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/chutima-sribumrungsart-240606/"><b>ชุติมา สีบำรุงสาสน์</b></a><b> กรรมการอิสระ ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาองค์กรและความยั่งยืน, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไบร์ทเนสท์ สตูดิโอ จำกัด </b><span style="font-weight: 400;">ชวนผู้ฟังมอง AI ให้ลึกกว่าการเป็นเครื่องมือทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอเริ่มจากความเชื่อสำคัญว่า ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปมากแค่ไหน คนยังต้องอยู่ และ HR ยังมีหน้าที่สำคัญในการช่วยให้องค์กรยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง เพราะ AI ไม่ได้เข้ามาแทนมนุษย์อย่างตรงไปตรงมา หากเข้ามาเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำงาน และวิธีสร้างคุณค่าขององค์กรแทบทุกด้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายของหัวข้อเสวนานี้ คุณชุติมาต้องการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร เธอเปรียบว่า “</span><i><span style="font-weight: 400;">Culture เปรียบเหมือนอากาศ</span></i><span style="font-weight: 400;">” เป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น แต่ทุกคนขาดไม่ได้ ถ้าอากาศไม่ดี สุขภาพขององค์กรก็แย่ตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ AI กลายเป็นออกซิเจนตัวใหม่ที่ช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนและแข่งขันได้ แต่เราทำให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการทำงานได้หรือยัง ? การ Prompt อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้เทคโนโลยี แต่ถ้าคนยังไม่รู้ว่าจะถามอะไร ไม่เข้าใจโจทย์ของตัวเอง และใช้ AI ทำงานที่ไม่ได้ช่วยให้ตัวเองฉลาดขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจไม่ตอบโจทย์ ไม่ถูกใจ และไม่สร้างผลกระทบที่มีความหมายต่อองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยังชี้อีกว่า สิ่งที่สำคัญกว่า Productivity คือ Impact เพราะองค์กรไม่ได้ต้องการเพียงทำงานให้เร็วขึ้น แต่ต้องทำงานแล้วเกิดผลที่มีคุณค่าขึ้นด้วย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การซื้อเทคโนโลยีเข้ามาใช้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง คนขายอาจอธิบายได้ว่าเครื่องมือมีฟังก์ชันอะไรบ้าง แต่ AI Literacy เป็นเรื่องที่องค์กรต้องสร้างเอง HR ควรถามให้ชัดว่า พนักงานมีความสามารถอะไรที่จะช่วยให้อยู่รอดในอนาคต เขาเข้าใจความซับซ้อนของงานหรือไม่ เชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้แค่ไหน มองปัญหาและทางออกได้ลึกพอหรือยัง และรู้หรือไม่ว่า AI ควรเข้ามาช่วยการตัดสินใจตรงไหน…</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะในวันที่ AI พัฒนาเร็วขึ้นทุกวัน ทักษะของคนก็ต้องขยับตามไปด้วยเช่นกัน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการสร้าง AI Culture คุณชุติมาวางภาพไว้ผ่านเสาหลัก ได้แก่ Signal, Decision และ Routine</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรต้องส่งสัญญาณให้คนรู้ว่า AI ไม่ใช่เรื่องแยกจากชีวิตการทำงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานร่วมกัน ต้องทำให้การตัดสินใจพึ่งพาข้อมูลมากขึ้น และต้องใส่ AI เข้าไปในกิจวัตรของพนักงานจนกลายเป็นมาตรฐานใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยังขยายต่อไปถึงกระบวนการสร้างคัลเจอร์ 4 ด้าน ได้แก่ Behavior, System, Signal และ Storytelling เริ่มจากการฝัง Growth Mindset ในพฤติกรรมของคน ทำให้พนักงานไม่กลัว AI และมองมันเป็นโอกาสในการทำงานให้ดีขึ้น จากนั้นต้องมีระบบและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ ทั้งการจัดระเบียบข้อมูล การออกแบบงาน และการทำให้คนกับ AI ทำงานสัมพันธ์กันได้จริง ขณะเดียวกันองค์กรต้องเล่าเรื่องการเรียนรู้ ทั้งความสำเร็จและความผิดพลาดจากทีมงาน ไม่ใช่มีแค่เสียงของผู้นำองค์กรฝ่ายเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นคือ AI ไม่ควรถูกมองเป็นสิ่งแปลกปลอมในองค์กร แต่ควรถูกมองเหมือน “AI Citizen” ที่อยู่ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างสอดประสาน อย่างไรก็ดี AI ไม่สามารถยืนลำพังได้ ต้องมี Human in the Loop อยู่เสมอ เพราะ AI ทำงานได้เร็ว สร้างผลลัพธ์ได้จำนวนมาก และประมวลผลตามข้อมูลที่เราให้ แต่สิ่งที่องค์กรต้องเติมลงไปคือเหตุผล จินตนาการ ความสัมพันธ์ทางสังคม และความสามารถในการอธิบายความหมาย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“งานของมนุษย์จึงไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่การเป็น Doer หรือคนทำตามขั้นตอนเดิม ๆ อีกต่อไป หากต้องขยับไปเป็น Creator ที่ใช้ปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจมนุษย์มาสร้างผลกระทบที่ใหญ่กว่าเดิม”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้าง AI Culture ไม่ใช่โครงการระยะสั้นที่อบรมวันนี้แล้วทุกคนจะใช้เป็นทันที หากเป็นการเดินทางระยะยาวที่ต้องพัฒนากันต่อเนื่อง องค์กรต้องหยุดคิดแค่กรอบตำแหน่งงาน แล้วเริ่มคิดจาก Workflow ว่างานไหลจากจุดไหนไปจุดไหน คนควรรับผิดชอบช่วงใด AI ควรช่วยตรงไหน และมนุษย์ควรตัดสินใจในจังหวะใด เมื่อความคาดหวังต่อ Performance เปลี่ยนไป Job ก็ต้องถูก Redesign ตามไปด้วย พร้อมขยับสู่ Skill-Based Design ที่ดูว่างานต้องส่งมอบอะไร และต้องใช้ทักษะแบบไหนเพื่อไปให้ถึงผลลัพธ์นั้น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“AI คือรากฐานของความรู้ ส่วนมนุษย์คือผู้สร้างสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นจริง องค์กรที่ไปต่อได้จึงต้องมอง AI เป็นเพื่อนร่วมทาง สอนคนให้ใช้มันอย่างฉลาด และทำให้สถานที่ทำงานกลายเป็นห้องทดลองของการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณชุติมาทิ้งท้าย</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50253" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-58.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2 74" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-58.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-58-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-1-260616">สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 1</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>The Leadership Paradox: Leading in Complexity พัฒนาภาวะผู้นำในโลกที่เปลี่ยนแปลงและซับซ้อน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50263" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-62.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2 75" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-62.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-62-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อไหร่ที่เราต่อต้านความเปลี่ยนแปลง เราจะเป็นทุกข์”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สุดคนึง ขัมภรัตน์ People &amp; Organization Advisor และอดีตนายก PMAT</b><span style="font-weight: 400;">, คุณ </span><b>กมลศักดิ์ จุฑาพรมณี Chief Commercial Officer จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/112"><b>SkillLane</b></a> <span style="font-weight: 400;">ชวนคุยว่าในยุคที่ซับซ้อนนี้ ทำไมสิ่งที่เคยทำ คำตอบเดิมๆ วิธีการเดิมๆ อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อ AI เก่งขึ้นแทบทุกวัน คนทำงานและผู้นำก็ต้องพัฒนาตามให้ทัน โดยมี</span> <span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>พรทิพย์ วิบูลย์รุ่งเรือง Business Development Manager</b> <b>จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/112"><b>SkillLane</b></a><b> ทำหน้าที่ Moderator</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุดคนึงมองว่า ภาวะผู้นำยังเป็นเรื่องสำคัญเสมอ เพราะต่อให้เราไม่มีลูกทีม เราก็ยังต้องนำตัวเองให้เป็น และถ้ามีทีมอยู่ข้างหลัง ก็ต้องรู้ว่าจะนำคนอย่างไรท่ามกลางความย้อนแย้ง เธอเสนอว่า ผู้นำต้องมี 3 เรื่องเป็นฐาน ประกอบด้วย</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Mindset ที่มองความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมชาติ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Skillset ที่ต้องเรียนและฝึกจนใช้ได้จริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Toolset หรือเครื่องมือที่เหมาะกับสถานการณ์และผู้คนที่แตกต่างกัน</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณกมลศักดิ์เสริมว่า ผู้นำจำนวนมากกำลังเจอความย้อนแย้งทุกวัน เช่น ผู้บริหารบางคนคาดหวังว่า AI จะเป็นคำตอบของทุกอย่าง ทั้งที่ในความเป็นจริง AI ยังต้องถูกตรวจสอบ และยังต้องใช้ความคิดของมนุษย์ในการตัดสินใจ ผู้นำจึงมีหน้าที่ทำให้คนเข้าใจว่าเทคโนโลยีช่วยให้งานง่ายขึ้นอย่างไร ลดความกลัวของทีม และย้ำว่ามนุษย์ยังเป็นผู้กำหนดกรอบ วิธีใช้ และการตัดสินใจสุดท้าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความย้อนแย้งสำคัญอีกอย่าง คือแรงกดดันเรื่องผลลัพธ์ระยะสั้น องค์กรจำนวนมากต้องการความเร็ว ต้องการให้ถึงเป้าหมายทันเวลา และอยากเห็นผลทันที ซึ่งคุณกมลศักดิ์มองว่า</span><b>แรงกดดันมีทั้งด้านดีและด้านร้าย ถ้าบริหารไม่ดีจะทำให้คนหมดไฟ แต่ถ้าบริหารเป็น มันจะกลายเป็น Good Pressure ที่ผลักให้ทีมขยับไปข้างหน้า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณสุดคนึงเสริมว่า ผู้นำเองก็เป็นคนทำงานที่ถูกจ้างมาเพื่อผลักดันผลงานเช่นกัน สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าผลงานไม่ได้เกิดจากผู้นำเพียงลำพัง แต่เกิดผ่านทีม ผ่านคน และผ่านการทำให้คนใช้ศักยภาพของตัวเองได้จริง ประโยคที่ว่า “งานได้ผล คนสำเร็จ” จึงยังใช้ได้เสมอ ผู้นำต้องดึงดูดคน เก็บแรงจูงใจของทีมไว้ และพัฒนาคนให้เติบโตต่อไปได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวทีนี้ยังพูดถึง</span><b>สมดุลระหว่างการ Control กับ Empowerment ซึ่งเป็นโจทย์ที่ผู้นำเจอบ่อย บางองค์กรควบคุมพนักงานแทบทุกขั้นตอน ขณะที่บางองค์กรปล่อยอิสระจนขาดระบบ</b><span style="font-weight: 400;"> คุณกมลศักดิ์เตือนว่าการควบคุมมากเกินไปอาจทำให้องค์กรยังอยู่รอดได้ แต่ความกล้า ความคิดสร้างสรรค์ และความเร็วในการตัดสินใจอาจไม่เกิดขึ้นเท่าที่ควร ส่วนการมอบอำนาจให้คนทำงาน จะช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของและทำให้องค์กรเคลื่อนตัวเร็วขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม คุณสุดคนึงชี้ว่า Control กับ Empowerment มีเส้นบาง ๆ คั่นอยู่ ผู้นำจึงต้องออกแบบกรอบการติดตามงานให้ชัดพอ โดยไม่กลายเป็น Micro Management ขณะเดียวกัน ในสมดุลระหว่าง Stability กับ Change องค์กรก็ต้องทำให้คนคาดหวังความเปลี่ยนแปลงไว้เสมอ เพราะการต่อต้านความเปลี่ยนแปลงมักทำให้คนทุกข์มากกว่าการเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดอดีตนายกสมาคม PMAT ชวนผู้นำกลับไปยึดหลักการพื้นฐานที่ไม่เคยเปลี่ยน นั่นคือความเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งลูกค้า องค์กร ผู้ถือหุ้น สังคม สิ่งแวดล้อม และพนักงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ดีต้องช่วยให้พนักงานมี Wellbeing ที่ดี มีเส้นทางอาชีพที่ชัด และปลดปล่อยศักยภาพของตัวเองได้ ส่วนผู้นำต้องเปลี่ยนวิธีบริหารจากการสั่งให้ทำ Task ไปสู่การสร้าง Outcome ให้คนเห็นว่างานที่ทำจะสร้างผลลัพธ์อะไร ตั้งเป้าหมายให้วัดผลได้ จัดลำดับงานให้เหมาะกับขีดความสามารถของคน และประเมินอย่างเป็นธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังต้องสร้าง Team Rhythm ให้เกิดขึ้นจริง เช่น Weekly Planning, 1:1 Coaching และไม่ลืมทบทวนจังหวะการทำงานของทีมอย่างสม่ำเสมอด้วย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ภาวะผู้นำที่ดีไม่ใช่การมีคำตอบทุกเรื่อง แต่คือความสามารถในการพาคนเดินผ่านความซับซ้อนไปด้วยกัน โดยไม่ลืมทั้งผลงาน คน และหลักการที่ควรยึดไว้ระหว่างทาง”</span></i></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/112?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47894" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 102" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-3-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>Beyond Technology: Making Change Simple Across Asia </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50266" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-65.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2 76" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-65.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-65-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“คนเราต่อต้านการเปลี่ยนแปลงจริงไหม ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือคำถามที่คุณ </span><b>มนัสนันท์ ตั้งธันยมนย์ APAC People Experience &amp; Operations Lead Strategy &amp; Transformation จาก </b><a href="https://www.pepsico.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Pepsico</b></a><span style="font-weight: 400;"> ชวนผู้ฟังกลับมาพินิจพิเคราะห์ข้อเท็จจริงตั้งแต่ตอนเปิดเวที ซึ่งสำหรับเธอ เธอเชื่อว่ามนุษย์เราไม่ได้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงเลย </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะหากมีใครบอกเราว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งหนึ่งจะทำให้ได้เงินเดือนสูงขึ้นเป็นล้าน หลายคนคงพร้อมเปิดใจเปลี่ยนแปลงทันที จริงไหมคะ ? สิ่งที่คนต่อต้านจึงอาจไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงโดยตัวมันเอง แต่เป็นเรื่องความยุ่งยาก ความไม่ชัดเจน และความไม่รู้ว่าผลลัพธ์ข้างหน้าจะดีหรือร้ายกันแน่มากกว่า”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์การเป็นคุณแม่ลูก 2 ทำให้เธอได้เรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงจากชีวิตประจำวันอย่างมาก เวลาบอกให้ลูกกินข้าวหรือกินอาหารที่มีประโยชน์ ถ้าใช้วิธีสั่งตรง ๆ เด็กอาจรู้สึกเหมือนถูกบังคับและยิ่งไม่อยากทำ สิ่งที่ต้องเปลี่ยนจึงไม่ใช่แค่คำสั่ง แต่เป็นวิธีชวน วิธีออกแบบบรรยากาศ และลูกล่อลูกชนที่ทำให้เด็กสบายใจพอจะลองกินเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนเดียวกันนี้ใช้ได้กับองค์กร เมื่อผู้นำอยากให้คนพัฒนา อยากให้คนปรับตัว หรืออยากให้คนเดินไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง </span><b>คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่าเราจะบอกเขาอย่างไร แต่ต้องถามว่าเราจะทำให้เขารู้สึกอยากเปลี่ยนด้วยตัวเองได้อย่างไร ?</b></p>
<p><b>หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่ Feeling เพราะ Emotion คือ Energy in Motion</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวคือ ความรู้สึกคือพลังที่ทำให้คนขยับหรือหยุดนิ่งได้ องค์กรจึงต้องออกแบบให้ชัดก่อนว่าอยากเห็นคนทำอะไร จากนั้นต้องออกแบบความรู้สึกที่พาเขาไปสู่การลงมือทำ คนต้องรู้สึกว่าทำแล้วเวิร์ก ทำแล้วไม่โดดเดี่ยว มีแรงสนับสนุนระยะยาว และสิ่งที่ต้องทำไม่ยากเกินไป ความกลัวอาจถูกใช้เป็นสัญญาณเตือนให้คนเห็นว่าบางอย่างจำเป็นต้องเปลี่ยน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าทำให้กลัวมากเกินไป คนจะหยุด ไม่กล้าลอง และมองการเปลี่ยนแปลงเป็นภาระทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณมนัสนันท์เสนอแนวคิด </span><b>Making Success Easy</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่าน 3 คำสำคัญ คือ </span><b>See, Simplify และ Support</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มจาก See คือการมองให้เห็นปัญหาจริง ไม่ใช่มองผ่าน ๆ แล้วรีบสรุป องค์กรต้องเข้าใจว่าอะไรทำให้คนไม่อยากเปลี่ยน อะไรคืออุปสรรคที่ซ่อนอยู่ และผลลัพธ์ที่ทุกฝ่ายต้องการคืออะไร เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงพาไปสู่ผลลัพธ์แบบ Win-Win-Win ต่อพนักงาน องค์กร และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ถ้ามองไม่เห็นปัญหาจริงตั้งแต่ต้น วิธีแก้ก็อาจพาองค์กรเสียเวลาและเดินผิดทางได้ง่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นคือ Simplify การทำเรื่องยากให้ใช้ง่ายขึ้นอย่างจริงจัง หลายครั้งองค์กรอยากให้พนักงานเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ระบบที่ออกแบบไว้กลับทำให้เขาเหนื่อยกว่าเดิม เช่น ระบบ HR ที่ใช้งานซับซ้อน ขั้นตอนเยอะ หรือทำให้ทั้งพนักงานและทีม HR ต้องเสียเวลามากเกินจำเป็น ถ้าองค์กรทำให้ประสบการณ์เหล่านี้ง่ายขึ้น คนจะรู้สึกดีกับ HR มากขึ้น และพร้อมเปิดใจให้กับการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน Support คือการเตรียมแรงสนับสนุนให้คนไปต่อได้จริง หากโซลูชันต้องพึ่งการช่วยเหลือหนักมากตลอดเวลา อาจแปลว่าเราออกแบบผิดโจทย์ตั้งแต่แรก </span><b>เพราะโซลูชันที่ดีควรทำให้คนเดินต่อได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ทำให้ทุกคนต้องแบกภาระใหม่เพิ่มขึ้น</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การเปลี่ยนแปลงที่ดีต้องเริ่มจากความชัดเจนว่าเราอยากให้คนทำอะไร แล้วออกแบบประสบการณ์ที่ทำให้เขาอยากทำสิ่งนั้นด้วยความมั่นใจ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณมนัสนันท์ชวน HR และผู้นำกลับไปดูงานของตัวเองว่า มีเรื่องใดบ้างที่ยังยุ่งยากเกินไป มีขั้นตอนไหนที่ลดได้ มีระบบไหนที่ทำให้คนเหนื่อยโดยไม่จำเป็น และมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องใดที่เรายังสื่อสารไม่ชัดพอ องค์กรอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการบอกให้คนเปลี่ยนตรง ๆ เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการทำให้เขาเห็นว่า การเปลี่ยนครั้งนี้จะทำให้ชีวิตการทำงานดีขึ้นอย่างไร เมื่อนั้นการเปลี่ยนแปลงจะไม่ใช่คำสั่งจากองค์กร แต่กลายเป็นทางเลือกที่คนอยากเดินไปด้วยกัน</span></p>
<h2><b>Awaken the Hunger: The New World Order of People Development</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50268" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-66.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2 77" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-66.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-66-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>จุติพันธุ์ มงคลสุธี Chief Executive Officer จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/15"><b>Gofive</b></a><span style="font-weight: 400;"> เปิดประเด็นด้วยความรู้สึกที่คนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจกำลังเผชิญร่วมกัน นั่นคือความเหนื่อยล้าจากข่าวสารเรื่อง AI ที่ถาโถมเข้ามาแทบทุกวัน หลายคนพยายามวิ่งตามให้ทัน แต่ยิ่งตามก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองอาจช้ากว่าเดิม ยิ่งนานวันเข้า มันยิ่งไปแตะความรู้สึกข้างในว่า…</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ในวันที่ AI ทำหลายอย่างได้เร็วขึ้น เก่งขึ้น และเริ่มขยับเข้าใกล้งานของเรามากขึ้นทุกที แล้วคุณค่าของมนุษย์ยังอยู่ตรงไหน ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณจุติพันธุ์ไม่ได้ปฏิเสธว่า AI ช่วยปลดล็อกศักยภาพของคนได้จริง เพราะมันทำให้เราทำสิ่งที่เมื่อก่อนอาจทำเองไม่ได้ หรือทำได้ยากมาก เส้นแบ่งระหว่างตำแหน่งงานก็เริ่มพร่าเลือนลง คนที่ใช้ AI ได้เต็มศักยภาพอาจกลายเป็นคนทำงานแบบ “Superman” ที่ทำได้มากกว่าเดิมหลายเท่า แต่พลังแบบนี้ก็มาพร้อมความรู้สึกสองด้าน บางคนตื่นเต้นกับโอกาสใหม่ บางคนหวาดกลัวว่าจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง</span></p>
<p><b>ดังนั้นโจทย์สำคัญขององค์กรจึงไม่ใช่แค่สอนคนใช้ AI ให้เป็น แต่ต้องช่วยเปลี่ยนความกังวลให้กลายเป็นความกระหายในการเรียนรู้ เปลี่ยนพลังลบให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้คนอยากเติบโตต่อ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาชวนให้ HR และผู้นำกลับไปมององค์กรของตัวเองว่า คนของเรายังมีไฟอยู่ไหม หลายองค์กรอยู่มานานหลายสิบปี มีพนักงานที่เติบโตมากับองค์กรมาตั้งแต่แรก วันเวลาที่ผ่านไปอาจทำให้ความกระหายค่อย ๆ มอดลงโดยไม่รู้ตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณจุติพันธุ์ชวนทุกคนย้อนกลับไปนึกถึงวันแรกที่เริ่มงาน วันที่ทุกอย่างยังดูเป็นไปได้ วันที่มีทั้งความตื่นเต้นและความกังวลปนกัน ความรู้สึกแบบนั้นคือไฟตั้งต้นที่องค์กรควรหาทางปลุกให้กลับมาอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของการปลุกไฟนี้อยู่ที่ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/23">Employee Engagement</a> เพราะเมื่อคนรู้สึกเชื่อมโยงกับงาน เขาจะอยากขยับไปข้างหน้าพร้อมองค์กร ปัญหาคือการพาคนไปอบรมหรือพัฒนาทักษะในวันนี้ไม่ง่ายเหมือนเดิม การจัด Training แล้วหวังให้คนตั้งใจฟังวิทยากรตรงหน้าอาจไม่พออีกต่อไป องค์กรต้องออกแบบบรรยากาศการเรียนรู้ให้คนอยากมีส่วนร่วม อยากลอง อยากถาม และรู้สึกว่าสิ่งที่เรียนมีความหมายกับงานจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางครั้งแรงจูงใจเหล่านี้อาจอธิบายเป็นตัวเลขได้ยาก แต่ทุกคนสัมผัสได้เมื่ออยู่ในห้องที่คนมีพลัง รู้สึกว่าตัวเองกำลังเรียนรู้บางอย่างที่สำคัญ และเชื่อว่าสิ่งที่ทำอยู่จะพาเขาไปสู่เป้าหมายที่ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากจุดนี้ เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มจึงเข้ามาช่วยสร้างแรงส่งได้ หากองค์กรออกแบบให้ดีพอ ไม่ว่าจะเป็นระบบที่ช่วยย้ำเตือนเป้าหมาย สร้างกำลังใจ ทำให้คนเห็นความก้าวหน้าของตัวเอง หรือใช้ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/gamification-employee-engagement-250905/"><span style="font-weight: 400;">Gamification</span></a><span style="font-weight: 400;"> มาช่วยให้การทำงานและการพัฒนาทักษะสนุกขึ้น ผ่าน Mission แต้ม เหรียญ หรือความสำเร็จย่อย ๆ ที่ทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองกำลังพิชิตบางอย่าง มากกว่าการทำงานไปวัน ๆ </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“พนักงานที่อยู่ใน Survival Mode อาจมาทำงานเพียงเพื่อให้ผ่านไปอีกวัน แต่ถ้าองค์กรทำให้เขารู้สึกว่าได้รับการมองเห็น ได้รับการชื่นชม เป็นส่วนหนึ่งของทีม และงานของเขามีคุณค่า ความรู้สึกนั้นจะช่วยเสริมพฤติกรรมที่ดีให้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ และค่อย ๆ เปลี่ยนจากการทำงานแบบเอาตัวรอด ไปสู่การทำงานด้วยความกระหายที่จะเติบโตจริง”</span></i></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/15?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47798" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 15" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>Breaking the Training Norms เมื่อแค่เทรนนิ่งในห้องไม่เวิร์คอีกต่อไป : How Out-of-Class Experiences Deliver True People Transformation</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50269" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-67.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2 78" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-67.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-67-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่งานทั้ง 2 วันอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาสุดเข้มข้นเกี่ยวกับ AI แต่ใน Session นี้คุณ </span><b>เมธวิน ปิติพรวิวัฒน์ CEO &amp; Co-Founder จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/68"><b>BASE Playhouse</b></a> <span style="font-weight: 400;">ขอไม่พูดเกี่ยวกับ AI แต่เขาพูดถึงสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือถึงเวลาออกแบบประสบการณ์ในการเรียนรู้ในยุคใหม่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาของการเรียนรู้แบบเดิมเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งการเลกเชอร์อัดเนื้อหาอย่างเดียว การเรียนครั้งเดียวแล้วไม่มีการทบทวน คอร์สจำนวนมากใน LMS ที่ผู้เรียนไม่รู้ว่าคอร์สไหนเหมาะกับตัวเอง รวมถึงข้อสอบวัดผลที่ถ้าใช้ AI ทำ มันสามารถตอบแทนได้หมด สิ่งเหล่านี้ทำให้องค์กรอาจประเมินความสำคัญ ความคุ้มค่าของการเทรนนิ่งผิดไป แต่จะดีกว่าไหมหากเราสามารถติดตามเขาไปยังนอกห้องเรียน ดูว่าเขานำสิ่งที่เรียนไปใช้กับงานจริงได้หรือไม่ และพฤติกรรมเปลี่ยนไปในทิศทางที่องค์กรต้องการหรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางออกของ BASE Playhouse คือการออกแบบการเรียนรู้ใหม่ให้ผูกกับสถานการณ์จริงและการตัดสินใจจริงมากขึ้น คุณเมธวินเสนอว่า Learning Design ที่เวิร์คควรมีหลายองค์ประกอบร่วมกัน ตั้งแต่ Situation-Based และ Judgment-Focused ที่ทำให้ผู้เรียนได้ฝึกจากบริบทใกล้งานจริง สามารถเรียนรู้เนื้อหาแบบ Bite Size ที่กลับมาทบทวนซ้ำได้เรื่อย ๆ ฝังการเรียนรู้เข้าไปใน Workflow และการมี Mentor-Peer Feedback ที่ช่วยให้ผู้เรียนเห็นพัฒนาการของตัวเองชัดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการเปลี่ยนแปลงของคนไม่ได้เกิดจากการอบรมครั้งเดียว หากเป็นเส้นทางที่ต้องค่อย ๆ ขยับผ่านหลายขั้น ตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไร ไปจนถึงสร้างพฤติกรรมใหม่ได้จนเป็นอัตโนมัติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาอธิบายเส้นทาง Transformation ไว้ 6 ขั้นไว้ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เริ่มจาก </span><b>Unaware</b><span style="font-weight: 400;"> ที่คนยังไม่รู้ว่าตัวเองขาดอะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ขยับไปสู่ </span><b>Awareness</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อเริ่มเห็น Gap และตั้งคำถามกับตัวเอง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ต่อด้วย </span><b>Acknowledgment</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อยอมรับและตั้งเป้าหมาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จากนั้นเข้าสู่ </span><b>Activation</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เริ่มฝึกเหมือน Apprentice</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ตามด้วย </span><b>Adoption</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อเริ่มใช้จริงจนเป็น Practitioner</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และสุดท้ายคือ </span><b>Automation</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อพฤติกรรมใหม่ฝังจนกลายเป็นนิสัย</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ แต่ละคนใช้เวลาในแต่ละขั้นในการเรียนรู้ไม่เท่ากัน บางคนขยับเร็ว บางคนต้องใช้เวลามากกว่าหน่อย การคาดหวังว่าอบรมหนึ่งครั้งแล้วคนจะเปลี่ยนทันทีจึงไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของการเรียนรู้ และยังทำให้ HR ตอบคำถามสำคัญไม่ได้ว่า เทรนแล้วคนดีขึ้นจริงไหม หัวหน้าก็ไม่เห็นหลักฐานว่าลูกทีมเอาไปใช้กับงานอย่างไร</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/68?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47851" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 61" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากปัญหานี้ BASE Playhouse จึงพัฒนาโซลูชั่นใหม่ชื่อว่า </span><b>Joinstick</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเชื่อม Learning Experience ระหว่างการเรียนออนไซต์ ออนไลน์ และการฝึกต่อหลังคลาสเข้าไว้ด้วยกัน จุดสำคัญคือไม่ได้ต้องการแทนที่ประสบการณ์ออนไซต์ แต่ต้องการลากการเรียนรู้ออกไปนอกห้องอบรม ให้คนยังฝึกต่อได้หลังจบคลาส</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Joinstick จะค่อย ๆ เก็บข้อมูลรายบุคคลจากการตอบคำถาม การทำภารกิจ และการฝึกฝน แล้วประเมินว่าผู้เรียนอยู่ในขั้นไหนของเส้นทางการเปลี่ยนแปลง หลังจบคลาส ระบบจะมีบทเรียนสั้น ๆ ให้ดู มี Mission ให้เลือกทำ มีคะแนน มีลำดับความก้าวหน้า และทำให้ผู้เรียนเห็นว่าตัวเองไปถึงไหนแล้ว เมื่อเทียบกับเป้าหมายหรือเพื่อนร่วมทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR สิ่งนี้ช่วยปลดล็อกโจทย์สำคัญที่การเทรนนิ่งแบบเดิมตอบได้ยาก นั่นคือ Learning Impact และ ROI ที่จับต้องได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณเมธวินเสนอว่าองค์กรควรเลิกไล่ตาม KPI แบบผิวเผิน แล้วหันมาวัดว่า คนเปลี่ยนจริงไหม และใครลงทุนแรงของตัวเองกับการเรียนรู้นั้นมากแค่ไหน กลไกอย่าง Shift Score จะช่วยวัดการเปลี่ยนแปลงจริง ส่วน Hype Score ช่วยดู Engagement ระหว่างทาง ทำให้องค์กรเห็นว่าใครกำลังขึ้น ใครกำลังหยุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และมันจะทำให้รู้เลยว่า คุ้มหรือไม่ในการลงทุนพัฒนาใครต่อ ไปจนถึงคุ้มหรือไม่ที่จะลงทุนกับโปรแกรมหรือ Vendor รายเดิมต่อไป ?</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-2-260617/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 &#8211; Day 1</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-1-260616/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-1-260616/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 10:27:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[PMAT]]></category>
		<category><![CDATA[PMAT Thailand HR Tech]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50246</guid>

					<description><![CDATA[โลกการทำงานคุ้นชินกับคำว่า AI มาหลายปีแล้ว หลายองค์กรเอา AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดงานซ้ำซ้อน และยกระดับการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ แต่ยิ่ง AI ก้าวหน้าเร็วเท่าไร คำถามที่องค์กรต้องตอบด้วยก็คือ “เราจะพาคนในองค์กรทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างไร ?” เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยีจะช่วยสร้างคุณค่าได้จริง แต่มันจะช่วยได้เมื่อคนเข้าใจบทบาทของมัน รู้ว่าจะใช้เมื่อไร ใช้อย่างไร และใช้เพื่อเสริมศักยภาพของมนุษย์เท่านั้น ไม่ใช่ลดทอนความหมายของการทำงาน นี่คือประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “HUMAN • AI HARMONY: Leading the Intelligent Workplace” โดยชวนผู้นำองค์กร ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และคนทำงาน HR มาร่วมกันมองอนาคตของสถานที่ทำงานยุคใหม่ วันที่ AI กลายเป็นเพื่อนร่วมงานรูปแบบใหม่ องค์กรต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งคนและธุรกิจ หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญของงานมาให้แล้วในบทความนี้ Humanity is the Next Competitive [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50253" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-58.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 88" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-58.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-58-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกการทำงานคุ้นชินกับคำว่า AI มาหลายปีแล้ว หลายองค์กรเอา AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดงานซ้ำซ้อน และยกระดับการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ แต่ยิ่ง AI ก้าวหน้าเร็วเท่าไร คำถามที่องค์กรต้องตอบด้วยก็คือ “เราจะพาคนในองค์กรทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างไร ?”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยีจะช่วยสร้างคุณค่าได้จริง แต่มันจะช่วยได้เมื่อคนเข้าใจบทบาทของมัน รู้ว่าจะใช้เมื่อไร ใช้อย่างไร และใช้เพื่อเสริมศักยภาพของมนุษย์เท่านั้น ไม่ใช่ลดทอนความหมายของการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในงาน <strong>PMAT Thailand HR Tech 2026</strong> ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด <strong>“HUMAN • AI HARMONY: Leading the Intelligent Workplace”</strong> โดยชวนผู้นำองค์กร ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และคนทำงาน HR มาร่วมกันมองอนาคตของสถานที่ทำงานยุคใหม่ วันที่ AI กลายเป็นเพื่อนร่วมงานรูปแบบใหม่ องค์กรต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งคนและธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญของงานมาให้แล้วในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Humanity is the Next Competitive Advantage</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session แรกของงาน คุณ </span><b>อเล็กซ์ เรนเดล นักแสดง นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม </b><a href="https://thestandard.co/alexander-rendell-unep-goodwill-ambassador/" target="_blank" rel="noopener"><b>UNEP Goodwill Ambassador for Thailand</b></a><b> และ CEO จาก </b><a href="https://eecthailand.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Environmental Education Centre (EEC) Thailand</b></a> <span style="font-weight: 400;">ชวนผู้ฟังกลับมาตั้งคำถามกับสิ่งที่หลายคนอาจหลงลืมไปในยุคของ AI นั่นคือความเป็นมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะต่อให้เทคโนโลยีก้าวหน้าแค่ไหน โลกการทำงานก็ยังต้องการคนที่มี Empathy มีภาวะผู้นำ เข้าใจธรรมชาติ เข้าใจสิ่งแวดล้อม และเข้าใจว่าการทำงานไม่ใช่แค่เรื่องของประสิทธิภาพ แต่เกี่ยวข้องกับชีวิต ความสัมพันธ์ และความยั่งยืนด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอเล็กซ์เล่าว่า งานด้านสิ่งแวดล้อมที่เขาทำในวันนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การให้ความรู้เรื่องธรรมชาติ แต่พยายามเชื่อมโยงไปถึง “ทักษะชีวิต” ที่จำเป็นสำหรับทุกคน โดยเฉพาะความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเป็นคุณค่าที่ใช้ได้กับคนทุกเจเนอเรชั่น เขายอมรับว่า AI ช่วยให้การทำงานหลายอย่างเร็วขึ้นและง่ายขึ้นมาก ตัวเขาเองก็ใช้ AI ในชีวิตประจำวัน เช่น ช่วยเรียบเรียงอีเมลภาษาไทย เพราะเขาไม่ถนัดการเขียนไทยมากนัก หรือใช้ช่วยจัดระเบียบความคิดเวลามีไอเดียจำนวนมากในหัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องทำหลายบทบาท AI จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มสปีดได้จริง ช่วยจัดระเบียบความคิดได้จริง แต่เขาย้ำว่า AI ไม่ควรถูกใช้เป็นทางลัดจนเราหยุดคิดเอง เพราะข้อมูลที่ได้มายังต้องตรวจสอบ และมนุษย์ยังต้องเป็นคนตัดสินใจอยู่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของคุณอเล็กซ์ ทักษะที่จำเป็นในยุค AI จึงไม่ได้มีแค่ทักษะทางเทคโนโลยี แต่คือทักษะที่ทำให้คนยังเป็นคนอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความเป็นผู้นำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การริเริ่มลงมือทำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การคิดวิเคราะห์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การมองเห็นมุมที่แตกต่าง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้คือทักษะที่ AI ยังทดแทนไม่ได้ เพราะหลายเรื่องในชีวิตการทำงานเกิดจากประสบการณ์จริง การลงพื้นที่จริง การรับฟังจริง และการทำงานกับคนจริง ๆ ยิ่งเมื่อความรู้กลายเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายขึ้น สิ่งที่มีค่ามากขึ้นจึงไม่ใช่แค่ใครรู้มากกว่า แต่ใครเข้าใจมากกว่า จนสามารถนำความรู้นั้นไปใช้กับชีวิต คน และสถานการณ์จริงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ AI จะเก่ง แต่สิ่งที่ต้องตามมาคือ People Management เพราะการบริหารคนไม่สามารถใช้แค่เหตุผลหรือความเร็วแบบเครื่องจักรได้ มนุษย์มีความรู้สึก มีความเปราะบาง และต้องการรู้ว่าตัวเองยังมีความหมายต่อทีม ต่อองค์กร ต่อผลงานที่กำลังทำอยู่ บางครั้งผู้นำอาจอยากให้งานเสร็จเร็ว จึงหยิบ AI เข้ามาช่วยทำหลายอย่างทันที แต่ถ้าไม่ระวัง คนในทีมอาจรู้สึกว่าบทบาทของตัวเองเล็กลง หรือคุณค่าของตัวเองกำลังถูกลดทอน นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญของผู้นำยุคใหม่ว่า จะใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอย่างไร โดยไม่ทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองถูกแทนที่หรือถูกมองข้าม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอเล็กซ์เปรียบเทียบเรื่องนี้กับประสบการณ์ในวงการบันเทิง ซึ่ง</span><b>เขาเติบโตมาและเห็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่อย่างน้อย ๆ 2 ครั้ง ครั้งแรกคือยุคที่ MP3 เข้ามาเปลี่ยนอุตสาหกรรมเพลง และอีกครั้งคือตอนที่กล้องดิจิทัลที่เข้ามาเปลี่ยนวงการถ่ายทำหนังจากถ่ายด้วยฟิล์ม เป็นดิจิทัล </b></p>
<p><b>บทเรียนที่เขาเห็นชัดคือ คนที่ปฏิเสธเทคโนโลยีอย่างสิ้นเชิงมักปรับตัวยาก</b><span style="font-weight: 400;"> แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากเราพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปโดยไม่เหลือพื้นที่ให้ความรู้สึกของมนุษย์ ก็อาจทำให้งานสูญเสียจิตวิญญาณไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับวงการภาพยนตร์หรือละคร ต่อให้ AI ช่วยคิดพล็อต ช่วยเขียน หรือช่วยผลิตบางส่วนได้เร็วขึ้น แต่หนังที่ไม่มีอินเนอร์ของมนุษย์ก็ยังยากจะสัมผัสใจคนดูได้จริง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“AI ไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่เป็นเครื่องมือที่เราต้องเรียนรู้จะใช้ให้เป็น”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณอเล็กซ์ยืนยันว่า องค์กรของเขาเองยังไม่ได้ใช้ AI เพื่อแทนตำแหน่งใคร เพราะเชื่อว่า Human Touch ยังสำคัญที่สุด ทุกการประชุม การดูแลคน การสร้างความไว้วางใจ หรือการขับเคลื่อนทีม ล้วนต้องอาศัยมนุษย์คุยกับมนุษย์ ขณะเดียวกัน เขายังชวนให้คนทำงานใส่ใจเรื่อง Mental Health มากขึ้น เพราะโลกที่เร็วขึ้น ข้อมูลที่ถาโถมตลอดเวลา และการทำงานที่เร่งตลอดวัน อาจทำให้สมองไม่ได้พักจนเกิดความเครียดโดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ในโลกที่แผนระยะยาวอาจเปลี่ยนได้ทุก 6 เดือน สิ่งที่เรายังต้องรักษาไว้คือความยั่งยืน ทั้งต่อชีวิต การงาน ครอบครัว การเงิน และสิ่งแวดล้อม เพราะทางรอดของมนุษย์ในยุค AI อาจไม่ใช่การแข่งกับเทคโนโลยี แต่เราต้องใช้มันให้เป็น โดยไม่ลืมความเป็นคนของตัวเองครับ”</span></i></p>
<h2><b>The New Human OS: ระบบปฏิบัติการมนุษย์ชุดใหม่</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50256" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-51.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 89" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-51.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-51-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อมนุษย์ต้องอัปเกรดตัวเองก่อนปล่อยให้ AI กำหนดอนาคต”</span></i></p>
<p><b>ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม</b><span style="font-weight: 400;"> ชวนผู้ฟังมอง AI ไกลกว่าเรื่องเครื่องมือทำงาน เพราะสำหรับเขา สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี หากเป็นการเปลี่ยนผ่านของอารยธรรมมนุษย์ จากอดีตที่อำนาจเคยอยู่ในมือผู้ครอบครองที่ดิน ทรัพยากร โรงงาน สถาบันทางการเมือง และกติกาสังคม มาถึงวันนี้ที่ข้อมูลไหลเวียนมหาศาลจนแทบไม่ขาดแคลนอีกต่อไป</span></p>
<p><b>สิ่งที่เริ่มขาดแคลนจริง ๆ คือกรอบความคิดของมนุษย์ในการทำความเข้าใจ ใช้งาน และกำกับทิศทางของข้อมูลเหล่านั้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.สุวิทย์อธิบายว่า สัญญาณสำคัญที่ทำให้มนุษย์ต้องมี Human OS มาจากแรงกระเพื่อมใหญ่หลายด้าน ทั้งการแยกเครือข่ายโลก การแตกขั้วทางความคิด การกระจัดกระจายของระเบียบโลก การแข่งขันของโลกหลายขั้ว และวิกฤติความไว้วางใจที่คนในสังคมไว้ใจ เชื่อใจกันไม่ได้อีกต่อไป ซึ่งปัจจัยหลังเองนี้สำคัญมาก เพราะ</span><b>นอกจากมนุษย์กับมนุษย์จะไม่ไว้ใจกัน ยังมีคำถามอีกว่าเราจะเชื่อใจ AI ได้มากแค่ไหนด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน โครงสร้างอำนาจใหม่กำลังเกิดจากการผสมกันของภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี ยุทธศาสตร์ และเศรษฐกิจ โลกไม่ได้แข่งขันกันแค่สินค้าอีกแล้ว หากแข่งกันว่าใครจะควบคุมระบบ ควบคุมข้อมูล และกำกับการไหลเวียนของคุณค่าได้มากกว่ากัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่ากังวลคือ AI กำลังพาเราเข้าสู่สภาวะหลังความจริง (Post-Truth Era) ที่ความจริงไม่ได้มีเพียงชุดเดียว แต่ถูกผลิต ปรับแต่ง และกระจายออกไปตามกลไกของระบบ แต่ละคนอาจได้รับความจริงคนละชุด ถูกกล่อมเกลาให้ชอบหรือเกลียดบางเรื่องโดยไม่รู้ตัวด้วย AI</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“วันนี้เราอาจไม่ได้อยู่ภายใต้ Rule of Law เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หากกำลังถูกกำกับด้วย Rule of Code ความเสี่ยงจำนวนมากไม่ได้ปรากฏชัดเหมือนเดิม เพราะมันถูกฝังอยู่ในระบบ ตั้งแต่โครงสร้างข้อมูล อัลกอริทึม ไปจนถึงสถาปัตยกรรมทางความคิด ใครควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ ย่อมมีอำนาจในการกำหนดทิศทางของสังคม เศรษฐกิจ และพฤติกรรมมนุษย์”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.สุวิทย์เสนอว่า </span><b>ความได้เปรียบในอนาคตจะไม่ได้มาจากการใช้ AI ได้เร็วกว่าใครเท่านั้น หากอยู่ที่การออกแบบความสัมพันธ์ระหว่าง Human Intelligence และ Artificial Intelligence ให้เดินไปด้วยกันอย่างมีทิศทาง</b><span style="font-weight: 400;"> มนุษย์ต้องไม่ปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นเพียงโหนดหนึ่งที่คอยป้อนข้อมูลให้ระบบ เพราะถ้า Talent ของมนุษย์ไม่แข็งแรงพอ เทคโนโลยีจะค่อย ๆ เข้ามาครอบงำเราโดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“มนุษย์กำลังทำให้ AI ดูมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น ทั้งเรื่องจิตสำนึก จินตนาการ และการตอบสนองทางอารมณ์ ขณะเดียวกัน เราเองกลับเสี่ยงทำให้ตัวเองกลายเป็นหุ่นยนต์ ผ่านการทำงานที่หมกมุ่นกับประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ และวัดทุกอย่างด้วยความคุ้มค่า”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมี Human OS จึงเปรียบเสมือนพวงมาลัยที่คอยกำกับทิศทาง ส่วน Human Intelligence และ AI คือเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง หากมีแต่เครื่องยนต์โดยไร้พวงมาลัย การเดินทางก็อาจพาเราไปสู่ปลายทางที่ไม่มีใครต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่ ดร.สุวิทย์ย้ำคือ </span><b>มนุษย์ต้องมีทั้ง Intelligence for Living และ Wisdom for Life เพราะ AI อาจช่วยให้เราฉลาดขึ้น ทำงานเก่งขึ้น เห็นความรู้ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่คำถามเรื่องอนาคตที่ยั่งยืน น่าอยู่ และดีต่อมนุษย์ ยังเป็นหน้าที่ที่มนุษย์ต้องตอบเอง</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ถ้า AI ช่วยเพิ่ม Intelligence ให้เรา แล้วอะไรจะช่วยเพิ่ม Wisdom ให้มนุษย์ ?” </span></i><span style="font-weight: 400;">คำตอบอาจอยู่ที่การสร้าง Tech Moral Society สังคมที่เทคโนโลยีและศีลธรรมเดินร่วมกัน เพื่อพาเราไปสู่ Good &amp; Smart Society ที่ความเก่งและความดีไม่ถูกแยกออกจากกัน</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50262" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-61.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 90" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-61.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-61-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-2-260617/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>Promoted, Not Replace: The 1,000 Day Choice Every HR Leader is About to Make</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50250" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-55.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 91" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-55.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-55-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ Founder &amp; CEO จาก </b><a href="https://www.siametrics.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Siametrics Consulting</b></a> <span style="font-weight: 400;">เปิดประเด็นด้วยคำถามที่ผู้นำหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไปว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อ AI เก่งขึ้นเรื่อย ๆ และมีคนเริ่มบอกให้องค์กรลดจำนวนพนักงาน แล้วผู้นำจะรู้ได้อย่างไรว่า การตัดสินใจลดคนครั้งนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องจริงหรือเปล่า ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของผู้นำและ HR เพราะเมื่อเทคโนโลยีเริ่มทำงานแทนคนได้มากขึ้น เราเริ่มเห็นการปลดคน ลดขนาดองค์กรมากขึ้น กลายเป็นงานยากที่ต้องบริหารจัดการทั้งตัวเลขทางธุรกิจ ความอยู่รอดขององค์กร และชีวิตของพนักงาน ซึ่ง HR และ Head of People นั่นเองที่ต้องบริหารจัดการให้ออกมาดีต่อทุกฝ่ายที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ณภัทรยกตัวอย่างประวัติศาสตร์ของม้าในสหรัฐอเมริกา จากที่เคยมีมากกว่า 21 ล้านตัวเมื่อราวหนึ่งศตวรรษก่อน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 3 ล้านตัว เพราะเครื่องจักรและระบบขนส่งสมัยใหม่เข้ามาแทนที่อย่างถาวร นักเศรษฐศาสตร์ยุคนั้นจึงตั้งคำถามว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“มนุษย์จะถูกแทนที่แบบเดียวกับม้าได้หรือไม่ ?”</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเคยทำเอาสังคมทัวร์ลงเขาอย่างหนักที่เปรียบม้ากับคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่คำถามนี้ดูไม่ใช่คำถามที่รุนแรงอีกต่อไป เมื่อ</span><b> CEO ของบริษัท AI ระดับโลกอย่าง Dario Amodei จาก Anthropic ผู้สร้าง Claude AI ออกมาเตือนเองว่า ความก้าวหน้าของ AI อาจนำไปสู่สิ่งที่เขาเรียกว่า “White Collar Bloodbath”</b><span style="font-weight: 400;"> งานเดิมที่เคยต้องทำซ้ำ ๆ จำนวนมากจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก บางฝ่ายคาดว่าในอีกไม่กี่ปี งาน Entry Level จำนวนมากจะหายไป และคนที่โดนแย่งโอกาสก่อนอาจไม่ใช่คนทำงานปัจจุบัน หากเป็นลูกหลานของเรา เด็กรุ่นใหม่ และคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงอย่างนั้น </span><b>ดร.ณภัทรย้ำว่า มนุษย์ไม่ใช่ม้า เพราะมนุษย์มีเสียง มีสิทธิ์ มีทักษะ มีจิตวิญญาณ และมีความสามารถในการลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเอง</b><span style="font-weight: 400;"> เขาเชื่อว่ามนุษย์ยังมีทางรอด หากองค์กรไม่มอง AI เป็นเหตุผลสำเร็จรูปในการลดคน สิ่งสำคัญคือการแยกให้ออกว่า งานแบบไหนควรให้ AI ทำแทน งานแบบไหนควรให้ AI ช่วยเสริมศักยภาพคน และงานแบบไหนควรถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อทำให้คนเติบโต</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เป้าหมายที่ดีกว่านั้นคือการพาคนไปทำงานที่ใหญ่ขึ้น ลึกขึ้น และมีคุณค่ามากขึ้น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาคือเมื่อคุยกับฝ่ายการเงินหรือ CFO เหตุผลเรื่องลดต้นทุนและลด Headcount มักขายง่ายกว่าเหตุผลเรื่องการพัฒนาคน แต่ดร.ณภัทรเตือนว่า วิธีคิดแบบนี้อันตรายในระยะยาว เพราะถึงองค์กรอาจเคยจ้างคนมากเกินไปจริง การไล่คนออกจำนวนมากโดยไม่มีหลักคิดที่ชัดเจนก็ไม่ยุติธรรมกับมนุษย์ เขาชวนผู้นำถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“ถ้าต้องตัดสินใจให้ใครออก เรากล้าสบตาเขาไหม ?”</span></i><span style="font-weight: 400;"> ถ้ายังไม่กล้า แปลว่าเรายังออกแบบหลักเกณฑ์ไม่ดีพอ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่องค์กรขาดอยู่ตอนนี้จึงไม่ใช่เทคโนโลยี เพราะคนจำนวนมากเริ่มใช้ AI แล้ว และส่วนใหญ่ก็รู้สึกดีกับมัน สิ่งที่ขาดคือ Policy และ Guideline ที่บอกให้ชัดว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ใช้อย่างไรจึงถูกต้อง และใช้แล้วจะสร้างผลลัพธ์จริงอย่างไร”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR ทางเลือกสำคัญจึงไม่ใช่แค่ Promote หรือ Replace คนแบบขาวดำ แต่ต้องเริ่มจากการมองเห็นคนให้ชัดว่าใครกำลังทำงานที่สร้างคุณค่า ใครติดอยู่กับงานเอกสาร ใครรู้สึกเบื่อกับการเข้าฟังอบรมด้าน L&amp;D และใครเป็นคนเก่งที่กำลังหมดแรงกับงานจำเจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นต้อง Redesign งานใหม่ แทนที่จะเริ่มต้นด้วยการตัด Headcount ต้องคิดให้ออกว่างานในอนาคตหน้าตาเป็นอย่างไร ทีมไหนสร้างกำไร คนรุ่นใหม่ควรเข้ามาเติมอะไร และองค์กรจะให้ Permission คนใช้ AI เพื่อสร้างผลลัพธ์ได้แค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ดร.ณภัทรทิ้งทวนชวนคิดว่า งานนี้เป็นงานของ People Decision อย่างแท้จริง เพราะสุดท้ายองค์กรที่ดีไม่ได้ต้องการแค่ประหยัดค่าใช้จ่ายชั่วคราว แต่ต้องการให้คนเก่งอยู่กับองค์กรนานพอที่จะพากันเติบโต</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ม้าส่งเสียงบอกมนุษย์ไม่ได้ตอนมันถูกแทนที่ แต่มนุษย์มีเสียงของตัวเอง และ HR คือหนึ่งในคนสำคัญที่จะช่วยให้เสียงนั้นดังพอในวันที่ AI เข้ามาเปลี่ยนอนาคตของงานครับ”</span></i></p>
<h2><b>Crack the Code: How to Develop Each Generation</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50258" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-53.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 92" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-53.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-53-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ และกรรมการอิสระ </b><a href="https://bluebik.com/th/" target="_blank" rel="noopener"><b>บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) </b></a><span style="font-weight: 400;">มาร่วมแบ่งปันมุมมองว่า องค์กรจะพัฒนาคนต่างวัยให้ได้ผลจริงได้อย่างไร โดยไม่ติดกับดักการเหมารวมว่า Gen นี้ต้องเป็นแบบนั้น Gen นั้นต้องเป็นแบบนี้ ? โดยมีคุณ</span><b> ภาคิณ ลียะวนิชกุล Business Development Manager จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/112"><b>SkillLane</b></a> <span style="font-weight: 400;">เป็นผู้ดำเนินรายการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แกนหลักของบทสนทนาไม่ได้อยู่ที่สูตรสำเร็จในการบริหารคนแต่ละวัย แต่อยู่ที่การออกแบบงาน เป้าหมาย วิธีทำงาน และภาวะผู้นำ ให้คนรู้สึกว่าเขากำลังเติบโตจริง ไม่ใช่แค่ทำงานให้ครบตามหน้าที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณธนาเสนอแนวคิดที่เขาใช้มาตลอด และมองว่าใช้ได้จริงกับคนทุกเจเนอเรชั่น นั่นคือ </span><b>Tight-Loose-Tight</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เริ่มจาก Tight แรก คือการกำหนดเป้าหมายให้ชัด บอกให้คนเข้าใจว่าทำไมงานนี้ถึงสำคัญ และปลายทางที่ต้องการคืออะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จากนั้นจึง Loose เปิดพื้นที่ให้คนเลือกวิธีทำงานของตัวเอง ให้เขาได้ลองคิด ลองตัดสินใจ และใช้ความถนัดของตัวเองให้เต็มที่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แล้วกลับมา Tight อีกครั้งตอนวัดผลว่าสิ่งที่ทำไปตอบโจทย์จริงหรือไม่</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปัญหาของหลายองค์กรคือทำกลับด้าน กลายเป็น Loose-Tight-Loose คือหัวหน้ายังไม่ชัดว่าอยากได้อะไร แต่เข้าไปกำหนดวิธีทำงานแทบทุกขั้น พองานออกมาไม่ดี คนทำงานก็แค่ทำให้เสร็จ โดยไม่ได้รู้สึกภูมิใจหรืออยากพัฒนาอะไรต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่คุณธนาย้ำคือ องค์กรจำนวนมากพูดเรื่อง AI กันมากขึ้นแล้ว แต่สุดท้ายธุรกิจก็ไม่ได้เติบโตตามที่หวัง เพราะการใช้เครื่องมือเก่งไม่ได้แปลว่าองค์กรจะเก่งขึ้นทันที บางคนใช้ AI แล้วดีขึ้นจริง บางคนใช้ได้แค่พื้นฐาน และบางคนใช้แล้วสร้างปัญหาใหม่ สิ่งที่องค์กรต้องมีควบคู่กันคือการสร้างวัฒนธรรม สร้างความเชื่อร่วมกันที่ชัดพอจะนำไปใช้ได้จริง ซึ่งการสร้างวัฒนธรรมไม่ใช่สิ่งที่ง่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายกตัวอย่าง</span><b>แนวคิดแบบ Manifesto ของ Netflix ว่าน่าสนใจ เพราะที่นี่บอกชัดว่าองค์กรไม่ใช่ครอบครัว แต่เป็นทีมกีฬา</b><span style="font-weight: 400;"> คนฟังเข้าใจทันทีว่าหมายถึงการทำงานแบบมืออาชีพ เล่นเป็นทีม และต้องสร้างผลงาน ต่างจากหลายองค์กรที่เอาตัวอักษรชื่อบริษัทมาแตกเป็น Core Value ให้พนักงานท่องจำ สุดท้ายกลายเป็นข้อความที่ดูดีบนผนัง แต่ไม่ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน</span></p>
<p><b>เมื่อพูดถึงคนรุ่นใหม่ คุณธนามองว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการหัวหน้าที่เก่งที่สุดหรือดูสมบูรณ์แบบที่สุดเสมอไป สิ่งที่คนจำนวนมากต้องการคือหัวหน้าที่เข้าถึงได้ กล้ายอมรับว่าตัวเองไม่รู้บางเรื่อง และเปิดโอกาสให้น้อง ๆ สอนกลับได้ เขาเรียกสิ่งนี้ว่า Vulnerable Ability</b><span style="font-weight: 400;"> หรือความสามารถในการแสดงด้านธรรมดาของมนุษย์ออกมา</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผู้นำที่ทำให้คนหัวเราะได้ กล้าทำตัวเป็นคนธรรมดา และไม่ทำให้ทีมรู้สึกเกร็งตลอดเวลา มักเป็นคนที่ลูกทีมอยากเข้าใกล้มากกว่า หัวหน้าที่วางตัวสูง เข้าถึงยาก และทำให้ทุกบทสนทนาเต็มไปด้วยความกดดัน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเขา ภาวะผู้นำที่องค์กรต้องพัฒนา ไม่ใช่การปั้นคนให้เป็นบอสที่ออกคำสั่งเก่ง แต่ต้องปั้นโค้ชที่อยากเห็นคนในทีมเก่งขึ้น ช่วยให้ทีมชนะ และทำให้องค์กรมีกำไรไปพร้อมกัน ทักษะการเป็นคนที่น่าร่วมงานด้วยจึงกลายเป็นพลังสำคัญของคนทำงานทุกระดับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด การพัฒนาคนทุกวัยจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าองค์กรยังไม่รู้ว่าหัวใจของธุรกิจตัวเองอยู่ตรงไหน คุณธนาชวน HR และ CEO กลับไปถามคำถามพื้นฐานว่า สำหรับธุรกิจนี้ อะไรสำคัญที่สุด ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางองค์กรอาจตอบว่า Safety บางองค์กรอาจตอบว่าสูตรอาหาร บางองค์กรอาจตอบว่าลูกค้า หรือกระแสเงินสด แต่ทั้งนี้เมื่อหาเจอแล้ว ต้องดูต่อว่าเรื่องสำคัญนั้นมีที่ทางจริงในโครงสร้างองค์กรหรือไม่</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ถ้าองค์กรบอกว่า Safety สำคัญ แต่ทีม Safety ไปอยู่ใต้ฝ่ายขายก็เรือหายแน่นอน ถ้าองค์กรบอกว่า AI สำคัญ แต่ปล่อยให้เป็นเรื่องของ CTO อย่างเดียว ก็อาจไม่พาองค์กรไปไกลเท่าที่ควร เพราะโครงสร้างองค์กรบอกความจริงหลายอย่างมากกว่าคำประกาศบนเวที”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“และหากทุกบริษัทจัด Organization Chart เหมือนกันหมด คิดเรื่องคนเหมือนกันหมด และให้ความสำคัญกับเรื่องเดียวกันหมด ก็ยากที่จะสร้างความต่างได้จริง”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานของผู้นำและ HR จึงเริ่มจากการรู้ให้ชัดว่าอะไรคือหัวใจของธุรกิจ แล้วออกแบบคน งาน และโครงสร้างให้รองรับสิ่งนั้นอย่างจริงจัง</span></p>
<h2><b>Why Good Companies still Fail &#8211; Even with a Good AI Adoption</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50249" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-54.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 93" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-54.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-54-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สุนทร เด่นธรรม Founder &amp; Group Chief Executive Officer จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/91"><b>Humanica</b></a><span style="font-weight: 400;"> ไม่ได้ขึ้นเวทีมาเพื่อบอกว่า AI สำคัญแค่ไหน เพราะเรื่องนี้แทบทุกองค์กรรับรู้อยู่แล้ว แต่เขามาเพื่อตั้งคำถามสำคัญว่า “</span><i><span style="font-weight: 400;">ทำไมหลายองค์กรลงทุนกับ AI แล้ว ผลลัพธ์กลับไม่ไปถึงจุดที่คาดหวังไว้ ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ AI เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน องค์กรจะทำเพียงแค่ติดตามข่าวสารไม่ได้อีกต่อไป การรู้ว่าเทคโนโลยีทำอะไรได้เป็นแค่จุดเริ่มต้น สิ่งที่ต้องเกิดตามมาคือการลงมือเปลี่ยนวิธีทำงานอย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุนทรเล่าว่า ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกกว่า 77% เริ่มทำโครงการทดลองเกี่ยวกับ AI แล้ว ขณะที่ผู้ใช้งานทั่วไปมากกว่า 80% ก็นำ AI มาใช้ในชีวิตประจำวันหรือการทำงานกันมากขึ้น เงินลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่านับตั้งแต่ปี 2021 แต่รู้หรือไม่ว่า อัตราความสำเร็จกลับยังต่ำกว่าที่หลายคนคาดไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุผลหนึ่งมาจากหลายองค์กรยังมอง AI เป็นเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งที่อีกไม่นานมันอาจกลายเป็นสิ่งพื้นฐานเหมือนอินเทอร์เน็ตหรือสาธารณูปโภคที่ทุกคนต้องใช้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อไม่กี่ปีก่อน เรายังใช้ AI ด้วยความไม่มั่นใจนัก เพราะคำตอบที่ได้ต้องตรวจสอบซ้ำอยู่เสมอ มาถึงวันนี้ Agentic AI เริ่มทำงานได้ซับซ้อนขึ้น ช่วยคนข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ได้มากขึ้น และมีข่าวอัปเดตแทบทุกวันว่ามันเก่งขึ้นอีกแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงอย่างนั้น การตรวจสอบจากมนุษย์ก็ยังเป็นเงื่อนไขที่ขาดไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุที่ทำให้ AI ล้มเหลวในองค์กรไม่ได้เกิดจากเครื่องมืออย่างเดียว คุณสุนทรชี้ให้เห็นหลายแพทเทิร์นที่พบซ้ำบ่อย ข้อแรกคือองค์กรซื้อเครื่องมือโดยไม่มี Strategy ใช้ AI โดยไม่แตะวิธีทำงาน ไม่คิดใหม่เรื่องโมเดลธุรกิจ และไม่ถามว่าเทคโนโลยีนี้ควรเปลี่ยนองค์กรอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อต่อมาคือ Pilot Paralysis ทดลองแล้วทดลองอีก ทำโครงการนำร่องมากมาย แต่ไม่เคยขยายผลเป็นระบบจริง อีกปัญหาคือ Silos เพราะ AI จะสำเร็จไม่ได้ถ้าถูกมองว่าเป็นงานของ IT ฝ่ายเดียว มันต้องเชื่อมทุกฟังก์ชัน และ CEO ต้องลงมาสนับสนุนอย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังมี Talent Gap เมื่อองค์กรไม่มีคนที่เข้าใจ AI พอจะตรวจสอบผลลัพธ์จากมันได้ อีกเรื่องที่ต้องพิจารณาคือ Data Deficit การที่ AI เรียนรู้ข้อมูลผิด ๆ ซึ่งไม่ใช่แค่ผิดธรรมดา แต่ผิดอย่างมั่นใจ ทำให้ระบบสร้างคำตอบผิดตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสุดท้าย Change Resistance เมื่อพนักงานกลัวว่าการใช้ AI จะนำไปสู่การลดคน ความกลัวแบบนี้ทำให้คนเครียด ต่อต้าน และไม่อยากร่วมมือกับการเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางออกของปัญหานี้ต้องเริ่มจาก C-Suite Alignment ผู้นำระดับสูงต้องเอาจริงกับการเปลี่ยนองค์กร ไม่ใช่ปล่อยให้แต่ละแผนกไปทดลองกันเองตามลำพัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุนทรมองว่า AI จะไม่ได้เข้ามาแทนคนทั้งหมด หากองค์กรที่ไปต่อได้คือองค์กรที่ออกแบบให้มนุษย์และ AI Agent ทำงานร่วมกันอย่างมีจังหวะ งานหนึ่งชิ้นจะไม่ได้ถูกทำโดยคนคนเดียวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นการทำงานระหว่างมนุษย์กับทีม Agent มนุษย์กำหนดเป้าหมาย ตั้งโจทย์ และตัดสินใจในจังหวะสำคัญ ส่วน AI ช่วยจัดการข้อมูล วิเคราะห์ทางเลือก หรือสร้างผลลัพธ์ตั้งต้นให้เร็วขึ้น โครงสร้างองค์กรแบบพีระมิดจึงอาจค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเครือข่ายระหว่างคนกับ Agent มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การตัดสินใจจะอาศัยข้อมูลที่ AI ช่วยสร้างขึ้น ส่วนบทบาทของผู้จัดการจะขยับไปสู่การโค้ชคน สอนให้ทีมใช้วิจารณญาณกับผลลัพธ์ที่ AI ส่งมา และรู้ว่าควรนำสิ่งนั้นไปใช้ต่ออย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวิธีทำงานเปลี่ยน ตัวชี้วัดและทักษะที่องค์กรให้ค่าก็ต้องเปลี่ยนตาม คุณสุนทรเสนอว่า Performance KPI จะขยับจากการวัดเวลาทำงานไปสู่การวัด Outcome มากขึ้น คนที่มีคุณค่าสูงในองค์กรจึงไม่ใช่คนที่ใช้ AI ตามกระแสได้เท่านั้น แต่ต้องมีหลายทักษะประกอบกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไล่ตั้งแต่เข้าใจ AI และ Big Data คิดวิเคราะห์ได้ คิดสร้างสรรค์เป็น มีความยืดหยุ่น ปรับตัวเร็ว มีภาวะผู้นำ สื่อสารและสร้างอิทธิพลทางสังคมได้ดี ใฝ่รู้ รักการเรียนรู้ตลอดชีวิต เข้าใจเทคโนโลยี รู้จักแรงขับเคลื่อนและตัวตนของตัวเอง รับฟังผู้อื่นด้วยความเข้าใจ และคิดเป็นระบบได้</span></p>
<p><b>องค์กรที่ใช้ AI แล้วล้มเหลว อาจไม่ได้แพ้เพราะเลือกเครื่องมือผิดเสมอไป หลายครั้งพวกเขาแพ้เพราะยังไม่เปลี่ยนวิธีคิด วิธีนำคน และวิธีออกแบบงานให้พร้อมกับพลังของ AI ที่กำลังใหญ่ขึ้นทุกวัน</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47873" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 82" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></p>
<h2><b>What is Top HR’s Priority in 2026 ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50251" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-56.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 94" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-56.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-56-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>นกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ CEO &amp; Co-Founder จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11"><b>Conicle</b></a><span style="font-weight: 400;"> เปิดประเด็นด้วยมุมมองที่ชวน HR กลับมาคิดใหม่ว่า การเรียนรู้ของคนทำงานเปลี่ยนไปมากเพียงใด ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อก่อนการเรียนอาจหมายถึงการหาคำตอบให้เจอ ใครรู้มากกว่า เข้าถึงข้อมูลได้มากกว่า ย่อมได้เปรียบกว่า แต่วันนี้ความรู้จำนวนมากเข้าถึงได้แทบจะฟรีผ่าน AI ความต่างจึงไม่ได้อยู่ที่ใครมีคำตอบมากกว่าใคร หากอยู่ที่ใครตั้งคำถามได้ถูกกว่า ถูกเวลา และถูกเรื่องมากกว่า</span></p>
<p><b>เพราะ “คำถามที่ใช่จะนำมาซึ่งคำตอบที่ใช่”</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นกลายเป็นทักษะสำคัญของคนทำงาน รวมถึง HR ที่ต้องรับมือกับโจทย์ซับซ้อนขึ้นทุกปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนกรณ์ชวนผู้ฟังคิดผ่านคำถามเล่น ๆ ว่า ถ้ามียักษ์ในตะเกียงวิเศษให้พรได้ 1 ข้อ เราจะขออะไร ? คำถามนี้ฟังดูเหมือนเกมสนุกบนเวที แต่จริง ๆ แล้วมันบังคับให้เราต้องจัดลำดับความสำคัญในชีวิต เพราะเมื่อเลือกได้เพียงข้อเดียว เราจึงต้องเลือกสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามเดียวกันจึงถูกโยนกลับมาหา HR ว่า ถ้าปีนี้อยากทำให้งานสำเร็จจริงสักเรื่อง เราจะเลือกเรื่องอะไร ? บางคนอาจตอบว่าหาคนให้ทันตามกำหนด บางคนอาจตอบว่าอบรมคนให้เห็นผล บางคนอาจอยากแก้เรื่อง Skill Gap หรือสุขภาวะของพนักงาน คำตอบไม่มีสูตรเดียว เพราะ HR แต่ละองค์กรมีโจทย์หน้างานต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือการรู้ให้ชัดว่า เรื่องไหนคือเรื่องแรกที่ควรผลักดันก่อน</span></p>
<p><b>เขาเปรียบการจัด Priority กับการล้มโดมิโนว่า เมื่อเราล้มโดมิโนตัวแรก มันจะส่งแรงผลักไปล้มตัวถัดไปที่ใหญ่กว่าเดิมได้เรื่อย ๆ และเช่นเดียวกัน หากเราติดกระดุมเม็ดแรกผิดตั้งแต่ต้น ต่อให้พยายามแค่ไหน แถวกระดุมที่เหลือก็จะผิดตามไปด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน HR ก็เช่นกัน ทุกวันนี้มีเรื่องต้องทำเต็มไปหมด ตั้งแต่ AI ที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงาน การทำงานร่วมกับ AI Agent การรับมือสังคมสูงวัยที่อาจทำให้แรงงานหายไปจำนวนมาก การสร้าง Workforce รูปแบบใหม่ การออกแบบองค์กรให้ลื่นไหลกว่าเดิม การขยับจาก Job-based ไปสู่ Skill-based Workforce ไปจนถึง Work-Life Flexibility ที่ช่วยให้พนักงานมีสุขภาวะดีพอจะทำงานได้เต็มศักยภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อทุกเรื่องดูสำคัญหมด HR จึงยิ่งต้องระวัง เพราะถ้าพยายามทำทุกอย่างพร้อมกัน สุดท้ายอาจไม่มีเรื่องไหนออกมาดีพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนกรณ์ย้ำประโยคสำคัญว่า “Trends ไม่ใช่ Strategy” และ “To-do list ไม่ใช่ Priority” การเห็นเทรนด์มากมายไม่ได้แปลว่าองค์กรมีทิศทาง และการมีรายการงานยาวเหยียดก็ไม่ได้แปลว่าองค์กรรู้ว่าอะไรควรมาก่อน หากไม่จัด Priority ให้ชัด HR จะถูกดึงให้วิ่งตามทุกเรื่องพร้อมกัน จนผลลัพธ์กระจัดกระจาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจรีบตอบว่า AI ควรเป็นอันดับแรก เพราะทุกองค์กรกำลังพูดถึงมัน แต่คุณนกรณ์ก็เตือนว่า ถ้าคนขององค์กรยังไม่พร้อม ต่อให้มี AI ที่ล้ำแค่ไหนก็ไม่ต่างจากเอารถสปอร์ตให้คนที่ขับไม่เป็นขับ คำถามที่ต้องถามมากกว่าก็ว่า คนของเรามีทักษะพอจะใช้มันให้เกิดประโยชน์จริงหรือไม่ ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะผู้นำ Conicle ถ้าเขาขอพรจากยักษ์จินี่ได้เพียงข้อเดียว เขาจะเลือก “สร้างคน” ให้คนในองค์กรมีทักษะพร้อม เพราะเมื่อคนพร้อม เรื่องอื่นจะขับเคลื่อนง่ายขึ้น AI จะถูกใช้ได้คุ้มค่าขึ้น การออกแบบงานจะทำได้ดีขึ้น องค์กรจะปรับตัวได้ไวขึ้น และโดมิโนตัวถัดไปก็จะล้มตามกันไปเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ก่อนจะถามว่า AI จะพาองค์กรไปได้ไกลแค่ไหน HR อาจต้องตอบให้ได้ก่อนว่า คนของเราพร้อมออกเดินทางแล้วหรือยังแล้ว ? พวกเขามีทักษะอะไร ขาดทักษะอะไร และต้องเติมอะไรเพื่อให้พร้อมกับอนาคตของงาน ?</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47794" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 11" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-2-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></p>
<h2><b>Human.AI Harmony in Action: Turning Transformation into Execution on the Frontline</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50257" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-52.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 95" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-52.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-52-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้บริหาร 2 องค์กรที่มีบริบทต่างกันมากอย่างคุณ </span><b>บุญเกียรติ เมธีทัศนีย์ Group Director – Corporate HR จาก</b><a href="https://plant.boonrawd.co.th/th/home" target="_blank" rel="noopener"><b>บุญรอดบริวเวอรี่</b></a><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ SVP of People จาก </b><a href="https://lmwn.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>LINE MAN Wongnai</b></a><span style="font-weight: 400;"> ฝั่งหนึ่งคือธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีโรงงานและแรงงานสายปฏิบัติการจำนวนมาก อีกฝั่งคือองค์กรเทคโนโลยีที่ AI เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวัน มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารคนและ AI ว่าเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยมีคุณ </span><b>พนาสิทธิ์ วงษ์มิตรแท้ Client Advisory &amp; Solutions จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/115"><b>Darwinbox Thailand</b></a><span style="font-weight: 400;"> ทำหน้าที่ Moderator</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอานนทวงศ์เล่าว่า ที่ LINE MAN Wongnai แม้ AI จะกลายเป็นดีเอ็นเอสำคัญขององค์กรในวันนี้ แต่การเปลี่ยนแปลงจริงจังก็เพิ่งเริ่มต้นช่วงต้นปี 2025 เท่านั้น ช่วงแรกไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเห็นด้วยทันที การ Buy-in ยังต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ตรง แรงกระตุ้นจากภายนอก และพื้นที่ให้คนได้ทดลอง หลังจากคนในองค์กรมีโอกาสไปดูงานด้าน AI ที่สหรัฐอเมริกา จึงเกิดการจัด Hackathon ภายใน และค่อย ๆ ต่อยอดไปสู่การใช้งานจริงในหลายทีม ไม่ว่าจะเป็น HR Chatbot การนำ AI ไปช่วยตรวจสอบการทำงานของไรเดอร์ หรือการฝัง AI เข้าไปในกระบวนการทำงานของแต่ละฟังก์ชั่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจคือ AI ไม่ได้ถูกวางไว้เป็นโปรเจกต์ของทีมใดทีมหนึ่ง แต่มันแทรกอยู่ในโจทย์จริงของคนทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มุมของบุญรอดบริวเวอรี่แตกต่างออกไป เพราะเป็นธุรกิจที่มีโรงงาน มีแรงงาน Blue Collar และมีโจทย์เรื่องการผลัดใบของคนตามอายุงาน คุณบุญเกียรติชี้ว่า มนุษย์มีข้อจำกัดตามธรรมชาติ เมื่อถึงจุดหนึ่งย่อมต้องมีคนเกษียณ องค์กรจึงต้องมอง Strategic Workforce ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่รอให้คนหายไปแล้วค่อยแก้ปัญหา การขยายกำลังผลิตในอนาคตต้องไปสู่ Smart Factory และต้องคิดเรื่องเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีเข้ามาช่วยงานอย่างมีระบบ เพื่อให้การทดแทนแรงงานที่เกษียณเกิดขึ้นโดยไม่กระทบต่อความต่อเนื่องของธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาย้ำอีกว่า การให้คุณค่ากับพนักงานกับการใช้เทคโนโลยีช่วยงานเป็นคนละเรื่องกัน องค์กรไม่จำเป็นต้องพูดว่าเทคโนโลยีจะมาแทนคน สิ่งที่ควรทำคือออกแบบระบบภายในให้คนเห็นประโยชน์ของมัน และอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างสอดประสาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถูกถามว่านิยามของ “คุณค่าพนักงาน” เปลี่ยนไปหรือไม่ในวันที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น คุณอานนทวงศ์ตอบในมุมที่เป็นมนุษย์มากว่า สุดท้ายแล้วเรายังอยากทำงานกับคนที่น่ารัก ทำงานด้วยแล้วสบายใจ คนเก่งย่อมมีโอกาสอยู่รอดสูงขึ้น แต่คนที่โดดเด่นจริงมักเป็นคนที่ทำเกินกว่าหน้าที่ หมั่นเรียนรู้ และเป็นคนที่คนอื่นอยากร่วมงานด้วย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ AI ยังทำแทนไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน AI ก็ไม่ได้จำเป็นต้องถูกมองผ่านเลนส์การลดคนเสมอไป หลายครั้งเมื่อมีคนลาออก องค์กรอาจยังไม่รับคนเพิ่ม เพราะคนที่เหลือใช้ AI แล้วทำงานได้มากขึ้น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่การประหยัดต้นทุนอย่างเดียว แต่ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างคุณค่าใหม่จากทีมเดิมได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของ HR ในยุคใหม่นี้จะเพิ่มมากกว่าเดิมแน่นอน คุณบุญเกียรติบอกชัดว่า </span><b>HR ต้องเป็น Transformer ไม่ใช่ Translator</b><span style="font-weight: 400;"> หมายความว่า HR ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงจริง ตั้งแต่คุยกับผู้บริหารให้ชัดว่าทำเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร ถอดรหัสให้ได้ว่าเทคโนโลยีช่วยเพิ่ม Productivity เท่าไร และเปลี่ยนข้อมูลเหล่านี้ให้เป็นภาษาธุรกิจที่ผู้บริหารนำไปตัดสินใจต่อได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังมองว่าคนที่มีงานอยู่ตอนนี้ถือว่าน่าอิจฉา เพราะโอกาสในการพัฒนาตัวเองยังอยู่ตรงหน้า </span><b>ที่บุญรอดเองต่อไปก็ต้องรับคนอย่างรอบคอบมากขึ้น รับให้ยาก ออกให้ยาก ไม่ใช่รับง่าย ออกง่าย หรือรับยาก ออกง่าย ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าองค์กรกำลังมีรูรั่วบางอย่าง </b><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญใช้การเกษียณเป็นโอกาสโปรโมตคนจากภายใน และเปิดพื้นที่ให้ผู้นำระดับ N-1 ช่วยสื่อสารใน </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/town-hall-meeting-employee-engagement-250609/"><span style="font-weight: 400;">Town Hall Meeting</span></a><span style="font-weight: 400;"> โดยไม่ต้องรอ CEO เพียงคนเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณอานนทวงศ์ทิ้งท้ายในมุม HR ว่า อย่างน้อยคนทำงาน HR ควรรู้ว่า AI แต่ละตัวต่างกันอย่างไร และจะฝัง AI เข้าไปในงานของตัวเองตรงไหนได้บ้าง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การเปลี่ยนผ่านที่ดีไม่ได้เริ่มจากคำประกาศใหญ่โตเสมอไป บางครั้งมันเริ่มจากการที่ HR เข้าใจเครื่องมือมากพอจะพาคนทั้งองค์กรทดลอง ใช้จริง และเห็นผลจริงไปด้วยกัน”</span></i></p>
<h2><b>Human • AI Harmony AI Changes Work. Humans Create Value </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50254" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-59.webp" alt="PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand HR Tech 2026 - Day 1 96" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-59.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-59-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>วรวัจน์ สุวคนธ์ Chief People Officer จาก</b><a href="https://www.scb.co.th/th/personal-banking" target="_blank" rel="noopener"><b>ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)</b></a><span style="font-weight: 400;"> และ</span><b>นายกสมาคม </b><a href="https://www.pmat.or.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>PMAT</b></a> <span style="font-weight: 400;">เปิดประเด็นว่า วันนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญของทุกองค์กรที่ต้องบริหารคน หลังจากเผชิญความเปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายระลอก AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงานอย่างแน่นอน และผลกระทบครั้งนี้ไม่เล็ก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่องค์กรต้องตอบให้ได้จึงไม่ใช่แค่ว่าจะใช้ AI อะไร หากต้องกลับไปคิดให้ลึกกว่านั้นว่า เราจะออกแบบงานใหม่อย่างไร และมนุษย์ควรทำอะไร เมื่อหลายงานเริ่มมี AI เข้ามารับช่วงแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ AI จะช่วยให้งานเร็วขึ้น แม่นขึ้น และจัดการเรื่องซ้ำ ๆ ได้ดีขึ้น คุณวรวัจน์ย้ำว่า สิ่งที่ HR และผู้นำยังขาดไม่ได้คือ Empathy เพราะงานจำนวนมากยังต้องมีมนุษย์คอยตัดสินใจ ตรวจสอบผลลัพธ์ ทำงานกับคน และดูแลลูกค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญต้องรู้ด้วยว่างานที่ AI ทำออกมาไปกระทบใครบ้างหรือไม่ การใช้ AI จึงไม่ใช่เรื่องเทคนิคอย่างเดียว ผู้นำองค์กรต้องคิดทั้งเรื่องธุรกิจ คน และผลกระทบต่อทีมไปพร้อมกัน เพราะโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่ทำให้องค์กรไปต่อได้ แต่ต้องทำให้พนักงานไปต่อได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้บริหาร คุณวรวัจน์เสนอว่า การเตรียมองค์กรให้พร้อมกับ AI ต้องเริ่มจาก 4 เรื่องสำคัญ ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อย่าเริ่มตั้งต้นงานทุกอย่างจาก AI แต่ให้เริ่มจากกลยุทธ์ธุรกิจก่อน แล้วค่อยดูว่า AI จะช่วยให้กลยุทธ์นั้นสำเร็จได้อย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างวัฒนธรรมที่ทำให้คนคุ้นเคยกับ AI มองเห็นประโยชน์ และลดความกลัวว่าจะถูกแทนที่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หาสมดุลระหว่าง Productivity กับความรู้สึกของคน เพราะมนุษย์ยังเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รู้จักตัดสินใจในเรื่องสำคัญ เมื่อเทคโนโลยีเก่งขึ้นทุกวัน องค์กรต้องรู้ว่าเรื่องไหนควรให้ AI ช่วย และเรื่องไหนต้องเก็บไว้ให้มนุษย์เป็นคนตัดสินใจ</span></li>
</ol>
<p><b>บทบาทของ HR เปลี่ยนไปแล้ว จากผู้ดูแลระบบงานคน ไปเป็น Readiness Architect for the Organization หรือสถาปนิกที่ช่วยออกแบบความพร้อมให้องค์กรใหม่ทั้งหมด</b><span style="font-weight: 400;"> HR ต้องหยิบงานทุกงานมาจัดเรียงใหม่ว่า งานไหนควรให้ AI ทำ งานไหนควรให้คนทำ และงานไหนต้องใช้คนกับ AI ทำร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นต้องขับเคลื่อนองค์กรไสู่การเป็น Skill-Based Workforce มากขึ้น ทั้งการจ้างคน การพัฒนาคน และการวางเส้นทางเติบโต ต้องมองจากทักษะที่ตอบโจทย์อนาคตของงานจริง ๆ ไม่ใช่ดูแค่ตำแหน่งงานเดิมหรือประสบการณ์แบบเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกภารกิจใหญ่ของ HR คือ Upskill และ Reskill ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณวรวัจน์มองว่าองค์กรที่เรียนรู้เรื่องใหม่ได้เร็วกว่า ย่อมมีโอกาสสำเร็จมากกว่า HR จึงต้องออกแบบระบบที่ทำให้คนเรียนรู้ได้ตลอดเวลา พร้อมกับทำหน้าที่ Culture &amp; Change Navigator คอยพาคนมองความเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาสมากกว่าอุปสรรค เพราะถ้าคนในองค์กรมีแต่ความกลัว การใช้ AI ก็ยากจะเดินหน้าได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน HR ต้องคอยเตือนผู้นำและคนในองค์กรว่า อย่าลืม Human Value อย่าลืมฟังเสียงกันและกัน และอย่าปล่อยให้ความเร็วของเทคโนโลยีทำให้เรามองข้ามความรู้สึกของคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนทำงานทุกวัยต้องปรับตัวเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กจบใหม่ที่คุ้นเคยกับ AI อยู่แล้ว หรือคนใกล้เกษียณที่มีประสบการณ์สูง ทุกคนต้องเรียนรู้การใช้ AI ให้คล่อง ใช้มันเป็นเครื่องมือแนะนำการเติบโตของตัวเอง และใช้จนกลายเป็นนิสัยการทำงานแบบใหม่ นอกจากนั้น มนุษย์ต้องทำให้คุณค่าของตัวเองชัดขึ้นกว่าเดิม ทั้งการคิดลึก การเข้าใจคน การเรียนรู้เร็ว และการกล้าลองแม้จะผิดพลาด</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราต้องรักษาความกระหายในการเรียนรู้ และอย่าลืมสนุกกับการทำงาน เพราะเมื่อเรารู้ว่างานของเราสร้างความแตกต่างได้ งานก็จะมีความหมายมากขึ้น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม Human-AI Harmony จะเป็นสูตรสำคัญของความได้เปรียบในการแข่งขันจากนี้ไป</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-hr-tech-2026-day-1-260616/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here โดย PRTR Group</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-vs-agentic-ai-the-future-is-ready-here-prtr-260610/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-vs-agentic-ai-the-future-is-ready-here-prtr-260610/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 02:30:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50186</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT AI ไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นเพื่อนร่วมงาน ซึ่งทำงานบางอย่างได้ดีกว่ามนุษย์ AI กระทบธุรกิจจริงแล้ว โดยเฉพาะงาน Routine และ White Collar ระดับ Junior คือกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งผู้บริหารบนเวทีมองตรงกันว่า งานที่ทำซ้ำ อยู่หน้าจอ และทำงานกับข้อมูลจำนวนมาก มีแนวโน้มถูก AI เข้ามาแทนที่มากที่สุด AI Transformation เป็นเรื่องของผู้นำและการเปลี่ยนพฤติกรรมคน โดยการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากผู้บริหาร ลงมือใช้จริง ทดลองจริง และเชื่อมโยง AI เข้ากับ Pain Point ทางธุรกิจให้ได้ HR ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าจอ ทำงานเอกสาร Payroll หรือประกันสังคม มีโอกาสถูก AI แทนที่ แต่ HR ที่เข้าใจคน สร้างความสัมพันธ์ และทำงานใกล้ชิดพนักงาน จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น AI กลายเป็นหัวข้อที่แทบทุกเวทีธุรกิจพูดถึงในเวลานี้ โดยเฉพาะสายงาน HR ที่ถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานแรก ๆ ที่ต้องอัปเดตเทรนด์อยู่เสมอ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>AI ไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นเพื่อนร่วมงาน ซึ่งทำงานบางอย่างได้ดีกว่ามนุษย์</li>
<li>AI กระทบธุรกิจจริงแล้ว โดยเฉพาะงาน Routine และ White Collar ระดับ Junior คือกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งผู้บริหารบนเวทีมองตรงกันว่า งานที่ทำซ้ำ อยู่หน้าจอ และทำงานกับข้อมูลจำนวนมาก มีแนวโน้มถูก AI เข้ามาแทนที่มากที่สุด</li>
<li>AI Transformation เป็นเรื่องของผู้นำและการเปลี่ยนพฤติกรรมคน โดยการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากผู้บริหาร ลงมือใช้จริง ทดลองจริง และเชื่อมโยง AI เข้ากับ Pain Point ทางธุรกิจให้ได้</li>
<li>HR ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าจอ ทำงานเอกสาร Payroll หรือประกันสังคม มีโอกาสถูก AI แทนที่ แต่ HR ที่เข้าใจคน สร้างความสัมพันธ์ และทำงานใกล้ชิดพนักงาน จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50193" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-44.webp" alt="HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here - PRTR Group" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here โดย PRTR Group 102" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-44.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-44-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>AI กลายเป็นหัวข้อที่แทบทุกเวทีธุรกิจพูดถึงในเวลานี้ โดยเฉพาะสายงาน HR ที่ถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานแรก ๆ ที่ต้องอัปเดตเทรนด์อยู่เสมอ เพราะมีหน้าที่ดูแล &#8220;คน&#8221; ควบคู่ไปกับการสร้าง Productivity และขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต</p>
<p>เมื่อวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2026 HREX มีโอกาสเข้าร่วมงาน <strong>HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here</strong> ที่จัดโดย <strong><a href="https://expth.hrnote.asia/products/88">PRTR Group</a></strong> ที่ Siam Kempinski Hotel Bangkok ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้นำองค์กรจากหลากหลายมุมมองมาพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อโลกการทำงาน</p>
<p>บนเวทีประกอบด้วยคุณ <strong>ริศรา เจริญพานิช CEO, <a href="https://expth.hrnote.asia/products/88">PRTR Group</a></strong>, คุณ <strong>ยอด ชินสุภัคกุล CEO, <a href="https://lmwn.com/" target="_blank" rel="noopener">LINE MAN Wongnai</a></strong> และคุณ <strong>เอก อัศว์ศิวะกุล Head of SCB Academy</strong></p>
<p>นี่คือประเด็นสำคัญที่น่าสนใจจากการเสวนาในครั้งนี้</p>

<h2>Opening Speech: เมื่อ AI เก่งขึ้นเรื่อย ๆ แล้วคนจะอยู่ตรงไหน ?</h2>
<p>คุณริศราเปิดเวทีด้วยคำถามที่ได้รับมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาว่า &#8220;AI จะมาแทนคนไหม?&#8221; โดยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลายองค์กรยังเชื่อว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มศักยภาพให้คนทำงานได้ดีขึ้น แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ความสามารถของ AI พัฒนาอย่างรวดเร็วจนหลายคนเริ่มรู้สึกว่า AI อาจไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยอีกต่อไป</p>
<p><em>&#8220;แต่เมื่อ AI เก่งขึ้นเรื่อย ๆ คำถามจึงไม่ใช่แค่ AI จะช่วยคนอย่างไร แต่คนล่ะจะอยู่ตรงไหน ?&#8221;</em></p>
<p>ทัั้งยังยกตัวอย่างบทสนทนานอกรอบกับคุณยอดที่กล่าวติดตลกแต่ชวนคิดว่า <em>&#8220;ผมพูดตรง ๆ เลยนะครับ คนไม่เหลือแน่&#8221;</em></p>
<p>อย่างไรก็ดี งานวันนี้เขาไม่ได้ขึ้นเวทีมาขู่ใคร แต่ HR จำเป็นต้องเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เพราะ AI สามารถทำบางอย่างได้ดีกว่ามนุษย์แล้ว</p>
<p>หนึ่งในคำถามที่ถูกโยนให้ผู้เข้าร่วมงานคือ <em>&#8220;ในอีก 2 ปีข้างหน้า ทีม HR จะมีขนาดเล็กลงหรือไม่&#8221;</em> ปรากฏว่ามีคนยกมือเห็นด้วยจำนวนไม่น้อย</p>
<p>แต่เมื่อถามกลับว่า <em>&#8220;ทีม HR จะใหญ่ขึ้นเพราะมีทั้งคนและ AI ทำงานร่วมกันหรือไม่&#8221;</em> กลับแทบไม่มีใครยกมือ</p>
<p>ภาพนี้สะท้อนให้เห็นว่า <strong>แม้ทุกคนจะเชื่อว่า AI กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่หลายคนก็ยังไม่แน่ใจว่าบทบาทของมนุษย์จะเปลี่ยนไปในทิศทางใด</strong></p>
<h2>วันนี้ AI กระทบธุรกิจของคุณแล้วหรือยัง ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50192" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/5-BLS04215-scaled.webp" alt="HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here - PRTR Group" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here โดย PRTR Group 103" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/5-BLS04215-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/5-BLS04215-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/5-BLS04215-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/5-BLS04215-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/5-BLS04215-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/5-BLS04215-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เริ่มต้นด้วยคำถามแรกเกี่ยวกับสถานการณ์ของ AI ในภาพ โดย คุณยอดกล่าวว่า AI กระทบแล้ว และกระทบอย่างชัดเจน โดยคุณยอดมองว่า AI ส่งผลกระทบต่อธุรกิจแล้วใน 2 มิติหลัก</p>
<p><strong>มิติแรกคือการทำงานภายในองค์กร</strong> เพราะปัจจุบันทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ของ LINE MAN Wongnai ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดเป็นสัดส่วนสูงถึงประมาณ 70% ของงานทั้งหมด ขณะที่ฝ่าย Customer Service เริ่มใช้ AI ในการตอบแชตและรับสายลูกค้าแล้ว ส่วนงานอื่น ๆ เช่น การติดตามหนี้ งานขาย และงานปฏิบัติการ ก็กำลังอยู่ในช่วงทดลองใช้งาน เป้าหมายคือให้ AI สามารถช่วยแบ่งเบางานได้ถึง 50% ภายใน 2 ปีข้างหน้า</p>
<p>ภายในองค์กรยังมีการผลักดันจากผู้บริหารให้ทุกทีมใช้ AI เข้าไปอยู่ใน Workflow ของตัวเอง รวมถึงนำเครื่องมือ Automation เข้ามาช่วยลดงานซ้ำ ๆ</p>
<p>นอกจากนี้ ความสามารถในการใช้ AI ยังเริ่มกลายเป็นคุณสมบัติหนึ่งในการรับคนเข้าทำงานด้วย</p>
<p><strong>สำหรับมิติสองฝั่งลูกค้า</strong> คุณยอดมองว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น เช่น การใช้ AI ปรับแต่งรูปภาพ แปลภาษา หรือช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงยังไม่รวดเร็วเท่ากับภายในองค์กร</p>
<p>เสริมด้วยคุณริศราที่เล่าว่า ในช่วงแรก AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยคิด ช่วยเขียนอีเมล หรือช่วยสรุปงาน แต่หลังจากเริ่มใช้งาน Claude อย่างจริงจังในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บทบาทของ AI เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน</p>
<p><em>&#8220;จากเพื่อนคู่คิด กลายเป็นเพื่อนร่วมงาน&#8221;</em></p>
<p>หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเรื่อง Data Analytics เดิมทีการขอ Dashboard สำหรับใช้ตัดสินใจทางธุรกิจอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน แต่ปัจจุบันสามารถสร้างต้นแบบขึ้นมาได้ภายในคืนเดียว แม้ผลลัพธ์อาจยังไม่สมบูรณ์ 100% แต่ช่วยให้การตัดสินใจเกิดขึ้นได้เร็วกว่าเดิมมาก</p>
<p>ตามมาด้วยคุณเอกบอกว่า SCB Academy เป็นอีกองค์กรที่เริ่มนำ AI เข้ามาใช้ในหลายกระบวนการ แต่เขายอมรับว่า โจทย์สำคัญตอนนี้ไม่ใช่การนำ AI มาใช้ ทว่าเป็นการพิสูจน์ว่าใช้งานแล้วดีขึ้นจริงหรือไม่ เพราะหลายทีมเริ่มใช้งาน AI แล้ว แต่ยังไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนพอ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม หนึ่งในพื้นที่ที่เห็นผลชัดคือทีมที่ต้องสื่อสารกับลูกค้า AI สามารถช่วยฟังบทสนทนาแบบ Real-time และแจ้งเตือนทันทีเมื่อพนักงานอธิบายข้อมูลไม่ครบ หรือพลาดประเด็นสำคัญ ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>คุณเอกมองว่า <strong>องค์กรจำเป็นต้อง Reimagine วิธีการทำงานใหม่ เพราะ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มความเร็ว แต่กำลังเปลี่ยนวิธีทำงานโดยสิ้นเชิง</strong></p>
<h2>AI จะเข้ามาแทน HR หรือไม่ ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50190" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/3-IMG_7722-scaled.webp" alt="HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here - PRTR Group" width="600" height="450" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here โดย PRTR Group 104" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/3-IMG_7722-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/3-IMG_7722-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/3-IMG_7722-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/3-IMG_7722-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/3-IMG_7722-1536x1152.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/3-IMG_7722-2048x1536.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><em>&#8220;HR ต้องเตรียมใจ&#8221;</em></p>
<p>นี่คือคำตอบของคุณยอดอย่างตรงไปตรงมา ว่า HR ควรเตรียมตัวรับความเปลี่ยนแปลง เพราะเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกคือ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/white-collar-recession-260609/">AI กำลังเข้ามากระทบงานกลุ่ม White Collar</a> โดยเฉพาะตำแหน่งระดับ Junior</p>
<p>แม้วันนี้จะยังเป็นเพียงช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่าน แต่ในมุมของเขา นี่เพิ่งเป็นเพียงปีที่ 3 ของการเดินทางเท่านั้น และการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่านี้กำลังรออยู่ข้างหน้า</p>
<p><em>&#8220;AI มาถึงพวกเราแน่&#8221;</em> คุณยอดย้ำ</p>
<p>เขามองว่า คนที่ยังรอดแน่ ๆ คือกลุ่ม Top 25% ที่ยังเป็นที่ต้องการขององค์กร แต่คนที่อยู่ในกลุ่มล่างของตลาดแรงงานจะได้รับผลกระทบมากกว่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50191" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/4-IMG_7909-scaled.webp" alt="HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here - PRTR Group" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here โดย PRTR Group 105" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/4-IMG_7909-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/4-IMG_7909-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/4-IMG_7909-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/4-IMG_7909-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/4-IMG_7909-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/4-IMG_7909-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณเอกกล่าวเสริมในทำนองเดียวกับในมุม <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/8">Training</a> เพราะแม้แต่ Academy ก็อาจไม่จำเป็นเหมือนเดิม หลายบทบาทมีโอกาสถูกลดความสำคัญลงจาก AI รวมถึงงานด้านการเรียนรู้และพัฒนาบุคลากรเอง</p>
<p>แต่สิ่งที่จะยังคงอยู่คือการพัฒนาคน เพียงแต่รูปแบบการทำงานจะเปลี่ยนไป</p>
<p>ในอนาคต คนทำงานจะไม่สามารถยึดติดกับความเชี่ยวชาญเพียงด้านเดียวได้อีกต่อไป แต่ต้องสามารถทำงานได้หลากหลายบทบาท และพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ</p>
<p>ปิดท้ายด้วยคุณริศราที่บอกว่า HR ที่ทำงานอยู่หน้าจอทั้งวัน มีโอกาสถูกแทน เพราะ AI สามารถเข้ามาแทนงาน HR เหล่านั้นได้จริง โดยเฉพาะงานที่เป็นกระบวนการซ้ำ ๆ และใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นหลัก</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็นงาน Payroll การจัดการเอกสาร หรือการดำเนินการด้านประกันสังคม ซึ่งเป็นงานที่มีกฎเกณฑ์ชัดเจนและสามารถทำซ้ำได้</p>
<p><em>&#8220;ถ้า 5 วันสุดท้ายของเดือนทำ Payroll และอีก 5 วันแรกส่งประกันสังคมอยู่ สิ่งนี้ถูกแทนที่แน่นอน&#8221;</em></p>
<p>ในมุมของเธอ<strong> บทบาทใหม่ของ HR จึงต้องกลับไปสู่สิ่งที่ AI ทำได้ยากที่สุด นั่นคือความเป็นมนุษย์ การเข้าใจคน การพูดคุย การรับฟัง การสร้างความสัมพันธ์ และการอยู่ใกล้ชิดกับพนักงาน</strong></p>
<p>เพราะสุดท้ายแล้ว HR ไม่ได้มีหน้าที่ดูแลเอกสาร แต่มีหน้าที่ดูแลผู้คน</p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50189" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/IMG_8090-1-scaled.webp" alt="HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here - PRTR Group" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR vs Agentic AI: The Future is Ready Here โดย PRTR Group 106" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/IMG_8090-1-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/IMG_8090-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/IMG_8090-1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/IMG_8090-1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/IMG_8090-1-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/IMG_8090-1-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ตลอดทั้งเวที สิ่งที่ผู้บริหารทั้ง 3 ท่านเห็นตรงกันไม่ใช่เรื่องที่ AI จะมาแทนคนหรือไม่ แต่คือ Productivity ขององค์กรจะเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บางงานอาจจะหายไป เล็กลง หรืออาจถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด</p>
<p>แต่ในขณะเดียวกัน ก็จะเกิดโอกาสใหม่สำหรับคนที่พร้อมปรับตัวและเรียนรู้วิธีทำงานร่วมกับ AI</p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจคือ ทุกคนบนเวทีไม่ได้เริ่มต้นจากการเปลี่ยนองค์กรก่อน แต่เริ่มจากการเปลี่ยนตัวเอง เช่น ลองใช้ก่อน ลงมือทำก่อน เรียนรู้ก่อน แล้วค่อยขยายผลไปสู่ทีมและองค์กร</p>
<p>สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคุณจะอยู่ในตำแหน่ง HR, Manager หรือผู้บริหาร คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า AI จะเก่งขึ้นอีกแค่ไหน แต่คือวันนี้เราใช้ AI เพื่อเพิ่ม Productivity ให้กับตัวเองแล้วหรือยัง</p>
<p>เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจไม่ได้เริ่มจากองค์กร แต่อาจเริ่มจากคนคนหนึ่งที่ตัดสินใจลงมือใช้ AI ตั้งแต่วันนี้ต่างหาก</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-vs-agentic-ai-the-future-is-ready-here-prtr-260610/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar &#124; Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-beyond-salary-finn-260609/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-beyond-salary-finn-260609/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 10:38:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<category><![CDATA[FINN App]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50162</guid>

					<description><![CDATA[การรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเดือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะเบื้องหลังการทำงานของพนักงานแต่ละคน ยังมีภาระ ความกังวล และความเครียดทางการเงินที่อาจส่งผลต่อสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงความผูกพันที่มีต่อองค์กรโดยตรง ที่ผ่านมาหลายองค์กรอาจพยายามแก้โจทย์การลาออกด้วยการปรับค่าตอบแทนให้สูงขึ้น แต่การขึ้นเงินเดือนกลับยังไม่สามารถตอบโจทย์การรักษาคนที่ใช่ได้อย่างแท้จริง ใน HREX Webinar หัวข้อล่าสุด Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026: ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก ได้รับเกียรติจากคุณ นิกกี้ &#8211; นิธินันท์ อัศวทร Country Manager, FINN App ผู้เชี่ยวชาญด้าน Business Transformation มาร่วมถอดอินไซต์สำคัญจากผลสำรวจสุขภาพการเงินของพนักงานไทยปี 2026 พร้อมชวน HR และผู้บริหารมองเรื่อง Financial Wellness ในฐานะกลยุทธ์สำคัญขององค์กร หากใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญที่ HR ควรรู้มาไว้ในบทความนี้แล้ว ต้นทุนที่แท้จริงของการสูญเสียพนักงาน  เมื่อต้องพูดถึงการลาออกของพนักงาน หลายองค์กรอาจมองเห็นเพียงตำแหน่งที่ว่างลง หรือภาระในการหาคนใหม่เข้ามาทดแทน แต่ในความเป็นจริง การสูญเสียพนักงาน 1 คนมีต้นทุนที่สูงกว่านั้นมาก คุณนิกกี้อธิบายว่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50173" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-43.webp" alt="HREX Webinar | Beyond Salary FINN" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 116" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-43.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-43-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเดือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะเบื้องหลังการทำงานของพนักงานแต่ละคน ยังมีภาระ ความกังวล และความเครียดทางการเงินที่อาจส่งผลต่อสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงความผูกพันที่มีต่อองค์กรโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ผ่านมาหลายองค์กรอาจพยายามแก้โจทย์การลาออกด้วยการปรับค่าตอบแทนให้สูงขึ้น แต่การขึ้นเงินเดือนกลับยังไม่สามารถตอบโจทย์การรักษาคนที่ใช่ได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน HREX Webinar หัวข้อล่าสุด </span><b>Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026: ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก</b><span style="font-weight: 400;"> ได้รับเกียรติจากคุณ </span><b>นิกกี้ &#8211; นิธินันท์ อัศวทร Country Manager, </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/181"><b>FINN App</b></a><b> ผู้เชี่ยวชาญด้าน Business Transformation</b><span style="font-weight: 400;"> มาร่วมถอดอินไซต์สำคัญจากผลสำรวจสุขภาพการเงินของพนักงานไทยปี 2026 พร้อมชวน HR และผู้บริหารมองเรื่อง Financial Wellness ในฐานะกลยุทธ์สำคัญขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญที่ HR ควรรู้มาไว้ในบทความนี้แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>ต้นทุนที่แท้จริงของการสูญเสียพนักงาน </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50166" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135814.webp" alt="hrex-webinar-beyond-salary-finn" width="600" height="333" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 117" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135814.webp 1426w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135814-300x167.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135814-1024x569.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135814-768x427.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อต้องพูดถึงการลาออกของพนักงาน หลายองค์กรอาจมองเห็นเพียงตำแหน่งที่ว่างลง หรือภาระในการหาคนใหม่เข้ามาทดแทน แต่ในความเป็นจริง การสูญเสียพนักงาน 1 คนมีต้นทุนที่สูงกว่านั้นมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนิกกี้อธิบายว่า ต้นทุนที่แท้จริงของการเสียพนักงานหนึ่งคนอาจอยู่ที่ 140,000-400,000 บาท หรือคิดเป็นอย่างน้อย 3-6 เท่าของเงินเดือนพนักงานคนนั้น ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/turnover-rate-240712/"><span style="font-weight: 400;">Turnover </span></a><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่แค่ปัญหาด้านกำลังคน แต่เป็นต้นทุนทางธุรกิจที่องค์กรต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนก้อนแรกคือค่าใช้จ่ายในการสรรหาคนใหม่ ซึ่งอาจอยู่ที่ประมาณ 50,000-150,000 บาท ครอบคลุมตั้งแต่ค่าลงโฆษณารับสมัครงาน เวลาที่ HR และหัวหน้างานต้องใช้ในการคัดกรองใบสมัคร นัดสัมภาษณ์ ประเมินผู้สมัคร ไปจนถึงค่าบริการบริษัทจัดหางานในบางตำแหน่ง หลังจากได้คนใหม่แล้ว องค์กรยังต้องแบกรับต้นทุนด้าน </span><a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/onboarding-manual-03122021/"><span style="font-weight: 400;">Onboarding</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/8"><span style="font-weight: 400;">Training</span></a><span style="font-weight: 400;"> อีกประมาณ 30,000-80,000 บาท ทั้งในรูปแบบของเวลาที่ใช้สอนงาน ทรัพยากรที่ต้องจัดเตรียม และพลังของทีมที่ต้องช่วยประคองให้พนักงานใหม่เข้าใจงานได้เร็วที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนที่หนักไม่แพ้กันคือ Productivity Loss หรือประสิทธิภาพการทำงานที่หายไปในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนคน โดยเฉพาะ 3-6 เดือนแรกที่พนักงานใหม่ยังต้องเรียนรู้งาน ทำความเข้าใจระบบ และปรับตัวเข้ากับทีม จึงยังไม่สามารถสร้างผลงานได้เต็มที่เท่าคนเดิม ต้นทุนส่วนนี้อาจอยู่ที่ประมาณ 60,000-180,000 บาท</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ยังไม่นับผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของทีม ซึ่งประเมินเป็นตัวเงินได้ยาก แต่เกิดขึ้นจริงเมื่อคนในทีมต้องรับภาระงานเพิ่ม รู้สึกไม่มั่นคง หรือเริ่มตั้งคำถามกับอนาคตของตัวเองในองค์กร” </span></i><span style="font-weight: 400;">คุณนิคกี้อธิบาย</span></p>
<h2><b>ดัชนีสุขภาพการเงินพนักงานไทย (FWI 2026) อยู่ในเกณฑ์วิกฤต</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50168" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135857.webp" alt="hrex-webinar-beyond-salary-finn" width="600" height="333" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 118" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135857.webp 1410w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135857-300x167.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135857-1024x569.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135857-768x426.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Webinar ครั้งนี้ ยังมีการเปิดเผยผลการสำรวจ FINN &#8211; Workforce Financial Wellness Index 2026 หรือ FWI 2026 ที่วัดคะแนนดัชนีสุขภาพการเงินของพนักงานไทยในช่วงไตรมาสที่ 1 ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผลที่ได้ถือว่าน่ากังวลไม่น้อย เพราะ</span><b>คะแนนของพนักงานไทยอยู่ที่เพียง 26.4 จาก 100 คะแนนเท่านั้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คะแนนนี้เกิดจากการประเมินพฤติกรรมและสถานะทางการเงินของพนักงานในหลายมิติ ซึ่งแต่ละมิติล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า </span><b>หากเปรียบสุขภาพการเงินเหมือนสุขภาพร่างกาย</b> <b>ตัวเลขนี้อาจบอกได้ว่าพนักงานไทยกำลังอยู่ในภาวะป่วยหนักทางการเงิน และต้องการการดูแลอย่างจริงจัง </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นคนทำงานจำนวนมากยังขาดความมั่นคงทางการเงินในชีวิตประจำวัน ในด้านสำคัญต่าง ๆ ดังต่อไปนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีพนักงานเพียง 4.3% เท่านั้นที่ไม่มีปัญหาเงินเดือนชนเดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีพนักงานเพียง 20.8% เท่านั้นที่มีเงินเก็บสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีพนักงานเพียง 20.9% ที่มีภาระต้องจ่ายหนี้ไม่เกิน 20% ของรายได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีพนักงานเพียง 22.1% ที่มองว่าสวัสดิการขององค์กรในปัจจุบันช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีพนักงาน 64.1% ที่ระบุว่าตนเองไม่ได้ลางานเพราะความเครียดทางการเงิน ซึ่งหมายความว่ายังมีพนักงานอีก 35.9% ที่เคยต้องลางานเพราะความเครียดเรื่องเงิน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองกลับมาที่บทบาทขององค์กร สถิติด้านสวัสดิการน่าจะทำให้ HR ต้องกลับมาทบทวนว่า สิ่งที่องค์กรจัดให้อยู่ในปัจจุบันตอบโจทย์ชีวิตจริงของพนักงานมากแค่ไหน เพราะหากมีพนักงานเพียง 22.1% ที่รู้สึกว่าสวัสดิการช่วยเพิ่มสภาพคล่องได้จริง นั่นอาจหมายความว่าสวัสดิการแบบเดิมยังไม่สามารถแก้ปัญหาระยะสั้นที่พนักงานเผชิญอยู่ได้แล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>วิกฤตการเงินพนักงานไทย: 95.7% ใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50169" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135955.webp" alt="hrex-webinar-beyond-salary-finn" width="600" height="339" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 119" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135955.webp 1429w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135955-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135955-1024x579.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-135955-768x434.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสถิติที่น่าตกใจคือ </span><b>มีพนักงานถึง 95.7% ที่ประสบปัญหาเงินเดือนชนเดือน หรือเงินหมดก่อนเงินเดือนรอบใหม่จะออก</b><span style="font-weight: 400;"> FINN พบว่าตัวเลขนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกเกือบ 2 เท่า และบอกชัดเจนว่าความเปราะบางทางการเงินส่งผลต่อคนทำงานส่วนใหญ่จริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองลึกลงไป คุณนิคกี้วิเคราะห์ว่า สาเหตุสำคัญไม่ได้อยู่ที่รายได้อย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับภาระหนี้ที่กดทับชีวิตประจำวันของพนักงานด้วย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผลสำรวจพบว่า มีพนักงานถึง 30.7% ที่ต้องนำเงินมากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินเดือนไปใช้ผ่อนชำระหนี้ในแต่ละเดือน ขณะที่อีก 48.3% ต้องใช้เงินราว 20-50% ของเงินเดือนไปกับภาระหนี้ มีเพียง 20.9% เท่านั้นที่มีภาระผ่อนหนี้ต่ำกว่า 20% ของรายได้ หรือไม่มีหนี้เลย”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เห็นว่า พนักงานจำนวนมากไม่ได้มีปัญหาแค่เงินเดือนหมดเร็ว แต่แทบไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับรับมือกับเรื่องไม่คาดคิดในชีวิต เพราะเงินเดือนก้อนใหญ่ถูกดึงไปกับภาระหนี้ตั้งแต่ต้นเดือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหานี้ยังสอดคล้องกับภาพใหญ่ของเศรษฐกิจไทยที่มีภาระหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง รายงานอ้างอิงข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยที่ระบุว่า หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ 86.7% ของ GDP ในไตรมาส 4 ปี 2025 ซึ่งภาระระดับประเทศนี้สะท้อนกลับมาเป็นแรงกดดันในชีวิตประจำวันของพนักงานองค์กรโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพนักงานขาดเงินสำรอง ความเสี่ยงเล็ก ๆ ในชีวิตจึงอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ทันที ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินเพียง 3,000-5,000 บาท อาจมากพอที่จะทำให้บางคนต้องหันไปพึ่งพาแหล่งเงินอื่น ไม่ว่าจะขอยืมเงินจากเพื่อนหรือญาติพี่น้อง พึ่งพาสินเชื่อนอกระบบหรือแอปเงินกู้ หรือใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด</span></p>
<h2><b>Presenteeism เพชฌฆาตเงียบที่ทำลาย Productivity ขององค์กร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50174" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140032.webp" alt="hrex-webinar-beyond-salary-finn" width="600" height="341" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 120" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140032.webp 1413w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140032-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140032-1024x581.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140032-768x436.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวงจรนี้สะสมต่อเนื่อง ความเครียดทางการเงินก็ย่อมย้อนกลับมากระทบทั้งชีวิตส่วนตัวและประสิทธิภาพในการทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในผลกระทบที่น่ากังวลที่สุดคือภาวะ </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/presenteeism-mental-health-250327/"><span style="font-weight: 400;">Presenteeism</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือการที่พนักงานมาทำงานตามปกติ แต่ใจไม่ได้อยู่กับงาน พนักงานอาจนั่งอยู่ที่โต๊ะ เปิดคอมพิวเตอร์ เข้าประชุม และทำงานเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่แทนที่จะมีสมาธิกับงานตรงหน้า พวกเขากลับต้องใช้พลังใจไปกับการกังวลเรื่องหนี้ บิลที่ยังไม่ได้จ่าย ค่าใช้จ่ายที่กำลังจะมาถึง หรือการหาแหล่งเงินกู้เพื่อให้ผ่านเดือนนั้นไปได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสูญเสียจาก Presenteeism อาจมองไม่เห็นง่ายเหมือนการขาดงาน แต่ส่งผลต่อ Productivity อย่างมาก เพราะพนักงานยังอยู่ในระบบ ยังมาทำงานครบเวลา แต่ไม่สามารถใช้ศักยภาพได้เต็มที่ ผลสำรวจสะท้อนปัญหานี้ผ่านตัวเลขสำคัญหลายด้าน ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พนักงานเสียเวลาทำงานเฉลี่ย 3-4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไปกับความกังวลเรื่องหนี้หรือการหาแหล่งเงินกู้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">79.7% ของพนักงานยอมรับว่าความเครียดทางการเงินกระทบต่อการทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">29.4% ระบุว่าความเครียดทางการเงินกระทบการทำงานอย่างรุนแรง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">35.9% เคยต้องลางานเพราะความเครียดทางการเงิน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">8.1% มีพฤติกรรมลางานซ้ำจากปัญหานี้มากกว่า 3 ครั้งต่อปี</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ทำให้ Presenteeism อันตรายต่อองค์กรมาก คือมันมักไม่ถูกนับเป็นต้นทุนอย่างเป็นทางการ HR อาจเห็นเพียงว่าพนักงานยังมาทำงานตามเวลา ไม่ได้ลา ไม่ได้ขาด ไม่ได้มีปัญหาเชิงวินัย แต่ในความเป็นจริง องค์กรอาจกำลังสูญเสียชั่วโมงทำงาน คุณภาพของงาน ความเร็วในการตัดสินใจ และพลังในการสร้างสรรค์ผลงานไปทุกสัปดาห์ โดยไม่มีตัวเลขเหล่านี้ปรากฏอยู่ในงบประมาณหรือรายงานต้นทุนบุคลากรอย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้น หากองค์กรต้องการรักษา Productivity ในระยะยาว การดูแลสุขภาพการเงินของพนักงานจึงไม่ใช่แค่เรื่องสวัสดิการเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารประสิทธิภาพการทำงานโดยตรง ยิ่ง HR มองเห็นปัญหานี้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสออกแบบมาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุดมากขึ้น</span></p>
<h2><b>ช่องว่างความเข้าใจ (Perception Gap) ระหว่าง HR vs พนักงาน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50170" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140124.webp" alt="hrex-webinar-beyond-salary-finn" width="600" height="336" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 121" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140124.webp 1423w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140124-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140124-1024x573.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-140124-768x430.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ HR ต้องให้ความสนใจคือ ช่องว่างความเข้าใจ หรือ Perception Gap ระหว่างสิ่งที่องค์กรรับรู้ กับสิ่งที่พนักงานกำลังเผชิญจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนิกกี้เปรียบปัญหานี้เหมือนภูเขาน้ำแข็งที่ HR มองเห็นเพียงยอดเล็ก ๆ เหนือน้ำ แต่ใต้ผิวน้ำนั้น พนักงานจำนวนมากกำลังจมอยู่กับความเครียดทางการเงิน หนี้สิน และการขาดสภาพคล่องในชีวิตประจำวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขจากรายงานสะท้อนช่องว่างนี้อย่างชัดเจน เช่น HR ประเมินว่ามีพนักงานราว 30% ที่เจอปัญหาเงินเดือนชนเดือน แต่ความจริงมีพนักงานถึง 95.7% ที่กำลังเผชิญปัญหานี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน HR มองเห็นการลางานเพราะความเครียดทางการเงินเพียง 9.7% แต่พนักงานที่เคยลางานจากปัญหานี้มีถึง 35.9% ส่วนเรื่อง Productivity HR ประเมินว่าความเครียดเรื่องเงินกระทบงานราว 40-49.5% แต่ตัวเลขจากพนักงานจริงอยู่ที่ 79.7%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่องว่างนี้ยังทำให้องค์กรอาจออกแบบสวัสดิการไม่ตรงกับความต้องการของพนักงาน HR อาจคิดว่าพนักงานต้องการโบนัส การขึ้นเงินเดือน เส้นทางเติบโตที่ชัดเจน ประกันสุขภาพ หรือกิจกรรม Team Building แต่สิ่งที่พนักงานจำนวนมากต้องการในวันที่ชีวิตขาดสภาพคล่อง คือเงินสำรองฉุกเฉิน การเข้าถึงเงินเดือนที่ตนเองทำงานมาแล้วก่อนสิ้นเดือน ความรู้ด้านการบริหารเงิน และเครื่องมือที่ช่วยให้จัดการชีวิตได้ดีขึ้น</span></p>
<h2><b>2 กรณีศึกษาน่าสนใจ ต่างประเทศรับมือยังไงกับปัญหาการเงินของพนักงาน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50175" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154116.webp" alt="hrex-webinar-beyond-salary-finn" width="600" height="337" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 122" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154116.webp 1423w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154116-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154116-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154116-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเทียบกับต่างประเทศ จะเห็นว่าองค์กรไทยยังมีช่องว่างในการดูแลสุขภาพการเงินของพนักงานอยู่พอสมควร จากข้อมูลที่ FINN เปิดเผยพบว่า องค์กรทั่วโลกมีสัดส่วนการวางกลยุทธ์ด้าน Financial Wellness อยู่ที่ 36% ขณะที่องค์กรไทยมีเพียง 19.9% เท่านั้น ตอกย้ำว่าหลายประเทศเริ่มมองเรื่องสุขภาพการเงินของพนักงานเป็นวาระสำคัญด้าน HR แล้ว ไม่ใช่แค่สวัสดิการเสริมที่มีหรือไม่มีก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในเครื่องมือที่หลายประเทศเริ่มนำมาใช้ คือ Earned Wage Access (EWA) หรือสวัสดิการที่เปิดโอกาสให้พนักงานเบิดเงินเดือนส่วนที่ตัวเองทำงานมาแล้วได้ก่อนถึงวันเงินเดือนออก ซึ่งไม่ใช่เงินกู้และไม่ใช่การสร้างหนี้ใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนิคกี้ยกตัวอย่างแพลตฟอร์ม Paywatch ในสิงคโปร์และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะมีการใช้งานในหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และฮ่องกง โดยมีพนักงานกว่า 200,000 คนที่เข้าถึงสวัสดิการนี้แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์จาก Paywatch บ่งชี้ว่า EWA ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องสภาพคล่องระยะสั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตและต้นทุนขององค์กรด้วย โดยพนักงาน 80% รายงานว่าตัวเองมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ขณะที่องค์กรสามารถประหยัดต้นทุนการจ้างพนักงานใหม่ หรือ Re-hiring Cost ได้ถึง 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบริษัทต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้เห็นว่า Financial Wellness สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกกรณีหนึ่งคือ Paytime ในออสเตรเลีย ที่ภาคธุรกิจประเมินว่าความเครียดทางการเงินของพนักงานสร้างต้นทุนแฝงต่อธุรกิจรวมกันสูงถึง 30,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก งานบริการ และก่อสร้างที่เริ่มนำ EWA มาใช้ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือองค์กรสามารถลด Turnover ได้ถึง 50% และลด Absenteeism ได้ถึง 74% </span></p>
<h2><b>ถอดสูตรประเมินต้นทุนความสูญเสียจากคนลาออก</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50171" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154159.webp" alt="hrex-webinar-beyond-salary-finn" width="600" height="341" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 123" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154159.webp 1423w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154159-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154159-1024x581.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154159-768x436.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งช่วงสำคัญของ Webinar คือการที่คุณนิกกี้ชวน HR ลองคำนวณต้นทุนที่องค์กรต้องเสียไปจากการลาออกของพนักงาน เพราะหลายครั้ง Turnover อาจถูกมองเป็นเพียงจำนวนคนที่ลาออกในแต่ละปี แต่เมื่อแปลงออกมาเป็นตัวเงิน จะเห็นได้ทันทีว่านี่คือต้นทุนแฝงก้อนใหญ่ที่ส่งผลต่อธุรกิจโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สูตรประเมินต้นทุน Turnover ใน Webinar เริ่มจาก</span><b>การนำจำนวนพนักงานทั้งหมดมาคูณกับอัตราการลาออก เพื่อหาจำนวนพนักงานที่ลาออกจริงในแต่ละปี จากนั้นนำไปคูณกับต้นทุนเฉลี่ยต่อการเสียพนักงาน 1 คน</b> <b>ซึ่งในตัวอย่างนี้ประเมินไว้ที่เงินเดือนเฉลี่ย × 4 แล้วจึงนำต้นทุนรวมที่ได้มาประเมินต่อว่า หากองค์กรลดการลาออกลงได้ จะประหยัดต้นทุนกลับมาเท่าไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างเช่น หากองค์กรมีพนักงาน 500 คน และมีอัตราการลาออก 20% ต่อปี เท่ากับว่ามีพนักงานลาออกประมาณ 100 คน หากประเมินต้นทุนต่อคนไว้ที่ 120,000 บาท องค์กรจะเสียต้นทุนแฝงจากการลาออกสูงถึง 12,000,000 บาทต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากพอจะทำให้ HR และผู้บริหารต้องกลับมาทบทวนว่า การรักษาคนไว้ตั้งแต่ต้นอาจคุ้มกว่าการหาคนใหม่มาทดแทนเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อนำแนวทางอย่าง EWA เข้ามาช่วยลดความเครียดทางการเงินของพนักงาน ข้อมูลชี้ว่าสามารถลด Turnover ได้สูงถึง 41% หากนำมาคำนวณกับตัวอย่างข้างต้น องค์กรจะลดต้นทุนจากการลาออกได้ราว 4,920,000 บาทต่อปี ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่า Financial Wellness ไม่ใช่แค่สวัสดิการที่ช่วยพนักงาน แต่เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยองค์กรประหยัดต้นทุนและรักษาคนเก่งไว้ได้อย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<h2><b>แพลตฟอร์ม FINN กับทางออกที่ไม่ใช่แค่ &#8220;การกู้ยืม&#8221;</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50172" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154236.webp" alt="hrex-webinar-beyond-salary-finn" width="600" height="327" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026 ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก 124" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154236.webp 1416w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154236-300x164.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154236-1024x558.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/Screenshot-2026-06-09-154236-768x419.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ Earned Wage Access หรือ EWA กำลังกลายเป็นสวัสดิการที่เปิดโอกาสให้พนักงานเข้าถึงเงินเดือนส่วนที่ตนเองทำงานมาแล้วก่อนถึงวันเงินเดือนออก แพลตฟอร์ม FINN จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้พนักงานสามารถ &#8220;เบิกเงินเดือนที่ตัวเองทำงานหามาได้แล้ว&#8221; ออกมาใช้ก่อนถึงวันสิ้นเดือนได้ โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ไม่ใช่การก่อหนี้กู้ยืม และไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อเครดิตบูโร และที่สำคัญ ไม่ต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ แอปเงินกู้ หรือการหยิบยืมจากคนใกล้ตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">FINN ยังไม่ได้มีแค่ฟีเจอร์เบิกเงินล่วงหน้าเท่านั้น แต่ควรถูกวางอยู่ในภาพใหญ่ของ Financial Wellness Ecosystem หรือระบบดูแลสุขภาพการเงินของพนักงานแบบครบวงจร เช่น การให้พนักงานประเมินสุขภาพการเงินของตัวเอง การให้ความรู้เรื่องการจัดการเงิน การลดหนี้ การออม ไปจนถึงการมีสวัสดิการเสริมอย่างประกันอุบัติเหตุหรือเครื่องมือช่วยวางแผนทางการเงิน เพราะเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่แค่ให้พนักงานมีเงินใช้ก่อนสิ้นเดือน แต่ช่วยให้พนักงานค่อย ๆ บริหารชีวิตทางการเงินได้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">FINN ยังไม่เพิ่มภาระให้ HR มากเท่าสวัสดิการแบบเดิม หากระบบถูกออกแบบให้ทำงานแยกจาก Payroll ของบริษัทได้อย่างปลอดภัย องค์กรก็ไม่ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่ม ไม่กระทบกระแสเงินสด ไม่ต้องจัดการเอกสารเบิกล่วงหน้าเอง และลดภาระงานแอดมินที่มักเกิดขึ้นเวลาพนักงานมีปัญหาเงินฉุกเฉิน ทั้งหมดนี้ทำให้ HR มีเครื่องมือช่วยพนักงาน โดยไม่ต้องเพิ่มความซับซ้อนให้ระบบหลังบ้านมากเกินไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เมื่อมองในมุม ROI สวัสดิการด้าน Financial Wellness จึงไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่ให้ผลลัพธ์เชิงความรู้สึกเท่านั้น แต่สามารถเชื่อมโยงกับต้นทุนธุรกิจได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการลด Turnover ลด Absenteeism และลด Presenteeism หรือภาวะที่พนักงานมาทำงานแต่ไม่สามารถโฟกัสกับงานได้เต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากพนักงานเครียดเรื่องเงินน้อยลง มีทางเลือกที่ปลอดภัยในวันที่ต้องใช้เงินด่วน และรู้สึกว่าองค์กรเข้าใจปัญหาชีวิตจริงของเขา สวัสดิการนี้ก็อาจช่วยให้องค์กรรักษาคน ลดต้นทุนแฝง และสร้างความผูกพันกับพนักงานได้มากกว่าการเพิ่ม Benefits แบบเดิมเพียงอย่างเดียว</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/181"><span style="font-weight: 400;">หาก HR ท่านใดกำลังมองหาสวัสดิการนี้ไว้ให้พนักงานใช้ เพื่อลดปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น สามารถติดต่อขอใช้บริการ FINN ผ่าน HREX ได้เลยที่นี่</span></a></p>
<h2><b>บทสรุป HREX Webinar | Beyond Salary</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอนาคต HR อาจต้องมอง Financial Wellness เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์คนอย่างจริงจังพอ ๆ กับ Learning, Engagement หรือ Performance Management เพราะสุขภาพการเงินของพนักงานเชื่อมโยงกับหลายเรื่องที่องค์กรให้ความสำคัญอยู่แล้ว การช่วยให้พนักงานมีเครื่องมือรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้า จึงอาจเป็นอีกหนึ่งวิธีรักษาคนเก่งที่จับต้องได้มากกว่าการพูดถึง Retention ในเชิงนโยบายเพียงอย่างเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด การรักษาคนเก่งในปี 2026 อาจไม่ได้วัดกันแค่ว่าองค์กรจ่ายเงินเดือนสูงแค่ไหน หรือมีสวัสดิการมากกว่าคู่แข่งเท่าไร แต่อาจวัดจากความสามารถในการมองเห็นปัญหาที่พนักงานไม่กล้าพูดออกมา และออกแบบระบบสนับสนุนที่ช่วยให้พวกเขาใช้ชีวิตได้มั่นคงขึ้น</span></p>
<p><b>คำถามที่ HR และผู้บริหารควรถามตัวเองต่อไปคือ วันนี้องค์กรของเราพร้อมลงไปทำความเข้าใจปัญหาที่อยู่ใต้น้ำซึ่งกำลังกระทบชีวิตพนักงานอยู่จริง ๆ แล้วหรือยัง ?</b></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h2 style="text-align: center;"><a href="https://drive.google.com/file/d/1-Gd9PMbfcsVe5kGASMVrZPvvV_HR4PDH/view?usp=sharing" target="_blank" rel="noopener">หาก HR ท่านใดต้องการ Slide ของ HREX Webinar | Beyond Salary: ถอดรหัสใจพนักงานปี 2026: ทำอย่างไรให้คนเก่งไม่ลาออก สามารถดาวน์โหลดได้ทางลิงก์นี้</a></h2>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-beyond-salary-finn-260609/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Mission to the Moon Forum 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/mission-to-the-moon-forum-2026-260530/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/mission-to-the-moon-forum-2026-260530/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 May 2026 11:06:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Mission to the Moon Forum 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50084</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อโลกวิวัฒนาการ ชีวิตและการทำงานต้องเติบโตไปด้วยกัน งาน Mission to the Moon Forum 2026 จึงกลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้มาในธีม Work-Life Evolution เพื่อตอกย้ำว่าเรื่องของการทำงาน การใช้ชีวิต การดูแลสุขภาพ ทั้งกาย ใจ และการเงินต้องเดินหน้าควบคู่ไปพร้อมกัน หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป แต่อยากรู้ว่าสาระสำคัญของงานนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง ติดตามได้เลยในบทความนี้ WORK-LIFE EVOLUTION  ทุกวันนี้ หลายคนอาจเริ่มต้นวันทำงานด้วยคำถามที่ต่างกัน บางคนทำงานเพื่อความมั่นคง บางคนทำงานเพื่อความฝัน บางคนทำงานเพื่อคนข้างหลัง หรือบางคนอาจทำงานไปก่อน เพราะยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าปลายทางของชีวิตต้องการอะไรแน่ แต่ไม่ว่าเหตุผลของแต่ละคนจะเป็นแบบไหน สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือความหมายของคำว่าความสำเร็จกำลังเปลี่ยนไปพร้อมกับโลกการทำงานและชีวิตของเรา คุณ รวิศ หาญอุตสาหะ CEO จาก SRICHAND และ MISSION TO THE MOON MEDIA อธิบายว่า เพียงไม่กี่ปีก่อน หลายคนยังไม่คิดว่า AI จะเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ได้เร็วขนาดนี้ เช่นเดียวกับที่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าโลกจะเผชิญความปั่นป่วนจากโรคระบาด [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50089" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-32.webp" alt="Mission to the Moon Forum 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Mission to the Moon Forum 2026 131" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-32.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-32-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโลกวิวัฒนาการ ชีวิตและการทำงานต้องเติบโตไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน </span><b>Mission to the Moon Forum 2026</b><span style="font-weight: 400;"> จึงกลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้มาในธีม Work-Life Evolution เพื่อตอกย้ำว่าเรื่องของการทำงาน การใช้ชีวิต การดูแลสุขภาพ ทั้งกาย ใจ และการเงินต้องเดินหน้าควบคู่ไปพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป แต่อยากรู้ว่าสาระสำคัญของงานนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง ติดตามได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>WORK-LIFE EVOLUTION </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50086" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077202-scaled.webp" alt="Mission to the Moon Forum 2026" width="600" height="450" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Mission to the Moon Forum 2026 132" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077202-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077202-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077202-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077202-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077202-1536x1152.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077202-2048x1536.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้ หลายคนอาจเริ่มต้นวันทำงานด้วยคำถามที่ต่างกัน บางคนทำงานเพื่อความมั่นคง บางคนทำงานเพื่อความฝัน บางคนทำงานเพื่อคนข้างหลัง หรือบางคนอาจทำงานไปก่อน เพราะยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าปลายทางของชีวิตต้องการอะไรแน่ แต่ไม่ว่าเหตุผลของแต่ละคนจะเป็นแบบไหน สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือความหมายของคำว่าความสำเร็จกำลังเปลี่ยนไปพร้อมกับโลกการทำงานและชีวิตของเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>รวิศ หาญอุตสาหะ CEO จาก </b><a href="https://srichand.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>SRICHAND</b></a><b> และ </b><a href="https://missiontothemoon.co/" target="_blank" rel="noopener"><b>MISSION TO THE MOON MEDIA</b></a><span style="font-weight: 400;"> อธิบายว่า เพียงไม่กี่ปีก่อน หลายคนยังไม่คิดว่า AI จะเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ได้เร็วขนาดนี้ เช่นเดียวกับที่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าโลกจะเผชิญความปั่นป่วนจากโรคระบาด สงคราม และวิกฤติรอบด้านอย่างต่อเนื่อง ชีวิตของคนทำงานจึงไม่ได้เผชิญแค่ความเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งคราวอีกต่อไป หากต้องอยู่กับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในทุกวัน มนุษย์จึงถูกคาดหวังให้เก่งขึ้นแทบทุกด้าน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราต้องทำงานได้มากขึ้น ปรับตัวได้เร็วขึ้น ลงทุนให้เป็น เก็บเงินให้เก่ง ดูแลสุขภาพให้ดี มีชีวิตที่ดูดี และยังต้องรับมือกับความรู้สึกว่าไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ก็จะมีคนที่ทำได้ดีกว่าเราอยู่เสมอ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Glassdoor ระบุว่าคำหนึ่งซึ่งถูกพูดถึงอย่างมากในปี 2025 คือคำว่า Fatigue หรือความเหนื่อยล้า อ่อนแรง และหมดไฟ เพราะหลายคนไม่ได้เหนื่อยจากงานเพียงอย่างเดียว แต่เหนื่อยจากการต้องพยายามเป็นคนในเวอร์ชันที่ดีขึ้นตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามสำคัญคือเราจะใช้ชีวิตให้ไปต่อได้อย่างไรในวันที่โลกทำให้เราเหนื่อยอยู่เสมอ ?  คุณรวิศเสนอหลักการ 3 ข้อที่สามารถช่วยให้เราเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และเอาชีวิตรอดท่ามกลางโลกที่ท้าทายได้ คือ </span><b>Serenity, Courage และ Wisdom</b></p>
<p><b>ในโลกที่โยนปัญหาใส่เราได้เสมอ ความสำเร็จอาจไม่ได้แปลว่าควบคุมทุกอย่างได้ แต่หมายถึงการมีสติ มีความกล้ามากพอ และฉลาดพอที่จะพาตัวเองไปต่อในวันที่ชีวิตไม่ง่ายเหมือนเดิม</b></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Serenity</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; การยอมรับว่าโลกอาจไม่เป็นอย่างที่เราอยากให้เป็นเสมอไป มีหลายเรื่องที่เราเลือกไม่ได้ เปลี่ยนไม่ได้ และควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เรายังเลือกได้คือเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา เราจะเป็นคนแบบไหน และจะรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Courage</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ความกล้าที่จะเดินต่อ แม้ทางข้างหน้าจะไม่ปลอดภัยหรือเต็มไปด้วยความเสี่ยง คนที่มีเป้าหมายชัดเจนมักมีพลังบางอย่างที่ผลักให้ขยับไปข้างหน้า แม้จะรู้ว่ามันยาก เหนื่อย หรือไม่มีอะไรรับประกันว่าทุกอย่างจะสำเร็จ ความกล้าในที่นี้จึงไม่ใช่การไม่กลัว แต่เป็นการยอมรับว่าความกลัวมีอยู่จริง แล้วเลือกลงมือทำต่อ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Wisdom</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ปัญญาในการมองให้ออกว่าอะไรควรค่าแก่การทุ่มเท เพราะชีวิตมีทั้งเรื่องที่เปลี่ยนไม่ได้ และเรื่องที่ถ้าเราลงแรงให้ถูกจุด อาจเปลี่ยนชีวิตเราไปได้ตลอด หลายครั้งเรามักพูดถึงโชคชะตาในความหมายของดวงดีหรือดวงซวย แต่ความโชคดีจำนวนไม่น้อยเกิดจากการเตรียมตัว ซ้อมให้พอ และมองให้ออกว่าอะไรคือสิ่งที่ควรลงทุนจริง ๆ</span></li>
</ol>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การไม่เคยล้ม ต่อให้วันหนึ่งเราแพ้ แต่เมื่อล้มแล้ว เราเรียนรู้อะไร และกลับมายืนใหม่ได้อย่างไรต่างหาก” </span></i><span style="font-weight: 400;">คุณรวิศทิ้งท้าย</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/61"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47844" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 55" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>FROM HEALTH TO WEALTH: HOW TECH REDEFINES WELL-BEING</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50087" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077203-scaled.webp" alt="Mission to the Moon Forum 2026" width="600" height="450" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Mission to the Moon Forum 2026 133" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077203-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077203-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077203-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077203-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077203-1536x1152.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077203-2048x1536.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอยากมีชีวิตที่ดี อยากประสบความสำเร็จ อยากมีเงิน อยากเก่งขึ้น อยากโชคดีขึ้น แต่ทั้งหมดนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย หากวันหนึ่งสุขภาพของเราพังลงก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทันทีที่ร่างกายเจ็บป่วย สิ่งที่เคยอยากทำก็อาจต้องหยุดชะงัก สิ่งที่เคยวางแผนไว้ก็อาจต้องเลื่อนออกไป และเงินที่ควรนำไปใช้สร้างชีวิตที่ดีขึ้น อาจต้องกลายเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือเหตุผลที่คุณ </span><b>จุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ Head of Group Customer and Digital Marketing ของ AIA </b><span style="font-weight: 400;">ย้ำว่า </span><b>Health is Wealth</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวคือ </span><b>สุขภาพไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย แต่เป็นรากฐานของความมั่งคั่ง โอกาส และอิสระในการใช้ชีวิต</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่ากังวลคือ คนไทยจำนวนมากไม่ได้เสียสุขภาพจากโรคที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันเท่านั้น แต่กำลังเผชิญภัยเงียบจาก</span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/ncds-240308/"><span style="font-weight: 400;">โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs</span></a><span style="font-weight: 400;">  ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยกว่า 75% ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ คนไทยช่วงอายุ 35-54 ปีเสียชีวิตจากโรคกลุ่มนี้ในสัดส่วนที่สูงกว่าเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ทั้งที่ช่วงวัยนี้ควรเป็นเวลาที่หลายคนกำลังทำงาน สร้างครอบครัว ขยับขยายชีวิต และใช้ศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจาก AIA ประเทศไทยยังพบว่าในปี 2025 มีการเคลมประกันจากโรค NCDs สูงมาก และผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยต้องใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลนาน คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่าเทคโนโลยีจะช่วยให้เรามีชีวิตยืนยาวขึ้นได้แค่ไหน แต่เราจะทำอย่างไรให้ชีวิตที่ยืนยาวนั้นเป็นชีวิตที่ยังมีพลัง มีความสุข และไม่ถูกโรคพรากอิสระไปก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณจุฑาภัทรเรียกสิ่งนี้ว่า</span><b> Joyspan หรือช่วงเวลาของชีวิตที่เราไม่ได้แค่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ยังใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข แข็งแรง และมีอิสระพอจะทำสิ่งที่อยากทำ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาคือ Joyspan ของเราจะสั้นกว่าที่คิด แม้คนไทยจะบอกว่าให้ความสำคัญกับการเงินถึง 84.5% ให้ความสำคัญกับสุขภาพ 72% และสุขภาพจิต 65% แต่เมื่อถามถึงสภาพชีวิตจริง กลับมีเพียง 37% ที่บอกว่าตัวเองแข็งแรง 43% บอกว่าสุขภาพจิตดี และ 28% บอกว่าการเงินดี ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นช่องว่างระหว่างสิ่งที่เราให้ความสำคัญกับสิ่งที่เราทำได้จริง โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 31-40 ปี ซึ่งเป็นวัยที่หลายคนกำลังแบกทั้งงาน ความฝัน ภาระ และความคาดหวังจากหลายทางพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ทุกวันนี้เทคโนโลยีสุขภาพจะอยู่ใกล้ตัวกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทวอทช์ แหวนสุขภาพ แอปพลิเคชันออกกำลังกาย หรือเครื่องมือติดตามพฤติกรรมต่าง ๆ แต่ปัญหาใหญ่คือหลายคนใช้ได้ไม่นานก็เลิก เทคโนโลยีจึงอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด หากคนใช้ยังไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณจุฑาภัทรจึงแนะนำแนวคิด </span><b>The Tiny Habits Method </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งตั้งอยู่บนหลักคิดง่าย ๆ ว่า พฤติกรรมใดยิ่งทำง่าย พฤติกรรมนั้นยิ่งมีโอกาสกลายเป็นนิสัย วิธีคิดนี้ชวนให้เราเลิกตั้งเป้าหมายที่ใหญ่เกินไปตั้งแต่วันแรก แล้วหันมาเริ่มจากการทำสิ่งเล็ก ๆ ที่เราทำได้ทันที เพราะนิสัยที่ยั่งยืนมักไม่ได้เกิดจากแรงฮึดชั่วคราว แต่เกิดจากการทำซ้ำอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้สึกว่าหนักเกินไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ </span><i><span style="font-weight: 400;">“หลังจากที่ฉัน… ฉันจะ… แล้วค่อยให้รางวัลตัวเอง”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เช่น หลังจากที่ฉันตื่นนอน ฉันจะทำสมาธิ 1 นาที แล้วค่อยเล่น TikTok ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเริ่มจากหนึ่งนาทีอาจดูเล็กจนไม่น่าจะเปลี่ยนอะไร แต่ถ้าทำได้ทุกวัน มันจะค่อย ๆ สร้างความต่อเนื่อง และเปิดทางให้พฤติกรรมที่ดีเติบโตขึ้นเอง ประเด็นสำคัญของเสวนานี้จึงไม่ได้อยู่ที่การมีอุปกรณ์สุขภาพล้ำสมัยแค่ไหน แต่อยู่ที่การถามตัวเองอย่างซื่อสัตย์ว่า วันนี้เรากำลังสร้างนิสัยอะไรอยู่ และนิสัยนั้นจะพาเราไปเป็นคนแบบไหนตอนอายุ 60 ปี</span></p>
<p><b>อย่าลืมว่า สุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่จะค่อย ๆ ก่อตัวจากการเลือกเล็ก ๆ ที่เราทำซ้ำทุกวัน</b></p>
<h2><b>FINDING HUMAN AUTHENTICITY IN THE AI ERA</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50090" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-33.webp" alt="Mission to the Moon Forum 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Mission to the Moon Forum 2026 134" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-33.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-33-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>เรืองโรจน์ พูนผล </b><a href="https://www.kasikornbank.com/th/personal" target="_blank" rel="noopener"><b>KBANK</b></a><b> EXECUTIVE INNOVATION FUTURIST </b><span style="font-weight: 400;">เปิดประเด็นด้วยภาพใหญ่ของโลกว่า เรากำลังอยู่ในช่วงรอยต่อสำคัญ ระเบียบโลกเก่ากำลังพังลง แต่ระเบียบโลกใหม่ยังไม่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน เศรษฐกิจอาจต้องใช้เวลาอีกยาวกว่าจะกลับมาดีจริง และช่วงเวลานี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนระดับที่ 150 ปีจะเกิดขึ้นสักครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อประวัติศาสตร์กำลังถูกสร้าง คำถามคือเราจะมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ในความปั่นป่วนนี้ได้หรือไม่ เพราะทุกครั้งที่โลกเปลี่ยน คนที่คว้าด้านบวกของการเปลี่ยนแปลงได้ก่อน มักเป็นคนที่อยู่รอดและก้าวขึ้นมาเป็นผู้ชนะเหนือใคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แรงผลักสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คุณกระทิงปฏิเสธไม่ได้ว่าคือ AI ซึ่งถูกคาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจโลกได้มหาศาล และปี 2026 นี้เป็นช่วงที่หลายองค์กรจะถูกกดดันให้พิสูจน์ผลลัพธ์และ ROI จากการลงทุนด้าน AI ออกมาจริง ๆ เสียที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในขณะที่เครื่องมือ AI เองก็พัฒนาเร็วขึ้นจนใกล้เคียงสิ่งมีชีวิตมากขึ้นทุกที คุณกระทิงก็ชวนตั้งคำถามอีกว่า มนุษย์เรากำลังหมดคุณค่าลงจริงหรือเปล่า ? แต่สิ่งที่คุณกระทิงเชื่อมั่นก็คือ มนุษย์เรายังมีคุณค่าอยู่ เพียงแต่คุณค่านั้นกำลังเปลี่ยนเร็วมาก </span><b>คนที่จะไปต่อได้ต้องมีมากกว่าความเก่งเชิงวิชา แต่ต้องมีต้นทุนทางความคิด ต้นทุนทางพฤติกรรม ทัศนคติที่ดี และความเป็นคนที่ผู้อื่นอยากทำงานด้วย</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อสิ่งเหล่านี้มารวมกับความสามารถในการใช้ AI อย่างชาญฉลาด ศักยภาพของคนจะเพิ่มขึ้นได้มหาศาล แต่ถ้าใช้ AI แบบไม่เข้าใจ ก็อาจเกิดผลตรงข้าม เราอาจคิดน้อยลง จำได้น้อยลง ตรวจสอบน้อยลง และหลงเข้าใจว่าตัวเองเชี่ยวชาญแล้ว ทั้งที่จริงอาจกำลังติดดอย ติดอยู่บนภูเขาแห่งความไม่รู้โดยไม่รู้ตัว”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณกระทิงเตือนว่า AI มีทั้งพลังและกับดัก ยิ่งใช้ก็ยิ่งติดได้ง่าย หากใช้ผิดวิธีอาจเกิด Digital Atrophy หรือภาวะที่ความสามารถบางอย่างของมนุษย์ค่อย ๆ ถดถอยลง ทำให้เราจำไม่ได้ ตรวจสอบไม่เป็น และเชื่อคำตอบที่ AI ให้มาโดยไม่ตั้งคำถาม แม้คุณภาพของ output จะดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ความเป็นเอกลักษณ์ของ Output กลับต่ำลง เพราะหลายคนเริ่มใช้เครื่องมือคล้ายกัน วิธีคิดคล้ายกัน และผลิตงานที่หน้าตาใกล้กันมากขึ้น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“นี่คือจุดที่น่ากังวล เพราะถ้าเราใช้ AI เพื่อหนีความจริง ใช้เพื่อเลี่ยงการคิด หรือใช้จนลืมเพื่อนมนุษย์ เราก็กำลังสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปทีละน้อย”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกด้านที่ต้องระวังคือ AI ไม่ได้เป็นกลางอย่างสมบูรณ์ มันมีอคติ มีนิสัยชอบเอาใจผู้ใช้ และบางครั้งก็ปลอมตัวเป็นมนุษย์ได้แนบเนียนเกินไป สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือมันสามารถสร้างคอนเทนต์ที่ชี้นำผิด ทำให้คนหลงติด และขยายปัญหาทางจริยธรรมได้อย่างรวดเร็ว ต่อให้มีความพยายามสอนจริยธรรมให้ AI มากขึ้น คำถามสำคัญยังคงอยู่ดีว่า จริยธรรมแบบไหนถูกใส่เข้าไปในระบบ และมันเป็นจริยธรรมของใคร เพราะโลกไม่ได้มีแค่มุมมองของคนกลุ่มเดียว เชื้อชาติเดียว หรือวัฒนธรรมเดียว นี่คือเหตุผลที่มนุษย์ยังต้องมีบทบาทในการกำกับ ตรวจสอบ และตั้งคำถามกับเทคโนโลยีอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วอะไรคือทักษะที่ทำให้มนุษย์ยังเป็นมนุษย์ คุณกระทิงเสนอ 4 เรื่องสำคัญ ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Emotional Intelligence &amp; Human Connection</b><span style="font-weight: 400;"> ความสามารถในการเข้าใจอารมณ์ ความเปราะบาง และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Active Listening &amp; Meaning-Making</b><span style="font-weight: 400;"> การฟังอย่างตั้งใจ และการสร้างความหมายให้ผู้คนรู้สึกเชื่อมโยง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Judgement in Ambiguous Situations</b><span style="font-weight: 400;"> การตัดสินใจในสถานการณ์ที่คลุมเครือ ไม่แน่นอน และไม่มีคำตอบตายตัว เพราะ AI ไม่มี Accountability แบบมนุษย์ และไม่สามารถรับผิดแทนเราได้ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Human Creativity &amp; Challenging Assumptions</b><span style="font-weight: 400;"> ความคิดสร้างสรรค์ การตั้งคำถามกับกรอบเดิม และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยความเข้าใจบริบทจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังให้ได้ไม่เท่ามนุษย์ โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าใจความน้อยใจ ความหวัง ความกลัว หรือรอยยิ้มของคนจริง ๆ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางรอดในยุค AI ไม่ใช่การปฏิเสธ AI หรือยอมให้ AI กลืนเราไปทั้งหมด แต่เราต้องทำให้ Human x AI กลายเป็น Authentic Intelligence ใช้ AI มาเสริมศักยภาพโดยไม่ทิ้งวิจารณญาณของมนุษย์ คนที่ไม่ใช้ AI อาจทำงานเสียเปรียบอย่างหนัก แต่คนที่ใช้ AI เป็น ใช้เพื่อขยายความคิด ตรวจสอบตรรกะ และผลักตัวเองไปให้ไกลขึ้น อาจเพิ่มศักยภาพได้หลายเท่า สิ่งสำคัญคือเราต้องวางได้ ปล่อยเป็น ทิ้งความรู้เก่าบางอย่างได้โดยไม่ยึดติดกับตำแหน่งเดิม แต่ต้องไม่ทิ้ง Critical Thinking ต้องกล้าเรียนรู้ใหม่แบบ Always Becoming ไม่ใช่ยึดติดว่าตัวเองเป็นอะไรอยู่แล้ว</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ต่อให้ทั้งโลกบอกว่าเราไม่เก่งพอ เราก็ยังกลับมาเติบโตได้เสมอ แค่ดีขึ้นสัปดาห์ละ 1% ก็ยังเป็นการเดินหน้า เพราะสุดท้ายมนุษย์ยังมีสิ่งที่ AI ไม่มี ทั้งความรัก ความฝัน ความกล้าหาญ การยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง และความสามารถในการเสียสละเพื่อผู้อื่น นี่คือคุณค่าที่ทำให้มนุษย์ยังสำคัญ แม้ AI จะเก่งขึ้นเพียงใด” </span></i><span style="font-weight: 400;">คุณกระทิงทิ้งท้าย</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/187?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47909" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 116" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>THE DEATH OF 60-YEAR-OLD RETIREMENT</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50088" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077218-scaled.webp" alt="Mission to the Moon Forum 2026" width="600" height="450" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Mission to the Moon Forum 2026 135" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077218-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077218-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077218-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077218-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077218-1536x1152.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000077218-2048x1536.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>จักรพงษ์ เมษพันธุ์ หรือโค้ชหนุ่ม The Money Coach </b><span style="font-weight: 400;">ชวนตั้งคำถามกับความเชื่อเดิมเรื่องการเกษียณตอนอายุ 60 ปีว่า ยังเป็นเส้นชัยของชีวิตจริงหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในอดีต การเกษียณตอน 60 อาจสมเหตุสมผลในวันที่คนจำนวนมากมีชีวิตหลังเกษียณไม่นานนัก แต่วันนี้มนุษย์อายุยืนขึ้น ค่าใช้จ่ายยาวขึ้น และโลกการทำงานไม่มั่นคงเหมือนเดิม อายุ 60 จึงอาจไม่ใช่เส้นชัยอีกต่อไป หากวางแผนแบบเดิม มันอาจกลายเป็นกับดักที่ทำให้หลายคนต้องเผชิญคำถามใหญ่หลังหยุดทำงานว่า เงินที่มีอยู่จะพอใช้ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โจทย์นี้ยิ่งหนักขึ้นเมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ และกำลังเดินหน้าไปสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดในเวลาไม่นาน ปัญหาคือประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงวัยจำนวนมากมักเป็นประเทศพัฒนาแล้ว มีระบบรองรับที่แข็งแรงกว่า แต่ไทยยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งรายได้เฉลี่ย ความมั่นคงทางอาชีพ และความพร้อมของคนวัยทำงาน ขณะเดียวกัน AI ก็เข้ามาเร่งความไม่แน่นอนให้หนักขึ้น กลายเป็นสมการใหม่ที่น่ากังวล คือคนอายุยืนขึ้น แต่อายุงานอาจสั้นลง</span></p>
<p><b>ถ้าเรายังคิดเรื่องเกษียณด้วยวิธีเดิม เก็บเงินก้อนเดียว รอหยุดทำงานตอน 60 แล้วค่อยใช้เงินก้อนนั้นไปเรื่อย ๆ เราอาจพบว่าเงินหมดเร็วกว่าเวลาชีวิต</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โค้ชหนุ่มชี้ว่า </span><b>ศัตรูสำคัญคือเงินเฟ้อ</b><span style="font-weight: 400;"> ต่อให้เรามีเงินเก็บจำนวนหนึ่ง หากไม่รู้จักดูแลให้เงินเติบโต มูลค่าของมันจะค่อย ๆ ถูกกัดกินไปเรื่อย ๆ นอกจากนั้นคนทำงานจำนวนมากถูกผลักให้เป็นนักลงทุนโดยแทบไม่มีความรู้ ผ่าน</span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/employee-welfare-fund-vs-provident-fund-250729/"><span style="font-weight: 400;">กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ</span></a><span style="font-weight: 400;"> กบข. หรือเงินลงทุนระยะยาวรูปแบบต่าง ๆ ทั้งที่หลายคนไม่เคยรู้เลยว่าเงินของตัวเองถูกนำไปลงทุนกับอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอถึงวัยเกษียณ คนจำนวนไม่น้อยจึงยังต้องทำงานต่อ หรือหากทำงานไม่ไหว ก็ต้องพึ่งพาเงินจากลูกหลาน จนเกิดปัญหา Sandwich Generation ที่คนวัยทำงานต้องดูแลทั้งพ่อแม่ ลูก และตัวเองพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โค้ชหนุ่มจึงเสนอนิยามคำว่าอิสรภาพใหม่ จากเดิมที่หลายคนมองว่าอิสรภาพคือการมีเงินก้อนใหญ่พอ แต่อิสรภาพในยุคนี้ อาจหมายถึงการสร้างกระแสเงินสดที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า ค่าลิขสิทธิ์ หรือรายได้จากทักษะของตัวเอง เพราะเงินก้อนถ้าลงทุนไม่เป็นก็มีวันหมด แต่กระแสเงินสดช่วยเติมชีวิตได้เรื่อย ๆ และมีโอกาสปรับตัวตามเงินเฟ้อได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อิสรภาพยุคใหม่จึงยืนอยู่บน 2 เสาหลัก คือ </span><b>Cashflow กระแสเงินสดที่เข้ามาทุกเดือน</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>Human Capital ทักษะ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันหมดอายุ เงินเฟ้อกัดกินไม่ได้ และ AI ขโมยไปไม่ได้ทั้งหมด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่หลายคนมักลืมคือ ตัวเราเองก็เป็นสินทรัพย์อย่างหนึ่ง ความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญสามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ได้ แม้อายุมากขึ้น บางทักษะยิ่งอายุมากยิ่งมีมูลค่า เช่น หมอผ่าตัด ที่ปรึกษา โค้ช วิทยากร งานที่ต้องใช้ความไว้วางใจ หรืองานคอนเทนต์ที่ถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเกษียณแบบใหม่จึงไม่ใช่การปิดไฟเลิกทำงาน แต่หมายถึงการมีรายได้จากหลายทาง มองแหล่งรายได้เหมือนพอร์ตการลงทุน มีงานหลักที่สร้างความเชี่ยวชาญ มีงานเสริมที่ต่อยอดจากทักษะ มีรายได้จากการลงทุน และมีงานที่ทำด้วย Passion ที่ยังทำให้รู้สึกมีคุณค่า เพราะถ้าเรามี Cashflow พอครอบคลุมค่าใช้จ่าย และยังมีทักษะที่ตลาดต้องการ เราก็อาจมีอิสรภาพได้ตั้งแต่อายุ 35 ไม่จำเป็นต้องรอถึง 60 หรือ 65</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางสำคัญคือการจัดชีวิตการเงินให้ยืดหยุ่นและทนทานกว่าเดิม ผ่าน 3 Buckets System </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ตะกร้าแรกคือ Safety Ne</b><span style="font-weight: 400;">t เงินสำรองที่ทำให้เรานอนหลับได้แม้เกิดวิกฤติ ควรเป็นเงินสดหรือสินทรัพย์สภาพคล่องสูงอย่างน้อย 1-2 ปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ตะกร้าที่สองคือ Growth Engine</b><span style="font-weight: 400;"> เงินลงทุนที่มีโอกาสเติบโตและชนะเงินเฟ้อ เช่น การลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง กองทุนดัชนี หรือหุ้นพื้นฐานดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ตะกร้าที่สามคือ Life Flow</b><span style="font-weight: 400;"> รายได้ที่หล่อเลี้ยงชีวิตต่อเนื่องจากงานเสริม ที่ปรึกษา โค้ช งานฝีมือ หรืองาน Passion</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้พาเราไปสู่สภาวะ Anti-Fragile ยิ่งโลกป่วน เรายิ่งแข็งแรงขึ้น สุดท้ายทางรอดไม่ได้อยู่ที่การรอให้ใครมาออกแบบให้ แต่เราต้องเริ่มจากการดูภาระหนี้ เก็บเงินสำรองฉุกเฉินให้สามารถอยู่ได้ในสถานการณ์ยากลำบากอย่างน้อย 1-2 ปีและสำรวจว่าทักษะอะไรของเราขายได้ในวันนี้ </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ถ้าเรายังดูแลตัวเองได้เสมอ นั่นแหละถึงจะเรียกได้ว่า เรามีอิสรภาพที่แท้จริง”</span></i></p>
<h2><b>HOW GOOD IS GOOD ENOUGH?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50091" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-34.webp" alt="Mission to the Moon Forum 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Mission to the Moon Forum 2026 136" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-34.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-34-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session นี้ได้วิทยากร 2 คนซึ่งมีความสามารถคนละด้านกัน นั่นคือคุณ </span><b>โตมร ศุภปรีชา นักคิด นักเขียน และ Chief Strategist จาก </b><a href="https://www.okmd.or.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>OKMD</b></a><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>ภูมิภัทร ถาวรศิริ นักแสดงมากความสามารถจากภาพยนตร์เรื่อง </b><a href="https://www.netflix.com/th/title/81941938" target="_blank" rel="noopener"><b>วัยหนุ่ม 2544</b></a><b>, </b><a href="https://www.netflix.com/th-en/title/81688765?fromWatch=true" target="_blank" rel="noopener"><b>Doi Boy</b></a><b>, </b><a href="https://www.netflix.com/th-en/title/81697973?fromWatch=true" target="_blank" rel="noopener"><b>นคร-สวรรค์</b></a><b> และ </b><a href="https://www.primevideo.com/dp/amzn1.dv.gti.c362a2a4-9505-45e2-aeb9-89742d46bfbb?autoplay=0&amp;ref_=atv_cf_strg_wb" target="_blank" rel="noopener"><b>The Up Rank</b></a><span style="font-weight: 400;"> มาพูดคุย ถกเถียงกันถึงการทำงานในโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่ง และความท้าทาย แต่เราสามารถเดินช้าลงได้ไหม ในโลกเร่งให้เก่งและเร็วขึ้นตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากต้องนิยามชีวิตการทำงานในเวลานี้ คุณโตมรหยิบชื่อหนังของผู้กำกับ </span><b>เป็นเอก รัตนเรือง</b><span style="font-weight: 400;"> อย่าง </span><a href="https://www.netflix.com/th/title/82163102" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ฝัน บ้า คาราโอเกะ</span></a><span style="font-weight: 400;"> มาอธิบายว่าตรงกับสถานการณ์ของเขาในปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ฝัน คือการได้ทำงานที่เราอยากทำ สนุกกับมัน และยังมองเห็นความหมายบางอย่างในสิ่งที่ทำอยู่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">บ้า คือระบบ เงื่อนไข และแรงกดดันจำนวนมากที่ถาโถมเข้ามาระหว่างทาง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คาราโอเกะ คือการพยายามหาความบันเทิงให้เจอ แม้ชีวิตจริงจะไม่ได้เบาสบายขนาดนั้น</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพนี้อาจตรงกับคนทำงานจำนวนไม่น้อยที่ยังรักในสิ่งที่ทำ แต่ก็ต้องอยู่กับโลกที่เร่งให้เก่งขึ้น เร็วขึ้น และพร้อมเปลี่ยนตัวเราได้ทันทีหากทำได้ไม่ดีพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคุณภูมิภัทร คำว่าความพอดีเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และหาได้ยากที่สุดในชีวิตมนุษย์ เขาใช้เวลานานกว่าจะเจอจุดที่พอดีกับตัวเองในแต่ละเรื่อง และบ่อยครั้งเมื่อเจอแล้วก็ไม่ได้แปลว่ามันจะพอดีตลอดไป เพราะสิ่งที่ใช่ในวันนี้ อาจไม่ใช่ในวันข้างหน้า หรือสิ่งที่เคยไม่พอดีในอดีต อาจกลายเป็นจังหวะที่พอดีในปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนทำงานสร้างสรรค์อย่างนักแสดง เขารู้ดีว่าตัวเองทำได้ดีหรือไม่ดีโดยไม่ต้องรอให้ใครมาบอก เพราะต้องประเมินตัวเองตลอดเวลา และในอาชีพนี้แทบไม่มีโควตาให้ล้มเหลวมากนัก หากทำไม่ได้ ก็พร้อมถูกแทนที่ได้เสมอ นี่คือแรงกดดันที่ทำให้เขาไม่ชอบเลยกับการที่โลกบังคับให้ต้องเหยียบคันเร่งอยู่ตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณโตมรชวนมองภาพใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงผ่านโลกนิตยสารที่พังทลายลงในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา สำหรับเขา นิตยสารเคยเป็นกระดูกสันหลังของการส่งต่อความรู้ ความงาม และความจริงหลายแบบให้สังคม มันเป็นพื้นที่ของการคิดอย่างลึก ซึมซับอย่างช้า และคัดสรรอย่างตั้งใจ แต่พื้นที่แบบนั้นแทบหายไปจากสังคมไทยแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน คุณภูมิภัทรมองว่า แม้ AI จะเข้ามาสร้างละครใน TikTok หรือสร้างฟุตเทจต่าง ๆ ได้มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้น เขาไม่ได้ปฏิเสธมัน หากเรายังมีสิ่งที่รักและรักษาแกนบางอย่างของตัวเองไว้ได้ สิ่งนั้นจะยังเป็นคุณค่าที่ AI แทนไม่ได้ เพียงแต่ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงมาถึงเร็วกว่าที่คิด และจะยิ่งเร็ว แรง และถี่ขึ้นกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นสำคัญของวงสนทนานี้จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่คำถามว่าเราควรเร็วหรือช้า แต่ยังตั้งคำถามว่าเรามีต้นทุนพอจะเลือกจังหวะชีวิตของตัวเองหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณโตมรชี้ว่า หลายอาชีพ คนเราทำไปเพื่อความอยู่รอด เพราะถ้าไม่ทำก็ไม่มีข้าวกิน สังคมไม่ได้เปิดทางเลือกให้ทุกคนได้ทำงานที่มีความหมายเสมอไป ทั้งที่งานบางอย่างจะมีชีวิตขึ้นมาก็ต่อเมื่อคนทำใส่ความเป็นมนุษย์ลงไป เช่น พยาบาล หมอ ช่างตัดผม หรือนักแสดงที่ไม่ได้ทำงานเหมือนเป็นสายพานในระบบผลิต ส่วนคุณภูมิภัทรพูดถึงการตายจากข้างในว่า หากเรามีบางสิ่งที่มีแค่เราคนเดียวทำได้ แต่เราไม่ยอมทำ สิ่งนั้นอาจค่อย ๆ ทำให้เราตายจากภายใน แม้ร่างกายยังเดินต่ออยู่ได้</span></p>
<p><b>คำถามจึงกลายเป็นว่าเราจะบาลานซ์อย่างไรให้ยังอยู่รอดในฐานะประชาชน และยังไม่สูญเสียความเป็นมนุษย์ของตัวเองไปด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การช้าลงอาจไม่ได้แปลว่าเราต้องหยุดนิ่ง เฉื่อยชา หรือไม่พัฒนา แต่หมายถึงการมีสติมากพอจะรู้ว่าอะไรควรให้เข้ามากระทบใจเราแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณภูมิภัทรย้ำว่าการฟังตัวเองสำคัญกว่าเสียงข้างนอก เพราะถ้าปล่อยให้เสียงภายนอกดังเกินไป เราอาจเดินต่อได้ยากขึ้น ขณะที่คุณโตมรชวนแยกระหว่างต้นทุนภายนอกกับต้นทุนภายในว่า อย่ารีบโทษตัวเองโดยไม่เห็นว่าบางคนเสียเปรียบเพราะเวลา พื้นที่ ทรัพยากร และความมั่นคงที่มีไม่เท่ากัน ส่วนต้นทุนภายในอย่างความอดทน ความสุขุม และการไตร่ตรอง ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราไม่ผลีผลามไปตามแรงกดดันของโลก</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การช้าลงอย่างสง่างามจึงไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการกลับมาถามตัวเองอย่างซื่อสัตย์ว่า สิ่งที่เราอยากได้เป็นความอยากของเราจริงไหม และคำว่าพอของเราคืออะไรกันแน่ เพราะไม่มีใครมีสิทธิ์ไปบอกว่าคนอื่นควรพอเมื่อไหร่ มีเพียงตัวเราเท่านั้นที่ต้องค่อย ๆ หาคำตอบนั้นให้เจอ”</span></i></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/mission-to-the-moon-forum-2026-260530/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar &#124; Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-winning-the-c-suite-pitch-jaykrit-260528/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-winning-the-c-suite-pitch-jaykrit-260528/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 10:58:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<category><![CDATA[JayKrit]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50045</guid>

					<description><![CDATA[การทำงานเก่งเป็นเรื่องสำคัญ แต่หลายครั้งงานที่ดีอาจไม่ได้สร้างผลลัพธ์เท่าที่ควร หากไม่มีใครมองเห็นคุณค่าของมัน โดยเฉพาะงานของ HR ที่มักอยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กร หลายโปรเจกต์ช่วยพัฒนาคน สร้างระบบที่ดีขึ้น หรือแก้ปัญหาระยะยาวให้ธุรกิจ หาก HR ไม่สามารถสื่อสารให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญ โอกาสที่โปรเจกต์เหล่านั้นจะได้รับการสนับสนุนแล้วเติบโตก็จะลดลงอย่างน่าเสียดาย ใน HREX Webinar &#124; Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR คุณ เจ – กฤต บัวประเสริฐ (JayKrit) CEO และผู้ก่อตั้งสถาบัน Million Speaker ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและการพูดในที่สาธารณะรุ่นใหม่ระดับแนวหน้าของประเทศไทย จึงมาถ่ายทอดแนวคิดและเครื่องมือที่ช่วยให้ HR สื่อสารกับผู้บริหารได้ทรงพลังขึ้น สามารถเอาชนะใจผู้บริหาร แล้วนำมาสู่การเติบโตและความสำเร็จได้ เนื้อหาใน Webinar ครั้งนี้ต่อยอดจากบทสัมภาษณ์ “ปิดช่องว่าง The Visibility Gap ด้วยทักษะการพูดและการสร้างตัวตน” ที่เคยให้สัมภาษณ์กับ HREX ไว้นั่นเอง หากใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญที่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50060" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-31.webp" alt="HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR 144" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-31.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-31-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การทำงานเก่งเป็นเรื่องสำคัญ แต่หลายครั้งงานที่ดีอาจไม่ได้สร้างผลลัพธ์เท่าที่ควร หากไม่มีใครมองเห็นคุณค่าของมัน โดยเฉพาะงานของ HR ที่มักอยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กร หลายโปรเจกต์ช่วยพัฒนาคน สร้างระบบที่ดีขึ้น หรือแก้ปัญหาระยะยาวให้ธุรกิจ หาก HR ไม่สามารถสื่อสารให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญ โอกาสที่โปรเจกต์เหล่านั้นจะได้รับการสนับสนุนแล้วเติบโตก็จะลดลงอย่างน่าเสียดาย</p>
<p>ใน <strong>HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR</strong> คุณ <strong>เจ – กฤต บัวประเสริฐ (JayKrit) CEO และผู้ก่อตั้งสถาบัน Million Speaker ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและการพูดในที่สาธารณะรุ่นใหม่ระดับแนวหน้าของประเทศไทย</strong> จึงมาถ่ายทอดแนวคิดและเครื่องมือที่ช่วยให้ HR สื่อสารกับผู้บริหารได้ทรงพลังขึ้น สามารถเอาชนะใจผู้บริหาร แล้วนำมาสู่การเติบโตและความสำเร็จได้</p>
<p>เนื้อหาใน Webinar ครั้งนี้ต่อยอดจากบทสัมภาษณ์ <a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/the-visibility-gap-jaykrit-260508/">“ปิดช่องว่าง The Visibility Gap ด้วยทักษะการพูดและการสร้างตัวตน”</a> ที่เคยให้สัมภาษณ์กับ HREX ไว้นั่นเอง หากใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญที่ HR ควรรู้มาไว้ในบทความนี้แล้ว</p>

<h2><strong>Recap The Visibility Gap: คนเก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้อง &#8220;เก่งและถูกมองเห็น&#8221;</strong></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50048" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134615.webp" alt="HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR 145" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134615.webp 1434w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134615-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134615-1024x577.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134615-768x433.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เคยสงสัยไหม ทำไมหลายครั้ง HR ทำงานหนัก คิดเยอะ วางแผนละเอียด แต่เมื่อต้องเสนอโปรเจกต์ต่อผู้บริหาร กลับไม่ได้รับการอนุมัติง่ายอย่างที่คาดหวัง ? คุณเจอธิบายว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะ HR มักถูกมองเป็น Supporting Role งานจำนวนมากไม่ได้สร้างรายได้ให้องค์กรโดยตรงเหมือนฝ่ายขายหรือการตลาด ทำให้ทุกโปรเจกต์ต้องอธิบายให้ชัดว่า สิ่งที่ทำมีมูลค่าอย่างไร ช่วยธุรกิจตรงไหน และคุ้มค่าพอให้ผู้บริหารตัดสินใจลงทุนหรือไม่</p>
<p>นอกจากนั้น ความสำเร็จของคนทำงานยังไม่ได้เกิดจากการเป็นคนที่เก่งที่สุดเสมอไป แต่เกิดจาก “การเก่งพอ และถูกมองเห็น”</p>
<p><em>“เพราะต่อให้เรามีความสามารถมากแค่ไหน หากซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ ทำงานอยู่ในมุมของตัวเองโดยไม่เคยสื่อสารให้ใครรับรู้ ผลงานนั้นก็อาจไม่ส่งผลต่อโอกาสเติบโตเท่าที่ควร ยิ่งไปกว่านั้น การไม่แสดงศักยภาพออกมา ยังอาจทำให้คนรอบข้างเสียโอกาสเรียนรู้จากสิ่งที่เราทำได้ดีด้วย”</em></p>
<p>ปัญหานี้เกิดขึ้นกับคนทำงานจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะในวัฒนธรรมการทำงานแบบไทย ๆ ที่เรามักถูกสอนให้ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน แล้วเชื่อว่าวันหนึ่งคนจะเห็นคุณค่าเอง หลายคนจึงทุ่มเทกับการพัฒนาความสามารถที่เป็น Hard Skill แต่สิ่งที่เราพยายามพัฒนา อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกับที่ผู้บริหารใช้มองศักยภาพของคนที่จะเติบโตไปอีกขั้น</p>
<p>ทั้งนี้ หลายคนอาจรู้สึกไม่ดีเมื่อเห็นคนที่ดูเสนอหน้าเก่งเติบโตเร็วกว่า ทั้งที่ฝีมืออาจไม่ได้โดดเด่นเท่า แต่หากมองอย่างไม่อคติ สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำว่าทักษะการทำให้ผลงานถูกมองเห็น และการอยู่ในพื้นที่สำคัญขององค์กรมีผลต่อการเติบโตจริง คนที่ทำงานเก่งมากแต่ไม่สื่อสาร อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ขณะที่คนที่อาจไม่ได้เก่งที่สุด แต่รู้วิธีนำเสนอคุณค่าของตัวเอง กลับมีโอกาสมากกว่า</p>
<p>และยิ่งช่องว่างนี้ถ่างออกไปเรื่อย ๆ สุดท้ายไม่ใช่แค่ตัวบุคคลที่เสียโอกาส แต่องค์กรเองก็อาจพลาดการใช้คนเก่งให้เกิดประโยชน์สูงสุดเช่นกัน</p>
<p><em>“การปิดทองหลังพระอาจเป็นคุณค่าที่ดี แต่ถ้าไม่มีใครเห็นเลย โอกาสเติบโตก็อาจไม่มาถึง</em></p>
<p><em>“ดังนั้นคนทำงานไม่จำเป็นต้องรอให้ตัวเองเก่งที่สุดก่อนถึงจะเริ่มแสดงตัวตน แค่เก่งเพียงพอ แล้วพัฒนาทักษะการนำเสนอคุณค่าของตัวเองให้ดีขึ้น นั่นอาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ความสามารถของเราไม่ถูกซ่อนไว้ในเงามืดอีกต่อไป”</em></p>
<h2>HR ต้องรู้จักขายตัวเองผ่าน Personal Branding</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50047" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134640-1.webp" alt="HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch" width="600" height="337" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR 146" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134640-1.webp 1432w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134640-1-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134640-1-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134640-1-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ผู้ก่อตั้งสถาบัน Million Speaker ยังอธิบายว่า ก่อนจะสร้าง Personal Branding ในองค์กร คนทำงานยังต้องเก่งเป็นพื้นฐานก่อน เพียงแต่ไม่จำเป็นต้องรอให้ตัวเองเป็นอันดับหนึ่งหรือสมบูรณ์แบบที่สุดถึงจะเริ่มสื่อสารผลงานได้ ขอแค่เก่งเพียงพอ มีผลงานจริง มีคุณค่าจริง แล้วค่อยหาวิธีทำให้คนอื่นเห็นสิ่งนั้น</p>
<p>เพราะถ้าเราเก่งแต่ไม่มีใครรู้ คนที่รู้ก็มีแค่ตัวเราเอง คนอื่นจะไม่รู้ว่าควรชวนเราไปทำโปรเจกต์ไหน ไม่รู้ว่าเราช่วยแก้ปัญหาอะไรได้ และไม่รู้ว่าเราพร้อมรับโอกาสที่ใหญ่ขึ้นแล้วหรือยัง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Personal Branding ในองค์กรมีผลต่อการเติบโตมากกว่าที่หลายคนคิด</p>
<p>สำหรับคนที่ไม่เคยสร้างตัวตนมาก่อน คุณเจแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องเริ่มจากอะไรใหญ่โต งานง่ายที่สุดคือเริ่มจากผลงานที่เรามีส่วนเกี่ยวข้องอยู่แล้ว แล้วหาวิธีสื่อสารออกไปอย่างเหมาะสม เช่น หลังทำโปรเจกต์เสร็จ อาจเข้าไปขอคำแนะนำจากผู้บริหารหรือหัวหน้าที่เกี่ยวข้องว่า <em>“งานชิ้นนี้ยังพัฒนาให้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง”</em></p>
<p>วิธีนี้ไม่ใช่การเข้าไปอวดผลงานตรง ๆ แต่เป็นการทำให้ผู้บริหารรับรู้ว่าเรามีส่วนในโปรเจกต์ มีความจริงจังกับงาน และยังอยากพัฒนาให้ดีขึ้น เมื่อถึงวันที่ต้องเสนอโปรเจกต์ใหม่หรือขอโอกาสสำคัญในอนาคต การพูดคุยก็จะง่ายขึ้น เพราะเขาไม่ได้เพิ่งเห็นเราเป็นครั้งแรก</p>
<p>การขายตัวเองให้เป็นไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นทักษะที่ต้องฝึกอย่างจริงจัง เพียงแต่การขายตัวเองที่ดีไม่ใช่การอวดเก่ง ไม่ใช่การพยายามดันตัวเองให้เด่นกว่าคนอื่นตลอดเวลา และไม่ใช่การพูดถึงตัวเองแบบไม่มีจังหวะ ต้องทำให้คนเห็น 3 อย่างพร้อมกัน ได้แก่ เห็นผลงาน เห็นคุณค่า และเห็นถูกคน</p>
<ul>
<li><strong>ทำให้คนเห็นผลงาน:</strong> ต้องรู้จักเล่าให้คนรู้ว่าเราทำอะไร สำเร็จอะไร และมีบทบาทอย่างไรกับงานนั้น</li>
<li><strong>ทำให้คนเห็นคุณค่า:</strong> ต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่าคนฟังต้องการอะไร ผู้บริหารสนใจเรื่องไหน แล้วนำเสนอให้ตรงกับคุณค่าที่เขามองหา</li>
<li><strong>ทำให้คนเห็นถูกคน:</strong> ต้องรู้ว่าใครคือคนสำคัญต่อการเติบโตของเรา ใครมีผลต่อการตัดสินใจ ใครควรเห็นศักยภาพของเรา และหาวิธีเข้าไปอยู่ในสายตาของคนเหล่านั้นอย่างเหมาะสม</li>
</ul>
<p>หากต้องการเติบโตหรือขึ้นตำแหน่ง คุณเจมองว่าเราควรจริงจังกับเรื่องนี้เหมือนการทำโปรเจกต์หนึ่งชิ้น ต้องวางแผนให้ชัดว่าใครบ้างมีผลต่อการตัดสินใจ ใครบ้างควรเห็นผลงานของเรา และเราจะเข้าหาคนเหล่านั้นด้วยวิธีใด</p>
<p>การทำให้ตัวเองถูกมองเห็นไม่จำเป็นต้องเป็นการพรีเซนต์ใหญ่ต่อหน้าห้องประชุมเสมอไป บางครั้งอาจเริ่มจากจังหวะเล็ก ๆ เช่น ได้คุยกันหลังประชุม ลงลิฟต์พร้อมกัน กินข้าวร้านเดียวกัน หรือหาโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเป็นธรรมชาติ สิ่งสำคัญคืออย่าทำให้ดูฝืนหรือหวังผลจนเกินไป แต่ต้องแสดงให้เห็นทั้งความจริงจัง ความจริงใจ และทัศนคติเชิงบวก</p>
<h2>เตรียมกลยุทธ์ให้พร้อมด้วย ABC Strategy Framework</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50050" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134757.webp" alt="HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch" width="600" height="337" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR 147" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134757.webp 1432w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134757-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134757-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134757-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อ HR ต้องนำเสนอโปรเจกต์ต่อผู้บริหาร สิ่งที่ทำให้การสื่อสารมีพลังมากขึ้นไม่ใช่แค่การพูดให้ดีหรือทำสไลด์ให้สวย แต่ต้องเริ่มจากการวางกลยุทธ์ให้ชัดตั้งแต่ก่อนเข้าห้องประชุม</p>
<p>CEO ของสถาบัน Million Speaker แนะนำเครื่องมือที่เรียกว่า <strong>ABC Strategy Framework</strong> เพื่อช่วยให้การนำเสนอมีทิศทางมากขึ้น โดยเริ่มจากการรู้จักผู้ฟังให้ลึกพอ เข้าใจว่าผู้ฟังต้องการอะไร กำหนดสาระสำคัญให้คม และมองให้เห็นด้วยว่า ในฐานะผู้พูด เราต้องการผลลัพธ์อะไรจากการนำเสนอครั้งนี้</p>
<p><strong>Audience</strong> หรือการรู้จักผู้ฟังให้มากที่สุด เพราะ Data คือพลังที่สามารถเปลี่ยนเป็นอาวุธในการสื่อสารได้ HR จึงไม่ควรรู้แค่ว่าคนฟังคือผู้บริหาร แต่ควรรู้ให้ลึกกว่านั้นว่าเขาอยู่ในวัยไหน มีเป้าหมายแบบใด สนใจเรื่องอะไร ใช้ภาษาแบบไหน มีประสบการณ์อย่างไร กำลังเผชิญสถานการณ์ใด และอะไรคือเรื่องที่เขาให้ความสำคัญเป็นพิเศษ</p>
<p>ข้อมูลเหล่านี้หาได้จากหลายทาง ตั้งแต่ Social Media สิ่งที่เขาแชร์ แนวคิดที่เขาสนใจ คนที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเขา ไปจนถึงคนรอบตัวที่อาจช่วยให้เราเห็นอินไซต์มากขึ้น ยิ่งมีข้อมูลมากเท่าไหร่ การนำเสนอก็ยิ่งมีโอกาสเข้าใกล้ใจผู้ฟังมากขึ้นเท่านั้น</p>
<p>ถัดมาคือ <strong>Benefit</strong> หรือการวิเคราะห์ว่า ผู้ฟังจะได้ประโยชน์อะไรจากสิ่งที่เรานำเสนอ และมันสอดคล้องกับประโยชน์ที่เราจะได้ไหม โดยเขาแบ่งประโยชน์ออกเป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>การงาน</strong>: ช่วยให้ผลงานดีขึ้น ทำงานง่ายขึ้น หรือแก้ปัญหาที่กระทบต่อองค์กรได้</li>
<li><strong>การเงิน</strong>: ช่วยเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน ใช้งบคุ้มขึ้น หรือสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดได้</li>
<li><strong>อารมณ์</strong>: ช่วยลดความกังวล ทำให้รู้สึกมั่นใจ สบายใจ หรือภูมิใจมากขึ้น</li>
<li><strong>สังคมและสถานะ</strong>: ช่วยให้ผู้ฟังดูดีขึ้นในสายตาทีม ผู้บริหาร หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย</li>
</ul>
<p>เมื่อรู้แล้วว่าผู้ฟังต้องการประโยชน์แบบไหน ขั้นต่อมาคือ <strong>Core Message</strong> หรือสารสำคัญที่อยากให้เขาจำได้ คุณเจแนะนำว่าอย่าพยายามยัดทุกอย่างลงไปในการนำเสนอครั้งเดียว โดยเฉพาะเมื่อมีเวลาจำกัด หากต้องพูดสั้น ๆ อาจเหลือเพียงข้อความเดียวที่คมที่สุด จำง่ายที่สุด และผูกกับประโยชน์ที่ผู้ฟังต้องการมากที่สุด</p>
<p>จากนั้นค่อยนำ Audience, Benefit และ Core Message มาประกอบกันเป็น <strong>Action</strong> หรือสิ่งที่เราต้องการให้ผู้ฟังตัดสินใจ เช่น อนุมัติโปรเจกต์ สนับสนุนงบประมาณ เปิดโอกาสให้ทดลอง หรือยอมให้ HR เดินหน้าทำบางอย่างต่อ</p>
<p>การใช้ Framework เหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายคน แต่เพียงแค่เริ่มฝึก ก็ช่วยเพิ่มโอกาสให้การนำเสนอชัดขึ้นมากแล้ว ยิ่งทำบ่อย ยิ่งเก็บข้อมูลมาก ยิ่งใช้เครื่องมืออย่าง AI มาช่วยคิดต่อยอด ก็ยิ่งทำให้เราเห็นมุมที่อาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน</p>
<h2>Pitch งานให้ผู้บริหาร Say Yes ต้องเริ่มจากปัญหาที่ใหญ่พอ</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50052" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134906.webp" alt="HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR 148" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134906.webp 1422w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134906-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134906-1024x578.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134906-768x433.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อเป้าหมายของ HR คือการทำให้ผู้บริหารระดับ C-Suite หรือ Board ตอบตกลงกับโปรเจกต์ใดโปรเจกต์หนึ่ง สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การเตรียมข้อมูลให้ครบ หรืออธิบายให้เห็นว่าโปรเจกต์นี้ดีอย่างไร แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจผู้ฟังให้ชัดว่าเขาให้ความสำคัญกับอะไร ต้องการผลลัพธ์แบบไหน และอะไรคือเหตุผลที่จะทำให้เขารู้สึกว่าโปรเจกต์นี้ควรได้รับการสนับสนุน</p>
<p>คุณเจย้ำว่า ในห้องประชุมขายงาน เราไม่ควรขายสิ่งที่เราอยากทำ แต่ต้องนำเสนอสิ่งที่เขาอยากได้ให้ได้มากที่สุด</p>
<p>นั่นหมายความว่า ก่อนเข้าห้องประชุม HR ต้องวางกลยุทธ์ตั้งแต่แรกว่าใครคือคนสำคัญ ใครมีผลต่อการตัดสินใจ และเราจะทำให้เขาเห็นคุณค่าของโปรเจกต์นี้ได้อย่างไร</p>
<p>นอกจากนี้ การ Pitch ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะช่วงเวลาที่เรายืนพรีเซนต์หน้าห้องเท่านั้น แต่รวมถึงการสื่อสารก่อนและหลังประชุมด้วย บางครั้งเหตุผลที่ผู้บริหารจะ Say Yes อาจไม่ได้มาจากสไลด์เพียงไม่กี่หน้า แต่มาจากความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการเห็นว่าโปรเจกต์นี้เชื่อมกับเป้าหมายที่เขาให้ความสำคัญจริง ๆ และการขายงานสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ แม้กระทั่งในลิฟต์</p>
<p>หนึ่งในเครื่องมือที่เขาแนะนำคือ <strong>BONCA Pitching Model</strong> ซึ่งช่วยจัดลำดับการเล่าให้การนำเสนอน่าสนใจและมีน้ำหนักมากขึ้น โดยเริ่มจาก</p>
<ul>
<li><strong>Big Problem</strong> &#8211; องค์กรจะยอมลงทุนเมื่อเห็นว่ามีปัญหาสำคัญรอการแก้ไขอยู่ งานของคน Pitch จึงไม่ใช่แค่บอกว่ามีปัญหาอะไร แต่ต้องเลือกให้ได้ว่าปัญหาไหนใหญ่พอ สำคัญพอ และเล่าอย่างไรให้ผู้บริหารรู้สึกว่า เรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว หากเปิดด้วยปัญหาที่เล็กเกินไป หรือไม่เกี่ยวกับสิ่งที่ผู้บริหารกังวล โอกาสที่โปรเจกต์จะถูกมองข้ามก็มีสูงขึ้นทันที</li>
<li><strong>Old Solution และ New Solution</strong> &#8211; ชี้ให้เห็นว่าวิธีแก้ปัญหาแบบเดิมอาจยังใช้ได้อยู่ แต่เริ่มไม่ตอบโจทย์ในระยะยาว จากนั้นจึงนำเสนอวิธีใหม่ที่ดีกว่า ชัดกว่า และเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันมากกว่า จุดนี้ไม่ควรพูดเหมือนกำลังตำหนิของเดิม เพราะบางอย่างอาจเคยได้ผลในอดีต เพียงแต่วันนี้องค์กรต้องการวิธีที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม ช่วยให้เราพาผู้ฟังค่อย ๆ เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่แค่ความอยากลองของใหม่ของ HR</li>
<li><strong>Comparison</strong> &#8211; ต้องเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า หากทำโปรเจกต์นี้ องค์กรจะดีขึ้นอย่างไร เช่น ลดต้นทุนได้เท่าไหร่ ทำงานเร็วขึ้นแค่ไหน ลดภาระทีมลงอย่างไร เพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้นเพียงใด หรือหากไม่เปลี่ยนแปลงตอนนี้ ค่าเสียโอกาสจะสูงแค่ไหน เมื่อผู้บริหารเห็นความต่างแล้ว ส่วนนี้สำคัญมาก จะทำให้ผู้บริหารตัดสินใจง่ายขึ้น</li>
<li><strong>Action</strong> &#8211; สิ่งที่เป็นรูปธรรมว่าองค์กรควรทำอะไรต่อ ขั้นตอนที่ 1 2 3 4 คืออะไร ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ต้องใช้เวลาแค่ไหน และต้องให้ใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง การ Pitch ที่ดีจึงไม่ใช่แค่ทำให้คนฟังเข้าใจ แต่ต้องพาเขาไปถึงจุดที่รู้สึกว่าควรตัดสินใจตอนนี้ และรู้ทันทีว่าต้องเริ่มจากตรงไหน</li>
</ul>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49859" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover.webp" alt="Jay Krit HREX The Visibility Gap" width="600" height="373" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR 149" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover.webp 1591w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover-300x186.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover-1024x636.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover-768x477.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Jay-Krit-HREX-The-Visibility-Gap-Cover-1536x954.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/the-visibility-gap-jaykrit-260508/">ปิดช่องว่าง The Visibility Gap ด้วยทักษะการพูดและการสร้างตัวตนกับ เจ – กฤต บัวประเสริฐ</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>หว่านเมล็ด สร้างตัวตนให้ผู้บริหารเห็น ก่อนถึงวันที่ต้อง Pitch งาน</h2>
<p>การสื่อสารกับผู้บริหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่พูดเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงวิธีที่เราพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสายตาของคนสำคัญด้วย</p>
<p>คุณเจอธิบายว่า การจะทำให้ผู้บริหาร Say Yes ไม่ได้เกิดจากการเดินเข้าไปคุยกับ CEO เพียงครั้งเดียวแล้วหวังให้เขาเห็นด้วยทันที ก่อนถึงวันที่ต้อง Pitch เราต้องใช้เวลาวางหมาก วางเมล็ด และสร้างความไว้ใจมาก่อน ต้องทำให้คนสำคัญเห็นว่าเรามีความสามารถ มีความจริงจัง และเป็นคนที่น่าสนับสนุน</p>
<p>พูดง่าย ๆ คือเราต้องมีแต้มบุญในสายตาขององค์กรมาก่อน ไม่ว่าจะมาจากการช่วยงานคนอื่น การทำงานให้เห็นผล การมีท่าทีที่ดี หรือการทำให้คนรอบข้างรู้สึกเอ็นดูและอยากสนับสนุน เมื่อถึงวันที่เราต้องเสนอโปรเจกต์ โอกาสที่คนจะเปิดใจฟังจึงมีมากขึ้น</p>
<p>สำหรับคนทำงานประจำที่อยากสร้าง Personal Branding ในองค์กร อย่าปล่อยให้ผลงานหายไปหลังโปรเจกต์จบ แต่ควรเก็บหลักฐานและสื่อสารสิ่งที่เราทำออกไปอย่างเหมาะสม เช่น</p>
<ul>
<li><strong>Photo:</strong> เก็บรูปของตัวเองกับผลงานหรือโปรเจกต์ที่เราเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะวันที่มีการ Launch งาน หากมีผู้บริหารหรือคนสำคัญมาร่วมงาน อาจขอถ่ายรูปไว้ด้วย เพราะในฐานะคนดูแลโปรเจกต์ เรามีเหตุผลที่เหมาะสมพอจะทำเช่นนั้นได้</li>
<li><strong>Feedback:</strong> ขอความคิดเห็นจากบุคคลสำคัญที่มาร่วมงาน เพื่อให้เขาเห็นว่าเราเป็นคนอยากพัฒนา และรับรู้ว่าเรามีบทบาทอะไรในโปรเจกต์นั้น</li>
<li><strong>Post:</strong> นำผลงานไปเล่าในพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น LinkedIn, Facebook หรือ Internal Social Media ขององค์กร เพื่อให้คนเห็นว่าเรากำลังทำอะไร มีผลงานแบบไหน และมีส่วนช่วยองค์กรอย่างไร</li>
<li><strong>Share:</strong> ส่งต่อผลงานให้คนที่ควรรับรู้ โดยเฉพาะคนที่มีผลต่อโอกาสเติบโตของเรา หรือคนที่อาจชวนเราไปทำโปรเจกต์สำคัญในอนาคต หลายคนทุ่มเวลาไปกับการทำงานเต็มที่ แต่ไม่ได้ใช้เวลาแม้แต่นิดเดียวในการสื่อสารว่าตัวเองทำอะไรสำเร็จบ้าง สุดท้ายผลงานจึงอยู่แค่ในไฟล์ อยู่แค่ในทีม หรืออยู่แค่ในความทรงจำของคนไม่กี่คน ขณะที่คนที่สื่อสารอย่างสม่ำเสมอจะค่อย ๆ ถูกมองเห็นมากขึ้น จำได้มากขึ้น และมีโอกาสมากขึ้น</li>
</ul>
<p>การขายงานกับการขายตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องแยกขาดจากกัน เพราะหากเราอยากให้ผลงานพาเราเติบโต เราต้องกล้าจัดพื้นที่ให้ผลงานนั้นถูกมองเห็นด้วย</p>
<h2>สรุป Winning the C-Suite Pitch</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50051" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134841.webp" alt="HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch" width="600" height="335" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR 150" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134841.webp 1432w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134841-300x167.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134841-1024x571.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Screenshot-2026-05-28-134841-768x429.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อคนทำงานดีแต่เลือกแอบอยู่ในที่มืด สิ่งที่ถูกตัดทิ้งไปไม่ใช่แค่อนาคตของตัวเอง แต่ยังรวมถึงโอกาสที่องค์กรจะได้ใช้ศักยภาพของคนคนนั้นอย่างเต็มที่ และโอกาสที่คนรอบข้างจะได้เรียนรู้จากสิ่งที่เขาทำได้ดีด้วย</p>
<p>การทำงานดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่พออีกต่อไป โดยเฉพาะสำหรับ HR ที่ต้องขับเคลื่อนโปรเจกต์สำคัญขององค์กรให้เกิดขึ้นจริง หากผลงาน ความคิด และคุณค่าที่เราสร้างไม่ถูกมองเห็น โอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารก็อาจลดลง ทั้งที่สิ่งเหล่านั้นอาจช่วยพาองค์กรไปข้างหน้าได้มากกว่าที่หลายคนคิด</p>
<p>การชนะใจผู้บริหารจึงไม่ได้เริ่มจากสไลด์หน้าสุดท้ายในห้องประชุม แต่เริ่มจากการรู้จักผู้ฟัง เข้าใจสิ่งที่ผู้บริหารให้ความสำคัญ วางโครงเรื่องให้คม ทำให้ผลงานถูกมองเห็น และสื่อสารคุณค่าของ HR ให้เชื่อมกับเป้าหมายทางธุรกิจมากขึ้น เมื่อ HR กล้าก้าวออกมาจากหลังฉากอย่างเหมาะสม โอกาสของตัวเอง องค์กร และคนรอบข้างก็มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกันมากขึ้น</p>
<p>สุดท้ายนี้ หากคุณคือ HR หรือผู้นำองค์กรที่อยากพัฒนาคนให้สื่อสารได้ชัด พูดแล้วสร้างผลลัพธ์ และเติบโตได้เร็วขึ้น สามารถติดต่อ JayKrit เพื่อช่วยยกระดับทีมผ่าน Training และ Coaching ที่ออกแบบบทเรียนจากประสบการณ์จริงได้เลยที่นี่</p>
<ul>
<li>LINE: <a href="https://line.me/R/ti/p/@651ubdlt" target="_blank" rel="noopener">https://line.me/R/ti/p/@651ubdlt</a></li>
<li>Instagram: <a href="https://www.instagram.com/jaykrit_speaker" target="_blank" rel="noopener">https://www.instagram.com/jaykrit_speaker</a></li>
<li>TikTok: <a href="http://www.tiktok.com/@jaymillionspeaker" target="_blank" rel="noopener">www.tiktok.com/@jaymillionspeaker</a></li>
</ul>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h2 style="text-align: center;"><a href="https://drive.google.com/file/d/1Mly8Utxu0csPSYmNFEIyYPLIeh6x7Eee/view?usp=sharing" target="_blank" rel="noopener">หาก HR ท่านใดต้องการ Slide ของ HREX Webinar | Winning the C-Suite Pitch: ศิลปะการสื่อสารเพื่อชนะใจผู้บริหารสำหรับ HR สามารถดาวน์โหลดได้ทางลิงก์นี้</a></h2>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-winning-the-c-suite-pitch-jaykrit-260528/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/outperform-through-uncertainty-260522/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/outperform-through-uncertainty-260522/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 May 2026 09:55:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Hewitt Consulting]]></category>
		<category><![CDATA[Outperform Through Uncertainty]]></category>
		<category><![CDATA[Pay Transparency]]></category>
		<category><![CDATA[Pay Philosophy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49993</guid>

					<description><![CDATA[เทคโนโลยี ความคาดหวังของพนักงาน และการแข่งขันในการดึงดูดคนเก่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้การบริหารคนไม่ใช่แค่เรื่องของการดูแลพนักงานรายวัน แต่คือการวางระบบที่จะพาองค์กรเดินต่อได้อย่างมั่นคง ตั้งแต่การออกแบบค่าตอบแทนและสวัสดิการให้ตอบโจทย์คนทำงาน การมองหาและรักษาคนเก่ง ไปจนถึงการเตรียมผู้นำรุ่นถัดไป ทุกเรื่องล้วนเชื่อมโยงกันในฐานะกลไกสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และพร้อมเติบโตต่อไปในอนาคต นี่คือประเด็นสำคัญจากงาน Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead ที่ชวนองค์กรกลับมาทบทวนว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอน องค์กรควรบริหารคนและเตรียมความพร้อมอย่างไร เพื่อให้ไม่เพียงอยู่รอด แต่ยังสามารถเติบโตและก้าวนำเกมข้างหน้าได้ หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญของงานมาให้แล้วที่นี่ Pay Philosophy and Pay Transparency: What Modern Organizations Need to Define หัวใจของการบริหารค่าตอบแทนในองค์กร อาจไม่ใช่คำถามว่า “ปีนี้จะขึ้นเงินเดือนกี่เปอร์เซ็นต์” เพียงอย่างเดียว แต่อาจต้องเริ่มจากคำถามที่ลึกกว่านั้นว่า “เราจ่ายเงินเพื่ออะไร และจ่ายให้ใคร” คุณ ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร Managing Director Think People Consulting Co., [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49997" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-26.webp" alt="Outperform Through Uncertainty" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead 156" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-26.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-26-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยี ความคาดหวังของพนักงาน และการแข่งขันในการดึงดูดคนเก่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้การบริหารคนไม่ใช่แค่เรื่องของการดูแลพนักงานรายวัน แต่คือการวางระบบที่จะพาองค์กรเดินต่อได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่การออกแบบค่าตอบแทนและสวัสดิการให้ตอบโจทย์คนทำงาน การมองหาและรักษาคนเก่ง ไปจนถึงการเตรียมผู้นำรุ่นถัดไป ทุกเรื่องล้วนเชื่อมโยงกันในฐานะกลไกสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และพร้อมเติบโตต่อไปในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือประเด็นสำคัญจากงาน </span><b>Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ชวนองค์กรกลับมาทบทวนว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอน องค์กรควรบริหารคนและเตรียมความพร้อมอย่างไร เพื่อให้ไม่เพียงอยู่รอด แต่ยังสามารถเติบโตและก้าวนำเกมข้างหน้าได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญของงานมาให้แล้วที่นี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Pay Philosophy and Pay Transparency: What Modern Organizations Need to Define</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49995" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076907-scaled.webp" alt="Outperform Through Uncertainty" width="600" height="450" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead 157" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076907-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076907-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076907-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076907-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076907-1536x1152.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076907-2048x1536.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของการบริหารค่าตอบแทนในองค์กร อาจไม่ใช่คำถามว่า <em>“ปีนี้จะขึ้นเงินเดือนกี่เปอร์เซ็นต์”</em> เพียงอย่างเดียว แต่อาจต้องเริ่มจากคำถามที่ลึกกว่านั้นว่า <em>“เราจ่ายเงินเพื่ออะไร และจ่ายให้ใคร”</em></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/prakal-hr-influencer-231106/"><b>ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร</b></a><b> Managing Director Think People Consulting Co., Ltd. </b><span style="font-weight: 400;">ชี้ให้เห็นว่า หลายองค์กรมีระบบค่าตอบแทนครบถ้วน ทั้งโครงสร้างเงินเดือน โบนัส KPI ระบบประเมิน และสวัสดิการ แต่กลับยังขาดสิ่งสำคัญอย่าง Pay Philosophy หรือปรัชญาในการจ่ายค่าตอบแทนที่ชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยคือ องค์กรบอกว่าต้องการจ่ายให้คนที่ผลงานดีมากกว่าคนที่ผลงานไม่ดี แต่เมื่อถึงเวลาจ่ายจริง กลับไม่ได้ทำตามสิ่งนั้นอย่างที่พูดไว้ บางองค์กรบอกว่าจ่ายแข่งกับตลาด แต่ยังไม่ชัดว่าตลาดที่อ้างถึงคือตลาดไหน ตำแหน่งใดคือกลุ่มสำคัญที่ต้องรักษาไว้ และทักษะใดคือทักษะที่มีผลต่ออนาคตของธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อหลักการไม่ชัด คนในองค์กรจึงเริ่มตั้งคำถามว่า การขึ้นเงินเดือน โบนัส หรือรางวัลต่าง ๆ เกิดจากอะไรแน่ ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ก่อนสร้าง Pay Philosophy องค์กรจึงควรตั้งคำถามเชิงกลยุทธ์ให้ชัด อย่างน้อย 5 ข้อ ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เราจ่ายเพื่อสนับสนุนเป้าหมายธุรกิจอะไร และต้องให้ความสำคัญกับคนกลุ่มใดเป็นพิเศษ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">องค์กรต้องการให้รางวัลกับเรื่องอะไรจริง ๆ เช่น ผลงาน ทักษะ ศักยภาพ หรือความเชี่ยวชาญ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เราต้องการแข่งขันกับตลาดไหน และต้องการจ่ายนำตลาด ตามตลาด หรือต่ำกว่าตลาด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความเป็นธรรมและความโปร่งใสด้านค่าตอบแทนในองค์กร หมายถึงอะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">องค์กรจะทำให้ Pay Philosophy เกิดขึ้นจริง สื่อสารได้จริง และทบทวนได้อย่างต่อเนื่องอย่างไร</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ในภาวะที่ธุรกิจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน องค์กรอาจรู้สึกอยากชะลอการตัดสินใจเรื่องค่าตอบแทนไว้ก่อน แต่คุณประคัลภ์มองว่า การหยุดรอไม่ใช่คำตอบ เพราะตลาดแรงงานไม่ได้หยุดตามองค์กร ค่าครองชีพยังขยับขึ้น และโอกาสภายนอกยังเปิดอยู่เสมอ สิ่งที่องค์กรควรทำจึงไม่ใช่การรอให้ทุกอย่างนิ่ง แต่ต้องกลับมาวางรากฐานให้แข็งแรงขึ้น จ่ายให้ตรงกับคนที่สร้าง Impact จูงใจพฤติกรรมที่องค์กรอยากเห็น และทำให้ระบบค่าตอบแทนส่งสัญญาณไปในทิศทางเดียวกับเป้าหมายธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นสำคัญคือ Pay Transparency หรือความโปร่งใสด้านค่าตอบแทน ซึ่งไม่ได้แปลว่าองค์กรต้องเปิดเงินเดือนของพนักงานทุกคนให้รู้กันทั้งหมด ความโปร่งใสที่ดีเริ่มจากการทำให้คนเข้าใจว่า เงินเดือนของเขาถูกกำหนดจากอะไร มีโอกาสเติบโตได้อย่างไร การขึ้นเงินเดือนดูจากปัจจัยใด และถ้าอยากมีรายได้สูงขึ้นต้องพัฒนาตัวเองไปทางไหน เพราะพนักงานไม่ได้ต้องการรู้แค่ตัวเลข แต่ต้องการความชัดเจนพอที่จะมองเห็นเส้นทางของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรไม่กล้าพูดเรื่องค่าตอบแทน เพราะกลัวพนักงานเปรียบเทียบกัน กลัวเกิดการต่อรอง หรือกลัวเกิดความไม่พอใจ แต่ความเงียบไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป เมื่อองค์กรไม่อธิบาย พนักงานก็อาจคุยกันเอง เดากันเอง และข่าวลือมักไปไกลกว่าความจริงเสมอ ความไว้วางใจในองค์กรจึงไม่ได้พังเพราะจ่ายน้อยเสมอไป แต่อาจพังเพราะไม่มีใครอธิบายได้ว่า “ทำไมถึงจ่ายแบบนี้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย <strong>คนที่มีบทบาทสำคัญมากในเรื่อง Pay Transparency อาจไม่ใช่ HR เพียงฝ่ายเดียว และคนที่อาจสำคัญและควรรู้เรื่องนี้มากกว่าใครก็คือ Manager นี่แหละ</strong></span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะ Manager ต้องตอบคำถามลูกทีมโดยตรงว่า ทำไมเงินเดือนถึงขึ้นเท่านี้ โบนัสคิดจากอะไร และถ้าอยากเติบโตต่อควรทำอะไร</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“องค์กรจึงควรฝึกให้ผู้จัดการคุยเรื่องค่าตอบแทนอย่างมืออาชีพ อธิบายหลักการได้ และสื่อสารให้ตรงกับสิ่งที่องค์กรทำจริง เพราะเมื่อคำพูดกับการกระทำไปคนละทาง พนักงานจะมองเห็นทันที และความเชื่อมั่นที่เคยมีอาจหายไปเร็วกว่าที่องค์กรคิดไว้”</span></i></p>
<h2><b>Hewitt Perspective: Humanity Leadership</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49996" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076925-scaled.webp" alt="Outperform Through Uncertainty" width="600" height="450" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead 158" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076925-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076925-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076925-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076925-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076925-1536x1152.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076925-2048x1536.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายปีที่ผ่านมา องค์กรจำนวนมากพูดถึง Talent War หรือการแข่งขันเพื่อแย่งชิงคนเก่ง ใครมี Talent มากกว่า ย่อมมีโอกาสเติบโตได้ดีกว่า แต่คุณ </span><b>ปกรณ์ ประยูรสวัสดิ์เดช Managing Partner จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151"><b>Hewitt Consulting</b></a><span style="font-weight: 400;"> ชี้ให้เห็นว่า โจทย์ขององค์กรวันนี้อาจเปลี่ยนไปแล้ว เพราะคนจำนวนมากสามารถใช้เทคโนโลยี เครื่องมือ และความรู้รอบตัวเพื่อพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่องค์กรกำลังขาดแคลนจริง ๆ กลับเป็น Human Energy หรือพลังภายในที่ทำให้คนอยากลุกขึ้นมาทำบางสิ่งอย่างเต็มที่ต่างหาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พลังงานของคนทำงานกลายเป็นประเด็นสำคัญมากขึ้น เพราะหลายคนกำลังอยู่กับความกลัว ทั้งความกลัว AI ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ไปจนถึงภาวะ Burnout ที่ยังเกิดขึ้นในหลายองค์กร โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และ Millennials ขณะเดียวกัน Engagement ของพนักงานก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่ต้องถามต่อคือ คนเก่งเหล่านั้นยังมีแรง มีความเชื่อ และมีพื้นที่ให้ปล่อยศักยภาพของตัวเองออกมาหรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปกรณ์ชวนมองว่า วิธีที่ผู้นำมองคนจะกำหนดวิธีที่ผู้นำปฏิบัติต่อคน ถ้ามองคนเป็น Resource เราอาจคิดแค่ว่าจะใช้เขาให้คุ้มค่าอย่างไร ถ้ามองเขาเป็น Performer เราอาจเน้นการบริหารผลงานเป็นหลัก แต่ถ้ามองเขาเป็นมนุษย์ วิธีการนำจะเปลี่ยนไปทันที เพราะเราจะเริ่มสนใจว่าเขากำลังแบกอะไรอยู่ มีแรงแค่ไหน มีอะไรปิดกั้นการเติบโต และเราจะช่วยให้เขาปลดปล่อยพลังที่มีอยู่ได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของ Humanity Leadership จึงอยู่ที่ Human Connection หรือการเชื่อมโยงกับคนอย่างเข้าใจ ซึ่งเริ่มจากการเข้าใจตัวเองก่อน ผู้นำที่ยังไม่เข้าใจความเป็นมนุษย์ของตัวเอง อาจยากที่จะเข้าใจความเป็นมนุษย์ของคนอื่น และยิ่งยากที่จะปลดล็อกศักยภาพของทีมได้อย่างแท้จริง เพราะเมื่อความไว้วางใจของคนทำงานลดลง คนเก่งจำนวนหนึ่งอาจยอมรับเงินเดือนน้อยลง เพื่อไปอยู่กับผู้นำที่เข้าใจ รับฟัง และทำให้เขารู้สึกมีคุณค่ามากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนบอกว่า Empathy คือ Soft Skill ที่ควรมี แต่คุณปกรณ์ไม่เห็นด้วย แล้วบอกว่า…</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“จริง ๆ แล้วเราควรมอง Empathy เป็น Hard Skill ที่ควรมีต่างหาก”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะความเข้าอกเข้าใจส่งผลต่อ Performance ของงานจริง เมื่อพนักงานรู้สึกว่ามีคนรับฟัง เห็นภาระที่เขาแบกอยู่ และเข้าใจสิ่งที่เขากำลังเผชิญ เขาจะมีพื้นที่มากขึ้นในการทดลอง เรียนรู้ และเติบโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลับกัน หากพนักงานรู้สึกโอเวอร์โหลด แต่ไม่มีใครพร้อมรับฟัง แม้แต่หัวหน้าก็ไม่รู้ว่าเขากำลังหนักแค่ไหน พลังในการทำงานย่อมค่อย ๆ หายไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น Humanity Leadership จึงต้องประกอบด้วยการกล้าพูดความจริงอย่างมีหลักการ การหากทาง Connect หรือเชื่อมโยงกับคนก่อน ซึ่งสำคัญมากในการ Coaching ผู้นำควรฟังก่อนจะให้คำแนะนำ และสร้างโอกาสให้คนเติบโตผ่านความไว้วางใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำต้องเป็นทั้งคนที่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทีมลองผิด ลองถูก และเป็นสถาปนิกที่ช่วยสร้างการเติบโต และมองเห็นว่าอะไรคือกำลังบล็อคโอกาสการเติบโตของคนอยู่</span></p>
<p><b>พลังความเป็นมนุษย์นี่แหละ ที่จะกลายเป็นแรงขับสำคัญให้องค์กร Outperform ได้ในวันที่ความไม่แน่นอนรายล้อมเราจากทั่วทุกทิศ</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47977" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 181" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></p>
<h2><b>Keynote: Leading Forward &#8211; Where Humanity Powers Sustainable Performance</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49998" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076936-scaled.webp" alt="Outperform Through Uncertainty" width="600" height="450" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead 159" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076936-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076936-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076936-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076936-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076936-1536x1152.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1000076936-2048x1536.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การนำองค์กรให้เดินหน้าผ่านวิกฤติ อาจเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า ผู้นำเข้าใจคนของตัวเองมากแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการอิสระ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า จากประสบการณ์ทำงานกับหลายองค์กร งานที่ได้รับมอบหมายแทบไม่มีงานไหนง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าไปช่วยแก้ปัญหาในช่วงที่องค์กรกำลังเผชิญแรงกดดัน สิ่งแรกที่ผู้นำต้องทำจึงไม่ใช่การสั่งการทันที แต่ต้องรู้ปัญหา เตรียมตัวให้ดี และหาทางเข้าถึงพนักงานให้ได้ก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอให้นิยาม Humanity ว่าเกี่ยวข้องกับทั้งการเข้าใจ และการเข้าถึงจิตใจของพนักงาน ซึ่ง 2 อย่างนี้ไม่เหมือนกัน ผู้นำอาจเข้าใจปัญหาบนกระดาษ แต่ถ้าเข้าไม่ถึงความรู้สึก ความกังวล และบริบทจริงของคนทำงาน ก็ยากที่จะพาองค์กรไปต่อได้ ในช่วงที่เธอทำงานกับ Mc Group ระหว่างสถานการณ์โควิด ธุรกิจหน้าร้านได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการปิดช็อป ทางรอดจึงต้องมาจากการสื่อสารให้คนเห็นภาพเดียวกัน พร้อมกับการวางรากฐานด้านทักษะใหม่ ๆ ให้พนักงาน โดยมี HR เข้ามาช่วยจัดเทรนนิ่งและเตรียมคนให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนสำคัญอีกเรื่องคือ วัฒนธรรมองค์กรเปลี่ยนไม่ได้ด้วยคำประกาศสวย ๆ แต่ต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง คุณชนัญญารักษ์เล่าว่า กว่าจะเปลี่ยนวัฒนธรรมในแต่ละองค์กรได้สำเร็จ มักใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปี โดยวัฒนธรรมที่เธอให้ความสำคัญมีแกนหลักอยู่ที่ Respectful &amp; Result คือสื่อสารกันด้วยความเคารพ ไม่ใช้โทนเสียงที่ทำร้ายกัน ไม่กัดกินจิตใจ แต่ยังต้องพูดปัญหาอย่างตรงไปตรงมา และช่วยกันหาทางออกเพื่อสร้างผลลัพธ์ร่วมกัน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“องค์กรที่คนทำงานกินหัวกันเองย่อมยากจะเติบโต และถ้าคนมีทางเลือกมากพอ เขาก็พร้อมจะเดินออกไป”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย การสร้าง Humanity Leadership ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำเองก่อน หลายครั้งความเปลี่ยนแปลงอาจเริ่มจากเรื่องเล็กมาก เช่น โทนเสียง วิธีตั้งคำถาม หรือวิธีอธิบายความจริงกับคนที่คิดต่าง จากเดิมที่อาจใช้วิธีชนตรง ๆ หรือหักหน้ากัน ผู้นำอาจต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีที่ประนีประนอมขึ้น โดยยังไม่ทิ้งเป้าหมายและหลักการสำคัญ เมื่อผู้นำเปลี่ยนวิธีสื่อสารจากภายใน บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้องค์กรสร้างทั้งความไว้วางใจ ความเคารพ และผลลัพธ์ที่ยั่งยืนได้จริง</span></p>
<h2><b>Future-Ready Leaders: Rethinking Talent and Succession in Action</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49999" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/20260522_154802-scaled.webp" alt="Outperform Through Uncertainty" width="600" height="450" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Outperform Through Uncertainty: Leading the Game Ahead 160" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/20260522_154802-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/20260522_154802-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/20260522_154802-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/20260522_154802-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/20260522_154802-1536x1152.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/20260522_154802-2048x1536.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“องค์กรอาจมีคนเก่งจำนวนมาก แต่คำถามสำคัญคือ เรารู้หรือยังว่าใครคือคนที่ใช่สำหรับอนาคตจริง ๆ” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือโจทย์สำคัญจากหัวข้อ </span><b>Future-Ready Leaders: Rethinking Talent and Succession in Action</b><span style="font-weight: 400;"> โดยคุณ </span><b>นภัส ศิริวรางกูร Managing Director จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151"><b>Hewitt Consulting</b></a><span style="font-weight: 400;"> ชวนองค์กรกลับมาทบทวนว่า การบริหาร Talent ไม่ควรหยุดอยู่ที่การมองหาคนผลงานดีในปัจจุบันเท่านั้น แต่ต้องมองให้ไกลกว่านั้นว่า ใครคือคนที่มีทั้ง Performance และ Potential พอจะขับเคลื่อนองค์กรในวันข้างหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนภัสอธิบายว่า</span><b> Key Talent คือกลุ่มคนที่เป็นเหมือนครีมบนยอดไอศกรีม หรืออาจเป็นลูกเชอร์รี่ที่อยู่บนนั้นอีกที</b><span style="font-weight: 400;"> ถือเป็นคนส่วนน้อยที่มีทั้งผลงานและศักยภาพสูง โดยจากการศึกษาของ Hewitt พบว่า Key Talent อาจมีอยู่เพียงราว 5% ในองค์กรเท่านั้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การประกาศว่าใครเป็นคนเก่งแบบกว้าง ๆ แต่ต้องมี Talent Criteria ที่ชัดเจน เพื่อให้เห็นว่าองค์กรต้องการคนแบบไหน ทักษะอะไร พฤติกรรมแบบใด และศักยภาพลักษณะไหนที่สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งใน Keyword สำคัญที่ถูกพูดถึงคือ Capacity หรือความสามารถในการรับมือกับสิ่งต่าง ๆ เปรียบเหมือนขนาดของภาชนะ คนที่มี Capacity สูงมักเปิดรับความเปลี่ยนแปลงได้มากกว่า เรียนรู้ได้เร็วกว่า และไปได้ไกลกว่า โดยมีทั้ง </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211013-growth-mindset/"><span style="font-weight: 400;">Growth Mindset</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ EQ เป็นฐานสำคัญ คนเหล่านี้ต้องพร้อมรับฟีดแบ็ก เห็นคนอื่นเป็นกระจกสะท้อนตัวเอง และเติบโตจากการเรียนรู้รอบตัวได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองในระดับผู้นำ คุณนภัสชี้ว่าผู้นำอนาคตต้องมีทั้ง</span><b> Business Leadership</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น Strategic Foresight และ Digital Acumen, </span><b>Transformational Leadership</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น Adaptive Agility และ Collective Courage รวมถึง </span><b>Humanity Leadership</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างที่คุณปกรณ์ได้อธิบายไปใน Session ก่อนหน้า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรรู้แล้วว่าคนแบบไหนคือ Key Talent ขั้นต่อไปคือการวางระบบให้เชื่อมกับ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/apple-succession-planning-260507/"><span style="font-weight: 400;">Succession Planning</span></a><span style="font-weight: 400;"> อย่างจริงจัง เธอย้ำว่าการพัฒนา Successor ต้องทำเป็นระบบและต่อเนื่อง อาจให้เขาได้ลองเปิดมุมมอง เก็บประสบการณ์จริงจากบริบทอื่น ๆ นอกเหนือจากในองค์กร ให้ได้ลงมือทำในสถานการณ์ที่ท้าทาย โดยบางคนอาจต้องได้ลองเข้าไปอยู่ในเวทีบอร์ด ได้เปิดโลกกับผู้นำระดับสูง หรือได้รับการโค้ชเพื่อเตรียม CEO Readiness ให้พร้อมที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการสร้างผู้นำอนาคตไม่ใช่การรอให้ตำแหน่งว่างแล้วค่อยหาใครมาแทน แต่เราต้องเตรียมคนให้พร้อม เพราะไม่มีใครรู้เลยว่า วันที่องค์กรจำเป็นต้องใช้เขาจริง ๆ มันอาจมาเร็วกว่าที่คิดก็ได้</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/outperform-through-uncertainty-260522/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &#038; HR Director Forum – Future of Transformation</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-roundtable-future-of-transformation-260521/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-roundtable-future-of-transformation-260521/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 May 2026 10:17:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Roundtable]]></category>
		<category><![CDATA[Future of Transformation]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49979</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อ Transformation ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ HREX จึงจัดงาน #7 Roundtable: CHRO &#38; HR Director Forum – Future of Transformation เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้นำ HR จากองค์กรชั้นนำของไทยได้ล้อมวงแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เร็วและซับซ้อนกว่าเดิม เพราะการเปลี่ยนแปลงองค์กรในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงการปรับโครงสร้าง ใช้เทคโนโลยีใหม่ หรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับคน วัฒนธรรม ทักษะ ผู้นำ ข้อมูล และวิธีตัดสินใจขององค์กรทั้งหมด แล้ว HR จะช่วยองค์กรเปลี่ยนแปลงอย่างไร ให้ธุรกิจเดินต่อได้ และคนในองค์กรไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ? HREX ได้สรุปเนื้อหาสำคัญและมุมมองที่น่าสนใจจากเวทีนี้ไว้ให้แล้วในบทความนี้ CHRO ต้องเป็น Transformation Architect ขององค์กร “สิ่งที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จและแตกต่าง คือความสามารถของคน” คุณ วรวัจน์ สุวคนธ์ Chief People Officer, Siam Commercial [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49986" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-25.webp" alt="#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation 169" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-25.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-25-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-transformation-dave-ulrich-260511/"><span style="font-weight: 400;">Transformation</span></a><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ HREX จึงจัดงาน </span><b>#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้นำ HR จากองค์กรชั้นนำของไทยได้ล้อมวงแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เร็วและซับซ้อนกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการเปลี่ยนแปลงองค์กรในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงการปรับโครงสร้าง ใช้เทคโนโลยีใหม่ หรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับคน วัฒนธรรม ทักษะ ผู้นำ ข้อมูล และวิธีตัดสินใจขององค์กรทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้ว HR จะช่วยองค์กรเปลี่ยนแปลงอย่างไร ให้ธุรกิจเดินต่อได้ และคนในองค์กรไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ? HREX ได้สรุปเนื้อหาสำคัญและมุมมองที่น่าสนใจจากเวทีนี้ไว้ให้แล้วในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>CHRO ต้องเป็น Transformation Architect ขององค์กร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49985" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-59-scaled.webp" alt="#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation 170" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-59-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-59-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-59-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-59-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-59-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-59-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จและแตกต่าง คือความสามารถของคน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>วรวัจน์ สุวคนธ์ Chief People Officer, </b><a href="https://www.scb.co.th/th/personal-banking" target="_blank" rel="noopener"><b>Siam Commercial Bank PCL</b></a><b>.</b><span style="font-weight: 400;"> ให้ทัศนะว่าคนทำงาน HR วันนี้กำลังเผชิญความท้าทายสูง เพราะองค์กรกำลังคาดหวังให้ HR เข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้น ตั้งแต่การปรับทิศทางองค์กร การรับมือกับ AI การพัฒนาคน ไปจนถึงการทำให้องค์กรเปลี่ยนได้เร็วพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">CHRO หรือผู้นำ HR ต้องขยับไปสู่การเป็น </span><b>Enterprise</b> <b>Transformation Architect</b><span style="font-weight: 400;"> หรือสถาปนิกผู้ออกแบบการเปลี่ยนแปลงขององค์กร JD เดิมที่เคยรับมาในวันแรก ใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้วในวันนี้ ดังนั้น HR ต้องปรับตัว และปรับบทบาทใหม่ให้เท่าทันถานการณ์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โจทย์ใหญ่ของ CHRO วันนี้คือการออกแบบ Workforce ให้พร้อมกับทิศทางใหม่ของธุรกิจ HR ต้องช่วยองค์กรตอบคำถามสำคัญ เช่น จะปรับโครงสร้างงานให้เข้ากับ AI ได้อย่างไร จะ Reskill คนให้ทัน Disruption ได้อย่างไร จะทำให้องค์กรมี Agility มากขึ้นได้อย่างไร และจะสร้างวัฒนธรรมแบบไหนที่ช่วยให้เกิดนวัตกรรมขึ้นจริง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“งานจำนวนมากต่อจากนี้จะไม่ได้ถูกทำขึ้นโดยคนเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว แต่งานบางอย่าง คนกับ AI จะช่วยกันทำ และงานบางอย่าง AI จะทำแทน โดยมีคนกำกับอยู่ใน Ecosystem ดังนั้นองค์กรต้องหาวิธีบริหารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ HR ต้องไม่ลืมมิติความเป็นมนุษย์ คนทำงานไม่น้อยกำลังเผชิญความไม่แน่นอนด้านต่าง ๆ และวิกฤตที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง การพูดถึง </span><b>Transformation จึงไม่ควรจำกัดอยู่แค่การปรับโครงสร้าง หรือการใช้ AI เพื่อเพิ่มความเร็วในการทำงาน แต่ต้องพูดถึง Wellbeing ของพนักงาน, การมี Empathy และความยั่งยืนด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่เขาเน้นย้ำคือ ความสัมพันธ์ระหว่าง CEO กับ CHRO จะยิ่งสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ โดยมี 3 สิ่งที่ CEO จะต้องการมาก ๆ จาก CHRO คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Truth</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ความจริงขององค์กรที่บางครั้ง CEO อาจมองไม่เห็น เช่น ความเหนื่อยล้าของคน ช่องว่างด้านทักษะ ปัญหาผู้นำ หรือแรงต้านต่อการเปลี่ยนแปลง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Foresight</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ความสามารถในการมองไปข้างหน้าและช่วยองค์กรจินตนาการวิธีทำงานแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Skill Marketplace, Agile Way of Working, Alternative Workforce หรือรูปแบบ Performance Management ที่เหมาะกับอนาคต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Courage</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ความกล้าที่จะบอกผู้บริหารว่าองค์กรต้องผ่าตัดใหญ่เมื่อถึงเวลาจำเป็น</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ CHRO เป็นเพื่อนคู่คิดของ CEO และบอร์ด ช่วยมองธุรกิจ เข้าใจคน จะช่วยออกแบบอนาคตให้องค์กรไปต่อได้ ไม่ว่าจะอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมใด</span></p>
<h2><b>สรุป Exclusive #7 Roundtable Panel</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในงาน </span><b>#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation</b><span style="font-weight: 400;"> หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบขึ้นมาพูดคุยคือ บทบาทของ HR ในวันที่องค์กรต้องเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น ซับซ้อนขึ้น และต้องตัดสินใจบนข้อมูลมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวข้อนี้มีผู้ร่วมเสวนา 4 ท่าน ได้แก่ </span><b>ดร.วีรภัทร สภากาญจน์ Chief Executive Officer, </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/162"><b>Saturday Consulting</b></a><b>, คุณ</b><a href="https://th.hrnote.asia/story/central-retail-hr-strategy-250318/"><b>ปัญชลีย์ วีระธรรมวัชร์</b></a><b> Chief People Officer, </b><a href="https://www.centralretail.com/en/home" target="_blank" rel="noopener"><b>Central Retail</b></a><b>, </b><a href="https://th.hrnote.asia/story/lixil-thailand-240526/"><b>ดร.ธภัทร อาจศรี</b></a><b> Leader, HR Thailand, Philippines, Indochina, LWT APAC | Board Director, </b><a href="https://www.lixil.co.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>LIXIL (Thailand) PCL</b></a><b>.</b><span style="font-weight: 400;"> และ</span><b>คุณชนนันท์ ปัญจทรัพย์ Sales Director, </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/197"><b>Jobsdb by SEEK</b></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งทุกคนต่างสะท้อนมุมมองไปในทิศทางเดียวกันว่า</span></p>
<p><b><i>“HR จะทำงานด้วยความรู้สึกหรือประสบการณ์เพียงอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป”</i></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาระสำคัญของ Exclusive Roundtable Panel ครั้งนี้ มีดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>HR ไม่ได้ขาด Data แต่ต้องแปล Data ให้ธุรกิจนำไปใช้งานได้</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49989" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-135-scaled.webp" alt="#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation 171" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-135-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-135-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-135-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-135-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-135-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-135-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโจทย์ขององค์กรวันนี้ต้องการทั้งข้อมูล ความเข้าใจธุรกิจ ความเร็วในการตัดสินใจ ความสามารถของ HR ในการอธิบายให้ผู้บริหารเห็นว่า คนเป็นตัวแปรที่สร้างการเติบโต และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างไร ถือเป็นทักษะที่สำคัญทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วีรภัทรชี้ว่า ความท้าทายของ HR ไม่ใช่การไม่มีข้อมูล เพราะหลายองค์กรมี Data จำนวนมากอยู่แล้ว แต่ข้อมูลเหล่านั้นอาจยังไม่พร้อมใช้ และไม่ถูกนำไปเชื่อมโยงกับ Business Data มากพอ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“HR แบบเดิมอาจหยิบตัวเลข Turnover Rate หรือ Engagement Score มาทำรายงาน แต่ HR ที่ต้องการขับเคลื่อน Workforce Intelligence ต้องตอบคำถามเชิงธุรกิจได้ลึกกว่าเดิม เช่น Productivity ต่อพนักงานเป็นอย่างไร ทักษะของคนในองค์กรสอดคล้องกับกลยุทธ์หรือไม่ ถ้าจำเป็นต้องลดคน องค์กรควรลดตรงไหนโดยไม่กระทบความสามารถในการแข่งขัน…</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“นี่คือจุดที่ HR ต้องเปลี่ยนจากคนทำ Report ไปเป็นคนที่ใช้ข้อมูลเพื่อชี้ให้เห็น Business Impact และช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของคุณปัญชลีย์ เธอเล่าว่า Central Retail มีพนักงานมากกว่า 60,000 คนทั้งในไทยและเวียดนาม การบริหารคนโดยไม่ใช้ Data จึงแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ Data จะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อข้อมูลถูกต้อง และ HR รู้ว่าจะนำไปวิเคราะห์อะไร ถึงจะทำให้เข้าใจทั้งคนและธุรกิจมากขึ้น เกิดเป็น Business Insights ที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์ของเธอ งานนี้ไม่มีคำว่าง่าย </span><b>Central Retail </b><b>เป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่เกือบ 80 ปี</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ผ่านมาเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการบุคลากรอย่างหนัก ถึงขั้นเคยตั้ง CPO พร้อมกันทีเดียวถึง 3 คนคอยแบ่งงานกันดูแล แต่ก็ยังเอาไม่อยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้คุณปัญชลีย์จะมีประสบการณ์การทำงานระดับ Regional จากบริษัทข้ามชาติมาก่อน พอเจอสภาพความเป็นจริงก็ปาดเหงื่อพอสมควร แต่แทนที่จะเริ่มต้นด้วยการรื้อโครงสร้างทันที </span><b>ช่วง 3 เดือนแรก เธอใช้เวลาเดินสายพูดคุยกับพนักงานฝ่ายต่าง ๆ แบบ 360 องศา </b><span style="font-weight: 400;">คุยเจาะลึกคนทุกระดับตั้งแต่พนักงานระดับปฏิบัติการ ไปจนถึงผู้บริหารสูงสุด เพื่อสืบหาต้นตอของควันไฟที่ก่อตัวขึ้นในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นทำให้เธอได้พบว่า เพราะ</span><b>องค์กรมีขนาดใหญ่เกินไปจนผู้บริหารดูแลได้ไม่ทั่วถึง นำไปสู่การบริหารแบบกระจายอำนาจ (Decentralize)</b><span style="font-weight: 400;"> แม้จะมีข้อดีเรื่องความคล่องตัวและรวดเร็ว แต่องค์กรจะมีสภาพที่</span><b>ต่างคนต่างโต</b><span style="font-weight: 400;"> พนักงานและผู้บริหารในแต่ละกลุ่มไม่ยอมรับฟังกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นเธอจึง</span><span style="font-weight: 400;">ปรับ Mindset และโครงสร้างองค์กรใหม่ รวม Business Unit กว่า 20 กลุ่มธุรกิจให้บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น ลดความซ้ำซ้อน และดึงจุดแข็ง ให้คนมาทำงานร่วมกันในทิศทางเดียวกัน</span><span style="font-weight: 400;"> เกิดเป็นแนวคิด One CRC ต่อด้วยการสร้าง One HR Team จากนั้นก็ Transform HR ภายในอย่างจริงจัง พัฒนา HR ให้เป็น HR Business Partner ที่เข้าใจธุรกิจจริง ๆ</span></p>
<h3><b>ผู้นำ HR ต้องกล้าส่งเสียงเพื่อการเปลี่ยนแปลง</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49983" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-128-scaled.webp" alt="#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation 172" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-128-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-128-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-128-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-128-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-128-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-128-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ธภัทรเสริมจากมุมของการเป็นบอร์ดบริหารว่า ปัญหาใหญ่ของการทำ Transformation ไม่ใช่ HR มีข้อมูลมากหรือน้อย แต่อยู่ที่ HR แปลงข้อมูลให้กลายเป็น Business Impact ไม่ได้ โดยเขาเสนอ 4 Checkpoints ที่ HR ควรใช้เวลานำเสนอข้อมูลต่อผู้บริหาร ประกอบด้วย</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Objective &amp; Business Impact</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องโยงข้อมูลกับเป้าหมายธุรกิจให้ได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Quantify</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องเปลี่ยนตัวเลข HR ให้เป็น Business Risk Indicator</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Cost of Silence</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องบอกให้ได้ว่าถ้าองค์กรไม่ทำอะไร จะต้องเสียต้นทุนหรือเจอความเสี่ยงอะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Accountability</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องมีคนรับผิดชอบชัดเจน</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังเปรียบว่า HR มักเป็นกลุ่มแรกที่เห็นควันไฟในองค์กร แต่หากพวกเขาเห็นปัญหาแล้วเงียบ ปล่อยให้ไฟลุกลามขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้องค์กรเจอค่าใช้จ่ายสูงมาก พร้อมเสียคนเก่ง เสียระบบ  </span><b>ดังนั้น HR จึงควรเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการคิดกลยุทธ์ ไม่ใช่รอให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วค่อยเข้าไปแก้</b></p>
<p><b>ยิ่งไปกว่านั้น HR ต้องอธิบายเรื่องคนให้เห็นภาพว่าเชื่อมกับผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างไร เพราะเมื่อผู้บริหารเห็นว่าเรื่องของคนกระทบต้นทุน รายได้ ประสิทธิภาพ หรือความเสี่ยงขององค์กร เรื่องนี้จะไม่ใช่แค่งานของฝ่าย HR แต่เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริหารต้องร่วมตัดสินใจ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณชนนันท์ เสริมว่า หาก HR คือคนแรกที่เห็นควันไฟ Sales ก็คือคนแรกที่โดนไฟเผาจากการถูกบี้ยอด Performance และ Productivity </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังเชื่อมประเด็นนี้เข้ากับตลาดแรงงานด้วยว่า การวางแผนกำลังคนต้องตั้งอยู่บนข้อมูลจริง ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของคนทำงานแต่ละ Generation การใช้ AI เป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ หรือการทำ Hiring Optimization ให้แม่นยำขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจาก Jobsdb สะท้อนว่า แม้อัตราการว่างงานอ้างอิงจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจะอยู่ในระดับต่ำ แต่จำนวน Job Application บนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น สะท้อนการแข่งขันในตลาดแรงงานที่เข้มข้นขึ้น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“HR ต้องเข้าใจทั้งฝั่งนายจ้างและผู้สมัคร ใช้ AI กับ Data ให้เกิดประโยชน์ และออกแบบ Work-life Integration ที่ช่วยรักษาทั้ง Productivity และ Engagement ไปพร้อมกัน เพราะการดึงดูดคนเก่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งงานหรือค่าตอบแทนอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงประสบการณ์การทำงานที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนทำงานด้วย”</span></i></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/197?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47919" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 126" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/128-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h3><b>องค์กรจะเปลี่ยนได้ HR ต้องเปลี่ยนตัวเองก่อน</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49984" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-240-scaled.webp" alt="#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation 173" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-240-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-240-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-240-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-240-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-240-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-240-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่เหล่าผู้นำ HR หยิบยกขึ้นมาพูดคุยคือเรื่อง HR เองต้อง Upskill และ Reskill อะไรบ้าง เพื่อทำ Transformation ให้สำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งปราฏกว่ามีเยอะมาก !</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปัญชลีย์ย้ำว่า AI จะกลายเป็นทักษะพื้นฐานเหมือนเครื่องมือทำงานทั่วไป แต่สิ่งที่จะทำให้ HR ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังคือการมีทักษะ Critical Thinking &amp; Empathy หรือการคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหาซับซ้อน และเข้าใจคนอย่างจริงใจ </span><i><span style="font-weight: 400;">(ทั้งในมิติงาน และชีวิตส่วนตัว ทั้งในที่ทำงาน และกับครอบครัว)</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอมองว่า นวัตกรรมใหม่ ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการคิดต่อเนื่องว่าจะทำให้งานดีขึ้นได้อย่างไร ขณะที่ Empathetic Leadership จะช่วยให้องค์กรได้ทั้งผลลัพธ์และใจของคนไปพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ธภัทรเสริมว่า จากการทำโปรแกรมพัฒนา HR ในระดับ APAC ของ LIXIL ทักษะที่ HR ต้องเร่งพัฒนาคือทักษะที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น Business Acumen, Data Analytics, Stakeholder Management และ Strategic Thinking ซึ่งดร.วีรภัทรเห็นด้วย โดยนอกจาก HR ต้องเข้าใจธุรกิจตัวเองแล้ว ยังต้องเข้าใจตลาด คู่แข่ง จุดแข็ง จุดอ่อน และปัจจัยรอบด้านให้มากพอจึงจะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ฝ่ายบริหารได้ </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“แต่ถ้า HR ไม่มี Mindset อยากเรียนรู้ และไม่มี Skillset ในการใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์ ต่อให้มีเครื่องมือที่ดีแค่ไหนก็สร้างผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายที่คุณชนนันท์เสริมจากมุมของฝั่งธุรกิจว่า สิ่งที่องค์กรต้องการจาก HRBP คือคำแนะนำเรื่อง Future Workforce Planning และการสื่อสาร หาก HR เข้าใจธุรกิจอย่างลึกพอ ก็จะช่วยให้หน่วยงานวางแผนกำลังคนได้แม่นยำขึ้น และตอบโจทย์ธุรกิจได้มากขึ้น</span></p>
<h3><b>Transformation ที่ดี ต้องไม่ลืมว่ามีคนได้รับผลกระทบ</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49991" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-235-scaled.webp" alt="#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation 174" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-235-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-235-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-235-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-235-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-235-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-235-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงท้ายของการพูดคุย มีคำถามสำคัญเรื่อง Capability Assessment และความรู้สึกไม่มั่นคงของพนักงานเมื่อเผชิญการ Transformation ซึ่งมักจะมีคนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบเยอะกว่าคนอื่นเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปัญชลีย์พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า HR ต้องยอมรับความจริงก่อนว่า การทำ Transformation บางครั้งไม่สามารถรับประกันได้ว่าทุกคนจะได้ไปต่อ โดยเฉพาะเมื่อเป้าหมายขององค์กรคือเรื่อง Optimization</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“HR ต้องยึดหลักสำคัญคือ อย่าสื่อสารในสิ่งที่องค์กรรับประกันไม่ได้จริง หากต้องลดคน ลดต้นทุน หรือปรับโครงสร้าง ก็ต้องพูดกับพนักงานอย่างแฟร์ที่สุด ไม่ใช่บอกให้ทุกคนสบายใจ ทั้งที่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงอาจกระทบต่อบางคน</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่ HR ควรทำคือสื่อสารอย่างโปร่งใส อธิบายให้คนเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเพื่ออะไร และพยายามดูจุดแข็งของแต่ละคนให้มากที่สุด หากบางคนไม่เหมาะกับบทบาทใหม่ องค์กรควรพิจารณาว่าเขายังสามารถสร้างคุณค่าในบทบาทอื่นได้หรือไม่”</span></i></p>
<p><b>แต่หากท้ายที่สุดไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมจริง ๆ HR ก็ต้องพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา ให้เวลาเขาเตรียมตัว และช่วยเหลือในแบบที่มี Empathy มากที่สุด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วีรภัทรเสริมว่า การทำ Transformation ต้องกล้าเผชิญหน้ากับความจริงที่หนักหน่วง เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงมักมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายเสมอ หลายครั้งผู้บริหารวางกลยุทธ์และอนุมัติงบประมาณเรียบร้อย แต่ลืมถามต่อว่า โครงสร้างองค์กรจะเปลี่ยนอย่างไร Headcount จะกระทบแค่ไหน และคนต้องมีทักษะอะไรเพิ่มขึ้น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากไม่คิดเรื่องกระทบที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น สุดท้ายภาระจะตกมาที่ HR ในฐานะคนแจ้งข่าวร้าย ทั้งที่หากเห็นปัญหาตั้งแต่แรก องค์กรจะมีเวลาพัฒนาคน วางแผนโยกย้าย ปรับโครงสร้างได้ดีกว่าเดิม”</span></i></p>
<h2><b>Workforce Intelligence: เจาะประเด็น Workshop โดย Visier</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49988" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-308-scaled.webp" alt="#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation 175" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-308-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-308-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-308-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-308-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-308-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-308-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกไฮไลท์ของงาน </span><b>#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation</b><span style="font-weight: 400;"> คือการจัด Workshop โดยทีมงานของ Visier มาช่วยไขคำตอบว่า พอ HR รู้แล้วว่าต้องทำอะไรในการ Transform องค์กร แล้ว HR จะลงมือทำสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร โดยสิ่งที่ช่วยได้คือการมีระบบ HR ที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>Phersal Gozali จาก </b><a href="https://www.visier.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Visier</b> </a><span style="font-weight: 400;">อธิบายว่าทุกวันนี้ องค์กรต้องจัดการกับข้อมูลจำนวนมากกระจัดกระจายอยู่ในหลายระบบ ทั้งข้อมูลคน งาน การเงิน ต้นทุน และผลลัพธ์ทางธุรกิจ ซึ่ง HR ต้องเชื่อมข้อมูลเหล่านี้เข้าด้วยกันให้เกิดประโยชน์ต่อการตัดสินใจจริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปัญหาของหลายองค์กรคือข้อมูลขององค์กรเก็บไว้แบบแยกถังกัน HR มีแต่ข้อมูลของ HR การเงินมีข้อมูลของการเงิน ฝ่ายผลิตหรือฝ่ายขายก็มีข้อมูลของตัวเอง พอข้อมูลไม่เชื่อมกัน การวางแผนกำลังคนเชิงกลยุทธ์จึงทำได้ยาก ทั้งที่การตัดสินใจเรื่องคนควรเป็นเรื่องเดียวกับการตัดสินใจทางธุรกิจ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“HR ต้องก้าวออกจากบทสนทนาแบบเดิมที่วนอยู่กับ People Metrics เพียงอย่างเดียว แล้วพาข้อมูลคนไปเชื่อมกับ Business KPIs ให้ได้”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“แนวคิด Workforce Intelligence จึงสำคัญมากขึ้น เพราะช่วยให้ HR เห็นภาพว่าทักษะของพนักงานตอบโจทย์กลยุทธ์หรือไม่ การลดคนในบางทีมจะกระทบผลลัพธ์ทางการเงินแค่ไหน หรือการกระจายกำลังคนในองค์กรยังสอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจอยู่หรือเปล่า”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากมุมของคุณ </span><b>Tala Hamedi</b><span style="font-weight: 400;"> การทำ Transformation ส่วนใหญ่มักเริ่มจากเป้าหมายใหญ่ 2 เรื่อง คือเพิ่ม Productivity หรือเพิ่ม Profitability ซึ่งองค์กรจำนวนมากมักลดต้นทุนเป็นทางเลือกแรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การใช้ข้อมูลที่ดีจะช่วยให้การตัดสินใจละเอียดกว่านั้น เช่น ถ้าองค์กรต้องการนำ AI มาใช้ ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่าจะใช้ AI แทนคนได้กี่ตำแหน่ง แต่ควรถามก่อนว่างานส่วนไหนให้ผลตอบแทนจากการลงทุนสูงที่สุด และ AI ช่วยแบ่งเบางานระดับ Task ได้มากแค่ไหน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากพนักงานหนึ่งคนมี 20 ชิ้นงาน และ AI ช่วยทำได้ 5 ชิ้นงาน ไม่ได้หมายความว่าองค์กรต้องลดคนลง 25% ทันที แต่อาจหมายถึงต้องเพิ่มขีดความสามารถให้พนักงาน ลดทักษะที่ไม่จำเป็น เพิ่มทักษะใหม่ และหาคนที่สามารถปรับตัวเข้ากับบทบาทใหม่ได้”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประโยคหนึ่งที่น่าสนใจใน Workshop นี้คือ </span><i><span style="font-weight: 400;">“HR มีหน้าที่ดูแลคน ไม่ใช่ดูแลงาน”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เพราะงานจะเปลี่ยนไปตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อ AI และ Automation เข้ามาอยู่ในกระบวนการทำงานมากขึ้น สิ่งที่ HR ต้องทำคือช่วยให้คนพร้อมรับมือกับงานที่เปลี่ยนไป การมีข้อมูลว่าพนักงานเก่งทักษะไหนจึงสำคัญมาก จะช่วยให้องค์กรมองเห็น Skill Gap วางแผน Reskill หรือ Redeploy คนได้แม่นยำขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน หากองค์กรจำเป็นต้องลดต้นทุนจริง ๆ Workforce Intelligence ก็ช่วยให้การตัดสินใจมีหลักฐานรองรับมากขึ้น เช่น มองหากลุ่มที่มีต้นทุนสูงแต่สร้าง Output ต่ำ การจำลองผลลัพธ์ของ Hiring Freeze หรือ Natural Attrition หรือการวิเคราะห์ว่าโครงสร้างผู้บริหารซับซ้อนเกินไปจนทำให้องค์กรตัดสินใจช้าหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ การใช้ AI Assistant ระดับองค์กรที่ทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องนั่งอ่านกราฟหรือสร้าง Data Model เองทั้งหมดอีกต่อไป แต่ในระบบของ Visier สามารถพิมพ์คำถามเป็นภาษาธรรมชาติ รวมถึงภาษาไทย แล้วให้ระบบดึงข้อมูลจริงขององค์กรออกมาตอบ ช่วยลดปัญหา AI ให้ข้อมูลผิดหรือแต่งคำตอบขึ้นเอง เพราะระบบอ้างอิงจากข้อมูลภายในบริษัท ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไปจากภายนอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบที่ได้จะทำให้ผู้บริหารรู้ว่าควรโฟกัสเรื่องใด ควรถามคำถามต่อไปอย่างไร และควรเจาะลึกข้อมูลมิติไหนก่อนตัดสินใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงท้าย ดร.วีรภัทร ยังเข้ามาช่วยขมวดประเด็นว่า ผู้บริหารไม่ได้ต้องการ HR Report อีกต่อไปแล้ว แต่ต้องการข้อมูลที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น การทำ Workforce Intelligence ไม่ใช่แค่มีระบบ HRIS สำหรับดูวันลา ประสิทธิภาพ หรือข้อมูลบุคลากรทั่วไป แต่ต้องนำ People Data มาผสานกับ Business Data เช่น ต้นทุน ยอดขาย บัญชี หรือโลจิสติกส์ เพื่อให้การตัดสินใจเรื่องคนอยู่บนข้อมูลจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากทำได้ HR จะเป็น </span><b>Strategic Co-pilot</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ช่วยธุรกิจประเมินสถานการณ์ และเปรียบเทียบทางเลือก จะทำให้เห็นความเสี่ยงล่วงหน้า และตัดสินใจเรื่องคนได้แม่นยำขึ้น</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/162?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=PIC"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47990" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 193" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-46.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-46.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-46-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-46-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-46-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-46-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>สรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่เปลี่ยนได้เร็วกว่า เข้าใจคนได้ลึกกว่า และตัดสินใจจากข้อมูลได้แม่นยำกว่า ย่อมรับมือกับความไม่แน่นอนได้ดีกว่า เงื่อนไขสำคัญ และเป็นสัจธรรมของการอยู่รอดและเติบโตเสมอมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของ Future of Transformation จึงอยู่ที่การออกแบบคน งาน และองค์กรให้เดินไปด้วยกันได้จริง HR ต้องขยับจากการเป็นผู้ดูแลกระบวนการ ไปสู่บทบาทของคนอ่านสัญญาณองค์กร แปลข้อมูลให้กลายเป็น Business Impact ช่วยผู้นำตัดสินใจ และดูแลคนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอย่างมีความเป็นมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามสำคัญที่องค์กรควรนำกลับไปคิดต่อคือ </span><i><span style="font-weight: 400;">“เราพร้อมพอหรือยังที่จะ Transform โดยเข้าใจคน เข้าใจธุรกิจ และเข้าใจอนาคต ?”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เพราะการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเกิดจากเป้าหมายร่วม ความเชื่อใจในผู้นำ วิธีทำงานที่ชัดเจน และความพร้อมของคนในองค์กรที่จะเดินต่อไปด้วยกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49987" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-349-scaled.webp" alt="#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation 176" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-349-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-349-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-349-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-349-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-349-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-349-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ HREX ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าร่วมงาน </span><b>#7 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Transformation</b><span style="font-weight: 400;"> ทั้งผู้นำ HR จากหลากหลายอุตสาหกรรมที่ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างลึกซึ้ง และวิทยากรทุกท่านที่ช่วยจุดประกายแนวคิดใหม่ ๆ ให้กับวงการ HR ไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และงานครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดผู้สนับสนุนใจดีที่ร่วมสนับสนุนเวทีแห่งการเรียนรู้นี้ ได้แก่ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/162"><b>Visier</b></a><b>, </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/197"><b>Jobsdb by SEEK</b></a><b>, </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/176"><b>Pacific Prime</b></a><b>, </b><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener"><b>Reeracoen Thailand</b></a><b> และ </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/67"><b>Salary Hero</b></a><span style="font-weight: 400;"> รวมถึง Media Partner อย่าง CareerVisa Thailand ซึ่ง HREX ขอขอบคุณจากใจอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดงานล้อมวงพูดคุยกับผู้นำ HR อย่างใกล้ชิดในครั้งต่อไป และอยากรู้ว่างานครั้งหน้าจะมาในหัวข้ออะไร สามารถติดตามความเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ที่ HREX แพลตฟอร์มของคนทำงาน HR ที่รวมพลังสร้างอนาคตของงานไว้ด้วยกัน</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-roundtable-future-of-transformation-260521/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/the-future-of-holistic-wellbeing-summit-2026-260520/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/the-future-of-holistic-wellbeing-summit-2026-260520/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 May 2026 12:12:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[The Future of Holistic Wellbeing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49960</guid>

					<description><![CDATA[สวัสดิการพนักงานคือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่องค์กรใช้ดึงดูดและรักษาคนเก่ง หลายบริษัทลงทุนมากขึ้นกับประกันสุขภาพ วันลา กิจกรรมดูแลสุขภาพ โปรแกรมดูแลใจ ไปจนถึงสิทธิประโยชน์รูปแบบใหม่ ๆ ที่หวังว่าจะช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีความสุขและอยู่กับองค์กรได้นานขึ้น แต่เมื่อองค์กรให้มากขึ้น ทำไมถึงยังเจอปัญหาคนหมดไฟ คนเก่งลาออก หรือพนักงานรู้สึกห่างเหินจากองค์กรอยู่เหมือนเดิม ? บางทีโจทย์สำคัญอาจไม่ใช่แค่องค์กรมีสวัสดิการอะไรบ้าง แต่อยู่ที่ว่าสวัสดิการเหล่านั้นตอบโจทย์ชีวิตจริงของพนักงาน และเชื่อมโยงกับเป้าหมายขององค์กรได้มากแค่ไหนต่างหาก ประเด็นนี้คือหัวใจสำคัญของงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026: Where Wellbeing Becomes the Engine of Sustainable Growth งานสัมมนาที่พาผู้นำองค์กรและ HR กลับมาสำรวจ Wellbeing ในฐานะกลยุทธ์การดูแลคนอย่างรอบด้าน ตั้งแต่สุขภาพกาย สุขภาพใจ คุณภาพชีวิต แรงจูงใจ ไปจนถึงศักยภาพในการทำงาน และเมื่อองค์กรเข้าใจความต้องการของคนอย่างแท้จริง Wellbeing ย่อมกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ทั้งพนักงานและธุรกิจเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน Opening Session “เมื่อคนสำราญ งานย่อมสำเร็จ” นี่คือสโลแกนและเป็นคำกล่าวเปิดงานของ น.สพ.ธนัฐ ศิริวรางกูร CEO &#38; Co-Founder [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49972" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-24.webp" alt="The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 186" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-24.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/HREX-Cover-600-x-370-px-24-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/the-evolution-of-employee-benefits-260517/">สวัสดิการพนักงานคือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่องค์กรใช้ดึงดูดและรักษาคนเก่ง</a> หลายบริษัทลงทุนมากขึ้นกับประกันสุขภาพ วันลา กิจกรรมดูแลสุขภาพ โปรแกรมดูแลใจ ไปจนถึงสิทธิประโยชน์รูปแบบใหม่ ๆ ที่หวังว่าจะช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีความสุขและอยู่กับองค์กรได้นานขึ้น</span></p>
<p>แต่เมื่อองค์กรให้มากขึ้น ทำไมถึงยังเจอปัญหาคนหมดไฟ คนเก่งลาออก หรือพนักงานรู้สึกห่างเหินจากองค์กรอยู่เหมือนเดิม ? บางทีโจทย์สำคัญอาจไม่ใช่แค่องค์กรมีสวัสดิการอะไรบ้าง แต่อยู่ที่ว่าสวัสดิการเหล่านั้นตอบโจทย์ชีวิตจริงของพนักงาน และเชื่อมโยงกับเป้าหมายขององค์กรได้มากแค่ไหนต่างหาก</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้คือหัวใจสำคัญของงาน</span><b> The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026: Where Wellbeing Becomes the Engine of Sustainable Growth</b><span style="font-weight: 400;"> งานสัมมนาที่พาผู้นำองค์กรและ HR กลับมาสำรวจ Wellbeing ในฐานะกลยุทธ์การดูแลคนอย่างรอบด้าน ตั้งแต่สุขภาพกาย สุขภาพใจ คุณภาพชีวิต แรงจูงใจ ไปจนถึงศักยภาพในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อองค์กรเข้าใจความต้องการของคนอย่างแท้จริง Wellbeing ย่อมกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ทั้งพนักงานและธุรกิจเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Opening Session</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49973" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06115-scaled.webp" alt="The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 187" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06115-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06115-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06115-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06115-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06115-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06115-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อคนสำราญ งานย่อมสำเร็จ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือสโลแกนและเป็นคำกล่าวเปิดงานของ น.สพ.ธนัฐ ศิริวรางกูร CEO &amp; Co-Founder จาก </span><a href="https://www.zennite.co/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Zennite Co., Ltd.</span></a><span style="font-weight: 400;"> ผู้มีประสบการณ์ทำงานด้าน Wellbeing มานาน ซึ่งเขาพบว่ามันสามารถสรุปใจความสำคัญของโลกการทำงานได้ดีทีเดียว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของสวัสดิการพนักงานที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่หลายองค์กรอาจมองว่าเป็นสิ่งเสริม วันนี้สวัสดิการกลายเป็นเรื่องจำเป็นต่อการทำงานและการเติบโตของธุรกิจ เพราะความเครียด ภาวะหมดไฟ และความไม่มั่นคงทางการเงินของพนักงาน ล้วนส่งผลโดยตรงต่อ Performance ขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือ ต้นทุนสวัสดิการที่สูงขึ้นทุกปี ทำให้องค์กรต้องกลับมาคิดอย่างจริงจังว่า จะออกแบบสวัสดิการอย่างไรให้ยังตอบโจทย์ชีวิตพนักงาน ขณะเดียวกันก็สร้างคุณค่ากลับมาสู่องค์กรได้จริง งานครั้งนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อชวนผู้นำองค์กรและ HR มองการดูแลพนักงานให้รอบด้านขึ้น ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ การเงิน และปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อประสบการณ์การทำงานในแต่ละวัน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“องค์กรที่อยากเติบโตอย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากการดูแลคนให้ดีเสียก่อน เมื่อพนักงานมีความสุข แข็งแรง และรู้สึกมั่นคงในการใช้ชีวิต พลังเหล่านี้ย่อมส่งต่อไปยังผลงาน วัฒนธรรมองค์กร และความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว”</span></i></p>
<h2><b>The Future of Holistic Wellbeing &#8211; From Vision to Healthcare Excellence</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49965" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06330-scaled.webp" alt="The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 188" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06330-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06330-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06330-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06330-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06330-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06330-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ Chief Executive Officer จาก </b><a href="https://www.bumrungrad.com/en" target="_blank" rel="noopener"><b>Bumrungrad International Hospital</b></a><span style="font-weight: 400;"> ชวนให้ HR มอง Wellbeing ในมุมที่กว้างกว่าเดิม ผ่านประสบการณ์ขององค์กรด้านสุขภาพที่ต้องดูแลทั้งคนไข้ พนักงาน และบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมาก ท่ามกลางความท้าทายที่หนักขึ้นทุกปี ทั้งภาวะขาดแคลนแรงงาน การทำงานที่ถูกกดดันให้ lean ขึ้นจากการเข้ามาของ AI รวมถึงภาวะหมดไฟที่เกิดขึ้นกับคนทำงานจำนวนมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อบุคลากรในระบบสุขภาพต้องรับมือกับความต้องการด้าน Healthcare ที่เพิ่มขึ้น การดูแลคนจึงไม่อาจหยุดอยู่แค่การรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่ต้องเริ่มจากการป้องกัน ดูแล และเข้าใจความเสี่ยงด้านสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในประเด็นสำคัญที่บำรุงราษฎร์ให้ความสำคัญคือ การเปลี่ยนบทบาทของโรงพยาบาลจากสถานที่รักษาโรค ไปสู่การเป็นศูนย์กลางของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยใช้ข้อมูล Big Data เข้ามาช่วยวิเคราะห์และทำนายความเสี่ยงก่อนที่ปัญหาสุขภาพจะเกิดขึ้นจริง แนวคิดนี้สะท้อนผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันที่ช่วยมอนิเตอร์สุขภาพของทั้งคนไข้และพนักงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมถึงการนำแนวคิด Biological Age หรืออายุชีวภาพมาใช้เปรียบเทียบกับอายุจริง เพื่อให้คนเห็นภาพสุขภาพของตัวเองชัดขึ้นว่า ร่างกายกำลังแก่หรืออ่อนกว่าวัยเพียงใด โดยพิจารณาจากหลายตัวชี้วัดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยรวม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บำรุงราษฎร์มองว่าสุขภาวะที่ดีไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่ประกอบขึ้นจากหลายมิติ โดยมี 6 เสาหลักสำคัญ ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การออกกำลังกาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความเครียด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความสัมพันธ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การนอนหลับ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การใช้สารต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อร่างกาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และโภชนาการ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองสุขภาพผ่านกรอบนี้ องค์กรจะเห็นชัดขึ้นว่าการดูแลพนักงานต้องครอบคลุมทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิต สภาพแวดล้อมในการทำงาน และระบบสนับสนุนที่ช่วยให้คนดูแลตัวเองได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกแนวทางที่น่าสนใจคือการนำทีม Allied Health เข้ามาร่วมดูแลสุขภาพ ผ่านบริการ Comprehensive Teleconsultation for Employee Wellbeing เพื่อให้พนักงานได้รับคำแนะนำที่เหมาะกับปัญหาและเป้าหมายสุขภาพของตัวเองมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ทำให้แนวคิดเหล่านี้จับต้องได้ คือการเปลี่ยน Wellbeing ให้กลายเป็นกิจกรรมและระบบที่พนักงานมีส่วนร่วมจริง เช่น Step Challenge Campaign ที่ชวนพนักงานแข่งกันเดินและนับก้าวแบบรายแผนก จนเกิดผลลัพธ์รวมมากกว่า 838 ล้านก้าว หรือแคมเปญลดน้ำหนักที่ช่วยให้พนักงานบางคนลดน้ำหนักได้ถึง 15 กิโลกรัม กิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้มีคุณค่าแค่การสร้างสีสันในองค์กร แต่ยังทำให้พนักงานเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน HR ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่ได้มาตรฐาน เพื่อนำไปมอนิเตอร์ภาพรวมของพนักงาน เช่น ค่า BMI โดยพบว่าพนักงาน 55.06% อยู่ในเกณฑ์ปกติ และยังสามารถดูต่อได้ว่าช่วงอายุใดมีความเสี่ยงเรื่องน้ำหนักเกินหรือน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มากเป็นพิเศษ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การมีแพลตฟอร์มที่ช่วยในการมอนิเตอร์ ช่วยเราได้ดีมาก มิฉะนั้นแล้วเราจะช่วยเหลือพนักงาน และสร้าง Wellbeing ที่ดีไม่ได้เลย”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้นำไปสู่ Wellbeing Framework ของบำรุงราษฎร์ที่ครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><strong>Physical</strong> การดูแลความปลอดภัยในที่ทำงาน มาตรการป้องกันการติดเชื้อ และการตรวจสุขภาพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><strong>Social</strong> การสร้างความสัมพันธ์ผ่านกิจกรรมทีมและการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางวัฒนธรรม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><strong>Mental</strong> การดูแลความเครียด นโยบายต่อต้านการคุกคาม และการสนับสนุนด้านการแก้ไขความขัดแย้ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><strong>Financial</strong> การดูแลค่าตอบแทน สวัสดิการสุขภาพ สิทธิประโยชน์พิเศษ รวมถึงการสนับสนุนด้านการวางแผนการเงินส่วนบุคคล </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">Wellbeing ที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยทั้งวิสัยทัศน์ เทคโนโลยี ข้อมูล และการออกแบบประสบการณ์ที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กรดูแลเขาในฐานะคน ไม่ใช่แค่แรงงานหนึ่งตำแหน่งในระบบการทำงานเท่านั้น</span></p>
<h2><b>Strategic Insights and Trends in Holistic Wellbeing: พลิกบทบาทความอยู่ดีมีสุข จาก &#8216;ทางเลือก&#8217; สู่ &#8216;หัวใจสำคัญ&#8217; ของความสำเร็จทางธุรกิจ</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49966" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06510-scaled.webp" alt="The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 189" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06510-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06510-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06510-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06510-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06510-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06510-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>นภัส ศิริวรางกูร Managing Director จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><b>Hewitt Consulting</b></a><span style="font-weight: 400;"> อธิบายว่า Wellbeing กำลังเป็นกระแสในแวดวง HR เพราะองค์กรที่จะเติบโตได้ดีและยั่งยืน ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างรอบด้าน ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ความสัมพันธ์ การเงิน สมดุลชีวิตการทำงาน ความรู้สึกมีคุณค่า ไปจนถึงความหมายของการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการเก็บข้อมูลผ่าน </span><b>People Outperform Index (POI)</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>Employee Experience Survey (EES)</b><span style="font-weight: 400;"> ในปี 2025 ครอบคลุม 76 องค์กร ใน 8 หมวดหมู่ Hewitt Consulting พบประเด็นที่น่าสนใจมากว่า Holistic Wellbeing เป็นหัวข้อที่มีระดับ Outperform ต่ำทีเดียว ตัวเลขนี้สะท้อนว่า แม้หลายองค์กรจะพูดถึงและให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ พยายามจัดกิจกรรม และมีนโยบายดูแลพนักงานมากขึ้น แต่การทำให้มันกลายเป็นระบบที่เสริมสร้าง Employee Engagement, Employee Experience อาจยังต้องพัฒนาอีกมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในข้อค้นพบสำคัญคือ องค์กรที่ให้ความสำคัญกับ Wellbeing จริงจัง มักมีระดับความผูกพันของพนักงานสูงกว่าองค์กรทั่วไปอย่างชัดเจน โดยกลุ่มองค์กรที่เป็น Top 10 Outperformers จะทำคะแนนได้ดีในมิติของสุขภาพกาย ใจ สังคม การเงิน Work-Life, Emotional และ Spiritual Wellbeing โดยเฉพาะมิติ Spiritual หรือความรู้สึกว่าการทำงานมีความหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่องค์กรกลุ่มผลงานโดดเด่นให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลที่ตามมาคือ Engagement Score ของกลุ่ม Outperformers อยู่ที่ 83% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศไทยที่ 68% และสะท้อนออกมาผ่านพฤติกรรมสำคัญของพนักงาน เช่น ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ความภาคภูมิใจ ความพยายาม ความสามารถในการเติบโต และการมองเห็น Purpose ในงานที่ทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกอินไซต์ที่น่าสนใจคือ พนักงานในองค์กรสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มค่อนข้างชัดเจน กลุ่มแรกคือ </span><b>Advocate</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งคิดเป็น 73% เป็นคนที่มองว่าองค์กรทำเรื่อง Wellbeing ได้ดีแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนอีก 27% คือกลุ่มที่มีความเสี่ยง กลุ่มนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากการเรียกร้องเรื่องการเรียนรู้ การเติบโต หรือโอกาสใหม่ ๆ มากนัก แต่ต้องการให้องค์กรเข้ามาช่วยบรรเทาปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ก่อน เพราะความเครียดที่สะสมทำให้พวกเขามีแนวโน้มตอบคำถามเชิงลบมากกว่ากลุ่มอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังช่วยประคองพนักงานกลุ่มนี้ไว้ได้คือทีมและเพื่อนร่วมงาน ความสัมพันธ์ที่ดีในทีมยังทำให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าอยู่บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองลึกลงไปในแต่ละกลุ่มคน Hewitt พบว่า </span><b>Gen Z เป็นกลุ่มที่มีภาวะ Burnout สูงที่สุด อยู่ที่ 38%</b><span style="font-weight: 400;"> และต้องการการสนับสนุนจากองค์กรเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการมี Mentor ที่ช่วยเรื่องการเติบโตและทิศทางอาชีพ ขณะที่กลุ่ม Key Talent ต้องการให้หัวหน้าช่วยดูแลเรื่อง Workload ความยืดหยุ่นในการทำงาน และค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับแรงกายแรงใจที่ทุ่มเทลงไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกกลุ่มที่น่าจับตาคือ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220916-middlemanagement/">Middle Management</a> ซึ่งมีระดับ Holistic Wellbeing ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับผู้นำระดับอื่น เพราะต้องรับแรงกดดันจากทั้งผู้บริหารและทีมงาน กลายเป็นคนกลางที่ต้องผลักงาน แก้ปัญหา และประคองคนไปพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อค้นพบสุดท้ายชี้ให้เห็นว่า องค์กรที่จะชนะในอนาคตคือองค์กรที่สามารถสร้าง </span><b>Energy Multiplier</b><span style="font-weight: 400;"> หรือคนที่ส่งพลังบวกและช่วยเติมแรงให้คนรอบข้างได้ โดยองค์กรที่อยู่ในกลุ่ม Outperformers จะมี Energy Multiplier มากถึง 28% แม้อาจยังไม่ได้เกินครึ่ง และยังไม่มีองค์กรใดปลอดจาก Burnout แบบ 100% แต่ก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีว่าจะมีคนพลังบวกเหล่านี้ ส่งต่อพลังบวกให้มากขึ้นตามไปด้วย</span></p>
<p><strong><i>“เมื่อ Holistic Wellbeing ถูกออกแบบอย่างจริงจัง พนักงานจะมีความพร้อมมากขึ้น และความพร้อมนั้นจะนำไปสู่ Sustainable Outperformance ที่ช่วยให้องค์กรเติบโตได้ในระยะยาว”</i></strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47977" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 181" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>Series of Keynote: Technology &amp; Solutions Showcase: Real Use Cases in Action ถอดรหัสการสร้างสมดุล กาย-ใจ-การเงิน เพื่อสวัสดิการที่ตอบโจทย์ชีวิตพนักงานยุคใหม่</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49967" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06602-scaled.webp" alt="The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 190" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06602-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06602-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06602-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06602-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06602-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL06602-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b><a href="https://th.hrnote.asia/story/phayathai-paolo-hr-240423/">สุภาพร บัญชาจารุรัตน์</a> Executive Director Human Resources</b><span style="font-weight: 400;"> จาก </span><a href="https://www.phyathai.com/th" target="_blank" rel="noopener"><b>Phyathai</b></a><b> &amp; </b><a href="https://www.paolohospital.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Paolo Hospital Group</b></a><span style="font-weight: 400;"> ชวนมอง Holistic Wellbeing ให้ลึกกว่าภาพจำเดิม ๆ ว่าเป็นเพียงการชวนพนักงานมาออกกำลังกาย ทำกิจกรรมสุขภาพ หรือจัดโปรแกรมดูแลร่างกายเป็นครั้งคราว เพราะสุขภาวะที่ดีเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนทำงานรอบด้าน ตั้งแต่กาย ใจ การเงิน สภาพแวดล้อม ไปจนถึงบทบาทของผู้นำที่ต้องเข้าใจเรื่องนี้ด้วย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากผู้นำยังมอง Wellbeing เป็นภาระหรือกิจกรรมเสริม HR ก็ยากที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เกิดผลจริงในองค์กร”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Phyathai &amp; Paolo Hospital Group พบว่าสุขภาพของพนักงานเป็นหนึ่งใน KPI สำคัญของ HR และองค์กร เพราะการมีสุขภาพที่ดีส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ประสิทธิภาพการทำงาน และความสามารถในการอยู่กับองค์กรในระยะยาว โมเดลที่โรงพยาบาลใช้คือ </span><b>Healthy Together Model</b> <b>ภายใต้แนวคิดการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการค้นหาปลายทางของสุขภาพที่ดีที่สุด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นจึงไม่ใช่การรอให้พนักงานป่วยแล้วค่อยรักษา แต่ต้องช่วยให้พนักงานรู้เท่าทันความเสี่ยงของตัวเอง และปรับพฤติกรรมก่อนปัญหาสุขภาพจะลุกลาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลที่น่ากังวลคือ พนักงานราว 1 ใน 4 มีความเสี่ยงสูงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เช่น เบาหวาน โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง โดยสาเหตุสำคัญไม่ได้มาจากตัวโรคเพียงอย่างเดียว แต่มาจากพฤติกรรมที่ทำซ้ำทุกวัน ทั้งการกิน การนอน การเคลื่อนไหวร่างกาย ความเครียด และสภาพแวดล้อมรอบตัว ปัจจัยเหล่านี้ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อเจอกับเศรษฐกิจชะลอตัว สังคมสูงวัย มลพิษที่สูงขึ้น ความตื่นตัวด้านสุขภาพ สุขภาพพนักงานที่ถดถอย ผลิตภาพการทำงานที่ลดลง ต้นทุน Healthcare ที่เพิ่มขึ้น และความท้าทายด้านการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามคือ ต้นทุนสุขภาพของพนักงานไม่ได้มีแค่ค่ารักษาพยาบาลที่เห็นเป็นตัวเลขตรง ๆ เช่น ค่ารักษาและค่ายา ซึ่งคิดเป็นเพียงประมาณ 30% ของต้นทุนทั้งหมด แต่อีก 70% เป็น Indirect Cost เช่น การขาดงาน และการมาทำงานทั้งที่สุขภาพกายใจไม่พร้อม ซึ่งอาจกระทบ Productivity มากกว่าที่องค์กรคิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อจัดการปัญหานี้อย่างเป็นระบบ โรงพยาบาลในเครือได้ทำ MOU กับโรงพยาบาลโอเรกอน และพัฒนาแบบประเมิน Self Assessment เพื่อช่วยสำรวจสุขภาวะของพนักงานในหลายมิติ ตั้งแต่การกิน การนอน ความจำ ความหุนหันพลันแล่น การมีสติ ประสิทธิภาพในการทำงาน พฤติกรรมเสี่ยง การออกกำลังกาย คุณภาพชีวิต ความสุข ความพึงพอใจ ไปจนถึงอาการปวดคอ บ่า ไหล่ จากการใช้เก้าอี้ทำงานที่ไม่เหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลที่ได้จะถูกสรุปออกมาเป็นรีพอร์ต 2 เล่ม เล่มแรกช่วยให้องค์กรเห็นภาพความเสี่ยงของพนักงาน แยกได้ตามเพศ อายุ กลุ่มงาน หรืออาชีพที่มีความเสี่ยงสูง ส่วนอีกเล่มจะสะท้อนเรื่อง </span><b>Health Productivity Management</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้องค์กรเห็นว่า สุขภาพของพนักงานกำลังส่งผลต่อ Productivity อย่างไรบ้าง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“HR ไม่สามารถขับเคลื่อน Holistic Wellbeing ได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ต้องทำงานใกล้ชิดกับ CEO และทำให้ผู้บริหารเข้าใจข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ให้ครบถ้วน แม้งานนี้อาจเหนื่อยและต้องใช้เวลา แต่ HR ไม่ควรท้อ เพราะการดูแลคนคือภารกิจที่ส่งผลต่ออนาคตขององค์กรโดยตรง</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ขณะเดียวกัน ข้อมูลสุขภาพของพนักงานต้องถูกใช้อย่างระมัดระวัง ไม่ใช่เพื่อตัดสิน ลงโทษ หรือสร้างความกลัว แต่ควรใช้เพื่อออกแบบการดูแลที่เหมาะสม สร้างสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นในองค์กร</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“และคำถามที่ว่า HR ดูแลพนักงาน แล้วใครดูแล HR คำตอบอยู่ที่ความไว้วางใจจากพนักงานนั่นเอง  เพราะเมื่อพนักงานเชื่อว่า HR ใช้ข้อมูลเพื่อดูแลพวกเขาจริง ความไว้วางใจนั้นจะกลายเป็นพลังสำคัญที่พาองค์กรไปสู่ความยั่งยืนได้ในระยะยาว”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การทำให้คนทำงานสบายใจเรื่องเงิน อาจเป็นหนึ่งในวิธีดูแล Wellbeing ที่ทรงพลังที่สุดขององค์กรยุคใหม่”</span></i></p>
<hr />
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49968" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07328-scaled.webp" alt="The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 191" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07328-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07328-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07328-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07328-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07328-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07328-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ<strong> ศักดา สรรพปัญญาวงศ์ Co-Founder &amp; CEO จาก </strong></span><strong><a href="https://www.avenger-planner.com/" target="_blank" rel="noopener">บลป. อเวนเจอร์ แพลนเนอร์ จำกัด</a></strong><span style="font-weight: 400;"> ชวนมอง “สุขภาพการเงิน” เป็นอีกเสาหลักสำคัญของ Holistic Wellbeing เพราะปัญหาเรื่องเงินมักเป็นต้นตอเงียบ ๆ ของความเครียด พฤติกรรมแปลก ๆ บรรยากาศที่ไม่ดีในที่ทำงาน ไปจนถึงปัญหารุนแรงที่อาจกระทบชีวิตพนักงานโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรช่วยให้พนักงานรับมือเรื่องเงินได้ดีขึ้น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นย่อมสะท้อนกลับมาถึงทั้งคุณภาพชีวิตของคนทำงาน ความสบายใจในการทำงาน และบรรยากาศโดยรวมขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศักดาอธิบายว่า หลายองค์กรพยายามแก้ปัญหาการเงินของพนักงานด้วยการจัดอบรมเป็นครั้ง ๆ เชิญผู้เชี่ยวชาญมาสอน ทำแบบประเมิน แล้ววนกลับมาทำแบบเดิมทุกปี วิธีนี้มีประโยชน์ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่เพียงพอ เพราะพนักงานแต่ละคนมีปัญหาการเงินไม่เหมือนกัน บางคนมีหนี้ บางคนไม่มีเงินสำรอง บางคนยังไม่รู้จะเริ่มวางแผนอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญคือ คนที่มีปัญหาจริงอาจไม่กล้าเข้าร่วมอบรม หรือรู้สึกว่าต่อให้เรียนไปก็เปลี่ยนชีวิตไม่ได้ องค์กรจึงต้องเข้าใจให้ชัดก่อนว่า พนักงานติดขัดเรื่องเงินตรงไหน แล้วออกแบบการช่วยเหลือให้ตรงจุดมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จิ๊กซอว์สำคัญของการดูแลสุขภาพการเงินพนักงานมี 3 ชิ้น</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>พาพนักงานเข้าสู่การเรียนรู้เรื่องการเงินให้ได้ โดยไม่รอให้ทุกคนตื่นตัวเอง</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะบางครั้งคนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด อาจเป็นคนที่ไม่กล้าเริ่มต้น องค์กรควรเริ่มจากหลักสูตรกว้าง ๆ เพื่อสร้างพื้นฐานร่วมกัน แล้วค่อยต่อยอดไปสู่การเรียนรู้เฉพาะเรื่องตามความต้องการของพนักงานแต่ละกลุ่ม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับขอคำปรึกษา</b><span style="font-weight: 400;"> คล้าย “ห้องพยาบาลทางการเงิน” ที่พนักงานสามารถพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญได้อย่างสบายใจ ไม่มีข้อผูกมัด และไม่มีการเสนอขายสินค้าใด ๆ พื้นที่แบบนี้ช่วยลดกำแพงความกลัว และทำให้พนักงานรู้สึกว่าการขอความช่วยเหลือเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องน่าอาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดูแลอย่างต่อเนื่องโดยนักวางแผนการเงินมืออาชีพ</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะการแก้ปัญหาเงินไม่จบลงหลังฟังบรรยาย 1 ครั้ง แต่ต้องมีคนช่วยพาพนักงานลงมือทำจริง ตั้งแต่การจัดการหนี้ วางแผนเงินสำรอง วางแผนประกัน ลงทุน ไปจนถึงเป้าหมายชีวิตระยะยาว</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ 3 กระบวนการนี้เกิดขึ้นซ้ำอย่างต่อเนื่อง สุขภาพการเงินจะค่อย ๆ กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร ไม่ใช่แค่กิจกรรมฝึกอบรมประจำปี พนักงานใหม่ที่เข้ามาจะซึมซับวิธีคิดเรื่องเงินที่ดี และพนักงานเดิมจะรู้สึกว่าองค์กรไม่ได้มองข้ามความกังวลที่กระทบชีวิตของพวกเขาจริง ๆ </span></p>
<hr />
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49969" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07417-scaled.webp" alt="The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 192" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07417-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07417-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07417-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07417-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07417-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07417-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ณัฐธิดา สงวนสิน Managing Director &amp; Co-Founder จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/210">BUZZEBEES</a></b><span style="font-weight: 400;"> เล่าประสบการณ์ขององค์กรที่เติบโตขึ้นมาเป็นหนึ่งใน Reward Network ขนาดใหญ่ของ Southeast Asia และนำความเชี่ยวชาญเรื่องรางวัลกับแรงจูงใจมาช่วยตอบโจทย์ HR ในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอชี้ให้เห็นว่า หลายองค์กรกำลังเผชิญปัญหาคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานมาทำงานแบบผ่านไปวัน ๆ กิจกรรมภายในจัดแล้วไม่มีคนเข้าร่วม หรือวัฒนธรรมองค์กรที่พยายามสื่อสารเท่าไรก็ยังเข้าถึงพนักงานได้ยาก ปัญหาเหล่านี้สะท้อนว่า การสร้าง Engagement ในองค์กรไม่สามารถอาศัยแค่การสื่อสารหรือการจัดกิจกรรมแบบเดิม ๆ ได้เสมอไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยกระตุ้นพนักงานได้ดีคือ Reward เพราะรางวัลมีพลังในการดึงคนให้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เมื่อมีกิจกรรมแล้วมีสิ่งจูงใจที่เหมาะสม พนักงานมักเปิดใจเข้าร่วมมากขึ้น แต่ความท้าทายอยู่ที่ HR ไม่ได้มีหน้าที่เดียวในองค์กร ต้องดูแลงานหลากหลาย ตั้งแต่กิจกรรมภายใน การสื่อสารองค์กร สวัสดิการ ไปจนถึงงานประจำอีกจำนวนมาก การเลือกรางวัลให้ถูกใจพนักงานจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องคิดว่าจะให้อะไร ใครจะชอบหรือไม่ชอบ ต้องจัดซื้ออย่างไร และบางครั้งรางวัลที่องค์กรลงทุนไปก็อาจแพงเกินไปในสายตาผู้บริหาร หรือไม่ตรงใจพนักงานเท่าที่ควร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">BUZZEBEES จึงนำแนวคิด Point-based Reward System เข้ามาช่วยให้องค์กรดูแลเรื่องนี้ได้ง่ายขึ้น หลักการคือ เมื่อพนักงานเข้าร่วมกิจกรรม ทำพฤติกรรมที่องค์กรอยากส่งเสริม หรือมีส่วนร่วมกับวัฒนธรรมองค์กร ก็จะได้รับแต้มสะสม เพื่อนำไปแลกของรางวัลที่ตัวเองต้องการได้ วิธีนี้ช่วยเปลี่ยน Reward จากของที่องค์กรเลือกให้ฝ่ายเดียว ไปสู่ระบบที่พนักงานเลือกสิ่งที่เหมาะกับชีวิตตัวเองได้จริง ใครอยากได้ประกันก็ใช้แต้มแลกประกัน ใครอยากได้ส่วนลดช้อปปิ้งหรือสิทธิประโยชน์จากแพลตฟอร์มต่าง ๆ ก็เลือกได้ตามความต้องการของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้ยิ่งสำคัญเมื่อหลายองค์กรเจอปัญหาพนักงานเข้ามาทำงานแล้วลาออกเร็ว โดยเฉพาะช่วงที่รูปแบบการทำงานออนไลน์ทำให้ความผูกพันกับองค์กรลดลง BUZZEBEES เองก็เคยเจอความท้าทายลักษณะนี้ และพบว่าการใช้ระบบแต้มกับรางวัลช่วยสร้าง Engagement ได้ดีขึ้น เพราะพนักงานรู้สึกว่าการมีส่วนร่วมกับองค์กรให้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และรางวัลที่ได้รับก็เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของตัวเอง สำหรับ HR ระบบแบบนี้ช่วยลดภาระในการจัดหารางวัล เพิ่มความยืดหยุ่นในการดูแลพนักงาน และทำให้การสร้างแรงจูงใจเกิดขึ้นได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/210?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47932" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 138" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>Mini Workshop : Practical Tools for Building a Flexible Benefits Model ออกแบบสวัสดิการที่ &#8216;ใช่&#8217; เพื่อสร้างองค์กรในฝันด้วยมือคุณ</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49970" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07617-scaled.webp" alt="The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 193" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07617-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07617-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07617-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07617-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07617-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL07617-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรกำลังปวดหัวร่วมกัน นั่นคือจะออกแบบสวัสดิการอย่างไรให้ดึงดูดพนักงาน ตอบโจทย์คนหลายกลุ่ม และยังควบคุมต้นทุนได้ในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>กสิณ สุตันติวรคุณ Co-founder ของ XEL Group</b> และ <a href="https://xen-studios.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>XenS Studio</b></a><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่าทุกครั้งที่พูดถึงสวัสดิการ หลายคนมักนึกถึงประกันสุขภาพเป็นอันดับแรก ทั้งผู้ใช้งานระบบ บริษัทประกัน และ Broker ที่อยู่ตรงกลาง แต่ในความเป็นจริง อีโคซิสเต็มของสวัสดิการกว้างกว่านั้นมาก และมีปัจจัยจำนวนมากที่ส่งผลต่อต้นทุนที่องค์กรต้องจ่ายทุกปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในคำถามสำคัญคือ เบี้ยประกันมาจากไหน และทำไมจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขปลายทางเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ต้นทุนค่ารักษาพยาบาล ความเสี่ยงของกลุ่มพนักงาน พฤติกรรมการใช้สวัสดิการ ไปจนถึงกำไรที่ผู้ให้บริการต้องคำนวณไว้ในระบบ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา อัตราค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 12-15% ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มที่เร็วมากเมื่อเทียบกับต้นทุนประเภทอื่น หากองค์กรไม่ทำอะไรเลย ต้นทุนสวัสดิการจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ และคุณค่าของสวัสดิการเดิมที่เคยมี ก็อาจถูกลดทอนลงตามต้นทุนที่แพงขึ้นในแต่ละปี”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริหารต้นทุนสวัสดิการจึงต้องมองเป็นระบบ โดยคุณกสิณเสนอ 3 เครื่องมือหลักที่องค์กรสามารถนำไปใช้ได้ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปรับโครงสร้าง Benefit</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นวิธีที่ทำได้เร็วที่สุด เห็นผลไว แต่เหมาะกับการแก้ปัญหาระยะสั้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปรับปรุงพฤติกรรมการใช้สวัสดิการของพนักงาน</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่การห้ามพนักงานป่วยหรือกีดกันการรักษา แต่ทำให้พนักงานมีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากขึ้น รู้จักเปรียบเทียบทางเลือก และมองเห็นความคุ้มค่าก่อนใช้สวัสดิการ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Build Long-term Health Culture</b><span style="font-weight: 400;"> สร้างวัฒนธรรมสุขภาพในระยะยาว เพื่อให้พนักงานดูแลตัวเองดีขึ้น ลดความเสี่ยง และช่วยให้องค์กรควบคุมต้นทุนได้อย่างยั่งยืน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ก่อนจะออกแบบสวัสดิการให้ดี องค์กรต้องเข้าใจข้อมูลพื้นฐานของตัวเองให้มากพอ โดยมี 5 มิติที่ควรนำมาวิเคราะห์ ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Claim Drivers</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อดูว่าเคลมส่วนใหญ่เกิดจากอะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Major Claims</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อประเมินโอกาสเกิดเคลมใหญ่ในปีต่อไป</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Top Symptoms</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อดูว่าอาการหรือโรคใดเกิดขึ้นบ่อยที่สุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Provider Behavior</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเข้าใจรูปแบบการคิดค่าบริการของโรงพยาบาล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Utilization Behavior</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อดูว่าพนักงานใช้สวัสดิการที่มีอยู่อย่างไร</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้องค์กรไม่ต้องออกแบบสวัสดิการจากการคาดเดา แต่สามารถวางแผนจากพฤติกรรมจริง ความเสี่ยงจริง และปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกโจทย์ใหญ่ของ HR คือจะทำให้สวัสดิการดึงดูดพนักงานที่มีความหลากหลายมากขึ้นได้อย่างไร เพราะแต่ละปีมีพนักงานเจนใหม่เข้ามา ขณะที่พนักงานรุ่นเดิมยังอยู่ในองค์กร ความคาดหวังของแต่ละกลุ่มจึงแตกต่างกัน บางคนให้ความสำคัญกับสุขภาพ บางคนสนใจการเงิน บางคนอยากได้สิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ หรือการเรียนรู้มากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิด <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/flexible-benefit-240214/">Flexible Benefits</a> จึงเข้ามาช่วยจัดระเบียบสวัสดิการให้ตอบโจทย์คนได้กว้างขึ้น โดยสามารถแบ่งเป็น 5 หมวดหลัก ๆ คือสุขภาพ การเงิน ประกันชีวิต ไลฟ์สไตล์ และการศึกษา เมื่อจัดหมวดหมู่ชัดเจน HR จะเห็นภาพมากขึ้นว่าสวัสดิการที่มีอยู่ครอบคลุมชีวิตพนักงานแค่ไหน และยังขาดอะไรที่ควรเติมเข้าไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Flexible Benefits ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือปรับพฤติกรรมได้ด้วย เช่น เปิดทางเลือกให้พนักงานร่วมจ่าย 500 บาทแรกเมื่อใช้สิทธิรักษาพยาบาล เพื่อให้เกิดการตัดสินใจอย่างรอบคอบก่อนใช้บริการ หรือออกแบบ Wellness Bonus ให้รางวัลกับพนักงานที่ตรวจสุขภาพแล้วมีผลลัพธ์ดีขึ้น วิธีเหล่านี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อลดสิทธิของพนักงาน แต่ช่วยให้ทุกคนเห็นคุณค่าของสวัสดิการ ใช้อย่างเหมาะสม และหันกลับมาดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ระบบจะได้ผลก็ต่อเมื่อองค์กรติดตามข้อมูลการใช้งานอย่างใกล้ชิด เพราะ</span><b>สวัสดิการที่ดีไม่ใช่สิ่งที่ออกแบบครั้งเดียวแล้วจบ แต่ต้องปรับอยู่เสมอตามต้นทุน พฤติกรรม และความต้องการที่เปลี่ยนไปของพนักงาน</b></p>
<h2><b>The Success Framework : From Strategic Design to Real-World Business Impact Integrating Health, Wealth, and Work for Sustainable Organizational Growth</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49971" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL08127-scaled.webp" alt="NOL08127 scaled" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน The Future of Holistic Wellbeing Summit 2026 194" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL08127-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL08127-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL08127-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL08127-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL08127-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/NOL08127-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวงเสวนาปิดท้ายงานเป็นการถอดบทเรียนความสำเร็จจากองค์กรชั้นนำ เพื่อหาวิธีคิดที่น่าสนใจ และเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละองค์กร ในการพยายามหาจุดสมดุลระหว่างความสุขของคน กับผลลัพธ์ของงานอย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเมื่อพูดถึงคำว่า “คนสำราญ งานสำเร็จ” ไม่มีใครตีความเหมือนกันเลย บางองค์กรให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น บางแห่งมองเรื่องสุขภาพการเงิน บางแห่งเชื่อว่าความเท่าเทียมและอิสระในการทำงาน คือรากฐานสำคัญที่ทำให้คนอยากอยู่กับองค์กรนานขึ้น</span></p>
<p><b>ดร.พาสุข โรจนกตัญญู Cluster HR Leader, SEA &amp; HR Director จาก </b><a href="https://www.dentsu.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Dentsu</b></a><span style="font-weight: 400;"> สะท้อนภาพของธุรกิจโฆษณาที่ “คน” เป็นต้นทุนหลักอย่างชัดเจน พวกเขามองว่า การดูแลพนักงานไม่ได้หมายถึงการเพิ่มสวัสดิการไปเรื่อย ๆ เพราะสุดท้ายสิ่งเหล่านั้นอาจย้อนกลับมาเป็นภาระให้พนักงานต้องทำงานหนักกว่าเดิมเพื่อแลกกับต้นทุนที่องค์กรจ่ายเพิ่ม สิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องการกลับเรียบง่ายกว่านั้น หลายคนเลือก “พอดี” มากกว่า “มากเกินไป” ขอเพียงมีเวลาหายใจ มีเวลาจัดการชีวิตตัวเอง และยังทำงานได้ดีไปพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณ </span><b>นรัตว์ ยุวนะเตมีย์ Vice President – People Solutions Design จาก </b><a href="https://www.banpu.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>BANPU</b></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมพลังงาน ก็มองเรื่องนี้คล้ายกันในอีกมุม พวกเขาให้อิสระกับการทำงานมานานหลายสิบปี ทั้ง Work From Home และ Work From Anywhere เพราะเข้าใจว่าชีวิตคนทำงานแต่ละประเทศ แต่ละหน้าที่ ไม่มีทางเหมือนกันทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณ </span><b>สรัสวดี คุปตพงศ์ Chief People Officer จาก </b><a href="https://www.krungthai-axa.co.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>KT-AXA</b></a><span style="font-weight: 400;"> พูดถึง Wellbeing ว่าเราต้องมองมันให้รอบด้านมากกว่าเรื่องสุขภาพกายหรือใจอย่างเดียว แต่รวมถึงเรื่องการเงินด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะต่อให้สุขภาพดีแค่ไหน หากพนักงานกังวลเรื่องการเงิน ชีวิตก็ยังไม่สมดุลอยู่ดี นั่นทำให้องค์กรจึงพยายามสร้างระบบดูแลที่เชื่อมโยงกันทั้งเรื่องสุขภาพ การเงิน วัฒนธรรมองค์กร และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยสิ่งสำคัญคือความต่อเนื่อง ไม่ใช่จัดกิจกรรมครั้งคราวแล้วจบ แต่ต้องทำให้การดูแลพนักงานกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีทำงานในทุกวัน พนักงานจึงจะรู้สึกได้จริงว่าองค์กรใส่ใจ ไม่ใช่แค่สื่อสารภาพลักษณ์สวยงามออกไปภายนอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่หลายคนพูดตรงกันคือ ความยืดหยุ่นกลายเป็นเรื่องพื้นฐานของการทำงานยุคนี้ไปแล้ว ผู้นำของ Dentsu ยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่า พนักงานแต่ละคนมีภาระชีวิตต่างกัน บางคนต้องดูแลพ่อแม่ บางคนเลี้ยงสัตว์ บางวันลูกป่วย บางวันตัวเองไม่พร้อม หากองค์กรยังใช้กฎเดียวกับทุกคนทั้งหมด ความเครียดก็จะสะสมโดยไม่จำเป็น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“องค์กรสามารถกำหนดเป้าหมายและมาตรฐานงานให้ชัดได้ แต่เปิดพื้นที่ให้แต่ละคนเลือกวิธีทำงานที่เหมาะกับชีวิตตัวเอง”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนผู้นำ HR ของ บ้านปูให้ความสำคัญกับระบบประเมินผลและการพัฒนาทักษะควบคู่กันไป เพราะ Productivity จะเกิดขึ้นได้ คนทำงานต้องรู้จักตัวเอง มีวินัย และมีอิสระพอที่จะจัดการงานในแบบของตัวเองด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงท้ายของเสวนา บทสนทนาเรื่อง AI กลายเป็นอีกหัวข้อที่ทุกคนสนใจ เพราะความกังวลเรื่องอนาคตการทำงานเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ Dentsu มองว่า AI เป็นเพียงอีกหนึ่งการเปลี่ยนผ่านเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา มนุษย์เคยปรับตัวจากการทำงานแบบเดิมมาแล้วหลังโควิด และครั้งนี้ก็เช่นกัน พวกเขาเชื่อว่าความกลัวจำนวนมากเกิดจากการยังไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนรัตว์เองก็ยอมรับตรง ๆ ว่า AI จะกระทบกับคนทำงานระดับเริ่มต้นและงานที่ทำซ้ำเป็นหลัก คนทำงานจึงต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ รวมถึงผู้นำองค์กรเองก็ต้องเข้าใจเทคโนโลยีมากพอที่จะนำไปใช้ต่อยอดได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่มีองค์กรไหนพูดถึง AI ในฐานะผู้ร้ายที่จะมาแทนมนุษย์ทั้งหมด คุณสรัสวดีย้ำชัดว่า งานบริการบางอย่างยังต้องการความเป็นมนุษย์อยู่เสมอ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการความเข้าใจมากกว่าคำตอบอัตโนมัติ สิ่งที่องค์กรควรทำจึงไม่ใช่ปล่อยให้พนักงานกังวลล่วงหน้า แต่ต้องเตรียมทักษะใหม่ให้พวกเขาก่อนวันที่โลกการทำงานเปลี่ยนจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสรุปของวงเสวนาครั้งนี้จึงอาจไม่ใช่สูตรสำเร็จเรื่อง Wellbeing หรือ AI หากเป็นการย้ำว่า </span><b>องค์กรที่เติบโตได้ดี มักเริ่มจากการเข้าใจชีวิตของคนทำงานอย่างจริงใจ และยอมปรับวิธีคิดของตัวเองให้ทันความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</b></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/the-future-of-holistic-wellbeing-summit-2026-260520/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Bangkok Climate Action Week 2026 (BKKCAW 2026)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/bkkcaw-2026-260514/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/bkkcaw-2026-260514/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 May 2026 01:31:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[BKKCAW 2026]]></category>
		<category><![CDATA[BKKCAW]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Climate Action Week 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49899</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อพูดถึงคำว่า Climate Action หลายคนอาจนึกถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาด การลดคาร์บอน หรือการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ในโลกการทำงานยุคใหม่ วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องของสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะมันเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของคนทำงาน ทักษะแรงงานแห่งอนาคต รูปแบบธุรกิจใหม่ ต้นทุนองค์กร ความเสี่ยงของเมือง ไปจนถึงบทบาทของ HR ในการเตรียมคนให้พร้อมกับการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ นี่คือเหตุผลที่เกิดงาน Bangkok Climate Action Week 2026 หรือ BKKCAW 2026 เวทีที่ชวนให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา สื่อ ชุมชน และคนทำงานจากหลากหลายภาคส่วน มาร่วมกันตั้งคำถามว่า เราจะสร้างเศรษฐกิจแบบใหม่ที่ดีต่อทั้งคนและโลกได้อย่างไร ? ในปีนี้ HREX เข้าร่วม BKKCAW 2026 ในฐานะพันธมิตรสื่อ พร้อมทั้งมีคุณ ณัฐวุฒิ กุลแก้ว Community Management จาก HREX ร่วมเป็นคณะทำงานหลัก หรือ Core Team ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในทุนมนุษย์ การเตรียมทักษะแรงงานและเยาวชนไทยให้พร้อมกับโอกาสงานในเศรษฐกิจใหม่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49904" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-Cover.webp" alt="BKKCAW 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Bangkok Climate Action Week 2026 (BKKCAW 2026) 201" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p data-start="687" data-end="814">เมื่อพูดถึงคำว่า Climate Action หลายคนอาจนึกถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาด การลดคาร์บอน หรือการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว</p>
<p data-start="816" data-end="1087">แต่ในโลกการทำงานยุคใหม่ วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องของสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะมันเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของคนทำงาน ทักษะแรงงานแห่งอนาคต รูปแบบธุรกิจใหม่ ต้นทุนองค์กร ความเสี่ยงของเมือง ไปจนถึงบทบาทของ HR ในการเตรียมคนให้พร้อมกับการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่</p>
<p data-start="1089" data-end="1343">นี่คือเหตุผลที่เกิดงาน <strong data-start="1112" data-end="1165">Bangkok Climate Action Week 2026 หรือ BKKCAW 2026</strong> เวทีที่ชวนให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา สื่อ ชุมชน และคนทำงานจากหลากหลายภาคส่วน มาร่วมกันตั้งคำถามว่า เราจะสร้างเศรษฐกิจแบบใหม่ที่ดีต่อทั้งคนและโลกได้อย่างไร ?</p>
<p data-start="1345" data-end="1704">ในปีนี้ HREX เข้าร่วม BKKCAW 2026 ในฐานะพันธมิตรสื่อ พร้อมทั้งมีคุณ <strong>ณัฐวุฒิ กุลแก้ว Community Management</strong> <strong>จาก HREX</strong> ร่วมเป็นคณะทำงานหลัก หรือ Core Team ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในทุนมนุษย์ การเตรียมทักษะแรงงานและเยาวชนไทยให้พร้อมกับโอกาสงานในเศรษฐกิจใหม่ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพ มีคุณค่า และมีเป้าหมายมากขึ้น</p>
<p data-start="1706" data-end="1972">ในฐานะแพลตฟอร์มที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้นำงานทรัพยากรบุคคล รวมถึงผู้ให้บริการ HR Solutions ในไทย HREX มองว่า Climate Action ไม่ใช่ประเด็นไกลตัวของคนทำงานอีกต่อไป แต่เป็นหนึ่งในแรงเปลี่ยนสำคัญที่กำลังส่งผลต่อทักษะแรงงาน โครงสร้างงาน วัฒนธรรมองค์กร และการบริหารคนในระยะยาว</p>
<p data-start="1974" data-end="2085">หาก HR คนไหนสงสัยว่าประเด็น Climate Action เกี่ยวข้องกับการบริหารคนอย่างไร HREX สรุปสาระสำคัญจากงานนี้มาให้แล้ว</p>

<h2>Bangkok Climate Action Week 2026 คืองานอะไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49903" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-2-scaled.webp" alt="BKKCAW 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Bangkok Climate Action Week 2026 (BKKCAW 2026) 202" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-2-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-2-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-2-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-2-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-2-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Bangkok Climate Action Week หรือ BKKCAW 2026 คือเวทีความร่วมมือที่รวมผู้เกี่ยวข้องจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อเร่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ</p>
<p>หัวใจของงานนี้คือการสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือแบบเปิด ที่เปิดโอกาสให้ภาครัฐ เอกชน ชุมชน สถาบันการศึกษา องค์กรภาคประชาสังคม และผู้คนทั่วไป เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบอนาคตของเมือง เศรษฐกิจ และสังคมร่วมกัน ไม่ใช่แค่การจัดอีเวนต์เพื่อพูดถึงโลกร้อนแล้วจบลง</p>
<p>งาน BKKCAW 2026 จะจัดขึ้นก่อนการประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ณ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2026 นี้ ทำให้ช่วงเวลาการจัดงานมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เพราะเป็นโอกาสที่กรุงเทพฯ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะได้แสดงบทบาทต่อบทสนทนาระดับโลกด้านสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>
<h2>Climate Action ถึงเวลาเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นทาง</h2>
<p>หนึ่งในแนวคิดสำคัญของ BKKCAW 2026 คือการมองปัญหาสภาพภูมิอากาศในระดับโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงการจัดการผลกระทบปลายทาง<br />
เพราะวิกฤตภูมิอากาศไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจ วิธีการผลิต วิธีการบริโภค การใช้พลังงาน การเดินทาง การพัฒนาเมือง การท่องเที่ยว ไปจนถึงวิธีที่สังคมวัดคำว่าความสำเร็จ</p>
<p>ในงานเปิดตัว มีการเน้นย้ำถึงความจำเป็นของรูปแบบเศรษฐกิจใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์และระบบนิเวศ มากกว่าการวัดผลด้วยตัวชี้วัดแบบเดิมอย่าง GDP เพียงอย่างเดียว</p>
<p>นี่เป็นประเด็นที่สะท้อนกลับมายังองค์กรโดยตรง เพราะที่ผ่านมา หลายองค์กรอาจวัดความสำเร็จด้วยรายได้ กำไร การเติบโตของธุรกิจ หรือ Productivity เป็นหลัก แต่ในโลกที่ความเสี่ยงด้านภูมิอากาศและความเหลื่อมล้ำทางสังคมส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น องค์กรจำเป็นต้องตั้งคำถามใหม่ว่า</p>
<h2>การเติบโตที่ดี ควรเป็นการเติบโตแบบไหน ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49902" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-1-scaled.webp" alt="BKKCAW 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Bangkok Climate Action Week 2026 (BKKCAW 2026) 203" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-1-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-1-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-1-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การทำกำไรที่ยั่งยืน ต้องแลกมาด้วยสุขภาพของคนทำงาน ทรัพยากรธรรมชาติ หรือคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบข้างหรือไม่ ?</p>
<p>HR จะมีบทบาทอย่างไรในการทำให้องค์กรเติบโตโดยไม่ทิ้งคนและโลกไว้ข้างหลัง ?</p>
<p>คุณ <strong>ลีโอ ฮอร์น-พัธโนทัย ผู้ก่อตั้ง Just Transitions Incubator และประธานร่วมคณะกำหนดทิศทาง BKKCAW</strong> กล่าวไว้ว่า การสร้างเศรษฐกิจใหม่คือเรื่องที่ทุกคนมีสิทธิ์ตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ไม่ควรปล่อยให้นักเศรษฐศาสตร์จัดการเพียงลำพัง</p>
<p><em>“Climate Action เป็นเรื่องของทุกอาชีพ ทุกองค์กร และทุกคนที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจเดียวกัน เราทุกคนสามารถเลือกได้ว่าจะมีส่วนร่วมกับระบบเศรษฐกิจแบบใด นี่ไม่ใช่เรื่องของอนาคตที่ห่างไกล แต่เป็นทางเลือกที่เราสามารถตัดสินใจได้ตั้งแต่วันนี้”</em></p>
<h2>กรุงเทพฯ กับบทบาทเมืองที่ต้องเร่งรับมือ Climate Crisis</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49906" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-4-scaled.webp" alt="BKKCAW 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Bangkok Climate Action Week 2026 (BKKCAW 2026) 204" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-4-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-4-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-4-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-4-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-4-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-4-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในฐานะเมืองใหญ่ กรุงเทพฯ เป็นทั้งพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ แหล่งรวมแรงงานจำนวนมาก ศูนย์กลางการเดินทาง และเมืองที่เผชิญความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ความร้อน คุณภาพอากาศ พื้นที่สีเขียว หรือความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดี</p>
<p>คุณ <strong>ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> กล่าวในงานว่า กรุงเทพฯ พร้อมบูรณาการหลักการเศรษฐกิจใหม่และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้ากับการวางผังเมืองและการให้บริการสาธารณะ ผ่านการเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและการเสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็งพร้อมรับปรับตัว</p>
<p><em>“เรามุ่งมั่นร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางด้านสภาพภูมิอากาศของเมืองไปด้วยกัน”</em></p>
<p>ทั้งนี้ เมืองเกี่ยวข้องกับ HR และชีวิตคนทำงานหลายประการ</p>
<ul>
<li>ถ้าเมืองมีปัญหาการเดินทาง คนทำงานก็เหนื่อยตั้งแต่ยังไม่ถึงออฟฟิศ</li>
<li>ถ้าเมืองมีปัญหาฝุ่นและคุณภาพอากาศ สุขภาพพนักงานก็ได้รับผลกระทบ</li>
<li>ถ้าเมืองมีความเสี่ยงน้ำท่วม องค์กรก็ต้องรับมือกับ Business Continuity</li>
<li>ถ้าเมืองร้อนขึ้นเรื่อย ๆ สวัสดิการ สุขภาพ และความปลอดภัยในการทำงานก็ต้องถูกออกแบบใหม่</li>
</ul>
<p>Climate Action ในระดับเมือง จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวของ HR แต่เกี่ยวข้องกับ Employee Well-being, Workplace Safety, Hybrid Work, Flexible Work, Crisis Management และ Employee Experience อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<h2>10 สาขาหลักที่สะท้อนว่า Climate Action เกี่ยวข้องกับทุกอุตสาหกรรม</h2>
<p>BKKCAW 2026 ไม่ใช่เรื่องของอุตสาหกรรมพลังงานหรือสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่เชื่อมโยงกับแทบทุกมิติของการทำงานและการใช้ชีวิตที่ครอบคลุม 10 สาขาสำคัญ ๆ ประกอบด้วย</p>
<ol>
<li>พลังงาน</li>
<li>อาหาร</li>
<li>ธรรมชาติ</li>
<li>สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี</li>
<li>เมืองและการเดินทาง</li>
<li>การศึกษา</li>
<li>การท่องเที่ยวและการบริการ</li>
<li>ชุมชน</li>
<li>เศรษฐกิจ</li>
<li>ศิลปะและวัฒนธรรม</li>
</ol>
<p>จะเห็นได้ชัดว่าทั้ง 10 สาขานี้ล้วนเกี่ยวข้องกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ เช่น อาหารเกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานและการบริโภค สุขภาพเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตและแรงงาน การศึกษาเกี่ยวข้องกับการสร้างทักษะใหม่ การท่องเที่ยวเกี่ยวข้องกับรูปแบบเศรษฐกิจเมือง ศิลปะและวัฒนธรรมเกี่ยวข้องกับการสื่อสารและการสร้างความตระหนักรู้ และชุมชนเกี่ยวข้องกับความเป็นธรรมในการเปลี่ยนผ่าน เป็นต้น</p>
<p>ดังนั้นองค์กรไม่ควรถามเพียงว่า “บริษัทของเราเกี่ยวกับ Climate Action หรือไม่” แต่ควรถามใหม่ว่า “ธุรกิจของเราเชื่อมโยงกับ Climate Action ในมิติไหนบ้าง”</p>
<p>สำหรับ HR คำถามนี้อาจนำไปสู่การทบทวนหลายเรื่อง อาทิ</p>
<ul>
<li>องค์กรต้องการทักษะใหม่อะไรบ้างในยุคเศรษฐกิจสีเขียว ?</li>
<li>ตำแหน่งงานใดจะเปลี่ยนไปเพราะแรงกดดันด้านความยั่งยืน ?</li>
<li>พนักงานเข้าใจเป้าหมาย ESG ขององค์กรมากแค่ไหน ?</li>
<li>วัฒนธรรมองค์กรสนับสนุนพฤติกรรมที่ยั่งยืนจริงหรือไม่ ?</li>
<li>ผู้นำองค์กรมี Climate Literacy เพียงพอหรือยัง ?</li>
</ul>
<p>คำถามเหล่านี้อาจไม่ได้มีคำตอบสำเร็จรูป แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ HR ก้าวจากบทบาทผู้ดูแลคน ไปสู่การเป็นผู้ร่วมออกแบบการเปลี่ยนผ่านขององค์กร</p>
<h2>Green Jobs Fair: จุดเชื่อมสำคัญระหว่าง Climate Action กับ HR</h2>
<p>หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าจับตาของ BKKCAW 2026 คือ Green Jobs Fair ซึ่งถือเป็นจุดเชื่อมที่ชัดเจนที่สุดระหว่างงานด้าน Climate Action กับโลก HR</p>
<p>เพราะเมื่อเศรษฐกิจเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น ตลาดแรงงานก็ย่อมเปลี่ยนตามไปด้วย<br />
คำว่า Green Jobs ไม่ได้หมายถึงงานด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรงเท่านั้น แต่ครอบคลุมงานที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร สนับสนุนพลังงานสะอาด พัฒนาเมืองที่ยั่งยืน หรือสร้างระบบเศรษฐกิจที่รับผิดชอบต่อคนและโลกมากขึ้น</p>
<p>ในอนาคต องค์กรอาจต้องการคนที่มีทักษะใหม่มากขึ้น เช่น</p>
<ul>
<li>ผู้เชี่ยวชาญด้าน ESG และ Sustainability</li>
<li>นักวิเคราะห์ข้อมูลด้าน Climate และ Carbon</li>
<li>ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาด</li>
<li>นักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึง Circular Economy</li>
<li>ผู้เชี่ยวชาญด้าน Sustainable Supply Chain</li>
<li>นักสื่อสารด้านความยั่งยืน</li>
<li>HR ที่เข้าใจ Green Skills และ Just Transition</li>
</ul>
<p>ดังนั้น การวางแผนกำลังคนในอนาคตไม่สามารถยึดอยู่กับ Job Description แบบเดิมได้อีกต่อไป องค์กรต้องเริ่มมองว่า งานใดจะถูกเปลี่ยนผ่าน งานใดต้อง Reskill งานใดต้อง Upskill และงานใดจะเกิดขึ้นใหม่จากแรงขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46396" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-49.webp" alt="ความยั่งยืน คืออะไร ทำไมถึงเป็นหน้าที่ของ HR ในการสร้าง Sustainability (SDG)" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Bangkok Climate Action Week 2026 (BKKCAW 2026) 205" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2022/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-49.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-49-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/sustainability-for-hr-221014/">ทำไมถึงเป็นหน้าที่ของ HR ในการสร้าง Sustainability (SDG)</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>จาก GDP สู่ Well-being: องค์กรต้องนิยามความสำเร็จใหม่</h2>
<p>อีกประเด็นสำคัญของงาน BKKCAW 2026 คือการตั้งคำถามต่อวิธีวัดความสำเร็จแบบเดิม โดยเฉพาะการพึ่งพา GDP เป็นตัวชี้วัดหลักของการพัฒนา</p>
<p>แม้ GDP จะยังเป็นตัวชี้วัดสำคัญทางเศรษฐกิจ แต่ในโลกที่วิกฤตภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำ และสุขภาวะของผู้คนกลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นคงระยะยาว การมองตัวเลขการเติบโตเพียงด้านเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป</p>
<p>ในระดับองค์กร เรื่องนี้สะท้อนกลับมายังวิธีที่บริษัทวัดความสำเร็จของตัวเองเช่นกัน</p>
<ul>
<li>ถ้าองค์กรเติบโต แต่พนักงานหมดไฟ ถือว่าสำเร็จหรือไม่ ?</li>
<li>ถ้าบริษัทมีกำไรสูง แต่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ถือว่ายั่งยืนหรือไม่ ?</li>
<li>ถ้า Productivity เพิ่มขึ้น แต่คนทำงานไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดี องค์กรควรภูมิใจกับผลลัพธ์นั้นแค่ไหน ?</li>
</ul>
<p>โลกการทำงานยุคต่อไป ตัวชี้วัดขององค์กรอาจต้องขยับจากการมองเพียง Output ไปสู่การมอง Outcome ที่กว้างขึ้น เช่น</p>
<ul>
<li>คุณภาพชีวิตของพนักงาน</li>
<li>ความผูกพันต่อองค์กร</li>
<li>ความปลอดภัยและสุขภาวะในการทำงาน</li>
<li>ความหลากหลายและความเท่าเทียม</li>
<li>ผลกระทบต่อชุมชน</li>
<li>ความสามารถในการปรับตัวต่อความเสี่ยงระยะยาว</li>
<li>ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม</li>
</ul>
<h2>Climate Action ต้องอาศัย Collaboration ไม่ใช่การแข่งขันลำพัง</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49905" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-3-scaled.webp" alt="BKKCAW 2026" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Bangkok Climate Action Week 2026 (BKKCAW 2026) 206" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-3-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-3-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-3-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-3-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/BKKCAW-2026-3-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>งาน BKKCAW 2026 ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือแบบเปิด เปิดโอกาสให้พันธมิตรที่สนใจสามารถร่วมจัด Session ในแต่ละสาขา โดยมีการสนับสนุนจากสถานที่จัดงาน ผู้ให้ทุน วิทยากร และชุมชนที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>แนวคิดนี้สะท้อนบทเรียนสำคัญว่า ปัญหาสภาพภูมิอากาศไม่สามารถแก้ได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน องค์กรไม่แสวงหากำไร สตาร์ทอัพ สถาบันการศึกษา หรือชุมชน ทุกฝ่ายล้วนถือทรัพยากร ความรู้ และบทบาทที่แตกต่างกัน</p>
<p>สำหรับ HR นี่คือบทเรียนสำคัญของการทำงานยุคใหม่เช่นกัน เพราะการแก้ปัญหาซับซ้อนในองค์กร ไม่สามารถทำได้ด้วยการทำงานแบบ Silo อีกต่อไป</p>
<p>การสร้างองค์กรที่พร้อมรับมือกับอนาคต ต้องอาศัยความร่วมมือข้ามฝ่าย ข้ามความเชี่ยวชาญ และข้ามอุตสาหกรรมมากขึ้น</p>
<p>HR จึงควรมีบทบาทในการสร้างวัฒนธรรม Collaboration ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การส่งเสริมทำงานเป็นทีม แต่ต้องออกแบบระบบการทำงานที่ทำให้คนต่างแผนกแลกเปลี่ยนความรู้กันได้จริง กล้าทดลองร่วมกัน และมองเป้าหมายใหญ่ขององค์กรร่วมกัน</p>
<p>ในโลกที่ปัญหาซับซ้อนมากขึ้น องค์กรที่เก่งที่สุดคือองค์กรที่เชื่อมคนเก่งเข้าหากันได้ดีที่สุด ไม่ใช่องค์กรที่มีคนเก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว</p>
<h2>บทบาทของ HREX ในการเชื่อม Climate Action กับอนาคตของงาน HR</h2>
<p>ในฐานะ Media Partner ของ BKKCAW 2026 และชุมชนของผู้นำงานทรัพยากรบุคคลในไทย HREX เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องที่องค์กรควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่าย Sustainability หรือ ESG เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นโจทย์ที่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของ HR อย่างจริงจัง</p>
<p>เพราะเมื่อเศรษฐกิจเปลี่ยนผ่าน งานย่อมเปลี่ยน ทักษะย่อมเปลี่ยน ความคาดหวังของพนักงานย่อมเปลี่ยน และวิธีที่องค์กรดูแลคนก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย</p>
<p>นอกจากบทบาทในไทยแล้ว HREX ยังให้ความสำคัญกับการจับตาภูมิทัศน์แรงงานในหลายประเทศของเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นไทย เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน และญี่ปุ่น เพื่อทำความเข้าใจว่าแต่ละตลาดกำลังเผชิญโจทย์ด้านคน งาน และองค์กรอย่างไร ท่ามกลางแรงเปลี่ยนจากเทคโนโลยี เศรษฐกิจใหม่ และความยั่งยืน</p>
<p>บทบาทของ HREX ไม่ใช่เพียงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารด้าน HR แต่ยังเชื่อมโยงองค์ความรู้ ชุมชน และ HR Solutions ที่ช่วยให้องค์กรไทยมองเห็นการเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น และเตรียมคนให้พร้อมกับอนาคตได้ดีขึ้น</p>
<h2>สรุป: Climate Action คือโจทย์ใหม่ของ HR</h2>
<p>Bangkok Climate Action Week 2026 ชี้ให้เห็นว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่มันกำลังเปลี่ยนเมือง เศรษฐกิจ ธุรกิจ ตลาดแรงงาน และชีวิตคนทำงานตั้งแต่ตอนนี้</p>
<p>HR ถึงเวลาขยับบทบาทจากการเป็นผู้ดูแลระบบบริหารคน ไปสู่การเป็นผู้ร่วมออกแบบอนาคตขององค์กร เพราะการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีคนที่พร้อม ทักษะที่พร้อม ผู้นำที่พร้อม และวัฒนธรรมองค์กรที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง</p>
<p>องค์กรยุคใหม่ต้องมองความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์คน และ HR คือหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เกิดขึ้นได้จริง</p>
<p>สำหรับผู้ที่สนใจ Bangkok Climate Action Week 2026 งานหลักจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-11 ตุลาคม 2569 โดยเปิดพื้นที่ให้พันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และร่วมออกแบบอนาคตของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม โปรดติดตามข่าวสารเกี่ยวกับงานได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของ HREX</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/bkkcaw-2026-260514/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน People Performance Conference 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-performance-conference-2026-260401/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-performance-conference-2026-260401/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Apr 2026 12:23:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Creative Talk]]></category>
		<category><![CDATA[PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49471</guid>

					<description><![CDATA[ปี 2026 อาจเป็นช่วงเวลาที่แค่ทำงานให้เก่งอย่างเดียวไม่พอแล้ว หลายองค์กรเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า คนทำงานควรใช้ชีวิตอย่างไรให้ไปต่อได้โดยไม่หมดแรงกลางทาง แนวคิด Work Life Intelligence จึงถูกพูดถึงมากขึ้นการออกแบบชีวิตและการทำงานให้ส่งเสริมกันอย่างมีจังหวะ รู้ว่าเมื่อไรควรเร่ง เมื่อไรควรถอย และใช้พลังงานของตัวเองอย่างมีความหมาย และนี่คือ Theme หลักของงาน Creative Talk: People Performance Conference 2026 งานที่เปิดโอกาสให้ HR ผู้บริหาร ผู้นำ และเจ้าของกิจการได้มาหาวิธีอยู่กับความซับซ้อนของสถานการณ์โลกให้ได้โดยไม่หลงทาง และยังชวนให้เรากลับมาคิดใหม่ว่า เราจะทำงานและใช้ชีวิตอย่างฉลาดพอได้อย่างไรในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วขนาดนี้ หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้วในบทความนี้ PEOPLE PERFORMANCE TRENDS 2026 “งาน กับ ชีวิต ไม่สามารถแยกจากกันได้อีกต่อไป ปี 2026 คือช่วงเวลาที่เราต้องกลับมาจัดการชีวิตไปพร้อมกับทำงานให้สำเร็จ” คุณ สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม Founder &#38; CEO จาก Creative Talk อธิบายว่า คนที่มารวมตัวกันในงานวันนี้ล้วนเป็นคนที่ต้องขับเคลื่อนทั้งตัวเองและองค์กรให้เดินต่อไปได้ แต่ความจริงหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49475" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140245.675.webp" alt="People Performance Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน People Performance Conference 2026 214" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140245.675.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140245.675-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ปี 2026 อาจเป็นช่วงเวลาที่แค่ทำงานให้เก่งอย่างเดียวไม่พอแล้ว หลายองค์กรเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า คนทำงานควรใช้ชีวิตอย่างไรให้ไปต่อได้โดยไม่หมดแรงกลางทาง แนวคิด Work Life Intelligence จึงถูกพูดถึงมากขึ้นการออกแบบชีวิตและการทำงานให้ส่งเสริมกันอย่างมีจังหวะ รู้ว่าเมื่อไรควรเร่ง เมื่อไรควรถอย และใช้พลังงานของตัวเองอย่างมีความหมาย</p>
<p>และนี่คือ Theme หลักของงาน <strong>Creative Talk: People Performance Conference 2026</strong> งานที่เปิดโอกาสให้ HR ผู้บริหาร ผู้นำ และเจ้าของกิจการได้มาหาวิธีอยู่กับความซับซ้อนของสถานการณ์โลกให้ได้โดยไม่หลงทาง และยังชวนให้เรากลับมาคิดใหม่ว่า เราจะทำงานและใช้ชีวิตอย่างฉลาดพอได้อย่างไรในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วขนาดนี้</p>
<p>หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้วในบทความนี้</p>

<h2>PEOPLE PERFORMANCE TRENDS 2026</h2>
<p><em>“งาน กับ ชีวิต ไม่สามารถแยกจากกันได้อีกต่อไป ปี 2026 คือช่วงเวลาที่เราต้องกลับมาจัดการชีวิตไปพร้อมกับทำงานให้สำเร็จ”</em></p>
<p>คุณ <strong>สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม Founder &amp; CEO จาก Creative Talk</strong> อธิบายว่า คนที่มารวมตัวกันในงานวันนี้ล้วนเป็นคนที่ต้องขับเคลื่อนทั้งตัวเองและองค์กรให้เดินต่อไปได้ แต่ความจริงหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ชีวิตของเราไม่ได้มีแค่เรื่องงานอย่างเดียว หลายคนเริ่มตั้งคำถามกับคุณภาพชีวิตของตัวเองมากขึ้น และบางครั้งชีวิตที่ดี ก็สำคัญไม่แพ้งานที่ดี ทำให้ในยุคต่อมา การมี Work-Life Balance กลายเป็นทางออก</p>
<p>แต่สถานการณ์ผ่านไป การพยายามหาสมดุลระหว่าง 2 อย่างนี้ก็ทำได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะทำให้ทุกอย่างลงตัว แนวคิดที่เขาอยากนำเสนอและยกระดับไปอีกขั้นจึงเป็นแนวคิด Work Life Intelligence การมองว่างานกับชีวิตเป็นเรื่องเดียวกัน หรือ Work-Life งานที่ไม่บั่นทอนเรา ทำให้เรากลับบ้านไปอย่างมีพลัง แต่ขณะเดียวกัน ชีวิตที่ดีพอก็ส่งแรงกลับมาที่คุณภาพของงานเช่นกัน</p>
<p>เทคโนโลยีอย่าง AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราเริ่มใช้มันช่วยคิด ช่วยทำ และบางครั้งก็ช่วยตัดสินใจ คำถามที่ถูกโยนกลับมาจึงไม่ใช่ว่าเราจะใช้ AI หรือไม่ แต่เขายังตั้งคำถามอีกว่า เมื่อเราใช้มันแล้ว เราเก่งขึ้นจริงไหม ? เพราะภาพที่เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือ คนกลุ่มหนึ่งจะเติบโตจากเครื่องมือนี้ ขณะที่อีกกลุ่มกำลังถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ความสะดวกที่ได้มา จึงแลกกับแรงกดดันรูปแบบใหม่โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเขาหวังว่าการมางานนี้จะช่วยให้ HR ผู้บริหาร และเจ้าของกิจการได้พบกับคำตอบที่กำลังมองหาอยู่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49476" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140316.403.webp" alt="People Performance Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน People Performance Conference 2026 215" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140316.403.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140316.403-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ด้านคุณ <a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/qgen-hr-consult-240923/"><strong>อภิชาติ ขันธวิธิ CEO ของ QGEN</strong></a> ช่วยเติมมุมมองของคุณสิทธิพงศ์ว่า จากการทำงานกับองค์กรจริง เขาพบคำที่อธิบายสถานการณ์ตอนนี้ได้ดี นั่นคือ Paradox หรือ “ความย้อนแย้ง” ซึ่งในที่นี้หมายถึง องค์กรต้องการผลลัพธ์ ต้องการความเร็ว ต้องแข่งขันให้ชนะ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลคน ต้องใส่ใจสภาพจิตใจ ต้องสร้างที่ทำงานที่ไม่ทำร้ายใครไปพร้อมกัน</p>
<p>ความคาดหวัง 2 ด้านนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน และไม่มีทางเลือกให้ตัดสินใจง่าย ๆ เจ้าของธุรกิจเองก็อยากดูแลคนให้ดีที่สุด แต่ข้อจำกัดรอบด้านก็ทำให้ไปได้ไม่สุด ความเหนื่อยจึงไม่ได้มาจากงานอย่างเดียว แต่มาจากการต้องอยู่กับความขัดแย้งนี้ตลอดเวลา</p>
<p>ทางออกที่ควรเป็นจึงไม่ใช่การพยายามหาจุดกึ่งกลาง เพราะบางเรื่องไม่มีตรงกลางให้ยืน สิ่งที่ทำได้คือเปลี่ยนวิธีคิด เลิกมองว่าเราต้องเลือกฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แล้วหันมาออกแบบวิธีทำงานที่รองรับทั้ง 2 ด้านไปพร้อมกัน ตัดสินใจให้เร็วขึ้น ปรับตัวให้ไวขึ้น และสร้างระบบที่ช่วยให้คนทำงานตัดสินใจได้ดีโดยไม่ต้องรอคำสั่ง</p>
<p><em>“องค์กรที่ไปต่อได้ ไม่ใช่องค์กรที่มีคำตอบชัดที่สุด แต่เป็นองค์กรที่ปรับตัว เข้าหาและอยู่กับคำถามที่ไม่มีคำตอบได้ที่สุดต่างหาก”</em></p>
<h2>LEADING IN THE ERA OF AI</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49477" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140327.205.webp" alt="People Performance Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน People Performance Conference 2026 216" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140327.205.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140327.205-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คำถามที่หลายองค์กรยังหาคำตอบไม่เจอคือ ทำอย่างไรให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานจริง ไม่ใช่แค่โปรเจ็กต์ทดลองบนกระดาษ<br />
เพื่อตอบคำถามนี้ คุณ <strong>อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา Founding Partner จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA">Slingshot Group</a></strong> ชวนย้อนดูผลสำรวจที่รวบรวมมาจากสถาบันที่น่าเชื่อถือหลายแห่งว่า มี 88% ขององค์กรพยายามเอา AI มาใช้ แต่ 33% ใช้อย่างจริงจังเท่านั้นในองค์กร</p>
<p>ขณะเดียวกัน มีมากกว่า 70% ของ Pilot Project ในองค์กรที่ล้มเหลว มากไปกว่านั้น มีผู้บริหาร 74% ที่รู้สึกว่าการเอา AI มาช่วยงานกลับไม่สามารถวัด ROI ได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากมองลึกลงไปจะพบว่าเส้นทางการเปลี่ยนผ่านขององค์กรจำนวนมากเริ่มจากธุรกิจ ไปสู่ดิจิทัล และค่อยขยับมาที่คน ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่มักไม่เปลี่ยนตาม นั่นคือวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่เริ่มต้นจากคนเป็นผู้นำ พอผู้นำไม่ยอมเปลี่ยนวัฒนธรรม วิธีคิด วิธีทำงาน และการตัดสินใจย่อมไม่ต่างจากเดิม นำมาซึ่งผลลัพธ์เดิม ๆ ทำให้การนำเครื่องมือใหม่เข้ามาจึงไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างได้</p>
<p><strong>การจะแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง จึงควรเป็นการแก้ที่ผู้นำ เพราะวัฒนธรรมจะขยับได้ก็ต่อเมื่อคนที่นำองค์กรเปลี่ยนวิธีคิดก่อน</strong></p>
<p>ผู้นำที่จะพาองค์กรไปต่อได้ต้องเริ่มจากการปรับมุมมองต่อ AI ให้ชัด มองมันเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร ไม่ใช่งานของฝ่ายเทคโนโลยีเพียงทีมเดียว การตัดสินใจต้องอิงข้อมูลมากขึ้น และต้องกล้าเริ่มต้นโดยที่ยังไม่สมบูรณ์ เพราะการรอให้ทุกอย่างพร้อมมักทำให้ช้าเกินไป หลายองค์กรที่เดินหน้าได้เร็ว เลือกลงมือทำก่อน แล้วค่อยเรียนรู้และปรับให้ดีขึ้นระหว่างทาง วิธีคิดแบบนี้ต้องเริ่มจากผู้นำ และส่งต่อไปยังทีมงานผ่านการลงมือทำจริง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แค่เปลี่ยนมายด์เซ็ตอย่างเดียวไม่พอ หลายองค์กรนำเครื่องมือเข้ามาโดยยังขาดความชัดเจนว่า จะเอามาใช้แก้ปัญหาอะไร สุดท้ายจึงไม่ได้สร้างคุณค่าเท่าที่คิด สิ่งที่ควรทำคือการใช้ AI อย่างมีเป้าหมาย ผู้นำต้องลงมือใช้เอง เพื่อเข้าใจข้อจำกัดและศักยภาพ ไม่ใช่เพียงสั่งให้ทีมงานลองใช้เท่านั้น</p>
<p>อีกประเด็นที่คุณอภิวุฒิชูขึ้นมาคือการเร่งวัดผลเกินไป คาดหวังผลลัพธ์เร็วเกินไป แล้วก็เร่งหยุดโครงการ ทั้งที่บางสิ่งต้องใช้เวลาในการสร้างผลลัพธ์ระยะยาว</p>
<p>ดังนั้นหากต้องการผลักดันให้องค์กรเอา AI มาสร้างการเติบโตได้ผลจริง ๆ ต้องเริ่มจากการใช้งานแบบต่างคนต่างทำ ขยับไปสู่การใช้งานร่วมกันในทีม จากนั้นจึงเริ่มเชื่อมโยงข้ามหน่วยงาน และพัฒนาไปสู่การใช้งานทั้งองค์กรอย่างเป็นระบบ</p>
<p><em>“เราต้องรู้สถานการณ์ของตัวเองในวันนี้ก่อน เพื่อจะได้ตั้งเป้าหมายแล้วเดินไปได้ถูกทาง และไม่หลงทางกับเครื่องมือที่มีให้เลือกมากมายแต่อาจไม่ตอบโจทย์เราจริง ๆ”</em></p>
<p><em>“สิ่งที่เราควรทำ คือเริ่มจากปัญหาก่อน แล้วค่อยเลือก AI งานไหนที่กินเวลามากที่สุด จุดไหนที่เป็นคอขวดของทีม สิ่งเหล่านี้ควรถูกหยิบขึ้นมาตั้งคำถามก่อนเสมอ พร้อมกันนั้น องค์กรต้องใส่ใจคุณภาพของข้อมูล เพราะข้อมูลที่ไม่ดีจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ผิดพลาด ต้องมีคนที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและบริบทของงานอยู่ในกระบวนการ และต้องมีระบบกำกับดูแลที่ชัดเจน”</em></p>
<p><em>“สุดท้ายแล้ว AI อาจช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น แต่คุณภาพและความถูกต้องยังต้องอาศัยการตัดสินใจของมนุษย์อยู่เสมอ”</em> Founding Partner จาก Slingshot Group ทิ้งท้าย</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47862" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 72" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>PEOPLE X TECHNOLOGY WITH CHALLENGES ON HR PRACTICES</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49478" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140335.124.webp" alt="People Performance Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน People Performance Conference 2026 217" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140335.124.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140335.124-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หากใครเคยฟังบรรยายของคุณ <strong><a href="https://th.hrnote.asia/story/ais-hr-asia-best-companies-to-work-for-250514/">กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กรจาก AIS</a></strong> มาก่อนน่าจะคุ้นเคยดีว่า เธอเป็นคนที่พูดตรง ไม่อ้อมค้อม และบนเวทีนี้ เธอก็พูดในสิ่งที่หลายคนอาจจะไม่ค่อยชอบ แต่ก็ปฏิเสธไมไ่ด้ว่ามันคือเรื่องจริงนั่นคือ</p>
<p><em>“AI จะมาแทนคนโง่”</em></p>
<p>ก่อนจะมาถึงตรงนี้ เธอเล่าย้อนก่อนว่าประสบการณ์ทำงานบริหารคนในช่วงโควิด-19 ทำให้วิธีคิดเรื่องการบริหารคนของเธอ และคนจำนวนมากเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ยุคนี้ทำให้เทคโนโลยีเปิดทางให้ผู้คนหันมาใช้เทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานอย่างแพร่หลาย การทำงานไม่จำกัดอยู่แค่ในออฟฟิศอีกต่อไป และทำให้เราพยายามหาว่าจะใช้มันอย่างไรให้คนทำงานได้ดีขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ทำงานเร็วขึ้น</p>
<p>สิ่งที่เธอสะท้อนออกมาน่าสนใจ เพราะหลายองค์กรกำลังใช้ AI แบบกลับด้าน หมายความว่างานที่ควรปล่อยให้ AI จัดการอย่างงานรูทีน กลับยังใช้คนทำ ขณะที่งานที่ต้องคิด วิเคราะห์ หรือตีความ กลับโยนให้ AI คิดแทน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่การเพิ่มศักยภาพคนทำงาน แต่กลายเป็นการเปิดทางให้ AI เข้ามาแทนที่คนกลุ่มเดิมโดยตรง เธอพูดตรง ๆ ว่า AI จะเข้ามาแทนคนกลุ่มนี้ที่ไม่พัฒนา ซึ่ง HR จำนวนมากสุ่มเสี่ยงทีเดียว</p>
<p>ดังนั้น ทางรอดจึงไม่ใช่การพยายามแข่งขันกับ AI แต่เราต้องใช้ AI ให้ถูกตั้งแต่แรก ด้วยการปล่อยให้มันจัดการงานซ้ำ ๆ แล้วขยับตัวเองไปทำงานที่ต้องใช้การคิด การตีความ และการต่อยอดจากข้อมูลที่มีอยู่ เพิ่มความสามารถในการตั้งคำถาม ซึ่งเชื่อมโยงกับการป้อนคำสั่ง AI อย่างเลี่ยงไม่ได้</p>
<p><em>“การ Prompt กลายเป็นทักษะสำคัญ เพราะคำถามที่ดีจะนำไปสู่คำตอบที่มีคุณภาพ หากถามไม่ชัด คำตอบที่ได้ก็ยากจะนำไปใช้ต่อให้เกิดประโยชน์ Garbage In, Garbage Out”</em></p>
<p>บทบาทของผู้นำก็ต้องเปลี่ยนไปพร้อมกัน ภาพของผู้นำที่ต้องรู้ทุกเรื่องและเก่งที่สุดในห้องอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป สิ่งที่สำคัญกว่าคือการรู้ว่าตัวเองขาดอะไร และดึงคนที่มีความสามารถเข้ามาเติมเต็มทีม ผู้นำที่ดีต้องช่วยให้ทีมเติบโตไปข้างหน้า เปิดพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง และยอมรับว่าความคิดของตัวเองอาจไม่ถูกเสมอ การสร้างทีมที่หลากหลายทางความคิดจึงกลายเป็นข้อได้เปรียบ มากกว่าการหาคนที่คิดเหมือนตัวเอง</p>
<p>อีกด้านหนึ่ง องค์กรก็<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/lean-management-210621/">กำลัง Lean ตัวเอง</a>ขึ้นในระดับ Super Lean คนที่อยู่รอดได้ต้องทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่ใช้เครื่องมือเป็น แต่ต้องรู้ว่าจะใช้มันตอนไหน และใช้เพื่ออะไร สิ่งที่แยกคนออกจากกันอาจไม่ใช่ตำแหน่งหรือประสบการณ์ แต่เป็นความสามารถในการเรียนรู้ และการใช้เทคโนโลยีให้ขยายศักยภาพของตัวเองนั่นเอง</p>
<h2>UNLOCKING ENERGY AT WORK: ENERGIZING POTENTIAL FORWARD</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49479" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140346.046.webp" alt="People Performance Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน People Performance Conference 2026 218" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140346.046.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T140346.046-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ความต้องการของคนทำงานวันนี้ พวกเขาอยากใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย อยากภูมิใจกับสิ่งที่ทำ แต่ความกดดันรอบด้านกลับดึงเราไปอีกทาง เมื่องานมากขึ้น ความคาดหวังสูงขึ้น ทำให้เราแทบไม่มีพื้นที่ให้หยุดคิดว่าเรากำลังทำสิ่งต่าง ๆ ไปเพื่ออะไร จนเหนื่อยและหมดไฟไปเอง</p>
<p>คุณ <strong>ประกรรษ์ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการสายงานทรัพยากรบุคคลและธุรการ <a href="https://www.tcp.com/th/home" target="_blank" rel="noopener">กลุ่มธุรกิจ TCP</a></strong> ยอมรับว่า ความสมดุลในชีวิตและการทำงานกลายเป็นสิ่งที่จับต้องยากขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจุดที่เรียกว่าพอดีอยู่ตรงไหน สุดท้ายหลายองค์กรและคนทำงานจึงพยายามปลดแอกด้วยแนวคิด Work-Life Integration หรือการผสานงานกับชีวิตเข้าด้วยกันอย่างแยกไม่ออก ซึ่งแม้จะทำให้มีอิสระมากขึ้น แต่ก็นำมาซึ่งความยุ่งเหยิงในอีกแบบหนึ่ง บางคนทำงานทั้งวัน บางคนทำงานทั้งคืน และหลายคนทำต่อเนื่องจนแทบไม่มีจังหวะพัก</p>
<p>แทนที่จะยึดติดกับเวลา คุณประกรรษ์ชวนคิดว่าเราควรหาวิธีควบคุมพลังงานในชีวิตมากกว่า เขาเปรียบเปรยว่า การพยายามรักษาสมดุลในงานและชีวิตเหมือนการตีลูกเทนนิสให้ได้นานที่สุด ซึ่งต้องแลกมากับการฝืนและเกร็งร่างกายอยู่ตลอด แต่<strong>ถ้าเราเปลี่ยนวิธีเล่น โอนถ่ายพลังงานแบบใหม่ ด้วยการเล่นอย่างเข้าใจจังหวะ รู้ว่าเมื่อไรควรเร่ง เมื่อไรควรผ่อน หากเรารู้จักจังหวะของตัวเอง เราจะใช้พลังงานไปกับการทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหนื่อยน้อยลง และยังรู้สึกดีกับสิ่งที่ทำ</strong></p>
<p>แนวคิดนี้ถูกนำไปใช้จริงผ่านการออกแบบพลังงานใน 3 ระดับ คือ</p>
<ol>
<li><strong>Design Self</strong> เริ่มจากตัวเองที่ต้องหาความหมายของงานให้เจอ เห็นภาพว่าความสำเร็จเชื่อมโยงกับตัวเราอย่างไร</li>
<li><strong>Design Team</strong> ออกแบบทีมที่ช่วยกันประคองจังหวะของกันและกัน เมื่อมีใครบางคนพลังตก คนอื่น ๆ ต้องพร้อมดึงกันและกันขึ้นมา เพื่อให้เดินไปสู่เป้าหมายเดียวกัน</li>
<li><strong>Design Environment</strong> องค์กรต้องสร้างระบบที่เอื้อต่อการเติบโต มีทั้งแรงจูงใจ เครื่องมือ และโอกาสในการพัฒนาทักษะ เพื่อให้คนทำงานก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม</li>
</ol>
<p>ประเด็นเรื่อง AI นี้เอง คุณประกรรษ์ อธิบายต่อว่า ที่ TCP ลงทุนพัฒนาคนให้ทำงานร่วมกับ AI อย่างจริงจัง มองมันเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยคิด ช่วยวางแผน และช่วยตัดสินใจในหลายมิติ สิ่งสำคัญอยู่ที่การเริ่มจากการออกแบบทั้งกระบวนการโดยมีคนเป็นศูนย์กลาง แล้วเอา AI มาเป็นส่วนเสริม AI จะช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น และมีเวลาไปใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการมากขึ้น</p>
<p><em>“พลังในการทำงานไม่ได้มาจากการฝืนตัวเองให้อยู่ในกรอบใดกรอบหนึ่ง แต่อยู่ที่การรู้จักออกแบบจังหวะชีวิตให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน”</em> ผู้อำนวยการสายงานทรัพยากรบุคคลและธุรการ กลุ่มธุรกิจ TCP ทิ้งท้าย</p>
<h2>CONFIDENT GAP: AI เปลี่ยนคนเก่งที่ไม่กล้าพูดให้ขับเคลื่อนธุรกิจได้</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49480" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T145636.127.webp" alt="People Performance Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน People Performance Conference 2026 219" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T145636.127.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T145636.127-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-agentic-ai-english-training-260326/">โชติจิณณ์ วีระเสรีวัฒนะ</a> Director of Business Development จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/152">ELSA Thailand</a></strong> เปิดเวทีด้วยการเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในหลายที่บนโลก เมื่อคนที่มีความรู้ มีความสามารถ มีประสบการณ์ไม่น้อยไม่ได้รับการโปรโมท ไม่ได้รับการมองเห็นมากเท่าที่คิด เมื่อเทียบกับคนรุ่นใหม่</p>
<p>สิ่งที่มันทำให้พวกเขาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เป็นเพราะเขาไม่สามารถสื่อสารในเรื่องต่าง ๆ ด้วยความมั่นใจได้ ลองคิดภาพดูว่าหากวันนี้เราต้องขึ้นมาบนเวที เพื่อบรรยายเรื่องอะไรสักอย่างโดยไม่ได้เตรียมตัว มีกี่คนกันที่จะสื่อสาร ที่จะบรรยายได้อย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ นั่นทำให้ไม่แปลกหากมีคนที่สื่อสารได้ดีจะได้รับสปอตไลท์ไปมากกว่า</p>
<p>เขาเชื่อมโยงเรื่องดังกล่าวเขาถึงประเด็นทักษะภาษาอังกฤษเอง ว่าสิ่งนี้สำคัญมากไม่แพ้กัน เพราะบ่อยครั้ง การสื่อสารภาษาอังกฤษให้ดี ด้วยความมั่นใจ คนที่สื่อสารได้ดีคือทักษะที่จะทำให้ได้รับการมองเห็น ได้เติบโต แต่ทุกวันนี้พอพูดไม่เป็น สื่อสารไม่ได้ ใน Resume สมัครงานไม่ได้ระบุถึงทักษะนี้ ก็ทำให้ Career Path ของเราหยุดชะงัก กลายเป็นคนทำงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานทันที</p>
<p>ปัญหานี้ยิ่งชัดเมื่อระบบการเรียนรู้ในองค์กรยังไม่ช่วยให้คนอยากเรียนหรือกล้านำไปใช้ หลายคนจึงต้องหาทางพัฒนาตัวเองนอกระบบ ด้วยวิธีที่ใกล้ตัวมากกว่า</p>
<p>ทางออกที่ควรจะเป็นไม่ใช่การเพิ่มคอร์สเรียนแบบเดิม ๆ ที่เน้นการเรียนภาษาในห้องเรียน โดยมีครูผู้สอนเพียง 1 คน ท่ามกลางผู้เรียนหลายสิบชีวิต แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีเรียนให้ใกล้กับการใช้งานจริงมากขึ้น จากการนั่งฟังครูอธิบาย กลายเป็นการฝึกในสถานการณ์ที่ต้องใช้จริง ปรับระดับให้เหมาะกับแต่ละคน และเชื่อมโยงกับงานที่ทำอยู่ ยกระดับการเรียนภาษาเดิม ๆ แบบท่องจำ แล้ว<strong>เน้นที่แนวคิด Language Acquisition ที่ชูเรื่องการเรียนภาษาที่ได้ผล เกิดจากการคลุกคลีกับภาษานั้นในชีวิตประจำวันจริง ๆ ได้ฟัง ได้พูด ได้ลองผิดลองถูก โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความถูกต้องในทุกคำพูด</strong></p>
<p>ELSA นำ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญตรงจุดนี้ เพราะช่วยให้การฝึกฝนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ผู้เรียนสามารถลองพูด ลองใช้ภาษาในแบบของตัวเอง แล้วได้รับฟีดแบ็กทันทีโดยไม่ต้องรอครูหรือห้องเรียน การเรียนจึงไม่ถูกจำกัดด้วยเวลา และไม่ต้องกังวลว่าจะพูดผิดต่อหน้าคนอื่น เมื่อฝึกซ้ำมากพอ ความมั่นใจจะค่อย ๆ สร้างขึ้น และกลายเป็นทักษะที่ต่อยอดไปสู่โอกาสใหม่ในงานได้</p>
<p><strong>ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ความเก่งยังสำคัญต่อคนทำงานเสมอ แต่ความสามารถในการสื่อสารออกมาให้คนอื่นเห็น คือสิ่งที่ตัดสินว่าใครจะได้ก้าวไปข้างหน้ากว่ากัน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47978" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 182" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></p>
<h2>ออฟฟิศสมานฉันท์ ย้อนแย้ง แต่ยังยิ้มได้</h2>
<p>คุณ <strong><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/voice-of-hr-note-sarun-240802/">โน้ต &#8211; ศรัญ คุ้งบรรพต</a> นักร้อง, อาจารย์พิเศษด้าน HR และผู้บริหารด้าน HR จากสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง</strong> เชื่อว่าเราแทบทุกคนที่ทำงานล้วนต้องเจอกับความย้อนแย้งอยู่ตลอดเวลา บางเรื่องเรารู้ตัว บางเรื่องก็เกิดขึ้นจนชินโดยไม่ทันสังเกต เราอยากก้าวหน้า แต่อยากเหนื่อยน้อยลง อยากมีเวลาพัก แต่ก็กลัวงานไม่เดิน บางคนลาป่วย แต่กลับใช้เวลานั้นไปหางานใหม่ ความขัดแย้งเล็ก ๆ เหล่านี้สะสมอยู่ในชีวิตการทำงานของแทบทุกคน</p>
<p>เมื่อความย้อนแย้งกลายเป็นเรื่องปกติ คำถามคือเราจะอยู่กับมันแบบไหนให้ยังมีความสุขได้ เพื่อสร้าง “ออฟฟิศสมานฉันท์” สถานที่ที่เรายังยิ้มได้แม้จะมีเรื่องให้ต้องรับมืออยู่ตลอด</p>
<p>คุณศรัญเข้าใจดีว่า ชีวิตการทำงานของเราทุกวันนี้ไม่ได้เปิดทางให้เราหยุดนิ่งได้ง่าย ๆ ต่อให้เราอยากพัก โลกก็ยังเดินต่อ และความคาดหวังก็ยังเพิ่มขึ้น หากยืนอยู่เฉย ๆ ก็อาจกลายเป็นคนที่ตามไม่ทันโดยไม่รู้ตัว</p>
<p>ความตึงเครียดอีกด้านเกิดจากความคาดหวังที่สวนทางกัน องค์กรอยากได้ผลงานมากขึ้น แต่ข้อจำกัดทำให้ตอบแทนได้ไม่เต็มที่ ขณะที่พนักงานอยากเติบโต แต่อาจยังไม่พร้อมจะเปลี่ยนวิธีทำงาน ความไม่เข้าใจกันจึงค่อย ๆ กลายเป็นการตีตรา เกิดคำด้านลบอย่าง “มนุษย์ป้า” หรือ “เด็กเจนซี” มาใช้แทนความไม่พอใจของแต่ละฝ่าย ทั้งที่ลึกลงไปแล้ว แต่ละฝ่ายต่างก็มีเหตุผลและความกดดันของตัวเอง</p>
<p>จุดเริ่มต้นของการคลี่คลายอาจไม่ได้ซับซ้อนมากนัก เพียงลองสลับมุมมองกันบ้าง เช่น พนักงานลองคิดแบบคนที่ต้องบริหารองค์กร ส่วนผู้นำก็ลองมองผ่านสายตาของทีมว่าเขากำลังเจอกับอะไร เมื่อเราเข้าใจบริบทของกันและกัน ช่องว่างจะค่อย ๆ แคบลง การทำงานก็ไม่ใช่การยืนคนละฝั่งแล้วดึงกันไปมา แต่เป็นการหาทางเดินร่วมกันให้ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49481" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T145644.828.webp" alt="People Performance Conference 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน People Performance Conference 2026 220" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T145644.828.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-04-01T145644.828-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>บทบาทขององค์กรตอนนี้จึงสำคัญมากที่ต้องสร้างบรรยากาศที่คนกล้าพูด กล้าคิด และรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า วัฒนธรรมที่เปิดกว้างไม่ได้เกิดจากคำประกาศบนกำแพง แต่เกิดจากพฤติกรรมจริงในแต่ละวัน หัวหน้าต้องทำหน้าที่เป็นสะพานที่เชื่อมทีมกับองค์กร ไม่ใช่ยืนอยู่นอกวงหรือควบคุมทุกอย่างจนทีมไม่กล้าตัดสินใจ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/230531-1-on-1-meeting/">การพูดคุยแบบ 1 on 1</a> ควรเป็นพื้นที่ที่คนรู้สึกปลอดภัย ได้พูดในสิ่งที่คิด และได้รับการสนับสนุนอย่างจริงใจ ไม่ใช่พื้นที่ให้หัวหน้าได้โชว์ของจนลืมถามความรู้สึกพนักงาน</p>
<p>ท้ายที่สุดแล้ว คุณศรัญย้ำว่า การจะสร้างออฟฟิศสมานฉันท์ได้ เกิดจากความเป็นมืออาชีพของทุกคน</p>
<p>ความเป็นมืออาชีพเริ่มจากเรื่องพื้นฐานที่สุดคือ ต้องมองเป้าหมายให้ชัด เลือกทุ่มแรงให้ถูกเรื่อง ใส่ใจกับคนที่ควรใส่ใจ และทำในสิ่งที่ถูกต้องไปทีละวัน ทั้งหัวหน้าและลูกทีมต่างมีหน้าที่ของตัวเอง และต่างก็เหนื่อยในแบบของตัวเองเหมือนกัน หากเรายังมองกันด้วยความเป็นมนุษย์ สวมหมวกของกันและกันบ้าง ออฟฟิศที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้งก็ยังเป็นที่ที่มีรอยยิ้มหลงเหลืออยู่ได้ แม้วันที่โลกภายนอกจะหนักหนาเพียงไหนก็ตาม</p>
<p><em>“ทุกคนคือมนุษย์ ที่ต่างมีศึกของตัวเอง ดังนั้น เรามาสมานฉันท์กันดีกว่า เติมความเป็นมนุษย์ สวมหมวกให้เห็นมุมมองของกันและกัน เพื่อให้รอยยิ้มยังอยู่ได้ ในวันที่โลกยิ้มยากเหลือเกิน”</em> คุณศรัญกล่าวพร้อมร้องเพลงให้กำลังใจคนทำงานทุกคนปิด Session</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-performance-conference-2026-260401/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar &#124; Agentic-AI English Training</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-agentic-ai-english-training-260326/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-agentic-ai-english-training-260326/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Mar 2026 10:32:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ELSA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49404</guid>

					<description><![CDATA[ทุกวันนี้เราคงไม่ต้องถกกันแล้วว่าภาษาอังกฤษสำคัญกับธุรกิจขนาดไหน เพราะคำถามที่ท้าทายกว่าสำหรับ HR คือ “จะส่งเสริมพนักงานอย่างไรให้เก่งภาษาอังกฤษขึ้นได้อย่างยั่งยืนและใช้งานได้จริง ?” โดยเฉพาะเมื่อโจทย์ขององค์กรเปลี่ยนไป การเรียนแบบเดิม ๆ ที่ตัดเสื้อไซซ์เดียวให้ทุกคนใส่จึงอาจเริ่มไม่ได้ผลอีกแล้ว เมื่อเทคโนโลยีขยับมาถึงจุดที่มี Agentic AI เข้ามาช่วยงาน บทบาทของ HR จึงต้องก้าวข้ามจากการจัดอบรมพื้นฐาน ไปสู่การออกแบบเส้นทางเรียนรู้ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับพนักงานแต่ละคน (Personalized Learning) เพื่อให้ทักษะที่เพิ่มขึ้นนั้นตอบรับกับทิศทางที่บริษัทกำลังจะเดินไป ใน HREX Webinar ครั้งล่าสุด เราได้ชวนคุณ โชติจิณณ์ วีระเสรีวัฒนะ Director of Business Development จาก ELSA Thailand มาแชร์มุมมองและตัวอย่างการนำ Agentic AI ไปใช้จริง ว่าจะช่วยเปลี่ยนการเรียนภาษาอังกฤษให้เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในองค์กรได้อย่างไร หากใครพลาด Webinar ครั้งนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว บทเรียนโลกการทำงานในอดีต สู่โจทย์ใหม่ของ HR ในวันที่โลกเปลี่ยนเร็ว ช่วงแรกของ Webinar คุณโชติจิณณ์ ชวนมองย้อนกลับไปสำรวจประวัติศาสตร์ของการทำงาน ทำให้พบมุมมองที่องค์กรมีต่อคน หรือพนักงานนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49411" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training.webp" alt="HREX Webinar Agentic-AI English Training" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Agentic-AI English Training 227" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ทุกวันนี้เราคงไม่ต้องถกกันแล้วว่าภาษาอังกฤษสำคัญกับธุรกิจขนาดไหน เพราะคำถามที่ท้าทายกว่าสำหรับ HR คือ <em>“จะส่งเสริมพนักงานอย่างไรให้เก่งภาษาอังกฤษขึ้นได้อย่างยั่งยืนและใช้งานได้จริง ?”</em> โดยเฉพาะเมื่อโจทย์ขององค์กรเปลี่ยนไป การเรียนแบบเดิม ๆ ที่ตัดเสื้อไซซ์เดียวให้ทุกคนใส่จึงอาจเริ่มไม่ได้ผลอีกแล้ว</p>
<p>เมื่อเทคโนโลยีขยับมาถึงจุดที่มี Agentic AI เข้ามาช่วยงาน บทบาทของ HR จึงต้องก้าวข้ามจากการจัดอบรมพื้นฐาน ไปสู่การออกแบบเส้นทางเรียนรู้ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับพนักงานแต่ละคน (Personalized Learning) เพื่อให้ทักษะที่เพิ่มขึ้นนั้นตอบรับกับทิศทางที่บริษัทกำลังจะเดินไป</p>
<p>ใน HREX Webinar ครั้งล่าสุด เราได้ชวนคุณ <strong>โชติจิณณ์ วีระเสรีวัฒนะ Director of Business Development จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/152">ELSA Thailand</a></strong> มาแชร์มุมมองและตัวอย่างการนำ Agentic AI ไปใช้จริง ว่าจะช่วยเปลี่ยนการเรียนภาษาอังกฤษให้เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในองค์กรได้อย่างไร</p>
<p>หากใครพลาด Webinar ครั้งนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว</p>

<h2>บทเรียนโลกการทำงานในอดีต สู่โจทย์ใหม่ของ HR ในวันที่โลกเปลี่ยนเร็ว</h2>
<p>ช่วงแรกของ Webinar คุณโชติจิณณ์ ชวนมองย้อนกลับไปสำรวจประวัติศาสตร์ของการทำงาน ทำให้พบมุมมองที่องค์กรมีต่อคน หรือพนักงานนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก</p>
<p>ช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 18–19 แรงงานถูกใช้ราวกับเครื่องจักร ทำงานหนักต่อเนื่องแทบไม่มีวันหยุด เด็กเล็กและหญิงตั้งครรภ์ก็ยังต้องอยู่ในสายพานการผลิต แนวคิดเรื่องการลงทุนกับมนุษย์เริ่มถูกพูดถึงโดยนักเศรษฐศาสตร์อย่างอดัม สมิธ แต่ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในเวลานั้น องค์กรวัดคุณค่าของพนักงานจากผลผลิตเทียบกับค่าจ้าง ใครทำไม่ได้ตามเป้าก็ถูกแทนที่</p>
<p>กระทั่งช่วงทศวรรษ 1960 งานวิจัยของ Schultz และ Becker ช่วยเปลี่ยนความเข้าใจเดิมอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อพบว่าการให้พนักงานได้พักผ่อนและได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น ความผิดพลาดลดลง และความพึงพอใจเพิ่มขึ้น แนวคิดนี้ต่อยอดไปสู่การจัดการทรัพยากรมนุษย์อย่างจริงจังในช่วงปี 1970–1990 องค์กรเริ่มมีระบบ มีสวัสดิการ และมีกฎหมายแรงงานเข้ามาคุ้มครองมากขึ้น</p>
<p>เข้าสู่ช่วงปี 2000 เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยความรู้และนวัตกรรม องค์กรเริ่มให้ความสำคัญกับคนเก่ง ในฐานะตัวแปรหลักของความได้เปรียบทางการแข่งขัน บทบาทของ HR จึงขยับจากงานธุรการไปสู่การเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาและรักษาคนที่มีศักยภาพ</p>
<p>ปัจจุบัน ภาพของ HR เปลี่ยนไปอีกครั้ง เทคโนโลยี AI, HR Tech และ People Analytics เข้ามามีบทบาทมากขึ้น พร้อมกับความสนใจด้านประสบการณ์การทำงานและคุณภาพชีวิตของพนักงาน</p>
<p><strong>ปี 2026 จึงเป็นช่วงเวลาที่ HR ต้องรับมือกับความท้าทายหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการเชื่อมโยงกับตลาดโลก การปรับตัวสู่ AI การแข่งขันแย่งชิงคนเก่ง และการพิสูจน์ผลลัพธ์ให้วัดผลได้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต รวมถึงภาษาอังกฤษที่กำลังกลับมาอยู่ในสมการสำคัญอีกครั้ง</strong></p>
<h2>กำแพงสูงใหญ่ที่ขวางกั้นการพัฒนาศักยภาพภาษาอังกฤษของคนทำงานไทย</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49410" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-1.webp" alt="HREX Webinar Agentic-AI English Training" width="600" height="336" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Agentic-AI English Training 228" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-1.webp 1353w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-1-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-1-1024x573.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-1-768x430.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณโชติจิณณ์ เล่าจากประสบการณ์ว่า จากการทำงานร่วมกับองค์กรหลากหลายอุตสาหกรรม องค์กรจำนวนมากไม่ได้ยกภาษาอังกฤษให้เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ในการพาไปสู่ความสำเร็จ จึงยังไม่ได้ผลักดันให้พนักงานต้องใช้ภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการเรียนรู้เกิดขึ้นแบบไม่ต่อเนื่อง หากองค์กรนั้นมีสวัสดิการให้เรียนภาษาอังกฤษ พนักงานก็จะเรียนช่วงสั้น ๆ แล้วหยุด ถ้าเรียนแล้วไม่ได้ผลที่ดี ก็จะเปลี่ยนผู้ให้บริการไปเรื่อย ๆ จนทักษะไม่ฝังลึก ทั้งที่หากออกแบบวิธีการเรียนรู้ให้เหมาะสมและมีวินัยมากพอ ผลลัพธ์ระยะยาวย่อมเกิดขึ้นได้</p>
<p>คุณโชติจิณณ์ยังอ้างอิงข้อมูลจากผลสำรวจว่า <strong>มีพนักงานไทยที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีตั้งแต่ปี 2559 ถึง 71% ที่ต้องการ<a href="https://expth.hrnote.asia/categories/71">พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ</a> และอยากเห็นองค์กรสนับสนุนเรื่องนี้ในฐานะ<a href="https://th.hrnote.asia/tips/basic-flexi-benefits-250331/">สวัสดิการที่ควรมี</a></strong> สิ่งนี้สะท้อนว่าพนักงานจำนวนมากรู้ตัวว่าขาดทักษะสำคัญต่อการเติบโต และพร้อมจะเลือกองค์กรที่เปิดโอกาสให้พวกเขาพัฒนาได้จริง</p>
<p>ขณะเดียวกัน องค์กรจำนวนไม่น้อยกลับเป็นฝ่ายตัดสินแทนว่าใครควรเรียนหรือไม่ควรเรียน โดยอาจไม่เคยรับฟังความต้องการของพนักงานอย่างแท้จริง</p>
<p>ในภาพรวม คนทำงานไทยมีความสามารถในสายวิชาชีพอยู่ไม่น้อย แต่ภาษาอังกฤษยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ปิดกั้นโอกาสในระดับภูมิภาคและระดับโลก คุณโชติจิณณ์ยกตัวอย่างว่า มีองค์กหนึ่งที่มีแผนขยายธุรกิจไปสู่ APAC ภายใน 2 ปี แต่พนักงานที่มีกลับมีทักษะภาษาอังกฤษในระดับจำกัด ขณะเดียวกันก็มีอุปสรรคอีกขั้นด้วยว่า องค์กรไม่สามารถเพิ่มจำนวนพนักงานได้ ทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไปต่อก็ลำบาก จะหยุดก็ไม่ได้ และแม้จะพยายามใช้เครื่องมือหรือจัดอบรมหลากหลายรูปแบบ ปัญหาก็ยังไม่ถูกแก้ไขอย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49408" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-2.webp" alt="HREX Webinar Agentic-AI English Training" width="600" height="333" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Agentic-AI English Training 229" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-2.webp 1342w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-2-300x167.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-2-1024x568.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-2-768x426.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ช่องว่างด้านการสื่อสารนี้เกิดขึ้นในระดับประเทศเช่นกัน โดย<strong>ประเทศไทยถูกจัดอันดับความสามารถภาษาอังกฤษอยู่ในลำดับที่ 116 จาก 123 ประเทศ ขณะที่กว่า 80% ของโครงการฝึกอบรมภาษาอังกฤษในองค์กรไม่ประสบความสำเร็จ</strong> สาเหตุหลักมักมาจากการมีส่วนร่วมของพนักงานที่ต่ำ การลืมเนื้อหาเมื่อไม่ได้ใช้งานต่อเนื่อง และการออกแบบโปรแกรมที่สั้นเกินไป เพียง 3–6 เดือน เมื่อคนเรียนลดลง องค์กรก็ลดงบประมาณ กลายเป็นวงจรที่ไม่สร้างผลลัพธ์ระยะยาว</p>
<p>อีกประเด็นสำคัญคือ หลายองค์กรยังมองการเรียนภาษาอังกฤษเป็นเพียงทางเลือกเสริม มากกว่าจะเป็นทักษะเชิงกลยุทธ์ ส่งผลให้ไม่สามารถกำหนดเป้าหมายหรือวัดผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน ทั้งที่ความผิดพลาดด้านการสื่อสารสามารถสร้างต้นทุนมหาศาล <strong>หากองค์กรเริ่มมองภาษาอังกฤษเป็นปัจจัยสำคัญต่อธุรกิจ การตั้งเป้าหมายและผูกผลลัพธ์เข้ากับ ROI จะช่วยให้การลงทุนด้านนี้มีทิศทางและความหมายมากขึ้น</strong></p>
<h2>ทักษะภาษาอังกฤษมีผลต่อ Business Impact มากกว่าที่คิด</h2>
<p>คำว่า Business Impact มักถูกตีความแตกต่างกันไปตามบทบาทของแต่ละคน ผู้บริหารอาจมองเป็นตัวเลขผลประกอบการ ขณะที่พนักงานอาจมองเป็นความสะดวกในการทำงาน หรือโอกาสในการเติบโต ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนี้ทำให้หลายองค์กรพยายามวัดผลลัพธ์ผ่านตัวเลขเพียงอย่างเดียว ทั้งที่บางผลกระทบเกิดขึ้นในรูปแบบที่จับต้องยาก แต่ส่งผลต่อธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>คุณโชติจิณณ์ ยกตัวอย่างโรงแรมแห่งหนึ่งในบาหลี ซึ่งเป็นโรงแรมระดับห้าดาวที่เปิดให้บริการมายาวนานและรองรับลูกค้าต่างชาติ แต่กลับเผชิญปัญหาจากรีวิวเชิงลบเรื่องการสื่อสาร พนักงานไม่มั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ บางคนถึงขั้นหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับลูกค้า ความไม่ราบรื่นในการสื่อสารค่อย ๆ สะสมจนเกิดเป็นรีวิวที่แย่ต่อตัวโรงแรมเอง ส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าพักของลูกค้าโดยตรง จนยอดจองลดลงอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>แต่จุดเปลี่ยนก็เกิดขึ้นในยุคหลังโควิด-19 เมื่อมี HR คนใหม่เข้ามาปรับแนวทางการพัฒนา โดยให้ความสำคัญกับทักษะภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง พอพนักงานได้รับโอกาสในการเรียนรู้ มีเวลาในการฝึกฝน และได้ใช้เครื่องมือที่ช่วยให้กล้าสื่อสารมากขึ้น เมื่อความมั่นใจเพิ่มขึ้น การให้บริการก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ลูกค้ารู้สึกถึงความใส่ใจและความเป็นมืออาชีพผ่านการสื่อสารที่ดีขึ้น</p>
<p><em>“ผลลัพธ์ของการพัฒนานี้สะท้อนกลับมาในรูปแบบของรีวิวที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการกล่าวถึงการสื่อสารภาษาอังกฤษในเชิงบวกมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของลูกค้าโดยตรง”</em></p>
<p><strong>นี่คือตัวอย่างของ Business Impact ที่เห็นได้ชัดเจนอย่างยิ่ง</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49407" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-3.webp" alt="HREX Webinar Agentic-AI English Training" width="600" height="337" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Agentic-AI English Training 230" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-3.webp 1348w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-3-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-3-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-3-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>บทเรียนจากกรณีนี้ทำให้เห็นว่า ภาษาอังกฤษไม่ใช่ทักษะเสริมอีกต่อไป แต่เป็นความสามารถที่เชื่อมโยงกับการเติบโตขององค์กรโดยตรง</p>
<p>วิธีการพัฒนาแบบเดิมที่เป็นคอร์สระยะสั้นหรือการเรียนแบบเดียวกันทั้งองค์กรอาจไม่ตอบโจทย์อีกแล้ว องค์กรจำเป็นต้องปรับแนวคิดใหม่ ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่วัดได้ ออกแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบทบาทงาน และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การพัฒนาทักษะนี้สร้างคุณค่าได้จริงในระยะยาว</p>
<h2>เมื่อ ELSA ผสมผสานข้อดีของ Gen AI + Agentic-AI</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49406" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-5.webp" alt="HREX Webinar Agentic-AI English Training" width="600" height="339" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Agentic-AI English Training 231" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-5.webp 1423w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-5-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-5-1024x579.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-5-768x434.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หากย้อนกลับไปช่วงปี 2022 หลายคนเริ่มคุ้นเคยกับ AI ในฐานะเครื่องมือช่วยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเขียน คิดไอเดีย หรือสรุปข้อมูล แม้ในช่วงแรกความสามารถของมันอาจมีข้อจำกัดไม่น้อย แต่การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบัน AI สามารถทำงานได้ใกล้เคียงมนุษย์ในหลายด้าน แนวคิด Generative AI กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนทำงานเริ่มนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในชีวิตประจำวัน</p>
<p>ความจริงแล้ว AI ไม่ใช่เรื่องใหม่ จุดเริ่มต้นของมันย้อนกลับไปได้ถึงช่วงทศวรรษ 1950 ซึ่งเป็นยุคที่นักวิจัยพยายามสร้างคอมพิวเตอร์ให้สามารถโต้ตอบกับมนุษย์ได้ การพัฒนาดำเนินมาอย่างต่อเนื่องผ่านหลายช่วงเวลา จนมาถึงจุดที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากพอจะต่อยอดไปสู่รูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น และในปี 2025 แนวคิดของ Agentic AI ก็เริ่มถูกพูดถึงอย่างจริงจังในฐานะอีกขั้นของวิวัฒนาการ</p>
<p>ความแตกต่างระหว่าง Generative AI กับ Agentic AI อยู่ที่ Gen AI จะทำงานตามคำสั่ง เมื่อมีการป้อน ‘Prompt’ จึงจะตอบสนองออกมา ขณะที่ Agentic AI มีความสามารถในการวางแผนและดำเนินการต่อได้ด้วยตัวเอง หากวิธีหนึ่งไม่สำเร็จ ก็จะลองวิธีใหม่เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ความสามารถลักษณะนี้ทำให้หลายคนมองว่า Agentic AI มีศักยภาพในการใช้งานที่กว้างขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ AI ไม่ได้มีคำตอบเดียวว่ารูปแบบใดดีกว่าเสมอไป เพราะแต่ละแบบมีจุดเด่นต่างกัน ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มเรียนภาษาอังกฤษอย่าง ELSA เลือกนำทั้ง Generative AI และ Agentic AI มาผสานเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความยืดหยุ่นและความต่อเนื่อง ระบบสามารถช่วยแนะนำ ปรับรูปแบบการเรียน และติดตามพัฒนาการของผู้เรียนได้อย่างใกล้ชิด</p>
<p>อีกจุดที่น่าสนใจคือวิธีการประมวลผลเสียง ซึ่งแตกต่างจาก AI ทั่วไปที่มักแปลงเสียงพูดเป็นตัวอักษรก่อนนำไปประมวลผล (Text to Speech) แต่ในกรณีของ<strong> ELSA นั้นออกแบบระบบให้ AI สามารถวิเคราะห์เสียงคนได้โดยตรงตั้งแต่ต้น โดยไม่ต้องแปลงเป็นตัวอักษร ทำให้สามารถจับรายละเอียดของการออกเสียงได้แม่นยำกว่า ลดความคลาดเคลื่อนที่มักเกิดขึ้นจากการแปลงข้อมูลผิดพลาด เมื่อระบบประเมินได้ตรงจุด การพัฒนาทักษะก็เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง </strong>พร้อมมี Dashboard ให้ติดตามผลได้แบบวันต่อวัน ช่วยให้การเรียนไม่หลุดจากเป้าหมาย และเห็นพัฒนาการได้อย่างชัดเจน</p>
<h2>อยากเรียนภาษาอังกฤษให้เห็นผลจริง ต้องใช้ The GREAT Framework</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49409" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-4.webp" alt="HREX Webinar Agentic-AI English Training" width="600" height="337" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Agentic-AI English Training 232" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-4.webp 1348w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-4-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-4-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HREX-Webinar-Agentic-AI-English-Training-4-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้เกิดผลลัพธ์ในองค์กร จำเป็นต้องมีโครงสร้างที่ชัดเจน หนึ่งในแนวทางที่คุณโชติจิณณ์นำเสนอชื่อว่า <strong>The GREAT Framework</strong> ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรมองการเรียนรู้แบบเป็นระบบ และเชื่อมโยงไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง โดยแต่ละตัวอักษรสะท้อนขั้นตอนสำคัญที่ต้องวางให้ครบตั้งแต่ต้น</p>
<p><strong>G ตัวแรกคือ Goal หรือการตั้งเป้าหมาย</strong> องค์กรต้องกำหนดว่าภาษาอังกฤษมีบทบาทอย่างไรต่อการเติบโต ไม่ใช่แค่มีไว้ใช้งานบางโอกาส แต่ต้องเชื่อมโยงกับทิศทางของธุรกิจ เมื่อเป้าหมายชัด การตัดสินใจในขั้นต่อไปจะมีทิศทางเดียวกันทั้งหมด</p>
<p><strong>R คือ Result การกำหนดผลลัพธ์ที่วัดได้จริง</strong> แทนการประเมินแบบกว้าง ๆ องค์กรควรมองไปที่ตัวชี้วัดที่จับต้องได้ เช่น ความสามารถในการสื่อสาร คะแนนการพูด หรือความมั่นใจในการใช้ภาษาในสถานการณ์ทำงานจริง การมีตัวชี้วัดเหล่านี้ช่วยให้การพัฒนาไม่หลุดโฟกัส และสามารถติดตามความก้าวหน้าได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>E และ A คือ Evidence และ Action ซึ่งทำงานควบคู่กัน</strong> Evidence คือหลักฐานที่ใช้ติดตามพัฒนาการ เช่น ข้อมูลจากแพลตฟอร์มการเรียนรู้ หรือพฤติกรรมการใช้งานที่สะท้อนการพัฒนา ขณะที่ Action คือการปรับวิธีทำงานให้เอื้อต่อการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้พนักงานได้ใช้ภาษาในสถานการณ์จริง และสร้างการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>ตัวสุดท้ายคือ T หรือ Timeline โดยเฉพาะช่วง 90 วันแรกที่ถือเป็นจุดตั้งต้นสำคัญ</strong> หากองค์กรสามารถออกแบบการทดลองใช้ AI และติดตามผลได้อย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ จะช่วยวางรากฐานให้การเรียนรู้เดินต่อในระยะยาวได้อย่างมั่นคง และสามารถขยายผลไปสู่ทั้งองค์กรได้อย่างมีทิศทาง</p>
<h2>สรุป</h2>
<p>ภาษาอังกฤษผูกโยงกับความสามารถในการแข่งขันขององค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ภาพใหญ่ของตลาดแรงงาน ไปจนถึงประสบการณ์เล็ก ๆ ของลูกค้า ทุกจุดล้วนสะท้อนผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง องค์กรที่มองเห็นเรื่องนี้ เน้นหนักเรื่องนี้แต่แรก ย่อมเริ่มขยับก่อน และมีโอกาสสร้างความแตกต่างได้มากกว่า</p>
<p>เมื่อองค์กรมุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษให้พนักงานอย่างจริงจัง ทุกคนจะไม่มองว่ามันคือภาระเพิ่มเติม แต่จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่พาทั้งคนและธุรกิจเติบโตไปพร้อมกัน และเมื่อทุกคนก้าวไปในจังหวะเดียวกัน โอกาสที่องค์กรจะไปถึงเป้าหมายก็ชัดเจนขึ้นกว่าที่เคย</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/152">สุดท้ายนี้ หากองค์กรใดต้องการยกระดับทักษะภาษาอังกฤษอย่างเห็นผล สามารถติดต่อขอใช้บริการ ELSA: แพลตฟอร์มการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วย AI ผ่าน HREX ได้เลยทางลิงก์นี้</a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/152?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47978" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 182" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-34-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-agentic-ai-english-training-260326/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ผู้นำ HR ควรรู้จากงาน Exclusive AI Workshop &#124; Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/darwinbox-ai-tech-camp-exclusive-ai-workshop-260320/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/darwinbox-ai-tech-camp-exclusive-ai-workshop-260320/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Mar 2026 10:15:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[DarwinBox]]></category>
		<category><![CDATA[AI Tech Camp]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49335</guid>

					<description><![CDATA[เชื่อว่านาทีนี้ หลายองค์กรน่าจะเริ่มนำ AI มาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจกันแล้ว ซึ่งใครที่เริ่มก่อนย่อมได้เปรียบและนำหน้าองค์กรอื่น ๆ ไปหลายก้าว แต่คำถามสำคัญที่ต้องตอบให้ได้ด้วยก็คือ HR ของคุณมีส่วนร่วมแค่ไหน… เป็นเพียงผู้ตามเทคโนโลยีหรือเป็นผู้นำที่คุมการขับเคลื่อนอย่างเต็มตัว ? นี่คือที่มาของงาน Exclusive AI Workshop &#124; Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp เวทีนี้ Darwinbox จัดขึ้นเพื่อให้ผู้นำด้าน HR เห็นแนวทางการใช้ AI ขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดขึ้นจริง มีผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ที่ Microsoft Campus ณ One Bangkok งานนี้อาจสงวนสิทธิ์การเข้าร่วมเฉพาะผู้นำ HR จากองค์กรชั้นนำเท่านั้น แต่ HREX ได้เข้าร่วมและสรุปสาระสำคัญที่คุณไม่ควรพลาดมาให้แล้ว ในบทความนี้ วาง AI Blueprint อย่างไร ให้ HR นำไปใช้ได้จริง ? ก่อนเริ่มงานอย่างเป็นทางการ ทีมผู้จัดงานได้ชวนพูดคุยกับ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49342" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-5.webp" alt="Exclusive AI Workshop Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ผู้นำ HR ควรรู้จากงาน Exclusive AI Workshop | Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp 240" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เชื่อว่านาทีนี้ หลายองค์กรน่าจะเริ่มนำ AI มาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจกันแล้ว ซึ่งใครที่เริ่มก่อนย่อมได้เปรียบและนำหน้าองค์กรอื่น ๆ ไปหลายก้าว แต่คำถามสำคัญที่ต้องตอบให้ได้ด้วยก็คือ HR ของคุณมีส่วนร่วมแค่ไหน… เป็นเพียงผู้ตามเทคโนโลยีหรือเป็นผู้นำที่คุมการขับเคลื่อนอย่างเต็มตัว ?</p>
<p>นี่คือที่มาของงาน <strong>Exclusive AI Workshop | Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp</strong> เวทีนี้ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/115">Darwinbox</a> จัดขึ้นเพื่อให้ผู้นำด้าน HR เห็นแนวทางการใช้ AI ขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดขึ้นจริง มีผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ที่ Microsoft Campus ณ One Bangkok</p>
<p>งานนี้อาจสงวนสิทธิ์การเข้าร่วมเฉพาะผู้นำ HR จากองค์กรชั้นนำเท่านั้น แต่ HREX ได้เข้าร่วมและสรุปสาระสำคัญที่คุณไม่ควรพลาดมาให้แล้ว ในบทความนี้</p>

<h2>วาง AI Blueprint อย่างไร ให้ HR นำไปใช้ได้จริง ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49340" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-3.webp" alt="Exclusive AI Workshop Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ผู้นำ HR ควรรู้จากงาน Exclusive AI Workshop | Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp 241" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ก่อนเริ่มงานอย่างเป็นทางการ ทีมผู้จัดงานได้ชวนพูดคุยกับ HR ผู้เข้าร่วมงาน ทำให้ได้พบ Insight ที่น่าสนใจว่า HR กำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของหลายองค์กร บางองค์กรเริ่มใช้ AI อย่างจริงจัง มีทีมภายในพัฒนาระบบเอง ขณะที่บางแห่งยังอยู่ในช่วงทดลองใช้กับงานเล็ก ๆ เช่น การแต่งภาพ แปลเอกสาร หรือช่วยเขียนอีเมล แม้จะดูเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่นี่คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยสร้างความคุ้นเคย และปูทางสู่การประยุกต์ใช้ในระดับที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น</p>
<p>คุณ<strong> พนาสิทธิ์ วงษ์มิตรแท้ Country Head Client Advisory – Thailand ของ Darwinbox</strong> กล่าวว่าอุปสรรคหลักที่หลายองค์กรมักพบเจอนั้น มักอยู่ที่มุมมองและ Mindset ของคนในองค์กรต่างหาก ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเครื่องมือแต่อย่างใด</p>
<p><em>“การจะเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่การใช้ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรได้ ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนจากผู้บริหาร และการสื่อสารที่ต่อเนื่องจนเกิดการยอมรับร่วมกัน เมื่อคนในองค์กรเข้าใจทิศทางเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงจึงจะเกิดขึ้นได้จริง และ AI จะกลายเป็นตัวช่วยยกระดับศักยภาพ แทนที่จะเป็นแรงต้าน”</em></p>
<p><em>“ขณะเดียวกัน บทบาทของ HR เองก็ต้องขยับตามธุรกิจให้ทัน การเข้าใจ Business Model และเป้าหมายองค์กรเป็นเรื่องสำคัญมาก หาก HR ไม่สามารถเชื่อมโยงงานของตัวเองเข้ากับธุรกิจได้ โครงการที่ทำจะไม่สร้างผลลัพธ์ที่แท้จริง”</em></p>
<p>ขณะเดียวกัน คุณพนาสิทธิ์ได้ฉายภาพให้เห็นถึงโครงสร้างการทำงานที่เปลี่ยนไป ทุกวันนี้ ความคาดหวังของคนทำงานรุ่นใหม่ก็แตกต่างไปจากรุ่นก่อน ๆ บีบให้ HR ต้องปรับวิธีคิดและวิธีทำงาน พร้อมรับมือกับโจทย์ที่ต้องทำให้น้อยลงแต่ต้องได้ผลลัพธ์ที่มากขึ้น ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าวิธีที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายนั้นได้ ก็มาจากการใช้เทคโนโลยีช่วยทุ่นแรง โดยเฉพาะ AI นั่นเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49341" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-4.webp" alt="Exclusive AI Workshop Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ผู้นำ HR ควรรู้จากงาน Exclusive AI Workshop | Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp 242" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Country Head Client Advisory – Thailand ของ Darwinbox ได้สรุปแนวทางการวาง AI Blueprint ที่ HR สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงโดยคร่าว ๆ 8 ขั้นตอนดังต่อไปนี้</p>
<h3>1. ประเมินกระบวนการทำงานในปัจจุบัน (Assess Current HR Process)</h3>
<p>การเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการกลับมามองกระบวนการทำงานของ HR ทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา ว่ามีขั้นตอนไหนที่ซ้ำซ้อน ล่าช้า หรือสร้างภาระโดยไม่จำเป็น รวมถึงต้องมองให้เห็น Pain Point ที่แท้จริงของทั้งพนักงานและองค์กร หากยังไม่เข้าใจปัญหาภายในอย่างลึกซึ้ง การนำ AI เข้ามาก็อาจแก้ปัญหาทั้งหมดไม่ได้</p>
<h3>2. กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน (Define Objectives and Goals)</h3>
<p>หลายองค์กรมักเริ่มลงมือทำก่อน แล้วค่อยกลับมาคิดเรื่องการวัดผลภายหลัง ตรงนี้เองที่มักทำให้หลายโครงการลงเอยด้วยการวัดผลไม่ชัดเจน ก่อนทำอะไรสักอย่าง ควรกำหนดเป้าหมายก่อนเสมอ ว่าถ้าทำสิ่งนี้แล้ว มันจะช่วยแก้ปัญหาอะไร และจะวัดความสำเร็จอย่างไร แล้วลองเลือกทำเรื่องเล็ก ๆ ที่เห็นผลได้จริง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและแรงสนับสนุนภายในองค์กรได้มากกว่า</p>
<h3>3. วางแผนงบประมาณและการลงทุนที่คุ้มค่า (Budgeting and Cost Consideration)</h3>
<p>มุมมองเรื่องงบประมาณเป็นอีกจุดที่หลายองค์กรพลาด การลงทุนด้าน AI ควรถูกมองในฐานะการสร้างโอกาส การลงทุนที่นำมาซึ่งผลตอบแทนงดงาม ไม่ใช่ภาระค่าใช้จ่าย การกำหนดงบประมาณ<strong> และเปลี่ยน Mindset มอง AI เป็นการลงทุน จะช่วยลดความเสี่ยงที่องค์กรต้องเผชิญต้นทุนที่มองไม่เห็น ซึ่งมักจะเป็นต้นทุนที่เกิดจากการไม่ทำอะไร (Cost of Doing Nothing) เช่นเช่น เสียคนเก่ง ทำให้ต้องหาคนใหม่ แต่ก็หาได้ช้า ทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ เป็นต้น</strong></p>
<p>ซึ่งต้นทุนเหล่านี้พอสะสมพอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ มันจะสูงอย่างที่เราไม่คาดคิดมาก่อน</p>
<h3>4. เลือกพันธมิตรทางเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Choose the Right Vendor)</h3>
<p>การเลือกพาร์ทเนอร์ เลือกผู้ให้บริการระบบสำคัญมาก ไม่ใช่แค่เลือกเพราะความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ต้องเป็นเลือกคนที่เข้าใจบริบทขององค์กร สามารถปรับระบบให้เข้ากับวิธีทำงานจริง และช่วยให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นได้อย่างราบรื่นมากที่สุด</p>
<h3>5. กำหนดระยะเวลาดำเนินการตามความเป็นจริง (Set a Realistic Implementation Timeline)</h3>
<p>การวาง Timeline การใช้งานต้องอยู่บนความเป็นจริง ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว การเก็บ Requirement เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลานา โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่หรือมีหลายประเทศเกี่ยวข้อง หากขั้นตอนนี้ไม่รอบคอบ โครงการมีโอกาสสะดุดตั้งแต่ต้น นอกจากนั้นแผนทุกระยะที่สัมพันธ์และสอดคล้องกันจะช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น</p>
<h3>6. นำเสนอแผนงานเชิงธุรกิจต่อผู้บริหาร (Presenting the Business Case)</h3>
<p>HR ที่เข้าใจธุรกิจคือคนที่สำคัญขององค์กร และ HR ลักษณะนี้จะสามารถนำเสนอแผนงานให้ผู้บริหารเข้าใจได้ว่า ทำไมถึงต้องทำเรื่องนี้ ทำไมถึงต้องลงทุนด้าน AI ตั้งแต่ตอนนี้ AI จะช่วยแก้ปัญหาส่วนไหนได้บ้าง พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่าการลงทุนครั้งนี้จะสร้างประโยชน์อย่างไร เปลี่ยนมุมมองของผู้บริหารที่มองสิ่งต่าง ๆ เป็นค่าใช้จ่าย จ่ายแล้วทิ้ง ไปสู่โอกาสในการพัฒนาองค์กรที่ดีกว่า</p>
<h3>7. แสดงคุณค่าเชิงกลยุทธ์ของงาน HR (Show the Strategic Value of HR)</h3>
<p>HR ต้องแสดงให้เห็นว่าระบบหรือโครงการที่กำลังทำ มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายขององค์กรในภาพใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเสริมสร้างการเติบโตของคนในองค์กร ช่วย Retention พนักงานได้มากขึ้น หรือช่วยให้การตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น เป็นต้น เมื่อ HR เชื่อมโยงตัวเองเข้ากับกลยุทธ์องค์กรได้ชัดเจน บทบาทของ HR ในฐานะพาร์ทเนอร์ด้านกลยุทธ์จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น</p>
<h3>8. ประเมินผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในเชิงตัวเลข (Estimate the Financial Benefits)</h3>
<p>สุดท้ายคือการประเมินผลลัพธ์ในเชิงตัวเลข ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนแรงงาน ลดข้อผิดพลาด หรือการประหยัดเวลาการทำงาน สิ่งเหล่านี้ควรถูกแปลงให้เห็นเป็นมูลค่าที่จับต้องได้ เพื่อให้ผู้บริหารมองเห็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ</p>
<p><strong>สุดท้ายแล้ว องค์กรที่เข้าใจตัวเองอย่างถ่องแท้ วางเป้าหมายชัด และค่อย ๆ ลงมือทำอย่างมีแบบแผน จะสามารถเปลี่ยน AI ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างแท้จริง</strong></p>
<h2>AI Business Canvas เปลี่ยนการประเมินองค์กรบนหน้ากระดาษ สู่แผนลงมือทำที่จับต้องได้</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49338" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-1.webp" alt="Exclusive AI Workshop Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ผู้นำ HR ควรรู้จากงาน Exclusive AI Workshop | Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp 243" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>สำหรับเนื้อหาใน Session นี้ออกแบบมาให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือคิด ประเมินความพร้อมด้าน AI และสร้างแผนพัฒนาร่วมกันจริง ๆ ทุกคนจะถูกแบ่งเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 5–6 คน และต้องสมมติว่าทำงานองค์กรเดียวกัน วิธีการนี้ทำให้การแลกเปลี่ยนเปิดกว้างมากขึ้น และช่วยให้ทุกคนโฟกัสโจทย์เดียวกันอย่างแท้จริง</p>
<p>ขั้นตอนแรกของ Workshop คือการพาแต่ละกลุ่มประเมินระดับความพร้อมด้าน AI ขององค์กร โดยไล่เรียงเป็นลำดับชัดเจน ตั้งแต่การ<strong>สำรวจว่า องค์กรไหนยังการทำงานแบบ Manual ที่ยังใช้กระดาษหรือ <a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/microsoft-excel-for-hr-241113/">Spreadsheet</a> ไปจนถึงการมีระบบ HR ที่รวมศูนย์</strong> <strong>เชื่อมข้อมูลเป็นหนึ่งเดียว</strong> การเริ่มใช้ AI ในบางฟังก์ชัน และภาพปลายทางคือการใช้ AI ครอบคลุมตลอด Employee Lifecycle ซึ่งยังเป็นระดับที่แทบไม่มีองค์กรไปถึง การไล่ระดับแบบนี้ทำให้เห็นช่องว่างระหว่างจุดที่อยู่ กับจุดที่อยากไปได้ชัดเจนขึ้น</p>
<p><strong>เมื่อรู้สถานะของตัวเองแล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการระบุอุปสรรคที่ขวางการนำ AI มาใช้ ซึ่งแต่ละองค์กรมีบริบทต่างกัน</strong> บางกลุ่มพบว่าปัญหาอยู่ที่การไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร บางกลุ่มสะท้อนเรื่องการขาดการสนับสนุนจากผู้บริหาร หรือข้อจำกัดด้านทรัพยากร การมองเห็นสิ่งเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมา ทำให้สามารถแยกแยะได้ว่าเรื่องไหนควบคุมได้ และเรื่องไหนต้องออกแบบวิธีรับมือ</p>
<p>หลังจากนั้น กระบวนการจะพาไปสู่การระบุ Key Improvement Area โดยแยกออกเป็น 2 มิติ คือระดับองค์กร และระดับหน่วยงาน เช่น HR การแยกแบบนี้ช่วยให้เห็นทั้งภาพรวมและรายละเอียดเชิงลึก จากนั้นจึงต่อยอดไปเป็น <strong>Key Missions หรือภารกิจหลักที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อแก้ Pain Point ที่ค้นพบให้ตรงจุด</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49339" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-2.webp" alt="Exclusive AI Workshop Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ผู้นำ HR ควรรู้จากงาน Exclusive AI Workshop | Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp 244" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อได้ภารกิจที่ชัดเจนแล้ว <strong>ขั้นตอนต่อมาคือการระบุ Key Activities ว่าต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้เป้าหมายสำเร็จ หนึ่งในกิจกรรมที่หลายกลุ่มให้ความสำคัญคือการปรับวิธีคิดของคนในองค์กร และสร้างความคุ้นเคยกับ AI</strong> เพราะเป็นรากฐานของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ควบคู่กันไปคือ Key Enablements ซึ่งหมายถึงการเตรียมเครื่องมือ เทคโนโลยี โครงการ รวมถึงการดึงทรัพยากรจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้ามาสนับสนุนให้แผนเกิดขึ้นได้จริง</p>
<p><strong>ขั้นตอนสุดท้ายคือการวาง Execution Plan โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ระยะสั้น (3–6 เดือน) ระยะกลาง (6 เดือน–1 ปี) และระยะยาว (1 ปี–1 ปีครึ่ง)</strong> เพื่อให้ทุกไอเดียถูกแปลงเป็นแผนที่มีกรอบเวลาชัดเจน และสามารถนำไปสื่อสารต่อได้ พร้อมทั้งเชื่อมโยงไปยังผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับหน่วยงานและองค์กร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49343" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-6.webp" alt="Exclusive AI Workshop Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ผู้นำ HR ควรรู้จากงาน Exclusive AI Workshop | Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp 245" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในช่วงท้ายของ Workshop แต่ละกลุ่มได้นำเสนอแนวคิดและแผนของตัวเอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นมุมมองที่หลากหลาย บางกลุ่มเริ่มจากการแก้ปัญหางานพื้นฐานที่ใช้เวลามาก ขณะที่บางกลุ่มมองไปถึงการยกระดับประสบการณ์พนักงานหรือการใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้แนวทางจะแตกต่างกัน แต่ทุกกลุ่มมีจุดร่วมเดียวกันคือการพยายามเชื่อม AI เข้ากับโจทย์ธุรกิจจริง และออกแบบการเปลี่ยนแปลงที่สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เพียงแนวคิดที่ฟังดูดีเท่านั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49337" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-7.webp" alt="Exclusive AI Workshop Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp 7" width="600" height="450" title="สรุปทุกเรื่องที่ผู้นำ HR ควรรู้จากงาน Exclusive AI Workshop | Microsoft × Darwinbox AI Tech Camp 246" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-7.webp 1477w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-7-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-7-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Exclusive-AI-Workshop-Microsoft-×-Darwinbox-AI-Tech-Camp-7-768x576.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในยุคที่เทคโนโลยีหมุนเร็วกว่าที่เคย <strong>ถึงเวลาที่ HR ต้องตั้งคำถามว่า เราจะเริ่มใช้ AI สร้างคุณค่าให้ธุรกิจได้อย่างไร ? เพราะองค์กรที่ก้าวไปได้ไกลกว่า คือองค์กรที่ไม่ได้มีแค่เครื่องมือที่ทันสมัย แต่มีกลยุทธ์การบริหารคนที่เฉียบคม</strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/115">หากคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ที่จะช่วยเปลี่ยน Blueprint ข้างต้นให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และยกระดับศักยภาพ HR ขับเคลื่อนองค์กรสู่โลกอนาคต สามารถติดต่อขอใช้บริการ Darwinbox ได้เลยทางลิงก์นี้</a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/115?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47897" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 105" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-4.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-4.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-4-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-4-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-4-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-4-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/darwinbox-ai-tech-camp-exclusive-ai-workshop-260320/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 &#8211; Day 2</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2026-day-2-260314/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2026-day-2-260314/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Mar 2026 10:27:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[People Management Summit]]></category>
		<category><![CDATA[People Management Summit 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49265</guid>

					<description><![CDATA[เข้าสู่รอบวันที่ 2 แล้วกับงาน People Management Summit 2026: Talent Matters เวทีระดับประเทศที่ยังคงอัดแน่นด้วยองค์ความรู้ด้านการบริหารคนอันเข้มข้น ในวันนี้ ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา ประธานมูลนิธิ Talent Thailand ผู้จัดงานยังคงเดินหน้าสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยน นำทัพนักบริหารและผู้เชี่ยวชาญมาร่วมถ่ายทอดกลยุทธ์ People Management แบบเจาะลึกที่พร้อมเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุคใหม่ที่ HR ต้องรู้ หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว ดังนี้ [Toc] People Challenges Leader Face 2026: What’s on the CEO’s Desk? “สำหรับ CEO ถ้าใจคุณไม่ได้ คุณจะบริหารการเปลี่ยนแปลงให้เป็นที่ประจักษ์ไม่ได้เลย” วิกฤตการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร CEO ของ BAM หรือบริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ฉายภาพให้เห็นว่าภายในอีกไม่ถึง 2 ปี [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49272" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154835.539.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 2 253" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154835.539.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154835.539-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เข้าสู่รอบวันที่ 2 แล้วกับงาน People Management Summit 2026: Talent Matters เวทีระดับประเทศที่ยังคงอัดแน่นด้วยองค์ความรู้ด้านการบริหารคนอันเข้มข้น</p>
<p>ในวันนี้ <strong>ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา ประธานมูลนิธิ Talent Thailand</strong> ผู้จัดงานยังคงเดินหน้าสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยน นำทัพนักบริหารและผู้เชี่ยวชาญมาร่วมถ่ายทอดกลยุทธ์ People Management แบบเจาะลึกที่พร้อมเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุคใหม่ที่ HR ต้องรู้</p>
<p>หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว ดังนี้</p>
<p>[Toc]</p>
<h2>People Challenges Leader Face 2026: What’s on the CEO’s Desk?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49268" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T104604.553.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 2 254" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T104604.553.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T104604.553-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><em>“สำหรับ CEO ถ้าใจคุณไม่ได้ คุณจะบริหารการเปลี่ยนแปลงให้เป็นที่ประจักษ์ไม่ได้เลย”</em></p>
<p>วิกฤตการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป <strong>ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร CEO ของ <a href="https://www.bam.co.th/th/corporate" target="_blank" rel="noopener">BAM หรือบริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน</a>)</strong> ฉายภาพให้เห็นว่าภายในอีกไม่ถึง 2 ปี งานสาย Admin 44% จะถูก AI เข้ามาทำหน้าที่แทนอย่างสมบูรณ์แบบ ความเปลี่ยนแปลงนี้กดดันให้ทุกองค์กรต้องเร่งทำ Transformation หรือการปรับตัวขนานใหญ่แบบรอไม่ได้ หากที่ไหนยังไม่มีแผนรับมือที่ชัดเจน โอกาสที่จะล่มสลายภายใน 10 ปีข้างหน้าก็มีสูงมาก</p>
<p>ภารกิจเร่งด่วนที่วางอยู่บนโต๊ะของผู้นำคือการตั้งคำถามว่า ความรู้ความสามารถของทีม HR ในวันนี้ ก้าวทันโลกที่เปลี่ยนไปแล้วหรือยัง<br />
หัวใจสำคัญของการประคององค์กรให้รอดพ้นจากมรสุมนี้ คือการยอมรับความจริงที่ว่าเราไม่สามารถดูแลทุกคนให้เท่ากันได้ ดร.รักษ์เปรียบเทียบไว้อย่างเห็นภาพว่า <strong>องค์กรจะอยู่รอดได้ด้วยกลุ่มคนที่เป็น Talent เพียง 30% เท่านั้น</strong> หน้าที่ของผู้นำคือต้องคัดกรองคนกลุ่มนี้ออกมาให้ชัดเจน แล้วเร่งอัดฉีดทักษะความรู้ตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อปั้นให้เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ ขณะเดียวกันต้องกลับมาสำรวจ Career Ladder ในองค์กรด้วยว่าเอื้อให้คนเก่งได้เติบโตหรือไม่</p>
<p>อีกสิ่งที่เขาให้ความสำคัญก็คือ ความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงาน หาก Engagement Score ต่ำกว่าครึ่ง หมายถึงว่ามีพนักงานที่ผูกพันกับองค์กรไม่ถึงครึ่ง นั่นสะท้อนถึงความล้มเหลวในการทำงานของ HR ที่ต้องรีบบริหารจัดการ และแก้ไขทันที</p>
<p><strong>ในมุมของ CEO สิ่งที่เขาคาดหวังจากทีม HR มากที่สุดคือการมี <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/empathy-skill-210714/">Empathy</a></strong> <strong>เพราะที่ผ่านมาเราพบเจอการทำงานแบบไร้หัวใจมามากพอแล้ว</strong> คนทำงานสาย HR ยุคใหม่ต้องไม่ใช่แค่คนที่ไม่มีที่ไปในสายงานอื่น แต่ต้องเป็นมืออาชีพที่ใช้ใจในการทำงาน หากกุมหัวใจคนในองค์กรไม่ได้ การบริหารการเปลี่ยนแปลงย่อมไม่มีทางสำเร็จ</p>
<p>นอกจากนี้ ผู้นำยังต้องรักษาสมดุลระหว่างความเก่ง และความดีให้ลงตัว นายที่เก่งแต่ใช้อารมณ์จนเข้าขั้นโรคจิต หรือนายที่ใจดีแต่ตัดสินใจอะไรไม่ได้ ย่อมไม่สามารถนำองค์กรไปสู่จุดที่ดีขึ้นได้ ผู้นำที่ใช่จึงต้องดุอย่างมีเหตุผล เก่งอย่างมีกาลเทศะ และรู้จักวางบทบาทให้เหมาะสมกับสถานการณ์</p>
<p>นอกเหนือจากภารกิจบริหารคน ดร.รักษ์ ยังเน้นย้ำถึงวิชาความรู้ ที่ผู้นำยุค 2026 ต้องมีติดตัวไว้ 2 ประการ</p>
<ol>
<li><strong>จิตวิทยาการบริหารใจ</strong>: ผู้นำต้องฝึกใจให้นิ่งพอก่อนใคร เพราะในแต่ละวันอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากหรือคำตัดสินใจที่ขมขื่นเหมือนการกลืนยาพิษ</li>
<li><strong>การบริหารความต่างระหว่างวัย</strong>: หมดยุคของการใช้อำนาจดุดันแบบในอดีต ผู้นำต้องเข้าใจจริตของคนแต่ละเจเนอเรชัน รู้วิธีจูงใจคนที่ไม่ได้อยากเติบโตตามโครงสร้างเดิม แต่มีคุณค่าในแบบของตนเอง</li>
</ol>
<p>สุดท้ายนี้ การจะเปลี่ยนผ่านองค์กรให้สำเร็จต้องอาศัยโมเดล &#8220;<em>Be See Say Do&#8221;</em> ที่เริ่มจาก</p>
<ul>
<li><strong>Be</strong> &#8211; ผู้นำต้องพร้อมเผชิญหน้าและยุติความขัดแย้งในที่ประชุม</li>
<li><strong>See</strong> &#8211; เปิดประตูต้อนรับพนักงานให้เข้าถึงได้ตลอดเวลา</li>
<li><strong>Say</strong> &#8211; สื่อสารภาพอนาคตให้เป็นภาพเดียวกัน</li>
<li><strong>Do</strong> &#8211; ลงไปลุยหน้างานจริงเพื่อแก้ปัญหาให้ลูกน้อง</li>
</ul>
<p>นอกจากนั้น ผู้นำที่เก่งจะเปลี่ยนจากคำว่า ฉัน (Me) เป็นเรา (WE) โดยให้เครดิตความสำเร็จกับทุกคน และทำหน้าที่เป็นประภาคารที่ส่องแสงสว่างนำทางเสมอ เพราะ<strong>แม้การเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงจะอยู่ที่ผู้นำ แต่ความสำเร็จที่ยั่งยืนนั้นต้องอาศัยใจของคนทั้งองค์กรเป็นสำคัญ</strong></p>
<p><em>“Transformation เริ่มที่ผู้นำ แต่จะทำให้สำเร็จได้ต้องอาศัยใจของคน”</em> ดร.รักษ์กล่าวสรุป</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49262" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162508.416.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 2 255" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162508.416.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162508.416-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2026-day-1-260313/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 – Day 1</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Talent Matters = เรื่องคนคือเรื่อง CEO</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49269" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T121059.195.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 2 256" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T121059.195.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T121059.195-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>บุญเกียรติ เมธีทัศนีย์ Group Director &#8211; Corporate HR จาก <a href="https://plant.boonrawd.co.th/th/home" target="_blank" rel="noopener">บุญรอดบริวเวอรี่</a></strong> และ คุณ <strong>สุวรรณา กิตติรัตนพัฒนา Managing Director จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/182">SCG HR Solutions</a></strong> เล่าถึงคำถามในที่ CEO จะถามทีม HR ในปัจจุบันมีอะไรบ้าง</p>
<p>สิ่งที่ทั้งคู่สังเกตก็คือ คำถามที่ถามวันนี้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อผู้นำมุ่งเป้าไปที่ Productivity หรือประสิทธิภาพการทำงานเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ไม่ได้ถามแค่เรื่องการรับคนเป็นอย่างไร พัฒนาคนไปถึงไหนเท่านั้นแล้ว</p>
<p>เพราะในสายตาผู้บริหารสูงสุด ผลประกอบการและตัวเลขทางธุรกิจเชื่อมโยงกับคุณภาพของคนอย่างแยกไม่ออก HR ยุคนี้ต้องอ่านโมเดลธุรกิจขององค์กรให้ขาด ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ เพื่อสื่อสารกับ CEO ด้วยภาษาธุรกิจและมีวาทศิลป์ในการรายงานผลได้อย่างมืออาชีพ โดยเฉพาะในวันที่ผลลัพธ์อาจยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย</p>
<p><em>“HR มีหน้าที่เข้าใจความเป็นไปขององค์กรแล้วสื่อสารกับ CEO ถ้าใครยังไม่รู้สึกสบายใจจะสื่อสารกับ CEO ก็ยากจะทำงานนี้ได้”</em> คุณบุญเกียรติอธิบาย</p>
<p>ท่ามกลางสถานการณ์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ หลายแห่งยังเริ่มเผชิญวิกฤต <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hr-succession-planning-250228/">Succession Planning</a> ที่ทำไม่ทันการณ์ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่เมื่อผู้บริหารระดับสูงเกษียณอายุแต่กลับไม่มีตัวแทนที่พร้อมขึ้นมาสานต่อ สิ่งที่ทีมบริหารต้องเร่งทำคือการระบุให้ชัดว่าใครคือกลุ่มคนที่เป็น Talent ตัวจริง เพื่อจะได้นำมาพัฒนาต่อ โดยมีแนวคิดสำคัญในการคัดเลือกและพัฒนาคนกลุ่มนี้ ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>คัดเลือกอย่างเข้มข้น:</strong> เฟ้นหาคนที่มีขีดความสามารถสม่ำเสมอ ไม่ใช่เก่งเพียงชั่วคราวแล้วหายไป</li>
<li><strong>วางแผนการเติบโตให้ชัด:</strong> พนักงานต้องมองเห็นเส้นทางอาชีพว่าเมื่ออยู่ในแต่ละระดับ ตั้งแต่พนักงานทั่วไปจนถึงผู้บริหาร เขาจะได้รับการสนับสนุนและพัฒนาทักษะเรื่องใดบ้าง</li>
<li><strong><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190626-360-degree-feedback/">ประเมินผลรอบด้าน 360 องศา</a>:</strong> เลิกใช้ระบบที่เน้นความพึงพอใจของหัวหน้าเพียงอย่างเดียว โดยเปลี่ยนมาใช้การฟีดแบ็คจากเพื่อนร่วมงานและลูกน้อง เพื่อให้แน่ใจว่าคนเก่งคนนั้นได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างอย่างแท้จริง</li>
</ul>
<p><strong>ในแง่การทำงานร่วมกัน โจทย์ที่ท้าทายที่สุดมักเป็นการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับคนเป็นผู้นำ หรือหัวหน้า เพราะนี่คือบุคคลที่มีอิทธิพลต่อความก้าวหน้าและความสุขในที่ทำงานมากที่สุด</strong> การทำงานให้ราบรื่นไม่ได้หมายถึงการประจบเอาใจ หากเป็นการกล้าเปิดใจสื่อสารและกล้าเสนอความเห็นที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ เพื่อตรวจสอบว่าทิศทางที่หัวหน้ากำลังนำไปนั้นส่งผลดีต่อธุรกิจจริงหรือไม่ หากเรามั่นใจในศักยภาพของตัวเอง เราย่อมมีสิทธิ์เลือกทำงานกับหัวหน้าที่ส่งเสริมกัน แต่หากต้องเจอกับสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ คนเก่งที่มีฝีมือย่อมมีโอกาสและทางเลือกในองค์กรอื่นเสมอ</p>
<p>ขณะเดียวกัน พนักงานเองต้องตระหนักถึงการปรับตัวให้ทันโลก เพราะต่อให้ HR จะพยายามจัดหลักสูตรพัฒนาให้ดีเพียงใด แต่ถ้าเจ้าตัวขาดความกระตือรือร้นหรือไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง สุดท้ายก็ยากจะยื่นมือเข้าไปช่วยได้ทัน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ทีม HR ยุคใหม่ยังต้องทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่จริงใจ คอยหาสาเหตุว่าอะไรที่ทำให้คนเก่งในวันวานเปลี่ยนไป เพื่อหาทางดึงศักยภาพเขากลับคืนมา โดยเน้นการสร้างบรรยากาศที่พนักงานมีความสุขควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพงาน มากกว่าการตามใจพนักงานจนเสียระบบการปกครอง</p>
<p><em>“ยุคนี้ไม่ใช่การสำเร็จคนเดียว และคนรอบข้างไม่สำเร็จ เราเก่ง แต่คนรอบข้างไปไม่รอด”</em> Managing Director จาก SCG HR Solutions กล่าว</p>
<p>สุดท้าย องค์กรต้องปรับตัวเพื่อมัดใจคนรุ่นใหม่ที่รักความยุติธรรมและชอบแสดงฝีมือ หากที่นี่ยังยึดติดกับระบบอาวุโสมากกว่าความสามารถ ก็ยากจะรักษาคนเก่งไว้ได้ นอกจากนี้ ผู้นำต้องไม่ลืมเรื่องการถอดบทเรียนและเก็บรักษาองค์ความรู้ (Knowledge Management) ก่อนที่คนทำงานจะลาออกไป</p>
<p>เพราะความสำเร็จที่ยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว หากเป็นการทำให้ความเก่งนั้นกลายเป็นทรัพย์สินขององค์กรที่ส่งต่อกันได้อย่างเป็นระบบ</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/182?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47904" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 111" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>Key Talent Risk</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49270" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T143837.983.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 2 257" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T143837.983.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T143837.983-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>นภัส ศิริวรางกูร Managing Director จาก HEWITT Consulting</strong> อธิบายว่า Key Talent คือกลุ่มคนสำคัญระดับหัวกะทิขององค์กร คนกลุ่มนี้สำคัญกว่า Talent ตามปกติเสียอีก</p>
<p>โดยปกติคนกลุ่มนี้จะมีเพียง 5% ขององค์กร และใครที่เข้าข่ายนี้ควรต้องผ่านการวัดผลงานย้อนหลัง 2 ปีว่าดีสม่ำเสมอคงเส้นคงวาหรือไม่<br />
แต่ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่แค่การหาพวกเขาให้เจอ การบริหารจัดการความเสี่ยงที่รายล้อมคนกลุ่มนี้อยู่ต่างหากที่ต้องเน้นหนัก ซึ่งมี 5 ข้อสำคัญที่ต้องระวังดังต่อไปนี้</p>
<h3>1. กลัวลาออก</h3>
<p>ความเสี่ยงพื้นฐานที่สุด เพราะคนกลุ่มนี้เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก หากองค์กรละเลยการดูแล หรือปล่อยให้เขาอยู่ในตำแหน่งเดิมนานเกิน 4 ปี โดยไม่มีการเติบโตด้านอาชีพ เขาอาจถูกองค์กรอื่นดึงตัวไปได้ง่าย</p>
<p>แต่หากเกิดเหตุการณ์นั้นจริง ๆ การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาไว้ แม้ในวันที่เขาเดินจากไปก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเขามีโอกาสเหมือนกันที่จะกลับมาร่วมงานกับเราอีกครั้งในอนาคต</p>
<h3>2. กลัวหมดไฟ</h3>
<p>ยิ่งเก่งงานยิ่งเยอะ ความเสี่ยงที่จะถูกใช้งานหนักจนเกินขีดจำกัดก็มีสูงมาก ในช่วงแรกผลงานพวกเขาอาจยังดูดี แต่หากพลังงานลดลงจนถึงขั้นรับอะไรเพิ่มไม่ได้อีก องค์กรจะเสียกำลังหลักไปทันที การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม หรือ Holistic Well-being ตั้งแต่สุขภาพกาย ใจ การเงิน ไปจนถึงจิตวิญญาณ จึงเป็นเรื่องจำเป็น เป็นกลยุทธ์เพื่อรักษาพลังงานของคนเก่งเอาไว้</p>
<h3>3. กลัว Toxic</h3>
<p>ความเสี่ยงนี้มี 2 ด้าน คือการที่คนเก่งต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษจนทนไม่ไหว หรือร้ายกว่านั้นคือตัวคนเก่งกลายเป็นวายร้ายในองค์กรเสียเอง เช่น เป็นหัวหน้าที่บ้าอำนาจ (Alpha Boss) หรือเป็นดาวเด่นที่เข้ากับใครไม่ได้ (Toxic Superstar) ซึ่งจะทำลายระบบทีมอย่างรุนแรง</p>
<h3>4. กลัวหัวหน้าไม่เก่งพอ</h3>
<p>สำหรับ Key Talent หัวหน้าที่ดีคือคนที่จะช่วยผลักดันและสอนงานเขาได้ หากเขารู้สึกว่าหัวหน้าไม่มีศักยภาพพอที่จะนำพาเขาไปสู่จุดที่สูงขึ้น หรือไม่สามารถมอบหมายงานที่ท้าทายความสามารถได้ เขาจะเริ่มมองหานายใหม่ที่เก่งกว่าเดิมเพื่อความก้าวหน้าของตัวเองทันที</p>
<h3>5. กลัวหมดศรัทธาอนาคตองค์กร</h3>
<p>คนรุ่นใหม่ต้องการทำงานในที่ที่มีความหมายมากกว่าแค่เรื่องเงิน หากองค์กรไม่มีทิศทางที่ชัดเจน หรือสิ่งที่ทำอยู่ไม่เชื่อมโยงกับการสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อสังคม เชื่อมโยงทั้ง Purpose, People และ Performance พวกเขาจะรู้สึกหมดความศรัทธาและมองไม่เห็นภาพตัวเองเติบโตไปพร้อมกับองค์กรในระยะยาว</p>
<p><em>“หากเราบริหารจัดการความเสี่ยงทั้ง 5 ด้านได้อย่างเป็นระบบ องค์กรย่อมสามารถเปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นพลังที่มั่นคงในการก้าวไปสู่ความสำเร็จร่วมกันได้อย่างยั่งยืน</em>” คุณนภัส ทิ้งท้าย</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47977" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 181" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49271" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154325.278.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 2 258" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154325.278.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154325.278-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในช่วงสุดท้ายของงาน ดร.บวรนันท์ ทิ้งท้ายจากการจัดงานตลอด 2 วันว่า จากเนื้อหาที่ได้ฟังและจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนทำงานจำนวนมาก พบว่าปัญหาส่วนใหญ่มาจากการทำงานกับผู้นำที่ขาดศิลปะในการบริหารความสัมพันธ์ จนทำให้ลูกน้องรู้สึกไร้ตัวตน บทเรียนสำคัญคือหัวหน้าที่ดีต้องสร้างความหมายให้งานและทำให้พนักงานเห็นคุณค่าในตัวเอง แทนการปล่อยให้เขาทำงานอย่างไร้จุดหมายเพื่อรอฟังคำพิพากษาผลประเมินในช่วงสิ้นปี</p>
<p>กุญแจสำคัญที่จะช่วยลดความทุกข์ในใจคนทำงานคือการมี Empathy หรือความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจกัน ผู้นำต้องรู้จักสื่อสารเรื่องความก้าวหน้าอย่างตรงไปตรงมา พร้อมให้คำแนะนำที่ชัดเจนและจริงใจ การเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้สร้างพลังบวกและดูแลพนักงานอย่างมีศักดิ์ศรี จะเปลี่ยนออฟฟิศให้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยากทุ่มเทให้ด้วยความสุข ซึ่งส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กรที่ยั่งยืนมากกว่าการมุ่งเน้นเพียงตัวเลขกำไร</p>
<p>ในฐานะผู้จัดงาน เขาหวังว่าเนื้อหาจาก People Management Summit 2026 ตลอด 2 วันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสังคมการทำงานที่ดี ขับเคลื่อนให้เกิดบรรยากาศเชิงบวกที่ใช้ความเข้าใจนำทาง และส่งต่อพลังใจให้คนทำงานทุกคนมีแรงผลักดันในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรและสังคมต่อไป</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="ก่อนใช้ HR Tech เพื่องาน HRM ควรพิจารณาปัจจัยใดบ้าง ? 2" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2026-day-2-260314/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 &#8211; Day 1</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2026-day-1-260313/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2026-day-1-260313/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Mar 2026 11:54:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[People Management Summit 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49256</guid>

					<description><![CDATA[กลับมาอีกครั้งกับงาน People Management Summit 2026: Talent Matters เวทีเสวนาที่ ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา ประธานมูลนิธิ Talent Thailand เชิญชวนนักบริหารจากหลากหลายองค์กรเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ด้านการบริหารบุคลากรด้วยตัวเอง งานครั้งนี้รวบรวมทั้งแนวคิด กลยุทธ์ และเครื่องมือด้าน People Management ที่กำลังมีบทบาทต่อการพัฒนาองค์กร พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญและผู้ปฏิบัติงานจริงได้ถ่ายทอดบทเรียนที่นำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว ดังนี้ AI in People Management คุณ อภิรัตน์ หวานชะเอม Founder &#38; AI Advisor จาก Practico ใช้เวลาตลอด 1 ชั่วโมงชวน HR ผู้ร่วมงานตระหนักถึงบทบาทสำคัญของ HR ในฐานะผู้นำในการขับเคลื่อนการใช้งาน AI ให้ประสบความสำเร็จในองค์กร เขาชี้ให้เห็นว่า หัวใจสำคัญของการนำ AI มาใช้ในองค์กรให้สำเร็จไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ &#8220;คน วิธีทำงาน และวัฒนธรรม&#8221; [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49262" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162508.416.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 1 265" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162508.416.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162508.416-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>กลับมาอีกครั้งกับงาน People Management Summit 2026: Talent Matters เวทีเสวนาที่ ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา ประธานมูลนิธิ Talent Thailand เชิญชวนนักบริหารจากหลากหลายองค์กรเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ด้านการบริหารบุคลากรด้วยตัวเอง</p>
<p>งานครั้งนี้รวบรวมทั้งแนวคิด กลยุทธ์ และเครื่องมือด้าน People Management ที่กำลังมีบทบาทต่อการพัฒนาองค์กร พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญและผู้ปฏิบัติงานจริงได้ถ่ายทอดบทเรียนที่นำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที</p>
<p>หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว ดังนี้</p>

<h2>AI in People Management</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49261" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162502.136.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 1 266" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162502.136.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162502.136-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>อภิรัตน์ หวานชะเอม Founder &amp; AI Advisor จาก Practico</strong> ใช้เวลาตลอด 1 ชั่วโมงชวน HR ผู้ร่วมงานตระหนักถึงบทบาทสำคัญของ HR ในฐานะผู้นำในการขับเคลื่อนการใช้งาน AI ให้ประสบความสำเร็จในองค์กร</p>
<p>เขาชี้ให้เห็นว่า หัวใจสำคัญของการนำ AI มาใช้ในองค์กรให้สำเร็จไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ &#8220;คน วิธีทำงาน และวัฒนธรรม&#8221; ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ HR ต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำร่วมกับฝ่าย IT ตั้งแต่ต้น แทนที่จะรอรับนโยบายเพียงด้านเดียว</p>
<p>โจทย์แรกที่ HR ต้องตีให้แตกคือการสร้างความเชื่อมั่นว่า AI เข้ามาเพื่อขยายศักยภาพพนักงาน ไม่ใช่เพื่อคัดคนออก เมื่อองค์กรสร้าง <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190703-psychological-safety/">Psychological Safety</a> หรือพื้นที่ปลอดภัยที่ทำให้คนกล้าเรียนรู้โดยไม่รู้สึกถูกคุกคาม คนจะกล้าใช้ AI และยิ่งใช้ก็มีโอกาสกลายเป็น Talent กลุ่มใหม่ที่คิดได้กว้างขึ้นและตัดสินใจได้คมชัดขึ้น</p>
<p>อีกสิ่งที่คุณอภิรัตน์เน้นหนักคือบทบาทของ <strong>HR และผู้นำที่ต้องเปลี่ยนจากการดูแลแค่คน ไปสู่การบริหารจัดการสมอง 2 แบบ คือ มนุษย์และ AI ให้ทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่น</strong> ต้องรู้ว่างานส่วนใดคืองานของมนุษย์ งานส่วนใดคืองานของ AI ทำ และงานส่วนใดที่ต้องทำร่วมกัน</p>
<p><em>“บทบาท HR ต่อจากนี้ ควรเป็น Chief Human and AI Officer เพราะอย่าลืมว่าเราไม่ได้แค่บริหารคน แต่เราต้องบริหาร AI ไปพร้อมกัน”</em></p>
<p>คุณอภิรัตน์ยังเสนอแนวคิด<strong> Job Transformation Framework</strong> ซึ่งเป็นพิมพ์เขียวการเปลี่ยนผ่านองค์กรที่ต้องอาศัยการทำงานแบบ 3 ประสานระหว่าง</p>
<ul>
<li>ฝ่ายธุรกิจ (Business)</li>
<li>ฝ่ายคน (HR)</li>
<li>ฝ่ายเทคโนโลยี (Tech)</li>
</ul>
<p>กระบวนการนี้เริ่มจาก <strong>ฝ่ายธุรกิจกำหนดกลยุทธ์ว่า AI จะสร้างมูลค่าในจุดไหน</strong> จากนั้นเป็น<strong>หน้าที่สำคัญของ HR คือการวิเคราะห์เนื้องานอย่างลงลึก เพื่อออกแบบบทบาทหน้าที่ของแต่ละงานใหม่ให้เกิดความสมดุล</strong>ระหว่างการทำงานของคนและ AI ก่อนจะ<strong>ส่งไม้ต่อให้ฝ่ายเทคโนโลยีติดตั้งระบบที่เหมาะสม</strong></p>
<p>และที่สำคัญ อย่าลืมว่ามนุษย์ยังต้องคอยควบคุม ดูแล และตรวจสอบคำตอบเสมอเวลาใช้งาน AI ด้วย</p>
<p>เมื่อพนักงานรู้สึกมั่นคงและได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นธรรม พวกเขาจะเปิดใจรับ AI ในฐานะคู่หูที่ช่วยให้เติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49272" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154835.539.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 1 267" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154835.539.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-14T154835.539-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2026-day-2-260314/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 – Day 2</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Identifying 7 Inner Talent</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49258" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162435.083.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 1 268" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162435.083.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162435.083-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ เมธวิน ปิติพรวิวัฒน์ CEO ของ BASE Playhouse ชวนให้ผู้ฟังกลับมาทบทวนคำว่า Talent ใหม่อีกครั้ง เพราะหากองค์กรมองเห็นหน้าตา ลักษณะของความเก่งชัดเจน การตัดสินใจเรื่องคนก็จะเฉียบคมขึ้นทันที ทั้งการเลือกคน การรักษาคน และการพัฒนาคน</p>
<p>จากประสบการณ์พัฒนาคนมาหลายปี คุณเมธวินพบว่า มนุษย์มีความสามารถซ่อนอยู่มากกว่าที่องค์กรใช้จริง และเมื่อ AI เข้ามาช่วยงานบางส่วน ศักยภาพของมนุษย์ก็ยิ่งมีโอกาสถูกยกระดับได้มากขึ้น</p>
<p>ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดนับจากนี้คือ หน้าตาของความเก่งกำลังเปลี่ยนไป คนที่ทำงานแบบเดิมและอยู่ในระดับค่าเฉลี่ยจะถูกทดแทนได้ง่ายขึ้น ขณะที่ความสามารถแบบมนุษย์แท้ ๆ กลับมีคุณค่ามากขึ้น โดยเฉพาะสิ่งที่เทคโนโลยีทำแทนไม่ได้ เช่น ประสบการณ์ การตีความ และการสร้างมุมมองใหม่จากสิ่งที่เคยมีอยู่</p>
<p>ดังนั้น Talent ในความหมายใหม่จึงมีลักษณะสำคัญ 3 ประการ ได้แก่</p>
<ul>
<li>เก่งงาน สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้</li>
<li>เก่งคน พาคนที่มีความสามารถหลากหลายทำงานร่วมกันได้</li>
<li>พร้อมชน รับมือความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายโดยไม่ถอย</li>
</ul>
<p><strong>คนแบบนี้กำลังกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า Premium Human ซึ่งจะยิ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อ AI เข้ามาเสริมศักยภาพการทำงาน</strong></p>
<p>เพื่ออธิบายความเก่งระดับลึก คุณเมธวินนำเสนอ Inner Talent Model ซึ่งประกอบด้วยความสามารถหลัก 7 ตัวที่ทำให้คนคนหนึ่งเติบโตได้ในทุกบริบท ประกอบด้วย</p>
<ol>
<li><strong>Fast Learning</strong> เรียนรู้เร็วและปรับตัวไว</li>
<li><strong>High Esteem</strong> มีตัวตนและคุณค่าภายใน</li>
<li><strong>Thrive</strong> ไม่ยอมแพ้ง่าย มุ่งไปข้างหน้าแม้มีแรงกดดัน</li>
<li><strong>Strong Facilitation</strong> พาคนทำงานร่วมกันได้</li>
<li><strong>Driving</strong> ขับเคลื่อนงานและผลลัพธ์ให้เกิดจริง</li>
<li><strong>Fostering Trust</strong> สร้างความไว้วางใจในทีม</li>
<li><strong>Sharp Judgement</strong> ตัดสินใจได้แม่นยำในสถานการณ์กดดัน</li>
</ol>
<p>3 ตัวแรกถูกเรียกว่า Power Core ได้แก่ สมอง ตัวตน และหัวใจ ซึ่งเป็นฐานของความแตกต่างเฉพาะบุคคล ส่วนอีก 4 ตัวคือความสามารถที่ส่งผลต่อทีมและองค์กรโดยตรง เมื่อคนคนหนึ่งมีทักษะเหล่านี้ครบ จะช่วยสร้างสิ่งสำคัญต่อทีมได้ ได้แก่</p>
<ul>
<li>Sense of Belonging</li>
<li>True Wisdom</li>
<li>Ignite Purpose</li>
<li>Psychological Safety</li>
</ul>
<p>ทักษะเหล่านี้ ยิ่งเราใช้ยิ่งคม ยิ่งละเลยยิ่งเลือนหาย อย่าลืมว่าความเชี่ยวชาญที่แท้จริงเกิดจากการใช้งานซ้ำ ๆ</p>
<p>ทว่าในความเป็นจริง <strong>กลุ่ม Talent ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเช่นนี้มีสัดส่วนไม่ถึง 15% ของตลาดแรงงาน องค์กรจึงต้องมีกลยุทธ์การพัฒนาที่สร้างสภาพแวดล้อมเพื่อดึงศักยภาพจากภายใน</strong> ปรับวิธีคิดเพื่อเร่งสปีดการเรียนรู้ และที่สำคัญต้องผลักดันให้ Talent ได้ลงมือทำในงานที่มีผลกระทบสูง (High Impact) ภายใต้ความกดดัน (High Pressure) และมีเดิมพันที่สูงต่อองค์กร (High Stakes)</p>
<p>ประสบการณ์ที่เข้มข้นระดับนี้เท่านั้นที่จะหล่อหลอมให้เกิดการคิดเชิงกลยุทธ์ และการนำทีมที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในการเร่งการเติบโตของคนกลุ่มนี้</p>
<p><em>“ท้ายที่สุดแล้ว คนเก่งมักอยากทำงานกับคนเก่ง และมักตัดสินใจเดินออกจากองค์กรเมื่อทีมรอบตัวไม่แข็งแรงพอ”</em> CEO จาก BASE Playhouse ทิ้งท้ายให้ชวนคิด</p>
<p>แล้วองค์กรของเราล่ะ สร้างคนเก่งให้อยากทำงานรายล้อมคนเก่งแล้วหรือยัง ?</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/68?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47851" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 61" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>People Strategy 2026</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49259" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162442.212.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 1 269" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162442.212.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162442.212-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ดร.อดิศักดิ์ จันทรประภาเลิศ Director of Work &amp; Reward Thailand &amp; Indochina จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/174">WTW Thailand</a></strong> ชวน HR และผู้นำองค์กรทบทวนแนวทางการบริหารคนท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความเสี่ยงระดับโลก เมื่อปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่กำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ในทิศทางเดียวกัน ทั้งความไม่แน่นอนทางการเงิน การบริหารต้นทุน การปรับตัวสู่โลกดิจิทัลและ AI รวมถึงปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยากจะคาดเดา</p>
<p>หากต้องการก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้ องค์กรจำเป็นต้องประเมินความพร้อมของตัวเองผ่านโมเดล 5 Rights เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องในมิติต่าง ๆ ได้แก่</p>
<ol>
<li><strong>Right Structure &amp; Culture</strong>: โครงสร้างองค์กรส่งเสริมวัฒนธรรมที่ต้องการจริงหรือไม่</li>
<li><strong>Right Job &amp; Skill</strong>: พนักงานมีทักษะที่ตอบโจทย์ทิศทางธุรกิจในปัจจุบันและอนาคตหรือไม่</li>
<li><strong>Right Size &amp; Shape</strong>: ขนาดและรูปแบบขององค์กรเหมาะสมกับภารกิจเพียงใด</li>
<li><strong>Right Pay:</strong> ระบบค่าตอบแทนจูงใจและแข่งขันในตลาดแรงงานได้จริงหรือไม่</li>
<li><strong>Right Person</strong>: มีบุคลากรที่ใช่ในบทบาทสำคัญแล้วหรือยัง</li>
</ol>
<p>จุดที่มักถูกละเลยคือการวางกลยุทธ์ HR แบบ Outside-In หรือการนำข้อมูลภายนอก เช่น แนวโน้มตลาดแรงงานและแนวปฏิบัติของคู่แข่ง มาเป็นฐานในการกำหนดทิศทาง แทนที่จะมองจากทรัพยากรที่มีอยู่ภายในเพียงอย่างเดียว</p>
<p>WTW ยังเสนอ 6 Strategic HR Priorities หรือประเด็นเร่งด่วนที่ HR ต้องให้ความสำคัญ หากไม่อยากก้าวช้ากว่าคู่แข่งในตลาด ซึ่งประกอบด้วย</p>
<ol>
<li><strong>Digital Integration</strong>: ผสานเทคโนโลยีเข้ากับกระบวนการทำงานอย่างเป็นเนื้อเดียว</li>
<li><strong>Employee Experience</strong>: ออกแบบประสบการณ์ที่ทำให้พนักงานรู้สึกถึงคุณค่าและความหมายของงาน</li>
<li><strong>Agile Learning Culture</strong>: สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและต่อเนื่อง</li>
<li><strong>Human Capital Analytics</strong>: ขับเคลื่อนการบริหารคนด้วยข้อมูลและบทวิเคราะห์ที่แม่นยำ</li>
<li><strong>Inclusive Organization (DEI)</strong>: ต่อยอดเรื่องความหลากหลายและความเท่าเทียมให้เห็นผลเป็นรูปธรรม</li>
<li><strong>Leadership Development</strong>: ยกระดับศักยภาพผู้นำเพื่อนำพาองค์กรผ่านความเปลี่ยนแปลง</li>
</ol>
<p><em>“ทั้งนี้ หัวใจสำคัญที่ต้องจับตาคือ Workforce Productivity ของไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากจำนวนประชากรที่ลดลงและการแข่งขันด้านทักษะที่รุนแรง หลายครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนคน แต่อยู่ที่ทักษะไม่ตรงกับความต้องการของธุรกิจ”</em></p>
<p>แนวคิด Skill-Based Workforce จึงเข้ามาแทนที่ระบบ Competency แบบเดิมที่อาจยืดหยุ่นน้อยกว่า โดยเน้นการบริหารคนด้วยทักษะเป็นศูนย์กลาง เริ่มจากการระบุทักษะที่จำเป็น วิเคราะห์ Skill Gap และวางแผน Reskill หรือ Upskill ให้ตรงจุด</p>
<p>เมื่อมองไปข้างหน้า แน่นอนว่าบทบาทของ AI จะทวีความสำคัญขึ้น งานบางประเภทจะถูกแทนที่ ขณะที่บางส่วนต้องเปลี่ยนมาทำงานร่วมกับ AI มากขึ้น การวางกลยุทธ์ด้านคนต่อจากนี้จึงต้องเชื่อมโยงกับการพัฒนาทักษะอย่างใกล้ชิดและเป็นระบบมากกว่าที่เคย</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/174?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=PIC"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48001" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 205" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-57-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>Compensation Management for Motivate Talent: Pay for Impact, not Position</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49260" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162449.393.webp" alt="People Management Summit 2026 - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2026 - Day 1 270" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162449.393.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-13T162449.393-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>วิศรุต รักษ์นภาพงศ์ CEO จาก HIM</strong> ชวนตั้งคำถามกับวิธีคิดเรื่องค่าตอบแทนแบบเดิม ๆ โดยเน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญของการรักษาคนเก่งคือการจ่ายตามคุณค่าและผลลัพธ์ของงาน มากกว่าการยึดติดกับตำแหน่งหรืออายุงานเพียงอย่างเดียว เพราะในวันที่การแข่งขันสูง <strong>ระบบค่าตอบแทนที่ล้าหลังอาจกลายเป็นรูรั่วที่ทำให้องค์กรสูญเสียบุคลากรระดับ Talent ให้กับคู่แข่งได้ตลอดเวลา</strong></p>
<p>ปัญหาที่หลายองค์กรมักพบคือ ความไม่สมดุลระหว่างคุณค่าของงานจริง (Job Value) กับระบบอาวุโส (Seniority) หลายครั้งเราพบพนักงานในระดับเดียวกันมีค่าตอบแทนต่างกันอย่างน่าตกใจ พนักงานรุ่นใหม่ที่สร้างผลงานโดดเด่นอาจได้รับเงินเดือนน้อยกว่าคนที่อยู่มานาน แต่สร้างผลลัพธ์ได้เพียงค่าเฉลี่ย</p>
<p>สถานการณ์เช่นนี้ไม่เพียงแต่สร้างคำถามเรื่องความเป็นธรรม แต่ยังผลักให้คนเก่งเดินจากองค์กรไปหาที่ที่มองเห็นคุณค่าของเขามากกว่า<br />
เพื่อให้ระบบค่าจ้างสะท้อนผลลัพธ์อย่างแท้จริง องค์กรควรเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม โดยมี 3 เครื่องมือบริหารค่าตอบแทนหลัก ๆ ดังนี้:</p>
<ul>
<li><strong>Strategic Salary Increase</strong>: ปรับเงินเดือนโดยอิงจากคุณค่าและผลลัพธ์ของงานเป็นที่ตั้ง</li>
<li><strong>Salary Planning</strong>: วางแผนการเติบโตของเงินเดือนล่วงหน้าให้พนักงานเห็นอนาคต เพื่อลดโอกาสการถูกซื้อตัว</li>
<li><strong>Project Incentive</strong>: กระตุ้นการสร้างผลงานผ่านค่าตอบแทนตามความสำเร็จของโครงการ ยิ่งสร้าง Impact มาก ยิ่งได้รับผลตอบแทนสูง</li>
</ul>
<p>คุณวิศรุตเน้นย้ำว่า เราต้องออกจากกับดักการวางฐานเงินเดือนเดิมที่มักจะให้ค่าตอบแทนเท่ากับหรือต่ำกว่า Midpoint ของตลาดงาน การปรับเงินเดือนแบบเดิมที่อิงจากฐานเงินเดือนปัจจุบันอาจไม่เพียงพอที่จะรักษาคนเก่งไว้ได้ แต่สิ่งที่เราควรทำคือการปรับเงินเดือนของ Talent ที่เก่งจริง ๆ ให้อยู่ในระดับ P75 หรือให้อัตราเงินเดือนสูงกว่าพนักงาน 75% ของสายงานนั้น ๆ</p>
<p>เทคนิคการบริหารงบประมาณที่แนะนำคือการผสมผสานแนวทางคำนวณดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>สำหรับพนักงานที่เงินเดือนยังต่ำกว่า Midpoint</strong>: ควรคำนวณเปอร์เซ็นต์การขึ้นเงินเดือนโดยอิงจากค่ากลาง เพื่อเร่งให้รายได้ขยับเข้าใกล้ราคาตลาด</li>
<li><strong>สำหรับพนักงานที่เงินเดือนสูงกว่า Midpoint</strong>: สามารถคำนวณจากฐานเงินเดือนปัจจุบัน โดยต้องสอดคล้องกับระดับผลงาน (Performance Guideline) อย่างเคร่งครัด</li>
</ul>
<p>คุณวิศรุต ยังยกตัวอย่างถึงการให้พนักงานทำ Project Incentive หรือทำโปรเจกต์พิเศษ ซึ่งหากขับเคลื่อนสำเร็จ จะนำมาซึ่งผลตอบแทนที่คุ้มค่า</p>
<p><strong>หัวใจสำคัญของระบบนี้จะเปลี่ยนบทบาทของพนักงานให้กลายเป็นพาร์ทเนอร์ของโครงการอย่างเต็มตัว โดยผลตอบแทนจะถูกผูกติดกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริง เมื่อพนักงานมองเห็นว่า หากเข็นโปรเจกต์นี้ได้ตามเป้าหรือเกินเป้า มันจะเป็นผลดีต่อตัวเขาอย่างไร พนักงานจะเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของงาน และมุ่งสร้างผลลัพธ์ให้เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ทำงานให้เสร็จตามเวลากำหนด</strong></p>
<p>แต่ระบบนี้ต้องมีกระบวนการวางแผนและวัดผลที่เป็นธรรมในทุกขั้นตอน เริ่มจากการวางรากฐานด้วยการ รวบรวมข้อมูลโครงการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นขอบเขตงานและทรัพยากรที่ต้องใช้จริง จากนั้นจึงนำมาสู่การกำหนดตัวชี้วัดที่ต้องวัดผลได้เป็นรูปธรรม และท้าทายพอจะสร้างแรงจูงใจ ขณะเดียวกันก็ต้องมีความเป็นไปได้จริงในทางปฏิบัติ</p>
<p>โจทย์หินของ HR คือการประเมินบทบาทของแต่ละคนในทีม เนื่องจากความสำเร็จของโครงการไม่ได้เกิดจากคนคนเดียว ระบบการจ่าย Incentive ที่ดีจึงต้องสามารถจำแนกสัดส่วนความรับผิดชอบและความทุ่มเทของสมาชิกในทีมได้อย่างยุติธรรม เพื่อป้องกันความรู้สึกเหลื่อมล้ำภายในกลุ่ม</p>
<p><strong>และเมื่อพนักงานเห็นความเชื่อมโยงระหว่างความทุ่มเท กับผลตอบแทนที่จับต้องได้ มันจะช่วยเพิ่มอัตรา Retention รักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรต่อไปได้อีกด้วย</strong></p>
<p><em>“แม้ค่าตอบแทนที่โดดเด่นจะช่วยดึงดูดคนเก่งเข้ามาได้ แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาเลือกอยู่ต่อในระยะยาวคือระบบการให้ค่าตอบแทนที่ยุติธรรม”</em></p>
<p><em>“องค์กรที่ออกแบบระบบค่าจ้างให้สะท้อนคุณค่าของคนทำงานอย่างแท้จริง พร้อมกับวางเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน จะทำให้ Talent เห็นว่าอนาคตของพวกเขาเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างยั่งยืน”</em> คุณวิศรุตอธิบายทิ้งท้าย</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/u/2/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="เมื่อ “สังคมสูงวัย” กำลังเปลี่ยนเกมตลาดแรงงาน 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2026-day-1-260313/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen-260312/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen-260312/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Mar 2026 02:44:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<category><![CDATA[Reeracoen]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49192</guid>

					<description><![CDATA[การเปิดรับสมัครตำแหน่งเดิมซ้ำ ๆ แต่ไม่มีใครติดต่อมา หรือต่อให้มีคนสมัครเข้ามามากมายแต่กลับหาคนที่ใช่ไม่เจอเลย เป็นปัญหาเรื้อรังที่ทำให้ HR หลายองค์กรต้องเสียทั้งเวลาและงบประมาณไปอย่างน่าเสียดาย ถึงเวลาแล้วที่เหล่านักสรรหาต้องกลับมาทบทวนวิธีเลือกช่องทางประกาศงานให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่ง เพื่อให้ทุกการลงทุนลงแรงเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและได้บุคลากรที่มีคุณภาพในระยะเวลาที่กำหนด ใน HREX Webinar หัวข้อล่าสุดนี้ คุณ พลวัต ลาภวณิชย์ New Business Development Manager จาก Reeracoen Thailand ผู้เชี่ยวชาญด้านการสรรหาพนักงานมาเปลี่ยนมุมมองของคุณเกี่ยวกับตามหา Talent ที่ใช่ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม ตั้งแต่วิธีคัดเลือกช่องทางที่คุ้มค่าที่สุด ไปจนถึงเทคนิคการหาผู้สมัครเชิงรุกที่จะช่วยลดระยะเวลาการทำงานโดยไม่ต้องสุ่มเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น หากใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้ได้อ่านกันแล้ว สรุปสถานการณ์การหางาน 2026 คุณพลวัต ชวนย้อนดูภาพรวมของตลาดงานในปัจจุบัน ว่าหากเราพิจารณาดี ๆ จะเห็นความลักลั่นที่น่าสนใจระหว่างความต้องการบุคลากร กับสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะในกลุ่มสายงานเฉพาะทางอย่าง IT, Digital Marketing, AI รวมถึงกลุ่มวิศวกรและสาธารณสุข ที่มีความต้องการตัวสูงมาก สวนทางกับจำนวนผู้สมัครที่มีทักษะเหล่านี้ในตลาดซึ่งยังอยู่ในสภาวะขาดแคลน สถานการณ์นี้ทำให้การแข่งขันแย่งชิงตัว Talent ค่อนข้างหนักหน่วง จนการทำ Employer [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49195" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-11T153133.462.webp" alt="hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 280" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-11T153133.462.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-11T153133.462-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การเปิดรับสมัครตำแหน่งเดิมซ้ำ ๆ แต่ไม่มีใครติดต่อมา หรือต่อให้มีคนสมัครเข้ามามากมายแต่กลับหาคนที่ใช่ไม่เจอเลย เป็นปัญหาเรื้อรังที่ทำให้ HR หลายองค์กรต้องเสียทั้งเวลาและงบประมาณไปอย่างน่าเสียดาย</p>
<p>ถึงเวลาแล้วที่เหล่านักสรรหาต้องกลับมาทบทวนวิธีเลือกช่องทางประกาศงานให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่ง เพื่อให้ทุกการลงทุนลงแรงเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและได้บุคลากรที่มีคุณภาพในระยะเวลาที่กำหนด</p>
<p>ใน HREX Webinar หัวข้อล่าสุดนี้ คุณ <strong>พลวัต ลาภวณิชย์ New Business Development Manager จาก <a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX&amp;utm_medium=content&amp;utm_campaign=6HiringSolutions" target="_blank" rel="noopener">Reeracoen Thailand</a></strong> ผู้เชี่ยวชาญด้านการสรรหาพนักงานมาเปลี่ยนมุมมองของคุณเกี่ยวกับตามหา Talent ที่ใช่ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม ตั้งแต่วิธีคัดเลือกช่องทางที่คุ้มค่าที่สุด ไปจนถึงเทคนิคการหาผู้สมัครเชิงรุกที่จะช่วยลดระยะเวลาการทำงานโดยไม่ต้องสุ่มเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น</p>
<p>หากใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้ได้อ่านกันแล้ว</p>

<h2>สรุปสถานการณ์การหางาน 2026</h2>
<p>คุณพลวัต ชวนย้อนดูภาพรวมของตลาดงานในปัจจุบัน ว่าหากเราพิจารณาดี ๆ จะเห็นความลักลั่นที่น่าสนใจระหว่างความต้องการบุคลากร กับสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะในกลุ่มสายงานเฉพาะทางอย่าง IT, Digital Marketing, AI รวมถึงกลุ่มวิศวกรและสาธารณสุข ที่มีความต้องการตัวสูงมาก สวนทางกับจำนวนผู้สมัครที่มีทักษะเหล่านี้ในตลาดซึ่งยังอยู่ในสภาวะขาดแคลน</p>
<p>สถานการณ์นี้ทำให้การแข่งขันแย่งชิงตัว Talent ค่อนข้างหนักหน่วง จนการทำ Employer Branding กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเข้าถึงตัวผู้สมัครได้ง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดการเปรียบเทียบและแข่งขันกันสูงขึ้นตามไปด้วย</p>
<p>อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในมุมมองของฝั่งนายจ้างและองค์กร จะพบว่าพฤติกรรมการจ้างงานเริ่มเปลี่ยนไปสู่<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/lean-management-210621/">การ Lean องค์กรก่อน</a> หลายบริษัทกลับมาทบทวนโครงสร้างภายในและจัดการภาระงานที่มีอยู่ให้ลงตัวก่อน แล้วถ้าหากตำแหน่งไหนไปต่อไม่ได้จริงๆ หรือขาดทักษะที่จำเป็นจึงจะเริ่มพิจารณาจ้างคนเพิ่มจากภายนอก<br />
อีกจุดสำคัญคือการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่เน้นเทคโนโลยีเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงเรากลับพบว่าแรงงานที่มีทักษะตอบโจทย์อุตสาหกรรมใหม่ เช่น คนที่สามารถใช้งาน AI ได้จริงในระดับเชี่ยวชาญยังมีจำนวนน้อยมาก ขณะที่เด็กจบใหม่หลายคนยังเผชิญภาวะว่างงานเพราะทักษะอาจยังไม่ตรงกับความต้องการของตลาด</p>
<p>แต่ที่น่าสนใจคือกลุ่มคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป กลับตื่นตัวในการหางานมากที่สุด ซึ่งอาจเป็นผลมาจากโครงสร้างสังคมสูงวัยประกอบกับความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจที่ทำให้คนกลุ่มนี้ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว</p>
<p>ทั้งนี้ จะเห็นเทรนด์ธุรกิจ Recruitment ที่น่าสนใจด้วยว่า <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/124">บริการด้าน Outsource กำลังเติบโต</a> เพราะองค์กรต้องการความคล่องตัวในการบริหารจัดการคน การจ้างงานระยะสั้นหรือการส่งมอบหน้าที่ดูแลบุคลากรให้ผู้เชี่ยวชาญรับไปจัดการทั้งหมดกลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่า สอดคล้องไปกับการเติบโตของกลุ่ม <a href="https://th.hrnote.asia/tips/210917-how-gig-economy-impact-hr/">Gig Economy</a> ที่เน้นการทำงานยืดหยุ่น รวมถึงความนิยมในแพลตฟอร์มประกาศงานราคาประหยัดที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากทุกองค์กรต่างพยายามลดต้นทุนในการหาคนให้ได้มากที่สุดภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่กดดัน</p>
<p>คุณพลวัต เสริมว่า <a href="https://expth.hrnote.asia/products/1">หากองค์กรไหนกำลังต้องการบริการช่วยสรรหาพนักงาน ในราคาที่ประหยัดลง สามารถใช้บริการ Sourcedout ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสรรหาพนักงานจาก Freelance Recruiter ซึ่งมีราคาที่ย่อมเยากว่า Agency ทั่วไป</a></p>
<p>แม้ภาพรวมของจำนวนประกาศรับสมัครงานในปีนี้จะดูดีกว่าปีที่ผ่านมาอยู่บ้าง แต่หากเทียบกับช่วง 2-3 ปีก่อนหน้าจะพบว่าตัวเลขยังถือว่าต่ำลงพอสมควร สาเหตุหลักมาจากความกังวลเรื่องความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจที่ทำให้ทั้งฝั่งองค์กรระมัดระวังการเพิ่มจำนวนพนักงาน และฝั่งผู้สมัครเองก็ลังเลที่จะย้ายงานใหม่เพราะกลัวความเสี่ยง</p>
<p>สิ่งที่ HR ต้องทำในวันนี้ คือการทำความเข้าใจจังหวะของตลาดเพื่อเลือกใช้เครื่องมือที่คุ้มค่าที่สุดในวันที่องค์กรต้องเน้นความประหยัดควบคู่ไปกับประสิทธิภาพในการทำงาน</p>
<h2>ความเหมือน-ต่างของวิธีการหาคนในองค์กรขนาดเล็ก กลาง ใหญ่</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49202" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155909.webp" alt="hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen" width="600" height="337" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 281" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155909.webp 1182w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155909-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155909-1024x574.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155909-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณพลวัตอ้างอิงข้อมูลที่ Reeracoen สำรวจในปี 2025 ที่ผ่านมา ระบุว่าขนาดองค์กรเป็นตัวกำหนดงบประมาณและเครื่องมือสรรหาอย่างชัดเจน โดยกลุ่มบริษัทขนาดเล็ก (ไม่เกิน 50 คน) มักมีงบสำหรับสรรหาพนักงานไม่เกิน 50,000 บาท และเน้นใช้ Job Board ทั่วไปเป็นหลัก</p>
<p>แต่น่าสนใจว่า เมื่อขยับขนาดองค์กรใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ไปจนถึงหลักหลายร้อยคนขึ้นไป งบประมาณสำหรับการสรรหาคนเก่งก็จะพุ่งสูงขึ้นตาม โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 100,001 บาท ไปจนถึง 1,000,000 บาท เพื่อรองรับการเฟ้นหาตำแหน่งเฉพาะทางด้าน IT และ Tech ที่มีความต้องการสูงขึ้น</p>
<p>และสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานตั้งแต่ 301 คนขึ้นไป จนถึงระดับ 1,000 คน กลยุทธ์การหาคนจะมีความเข้มข้นและหลากหลายมากขึ้นเช่นกัน</p>
<ul>
<li>ช่องทางหลักที่ใช้สรรหา: ใช้ทั้ง Job Board และ Talent Search ควบคู่ไปกับการให้พนักงานแนะนำคนรู้จัก (Referral)</li>
<li>เครื่องมือเสริม: เริ่มใช้ Recruitment Agency เข้ามาช่วยในตำแหน่งที่หาได้ยาก</li>
<li>การสร้างเครือข่าย: ในองค์กรระดับ 1,000 คนขึ้นไป จะเน้นพาร์ทเนอร์กับสถาบันการศึกษา ใช้หน้า Career Page ของตัวเอง และรุกตลาดผ่าน Social Media (SNS) มากขึ้น</li>
</ul>
<p>ยิ่งองค์กรใหญ่และต้องการทักษะทางเทคโนโลยีมากเท่าไหร่ การพึ่งพาแค่ประกาศงานแบบเดิมจะไม่เพียงพอ HR จึงต้องกระจายงบประมาณไปสู่เครื่องมือที่เข้าถึงตัวผู้สมัครเชิงรุก (Proactive) และการสร้างแบรนด์องค์กรในระยะยาวเพื่อให้ได้ Talent ที่ตรงโจทย์ที่สุด</p>
<p><a href="http://forms.gle/KN56cXwqxN1dKsZY7" target="_blank" rel="noopener">สำหรับใครต้องการรายงาน Hiring Health Check-up ฉบับเต็ม สามารถรับรายงานหลังทำแบบสอบถามได้ทางลิงก์นี้</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://forms.gle/KN56cXwqxN1dKsZY7" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45267" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Pop-Suvery.webp" alt="แบบสอบถาม กระบวนการจ้างงานของคุณอยู่ระดับไหน เมื่อเทียบกับอีก 1,000 องค์กร ร่วมค้นหาจุดบอดในงาน Hiring และวิธีแก้ไขที่บริษัททั่วไทยเลือกใช้จริง!" width="600" height="402" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 282" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Pop-Suvery.webp 1000w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Pop-Suvery-300x201.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Pop-Suvery-768x515.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://forms.gle/KN56cXwqxN1dKsZY7" target="_blank" rel="noopener">ร่วมสำรวจระดับกระบวนการจ้างงานขององค์กรคุณ เทียบกับอีก 1,000 องค์กรทั่วประเทศ</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>ช่องทางสรรหา เริ่มจากภายในองค์กรเองก่อน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49203" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160045.webp" alt="hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen" width="600" height="335" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 283" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160045.webp 1200w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160045-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160045-1024x572.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160045-768x429.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ก่อนจะข้ามไปมองหาช่องทางสรรหาจากภายนอก สิ่งที่หลายองค์กรขนาดใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ คือการหันกลับมาสร้างรากฐานภายในให้แข็งแกร่ง โดยเฉพาะ<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/why-need-career-page-recruitment-251211/">การมี Career Page หรือหน้าประกาศงานของตัวเองที่ดูเป็นมืออาชีพ</a></p>
<p>และ<a href="https://expth.hrnote.asia/products/222">หากองค์กรไหนที่ยังไม่มี Career Page หน้าเว็บรับสมัครงานเป็นของตัวเอง สามารถติดต่อขอใช้บริการแล้วสร้างผ่าน EZHire ซึ่งเป็นอีกบริการของ Reeracoen ได้ฟรี</a></p>
<p>จุดเด่นของหน้าเว็บประเภทนี้คือต้องมีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนข้อมูลได้รวดเร็ว และที่สำคัญต้องรองรับการค้นหาผ่าน Google หรือมีคุณสมบัติ SEO-Friendly แม้การทำหน้าเว็บของตัวเองอาจต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ในแง่ของจำนวนผู้สมัคร แต่ในระยะยาวนี่คือเครื่องมือที่จะช่วยสร้างตัวตนและดึงดูดคนที่สนใจในวัฒนธรรมองค์กรของเราจริงๆ เข้ามาสมัครงานโดยตรง</p>
<p>เมื่อมีหน้าเว็บสำหรับรับคนแล้ว การบริหารจัดการข้อมูลหลังบ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน หลายบริษัทอาจยังคุ้นชินกับการเก็บรายชื่อผู้สมัครไว้ใน Spreadsheet ซึ่งมักจะทำให้ข้อมูลกระจัดกระจายและติดตามผลได้ยาก การขยับมาใช้<a href="https://expth.hrnote.asia/categories/47">ระบบ ATS (Applicant Tracking System)</a> จะช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง Talent Pipeline หรือฐานข้อมูลผู้สมัครล่วงหน้าไว้ได้ทันที เมื่อมีตำแหน่งงานว่างเราจึงไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทุกครั้ง</p>
<p>ระบบนี้ยังช่วยให้เห็นภาพรวมว่าขั้นตอนการรีครูทของเราติดปัญหาที่ช่วงไหน รวมถึงมีระบบ Automation ที่ช่วยลดภาระงานแอดมินของ HR ทำให้การประสานงานหรือการทำ Assessment ต่างๆ สะดวกรวดเร็วกว่าเดิม</p>
<p>นอกจากเรื่องของระบบแล้ว การออกแบบประสบการณ์ของผู้สมัครผ่าน Candidate Experience Flow &amp; Funnel Design ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ไม่ควรละเลย เราควรลองมองย้อนกลับไปในมุมของผู้สมัครว่าตั้งแต่เริ่มเห็นประกาศงานไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายเขาส่งต่อข้อมูลไปที่จุดไหนบ้าง <a href="https://www.figma.com/" target="_blank" rel="noopener">การใช้เครื่องมือฟรีอย่าง Figma</a> มาช่วยออกแบบ Flow การสมัครจะทำให้เราเห็นจุดที่ควรปรับปรุง เพื่อให้ผู้สมัครได้รับประสบการณ์ที่ดีและลดโอกาสที่จะเสียคนเก่ง ๆ ไปในระหว่างทาง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49208" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160313-1.webp" alt="hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen" width="600" height="340" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 284" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160313-1.webp 1183w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160313-1-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160313-1-1024x580.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160313-1-768x435.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>เจาะลึกกลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัครจากภายนอก เมื่อการประกาศงานแบบเดิมไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป</h2>
<p>เมื่อต้องมองหาช่องทางสรรหาจากภายนอก โจทย์สำคัญของ HR คือการเลือกใช้แพลตฟอร์มให้ถูกฝาถูกตัว ซึ่งเราควรพิจารณาจากปัจจัยหลักที่สะท้อนถึงคุณภาพและปริมาณของผู้สมัคร ดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>Activity ภายในแพลตฟอร์ม:</strong> ตรวจสอบปริมาณงานที่เปิดรับจริง เพื่อดูความเคลื่อนไหวว่ามีคนใช้งานหนาแน่นพอหรือไม่</li>
<li><strong>ความหนาแน่นของพื้นที่:</strong> เช็กจำนวนผู้สมัครในทำเลที่บริษัทตั้งอยู่ว่ามีฐานข้อมูลมากพอไหม</li>
<li><strong>ความเชี่ยวชาญของสายงาน:</strong> วิเคราะห์ว่าตำแหน่งที่ประกาศสอดคล้องกับจุดเด่นของแพลตฟอร์มนั้นหรือไม่</li>
<li><strong>แนวโน้มการเติบโต:</strong> เจาะลึกข้อมูลผ่าน <a href="https://datawarehouse.dbd.go.th/" target="_blank" rel="noopener">DBD Datawarehouse</a> เพื่อดูความมั่นคงและมูฟเมนต์ของเว็บไซต์ผู้ให้บริการ</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49199" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155113.webp" alt="hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen" width="600" height="335" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 285" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155113.webp 1183w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155113-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155113-1024x572.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-155113-768x429.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หากลองเปรียบเทียบสองยักษ์ใหญ่ที่ HR ไทยคุ้นเคยอย่าง <a href="https://expth.hrnote.asia/products/197">JobsDB</a> และ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/127">JobThai</a> จะเห็นคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อให้เราเลือกใช้ได้ตรงกับความต้องการจริง</p>
<ul>
<li><strong>JobsDB:</strong> เหมาะสำหรับกลุ่ม Talent ระดับกลางถึงระดับบริหาร (White Collar / Professional Roles) โดดเด่นเรื่องทักษะภาษาอังกฤษและคุณภาพเรซูเม่ มีระบบฟิลเตอร์คีย์เวิร์ดที่แม่นยำ แต่มีอัตราค่าบริการที่ค่อนข้างสูง</li>
<li><strong>JobThai:</strong> ได้เปรียบเรื่องความคุ้มค่าของราคากับปริมาณผู้สมัคร (Volume) โดยเฉพาะกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม งานในโซนต่างจังหวัด และตำแหน่งระดับปฏิบัติการถึงระดับกลาง เช่น งานขาย วิศวกร หรือธุรการ</li>
</ul>
<p>อย่างไรก็ตาม การฝากความหวังไว้กับ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/6">Job Post</a> เพียงอย่างเดียวมีข้อจำกัด โดยเฉพาะเรื่องระยะเวลา เพราะบ่อยครั้งที่เราเสียเวลารอนานเกินไปกว่าจะได้คนที่ตรงใจ หากตำแหน่งไหนใช้เวลาหาเกิน 60 วัน นั่นคือสัญญาณเตือนว่าประกาศงานทั่วไปอาจไม่ตอบโจทย์ เพราะเราไม่สามารถการันตีได้ว่า Talent ที่เราต้องการจะมองเห็นโพสต์ของเราในช่วงเวลานั้นหรือไม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49210" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160446.jpg" alt="hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen" width="600" height="333" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 286" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160446.jpg 1186w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160446-300x167.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160446-1024x569.jpg 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160446-768x427.jpg 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>อีกเรื่องที่คุณพลวัตแนะนำก็คือ เวลาต้องตัดสินใจเลือก Source ภายนอกมาใช้นั้น ควรต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง 3 แกนสำคัญ คือ ราคา, ความทุ่มเทของทีม HR และสุดท้ายคือระยะเวลา ซึ่งแต่ละเครื่องมือจะมีจุดเด่นต่างกันไป</p>
<ul>
<li><strong>Talent Search</strong>: ตอบโจทย์เรื่องความแม่นยำและราคาที่สมเหตุสมผล ช่วยให้เราค้นหาผู้สมัครที่มีประสบการณ์ตรงได้ทันที</li>
<li><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/4"><strong>Recruitment Agency</strong></a>: คือทางเลือกที่เร็วที่สุด เพราะมีทีมงานสรรหาเชิงรุก (Proactive) ที่พร้อมเติมคนให้ทันใจ เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการลดระยะเวลาการสรรหาและมีงบประมาณรองรับ</li>
</ul>
<p>การสรรหาบุคลากรในยุคนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้เงินจำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่ HR Recruiter ต้องรู้จักหยิบจับเครื่องมือมาใช้ให้ถูกจังหวะ การเข้าใจธรรมชาติของผู้สมัครในแต่ละแหล่ง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการระบบหลังบ้านอย่างมืออาชีพ จะช่วยให้องค์กรประหยัดทั้งงบประมาณและเวลา พร้อมทั้งได้คนทำงานที่มีคุณภาพเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างแท้จริง</p>
<h2>วิธีเลือก Recruitment Agency ที่เหมาะสม</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49207" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160734.webp" alt="hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 287" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160734.webp 1192w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160734-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160734-1024x577.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160734-768x433.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หากองค์กรตัดสินใจเลือกใช้บริการ Recruitment Agency เพื่อเสริมความคล่องตัว สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาไม่ใช่เพียงเรื่องราคา แต่ต้องดูศักยภาพในการทำงานของ Agency นั้น ๆ โดยเฉพาะขนาดของทีม Recruiter เพราะมีผลโดยตรงต่อความสม่ำเสมอในการส่งผู้สมัคร รวมถึงฐานข้อมูลที่ Agency นั้นถืออยู่ในมือว่ามีความถนัดในอุตสาหกรรมเดียวกับเราหรือไม่</p>
<p>นอกจากนี้ โครงสร้างการทำงานและความเชี่ยวชาญของ Recruiter จะเป็นตัวตัดสินว่าเขาเข้าใจความต้องการของตำแหน่งงานนั้นจริงไหม และสามารถส่งตัวผู้สมัครที่ใช่ให้เราได้เร็วแค่ไหน</p>
<p><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener">และหากไม่รู้ว่าจะใช้บริการไหนดี Reeracoen Thailand ก็เป็นตัวเลือกที่ช่วยแก้ Pain Point นี้ได้ทันที</a></p>
<h2>Recruiter ยุคใหม่ ต้องรู้จักแนวคิด Proactive Sourcing</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49211" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160832-1.webp" alt="hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen" width="600" height="340" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar กลยุทธ์เลือก Source หาผู้สมัคร จากประสบการณ์ Recruiter by Reeracoen Thailand 288" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160832-1.webp 1174w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160832-1-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160832-1-1024x581.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Screenshot-2026-03-11-160832-1-768x436.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในสภาวะที่ Talent เก่ง ๆ เริ่มขาดแคลน การนั่งรอใบสมัครเพียงอย่างเดียวอาจไม่ทันการณ์อีกต่อไป แนวคิด Proactive Sourcing จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนวิธีทำงานของ HR จากการตั้งรับมาเป็นการเชิงรุก โดยเน้นการออกไปค้นหาคนเก่งในตลาดก่อนที่พวกเขาจะเริ่มมองหางานใหม่เสียด้วยซ้ำ</p>
<p>วิธีนี้ช่วยให้เราเข้าถึงกลุ่มที่ไม่ได้ Active ในการหางาน (Passive Candidates) ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 70% ของคนในตลาด โดยอาศัยช่องทางที่หลากหลาย</p>
<ul>
<li><strong>LinkedIn และ Professional Community:</strong> แหล่งรวมตัวของกลุ่มวิชาชีพเฉพาะทาง</li>
<li><strong><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/employee-referrals-210624/">ระบบ Referral</a>:</strong> การให้คนในช่วยแนะนำ Talent ที่ไว้ใจได้</li>
<li><strong>Talent Search:</strong> แหล่งรวบรวมข้อมูลสำหรับการสรรหาผู้สมัครเชิงรุก</li>
<li><strong>Recruitment Agency:</strong> เครื่องมือและพาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้การเข้าถึงตัวบุคคลทำได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น</li>
</ul>
<p>สำหรับเครื่องมืออย่าง Talent Search นั้น ถือเป็นอาวุธลับที่ช่วยให้เราเข้าถึงคนเก่งอีก 70% ที่เหลือในตลาดซึ่งมักจะไม่กดสมัครงานผ่านช่องทางปกติ แต่รอให้โอกาสดี ๆ เดินเข้าไปหาเอง หาก HR รู้วิธีการเข้าหา และมีเทคนิคในการจูงใจที่เหมาะสม การใช้ระบบค้นหาผู้สมัครเชิงรุกแบบนี้จะช่วยให้เรามีตัวเลือกที่มีคุณภาพมากกว่าการเปิดรับสมัครแบบทั่วไปหลายเท่าตัว และช่วยลดช่องว่างในจังหวะที่ตลาดกำลังแย่งชิงตัวพนักงานทักษะสูงได้เป็นอย่างดี</p>
<p>ทั้งนี้ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/173">แพลตฟอร์ม Talent Search ของ Reeracoen เองอย่าง ProFinder</a> มีฐานข้อมูลผู้สมัครให้ค้นหาทันทีได้มากกว่า 250,000 คน เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ หากใครต้องการบริการที่ครบวงจรจาก Reeracoen</p>
<p>ดังนั้น หากต้องการพนักงานใหม่ในเวลาจำกัด แต่ไม่มีงบประมาณมาก การเปลี่ยนตัวเองเป็น Proactive ใช้แพลตฟอร์ม Talent Search ก็เป็นตัวเลือกที่ Recruiter ควรพิจารณา</p>
<h2>สรุป</h2>
<p>เมื่อมองไปถึงอนาคต บทบาทของ Recruiter จะไม่ได้หยุดอยู่แค่การนั่งรอแล้วคัดกรองใบสมัคร แต่จะก้าวไปสู่การเป็น Strategic Hiring ที่ต้องวางแผนกำลังคนและมองให้ออกว่าในอนาคตองค์กรจำเป็นต้องมีทักษะอะไรบ้าง พร้อมกับระบุช่องทางที่จะเข้าถึง Talent กลุ่มนั้นให้ชัดเจนล่วงหน้า นอกจากนี้ยังต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฐานเงินเดือนหรือความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจจ้างงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p>การปรับตัวสู่การสรรหาเชิงรุกและการใช้ข้อมูลนำทาง จะช่วยให้ HR เปลี่ยนสถานะจากผู้ช่วยหาคนมาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของบริษัท การรู้จักเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมและการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่มีความเป็นมืออาชีพ จะช่วยให้ทุกการจ้างงานมีความแม่นยำและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน</p>
<p><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener">สุดท้าย หากใครไม่รู้จะใช้บริการสรรหาเครื่องมือไหนดี สามารถติดต่อ Reeracoen ได้เลย ซึ่งมีบริการให้เลือกใช้หลากหลาย และตอบโจทย์ทุกความต้องการด้าน Recruitment สามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้</a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44225" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 4" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-source-candidate-strategy-reeracoen-260312/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/empowerher-asia-leadership-forum-2026/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/empowerher-asia-leadership-forum-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Mar 2026 13:54:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[EmpowerHER]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49095</guid>

					<description><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในวันนี้ทำให้บทบาทของผู้นำหญิงมีความสำคัญมาก การเปิดโอกาสให้ผู้หญิงขึ้นมานำและกล้าตัดสินใจ สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้างได้กว่าที่ใครคาดคิด นี่จึงเป็นเหตุผลที่เวที EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026: Write Your Next Chapter ถูกจัดขึ้นในสัปดาห์เดียวกับวันสตรีสากลพอดี (วันที่ 8 มีนาคม) เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงที่มีศักยภาพได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนมุมมอง และร่วมกันขับเคลื่อนบทบาทของผู้นำหญิงให้ก้าวไปอีกขั้น งานเสวนาครั้งนี้รวบรวมผู้นำระดับ Board และ C-Suite จากทั่วเอเชียมาแบ่งปันประสบการณ์ แนวคิด และบทเรียนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ผู้หญิงสามารถเติบโตในเส้นทางความเป็นผู้นำได้อย่างมั่นคง หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้อ่านกันแล้วที่นี่ The First Page: Claiming Your New Chapter คุณ สุภาณี อนุวงศ์วรเวทย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหาร The CrestHaus และคุณ แชนนอน กัลยาณมิตร ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด The CrestHaus เริ่มต้นด้วยการชวนผู้เข้าร่วมมองโลกการทำงานในช่วงเวลานี้อย่างตรงไปตรงมา คุณสุภาณีกล่าวว่าสถานการณ์ทั่วโลกยังคงเต็มไปด้วยความอ่อนไหวและความไม่แน่นอน จึงยิ่งมีความหมายที่ผู้หญิงจำนวนมากเลือกมารวมตัวกันในพื้นที่แห่งนี้ เธอยังกล่าวขอบคุณผู้ชายที่ให้การสนับสนุนงานเช่นกัน เพราะการสร้างสังคมที่เติบโตอย่างเท่าเทียมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย หลายคนกำลังเผชิญความท้าทายในชีวิตการทำงานและในสังคมพร้อม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49109" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-4.webp" alt="EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026 293" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในวันนี้ทำให้บทบาทของผู้นำหญิงมีความสำคัญมาก การเปิดโอกาสให้ผู้หญิงขึ้นมานำและกล้าตัดสินใจ สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้างได้กว่าที่ใครคาดคิด</p>
<p>นี่จึงเป็นเหตุผลที่เวที EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026: Write Your Next Chapter ถูกจัดขึ้นในสัปดาห์เดียวกับวันสตรีสากลพอดี (วันที่ 8 มีนาคม) เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงที่มีศักยภาพได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนมุมมอง และร่วมกันขับเคลื่อนบทบาทของผู้นำหญิงให้ก้าวไปอีกขั้น งานเสวนาครั้งนี้รวบรวมผู้นำระดับ Board และ C-Suite จากทั่วเอเชียมาแบ่งปันประสบการณ์ แนวคิด และบทเรียนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ผู้หญิงสามารถเติบโตในเส้นทางความเป็นผู้นำได้อย่างมั่นคง</p>
<p>หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้อ่านกันแล้วที่นี่</p>

<h2>The First Page: Claiming Your New Chapter</h2>
<p>คุณ <strong>สุภาณี อนุวงศ์วรเวทย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหาร The CrestHaus</strong> และคุณ <strong>แชนนอน กัลยาณมิตร ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด The CrestHaus</strong> เริ่มต้นด้วยการชวนผู้เข้าร่วมมองโลกการทำงานในช่วงเวลานี้อย่างตรงไปตรงมา</p>
<p>คุณสุภาณีกล่าวว่าสถานการณ์ทั่วโลกยังคงเต็มไปด้วยความอ่อนไหวและความไม่แน่นอน จึงยิ่งมีความหมายที่ผู้หญิงจำนวนมากเลือกมารวมตัวกันในพื้นที่แห่งนี้ เธอยังกล่าวขอบคุณผู้ชายที่ให้การสนับสนุนงานเช่นกัน เพราะการสร้างสังคมที่เติบโตอย่างเท่าเทียมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย</p>
<p>หลายคนกำลังเผชิญความท้าทายในชีวิตการทำงานและในสังคมพร้อม ๆ กัน งาน EmpowerHer จึงออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่ช่วยเติมความมั่นใจ เติมกำลังใจ และเตือนให้ทุกคนเห็นคุณค่าในตัวเองอีกครั้ง เธอเชื่อว่าความสำเร็จไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตำแหน่งหรือความก้าวหน้าในหน้าที่การงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเติบโตอย่างสมดุล มีความสุขกับสิ่งที่ทำ และภูมิใจกับเส้นทางที่ตนเองเลือกเดิน</p>
<p>สำหรับ<strong>ธีมของงานในปีนี้คือ Write Your Next Chapter สะท้อนความเชื่อว่าผู้หญิงมีพลังในการกำหนดทิศทางชีวิตของตัวเองเสมอ</strong> คุณสุภาณียังเล่าว่าเส้นทางชีวิตของเธอเองเต็มไปด้วยโอกาสที่เปิดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การทำงานในองค์กรหลากหลายแห่ง ไปจนถึงการรับบทบาทที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงชีวิต ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เธอเห็นชัดว่า เมื่อโอกาสมาถึง ผู้หญิงก็สามารถเลือกก้าวไปสู่บทใหม่ของชีวิตได้ด้วยตัวเอง</p>
<p>ด้านคุณแชนนอน อธิบายเสริมว่างาน EmpowerHer ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ทดลอง คิด และพูดคุยกันอย่างอิสระ เพราะการเขียนบทใหม่ของชีวิตไม่ได้มีสูตรสำเร็จสำหรับทุกคน บางคนรู้ชัดเจนว่าก้าวต่อไปของตัวเองคืออะไร ขณะที่บางคนยังอยู่ระหว่างการค้นหา เธอจึงชวนผู้เข้าร่วมทุกคนติดตามบทสนทนาตลอดทั้งงาน เพราะแต่ละช่วงจะหยิบยกประเด็นที่ทั้งท้าทายและชวนให้คิด เพื่อให้ทุกคนได้เริ่มต้นเขียนหน้าแรกของบทใหม่ในชีวิตของตัวเองไปพร้อมกัน</p>
<h2>The Power of Rewrite: Reinventing Leadership with Purpose (UN-WOMEN)</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49110" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-3.webp" alt="EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026 294" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>ซาร่า แดนซีโอ (Sara D’anzeo) ที่ปรึกษาด้าน Sustainable Finance จาก UN-WOMEN</strong> กล่าวกับผู้เข้าร่วมงานว่า เธอเชื่อว่าทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้ล้วนเป็นผู้นำที่สนใจการนำผู้คนด้วยจุดมุ่งหมายที่มีความหมาย เพราะการเป็นผู้นำไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ตำแหน่งในองค์กร หากยังรวมถึงความตั้งใจที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับผู้คนรอบตัว</p>
<p>บทบาทสำคัญของผู้หญิงในองค์กรว่าเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ผู้นำที่มี Purpose มักมองไกลกว่าผลลัพธ์ระยะสั้น พวกเขาสามารถนำพาทีมและองค์กรไปสู่ทิศทางใหม่ได้อย่างมีความหมาย จากประสบการณ์การทำงานของเธอกับ UN-WOMEN หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันประเด็นความเท่าเทียมทางเพศให้เดินหน้าอย่างจริงจัง งานส่วนหนึ่งขององค์กรจึงมุ่งสร้างโอกาส และช่วยขยายเสียงของผู้หญิงให้ดังพอที่จะได้รับการรับฟังในระดับนโยบายและระดับองค์กร</p>
<p>เธอยังสะท้อนภาพบริบทของโลกปัจจุบัน ซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทายรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศ การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ความไม่แน่นอนทางการเมือง และแรงกดดันด้านความยั่งยืน แม้หลายเรื่องจะดูซับซ้อนและยากต่อการรับมือ คุณซาร่ามองว่านี่เป็นช่วงเวลาที่บทบาทของผู้นำมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์สามารถช่วยให้องค์กรและผู้คนก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไปได้</p>
<p>ทั้งนี้ เรื่อง <strong>Gender Equality ไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นโอกาสทางสังคมและเศรษฐกิจ</strong> งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า หากโลกสามารถลดช่องว่างทางเพศได้อย่างจริงจัง มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอาจสูงถึง 342 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2050 ความเท่าเทียมยังช่วยยกระดับคุณค่าขององค์กร เพิ่มโอกาสในการลงทุน และเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงแสดงศักยภาพในหลากหลายบทบาท หากสามารถลดการแบ่งแยกทางเพศได้มากขึ้น คาดว่าจะมีผู้หญิงกว่า 343.5 ล้านคนทั่วโลก ที่ได้รับประโยชน์จากโอกาสทางเศรษฐกิจภายในปี 2030</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้หญิงคนใดสามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้เพียงลำพัง ข่าวดีคือวันนี้เราเริ่มเห็นสัญญาณที่น่าชื่นใจมากขึ้น ผู้นำหญิงในองค์กรเอเชียเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในประเทศไทยมีผู้หญิงดำรงตำแหน่ง CEO ในบริษัทจดทะเบียนประมาณ 14% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ผู้หญิงมีศักยภาพไม่แพ้ใคร และเมื่อผู้หญิงลุกขึ้นมาเขียนบทใหม่ของตัวเอง การเปลี่ยนแปลงนั้นย่อมส่งผลต่อสังคมโดยรวม ทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้นได้จริง</p>
<h2>Panel discussion: Chapters of Change: Rewriting Tomorrow Leading AI Through a Human-Centric Future in a Geopolitical and Economic Shift</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49111" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-2.webp" alt="EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026 295" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>2 ผู้นำหญิงเก่ง คุณ <strong>ปิยดา ตัวไสว Data and AI Portfolio Lead จาก <a href="https://www.ibmdt.co.th/" target="_blank" rel="noopener">IBM Digital Talent for Business (IBMDT)</a></strong> และคุณ อ<strong>รนุช เลิศสุวรรณกิจ Co-Founder &amp; CEO จาก <a href="https://techsauce.co/" target="_blank" rel="noopener">Techsauce</a></strong> มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยี องค์กรจะนำ AI มาใช้โดยยังคงให้ความสำคัญกับคนได้อย่างไร</p>
<p>คุณอรนุชเล่าประสบการณ์จากการเข้าร่วมงาน World Economic Forum ซึ่งแม้บนเวทีหลักจะพูดถึงประเด็นระดับโลกอย่างเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ แต่บทสนทนาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างผู้นำจากหลายประเทศกลับวนเวียนอยู่กับคำถามเรื่อง AI หลายองค์กรเริ่มตระหนักถึงศักยภาพของเทคโนโลยีนี้แล้ว ทว่าเมื่อถึงขั้นตอนการนำมาใช้จริง หลายคนยังรู้สึกไม่พร้อม</p>
<p>ความกังวลไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงเรื่องการวัดผลลัพธ์และ ROI รวมถึงการตัดสินใจว่าจะเริ่มต้นจากกรณีใช้งานแบบใด การ Transform องค์กรจึงต้องคิดควบคู่กันทั้งเรื่องเทคโนโลยีและกลยุทธ์ด้านคน</p>
<p>ฝั่งของคุณปิยดามองว่า AI ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับโลกธุรกิจ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือความเสี่ยงที่ผู้คนจะหลุดจากการเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีนี้ หลายองค์กรพยายามเอา AI มาใช้ช่วยงาน แต่อาจลืมถามคำถามสำคัญว่า เราจะใช้มันอย่างมีสติและรู้เท่าทันได้อย่างไร ? ดังนั้นองค์กรควรคิดให้รอบคอบก่อนว่าจะลงทุนกับ AI เพื่ออะไร และบทบาทของคนจะเปลี่ยนไปอย่างไร</p>
<p>อย่างภายใน IBM เองเมื่อมีการพูดถึง AI การสนทนาจึงต้องเกิดร่วมกับฝ่าย HR เสมอ เพราะงานของ HR คือการดูแลคน และที่สำคัญคือทำให้คนสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>แล้วผู้นำต้องปรับตัวอย่างไรในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ? คุณปิยดาอธิบายว่าผู้นำจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นและความสามารถในการคิดเชิงกลยุทธ์อย่างอิสระ การพึ่งพาเทคโนโลยีเพียงเครื่องมือเดียวไม่อาจตอบโจทย์ได้ทั้งหมด องค์กรต้องส่งเสริมให้คนเรียนรู้เรื่องธุรกิจและเทคโนโลยีควบคู่กันไป พร้อมปรับโครงสร้างการทำงานให้เปิดกว้างมากขึ้น หากองค์กรยังยึดติดกับระบบสั่งการจากบนลงล่าง การเรียนรู้ใหม่ ๆ มักเกิดขึ้นได้ยาก การสร้างสภาพแวดล้อมที่ยืดหยุ่นจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนา</p>
<p>ส่วนคุณอรนุชเสริมว่าบทบาทของผู้นำ โดยเฉพาะระดับ CEO มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางเรื่อง AI ผู้นำต้องเข้าใจเทคโนโลยีให้ลึกพอที่จะเลือกใช้กรณีใช้งานที่เหมาะสม หลายองค์กรยังสับสนว่าจะนำ AI ไปใช้กับงานใดบ้าง ทั้งที่จริงแล้วศักยภาพของมันกว้างไกลกว่าการช่วยทำงานประจำให้เร็วขึ้น ผู้นำจึงควรมองให้ไกลกว่านั้น ว่า AI จะช่วยแก้ปัญหาใหญ่ขององค์กรได้อย่างไร และจะปลดล็อกศักยภาพของผู้คนในองค์กรได้แบบไหน</p>
<p>เธอยังชี้ให้เห็น<strong>อีกประเด็นสำคัญคือเรื่อง AI Sovereignty หรือการบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ เพราะข้อมูลคือทรัพยากรสำคัญขององค์กร หากใช้อย่างถูกทิศทาง AI สามารถช่วยจัดระบบองค์ความรู้ภายในองค์กร และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาวได้</strong></p>
<h2>Panel discussion : Leading the Next Chapter: Lessons from the C-Suite</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49112" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer.webp" alt="EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026 296" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/EmpowerHer-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Session นี้ได้ 2 ผู้นำหญิงเก่งอย่างคุณ <strong>มุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร <a href="https://www.osotspa.com/th/home" target="_blank" rel="noopener">โอสถสภา </a></strong>และคุณ กั<strong>นยารัตน์ โชคอุ่นกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และการเงิน <a href="https://www.themallgroup.com/" target="_blank" rel="noopener">The Mall Group</a></strong> มาร่วมถ่ายทอดบทเรียนของพวกเธอ จากเส้นทางการทำงานจริง ตั้งแต่วันที่ยังเป็นพนักงานตัวเล็ก ๆ สู่วันที่เป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร</p>
<p>จะเห็นได้ว่า เส้นทางสู่ตำแหน่ง C-Suite ของพวกเธอไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เกิดจากการเรียนรู้ การปรับตัว และการพัฒนามุมมองต่อการทำงานอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>คุณมุกดาเล่าว่าเธอทำงานมาแล้วกว่า 40 ปี เริ่มต้นจากตำแหน่งพนักงานขายในธุรกิจ FMCG ก่อนจะค่อย ๆ เติบโตขึ้นสู่บทบาทผู้บริหารระดับสูง ประสบการณ์ตลอดเส้นทางทำให้เธอเห็นว่าทุกช่วงของการเติบโตต้องปรับมายด์เซ็ตอยู่เสมอ หากวิธีคิดยังคงเดิม การก้าวไปสู่บทบาทใหม่ย่อมเป็นเรื่องยาก แม้เธอจะต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเฉพาะการเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ต้องทำงานในระดับสากล แต่เธอเลือกโฟกัสกับการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด มากกว่าจะกังวลเรื่องเพศหรือการแข่งขันกับใคร</p>
<p>เธอจึงอยากส่งต่อคำแนะนำถึงผู้หญิงที่กำลังเติบโตในเส้นทางอาชีพว่า <strong>อย่าปล่อยให้ความกลัวมาหยุดความสามารถของตัวเอง</strong> สิ่งสำคัญคือการพิสูจน์ตัวเองผ่านผลงาน เมื่อบทบาทก้าวขึ้นสู่ระดับผู้บริหาร มุมมองในการทำงานก็ต้องเปลี่ยนจากการลงมือทำรายละเอียด ไปสู่การมองภาพรวมขององค์กร ผู้นำต้องเห็นทิศทางและเข้าใจว่าควรขับเคลื่อนทีมไปทางไหน ขณะเดียวกันสิ่งที่ควรรักษาไว้เสมอคือ ความพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง หรือ <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211013-growth-mindset/">Growth Mindset</a></p>
<p>ด้านคุณกันยารัตน์เล่าว่า การเติบโตในสายอาชีพต้องอาศัยพลังเชิงบวกและความตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดในทุกบทบาท เมื่อถึงวันที่ต้องก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง C-level ความสามารถในการเชื่อมโยงภาพใหญ่ขององค์กรจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น ผู้นำต้องดูแลทีม สื่อสารกับผู้คนหลากหลาย และทำให้ทุกฝ่ายเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน<br />
เธอยังแบ่งปันหลักคิดสำคัญว่า <strong>การเป็นผู้นำที่แท้จริง เกิดจากพฤติกรรมและการกระทำของเรา อย่ายึดติดกับความสำเร็จในอดีต เพราะโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และสุดท้ายคือการถ่อมตัว เปิดใจเรียนรู้อยู่เสมอ เพราะไม่มีใครถูกต้องตลอดเวลา</strong></p>
<p>ประเด็นสุดท้ายที่ทั้งคู่พูดถึงคือความท้าทายจากเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานขององค์กร ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ ความเชื่อใจกลายเป็นสิ่งสำคัญ การสร้าง Trust ต้องใช้เวลา ความสม่ำเสมอ และความจริงใจ เมื่อสร้างขึ้นมาแล้วก็ต้องดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>การเปลี่ยนแปลงหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้ ปรับตัว และก้าวไปพร้อมกับมันให้ดีที่สุด เพราะในวันนี้ความเร็วในการปรับตัวอาจสำคัญยิ่งกว่าขนาดขององค์กรเสียอีก</strong></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="5 สัญญาณเตือนภัย HR จ่ายเงินเดือนผิดพลาด (Payroll Errors) อาจทำบริษัทถึงคราววิกฤติ ! 3" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/empowerher-asia-leadership-forum-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/mission-next-leading-people-into-the-next-era-2026-260305/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/mission-next-leading-people-into-the-next-era-2026-260305/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Mar 2026 13:38:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Mission Next]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49096</guid>

					<description><![CDATA[องค์กรจำนวนมากกำลังเผชิญคำถามเดียวกันว่า จะพาคนในทีมเดินต่อไปอย่างไรท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงาน ความสามารถที่เคยมีค่าบางอย่างเริ่มถูกทดแทน ขณะที่ทักษะด้านการคิด การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการปรับตัวกลับมีความสำคัญมากขึ้น บทบาทของ HR และผู้นำจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การบริหารงานบุคคลเท่านั้น แต่ต้องมองให้ลึกถึงการสร้างระบบที่ช่วยให้คนเติบโตและสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้จริง ในงานเสวนา Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026 ก็ได้นำวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กรมาแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของการทำงานตามประเด็นดังกล่าวที่ว่ามาข้างต้น และที่สำคัญคือมีประโยชน์ต่อการทำงานของ HR และการเติบโตขององค์กรไม่มากก็น้อย หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาดี ๆ มาให้ได้อ่านกันแล้วที่นี่ Future of Work, Global Workforce Trends การทำงานกำลังเดินเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ การเก่งกาจของ AI กลายเป็นตัวเร่งให้โลกการทำงานเคลื่อนเร็วขึ้น ตัวอย่างหนึ่งคือการเปิดตัวของ Claude Cowork ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้หลายอุตสาหกรรม งานจำนวนมากที่เคยต้องใช้เวลานานเริ่มถูกช่วยจัดการได้ผ่าน AI ตั้งแต่การบริหารไฟล์ การค้นหาข้อมูล ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้โดยตรง สิ่งที่น่าสนใจคือ AI ไม่ได้แค่ทำตามคำสั่ง แต่สามารถโต้ตอบกลับมาถามเพื่อให้ข้อมูลถูกต้องมากขึ้นด้วย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49104" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-2.webp" alt="Mission NEXT " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026 304" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>องค์กรจำนวนมากกำลังเผชิญคำถามเดียวกันว่า จะพาคนในทีมเดินต่อไปอย่างไรท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงาน ความสามารถที่เคยมีค่าบางอย่างเริ่มถูกทดแทน ขณะที่ทักษะด้านการคิด การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการปรับตัวกลับมีความสำคัญมากขึ้น บทบาทของ HR และผู้นำจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การบริหารงานบุคคลเท่านั้น แต่ต้องมองให้ลึกถึงการสร้างระบบที่ช่วยให้คนเติบโตและสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้จริง</p>
<p>ในงานเสวนา <strong>Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026</strong> ก็ได้นำวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กรมาแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของการทำงานตามประเด็นดังกล่าวที่ว่ามาข้างต้น และที่สำคัญคือมีประโยชน์ต่อการทำงานของ HR และการเติบโตขององค์กรไม่มากก็น้อย</p>
<p>หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาดี ๆ มาให้ได้อ่านกันแล้วที่นี่</p>

<h2>Future of Work, Global Workforce Trends</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49105" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT.webp" alt="Mission NEXT " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026 305" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การทำงานกำลังเดินเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ การเก่งกาจของ AI กลายเป็นตัวเร่งให้โลกการทำงานเคลื่อนเร็วขึ้น ตัวอย่างหนึ่งคือการเปิดตัวของ Claude Cowork ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้หลายอุตสาหกรรม งานจำนวนมากที่เคยต้องใช้เวลานานเริ่มถูกช่วยจัดการได้ผ่าน AI ตั้งแต่การบริหารไฟล์ การค้นหาข้อมูล ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้โดยตรง</p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจคือ AI ไม่ได้แค่ทำตามคำสั่ง แต่สามารถโต้ตอบกลับมาถามเพื่อให้ข้อมูลถูกต้องมากขึ้นด้วย</p>
<p>คุณ <strong>รวิศ หาญอุตสาหะ Co-Founder ของ Mission Next</strong> ชี้ว่าจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทักษะที่คนเราต้องมีไม่ได้มีแค่ความสามารถด้านเทคโนโลยีหรือ AI เท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความเป็นคน เช่น การคิดอย่างเป็นระบบ การปรับตัวต่อสถานการณ์ใหม่ และการควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดีพอจะทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เพราะในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ซับซ้อนขึ้น คนที่ทำงานกับใครไม่ได้เลยจะอยู่ได้ยากมาก</p>
<p>แม้ว่าผลลัพธ์ที่ตามมาคือรูปแบบงานในออฟฟิศกำลังเปลี่ยนไป งานประเภท Manual Operation จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ ขณะที่ทักษะเชิงลึกเฉพาะด้านซึ่งเคยทำให้บางคนกลายเป็นมนุษย์ทองคำอาจไม่ได้มีคุณค่าเหมือนเดิมเสมอไป สิ่งที่องค์กรต้องการมากขึ้นคือคนที่สามารถคิด-ตั้งคำถามกับปัญหา และเชื่อมโยงองค์ความรู้ข้ามสาขาได้ รวมถึงทำงานร่วมกับทีมจากหลายฟังก์ชันได้อย่างลื่นไหล</p>
<p>เมื่อโลกการทำงานเดินมาถึงจุดนี้ คุณรวิศเสนอแนวทางสำหรับคนทำงานที่ต้องการสร้างโอกาสของตัวเองให้มากขึ้น ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>ทลายกำแพงภาษา</strong> ทั้งภาษาต่างประเทศ ภาษาของผู้คนในองค์กร และภาษาของคอมพิวเตอร์</li>
<li><strong>กล้ารับงานที่คนอื่นไม่อยากทำ</strong> เพราะมักจะเป็นงานยาก และเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เราเรียนรู้มากที่สุด</li>
<li><strong>มี Niche Skill หรือทักษะเฉพาะทาง</strong> เช่น ทักษะการนำเสนอหรือการเล่าเรื่อง</li>
<li><strong>ขยับบทบาทจากคนลงมือทำ</strong> ไปสู่คนที่บริหารทีมและกำหนดทิศทางงาน เพราะอย่าลืมว่าแม้จะมี AI แต่มนุษย์ต้องตรวจสอบข้อมูลของมันเสมอ</li>
<li><strong>มี Mindset ทำเกินเงินเดือน</strong> มองงานเป็นพื้นที่สร้างคุณค่า ไม่ใช่แค่หน้าที่ที่ต้องทำให้ครบ</li>
</ul>
<p>เขายังฝาก Key Takeaways สำหรับคนทำงานและ HR ที่กำลังเตรียมองค์กรให้พร้อมกับอนาคตไว้ 5 ข้อสำคัญดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>Opportunity-seeking</strong> – คนที่มองหาโอกาสก่อน มักได้เปรียบเสมอ หากไม่ขยับตัว เราจะเป็นฝ่ายตามหลังคนอื่นฝ่ายเดียว</li>
<li><strong>Specialized Generalist</strong> – หลายคนไม่ได้เก่งที่สุดในเรื่องเดียว แต่เชื่อมทักษะหลายด้านเข้าด้วยกันจนกลายเป็นจุดแข็งเฉพาะตัว</li>
<li><strong>Learning through Action</strong> – การเรียนรู้ที่เร็วที่สุดมาจากการลงมือทำจริง ไม่ใช่รอให้พร้อมก่อนแล้วค่อยทำ</li>
<li><strong>Value Creation</strong> – การทำงานตามมาตรฐานอาจทำให้ผ่านเกณฑ์ แต่การสร้างคุณค่าเพิ่มต่างหากที่ทำให้คนถูกจดจำ</li>
<li><strong>Soft Skills as Core Skills</strong> – ทักษะด้านมนุษย์ไม่ใช่ทักษะเสริมอีกต่อไป ตัวอย่างชัดเจนคือการนำเสนอ การสื่อสาร รวมถึงนิสัยการทำงานที่ทำให้คนอื่นอยากร่วมงานด้วย</li>
</ul>
<p>ท้ายที่สุด คุณรวิศฝากประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ HR โดยตรงนั่นคือเรื่อง การพัฒนาคนในองค์กร <strong>หากองค์กรไม่สร้างพื้นที่ให้คนเก่งได้เติบโต พวกเขามักจะมองหาองค์กรใหม่ที่เปิดโอกาสนั้น และคนที่จากไปก็มักเป็นคนที่องค์กรอยากรักษาไว้มากที่สุด</strong> ในทางกลับกัน การลงทุนกับการฝึกอบรมอาจทำให้บางคนย้ายงานในอนาคต แต่ก็ช่วยให้องค์กรมีคนที่เก่งขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการอยู่รอดในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นทุกปี</p>
<h2>Chinese Way of War and What We Can Learn From It?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49103" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-3.webp" alt="Mission NEXT " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026 306" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การเติบโตของบริษัทเทคโนโลยีจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับตามอง คุณ <strong>ปณิชา ประทีปะวณิช Co-Founder ของ Mission Next</strong> มองว่าปัจจัยสำคัญที่นำมาสู่ความสำเร็จของจีนเกิดจากแนวคิดด้านการบริหารคนที่ชัดเจนและเข้มข้นมาก เมื่อจีนให้ความสำคัญกับการออกแบบระบบ HR ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างจริงจัง จนกลายเป็นวัฒนธรรมการทำงานที่ช่วยให้หลายองค์กรเติบโตอย่างรวดเร็ว</p>
<p>หนึ่งในแนวคิดสำคัญคือ<strong> 3P High Standard Framework</strong> ซึ่งสะท้อนแนวทางการสร้างทีมที่ยึดมาตรฐานสูงตั้งแต่ต้น</p>
<ul>
<li><strong>คัดคนเข้มตั้งแต่แรก</strong> เลือกคนจากศักยภาพและผลลัพธ์ที่ทำได้จริง ไม่เก็บใครไว้เพียงเพราะความเกรงใจ</li>
<li><strong>ตั้งความคาดหวังให้ชัด</strong> การทุ่มเทกับงานถือเป็นเรื่องปกติ เป้าหมายต้องชัดและแต่ละคนต้องรับผิดชอบผลงานของตัวเอง</li>
<li><strong>วัดผลได้จริง</strong> มี KPI ที่ชัดเจนและสามารถประเมินได้ตรงไปตรงมา</li>
</ul>
<p>แนวคิดนี้ทำให้การบริหารคนขององค์กรจีนมีจังหวะที่ชัด ทั้งการคัดเลือก การคาดหวัง และการประเมินผล</p>
<p>เมื่อมองไปที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของจีน จะเห็นแนวทางการสร้างองค์กรที่แตกต่างกัน แต่มีแกนกลางร่วมกันคือการให้ความสำคัญกับคนเก่ง และระบบที่สนับสนุนการเติบโตของพวกเขา</p>
<ul>
<li><strong>Alibaba Group</strong> ให้ความสำคัญกับ Core Value อย่างจริงจัง พร้อมสร้างผู้นำจากภายในองค์กร ทำให้บริษัทขนาดใหญ่ยังคงเดินไปในทิศทางเดียวกัน</li>
<li><strong>Tencent</strong> ใช้แนวคิด Micro Team จัดทีมขนาดเล็กที่มีความสามารถสูง ทำงานแบบ Agile และให้รางวัลตามผลงานของทีม ทำให้องค์กรขนาดใหญ่ยังเคลื่อนไหวได้คล่องเหมือนสตาร์ทอัพ</li>
<li><strong>Huawei</strong> สร้างระบบความเป็นเจ้าของผ่าน Employee Shareholding Program ค่าตอบแทนผูกกับ Performance อย่างเข้มข้น พร้อมส่งพนักงานไปทำงานในตลาดที่ท้าทายเพื่อเร่งการเติบโต</li>
<li><strong>ByteDance</strong> บริหารคนด้วยข้อมูล ประเมิน Performance จาก Data และเปิดโอกาสให้เติบโตตามผลงานมากกว่าอายุงาน</li>
</ul>
<p>องค์กรขนาด Medium ของจีนก็มีแนวคิดที่น่าสนใจไม่แพ้กัน หลายบริษัทเลือกสร้างทีมขนาดเล็กที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และให้ความสำคัญกับความเร็วในการตัดสินใจ</p>
<ul>
<li><strong>DJI</strong> โฟกัสการคัดเลือก Talent อย่างจริงจัง องค์กรมีขนาดไม่ใหญ่ แต่เปิดพื้นที่ให้ทีม R&amp;D มีอิสระสูง</li>
<li><strong>Xiaohongshu</strong> ให้ HR ทำหน้าที่เชื่อมองค์กรกับตลาด รับฟังเสียงจากผู้ใช้จริง ทดลองเร็วและปรับตัวเร็ว</li>
<li><strong>Shein</strong> ตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลเป็นหลัก โครงสร้างทีมเล็ก ทำให้องค์กรเคลื่อนที่เร็วกว่าแบรนด์แฟชั่นรายอื่น</li>
<li><strong>Unitree Robotics</strong> คัดคนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ลดลำดับชั้นในองค์กร เพื่อให้การทำงานคล่องตัวมากขึ้น</li>
</ul>
<p>เมื่อเปรียบเทียบแนวคิดการบริหารองค์กรระหว่างจีนกับไทย จะเห็นความแตกต่างบางประการที่น่าสนใจ องค์กรจีนมักตัดสินใจได้รวดเร็วและวัดผลอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้ให้น้ำหนักกับอายุงานหรือความอาวุโสมากนัก ขณะที่องค์กรไทยมักให้ความสำคัญกับความรอบคอบและความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนมากกว่า ความแตกต่างนี้ไม่ได้หมายความว่าแบบใดถูกหรือผิด แต่สะท้อนวิธีคิดที่ต่างกันในการบริหารทีมและสร้างผลงาน</p>
<p>บทเรียนสำคัญที่องค์กรสามารถนำมาปรับใช้ได้คือแนวคิด 3D Clarity Driven Model ซึ่งช่วยทำให้ระบบการบริหารคนชัดเจนขึ้น</p>
<ul>
<li><strong>Demand</strong> – ตั้งมาตรฐานของคนตั้งแต่กระบวนการรับเข้า</li>
<li><strong>Define</strong> – กำหนดเป้าหมายและความคาดหวังให้ชัดเจน</li>
<li><strong>Decide</strong> – ประเมินผลลัพธ์จากสิ่งที่จับต้องได้จริง</li>
</ul>
<p>แนวคิดนี้สะท้อนหัวใจสำคัญขององค์กรจีนหลายแห่ง นั่นคือการทำให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจว่ามาตรฐานคืออะไร เป้าหมายอยู่ตรงไหน และผลงานแบบใดที่ถือว่าประสบความสำเร็จ เมื่อกรอบเหล่านี้ชัดเจน การบริหารคนก็จะมีทิศทางและขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมีพลังมากขึ้น</p>
<h2>Common Challenges of Diversity in the Workplace</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49102" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-5.webp" alt="Mission NEXT " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026 307" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>จากข้อมูลของคุณ <strong>ธรรศภาคย์ เลิศเศวตพงศ์ Co-Founder ของ Mission Next</strong> พบว่า<strong>มีพนักงานใหม่ราว 30% ตัดสินใจลาออกภายใน 90 วันแรก ขณะที่พนักงาน 58% ที่ผ่านกระบวนการ Onboarding อย่างมีคุณภาพ มักอยู่กับองค์กรเกิน 3 ปี</strong></p>
<p>นอกจากนี้ ยังพบว่า <strong>20% ของการลาออกเกิดขึ้นภายใน 45 วันแรกที่เริ่มงาน</strong></p>
<p>ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้อย่างดีว่า ช่วงเวลาเริ่มต้นของการทำงานมีผลต่อการตัดสินใจอยู่หรือไปมากกว่าที่หลายองค์กรคิด</p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/turnover-rate-240712/">Turnover Rate</a> ที่สูงไม่ได้กระทบแค่การหาคนใหม่เท่านั้น แต่ยังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อทั้งระบบขององค์กร ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในการสรรหาที่เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง ไปจนถึงวัฒนธรรมองค์กรที่เริ่มสั่นคลอน เพราะทีมงานจะรู้สึกไม่แน่นอนตลอดเวลา มีเสียงในหัวดังขึ้นทุกเดือนว่า <em>“เดือนนี้จะมีใครลาออกอีกไหม ?” “เดือนหน้าจะต้องรับมือกับการเปลี่ยนทีมอีกหรือเปล่า ?”</em></p>
<p>และเมื่อความรู้สึกแบบนี้สะสมต่อเนื่อง ความมั่นคงของทีมก็เริ่มถูกกัดกร่อนอย่างช้า ๆ หลายครั้งสาเหตุไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด แต่มันเกิดจากรายละเอียดพื้นฐานที่องค์กรหลงลืมไป โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของการทำงาน ปัญหาที่พบบ่อย และเป็นสิ่งที่องค์กรขาดไป ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>ขาด Clear Success Metrics for New Hires</strong> – พนักงานใหม่ไม่รู้ว่าผลงานแบบไหนจึงถือว่าประสบความสำเร็จ</li>
<li><strong>ขาด Aligned Manager Expectation</strong> – ผู้จัดการไม่ได้สื่อสารความคาดหวังอย่างชัดเจน ทำให้พนักงานต้องเดาเอาเองว่าควรทำอะไร</li>
<li><strong>ขาด Structured Checkpoint</strong> – ไม่มีความชัดเจนว่าในช่วง 30, 60 และ 90 วันแรกของการทำงานต้องทำอะไร ต้องคาดหวังอะไร ทำให้พนักงานไม่เห็นเส้นทางการทำงานของตัวเอง</li>
</ul>
<p>หาก 3 เดือนแรกถูกปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่มีการจัดการที่ดี พนักงานใหม่มักใช้เวลานานกว่าจะปล่อยศักยภาพออกมาได้เต็มที่ ขณะเดียวกันทีมเดิมก็ต้องแบกรับภาระมากขึ้นเพื่อช่วยพยุงคนใหม่ จังหวะการทำงานของทีมจึงเริ่มรวน และผลงานโดยรวมก็ลดลงตามมา องค์กรที่พนักงานใหม่ปรับตัวไม่ได้อย่างต่อเนื่องจึงเป็นสัญญาณเตือนสำคัญ เพราะปัญหานี้มักสะท้อนถึงโครงสร้างการดูแลคนที่ยังไม่ชัดเจน</p>
<p>ทางออกที่คุณธรรศภาคย์เสนอคือ HR จำเป็นต้อง ปรับมุมมองต่อ Onboarding ใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่มักถูกทำให้ครบขั้นตอน กลายเป็นกระบวนการที่มีเป้าหมายและทิศทางชัดเจน แม้ HR จะไม่ได้เป็นคนสอนงานในทุกตำแหน่ง แต่สามารถออกแบบแนวทางร่วมกับ Hiring Manager เพื่อกำหนดว่าพนักงานใหม่ควรเรียนรู้อะไร และควรถูกประเมินอย่างไรในแต่ละช่วงเวลา</p>
<p>ตัวอย่างกรอบการทำงานในช่วง <strong>30–60–90 วันแรก</strong> ที่ช่วยให้พนักงานใหม่ตั้งหลักได้เร็วขึ้น ได้แก่</p>
<ul>
<li>30 วันแรก – เน้น Learn &amp; Observe ทำความเข้าใจธุรกิจ วัฒนธรรมองค์กร และบริบทของงาน พร้อมประเมินว่าพนักงานสามารถทำงานร่วมกับทีมได้ดีเพียงใด</li>
<li>60 วันแรก – เริ่มให้ Feedback อย่างจริงจัง ช่วยชี้จุดที่ควรปรับปรุง พร้อมทำให้พนักงานรู้ว่าใครคือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานของเขา</li>
<li>90 วันแรก – สร้างความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพ แสดงให้เห็นว่าสามารถรับผิดชอบงานได้จริง</li>
</ul>
<p>เพื่อให้กระบวนการนี้ทำงานได้จริง องค์กรควรมีเครื่องมือสนับสนุนอย่างเป็นระบบ เช่น</p>
<ul>
<li>Onboarding Templates ที่ใช้เป็นมาตรฐานร่วมกัน</li>
<li>New Hire Alignment Framework &amp; Tools เพื่อทำให้ความคาดหวังของทีมตรงกัน</li>
<li>Milestone Designing &amp; Tracking Dashboard สำหรับติดตามความคืบหน้า</li>
<li>Performance Acceleration Metrics เพื่อเร่งให้พนักงานใหม่สร้างผลงานได้เร็วขึ้น</li>
</ul>
<p>สามเดือนแรกของการทำงานจึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่ง หากองค์กรช่วยให้พนักงานใหม่ชนะในระยะสั้นนี้ได้ Talent เหล่านั้นก็มีแนวโน้มเติบโตและสร้างคุณค่าในระยะยาว ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะกลายเป็นความได้เปรียบขององค์กรทั้งระบบ</p>
<h2>How to Win Gen-Z’s Heart in the Workplace</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49099" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-7.webp" alt="Mission NEXT " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026 308" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-7.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-7-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ SVP of People จาก LINE MAN Wongnai</strong> มาแชร์ประสบการณ์ตรงเรื่องการทำให้คนรุ่นใหม่อยากทำงานและเติบโตไปกับองค์กร เขาเล่าว่าสิ่งที่ทำให้คน Gen Z รู้สึกผูกพันกับงานไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่หลายคนคิด หากองค์กรออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานได้ถูกจุด คนรุ่นนี้ก็พร้อมทุ่มเทและสร้างผลงานที่มีคุณค่าได้เช่นเดียวกับคนรุ่นก่อน แค่นี้ก็เริ่มต้นได้ดีแล้ว</p>
<p>ปัจจัยแรกที่สำคัญมากคือการช่วยเขาหาความหมายของงานให้เจอ คนรุ่นใหม่ต้องการรู้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ช่วยสร้างประโยชน์ให้ใครและช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ทุกผลิตภัณฑ์หรือทุกบริการล้วนเกิดขึ้นเพื่อช่วยลดความยุ่งยากของผู้คน หากองค์กรสามารถสื่อสารให้พนักงานเห็นภาพชัดว่างานที่ทำมีคุณค่าอย่างไร พนักงานก็จะรู้สึกว่าตัวเองกำลังมีส่วนร่วมกับบางสิ่งที่สำคัญ การสื่อสารของ HR และผู้นำจึงมีบทบาทอย่างมากในการทำให้คนในองค์กรเห็นคุณค่าของสิ่งที่กำลังสร้างร่วมกัน</p>
<p>อีกปัจจัยคือ บรรยากาศการทำงาน ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่การออกแบบออฟฟิศให้สวยหรือทันสมัยเท่านั้น แต่รวมถึงบรรยากาศที่เกิดจากผู้คนในทีมด้วย ทีมที่มีความสามารถใกล้เคียงกันและเคารพกันจะช่วยสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการคิดและการทำงานร่วมกัน LINE MAN Wongnai จึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกคนจากหลายมิติ ไม่ใช่แค่ทักษะด้านงานเท่านั้น แต่ยังดูถึง</p>
<ul>
<li>ทักษะและศักยภาพในการทำงาน</li>
<li>ความเข้ากันได้กับวัฒนธรรมองค์กร</li>
<li>Mindset ในการทำงาน</li>
<li>ความสามารถในการใช้ AI</li>
</ul>
<p>เมื่อได้คนที่เหมาะสมเข้ามาแล้ว องค์กรยังต้องดูแลเรื่องพื้นฐานที่สำคัญอย่าง ค่าตอบแทนและสวัสดิการ เงินเดือนที่เหมาะสมและสวัสดิการที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการทำงานในปัจจุบันยังคงเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของพนักงาน หากองค์กรสามารถดูแลเรื่องเหล่านี้ได้ดี ก็จะช่วยให้คนเก่งรู้สึกมั่นคงและพร้อมทุ่มเทกับงานมากขึ้น</p>
<p>อีกเรื่องที่มีผลต่อแรงจูงใจของคนรุ่นใหม่อย่างมากคือ ความรู้สึกว่าตัวเองกำลังก้าวหน้า พนักงานต้องมองเห็นว่าการทำงานช่วยให้พวกเขาเติบโตและเก่งขึ้นจริง การมีระบบประเมินผลที่ชัดเจนจึงสำคัญ เพราะช่วยให้รู้ว่าใครคือคนที่เหมาะสมกับองค์กร และใครควรได้รับโอกาสในการเติบโตต่อไป ขณะเดียวกันองค์กรก็ต้องกล้าปรับทีมเมื่อพบว่าบางคนไม่เหมาะกับทิศทางขององค์กรแล้ว</p>
<p>สิ่งที่ช่วยสร้างความก้าวหน้าได้ดีคือการเปิดโอกาสให้พนักงานได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง ฝึกให้คิดเร็ว กล้าตัดสินใจ และรับผิดชอบผลลัพธ์ของงานที่ทำ เมื่อคนรู้สึกว่าสิ่งที่ทำสร้างผลกระทบได้จริง พวกเขาจะเกิดความภูมิใจและอยากพัฒนาตัวเองต่อไป</p>
<p>ประสบการณ์จาก LINE MAN Wongnai ชี้ให้เห็นว่าแนวทางเหล่านี้ช่วยสร้างความผูกพันกับพนักงาน Gen Z ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในความเป็นจริง หลักการเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง หากองค์กรสามารถสร้างงานที่มีความหมาย สภาพแวดล้อมที่ดี ค่าตอบแทนที่เหมาะสม และเส้นทางการเติบโตที่ชัดเจน ก็มีโอกาสสูงที่จะรักษาคนเก่งเอาไว้ได้ในระยะยาว</p>
<h2>How Future Leadership Should Be?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49101" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-4.webp" alt="Mission NEXT " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026 309" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ความเป็นผู้นำในปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายรูปแบบใหม่ คุณ <a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/qgen-hr-consult-240923/"><strong>อภิชาติ ขันธวิธิ CEO ของ QGEN</strong></a> เล่าว่าการทำงานร่วมกับองค์กรจำนวนมากทำให้เห็นชัดว่าบริบทการบริหารคนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ปัจจัยภายนอกเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมของคนทำงานเปลี่ยน กลยุทธ์ธุรกิจก็เปลี่ยนตามไปด้วย แนวคิดเรื่องความเป็นผู้นำจึงต้องถูกตีความใหม่อย่างจริงจัง เพราะรูปแบบการบริหารแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์องค์กรในวันนี้อีกต่อไป</p>
<p>เขาชวนให้ผู้เข้าร่วมงานลองตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า องค์กรของตัวเองกำลังอยู่ในฤดูไหน โดยแบ่งวงจรขององค์กรออกเป็น 4 ช่วงสำคัญ</p>
<ul>
<li><strong>Growth</strong> – ช่วงขยายตัว ธุรกิจต้องการการเติบโตอย่างรวดเร็ว</li>
<li><strong>Transformation</strong> – ช่วงเปลี่ยนผ่าน ต้องปรับโมเดลหรือทิศทางองค์กร</li>
<li><strong>Stability</strong> – ช่วงที่ธุรกิจเริ่มนิ่ง ต้องเน้นการบริหารระบบให้แข็งแรง</li>
<li><strong>Reinvention</strong> – ช่วงที่ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อสร้างโอกาสครั้งต่อไป</li>
</ul>
<p>เมื่อผู้นำเข้าใจว่าองค์กรอยู่ในฤดูใด การตัดสินใจด้านการบริหารคนก็จะชัดเจนขึ้น ทั้งเรื่องโครงสร้างทีม เครื่องมือบริหาร และแนวทางการพัฒนา Talent ความเสี่ยงที่พบได้บ่อยคือ การลงทุนกับคนผิดคน ผิดช่วงเวลา ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียทั้งงบประมาณ เวลา และทรัพยากรโดยไม่จำเป็น</p>
<p>บทบาทของผู้นำในสภาพแวดล้อมแบบนี้จึงต้องชัดเจนมากขึ้น ผู้นำต้องรู้วิธีใช้เครื่องมือที่มีอยู่ให้เป็น เช่น ให้รางวัลและการกำหนดบทลงโทษ หลายองค์กรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือเหล่านี้เพราะกลัวกระทบความสัมพันธ์ หรือบางครั้งผู้นำอาจให้คะแนนลูกทีมตามความสนิทมากกว่าผลงานจริง อีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความสามารถในการสร้างอิทธิพล ผู้นำต้องทำให้คนอยากร่วมงานและอยากขับเคลื่อนเป้าหมายเดียวกัน</p>
<p>วัฒนธรรมองค์กรมีบทบาทสำคัญมากในช่วงเวลาที่ธุรกิจเผชิญความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤต หากคนในองค์กรมีชุดคุณค่าร่วมกัน ทุกคนจะรู้ทันทีว่าควรตัดสินใจไปในทิศทางใดโดยไม่ต้องเสียเวลาถกเถียงกันมาก อีกสิ่งที่ผู้นำต้องทำควบคู่กันคือการ จัดสรรและดูแลทาเลนต์อย่างเหมาะสม เพราะพนักงานแต่ละกลุ่มต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน แนวคิดแบบ One Size Fits All จึงใช้ไม่ได้กับองค์กรยุคนี้</p>
<p>เครื่องมือหนึ่งที่ QGEN ใช้ในการวิเคราะห์องค์กรคือ McKinsey 7S Framework ซึ่งช่วยตรวจสุขภาพองค์กรทั้งระบบ</p>
<ul>
<li><strong>Structure</strong> – โครงสร้างองค์กร</li>
<li><strong>Systems</strong> – ระบบการทำงาน</li>
<li><strong>Shared Values</strong> – คุณค่าร่วมขององค์กร (องค์ประกอบที่สำคัญที่สุด)</li>
<li><strong>Style</strong> – สไตล์ความเป็นผู้นำ</li>
<li><strong>Staff</strong> – บุคลากร</li>
<li><strong>Skills</strong> – ทักษะของคนในองค์กร</li>
<li><strong>Strategy</strong> – กลยุทธ์ขององค์กร</li>
</ul>
<p>ทั้ง 7 องค์ประกอบต้องสอดคล้องกัน หากส่วนใดส่วนหนึ่งไม่สมดุล นั่นคือช่องว่างที่ผู้นำต้องรีบเข้าไปแก้ไข</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีเครื่องมืออื่นที่ช่วยให้การบริหารคนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น Blue Ocean Leadership ซึ่งช่วยวิเคราะห์ว่าช่วงเวลานั้นองค์กรควร</p>
<ul>
<li><strong>Eliminate</strong> สิ่งที่ไม่จำเป็น</li>
<li><strong>Reduce</strong> สิ่งที่ควรลดลง</li>
<li><strong>Raise</strong> สิ่งที่ควรเพิ่มความสำคัญ</li>
<li>Create สิ่งใหม่ที่องค์กรยังไม่เคยมี</li>
</ul>
<p>รวมถึงการใช้ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/9-box-grid-240611/">9 Box Model</a> เพื่อแยกแยะศักยภาพของพนักงานและหลีกเลี่ยงการบริหารคนแบบเหมารวม</p>
<p>สิ่งที่ผู้นำต้องเข้าใจอีกประการคือ ผลงานในอดีตไม่ได้รับประกันความสำเร็จในอนาคตเสมอไป คนที่เคยโดดเด่นในช่วงหนึ่งอาจไม่เหมาะกับบริบทใหม่ ขณะที่บางคนอาจเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาถัดมา คุณสมบัติของคนที่มีศักยภาพสูงมักประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>คิดเร็ว</li>
<li>ปรับตัวเร็ว</li>
<li>มองเห็นภาพใหญ่</li>
<li>สามารถขับเคลื่อนผู้คนได้</li>
<li>กล้ารับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเอง</li>
</ul>
<p>เมื่อฤดูกาลขององค์กรเปลี่ยนไป บทบาทของผู้นำก็ต้องปรับตามไปด้วย หากองค์กรเลือกลงทุนกับคนผิดจังหวะ ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับทั้งระบบ ผู้นำที่เข้าใจสเตจขององค์กรและปรับวิธีบริหารให้สอดคล้องกับช่วงเวลานั้นได้ จึงเป็นกุญแจสำคัญของการพาองค์กรเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง</p>
<h2>Why HR Should Teach Employees About Tax?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49100" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-6.webp" alt="Mission NEXT " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mission Next: Leading People Into the Next Era 2026 310" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Mission-NEXT-6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><em>“2 สิ่งที่เราไม่มีทางหนีพ้นในชีวิตนี้คือ ความตายและภาษี”</em></p>
<p>สำหรับหลายคน ภาษีอาจดูเป็นเรื่องไกลตัว เพราะบางคนอาจมีรายรับไม่ถึงเกณฑ์ที่จะจ่าย แต่ในโลกการทำงานจริง เรื่องนี้กลับเกี่ยวข้องกับเราทุกคน รวมถึง HR อย่างใกล้ชิด เพราะหากเราไม่รู้เรื่องภาษี ไม่จ่ายภาษี หรือจ่ายภาษีไม่ครบ มันจะเกิดปัญหาน่าปวดหัวตามมาอย่างที่เราไม่คาดคิดมาก่อน</p>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ CEO ของ <a href="https://www.itax.in.th/" target="_blank" rel="noopener">iTAX</a></strong> อธิบายว่า หลายองค์กรคาดหวังให้ HR ทำหน้าที่พัฒนาคน แต่ในความเป็นจริง HR จำนวนมากต้องเสียเวลาไปกับ<a href="https://expth.hrnote.asia/categories/18">งาน Payroll</a> และเรื่อง Compliance ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดยิบย่อย <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/payroll-errors-240822/">งานจ่ายเงินเดือนจึงกลายเป็นงานที่ทำดีแล้วอาจไม่มีใครพูดถึง แต่ถ้าพลาดขึ้นมาเพียงครั้งเดียว ผลกระทบจะกระจายไปหลายด้านทันที</a></p>
<p>ในทางปฏิบัติ งาน Payroll ยังพา HR ไปเจอกับคำถามเรื่องภาษีจากพนักงานอยู่เสมอ เช่น ควรยื่นภาษีอย่างไร ? โบนัสทำไมถูกหักภาษีมาก ? หรือจะวางแผนภาษีอย่างไรให้จ่ายน้อยลง ? คำถามเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ เพราะพนักงานจำนวนมากไม่เคยได้รับความรู้เรื่องภาษีอย่างเป็นระบบ และไม่รู้ว่าจะไปถามใคร เมื่อหาทางออกไม่ได้ HR จึงกลายเป็นคนที่พนักงานหันมาพึ่งพาโดยอัตโนมัติ</p>
<p>แม้ HR จะเลือกไม่เข้าไปช่วยเรื่องนี้ก็ได้ แต่การสนับสนุนพนักงานด้านภาษีมีประโยชน์ต่อองค์กรในหลายมิติ เช่น</p>
<ul>
<li><strong>ช่วยให้พนักงานกลับไปโฟกัสงานได้เร็วขึ้น</strong> เมื่อข้อสงสัยเรื่องภาษีได้รับคำตอบ พนักงานจะไม่ต้องเสียเวลาคิดหรือกังวลกับเรื่องเหล่านี้</li>
<li><strong>เป็นสวัสดิการต้นทุนต่ำที่พนักงานรับรู้ได้จริง</strong> บางสวัสดิการอาจมีแต่ไม่ถูกใช้ แต่การช่วยให้พนักงานจัดการภาษีได้ดีขึ้นเป็นสิ่งที่จับต้องได้ทันที</li>
<li><strong>สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง HR กับพนักงาน</strong> การช่วยแก้ปัญหาที่กระทบชีวิตส่วนตัวสามารถเพิ่มความรู้สึกผูกพันกับองค์กรได้</li>
</ul>
<p>อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของ HR คือการช่วยเหลือพนักงานโดยไม่ทำให้ตัวเองต้องแบกรับภาระเพิ่มมากเกินไป ทางออกจึงอยู่ที่การจัดระบบให้การสนับสนุนเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยหลักการง่าย ๆ คือ<strong>สอนให้เข้าใจ และใช้เครื่องมือช่วยทุ่นแรง</strong></p>
<ol>
<li>ให้ความรู้กับพนักงานอย่างเป็นระบบ องค์กรสามารถจัด Corporate Training ด้านภาษี เปิดโอกาสให้พนักงานส่งคำถามล่วงหน้าเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญเตรียมคำตอบได้ครบถ้วน</li>
<li>ใช้เครื่องมือช่วยลดภาระงานของ HR เช่น การใช้แอป iTAX เพื่อช่วยคำนวณภาษี หรือเชื่อมต่อกับระบบ Payroll เพื่อให้พนักงานสามารถวางแผนภาษีของตัวเองได้ง่ายขึ้น</li>
</ol>
<p>แนวทางเหล่านี้ช่วยให้ HR สามารถดูแลพนักงานได้โดยไม่ต้องตอบคำถามเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน และ<strong>เมื่อพนักงานมีความรู้และมีเครื่องมือที่เหมาะสม พวกเขาจะจัดการเรื่องภาษีของตัวเองได้ดีขึ้น ขณะที่ HR ก็สามารถกลับไปโฟกัสกับบทบาทหลักของตัวเอง นั่นคือการพัฒนาคนและขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า</strong></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="5 สัญญาณเตือนภัย HR จ่ายเงินเดือนผิดพลาด (Payroll Errors) อาจทำบริษัทถึงคราววิกฤติ ! 3" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/mission-next-leading-people-into-the-next-era-2026-260305/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises: Award Day &#038; Learning Conference</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/100-outperforming-enterprises-award-day-learning-conference-260304/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/100-outperforming-enterprises-award-day-learning-conference-260304/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2026 05:04:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Hewitt Consulting]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49065</guid>

					<description><![CDATA[ท่ามกลางความท้าทาย ความผันผวนของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นขึ้นทุกปี คำถามสำคัญที่องค์กรจำนวนมากกำลังเผชิญร่วมกันก็คือ จะเติบโตอย่างยั่งยืนและฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านี้ไปได้อย่างไร ? คำถามเหล่านี้นำมาสู่การจัดงาน 100 Outperforming Enterprises: Award &#38; Learning Conference ซึ่งจัดโดย HEWITT Consulting เพื่อเป็นเวทีที่หาค่ามาตรฐานของการสร้างองค์กรที่ยอดเยี่ยม โดยรวบรวมบทเรียนจากองค์กรที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความสำเร็จของธุรกิจเกิดจากการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเชื่อมโยง Purpose ที่ชัดเจน People ที่แข็งแกร่ง และ Performance ที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของความเป็นเลิศในระดับประเทศและโลก ภายในงานมีทั้งช่วงมอบรางวัล ควบคู่กับการถอดบทเรียนจากผู้นำองค์กรและผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ผ่าน Keynote sessions และกรณีศึกษาจากองค์กรจริง ที่เปิดให้เห็นทั้งวิธีคิด แนวทางการบริหาร และเครื่องมือที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง หากใครพลาดการเข้าร่วม งานนี้ได้รวบรวมสาระสำคัญไว้แล้วในบทความนี้ Opening Session ศาสตราจารย์เอียน เฟนวิค (Professor Ian Fenwick) ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) กล่าวเปิดงานว่า ผลงานอันยอดเยี่ยมขององค์กรไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49067" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference.webp" alt="100 Outperforming Enterprises Award Day &amp; Learning Conference " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises: Award Day &amp; Learning Conference 318" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ท่ามกลางความท้าทาย ความผันผวนของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นขึ้นทุกปี คำถามสำคัญที่องค์กรจำนวนมากกำลังเผชิญร่วมกันก็คือ จะเติบโตอย่างยั่งยืนและฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านี้ไปได้อย่างไร ?</p>
<p>คำถามเหล่านี้นำมาสู่การจัดงาน <strong>100 Outperforming Enterprises: Award &amp; Learning Conference</strong> ซึ่งจัดโดย <a href="https://expth.hrnote.asia/products/151">HEWITT Consulting</a> เพื่อเป็นเวทีที่หาค่ามาตรฐานของการสร้างองค์กรที่ยอดเยี่ยม โดยรวบรวมบทเรียนจากองค์กรที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความสำเร็จของธุรกิจเกิดจากการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเชื่อมโยง Purpose ที่ชัดเจน People ที่แข็งแกร่ง และ Performance ที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของความเป็นเลิศในระดับประเทศและโลก</p>
<p>ภายในงานมีทั้งช่วงมอบรางวัล ควบคู่กับการถอดบทเรียนจากผู้นำองค์กรและผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ผ่าน Keynote sessions และกรณีศึกษาจากองค์กรจริง ที่เปิดให้เห็นทั้งวิธีคิด แนวทางการบริหาร และเครื่องมือที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง หากใครพลาดการเข้าร่วม งานนี้ได้รวบรวมสาระสำคัญไว้แล้วในบทความนี้</p>

<h2>Opening Session</h2>
<p><strong>ศาสตราจารย์เอียน เฟนวิค (Professor Ian Fenwick) ผู้อำนวยการ<a href="https://www.sasin.edu/" target="_blank" rel="noopener">สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management)</a></strong> กล่าวเปิดงานว่า ผลงานอันยอดเยี่ยมขององค์กรไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เพราะทุกความสำเร็จล้วนเป็นผลจากความพยายามอย่างต่อเนื่อง การตัดสินใจที่รอบคอบ และการลงมือทำอย่างจริงจัง</p>
<p>ศาสตราจารย์ชี้ว่า สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนในระดับที่หลายองค์กรไม่เคยเผชิญมาก่อน ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา โลกอาจมีความท้าทายใหม่เกิดขึ้นเสมอ สิ่งที่องค์กรต้องทำไม่ใช่การไล่ล่าความสำเร็จระยะสั้น แต่ต้องมองภาพให้กว้าง เตรียมองค์กรให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และวางรากฐานเพื่ออนาคตที่ยังไม่ชัดเจน</p>
<p>หนึ่งในบทเรียนสำคัญที่เห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือ องค์กรที่ลงทุนกับคนอย่างจริงจัง มักสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าองค์กรอื่น ๆ ในหลายมิติ ทั้งประสิทธิภาพการทำงาน ความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตในระยะยาว เมื่อเทคโนโลยีอย่าง AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่องค์กรที่รู้จักใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมศักยภาพของคน พร้อมวางกลยุทธ์ที่สร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจ</p>
<p>และเมื่อ Purpose, People และ Performance เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน องค์กรจึงมีโอกาสก้าวสู่การเป็น Outperforming Enterprise ได้อย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49068" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-1.webp" alt="100 Outperforming Enterprises Award Day &amp; Learning Conference " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises: Award Day &amp; Learning Conference 319" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ด้านคุณ นภัส ศิริวรางกูร Managing Director จาก Hewitt Consulting ได้อธิบายถึงแนวคิดเบื้องหลังของโครงการ 100 Outperforming Enterprises Program ซึ่งตั้งเป้าหมายเพื่อช่วยให้องค์กรไทยสร้างความยั่งยืนจากภายใน รางวัลที่วันนี้จะมอบให้กับองค์กรต่าง ๆ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้เท่านั้น เพราะเป้าหมายที่แท้จริงคือการยกระดับมาตรฐานการบริหารองค์กรให้เทียบเท่าระดับสากล และทำให้องค์กรไทยจำนวนมากสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรงในระยะยาว</p>
<p>แนวคิดสำคัญที่ Hewitt ใช้ในการประเมินองค์กร คือความสามารถในการเชื่อมโยง 3 องค์ประกอบหลักให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบอย่างที่ศาสตราจารย์เฟนวิคกล่าวไว้ นั่นคือ Purpose, People และ Performance โดยองค์กรที่ทำได้ดีจะสามารถถ่ายทอดจุดหมายขององค์กรลงไปถึงพนักงานทุกระดับ ทำให้แต่ละคนเข้าใจว่าหน้าที่ของตัวเองมีความหมายอย่างไร และสร้างคุณค่าให้กับองค์กรอย่างไร</p>
<p>นอกจากนี้ องค์กรที่เป็น Outperformer มักให้ความสำคัญกับองค์ประกอบต่อไปนี้อย่างจริงจัง</p>
<ul>
<li>พัฒนาทักษะที่จำเป็นให้กับพนักงาน เพื่อให้ทุกคนสามารถเดินไปในทิศทางเดียวกัน</li>
<li>สร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยทางความคิด <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190703-psychological-safety/">(Psychological Safety)</a> เปิดโอกาสให้คนกล้าแสดงความคิดเห็นและทดลองสิ่งใหม่</li>
<li>สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนเชิงรุก มองความสำเร็จว่าเป็นชัยชนะร่วมกันของทุกคนในทีม</li>
</ul>
<p>ผลการศึกษาของ Hewitt ยังพบอีกว่าองค์กรที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น มักสร้าง Engagement ของพนักงานได้สูงถึงประมาณ 83% ในขณะที่ค่าเฉลี่ยขององค์กรทั่วไปอยู่ราว 60% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม แนวคิดเรื่อง Engagement กำลังเปลี่ยนไป องค์กรจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับ Healthy <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/turnover-rate-240712/">Turnover</a> หรือการหมุนเวียนของบุคลากรในระดับที่เหมาะสม พร้อมทั้งดูแลให้กลุ่มพนักงานที่มีผลกระทบต่อธุรกิจสูง รวมถึงพนักงานรุ่นใหม่อย่าง Gen Z มีความผูกพันกับองค์กรอย่างแท้จริง</p>
<p>อีกแนวคิดที่น่าสนใจคือการสร้าง Super Workforce ซึ่งเกิดขึ้นได้เมื่อองค์กรสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของคน โดยสามารถแบ่งลักษณะของพนักงานออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>Energy Multipliers :</strong> กลุ่มที่มีพลังสูง กล้าลงมือทำ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนรอบตัว</li>
<li><strong>Survivors :</strong> กลุ่มที่ทำงานเพื่อให้ผ่านไปได้ในแต่ละวัน</li>
<li><strong>Burnout Risk :</strong> กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อความเหนื่อยล้าหรือหมดไฟในการทำงาน</li>
</ul>
<p>องค์กรที่มีสัดส่วนของ Energy Multipliers มาก ย่อมมีโอกาสสร้างความแตกต่างและขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด และทั้งหมดนี้มักเริ่มต้นจากการติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง นั่นคือแนวคิดและแนวทางที่ชัดเจนจากผู้นำ เพื่อออกแบบระบบองค์กรให้สนับสนุนการทำงานและการเติบโตของคนได้อย่างแท้จริง</p>
<h2>From Resilience to Outperforming</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49069" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-2.webp" alt="100 Outperforming Enterprises Award Day &amp; Learning Conference " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises: Award Day &amp; Learning Conference 320" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ดร.ทาช่า ยูริค (Dr. Tasha Eurich) นักจิตวิทยาองค์กร นักวิจัย นักเขียนหนังสือขายดี ผู้เชี่ยวชาญด้าน Self-Awareness และการพัฒนาภาวะผู้นำ</strong> ได้แบ่งปันผลการศึกษาที่ใช้เวลานานกว่า 5 ปี เพื่อค้นหาคำตอบสำคัญข้อหนึ่งว่า มนุษย์และองค์กรจะสามารถเติบโตท่ามกลางความท้าทายได้อย่างไร</p>
<p>งานวิจัยของเธอพบว่า ความท้าทายไม่ได้ทำให้คนอ่อนแอเสมอไป หลายครั้งประสบการณ์ที่ยากลำบากกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้คนแข็งแกร่งขึ้น หากองค์กรและผู้นำสามารถเรียนรู้จากแรงกดดันเหล่านั้นได้อย่างถูกวิธี</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ความยืดหยุ่นหรือ Resilience ที่หลายองค์กรใช้เป็นเครื่องมือรับมือกับความเปลี่ยนแปลง อาจมีข้อจำกัดเช่นกัน เมื่อระดับความอึดหรือความทนทานของคนเริ่มแตะเพดาน การพยายามอดทนให้มากขึ้น อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตแทนที่จะเป็นแรงผลักดัน หลายคนยังคงทำผลงานได้ดีจากภายนอก แต่ภายในกลับเริ่มหมดพลัง</p>
<p>งานวิจัยพบสัญญาณสำคัญที่มักเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ เช่น</p>
<ul>
<li>S<strong>park ที่หายไป</strong> คนยังทำงานได้ตามเป้าหมาย แต่แรงบันดาลใจค่อย ๆ ลดลง</li>
<li><strong>การ Overreaction เกินจริง</strong> ความเครียดสะสมทำให้หลายสถานการณ์ถูกตีความรุนแรงกว่าที่ควร</li>
<li><strong>เครื่องมือเดิม ๆ ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป</strong> วิธีการทำงานที่เคยได้ผลในอดีต เริ่มไม่สามารถแก้ปัญหาใหม่ ๆ ได้</li>
</ul>
<p>เมื่อองค์กรตกอยู่ในภาวะเช่นนี้ วิธีคิดของผู้คนมักค่อย ๆ แคบลง ทุกคนเร่งทำงานเฉพาะหน้า จนไม่มีเวลามองภาพรวม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือการถกเถียงอย่างสร้างสรรค์ลดลง และองค์กรที่เคยดูแข็งแรงอาจเริ่มชะลอตัวโดยที่หลายคนไม่ทันสังเกตเห็น</p>
<p>ดร.ยูริคจึงเสนอ<strong>แนวคิด Resilience 2.0 ซึ่งเป็นการยกระดับจากการอดทนต่อแรงกดดัน ไปสู่การใช้แรงกดดันเป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโต</strong> ผู้นำในแนวทางนี้ต้องกล้าทบทวนสิ่งที่เคยเชื่อและพร้อม Unlearn ความคิดบางอย่างที่เคยใช้ได้ผลในอดีต เพื่อเปิดพื้นที่ให้แนวทางใหม่เกิดขึ้น เป้าหมายไม่ใช่เพียงการอยู่รอดจากความท้าทาย แต่คือการสร้างการเติบโตที่ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>หนึ่งในประเด็นที่เธอเน้นย้ำคือ <strong>บทบาทของฝ่าย HR ซึ่งมีส่วนสำคัญมากต่อการเปลี่ยนผ่านจาก Resilience 1.0 ไปสู่ Resilience 2.0</strong> หลายองค์กรพยายามผลักดันให้พนักงานทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาผลลัพธ์ทางธุรกิจ แม้จะช่วยให้ผ่านสถานการณ์ยากลำบากได้ในระยะสั้น แต่พลังของคนทำงานมักหมดลงอย่างรวดเร็ว หากต้องการความยั่งยืน องค์กรจำเป็นต้องมองลึกไปถึงสิ่งที่เรียกว่า Human Energy ซึ่งต้องได้รับการฟื้นฟูและเติมเต็มอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>งานวิจัยด้านจิตวิทยามนุษย์ยังพบอีกว่า คนทำงานต้องการสิ่งพื้นฐาน 3 ประการ หรือที่เรียกว่า 3Cs</p>
<ul>
<li><strong>Confidence</strong> ความเชื่อมั่นในตัวเอง ซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโต</li>
<li><strong>Choice</strong> ความรู้สึกว่าตนมีทางเลือกและอิสระในการตัดสินใจ</li>
<li><strong>Connection</strong> ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและมีความผูกพันกับผู้อื่น</li>
</ul>
<p>องค์กรที่สามารถออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานให้ตอบโจทย์ทั้งสามด้านนี้ได้ จะสร้างความผูกพันของพนักงานได้สูง และมีแนวโน้มสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีกว่าองค์กรที่ละเลยความต้องการพื้นฐานเหล่านี้</p>
<p>อีกแนวคิดสำคัญที่ ดร.ยูริค เสนอคือการสร้าง Shadowproof Organization ซึ่งเริ่มต้นจากการมี Shadowproof Leader ผู้นำลักษณะนี้ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความไว้วางใจ และความเข้าใจในตัวมนุษย์ องค์กรที่ทำลายความมั่นใจของพนักงาน มักเกิดจากพฤติกรรมที่ลดทอนความเชื่อใจ เช่น การไม่เปิดเผยข้อมูล การควบคุมอย่างเข้มงวด หรือการจำกัดความยืดหยุ่นในการทำงาน สิ่งเหล่านี้ทำให้คนรู้สึกเหนื่อยล้าและห่างเหินจากองค์กร</p>
<p>ในทางกลับกัน องค์กรที่ต้องการให้พนักงานเปล่งประกาย จำเป็นต้องตั้งคำถามกับตัวเองอย่างจริงจังว่า พนักงานมีทางเลือกในการทำงานมากเพียงพอหรือไม่ ระบบการทำงานเปิดโอกาสให้คนแสดงศักยภาพได้เต็มที่หรือยัง และบรรยากาศในองค์กรช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างผู้คนมากน้อยเพียงใด</p>
<p>ความท้าทายในการทำงานคงไม่หายไปง่าย ๆ สิ่งที่องค์กรควรให้ความสำคัญจึงไม่ใช่การหลีกเลี่ยงแรงกดดัน แต่คือการออกแบบระบบการทำงานที่ช่วยให้คนสามารถทำงานได้อย่างมีพลังและเติบโตไปพร้อมกับองค์กร องค์กรที่เข้าใจพลังของมนุษย์และดูแลมันอย่างถูกวิธี มักเป็นองค์กรที่สามารถก้าวข้ามการแข่งขันและสร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่นได้ในระยะยาว</p>
<h2>Behind the Indexes – The Executive Dialogue</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49074" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-04T142242.766.webp" alt="100 Outperforming Enterprises Award Day &amp; Learning Conference" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises: Award Day &amp; Learning Conference 321" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-04T142242.766.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-04T142242.766-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ Independent Director จาก TMB Thanachart Bank PLC</strong> กล่าวจากประสบการณ์ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินรางวัลครั้งนี้ว่า กระบวนการหาองค์กรที่ Outperform มีความท้าทายไม่น้อย แม้รางวัลอาจมีจำนวนจำกัด แต่สิ่งที่น่าชื่นชมมาก ๆ คือทุกองค์กรที่เข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งมาจากอุตสาหกรรมที่หลากหลาย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น จากการเดินทางบนเส้นทางเดียวกัน นั่นคือการสร้างความยั่งยืนจากภายในองค์กร</p>
<p><em>“สิ่งที่ขับเคลื่อนผลการดำเนินงานขององค์กรได้อย่างแท้จริงคือ พลังของคน หลายองค์กรที่ขึ้นรับรางวัลวันนี้ต่างสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันและพลังของทีมงานชัดเจน และพิสูจน์ว่า หากองค์กรต้องการผลลัพธ์ที่แข็งแรงในระยะยาว ผู้นำจำเป็นต้องเข้าใจและเข้าถึงความรู้สึกของพนักงาน ไม่ใช่เพียงมองจากมุมของตัวเลขหรือผลประกอบการเท่านั้น”</em></p>
<p>เธอยังชวนให้มองการบริหารคนในองค์กรต่อจากนี้ไปว่า ต้องบริหารอย่างรอบด้าน โดยองค์กรควรให้ความสำคัญกับความต้องการของพนักงานในมิติดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>มิติทางการเงิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความมั่นคงในชีวิตการทำงาน</li>
<li>มิติด้านสุขภาพกาย ที่ช่วยให้คนทำงานได้อย่างมีพลัง</li>
<li>มิติด้านจิตใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความกดดัน ความเครียด และสภาพแวดล้อมในการทำงาน</li>
<li>มิติด้านจิตวิญญาณ หอความรู้สึกถึงคุณค่าและการเติบโตจากภายใน</li>
</ul>
<p>หากองค์กรสามารถดูแลทุกด้านเหล่านี้ได้อย่างสมดุล คนทำงานจะสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กร และร่วมกันสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้ในระยะยาว</p>
<p><em>“การสร้างองค์กรที่แข็งแรงจึงต้องเริ่มจากการยึดโยงกับ Purpose และ Value ขององค์กรอย่างชัดเจน เมื่อผู้คนเข้าใจว่ากำลังทำงานเพื่ออะไร วัฒนธรรมองค์กรก็จะค่อย ๆ แข็งแรงขึ้น เกิดความร่วมมือระหว่างทีม และเกิดพลังในการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า”</em></p>
<p><em>“หากรากฐานเหล่านี้มั่นคง องค์กรก็มีโอกาสเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต และก้าวสู่การเป็นองค์กรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง”</em></p>
<h2>Connecting Purpose with People</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49076" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-04T150926.408.png" alt="100 Outperforming Enterprises Award Day &amp; Learning Conference" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises: Award Day &amp; Learning Conference 322" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-04T150926.408.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-03-04T150926.408-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Session นี้ รวมตัวผู้นำองค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรม ที่ถือเป็นองค์กรที่ Outperform อย่างโดดเด่น มาแบ่งปันประสบการณ์ว่า จะทำอย่างไรให้ Purpose ขององค์กรกลายเป็นสิ่งที่พนักงานทุกคนเข้าใจ มองเห็นร่วมกัน และใช้เป็นเข็มทิศในการทำงานจริง ไม่ใช่เพียงถ้อยคำในเอกสารวิสัยทัศน์</p>
<p>คุณ<strong> อัมพร โชติรัชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายสนับสนุนธุรกิจจาก <a href="https://www.siampiwat.com/en/home" target="_blank" rel="noopener">Siam Piwat</a></strong> เล่าว่า Purpose ขององค์กรถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่แรก นั่นคือการสร้าง Landmark ที่สำคัญระดับประเทศ และสร้างคุณค่าให้กับผู้คนรอบข้าง เพราะ Siam Piwat ไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียงศูนย์การค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างแลนด์มาร์กระดับโลก</p>
<p>ดังนั้น แนวคิดสำคัญของการทำธุรกิจคือการเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตร ลูกค้า และชุมชน ไม่ได้คำนึงแค่ความสำเร็จขององค์กรเพียงฝ่ายเดียว ทุกโครงการจึงถูกออกแบบให้เป็นต้นแบบใหม่ที่ยกระดับมาตรฐานอยู่เสมอ ทั้งในด้านประสบการณ์ของผู้คน การบริหารจัดการระดับสากล และการดูแลชุมชนโดยรอบ</p>
<p>แม้เส้นทางขององค์กรไม่ได้ราบรื่นเสมอไป หลายปีที่ผ่านมา Siam Piwat ต้องเผชิญเหตุการณ์ท้าทายหลายครั้ง ตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 เหตุการณ์ประท้วงทางการเมือง ทำให้องค์กรต้องปรับตัวทั้งในวิธีคิดและการทำงานอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม Purpose ที่วางไว้ไม่เคยเปลี่ยนไป นั่นคือการสร้างพื้นที่ที่เปิดกว้างและเป็นประโยชน์ต่อผู้คนรอบข้าง ซึ่งแนวทางนี้ทำให้พนักงานเห็นชัดว่าบทบาทขององค์กรมีความหมายต่อสังคมอย่างไร</p>
<p>ด้านคุณ <strong>อัครินทร์ ภูรีสิทธิ์ Chief People Officer จาก <a href="https://www.centralpattana.co.th/en/home" target="_blank" rel="noopener">Central Pattana</a></strong> อธิบายว่าองค์กรยึดถือแนวคิด Center of Life เป็นแกนหลักของการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง Purpose จึงมีน้ำหนักไม่ต่างจากเป้าหมายทางธุรกิจ พนักงานถูกปลูกฝังให้มองการตัดสินใจผ่านคาแรกเตอร์ขององค์กร ซึ่งมุ่งสร้างพื้นที่ที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข และช่วยสร้างความมั่งคั่งให้กับสังคมในวงกว้าง</p>
<p>แนวคิดนี้ทำให้ Central Pattana ขยายบทบาทจากการพัฒนาศูนย์การค้าไปสู่การสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงโอกาสให้กับผู้ประกอบการและชุมชนทั่วประเทศ รวมถึงการขยายสู่ต่างประเทศ</p>
<p>เขาเล่าว่าองค์กรเองก็ผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายไม่ต่างกันกับ Siam Piwat ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตโควิด ความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ หรือสถานการณ์ทางการเมืองที่ส่งผลต่อพื้นที่สำคัญของเมือง หลายครั้งศูนย์การค้ากลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนเข้ามาใช้เพื่อแสดงออกทางสังคม ไปจนถึงเหตุการณ์ศูนย์การค้าถูกวางเพลิง ทำให้องค์กรต้องปรับตัวและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น ขณะเดียวกันก็ยังคงยึดมั่นใน Purpose เดิมคือการสร้างพื้นที่ที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีคุณค่า และทำให้แพลตฟอร์มของ Central Pattana เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ</p>
<p>ในมุมของ <strong><a href="https://www.wha-group.com/en/home" target="_blank" rel="noopener">WHA Group</a></strong> คุณ <strong>ดิสพงศ์ พรชนกนาถ Senior Director, Human Resources</strong> ยอมรับว่าธุรกิจขององค์กรอาจดูไกลตัวผู้คนในชีวิตประจำวัน แต่บทบาทของ WHA Group เกี่ยวข้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจในวงกว้าง องค์กรจึงพยายามสื่อสารให้พนักงานเห็นภาพว่า งานที่ทำไม่ได้มีความหมายเพียงการพัฒนาที่ดินหรือพื้นที่อุตสาหกรรมเท่านั้น หากยังเกี่ยวข้องกับการสร้างงาน การลงทุน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ</p>
<p>แนวคิดเรื่อง Purpose ยังเชื่อมโยงกับกลยุทธ์องค์กรผ่านคำถามสำคัญว่า ทุกสิ่งที่ทำอยู่กำลังช่วยสร้างอนาคตที่ดีกว่าได้อย่างไร และคำถามนี้ยังถูกนำไปผูกกับเป้าหมายการทำงานของพนักงานในระดับต่าง ๆ ด้วย</p>
<p>ขณะที่คุณ <strong>ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ CEO จาก<a href="https://www.tisco.co.th/th/personal-th" target="_blank" rel="noopener">ธนาคารทิสโก้ (TISCO)</a></strong> มอง Purpose ผ่านบทบาทขององค์กรต่อสังคม โดยชวนให้มองปัญหาใหญ่ของประเทศที่ดำรงอยู่มายาวนาน ไม่ว่าจะเป็น <em>“แก่ เจ็บ จน คนน้อย ด้อยการศึกษา เหลื่อมล้ำสูง คอรัปชั่น”</em> สำหรับเขา จุดหมายขององค์กรคือการทำให้พนักงานเห็นว่า ธุรกิจของเราสามารถช่วยบรรเทาปัญหาเหล่านี้อย่างไรได้บ้าง ?</p>
<p>ในฐานะสถาบันการเงิน TISCO ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง Healthspan และ Wealthspan หรือการทำให้ผู้คนมีทั้งสุขภาพที่ดีและความมั่นคงทางการเงินยาวนานไปพร้อมกัน องค์กรพยายามสื่อสารกับพนักงานว่า บทบาทของสถาบันการเงินไม่ได้จำกัดอยู่แค่การดูแลเรื่องเงินเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยให้ผู้คนวางแผนชีวิตได้ดีขึ้น ทั้งในด้านการเงิน การใช้ชีวิต และการดูแลสุขภาพในระยะยาว</p>
<p>แนวคิดนี้สะท้อนอยู่ในระบบการประเมินผลการทำงานของพนักงาน ซึ่งไม่ได้พิจารณาเพียงผลงานรายบุคคล แต่ยังดูว่าการทำงานของแต่ละคนช่วยขับเคลื่อน Purpose ขององค์กรได้มากเพียงใด เพราะท้ายที่สุดแล้ว การทำให้ Purpose ขององค์กรเกิดขึ้นจริง ไม่ได้อยู่ที่คำประกาศหรือแผนกลยุทธ์ หากอยู่ที่การลงมือทำของผู้คนในองค์กรทุกวัน</p>
<h2>Engaging Future-Ready People</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49075" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-7.webp" alt="100 Outperforming Enterprises Award Day &amp; Learning Conference" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises: Award Day &amp; Learning Conference 323" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-7.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-7-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หาก Session ก่อนเน้นพูดคุยเรื่องการสร้าง Purpose เวทีเสวนานี้ชวนมองว่าองค์กรจะสร้างพนักงานที่พร้อมสำหรับอนาคตได้อย่างไร โดยมีผู้ร่วมเสวนาคือ คุณ <strong>ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ อดีตเลขาธิการกองทุน <a href="https://www.gpf.or.th/" target="_blank" rel="noopener">กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)</a></strong> และคุณ<strong> อภิรักษ์ วาราชนนท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายทรัพยากรมนุษย์จาก <a href="https://www.majorcineplex.com/home/" target="_blank" rel="noopener">Major Cineplex</a></strong> ทั้ง 2 องค์กรต่างมีบริบทการทำงานที่แตกต่างกัน แต่มีจุดร่วมคือความเชื่อว่า การพัฒนาคนต้องทำให้พนักงานรู้สึกถึงคุณค่าของงานที่ทำ ไม่ใช่เพียงทำตามหน้าที่ในแต่ละวัน</p>
<p>คุณอภิรักษ์เล่าว่า Major Cineplex เผชิญความท้าทายมากมาย แต่ไม่มีครั้งไหนจะใหญ่ไปมากกว่าวิกฤติโควิด-19 อีกแล้ว เมื่อธุรกิจโรงภาพยนตร์ต้องปิดให้บริการก่อนอุตสาหกรรมอื่น และกว่าจะกลับมาเปิดได้ ก็เป็นธุรกิจสุดท้าย</p>
<p>ณ ตอนนั้น สิ่งแรกที่องค์กรทำคือการดูแลพนักงานให้มั่นคงที่สุด ทั้งด้านความปลอดภัยและความเป็นอยู่ รวมถึงครอบครัวของพนักงานด้วย เมื่อคนรู้สึกว่าองค์กรยืนอยู่ข้างเขา ความกังวลเรื่องงานและอนาคตจึงค่อย ๆ คลี่คลาย หลังจากนั้นองค์กรจึงเริ่มมองหาวิธีปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจเดินต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบริการรูปแบบใหม่อย่าง Delivery ส่งของ ส่งอาหาร หรือการสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์ไทยให้เยอะที่สุดในช่วงที่ภาพยนตร์ต่างประเทศเลื่อนฉายออกไป</p>
<p>วิกฤตครั้งนั้นยังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับวัฒนธรรมองค์กรครั้งสำคัญ <strong>Major วางค่านิยมหลักไว้ 3 ข้อคือ ขยัน กล้า และรับผิดชอบ พร้อมสร้างระบบที่ช่วยให้พนักงานรู้สึกเป็นเจ้าของงานมากขึ้น</strong> เช่น การให้ทีมงานดูแลโรงภาพยนตร์ในฐานะผู้ดูแลพื้นที่ของตัวเอง รวมถึงการสร้างมาตรฐานงานบริการอย่างจริงจัง ตั้งแต่คุณภาพการบริการไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างรสชาติของป๊อปคอร์นที่ต้องมีมาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา องค์กรยังจัดกิจกรรมและการประกวดภายในเพื่อสร้างแรงจูงใจให้พนักงานพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง</p>
<p>กระบวนการเหล่านี้ใช้เวลามากกว่า 2 ปีจึงเริ่มเห็นผล และทำให้คนในองค์กรเข้าใจเป้าหมายเดียวกันตั้งแต่ระดับปฏิบัติการไปจนถึงผู้บริหาร</p>
<p>ด้าน กองทุน กบข. แม้จะมีพนักงานไม่ถึง 300 คน แต่คุณทรงพลอธิบายว่า ความท้าทายอยู่ที่บทบาทของคนในแต่ละระดับแตกต่างกัน เป้าหมายขององค์กรจึงต้องสื่อสารให้ชัดเจนอยู่เสมอ นั่นคือ<strong> การช่วยให้ข้าราชการสมาชิกสามารถเกษียณอย่างมีความสุข ซึ่งหมายถึงการมีเงินเพียงพอ ไม่มีหนี้ และมีสุขภาพที่ดี</strong> องค์กรจัด <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/town-hall-meeting-employee-engagement-250609/">Town Hall</a> เป็นประจำทุกเดือนเพื่ออธิบายทิศทางองค์กร รับฟังความคิดเห็น และติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสนับสนุนเครื่องมือและโอกาสให้พนักงานพัฒนาศักยภาพของตัวเองด้วย</p>
<p>แนวทางนี้ช่วยให้พนักงานก้าวออกจากพื้นที่ที่คุ้นเคยและเห็นความสำคัญของบทบาทตัวเองมากขึ้น แม้องค์กรจะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่สิ่งที่ตระหนักเสมอก็คือ ทุกตำแหน่งล้วนมีส่วนสำคัญต่อการดูแลสมาชิกหลายล้านคนของกองทุน</p>
<p>อีกประเด็นที่กองทุนให้ความสำคัญคือเรื่อง <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hr-succession-planning-250228/">Succession Planning</a> ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง หลายองค์กรอาจมองว่าการเตรียมผู้สืบทอดตำแหน่งควรเป็นเรื่องที่ทำกันอย่างเงียบ ๆ แต่ กบข. กลับเลือกใช้แนวทางที่เปิดเผยมากกว่า โดยประกาศให้พนักงานรับรู้และเปิดรับสมัครอย่างจริงจัง วิธีนี้ช่วยให้พนักงานมองเห็นเส้นทางการเติบโตของตัวเองชัดขึ้น บางคนอาจได้รับบทบาทสำคัญในอนาคตโดยที่ตัวเองไม่เคยรู้มาก่อน หากไม่มีการสื่อสารที่ชัดเจน คนเหล่านี้อาจตัดสินใจย้ายไปทำงานที่อื่น ทั้งที่องค์กรเองต้องการรักษาเขาไว้</p>
<p>ทรงพลยังชี้ว่า<strong> การบริหารคนด้วยความโปร่งใสไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงให้กับองค์กร ตรงกันข้าม กลับช่วยสร้างความเข้าใจและแรงจูงใจให้กับพนักงาน</strong> ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการส่งพนักงานไปพัฒนาทักษะ หลายครั้ง HR พบว่าพนักงานไม่อยากเข้าร่วมการเรียนรู้ เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเรียน หากองค์กรอธิบายให้เห็นชัดว่าทักษะเหล่านั้นเชื่อมโยงกับบทบาทในอนาคตอย่างไร พนักงานจะมองเห็นคุณค่าของการพัฒนาตัวเองมากขึ้น และพร้อมเติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างจริงจัง</p>
<h2>Unleashing Impactful Performance</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49073" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-6.png" alt="100 Outperforming Enterprises Award Day &amp; Learning Conference" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises: Award Day &amp; Learning Conference 324" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-6.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Award-Day-Learning-Conference-6-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Session นี้ชวนมองอีกด้านหนึ่งของการขับเคลื่อนองค์กร นั่นคือการทำให้พนักงานสามารถปลดปล่อยศักยภาพในการทำงานออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยมีคุณ <strong><a href="https://th.hrnote.asia/story/coca-cola-thainamthip-kincentric-best-employer-240809/">จรัสพักตร์ การปลื้มจิตต์ Senior Vice President, Human Resources ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น</a></strong> และคุณ <strong>ชาตยา สุพรรณพงศ์ CEO จาก <a href="https://www.foodpassion.co.th/" target="_blank" rel="noopener">Food Passion</a></strong> มาแบ่งปันประสบการณ์จากการทำงานจริง ซึ่งมีใจความสำคัญไม่แตกต่างกันว่า การสร้าง Performance ที่แข็งแรงในองค์กรไม่ได้เกิดจากการกำหนดเป้าหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้คนทำงานกล้าคิด กล้าตัดสินใจ และพร้อมเผชิญความเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับองค์กรด้วย</p>
<p>ในมุมของ Food Passion คุณชาตยามองว่า การตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นองค์กรที่ทำผลงานโดดเด่น จะมีเส้นทางการเดินที่ค่อนข้างยาว ความท้าทายสำคัญคือการทำให้องค์กรยังคงอยู่ในใจลูกค้าได้ต่อเนื่องทั้งช่วงเวลาที่ดีและช่วงเวลาที่มีแต่ความท้าทาย ดังนั้น <strong>ภายในองค์กรเองต้องสามารถพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาในทุกโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพราะช่วงเวลาเหล่านั้นต้องการความกล้าในการตั้งคำถามและร่วมกันหาทางออกมากที่สุด</strong></p>
<p>แนวคิดนี้ทำให้องค์กรเน้นการมองการเติบโตในระยะยาว ตั้งแต่แผนงาน 5 ปี ไปจนถึง 10 หรือ 20 ปี บางครั้งอาจต้องยอมเสียสละเป้าหมายระยะสั้น บางเป้าหมายทำแล้วอาจยังไม่เห็นผลทันที แต่การเดินหน้าทีละขั้นจะช่วยสะสมคุณค่าให้กับองค์กรได้ในระยะยาว</p>
<p>ทั้งนี้ Food Passion ปรับตัวอย่างต่อเนื่องตามการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ร้านอาหารที่เคยขยายสาขาไปมากกว่า 160 แห่ง ต้องกลับมาทบทวนรูปแบบการดำเนินงานใหม่ องค์กรจึงปรับโครงสร้างการทำงานให้คล่องตัวขึ้น โดยใช้แนวทางชื่อว่า <em>“One Size Fits One”</em> ที่ทีมธุรกิจจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและปรับตัวตามสถานการณ์ได้รวดเร็วมากขึ้น</p>
<p><em>“องค์กรที่เคยเหมือนเรือลำใหญ่ซึ่งเคลื่อนตัวช้า ต้องปรับให้มีหน่วยย่อยที่ทำงานได้คล่องตัว คล้ายเรือขนาดเล็กที่สามารถเคลื่อนที่และทดลองแนวทางใหม่ได้ตลอดเวลา”</em></p>
<p>ฝั่งของคุณจรัสพักตร์ เผยว่าผลลัพธ์ที่ดีของไทยน้ำทิพย์จะเกิดขึ้นได้ ต้องมาจาก 2 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ <strong>“ความสามารถของคน (Capability)” x “ความตั้งใจในการทำงาน (Motivation)”</strong> หากองค์ประกอบใดหายไป ผลลัพธ์ย่อมไม่เกิดขึ้น องค์กรจึงต้องพัฒนาให้ทั้ง 2 ด้านเติบโตไปพร้อมกัน</p>
<p>ขณะเดียวกันก็ต้องระวังอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง ตัวอย่างหนึ่งคือการเปลี่ยนระบบ HRIS ที่ใช้งานมานานกว่า 20 ปี ซึ่งทำให้พนักงานจำนวนมากต้องปรับตัวจากระบบที่คุ้นเคยไปสู่ระบบใหม่ การเปลี่ยนผ่านลักษณะนี้ต้องใช้เวลา องค์กรจึงค่อย ๆ สร้างความเข้าใจ ให้พนักงานทดลองใช้ระบบก่อนนำมาใช้จริง และใช้ทีม Change Agent ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ของคนในองค์กร</p>
<p>ท้ายที่สุดแล้ว การสร้าง Performance ที่แข็งแรงในองค์กรจึงไม่ใช่เพียงการตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้นเท่านั้น ผู้นำต้องมองให้ชัดว่าผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร พร้อมทั้งตรวจสอบว่าอุปสรรคต่าง ๆ ได้รับการแก้ไขหรือยัง เมื่อองค์กรสามารถพัฒนาความสามารถของคน เติมแรงจูงใจในการทำงาน และลดสิ่งที่ขวางทางการทำงานลงได้ ศักยภาพของพนักงานก็จะค่อย ๆ ถูกปลดปล่อยออกมา และกลายเป็นพลังสำคัญที่ทำให้องค์กรก้าวไปสู่การเป็น Outperforming Organization ได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<h2>Outperforming Strategy</h2>
<p>องค์กรส่วนใหญ่มักตั้งเป้าหมายให้ทำผลงานได้ตามแผน แต่ในทัศนะของ <strong>ดร.ธนัย ชรินทร์สาร ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ธุรกิจ</strong> เขาชวนให้คิดใหม่ว่า ทำได้ตามเป้า ไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องดีเสมอไป</p>
<p>เพราะในมุมมองของบอร์ดบริหารและนักลงทุน หากมีบริษัทอื่นในตลาดทำผลประกอบการได้ดีกว่า เงินทุนและความสนใจก็จะไหลไปหาคู่แข่งรายนั้น การทำได้แค่พอผ่านจึงไม่เพียงพออีกต่อไป เป้าหมายขององค์กรที่แท้จริงจึงอยู่ที่การ Outperform หรือสร้างผลลัพธ์ที่เหนือกว่ามาตรฐานของตลาดอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>สิ่งที่น่าสังเกตคือ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะใช้ได้กับพรุ่งนี้ ทุกอุตสาหกรรมมีบริบทและพลวัตที่ต่างกัน องค์กรที่โดดเด่นจึงมักเป็นองค์กรที่ไม่ยึดติดกับวิธีการเดิม กล้าปรับแนวทาง และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เพราะถ้าเดินตามเส้นทางเดียวกับคนอื่น ผลลัพธ์ที่ได้ก็มักใกล้เคียงกัน การหา Winning Formula ของตัวเองจึงเป็นหัวใจของการสร้างความได้เปรียบในระยะยาว</p>
<p>เพื่อให้กลยุทธ์นำไปสู่ผลลัพธ์ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน ดร.ธนัย อธิบายว่ากระบวนการบริหารกลยุทธ์ควรครอบคลุม 5 องค์ประกอบหลัก ดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>Strategy Formulation</strong> กำหนดทิศทางให้ชัด ทั้งเป้าหมาย โอกาส ข้อจำกัด และสิ่งที่องค์กรควรเลือกทำหรือไม่ทำ</li>
<li><strong>Organization Transformation</strong> ปรับโครงสร้าง ทักษะคน วัฒนธรรม และระบบการทำงานให้สอดรับกับกลยุทธ์ที่เลือก</li>
<li><strong>Strategy Execution</strong> เมื่อโครงสร้างและระบบพร้อม การขับเคลื่อน ลงมือทำจริงให้เกิดผลจริง ย่อมง่ายขึ้น</li>
<li><strong>Stakeholder Engagement</strong> สร้างความร่วมมือกับทุกฝ่าย ทั้งพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า และนักลงทุน เพื่อให้การเติบโตเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน</li>
<li><strong>Strategy Governance</strong> กำกับและติดตามทิศทางกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรยังเดินหน้าสู่เป้าหมายระยะยาว</li>
</ol>
<p>ประเด็นที่น่าสนใจอีกเรื่องคือบทบาทของ AI ต่อการบริหารกลยุทธ์ ดร.ธนัย มองว่าทุกวันนี้ AI อาจช่วยได้มากในแง่การวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการตัดสินใจ แต่การกำหนดกลยุทธ์ยังต้องอาศัยวิจารณญาณของมนุษย์อยู่ดี เพราะการมองภาพอนาคต การสร้างแรงบันดาลใจให้คนในองค์กร และการรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและคาดเดาไม่ได้ ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้นำต้องรับผิดชอบโดยตรง จะให้เทคโนโลยีมาตัดสินชะตาองค์กรย่อมเป็นไปได้ยาก</p>
<p>รากฐานทั้งหมดนี้ถูกอธิบายผ่านโครงสร้างแบบพีระมิด โดยมี <strong>Purpose</strong> เป็นฐาน ซึ่งเป็นการตอบว่าธุรกิจนี้มีอยู่เพื่ออะไร เหนือขึ้นมาคือ <strong>Core Values</strong> ค่านิยมร่วมของคนในองค์กร ถัดมาคือ <strong>Goals</strong> เป้าหมายที่ต้องการไปให้ถึง และยอดสูงสุดคือ <strong>Vision</strong> ภาพอนาคตที่องค์กรกำลังมุ่งหน้าไป เมื่อฐานรากแข็งแกร่ง กลยุทธ์ก็จะเดินหน้าได้อย่างมีทิศทาง</p>
<p>หากทำได้ตามแผน จะเพิ่มโอกาสที่องค์กรจะสร้างผลลัพธ์เหนือกว่ามาตรฐานอย่างแท้จริงได้แน่นอน</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47977" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 181" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-33-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/100-outperforming-enterprises-award-day-learning-conference-260304/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FUTUREADY 2026: FUTUREADY Dinner Thought</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/futuready-2026-futuready-dinner-thought-260303/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/futuready-2026-futuready-dinner-thought-260303/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Mar 2026 11:31:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[FUTUREDAY 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49051</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยนขั้ว BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) จึงร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังพันธมิตรจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ จัดงาน FUTUREADY 2026 พร้อมเวทีสำคัญ FUTUREADY Dinner Thought เพื่อเปิดพื้นที่สนทนาระดับผู้นำว่าด้วยอนาคตเศรษฐกิจไทยในบริบทโลกยุคใหม่ ความไม่แน่นอนกลายเป็นโครงสร้างถาวรของระบบเศรษฐกิจโลกไปแล้ว ทั้งแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เวทีดังกล่าวจึงรวบรวมผู้นำภาคธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ มาร่วมวิเคราะห์ทิศทางการเคลื่อนย้ายทุน ห่วงโซ่อุปทานใหม่ และบทบาทของประเทศไทยในระเบียบเศรษฐกิจโลกแบบหลายขั้ว (Multipolar World) หาก HR คนไหนพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว ดังนี้ &#8220;โต 4 มิติ&#8221; ยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้ว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 2.4% สะท้อนให้เห็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ยังแก้ไม่ได้ โดยประเทศจำเป็นต้องยกระดับศักยภาพการเติบโตจาก 3% ขึ้นสู่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49058" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought.webp" alt="FUTUREADY 2026 FUTUREADY Dinner Thought" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FUTUREADY 2026: FUTUREADY Dinner Thought 329" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยนขั้ว <a href="https://www.brandiandcompanies.com/" target="_blank" rel="noopener">BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST)</a> จึงร่วมกับ<a href="https://www.thaibev.com/home" target="_blank" rel="noopener">บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)</a> ผนึกกำลังพันธมิตรจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ จัดงาน FUTUREADY 2026 พร้อมเวทีสำคัญ FUTUREADY Dinner Thought เพื่อเปิดพื้นที่สนทนาระดับผู้นำว่าด้วยอนาคตเศรษฐกิจไทยในบริบทโลกยุคใหม่</p>
<p>ความไม่แน่นอนกลายเป็นโครงสร้างถาวรของระบบเศรษฐกิจโลกไปแล้ว ทั้งแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เวทีดังกล่าวจึงรวบรวมผู้นำภาคธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ มาร่วมวิเคราะห์ทิศทางการเคลื่อนย้ายทุน ห่วงโซ่อุปทานใหม่ และบทบาทของประเทศไทยในระเบียบเศรษฐกิจโลกแบบหลายขั้ว (Multipolar World)</p>
<p>หาก HR คนไหนพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้แล้ว ดังนี้</p>

<h2>&#8220;โต 4 มิติ&#8221; ยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49057" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-4.webp" alt="FUTUREADY 2026 FUTUREADY Dinner Thought" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FUTUREADY 2026: FUTUREADY Dinner Thought 330" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้ว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 2.4% สะท้อนให้เห็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ยังแก้ไม่ได้ โดยประเทศจำเป็นต้องยกระดับศักยภาพการเติบโตจาก 3% ขึ้นสู่ 4% อย่างยั่งยืน ต้องสร้างบนฐานผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขันที่แท้จริง ไม่ใช่อาศัยแรงกระตุ้นระยะสั้นที่เปราะบางต่อแรงกระแทกจากภายนอก</p>
<p>สำหรับการเติบโตนั้น ควรต้องเติบโตทั้ง 4 มิติ ซึ่งประกอบด้วย</p>
<ol>
<li>การเติบโตระยะยาวบนฐานผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน</li>
<li>การเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ครอบคลุมเสถียรภาพภายในประเทศ ระบบธนาคาร ฐานะต่างประเทศ และวินัยการคลัง</li>
<li>การเติบโตอย่างทั่วถึงที่เสริมความแข็งแรงของ SMEs และฐานรากทางเศรษฐกิจ</li>
<li>การเติบโตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมรับมือความเสี่ยงจากภัยพิบัติและแรงกดดันด้านภูมิอากาศ</li>
</ol>
<p>ทั้งนี้ หัวใจของการขับเคลื่อนคือการผสาน Profit, People และ Planet เข้ากับกลไกภาครัฐ ควบคู่กับการยกระดับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership) เพื่อระดมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ภายใต้ข้อจำกัดด้านการคลังของประเทศ</p>
<h2>เศรษฐกิจโลกโค้งงอแต่ไม่หัก กับโอกาสของไทย</h2>
<p>แม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการการค้าจะเพิ่มขึ้น แต่น่าสังเกตว่า เศรษฐกิจโลกกลับปรับตัวได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ ทั้งจากความสามารถของภาคธุรกิจในการเตรียมรับแรงกระแทกล่วงหน้า การเร่งลงทุนใน AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพ และการไหลเวียนของทุนที่ยังมีพลวัต<br />
ผู้เชี่ยวชาญบนเวทีต่างเห็นตรงกันว่า ความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีนยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดของศตวรรษที่ 21 ขณะที่ประเทศต่าง ๆ เร่งปรับยุทธศาสตร์เพื่อลดความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p>สำหรับไทย โอกาสในช่วงที่เศรษฐกิจโลกโค้งงอแต่ไม่หัก อยู่ที่การยกระดับคุณภาพของความเปิดกว้าง ผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ ระบบกฎระเบียบที่ชัดเจน และความสามารถในการดึงดูดการลงทุนและงานคุณภาพสูงในช่วงการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจโลก</p>
<h2>Energy Trilemma: สมดุลที่ต้องบริหารอย่างมียุทธศาสตร์</h2>
<p>อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างจริงจังคือ Energy Trilemma หรือโจทย์สมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ความสามารถในการจ่าย และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด</p>
<p>ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ที่หยิบยกขึ้นมาครอบคลุมตั้งแต่การกระจายแหล่งพลังงาน การพัฒนาเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน การลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่ ไปจนถึงการใช้ดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน โดยมีข้อสรุปที่ตรงไปตรงมาว่า พลังงานที่มีต้นทุนต่ำที่สุด คือพลังงานที่ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<h2>จากเวทีสนทนา FUTUREADY 2026: FUTUREADY Dinner Thought สู่ทิศทางเชิงยุทธศาสตร์</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49055" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-2.webp" alt="FUTUREADY 2026 FUTUREADY Dinner Thought" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FUTUREADY 2026: FUTUREADY Dinner Thought 331" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>สรุปแล้ว เวที FUTUREADY Dinner Thought ฉายภาพรวมให้เห็นว่า โลกกำลังเผชิญแรงกดดันซ้อนทับจากภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำ และความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งล้วนเป็นตัวกำหนดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ประเทศไทยจึงต้องขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่สร้างสมดุลระหว่างเสถียรภาพ ความสามารถในการแข่งขัน และความยั่งยืน พร้อมระดมความร่วมมือข้ามภาคส่วนอย่างจริงจัง</p>
<h2>เปิดตัวหนังสือ Sustainomy นิยามใหม่แห่งการเติบโตทางเศรษฐกิจ</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49056" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-1.webp" alt="FUTUREADY 2026 FUTUREADY Dinner Thought" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FUTUREADY 2026: FUTUREADY Dinner Thought 332" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/FUTUREADY-2026-FUTUREADY-Dinner-Thought-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ภายในงาน FUTUREADY 2026 นอกจากจะมีการเสวนาเนื้อหาน่าสนใจแล้ว คุณอาร์ม–ปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BRANDi และผู้ก่อตั้ง BiOST ยังเปิดตัวหนังสือ &#8220;Sustainomy&#8221; ด้วย</p>
<p>หนังสือเล่มนี้จะนำเสนอแนวทางการเติบโตทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่ก้าวข้ามกรอบกำไรระยะสั้น (Profit) และดึงมิติ People และ Planet เข้ามาผสานกับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ ท่ามกลางบริบทที่โลกกำลังเผชิญ<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-polycrisis-231124/">ภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต (Polycrisis)</a> จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และความเปราะบางด้านสิ่งแวดล้อมที่มากระทบพร้อมกัน</p>
<p>สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการจำหน่ายหนังสือ Sustainomy สามารถติดต่อเพิ่มเติมผ่าน HREX ในเวลาต่อไป</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38146 size-full" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากเวิร์กชอป AI for HR โดย Thailand Coaching Institute 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/futuready-2026-futuready-dinner-thought-260303/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar &#124; Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-thailand-talent-2026-workventure-260227/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-thailand-talent-2026-workventure-260227/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Feb 2026 11:35:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<category><![CDATA[WorkVenture]]></category>
		<category><![CDATA[SuperTrends]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49004</guid>

					<description><![CDATA[ท่ามกลางการแข่งขันแย่งชิงคนเก่งที่เข้มข้นขึ้นทุกวัน องค์กรจำนวนมากต่างแข่งกันสร้างแบรนด์นายจ้างให้โดนใจคนทำงาน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า Gen Z กำลังก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของตลาดแรงงานปี 2026 และสิ่งที่พวกเขาต้องการคือองค์กรที่เข้าใจ และให้ความสำคัญกับพวกเขาจริง ๆ ใน HREX Webinar แรกของปี 2026 ครั้งนี้ HREX และคุณ จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ Chief Employer Branding Officer ของ WorkVenture จะพาไปเปิด Insight เกี่ยวกับการสร้างแบรนด์นายจ้างแบบบริษัท Top50 Companies in Thailand 2026™ โดยต่อยอดเนื้อหาจาก Keynote บนเวทีประกาศรางวัล WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026 มาขยายความให้ลึกและชัดยิ่งขึ้น แล้วนำไปใช้ได้จริง หาก HR ท่านใดพลาดการเข้าร่วมเวิร์กชอปนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่สำคัญมาให้แล้ว ดังนี้ ทำไม Employer [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49010" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-12.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 346" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-12.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-12-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ท่ามกลางการแข่งขันแย่งชิงคนเก่งที่เข้มข้นขึ้นทุกวัน องค์กรจำนวนมากต่างแข่งกันสร้างแบรนด์นายจ้างให้โดนใจคนทำงาน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า Gen Z กำลังก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของตลาดแรงงานปี 2026 และสิ่งที่พวกเขาต้องการคือองค์กรที่เข้าใจ และให้ความสำคัญกับพวกเขาจริง ๆ</p>
<p>ใน HREX Webinar แรกของปี 2026 ครั้งนี้ HREX และคุณ <strong>จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ Chief Employer Branding Officer ของ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/63">WorkVenture</a></strong> จะพาไปเปิด Insight เกี่ยวกับการสร้างแบรนด์นายจ้างแบบบริษัท Top50 Companies in Thailand 2026™ โดยต่อยอดเนื้อหาจาก Keynote บน<a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/workventure-top-50-companies-in-thailand-2026-260109/">เวทีประกาศรางวัล WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026</a> มาขยายความให้ลึกและชัดยิ่งขึ้น แล้วนำไปใช้ได้จริง</p>
<p>หาก HR ท่านใดพลาดการเข้าร่วมเวิร์กชอปนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่สำคัญมาให้แล้ว ดังนี้</p>

<h2>ทำไม Employer Branding ถึงสำคัญกว่าที่เคย</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49021" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="340" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 347" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy.webp 1114w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-1024x580.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-768x435.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การแข่งขันแย่งชิงคนเก่งทุกวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทไทยด้วยกัน แต่แข่งขันกันเป็นระดับโลก เอาแค่ในระดับภูมิภาค ก็มีประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนามต่างจับตามองตลาดแรงงานไทย และพร้อมดึงคนเก่งออกไปทำงานกับพวกเขาอยู่</p>
<p>แล้วปัจจัยใดที่จะทำให้คนทำงานตัดสินใจ คำตอบก็คือ การสร้าง Employer Branding ให้ดีนั่นเอง โดยคุณจีรวัฒน์ ชี้ว่าหัวใจของ Employer Branding ออกมาได้เป็น 2 หลักการคือ <strong>ทำบ้านให้น่าอยู่</strong> และ<strong>ทำให้โลกรู้</strong></p>
<p>กล่าวคือ ภาพลักษณ์ที่ดีและยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ องค์กรต้องดูแลคนให้ดีจริง ทั้งมอบสวัสดิการที่ดี สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี และมอบโอกาสในการเติบโต แล้วสื่อสารสิ่งเหล่านั้นออกมาให้โลกรับรู้</p>
<p><em>“หลายองค์กรพยายามทำหลักการแรกกันอยู่แล้ว แต่สิ่งที่มักจะพลาดกันคือทำแล้ว แต่ไม่ประกาศให้คนภายนอกได้รู้ ซึ่งทำให้องค์กรพลาดโอกาสพบกับคนที่ใช่เสียเอง นอกจากนั้นคนทำงานก็พลาดโอกาสได้เจอองค์กรที่ตอบโจทย์ชีวิตของพวกเขาด้วย ดังนั้นอย่าลืมสื่อสารสิ่งดี ๆ ออกไปอย่างโปร่งใสและต่อเนื่องด้วย”</em></p>
<h2>เมื่อเกมการแข่งขันคนเก่ง เตรียมขยับจากแย่ง Gen Z สู่ Gen Alpha</h2>
<p>WorkVenture ติดตามทำรีเสิร์ช Thailand Talent มาต่อเนื่องหลายปี พบว่าแต่ละ Generation มีประชากรเฉลี่ยราว 15 ล้านคน ปัจจุบัน Gen Z เข้าสู่ตลาดแรงงานแล้วประมาณ 10 ล้านคน และในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีเพิ่มอีกหลายล้านคน</p>
<p>นั่นหมายความว่า ขณะนี้เรากำลังอยู่ในช่วงท้ายของ Gen Z ในการเข้าสู่ตลาดแรงงานแล้ว</p>
<p>การได้ Gen Z ที่เก่งและใช่มาร่วมงานจึงสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจระยะยาว เพราะคนกลุ่มนี้จะเติบโตสู่ตำแหน่ง Mid-Level Management ในช่วงที่มีกำลังซื้อสูง และมีบทบาทสำคัญในการออกแบบสินค้าและบริการสำหรับคนรุ่นเดียวกัน แต่ Gen Z กลุ่มสุดท้ายก็เตรียมเข้าตลาดแรงงานด้วยความคาดหวังที่มากกว่าแค่การอยู่ในองค์กรที่สวัสดิการดีหรืองานมั่นคง นั่นทำให้องค์กรยิ่งต้องปรับกลยุทธ์อย่างเร่งด่วน เพื่อให้รองรับความต้องการของคนรุ่นใหม่ตัวจี๊ดได้</p>
<p>อีกสิ่งที่จะต้องเจอแน่ ๆ ก็คือปัญหา Generation Gap ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ ครั้งหนึ่ง Gen Y เองเคยเผชิญแรงเสียดทานกับรุ่นพี่มาก่อน ซึ่งอีกไม่นาน Gen Z ก็จะตกอยู่ในสถานะเดียวกัน คือเติบโตเป็นผู้นำคน มีการงานและฐานะมั่นคง แล้วต้องหันมารับมือกับแรงงานรุ่นถัดไปอย่าง Gen Alpha แทน</p>
<p>คุณวีรวัฒน์ วิเคราะห์ว่า วงจร Generation นี้จะสิ้นสุดรอบ Gen Z ราวปี 2030 หมายความว่า <strong>ถ้าองค์กรยังโฟกัสเฉพาะการรับมือกับ Gen Z โดยไม่เริ่มวางแผนสำหรับ Gen Alpha ตั้งแต่วันนี้ ก็อาจเสียจังหวะในการดึงดูด Talent รุ่นถัดไป</strong></p>
<p><em>“การสร้างแบรนด์นายจ้างไม่ใช่แคมเปญระยะสั้น กว่าภาพลักษณ์องค์กรจะฝังอยู่ในใจคนรุ่นใหม่จนอยากทำงานด้วย ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ ใครวางแผนเรื่องคนก่อน ย่อมได้เปรียบก่อน”</em> คุณจีรวัฒน์ย้ำ</p>
<h2>Understanding Talents: เมื่อเงินไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49009" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-11.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="337" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 348" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-11.webp 1266w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-11-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-11-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-11-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ผู้เชี่ยวชาญจาก WorkVenture ตั้งคำถามชวนคิดว่า “เราทุกคนเคยสงสัยไหม ว่าเรามารวมตัวในองค์กรเดียวกัน แล้วทำงานร่วมกันไปทำไม ?”</p>
<p><a href="https://hbr.org/2025/01/are-you-checked-out-at-work" target="_blank" rel="noopener">Harvard Business Review เคยหยิบยกปัญหาหมดไฟและ Disengagement ขึ้นมาพูดถึง</a> พร้อมชี้ว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากงานหนักหรือเงินเดือนต่ำเสมอไป หลายองค์กรมีสวัสดิการดี มี Work-life Balance ที่เหมาะสม</p>
<p>แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือการเชื่อมโยง Purpose หรือวัตถุประสงค์ขององค์กร ให้เข้ากับชีวิตจริงของพนักงานด้วย พอพวกเขาทำงานแบบไม่มี Purpose ที่เชื่อมโยงกัน คนทำงานจำนวนมากจึงรู้สึกเฉยชา แค่มาทำหน้าที่ไปวัน ๆ ไม่เห็นและไม่ตระหนักว่างานของเรากำลังสร้างคุณค่าให้ใคร หรือให้อะไรต่อสังคมโลกบ้าง</p>
<p>และผลสำรวจที่ WorkVenture พบเจอก็สะท้อนออกมาตรงกันว่า <strong>มีพนักงานไม่ถึง 1 ใน 3 ที่มองเห็นคุณค่าของงานที่ทำ และไม่ถึงครึ่งที่รู้สึกสนุกกับการทำงาน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49011" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-10.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="339" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 349" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-10.webp 1267w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-10-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-10-1024x578.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-10-768x433.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><em>“Purpose ไม่ควรเป็นเพียงถ้อยคำสวยหรู แปะอยู่บนฝาผนัง หรืออยู่แค่บนสไลด์ Presentation Purpose ที่แท้จริงต้องช่วยให้พนักงานสัมผัสได้จริง แล้วส่งมอบคุณค่าดี ๆ ไปถึงลูกค้าได้จริง หากพูดไว้สวยงามแต่ปฏิบัติไม่ได้ จะยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นมากกว่าการไม่มี Purpose เสียอีก”</em></p>
<p><em>“ผู้นำจึงมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารเรื่องนี้ ไม่ว่าจะในเวที Town Hall หรือเวทีไหนก็ตาม เวลาสื่อสารเรื่องกลยุทธ์ ต้องสะท้อนให้เห็นเสมอว่าองค์กรกำลังสร้างผลกระทบอะไร และการทำงานร่วมกันของแต่ละคนสร้างความหมายต่อสังคมอย่างไร”</em> ผู้เชี่ยวชาญจาก WorkVenture อธิบาย</p>
<p>ทั้งนี้ WorkVenture ยังพบอีกว่า ปี 2026 ถือเป็นครั้งแรกที่เงินเดือนและสวัสดิการไม่ติด Top 3 ปัจจัยในการเลือกงาน จริงอยู่ว่าเงินสำคัญแน่นอน แต่คนทำงานที่เก่ง ๆ ย่อมคาดหวังว่าต้องได้รับผลตอบแทนดี ๆ เป็นตัวเงินกันอยู่แล้ว สิ่งที่คนเก่งจะถามตัวเองมากกว่าก็คือ <em>&#8220;ฉันกำลังเอาพลังชีวิตและเวลาของตัวเองไปแลกกับอะไร ?&#8221;</em> หากค้นหาเท่าไรก็ไม่พบคำตอบ คนเก่งก็พร้อมหันไปหาองค์กรอื่นที่เล่าเรื่องได้ชัดกว่า</p>
<h2>WorkVenture 2026 Survey Data</h2>
<p>คุณจีรวัฒน์ยังเปิดเผยผลสำรวจเชิงลึก ที่ WorkVenture ค้นพบในปี 2026 ซึ่งน่าสนใจว่าปัจจัยในการเลือกงานและอยู่ต่อของคนทำงานกำลังเปลี่ยนไปมากจริง ๆ โดยแยกเป็นประเด็นดังต่อไปนี้</p>
<h3>Top Reasons to Join</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49012" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-9.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="340" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 350" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-9.webp 1260w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-9-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-9-1024x580.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-9-768x435.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เงินและสวัสดิการอาจสำคัญ แต่อย่างที่คุณจีรวัฒน์กล่าวไว้ว่า เหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจเข้าทำงานนั้นมีปัจจัยสำคัญกว่าเรื่องเงินหลายประการ</p>
<ol>
<li><strong>Company Culture &amp; Communication</strong> — สิ่งแรกที่ผู้สมัครอยากรู้ก่อนตัดสินใจเข้าทำงานคือบรรยากาศภายในองค์กรเป็นอย่างไร การสื่อสารโปร่งใสไหม พูดกันตรง ๆ ได้หรือเปล่า</li>
<li><strong>Management Quality</strong> — หัวหน้าสื่อสารดีไหม ดูแลทีมเป็นอย่างไร เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้ลาออกจากองค์กร แต่ลาออกจากหัวหน้า</li>
<li><strong>Teamwork &amp; Collaboration</strong> — ทีมที่จะร่วมงานด้วยทำงานกันได้จริงไหม หรือต่างคนต่างทำ</li>
<li><strong>Work-Life Balance</strong> — ชีวิตหลังเลิกงานยังเป็นของตัวเองได้ไหม หรือต้องพร้อม On-call ตลอดเวลา</li>
<li><strong>Respect &amp; Empathy</strong> — เคารพ และเห็นอกเห็นใจกันไหม องค์กรมองพนักงานเป็นมนุษย์ หรือมองเป็นแค่ทรัพยากร</li>
</ol>
<h3>Top Reasons to Grow</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49014" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-7.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="336" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 351" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-7.webp 1269w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-7-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-7-1024x574.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-7-768x430.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เหตุผลที่ทำให้อยากเติบโตและอยู่ต่อ มีหลายข้อที่สอดคล้องกับ Reasons to Join แต่ก็น่าสนใจว่า เหตุผลที่เคยสำคัญตอนจะเข้าร่วมองค์กร อาจไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้อยากอยู่ต่อเสมอไป</p>
<ol>
<li><strong>Teamwork &amp; Collaboration</strong> — เมื่อทำงานจริง สิ่งที่ทำให้อยากตื่นมาทำงานทุกวันมักไม่ใช่เงินเดือน แต่คือคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ</li>
<li><strong>Office &amp; Workplace</strong> — สภาพแวดล้อมการทำงานส่งผลต่อความรู้สึกและประสิทธิภาพโดยตรง พื้นที่ทำงานที่ดีสะท้อนว่าองค์กรให้คุณค่ากับคนทำงานแค่ไหน</li>
<li><strong>Company Culture / Community</strong> — วัฒนธรรมองค์กรที่ดีไม่ใช่สิ่งที่เขียนไว้บนผนัง แต่คือสิ่งที่รู้สึกได้จากพฤติกรรมของคนในองค์กรทุกวัน</li>
<li><strong>Work-Life Balance</strong> — ยังคงสำคัญต่อเนื่อง เพราะคนที่หมดแรงย่อมไม่มีแรงเติบโต</li>
<li><strong>Respect &amp; Empathy</strong> — หลายคนอาจไม่ได้คาดหวังตั้งแต่แรก แต่เมื่อทำงานไประยะหนึ่ง การได้รับความเคารพ เห็นอกเห็นใจ รวมไปถึง</li>
<li><strong>Trust &amp; Self-Regulation</strong> หรือความไว้วางใจและอิสระในการทำงานกลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาอยากอยู่กับองค์กรต่อไปนาน ๆ</li>
</ol>
<h3>Top Reasons to Recommend</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49015" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-6.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="336" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 352" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-6.webp 1270w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-6-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-6-1024x574.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-6-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เหตุผลที่ทำให้พนักงานอยากบอกต่อความดีงามขององค์กรให้คนอื่นรู้ มี 3 ข้อที่โดดเด่นกว่าเหตุผลข้ออื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<ol>
<li><strong>Teamwork &amp; Collaboration</strong> — คนที่มีทีมดีมักอยากชวนคนที่รู้จักมาร่วมทีมด้วย เพราะรู้ว่าที่นี่มีสิ่งที่หายากจริง ๆ</li>
<li><strong>Management &amp; Organization</strong> — องค์กรที่มีระบบและผู้บริหารที่ดีทำให้พนักงานรู้สึกภูมิใจที่จะบอกว่าทำงานที่นี่</li>
<li><strong>Company Culture / Community</strong> — วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรงคือสิ่งที่พนักงานรู้สึกว่าอยากแชร์ให้คนอื่นได้รับรู้ ไม่ใช่เพราะถูกบังคับ แต่เพราะรู้สึกดีจริง ๆ</li>
</ol>
<h2>สรุป 3 SuperTrends ที่ HR ต้องรู้</h2>
<h3>SuperTrend #1: CEO = CEBO</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49016" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-5.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="336" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 353" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-5.webp 1270w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-5-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-5-1024x574.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-5-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หนึ่งใน SuperTrends สำคัญจาก WorkVenture คือ CEO ต้องทำหน้าที่เป็น Chief Employer Branding Officer อย่างเต็มตัวแล้ว<br />
การสร้างแบรนด์นายจ้างไม่ใช่งานของ HR ฝ่ายเดียว แต่ต้องเริ่มจากนายจ้างตัวจริง หรือผู้นำองค์กรสูงสุด</p>
<p>เพราะ<strong>ผู้นำองค์กรคือผู้กำหนดภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรในสายตาคนทำงาน และไม่มีใครสื่อสารแบรนด์นายจ้างได้ทรงพลังกว่าผู้นำตัวจริงอีกแล้ว</strong> หาก CEO มีตัวตนจริง มีสไตล์การทำงานชัดเจน แล้วทุกคนทั้งในและนอกองค์กรเห็นชัด ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจสมัครงานของ Talent ทุก Generation</p>
<p>ลองพิจารณาง่าย ๆ หาก Talent มีหลายองค์กรเสนอเงินเดือนกับสวัสดิการใกล้เคียงกัน แต่องค์กรหนึ่ง ไม่รู้เลยว่าต้องไปทำงานกับใคร ข้างในมีวัฒนธรรมองค์กรอย่างไร แต่อีกองค์กรมีข้อมูลเกี่ยวกับ CEo เห็นชัด โปร่งใส ไปออกเวทีสัมมนา หรือออกรายการสัมภาษณ์เรื่องแนวคิดการทำงานบ่อย องค์กรนี้ย่อมมีแต้มต่อสูงกว่าองค์กรที่ผู้นำเงียบสงบ และไม่เคยปรากฏตัวผ่านช่องทางไหนเลย</p>
<h3>SuperTrend #2: KOE – Key Opinion Employee</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49017" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-4.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 354" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-4.webp 1264w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-4-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-4-1024x577.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-4-768x433.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ถ้า SuperTrend แรกพูดถึงบทบาทของ CEO ต่อมาก็คือพลังของ KOE หรือ Key Opinion Employee เมื่อพนักงานนี่แหละ คือผู้ทำหน้าที่ Influencer ได้ดีที่สุด จากการเล่าเรื่ององค์กรจากมุมของคนทำงานจริง</p>
<p><strong>เสียงของพนักงานในหลาย ๆ ครั้งถือว่ามีน้ำหนักมากกว่าเสียงของ CEO หรือคอนเทนต์การตลาดที่องค์กรผลิตขึ้น เพราะ Talent เชื่อคำบอกเล่าจากเพื่อนร่วมอาชีพมากกว่า</strong> พนักงานเล่าประสบการณ์ทำงานผ่านช่องทางของตัวเอง จึงมีพลังในการดึงดูดและสร้างการบอกต่ออย่างมหาศาล</p>
<p>ทั้งนี้ การเล่าเรื่องไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ บางครั้งแค่ทำคอนเทนต์เรียบง่าย ว่าวันนี้ใครเอาอะไรมาทำงาน กินอะไรตอนพักเที่ยง บรรยากาศทีมเป็นอย่างไร ก็สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรได้ชัดแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49018" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-3.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="334" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 355" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-3.webp 1269w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-3-300x167.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-3-1024x570.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-3-768x427.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ข้อมูลจาก WorkVenture ยังสอดคล้องกับเทรนด์ดังกล่าว เมื่อ<strong>องค์กรที่ติด Top 50 Companies in Thailand 2026™ พนักงานจะอยากจะขายองค์กร อวยองค์กร อวดองค์กรตัวเองให้คนอื่นมาร่วมงานด้วย มากกว่าองค์กรที่ไม่ติดอันดับ 1.8 เท่า เพราะองค์กรเหล่านี้มีของดีที่น่าแชร์ น่าขิงด้วยจริง ๆ ตั้งแต่แรก</strong></p>
<p>ถ้าองค์กรมีของดีจริง มีวัฒนธรรมที่น่าอยู่ และเปิดพื้นที่ให้พนักงานเล่าเรื่องด้วยตัวเอง Employer Branding จะยิ่งกลายเป็นพลังที่ขับเคลื่อนจากภายในได้อย่างยั่งยืน</p>
<h3>SuperTrend #3: Generative Employer Branding</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49019" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-2.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="340" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 356" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-2.webp 1264w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-2-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-2-1024x581.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-2-768x436.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อก่อน เวลาเราจะหางาน วิธีการที่มักทำคือเสิร์ชผ่าน Google หรือเข้าเว็บไซต์องค์กรโดยตรง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปของวันนี้ก็คือ Talent จำนวนมากใช้วิธีถาม Generative AI ว่าองค์กรนั้น องค์กรนี้น่าทำงานด้วยหรือไม่ บางครั้งยังให้มันช่วยตัดสินใจให้เลยว่า เลือกบริษัทที่ดีที่สุดจาก 2 แห่งนี้ให้หน่อย</p>
<p>Gen AI ทำงานจากข้อมูลที่มีอยู่บนอินเทอร์เน็ต หากมันค้นหาแล้วไม่พบข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับองค์กรนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมองค์กร สวัสดิการ หรือประสบการณ์พนักงาน AI จะไม่สามารถสรุปข้อดีขององค์กรไปแนะนำได้</p>
<p>บางครั้งแม้บริษัทอาจจะมีเว็บไซต์ มี LinkedIn หรือ Facebook ที่เผยแพร่ข้อมูลของตัวเองอยู่แล้ว แต่ถ้าคอนเทนต์ไม่เป็นระบบ ไม่ชัดเจน หรือไม่เอื้อต่อการประมวลผล ก็แทบไม่มีผลต่อการแนะนำของ AI เลย</p>
<p>ตรงกันข้าม <strong>องค์กรที่จัดระเบียบข้อมูลดี สื่อสารเป็นข้อ ๆ ตรงประเด็นจะได้เปรียบมาก เพราะ AI ชอบเนื้อหาที่ตอบคำถามชัดเจน อ่านง่าย และมีโครงสร้าง</strong></p>
<p>นอกจากนี้ รีวิวองค์กรจากเสียงจากพนักงานตัวจริงในข้อก่อนหน้า ก็มีน้ำหนักสูงในสายตา AI เพราะเป็นข้อมูลจากต้นทางที่สะท้อนความเป็นจริง ถ้าองค์กรเปิดพื้นที่ให้พนักงานเล่าเรื่อง และมีข้อมูลเชิงบวกที่ตรวจสอบได้ AI ก็มีแนวโน้มดึงข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ในการแนะนำมากขึ้น</p>
<p>ดังนั้น <strong>องค์กรที่กำลังสร้างแบรนด์นายจ้างที่ดี อย่าลืมทำ Generative Employer Branding ด้วย องค์กรที่เข้าใจ AI จะป้อนข้อมูลเพื่อให้ AI เข้าใจองค์กร และสามารถแนะนำองค์กรได้อย่างถูกต้องตามมา</strong></p>
<h2>บทสรุป HREX Webinar | Thailand Talent 2026</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49020" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-1.webp" alt="HREX Webinar Thailand Talent 2026 From SuperTrends to Strategy" width="600" height="341" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 357" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-1.webp 1270w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-1-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-1-1024x581.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/HREX-Webinar-Thailand-Talent-2026-From-SuperTrends-to-Strategy-1-768x436.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การทำ Employer Branding ยุคใหม่ คือการสร้างแบรนด์นายจ้างอย่างมีข้อมูล มีทิศทาง และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง องค์กรที่น่าร่วมงานด้วยคือองค์กรที่เล่าเรื่องได้ชัดเจนที่สุด และสอดคล้องกันทุกมิติ ตั้งแต่เสียงของ CEO เสียงของพนักงาน ไปจนถึงข้อมูลในโลกออนไลน์ที่ AI หยิบไปประมวลผล</p>
<p>องค์กรที่เข้าใจตัวเอง เข้าใจคนทำงาน และตัดสินใจบนฐานข้อมูลจริง เท่านั้นที่จะได้ทั้งใจและได้ทั้งคนไปพร้อมกัน<br />
สุดท้าย ก่อนสร้างองค์กรให้น่าร่วมงานด้วย ทุกองค์กรอย่าลืมกลับไปถามตัวเองด้วยว่า วันนี้เรารู้จริงไหมว่าอะไรทำให้คนของเราอยากอยู่ต่อ เรามีข้อมูลมากพอที่จะวางแผนได้อย่างแม่นยำ หรือยังตัดสินใจด้วยความรู้สึก ?</p>
<p>เพราะในวันที่คนเก่งมีทางเลือกมากขึ้นทุกปี องค์กรที่ไม่รู้จักตัวเอง ก็ยากจะทำให้คนอื่นอยากรู้จักและร่วมงานด้วย</p>
<p>สุดท้าย หากองค์กรใดต้องการที่ปรึกษาและผู้ให้บริการสร้าง Employer Branding ที่จะทำให้องค์กรของคุณโดนเด่น และเป็นที่จดจำยิ่งขึ้น <a href="https://expth.hrnote.asia/products/63?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">ติดต่อขอใช้บริการ WorkVenture ผ่าน HREX ได้เลยทางลิงก์นี้</a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/63?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47846" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1.webp" alt="HREX HR Products and Services - Workventure" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Thailand Talent 2026: From SuperTrends to Strategy 358" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-thailand-talent-2026-workventure-260227/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน NEXT MOVE Careers 2026: วางกลยุทธ์และทักษะอย่างไรให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/next-move-careers-2026-260226/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/next-move-careers-2026-260226/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 08:41:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[CareerVisa]]></category>
		<category><![CDATA[NEXT MOVE Careers 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48973</guid>

					<description><![CDATA[เพราะการยกระดับองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน คือโจทย์ที่สำคัญของ HR และ People Team ในยุคที่ตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว CareerVisa Thailand จึงจัดงาน NEXT MOVE Careers 2026 : Career Trends Shaping the Future of Work เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่ออัปเดตเทรนด์และแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาคนกับองค์กรชั้นนำของประเทศ โดยมีสาระสำคัญที่ HR ควรรู้ดังนี้ เจาะ Career Trends 2026 แม้เพิ่งเข้าสู่ปี 2026 ได้ไม่นาน แต่การใช้ AI ทำงานกลายเป็นประเด็นหลักขององค์กรทั่วโลก เพราะแม้ Generative AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็ว แต่ยังมีข้อจำกัดด้านความแม่นยำ ทำให้มนุษย์ยังคงมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบ วิเคราะห์ และตัดสินใจ ดังนั้น AI จึงยังไม่ใช่เครื่องมือที่ทดแทนคน แต่เป็นเครื่องมือที่ต้องทำงานร่วมกับทักษะการคิดของมนุษย์ จากบริบทดังกล่าว คุณ ธีรยา ธีรนาคนาท [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48991" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026.webp" alt="CareerVisa NEXT MOVE Careers 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน NEXT MOVE Careers 2026: วางกลยุทธ์และทักษะอย่างไรให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน 363" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เพราะการยกระดับองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน คือโจทย์ที่สำคัญของ HR และ People Team ในยุคที่ตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>
<p><strong>CareerVisa Thailand</strong> จึงจัดงาน <strong>NEXT MOVE Careers 2026 : Career Trends Shaping the Future of Work</strong> เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่ออัปเดตเทรนด์และแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาคนกับองค์กรชั้นนำของประเทศ โดยมีสาระสำคัญที่ HR ควรรู้ดังนี้</p>

<h2>เจาะ Career Trends 2026</h2>
<p>แม้เพิ่งเข้าสู่ปี 2026 ได้ไม่นาน แต่การใช้ AI ทำงานกลายเป็นประเด็นหลักขององค์กรทั่วโลก เพราะแม้ Generative AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็ว แต่ยังมีข้อจำกัดด้านความแม่นยำ ทำให้มนุษย์ยังคงมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบ วิเคราะห์ และตัดสินใจ ดังนั้น AI จึงยังไม่ใช่เครื่องมือที่ทดแทนคน แต่เป็นเครื่องมือที่ต้องทำงานร่วมกับทักษะการคิดของมนุษย์</p>
<p>จากบริบทดังกล่าว คุณ <strong>ธีรยา ธีรนาคนาท Co-founder &amp; CEO CareerVisa Digital</strong> ได้เปิดเผยรายงาน Future Skills 2026 ซึ่งเก็บข้อมูลจาก 50 องค์กร พบว่าการ Up-skill และ Re-skill ให้เกิดผลลัพธ์จริง จำเป็นต้องพัฒนา Critical Thinking เป็นแกนหลัก ควบคู่กับ 5 ทักษะสำคัญ ได้แก่</p>
<ul>
<li>การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา</li>
<li>การคิดเชิงระบบ</li>
<li>การวางกลยุทธ์</li>
<li>ความเข้าใจเทคโนโลยี</li>
<li>การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง</li>
</ul>
<p>ในมุมการสรรหา ทักษะการสื่อสารยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ใช้พิจารณา ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอ การทำงานร่วมกับผู้อื่น หรือการทำงานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ขณะที่ด้าน Digital Skills องค์กรต้องการบุคลากรที่สามารถใช้เครื่องมือ เข้าใจเทคโนโลยีพื้นฐาน มีความตระหนักด้าน Cybersecurity และสามารถใช้ AI หรือ Automation ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>โดยสรุปแล้ว ทักษะตลาดแรงงานปี 2026 แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้</p>
<ol>
<li>Thinking Skills ทักษะการคิดวิเคราะห์และตัดสินใจ</li>
<li>Social Skills ความสามารถในการสื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพ</li>
<li>Digital Skills ความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยี ซึ่งกลายเป็นทักษะพื้นฐานของคนทำงานทุกระดับ</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h2>People Team 2026 กับบทบาทเบื้องหลังความได้เปรียบทางการแข่งขัน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48990" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026-1.webp" alt="CareerVisa NEXT MOVE Careers 2026" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน NEXT MOVE Careers 2026: วางกลยุทธ์และทักษะอย่างไรให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน 364" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026-1.webp 8000w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026-1-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Session ต่อไปได้รับเกียรติจาก HR และ People Team รุ่นใหม่ขององค์กรชั้นนำ ได้แก่ คุณ <strong>พิชญา คล้ายหาญ Head of People Development จาก <a href="https://www.centralpattana.co.th/en/home" target="_blank" rel="noopener">Central Pattana</a></strong>, คุณ <strong>อนุวัต ปูทอง Senior Manager – People &amp; Culture จาก <a href="https://www.minor.com/en/home" target="_blank" rel="noopener">MINOR International</a></strong> และคุณ <strong>ฌณฎ วรพงษ์ Division Manager – Talent Acquisition &amp; Employer Branding จาก <a href="https://www.cpaxtra.com/th/home" target="_blank" rel="noopener">CP Axtra</a></strong> มาร่วมกันให้มุมมอง วิธีคิด และกลยุทธ์ที่เอื้อต่อการเติบโตของบุคลากรอย่างยั่งยืน</p>
<p>คุณพิชญา แนะนำว่า การพัฒนาคนควรเริ่มจากโครงสร้างการเรียนรู้ที่ชัดเจน กับ Assessment Center ในการประเมินศักยภาพก่อนต่อยอดสู่การพัฒนารายบุคคลอย่างตรงจุด และในโลกที่บริบททางธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปไวมากแบบนี้ HR ควรมี Mindfulness รวมไปถึงความสามารถในการตั้งรับและปรับตัวต่อความไม่แน่นอน ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของกระบวนการคิด การตัดสินใจ และการสื่อสารภายในองค์กร</p>
<p>ด้านคุณอนุวัต ชี้ว่า ปัญหาสำคัญของหลายองค์กรคือการสรรหาคนที่ไม่สอดคล้องกับงานและวัฒนธรรม ส่งผลให้เกิดการลาออกเร็ว ดังนั้นทีม Hiring ต้องกำหนด Objective ของตำแหน่งและ Culture ให้ชัดเจน พร้อมพัฒนาทักษะผู้สัมภาษณ์ให้สามารถประเมินทั้ง Hard Skills, Soft Skills และ Culture Fit ของแคนดิเดตได้อย่างแม่นยำ</p>
<p>ขณะที่คุณฌณฎ สะท้อนว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร เริ่มจากกระบวนการคัดเลือกบุคลากรที่มีศักยภาพและความพร้อมในการพัฒนา ในฐานะผู้คัดเลือกและพัฒนาบุคลากร เราจึงต้องให้ความสำคัญตั้งแต่ต้นน้ำของกระบวนการ นั่นคือการสรรหาและคัดเลือกคนที่มีทั้งความสามารถและความพร้อมในการเติบโตไปพร้อมกับองค์กร</p>
<p>โดยควรประเมินอย่างรอบด้านทั้ง Hard Skills เพื่อความเชี่ยวชาญเชิงวิชาชีพ และ Soft Skills เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกับผู้อื่นพร้อมทั้งพิจารณาความสอดคล้องด้าน Culture Fit ให้สอดรับกับค่านิยมและทิศทางขององค์กร เมื่อสรรหาได้อย่างเหมาะสมและพัฒนาอย่างเป็นระบบ องค์กรย่อมสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48989" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026-2.webp" alt="CareerVisa NEXT MOVE Careers 2026" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน NEXT MOVE Careers 2026: วางกลยุทธ์และทักษะอย่างไรให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน 365" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026-2.webp 8000w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026-2-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>Workshop Strategic Learning Design Canvas: การจัด Training ไม่ได้เป็นแค่กิจกรรม เราทำให้เป็นกลยุทธ์⁣ได้</h2>
<p>การลงทุนกับพฤติกรรมที่ไม่ตอบโจทย์ คือต้นทุนแฝงที่แพงที่สุดขององค์กร ! ยิ่งธุรกิจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การลงทุนในบุคลากรไม่ใช่แค่การเพิ่มพูนทักษะ แต่จะสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับองค์กร</p>
<p>คุณ <strong>สิริกร ศุภบุญญานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Culture-based Training, Co-Founder ของเพจ A Cup of Culture และ Ayla Capability Lab</strong> ตอกย้ำประเด็นสำคัญนี้โดยเน้นว่า การลงทุนกับพฤติกรรมที่ไม่ตอบโจทย์เปรียบเสมือนต้นทุนแฝงที่แพงที่สุดขององค์กร และเชื่อมั่นว่าการจัดอบรมหรือ Training ไม่ควรเป็นเพียงกิจกรรมที่ทำไปตามวาระ องค์กรต้องทำเป็นกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์ที่จับต้องได้</p>
<p>Ayla Capability Lab นำเครื่องมือทรงประสิทธิภาพอย่าง Strategic Learning Design Canvas มาให้ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้าน HR ที่มาร่วมงานครั้งนี้ได้ลองใช้ เครื่องมือนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการอบรมตามสั่ง ไปสู่การออกแบบเพื่อผลลัพธ์อย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48988" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026-3.webp" alt="CareerVisa NEXT MOVE Careers 2026" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน NEXT MOVE Careers 2026: วางกลยุทธ์และทักษะอย่างไรให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน 366" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026-3.webp 8000w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026-3-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026-3-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/CareerVisa-NEXT-MOVE-Careers-2026-3-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ตลอดทั้งงาน NEXT MOVE Careers 2026 สะท้อนชัดว่า ความได้เปรียบขององค์กรในอนาคตเกิดจากความสามารถในการเชื่อมกลยุทธ์องค์กรเข้ากับกลยุทธ์ด้านคนอย่างเป็นระบบ องค์กรที่มี Career Path ชัดเจน คัดเลือกและพัฒนาคนได้เหมาะสม พร้อม HR ที่มี Mindfulness และมุมมองเชิงกลยุทธ์ จะสามารถสร้างความยั่งยืนทางการแข่งขันได้ในระยะยาว</p>
<p>อ่านบทความสรุป Insight ฉบับเต็มที่นี่ <a href="https://tinyurl.com/4c7s2saf" target="_blank" rel="noopener">https://tinyurl.com/4c7s2saf</a></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38146 size-full" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากเวิร์กชอป AI for HR โดย Thailand Coaching Institute 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/next-move-careers-2026-260226/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากเวิร์กชอป AI for HR โดย Thailand Coaching Institute</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ai-for-hr-tci-260226/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ai-for-hr-tci-260226/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 04:22:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[สมาบันโค้ชไทย]]></category>
		<category><![CDATA[AI for HR]]></category>
		<category><![CDATA[TCI]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48956</guid>

					<description><![CDATA[HR ยุคนี้ไม่ได้เหนื่อยเพราะงานยากเสมอไป แต่เหนื่อยเพราะต้องทำงานซ้ำ งานเร่ง และงานที่ต้องคิดหลายเรื่องพร้อมกัน ตั้งแต่คัดเลือกผู้สมัคร สรุปรายงานผู้บริหาร ไปจนถึงวางแผนพัฒนาคน แล้วจะทำอย่างไรให้ HR รับมือกับงานรอบด้านได้อย่างราบรื่น ? สถาบันโค้ชไทย หรือ Thailand Coaching Institute จึงจัดเวิร์กชอป AI for HR: From Administration to Augmentation ขึ้นมาเพื่อให้ HR ได้ลองใช้งานจริง เพื่อให้เห็นว่า AI สามารถย่นระยะเวลางานจากหลายชั่วโมงหรือทั้งวัน ให้เหลือเพียงไม่กี่นาทีได้อย่างไร โดยยังคงความเป็นมืออาชีพ ความชัดเจน และคุณภาพของเนื้องานไว้ครบถ้วน หาก HR ท่านใดพลาดการเข้าร่วมเวิร์กชอปนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่สำคัญมาให้แล้ว AI for HR Landscape ช่วงต้นก่อนจะเริ่มเวิร์กชอป คุณ ชลัช ลิมป์พงศ์สวัสดิ์ หรือโค้ชแฟลช กรรมการบริหาร สหพันธ์การโค้ชนานาชาติ สาขากรุงเทพ และอดีตผู้ช่วยวิจัยด้าน AI มหาวิทยาลัยโตเกียว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48958" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci.webp" alt="ai for hr tci hrex" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากเวิร์กชอป AI for HR โดย Thailand Coaching Institute 372" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>HR ยุคนี้ไม่ได้เหนื่อยเพราะงานยากเสมอไป แต่เหนื่อยเพราะต้องทำงานซ้ำ งานเร่ง และงานที่ต้องคิดหลายเรื่องพร้อมกัน ตั้งแต่คัดเลือกผู้สมัคร สรุปรายงานผู้บริหาร ไปจนถึงวางแผนพัฒนาคน</p>
<p>แล้วจะทำอย่างไรให้ HR รับมือกับงานรอบด้านได้อย่างราบรื่น ? <a href="https://www.coachthai.com/" target="_blank" rel="noopener">สถาบันโค้ชไทย หรือ Thailand Coaching Institute</a> จึงจัดเวิร์กชอป AI for HR: From Administration to Augmentation ขึ้นมาเพื่อให้ HR ได้ลองใช้งานจริง เพื่อให้เห็นว่า AI สามารถย่นระยะเวลางานจากหลายชั่วโมงหรือทั้งวัน ให้เหลือเพียงไม่กี่นาทีได้อย่างไร โดยยังคงความเป็นมืออาชีพ ความชัดเจน และคุณภาพของเนื้องานไว้ครบถ้วน</p>
<p>หาก HR ท่านใดพลาดการเข้าร่วมเวิร์กชอปนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่สำคัญมาให้แล้ว</p>

<h2>AI for HR Landscape</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48963" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex-1-1.webp" alt="ai for hr tci hrex" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากเวิร์กชอป AI for HR โดย Thailand Coaching Institute 373" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex-1-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex-1-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ช่วงต้นก่อนจะเริ่มเวิร์กชอป คุณ <strong>ชลัช ลิมป์พงศ์สวัสดิ์ หรือโค้ชแฟลช กรรมการบริหาร สหพันธ์การโค้ชนานาชาติ สาขากรุงเทพ และอดีตผู้ช่วยวิจัยด้าน AI มหาวิทยาลัยโตเกียว</strong> เปิดเวทีด้วยการอธิบายแนวคิดเกี่ยวกับ<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/coaching-230817/">การ Coaching</a> ว่าแตกต่างจากการสอนทั่ว ๆ ไปอย่างไร</p>
<p><em>“การโค้ชไม่ใช่การบอกคำตอบตรง ๆ แต่เป็นการตั้งคำถามเพื่อให้ผู้ถูกโค้ชได้คิดและค้นพบคำตอบด้วยตัวเอง เพราะคำตอบที่เราตกผลึกได้เอง จะมีพลังและยั่งยืนกว่าคำตอบที่มีคนป้อนให้ทันที ซึ่งเขาจะนำมาประยุกต์ใช้กับงานในวันนี้ด้วย”</em></p>
<p>คำถามแรกที่เขาชวนทุกคนคิดก็คือ <em>“อะไรทำให้คุณมางานในวันนี้ ?”</em></p>
<p>คำตอบที่ได้จากผู้เข้าร่วมงานทำให้เห็นภาพสถานการณ์จริงที่ HR กำลังเผชิญอย่างชัดเจน บ้างมาด้วยความกลัวว่า HR จะถูกแทนที่, บ้างอยากได้เทคนิคการใช้ AI ไปปรับใช้กับงานจริง หรือบางคนอยากเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตัวเองเพื่อไม่ให้ตกยุค</p>
<p>คำตอบเหล่านี้สะท้อนแรงกดดันและความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นกับวิชาชีพ HR</p>
<p>โค้ชแฟลช ยังอธิบายถึง Landscape ของ AI ที่เปลี่ยนวงการ HR ไปอย่างสิ้นเชิง โดย AI อัปเดตตัวเองอยู่หลายครั้ง ปัจจุบันสามารถสร้างสรรค์ผลงานอย่างการแต่งเพลงหรือผลิตคอนเทนต์ได้ดีกว่าที่หลายคนคาดคิดไว้มาก</p>
<p>ท่ามกลางการพัฒนาอย่างรวดเร็วนี้ มีเสียงส่งเสริมให้ HR นำ AI มาใช้งานด้วย เขารู้ดีว่า HR จำนวนมากอยากใช้ AI แต่ตอนนี้ยังใช้ไม่เต็มศักยภาพเท่าไหร่ ผู้บริหารเองก็อยากขับเคลื่อนเรื่องนี้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเริ่มตรงไหน ส่วนพนักงานก็สับสนว่างานใดใช้ AI ทำได้บ้าง ในทางกลับหันหากใช้เยอะก็กลัวว่าจะตกงาน แล้วเอา AI มาทำงานแทนเสียอีก</p>
<p>ทั้งนี้ เขาเสริมว่าโลกของเรามี 3 เทรนด์สำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางอนาคต เทรนด์แรกคือ <strong>The Rise of the Superworker &amp; Superagents</strong></p>
<p>จากงานวิจัยของ Deloitte พบว่า มนุษย์เราใช้ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและผลลัพธ์ ไม่ได้มุ่งแทนที่คน ขณะเดียวกัน Superagents คือการรวม AI หลายระบบเข้าด้วยกันให้ทำงานอัตโนมัติแบบผู้ช่วยอัจฉริยะ ทั้ง 2 แนวโน้มกำลังเดินคู่กัน คือมนุษย์เก่งขึ้นเพราะ AI และ AI ที่ทำงานประสานกันอย่างซับซ้อนมากขึ้น</p>
<p>เทรนด์ที่ 2 คือ <strong>The Secret Cyborg Phenomenon</strong> ปรากฏการณ์ที่พนักงานจำนวนมากใช้ AI โดยไม่บอกองค์กร เพราะกลัวเสียเครดิต กลัวดูไม่เก่ง หรือกลัวถูกแทนที่ แม้จะมีความกังวล แต่นี่คือโอกาสสำคัญ หากองค์กรสามารถสร้างวัฒนธรรมที่เปิดเผยและมีกลไกกำกับดูแลที่ชัดเจน เพราะความเสี่ยงก็มีจริง ไม่ว่าจะเป็นการนำข้อมูลลับของบริษัทไปใส่ในระบบ หรือการที่ AI ให้คำตอบผิดอย่างมั่นใจโดยไม่มีการตรวจสอบ</p>
<p>เทรนด์ที่ 3 คือ <strong>Full-Stack HR Professiona</strong>l HR ยุคใหม่ต้องไม่เพียงใช้ AI เป็น แต่ต้องมีทักษะรอบด้านควบคู่กัน อาทิ</p>
<ul>
<li>Behavioral Science เพื่อเข้าใจพฤติกรรมคน</li>
<li>Data Analytics เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูล</li>
<li>Business Acumen เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับบริบทธุรกิจ</li>
<li>Tech Fluency เพื่อใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2>Competencies for HR</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48959" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex.webp" alt="ai for hr tci hrex" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากเวิร์กชอป AI for HR โดย Thailand Coaching Institute 374" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การจะใช้ AI ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ประเด็นที่ HR ต้องตระหนักก็คือ เรามีความสามารถอะไรบ้าง สิ่งนี้สำคัญกว่าประเด็นว่าควรใช้ AI Tools ตัวไหนดีจึงจะทำงานได้ดีที่สุด</p>
<p>สมรรถนะแรกที่ขาดไม่ได้คือ <strong>Ethical Awareness</strong> หรือความตระหนักด้านจริยธรรม เนื่องจาก AI มีอคติ และมีโอกาสให้คำตอบที่คลาดเคลื่อน ดังนั้นเราควรต้องเติมความเป็นมนุษย์เข้าไปในกระบวนการ ไม่ใช้คำตอบจาก AI โดยไม่ผ่านการตรวจสอบก่อน</p>
<p><em>“หลักคิดสำคัญคือ AI Generates แต่เราคือผู้ Validate ไม่เชื่อเพราะคำตอบดูมั่นใจ และตรวจสอบที่มาของข้อมูลและความเหมาะสมกับบริบทองค์กรเสมอ”</em> โค้ชแฟลช กล่าว</p>
<p>การ Verify สามารถทำได้หลายวิธี เช่น อ่านและรีวิวอย่างละเอียด ใช้ Prompt เดียวกันกับ AI อีกตัวหนึ่งเพื่อเปรียบเทียบคำตอบ และตรวจสอบแหล่งอ้างอิงว่ามีอยู่จริงและถูกต้อง ไม่ได้อ้างอิงแหล่งข้อมูลที่หาไม่เจอ</p>
<p>ถัดมาคือ <strong>Critical Thinking</strong> หรือความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แยกแยะ และจัดลำดับความสำคัญ เป็นทักษะที่ทำให้การใช้ AI มีคุณภาพมากกว่าการสั่งแล้วรอคำตอบ</p>
<p>โค้ชแฟลชชี้ว่า AI ทำงานแบบตรงไปตรงมา หากเราสั่งกว้าง ผลลัพธ์ก็มักจะกว้างและตื้น ดังนั้นผู้ใช้ต้องมีวิธีคิดที่เป็นระบบมากกว่าตัวเครื่องมือเอง โดย Critical Thinking ในการใช้ AI สามารถสรุปได้เป็น 3 ขั้นตอนหลักดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>การแบ่งงานออกเป็นส่วนย่อย ๆ แล้วค่อยทำ</strong><br />
แทนที่จะสั่งกว้าง ๆ เช่น <em>“ช่วยเขียน Job Description ให้หน่อย”</em> HR ควรถามตัวเองก่อนว่า ตำแหน่งนี้ต้องการ Competency อะไร โครงสร้างทีมเป็นอย่างไร วัฒนธรรมองค์กรแบบไหน แล้วค่อยป้อนข้อมูลเป็นลำดับขั้นตอน</li>
<li><strong>ลองใช้และตรวจสอบ</strong><br />
เมื่อได้คำตอบแล้ว ต้องอ่าน ทบทวน และตรวจความถูกต้อง ไม่เชื่อทันทีเพียงเพราะคำตอบดูดี หรือเขียนได้ลื่นไหล</li>
<li><strong>สังเคราะห์และเรียนรู้</strong><br />
เราไม่ควรคาดหวังให้ AI เรียนรู้แทนเรา แต่ควรเรียนรู้จากผลลัพธ์ของมัน ปรับ Prompt ให้ชัดขึ้น ลึกขึ้น และแม่นยำขึ้นทุกครั้งที่ใช้งาน</li>
</ol>
<p>อีกสมรรถนะสำคัญคือ <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211013-growth-mindset/"><strong>Growth Mindset</strong></a> และ <strong>Lifelong Learning</strong> HR ต้องสร้างวัฒนธรรมที่มองการทดลองเป็นเรื่องปกติ และต้องเป็นการทดลองอย่างมีกรอบ เริ่มจากงานที่หากผิดพลาดแล้วไม่ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรง เช่น พลาดแล้วอาจเหนื่อยเพิ่มได้ แต่ไม่ควรเป็นงานที่หากผิดพลาดแล้วทำให้สูญเสียลูกค้า การเรียนรู้ต้องต่อเนื่อง เพราะโลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะการแยกแยะระหว่าง</p>
<ul>
<li>Durable Skills (ทักษะรากฐาน) ที่ยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งมีคุณค่า</li>
<li>Perishable / Tool-specific Skills ที่มีอายุการใช้งานประมาณ 2–5 ปี</li>
</ul>
<p>การโฟกัสทักษะรากฐานจะช่วยให้เราเรียนรู้เครื่องมือใหม่ได้เร็วขึ้นในอนาคต</p>
<p>สุดท้ายคือการนำ <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220520-agile-hr/">Agile Principle for HR</a> มาใช้กับการทำงานในยุค AI โดย HR ต้องไม่วางแผนนาน ๆ เพื่อส่งมอบงานชิ้นใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่ HR ควรทำงานแบบรอบสั้น ๆ ทดลอง ทำซ้ำ ปรับปรุง และส่งมอบผลลัพธ์อย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>ที่สำคัญต้องขอ Feedback จากผู้ใช้งานระหว่างทาง แล้วนำมาปรับปรุงให้ดีขึ้น เมื่อ AI เปลี่ยนเร็ว วิธีคิดของ HR ก็ต้องเปลี่ยนเร็วเช่นกัน เพื่อใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>AI Tools &amp; Application</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48960" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex-1.webp" alt="ai for hr tci hrex" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากเวิร์กชอป AI for HR โดย Thailand Coaching Institute 375" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/ai-for-hr-tci-hrex-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ช่วงท้ายของเวิร์กชอป <strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ณิชยา ศรีสุชาติ หรือโค้ชนกณิช AI Champion ของ<a href="https://www.cpall.co.th/" target="_blank" rel="noopener">เครือ CP All</a></strong> เล่าว่า ทุกงาน ทุกบทบาทที่เธอเคยผ่านมา ไม่มีครั้งไหนที่ขาด HR ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการได้รับการดูแล การผลักดันให้เติบโต หรือการได้เป็นหัวหน้าที่ต้องดูแลทีม ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เธอมั่นใจว่า คนคือหัวใจของความสำเร็จองค์กร</p>
<p>ขณะที่ AI คือเครื่องมือที่ช่วยขยายศักยภาพของคนนั้นให้ไปได้ไกลขึ้น มันอาจฉลาดมากขึ้นทุกวัน แต่จะไม่มีวันเป็นนายเรา หากเราเข้าใจและรู้ทัน AI</p>
<p>เธอชวนมองพัฒนาการของ AI จากเดิมที่เราอาจคิดว่าเป็นพนักงานใหม่หนึ่งคน วันนี้โลก AI ขยายตัวเป็นระบบนิเวศที่มีหลายประเภท ทั้งกลุ่ม General AI เช่น ChatGPT, Gemini, Copilot กลุ่ม Creative Suite ที่ใช้สร้างสื่อหรือแต่งเพลง เช่น Suno และ Midjourney และกลุ่ม Specialist Tools อย่าง NotebookLM ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเฉพาะทาง การเข้าใจความแตกต่างของแต่ละประเภทจึงสำคัญ</p>
<p>เพราะเบื้องหลังการทำงานของ LLM คือการนำข้อมูลมหาศาลมาวิเคราะห์ผ่านหน่วยคำ (token) แล้วทำนายคำถัดไปอย่างมีหลักการ กล่าวง่าย ๆ มันคือการคาดการณ์อย่างมีข้อมูลรองรับ แต่อาจไม่ใช่ความจริงที่ถูกต้องเสมอไป และหากเราลืมจุดนี้เมื่อไหร่ ความเสี่ยงผิดพลาดก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น</p>
<p>เพื่อให้เห็นข้อจำกัดของ AI ชัดเจนขึ้น โค้ชนกณิชให้ผู้เข้าอบรมทดลองทดสอบหรือหลอก AI ผ่านแบบฝึกหัด เช่น ตั้งเงื่อนไขให้ AI เป็น Bot รักสุขภาพที่ห้ามแนะนำอาหารไขมันสูง แล้วพยายามขอสูตรข้าวขาหมู เพื่อดูว่ามันจะตอบอย่างไร และลองทำกับ AI หลายตัว ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เห็นชัดว่า เราไม่สามารถเชื่อ AI ให้ทำงานแทนเรา 100% ได้ เพราะความเสี่ยงเรื่องการหลอน หรือให้ให้คำตอบผิด ๆ ด้วยความมั่นใจเกิดขึ้นได้เสมอ</p>
<p>เธอยังยกข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาที่เตือนว่า <strong>หากใช้ AI คิดแทนทุกอย่าง สมองส่วนคิดวิเคราะห์ของเราอาจทำงานลดลง</strong> ดังนั้น การใช้ AI ควรเป็นการเสริม ไม่ใช่แทนที่การคิดของมนุษย์</p>
<p>ในด้านการใช้งานจริง เธอแนะนำหลัก The Art of Prompting ภายใต้กรอบ CORE ซึ่งประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>C – Context: ให้บริบทที่ชัดเจน</li>
<li>O – Objective: ระบุวัตถุประสงค์</li>
<li>R – Role: กำหนดบทบาทให้ AI ว่าเป็นใคร</li>
<li>E – Expectation: บอกความคาดหวังของผลลัพธ์</li>
</ul>
<p>นอกจากนี้ยังมีเทคนิค Few-Shot Prompting หรือการยกตัวอย่างประกอบเวลาพิมพ์ Prompt เสมอด้วย เพราะ AI เรียนรู้รูปแบบได้ดีเมื่อเห็นตัวอย่างของสิ่งที่เราต้องการ ยิ่งให้บริบทครบถ้วนและมีตัวอย่างชัดเจน ผลลัพธ์ก็ยิ่งแม่นยำและใกล้เคียงความต้องการมากขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญไม่แพ้ทักษะการใช้งานคือ สติ เพราะ AI พัฒนาเร็วมาก แน่นอนว่าเราควรตามให้ทันเทคโนโลยี แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนตามเกินไป หรือเล่นมันเป็นทุกตัวจนละเลยความปลอดภัย เพราะความเสี่ยงเรื่องข้อมูล การถูกแฮ็ก หรือการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพยังมีอยู่เสมอ</p>
<p><em>“หากตามไม่ทันในบางจังหวะจริง ๆ ก็อาจไม่ใช่เรื่องเสียหายเท่ากับตามทันนะ แต่ขาดความระมัดระวัง บทเรียนสำคัญคือการใช้มันอย่างรู้เท่าทัน รอบคอบ และไม่ลืมว่าคนยังคงเป็นศูนย์กลางของทุกการเปลี่ยนแปลง”</em></p>
<p>โค้ชนกณิช ชวนทุกคนกลับมาย้ำหลักคิดสำคัญว่า Keep Human in the Loop ไม่ว่า AI จะเก่งเพียงใด มนุษย์ต้องเป็นผู้กำกับทิศทางเสมอ เราต้องตรวจสอบแหล่งอ้างอิงทุกครั้ง ไม่นำข้อมูลอ่อนไหวหรือข้อมูลลับขององค์กรใส่ลงในระบบ และต้องคำนึงถึงจริยธรรมรวมถึงความยั่งยืนในทุกการใช้งาน</p>
<p><em>“เป้าหมายของการใช้ AI ไม่ใช่การแทนที่คน แต่เราต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมศักยภาพ สร้างองค์กรให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ และยกระดับสังคมให้ดีขึ้น”</em></p>
<p>ท้ายที่สุด เธอยังทิ้งภาพอนาคตไว้อย่างชัดเจนว่า ภายในปี 2030 กว่า 2 ใน 3 ของทักษะที่ตลาดต้องการจะเป็น <a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/soft-skills-matching-guide-250425/">Soft Skills</a> ซึ่งหมายความว่า ความสามารถในการสื่อสาร คิดเชิงวิพากษ์ เข้าใจมนุษย์ และทำงานร่วมกัน จะกลายเป็นความได้เปรียบเชิงแข่งขันที่แท้จริง</p>
<p><em>“แม้บางครั้งเราจะใช้ AI ช่วยคิดหรือช่วยทำงานได้ แต่ต้องไม่ลืมเติมความเป็นมนุษย์ลงไป หากไม่ปรับตัว เราอาจเติบโตสู้คนอื่นไม่ได้ และองค์กรจะสูญเสียศักยภาพระยะยาว เพราะคนเก่งย่อมไม่อยากอยู่ในที่ที่มองไม่เห็นอนาคต”</em></p>
<p><em>“AI ไม่ได้มาแทนที่เรา แต่คนที่ไม่ยอมใช้และไม่ยอมพัฒนาไปพร้อม AI ต่างหาก ที่เสี่ยงจะถูกแทนที่”</em> โค้ชนกณิชทิ้งท้าย</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38146 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากเวิร์กชอป AI for HR โดย Thailand Coaching Institute 376" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ai-for-hr-tci-260226/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand People Management &#038; Well-Being Award 2025</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-people-management-well-being-award-2025-260218/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-people-management-well-being-award-2025-260218/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Feb 2026 12:26:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48852</guid>

					<description><![CDATA[ยิ่งความท้าทายและความไม่แน่นอนส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจ อาจมีองค์กรเพียงหยิบมือที่ฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ แต่หากสังเกตดี ๆ จะพบว่า องค์กรเหล่านั้นมักมีจุดร่วมสำคัญคือการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างจริงจัง เพราะเมื่อคนมีพลัง มีสมดุล และรู้สึกได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ เขาจะสามารถสร้างผลงานที่แข็งแกร่งและพาองค์กรก้าวผ่านความท้าทายได้อย่างยั่งยืน สมาคม PMAT จึงจัดงาน Thailand People Management and Well-Being Forum: Award Ceremony &#38; Best Practices Sharing 2025 โดยงานนี้ไม่เพียงแค่เพื่อมอบรางวัลให้กับองค์กรที่ดูแลพนักงานอย่างดีและโดดเด่น แต่ยังมีเวทีเสวนาที่พูดถึงการทำ Well-Being ให้เป็นระบบที่ฝังอยู่ในวัฒนธรรมองค์กร เชื่อมเข้ากับภารกิจองค์กร เพื่อสร้าง High Performance ควบคู่ Human Sustainability  ในงานมีเสวนาที่ HR ควรรู้มากมาย หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจมาให้ได้อ่านกันแล้ว ดังนี้ 1.Inside Excellence: Lessons from Thailand People &#38; Well-Being Organizations Awards 2025 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48857" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134729.389.webp" alt="PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025 383" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134729.389.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134729.389-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งความท้าทายและความไม่แน่นอนส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจ อาจมีองค์กรเพียงหยิบมือที่ฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ แต่หากสังเกตดี ๆ จะพบว่า องค์กรเหล่านั้นมักมีจุดร่วมสำคัญคือการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเมื่อคนมีพลัง มีสมดุล และรู้สึกได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ เขาจะสามารถสร้างผลงานที่แข็งแกร่งและพาองค์กรก้าวผ่านความท้าทายได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-family: georgia, palatino, serif;"><a href="https://www.pmat.or.th/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">สมาคม PMAT</span></a></span><span style="font-weight: 400;"> จึงจัดงาน Thailand People Management and Well-Being Forum: Award Ceremony &amp; Best Practices Sharing 2025 โดยงานนี้ไม่เพียงแค่เพื่อมอบรางวัลให้กับองค์กรที่ดูแลพนักงานอย่างดีและโดดเด่น แต่ยังมีเวทีเสวนาที่พูดถึงการทำ </span><span style="font-family: georgia, palatino, serif;"><a href="https://expth.hrnote.asia/products/176"><span style="font-weight: 400;">Well-Being</span></a></span><span style="font-weight: 400;"> ให้เป็นระบบที่ฝังอยู่ในวัฒนธรรมองค์กร เชื่อมเข้ากับภารกิจองค์กร เพื่อสร้าง High Performance ควบคู่ Human Sustainability </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในงานมีเสวนาที่ HR ควรรู้มากมาย หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจมาให้ได้อ่านกันแล้ว ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>1.Inside Excellence: Lessons from Thailand People &amp; Well-Being Organizations Awards 2025</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48853" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134500.451.webp" alt="PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025 384" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134500.451.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134500.451-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.หลุยส์ คริสธานินทร์ ประธานโครงการ People Management &amp; Well-Being Award </b><span style="font-weight: 400;">ถอดบทเรียนของการทำเรื่อง People &amp; Well-Being Organizations Awards 2025 ว่า <strong>P</strong></span><b>eople Management คือกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กรทั้งระบบ</b><span style="font-weight: 400;"> องค์กรที่เติบโตได้จริงต้องบริหารคนแบบครบลูป ตั้งแต่การวางแผนอัตรากำลัง การสรรหา การสร้างความผูกพัน การพัฒนา ไปจนถึงการส่งต่อเมื่อพนักงานก้าวออก ทุกขั้นต้องเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ธุรกิจ วัดผลได้ และสร้างผลกระทบที่ขยายออกไปไกลกว่าแค่ผลประกอบการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับภาพรวมโครงสร้างองค์กรที่เข้าร่วมประกวด มีสถิติน่าสนใจ สรุปออกมาเป็นมาตรฐานค่าเฉลี่ยได้ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่เข้าประกวด มีพนักงานรวมทั้งหมด 118,846 คน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จำนวนพนักงานเฉลี่ยต่อองค์กรคือ 894 คน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">องค์กรทั้งหมด มีคนทำงาน HR รวม 1,336 คน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อัตราส่วน HR ต่อพนักงาน 1:91</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อายุเฉลี่ยพนักงานอยู่ที่ 37 ปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อายุเฉลี่ยผู้บริหารระดับสูง 50 ปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรขององค์กรคิดเป็น 31% ของต้นทุนการดำเนินงานทั้งหมด และคิดเป็น 19% ของรายได้รวม</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.หลุยส์ อธิบายว่าตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ชัดเจนว่า People Cost คือ Strategic Cost ขณะเดียวกันในด้านการสรรหา นอกจากต้นทุนเฉลี่ยต่อการจ้างงาน 38,000 บาทแล้ว ยังมีมิติเรื่องเวลา และประสิทธิภาพจริงที่น่าสนใจ ประกอบด้วย</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Time to Fill ระดับผู้บริหารอยู่ที่ 53 วัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Time to Fill ระดับพนักงานทั่วไป 40 วัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีองค์กรถึง 48% ใช้ Digital Hiring Process</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มี 17% ใช้ Referral Hiring</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีองค์กร 76% มีนโยบายรับพนักงานเก่ากลับมาทำงานด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม มีการจ้างกลับจริงเพียง 4%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อัตราการลาออก หรือ Voluntary Turnover อยู่ที่ 10%</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนประเด็นการพัฒนา ก็มีประเด็นที่น่าสนใจเช่นกันผ่านสถิติที่น่าสนใจดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ชั่วโมงเรียนรู้เฉลี่ย 36 ชั่วโมงต่อคนต่อปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ในจำนวนนี้ 17 ชั่วโมงเป็น Digital Learning</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีเพียง 9% ที่ได้เรียนรู้แบบ Project-based Learning</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">องค์กรใช้งบพัฒนาคนประมาณ 3% ของ Base Salary</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.หลุยส์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า องค์กรไม่น้อยกำลังเจอความเสี่ยงของการทำ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hr-succession-planning-250228/"><span style="font-weight: 400;">Succession Planning </span></a><span style="font-weight: 400;">ผ่านสถิติดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">92% มีแผน Succession Planning</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">16% ขององค์กรมีแผน Succession Planning ในตำแหน่ง Critical Positions</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แต่เพียง 35% ของตำแหน่งสำคัญที่มีคน Ready Now หรือพร้อมก้าวขึ้นมาแทนที่ผู้นำคนปัจจุบันได้ทันที หากลาออก</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ตัวเลขชั่วโมงเรียนรู้จะดูดี แต่สัดส่วนการเรียนรู้แบบลงมือทำจริงยังต่ำมาก นี่อาจเป็นหนึ่งในคำอธิบายของ Succession Gap ที่องค์กรกำลังเผชิญ เพราะการมีแผน ไม่ได้แปลว่าคนพร้อมขึ้นมารับบทบาททันที หากไม่เร่งทำให้เป็นวาระเร่งด่วน ความต่อเนื่องของธุรกิจอาจเผชิญความเสี่ยงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน เมื่อพูดถึงมิติ Well-Being ทั้ง 7 ด้าน ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพเชิงลึกที่สำรวจเจอ ยิ่งทำให้ปัญหาด้านสุขภาพที่ชัดขึ้นว่า</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/ncds-240308/"><span style="font-weight: 400;">มีผู้ที่ป่วยเป็นโรค NCDs</span></a><span style="font-weight: 400;"> 19%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีรายงานว่าพนักงานป่วยจิตเวช 1%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พนักงานใช้บริการ EAP เฉลี่ย 3 ครั้งต่อคน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พนักงานลาป่วยเฉลี่ย 4 วันต่อปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ค่าใช้จ่ายของการ OPD อยู่ที่  8,734 บาท/คน/ปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ค่าใช้จ่ายของการ IPD 13,971 บาท/คน/ปี</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขผู้ป่วยจิตเวชที่รายงานเพียง 1% อาจไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงทั้งหมด แต่สะท้อนความลังเลในการเปิดเผยมากกว่า ขณะที่ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/33"><span style="font-weight: 400;">Financial Well-being</span></a><span style="font-weight: 400;"> ยังแข็งแรงด้านกองทุนและสหกรณ์ แต่ยังอ่อนด้าน Financial Education โดยเฉพาะการวางแผนเกษียณและการจัดการหนี้สิน ส่วน Societal Well-being หลายองค์กรยังเน้นการสำรวจมากกว่าการสร้างกิจกรรมต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงท้าย ดร.หลุยส์ ขมวดปมปิดเวทีนี้ว่า สิ่งที่องค์กรควรพิจารณาในตอนนี้ ไม่ได้อยู่ที่ว่าองค์กรทำได้ดีแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเราจะ Step Up อย่างไรต่อไป โดยมี Step-up Model ที่เน้น Systemic, Tangible, Equity, Proactive, Understanding และ Purpose ทุกอย่างต้องเชื่อมโยง วัดผลได้ และผู้บริหารต้องลงมือทำให้เห็นจริง</span></p>
<p><b><i>“องค์กรที่ยั่งยืนไม่ได้ชนะด้วยนโยบายที่สวยงาม แต่ชนะด้วยระบบที่ทำให้คนเติบโต มีพลัง และพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว”</i></b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>2.The Science of Well-being: How Healthy People Drive Organizational Growth</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48855" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134518.726.webp" alt="PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025 385" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134518.726.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134518.726-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สุขภาวะที่ดีไม่ใช่เพียงการลดความเสี่ยง แต่จะช่วยปลดล็อกศักยภาพ Well-being ที่ครอบคลุมทั้ง 7 มิติ” </span></i></p>
<p><b>รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </b><span style="font-weight: 400;">ชวนมองประเด็นสุขภาวะด้วยเลนส์ของวิทยาศาสตร์ นี่ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงอุดมคติหรือสวัสดิการตามกระแส แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญขององค์กรยุคใหม่ที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยแก่นสำคัญคือ สุขภาพกายและสุขภาพใจเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก และบทบาทของผู้นำมีผลอย่างยิ่งต่อการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้คนเติบโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อคนคือหัวใจขององค์กร ดังนั้น Well-Being Organization จะรากฐานของความสำเร็จในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเชิงวิทยาศาสตร์ งานวิจัยจำนวนมากยืนยันตรงกันว่า การยกระดับสุขภาวะของพนักงานส่งผลโดยตรงต่อ Productivity ลดความเครียดและภาวะเบิร์นเอาท์ เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ กระตุ้นนวัตกรรม และเสริม Workforce Engagement ซึ่งท้ายที่สุดสะท้อนกลับมาเป็นผลประกอบการที่ดีขึ้น Work-Life Conditions มีผลต่อ Organizational Well-Being อย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามสำคัญนอกจาก เราทำงานหนักแค่ไหน ? แต่ยังรวมถึงเราทำงานมากเกินไปหรือไม่ ?  เรานอนน้อยเกินไปหรือเปล่า ? เพราะคุณภาพชีวิตที่ลดลงย่อมส่งผลต่อคุณภาพงานโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่ถูกเน้นย้ำคือ ความเสี่ยงทางสุขภาพมีต้นทุนที่มองไม่เห็นแต่สูงมาก ยิ่งพนักงานมีความเสี่ยงด้านสุขภาพมากเท่าไร โอกาสขาดงาน หรือมาทำงานโดยไม่พร้อม (</span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/presenteeism-mental-health-250327/"><span style="font-weight: 400;">Presenteeism</span></a><span style="font-weight: 400;">) ก็ยิ่งสูงขึ้น สุขภาพจึงเชื่อมโยงกับความปลอดภัย (Health &amp; Safety) และประสิทธิภาพการทำงานโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่หรือการดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เพียงเพิ่มโอกาสการเจ็บป่วย แต่ยังทำให้ประสิทธิภาพลดลง ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลและเบี้ยประกันสุขภาพก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนกลายเป็นภาระต้นทุนที่องค์กรต้องแบกรับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยยังชี้ว่า Workplace Stressors เพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต และคิดเป็น 5–8% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ ซึ่งสะท้อนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาระดับองค์กรเท่านั้น แต่เป็นประเด็นเชิงระบบของสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมองค์กรคืออีกตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาวะโดยตรง พฤติกรรมเป็นพิษ (Toxic Behavior) ในที่ทำงานเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของความเครียด การเบิร์นเอาท์ และการลาออก และหลายครั้งไม่ได้มาจากงานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานหรือสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยทางใจ ในทางกลับกัน องค์กรที่ดูแลพนักงานอย่างจริงจังจะทำให้คนรู้สึกมีอนาคต รู้สึกผูกพัน และเชื่อมโยงตัวเองกับความสำเร็จขององค์กรได้มากขึ้น เมื่อความเครียดลดลง ค่าใช้จ่ายลดลง และ Engagement เพิ่มขึ้น วงจรเชิงบวกก็จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รากฐานของ Individual Creativity และเป็นเชื้อเพลิงสำคัญของนวัตกรรม หากองค์กรต้องการเห็นความคิดใหม่ ๆ เกิดขึ้นจริง ต้องเริ่มจากการสร้างสภาพแวดล้อมที่คนรู้สึกปลอดภัย มีพลัง และมีความสุข</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะ Happy People สร้าง Happy Workplace และ Happy Workplace คือฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน ถึงเวลาแล้วที่องค์กรต้องยกระดับ Well-being ให้เป็นยุทธศาสตร์หลัก ไม่ใช่โครงการเสริม เพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จในอนาคตอย่างแท้จริง”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทิ้งท้าย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>3.People &amp; Well-being Role Models for National Organizations</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48854" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134510.025.webp" alt="PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025 386" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134510.025.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134510.025-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“อนาคตที่ฝัน เป็นจริงได้ที่กรุงไทย”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สัณห์จุฑา รัตรสารร SVP &amp; Mgr Talent Management &amp; Recruitment Department Acting Head of Krungthai </b><a href="https://krungthai.com/th/personal" target="_blank" rel="noopener"><b>(ธนาคารกรุงไทย)</b></a> <span style="font-weight: 400;">มาเล่าถึงโจทย์การดูแลพนักงานกว่า 16,000 คน ภายใต้บทบาทที่แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป เมื่อกรุงไทยไม่ได้แข่งขันทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น พนักงานจึงต้องตระหนักว่า งานที่ทำไม่ใช่แค่เพื่อเงินเดือน หากแต่เป็นการขับเคลื่อนประชาชน สังคม และประเทศไปข้างหน้า และเป็นความหมายของงานที่พนักงานทุกคนมีส่วนร่วม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อตั้งเป้าไว้เช่นนี้ ความท้าทายสำคัญจึงเป็นการยกระดับสกิลและมายด์เซ็ตให้ทันโลกที่เปลี่ยนเร็ว ทักษะด้านดิจิทัลเป็นสิ่งจำเป็น แต่ Soft Skills และ </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/agile-mindset-09232021/"><span style="font-weight: 400;">Agile Mindset</span></a><span style="font-weight: 400;"> คือหัวใจที่ทำให้พนักงานปรับตัวและช่วยลูกค้าฝ่าวิกฤตได้ องค์กรต้องทำให้คนเข้าใจบริบทที่ตัวเองอยู่ว่า หน้าที่ของธนาคารแห่งนี้เกี่ยวพันกับความแข็งแกร่งทางการเงินของประชาชนทั้งประเทศอย่างไร เมื่อเข้าใจแล้ว HR จึงต้องออกแบบ Holistic Well-being ให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้คนกรุงไทยแข็งแรง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะเมื่อพนักงานแข็งแรง เขาจะมีพลังไปช่วยให้ลูกค้าและสังคมแข็งแรงตามไปด้วย”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในด้าน Talent Management กรุงไทยเริ่มจากการนิยามคำว่า Talent ให้ชัดในบริบทขององค์กร โดยเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพอยู่แล้ว คำถามคือ บทบาทที่ได้รับเปิดโอกาสให้เขาแสดงจุดแข็งหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ธนาคารจึงให้ความสำคัญกับ Internal Mobility เปิดเวทีให้พนักงานภายในได้แสดงศักยภาพก่อน หากมีโปรเจกต์ใหม่ก็จะดึงคนในมาร่วมพัฒนา หากจำเป็นจึงค่อยสรรหาจากภายนอก นอกจากนี้ยังสร้างพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนา Talent Pipeline ตั้งแต่ระดับนักศึกษา พร้อมปลูกฝังแนวคิดที่ดีให้กับนักศึกษาฝึกงาน แม้วันหนึ่งพวกเขาจะไม่ได้ทำงานที่นี่ ก็ยังสามารถเป็นกำลังสำคัญของสังคมต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมิติ Well-Being กรุงไทยเริ่มจากพื้นฐานที่ชัดเจน คือ Physical Well-being เพราะหากร่างกายไม่แข็งแรง ก็ยากจะต่อยอดสู่สุขภาวะด้านอื่น จากนั้นจึงขยายไปสู่ Mental และ Financial Well-being ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของธนาคาร ก่อนต่อยอดสู่ Society, Environment, Spiritual และ Career &amp; Development อย่างเป็นระบบ ความท้าทายคือการดูแลพนักงานที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะสำนักงานใหญ่ ธนาคารจึงพัฒนา One Krungthai Super App เพื่อเชื่อมโยงพนักงานกับบริการสำคัญต่าง ๆ รวมถึงการดูแลสุขภาพ ทำให้การบริหารคนไม่จำกัดด้วยพื้นที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ของการดูแลพนักงานอย่างจริงใจสะท้อนผ่านความผูกพันที่สูงกว่า 90% อย่างต่อเนื่อง และการได้รับการรับรองเป็น Best Place to Work อันดับต้น ๆ ของไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าประทับใจไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่ผลของการสร้างวัฒนธรรมที่ไม่ทอดทิ้งกัน ก็แสดงออกมาให้เห็นจริง ๆ ผ่านการช่วยเหลือพนักงานที่ประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ โดยสำนักงานใหญ่พยายามติดต่อพนักงานทุกคน จนพบและช่วยเหลือพนักงานที่ประสบอันตรายได้ทันเวลา เป็นตัวอย่างของการดูแลที่เกินกว่าหน้าที่เชิงระบบ แต่เป็นความห่วงใยที่จับต้องได้</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“บทเรียนสำคัญที่เราได้เรียนรู้ก็คือ หากองค์กรต้องการสร้างระบบ People &amp; Well-Being ที่ยั่งยืน ต้องเริ่มจากการตั้งคำถามให้ชัดว่า “เราทำสิ่งนี้เพื่ออะไร” เมื่อวัตถุประสงค์ชัด การออกแบบโครงการจะไม่สะเปะสะปะ”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“อีกหัวใจสำคัญคือการสร้างฐานข้อมูลด้านบุคลากรอย่างจริงจัง เก็บข้อมูล วัดผล และนำผลลัพธ์มาพัฒนาต่อ เพราะ Well-Being ที่ดีไม่ใช่แค่ความตั้งใจ แต่ต้องเป็นระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและความมุ่งมั่นของผู้นำ เมื่อทั้งเป้าหมายและกลไกชัดเจน อนาคตที่ฝันก็สามารถทำให้เป็นจริงได้จริงค่ะ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณสัณห์จุฑา กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>4.Future-Ready Organizations: Well-being, People, and Capacity</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48856" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134532.603.webp" alt="PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025 387" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134532.603.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134532.603-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ Independent Director TMB Thanachart Bank PLC Thai Airways International PLC. ผู้มีประสบการณ์การบริหารคนในองค์กรใหญ่ระดับโลกมาอธิบายว่า </b><span style="font-weight: 400;">หากจะเคลื่อนองค์กรไปให้ถงเป้าหมาย เราต้องเคลื่อนไปทั้งหมด ทั้งองคาพยพขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไปได้นั้น ต้องเริ่มจากผู้นำเสมอที่ต้องวางกลยุทธ์และ Execute ให้ไปถึงเป้าหมายได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์ของเธอ Well-Being ไม่ใช่แค่เรื่องการทำให้พนักงานรู้สึกสบาย หรือการสร้างกิจกรรมสร้างบรรยากาศในองค์กรเท่านั้น แต่ต้องทำให้พนักงานสบายใจที่จะทำงาน แล้วบรรลุผลลัพธ์ทางธุรกิจ พร้อมกับเติบโตภายในไปพร้อมกัน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เป้าหมายอาจท้าทายและไม่ง่าย แต่กระบวนการเดินไปสู่เป้าหมายนั้นควรเต็มไปด้วยความหมาย ความสนุก และความภาคภูมิใจ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ แก่นสำคัญของ People Management ในโลกอนาคตคือศักยภาพของคน องค์กรต้องพัฒนาคนให้ตอบโจทย์ธุรกิจวันหน้า และต้องมีศักยภาพทางเทคโนโลยีรองรับ แต่กลยุทธ์และเทคโนโลยีจะไร้ความหมาย หากไม่มีคนที่เข้าใจและพร้อมขับเคลื่อนมันอย่างแท้จริง ดังนั้น การพัฒนาองค์กรจึงต้องกลับมาที่ Human Needs โดยเริ่มจากความต้องการพื้นฐาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เธอเน้นเป็นพิเศษคือเรื่อง Self-Esteem และ Self-Actualization เพราะ 2 ระดับนี้คือพลังที่ทำให้คนเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่ทำงานให้ผ่านไปวัน ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Self-Esteem คือความภาคภูมิใจและความพึงพอใจในตนเอง ขณะที่ Self-Actualization คือการได้ทำสิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตของตัวเอง คำถามสำคัญคือ เป้าหมายของพนักงานสอดคล้องกับ North Star ขององค์กรหรือไม่ แม้ไม่ใช่ทุกอย่างจะไปด้วยกันได้ทั้งหมด แต่ผู้นำต้องหาวิธีเชื่อม Inner Purpose ของพนักงานกับเป้าหมายองค์กร ผ่านการโค้ชชิ่ง การพูดคุยแบบวันออนวัน และการสื่อสารที่ทัชใจ ไม่ใช่สื่อสารแบบทั่วไปที่ไม่เชื่อมโยงกับความรู้สึกของคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยังอธิบายความต่างระหว่างองค์กรที่ให้พนักงาน Strive กับองค์กรที่ทำให้พนักงาน Thrive </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แบบแรกคือการอดทนฝืนสู้ ความเครียดซ่อนอยู่ลึก ๆ และยากจะอยู่ยาว ส่วนแบบหลังคือการเติบโตอย่างมีพลัง ดังนั้นผู้นำจึงต้องมีสติ (Conscious Leadership) เข้าใจอารมณ์และสถานการณ์ของตัวเองก่อน แล้วจึงออกแบบบรรยากาศการทำงานที่ทำให้คนรู้สึกสนุกกับความท้าทาย แม้ในช่วงที่เป้าหมายยากหรือสภาพแวดล้อมไม่แน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ลดความเครียด แต่ต้องทำให้คนเห็นคุณค่าและอยากเดินไปถึงเป้าหมายด้วยตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Holistic Well-Being ไม่ใช่แนวคิดสวยหรู แต่เป็นการขับเคลื่อนแบบองค์รวม ต้องสร้าง Collaborative Culture ที่ทลายกำแพง </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/siloed-work-environment-10282021/"><span style="font-weight: 400;">Silo</span></a><span style="font-weight: 400;"> เปิดพื้นที่รับฟังอย่างเห็นอกเห็นใจ (Empathetic Listening) และให้คุณค่ากับเสียงที่หลากหลาย นอกจากนั้นการสื่อสารต้องเป็นแบบ Heart to Heart ไม่ใช่เพียงการประกาศนโยบายบน</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/town-hall-meeting-employee-engagement-250609/"><span style="font-weight: 400;">เวที Town Hall</span></a><span style="font-weight: 400;"> แต่ต้องสื่อสารให้ชัดเจน ตรงจุด และเชื่อมโยงกับผลลัพธ์จริง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะเมื่อพนักงานเข้าใจทิศทางเดียวกัน รู้ว่า North Star หรือเป้าหมายสูงสุดที่องค์กรต้องการไปให้ถึงคืออะไร และรู้ว่าตัวเองมีบทบาทอย่างไร การเคลื่อนองค์กรจะไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นการร่วมมือ”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อดูแลพนักงานให้ดี องค์กรจะได้ใจ ได้งาน ได้คนไปพร้อมกัน การเติบโตต้องไม่ใช่การบีบให้พนักงานทำเพราะต้องทำ แต่ให้พวกเขาทำเพราะเห็นความหมาย เห็นทิศทาง และอยากเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนั้นจริง ๆ นี่คือหัวใจขององค์กรที่พร้อมสำหรับอนาคตอย่างแท้จริงค่ะ”</span></i></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38146 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="กำลังมองหา HR Solutions ? ติดต่อปรึกษา HREX ฟรี" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน PMAT Thailand People Management &amp; Well-Being Award 2025 388" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-thailand-people-management-well-being-award-2025-260218/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/futureskill-next-2026-260218/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/futureskill-next-2026-260218/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Feb 2026 12:20:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[FutureSkill]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48843</guid>

					<description><![CDATA[บทบาทของคนทำงานสาย HRD กำลังถูกตั้งคำถามอย่างเข้มข้นในช่วงหลายปีมานี้ว่า งานพัฒนาคนเป็นเพียงต้นทุนที่องค์กรต้องแบกรับ หรือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ  FutureSkill for Business เล็งเห็นความท้าทายของประเด็นนี้ จึงจัดงาน FutureSkill Next 2026 ให้เป็นพื้นที่ที่ท้าทายกรอบความคิดเดิม ๆ ที่เคยมองการฝึกอบรมและการพัฒนาบุคลากรในฐานะ Cost Center สู่การยกระดับให้เป็น Profit Driver อย่างเป็นรูปธรรม งานนี้ตั้งต้นจากความเชื่อสำคัญว่า การพัฒนาคนไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่องค์กรได้จริง หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหามาให้อ่านกันแล้ว ติดตามเนื้อหาได้เลยในบทความนี้ 1. 2026 Skill Outlook: From Global Trends to Business Impact คุณ แทนพงศ์ สุคนธ์พานิช CEO ของ FutureSkill for Business เล่าว่าตั้งแต่เด็กเขาอินกับเรื่องการศึกษามาก เพราะเขาชอบออกค่ายต่างจังหวัด จึงได้เห็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างใกล้ชิด ภาพเหล่านั้นกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เขาเชื่อมั่นว่า การศึกษาไม่เพียงเป็นเครื่องมือพัฒนาบุคคล แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศทั้งระบบ และหากองค์กรใดออกแบบการเรียนรู้ได้ถูกทาง ก็สามารถเปลี่ยนศักยภาพของคนให้กลายเป็นพลังทางธุรกิจ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48845" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134907.022.webp" alt="FutureSkill NEXT 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026 397" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134907.022.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134907.022-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของคนทำงานสาย </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190423-human-resource-development/"><b>HRD</b></a><span style="font-weight: 400;"> กำลังถูกตั้งคำถามอย่างเข้มข้นในช่วงหลายปีมานี้ว่า งานพัฒนาคนเป็นเพียงต้นทุนที่องค์กรต้องแบกรับ หรือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ </span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/50"><b>FutureSkill for Business</b></a> <span style="font-weight: 400;">เล็งเห็นความท้าทายของประเด็นนี้ จึงจัดงาน FutureSkill Next 2026 ให้เป็นพื้นที่ที่ท้าทายกรอบความคิดเดิม ๆ ที่เคยมองการฝึกอบรมและการพัฒนาบุคลากรในฐานะ Cost Center สู่การยกระดับให้เป็น Profit Driver อย่างเป็นรูปธรรม งานนี้ตั้งต้นจากความเชื่อสำคัญว่า</span><b> การพัฒนาคนไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่องค์กรได้จริง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหามาให้อ่านกันแล้ว ติดตามเนื้อหาได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>1. 2026 Skill Outlook: From Global Trends to Business Impact</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48846" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134917.860.webp" alt="FutureSkill NEXT 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026 398" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134917.860.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T134917.860-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>แทนพงศ์ สุคนธ์พานิช CEO ของ FutureSkill for Business</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่าตั้งแต่เด็กเขาอินกับเรื่องการศึกษามาก เพราะเขาชอบออกค่ายต่างจังหวัด จึงได้เห็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างใกล้ชิด ภาพเหล่านั้นกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เขาเชื่อมั่นว่า การศึกษาไม่เพียงเป็นเครื่องมือพัฒนาบุคคล แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศทั้งระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากองค์กรใดออกแบบการเรียนรู้ได้ถูกทาง ก็สามารถเปลี่ยนศักยภาพของคนให้กลายเป็นพลังทางธุรกิจ และพลังของการเติบโตได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม บริบทโลกปี 2026 ไม่ได้รอให้ใครปรับตัวช้า เพราะมี 3 เมกะเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน และส่งผลกระทบต่อองค์กร HR และพนักงานโดยตรง ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Digital Acceleration</b><span style="font-weight: 400;"> เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะ AI ที่พัฒนาเร็วกว่าทักษะของคนถึง 66% และผู้บริหารกว่า 95% มองว่าทักษะ AI ของพนักงานพัฒนาตามไม่ทัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Low Growth Economy</b><span style="font-weight: 400;"> เศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ การส่งออกติดลบ กดดันให้องค์กรต้องใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Constant New Business Mandates</b><span style="font-weight: 400;"> กติกาทางธุรกิจเปลี่ยนตลอดเวลา โมเดลใหม่เกิดขึ้นทุกวัน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ 3 แรงกดดันนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน คำถามสำคัญจึงกว้างกว่าแค่ควรเทรนนิ่งอะไรดี ? แต่ควรถามว่า จะออกแบบการพัฒนาคนให้ตอบโจทย์ธุรกิจในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ได้อย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการวิเคราะห์แนวโน้มระดับโลก คุณแทนพงศ์สรุปแนวทางที่องค์กรควรมุ่งเน้นไว้ 4 ประเด็นหลัก ซึ่งสะท้อนทิศทางการพัฒนาคนอย่างชัดเจน ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ยกระดับประสิทธิภาพ ลดต้นทุนแต่เพิ่ม Productivity เพราะประสิทธิภาพสูงกลายเป็นความปกติใหม่ของธุรกิจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างนวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคและแนวคิดความยั่งยืน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ผ่าน Data และ AI เพื่อสร้างความภักดีระยะยาว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างองค์กรที่ปรับตัวไว และที่สำคัญคือพนักงานต้องฟื้นตัวจากอุปสรรคได้เร็ว</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโจทย์ธุรกิจชัด การเตรียมบุคลากรจึงหนีไม่พ้นเรื่อง “ทักษะ” โดยในอีก 5 ปีข้างหน้า ทักษะสำคัญแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Digital &amp; AI Skills</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Human Skills</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Green &amp; Sustainability Skills</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อสังเกตของคุณแทนพงศ์คือ แม้ผู้คนจะพูดถึง Digital มากที่สุด แต่กลุ่ม Human Skills กลับมีความสำคัญเชิงลึกไม่แพ้กัน เพราะอนาคตของการทำงานคือยุคแห่งการทำงานร่วมกันระหว่าง AI และมนุษย์ ดังนั้นทักษะสำคัญที่เราควรต้องเน้นย้ำ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Data Analytics</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">AI &amp; Digital Literacy</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Analytical &amp; Critical Thinking</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Creative &amp; Innovative Thinking</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Effective Communication</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Sustainability Mindset</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Proficiency หรือถนัดในสายงานของตัวเอง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณแทนพงศ์ ยังย้ำอีกว่า ยิ่ง AI เก่งขึ้นทุกวัน มนุษย์ต้องยกระดับบทบาทจากผู้ตาม สู่ผู้นำการใช้เทคโนโลยีให้ได้ กล่าวคือต้องเป็น Human in the Lead ไม่ใช่แค่ Human in the Loop</span></p>
<p><b><i>“มนุษย์ไม่ควรเป็นเพียงผู้ตรวจสอบระบบ แต่ต้องเป็นผู้ออกแบบทิศทาง ควบคุม และสร้างคุณค่าร่วมกับ AI ให้เกิด Business Impact ที่จับต้องได้ </i></b><i><span style="font-weight: 400;">นี่จึงไม่ใช่แค่การพัฒนาทักษะเพื่อความอยู่รอด แต่จะยกระดับศักยภาพคนให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรในยุคที่ความเปลี่ยนแปลงคือความปกติใหม่อย่างแท้จริง”</span></i></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>2.AI &amp; Human Skills for Business Growth</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ CEO จาก Siametrics &amp; ViaLink และผู้เขียนหนังสือ คู่มือมนุษย์ยุค AI: Infinite Scaler</b><span style="font-weight: 400;"> เกริ่นว่า เขาอยู่กับ AI มาตั้งแต่วันที่มันยังไม่ฉลาด จนถึงวันนี้ที่หลายโมเดลทำงานได้เหนือกว่ามนุษย์ในบางมิติ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจคือ AI ไม่ได้พัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่พัฒนาแบบก้าวกระโดด โมเดลที่ดีที่สุดเมื่อปีก่อน อาจตกอันดับในปีนี้ และแม้จะมีคนจำนวนมากยังสับสนว่าจะเอา AI ไปทำอะไร แต่ในความเป็นจริง เทคโนโลยีกำลังเดินหน้าเร็วกว่าความเข้าใจของเราไปมากแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI วันนี้ฉลาดแบบ Beyond Intelligence ในหลายด้าน มันสามารถตีความคำสั่งที่ไม่ชัดเจน เรียนรู้เพิ่มเติมเองได้ จดจำบริบทยาว ๆ ได้ดีขึ้น ใช้ AI Tools อื่น ๆ ต่อกันเป็นระบบ และแม้กระทั่งใช้ Human Tools อย่าง Excel, Word หรือโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์แทนเราได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระดับความสามารถที่เพิ่มขึ้นนี้ ทำให้หลายงานที่เคยต้องใช้แรงคนจำนวนมาก อาจเหลือเพียงไม่กี่บทบาทในอนาคตอันใกล้ เพราะถึงแม้  AI จะไม่รู้คำตอบ แต่มันก็สามารถค้นหาวิธีรู้ได้เอง ซึ่งเปลี่ยนเกมของโลกการทำงานไปโดยสิ้นเชิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ AI Automation ทำให้กระบวนการทำงานทำมือทั้งหมดกลายเป็นงานอัตโนมัติ เช่น การดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ ดาวน์โหลดไฟล์ อ่านเอกสาร และจัดการข้อมูลใน Excel โดยที่มนุษย์ทำหน้าที่เพียงควบคุมทิศทาง แนวโน้มนี้กำลังผลักดันให้เราต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ลงมือทำ (Implementation) ไปสู่ผู้ควบคุมและออกแบบระบบ (Orchestration) หากองค์กรไม่ปรับตัว อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลังทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมขององค์กรนี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะแรงสั่นสะเทือนนี้กำลังกระจายไปทุกอุตสาหกรรม ทำให้การวางแผน Manpower จึงจริงจังขึ้นตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่รอให้สถานการณ์บีบคั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/on-the-job-training-vs-off-the-job-training-241030/"><span style="font-weight: 400;">Learning by Doing</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือทดลองใช้จริงกับงานจริง เลือก Use Case ที่ไม่ซับซ้อนก่อน เพื่อสร้างชัยชนะเล็ก ๆ แล้วค่อยขยายผล เพราะคนที่ทดลองได้บ่อย คือผู้ชนะ และการวัดผล AI อาจไม่ได้ชัดในเชิงตัวเงินเสมอไป แต่สามารถวัดจากเวลาที่ประหยัดได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะเก่งขึ้นทุกวัน แต่ความได้เปรียบของมนุษย์ยังคงชัดเจน โดยเฉพาะทักษะที่ AI ทดแทนได้ยาก ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Aspiration &amp; Leadership ความทะเยอทะยานและภาวะผู้นำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Critical Evaluation การประเมินว่างานที่ AI สร้างมาดีพอหรือไม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Contextual Judgment การตัดสินใจใช้ AI ให้เหมาะกับบริบท</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Orchestration การจัดสรรว่างานไหนควรให้ใครหรือระบบใดทำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Taste &amp; Creative Edge รสนิยมและไอเดียที่ฉีกกรอบเกินมาตรฐาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Emotional Intelligence ความเข้าใจอารมณ์และมนุษยสัมพันธ์</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">AI อาจให้คำตอบที่ถูกต้องตามข้อมูล แต่ความเฉียบคมเชิงบริบทและอารมณ์ยังเป็นพื้นที่ของมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด ประเด็นสำคัญไม่ใช่การใส่ AI ลงในทุก KPI แต่ต้องตีกรอบการใช้ AI ไว้ในกรอบกลยุทธ์ธุรกิจ และสร้างวัฒนธรรมการทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน (Culture of Doing Better Than Yesterday) </span><b>องค์กรไม่จำเป็นต้องมีผู้นำด้าน AI เยอะ มีคนเดียวก็พอแล้ว แต่อย่างน้อยต้องมีคนที่รับบทบาทนี้ชัดเจน และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงปฏิบัติได้จริง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในยุคที่ Disruption รออยู่ข้างหน้า คนที่กระตือรือร้นพอจะทดลอง เรียนรู้ และปรับตัวก่อน จะเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบ และนี่คือหัวใจของการเติบโตทางธุรกิจในยุคที่ AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือ แต่เป็นแรงเร่งของการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38146 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026 399" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<h2><b>3. Transforming Human Capital into Business Profit</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48849" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T180242.494.webp" alt="FutureSkill NEXT 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026 400" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T180242.494.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T180242.494-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>เกริกฤทธิ์ เจียรกมลชื่น COO จาก AppliCAD Thai</b><span style="font-weight: 400;"> เปิดมุมมองที่น่าสนใจว่า แม้เขาจะไม่ได้จบสาย HR โดยตรง แต่บทเรียนด้านการบริหารคนที่ลึกที่สุดกลับมาจากการลงมือทำจริง ทั้งความสำเร็จและความผิดพลาด เขาเล่าว่า ผู้ก่อตั้ง AppliCAD ให้ความสำคัญกับ People Development Journey มาโดยตลอด โดยสร้างวัฒนธรรมที่เชื่อว่าคนสามารถพัฒนาและเติบโตไปพร้อมองค์กรได้จริงมาตั้งแต่แรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ในช่วงเริ่มต้น องค์กรอาจยังไม่รู้ชัดว่าจะพัฒนาคนอย่างไร แต่รู้เพียงว่าธุรกิจต้องเติบโต จึงเริ่มจากทักษะที่ให้ผลลัพธ์เร็ว เช่น เทคนิคการขาย หรือการพัฒนาภาษา แต่เมื่อองค์กรขยายตัว โจทย์เปลี่ยนจากโตให้เร็ว เป็นโตอย่างยั่งยืน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาคนจึงต้องมีทิศทางมากขึ้น และที่สำคั การส่งพนักงานไปเรียนอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะความรู้ที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ ย่อมไม่สร้างคุณค่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AppliCAD จึงสร้างเวทีทดลองจริง เช่น การตั้ง Virtual Team หรือโปรเจกต์ข้ามสายงาน เพื่อให้คนได้ถอดหัวโขน มาทำงานร่วมกันและแสดงศักยภาพ แนวทางนี้ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากกว่าการอบรมแบบเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นสำคัญของคุณเกริกฤทธิ์คือการนำ AI มาใช้ในองค์กร เขามองว่าเราไม่สามารถต้าน AI ได้ แต่อยู่ที่เราว่าจะเลือกใช้มันอย่างไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างที่เขาเอามาใช้ในองค์กร คือการเริ่มจากปัญหาภายในเล็ก ๆ เช่น เวลามีคนถามเรื่องสวัสดิการที่ HR ต้องตอบซ้ำ ๆ จึงพัฒนาโมเดล AI เพื่อช่วยให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลได้เอง ลดภาระงานซ้ำซ้อน สะท้อนแนวคิดว่า AI ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโปรเจกต์ใหญ่เสมอไป แต่เริ่มจาก Pain Point ที่ชัดเจนก่อน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ C-Level ต้อง Buy-in และมองว่า AI เป็น A Must ไม่ใช่สิ่งที่ Nice to Have</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของ Business Challenge ปัจจุบัน บรรทัดฐานการทำธุรกิจเปลี่ยนไปแล้ว ก่อนจะรับใครเข้ามา ต้องวางแผนตั้งแต่ต้นว่าเขาถูกจ้างมาเพื่อแก้โจทย์อะไร และเมื่อไรควร Break Even หลายคนอาจคิดว่าวัดผลได้ชัดเฉพาะฝ่ายขาย แต่แท้จริงแล้วทุกฝ่ายสามารถมีตัวชี้วัดได้ เช่น การตลาดวัดจากยอดขายที่สร้างได้ บัญชีวัดจากการประหยัดต้นทุนหรือการจัดการภาษี หากองค์กรกำหนด KPI ชัดเจน การตัดสินใจเรื่องการโปรโมตหรือการปรับทีมจะไม่ใช่เรื่องอึดอัด แต่เป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลและทิศทางธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด </span><b>องค์กรที่เร่งเดินหน้าโดยไม่มีเข็มทิศ คือองค์กรที่เสี่ยงที่สุด HR ต้องทำงานร่วมกับผู้บริหารระดับสูงเพื่อกำหนดทิศทางที่ชัดเจน และสร้างการพัฒนาที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์จริง ไม่ใช่เรียนเพื่อรู้ แต่ต้องเรียนเพื่อทำงานเป็น ทำงานกับคนอื่นได้ และสอดคล้องกับ Culture Fit</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรรู้ว่าตัวเองยังไม่รู้อะไร และกล้าวัดผลอย่างตรงไปตรงมา การพัฒนาทุนมนุษย์จะนำมาซึ่งกำไรทางธุรกิจในระยะยาว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>4. How to Design a High Impact People Development Plan</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48850" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T180249.399.webp" alt="FutureSkill NEXT 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026 401" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T180249.399.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T180249.399-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ลงทุนอบรมปีละเป็นล้าน แล้วได้กำไรกลับมาเท่าไหร่ ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือคำถามที่ HR และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง HRD ทุกคนต้องเคยเผชิญ รวมถึงคุณ </span><b>ประเสริฐ แสนแก้ว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านทรัพยากรบุคคลและบริหารทั่วไป </b><a href="https://hns.co.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>บริษัท แฮปปี้ เนสท์ สเปซ จำกัด</b></a><span style="font-weight: 400;"> และคุณ</span><b> กิตติพงษ์ เรืองแสน Human Resources Director จาก </b><a href="https://km.thailandprivilege.co.th/home" target="_blank" rel="noopener"><b>บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด</b></a><span style="font-weight: 400;"> 2 ผู้นำ HR มากความสามารถที่ก็เจอคำถามนี้ไม่ต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งคู่สะท้อนตรงกันว่า ความท้าทายของการออกแบบ People Development ไม่ใช่การหาคอร์สที่ดีที่สุด แต่ต้องตอบให้ได้ว่า องค์กรของเราเป็นใคร ? และกำลังจะไปทางไหน ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายครั้ง HR ไปฟัง Best Practice จากองค์กรอื่นแล้วอยากทำตาม แต่เมื่อกลับมาที่บริบทของตัวเอง กลับทำไม่ได้ทั้งหมด เพราะกลยุทธ์ โครงสร้าง และวัฒนธรรมต่างกันโดยสิ้นเชิง</span></p>
<p><b>จุดตั้งต้นที่ถูกต้องจึงขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ธุรกิจว่าปีนี้คืออะไร ?</b><span style="font-weight: 400;"> Competency ของพนักงานเองก็ต้องสอดคล้องกับแผนธุรกิจอย่างชัดเจนด้วย หากองค์กรโฟกัสการเติบโตด้านบริการ ก็ต้องพัฒนาทักษะที่ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า หากองค์กรกำลังขยายตลาด ก็ต้องเน้นทักษะการขาย การสื่อสาร หรือการบริหารโครงการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อรู้ทิศทางชัด การเลือกหลักสูตรจะง่ายขึ้น เพราะเราไม่ได้เลือกจากความนิยม แต่เลือกจากความจำเป็นเชิงกลยุทธ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกความจริงที่ HR ต้องเผชิญคือ งบประมาณมีจำกัด และความต้องการของพนักงานอาจไม่ตรงกับมุมมองผู้บริหาร เสียงของพนักงานบอกว่าอยากเรียนในสิ่งที่สนใจ แต่เสียงของผู้บริหารอยากให้เรียนในสิ่งที่องค์กรต้องการ กรอบ Competency จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการหาจุดสมดุล เพราะทำให้เห็นว่าอะไรคือทักษะที่จำเป็นต่อธุรกิจจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการเลือกเรียน โดยยังอยู่ในกรอบเป้าหมายองค์กร เมื่อพนักงานรู้สึกว่าตนมีสิทธิ์ Custom เส้นทางการเรียนรู้ของตัวเอง แรงจูงใจในการเรียนก็จะเพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามต่อมาคือ หากเทรนนิ่งวัดผลเป็นตัวเงินไม่ได้ชัดเจน จะออกแบบอย่างไรให้เกิด Business Impact ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบก็คือ </span><b>ผู้บริหารต้องชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไร และ HR ต้องช่วยแปลงสิ่งนั้นให้เป็นการกระทำที่จับต้องได้ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ การเรียนรู้ไม่ควรถูกบังคับ แต่ต้องทำให้พนักงานเห็นว่า เรียนแล้วได้อะไรกลับมา ทั้งในแง่ประสิทธิภาพการทำงาน คุณค่าต่อตัวเอง และโอกาสเติบโต เพราะเมื่อคนเรียนเพื่อต่อยอด ไม่ใช่เรียนเพื่อผ่านเกณฑ์ ผลลัพธ์จะต่างกันอย่างสิ้นเชิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR ที่อยากเริ่มทำ People Transformation ให้เกิด Impact จริง ก้าวแรกควรเริ่มจากทีม HR เองก่อนที่ต้องเข้าใจธุรกิจ เข้าใจแผนรายได้ เข้าใจเป้าหมายองค์กรก่อนใคร หาก HR ยังไม่รู้ทิศทางองค์กรอย่างลึกซึ้ง การสื่อสารกับพนักงานก็จะคลุมเครือ การมีเครื่องมือมากมายไม่ได้แปลว่าจะสำเร็จเสมอไป บางครั้งวิธีบ้าน ๆ ที่ชัดเจน เข้าใจง่าย และทำได้จริง อาจทรงพลังกว่าโมเดลซับซ้อนที่ไม่มีใครใช้เป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายการออกแบบแผนพัฒนาคนต้องยึด 3 หลักสำคัญ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เข้าใจกลยุทธ์และเป้าหมายองค์กรอย่างแท้จริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พูดคุยกับหัวหน้างานเพื่อรู้ Pain Point และความต้องการที่แท้จริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">วางแผนหลักสูตรให้สอดคล้องกับโจทย์ธุรกิจในช่วงเวลานั้น</span></li>
</ul>
<p><b>ฉะนั้นแผนอบรมไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกปี เพราะเป้าหมายธุรกิจเปลี่ยน แผนพัฒนาคนก็ต้องเปลี่ยนตาม</b><span style="font-weight: 400;"> หาก HR ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างกลยุทธ์กับศักยภาพคนได้สำเร็จ การพัฒนาบุคลากรก็จะไม่ใช่เพียงต้นทุน แต่จะกลายเป็นกลไกสร้างกำไรที่วัดผลได้จริงในระยะยาว</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48605" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-23T163333.815.webp" alt="competency-assessment-futureskill" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026 402" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-23T163333.815.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-23T163333.815-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/competency-assessment-futureskill-260123/">วัด Competency ถูกวิธี เปลี่ยนการอบรมที่ไม่เห็นผล สู่การพัฒนาคนที่ตอบโจทย์องค์กร</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>5. How to Drive Learning Success</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48848" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T175748.808.webp" alt="FutureSkill NEXT 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026 403" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T175748.808.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T175748.808-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อให้มีเครื่องมือดีแค่ไหน แต่การเรียนรู้จะไม่เกิดผลเลย หากไม่สร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ที่ตรงกับพนักงานแต่ละกลุ่ม เพื่อให้เขาเรียนแล้วสามารถนำไปปรับใช้งานจริงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ธนพล ฉัตรพรลือชัย Human Resource Development Section Manager จาก </b><a href="https://www.dad.co.th/home.php" target="_blank" rel="noopener"><b>บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด</b></a><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า เขาแบ่งกลุ่มเป้าหมายการสื่อสารออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ผู้บริหารระดับสูง, Line Manager และพนักงาน โดยแต่ละกลุ่มมีบทบาท เป้าหมาย และแรงจูงใจต่างกัน วิธีสื่อสารจึงต้องต่างกันไปด้วย บางครั้งยังต้องอาศัยกระแสหรือแคมเปญสร้างสีสัน เช่น ดัดแปลงธีมให้เข้ากับซีรีส์ดัง “</span><a href="https://www.netflix.com/th/title/81595549" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ส่งครามส่งด่วน</span></a><span style="font-weight: 400;">” เมื่อปีก่อนให้เป็น “สงครามเรียนด่วน” หรือจัดกิจกรรมเรียน 7 วัน เริ่มในวันที่ 7 เดือน 7 เวลา 7 โมง เพื่อกระตุ้นความสนใจและทำให้การเรียนรู้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณ</span><b> วิธิตา จันทร์แดง ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปสายพัฒนาบุคลากร </b><a href="https://www.homepro.co.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)</b></a><span style="font-weight: 400;"> เสนอแนวคิดที่ชัดเจนว่า ลูกค้าของ HR คือพนักงาน หากอยากให้เขาเรียน ต้องเข้าใจ Pain Point ของเขาก่อน หลักสูตรที่ดีไม่ใช่แค่ให้ความรู้ แต่ต้องช่วยให้ชีวิตการทำงานดีขึ้น แก้ปัญหาหน้างานได้จริง และทำให้พนักงานรู้สึกมั่นใจมากขึ้น โฮมโปรจึงเน้นการสื่อสารว่า เรียนแล้วเอาไปใช้ช่วยลูกค้าอย่างไร แก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างไร บางครั้งการเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ ที่นำไปใช้ได้ทันที จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้คนอยากเรียนรู้เรื่องที่ลึกขึ้นในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ อุปสรรคของการเรียนรู้มีทั้งเชิงโครงสร้างและเชิงความคิด ระดับองค์กร ผู้นำและหัวหน้างานมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นผู้กำหนดบรรยากาศและกติกาการเรียนรู้ หากหัวหน้าไม่สนับสนุน วัฒนธรรมการเรียนรู้ย่อมไม่เกิด ขณะเดียวกัน ยังมีกับดักความคิด เช่น เคยทำแบบนี้แล้วสำเร็จ หรือ ไม่มีเวลาเพราะงานล้นมือ ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณธนพลเล่าว่า จากการเก็บข้อมูลพบว่าปัญหาเรื่องเวลาเป็นของจริง จึงต้องออกแบบการเรียนรู้ให้ยืดหยุ่น เช่น ย่อยเนื้อหาให้สั้น เรียนผ่านแพลตฟอร์มได้ทุกที่ทุกเวลา ลดแรงต้านจากภาระงานประจำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝั่งของคุณวิธิตา ได้แชร์โมเดล 4S Framework for Learning Culture ซึ่งสามารถนำไปใช้ต่อได้ ประกอบด้วย</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Support by Leader ผู้นำต้องเป็นต้นแบบที่จับต้องได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Strategic Alignment เชื่อมเป้าหมายการเรียนรู้กับเป้าหมายองค์กรอย่างชัดเจน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Seamless Learning ทำให้การเรียนรู้ไร้รอยต่อ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">System &amp; Incentive ฝังการพัฒนาไว้ในระบบ เช่น KPI หัวหน้าที่ต้องพัฒนาทีม หรือการทำ IDP ร่วมกัน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">กรอบนี้ช่วยให้การเรียนรู้ไม่ใช่กิจกรรมเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของ DNA องค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด การขับเคลื่อน Learning Success ต้องเริ่มจากผลลัพธ์ที่ต้องการ เข้าใจทั้งองค์กรและพนักงาน แล้วออกแบบการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์ทั้งสองฝ่าย HRD ต้องใจเย็น เพราะการพัฒนาคนเหมือนการปลูกต้นไม้ ต้องใช้เวลา ใส่ปุ๋ย รดน้ำ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ที่สำคัญต้องเริ่มจากใจของ HR เอง หากเราเชื่อมั่นในคุณค่าของการเรียนรู้ และทำให้มันเชื่อมโยงกับชีวิตจริงได้ วันหนึ่งวัฒนธรรมการเรียนรู้จะหยั่งรากลึกและเติบโตอย่างยั่งยืนในองค์กร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>6. How to Transform HR into a Growth Engine</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48847" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T175738.429.webp" alt="FutureSkill NEXT 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน FutureSkill NEXT 2026 404" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T175738.429.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-18T175738.429-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/voice-of-hr-note-sarun-240802/"> <b>โน้ต &#8211; ศรัณย์ คุ้งบรรพต</b></a><b> นักร้อง &#8211; อาจารย์พิเศษด้าน HR และผู้บริหารด้าน HR จากสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าเรื่องราวชีวิตของเขาที่ไม่ได้เริ่มจาก HR เลย จากเด็กที่เคยอยากเป็นหมอ แต่เพราะตาบอดสีจึงเบนเข็มไปเรียนอักษรศาสตร์ เส้นทางนั้นทำให้เขาได้อ่านวรรณกรรม เข้าใจผู้คน และมองมนุษย์ลึกขึ้นโดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังเรียนจบ เขาไม่แน่ใจว่าจะทำอาชีพอะไร จนได้เข้าไปแปลแพลตฟอร์ม e-learning และนั่นกลายเป็นประตูสู่โลก HR แบบไม่ได้ตั้งใจ ก่อนจะต่อยอดความรู้ด้านธุรกิจและการบัญชี และค้นพบว่าความถนัดแท้จริงของเขาอยู่ที่ People &amp; Organization</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเลือกเส้นทาง HR เขาตั้งใจจะเป็น HR ที่แซ่บที่สุด แต่พอทำงานจริง ก็เจอภาพจำของ HR ในสายตาหลายคนว่าเป็นฝ่ายที่ทำงานช้า เจ้าระเบียบ เชย และคุยไม่รู้เรื่อง ฯลฯ เขาไม่ยอมแพ้ต่อภาพลบนั้น แต่พยายามเปลี่ยนมุมมอง ด้วยการเป็น HR ที่คนอยากเข้าหา อยากคุยด้วย อยากชวนไปกินข้าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าเมื่อบทบาทสูงขึ้น เขาพบว่าความเป็นคนน่ารักอย่างเดียวไม่พอ สิ่งที่สำคัญกว่าคือ Trust โดยเฉพาะในช่วงที่องค์กรต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลง ความไว้วางใจคือทุนที่สำคัญที่สุด และมันต้องใช้เวลาสร้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังอธิบายแนวคิด Relationship Account หรือบัญชีความสัมพันธ์ ว่าคือสินทรัพย์สำคัญของ HR การจะขับเคลื่อนองค์กรได้ ต้องเริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ที่จริงใจ ไม่ใช่พูดเอาใจหรือเริ่มต้นจากความกลัว สิ่งที่เขาให้ความสำคัญคือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Communication Intent สื่อสารให้ชัดว่าจะทำอะไร ทำไปเพื่ออะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Share Thought Process &amp; Knowledge อธิบายที่มาที่ไป เหตุผล และตรรกะเบื้องหลังการตัดสินใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Share Feelings แสดงความรู้สึกอย่างจริงใจ เพราะอารมณ์ทำให้เราเป็นมนุษย์</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อคนเข้าใจทั้งเหตุผลและความรู้สึก Trust จึงค่อย ๆ เติบโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม โลกธุรกิจไม่ได้ให้รางวัลกับความสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว เพราะบางช่วงเวลามีแรงกดดันเรื่องผลลัพธ์จนเขาเกือบหมดไฟ ประสบการณ์นั้นทำให้เขาค้นพบความหมายของคำว่า มืออาชีพ ซึ่งไม่ใช่แค่ทำงานเก่ง แต่เป็นคนที่หาสมดุลและยืนระยะได้อย่างยั่งยืน โดยเขาสรุปความเป็นมืออาชีพไว้ว่า</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สมดุล ไม่ตึงหรือหย่อนเกินไป</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เพียรถูกเรื่อง ไม่ต้องทำให้ทุกคนพอใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แคร์ให้ถูกคน ให้คุณค่ากับสิ่งที่สำคัญจริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทำสิ่งที่ถูกต้อง โดยไม่สร้างความเสียหายต่อองค์กร</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนเหล่านี้ทำให้เขามีพลังจะเดินหน้าต่อ และเปลี่ยน HR ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนธุรกิจอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR ที่อยากเป็น Growth Engine ขององค์กร เขาฝากไว้ชัดเจนว่า</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จงเป็น HR เพราะอยากดูแลคนจริง ๆ ไม่ใช่เพราะไม่มีทางเลือก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ฝันให้ใหญ่กว่าการทำงานให้เสร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เป็นคนน่ารัก แม้ในวันที่ไม่มีใครน่ารักกับเรา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีประโยชน์และเป็นมืออาชีพ หาคำตอบให้ได้ว่า HR ของเราสร้างคุณค่าอะไรให้ธุรกิจ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน เขาฝากถึง Business Leader ด้วยว่า ก่อนจะคาดหวังผลลัพธ์จาก HR ต้องเข้าใจและให้คุณค่ากับงาน HR จริง ๆ ถามตัวเองว่าเข้าใจหน้าที่ HR ดีพอหรือยัง ให้ทรัพยากรและแรงบันดาลใจเพียงพอหรือไม่ เพราะผู้นำธุรกิจต้องเป็น People Leader ก่อนเสมอ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“แม้โลกจะมี AI หรือเทคโนโลยีก้าวหน้าเพียงใด องค์กรก็ยังต้องการคนอยู่ดี HR กับธุรกิจจึงแยกจากกันไม่ได้ หาก HR สร้างความไว้วางใจ ทำงานอย่างมืออาชีพ และเชื่อมโยงงานคนเข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจได้จริง HR จะไม่ใช่ฝ่ายสนับสนุนอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ผลักดันการเติบโตขององค์กร”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณศรัณย์ทิ้งท้าย</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/50?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47833" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 47" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/futureskill-next-2026-260218/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-summit-2026-260210/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-summit-2026-260210/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Feb 2026 13:20:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Future Trends Ahead Summit 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48741</guid>

					<description><![CDATA[โลกการทำงานกำลังเผชิญพายุลูกใหญ่จากความไม่แน่นอนรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เศรษฐกิจที่ผันผวน หรือความคาดหวังของคนทำงานที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป องค์กรที่ต้องการอยู่รอดและเติบโตในระยะยาว ไม่เพียงต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงให้ได้เท่านั้น แต่ต้องสามารถเติบโตท่ามกลางพายุแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในมิติของการบริหารคน ซึ่งกำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญของอนาคตธุรกิจ Future Trends Ahead Summit 2026 คืองานสัมมนาที่รวบรวมเทรนด์โลกและกลยุทธ์สำคัญ เพื่อช่วยให้องค์กรเตรียมพร้อมก้าวข้ามความไม่แน่นอนในปีข้างหน้า อีกทั้งยังถือเป็นงาน Summit แรกหลังการเลือกตั้งปี 2026 ที่มุ่งถอดรหัสการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ และสังคมอย่างรอบด้าน และหากใครพลาดงานนี้ไป HR ได้สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจ โดยเฉพาะประเด็นด้านการบริหารคน มาให้ติดตามกันแล้วในบทความนี้ 1. Opening Remarks: Future Trends Ahead Summit 2026 &#38; Overture 2026: Thriving Beyond the Storm “ประเทศไทยกำลังถูกมองว่าเป็น Sick Man of Asia” คุณ ธนโชติ วิสุทธิสมาน CEO จาก Like Me [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48760 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T124918.172.webp" alt="future-trends-ahead-summit-2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 413" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T124918.172.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T124918.172-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกการทำงานกำลังเผชิญพายุลูกใหญ่จากความไม่แน่นอนรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เศรษฐกิจที่ผันผวน หรือความคาดหวังของคนทำงานที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป องค์กรที่ต้องการอยู่รอดและเติบโตในระยะยาว ไม่เพียงต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงให้ได้เท่านั้น แต่ต้องสามารถเติบโตท่ามกลางพายุแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในมิติของการบริหารคน ซึ่งกำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญของอนาคตธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Future Trends Ahead Summit 2026 คืองานสัมมนาที่รวบรวมเทรนด์โลกและกลยุทธ์สำคัญ เพื่อช่วยให้องค์กรเตรียมพร้อมก้าวข้ามความไม่แน่นอนในปีข้างหน้า อีกทั้งยังถือเป็นงาน Summit แรกหลังการเลือกตั้งปี 2026 ที่มุ่งถอดรหัสการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ และสังคมอย่างรอบด้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากใครพลาดงานนี้ไป HR ได้สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจ โดยเฉพาะประเด็นด้านการบริหารคน มาให้ติดตามกันแล้วในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>1. Opening Remarks: Future Trends Ahead Summit 2026 &amp; Overture 2026: Thriving Beyond the Storm</b></h2>
<p><em><span style="font-weight: 400;">“ประเทศไทยกำลังถูกมองว่าเป็น Sick Man of Asia”</span></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ธนโชติ วิสุทธิสมาน CEO จาก Like Me Co., Ltd. (Future Trends) </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวเปิดงานบนเวทีวันนี้ด้วยจากนำประเด็นใหญ่ที่ Financial Times ประเมินประเทศไทยที่กำลังเจอเศรษฐกิจที่เติบโตชะลอ การบริโภคในประเทศที่อ่อนแรง หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูง โครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย ขณะที่คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มไม่อยากมีลูก ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมือง และตลาดทุนไทยที่รั้งท้ายในระดับโลก สัญญาณเหล่านี้ล้วนสะท้อนว่าธุรกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และประเทศไทยไม่ได้แค่ป่วย แต่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุลูกใหญ่ที่โหมกระหน่ำจากทุกทิศทาง ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาสภาพอากาศ ไปจนถึงการมาถึงของ AI ที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างตลาดแรงงานอย่างรวดเร็ว ภาพรวมทั้งหมดทำให้ธุรกิจและคนทำงานต่างเผชิญคลื่นลมซัดสาดอย่างต่อเนื่อง ราวกับไม่มีช่วงเวลาพักหายใจ และเวลาของการปรับตัวกำลังเหลือน้อยลงทุกที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ท่ามกลางความเปราะบางนี้เอง Future Trends มองว่า ทุกวิกฤตซ่อนโอกาสอยู่เสมอ ประวัติศาสตร์โลกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทุกครั้งที่เกิดความปั่นป่วนครั้งใหญ่ จะมีผู้เล่นหน้าใหม่และแนวคิดใหม่ถือกำเนิดขึ้น ผู้ที่มองเห็นสัญญาณก่อน เข้าใจบริบทก่อน และเตรียมตัวก่อน ย่อมได้เปรียบในการฟื้นตัวและกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือเหตุผลที่ Future Trends ต้องการทำให้สิ่งที่ดูเหมือนคาดเดาไม่ได้ กลายเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ ผ่านการถอดรหัส Mega Trends และ Business Trends เพื่อนำไปสู่การเตรียมกลยุทธ์เชิงรุก (Strategic Preparation)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48761" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T124928.292.webp" alt="future-trends-ahead-summit-2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 414" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T124928.292.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T124928.292-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดดังกล่าวถูกขยายความต่อโดยคุณ</span><b> ณัฐกร เวียงอินทร์ Head of Content &amp; Branding ของ Future Trends และ aomMONEY (The Money Trends) </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งชี้ให้เห็นว่า การเติบโตในอนาคตไม่ควรถูกวัดด้วยตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว เพราะการเติบโตเชิงปริมาณอาจนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำและความเปราะบางในระยะยาว สิ่งที่องค์กรควรมองหา คือการเติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางพายุ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม คนทำงาน และระบบเศรษฐกิจโดยรวม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณณัฐกรอธิบายว่า 2 ปีที่ก่อน Future Trends จัดทำหนังสือเพื่อคาดการณ์เทรนด์ทั้ง 2 เล่มที่ล้วนทำหน้าที่สำรวจอนาคตในมิติต่าง ๆ ขณะที่หนังสือของปีนี้โฟกัสชัดเจนที่การมองหาโอกาสภายใต้ความไม่แน่นอน จากปัจจัยเสี่ยงรอบโลก ตั้งแต่การเลือกตั้งทั้งในไทยและสหรัฐฯ นโยบายเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงเชิงประชากร ไปจนถึงภัยธรรมชาติที่คาดเดาได้ยาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และด้วยความร่วมมือกับ 16 พันธมิตรในการทำหนังสือ นำไปสู่การสกัดออกมาเป็น 12 เทรนด์สำคัญ ซึ่งถูกนำมาขยายความบนเวทีวันนี้ โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือการชวนทุกคนเติบโตทางความคิด เพื่อปลดล็อกการเติบโตทางธุรกิจอย่างแท้จริง แม้ต้องเดินฝ่าพายุที่รุนแรงเพียงใดก็ตาม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>2. The CEO Algorithm: Health, Decisions, and Leadership 2026</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48765" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183914.678.webp" alt="future-trends-ahead-summit-2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 415" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183914.678.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183914.678-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“Health is the Foundation”</span></i></p>
<p><b>นพ.ธรณัส กระต่ายทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ V Precision Clinic </b><span style="font-weight: 400;">อธิบายว่า  สุขภาพคือรากฐานของทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการทำงาน การตัดสินใจ หรือความยั่งยืนในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ด้วยความท้าทาย อุปสรรค และความเปลี่ยนแปลงมากมาย เป็นผลให้คนทำงานยุคใหม่ทำงานหนักขึ้นแต่กลับดูแลร่างกายน้อยลง ส่งผลให้การเจ็บป่วยเรื้อรังกลายเป็นต้นทุนแฝงของทั้งชีวิตและองค์กร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อค้นพบของเขา หนึ่งในเทรนด์สุขภาพที่มาแรงที่สุดของปี 2026 คือแนวคิดเรื่อง Longevity หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่กลุ่มประชากรขนาดใหญ่คือคนอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือ Silver Age ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการมีชีวิตที่แข็งแรงยาวนานมากกว่าการมีอายุยืนเพียงตัวเลข แนวคิดนี้ทำให้การดูแลสุขภาพไม่จำกัดอยู่แค่การรักษาโรคหรือการเตรียมตัวเข้าสู่บ้านผู้สูงอายุ แต่เป็นการออกแบบชีวิตให้แข็งแรงได้ทุกที่ ทุกช่วงวัย และทุกบริบทของการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจสำคัญของ Longevity คือการเปลี่ยนมุมมองจากอายุจริง ไปสู่อายุทางชีวภาพ (Biological Age) เพราะตัวเลขบนบัตรประชาชนไม่สามารถสะท้อนสุขภาพที่แท้จริงได้อีกต่อไป วิทยาศาสตร์และสรีรวิทยาเข้ามามีบทบาทในการประเมินความเสี่ยงในอนาคต โดยข้อมูลชี้ว่า ทุก ๆ 1 ปีที่อายุชีวภาพเพิ่มขึ้น จะเพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตถึง 9% และสัมพันธ์โดยตรงกับความเสี่ยงของโรคมะเร็ง ภาวะถดถอยของสมรรถภาพร่างกาย และโรคอัลไซเมอร์ เป้าหมายของการดูแลสุขภาพยุคใหม่จึงไม่ใช่แค่ชะลอความแก่ แต่เพื่อทำให้อายุชีวภาพถอยหลังลงให้ได้มากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่ถูกเน้นอย่างมากคือเรื่องการนอน ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง การนอนเพียง 6 ชั่วโมงต่อวันส่งผลเสียต่อร่างกายไม่ต่างจากการอดนอนทั้งคืน และการอดนอนสะสมจะก่อให้เกิดภาวะ Sleep Debt หรือการกู้เวลาจากสุขภาพในอนาคตมาใช้ก่อน แต่เรากลับมองข้ามปัญหาที่น่ากังวลไปนั่นคือ มนุษย์มักประเมินความเหนื่อยล้าของตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริงเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ความเครียดยังส่งผลต่อระดับฮอร์โมน Cortisol ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจ แม้ผู้หญิงจะไม่พบว่าความเครียดนำมาสู่พฤติกรรมการตัดสินใจเสี่ยง ๆ เมื่อเทียบกับผู้ชาย  แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือสิ่งที่เราต้องพิจารณาอย่างใกล้ชิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากทั้งหมดทั้งมวล เทรนด์สุขภาพแห่งอนาคตกำลังมุ่งไปสู่การดูแลแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) การใช้ข้อมูลสุขภาพของตัวเองเป็นศูนย์กลาง และการมีเครื่องมือวัดสุขภาพที่เข้าถึงได้มากขึ้น ขณะที่แนวทางพื้นฐานที่ทุกคนควรเริ่มต้นทันที คือการแก้ปัญหาการนอน การฝึกการหายใจอย่างถูกต้อง และการทำสมาธิเพื่อลดความเครียด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายแล้ว ความมั่งคั่งที่แท้จริงในปี 2026 ไม่ได้วัดจากทรัพย์สินหรือรายได้ แต่วัดจากความยั่งยืนของชีวิตและศักยภาพของร่างกายในการพาเราไปต่อได้ในระยะยาว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>3. AI Trends: Vision 2026 for the Intelligent Future</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48766" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183900.675.webp" alt="future-trends-ahead-summit-2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 416" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183900.675.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183900.675-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>เรืองโรจน์ พูนผล หรือคุณ กระทิง ประธานกลุ่มบริษัท KBTG</b><span style="font-weight: 400;"> ชวนผู้ฟังมองภาพอนาคตของ AI ผ่านเลนส์ที่ไกลกว่าคำว่าเทคโนโลยีไปแล้ว โดยอ้างอิง Insight จากเวที World Economic Forum ว่า โลกได้ผ่านจุดหักศอกแรกของยุค AI มาแล้ว แม้ระยะถัดไปจะเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอนที่อาจดูเหมือนทำให้ AI ชะลอความสำคัญลง แต่แท้จริงแล้ว นี่คือช่วงเวลาที่องค์กรควรให้ความสนใจกับ AI มากที่สุด เพราะจุดหักศอกครั้งใหญ่ถัดไปกำลังรออยู่ในปี 2030 เมื่อ Quantum Computing เข้ามาเปลี่ยนโลกอย่างถาวร องค์กรที่ยังเพิกเฉยอาจต้องเผชิญต้นทุนมหาศาลในภายหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ไม่ใช่แค่การตัดสินใจด้านเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่เป็นการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่กระทบทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ทรัพยากร พลังงาน ไปจนถึงอำนาจการแข่งขันของประเทศ หากประเทศใดหรือองค์กรใดเสียเอกราชด้าน AI สุดท้ายจะเหลือสถานะเพียงผู้บริโภคเทคโนโลยีจากผู้อื่น ขณะที่หลายคนเชื่อว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Data Center จะสร้างงานจำนวนมาก ความจริงกลับตรงกันข้าม เพราะการจ้างงานโดยตรงมีจำกัด แต่กลับใช้ทรัพยากรสูง โดยเฉพาะน้ำ ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นขัดแย้งใหม่จากการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเชิงองค์กร ปี 2026 คือปีที่การทดลองต้องจบลงและผลลัพธ์ต้องเริ่มชัดเจน ข้อมูลสะท้อนว่า 74% ของ IT Leader ระบุว่าต้นทุนของ AI ในปัจจุบันเท่ากับหรือสูงกว่ามูลค่าที่ได้รับ โดยองค์กรโดยเฉลี่ยใช้ AI อย่างน้อย 3.1 โมเดล และกว่า 1 ใน 3 ขององค์กรที่ใช้ซอฟต์แวร์จำนวนมาก เริ่มใช้ AI เขียนโค้ด ซึ่งกำลังจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ ปีนี้จึงเป็นปีที่ต้องวัด ROI อย่างจริงจัง จากเดิมที่ปีก่อนเป็นเพียงช่วงทดลอง และมีเพียงประมาณ 1 ใน 3 ขององค์กรเท่านั้นที่สามารถสเกล AI แล้วเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของ CIO และ CTO จึงถูกยกระดับขึ้นอย่างมาก พวกเขากลายเป็นฮีโร่ที่แบกรับแรงกดดันมหาศาลในการสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจจาก AI พร้อมกับต้องบริหารความเสี่ยงที่ตามมา โดยเฉพาะเมื่อ Agentic AI เริ่มเข้ามาอยู่ใน Core Operation ขององค์กร แนวคิดเรื่อง AI Value Management จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของปีนี้ ไม่ใช่แค่การสร้างประสิทธิภาพ แต่รวมถึงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่อาจกระทบลูกค้า ซึ่งองค์กรจำเป็นต้องมี Empathy ต่อทีมเทคโนโลยีที่ต้องรับภาระทั้งโอกาสและความเสี่ยงไปพร้อมกัน</span></p>
<p><b>แม้ AI จะเก่งขึ้นเรื่อย ๆ แต่คุณกระทิงย้ำชัดว่า Human Lead AI ยังเป็นหลักการที่จำเป็นอย่างยิ่ง</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“อย่างน้อยในระยะใกล้นี้ มนุษย์ยังต้องกำกับดูแล AI เพราะคำถามง่าย ๆ คือ เราจะไว้ใจให้ AI สอนลูกเรา ? หรือควบคุมระบบนิวเคลียร์แทนมนุษย์ไหม ? คำตอบย่อมชัดเจนว่าไม่”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือเหตุผลที่ Trust และ Governance จะกลายเป็นแกนกลางของการพัฒนา AI เพราะ Large Language Model จะไม่มีวันสำเร็จได้ หากขาด Large Human Model ที่มีวิจารณญาณและจริยธรรมกำกับอยู่เบื้องหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย โลกธุรกิจได้ก้าวข้ามยุค Digital Business ไปแล้ว และกำลังเข้าสู่ยุค AI Business, Agentic Enterprise และในปี 2030 จะพัฒนาไปสู่ Autonomous Business รับเทรนด์ใหม่อย่าง World Model ซึ่งเป็นโมเดลที่ทำให้ AI เข้าใจโลกจริงและปฏิสัมพันธ์กับโลกได้อย่างลึกซึ้ง มันอาจกลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่มาแทน LLM ในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมนุษย์ไม่ใส่ใจเรื่องการกำกับดูแล โลกอาจเผชิญความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ ดังนั้น ท่ามกลางความหวังที่ AI มอบให้ สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการไม่หลงคิดว่า Hope is a strategy</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“</span></i><b><i>เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของเราไม่ใช่แค่ใช้ AI ให้เก่ง แต่เราต้องเป็น Master of AI เพื่อคงความเป็น Master of Humanity เอาไว้ให้ได้”</i></b></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/187?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47909" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 119" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>4. Leadership Trends for Tomorrow: Leading in the Age of AI</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48767" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183931.041.webp" alt="future-trends-ahead-summit-2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 417" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183931.041.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183931.041-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.สุทธิโสพรณ ช่วยวงศ์ญาติ Partner จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80"><b>Slingshot Group</b></a> <span style="font-weight: 400;">นำอินไซต์จากการทำงานใกล้ชิดกับผู้นำไทยกว่า 200 คน มาอธิบายภาพรวมความท้าทายของภาวะผู้นำในยุค AI ซึ่งเห็นได้ชัดว่า ผู้นำวันนี้ไม่ได้กังวลเพียงเรื่องเทคโนโลยี แต่กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากตลาด คน และโครงสร้างองค์กรที่ต้องปรับตัวพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการสำรวจ พบว่า 4 ประเด็นหลักที่ผู้นำไทยให้ความสำคัญสูงสุด ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การแข่งขันในตลาด (65.5%) ซึ่งเป็นแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ทั้งคู่แข่ง ลูกค้า และความไม่แน่นอนที่อาจกระทบธุรกิจได้ตลอดเวลา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมและการบริหารจัดการ (63.6%) เพราะผู้นำไม่สามารถมองแต่โลกภายนอกได้ หากไม่จัดการข้างในองค์กรให้แข็งแรง โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อใจต่อผู้นำ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คนและกำลังแรงงาน (61.1%) ซึ่งในปีนี้ ผู้นำให้ความสำคัญกับแรงบันดาลใจและพลังในการทำงาน มากกว่า Skillset</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การปรับใช้เทคโนโลยี (61.1%) โดยเฉพาะ AI อย่างไรก็ตาม ผู้นำจำนวนมากสะท้อนตรงกันว่า องค์กรและพนักงานยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายเหล่านี้อย่างแท้จริง</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุค AI ภาวะผู้นำจึงต้องเปลี่ยนไป โดยองค์กรให้ความสำคัญกับทักษะการนำคน 5 ด้านหลัก</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Lead with Strategic Foresight ผู้นำต้องมองเห็นโอกาสและความเสี่ยงล่วงหน้า การเข้าใจเทรนด์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องสามารถจับสัญญาณก่อนที่เทรนด์จะเกิด เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์และชนะในเกมการแข่งขัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Make Culture the Operating System of the AI Era วัฒนธรรมองค์กรต้องถูกฝังอยู่ในระบบปฏิบัติการขององค์กร ไม่ใช่แค่การประกาศใช้งาน AI แต่ต้องรู้ว่า AI เก่งเรื่องอะไร และมนุษย์ควรโฟกัสเรื่องใด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Orchestrate Human x AI Leadership ผู้นำต้องทำให้คนและ AI ทำงานร่วมกันได้ โดยไม่ทิ้งจุดแข็งของกันและกัน โดยเฉพาะจุดแข็งของมนุษย์ หากผู้นำสามารถเชื่อมพลังของสองสิ่งนี้ได้ องค์กรจะสร้างความได้เปรียบอย่างยั่งยืน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Anchor Decisions in Strategic Judgement &amp; Critical Thinking ในวันที่ AI ถูกใช้อย่างแพร่หลาย ผู้นำยิ่งต้องกระตุ้นให้คนคิด ตั้งคำถาม และกล้าท้าทายคำตอบของ AI เพราะ AI ไม่ติดคุก แต่ผู้นำที่ตัดสินใจผิด โดยเฉพาะในพื้นที่สีเทา อาจต้องรับผลลัพธ์ทางกฎหมาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Lead with Empathy ผู้นำต้องสร้าง Psychological Safety ให้คนรู้สึกปลอดภัย กล้าคิด กล้าพูด และกล้าลองสิ่งใหม่</span></li>
</ol>
<p><strong><i>“ในประเด็นสุดท้ายนี้ ไม่ใช่แค่ทำให้เด็ก หรือคนรุ่นใหม่เท่านั้นที่รู้สึกปลอดภัย แต่รวมถึงพนักงานที่อยู่ในวัยเกษียณด้วย เพราะพวกเขาเองก็ยังมีคุณค่า พร้อมเรียนรู้ และสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับองค์กรและประเทศได้เช่นกันค่ะ” </i></strong>ดร.สุทธิโสพรณ ทิ้งท้าย</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47862" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 75" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>5. Co-Piloting the Future, Unlocking Potential Through Learning</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48768" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183945.675.webp" alt="future-trends-ahead-summit-2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 418" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183945.675.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T183945.675-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>โอชวิน จิรโสตติกุล CEO และ Founder ของ </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/50"><b>FutureSkill</b></a> <span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นด้วยการสะท้อนความรู้สึกร่วมของคนทำงานไทยในยุคที่ปัจจัยภายนอกรุมเร้า ทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และ AI ที่เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างอาชีพ หลายคนแม้กระท้่งคนที่พัฒนาตัวเองตลอด เริ่มตั้งคำถามว่า เราจะไปยืนอยู่ตรงไหน ? และ มีอะไรที่เราทำได้ แต่ AI ทำไม่ได้อีกบ้าง ?</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ความกลัวไม่ใช่เรื่องแปลกครับ แต่สิ่งสำคัญคือการไม่ปล่อยให้ความกลัวหยุดการเติบโตของตัวเอง แม้เราจะควบคุมปัจจัยภายนอกไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราควบคุมได้เสมอคือ การอัปเดตตัวเองให้เป็นเวอร์ชันใหม่อยู่ตลอดเวลา”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีข้อมูลสะท้อนว่า 1 ใน 3 ของทักษะที่จำเป็นเมื่อ 3 ปีก่อน วันนี้ล้าสมัยไปแล้ว ซึ่งถือเป็นอัตราการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและเยอะมาก นี่จึงทำให้ความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวกลายเป็นทักษะพื้นฐานที่สุดของคนทำงานยุค AI</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับทักษะแห่งอนาคต คุณโอชวินเสนอ 3 Core Skills สำคัญดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Advanced Thinking Skills หรือทักษะการคิดขั้นสูง ที่ผสานการวิเคราะห์เชิงลึกกับความคิดสร้างสรรค์ (Analytical Creativity) การเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ คิดเชิงระบบ ทำงานเป็นทีม เรียนรู้ตลอดชีวิต และมี Resilience เพื่อรับมือกับปัญหาที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Build and Use Technology &amp; Digital Skills ซึ่งไม่จำกัดอยู่แค่คนสายเทคโนโลยีอีกต่อไป เพราะทุกคนสามารถสร้างนวัตกรรมได้ด้วย AI ตั้งแต่การทดลองเขียนโค้ดไปจนถึงการพัฒนาไอเดียใหม่ ๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Connect and Inspire ทักษะการเชื่อมโยงผู้คน การเป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ และการบริหารคนให้ดึงศักยภาพออกมาได้สูงสุด</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อหลายคนยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มพัฒนาตัวเองจากจุดไหน คุณโอชวินแนะนำให้กลับไปตั้งคำถามพื้นฐานกับตัวเองก่อนว่า เป้าหมายของเราคืออะไร ? Passion คืออะไร ? อาชีพและเทรนด์ใดที่เราสนใจ ? แล้วค่อย ๆ ลงมือทำทีละก้าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเทคโนโลยีจะเปลี่ยนอาชีพของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่ต้องเปลี่ยนไม่ใช่แค่ทักษะ แต่เรายังต้องเปลี่ยนคำถามใหม่ จากที่เคยถามว่า AI จะมาแทนเราไหม ? ต้องถามว่า เราจะใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพของเราได้ 10 เท่าอย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุค AI บทบาทของมนุษย์กำลังเปลี่ยนจาก Solo Player ไปสู่ Conductor หรือ Editor คุณโอชวินยกตัวอย่างแนวคิดการทำงานใหม่ เช่น Sandwich Workflow ที่มนุษย์ทำงานก่อน ให้ AI ตรวจสอบ และมนุษย์ตรวจทานอีกครั้ง การเปลี่ยนจาก Creator เป็น Editor-in-Chief ที่กำกับงานของตัวเอง รวมถึงการทำงานกับ Hybrid Team ที่มีทั้งคนจริงและทีมที่มองไม่เห็นอย่าง AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และเพิ่มความสามารถในการทำงานได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย </span><b>การลองแล้วพลาดไม่ผิด แต่การไม่ก้าวไปไหนและไม่ยอมปรับตัวในโลกที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวันต่างหาก เป็นความเสี่ยงที่ทำให้เราติดอยู่ในโลกเดิม แล้วปรับตัวเข้ากับยุคใหม่ไม่ทัน</b></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/50?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47833" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 47" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>6.Business Trends Through the Lens of Thailand’s Leaders</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48769" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T185505.152.webp" alt="future-trends-ahead-summit-2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 419" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T185505.152.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-02-10T185505.152-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.วาสนา อินทะแสง</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ </span><b>BioActive</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>จักรกฤติ สายสมบูรณ์</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง </span><b>มากุโระ กรุ๊ป</b><span style="font-weight: 400;"> มาร่วมสะท้อนภาพการทำธุรกิจไทยผ่านมุมมองของ 2 ผู้นำจากต่างอุตสาหกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งคู่ต่างเห็นตรงกันว่า โลกธุรกิจวันนี้ไม่ได้แข่งกันแค่เรื่องราคา แต่แข่งกันด้วยคุณค่า ประสบการณ์ และความสามารถในการปรับตัวให้เร็วพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วาสนา เล่าจุดเปลี่ยนสำคัญจากประสบการณ์ในธุรกิจโรงงาน เคยอยู่ในเกมต้นทุนต่ำ ราคาไม่แพง เพื่อให้ขายได้และมีกำไร ซึ่งมักนำไปสู่การลดสเปกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นทำให้เธอเลือกปฏิวัติแนวคิดใหม่ด้วยการใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง นวัตกรรมที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง และยอมให้ลูกค้าจ่ายมากขึ้นเพื่อแลกกับสิ่งที่ดีกว่า โดยหัวใจสำคัญคือการสื่อสารอย่างหนักและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น แม้ต้องเผชิญการแข่งขันใน Red Ocean สูงก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝั่งธุรกิจอาหาร คุณจักรกฤติอธิบายว่า เมื่อ 10 ปีก่อน ธุรกิจ F&amp;B ยังไม่แตก Segment ลึกเหมือนวันนี้ แต่ปัจจุบันตลาดขยายและแยกย่อยอย่างรวดเร็ว มากุโระ จึงเลือกโฟกัสกลุ่ม Premium Mass ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และคุณภาพอาหารเป็นอันดับแรก ราคาเป็นเรื่องรอง หากวัตถุดิบดี รสชาติประณีต และประสบการณ์ตอบโจทย์ กลุ่มนี้พร้อมจ่าย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเทรนด์สำคัญในปี 2026 ที่เขามองเห็นก็คือ อาหารจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากขึ้น ทั้งการกินเร็ว กินง่าย ไปจนถึงการกินเพื่อประสบการณ์ ซึ่งทำให้แบรนด์ต้องเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้คนให้ได้มากขึ้นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งสองธุรกิจเห็นตรงกันว่าประเด็นเรื่องความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป ผู้บริโภคตั้งคำถามกับทุกขั้นตอน ตั้งแต่การได้มาของวัตถุดิบ Supply Chain มีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อมไหม ไปจนถึงพลาสติกที่ใช้แล้วจัดการอย่างไร ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีกลายเป็นตัวเร่งประสบการณ์ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจร้านอาหาร ตั้งแต่ความเร็วในการสั่ง การรออาหาร ไปจนถึงการชำระเงิน ทุกอย่างต้องลื่นไหล โดยเทคโนโลยีต้องช่วย ไม่ใช่กดดันผู้บริโภคเกินไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมิติของ AI ทั้งสององค์กรใช้ในแบบที่แตกต่างตามบริบทธุรกิจ BioActive ใช้ AI อย่างเข้มข้น ตั้งแต่การทำ AEO หรือ AI SEO ไปจนถึงการใช้ AI สร้างคอนเทนต์รูปแบบต่าง ๆ นำโดยวิดีโอที่ประหยัดต้นทุนและทำได้รวดเร็วกว่าสมัยก่อนมาก หากตั้ง Prompt ดี เข้าใจสินค้า เข้าใจลูกค้า AI จะกลายเป็นผู้ช่วยที่ให้ทางเลือกหลากหลาย และช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมหาศาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่มากุโระใช้ AI อย่างระมัดระวังและเน้นผลลัพธ์จริง โดยเฉพาะงานหลังบ้าน เช่น การรีเสิร์ชเทรนด์อาหารต่างประเทศ วิเคราะห์ Social Voice และหา Way to Win ทางธุรกิจ ช่วยให้งานที่เคยใช้เวลาหลายวัน สามารถย่อเหลือเพียงวันเดียว</span></p>
<p><b>AI และเทคโนโลยีช่วยให้ธุรกิจโตได้จริง หากใช้เพื่อเพิ่มความเร็ว ลดความสูญเปล่า และรักษาคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ</b><span style="font-weight: 400;"> แต่สิ่งที่ต้องระวังคือการใช้จนสูญเสียตัวตน และคุณค่าของแบรนด์</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38146 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 420" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-summit-2026-260210/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/workventure-top-50-companies-in-thailand-2026-260109/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/workventure-top-50-companies-in-thailand-2026-260109/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 13:46:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Top 50 Companies in Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[WorkVenture]]></category>
		<category><![CDATA[Top 50 Companies in Thailand 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48487</guid>

					<description><![CDATA[เปิดปี 2026 มาได้เพียงไม่กี่วัน วงการ HR และคนทำงานก็ได้เห็นสัญญาณสำคัญของทิศทางโลกการทำงานทันที เมื่อ WorkVenture จัดงานประกาศรางวัล WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026 รางวัลที่สะท้อนว่าองค์กรที่น่าร่วมงานด้วยในวันนี้และอนาคตควรมีหน้าตาแบบไหน งานนี้ไม่ได้พูดแค่เรื่องสวัสดิการหรือชื่อเสียงขององค์กร แต่ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกของวิธีคิด การบริหารคน และวัฒนธรรมการทำงานที่กำลังเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย ในงานนอกจากการมีการประกาศรางวัลให้องค์กรชั้นนำแล้ว ยังมีเวที Keynote น่าสนใจหลายหัวข้อด้วย สำหรับใครที่พลาดงานในปีนี้ HREX ได้สรุปประเด็นสำคัญทั้งหมดจากเวทีเสวนา มาเรียบเรียงให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ต่อได้จริงแล้วในบทความนี้ ถอดรหัส Gen Z: เมื่อการทำงานไม่ใช่แค่ KPI แต่คือความหมาย ตัวตน และไฟที่องค์กรต้องรู้จักใช้ คุณ ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ Co-Founder จาก Peeti PR ขึ้นเวทีในชุดสูทเล่าประสบการณ์ที่ได้ทำงานกับคนเจนซีอย่างมีชีวิตชีวา จนคนฟังทั้งห้องทั้งขำและพยักหน้าไปพร้อมกัน ทุกวันนี้ Gen Z ไม่ใช่กลุ่มคนส่วนน้อยอีกต่อไป แต่กลายเป็นกำลังหลักในหลายองค์กร และเป็นเจนที่ไม่เหมือนเจนไหนเลย ทั้งในวิธีคิด วิธีสื่อสาร และพลังในการทำงาน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48496" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para.webp" alt="WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026 425" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เปิดปี 2026 มาได้เพียงไม่กี่วัน วงการ HR และคนทำงานก็ได้เห็นสัญญาณสำคัญของทิศทางโลกการทำงานทันที เมื่อ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/63">WorkVenture</a> จัดงานประกาศรางวัล WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026 รางวัลที่สะท้อนว่าองค์กรที่น่าร่วมงานด้วยในวันนี้และอนาคตควรมีหน้าตาแบบไหน</p>
<p>งานนี้ไม่ได้พูดแค่เรื่องสวัสดิการหรือชื่อเสียงขององค์กร แต่ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกของวิธีคิด การบริหารคน และวัฒนธรรมการทำงานที่กำลังเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย</p>
<p>ในงานนอกจากการมีการประกาศรางวัลให้องค์กรชั้นนำแล้ว ยังมีเวที Keynote น่าสนใจหลายหัวข้อด้วย สำหรับใครที่พลาดงานในปีนี้ HREX ได้สรุปประเด็นสำคัญทั้งหมดจากเวทีเสวนา มาเรียบเรียงให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ต่อได้จริงแล้วในบทความนี้</p>

<h2>ถอดรหัส Gen Z: เมื่อการทำงานไม่ใช่แค่ KPI แต่คือความหมาย ตัวตน และไฟที่องค์กรต้องรู้จักใช้</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48497" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-1.webp" alt="WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026 426" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ Co-Founder จาก Peeti PR</strong> ขึ้นเวทีในชุดสูทเล่าประสบการณ์ที่ได้ทำงานกับคนเจนซีอย่างมีชีวิตชีวา จนคนฟังทั้งห้องทั้งขำและพยักหน้าไปพร้อมกัน</p>
<p>ทุกวันนี้ Gen Z ไม่ใช่กลุ่มคนส่วนน้อยอีกต่อไป แต่กลายเป็นกำลังหลักในหลายองค์กร และเป็นเจนที่ไม่เหมือนเจนไหนเลย ทั้งในวิธีคิด วิธีสื่อสาร และพลังในการทำงาน Gen Z สามารถจำชื่อศิลปินยาวเหยียดได้อย่างแม่นยำ หัวเราะในโลกโซเชียลด้วยรหัสเฉพาะอย่าง “545444455554556” ที่แปลว่า ขำจนมือแทบพัง และถ้าใครยังพิมพ์ “ฮ่า ๆ” อยู่ นั่นอาจถูกมองว่าเป็นภาษาอีกยุคไปแล้ว</p>
<p>แม้แต่การสื่อสารเรื่องงานก็สะท้อนความแตกต่างอย่างชัดเจน สำหรับ Gen Z การตอบแค่ “ครับ” หรือ “โอเค” ถือว่ายังไม่พอ ต้องมีอีโมจิ และต้องเป็นอีโมจิที่ถูกจริตด้วย ถึงจะสื่อว่าฟังจริง เข้าใจจริง และใส่ใจจริง</p>
<p>สำหรับคำถามที่ผู้บริหารหลายคนสงสัยว่า คน Gen Z ทำงานด้วยแล้วน่าปวดหัวไหม ? คุณท้อฟฟี่ชวนมองอีกมุมว่า ถ้าเรารู้สึกงงหรือปวดหัว Gen Z เองก็รู้สึกแบบเดียวกันกับเราเช่นกัน การทำงานร่วมกันจึงไม่ใช่เรื่องของใครถูกหรือผิด แต่ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน</p>
<p>จากประสบการณ์การทำงานกับทีมและลูกค้าที่เป็น Gen Z จำนวนมาก คุณท้อฟฟี่ถอดบทเรียนสำคัญออกมา 3 เรื่อง</p>
<h3>1. Gen Z มองหา Why ของการทำงาน</h3>
<p>พวกเขาไม่ได้ถามแค่ว่างานนี้ได้เงินเท่าไร แต่ถามว่างานนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรให้สังคม โลก หรือผู้คนรอบตัวบ้าง Gen Z สนใจเรื่องการเมือง กฎหมาย สิ่งแวดล้อม และตั้งคำถามกับความหมายของงานอยู่เสมอ พวกเขาไม่ได้เกลียดองค์กร แต่ไม่อยากเสียเวลาให้กับงานที่ไม่มีความหมาย หากองค์กรมีเป้าหมายชัดเจนและสื่อสารได้จริง จะดึงดูดคนที่เชื่อในสิ่งเดียวกันให้เข้ามาร่วมทางได้</p>
<p>บทเรียนนี้สะท้อนกลับมาที่ผู้นำโดยตรง เพราะการพูดถึง Purpose อย่างเดียวไม่พอ ผู้นำต้อง Walk the talk พูดแล้วทำจริง และทำให้เห็นจริง KPI จึงไม่ควรมีแค่ตัวเลข แต่ต้องรวมถึง Human Energy ว่าคนทำงานได้เรียนรู้อะไร เติบโตอย่างไร และรู้สึกอย่างไรกับงานที่ทำ เมื่อคนรู้สึกว่างานมีความหมาย การเติบโตของทั้งคนและองค์กรจะยั่งยืนกว่ามาก</p>
<h3>2. Gen Z กลัวเสียตัวตน มากกว่ากลัวหัวหน้า</h3>
<p>พวกเขาอยากเข้าใจตัวเอง แต่ปัญหาคือ หลายคนใช้กรอบอย่าง MBTI มาจำกัดศักยภาพตัวเอง เช่น เป็นอินโทรเวิร์ตก็ไม่กล้าพรีเซนต์งาน ทั้งที่บางครั้งงานจำเป็นต้องสื่อสาร บทบาทของหัวหน้าคืออย่าเพิ่งตัดสิน ใช้คนให้ตรงกับความถนัดก่อน แล้วค่อยท้าทายให้เขาได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ ในพื้นที่ที่ปลอดภัย เปิดโอกาสให้ผิดพลาดโดยไม่รีบโทษ เพื่อให้เขาได้รู้จักตัวเองลึกขึ้น และค้นพบความสามารถที่อาจไม่เคยรู้ว่ามี</p>
<h3>3. Gen Z อยากสำเร็จเร็ว แต่ก็ยอมแพ้ได้เร็วเช่นกัน</h3>
<p>พวกเขาเติบโตมากับภาพความสำเร็จของคนอื่น และแรงกดดันจากสังคมที่ให้คุณค่ากับความเก่งตั้งแต่อายุน้อย ด้านดีคือเจนซีเป็นคนไฟแรง โฟกัสงาน กล้าพูดเรื่องผลประโยชน์และความคุ้มค่าอย่างตรงไปตรงมา แต่ด้านท้าทายคือพวกเขาแบกความคาดหวังไว้สูง และอาจรู้สึกว่าตัวเองยังไม่เก่งพอ หรือบางครั้งคิดว่าทำงานมาไม่นานแต่รู้หมดแล้ว ผู้นำจึงต้องให้เวลา เป็นแบบอย่างที่ดี และเปิดประตูการเรียนรู้ไว้เสมอ เพื่อพาเขาผ่านช่วงทางตันไปให้ได้</p>
<p>สุดท้ายแล้ว Gen Z ก็คือมนุษย์ เมื่อเราเข้าใจเขา เขาจะเติบโต และองค์กรเองก็จะเติบโตไปพร้อมกัน แม้ในอนาคตจะมีเจนใหม่เข้ามา และทำให้เราปวดหัวมากขึ้นเรื่อยๆ แต่นั่นก็เป็นโอกาสให้เราเรียนรู้ที่จะเป็นหัวหน้าที่ดีขึ้นทุกครั้ง เพราะทุกครั้งที่เรามองตาคนรุ่นใหม่ด้วยความหวัง เราอาจไม่ได้เห็นแค่ศักยภาพของพนักงานคนหนึ่ง แต่กำลังเห็น ความหวังของประเทศอยู่ตรงหน้าเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>Employer Branding 2026 ทางรอดธุรกิจ หรือกลยุทธ์ที่ยั่งยืน ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48498" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2.webp" alt="WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026 427" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Employer Branding ในปี 2026 กำลังยกระดับสถานะ กลายเป็นทางรอดของธุรกิจเข้าไปทุกวัน เพราะโลกการทำงานทุกวันนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงได้แทบทุกวินาที</p>
<p><strong>ดร.ธนัย ชรินทร์สาร ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์</strong> ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับบอร์ดบริหารและ People Manager จำนวนมาก สะท้อนภาพเดียวกันว่า วันนี้แทบไม่มีใครในโลกธุรกิจรู้สึกสบายใจ เพราะสภาพเศรษฐกิจไม่เอื้อ การแข่งขันรุนแรง และทุกการตัดสินใจล้วนแบกรับความเสี่ยงต่อความอยู่รอดขององค์กร</p>
<p>ดังนั้น ผู้นำต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จของธุรกิจอย่างแข็งขัน คำว่าทำแค่เพื่ออยู่รอดอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป หากการอยู่รอดนั้นไม่ยั่งยืน มันอาจหมายถึงการหายไปในวันข้างหน้า ทางออกที่แท้จริงจึงต้องเป็นการมองไกลไปถึงความยั่งยืน ธุรกิจต้องติดตามข่าวสารและปัจจัยรอบด้านอย่างใกล้ชิด เพราะทุกอย่างเปลี่ยนตลอดเวลา แม้จะอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน บางองค์กรสร้างกำไรมหาศาล ขณะที่บางองค์กรกลับล้มเหลว สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากการเลือกทางเดิน หรือเลือกกลยุทธ์ที่แตกต่าง</p>
<p>ดร.ธนัยชี้ว่า กลยุทธ์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นศาสตร์ที่มีอายุกว่า 5,000 ปี เมื่อคนศึกษาตำราพิชัยสงครามเพื่อศึกษาคนชนะ และถอดบทเรียนว่าพวกเขาทำอะไรไม่เหมือนคนอื่น แต่บทเรียนก็คือ ความสำเร็จเป็นเรื่องของคนส่วนน้อยที่คิดและตัดสินใจต่างออกไป สิ่งที่มีผลต่อชัยชนะมากที่สุดไม่ใช่เครื่องมือหรือเทคโนโลยี แต่กลับเป็นคนนี่เอง โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันที่คำถามสำคัญคือ วิธีทำธุรกิจที่เคยใช้ได้ในอดีต ยังตอบโจทย์วันนี้และอนาคตอยู่หรือไม่</p>
<p>เมื่อคำตอบของอนาคตไม่สามารถหาได้จากตำราเดิม หรือแม้แต่จาก AI ที่เรียนรู้จากอดีตและใช้สถิติคาดการณ์ มนุษย์ที่เข้าใจระบบ คิดเป็น และกล้าคิดต่าง จึงกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด กลยุทธ์ที่ดีต้องเกิดจากคนที่เข้าใจธุรกิจ เห็นอนาคต และกล้าทำสิ่งใหม่</p>
<p>นี่คือเหตุผลที่ Employer Branding มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันคือการดึงดูดและรักษาคนเก่ง คนที่สามารถคิดกลยุทธ์ และพาองค์กรก้าวไปข้างหน้าได้จริง</p>
<p>ในสมรภูมิที่ทุกองค์กรต้องแย่งชิงคนที่มีศักยภาพ Employer Branding คือเครื่องมือสำคัญในการบอกให้ตลาดแรงงานรู้ว่า ทำไมต้องเลือกเรา ? ไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือนหรือสวัสดิการ แต่รวมถึงวัฒนธรรม การทำงานร่วมกัน และความรู้สึกว่าเข้ามาแล้ว Culture Fit อย่างแท้จริง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ดร.ธนัยเตือนว่า Employer Branding ไม่ควรถูกผูกติดอยู่กับตัว CEO เพียงคนเดียว เพราะนั่นคือความเสี่ยง แบรนด์นายจ้างที่ยั่งยืนต้องเป็นภาพสะท้อนของทั้งองค์กร ไม่ใช่ภาพลักษณ์ของผู้นำคนใดคนหนึ่ง</p>
<p>สุดท้ายแล้ว ไม่มีสูตรกลยุทธ์ใดที่ใช้แล้วสำเร็จตลอดไป องค์กรต้องมีกลยุทธ์หลากหลาย และปรับใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ ความสำคัญของ “คนที่ดี” เมื่อองค์กรมีคนที่มีศักยภาพ มีกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่น และกล้าลงมือทำอย่างจริงจัง ความสำเร็จในวันนี้จะไม่ใช่แค่การอยู่รอดชั่วคราว แต่จะกลายเป็นความยั่งยืนที่พาองค์กรเดินต่อไปได้ในระยะยาว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>Thailand Talent 2026 Predictions &amp; Supertrends</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48499" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-3.webp" alt="WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026 428" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปี 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมคนทำงานไทย และเป็นเหตุผลว่าทำไมเวที Thailand Talent 2026 Predictions &amp; Supertrends จึงได้รับความสนใจอย่างมาก</p>
<p>คุณ <strong>จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ Chief Employer Branding Officer ของ WorkVenture</strong> อธิบายว่า รางวัล Top Companies ไม่ได้เป็นเพียงการจัดอันดับองค์กร แต่คือการยกย่ององค์กรที่ทุ่มเทสร้างแบรนด์นายจ้างให้ฝังอยู่ในใจของ Talent ได้จริง เพราะในโลกที่คนเก่งมีทางเลือกมากขึ้น องค์กรที่ถูกเลือก คือองค์กรที่ตอบโจทย์ทั้งหัวใจและชีวิตการทำงาน</p>
<p>ภาพรวมของปี 2026 เริ่มต้นด้วยคำถามที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังที่สุด นั่นคือ “Why are we here ?” และ “Why am I here ?”</p>
<p>คำถามแรกคือโจทย์ของผู้นำว่า องค์กรนี้เกิดขึ้นมาเพื่ออะไร ? ส่วนคำถามที่ 2 คือโจทย์ของคนทำงานว่า ทำไมฉันต้องเลือกมาฝากแรงกายแรงใจไว้ที่นี่ โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่ถามคำถามนี้อย่างจริงจัง Purpose จึงกลายเป็นหัวใจของ Employer Branding หากองค์กรสามารถตอบได้ชัดว่า งานนี้มีความหมาย และเชื่อมโยงกับชีวิตของคนทำงานอย่างไร นั่นคือรากฐานของการเป็นนายจ้างที่ยอดเยี่ยม</p>
<p>เมื่อมองลึกลงไปในสิ่งที่ Talent ต้องการ จะเห็นว่าคำถามเปลี่ยนจาก คนอยากได้เงินเท่าไร ? เป็นคนอยากทำงานในสภาพแวดล้อมแบบไหน ? จากข้อมูล Top 10 Reasons ที่ Gen Z อยากเข้าร่วมงานด้วย เงินไม่ใช่ปัจจัยอันดับต้น ๆ อีกแล้ว จริงอยู่ว่าเงินยังสำคัญก็จริง แต่มีสิ่งที่สำคัญกว่านั่นคือวัฒนธรรมองค์กร ทีมเวิร์ค และสไตล์การบริหาร</p>
<p>ส่วนเหตุผลอันดับ 1 ที่ทำให้คนอยากอยู่ต่อคือการทำงานเป็นทีม ตามมาด้วยบรรยากาศในที่ทำงาน และคุณภาพชีวิตในองค์กร ซึ่งสะท้อนว่าคนทำงานวันนี้ เมื่อได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมแล้ว สิ่งที่เขามองหาคือชีวิตที่ด ในที่ทำงาน</p>
<p>จากภาพรวมนี้ WorkVenture ยังชี้ให้เห็น 3 Supertrends สำคัญของปี 2026 ดังนี้</p>
<h3>Supertrends ที่ 1 คือ CEO = CEBO</h3>
<p>หรือการที่ CEO ต้องกลายเป็น Chief Employer Branding Officer อย่างแท้จริง ผู้นำไม่ใช่แค่โลโก้ขององค์กร แต่ต้องเป็นคนเล่าเรื่องการทำงาน การนำทีม และการพาองค์กรชนะ Leaders over Logo คือหัวใจสำคัญ เพราะไม่มีใครสื่อสารแบรนด์นายจ้างได้ทรงพลังไปกว่าผู้นำ และในความเป็นจริง CEO มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจสมัครงานของ Talent มากที่สุด</p>
<h3>Supertrends ที่ 2 คือ KOE – Key Opinion Employee</h3>
<p>องค์กรต้องมีคนต้นแบบที่เล่าเรื่องการทำงานจากมุมของพนักงานจริง ไม่ใช่คอนเทนต์ที่ถูกปรุงแต่งเพื่อการตลาด Talent เชื่อเสียงของเพื่อนร่วมอาชีพมากกว่าคำโฆษณา คลิปสั้น ๆ ที่พนักงานเล่าเรื่ององค์กรผ่านช่องทางของตัวเอง มีพลังในการดึงดูดและบอกต่อสูงอย่างมหาศาล ข้อมูลชี้ว่าองค์กรที่ติด Top 50 มีพลังการดึงดูด Talent สูงกว่าองค์กรทั่วไปถึง 1.8 เท่า เพราะพนักงานกลายเป็นกระบอกเสียงที่น่าเชื่อถือที่สุด</p>
<h3>Supertrends ที่ 3 คือ Generative Employer Branding</h3>
<p>ในโลกที่ทุกคนมี Gen AI อยู่ในมือถือ วิธีหางานเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง Talent สามารถถาม AI ได้ทันทีว่า องค์กรนี้น่าทำงานไหม ? และถ้าองค์กรไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องอยู่ในระบบ AI ก็เท่ากับไม่มีตัวตนในสายตาคนหางาน ความสำเร็จของแบรนด์นายจ้างในยุคนี้จึงต้องอาศัยผู้นำที่ลงมาเล่าเรื่องเอง เปิดพื้นที่ให้พนักงานเล่าเรื่องของตัวเอง และใช้ AI เป็นพันธมิตรในการขายองค์กรให้กับ Talent</p>
<p>และเมื่อองค์กรมีข้อมูลที่ดี เป็นมิตรกับ AI และจริงใจต่อคนทำงาน เกมใหม่ของคนเก่งในปี 2026 ก็จะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/63?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47846" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 60" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/workventure-top-50-companies-in-thailand-2026-260109/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead 2026 Press Conference</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-2026-press-conference-260108/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-2026-press-conference-260108/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Jan 2026 13:18:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Future Trends Ahead 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Future Trends]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48462</guid>

					<description><![CDATA[ทุกต้นปีวงการธุรกิจและ HR มักจับตางานใหญ่ของ Future Trends อย่าง Future Trends Ahead Summit กันเป็นพิเศษ เพราะเป็นงานที่ช่วยชี้ทิศทางอนาคต ชี้ทิศทางการทำธุรกิจ และการบริหารจัดการองค์กรได้น่าสนใจ และก่อนที่งาน Summit งานหลักจะเริ่มต้นขึ้น Future Trends ก็มักจะอุ่นเครื่องด้วยงานแถลงข่าวเพื่อเปิดภาพรวมของเทรนด์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในปีนั้น ๆ โดยปีนี้ก็เช่นเดียวกันกับงาน Future Trends Ahead 2026 Press Conference ที่นำเสนอทั้งสภาพเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การทำงาน และทิศทางขององค์กรในอนาคต โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคน และการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่เคย งานแถลงข่าวนี้มีเนื้อหาที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูล และมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญที่น่าสนใจ  สำหรับใครที่ไม่ได้เข้าร่วมงาน หรืออยากได้ภาพรวมที่สรุปมาให้เข้าใจง่าย HREX รวบรวมสาระสำคัญ มาไว้ให้แล้ว อ่านได้ในบทความนี้เลย รู้เทรนด์โลก 2026 พร้อมรับมือพายุแห่งความเปลี่ยนแปลงก่อนใคร กับหนังสือ Future Trends Ahead 2026 ใน Session แรกของงาน คุณ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48463" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193255.189.webp" alt="Future Trends Ahead 2026 Press Conference" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead 2026 Press Conference 433" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193255.189.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193255.189-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกต้นปีวงการธุรกิจและ HR มักจับตางานใหญ่ของ Future Trends อย่าง Future Trends Ahead Summit กันเป็นพิเศษ เพราะเป็นงานที่ช่วยชี้ทิศทางอนาคต ชี้ทิศทางการทำธุรกิจ และการบริหารจัดการองค์กรได้น่าสนใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และก่อนที่งาน Summit งานหลักจะเริ่มต้นขึ้น Future Trends ก็มักจะอุ่นเครื่องด้วยงานแถลงข่าวเพื่อเปิดภาพรวมของเทรนด์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในปีนั้น ๆ โดยปีนี้ก็เช่นเดียวกันกับงาน </span><b>Future Trends Ahead 2026 Press Conference</b><span style="font-weight: 400;"> ที่นำเสนอทั้งสภาพเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การทำงาน และทิศทางขององค์กรในอนาคต โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคน และการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่เคย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานแถลงข่าวนี้มีเนื้อหาที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูล และมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญที่น่าสนใจ  สำหรับใครที่ไม่ได้เข้าร่วมงาน หรืออยากได้ภาพรวมที่สรุปมาให้เข้าใจง่าย HREX รวบรวมสาระสำคัญ มาไว้ให้แล้ว อ่านได้ในบทความนี้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>รู้เทรนด์โลก 2026 พร้อมรับมือพายุแห่งความเปลี่ยนแปลงก่อนใคร กับหนังสือ Future Trends Ahead 2026</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48464" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193341.126.webp" alt="Future Trends Ahead 2026 Press Conference" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead 2026 Press Conference 434" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193341.126.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193341.126-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session แรกของงาน คุณ</span><b> ณัฐกร เวียงอินทร์ Head of Content &amp; Branding Future Trends and aomMONEY (The Money Trends)</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวถึงการทำหนังสือ Future Trends Ahead 2026 ว่านี่คือปีที่ 3 แล้วที่ได้ทำหนังสือเล่มนี้เพื่อบอกเล่าเทรนด์สำคัญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับปีนี้ หนังสือ Future Trends Ahead 2026 จะครอบคลุม 12 เทรนด์ใหญ่ แล้วแตกออกมาเป็น 62 เทรนด์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะออกมาเป็นรูปเป็นร่างไม่ได้เลย หากปราศจากความร่วมมือของ 16 องค์กรที่เป็น Book Partner ช่วยเขียนเนื้อหาขึ้นมา โดยข้อมูลทั้งหมดนี้ ไม่เพียงแค่สรุปแนวโน้มโลก แต่ยังใส่ Frameworkเพื่อให้สามารถนำไปวางกลยุทธ์ได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณ </span><b>พิศพรรณี เกือกลูกาญจนา Head of LikeMe Media</b><span style="font-weight: 400;"> เสริมว่า Future Trends ไม่ได้หยุดแค่การทำหนังสือเล่มนี้แล้วเสร็จบนกระดาษ แต่จะต่อยอดข้อมูลความรู้และ Insight ทั้งหลายให้ออกมาเป็นอีเวนต์ที่จับต้องได้ ซึ่งจะจัดในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เพื่อขยายพลังของเนื้อหาไปสู่กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยในปีนี้แบ่งงานออกเป็น 2 เวที ได้แก่ Super Vision Stage ที่พูดเรื่องภาพรวมมหภาคด้านเศรษฐกิจและการเมือง และ World Business Era Stage สำหรับองค์กรที่ต้องการทักษะใหม่ ๆ ในการเติบโตท่ามกลางความปั่นป่วนของโลก ซึ่งล้วนมีประโยชน์ต่อผู้ฟังในหลากหลายสายงานอย่างแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณ </span><b>โอชวิน จิรโสตติกุล CEO &amp; Founder of FutureSkill</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่าการที่โลกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วและรุนแรงกว่าที่เคย ทั้งจากเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และพฤติกรรมของผู้บริโภค ส่งผลให้องค์กรที่ยึดติดกับสูตรเดิม ๆ มีแนวโน้มล้มเหลวสูง ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหาวิธีมองอนาคตให้เห็นอนาคตชัดเจนขึ้น เป็นเหตุผลให้เกิดการก่อตั้ง Institute of Strategic Foresight (ISF) หรือ สถาบันยุทธศาสตร์สำหรับโลกอนาคต ขึ้นมาเพื่อพัฒนาเครื่องมือ ประเมินความพร้อมองค์กร และสร้างแผนเชิงกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์โลกใหม่อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะยิ่งทุกอย่างเปลี่ยนเร็วเพียงพริบตา การอ่านเทรนด์จึงไม่พออีกต่อไป แต่ต้องแปลงเทรนด์ให้เป็นแผน และแปลงแผนให้เป็นการกระทำที่เป็นรูปธรรมให้ได้ ให้รู้ว่าอนาคตกำลังมุ่งหน้าไปทางไหน แต่ยังชี้ให้เห็นว่า เราจะเดินไปในอนาคตนั้นอย่างไรให้ไม่หลงทาง และไม่ถูกพายุพัดหายไประหว่างทาง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Future Trends Ahead 2026 กับ 62 เทรนด์สำคัญ จาก 12 หมวดเทรนด์ภาพใหญ่</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48466" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T194130.336.webp" alt="Future Trends Ahead 2026 Press Conference" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead 2026 Press Conference 435" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T194130.336.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T194130.336-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในงานแถลงข่าว Future Trends Ahead 2026 มีตัวแทนจากองค์กรพันธมิตรชั้นนำของไทยร่วมถ่ายทอด 62 เทรนด์สำคัญที่ควรจับตาในปีนี้ ผ่านมุมมองจาก 12 หมวดหมู่เทรนด์หลัก โดยไฮไลต์พิเศษในงานคือการเผยน้ำจิ้มของเทรนด์สำคัญ จากผู้เชี่ยวชาญที่มาร่วมงานด้วย ซึ่งสะท้อนสัญญาณความเปลี่ยนแปลงอันน่าจับตามอง ทั้งในระดับบุคคล องค์กร ไปจนถึงระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเทรนด์สำคัญที่นำเสนอในงาน 10+1 เป็นน้ำจิ้มในเบื้องต้น มีดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>1.Economy &amp; Commerce</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกการค้าเปลี่ยนแปลงเร็ว โดยเฉพาะการที่จีนขยายบทบาททางเศรษฐกิจในไทยหลังความสัมพันธ์ครบ 50 ปี ขณะที่ AI และ Green Economy จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์การเมืองสหรัฐฯ ใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์</span></p>
<h3><b>2.Politics</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ไม่เพียงเปลี่ยนการทำงาน แต่ยังส่งผลต่อโครงสร้างทางการเมืองทั่วโลกอย่างไม่คาดคิด และอาจกลายเป็น Disruptor ตัวใหม่ในระบบประชาธิปไตย โดยเฉพาะเมื่อนโยบายต่างประเทศเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมและการเมืองภายในประเทศไทยอย่างแยกไม่ออก นั่นทำให้ไทยเองต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน</span></p>
<h3><b>3.Technology &amp; AI</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยี AI โดยเฉพาะ Agentic AI จะกลายเป็นผู้ช่วยดิจิทัลรายสำคัญที่ช่วยคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ และทำงานแทนมนุษย์ในระดับลึก ช่วยยกระดับ Productivity ได้สูงถึง 10 เท่า องค์กรที่ไม่ปรับใช้จะกลายเป็นฝ่ายตามหลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<h3><b>4.Industry</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แวดวงอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับยอดขายที่ลดลงและการตีตลาดจากต่างประเทศ การอยู่รอดในยุคนี้ต้องมาพร้อมกับการ Go Digital, Go Global และ Go Green โดยเฉพาะการใช้ Automation และ Agentic AI ในกระบวนการผลิต รวมถึงการหาพาร์ทเนอร์ระดับโลกเพื่อร่วมฝ่าพายุเศรษฐกิจไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง</span></p>
<h3><b>5.Consumer</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีนี้คือปีแห่งความไม่ปกติ (Absurdity) หลักฐานชัด ๆ คือแค่เปิดปีมาก็เจอข่าวทรัมป์ส่งทหารไปบุกเวเนซุเอลาแล้ว นอกจากนั้นยังมีความบ้าบิ่นทางเทคโนโลยี จากการที่ AI เริ่มเขียนอัลกอริทึมของตัวเองได้ ความแหกกฎจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา องค์กรต้องการคนกล้าและบ้าบิ่นไม่แพ้กันเพื่อเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส</span></p>
<h3><b>6.Marketing</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เรากำลังอยู่ในยุค Polycrisis หรือวิกฤติซ้อนวิกฤติ ทำให้ผู้บริโภคคาดหวังให้แบรนด์ หรือองค์กรมีความรับผิดชอบมากขึ้น และเลิกผลักภาระให้ผู้บริโภคอย่างเดียว นำมาสู่การต้องคิดและหามีนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่หวังแต่จะขายของได้อย่างเดียวโดยไม่สนอะไร</span></p>
<h3><b>7.Future Skill</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงเวลาองค์กรต้องเตรียมคนให้มีทักษะด้าน Analytical Creativity เพื่อสร้างสิ่งใหม่บนฐานข้อมูลจริง นอกจากนี้ AI จะเพิ่มความเหลื่อมล้ำด้านการทำงานและการเรียนรู้ให้สูงขึ้น หากไม่รู้จักเรียนรู้ใหม่ (Unlearn &amp; Relearn) และไม่มี Growth Mindset เราจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง</span></p>
<h3><b>8.Future of Jobs </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อนาคตของงานเปลี่ยน คนไม่เปลี่ยนตามมีสิทธิ์ตกงานสูงแน่ และบ่อยครั้ง Job Description ยังเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าการมีทักษะใหม่ ผู้สมัครงานที่ไม่พัฒนาตัวเอง ไม่มีความรู้ใหม่ ๆ จะมีโอกาสตกงานสูงขึ้น</span></p>
<h3><b>9.Leadership </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้พนักงานไทยจะอยากทำงานในองค์กรที่ส่งเสริมในการพัฒนาทักษะพวกเขา แต่กลับมีไม่กี่องค์กรที่มีแผนพัฒนาพนักงานอย่างจริงจัง ในโลกที่ท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า ถึงเวลาองค์กรต้องพัฒนาผู้นำ-พนักงานอย่างมียุทธศาสตร์แล้ว ด้วยการลงทุนใน Global Insight และวางกลยุทธ์เพื่อให้พนักงานพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำจริงจัง ไม่ใช่แค่ตามกระแส </span></p>
<h3><b>10.Health</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้โลกจะเต็มไปด้วยข่าวร้ายจากแทบทุกเทรนด์ที่เอ่ยมา แต่เทรนด์ด้านสุขภาพกลับมีพัฒนาการเชิงบวกให้น่าชื่นใจ เช่น เทคโนโลยีช่วยให้การรักษาโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งทำได้สำเร็จ และใกล้เคียงกับการหายขาด ใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติได้มากขึ้น มีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดงานยาก ๆ ให้ง่ายขึ้น และการเก็บข้อมูลที่แม่นยำก็นำไปสู่การวินิจฉัยโรคที่แม่นยำขึ้นด้วย</span></p>
<h3><b>(+1) From Future Trends to Strategy with Strategic Foresight</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Future Trends Ahead 2026 ไม่ได้นำเสนอแค่เทรนด์ให้รู้ แต่ยังเตรียมกลยุทธ์เพื่อรับมือกับเทรนด์ที่อาจเกิดหรือไม่เกิดด้วย ผ่านเครื่องมือ Strategic Foresight เพื่อไม่ต้องรื้อแผนใหม่ทุกปี และเดินเกมธุรกิจได้มั่นคง ซึ่งหากอยากรู้ว่ากลยุทธ์ที่จะออกมานั้นเป็นอย่างไร ติดตามได้ในหนังสือ และในงาน Future Trends Ahead Summit 2026</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Jobs &amp; Skills 2026: The New Blueprint for the Future Workforce</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48465" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193413.262.webp" alt="Future Trends Ahead 2026 Press Conference" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future Trends Ahead 2026 Press Conference 436" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193413.262.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-01-08T193413.262-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีก Session ที่น่าสนใจนี้ว่าด้วยการปรับตัวสู่โลกอนาคตของการทำงานไม่รอใคร คุณ</span><b> กิตติศักดิ์ เกษบุรี Director of Corporate Strategy and Communications จาก JOBBKK </b><span style="font-weight: 400;">ชี้ว่าทุกวันนี้ธุรกิจกำลังเปลี่ยนโครงสร้างอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นบทบาท หน้าที่ หรือเครื่องมือที่ใช้ในแต่ละตำแหน่ง งานที่เคยทำแบบเดิม ๆ ไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้สมัครต้อง Upskill ตัวเองให้ไว เพื่อให้ทันกับ Job Description ที่เปลี่ยนรายวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนที่พร้อมปรับตัวและเรียนรู้เร็ว จะกลายเป็นคนที่ HR อยากเลือกให้มาร่วมงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณโอชวิน เสริมว่า แม้ AI จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในทุกสายงาน แต่คนไทยยังใช้ไม่เป็นหรือไม่กล้าใช้ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนที่ใช้ AI เป็น กับคนที่ยังตามไม่ทัน ยิ่งมี AI Agent เป็นผู้ช่วยประจำตัวของพนักงานยุคใหม่ คนที่จะเอาตัวรอดได้ไม่ใช่แค่คนที่มีทักษะการสั่งงาน AI เป็น  แต่ต้องมีความเข้าใจเชิงลึกด้วยว่าจะนำ AI ไปใช้ต่อยอดในสายงานตัวเองได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเขาเห็นด้วยกับคุณกิตติศักดิ์ว่า คนที่มีทักษะด้านนี้ จะได้เปรียบอย่างมหาศาลในตลาดแรงงานระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น เทคโนโลยียังทำให้เราไม่เพียงแข่งขันกับคนไทยด้วยกันเอง แต่ต้องแข่งขันกับทั้งโลก ถ้าอยากเป็นคนเลือกงานเองได้ ไม่ใช่คนที่รอให้คนอื่นมาเลือก เราต้องเป็นตัวท็อปในสายงานของตัวเอง หรือเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจนใช้มันสร้างประโยชน์ในงานได้ หรือมีทุนมากพอที่จะขับเคลื่อนเป้าหมายของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากเราจะยกระดับให้เหนือกว่าคนอื่นในระดับเดียวกัน ต้องพัฒนาแบบไฮบริด คือมีความรู้ความสามารถหลากหลายด้าน เชื่อมโยงกันได้ และข้ามสายงานได้ นี่คือกุญแจสำคัญของความได้เปรียบในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณโอชวิน ปิดท้ายด้วยการอธิบายถึง 4 ทักษะแห่งอนาคตที่ทุกคนควรเร่งสร้างตั้งแต่วันนี้ ประกอบด้วย</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><i><span style="font-weight: 400;">Advance Cognitive &amp; Self-management</span></i><span style="font-weight: 400;"> เช่น การคิดเชิงระบบและความรู้การเงิน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><i><span style="font-weight: 400;">Twin Transition</span></i><span style="font-weight: 400;"> คือ ทักษะด้านดิจิทัลควบคู่ไปกับ ESG</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><i><span style="font-weight: 400;">Human Connection &amp; Global Communication</span></i><span style="font-weight: 400;"> เช่น ความเป็นผู้นำและภาษาเพื่อธุรกิจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><i><span style="font-weight: 400;">Growth Engine &amp; Business Acumen</span></i><span style="font-weight: 400;"> เช่น การเป็นผู้ประกอบการในองค์กร และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง</span></li>
</ol>
<p><b>ทั้งหมดนี้คือพิมพ์เขียวแห่งอนาคต ที่จะทำให้คุณไม่ใช่แค่รอดในยุคเปลี่ยนผ่าน แต่โตไปพร้อมโลกที่ไม่เคยหยุดเดิน</b></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/u/2/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="มากกว่าการบริหารคน HR คือการบริหารประสบการณ์: บทสัมภาษณ์ จิตติยา ธรรมสรณ์ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-2026-press-conference-260108/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Getting Succession Right With Hogan Assessments</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/succession-planning-hogan-assessments-251114/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/succession-planning-hogan-assessments-251114/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Nov 2025 11:00:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Succession Planning]]></category>
		<category><![CDATA[Hogan Assessments]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=47560</guid>

					<description><![CDATA[หลายคนอาจคิดว่า Succession Planning เป็นเรื่องของอนาคต แต่จริง ๆ แล้วการวางแผนสืบทอดตำแหน่งผู้นำคนต่อไปจะราบรื่นได้ หากวางแผนและจัดการอย่างมียุทธศาสตร์ตั้งแต่เนิ่น ๆ นั่นจึงเป็นที่มาของงาน Getting Succession Right With Hogan Assessments ที่ Absolute Talent Solutions &#8211; ผู้จัดจำหน่าย Hogan อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยคุณ ประวีณ์นุช วิศวพรบุตร ร่วมกับ Hogan Assessments APAC จัดขึ้นเพื่อชวน HR และผู้นำองค์กรร่วมเรียนรู้ว่า วิธีการวางแผน Succession Planning ที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร และการใช้ข้อมูลเชิงจิตวิทยาจาก Hogan Assessments จะช่วยเตรียมพร้อมอนาคตได้อย่างไร หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจมาให้แล้ว ติดตามได้เลยในบทความนี้ HIPO + Strategic Succession: From Planning to [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47563" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-14T154238.444.png" alt="succession-planning-hogan-assessments" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Getting Succession Right With Hogan Assessments 440" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-14T154238.444.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-14T154238.444-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจคิดว่า </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hr-succession-planning-250228/"><span style="font-weight: 400;">Succession Planning</span></a><span style="font-weight: 400;"> เป็นเรื่องของอนาคต แต่จริง ๆ แล้วการวางแผนสืบทอดตำแหน่งผู้นำคนต่อไปจะราบรื่นได้ หากวางแผนและจัดการอย่างมียุทธศาสตร์ตั้งแต่เนิ่น ๆ</span></p>
<p>นั่นจึงเป็นที่มาของงาน Getting Succession Right With Hogan Assessments ที่ <strong>Absolute Talent Solutions</strong> &#8211; ผู้จัดจำหน่าย Hogan อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยคุณ <strong>ประวีณ์นุช วิศวพรบุตร</strong> ร่วมกับ <strong>Hogan Assessments APAC</strong> จัดขึ้นเพื่อชวน HR และผู้นำองค์กรร่วมเรียนรู้ว่า วิธีการวางแผน Succession Planning ที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร และการใช้ข้อมูลเชิงจิตวิทยาจาก Hogan Assessments จะช่วยเตรียมพร้อมอนาคตได้อย่างไร</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจมาให้แล้ว ติดตามได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>HIPO + Strategic Succession: From Planning to Performance</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการทำงานกับองค์กรระดับโลกจำนวนมาก คุณ</span><b> คริสต้า พีเดอร์สัน Managing Director จาก Hogan Assessments / International Distributors, APAC</b><span style="font-weight: 400;"> พบว่าแม้หลายองค์กรจะมีความตั้งใจดีในการพัฒนาและแต่งตั้งผู้นำรุ่นใหม่ แต่มักจะประเมินคนผิดพลาดจนเกิดปัญหาไปทั้งองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในกรณีที่เธอเจอในองค์กรหนึ่งคือ พนักงานคนหนึ่งที่มีความขยันขันแข็งและดูใกล้ชิดกับผู้บริหารมาก ๆ ทำให้เขาได้เลื่อนขั้นเป็นผู้นำระดับสูงอย่างรวดเร็ว ปัญหาคือก่อนหน้านี้ไม่มีการประเมินเขารอบด้านเพียงพอ เช่น ไม่มีใครไปย้อนดูว่าความสัมพันธ์ของเขากับทีมเป็นอย่างไร ?คนที่ทำงานด้วยคิดอย่างไรเกี่ยวกับเขา ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายเขาทำงานต่อได้อีกเพียง 6 เดือนก็ถูกปลดจากตำแหน่ง เนื่องจากการทำงานโดยมุ่งแต่เป้าหมายส่วนตัว ไม่ได้สนใจหรือสนับสนุนทีมอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่คุณคริสต้าเน้นย้ำคือ </span><b>การคัดเลือกผู้นำไม่ควรอิงแค่ความชอบส่วนบุคคลหรือพฤติกรรมภายนอกที่ดูดี เห็นแล้วถูกใจ แต่ต้องเริ่มจากการตั้งคำถามว่า องค์กรต้องการคุณสมบัติแบบไหนจากผู้นำ </b><span style="font-weight: 400;">จากนั้นค่อยเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ และใช้ประกอบการเลือกคนที่เหมาะสม จึงจะได้คนที่สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวขององค์กร </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>Hogan Assessments คืออะไร ช่วยงาน Succession Planning ได้อย่างไรบ้าง</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณคริสต้า อธิบายว่า Hogan Assessments คือเครื่องมือที่ช่วยให้การวางแผนสืบทอดผู้นำ หรือ Succession Planning ประสบความสำเร็จง่ายกว่าการประเมินด้วยสัญชาตญาณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย Hogan Assessments จะเน้นการประเมิน 3 ส่วนสำคัญ ประกอบด้วย</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>HPI (The Bright Side)</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; จุดแข็งและพฤติกรรมที่มักพบเห็น หรือแสดงออกในที่ทำงานบ่อย ๆ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>HDS (The Dark Side)</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; พฤติกรรมของคนที่ซ่อนอยู่ และมักปรากฏออกมาหลังผ่านช่วง Honeymoon Period ไปแล้ว หลายคนมักเข้าใจผิดว่า HDS เป็นข้อเสียล้วน ๆ แต่ในความจริงแล้ว มันอาจเป็นจุดแข็งที่ใช้งานอย่างไม่สมดุลจนกลายเป็นปัญหาได้ เช่น ความมั่นใจที่มากเกินไปอาจกลายเป็นความดื้อรั้น หรือความมุ่งมั่นที่สูงอาจกลายเป็นการควบคุมผู้อื่นมากเกินไป เป็นต้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>MVPI (The Inside)</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; แรงขับภายใน เช่น เป้าหมายส่วนตัว ค่านิยม และแรงจูงใจ การเข้าใจแรงขับเหล่านี้จะช่วยให้เห็นว่า บุคคลที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำนั้นเหมาะหรือเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรหรือไม่</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47562" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-14T154309.379.png" alt="succession-planning-hogan-assessments" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Getting Succession Right With Hogan Assessments 441" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-14T154309.379.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-14T154309.379-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3>ผู้นำแบบ Effective Leader จะพาองค์กรก้าวผ่านอนาคตอันไม่แน่นอน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณคริสต้า ชวนให้ทุกคนตั้งคำถามนี้อย่างจริงจังในกระบวนการ Succession Planning ว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“เราต้องการผู้นำแบบไหน ที่จะพาองค์กรไปรอดในอนาคต ?”</span></i><span style="font-weight: 400;"> และ</span><i><span style="font-weight: 400;"> “ถ้าผู้นำคนปัจจุบันเกิดไม่อยู่ในช่วงเวลาวิกฤต ใครคือคนที่จะก้าวขึ้นมานำพาองค์กรไปต่อได้อย่างมั่นคง ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามเหล่านี้จะนำไปสู่การออกแบบระบบ Succession Planning ที่ยั่งยืน และทำให้เจอคนที่เป็น Effective Leader หรือผู้นำที่ช่วยให้เป้าหมายของทีมบรรลุ ไม่ได้สนใจแค่เป้าหมายของตัวเอง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผู้นำที่แท้จริง คือผู้ที่สร้างทีมให้แข็งแกร่ง และพาทีมรักษาความเป็นเลิศไว้ได้อย่างยั่งยืน เขาอาจไม่ใช่คนที่ความสามารถโดดเด่นที่สุด แต่เป็นคนที่ช่วยสนับสนุนการเติบโต และทำให้ทั้งทีมไปถึงเป้าหมายร่วมกันได้”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณคริสต้านิยามของผู้นำที่ใช่เอาไว้อย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในวันที่โลกของการทำงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำจะไม่ใช่แค่คนที่บริหารได้ดีเท่านั้น แต่ต้องเป็นคนที่พร้อมเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง สร้างความมั่นคงให้ทีม และนำพาองค์กรฝ่าฟันได้ในทุกสถานการณ์ ซึ่งแน่นอนว่าหาไม่ง่าย แต่การหาคนจากภายในองค์กรก่อน จะช่วยให้ประหยัดงบประมาณกว่าการจ้างคนเก่งจากภายนอกให้เข้ามาเป็นผู้นำได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญคนที่อยู่ภายในย่อมรู้บริบทการทำงานดีกว่าคนนอก ทำให้องค์กรก้าวเดินและวิ่งไปถึงเส้นชัยได้ไวกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h3>Workplace Disruption คือคลื่นลูกใหญ่ที่องค์กรต้องเตรียมรับมือ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อนาคตของแรงงานทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ในแถบเอเชียเองก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว และภายในปี 2050  1 ใน 4 ของประชากรจะมีอายุมากกว่า 60 ปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นหมายความว่าจำนวนแรงงานใหม่จะลดลง ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีก็เร่งให้เกิดการปรับโครงสร้างองค์กรอย่างรวดเร็ว หลายบริษัทใหญ่เริ่มเลย์ออฟเพื่อปรับตัว แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่า </span><b>แม้องค์กรจำนวนมากจะเลย์ออฟคน แต่องค์กรเหล่านี้ยังต้องการผู้นำเสมอ และผู้นำที่มีความสามารถในการบริหารคน จะเป็นกลไกหลักในการนำองค์กรผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านให้ได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ทักษะของผู้นำในยุคนี้จึงไม่ใช่แค่มี Hard Skills ด้านการบริหารธุรกิจ แต่ต้องมี Soft Skills ที่ช่วยให้บริหารคนด้วยความเข้าใจคนลึกซึ้งขึ้น โดยความสามารถที่จำเป็นมาก ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความสามารถในการสนับสนุนการเติบโตของทีม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเข้าถึงจิตใจและความต้องการของพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การสร้างแรงบันดาลใจในวันที่ทีมอาจรู้สึกหมดไฟ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำที่มีเพียงตำแหน่ง แต่ไม่เข้าใจหัวใจของคน อาจไม่สามารถพาองค์กรฝ่าความท้าทายในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงแบบรายวัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>Best Practices Five Things to “Do” for Developing High-Potential Leaders</h2>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/65"><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาผู้นำที่มีศักยภาพ</span></a><span style="font-weight: 400;">คือการลงทุนระยะยาวที่มีผลต่ออนาคตทั้งองค์กร หากทำได้ถูกต้อง จะช่วยสร้างความต่อเนื่องของธุรกิจ ความมั่นคงของทีม และความยืดหยุ่นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือ 5 สิ่งที่ควรทำ (Do) ที่จะช่วยให้องค์กรสร้างผู้นำได้อย่างมีคุณภาพ</span></p>
<h3>1. Do Define What Success Looks Like</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่ารอให้ถึงเวลาค่อยหาคำตอบว่า คนแบบไหนคือผู้นำที่ดี ให้เริ่มต้นจากการนิยามภาพความสำเร็จของตำแหน่งนั้นให้ชัดเจนก่อน ระบุพฤติกรรมที่ต้องการ ความสามารถหลัก และค่านิยมที่สอดคล้องกับองค์กร แล้วใช้ข้อมูลจากผลงานในอดีตและอนาคตที่องค์กรคาดหวัง</span></p>
<h3>2. Do Implement Targeted and Individualized Development</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่า One Size Fits All เพราะแนวทางการพัฒนาควรตัดเย็บให้มันมีความเฉพาะตัว เข้ากับบุคคล สูตรสำเร็จเดียวใช้กับทุกคนไม่ได้ ดังนั้นต้องเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน ความต้องการ และเส้นทางอาชีพของแต่ละคน แล้วจัดโปรแกรมฝึกอบรม โค้ชชิ่ง หรือหมุนเวียนงานที่สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละบุคคล</span></p>
<h3>3. Do Integrate Data-Driven Insights</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ในการประเมินและตัดสินใจ โดยเครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรมอย่าง Hogan Assessments ช่วยลด Bias ได้ และสามารถใช้หลายแหล่งข้อมูลประกอบ (Multiple Data Points) เพื่อสร้างความแม่นยำและเพิ่มความหลากหลาย หรือ Diversity ขององค์กร</span></p>
<h3>4.  Do Evaluate Progress and ROI</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาผู้นำต้องทำเพื่อประโยชน์ระยะยาว ไม่ใช่แค่ให้เข้าโครงการสั้น ๆ แล้วจบไป ต้องหมั่นประเมินผล ตรวจสอบว่าผู้นำที่เรากำลังพัฒนาไปตามเป้าหมาย และคุ้มค่าการลงทุนหรือไม่</span></p>
<h3>5. Do Embrace a Philosophy of Kaizen</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ควรยึดปรัชญา </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/toyota-kaizen-190606/"><span style="font-weight: 400;">Kaizen</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือแนวทางพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่าลืมว่าการสร้างผู้นำไม่ใช่โครงการระยะสั้น ดังนั้นต้องส่งเสริมให้ผู้นำทุกระดับพัฒนาตนเองอยู่เสมอ แม้จะยังไม่ขึ้นตำแหน่งสูงสุดก็ตาม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>Best Practices Five Things to “Don’t Do” for Developing High-Potential Leaders</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก 5 สิ่งที่ทำแล้ว ยังมี 5 สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง (Don’t) ในการทำด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้มักเป็นกับดักที่ทำให้หลายองค์กรไม่ประสบความสำเร็จในการหาผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำได้ดีเท่าที่ควร ได้แก่</span></p>
<h3>1. Don’t Rely Solely on Intuition</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลือกผู้นำด้วยสัญชาตญาณอย่างเดียวอาจพลาดเป้า แต่ผู้นำจำนวนมากมักมีความมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง และบ่อยครั้งชอบเลือกคนที่พวกเขาชอบ หรือมีความคล้ายตัวเอง เพราะคิดว่าคนแบบนี้น่าจะนำคนได้ในแบบที่เขาเคยนำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่าลืมว่าการตัดสินใจโดยไร้ข้อมูลประกอบ จะทำให้ขาดมุมมองรอบด้านและเกิด Bias ได้ง่าย</span></p>
<h3>2. Don’t Use One-Size-Fits-All Development</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้โปรแกรมพัฒนาแบบเหมารวมทุกคนอาจไม่เหมาะสม เพราะผู้นำคือคน และแต่ละคนล้วนมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่ต่างกัน</span></p>
<h3>3. Don’t Overlook Organizational Fit</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสำเร็จของผู้นำไม่ได้วัดแค่ผลงานส่วนตัว แต่รวมถึงการพาทีมไปข้างหน้าด้วย ดังนั้นระวังการเลือกคนแค่เพราะเก่ง แต่ไม่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร คนที่ไม่ Fit กับทีม อาจทำให้ทีมเสียสมดุลและขัดแย้ง </span></p>
<h3>4. Don’t Focus Only on Short-Term Needs</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มองแต่ระยะสั้นคือการเสี่ยงกับอนาคตองค์กร หากมองแค่ปัญหาเฉพาะหน้า จะพลาดโอกาสในการสร้างผู้นำที่ยั่งยืน การวางแผนระยะยาวจะช่วยลดช่องว่างเมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรควรเริ่มวางแผน Succession อย่างน้อย 18-24 เดือนล่วงหน้า และหากสามารถเริ่มล่วงหน้าถึง 3-5 ปี ได้จะยิ่งดี แต่สถิติที่น่าตกใจก็คือ กว่า 70% ขององค์กรยังไม่มีการทำ Succession Planning อย่างจริงจัง</span></p>
<h3>5. Don’t Fail to Invest in Internal Talent</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การมองข้ามคนในอาจทำให้องค์กรเสียทรัพยากรโดยใช่เหตุ สถิติชี้ว่า CEO จากภายนอกมีต้นทุนสูงและเสี่ยงล้มเหลวมากกว่า การพัฒนาจากภายในจึงเป็นการลงทุนที่สร้างความมั่นคงและประสิทธิภาพในระยะยาว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47561" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-14T161351.095.png" alt="succession-planning-hogan-assessments" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Getting Succession Right With Hogan Assessments 442" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-14T161351.095.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-14T161351.095-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>สรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Succession Planning ไม่ใช่แค่การหาคนแทนผู้นำ แต่เป็นการลงทุนกับเพื่ออนาคตขององค์กรอย่างเป็นระบบ ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ยิ่งเข้าใจบริบทของผู้นำที่องค์กรต้องการ ก็ยิ่งเจอผู้นำที่เหมาะสมได้เร็วมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Hogan Assessments ไม่ใช่แค่เครื่องมือประเมินบุคลิกภาพ แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้ HR และผู้นำองค์กรเห็นภาพผู้นำในมิติต่าง ๆ ได้รอบด้าน ทั้งความสามารถ จุดแข็ง จุดอ่อน และแรงขับภายในที่มักมองไม่เห็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างผู้นำไม่ใช่เรื่องของสัญชาตญาณ ต้องอาศัยข้อมูล กระบวนการ และความเข้าใจคนอย่างแท้จริง องค์กรที่วางแผนได้ดีและพัฒนาผู้นำอย่างต่อเนื่อง คือองค์กรที่มีโอกาสรอด ไม่ว่าโลกการทำงานจะเปลี่ยนเร็วแค่ไหนก็ตาม</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="Voluntary Early Retirement ถอดรหัสโครงการเกษียณก่อนกำหนด สมัครใจลาออกหรือบีบให้ออก ? 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/succession-planning-hogan-assessments-251114/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-day-2025-pmat-60th-international-hr-conference-day-2-251113/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-day-2025-pmat-60th-international-hr-conference-day-2-251113/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Nov 2025 13:05:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[PMAT]]></category>
		<category><![CDATA[HR DAY 2025]]></category>
		<category><![CDATA[PMAT 60th International HR Conference]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=47544</guid>

					<description><![CDATA[การเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ยังไม่จบเพียงวันแรก เพราะในวันที่ 2 ของงาน HR Day 2025 – PMAT 60th Anniversary International HR Conference ยังคงอัดแน่นไปด้วยสาระสำคัญที่คนทำงาน HR และผู้นำองค์กรไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มใหม่ด้านกลยุทธ์การบริหารคน การปรับตัวในยุค AI ไปจนถึงบทบาทใหม่ของ HR ที่ต้องก้าวข้ามการดูแลพนักงาน ไปสู่การสร้างคุณค่าระดับองค์กรและสังคม หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่ HR ควรรู้มาให้แล้ว อ่านได้เลยในบทความนี้ Beyond Limits คุณ ภราดร ศรีชาพันธ์ อดีตนักเทนนิส หัวหน้าผู้ฝึกสอนและผู้ก่อตั้ง Paradorn International Tennis Academy ได้แบ่งปันเบื้องหลังความสำเร็จจากการเล่นกีฬาของเขา ไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์ของวินัยและความพยายาม ซึ่งเขาย้ำว่าไม่ใช่แค่ในวงการกีฬาเท่านั้น แต่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกอาชีพ เขาย้อนความว่าเขาเติบโตมาพร้อมเป้าหมายที่ชัดเจนจากครอบครัว โดยมีคุณพ่อเป็นโค้ชและแรงผลักดันสำคัญ ตั้งแต่เด็กเขาฝันเพียงแค่การติด 1 ใน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47545" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para_20251113_191254_0000.webp" alt="HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2 451" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para_20251113_191254_0000.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para_20251113_191254_0000-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-day-2025-pmat-60th-international-hr-conference-day-1-251112/"><span style="font-weight: 400;">การเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ยังไม่จบเพียงวันแรก</span></a><span style="font-weight: 400;"> เพราะในวันที่ 2 ของงาน HR Day 2025 – PMAT 60th Anniversary International HR Conference ยังคงอัดแน่นไปด้วยสาระสำคัญที่คนทำงาน HR และผู้นำองค์กรไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มใหม่ด้านกลยุทธ์การบริหารคน การปรับตัวในยุค AI ไปจนถึงบทบาทใหม่ของ HR ที่ต้องก้าวข้ามการดูแลพนักงาน ไปสู่การสร้างคุณค่าระดับองค์กรและสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่ HR ควรรู้มาให้แล้ว อ่านได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Beyond Limits</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47551" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063012.webp" alt="HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2 " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2 452" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063012.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063012-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ภราดร ศรีชาพันธ์ อดีตนักเทนนิส หัวหน้าผู้ฝึกสอนและผู้ก่อตั้ง Paradorn International Tennis Academy </b><span style="font-weight: 400;">ได้แบ่งปันเบื้องหลังความสำเร็จจากการเล่นกีฬาของเขา ไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์ของวินัยและความพยายาม ซึ่งเขาย้ำว่าไม่ใช่แค่ในวงการกีฬาเท่านั้น แต่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกอาชีพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาย้อนความว่าเขาเติบโตมาพร้อมเป้าหมายที่ชัดเจนจากครอบครัว โดยมีคุณพ่อเป็นโค้ชและแรงผลักดันสำคัญ ตั้งแต่เด็กเขาฝันเพียงแค่การติด 1 ใน 100 ของโลก แต่ด้วยเป้าหมายที่มั่นคงและการทุ่มเทไม่หยุด จึงสามารถไต่ขึ้นไปถึงอันดับ 9 ได้จริง ซึ่งเกินฝันไปมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภราดรเล่าว่า จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่คือวันที่สามารถเอาชนะ </span><b>อังเดร อากัสซี่</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ในสนามวิมเบิลดัน ซึ่งเป็นเหมือนประตูที่เปิดโลกใหม่ ทำให้เขาเริ่มมองไกลกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ต้องการอยู่ใน 100 อันดับแรก แต่ฝันจะเป็น Top 10 และเชื่อว่าทำได้ เมื่อมีคนรอบข้างเชื่อมั่นในตัวเขา ทั้งทีม โค้ช ครอบครัว ความเชื่อมั่นนั้นก็ยิ่งสะท้อนกลับมาเป็นพลังให้เขาเชื่อในตัวเอง และพร้อมซ้อมให้หนักขึ้นกว่าที่เคย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากประสบการณ์ของตัวเอง คุณภราดรยังส่งต่อบทเรียนสำคัญถึงผู้ปกครองที่อยากให้ลูกเล่นกีฬา เขาเชื่อว่</span><b>ากีฬาคือเครื่องมือที่ดีในการสร้างวินัย สอนให้คนเข้าใจกติกา รู้จักรอคอย พัฒนาตัวเอง และยอมรับความพ่ายแพ้</b><span style="font-weight: 400;"> การสนับสนุนที่ดีไม่ใช่แค่พาไปซ้อม แต่ต้องสร้างบรรยากาศที่เด็กจะรักกีฬาด้วย ให้เขาได้เจอเพื่อน เจอความสุขในวัยของตัวเอง พร้อมไปกับการพัฒนาทักษะอย่างสมดุล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดเส้นทางชีวิต เขาจึงก่อตั้ง </span><a href="https://www.facebook.com/p/Paradorn-International-Tennis-Academy-100069453766129/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Paradorn International Tennis Academy</span></a><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเป็นพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้ฝึกฝน เรียนรู้ และรักในกีฬาอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เพื่อเป็นแชมป์ แต่เพื่อเป็นคนที่แข็งแรงทั้งกาย ใจ และวินัย สิ่งที่เขาเชื่อว่าจะพาเด็กไทยไปได้ไกลกว่าที่เคยฝัน เหมือนที่เขาเคยก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองมาแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Locker Room Leadership</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47548" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063009.webp" alt="HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2 453" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063009.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063009-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล็อคเกอร์รูม ไม่ได้เป็นแค่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ในโลกของการแข่งกีฬา นี่คือพื้นที่ที่สะท้อนวัฒนธรรม ทีมเวิร์ก และภาวะผู้นำได้ชัดที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b> อัฐ ทองแตง ประธานคณะผู้บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล</b><span style="font-weight: 400;">, คุณ</span><b> ปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการ รองผู้กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>ภราดร ศรีชาพันธ์</b><span style="font-weight: 400;"> ต่างเห็นพ้องว่าเราสามารถนำบรรยากาศแบบนี้มาประยุกต์ใช้ในองค์กรจริงได้ หาก HR และผู้นำมีวิธีคิดที่เข้าใจคนอย่างลึกซึ้งและตรงไปตรงมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอัฐมองว่า การบริหารคนในธุรกิจบริการไม่ใช่แค่เรื่องของ </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/team-building-base-playhouse-231120/"><span style="font-weight: 400;">Team Building</span></a><span style="font-weight: 400;"> แต่ต้องยกระดับความสัมพันธ์ในองค์กรให้สื่อสารและเข้าใจกันได้แบบพูดภาษาเดียวกัน โดยเฉพาะกับคนหน้างานที่อยู่ใกล้ผู้ใช้บริการที่สุด HR ไม่ควรเป็นเพียงฝ่ายสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง แต่ต้องกล้าออกมาอยู่แนวหน้า เข้าใจการเปลี่ยนแปลง และพร้อมโค้ชทั้งองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของคุณปิติ HR ไม่ควรรอให้มีปัญหาแล้วค่อยเข้าไปแก้ แต่ต้องเป็นฟันเฟืองเชิงรุกที่ขับเคลื่อนกลยุทธ์คนให้ทันการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทุกวัน โดยเปรียบองค์กรเป็นสนามกีฬา และ HR คือผู้จัดการทีม ที่ต้องรู้ว่าใครควรอยู่ตำแหน่งไหน เพื่อให้เล่นได้เต็มศักยภาพ พร้อมตั้งคำถามชัดเจนว่า เราจะยังเป็นองค์กรหลังบ้านอยู่เหรอ ถ้าเราไม่เข้าใจคนในแนวหน้าเลย ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณภราดรพาเราย้อนกลับไปยังสนามเทนนิส ที่แม้จะเป็นกีฬาบุคคล แต่บรรยากาศในล็อคเกอร์รูมก็มีพลังไม่ต่างจากกีฬาเป็นทีม โค้ชที่ดีต้องกล้าพูดตรง ๆ แบบไม่อ้อมค้อม และ</span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/220418-choke-under-pressure/"><span style="font-weight: 400;">นักกีฬาที่ดี</span></a><span style="font-weight: 400;">ต้องยอมรับและพัฒนาตามฟีดแบ็กเหล่านั้นให้ได้ เขาเชื่อว่า </span><b>องค์กรที่แข็งแรงควรซ้อมให้เหมือนแข่งจริง เพื่อที่ทุกคนจะพร้อมรับมือกับความกดดันและโอกาสที่พลิกผันได้ตลอดเวลา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง 3 ท่านยังพูดถึงการให้ฟีดแบ็ก ว่าไม่ใช่แค่เทคนิคของหัวหน้า แต่ควรเป็นวัฒนธรรมของทั้งองค์กร การกล้าพูด กล้าฟัง และมุ่งหวังให้ดีขึ้น จะทำให้ทีมพัฒนาอย่างแท้จริง ไม่ต้องกลัวผิดใจ เพราะการทะเลาะกันอย่างจริงใจ อาจทำให้เราเข้าใจกันลึกยิ่งกว่าเดิม และทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น</span></p>
<p><b>วัฒนธรรมองค์กรคือสิ่งที่เราทุกคนต้องออกแบบเอง ไม่ใช่รอให้มันเกิดขึ้นเอง ถ้าเรายังอธิบายไม่ได้ว่าเราอยากเป็นแบบไหน การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>STRATEGY X SPIRIT: UNLOCKING HUMAN POTENTIAL</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47550" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063011.webp" alt="HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2 454" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063011.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063011-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวทีนี้พูดถึงการจะทำงาน HR ได้ดี ต้องเริ่มจากหัวใจ คุณ </span><b>วิเชียร ชนาเทพาพร Founder &amp; CEO จาก </b><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/you-say-hr-say-250711/"><b>JOB TOP GUN</b></a><span style="font-weight: 400;"> ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า HR ที่เข้าใจคนจริง ๆ ต้องเริ่มจากความเมตตา ไม่ใช่แค่การรู้ทฤษฎีให้เยอะที่สุด เขาเล่าถึงอดีตลูกน้องที่ทำงานเก่งแต่ลาออกเพราะหมดไฟ และสุดท้ายก็กลับมาเพราะไม่รู้จะเดินต่ออย่างไร จุดนั้นทำให้เขาตระหนักว่า เขาอาจสอนเรื่องงานได้ดี แต่กลับไม่ได้สอนวิธีใช้ชีวิตให้ลูกน้องเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์นั้น เขาเลือกใช้กีฬา โดยเฉพาะการตีกอล์ฟ เป็นเครื่องมือฝึกฝนจิตใจและสร้างวัฒนธรรมองค์กร พนักงานใหม่จะถูกชวนเล่นกอล์ฟ เพราะเขาเชื่อว่ากีฬานี้ช่วยให้คนรู้จักตัวเอง ฝึกสมาธิ เข้าใจจังหวะชีวิต และเรียนรู้ที่จะปรับตัวร่วมกับผู้อื่น ปีหน้าถ้าเจอกีฬาที่เหมาะกว่า เขาก็พร้อมเปลี่ยน เพราะเป้าหมายไม่ใช่กีฬา แต่อยู่ที่การสร้างคนให้พร้อมเปลี่ยนแปลง และเข้าใจเป้าหมายของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น เขายังย้ำว่าองค์กรควรมีพื้นที่ให้พนักงานได้พัก ได้ฟื้นแรงบันดาลใจ เช่นการจัด Exception Day หรือวันที่ทุกคนกล้าทิ้งงาน ไม่มีใครตามงานกัน ไม่มีการเร่งงานกัน และส่งเสริมให้คนได้ไปทำสิ่งที่ชอบ เพื่อกลับมาทำงานด้วยมุมมองใหม่ ๆ เพราะ Work-Life Harmony ที่แท้จริง ไม่ใช่การแบ่งเวลาระหว่างงานกับชีวิต แต่คือการฝึกอยู่กับทุกช่วงเวลาอย่างมีสติและสมดุล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิทยากรอีกท่าน คุณ</span><b> วรวัจน์ สุวคนธ์ Chief People Officer จากธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB</b><span style="font-weight: 400;"> เห็นพ้องกับแนวคิดเรื่องการสร้างสมดุลกายใจ และเขาเองใช้การวิ่งเป็นเครื่องมือดูแลตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาบอกว่าการวิ่งช่วยเยียวยาหัวใจได้อย่างคาดไม่ถึง และเมื่อเขาชวนทีม HR มาวิ่งด้วยกัน ทุกคนก็ค่อย ๆ พัฒนานิสัยใหม่ที่ดีไปพร้อมกัน กิจกรรมที่เริ่มจากความชอบส่วนตัว กลายเป็นเครื่องมือสร้างความร่วมมือ และสร้างพลังของทีมได้อย่างน่าทึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างนิสัยใหม่เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ แต่ทำไปเรื่อยๆ เขาเองมีคติว่าแม้วันไหนไม่อยากวิ่ง ก็ต้องออกไปวิ่ง เพราะนั่นคือการซ้อมใจ ฝึกวินัย และพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นว่าเราทำสิ่งยากได้ และถ้าทำทุกวัน มันจะกลายเป็นนิสัยที่ผลักดันให้เรากลายเป็นคนที่ดีขึ้นได้จริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งคุณวิเชียรและคุณวรวัจน์ ต่างฝากไว้เหมือนกันว่า HR จะดูแลใครไม่ได้เลย ถ้ายังดูแลตัวเองไม่เป็น การสร้างกลยุทธ์ที่ยั่งยืนจึงไม่ใช่แค่เรื่องโครงสร้างหรือนโยบาย แต่เป็นการฝึกฝนภายใน เพื่อให้หัวใจแข็งแรงพอจะดูแลคนอื่นได้อย่างแท้จริง และเมื่อจิตใจพร้อม ศักยภาพของคนก็จะถูกปลดล็อกตามมาโดยไม่ต้องบังคับ</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47527" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-12T182541.243.webp" alt="HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2 455" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-12T182541.243.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-12T182541.243-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-day-2025-pmat-60th-international-hr-conference-day-1-251112/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 1</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2 style="text-align: left;"><b>Passion that Powers People</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47549" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063010.webp" alt="HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2 456" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063010.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063010-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ปัณฑพล ประสารราชกิจ หรือ โอม นักร้องนำวง Cocktail</b><span style="font-weight: 400;"> พาผู้ฟังลงลึกในบทบาทของผู้บริหารค่ายเพลง GeneLab และ 19Lab ในเครือ GMM Grammy ซึ่งเขาทำมาแล้วกว่า 7 ปี เขาเล่าว่าในอดีตค่าย Grammy มีหน้าที่หลัก 2 อย่างคือต่อยอดศิลปินรายใหม่ ๆ ที่ดังมาจากที่อื่น และรักษาฐานของศิลปินที่อยู่กับค่ายมาตั้งแต่ต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปัญหาคือ Grammy ไม่ได้ปั้นศิลปินใหม่มานานเป็น 10 ปีแล้ว ทำให้เกิด Lost Decade ขององค์กรขึ้น ทำให้เขาต้องคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อมองหาศิลปินรายใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครค้นพบมาก่อน ไม่ใช่ให้มีแต่ศิลปินที่มาจากที่อื่น หรือใช้งานแต่ศิลปินเดิม ๆ ที่มีจนช้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นคือที่มาของค่าย GeneLab ค่ายเพลงแยกที่ดำเนินงานออกมา และเขาทำสัญญารับจ้างบริหารกับ Grammy เพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น ไม่ยึดติดแค่ในเครือของตัวเอง แต่เปิดรับศิลปินหรือค่ายอื่น หากไม่ขัดกับผลประโยชน์หลัก นี่คือตัวอย่างของการใช้โครงสร้างแบบองค์กรในองค์กร เพื่อเอื้อให้เกิดนวัตกรรมและการปรับตัวที่รวดเร็วภายใต้ระบบใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังพูดถึง Passion ของศิลปินไว้อย่างน่าสนใจว่า มันไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง เพราะแม้ศิลปินจะสร้างงานด้วยความลุ่มหลงในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง พวกเขาทำงานด้วยการใช้อารมณ์สร้างสรรค์ แต่ผู้บริหารศิลปินจะต้องไม่ใช้อารมณ์ในการทำงาน และ </span><b>Passion อาจพาเราวิ่งเร็วในบางวัน แต่ไม่ใช่พลังที่ยั่งยืนที่สุด ความรับผิดชอบต่างหากคือพลังที่พาองค์กรไปข้างหน้าได้จริง ไม่ว่าจะทำอาชีพใดก็ตาม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังตั้งคำถามสำคัญว่า องค์กรจะทำอย่างไรให้พนักงานมองเห็นความก้าวหน้าในอาชีพ มากกว่าการวิ่งไล่ความรู้สึกฮึกเหิมไปวันต่อวัน เพราะสุดท้ายแล้ว ผลิตภัณฑ์หลักของเขาคือคน และคนไม่ใช่เครื่องจักร เรารีดงานออกมาได้ก็จริง แต่จะทำอย่างไรให้เป็นงานที่ดี และทำให้คนอยากอยู่ต่อเพราะรู้ว่าตัวเองมีคุณค่า ไม่ใช่แค่ถูกใช้งาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาย้ำว่าระบบที่ดีต้องออกแบบให้ศิลปินสลับกันออกผลงานที่มีคุณค่าได้ในแต่ละช่วงเวลา ไม่ใช่กดดันใครคนหนึ่งให้เป็นทุกอย่างไปตลอด เพราะชื่อเสียงสร้างยาก แต่พังได้ในวันเดียว เราจึงต้องวางแผนการเติบโตให้รอบด้าน ทั้งระยะสั้น กลาง และยาวที่สอดคล้องกัน ไม่ขัดแย้งกัน เหมือนกับการมีกฎหมายลูกที่ไม่ขัดกับกฎหมายแม่ แผนแต่ละระดับต้องส่งเสริมกัน ไม่ใช่ขัดกันเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของการบริหารองค์กรยุคใหม่ในความคิดของคุณโอม คือความยืดหยุ่น ความเข้าใจระบบ และการรู้ว่าเมื่อใดควรใช้หัวใจ เมื่อใดควรใช้หลักการ โดยเฉพาะองค์กรที่ศิลปินคือสินทรัพย์หลัก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Legacy Leaders &#8211; Reinventing for Longevity</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47546" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063008.webp" alt="HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2 " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2 457" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063008.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063008-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำองค์กรในยุคปัจจุบันไม่เพียงต้องรักษาธุรกิจให้อยู่รอด แต่ต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลาด้วย จึงจะพาองค์กรมีชีวิตอยู่ได้ยืนนาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b> ดวงดาว มหะนาวานนท์ CEO บริษัท ซาบิน่า จำกัด (มหาชน) </b><span style="font-weight: 400;">และคุณ </span><b>ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี</b><span style="font-weight: 400;"> ให้มุมมองว่าความท้าทายของผู้นำองค์กรยุคนี้ คือการแยกแยะว่าอะไรคือสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ และอะไรคือสิ่งที่ควบคุมได้ จากนั้นจึงจะช่วยให้โฟกัสได้ถูกจุดว่าจะจัดการกับสิ่งที่ควบคุมได้อย่างไร เช่น จัดการต้นทุน สื่อสารภายใน และการสร้างวัฒนธรรมที่ทำให้คนพร้อมเดินไปในทิศทางเดียวกัน แม้ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง 2 คนมาจาก 2 องค์กรขนาดใหญ่ แน่นอนว่าการขับเคลื่อนจึงไม่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างในการหยุดนิ่ง ซาบิน่าเคยมีพนักงานกว่า 6,000 คน และ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/lean-management-210621/"><span style="font-weight: 400;">Lean</span></a><span style="font-weight: 400;"> จนเหลือ 3,000 คน เธอหมั่นสื่อสารเป้าหมายให้แต่ละทีมเห็นภาพปลายทางชัดเจน และออกแบบเส้นทางของตัวเอง ขณะที่บิ๊กซีเลือกสร้างวัฒนธรรมแบบครอบครัวใหญ่ เน้นการรวมพลัง การโค้ชชิ่ง และการมีส่วนร่วม เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนสำคัญขององค์กรอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งสององค์กรยังยอมรับว่าเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI และ e-Commerce ที่เป็นแรงกระเพื่อมใหญ่ที่ต้องตามให้ทัน ซาบิน่ายกตัวอย่างการสั่งยกทรงด่วนภายใน 4 ชั่วโมง และชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภควันนี้เปลี่ยนเร็วเกินกว่าที่หลายคนจะคิดทัน จึงจำเป็นต้องเข้าใจเทคโนโลยีมากพอที่จะเลือกใช้ได้อย่างถูกจุด ส่วนบีเจซีมองว่า Data ไม่ใช่แค่เครื่องมือของงานการตลาด แต่เป็นสิ่งที่ช่วยให้ทุกฝ่าย รวมถึง HR ทำงานแม่นยำและแข่งขันได้ดีขึ้นในโลกใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านการบริหารคน ผู้นำทั้ง 2 ท่านเห็นตรงกันว่า Job Rotation คือโอกาสพัฒนาคน พัฒนาองค์กร แม้การโยกย้ายคนไปมาจะกระทบทีมเดิมบ้าง แต่หากบริหารดี ๆ จะช่วยสร้างคนเก่งในหลากหลายฟังก์ชัน และให้คนสายเลือดใหม่มาช่วยแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ </span><b>HR ที่องค์กรต้องการ ไม่ใช่คนที่ตามใจผู้บริหาร แต่ต้องเป็นคนที่เข้าใจคน คิดเป็น ทำเป็น สื่อสารเก่ง และมีหัวใจที่เชื่อมั่นในศักยภาพของทุกคน </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น</span><b> HR ต้องเป็นคนที่มี Personal Touch ทำให้พนักงานรู้สึกถึงความใส่ใจจริง ๆ จากการพูดคุยและเข้าหา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนผ่านองค์กรให้ยั่งยืนในระยะยาว ต้องอาศัยทั้งกลยุทธ์ เทคโนโลยี ความเข้าใจในคน และการกล้าลงมือปรับเปลี่ยน โดยไม่ทิ้งหัวใจของความเป็นมนุษย์ องค์กรจะอยู่ได้ยาวแค่ไหน ไม่ได้วัดจากยอดขายเท่านั้น แต่จากความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างผู้นำกับคนของเขาด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Family Legacy Reinvented Beyond the Past</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47547" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063007.webp" alt="HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2 458" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063007.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/1000063007-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสืบทอดธุรกิจครอบครัวอาจดูไม่ยาก เพราะองค์กรที่ส่งไม้ต่ออาจมีพื้นฐานที่มั่นคงหลายด้าน แต่ในความเป็นจริง คนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาไม่ได้มีแค่หน้าที่ดูแล แต่ต้องทำให้ธุรกิจเก่ามีชีวิตชีวาที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b> สุรกิจ เมธานุกิจ กรรมการผู้จัดการโรงแรมอลิซาเบธ</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>วสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายในประเทศ บริษัท บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด </b><span style="font-weight: 400;">ต่างเข้าใจดีว่าหัวใจของการสืบทอดกิจการ คือการต่อยอดอย่างมียุทธศาสตร์โดยไม่ทำให้อัตลักษณ์ดั้งเดิมหายไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอเข้ามารับช่วงต่อ คุณสุรกิจเริ่มจากการลดอายุแบรนด์ของโรงแรมให้ดูทันสมัยขึ้น โดยยังคงความคลาสสิกและความคุ้มค่าที่เป็นจุดแข็งไว้ ขณะที่คุณวสุพลเน้นพาองค์กรเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผ่านการรีเฟรชแบรนด์ซีอิ๊วขาวเด็กสมบูรณ์ ให้มีความร่วมสมัย เช่น การร่วมงานกับแบรนด์สินค้าสำหรับคนรุ่นใหม่ เพื่อให้แบรนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่แค่เครื่องปรุงในครัวแบบเดิม ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง 2 คนยังใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ โดยคุณสุรกิจลงมือทำคอนเทนต์ TikTok และ IG ด้วยตัวเอง ร่วมกับแฟน และพบว่าแม้จะเริ่มจากศูนย์ แต่ก็สามารถสร้างผลลัพธ์เกินคาด ส่วนคุณวสุพลก็ทำคอนเทนต์ลง TikTok เช่นกัน และผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ทำ เขาใช้กลยุทธ์วัดผลจริง โดยดูยอดขายจากแคมเปญการตลาดเจาะกลุ่ม Gen Z เพื่อประเมินว่าคนรุ่นใหม่ซื้อจริงไหม ไม่ได้วัดแค่ยอดไลก์หรือยอดวิว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายของผู้นำรุ่นใหม่ไม่ใช่แค่ทำอะไรใหม่ แต่ยังอยู่ที่การพาทีมงานเดิมก้าวไปด้วยกัน ผู้นำรุ่นใหม่ของเด็กสมบูรณ์ยอมรับว่า </span><b>การเปลี่ยนแปลงแนวคิดในองค์กรที่มีประวัติยาวนาน ต้องใช้เวลา สื่อสารเยอะ และต้องยอมรับความขัดแย้งบ้าง ยิ่งเป็นผู้นำอายุน้อย และเป็นทายาทผู้บริหารเดิม ยิ่งต้องพิสูจน์ตัวเองต่อทั้งทีมงาน และแม้กระทั่งครอบครัวของตัวเอง</b><span style="font-weight: 400;"> ขณะที่โรงแรมอลิซาเบธเห็นด้วยเพราะเจอสถานการณ์คล้ายกัน จนกระทั่งการเอาโรงแรมขึ้นไปอยู่บนแพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ เช่น Agoda และ Booking เพื่อขยายฐานลูกค้าชาวต่างชาติ กลายเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่า แนวคิดการพัฒนาองค์กรของเขาเดินไปถูกทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การบริหารคนก็ถือเป็นโจทย์ยากมาก ๆ ในการเปลี่ยนผ่านองค์กรแบบครอบครัว คุณวสุพลย้ำว่าการจัดการ Human Management ต้องมีความแม่นยำมากขึ้น ทั้งเรื่องการใช้เทคโนโลยี เช่น AI, การคัดเลือกคนใหม่, และการวางระบบให้ตอบโจทย์การทำงานสมัยใหม่ โดยผู้นำโรงแรมอลิซาเบธเน้นความใส่ใจแบบครอบครัว โดยยึดหลักว่าเรื่องเล็กสำหรับเราคือเรื่องใหญ่สำหรับพนักงาน และเชื่อว่าองค์กรขนาดเล็กที่เข้าใจคน จะมีพลังมหาศาลในการขับเคลื่อนสู่ภายหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ทั้งสองย้ำตรงกันว่า การ Upskill – Reskill เป็นภารกิจสำคัญของทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นสายเทคโนโลยีหรือบริการ เพราะคนในทีมไม่ได้พร้อมทุกด้าน แต่ถ้าผู้นำรุ่นใหม่ลงมือสอนเอง พาพนักงานไปด้วยกัน และสื่อสารเป้าหมายอย่างตรงไปตรงมา ก็จะค่อย ๆ สร้างความไว้ใจและการเติบโตที่มั่นคงได้ในที่สุด ไม่ใช่แค่การสืบทอดธุรกิจ แต่จะสร้างความยั่งยืนข้ามรุ่นได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="Voluntary Early Retirement ถอดรหัสโครงการเกษียณก่อนกำหนด สมัครใจลาออกหรือบีบให้ออก ? 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-day-2025-pmat-60th-international-hr-conference-day-2-251113/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 1</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-day-2025-pmat-60th-international-hr-conference-day-1-251112/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-day-2025-pmat-60th-international-hr-conference-day-1-251112/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Nov 2025 12:41:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HR DAY 2025]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=47523</guid>

					<description><![CDATA[ปีนี้นับเป็นวาระพิเศษของ สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 60 ในฐานะองค์กรสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาวิชาชีพด้านทรัพยากรมนุษย์ของไทยมายาวนานกว่า 6 ทศวรรษ เพื่อตอกย้ำบทบาทนั้น จึงเกิดงาน HR Day 2025 – PMAT 60th Anniversary International HR Conference ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 12–13 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และทักษะเชิงกลยุทธ์ของคนทำงาน HR ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจยุคใหม่ ภายใต้ธีม The People and HR Legacy งานนี้มีองค์กร ซีอีโอ และวิทยากรระดับโลก มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ มุมมอง และเครื่องมือใหม่ในการบริหารทุนมนุษย์ที่น่าสนใจ หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญของงานมาแล้วในบทความนี่ [Toc] &#160; Inspiration Speech คุณ สุดคนึง ขัมภรัตน์ นายกสมาคม PMAT [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47527" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-12T182541.243.webp" alt="HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 1 464" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-12T182541.243.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-12T182541.243-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีนี้นับเป็นวาระพิเศษของ </span><a href="https://www.pmat.or.th/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT)</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 60 ในฐานะองค์กรสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาวิชาชีพด้านทรัพยากรมนุษย์ของไทยมายาวนานกว่า 6 ทศวรรษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อตอกย้ำบทบาทนั้น จึงเกิดงาน HR Day 2025 – PMAT 60th Anniversary International HR Conference ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 12–13 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และทักษะเชิงกลยุทธ์ของคนทำงาน HR ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจยุคใหม่ ภายใต้ธีม The People and HR Legacy</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานนี้มีองค์กร ซีอีโอ และวิทยากรระดับโลก มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ มุมมอง และเครื่องมือใหม่ในการบริหารทุนมนุษย์ที่น่าสนใจ หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญของงานมาแล้วในบทความนี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">[Toc]</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Inspiration Speech</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สุดคนึง ขัมภรัตน์ นายกสมาคม PMAT</b><span style="font-weight: 400;"> ขึ้นกล่าวปาฐกถาเปิดงาน กล่าวด้วยความหนักแน่นว่า คนยังคงเป็นคำตอบของทุกการเปลี่ยนแปลงเสมอ และ HR คือหัวใจสำคัญที่จะพาองค์กรและสังคมไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน งานครบรอบ 60 ปีของสมาคมครั้งนี้ไม่ใช่แค่งานเฉลิมฉลอง แต่เป็นการตอกย้ำพันธกิจของ PMAT ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของทุนมนุษย์มาโดยตลอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุดคนึงกล่าวว่า ผู้ที่มาร่วมงานในวันนี้ล้วนมีบทบาทหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้นำองค์กร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน นักวิชาการ ไปจนถึงผู้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อ HR ทุกคนต่างมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการสร้างระบบการทำงานที่ไม่ผลักไสคนให้ห่างจากเทคโนโลยี แต่ช่วยให้เทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือที่เชื่อมโยงคนเข้ากับงานอย่างลึกซึ้งและมีความหมาย และมอบคำถามชวนคิดแก่ผู้มาร่วมงานทุกคนให้คิดถึงประเด็นนี้ตลอดเวลาว่า</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราจะทำอย่างไรให้พนักงานรู้สึกว่าเป็นเจ้าของงานมากกว่าการเป็นแค่ผู้ปฏิบัติงาน และจะทำอย่างไรให้องค์กรเติบโตอย่างมีสุขภาวะที่ดี ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดเรื่องความยั่งยืนไม่ควรจำกัดอยู่แค่สิ่งแวดล้อมหรือผลประกอบการทางธุรกิจ แต่ต้องฝังรากอยู่ในวิธีคิดและวิธีทำงานของคนทุกระดับในองค์กร HR ต้องเป็นผู้ที่กล้าตั้งคำถาม กล้าสร้างความเปลี่ยนแปลง และกล้ารับผิดชอบต่อความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง ในโลกที่เทคโนโลยีมาแรงแซงทุกสิ่ง เสียงของคุณสุดคนึงกลับพาเราย้อนกลับไปตั้งต้นที่หัวใจของงาน HR นั่นคือคน พร้อมเน้นย้ำว่าความรู้ที่จับต้องได้ต้องถูกนำไปใช้งานจริง ต้องเกิดการเชื่อมโยง สร้างเครือข่ายที่ไว้ใจกัน และเดินหน้าร่วมกันทุกภาคส่วน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด คุณสุดคนึงได้ฝากแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนร่วมวิชาชีพว่า HR Excellence และ HR Innovation ไม่ได้หมายถึงแค่ความสามารถหรือความพากเพียรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีนวัตกรรมที่เชื่อมโยงจิตวิญญาณของการดูแลผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน ความท้าทายของวันนี้จึงไม่ใช่แค่การจัดการคน แต่อยู่ที่การร่วมกันสร้าง People Legacy หรือมรดกทางความเป็นมนุษย์ ที่อ่อนโยน มั่นคง และจะอยู่ในใจของผู้คนไปอีกนานเท่านาน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>NO RULES RULES: DEVELOPING A CULTURE THAT FOSTERS INNOVATION AND FLEXIBILITY</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47528" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-12T182548.202.webp" alt="HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 1 465" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-12T182548.202.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-12T182548.202-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงองค์กรที่เป็นต้นแบบของความกล้าเปลี่ยนแปลงและสร้างวัฒนธรรมที่ไม่ธรรมดา </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/netflix-culture-and-remote-work/"><span style="font-weight: 400;">Netflix</span></a><span style="font-weight: 400;"> คือชื่อที่หลายคนคิดถึงทันที และนั่นคือสิ่งที่</span><b> อีริน เมเยอร์ (Erin Meyer) ศาสตราจารย์จาก INSEAD และผู้เขียนหนังสือ No Rules Rules</b><span style="font-weight: 400;"> ร่วมกับ </span><b>รีด เฮสติ้งส์ (Reed Hastings) ผู้ก่อตั้ง Netflix</b><span style="font-weight: 400;"> พาเราย้อนดูว่าเส้นทางของบริษัทเช่าดีวีดีเล็ก ๆ ว่าเติบโตเป็นบริษัทเทคระดับโลกได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีริน เริ่มจากชวนตั้งคำถามว่า องค์กรของเราพร้อมแค่ไหนที่จะโปร่งใสจริง ๆ เรากล้าพอไหมที่จะบอกพนักงานถึงข้อมูลสำคัญที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงในการทำงาน ? แม้จะรู้ว่าความโปร่งใสอาจทำให้บางคนเสียกำลังใจ หรือกลัวการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าไม่บอกว่าเลย ก็อาจทำลายความไว้ใจและการมีส่วนร่วมของทีมเช่นกัน มันคือความท้าทายระหว่างความเปิดเผยกับความปลอดภัยที่ HR และผู้นำต้องหาสมดุลให้เจอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกคำถามที่เธอโยนใส่เวทีอย่างน่าสนใจคือ ถ้าทีมของคุณอยากลองทำโปรเจกต์ที่เสี่ยงสูง ใช้ทรัพยากรเยอะ และดูเหมือนจะล้มเหลวแน่ ๆ คุณจะอนุญาตให้ทำไหม ? หลายคนในห้องลังเล เพราะมันคือ Dilemma ระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรม กับการป้องกันความผิดพลาด ซึ่งเธอย้ำว่าการเติบโตขององค์กรนวัตกรรมสูง มักมาจากการยอมให้ผิดพลาดอย่างมีเป้าหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมของ Netflix ไม่ใช่แค่ไม่มีกฎระเบียบ</span><b> วัฒนธรรมของ Netflix เน้นการสร้างอิสระบนพื้นฐานของความเชื่อมั่นในคนเก่ง </b><span style="font-weight: 400;">องค์กรออกแบบวัฒนธรรมให้พนักงานกล้าท้าทายกฎเดิม ๆ ที่เคยยึดถือกันมา ซึ่งเธอแบ่งแนวทางออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เพิ่มปริมาณทาเลนต์เก่งกาจ (Increase Talent Density)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างวัฒนธรรมความจริงใจ (Increase Candor)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ลบอำนาจการตัดสินใจที่รวมศูนย์ (Remove Decision-Making Control) ในแต่ละขั้นตอนมีบทเรียนและรายละเอียดที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับองค์กรทุกขนาด</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างที่ชัดเจนคือช่วงปี 2001 ที่ Netflix ต้องเลย์ออฟพนักงานจำนวนมาก ให้เหลือเพียงคนที่มีศักยภาพสูง ผลที่เกิดขึ้นคือแทนที่องค์กรจะหัวทิ่ม แต่องค์กรกลับยิ่งเติบโต สะท้อนแนวคิดว่าองค์กรที่ดีไม่ใช่แค่สถานที่น่าอยู่ แต่เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยคนที่เก่งจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญ ค</span><b>นที่มีผลงานแย่ แม้จะนิสัยดี ก็อาจสร้างผลกระทบด้านลบต่อทั้งทีมอย่างคาดไม่ถึง ต้องรีบเอาออก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมการให้ Feedback ที่ Netflix ใช้ก็แตกต่างจากทั่วไป พวกเขาส่งเสริมให้พนักงานกล้าพูด กล้ารับ และกล้าปรับตัว โดยเน้นว่า Feedback ต้องมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนา (Aim to assist), ใช้ได้จริง (Actionable), เปิดใจรับ (Appreciate), และรู้จักเลือกมาปรับใช้อันที่มีประโยชน์ (Accept or Decline) ซึ่งทำให้การสื่อสารในทีมมีพลัง และสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ทุกคนสามารถเติบโตไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายเธอเน้นว่า </span><b>วัฒนธรรม No Rules ไม่ใช่การทำให้องค์กรไร้กฎ แต่วัฒนธรรมนี้เชื่อมั่นในความเป็นผู้ใหญ่ของคนทำงาน เมื่อให้เสรีภาพ พวกเขาจะรับผิดชอบมากขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> หน้าที่ของผู้นำไม่ใช่คอยควบคุม แต่คือการให้บริบท (Context), ให้ทรัพยากร ให้เครื่องมือ และให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน จากนั้นปล่อยให้คนเก่งตัดสินใจด้วยตัวเอง แนวคิดนี้ไม่เพียงแค่สร้างองค์กรที่ยืดหยุ่นและมีนวัตกรรมสูงเท่านั้น แต่ยังสร้างทีมที่ไว้วางใจกัน และกล้าที่จะก้าวไปข้างหน้า แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไม่หยุดก็ตาม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>THE FUTURE OF HR: LEADING WITH COURAGE TO CREATE SUSTAINABLE STAKEHOLDER VALUE</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47526" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-12T182447.032.webp" alt="HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 1 466" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-12T182447.032.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-12T182447.032-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>“HR is not about HR.”</b><span style="font-weight: 400;"> คือแนวคิดที่ </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/dave-ulrich-231222/"><span style="font-weight: 400;">เดฟ อูว์ริช (Dave Ulrich) ศาสตราจารย์ผู้เปรียบได้กับบิดาแห่งวงการบริหารทรัพยากรบุคคลยุคใหม่</span></a><span style="font-weight: 400;"> ยึดมั่นมาโดยตลอด ในงานนี้ก็เช่นกัน เขาชี้ให้เห็นว่านี่คือเวลาที่ HR ต้อง Reinvent คนและองค์กรอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพื่อให้ทันกระแส แต่เพื่อสร้างคุณค่าให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่พนักงาน ลูกค้า นักลงทุน ไปจนถึงสังคมโดยรวม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์เดฟ อูว์ริช เตือนว่าโลกปัจจุบันกำลังเผชิญปัญหาซ้อนปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจที่เปราะบาง ความก้าวหน้าของ AI วิกฤตสิ่งแวดล้อม การเกิดใหม่ที่ลดลง และภาวะ Burnout ที่แทรกซึมทุกระดับของแรงงาน ทุกเรื่องล้วนสะท้อนว่าคนคือปัจจัยสำคัญที่สุด และ HR ต้องเป็นฟันเฟืองหลักในการสร้าง Human Capability หรือศักยภาพของมนุษย์ ที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้ไม่แค่รอด แต่เติบโตได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาย้ำว่า</span><b> HR ไม่ได้มีหน้าที่แค่ดูแลพนักงานอีกต่อไป แต่ต้องเปลี่ยนบทบาทเป็น Value Creator ที่เชื่อมต่อภายในกับภายนอก องค์กรที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจไม่ใช่แค่มีผลิตภัณฑ์ดี แต่ต้องมีคนที่แข็งแกร่ง พัฒนาได้ และมีระบบวัฒนธรรมที่เอื้อให้คนทำงานอย่างมีความหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ HR ต้องขับเคลื่อน ไม่ใช่รอให้เกิดเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Dave แบ่ง </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/harnessing-the-past-to-drive-future-value-of-human-capability-240205/"><span style="font-weight: 400;">Human Capability</span></a><span style="font-weight: 400;"> ออกเป็น 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ Talent (ทุนมนุษย์), Leadership (ภาวะผู้นำ), และ Organization (วัฒนธรรม + โครงสร้าง) โดย HR เป็นผู้สร้างและสนับสนุนระบบเหล่านี้ทั้งหมด และเมื่อสามารถออกแบบได้อย่างมีคุณภาพ ก็จะส่งผลลัพธ์กลับคืนในรูปของผลประกอบการทางธุรกิจที่จับต้องได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Disney ซึ่งเขายกเป็นต้นแบบองค์กรที่สร้างวัฒนธรรมจนกลายเป็นแบรนด์ที่คนจดจำ ผู้คนไม่ได้แค่ไปสวนสนุก แต่กลับมาพร้อมประสบการณ์ที่ประทับใจ เขาเชื่อว่า องค์กรใดก็ตามที่สร้างวัฒนธรรมชัดเจน มีอัตลักษณ์ที่สื่อสารได้ และเชื่อมโยงกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย องค์กรนั้นจะยั่งยืนได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่ของภาวะผู้นำ เดฟ อูว์ริช นำเสนอ Leadership Code ซึ่งผู้นำยุคใหม่ควรมี 5 บทบาท: นักวางกลยุทธ์ (Strategist), ผู้ลงมือทำ (Executor), ผู้บริหารคนเก่ง (Talent Manager), ผู้พัฒนา Human Capital และมีความเป็นมืออาชีพในตัวเอง (Personal Proficiency) ซึ่งเป็นรากฐานของวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายเขาไม่ลืมพูดถึงพลังของ AI ที่จะเปลี่ยนแปลงการทำงานของ HR อย่างลึกซึ้ง เขาเสนอให้มอง AI เป็นผู้ช่วยที่ Access, Assist, Inform, Guide, Impact ได้ แต่ก็เตือนถึงความเสี่ยงที่ตามมาทั้งเรื่องข้อมูลปลอม ความเป็นส่วนตัว และความรับผิดชอบที่อาจกระจายตัวอย่างไม่มีเจ้าภาพ การใช้ AI จึงต้องเดินคู่กับความกล้า ความรับผิดชอบ และหลักจริยธรรม เพื่อสร้าง HR ที่กล้าทำ กล้าตัดสินใจ และสร้างคุณค่าร่วมกับเทคโนโลยีอย่างแท้จริง</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47545" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para_20251113_191254_0000.webp" alt="HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 1 467" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para_20251113_191254_0000.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para_20251113_191254_0000-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-day-2025-pmat-60th-international-hr-conference-day-2-251113/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 2</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>PEOPLE STRATEGY FOR A NEW ECONOMY</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47525" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-12T182437.776.webp" alt="HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference Day 1 468" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-12T182437.776.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-12T182437.776-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์เรื่องคนในยุคเศรษฐกิจใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องของการสรรหาและบริหารทรัพยากรมนุษย์แบบเดิมอีกต่อไป แต่ต้องเป็นการวางยุทธศาสตร์ที่ช่วยให้องค์กรปรับตัวเร็ว-อยู่รอดได้-และเติบโตอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นคือสิ่งที่ 3 ผู้นำด้าน People Strategy ประกอบด้วย คุณ</span><b> วรวัจน์ สุวคนธ์ Chief People Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB</b><span style="font-weight: 400;">, คุณ </span><b>ฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ หัวหน้าฝ่ายงานสถาบันพัฒนาทรัพยากรบุคคล AIS Academy</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>อัครินทร์ ภูริสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทรัพยากรบุคคล บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)</b><span style="font-weight: 400;"> เห็นตรงกันว่า HR ยุคใหม่ต้องไม่ใช่แค่ฝ่ายสนับสนุน แต่ต้องสร้างสมดุลระหว่าง Productivity และ Well-being, ระหว่าง ทักษะใหม่และความมั่นคงทางใจ, ระหว่าง ธุรกิจที่เติบโต กับคนที่พร้อมโตไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวรวัจน์ อธิบายว่าองค์กรในโลกใหม่ต้องปรับตัวให้มีความคล่องแคล่ว และยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น กลยุทธ์ด้านคนจึงต้องเน้น Resilience และ Agility พร้อมกันไปกับ Sustainability ไม่ใช่แค่ให้คนทำงานเก่งขึ้น แต่ต้องทำให้คนอยู่กับองค์กรได้อย่างมีคุณค่าและมั่นคงในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังเล่าถึงโครงการ Skill Marketplace ของ SCB ที่เปิดโอกาสพนักงานในองค์กรใช้ 20–30% ของเวลาทำงาน ไปลองเป็นฟรีแลนซ์ ช่วยทำโปรเจกต์ใหม่ ๆ ในแผนกอื่น เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรม เรียนรู้ผ่านการลงมือทำด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณอัครินทร์เสริมว่า การสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ ต้องมากกว่าแค่การจัดอบรมเป็นโปรเจกต์ชั่วคราว แต่ต้องฝังอยู่ใน DNA ขององค์กร ตั้งแต่ผู้นำระดับสูงไปจนถึงพนักงานทุกคน โดยเฉพาะในธุรกิจที่ยังเติบโตได้อย่างระมัดระวังอย่างห้างสรรพสินค้า กลยุทธ์ที่ดีต้องทำได้จริง ไม่ใช่แค่สวยหรู และต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าพนักงานสามารถล้มแล้วลุกได้ พร้อมผลักดันให้เกิดความรู้สึกร่วมถึงความสำเร็จ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน AIS Academy ชี้ให้เห็นว่าในโลกของ New Business ที่เต็มไปด้วยความผันผวนและเปลี่ยนแปลงเร็ว ความสามารถในการปรับตัว คือทักษะสำคัญที่สุด เขาเน้นว่างาน HR ต้องสร้างวัฒนธรรมการ Reskill และ Upskill อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่สอนทักษะใหม่ แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิด และมุมมองของคนในองค์กรว่าการพัฒนาตัวเองคือส่วนหนึ่งของการทำงาน ไม่ใช่งานเสริมพิเศษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง 3 ท่านเห็นตรงกันว่าการพัฒนาคนไม่ควรทำเพื่อองค์กรเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องมองถึงความยั่งยืนของคนด้วย เมื่อคนมีทักษะและจิตใจที่พร้อม ไม่ว่าจะอยู่กับองค์กรหรือออกไปทำสิ่งใหม่ เขาก็ยังจะเติบโตได้ และนั่นคือหัวใจขององค์กรที่ยั่งยืนในระยะยาว เพราะการลงทุนกับคนไม่เคยสูญเปล่า ตราบใดที่มันทำให้คนมีทางเลือกในอนาคต ไม่ว่าจะอยู่หรือนอกองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ทั้ง 3 วิทยากรฝากไว้ว่า People Strategy ที่ดีในเศรษฐกิจใหม่ต้องผสาน </span><b>Purpose (เป้าหมาย), Planet (ความยั่งยืน), และ Profit (ผลลัพธ์ทางธุรกิจ)</b><span style="font-weight: 400;"> เข้าด้วยกัน ถ้าองค์กรสามารถทำให้พนักงานเชื่อในเป้าหมายเดียวกันได้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ พวกเขาจะกลายเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างมั่นคง และขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/u/2/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="Voluntary Early Retirement ถอดรหัสโครงการเกษียณก่อนกำหนด สมัครใจลาออกหรือบีบให้ออก ? 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-day-2025-pmat-60th-international-hr-conference-day-1-251112/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 2</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/work-life-festival-2025-day-2-251108/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/work-life-festival-2025-day-2-251108/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Nov 2025 04:56:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[WORK LIFE FESTIVAL]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=47501</guid>

					<description><![CDATA[วันที่สองของงาน Work-Life Festival 2025 ยังคงเต็มไปด้วยพลังของคนทำงานที่ต้องการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ในเรื่องทักษะ แต่รวมถึงการเข้าใจตนเอง การเชื่อมโยงกับคนอื่น และการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ภายในงานยังคงอัดแน่นด้วยเนื้อหาหลากหลายทั้งจากนักคิด นักบริหาร และนักพัฒนา ที่พร้อมแชร์มุมมองใหม่ ๆ ให้คนทำงานนำกลับไปปรับใช้ได้จริง และเช่นเคย HREX.asia ยังคงเฝ้าเวที SkillForce อย่างใกล้ชิด เพื่อสรุป Insight สำคัญให้กับผู้อ่านทุกท่าน หากใครพลาดงานวันนี้ไป สามารถอ่านสรุปเรื่องที่ HR ควรรู้และนำไปปรับใช้ได้เลยในบทความนี้ How Storytelling Driving My Career: ใช้การเล่าเรื่องเพื่อเปลี่ยนชีวิตการทำงานให้ก้าวหน้า การทำงานคอนเทนต์ก็เหมือนกับทุกสายงานที่ต้องปรับเปลี่ยนตามการมาของ AI แต่คุณ ณัฐกร เวียงอินทร์ Head of Content &#38; Branding จาก Future Trends ย้ำชัดว่าไม่ว่าเทคโนโลยีจะล้ำแค่ไหน สิ่งที่ AI ยังให้ไม่ได้ คือหัวใจของเรื่องเล่าที่จับความรู้สึกของคนได้จริง ดังนั้น คนทำคอนเทนต์ในวันนี้จึงต้องไม่เพียงแค่ใช้ AI เป็น [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47510" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T142549.967.webp" alt="Work-Life Festival 2025: Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 2 476" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T142549.967.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T142549.967-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันที่สองของงาน Work-Life Festival 2025 ยังคงเต็มไปด้วยพลังของคนทำงานที่ต้องการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ในเรื่องทักษะ แต่รวมถึงการเข้าใจตนเอง การเชื่อมโยงกับคนอื่น และการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ภายในงานยังคงอัดแน่นด้วยเนื้อหาหลากหลายทั้งจากนักคิด นักบริหาร และนักพัฒนา ที่พร้อมแชร์มุมมองใหม่ ๆ ให้คนทำงานนำกลับไปปรับใช้ได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเช่นเคย HREX.asia ยังคงเฝ้าเวที SkillForce อย่างใกล้ชิด เพื่อสรุป Insight สำคัญให้กับผู้อ่านทุกท่าน หากใครพลาดงานวันนี้ไป สามารถอ่านสรุปเรื่องที่ HR ควรรู้และนำไปปรับใช้ได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>How Storytelling Driving My Career: ใช้การเล่าเรื่องเพื่อเปลี่ยนชีวิตการทำงานให้ก้าวหน้า</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47503" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T115516.700.webp" alt="Work-Life Festival 2025: Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 2 477" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T115516.700.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T115516.700-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานคอนเทนต์ก็เหมือนกับทุกสายงานที่ต้องปรับเปลี่ยนตามการมาของ AI แต่คุณ </span><b>ณัฐกร เวียงอินทร์</b><span style="font-weight: 400;"> Head of Content &amp; Branding จาก Future Trends ย้ำชัดว่าไม่ว่าเทคโนโลยีจะล้ำแค่ไหน สิ่งที่ AI ยังให้ไม่ได้ คือหัวใจของเรื่องเล่าที่จับความรู้สึกของคนได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น คนทำคอนเทนต์ในวันนี้จึงต้องไม่เพียงแค่ใช้ AI เป็น แต่ต้องคิดให้เหนือกว่า AI ด้วยการเข้าใจบทบาทของตัวเองให้ชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณณัฐกรเสนอกรอบคิดที่น่าสนใจว่า คนทำคอนเทนต์ยุคนี้ควรมี 3 ทักษะหลัก ได้แก่ </span><b>Editor</b><span style="font-weight: 400;">, </span><b>Philosopher</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>Craftsman</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย Editor คือคนที่เข้าใจโครงสร้างและภาพรวมของเรื่องเล่า รู้ว่าควรสื่อสารอะไรและจะวางคอนเทนต์อย่างไรให้มีทิศทาง ส่วน Philosopher คือผู้ตั้งคำถาม มีต่อมสงสัย กล้าถาม กล้าทบทวนข้อมูล แม้แต่สิ่งที่ AI สรุปมาให้ และ Craftsman คือช่างฝีมือที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น ช่างภาพ นักเขียน นักการตลาด ที่รู้จักวัสดุของตัวเองดีพอจะควบคุมเครื่องมือได้ ไม่ใช่ปล่อยให้ AI นำพาไปโดยไร้แก่นสาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในกระบวนการทำงานกับ AI อย่างมีคุณภาพ เขาแนะนำให้เริ่มตั้งแต่การ</span><b>ค้นหาเทรนด์ (Trend Discovery)</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยการใช้เครื่องมือหรือ AI หาประเด็นฮอตจากโซเชียลและพฤติกรรมผู้ชม แล้วจึง </span><b>ระดมความคิด (Concept Exploration)</b><span style="font-weight: 400;"> กับ AI ผ่านการเขียน Prompt ที่ชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอน </span><b>ปรับแนวคิด (Idea Refinement)</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้คอนเทนต์เฉพาะเจาะจงและน่าสนใจยิ่งขึ้น รวมถึงการทำ </span><b>Research ข้อมูลเชิงลึกและตรวจสอบข้อมูล (Deep Research &amp; Validation)</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้เนื้อหาน่าเชื่อถือและมีน้ำหนัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณณัฐกรยังเน้นว่าอย่าหยุดแค่ให้ AI ตอบแล้วใช้เลย แต่ต้องหมั่น ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ทั้งจากต้นทาง และใช้การ Cross-verify เพื่อลดความผิดพลาด เพราะ AI ยังมีโอกาส Hallucinate หรือสร้างข้อมูลเท็จได้ตลอดเวลา ทักษะด้าน Editorial Thinking หรือความสามารถในการตัดต่อ-เรียบเรียง-กลั่นกรองข้อมูล จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เนื้อหามีคุณภาพและเชื่อถือได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย เขาย้ำว่า แม้ AI จะช่วยเขียนโครงสร้างเนื้อหาได้ แต่ตัวคนเขียนยังต้องรู้จัก วางโครงเรื่อง (Content Structuring) ด้วยตัวเอง เพื่อให้เนื้อหามีชีวิต ไม่ใช่แค่คำสั่ง Copy &amp; Paste เพราะสิ่งที่ทำให้เนื้อหาเปล่งประกายไม่ใช่ความฉลาดของ AI แต่อยู่ที่การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและความเป็นมนุษย์ที่รู้จักคิด เล่าเรื่อง และเข้าใจคนฟังอย่างแท้จริง</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 14" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<h2><b>The Missing Skills in the AI Era: ทักษะที่หายไปในวันที่ AI เข้ามา</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47504" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T115521.186.webp" alt="Work-Life Festival 2025: Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 2 478" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T115521.186.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T115521.186-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ AI กลายเป็นเพื่อนคู่คิด ผู้ช่วย และที่ปรึกษาในทุกมิติของการทำงาน คนจำนวนไม่น้อยอาจหลงลืมว่าตัวเองยังต้องคิดอยู่เหมือนเดิม </span></p>
<p><b>ดร.ชนนิกานต์ จิรา Head of True Digital Academy จาก True Digital Group </b><span style="font-weight: 400;">ชวนตั้งคำถามว่า วันนี้เรากำลังกลายเป็นคนที่ใช้ AI คิดแทนจนหยุดคิดไปแล้วหรือเปล่า ? สมองของมนุษย์มีแนวโน้มลืมสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องจำ และเมื่อเทคโนโลยีเข้ามาอำนวยความสะดวกมากขึ้น ทักษะบางอย่างของมนุษย์จึงค่อย ๆ หายไปอย่างน่าเสียดาย โดยเฉพาะภูมิปัญญา หรือ Human Wisdom ที่กลับยิ่งจำเป็นมากในยุคที่ AI อยู่รอบตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างเช่น องค์กรระดับโลกอย่าง Amazon และ Workday เคยประสบปัญหาใหญ่จากการใช้ AI ในระบบสรรหาบุคลากร เพราะอัลกอริธึมซึ่งเรียนรู้จากข้อมูลในอดีต กลับตัดสินแบบมีอคติ ทำให้ผู้หญิงหรือกลุ่มที่แตกต่างถูกปัดตกทันทีโดยไม่เป็นธรรม การนำ AI มาใช้โดยปราศจากการตรวจสอบและตีความด้วยมนุษย์ จึงอาจนำไปสู่ความล้มเหลวครั้งใหญ่ แม้เจตนาเริ่มต้นจะดีแค่ไหนก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อตอบโจทย์นี้ ดร.ชนนิกานต์เสนอแนวทางผ่าน Prompt Framework ที่ประกอบด้วย</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">People Intelligence</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Resilience</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Mastery of Technologies</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Outcome Orientation</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Proactive Learning</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Thinking Acumen</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดล้วนชี้ว่า ทักษะที่องค์กรต้องการในวันนี้ ไม่ใช่แค่ความรู้ด้านเทคโนโลยี แต่คือ ความเข้าใจมนุษย์และการใช้วิจารณญาณอย่างมีจริยธรรม หรือที่เธอเรียกว่า Human Wisdom หรือทักษะที่ไม่มีวันตกยุค และไม่อาจเทรน AI ให้แทนที่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะทักษะอย่าง Critical Thinking, Problem Solving, Data-Sensemaking และ People Judgment กลายเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกับ AI อย่างชาญฉลาด มนุษย์ต้องมีทักษะเอ๊ะ ตั้งคำถามกับข้อมูลที่ได้รับ ไม่ใช่เชื่อทุกอย่างที่ AI บอก ต้องรู้จักแยกปัญหาใหญ่ให้กลายเป็นปัญหาย่อยที่แก้ได้จริง รู้จักใช้ข้อมูลแทนเซนส์ล้วน และคิดถึงผลกระทบต่อคนอื่นในทุกการตัดสินใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้สรุปรวมอยู่ในโมเดลที่เธอเรียกว่า Wisdom-in-the-loop หรือสามเหลี่ยมแห่งภูมิปัญญาซึ่งประกอบด้วย</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Critical Thinking – ตั้งคำถามก่อนปล่อยให้ระบบทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Problem-Solving with Data – แก้ปัญหาซับซ้อนด้วยหลักฐานมากกว่าอคติ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Human Judgment – ตัดสินใจด้วยความเข้าใจและคำนึงถึงผลกระทบ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดนี้เองที่จะทำให้มนุษย์ไม่ได้แค่อยู่รอด แต่โดดเด่นอย่างแท้จริงในยุคที่ AI เก่งขึ้นทุกวัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Career Never Dies: เมื่อ AI เปลี่ยนโลกการทำงาน มนุษย์ชนะได้ด้วย Mindset</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47508" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T134350.197.webp" alt="Work-Life Festival 2025: Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 2 479" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T134350.197.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T134350.197-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/voice-of-hr-note-sarun-240802/"><b>ศรัณย์ คุ้งบรรพต</b></a><b> Head of Talent Management and Organization Culture Department ประจำ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) </b><span style="font-weight: 400;">ออกตัวว่าเขาไม่ใช่ AI Expert แต่เขาในฐานะ HR เฝ้าดูความเปลี่ยนแปลงด้าน AI อยู่ตลอด และพบว่ามันคือเรื่องที่มีผลต่อคนอย่างเลี่ยงไมไ่ด้</span></p>
<p><b>อย่างไรก็ตาม การมี Mindset ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง</b><span style="font-weight: 400;"> คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เราอยู่รอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายกสถิติว่าภายในปี 2030 จะมี 92 ล้านตำแหน่งที่ถูก AI แทนที่โดยเฉพาะสายงานปฏิบัติการ งานธุรการ หรือบริการที่ใช้แรงงานซ้ำ ๆ แน่นอนว่ามันกระทบต่อพนักงานออฟฟิศกินเงินเดือนด้วย ขณะเดียวกันตำแหน่งระดับผู้เชี่ยวชาญหรือผู้บริหารจะได้รับผลกระทบด้านลบน้อย และยังได้รับประโยชน์จากการใช้ AI ทำงานแทนคนมากกว่า เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่ากังวลของประเด็นนี้ก็คือเราไม่รู้ว่า AI Disruption มันจะไปจบที่ตรงไหน และนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้เราเกิดความกลัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในอีกมุมหนึ่ง ถึงจะมีตำแหน่งงานหายไป แต่ AI ก็เปิดประตูให้เกิดตำแหน่งงานใหม่มากมายกว่า 170 ล้านตำแหน่งในปี 2030 หากเราเริ่มเรียนรู้และเปลี่ยนตัวเองตั้งแต่วันนี้ การเปลี่ยนแปลงจะกลายเป็นโอกาส มากกว่าภัยคุกคาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศรัณย์เน้นว่า เราไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาออกแบบเส้นทางอาชีพให้เราอีกต่อไป เพราะทุกคนสามารถเป็น </span><b>Career Designer</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ด้วยตัวเอง เริ่มจากถามตัวเองว่า เราอยากเติบโตไปทางไหน ? แล้วลงมือวางแผนจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่คนทำงานมักพลาดคือ การรอให้ใครสักคนมาสร้าง Career Path ให้ ทั้งที่แท้จริงแล้ว เราควรเป็นคนวางเส้นทางนั้นด้วยตัวเอง อย่ารอจนตกยุคโดยไม่มีเป้าหมาย การปรับตัวไม่ใช่เรื่องของใครคนหนึ่ง แต่มันคือเรื่องของเราทุกคน หากเรายังไม่เริ่มเรียนรู้ หรือปล่อยให้ตัวเองหยุดนิ่ง เท่ากับเราเดินถอยหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากสกิลใหม่ สิ่งที่ต้องไม่ลืมก็คือความเป็นมนุษย์ ซึ่งยังคงเป็นจุดแข็งที่ AI แทนที่ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใจความต้องการของคนอื่น การมีจินตนาการ การเชื่อมโยงข้อมูล และการคิดสร้างสรรค์ ทักษะพวกนี้ไม่ได้มาจากการจดจำคำสั่ง แต่เกิดจากการใช้ชีวิตจริงและการฝึกฝนอย่างตั้งใจ ดังนั้น ความเข้าใจคน ความเห็นอกเห็นใจ การสื่อสาร และการตัดสินใจเชิงจริยธรรมยังคงจำเป็นเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายแล้ว เส้นทางอาชีพของเราคือเส้นทางที่เราเองต้องดูแลเอง เพราะไม่มีใครรู้จักมันดีไปกว่าเรา และไม่มีใครพาเราไปถึงเป้าหมายได้นอกจากตัวเรา ถ้าปรับทันก็จะรอด และถ้าใช้ AI เป็นเครื่องมือให้ตัวเองดีขึ้น ทำให้งานโดดเด่นขึ้น ชีวิตครอบครัวและสังคมรอบตัวเราก็จะดีขึ้นตามไปด้วย</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47492" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T134935.433.webp" alt="Work-Life Festival 2025: Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 2 480" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T134935.433.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T134935.433-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/work-life-festival-2025-day-1-251107/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 1</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2 style="text-align: left;"><b>วันนี้ AI พรุ่งนี้อะไร </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47509" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T135411.580.webp" alt="Work-Life Festival 2025: Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 2 481" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T135411.580.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T135411.580-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.กร พูนศิริวงศ์ CSO และ Director ของ Bianace TH Academy จาก Binance TH by Gulf Binance</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ</span><b> ชญาน์ทัต วงศ์มณี Co-Founder จาก Peeti PR และเจ้าของเพจ ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ </b><span style="font-weight: 400;">ชวนแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ AI จากการทำงานในฝั่งเทคโนโลยีและครีเอทีฟ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณท้อฟฟี่แชร์ว่าการมาถึงของ AI ทำให้วงการสร้างสรรค์ตื่นตัว มีคนแห่เข้ามาเรียนรู้และใช้ AI ทำงานจนล้นตลาด แน่นอนว่า AI นั้นมีศักยภาพมาก แต่ผู้คนยังเข้าใจผิดว่ามี AI แล้วงานทุกอย่างจะจบ เพราะการทำงานจริงยังต้องอาศัยทีมเวิร์ก, กระบวนการคิด, และการลงมือทำที่ละเอียดกว่านั้นมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือ เรากำลังก้าวเข้าสู่ AI with Responsibility Stage ที่ความเก่งอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมีจริยธรรมและความรับผิดชอบร่วมด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.กรเสริมว่า แม้เราอาจไม่ได้ใช้ AI โดยตรงทุกวัน แต่ AI ก็แฝงอยู่ในทุกแพลตฟอร์มที่เราใช้ ตั้งแต่การประชุมออนไลน์ ไปจนถึงแอปพลิเคชั่นจัดการงาน เขาเปรียบว่าเราต้องใช้ AI เป็นผู้ช่วยนักบิน ไม่ใช่ให้มันขับเครื่องบินแทนเรา เราต้องใช้งานอย่างมีสติ เข้าใจข้อจำกัดของมัน และที่สำคัญต้องรู้ว่า มันยังไม่มีจริยธรรม ไม่มีความรู้สึก เราต้องเป็นคนที่คอยควบคุมและตัดสินใจด้วยความเข้าใจโลกจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ยังมาแรงจนเกิดสภาวะฟองสบู่ใกล้แตก เราจะเห็นผู้คนที่หวังรวยไวด้วย AI โดยไม่ได้วางรากฐานความรู้หรือความเข้าใจที่ถูกต้อง ดร.กรเตือนว่า </span><b>สิ่งใดก็ตามที่ขึ้นเร็ว มักมีความเสี่ยงที่จะลงเร็ว และอาจลงเอยเหมือนฟองสบู่ดอทคอมเมื่อปี 2000 แต่เขาก็เชื่อว่าหากฟองสบู่ AI แตกจริง ๆ จะนำมาซึ่งการเรียนรู้ครั้งใหญ่ ที่สร้างคุณค่ายั่งยืนในที่สุด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในประเด็นทักษะที่มนุษย์ควรมี คุณท้อฟฟี่ย้ำว่า AI ไม่สามารถแทนที่ภาวะผู้นำ หรือวินัยได้ </span><b>AI อาจสร้างตารางออกกำลังกายให้เราได้ก็จริง แต่คนที่ต้องลุกขึ้นมาทำซ้ำทุกวันคือเรา AI ช่วยคิดได้บางเรื่อง แต่ยังคิดศัพท์สแลง มุกตลก หรืออินไซต์มนุษย์ลึก ๆ ไม่ได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนที่เข้าใจอารมณ์คน เข้าใจทีม และบริหารคนเป็นจะยังเป็นที่ต้องการอยู่ดี และหากเราศึกษา AI อย่างเข้าใจ เราจะเรียนรู้การตั้งคำถาม การบรีฟงาน และการตัดสินใจบนฐานข้อมูลได้ดีขึ้น นั่นคือสิ่งที่ต่อยอดมายังการบริหารทีมคนได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ดร.กรฝากว่า แม้ AI จะรุกคืบเข้ามาแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายแล้วโลกยังต้องการคน และตราบใดที่โลกยังต้องการคนแบบนี้ มนุษย์ก็จะยังคงชนะ AI เช่นเคย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>The Next Renaissance ถอดรหัสอนาคตมนุษย์ในวันที่ AI ครองโลก</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47511" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T143828.251.webp" alt="Work-Life Festival 2025: Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 2 482" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T143828.251.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T143828.251-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทั้งในการทำงาน ค้นหาข้อมูล หรือแม้แต่เป็นติวเตอร์ส่วนตัวที่ราคาถูกกว่าการจ้างคน โลกความรู้กำลังเข้าสู่ยุค </span><b>The Next Renaissance </b><span style="font-weight: 400;">หรือยุคที่ข้อมูลมีอยู่ทุกที่ แต่คุณภาพของคนไม่ได้วัดจากว่ารู้มากแค่ไหนอีกต่อไป แต่อยู่ที่ว่าใช้ความรู้นั้นอย่างไร และคุณมีอะไรที่ AI ไม่มี ? นี่คือโจทย์สำคัญของมนุษย์ในวันที่ AI เก่งขึ้นทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>รวิศ หาญอุตสาหะ CEO ของ Srichand และ Mission to the Moon </b><span style="font-weight: 400;">ชี้ให้เห็นว่า AI ทำงานกับข้อมูลเชิงตรรกะได้ดีมาก เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล ทำแดชบอร์ด หรือสรุปรายงาน แต่ไม่ได้แปลว่าใครที่ทำสาย Data จะตกงานทันที กลับกัน คนที่</span><b>ทำงานแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ</b><span style="font-weight: 400;"> ต่างหากที่น่าเป็นห่วง เพราะในอนาคต อาชีพที่ไม่มีความเฉพาะตัว หรือไม่ได้สร้างคุณค่าใด ๆ อาจถูกแทนที่ได้ง่าย ๆ ดังนั้น คนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง (Authenticity) แล้วสร้างคุณค่าได้สูงจะไม่ถูก AI แทนที่</span></p>
<p><b>หนึ่งในคุณสมบัติที่มนุษย์ต้องยึดมั่น คือการโฟกัส</b><span style="font-weight: 400;"> ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูล ความว่อกแว่กเป็นศัตรูตัวร้ายของการสร้างงานเชิงลึก เพราะงานที่มีมูลค่าสูงมักเกิดจากการตั้งใจทำสิ่งนั้นให้เสร็จดีจริง ๆ ยังไม่ต้องกลัวว่า AI จะครองโลก แต่สิ่งที่ควรกลัวมากกว่าคือ เราอาจกำลังเสียสมาธิกับหลายสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจนไม่สามารถสร้างคุณค่าได้จริงอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณรวิศยังชวนเรากลับมาทบทวนว่า จริง ๆ แล้วสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวัน คือสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ หรือแค่ผลพวงของอัลกอริทึมที่คอยชี้นำให้เราอยากได้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ? การวางคุณค่าของตัวเองให้ชัด คือเกราะป้องกันจากความสับสนในโลกยุคดิจิทัล และการเป็นคนที่ Likable คนที่น่าไว้ใจ มีน้ำใจ มากกว่าคนเก่งแต่ขาด EQ หรือคนเก่งแต่ทำงานกับใครไม่ได้ และไม่มีคนอยากทำงานด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาเห็นด้วยว่ายิ่งโลกนี้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไวแค่ไหน </span><b>Lifelong Learning ยังเป็นคำตอบของการอยู่รอดเช่นเคย แต่ไม่ใช่ว่าเราเรียนไปเรื่อย ๆ แบบสะเปะสะปะ เราต้องเรียนอย่างมีเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;">ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร และที่ต้องเน้นให้มากก็คือ เรียนแล้วเราสนุกไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นเรื่องวัยก็มีผลกับชีวิตและการทำงานเหมือนกัน คุณรวิศในวัย 46 ปีเตือนว่า เมื่อเราอายุมากขึ้น การใช้เวลาอย่างมีคุณค่าในทุกวันยิ่งสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย ถ้าเราเข้าออฟฟิศโดยไม่รู้ว่า 3 อย่างสำคัญที่ต้องทำคืออะไร แปลว่าเรากำลังหลุดโฟกัส และอาจแค่ผลาญเวลาไปวัน ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น 1 ชั่วโมงแรกหลังตื่นนอน และ 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน คือช่วงที่เราต้องใส่ใจมาก ๆ เพราะมีผลต่อประสิทธิภาพ สมาธิในการทำงานตลอดทั้งวัน ในกรณีตื่นนอนแล้ว เราไม่ควรเช็คมือถือทันที แต่ควรออกไปรับแดด ออกกำลังกาย หรือจัดลมหายใจให้สมดุล ส่วนก่อนนอนก็ควรงดใช้มือถือ เปลี่ยนเป็นการอ่านหนังสือหรือทำสิ่งสงบ ๆ เพราะแสงจากหน้าจอทำให้สมองตื่นเกินไป และส่งผลต่อคุณภาพการพักผ่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มนุษย์ไม่ใช่ผู้รู้ทุกอย่าง เราเคยสร้างสิ่งมหัศจรรย์ แต่ก็เคยสร้างความผิดพลาดร้ายแรง เช่นเดียวกับตอนนี้ </span><b>AI กำลังกลายเป็นดาบ 2 คม ถ้าเราใช้มันอย่างฉลาด เข้าใจตัวเอง เข้าใจคนรอบข้าง เข้าใจโลก เราจะใช้มันช่วยสร้างคุณค่า เราก็จะอยู่ในยุคใหม่ได้อย่างแข็งแรงและมั่นคง</b></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/61?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36612" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 58" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/work-life-festival-2025-day-2-251108/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 1</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/work-life-festival-2025-day-1-251107/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/work-life-festival-2025-day-1-251107/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Nov 2025 11:53:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=47479</guid>

					<description><![CDATA[ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นงานเฟสติวัลที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานอย่างแท้จริง ทั้งในแง่ของการพัฒนาทักษะ การบริหารจัดการชีวิต ไปจนถึงการวางแผนอนาคตอย่างยั่งยืน งาน Work-Life Festival 2025 คือหนึ่งในนั้น นี่คือมหกรรมที่รวมทุกมิติของการใช้ชีวิตในการทำงานไว้ในที่เดียว และยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมอย่างรอบด้าน ตลอดทั้งวัน HREX ปักหลักอยู่ที่เวที Skillforce Stage เพื่อเก็บทุกประเด็นสำคัญที่อัดแน่นด้วยเนื้อหาเข้มข้นด้าน HR, Talent Development และ Future Skills ที่องค์กรไม่อาจมองข้ามได้ หากใครพลาดงานนี้ไป อ่านสรุปเนื้อหาเวทีที่น่าสนใจได้ในบทความนี้เลย  Future Trends &#38; aomMONEY Opening Remarks คุณ ธนโชติ วิสุทธิสมาน CEO จาก Like Me (Future Trends) กล่าวเปิดงาน Work-Life Festival 2025 ว่า โลกของการทำงานกำลังเปลี่ยนเร็วเกินกว่าที่หลายคนจะตั้งรับทัน เรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของยุคสมัยใหม่ ที่แม้จะทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม แต่กลับรู้สึกมั่นคงน้อยลงอย่างน่าตกใจ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และความคาดหวังจากสังคม กำลังทำให้คนทำงานจำนวนมากรู้สึกเหนื่อยแต่ไม่เห็นทางไปต่อ หนึ่งในตัวแปรสำคัญคือ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47492" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T134935.433.webp" alt="Work-Life Festival 2025: Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 1 494" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T134935.433.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T134935.433-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นงานเฟสติวัลที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานอย่างแท้จริง ทั้งในแง่ของการพัฒนาทักษะ การบริหารจัดการชีวิต ไปจนถึงการวางแผนอนาคตอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน Work-Life Festival 2025 คือหนึ่งในนั้น นี่คือมหกรรมที่รวมทุกมิติของการใช้ชีวิตในการทำงานไว้ในที่เดียว และยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมอย่างรอบด้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดทั้งวัน HREX ปักหลักอยู่ที่เวที Skillforce Stage เพื่อเก็บทุกประเด็นสำคัญที่อัดแน่นด้วยเนื้อหาเข้มข้นด้าน HR, Talent Development และ Future Skills ที่องค์กรไม่อาจมองข้ามได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป อ่านสรุปเนื้อหาเวทีที่น่าสนใจได้ในบทความนี้เลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Future Trends &amp; aomMONEY Opening Remarks</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47482" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T115639.649.webp" alt="Work-Life Festival 2025: Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 1 495" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T115639.649.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T115639.649-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ธนโชติ วิสุทธิสมาน CEO จาก Like Me (Future Trends) </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวเปิดงาน Work-Life Festival 2025 ว่า</span> <span style="font-weight: 400;">โลกของการทำงานกำลังเปลี่ยนเร็วเกินกว่าที่หลายคนจะตั้งรับทัน เรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของยุคสมัยใหม่ ที่แม้จะทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม แต่กลับรู้สึกมั่นคงน้อยลงอย่างน่าตกใจ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และความคาดหวังจากสังคม กำลังทำให้คนทำงานจำนวนมากรู้สึกเหนื่อยแต่ไม่เห็นทางไปต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในตัวแปรสำคัญคือ AI ที่เข้ามาแทนที่มนุษย์ในหลายบทบาทอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีใครรู้ว่าขอบเขตของมันจะจบลงตรงไหน ขณะเดียวกัน ความรู้ที่เราเคยมั่นใจเมื่อปีที่แล้ว วันนี้อาจล้าสมัยไปแล้ว เพราะโลกการทำงานกำลังเปลี่ยนเร็วกว่าที่ระบบการศึกษา หรือแม้ตัวเราจะปรับตัวทัน เราก็ไม่ได้ถูกสอนมาให้พร้อมกับความเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของการเงิน รายได้จากงานประจำก็ไม่เพียงพออีกต่อไป ดังนั้น</span><b>จากที่เราเคยถามตัวเองว่าเราควรทำงานอะไรดี ต้องเปลี่ยนมาถามว่า เราจะทำงานยังไงให้รวยได้จริง ?</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะแนวคิดเรื่องความมั่นคงแบบเดิมนั่นคือ ทำงานเดียว ขยัน แล้วจะโอเค กลายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป คนทำงานจึงต้องเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น Active Learner ต้องรู้จักบริหารอาชีพเป็นพอร์ตโฟลิโอ มีรายได้เสริม นำไปต่อยอดลงทุน และเมื่อมีความรู้มากขึ้น ก็สามารถเป็นเมนเทอร์ให้คนอื่นต่อได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดมุ่งหมายของงาน </span><b>Work Life Festival ในปีนี้ไม่ได้มีแค่การเติมสมดุลชีวิตแบบที่เคยเป็นในปีที่ผ่านมา แต่จะต้องเติมการเติบโตให้ชีวิตคนทำงานด้วย</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะเมื่อคนทำงานเติบโตได้ พวกเขาจะมีพลังไปช่วยสร้างการเติบโตให้คนรอบข้างได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น</span><b>งานใหม่ สกิลใหม่ หรือโอกาสลงทุนใหม่ ทั้งหมดนี้คือองค์ประกอบของคุณภาพชีวิตใหม่ที่คนทำงานยุคนี้ควรเริ่มต้นสร้างอย่างชาญฉลาดและไม่รอเวลา</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Boss Management: The Secret Skill ในชีวิตจริงของคนทำงาน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47481" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T115629.771.webp" alt="Work-Life Festival 2025: Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 1 496" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T115629.771.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T115629.771-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>บวรชัย โศจิพันธุ์ Career Advisor จาก Hunter B</b><span style="font-weight: 400;">  กล่าวว่าความสุขและความทุกข์ในชีวิตการทำงานของหลาย ๆ คน มักไม่ได้เกิดจากงานล้วน ๆ แต่เกิดจากคนที่เราทำงานด้วยโดยเฉพาะหัวหน้าที่อยู่ใกล้ชิดกับเราทุกวัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อหัวหน้าคือปัจจัยที่มีผลต่อความรู้สึกของคนทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นทำให้เราทุกคนควรเรียนรู้ทักษะที่ชื่อว่า Boss Management ซึ่งเป็นทักษะลับที่ไม่ค่อยมีใครสอน แต่สำคัญยิ่งต่อการอยู่รอดอย่างมีความสุขในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Boss Management ไม่ใช่การเอาใจหัวหน้าแบบผิด ๆ แต่คือการบริหารความสัมพันธ์กับหัวหน้าอย่างเข้าใจและมีสติ เพราะหัวหน้าแต่ละคนมีสไตล์ที่แตกต่างกัน บางคนเน้นปริมาณ บางคนเน้นข้อมูล และบางคนก็เน้นความสุขในทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณบวรชัยเล่าถึงหัวหน้าทั้ง 3 คนที่เขาเคยทำงานด้วย ซึ่งมีสไตล์ต่างกันสุดขั้ว คนหนึ่งเน้น Data ข้อมูลต้องเป๊ะ อีกคนเน้นการทำงานรวดเร็ว ทำงานให้เยอะ ๆ เข้าไว้ และอีกคนเน้นความสนุกสนาน ทำงานอย่างมีความสุข</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นทำให้เขารู้ว่า หากเราอ่านหัวหน้าออก ปรับสไตล์การทำงานให้เหมาะกับเขาได้ เราจะทำงานลื่นไหลขึ้นอย่างชัดเจน โดยเขายังแนะนำ BOSs Model ที่ช่วยให้เราเข้าใจหัวหน้าใน 3 มิติ ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Business Goal</b><span style="font-weight: 400;">: หัวหน้าคนนี้สนใจเป้าหมายอะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Operating Style</b><span style="font-weight: 400;">: เขาทำงานแบบไหน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Scorecard</b><span style="font-weight: 400;">: เขาวัดผลจากอะไร</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเรารู้ทั้งสามข้อนี้ เราจะไม่ทำงานแบบเดาใจเจ้านาย แต่สามารถจัดลำดับความสำคัญได้ตรงจุด มีโอกาสทำผลงานได้ตรงเป้า และที่สำคัญคือ ลดความเครียดจากความไม่เข้าใจกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังมีหัวหน้าหลากหลายสไตล์ถึง 12 คาแรกเตอร์ ซึ่งหัวหน้าคนหนึ่งอาจมีมากกว่าหนึ่งบุคลิกผสมกันไป แต่สไตล์การทำงานก็แบ่งออกเป็น 4 แบบหลัก ๆ ได้แก่ Directive, Supportive, Competitive และ Visionary หากเราเคยชินกับหัวหน้าแบบหนึ่ง แต่ต้องทำงานกับอีกแบบโดยไม่รู้วิธีปรับตัว ความเครียดและการลาออกก็อาจตามมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคุณบวรชัยทิ้งท้ายว่า</span><b> ไม่ว่าหัวหน้าของเราจะเป็นแบบไหน หากเรารู้จักสังเกต ปรับตัว และสื่อสารอย่างเข้าใจ เราจะสามารถทำงานกับหัวหน้าได้ทุกประเภท และนั่นคือสิ่งที่จะทำให้เราทำงานได้อย่างเปล่งประกาย มีความสุขขึ้นในทุกวัน และมีความมั่นใจในการสร้างเส้นทางอาชีพของตัวเองในระยะยาว</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Future Skill Guide to Corporate Success in 2026: คู่มือสกิลแห่งอนาคต สู่ความสำเร็จขององค์กรในปี 2026</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47489" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T134548.961.webp" alt="Work-Life Festival 2025: Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 1 497" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T134548.961.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T134548.961-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>โอชวิน จิรโสตติกุล CEO และผู้ก่อตั้ง </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/50"><b>FutureSkill </b></a><span style="font-weight: 400;">ชวนตั้งคำถามว่า เมื่อโลกเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน สิ่งที่องค์กรต้องตอบให้ได้คือจะจ้างคนใหม่ หรือ Upskill คนเก่า ? แต่ข้อมูลจากคุณโอชวินพบว่า การ Upskill คนเดิมอาจใช้เวลาน้อยกว่า ประหยัดกว่า และได้ผลลัพธ์เร็วกว่า เพราะคนเดิมรู้บริบทขององค์กรอยู่แล้ว แถมจากการวิจัยยังพบว่าองค์กรที่ลงทุนในการพัฒนาและโปรโมทคนใน จะรักษาคนเก่งไว้ได้นานกว่าด้วยซ้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ความท้าทายคือ องค์กรส่วนใหญ่ยังติดกับดักการเทรนเพื่อเทรน ลงงบเทรนมหาศาล แต่กลับได้ผลลัพธ์จริงเพียง 10% เพราะยังขาดระบบที่เชื่อมโยงทักษะกับเป้าหมายทางธุรกิจแบบชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือที่มาของแนวคิด </span><b>Capability Academy (CA)</b><span style="font-weight: 400;"> แนวทางใหม่ที่ไม่ได้สอนทุกอย่างแบบเรียนออนไลน์เหมารวม แต่</span><b>เน้นเฉพาะทักษะที่ผลักดันธุรกิจไปข้างหน้าอย่างตรงจุด และต้องสามารถวัดผลได้จริง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">CA ไม่ใช่เรื่องของ HR ฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยการขับเคลื่อนจากผู้บริหาร เช่น CFO ที่อยากลดต้นทุน อาจสร้าง Academy ด้านการเงินภายในองค์กรเอง หรือกรณีศึกษาของ Ericsson ที่ทำ CA เพื่อเตรียมทีมขายและวิศวกรให้เข้าใจ 5G ทั้งในเชิงเทคนิคและเชิงธุรกิจอย่างรอบด้าน วิธีคิดแบบนี้ทำให้พนักงานเห็นเป้าหมายร่วมกัน และขยับไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกบทเรียนสำคัญคือ โมเดลการเรียนรู้ต้องไปไกลกว่าแค่คอร์สเรียน</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190620-model-70-20-10/"><span style="font-weight: 400;"> โมเดลการเรียนรู้ 70:20:10 </span></a><span style="font-weight: 400;">ยังใช้ได้เสมอ 70% ต้องมาจากการลงมือทำจริง 20% เป็นการพัฒนาจากผู้นำ หัวหน้า พี่เลี้ยง หรือโค้ช และ 10% พัฒนาจากการฝึกอบรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเมื่อ 70% ยังสำคัญมาก ดังนั้นการออกแบบ Stretch Project ให้พนักงานทำงานที่มีความท้าทายเหมาะสม ไม่ยากไปจนทำไม่ได้ หรือง่ายไปจนขาดความท้าทาย จะเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างการเติบโตของตัวพนักงานเองและองค์กรได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับกรณีศึกษาของบริษัท AT&amp;T ที่เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการรีสกิลพนักงานแทนการปลดออก ช่วยองค์กรประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายมหาศาล พร้อมสร้างพนักงานที่ Future-Ready จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้นำไปสู่ยุคใหม่ที่เรียกว่า </span><b>Outcome-Based Skill Intelligence</b> <b>ซึ่งไม่ได้วัดแค่ว่าใครเรียนจบคอร์สอะไร แต่ดูว่าเขาทำอะไรได้จริง ผลลัพธ์ชัดเจนแค่ไหน มี gap ทางทักษะตรงไหน </b><span style="font-weight: 400;">แล้วองค์กรจะใช้ข้อมูลนี้วางแผนการพัฒนา วาง KPI และขับเคลื่อนธุรกิจได้ดีกว่าเดิม</span></p>
<p><b>HR จึงไม่ใช่แค่ผู้จัดเทรนนิ่งอีกต่อไป แต่ต้องกลายเป็น Capability Builder ที่ช่วยองค์กรเร่งเครื่อง เติบโต และแข่งขันได้ในทุกสถานการณ์</b></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/50?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36601" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/48-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 1 498"></a></p>
<h2></h2>
<h2><b>The Power of Work Life Well Lived: เปิดแนวคิดการสร้างพลังอย่างดี ขับเคลื่อนความสำเร็จองค์กร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47491" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T134612.317.webp" alt="Work-Life Festival 2025: Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 1 499" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T134612.317.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T134612.317-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจะสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับลูกค้าได้ เริ่มต้นจากการมีคนที่ดีอยู่ในองค์กรก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ปัทมา ปิยะมณีพร Deputy Group CEO จาก Pruksa Holding Public Company Limited</b><span style="font-weight: 400;"> ชวนคิดว่าทุกวันนี้เราได้เสริมสร้างศักยภาพคนของเรามากพอหรือยัง ? ที่ Pruksa พนักงานไม่ได้เป็นแค่ฟันเฟืองในระบบการทำงาน แต่พนักงานเปรียบได้กับขุมพลังหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ไปไกลกว่าเดิม ซึ่งต้องอาศัยทีมที่มีคุณสมบัติเหนือกว่าแค่ทำงานได้ แต่ต้องทำงานให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น Pruksa จึงออกแบบ Competency หลักที่ต้องการจากพนักงานไว้ 4 บทบาทสำคัญ ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Game Changer</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้มีวิสัยทัศน์และวางกลยุทธ์ได้เฉียบคม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Go-Getter</b><span style="font-weight: 400;"> นักลุยตัวจริงที่มี Ownership และดันโปรเจกต์ให้สำเร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>The Connectors</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้เชื่อมโยงและสร้างความร่วมมือระหว่างทีม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>The A-Teamer</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้สร้างทีมที่แข็งแรง มีจิตวิญญาณทีมเวิร์กและพัฒนาเพื่อนร่วมงาน</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้คนที่รู้ว่าตัวเองอยู่ในบทบาทไหน และองค์กรสนับสนุนให้แต่ละบทบาททำงานร่วมกันได้อย่างมีพลัง ก็จะเกิดการขับเคลื่อนอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ Pruksa ไม่ลืมว่าชีวิตคนทำงานไม่ได้มีแค่ในเวลางาน แต่ยังต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ องค์กรจึงพัฒนาแนวคิด </span><b>Work Life Well-Lived</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเปรียบเหมือนคำมั่นสัญญาที่จะมอบสิ่งดี ๆ กลับคืนให้พนักงาน ประกอบด้วย 5 แนวคิดสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพ, เปิดโอกาสเติบโต, เคารพความหลากหลาย, ดูแลชีวิตรอบด้าน และการส่งต่อคุณค่าจากแบรนด์ไปสู่คนในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า</span><b> ความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้วัดจากยอดขายหรือกำไรเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงคุณภาพชีวิตของคนในองค์กรด้วย</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะเมื่อคนได้รับการดูแลอย่างดี มีเป้าหมายร่วมกัน และเห็นคุณค่าของตนในที่ทำงาน พวกเขาจะส่งต่อพลังบวกนั้นไปสู่ลูกค้าและสังคมในวงกว้างได้อย่างแท้จริง</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47510" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T142549.967.webp" alt="Work-Life Festival 2025: Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 1 500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T142549.967.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-08T142549.967-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/work-life-festival-2025-day-2-251108/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 2</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>Training to Transformation: สร้างระบบพัฒนาทักษะ ให้คนเติบโตไปพร้อมองค์กร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47490" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T134551.137.webp" alt="Work-Life Festival 2025: Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 1 501" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T134551.137.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T134551.137-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรอาจรู้สึกว่าตัวเองลงทุนกับการอบรมไม่น้อย ทั้งงบประมาณ หลักสูตร อุตส่าห์เลือกวิทยากรมือหนึ่งมาให้ แต่เมื่อเทรนจบ ชีวิตการทำงานของพนักงานกลับเหมือนเดิม ไม่เกิดพฤติกรรมใหม่ ไม่ส่งผลต่อธุรกิจอย่างที่คาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือกับดักของการเทรนแบบเดิมที่เน้นการให้ความรู้ แต่ขาดระบบการเปลี่ยนแปลงที่ฝังรากลึกในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager จาก HREX.asia </b><span style="font-weight: 400;">เสนอแนวคิด </span><b>Training to Transformation</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเปลี่ยนมุมมองขององค์กรจากการจัดอบรม มาเป็นสร้างระบบการเรียนรู้ที่เปลี่ยนพฤติกรรมได้จริง เพราะการเปลี่ยนแปลงในโลกวันนี้ ไม่ได้ต้องการแค่คนรู้เยอะขึ้น แต่ต้องการคนที่ทำงานได้ดีขึ้นอย่างสอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร ซึ่งต้องอาศัยทั้งระบบ ความชัดเจน และวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของการเปลี่ยนแปลง เริ่มจากการกำหนด Core Skills หรือทักษะหลักที่องค์กรต้องการ ไม่ใช่จากชื่อคอร์สเทรนยอดฮิต แต่จากเป้าหมายทางธุรกิจ เช่น ถ้าองค์กรต้องการเพิ่มรายได้ ก็ต้องเน้นพัฒนาทักษะด้าน Data, Customer Centricity หรือการขายแบบ Consultative Selling ซึ่งทั้งหมดนี้คือการแปลเป้าหมายเป็นทักษะอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การเทรนไปในทิศทางเดียวกับทิศทางธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อรู้ว่าจะเก่งเรื่องอะไร ขั้นตอนต่อมาคือการออกแบบ Learning Journey หรือเส้นทางการพัฒนาแบบรายบุคคล โดยอิงจากศักยภาพและผลงาน (Performance &amp; Potential) ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกับทุกคน โมเดล 70:20:10 ช่วยอธิบายได้ดีว่า 70% ของการเรียนรู้ที่ได้ผลมาจากประสบการณ์จริง 20% จากการเรียนรู้ผ่านผู้อื่น และ 10% เท่านั้นที่มาจากคอร์สอบรม สิ่งสำคัญคือ องค์กรต้องทำให้ทุกฝ่ายมีบทบาท หัวหน้าโค้ชเป็น ทีมให้ฟีดแบ็กได้ และพนักงานพร้อมเปิดใจเรียนรู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม</span><b> ต่อให้มีคอร์สดี เครื่องมือครบ แต่หากไม่มีวัฒนธรรมการเรียนรู้ ทุกอย่างก็จะจบลง </b><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมการเรียนรู้คือสิ่งที่คนทำทุกวันโดยไม่ต้องสั่ง และเกิดขึ้นจาก 3 ส่วนผสมสำคัญคือ พฤติกรรมของคน, ระบบที่เอื้อต่อการพัฒนา, และความชัดเจนของผู้นำ หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การสร้างวัฒนธรรมก็จะไม่ยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนที่องค์กรใหญ่หลายแห่ง ในหลากหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น ธนาคาร, โรงแรม และโลจิสติกส์ เป็นต้น ได้พิสูจน์แล้วก็คือ เมื่อ</span><b>การเทรนถูกออกแบบให้สอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจ และฝังอยู่ในวัฒนธรรมจริง ๆ ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่คนเก่งขึ้น แต่จะได้ทีมที่มี Ownership, การทำงานที่มี Engagement และการเติบโตที่ไม่ขึ้นอยู่กับโชคหรือบุคคลใดคนหนึ่ง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะทุกคนเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน และนี่คือความหมายที่แท้จริงของการเปลี่ยนจาก Training สู่ Transformation</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 14" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<h2></h2>
<h2><b>Future of Work by JobThai</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47494" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T141304.371.webp" alt="Work-Life Festival 2025: Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 1 502" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T141304.371.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T141304.371-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ COO และผู้ร่วมก่อตั้ง </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/127"><b>JobThai</b></a><span style="font-weight: 400;"> ชวนมองอนาคตของโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เธอสรุปแนวโน้มสำคัญในอีก 5 ปีข้างหน้าว่า คนทำงานจะต้องมีทั้ง </span><b>Hard Skill และ Soft Skill</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ตั้งแต่ทักษะด้าน AI, Big Data, Cybersecurity ไปจนถึงความคิดสร้างสรรค์ ความยืดหยุ่น ความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต และที่มาแรงมากในช่วงนี้คือ </span><b>Environmental Stewardship</b><span style="font-weight: 400;"> หรือทักษะด้านสิ่งแวดล้อม ที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะมีคนตกงานจำนวนมาก แต่ HR กลับเจออุปสรรคในการหาคนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะ 5 ปัญหาใหญ่ เช่น การแข่งขันแย่งชิงผู้สมัครที่มีคุณภาพ การหาคนที่มีทักษะเฉพาะ ตรงความต้องการ ไปจนถึงปัญหาค่าแรงที่ไม่แมตช์ และกระบวนการสรรหาที่ใช้เวลานานเกินไป ในขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของ AI กลายมาเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่องค์กรต้องรับมือพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจาก JobThai พบว่าเกือบ</span><b>ครึ่งหนึ่งขององค์กรได้นำ AI เข้ามาใช้งานแล้ว</b><span style="font-weight: 400;"> และเกินครึ่งใช้ AI เพื่อช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น เช่น ลดงานซ้ำซ้อน วิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ หรือแม้แต่ใช้ ChatGPT เพื่อตอบคำถามลูกค้า ขณะที่พนักงานเองก็นำ AI มาช่วยสรุปประชุม สร้างสื่อ เขียนเนื้อหา หรือค้นหาข้อมูล แต่ปัญหาคือ หลายคนยังใช้ไม่เป็นจริง ทำให้เกิดความผิดพลาด ข้อมูลไม่ปลอดภัย หรือทำงานออกมาไม่แม่นยำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ทักษะด้าน AI ยังคงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับคนที่ต้องการเติบโตในสายงาน เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มค่าตัวได้แล้ว ยังกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการแข่งขันด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย 21% ขององค์กรระบุว่าทักษะ AI คือข้อได้เปรียบ และ 79% เชื่อว่า AI ควรมีบทบาทบางส่วนเท่านั้น ส่วนคนยังคงต้องมีบทบาทหลัก เพราะโลกการทำงานในอนาคตจะเน้นคนที่มีทักษะเฉพาะแบบมนุษย์ และเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ</span></p>
<p><b>ถ้าเราอยากอยู่รอดและเติบโตในโลกการทำงานยุคใหม่</b> <b>เราต้องเรียนรู้สิ่งใหม่เสมอ</b> <b>และพัฒนาทักษะที่มนุษย์เท่านั้นที่ทำได้</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ภาวะผู้นำ การสื่อสาร การเข้าใจผู้อื่น และความสามารถในการปรับตัว HR จะมองข้ามใบปริญญา แล้วหันมามองความสามารถที่แท้จริง และคนที่เรียนรู้ไม่หยุด จะเป็นของจริงที่องค์กรตามหามากที่สุด</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/127?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39717" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 165" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-5-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-5-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-5-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-5-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-5-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-5-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>Data Skill in AI Era: ควรเรียนรู้ทักษะ Data รูปแบบไหนในวันที่ AI เก่งขึ้นทุกที</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47499" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T174052.039.webp" alt="Work-Life Festival 2025: Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 1 503" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T174052.039.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T174052.039-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยู่ในยุคที่ AI ช่วยคนทำงานด้าน Data บริหารจัดการ และทำงานกับข้อมูลง่ายกว่าที่เคย หลายคนอาจคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญด้าน Data เหมือนแต่ก่อนอีกแล้วก็ได้ แต่คุณ </span><b>ณัฐพล ม่วงทำ เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน และ Data-Driven Advisor</b><span style="font-weight: 400;"> กลับมองตรงกันข้ามว่า</span><b> ยิ่งโลกที่ AI ใช้งานง่ายขึ้น โลกยิ่งต้องการคนที่เข้าใจ Data ให้ลึกกว่าเดิมเพื่อใช้ AI อย่างชาญฉลาด ไม่ใช่แค่สั่งมันทำงานแทนแบบมองผ่าน ๆ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาย้อนความว่าย้อนกลับไปแค่ประมาณ 4-5 ปี การจะทำ Data ชุดหนึ่งให้เสร็จใช้เวลานับไม่ถ้วน ตั้งแต่การจัดหมวดหมู่ ไปจนถึงการทำ Dashboard อย่างไรก็ตามทุกวันนี้ AI ทำให้ขั้นตอนพวกนี้เร็วขึ้นมาก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าใครก็ทำได้ เพราะหัวใจสำคัญอยู่ที่ว่า เราจะใช้ Data ไปเพื่ออะไร?  และเราตั้งคำถามกับ Data ได้ดีแค่ไหน ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเราถาม AI ว่า “ช่วยดูว่าสินค้าตัวไหนขายดี ?” กับถามว่า “เพราะอะไรสินค้านี้ถึงขายดีในบางพื้นที่แต่บางที่ขายไม่ดี ?” จะเห็นได้ว่ารูปแบบการถาม 2 คำถามที่ต่างกันนี้ จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในชิงข้อมูลแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การตั้งคำถามที่ดีมาจากการที่เรามีวัตถุดิบในหัวเยอะพอ เช่น ประสบการณ์ ความรู้เดิม หรือข้อมูลเปรียบเทียบจากหลายแหล่ง และ คนที่จะเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลที่ดี คือคนที่ฝึกคิดวิเคราะห์อยู่เสมอ อาจไม่ต้องเป็นเทพ Excel ไม่ต้องเก่งสถิติเกินใคร ขอเพียงมีต่อมเอ๊ะ สงสัยเก่ง ตั้งคำถามเก่ง และเชื่อมโยงเก่ง มี Critical Thinking และมันจะทำให้ตัวเราแตกต่างจากคนนักวิเคราะห์ข้อมูลโดยทั่วไปแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และต่อให้ทุกคนเห็น Dashboard เดียวกัน แต่มุมมองของแต่ละคนต่อ Data บนหน้าจออาจไม่เหมือนกันเลย บางคนอาจเห็นเพียงกราฟขึ้น-ลง แต่บางคนอาจเห็นพฤติกรรมลูกค้า หรือโอกาสทางธุรกิจที่ซ่อนอยู่ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการตีความ และการตั้งคำถามที่ดีจึงมีคุณค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ ในยุคที่ใครก็เข้าถึงข้อมูลได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจมันจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่เขาย้ำก็คือ ในยุคที่คนใช้งาน AI แพร่หลาย เราต้องรู้เท่าทัน AI ให้มากกว่าการแค่ใช้มัน เพราะ AI ไม่ได้แม่นยำเสมอไป มันอาจหลอกเรา หรือให้ผลลัพธ์ผิด ๆ เราต้องมีทักษะในการตรวจสอบผลลัพธ์ และบรรณาธิกรข้อมูลอย่างมีสติ ไม่ใช่เชื่อทุกอย่างที่ระบบส่งมาให้ เพราะนั่นอาจทำให้เราตัดสินใจผิด หรือแย่กว่านั้น คือเสียความน่าเชื่อถือในการทำงาน</span></p>
<p><strong>หากเราใช้ AI อย่างถูกต้อง เข้าใจมัน รู้ว่าจะใช้ตัวไหน ทำอะไร และตรวจสอบมันให้ได้ </strong><b>เราจะเก่งขึ้น และยกระดับตัวเองได้ดีขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> ในทางกลับกัน ถ้าเราใช้มันแบบไม่รู้จริง คุณค่าของตัวเราจะน้อยลง ทำให้เราโดนคนเก่งกว่า หรือแม้กระทั่ง AI แทนที่ง่ายขึ้น การเรียนรู้และเข้าใจ Data Skill ในวันนี้ จึงไม่ใช่เรื่องของอาชีพใดอาชีพหนึ่งอีกต่อไป แต่คือทักษะการเอาตัวรอดที่ทุกคนในยุค AI ควรมี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Insight HR, From Hire to Exit in AI Era &#8211; ออกแบบ Journey เพื่อคนทำงานแบบครบวงจรในยุค AI</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47498" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T174042.004.webp" alt="Work-Life Festival 2025: Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 1 504" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T174042.004.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-07T174042.004-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>นภัส ศิริวรางกูร Managing Director จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151"><b>Hewitt Consulting</b></a> <span style="font-weight: 400;">แบ่งปันแนวคิดว่า AI ไม่ได้มาแทนที่ HR แต่เข้ามาเป็นเพื่อนร่วมงานที่ช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน ให้คนทำ HR มีเวลาไปทำสิ่งที่มีคุณค่ามากขึ้น เช่น การพัฒนาความสัมพันธ์ การออกแบบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้พนักงาน ซึ่งเป็นหัวใจขององค์กรยุคใหม่อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนคือเรื่อง </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-howtomakejobdes-190116/"><b>Job Description (JD)</b></a><span style="font-weight: 400;"> แต่ก่อนต้องใช้เวลาเขียนนาน คิดละเอียดทีละตำแหน่ง แต่วันนี้เพียง Prompt ให้ AI ช่วยเขียน ก็ได้ JD แล้วในไม่กี่นาที ทำให้ทีมงานมีเวลาไปโฟกัสเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า แล้วค่อยเป็น HR ที่ช่วยทำให้ JD ที่ได้มีคุณภาพ และสอดคล้องกับความต้องการขององค์กรยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่แค่ใช้ในงานเขียน JD เท่านั้น แต่ AI สามารถช่วยออกแบบประสบการณ์ของพนักงาน ตลอดวงจรชีวิตการทำงาน (Employee Journey) ได้ ผ่าน 6 ขั้นตอนหลักดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Recruit:</b><span style="font-weight: 400;"> ช่วยคัดเลือกคนที่เหมาะสมได้เร็วขึ้น ช่วยอ่าน CV, ประเมินความเข้ากันของผู้สมัครกับองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Onboard:</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นผู้ช่วยที่ให้คำแนะนำกับพนักงานใหม่ ทำให้ผ่านการทำงานช่วงแรก ซึ่งเป็นช่วง 90 วันอันตรายได้ราบรื่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Perform:</b><span style="font-weight: 400;"> วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อดูว่าใครคือ Talent ที่แท้จริง และใครต้องการการพัฒนาเพิ่มเติม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Engage:</b><span style="font-weight: 400;"> ตรวจจับสัญญาณการลาออก โดยวิเคราะห์ความพึงพอใจจากพฤติกรรมที่ออกมา เช่น การขาด ลา มาสาย รวมถึงการมีส่วนร่วมในองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Grow:</b><span style="font-weight: 400;"> ช่วยวาง Career Path และแนะนำทักษะที่ควรมี เพื่อก้าวหน้าในสายอาชีพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Exit:</b><span style="font-weight: 400;"> ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับคนที่กำลังจะลาออก แล้ว Handover งานต่ออย่างเป็นระบบ พร้อมช่วยสร้างเครือข่ายศิษย์เก่าองค์กร เพื่อรองรับโอกาสเกิด Boomerang Employee หรือการกลับมาร่วมงานกันใหม่ในอนาคต</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนภัส ย้ำว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การใช้ AI ให้เร็วหรืออัตโนมัติเท่านั้น แต่คือการ</span><b>ใช้มันเพื่อเพิ่มคุณค่าให้งาน และสร้าง Moment that Matter</b><span style="font-weight: 400;"> หรือช่วงเวลาที่พนักงานรู้สึกว่ามีความหมาย ตั้งแต่วันแรกของการทำงาน, วันที่ได้เลื่อนตำแหน่ง, หรือแม้แต่วันสุดท้ายที่จากลา ซึ่ง AI จะช่วยปลดภาระให้ HR มีเวลาไปออกแบบประสบการณ์ที่ส่งผลต่อความรู้สึกของพนักงานได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริหารคนยุคใหม่ ไม่ได้วัดแค่ความเร็วในการจ้างหรือปลด แต่ต้องวัดจากความสามารถในการสร้างประสบการณ์ที่คนจดจำ และความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับพนักงานทั้งในและนอกองค์กร และนี่คือจุดทำให้เมื่อ คน + AI เราจะได้ HR ที่ทรงพลัง และยกระดับองค์กรได้ดีที่สุด</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44372" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 184" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/work-life-festival-2025-day-1-251107/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน 2025 Exclusive Conference – Power Perspectives: The Future of Energy</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/power-perspectives-the-future-of-energy-251030/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/power-perspectives-the-future-of-energy-251030/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Oct 2025 11:07:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[The Future of Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Power Perspectives]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=47365</guid>

					<description><![CDATA[พลังงานไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีหรือโครงสร้างพื้นฐานอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นสนามยุทธศาสตร์ใหม่ของคนและความยั่งยืนที่ผู้นำองค์กร โดยเฉพาะ HR ต้องมองให้ขาดและวางเกมให้ทัน นั่นจึงเป็นที่มาของงาน 2025 Exclusive Conference – Power Perspectives: The Future of Energy ที่ WTW และ Sasin School of Management จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีที่รวมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ทั้งด้านพลังงาน การบริหารองค์กร และกลยุทธ์ทรัพยากรบุคคล มาพูดคุยถึงทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมที่กำลังเร่งเครื่องไปสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หาก HR และผู้นำองค์กรท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจมาให้แล้ว อ่านได้เลยในบทความนี้ The Future of Talents: Global Energy Industry Outlook 2025 คุณ ไมเคิล อึ้ง (Michael Ng) Director of Work, Rewards and Career จาก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47374" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-30T172353.503.webp" alt="2025 Exclusive Conference – Power Perspectives: The Future of Energy" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน 2025 Exclusive Conference – Power Perspectives: The Future of Energy 509" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-30T172353.503.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-30T172353.503-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พลังงานไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีหรือโครงสร้างพื้นฐานอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นสนามยุทธศาสตร์ใหม่ของคนและความยั่งยืนที่ผู้นำองค์กร โดยเฉพาะ HR ต้องมองให้ขาดและวางเกมให้ทัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นจึงเป็นที่มาของงาน </span><b>2025 Exclusive Conference – Power Perspectives: The Future of Energy</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ </span><b>WTW</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>Sasin School of Management </b><span style="font-weight: 400;">จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีที่รวมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ทั้งด้านพลังงาน การบริหารองค์กร และกลยุทธ์ทรัพยากรบุคคล มาพูดคุยถึงทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมที่กำลังเร่งเครื่องไปสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก HR และผู้นำองค์กรท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจมาให้แล้ว อ่านได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>The Future of Talents: Global Energy Industry Outlook 2025</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47375" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-30T172707.310.webp" alt="2025 Exclusive Conference – Power Perspectives: The Future of Energy" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน 2025 Exclusive Conference – Power Perspectives: The Future of Energy 510" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-30T172707.310.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-30T172707.310-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b> ไมเคิล อึ้ง (Michael Ng) Director of Work, Rewards and Career จาก WTW Malaysia </b><span style="font-weight: 400;">ชี้ว่าอุตสาหกรรมพลังงานกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคของพลังจากฟอสซิล (น้ำมัน) ไปสู่ยุคที่พลังงานสะอาดและความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ และสิ่งนี้เองที่กำลังพลิกวิธีคิดเรื่องคนในองค์กรทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งการวางแผน Workforce ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างองค์กร การจ้างงาน ค่าตอบแทน หรือรูปแบบการทำงาน เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสถิติที่ค้นพบคือ ความต้องการใช้พลังงานทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่า 15% ภายในปี 2050 ขณะเดียวกัน การลงทุนในพลังงานคาร์บอนต่ำก็เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 11% ต่อปี กลายเป็นแรงผลักดันที่ให้บริษัทด้านพลังงานต้องเร่งปรับตัว ไม่เพียงในแง่เทคโนโลยีหรือโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่รวมถึงกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลที่ต้องยืดหยุ่น โปร่งใส และตอบรับกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากขึ้นทุกวัน องค์กรต้องพร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดรับความหลากหลาย และพร้อมขับเคลื่อนด้วยทักษะแห่งอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นชัดในเรื่องค่าตอบแทน ข้อมูลจาก WTW พบว่า ทุกปีงบประมาณด้านเงินเดือนไม่มีท่าทีจะลดลง มีแต่เพิ่มขึ้นหรือทรงตัวเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับความคาดหวังของคนทำงานในอุตสาหกรรมพลังงาน ที่ยังมองว่าเงินเดือนและโบนัสคือปัจจัยอันดับหนึ่งในการดึงดูดและรักษาพนักงาน ตามมาด้วยความมั่นคงในการทำงานและสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในขณะเดียวกัน ความยืดหยุ่นในการทำงานเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจอยู่หรือไปของพนักงานยุคใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องที่คุณไมเคิลหยิบยกขึ้นมา คือแนวคิดการเปลี่ยนโฟกัสขององค์กรจากการบริหารตามตำแหน่งงาน ไปสู่การบริหารตามทักษะ (Skills-based Organization) ซึ่งไม่ได้หมายความว่าตำแหน่งงานจะหายไป แต่หมายถึงการจัดวางงานโดยมีทักษะเป็นตัวนำ ใช้โครงสร้างทักษะช่วยวางแผนกำลังคน สรรหาบุคลากร จ่ายค่าตอบแทน และพัฒนาอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในบริบทของอุตสาหกรรมพลังงานที่ความต้องการทักษะใหม่ ๆ อย่าง AI, Data, Cybersecurity หรือ Infrastructure กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่บริหารคนด้วยทักษะได้อย่างมีระบบจะได้ผลลัพธ์ชัดเจนในหลายด้าน ทั้งความสามารถในการดึงดูดและรักษาคนเก่ง ผลประกอบการที่เติบโตมากกว่าองค์กรทั่วไป ไปจนถึงระดับผลิตภาพของพนักงานที่สูงกว่าถึง 2 เท่า แต่การจะไปถึงจุดนั้นได้ ต้องเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์หลักขององค์กร เช่น การวางระบบค่าตอบแทนที่สะท้อนคุณค่าของทักษะ หรือการสร้างคลังทักษะที่สามารถเชื่อมโยงกับเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายอีกประการคือการบาลานซ์อุปสงค์และอุปทานของทักษะในองค์กร องค์กรที่ประสบความสำเร็จจะต้องสามารถวิเคราะห์ได้ว่าทักษะใดคือกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย และสามารถพัฒนาทักษะนั้นจากคนภายในองค์กรได้แทนการจ้างใหม่เสมอ รวมถึงสามารถจัดสรรบุคลากรไปยังจุดที่ต้องการได้อย่างยืดหยุ่น นี่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ต้องอาศัยทั้งข้อมูล เครื่องมือ และความเข้าใจในเป้าหมายองค์กรอย่างลึกซึ้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริหารคนในอุตสาหกรรมพลังงานปี 2025 &amp; Beyond จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงงบประมาณหรือเครื่องมือเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับวิธีคิดของผู้นำองค์กรว่าจะกล้าเปลี่ยนจากระบบเดิม ๆ ไปสู่แนวทางใหม่ที่ยืดหยุ่น มีข้อมูลนำ และขับเคลื่อนด้วยทักษะมากน้อยแค่ไหน องค์กรที่พร้อมเรียนรู้จากข้อมูล พัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง และใช้เทคโนโลยีอย่างมีกลยุทธ์ จะเป็นผู้ที่สามารถแข่งขันและเติบโตได้ท่ามกลางโลกพลังงานที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าที่เคย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>The Future of ESG: ESG Beyond Compliance</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47376" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-30T172719.654.webp" alt="2025 Exclusive Conference – Power Perspectives: The Future of Energy" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน 2025 Exclusive Conference – Power Perspectives: The Future of Energy 511" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-30T172719.654.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-30T172719.654-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่กี่ปีที่ผ่านมา</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/230725-esg/"><span style="font-weight: 400;"> ESG</span></a><span style="font-weight: 400;"> ไม่ได้เป็นเพียงคำสวยหรูในรายงานประจำปีขององค์กรอีกต่อไป แต่กลายเป็นแกนกลางของกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมพลังงานที่เผชิญกับแรงกดดันจากทุกทิศทาง ทั้งจากกฎหมายระหว่างประเทศ นักลงทุน ลูกค้า และกระแสสังคม</span></p>
<p><b>ศาสตราจารย์ Nophea Sasaki Core Faculty, ESG and Sustainability ESG Group จาก Sasin School of Management</b><span style="font-weight: 400;"> เชื่อมั่นว่า ESG ไม่ควรถูกมองว่าเป็นภาระขององค์กร แต่ควรมองเป็นโอกาสที่จะทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคง และเป็นที่ยอมรับในระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในประเด็นที่ถูกยกขึ้นมาคือเรื่อง ภาษี Carbon Tax และระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading Scheme – ETS) ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือเปลี่ยนเกมของภาคพลังงานไทย จากที่เคยทำเพียงเพื่อให้ผ่านกฎหมาย สู่การปรับตัวเชิงกลยุทธ์เพื่อแข่งขันในตลาดโลก องค์กรที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก่อน และเตรียมตัวล่วงหน้า จะสามารถวางแผนการปล่อยคาร์บอนได้อย่างแม่นยำ สร้างความโปร่งใส เข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ และได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ESG ที่แท้จริงต้องฝังอยู่ในหัวใจของโมเดลธุรกิจ การทำให้สิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และธรรมาภิบาล กลายเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนกลยุทธ์หลัก จะทำให้องค์กรไม่เพียงแค่รอดพ้นจากความเสี่ยง แต่ยังสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน การมีความยืดหยุ่น (resilience) บวกกับการมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ จะช่วยให้องค์กรเติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลกยุคนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นคือข้อมูลและความโปร่งใส องค์กรต้องวัดผลการปล่อยคาร์บอนของตัวเองให้แม่นยำ พร้อมเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาผ่านระบบดิจิทัลที่สามารถตรวจสอบได้ แนวคิดเรื่อง Digital Transparency จะกลายเป็นปัจจัยชี้วัดความน่าเชื่อถือขององค์กรในอนาคต ยิ่งโปร่งใสมากเท่าไร นักลงทุนและตลาดก็จะไว้วางใจมากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบริบทของประเทศไทยเอง ภาครัฐตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 30–40% ภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับ BAU (Business As Usual) และมุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี 2050 ก่อนจะไปให้ถึง Net Zero ในปี 2065 ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ภาคพลังงานต้องแบกรับ เพราะภาคพลังงานและขนส่งเป็นแหล่งปล่อยคาร์บอนถึง 70% ของประเทศ การจะไปถึงเป้าหมายได้จริง องค์กรต่าง ๆ จึงต้องเปลี่ยนจากเล่นเกมตามกติกา ไปสู่ผู้เล่นที่ออกแบบกติกาใหม่ ด้วยแนวคิดด้านความยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ESG ที่ไปไกลกว่า Compliance จะกลายเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างผลประกอบการ การบริหารความเสี่ยง และคุณค่าทางสังคมอย่างแนบแน่น องค์กรที่มอง ESG เป็นโอกาส มากกว่าข้อบังคับ และลงมือทำอย่างโปร่งใส มีเป้าหมายชัดเจน วัดผลได้จริง จะเป็นผู้นำในยุคที่พลังงานและสิ่งแวดล้อมคือโจทย์เดียวกัน</span></p>
<p><b>ความยั่งยืนจึงไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำเพราะมีคนสั่ง แต่เป็นสิ่งที่อยากทำ เพราะมันคืออนาคตของธุรกิจ และของโลกอย่างแท้จริง</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>The Future of Skills: Panel Discussion</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47377" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-30T172816.512.webp" alt="2025 Exclusive Conference – Power Perspectives: The Future of Energy" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน 2025 Exclusive Conference – Power Perspectives: The Future of Energy 512" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-30T172816.512.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-30T172816.512-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพูดคุยใน Session สุดท้ายของงานเจาะลึกถึงทักษะแห่งอนาคตที่จะกำหนดทิศทางของแรงงานในอุตสาหกรรมพลังงาน โดยเฉพาะแรงงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยมีทั้งนักวิชาการ ผู้บริหารองค์กร และผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองอย่างเข้มข้น</span></p>
<p><b>รศ. ดร. จอมภพ แววศักดิ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบายภาพกว้างของอุตสาหกรรมพลังงานว่า ตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม มนุษย์ใช้พลังงานฟอสซิลอย่างหนักหน่วงเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ผลข้างเคียงอย่างภาวะโลกร้อนและภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้นทำให้โลกต้องหันมาให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดและลดคาร์บอนสู่ระดับ Net Zero</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดเรื่องพลังงานทดแทนจากที่เคยเป็นไปไม่ได้ กลายเป็นสิ่งที่ใกล้ความจริงมากขึ้น ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ พลังงานลมและโซลาร์ที่เริ่มเสถียรขึ้น และการใช้ข้อมูลเพื่อบริหารพลังงานอย่างยืดหยุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน</span><b> ดร.สมชาย ทรงศิริ ผู้ช่วยผู้ว่าการปฏิบัติการระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค</b><span style="font-weight: 400;"> เสริมว่าโลกของระบบไฟฟ้าก็เปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ แต่ลึกซึ้ง จากเดิมที่เป็นระบบดั้งเดิมแบบ Centralized กลายเป็นระบบที่เปิดกว้างและกระจายมากขึ้น เช่น การมีโซลาร์ฟาร์มระดับครัวเรือน และการใช้ข้อมูลเพื่อทำนายความต้องการใช้พลังงานในแต่ละช่วงเวลา เทคโนโลยีจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มความเสถียรให้กับระบบพลังงานยุคใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับคนที่ต้องมีทักษะใหม่ ๆ มารองรับ</span></p>
<p><b>ดร.อดิศักดิ์ จันทรประภาเลิศ Director of Work, &amp; Rewards จาก WTW Thailand &amp; Indochina </b><span style="font-weight: 400;">ชี้ว่า ความต้องการทักษะในอุตสาหกรรมพลังงานกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว งานที่เคยสำคัญยังคงมีอยู่ เช่น วิศวกร ฝ่ายผลิต โลจิสติกส์ เซลส์ และมาร์เก็ตติ้ง แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือระดับทักษะที่ลึกขึ้นและหลากหลายขึ้น ทั้งในด้าน Project Management, Data Analytics, Cybersecurity, ไปจนถึงความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI แบบไร้รอยต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาย้ำว่าตำแหน่งงานยังอยู่ แต่สิ่งที่ขับเคลื่อนมันคือทักษะ และองค์กรที่ปรับตัวได้เร็วด้วยระบบ Skill-based จะได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณ</span><b> ปณัฐฐา แสงสุริยงค์ Vice President, Corporate Human Resources Management จาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)</b><span style="font-weight: 400;"> เสริมมุมมองของภาคธุรกิจว่า การพัฒนาคนต้องลึกไปกว่าทักษะเทคนิค ต้องครอบคลุมถึงการคิดเชิงระบบ (Logical Thinking) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และมีทักษะการคิดเรื่องความยั่งยืน (Sustainability Thinking) ที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีจริยธรรมและสร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาว อีกทั้งยังเน้นย้ำถึงทักษะที่มองไม่เห็น เช่น การจัดการอารมณ์ ความเครียด การเข้าใจตัวเอง และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งจะช่วยให้คนรุ่นใหม่พร้อมปรับตัวในโลกที่เปลี่ยนแปลงทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาคการศึกษามีบทบาทสำคัญในการสร้างทักษะแห่งอนาคต อาจารย์จอมภพกล่าวถึงความพยายามของมหาวิทยาลัยในการปรับหลักสูตรให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน โดยเน้นให้ผู้เรียนเป็นมากกว่าวิศวกร คือเป็น Energy Innovator ที่บูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ ได้ ทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านการทำโครงการ (Project-based Learning) และการร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่สมบูรณ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด การพัฒนาทักษะจะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อกลยุทธ์เรื่องคนสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กรทั้งหมด คุณปณัฐฐาเล่าถึงแนวทางของ PTT ที่ใช้หลัก Agility และ Performance Uplift เป็นแกนกลางในการเร่งการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI เสริมการทำงานของฟังก์ชันสนับสนุน การสร้างหลักสูตรที่ตอบโจทย์พนักงาน และการควบคุมต้นทุนด้านการพัฒนาอย่างเหมาะสม ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหาก HR ไม่เข้าใจธุรกิจและทักษะไปพร้อมกัน</span></p>
<p><b>พลังงานแห่งอนาคตไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือเรื่องของคนที่มีทักษะในการขับเคลื่อนพลังงานอย่างยั่งยืน องค์กรที่เข้าใจทิศทางเหล่านี้ได้เร็ว ย่อมมีโอกาสเป็นผู้นำในโลกที่พร้อมเปลี่ยนแปลงเสมอ และ HR จะเป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบเส้นทางนั้น</b></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 14" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/power-perspectives-the-future-of-energy-251030/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #6 Roundtable CHRO &#038; HR Directors Forum: Future of Harmony</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-roundtable-future-of-harmony-251029/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-roundtable-future-of-harmony-251029/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Oct 2025 12:04:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Roundtable]]></category>
		<category><![CDATA[Future of Harmony]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=47354</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อ Harmony (ความกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน) กลายเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนองค์กรในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน HREX จึงจัดงาน #6 Roundtable: CHRO &#38; HR Director Forum เพื่อให้เหล่าผู้นำด้านทรัพยากรมนุษย์จากองค์กรชั้นนำของไทยได้ล้อมวงแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิด และกลยุทธ์ใหม่ ๆ ที่จะช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เข้มแข็งแต่ยืดหยุ่น และพร้อมปรับตัวท่ามกลางกระแสเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานนี้ไม่ใช่แค่การอัปเดตเทรนด์ HR แต่เป็นการก้าวเข้าไปสัมผัสหัวใจของการอยู่ร่วมกันอย่างแท้จริง หากผู้นำ HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX ได้สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจไว้ให้แล้ว ติดตามได้เลยในบทความนี้ รีแคปสถานการณ์ HR และความสำคัญของ Harmony Harmony ไม่ใช่แค่คำสวยหรูในค่านิยมองค์กร นี่คือสิ่งจำเป็นที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ คุณ ณัฐวุฒิ กุลแก้ว, Community Management จาก HREX ได้เปิดเวทีเสวนาด้วยการชี้ให้เห็นว่า Harmony เป็นหนึ่งในคุณค่าที่มักปรากฏอยู่ใน Core Value ของแทบทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือเล็ก สัญชาติไทยหรือต่างชาติ ต่างก็เผชิญกับความท้าทายทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งมีทั้งสิ่งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ ความกลมกลืนจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องแสวงหา เพื่อรักษาสมดุลและเดินหน้าได้อย่างมั่นคง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47357" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T162515.037.webp" alt="#6 Roundtable CHRO &amp; HR Directors Forum: Future of Harmony" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #6 Roundtable CHRO &amp; HR Directors Forum: Future of Harmony 519" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T162515.037.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T162515.037-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ</span><b> Harmony</b><span style="font-weight: 400;"> (ความกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน) กลายเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนองค์กรในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน HREX จึงจัดงาน </span><b>#6 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เหล่าผู้นำด้านทรัพยากรมนุษย์จากองค์กรชั้นนำของไทยได้ล้อมวงแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิด และกลยุทธ์ใหม่ ๆ ที่จะช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เข้มแข็งแต่ยืดหยุ่น และพร้อมปรับตัวท่ามกลางกระแสเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานนี้ไม่ใช่แค่การอัปเดตเทรนด์ HR แต่เป็นการก้าวเข้าไปสัมผัสหัวใจของการอยู่ร่วมกันอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากผู้นำ HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX ได้สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจไว้ให้แล้ว ติดตามได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>รีแคปสถานการณ์ HR และความสำคัญของ Harmony</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47360" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T161608.485.webp" alt="#6 Roundtable CHRO &amp; HR Directors Forum: Future of Harmony" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #6 Roundtable CHRO &amp; HR Directors Forum: Future of Harmony 520" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T161608.485.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T161608.485-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Harmony ไม่ใช่แค่คำสวยหรูในค่านิยมองค์กร นี่คือสิ่งจำเป็นที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ณัฐวุฒิ กุลแก้ว, Community Management จาก HREX</b><span style="font-weight: 400;"> ได้เปิดเวทีเสวนาด้วยการชี้ให้เห็นว่า Harmony เป็นหนึ่งในคุณค่าที่มักปรากฏอยู่ใน Core Value ของแทบทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือเล็ก สัญชาติไทยหรือต่างชาติ ต่างก็เผชิญกับความท้าทายทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งมีทั้งสิ่งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ ความกลมกลืนจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องแสวงหา เพื่อรักษาสมดุลและเดินหน้าได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ </span><b>งาน #6 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum จึงถูกจัดขึ้นเพื่อตั้งคำถามและร่วมกันหาคำตอบว่า เราจะสามารถสร้าง Harmony ในองค์กรได้อย่างไรให้พอดี ทั้งกับบริบทขององค์กร ทีมงาน และตัวบุคคล เพื่อให้จิ๊กซอว์เล็กใหญ่ในองค์กรประกอบกันได้อย่างลงตัว </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการแชร์ประสบการณ์จากผู้นำ HR เวทีนี้ระดมความคิดเพื่อสร้างแนวทางปฏิบัติที่จับต้องได้จริง เพราะหนึ่งในคำถามคลาสสิกที่คนทำงาน HR มักเจอคือ จะสร้าง Harmony ยังไงให้เหมาะสมกับบริบทของเรา ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX จึงหวังว่าการล้อมวงเสวนาครั้งนี้ จะไม่ใช่แค่คำตอบของคำถามนั้น แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดแนวคิด และนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่กลมกลืน แข็งแรง และเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Co-Working Space กับ Future of Harmony</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47361" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T161615.604.webp" alt="#6 Roundtable CHRO &amp; HR Directors Forum: Future of Harmony" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #6 Roundtable CHRO &amp; HR Directors Forum: Future of Harmony 521" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T161615.604.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T161615.604-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Co-Working Space นอกจากเป็นพื้นที่ทำงาน แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สร้าง Harmony ให้เกิดขึ้นจริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ปรินท์ สารสิน Activation &amp; Value Creation Senior Manager จาก </b><a href="https://www.glowfishworkplace.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>Glowfish</b></a> <span style="font-weight: 400;">ได้แชร์แนวคิดเบื้องหลังการออกแบบพื้นที่ของ Glowfish ว่า เขาอยากให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ทำงานก็ได้ เล่นก็ได้ และเติบโตไปด้วยกันได้ โดยหัวใจสำคัญคือการสร้างความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต หรือที่เรียกว่า Work-Life Harmony ที่ไม่ใช่แค่ทำให้เสร็จงาน แต่ยังต้องมีความสุขกับสิ่งที่ทำ และกับคนที่ทำงานร่วมกันด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Glowfish ไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นแค่ Co-Working Space แต่เป็น </span><a href="https://qath.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;">Community</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่หลอมรวมผู้คนหลากหลายให้มาอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน ผู้ใช้งานสามารถมีความสุขระหว่างการทำงาน และยังต่อยอดความสัมพันธ์ผ่านกิจกรรมหลังเลิกงาน เช่น การแฮงเอาท์หรือร่วมเวิร์กชอป ทำให้เกิดสายสัมพันธ์และพลังบวกที่ส่งเสริมการเติบโตทั้งในระดับบุคคลและองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปรินท์ยังกล่าวเสริมว่า </span><b>ความสำเร็จของพื้นที่แห่งนี้ไม่วัดจากขนาดเป็นตารางเมตร แต่จากคุณค่าของช่วงเวลาที่ผู้คนได้ใช้ร่วมกัน</b><span style="font-weight: 400;"> ทุกคนที่เข้ามาใน Glowfish จะได้ประสบการณ์ที่มากกว่าการเช่าโต๊ะทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะที่นี่คือพื้นที่ของความทรงจำ การแบ่งปัน และการเติบโต เป็นต้นแบบของสังคมที่เขาเชื่อว่าเมื่อองค์ประกอบเหล่านี้กลมกลืนกัน Harmony ก็จะเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Harmony by Design: How Happiness Science Builds Chief Harmony Officers</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47359" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T161600.739.webp" alt="#6 Roundtable CHRO &amp; HR Directors Forum: Future of Harmony" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #6 Roundtable CHRO &amp; HR Directors Forum: Future of Harmony 522" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T161600.739.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T161600.739-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร. สฤกกา พงษ์สุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายบูรณาการงานวิจัยเพื่อการเผยแพร่ หัวหน้า Happiness Science Hub ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC), MQDC </b><span style="font-weight: 400;">ชวนคิดต่อว่า อะไรคือปัจจัยที่แท้จริงที่ช่วยขับเคลื่อน Performance ของพนักงาน และทำให้องค์กรมีความกลมกลืนมากขึ้น หนึ่งในคำตอบที่หลายองค์กรมองข้ามคือ การออกแบบพื้นที่ทำงานที่ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นการออกแบบเพื่อความรู้สึกที่ดี ความสัมพันธ์ และ Productivity ที่ยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรนิยมใช้แนวคิด Open Plan และ Hot Seat ที่ให้พนักงานนั่งรวมกันในพื้นที่เปิด โดยหวังว่าจะช่วยส่งเสริมการสื่อสารและความร่วมมือ แต่จากการสังเกตพฤติกรรมจริง พบว่า 70% ของพนักงานกลับพูดคุยกันน้อยลง ใส่หูฟังเพื่อหลีกเลี่ยงเสียงรบกวน และขาดสมาธิในการทำงาน ปัญหานี้สะท้อนว่า เราอาจกำลังแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และการนั่งรวมกันไม่ได้เท่ากับเข้าใจกันเสมอไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือผลกระทบของ AI ต่อบรรยากาศในองค์กร ในปี 2025 เริ่มเห็นชัดว่า ผู้คนในองค์กรเริ่มขาดการพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานจริง ๆ หันไปถาม AI มากกว่า แม้กระทั่งในเรื่องที่ควรถามหัวหน้าโดยตรง บางองค์กรใช้ AI เพียงเพราะตามกระแส ขาดแนวทางชัดเจน ส่งผลให้ทำ Talent Management ทำได้ยากขึ้น </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/sense-of-ownership-teamlink-231220/"><span style="font-weight: 400;">ความรู้สึกเป็นเจ้าของงาน (Ownership)</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ</span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/roundtable-future-of-belonging-250520/"><span style="font-weight: 400;">ความอยู่ร่วมกัน ร่วมไม้ร่วมมือกัน (Inclusive)</span></a><span style="font-weight: 400;"> ลดลง ขณะที่ความรู้สึกเหงากลับเพิ่มขึ้นอย่างเงียบ ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">MQDC กำลังศึกษาคลื่นสมองของมนุษย์เพื่อเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก และปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ผลลัพธ์ชี้ชัดว่า </span><b>Work-Life Balance แบบสมบูรณ์แบบอาจไม่มีจริง</b><span style="font-weight: 400;"> แต่สิ่งที่ทำได้คือการออกแบบงานและสภาพแวดล้อมให้ยากพอดี เพราะงานที่ง่ายเกินไปจะน่าเบื่อ ขณะที่งานที่ยากเกินไปจะทำให้ท้อแท้ ดังนั้นการออกแบบที่ดีจะช่วยให้พนักงานรักษาสมดุล เค้นศักยภาพ และเพิ่ม Performance ได้ในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้ Harmony เกิดขึ้นได้จริงในองค์กร ดร. สฤกกา ได้ยกตัวอย่าง 7 องค์ประกอบที่ควรคำนึงในการออกแบบพื้นที่ทำงาน ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>พื้นที่ส่วนตัว:</b><span style="font-weight: 400;"> โต๊ะทำงานแบบส่วนตัวช่วยเพิ่ม Productivity และลดความเครียด การจัดกลุ่มควรไม่เกิน 2–5 คน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สีและความรู้สึก:</b><span style="font-weight: 400;"> ใช้สีขาว-น้ำเงินช่วยเสริมมู้ดในการทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>พื้นที่สีเขียว:</b><span style="font-weight: 400;"> วางต้นไม้เล็ก ๆ ประมาณ 3 ต้น ช่วยลดความเครียด 8%, เพิ่ม Focus 20%, เพิ่ม Productivity 15%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อุณหภูมิห้อง:</b><span style="font-weight: 400;"> ควรอยู่ระหว่าง 20–24 องศาเซลเซียส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ระดับเสียง:</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ควรเกิน 48 เดซิเบล เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณภาพอากาศ:</b><span style="font-weight: 400;"> ควรมีการระบายอากาศดี ระดับ CO₂ ไม่เกิน 1,000 ppm เพื่อความสดชื่น ลดความเหนื่อยล้า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>แสงธรรมชาติ:</b><span style="font-weight: 400;"> พนักงานควรได้สัมผัสแสงแดดบ้าง ช่วยลดความเครียด 10%, ลดภาวะซึมเศร้า 20%, และเพิ่มคุณภาพการนอน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ดร. สฤกกาเน้นย้ำว่า </span><b>Harmony ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจอย่างเดียว แต่ต้องออกแบบด้วย</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะนี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ แต่ต้องอาศัยการออกแบบอย่างมีความเข้าใจ ทั้งด้านกายภาพ อารมณ์ จิตใจ และสังคม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีชีวิตที่ดีและการทำงานที่มีคุณภาพ ในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นเรื่อย ๆ การมีผู้นำที่เข้าใจศาสตร์ของความสุข จึงอาจกลายเป็นบทบาทสำคัญขององค์กรแห่งอนาคต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Roundtable Discussion</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47358" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T161553.917.webp" alt="#6 Roundtable CHRO &amp; HR Directors Forum: Future of Harmony" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #6 Roundtable CHRO &amp; HR Directors Forum: Future of Harmony 523" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T161553.917.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T161553.917-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR จากองค์กรหลากหลายรูปแบบ และมีคนหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นคุณ </span><b>เชาวนนท์ คลังเปรมจิตต์ CEO &amp; Founder จาก Ultimate Destiny, </b><span style="font-weight: 400;">คุณ</span> <a href="https://th.hrnote.asia/story/interview-hr-phyathai-paolo-20230502/"><b>สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ Executive Director – Human Resources จาก Phyathai &amp; Paolo Hospital Group</b></a> <span style="font-weight: 400;">และคุณ </span><b>ณัฐกานต์ ครองผล Manager – Learning Solution Design, Banpu Academy </b><span style="font-weight: 400;">มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และเคล็ดลับ สู่การสร้าง Harmony ในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย คุณ </span><b>สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager จาก HREX </b><span style="font-weight: 400;">ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือสาระสำคัญของ Roundtable Discussion: Future of Harmony</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>นิยามความหมาย Harmony คืออะไร ?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุภาพร มองว่า การสร้าง Harmony ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจัดห้อง หรือทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ใด ๆ แต่ขึ้นอยู่กับว่าพนักงานรู้สึกว่าอยากนั่งร่วมโต๊ะกับใคร และรู้สึกมีคุณค่ากับองค์กรหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอย้ำว่า HR ต้องเริ่มจากการวางระบบที่เอื้อต่อความสัมพันธ์และความเข้าใจ ไม่ใช่การบังคับให้เกิด Harmony แต่สร้างเงื่อนไขให้มันเกิดขึ้นได้อย่างธรรมชาติ เพราะเมื่อคนในองค์กรรู้สึกมีคุณค่า ความกลมกลืนจะตามมาเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมมองของผู้นำสายสตาร์ทอัพอย่างคุณเชาวนนท์ มองว่า Harmony อาจเริ่มต้นจากสิ่งที่ดูไม่น่าเกี่ยวข้องอย่างความเชื่อและวัฒนธรรมองค์กร แม้จะเป็นองค์กรที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่การเปิดพื้นที่ให้คนได้สะท้อนตัวตน ได้รู้ว่าตัวเองขาดอะไร หรือต้องการอะไรผ่านเครื่องมือทางจิตวิญญาณ หรือแม้แต่สายมูในแบบที่องค์กรยอมรับ ก็ช่วยให้คนรู้จักตัวเองและเพื่อนร่วมงานมากขึ้น สุดท้ายจะเชื่อมโยงกันได้ดีขึ้น และนำไปสู่ความกลมกลืนในมิติที่ลึกกว่าแค่การทำงานร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณณัฐกานต์ อธิบายว่า Harmony ต้องเกิดจากความเชื่อใจมากกว่าความเหมือนกัน ในบริบทขององค์กรขนาดใหญ่ที่มีความหลากหลายสูงอย่าง Banpu การสร้างวัฒนธรรม Banpu Heart คือการให้เกียรติในความต่าง (Harmony of Diversity) พร้อมหลอมรวมความต่างนั้นผ่านวิสัยทัศน์เดียวกัน (Harmony in Vision) เพื่อให้ทุกคนเห็นทิศทางร่วมกัน เธอเน้นว่าเมื่อพนักงานเชื่อใจกัน เคารพกัน ความร่วมมือ (Harmony in Collaboration) ก็จะเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เฉพาะภายในทีมเท่านั้น แต่ขยายออกไปสู่การทำงานข้ามสายงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้แต่ละองค์กรจะมีวิธีการสร้าง Harmony ที่ต่างกันตามบริบท แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ HR คือผู้ออกแบบความกลมกลืนผ่านความเข้าใจ ความเมตตา และการมองมนุษย์อย่างเป็นมนุษย์ ไม่ใช่แค่ทรัพยากร หากเราอยากให้องค์กรมีวัฒนธรรมที่ดี ก็ต้องเริ่มจากคนที่เชื่อว่าความเมตตาไม่ใช่จุดอ่อน และพร้อมส่งต่อพลังบวกให้กับคนรอบตัว เพราะ Harmony ที่แท้จริงนั้น เริ่มจากสายตา ท่าที และความรู้สึกของคนที่อยากเติบโตไปด้วยกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ความท้าทายในการสร้าง Harmony</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในความท้าทายหลักขององค์กรในช่วงที่ธุรกิจเติบโตคือ คนอาจไม่เติบโตไปพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณณัฐกานต์ เชื่อว่าการเติมคนใหม่เข้ามาสู่ทีมย่อมตามมาด้วยความหลากหลายทางความคิด และวิธีการทำงาน ซึ่งผู้นำองค์กรจำเป็นต้องมีบทบาทในการเชื่อมโยงความต่างเหล่านี้ให้กลมกลืน ผ่านการสื่อสารอย่างเข้าใจและวางระบบที่เอื้อต่อการสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณเชาวนนท์ เล่าว่าการรีบทำอะไรบางอย่างโดยไม่เข้าใจคนภายในองค์กร อาจทำให้เกิดความขัดแย้งโดยไม่รู้ตัว ผู้นำต้องทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่บาลานซ์ความต้องการของลูกค้า กับความสามารถของทีม ผ่านการเปิดใจคุย และออกแบบกระบวนการทำงานร่วมกันใหม่ให้ตอบโจทย์ทุกฝ่าย ซึ่งเป็นรากฐานของ Harmony อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบริบทของโรงพยาบาล Harmony ต้องอยู่เหนือความหลากหลายส่วนบุคคล</span> <span style="font-weight: 400;">คุณสุภาพร เผยถึงความท้าทายเฉพาะในองค์กรที่มีพนักงานหลายเจเนอเรชัน โดยเฉพาะ Gen Y และ Z ที่มีความชัดเจนเรื่องอัตลักษณ์ส่วนตัว เช่น การแสดงออกทางเพศและการแต่งกาย เธอมองว่า HR ต้องยอมรับและให้พื้นที่กับความหลากหลายเหล่านี้ ขณะเดียวกันก็ต้องสื่อสารให้พนักงานเข้าใจถึงบริบทของการให้บริการในโรงพยาบาล ซึ่งต้องการภาพลักษณ์ที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วย จุดสมดุลของ Harmony จึงไม่ใช่การจำกัดความเป็นตัวตน แต่คือการแยกแยะระหว่างความเป็นส่วนตัวกับบทบาทหน้าที่อย่างมีวุฒิภาวะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ Speakers ทั้ง 3 ท่านกล่าวตรงกันก็คือ หัวใจของ Harmony คือการให้พนักงานอยากอยู่ อยากร่วม ไม่ใช่แค่อยู่ให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าองค์กรจะมีความหลากหลายแค่ไหน หากพนักงานไม่รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า หรือไม่เข้าใจเป้าหมายของงาน Harmony ก็จะไม่เกิดขึ้น คุณสุภาพรสรุปอย่างลึกซึ้งว่า การปรับ Mindset พนักงานให้เห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองทำ เช่น การช่วยชีวิตผู้ป่วย หรือการสร้างรอยยิ้มให้ผู้อื่น คือจุดเริ่มต้นของ Harmony ที่แท้จริง เพราะเมื่องานมีความหมาย คนก็จะเลือกอยู่ร่วมกันอย่างเต็มใจ และพร้อมขับเคลื่อนองค์กรไปด้วยกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>Harmony สร้างได้จากระบบและผู้นำที่ตั้งใจ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในแก่นสำคัญของการสร้าง Harmony ที่ทุกองค์กรต้องตระหนักคือ การดูแลสุขภาพของคนในองค์กร ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่รวมถึงใจ ระบบงาน และความสัมพันธ์ด้วย คุณสุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ชี้ว่า เมื่อคนมีสุขภาพดี มีแรงใจและรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า Harmony ก็จะเกิดขึ้นเอง แต่ต้องเข้าใจว่าผลลัพธ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว ต้องใช้ความต่อเนื่องและความจริงใจจากองค์กร ที่กล้าสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และเชื่อมั่นว่าทุกคนพัฒนาได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งคุณสุภาพรและทีม Banpu เห็นตรงกันว่า ผู้นำเป็นกลไกสำคัญในการสร้าง Harmony ให้เกิดขึ้นได้จริง การลงทุนในคอร์ส Leadership &amp; Well-being จึงไม่ใช่แค่การพัฒนาทักษะ แต่คือการปลูกฝังมายด์เซ็ตให้หัวหน้าเป็นคนที่ดูแลคน ไม่ใช่แค่สั่งการเพราะเมื่อหัวหน้ามีท่าทีที่ดี ใส่ใจ และมีพลังบวก ทีมก็จะรับพลังนั้นไปด้วย องค์กรที่กลัว Turnover Rate จะต่ำเกินไป อาจพลาดโอกาสในการเติมพลังใหม่ ๆ ให้ทีม เพราะการมีแต่คนเดิมโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็อาจทำให้ Harmony หยุดนิ่งไม่พัฒนาเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีหลายคนในองค์กรที่ตั้งคำถามว่าทำไม HR ไม่ทำอะไรสักที ? แต่ในความเป็นจริง เราทุกคนเริ่มสร้าง Harmony ได้เองตั้งแต่วันนี้โดยไม่ต้องรอใคร การมี Mindset แบบผู้นำในตัวเอง และการมองเห็นคุณค่าของความหลากหลายคือก้าวแรกของ Harmony in Diversity ซึ่ง Banpu ยกตัวอย่างการสร้าง Harmony ข้ามประเทศ ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้นำจากหลายวัฒนธรรม เพื่อให้เข้าใจและเคารพความแตกต่างกันอย่างแท้จริง และนำไปสู่การทำงานร่วมกันได้ในทุกบริบท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย คุณเชาวนนท์ ชวนเปิดมุมมองใหม่ในการใช้ศาสตร์ เช่น การอ่านใบหน้า โหงวเฮ้ง หรือแม้แต่ฮวงจุ้ย เพื่อเข้าใจพลังของคนแต่ละคนมากขึ้น เขามองว่าศาสตร์เหล่านี้ไม่ใช่ความเชื่อแบบงมงาย แต่คือเครื่องมือในการ Personalize การบริหารคนให้เหมาะกับบริบท ช่วยให้ทีมเปิดใจและเชื่อมต่อกันเร็วขึ้น แม้ไม่ใช่สิ่งที่ตัดสินทุกอย่าง แต่สามารถใช้ประกอบการวางทีม วางบทบาท และเข้าใจพฤติกรรมของคนได้ลึกยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Harmony ไม่ได้แปลว่าต้องเห็นด้วยกันตลอดเวลา เราเห็นต่างกันได้ แต่ต้องเคลียร์กันตรงไปตรงมา และเดินหน้าร่วมกันได้แม้จะไม่รักกัน นั่นแหละคือความกลมกลืนที่แท้จริงในโลกการทำงาน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>Future of Harmony เกิดขึ้นได้จากความเป็นมนุษย์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามสุดท้ายที่ผู้ดำเนินรายการถาม Speakers ทั้ง 3 ท่านก็คือ Future of Harmony จะเป็นอย่างไร ซึ่งได้รับคำตอบที่น่าสนใจหลากหลายแบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณเชาวนนท์ มองว่าแม้โลกปัจจุบันและอนาคต ผู้คนจะใช้เทคโนโลยีและ AI มากขึ้น แต่หัวใจของการสร้าง Harmony ที่แท้จริงยังหนีไม่พ้น Human Touch หรือการมีปฏิสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและจริงใจระหว่างคน และในกรณีสำคัญก็คือปฏิสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและผู้บริหาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาเชื่อว่าการทำความรู้จักกันในองค์กร ไม่ใช่แค่เพื่อความสนุก แต่เพื่อสร้างความเข้าใจ ความเชื่อใจ และพื้นที่ปลอดภัยให้คนได้เติบโตและสนับสนุนกัน ทั้งนี้ AI ก็ยังสามารถมีบทบาทได้ เช่น การวิเคราะห์แนวโน้ม หรือเสริมพลังผ่านศาสตร์เฉพาะขององค์กร เช่นที่ Ultimate Destiny ใช้ในการอ่านพลังงานและเข้าใจความต่างของคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝั่งของ BANPU ชวนให้คิดว่า ก่อนที่องค์กรจะมองไปยังการออกแบบอนาคตที่เต็มไปด้วย Harmony เราต้องย้อนกลับมาทบทวนปัจจุบันก่อน ว่าพนักงานของเรารู้สึกอย่างไร ? เราเคยฟังพวกเขาอย่างแท้จริงหรือยัง ? การวางแผนอนาคตโดยไม่เข้าใจจุดยืนของคนในองค์กรตอนนี้ ย่อมยากที่จะปรับใช้ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นการรับฟังและเข้าใจเสียงจริง ๆ ของคนทำงาน จะเป็นรากฐานของการสร้าง Harmony ที่ยั่งยืน และนำไปสู่การเติบโตในอนาคตอย่างสมดุล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น คุณสุภาพร เชื่อมั่นว่า HR จะไม่หายไปจากองค์กร ตรงกันข้าม มันจะยิ่งสำคัญขึ้นเมื่อโลกซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อภาครัฐมีแนวโน้มจะผลักดันให้ HR เป็นวิชาชีพที่ต้องมีใบรับรอง และเธอยังเสริมคุณณัฐกานต์ว่า เวลาฟังเสียงพนักงาน อย่าเชื่อแบบสอบถาม Engagement 100% อย่างไร้ข้อสงสัย เพราะความจริงที่อยู่เบื้องหลังคำตอบสำคัญกว่าตัวเลข หากพนักงานรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะพูดความจริง หรือไม่เชื่อมั่นในระบบที่เป็นธรรม Harmony ก็จะไม่เกิด ถึงเวลาที่ HR ต้องเป็นคนที่พนักงานกล้าพูดด้วย มากกว่าแค่คนที่นั่งอยู่ในฝ่ายบุคคล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้าง Harmony ที่แท้จริง ต้องเริ่มจากตัวบุคคลในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้า พนักงาน หรือ HR เอง ทุกคนมีบทบาทในการออกแบบความสัมพันธ์ที่ดีและยั่งยืนในองค์กร ไม่ต้องรอให้ใครเริ่มก่อน คือแนวคิดที่สะท้อนออกมาจากทุกมุมมองในเวทีนี้ เพราะ Harmony ที่ยั่งยืน ไม่ได้เริ่มจากนโยบาย แต่เริ่มจากท่าทีของคนที่เลือกจะเข้าใจ เชื่อใจ และเติบโตไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>เวิร์กชอปสุดพิเศษ เพื่อให้ผู้นำเข้าใจตัวเอง และบริการจัดการทีมได้ดี ผ่านการเข้าใจความแตกต่าง ด้วยศาสตร์การอ่านใบหน้าและคน 5 ธาตุ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47363" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T180741.377.webp" alt="#6 Roundtable CHRO &amp; HR Directors Forum: Future of Harmony" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #6 Roundtable CHRO &amp; HR Directors Forum: Future of Harmony 524" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T180741.377.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-29T180741.377-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session สุดท้ายของงานนี้ได้รับเกียรติจาก </span><b>มาสเตอร์อลิซ</b><span style="font-weight: 400;"> หรือคุณ </span><b>อันธิกา ลิมปิอนันต์ชัย 5 Elements Energy &amp; Physiognomy Expert จาก Ultimate Destiny </b><span style="font-weight: 400;">มาจัดเวิร์กชอปเพื่อให้ผู้นำเข้าใจตัวเอง และบริการจัดการทีมได้ดี ผ่านการเข้าใจความแตกต่าง ด้วยศาสตร์การอ่านใบหน้าและคน 5 ธาตุ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาสเตอร์อลิซ เริ่มด้วยการตั้งคำถามว่า HR ต้องการอะไรกันแน่ ? หลายคนตอบว่า Harmony ตามชื่อของงาน แต่มาสเตอร์อลิซก็ถามให้ชวนคิดต่อว่าแล้วความสุขของตัวเราเองล่ะ อยู่ตรงไหนในชีวิตการทำงานของเรา ? และอย่าลืมประเด็นนี้เด็ดขาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้น มาสเตอร์อลิซ จึงพาผู้เข้าร่วมเข้าสู่โลกของศาสตร์ใบหน้าและโหงวเฮ้ง ซึ่งแม้จะฟังดูเหมือนสายมู แต่เธอก็อธิบายว่าเป็นศาสตร์ที่มีการสังเกต วิเคราะห์ และสืบทอดกันมาหลายร้อยปี เช่น หากใครที่ตาชั้นเดียวอาจบ่งบอกถึงความมีเหตุผล ส่วนตาสองชั้นที่ใหญ่ มักเป็นคนใช้อารมณ์และอ่อนไหว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เธอก็ย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การเอาสิ่งนี้ไปตัดสินใครทันที แต่เปลี่ยนเป็นการเก็บข้อมูลเป็นสถิติเพื่อดูว่าแม่นหรือไม่ แล้วค่อยนำไปประยุกต์ใช้อย่างมีสติ และมีเมตตา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฮวงจุ้ย ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่มีอิทธิพลต่อเราถึง 33.3% สัมพันธ์ต่อพลังงานรอบตัว เช่น พลังของพื้นที่การทำงาน ลองสังเกตดูว่าผนังด้านหลังโต๊ะทำงานเป็น Solid Wall หรือไม่ ถ้าไม่ ให้ลองไปหาที่นั่งตรงนั้นดู แล้วจะพบว่าส่งผลต่อความรู้สึกมั่นคงของคนทำงานด้วย เป็นต้น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เวิร์กชอปนี้ไม่ใช่แค่เรื่องคน แต่ยังรวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการสร้างพลังงานที่ดีทั้งในระดับบุคคลและองค์กร เพราะพลังงานที่ดีเท่ากับการทำงานที่ดี”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในไฮไลต์ที่ทุกคนให้ความสนใจคือ ศาสตร์ 5 ธาตุ ซึ่งช่วยให้เรารู้จักนิสัยและพลังงานของตัวเองและคนรอบข้าง ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ธาตุไฟ — กระตือรือร้น พลังล้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ธาตุน้ำ — ลึกซึ้ง อ่อนไหว คิดเยอะ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ธาตุไม้ — มุ่งมั่น มีเป้าหมายชัดเจน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ธาตุดิน — มั่นคง อดทน แบกรับทีมได้ดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ธาตุทอง — ลุยเต็มที่ จริงจังและมุ่งมั่น</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อรู้จักธาตุของตัวเองแล้ว มาสเตอร์อลิซแนะนำให้ HR นำความรู้นี้ไปปรับวิธีสื่อสารกับคนแต่ละธาตุให้เหมาะสม เช่น ถ้าเจอคนธาตุน้ำที่คิดมาก อาจต้องใช้การฟังและความเข้าใจ หรือถ้าคนในทีมขาดไฟก็อาจเติมพลังด้วยความท้าทาย หรือใช้ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/gamification-employee-engagement-250905/"><span style="font-weight: 400;">Gamification</span></a><span style="font-weight: 400;"> เพื่อจุดประกายความสนุกในงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด Master Alice ฝากไว้ว่า การเข้าใจคนอื่นเริ่มจากการเข้าใจตัวเองก่อน เพราะเมื่อเรารู้ว่าพลังงานของเราคืออะไร เราจะหยุดตัดสินคน และเริ่มเชื่อมโยงกับเขาได้ดีขึ้น เวิร์กชอปนี้จึงไม่ได้สอนแค่ศาสตร์การอ่านใบหน้า แต่คือการเรียนรู้วิธีมองความต่างให้เป็นพลัง และนี่คืออีกก้าวสำคัญของ HR ในการออกแบบ Harmony ให้เกิดขึ้นได้จริงในทุกวันทำงาน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>สรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Harmony ในองค์กร ไม่ใช่แค่แนวคิดสวยงามหรือภารกิจของฝ่าย HR เท่านั้น Harmony คือผลลัพธ์จากระบบความสัมพันธ์ และความตั้งใจร่วมกันของคนในทุกระดับ การสร้างความกลมกลืนจึงเริ่มได้จากการเข้าใจคน ตั้งแต่ระดับบุคคล ทีม ไปจนถึงระดับองค์กร ผ่านการฟังกันจริง ๆ ให้คุณค่ากันจริง ๆ และออกแบบวิธีทำงานร่วมกันอย่างมีมนุษยธรรม</span></p>
<p><b>Future of Harmony</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะมันเริ่มขึ้นแล้ว นี่คือแนวทางที่องค์กรยุคใหม่ต้องมองอย่างจริงจัง เพื่อรักษาคนเก่ง เสริมพลังให้ทีม และทำให้องค์กรเติบโตไปอย่างยั่งยืนในวันที่โลกเต็มไปด้วยความซับซ้อน ความไม่แน่นอน และความหลากหลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ HREX ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าร่วมงาน #6 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Harmony ไม่ว่าจะเป็นผู้นำ HR จากหลากหลายอุตสาหกรรมที่ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างลึกซึ้ง รวมถึงวิทยากรทุกท่านที่ช่วยจุดประกายแนวคิดใหม่ ๆ ให้กับวงการ HR ไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และแน่นอนว่างานครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดผู้สนับสนุนใจดีที่ร่วมสนับสนุนเวทีแห่งการเรียนรู้นี้ ได้แก่ </span><b>Ultimate Destiny, Pacific Prime, Digix Technology, Reeracoen, Salary Hero, Bolt Business, Aeon MaxValue, Engoo และ RISC by MQDC</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่ง HREX ขอขอบคุณจากใจอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดงานล้อมวงพูดคุยกับผู้นำ HR อย่างใกล้ชิดในครั้งต่อไป และจะมาในหัวข้ออะไร สามารถติดตามความเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ที่ HREX แพลตฟอร์มของคนทำงาน HR ที่รวมพลังสร้างอนาคตของงานไว้ด้วยกัน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 14" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-roundtable-future-of-harmony-251029/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR FUTURE SUMMIT 2025</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-future-summit-2025-251028/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-future-summit-2025-251028/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Oct 2025 13:04:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HR Future Summit 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Globish]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=47343</guid>

					<description><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงไม่เคยรอให้ใครพร้อม เมื่อโลกการทำงานกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และสิ่งที่เคยได้ผลดีเมื่อวาน อาจกลายเป็นอุปสรรคของวันพรุ่งนี้ได้เสมอ ดังจะเห็นได้จากเทคโนโลยี วิถีการทำงาน และพฤติกรรมของคนทำงานรุ่นใหม่กำลังเขย่าแนวคิดแบบเดิมของการบริหารคนอย่างสิ้นเชิง HR จึงไม่ใช่แค่ฝ่ายสนับสนุนองค์กรอยู่เบื้องหลังอีกต่อไป แต่คือหัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้รอดและรุ่งในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลง และนั่นจึงเป็นที่มาของงาน HR FUTURE SUMMIT 2025 ที่จัดโดย Globish ที่รวบรวมผู้นำความคิดจากหลากหลายวงการ มาร่วมเปิดมุมมอง ถอดรหัสอนาคต และวางเข็มทิศใหม่ให้กับวงการทรัพยากรมนุษย์ไทยอย่างมีวิสัยทัศน์ หากใครพลาดงานนี้ไป HREX ในฐานะ Media Partner สรุปเนื้อหามาให้อ่านกันแล้วในบทความนี้ Thrive Through Disruption: Trend การเกลี่ยนแปลงของโลกและ Disruption Trend  ประเด็นการเปลี่ยนแปลงในโลกการทำงานไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่คุณ ธกานต์ อานันโทไทย CEO แห่ง Globish ชวนให้คิดเวทีเปิดของ HR FUTURE SUMMIT 2025 กลับไม่ได้เน้นแค่เทคโนโลยี แต่ขยายมุมมองไปถึงโครงสร้างและทัศนคติ ที่หลายครั้งกลายเป็นกำแพงสำคัญในการปรับตัวให้ทันโลกใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องภาษาอังกฤษ ทักษะพื้นฐานที่ยังเป็นจุดอ่อนของคนไทยจำนวนมากในต่างจังหวัด จากประสบการณ์ตรงของเขาที่ลงพื้นที่พัฒนาโปรแกรมการเรียนภาษาในโรงเรียนต่างจังหวัด เคยพบแรงต้านจากระบบการศึกษาเอง ไม่ว่าจะเป็นการปิดกั้นจากระบบราชการ หรือทัศนคติที่ยังไม่เห็นความจำเป็นของภาษาอังกฤษในชีวิตจริง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47344" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T174405.382.webp" alt="HR FUTURE SUMMIT 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR FUTURE SUMMIT 2025 531" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T174405.382.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T174405.382-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงไม่เคยรอให้ใครพร้อม เมื่อโลกการทำงานกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และสิ่งที่เคยได้ผลดีเมื่อวาน อาจกลายเป็นอุปสรรคของวันพรุ่งนี้ได้เสมอ ดังจะเห็นได้จากเทคโนโลยี วิถีการทำงาน และพฤติกรรมของคนทำงานรุ่นใหม่กำลังเขย่าแนวคิดแบบเดิมของการบริหารคนอย่างสิ้นเชิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR จึงไม่ใช่แค่ฝ่ายสนับสนุนองค์กรอยู่เบื้องหลังอีกต่อไป แต่คือหัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้รอดและรุ่งในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลง และนั่นจึงเป็นที่มาของงาน </span><a href="https://th.hrnote.asia/news/hr-future-summit-2025/"><b>HR FUTURE SUMMIT 2025</b></a><span style="font-weight: 400;"> ที่จัดโดย </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/99"><span style="font-weight: 400;">Globish</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่รวบรวมผู้นำความคิดจากหลากหลายวงการ มาร่วมเปิดมุมมอง ถอดรหัสอนาคต และวางเข็มทิศใหม่ให้กับวงการทรัพยากรมนุษย์ไทยอย่างมีวิสัยทัศน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป HREX ในฐานะ Media Partner สรุปเนื้อหามาให้อ่านกันแล้วในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Thrive Through Disruption: Trend การเกลี่ยนแปลงของโลกและ Disruption Trend </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47345" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T174443.586.webp" alt="HR FUTURE SUMMIT 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR FUTURE SUMMIT 2025 532" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T174443.586.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T174443.586-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นการเปลี่ยนแปลงในโลกการทำงานไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่คุณ </span><b>ธกานต์ อานันโทไทย CEO แห่ง Globish</b><span style="font-weight: 400;"> ชวนให้คิดเวทีเปิดของ HR FUTURE SUMMIT 2025 กลับไม่ได้เน้นแค่เทคโนโลยี แต่ขยายมุมมองไปถึงโครงสร้างและทัศนคติ ที่หลายครั้งกลายเป็นกำแพงสำคัญในการปรับตัวให้ทันโลกใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องภาษาอังกฤษ ทักษะพื้นฐานที่ยังเป็นจุดอ่อนของคนไทยจำนวนมากในต่างจังหวัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์ตรงของเขาที่ลงพื้นที่พัฒนาโปรแกรมการเรียนภาษาในโรงเรียนต่างจังหวัด เคยพบแรงต้านจากระบบการศึกษาเอง ไม่ว่าจะเป็นการปิดกั้นจากระบบราชการ หรือทัศนคติที่ยังไม่เห็นความจำเป็นของภาษาอังกฤษในชีวิตจริง ทั้งที่โลกปัจจุบันไม่ได้มีพรมแดนอีกต่อไปแล้ว การเข้าถึงโอกาสจึงจำเป็นต้องเริ่มจากการเข้าถึงภาษา ถ้าภาษาอังกฤษคือกุญแจ การที่เรายังไม่มีหรือใช้มันไม่ได้ เท่ากับเราถูกล็อกไม่ให้เข้าไปสู่โอกาสเหล่านั้นตั้งแต่ต้น</span></p>
<p><b>แม้ </b><a href="https://th.hrnote.asia/?s=AI"><b>AI</b></a><b> จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในแวดวงการเรียนรู้ แต่คนยังต้องการเรียนภาษาอังกฤษกับคนอยู่ เพราะภาษาคือทักษะที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึก บริบท และการสื่อสารระหว่างคน</b><span style="font-weight: 400;"> ขณะเดียวกันตลาดการเรียนรู้ก็ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการแข่งขันจากผู้เล่นระดับโลก แต่ผู้เล่นเหล่านั้นยังขาดความเข้าใจในความเป็นท้องถิ่นของคน และการทำงานร่วมกับ HR ที่เข้าใจคนในองค์กรอย่างแท้จริง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ Globish ต้องการเป็นตัวกลางเชื่อมสองโลกเข้าด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกของการเรียนรู้ในอดีตอาจแยกส่วนระหว่างเรียนเพื่อสอบ กับเรียนเพื่อใช้จริง แต่โลกปัจจุบันไม่มีเส้นแบ่งนั้นอีกต่อไปแล้ว การพัฒนาทักษะที่ใช้ได้จริงจึงต้องกลายเป็นแกนกลางของทั้งการรีครูท การรีเทน ไปจนถึงการเติบโตขององค์กร ซึ่งคุณธกานต์ชี้ว่า หนึ่งในช่องว่างที่ใหญ่ที่สุดที่เขาเห็นในวันนี้ คือระหว่างผู้บริหารกับพนักงาน คำถามคือเราจะทำอย่างไรให้ช่องว่างนั้นเล็กลง ขณะที่โลกก็ซับซ้อนขึ้น ไม่แน่นอนขึ้น และไม่อาจรอพึ่งพาแต่ภาครัฐได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย เขาฝากความหวังไว้กับงาน HR FUTURE SUMMIT 2025 ว่าจะเป็นพื้นที่ที่ช่วยจุดประกายให้ผู้นำองค์กร และ HR กลับมาให้ความสำคัญกับทักษะพื้นฐานอย่างภาษาอังกฤษในฐานะเครื่องมือ ไม่ใช่แค่การศึกษา แต่เป็นโอกาสในการสร้างความเท่าเทียม เสริมศักยภาพ และลดช่องว่างทางสังคมในวันที่โลกเปลี่ยนเร็วกว่าที่เราคิด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Reimagine People and Leadership For a Deblobalized World </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47346" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T174811.575.webp" alt="HR FUTURE SUMMIT 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR FUTURE SUMMIT 2025 533" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T174811.575.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T174811.575-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเปลี่ยนแปลงไม่เคยรอให้ใครพร้อม โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงคนและองค์กรที่กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนทุกวัน คุณ </span><b>ปิยะนุช ลิมาภรณ์วณิชย์ Group CPO จาก Bitkub </b><span style="font-weight: 400;">และคุณ </span><b>นกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ CEO จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11"><b>Conicle</b></a><span style="font-weight: 400;"> ชวนคิดว่าเราจะปรับเปลี่ยนการบริหารคนและภาวะผู้นำอย่างไรให้เท่าทันโลกที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนกรณ์ ชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงในภาคธุรกิจไม่ใช่แค่เรื่องของการปรับตัวชั่วคราว แต่เป็นกระบวนการที่ต้องเกิดขึ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลายตำแหน่งถูกแทนที่โดยเทคโนโลยี และองค์กรก็ไม่สามารถวางแผนระยะยาวแบบเดิมได้อีกต่อไป เพราะทั้งคนและองค์กรต่างก็ไม่คิดว่าจะอยู่ที่เดิมไปจนถึงวันสุดท้าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปิยะนุชมองว่า </span><b>ความท้าทายที่แท้จริงของ HR คือการเข้าใจทั้งบริบทของโลกและธุรกิจ แล้วแปลงความท้าทายนั้นให้กลายเป็นสัญญาณเตือน ที่กระตุ้นให้พนักงานเตรียมตัวพร้อมกัน HR ต้องไม่รอคำสั่งจากผู้บริหาร</b><span style="font-weight: 400;"> แต่ต้องกล้าเปลี่ยน กล้าออกแบบตำแหน่งงานใหม่ ๆ เพื่อให้คนสามารถทำงานควบคู่กับ AI ได้ โดยไม่ถูกทดแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่คุณปิยะนุชฝากไว้คือ HR ต้องปฏิบัติต่อคนให้เป็นคน เพราะการฟัง การพูดคุย และการเข้าใจความรู้สึกของพนักงาน คือเครื่องมือสำคัญในการบริหารคนอย่างแท้จริง การพูดคุยกับ Stakeholder ไม่ใช่เรื่องของกระบวนการ แต่คือหัวใจของการสร้างความไว้วางใจ เมื่อเราเข้าใจว่าเขาคาดหวังอะไรจาก HR เราก็สามารถออกแบบสิ่งที่ตอบโจทย์ได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามที่ชวนคิดต่อจากเวทีนี้ คือ องค์กรของเราอยู่ในเฟสไหน ? พนักงานอยากให้องค์กรเป็นเหมือน iPhone 17 ที่ล้ำหน้าและกล้าลงทุน หรือเป็นแค่ Blackberry ที่ไม่ปรับตัว จนส่งผลต่อการอยู่รอด ? มุมมองนี้ทำให้เห็นว่าหลายองค์กรยังประสบปัญหา HR กับผู้บริหารมองคนละจุดจึงเดินไปคนละทิศ และพลาดโอกาสสำคัญที่จะปรับองค์กรให้เติบโตได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ทั้งสองผู้นำเห็นพ้องกันว่า HR จะไม่ใช่ Back Office อีกต่อไป แต่ต้องกล้าก้าวมาอยู่แถวหน้า ทำงานเคียงข้างผู้บริหาร เข้าใจธรรมชาติของคน และผลักดันให้พนักงานได้เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในฐานะเพื่อนร่วมทาง ไม่ใช่ผู้ถูกสั่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในวันที่ AI ทำงานแทนคนได้ คนที่ยังอยู่รอดได้ คือคนที่เข้าใจโลก เปลี่ยนแปลงเป็น และสื่อสารได้อย่างมีคุณค่า และนั่นคือภารกิจใหม่ของ HR ในโลกยุคปัจจุบัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Training Roadmap Canvas: เข้าใจเครื่องมือเพื่อออกแบบแผนการพัฒนาคนอย่างมีทิศทาง</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47348" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T181155.476.webp" alt="HR FUTURE SUMMIT 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR FUTURE SUMMIT 2025 534" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T181155.476.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T181155.476-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/globish-webinar-240228/"><b>ศิรประภา มีรัตน์</b></a><b>, Director of Corporate Learning Solutions, Globish</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบายว่า HR อาจไม่ได้เป็นคนเคลื่อนองค์กรไปสร้างรายได้โดยตรง แต่ HR คือคนที่สร้างคนที่ใช่ให้เขาไปทำสิ่งนั้นแทนเรา</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์การทำงานร่วมกับองค์กรทั่วประเทศ คุณศิรประภาและทีม Globish พัฒนา Training Roadmap Canvas เครื่องมือที่จะช่วยให้ HR และผู้นำสามารถวางแผนการพัฒนาบุคลากรได้อย่างเป็นระบบ เห็นภาพชัด และเชื่อมโยงกับทิศทางขององค์กรจริง ๆ โดยเครื่องมือนี้ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 4 ส่วน ดังนี้</span></p>
<h3><b>Company Direction เข็มทิศขององค์กรที่ต้องชัดก่อนจะเริ่มเดิน</b></h3>
<h4><span style="font-weight: 400;">องค์กรจำเป็นต้องระบุให้ชัดว่า เราพัฒนาเพื่ออะไร ? และทำไมต้องพัฒนาเรื่องนี้ ? เพราะหากไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ก็อาจเผลอพัฒนาเพียงเพราะเป็นกระแส โดยไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายของธุรกิจเลย การตั้งต้นให้ถูกทิศจะช่วยให้พัฒนาได้อย่างตรงจุด และไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น</span></h4>
<h3><b>Human Capabilities พลังขับเคลื่อนที่ต้องรู้ก่อนว่าจะเสริม-ลด-สร้างอะไร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้เปรียบเสมือนเครื่องยนต์ขององค์กร เราต้องประเมินให้ได้ว่าบุคลากรของเราตอนนี้มีศักยภาพแบบใด และต้องเพิ่มเติมอะไรเพื่อให้พาองค์กรไปถึงเป้าหมาย การเข้าใจสิ่งที่คนมีอยู่ และขาดอยู่ คือหัวใจของการพัฒนาอย่างมีกลยุทธ์</span></p>
<h3><b>Training Roadmap เส้นทางที่เชื่อมจากวันนี้ ไปสู่ศักยภาพในอนาคต</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การออกแบบ Training Roadmap ต้องเริ่มจากคำถามว่า หลังการอบรม เราอยากให้เขาเปลี่ยนไปอย่างไร ? ไม่ใช่แค่จัดคอร์สแล้วจบ แต่ต้องเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงชัดเจน เช่น ทักษะที่เพิ่มขึ้น พฤติกรรมที่เปลี่ยน หรือผลงานที่จับต้องได้ พร้อมกำหนดไทม์ไลน์อย่างเหมาะสม เพื่อให้การเรียนรู้มีทิศทางและวัดผลได้</span></p>
<h3><b>Engagement &amp; Motivation เพราะถ้าคนไม่รู้สึกมีส่วนร่วม การเรียนรู้ก็ไม่เกิดผล</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้เนื้อหาจะดีแค่ไหน แต่ถ้าพนักงานไม่มีแรงจูงใจหรือรู้สึกไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียนรู้ การพัฒนาเหล่านั้นก็อาจไม่เกิดผลใด ๆ เลย ดังนั้น จึงต้องเติม “เชื้อเพลิง” ให้เต็มถังด้วย A-F Model ที่ Globish พัฒนาเพื่อสร้างพลังการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศิรประภา ยังแจกโมเดลการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมให้ Training Roadmap Canvas นำไปสู่ความสำเร็จได้จริง นั่นคือ A-F Model ที่เปรียบเหมือนเชื้อเพลิง 6 ด้าน เติมเต็มการเรียนรู้ให้ลุกติดไฟ ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">
<h3><span style="font-weight: 400;">Adaptive Training Program เนื้อหาต้องมีความหมายกับผู้เรียน ทำให้เขารู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับชีวิตหรือบทบาทของตัวเองจริง ๆ ไม่ใช่แค่ความรู้ที่จับต้องไม่ได้</span></h3>
</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Blended Learning Approaches เปิดโอกาสให้คนเรียนในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น ออนไลน์ ผสมเวิร์กช็อป หรือโค้ชชิ่ง เพื่อให้เขาเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Continuous Learning Culture ผู้นำและ HR ต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่าง สร้างวัฒนธรรมอยากเรียนรู้ ผ่านการลงมือทำจริง ไม่ใช่แค่บอกว่า อย่าหยุดพัฒนา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Driving Recognition &amp; Rewards รางวัลไม่จำเป็นต้องเป็นของใหญ่โต บางครั้งคำชมเล็ก ๆ ก็มีพลังมากพอให้คนจดจำ และอยากพัฒนาตัวเองต่อโดยไม่ต้องบังคับ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Engagement Activities การเรียนรู้ไม่ควรน่าเบื่อ ต้องมีความสนุก มีการมีส่วนร่วม ให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ และสังเคราะห์เพื่อใช้จริงในงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Feedback-Driven Improvement ขอฟีดแบ็กบ่อย ๆ และให้ฟีดแบ็กอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่รอถึงจบโปรแกรม เพราะการปรับปรุงระหว่างทางจะทำให้โปรแกรมเทรนนิ่งมีชีวิต</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">Training Roadmap Canvas ไม่ใช่แค่แผนพัฒนาคน แต่คือเครื่องมือที่เชื่อมคนเข้ากับเป้าหมายองค์กรอย่างแท้จริง และทำให้การเรียนรู้ในองค์กรไปได้จริงและไปได้ไกล</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Harnessing Agentic AI For the Future HR &amp; Organization</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47349" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T181332.737.webp" alt="HR FUTURE SUMMIT 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR FUTURE SUMMIT 2025 535" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T181332.737.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T181332.737-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึง AI หลายคนอาจนึกถึงการทำงานแบบอัตโนมัติ หรือ Generative AI ที่ช่วยสร้างเนื้อหาตามคำสั่ง แต่เวทีเสวนาหัวข้อนี้ได้พาเราไปไกลกว่านั้น ด้วยแนวคิดของ Agentic AI เทคโนโลยีที่ไม่ได้แค่รับคำสั่งแล้วทำ แต่สามารถคิดต่อและดำเนินการต่อได้ด้วยตัวเอง ซึ่งกำลังจะเข้ามามีบทบาทในองค์กรมากขึ้นในเวลาอันใกล้ เพราะมันทำให้เรามีเวลามากขึ้นสำหรับการทำงานที่มีคุณค่าและใช้ศักยภาพมนุษย์อย่างแท้จริง และเป็นหน้าที่ของ HR ในการปลดล็อกศักยภาพของคนในองค์กรสู่อีกระดับ</span></p>
<p><b>ดร.ณรงค์ทัศน์ ธัญญเวทย์ Deputy Director Chulakongkorn School of Integrated Innovation (CSII)</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบายว่า Agentic AI คือระดับถัดไปของ AI Agent เช่น ChatGPT หรือระบบที่ทำงานเป็นผู้ช่วยรายบุคคล แต่สิ่งที่ทำให้ Agentic AI ก้าวหน้าไปอีกขั้น คือมันรวมหลาย Agent ให้ทำงานร่วมกัน แก้ปัญหาแบบเป็นระบบ คิด วิเคราะห์ และแม้แต่ตัดสินใจได้ด้วยตนเอง กลายเป็นระบบที่ทรงพลังมากขึ้น และพร้อมจะทำหน้าที่แทนมนุษย์ในบางบทบาท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สุภาณี อนุวงศ์วรเวทย์ Founder &amp; CEO ของ Novituz และอดีต COO จาก Microsoft</b><span style="font-weight: 400;"> เสริมว่าความพิเศษของ Agentic AI คือเพียงแค่พร้อมพ์เดียว ก็สามารถทำงานเป็นขั้นตอนต่อเนื่องได้ เช่น หากต้องการรับพนักงานใหม่ เราสามารถสั่งให้ Agentic AI ค้นหา คัดกรอง ดูความเหมาะสมกับทีม นัดสัมภาษณ์ และสรุปผลให้โดยอัตโนมัติ หรือในด้าน HR เราสามารถให้มันวิเคราะห์ข้อมูลพนักงาน สร้าง Learning Journey ส่วนบุคคล หรือใช้เป็น Chatbot ตอบคำถามต่าง ๆ ได้แบบเรียลไทม์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกมุมที่น่าสนใจคือการใช้ Agentic AI ในการพัฒนาหัวหน้างาน เช่น ให้เป็นโค้ชส่วนตัว ช่วยเพิ่ม </span><a href="https://th.hrnote.asia/?s=Empathy"><span style="font-weight: 400;">Empathy</span></a><span style="font-weight: 400;"> เสนอแนวทางการสื่อสารกับทีม ปรับปรุง Performance ของหัวหน้าแบบรายบุคคล รวมถึงใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของพนักงาน เพื่อนำเสนอสิ่งที่ตอบโจทย์ เช่น สวัสดิการที่เหมาะกับคนอยู่ไกล-ใกล้ออฟฟิศ หรือการจัดกลุ่มการเรียนรู้เฉพาะบุคคลในองค์กรใหญ่ที่มีคนกระจายตัวหลายแห่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถามถึงข้อควรระวังของ Agentic AI คุณ </span><b>Tareef Jafferi Founder และ CEO จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/12"><b>Hapily.AI</b> </a><span style="font-weight: 400;">ยืนยันว่าแม้ Agentic AI จะทรงพลัง แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้โครงสร้างและการควบคุมที่รัดกุม เพราะมันยังมีข้อจำกัดอยู่มาก เช่น ยังไม่มีความสามารถในการเรียนรู้ต่อเนื่องแบบมนุษย์ และการตัดสินใจที่ได้ มักอยู่ในระดับเฉลี่ย ไม่ใช่ความคิดสร้างสรรค์เฉพาะทาง ดังนั้น อย่าคาดหวังให้มันคิดแทนโดยไม่ตรวจสอบ และอย่าลืมว่า AI ยังไม่มีสัญชาตญาณหรือความรู้สึกเหมือนมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ทั้งสามท่านต่างเห็นตรงกันว่า เราต้องใช้ Agentic AI อย่างมี จริยธรรมและความรับผิดชอบ โดยเฉพาะเมื่อกฎหมายยังตามไม่ทันเทคโนโลยี สิ่งที่สำคัญคือองค์กรต้องออกแบบ AI Governance อย่างจริงจัง เช่น การระบุแหล่งข้อมูล การแจ้งให้พนักงานรู้ว่าระบบ AI เข้ามาช่วยอะไรบ้าง รวมถึงการฝึกทักษะให้คนเข้าใจการใช้ AI อย่างปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดอคติ ความไม่แม่นยำ หรือผลกระทบทางสิทธิส่วนบุคคลที่ไม่ควรเกิดขึ้น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“อย่าทำให้เขารู้สึกว่า ถ้าเราเอา AI มาใช้ แล้วเขาจะตกงานหรือเปล่า”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณสุภาณีทิ้งท้าย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Agentic AI in Action: Practical Use Cases for HR and Organization</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47347" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T180605.907.webp" alt="HR FUTURE SUMMIT 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR FUTURE SUMMIT 2025 536" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T180605.907.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-28T180605.907-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session สุดท้ายของงานนี้ คุณ</span><b> ธีรกร อานันโทไทย Managing Director จาก The Moment </b><span style="font-weight: 400;">เปิดมุมมองเกี่ยวกับ Productivity ในยุค AI ว่า แม้แต่คนที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยียังรู้สึกว่าตามการเปลี่ยนแปลงไม่ทัน เขายอมรับว่าโลกทุกวันนี้เปลี่ยนเร็วเกินความสามารถในการปรับตัวของใครหลายคน แต่อยากให้ทุกคนโฟกัสสิ่งที่สำคัญกว่าความเร็ว นั่นคือความหวัง และความเชื่อมั่นว่ามนุษย์ยังมีคุณค่าเสมอ ถ้าเราปรับตัวอยู่ตลอด เราจะยังเป็นผู้สร้างคุณค่า และเป็นผู้ชนะได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามคือ องค์กรควรปรับคนให้ทันเทคโนโลยี หรือปรับเทคโนโลยีให้เข้ากับคน ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ AI จะล้ำหน้าขึ้นทุกวัน แต่มนุษย์ก็ยังต้องการพื้นที่ในการเรียนรู้ ปรับตัว และเข้าใจเป้าหมายร่วมกัน คุณธีรกรเตือนว่า อย่าปล่อยให้องค์กรทำงานแบบแยกส่วน หรือเน้นเทคโนโลยีจนลืมบริบทของคน เพราะสุดท้ายแล้วความเข้าใจและวัฒนธรรมร่วมต่างหากคือรากฐานที่ทำให้ทีมเดินไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรไหนอยากเริ่มต้นใช้ Agentic AI อย่างมีประสิทธิภาพ คุณธีรกรแนะนำให้เริ่มจาก 5 ขั้นตอนนี้</span></p>
<h3><b>1. ผู้นำต้องปรับตัวก่อน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะความสำเร็จเริ่มที่จุดบนสุดขององค์กร ผู้นำต้องมีภาพปลายทางชัดเจน มีความสามารถ แรงจูงใจ และทรัพยากรที่พร้อม ไม่ใช่แค่สั่งให้ทีม “ลองใช้ AI” แต่ต้องลงมือขับเคลื่อนและสร้างแรงผลักดันด้วยตัวเอง</span></p>
<h3><b>2.กำหนดเป้าหมายและแผนงานชัดเจน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">วางแผนให้ชัดว่า ภายใน 60 วัน จะใช้ AI เพื่ออะไร เช่น ใช้ในงานเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล หรือช่วยในกระบวนการ HR เพื่อให้มีเป้าหมายที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่ทดลองเล่น</span></p>
<h3><b>3.เลือก AI ที่เหมาะกับโจทย์ ไม่ใช่เลือกตามกระแส</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะไม่มี AI ตัวไหนที่เก่งรอบด้าน ทุกระบบถูกออกแบบมาเพื่อบางจุดประสงค์ เราต้องเลือกให้ตรงกับปัญหา ไม่ใช่เลือกตามกระแส</span></p>
<h3><b>4.ใช้เพื่อเพิ่ม Productivity</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใช้ถูกที่ถูกเวลา AI จะช่วยให้ทีมเพิ่มประสิทธิภาพได้มากถึง 25% เช่น งานที่ซ้ำซาก งานที่ต้องจัดการข้อมูลปริมาณมาก หรือช่วยตอบลูกค้าแบบอัตโนมัติ</span></p>
<h3><b>5.อย่าลืมวัดผลการทำงาน </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน 60 วันแรกต้องวัดผลให้ชัดโดยคำนึงถึง 3 มิตินี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Efficiency: งานเร็วขึ้น ง่ายขึ้น หรือไม่ ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Experience: ผู้ใช้งานรู้สึกดีขึ้น มีความพึงพอใจมากขึ้นหรือเปล่า ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Error Handling: ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มความแม่นยำได้จริงไหม ?</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ไม่ใช่ผู้วิเศษ มันคือน้องฝึกงานที่ต้องมีคนคอยฝึก สอนงาน ดูแล และคอยตรวจสอบ เพราะมันไม่มีความสามารถในการเรียนรู้ต่อเนื่องแบบมนุษย์ ไม่สามารถตัดสินใจอย่างมีวิจารณญาณได้เอง อย่าลืมว่าแนวโน้มให้คำตอบที่มันให้จะอยู่ในระดับเฉลี่ยซึ่งอาจไม่เหมาะกับทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะบริบทที่ละเอียดอ่อนเสมอ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/99?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36647 " title="สรุปเรื่องที่ต้องรู้จาก Webinar “ขจัดปัญหาการใช้ภาษาอังกฤษในองค์กร กับการเรียนภาษาที่ใช้ได้จริงจาก Globish Academia” 2" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/94.png" sizes="(max-width: 503px) 100vw, 503px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/94.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/94-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/94-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/94-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/94-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="503" height="503" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-future-summit-2025-251028/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 องค์กรไทยคว้าออสการ์แห่งวงการ HR &#8211; Brandon Hall Group Human Capital Management Excellence Awards 2025</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/brandon-hall-group-human-capital-management-excellence-awards-2025/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/brandon-hall-group-human-capital-management-excellence-awards-2025/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Oct 2025 10:27:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=47275</guid>

					<description><![CDATA[กลยุทธ์ที่ดีอาจทำให้คุณชนะได้ชั่วคราว แต่คนที่มีคุณภาพจะพาองค์กรไปได้ไกลอย่างยั่งยืน และล่าสุดมี 3 องค์กรไทยที่พิสูจน์แล้วว่า การลงทุนกับคนคือกลยุทธ์ที่พาองค์กรสู่เส้นชัยได้จริง นี่คือใจความสำคัญของงาน Celebrating Thai Leadership on the Global Stage ซึ่งจัดขึ้นโดย BTS Thailand เพื่อเป็นเวทีเฉลิมฉลอง 3 องค์กรไทยที่คว้ารางวัล Brandon Hall Group Human Capital Management Excellence Awards 2025 หรือรางวัลออสการ์แห่งวงการ HR โดยมีเพียง 20% ของผู้สมัครทั่วโลกเท่านั้นที่ผ่านการคัดเลือก ภายในงานมีผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำของไทยกว่า 100 ท่านเข้าร่วมเฉลิมฉลอง พร้อมรับฟังเสวนาภายใต้หัวข้อ Inside the Winners&#8217; Playbook เพื่อเรียนรู้แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำและนวัตกรรมการเรียนรู้ที่นำไปปรับใช้ได้จริง คุณ อริญญา เถลิงศรี Senior Vice President จาก BTS Thailand กล่าวว่าตลอด 30 ปีที่ทำงานมา [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47281" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-21T150645.611.webp" alt="Brandon Hall Group Human Capital Management Excellence Awards 2025" width="600" height="370" title="3 องค์กรไทยคว้าออสการ์แห่งวงการ HR - Brandon Hall Group Human Capital Management Excellence Awards 2025 542" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-21T150645.611.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-21T150645.611-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์ที่ดีอาจทำให้คุณชนะได้ชั่วคราว แต่คนที่มีคุณภาพจะพาองค์กรไปได้ไกลอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และล่าสุดมี 3 องค์กรไทยที่พิสูจน์แล้วว่า การลงทุนกับคนคือกลยุทธ์ที่พาองค์กรสู่เส้นชัยได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือใจความสำคัญของงาน Celebrating Thai Leadership on the Global Stage ซึ่งจัดขึ้นโดย </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/32"><span style="font-weight: 400;">BTS Thailand</span></a><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเป็นเวทีเฉลิมฉลอง 3 องค์กรไทยที่คว้ารางวัล Brandon Hall Group Human Capital Management Excellence Awards 2025 หรือรางวัลออสการ์แห่งวงการ HR โดยมีเพียง 20% ของผู้สมัครทั่วโลกเท่านั้นที่ผ่านการคัดเลือก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายในงานมีผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำของไทยกว่า 100 ท่านเข้าร่วมเฉลิมฉลอง พร้อมรับฟังเสวนาภายใต้หัวข้อ Inside the Winners&#8217; Playbook เพื่อเรียนรู้แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำและนวัตกรรมการเรียนรู้ที่นำไปปรับใช้ได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>อริญญา เถลิงศรี Senior Vice President จาก BTS Thailand</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่าตลอด 30 ปีที่ทำงานมา เธอเชื่อมั่นในพลังของการสร้างคนที่มีคุณภาพ และวันนี้ถือเป็นบทพิสูจน์อย่างดีว่าการพัฒนาคนสามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือสาระสำคัญจากงานนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>3 ผู้ชนะที่ทำให้คนไทยภูมิใจ</b></h2>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)</b><span style="font-weight: 400;"> คว้ารางวัล Gold ประเภท Best Performance Management และ Talent Management</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน)</b><span style="font-weight: 400;"> คว้ารางวัล Silver ประเภท Best Leadership Development Program สำหรับโครงการพัฒนาผู้บริหารระดับสูง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)</b><span style="font-weight: 400;"> คว้ารางวัล Silver ประเภท Best Leadership Development Program และรางวัล Bronze ประเภท Best Unique or Innovative Leadership Development Program จากโครงการ Performance Driven Leader (PDL)</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47279" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณกมลวรรณ-วิปุลากร-กรรมการผู้จัดการ-บริษัท-เบาด์-แอนด์-บียอนด์-จำกัด-ม�.webp" alt="Brandon Hall Group Human Capital Management Excellence Awards 2025" width="600" height="400" title="3 องค์กรไทยคว้าออสการ์แห่งวงการ HR - Brandon Hall Group Human Capital Management Excellence Awards 2025 543" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณกมลวรรณ-วิปุลากร-กรรมการผู้จัดการ-บริษัท-เบาด์-แอนด์-บียอนด์-จำกัด-ม�.webp 2048w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณกมลวรรณ-วิปุลากร-กรรมการผู้จัดการ-บริษัท-เบาด์-แอนด์-บียอนด์-จำกัด-ม�-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณกมลวรรณ-วิปุลากร-กรรมการผู้จัดการ-บริษัท-เบาด์-แอนด์-บียอนด์-จำกัด-ม�-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณกมลวรรณ-วิปุลากร-กรรมการผู้จัดการ-บริษัท-เบาด์-แอนด์-บียอนด์-จำกัด-ม�-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณกมลวรรณ-วิปุลากร-กรรมการผู้จัดการ-บริษัท-เบาด์-แอนด์-บียอนด์-จำกัด-ม�-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>องค์กรไม่ได้มองหาคนที่เก่งที่สุด แต่มองหาคนที่เติบโตไปด้วยกัน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>กมลวรรณ วิปุลากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า เธอมีความเชื่อเรื่องการพัฒนาคนมาตลอด และมองว่าการจะเป็นผู้นำแห่งอนาคต ต้องเริ่มจากสร้างคนในวันนี้ ยิ่งในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา องค์กรมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สู่ธุรกิจ Hospitality ซึ่งเธอนิยามว่า ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนอุตสาหกรรม แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดของคนทั้งองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อบริษัทมีผลประกอบการเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ในองค์กรกลับเกิดภาวะอ่อนไหว โดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานที่เป็นทาเลนต์ขององค์กร พวกเขาเริ่มกังวลเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง คำถามคือ องค์กรจะมีกระบวนการวัดผลงานอย่างไร จะมีความโปร่งใสและยุติธรรมหรือไม่ และอนาคตของการเติบโตในบริษัทจะเป็นอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายเพิ่มขึ้นเมื่อต้องบริหารจัดการพนักงาน 3 กลุ่มที่แตกต่าง ได้แก่ กลุ่มพนักงานที่อยู่กับบริษัทมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก กลุ่มพนักงานใหม่ที่มีประสบการณ์ตรงกับธุรกิจ Hospitality และกลุ่มพนักงานใหม่ที่ประสบการณ์อาจไม่ตรงสาย แต่มีศักยภาพนำเสนอมุมมองใหม่ ๆ ที่องค์กรอาจมองไม่เห็น โจทย์สำคัญคือ จะทำอย่างไรเพื่อให้คนในองค์กร Future Ready ทำวันนี้เพื่ออนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ในปี 2023 พวกเขาจึงร่วมกับ BTS Thailand พัฒนา Performance Management System ตัวใหม่นั่นคือ Performance Trio Program</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเด่นของโครงการนี้คือการเปลี่ยนมุมมองจากการประเมินผลงานอดีต ไปสู่การสร้างอนาคตร่วมกัน โดยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนมายด์เซ็ตของคนในองค์กร ให้รู้สึกว่าทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกันของการเติบโต ตามด้วยกระบวนการที่โปร่งใสและเปิดกว้างในการพูดคุยและโค้ชชิ่งระหว่างหัวหน้าและทีมในทุกไตรมาส เพื่อให้ทุกคนมองเห็นเป้าหมายร่วมกัน และสามารถออกแบบอนาคตของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์คือ องค์กรมีความไว้ใจมากขึ้น ผู้นำเปลี่ยนบทบาทเป็นโค้ชที่พร้อมพาคนเติบโต คนในองค์กรรู้สึกมั่นคง มองเห็นอนาคตการเติบโตของตัวเอง และรู้ว่าความพยายามของพวกเขาส่งผลต่อโบนัส การปรับเงินเดือน และโอกาสในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;สิ่งที่ประทับใจนอกจากผลลัพธ์คือ การมีพันธมิตรอย่าง BTS Thailand ที่เข้าใจบริบทธุรกิจและองค์กร รับฟีดแบ็กทั้งดีและสิ่งที่ต้องปรับปรุงตลอด เห็นถึงความจริงใจและความมุ่งมั่นของทีมงานที่จะทำให้เกิดผลสำเร็จ รางวัลนี้จึงถือเป็นผลงานที่ Co-Create ร่วมกัน เพราะเราเชื่อว่า โลกในอนาคตไม่ได้มองหาคนที่เก่งที่สุด แต่มองหาคนที่เติบโตเร็วที่สุดและเติบโตไปด้วยกันกับองค์กร&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณกมลวรรณกล่าว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47277" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณพีระพัฒน์-เมฆสิงห์วี-กรรมการผู้จัดการใหญ่-บริษัท-ทุนธนชาต-จำกัด-มหา�-scaled.webp" alt="Brandon Hall Group Human Capital Management Excellence Awards 2025" width="600" height="400" title="3 องค์กรไทยคว้าออสการ์แห่งวงการ HR - Brandon Hall Group Human Capital Management Excellence Awards 2025 544" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณพีระพัฒน์-เมฆสิงห์วี-กรรมการผู้จัดการใหญ่-บริษัท-ทุนธนชาต-จำกัด-มหา�-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณพีระพัฒน์-เมฆสิงห์วี-กรรมการผู้จัดการใหญ่-บริษัท-ทุนธนชาต-จำกัด-มหา�-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณพีระพัฒน์-เมฆสิงห์วี-กรรมการผู้จัดการใหญ่-บริษัท-ทุนธนชาต-จำกัด-มหา�-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณพีระพัฒน์-เมฆสิงห์วี-กรรมการผู้จัดการใหญ่-บริษัท-ทุนธนชาต-จำกัด-มหา�-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณพีระพัฒน์-เมฆสิงห์วี-กรรมการผู้จัดการใหญ่-บริษัท-ทุนธนชาต-จำกัด-มหา�-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณพีระพัฒน์-เมฆสิงห์วี-กรรมการผู้จัดการใหญ่-บริษัท-ทุนธนชาต-จำกัด-มหา�-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>สร้างทีมผู้นำยุคใหม่ภายใน 1 ปี Succession Planning ต้องตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านยุค</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b> พีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน)</b><span style="font-weight: 400;"> เผยเบื้องหลังการริเริ่มทำโครงการสืบทอดตำแหน่ง (</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hr-succession-planning-250228/"><span style="font-weight: 400;">Succession Planning</span></a><span style="font-weight: 400;">) ให้สำเร็จภายใน 1 ปี ว่า มีการกำหนดเป้าหมายหลักและแนวทางในการดำเนินการที่ชัดเจนคือ เฟ้นหาผู้บริหารภายในที่มีศักยภาพสูง กระบวนการต้องมีความยุติธรรมและความโปร่งใส และมีการเตรียมพร้อมรอบด้าน ไม่เพียงแค่การเตรียม Potential Successor แต่ยังรวมถึงการเตรียมความพร้อมในการส่งมอบงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสมบัติของผู้เข้าโครงการที่พวกเขามองหา ต้องเข้าใจธุรกิจที่กำลังทำ มี Strategic Thinking เข้าใจลูกค้า สร้างทีมได้ และดูแลทาเลนต์ได้ เพื่อให้องค์กรเติบโต แต่สิ่งสำคัญสุดคือ Learning Ability หรือเรียนรู้ไว พร้อมที่จะเรียนรู้ ที่สำคัญ เรียนรู้แล้วต้องเอามาใช้ให้เกิด Impact กับองค์กรให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการนี้ทำงานร่วมกับ BTS Thailand ในการออกแบบ Framework เพื่อประเมินข้อดี ข้อเสีย จุดแข็ง และจุดอ่อนของผู้สมัครแต่ละคนอย่างเป็นระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณ </span><b>วิชินี โอรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย</b><span style="font-weight: 400;"> เสริมว่า จุดสำคัญคือ ยอมรับ รับฟัง และปรับกัน กระบวนการนี้เป็นสามเหลี่ยมที่ต้องหาองศาที่เหมาะเพื่อไปด้วยกัน ทุกอย่างทำแค่ด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ โจทย์คือ จะทำอะไรเพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กร</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;เราได้ Framework จาก BTS Thailand เอาเครื่องมือมาใช้ในการทำกลยุทธ์ ให้เอาออกมาทำได้จริง โปรเจกต์นี้ทำให้ค้นพบว่าไม่ได้ต้องรู้ทุกเรื่อง แต่เรียนรู้จากทุกคน แล้วจะพาทีมไปอย่างไร เพื่อส่งออกผลลัพธ์ให้ได้&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่ได้ นอกจากกระบวนการจะราบรื่น ยังตอบโจทย์โลกธุรกิจ ยิ่งในธุรกิจประกัน ตอนนี้ไม่ได้สร้างแค่ CEO แต่สร้าง Management ทีมที่เก่ง ทำให้ทำงานร่วมกันได้ เอาความเก่งแต่ละคนแต่ละมุมมารวมกัน และผลักดันองค์กรไปต่อ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;เมื่อได้บุคลากรที่มีความสามารถมาแล้ว สิ่งสำคัญคือ ต้องฟังคนในปัจจุบันว่าต้องการเห็นภาพขององค์กรเป็นอย่างไร และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ เพื่อผลักดันองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณวิชินีกล่าว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47280" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณพีระพัฒน์-เมฆสิงห์วี-.ันภัย-จำกัด-มหาชน_03-scaled.webp" alt="Brandon Hall Group Human Capital Management Excellence Awards 2025" width="600" height="400" title="3 องค์กรไทยคว้าออสการ์แห่งวงการ HR - Brandon Hall Group Human Capital Management Excellence Awards 2025 545" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณพีระพัฒน์-เมฆสิงห์วี-.ันภัย-จำกัด-มหาชน_03-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณพีระพัฒน์-เมฆสิงห์วี-.ันภัย-จำกัด-มหาชน_03-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณพีระพัฒน์-เมฆสิงห์วี-.ันภัย-จำกัด-มหาชน_03-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณพีระพัฒน์-เมฆสิงห์วี-.ันภัย-จำกัด-มหาชน_03-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณพีระพัฒน์-เมฆสิงห์วี-.ันภัย-จำกัด-มหาชน_03-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณพีระพัฒน์-เมฆสิงห์วี-.ันภัย-จำกัด-มหาชน_03-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>การทรานส์ฟอร์มผู้นำ 1,200 คน เพื่อขับเคลื่อน 20,000 คน ต้องเริ่มจาก Mindset ก่อน Skill</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/story/purposeful-and-practical-leader-kbank-240530/"><b>หทัยพร เจียมประเสริฐ</b></a> <b>รองผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารกสิกรไทย</b><span style="font-weight: 400;"> เผยว่า KBank ตระหนักว่าการนำพาองค์กรผ่านช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องคน ผลวิจัยของ McKinsey ระบุว่าองค์กรที่สร้างผลงานโดยเน้นการโฟกัสเรื่องคน จะมีผลงานที่ดีกว่าองค์กรที่ไม่โฟกัสถึง 5.2 เท่า และรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 3 เท่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ KBank จึงเริ่มจากการกำหนด Purpose องค์กร คือ ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เกิดความรุ่งเรืองที่ยั่งยืน โดยการเสริมสร้างและยกระดับศักยภาพสูงสุดของทุกชีวิต (รวมถึงลูกค้า พนักงาน และทุกธุรกิจที่ธนาคารได้สัมผัส) ผ่านการส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ทำด้วยหัวใจ ตามยุทธศาสตร์ 3+1 และ Productivity</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง KBank เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ต้องเริ่มต้นจากระดับท็อป และสร้างภาษาเดียวกันภายในองค์กร คือ Purposeful and Practical Leader</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;เราตั้งต้นจากการกำหนดนิยาม เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกัน ผู้นำที่จะนำพาองค์กรไปข้างหน้าคือผู้นำแบบ Purposeful and Practical Leader ผู้นำที่มี Purpose ที่ชัดเจน และสามารถทำให้ Purpose นั้นสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร และนำไปใช้กับทีมงานและเพื่อนร่วมงานได้โดยไม่ถูกรบกวนจากสิ่งอื่น (Distraction) ในภาวะที่มีความไม่แน่นอนสูง&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณหทัยพรอธิบาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเด่นของโครงการคือ ไม่ได้เริ่มต้นจากการพัฒนาทักษะ แต่เริ่มต้นจากการนิยาม Transformation ที่องค์กรอยากเห็น และมุ่งเน้นการปรับ Mindset ก่อนที่จะติดอาวุธทักษะ เริ่มตั้งแต่ระดับ CEO, President, C-Suite ลงมาจนถึง First Senior Vice President โดยเป้าหมายคือทรานส์ฟอร์มองค์กรผ่านผู้นำระดับ Mid-level up ซึ่งมีจำนวนรวมทั้งหมดประมาณ 1,200 คน เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนและทรานส์ฟอร์มพนักงานที่เหลืออีกกว่า 20,000 คนต่อไป</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;เราทำงานร่วมกับทีมที่ปรึกษา BTS Thailand ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง มีการทำความเข้าใจบริบทและ Pain Point ปรับ Mindset ก่อนไปต่อยอดเรื่องทักษะ เปรียบเหมือนการที่ Barista ที่เก่งอยู่แล้ว ต้องกลับมาเรียนเรื่องการชงกาแฟใหม่หมด เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดการขับเคลื่อนผลงานผ่านการ Motivate คนและการ Feedback&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณหทัยพรเล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ ยังมีการออกแบบกระบวนการวัดผลที่จริงจัง ผู้นำต้องรู้ว่าจะขับเคลื่อนผลงานด้วยวิธีไหนที่ได้ทั้งในแง่ของผลงาน และได้ในเรื่องของใจคน ด้วยการสร้างคุณค่า เมื่อคนรู้สึกว่าได้รับการดูแล มีคุณค่า และได้สร้างสิ่งดี ๆ ให้กับองค์กร พวกเขาจะช่วยกันขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าได้ แม้จะเกิดความยากลำบาก</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;การสร้างคนเหล่านี้ไว้ ไม่ว่าจะไปอยู่องค์กรไหนก็จะสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับประเทศด้วย</span></i><span style="font-weight: 400;">&#8221; คุณหทัยพรกล่าวทิ้งท้าย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47278" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณหทัยพร-เจียมประเสริฐ-รองผู้จัดการใหญ่-สายงานทรัพยากรบุคคล-ธนาคารกส�-scaled.webp" alt="Brandon Hall Group Human Capital Management Excellence Awards 2025" width="600" height="400" title="3 องค์กรไทยคว้าออสการ์แห่งวงการ HR - Brandon Hall Group Human Capital Management Excellence Awards 2025 546" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณหทัยพร-เจียมประเสริฐ-รองผู้จัดการใหญ่-สายงานทรัพยากรบุคคล-ธนาคารกส�-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณหทัยพร-เจียมประเสริฐ-รองผู้จัดการใหญ่-สายงานทรัพยากรบุคคล-ธนาคารกส�-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณหทัยพร-เจียมประเสริฐ-รองผู้จัดการใหญ่-สายงานทรัพยากรบุคคล-ธนาคารกส�-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณหทัยพร-เจียมประเสริฐ-รองผู้จัดการใหญ่-สายงานทรัพยากรบุคคล-ธนาคารกส�-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณหทัยพร-เจียมประเสริฐ-รองผู้จัดการใหญ่-สายงานทรัพยากรบุคคล-ธนาคารกส�-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/คุณหทัยพร-เจียมประเสริฐ-รองผู้จัดการใหญ่-สายงานทรัพยากรบุคคล-ธนาคารกส�-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>บทสรุป การลงทุนกับคนคือการลงทุนในอนาคต</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้รางวัลออสการ์แห่งวงการ HR ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคหรือบังเอิญ แต่เกิดจากการตัดสินใจลงทุนกับคนอย่างจริงจัง การออกแบบระบบที่โปร่งใส และความร่วมมือระหว่างองค์กรกับที่ปรึกษาที่เข้าใจบริบทอย่างลึกซึ้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR ที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจ นี่คือเวลาที่เหมาะที่จะเริ่มต้น เพราะองค์กรที่ชนะในอนาคตคือองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคนมากที่สุด และรางวัลเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพผู้นำและบุคลากรไทย ให้สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกและต่อยอดสู่ความสำเร็จในระดับสากล</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="Succession Planning ช่วยให้อาณาจักรแบรนด์ระดับโลก LVMH สร้างองค์กรที่ยั่งยืนได้อย่างไร? 4" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/brandon-hall-group-human-capital-management-excellence-awards-2025/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-hero-summit-2025-251007/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-hero-summit-2025-251007/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Oct 2025 05:26:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=47136</guid>

					<description><![CDATA[อาจกล่าวได้ว่า HR คือฮีโร่ขององค์กร ไม่ใช่เพราะพวกเขามีอำนาจหรืออยู่แถวหน้าขององค์กร แต่เพราะ HR คือผู้ดูแลหัวใจของคนทำงานทุกคน ฮีโร่ตัวจริงในองค์กรอาจไม่ได้ใส่ผ้าคลุม แต่เป็นคนที่คอยฟัง คอยเข้าใจ และคอยผลักดันให้ทีมเติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง และยิ่งยุคนี้ ยุคที่ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิถีการทำงานของโลก HR ยิ่งต้องเป็นผู้รับบทผู้นำการเปลี่ยนผ่าน แล้วสร้างสมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับหัวใจมนุษย์ให้ได้ นี่เหตุผลที่เกิดงาน HR Hero Summit 2025 ขึ้นอีกครั้ง ให้เป็นเวทีที่รวมเหล่าผู้นำด้านการบริหารคน เพื่อร่วมกันนิยามบทบาทใหม่ของ HR ในยุค AI พบกับผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ที่จะเผยทั้งโอกาส ความท้าทาย และกลยุทธ์สำคัญในการนำ AI มาใช้อย่างมีหัวใจ ตั้งแต่การ Reskill ทีม HR ให้พร้อมสำหรับอนาคต ไปจนถึงการดูแล Well-being ของคนทำงานในโลกที่สมดุลชีวิตเริ่มเลือนหาย หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจของงานนี้มาให้แล้ว อ่านรายละเอียดได้ในบทความนี้ 1) Opening Keynote: Future by AI, [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47144" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T122348.407.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People 558" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T122348.407.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T122348.407-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจกล่าวได้ว่า <strong>HR คือฮีโร่ขององค์กร</strong> ไม่ใช่เพราะพวกเขามีอำนาจหรืออยู่แถวหน้าขององค์กร แต่เพราะ HR คือผู้ดูแลหัวใจของคนทำงานทุกคน ฮีโร่ตัวจริงในองค์กรอาจไม่ได้ใส่ผ้าคลุม แต่เป็นคนที่คอยฟัง คอยเข้าใจ และคอยผลักดันให้ทีมเติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และยิ่งยุคนี้ ยุคที่ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิถีการทำงานของโลก HR ยิ่งต้องเป็นผู้รับบทผู้นำการเปลี่ยนผ่าน แล้วสร้างสมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับหัวใจมนุษย์ให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่เหตุผลที่เกิดงาน <strong>HR Hero Summit 2025</strong> ขึ้นอีกครั้ง ให้เป็นเวทีที่รวมเหล่าผู้นำด้านการบริหารคน เพื่อร่วมกันนิยามบทบาทใหม่ของ HR ในยุค AI พบกับผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ที่จะเผยทั้งโอกาส ความท้าทาย และกลยุทธ์สำคัญในการนำ AI มาใช้อย่างมีหัวใจ ตั้งแต่การ Reskill ทีม HR ให้พร้อมสำหรับอนาคต ไปจนถึงการดูแล Well-being ของคนทำงานในโลกที่สมดุลชีวิตเริ่มเลือนหาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจของงานนี้มาให้แล้ว อ่านรายละเอียดได้ในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>1) Opening Keynote: Future by AI, Shaped by People</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47140" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T115914.034.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People 559" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T115914.034.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T115914.034-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-workshop-hr-for-scale-251001/"><span style="font-weight: 400;">สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager จาก HREX.asia</span></a> <span style="font-weight: 400;">กล่าวเปิดงานในครั้งนี้ ถึงความกังวลว่าคนจำนวนมากกลัวว่า “<em>AI กำลังมาแย่งงานเราไหม ?” “เราจะตกงานกันหมดหรือเปล่า ?”</em> และนั่นคือจุดเริ่มต้นของบทสนทนาใน </span><i><span style="font-weight: 400;">HR Hero Summit 2025</span></i><span style="font-weight: 400;"> ปีนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสหธร ยืนยันว่างานในวันนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความกลัว แต่เพื่อขจัดความกลัวให้ HR เห็นโอกาสใหม่ในการอยู่ร่วมกับ AI อย่างชาญฉลาด เพราะแท้จริงแล้ว งานของ HR คือหนึ่งในไม่กี่งานที่ AI ไม่สามารถแทนที่ได้ 100% เพราะมันต้องการสิ่งสำคัญนั่นคือ <strong>หัวใจของมนุษย์</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับโจทย์ใหญ่ของปีนี้จะครอบคลุมอย่างรอบด้านทั้งเรื่อง </span><span style="font-weight: 400;">HR &amp; AI</span><span style="font-weight: 400;"> ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นการผสมผสานระหว่างสมองกล และความเป็นมนุษย์ ที่ผ่านมา AI มักถูกพูดถึงในแวดวงเทคโนโลยีหรือการตลาด แต่สำหรับ HR แล้ว สิ่งสำคัญกว่าคือ Human Touch การเข้าใจคน และการใช้ AI เพื่อเสริมศักยภาพมนุษย์ ไม่ใช่แทนที่มนุษย์ งานนี้จึงเปิดพื้นที่ให้พูดถึงการใช้ AI เพื่อพัฒนาคน เสริมทักษะ และเตรียมผู้นำทุกเจเนอเรชันให้พร้อมก้าวไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งจุดน่าสนใจคือการพูดถึง Best Practice ในการนำ AI มาบริหารคน ทั้งในแง่ความสำเร็จและข้อผิดพลาด รวมถึงการพูดถึงเทรนด์ใหม่อย่าง Agentic AI ระบบ AI ที่สามารถคิด วิเคราะห์ และลงมือทำงานบางส่วนได้ด้วยตัวเอง ซึ่งกำลังกลายเป็นเทคโนโลยีที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกจับตามอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พร้อมกันนั้น คุณสหธรยังย้ำว่า HR เองก็ต้อง Reskill ตัวเอง เพื่อทำงานข้ามสาย ข้ามฝ่าย และรับมือกับความซับซ้อนในองค์กร โดยไม่ลืมดูแลจิตใจของตนเอง เพราะฮีโร่ที่ดี ย่อมต้องรู้จักเยียวยาตัวเองด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหัวใจสำคัญของการอยู่ร่วมกับ AI คือการมี AI Readiness หรือองค์กรต้องมีความพร้อม 5 มิติ ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">Strategy Readiness <span style="font-weight: 400;">–</span> องค์กรต้องมีแผน มีกลยุทธ์ที่ชัดเจน และมีทิศทาง</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">People Readiness <span style="font-weight: 400;">–</span> คนในองค์กรต้องมีความพร้อม เพื่อใช้ AI อย่างเข้าใจ และเกิดประโยชน์</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">Data Readiness <span style="font-weight: 400;">–</span> ข้อมูลขององค์กรต้องมีคุณภาพเพียงพอให้ AI เรียนรู้</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">Tech Readiness <span style="font-weight: 400;">–</span> โครงสร้างพื้นฐานขององค์กรต้องมั่นคง ปลอดภัยในการใช้งาน AI</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">Governance Readiness <span style="font-weight: 400;">– </span>แม้จะใช้ AI แต่ก็ต้องกำกับดูแลให้โปร่งใส ใช้อย่างมีธรรมาภิบาล</li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง 5 มิตินี้จะเป็นแกนหลักที่เชื่อมโยงอยู่ในทุก Session ของงาน เพื่อให้ทุกคนได้มองเห็นภาพชัดว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ต้องเริ่มจากการเตรียมคนก่อนเทคโนโลยีเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด คุณสหธรได้ทิ้งข้อความทรงพลังไว้ให้ผู้เข้าร่วมทุกคนว่า คนที่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนโลกการทำงานได้ HR คือหนึ่งในนั้น เพราะ HR คือฮีโร่ขององค์กร ผู้มีพลังในการสร้างการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเพื่อคนอื่นหรือเพื่อตัวเอง <strong>อนาคตของการทำงานอาจขับเคลื่อนด้วย AI แต่โลกนี้จะถูก “Shaped by People” เสมอ และฮีโร่ตัวจริงในเรื่องนี้ก็คือคุณ</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>2) Breaking Communication Barriers: How AI-Powered English Training Drives Organizational Growth</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47141" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T115920.162.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People 560" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T115920.162.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T115920.162-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ<strong> โชติจิณณ์ วีระเสรีวัฒนะ Business Development, Director จาก </strong></span><strong><a href="https://expth.hrnote.asia/products/152">ELSA</a> </strong><span style="font-weight: 400;">อธิบายว่าภาษาอังกฤษคือกุญแจที่เปิดประตูสู่โอกาสในโลกการทำงาน แต่ความเป็นจริง ความสามารถด้านภาษาอังกฤษของคนไทยอยู่อันดับ 106 ในเอเชีย ซึ่งต่ำจนน่าตกใจ และยิ่งไปกว่านั้นกว่า 2 ใน 3 ขององค์กรไทย ยังประสบปัญหาในการหาคนที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีจริง ๆ จนต้องพึ่งพาบุคลากรที่จบจากต่างประเทศ ทำให้พนักงานที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้คล่องกว่า 40% มีโอกาสก้าวหน้าในองค์กรข้ามชาติมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเรียนภาษาอังกฤษในองค์กรกลับเต็มไปด้วยอุปสรรค ทั้งหลักสูตรที่ไม่ตอบโจทย์ ความยากในการวัดผล และรูปแบบการสอนที่ยังคงซ้ำเดิม ไม่สอดคล้องกับลักษณะงานจริง หลายบริษัทมักมองว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่กลยุทธ์ระยะยาวขององค์กร ทำให้การอบรมมักเป็นเพียงโครงการสั้น ๆ ที่ผู้เรียนเรียนแต่ไม่ใช้ และเมื่อไม่ได้ใช้งานจริง ทักษะก็เลือนหายไปตามเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นทำให้หลายองค์กรมองว่า การเรียนภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องจำเป็น หลายองค์กรจึงไม่ได้ต้องการขับเน้นเรื่องนี้ เพราะมองไม่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนในแง่ Business Impact ที่ชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การสื่อสารภาษาอังกฤษที่ดีสามารถสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจได้มหาศาล ตัวอย่างในธุรกิจโรงแรม พนักงานที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีสามารถสร้างความประทับใจให้แขกต่างชาติ ส่งผลต่อรีวิวที่ดีขึ้น บริการที่ดีขึ้น และยอดจองที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อตอบโจทย์นี้ ELSA ได้นำเทคโนโลยี AI มาช่วยปฏิวัติการเรียนภาษาอังกฤษในองค์กร ด้วยระบบที่สามารถฟังเสียงจริงของมนุษย์ และวิเคราะห์การออกเสียงได้อย่างละเอียด แตกต่างจากโปรแกรมทั่วไปที่เพียงแปลงเสียงเป็นตัวอักษรแล้วอ่านกลับ ระบบของ ELSA สามารถบอกได้ว่าผู้เรียนออกเสียงถูกหรือไม่ ผิดตรงไหน และควรปรับอย่างไร เพื่อให้พูดได้คล่องและเป็นธรรมชาติเหมือนเจ้าของภาษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>การเรียนภาษาอังกฤษด้วย AI จึงไม่ใช่แค่การเรียนรู้ภาษา แต่คือการลงทุนในศักยภาพของคน</strong> เพราะเมื่อคนในองค์กรสื่อสารได้ดีขึ้น ประตูสู่โอกาสทางธุรกิจก็เปิดกว้างขึ้นตามไปด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสื่อสารที่ดี ไม่ได้แค่เปลี่ยนวิธีที่เราพูดกับคนอื่น แต่เปลี่ยนวิธีที่เราเติบโตไปด้วยกันในองค์กรด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/152?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44452" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 185" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-9-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-9-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-9-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-9-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-9-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-9-2-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>3) Humanizing AI in Action</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47142" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T115929.445.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People 561" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T115929.445.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T115929.445-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><strong><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/chutima-sribumrungsart-240606/">ชุติมา สีบำรุงสาสน์</a></strong><span style="font-weight: 400;"><strong> อดีต CHRO จาก Microsoft Thailand</strong> และคุณ</span><a href="https://th.hrnote.asia/story/young-ceo-shipnity-10042023/"><span style="font-weight: 400;"><strong> ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ CEO และ Co-Founder ของ Shipnity</strong></span></a> <span style="font-weight: 400;">พาผู้ฟังมามองอีกมุมหนึ่งที่พูดถึง การทำให้ AI เป็นมนุษย์มากขึ้น (Humanizing AI) ซึ่งหมายถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างคนกับเทคโนโลยีอย่างสมดุล เพื่อให้ทั้งสองขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณชุติมาเริ่มต้นด้วยการชี้ให้เห็นความจริงว่า AI วันนี้มาแบบจริงจัง ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว องค์กรที่ไม่ปรับตัวก็อาจอยู่รอดได้ยาก เพราะเทคโนโลยีใหม่ ๆ กำลังเข้ามาเร็วขึ้นทุกวัน ขณะที่หลายองค์กรยังคงทำงานด้วยกระดาษหรือระบบเดิม ๆ คำถามสำคัญคือ เราจะเพิ่ม Productivity ได้อย่างไร โดยไม่ทิ้งหัวใจของคน ? เพราะแม้ AI จะทำงานได้เร็วและแม่นยำ แต่หากขาดความเข้าใจในมนุษย์ องค์กรก็จะสูญเสียจิตวิญญาณในการเติบโตไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณชุติมาเน้นย้ำว่า <strong>หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านไม่ใช่แค่การมีเทคโนโลยี แต่คือการมีคนที่พร้อมใช้มัน</strong> ถ้าคนไม่พร้อมเทคโนโลยีก็จะเป็นแค่ของตกแต่ง ดังนั้นผู้นำองค์กรต้องช่วยให้คนเปลี่ยนจากความกลัว เป็นความเข้าใจ และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับ AI ในฐานะเพื่อนร่วมงานคนใหม่ ไม่ใช่คู่แข่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณชญานิษฐ์ เสริมว่า ปัจจุบันคนหันมาใช้ AI Tools มากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการใช้ให้เป็น<strong> เพราะหากพึ่งพา AI โดยไม่คิด ไม่ตรวจสอบ ก็อาจกลายเป็นกับดักของความสะดวกได้</strong> เธอยกตัวอย่างจากโลกของ Tech Startup ที่ใช้ AI มาช่วยสร้างผลิตภัณฑ์ บริการ และดูแลลูกค้า แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือการเรียนรู้ใหม่อยู่เสมอ หัด Relearn และ Unlearn เพราะสิ่งที่เราเคยเชื่อว่า AI ทำไม่ได้ วันนี้มันอาจทำได้ดีกว่าที่คิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของผู้ประกอบการขนาดเล็กอย่าง Shipnity ยังมองว่า AI คือเครื่องมือสำคัญที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจเล็กเข้าถึงทรัพยากรเดียวกับองค์กรใหญ่ สามารถใช้ AI Framework เดียวกับบริษัทระดับโลกได้ในราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งช่วยให้แข่งขันและเติบโตได้รวดเร็วขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณชุติมาเสริมว่า สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีคนจำนวนมาก ความท้าทายยิ่งเพิ่มขึ้น ทั้งเรื่องช่องว่างทักษะ (Skill Gap) และความระมัดระวังในการใช้เทคโนโลยี แต่องค์กรต้องชัดเจนก่อนว่า เราจะใช้ AI เพื่ออะไร ? เพราะการใช้ AI โดยไร้ทิศทาง อาจไม่ต่างจากการขับเรือโดยไม่มีเข็มทิศ องค์กรควรกำหนดนโยบายให้ชัดว่าจะใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงาน สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือยกระดับประสบการณ์พนักงาน เพื่อให้กลยุทธ์และเทคโนโลยีเดินไปในทิศทางเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยังแนะให้มอง <strong>AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือเทคโนโลยี แต่เป็น Digital Workforce ที่ต้องได้รับการบริหาร จัดการ และพัฒนาเหมือนคนในองค์กร</strong> องค์กรต้องหาวิธีทำให้ Human Workforce กับ Digital Workforce เชื่อมโยงกันให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่องค์กรที่ใช้ AI เป็นเพียงผู้ช่วย แต่คือองค์กรที่สร้างระบบให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานอย่างแท้จริง AI จึงไม่ได้มาแย่งงาน แถมยังช่วยให้มนุษย์ทำงานที่มีคุณค่าและใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย คุณชญานิษฐ์ฝากมุมมองที่น่าสนใจว่า การสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้คือกุญแจสำคัญ <strong>ก่อนที่องค์กรจะสั่งให้พนักงานใช้ AI ควรสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาอยากเรียนรู้ การเห็นเพื่อนร่วมงานใช้ AI แล้วได้ผลดี จะกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม และเมื่อพนักงานรู้สึกว่า AI ทำให้ชีวิตการทำงานดีขึ้น พวกเขาจะเปิดใจ ใช้อย่างเข้าใจ และเติบโตไปพร้อมกัน</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายแล้ว นั่นคือการพัฒนา Critical Thinking และภาวะผู้นำในแบบที่เทคโนโลยีไม่อาจแทนที่ได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>4) IMPACT Leadership: Leading People Beyond AI</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47143" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T121540.912.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People 562" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T121540.912.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T121540.912-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ดร.สุทธิโสพรรณ ช่วยวงศ์ญาติ Partner ของ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/80">Slingshot Group</a> </strong><span style="font-weight: 400;">นำ Insight จากการพูดคุยกับผู้นำองค์กรทั้งในไทยและระดับโลกมาถ่ายทอดให้ฟังในหัวข้อนี้ โดยย้ำว่า ไม่ว่าจะในวงการไหน ผู้นำทั่วโลกต่างกำลังคิดเรื่องเดียวกัน คือเราจะนำคนให้ไปได้ไกลกว่าเดิมได้อย่างไร เมื่อ AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานทุกด้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหัวใจของความสำเร็จในยุคนี้ ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีล้ำแค่ไหน แต่อยู่ที่ผู้นำที่พร้อมนำคนข้ามผ่านความเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.สุทธิโสพรรณชี้ว่า กลุ่มทักษะของผู้นำยุคใหม่ต้องใช้จุดแข็งของความเป็นมนุษย์ มาผสานกับเทคโนโลยีให้เกิดความได้เปรียบ ปัจจุบันโลกเต็มไปด้วยแรงกดดันจากสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และแน่นอนว่า AI เองก็เข้ามาเขย่าโครงสร้างงานของหลายอุตสาหกรรม <strong>แต่แทนที่เราจะมอง AI เป็นภัยคุกคาม เธอเชื่อว่า AI อาจเป็นทางออก หากผู้นำรู้วิธีใช้มันเพื่อเสริมศักยภาพของคนในองค์กร</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจคือ ดร.สุทธิโสพรรณได้อ้างอิงมุมมองจาก </span>Top 3 Global Leadership Trends<span style="font-weight: 400;"> ที่พูดตรงกันว่า ผู้นำต้องรู้จัก Transform ร่วมกับ AI ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างองค์กรให้คนและ AI ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับเทคโนโลยี ไปจนถึงการวางบทบาทใหม่ให้แต่ละทีมทำงานร่วมกับเทคโนโลยีโดยไร้รอยต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Slingshot Group ยังได้ศึกษามุมมองของ AI ต่อผู้นำมนุษย์ พบว่า AI เองก็มีความกังวลว่า มนุษย์มักไม่มองการณ์ไกล และอาจทำร้ายผู้อื่น แต่ในอีกมุมหนึ่ง AI ก็ชื่นชมความฉลาด ความคิดสร้างสรรค์ และความสงสัยใฝ่รู้ของมนุษย์ ซึ่งคือคุณสมบัติที่ไม่มีเครื่องจักรใดลอกเลียนได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสมบัติเหล่านี้คือหัวใจของสิ่งที่ Slingshot Group เรียกว่า <a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/leadership-foresight-2035-250326/">I.M.P.A.C.T. Leadership Factor</a> ประกอบด้วย</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">I – Initiator: นักริเริ่มที่มองการณ์ไกล</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">M – Mobilizer: นักขับเคลื่อนที่จุดพลังทีม</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">P – Prover: ผู้สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการลงมือทำ</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">A – Aggregator: ผู้ผนึกกำลังและเชื่อมความหลากหลาย</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">C – Challenger: ผู้ท้าทายสิ่งเดิมและไม่ยอมแพ้ง่าย</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">T – Transformer:<span style="font-weight: 400;"> ผู้เปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำที่มี 6 คุณลักษณะนี้ จะสามารถใช้ศักยภาพของคน และ AI ร่วมกันอย่างสมดุล พร้อมพาองค์กรก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นสำคัญที่ ดร.สุทธิโสพรรณ กล่าวถึง คือเรื่อง Leadership Culture เธอย้ำว่าวัฒนธรรมองค์กรที่ดีเป็นสิ่งจำเป็น แต่ถ้าอยากไปได้ไกลกว่านั้น เราต้องสร้างวัฒนธรรมผู้นำ ที่ทุกระดับสามารถขับเคลื่อนร่วมกันได้จริง ผู้นำที่ดีไม่ควรเป็นเพียงคนตัดสินใจคนเดียว แต่ต้องรู้จักสร้าง Interdependent Leadership Culture ที่เปิดให้ทุกฝ่ายตัดสินใจโดยยึดเป้าหมายขององค์กรร่วมกัน ใช้ข้อมูลร่วมกัน แบ่งปันความเสี่ยง เรียนรู้จากความผิดพลาด และไม่กลัวความขัดแย้ง เพราะนั่นคือหนทางเดียวที่จะทำให้องค์กรเติบโตได้ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด ดร.สุทธิโสพรรณฝากไว้ว่า อย่าพัฒนาทักษะอย่างเดียว แต่ต้องพัฒนา Mindset ด้วย เพราะทักษะอาจพาเราไปได้ไกลในวันนี้ แต่ Mindset ที่เติบโตจะพาเราไกลกว่านั้นในวันหน้า</span></p>
<p><strong>ผู้นำที่กล้าลองผิด ลองถูก และเปิดใจเรียนรู้จากทุกประสบการณ์ จะเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นพอจะนำทีมฝ่าความไม่แน่นอนของโลกยุค AI ได้อย่างแท้จริง</strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36629" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 75" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>5) Lead People Before AI</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47150" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T151519.348.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People 563" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T151519.348.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T151519.348-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ปราโมทย์ พวงสำลี Chief People Officer จาก CardX</b><span style="font-weight: 400;"> เปิดเรื่องราวว่า SCB ตั้งเป้าอย่างชัดเจนว่าภายในปี 2027 องค์กรจะกลายเป็น AI First Organization อย่างเต็มรูปแบบ ไม่เพียงแต่ใช้ AI เพื่อเพิ่มกำไรหรือลดกระบวนการทำงาน แต่ยังต้องมี AI Talent อยู่ในองค์กรถึง 15% ซึ่งแนวทางนี้ขยายผลไปยังบริษัทลูกทั้งหมดในเครือ SCB ด้วยจุดมุ่งหมายคือการใช้เทคโนโลยีสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ พร้อมให้คนทำงานร่วมกับ AI อย่างมีคุณค่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหัวใจของ AI คือข้อมูล หรือ Data เขาเชื่อว่าการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าองค์กรไม่มีข้อมูลใหม่ ๆ และการใช้ AI และ Automation ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต้องเริ่มจากการวางระบบข้อมูลที่แข็งแรง เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีอย่างราบรื่น และสามารถขยายตัวได้ในระยะยาว เพื่อให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่สร้างผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่โดดเด่นให้กับลูกค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับที่ CardX เองใช้โมเดลที่เรียกว่า 3&#215;3 AI Model เพื่ออธิบายประโยชน์หลักของ AI ต่อคนทำงาน</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">AI Makes Us Smarter – ช่วยให้เราตัดสินใจแม่นยำขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">AI Works With Us – เป็นผู้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดภาระงานซ้ำซ้อน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">AI Helps Us Learn Deeper – ทำให้เราเข้าใจข้อมูลเชิงลึกและซับซ้อนได้ดีกว่าเดิม</span></li>
</ol>
<p><b>AI จึงไม่ใช่ศัตรูของมนุษย์ แต่เป็น Partner ที่ทำให้คนทำงานได้เร็วขึ้น ฉลาดขึ้น และพร้อมสร้างผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่าเดิม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ของการนำ AI เข้ามาปรับใช้ใน CardX นั้นชัดเจนมาก นั่นคือองค์กรสามารถลดเวลาการ Onboarding ลูกค้าได้กว่า 100,000 ชั่วโมง และลดชั่วโมงงานด้านปฏิบัติการ (Operations) ได้มากกว่า 44,800 ชั่วโมง เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะพนักงานของ CardX หรือ Xiers รู้จักใช้ AI อย่างถูกวิธี เข้าใจว่า AI จะช่วยพวกเขาให้ทำงานดีขึ้น ไม่ใช่แทนที่พวกเขา นี่คือวัฒนธรรมที่ CardX พยายามปลูกฝัง ให้คนกล้าเรียนรู้ ทดลอง และเห็นคุณค่าของเทคโนโลยีอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การจะสร้างวัฒนธรรม AI-Driven ให้เกิดขึ้นได้จริง ต้องเริ่มจากการวางรากฐานใหม่ทั้งองค์กร HR ต้องช่วยวาง People Strategy ใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างองค์กร การจัด Workforce Planning การสร้าง Talent Pipeline ที่พร้อมรองรับทักษะด้านข้อมูลและ AI รวมถึงการปรับกระบวนการ Talent Acquisition ให้สามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจเทคโนโลยีและพร้อมเรียนรู้ตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ AI ไม่ได้เปลี่ยนแค่เครื่องมือ แต่เปลี่ยนวิธีที่คนทำงานร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีจะขับเคลื่อนไม่ได้เลย หากคนไม่พร้อมเปลี่ยนแปลง คุณปราโมทย์เน้นย้ำว่า ความสำเร็จขององค์กร ต้องประกอบด้วย 3 ส่วนหลักนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คนที่แข็งแรง (Strong People) – มีทักษะ เข้าใจเทคโนโลยี และเปิดใจเรียนรู้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลที่แข็งแรง (Strong Data) – มีคุณภาพ ปลอดภัย และเชื่อมโยงได้จริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การกำกับดูแลที่แข็งแรง (Strong Governance) – ใช้ AI อย่างโปร่งใสและมีจริยธรรม</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">CardX ลงทุนสร้างความพร้อมทั้ง 3 ด้านนี้ พร้อมเปิดคอร์สสอนการใช้งาน AI และการ Prompt อย่างเหมาะสมให้พนักงาน เพื่อให้ทุกคนมีความเข้าใจในระดับปฏิบัติได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด คุณปราโมทย์ฝากแนวคิดสำคัญไว้ว่า <strong>AI มีคุณค่า แต่คุณค่าจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อคนมองเห็นมัน</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่อยากเติบโตในยุค AI ต้องไม่เพียงแค่ติดตั้งระบบ แต่ต้องติดตั้งความเข้าใจให้กับคนในองค์กรด้วย เพราะเทคโนโลยีจะสร้าง Impact ได้ก็ต่อเมื่อคนพร้อมจะนำมันไปใช้ และเมื่อผู้นำรู้จัก Lead People Before AI เท่านั้นที่องค์กรจะสามารถสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนได้จริง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>6) Unlocking Human Potential with Agentic AI: The Future of People &amp; Work</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47149" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T151513.483.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People 564" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T151513.483.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T151513.483-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ AI เข้ามาในองค์กร คำถามที่ HR หลายคนกำลังหาคำตอบคือ เราจะใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ 100% ได้อย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>อภินันท์ รุดดิษฐ์ Co-founder และ MD ของ SETech</b><span style="font-weight: 400;"> ชวนคิดในอีกมุมว่า ในความเป็นจริง กว่า 57% ของเวลาของ HR หมดไปกับงานแอดมิน และพนักงานใช้เวลาถึง 40% แค่ค้นหาข้อมูลที่ต้องการ ซึ่งเราทุกคนคงคุ้นเคยกับปัญหาเหล่านี้ดี การทำงานรูทีนซ้ำ ๆ การตอบคำถามเดิม ๆ ย่อมเป็นเรื่องที่น่าเบื่อและเสียเวลา แม้แต่การตามหาไฟล์ล่าสุดไม่เจอสักที สิ่งเหล่านี้คือตัวดูดพลังงานของคนทำงานที่แท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือจุดที่ AI เข้ามาช่วยปลดล็อกศักยภาพมนุษย์ ให้กลับมาทำงานที่มีความหมายอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่องค์กรต้องการไม่ใช่แค่ AI ทั่วไป แต่คือ Agentic AI หรือ AI ที่ คิด วางแผน และลงมือทำงาน ได้เองตามโจทย์ที่ได้รับจากมนุษย์ มันไม่ใช่แค่ Chatbot ตอบคำถาม แต่คือเอเจนต์อัจฉริยะ ที่รู้ว่าจะใช้ข้อมูล เครื่องมือ หรือระบบใด เพื่อแก้ปัญหาและส่งมอบผลลัพธ์ได้จริง Agentic AI จะทำงานแทนมนุษย์ในงานที่กินเวลาและพลัง เพื่อให้เรามีโอกาสกลับไปทำงานของมนุษย์อีกครั้ง อาทิ งานที่ต้องใช้ความคิด ความเข้าใจ และหัวใจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI จึงไม่ใช่เจ้านายของเรา แต่คือผู้ช่วยคนใหม่ที่อยู่ข้างเราเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อมนุษย์และ AI ทำงานร่วมกันอย่างถูกจังหวะ ผลลัพธ์ยิ่งมหาศาลกว่าเดิม เพราะจากเดิมที่ HR ต้องตอบคำถามพนักงานซ้ำ ๆ ทุกวัน Agentic AI จะเข้ามาช่วยจัดการข้อมูล ตอบคำถามทันทีอย่างถูกต้อง และลดภาระงานเหล่านั้นลง ทำให้ HR มีเวลาไปดูแลคนจริง ๆ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในที่ทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งสำคัญคือต้องวัดให้ได้ว่า AI ที่เราใช้สร้างคุณค่าได้จริงไหม คุณอภินันท์เสนอ 5 ตัวชี้วัดใหม่ของการใช้ Agentic AI ที่ไม่ได้ดูแค่ประสิทธิภาพ แต่ดูสัญญาใจระหว่างคนกับเทคโนโลยี ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Speed – ทำงานเร็วขึ้น เพื่อให้คนรู้สึกว่าระบบตอบสนองทันใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Accuracy – ถูกต้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Adoption – คนเลือกใช้เพราะมันช่วยได้จริง ไม่ใช่เพราะถูกสั่ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Experience – ยิ่งบริการดี ความไว้วางใจยิ่งเพิ่ม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Business Impact – ตัวเลขธุรกิจดีขึ้น เพราะคนได้กลับไปทำงานที่มีคุณค่า</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นคือภาพขององค์กรที่ใช้ AI อย่างมีหัวใจ หาใช่แค่ใช้ให้ทันกระแส</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพต้องอยู่ภายใต้จริยธรรมและความรับผิดชอบ คุณอภินันท์เน้นย้ำว่า ข้อมูลทุกอย่างต้อง ปลอดภัย มาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และผ่านการตรวจสอบก่อนส่งออก</span></p>
<p><strong>AI จะช่วยให้โลกของการทำงานยุติธรรมขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนยังคงมีบทบาทในการกำกับดูแลมันอยู่</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมนุษย์และ AI ทำงานร่วมกันอย่างสมดุล งานจะไม่ใช่เพียงสิ่งที่ต้องทำ แต่จะกลับมามีความหมายอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย คุณอภินันท์ทิ้งประโยคทรงพลังไว้ว่า <strong>เมื่อคนปลดล็อกศักยภาพด้วย AI งานจะมีความหมายมากขึ้น</strong> เราจะทำงานได้เร็วขึ้น ไม่ใช่เพื่อทำให้มากขึ้น แต่เพื่อมีเวลาคุยกันมากขึ้นเพราะข้อมูลทำให้เสียงของทุกคนดังขึ้น ถูกได้ยิน และได้รับความยุติธรรมในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI จะยกงานซ้ำซากออกไป เพื่อให้มนุษย์ได้ทำในสิ่งที่มนุษย์ทำได้ดีที่สุด นั่นคือการคิด สร้างสรรค์ และเชื่อมโยงหัวใจกันและกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>7) Reskilling HR for the AI Age</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47148" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T151506.238.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People 565" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T151506.238.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T151506.238-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ปฤณ จำเริญพานิช ผู้ก่อตั้งและ CEO จาก AEIOU Solution Co.,Ltd</b><span style="font-weight: 400;"> ตั้งคำถามว่า ทุกวันนี้ AI มีอยู่เต็มไปหมด แต่เราควรใช้ตัวไหนดี ? – </span><span style="font-weight: 400;">คำตอบก็คือ AI ที่เราควรมองข้าม คือ AI ที่ไม่ทำให้เกิด Productivity เพราะไม่ใช่ทุกเทคโนโลยีจะมีคุณค่ากับองค์กร และไม่ใช่ทุกการใช้ AI จะสร้างประสิทธิภาพจริง ๆ การเข้าใจว่า AI ตัวไหนเหมาะกับงานเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือจุดเริ่มต้นของการ Reskill HR ให้พร้อมสำหรับยุค AI อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปฤณชี้ว่า คนส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับ AI Sleeper หรือคนที่ใช้ AI แค่แปลภาษา หรือสรุปข้อมูล ซึ่งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น แต่การใช้ AI อย่างมีศักยภาพจริง ต้องพัฒนาไปอีกหลายขั้น ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">AI Player – มอง AI เป็นเพื่อนร่วมงาน ใช้หลายเครื่องมือผสมกันเพื่อทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">AI Integrator – รู้ว่า AI ตัวไหนเหมาะกับ Task ไหน เพราะ “ไม่มี AI ที่ดีที่สุด มีแต่ AI ที่เหมาะที่สุด”</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">AI Transformer – ใช้ AI เพื่อวางกลยุทธ์และออกแบบแนวทางการทำงานขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">AI Futurizer – อันนี้คือขั้นที่ 5 แต่มันเป็นเรื่องของอนาคตที่เรายังไม่ต้องคิดถึง ขอแค่ให้ไปถึงขั้น AI Transformer ก็เพียงพอแล้ว</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">การไต่ระดับเหล่านี้ทำให้เห็นชัดว่า คนที่ใช้ AI เป็นต่างจากคนที่แค่ลองใช้อย่างสิ้นเชิง และนั่นคือเหตุผลที่คุณปฤณย้ำว่า <strong>ไม่ต้องกลัวโดน AI แทนที่ แต่จงกลัวคนที่ใช้ AI เป็น</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อันที่จริง AI ไม่ต่างจากอินเทอร์เน็ตหรือ Excel ในวันวาน มันคือเครื่องมือที่จะแย่งงานคนที่ไม่รู้จักใช้มัน ไม่ใช่เครื่องจักรที่มาทำลายอาชีพของเรา<strong> การใช้ AI บ่อยขึ้นไม่ได้ทำให้คนโง่ลง แต่กลับทำให้คนเก่งขึ้น เพราะเราต้องคิดให้ลึกกว่า AI ที่ตอบเพียงค่าเฉลี่ยของข้อมูล</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หน้าที่ของมนุษย์จึงคือการใช้ AI ให้ฉลาดกว่าเดิม ผลักจากระดับ B ให้เป็น A+ ด้วยความคิดสร้างสรรค์และการตัดสินใจที่เครื่องจักรทำไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ยังมีความหลากหลายมากกว่าที่หลายคนเข้าใจ คุณปฤณได้แนะนำเครื่องมือยอดนิยมที่คนทำงานควรรู้จัก เช่น</span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;">Claude – ตัวช่วยการเขียนที่ให้ภาษาสวย เรียบหรู เหมาะกับงานเขียน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">Perplexity – เก่งเรื่องการรีเสิร์ชข้อมูล</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">Gemini – ช่วยอ่านเอกสารและวิเคราะห์ได้ดี</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">Copilot – เหมาะกับงานใน Microsoft</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ChatGPT – โดยเฉพาะรุ่น GPT-5 ที่มีศักยภาพระดับ Director ขึ้นไป</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือสายครีเอทีฟอย่าง Canva, Sora, Hedra, Suno และ Napkin เป็นต้น สิ่งเหล่านี้สามารถสร้างภาพ วิดีโอ และอินโฟกราฟิกได้อย่างทรงพลัง จุดสำคัญไม่ใช่การใช้ทั้งหมด แต่ต้องเลือกใช้ให้ถูกงาน โดยแยก Job ออกเป็น Task แล้วคัดว่า Task ไหนที่ควรใช้ AI ช่วย เพื่อให้เกิด Productivity สูงสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปฤณยังให้เทคนิคง่าย ๆ สำหรับการใช้ AI อย่างชาญฉลาดในชีวิตจริงไว้ว่า</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ให้แยกห้องแชทคุยเรื่องเดียวต่อห้อง เพื่อไม่ให้ AI สับสนบริบท</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คุยให้มากก่อนสั่ง เพื่อให้เข้าใจเจตนาเรา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อย่าเพิ่งรีบเชื่อคำตอบแรก เพราะ AI อาจสร้างได้ แต่คนต้องตรวจสอบ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ตั้งคำถามให้ชัด เคลียร์ และครบถ้วน คือหัวใจของ Prompt ที่ดี</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">และยิ่งคุยลึกในหัวข้อเดิม (Deep Conversation) AI ก็จะยิ่งเรียนรู้และตอบได้ตรงขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือเหตุผลที่การพูดคุยกับ AI อย่างต่อเนื่องคือการฝึกสมองมนุษย์ไปในตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่คุณปฤณฝากไว้ก็คือ <strong>ยุคนี้ HR ต้องไม่ใช่แค่ใช้ แต่ต้องสร้าง AI เป็น</strong> เราควรมีทักษะในการสร้าง AI Agent หรือผู้ช่วยส่วนตัวเฉพาะด้าน ที่เข้าใจงานของเราอย่างแท้จริง นี่คือทักษะใหม่ของ HR ยุค AI ไม่ใช่เพียงคนที่ใช้เทคโนโลยี แต่เป็นคนที่ออกแบบให้เทคโนโลยีทำงานร่วมกับมนุษย์ได้ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในวันที่เครื่องจักรเก่งขึ้น สิ่งที่จะสร้างความต่างให้คนเก่งกว่าเดิม ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ล้ำกว่า แต่คือสมองและหัวใจที่ใช้มันอย่างเข้าใจ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>8) Empowering the Human Touch in the age of Gen AI</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47153" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T161103.626.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People 566" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T161103.626.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T161103.626-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>จุติพันธุ์ มงคลสุธี CEO ของ Gofive</strong> ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า คนคือหัวใจสำคัญในการเติบโตของทุกองค์กร ไม่ว่าจะมี AI เก่งแค่ไหน AI ช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้นกี่เท่า ความสำเร็จยังเริ่มจากมนุษย์ที่เข้าใจมนุษย์เสมอ องค์กรต้องไม่ลืมใส่ใจในงาน HR เพื่อดูแลคนให้รู้สึกว่าการทำงานของเขามีความหมายด้วย</p>
<p>ปัจจุบันหลายองค์กรเริ่มมีคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z เข้ามาเป็นกำลังสำคัญ คนกลุ่มนี้เติบโตมากับเทคโนโลยีและการเรียนรู้ออนไลน์ พวกเขามีมุมมองการทำงานต่างจากเดิม และเลือกองค์กรที่สอดคล้องกับตัวตน เช่น วัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับความคิดเห็น การใช้เทคโนโลยีช่วยลดภาระงาน หรือการมีพื้นที่ให้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแรงจูงใจใหม่ที่ HR ต้องเข้าใจและออกแบบประสบการณ์ให้ตอบโจทย์</p>
<p>และ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/gamification-employee-engagement-250905/">Employee Engagement</a> คือหัวใจของการรักษาคนในองค์กร</p>
<p>คุณจุติพันธุ์อธิบายว่า Engagement ไม่ใช่แค่ความพึงพอใจ แต่คือ Commitment และ Passion ที่ทำให้พนักงานเต็มใจทุ่มเทมากกว่าที่จำเป็น เพื่อให้งานประสบความสำเร็จ ในทางกลับกัน เมื่อคนไม่รู้สึกผูกพันกับงานหรือองค์กร สัญญาณเตือนจะเริ่มชัดจากความเฉื่อย ความไม่รับผิดชอบ ไปจนถึงการลาออก ซึ่งสุดท้ายจะกลายเป็นต้นทุนที่องค์กรต้องจ่ายแพงที่สุด</p>
<p><strong>การวัด Engagement จึงไม่ควรเกิดขึ้นเพียงปีละครั้ง แต่ต้องเกิดขึ้นตลอดเวลา</strong> การใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่อาศัยข้อมูลแบบเรียลไทม์ จะช่วยให้ HR และผู้นำเห็นความรู้สึกของคนในองค์กรได้เร็วขึ้น และลงมือปรับเปลี่ยนได้ทันก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย ไม่ว่าจะผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม การสังเกตพฤติกรรมในแต่ละวัน หรือแม้แต่สัญญาณเล็ก ๆ ที่บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าของพนักงาน</p>
<p>เทคโนโลยีที่ดีควรทำให้มนุษย์เข้าใจกันได้ดีขึ้น ไม่ใช่ผลักให้เราห่างออกไป</p>
<p>สุดท้าย เขาแนะนำวิธีสร้าง Engagement ให้สนุกและจับต้องได้ด้วย Gamification การออกแบบประสบการณ์ทำงานให้เหมือนเกม เช่น การเก็บแต้ม ปลดล็อกภารกิจ หรือรับรางวัลเมื่อบรรลุเป้าหมาย วิธีนี้ทำให้พนักงานรู้สึกสนุกกับการทำงาน และยังสร้างแรงจูงใจให้อยากมีส่วนร่วมมากขึ้น เพื่อให้คนรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ แล้วองค์กรก็จะเติบโตไปพร้อมกัน</p>
<p>เพราะสุดท้าย ไม่ว่า AI จะล้ำแค่ไหน ความอบอุ่นของหัวใจมนุษย์ยังคงเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างให้แก่องค์กรได้เสมอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>9) Generation AI: Chaos or Collaboration</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47152" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T161007.123.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People 567" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T161007.123.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T161007.123-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <strong>พงศธร ธนบดีภัทร CEO ของ XPONENTIAL ENTERPRISE และ President จาก eddu Group</strong> เล่าว่า เส้นทางการบริหารธุรกิจนั้นแบ่งได้ตั้งแต่การทำงานคนเดียว การเริ่มร่วมมือกับเพื่อนหรือครอบครัว ไปจนถึงการเป็นองค์กรมืออาชีพเต็มตัว และขั้นนำมืออาชีพจากภายนอกมาบริหารให้ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของความเป็นองค์กรที่เติบโตจริง</p>
<p>แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่รู้ว่าอยู่ขั้นไหน แต่เป็นจะพัฒนาอย่างไรให้ข้ามขั้นได้ ถือเป็นความท้าทายของผู้นำในยุค AI อย่างแท้จริง</p>
<p>จากประสบการณ์เขาที่ได้ศึกษาด้านการบริหารที่ Harvard สิ่งที่ได้เรียนรู้ไม่ใช่แค่ศาสตร์ทางธุรกิจ แต่คือศาสตร์การเข้าใจคน โดยเฉพาะด้านจิตวิทยาและแรงจูงใจ เขาเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า ต่อให้บริษัทหนึ่งจะมีกฎหมายแรงงานและระบบเอกสารที่รัดกุมเพียงใด หากในองค์กรเต็มไปด้วยพนักงานที่ไม่อยากร่วมมือ ย่อมสู้บริษัทที่คนทำงานด้วยหัวใจเดียวกันไม่ได้</p>
<p>สิ่งนี้พิสูจน์ว่า การบริหารคนอาจสำคัญกว่ากฎหมายที่เขียนไว้อย่างสมบูรณ์เสียอีก</p>
<p>ทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะอยู่ในสเตจไหน ล้วนต้องยึดสามเหลี่ยมหลักของการเติบโตไว้ให้มั่น ประกอบด้วย</p>
<ol>
<li> Resources (ทรัพยากร)</li>
<li> Processes (กระบวนการ)</li>
<li> Profit Formula (สูตรในการทำกำไร)</li>
</ol>
<p>ในความเป็นจริง ข้อ 2 และ 3 มักไม่เปลี่ยนบ่อย แต่ทรัพยากรหรือคนนี่แหละที่เปลี่ยนตลอดเวลา การขยายธุรกิจจึงไม่ใช่การเพิ่มจำนวนพนักงานอย่างเดียว เพราะการเพิ่มคนไม่ได้หมายถึงการเพิ่มรายรับเสมอไป แต่หมายถึงต้นทุนที่สูงขึ้น การบริหารที่แท้จริงคือการทำให้สามเหลี่ยมนี้ขยายอย่างสมดุลทุกด้านพร้อมกัน ไม่เอนเอียงไปฝั่งใดฝั่งหนึ่ง</p>
<p>จากมุมมองของคุณพงศธร โลกของการบริหารคนกำลังเดินเข้าสู่ยุคใหม่ที่เขาเรียกว่า HR 6.0 ยุคของ Mix Workforce ที่คนและ AI ต้องทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ต่างคนต่างใช้ เขาชี้ว่าตอนนี้ทุกองค์กรมีเพียงสองทางเลือกเท่านั้นคือ</p>
<ol>
<li>สนับสนุนให้พนักงานใช้ AI อย่างจริงจัง</li>
<li>หรือปล่อยให้พนักงานเรียนรู้เองแบบไร้ทิศทาง</li>
</ol>
<p>ซึ่งอย่างหลังจะทำให้ AI ในองค์กรไม่ถูกเชื่อมโยงกัน หรือไม่เกิด Centralized AI System และ <strong>ผู้ที่ต้องรับบทเป็นผู้นำการรวมศูนย์ AI ไม่ใช่ฝ่ายเทคโนโลยี แต่คือ HR</strong></p>
<p>นอกจากบทบาทด้านเทคโนโลยีแล้ว คุณพงศธรยังย้ำว่า HR ต้องยกระดับบทบาทของตัวเองจากฝ่ายสนับสนุนไปสู่การเป็น Strategic Enabler ผู้ขับเคลื่อนกลยุทธ์สำคัญขององค์กร HR ต้องเป็นคนถีบในเชิงบวก กล่าวคือ ถีบคนให้เก่งขึ้น และถีบผู้นำให้ตื่นตัว เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าโลกของการทำงานไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้จริงต่อเมื่อ HR กล้าขยับก่อน และกล้าที่จะเป็นแรงผลักให้ทั้งองค์กรก้าวไปข้างหน้า</p>
<p>เพื่อให้องค์กรยุค AI ก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง คุณพงศธรเสนอโมเดลการทำงานใหม่ที่ประกอบด้วย 3 สติปัญญาหลัก (The New Intelligence Triangle)</p>
<ol>
<li>Human Intelligence – คนที่ฉลาดในการใช้ AI และเข้าใจบทบาทของตัวเอง</li>
<li>Machine Intelligence – ระบบที่มีประสิทธิภาพซึ่งเกิดจากการทำ Digital Transformation อย่างแท้จริง</li>
<li>Collective Intelligence – พลังของการร่วมมือจากภายนอก เช่น Outsource, Freelance และ Partner ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน</li>
</ol>
<p>เมื่อทั้ง 3 ด้านนี้ทำงานร่วมกันได้อย่างสมดุล จะเกิดองค์กรที่ยืดหยุ่น คล่องตัว และฉลาดขึ้นจากการร่วมมือระหว่างคนกับเทคโนโลยี</p>
<p>สิ่งที่สำคัญที่สุดในการบริหารองค์กรไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีแต่อย่างเดียว แต่อยู่ที่คนที่รู้จักใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและความเป็นมนุษย์ได้อย่างลงตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>10) Well-Being in the Age of No Balance</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47155" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T171023.698.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People 568" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T171023.698.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-10-07T171023.698-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คุณ <a href="https://th.hrnote.asia/story/hr-siampiwat-interview-230523/">ณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร</a> Chief Business Resources ของ Siam Piwat ผู้เคยขึ้นเวที <a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-hero-summit-2024-part-2-241011/">HR Hero Summit 2024</a> เพื่อบรรยายเรื่อง HR Next Move with Al to Win Workforce Development คราวนี้เขาเปลี่ยนหัวข้อมาเพื่อบรรยายว่า แม้เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่ม Productivity ได้มหาศาล แต่หากพนักงานไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และแรงจูงใจ ผลลัพธ์ของ AI ก็ไม่อาจขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างแท้จริง</p>
<p>เพราะสุดท้าย คนคือตัวแปรสำคัญที่สุดของความสำเร็จ</p>
<p>ในฐานะองค์กรธุรกิจบริการ Siam Piwat ต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างหนักเมื่อ AI เข้ามาในกระบวนการทำงาน โดยเฉพาะพนักงานในศูนย์การค้า ที่ต้องปรับตัวกับเครื่องมือใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง จากการสำรวจพบว่ากว่า 70% ของพนักงานใช้ AI แล้ว ส่วนใหญ่ใช้เพื่อแปลภาษา หรือเขียนเอกสารในชีวิตประจำวัน แม้จะไม่เลว แต่ในขณะเดียวกันยังมี 7% ที่ไม่เคยใช้เลย</p>
<p>เพื่อรับมือกับช่องว่างนี้ Siam Piwat จึงตั้งทีม AI Champion ทำงานร่วมกับฝ่าย IT และผู้บริหารเพื่อพัฒนา AI Center of Excellence ที่สร้าง Use Case ให้ทุกสายงานใช้ AI ได้จริงในระดับองค์กร ไม่ปล่อยให้มีคนที่ไม่รู้จัก แล้วใช้งานไม่เป็น ตามโลกไม่ทัน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าคนจะรู้สึกสมดุลมากขึ้น พนักงานหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า เมื่อใช้ AI แล้ว จะตกงานไหม ? HR จึงต้องออกแบบงานใหม่ ปรับ Career Path ให้เหมาะกับยุคดิจิทัล และช่วยพนักงานมองเห็นโอกาสในการเติบโต ไม่ใช่เพียงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลง เหนือสิ่งอื่นใด HR ต้องไม่ลืมหัวใจของการดูแลคน เพราะการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ต้องใช้พลังงานมหาศาล และคนไม่อาจสร้างนวัตกรรมได้ หากสุขภาพและจิตใจไม่พร้อม</p>
<p>Siam Piwat จึงวาง Well-Being Framework ภายใต้แนวคิด เก่ง ดี มี สุข ดังนี้</p>
<ul>
<li>เก่ง — พัฒนาทักษะ เติบโตในอาชีพ</li>
<li>ดี — ทำงานในวัฒนธรรมที่ดี ไม่ Toxic</li>
<li>มี — มีความมั่นคงทางการเงิน ดูแลครอบครัวได้</li>
<li>สุข — สุขกาย สุขใจ มีพลังในการใช้ชีวิต</li>
</ul>
<p>องค์กรใช้กรอบนี้วิเคราะห์พนักงานแต่ละช่วงวัย เพื่อดูว่าแต่ละกลุ่มมี Pain Point อะไร และควรได้รับการสนับสนุนแบบไหน พร้อมติดตามข้อมูลสุขภาพ เช่น สถิติการเข้าโรงพยาบาล และสัญญาณความเครียดของพนักงาน เพื่อปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสิ่งที่พวกเขาเผชิญจริง ๆ ซึ่งคุณณัฐวุฒิเล่าว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่พนักงานเผชิญมากที่สุดคือความเครียด ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี แรงกดดันจาก KPI และความคาดหวังในการสร้างนวัตกรรมใหม่ เป็นต้น</p>
<p>Siam Piwat จึงนำ AI มาช่วยวิเคราะห์เส้นทางอาชีพและให้คำแนะนำด้านพัฒนา แต่ก็ยังเปิดพื้นที่แห่งความสุขเล็ก ๆ เช่น ซุ้มดูดวง (ที่ได้รับความนิยมอย่างไม่คาดคิด), เวิร์กช็อปงานคราฟต์ของขวัญวันแม่, และโซน Community ที่ให้พนักงานมาสร้างสัมพันธ์ข้ามแผนก</p>
<p>องค์กรยังส่งเสริมความหลากหลายและความเท่าเทียม (Diversity &amp; Inclusion) ทั้งด้านเพศ วัย และผู้พิการ เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่าที่นี่คือพื้นที่ปลอดภัยในการเติบโต</p>
<p>แต่ในขณะที่ HR ทุ่มเทดูแลพนักงาน คำถามสำคัญก็คือ แล้วใครล่ะดูแล HR ?</p>
<p>HR เองเหนื่อยไม่แพ้ใคร ทั้งปัญหาเรื่องระบบ การร้องเรียน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง และแรงกดดันจากทุกทิศทาง เขาเองยอมรับว่าแม้จะเป็นผู้บริหาร แต่ก็เคยต้องเข้ารับการรักษาทางจิตใจ เพราะความเครียดสะสมจากการดูแลทุกคนจนลืมดูแลตัวเอง</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ เขาจึงฝากข้อคิด 5 ข้อถึง HR ทุกคนว่าเป็นสิ่งที่ต้องมี เพื่อรับมือกับการทำงาน และรับมือกับสุขภาพกายใจที่สั่นคลอน</p>
<ul>
<li>จงเป็น Strategic HR — เลือกทำในสิ่งที่ใช่ สิ่งที่ตรงตามกลยุทธ์ที่เหมาะสม อย่าลืมว่าเราทำทุกเรื่องไม่ได้</li>
<li>มีสติ (Mindfulness) — อย่าร้อนรน ให้เวลาตัวเองได้คิด</li>
<li>อย่าลืมดูแลตัวเอง (Self-care) — อย่าดูแลคนอื่นจนลืมใจตัวเอง</li>
<li>มี Growth Mindset — เปิดรับการเปลี่ยนแปลง และเรียนรู้จากมัน</li>
<li>Focus &amp; Prioritise — เลือกสิ่งสำคัญ ปล่อยบางอย่างที่ไม่จำเป็นได้บ้าง</li>
</ul>
<p><strong>AI จะพาองค์กรเดินหน้าได้จริง ก็ต่อเมื่อคนในองค์กรไม่หลงทางไปก่อน และหาก HR คงสติไว้ได้ คือสิ่งเดียวที่ช่วยให้ทั้งคนและองค์กร เดินต่อไปอย่างมั่นคงยั่งยืน</strong></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="SPRC – ความสำเร็จจากวัฒนธรรม &quot;One Caring Family&quot; พลังจากครอบครัว ขับเคลื่อนพลังงานแห่งอนาคต 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hr-hero-summit-2025-251007/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก Workshop HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-workshop-hr-for-scale-251001/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-workshop-hr-for-scale-251001/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Oct 2025 10:16:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Scale Fast]]></category>
		<category><![CDATA[HR for Scale]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=47061</guid>

					<description><![CDATA[หลายองค์กรมีแผนขยายธุรกิจ แต่พอถึงเวลาลงมือจริงกลับไปได้ไม่ไกลอย่างที่คิด เพราะสะดุดที่การบริหารคน เนื่องจากไม่มีระบบบริหารคนที่ชัดเจนพอจะรองรับการเติบโต ด้วยเหตุนี้ ในงาน SCALE FAST – Business Accelerator Summit 2025 แพลตฟอร์มข้อมูลด้าน HR ชั้นนำ HREX.asia ได้จัดเวิร์กชอป HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต โดยมีคุณ สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager จาก HREX เป็นวิทยากร เพื่อถ่ายทอดกรอบคิดและแนวทางปฏิบัติด้านการบริหารคนที่องค์กรไม่ว่าจะขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ ก็สามารถนำไปใช้ได้จริง  หากเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร และ HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจมาให้แล้วในบทความนี้ ธุรกิจจะโตได้ ต้องเริ่มถามก่อนว่า อยากโตแบบไหน ? คุณสหธรชวนตั้งคำถามพื้นฐานกับผู้เข้าร่วม Workshop ก่อนว่า ธุรกิจของคุณอยากเติบโตแบบไหนในอีก 1–3 ปีข้างหน้า ? คำถามนี้ดูเรียบง่าย แต่เป็นรากฐานสำคัญของการออกแบบระบบคนให้สอดคล้องกับทิศทางขององค์กร เพราะการเติบโตแต่ละรูปแบบ ย่อมต้องการระบบบริหารจัดการคนที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47063" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-91.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก Workshop HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก Workshop HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต 576" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-91.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-91-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรมีแผนขยายธุรกิจ แต่พอถึงเวลาลงมือจริงกลับไปได้ไม่ไกลอย่างที่คิด เพราะสะดุดที่การบริหารคน เนื่องจากไม่มีระบบบริหารคนที่ชัดเจนพอจะรองรับการเติบโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ ในงาน <strong>SCALE FAST – Business Accelerator Summit 2025</strong> แพลตฟอร์มข้อมูลด้าน HR ชั้นนำ HREX.asia ได้จัดเวิร์กชอป </span><b>HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต</b><span style="font-weight: 400;"> โดยมีคุณ<strong> สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager จาก HREX</strong> เป็นวิทยากร เพื่อถ่ายทอดกรอบคิดและแนวทางปฏิบัติด้านการบริหารคนที่องค์กรไม่ว่าจะขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ ก็สามารถนำไปใช้ได้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร และ HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจมาให้แล้วในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>ธุรกิจจะโตได้ ต้องเริ่มถามก่อนว่า อยากโตแบบไหน ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47064" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-92.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก Workshop HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก Workshop HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต 577" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-92.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-92-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสหธรชวนตั้งคำถามพื้นฐานกับผู้เข้าร่วม Workshop ก่อนว่า ธุรกิจของคุณอยากเติบโตแบบไหนในอีก 1–3 ปีข้างหน้า ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามนี้ดูเรียบง่าย แต่เป็นรากฐานสำคัญของการออกแบบระบบคนให้สอดคล้องกับทิศทางขององค์กร เพราะการเติบโตแต่ละรูปแบบ ย่อมต้องการระบบบริหารจัดการคนที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น หากองค์กรตั้งเป้าเพิ่มยอดขาย การสร้างทีมขายที่แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องมองลึกไปถึงทีม Back Office, ระบบ CRM และเทคโนโลยีที่รองรับกระบวนการขายแบบครบวงจร ในทางกลับกัน หากต้องการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ต้องเตรียมทีมที่มี Skill ใหม่ รองรับการพัฒนาและการตลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ องค์กรที่กำลังวางแผนขยายสาขาไปต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ ก็ต้องมีผู้นำที่เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสามารถสื่อสารวัฒนธรรมองค์กรให้ชัดเจน เพราะไม่เช่นนั้น องค์กรจะกลายเป็นองค์กรที่ไม่มีใครเข้าใจว่าตัวตนของตัวเองคืออะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสุดท้าย หากองค์กรต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน ระบบวัดผล การบริหารเป้าหมาย และการดูแลใจคน ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเติบโตที่ดีไม่ได้วัดแค่ตัวเลข แต่ต้องดูว่าคนในองค์กรพร้อมโตไปกับธุรกิจหรือไม่ ? การตั้งเป้าหมายที่ชัด จะช่วยให้ HR สามารถวางกลยุทธ์ด้านคนได้ตรงจุด และเป็นเสาหลักที่พาองค์กรข้ามผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านไปได้อย่างมั่นคง</span></p>
<h2><b>HR for Scale แล้ว HR อยู่ตรงไหนของการเติบโต ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47065" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image30.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก Workshop HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก Workshop HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต 578" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image30.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image30-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image30-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image30-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image30-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามต่อมาที่คุณสหธรถามกับผู้เข้า Workshop คือแล้ว HR ล่ะ อยู่ตรงไหนในสมการการเติบโตขององค์กร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเติบโตทางธุรกิจจะไม่สมบูรณ์เลย หากไม่มีคนที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่ากลยุทธ์จะดีเพียงใด หากไม่มีคนที่ใช่คอยขับเคลื่อน ก็ไม่มีวันสำเร็จ HR ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงแผนกสนับสนุน แต่ต้องเข้ามาอยู่ในโต๊ะตัดสินใจตั้งแต่แรก เพื่อเชื่อมระหว่างเป้าหมายธุรกิจกับศักยภาพของทีมงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการมอง HR ว่าเป็นเพียงแผนกที่รับผิดชอบเรื่องเอกสาร การลา หรือสวัสดิการพนักงานเท่านั้น ในความเป็นจริง HR คือระบบบริหารคนที่มีบทบาทต่อทุกมิติขององค์กร และยิ่งองค์กรเติบโตเร็วมากเท่าไร บทบาทของ HR ก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสหธร แบ่งบทบาทของ HR ออกเป็น 4 มิติหลัก ๆ ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190530-hrm-objective/">HRM</a>: งานบริหารบุคคลทั่วไป ดูแลเอกสาร สวัสดิการ กฎระเบียบขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/hrd-reduce-turnover-rate-250317/">HRD</a>: งานพัฒนาคนให้เติบโตด้วยการ Training</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">HROD: ทำหน้าที่ออกแบบ วางโครงสร้างและสร้างวัฒนธรรมองค์กร และ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211105-what-is-hrbp/">HRBP</a>: พันธมิตรของผู้นำ วางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับธุรกิจ ถือเป็นบทบาทที่องค์กรยุคใหม่ไม่ควรมองข้าม</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับสัดส่วนของ HR ต่อพนักงานเป็นได้ทั้งแบบ 1 ต่อ 100 ตามมาตรฐานโลก หรือแบบ 1 ต่อ 52 คนจากการสำรวจของ PMAT แต่ต้องไม่ลืมมี HR ที่คิดเชิงกลยุทธ์ เข้าใจทั้งภาพใหญ่ของธุรกิจ (Business Goal) และแผนพัฒนาคน (People Strategy) เพื่อเปลี่ยนภาพวิสัยทัศน์ให้เป็นระบบที่นำไปปฏิบัติได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากไม่ทำเช่นนี้ HR จะถูกลดบทบาทเหลือแค่คนทำงานเอกสาร ซึ่งไม่เพียงพอเลยสำหรับการขับเคลื่อนองค์กรในยุคที่ต้อง Scale-Up รวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหาก HR ยังอยู่นอกแผนการเติบโต โอกาสสำเร็จของธุรกิจก็จะลดลงตามไปด้วยทันที</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47068" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image37.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก Workshop HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก Workshop HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต 579" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image37.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image37-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image37-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image37-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image37-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>HR Strategy ที่ใช่ ไม่ใช่แค่แผนงานของฝ่ายบุคคล</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงคำว่า HR Strategy หลายคนมักนึกถึงแผนอบรม แผนสรรหา หรือแผนประเมินผลพนักงาน แต่ในความจริง กลยุทธ์ด้าน HR นั้นเริ่มจากภาพใหญ่ขององค์กร ไม่ต่างจากแผนธุรกิจโดยรวม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะทุกองค์กรล้วนมีเป้าหมายหลัก (Goal) วิสัยทัศน์ (Vision) และพันธกิจ (Mission) ก่อนจะค่อย ๆ แตกออกมาเป็นกลยุทธ์ของแต่ละแผนก เช่น ฝ่ายการตลาด, ฝ่าย Sales, ฝ่าย Tech, ฝ่ายการเงิน รวมถึงฝ่าย HR ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR Strategy ที่แท้จริง จึงไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือเครื่องยนต์ที่ต้องขับเคลื่อนพร้อมกับทุกภาคส่วน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์ของแต่ละแผนกจะถูกแปลงเป็นแผนปฏิบัติที่สามารถลงมือทำได้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นคน เทคโนโลยี เงินทุน หรือระบบการจัดการ หาก HR ทำแค่ดูแลเอกสาร จัดหาสวัสดิการ หรือวางตารางอบรมให้พนักงาน ก็จะพลาดโอกาสสำคัญในการเป็นตัวช่วยวางกลยุทธ์ที่องค์กรต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้า HR เห็นภาพรวม เข้าใจกลไกธุรกิจ และสามารถจัดสรรทรัพยากรมนุษย์ให้ตอบเป้าหมายได้ HR จะกลายเป็นคานงัดที่ทำให้ทุกทีมขยับอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสหธรชวนให้เรามองย้อนกลับไปที่ธรรมชาติของการเติบโตของธุรกิจ เริ่มจาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Self Business ที่เจ้าของทำเองทุกอย่าง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โตเป็น Friend &amp; Family Business ที่เริ่มมีคนช่วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เข้าสู่ Corporate Structure ที่เริ่มมีแผนก มีการวัดผล KPI </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และสุดท้ายคือ Professional Team ที่ระบบเริ่มชัด คนมีบทบาทเป็นของตัวเอง ไม่ต้องรอคำสั่งจากผู้บริหารทุกเรื่อง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">การจะก้าวข้ามผ่านแต่ละเฟสได้เกิดจากการมีระบบคนที่พร้อมในแต่ละจังหวะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47069" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image4.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก Workshop HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต" width="600" height="336" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก Workshop HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต 580" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image4.webp 1130w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image4-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image4-1024x574.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image4-768x430.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การมี HR Strategy เพียงอย่างเดียวไม่พอ เพราะต้องดูด้วยว่ากลยุทธ์แบบไหนจึงจะเหมาะกับจังหวะขององค์กร ? คุณสหธรย้ำว่าไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวในการจัดการคน แต่มันขึ้นกับ State ของธุรกิจต้องการคนที่แตกต่างกัน และ HR ที่ดีต้องสามารถอ่านจังหวะ และออกแบบกลยุทธ์ให้สอดคล้องได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น บริษัทที่อยู่ตัวแล้ว ต้องการ Operator ที่เชี่ยวชาญระบบ ทำงานลึกในหน้าที่ และเน้นประสิทธิภาพ กับความมั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่องค์กรที่อยู่ในช่วง Scale-Up จะต้องการคนที่พร้อมสร้างสิ่งใหม่ และไม่กลัวความล้มเหลว คนกลุ่มนี้จะไม่ตอบสนองต่อระบบที่ตายตัว แต่จะถูกดึงดูดด้วยโอกาส และความเชื่อที่เขาจะได้มีส่วนร่วมสร้างของจริง ไม่ใช่แค่ทำตามตำรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนในองค์กรแบบ Start-Up กลุ่มคนที่เหมาะที่สุดคือนักคิดที่เข้าใจบริบทธุรกิจ และพร้อมฝ่าฟันร่วมกับทีม พวกเขาอาจไม่มีความเก่งเฉพาะทางลึก แต่มีพลังสร้างสรรค์ที่พาองค์กรขยับอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ State เปลี่ยน กลยุทธ์ก็ต้องเปลี่ยน อย่าใช้วิธีบริหารแบบบริษัทใหญ่ ไปใช้กับทีมเล็กที่ยังไม่พร้อม เพราะจะทำให้คนเก่งรู้สึกอึดอัด สูญเสียความคล่องตัว และสุดท้ายอาจลาออกก่อนจะได้ลงมือสร้างจริง HR ที่ดีต้องอ่านสถานการณ์ให้ออก และรู้จังหวะ รู้ State รู้คน ก่อนจะออกแบบเสมอ</span></p>
<h2><b>สรรหาคนให้ตรงเป้า สัมภาษณ์อย่างมีกลยุทธ์</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การ Scale Up ในยุคที่ธุรกิจต้องเติบโตเร็ว ต้องใช้คนที่ลงมือทำได้จริง การสรรหาพนักงานจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับองค์กร ที่ต้องได้คนเหมาะสมกับ State ขององค์กร ซึ่งเราสามารถรับรู้ว่าเขาเป็นคนที่ใช่หรือไม่ผ่านการสัมภาษณ์ และต้องไม่สามารถใช้วิธีสัมภาษณ์ด้วยการถามตามตำรา แล้วตัดสินจากความรู้สึกอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์ที่ดีคือการพิสูจน์ผลงานว่า สิ่งที่เขาพูดนั้นคือสิ่งที่ทำได้จริง หากเรามีคำถามที่ดี ให้เขาได้เล่าประสบการณ์ในเชิงคิดวิเคราะห์ ไม่ใช่แค่บอกว่าเคยทำอะไร ช่วยพิสูจน์ได้ว่า ผู้สมัครทำงานเป็น ทำงานได้จริง ไม่ใช่แค่พูดสวย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่คุณสหธรย้ำคือ อย่าดูแค่เรซูเม่ผู้สมัครงาน แต่ให้มองผ่านกรอบ STAR Method คือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Situation เคยเผชิญสถานการณ์อะไรมาก่อน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Task เคยรับผิดชอบงานอะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Action ทำอย่างไรถึงสำเร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Result วัดผลได้ไหม มีผลงานจริงหรือเปล่า</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้การสัมภาษณ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น คุณสหธรแนะนำ Framework การถามที่ชื่อว่า </span><b>BOOST</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งประกอบด้วย</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">B = Benchmark ถามเพื่อวัดทักษะเฉพาะ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">O = Optimize ถามว่ามีวิธีคิดแบบไหน เคยปรับปรุงอะไรให้ผลงานดีขึ้นบ้าง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">O = Offering มีจุดแข็งอะไรที่ช่วยยกระดับองค์กรได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">S = Strategy ถ้าได้ทำงาน 3 เดือนแรก จะเริ่มจากงานอะไรก่อน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">T = Transition เป้าหมายต่อไปคืออะไร อยากเติบโตไปแบบไหน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">Framework นี้ช่วยให้ HR หรือผู้บริหารตั้งคำถามให้ครอบคลุมทั้งทักษะ ปัญญา และวิสัยทัศน์ของผู้สมัคร และเห็นภาพว่าเขาจะเข้ามาสร้างอะไรได้จริงในทีม</span></p>
<h2><b>พัฒนาคนยุคใหม่ ต้องไม่ One-Size-Fits-All</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างองค์กรที่เติบโตอย่างมั่นคง การพัฒนาคนเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราจะ One-Size-Fits-All หรือพัฒนาแบบเหมารวม เทรนทุกคนเหมือนกันไม่ได้อีกแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะคนในองค์กรล้วนมีความสามารถและศักยภาพแตกต่างกัน สิ่งที่ HR ต้องทำคือ ทำความเข้าใจว่าความสามารถของใครอยู่ระดับไหน มีศักยภาพหรือไม่ ก่อนจะเริ่มต้นตัดเย็บการพัฒนาให้เหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสหธรแนะนำให้ใช้ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/9-box-grid-240611/">9-Box Grid</a> ซึ่งเป็น</span> <span style="font-weight: 400;">Framework การประเมินบุคลากรที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังที่ใช้การตัดคนออกตาม 2 แกน ได้แก่ Performance (ผลงาน) และ Potential (ศักยภาพ) ทำให้เราเห็นชัดว่า ใครคือดาวเด่น หรือคนเก่ง มีแวว, ใครคือม้าศึก หรือคนเก่งในบทบาทปัจจุบัน, ใครคือเด็กดาวรุ่งมีของ คนที่อาจยังไม่เก่งมากแต่มีศักยภาพเติบโต และใครคือ<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220714-deadwood/">ซากขอนไม้ที่ตายแล้ว (Deadwood)</a> หรือคนที่ไม่ทำผลงานและไม่ Fit กับวัฒนธรรมองค์กร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47067" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image5.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก Workshop HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก Workshop HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต 581" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image5.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image5-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image5-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image5-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image5-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">LINE MAN Wongnai ใช้ Framework นี้จัดคนไว้ในกรอบต่าง ๆ เช่น มุมบนขวาคือ โลมา ที่เก่ง + Fit เป็นกลุ่มที่ต้องส่งเสริมต่อเนื่อง ส่วนมุมบนซ้ายคือปลาปิรันยา หรือคนเก่งแต่ไม่ Fit แม้มีผลงานแต่ส่งผลเสียต่อทีมและวัฒนธรรมองค์กร และต้องจัดการเด็ดขาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่คนตรงกลางเป็นปลานีโม่ หรือกลุ่มที่อาจยังไม่เก่งมากแต่ Fit และมีแววพัฒนาได้ ส่วนกลุ่มล่างซ้ายที่ทั้งไม่ Fit และไม่ Performance ดังนั้น HR ต้องรีบพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา ว่าเขาเหมาะกับที่นี่จริงหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สำหรับองค์กรขนาดเล็กหรือเพิ่งเริ่มวางระบบ HR การใช้ Matrix แบบ 4 ช่อง (Performance × Potential) ก็เพียงพอแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อประเมินได้ชัดแล้ว เราค่อยเลือกวิธีพัฒนาที่เหมาะกับแต่ละคน โดยโมเดล 70:20:10 ยังเป็นสิ่งที่ใช้ได้ผลจริง</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">70% เรียนรู้จากการลงมือทำจริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">20% จากการโค้ชหรือการให้ Feedback</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">10% จากคอร์สหรือการอบรม</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีนี้ช่วยให้การพัฒนาไม่ใช่แค่การส่งพนักงานไปเรียน แต่เป็นการปั้นให้คนเติบโตผ่านการทำงานจริง ซึ่งตรงกับธรรมชาติของคนทำงานในทุกระดับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลือกเครื่องมือให้ตรงกับ Stage ของแต่ละคน เช่น ดาวเด่นควรได้ Mentoring จากผู้บริหาร หรือส่งเรียน Leadership Program, เด็กมีของควรได้ลองของจริง, ส่วน Deadwood อาจต้องได้รับ 360 Feedback หรือหมุนงานเพื่อหาจุดที่เขาเหมาะสม</span></p>
<h2><b>องค์กรที่มีวัฒนธรรมดี = พื้นที่ที่คนเก่งอยากอยู่</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คนส่วนใหญ่ไม่ได้ย้ายงานเพราะเงินหรือเนื้องานเพียงอย่างเดียว พวกเขาย้ายเพราะคนในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้า เพื่อนร่วมทีม รวมถึงเพราะวัฒนธรรมที่ต้องเผชิญทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมองค์กรในที่นี้คือ พฤติกรรมที่เกิดซ้ำจนกลายเป็นบรรทัดฐานร่วม ตั้งแต่เรื่องเล็กอย่างการฟังกันในที่ประชุมไปจนถึงการให้โอกาสเติบโต เวลาพนักงานถามตัวเองทุกวันว่า หัวหน้าฟังฉันไหม เราตั้งใจทำงานจริง ๆ หรือแค่ทำงานไปงั้น ๆ แล้วรอเวลาเลิกงาน ? เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดหรือเปล่า ? ทั้งหมดนี้ล้วนมีผลมาจากวัฒนธรรมการทำงานในองค์กร และมันเป็นตัวกำหนดว่าพวกเขาจะอยู่หรือลาออกไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสหธรเสนอโมเดลการสร้างวัฒนธรรมองค์กรผ่าน 5 ขั้นตอน คือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Define</b><span style="font-weight: 400;"> – นิยามพฤติกรรมที่ต้องการ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Rituals</b><span style="font-weight: 400;"> – สร้างพฤติกรรมที่ Reinforce วัฒนธรรมนั้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>System</b><span style="font-weight: 400;"> – วางระบบสนับสนุน ทั้ง KPI, Reward, Review</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Punishment</b><span style="font-weight: 400;"> – กล้าลงโทษพฤติกรรมที่ขัดกับวัฒนธรรม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Communication</b><span style="font-weight: 400;"> – สื่อสารเป็น และที่สำคัญผู้นำต้องทำให้เป็นตัวอย่าง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมคือสนามแม่เหล็กที่ทำให้ทั้งคนเก่งอยากอยู่ และอยากชวนคนเก่งคนอื่นเข้ามาด้วย องค์กรที่เอาจริงกับการมีวัฒนธรรมที่ดี แล้วคัดคนค่านิยมเดียวกันเข้ามา พร้อมพัฒนา ให้รางวัล และให้หัวหน้านำด้วยแบบอย่างจะเดินได้เร็วและมั่นคงกว่าองค์กรที่ละเลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47066" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image12.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก Workshop HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต" width="600" height="335" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก Workshop HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต 582" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image12.webp 1124w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image12-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image12-1024x572.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/image12-768x429.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>บทสรุป Workshop HR for Scale: ระบบแบบไหนรองรับการเติบโต</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเป้าหมายขององค์กรเปลี่ยน กลยุทธ์ก็ต้องเปลี่ยน และแน่นอนว่าเมื่อกลยุทธ์เปลี่ยน ระบบการบริหารคนก็ต้องปรับให้สอดคล้องด้วย เพราะการดูแลคนไม่อาจแยกออกจากทิศทางของธุรกิจได้อีกต่อไป โดยเฉพาะในยุคที่ทุกองค์กรต้องขยับตัวอย่างรวดเร็วและแข่งขันกับเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตขององค์กร HR ไม่ใช่แค่ผู้จัดการเอกสารหรือสรรหาพนักงาน แต่คือตัวกลางที่เชื่อมระหว่างเป้าหมายของนายจ้างกับความหวังของลูกจ้าง เป็นผู้สร้าง Experience ที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่า ฉันอยากอยู่ที่นี่ และอยากเติบโตที่นี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ยุคใหม่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุนหลังบ้าน แต่เป็นผู้ออกแบบอนาคตขององค์กร ผ่านคนที่ใช่  และสอดคล้องกับก้าวต่อไปขององค์กร</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมกราคม 2025 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-workshop-hr-for-scale-251001/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/buzzebees-digital-connect-2025-250930/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/buzzebees-digital-connect-2025-250930/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Sep 2025 12:04:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[BUZZEBEES]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Connect 2025]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=47045</guid>

					<description><![CDATA[ปี 2025 เป็นอีกปีที่โลกของธุรกิจและการบริหารคนเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงขับจากดิจิทัล เทคโนโลยี และข้อมูลที่เปลี่ยนเกมอย่างต่อเนื่อง  Buzzebees จึงถือโอกาสนี้จัดงาน Digital Connect 2025: From Insight to Impact ขึ้น เป้าหมายของงาน ไม่ใช่แค่งานสัมมนาเทคโนโลยีทั่วไป แต่เป็นเวทีที่รวบรวมผู้นำความคิด นักนวัตกรรม และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรม มาร่วมกันชี้ทิศทางอนาคต ว่าจะนำ ข้อมูลและไอเดียไปสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องจริงได้อย่างไร สำหรับ HR งานนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะได้เห็นว่า การบริหารคนในยุคดิจิทัลไม่ได้หยุดอยู่ที่การดูแลคนเท่านั้นอีกต่อไป แต่กำลังเคลื่อนไปสู่บทบาทเชิงกลยุทธ์ที่ต้องผสมผสานเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างประสบการณ์พนักงานที่ตอบโจทย์ความคาดหวังใหม่ ๆ ของคนทำงาน และถ้า HR ไม่ก้าวตาม ก็เท่ากับองค์กรสุ่มเสี่ยงจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หากใครพลาดงานนี้ไป ไม่ต้องเสียใจ HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจจากงานมาให้แล้ว ติดตามได้เลยในบทความนี้ [Toc] Digital Connect 2025 #1 &#8211; Unveiling Our Vision: The 2026 Roadmap คุณ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47047" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-85.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact 589" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-85.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-85-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2025 เป็นอีกปีที่โลกของธุรกิจและการบริหารคนเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงขับจากดิจิทัล เทคโนโลยี และข้อมูลที่เปลี่ยนเกมอย่างต่อเนื่อง </span></p>
<p><b>Buzzebees</b><span style="font-weight: 400;"> จึงถือโอกาสนี้จัดงาน </span><b>Digital Connect 2025: From Insight to Impact</b><span style="font-weight: 400;"> ขึ้น เป้าหมายของงาน ไม่ใช่แค่งานสัมมนาเทคโนโลยีทั่วไป แต่เป็นเวทีที่รวบรวมผู้นำความคิด นักนวัตกรรม และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรม มาร่วมกันชี้ทิศทางอนาคต ว่าจะนำ ข้อมูลและไอเดียไปสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องจริงได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR งานนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะได้เห็นว่า การบริหารคนในยุคดิจิทัลไม่ได้หยุดอยู่ที่การดูแลคนเท่านั้นอีกต่อไป แต่กำลังเคลื่อนไปสู่บทบาทเชิงกลยุทธ์ที่ต้องผสมผสานเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างประสบการณ์พนักงานที่ตอบโจทย์ความคาดหวังใหม่ ๆ ของคนทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และถ้า HR ไม่ก้าวตาม ก็เท่ากับองค์กรสุ่มเสี่ยงจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป ไม่ต้องเสียใจ HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจจากงานมาให้แล้ว ติดตามได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">[Toc]</span></p>
<h2><b>Digital Connect 2025 #1 &#8211; Unveiling Our Vision: The 2026 Roadmap</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47048" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-86.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact 590" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-86.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-86-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b> ไมเคิล เชน CEO และผู้ก่อตั้ง Buzzebees</b><span style="font-weight: 400;"> ชี้ว่าโลกทุกวันนี้ซับซ้อนกว่าเดิมอย่างมาก วิธีสร้างแบรนด์และความภักดีของลูกค้าไม่เหมือนเมื่อสิบปีก่อน การเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มอย่าง Facebook หรือการเกิดขึ้นของ TikTok คือหลักฐานชัดเจน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น โลกธุรกิจวันนี้ถูกขับเคลื่อนด้วย AI อย่างมาก แพลตฟอร์มของ Buzzebees เองก็นำเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ได้หลายด้าน ไม่เพียงแค่ส่งมอบเครื่องมือ แต่ยังมอบมุมมองแบบองค์รวม (Holistic View) ที่ช่วยให้ลูกค้าได้เปิดโลกใหม่ ๆ และเสริมศักยภาพในการแข่งขัน เป้าหมายของเขาคือการเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้องค์กรคู่ค้าก้าวไปสู่ความสำเร็จระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาย้ำว่า สิ่งที่ Buzzebees มุ่งทำในวันนี้จะส่งผลต่อทศวรรษข้างหน้า เพราะปัจจัยสำคัญไม่ใช่แค่คุณภาพของสื่อ แต่ยังรวมถึงปริมาณ ช่องทาง และวิธีที่ผู้บริโภครับสาร Buzzebees จึงสร้างอีโคซิสเต็มและเฟรมเวิร์กที่ทำให้องค์กรสามารถใช้ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อบรรลุเป้าหมายได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Buzzebees มองว่า True Success ขึ้นอยู่กับการทำ Full Funnel Marketing ที่ครบวงจร ตั้งแต่การสร้างแบรนด์ไปจนถึงการสร้างยอดขาย พวกเขาช่วยให้องค์กร leverage ทุกช่องทาง ทั้งการตลาดดิจิทัล การทำงานกับ KOL ระดับไทยและต่างประเทศ และการเชื่อมโยง KOL เข้ากับแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเป็นระบบ อีกหนึ่งสูตรลับของอีคอมเมิร์ซที่ Buzzebees ให้ความสำคัญคือ Logistic Efficiency ซึ่งถือเป็นหัวใจในการทำให้การซื้อขายออนไลน์เดินหน้าอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ Buzzebees ยังเป็นผู้นำด้าน Loyalty &amp; Engagement Platform โดยนำ AI มาใช้เพื่อขับเคลื่อน ROI จนก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีฐานผู้ใช้กว่า 200 ล้านราย พวกเขายังลงทุนใน Brand Health Check, Marketing Automation และ Rewards Network ที่ได้รับความนิยมสูงทั้งในไทยและเริ่มขยายไปสู่ตลาดโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเป้าหมายในปี 2026 คือการเป็นผู้นำด้านเครือข่าย KOL ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ควบคู่กับการก้าวสู่การเป็น Largest e-Commerce Enabler &amp; Logistic Provider และ The Most Advanced Loyalty &amp; Engagement Platform ที่จะช่วยให้องค์กรเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/210?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36694" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 141" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/141-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>Digital Connect 2025 #2 &#8211; </b><b>Co-Creating the Future of Engagement: A Dialogue with Meta</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47050" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-88.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact 591" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-88.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-88-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ธุรกิจในวันนี้ไม่สามารถพึ่งพาตัวชี้วัดผิวเผิน เช่นจำนวนไลก์หรือยอดวิวอีกต่อไป แต่ต้องมองไปถึงแอ็คชั่น หรือการมีส่วนร่วม ว่าคอนเทนต์ที่ทำสามารถกระตุ้น หรือสร้างความพึงพอใจที่ต่อยอดสู่ความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าได้หรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้คือหัวใจของการออกแบบกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารในยุคใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในเทรนด์สำคัญที่คุณ</span><b> ณฐมน ประดิษฐ์ชัย Partner Manager, Business Messaging จาก APAC</b><span style="font-weight: 400;"> หยิบยกขึ้นมาในเวทีเสวนานี้ คือเทรนด์การเติบโตของวิดีโอ โดยเฉพาะในแพลตฟอร์ม Facebook และ Instagram ที่สถิติชี้ว่า 60% ของเวลาที่ผู้ใช้ใช้ในแพลตฟอร์มอยู่กับวิดีโอ และ Reels</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญคือ 74% ของผู้ชมดูแล้วมีแอ็คชั่นบางอย่างหลังดู ไม่ว่าจะเป็นการกดส่งข้อความหาธุรกิจหรือแบรนด์ ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ ซึ่งกรณีหลังมีจำนวนถึง 79%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าคอนเทนต์วิดีโอไม่ใช่แค่เพื่อการสร้างการรับรู้ แต่คือตัวเร่งการตัดสินใจที่ทรงพลัง หากธุรกิจสามารถออกแบบให้เกิดการกระทำตามมาได้ก็จะเพิ่มโอกาสการปิดการขายอย่างมหาศาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบริบทประเทศไทย จุดที่น่าสนใจคือพฤติกรรมการแชท ซึ่งโดดเด่นกว่าหลายประเทศ ผู้บริโภคไทยกว่า 79% ชอบติดต่อธุรกิจผ่านการสนทนา เพราะรู้สึกง่าย รวดเร็ว และตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัว อีกทั้ง 83% ของคนไทยยอมรับว่าเคยแชทกับธุรกิจอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อเดือน ดังนั้นธุรกิจที่สามารถออกแบบประสบการณ์แชทที่เป็นส่วนตัวและไร้รอยต่อ จะได้เปรียบในการสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคไทยอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณ</span><b> ณัฐธิดา สงวนสิน ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ Buzzebees</b><span style="font-weight: 400;"> ทิ้งท้ายด้วยการชี้ให้เห็นว่า ความท้าทายใหญ่ของธุรกิจคือการทำให้กลยุทธ์ CRM เชื่อมโยงกับเป้าหมายที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มยอดขาย กำไร หรือความพึงพอใจของลูกค้า การบริหารความสัมพันธ์ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเครื่องมือเสริม แต่ต้องถูกออกแบบให้ไร้รอยต่อในทุกขั้นตอนของเส้นทางลูกค้า (Seamless Journey) ยิ่งเชื่อมโยงได้แนบแน่น และเมื่อนั้น โอกาสที่ผู้บริโภคจะซื้อซ้ำหรือมีส่วนร่วมก็จะสูงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้าง Engagement ที่แท้จริงจึงเป็นทั้งศิลปะและวิทยาศาสตร์ที่ธุรกิจยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Digital Connect 2025 #3 &#8211; </b><b>Swipe to Sell: Playbook การเชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างฐานลูกค้าที่ยั่งยืน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47049" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-87.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact 592" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-87.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-87-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งข้อมูลไหลเร็วราวกับสายน้ำ การสร้างแบรนด์ไม่อาจอาศัยเพียงการสื่อสารแบบออฟไลน์เหมือนในอดีตได้อีกต่อไป แต่ต้องหาวิธีใช้พลังของโลกออนไลน์ เพื่อสร้างฐานลูกค้าที่ยั่งยืนด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>จิตรภณ ไตรรัตน์วรวุฒิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดจาก ดัชมิลล์ </b><span style="font-weight: 400;">ยอมรับว่าองค์กรต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายขึ้นของผู้บริโภค จากที่องค์กรพึ่งพาแต่ช่องทางออฟไลน์มานาน ทำให้ต้องเร่งศึกษาพฤติกรรมและความชอบของลูกค้า เพื่อช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าได้เร็วและตรงใจยิ่งกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณ </span><b>ยี้ ชเรเนค Head of APAC Business Messaging Partnership จาก Meta จาก Meta </b><span style="font-weight: 400;">เสริมว่า โควิด-19 คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์เลือนหายไป และทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปมหาศาล แต่ก็เป็นโอกาสที่ธุรกิจต้องใช้ประโยชน์จากการมีข้อมูลเชิงลึกเพื่อเข้าใจว่าใครคือกลุ่มลูกค้าที่แท้จริง และควรใช้ช่องทางใดในการสื่อสาร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะข้อมูลไม่มีวันสิ้นสุด นั่นทำให้การทำการตลาดก็ไม่มีวันหยุดเช่นกัน สิ่งที่แบรนด์ต้องทำคือการเชื่อมทุก Touchpoint ของลูกค้าเข้าด้วยกันให้ราบรื่นและตอบโจทย์ที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างจากต่างประเทศช่วยยืนยันทิศทางนี้ได้อย่างดี เช่น Alfamart ซูเปอร์มาร์เก็ตในอินโดนีเซียที่ใช้แอปแชทในการระบุตัวตนลูกค้าและพฤติกรรมในพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้นักการตลาดสื่อสารและส่งโปรโมชั่นได้ตรงความต้องการของลูกค้ามากขึ้น หรือแบรนด์ <a href="https://th.hrnote.asia/story/watsons-thailand-success-250129/">Watsons</a> ที่ลงโฆษณาบน Facebook แบบปรับแต่งให้เห็นเฉพาะบุคคล ช่วยดึงลูกค้าเข้าสู่ร้านค้าได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝั่งของดัชมิลล์เองก็เริ่มทดลองใช้ Chatbot และระบบของ Meta เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงแคมเปญได้ง่ายขึ้นและสร้างประสบการณ์ที่ใกล้ชิดกว่าเดิม ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าการตลาดยุคใหม่คือการผสมผสานเทคโนโลยีกับข้อมูล เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมที่เกินกว่าการกดไลก์หรือแชร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันคือ ความสำคัญของ Loyalty Program ว่านี่แหละคือขุมทรัพย์ข้อมูลที่ทำให้แบรนด์เข้าใจลูกค้าในเชิงลึกมากขึ้น สามารถรู้ว่าพวกเขาซื้อบ่อยแค่ไหน สนใจสินค้าแบบใด และต้องการประสบการณ์อย่างไร เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกรวบรวมอย่างยืดหยุ่น แบรนด์ก็จะสามารถออกแบบโปรโมชั่นและการสื่อสารที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น สร้างผลลัพธ์ได้ทั้งในแง่ยอดขายและความสัมพันธ์ระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด ทั้ง 2 ท่านเห็นตรงกันว่าอนาคตของการตลาดคือ Omnichannel ที่เชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ในประเทศไทยที่การใช้แอปแชทเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การขาย การเก็บข้อมูล และการสร้างประสบการณ์ลูกค้าต้องผสานเข้ากับแพลตฟอร์มสนทนาอย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกทั้งเวลาก็สำคัญไม่แพ้ช่องทาง ธุรกิจต้องรู้ว่าลูกค้าเริ่มพิจารณาซื้อเมื่อใด เช่น การเตรียมการตลาดตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปีเพื่อต้อนรับปีถัดไป และเหนือสิ่งอื่นใดคือการเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคจะยิ่งแตกย่อยและเฉพาะตัวขึ้นเรื่อย ๆ แบรนด์ที่สามารถหาจุดขายที่โดดเด่น ตรงใจ และนำเสนอได้ถูกจังหวะ ย่อมสร้างพลังมหาศาลทั้งในเชิงยอดขายและการบอกต่อโดยไม่ต้องพึ่งโฆษณามากมาย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Digital Connect 2025 #4 &#8211; </b><b>The Creator Economy Growth Engine: เปลี่ยน Creator ให้เป็นกองทัพการตลาด สร้างการเติบโตแบบทวีคูณ</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47051" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-89.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact 593" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-89.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-89-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>อชิรวิชญ์ ประพันธ์พงษ์ชัย CEO จาก Mediabuzz</b><span style="font-weight: 400;">, คุณ</span><b> จิตริน พฤกษ์แสงกุล Head of Content จาก Catdumb</b><span style="font-weight: 400;">, คุณ </span><b>ธวัชชัย สาริเพ็ง TikTok Creator จาก Baonon Kongo</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>วรัชญา อุรุพงศา Co-Founder และ CEO จาก SEIGO Group</b><span style="font-weight: 400;"> มาร่วมแชร์กันว่า Affiliate Marketing ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจครีเอเตอร์ในยุคปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุผลคือแพลตฟอร์มต่าง ๆ เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ทำรายได้โดยตรงจากการขายสินค้า และสามารถวัดผลได้จริง ไม่ว่าจะเป็นยอดขายต่อการลงทุน หรือผลตอบแทนที่วัดเป็นตัวเลข ROI ได้ชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ</span><b>ลูกค้ายุคนี้ไม่ได้สนใจเพียงยอดไลก์หรือยอดผู้ติดตาม ยอดผู้เข้าถึง แต่เขาสนใจว่าขายได้เท่าไหร่ ?</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝั่ง Catdumb ชี้ให้เห็นว่า Affiliate โตเร็วเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน คนหันมาเสิร์ช เช็กราคา และสั่งซื้อผ่านมือถือแทนที่จะเดินห้างเหมือนเมื่อก่อน เมื่อบวกกับโปรโมชั่นและงบการตลาดที่แพลตฟอร์มทุ่มลงมา ทำให้ครีเอเตอร์มีโอกาสสร้างรายได้มหาศาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน TikTok Creator อย่างคุณธวัชชัย ก็บอกตรง ๆ ว่าค่าคอมมิชชันตอนนี้สูงขึ้นเรื่อย ๆ และแพลตฟอร์มเองก็ซัพพอร์ตเต็มที่ จน Affiliate เติบโตแบบก้าวกระโดด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การจะเป็นครีเอเตอร์ที่ทำยอดขายได้นั้น ไม่ใช่แค่โพสต์ขายของแล้วจบ คุณธวัชชัยเล่าว่าต้องมีมายด์เซ็ตที่ชัดเจน เขาแบ่งเป้าหมายการทำคอนเทนต์สำหรับ Affiliate ออกเป็น 3 ส่วนคือ </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">70% เน้นขายสินค้า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">15% ป้ายยา และ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">15% สร้างตัวตน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะครีเอเตอร์ที่ดีต้องไม่ใช่แค่ตัวกลางขายสินค้า แต่ทำให้คนจำแบรนด์และจำครีเอเตอร์ได้พร้อมกัน ยิ่งถ้าคิดเหมือนเป็นเจ้าของสินค้าเอง ความน่าเชื่อถือจะสูงขึ้น และสุดท้ายก็สร้างยอดขายได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝั่ง Catdumb ยกตัวอย่างวิธีรักษาเอนเกจเมนต์ว่า ต้องเอาตัวตนของเพจมาผูกกับการขายสินค้าด้วย เช่น ความกวน ๆ สนุก ๆ ของ Catdumb ถูกนำมาใส่ในคอนเทนต์ Affiliate ทำให้คนรู้สึกเหมือนฟังเพื่อนคุย ไม่ใช่ถูกยัดเยียดขายของ และที่สำคัญคือต้องอินกับสินค้าที่โปรโมตจริง ๆ เมื่อผู้ติดตามเชื่อว่าครีเอเตอร์ใช้ของจริงและสนุกกับมัน ความน่าเชื่อถือก็จะส่งต่อไปถึงการตัดสินใจซื้อของแฟนเพจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทาง Mediabuzz ยังเล่าในมุมมองของ Agency ว่า การเลือกครีเอเตอร์วันนี้ไม่ได้วัดจากยอดฟอลโลเวอร์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูคาแรกเตอร์ ความเหมาะสม ความเข้ากันของแบรนด์สินค้ากับครีเอเตอร์ รวมถึงผลลัพธ์หลังบ้านว่าเคยขายอะไรได้จริงหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ครีเอเตอร์ที่มียอดติดตามน้อยก็อาจเป็นกำลังสำคัญถ้าเจอสินค้าที่ตรงกลุ่ม หรือถ้าได้รับการปรับคอนเทนต์และเสริมด้วยโฆษณาออนไลน์ เหล่านี้คือสิ่งที่จะช่วยให้ครีเอเตอร์รุ่นใหม่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และกลายเป็นกองทัพการตลาดที่ทรงพลังในอนาคต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Digital Connect 2025 #5 &#8211; </b><b>เมื่อลูกค้าไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง: กลยุทธ์สื่อสาร Omnichannel อย่างไรให้ไม่หลงทาง</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47052" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-90.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact 594" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-90.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-90-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลูกค้าไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง หมายถึงอะไร ? ความหมายก็คือในโลกการตลาดทุกวันนี้ ลูกค้าต่างมี Touchpoint หรือมีช่องทางมากมายในการพบเจอหรือเลือกซื้อสินค้า ความท้าทายของคนทำงานการตลาดจึงไม่ใช่แค่วางแผนว่าจะเข้าถึงพวกเขาอย่างไร แต่จะทำอย่างไรให้ลูกค้าไม่หลงทางและยังจดจำแบรนด์ได้อยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session นี้จึงได้รับเกียรติจากคุณ</span><b> สุรศักดิ์ เหลืองอุษากุล Director of Planning and Ideas จาก Brandbaker,</b><span style="font-weight: 400;"> คุณ </span><b>จิตพล ศิริวัฒนเมธางกูร Co-Founder จาก Gentlewoman</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>จักรชลัช เกษจำรัส Managing Director และ Founder จาก Journal Corp </b><span style="font-weight: 400;">มาแชร์ถึงกลยุทธ์สื่อสาร Omnichannel ว่าสำคัญอย่างไรในการทำให้ลูกค้าไม่หลงทางไปหาแบรนด์อื่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายที่ทั้ง 3 ท่านต่างพูดถึงก็คือ </span><b>ยุคนี้ผู้บริโภคเสพมีคอนเทนต์ให้เสพเยอะมากในแต่ละวัน การสร้างแบรนด์หนึ่งให้ติดอยู่ในใจจึงยากกว่าที่เคยเป็นมา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Gentlewoman แบ่งปันประสบการณ์ตรงในธุรกิจแฟชั่นว่า ช่วงที่เปิดสาขากลางย่านสยามและเปิดเว็บไซต์แรก ๆ แต่ในสัปดาห์แรกกลับแทบไม่มีคนเข้ามา จึงต้องหาวิธีเรียนรู้ว่าสัญญาณจากลูกค้าแบบไหนที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ และสัญญาณที่ออกมาผ่านข้อมูลยิ่งมีความสำคัญ เพราะมันบอกได้ว่าของแบบไหนที่ควรเดินหน้าขายต่อ และอะไรควรหยุดขาย หรือเปลี่ยนวิธีการขาย เมื่อผสมกับการบริหารแบบ Agile และการอ่านเทรนด์ที่แม่นยำ จะช่วยให้แบรนด์ปรับกลยุทธ์ได้อย่างทันเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝั่ง Journal Group ที่ทำธุรกิจน้ำหอมแบรนด์ไทยเล่าว่า ช่วงโควิดคือตัวเร่งให้ต้องหาวิธีขายของให้สัมผัสถึงความรู้สึกจริง แม้ว่าลูกค้าจะไม่ได้ลองสินค้าจริง แต่ทุกแพลตฟอร์มต่างมีธรรมชาติของมันเอง นักการตลาดต้องรู้ให้ได้ว่าลูกค้าคือใคร เข้าช่องทางไหน แล้วจะไปต่อที่ใด พอรู้แล้วจะได้ตามติดต่อ เพื่อไม่ให้ความสนใจของลูกค้าหลุดหายระหว่างทาง และที่สำคัญคือ ต้องคิดไปให้ไกลกว่าที่ลูกค้าคิด เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือความคาดหวัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ทุกคนเห็นพ้องคือ ผลิตภัณฑ์คือพระเอก เป็นหน้าเป็นตาให้แบรนด์ ถ้าของดี ยังไงใคร ๆ ก็อยากซื้อ และสิ่งที่ยิ่งกว่าตัวผลิตภัณฑ์ดี คือภาพลักษณ์และการสื่อสารของแบรนด์ที่ต้องดีด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Brandbaker เน้นว่าคอนเทนต์แต่ละแพลตฟอร์มควรออกแบบให้เข้ากับกลุ่มผู้ชม เราไม่สามารถใช้งานชิ้นเดียวกัน เผยแพร่แบบเดียวกันในทุกที่ และต้องจัดการกับความท้าทายของการวัดผลให่ได้ด้วยว่า สาเหตุที่ลูกค้าซื้อของจากเรานั้นมาจากอิทธิพลของโฆษณา คุณภาพสินค้า หรือเพราะโปรโมชั่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สรุปแล้ว ข้อมูลยังเป็นทั้งเข็มทิศและกับดัก เราอาจมี AI มาช่วยวิเคราะห์ต่อยอดข้อมูล ต่อยอดการทำงานได้เยอะก็จริง แต่ก็ต้องระวังด้วยเพราะสิ่งที่ AI สร้างขึ้นอาจไม่ได้เป็นความจริงแท้เสมอไป และยังมีลูกค้าหลายส่วนรู้สึกไม่ดีหากใช้คอนเทนต์ หรือใช้ภาพจาก AI มาโปรโมทจูงใจให้ซื้อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างกลยุทธ์ Omnichannel จึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือ</span><b>การผสมผสานข้อมูล สินค้า เรื่องเล่า และความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้พวกเขาเดินไปถึงจุดหมายที่แบรนด์ต้องการ โดยไม่หลงทางกลางทาง</b></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/132?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39847" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 170" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/buzzebees-digital-connect-2025-250930/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/darwinbox-ai-at-work-co-pilot-for-modern-business-250925/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/darwinbox-ai-at-work-co-pilot-for-modern-business-250925/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Sep 2025 05:52:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses]]></category>
		<category><![CDATA[AI@Work]]></category>
		<category><![CDATA[Darwonbox]]></category>
		<category><![CDATA[Co-Pilot for Modern Business]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46997</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อ AI ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยี แต่กำลังกลายเป็นเพื่อนร่วมทีมที่องค์กรต้องมี นั่นทำให้ HR ต้องรีบวางแผนองค์กร บริหารจัดการข้อมูลเชิงลึก พร้อมศึกษาพฤติกรรมพนักงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และความคาดหวังใหม่ ๆ ว่า AI จะส่งผลต่อประสบการณ์การทำงานของโลกอนาคตอย่างไร Darwinbox จึงร่วมกับ HREX.asia ในฐานะพันธมิตรสื่อ จัดงาน Exclusive Event ภายใต้ชื่อ “AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้นำ HR ระดับ CHRO, HR VP และ HR Director จากองค์กรชั้นนำ ได้มาร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และออกแบบอนาคตของการบริหารงานบุคคล ด้วยเทคโนโลยี AI ที่ไม่ได้แค่ช่วยงาน แต่พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระดับกลยุทธ์ สำหรับ HR ท่านใดที่พลาดงานนี้ไป ไม่ต้องกังวล HREX ได้สรุปทุกประเด็นสำคัญที่คุณควรรู้ ไว้ในบทความนี้แล้ว Opening Keynote: Navigating the [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47011" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-73-1.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses 599" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-73-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-73-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ AI ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยี แต่กำลังกลายเป็นเพื่อนร่วมทีมที่องค์กรต้องมี นั่นทำให้ HR ต้องรีบวางแผนองค์กร บริหารจัดการข้อมูลเชิงลึก พร้อมศึกษาพฤติกรรมพนักงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และความคาดหวังใหม่ ๆ ว่า AI จะส่งผลต่อประสบการณ์การทำงานของโลกอนาคตอย่างไร</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/115"><b>Darwinbox</b></a><span style="font-weight: 400;"> จึงร่วมกับ </span><b>HREX.asia</b><span style="font-weight: 400;"> ในฐานะพันธมิตรสื่อ จัดงาน Exclusive Event ภายใต้ชื่อ </span><b>“AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses”</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้นำ HR ระดับ CHRO, HR VP และ HR Director จากองค์กรชั้นนำ ได้มาร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และออกแบบอนาคตของการบริหารงานบุคคล ด้วยเทคโนโลยี AI ที่ไม่ได้แค่ช่วยงาน แต่พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระดับกลยุทธ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR ท่านใดที่พลาดงานนี้ไป ไม่ต้องกังวล HREX ได้สรุปทุกประเด็นสำคัญที่คุณควรรู้ ไว้ในบทความนี้แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Opening Keynote: Navigating the Next Wave of Digital Transformation</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47014" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-76-1.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses 600" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-76-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-76-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>บวรวุฒิ ไชยากุล, Senior Manager, AI Business Solution จาก <a href="https://www.microsoft.com/th-th/" target="_blank" rel="noopener">Microsoft Asia</a></b><span style="font-weight: 400;"> เปิดเวทีด้วยการชวนผู้เข้าร่วมงานทบทวนบทบาทใหม่ของ AI ในฐานะ Co-Pilot ที่พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่นและขีดความสามารถที่สูงขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยจาก Microsoft ที่เก็บข้อมูลจากผู้ใช้งานกว่า 31,000 คนใน 31 ประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรที่นำ AI มาใช้อย่างจริงจังและทั่วถึง ต่างได้รับผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพ การขยายขีดความสามารถของพนักงาน และการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณบวรวุฒิยกตัวอย่างกรณีของบริษัท </span><b>Dow Chemical</b><span style="font-weight: 400;"> ที่นำ AI มาใช้ในระบบ Supply Chain โดยเริ่มจากการจัดการเอกสาร ตรวจสอบจุดรั่วไหลของข้อมูล ไปจนถึงการดำเนินกระบวนการต่าง ๆ ผ่าน AI Agent แบบครบวงจร ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ และลดเวลาทำงานได้อย่างมหาศาล สิ่งที่น่าสนใจคือ AI เหล่านี้ไม่ใช่แค่ผู้ช่วย แต่กลายเป็นพนักงานดิจิทัลที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างราบรื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การนำ AI Agent มาใช้สามารถแบ่งได้เป็น 3 เฟสสำคัญ ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Human with Assistant</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; AI เข้ามาช่วยให้งานง่ายขึ้นและเร็วขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Human-led Agents</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; AI ช่วยทำงานเฉพาะทาง เช่น การค้นคว้าข้อมูล หรือวิเคราะห์เชิงลึก และ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Human-led, Agent-operated</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; องค์กรสามารถสร้าง AI Agent จำนวนมากมารับช่วงดำเนินงานแทนมนุษย์ในกระบวนการต่าง ๆ ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยลดช่องว่างความสามารถ (Capacity Gap) ในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ยังมีศักยภาพในการลดขอบเขตของฝ่ายงานที่มักแยกกันทำงานแบบ Silo โดยเฉพาะเมื่อองค์กรออกแบบ AI ให้ทำงานข้ามแผนก เช่น กรณีศึกษาในบริษัท P&amp;G ที่ใช้ AI Agent กับพนักงานกลุ่ม Product Innovation กว่า 800 คน พบว่าประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น และสามารถผนวกความสามารถของพนักงานจากหลายฝ่ายเข้าด้วยกันเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม </span><b>การใช้ AI จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันในองค์กรด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้นำ HR สิ่งที่ต้องคำนึงคือ การปรับใช้ AI ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจำเป็นต้องมีทั้ง AI Adoption (การประยุกต์ใช้ในวงกว้าง) และ AI Aptitude (ความสามารถในการใช้งานอย่างถูกต้องและแม่นยำ) Microsoft จึงนำเสนอเครื่องมืออย่าง Microsoft Co-Pilot ที่มีฟังก์ชั้นมากมาย เช่น Co-Pilot Chat, Custom Agents, และ Interactive Scenario Library ที่สามารถปรับใช้งานได้จริงในบริบทของ HR เช่น การตอบคำถามพนักงาน, การวิเคราะห์ทักษะจากอีเมล, หรือแม้แต่การสรรหาบุคลากรตามความสามารถที่ต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ความท้าทายขององค์กรไม่ได้อยู่ที่องค์กรมี AI ให้ใช้งานหรือไม่ ? แต่อยู่ที่ว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“เราจะสร้างคุณค่าจาก AI ได้อย่างไร ?”</span></i><span style="font-weight: 400;"> ต่างหาก และคุณค่าจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจาก HR ผู้มีบทบาทสำคัญในการทำให้ทุกภาคส่วนขององค์กรใช้ AI ได้อย่างเข้าใจ มั่นใจ ตอบโจทย์กลยุทธ์องค์กร และใช้อย่างมีธรรมาภิบาล</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Interactive Keynote: AI as Your Co-Pilot: Elevating HR Leadership</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47013" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-75-1.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses 601" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-75-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-75-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-bridging-the-gap-ai-250709/">พนาสิทธิ์ วงษ์มิตรแท้</a>, Country Head Client Advisory, Darwinbox </b><span style="font-weight: 400;">เปิดประเด็นด้วยการชวนคิดว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“AI คือโอกาส หรืออุปสรรคของเรา ?”</span></i><span style="font-weight: 400;"> แล้วจึงอธิบายว่า ปัจจุบัน AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแนบเนียน จากเมื่อ 2-3 ปีก่อนผู้คนเคยตั้งคำถามว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“AI เชื่อได้ไหม ?”</span></i><span style="font-weight: 400;"> วันนี้คำถามดังกล่าวเปลี่ยนไป กลายเป็น </span><i><span style="font-weight: 400;">“ทำไมเรายังต้องทำงานบางอย่างเอง ในเมื่อ AI ช่วยเราทำงานได้?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้สะท้อนว่า Mindset ของคนได้เปลี่ยนไปอย่างมาก และถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับองค์กรอย่างยิ่ง เมื่อมี Agentic AI หรือ AI Agent เป็นเครื่องมือชิ้นใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ Agentic AI จะเข้าใจบริบทของผู้ใช้งานมากกว่าเดิม การเข้าถึงข้อมูลจนทำให้รู้ว่าใครกำลังสื่อสารกับมัน และต้องการอะไร โดยผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องสื่อสารโดยใช้ระบบหรือภาษาที่ซับซ้อนอีกต่อไป เพราะโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ </span><b>Zero UI</b><span style="font-weight: 400;"> เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาหน้าจอ ปุ่ม หรือเมนูยุ่งยากซับซ้อนเพื่อเข้าถึงข้อมูลแล้ว แต่ที่เราสามารถสื่อสารผ่านภาษาที่เข้าใจง่าย ระบบจะเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมมาช่วยทำงานให้โดยอัตโนมัติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้ทำให้บทบาทของ Agent กลายเป็นผู้ช่วยที่เข้าใจเราแบบเชิงลึก และสามารถ Execute งานให้เสร็จสิ้นได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับงาน HR คุณพนาสิทธิ์แบ่งผู้เกี่ยวข้องออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ คือ HR Leaders, HR Functions และ Employees โดย AI สามารถเข้ามาช่วยใน 3 ด้านสำคัญคือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเข้าถึงข้อมูลจำนวนมากอย่างรวดเร็ว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การประมวลผลและแนะนำทางเลือก และ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การตัดสินใจหรือทำงานแทนในบางขั้นตอน </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น ในกระบวนการสรรหา AI สามารถช่วย Pre-screen ผู้สมัคร วิเคราะห์ความเหมาะสม สร้างคำถามสัมภาษณ์ และแม้แต่โทรหาผู้สมัครด้วยเสียงที่เสมือนมนุษย์ได้ ซึ่งช่วยลดเวลาการจ้างงาน และเพิ่มความแม่นยำได้อย่างมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่คุณพนาสิทธิ์เน้นย้ำคือ </span><b>การมี AI ไม่ได้แปลว่า HR จะตกงาน</b><span style="font-weight: 400;"> ตรงกันข้าม HR จะได้ AI Agent มาทำหน้าที่เสมือน Chief Digital Staff หรือสมาชิกในทีมที่ช่วยแบ่งเบางาน ทำให้ HR มีเวลาไปโฟกัสกับงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น โดยข้อมูลจากผู้ใช้งานจริงของ Darwinbox พบว่า 50% ของพนักงานเริ่มใช้ AI โดยไม่ได้มีคำสั่งจากผู้บริหาร และในกลุ่ม Early Adopters มีหลายคนที่สามารถจ้างงานได้เร็วขึ้น ได้คนตรงกับตำแหน่งมากขึ้น และสามารถระบุตัวพนักงานที่ไม่ Engage กับองค์กรได้อย่างแม่นยำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพนาสิทธิ์สรุปทิ้งท้ายว่า </span><b>บทบาทของผู้นำ HR จะยิ่งทวีความสำคัญในยุคของ AI Agent</b><span style="font-weight: 400;"> ที่จะยิ่งเข้าถึงข้อมูลด้านคนขององค์กร มองเห็นภาพรวมของคนได้ง่ายขึ้น ผ่านมุมของเทคโนโลยี เช่น  รู้ว่าใครทำงานตำแหน่งอะไร รายงานต่อใคร และมีบทบาทอย่างไรในระบบงานทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น HR ยังมีหน้าที่วางโครงสร้างพื้นฐานให้ AI เข้าถึงการทำงานทุกระดับในองค์กรได้จริง พร้อมทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์องค์กรในเรื่องจริยธรรม ความเป็นส่วนตัว และความเท่าเทียม (DEI) อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้คือบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแนวคิดด้านการใช้ AI จากแนวคิดที่ดูไกลตัว ให้กลายเป็นเครื่องมือที่ทุกคนในองค์กรใช้ได้จริงในชีวิตการทำงานประจำวัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Panel Discussion: “AI”cing HR – The CXO Lens on Leading with AI</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47012" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-74-1.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses 602" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-74-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-74-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Session สุดท้ายของงานนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณ <b><a href="https://th.hrnote.asia/story/ais-hr-asia-best-companies-to-work-for-250514/">กานติมา เลอเลิศยุติธรรม</a>, </b></span><b>Deputy CEO &amp; CCO, <a href="https://www.ais.th/" target="_blank" rel="noopener">AIS</a></b><span style="font-weight: 400;">, คุณ </span><b>สรัสวดี คุปตพงศ์, Chief People Officer, <a href="https://www.krungthai-axa.co.th/" target="_blank" rel="noopener">บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต</a></b><span style="font-weight: 400;">, คุณ</span><b> วิธพล เจาะจิตต์, Head of <a href="https://www.banpu.com/?lang=th" target="_blank" rel="noopener">BANPU</a> People, บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) </b><span style="font-weight: 400;">มาร่วมแชร์กันว่า สิ่งสำคัญของการนำองค์กรให้ประสบความสำเร็จด้านการบริหารคนในยุค AI นั้นต้องทำอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยมีคุณ </span><b>พนาสิทธิ์ วงษ์มิตรแท้, Country Head Client Advisory, Darwinbox ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณกานติมา แชร์อย่างตรงไปตรงมาว่า </span><b>แม้องค์กรจะลงทุนเรื่อง AI อย่างเต็มที่ แต่หากคนในไม่เข้าใจ หรือไม่เห็นเป้าหมายร่วมกัน สุดท้ายอาจกลายเป็นการเสียเงินแบบไม่ฉลาด</b><span style="font-weight: 400;"> และที่สำคัญคือ HR มักไม่สามารถใช้ข้อมูลเป็นภาษากลางในการพูดคุยกับฝ่ายธุรกิจ ทำให้แผนคนไม่ถูกนำไปอยู่ในกลยุทธ์องค์กรอย่างแท้จริง เมื่อไม่อยู่ในแผน ก็ไม่ได้รับงบประมาณ และกลายเป็นเรื่องรอง ทั้งที่คนคือกำลังสำคัญขององค์กรในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่</span><b>คุณวิธพลเน้นย้ำว่า แม้ AI จะบูมมากในทุกวันนี้ แต่องค์กรต้องไม่ตกอยู่ในกับดัก FOMO (Fear of Missing Out) ว่าต้องรีบเร่งเอามาใช้งาน สิ่งที่ต้องทำคือการตอบให้ได้ว่า AI จะเข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงองค์กรอย่างไรให้เป็นรูปธรรม</b><span style="font-weight: 400;"> การรู้เพนพอยต์ของ CEO หรือผู้บริหารระดับสูง เป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้า AI สามารถตอบโจทย์นั้นได้ CEO ก็จะกล้าหยิบ AI ขึ้นไปเป็นอเจนด้าในที่ประชุมบอร์ดซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้โครงการเดินหน้าได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณสรัสวดีเสริมว่า การเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ จำเป็นต้องมีความมั่นใจจากผู้บริหารว่าจะได้ ROI กลับมาอย่างคุ้มค่า ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของต้นทุน แต่รวมถึง Employee Experience ด้วย </span><b>หากพนักงานรู้สึกว่า AI ช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น สนุกขึ้น และไม่กลัวจะตกงาน พวกเขาจะเปิดใจมากขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> และหากมีตัวชี้วัดผลลัพธ์ที่ชัดเจน จะทำให้ทั้งผู้บริหารและพนักงาน Buy-in ได้ไม่ยาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับประเด็นเรื่อง Data และบริบทองค์กรที่หลากหลาย ทั้ง 3 ท่านเห็นตรงกันว่า ไม่มีสูตรสำเร็จในการใช้ AI เพราะทุกองค์กรมีข้อจำกัดต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝั่งของ AIS มีข้อจำกัดด้านกฎหมาย เช่น การเก็บข้อมูลต้องถูกกำกับดูแลโดย กสทช. ส่วนบ้านปู เวลาต้องปรับใช้ AI กับสาขาในต่างประเทศ จะเจอวัฒนธรรมและกฎระเบียบต่างกันอย่างมาก ส่วนของกรุงไทย-แอกซ่าก็ต้องออกแบบระบบให้ครอบคลุมทั้งพนักงานประจำและฟรีแลนซ์ เช่น ตัวแทนขายประกัน ซึ่งมีความต้องการต่างกันมาก</span></p>
<p><b>Human Ecosystem จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่าน AI เข้าสู่องค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> AIS หยุดแนวคิด HR ที่ทำทุกอย่างให้พนักงาน แล้วหันมาให้พนักงานกุมชะตาของตัวเอง ผ่านการเรียนรู้แบบ Active Learning</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนบ้านปูเน้น Decentralization ให้แต่ละประเทศหรือสาขาแข็งแรงด้วยตนเอง และไม่ใช้แนวทางเดียวกันทั่วโลก ไม่เพียงแค่นั้น กรุงไทย-แอกซ่ายังเปิดพื้นที่ให้ทุกคนเรียนรู้ร่วมกันผ่านกิจกรรม Hackathon ที่ให้พนักงานสร้างเครื่องมือ AI ใช้ในชีวิตจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงการเตรียมคนให้พร้อมรับการเปลี่ยนผ่าน ผู้บริหาร HR จากบ้านปูยกตัวอย่างว่า องค์กรไม่สามารถหวังพึ่งคนรุ่นใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพัฒนาคนเก่าให้มีทักษะใหม่ โดยเฉพาะเรื่อง AI ขณะเดียวกันก็ต้องเฟ้นหาคนใหม่ ที่มีความสามารถเฉพาะด้าน เช่น เอาคนที่มีความรู้พลังงานสะอาดมาดูแลด้านนี้ แทนคนที่ถนัดด้านถ่านหิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ก็ไม่ได้หมายความจะทอดทิ้งคนรุ่นเก่าไปหมด เพราะองค์กรจะเปิดพื้นที่ให้พนักงานรุ่นเก๋าจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงหรือผู้ควบคุมคุณภาพ ขณะที่คนรุ่นใหม่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนองค์กรในด้านที่ยังไม่มีใครเคยทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ทุกองค์กรเห็นตรงกันว่า AI จะเข้ามาช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน ทำให้ HR มีเวลาไปทำงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น การใช้ AI จะสร้างคุณค่าให้ทั้งองค์กร และ HR จะเติบโตไปเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/115?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38654" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 108" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/darwinbox-ai-at-work-co-pilot-for-modern-business-250925/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital HR Forum 2025 </title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/digital-hr-forum-2025-250924/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/digital-hr-forum-2025-250924/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Sep 2025 12:16:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Digital HR Forum 2025]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46973</guid>

					<description><![CDATA[องค์กรยุคใหม่ไม่ได้แข่งกันที่เทคโนโลยี แต่แข่งกันที่การใช้คนอย่างเข้าใจและชาญฉลาด  งาน Digital HR Forum 2025 จึงไม่ใช่แค่เวทีอัปเดตเทรนด์ HR แต่คือสัญญาณชัดว่า HR ต้องก้าวใหม่ให้เร็วและลึกกว่าเดิม ทั้งในมุมของ Agile Mindset, ความเป็นมนุษย์ในระบบงาน และการอยู่ร่วมกับ AI อย่างสมดุล งานนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม Connected HR: Building Agile, Humanization and AI-Powered Organization โดยสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) ได้ดึงเอาผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการมาชำแหละทุกมุมมองของ HR ยุค 2025 ทั้งกลยุทธ์ การจัดการคน ข้อมูล ระบบ และวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้ HR ไม่ใช่แค่ผู้ตามเทคโนโลยี แต่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงตัวจริง หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาน่าสนใจที่ HR ควรรู้มาให้แล้ว ไปติดตามกันได้เลยในบทความนี้ Digital Resilience &#38; Sovereignty: Sharpening Thailand’s [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46985" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-_64_.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital HR Forum 2025 " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital HR Forum 2025  610" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-_64_.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-_64_-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรยุคใหม่ไม่ได้แข่งกันที่เทคโนโลยี แต่แข่งกันที่การใช้คนอย่างเข้าใจและชาญฉลาด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน Digital HR Forum 2025 จึงไม่ใช่แค่เวทีอัปเดตเทรนด์ HR แต่คือสัญญาณชัดว่า HR ต้องก้าวใหม่ให้เร็วและลึกกว่าเดิม ทั้งในมุมของ Agile Mindset, ความเป็นมนุษย์ในระบบงาน และการอยู่ร่วมกับ AI อย่างสมดุล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม Connected HR: Building Agile, Humanization and AI-Powered Organization โดยสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) ได้ดึงเอาผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการมาชำแหละทุกมุมมองของ HR ยุค 2025 ทั้งกลยุทธ์ การจัดการคน ข้อมูล ระบบ และวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้ HR ไม่ใช่แค่ผู้ตามเทคโนโลยี แต่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงตัวจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาน่าสนใจที่ HR ควรรู้มาให้แล้ว ไปติดตามกันได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Digital Resilience &amp; Sovereignty: Sharpening Thailand’s Competitive Edge</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46976" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-64.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital HR Forum 2025 " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital HR Forum 2025  611" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-64.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-64-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวเปิดงานว่านี่คือเวทีสำคัญที่รวมผู้นำจากหลากหลายแวดวง โดยเฉพาะสาย HR และเทคโนโลยี มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และวิสัยทัศน์เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงเร็วอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งจากพลังของ AI ความซับซ้อนของภัยไซเบอร์ และแรงกระเพื่อมจากสถานการณ์เศรษฐกิจ-การเมืองระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ณัฐพลชี้ว่า Digital Resilience และ Digital Sovereignty คือหัวใจของการสร้างความมั่นคงและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กระทรวงฯ จึงเดินหน้านโยบายต่าง ๆ อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ผลักดันการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม และการเตรียมบุคลากรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเป็นจุดสนใจของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ต้องการมาลงทุนตั้งศูนย์ Data Center นำโดย Google และ Microsoft สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยอย่างชัดเจน เป็นที่มาให้รัฐบาลเองมุ่งเน้นพัฒนาการใช้ AI อย่างมีมาตรฐาน พร้อมเดินหน้าฝึกอบรมทักษะด้านดิจิทัลและ AI ให้ประชาชนไทย เพื่อให้คนไทยไม่เพียงเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี แต่เป็นผู้ร่วมออกแบบการใช้เทคโนโลยีระดับโลกในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ไทยตั้งเป้าหมายในระยะใกล้ไว้ว่าจะก้าวขึ้นสู่การเป็นหนึ่งใน 30 ประเทศผู้นำด้านการใช้เทคโนโลยีของโลก และเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากการร่วมแรงระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างองค์กรและสังคมที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง</span></p>
<h2><b>HR as a Strategic Catalyst : Reinventing Organizations Amid Uncertainty</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46986" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-_70_.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital HR Forum 2025 " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital HR Forum 2025  612" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-_70_.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-_70_-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>วนิดา ธุวชิตพงศกร Workforce Transformation Director จาก PwC Consulting (Thailand) </b><span style="font-weight: 400;">อธิบายว่าHR ทุกวันนี้ไม่ใช่แค่หน่วยสนับสนุนองค์กรอีกต่อไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงรอบด้าน HR ต้องกล้าพาองค์กรรื้อวิธีคิดเดิม สร้างโครงสร้างใหม่ และก้าวข้ามช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วชนิดไม่รอใคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้หลายคนอาจคิดว่า ถ้าสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ยังดี ทำไมถึงต้องเปลี่ยนด้วย ? แต่</span><b>ผลสำรวจ CEO ไทย 61% บอกชัดว่าหากไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ตอนนี้ องค์กรจะอยู่ได้อีกแค่ไม่เกิน 10 ปีเท่านั้น</b><span style="font-weight: 400;"> จึงต้องเร่งนำดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่าย และรับมือกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ AI ที่กำลังก้าวเข้ามาอยู่ในทุกอุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวแทนจาก PwC ยกตัวอย่างกรณีศึกษา ธนาคารที่นำ AI Voice-to-Voice จากการช่วยพัฒนาของ PwC มาให้บริการลูกค้า 24/7 แบบไม่มีพัก ทำให้ Productivity เพิ่มขึ้นถึง 60% และลดงานที่ต้องใช้คนลงถึง 80%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเราไม่ได้อยู่ในยุค Generative AI แล้ว แต่กำลังอยู่ในยุค Agentic AI เมื่อปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่แค่ช่วยงานหลังบ้าน แต่สามารถคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ และทำงานเหมือนเป็นมนุษย์อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญของงานนี้กลับอยู่ที่ความไม่ไว้ใจของคนเองที่มีต่อ AI หลายองค์กรยังไม่กล้าใช้งาน AI เต็มรูปแบบ เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ งบประมาณ และความพร้อมของบุคลากรในการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพได้หรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ข่าวดีคือ HR สามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้ HR ต้องไม่กลัวที่จะเป็น Early Adopter หรือผู้ที่นำเทคโนโลยีมาใช้เป็นคนแรก ผ่านการใช้ในโปรเจ็กต์นำร่องเล็ก ๆ และต้องกล้า Redesign โครงสร้างทีม, Upskill คน และสร้างวัฒนธรรมแบบ AI-Led ที่ไม่ใช่ปล่อยให้ AI ทำงานทั้งหมด แต่มนุษย์ที่มี Critical Thinking จะรู้จักตรวจสอบงานของ AI ควบคู่กับการมี Creative Thinking คิดต่อยอดออกนอกกรอบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะสุดท้ายแล้ว AI คือพาร์ตเนอร์ ไม่ใช่เครื่องจักรที่จะมาแทนคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวนิดาทิ้งท้ายว่า HR ต้องเชื่อก่อนว่า AI ใช้แล้วดี และต้องเป็นคนที่พาคนทั้งองค์กรใช้ให้เป็น ไม่ใช่รอให้พร้อมแล้วค่อยใช้ ไม่ต้องกลัวความผิดพลาด เพราะความผิดพลาดเกิดได้ ขอเพียงเรากล้าเรียนรู้จากมัน มันจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่ทรงพลังที่สุดในองค์กรยุคใหม่</span></p>
<h2><b>Smart Technologies Transforming the HR Value Chain</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46978" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-66.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital HR Forum 2025 " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital HR Forum 2025  613" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-66.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-66-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.ศิษฏพงศ์ เศรษฐภัทร อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิทยาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) </b><span style="font-weight: 400;">เล่าว่าเขาเคยขึ้นเวทีบรรยายเรื่อง HR ครั้งสุดท้ายเมื่อ 7 ปีก่อน พอต้องเตรียมตัวมาบรรยายอีกครั้งในวันนี้จึงพบว่า โลกของ HR ไม่เหมือนเมื่อ 7-8 ปีก่อนอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือ แต่กลายเป็นกลยุทธ์ที่กำหนดทิศทางขององค์กรไปแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI มีผลกระทบโดยตรงต่อ HR ทั้งในเชิงบทบาท หน้าที่ และการออกแบบระบบการทำงานใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยเตรียมออกนโยบายกำกับการใช้ AI อย่างเป็นรูปธรรม HR จึงต้องไม่เพียงแต่รู้ แต่ต้องลงมือออกแบบอนาคตของงานด้วยตัวเองแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาท HR ในวันนี้ไม่ใช่แค่คนจัดการเอกสาร แต่คือผู้วางกลยุทธ์ด้านคนทั้งระบบ นั่นทำให้ </span><b>HR ไม่ใช่แค่ชื่อแผนก แต่จะเป็น Soft Skill ของฝ่ายบริหารทั้งหมด พวกเขาต้องเข้าใจเรื่องการบริหารคน เข้าใจภาพรวมขององค์กร เข้าใจกลยุทธ์ จึงจะพร้อมสร้างความตระหนักรู้เรื่อง AI ให้เกิดขึ้นทั้งในระดับพนักงานและผู้บริหาร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นจะทำให้การนำ AI มาใช้งานจะต้องคิดเชิงระบบ ไม่ใช่แค่คิดว่าจะเอามาใช้แค่ใดจุดหนึ่ง เช่น ใช้แค่งาน Recruitment แต่เราต้องมองทั้ง Value Chain แล้วใช้ AI อย่างครบลูป ตั้งแต่ดึงดูดคนเก่ง พัฒนา ไปจนถึงรักษาคนไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ที่ดีจะฉลาดเท่ากับข้อมูลที่มันกินเข้าไป กุญแจคือการแยกข้อมูลออกเป็นโดเมนชัดเจน เช่น ข้อมูลพนักงาน, ข้อมูลผลงาน, ข้อมูลความรู้สึก ฯลฯ เพื่อให้ AI เรียนรู้แบบเจาะลึกและเฉพาะด้าน ไม่มั่วกัน ระบบจะเริ่มฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมันเข้าใจบริบท และเมื่อเราเริ่มไว้ใจมันให้ช่วยทำงานให้เราได้ AI จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่เครื่องมือชั่วคราว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอนาคตอันใกล้ AI จะกลายเป็นเลขาส่วนตัวที่วิเคราะห์ข้อมูล แนะเส้นทางการพัฒนาอาชีพ ช่วยแนะนำว่าใครควรเรียนรู้อะไรเพิ่ม มีศักยภาพเติบโตแค่ไหน และยังช่วยลดอัตราการลาออกได้อีกด้วย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เมื่อองค์กรใช้ข้อมูลเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกหรือเดา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จุดเริ่มต้นในการออกแบบ AI ที่เหมาะกับองค์กร ไม่ใช่เริ่มจากเทคโนโลยี แต่อยู่ที่วิธีที่คนใช้งานมัน เราคุยกับ AI เรื่องไหนบ่อย ใช้มันทำอะไรประจำ นั่นแหละคือคำตอบว่าควรสร้าง AI ที่ตอบโจทย์อะไร และจะใช้พาองค์กรพัฒนาไปในทิศทางไหน HR ยุคใหม่จึงต้องไม่ใช่แค่คนใช้เทคโนโลยี แต่ต้องเป็นคนดีไซน์ประสบการณ์ ที่ทำให้เทคโนโลยีตอบโจทย์คนในองค์กรได้จริง” ดร.ศิษฏพงศ์ ทิ้งท้าย</span></p>
<h2><b>Smart Hiring เปลี่ยนการสรรหาให้ฉลาดขึ้นด้วย Data + Tech + Human Touch</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46987" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-_67_.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital HR Forum 2025 " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital HR Forum 2025  614" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-_67_.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-_67_-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>พลวัต ลาภวณิชย์ New Business Development Manager, Reeracoen Thailand</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบายว่าเวลาเราสรรหาพนักงาน เรามักวัดความสำเร็จด้วยการดูเพียงว่า สรรหาคนได้หรือยัง ทั้งที่จริงเราสามารถมองลึกไปกว่านั้นได้อีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น กระบวนการไหนยังเป็นคอขวด ขั้นตอนไหนกินเวลานานเกินไป หรือจุดไหนที่ผู้สมัคร Drop-off หากเรารู้จักเก็บข้อมูลให้ดี ฯลฯ ประเด็นเหล่านี้จะช่วยให้เราจ้างคนที่ใช่ได้เร็วขึ้น และปรับปรุงกระบวนการให้แม่นยำยิ่งกว่าเดิม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดที่กล่าวมาคือหัวใจของ</span><b> Smart Hiring หรือการใช้ Data + Automation + Human Touch</b><span style="font-weight: 400;"> ควบคู่กันอย่างสมดุล ข้อมูลที่ควรเก็บมีตั้งแต่แหล่งสมัครงานที่มีประสิทธิภาพ เวลาที่ใช้ในแต่ละขั้นตอน ไปจนถึงประสบการณ์ของผู้สมัคร การเปลี่ยนจากการเก็บข้อมูลแบบแมนนวล มาใช้ระบบ </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/ats-applicant-tracking-system-240529/"><span style="font-weight: 400;">Applicant Tracking System</span></a><span style="font-weight: 400;"> ช่วยให้ HR วิเคราะห์ปัญหาได้ไวขึ้นและออกแอ็กชันได้ตรงจุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Smart Hiring จะเกิดขึ้นได้ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีช่วยลดงานซ้ำซาก แม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อย เช่น E-mail Automation ที่ช่วยปิดช่องว่างระหว่าง HR กับผู้สมัครได้ เทคโนโลยียังช่วยเพิ่ม</span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/candidate-centric-recruitment-250729/"><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์ผู้สมัคร (Candidate Experience)</span></a><span style="font-weight: 400;"> ให้ดีขึ้นอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อมีข้อมูลแล้ว ก็ควรแปลงข้อมูลให้เป็นภาพ (Visualize) เพื่อให้ทุกคนในทีมเห็นภาพตรงกัน และตัดสินใจร่วมกันได้ง่ายขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้การสรรหามีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะมีเทคโนโลยีแค่ไหน แต่คุณพลวัตยืนยันว่า </span><b>Human Touch คือปัจจัยสำคัญที่สุดต่อการจ้างงาน</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะการสรรหาไม่ใช่แค่หาคนเข้าองค์กร แต่คือการสร้างฐานผู้สมัครที่พร้อมสำหรับโอกาสในอนาคต อย่ามัวแต่ใช้ AI ใช้เทคโนโลยีจนละเลยปฏิสัมพันธ์ระหว่างคน HR ต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากหาคนให้ตรงตำแหน่ง เป็นสร้างประสบการณ์ดี ๆ ให้คนที่เข้ามาเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะถึงแม้เขาจะไม่ได้งานในวันนี้ แต่เขาอาจเป็นคนที่ใช่ในวันหน้า และความประทับใจวันนี้ คือกุญแจที่ทำให้เขากลับมาอีกครั้งก็เป็นได้</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44225" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 3" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>Strategic Talent Playbook: Acquiring, Grooming and Retention</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46988" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-_65_.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital HR Forum 2025 " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital HR Forum 2025  615" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-_65_.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-_65_-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สุวรรณา กิตติรัตน์พัฒนา กรรมการผู้จัดการ </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/182"><b>SCG HR Solutions</b></a><span style="font-weight: 400;"> อธิบายเคล็ดลับการสร้างคนของ SCG ว่าสำคัญมาก เมื่อที่นี่มองเรื่องการบริหารคนว่า ไม่ใช่แค่เรื่องการจ้าง-ฝึก-รักษา แต่คือการออกแบบเส้นทางชีวิตร่วมกันตั้งแต่วันแรกที่เขาก้าวเข้ามา จนวันที่เขาก้าวจากไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุวรรณาเล่าว่า SCG ยึดหลักการทำธุรกิจด้วย 4 อุดมการณ์คือ ตั้งมั่นในความเป็นธรรม มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ เชื่อมั่นในคุณค่าของคน และถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนอยู่ในทุกกระบวนการดูแลคน ตั้งแต่การดึงดูด Talent ไปจนถึงการเตรียมพวกเขาให้เป็นผู้นำของวันข้างหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่โลกธุรกิจต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว SCG เองก็เดินหน้าสู่การเป็น Agile Organization ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานในองค์กร หรือแม้แต่ SME ไทย พอธุรกิจมีความหลากหลายมากกว่า 300 บริษัท วิธีบริหารคนก็ต้องปรับใหม่ ไม่มีสูตรสำเร็จแบบ One Size Fits All อีกต่อไป ทีมที่เพิ่งตั้งไข่กับทีมที่โตเต็มวัยต้องใช้มาตรการที่ต่างกัน SCG ใช้แนวทางสร้างทีมแบบ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220520-agile-hr/"><span style="font-weight: 400;">Agile</span></a><span style="font-weight: 400;"> ทดลอง พัฒนา และวัดผลความสามารถแบบเหมาะสมกับแต่ละบริบท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ทำให้พนักงานอยู่กับองค์กรได้อย่างมีพลัง ไม่ใช่แค่เงินเดือน แต่คือระบบที่ให้คุณค่ากับผลงาน SCG มีการแบ่งปันผลสำเร็จแบบ Profit Sharing เพื่อให้คนรู้สึกเป็นเจ้าของ และสร้างแรงบันดาลใจให้คนอยากเติบโตไปพร้อมกัน มีระบบพี่เลี้ยง ระบบการหมุนเวียนงานเพื่อเปิดมุมมองใหม่ ๆ และระบบ Coaching ที่ต่อเนื่องเสมอ ทุกคนมี Career Path ที่ชัดเจน พร้อมการประเมินแบบ 360 องศา เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้นำที่ทั้งดีและเก่งอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การดูแลพนักงานของ SCG ไม่จบแค่ตอนเขายังทำงานอยู่ หลายคนแม้เกษียณไปแล้วก็ยังถูกเชิญกลับมาทำกิจกรรมหลายอย่างร่วมกันอีกครั้ง และเพราะ SCG ขยายฐานคนไปทั่วโลก โดยนอกจากที่ไทยแล้ว จะมีที่เวียดนามที่ถือเป็นฐานใหญ่ขององค์กร จึงมีระบบทุนการศึกษาทั้งในและนอกองค์กร เพื่อปลูกฝังคนที่ใช่ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ เพราะเชื่อว่าการลงทุนกับคนคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด </span><b>คำว่า Talent สำหรับ SCG ไม่ได้หมายถึงคนที่เก่งที่สุดในสายตาหัวหน้า แต่คือคนที่ แบ่งปันคุณค่าเดียวกันกับองค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> คนที่มองว่างานมีความหมาย เคารพกัน เรียนรู้อยู่เสมอ และอยากเติบโตไปพร้อมกับผู้อื่น SCG ไม่ต้องการดาวเด่นที่ทำงานคนเดียว แต่ต้องการคนเก่งที่พร้อมเติบโตเป็นทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือแนวคิดของ Talent Playbook ที่ไม่ใช่แค่ได้คน แต่ได้หัวใจของคนทั้งองค์กรไปพร้อมกัน </span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/182?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36666" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 114" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>Global vs Thai Approaches: How to Align Culture, Talent &amp; Tech with Business Goals</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46989" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-_69_.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital HR Forum 2025 " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital HR Forum 2025  616" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-_69_.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-_69_-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Session สุดท้ายของงานวันนี้ได้วิทยากรชั้นนำ 3 ท่านมาร่วมเปรียบเทียบแนวทางขององค์กรระดับโลกและองค์กรไทย ในการเชื่อมโยงวัฒนธรรม บุคลากร และเทคโนโลยี ให้ตอบโจทย์เป้าหมายธุรกิจ พร้อมถอดบทเรียนในแต่ละแนวทาง ได้แก่ </span></p>
<ul>
<li aria-level="1"><b>ดร.พิภาวิน อุษาวัฒนากูล ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)</b></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผศ.ดร.รัชฎา คงคะจันทร์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)</b><span style="font-weight: 400;"> และ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ณัฐกานต์ ครองผล Manager &#8211; Learning Solution Design บริษัท บ้านปู จํากัด (มหาชน)</b></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยมีคุณ </span><b>สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager จาก HREX.asia</b><span style="font-weight: 400;"> ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.พิภาวิน เริ่มด้วยการอธิบายว่าแม้ระบบราชการจะขยับช้ากว่าเอกชน แต่ไม่ได้หมายความว่าการพัฒนาจะหยุดนิ่ง องค์กร ก.พ. กำลังขับเคลื่อนองค์กรให้มีมาตรฐานระดับสากล ผ่านการสร้างผู้นำแบบ Agile และ Foresight และยกระดับการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านผศ.ดร.รัชฎา ชี้ว่าการพัฒนาคนต้องเริ่มจาก Data-Driven และต้องเข้าใจบริบทของ Talent รุ่นใหม่ ที่ต้องการความชัดเจน โปร่งใส และผู้นำที่เป็นโค้ชมากกว่าผู้สั่ง พร้อมย้ำว่า การฟีดแบ็คต้องซื่อสัตย์และสร้างสรรค์ สภาพแวดล้อมต้องปลอดภัยทางใจ ไม่ติดกับกรอบเดิม ๆ เพราะคนรุ่นใหม่ไม่ได้มององค์กรรัฐเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณณัฐกานต์ จากบ้านปู ชูแนวคิด</span><b> Triple Transformation ว่าความยั่งยืนจะเกิดได้ ต้องเปลี่ยนทั้งคน ธุรกิจ และเทคโนโลยี </b><span style="font-weight: 400;">พร้อมเสริมว่าแม้องค์กรจะมีรากฐานเป็นของไทย แต่มีพนักงานกระจายอยู่หลายประเทศ จึงต้องคิดแบบ </span><b>One Global Standard, Local Touch</b> <b>โดยที่ HR ไทยเองก็ต้องเข้าใจบริบทข้ามประเทศ และเปิดใจเรียนรู้ ไม่ยึดติดแนวคิดเดิมด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น ทั้ง 3 ท่านยังมีมุมมองเห็นพ้องกันว่า คนคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดขององค์กร และเราต้องไม่หยุดลงทุนในคนอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวแทนจากบ้านปูเน้นว่า การฝึกให้พนักงานมี Global Mindset ไม่ได้แปลว่าให้พูดได้หลายภาษา แต่คือการเปิดใจ ยอมรับความหลากหลาย และเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพที่จะเติบโตในระดับสากลได้ ส่วนฝั่งภาครัฐก็ย้ำว่าแม้จะมีข้อจำกัดมากกว่า แต่ก็ต้องเร่งสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับงานภาครัฐ และดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้ามาด้วยวิธีที่เหมาะกับยุคนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเรื่องเทคโนโลยีและ AI นักวิชาการจาก มธ. กล่าวว่า ประเทศไทยยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น แต่ต่างประเทศเริ่มพูดถึงการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบแล้ว เราจึงต้องเร่งสร้างความเข้าใจเรื่อง Digital Literacy พร้อมยกระดับความเชื่อมั่น และสร้างสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีกับการคุ้มครองข้อมูล ส่วนฝั่ง ก.พ. ก็เน้นเรื่องความสำคัญของ Cybersecurity และการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้เท่าทันเอกชนเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นสุดท้ายคือการพูดถึง HR Model ในแบบฉบับของแต่ละองค์กร เริ่มจากบ้านปูที่บอกว่า เคล็ดลับความสำเร็จเกิดจากการทำ Benchmark กับองค์กรอื่น หรือเรียนรู้สิ่งที่ดีที่สุด แล้วนำมาปรับใช้ให้เข้ากับองค์กรของเรา และต้องทำไปด้วยกันทั้งองค์กร ไม่ใช่หน้าที่ของ HR คนเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ ก.พ. เน้นเสาหลักคือ Learning Culture ที่ชัดเจน มีเป้าหมาย มีระบบพัฒนาคนที่ใช่ให้เหมาะกับเป้าหมายองค์กร เพราะการปล่อยให้คนรู้สึกว่าอยู่ต่อไปก็ไม่โต คือความสูญเสียที่องค์กรรับไม่ไหว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ผศ.ดร.รัชฎา สรุปว่า ทั้งคน เทคโนโลยี และวัฒนธรรม ต้องเดินไปพร้อมกัน โดยมีหัวใจคือความเป็นมนุษย์</span><b> ผู้นำยุคใหม่ต้องมีความเห็นอกเห็นใจ มีความโปร่งใส ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้าง Trust Culture และบริหารด้วยข้อมูลอย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อให้พนักงาน ลูกค้า และสังคม เชื่อมั่นในองค์กรไปพร้อมกัน</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="Q&amp;A of the Month: คำถามเด็ด HR ประจำเดือนมกราคม 2025 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/digital-hr-forum-2025-250924/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Marketing Conference 2025 (MKTCON 2025)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/marketing-conference-2025-250919/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/marketing-conference-2025-250919/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Sep 2025 07:44:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[MKNCON 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing Conference 2025]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46949</guid>

					<description><![CDATA[HR หลายคนอาจคิดว่า การตลาดเป็นเรื่องของนักการตลาดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทักษะและมุมมองด้านการตลาดกำลังกลายเป็นสิ่งที่ HR ควรเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ไม่แพ้กัน เพราะการสร้างแบรนด์องค์กร การดึงดูดคนเก่ง หรือออกแบบประสบการณ์พนักงาน ล้วนต้องอาศัยหลักการตลาด ที่มุ่งเน้นทำความเข้าใจเชิงลึกในพฤติกรรมมนุษย์ งาน Marketing Conference 2025 (MKTCON 2025) ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญให้ HR ได้มองเห็นแนวคิดใหม่ ๆ ที่จะต่อยอดสู่การพัฒนาองค์กรในมิติของคนและวัฒนธรรมการทำงานต่อไป  หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเรื่องราวน่าสนใจที่ทุกท่านควรรู้มาให้อ่านกันแฃ้ว ถ้าพร้อมแล้ว มาติดตามได้เลยในบทความนี้ Marketing Conference 2025 #1 &#8211; Leading Your Marketing Team in the Age of AI คุณ สุธีรพันธุ์ สักรวัตร Chief Customer Officer จาก SCBX และคุณ ภคมน ตุลยาพิศิษฐ์ชัย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46951" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-58.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Marketing Conference 2025 (MKTCON 2025)" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Marketing Conference 2025 (MKTCON 2025) 623" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-58.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-58-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR หลายคนอาจคิดว่า การตลาดเป็นเรื่องของนักการตลาดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทักษะและมุมมองด้านการตลาดกำลังกลายเป็นสิ่งที่ HR ควรเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ไม่แพ้กัน เพราะการสร้างแบรนด์องค์กร การดึงดูดคนเก่ง หรือออกแบบประสบการณ์พนักงาน ล้วนต้องอาศัยหลักการตลาด ที่มุ่งเน้นทำความเข้าใจเชิงลึกในพฤติกรรมมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน <strong>Marketing Conference 2025 (MKTCON 2025)</strong> ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญให้ HR ได้มองเห็นแนวคิดใหม่ ๆ ที่จะต่อยอดสู่การพัฒนาองค์กรในมิติของคนและวัฒนธรรมการทำงานต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเรื่องราวน่าสนใจที่ทุกท่านควรรู้มาให้อ่านกันแฃ้ว ถ้าพร้อมแล้ว มาติดตามได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Marketing Conference 2025 #1 &#8211; Leading Your Marketing Team in the Age of AI</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46952" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-59.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Marketing Conference 2025 (MKTCON 2025)" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Marketing Conference 2025 (MKTCON 2025) 624" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-59.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-59-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b> สุธีรพันธุ์ สักรวัตร Chief Customer Officer จาก SCBX</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>ภคมน ตุลยาพิศิษฐ์ชัย Head of Digital Transformation และ Head of Digital Broker platform &#8211; heygoody.com</b><span style="font-weight: 400;"> มาพูดคุยกันถึงการบริหารทีมการตลาดในยุคที่ AI เข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง 2 ท่าน ต่างเห็นตรงกันว่า หากองค์กรอยากแข่งขันได้ การนำ AI เข้ามาเสริมทัพไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นที่ขาดไมไ่ด้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุธีรพันธุ์เล่าว่า บริบทของ SCBX เป็นองค์กรที่ใช้ AI อย่างจริงจังในหลายธุรกิจ และกำลังจะมีถึง 13 บริษัทในเครือ โดยมีพนักงานมากกว่า 10,000 คน ในบริบทของ SCBX อนาคตของการทำงานไม่ได้หมายถึงการมีทีมงานที่เป็นมนุษย์เพียงอย่างเดียว แต่จะมี Agentic AI เข้ามาเป็นลูกทีม คอยทำงานเคียงข้างเรา และไม่ใช่แค่หนึ่งตัว แต่เราสามารถมีได้หลายตัวที่ช่วยเร่งงานที่เคยใช้เวลาหลายวันให้เสร็จได้ภายในไม่กี่นาที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมขององค์กรที่ทีมการตลาดขนาดเล็กกว่า คุณภคมนย้ำว่าการใช้ AI คือเครื่องมือเพิ่มศักยภาพให้สามารถแข่งกับบริษัทใหญ่ได้ง่ายขึ้น องค์กรต้องสร้าง Sandbox ให้ทีมได้ทดลองและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ พร้อมจัดหาเครื่องมือที่ช่วยเสริมแกร่งมาให้เสมอ อย่างที่องค์กรกำลังใช้ในปัจจุบันคือ Claude.ai ที่ช่วยสร้างคอนเทนต์การตลาด และทำสไลด์นำเสนอลูกค้าได้สะดวกมากกว่าเครื่องมือใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งสำคัญคือ</span><b> เราไม่ได้จบแค่การให้เครื่องมือเหล่านี้ทำงาน แต่เรายังต้องต้องมี AI Literacy ด้วย และต้องวัดผลเรื่องนี้อย่างจริงจัง</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อรู้ว่าทีมไหนคล่อง AI แค่ไหน และใครยังต้องการการสนับสนุนให้รู้เท่าทัน AI มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุธีรพันธุ์ขยายความว่า แต่ละองค์กรจะมีคนใช้ AI ในหลากหลายระดับ ตั้งแต่ไม่เคยใช้ ไปจนถึงใช้ทุกวันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพจริงจัง แต่จากการสังเกตมีเพียง 4% เท่านั้นที่อยู่กลุ่มหลังสุด การเข้าใจความแตกต่างนี้ช่วยให้ผู้นำทีมรู้ว่าจะพัฒนาคนอย่างไร ใครควรได้รับการฝึก และใครควรได้ภารกิจที่เหมาะสม การใช้ AI ควรเป็นข้อบังคับหากอยากสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร 2 ท่านเห็นพ้องว่าปัญหาของหลายองค์กรคือ ยังไม่มีเป้าหมายและกลยุทธ์ด้าน AI ที่ชัดเจน ผู้บริหารบางแห่งยังไม่เข้าใจ ไม่มีงบสนับสนุน หรือไม่รู้ว่าจะ Scale อย่างไร ขณะเดียวกัน </span><b>เราอยู่ในช่วง AI Hype ที่หลายคนพยายามลงทุนเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้งาน แต่ก็ยังไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะคุ้มค่าทั้งหมดหรือไม่ จะเอามาใช้จริงได้แค่ไหน ตอนนี้จึงเหมือนเราอยู่ในทุ่งดอกไม้ที่บานเต็มที่ แต่อีกไม่นานก็ร่วง ทั้งที่เป้าหมายของเราควรเป็นการสร้างต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ยาวและยั่งยืน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณภคมนทิ้งท้ายว่า AI ไม่ใช่คำตอบทุกปัญหา แต่คือเครื่องมือที่ช่วยแก้ Pain Point ที่เหมาะสม ต่างหาก หัวหน้าทีมการตลาดจึงต้องมอง AI เหมือนชุดเกราะ Iron Man ที่คอยอัปเกรดทีมงานให้ทำงานดีขึ้น เร็วขึ้น และมีเวลาไปคิดเชิงกลยุทธ์มากขึ้น ส่วนคุณสุธีรพันธุ์ยืนยันว่าแนวทางนี้คืออนาคตของการทำงาน หากองค์กรยังไม่พร้อมเข้าสู่ AI จริงจัง วันนี้คือเวลาที่ต้องเริ่มคิดและลงมือแล้ว</span></p>
<h2><b>Marketing Conference 2025 #2 &#8211; </b><b>Unlocking 3X ROI with CDxP Framework</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46957" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-60.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Marketing Conference 2025 (MKTCON 2025)" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Marketing Conference 2025 (MKTCON 2025) 625" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-60.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-60-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลคือทรัพย์สินที่ล้ำค่าในโลกการตลาด สามารถเชื่อมโยงและเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นการกระทำเชิงธุรกิจได้จริง และ CDxP (Customer Data &amp; Experience Platform) กำลังกลายเป็นอาวุธลับที่นำไปสู่ความสำเร็จขององค์กร เพราะรวมข้อดีของ CDP (Customer Data Platform) และ Experience Platform เข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูล แต่จะแปลงข้อมูลเหล่านั้นให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ดีและสอดคล้องกับลูกค้าในทุกจุดสัมผัส</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ประภาพร สมวงษ์ Digital Growth Manager จาก Insider</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบายว่า ก้าวแรกของการทำการตลาดที่ดีคือการรู้จักลูกค้า และสิ่งที่จะทำให้รู้จักได้จริงคือข้อมูลที่เรามี ไม่ใช่แค่ดูว่าลูกค้าเข้าเว็บไซต์หรือกดสินค้าอะไร แต่ต้องตามรอยตั้งแต่จุดแรกที่ลูกค้าเจอแบรนด์ ไปจนถึงการปิดการขาย การเก็บข้อมูลที่ต่อเนื่องทำให้สามารถออกแบบประสบการณ์ที่ตรงใจ และทำให้ทุกปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มีความหมายมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณ </span><b>ภูมิพัฒน์ เตชะพูลผล VP Customer Experience Solutions จาก TQM</b><span style="font-weight: 400;"> ยกตัวอย่างว่า CDxP ช่วยให้แบรนด์มีช่องทางหลากหลายเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าได้ครบถ้วน ก่อนนำไปทำ Onsite Personalization เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วม, ใช้ Marketing Automation ในการสื่อสารที่เหมาะสม และเสริมด้วย CX Improvement</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น การฝังแบบสอบถามลงในหน้าเว็บเพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม วิธีการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้การตลาดแม่นยำขึ้น แต่ยังทำให้เห็นภาพว่าใครอยู่ในเส้นทางการซื้อ ใครหลุดออกไป และควรเข้าไปกระตุ้นตอนไหนเพื่อดึงเขากลับมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งสองผู้บริหารยังเห็นตรงกันว่า ความสำเร็จของ CDxP ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการทำงานร่วมกันของหลายฝ่าย ตั้งแต่มาร์เก็ตติ้ง ทีม UX/UI ฝ่ายเทคนิค ไปจนถึงฝ่ายธุรกิจ ทุกคนต้องเข้าใจและใช้ข้อมูลให้เป็น Actionable หรือเอาไปทำงานต่อได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ องค์กรต้องมีกลยุทธ์และ Use Case ที่ชัดเจน ไม่ใช่ซื้อแพลตฟอร์มเพราะฟังก์ชัน แต่ต้องรู้ก่อนว่าลูกค้ากลุ่มไหนคือเป้าหมาย และจะใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อสร้างคุณค่าอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด การสร้างผลตอบแทนจาก CDxP ไม่ใช่แค่การมองหาความคุ้มค่าในระยะสั้น แต่ต้องมองทั้ง Quick Win และระยะยาว เพื่อให้เกิด ROI ที่แท้จริง แม้การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาอาจเจอความท้าทาย เช่น มีคนบางส่วนที่อิน แต่บางส่วนยังไม่เข้าใจ แต่การทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นและทำงานเป็นทีม จะช่วยให้องค์กรไปได้ไกลกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิทยากรทั้ง 2 ท่านคาดการณ์ว่าอนาคตของ CDxP จะถูกยกระดับด้วย AI โดยเฉพาะ Agentic AI ที่อาจช่วยให้การใช้ข้อมูลซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่าย เช่น ค้นหาจากเสียง หรือข้อมูลไร้รูปแบบก็ยังสามารถแปลงเป็น Insight ได้ ซึ่งนี่อาจเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้การตลาดขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมหาศาล</span></p>
<h2><b>Marketing Conference 2025 #3 &#8211; </b><b>Key Metrics for Marketing, Sales or Customer Services &amp; How to Improve Them</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46958" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-61.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Marketing Conference 2025 (MKTCON 2025)" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Marketing Conference 2025 (MKTCON 2025) 626" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-61.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-61-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ธุรกิจในปัจจุบันไม่ได้แข่งกันที่ผลิตภัณฑ์ที่ดีอย่างเดียว เพราะเกือบทุกอย่างบนโลกสามารถผลิตออกมาได้ และมีคุณภาพดีไม่แพ้กันแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเข้าใจ </span><b>ทำไมลูกค้าถึงเลือกเราแทนที่จะไปหาคู่แข่ง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเวที </span><i><span style="font-weight: 400;">Key Metrics for Marketing, Sales or Customer Services &amp; How to Improve Them</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณ </span><b>ณัฐพล ม่วงทำ เจ้าของเพจ การตลาดวันละตอน</b><span style="font-weight: 400;"> ได้แชร์ประสบการณ์ตรงว่าการตั้งคำถามที่ถูกต้องคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายกตัวอย่างว่าหลายครั้งธุรกิจคิดว่าลูกค้าเลือกเพราะคุณภาพหรือราคาที่ดีที่สุด แต่ความจริงอาจง่ายกว่านั้น เช่น เลือกร้านอาหารเพราะใกล้บ้าน หรือเพราะสะดวกกว่า นั่นทำให้เราจำเป็นต้องกลับมาทบทวนว่าสิ่งที่เราคิด กับสิ่งที่ลูกค้าคิดจริง ๆ ตรงกันหรือไม่ โดยมี </span><b>5 คำถามหลัก</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ทุกธุรกิจควรถามตัวเองและทีมงาน ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทำไมลูกค้าถึงเลือกเรา แทนที่จะไปหาคนอื่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทำไมลูกค้าบางส่วนถึงไม่เลือกเรา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทำไมลูกค้าถึงเลือกซ้ำ มาซื้อกับเราต่อ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทำไมลูกค้าที่เคยเลือก ถึงหยุดเลือกเรา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทำไมลูกค้าบางส่วนถึงอยากแนะนำเราให้คนอื่นรู้จัก</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น เขายังแนะนำ </span><b>6 คำถามเสริม</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ทำให้เราเข้าใจเส้นทางลูกค้าได้ลึกขึ้นอีก ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ใครคือลูกค้าเราจริง ๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ลูกค้ามาเป็นลูกค้าเราได้อย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ลูกค้าอยู่กับเรามานานแค่ไหน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทำไมลูกค้ายังอยู่กับเรา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทำไมลูกค้าถึงเลิกเป็นลูกค้า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทำไมบางคนไม่เลือกเราเลยตั้งแต่แรก</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามเหล่านี้ดูเรียบง่าย แต่เป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนความจริงของธุรกิจ และช่วยให้เราเห็นโอกาสในการปรับกลยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นด้านการตลาด การขาย หรือการบริการลูกค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งโมเดลที่คุณณัฐพลนำมาแชร์คือ </span><b>9A Customer Journey</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าในหลายมิติ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การซื้อ แต่รวมถึงความรู้สึก ความเชื่อมั่น และการบอกต่อ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Action</b><span style="font-weight: 400;"> – ซื้อเมื่อไหร่ ที่ไหน อะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Activate</b><span style="font-weight: 400;"> – ใช้แบบไหนถึงจะเรียกว่ามีส่วนร่วม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Awesome</b><span style="font-weight: 400;"> – อะไรทำให้ลูกค้าชอบ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Addict</b><span style="font-weight: 400;"> – ลูกค้าติดใจเพราะอะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Advocate</b><span style="font-weight: 400;"> – ลูกค้าแนะนำใคร แนะนำผ่านช่องทางใด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Aware</b><span style="font-weight: 400;"> – ลูกค้าเห็นแบรนด์จากที่ไหน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Appeal</b><span style="font-weight: 400;"> – อะไรดึงดูดให้สนใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Attention</b><span style="font-weight: 400;"> – อะไรทำให้เขาหยุดฟังหรือมองเรา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Affirmation</b><span style="font-weight: 400;"> – อะไรทำให้มั่นใจและตัดสินใจซื้อ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง 9A นี้ไม่ได้มีลำดับตายตัว ลูกค้าอาจกระโดดไปมาระหว่างขั้นตอน ขึ้นอยู่กับลักษณะสินค้าและบริการ เช่น ลูกค้าสินค้าเสริมความงามจะมีเส้นทางไม่เหมือนกับคนซื้อรถ EV หรือสมัครฟิตเนส ยิ่งไปกว่านั้นยังขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจว่าจะเป็น </span><b>Physical, Hybrid หรือ Digital</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าการวัดผลการตลาด การขาย หรือการบริการลูกค้า ไม่ควรหยุดอยู่ที่ตัวเลขยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจเบื้องหลังพฤติกรรมของลูกค้า ว่าทำไมเขาเลือก ไม่เลือก อยู่ต่อ หรือลาจาก การมี Metrics ที่ถูกต้องและคำถามที่ดี จะช่วยให้ธุรกิจออกแบบกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ได้จริง และทำให้ลูกค้ารู้สึกอยากอยู่กับแบรนด์ในระยะยาว</span></p>
<h2><b>Marketing Conference 2025 #4 &#8211; How to choose &amp; integrate Al-embedded MarTech Stacks<br />
</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46960" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-62.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Marketing Conference 2025 (MKTCON 2025)" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Marketing Conference 2025 (MKTCON 2025) 627" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-62.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-62-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นักการตลาดทุกวันนี้ หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือ </span><b>Marketing Technology (MarTech) โดยไม่ใช้ AI ไม่ได้อีกแล้ว</b><span style="font-weight: 400;"> ในเมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนเกมให้การทำงานง่ายและทรงพลังขึ้นได้มหาศาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>จิตติพงศ์ เลิศประดิษฐ์ อดีตนายกสมาคม MarTech</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบายว่า นักการตลาดกำลังใช้ AI ไม่แบบใดก็แบบหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น Generative AI ที่นำโดย ChatGPT, ต่อยอด ChatGPT ด้วยการใช้ MyGPT ที่อ่านไฟล์และตอบจากข้อมูลโดยตรงได้โดยไม่หลอน หรือใช้ AI Automation ที่ทำให้สร้างเครื่องมือแบบ Low-code / No-code ได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่อนาคต แต่คือปัจจุบันกาลของคนทำงานการตลาด และหาก Marketer คนไหนไม่เอามาใช้ล่ะก็ จะตามหลังผู้อื่นหลายช่วงตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณ </span><b>นารีรัตน์ แช่เดียว CEO &amp; Co-Founder ของ InsightERA</b><span style="font-weight: 400;"> เสริมว่า MarTech ไม่ใช่เครื่องมือทดลองเล่นเหมือนเมื่อหลายปีก่อน แต่กลายเป็น Core System ที่องค์กรต้องลงทุนจริงจัง โดยเฉพาะเรื่อง Data ที่กลายเป็นสินทรัพย์สำคัญ การทำงานไม่ใช่แยกกันเป็น Silo ของแต่ละฝ่ายอีกต่อไป แต่กำลังเคลื่อนไปสู่การเชื่อมต่อและบูรณาการข้อมูล เพื่อสร้างภาพรวมที่ต่อเนื่องและแม่นยำมากกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ยังเข้ามาช่วยสร้างคอนเทนต์ในรูปแบบใหม่ ๆ ทำให้ Marketer มี Productivity สูงขึ้น เช่น ตั้งเวลาโพสต์หลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน แทนที่จะตั้งเวลาที่ละแพลตฟิร์มเหมือนเมื่อก่อน การใช้ Social Listening วิเคราะห์เสียงสะท้อนของลูกค้า หรือการให้ AI สรุป Dashboard และ Predictive Insights ได้ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ท่านยอมรับว่ามีคอขวดและความท้าทายขวางอยู่ นำโดยการทำ Data Cleansing และ Segmentation ที่ขึ้นอยู่กับ Data Foundation หรือความสะอาด ความเป็นระเบียบของข้อมูลที่เก็บมาตั้งแต่ตอนแรก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะถ้าข้อมูลไม่สะอาด ผลลัพธ์จาก AI ก็ไม่มีคุณภาพเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่ต้องระวังคือ </span><b>Data Security และ Data Governance</b><span style="font-weight: 400;"> คุณจิตติพงศ์เตือนว่า AI กินข้อมูลเป็นอาหาร ถ้าเราให้อาหารที่ปนเปื้อน ก็ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ผิดเพี้ยน ก็เหมือนคนที่จะโตมาสุขภาพไม่ดี ถ้าบริโภคแต่อาหารที่ไม่มีประโยชน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณนารีรัตน์ขยายความเพิ่มเติมว่า การบูรณาการข้อมูลทุกวันนี้ยังเจออุปสรรคด้าน Compliance และการเจรจาภายในองค์กร ว่าข้อมูลไหนแชร์ได้ ข้อมูลไหนเป็นความลับ และต้องระวังเรื่อง PDPA ด้วย ไหนจะมีเรื่องการจัดการความคาดหวังของลูกค้าที่เชื่อว่า AI ทำได้ทุกอย่าง ทั้งที่จริงแล้ว AI ก็ยังมีข้อจำกัด และยังต้องใช้ศาสตร์ + ศิลป์ของมนุษย์กำกับอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อให้จะมีอุปสรรคมากมายรออยู่ แต่ทั้งคู่เห็นโอกาสมหาศาลจากการนำ AI เข้ามาผนวกกับ MarTech โดยเฉพาะสำหรับองค์กรเล็กที่มีงบและทรัพยากรทีมจำกัด AI ช่วยลดช่องว่างกับองค์กรใหญ่ ทำให้แข่งขันได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านความเร็ว ความยืดหยุ่น หรือการเข้าถึงข้อมูล Insight แบบที่เมื่อก่อนทำได้เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การเลือกและบูรณาการ MarTech Stack ที่มี AI เป็นส่วนหนึ่ง ประเด็นเรื่องใครทำก่อนทำหลังยังสำคัญแน่นอน แต่ถ้าใครทำด้วยความเข้าใจ และทำได้จริง อาจเป็นแต้มต่อที่สำคัญยิ่งกว่า</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Marketing Conference 2025 (MKTCON 2025) 628" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/marketing-conference-2025-250919/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar &#124; Data-Driven Employer Branding: The Road to “Best Place to Work™” for All Generations</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-data-driven-employer-branding-road-to-best-place-to-work-250905/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-data-driven-employer-branding-road-to-best-place-to-work-250905/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Sep 2025 10:50:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Best Place to Work]]></category>
		<category><![CDATA[Employer Branding]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<category><![CDATA[Data-Driven]]></category>
		<category><![CDATA[WorkVenture]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46831</guid>

					<description><![CDATA[เพราะการเป็นองค์กรที่คนเก่งอยากร่วมงาน ไม่ใช่เรื่องของการทำโฆษณาหรือสร้างภาพให้ดูดีเท่านั้น แต่คือการเข้าใจความต้องการของพนักงานอย่างลึกซึ้ง และกล้าลงมือเปลี่ยนแปลงตามสิ่งที่ข้อมูลสะท้อนออกมา HREX จึงจัด Webinar ครั้งใหม่ในหัวข้อ Data-Driven Employer Branding: The Road to “Best Place to Work™” for All Generations โดยมีคุณ จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการสร้างแบรนด์นายจ้างจาก WorkVenture มาเปิดมุมมองใหม่ของการสร้างแบรนด์นายจ้างผ่านข้อมูลจริงจากองค์กรไทยที่ใช้ Engagement Survey Dashboard เป็นเครื่องมือในการดึงดูด รักษาคนเก่ง และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชัน หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้ในการสร้างแบรนด์ไว้แล้ว ติดตามในบทความนี้ได้เลย ความสำคัญของ Employer Branding ในปัจจุบันและอนาคต คำว่า ชีวิตการทำงานที่ดี ในโลกการทำงานทุกวันนี้ ไม่ได้หมายถึงแค่เงินเดือนหรือสวัสดิการอีกต่อไป แต่รวมถึงสังคมในที่ทำงาน เพื่อนร่วมทีม และความรู้สึกว่าเราได้ทำงานในที่ที่เหมาะสมกับตัวเอง คุณจีรวัฒน์เล่าว่าตลอดหลายปีของ WorkVenture ที่สำรวจเรื่อง Best Place [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46833" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-36.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Data-Driven Employer Branding: The Road to “Best Place to Work™” for All Generations" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Data-Driven Employer Branding: The Road to “Best Place to Work™” for All Generations 633" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-36.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-36-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการเป็นองค์กรที่คนเก่งอยากร่วมงาน ไม่ใช่เรื่องของการทำโฆษณาหรือสร้างภาพให้ดูดีเท่านั้น แต่คือการเข้าใจความต้องการของพนักงานอย่างลึกซึ้ง และกล้าลงมือเปลี่ยนแปลงตามสิ่งที่ข้อมูลสะท้อนออกมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX จึงจัด Webinar ครั้งใหม่ในหัวข้อ Data-Driven Employer Branding: The Road to “Best Place to Work™” for All Generations โดยมีคุณ</span><b> จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการสร้างแบรนด์นายจ้างจาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/63"><b>WorkVenture</b></a><span style="font-weight: 400;"> มาเปิดมุมมองใหม่ของการสร้างแบรนด์นายจ้างผ่านข้อมูลจริงจากองค์กรไทยที่ใช้ Engagement Survey Dashboard เป็นเครื่องมือในการดึงดูด รักษาคนเก่ง และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้ในการสร้างแบรนด์ไว้แล้ว ติดตามในบทความนี้ได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>ความสำคัญของ Employer Branding ในปัจจุบันและอนาคต</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คำว่า ชีวิตการทำงานที่ดี ในโลกการทำงานทุกวันนี้ ไม่ได้หมายถึงแค่เงินเดือนหรือสวัสดิการอีกต่อไป แต่รวมถึงสังคมในที่ทำงาน เพื่อนร่วมทีม และความรู้สึกว่าเราได้ทำงานในที่ที่เหมาะสมกับตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณจีรวัฒน์เล่าว่าตลอดหลายปีของ WorkVenture ที่สำรวจเรื่อง Best Place to Work™ สิ่งที่เห็นชัดคือคนไทยไม่เคยหยุดตามหานายจ้างที่ดี และเป็นโจทย์ที่น่าสนใจด้วยเช่นกันว่า จะทำอย่างไรให้องค์กรไทยกลายเป็นที่ทำงานที่คนอยากอยู่ด้วยจริง ๆ จึงนำมาสู่การทำสิ่งที่เรียกว่า Employer Branding</span></p>
<p><b>หัวใจของ Employer Branding จึงไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์หรือรางวัล เมื่อเทียบกับการให้สิ่งดี ๆ กับพนักงานก่อน เพราะเมื่อพนักงานได้รับประสบการณ์ที่ดี พวกเขาจะตอบแทนด้วยผลงานที่มีคุณภาพ </b><span style="font-weight: 400;">กระบวนการทำงานจะดีขึ้น สินค้าและบริการก็ดีขึ้นตามไปด้วย และทั้งหมดนี้จะนำไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ในแบบที่ทุกคนได้ประโยชน์ ไม่ใช่แค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า การจะพัฒนาแบรนด์นายจ้างให้แข็งแรง ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่าย HR เพียงฝ่ายเดียว เพราะต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้นำระดับสูงขององค์กร จึงจะเป็นกลไกสำคัญดึงดูดคนที่ใช่เข้ามาสร้างความสำเร็จร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นคือเหตุผลที่ WorkVenture ลงมือทำงานนี้อย่างจริงจัง ด้วยการส่งมอบข้อมูล เครื่องมือ และแนวคิดให้แก่องค์กรไทย เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณจีรวัฒน์ อธิบายต่อว่าแนวคิด Employer Branding ในประเทศไทยทำกันมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยเฉพาะเมื่อการหาคนเก่งที่ตรงกับสเปคกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคนทำงานยุคใหม่มีความคาดหวังที่เปลี่ยนไป พวกเขาต้องการมากกว่าแค่เงินเดือน พวกเขาต้องการงานที่มีความหมาย สภาพแวดล้อมที่เคารพความเป็นมนุษย์ และโอกาสในการเติบโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอนาคตอันใกล้ การบริหารจัดการคนจะซับซ้อนยิ่งขึ้น และองค์กรที่ยังใช้วิธีเดิมอาจตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากภายนอกหรือความคาดหวังจากคนภายใน การสร้าง </span><b>Employer Branding จึงต้องเป็นกลยุทธ์หลักที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง เพื่อให้คนอยากร่วมงานกับองค์กรของเรา และอยากอยู่กับเราไปนาน ๆ</b></p>
<h2><b>Employer Branding ยุคใหม่: จากข้อมูลจริง สู่การเป็นองค์กรในฝันของทุกเจเนอเรชัน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การสร้างแบรนด์นายจ้างไม่สามารถอาศัยเพียงการคาดเดาหรือภาพลักษณ์ที่สวยงามอีกต่อไป หากองค์กรอยากเป็น “Best Place to Work™” ที่ทุกคนใฝ่ฝันถึง สิ่งสำคัญคือการเข้าใจพนักงานจริง ๆ ว่าพวกเขารู้สึกและคาดหวังอะไรจากการทำงาน การฟังเสียงของคนข้างในจึงกลายเป็นกุญแจหลักที่จะเปลี่ยนจากแค่ภาพลักษณ์ให้กลายเป็นคุณค่าที่จับต้องได้</span></p>
<p><b>หัวใจของการทำ Employer Branding ยุคใหม่คือการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven) </b><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะข้อมูลจาก Engagement Survey ที่ทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนความจริงขององค์กร แต่ปัญหาที่หลายองค์กรเจอมาคือ แม้จะทำแบบสอบถามเหล่านี้เป็นประจำ ผลลัพธ์กลับถูกเก็บในรายงาน ไม่ถูกนำไปใช้ประโยชน์จริง ข้อมูลที่ไม่ได้ถูกแปลงเป็นการกระทำย่อมไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นที่มาของการออกแบบ </span><b>Employer Brand Success Framework</b><span style="font-weight: 400;"> โดย WorkVenture ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาการใช้ Engagement Survey แบบเดิม ๆ ที่ไม่ตอบโจทย์ </span><b>Framework นี้ผสานทั้ง Employment Experience (ประสบการณ์ของพนักงาน) และ Employer Brand Exposure (ภาพลักษณ์องค์กรในสายตาภายนอก) เข้าไว้ด้วยกัน </b><span style="font-weight: 400;">ทำให้องค์กรเข้าใจทั้งมุมมองข้างในและภาพที่สะท้อนออกไปข้างนอกอย่างครบถ้วน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46835" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Screenshot-2025-09-05-144624.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Data-Driven Employer Branding: The Road to “Best Place to Work™” for All Generations" width="1375" height="808" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Data-Driven Employer Branding: The Road to “Best Place to Work™” for All Generations 634" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Screenshot-2025-09-05-144624.webp 1375w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Screenshot-2025-09-05-144624-300x176.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Screenshot-2025-09-05-144624-1024x602.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Screenshot-2025-09-05-144624-768x451.webp 768w" sizes="(max-width: 1375px) 100vw, 1375px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เครื่องมือนี้ประกอบด้วยแบบสอบถามที่มากกว่า 74 คำถาม ครอบคลุมทั้งคำถามในเชิงปริมาณ และคำถามปลายเปิดที่ช่วยค้นหา Insight จริง ๆ เช่น “ถ้าคุณจะแนะนำองค์กรนี้ให้เพื่อน จะขายจุดเด่นอะไร?” ทำให้บริษัทได้ข้อมูลทั้งเชิงลึกและเชิงกว้างที่ครบถ้วน ต่างจากแบบสอบถามทั่วไปที่มักจบลงแค่การให้คะแนน Rating อย่างเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อข้อมูลคุณภาพถูกรวบรวมและประมวลผล ระบบจะแสดงผลเป็นกราฟ ทั้งยังชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าองค์กรควรแก้ไขตรงไหน และต่อยอดตรงไหน ข้อมูลเหล่านี้ถูกยกระดับให้เป็น </span><b>Single Source of Truth</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับผู้นำองค์กร ใช้เป็นฐานในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ โดยไม่ต้องอาศัยการคาดเดาหรือความรู้สึกส่วนตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ก่อนจะเริ่มต้นเก็บข้อมูล องค์กรต้องตอบคำถามสำคัญให้ได้ก่อนว่า “เป้าหมายของเราคืออะไร” เพราะแม้จะมีเครื่องมือที่ดีแค่ไหน หากใช้โดยไม่มีทิศทาง ข้อมูลที่ได้มาก็อาจไม่สามารถนำไปสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง การสร้าง Employer Branding ที่มีประสิทธิภาพจึงต้องเริ่มจากการกำหนดโจทย์ที่ชัดเจน แล้วจึงใช้ข้อมูลมาเป็นคำตอบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของ WorkVenture ที่เก็บมาหลายปี พบว่า การตัดสินใจร่วมงานกับองค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเดือนหรือสวัสดิการเพียงอย่างเดียว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่สำคัญไม่แพ้กัน เช่น </span><b>Career Advancement, Work-Life Balance และวัฒนธรรมองค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าคนทำงานยุคใหม่ต้องการมากกว่าแค่ค่าตอบแทน และต้องการงานที่มีความหมายและสภาพแวดล้อมที่ทำให้รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด </span><b>การสร้าง Employer Branding ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลไม่ใช่หน้าที่ของ HR เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานในองค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> ตั้งแต่การออกแบบคำถาม การวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการแปลง Insight ให้กลายเป็นแผนงานที่ลงมือทำได้จริง หากองค์กรมีเป้าหมายที่ชัดเจน มีเครื่องมือที่ใช่ และมีข้อมูลที่ถูกต้อง ข้อมูลเหล่านี้จะไม่ใช่เพียงตัวเลขบนรายงาน และจะกลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นที่ทำงานในฝันที่ใคร ๆ ก็อยากร่วมงานด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46834" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Screenshot-2025-09-05-144448.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Data-Driven Employer Branding: The Road to “Best Place to Work™” for All Generations" width="1381" height="801" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Data-Driven Employer Branding: The Road to “Best Place to Work™” for All Generations 635" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Screenshot-2025-09-05-144448.webp 1381w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Screenshot-2025-09-05-144448-300x174.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Screenshot-2025-09-05-144448-1024x594.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Screenshot-2025-09-05-144448-768x445.webp 768w" sizes="(max-width: 1381px) 100vw, 1381px" /></p>
<h2><b>Best Places to Work™: โปรแกรมชี้วัดความเป็นองค์กรในฝัน จากเสียงจริงของคนใน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรคือร้านอาหาร โปรแกรม Best Places to Work™ ก็เปรียบเสมือนมิชลินสตาร์ ที่การันตีว่าร้านนี้อร่อยจริง น่าแวะมาเยือน และมีคุณภาพในสายตาผู้บริโภค ซึ่งในกรณีนี้ก็คือพนักงานในองค์กรนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โปรแกรมนี้ออกแบบมาโดย WorkVenture เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถวัดคุณภาพของประสบการณ์พนักงาน (Employment Experience) และแปลงออกมาเป็นข้อมูลที่สามารถสื่อสารได้อย่างน่าเชื่อถือและมีน้ำหนัก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Screenshot-2025-09-05-150246.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Data-Driven Employer Branding: The Road to “Best Place to Work™” for All Generations" width="1368" height="796" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | Data-Driven Employer Branding: The Road to “Best Place to Work™” for All Generations 636" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Screenshot-2025-09-05-150246.webp 1368w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Screenshot-2025-09-05-150246-300x175.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Screenshot-2025-09-05-150246-1024x596.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Screenshot-2025-09-05-150246-768x447.webp 768w" sizes="(max-width: 1368px) 100vw, 1368px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของการรับรอง Best Places to Work™ คือ </span><b>People Success Index™</b><span style="font-weight: 400;"> ที่วัดจากแบบสอบถาม 74 ข้อครอบคลุม 26 Drivers (แรงขับเคลื่อน), 9 Pillars (เสาหลักของประสบการณ์การทำงาน) และ 4 Company Attraction Domains (หมวดหมู่ความโดดเด่นที่องค์กรควรรักษาไว้) แบบสอบถามนี้ไม่ได้วัดแค่ความพึงพอใจอย่างผิวเผิน แต่ตั้งใจดึงข้อมูลลึกที่สะท้อนทั้งแรงจูงใจ ความเชื่อมโยงกับองค์กร และศักยภาพในการเติบโตของพนักงานแต่ละคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อผลลัพธ์ออกมา องค์กรจะได้รับการจัดระดับเป็น 3 ขั้นตามคะแนน:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>60–69% (Superb):</b><span style="font-weight: 400;"> แสดงถึงการมีผลงานที่โดดเด่น และกำลังเติบโต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>70–79% (Superior):</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นองค์กรที่มีสถานะสูง และมีความสมดุล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>80–100% (Supreme):</b><span style="font-weight: 400;"> อยู่ในระดับ Best in Class ที่มีประสบการณ์รวมของพนักงานในระดับสูงสุด</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่องค์กรได้รางวัลนี้ จึงเป็นสัญลักษณ์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงมากในสายตาของคนหางาน เพราะทุกอย่างอิงมาจากเสียงจากคนในองค์กรที่บอกว่าที่นี่ดีจริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น โปรแกรมนี้ยังเชื่อมโยงกับการจัดอันดับ </span><b>Top 50 Companies in Thailand</b><span style="font-weight: 400;"> ของ WorkVenture ซึ่งสะท้อนเสียงของคนภายนอกที่โหวตว่าอยากทำงานกับองค์กรใดมากที่สุด จึงถือเป็นการบรรจบกันระหว่างภาพในสายตาของคนข้างใน และคนข้างนอกได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งสำคัญคือ หากไม่เริ่มต้นจากการพัฒนาภายในองค์กรให้ดีจริง ๆ ก็ไม่มีทางสร้างแบรนด์นายจ้างที่คนภายนอกอยากเข้ามาร่วมงานได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR และผู้นำองค์กรที่กำลังมองหาแนวทางพัฒนาองค์กรให้กลายเป็น Best Place to Work™ for All Generations การมีข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอ คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด เพราะหากเราไม่สามารถวัดสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน ก็ยากที่จะวางแผนพัฒนาให้ตรงจุด </span><b>การสร้างองค์กรให้น่าทำงานจึงต้องเริ่มจากการตั้งคำถามที่ถูกต้อง และใช้เครื่องมือที่สามารถสะท้อนความจริงภายในองค์กรออกมาได้อย่างเป็นระบบ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเราเข้าใจโจทย์อย่างชัดเจน และมีข้อมูลที่เชื่อถือได้อยู่ในมือ องค์กรจะสามารถเริ่มต้นออกแบบประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานได้อย่างมีเป้าหมาย ไม่ใช่เพียงเพื่อให้พนักงานอยู่ต่อ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พวกเขาอยากอยู่ และเติบโตไปพร้อมกับเราในระยะยาว นี่คือหัวใจของการสร้างวัฒนธรรมที่แข็งแรง ความผูกพันที่ยั่งยืน และภาพลักษณ์ของนายจ้างที่น่าเชื่อถือในสายตาคนทั้งภายในและภายนอกองค์กร</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/63?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36614" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 60" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/61-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-data-driven-employer-branding-road-to-best-place-to-work-250905/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Panel Discussion: Powers Scalable and Personalized People Growth with AI Agent</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/panel-discussion-people-growth-with-ai-agent-250828/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/panel-discussion-people-growth-with-ai-agent-250828/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Aug 2025 09:05:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[ELSA]]></category>
		<category><![CDATA[Panel Discussion]]></category>
		<category><![CDATA[AI Agent]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46717</guid>

					<description><![CDATA[ยุคของการพัฒนาคนด้วยหลักสูตรสำเร็จรูปกำลังกลายเป็นอดีต เมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนเกมการเรียนรู้ในองค์กรครั้งใหญ่  ELSA แพลตฟอร์มการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วย AI จึงถือโอกาสจัดงานเสวนา Panel Discussion: Powers Scalable and Personalized People Growth with AI Agent เพื่อหาแนวทางการใช้ AI Agent ในการพัฒนาศักยภาพคนอย่างตรงจุดและขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีผู้นำในวงการเทคโนโลยีและ HR ไม่ว่าจะเป็น คุณ สมชัย สิทธิชัยศรีชาติ Managing Director &#38; Executive Director จาก SiS Distribution (Thailand) PCL. คุณ โชติจิณณ์ วีระเสรีวัฒนะ Director of Business Development Thailand จาก ELSA  คุณ สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager จาก HREX [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46719" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-24.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Panel Discussion: Powers Scalable and Personalized People Growth with AI Agent" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Panel Discussion: Powers Scalable and Personalized People Growth with AI Agent 639" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-24.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-24-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยุคของการพัฒนาคนด้วยหลักสูตรสำเร็จรูปกำลังกลายเป็นอดีต เมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนเกมการเรียนรู้ในองค์กรครั้งใหญ่ </span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/152"><span style="font-weight: 400;">ELSA</span></a><span style="font-weight: 400;"> แพลตฟอร์มการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วย AI จึงถือโอกาสจัดงานเสวนา Panel Discussion: Powers Scalable and Personalized People Growth with AI Agent เพื่อหาแนวทางการใช้ AI Agent ในการพัฒนาศักยภาพคนอย่างตรงจุดและขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีผู้นำในวงการเทคโนโลยีและ HR ไม่ว่าจะเป็น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สมชัย สิทธิชัยศรีชาติ Managing Director &amp; Executive Director จาก SiS Distribution (Thailand) PCL.</b></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b> โชติจิณณ์ วีระเสรีวัฒนะ Director of Business Development Thailand จาก ELSA</b><span style="font-weight: 400;"> </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>สหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager จาก HREX</b></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครพลาดงานเสวนานี้ไปไม่เป็นไร HREX สรุปสาระสำคัญมาให้ได้อ่านกันแล้ว ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>AI Agent ขุมพลังใหม่ขับเคลื่อนศักยภาพคนในองค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณโชติจิณณ์ เริ่มเล่าปูมหลังว่า เส้นทางของเทคโนโลยีการเรียนรู้ดินทางมาไกลจากการเรียนในห้องเรียนแบบดั้งเดิม มาสู่ยุค e-Learning, Virtual Classroom และปัจจุบันคือยุคของ Agentic AI หรือยุคที่ปัญญาประดิษฐ์สามารถสื่อสาร ตอบสนอง และปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้เหมาะกับแต่ละบุคคลได้แบบเรียลไทม์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความก้าวหน้าของโมเดลภาษา LLM และการพัฒนาแพลตฟอร์มอย่าง ELSA ที่ใช้ AI Agent ช่วยปรับบทเรียนตามน้ำเสียงและปฏิสัมพันธ์ของผู้เรียน คุณโชติจิณณ์ยังมองว่า ในอนาคตที่ไม่ใกล้ไม่ไกลเกินไป วิวัฒนาการใหม่จะมาในรูปแบบ AGI (Artificial General Intelligence) และ Quantum Computing ที่จะยกระดับการเรียนรู้ให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณสมชัย เสริมภาพรวมของ AI ด้วยการปูพื้นความเข้าใจเกี่ยวกับข้อจำกัดในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการแปลภาษาที่ไม่รู้บริบท หรือความเข้าใจภาพที่ยังมีข้อผิดพลาด แต่ปัจจุบัน AI เรียนรู้จากข้อมูลมหาศาลเร็วขึ้น ง่ายขึ้น สามารถวิเคราะห์ สร้างสรรค์ผลงาน ไปจนถึงการให้เหตุผลที่มีความเป็นเหตุเป็นผลขึ้น สิ่งที่สำคัญที่นำพา AI มาถึงจุดนี้คือมันเรียนรู้จาก Data ที่เราป้อนให้ และหากผู้ใช้สามารถสื่อสารได้ชัดเจน AI ก็จะให้คำตอบที่แม่นยำและเป็นประโยชน์มากขึ้น</span></p>
<p><b>ความสามารถของ AI ในตอนนี้จึงไม่ใช่แค่การตอบคำถามหรือช่วยคิด แต่รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม Productivity ของคนอาจเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่าหากใช้ AI อย่างเหมาะส</b><span style="font-weight: 400;">ม และผู้ที่ยังไม่เริ่มต้นใช้ หรือไม่มีความคิดว่าจะใช้ AI ช่วยงานจะเสียเปรียบมากในการทำงานในอนาคต เพราะ AI สามารถเข้ามาช่วยคิด ช่วยทำ และช่วยวิเคราะห์ได้ดีกว่ามนุษย์ในบางด้านอย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ใช้งานยังคงต้องควบคุมคุณภาพ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจด้วย ไม่สามารถอ้างอิงข้อมูลจาก AI ได้แบบเพียว ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือที่องค์กรควรมี แต่คือคู่คิดที่จะช่วยให้การพัฒนาคนในองค์กรเป็นไปอย่างมีเป้าหมาย เป็นระบบ และยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงในวันนี้อาจยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สำหรับองค์กรที่กล้าปรับตัวและลงมือทดลอง AI Agent จะเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดประตูสู่การเติบโตครั้งใหม่ ทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์กร</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" title="พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้ 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้" width="1600" height="500" /></a></p>
<h2><b>อยากใช้ AI พัฒนาคนในองค์กร ต้องเริ่มอย่างไร ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ AI จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานคนจำนวนมาก แต่พอเป็นงาน HR การใช้จริงกลับมีความคลุมเครือในหมู่ผู้บริหารและ HR หลายคน ทั้งกลัวว่า AI จะมาแทนคนหรือไม่ ? และองค์กรของเราเหมาะจะใช้ AI แล้วหรือยัง ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสหธร ได้ถ่ายทอดมุมมองว่า จากประสบการณ์ตรงที่เคยพูดคุยกับ HR จำนวนมาก HR ส่วนใหญ่รู้สึกไม่แน่ใจและกลัวว่าจะควบคุมมันได้ไหม รวมถึงไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นใช้ AI อย่างไรให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นยังมองว่า AI เป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องของฝ่าย IT หรือองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง </span><b>AI เข้าถึงง่ายขึ้น มีต้นทุนต่ำลง หากองค์กรไหนผู้บริหารและ HR ยังกังวลสามารถสร้าง Sandbox ภายในองค์กร และให้พนักงานส่วนหนึ่ง มาร่วมลองผิดลองถูก เรียนรู้ไปด้วยกันก่อน ขอเพียงองค์กรรู้ว่าอยากใช้ AI ช่วยงานอะไร แก้ปัญหาอะไรกันแน่</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ ลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน หรือใช้วัดผลความก้าวหน้าของพนักงานในระยะยาว ซึ่งการวัดผลเหล่านี้สามารถประเมินได้จากทั้งความเร็วในการทำงาน และคุณค่าการพัฒนาในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณโชติจิณณ์ เสริมว่าความเข้าใจผิดที่เขาพบมากที่สุดมีอยู่ 3 ประการ ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มองว่า AI เป็นแค่หุ่นยนต์สอนหนังสือที่โต้ตอบเชิงเดียว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เชื่อว่าการเรียนกับ AI ขาดมิติด้านอารมณ์และมนุษยสัมพันธ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เข้าใจผิดว่าการใช้ AI ต้องมีทักษะเฉพาะหรือจับต้องยาก ทั้งที่ในความเป็นจริง AI อย่าง ELSA สามารถสอนภาษาได้ตั้งแต่แม่บ้านจนถึงผู้บริหาร โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีมาก่อน ที่สำคัญคือยังช่วยลดต้นทุนขององค์กรได้มากกว่าการจ้างครูสอนแบบตัวต่อตัวถึง 80% และให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนเมื่อนำไปใช้จริง</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพไม่ใช่เพียงแค่การวางระบบ แล้วปล่อยให้พนักงานเรียนรู้ด้วยตนเอง แต่ต้องมีการออกแบบระบบติดตามผล การวางเป้าหมายการเรียนรู้ และการกำกับให้เกิดการใช้งานอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการออกกำลังกายที่ต้องทุ่มเท และใช้เวลาจึงจะเห็นผล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายแล้ว ทุกองค์กรมักตั้งคำถามว่า</span><b>ใช้ AI แล้วคุ้มไหม ? คำตอบไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่วิธีการนำไปใช้ หาก AI ถูกออกแบบให้เป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยเสริมศักยภาพ ไม่ใช่ผู้มาแทนที่</b><span style="font-weight: 400;"> และหากองค์กรกล้าที่จะเริ่มต้นทดลอง เรียนรู้ และวัดผลอย่างเป็นระบบ ก็จะเห็นว่า AI ไม่ได้มาแย่งงานคน แต่กลับมาเสริมให้คนเก่งขึ้น ทำงานได้ดีขึ้น และพร้อมต่อการแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นทุกวัน</span></p>
<h2><b>Personalized Learning ในองค์กรใหญ่ เป็นไปได้แค่ไหน?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในความท้าทายขององค์กรขนาดใหญ่ มีพนักงานจำนวนมาก และความหลากหลายทั้งในด้านทักษะ ประสบการณ์ และเป้าหมายย่อมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คำถามที่องค์กรใหญ่มักพบก็คือ สามารถเอา AI มาใช้เสริมการเรียนรู้ทุกคนได้จริงไหม ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Manager ของ HREX ชี้ว่า</span><b>การใช้แนวทาง One Size Fits All หมดยุคไปแล้ว</b><span style="font-weight: 400;"> คอร์สเรียนหรือโปรแกรมพัฒนาแบบเดียวกันให้กับพนักงานทุกคนอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้</span><b>ออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละคนได้ คือต้องมีข้อมูล (Data) ที่เพียงพอ มีระบบ Knowledge Management ที่ยืดหยุ่น เหมาะสม</b><span style="font-weight: 400;"> จะช่วยให้แม้อยู่ภายใต้โครงสร้างองค์กรขนาดใหญ่ ก็สามารถออกแบบระบบการเรียนรู้ให้เหมาะกับพนักงานแต่ละคนได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ความท้าทายอีกประการคือ ทัศนคติของพนักงานเอง คุณโชติจิณณ์เสริมว่าเมื่อพนักงานต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษใหม่ หลายคนมักไม่ยอมเรียนเพราะรู้สึกว่าไม่มีเวลา หรือมองว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับตัวเอง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วมีผลโดยตรงต่อโอกาสในการเติบโตในหน้าที่การงาน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46720" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-25.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Panel Discussion: Powers Scalable and Personalized People Growth with AI Agent" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Panel Discussion: Powers Scalable and Personalized People Growth with AI Agent 640" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-25.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-25-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>แก้ปัญหา AI ไม่ใช่แก้เรื่องเทคโนโลยี แต่แก้ที่ความรู้สึกของคน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งธุรกิจต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาศักยภาพพนักงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรคือเรื่องที่ต้องทำ คำถามใหญ่ที่พบเจอได้ในหลายองค์กรก็คือ AI จะมีบทบาทอย่างไรในภารกิจนี้ ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสหธร มองว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับ Stage ของธุรกิจ </span><b>หากองค์กรยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การวัด ROI ทันที แต่คือการทดสอบว่า AI สามารถช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น ช่วยลดเวลาทำงาน หรือทำให้ทีมสามารถส่งมอบงานได้เร็วขึ้น ก่อนที่เมื่อองค์กรเติบโตมากขึ้น AI จะสามารถต่อยอดสู่การสร้างธุรกิจใหม่ หรือช่วยปรับโฟกัสกลยุทธ์ให้แม่นยำยิ่งขึ้นได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่หลายองค์กรต้องเตรียมพร้อมพนักงานคือ Mindset โดยทำให้พวกเขาไม่กลัวว่า AI จะมาแทนที่บทบาทของตัวเอง เพราะในความจริง AI เปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วยให้คนทำงานได้ดีขึ้น และเป็นเพียงอีกหนึ่งพัฒนาการของเทคโนโลยีที่มีมาตลอดหลายสิบปี เป้าหมายของการใช้ AI ไม่ใช่การตัดคนออกจากระบบ แต่คือการเพิ่มขีดความสามารถของคนในระบบให้มากที่สุด ซึ่งองค์กรควรสื่อสารเรื่องนี้ให้ชัดเจนด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน Managing Director ของ SiS Distribution เห็นด้วยว่า ปัญหาของ AI ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นความรู้สึกของคนต่างหาก เมื่อพนักงาน โดยเฉพาะคนที่มีอายุมากแล้วรู้สึกว่า AI คือของใหม่ที่เข้าใจยาก ความกลัวจึงเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ยิ่งหากพนักงานต้องทำงานซ้ำ ๆ ไม่ได้ใช้ทักษะเชิงกลยุทธ์มากนัก ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าอาจถูกแทนที่ได้ในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม เขาขอให้คำแนะนำว่า </span><b>ผู้บริหารควรมองว่านี่คือโอกาสในการยกระดับคนในองค์กร ให้เปลี่ยนจากแรงงานธรรมดา ไปเป็นพนักงานที่มีมูลค่า เมื่อนั้น AI จะเข้ามาแทนที่เราไม่ได้ และทำให้องค์กรมีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้นด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ตัวแทนจาก ELSA กล่าวสรุปว่า อย่าเพิ่งตัดสินว่า AI ดีหรือไม่ ก่อนจะได้ลิ้มลองด้วยตัวเอง เพราะเมื่อพนักงานได้สัมผัสว่า AI ช่วยให้เขาเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น ตอบโจทย์ชีวิตการทำงานมากขึ้น และมีโอกาสเติบโตในสายอาชีพชัดเจนขึ้น ความกลัวจะค่อย ๆ จางหายไป และเปลี่ยนเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ที่ทำให้องค์กรไม่เพียงแค่อยู่รอด แต่เติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44452" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 185" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-9-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-9-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-9-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-9-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-9-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-9-2-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/panel-discussion-people-growth-with-ai-agent-250828/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital SME Conference Thailand 2025</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/digital-sme-conference-thailand-2025-250822/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/digital-sme-conference-thailand-2025-250822/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Aug 2025 10:37:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Digital SME Conference Thailand 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Digital SME]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46598</guid>

					<description><![CDATA[เจ้าของกิจการ SME หลายคนบอกตรงกันว่า สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การหาลูกค้าใหม่ แต่คือการรักษาทีมงานให้เดินต่อไปได้ ท่ามกลางโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงเร็วเกินคาด และนี่คือเหตุผลที่ทำให้งาน Digital SME Conference Thailand 2025 สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับ HR จากองค์กรขนาดเล็กและกลาง ที่ต้องการเครื่องมือและแนวคิดใหม่ ๆ ในการบริหารคน พร้อมชี้ให้เห็นแนวทางการบริหารคน บริหารธุรกิจอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อให้ SME ไทยก้าวผ่านความท้าทาย พร้อมสู้ทุกอุปสรรค ถ้า HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป สามารถอ่านสรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้ในบทความนี้ได้เลย Shortcut Special Talk by SME One ID คุณ วรพจน์ ประสานพานิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) อธิบายภาพความเป็นจริงของโลกธุรกิจทุกวันนี้ว่า ไม่อาจนิ่งเฉยต่อการเปลี่ยนแปลงได้อีกต่อไป เพราะปัจจัยอย่างเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ภาวะโลกร้อนที่บีบให้ทุกธุรกิจต้องหันสู่แนวทางธุรกิจสีเขียว ไปจนถึงการมาถึงของ AI ล้วนกลายเป็นแรงกดดันและแรงขับเคลื่อนในเวลาเดียวกัน ผู้ประกอบการจึงต้องเตรียมรับมือกับสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน และต้องพร้อมปรับตัวอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ภาระเหล่านี้ทำให้ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46602" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-5.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital SME Conference Thailand 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital SME Conference Thailand 2025 649" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เจ้าของกิจการ SME หลายคนบอกตรงกันว่า สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การหาลูกค้าใหม่ แต่คือการรักษาทีมงานให้เดินต่อไปได้ ท่ามกลางโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงเร็วเกินคาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือเหตุผลที่ทำให้งาน <strong>Digital SME Conference Thailand 2025</strong> สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับ HR จากองค์กรขนาดเล็กและกลาง ที่ต้องการเครื่องมือและแนวคิดใหม่ ๆ ในการบริหารคน พร้อมชี้ให้เห็นแนวทางการบริหารคน บริหารธุรกิจอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อให้ SME ไทยก้าวผ่านความท้าทาย พร้อมสู้ทุกอุปสรรค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้า HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป สามารถอ่านสรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้ในบทความนี้ได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Shortcut Special Talk by SME One ID</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46605" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-13.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital SME Conference Thailand 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital SME Conference Thailand 2025 650" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-13.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-13-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b> วรพจน์ ประสานพานิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบายภาพความเป็นจริงของโลกธุรกิจทุกวันนี้ว่า ไม่อาจนิ่งเฉยต่อการเปลี่ยนแปลงได้อีกต่อไป เพราะปัจจัยอย่างเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ภาวะโลกร้อนที่บีบให้ทุกธุรกิจต้องหันสู่แนวทางธุรกิจสีเขียว ไปจนถึงการมาถึงของ AI ล้วนกลายเป็นแรงกดดันและแรงขับเคลื่อนในเวลาเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ประกอบการจึงต้องเตรียมรับมือกับสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน และต้องพร้อมปรับตัวอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ภาระเหล่านี้ทำให้ SME จำนวนไม่น้อยรู้สึกเหน็ดเหนื่อยและกังวลกับต้นทุนการเปลี่ยนผ่าน คุณวรพจน์จึงชี้ว่าบทบาทของภาครัฐยิ่งทวีความสำคัญขึ้น รัฐต้องหาวิธีช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มากขึ้น ไม่ว่าจะในด้านทรัพยากร เครื่องมือ หรือระบบสนับสนุน เพื่อให้พวกเขามีกำลังฝ่าฟันความท้าทายและสามารถพัฒนาองค์กรได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในแนวทางที่ สสว. ย้ำคือการผลักดันให้ SME ไทยเข้ามาขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการกับ สสว. ผ่านระบบ SME One ID ซึ่งจะช่วยเปิดประตูให้เข้าถึงบริการของรัฐได้สะดวกและครบวงจรยิ่งขึ้น ตั้งแต่การติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐในจุดเดียว ไปจนถึงการใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่าง SME Connext, SME Academy 365, BDS Market รวมถึง SME Coach ที่มีผู้เชี่ยวชาญคอยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษา สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดต้นทุนการพัฒนาธุรกิจ และสร้างทางลัดสู่การเติบโตที่มั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การยกระดับ SME ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของผู้ประกอบการรายย่อยเท่านั้น เพราะ</span><b>สถิติชี้ชัดว่า SME คิดเป็นกว่า 99% ของธุรกิจไทย หาก SME อ่อนแอ ประเทศก็อ่อนแอตามไปด้วย</b> <b>ดังนั้น การทำให้ SME ไทยแข็งแรงจึงเป็นเป้าหมายที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันผลักดัน</b><span style="font-weight: 400;"> และการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐก็ถือเป็นเสาหลักสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>The Invisible Power of Marketing Psychology</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46603" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-11.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital SME Conference Thailand 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital SME Conference Thailand 2025 651" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-11.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-11-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>มัณฑิตา จินดา ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ Digital Tips Academy</b><span style="font-weight: 400;"> ชี้ว่า จิตวิทยาไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นทักษะสำคัญที่คนทำงานทุกสายควรทำความเข้าใจให้ดี เพราะ</span><b>เมื่อเราเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ เราจะสามารถคาดเดาความต้องการ จัดการความคาดหวัง และสร้างการสื่อสารที่เชื่อมถึงใจคนได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยกตัวอย่างแนวคิดจิตวิทยาเด่น ๆ เช่น <a href="https://th.hrnote.asia/tips/220308-5-manager-biases/">อคติที่เกิดขึ้นกับทุกคน</a> หรือ Confirmation Bias ซึ่งทำให้เรามักจะเลือกฟังหรือมองหาข้อมูลที่ตรงกับความเชื่อเดิมของตัวเอง การเข้าใจกลไกเหล่านี้ช่วยให้คนทำงาน อาทิ นักการตลาดออกแบบคอนเทนต์และแคมเปญที่พูดภาษาลูกค้าได้ตรงใจมากขึ้น และยังช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเมื่อลูกค้ารู้สึกได้รับความเข้าอกเข้าใจ และทำให้เขาย่อมเปิดใจให้กับแบรนด์มากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณมัณฑิตายังอธิบายอีกว่า การเข้าใจจิตวิทยาสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับ ทุก Touchpoint ได้ ตัวอย่างเช่น หลักการตอบแทน (Reciprocity) ที่บอกว่าเมื่อเราให้สิ่งใดกับใคร คนมักอยากตอบแทนกลับ ในเชิงธุรกิจ นี่อาจเริ่มจากการให้ลูกค้าได้ทดลองใช้สินค้าฟรี เพื่อสร้างความผูกพันและความรู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์ตั้งแต่แรกเห็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกกลยุทธ์ที่น่าสนใจคือ Labour Illusion หรือการทำให้ลูกค้าเห็นความพยายามเบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ หากเราสามารถเล่าเรื่องราวให้ลูกค้ารับรู้ว่า กว่าที่สินค้าจะออกสู่ตลาดต้องผ่านการคิด วิเคราะห์ และทุ่มเทแค่ไหน ลูกค้าจะสัมผัสได้ถึงคุณค่าที่มากกว่าตัวสินค้า และเกิดความเชื่อใจพร้อมสนับสนุนแบรนด์มากยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จิตวิทยาไม่ใช่เรื่องซับซ้อนเกินเข้าใจ แต่เป็นเครื่องมือที่สนุกและทรงพลัง หากเราเรียนรู้และนำมาประยุกต์ใช้อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งเตรียมตัวอย่างรอบคอบ เราจะได้ผลลัพธ์ที่เกินความคาดหวัง ทั้งในมุมของการสื่อสาร การตลาด และการสร้างความสัมพันธ์อันยั่งยืนกับคนของเรา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Exploring Possible Future: How to Keep Your Business Ahead of the Curve</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46601" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-4.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital SME Conference Thailand 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital SME Conference Thailand 2025 652" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งโลกธุรกิจผันผวน หัวใจสำคัญที่สุดที่ผู้ประกอบการต้องไม่ลืมคือ หัวใจและความรู้สึกของคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบรรณาธิการบริหาร The Standard </b><span style="font-weight: 400;">มองว่าแม้ปีนี้จะเป็นปีแห่งความท้าทาย แต่ภายใต้ความยากลำบากก็ยังซ่อนโอกาสเอาไว้เสมอ เพียงแค่เราต้องปรับมุมมองให้กว้างขึ้น เช่น มองสังคมผู้สูงอายุไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโอกาสของ Longevity Economy หรือการมอง <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/230725-esg/">ESG</a> ว่าเป็นโอกาสในการสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ไม่ใช่มองว่าจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นเพียงเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้ในยุคนี้คือการยอมรับว่าโลกยังคงเหมือนเดิม แต่หมุนเร็วกว่าที่เคย เปลี่ยนไปเปลี่ยนมากลับมาอย่างไม่แน่นอน ทุกเดือนมีธุรกิจปิดตัว แต่ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจใหม่เกิด เติบโต และทำกำไรมหาศาล ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ Flash Express, iberry, สุกี้ตี๋น้อย, Srichand, Chiva-som, 4U2 และ Her Hyness ที่เติบโตท่ามกลางเศรษฐกิจที่หลายคนมองว่าไม่สดใสได้อย่างน่าสนใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนครินทร์อธิบายปัจจัยแห่งความสำเร็จไว้ 4 ประการ คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มองหาและเกาะให้ทันเทรนด์ เพราะการสวนกระแสแทบไม่เปิดโอกาสให้เติบโต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ใช้คุณค่าและวัตถุดิบจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ไม่แพ้ใคร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนที่โลกกำลังจับตามอง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ใช้ AI เป็นเครื่องมือหลักในการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และขยายขอบเขตความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งถ้าใครเป็นนักการตลาดแต่ยังไม่ใช้ AI ย่อมเสียเปรียบอย่างยิ่ง</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงของ Consumer Brand Disruption Cycle โดยเฉพาะในประเทศจีนที่เคยเป็นภาพจำของแบรนด์ราคาถูก แต่วันนี้กลับก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ระดับโลก ด้วยการผสาน Supply Chain ที่มีประสิทธิภาพ การสร้างแบรนด์ที่สร้างสรรค์ และกลยุทธ์ด้านราคา ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ไม่ได้ติดกับภาพแบรนด์ใหญ่เหมือนอดีต แต่กลับผูกพันกับแบรนด์เล็ก ๆ ที่มีความเฉพาะทางและสร้างวัฒนธรรมของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นทำให้ผู้ประกอบการยุคนี้ต้องตระหนักว่า ไม่มี Mass ไม่มี Niche แต่มีแค่ Community หมายความว่าการสร้างแบรนด์ไม่จำเป็นต้องครองใจทุกคน แต่ต้องครองใจชนเผ่าของเราให้ได้ เราไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านใหญ่โต แต่ต้องสร้างประสบการณ์ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์นี้ เป็นของเขาจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ประกอบการต้องกล้าที่จะทดลองแม้จะยังไม่พร้อม ต้องหาตัวตนที่ชัดเจน เข้าใจชุมชนและความเชื่อของพวกเขา พูดให้ได้ใจคน ไม่ใช่แค่ได้ยอด และเรียนรู้จากแบรนด์จีนที่ทำสำเร็จแล้ว ไม่มองแค่ว่าเขาเป็นคู่แข่ง และหาโอกาสว่าเราสามารถทำอะไรร่วมกับเขาได้บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด คุณนครินทร์ฝากไว้ว่ามี 4 สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการควรยึดถือ ได้แก่ เข้าใจโลก เข้าใจตัวเอง ฝึกฝนทักษะอย่างต่อเนื่อง และหาพันธมิตร เพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Wisdom Panel: The Fighter Game Spirit</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46604" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-12.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital SME Conference Thailand 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital SME Conference Thailand 2025 653" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-12.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-12-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>พิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ จาก PTG Energy</b><span style="font-weight: 400;"> ถ่ายทอดประสบการณ์การนำพาองค์กรฝ่าฟันวิกฤติในธุรกิจน้ำมัน ที่ครั้งหนึ่งเคยเผชิญการปรับโครงสร้างหนี้และภาวะขาดทุนหนัก แต่ด้วยการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวในตอนนั้น แม้จะอาศัย Gut Feeling เป็นหลัก ก็สามารถพลิกฟื้นธุรกิจสถานีบริการน้ำมันที่กำลังอยู่ในขาลงให้กลับมาเติบโตได้ ทุกวันนี้ PTG ไม่ได้พึ่งเพียงสัญชาตญาณ แต่มีข้อมูลจำนวนมากเพื่อรู้จักและใกล้ชิดลูกค้าอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ PTG ยึดเป็นหลักคือการทำ SWOT Analysis ทุกวัน ทุกโครงการ และทุกการตัดสินใจ เพื่อมองให้เห็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ แม้การมองคู่แข่งเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการโฟกัสตัวเอง ทำสิ่งดี ๆ และสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าให้มากขึ้นในทุกปี เพราะหากไม่ใส่ใจคุณภาพตั้งแต่แรก ธุรกิจก็ไม่มีวันเติบโตได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ PTG วิกฤติไม่ใช่สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง แต่คือโอกาสที่ต้องเรียนรู้และใช้ให้เกิดประโยชน์ คุณพิทักษ์เน้นว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“อย่า Waste Crisis”</span></i><span style="font-weight: 400;"> ทุกความท้าทายคือการฝึกฝน เมื่อเจอวิกฤติซ้ำ ๆ จะทำให้เราแข็งแรงขึ้น และเรียนรู้การแก้ปัญหาหลายด้านพร้อมกัน เป้าหมายของ PTG จึงไม่ใช่เพียงการอยู่รอด แต่คือการสร้าง New High ในทุกปี เพื่อยกระดับองค์กรขึ้นไปอีกขั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังสะท้อนว่า ความสำเร็จในอดีตไม่ได้การันตีความสำเร็จในอนาคต สิ่งที่เคยพาองค์กรก้าวไกลเมื่อวานนี้ อาจกลายเป็นอุปสรรคในวันนี้ หากมัวแต่พึ่งพาความสำเร็จเดิม ๆ ก็อาจนำไปสู่ความล้มเหลวได้ นั่นจึงทำให้ PTG ให้ความสำคัญกับ การสร้างแบรนด์ที่แข็งแรง เพราะเมื่อแบรนด์มีคุณภาพและมีจุดยืน ลูกค้าจะซื้อด้วยความเชื่อมั่น ยอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น และพร้อมให้อภัยเมื่อเกิดข้อผิดพลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เบื้องหลังความสำเร็จของ PTG ไม่ได้เกิดจากผู้บริหารเพียงคนเดียว แต่เกิดจากพนักงานทุกคนที่ทุ่มเทและทำงานอย่างจริงจัง คุณพิทักษ์มองว่าพนักงานคือลูกและน้องที่ต้องให้โอกาสในการเรียนรู้ การแก้ตัว และการเติบโตไปพร้อมกัน นี่คือสิ่งที่ทำให้ PTG ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่เป็นดินแดนแห่งโอกาส ที่คนทำงานสามารถเติบโตและสร้างอนาคตของตัวเองได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย เขายืนยันว่า</span><b>การทำงานของเขาไม่ใช่การทำเพียงเพื่อหน้าที่ แต่คือการเดินทางไปสู่ความฝันที่ตั้งไว้ทุกวัน เขามาออฟฟิศเพื่อดูว่า ความฝันที่วางไว้ใกล้ความจริงมากขึ้นแค่ไหน </b><span style="font-weight: 400;">และสิ่งใดที่ยังอาจเป็นอุปสรรคก็ต้องรีบแก้ไข การมีเป้าหมายที่ชัดเจนและแรงศรัทธาที่ไม่ย่อท้อ คือพลังขับเคลื่อนที่ทำให้ PTG เติบโตจากวันแห่งวิกฤติ สู่วันที่มั่นคงและเข้มแข็งในวันนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>How to Win Any Business Negotiation: Use Case &amp; Strategy</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46607" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-14.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital SME Conference Thailand 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital SME Conference Thailand 2025 654" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-14.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-14-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเจรจาต่อรองไม่ใช่แค่เรื่องของนักธุรกิจใหญ่โต แต่คือทักษะที่ทุกคนต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การประชุมในทีม ไปจนถึงการต่อรองกับลูกค้า </span><b>ครูกรีน</b><span style="font-weight: 400;"> หรือคุณ </span><b>นิธิวัชร์ ตันติภัสร์สิริ Co-Founder จาก The Modern Melody Studio</b><span style="font-weight: 400;"> ได้มาเล่าถึงศิลปะในการเจรจา ที่ถ้าใช้เป็น จะทำให้เราได้ทั้งดีล และได้ทั้งใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเจรจามีหลายรูปแบบ ได้แก่ การแข่งขันที่มุ่งเอาชนะ, การร่วมมือที่หาทางออกแบบ Win-Win, การประนีประนอมที่พบกันครึ่งทาง, การยอมให้ที่เน้นความสัมพันธ์มากกว่าผลลัพธ์ และการหลีกเลี่ยงที่เลือกไม่เผชิญหน้า การรู้ว่าตัวเองและอีกฝ่ายกำลังใช้วิธีไหนอยู่ ช่วยให้เราปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้เหมาะสมได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่หลายคนมักเข้าใจผิดคือ </span><b>Win-Win ไม่ได้แปลว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ทุกอย่างที่อยากได้</b><span style="font-weight: 400;"> ความจริงแล้วต้องมีการยอมแลกบ้างเสมอ ปัญหาคือหลายคนยอมคุยแค่เรื่องผลประโยชน์ของอีกฝ่าย แต่ไม่กล้าคุยเรื่องผลประโยชน์ของตัวเอง จึงทำให้การเจรจาติดขัด ครูกรีนจึงเน้นว่า การสื่อสารตรงไปตรงมาและจริงใจ เป็นพื้นฐานสำคัญของ Win-Win ที่แท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาแนะนำ 4 เครื่องมือ ที่ช่วยให้การเจรจามีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเล่าสถานการณ์ของตัวเองให้ชัดว่าทำไมถึงต้องการสิ่งนั้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การให้เหตุผลในการทำข้อตกลง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การสืบหาความต้องการที่แท้จริงของอีกฝ่าย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การช่วยคิดหาทางออกให้คู่เจรจาไปต่อได้ สิ่งเหล่านี้แม้ไม่ง่าย โดยเฉพาะข้อ 3 และ 4 ที่มักมีผลประโยชน์ขัดกัน แต่หากทำได้ก็จะช่วยรักษาสายสัมพันธ์ระยะยาว</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">การเจรจาชนะไม่ใช่หมายถึงแค่การทำข้อตกลงได้ตามความต้องการของเราเอง แต่คือการชนะใจคู่เจรจาด้วย ซึ่งทำได้ด้วยหลัก 3ส. ได้แก่ </span><i><span style="font-weight: 400;">สังเกต</span></i><span style="font-weight: 400;"> ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรหรือกำลังกลัวอะไร, </span><i><span style="font-weight: 400;">ใส่ใจ</span></i><span style="font-weight: 400;"> ในการฟังจริง ๆ และ </span><i><span style="font-weight: 400;">สะท้อน</span></i><span style="font-weight: 400;"> หรือสื่อสารในแง่มุมใหม่อย่างมีศิลปะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเจรจาที่มาพร้อมความเข้าใจและการช่วยเหลือกัน จะทำให้เราได้ทั้งผลลัพธ์ทางธุรกิจ และความสัมพันธ์ที่แข็งแรงในระยะยาว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Insight-Driven Business พลิกเกมธุรกิจส่งด่วนด้วย Data &amp; Insight</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46600" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-16.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital SME Conference Thailand 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital SME Conference Thailand 2025 655" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-16.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-16-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ธุรกิจส่งด่วนในปัจจุบันแข่งขันกันอย่างดุเดือด ผู้เล่นใหม่เกิดขึ้นมากมาย แต่สิ่งที่ลูกค้าต้องการไม่ได้มีแค่ความเร็ว แต่ยังมองหาความเข้าใจ ความสะดวก และความไว้วางใจที่จะทำให้พวกเขาอยากกลับมาใช้บริการต่อเนื่อง</span></p>
<p><b>ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ CEO ของไปรษณีย์ไทย </b><span style="font-weight: 400;">ชี้ว่าความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งคืออาวุธลับที่ทำให้ธุรกิจเล็ก ๆ สามารถสู้กับรายใหญ่ได้ และนี่คือหัวใจของ Insight-Driven Business</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ บุรุษไปรษณีย์ ที่เป็นแข็งสำคัญของแบรนด์ พวกเขาไม่ได้เป็นแค่คนส่งของ แต่รู้จักลูกค้าทุกบ้าน รู้ว่าถ้าลูกค้าไม่อยู่ จะไปเจอเขาที่ไหน และพร้อมส่งของให้ถึงมือ ความสัมพันธ์ที่สร้างผ่านการเจอหน้าทุกวันกลายเป็นความไว้วางใจที่ยากจะหาได้จากคู่แข่งรายอื่น นี่คือคุณค่าที่มากกว่าแค่ระบบ CRM เพราะมันคือความสัมพันธ์จริง ๆ ที่ต่อยอดทางธุรกิจได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ระบบการทำงานของไปรษณีย์ไทยไม่ได้ถูกออกแบบด้วยการ Optimize ขั้นสูงเหมือนหลายบริษัท แต่สิ่งที่มีคือการเรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูก การค้นหาเส้นทางการส่งของที่ดีที่สุด และความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กรเพราะงานมั่นคง สิ่งเหล่านี้สะท้อนเป็นความจริงใจที่ลูกค้ารับรู้ได้ และเป็นจุดขายที่ทำให้ลูกค้ายังคงเลือกใช้บริการ เพราะง่าย สะดวก ราคาดี และเชื่อมั่นได้ว่าของไม่หาย ไม่พัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ดนันท์ ยังย้ำว่า <a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/data-driven-culture-240307/">Data is Value</a> เพราะข้อมูลมหาศาลที่ไปรษณีย์ไทยมีอยู่ สามารถยกระดับการดำเนินงานด้วย AI ไปสู่การเป็น Data Infrastructure ของประเทศได้ แต่การใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนเสมอไป สำหรับ SME มี 5 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ การเก็บข้อมูลที่ถูกต้อง, ตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ, สังเกตพฤติกรรม, ดึง Insight มาใช้ </span><b>และวัดผลเพื่อต่อยอดในรอบถัดไป</b></p>
<p><b>ไปรษณีย์ไทยไม่ได้เป็นแค่ธุรกิจส่งของ แต่คือเครือข่ายที่สร้างคุณค่า ผ่านความสัมพันธ์ ความเข้าใจ และการดูแลลูกค้าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</b><span style="font-weight: 400;"> ตั้งแต่ระบบหลังบ้าน ทีมขายที่ให้คำปรึกษา ไปจนถึง Customer Care ที่ดูแลลูกค้าของ SME โดยตรง สิ่งเหล่านี้คือการผสมผสานระหว่างข้อมูล และความเข้าใจลูกค้า ที่จะทำให้ไปรษณีย์ไทยยังคงยืนหยัดได้ในสมรภูมิการแข่งขันที่ร้อนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Adopt or Die? How Business are Using AI to Stay Competitive</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46606" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-15.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital SME Conference Thailand 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Digital SME Conference Thailand 2025 656" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-15.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-15-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“Adopt or Die” ฟังดูเหมือนคำพูดที่แรงเกินไป แต่คุณ</span><b> พชร อารยะการ CEO จาก Bluebik Group PCL</b><span style="font-weight: 400;"> มองว่านี่คือภาพจริงของโลกธุรกิจในปัจจุบัน เพราะ AI ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือความจำเป็น เหมือนกับครั้งหนึ่งที่ใครยึดติดพิมพ์ดีดแล้วไม่ยอมใช้คอมพิวเตอร์ก็ต้องแพ้ไปในที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และทุกวันนี้ AI ไม่ได้เก่งแค่เฉพาะด้าน มันพัฒนาก้าวไกลจนช่วยได้สารพัด ตั้งแต่เขียนอีเมล สรุปเอกสาร ไปจนถึงวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก การไม่ใช้เครื่องมือนี้เท่ากับส่งมอบงานได้ช้ากว่าคู่แข่ง และเสี่ยงต่อการดับในเกมธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพชรอธิบายว่า องค์กรจะใช้ AI สร้างผลลัพธ์เหนือคู่แข่งได้ก็ต่อเมื่อองค์กรปรับตัวใน 3 มิติหลักคือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปรับมายด์เซ็ตและทักษะคน</b><span style="font-weight: 400;"> ให้สื่อสารกับ AI อย่างรู้จริง ถาม-สั่งการอย่างละเอียดเพื่อให้ได้คำตอบที่แม่นยำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เตรียมความพร้อมของข้อมูล</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะข้อมูลคือทรัพยากรสำคัญที่ทำให้เรามีสิ่งเหนือกว่าคู่แข่ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปรับระบบและกระบวนการทำงาน เพื่อรองรับการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ</b><span style="font-weight: 400;"> รวมถึงคิดเรื่องความปลอดภัยและการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงแม้ AI จะมีศักยภาพสูง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าปล่อยให้ AI ทำงานแทนทุกอย่าง องค์กรยังต้องมีระบบตรวจสอบและกำกับ เพื่อให้มั่นใจว่าผลลัพธ์ถูกต้องและน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกันธุรกิจต้องสร้างความเข้าใจและวัฒนธรรมใหม่ในการอยู่ร่วมกับ AI ใช้มันเพื่อเสริมศักยภาพ ไม่ใช่มองว่าเป็นภัยที่จะเข้ามาแย่งงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ</span><b> SME แม้จะไม่มีข้อมูลขนาดใหญ่เหมือนองค์กรใหญ่ แต่ข้อได้เปรียบคือมีความคล่องตัวสูงกว่า</b><span style="font-weight: 400;"> ปรับกระบวนการได้ไวกว่า หากรู้จักเลือกโฟกัสว่าจะใช้งบจำกัดกับงานที่สร้างผลลัพธ์จริงและมี Impact สูง </span><b>ธุรกิจเล็กก็สามารถใช้ AI เพื่อแซงหน้ารายใหญ่ได้เช่นกัน</b><span style="font-weight: 400;"> ฉะนั้นอย่าลืมจัดลำดับความสำคัญจึงเป็นสิ่งที่ SME ต้องคิดให้ชัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด คุณพชรฝากถึงทุกธุรกิจว่า อย่ารอให้ AI เข้ามาเปลี่ยนก่อนแล้วค่อยปรับ แต่ต้องเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่วันนี้ เข้าใจงานที่ทำ รู้จักเครื่องมือที่อัปเดตอยู่เสมอ เก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ และให้ผู้บริหารระดับสูงลงมาเข้าใจการใช้ AI อย่างจริงจัง เพื่อรีดีไซน์กระบวนการทำงานใหม่ให้เหมาะสม</span></p>
<p><b>และเมื่อถึงวันที่ AI เข้ามามีบทบาทเต็มรูปแบบ ธุรกิจที่พร้อมย่อมอยู่รอดและโต</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="สัมภาษณ์พิเศษ​ Kahoot! กับอนาคตของ HR: ใช้เทคโนโลยีอย่างไรให้ไม่ลืมความเป็นมนุษย์ 3" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/digital-sme-conference-thailand-2025-250822/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #5 Roundtable: CHRO &#038; HR Director Forum – Future of Experience</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-roundtable-future-of-experience-250813/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-roundtable-future-of-experience-250813/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Aug 2025 11:54:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Employee Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Roundtable]]></category>
		<category><![CDATA[Future of Experience]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46474</guid>

					<description><![CDATA[กลับมาอีกครั้งกับงาน #5 Roundtable: CHRO &#38; HR Director Forum งานล้อมวงคุยกับผู้นำสุดพิเศษที่ HREX จัดขึ้น โดยคราวนี้กลับมาในธีม Future of Experience เพื่อตั้งใจพูดคุยกันในประเด็น Employee Experience ว่าการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้พนักงาน เป็นเรื่องสำคัญขององค์กร, HR และตัวพนักงานเอง เพราะมันไม่เพียงสร้างความสุขในการทำงาน แต่ยังผลักดันประสิทธิภาพและความยั่งยืนในระยะยาว ในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย หากคนทำงาน HR และผู้นำท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหามาให้ทุกท่านแล้ว อ่านรายละเอียดได้เลยในบทความนี้ Opening Session สถานการณ์องค์กรและความสำคัญของ Employee Experience ก่อนเริ่มวงเสวนาอย่างเป็นทางการ คุณ ณัฐวุฒิ กุลแก้ว Community Management จาก HREX ได้ใช้เวลาช่วง Opening Session เพื่อปูพื้นให้ผู้เข้าร่วมเห็นภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบัน และย้ำถึงความสำคัญของ Employee Experience ที่ไม่อาจมองข้ามได้ในยุคนี้ เขาอธิบายว่า ประสบการณ์ของพนักงานเชื่อมโยงโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันขององค์กร กาาที่เราพยายามมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46480" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Screenshot-2025-08-13-183808.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #5 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Experience" width="600" height="373" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #5 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Experience 661" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Screenshot-2025-08-13-183808.webp 942w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Screenshot-2025-08-13-183808-300x187.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Screenshot-2025-08-13-183808-768x478.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลับมาอีกครั้งกับงาน #5 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum งานล้อมวงคุยกับผู้นำสุดพิเศษที่ HREX จัดขึ้น โดยคราวนี้กลับมาในธีม Future of Experience เพื่อตั้งใจพูดคุยกันในประเด็น </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190802-employee-experience/"><span style="font-weight: 400;">Employee Experience</span></a><span style="font-weight: 400;"> ว่าการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้พนักงาน เป็นเรื่องสำคัญขององค์กร, HR และตัวพนักงานเอง เพราะมันไม่เพียงสร้างความสุขในการทำงาน แต่ยังผลักดันประสิทธิภาพและความยั่งยืนในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย หากคนทำงาน HR และผู้นำท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหามาให้ทุกท่านแล้ว อ่านรายละเอียดได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Opening Session สถานการณ์องค์กรและความสำคัญของ Employee Experience</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนเริ่มวงเสวนาอย่างเป็นทางการ คุณ </span><b>ณัฐวุฒิ กุลแก้ว</b> <b>Community Management</b> <b>จาก HREX</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ใช้เวลาช่วง Opening Session เพื่อปูพื้นให้ผู้เข้าร่วมเห็นภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบัน และย้ำถึงความสำคัญของ Employee Experience ที่ไม่อาจมองข้ามได้ในยุคนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาอธิบายว่า ประสบการณ์ของพนักงานเชื่อมโยงโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันขององค์กร กาาที่เราพยายามมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า เราก็ต้องมอบสิ่งเดียวกันให้พนักงาน ทั้งเพื่อรักษาทาเลนต์ให้อยู่กับเราอย่างยาวนาน และแม้วันหนึ่งต้องจากลา ก็ควรจากกันด้วยความรู้สึกที่ดี เพราะคนที่เคยร่วมงานอาจกลับมาสร้างคุณค่าให้องค์กรได้อีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณณัฐวุฒิเตือนว่าการสร้าง Employee Experience ต้องเริ่มตั้งแต่วันแรกที่พนักงานติดต่อกับองค์กร แม้จะยังไม่เริ่มงาน ตั้งแต่ขั้นตอนสมัครงาน จนถึงวันสุดท้ายของการทำงาน องค์กรที่ละเลยเรื่องนี้จะต้องเผชิญต้นทุนมหาศาล ทั้งจากภาวะ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-burnout-healing-250117/"><span style="font-weight: 400;">Burnout</span></a><span style="font-weight: 400;">, การทำงานแบบไร้แรงใจ หรือการขาดความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ซึ่งจะทำให้คนเพียงนั่งรอเวลาให้หมดไปโดยไม่มีพลังขับเคลื่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาสรุปว่า HR ในยุคนี้ต้องมีความยืดหยุ่น (Resilience) และกล้าใช้นวัตกรรมเข้ามาเสริมแกร่ง เพื่อออกแบบประสบการณ์ที่ดีและตรงจุดให้กับพนักงาน โดยหากไม่รู้จะใช้เครื่องมือไหนมาช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีล่ะก็ สามารถใช้</span><a href="https://expth.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;">แพลตฟอร์ม </span><b>HR Products and Services</b><span style="font-weight: 400;"> ของ HREX</span></a><span style="font-weight: 400;"> ค้นหา HR Solution ที่เหมาะสมได้เลย ที่นี่รวบรวมเครื่องมือและบริการเพื่อการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างครบวงจรไว้แล้ว</span></p>
<h2><b>Roundtable Discussion &#8211; Future of Experience</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับไฮไลท์สำคัญของงานนี้ คุณ </span><b>เมธวิน ปิติพรวิวัฒน์ CEO ของ </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/68"><b>BASE Playhouse</b></a><span style="font-weight: 400;">, คุณ </span><b>สุดคนึง ขัมภรัตน์</b> <b>นายก</b><a href="http://www.pmat.or.th/home/" target="_blank" rel="noopener"><b>สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT)</b></a><b>,</b><span style="font-weight: 400;"> คุณ </span><b>สุนทร เด่นธรรม Founder &amp; Group CEO ของ </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/91"><b>Humanica</b></a><span style="font-weight: 400;"> และคุณ </span><b>นภัส ศิริวรางกูร Managing Director จาก</b> <a href="https://expth.hrnote.asia/products/151"><span style="font-weight: 400;"><strong>Hewitt Consulting</strong></span></a><span style="font-weight: 400;"> ร่วมกันถกเถียงเกี่ยวกับ Future of Experience ไว้น่าสนใจ หลายประเด็นดังนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46484" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Screenshot-2025-08-13-183901.webp" alt="Screenshot 2025 08 13 183901" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #5 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Experience 662" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Screenshot-2025-08-13-183901.webp 940w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Screenshot-2025-08-13-183901-300x185.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Screenshot-2025-08-13-183901-768x474.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><b>Employee Experience จากกลยุทธ์ในหน้ากระดาษ สู่พลังขับเคลื่อนองค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุดคนึงเปิดประเด็นด้วยการย้ำว่า การสร้างประสบการณ์ของพนักงานไม่ใช่เพียงแค่จัดกิจกรรม แต่ต้องวางกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อ Productivity โดยตรง หากผู้นำสามารถทำให้พนักงานมีประสบการณ์ที่ดี พวกเขาก็จะพร้อมสร้างผลงานที่มีคุณภาพและขับเคลื่อนองค์กรต่อไป การสร้างประสบการณ์เชิงบวกต้องมองในภาพรวมของ ecosystem ที่องค์กรทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ เน้นการมีผลงาน (Performance), เติบโต (Growth) และยั่งยืน (Sustain) ไปพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของคุณเมธวิน การสร้างประสบการณ์ที่ดีเกิดขึ้นได้ผ่านการเรียนรู้ (L&amp;D) ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะการใช้ Gamification ให้การเทรนนิ่งกลายเป็นเรื่องสนุกและน่าจดจำ เขามองว่าทุกการลงทุนในงาน L&amp;D ต้องสร้างผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและมีผลกระทบจริง (Impact) ไม่ใช่แค่จบในห้องเรียน แต่ต้องต่อยอดไปสู่การทำงานจริง และช่วยยกระดับ Performance ในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนภัสชี้ให้เห็นมุมที่น่าคิดว่า ปัจจุบันหลายองค์กรมี Turnover ต่ำ ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป เพราะ “</span><i><span style="font-weight: 400;">น้ำนิ่งคือน้ำเสีย</span></i><span style="font-weight: 400;">” หากไม่มีการไหลเวียนหรือเพิ่มสายเลือดใหม่ องค์กรอาจชะลอตัวและขาดการเปลี่ยนแปลง ประสบการณ์ที่ดีจึงควรมุ่งไปยัง Key Talents และคนที่สร้าง High Impact เพื่อรักษาพลังและความสดใหม่ของทีม ทำให้ประสบการณ์ในองค์กรไม่หยุดนิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณสุนทร นำเสนอว่า ความสำเร็จขององค์กรขึ้นอยู่กับคนและวัฒนธรรมองค์กร มากกว่ากลยุทธ์เพียงอย่างเดียว เขาเชื่อในคำว่า “</span><i><span style="font-weight: 400;">Culture eats Strategy for lunch</span></i><span style="font-weight: 400;">” เพราะกลยุทธ์จะไร้ค่า หากองค์กรไม่มีวัฒนธรรมที่ดีและคนที่กระหายความสำเร็จ พร้อมทั้งชี้ว่าการจัดการคนต้องสอดคล้องกับ stage ของธุรกิจ องค์กรเล็กอาจต้องกล้าดึง Super Talent เข้ามาก่อน แม้ยังไม่ชัดเจนว่าจะใช้บทบาทอย่างไร แต่ถ้าสามารถสร้างประสบการณ์ดี ๆ เพื่อดึงดูดและรักษาพวกเขาไว้ได้ ก็จะช่วยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกท่านยังเห็นพ้องว่า เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือที่ไร้พลัง หากขาดคนที่มีความรู้และวิสัยทัศน์มาควบคุมและออกแบบ AI หรือระบบต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะต่อให้มีเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ถ้าป้อนข้อมูลหรือแนวคิดที่ไม่ดีเข้าไป ผลลัพธ์ก็จะไม่มีคุณภาพ ดังนั้น Future of Experience ไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคนและวัฒนธรรมที่จะทำให้เครื่องมือเหล่านั้นสร้างคุณค่าได้จริง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36640" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 86" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></p>
<h3><b>เมื่อ Culture ดีคือเครื่องยนต์หลักของความสำเร็จ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา Culture หรือวัฒนธรรมองค์กร และประสบการณ์ของพนักงานไม่ใช่สิ่งที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นองค์ประกอบที่ต้องปรับเปลี่ยนตามจังหวะการเติบโตของธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนภัส ชี้ว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หลายองค์กรเริ่มหันมาปลูกฝังความกระตือรือร้นให้พนักงานทำงานเชิงรุกมากขึ้น แทนที่จะติดอยู่ใน Comfort Zone เพราะแม้วันนี้จะครองตลาดอันดับหนึ่ง อนาคตก็ไม่มีอะไรแน่นอน พนักงานจึงต้องถูกกระตุ้นให้พร้อมเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนภัสยังนำเสนอ 3 เสาหลัก ของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรและประสบการณ์ที่ดีว่าต้องมีดังนี้ </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Leader Action</b><span style="font-weight: 400;"> – ผู้นำต้องเป็นตัวขับเคลื่อนพฤติกรรมใหม่ๆ และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน,</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>System Alignment</b><span style="font-weight: 400;"> – การคัดเลือกและพัฒนาคนที่เหมาะสมตั้งแต่แรกอย่างเป็นระบบ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Communication &amp; Activity</b><span style="font-weight: 400;"> – การสื่อสารและกิจกรรมที่ช่วยเสริมพลัง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เธอย้ำว่าเสาหลักแรกคือหัวใจสำคัญที่สุด เพราะถ้าผู้นำเฉื่อย องค์กรก็จะเฉื่อยตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุดคนึง เสริมว่า 3 เสาหลักนี้ต้องมีทีมงานที่ช่วยถ่ายทอดและทำให้ค่านิยม หรือ Core Value ขององค์กรซึมซับถึงพนักงานจริง (Staff Involve) ไม่ใช่เพียงบนกระดาษ ถ้าองค์กรต้องการนวัตกรรม ก็ต้องสร้างพื้นที่ให้คนได้ลองผิดลองถูก และที่สำคัญคือ</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220928-sense-of-ownership/"><span style="font-weight: 400;">ทำให้พนักงานรู้สึกเป็นเจ้าของผลงาน</span></a><span style="font-weight: 400;"> เพราะความรู้สึกมีส่วนร่วมคือเชื้อเพลิงสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีและแรงขับเคลื่อนองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณสุนทร เตือนว่า หลายองค์กรมี Core Value ที่ฟังดูสวยหรู แต่หากผู้นำมองว่าเป็นเพียงคำคมติดผนัง ก็ไม่มีวันฝังรากในพฤติกรรมของพนักงาน เขาเน้นว่าผู้นำในทุกระดับ (Not Just the Top) รวมถึง HR ต้องตอบให้ได้ว่าตนเองเชื่อในสิ่งใด และทำให้เห็นจริง ถ้าผู้นำไม่เชื่อมั่น ค่านิยมก็จะไม่ถูกนำไปใช้จริงและไม่สามารถผลักดันองค์กรไปข้างหน้าได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณเมธวินเสนอแนวทางเชิงปฏิบัติ เช่น การจัด </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/town-hall-meeting-employee-engagement-250609/"><span style="font-weight: 400;">Town Hall Meeting</span></a><span style="font-weight: 400;"> อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้นำสื่อสารเน้นย้ำสิ่งที่สำคัญต่อพนักงาน การได้ยินซ้ำ ๆ จะทำให้คนในองค์กรตระหนักว่าสิ่งใดเป็นหัวใจสำคัญ และค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นพฤติกรรมจริงที่สอดคล้องกับคัลเจอร์ที่องค์กรต้องการสร้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อผู้นำลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ระบบสนับสนุนชัดเจน การสื่อสารเข้มข้น และพนักงานรู้สึกมีส่วนร่วม วัฒนธรรมองค์กรและประสบการณ์พนักงานก็จะไม่ใช่เพียงนโยบายบนกระดาษ แต่เป็นสิ่งที่มีชีวิต และสามารถปรับตัวไปพร้อมการเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44372" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 185" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
<h3><b>เทคโนโลยี + ความเข้าใจมนุษย์ = สูตรลับสร้าง Employee Experience ที่ทรงพลัง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกมิติของการทำงาน คำถามคือ HR จะใช้เครื่องมือเหล่านี้อย่างไรให้สร้าง Employee Experience ที่มีคุณค่าจริงวิทยากรมองตรงกันว่าเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับประสบการณ์พนักงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพราะมันทำให้ HR Process เดินหน้าได้ราบรื่นขึ้น ทั้งการทำงานยืดหยุ่น (Flexible Work) หรือการจัดสรรเครื่องมือให้เหมาะสม แต่มันไม่มีสูตรสำเร็จ องค์กรต้องออกแบบรูปแบบการทำงานและมาตรฐานที่เหมาะกับตัวเอง เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าได้รับการดูแลอย่างดี ภายใต้งบประมาณและบริบทที่แตกต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนภัส เสริมว่าเทคโนโลยีช่วยเพิ่มเวลาว่างให้พนักงานดูแลตัวเองและทำสิ่งที่มีประโยชน์มากขึ้น แต่ HR ต้องระวังด้าน Mental Well-being เพราะหลายคนอาจกังวลเรื่องการถูกแทนที่ด้วย AI หรือระบบอัตโนมัติ ดังนั้น การออกแบบประสบการณ์ที่ดีต้องควบคู่กับการสื่อสารที่ชัดเจน และทำให้ HR ได้ใช้เวลาที่ได้คืนมานั้นสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ให้พนักงาน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ HR ได้ฟังเสียงคนในองค์กรมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณสุดคนึง เชื่อว่า Holistic Wellbeing เป็นหัวใจที่เชื่อมโยงกับ Employee Experience อย่างแยกไม่ออก ซึ่งครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย ใจ จิตวิญญาณ การเงิน ความสัมพันธ์ สภาพแวดล้อม และอาชีพ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับงานที่มีความหมายต่อสังคม เธอย้ำอีกครั้งว่าการทำ Well-being ต้องเป็นกลยุทธ์ ไม่ใช่กิจกรรมเฉพาะกิจ และต้องผสานกับแนวคิด Hybrid Work ที่วัดความสำเร็จจากงานเสร็จ มากกว่าทำงานอยู่ที่ไหน ควบคู่กับ Performance Management ที่เข้มแข็ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การใช้เทคโนโลยีไม่ควรเป็นจุดศูนย์กลาง แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจมนุษย์ เพราะคนต่างเพศ วัย หรือเชื้อชาติ ล้วนมีความต้องการและความคาดหวังที่แตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือการจัดการความคาดหวังเหล่านั้น หากพนักงานได้รับมากกว่าที่คิดไว้ ย่อมรู้สึกผูกพันและภาคภูมิใจในองค์กร HR จึงต้องกำหนดความคาดหวังและสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เทคโนโลยีเป็นผู้ช่วย ไม่ใช่เจ้านาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">CEO จาก BASE Playhouse มองว่า หัวใจของการใช้เทคโนโลยีใน HR คือการทำให้การเรียนรู้ (L&amp;D) เกิดผลลัพธ์จริง เขาเน้นว่าผู้นำต้องมีทักษะอ่านมนุษย์ออก เพราะต่อให้มีเทคโนโลยีมากแค่ไหน หากมองไม่เห็นความต้องการและศักยภาพของคน ก็ไม่สามารถใช้เครื่องมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย BASE Playhouse ถือเป็นองค์กรที่ใช้ประโยชน์จากการมีเกมเป็นสื่อการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเห็น Gap ของตัวเองให้แก่องค์กรมากมาย แล้วนำข้อมูลนั้นไปคุยต่อกับหัวหน้าและวางแผนพัฒนาตัวเองอย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด คุณสุนทรเสริมอีกว่าเทคโนโลยีต้องสามารถวัดผลการทำงานได้อย่างชัดเจน เช่น แพลตฟอร์มของ Humanica ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมประสบการณ์พนักงานในหลายด้าน ทั้งสุขภาพ สวัสดิการ และการทำงานโดยรวม สาระสำคัญจึงไม่ใช่แค่การมีเครื่องมือ แต่คือการใช้มันเพื่อสร้างคุณค่า เชื่อมโยงความต้องการของคนเข้ากับเป้าหมายองค์กร และทำให้ Employee Experience กลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่จับต้องได้จริง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46479" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-63.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #5 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Experience" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #5 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Experience 663" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-63.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-63-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>BASE Playhouse Exclusive Gamification Workshop</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงปิดท้ายของงาน #5 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum คุณเมธวิน นำทีม </span><b>BASE Playhouse</b><span style="font-weight: 400;"> ทำพร้อมเวิร์กช็อปเพื่อถอดรหัสกลยุทธ์เกมสู่ความสำเร็จในองค์กร พร้อมพาเจาะลึกศาสตร์ Behavioral Design และ Game Mechanics ผ่านการเล่นบอร์ดเกมที่ออกแบบมาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงจริงในที่ทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณเมธวินเปิดประเด็นว่า Gamification คือหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการออกแบบ Employee Experience ให้ไม่น่าเบื่อและสามารถต่อยอดไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้ เช่น การเพิ่มยอดขายหรือสร้างความสุขในการทำงานที่ยั่งยืน เขาย้ำว่า Gamification ไม่ใช่แค่การเล่นเกม แต่คือการใช้กลไกของเกมที่มีกติกาชัดเจน มาประยุกต์ใช้ในกิจกรรม เพื่อสร้างแรงจูงใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของการใช้ Gamification ให้ได้ผล คือต้องเข้าใจสมองมนุษย์ และใช้จิตวิทยาอารมณ์ควบคู่กับการออกแบบกระบวนการ เมื่อเข้าใจแล้ว เราจะสามารถสร้างกิจกรรมที่ตราตรึงในใจพนักงานจนจดจำได้ และนำไปปฏิบัติจริงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องพึ่งการบังคับหรือกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเวิร์กช็อปนี้ ผู้เข้าร่วมได้ลองเล่นเกม Storationship ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้าง Team Building ให้คนในทีมรู้จักกันผ่านการ์ดคำถาม เปิดโอกาสให้ถอดรหัสตัวตนของตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น จนเกิดความรู้สึกปลอดภัยที่จะทำงานร่วมกัน และกล้าแชร์เรื่องราวหรือความเปราะบางต่อกัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้นำที่ต้องการสร้างความไว้ใจในทีม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46478" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-62.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #5 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Experience" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #5 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Experience 664" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-62.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-62-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ คุณเมธวินยังยกตัวอย่างเกมอื่น ๆ ที่ใช้พัฒนาทักษะและวัดศักยภาพ เช่น Top Notch Manager ที่ให้ผู้เล่นสวมบทบาทผู้นำเพื่อประเมินความเป็น Leadership, Corporate Murders เกมสืบสวนในสถานที่ทำงานเพื่อฝึกการคิดวิเคราะห์, และ Anacade เกมสำหรับทำ Assessment ว่าพนักงานจะรับมือกับสถานการณ์กดดันได้อย่างไร ซึ่งช่วยคัดแยก Talent ที่เหมาะสมได้แม่นยำกว่าวิธีดั้งเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณเมธวินทิ้งท้ายว่า ถ้าเราตั้งโจทย์ถูกและออกแบบดี Gamification สามารถนำไปใช้ได้แทบทุกงาน HR ตั้งแต่ Recruitment, Orientation, Town Hall, Performance Management, IDP, Well-being ไปจนถึง Annual Team Building สิ่งสำคัญคือการมองเกมเป็นเครื่องมือเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างประสบการณ์ที่พนักงานจะจดจำและผูกพันกับองค์กรไปอีกนาน</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/68?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36618" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 65" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/65-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์ที่ดีของพนักงาน ไม่ใช่เพียงเรื่องสวัสดิการหรือกิจกรรม แต่เป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่มีผลต่อความผูกพัน (</span><i><span style="font-weight: 400;">Engagement</span></i><span style="font-weight: 400;">), ประสิทธิภาพการทำงาน (</span><i><span style="font-weight: 400;">Productivity</span></i><span style="font-weight: 400;">) และความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาวการสร้าง Employee Experience ที่ดีจึงต้องเริ่มจากผู้นำ สร้างวัฒนธรรมที่มีชีวิต ใช้เทคโนโลยีอย่างมีมนุษยธรรม ดูแล Well-being ครบทุกมิติ และออกแบบกระบวนการให้ตอบโจทย์ทั้งคนและธุรกิจไปพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ งาน #5 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Experience จะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากผู้นำ HR ทุกท่านที่ลงทะเบียนสนใจเข้าร่วมงาน และเดินทางมาร่วมงานจริง รวมถึงผู้สนันสนุนหลักของงานนี้นำโดย BASE Playhouse, </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/49"><span style="font-weight: 400;">HumanSoft</span></a><span style="font-weight: 400;">, </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/95"><span style="font-weight: 400;">ByteHR</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2"><span style="font-weight: 400;">Reeracoen Thailand</span></a><span style="font-weight: 400;"> HREX ขอขอบคุณอย่างสูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสำหรับงานล้อมวงสนทนากับผู้นำอย่างใกล้ชิดจะจัดขึ้นอีกครั้งเมื่อไหร่ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ผ่าน HREX ที่เดียว </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" title="พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้ 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้" width="1600" height="500" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-roundtable-future-of-experience-250813/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CPO Forum 2025</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/cpo-forum-2025-250708/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/cpo-forum-2025-250708/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Aug 2025 11:10:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46442</guid>

					<description><![CDATA[ยิ่งคนคือปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตขององค์กรมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ตำแหน่ง Chief People Officer หรือ CPO ทวีความสำคัญขึ้นเท่านั้น เพราะตำแหน่งนี้นอกจากเป็นผู้ดูแลทรัพยากรบุคคล แต่ยังเป็นผู้นำที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กร ผ่านการบริหารคนอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน การเติบโตขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของ CPO ไม่น้อยไปกว่าผู้บริหารระดับสูงในสายงานอื่นเลย ด้วยเหตุนี้ Sasin School of Management จึงร่วมกับ Hewitt Consulting จัดงาน CPO Forum 2025 งานที่รวมตัว CPO และผู้นำด้านคนจากองค์กรชั้นนำของไทยในหลายอุตสาหกรรม มาร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวคิด กลยุทธ์ และบทเรียนจริงในการจัดการทรัพยากรมนุษย์ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน หากใครไม่ได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ไม่ต้องกังวลไป เพราะ HREX ได้สรุปทุกประเด็นสำคัญไว้ให้เรียบร้อยแล้ว อ่านรายละเอียดได้เลยในบทความนี้ Powering a Future-Ready Pipeline ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ องค์กรจะไม่สามารถยืนอยู่ที่เดิม ทำงานแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่เราจะเตรียมคนอย่างไรให้พร้อมสำหรับโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ?  3 ผู้นำด้านคนคุณ ปัญชลีย์ วีระธรรมวัชร์ Chief People [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46444" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-50.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CPO Forum 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CPO Forum 2025 669" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-50.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-50-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งคนคือปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตขององค์กรมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ตำแหน่ง Chief People Officer หรือ CPO ทวีความสำคัญขึ้นเท่านั้น เพราะตำแหน่งนี้นอกจากเป็นผู้ดูแลทรัพยากรบุคคล แต่ยังเป็นผู้นำที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กร ผ่านการบริหารคนอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเติบโตขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของ CPO ไม่น้อยไปกว่าผู้บริหารระดับสูงในสายงานอื่นเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ </span><b>Sasin School of Management</b><span style="font-weight: 400;"> จึงร่วมกับ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151"><b>Hewitt Consulting</b></a> <span style="font-weight: 400;">จัดงาน </span><b>CPO Forum 2025</b><span style="font-weight: 400;"> งานที่รวมตัว CPO และผู้นำด้านคนจากองค์กรชั้นนำของไทยในหลายอุตสาหกรรม มาร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวคิด กลยุทธ์ และบทเรียนจริงในการจัดการทรัพยากรมนุษย์ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครไม่ได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ไม่ต้องกังวลไป เพราะ HREX ได้สรุปทุกประเด็นสำคัญไว้ให้เรียบร้อยแล้ว อ่านรายละเอียดได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Powering a Future-Ready Pipeline</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46447" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-52.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CPO Forum 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CPO Forum 2025 670" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-52.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-52-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ องค์กรจะไม่สามารถยืนอยู่ที่เดิม ทำงานแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่เราจะเตรียมคนอย่างไรให้พร้อมสำหรับโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3 ผู้นำด้านคนคุณ</span> <a href="https://th.hrnote.asia/story/central-retail-winning-team-240314/"><b>ปัญชลีย์ วีระธรรมวัชร์</b></a> <b>Chief People Officer</b> <b>จาก Central Retail,</b><span style="font-weight: 400;"> คุณ</span><b> อรกานดา อรรถวิภัชน์</b> <b>Chief People Officer จาก Minor International</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ</span><b> โสภณ ราชรักษา Chief People Office &amp; Spirits Product Group จาก Thai Beverage</b><span style="font-weight: 400;"> มาแชร์ว่า เราควรเตรียมคนอย่างไรให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคอนาคต ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลก็ตาม และทุกท่านต่างเห็นพ้องกันว่า คนคือทรัพยากรที่องค์กรควรต้องลงทุนให้มากขึ้นทั้งในมิติของศักยภาพ ทัศนคติ และความยืดหยุ่นทางความคิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณโสภณชี้ว่า โลกการทำงานในอนาคตจะเต็มไปด้วยการไขว้กันของอุตสาหกรรม องค์กรไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่กับสิ่งที่เคยทำอีกต่อไป เช่นเดียวกับผู้นำที่ควรเปิดรับทักษะใหม่ ๆ มากกว่าการยึดติดกับประสบการณ์เก่า ความสามารถในการ Unlearn สิ่งที่เคยรู้ เคยทำ เป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้นำยุคใหม่ แม้การปล่อยวางจะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมนุษย์มักยึดติดกับพฤติกรรมเดิม ๆ แต่หากทำได้ มันจะเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตหรือการทำงาน นำไปสู่การเรียนรู้ครั้งใหม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ HR และผู้นำต้องเข้าใจด้วยว่าจังหวะชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน HR ต้องไม่เพียงดูตัวชี้วัดผลงาน แต่ต้องรู้ว่าพนักงานกำลังเผชิญอะไร และจะช่วยให้เขาทำงานได้ดีขึ้นได้อย่างไร แนวคิดแบบนี้ต้องการการมองแบบ Individualized มากขึ้น เพื่อให้ข้อมูลที่ได้กลับมาใช้ประโยชน์ได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณปัญชลีย์เสริมว่า ผู้นำยุคใหม่แม้จะมีประสบการณ์ไม่มากเท่าคนรุ่นก่อน แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาโดดเด่นคือ </span><b>Vision</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220520-agile-hr/"><b>Agility</b></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในโลกที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน ผู้นำต้องเข้าใจความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ รู้ทันเทคโนโลยีดิจิทัล และสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมเดินไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่สำคัญคือการพัฒนาคนดี ซึ่งมีค่าไม่แพ้คนเก่ง คนดีในความหมายนี้คือผู้นำที่ดี คนที่กล้าตัดสินใจ และกล้ายึดมั่นทำสิ่งที่ถูกต้อง ทำสิ่งที่คนส่วนใหญ่อาจไม่ชอบ คนดีไม่ได้หมายถึงแค่การเป็นคนนิสัยดีเท่านั้น หากเขาไม่กล้ายืนหยัดทำในสิ่งที่ทุกคนรู้แน่นอนว่าดีและถูกต้อง เขาย่อมไม่ถือเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จและความอยู่รอดขององค์กรในยุคต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปัญชลีย์ยังนำเสนอโมเดล 3P ที่ Central Retail ใช้ในการประเมินศักยภาพคน คือ Performance, Passion, และ Promotibility เพื่อดูว่าใครเก่ง ใครรักงาน และใครมีศักยภาพที่จะเติบโต HR ต้องทำให้ 3 แนวคิดนี้ง่ายพอที่จะซึมลึกถึงทุกระดับขององค์กร HR ต้องไม่เพียงแค่ บริหารคนแต่ต้องเป็นผู้นำที่ช่วยผลักดันการเติบโตของทั้งคนและองค์กรไปพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย คุณอรกานดา บทบาทของ HR ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสรรหาคนเก่ง แต่ต้องมองลึกถึง </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211013-growth-mindset/"><b>Growth Mindset</b></a><span style="font-weight: 400;"> ของบุคลากรในระยะยาว พร้อมทั้งแปลวิสัยทัศน์ขององค์กรให้กลายเป็นแนวทางที่ชัดเจนในการพัฒนาคนให้สอดคล้องกับเป้าหมายอนาคต เธอเน้นว่า การเติบโตของคน ขององค์กรต้องผ่านการกล้าทดลอง กล้าล้ม และเรียนรู้จากความผิดพลาดให้เป็น เพื่อเปิดศักยภาพของคนให้ถึงที่สุด</span></p>
<h2><b>Rethinking People Strategy for Business Reinvention</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46445" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-51.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CPO Forum 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CPO Forum 2025 671" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-51.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-51-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโลกธุรกิจไม่หยุดหมุน กลยุทธ์ด้านคนก็ไม่ควรหยุดนิ่ง นี่คือหัวใจสำคัญจากเวทีเสวนานี้ซึ่งรวบรวมผู้นำสาย HR และผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายองค์กร ได้แก่คุณ</span><b> ปิยบุตร จารุเพ็ญ อดีต Managing Director จาก Bangkok Industrial Gas</b><span style="font-weight: 400;">, คุณ</span><b> เมธา ประภาวกุล</b> <b>Corporate Hr Director</b> <b>จาก SCG</b><span style="font-weight: 400;">, คุณ</span><b> จันทริกา โชติกเสถียร</b> <b>Chief Human Resources Officer จากการบินไทย </b><span style="font-weight: 400;">และคุณ</span><b> ศาสตรา มังกรอัศวกุล Executive Vice President จากธนาคารกสิกรไทย</b><span style="font-weight: 400;"> ที่มาร่วมกันถอดบทเรียนจากวิกฤตและความเปลี่ยนแปลง เพื่อออกแบบการบริหารคนให้ตอบโจทย์ธุรกิจในวันที่ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ทั้งระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปิยบุตรกล่าวถึงบทเรียนจากอุตสาหกรรมพลังงานที่เขาเคยอยู่มากว่า 30 ปีว่า ความท้าทายของธุรกิจมีทั้งระยะสั้นและยาว ทั้งต้นทุนและความยั่งยืน ซึ่งย่อมสะท้อนมาสู่กลยุทธ์การบริหารคนที่แตกต่างกันด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือการเข้าใจธรรมชาติของคน โดยคนของ BIG มีคนที่ชอบทำงานใต้กรอบ มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน และกฎกติกาแน่นอน ขณะที่อีกกลุ่มถนัดการคิดนอกกรอบ หากเราสามารถบริหารจัดการ มอบหมายคนให้ทำงานตรงกับสิ่งที่เขาชื่นชอบและถนัดได้ ก็จะจุดพลังให้เกิด Passion และ Commitment อย่างแท้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางด้านคุณเมธาเล่าว่า ตลอด 120 ปีที่ผ่านมา SCG เปลี่ยนระบบบริหารคนทุกครั้งที่โจทย์ธุรกิจเปลี่ยน วัฒนธรรมองค์กรแม้มีแกนกลางคงที่ แต่ต้องเสริมสิ่งใหม่ตลอดเวลา ไม่เพียงเพื่อให้ทันยุค แต่เพื่อเปิดรับไอเดียจากพาร์ทเนอร์ทั้งในและต่างประเทศ เขาเน้นว่า ระบบ HR ต้องยืดหยุ่นและปรับได้ตาม Purpose ขององค์กร และที่สำคัญต้องพร้อมผลักดันให้ Line Manager ทุกระดับให้มีความเข้าใจคนมากขึ้น เพื่อให้บริหารงานและคนง่ายขึ้น รวมถึงการส่งเสริมให้ HR เข้าใจธุรกิจผ่านการหมุนเวียนสภาพแวดล้อมอยู่เสมอ จะเป็นทางรอดขององค์กรอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณจันทริกา มาเล่าบทเรียนสำคัญของการบินไทย ที่ฝ่าฟันอุปสรรคมาหลายปีเพื่อฟื้นฟูองค์กรจากความล้มเหลว จุดเปลี่ยนทั้งหมดเริ่มจากการที่การบินไทยยอมรับว่ามีปัญหา และต้องแก้ไข โดยการแก้ปัญหาได้ต้องมาจากคนในองค์กรเอง หลายปีมานี้จึงตั้ง Survival Team ขึ้นมาเพื่อกอบกู้ธุรกิจจากสถานการณ์ที่อาจไม่มีทางเลือกมากนัก โดยเธอย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องเจ็บปวด เช่น การปรับโครงสร้าง </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/siloed-work-environment-10282021/"><span style="font-weight: 400;">เลิก Silo</span></a><span style="font-weight: 400;"> และเปลี่ยน Mindset ของทั้งผู้บริหารและพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นจริงได้ต้องมาพร้อมความโปร่งใส เราต้องพูดความจริงกับพนักงานอย่างตรงไปตรงมา ทั้งในและนอกห้องประชุม เพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งความไว้วางใจ และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ การบินไทยสามารถฝ่าฟันจากวันที่เต็มไปด้วยวิกฤติ จนตอนนี้กลับเข้าสู่ตลาดหุ้นอีกครั้ง และเติบโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายที่ธนาคารกสิกรไทย คุณศาสตราอธิบายว่า แม้กสิกรจะทำกำไรได้ต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีเรื่องที่ต้องเปลี่ยนแปลง ปรับตัวอยู่เสมอ จนเขาถึงกับตั้งคำถามว่าในวันที่ไม่มีวิกฤต เราจะยังมีไฟในการเปลี่ยนแปลงอยู่ไหม ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยปัญหาของธนาคารอาจไม่ใช่แค่เรื่องปัญหาเศรษฐกิจ แต่ยังมาจากทัศนคติและความเชื่อผิด ๆ ที่ฝังอยู่ในตัวพนักงาน เช่น การคิดว่าองค์กรไม่มีวันล้ม เขาจึงเสนอว่า HR และผู้บริหารต้องหาวิธีสะกดจิต เพื่อเปลี่ยนความคิดนี้ออกไปให้ได้ โดยต้องเริ่มที่การเปลี่ยนความคิดของผู้นำก่อน หากผู้นำยังไม่เชื่อในการเปลี่ยนแปลง พนักงานก็จะไม่เชื่อเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายทุกองค์กรบนเวทีต่างยืนยันตรงกันว่า การบริหารคนไม่สามารถใช้สูตรเดิมได้อีกต่อไป </span><b>ยุคนี้คือยุคที่ระบบต้องเปลี่ยนตามคน</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่ให้คนเปลี่ยนตามระบบเพียงอย่างเดียว นั่นหมายถึงการออกแบบกลยุทธ์ HR ที่ยึดโยงกับบริบทธุรกิจอย่างแท้จริง ทั้งการพัฒนาคนให้ตรงศักยภาพ การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และการสร้างวัฒนธรรมที่กล้าทดลอง กล้ายอมรับความผิดพลาด และกล้าปรับตัวทันทีเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่เวิร์ก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจะ Reinvent ธุรกิจได้ ต้องเริ่มจากการ Reinvent คนในองค์กรก่อน ซึ่งหมายถึงไม่ใช่แค่การฝึกทักษะ แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนความเชื่อ และสร้างพื้นที่ให้คนรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ถูกสั่งให้เปลี่ยน</span></p>
<h2><b>Shaping Performance-Driven Cultures Through People Analytics</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46446" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-53.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CPO Forum 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน CPO Forum 2025 672" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-53.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-53-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Performance-Driven Culture กลายเป็นคำที่หลายบริษัทสนใจ และพยายามสร้างวัฒนธรรมเช่นนี้ให้เกิดขึ้นในองค์กร แต่ต้องทำอย่างไรจึงจะเกิดขึ้นจริงและเกิดประโยชน์ต่อองค์กรจริง ๆ ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Panel สุดท้ายในงาน CPO Forum 2025 คุณ</span><b> ศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์</b> <b>CHRO</b> <b>จาก True Corporation</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ</span><b> วิธพล เจาะจิตต์ Head of Human Resources จาก Banpu </b><span style="font-weight: 400;">มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างลึกซึ้งถึงการใช้ People Analytics ขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศรินทร์ราอธิบายว่า สำหรับ True แล้ว Performance-Driven Culture ไม่ได้แยกขาดจากคำว่า One Team เพราะการมีผลงานที่ดี ไม่ได้เกิดจากการแข่งขันกันเอง แต่เกิดจากการที่ทั้งองค์กรเข้าใจเป้าหมายเดียวกัน เดินไปในทิศทางเดียวกัน และรู้ว่าผลงานแบบไหนที่ทุกคนต้องการร่วมกันรับผิดชอบ เมื่อพนักงานรู้สึกว่าเป้าหมายเป็นของเขา เขาจะ Own it และทุ่มเทกับมันอย่างเต็มที่ นี่คือหัวใจของวัฒนธรรมที่แข็งแรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณวิธพล เสริมว่าการสร้างวัฒนธรรมที่เน้นผลลัพธ์ต้องเริ่มจาก Alignment ระหว่างผู้ถือหุ้น, CEO, HR และผู้บริหารระดับต่าง ๆ โดยต้องมี KPI ที่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน ที่สำคัญต้องโปร่งใส ทำได้ก็ต้องบอกว่าทำได้ ทำไม่ได้ก็ต้องบอกเหตุผลให้ชัด การมีวัฒนธรรมแห่งความเข้าใจและความโปร่งใส ไม่ใช่การบังคับ แต่เกิดจากการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง เมื่อคนในองค์กรเริ่มเห็นผลลัพธ์ พวกเขาจะพร้อมปรับตัวและยอมรับสิ่งใหม่โดยไม่ต้องสั่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง True และ Banpu เห็นตรงกันว่า การจะทำให้ People Analytics ได้ผลต้องเริ่มจาก Data ที่มีความหมาย ไม่ใช่แค่สะสมตัวเลข แต่ต้องแปลงข้อมูลเป็น Insight จริง ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับพนักงาน เช่น ความพึงพอใจ ความต้องการ หรือแม้แต่ทัศนคติเกี่ยวกับการเติบโต ถ้าข้อมูลบอกว่าพนักงานไม่เห็น Career Path สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่า นิยามของคำว่า Career Path นั้นแตกต่างกันในแต่ละคน แล้วองค์กรจะตอบสนองกับความต่างนี้ได้อย่างไร แล้วจากนั้นจะนำไปสู่ทางออกของการพัฒนา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">True เน้นว่าการมี Data เยอะไม่สำคัญเท่ากับการฟังแล้วเข้าใจ HR ต้องมีทักษะหลากหลาย และใช้ข้อมูลเหล่านี้มาออกแบบวิธีดูแลพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะลูกค้าของ HR ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือพนักงานในองค์กรเอง ถ้าเขามีความสุข เขาจะส่งต่อความสุขไปยังลูกค้า และนั่นคือวงจรที่ยั่งยืนขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย Banpu ยกตัวอย่างการใช้ People Analytics ผ่านการตั้ง Indicator ที่พนักงานเข้าใจ และรู้สึกเชื่อมโยงกับมัน เช่น ตัวชี้วัดโบนัส ที่เชื่อมโยงกับผลประกอบการจริงของบริษัท ไม่ใช่แค่ตัวเลขลอย ๆ แต่ต้องอธิบายให้เห็นที่มาของเงินทุกบาท เพื่อให้พนักงานเข้าใจว่า การทุ่มเทของเขาส่งผลอย่างไรต่อองค์กรจริง ๆ นั่นคือการสร้างวัฒนธรรมแห่งความรับผิดชอบ และความเชื่อมโยงระหว่างคนกับผลลัพธ์อย่างแท้จริง</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44372" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 185" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/cpo-forum-2025-250708/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer: Thailand HR Conference 2025</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/mercer-thailand-hr-conference-2025-250730/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/mercer-thailand-hr-conference-2025-250730/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Jul 2025 07:26:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Mercer]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand HR Conference]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46324</guid>

					<description><![CDATA[ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมในประเทศไทย ทักษะ ความสามารถในการปรับตัวขององค์กรและพนักงานยิ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความได้เปรียบในการแข่งขัน ด้วยเหตุนี้ Mercer จึงเปิดเวที Thailand HR Conference 2025: The Great Play-Off – Skills Revolution for a Future-Ready Workforce เพื่อขยายโอกาสให้แวดวง HR และผู้นำองค์กรไทยได้เข้าถึงองค์ความรู้ระดับโลก แล้วปฏิวัติทักษะอย่างแท้จริงผ่าน Keynote จากผู้นำระดับโลก เวิร์กช็อปแบบลงมือจริง และกรณีศึกษาจากองค์กรชั้นนำมากมาย หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปทุกเรื่องที่ควรรู้ไว้ในบทความ HR นี้แล้ว มาอ่านกันได้เลย Opening Remarks คุณ Godelieve van Dooren CEO แห่ง Marsh McLennan ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวเปิดงานว่านี่คือครั้งแรกที่ Mercer จัดงานเสวนาครั้งใหญ่ในประเทศไทย เพื่อส่งต่อองค์ความรู้และพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่แวดวงทรัพยากรบุคคลของไทย สำหรับธีมของงานปีนี้อิงรูปแบบของวงการกีฬา ซึ่งคุณ Godelieve มองว่าเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนของการพัฒนาทาเลนต์อย่างเป็นระบบ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46334" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-36.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer: Thailand HR Conference 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer: Thailand HR Conference 2025 680" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-36.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-36-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมในประเทศไทย ทักษะ ความสามารถในการปรับตัวขององค์กรและพนักงานยิ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความได้เปรียบในการแข่งขัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ </span><b>Mercer</b><span style="font-weight: 400;"> จึงเปิดเวที </span><b>Thailand HR Conference 2025: The Great Play-Off – Skills Revolution for a Future-Ready Workforce</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อขยายโอกาสให้แวดวง HR และผู้นำองค์กรไทยได้เข้าถึงองค์ความรู้ระดับโลก แล้วปฏิวัติทักษะอย่างแท้จริงผ่าน Keynote จากผู้นำระดับโลก เวิร์กช็อปแบบลงมือจริง และกรณีศึกษาจากองค์กรชั้นนำมากมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปทุกเรื่องที่ควรรู้ไว้ในบทความ HR นี้แล้ว มาอ่านกันได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Opening Remarks</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>Godelieve van Dooren CEO แห่ง Marsh McLennan</b><span style="font-weight: 400;"> ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวเปิดงานว่านี่คือครั้งแรกที่ Mercer จัดงานเสวนาครั้งใหญ่ในประเทศไทย เพื่อส่งต่อองค์ความรู้และพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่แวดวงทรัพยากรบุคคลของไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับธีมของงานปีนี้อิงรูปแบบของ</span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/gold-medal-mindset-240807/"><span style="font-weight: 400;">วงการกีฬา</span></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งคุณ Godelieve มองว่าเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนของการพัฒนาทาเลนต์อย่างเป็นระบบ เพราะแวดวงกีฬาเริ่มต้นจากการมองหาหรือสเกาต์นักกีฬาดาวรุ่ง ก่อนจะนำเขาเข้าสู่กระบวนการฝึกฝนและพัฒนา จนกลายเป็นดาวเด่นในสนาม ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่ต่างกับงานของ HR ที่ต้องค้นหา พัฒนา และสนับสนุนศักยภาพของบุคลากรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยกตัวอย่างการพัฒนาที่น่าสนใจเพื่ออนาคต คือการสร้างสนามบินชางกีในสิงคโปร์ ว่าเดิมทีแนวคิดการสร้างสนามบินแห่งนี้มีคำถามมากมายว่า เหตุใดต้องลงทุนมากขนาดนั้นด้วย ในขณะที่ประเทศยังมีเรื่องเร่งด่วนอื่น ๆ ให้ต้องแก้ไข </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่วันนี้สนามบินแห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้า เป็นที่เชิดหน้าชูตาของคนทั่วโลกไปแล้ว เป็นบทพิสูจน์ว่าการวางรากฐานที่มั่นคงตั้งแต่วันนี้ คือการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับวันพรุ่งนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และการพัฒนาคนก็เช่นเดียวกัน </span><b>การลงทุนในการพัฒนาคนวันนี้ คือความคุ้มค่าในอนาคต</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องมองให้ไกลถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า และเริ่มลงมือสร้างความพร้อมตั้งแต่เวลานี้</span></p>
<h2><b>Skills Revolution: Building a Skills-Based Organization for the Future</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46335" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-37.webp" alt="Panel discussion: Leadership in the Era of Change and Uncertainty ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวน คำถามที่สำคัญไม่ใช่ว่าวิกฤติมาไหม ? แต่เราจะจัดการอย่างไรเมื่อมันมาถึงต่างหาก ในเวทีเสวนา Leadership in the Era of Change and Uncertainty ผู้นำจากหลากหลายวงการได้แบ่งปันมุมมองที่คมชัดและจริงอย่างไม่ปรุงแต่ง ถึงความท้าทายที่แต่ละองค์กรกำลังเผชิญ ตั้งแต่เศรษฐกิจฝืด ตลาดไม่มั่นใจ ไปจนถึงเทคโนโลยีที่ไล่ไม่ทัน คุณ เจตบดินทร์ ประคุณศึกษาพันธ์ CEO จาก Aura Bangkok Clinic เริ่มด้วยความท้าทายที่จับต้องได้ว่า คนบ่นว่าเศรษฐกิจไม่ดี และยอดตัวเลขขององค์กรก็สะท้อนสิ่งนั้นจริง แต่จริงแค่ส่วนเดียว Insight ที่เขาพบคือ แม้จะเปิดธุรกิจใหม่ แต่หากคนไม่พอ องค์กรก็ไม่เติบโตเช่นกัน เขาจึงเลือกแก้จากภายใน เพิ่มจำนวนพนักงานให้ทันกับปริมาณงาน พร้อมตั้งหลักคิดว่า ถ้าหาเหตุจากภายในเจอก่อน จะควบคุมปัจจัยได้ง่ายกว่ามัวแต่รอแก้ปัญหาจากปัจจัยภายนอก คุณ ไผท ผดุงถิ่น CEO จาก Builk One Group ยอมรับว่า ช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมก่อสร้างไม่ได้เฟื่องฟูมาก แต่บาง Segment เช่น ภาครัฐและการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัว หลายโรงแรมรีโนเวทใหม่จนยอดโตอย่างน่าตกใจ กลายเป็นช่องทางการเติบโตขององค์กรในระยะหลัง แต่ความท้าทายไม่หมดแค่นั้น หลังจากนั้นไม่นานมีเหตุแผ่นดินไหว ไหนจะภาษีสหรัฐ และความไม่แน่นอนของเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ ที่พัฒนาตลอดเวลา กลายเป็นสิ่งเขาและองค์กรต้องคิดให้ไกลกว่าเดิม เขายอมรับตรง ๆ ว่าองค์กรของเขาเคยเป็นสตาร์ทอัปที่เปลี่ยนแปลงเป็นปกติ แต่วันนี้กลายเป็นบริษัท (Corporate) ที่ต้องเปลี่ยน Mentality ใหม่ เป้าหมายสั้น ๆ ที่เคยยืดหยุ่นได้ ก็ไม่เพียงพออีกต่อไป ต้องจริงจังขึ้น เพราะความเป็น Corporate ต้องเล่นเกมระยะยาวให้แม่น ส่วนคุณ เจษฎา สุขทิศ CEO จาก Finnomena ซึ่งอยู่ในธุรกิจด้านความมั่งคั่งของคน สะท้อนปัญหาที่ลึกยิ่งกว่าเศรษฐกิจ คือความเชื่อมั่นของคนไทยที่ลดลงมาอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนไทย 97% หันไปลงทุนต่างประเทศ นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า คนไม่เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะโตในแบบที่หวัง แม้ตัวธุรกิจยังมีโอกาสไปต่อ แต่คำถามใหญ่คือ เรายังมีข้อได้เปรียบอะไรในเวทีโลก ? หรือเรากำลังจะกลายเป็นประเทศที่คนมีเงินไม่อยากลงทุน ? ขณะที่คุณ จรัญพจน์ รุจิราโสภณ CEO จาก ส.ขอนแก่น มองวิกฤติในอีกมุมหนึ่งว่ามันอาจเป็นข่าวดีให้เราใช้เป็นจังหวะในการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ และเขาก็ใช้โอกาสนี้ Transform องค์กรให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น “เรือจะเจอพายุแน่ๆ ไม่รู้ว่าจะใหญ่แค่ไหน แต่สิ่งที่เราทำได้คือ ต้องต่อเรือให้แข็งแรงที่สุดตั้งแต่แรก” เขายังบอกว่า อย่ารอให้ปัญหามาก่อนถึงค่อยสร้างความพร้อม ทุกองค์กรควรเริ่มจากสิ่งที่ควบคุมได้ สร้างโครงสร้างที่ยืดหยุ่นที่สุดไว้ตั้งแต่วันนี้ บทสรุปจากเวทีนี้ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจไม่ดี หรือเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว แต่ผู้นำต้องค้นหาว่า อะไรคือสิ่งที่ยังไม่เปลี่ยน และเราจะทำสิ่งนั้นให้ดีขึ้นได้แค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์ การสื่อสาร หรือการดูแลคน แม้องค์กรจะเล็กหรือใหญ่ ไม่สำคัญเท่ากับว่าเราเตรียมตัวได้มากพอหรือยัง Unlocking Growth and Productivity in a Shifting People Landscape Central Restaurant Group – เมื่อธุรกิจอาหารต้องปรับตัวไปพร้อมคนทำงาน คุณ จารุวรรณ งามพิสุทธิ์ไพศาล Head of Human Resources จาก Central Restaurant Group แชร์ว่าแม้ธุรกิจร้านอาหารของ Central Restaurant จะอยู่กับคนไทยมาหลายสิบปี แต่ Landscape ด้านคนเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ โดยเฉพาะพฤติกรรม ความคาดหวัง และทักษะของพนักงานในยุคใหม่ ซึ่งองค์กรต้องเร่งปรับตัวให้ทันเพื่อสร้าง Productivity โดยมี 6 เทรนด์หลักที่เธอมองเห็นจากการทำงานจริงในองค์กร ดังนี้ Skill Transformation – พนักงานไม่สามารถมีแค่ทักษะเดียวได้อีกต่อไป ต้องสามารถทำ Multi-skill หรือทำงานได้หลายอย่างในร้านเดียว Workforce Flexibility &amp; Variable Staffing – เมื่อพนักงานยืดหยุ่น การจัดสรรกำลังคนและโมเดลการทำงานก็ต้องยืดหยุ่นตาม Expectations of Growth &amp; Culture – พนักงานรุ่นใหม่ไม่ได้แค่ทำงาน แต่คาดหวังการเติบโต และวัฒนธรรมองค์กรที่มีคุณค่า Diversity, Equity &amp; Inclusion – ต้องทำงานร่วมกับคนหลายเพศ วัย เชื้อชาติ และเปิดรับความหลากหลายอย่างแท้จริง Employee Well-Being &amp; Retention – ธุรกิจร้านอาหารขึ้นชื่อว่า Turnover สูง ทำอย่างไรให้คนอยู่ได้นานและอยู่แบบมีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง Digitalization &amp; Automation – เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว ทักษะของพนักงานก็ต้องเปลี่ยนตามอย่างต่อเนื่อง Banpu – ปลดล็อก Productivity ด้วยทักษะ+เทคโนโลยี+วัฒนธรรมที่ไปด้วยกัน ด้านคุณ วิธพล เจาะจิตต์ Head of Banpu People จาก Banpu PCL. เปิดเผยว่า แม้องค์กรจะมีภาพจำในฐานะธุรกิจพลังงานจากถ่านหินที่ดูขัดกับเทรนด์พลังงานสะอาด แต่จริง ๆ แล้ว Banpu กลับเป็นหนึ่งในองค์กรที่เปิดรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างยืดหยุ่นที่สุด โดยเฉพาะในมิติของคน เพราะในองค์กรมีคนไทยเพียง 9% แต่มีพนักงานเชื้อชาติต่าง ๆ กระจายอยู่ทั่วโลกอีก 91% นั่นแปลว่า Diversity คือ DNA สำคัญที่ฝังอยู่ในองค์กรตั้งแต่ต้น และในยุคที่คนพูดถึง Productivity กันอย่างกว้างขวาง Banpu มองว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัยหลักที่ต้องเสริมกัน คือ เทคโนโลยี – เป็นเครื่องมือช่วยเร่งผลลัพธ์ วัฒนธรรมองค์กร – คือระบบความคิดและการทำงานร่วมกันที่ต้องตรงกัน ถ้าคนไม่เข้าใจกัน ต่อให้มีเทคโนโลยีแค่ไหน ก็ไร้ผล สิ่งที่ Banpu ทำคือการถอดรหัสกลยุทธ์องค์กรให้ชัด และถ่ายทอดออกมาให้คนทุกระดับเข้าใจเหมือนกัน ทั้งธุรกิจดั้งเดิมและธุรกิจพลังงานใหม่ต้องเดินคู่กันแบบเครื่องดนตรีที่เล่นประสานเสียง ไม่ใช่เล่นคนละจังหวะ อีกสิ่งที่น่าสนใจคือมุมมองของ Banpu ต่อ AI เมื่อพวกเขาไม่ได้มอง AI เป็นแค่เทคโนโลยีหรือ Artificial Intelligence แต่มองเปรียบเสมือนเป็นเพื่อนร่วมงานอีกคนที่เสริมศักยภาพให้มนุษย์ฉลาดขึ้น เพราะเมื่อพนักงานเข้าใจเทคโนโลยี เข้าใจโมเดลธุรกิจ ใช้มันช่วยให้มองข้อมูลได้รอบด้านมากขึ้น รู้จัก Ecosystem รอบตัว เขาจะเริ่มเห็นภาพใหญ่ และขับเคลื่อนงานขององค์กรได้อย่างยั่งยืน " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer: Thailand HR Conference 2025 681" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-37.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-37-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>Miriam Daucher Asia Leader Work, Skills &amp; HR Transformation Mercer Asia </b><span style="font-weight: 400;">ชวนทบทวนแนวคิดพื้นฐานของการบริหารคนในยุคใหม่ ยุคที่องค์กรไม่สามารถพึ่งพาโครงสร้างแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่ต้องขับเคลื่อนด้วยทักษะเป็นหัวใจสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอตั้งคำถามว่า ทำไมเราถึงต้องพูดเรื่อง Skills-Based Organization (SPO) กันอย่างจริงจังในวันนี้ ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และคำตอบก็คือ ในยุคที่เศรษฐกิจและสังคมทั่วโลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นี่คือครั้งแรกที่เรื่องคนถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นวาระสำคัญระดับผู้บริหาร ซึ่งต่างกังวลว่าองค์กรจะปรับตัวได้ทันต่ออนาคตหรือไม่ โดยผลสำรวจของ Mercer พบว่า</span><b> มีเพียง 36% ของผู้นำองค์กรเท่านั้นที่เชื่อว่าองค์กรของตัวเองมีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างเพียงพอ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อก้าวให้ทันโลกที่เปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง องค์กรจำเป็นต้องรู้จัก </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/learning-agility-culture-10182021/"><span style="font-weight: 400;">Agility</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือความคล่องตัว ไม่ใช่แค่ในเชิงธุรกิจ แต่รวมถึงในมิติของคนด้วย เราต้องรู้ให้ได้ว่าใครมีทักษะอะไร ใครสามารถพาเราไปสู่เป้าหมาย และทักษะแบบไหนที่กำลังเป็นที่ต้องการในวันนี้ ไม่ใช่ยึดติดกับโมเดลเดิมที่อาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ที่สำคัญคือต้องมองข้ามอดีต เพราะทักษะที่จำเป็นเมื่อ 20 ปีก่อนอาจไม่ช่วยให้องค์กรรอดในอีก 5 ปีข้างหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และบางทักษะที่ยังไม่ถือว่าจำเป็นในตอนนี้ อาจกลายเป็นทักษะแห่งอนาคตที่องค์กรขาดไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนโลกการทำงานไปมาก แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ Human Skills หรือทักษะที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมนุษย์ เช่น การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ ความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งยังคงเป็นหัวใจในการทำงานร่วมกัน ขณะเดียวกัน </span><b>Mercer ยังชี้ว่า 60% ของแรงงานทั่วโลกจะต้อง Reskill อย่างเร่งด่วนภายในปี 2027</b><span style="font-weight: 400;"> คำถามคือ พวกเขารู้ไหมว่าต้องเรียนรู้อะไรเพิ่ม? และ HR เองพร้อมหรือยังที่จะเป็นผู้นำในการปิดช่องว่างทักษะเหล่านี้ ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิด Skills-Powered Organization จึงเป็นแนวทางใหม่ที่องค์กรทั่วโลกเริ่มหันมาให้ความสำคัญ มันคือองค์กรที่สามารถตอบ 4 คำถามหลักให้ได้อย่างชัดเจน</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เราต้องการทักษะอะไร?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เรามีทักษะอะไรอยู่แล้ว?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ช่องว่างของทักษะคืออะไร?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เราจะรักษาและนำทักษะไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร?</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการสร้างระบบ Talent Deployment ที่จับคู่คนให้เหมาะกับงาน คือกุญแจสู่ความยั่งยืน ทั้งในแง่ Productivity, Speed, Engagement, และ Profitability ปัจจัยทั้งหมดนี้ ไม่ได้เริ่มจากสิ่งใดเลย นอกจากการเข้าใจทักษะของคนในองค์กรอย่างลึกซึ้ง</span></p>
<h2><b>Navigating Uncertainty: Cultivating a Future-Ready Workforce</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46331" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-41.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer: Thailand HR Conference 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer: Thailand HR Conference 2025 682" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-41.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-41-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไม่มีใครรู้ได้ว่าวิกฤติจะมาเมื่อไร แต่เราทุกคนเลือกได้ว่า จะเตรียมตัวให้พร้อมแค่ไหนก่อนที่มันจะเกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือสารหลักที่ </span><b>รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวไว้บนเวที ซึ่งหยิบยกประสบการณ์จริงจากการทำงานภาครัฐมาเล่าให้แวดวง HR ได้ย้อนถามตัวเองว่า เรามีอะไรอยู่ในมือก่อนที่วิกฤติจะมา ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอกล่าวชัดว่า หากองค์กรไม่เคยเตรียมตัวจริงจังตั้งแต่ต้น ก็อย่าคาดหวังว่าจะพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้ตอนเกิดขึ้น เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่ความรู้เก่าใช้ไม่ได้แล้ว ข้อมูลเดิมไม่มีน้ำหนักพอ และวิธีคิดเดิมก็พาเราไปต่อไม่ได้ เธอจึงชวนกลับมามองที่รากของการบริหารจัดการว่า เราแม่นแค่ไหนกับการจัดการสิ่งที่ควบคุมได้ และลดสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หน่วยงานกรุงเทพฯ เองก็ต้องฝ่าฟันกับวิกฤติหลากหลาย โดยมีระบบ </span><a href="https://citydata.traffy.in.th/login" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Traffy Fondue</span></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเปิดให้ประชาชนแจ้งปัญหาโดยตรงกับ กทม. มาหลายปีแล้ว กลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการรับมือและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ (</span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/leadership-trust-240730/"><span style="font-weight: 400;">Trust</span></a><span style="font-weight: 400;">) จากประชาชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอย้ำว่า Trust เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการบริหารวิกฤติ เพราะคนจะไม่ทำตามคำสั่ง หรือคลายความตื่นตระหนกได้ หากเขาไม่เชื่อว่าผู้นำหรือองค์กรจะพาเขาผ่านเรื่องนั้นไปได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากบริบทภาครัฐ สู่มุมมองของ HR เธอเปรียบเทียบให้เห็นว่า แม้จะต่างสเกลกัน แต่ภารกิจของ HR ก็คล้ายกันตรงที่ต้องดูแลคน โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤติ คนที่ทำงานในภาวะแรงกดดันได้ดีต้องมี AAA ประกอบด้วย </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Alert ตื่นตัว รู้เท่าทันความเสี่ยง </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Alarm กล้าส่งสัญญาณเตือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Analysis วิเคราะห์อย่างมีสติ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง คนคนนั้นจะตัดสินใจผิดพลาด หรือกลายเป็นกระต่ายตื่นตูมไปเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ยุคใหม่ไม่ใช่แค่คนทำงานเอกสาร แต่เป็นนักสื่อสารเชิงกลยุทธ์ที่มีหน้าที่ลดความตื่นตระหนกของคนในองค์กร ผ่านข้อมูล ความรู้ และการเตรียมความพร้อมที่เริ่มต้นตั้งแต่ Business Plan HR เป็นฟันเฟืองสำคัญในการทำให้องค์กรนิ่งท่ามกลางความปั่นป่วนมากมาย โดยใช้การวิเคราะห์และการวางแผน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้การวิเคราะห์สถานการณ์ ไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป แต่อย่างน้อยมันทำให้ปัญหานิ่งลง และสิ่งที่ HR ต้องมี ไม่ใช่แค่แผนสำรอง แต่ต้องมีทั้งจินตนาการและหลักวิชาการ เพื่อให้องค์กรอยู่รอดแบบไม่เพ้อฝัน และพร้อมก้าวข้ามวิกฤติครั้งต่อไปอย่างมีทิศทาง</span></p>
<h2><b>Panel discussion: Leadership in the Era of Change and Uncertainty</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46332" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-39.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer: Thailand HR Conference 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer: Thailand HR Conference 2025 683" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-39.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-39-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวน คำถามที่สำคัญไม่ใช่ว่าวิกฤติมาไหม ? แต่เราจะจัดการอย่างไรเมื่อมันมาถึงต่างหาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเวทีเสวนา Leadership in the Era of Change and Uncertainty ผู้นำจากหลากหลายวงการได้แบ่งปันมุมมองที่คมชัดและจริงอย่างไม่ปรุงแต่ง ถึงความท้าทายที่แต่ละองค์กรกำลังเผชิญ ตั้งแต่เศรษฐกิจฝืด ตลาดไม่มั่นใจ ไปจนถึงเทคโนโลยีที่ไล่ไม่ทัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>เจตบดินทร์ ประคุณศึกษาพันธ์ CEO จาก Aura Bangkok Clinic</b><span style="font-weight: 400;"> เริ่มด้วยความท้าทายที่จับต้องได้ว่า คนบ่นว่าเศรษฐกิจไม่ดี และยอดตัวเลขขององค์กรก็สะท้อนสิ่งนั้นจริง แต่จริงแค่ส่วนเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Insight ที่เขาพบคือ แม้จะเปิดธุรกิจใหม่ แต่หากคนไม่พอ องค์กรก็ไม่เติบโตเช่นกัน เขาจึงเลือกแก้จากภายใน เพิ่มจำนวนพนักงานให้ทันกับปริมาณงาน พร้อมตั้งหลักคิดว่า ถ้าหาเหตุจากภายในเจอก่อน จะควบคุมปัจจัยได้ง่ายกว่ามัวแต่รอแก้ปัญหาจากปัจจัยภายนอก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ไผท ผดุงถิ่น CEO จาก Builk One Group </b><span style="font-weight: 400;">ยอมรับว่า ช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมก่อสร้างไม่ได้เฟื่องฟูมาก แต่บาง Segment เช่น ภาครัฐและการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัว หลายโรงแรมรีโนเวทใหม่จนยอดโตอย่างน่าตกใจ กลายเป็นช่องทางการเติบโตขององค์กรในระยะหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ความท้าทายไม่หมดแค่นั้น หลังจากนั้นไม่นานมีเหตุแผ่นดินไหว ไหนจะภาษีสหรัฐ และความไม่แน่นอนของเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ ที่พัฒนาตลอดเวลา กลายเป็นสิ่งเขาและองค์กรต้องคิดให้ไกลกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายอมรับตรง ๆ ว่าองค์กรของเขาเคยเป็นสตาร์ทอัปที่เปลี่ยนแปลงเป็นปกติ แต่วันนี้กลายเป็นบริษัท (Corporate) ที่ต้องเปลี่ยน Mentality ใหม่ เป้าหมายสั้น ๆ ที่เคยยืดหยุ่นได้ ก็ไม่เพียงพออีกต่อไป ต้องจริงจังขึ้น เพราะความเป็น Corporate ต้องเล่นเกมระยะยาวให้แม่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณ</span><b> เจษฎา สุขทิศ CEO จาก Finnomena </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งอยู่ในธุรกิจด้านความมั่งคั่งของคน สะท้อนปัญหาที่ลึกยิ่งกว่าเศรษฐกิจ คือความเชื่อมั่นของคนไทยที่ลดลงมาอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนไทย 97% หันไปลงทุนต่างประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า คนไม่เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะโตในแบบที่หวัง แม้ตัวธุรกิจยังมีโอกาสไปต่อ แต่คำถามใหญ่คือ เรายังมีข้อได้เปรียบอะไรในเวทีโลก ? หรือเรากำลังจะกลายเป็นประเทศที่คนมีเงินไม่อยากลงทุน ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณ </span><b>จรัญพจน์ รุจิราโสภณ CEO จาก ส.ขอนแก่น</b><span style="font-weight: 400;"> มองวิกฤติในอีกมุมหนึ่งว่ามันอาจเป็นข่าวดีให้เราใช้เป็นจังหวะในการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ และเขาก็ใช้โอกาสนี้ Transform องค์กรให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เรือจะเจอพายุแน่ๆ ไม่รู้ว่าจะใหญ่แค่ไหน แต่สิ่งที่เราทำได้คือ ต้องต่อเรือให้แข็งแรงที่สุดตั้งแต่แรก”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังบอกว่า อย่ารอให้ปัญหามาก่อนถึงค่อยสร้างความพร้อม ทุกองค์กรควรเริ่มจากสิ่งที่ควบคุมได้ สร้างโครงสร้างที่ยืดหยุ่นที่สุดไว้ตั้งแต่วันนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสรุปจากเวทีนี้ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจไม่ดี หรือเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว แต่ผู้นำต้องค้นหาว่า อะไรคือสิ่งที่ยังไม่เปลี่ยน และเราจะทำสิ่งนั้นให้ดีขึ้นได้แค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์ การสื่อสาร หรือการดูแลคน แม้องค์กรจะเล็กหรือใหญ่ ไม่สำคัญเท่ากับว่าเราเตรียมตัวได้มากพอหรือยัง </span></p>
<h2><b>Unlocking Growth and Productivity in a Shifting People Landscape</b></h2>
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46333" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-40.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer: Thailand HR Conference 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer: Thailand HR Conference 2025 684" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-40.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-40-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></h3>
<h3><b>Central Restaurant Group – เมื่อธุรกิจอาหารต้องปรับตัวไปพร้อมคนทำงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>จารุวรรณ งามพิสุทธิ์ไพศาล Head of Human Resources จาก Central Restaurant Group</b><span style="font-weight: 400;"> แชร์ว่าแม้ธุรกิจร้านอาหารของ Central Restaurant จะอยู่กับคนไทยมาหลายสิบปี แต่ Landscape ด้านคนเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะพฤติกรรม ความคาดหวัง และทักษะของพนักงานในยุคใหม่ ซึ่งองค์กรต้องเร่งปรับตัวให้ทันเพื่อสร้าง Productivity โดยมี 6 เทรนด์หลักที่เธอมองเห็นจากการทำงานจริงในองค์กร ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Skill Transformation</b><span style="font-weight: 400;"> – พนักงานไม่สามารถมีแค่ทักษะเดียวได้อีกต่อไป ต้องสามารถทำ Multi-skill หรือทำงานได้หลายอย่างในร้านเดียว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Workforce Flexibility &amp; Variable Staffing</b><span style="font-weight: 400;"> – เมื่อพนักงานยืดหยุ่น การจัดสรรกำลังคนและโมเดลการทำงานก็ต้องยืดหยุ่นตาม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Expectations of Growth &amp; Culture</b><span style="font-weight: 400;"> – พนักงานรุ่นใหม่ไม่ได้แค่ทำงาน แต่คาดหวังการเติบโต และวัฒนธรรมองค์กรที่มีคุณค่า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Diversity, Equity &amp; Inclusion</b><span style="font-weight: 400;"> – ต้องทำงานร่วมกับคนหลายเพศ วัย เชื้อชาติ และเปิดรับความหลากหลายอย่างแท้จริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Employee Well-Being &amp; Retention </b><span style="font-weight: 400;">– ธุรกิจร้านอาหารขึ้นชื่อว่า Turnover สูง ทำอย่างไรให้คนอยู่ได้นานและอยู่แบบมีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Digitalization &amp; Automation </b><span style="font-weight: 400;">– เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว ทักษะของพนักงานก็ต้องเปลี่ยนตามอย่างต่อเนื่อง</span></li>
</ol>
<h3><b>Banpu – ปลดล็อก Productivity ด้วยทักษะ+เทคโนโลยี+วัฒนธรรมที่ไปด้วยกัน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณ </span><b>วิธพล เจาะจิตต์ Head of Banpu People จาก Banpu PCL. </b><span style="font-weight: 400;">เปิดเผยว่า แม้องค์กรจะมีภาพจำในฐานะธุรกิจพลังงานจากถ่านหินที่ดูขัดกับเทรนด์พลังงานสะอาด แต่จริง ๆ แล้ว Banpu กลับเป็นหนึ่งในองค์กรที่เปิดรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างยืดหยุ่นที่สุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะในมิติของคน เพราะในองค์กรมีคนไทยเพียง 9% แต่มีพนักงานเชื้อชาติต่าง ๆ กระจายอยู่ทั่วโลกอีก 91% นั่นแปลว่า </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/010622-deib/"><span style="font-weight: 400;">Diversity</span></a><span style="font-weight: 400;"> คือ DNA สำคัญที่ฝังอยู่ในองค์กรตั้งแต่ต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และในยุคที่คนพูดถึง Productivity กันอย่างกว้างขวาง Banpu มองว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัยหลักที่ต้องเสริมกัน คือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยี – เป็นเครื่องมือช่วยเร่งผลลัพธ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมองค์กร – คือระบบความคิดและการทำงานร่วมกันที่ต้องตรงกัน ถ้าคนไม่เข้าใจกัน ต่อให้มีเทคโนโลยีแค่ไหน ก็ไร้ผล</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ Banpu ทำคือการถอดรหัสกลยุทธ์องค์กรให้ชัด และถ่ายทอดออกมาให้คนทุกระดับเข้าใจเหมือนกัน ทั้งธุรกิจดั้งเดิมและธุรกิจพลังงานใหม่ต้องเดินคู่กันแบบเครื่องดนตรีที่เล่นประสานเสียง ไม่ใช่เล่นคนละจังหวะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่น่าสนใจคือมุมมองของ Banpu ต่อ AI เมื่อพวกเขาไม่ได้มอง AI เป็นแค่เทคโนโลยีหรือ Artificial Intelligence แต่มองเปรียบเสมือนเป็นเพื่อนร่วมงานอีกคนที่เสริมศักยภาพให้มนุษย์ฉลาดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเมื่อพนักงานเข้าใจเทคโนโลยี เข้าใจโมเดลธุรกิจ ใช้มันช่วยให้มองข้อมูลได้รอบด้านมากขึ้น รู้จัก Ecosystem รอบตัว เขาจะเริ่มเห็นภาพใหญ่ และขับเคลื่อนงานขององค์กรได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<h2><b>Panel discussion: Vibing with Gen Z: Well-Being and Rewards That Slay Retention</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46341" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-43.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer: Thailand HR Conference 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer: Thailand HR Conference 2025 685" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-43.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-43-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Well-Being ที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพกาย แต่คือการดูแลทุกมิติของชีวิตคนทำงาน โดยเฉพาะในยุคที่ความคาดหวังของแต่ละคนหลากหลายขึ้นทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวทีนี้ของ Thailand HR Conference 2025 จึงรวบรวม 3 ผู้บริหารด้านคนของ 3 องค์กรใหญ่ ประกอบด้วยคุณ</span><b> อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ SVP of People LINE MAN Wongnai,</b><span style="font-weight: 400;"> คุณ </span><b>ชุติมา วิทยากรณ์ Reward Expertise Thailand MCL Unilever Thailand </b><span style="font-weight: 400;">และคุณ</span> <a href="https://th.hrnote.asia/story/hr-siampiwat-interview-230523/"><b>ณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร</b></a><b> Chief Business Resources &#8211; Head of HR Siam Piwat Co., Ltd. </b><span style="font-weight: 400;">มาแชร์นิยามของ Well-Being ที่ดีในองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้กับองค์กรของตัวเองได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ อธิบายว่าสำหรับ LINE MAN Wongnai คำว่า Well-Being ที่แท้จริงจะต้องมองแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งร่างกาย จิตใจ การเงิน และสังคมที่ดี ต้องเข้าใจว่าพนักงานไม่ได้ทำงานแค่เพื่อเงินเดือน แต่เขาต้องรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นเมื่ออยู่กับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้หัวข้อจะเจาะไปที่ Gen Z แต่เขาไม่เคยมองข้ามคนช่วงวัยอื่น ๆ และมองว่าในแต่ละช่วงวัยล้วนมีความต้องการที่ต่างกัน บางคนอยากได้ความมั่นคง บางคนอยากได้กิจกรรมผ่อนคลาย เช่น นวด โยคะ หรือเกมสนุก ๆ ดังนั้นองค์กรจึงต้องรู้จักออกแบบความพึงพอใจให้ตรงจุด ไม่ใช่ทำเท่าที่ทำได้ ต้องกล้าถามว่าสิ่งที่เราทำ ส่งผลจริงหรือไม่ ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณณัฐวุฒิ เสริมว่า Siam Piwat มองว่าสุขภาพที่ดี ไม่ได้แปลว่าแค่มีสวัสดิการพื้นฐาน แต่ต้องรวมถึงการเป็นคน “เก่ง ดี มี สุข” กล่าวคือ ทำงานแล้วมีเป้าหมาย เติบโตในหน้าที่การงาน มีเงินเก็บ มีความสุข และไม่ทุกข์ทั้งกายใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความจริงอีกข้อที่ทุกองค์กรยอมรับก็คือ One Size Doesn’t Fit All อีกต่อไป ซึ่งคุณชุติมา วิทยากรณ์ จาก Unilever ประเทศไทย ชี้ว่า เราไม่ควรยึดติดกับสวัสดิการแบบเดิม เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพราะบางทีพนักงานรุ่นใหม่ไม่ได้มองว่าสำคัญเท่าเมื่อก่อน เพราะพนักงานไม่ได้ต้องการอยู่กับองค์กรเดิมไปตลอดชีวิต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญคือองค์กรต้องปรับตัวให้ทันกับบริบทใหม่ที่พนักงานหลากหลายเชื้อชาติ หลายช่วงวัยต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียมกัน และได้รับโอกาสเติบโตในแบบของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้ คุณอานนทวงศ์ ยกตัวอย่างสิ่งที่เปลี่ยนก็คือ กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ก็ต้องปรับรูปแบบ เช่น เปลี่ยนมาแข่งเกม RoV, จัด Walkathon, จัดกิจกรรมเล่นโยคะยามเย็น Sunset Yoga โดยชูว่าควรเป็นกิจกรรมที่พนักงานรู้สึกว่าได้มาทำสิ่งที่ไม่เคยได้จากชีวิตประจำวันเมื่อก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณณัฐวุฒิยังเปรียบเปรยอีกว่า HR ต้องคิดเหมือนฝ่าย Customer Experience เพราะพนักงานก็คือลูกค้าภายใน ที่ต้องได้รับประสบการณ์ที่ว้าวในทุกจุดสัมผัส</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญไม่แพ้กันในความคิดของวิทยากรทุกคนคือ HR ทุกวันนี้พยายามทำเพื่อพนักงาน ใส่สิ่งดี ๆ หลายอย่างให้จนอาจดูเหมือนมากเกินไป คำถามสำคัญคือต้องหาให้เจอว่าสิ่งไหนที่มีผลกระทบเชิงบวกจริง ๆ ? อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าความพึงพอใจของพนักงานไม่มีวันสิ้นสุด และบางครั้งการมีให้มากเกินย่อมดีกว่าไม่มีเลย แล้วถูกบ่นภายหลัง</span></p>
<h2><b>Panel discussion: Leading New Growth Through an Ever-Changing World</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46343" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-44.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer: Thailand HR Conference 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Mercer: Thailand HR Conference 2025 686" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-44.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-44-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Session สุดท้ายของงาน Thailand HR Conference 2025 ผู้บริหารจากธุรกิจ 3 แบบ ได้แก่ ร้านอาหาร, สตาร์ทอัป และธุรกิจก่อสร้าง มาร่วมแบ่งปันว่าการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ไม่ใช่แค่เรื่องรอด แต่เป็นการเปิดประตูสู่การเติบโตแบบใหม่ในยุคที่ลูกค้าไม่เหมือนเดิม พฤติกรรมไม่เหมือนเดิม และความคาดหวังสูงขึ้นเรื่อย ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b>ณัฐ วงศ์พานิช</b><span style="font-weight: 400;"> <strong>President ของ Central Restaurant Group Co.,Ltd.</strong> เล่าว่า โควิดทำให้โมเดลรอลูกค้าเดินเข้าร้านไม่เวิร์กอีกต่อไป ร้านอาหารต้องคิดใหม่ทั้งหมด ทั้งช่องทางขาย การโฆษณา และกลยุทธ์สื่อสาร จากเดิมที่ต้องลงโฆษณาในสื่อใหญ่ กลายเป็นว่ายุคนี้ร้านเดียวก็ปังได้ ถ้ามีคอนเทนต์ที่ดีและแพลตฟอร์มที่ใช่ เช่น TikTok หรือ IG กลยุทธ์จึงต้องเปลี่ยนจากขยายสาขา เป็นขยายความไวในการเข้าถึงลูกค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณ</span><b>รังสรรค์ พรมประสิทธิ์</b><span style="font-weight: 400;"> <strong>Founder &amp; CEO จาก Queue Q (Thailand) Co., Ltd.</strong> ซึ่งเป็นสตาร์ทอัปสายเทคโนโลยีที่ให้บริการแอปพลิเคชั่นจองคิวร้านอาหารย้ำว่า ไม่ว่าจะองค์กรแบบไหนก็หนีการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ไม่ใช่เฉพาะเวลาวิกฤติ แม้บางโมเดลที่เปลี่ยนไปจะไม่เวิร์กในช่วงแรก แต่ก็ยิ่งเป็นแรงผลักให้ต้องเปลี่ยนเร็วขึ้น ไม่ใช่แค่ เพื่ออยู่รอด แต่เพื่อเติบโตได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างเช่น การพัฒนาโซลูชันการจองคิวให้กับร้านอาหารญี่ปุ่น Katsu Midori ซึ่งสามารถใช้ Data และเทคโนโลยีจัดการคิวมหาศาลได้อย่างแม่นยำ และสร้างรายได้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นได้ด้วยโมเดลเดิม ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของธุรกิจก่อสร้าง คุณ</span><b>เศรณี ชาญวีรกูล</b><span style="font-weight: 400;"><strong> Advisor to the CEO ของ STECON Group Public Company Limited </strong>ชี้ว่า แม้จะเป็นอุตสาหกรรมที่ดูอนาล็อกกว่าใคร เพราะยังเน้นการใช้แรงงานคน และในอุตสาหกรรมจะใช้งานแรงงานข้ามชาติ แต่กลับมีความท้าทายสูงไม่แพ้กัน เพราะถ้าไม่เริ่มเปลี่ยนแปลงด้วยการใช้เทคโนโลยีตั้งแต่วันนี้ หากในอนาคตไม่มีแรงงานข้ามชาติให้ใช้ บริษัทจะเผชิญความท้าทาย และมีต้นทุนในการเปลี่ยนแปลงที่สูงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากใข้เทคโนโลยีในการช่วยก่อสร้าง อีกสิ่งที่องค์กรกำลังเปลี่ยนก็คือการเริ่มลงทุนใน AI, การลดใช้กระดาษ และการรีสกิลพนักงาน จากฝ่ายธุรการมือเขียนกลายเป็นคนที่ใช้ระบบอัตโนมัติ ทำให้ทุกฝ่ายได้เพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง พร้อมก้าวสู่การทำงานยุคใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ สิ่งที่ทั้ง 3 องค์กรมีร่วมกันคือการคิดใหม่ให้เร็ว และไม่ยึดติดกับสิ่งที่เคยใช้ได้ผล เพราะการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่สิ่งที่ต้องทน แต่ต้องออกแบบการเปลี่ยนแปลงให้ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยตัวแทนจาก CRG พูดชัดเจนว่า ยุคนี้การมี </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211013-growth-mindset/"><span style="font-weight: 400;">Growth Mindset</span></a><span style="font-weight: 400;"> สำคัญ แต่แค่นั้นอย่างเดียวไม่พอ ต้อง Build Partnership และทำโปรดักต์ใหม่ให้ทันใจลูกค้าด้วย เพราะในโลกที่ร้านอาหารเปิดปีละเป็นแสน แต่ครึ่งหนึ่งต้องปิดตัวภายในปีเดียว ความไวคือปัจจัยชี้ชะตาธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ Queue Q ก็ใช้เทคโนโลยีและ Data เป็นหัวใจของการออกแบบการให้บริการแบบ ลื่นไหล ซึ่งเชื่อมต่อไปถึงประสบการณ์ของลูกค้าและรายได้ของพาร์ทเนอร์อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณเศรณีทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า Digital Transformation ไม่ควรถูกมองแค่ว่าใช้เพื่อเปลี่ยนจากการทำงานบนกระดาษเป็นดิจิทัลเท่านั้น แต่ควรถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนเพื่อให้คนมีโอกาสพัฒนามากกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร สตาร์ทอัป หรืออุตสาหกรรมหนัก การเติบโตใหม่ในโลกที่เปลี่ยนตลอดเวลา จึงไม่ใช่เรื่องของการวิ่งเร็วที่สุด แต่คือการเปลี่ยนให้ไวที่สุด และเรียนรู้ให้มากที่สุดต่างหากที่จะนำไปสู่ทางรอด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="การจัดการ (Management) คืออะไร? สิ่งที่ HR ควรรู้เพื่อพัฒนาองค์กร 8" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/mercer-thailand-hr-conference-2025-250730/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Pre-Event Webinar &#124; Candidate-Centric Recruitment</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/candidate-centric-recruitment-250729/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/candidate-centric-recruitment-250729/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Jul 2025 10:23:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Pre-Event Webinar]]></category>
		<category><![CDATA[webinar]]></category>
		<category><![CDATA[Candidate-Centric Recruitment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46301</guid>

					<description><![CDATA[HR หลายคนอาจคิดว่า การสร้างประสบการณ์ในการทำงานที่ดีของพนักงาน หรือ Employee Experience เป็นสิ่งที่ต้องทำเมื่อรับพนักงานเข้ามาในองค์กร แต่รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้ว เราสามารถเริ่มกระบวนการนี้ได้ตั้งแต่วันที่ผู้สมัครยังไม่เป็นพนักงาน เพราะจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน มาจากวิธีการสื่อสาร ความใส่ใจ และการสร้างความสัมพันธ์ ซึ่ง HR จะละเลยไม่ได้เลย ก่อนที่ HREX จะจัดงาน #5 Roundtable: CHRO &#38; HR Director Forum – Future of Experience ในวันที่ 13 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ได้จัด Pre-Event Webinar สุดพิเศษที่ได้คุณ พลวัต ลาภวณิชย์ New Business Development Manager, Reeracoen Thailand ผู้เชี่ยวชาญด้านการสรรหาพนักงาน มาพูดถึงเรื่อง Candidate-Centric Recruitment หรือการออกแบบประสบการณ์การสรรหาพนักงาน ที่จะเปลี่ยนมุมมองของคุณเกี่ยวกับตามหา Talent ที่ใช่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46302" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-34.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Pre-Event Webinar | Candidate-Centric Recruitment" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Pre-Event Webinar | Candidate-Centric Recruitment 693" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-34.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-34-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR หลายคนอาจคิดว่า การสร้างประสบการณ์ในการทำงานที่ดีของพนักงาน หรือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190802-employee-experience/"><b>Employee Experience </b></a><span style="font-weight: 400;">เป็นสิ่งที่ต้องทำเมื่อรับพนักงานเข้ามาในองค์กร แต่รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้ว เราสามารถเริ่มกระบวนการนี้ได้ตั้งแต่วันที่ผู้สมัครยังไม่เป็นพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน มาจากวิธีการสื่อสาร ความใส่ใจ และการสร้างความสัมพันธ์ ซึ่ง HR จะละเลยไม่ได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนที่ HREX จะจัดงาน </span><a href="https://forms.gle/TrhnYdBm3D9tSQXN8" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">#5 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Experience</span></a><span style="font-weight: 400;"> ในวันที่ 13 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ได้จัด Pre-Event Webinar สุดพิเศษที่ได้คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/reeracoen-thailand-hr-tech-partner-250723/"><b>พลวัต ลาภวณิชย์</b></a><b> New Business Development Manager, </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2"><b>Reeracoen Thailand</b></a> <span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญด้านการสรรหาพนักงาน มาพูดถึงเรื่อง Candidate-Centric Recruitment หรือการออกแบบประสบการณ์การสรรหาพนักงาน ที่จะเปลี่ยนมุมมองของคุณเกี่ยวกับตามหา Talent ที่ใช่ ให้อยู่กับองค์กรอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครพลาดเนื้อหาสาระของงานในวันนี้ไป อ่านสรุปทุกเรื่องที่ต้องรู้จากบทความ HR นี้ได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h1>Candidate-Centric Recruitment คืออะไร</h1>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46307" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164925.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Pre-Event Webinar | Candidate-Centric Recruitment" width="1423" height="804" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Pre-Event Webinar | Candidate-Centric Recruitment 694" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164925.webp 1423w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164925-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164925-1024x579.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164925-768x434.webp 768w" sizes="(max-width: 1423px) 100vw, 1423px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพลวัต เริ่มด้วยการอธิบายว่า Candidate-Centric Recruitment คือการออกแบบประสบการณ์สมัครงานโดยคำนึงถึงตัวผู้สมัครเป็นศูนย์กลาง วิธีนี้ไม่ใช่แค่เปิดรับตำแหน่งแล้วรอคนเก่งมาสมัครแบบทั่วไป แต่เป็นการสร้างกระบวนการที่ทำให้ผู้สมัครรู้สึกว่า เราอยากร่วมงานกับเขาจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดนี้มีแกนหลักอยู่ 4 ข้อ ที่ถ้าองค์กรเข้าใจและลงมือทำจริง จะเปลี่ยนวิธีมองการสรรหาไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ</span></p>
<h3><b>1. ผู้สมัครที่เป็น Top Talent มักเป็นผู้เลือก ไม่ใช่แค่ผู้ถูกเลือก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกของการหางานไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว โดยเฉพาะในยุคที่คนเก่งมีทางเลือกมากมาย อย่าคิดว่าแค่เสนอเงินเดือนดี ๆ แล้วผู้สมัครจะกระโดดเข้ามาทำงานให้ทันที เพราะสิ่งที่ตัดสินใจจริง ๆ คือประสบการณ์ระหว่างทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้ากระบวนการสมัครงานดูยุ่งยาก ไม่ชัดเจน หรือรู้สึกว่า HR ไม่แคร์ ผู้สมัครอาจถอยออกมาโดยไม่สนข้อเสนอใด ๆ ทั้งนั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46305" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164840.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Pre-Event Webinar | Candidate-Centric Recruitment" width="1423" height="799" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Pre-Event Webinar | Candidate-Centric Recruitment 695" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164840.webp 1423w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164840-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164840-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164840-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 1423px) 100vw, 1423px" /></p>
<h3><b>2. ลดอัตรา Ghosting และ Dropout</b></h3>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/candidate-ghosting-221027/"><span style="font-weight: 400;">Ghosting</span></a><span style="font-weight: 400;"> เกิดขึ้นในวงการ HR บ่อยจนปวดหัว กล่าวคือ HR ส่ง Offer กลับไปหาผู้สมัครแล้วเงียบหาย หรือบางคนเปลี่ยนใจไม่เริ่มงานก่อนวันเริ่มจริง ทั้งที่ดูท่าจะไปได้สวยกับองค์กรดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุผลหนึ่งที่คุณพลวัตชี้ให้เห็นคือ การเทกันดื้อ ๆ แบบนี้เกิดขึ้นเพราะผู้สมัครไม่ได้รู้สึกว่าองค์กรสนใจเขาจริง และบางครั้งที่เทไม่ใช่เหตุผลเรื่องเงินเลย แต่มาจากความรู้สึกว่าแค่สมัครงาน ยังลำบากขนาดนี้ แล้วทำงานจริงจะขนาดไหน ?</span></p>
<h3><b>3. ยกระดับภาพลักษณ์องค์กร และ Employer Branding</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR อาจไม่รู้ว่า ผู้สมัครงานกำลังเล่าเรื่องประสบการณ์สมัครงานกับคุณให้ใครฟังอยู่บ้าง ถ้าประสบการณ์ออกมาดี เขาจะบอกต่อไปยังเพื่อน ๆ ที่อาจเป็นคนเก่งอีกหลายคน แต่ถ้าแย่ ข่าวร้ายอาจกระจายเร็วกว่าไฟลามทุ่งในยุคโซเชียล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การออกแบบประสบการณ์ที่น่าประทับใจตั้งแต่ต้นคือเครื่องมือสร้างแบรนด์ที่ทรงพลังที่สุดก็ว่าได้</span></p>
<h3><b>4. สร้างความไว้ใจ = ความสัมพันธ์กับผู้สมัครในระยะยาว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ คุณพลวัตย้ำว่า การสื่อสารที่จริงใจ การให้ข้อมูลครบถ้วน และการดูแลผู้สมัครอย่างใส่ใจ จะไม่จบแค่ที่กระบวนการสรรหาเท่านั้น ผู้สมัครที่รู้สึกว่าเขาได้รับการฟังอย่างตั้งใจจริง ๆ แม้จะไม่ได้ร่วมงานกันวันนี้ ก็อาจกลายเป็นพันธมิตรหรือผู้แนะนำคนเก่งในอนาคต และความสัมพันธ์นี้มีค่ามากกว่าการจ้างงานในระยะสั้นแน่นอน</span></p>
<h2><b>Sensing &amp; Employer Branding สำคัญอย่างไร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46303" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164744.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Pre-Event Webinar | Candidate-Centric Recruitment" width="1422" height="799" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Pre-Event Webinar | Candidate-Centric Recruitment 696" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164744.webp 1422w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164744-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164744-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164744-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 1422px) 100vw, 1422px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพลวัตแนะนำให้รู้จักคำศัพท์อีกคำที่น่าสนใจ เริ่มจากคำว่า Sensing คือการที่ผู้สมัครรับรู้หรือรู้สึกถึงภาพรวมขององค์กรก่อนที่จะสมัครเข้ามา เป็นเหมือน First Impression ของแบรนด์นายจ้าง ที่อาจเกิดจากการเห็นโพสต์ในโซเชียล ฟังเพื่อนเล่า อ่านรีวิว หรือแม้แต่จากประสบการณ์สัมภาษณ์งานของเพื่อนคนหนึ่ง แล้วเล่าสู่กันฟัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอเขารู้ว่าองค์กรของเราเป็นแบบไหน ถ้าดี จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอน Recruitment หรือตัดสินใจสมัครงานเข้ามา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่คุณพลวัตเน้นคือ Sensing ที่ดี ไม่ได้เกิดจากแค่การโฆษณา แต่ต้องมาจาก การสร้างประสบการณ์ที่ดีจริง ๆ ซึ่งสิ่งนี้ยังสัมพันธ์กับคำว่า </span><a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/220215-how-to-do-employer-branding/"><span style="font-weight: 400;">Employer Branding</span></a><span style="font-weight: 400;"> ด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่าวคือ การสร้างแบรนด์นายจ้างไม่ใช่แค่การทำโปสเตอร์สวย ๆ หรือเขียนประกาศรับสมัครงานให้ดูเท่ แต่คือการสะท้อนตัวตนขององค์กรจริง ๆ ทุกส่วนงานต้องมีส่วนร่วม ผู้บริหารเองต้องเป็นผู้นำในการถ่ายทอด Vision วัฒนธรรมองค์กร และคุณค่าที่องค์กรยึดถือให้ชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าภาพลักษณ์ที่นำเสนอออกไปดูดี แต่พอมาทำงานจริงแล้ว พบเจอว่าสิ่งที่โฆษณาออกไปตรงกันข้ามกับที่สร้างภาพไว้ ปัญหาก็จะตามมา เช่น ความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน ความไม่เชื่อใจ และสุดท้ายคือการลาออกก่อนเวลาอันควร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะสุดท้ายแล้วแบรนด์องค์กรไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากโฆษณาเท่านั้น แต่มาจากทุกการสัมผัสที่ผู้คนมีต่อองค์กร ตั้งแต่ยังไม่รู้จัก จนกลายเป็นทีมเดียวกัน และนี่คือเหตุผลที่ Sensing และ Employer Branding ไม่ใช่แค่เรื่องของ HR เท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายในองค์กร</span></p>
<h2><b>HR เริ่ม Candidate Sensing / Talent Attraction อย่างไร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนที่องค์กรจะสื่อสารออกไปเพื่อดึงดูดผู้สมัคร คุณพลวัตอธิบายว่ามีที่ต้องทำก่อนดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่การพูด แต่คือการฟัง ว่าภาพลักษณ์ขององค์กรในสายตาผู้สมัครเป็นอย่างไรนี่คือหัวใจของแนวคิด Candidate Sensing หรือการทำความเข้าใจมุมมองของผู้สมัครที่มีต่อองค์กร ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการสรรหาอย่างจริงจัง เพื่อที่จะได้ออกแบบกลยุทธ์ Talent Attraction ให้เหมาะสมและตรงจุดที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากกลุ่มเป้าหมายยังไม่รู้จักองค์กรเลย ก็ต้องสร้างการรับรู้ผ่านแคมเปญหรือคอนเทนต์ที่สื่อสารตัวตนให้ชัดเจน แต่หากรู้จักแล้ว แต่ภาพลักษณ์ไม่ดี สิ่งที่ต้องทำคือการปรับภาพลักษณ์ใหม่ เพื่อเปลี่ยนความเข้าใจของผู้สมัคร (Perception) ให้ตรงกับความเป็นจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากมีผู้ที่สนใจแต่ไม่สมัคร ก็อาจสะท้อนถึงปัญหาในรายละเอียดของ JD หรือข้อเสนอที่ไม่จูงใจมากพอ ซึ่งต้องพิจารณาว่าองค์กรกำลังสื่อสารข้อมูลที่ตรงกับสิ่งที่ผู้สมัครต้องการหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระบวนการ Sensing ที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากการพูดคุยกับทีมสายงานและผู้บริหาร เพื่อเข้าใจว่าองค์กรต้องการคนแบบไหนจริง ๆ ไม่ใช่แค่ระบุคุณสมบัติพื้นฐานเท่านั้น จากนั้นควรหันกลับไปคุยกับผู้สมัครที่เคยปฏิเสธข้อเสนอ เพื่อค้นหาว่าเขารู้สึกว่าขาดอะไรจากเรา รวมถึงการวิเคราะห์ JD เดิม ว่าชัดเจนหรือดึงดูดพอหรือไม่ อีกทั้งควรสังเกตพฤติกรรมของผู้สมัครในระบบ ว่ามีขั้นตอนไหนที่ทำให้เขาหยุดกลางคัน หรือเลือกองค์กรอื่นแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญที่สุดคือ การลงพื้นที่ถาม Talent ด้วยว่า ทำไมถึงเลือกทำงานนี่ที่ รวมถึงถามคนที่ตัดสินใจไปทำงานที่อื่น ไม่เลือกเรา ซึ่งจะให้คำตอบเกี่ยวกับ Perception, Pain point และแรงจูงใจของผู้สมัครได้อย่างชัดเจน เป็นข้อมูลล้ำค่าในการปรับกลยุทธ์ดึงดูดคนเก่งให้ตรงใจ และสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่น่าเข้าร่วมงานได้อย่างแท้จริง</span></p>
<h2><b>สร้าง Talent Persona ภาพจำลองในอุดมคติที่ HR ควรทำ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญที่คุณพลวัตนะนำก็คือการสร้าง Talent Persona หรือภาพจำลองของผู้สมัครในอุดมคติ ที่ลึกและรอบด้านยิ่งกว่าการมองแค่เพศ อายุ หรือประสบการณ์ทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Talent Persona คือการเข้าใจคนที่เราต้องการจริง ๆ ตั้งแต่พฤติกรรม ค่านิยม แรงบันดาลใจ ความคาดหวัง ไปจนถึงความกลัว และช่องทางที่พวกเขาใช้ในการหางานหรือรับข้อมูล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพลวัตย้ำว่าอาจเริ่มจากการจำลอง Persona ตามกลุ่มอายุ หรือเจเนอเรชั่นเดียวกันได้ จะทำให้พอรู้คร่าว ๆ ว่าคนเจนนั้นเจนนี้ต้องการอะไร แตกต่างจากคนเจนอื่นอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้าง Persona ให้สะท้อนตัวตนของกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง เพื่อเข้าใจว่าเขาอยากได้อะไร กลัวอะไร และเขาอยู่ในแพลตฟอร์มไหนบ้างจะทำให้ได้รู้ว่าควรเข้าไปหาพวกเขายังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมี Talent Persona ที่ชัดเจนช่วยให้องค์กรไม่หลงทางในการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการเขียน JD การทำคอนเทนต์ หรือแม้แต่การออกแบบประสบการณ์สมัครงาน เพราะเรากำลังพูดกับคนจริง ๆ ที่มีชีวิต มีมุมมอง และมีเหตุผลในการเลือกงาน การเข้าใจเขาให้มากพอจึงเป็นกุญแจสำคัญในการเจอคนที่ใช่ได้เร็วขึ้น และดีกว่าเดิม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46304" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164813.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Pre-Event Webinar | Candidate-Centric Recruitment" width="1425" height="778" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Pre-Event Webinar | Candidate-Centric Recruitment 697" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164813.webp 1425w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164813-300x164.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164813-1024x559.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164813-768x419.webp 768w" sizes="(max-width: 1425px) 100vw, 1425px" /></p>
<h2><b>ทุก Employer Branding Touchpoints คือโอกาส</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้าง Employer Branding ไม่ได้จบแค่โลโก้หรือภาพถ่ายพนักงานยิ้มแย้มในหน้าคู่มือบริษัท แต่คือ การส่งมอบประสบการณ์ที่ดีในทุก Touchpoints ระหว่างองค์กรกับผู้สมัครงาน ตั้งแต่ก่อนสมัคร ไปจนถึงวันแรกของการเริ่มงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพลวัตกล่าวเพิ่มเติมว่า Touchpoints เหล่านี้ไม่ได้จำกัดแค่เว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย แต่ยังรวมถึง Career Page, เว็บไซต์รีวิวบริษัท, คอนเทนต์ที่องค์กรเผยแพร่ หรือแม้แต่ข้อความสั้น ๆ อย่างการยืนยันวันสัมภาษณ์ ล้วนมีผลต่อการรับรู้และความรู้สึกของผู้สมัคร เพราะฉะนั้น องค์กรจึงควรให้ความสำคัญกับ 6 Touchpoints หลัก ดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>1. Job Description จุดเริ่มต้นของความรู้สึกใช่</b></h3>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-howtomakejobdes-190116/"><span style="font-weight: 400;">Job Description</span></a><span style="font-weight: 400;"> คือหน้าตาแรกขององค์กรในสายตาผู้สมัคร ควรเขียนให้ชัดเจน กระชับ เป็นมิตร และสะท้อนวัฒนธรรมขององค์กรได้อย่างตรงไปตรงมา คิดเสมอว่าเรากำลังสื่อสารกับ “คน” ไม่ใช่แค่รายชื่อคุณสมบัติที่ต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนเขียน ควรเข้าใจว่าเราต้องการคนแบบไหน เด็กจบใหม่หรือมืออาชีพ สายงานนี้ต้องการคนที่รักการทำงานเป็นทีมหรือชอบทำงานอิสระ และควรใช้โทนภาษาที่เหมาะกับสายงาน เช่น สายครีเอทีฟอาจใช้โทนสนุก เป็นกันเอง ขณะที่สายองค์กรควรใช้ภาษาที่ชัดเจนและมืออาชีพ หลีกเลี่ยงภาษาที่ยากเกินไป และอย่าลืมว่า JD ที่ดีไม่ควรเขียนเพื่อเรียกร้องจากพนักงานอย่างเดียว แต่ควรให้ด้วย เช่น สวัสดิการ การเติบโต หรือสิ่งที่องค์กรสนับสนุน</span></p>
<h3><b>2. ขั้นตอนการสมัครงานง่าย ไม่ซับซ้อน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบสมัครงานควรเป็นมิตรต่อผู้ใช้ ไม่ควรมีขั้นตอนที่มากเกินไปหรือต้องใช้เอกสารจำนวนมาก เว็บไซต์ควรรองรับการใช้งานบนมือถือ และเปิดโอกาสให้สมัครผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียได้อย่างสะดวก เพราะประสบการณ์ที่ไม่ราบรื่นตรงนี้ อาจทำให้ผู้สมัครล้มเลิกความตั้งใจไปเลยตั้งแต่ต้น</span></p>
<h3><b>3. การสื่อสารกับผู้สมัคร ทุกข้อความคือการสร้างความรู้สึก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้รับใบสมัครแล้ว ควรมีอีเมลตอบรับอัตโนมัติ พร้อมอัปเดตสถานะเป็นระยะ ผู้สมัครที่ไม่ได้รับการคัดเลือกก็ควรได้รับการแจ้งผล พร้อมฟีดแบ็กอย่างสุภาพและสร้างสรรค์ หลีกเลี่ยงการเงียบหายดังที่กล่าวไป ซึ่งอาจทำให้เสียความรู้สึกเล็ก ๆ แต่สะสมกลายเป็นภาพลักษณ์ลบขององค์กรได้ในระยะยาว</span></p>
<h3><b>4. ประสบการณ์การสัมภาษณ์: เปลี่ยนการสอบสวนเป็นบทสนทนา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์ควรเป็นเหมือนการพูดคุย ไม่ใช่การสอบสวน เตรียมทีมสัมภาษณ์ให้เข้าใจข้อมูลของผู้สมัครล่วงหน้า ให้เกียรติเวลา และตั้งคำถามที่เป็นกลาง ไม่อคติ ระหว่างการสัมภาษณ์ควรให้ข้อมูลที่ผู้สมัครจำเป็นต้องรู้ เช่น โครงสร้างทีม วัฒนธรรมองค์กร ความคาดหวังของตำแหน่ง รวมถึงปัญหาที่คนก่อนหน้าพบเจอ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสตั้งแต่ต้น</span></p>
<h3><b>5. ขั้นตอนการเสนองาน ต้องชัดเจน จริงใจ และเข้าใจผู้สมัคร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถึงขั้นตอนการเสนอข้อเสนอ ควรแจ้งผลอย่างรวดเร็ว พร้อมระบุรายละเอียดครบถ้วน เช่น เงินเดือน สวัสดิการ รูปแบบการทำงาน และวันเริ่มงาน หากผู้สมัครมีตัวเลือกอื่น ควรหาจุดแข็งที่องค์กรมี ซึ่งอาจไม่ใช่แค่ตัวเลขเงินเดือน แต่อาจเป็นโอกาสในการเติบโต ความท้าทาย หรือวัฒนธรรมการทำงาน และปรับข้อเสนอให้ Personalize มากขึ้นตามระดับของ Talent ด้วย</span></p>
<h3><b>6. ประสบการณ์ Onboarding ต้องประทับใจตั้งแต่วันแรก</b></h3>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/onboarding-manual-03122021/"><span style="font-weight: 400;">การ Onboarding</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนวันเริ่มงาน เช่น ส่งอีเมลต้อนรับ เตรียมอีเมลบริษัท คู่มือพนักงาน สิทธิ์เข้าระบบต่าง ๆ ไม่ได้เริ่มวันแรกของการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ หัวหน้างานเองต้องเตรียมพร้อมในการต้อนรับพนักงานใหม่ ทั้งในแง่ข้อมูล ความคาดหวัง และการสร้างความสัมพันธ์ เพราะพนักงานไม่ได้แค่เริ่มงานกับบริษัท แต่เริ่มต้นความสัมพันธ์กับคนในทีมด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46306" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164901.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Pre-Event Webinar | Candidate-Centric Recruitment" width="1426" height="768" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Pre-Event Webinar | Candidate-Centric Recruitment 698" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164901.webp 1426w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164901-300x162.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164901-1024x551.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-29-164901-768x414.webp 768w" sizes="(max-width: 1426px) 100vw, 1426px" /></p>
<h2><b>แรงจูงใจหลัก (Motivation) ที่ผู้สมัครใช้ในการตัดสินใจเลือกงานใหม่</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่ผู้สมัครมีตัวเลือกมากมาย การตัดสินใจว่าจะไปต่อกับองค์กรใด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่เงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยหลากหลายที่สะท้อนว่า งานนั้นตอบโจทย์ชีวิตและเป้าหมายของเขาหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองมาดูกันว่า แรงจูงใจหลัก 10 ข้อที่คนส่วนใหญ่ใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกงานใหม่ มีอะไรบ้าง และองค์กรของเราตอบโจทย์เหล่านี้ได้ครบหรือยัง ?</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผลตอบแทนและรายได้รวม </b><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่แค่เงินเดือนพื้นฐาน แต่รวมถึงโบนัส, ค่าคอมมิชชั่น, ค่าน้ำมัน, ค่าโทรศัพท์, ประกันสุขภาพ ฯลฯ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>โอกาสในการเติบโตในสายอาชีพ </b><span style="font-weight: 400;">เส้นทางการเลื่อนตำแหน่งชัดเจน มีแผนพัฒนาศักยภาพและเป้าหมายระยะยาว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Work-Life Balance </b><span style="font-weight: 400;">ชั่วโมงการทำงานเหมาะสม มีความยืดหยุ่น เช่น ทำงาน Hybrid หรือ Remote วันลาพักผ่อน ลาป่วย หรือการสนับสนุนด้านสุขภาพจิต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความท้าทายและความน่าสนใจของเนื้องาน </b><span style="font-weight: 400;">งานไม่น่าเบื่อ มีความท้าทายและเปิดโอกาสให้เรียนรู้ใหม่ ๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>หัวหน้าและทีมงาน </b><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครอยากพบและพูดคุยกับหัวหน้าทีมโดยตรง ดูว่าคลิกกันไหม เข้าใจกันหรือไม่ และเคมีทีมเป็นอย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ภาพลักษณ์องค์กร </b><span style="font-weight: 400;">องค์กรมีวัฒนธรรมที่ชัดเจน ให้คุณค่าเรื่องความยุติธรรม ความหลากหลาย และความยืดหยุ่น ผู้สมัครรู้สึกภูมิใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เสถียรภาพขององค์กร </b><span style="font-weight: 400;">ไม่เปลี่ยนโครงสร้างบ่อย มีการบริหารจัดการที่มั่นคงและโปร่งใส</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สถานที่ทำงาน </b><span style="font-weight: 400;">เดินทางไปสะดวก และมีทางเลือกในการทำงานที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>โอกาสในการสร้างคุณค่า </b><span style="font-weight: 400;">ได้ทำงานที่มีความหมาย รู้สึกว่าสิ่งที่ทำมีผลกระทบเชิงบวกกับทีม องค์กร หรือสังคม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สวัสดิการด้านการเรียนรู้และพัฒนา</b><span style="font-weight: 400;">สนับสนุนการเรียนรู้ Upskill-Reskill เพิ่มเติม มีงบประมาณหรือเวลาสำหรับการศึกษาต่อ ไม่ว่าจะคอร์สสั้น ๆ หรือยาว</span></li>
</ol>
<h2><b>4 สิ่งที่ต้องตระหนัก หากอยากสร้างประสบการณ์ผู้สมัครที่ยั่งยืน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาคนไม่ได้โฟกัสแค่เรื่องการจ้างงานให้ได้แล้วจบไป แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว กับคนที่อาจจะยังไม่พร้อมสำหรับตำแหน่งวันนี้ด้วย เพราะเขาอาจกลายเป็นพาร์ทเนอร์คนสำคัญในวันหน้าก็เป็นได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรมีมุมมองแบบ Candidate-Centric Recruitment ที่แท้จริง คุณพลวัตชี้ว่าควรให้ความสำคัญกับ 4 ข้อนี้</span></p>
<h3><b>1. รักษาความสัมพันธ์ แม้ยังไม่ได้ร่วมงานกัน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่าปล่อยให้ผู้สมัครที่ยังไม่ใช่ตอนนี้ หลุดจากเรดาร์ไปเฉย ๆ เพราะคน ๆ นั้นอาจเหมาะกับตำแหน่งอื่นในอนาคต หรือแม้แต่กลายเป็นคนที่แนะนำ Talent ที่ใช่ให้เราได้ ผู้สมัครที่ได้รับการดูแลอย่างใส่ใจ แม้จะไม่ได้รับข้อเสนอ ก็สามารถเป็นกระบอกเสียงที่ช่วยส่งต่อภาพลักษณ์ดี ๆ ขององค์กรผ่าน </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/221230-word-of-mouth-hiring/"><span style="font-weight: 400;">Word of Mouth</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้อย่างทรงพลัง</span></p>
<h3><b>2. มองผู้สมัครเป็นพาร์ทเนอร์ ไม่ใช่สินค้า</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การมี Candidate-Centric Mindset หมายถึงการให้เกียรติผู้สมัครในทุกจุดสัมผัส ตั้งแต่ข้อความเชิญสัมภาษณ์ ไปจนถึงการแจ้งผล การรับฟังและใส่ใจผู้สมัครในฐานะคน จะช่วยสร้างความไว้วางใจ (Trust) และความรู้สึกดีต่อองค์กร ซึ่งอาจกลายเป็นต้นทุนสำคัญของแบรนด์นายจ้างในระยะยาว</span></p>
<h3><b>3. ผู้สมัครคือ Asset ที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การดูแลผู้สมัครให้ดี แม้ยังไม่จ้างทันที ช่วยลดต้นทุนการสรรหาในอนาคต เพราะองค์กรมี Talent Pool ที่ไว้ใจเราอยู่แล้ว ช่วยลด Time-to-Hire เพิ่มประสิทธิภาพการจ้างงาน และยังส่งเสริม Employer Branding ผ่านประสบการณ์จริงที่ผู้สมัครได้รับ ซึ่งไม่มีงบโฆษณาไหนแทนได้</span></p>
<h3><b>4. วัดผลและปรับปรุง Candidate Experience เสมอ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาเริ่มต้นจากการฟัง อย่าลืมขอ Feedback จากผู้สมัครหลังจบการสัมภาษณ์ แม้เป็นเพียงแบบสอบถามสั้น ๆ ก็สามารถชี้ให้เห็นจุดที่ควรปรับปรุงในกระบวนการสรรหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบสมัครงาน บรรยากาศสัมภาษณ์ หรือการสื่อสารกับ HR เพราะสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้สามารถสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ได้</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44225" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 4" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/candidate-centric-recruitment-250729/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar &#124; Bridging the Gap: Workforce Readiness for the Age of AI</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-bridging-the-gap-ai-250709/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-bridging-the-gap-ai-250709/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Jul 2025 09:33:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[ai]]></category>
		<category><![CDATA[DarwinBox]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webianr]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45920</guid>

					<description><![CDATA[แม้เทคโนโลยี AI จะพัฒนาเร็วจนมีหลายคนเอาไปใช้ทุ่นแรงในการทำงานจนประสบความสำเร็จมากมาย แต่ก็ยังมีอีกหลายคนยังหวาดกลัวความเปลี่ยนแปลงนี้อยู่ แถมไม่น้อยอาจเป็นบุคลากรในองค์กรของเราเองเสียด้วย ด้วยเหตุนี้ Darwinbox และ HREX จึงจัด Webinar ครั้งล่าสุดในหัวข้อ Bridging the Gap: Workforce Readiness for the Age of AI โดยมีวิทยากร 2 ท่านคือ คุณ ชุติมา สีบำรุงสาสน์ Independent Board  &#38; Executive Advisor – Organizational Capabilities &#38; Sustainability และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน HR และคุณ พนาสิทธิ์ วงษ์มิตรแท้ Country Head Client Advisory – Thailand จาก Darwinbox ทั้งคู่มาร่วมกันเผยเคล็ดลับการทำงาน การผ่าตัดองค์กรครั้งสำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงขององค์กรในยุค AI [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45925" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-09T152013.027.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Bridging the Gap: Workforce Readiness for the Age of AI" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Bridging the Gap: Workforce Readiness for the Age of AI 705" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-09T152013.027.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-09T152013.027-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้เทคโนโลยี AI จะพัฒนาเร็วจนมีหลายคนเอาไปใช้ทุ่นแรงในการทำงานจนประสบความสำเร็จมากมาย แต่ก็ยังมีอีกหลายคนยังหวาดกลัวความเปลี่ยนแปลงนี้อยู่ แถมไม่น้อยอาจเป็นบุคลากรในองค์กรของเราเองเสียด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/115?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Darwinbox </a>และ HREX จึงจัด Webinar ครั้งล่าสุดในหัวข้อ </span><b>Bridging the Gap: Workforce Readiness for the Age of AI</b><span style="font-weight: 400;"> โดยมีวิทยากร 2 ท่านคือ คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/chutima-sribumrungsart-240606/"><b>ชุติมา สีบำรุงสาสน์</b></a> <b>Independent Board  &amp; Executive Advisor – Organizational Capabilities &amp; Sustainability </b><span style="font-weight: 400;">และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน HR และคุณ </span><b>พนาสิทธิ์ วงษ์มิตรแท้ Country Head Client Advisory – Thailand จาก Darwinbox</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งคู่มาร่วมกันเผยเคล็ดลับการทำงาน การผ่าตัดองค์กรครั้งสำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงขององค์กรในยุค AI เพื่อจะได้ทำงานโดยไม่ต้องหวาดกลัวอีกต่อไป</span></p>
<h1>และนี่คือสาระสำคัญของ HREX Webinar: Bridging the Gap: Workforce Readiness for the Age of AI</h1>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>Rethinking AI Transformation – Why People Readiness Matters</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณชุติมา เริ่ม Session แรกของ Webinar ครั้งนี้ด้วยการเน้นย้ำว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนจากสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง รวมทั้งยังมีเทคโนโลยีและ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานและวิธีการคิดของผู้คน การบริหารจัดการคนในองค์กรก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับ HR ยิ่งกว่าเดิม จนไม่น้อยอาจรู้สึกตื่นตระหนก และตื่นกลัวว่ามันจะเข้ามาแย่งงานเรา ทำให้เราต้องตกงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น หากองค์กรจะเดินหน้าไปต่อได้ ก็ต้องเตรียมพร้อมของบุคลากรอย่างแข็งขัน ให้สามารถใช้งาน AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือ</span><b> ไม่รู้สึกว่า AI จะมาแย่งงานของพวกเขา </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่ง HR ต้องหาวิธีบริหารจัดการให้พนักงานไม่รู้สึกกลัวหรือวิตกกังวลกับการเปลี่ยนแปลง ช่วยให้พวกเขารับมือกับ AI ได้อย่างมั่นใจ เห็นถึงโอกาสในการพัฒนาองค์กรในอนาคต และเข้าใจว่า AI ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือ แต่เป็นโอกาสที่จะช่วยพัฒนาองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การใช้ AI ในองค์กรไม่ได้หมายความว่ามันจะมาแทนที่มนุษย์ แต่เป็นการเสริมสร้างศักยภาพให้กับคนในองค์กรได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคุณชุติมาย้ำว่า HR ต้องสร้างทัศนคติที่เหมาะสมให้กับพนักงานในองค์กร โดยการสร้างทัศนคติที่เปิดกว้างและยอมรับการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งส่งเสริมการทำงานร่วมกัน (Co-Partner) ซึ่งจะทำให้การทำงานในองค์กรมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และพนักงานจะสามารถปรับตัวได้ดีขึ้นในยุคที่ AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกด้านของการทำงาน การเตรียมความพร้อมในด้านบุคลากร เป็นกุญแจสำคัญที่จะพาองค์กรให้ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงในยุค AI ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</span></p>
<h2><b>เจาะลึกผลวิจัย The Work Trend Index Annual Report &#8211; 2025: The Year the Frontier Firm is Born</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45922" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-09-151445.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Bridging the Gap: Workforce Readiness for the Age of AI" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Bridging the Gap: Workforce Readiness for the Age of AI 706" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-09-151445.webp 1429w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-09-151445-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-09-151445-1024x577.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-09-151445-768x433.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณชุติมายังใช้เวลาอธิบายถึง Research จาก Microsoft เรื่อง </span><a href="https://www.microsoft.com/en-us/worklab/work-trend-index/2025-the-year-the-frontier-firm-is-born" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">The Work Trend Index Annual Report &#8211; 2025: The Year the Frontier Firm is Born</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารกว่า 31,000 คน ใน 31 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจถึงบทบาทของ AI มากขึ้นว่าจะมีอิทธิพลต่อการทำงานขององค์กรในอนาคตอย่างไร แล้วควรเตรียมพร้อมของบุคลากรเพื่อให้สามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไรด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลการศึกษา เฉพาะส่วนที่เป็นของไทยพบว่า </span><b>ผู้นำองค์กรในไทยถึง 93% มองว่า AI จะมีบทบาทสำคัญในปีนี้ และผู้นำถึง 75% ต้องการเพิ่ม Productivity ขององค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่เพียงเพราะ AI จะช่วยเข้ามาทำงานได้เท่านั้น แต่เหตุผลสำคัญยังมาจากสภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีความผันผวนไปในทิศทางที่ไม่แน่นอน ทำให้ยิ่งต้องทำงานให้หนักขึ้น มากขึ้นเพื่อความอยู่รอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หันกลับมาดูฝั่งพนักงานบ้าง งานวิจัยยังพบว่าพนักงาน 88% ในไทยรู้สึกว่าตัวเองไม่มีเวลาและหมดแรงจากการทำงานที่มากเกินไป ดังนั้นจึงยิ่งเพิ่มความจำเป็นในการใช้ AI มาเป็นเครื่องมือช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และพวกเขาเล็งเห็นว่า AI จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการทำงานของพนักงานและลดภาระงานที่ต้องทำซ้ำซ้อนได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับงานที่ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้าสูงสุด 4 อันดับแรก ได้แก่ </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (29%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การบริการลูกค้า (28%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การตลาด (28%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (27%) </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันงาน HR ก็จะเป็นงานที่เอา AI มาใช้เยอะเช่นกัน (ข้อมูลจากแบบสอบถามคิดเป็น 20%) โดยมีแนวโน้มที่จะใช้ AI ช่วยสรรหา การฝึกอบรม การ Performance Management เป็นต้น</span></p>
<h3><b>AI Agentic ถึงเวลามอง AI เป็นเพื่อนร่วมงานอย่างแท้จริง</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45923" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-09-151504.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Bridging the Gap: Workforce Readiness for the Age of AI" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Bridging the Gap: Workforce Readiness for the Age of AI 707" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-09-151504.webp 1425w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-09-151504-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-09-151504-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-09-151504-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลวิจัยของ Microsoft ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ แต่ยังพบว่าในอนาคตอันใกล้ AI Agent / Agentic AI จะเข้ามาทำงานร่วมกับเราในฐานะของเพื่อนร่วมงานมากขึ้น และยังสามารถเป็นหัวหน้าทีมของเราในอนาคตได้ด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น องค์กรยิ่งจำเป็นต้องเตรียมบุคลากรให้พร้อมสำหรับการทำงานร่วมกับ AI โดยการพัฒนาทักษะที่จำเป็น เช่น AI Literacy หรือความสามารถในการใช้และทำความเข้าใจกับ AI, ความสามารถในการจัดการกับความขัดแย้ง, การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ ๆ ไปจนถึงการปรับปรุงกระบวนการทำงาน และการใช้คิดสร้างสรรค์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ AI ยังไม่สามารถทำได้หรือทำได้แต่ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าคน</span></p>
<h3><b>AI ช่วยงานและเสริมสร้าง Well-Being</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่น่าสนใจก็คือ AI ยังสามารถช่วยในเรื่องของ Well-Being ได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะถ้าใช้ AI มาช่วยทำงาน แน่นอนว่าจะช่วยสร้าง Productivity และเมื่อ AI ช่วยให้ทำงานเสร็จไวขึ้น ก็จะมีเวลามากขึ้น แล้วเอาเวลาไปดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ ทำให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ที่ครอบคลุมและยั่งยืน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45926" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-09T152840.230.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Bridging the Gap: Workforce Readiness for the Age of AI" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Bridging the Gap: Workforce Readiness for the Age of AI 708" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-09T152840.230.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-09T152840.230-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><b>ใช้ AI จะได้ดี ผู้นำต้องเป็นตัวอย่างแล้วปฏิบัติจริง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกปัจจัยที่สำคัญมาก ๆ ต่อการเติบโตขององค์กรก็คือ </span><b>การมีผู้นำที่เริ่มต้นและขับเคลื่อนการใช้งาน AI ให้คนทั้งองค์กร แล้ววางนโยบายการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและชัดเจน </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหน้าที่ของผู้นำต่อจากนี้ คือการสร้างวัฒนธรรมที่เปิดกว้างและสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยี ด้วยแนวคิดที่ว่า AI เป็นเครื่องมือที่จะช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าการนำ AI เข้ามาใช้งานในองค์กรต้องเริ่มต้นจากการสร้าง Awareness หรือการสร้างความตระหนักรู้ให้กับพนักงานในองค์กรเกี่ยวกับการใช้งาน AI ก่อน จากนั้นจึงจะต้องมีการสนับสนุนให้พนักงานเริ่มใช้งาน AI อย่างต่อเนื่องและเพิ่มประสิทธิภาพไปเรื่อย ๆ ผ่านการเรียนรู้และการใช้งานจริง นำไปสู่การสร้าง AI Champion หรือบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้ AI ในแต่ละทีม จะช่วยให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนการใช้งาน AI ไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย การใช้งาน AI ในองค์กรต้องมีการประเมินผลและปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่า AI จะสามารถช่วยเพิ่ม Productivity และตอบสนองความต้องการขององค์กรได้อย่างดีที่สุด การใช้ AI ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิธีการทำงานในองค์กรให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43049" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-11T153618.544.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar: Transforming Employee Experience and Productivity with AI" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Bridging the Gap: Workforce Readiness for the Age of AI 709" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-11T153618.544.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-11T153618.544-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/transforming-employee-experience-productivity-ai-250211/"><span style="font-weight: 400;">สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar: Transforming Employee Experience and Productivity with AI</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>Enabling the Workforce for AI Transformation</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session ต่อไป คราวนี้นอกจากคุณชุติมาแล้ว ยังได้คุณพนาสิทธิ์ วงษ์มิตรแท้ Country Head Client Advisory – Thailand, Darwinbox มาร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของ HR ในการนำ AI มาปรับใช้ในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพนาสิทธิ์กล่าวว่า การจะนำ AI มาใช้ในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ใช่แค่การเตรียมเทคโนโลยีให้พร้อม แต่สิ่งสำคัญคือการเตรียมคนในองค์กรให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ HR ควรมีบทบาทในการสนับสนุนการเรียนรู้และการใช้งาน AI ของพนักงาน เพื่อเพิ่ม Productivity และเห็นด้วยกับคุณชุติมาว่า ต้องลดความกลัวในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณชุติมา ยังเสริมจากประสบการณ์ที่เคยทำงานในองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีอย่างแข็งแรง เธอเน้นว่านอกจากผู้นำแล้ว HR ต้องเริ่มใช้ AI เป็นด้วย ไม่ใช่บอกให้พนักงานใช้แต่ตัวเองใช้ไม่เป็น และถ้าเราใช้เป็นแล้ว เราจะสามารถบอกเล่าพูดคุยสิ่งดี ๆ เกี่ยวกับ AI ให้กับพนักงานในฝ่ายอื่น เป็นการเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์กับพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น HR ที่เข้าใจ AI จะเข้าใจภาษา IT พูดคุยและการทำงานร่วมกับทีม IT เพื่อยกระดับองค์กรได้อย่างราบรื่นและตรงกับความต้องการ</span></p>
<h2><b>AI เครื่องมือวิเศษ แต่ไม่ใช่คทาวิเศษ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ AI จะเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยให้สร้างสรรค์ผลงานได้เร็วขึ้น แต่คุณพนาสิทธิ์ เตือนว่าอย่างไรก็ตาม AI ไม่ใช่คทาวิเศษที่จะทำงานได้โดยอัตโนมัติ แต่ AI เป็นเครื่องมือที่ทำงานด้วยข้อมูล (Data) ซึ่งจะไม่สามารถทำงานได้ดีหากไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน ดังนั้นการตรวจสอบความพร้อมของข้อมูล (Data Health Check) จึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ องค์กรต้องพิจารณาว่าจะนำ AI มาใช้ในกระบวนการไหน เช่น การสรรหาบุคลากรหรือกระบวนการทางธุรกิจอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่วิทยากรทั้ง 2 ท่านเห็นตรงกันคือความสำคัญของการสื่อสาร คุณชุติมาอธิบายว่าการสื่อสารอย่างเข้าอกเข้าใจและเอาใจใส่กับพนักงานคือสิ่งจำเป็น HR ต้องสร้าง </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211013-growth-mindset/"><span style="font-weight: 400;">Growth Mindset </span></a><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแค่กับพนักงาน แต่ยังรวมถึงผู้บริหารด้วย เรียกได้ว่าเป็นการทำเพื่อ Stakeholder ทุกฝ่ายให้เข้าใจถึงการใช้ AI และเห็นถึงประโยชน์ของ AI จากการทำงานร่วมกัน ซึ่งจะช่วยสร้างวัฒนธรรมการยอมรับเทคโนโลยีและขยายโอกาสให้กับคนในองค์กรได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งคุณพนาสิทธิ์เสริมว่า มันคือการสร้าง Alignment ระหว่างผู้บริหารและทีมงาน เพื่อให้ทุกฝ่ายมองเห็นถึงความสำคัญของการใช้ AI ในการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า โดยไม่มองว่า AI เป็นภัยคุกคาม แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมศักยภาพการทำงาน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45924" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-09-151530.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Bridging the Gap: Workforce Readiness for the Age of AI" width="600" height="337" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar | Bridging the Gap: Workforce Readiness for the Age of AI 710" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-09-151530.webp 1426w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-09-151530-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-09-151530-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Screenshot-2025-07-09-151530-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><b>อย่าปล่อยให้ Middle Management กลัว AI </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นเรื่องแนวคิดและมายด์เซ็ตของผู้นำมีผลต่อการเติบโตขององค์กร นำมาสู่ข้อมูลใหม่ ๆ อีกด้าน โดยคุณพนาสิทธิ์ เล่าว่าที่ผ่านมาเวลาพูดถึงผู้นำที่กลัว AI เขาพบว่าผู้นำเหล่านี้มักไม่ใช่ผู้นำสูงสุดขององค์กร เพราะพวกเขามักจะเป็นคนแรกที่ริเริ่มและตื่นตัวในการนำนวัตกรรม เทคโนโ,ยีต่าง ๆ มาใช้อยู่แล้ว แต่คนที่เขาพบเจอว่าหวาดกลัวเยอะกว่าคือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220916-middlemanagement/"><span style="font-weight: 400;">Middle Management</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งหากกลุ่ม Middle Management ซึ่งเป็นผู้รับมอบนโยบายในการทำงานกับ AI แล้วถ่ายทอดต่อไปให้กับลูกทีมเกิดกลัว ไม่มั่นใจ และหวาดกลัวการเปลี่ยนแปลงเสียเอง จนเป็นผลเสียต่อวัฒนธรรมองค์กร ดังนั้น </span><b>HR ต้องทำให้พนักงานเห็นว่า AI จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการทำงานและไม่ใช่การลดบทบาทของพวกเขา</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อสื่อสารได้อย่างเข้าใจและเห็นประโยชน์ชัดเจน พนักงานจะยอมรับและพร้อมที่จะใช้ AI ในการทำงานมากขึ้น</span></p>
<h3><b>AI Transformation ที่สำเร็จ ต้องวัดผลได้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย วิทยากรทั้ง 2 ท่านย้ำว่าการทำ AI Transformation ในองค์กรต้องมีการวัดและประเมินผลในหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้การนำ AI มาใช้เกิดประโยชน์สูงสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณชุติมา เน้นว่าการวัดความพร้อมขององค์กรควรเริ่มต้นจากการประเมินข้อมูลที่มีอยู่ และความเข้าใจของคนในองค์กร การใช้เซอร์เวย์ในการวัดระดับการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ AI เบื้องต้น จะช่วยให้ HR ทราบว่าพนักงานมีความพร้อมแค่ไหนในการใช้งาน AI นอกจากนี้ยังต้องสำรวจประสบการณ์ของผู้ใช้ ว่าเมื่อพนักงานได้ใช้ AI แล้วมีปัญหาหรือไม่ การมีประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน (User Experience) เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การนำ AI มาใช้ประสบความสำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพนาสิทธิ์ เสริมว่าการเปิดตัว AI ในองค์กรไม่ได้หมายความว่าการใช้งานจะประสบความสำเร็จทันที การที่พนักงานเริ่มใช้งาน AI ในช่วงแรกอาจเป็นเรื่องดี แต่การใช้งานอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่สำคัญกว่ามาก หลังจากเปิดตัว AI องค์กรต้องหมั่นมอนิเตอร์การใช้งานอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจสอบทุก 3-6 เดือน ว่าพนักงานยังคงใช้งาน AI อยู่หรือไม่ หากไม่มีการติดตามและไม่มีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ผู้ใช้งานลดลงและไม่สามารถเก็บข้อมูลที่ต้องการได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การ Adoption ทำให้พนักงานยอมรับและใช้งาน AI เป็นกระบวนการที่ต้องมีการกระตุ้นอยู่เสมอ เช่น การเปิดฟังก์ชันใหม่ ๆ หรือการเพิ่มความตื่นเต้นในการใช้งาน การสื่อสารที่ดีตั้งแต่เริ่มต้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากไม่มีการสื่อสารที่ชัดเจนและการจัดการ Alignment ที่ดีตั้งแต่วันแรก การใช้งาน AI ก็จะไม่สามารถสำเร็จได้ ดังนั้น HR ต้องเป็นผู้ที่ขับเคลื่อนและดูแลกระบวนการนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้พนักงานเห็นคุณค่าและมีการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h2 style="text-align: center;"><strong>สามารถดาวน์โหลดงานวิจัยเรื่อง The Work Trend Index Annual Report &#8211; 2025: The Year the Frontier Firm is Born ของ Microsoft ได้ทางลิงก์นี้ &#8211; <a href="https://www.microsoft.com/en-us/worklab/work-trend-index/2025-the-year-the-frontier-firm-is-born" target="_blank" rel="noopener">https://www.microsoft.com/en-us/worklab/work-trend-index/2025-the-year-the-frontier-firm-is-born</a></strong></h2>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/115?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38654" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar: Transforming Employee Experience and Productivity with AI 4" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-bridging-the-gap-ai-250709/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Job Connect 2025</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/job-connect-2025-250706/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/job-connect-2025-250706/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Jul 2025 12:08:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Job Connect 2025]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45859</guid>

					<description><![CDATA[ผ่านพ้นไปแล้วกับงาน Job Connect 2025 เวทีที่คนทำงานจากหลากหลายอุตสาหกรรมมาร่วมกันเปิดบทสนทนาใหม่ ๆ ว่าด้วยโลกการทำงานในวันที่เปลี่ยนแปลงเร็วเกินกว่าจะหยุดรอใคร  งานนี้เต็มไปด้วยบทเรียน คำแนะนำ และแรงบันดาลใจจากผู้ก่อตั้งธุรกิจ ตัวแทนจากสาย HR รวมถึงผู้บริหารองค์กรยุคใหม่มากมาย แม้ดูเผิน ๆ งานนี้จะเหมือนเวทีสำหรับผู้ที่กำลังหางานมารวมตัวกันเพื่อเดินดูบูท ส่งเรซูเม่ และสมัครงานกับองค์กรต่าง ๆ แต่สิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันก็คือเวทีเสวนา ที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาที่ไม่ใช่แค่สำหรับคนหางาน แต่ยังเหมาะกับคนทำงานทุกระดับ หัวหน้างานที่อยากเข้าใจคนรุ่นใหม่ และ HR ที่อยากออกแบบองค์กรให้ยืดหยุ่นและทันยุค และบทความนี้จะสรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Job Connect 2025 เป็ดเกือบจะโปร มีอะไรให้เลือกได้บ้าง? เมื่อเข้าสู่ชีวิตการทำงาน หลายคนมักตั้งคำถามกับตัวเองว่า ฉันเก่งพอหรือยัง ? เสวนาหัวข้อนี้ชวนเรามาทบทวนอีกครั้งว่า การเก่งแบบที่ใคร ๆ เข้าใจกัน อาจไม่ใช่คำตอบเดียวของความสำเร็จ คุณ รษิกา พาณีวงศ์ CEO จาก Impressions พูดว่าเธอเองก็เป็นเป็ดที่ไม่ได้เชี่ยวชาญสิ่งใดสุดโต่ง แต่เธอเชื่อว่า การรู้หลายอย่างพอประมาณเป็นสิ่งจำเป็นต่อโลก เพราะง่ายต่อการบูรณาการความรู้หลายมิติ การเป็นเป็ดที่พร้อมเรียนรู้และเติบโต อาจเป็นข้อได้เปรียบที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อเทียบกับการเป็นคนที่เก่งด้านใดด้านหนึ่งสุด [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45861" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-26.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Job Connect 2025 " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Job Connect 2025 715" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-26.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-26-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผ่านพ้นไปแล้วกับงาน </span><b>Job Connect 2025</b><span style="font-weight: 400;"> เวทีที่คนทำงานจากหลากหลายอุตสาหกรรมมาร่วมกันเปิดบทสนทนาใหม่ ๆ ว่าด้วยโลกการทำงานในวันที่เปลี่ยนแปลงเร็วเกินกว่าจะหยุดรอใคร  งานนี้เต็มไปด้วยบทเรียน คำแนะนำ และแรงบันดาลใจจากผู้ก่อตั้งธุรกิจ ตัวแทนจากสาย HR รวมถึงผู้บริหารองค์กรยุคใหม่มากมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ดูเผิน ๆ งานนี้จะเหมือนเวทีสำหรับผู้ที่กำลังหางานมารวมตัวกันเพื่อเดินดูบูท ส่งเรซูเม่ และสมัครงานกับองค์กรต่าง ๆ แต่สิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันก็คือเวทีเสวนา ที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาที่ไม่ใช่แค่สำหรับคนหางาน แต่ยังเหมาะกับคนทำงานทุกระดับ หัวหน้างานที่อยากเข้าใจคนรุ่นใหม่ และ HR ที่อยากออกแบบองค์กรให้ยืดหยุ่นและทันยุค</span></p>
<h1>และบทความนี้จะสรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Job Connect 2025</h1>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>เป็ดเกือบจะโปร มีอะไรให้เลือกได้บ้าง?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเข้าสู่ชีวิตการทำงาน หลายคนมักตั้งคำถามกับตัวเองว่า ฉันเก่งพอหรือยัง ? เสวนาหัวข้อนี้ชวนเรามาทบทวนอีกครั้งว่า การเก่งแบบที่ใคร ๆ เข้าใจกัน อาจไม่ใช่คำตอบเดียวของความสำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b> รษิกา พาณีวงศ์ CEO จาก Impressions</b><span style="font-weight: 400;"> พูดว่าเธอเองก็เป็นเป็ดที่ไม่ได้เชี่ยวชาญสิ่งใดสุดโต่ง แต่เธอเชื่อว่า การรู้หลายอย่างพอประมาณเป็นสิ่งจำเป็นต่อโลก เพราะง่ายต่อการบูรณาการความรู้หลายมิติ การเป็นเป็ดที่พร้อมเรียนรู้และเติบโต อาจเป็นข้อได้เปรียบที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อเทียบกับการเป็นคนที่เก่งด้านใดด้านหนึ่งสุด ๆ ไปเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/qgen-hr-consult-240923/"><b>อภิชาติ ขันธวิธิ</b></a> <b>CEO จาก QGEN Consultant</b><span style="font-weight: 400;"> แชร์ประสบการณ์ตรงว่า เขาไม่ได้ทำงานตรงกับสายที่เรียนมาเลย แม้จะจบเศรษฐศาสตร์ แต่กลับเลือกเส้นทาง HR เพราะค้นพบว่าทักษะสำคัญที่เขามี เช่น การวิเคราะห์เชิงธุรกิจ แต่เขายังไม่มีโอกาสใช้งานทักษะนั้น เขาต้องใช้เวลาในการสร้างความน่าเชื่อถือ และรอโอกาสให้ทักษะเหล่านั้นได้เปล่งประกาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การรู้จักวิเคราะห์ตัวเองอย่างซื่อสัตย์ว่าสิ่งที่เราถนัดและสิ่งที่เราทำได้ดี อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน แต่ถ้าเราเข้าใจจุดแข็งของตัวเอง เราก็จะใช้มันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณ</span><b> จุติพันธุ์ มงคลสุธี CEO ของ </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/15"><b>Gofive</b></a> <span style="font-weight: 400;">มองว่าความเก่งไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเป็นที่หนึ่ง แต่คือความสามารถในการลงมือทำและพัฒนาตัวเองจนเข้าใจสิ่งนั้นลึกซึ้งพอ เขาเติบโตมากับยุคที่ไม่มีใครสอนการเขียนโปรแกรมในโรงเรียน แต่กลับเลือกเรียนรู้สิ่งนั้นเพราะเห็นว่าเป็นทักษะที่สำคัญในอนาคต จากความช่วยเหลือเพื่อน ๆ ในเรื่อง IT เขาพบว่า ความชอบและความสามารถบางอย่างจะถูกค้นพบเมื่อเราลงมือทำและได้สร้างคุณค่าจากมัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่คำถามสำคัญคือ องค์กรให้โอกาสกับคนแบบไหน ? ในมุมคุณรษิกายืนยันว่าเธอให้โอกาสกับคนที่พร้อมจะเรียนรู้มากกว่าคนที่เก่งแบบสำเร็จรูป เพราะในการทำงานจริงไม่มีใครพร้อม 100% และคนที่พร้อมจะพัฒนาคือคนที่เติบโตได้ไกลกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณอภิชาติให้มุมมองเสริมว่า ความพร้อมที่องค์กรต้องการนั้นขึ้นอยู่กับบริบท ถ้าบริษัทอยู่ในช่วงวิกฤติ อาจต้องการคนที่พร้อมใช้งานทันที ซึ่งหมายความว่า เราต้องเข้าใจโจทย์องค์กรตั้งแต่ตอนสมัครงาน จะทำให้เวลาสัมภาษณ์ เราจะไม่ได้แค่ตอบคำถามว่าตัวเองพร้อมเรียนรู้ เพราะองค์กร ณ ขณะนั้นอาจไม่ได้ต้องการคนมาทำงานไปเรียนรู้ไป แต่ต้องการคนที่ทำงานเป็นทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วเด็กจบใหม่ควรเริ่มจากการมีทักษะอะไร ? คุณอภิชาติเน้นว่าต้องมี Technical Skill ในงานนั้น ๆ ก่อนเป็นฐาน แต่ที่สำคัญคือต้องมีความเข้าใจเรื่อง AI และการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อยกระดับงานเกรด B จาก AI ให้เป็นงานเกรด A ให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณรษิกาชวนให้สำรวจตัวเองว่า เราอาจมีทักษะซ่อนอยู่แล้วแต่ยังไม่ได้ให้คุณค่ากับมันรึเปล่า เช่น บางคนอาจมีทักษะโค้ชชิ่งจากการให้คำปรึกษาเพื่อนเรื่องความรัก หรือทักษะจัดการเวลาจากชีวิตประจำวันก็ได้ ส่วนจุติพันธุ์ทิ้งท้ายว่า คนรุ่นใหม่มีข้อได้เปรียบมหาศาล พวกเขาเรียนรู้เร็ว และหากใช้เวลาฝึกฝนอย่างจริงจัง สักวันหนึ่งเป็ดธรรมดาอาจกลายเป็นเป็ดโปรโดยไม่รู้ตัว</span></p>
<h2><b>“ลางาน” ไม่ใช่เรื่องผิด มันเป็น “สิทธิของคนทำงาน” </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45864" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-29.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Job Connect 2025 " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Job Connect 2025 716" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-29.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-29-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การลางานเป็นสิทธิ์ของแรงงานและลูกจ้างทุกคน แต่การลางาน ไม่ว่าจะลาป่วย ลาพักร้อน ลากิจ มักจะถูกมองเป็นเรื่องผิดหรือเป็นภาระของเพื่อนร่วมงาน ทำไมถึงเป็นแบบนั้น ?</span></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/lawclear-labour-law-250911/">คุณ </a><b><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/lawclear-labour-law-250911/">วรรณชนก เจียมสมัย</a> ผู้ร่วมก่อตั้ง </b><a href="https://www.tiktok.com/@lawclear" target="_blank" rel="noopener"><b>Lawเคลียร์</b></a><span style="font-weight: 400;"> ผู้เชี่ยวชาญด้าน</span><a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/labour-rights-and-termination-guide-250506/"><span style="font-weight: 400;">กฎหมายแรงงาน</span></a><span style="font-weight: 400;"> ย้ำอีกครั้งบนเวทีตั้งแต่แรกว่า</span><b> การลาป่วยไม่ใช่ความผิด แต่เป็นสิทธิทางกฎหมายของลูกจ้าง ที่ควรได้รับการเคารพและเข้าใจอย่างแท้จริง แต่ความรู้สึกผิดมักเกิดขึ้นกับคนที่อยากลาป่วยจริง ๆ แต่ไม่กล้า ต้องฝืนมาทำงานเพราะกลัวถูกมองว่าอู้งาน หรือไม่น่ารักในสายตาเพื่อนร่วมทีม </b><span style="font-weight: 400;">ทั้งที่จริงแล้วการลาป่วยควรเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องขออนุญาต และไม่ควรต้องรู้สึกผิดเมื่อใช้สิทธิตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การลาป่วยโดยยังได้รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วันต่อปี ซึ่งนายจ้างไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม </span><b>แม้การลาป่วยจะไม่ผิด แต่ถ้ามากเกินไปจนกระทบต่อการทำงาน องค์กรก็มีสิทธิพิจารณาเลิกจ้างได้ด้วยเหตุผลอันสมควร </b><span style="font-weight: 400;">(โดยต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย) แต่การตัดสินใจเช่นนี้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการลาป่วยเพียงครั้งหรือสองครั้ง แต่ต้องพิจารณาความเหมาะสมของสถานการณ์ในภาพรวม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนการลากิจ นายจ้างมีสิทธิ์พิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธได้ตามดุลยพินิจ หรือถ้าลาพักร้อน ที่แม้จะเป็นสิทธิของลูกจ้าง แต่การใช้สิทธิ์ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ตกลงไว้กับนายจ้าง เช่น จำนวนวัน หรือการห้ามลาติดวันหยุดยาว นอกจากนี้ หากนายจ้างอนุมัติให้ลาแล้วกลับตามให้ทำงานในวันลาก็ถือว่าผิด เป็นการละเมิดสิทธิของลูกจ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพียงแต่โลกการทำงานยุคใหม่ เริ่มเบลอเส้นแบ่งระหว่างเวลางานกับเวลาส่วนตัวจนยากจะแยกได้ เพื่อไม่ให้การลางานกลายเป็นภาระของทีม อาจต้องมีวิธีสื่อสาร และรับผิดชอบงานส่วนของเราให้ดีก่อนส่งต่อ เช่น หากเราป่วยแต่ยังพอมีแรง อาจประสานงานบางเรื่องไว้ก่อน หรือแจ้งเพื่อนร่วมงานอย่างชัดเจนเพื่อให้ทุกคนรับรู้สถานการณ์ ความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจกันคือหัวใจของการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ยั่งยืน</span></p>
<p><b>หากลูกจ้างใช้สิทธิ์อย่างสุจริต ไม่ลาป่วยเท็จ ไม่หนีงานโดยไร้เหตุผล ก็ไม่มีอะไรที่ต้องรู้สึกผิด </b><span style="font-weight: 400;">เพราะสิทธิในการลางานเป็นเรื่องที่กฎหมายคุ้มครองไว้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนทำงาน การรู้กฎหมายแรงงานจะทำให้เราสามารถปกป้องตัวเองได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง</span></p>
<h2><strong>How to เล่า Data ให้หัวหน้าชอบ</strong></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45863" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-28.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Job Connect 2025 " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Job Connect 2025 717" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-28.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-28-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เคยไหมที่นำเสนอข้อมูลแล้วหัวหน้าไม่ตอบอะไรเลย นั่นอาจไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สนใจ แต่อาจหมายถึงเรายังเล่าไม่โดนใจ</span></p>
<p><b>ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล MD จาก </b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/52"><b>Skooldio</b></a><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่าการนำเสนอข้อมูลจึงไม่ใช่แค่โชว์ตัวเลขให้ครบ แต่คือการสื่อสารที่เข้าใจผู้ฟัง และสร้างเรื่องราวที่มีพลัง มากพอจะจูงใจให้คนสนใจและเชื่อในสิ่งที่เราพูด</span></p>
<p><b>หัวใจสำคัญของ Data Storytelling คือเรื่องเล่า ไม่ใช่แค่ตัวเลข เพราะตัวเลขไม่สามารถสื่ออารมณ์หรือความหมายลึกซึ้งได้หากไม่มีบริบท ทุกคนจำตัวเลขไม่เก่ง แต่ทุกคนจำเรื่องที่ฟังได้ดี </b><span style="font-weight: 400;">เรื่องเล่าที่ดีในทางธุรกิจควรชัดเจน มีอารมณ์ร่วม และสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นจริง การเล่าให้ดีจึงเหมือนกับเพื่อนสนิทเม้าท์เรื่องที่ทำให้เราอิน ฟังแล้วเข้าใจทันทีโดยไม่ต้องอธิบายเยอะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจะเล่าเรื่องให้ดีต้องเริ่มจากการเข้าใจผู้ฟังเสียก่อน หัวหน้าแต่ละคนสนใจไม่เหมือนกัน บางคนสนใจตัวเลข บางคนสนใจผลกระทบ บางคนสนใจมุมกลยุทธ์ เราต้องรู้ว่าเขารู้อะไร ไม่รู้อะไร และอยากรู้สิ่งใด การนำเสนอจึงต้องตรงประเด็น เช่น ถ้าเข้าไปขายโปรเจกต์ ต้องรู้ว่าผู้ฟังพร้อมซื้อไหม หรือเราไปในฐานะคู่เทียบ ถ้าเรารู้อย่างนี้ เราจะปรับมุมการเล่าได้ถูก แล้วเล่าเรื่องจากมุมที่เขาแคร์ จะช่วยลดช่องว่างในการสื่อสาร และเพิ่มโอกาสปิดดีลได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องของสไลด์ก็สำคัญไม่แพ้กัน</span><b> การทำสไลด์ 1 หน้า 1 ประเด็น ยังเป็นกฎเหล็ก</b><span style="font-weight: 400;">ที่ช่วยให้ผู้ฟังไม่ต้องคิดซ้ำซ้อน สไลด์ที่ดีควรมีหัวข้อชัด บอกให้รู้ทันทีว่าเราอยากสื่ออะไร ตัวเลขหรือกราฟที่ใส่ต้องมีน้ำหนักและถูกออกแบบให้ ตะโกน ! ในจุดที่เราต้องการเน้น พร้อมกับอธิบายบริบทให้เข้าใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ อย่าเสียดายข้อมูล แล้วยัดทุกอย่างไว้ในหน้าเดียว เพราะจะทำให้คนอ่านหลงทาง จับใจความไม่ถูกแทนที่จะเข้าใจภายในปราดเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่ MD จาก Skooldio เน้นย้ำคือ เวลาเล่าเรื่องเล่าเรื่องในที่ประชุม เราไม่ควรเล่าเรื่องเหมือนการฉายหนังสักเรื่อง แต่เราควร Get to the point ตั้งแต่ต้น ใช้หลัก Executive Summary คือบอกปัญหา วิธีแก้ และหลักฐานสนับสนุน แล้วจึงค่อยต่อยอดด้วยรายละเอียด การใช้โครงสร้างแบบ Pyramid Principle โดยเริ่มจากสาระสำคัญที่สุดก่อน แล้วค่อยไล่ระดับลงมา เป็นการจัดโครงสร้างที่ดีจะทำให้คนฟังเชื่อมโยงข้อมูลได้ง่ายขึ้น และเห็นภาพรวมของเรื่องที่เรานำเสนอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย เทคนิคสำคัญคือการ</span><b>หา Insight ที่เซอร์ไพรส์คนฟังให้เจอ อย่าเล่าแค่สิ่งที่เขาคาดหวัง แต่ให้หาสิ่งที่ข้อมูลพูด แต่เขาไม่รู้ว่าข้อมูลพูดอะไร แล้วเอา Insight นั้นมาเปิดการนำเสนอ</b><span style="font-weight: 400;"> มันจะช่วยดึงความสนใจได้ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเล่า Data ที่ดีจึงไม่ใช่แค่การใช้ Excel หรือ PowerPoint เก่ง แต่คือการเข้าใจคนฟัง เข้าใจบริบท และสื่อสารให้คนฟังรู้สึกว่าข้อมูลนี้มีความหมาย และต้องรีบตัดสินใจในทางที่เราหวังไว้</span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/52?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36603" title="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 50" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/50.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/50.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/50-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/50-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/50-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/50-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>น้องว่าไง พี่ก็ว่างั้นไม่ต้องหวั่นกับคนทำงานกับต่าง GEN</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45862" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-27.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Job Connect 2025 " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Job Connect 2025 718" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-27.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-27-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Gen Gap ยังเป็นปัญหาอยู่ไหม ? หลายองค์กรอาจมองเป็นปัญหาที่มาจากช่วงวัย แต่</span><b>คุณ พลกฤตศรีสมุทร</b> <b>Co-founder จาก YUPP! Entertainment </b><span style="font-weight: 400;">มองว่าจริง ๆ แล้วคำว่า Gen Gap อาจไม่ได้วัดกันด้วยเลขอายุ แต่วัดที่ Mindset ต่างหาก เพราะจากประสบการณ์ของเขา ศิลปินรุ่นใหม่ที่อายุน้อยมาก ๆ หลายคนมีวุฒิภาวะสูงและจริงจังกับงาน ไม่เอาอีโก้มาใช้ในการทำงาน และเป็นสิ่งที่ทำให้ทำงานร่วมกันได้ดี ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่า อายุเท่าไหร่ไม่สำคัญเลย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“มันไม่ใช่เรื่องของช่วงอายุ แต่คือไวบ์และความเข้าใจตรงกันมากกว่า”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณ</span><b> ทัพไทย ฤทธาพรม CEO &amp; Co-Founder, FIREFLY HOLDING Co., Ltd.</b><span style="font-weight: 400;"> ก็เสริมว่า Mindset ของแต่ละ Gen มักสะท้อนจากประสบการณ์ชีวิต เช่น คน Gen Y ที่เติบโตมาท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ ย่อมระวังความเสี่ยงมากกว่าคน Gen Z ที่มีแนวโน้มเปิดรับโอกาสและกล้าลงทุนตั้งแต่อายุน้อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น เวลาเขาจะรับใครเข้าทำงาน เขาก็ไม่ได้วัดที่วัย แต่ดูว่าคน ๆ นั้นสามารถเป็นเพื่อนร่วมทีมที่เคารพกัน และเข้าใจกันได้หรือไม่ ในโลกธุรกิจยุคใหม่ การดึง Gen Z เข้ามาช่วยเติมไอเดีย ความกล้า แต่เขาก็ยังต้องการคน Gen Y มาช่วยเรื่องระบบและวางโครงสร้างองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่ของการออกแบบองค์กร ทั้ง 2 ท่านมองคล้ายกันว่าองค์กรยุคใหม่ต้องยืดหยุ่นและเข้าใจ Gen Z มากขึ้น เพราะกลุ่มนี้จะเป็นกำลังสำคัญในตลาดแรงงานในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การสื่อสารกับคน Gen Z ต้องรวดเร็ว ตรงไปตรงมา และไม่ยึดติดกับรูปแบบทางการมากนัก เช่น การสั่งงานผ่านแชต หรือการตอบกลับด้วยอิโมจิแทนคำพูดล้วนเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แค่สื่อสารให้เข้าใจกัน ไม่จำเป็นต้องเป๊ะทุกถ้อยคำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานร่วมกับคนต่าง Gen ต้องอาศัยช่องทางที่เหมาะกับแต่ละคน ทั้งคุณทัพไทยและคุณพลกฤตต่างเห็นความสำคัญของ 1 on 1 ที่เป้าหมายควรเป็นการพูดคุยเพื่อรับฟังความคิด ความรู้สึก และดูแลสภาพจิตใจของคนในทีม เพราะอย่าลืมว่าคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง Mental Health มากขึ้น และนี่คือพื้นที่ที่ช่วยเยียวยาแผลใจได้ดีทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้ยังโยงมาสู่เรื่อง </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190725-work-life-balance/"><span style="font-weight: 400;">Work-Life Balance</span></a><span style="font-weight: 400;"> ด้วย เมื่อทั้งคู่เห็นพ้องกันว่าเราต้องให้อิสระพนักงานในการออกแบบชีวิตของตัวเอง แต่ต้องควบคู่กับความรับผิดชอบ เช่น </span><b>ออฟฟิศอาจไม่มีเวลาเข้างานตายตัว แต่ถ้าต้องเข้าประชุมเช้า ก็ต้องเข้าให้ตรงเวลา หรือส่งงานให้เสร็จตามกำหนด เราต้องวัดผลจากผลงาน ไม่ใช่เวลาทำงาน</b><span style="font-weight: 400;"> แนวคิดนี้ช่วยให้องค์กรยืดหยุ่นและเปิดโอกาสให้พนักงานมีชีวิตที่สมดุลมากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำงานเพื่อให้ครบชั่วโมง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานร่วมกับคนต่าง Gen ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากเราปรับวิธีคิด เปิดใจรับฟัง และออกแบบ</span><b>วัฒนธรรมองค์กรให้ยืดหยุ่น</b><span style="font-weight: 400;"> การยอมรับความหลากหลายไม่ใช่แค่เรื่องวัย แต่คือการมองเห็นคุณค่าของแต่ละคนในทีม เมื่อเราหยุดวัดกันที่อายุ แล้วหันมามองความเข้าใจร่วมกันแทน การทำงานก็จะกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและ ร่วมแรงร่วมใจได้มากกว่าที่คิด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="การจัดการ (Management) คืออะไร? สิ่งที่ HR ควรรู้เพื่อพัฒนาองค์กร 8" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/job-connect-2025-250706/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 2</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2025-creative-talk-conference-day-2-250705/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2025-creative-talk-conference-day-2-250705/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 Jul 2025 12:01:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[CREATIVE TALK CONFERENCE]]></category>
		<category><![CDATA[CTC 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Creative Talk]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45849</guid>

					<description><![CDATA[จัดขึ้นเป็นวันที่ 2 แล้วกับงาน Supalai Presents: Creative Talk Conference 2025 ภายใต้ธีม The Future is Worth a Thousand Words และทั้งงานยังมีหัวข้อเสวนามากมายที่เน้นไปทาง การตลาด นวัตกรรม และเทคโนโลยี ที่คนทำงานทุกคนควรรู้ รวมถึง HR ด้วย หากถามว่าทำไมคนในสายงาน HR และผู้นำองค์กรถึงต้องรู้และเข้าใจเรื่องการตลาด นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพราะการจะเข้าใจเรื่องการขายของได้ เราต้องเข้าใจศาสตร์แห่งการเข้าใจคน ซึ่งตรงกันอย่างดีกับภารกิจของ HR ที่ต้องบริหารความสัมพันธ์ ทัศนคติ และแรงจูงใจของคนในองค์กรให้กลมกลืนกับเป้าหมายธุรกิจ สิ่งเหล่านี้ HR ล้วนสามารถพลิกแพลงมาใช้กับการดูแลพนักงานได้อย่างน่าสนใจ  ดังนั้นชาว HR และผู้สนใจการบริหารคนในยุคใหม่ ห้ามพลาดบทความนี้เด็ดขาด เพราะ HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจมาให้ได้อ่านกันแล้ว สามารถนำสิ่งดี ๆ ที่ได้ไปปรับใช้แล้วยกระดับองค์กรได้เลย Decoded: พลิกเกมการตลาดจากสิ่งที่ลูกค้าไม่เคยพูด Data ไม่เคยบอกคุณ ท่ามกลางโลกของข้อมูลที่ท่วมท้นด้วยกราฟ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-24.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 2 725" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-24.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-24-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จัดขึ้นเป็นวันที่ 2 แล้วกับงาน </span><b>Supalai Presents: Creative Talk Conference 2025 </b><span style="font-weight: 400;">ภายใต้ธีม </span><b>The Future is Worth a Thousand Words</b><span style="font-weight: 400;"> และทั้งงานยังมีหัวข้อเสวนามากมายที่เน้นไปทาง การตลาด นวัตกรรม และเทคโนโลยี ที่คนทำงานทุกคนควรรู้ รวมถึง HR ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากถามว่าทำไมคนในสายงาน HR และผู้นำองค์กรถึงต้องรู้และเข้าใจเรื่องการตลาด นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพราะการจะเข้าใจเรื่องการขายของได้ เราต้องเข้าใจศาสตร์แห่งการเข้าใจคน ซึ่งตรงกันอย่างดีกับภารกิจของ HR ที่ต้องบริหารความสัมพันธ์ ทัศนคติ และแรงจูงใจของคนในองค์กรให้กลมกลืนกับเป้าหมายธุรกิจ สิ่งเหล่านี้ HR ล้วนสามารถพลิกแพลงมาใช้กับการดูแลพนักงานได้อย่างน่าสนใจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นชาว HR และผู้สนใจการบริหารคนในยุคใหม่ ห้ามพลาดบทความนี้เด็ดขาด เพราะ HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจมาให้ได้อ่านกันแล้ว สามารถนำสิ่งดี ๆ ที่ได้ไปปรับใช้แล้วยกระดับองค์กรได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45852" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-21.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 2 726" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-21.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-21-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>Decoded: พลิกเกมการตลาดจากสิ่งที่ลูกค้าไม่เคยพูด Data ไม่เคยบอกคุณ</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางโลกของข้อมูลที่ท่วมท้นด้วยกราฟ ตัวเลข และ Dashboard ต่าง ๆ คุณ </span><b>บังอร สุวรรณมงคล</b> <b>CEO &amp; Founder จาก Hummingbirds Consulting</b><span style="font-weight: 400;"> ชี้ให้เห็นว่า สิ่งสำคัญที่นักการตลาดหลายคนมองข้ามคือ Insight หรือ ความจริงลึก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในหัวของลูกค้า </span><b>การเข้าใจแรงขับเคลื่อนที่แท้จริงของพฤติกรรมผู้บริโภค รู้ Root Cause หรือแรงจูงใจที่แท้จริง จะช่วยป้องกันการตลาดที่ไร้ทิศทา</b><span style="font-weight: 400;">ง จนสูญเสียทรัพยากรอันมีค่าไปอย่างน่าเสียดาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณบังอรบอกว่า แม้เราจะมีเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลมากมาย แต่ก็มีจุดบอดอีกหลายจุดที่ Data เข้าไม่ถึง หากเราทำการตลาดโดยขับเคลื่อนด้วยตัวเลขเพียงอย่างเดียว อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่เรียกว่า </span><b>Rich Data, Poor Insight นั่นคือเรารู้ทุกตัวเลข แต่ไม่รู้ว่าอะไรผลักดันให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อจริง ๆ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้น เราจำเป็นต้องออกจากหน้าจอ ไปคุยกับลูกค้าจริงๆ เพื่อค้นหาสิ่งที่เขาไม่เคยพูด หรือไม่สามารถบอกเราได้ตรง ๆ ด้วยคำพูดด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เข้าใจ Insight อย่างแท้จริง คุณบังอรเสนอโมเดลที่ช่วยให้นักการตลาดจับภาพอินไซต์ที่ซ่อนอยู่ได้ ผ่านตัวย่อ INSIGHT ที่ประกอบด้วย:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">I – Invisible Truths: ความจริงที่ไม่ถูกพูดถึง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">N – Needs They Can’t Name: ความต้องการที่ลูกค้าไม่รู้จะอธิบายยังไง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">S – Subconscious Driver: แรงผลักดันที่อยู่ใต้จิตสำนึก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">I – Intuition for Future: อินไซต์ที่ช่วยทำนายอนาคตได้ดีกว่า Data</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">G – Gap in the Market: ช่องว่างในตลาดที่ยังไม่มีใครจับจอง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">H – Human-Centered Innovation: นวัตกรรมต้องเริ่มจากปัญหาที่ลูกค้าแคร์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">T – Truth that Transforms Strategy: อินไซต์ที่เปลี่ยนกลยุทธ์ได้จริง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเข้าใจ Insight ถ่องแท้แล้ว วิธีการสร้างแบรนด์และผลิตภัณฑ์ก็ต้องเปลี่ยนตาม ถ้าของดีอยู่แล้ว ก็จงผลักดันให้มันดีที่สุดในโลกใบนี้ แต่ถ้าโปรดักต์ยังธรรมดา จงแก้ที่ประสบการณ์หรือวิธีการสื่อสาร เช่น การเปลี่ยนจากการขายฟีเจอร์ มาเน้นขายภาพลักษณ์หรือไลฟ์สไตล์ บางครั้งแบรนด์ที่ขายหน้าตาท่ามกลางคู่แข่งที่ขายสเปก จุดต่างเล็ก ๆ อาจกลายเป็นชัยชนะใหญ่ในใจผู้บริโภคได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นสำคัญคือ การตลาดยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเจาะกลุ่มใหญ่ แต่ควรเริ่มจากการเข้าหา Super Consumer หรือคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่เสียงทรงพลัง มีอิทธิพลต่อความคิดคนจำนวนมาก เมื่อพวกเขาเชื่อ ใช้ และพูดถึงแบรนด์เรา จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า Ripple Effect แผ่ขยายไปยังผู้บริโภคกลุ่มอื่นตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ </span><b>ความสำเร็จในโลกของการตลาดยุค AI ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีเทคโนโลยีล้ำกว่ากัน แต่อยู่ที่ใครเข้าใจมนุษย์ได้ลึกซึ้งกว่ากัน</b><span style="font-weight: 400;"> Insight ไม่ใช่แค่เครื่องมือการตลาด แต่คือตัวเปลี่ยนเกมกลยุทธ์ เปลี่ยนภาพลักษณ์ และยกระดับแบรนด์ให้ไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<h2><b>Empower B2B with Relationship Management Strategy กลยุทธ์มัดใจลูกค้ารัก ลูกน้องหลง</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45853" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-22.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 2 727" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-22.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-22-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความไม่แน่นอนสูงเป็นพิเศษ ยิ่งทำให้การทำธุรกิจ B2B ยากขึ้นเข้าไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ณรงค์ยศ มหิทธิวาณิชชา</b> <b>Co-Founder และ Head of Growth จาก TWF Agency </b><span style="font-weight: 400;">และคุณ </span><b>วีร์ สิรสุนทร CEO จาก Primo World</b><span style="font-weight: 400;"> เห็นตรงกันว่าปี 2024-2025 เป็นปีที่ยากและท้าทายยิ่งกว่าช่วงเกิดวิกฤติโควิด-19 เสียอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอภาพรวมเศรษฐกิจซบเซาและมีแต่ปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ผู้ประกอบการก็ต้องใช้ไหวพริบในการปรับตัวให้ทัน พร้อมกับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะในงานเอเจนซี่ที่ต้องบาลานซ์ทั้งความต้องการของลูกค้าและความเป็นอยู่ของทีม </span></p>
<p><b>กล่าวคือ ต้องไม่แลกสุขภาพจิตของลูกน้องกับความพึงพอใจของลูกค้าเพียงฝ่ายเดียว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การวางแผนองค์กรในสภาวะที่มองยังไงก็มองไม่เห็นเส้นชัยจึงเป็นเรื่องใหญ่และท้าทายทีเดียว โดยเฉพาะกับองค์กรที่เพิ่งผ่านการขยายทีมครั้งใหญ่ ซึ่งต้องบริหารทั้งทรัพยากร บุคลากร และภาระงานอย่างรอบคอบ ด้วยเป้าหมายเดียวคือรักษาความเชื่อมั่นทั้งจากฝั่ง ลูกค้า และ พนักงาน ให้คงอยู่ไปพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อรับมือกับความซับซ้อนของกระบวนการตัดสินใจใน B2B คุณณรงค์ยศได้เสนอโมเดล MAN ที่ช่วยให้ทีมขายและการตลาดเข้าใจว่า คนถืองบคือใคร (Money) ใครคือผู้มีอำนาจตัดสินใจ (Authority) และใครคือผู้มีความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการโดยตรง (Needs) ถ้าเข้าใจทั้ง 3 บทบาทนี้ การนำเสนอจะแม่นยำและตรงจุดยิ่งขึ้น ไม่เสียทรัพยากรโดยไม่จำเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแค่รู้จักลูกค้าเท่านั้น การรักษาความสัมพันธ์กับทีมงานก็สำคัญไม่แพ้กัน โมเดล CTC ถูกเสนอเป็นแนวคิดในการดูแลลูกค้าและขยายความสัมพันธ์แบบยั่งยืน</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">C – Current Client Trust: สร้างความเชื่อใจจากลูกค้าปัจจุบัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">T – Tell Stories: สื่อสารด้วยเรื่องราวที่เชื่อมโยงใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">C – Connect Right Partner: เชื่อมโยงกับพันธมิตรที่ใช่ เพิ่มพลังเครือข่าย</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ธุรกิจ B2B ไม่ได้ตัดสินกันแค่ที่โปรดักต์หรือราคา แต่อยู่ที่ประสบการณ์ร่วม และความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งทาง Primo เองมีระบบติดตามภาระงานของทีมและการประเมินความพร้อมของโปรเจ็กต์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างทาง การมีเครื่องมือที่วัดได้จริง ช่วยให้ผู้บริหารเข้าไปซัพพอร์ตได้ทันท่วงที แม้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ ต้องบริหารความสัมพันธ์เชิงรุก ไม่ใช่รอจนเกิดปัญหาแล้วค่อยเข้าไปแก้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ณรงค์ยศได้นำเสนอแนวคิด TEAM ที่ช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง แบ่งได้เป็น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">T – Trust: ความเชื่อใจคือรากฐาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">E – Empathy: เห็นใจ เข้าใจ และเคารพความต่าง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">A – Accountability: รับผิดชอบในหน้าที่และเป้าหมายร่วมกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">M – Memes: การหยอกล้อ แชร์มุกขำๆ สื่อถึงความสัมพันธ์ที่ผ่อนคลาย มีพื้นที่ปลอดภัยทางใจ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่คุณณรงค์เน้นย้ำคือตัว M </span><b>หากวันไหนแม้งานจะหนักหนา แต่ทีมยังสื่อสารกัน ส่งภาพตลก มีมตลกให้กันและกัน ยังเป็นสัญญาณว่าทุกคนพร้อมจะลุย แต่หากเมื่อไหร่ที่ทีมเงียบหาย ไม่สื่อสารกัน ไม่ส่งมีมตลก ๆ ให้กันแล้ว นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าความเชื่อใจ ไว้ใจกันในทีมเริ่มสั่นคลอนแล้วก็ได้</b></p>
<h2><b>How Young Leader Reshape the Working Culture: ผู้นำรุ่นใหม่นำการเปลี่ยนแปลงสู่การทำงานได้อย่างไร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45855" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-25.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 2 728" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-25.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-25-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับหลายคน ชื่อของ </span><b>เฌอปราง อารีย์กุล </b><span style="font-weight: 400;">อาจเป็นที่รู้จักจากการ</span><a href="https://www.bnk48.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ไอดอลวง BNK48</span></a><span style="font-weight: 400;"> แถมเป็นกัปตันวงที่หลายคนเรียกว่า “แคปเฌอ” ซะด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องรับบทการเป็นผู้นำ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอผ่านบทบาทผู้นำมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนที่ชอบรวมกลุ่มเพื่อนทำกิจกรรม ไปจนถึงการเป็นผู้จัดการวงที่ต้องประสานงานระหว่างเมมเบอร์รุ่นน้องและทีมผู้บริหาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม เธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองกำลังเป็นผู้นำ แต่เป็นเป็นแค่คนประสานงาน ประสานสิ่งต่าง ๆ ระหว่างคนกลุ่มต่าง ๆ ให้ลงตัวเท่านั้นเอง จนพอทำหน้าที่นั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอก็เริ่มตั้งคำถามว่าหรือจริง ๆ แล้วเธอจะถนัดด้านการบริหารจัดการ ? จนกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอตัดสินใจไปเรียนต่อด้าน MBA ที่ต่างประเทศในอนาคตอันใกล้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทผู้นำรุ่นใหม่ที่คุณเฌอปรางเคยทำมา ไม่ได้มีแค่การวางแผนหรือสั่งการ แต่เป็นการเรียนรู้วิธีประสานคน 2 กลุ่ม 2 รุ่น 2 วัย 2 บทบาทให้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น เธอเล่าว่าช่วงแรกของการเป็นกัปตันวง เธอใช้สไตล์คุยงานแบบแมน ๆ คุยแบบตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นแบบที่เธอคุ้นเคยเมื่อต้องทำงานกับเพื่อนผู้ชายสมัยเรียน แต่พอเข้าสู่วงการไอดอลที่มีน้อง ๆ ผู้หญิงรุ่นใหม่ ที่ไม่ชินกับแนวทางดังกล่าว ทำให้เธอเริ่มเรียนรู้ว่าวิธีเข้าหาคนคือหัวใจสำคัญ การทำงานที่ดีไม่ใช่แค่ทำงานให้เสร็จ แต่ต้องทำให้ทีมรู้สึกใกล้ชิดและเชื่อใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางครั้ง เธอเรียนรู้ที่จะประนีประนอม ถอยคนละก้าว เพื่อให้ทั้งเป้าหมายของผู้บริหารและความสบายใจของทีมเดินไปด้วยกันได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคำแนะนำที่คุณเฌอปรางอยากมอบให้กับว่าที่ผู้บริหาร หรือผู้นำยุคใหม่ก็คือ </span><b>จงตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่า เราต้องการอะไร ? และเราชัดเจนกับตัวเองแค่ไหน ? เพราะหากเราไม่ชัดในสิ่งที่เชื่อ ไม่รู้ขีดจำกัดของตัวเอง เราก็จะไม่มีทางเป็นผู้นำที่มั่นคงได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่เธอฝากถึงคนรุ่นใหม่ก็คือ จงมั่นใจเมื่อได้รับมอบหมายหน้าที่ และหาคำตอบให้ชัดเจนว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรจากเรา หากยังไม่รู้ ก็จงถามให้รู้ และเมื่อตอบตัวเองได้ว่าเราทำได้ดีที่สุดแล้ว ก็จงลุยไปให้เต็มที่</span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/sense-of-ownership-for-leadership-250611/"><span style="font-weight: 400;"> เมื่อเรารู้สึกเป็นเจ้าของผลงาน เราจะอินกับมัน และอยากผลักดันให้งานนั้นออกมาดีที่สุด</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเราได้ทำเต็มที่แล้วภายใต้ข้อจำกัดที่มี ก็ต้องรู้จักปล่อยวาง และไว้ใจในผลลัพธ์ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นแหละ คือหัวใจของการทำงานในแบบผู้นำยุคใหม่</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45831" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T201945.922.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 2 729" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T201945.922.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T201945.922-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2025-creative-talk-conference-day-1-250704/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>“Likeable” ทักษะที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ในยุค AI</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ธนา เธียรอัจฉริยะ </b><span style="font-weight: 400;">นักธุรกิจมากความสามารถ มาให้ทัศนะเกี่ยวกับการทำงานในยุคที่ AI ฉลาดขึ้นทุกวันว่า </span><b>การเป็นมนุษย์ที่น่าร่วมงานด้วย (Likeable) นี่แหละ จะเป็นแต้มต่อสำคัญที่ทำให้ผู้คนอยากทำงานกับเรา อยากร่วมงานกับเรา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ผ่านมา เรามักจะพูดกันถึงการปลูกฝังทักษะ การสอนให้คนเก่งด้านต่าง ๆ แบบเชิงลึก (Hard Skill) แต่จริง ๆ แล้วอีกสิ่งที่สำคัญมาก ๆ คือ ความไว้เนื้อเชื่อใจ (Trust), ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity), การทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration) และมีความเป็นมนุษย์ (Human Element) ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากเราไม่ใช่คนที่คนรอบข้างอยากทำงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่าลืมว่า</span><b>การเป็นคนเก่ง เราอาจออกวิ่งได้เร็ว แต่เราจะไปได้ไกลต้องมีคนสนับสนุนระหว่างทาง </b><span style="font-weight: 400;">คำว่า Likable ไม่ใช่แค่ความใจดีหรือยิ้มเก่ง แต่คือการเข้าใจคนอื่น เห็นใจผู้อื่น และรู้จักทำมากกว่าที่คาดหวัง เช่น หัวหน้าที่ดีไม่ใช่แค่ให้คำสั่ง แต่ต้องมีความชัดเจนในเป้าหมาย ให้พื้นที่ทีม และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ เป็น Tight–Loose–Tight คือ แน่นตอนตั้งต้น ให้อิสระในการลงมือ แล้วแน่นอีกครั้งเมื่อวัดผลงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาย้ำว่าผู้นำที่น่ารัก รวมถึงคนที่น่าทำงานด้วยจำนวนมาก เป็นคนที่มีศิลปะของการเสียเปรียบ หมายถึงบางครั้งเราต้องให้มากกว่ารับ เพื่อให้เกิดความร่วมมือและความไว้วางใจในระยะยาว แต่ เขาก็เตือนด้วยว่าเราต้องรู้จักสำรวจตัวเองว่าเป็น Giver หรือ Taker เพราะในสังคมที่ Givers มารวมตัวกันนั้น ความสำเร็จจะงอกงามร่วมกัน แต่ถ้ามี Taker เข้ามา บรรยากาศแห่งความร่วมมือก็จะพังทลายลงในที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทักษะเล็ก ๆ อย่างการฟัง และอยู่กับปัจจุบัน ก็เป็นหัวใจของการเป็นคนที่น่าร่วมงานด้วย คุณธนาบอกว่า เวลาลูกน้องมาขอคำปรึกษา เราอย่าคิดถึงประชุมถัดไป หรือจับมือถือในมือ แต่จงใส่ใจกับคนตรงหน้า เพราะนั่นคือวิธีสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและยั่งยืน การมี </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/empathy-231030/"><span style="font-weight: 400;">Empathy</span></a><span style="font-weight: 400;"> + Humility คือส่วนผสมลับของคนที่ใคร ๆ ก็อยากร่วมงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาทิ้งท้ายด้วยคำที่ชวนให้ฉุกคิดว่า “You are what you post” หมายถึงเราต้องรู้จักใช้พื้นที่ในโซเชียลมีเดียในด้านบวก เราไม่ใช้เป็นแค่พื้นที่โชว์ตัว แต่คือพื้นที่สร้างตัวตน สร้างพลังบวก เราใช้มันเพื่อ</span><b>ชมคนอื่นอย่างจริงใจ ส่งพลังบวกในเวลาที่คนอื่นต้องการมันมากที่สุด เพื่อย้ำกับตัวเองทุกวันว่าเรากำลังเป็นมนุษย์ที่น่าอยู่ด้วยในโลกที่กำลังถูกแวดล้อมด้วย AI</b></p>
<h2><b>How Actions Today Shape a Meaningful Tomorrow งานปัจจุบันจะสร้างความหมายของอนาคตได้อย่างไร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45854" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-23.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 2 730" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-23.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-23-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ศานนท์ หวังสร้างบุญ</b> <b>รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครฯ</b><span style="font-weight: 400;"> มาแบ่งปันประสบการณ์การทำงานภาครัฐที่เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเฉพาะเรื่องคนและระบบว่า แม้โครงสร้างของราชการจะคล้ายบริษัทเอกชนในเรื่องการแบ่งสายงาน แต่ราชการจะถูกกฎหมายและระเบียบผูกมัดการตัดสินใจไว้แน่นหนา หลายครั้งแนวคิดดี ๆ ถูกจำกัดด้วยสิ่งที่ทำไม่ได้ตามกฎหมาย ทำให้เวลาอยากทำอะไรก็อาจทำไมไ่ด้ หรือทำได้ไม่เต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถึงแม้จะอยู่ในระบบราชการ คุณศานนท์ก็เลือกที่จะทำงานใต้มุมมองแบบองค์กรเอกชน เน้นว่าการลงมือทำสำคัญกว่าแค่ตั้งนโยบาย การตั้งคำถามว่าเราจะทำอะไร ? สำคัญก็จริง แต่เราจะทำให้สำเร็จได้อย่างไร ? เป็นสิ่งที่สำคัญกว่า เพราะแม้จะมีนโยบายดีแค่ไหน ถ้าไม่เข้าใจข้อจำกัดทางกฎหมายและไม่รู้วิธีเดินเกมอย่างชาญฉลาด สุดท้ายก็กลายเป็นเพียงคำสัญญาที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นและเป็นที่พูดถึงมากคือ</span><b>ระบบ </b><a href="https://citydata.traffy.in.th/login" target="_blank" rel="noopener"><b>Traffy Fondue (ทราฟฟี่ฟองดูว์)</b></a><b> แพลตฟอร์มที่เปิดให้ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ของตัวเองได้โดยตรง</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น ไฟดับ ถนนพัง ขยะล้น ฯลฯ สิ่งนี้ทำให้เราได้ข้อมูลของจริงจากประชาชนเข้ามาอยู่ในระบบราชการแบบเรียลไทม์ ทำให้การจัดการของเมืองมีทิศทางและความชัดเจนมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญคือ </span><b>ทำให้อำนาจบางส่วนกลับมาอยู่ในมือประชาชน พวกเขาสามารถส่งเสียงในสิ่งที่พวกเขาต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงได้จริง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศานนท์ยังยอมรับตรง ๆ ว่างานราชการนั้นล้าหลังมาก แต่ข้อดีคือพอมาตรฐานต่ำอยู๋แล้ว หมายความว่าถ้าทำสิ่งดี ๆ มันย่อมพัฒนาอย่างเห็นผลได้แน่นอน หากมีแรงขับจากคนรุ่นใหม่และภาคประชาชนที่พร้อมหนุน ระบบใดๆ ก็สามารถขยับไปข้างหน้าได้ ทุกการกระทำในวันนี้ แม้ดูเล็กน้อย ก็สามารถเป็น Input ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวได้อย่างมีความหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการเปลี่ยนเมืองให้ดีขึ้น ไม่ใช่แค่หน้าที่ของผู้ว่าฯ หรือข้าราชการเท่านั้น แต่ต้องการพลังจากประชาชนทุกคน หาก Traffy Fondue ถูกใช้อย่างแพร่หลาย มันไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มรับเรื่องร้องเรียน แต่มันคือสัญญาณว่า</span><b> เมืองนี้เปลี่ยนได้ ด้วยเสียงของทุกคน และสักวันหนึ่ง เมืองในฝันของทุกคนก็อาจไม่ไกลเกินจริง</b></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" title="วางแผนการเงิน คืออะไร ? ทำไม HR ต้องช่วยพนักงานเกษียณสำราญ 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้" width="1600" height="500" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2025-creative-talk-conference-day-2-250705/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2025-creative-talk-conference-day-1-250704/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2025-creative-talk-conference-day-1-250704/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Jul 2025 13:47:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Creative Talk]]></category>
		<category><![CDATA[CTC 2025]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45830</guid>

					<description><![CDATA[ยิ่งความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็วเท่าไหร่ การมีความคิดสร้างสรรค์ยิ่งไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่จะกลายเป็นทางรอดสำหรับธุรกิจและคนทำงานทุกสายอาชีพ  ดังนั้นจึงเกิดงานเสวนาด้านครีเอทีฟและนวัตกรรมครั้งสำคัญ Supalai Presents: Creative Talk Conference 2025 ภายใต้ธีม The Future is Worth a Thousand Words รวบรวมนักคิด นักสร้าง และผู้นำในหลากหลายวงการ ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจ การตลาด เทคโนโลยี ไปจนถึงการออกแบบชีวิตและการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต มาแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างเข้มข้น หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปประเด็นน่าสนใจจากเวทีเสวนาต่าง ๆ ที่ HR ควรรู้มาให้ได้อ่านแล้วในบทความนี้ Creative Talk Conference 2025 Opening Speech เมื่อเราอยู่ในยุคที่หากมีข้อสงสัยอะไร การถาม ChatGPT กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนทำกันจนชินไปแล้ว คุณ สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO and Founder at RGB72 and CREATIVE TALK ขึ้นมากล่าวเปิดงานอย่างมีอารมณ์ขัน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45831" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T201945.922.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1 737" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T201945.922.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T201945.922-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็วเท่าไหร่ การมีความคิดสร้างสรรค์ยิ่งไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่จะกลายเป็นทางรอดสำหรับธุรกิจและคนทำงานทุกสายอาชีพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นจึงเกิดงานเสวนาด้านครีเอทีฟและนวัตกรรมครั้งสำคัญ </span><b>Supalai Presents: Creative Talk Conference 2025 </b><span style="font-weight: 400;">ภายใต้ธีม</span><b> The Future is Worth a Thousand Words </b><span style="font-weight: 400;">รวบรวมนักคิด นักสร้าง และผู้นำในหลากหลายวงการ ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจ การตลาด เทคโนโลยี ไปจนถึงการออกแบบชีวิตและการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต มาแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างเข้มข้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป </span><b>HREX </b><span style="font-weight: 400;">สรุปประเด็นน่าสนใจจากเวทีเสวนาต่าง ๆ ที่ HR ควรรู้มาให้ได้อ่านแล้วในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h1><b>Creative Talk Conference 2025 Opening Speech</b></h1>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเราอยู่ในยุคที่หากมีข้อสงสัยอะไร การถาม ChatGPT กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนทำกันจนชินไปแล้ว คุณ </span><b>สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO and Founder at RGB72 and <a href="https://creativetalkconference.com/" target="_blank" rel="noopener">CREATIVE TALK</a></b><span style="font-weight: 400;"> ขึ้นมากล่าวเปิดงานอย่างมีอารมณ์ขัน แต่เขาก็ยอมรับว่าคำตอบจาก AI ยังไม่ได้เชื่อถือได้เสมอไป แต่การปรับใช้เครื่องมือให้เหมาะกับมนุษย์ คือทักษะที่ต้องเรียนรู้ต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจัดงาน Creative Talk ที่ปีนี้เดินทางเข้าสู่ปีที่ 15 แล้ว เขาพบว่าทุกคนในองค์กรเก่งที่สามารถผลักดันงานนี้ออกมาจนประสบความสำเร็จได้ และกำลังจะไปจัดงานขยายออกไปยังต่างประเทศ นำโดยประเทศลาวด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเติบโตแบบไม่หยุดยั้งของ Creative Talk ควบคู่ไปโลกที่ไม่หยุดนิ่ง และคาดเดาไม่ได้ บางครั้งแค่พลาดข่าวไปวันเดียว เราก็ตามไม่ทันแล้ว นั่นจึงเป็นที่มาของธีมงานปีนี้นั่นคือ The Future is Worth a Thousand Words เพราะอนาคตไม่ได้มีเพียงหนึ่งความหมาย มันอาจซับซ้อนจนรูปภาพหนึ่งรูป อาจอธิบายได้มากกว่าคำพูดนับพัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมมองของเขา แม้อนาคตจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยี AI รถบินได้ หรือหุ่นยนต์ทำกับข้าว แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรถูกมองข้ามก็คือความผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) ความไม่สมบูรณ์ของเราแฝงไว้ด้วยความงดงาม มันทำให้ผลงานที่ออกมามีชีวิต มีตัวตน มีเอกลักษณ์ซึ่งเทคโนโลยียังเลียนแบบไม่ได้ และเขาไม่ได้ต่อต้าน AI แต่ขอเพียงแค่ให้ทุกคนรู้เท่าทัน AI และอย่าลืมหันกลับมาฟังจังหวะของตัวเองในโลกที่วิ่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ก็พอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสิทธิพงศ์ปิดท้ายว่า เราอย่ากลัววิกฤติ และอย่าหลงไปกับกระแสที่มาแรงเพียงชั่วขณะ แต่ให้วิเคราะห์ว่าสิ่งใดเหมาะกับเรา และสิ่งใดไม่ใช่ จากนั้นเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากพอ เพื่อสร้าง</span><i><span style="font-weight: 400;">ทางเลือกในชีวิตที่หลากหลาย </span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะการใช้ชีวิตจนไปถึงจุดที่เราสามารถเลือกสิ่งที่จะทำได้ ว่าจะทำอะไร นั่นคือชีวิตที่ดี” </span></i></p>
<h2><b>Half Year Trends: Creativity</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><b> ดิศรา อุดมเดช CEO &amp; Founder at Yell Worldwide</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ</span><b> สุนาถ ธนสารอักษร Managing Director จาก Accenture Song </b><span style="font-weight: 400;">มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการทำงานข้ามวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแตกต่างของวัฒนธรรมการทำงานระหว่างเอเชียและตะวันตก ซึ่งมีทั้งสิ่งที่คล้ายกันและต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณดิศราบอกว่า ปัจจุบันจีนก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจด้านความคิดสร้างสรรค์ ที่สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมและความทะเยอทะยานได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ซึ่งไทยต้องจับตามองและเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน คุณสุนาถได้เน้นถึงการผสมผสานวิธีการทำงานของคนเอเชียกับความแข็งแกร่งของการคิดแบบตะวันตก โดยบอกว่าคนเอเชียมีทักษะในการด้นสด และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี แต่การใช้แนวคิดที่ละเอียดและรอบคอบก็มีความสำคัญเช่นกัน การทำงานแบบยืดหยุ่นของคนเอเชียจึงต้องปรับให้เหมาะสมกับวิธีการคิดของตะวันตกเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น่าสนใจว่าปัญหาทางการเมืองก็มีผลต่อแวดวงความคิดสร้างสรรค์เช่นกัน ในจีนมีการเซ็นเซอร์หนักมาก ทำอะไรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วน AI ก็ส่งผลกระทบเช่นกัน แต่เรายังต้องพึ่งพาความสามารถของมนุษย์ในการตัดสินใจและสร้างสรรค์ผลงานที่ดี ซึ่งจะเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่ของ Business Model งานครีเอทีฟต้องสามารถวัด ROI ได้อย่างชัดเจน เพราะการสร้างสรรค์จะต้องมีการคำนวณและวางแผนเพื่อให้ผลลัพธ์เป็นที่จับต้องได้ในโลกธุรกิจที่ต้องการความคุ้มค่า และในบางครั้งเราอาจต้อง Reinvention ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่การเปลี่ยนแปลงธรรมดา แต่หมายถึงการรื้อทุกอย่างและเริ่มสร้างใหม่อีกครั้ง การสร้างสรรค์ที่ดีต้องมีการแปลงไอเดียเป็น Action ให้ได้ ซึ่งจะทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มมากขึ้นกว่าการยึดติดเรื่องเดิม ๆ</span></p>
<h2><b>Half Year Trends: Marketing</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45833" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T202001.581.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1 738" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T202001.581.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T202001.581-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกการตลาดยุคใหม่ใช้ข้อมูลช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเป็นส่วนตัวกับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นสิ่งที่ HR ต้องรู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>โศรดา ศรประสิทธิ์ CEO บริษัท ปับลิซิส กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด </b><span style="font-weight: 400;">และคุณ </span><b>ภัทรา ภัทรสุวรรณ Associate Marketing Director KFC </b><span style="font-weight: 400;">พูดถึงความสำคัญของการใช้ข้อมูลเพื่อการ Personalization ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคยินดีให้ข้อมูลหากมันนำไปสู่การตอบโจทย์ที่ตรงใจ พวกเขาเน้นว่าแม้การใช้ข้อมูลจะทำให้การตลาดมีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่การใช้ข้อมูลต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และไม่รุกล้ำความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภค เพื่อไม่ให้เขารู้สึกรำคาญหรือถูกละเมิดสิทธิ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งความท้าทายคือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลที่มีสื่อมากมายให้เลือก แต่ขณะเดียวกันสมาธิของผู้บริโภคก็สั้นลงเรื่อย ๆ เนื่องจากมีข้อมูลมากมายให้เลือกสรร ดังนั้นนักการตลาดจึงต้องปรับกลยุทธ์การทำคอนเทนต์และโปรโมชั่นให้สามารถ ดึงดูดความสนใจได้อย่างรวดเร็ว และตอบโจทย์การเสพสื่อของผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ เข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับพฤติกรรมการเสพสื่อของกลุ่มเป้าหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือผลกระทบของเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว ทำให้การเติบโตทางธุรกิจอาจไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน คุณโศรดาและคุณภัทราเห็นตรงกันว่าแม้เศรษฐกิจจะไม่เติบโต แต่แบรนด์ต้องมุ่งเน้น การสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะการเพิ่มประสบการณ์ที่ดี และทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่าทุกครั้งที่จ่ายเงิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้</span><b> การสร้างความรู้สึกที่ดีต่อแบรนด์ คือสิ่งที่จะช่วยให้แบรนด์ได้ครองความนิยมในใจผู้บริโภค ได้อย่างยาวนาน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นคือการทำสงครามราคา หรือการลดราคาสินค้าก็อาจเป็นวิธีการดึงดูดลูกค้าในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ทั้งคู่เน้นว่าทำได้แต่ไม่ควรลดคุณค่าของแบรนด์ที่ได้สร้างขึ้นมา เพราะหากทำเช่นนั้นอาจทำให้ผู้บริโภคลืมความน่าสนใจของแบรนด์ได้ โดยเฉพาะการทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าที่ได้รับจากแบรนด์ยังคงดีและไม่ลดลง โดยใช้การปรับตัวให้มีความยืดหยุ่น พร้อมทดลองผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ คุณโศรดาและคุณภัทราชี้ให้เห็นว่า ความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า คือการที่แบรนด์สามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้ในชีวิตประจำวัน ด้วยสินค้าหรือบริการที่เข้าถึงได้ง่ายและตอบโจทย์สิ่งที่เขาต้องการในเวลาที่เหมาะสม แม้ว่าเศรษฐกิจอาจไม่ดีในช่วงนี้ แต่การสร้างแบรนด์ที่เชื่อถือได้และเป็นที่รักของลูกค้า จะช่วยให้แบรนด์ยังคงอยู่ในใจของผู้บริโภค และสามารถกลับมาสู่การเติบโตที่ยั่งยืนเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างแน่นอน</span></p>
<h2><b>Half Year Trends: Business and Economy</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45835" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T202216.996.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1 739" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T202216.996.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T202216.996-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ยอด ชินสุภัคกุล CEO ของ LINE MAN Wongna</b><span style="font-weight: 400;">i ให้มุมมองเกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหารในไทยในช่วง 2-3 ปีมานี้ว่าล้วนเผชิญปัญหายอดขายตก ต้นทุนสูงขึ้น และปัญหาค่าแรงที่เพิ่มขึ้นถึง ขณะที่ร้านอาหารใหม่ ๆ เริ่มเปิดน้อยลง และร้านเก่ามักปิดตัวลงในปีแรกถึง 50%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณยอดชี้ให้เห็นว่า การขยายตัวของธุรกิจร้านอาหารในไทยต้องใช้เทคโนโลยีมาเสริมเพื่อเพิ่มยอดขายและลดต้นทุน รวมถึงการขยายช่องทางการขายผ่าน Food Delivery ซึ่งยังเติบโตอยู่ ทำให้แบรนด์สามารถอยู่รอดได้ในสภาพเศรษฐกิจที่ยากลำบากนี้ นอกจากนี้การขยายสาขาของร้านอาหารที่เป็น Quick Service ให้ผลลัพธ์ที่ดี จนสามารถเติบโตได้มากกว่าร้านเล็ก ๆ ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจซบเซา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางกลับกันคุณ </span><b>จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา CEO ของ Bitkub</b><span style="font-weight: 400;"> มาแลกเปลี่ยนมุมมองในระดับ Global โดยมองว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคของ Regionalization ซึ่งต่างจาก Globalization ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต การแข่งขันในโลกธุรกิจไม่ใช่แค่ระหว่างประเทศเดียวอีกต่อไป แต่เป็นการแข่งกันระหว่างภูมิภาค โดยเฉพาะในกรณีของจีนและอเมริกา ที่มีความสัมพันธ์ทางการค้าและการเมืองที่ตึงเครียด และส่งผลต่อ Supply Chain ทั่วโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้การใช้เทคโนโลยี AI, Blockchain, VR, และ 3D Printing จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคต เขามองว่าจีนมีข้อได้เปรียบเชิงข้อมูลมาก ๆ เพราะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากที่สุด จะทำให้จีนสามารถเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว และสามารถมีอำนาจเหนืออุตสาหกรรมต่าง ๆ ง่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับมาที่การปรับตัวในระดับท้องถิ่น คุณยอดเน้นความสำคัญของการใช้ เทคโนโลยี AI ในการขับเคลื่อนธุรกิจในไทย โดยมองว่าบริษัทต้องปรับตัวให้ AI Driven เพื่อให้สามารถเติบโตในโลกที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญ พร้อมกับการบริหารจัดการต้นทุนและการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า เพื่อคงความได้เปรียบในตลาดไทยที่มีการแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน คุณจิรายุส มองโลกในมุมที่กว้างขึ้น โดยเห็นว่าโลกกำลังเข้าสู่ ยุคใหม่ของเทคโนโลยี ที่ไม่ใช่แค่ถูกที่สุดหรือดีที่สุดที่จะชนะ แต่จะเป็นการสร้างสิ่งที่ยั่งยืน เช่น Green Economy ที่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด ทั้งสองทิ้งท้ายถึงการเรียนรู้เทคโนโลยี ว่าจะเป็นสิ่งสำคัญในการปรับตัวและอยู่รอดในยุคนี้ คุณยอดเน้นว่าการเรียนรู้และใช้ AI ในธุรกิจจะเป็นสิ่งที่ทำให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดท้องถิ่น ขณะที่คุณจิรายุสย้ำว่าการเข้าใจทิศทางของโลก และการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลกคือ ทางรอดของธุรกิจ ในอนาคต โดยเฉพาะการใช้ Bitcoin เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตทางการเงิน</span></p>
<h2><b>Half Year Trends: People</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45834" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T202011.230.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1 740" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T202011.230.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T202011.230-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>จิตสุภา วัชรพล Co-CEO จาก ThairathTV และ Thairath Online </b><span style="font-weight: 400;">พูดถึงความสำคัญของ การวางแผนองค์กร และการบริหารทีม โดยเน้นว่าในฐานะหัวหน้าต้องไม่ลืมที่จะเข้าใจความเป็นมนุษย์ของทั้งตัวเองและเพื่อนร่วมงาน การนำทีมด้วย Empathy หรือความเห็นอกเห็นใจจะช่วยให้ทีมสามารถประคับประคองกันและกันได้ในช่วงวิกฤติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และไม่ว่าจะในช่วงเวลาที่ยากลำบากแค่ไหน หัวหน้าก็ต้องเข้าใจและฟังเสียงของพนักงาน เพื่อช่วยกันสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การฟังและรับฟังความรู้สึกของทีมงานเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันและสามารถช่วยให้ทีมฝ่าฟันอุปสรรคได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณจิตสุภายังเน้นว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงาน เป็นสิ่งสำคัญที่หัวหน้าต้องใส่ใจ แม้ว่าอาจไม่ง่ายนัก แต่การที่หัวหน้าเปิดใจและเข้าหาพนักงานด้วยความจริงใจจะช่วยให้พนักงานสามารถเข้าหาหัวหน้าได้เช่นกัน และสร้างความเชื่อมั่นในตัวกันและกัน หัวหน้าควร ใจเย็น และให้โอกาสพนักงานได้พูดและแสดงความคิดก่อนที่เราจะตัดสินอะไร โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ยากลำบาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณ </span><b>จักรพงษ์ เมษพันธุ์ โค้ชการเงิน จาก Money Coach</b><span style="font-weight: 400;"> ให้ทัศนะว่าทุกวันนี้มีพนักงานที่เผชิญกับปัญหาหนี้สิน และ<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/retire-rich-240418/">ความเครียดจากการเงินมากขึ้น</a> เขาขอให้คำแนะนำว่าพนักงานที่มีปัญหาดังกล่าวควรเริ่มจากการทำงานให้ดี เพราะงานที่ดีจะนำมาซึ่งรายได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน อย่าลืมว่าหากไม่มีรายได้ ทางออกย่อมตีบตันมากกว่า และควรวางแผนการเงินให้รอบคอบ เช่น การพูดคุยกับธนาคารและหาวิธีหารายได้เสริมเพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจัดการเงินให้สามารถมีความสุขในการทำงานยังเป็นสิ่งสำคัญ ทักษะการเงินที่ดีจะช่วยให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ และที่สำคัญคือการพัฒนาตัวเองให้มี ทักษะใหม่ ๆ และ ความสามารถที่สูงขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการหาแหล่งรายได้ใหม่ ๆ การพัฒนาตัวเองจะเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย คุณจิตสุภาได้กล่าวถึงความจริงอันโหดร้ายว่า </span><b>ธุรกิจในยุคนี้ต้องเลือกว่าใครควรได้รับการสนับสนุนมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงที่ธุรกิจถดถอยและมีข้อจำกัดในด้านทรัพยากร การกอดคนและกอดเงินไม่สามารถทำพร้อมกันได้</b><span style="font-weight: 400;"> ธุรกิจต้องเลือกที่จะกอดคนบางคนที่สำคัญที่สุดเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้ และกอดเงินบางส่วน เพื่อรักษาการเติบโตในขณะเดียวกัน การตัดสินใจในช่วงวิกฤติจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องใช้วิจารณญาณอย่างมากในการรักษาความสมดุล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และโค้ชหนุ่มได้ตบท้ายไว้น่าสนใจว่า</span><i><span style="font-weight: 400;"> “แล้วเราเองทำตัวให้องค์กรรู้สึกว่าอยากกอดแล้วหรือยัง ?”</span></i></p>
<h2><b>Sustainability in Action: How to Survive and Thrive in the Green Business รักษ์โลกอย่างไร ให้ธุรกิจรอด</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45832" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T201952.064.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1 741" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T201952.064.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T201952.064-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวข้อเสวนานี้พาไปสำรวจว่าความยั่งยืนไม่ใช่แค่คำพูดสวย ๆ แต่เป็นธุรกิจต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลง ธุรกิจต้องมองภาพรวมและไม่แยกประเด็นเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมออกจากกัน เพื่อให้สามารถ เติบโตในระยะยาว โดยไม่ทำลายโลกและสังคมในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>พิมพ์ลดา ไชยปรีชาวิทย์ นักเล่าเรื่องอาหารจาก PEAR is hungry</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบายว่าคำว่า Sustainability มีหลายแง่มุมและตีความได้หลากหลาย โลกธุรกิจมักจะถูกผูกติดกับการทำกำไรสูงสุดในอดีต แต่ปัจจุบันธุรกิจต้องปรับตัวโดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สังคมมักมีมายาคติว่าการรักษ์โลกคือการทำสิ่งดี ๆ โดยไม่หวังผลกำไร แต่จริง ๆ แล้วธุรกิจที่ยั่งยืนต้องมีการตอบสนองความต้องการในปัจจุบันโดยไม่ทำลายอนาคตของคนรุ่นถัดไป ซึ่งนำไปสู่การทำธุรกิจแบบองค์รวม ที่คำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>กมลนาถ องค์วรรณดี นักออกแบบและที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า การทำธุรกิจและการรักษ์โลกไม่ใช่เรื่องแยกกัน โดยเฉพาะในระบบเศรษฐกิจที่ต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมยังไม่ได้ถูกรวมเข้ากับต้นทุนของสินค้าและบริการที่เราจ่ายในปัจจุบัน เขายกตัวอย่างว่าอาจมีสินค้าที่ราคาถูกมาก ๆ แต่มันไม่สะท้อนต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการผลิตสินค้านั้น ๆ การทำธุรกิจอย่างยั่งยืนอาจจะทำให้กำไรในระยะสั้นลดลง แต่จะทำให้เกิดผลดีในระยะยาว และธุรกิจที่รอดจะต้องมีการปรับกลยุทธ์เพื่อ รักษาสมดุลของระบบนิเวศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณ </span><b>อมรพล หุวะนันทร์ CEO และ Co-Founder ของ moreloop</b><span style="font-weight: 400;"> มองว่าการเริ่มต้นทำธุรกิจยั่งยืน เมื่อวางโพสิชั่นสินค้าแล้วควรพิจารณาความยั่งยืนในมิติที่เหมาะสมกับคุณภาพของสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนจะต้องมีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าเมื่อเทียบกับสินค้าทั่วไป เพื่อไม่ให้เกิดการลดคุณภาพที่อาจส่งผลกระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้า เขายังกล่าวถึงการเข้าใจลูกค้าให้ดีว่า กลุ่มไหนสนใจเรื่องความยั่งยืนจริง ๆ และต้องทำความเข้าใจด้วยว่า ลูกค้าจะยอมจ่ายเพิ่มสำหรับสินค้าที่มีความยั่งยืนหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณ</span><b> ธมลวรรณ วิโรจน์ชัยยันต์ COO &amp; Co-Founder จาก moreloop</b><span style="font-weight: 400;"> เสริมว่า การทำธุรกิจที่เน้นความยั่งยืนนั้นต้องคำนึงถึงความสมดุล โดยเฉพาะในการตั้งราคาสินค้าและการสร้าง ความคาดหวังที่สมเหตุสมผล สำหรับลูกค้า โดยไม่ควรสร้างความคาดหวังเกินจริง การรักษาคุณภาพสินค้าและการดูแลแรงงานอย่างถูกต้องจะทำให้ลูกค้ารู้สึกไว้วางใจและกลับมาซื้อซ้ำ พร้อมทั้งการสร้าง Win-Win Situation ให้กับทุกฝ่าย ทั้งตัวธุรกิจเอง ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ</span></p>
<h2><b>What Makes Us Valuable? ตัวตน คุณค่า และทางรอด</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T202301.256.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1 742" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T202301.256.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-04T202301.256-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโลกเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีอย่าง AI ก้าวล้ำไปไกล ความสามารถของเครื่องจักรเริ่มฉลาดกว่าเราเป็นครั้งแรก แล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้เรายังมีคุณค่า ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>รวิศ หาญอุตสาหะ CEO จาก Srichand &amp; Mission To The Moon Media </b><span style="font-weight: 400;">เปรียบเทียบมนุษย์กับกวางที่เต็มไปด้วยความกลัว ความกังวล ต่างจากสิงโตที่มองความเครียดเป็นความท้าทาย เขาจึงเสนอว่า หากเราจะอยู่รอดในยุค AI เราควรเปลี่ยนมุมมองจากกวางเป็นสิงโต คือไม่ใช่แค่เอาตัวรอด แต่ต้องกล้าเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างมีพลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้เทคโนโลยีอย่าง AI จะทำให้หลายงานหายไปในอนาคตอันใกล้ แต่ขณะเดียวกัน ก็สร้างโอกาสใหม่มหาศาล เช่น AI ช่วยสร้างคลิปวิดีโอด้วยคนเพียงคนเดียว หรือลดเวลาการประชุมลงได้มหาศาล คำถามที่มนุษย์ต้องตอบจึงไม่ใช่แค่ว่า AI จะมาแทนเราไหม ? แต่ควรถามว่า เมื่อเรามีเวลามากขึ้น เราจะเอาเวลาไปทำอะไรให้มีคุณค่า ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณรวิศยังพูดถึงคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ที่มักถูกเข้าใจผิดว่าไม่อดทนหรือไม่สู้งาน แต่ความจริงแล้ว เขามองว่า Gen Z ไม่ได้กลัวงานหนัก พวกเขาแค่กังวลว่าจะเก่งพอหรือไม่ จะพึ่งพาตัวเองได้ไหม และเผชิญความกดดันในการเปรียบเทียบกับคนอื่น โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ และทำให้คำว่าความเก่งเปลี่ยนไปจากยุคก่อน จากที่เคยเป็นเรื่องของทักษะล้วน ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของ ตัวตนและภาพลักษณ์ ที่คนอื่นมองเห็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาเสนอว่าเราควรมองคนเป็นคน ไม่ใช่มองแค่สกิล เพราะเมื่อเรามองลึกไปถึง ความเชื่อ ความชอบ ความกลัว หรือความภาคภูมิใจ เราจะเข้าใจคนมากขึ้น และสามารถสร้างความสัมพันธ์ในที่ทำงานที่ดีขึ้นได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ องค์กรควรกลับมาตั้งคำถามว่าได้ สร้างพื้นที่ที่มีความหมายหรือยัง โดยควรมีองค์ประกอบสำคัญ 3 อย่าง ได้แก่ </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พื้นที่ปลอดภัยทางใจ (Psychological Safety)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายที่ชัดเจน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ขอบเขตของความอดทนที่ยืดหยุ่นพอให้คนได้เติบโต</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงคุณค่า คุณรวิศเน้นว่า มนุษย์ยังมีสิ่งที่ AI ไม่มี ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์, ความเชื่อ, การวิเคราะห์, เอกลักษณ์เฉพาะตัว และความสามารถในการให้ Emotional Support องค์กรควรช่วยให้พนักงานค้นพบว่าคุณค่าเฉพาะตัว (Value) ของตัวเองคืออะไร เพราะในโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว ความไว้วางใจคือหนึ่งในคุณค่าที่ AI ไม่สามารถสร้างได้</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราต้องหาให้เจอว่า Personal Value Proposition (PVP) ของเราคืออะไร เราทำอะไรได้ดี เราให้ความสำคัญกับอะไร และสิ่งที่คนอื่นต้องการคืออะไร ถ้าเรารู้จักตัวเองชัดเจนพอ เราก็จะไม่ต้องกลัว AI หรือความเปลี่ยนแปลงอีกต่อไป”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นกวางที่หวาดกลัว หรือสิงโตที่กล้าก้าวไปข้างหน้า และเมื่อเลือกมุมมองที่ใช่ เราก็จะอยู่รอดอย่างมีความหมาย”</span></i></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" title="วางแผนการเงิน คืออะไร ? ทำไม HR ต้องช่วยพนักงานเกษียณสำราญ 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้" width="1600" height="500" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/ctc-2025-creative-talk-conference-day-1-250704/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar &#124; The RUPT Leader</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-the-rupt-leader-250626/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-the-rupt-leader-250626/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Jun 2025 11:06:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Slingshot Group]]></category>
		<category><![CDATA[The Rupt Leader]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45603</guid>

					<description><![CDATA[ที่ผ่านมาเราคุ้นเคยกับคำศัพท์ที่พูดถึงโลกที่ผันผวนคาดการณ์ไม่ได้ นำโดย VUCA และ BANI แต่ล่าสุด โลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค RUPT อย่างเต็มตัว หรือโลกบริบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน ยากจะคาดเดา ย้อนแย้ง ยุ่งเหยิง และซับซ้อน ในความผันผวนที่ไม่มีสูตรสำเร็จนี้ ผู้นำองค์กร โดยเฉพาะ HR ที่ต้องเป็นทั้งกลไกสำคัญและเพื่อนร่วมทางของผู้นำจึงต้องถามตัวเองว่า จะนำทีมให้รอด และพาองค์กรให้รุ่งได้อย่างไร ? HREX จับมือกับ Slingshot Group จัดสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ The RUPT Leader: นำอย่างไรให้รอดและรุ่งในโลกของ RUPT โดยได้ 2 วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะผู้นำอย่าง ดร.สุทธิโสพรรณ ช่วยวงศ์ญาติ Partner และ คุณธัญจิรา พิมลแสงสุริยา Group Head of Operations มาร่วมแชร์แนวคิด องค์ความรู้ และคำแนะนำที่ HR ทุกคนควรรู้ และนี่คือสรุปเนื้อหาเข้มข้นจาก Webinar ครั้งล่าสุดของ HREX RUPT [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45606" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-26T160038.522.webp" alt="HREX Cover by Para 2025 06 26T160038.522" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | The RUPT Leader 752" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-26T160038.522.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-26T160038.522-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ผ่านมาเราคุ้นเคยกับคำศัพท์ที่พูดถึงโลกที่ผันผวนคาดการณ์ไม่ได้ นำโดย VUCA และ BANI แต่ล่าสุด โลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค RUPT อย่างเต็มตัว หรือโลกบริบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน ยากจะคาดเดา ย้อนแย้ง ยุ่งเหยิง และซับซ้อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในความผันผวนที่ไม่มีสูตรสำเร็จนี้ ผู้นำองค์กร โดยเฉพาะ HR ที่ต้องเป็นทั้งกลไกสำคัญและเพื่อนร่วมทางของผู้นำจึงต้องถามตัวเองว่า จะนำทีมให้รอด และพาองค์กรให้รุ่งได้อย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX จับมือกับ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Slingshot Group</span></a> <span style="font-weight: 400;">จัดสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ </span><b>The RUPT Leader: นำอย่างไรให้รอดและรุ่งในโลกของ RUPT</b><span style="font-weight: 400;"> โดยได้ 2 วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะผู้นำอย่าง </span><b>ดร.สุทธิโสพรรณ ช่วยวงศ์ญาติ</b><span style="font-weight: 400;"> Partner และ</span><b> คุณธัญจิรา พิมลแสงสุริยา</b><span style="font-weight: 400;"> Group Head of Operations มาร่วมแชร์แนวคิด องค์ความรู้ และคำแนะนำที่ HR ทุกคนควรรู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือสรุปเนื้อหาเข้มข้นจาก Webinar ครั้งล่าสุดของ HREX</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>RUPT คืออะไร ทำไมวันนี้ HR และผู้นำต้องสนใจโลก RUPT</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45614" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-174550.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | The RUPT Leader" width="1434" height="807" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | The RUPT Leader 753" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-174550.webp 1434w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-174550-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-174550-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-174550-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 1434px) 100vw, 1434px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณธัญจิรา อธิบายถึงความแตกต่างระหว่าง RUPT กับ VUCA และ BANI โดยเริ่มจาก VUCA ซึ่งเป็นคำที่ใช้กันมายาวนานตั้งแต่ปี 1980 ที่เน้นเรื่องความไม่แน่นอนในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ต่อมาเมื่อสถานการณ์เริ่มซับซ้อนและเปราะบางมากขึ้น จึงเกิดคำว่า BANI ที่สะท้อนถึงความท้าทายใหม่ที่ผู้นำต้องรับมือ โดย BANI เน้นเรื่องความซับซ้อนและความเปราะบางของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม โลกในปัจจุบันได้เข้าสู่ยุคที่ RUPT ได้รับความสำคัญมากขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2019 ก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 และได้กลายเป็นกระแสดังในช่วงที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน RUPT ประกอบไปด้วย 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Rapid &#8211; ความรวดเร็ว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Unpredictable &#8211; ความไม่สามารถคาดเดาได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Paradoxical &#8211; ความย้อนแย้ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Tangled &#8211; ความซับซ้อน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแต่ละด้านนี้ ผู้นำต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากจะคาดการณ์และมีผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในหลายมิติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">RUPT เป็นโลกที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ผู้นำในยุคนี้ต้องมีความสามารถในการตัดสินใจอย่างรวดเร็วและมีความยืดหยุ่นสูง พวกเขาต้องสามารถมองเห็นทั้งภาพระยะสั้นและระยะยาวในเวลาเดียวกัน ซึ่งทำให้เกิดความตึงเครียดในการตัดสินใจว่า จะเน้นที่ผลระยะสั้นหรือยอมเสียสละเพื่อผลระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ สถานการณ์ต่าง ๆ ที่ผู้นำต้องเผชิญยังเต็มไปด้วยความซับซ้อนที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ทำให้ทุกการตัดสินใจมีผลกระทบในหลายด้านที่ยากจะคาดเดา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โลก RUPT จึงเป็นสิ่งที่ไม่เพียงแต่ผู้นำต้องรับมือในอนาคต แต่เป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน และผู้นำต้องพร้อมที่จะปรับตัวและรับมือกับความท้าทายเหล่านี้อย่างทันท่วงที เพื่อให้สามารถนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จในโลกที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้</span></p>
<h2><b>ตัวอย่างสถานการณ์ RUPT ที่เราสามารถเผชิญได้ในชีวิตจริง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">RUPT ไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎี แต่สะท้อนผ่านสถานการณ์จริงที่เราทุกคนอาจต้องเผชิญ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อม คุณธัญจิรา ยกตัวอย่างเหตุการณ์ความขัดแย้งล่าสุดระหว่างอิหร่านและอิสราเอล ซึ่งแม้ดูเหมือนจะอยู่ไกลตัว แต่กลับส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ พลังงาน และความมั่นคงทั่วโลก ทั้งยังสะท้อน 4 มิติของ RUPT อย่างชัดเจน ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว (Rapid) </b><span style="font-weight: 400;">ที่สถานการณ์รุนแรงสามารถเกิดขึ้นและยุติได้ในเวลาไม่กี่วัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความไม่แน่นอน (Unpredictable)</b><span style="font-weight: 400;"> ที่แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง ก็ยังไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ว่าจะยืนยาวหรือไม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มีมิติของความย้อนแย้ง (Paradoxical)</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ปรากฏอย่างเด่นชัด เช่น กรณีที่สหรัฐฯ ซึ่งมีบทบาทในความรุนแรง กลับเป็นฝ่ายเรียกร้องให้เกิดสันติภาพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ขณะที่ความยุ่งเหยิงซับซ้อน (Tangled) </b><span style="font-weight: 400;">ก็ปรากฏผ่านข่าวสารที่ไหลเข้ามาจากหลากหลายมุมมองและอิทธิพลจากหลายฝ่ายที่เชื่อมโยงกันในระดับโลก</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า โลกในปัจจุบันไม่สามารถมองแบบเส้นตรงได้อีกต่อไป เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงล้วนเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยลักษณะเช่นนี้ วิธีการบริหารจัดการในองค์กรจึงไม่สามารถใช้แนวทางแบบเดิมได้อีกต่อไป คุณธัญจิราระบุว่า การวางแผนกลยุทธ์แบบปีละ 1-2 ครั้งต่อปี เริ่มไม่เพียงพอในโลกที่ RUPT อีกต่อไปแล้ว เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเกินกว่าจะรอรอบวางแผนครั้งใหม่ องค์กรจำเป็นต้องขยับวิธีคิดและปรับกระบวนการให้วางแผนแบบถี่ขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น และพร้อมปรับตัวได้ตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้กระทั่งการพยากรณ์ยอดขาย หรือการวางแผนระยะยาว ก็ต้องเปลี่ยนแปลงวิธีคิด ไม่ใช่เพื่อให้แม่นยำเหมือนเดิม แต่เพื่อให้มองภาพระยะยาวได้ชัดเจนและพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นทุกเมื่อ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่ RUPT ทุกคนและทุกองค์กรจึงต้องเรียนรู้ที่จะไม่ยึดติดกับแผนเดิม แต่ปรับตัวให้ไว รู้เท่าทัน และเตรียมพร้อมสำหรับความไม่แน่นอนที่ไม่มีใครบอกได้ว่าจะมาเมื่อไร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45615" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-174614.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | The RUPT Leader" width="1435" height="807" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | The RUPT Leader 754" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-174614.webp 1435w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-174614-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-174614-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-174614-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 1435px) 100vw, 1435px" /></p>
<h2><b>ผู้นำองค์กรต้องวิ่งแบบไหน ถึงจะพาองค์กรสู่เป้าหมาย</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเปรียบ RUPT เป็นสนามแข่งขันแห่งอนาคต สนามนี้ไม่ได้เรียบง่ายหรือมีเส้นทางชัดเจนเหมือนในอดีต แต่เต็มไปด้วยทางโค้ง ซอยตัน ทางลัด และเหตุไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำองค์กรในยุคนี้จึงไม่สามารถวิ่งตามแผนเดิมได้อีกต่อไป แต่ต้องปรับวิธีการวิ่งให้สอดรับกับสภาพสนามที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคุณธัญจิรา ได้เสนอแนวคิดว่า ผู้นำยุคใหม่จำเป็นต้องมี 4 ทักษะสำคัญ เพื่อให้วิ่งไปถึงเส้นชัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทักษะแรกคือ </span><b>Predictability</b><span style="font-weight: 400;"> หรือความสามารถในการวางแผนและเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่ไม่แน่นอน ผู้นำต้องสร้างระบบที่ช่วยให้สามารถคาดการณ์อนาคตได้ในระดับหนึ่ง แม้ไม่อาจทำนายได้ 100% แต่ก็ต้องมีข้อมูลและการวิเคราะห์ที่ช่วยให้เห็นแนวโน้มและความเป็นไปได้ เพื่อเตรียมองค์กรให้พร้อมล่วงหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาคือ </span><b>Adaptability</b><span style="font-weight: 400;"> หรือความสามารถในการปรับกลยุทธ์ได้อย่างยืดหยุ่น ซึ่งหมายถึงการรู้ว่าอะไรควรยึดไว้ และอะไรควรปล่อยไป ผู้นำต้องไม่ยึดติดกับวิธีเดิมเพียงเพราะเคยได้ผล แต่ต้องกล้าทบทวนและปรับเปลี่ยนเมื่อสถานการณ์เรียกร้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พร้อมกันนั้นก็ต้องมี </span><b>Resilience</b><span style="font-weight: 400;"> หรือความสามารถในการฟื้นตัวจากวิกฤตอย่างรวดเร็ว เพราะในสนาม RUPT ทุกคนล้มได้ แต่ผู้นำที่แท้จริงคือต้องลุกให้เร็วและกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคือ </span><b>Agility</b><span style="font-weight: 400;"> หรือความว่องไวในการขยับ ปรับ และตัดสินใจอย่างรวดเร็ว โดยไม่หลุดจากเป้าหมายหลัก การวิ่งในสนาม RUPT จึงไม่ใช่การวิ่งเร็วอย่างไร้ทิศทาง แต่คือการเคลื่อนไหวเร็วแบบมีจุดหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง 4 คุณสมบัตินี้คือทักษะสำคัญที่ผู้นำต้องมีครบ แม้ในแต่ละสถานการณ์จะเน้นใช้ไม่เท่ากัน แต่การขาดอย่างใดอย่างหนึ่งย่อมทำให้หลุดสนามได้ง่าย และอาจพลาดชัยชนะในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา</span></p>
<h2><b>ผู้นำไทยควรจะมีคุณสมบัติแบบไหน ถึงจะปรับตัวในโลก RUPT ได้ดี</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45616" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-174633.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | The RUPT Leader" width="1429" height="802" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | The RUPT Leader 755" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-174633.webp 1429w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-174633-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-174633-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-174633-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 1429px) 100vw, 1429px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณธัญจิรา ให้ทัศนะว่าการจะเป็นผู้นำที่อยู่รอดและรุ่งไม่ใช่แค่ปรับตัวได้ แต่ต้องนำพาองค์กรเปลี่ยนแปลงอย่างมีทิศทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Slingshot Group ศึกษาลักษณะของผู้นำที่สามารถรับมือกับโลกใบใหม่นี้อย่างมีประสิทธิภาพ จนพบว่าศักยภาพสำคัญที่ผู้นำไทยควรมีเพื่อเทียบชั้นกับระดับโลกคือคุณลักษณะที่ซ่อนอยู่ในคำว่า </span><b>I.M.P.A.C.T.</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มจาก </span><b>Initiator</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้นำต้องเป็นนักริเริ่มที่ไม่รอให้โอกาสมาถึง แต่สร้างโอกาสขึ้นเอง มองการณ์ไกลและกล้าคิดต่าง พร้อมนำพาองค์กรก้าวไปสู่อนาคตอย่างมีวิสัยทัศน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาคือ </span><b>Mobilizer</b><span style="font-weight: 400;"> หรือความสามารถในการขับเคลื่อนที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ลงมือทำ แต่ต้องสามารถตั้งเป้าหมายที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับทีม และพร้อมปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์โดยไม่เสียศูนย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งบทบาทสำคัญคือ </span><b>Prover</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้นำต้องเป็นที่เชื่อถือได้ มีหลักคิด ยึดมั่นในความถูกต้องและคุณธรรม เพราะในโลกที่ข้อมูลล้นเกินและความจริงพร่าเลือน ความน่าเชื่อถือกลายเป็นทุนที่มีมูลค่าสูงที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันต้องมีความสามารถแบบ </span><b>Aggregator</b><span style="font-weight: 400;"> คือการดึงคนต่างความคิด ต่างที่มา มาร่วมมือกัน และดึงศักยภาพของแต่ละคนออกมาได้อย่างมีพลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เพียงรวมคนยังไม่พอ ผู้นำยังต้องเป็น </span><b>Challenger</b><span style="font-weight: 400;"> ที่กล้าท้าทายกรอบเดิม กล้าพูดในสิ่งที่ควร แม้จะไม่เป็นที่นิยม และกล้าที่จะตัดสินใจในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมแม้ต้องแลกกับความเสี่ยง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคือ </span><b>Transformer</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งหมายถึงความสามารถในการเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่เสมอ ไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิม ๆ พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ และยินดีออกจากคอมฟอร์ทโซนเพื่อเติบโตไปกับโลกที่ไม่หยุดนิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่ลิสต์ของคุณสมบัติที่ดูดี แต่คือกรอบความคิดและทักษะที่ผู้นำไทยยุคใหม่ต้องมี หากต้องการพาองค์กรผ่านพ้นวิกฤติ และสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืนในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่เคย</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44406" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090505.519.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงานเปิดตัวผลวิจัย Futures of Content Creators in Thailand 2035" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | The RUPT Leader 756" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090505.519.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090505.519-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/leadership-foresight-2035-250326/"><span style="font-weight: 400;">สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Slingshot Group x FutureTales LAB : Session “Leadership Foresight 2035”</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>RUPT Leaders ต้องรีบ Unlearn ให้ไว เพื่อไปต่อ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกการทำงานยุค RUPT ที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคาดเดาไม่ได้ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การเรียนรู้สิ่งใหม่คือการ Unlearn หรือการปล่อยวางวิธีคิดและพฤติกรรมเดิม ๆ ที่เคยใช้ได้ผล แต่กลับกลายเป็นอุปสรรคในโลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในสิ่งที่ผู้นำยุคใหม่ต้องรีบ Unlearn ให้ไว คือการยึดติดกับแผนที่ต้องชัดเจน 100% ก่อนค่อยเริ่มลงมือ เพราะในความเป็นจริงของโลก RUPT ไม่มีแผนไหนชัดเจนแบบนั้นอีกแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณธัญจิราย้ำว่า ผู้นำไม่ควรรอให้ทุกอย่างเคลียร์จนสมบูรณ์ เพราะความเปลี่ยนแปลงในโลกยุคนี้ทำให้ทิศทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แผนที่เคยถูกต้องเมื่อเช้า อาจไม่ทันสถานการณ์ในตอนบ่ายได้อีกต่อไป หลายองค์กรเริ่มเปลี่ยนการวางแผนจากแบบรายปี มาเป็นแผนระยะสั้น เช่น รายไตรมาส หรือแม้แต่ต้องรีวิวทุกเดือน เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ทันท่วงที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือ ขอชัดแค่ 70% ก็เพียงพอแล้วที่จะเริ่มต้น แล้วค่อยปรับเปลี่ยนระหว่างทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่ RUPT Leaders ต้อง Unlearn คือความเชื่อที่ว่าผู้นำต้องเทคแอ็กชันทันที เมื่อเกิดปัญหา เพราะการรีบตัดสินใจเร็ว ไม่ได้หมายความว่าจะแก้ปัญหาได้ดีเสมอไป ในทางตรงกันข้าม ผู้นำที่ดีควรรู้จักหยุดคิด ถอยกลับมาเพื่อหาข้อมูล ตั้งคำถามที่ถูกต้อง และเข้าใจรากของปัญหาอย่างแท้จริง ก่อนจะลงมือแก้ไข</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยวิธีนี้ การตัดสินใจจะไม่ใช่แค่เร็ว แต่จะแม่นและตรงจุดมากขึ้น ผู้นำต้องไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต แต่กล้าเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างแนวทางใหม่ที่เหมาะกับโลกที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44559" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T153900.683.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Slingshot Group x FutureTales LAB : Session “Leadership Foresight 2035”" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | The RUPT Leader 757" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T153900.683.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T153900.683-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/futures-of-content-creators-in-thailand-2035-250318/"><span style="font-weight: 400;">สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงานเปิดตัวผลวิจัย Futures of Content Creators in Thailand 2035</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>ผู้นำต้องไม่เก่งแค่การแก้โจทย์ แต่ต้องเก่งการตั้งโจทย์</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงคราวของ </span><b>ดร.สุทธิโสพรรณ ช่วยวงศ์ญาติ </b><span style="font-weight: 400;">ที่เป็นผู้ชี้ให้เห็นว่า 1 ในทักษะสำคัญของผู้นำในโลก RUPT ไม่ใช่แค่ความสามารถในการแก้โจทย์ แต่คือการตั้งโจทย์ให้เป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะผู้นำไทยจำนวนมากยังเก่งเรื่องการแก้ปัญหาที่ปรากฏตรงหน้า แต่กลับมีช่องว่างในเรื่องของการตั้งคำถามที่ใช่ เพื่อค้นหาประเด็นที่แท้จริงในอนาคต ดังนั้นการตั้งโจทย์ที่ดีจึงเปรียบเสมือนเข็มทิศที่ช่วยให้องค์กรมุ่งไปในทิศทางที่ถูกต้อง ไม่หลงทางในโลกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็วอย่างทุกวันนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้โลกยุคนี้จะดูยุ่งเหยิงกว่าสมัยก่อน แต่ในอีกแง่หนึ่งผู้นำองค์กรไทยก็โชคดีที่มีเครื่องมือมากมายให้ใช้ในการวิเคราะห์และคาดการณ์อนาคต เพียงแต่ต้องรู้จักเลือกใช้ให้ถูกทาง Slingshot Group จึงได้ร่วมมือกับ <a href="https://www.futuretaleslab.com/" target="_blank" rel="noopener">FutureTales LAB</a> เพื่อสำรวจฉากอนาคตและค้นหาว่าโจทย์แบบไหนที่ผู้นำควรมองหา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ชี้ให้เห็นถึง 5 แนวโน้มสำคัญที่ผู้นำต้องทำความเข้าใจ และใช้เป็นกรอบในการตั้งคำถามเชิงกลยุทธ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉากแรก &#8211; </span><b>The Workscape Where Tech Meets Tradition</b><span style="font-weight: 400;"> ที่สะท้อนว่าการทำงานในอนาคตจะไม่ใช่การละทิ้งวัฒนธรรมดั้งเดิม แต่คือการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีกับความเป็นท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์และบริการจะต้องเข้าถึงง่าย แต่ยังคงความเป็นไทยเพื่อนำไปสู่ตลาดระดับโลกได้อย่างแตกต่าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉากที่ 2 &#8211; </span><b>Crisis Festivals in Uncertain Waves</b><span style="font-weight: 400;"> เตือนให้ผู้นำตระหนักถึงความไม่แน่นอนที่ถาโถมเข้ามาเรื่อย ๆ ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ การเมือง และอารมณ์ของคนในองค์กร ผู้นำต้องเน้นความเข้าใจ ความยืดหยุ่น และการสร้างทีมที่แข็งแรงพร้อมรับมือกับความผันผวน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉากที่ 3 &#8211; </span><b>The Versatile Identity Era</b><span style="font-weight: 400;"> สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของแรงงานในอนาคต ที่จะไม่ยึดติดกับงานประจำหรือองค์กรเดียวอีกต่อไป คนทำงานจะมีความหลากหลายของบทบาท ทั้งฟรีแลนซ์ งานระยะสั้น และการทำงานข้ามอุตสาหกรรมมากขึ้น HR ต้องสื่อสารได้ดี เทคโนโลยีต้องเข้าใจ และแบรนด์องค์กรต้องชัดเพื่อดึงดูดคนเก่งให้เข้ามามีส่วนร่วม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉากที่ 4 &#8211; </span><b>Neo-Traditionalism</b><span style="font-weight: 400;"> กลับมาที่จิตวิญญาณขององค์กร ผู้นำจะหันกลับมาให้ความสำคัญกับความเมตตา คุณธรรม และความสมดุลทางใจ เช่น การบริหารคนด้วยหลักธรรม ศีลธรรม และวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ใช่แค่ KPI</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉากสุดท้าย &#8211; </span><b>Diverse Synergy for an Inclusive World</b><span style="font-weight: 400;"> ฉากแห่งอนาคตที่ความหลากหลายจะเป็นพลังขับเคลื่อนหลักขององค์กร ผู้นำจะต้องสามารถบริหารทีมที่มีความหลากหลายในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเพศ เชื้อชาติ ความสามารถ หรือวิธีคิด พร้อมใช้เทคโนโลยีอย่าง AI ช่วยสนับสนุนให้ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วมและมีตัวตนอย่างแท้จริง ในโลกที่ผลกำไรอาจไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดอีกต่อไป แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนอยากเป็นส่วนหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การตั้งโจทย์ในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องของการถามให้ถูก แต่คือการคิดให้ลึก มองให้ไกล และเชื่อมให้ถึงอนาคต เพื่อเตรียมองค์กรให้พร้อมรับทุกความเปลี่ยนแปลงอย่างตั้งใจและมีเป้าหมาย ผู้นำที่ตั้งโจทย์ได้ดี จะไม่เพียงแค่นำองค์กรฝ่าวิกฤต แต่ยังสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างและยั่งยืนได้ในแบบของตัวเอง</span></p>
<h2><b>LEADS Model 5 คุณลักษณะสำคัญที่ผู้นำควรมี</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45620" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-180219.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | The RUPT Leader นำอย่างไรให้รอดและรุ่งในโลกของ RUPT" width="1429" height="810" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | The RUPT Leader 758" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-180219.webp 1429w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-180219-300x170.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-180219-1024x580.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-180219-768x435.webp 768w" sizes="(max-width: 1429px) 100vw, 1429px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Slingshot Group ยังร่วมกับพาร์ทเนอร์ระดับสากลพัฒนา </span><b>LEADS Model</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเป็นกรอบแนวคิดในการนิยามผู้นำแห่งอนาคตให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย LEADS เป็นคำย่อของ 5 คุณลักษณะสำคัญที่ผู้นำควรมี เพื่อขับเคลื่อนองค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน</span></p>
<p><b>L – Leadership Energy</b><span style="font-weight: 400;"> พลังในการนำ ไม่ใช่แค่แรงกาย แต่คือแรงใจ แรงศรัทธา และความเชื่อมั่นที่ส่งต่อให้ทีมได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผู้นำที่มี Leadership Energy จะไม่ยอมแพ้แม้เผชิญวิกฤติ และสามารถจุดประกายให้คนรอบตัวลุกขึ้นมาสู้ไปด้วยกัน</span></p>
<p><b>E – Experience Footprint</b><span style="font-weight: 400;"> ประสบการณ์ที่มีคุณค่าและฝากร่องรอยไว้ในองค์กร ประสบการณ์นี้ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แต่อย่างน้อยต้องเป็นบทเรียนที่ต่อยอดสู่อนาคตได้</span></p>
<p><b>A – Ambition for Impact</b><span style="font-weight: 400;"> ความมุ่งมั่นในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ผู้นำบางคนมีบุคลิกและความรู้ แต่ไม่พร้อมลุยในสถานการณ์ที่ผันผวน ขณะที่บางคนมันมือ และพร้อมดึงศักยภาพของตัวเองออกมาในยามวิกฤติ ความทะเยอทะยานที่ไม่ได้เน้นเพื่อตัวเอง แต่เพื่อต่อยอดทีม สร้างนวัตกรรม และสร้างความสำเร็จอย่างมีเป้าหมาย</span></p>
<p><b>D – Demonstrated Competency</b><span style="font-weight: 400;"> ความสามารถที่แสดงออกได้อย่างชัดเจนในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงการพูดหรือคิด แต่เก่งจริงในสิ่งที่จำเป็น โดยเฉพาะทักษะที่เกี่ยวข้องกับอนาคต เช่น เทคโนโลยี นวัตกรรม การสื่อสาร และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์</span></p>
<p><b>S – Synergy with Culture</b><span style="font-weight: 400;"> การที่ผู้นำต้องเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ เพราะไม่ว่าทักษะจะดีแค่ไหน ถ้าผู้นำไม่เคารพค่านิยมขององค์กร ความร่วมมือจะไม่เกิด และ Productivity ก็จะไม่เกิดขึ้นตามไปด้วย</span></p>
<h2><b>4D สู่ World Class Leaders ยุค RUPT</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45617" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-175734.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | The RUPT Leader" width="1426" height="766" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | The RUPT Leader 759" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-175734.webp 1426w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-175734-300x161.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-175734-1024x550.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-175734-768x413.webp 768w" sizes="(max-width: 1426px) 100vw, 1426px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นการสนทนาสุดท้ายของ Webinar ครั้งนี้ ดร.สุทธิโสพรรณ ได้เสนอแนวคิดสำคัญในการเริ่มต้นสร้างผู้นำให้พร้อมรับมือกับโลกที่ไม่แน่นอน ผ่าน 4 ขั้นตอนง่าย ๆ แต่ลึกซึ้ง ในการเตรียมความพร้อมสู่การเป็น </span><b>World Class Leaders</b></p>
<p><b>Define</b><span style="font-weight: 400;"> – องค์กรต้องเริ่มต้นจากการตั้งคำถามว่าเราอยากได้ผู้นำแบบไหน ? แล้วค่อยวางเป้าหมายให้ชัดเจน ไม่ใช่แค่หาคนเก่ง แต่หาคนที่ใช่ต่อเป้าหมายขององค์กร</span></p>
<p><b>Diagnose</b><span style="font-weight: 400;"> – วิเคราะห์ช่องว่างว่าผู้นำที่มีอยู่ตอนนี้ห่างจากจุดที่ต้องการแค่ไหน มีจุดอ่อนตรงไหน และพร้อมรับมือกับอนาคตในระดับใด</span></p>
<p><b>Develop</b><span style="font-weight: 400;"> – การพัฒนาไม่ควรทำแบบเผื่อใช้ แต่ต้องพัฒนาเพื่อใช้จริง และควรออกแบบให้เหมาะกับแต่ละคนในระดับที่สามารถขยายผลได้ เครื่องมือหรือหลักสูตรต้องตรงกับสิ่งที่ผู้นำต้องการจริง ไม่ใช่เน้นครบเครื่องแต่ไร้เป้าหมาย </span></p>
<p><b>Determine Success</b><span style="font-weight: 400;"> – วัดผลด้วยการประเมินที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ต้องรู้ว่าพัฒนาแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับองค์กรที่รู้สึกว่ารอ HR ไม่ไหว หรืออยากเริ่มต้นเองก่อน สามารถใช้แนวทาง </span><b>70-20-10 Model</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ทันที โดย 70% เรียนรู้จากงานจริง 20% จากการโค้ช/เมนทอร์ และอีก 10% จากการเรียนรู้ในห้องเรียนหรือหลักสูตรทางการ วิธีนี้ไม่เพียงเร่งการพัฒนาให้เร็วขึ้น แต่ยังช่วยให้ HR ทำงานง่ายขึ้น เพราะเมื่อมีเครื่องมือวิเคราะห์และรายงานระดับองค์กร (Organizational Report) ก็จะสามารถออกแบบแผนพัฒนาได้ตรงจุด คุ้มงบประมาณ และเกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด การสร้างผู้นำไม่ใช่การรอให้พร้อมแล้วค่อยเริ่ม แต่คือการลงมือทำตั้งแต่วันนี้ ด้วยทิศทางที่ชัดเจน เครื่องมือที่เหมาะสม และการติดตามที่เน้นผลลัพธ์จริง ผู้นำที่ดีจะไม่เพียงแค่ปรับตัวตามโลก แต่จะนำพาองค์กรให้วิ่งนำหน้าในโลกที่เปลี่ยนแปลงไม่หยุดได้อย่างมั่นใจ</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45618" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-175755.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | The RUPT Leader" width="1429" height="796" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar | The RUPT Leader 760" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-175755.webp 1429w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-175755-300x167.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-175755-1024x570.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-26-175755-768x428.webp 768w" sizes="(max-width: 1429px) 100vw, 1429px" /></p>
<h2 style="text-align: center;">ติดต่อขอดาวน์โหลดงานวิจัยล่าสุดของ Slingshot Group : ถอดรหัส  RUPT World นำอย่างไรให้รอดได้ทางลิงก์นี้</h2>
<h2 style="text-align: center;"><a href="https://mailchi.mp/659de7c4d453/rupt_world" target="_blank" rel="noopener">https://mailchi.mp/659de7c4d453/rupt_world</a></h2>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36629" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Slingshot Group x FutureTales LAB : Session “Leadership Foresight 2035” 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-the-rupt-leader-250626/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Next Move: Career Trends &#038; Skills in Thailand: 2025 Onward</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/next-move-career-trends-skills-in-thailand-2025-onward-250625/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/next-move-career-trends-skills-in-thailand-2025-onward-250625/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Jun 2025 12:48:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[CareerVisa]]></category>
		<category><![CDATA[Bext]]></category>
		<category><![CDATA[JobThai]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45580</guid>

					<description><![CDATA[ตลาดแรงงานไทยปี 2025 เปลี่ยนตลอดเวลา และเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่ใครคาดคิด ดังนั้นเพื่อจะได้เตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างทันท่วงที CareerVisa Thailand จึงจับมือกับ JobThai จัดงาน Next Move: Career Trends &#38; Skills in Thailand: 2025 Onward งานเปิดเผยผลสำรวจแนวโน้มตลาดแรงงานประจำปี พร้อมรวมผู้นำองค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรมมาแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ตรงในเวทีเสวนาสุดเข้มข้น หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปทุกประเด็นสำคัญที่ HR และผู้นำองค์กรไม่ควรพลาดมาให้ได้อ่านกันแล้ว ติดตามได้ในบทความนี้เลย Next Move #1 Background and Key Findings of the Report by CareerVisa ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานยุคใหม่ CareerVisa ได้เปิดเวทีด้วยข้อมูลสำรวจที่น่าสนใจจากกลุ่มตัวอย่าง 305 คน โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อายุ 21-30 ปี และจบการศึกษาระดับปริญญาตรี พบว่ารูปแบบการทำงานที่คนรุ่นใหม่ปรารถนามากที่สุดคือ ไฮบริด (Hybrid) ถึง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45582" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-25T191217.118.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Next Move: Career Trends &amp; Skills in Thailand: 2025 Onward" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Next Move: Career Trends &amp; Skills in Thailand: 2025 Onward 766" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-25T191217.118.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-25T191217.118-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลาดแรงงานไทยปี 2025 เปลี่ยนตลอดเวลา และเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่ใครคาดคิด ดังนั้นเพื่อจะได้เตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างทันท่วงที CareerVisa Thailand จึงจับมือกับ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/127"><span style="font-weight: 400;">JobThai</span></a><span style="font-weight: 400;"> จัดงาน Next Move: Career Trends &amp; Skills in Thailand: 2025 Onward งานเปิดเผยผลสำรวจแนวโน้มตลาดแรงงานประจำปี พร้อมรวมผู้นำองค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรมมาแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ตรงในเวทีเสวนาสุดเข้มข้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปทุกประเด็นสำคัญที่ HR และผู้นำองค์กรไม่ควรพลาดมาให้ได้อ่านกันแล้ว ติดตามได้ในบทความนี้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Next Move #1 Background and Key Findings of the Report by CareerVisa</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45583" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-25T191334.148.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Next Move: Career Trends &amp; Skills in Thailand: 2025 Onward" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Next Move: Career Trends &amp; Skills in Thailand: 2025 Onward 767" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-25T191334.148.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-25T191334.148-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานยุคใหม่ CareerVisa ได้เปิดเวทีด้วยข้อมูลสำรวจที่น่าสนใจจากกลุ่มตัวอย่าง 305 คน โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อายุ 21-30 ปี และจบการศึกษาระดับปริญญาตรี พบว่ารูปแบบการทำงานที่คนรุ่นใหม่ปรารถนามากที่สุดคือ ไฮบริด (Hybrid) ถึง 43.9% เพราะแม้จะชอบความยืดหยุ่น แต่ก็ยังอยากเข้าสำนักงานเพื่อพบเจอเพื่อนร่วมงาน ขณะที่รองลงมา 39.3% เลือกแบบ Remote เต็มรูปแบบ และมีเพียง 17% ที่ยังต้องการทำงานแบบ Onsite เต็มตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถามถึงปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกงาน คำตอบที่ได้มีความหลากหลาย แต่หลัก ๆ แล้วมี 5 อย่างที่กลุ่มตัวอย่างจะให้ความสำคัญมากที่สุดเวลาหางานคือ รายได้ต้องดี ตามด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร สวัสดิการที่เหมาะสม รวมถึงการมี Work-Life Balance และความยืดหยุ่นในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แม้หลายคนอาจเจองานที่ใช่แล้ว แต่ก็เผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเติบโตจนต้องลาออกแบบ Naked Resignation หรือลาออกโดยไม่มีงานรองรับ สิ่งที่พนักงานรับไม่ได้คือการถูกเอาเปรียบให้ต้องทำงานเกินขอบเขต การไม่เปิดรับความคิดเห็นของคนในองค์กร การได้ค่าตอบแทนต่ำกว่าความคาดหวัง การทำงานที่ขาดความเป็นมืออาชีพและไม่มีระบบที่ชัดเจน และการมี Work ไร้ Balance</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งเทคโนโลยี AI การเมือง เศรษฐกิจ และสุขภาพ คนรุ่นใหม่จึงใส่ใจและพัฒนาทักษะ Hard Skills มากขึ้น แม้ทุกวันนี้เราจะพูดถึงทักษะด้าน AI เยอะมาก แต่ความสามารถด้าน AI กลับไม่ใช่ทักษะที่ถูกให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ เพราะคนรุ่นใหม่ให้ค่าน้ำหนักไปที่ทักษะการใช้โปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับงาน (คิดเป็นเปอร์เซ็นต์สูงถึง 56.6%) ตามด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงกลยุทธ์ การวางแผนธุรกิจ ทักษะภาษาที่สาม และทักษะการสืบค้นข้อมูล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน Soft Skills คนรุ่นใหม่ก็ไม่ได้ละเลยแต่อย่างใดเพราะมองว่า การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา และการทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้อื่น คือสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ต่อการเติบโตของเส้นทางอาชีพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลสำรวจของ CareerVisa ยังพบว่าคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ยังต้องการความมั่นคงจากงานการมีประจำที่ใช่ แต่ก็ไม่ลืมที่จะทำควบคู่กับงาน Freelance โดยช่องทางหางานประจำที่พวกเขาใช้เยอะที่สุด 3 อันดับแรกก็คือแพลตฟอร์มหางาน เว็บไซต์ของบริษัทต่าง ๆ ที่เปิดรับผู้สมัคร และ Social Media</span></p>
<h2><b>Next Move #2 Workforce Insights 2025 by JobThai</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45584" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-25T191419.173.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Next Move: Career Trends &amp; Skills in Thailand: 2025 Onward" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Next Move: Career Trends &amp; Skills in Thailand: 2025 Onward 768" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-25T191419.173.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-25T191419.173-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Session ต่อมา คราวนี้</span><b>คุณแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์</b><span style="font-weight: 400;"> COO และผู้ร่วมก่อตั้ง JobThai เปิดเผยพฤติกรรมสุดอินไซต์ของผู้สมัครงานผ่านแพลตฟอร์ม JobThai ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2025 ซึ่งสะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของแรงงานไทยยุคดิจิทัลได้อย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย </span><i><span style="font-weight: 400;">74%</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของผู้ใช้งาน JobThai เข้าแพลตฟอร์มผ่านมือถือ ขณะที่ผู้ใช้ผ่าน Desktop อยู่ที่ 20% และมีเพียง 6% เท่านั้นที่คลิกสมัครงานผ่าน Application</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพิจารณาคีย์เวิร์ดยอดนิยมที่คนมักใช้บน JobThai ผลออกมาพบว่า คนหางานที่ “หยุดเสาร์-อาทิตย์” เยอะสุด ตามด้วย “งานรับเด็กจบใหม่” สะท้อนความต้องการ Work-Life Balance และโอกาสสำหรับ First Jobber โดยมีคำค้นอย่าง “งานภาษาจีน” และ “นักศึกษาฝึกงาน” โผล่ขึ้นมาเป็นสัญญาณการเตรียมตัวสู่โลกการทำงานที่เปิดกว้างขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่น่าสนใจคือช่วงเวลาที่คนมักจะหางานใหม่เยอะที่สุด คือวันจันทร์ตอน 11 โมงเช้า หมายความว่าคนจำนวนมากกำลังมองหาโอกาสใหม่ขณะทำงานอยู่ที่เดิม และวันเสาร์-อาทิตย์กลับเป็นช่วงที่มีการหางานต่ำที่สุด นอกจากนี้ ยังพบว่ามีคนหางานตลอด 24 ชั่วโมง สะท้อนว่าความกังวลเรื่องอาชีพได้กลายเป็นสิ่งที่ตามหลอกหลอนอยู่ทุกเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมขององค์กร 5 ธุรกิจที่เปิดรับสมัครมากที่สุด ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ค้าปลีก ยานยนต์ ธุรกิจบริการ และก่อสร้าง ขณะที่สายงานที่คนสมัครมากที่สุด ได้แก่ ยานยนต์ อาหารและเครื่องดื่ม และ Electronics ซึ่งบางอุตสาหกรรมยังขาดคนแม้จะเปิดรับจำนวนมาก แสดงถึงการไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่ JobThai ค้นพบคือ ทั้ง HR และคนหางานต่างพบความท้าทายในฝั่งของตัวเอง HR ต้องเจอทั้งการแข่งขันในการหาคนที่สูง ความยากกว่าจะหาคนที่มีทักษะตรงตามต้องการ และกระบวนการคัดเลือกที่ใช้เวลานานจนทำให้ต้องสูญเสียคนที่ใช่ไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคนหางานเองก็ไม่มั่นใจในคุณสมบัติของตัวเอง กลัวว่าใบสมัครของพวกเขาจะไม่โดดเด่นสู้คนอื่น และยังเจอปัญหาค่าตอบแทนไม่ตรงใจ ที่สำคัญ หลาย ๆ คนสมัครงานไปแล้วแต่ไม่เคยได้รับการติดต่อกลับเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนลาออกก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก ได้แก่ ขาดโอกาสเติบโต ขาดสมดุลชีวิต ทำงานแล้วเครียด รายได้ไม่คุ้มค่า และสวัสดิการไม่ตอบโจทย์ ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคนทำงาน แต่เป็นสัญญาณให้ทุกองค์กรต้องเร่งปรับตัว หากอยากรักษาคนเก่งให้อยู่กับทีมได้นานขึ้น</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/127?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39717" title="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 166" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-5-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-5-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-5-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-5-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-5-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-5-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>Next Move #3 Navigating Thailand’s Workforce Challenges: Strategies for 2025 and Beyond</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45585" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-25T191507.800.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Next Move: Career Trends &amp; Skills in Thailand: 2025 Onward" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Next Move: Career Trends &amp; Skills in Thailand: 2025 Onward 769" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-25T191507.800.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-25T191507.800-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Session นี้ได้รับเกียรติจาก 3 ผู้บริหารคนเก่งจากองค์กรชั้นนำ ได้แก่ </span><b>คุณแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์</b><span style="font-weight: 400;"> (COO และผู้ร่วมก่อตั้ง JobThai), </span><b>คุณปตุพร บาลเย็น</b><span style="font-weight: 400;"> (AVP Recruitment, Bangkok Bank) และ</span><b>คุณสุชญา ปาลีวงศ์</b><span style="font-weight: 400;"> (HR Director, Shopee) มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงในโลกแรงงานปี 2025 ซึ่งเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว และความคาดหวังที่สูงขึ้นจากทั้งฝั่งพนักงานและนายจ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปตุพร เล่าว่าหลายปีที่ผ่านมา ธนาคารกรุงเทพเจอผลกระทบทั้งจากภายในและภายนอก นำโดยโรคระบาด และเทคโนโลยีที่เข้ามา Disrupt อย่างรวดเร็ว จึงต้องเร่งปรับแผนธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรให้พร้อมรับมือ เพราะถ้าคนไม่พร้อม องค์กรก็ไปต่อไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน Shopee ก็เผชิญกับความท้าทายให้ต้องทำงานและปรับตัวอย่างรวดเร็วขึ้น ทั้งการปรับตัวของคนเจนใหม่และเจนเก่า พร้อมเน้นการทำงานแบบ Agile และต้องทำความเข้าใจความต้องการเรื่องความยืดหยุ่นในการทำงานของพนักงาน โดยไม่ลดประสิทธิภาพงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Shopee ยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนคนผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Exposure</b><span style="font-weight: 400;"> – เปิดโอกาสให้เห็นการทำงานระดับภูมิภาค</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Empower</b><span style="font-weight: 400;"> – ให้พื้นที่ลองผิดลองถูก พร้อมฟีดแบ็กสร้างสรรค์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Impact</b><span style="font-weight: 400;"> – ใช้เทคโนโลยีสร้างผลลัพธ์เชิงบวก</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ JobThai ก็เห็นตรงกันว่า การส่งเสริมให้คนเรียนรู้ตลอดชีวิต คือหัวใจของความยั่งยืนในองค์กรยุคใหม่ พร้อมแชร์ว่าการดูแลพนักงานแบบ Tailor-made หมายถึงหัวหน้าต้องเข้าใจความต้องการเฉพาะของแต่ละคน แล้วเติมเต็มทักษะของพวกเขา ไม่ว่าจะด้วยคอร์สออนไลน์ คอร์สที่เกี่ยวกับ AI หรือการเรียนรู้แบบเฉพาะทาง พร้อมจัดเวิร์กชอปหลากหลายตั้งแต่เรื่องเทคโนโลยีไปจนถึงสุขภาพ โดยยึดหลักว่าองค์กรที่ดีคือองค์กรที่ไม่หยุดพัฒนาคน และผู้นำเองก็ต้องมีความกล้าพอที่จะยอมรับว่าพวกเขามีเรื่องที่ไม่รู้เหมือนกัน เพื่อจะได้เรียนรู้ไปพร้อมกับพนักงานทุกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถามถึงสิ่งสำคัญที่สุดที่องค์กรควรทำในปีนี้ ทุกคนต่างเห็นตรงกันว่า </span><b>“AI”</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกลัว แต่คือเครื่องมือที่ต้องเข้าใจและใช้อย่างชาญฉลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุชญา มองว่าเราต้องรู้ว่าเมื่อไรควรใช้ AI และเมื่อไรควรใช้คน ส่วนคุณปตุพร ย้ำถึงการสร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ที่เปิดกว้างและยั่งยืน พร้อมส่งต่อองค์ความรู้ไม่ให้หมดไปพร้อมกับการเกษียณ และ JobThai เสริมว่า หัวใจคือการทำให้ทุกคนเห็นคุณค่าของการพัฒนา เพื่อให้องค์กรไทยก้าวไปสู่แนวหน้าได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนคือหัวใจขององค์กร และการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ไม่แน่นอนจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากองค์กรไม่เริ่มจากการลงทุนในทักษะ ความเข้าใจ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะความเปลี่ยนแปลงไม่เคยรอใคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และคนที่พร้อมปรับตัวเท่านั้นที่จะอยู่รอดและเติบโตอย่างแท้จริง</span></p>
<h2><b>Next Move #4 Building the Employer of Choice: What the New Generation Truly Want</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45586" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-25T191542.226.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Next Move: Career Trends &amp; Skills in Thailand: 2025 Onward" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Next Move: Career Trends &amp; Skills in Thailand: 2025 Onward 770" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-25T191542.226.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-25T191542.226-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวทีสุดท้ายของงานได้รับเกียรติจาก 3 ผู้นำจากองค์กรใหญ่ SCB, Thai Honda และ CP Axtra มาแชร์เคล็ดลับการ Building the Employer of Choice ว่าอะไรที่ทำให้คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วย และองค์กรควรปรับตัวยังไงเพื่อไม่ให้ตกขบวนแรงงานคุณภาพในปี 2025 เป็นต้นไป</span></p>
<p><b>คุณวสันต์ สินพิทักษ์สกุล</b><span style="font-weight: 400;"> Group Chief People Officer, </span><a href="https://www.cpaxtra.com/th/home" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">CP Axtra</span></a><span style="font-weight: 400;"> เริ่มต้นด้วยมุมมองที่น่าสนใจว่าอดีตไม่สามารถการันตีอนาคตได้ ต่อให้เมื่อก่อนแบรนด์โลตัสและแม็คโครของ CP Axtra จะเคยประสบความสำเร็จเพียงใด ถ้าองค์กรไม่ฟังคนรุ่นใหม่ กลัวความล้มเหลว จนเลือกทำสิ่งเดิม ๆ อยู่กับที่ ก็ยากจะดึงดูดพนักงานที่มีใจอยากสร้างสิ่งใหม่ได้ องค์กรที่อยากเติบโตต้องกล้าให้พื้นที่พวกเขาลองผิดลองถูก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน</span><b>คุณวรรณพร ศรีวัฒนางกูร</b><span style="font-weight: 400;"> VP, People Communication &amp; Employer Branding จาก </span><a href="https://www.scb.co.th/th/personal-banking" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">SCB</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่มีอายุยาวนานกว่า 120 ปี ก็ไม่หยุดนิ่งในการปรับตัว ธนาคารพยายามสื่อสารจุดแข็งของการเป็นองค์กรที่มั่นคง ควบคู่กับการทรานส์ฟอร์มไปสู่ยุค Digital Bank with Human Touch ไม่ใช่แค่เติบโตแค่เรื่องเทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงการใส่ใจเรื่องคน ใส่ใจลูกค้า และเตรียมพนักงานให้พร้อมเปลี่ยนผ่านด้วยการ Upskill-Reskill อยู่เสมอ เพราะความเปลี่ยนแปลงจะไม่มีวันหยุดรอใคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของ </span><b>คุณมนสิชา สังข์สุวรรณ</b><span style="font-weight: 400;"> General Manager จาก </span><a href="https://www.thaihonda.co.th/honda/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Thai Honda</span></a><span style="font-weight: 400;"> เน้นย้ำว่าแม้องค์กรจะมีภาพลักษณ์แบบญี่ปุ่นที่ดูเคร่งครัด แต่จริง ๆ แล้วให้ความสำคัญกับคนเป็นหัวใจหลัก ไม่ใช่แค่การสร้างนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์อันดับหนึ่งในไทย แต่ยังดูแล Well-Being พนักงานอย่างรอบด้าน ทั้งการช่วยเหลือครอบครัว การมีแพลตฟอร์มสื่อสารข้ามภาษา ไปจนถึงการส่งเสริมให้พนักงานมีพื้นที่ปล่อยของ และได้รับการยอมรับที่เป็นรูปธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงเทรนด์สำคัญในยุค AI ทุกคนเห็นตรงกันว่าทักษะที่องค์กรต้องการไม่ใช่แค่ความรู้เทคนิค แต่รวมถึงความสามารถในการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์จริง CP Axtra ชูว่า ใครไม่ใช้ AI ก็เหมือนเดินช้ากว่าคนอื่น และองค์กรเองก็ต้องออกแบบระบบที่ใช้ข้อมูล ช่วยให้คนตัดสินใจดีขึ้น พร้อมส่งเสริมให้พนักงานกลายเป็น Talent 5.0 ที่เก่งทั้งเทคโนโลยีและพร้อมเติบโตอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย เมื่อให้เลือก 1 สิ่งที่จะใช้สร้างแบรนด์นายจ้างให้คนรุ่นใหม่อยากมาร่วมงาน ตัวแทนจากทั้ง 3 องค์กรให้คำตอบที่ต่างกันแต่ทรงพลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">CP Axtra เน้นความจริงใจในตัวตน ว่าองค์กรต้องชัดเจนในเอกลักษณ์ของตนแล้วสื่อสารออกไปให้ตรงกลุ่ม ด้าน Thai Honda ชูวัฒนธรรมและพฤติกรรมร่วม ที่เริ่มจากการสังเกตและเข้าใจเจนใหม่ แล้วหลอมรวมทุกคนทุกช่วงวัยเข้าหากัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ SCB มองว่าความจริงใจคือหัวใจ แม้เราอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่พร้อมให้โตไปด้วยกันในวัฒนธรรมที่ให้ความรู้สึกแบบองค์กรสตาร์ทอัพ แต่มอบความมั่นคงให้กับพนักงานได้เสมอ สมกับเป็นธนาคารที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนาน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 2" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/next-move-career-trends-skills-in-thailand-2025-onward-250625/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Visier x Saturday Consulting ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล Workforce Analytics</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/visier-saturday-people-analytics/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/visier-saturday-people-analytics/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Jun 2025 05:03:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Visier]]></category>
		<category><![CDATA[Saturday Consulting]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45561</guid>

					<description><![CDATA[ไม่นานมานี้ HREX ได้รับเกียรติร่วมเข้าฟังงาน Exclusive CEO Roundtable: Workforce Analytics – Driving Productivity and Performance ที่โรงแรม Renaissance Bangkok  งานที่รวมผู้นำระดับองค์กรจากหลายภาคส่วน มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองการบริหารคนด้วย “ข้อมูล” และ “เทคโนโลยี” ที่ลึกกว่าเดิม เพื่อยกระดับศักยภาพขององค์กรให้พร้อมแข่งขันในยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เวทีนี้จัดขึ้นโดย Saturday Consulting บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการทรานส์ฟอร์มองค์กร ที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจนว่า การพัฒนาองค์กรไม่ใช่แค่หน้าที่ของ HR แต่คือเรื่องของผู้นำทั้งองค์กร ด้วยแนวคิดแบบ Personalized Partner ที่มุ่งเข้าใจบริบทของแต่ละธุรกิจอย่างแท้จริง  หนึ่งในก้าวสำคัญของ Saturday Consulting คือการจับมือเป็นพันธมิตรหนึ่งเดียวในประเทศไทยกับ Visier แพลตฟอร์ม People Analytics และ Workforce Planning Software อันดับต้น ๆ จากแคนาดา เพื่อนำเสนอทางเลือกใหม่ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ด้วยข้อมูลเชิงลึกผ่าน AI  จากการร่วมงานในครั้งนี้ HREX ขอสรุปประเด็นสำคัญที่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45570" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics-.webp" alt="Visier x Saturday Consulting ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล Workforce Analytics" width="600" height="370" title="Visier x Saturday Consulting ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล Workforce Analytics 777" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics-.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics--300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่นานมานี้ HREX ได้รับเกียรติร่วมเข้าฟังงาน <strong>Exclusive CEO Roundtable: Workforce Analytics – Driving Productivity and Performance</strong> ที่โรงแรม Renaissance Bangkok </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานที่รวมผู้นำระดับองค์กรจากหลายภาคส่วน มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองการบริหารคนด้วย “ข้อมูล” และ “เทคโนโลยี” ที่ลึกกว่าเดิม เพื่อยกระดับศักยภาพขององค์กรให้พร้อมแข่งขันในยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวทีนี้จัดขึ้นโดย Saturday Consulting บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการทรานส์ฟอร์มองค์กร ที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจนว่า</span><b> การพัฒนาองค์กรไม่ใช่แค่หน้าที่ของ HR แต่คือเรื่องของผู้นำทั้งองค์กร </b><span style="font-weight: 400;">ด้วยแนวคิดแบบ Personalized Partner ที่มุ่งเข้าใจบริบทของแต่ละธุรกิจอย่างแท้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในก้าวสำคัญของ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/162"><b>Saturday Consulting</b></a><span style="font-weight: 400;"> คือการจับมือเป็นพันธมิตรหนึ่งเดียวในประเทศไทยกับ </span><b>Visie</b><span style="font-weight: 400;">r แพลตฟอร์ม People Analytics และ Workforce Planning Software อันดับต้น ๆ จากแคนาดา เพื่อนำเสนอทางเลือกใหม่ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ด้วยข้อมูลเชิงลึกผ่าน AI </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการร่วมงานในครั้งนี้ HREX ขอสรุปประเด็นสำคัญที่ HR ยุคใหม่ต้องรู้และเตรียมพร้อมดังนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45572" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics-ประกอบ.webp" alt="Visier x Saturday Consulting ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล Workforce Analytics" width="600" height="370" title="Visier x Saturday Consulting ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล Workforce Analytics 778" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics-ประกอบ.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics-ประกอบ-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Unlocking people for impact เมื่อองค์กรไทยติดกับดัก และคนคือคำตอบ</b></h2>
<p><b>ดร.วีรภัทร สภากาญจน์ </b><span style="font-weight: 400;">CEO &amp; Managing Partner แห่ง Saturday Consulting กล่าวเปิดเวทีอย่างเข้มข้นด้วยประโยคชวนสะเทือนใจว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ยุคแห่งการเผาไหม้ (Thailand’s Decade of Burning)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยข้อมูลล่าสุดเผยว่า </span><b>9.5% ของธุรกิจในไทยเป็น Zombie Firms</b><span style="font-weight: 400;"> – อยู่ได้ แต่ไม่มีแรงโต และอีกกว่า </span><b>35.5% เข้าข่ายความเสี่ยงสูงต่อการล้มเหลว</b><span style="font-weight: 400;"> ขณะเดียวกัน </span><b>GDP ไทยลดลงเหลือเพียง 1.4%</b><span style="font-weight: 400;"> ต่ำที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และ </span><b>PMI ภาคการผลิต</b><span style="font-weight: 400;"> แตะระดับต่ำสุดในรอบ 12 เดือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่มันคือ “สัญญาณเตือน” ว่าธุรกิจจำนวนมากกำลังเดินหน้าท่ามกลางถนนที่เต็มไปด้วยหมอกที่มองไม่เห็น ซึ่งนั่นคือหนึ่งในปัญหาสำคัญอย่าง </span><b>การขาดข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคนในองค์กร</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่เงิน หรือแรงงานเพียงอย่างเดียว แต่คือการ ไม่มีข้อมูลที่นำไปสู่การตัดสินใจที่แม่นยำเกี่ยวกับคนในองค์กร&#8221; </span></i><span style="font-weight: 400;">ดร. วีรภัทร กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เขายังสะท้อนประสบการณ์ทำงานในสาย HR ที่เขาเผชิญมาโดยตลอดว่า </span><b>การไม่มีข้อมูลทำให้เขาไม่เข้าใจเรื่องคนได้จริง</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่รู้ว่าใครคือพนักงานที่มีศักยภาพสูง ไม่รู้ว่าใครมีช่องว่างทักษะที่ต้องเร่งพัฒนา หรือทีมไหนกำลังเสี่ยงต่อการหมดไฟ ฯลฯ ซึ่งนั่นทำให้องค์กรไม่สามารถวางแผนอนาคตของคนได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาได้รู้จักกับ Visier ที่เปลี่ยนมุมมองเขาไปตลอดกาล</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45573" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics3.webp" alt="Visier x Saturday Consulting ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล Workforce Analytics" width="600" height="370" title="Visier x Saturday Consulting ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล Workforce Analytics 779" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ข้อมูลคนที่แม่นยำ คืออาวุธใหม่ของผู้นำยุคนี้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่ธุรกิจต้องตัดสินใจให้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงให้ไวกว่าเดิม การบริหารคนด้วย Excel หรือการประเมินปลายปีอาจไม่ทัน และจะ</span><b>ทำให้เราตกขบวนโดยไม่รู้ตัว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วีรภัทร จึงเน้นย้ำเหตุผลว่าทำไม People Analytics &amp; AI จึงสำคัญที่สุดในตอนนี้ 3 อย่าง คือ </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเข้าถึง </span><b>ข้อมูลเชิงลึกแบบ Real-Time </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อมองเห็นความต้องการ ทักษะ และระดับการมีส่วนร่วมของพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สามารถคาดการณ์ </span><b>แนวโน้มในอนาคตได้อย่างแม่นยำ</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น skill gap, ต้นทุนแรงงาน, หรือความเสี่ยงของทีม </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ช่วยให้ CEO</span><b> ติดดสินใจด้วยข้อมูล ไม่ใช่สัญชาตญาณ </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อขยับองค์กรได้ก่อนคู่แข่งเสมอ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">People Analytics &amp; AI จะไม่ใช่เทคโนโลยีของอนาคตอีกต่อไป แต่มันคือ </span><b>อาวุธที่ผู้นำต้องมีในวันนี้ </b><span style="font-weight: 400;">เพราะเมื่อองค์กรเข้าใจคนได้ลึกพอ ผลลัพธ์ที่วัดได้จริงก็เกิดขึ้นแน่นอน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45574" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics4.webp" alt="Visier x Saturday Consulting ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล Workforce Analytics" width="600" height="370" title="Visier x Saturday Consulting ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล Workforce Analytics 780" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>วิสัยทัศน์จาก Visier “ข้อมูล” เปลี่ยนเกมได้จริง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมา</span><b>คุณ Boon Huat Lee</b> Chief Growth Officer <span style="font-weight: 400;">จาก </span><b>Visier</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ขึ้นมาแบ่งปันถึงประเด็น Workforce Analytics โดยเขาบอกว่า สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่มันคือ Now or Never</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“Strategy means nothing if people can’t deliver”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Visier เชื่อว่า &#8220;คน&#8221; คือต้นทุนที่ใหญ่ที่สุด และมีความเสี่ยงที่สุดขององค์กร หาก CEO ไม่มี Real-time Visibility เกี่ยวกับความสามารถ ความพร้อม และความเสี่ยงของคนในองค์กร การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์จะไม่มีวันไปถึงเป้าหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ Visier เข้ามาเติมเต็มอะไรให้กับองค์กรไทย จึงเข้ามาช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของพนักงานแบบ Real-time, พยากรณ์เทรนด์อนาคต เช่น ช่องว่างทักษะ หรือค่าใช้จ่ายแรงงาน, ยกระดับ Productivity และ Engagement ด้วยข้อมูลที่วิเคราะห์ได้ และสร้างพันธมิตรทางกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือแก่นของแนวคิด Visier ที่จับมือกับ Saturday Consulting เพื่อนำเสนอแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลแรงงานที่ออกแบบมาเพื่อ CEO, C-Suite และผู้นำองค์กร โดยเฉพาะในบริบทของประเทศไทย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45575" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics.webp" alt="Visier x Saturday Consulting ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล Workforce Analytics" width="600" height="370" title="Visier x Saturday Consulting ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล Workforce Analytics 781" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ถึงเวลาลงทุนในคนและระบบ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ เราเชื่อว่าการลงทุนด้าน People Analytics จะกลายเป็นกลยุทธ์หลักที่จะช่วยให้องค์กรไทยฝ่าวิกฤต Decade of Burning ไปได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะถ้าองค์กรไหนยังวางแผนกำลังคนโดยไม่มีข้อมูลรองรับการตัดสินใจ องค์กรนั้นจะไม่สามารถอยู่ในเกมการแข่งขันได้อีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามทิ้งท้ายที่สำคัญที่สุดคือ “องค์กรพร้อมลงทุนกับระบบแล้วหรือยัง ?”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากสนใจ Visier สามารถติดต่อผ่าน Saturday Consulting ได้ที่นี่</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/162?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=PIC"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45547" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-28.webp" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="Visier x Saturday Consulting ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล Workforce Analytics 782" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-28.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-28-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-28-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-28-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-28-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/visier-saturday-people-analytics/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &#038; Exposition 2025 Day 2</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-hr-tech-2025-day-2-250618/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-hr-tech-2025-day-2-250618/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Jun 2025 04:06:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[PMAT]]></category>
		<category><![CDATA[PMAT Thailand HR Tech]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand HR Tech]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45500</guid>

					<description><![CDATA[วันที่ 2 แล้วกับงาน THAILAND HR TECH Conference &#38; Exposition 2025 ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดย สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) งานวันนี้ยังคงมีเวทีเสวนาที่อัดแน่นด้วยมุมมองหลากหลายจากผู้นำองค์กร นักกลยุทธ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่อช่วยให้ HR เข้าใจอนาคตของการทำงานอย่างรอบด้านยิ่งขึ้นเช่นเคย ตลอดทั้งวัน เราได้เห็นแนวทางใหม่ ๆ ในการใช้ AI อย่างชาญฉลาด การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมให้คนกล้าลองผิดลองถูก ไปจนถึงการดูแล Well-Being ที่เชื่อมโยงกับผลประกอบการอย่างแยกไม่ออก ใครที่กำลังมองหาแนวทางสร้างองค์กรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง บทสรุปของวันนี้มีคำตอบที่น่าสนใจมากมายให้หยิบไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้ทันที HREX ขอสรุปเนื้อหามาให้อ่านกันแล้ว ติดตามเลยในบทความนี้ 1.HUMAN.AI &#8211; THE INCLUSIVE FORMULA FOR THE FUTURE WORKFORCE  ในวันที่ AI เข้ามาแทนที่กระบวนการทำงานจำนวนมาก คำถามสำคัญที่องค์กรทุกแห่งต้องตอบให้ได้ไม่ใช่แค่เราพร้อมหรือยัง ? แต่คือเราจะพาทุกคนไปพร้อมกันได้อย่างไร ? คุณอภิรัตน์ หวานชะเอม Head of TRUE [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45504" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T105902.202.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 2 791" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T105902.202.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T105902.202-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันที่ 2 แล้วกับงาน <strong>THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025</strong> ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดย</span><a href="http://www.pmat.or.th/home/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT)</span></a><span style="font-weight: 400;"> งานวันนี้ยังคงมีเวทีเสวนาที่อัดแน่นด้วยมุมมองหลากหลายจากผู้นำองค์กร นักกลยุทธ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่อช่วยให้ HR เข้าใจอนาคตของการทำงานอย่างรอบด้านยิ่งขึ้นเช่นเคย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดทั้งวัน เราได้เห็นแนวทางใหม่ ๆ ในการใช้ AI อย่างชาญฉลาด การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมให้คนกล้าลองผิดลองถูก ไปจนถึงการดูแล Well-Being ที่เชื่อมโยงกับผลประกอบการอย่างแยกไม่ออก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครที่กำลังมองหาแนวทางสร้างองค์กรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง บทสรุปของวันนี้มีคำตอบที่น่าสนใจมากมายให้หยิบไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้ทันที HREX ขอสรุปเนื้อหามาให้อ่านกันแล้ว ติดตามเลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h1><b>1.HUMAN.AI &#8211; THE INCLUSIVE FORMULA FOR THE FUTURE WORKFORCE </b></h1>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45505" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T105958.100.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 2 792" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T105958.100.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T105958.100-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่ AI เข้ามาแทนที่กระบวนการทำงานจำนวนมาก คำถามสำคัญที่องค์กรทุกแห่งต้องตอบให้ได้ไม่ใช่แค่เราพร้อมหรือยัง ? แต่คือเราจะพาทุกคนไปพร้อมกันได้อย่างไร ?</span></p>
<p><b>คุณอภิรัตน์ หวานชะเอม</b><span style="font-weight: 400;"> Head of TRUE X จาก True Digital Group พูดถึงแนวคิด Human.AI หรือการอยู่ร่วมกันอย่างมีพลังของมนุษย์และ AI ที่ไม่ใช่แค่เรื่องประสิทธิภาพ แต่เป็นเรื่องของ การไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอภิรัตน์เตือนว่า ถ้าผู้บริหารใช้ AI เพียงเพื่อลดต้นทุน เพื่อลดคนออก โดยไม่วางแผนรองรับ นั่นไม่ใช่ความก้าวหน้า แต่คือการสร้างช่องว่างใหม่ระหว่างองค์กรขนาดใหญ่และเล็ก ระหว่างคนที่ปรับตัวได้กับคนที่ถูกมองข้าม สิ่งนี้จะย้อนกลับมาทำร้ายองค์กรในระยะยาว เพราะความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่ไม่รวมทุกคนไว้ด้วย ย่อมไม่มีวันยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้ AI เป็นพลังเสริม ไม่ใช่พลังทดแทน คุณอภิรัตน์เสนอให้แบ่งบทบาทงานออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">งานที่สามารถให้ AI ทำแทนได้เกือบทั้งหมด (Routine Tasks)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">งานที่ AI ต้องทำงานร่วมกับคนภายใต้การวิเคราะห์และตัดสินใจ (Supervise)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และสร้างคุณค่า (Creative Work)</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">การแยกแบบนี้ไม่ใช่เพื่อจัดอันดับใครเก่งกว่าใคร แต่เพื่อวางระบบให้คนทุกกลุ่มสามารถเรียนรู้และพัฒนาไปพร้อมกัน โดยไม่ถูกทิ้งกลางทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือ ต้องไม่สอนแค่การใช้ AI แต่ต้องสอนให้คนเข้าใจว่า AI ทำงานอย่างไร และเราจะทำงานร่วมกับมันอย่างไร แนวทางนี้จะช่วยให้เกิด Reskill และ Upskill ที่มีความหมาย ไม่ใช่แค่ปรับเปลี่ยนงาน แต่ปรับเปลี่ยนวิธีคิด เพื่อให้คนทุกระดับในองค์กรสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ไม่ได้อยู่แนวหน้าเทคโนโลยี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Inclusive คือการเปิดพื้นที่ให้คนหลากหลายบทบาทเข้าถึงเครื่องมือเดียวกัน และได้รับประโยชน์ในแบบที่เหมาะสม AI อาจสร้าง Productivity ได้ แต่คนเท่านั้นที่สร้าง Empathy ตัดสินใจครั้งสำคัญ และเป็นภาพอนาคตให้กลายเป็นความจริงได้ หากเรารู้จักใช้จุดแข็งของทั้งสองฝั่ง ผสานกันอย่างฉลาด เราจะได้ Workforce ที่ไม่เพียงแค่มีประสิทธิภาพ แต่ยังมีคุณค่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นคือหัวใจของ Human.AI เทคโนโลยีที่ดีที่สุด คือเทคโนโลยีที่พา “ทุกคน” ไปข้างหน้า ไม่ใช่แค่บางคน</span><b></b></p>
<h2><b>2.From CEO to Heart of People: A Transformational Journey Toward Trust and Purpose in the Age of Intelligence</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45506" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T110534.470.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 2 " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 2 793" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T110534.470.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T110534.470-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวทีนี้ทำให้ HR ได้รับพลังบวกแบบเต็มหัวใจตั้งแต่เช้าจาก</span><b>คุณวู้ดดี้ มิลินทจินดา</b><span style="font-weight: 400;"> พิธีกรมากความสามารถที่ขึ้นเวทีพร้อมบทเรียนจากชีวิตจริงว่า ช่วงเวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนบทบาทมาเป็น Head of HR คือบทบาทที่ทำให้เขามีความสุขมากที่สุด มากยิ่งกว่าวันที่เป็น CEO หรือพิธีกรชื่อดังเสียอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวู้ดดี้เล่าย้อนให้ฟังถึงช่วงชีวิตที่เคยเต็มไปด้วยเป้าหมายแบบเดิม ๆ ตัวเลข รายการ และความสำเร็จภายนอก จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาป่วยกะทันหัน ต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยภาวะ Panic และนั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามว่า…ที่ผ่านมาเขาเคยใส่ใจคนในองค์กรมากพอหรือยัง เคยคุยกับทีมอย่างเข้าใจจริง ๆ หรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากหันมาโฟกัสที่บทบาท HR เขาเริ่มเห็นพนักงานในมุมใหม่ เริ่มฟังมากขึ้น ถ่อมตัวลง และเข้าใจความหลากหลายของพลังงานและความตั้งใจของแต่ละคน เขาค้นพบว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ขององค์กร แต่คือชีวิตและหัวใจของคนที่ทำงานอยู่ร่วมกัน เขาเคยกอดแขกทุกวัน แต่ไม่เคยกอดพนักงานเลย ครึ่งปีที่ผ่านมา เขาเปลี่ยนความสัมพันธ์นั้น และพบความสุขที่เงินซื้อไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในบทเรียนที่เขาอยากมอบให้ทุกคนคือมุมมองใหม่ของคำว่า </span><b>FAIL</b><span style="font-weight: 400;"> – มันไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือ </span><b>F = Found | A = Another | I = Important | L = Lesson</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราล้มได้ทุกวัน ไม่ใช่เพราะล้มเหลวทุกวัน แต่เพราะเราเรียนรู้ทุกวัน และนั่นคือสัญญาณของการลงมือทำงานจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์ในฐานะ HR ยังทำให้เขาย้อนทบทวนตนเองลึก ๆ ตั้งแต่บทบาทของผู้นำ ที่เคยกินข้าวคนแรก เปลี่ยนมาเป็นคนกินคนสุดท้าย ไปจนถึงการยอมรับว่า เราทุกคนมีหลายด้าน ทั้งดิน น้ำ ลม ไฟ และเราต้องเรียนรู้วิธีเข้าถึงคนแต่ละแบบด้วยวิธีที่ต่างกัน ไม่มีสูตรตายตัวในการบริหารคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวู้ดดี้กล่าวทิ้งท้ายก่อนจบงานว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา อาการ Panic ไม่กลับมาอีกเลย ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่ได้เข้าถึงและเข้าใจบทบาท HR อย่างเช่นในทุกวันนี้</span></p>
<h2><b>3.The Next Thai Advantage</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45508" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T111405.133.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 2 " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 2 794" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T111405.133.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T111405.133-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณกระทิง &#8211; เรืองโรจน์ พูนผล</b><span style="font-weight: 400;"> จาก KBTG มาพร้อมมุมมองสุดเข้มข้นและจริงจังแบบเด็กเนิร์ดผู้หลงใหลในเทคโนโลยี เล่าว่าเราอยู่ในยุค Agentic AI ที่ไม่ได้แค่ช่วยตอบคำถาม แต่ ทำงานแทนเราได้ทั้งระบบ และปลายทางของทั้งหมดนี้คือ Physical AI วันที่ AI ไม่ได้อยู่แค่ในจอ แต่ออกมาเคลื่อนไหวในโลกจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถึง AI จะเก่งแค่ไหน Human ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด เพราะ AI ที่เราใช้ในวันนี้ จะกลายเป็นเวอร์ชันที่ห่วยที่สุดในอนาคต ไม่มีทางที่เราจะหยุดมันได้ แต่เราสามารถใช้มันอย่างรู้เท่าทัน เพื่อทำให้ตัวเราเป็น Best Human in the Loop ไม่ใช่ผู้ถูกแทนที่ แต่เป็นคนที่ทำให้ AI มีความหมายมากกว่าแค่เครื่องมือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังมองว่า AI วันนี้ทำงานได้เทียบเท่า Junior Co-worker หรือคนที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ ๆ แต่การเปรียบเทียบ AI ที่ถูกต้องไม่ใช่เปรียบเทียบกับมนุษย์ แต่ต้องคิดว่าเรากำลังทำงานกับเอเลี่ยนที่มีพลังพิเศษ เราจึงต้อง เปลี่ยนจากคนทำงานให้เป็นผู้ดูแลและบริหารจัดการทั้งคนและ AI ให้ทำงานได้ร่วมกันและลงตัว โดยไม่หลงไปกับความเก่งของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเปลี่ยนคือ อย่ามองว่า AI คือทางลัดหรือทางรอดแบบสำเร็จรูป เพราะถ้าเริ่มต้นผิด กระดุมเม็ดแรกติดผิด ทุกอย่างก็จะเพี้ยนหมด คุณกระทิงย้ำว่า 10% โฟกัสที่ AI, 20% ที่กระบวนการ และอีก 70% ต้องมองระบบทั้งองค์กรแบบ Holistic</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และอย่าลืมด้วยว่า Empathy, Accountability, Transparency และ Bias Control คือ 4 เสาหลักของการสร้างความไว้วางใจที่ยั่งยืนในยุค AI</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเขา การเป็นองค์กร AI-Ready ต้องมีมากกว่าแค่เทคโนโลยี ต้องมี Mental Agility คือความยืดหยุ่นทางใจ พร้อมเรียนรู้และพร้อมเปลี่ยน ทำให้พนักงานพร้อมจะ “เอ๊ะ ?” ตลอดเวลา เวลาใช้ AI ให้เราถามมันจนกว่าเราจะเจอข้อผิดพลาด เพราะ AI ไม่ทำให้เราโง่ลง ยกเว้นเราปล่อยให้มันทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นอย่ากลัวตกงาน แต่จง Reskill ตัวเอง อย่างต่อเนื่อง เพราะงานใหม่จะเกิดขึ้นเสมอ ขอแค่เราไม่หยุดพัฒนา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย สิ่งที่ทำให้มนุษย์ยัง ไม่แพ้ AI คือความเข้าใจและเห็นใจต่อกัน ไม่ใช่การตามใจพนักงาน แต่คือการ Validate เขาอย่างมีเมตตา คนที่เชื่อมั่นจากใจ จะกลายเป็นพลังที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง และเมื่อเราฝึกใจให้ไม่กลัววิกฤติ วันหนึ่งเราจะโอบกอดมันได้อย่างสง่างาม</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45487" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para.png" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 2 795" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-hr-tech-2025-day-1-250617/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 1</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>4.Wages, Wallets &amp; Well-Being: อนาคตของสวัสดิการพนักงานในโลกที่ไร้สาขาธนาคาร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45511" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T142757.789.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 2 " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 2 796" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T142757.789.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T142757.789-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2 ตัวแทนจาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/67">Salary Hero </a></span><b>คุณสมจิตรา ธนะโสภณ</b><span style="font-weight: 400;"> MANAGING DIRECTOR และ</span><b>คุณภูมิพัฒน์ โสภณสุทธิพงศ์</b><span style="font-weight: 400;"> CORPORATE PARTNERSHIP MANAGER มาชวนคุยถึงอนาคตของสวัสดิการพนักงาน ในโลกที่ไร้สาขาธนาคาร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากโลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ไม่แน่นอน และซับซ้อน งานของ HR ก็เปลี่ยนตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเทคโนโลยีและ AI เข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้น สวัสดิการพนักงานจึงไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิประโยชน์พื้นฐาน แต่กลายเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ ที่ช่วยดึงดูด รักษา และพัฒนาศักยภาพของคนในองค์กรให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นพฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนไป พนักงานในปัจจุบันมีความหลากหลาย แตกต่าง ทั้งในแง่ของรุ่น ไลฟ์สไตล์ และความต้องการทางการเงิน การมีสวัสดิการแบบมาตรฐานเดียวจึงอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป งานวิจัยจาก McKinsey ชี้ว่าไม่เพียงแต่ต้องให้พนักงานมีศักยภาพด้านการเงินเท่านั้น แต่ต้องช่วยให้พวกเขาใช้ศักยภาพนั้นในการดำรงชีวิตได้จริง HR ต้องมองเรื่องเงินเป็นเรื่องของ Well-Being ไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สวัสดิการที่ยืดหยุ่น จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นในยุค Work without Borders คนทำงานอยากได้ความยืดหยุ่นทั้งด้านเวลา การทำงาน และการเงิน เช่น การเบิกค่าจ้างล่วงหน้า ไม่ได้แปลว่าองค์กรสนับสนุนให้พนักงานใช้เงินเกินตัว แต่ในโลกที่เปราะบางซับซ้อน การมีลมหายใจฉุกเฉิน ให้พนักงานได้พึ่งพาก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่าไม่มีเลย โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลชี้ว่า คนไทยจำนวนมากยังต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ การมีทางออกที่ยืดหยุ่นจากองค์กรจะช่วยป้องกันปัญหาเรื้อรังได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การออกแบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์จึงต้องคิดจากมุมของคนเป็นหลัก ไม่ใช่แค่ตัวเลขหรือแบบแผนเดิม ๆ HR ต้องกลายเป็นผู้ขับเคลื่อนวัฒนธรรมแห่ง Well-Being ร่วมกับผู้บริหาร คิดกลยุทธ์ที่ไม่ใช่แค่ดีบนกระดาษ แต่ขับเคลื่อนได้จริง และปรับตามพฤติกรรมการใช้เงินของคนในยุคที่ทุกอย่างทำได้ผ่านมือถือ แม้กระทั่งธนาคารเองยังไม่ต้องมีสาขาอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ Well-Being ไม่ใช่แค่การมีสุขภาพดี แต่คือการมีชีวิตที่ดีและมั่นคงในทุกมิติ HR จึงไม่ใช่แค่ผู้ดูแลผลประโยชน์พนักงานอีกต่อไป แต่คือตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง (Well-Being Catalyst) ที่จะช่วยให้องค์กรกลายเป็นพื้นที่ที่คนอยากอยู่ ทำงาน และเติบโตไปด้วยกัน ไม่ว่าจะมีธนาคารอยู่ใกล้หรือไม่ก็ตาม</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/67?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36617" title="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 64" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/64-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>5.Human V.S. AI ใครจะอยู่ ใครจะไป ตำแหน่งไหนรอด ทักษะไหนรุ่ง ปรับตัวอย่างไรให้ได้ไปต่อในยุค AI</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45515" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T150321.157.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 2 797" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T150321.157.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T150321.157-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่ง AI พัฒนาเร็วติดจรวด คำถามสำคัญคือ อาชีพไหนจะอยู่หรือไป อาชีพไหนต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อความอยู่รอดบ้าง ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวทีเสวนานี้ </span><b>คุณนกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ</b><span style="font-weight: 400;"> จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/11">Conicle</a>, </span><b>คุณอภิชาติ ขันธวิธิ</b><span style="font-weight: 400;"> จาก Q Gen Consultant และเพจ HR The NextGen และ</span><b>คุณกษิดิศ สตางค์มงคล</b><span style="font-weight: 400;"> จาก DataRockie ต่างมีมุมมองแตกต่างแต่ชัดเจนตรงกันว่า ไม่ว่าอาชีพไหนก็ต้องปรับตัว หากอยากรอดในยุคของ AI ที่ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป เพราะมันอยู่ตรงหน้าเราแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มจากอาชีพยอดฮิตอย่างเซลส์ แม้คุณนกรณ์มองว่าอาชีพนี้น่าจะรอด เพราะยังต้องใช้ความสัมพันธ์และทักษะที่ AI ทดแทนยาก แต่เศรษฐกิจซบเซาอาจทำให้ไม่รุ่ง ส่วนคุณอภิชาติเสริมว่าหลายองค์กรเริ่มใช้เทคโนโลยีมาช่วยขายมากขึ้น นวัตกรรมกำลังลดบทบาทเซลส์แบบดั้งเดิม คนที่อยู่รอดคือคนที่ผสานพลังกับ AI ได้ กล้าใช้ AI เป็นผู้ช่วย แล้วเกลางานให้มนุษย์เท่านั้นที่ทำได้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณกษิดิศให้มุมมองชวนคิดว่า ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็ไม่มีใครบอกได้ชัดว่าอาชีพไหนร่วงหรือรุ่ง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะพัฒนาตัวเองอย่างไรในช่วงเวลานี้ แต่ที่แน่นอนคือ ถ้าไม่ปรับตอนนี้ คือนับถอยหลังสู่การร่วงไปแล้ว งานที่ต้องใช้วิจารณญาณหรือปฏิสัมพันธ์สูงอย่างขายตรงหรือสร้างสรรค์อาจยังปลอดภัย แต่หลายงานที่สามารถถูกแทนได้ ก็ต้องพร้อมปรับบทบาททันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านสาย Developer ซึ่งเคยรุ่งสุดในยุคเทค คุณกษิดิศยกตัวอย่างชัดเจนว่า แม้แต่ทีม AI ของ Microsoft ยังถูกเลย์ออฟ เพราะฉะนั้นความเก่งไม่การันตีความอยู่รอด คนที่รอดต้องเป็นเจ้าของความรู้ เป็นผู้สร้าง ไม่ใช่แค่ผู้ใช้เทคโนโลยี ส่วนคุณนกรณ์เห็นว่าอาชีพ Tech Developer ยังมีอนาคตถ้าเก่งจริง เพราะ AI จะช่วยเพิ่ม Productivity ได้ แต่ก็ต้องเร่งพัฒนาทักษะ มิฉะนั้นจะแค่รอดชั่วคราว ไม่ใช่รอดตลอดไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ไฮไลต์ของเวทีนี้อยู่ที่อาชีพ HR ที่หลายคนไม่กล้าถามว่ารอดไหม ? คุณอภิชาติแยกชัดว่า งาน HR สาย Admin มีแนวโน้มร่วงแน่นอน เพราะ AI สามารถจัดการงานเอกสาร ซ้ำซาก ได้แม่นยำและถูกกว่า แต่ HR สายกลยุทธ์จะรอดและรุ่งถ้าเปลี่ยนบทบาทเป็น </span><b>AI Enabler</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>Change Champion</b><span style="font-weight: 400;"> คนที่พาองค์กรไปข้างหน้า พร้อม AI อย่างมีแผน มีหัวใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย คุณนกรณ์เน้นว่า HR ยุคใหม่ต้องดูแลทั้งคน และ AI ต้องเข้าใจทั้งความต้องการของมนุษย์ และความสามารถของเทคโนโลยี ถ้า HR ทำหน้าที่นี้ไม่ได้ ความสัมพันธ์ในองค์กรจะเสียหาย และคุณค่าของ HR จะค่อย ๆ หายไป แต่ถ้าทำได้ HR จะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้องค์กรรอดไปพร้อมกันทุกคน</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36564" title="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 13" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>6.Experience Design &amp; Culture Roadmap: Tech, Engagement and Productivity Challenges</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45517" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T162033.113.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 2 798" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T162033.113.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T162033.113-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวข้อสุดท้ายที่ HREX ได้ฟังในวันนี้ เป็นทัศนะของ 2 ผู้นำด้านทรัพยากรบุคคลอย่าง</span><b>คุณศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์</b><span style="font-weight: 400;"> จาก True Corporation และ</span><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/hr-experience-jittiya-set-250418/"><b>คุณจิตติยา ธรรมสรณ์</b></a><span style="font-weight: 400;"> จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ชวนเราทบทวนว่า Human Wisdom เป็นหัวใจสำคัญเสมอ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึง Experience Design และการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ที่จะทำให้องค์กรเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศรินทร์ราอธิบายว่า ต่อให้มี AI หรือปัญญาประดิษฐ์เป็นตัวช่วย แต่ Human Wisdom จะต้องไม่หายไป วัฒนธรรมองค์กรและ Mindset ของคนในองค์กรจะทำให้องค์กรหมุนไปได้ด้วยความยั่งยืน การมี Productivity ที่ดีจาก AI นั้นสำคัญ แต่การมี Critical Thinking, Soft Skills และการตัดสินใจที่ถูกต้อง คือสิ่งที่ AI ยังแทนไม่ได้ และผู้นำต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ทำให้เกิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางด้านคุณจิตติยาเสริมว่า องค์กรต้องมองแบบ Outside-In เมื่อจะเลือกใช้เทคโนโลยีใด ๆ มาปรับใช้ในองค์กร และต้องฟังเสียงพนักงานก่อน จากนั้นค่อยดีไซน์ประสบการณ์ให้เหมาะกับแต่ละเจนเนอเรชัน โดยเฉพาะองค์กรที่มีทั้ง Gen X ถึง Gen Z อยู่ร่วมกัน สิ่งสำคัญคือ HR ต้องเข้าใจความต่าง และใช้ทั้งเทคโนโลยีและใจในการออกแบบ Employee Experience ที่ตอบโจทย์ได้จริง ไม่ได้ให้เป็นแค่เรื่องสวยหรูบนหน้ากระดาษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การออกแบบวัฒนธรรมองค์กรและเส้นทางการทำงานของพนักงาน ต้องเริ่มจากการรู้ว่าทิศทางธุรกิจจะไปไหนใน 3 ปีข้างหน้า มีคนรุ่นใหม่เข้ามา คนรุ่นเดิมยังอยู่ แล้วจะทำให้เขาทำงานร่วมกันอย่างไร ? จะสร้างอาชีพใหม่ในองค์กร จะปรับบทบาทของคนเพื่อไม่ให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง คือหน้าที่ของ HR ที่ต้องคิดล่วงหน้า ไม่ใช่แค่รอให้เทคโนโลยีมาแทนก่อนแล้วค่อยปรับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องใหญ่ การสื่อสารจึงเป็นเครื่องมือสำคัญของ HR ที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงสำเร็จอย่างแท้จริง หากเราสื่อสารให้คนเข้าใจว่าสิ่งที่เขาจะได้รับคืออะไร HR ต้องเป็นผู้ปูทางให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเกิดวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส ยั่งยืน และเมื่อระบบใด ๆ ก็ตามติดตั้งได้ผลแล้ว อย่าหยุดเด็ดขาด ต้องทำให้ต่อเนื่อง ไม่อย่างนั้นสิ่งดี ๆ จะไม่เกิดผลระยะยาว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ทั้งคู่ต่างเห็นพ้องว่า วัฒนธรรมองค์กรจะไม่มีวันแข็งแรง หากไม่มีเจ้าภาพที่ชัดเจน HR ต้องเป็น Culture Ambassador ที่ไม่เพียงเข้าใจเทคโนโลยี แต่ต้องเข้าใจคนและความรู้สึกด้วย เพราะแม้เราจะวิ่งไปกับ AI ได้ไกลแค่ไหน แต่ถ้าคนในองค์กรไม่รู้สึกว่าเขามีส่วนร่วม ก็ไม่มีทางที่องค์กรจะไปถึงเป้าหมายได้อย่างแท้จริง</span><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><br />
<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People &amp; HR Momentum โดย PMAT 3" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-hr-tech-2025-day-2-250618/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &#038; Exposition 2025 Day 1</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-hr-tech-2025-day-1-250617/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-hr-tech-2025-day-1-250617/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Jun 2025 02:50:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand HR Tech 2025]]></category>
		<category><![CDATA[THAILAND HR TECH Conference & Exposition 2025]]></category>
		<category><![CDATA[PMAT]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45482</guid>

					<description><![CDATA[เปิดฉากวันแรกแล้วกับงาน THAILAND HR TECH Conference &#38; Exposition 2025 ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดย สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) เพื่อติดอาวุธทางความคิดด้าน HR และนำเสนอมุมมองจากผู้นำองค์กรที่สร้างความเปลี่ยนแปลงผ่านเทคโนโลยี กระบวนการ และวัฒนธรรม เสริมความแข็งแกร่งให้คนและองค์กรพร้อมรับทุกความท้าทายในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตลอดทั้งงาน นอกจากมีการออกบูท HR Solution จำนวนมากแล้ว ยังมีเวทีเสวนาที่ตลอดวันครอบคลุมกลยุทธ์สำคัญที่ HR ต้องรู้ ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสบการณ์พนักงาน การสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ยั่งยืนและมีความหมาย และอื่น ๆ อีกมากมาย สมกับการเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันของคนทำงานที่ต้องการขับเคลื่อนอนาคตอย่างแท้จริง หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX ขอสรุปเนื้อหามาให้อ่านกันแล้ว ติดตามเลยในบทความนี้ THAILAND HR TECH #1.Opening Speech เวทีเปิดงาน THAILAND HR TECH 2025 เริ่มต้นด้วยพลังความคิดจากคุณสุดคนึง ขัมภรัตน์ นายกสมาคม PMAT ที่ย้ำชัดว่างานนี้จัดขึ้นเพื่อคนที่มีอุดมการณ์ด้าน “คน” อย่างแท้จริง ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตและการทำงาน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45487" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para.png" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 1 806" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เปิดฉากวันแรกแล้วกับงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดย<a href="http://www.pmat.or.th/home/" target="_blank" rel="noopener"> สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT)</a> เพื่อติดอาวุธทางความคิดด้าน HR และนำเสนอมุมมองจากผู้นำองค์กรที่สร้างความเปลี่ยนแปลงผ่านเทคโนโลยี กระบวนการ และวัฒนธรรม เสริมความแข็งแกร่งให้คนและองค์กรพร้อมรับทุกความท้าทายในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>
<p>ตลอดทั้งงาน นอกจากมีการออกบูท<a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/all-hr-products-and-services-240103/"> HR Solution</a> จำนวนมากแล้ว ยังมีเวทีเสวนาที่ตลอดวันครอบคลุมกลยุทธ์สำคัญที่ HR ต้องรู้ ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสบการณ์พนักงาน การสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ยั่งยืนและมีความหมาย และอื่น ๆ อีกมากมาย สมกับการเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันของคนทำงานที่ต้องการขับเคลื่อนอนาคตอย่างแท้จริง</p>
<p>หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX ขอสรุปเนื้อหามาให้อ่านกันแล้ว ติดตามเลยในบทความนี้</p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h1><b>THAILAND HR TECH #1.Opening Speech</b></h1>
<p><span style="font-weight: 400;">เวทีเปิดงาน THAILAND HR TECH 2025 เริ่มต้นด้วยพลังความคิดจาก</span><b>คุณสุดคนึง ขัมภรัตน์ </b><span style="font-weight: 400;">นายกสมาคม PMAT ที่ย้ำชัดว่างานนี้จัดขึ้นเพื่อคนที่มีอุดมการณ์ด้าน “คน” อย่างแท้จริง ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตและการทำงาน ผู้นำองค์กรจำเป็นต้องสร้าง “ความไว้ใจ” ว่าการนำเทคโนโลยีเข้ามา จะไม่พรากความเป็นมนุษย์ออกไป แต่ช่วยให้พนักงานมีชีวิตที่สมดุล มีความสุข และสร้างประสิทธิภาพได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุดคนึงย้ำว่า HR ไม่ควรลืมว่า Well-Being ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวของพนักงาน แต่คือ “กลยุทธ์” ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพคน ทำให้พวกเขากล้าเรียนรู้ กล้าเปิดรับเทคโนโลยี และรู้สึกว่าองค์กรเข้าใจและดูแลอย่างแท้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อองค์กรมี “วัฒนธรรม” ที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงและเติบโตไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของผู้นำ องค์ความรู้และ Empathy คือหัวใจสำคัญ เพราะผู้นำที่เข้าใจความรู้สึกของคน จะสื่อสารได้อย่างสร้างสรรค์และนำพาองค์กรไปข้างหน้าได้อย่างมีจริยธรรม ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจเร็วเสมอไป แต่ต้องมี “สติ” และมายด์เซ็ตที่ถูกต้อง เพื่อให้ทุกการตัดสินใจเกิดขึ้นอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวทีนี้ยังส่งสารชัดเจนว่า HR ไม่ใช่แค่ผู้สนับสนุน แต่คือ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ที่ต้องกล้าขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต พร้อมวางรากฐานให้คนในองค์กรมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยี แต่เริ่มจาก “คน” และวัฒนธรรมที่เปิดกว้างและพร้อมเรียนรู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด งานครั้งนี้ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อปลุกฝันชั่วครู่ แต่เพื่อตอกย้ำว่าความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริง หากทุกคนกล้าเปิดใจ และนำสิ่งที่ดีจากเวทีนี้กลับไปลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะ HR คือพลังที่จะผลักดันอนาคตของทั้งองค์กรและสังคมให้เดินหน้าไปด้วยกันอย่างมั่นคง”</span></i></p>
<h2><b>THAILAND HR TECH #2 </b><b>Brave New World: Build New Workforce</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45491" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-17T113025.202.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 1 807" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-17T113025.202.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-17T113025.202-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณนกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ</b><span style="font-weight: 400;"> CEO &amp; CO-FOUNDER จาก </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11"><span style="font-weight: 400;">Conicle</span></a><span style="font-weight: 400;"> ชวนย้อนดูว่าโลกตั้งแต่ปี 2025 ไม่ได้เปลี่ยนไปแบบค่อยเป็นค่อยไปอีกต่อไป แต่มัน “เหวี่ยง” จนเราแทบจับทางไม่ถูก เพราะเต็มไปด้วยความปั่นป่วนจากทั้งการเมือง ภัยธรรมชาติ เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนหน้าไวขึ้นเรื่อย ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปัจจัยสำคัญที่สุด หนีไม่พ้นความเปลี่ยนแปลงของ AI ที่เริ่มเข้าใกล้การแทนที่ “คน” ไม่ใช่แค่ในแง่แรงงาน แต่ยังรวมถึงแง่ความคิดด้วย สิ่งที่คนจำนวนมากเคยคิดว่า AI มาแทนที่คนไม่ได้ วันนี้เริ่มถูกท้าทายแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ท่ามกลางความน่ากังวล คุณนกรณ์ พบว่ามีสิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถแตะต้องได้ นั่นคือ “แรงใจ” ซึ่งเป็นคุณสมบัติของมนุษย์ที่ไม่มี AI ตัวไหนแทนที่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือหัวใจของการสร้าง New Workforce ที่แท้จริง เพราะในโลกใหม่ที่ไม่แน่นอน คนที่มีใจพร้อมจะพัฒนา เติบโต และปรับตัวได้ คือคนที่องค์กรต้องการมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรในวันนี้จึงต้องไม่หยุดแค่การเอา AI เข้ามาลดต้นทุนหรือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ต้องเรียนรู้ที่จะ “อยู่ร่วมกับ AI” อย่างชาญฉลาด ระบบอัตโนมัติต่าง ๆ จะเข้ามาแทนที่งานบางอย่าง แต่ในขณะเดียวกันก็จะสร้างช่องว่างใหม่ที่ต้องการคนมาเติมเต็ม HR จึงต้องเริ่มคิดใหม่ ไม่ใช่นับแค่ “หัว” หรือ headcount แค่คน แต่ต้องนับรวม AI เข้าไปด้วย เพราะ “ความสามารถ” ของทั้งคนและ AI จะช่วยกันสร้างคุณค่าให้องค์กรเกิดประสิทธิภาพสูงสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อโลกงานเปลี่ยนจากการวัดด้วย “ตำแหน่ง” มาเป็น “ทักษะ” การบริหารคนก็ต้องเปลี่ยนตาม องค์กรจะไม่ยึดติดกับ Job Description แบบตายตัวอีกต่อไป แต่จะพิจารณาจาก skill set หรือทักษะที่แต่ละคนมี และความสามารถที่จะช่วยให้องค์กรเติบโตได้ ไม่ว่าจะผ่านการพัฒนาคนในองค์กรเอง หรือการดึงคนที่มีทักษะใหม่เข้ามาเติมเต็ม พร้อมทำให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ระหว่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ก่อตั้ง Conicle มองว่าเส้นทางอาชีพในวันนี้และอนาคตจะไม่ใช่เส้นตรงอีกต่อไป องค์กรเองอาจไม่ได้อยู่ยาวจนเห็นพนักงานเติบโตครบเส้นทาง ดังนั้นเป้าหมายของคนทำงานจึงเปลี่ยนไป จากการไต่บันไดตำแหน่ง สู่การ “สะสมทักษะ” เพื่อก้าวสู่โอกาสใหม่ ๆ บนแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรยุคใหม่จึงอาจไม่ใช่พีระมิดฐานกว้างอีกต่อไป แต่กลายเป็นวงกลมของเครือข่ายทักษะ ที่ทุกคนต้องรู้ว่าใครมีสกิลอะไร และองค์กรต้องการเติมเต็มตรงไหน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อเรารู้ว่าพนักงานมีทักษะอะไร เราก็จะรู้ว่าองค์กรควรหาคนแบบไหน คนที่มีทักษะใดมาเติมเต็ม แล้ววางกลยุทธ์ที่ถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตที่ไม่กลัว AI Disruption</span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36564" title="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 13" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>THAILAND HR TECH #</b>3.Tech is Ready. What About Our People ? ปั้นคนให้พร้อม เปลี่ยนโอกาสให้เป็นอนาคต</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45493" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/IMG_5471.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 1 808" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/IMG_5471.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/IMG_5471-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในยุคที่ AI เปลี่ยนแปลงโลกอย่างก้าวกระโดด คำถามที่สำคัญไม่ใช่แค่ “เทคโนโลยีพร้อมหรือยัง” แต่คือ “คนพร้อมแค่ไหน”</p>
<p>บนเวทีเสวนานี้ คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ Co-Founder &amp; CEO จาก Techsauce Media และคุณ<a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/chutima-sribumrungsart-240606/">ชุติมา สีบำรุงสาสน์</a>  INDEPENDENT BOARD &amp; EXECUTIVE ADVISOR &#8211; Organizational Capabilities &amp; Sustainability ชวนพูดคุยว่าจะปั้นคนให้พร้อม เปลี่ยนโอกาสให้เป็นอนาคตได้อย่างไร</p>
<p>เมื่อเทคโนโลยีกำลังขยับเร็วเกินจินตนาการ จนแม้แต่คนในวงการเทคอย่างคุณอรนุชที่อัปเดตข่าวสารทุกวัน ยังยอมรับว่า “ตามไม่ทัน” สิ่งที่น่าตกใจคือ หลายเทคโนโลยีเกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่เดือน และเริ่มเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของเราแบบเงียบ ๆ แต่ทรงพลัง</p>
<p>จากมุมของการพัฒนาองค์กร การผลิต Product ที่เคยใช้เวลาหลายเดือน กลับกลายเป็นสามารถสร้างต้นแบบภายใน 2 นาที ด้วยเครื่องมือที่ AI สนับสนุน ความเร็วระดับนี้กลายเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย หากใครไม่ปรับตัวทันก็อาจตกขบวน แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสให้คนตัวเล็กเข้าถึงทรัพยากรที่เคยมีแต่บริษัทยักษ์ใหญ่ได้ง่ายขึ้น ซึ่งถือเป็นการลดช่องว่างเชิงโครงสร้างแบบไม่เคยมีมาก่อน</p>
<p>คุณชุติมาเสริมว่า การเปลี่ยนแปลงที่เคยพูดไว้เมื่อ 10 ปีก่อน วันนี้เกิดขึ้นจริงโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง องค์กรถูกบีบรัดให้ “ได้ผลมากขึ้น ด้วยทรัพยากรเท่าเดิมหรือน้อยลง” ทำให้การใช้ AI กลายเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ไม่ใช่เพียงเพราะเท่ แต่เพราะจำเป็น แต่ความน่ากังวลคือ คนจำนวนมากยัง “เอนจอยกับ AI” แค่ในมุมของความบันเทิง ไม่ใช่การทำงานจริง HR จึงมีหน้าที่สำคัญในการเชื่อมโยงความเข้าใจ สร้าง “ทักษะ + มายด์เซ็ต” ให้คนพร้อมใช้งาน AI อย่างมีเป้าหมาย</p>
<p>ทั้งสองท่านเสนอว่า คนในองค์กรต้องถูกจัดกลุ่มเพื่อการพัฒนาอย่างแม่นยำ เช่น กลุ่มที่ “กลัว AI” ต้องถูกปรับทัศนคติก่อน กลุ่มที่ “เก่งเรื่องเทคโนโลยี” ต้องได้รับการเติมเรื่องจริยธรรม และกลุ่ม “หัวกะทิ” ที่พร้อมสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ก็ควรได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อพลิกโฉมองค์กรให้ก้าวทันโลก การเรียนรู้แบบ One Size Fits All จึงใช้ไม่ได้อีกต่อไป ความรู้ต้อง “เฉพาะกลุ่ม เฉพาะบริบท” และส่งเสริมให้คนเรียนรู้จากการลงมือทำจริง</p>
<p>AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออัตโนมัติ แต่มันเข้ามาในแทบทุกมิติของ HR ตั้งแต่การสรรหาคน (บางองค์กรใช้ AI สัมภาษณ์งาน) ไปจนถึงการวางแผน Talent Management ที่แม่นยำยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน เราต้องระวัง “อคติซ่อนเร้น” ของระบบจากฝั่งตะวันตกที่อาจไม่เข้าใจบริบทเอเชีย นี่คือสิ่งที่มนุษย์ต้องยังคงทำหน้าที่ในการควบคุม ตรวจสอบ และวางกรอบอย่างมีสติ Human Touch จึงยังสำคัญ แม้ในโลกของ AI</p>
<p>สุดท้าย คุณอรนุชและคุณชุติมาเน้นว่า Soft Skills และ Critical Thinking คือทักษะสำคัญที่สุดของคนในยุคนี้ เพราะหากเราสั่งการ AI ไม่ถูก งานก็อาจเละได้ไม่ต่างจากใช้คนผิด หากไม่รู้จักวิเคราะห์ คิดเป็นระบบ หรือตั้งคำถามให้ถูก เราจะใช้เทคโนโลยีผิดทาง ทักษะการคิด การสื่อสาร และการกล้าลองผิดถูก จะเป็นหัวใจของการเรียนรู้ในยุคนี้ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องเป็น “มนุษย์ที่นำ AI” ไม่ใช่ปล่อยให้ AI นำทางเราไปโดยไม่รู้ตัว</p>
<h2><b>THAILAND HR TECH #</b><b>4.พนักงานไม่กล้าลองสิ่งใหม่ เพราะกลัวผิดพลาด จะสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ Talent กล้าฉายแสงยังไง ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45495" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-17T152755.811.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 1 809" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-17T152755.811.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-17T152755.811-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณชุติมา ยังอยู่ต่อเพื่อให้ความรู้ในอีกเวที เพื่อชวนหาคำตอบว่า จะทำอย่างไรให้เราจะช่วยพนักงานให้ไม่กลัวความล้มเหลว ผิดพลาด และเพื่อจะได้ก้าวต่อไปสู่การเป็น Talent ที่เก่งและสมภาคภูมิ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณชุติมา อธิบายว่า HR มีบทบาทอย่างยิ่งที่จะทำให้คนธรรมดากลายเป็น Talent ที่ฉายแสงได้อย่างเต็มที่ โดยจุดเริ่มต้นสำคัญคือการเข้าใจว่า “Talent” ไม่ใช่คนที่ทำงานเก่งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีครบ 3 องค์ประกอบ ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>What</b><span style="font-weight: 400;"> – ความสามารถในการทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมายขององค์กร ทั้งงานยาก งานใหม่ และสามารถเรียนรู้ต่อเนื่อง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Commitment</b><span style="font-weight: 400;"> – มีใจอยากทำงาน วางเป้าหมายตัวเองให้สอดคล้องกับทิศทางองค์กร และมีทัศนคติเชิงบวก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Career Aspiration</b><span style="font-weight: 400;"> – มีความฝันอยากเติบโต รู้ว่าตัวเองจะไปทางไหน พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคนมีทั้ง 3 ข้อนี้ นั่นคือ Talent ที่องค์กรควรดูแลและต่อยอด แต่ปัญหาคือ ไม่ใช่ทุกคน “อยาก” เป็น หรือ “กล้า” เป็น Talent</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณชุติมาย้ำว่า คนไม่อยากโตมีหลายแบบ ทั้งที่ไม่รู้จะโตไปทำไม ไม่เคยเป็นหัวหน้า ไม่กล้า หรือไม่อยากเลย ซึ่งกลุ่มสุดท้ายนี้คือสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะหากไม่เข้าใจว่าเขา “ไม่อยาก” เพราะอะไร องค์กรจะพลาดโอกาสในการปลดล็อกศักยภาพมหาศาล และยิ่งในยุคที่คนรุ่นใหม่ไม่ได้อยากเติบโต “แนวตั้ง” เหมือนเดิม แต่อยากเก่ง “แนวลึก” หรือเชี่ยวชาญเฉพาะทาง HR ต้องมองให้ออกว่าแต่ละคนอยากเติบโตแบบไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งอุปสรรคใหญ่คือ “การหมดแพชชั่น” ซึ่งมักเกิดจากประสบการณ์ที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง โดยเฉพาะการที่ผู้จัดการไม่เข้าใจ ไม่สนับสนุน หรือเน้นแต่งานจนลืมคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น HR ต้องเตรียมผู้นำให้พร้อมดูแลคน เพราะถ้าหัวหน้างานไม่เข้าใจบทบาทของตัวเองในการสร้างความสำเร็จให้ทีม ก็จะกลายเป็นจุดที่ทำให้ Talent หมดไฟ และลาออกไปอย่างน่าเสียดาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ ไม่แค่ Talent ธรรมดา แต่ HR ต้องตามหา “Passive Talent” หรือคนที่องค์กรไม่อยากเสีย คนที่แม้ไม่โดดเด่นแต่มั่นคง เสียสละ และรักองค์กรอย่างแท้จริง การรักษาคนกลุ่มนี้ต้องอาศัยทั้งข้อมูลและความเข้าใจ HR ต้องเป็นเหมือน “หมอขององค์กร” ที่ฟังคนให้เป็น เห็นปัญหาให้ขาด ใช้ Data และ Insight มาช่วยจับสัญญาณว่าพนักงานหมดใจเพราะอะไร และอย่ามองข้ามเรื่อง Empathy เพราะการพูดคุยกับผู้จัดการด้วยความเข้าใจคือกุญแจที่ช่วยเปลี่ยนระบบได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด องค์กรต้องไม่หลงทางในการสะสม Talent มากเกินไป สัดส่วน Talent ที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 5-15% หากไม่สามารถดูแลพวกเขาได้อย่างเหมาะสม  ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรมี People Manager ที่ดีหรือไม่ ถ้ายังไม่มี ต้องเริ่มต้นที่การพัฒนา “คนที่ดูแลคน” หรือหัวหน้างานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการผลักดันพนักงานที่เป็น Talent จะเกิดขึ้นจริงได้ ก็ต่อเมื่อมีผู้นำที่พร้อมสนับสนุน และมีระบบที่เปิดให้พนักงาน “กล้าฉายแสง” โดยไม่ต้องกลัวว่าจะผิดพลาด</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45504" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T105902.202.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 1 810" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T105902.202.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-18T105902.202-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-hr-tech-2025-day-2-250618/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 2</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2 style="text-align: left;"><b>THAILAND HR TECH #</b><b>5.Stay Ahead: How to Adapt, Learn and Lead in the AI-Driven World</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45498" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-17T173310.443.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 1 811" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-17T173310.443.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-17T173310.443-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณยังคิดว่าอนาคตของการทำงานคือเรื่องของวันพรุ่งนี้ คุณอาจกำลังหลุดเกมตั้งแต่วันนี้แล้ว !</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือสาระสำคัญที่ <strong>CK Cheong</strong> CEO ของแพลตฟอร์ม Fastwork เน้นย้ำตลอดเวลา พร้อมกล่าวด้วยว่า โลกการทำงานเปลี่ยนโครงสร้างไปแล้วหลายรอบ และ AI คือคลื่นลูกใหม่ที่กำลังเปลี่ยนเกมไปทั้งตาราง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ CK เล่าว่าโครงสร้าง 3 อย่างที่เปลี่ยนโลก คือพลังงาน ไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้มนุษย์ขยายขีดจำกัดของตนเอง แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป เพราะ AI ไม่ได้มาขยายเรา แต่มันอาจมาแทนเรา ถ้าเราไม่รู้จักปรับตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือโครงสร้างของความฉลาดที่ไม่ได้อยู่ในหัวมนุษย์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ไปกระจุกอยู่ใน Data Center, GPU Cluster และโค้ดที่เรามองไม่เห็น มันคือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ความฉลาดมีต้นทุนใกล้ศูนย์ เครื่องจักรรู้ ตอบ และเรียนรู้ได้เร็วกว่าเรา ความน่ากลัวของ AI จึงไม่ใช่แค่มันฉลาด แต่มันฉลาดแบบไม่หยุด และเราหยุดมันไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นคำถามไม่ใช่จะหยุดเทคโนโลยียังไง แต่คือจะอยู่รอดในโลกแบบนี้ยังไงต่างหาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ CK พูดตรงไปตรงมาว่า ถ้าเมื่อก่อน CEO ต้องจ้างแอดมิน 100 คน ตอนนี้ AI ทำแทนได้ครึ่งหนึ่ง นี่ไม่ใช่จินตนาการ แต่มันคือเรื่องจริงที่เขากำลังใช้กับบริษัทของตัวเอง เขาไม่ได้บอกว่าอย่ากลัว AI เพราะกลัวได้ แต่อย่าหนี คนที่รอดไม่ใช่คนที่เก่งกว่า แต่คือคนที่ เร็วกว่า และ กล้าใช้เครื่องมือให้คุ้มกว่า AI จะไม่ทำให้คุณชนะการแข่งขัน แต่มันคือตั๋วเข้าสู่สนามแข่ง ถ้าไม่มี… คุณแค่ไม่สามารถแข่งขันได้ตั้งแต่แรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานจำนวนมากจะถูกเปลี่ยนฟอร์ม ดีไซเนอร์ไม่ได้แข่งกันแค่ความเร็วในการออกแบบ แต่แข่งกันที่รสนิยม คนทำงานนักเขียน เป็นสื่อ ไม่ใช่แค่เขียนเร็ว แต่ต้องรู้จักหาข้อมูลที่ AI ไม่มี ดีไซเนอร์ต้องลงลึกในความเฉพาะกลุ่มมากขึ้น วิศวกรต้องสอนให้เครื่องจักรเขียนโค้ดได้ และต้องรู้ว่าสิ่งที่ AI ตอบถูกพอหรือยัง ผู้เชี่ยวชาญจะกลายเป็นหัวใจขององค์กร เพราะถ้าไม่มีคนตัดสินว่า AI ตอบถูกหรือผิด ทุกอย่างก็ไร้ค่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาย้ำว่า<strong>ต่อให้มี AI แต่ “Human is the X factor” คนคือส่วนผสมลับที่ทำให้ธุรกิจโดดเด่น</strong> ความเก่งที่แท้จริงไม่ใช่การหนีเทคโนโลยี แต่คือการใช้มันให้ดีกว่าคนอื่นให้ได้ AI สร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงเครื่องมือ แต่ความต่างมันอยู่ที่ใครใช้เครื่องมือได้ลึกกว่า ชัดกว่า และกล้ากว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย คุณ CK ฝากไว้ว่า <strong>ทุกคนมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน และมันคือทางรอดที่ต้องคว้าให้มั่น หาจุดที่คุณรู้ลึกกว่า AI แล้วพัฒนาตรงนั้นให้สุด เพราะเกมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่มันคือเรื่องของความกล้า ความไว และความเฉียบคมของมนุษย์</strong></span><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><br />
</a></p>
<h2><b>THAILAND HR TECH #</b><b>6.Workforce Well-Being with People Analytic</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45497" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-17T173425.374.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference &amp; Exposition 2025 Day 1 812" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-17T173425.374.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-17T173425.374-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากทั้งวันเต็มไปด้วยประเด็นเรื่องเทคโนโลยี กลยุทธ์ และการ Transform องค์กร เวทีสุดท้ายของงาน THAILAND HR TECH 2025 พาเรากลับมาสู่แก่นแท้ของการดูแลคนในหัวข้อ Workforce Well-Being with People Analytics </span></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/story/phayathai-paolo-hr-240423/"><span style="font-weight: 400;"><strong>คุณสุภาพร บัญชาจารุรัตน์</strong></span></a><span style="font-weight: 400;"> ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล และ<strong>คุณสุดคนึง ขัมภรัตน์</strong> นายกสมาคม PMAT มาร่วมกันชี้ให้เห็นว่า Well-Being ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่คือกลยุทธ์องค์กรที่ต้องใส่ใจอย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุดคนึงอธิบายว่า การดูแลพนักงานให้มีความสุข ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่ส่งผลโดยตรงต่อ Productivity ขององค์กร องค์กรที่ดูแล Wellbeing อย่างรอบด้าน จะสร้าง Employee Branding ที่แข็งแรง และความผูกพันที่ยั่งยืน พร้อมเสนอหลัก 7 มิติที่ควรดูแล ได้แก่ จิตใจ กายภาพ อาชีพ การเงิน สิ่งแวดล้อม สังคม และจิตวิญญาณ ซึ่งต้องบูรณาการร่วมกัน ไม่ใช่แยกส่วน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณสุภาพรสะท้อนมุมมองจากองค์กรด้านสุขภาพ ว่าแม้จะมีการตั้ง KPI ด้าน Engagement และ Health Care ไว้ดีแค่ไหน แต่ความจริงคือ HR เองก็กำลัง Burnout เพราะแบกรับเป้าหมายโดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารมากพอ และที่น่ากังวลคือ 70% ของต้นทุนสุขภาพในองค์กร คือต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น เช่น ค่าเสียโอกาส Productivity จากการลาป่วย หรือการที่คนทำงานทั้งที่ยังไม่หายดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยังชี้ให้เห็นว่าการลาป่วย 30 วันตามกฎหมาย อาจทำให้เพื่อนร่วมงานต้องทำ OT หรือองค์กรต้องจ้างคนใหม่เพิ่มชั่วคราว ทั้งที่ยังต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานเดิมครบทั้งหมด นี่คือต้นทุนที่สะสมขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่จัดการเรื่องสุขภาพคนในองค์กรอย่างจริงจัง โรงพยาบาลพญาไท-เปาโลจึงจับมือกับ Oregon Health &amp; Science University เพื่อพัฒนาโมเดลดูแลสุขภาพพนักงานแบบรอบด้าน ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง ไปจนถึงคำแนะนำที่นำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นสำคัญอีกเรื่องคือสุขภาพใจที่ยังถูกตีตราผิดในสังคม การที่พนักงานมีปัญหาไม่ใช่เรื่องน่าอาย และการมองว่าคนป่วยทางใจคือโรคจิต เป็นมายด์เซ็ตที่ต้องเปลี่ยน HR ต้องสื่อสารให้เห็นว่าองค์กรดูแลเพราะอยากให้ดีขึ้น ไม่ใช่เพราะอยากลงโทษ รวมถึงการยอมรับความหลากหลายทางเพศ เชื้อชาติ หรือภูมิหลัง ล้วนเป็นสิ่งที่องค์กรที่ดีไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าคนรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของพื้นที่ ในที่ทำงาน เขาจะอยากเติบโตไปกับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย การลงทุนใน Well-Being ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นการลงทุนที่ให้ Positive ROI ทั้งในมิติของผลประกอบการและความยั่งยืนขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตในที่ทำงาน ลดอัตราการลาป่วย ช่วยลดต้นทุนค่ารักษาพยาบาล ไปจนถึงการเพิ่มความผูกพันและประสิทธิภาพของพนักงานในระยะยาว</span></p>
<p><b><i>เพราะถ้าองค์กรอยากให้พนักงานดูแลงานได้ดี องค์กรก็ต้องไม่ลืมดูแลพนักงานให้ดีก่อนด้วย</i></b><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><br />
<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People &amp; HR Momentum โดย PMAT 3" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-hr-tech-2025-day-1-250617/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Public Training &#8211; Sense of Ownership for Leadership Effectiveness </title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/sense-of-ownership-for-leadership-250611/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/sense-of-ownership-for-leadership-250611/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Jun 2025 12:19:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Sense of Ownership]]></category>
		<category><![CDATA[Beyond Global]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45430</guid>

					<description><![CDATA[คนเราจะเจริญเติบโตในหน้าที่การงานได้ ความสามารถคือปัจจัยสำคัญ แต่ความสามารถอาจไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่พาเราเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะสิ่งที่องค์กรจำนวนมากกำลังมองหาและขาดแคลนไม่ใช่แค่คนเก่ง แต่คือคนที่มีความเป็นเจ้าของในงานที่ทำ ไม่ได้แค่ทำงานตามคำสั่ง แต่ทำด้วยความตั้งใจ เห็นคุณค่าของงานเหมือนเป็นของตัวเอง และกล้าที่จะรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ทั้งดีร้ายที่จะเกิดขึ้น เราเรียกสิ่งนี้ว่า Sense of Ownership  ในคลาสเรียน Public Training &#8211; Sense of Ownership for Leadership Effectiveness ซึ่งจัดขึ้นโดย beyond global ที่ปรึกษาทางด้าน HR เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาระบบบุคลากร ดร. ผาณิต ถิรวงศ์ชัยพันธุ์ พาผู้เรียนไปสำรวจถึงแง่มุมด้านความรับผิดชอบ และความเป็นเจ้าของผลงาน พร้อมทั้งชวนตั้งคำถามสำคัญว่า เราเองมีทัศนคติแบบ “เจ้าของงาน” มากแค่ไหน และจะพัฒนาความเป็นเจ้าของนี้ให้กลายเป็นพลังที่ช่วยให้เราเติบโตทั้งในฐานะมืออาชีพและในฐานะมนุษย์  Sense of Ownership สิ่งที่ได้มายาก แต่เปี่ยมด้วยคุณค่า ดร.ผาณิต ได้เปิดคลาสเรียนด้วยการตั้งคำถามเรียบง่ายแต่ชวนคิดว่า “ความเป็นเจ้าของ (Sense of Ownership) คืออะไร?” พร้อมเล่าตัวอย่างประกอบว่า นายแพทย์คนหนึ่งกำลังนำเสนองานสำคัญแก่บรรดานักลงทุน แต่พบว่าเอกสารที่ใช้มีความผิดพลาด เขาเลือกไม่ปัดความรับผิดชอบ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45432" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-11T190342.373.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Public Training - Sense of Ownership for Leadership Effectiveness " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Public Training - Sense of Ownership for Leadership Effectiveness  816" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-11T190342.373.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-11T190342.373-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนเราจะเจริญเติบโตในหน้าที่การงานได้ ความสามารถคือปัจจัยสำคัญ แต่ความสามารถอาจไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่พาเราเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะสิ่งที่องค์กรจำนวนมากกำลังมองหาและขาดแคลนไม่ใช่แค่คนเก่ง แต่คือคนที่มีความเป็นเจ้าของในงานที่ทำ ไม่ได้แค่ทำงานตามคำสั่ง แต่ทำด้วยความตั้งใจ เห็นคุณค่าของงานเหมือนเป็นของตัวเอง และกล้าที่จะรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ทั้งดีร้ายที่จะเกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเรียกสิ่งนี้ว่า </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220928-sense-of-ownership/"><span style="font-weight: 400;">Sense of Ownership</span></a><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในคลาสเรียน Public Training &#8211; Sense of Ownership for Leadership Effectiveness ซึ่งจัดขึ้นโดย </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/109"><span style="font-weight: 400;">beyond global</span></a> <span style="font-weight: 400;">ที่ปรึกษาทางด้าน HR เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาระบบบุคลากร </span><b>ดร. ผาณิต ถิรวงศ์ชัยพันธุ์</b><span style="font-weight: 400;"> พาผู้เรียนไปสำรวจถึงแง่มุมด้านความรับผิดชอบ และความเป็นเจ้าของผลงาน พร้อมทั้งชวนตั้งคำถามสำคัญว่า เราเองมีทัศนคติแบบ “เจ้าของงาน” มากแค่ไหน และจะพัฒนาความเป็นเจ้าของนี้ให้กลายเป็นพลังที่ช่วยให้เราเติบโตทั้งในฐานะมืออาชีพและในฐานะมนุษย์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Sense of Ownership สิ่งที่ได้มายาก แต่เปี่ยมด้วยคุณค่า</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ผาณิต ได้เปิดคลาสเรียนด้วยการตั้งคำถามเรียบง่ายแต่ชวนคิดว่า “ความเป็นเจ้าของ (Sense of Ownership) คืออะไร?” พร้อมเล่าตัวอย่างประกอบว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายแพทย์คนหนึ่งกำลังนำเสนองานสำคัญแก่บรรดานักลงทุน แต่พบว่าเอกสารที่ใช้มีความผิดพลาด เขาเลือกไม่ปัดความรับผิดชอบ ไม่กล่าวโทษใคร แต่ยืดอกยอมรับความผิดและแก้ไขสถานการณ์ร่วมกับผู้ช่วยทันที ซึ่งฝ่ายผู้ช่วยก็แสดงความเป็นเจ้าของร่วม ด้วยการเตรียมเอกสารที่ถูกต้องไว้ล่วงหน้าและแจกจ่ายให้นักลงทุนอย่างทันท่วงที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ ดร.ผานิต เล่ามานี้สะท้อนอย่างชัดเจนว่า ความเป็นเจ้าของงานไม่ใช่แค่การทำหน้าที่ให้เสร็จ แต่คือการใส่ใจ ตั้งใจ และรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะดีหรือผิดพลาด ความรับผิดชอบระดับนี้คือขั้นถัดไปจากการทำตามหน้าที่ธรรมดา มันคือการเห็นว่าสิ่งที่เราทำมีความหมาย เป็นของเรา และเราพร้อมดูแลมันให้ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิทยากรยังชวนให้ผู้เข้าอบรมย้อนมองตัวเองว่า ในชีวิตของเราเคยรู้สึกเป็นเจ้าของอะไรบางอย่างอย่างแท้จริงไหม ? ถ้ากว่าจะได้บางสิ่งมาต้องเจอแต่ความยากลำบาก และเมื่อได้มาแล้ว เรารู้สึกภูมิใจและหวงแหนในสิ่งนั้น นั่นแหละคือแก่นแท้ของ Sense of Ownership</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากเอามาใช้กับการทำงาน เมื่อ<strong>งานที่เรารับผิดชอบอย่างจริงใจ จะส่งผลกลับในรูปของรายได้ที่มั่นคง คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โอกาสในการเติบโตทางอาชีพ การได้ร่วมงานกับคนเก่ง และการสร้างอนาคตที่น่าภาคภูมิใจ</strong></span></p>
<h2><b>Sense of Ownership ไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่คือหัวใจของความสำเร็จ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกของการทำงาน เราอาจคุ้นชินกับคำว่ารับผิดชอบ (Responsibility) แต่ในมุมมองของการพัฒนาภาวะผู้นำ ความรับผิดชอบเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอ เพราะหัวใจสำคัญที่ทำให้งานเปล่งประกายอยู่ที่ความเป็นเจ้าของ (Ownership) และความผูกพันต่อภาระหน้าที่ (Accountability) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งทั้ง 3 คำนี้มีความเกี่ยวโยงกันอย่างลึกซึ้งและส่งผลโดยตรงต่อผลงานและการเติบโตทั้งของบุคคลและองค์กร</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Responsibility คือการรับมอบหมายงานแล้วเราทำเสร็จสิ้น ครบถ้วนตามขอบเขตที่ได้รับ และสามารถถ่ายโอนไปยังผู้อื่นได้เมื่อจำเป็น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Ownership คือการใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอน เห็นคุณค่างานเหมือนเป็นของตัวเอง และไม่สามารถถ่ายโอนให้ใครได้ เพราะมันคือทัศนคติภายในที่สะท้อนตัวตนของผู้ทำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Accountability คือระดับที่สูงขึ้นไปอีกขั้น คือความผูกพันกับผลลัพธ์ กล้ารับผิดชอบต่อผลกระทบทั้งดีและร้าย พร้อมทั้งปรารถนาให้งานออกมาสมบูรณ์ที่สุด</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเรามี Sense of Ownership เราจะไม่หยุดแค่ทำงานให้เสร็จตามหน้าที่ แต่จะเริ่มคิดต่อยอด ทำเชิงรุก หาทางป้องกันปัญหา คิดสร้างสรรค์ หาทางออกใหม่ ๆ อย่างเต็มใจ ความรู้สึกนี้จะหล่อเลี้ยงการทำงานให้น่าภาคภูมิใจ อยากทำให้ดีที่สุด และเมื่อมี Accountability เข้ามาเสริม ความมุ่งมั่นก็จะชัดเจนขึ้น กลายเป็นพลังในการ Empower ตัวเองและทีมโดยไม่ต้องรอคำสั่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า ความเป็นเจ้าของก็มีอุปสรรค เช่น ความลังเลของหัวหน้างานเมื่อต้องให้ลูกน้องทำงานล่วงเวลา แต่หากมองผ่านเลนส์ Ownership เราจะไม่หยุดแค่ความลังเล แต่จะคิดต่อว่า “แล้วเราจะทำอะไรต่อไปเพื่อให้สถานการณ์นี้เกิดผลดีที่สุดกับทุกฝ่าย ?” นี่คือทัศนคติของผู้นำที่แท้จริง ที่มองไกลกว่าความรู้สึกชั่วคราว และยืนอยู่บนพื้นฐานของความใส่ใจต่อทั้งคนและผลงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกมิติที่น่าสนใจคือ Commitment หรือความมุ่งมั่นตั้งใจ ซึ่งอาจเริ่มจากการทำเพื่อตัวเอง แต่ Ownership คือขั้นถัดไปที่เราทำเพราะอยากเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จร่วมกัน เห็นเป้าหมายขององค์กรเป็นของเรา และอยากส่งต่อสิ่งดี ๆ ไปให้คนอื่นด้วย เมื่อทุกคนในทีมมี Ownership องค์กรก็จะมีไอเดียใหม่ ๆ อยู่เสมอ ทีมงานจะร่วมมือกันอย่างแน่นแฟ้น ล้มแล้วลุกไว พร้อมก้าวต่อไปด้วยคุณภาพและพลังที่ยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเป็นเจ้าของไม่ได้ดีแค่กับองค์กร แต่ดีต่อตัวเราด้วย เพราะมันสร้างคุณค่าในตัวเอง ทำให้เราเป็นคนที่น่าเชื่อถือ เติบโตอย่างมั่นคง และภูมิใจในทุกผลงานที่เราลงมือทำ มันจะไม่ใช่แค่งานที่ต้องทำอีกต่อไป แต่คือสิ่งที่เราเลือกจะทำให้ดีที่สุดเพื่อคนอื่น เพื่อองค์กร และเพื่ออนาคตของเราเอง</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 2" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></a></p>
<h2><b>Sense of Ownership ท่ามกลางอุปสรรคและความท้าทาย</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session ถัดไป ดร.ผาณิต ชวนผู้เรียนทำกิจกรรมกลุ่มผ่านเกมที่ต้องใช้ความร่วมมืออย่างจริงจัง จุดประสงค์ไม่ใช่แค่ความสนุก แต่เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า ผู้นำสามารถเกิดขึ้นได้โดยธรรมชาติ เมื่อทีมต้องการเป้าหมายร่วมกัน ผู้นำที่ลุกขึ้นมานำทีม ไม่เพียงแบกรับหน้าที่ แต่ยังมีความรับผิดและความรับชอบในการผลักดันให้ภารกิจเดินหน้าไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนสำคัญที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมนี้คือ พลังของการสื่อสารอย่างมีเป้าหมาย ความมุ่งมั่นของแต่ละคนที่พร้อมลงมือทำ แม้อาจผิดพลาด แต่ก็ไม่ยอมแพ้ พร้อมรับฟัง ฟังความคิดเห็น และให้ฟีดแบ็คอย่างสร้างสรรค์ ทุกคนในทีมมีส่วนร่วม ไม่วิจารณ์กันอย่างทำร้าย แต่กลับให้คำแนะนำที่ช่วยกันเดินไปสู่เป้าหมายเดียวกันอย่างมั่นคงและอบอุ่นใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกองค์กรจะสามารถรักษาโมเมนตัมเช่นนี้ไว้ได้ตลอด ความท้าทายหลายอย่างสามารถขัดขวางวัฒนธรรมแห่งความเป็นเจ้าของได้ ไม่ว่าจะเป็น การ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220909-micromanagement/"><span style="font-weight: 400;">Micromanagement</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าไม่มีอิสระในการตัดสินใจ, Blame Culture องค์กรที่มีวัฒนธรรมกล่าวโทษกัน หรือแม้แต่ Lack of Trust ที่ก่อให้เกิดความระแวง ซุบซิบนินทา และความกลัวที่ไม่มีใครกล้าแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกอุปสรรคที่มักซ่อนอยู่ในองค์กรคือการ ไม่ให้การยอมรับหรือชื่นชม (No Recognition) เมื่อพนักงานรู้สึกว่าความทุ่มเทของตนไม่เป็นที่รับรู้ หรือการสื่อสารภายในทีมขาดความชัดเจน ขาดใจความ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ความเป็นเจ้าของในงานเริ่มถดถอย โดยเฉพาะเมื่อรวมกับความกลัวที่จะล้มเหลว (Fear of Failure) ยิ่งทำให้หลายคนไม่กล้าทดลอง ไม่กล้าพูด ไม่กล้าทำอะไรใหม่ ๆ</span></p>
<p><b>ความกลัวความล้มเหลว</b><span style="font-weight: 400;"> กลายเป็นจุดสนใจของผู้เรียนหลายคนที่ได้แลกเปลี่ยนกันอย่างจริงจังถึงประสบการณ์ ความรู้สึก และแนวทางว่าควรทำอย่างไรจึงจะก้าวข้ามจุดนี้ไปได้ และยังได้รับคำแนะนำ กำลังใจที่จะไม่ปล่อยให้ความกลัวนั้นกลายเป็นอุปสรรคในการเติบโต เพราะในท้ายที่สุด ไม่มีใครสามารถควบคุมทุกอย่างได้ 100% แต่เราสามารถควบคุมทัศนคติและวิธีฟื้นตัวของตัวเองได้เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อสนับสนุนให้ Sense of Ownership เติบโตได้อย่างมั่นคง ทักษะสำคัญที่ควรมีไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบ แต่รวมถึง Self Leadership การบริหารเวลาและลำดับความสำคัญ ความฉลาดทางอารมณ์ การแก้ปัญหา การตัดสินใจ และที่ขาดไม่ได้คือ Communication &amp; Collaboration ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา (Critical Conversation) </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190528-feedback-boss-employee/"><span style="font-weight: 400;">การให้ฟีดแบ็คอย่างสร้างสรรค์</span></a><span style="font-weight: 400;"> (Constructive Feedback) ไปจนถึงการโน้มน้าวอย่างมีจริยธรรม (Convincing)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะผู้นำที่ดี ไม่ใช่แค่คนที่พูดเก่ง แต่คือคนที่เข้าใจผู้อื่น กล้าสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกเสียงมีความหมาย และทำให้ทุกคนเกิด Sense of Ownership ด้วยตัวเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45434" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-11T190356.590.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Public Training - Sense of Ownership for Leadership Effectiveness " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Public Training - Sense of Ownership for Leadership Effectiveness  817" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-11T190356.590.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-11T190356.590-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>พูดดีสร้างมิตร พูดค้านรักษามิตร: ศิลปะการสื่อสารเพื่อสร้าง Sense of Ownership</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกบทเรียนที่ ดร.ผาณิต ชวนให้ผู้เรียนโฟกัสคือทักษะสำคัญอย่างการสื่อสาร ซึ่งหลายคนมักคิดว่าแค่พูดเก่งก็เพียงพอ แต่แท้จริงแล้ว การสื่อสารที่ทรงพลังประกอบด้วยหลายองค์ประกอบ ทั้งคำพูด น้ำเสียง สีหน้า และท่าทาง โดยภาษากาย (อวัจนภาษา) ไม่ว่าจะเป็นการสบตา การเคลื่อนไหวของมือ หรือสีหน้าที่แสดงออกจะยิ่งมีผลต่อการสื่อสารที่น่าเชื่อถือ เพราะหากเราพูดเรื่องจริงจังแต่ท่าทางไม่จริงจัง ความน่าเชื่อถือก็จะหายไปทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของการสื่อสารอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่การพูดให้ชนะ แต่คือการพูดให้เชื่อมโยง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีความคิดเห็นต่าง วิธี “พูดค้านแต่รักษามิตร” จึงสำคัญมาก ซึ่งประกอบด้วยสูตร 3 ช คือ ชม ชู แชร์</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ชม ในสิ่งที่อีกฝ่ายทำได้ดีหรือมีมุมมองน่าสนใจ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ชู จุดแข็งหรือสิ่งที่เราสนับสนุน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แชร์ ความเห็นของเราที่อาจแตกต่างออกไป ด้วยเจตนาที่สร้างสรรค์และจริงใจ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">การแชร์สิ่งที่ไม่เห็นด้วย ควรตัดคำว่า “แต่” ออกไปจากบทสนทนา เพราะคำนี้มักทำให้คู่สนทนารู้สึกถูกปฏิเสธโดยอัตโนมัติ การเปลี่ยนมาใช้คำพูดเชิงบวก เช่น “ในอีกมุมหนึ่ง” หรือ “ถ้าเราลองคิดแบบนี้เพิ่มเข้าไป จะเป็นอย่างไร” จะช่วยให้การโต้แย้งกลายเป็นการขยายมุมมอง แทนที่จะเป็นการปะทะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ วิธีให้ฟีดแบ็คที่ดีควรยึดหลัก 3 คีย์เวิร์ด ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">What went well? – อะไรที่ทำได้ดี จุดแข็งคืออะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Even better if… – จะดียิ่งขึ้นถ้าอะไรเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Commitment – เสริมแรงใจ สร้างความมั่นใจว่าเรามาถูกทางแล้ว</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้ช่วยให้การให้ฟีดแบ็คไม่ใช่คำวิจารณ์ แต่เป็นแรงสนับสนุนที่ทำให้ทุกคนอยากพัฒนา แม้ว่าการพูดให้ใครสักคนเปลี่ยนความคิดอาจไม่ง่าย แต่ถ้าเราพูดเพื่อเปิดใจ โอกาสในการเชื่อมโยงใจคนฟังย่อมเกิดขึ้น และนั่นคือพลังที่แท้จริงของผู้นำในทุกระดับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45433" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-11T190348.788.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Public Training - Sense of Ownership for Leadership Effectiveness " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก Public Training - Sense of Ownership for Leadership Effectiveness  818" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-11T190348.788.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-11T190348.788-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>4A Convincing Technique: ศิลปะแห่งการโน้มน้าวใจด้วยความเข้าใจ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนสุดท้ายของคลาสนี้ ดร.ผาณิต ชร้ให้เห็นศิลปะของการโน้มน้าวใจ ว่ามันไม่ใช่แค่การพูดให้ใครคล้อยตาม แต่เราต้องสร้างแรงจูงใจร่วมที่วางอยู่บนรากฐานของความเข้าอกเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคนิคหนึ่งที่น่าสนใจคือ 4A Convincing Technique ซึ่งเน้นการอ่านสถานการณ์ และใช้จังหวะการสื่อสารอย่างชาญฉลาด โดยไม่เสียสมดุลความสัมพันธ์ ประกอบด้วย</span></p>
<p><b>Accept – การยอมรับในบางสถานการณ์อาจเป็นหนทางสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่า</b><span style="font-weight: 400;"> บางครั้งการยอมถอย ยอมเสียบางอย่าง อาจเปิดประตูให้ได้สิ่งที่ใหญ่กว่ากลับคืนมา</span></p>
<p><b>Avoid – เมื่อยังไม่แน่ใจว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง การเว้นจังหวะก็เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด </b><span style="font-weight: 400;">เพราะการพุ่งชนแบบไม่ประเมินอาจทำให้เสียหายมากกว่าที่คิด</span></p>
<p><b>Assertive – ความมั่นคงในจุดยืน เป็นการยืนกรานอย่างมีเหตุผล </b><span style="font-weight: 400;">โดยต้องรู้ก่อนว่าขอบเขตของเราคืออะไร อะไรคือสิ่งที่ยอมได้ หรือยอมไม่ได้ ก่อนเข้าสู่เวทีเจรจา</span></p>
<p><b>Attracting – การดึงดูดให้เห็นประโยชน์ร่วมกัน </b><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่แค่สิ่งที่เราต้องการ แต่คือการชวนให้อีกฝ่ายเห็นว่าเขาได้อะไร หากตัดสินใจร่วมมือกับเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เทคนิคการจูงใจยังต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้คำพูดของเรา เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Authority ความเชี่ยวชาญในเรื่องที่พูด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Being การมีตัวตนที่จริงใจและสม่ำเสมอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Consensus การใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นแรงสนับสนุน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Do and Get การชี้ให้เห็นว่าหากทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วจะได้รับอะไรตอบแทน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Feel Equal คือทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเขามีคุณค่าเท่าเทียม ได้รับเกียรติ ชื่นชม และความร่วมมืออย่างจริงใจ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เป็นรากฐานสำคัญของการโน้มน้าวใจที่ได้ผล คือความสัมพันธ์ที่สร้างมาก่อนหน้านี้ หากเราไม่เคยแสดงน้ำใจ ไม่เคยแบ่งปัน หรือไม่เคยให้เกียรติใครเลย การจะโน้มน้าวใจใครสักคนก็แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะแรงจูงใจไม่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ปราศจากความไว้วางใจ ดังนั้นทุกการพูดจูงใจต้องเริ่มจาก การรับฟัง การเข้าใจ และ การให้เกียรติ เพื่อเปิดพื้นที่ให้การสื่อสารกลายเป็นการร่วมคิด ไม่ใช่แค่การชี้นำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่าลืมว่า </span><b>การโน้มน้าวใจที่แท้จริงไม่ใช่การเอาชนะ</b><span style="font-weight: 400;"> แต่คือการเชื่อมโยงจุดยืนของเรากับความต้องการของอีกฝ่าย หาจุดร่วมของผลประโยชน์ และใช้ข้อเท็จจริงเป็นสะพานเชื่อมโยง หากเราทำได้เช่นนี้ การโน้มน้าวจะไม่ใช่เรื่องของเทคนิค แต่จะกลายเป็นศิลปะของความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/109?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36657" title="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 103" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/104.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/104.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/104-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/104-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/104-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/104-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/sense-of-ownership-for-leadership-250611/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Behavioral Science for HR</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/behavioral-science-for-hr-nudge-thailand-250610/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/behavioral-science-for-hr-nudge-thailand-250610/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Jun 2025 10:26:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<category><![CDATA[Nudge Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Behavioral Science]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมศาสตร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45418</guid>

					<description><![CDATA[การปรับองค์กรให้เติบโตและประสบความสำเร็จในยุคปัจจุบันไม่สามารถทำได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงเพียงครั้งเดียว หรือการออกกฎระเบียบที่ใช้บังคับเพียงอย่างเดียว แต่การปรับเปลี่ยนต้องมาจากการเข้าใจพฤติกรรมของคนในองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทุกฝ่ายสามารถปรับตัวและเติบโตไปพร้อมกันได้ และเพราะการใช้พฤติกรรมศาสตร์ (Behavioral Science) มาช่วยพัฒนาองค์กร ถือเป็นทางเลือกที่สำคัญในการช่วยเข้าใจธรรมชาติความเป็นมนุษย์ได้ดีทีเดียว HREX จึงร่วมกับ Nudge Thailand จัด Webinar ครั้งใหม่ในหัวข้อ “Behavioral Science for HR ปรับองค์กร ขยับพนักงาน ด้วยพฤติกรรมศาสตร์” เพื่อหาคำตอบว่า HR สามารถหาแนวทางการออกแบบประสบการณ์และตัวเลือกในชีวิตของพนักงาน เพื่อสร้างองค์กรของคุณให้มีทั้งความสุขและความสำเร็จได้อย่างไร  หากใครพลาด Webinar นี้ไป เราขอสรุปสิ่งที่ HR ควรรู้มาให้แล้วในบทความนี้ พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงยาก แล้วมันเปลี่ยนแปลงได้จริงไหม ? Behavioral Science มีคำตอบ พฤติกรรมศาสตร์เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจและวิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนแปลง คุณภานุวัฒน์ สัจจะวิริยะกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและนักพฤติกรรมศาสตร์จาก Nudge Thailand ชี้ให้เห็นว่า แม้ว่าจะมีสุภาษิตที่ว่า &#8220;ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก&#8221; แต่จากการศึกษาทางพฤติกรรมศาสตร์ พบว่า เราสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสามารถทำได้จริง แต่จะง่าย ยากหรือซับซ้อน ขึ้นอยู่กับบริบทและประเภทของพฤติกรรมที่ต้องการเปลี่ยนแปลง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45420" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-10T160433.492.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Behavioral Science for HR" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Behavioral Science for HR 825" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-10T160433.492.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-10T160433.492-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การปรับองค์กรให้เติบโตและประสบความสำเร็จในยุคปัจจุบันไม่สามารถทำได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงเพียงครั้งเดียว หรือการออกกฎระเบียบที่ใช้บังคับเพียงอย่างเดียว แต่การปรับเปลี่ยนต้องมาจากการเข้าใจพฤติกรรมของคนในองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทุกฝ่ายสามารถปรับตัวและเติบโตไปพร้อมกันได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเพราะการใช้พฤติกรรมศาสตร์ (Behavioral Science) มาช่วยพัฒนาองค์กร ถือเป็นทางเลือกที่สำคัญในการช่วยเข้าใจธรรมชาติความเป็นมนุษย์ได้ดีทีเดียว HREX จึงร่วมกับ </span><a href="https://nudgethailand.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Nudge Thailand</span></a><span style="font-weight: 400;"> จัด Webinar ครั้งใหม่ในหัวข้อ “Behavioral Science for HR ปรับองค์กร ขยับพนักงาน ด้วยพฤติกรรมศาสตร์” เพื่อหาคำตอบว่า HR สามารถหาแนวทางการออกแบบประสบการณ์และตัวเลือกในชีวิตของพนักงาน เพื่อสร้างองค์กรของคุณให้มีทั้งความสุขและความสำเร็จได้อย่างไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาด Webinar นี้ไป เราขอสรุปสิ่งที่ HR ควรรู้มาให้แล้วในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงยาก แล้วมันเปลี่ยนแปลงได้จริงไหม ? Behavioral Science มีคำตอบ</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45421" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160540.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Behavioral Science for HR" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Behavioral Science for HR 826" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160540.webp 1414w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160540-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160540-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160540-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พฤติกรรมศาสตร์เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจและวิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนแปลง </span><b>คุณภานุวัฒน์ สัจจะวิริยะกุล</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ร่วมก่อตั้งและนักพฤติกรรมศาสตร์จาก Nudge Thailand ชี้ให้เห็นว่า แม้ว่าจะมีสุภาษิตที่ว่า &#8220;ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก&#8221; แต่จากการศึกษาทางพฤติกรรมศาสตร์ พบว่า เราสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสามารถทำได้จริง แต่จะง่าย ยากหรือซับซ้อน ขึ้นอยู่กับบริบทและประเภทของพฤติกรรมที่ต้องการเปลี่ยนแปลง เช่น ในบริบทขององค์กรหรือสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ร่วมก่อตั้ง Nudge Thailand อธิบายเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมศาสตร์รวมศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเอาไว้ เช่น จิตวิทยา เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์สมอง ชีววิทยา และสังคมวิทยา เป็นต้น ซึ่งทุกสาขามีส่วนช่วยในการทำความเข้าใจว่าพฤติกรรมมนุษย์ทำงานอย่างไร และจะสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างไรในแต่ละสถานการณ์ ความเข้าใจนี้ช่วยให้องค์กรสามารถนำมาใช้ในการพัฒนาการทำงานและการตัดสินใจของพนักงานได้ดียิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น การใช้เทคนิคการกระตุ้นจากพฤติกรรมศาสตร์เพื่อช่วยให้พนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือการปรับพฤติกรรมการทำงานที่เหมาะสมในบริบทขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การนำพฤติกรรมศาสตร์มาปรับใช้ในการบริหารจัดการองค์กร ไม่เพียงแต่ช่วยปรับพฤติกรรมพนักงานให้เหมาะสม แต่ยังสามารถขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตไปในทิศทางที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีทั้งในระดับบุคคลและองค์กรได้ในระยะยาว</span></p>
<h2><b>แล้วมนุษย์ใช้เหตุผล หรืออารมณ์มากกว่ากัน ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การตัดสินใจของมนุษย์นั้นมีทั้งส่วนที่อาศัยเหตุผลและอารมณ์ แต่จะขึ้นอยู่กับบริบทและสถานการณ์ในขณะนั้น คุณภานุวัฒน์ อธิบายว่า สมองของเรามี 2 ระบบที่ใช้ในการตัดสินใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบแรกจะใช้ในกรณีที่ต้องการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เช่น การเลือกซื้ออาหารหรือสิ่งของที่ไม่ซับซ้อน การตัดสินใจในลักษณะนี้มักถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์และบริบทที่เร่งด่วน ซึ่งทำให้การตัดสินใจเกิดขึ้นได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่อีกระบบหนึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเราต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบมากขึ้น เช่น การซื้อของที่มีมูลค่าสูงอย่างรถยนต์หรือบ้าน ในกรณีนี้เราจะใช้การคิดที่ช้าลงและพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน เช่น งบประมาณที่เรามีหรือความสามารถในการผ่อนชำระ การใช้เหตุผลในกรณีนี้จะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคงมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะไม่สามารถพูดได้อย่างชัดเจนว่าเราจะใช้เหตุผลหรืออารมณ์มากกว่ากัน แต่ที่แน่ ๆ คือทั้ง2 ระบบนี้มีบทบาทที่สำคัญและใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR แล้ว ความเข้าใจในพฤติกรรมมนุษย์แบบนี้สามารถนำไปใช้ในการออกแบบกระบวนการต่าง ๆ ภายในองค์กรได้ เช่น การออกแบบ Employee Journey ซึ่งเริ่มตั้งแต่การสรรหาพนักงาน การพัฒนาไปจนถึงการตัดสินใจลาออก ทุกขั้นตอนนั้นล้วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการตัดสินใจของพนักงาน การรับพนักงานเข้าทำงานไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์หรือการทดสอบคุณลักษณะ มักเป็นกระบวนการที่ใช้การตัดสินใจอย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาอย่างรอบคอบถึงคุณสมบัติและความสามารถของผู้สมัคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางตรงกันข้าม บางองค์กรอาจจะไม่มีระบบที่เป็นทางการในการสรรหาบุคลากรและให้ผู้จัดการตัดสินใจจากความรู้สึก หรือจากความประทับใจในการสัมภาษณ์ แม้ว่าไม่มีวิธีไหนที่ถูกหรือผิด แต่การใช้ทั้ง 2 ระบบในการตัดสินใจนั้นต้องมีความสมดุล เนื่องจากการตัดสินใจที่รวดเร็วอาจนำไปสู่ความผิดพลาดได้สูง แต่หากตัดสินใจช้าเกินไป ก็อาจทำให้พลาดโอกาสในการดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพ ซึ่งอาจไปทำงานให้กับองค์กรคู่แข่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายในกระบวนการตัดสินใจของ HR คือการเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมในแต่ละขั้นตอน การตัดสินใจรับพนักงานเข้าทำงานจะต้องคำนึงถึงความรวดเร็วในกระบวนการพร้อมกับการพิจารณาคุณสมบัติที่เหมาะสม หาก HR สามารถปรับสมดุลระหว่างการใช้เหตุผลและการตัดสินใจที่รวดเร็วได้ จะช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาบุคลากรและเพิ่มศักยภาพในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันเวลา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45422" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160641.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Behavioral Science for HR" width="600" height="331" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Behavioral Science for HR 827" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160641.webp 1431w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160641-300x166.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160641-1024x565.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160641-768x424.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ทุกคนมีอคติ แต่เราควบคุมอคติได้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อคติเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้โดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะในที่ทำงาน ทุกการตัดสินใจของ HR หรือผู้นำอาจสร้างความไม่พอใจได้เสมอ และบางครั้งอาจทำให้คนในองค์กรมองว่า HR เลือกที่รักมักที่ชัง หรือแสดงอคติในการตัดสินใจ นักพฤติกรรมศาสตร์จาก Nudge Thailand ยืนยันว่า การตัดสินใจหลาย ๆ ครั้งมีอคติแทรกซึมอยู่บ้าง แม้เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด อคติอาจปรากฏในการประเมินผล การกระจายงาน หรือการสร้างวัฒนธรรมองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถึงแม้อาจไม่สามารถกำจัดให้หมดไปได้ทั้งหมด เราก็สามารถลดผลกระทบของมันได้ HR ควรทำให้การตัดสินใจมีอคติน้อยที่สุด โดยการใช้ข้อมูลและหลักการที่เป็นระบบในการสนับสนุนการตัดสินใจ ในบางกรณีพนักงานลงทุนเวลาและแรงงานในโปรเจ็กต์ใดโปรเจ็กต์หนึ่งแล้ว ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง อารมณ์ในขณะนั้นอาจทำให้หลายคนอยากสู้ต่อ แต่หากพิจารณาด้วยข้อมูลรอบด้าน อาจช่วยให้เราตัดสินใจได้ว่าควรหยุดก่อน หรือปรับแก้ไขให้ดีขึ้นก่อนทำต่อแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ จะช่วยลดอคติที่เกิดจากความรู้สึกส่วนตัวและอารมณ์ รวมถึงทำให้การตัดสินใจมีเหตุผลและรอบคอบมากขึ้น การเลือกใช้ระบบที่มีการตรวจสอบและประเมินผลอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้การตัดสินใจมีความถูกต้อง เป็นธรรม ซึ่งส่งผลดีต่อองค์กรในระยะยาว และช่วยหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่อาจส่งผลกระทบต่อทีมงานหรือบรรยากาศในองค์กร</span></p>
<h2><b>Com-B Model ตัวช่วยปรับพฤติกรรมพนักงาน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญจาก Nudge Thailand บอกว่ามีหลายเครื่องมือที่ได้รับความนิยม และสามารถใช้ออกแบบหรือ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนในองค์กรได้ หนึ่งในนั้นคือ Com-B Model</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการปรับพฤติกรรมพนักงาน โดยโมเดลนี้สามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบไปด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ Capability (ความสามารถ), Opportunity (โอกาส), และ Motivation (แรงจูงใจ) ซึ่งช่วยให้เราสามารถระบุได้ว่าพนักงานมีข้อบกพร่องในด้านไหนและจะสามารถเสริมทักษะหรือปรับปรุงพฤติกรรมได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้ Com-B Model จะช่วยให้ HR และผู้จัดการสามารถวิเคราะห์และเข้าใจถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจและพฤติกรรมของพนักงานได้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกกรณีที่น่าสนใจคือ การจัดการกับพนักงานที่อาจมีความขัดแย้งหรือพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร เช่น หากองค์กรรับพนักงานหัวโจกเข้ามาแล้วสร้างความวุ่นวายให้กับองค์กร ในกรณีนี้ การปรับพฤติกรรมของเขาอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราสามารถใช้วิธีการปรับฐาน หรือปรับคนที่อยู่รอบตัวเขา เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเขากับทีมอื่น ๆ หรือสร้างกิจกรรมที่ช่วยให้กลุ่มนี้เข้ากันได้ดีกับคนกลุ่มอื่น ๆ ในองค์กรได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากยังไม่สามารถปรับพฤติกรรมของหัวโจกได้ เราสามารถมองหาความต้องการที่แท้จริงของเขา และพยายามหาวิธีการสร้างแรงจูงใจที่เติมเต็มความต้องการเหล่านั้นให้ได้ หากการแก้ไขสถานการณ์ยังไม่เป็นผลดี สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบว่าผู้นำและผู้บริหารได้ดำเนินการอะไรบ้างเพื่อแก้ไขสถานการณ์นี้ และยังคงมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีในองค์กรอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45423" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160734.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Behavioral Science for HR" width="600" height="338" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Behavioral Science for HR 828" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160734.webp 1422w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160734-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160734-1024x578.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160734-768x433.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>B=f(P,E) สูตรสำเร็จ เข้าใจพฤติกรรมมนุษย์</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญจาก Nudge Thailand ยังชวนตั้งคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์ว่า มันเกิดจากความคิดของเรา หรือเป็นผลจากสิ่งแวดล้อมที่หล่อหลอมเราด้วย ? โดยเขามองว่า พฤติกรรมของเรานั้นได้รับอิทธิพลจากทั้งความคิดภายในและสภาพแวดล้อมที่เราอยู่รอบตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เคิร์ท เลวิน นักจิตวิทยาชาวเยอรมัน ได้พัฒนาโมเดล B=f(P,E) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พฤติกรรม (B) เกิดจากการผสมผสานระหว่างบุคคล (P) และสิ่งแวดล้อม (E) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบางครั้งความคิดของเราอาจมีผลมาก แต่ก็มีบางกรณีที่สิ่งแวดล้อมรอบตัวมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเราได้มากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเชิงพฤติกรรมศาสตร์ ยังมี 2 แนวคิดหลักที่น่าสนใจ ได้แก่ Cognitivism และ Behaviorism ค่ายแรกเชื่อว่าเมื่อเราปรับแนวคิดและทัศนคติของเราได้ เราจะสามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตและความสุขของตัวเองได้ ส่วนค่ายที่ 2 ซึ่งนำโดยเคิร์ท เลวิน มองว่า การเปลี่ยนแปลงในเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อมนั้นมีอิทธิพลมากกว่าในการเปลี่ยนพฤติกรรมของคนหนึ่งคน หรือแม้แต่กลุ่มคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงจะเน้นเรื่องปรับสิ่งแวดล้อมเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ในกรณีของ HR และผู้นำองค์กร การทำ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/230531-1-on-1-meeting/"><span style="font-weight: 400;">1 on 1</span></a><span style="font-weight: 400;"> ก็ยังคงเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงความคิดและพฤติกรรมของพนักงานรายบุคคล เพราะการเข้าใจและจัดการกับแต่ละคนในเชิงลึก จะช่วยให้สามารถพัฒนาพฤติกรรมและทัศนคติที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กรได้ดียิ่งขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45425" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160942.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Behavioral Science for HR" width="600" height="334" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Behavioral Science for HR 829" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160942.webp 1435w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160942-300x167.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160942-1024x569.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160942-768x427.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>4 ขั้นตอนการออกแบบการเปลี่ยนแปลง สร้างพฤติกรรมใหม่</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณภานุวัฒน์ ยังนำเสนอ 4 ขั้นตอนในการออกแบบการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ </span></p>
<p><b>ขั้นตอนที่ 1 &#8211; ระบุพฤติกรรมที่ต้องการเปลี่ยนแปลงให้ชัดเจนหรือที่เรียกว่า &#8220;Target Behavior&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งหากไม่ระบุให้ชัดเจน จะทำให้การวัดผลและการประเมินผลลัพธ์ยากขึ้น เช่น การกำหนดว่าใครจะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น ประชาชนหรือผู้บริหาร รวมถึงการกำหนดวิธีการวัดผลว่าควรจะประเมินพฤติกรรมอย่างไร</span></p>
<p><b>ขั้นตอนที่ 2 &#8211; หาสาเหตุและบริบทของพฤติกรรม</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเราต้องเข้าใจว่าเหตุใดพฤติกรรมนี้จึงเกิดขึ้น หรือทำไมคนถึงเลือกทำหรือไม่ทำบางสิ่งบางอย่าง รวมถึงช่วงเวลาที่พฤติกรรมนี้เกิดขึ้น การเข้าใจในเรื่องนี้จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์และออกแบบกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้นได้</span></p>
<p><b>ขั้นตอนที่ 3  &#8211; นำหลักการจากพฤติกรรมศาสตร์และงานวิจัยเกี่ยวกับอคติของมนุษย์มาใช้</b><span style="font-weight: 400;">ในการออกแบบนโยบายหรือกลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การใช้ความรู้จากงานวิจัยเหล่านี้จะช่วยให้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมีความเป็นไปได้และมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น</span></p>
<p><b>ขั้นตอนที่ 4 &#8211; ทดลองและประเมินผล</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อได้ออกแบบกลยุทธ์หรือแนวทางแล้ว ต้องทดลองเพื่อดูว่าเวิร์คหรือไม่ หากผลลัพธ์ไม่ได้ตามที่คาดหวัง จะต้องวิเคราะห์หาสาเหตุว่าทำไมถึงไม่ได้ผล และทำการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขกลยุทธ์เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45424" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160901.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Behavioral Science for HR" width="600" height="325" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Behavioral Science for HR 830" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160901.webp 1422w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160901-300x163.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160901-1024x555.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Screenshot-2025-06-10-160901-768x416.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>5 ขั้นตอนเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กร </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ ผู้เชี่ยวชาญจาก Nudge ได้นำเสนอ Building Culture Change Framework หรือ 5 ขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง โดยเขาอธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงจะต้องทำทีละขั้นตอนและมุ่งเน้นที่การแก้ไขในแต่ละด้านอย่างรอบคอบ</span></p>
<p><b>ขั้นตอนแรกคือการพิจารณา Leader Behaviour</b><span style="font-weight: 400;"> หรือพฤติกรรมของผู้นำ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด เนื่องจากการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรต้องมาจากผู้นำที่พร้อมจะเป็นแบบอย่าง และจะสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนั้น</span></p>
<p><b>ขั้นตอนที่ 2 คือการพิจารณา Symbol, Slogan, Ritual</b><span style="font-weight: 400;"> หรือสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ สโลแกน หรือพิธีกรรมที่สามารถเชื่อมโยงและยึดเหนี่ยวคนในองค์กรให้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงได้ การมีสัญลักษณ์หรือพิธีกรรมที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและสร้างความรู้สึกร่วมกันในองค์กร</span></p>
<p><b>ขั้นตอนที่ 3 คือการมองที่ People Practices </b><span style="font-weight: 400;">หรือแนวทางการปฏิบัติต่อบุคลากร ซึ่งจะต้องปรับวิธีการบริหารจัดการพนักงาน เช่น การพัฒนา ทักษะ หรือวิธีการสื่อสารเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><b>ขั้นตอนที่ 4 คือการพิจารณาที่ Business Operational Process </b><span style="font-weight: 400;">หรือกระบวนการดำเนินธุรกิจ ซึ่งต้องมีการปรับกระบวนการทำงานให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมใหม่ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อเป้าหมายขององค์กรที่เปลี่ยนไป</span></p>
<p><b>ขั้นตอนสุดท้ายคือการพิจารณา Environment &amp; Infrastructure </b><span style="font-weight: 400;">หรือการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำงานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในองค์กร เพื่อสนับสนุนการทำงานและวัฒนธรรมใหม่ที่ต้องการสร้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่จำเป็นต้องทำตามลำดับขั้นที่กล่าวมาเสมอไป แต่สิ่งที่สำคัญคือการเริ่มจากผู้นำที่พร้อมเป็นตัวอย่างในการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนให้การยอมรับ</span></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การนำพฤติกรรมศาสตร์มาใช้ในการบริหารจัดการองค์กรถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการเข้าใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของพนักงาน เพื่อสร้างองค์กรที่มีประสิทธิภาพและสามารถเติบโตได้ในระยะยาว การปรับพฤติกรรมในองค์กรไม่เพียงแต่ช่วยให้พนักงานมีความสุขและทำงานได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและมีความยั่งยืน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด ความสำเร็จในการปรับองค์กรและพัฒนาพนักงานต้องเริ่มจากการเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์และใช้เครื่องมือที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหา การทำงานร่วมกันของผู้นำ HR และพนักงานในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตและบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="SPRC – ความสำเร็จจากวัฒนธรรม &quot;One Caring Family&quot; พลังจากครอบครัว ขับเคลื่อนพลังงานแห่งอนาคต 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/behavioral-science-for-hr-nudge-thailand-250610/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานแถลงข่าว CTC2025: The Future is Worth A Thousand Words</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/press-conference-ctc2025-250609/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/press-conference-ctc2025-250609/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Jun 2025 12:28:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[CTC2025]]></category>
		<category><![CDATA[Creative Talk]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45398</guid>

					<description><![CDATA[อีกไม่กี่สัปดาห์ งาน SUPALAI Presents CREATIVE TALK CONFERENCE 2025 หรือ CTC2025 ก็จะกลับมาจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่แล้ว โดยรวม Speaker ที่มีชื่อเสียง และเป็นกูรูที่รู้จริงเรื่องการทำงาน การพัฒนาตัวเอง และด้านอื่น ๆ ไว้อย่างคับคั่ง แต่เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนถึงวันงานจริง ก็มีการจัดงานแถลงข่าว CTC2025: The Future is Worth A Thousand Words เปิดตัวงานมหกรรมอัปเดตความรู้สุดยิ่งใหญ่ประจำปีด้วย โดยในงานก็มีเนื้อหาสาระมากมายที่ HR ควรรู้ หากใครพลาดงานนี้ไป HREX ขอสรุปเนื้อหาสำคัญ มาให้ทุกท่านได้อ่านกันแล้ว ดังนี้ CTC2025 กับความมุ่งมั่นสร้าง Creative Business คุณสิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO and Founder at RGB72 and CREATIVE TALK ได้พูดถึงความท้าทายในการจัดงานครั้งที่ 15 ของ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45399" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-09T180023.971.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานแถลงข่าว CTC2025: The Future is Worth A Thousand Words" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานแถลงข่าว CTC2025: The Future is Worth A Thousand Words 833" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-09T180023.971.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-09T180023.971-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกไม่กี่สัปดาห์ งาน SUPALAI Presents CREATIVE TALK CONFERENCE 2025 หรือ CTC2025 ก็จะกลับมาจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่แล้ว โดยรวม Speaker ที่มีชื่อเสียง และเป็นกูรูที่รู้จริงเรื่องการทำงาน การพัฒนาตัวเอง และด้านอื่น ๆ ไว้อย่างคับคั่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนถึงวันงานจริง ก็มีการจัดงานแถลงข่าว CTC2025: The Future is Worth A Thousand Words เปิดตัวงานมหกรรมอัปเดตความรู้สุดยิ่งใหญ่ประจำปีด้วย โดยในงานก็มีเนื้อหาสาระมากมายที่ HR ควรรู้ หากใครพลาดงานนี้ไป HREX ขอสรุปเนื้อหาสำคัญ มาให้ทุกท่านได้อ่านกันแล้ว ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>CTC2025 กับความมุ่งมั่นสร้าง Creative Business</b></h2>
<p><b>คุณสิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม</b><span style="font-weight: 400;"> CEO and Founder at RGB72 and CREATIVE TALK ได้พูดถึงความท้าทายในการจัดงานครั้งที่ 15 ของ CREATIVE TALK Conference เอาไว้ว่าปัจจุบันในประเทศไทยมีงาน Conference เกิดขึ้นมากมาย ภาพรวมของงานอีเว้นท์มีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด จากรายงานของ MICE Intelligence &amp; Innovation Department พบว่าในปี 2024 ธุรกิจไมซ์ในหมวด Conventions มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีจำนวนงานเพิ่มขึ้นกว่า 1.3 เท่า และจำนวนผู้เข้าร่วมงานเกือบ 3 ล้านคน นำมาซึ่งรายได้มหาศาลถึง 7,840 ล้านบาท </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“จุดเริ่มต้นของงาน CTC เรามีความตั้งใจจะสร้าง Creative Business ธุรกิจที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เติบโตขึ้นในประเทศไทย จึงเป็นเหตุผลที่ในงาน CTC จะรวบรวมเนื้อหาทั้งในเรื่องของ Creativity, Marketing, Technology, Business และ People โดยในปีนี้ได้มีการเพิ่มแกนเรื่อง Mindfulness เข้ามาเพื่อสอดรับกับเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ด้วย”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน</span><b>คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม</b><span style="font-weight: 400;"> Managing Director, บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ผู้สนับสนุนหลักของงาน CTC2025 ได้กล่าวถึงความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นกับภาคธุรกิจในอนาคต ท่ามกลางภาพรวมของเศรษฐกิจที่มีการชะลอตัว ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจต้องปรับตัว และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Managing Director จาก SUPALAI มองว่าการพัฒนาอสังหาฯ ที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่การสร้างที่อยู่อาศัย แต่คือการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้และเติบโตให้กับคนในสังคม ผ่านการลงทุนในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง…</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะพฤติกรรมผู้บริโภค และเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้คนทำงานต้องปรับตัว ให้เร็วในทุกมิติ ทำให้ SUPALAI ขับเคลื่อนองค์กรด้วยแนวคิดของ Learning Community ในการพัฒนาคน ไปพร้อมกับการพัฒนาองค์กรเสมอมา เพื่อสร้างพื้นที่ให้บุคลากรและพนักงานได้เรียนรู้ เติบโต และใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อยกระดับศักยภาพและประสิทธิภาพในการทำงานอย่างรอบด้าน…</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“งาน CTC2025 จึงมาในธีม THE FUTURE IS WORTH A THOUSAND WORDS อนาคตไม่ใช่แค่เรื่องของวันพรุ่งนี้ แต่คือสิ่งที่เราเลือกทำในวันนี้ เพราะอนาคตมีหลากความหมาย หลายคำจำกัดความ มากด้วยวิธีการจะไปให้ถึง คำถามจึงไม่ใช่อนาคตจะเป็นอย่างไร แต่คือคุณจะสร้างสรรค์อนาคตของคุณได้อย่างไร”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“#CTC2025 จึงเป็นพื้นที่ให้คุณมองเห็นอนาคตและโอกาสไปพร้อมกัน เพื่อให้เรามาร่วมกันออกแบบ &#8220;อนาคตที่มีคุณค่า ในแบบของเราเอง&#8221;</span></i></p>
<h2><b>แอบส่องไฮไลท์เด่น CTC2025</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับไฮไลท์ Session ที่น่าสนใจใน #CTC2025 มีมากมายหลายหัวข้อ แต่ในงานแถลงข่าวได้ชู 5 หัวข้อเด่นที่ผู้ร่วมงานทุกคนไม่ควรพลาด ดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>1. แอบฟัง Creative คุยกัน </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยคุณวิชัย มาตกุล จาก Salmon House และคุณสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ เจ้าของนามปากกานิ้วกลม</span></p>
<h3><b>2. What Makes Us Valuable? ตัวตน คุณค่า และทางรอด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยคุณรวิศ หาญอุตสาหะ จาก Srichand &amp; Mission To The Moon Media</span></p>
<h3><b>3. The Unshakable Business ทำอย่างไรให้ธุรกิจมั่นคง ในวันที่โลกสั่นคลอน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยคุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม จาก SUPALAI และคุณธัญย์ณภัคช์ ศิริประภาเจริญ จาก KARUN</span></p>
<h3><b>4. มูFulness พลังแห่งลายเซ็น และฤกษ์งามยามดี</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยคุณนพเก้า ไชยะบุรินทร์ และคุณกิตติธัช นำพิทักษ์ชัยกุล จากน่ำเอี๊ยง</span></p>
<h3><b>5. Using Entrepreneurial Mindset to win business พิชิตธุรกิจ ด้วยความคิดผู้ประกอบการ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยคุณมัณฑิตา จินดา จาก Digital Tips Academy</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมถึง Signature Sessions ภายในงานอย่าง ‘Half Year Trends’ เผยเทรนด์ครึ่งปีหลังที่น่าจับตาในปี 2025 ทั้งในเรื่องของ Creativity, Marketing, Innovation, Business and Economy, People, Global Issues และพิเศษสุดปีนี้ได้เพิ่มเรื่องของ Mindfulness ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากกับอนาคตต่อจากนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังมี Focus Workshop ที่กลับมาชูความเข้มข้นของ Workshop ยอดฮิตให้กับนักเรียนหน้าห้องกันอีกครั้ง รอบนี้จัดเต็มกับด้าน AI ทั้งหมด 4 Workshops และในครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกของงาน CTC กับรูปแบบใหม่ที่จะจัดขึ้นก่อนวันงาน Conference จะเป็นการเรียนกับผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า โดย Workshop เน้นเจาะลึก ลงมือทำจริง ให้ทุกคนนำกลับไปปรับใช้ต่อกันได้ทันที </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45400" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/4F6A0291-scaled.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานแถลงข่าว CTC2025: The Future is Worth A Thousand Words" width="600" height="400" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานแถลงข่าว CTC2025: The Future is Worth A Thousand Words 834" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/4F6A0291-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/4F6A0291-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/4F6A0291-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/4F6A0291-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/4F6A0291-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/4F6A0291-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ห้ามพลาด 4-5 กรกฎาคมนี้ CTC2025</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปักวันบนปฏิทินกันไว้ให้ดี! กับงาน SUPALAI Presents CREATIVE TALK CONFERENCE 2025 (CTC2025) มาอัปเดตวิธีคิด เปลี่ยนมุมมอง และปลุกพลังสร้างสรรค์ ให้พร้อมรับตั้งแต่ปีนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บัตร Conference ราคา 1,990 บาท ซื้อบัตรได้เลยที่ </span><a href="https://bit.ly/44zvbtO" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/44zvbtO  </span></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h2 style="text-align: center;"><strong>พิเศษ สำหรับผู้ติดตามและผู้อ่าน HREX รับส่วนลด 10% ในการซื้อบัตรปกติได้เพียงกรอกโค้ด HREX ไปเลย</strong></h2>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">บัตร Conference ทำอะไรได้บ้าง</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ร่วมงานได้ทั้ง 2 วันเต็ม (4–5 ก.ค. 2025)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ดูย้อนหลังทุก Sessions ได้ 6 เดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">After Party สนุกแบบไม่ต้องห่วงเนื้อหา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ลุ้นของจากพาร์ทเนอร์ &amp; สนุกกับบูทกิจกรรมเพียบ!</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ปักหมุดวันให้พร้อม ซื้อบัตรแล้วมาเจอกัน !  </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พุธ 2 ก.ค. &#8211; พฤหัสบดี 3 ก.ค. 2025 (Focus Workshop Day)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ศุกร์ 4 ก.ค. &#8211; เสาร์ 5 ก.ค. 2025 (Conference Day)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ที่ Bhiraj Hall, BITEC Bang na</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="กฎหมายแรงงาน สิทธิแรงงาน และค่าชดเชยที่ HR ต้องรู้เมื่อพนักงานถูกเลิกจ้าง 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/press-conference-ctc2025-250609/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Conicle RE:Dday &#8211; Open House &#038; Workshop EP.2 Smart Onboarding Strategic HR Maximized ROI in the AI Era</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/conicle-re-dday-smart-onboarding-250530/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/conicle-re-dday-smart-onboarding-250530/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 May 2025 09:51:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Conicle]]></category>
		<category><![CDATA[Onboarding]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45310</guid>

					<description><![CDATA[กระบวนการ Onboarding ที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานใหม่ และส่งผลต่อความสำเร็จในระยะยาว แต่ในยุคที่ AI เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของทุกภาคส่วน ก็ทำให้กระบวนการนี้ของ HR ต้องเปลี่ยนแปลงตามเช่นกัน เพื่อช่วยให้ HR ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่การทำงานจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ Conicle ผู้นำโซลูชั่นด้านการเรียนรู้ Learning Experience Solutions จึงจัดงาน Conicle RE:Dday &#8211; Open House &#38; Workshop EP.2 Smart Onboarding Strategic HR Maximized ROI in the AI Era เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้ AI ในการพัฒนากระบวนการ Onboarding ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับ HR ท่านใดที่พลาดงานสำคัญนี้ไป HREX ได้รวบรวมและสรุปประเด็นสำคัญทุกเรื่องที่ HR ไม่ควรพลาดมาให้ครบถ้วนแล้ว พร้อมเสิร์ฟให้คุณได้อ่านกันในบทความนี้ Welcome to Workshops คุณนกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;"><b><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45312" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para.png" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Conicle RE:Dday - Open House &amp; Workshop EP.2 Smart Onboarding Strategic HR Maximized ROI in the AI Era" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Conicle RE:Dday - Open House &amp; Workshop EP.2 Smart Onboarding Strategic HR Maximized ROI in the AI Era 840" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></b><span style="font-weight: 400; font-size: 16px;"><br />
กระบวนการ Onboarding ที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานใหม่ และส่งผลต่อความสำเร็จในระยะยาว แต่ในยุคที่ AI เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของทุกภาคส่วน ก็ทำให้กระบวนการนี้ของ HR ต้องเปลี่ยนแปลงตามเช่นกัน</span><b><br />
</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อช่วยให้ HR ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่การทำงานจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11"><span style="font-weight: 400;">Conicle</span></a><span style="font-weight: 400;"> ผู้นำโซลูชั่นด้านการเรียนรู้ Learning Experience Solutions จึงจัดงาน <strong>Conicle RE:Dday &#8211; Open House &amp; Workshop EP.2 Smart Onboarding Strategic HR Maximized ROI in the AI Era </strong>เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้ AI ในการพัฒนากระบวนการ Onboarding ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR ท่านใดที่พลาดงานสำคัญนี้ไป HREX ได้รวบรวมและสรุปประเด็นสำคัญทุกเรื่องที่ HR ไม่ควรพลาดมาให้ครบถ้วนแล้ว พร้อมเสิร์ฟให้คุณได้อ่านกันในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Welcome to Workshops</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45313" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-1.png" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Conicle RE:Dday - Open House &amp; Workshop EP.2 Smart Onboarding Strategic HR Maximized ROI in the AI Era" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Conicle RE:Dday - Open House &amp; Workshop EP.2 Smart Onboarding Strategic HR Maximized ROI in the AI Era 841" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-1.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-1-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>คุณนกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ</strong> CEO &amp; Co-Founder, </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11"><span style="font-weight: 400;">Conicle </span></a>เริ่มจากการตั้งคำถามชวนคิดว่า “<em>ทำไมเราต้องทำ Onboarding</em>?”</p>
<p>คำตอบก็คือ การต้อนรับพนักงานใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องการปฐมนิเทศ แต่เป็นการติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก เพื่อให้การเดินทางร่วมกันขององค์กรและคนใหม่ เริ่มต้นด้วยความเข้าใจ ความพร้อม และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งอย่างแท้จริง</p>
<p>แต่โลกการทำงานไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เมื่อเทคโนโลยีและ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น <strong>การ Onboarding จึงต้องปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย องค์กรไม่ได้แค่รับคนเข้ามา แต่ต้องเตรียมคนให้พร้อมสำหรับโลกการทำงานแบบ Human+AI ที่ต้องอาศัยทักษะใหม่ ๆ ความยืดหยุ่น และความสามารถในการเรียนรู้ตลอด</strong>เวลา HR จึงกลายเป็นกลไกสำคัญที่จะพาองค์กรก้าวทันความเปลี่ยนแปลงนี้ให้ได้</p>
<p>ในโลกที่ Career Path ไม่ได้เป็นเส้นตรงอีกต่อไป การเปลี่ยนตำแหน่งภายในองค์กร หรือการเลือกใช้แรงงานจากภายนอก เช่น Gig Workers กลายเป็นทางเลือกที่ต้องชั่งน้ำหนัก การวางแผน Onboarding จึงต้องลึกซึ้งกว่าเดิม ไม่ใช่แค่สำหรับพนักงานใหม่ แต่รวมถึงคนในที่โยกย้ายตำแหน่ง การสร้างความพร้อมทันทีแทนการรอปรับตัวนาน 3-6 เดือน กลายเป็นเป้าหมายใหม่ของการพัฒนาองค์กรยุคถัดไป</p>
<p>สุดท้าย <strong>Onboarding ไม่ใช่แค่กระบวนการ แต่เป็นกลยุทธ์เพื่อสร้างองค์กรที่พร้อมเติบโตในทุกสถานการณ์</strong> เป็นภารกิจของ HR ที่ต้องคิดไกลและทำเร็ว เพื่อให้คนในองค์กรสามารถเปลี่ยนผ่านไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมั่นใจและมีพลัง</p>
<h2><b>Success Story Sharing เห็นผลลัพธ์ทั้งคนและธุรกิจ</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45314" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2.png" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Conicle RE:Dday - Open House &amp; Workshop EP.2 Smart Onboarding Strategic HR Maximized ROI in the AI Era" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Conicle RE:Dday - Open House &amp; Workshop EP.2 Smart Onboarding Strategic HR Maximized ROI in the AI Era 842" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ใน Session นี้ ผู้เข้าร่วมงานได้มีโอกาสแบ่งปันประสบการณ์ตรงของการ Onboarding ทั้งที่น่าประทับใจและที่ยังไม่ราบรื่น</p>
<p>สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ความแตกต่างของระบบมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อความรู้สึกและประสบการณ์ของพนักงานใหม่ เพราะ<strong>เมื่อ Onboarding ถูกออกแบบมาอย่างใส่ใจและเป็นระบบ มันสามารถสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบ และสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมได้ทันที</strong></p>
<p>แต่ในอีกด้าน หลายคนก็สะท้อนถึงประสบการณ์ที่ไม่ดีของการ Onboarding ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัญหาพื้นฐาน เช่น การขาดเครื่องมือช่วยติดตาม กระบวนการที่กระจัดกระจาย เอกสารไม่เป็นระบบ ขาดการเชื่อมโยงระหว่างพนักงานเก่าและใหม่ ไปจนถึงการที่ผู้บริหารไม่สามารถให้เวลากับขั้นตอนนี้ได้อย่างเต็มที่ ทำให้การถ่ายทอดความรู้กลายเป็นเรื่องซ้ำซากและขาดมาตรฐาน</p>
<p>สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือ <strong>หลายครั้งพี่เลี้ยงหรือหัวหน้าทีมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรเริ่ม Onboarding อย่างไร นี่จึงกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ HR ต้องเร่งแก้ไข</strong> เพราะกระบวนการนี้ไม่ใช่แค่การต้อนรับ แต่คือการวางรากฐานความสัมพันธ์ระยะยาว และเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้พนักงานพร้อมเติบโตไปกับองค์กรตั้งแต่วันแรกที่เข้าร่วมงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="เปิดขั้นตอน Onboarding ของ Spotify วันแรกดีอย่างไร วันต่อไปดีอย่างนั้น 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></p>
<h2><b>The Arts of Effective Employee Onboarding “Best Practice &#8211; How to Onboarding อย่างมีกลยุทธ์”</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45315" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-3.png" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Conicle RE:Dday - Open House &amp; Workshop EP.2 Smart Onboarding Strategic HR Maximized ROI in the AI Era" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Conicle RE:Dday - Open House &amp; Workshop EP.2 Smart Onboarding Strategic HR Maximized ROI in the AI Era 843" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-3.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-3-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><br />
<strong>คุณมนัส มกรากุล</strong> Academy Lead, </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11"><span style="font-weight: 400;">Conicle </span></a>บอกว่าการทำ Onboarding ที่ดีไม่ควรเริ่มต้นเมื่อพนักงานเดินเข้ามาทำงานวันแรก แต่ต้องเริ่มวางกลยุทธ์ตั้งแต่กระบวนการสรรหา (Recruitment) เพราะทุกช่วงเวลาใน Employee Journey ตั้งแต่เข้ามาจนกระทั่งลาออก (Offboarding) ล้วนสำคัญทั้งหมด หาก HR ต้องการให้พนักงานใหม่รู้สึกมีคุณค่าและพร้อมเติบโตไปกับองค์กร กระบวนการ Onboarding จึงต้องเป็นมากกว่าการต้อนรับ แต่คือการออกแบบประสบการณ์ที่น่าจดจำและสร้างผลลัพธ์ระยะยาว</p>
<p><strong>หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ การมองว่า Orientation เท่ากับ Onboarding</strong> ซึ่งคุณมนัสเน้นว่า นั่นเป็นเพียงแค่ส่วนเล็ก ๆ ของกระบวนการทั้งหมด Orientation เป็นการให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับองค์กร แต่ Onboarding คือการวางรากฐานให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องมีทั้งการวางเส้นทางหน้าที่ชัดเจน การสร้างความสัมพันธ์ และการมอบทรัพยากรที่เหมาะสมเพื่อการทำงาน</p>
<p>สิ่งสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือ <strong>Onboarding ไม่ใช่หน้าที่ของ HR ฝ่ายเดียวเท่านั้น แต่หัวหน้างานหรือ Manager ต้องมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้พนักงานใหม่ปรับตัว</strong>และเข้าใจวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้ เพราะพนักงานจำนวนไม่น้อยตัดสินใจลาออกในช่วงแรกจากการที่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเพียงพอ</p>
<p>เพื่อให้การ Onboarding มีประสิทธิภาพสูงสุด Conicle แนะนำการใช้รูปแบบ Blended Onboarding ที่ผสมผสานการพบปะเจอหน้ากับการเรียนรู้ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิด “Human Touch” ควบคู่กับความยืดหยุ่น ซึ่งองค์กรควรถามตัวเองเสมอว่า “<em>ถ้าเราเป็นพนักงานใหม่ เราอยากเจออะไรในวันแรก?</em>” คำตอบนั้นคือหัวใจของการออกแบบประสบการณ์ที่ดี</p>
<p>แนวทางที่ Conicle แนะนำคือการแบ่งกระบวนการออกเป็น 4 เฟส ได้แก่</p>
<ol>
<li>Pre-boarding จัดการเรื่องเอกสาร พื้นที่ทำงาน และสร้างความอบอุ่นใจด้วย Welcome Kit</li>
<li>Orientation ทำความรู้จักองค์กร ทีมงาน และสถานที่ทำงาน</li>
<li>Initial Integration เริ่มทำงานจริง พร้อมมีระบบติดตามและตั้งเป้าหมายร่วมกัน</li>
<li>Performance Driving เสริมศักยภาพด้วยการให้ความรับผิดชอบจริง ติดตามประเมินผล และเปิดพื้นที่ให้ Feedback แบบ 2 ทาง</li>
</ol>
<p>ระยะเวลาของแต่ละเฟสก็ชัดเจน โดยช่วงก่อนเริ่มงานคือ Pre-boarding ถัดมา 3 เดือนแรกคือช่วง Orientation และ Integration และหลังจากนั้นเข้าสู่ช่วง Performance Driving พร้อมมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่จบใน 90 วันแรกเท่านั้น</p>
<p><strong>กระบวนการ Onboarding ที่ออกแบบอย่างรอบด้านเช่นนี้ จะไม่เพียงช่วยให้พนักงานใหม่อยู่รอดในองค์กร แต่ยังมีแรงขับเคลื่อนในการเติบโตและสร้างคุณค่าให้แก่องค์กรได้อย่างแท้จริง</strong><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45591" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1.webp" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Conicle RE:Dday - Open House &amp; Workshop EP.2 Smart Onboarding Strategic HR Maximized ROI in the AI Era 844" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/conicle-re-dday-smart-onboarding-250530/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>StrengthsFinder แบบทดสอบค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/strengthsfinder-unlock-potential-250527/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/strengthsfinder-unlock-potential-250527/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 May 2025 06:38:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[StrengthsFinder]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45272</guid>

					<description><![CDATA[เราทุกคนล้วนเคยผ่านช่วงเวลาแห่งความสับสนว่า “จริง ๆ แล้วฉันเก่งเรื่องอะไร ?” &#8220;ฉันมีจุดแข็ง จุดอ่อน อะไร ?&#8221; “ฉันควรเลือกเส้นทางแบบไหน ?”  โดยเฉพาะยุคโซเชียลมีเดียที่ข้อมูลถาโถมจากทุกทิศ ทำให้ความรู้สึก &#8220;ยังไม่ดีพอ&#8221; จากการเปรียบเทียบคนอื่น เพราะมัวแต่มองหาสิ่งที่เราขาด แทนที่จะหันกลับมามองว่าสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้เอง StrengthsFinder เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง แล้ว StrengthsFinder คืออะไร​ บทความนี้จะมาบอกกัน StrengthsFinder คืออะไร ? StrengthsFinder หรืออีกชื่อคือ CliftonStrengths คือแบบประเมินจุดแข็งที่พัฒนาโดยสถาบัน Gallup เพื่อค้นหาศักยภาพที่แท้จริงในตัวบุคคล โดยไม่ใช้คำถามเพื่อวัด “สิ่งที่เรายังขาด” แต่เพื่อค้นหา “สิ่งที่เราทำได้ดีโดยธรรมชาติ” และสามารถพัฒนาเป็นความเชี่ยวชาญได้อย่างยั่งยืน เมื่อทำแบบประเมิน เราจะได้รู้ว่า 5 อันดับแรกในจุดแข็งทั้ง 34 ด้านนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งแต่ละคนจะมีลำดับที่แตกต่างกัน และนั่นทำให้โอกาสที่ใครสักคนจะมีจุดแข็ง 5 อันดับแรกเหมือนกันแบบเป๊ะ ๆ มีเพียง 1 ใน 33 ล้านคน เท่านั้น [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45278" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/StrengthsFinder-ค้นพบตัวตน-ปลดล็อกศักยภาพ-และใช้ชีวิตในแบบที่คุณเป็น.webp" alt="StrengthsFinder ค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ และใช้ชีวิตในแบบที่คุณเป็น" width="600" height="370" title="StrengthsFinder แบบทดสอบค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ 851" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/StrengthsFinder-ค้นพบตัวตน-ปลดล็อกศักยภาพ-และใช้ชีวิตในแบบที่คุณเป็น.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/StrengthsFinder-ค้นพบตัวตน-ปลดล็อกศักยภาพ-และใช้ชีวิตในแบบที่คุณเป็น-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราทุกคนล้วนเคยผ่านช่วงเวลาแห่งความสับสนว่า “จริง ๆ แล้วฉันเก่งเรื่องอะไร ?” &#8220;ฉันมีจุดแข็ง จุดอ่อน อะไร ?&#8221; “ฉันควรเลือกเส้นทางแบบไหน ?” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะยุคโซเชียลมีเดียที่ข้อมูลถาโถมจากทุกทิศ ทำให้ความรู้สึก &#8220;ยังไม่ดีพอ&#8221; จากการเปรียบเทียบคนอื่น เพราะมัวแต่มองหาสิ่งที่เราขาด แทนที่จะหันกลับมามองว่าสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้เอง </span><b>StrengthsFinder</b><span style="font-weight: 400;"> เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้ว StrengthsFinder คืออะไร​ บทความนี้จะมาบอกกัน</span></p>

<h1>StrengthsFinder คืออะไร ?</h1>
<p><a href="https://www.gallup.com/cliftonstrengths/en/254033/strengthsfinder.aspx" target="_blank" rel="noopener"><b>StrengthsFinder</b></a><span style="font-weight: 400;"> หรืออีกชื่อคือ </span><b>CliftonStrengths</b><span style="font-weight: 400;"> คือ<a href="https://th.hrnote.asia/tips/personality-test-250310/">แบบประเมิน</a>จุดแข็งที่พัฒนาโดยสถาบัน Gallup เพื่อค้นหาศักยภาพที่แท้จริงในตัวบุคคล โดยไม่ใช้คำถามเพื่อวัด “สิ่งที่เรายังขาด” แต่เพื่อค้นหา “สิ่งที่เราทำได้ดีโดยธรรมชาติ” และสามารถพัฒนาเป็นความเชี่ยวชาญได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อทำแบบประเมิน เราจะได้รู้ว่า 5 อันดับแรกในจุดแข็งทั้ง 34 ด้านนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งแต่ละคนจะมีลำดับที่แตกต่างกัน และนั่นทำให้โอกาสที่ใครสักคนจะมีจุดแข็ง 5 อันดับแรกเหมือนกันแบบเป๊ะ ๆ มีเพียง </span><b>1 ใน 33 ล้านคน</b><span style="font-weight: 400;"> เท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นหมายความว่า คุณเป็นคนพิเศษโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่คุณอาจยังไม่รู้ตัวเท่านั้น</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">ลองทำแบบทดสอบได้ที่นี่: <a href="https://login.gallup.com/Registration/Register" target="_blank" rel="noopener">https://login.gallup.com/Registration/Register</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>StrengthsFinder จุดแข็งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการเรียนรู้ในคอร์ส </span><b>Talents Unlock</b><span style="font-weight: 400;"> โดย</span><b> โค้ชจอม – คมจักร กำธรพสินี</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ได้รับการรับรองจาก Gallup ได้อธิบายไว้อย่างชัดเจนว่า จุดแข็งทั้งหมด 34 ด้านสามารถจัดอยู่ใน 4 กลุ่มใหญ่ หรือที่เรียกว่า “โดเมน” ได้แก่:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="color: #cc99ff;"><b>Executing Domain (สีม่วง)</b></span><span style="font-weight: 400;"> กลุ่มของคนที่เน้นการลงมือทำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="color: #ff6600;"><b>Influencing Domain (สีส้ม)</b></span><span style="font-weight: 400;"> กลุ่มของคนที่มีอิทธิพล โน้มน้าว และสร้างพลัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="color: #00ffff;"><span style="color: #3366ff;"><b>Relationship Building Domain</b> </span><b><span style="color: #3366ff;">(สีฟ้า)</span> </b></span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มของคนที่สร้างและรักษาความสัมพันธ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="color: #339966;"><b>Strategic Thinking Domain (สีเขียว)</b></span><span style="font-weight: 400;"> กลุ่มของนักคิด นักวางแผน และนักเรียนรู้</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละกลุ่มไม่ได้แยกจากกันอย่างตายตัว คนหนึ่งคนสามารถมีจุดแข็งกระจายอยู่ในหลายโดเมนได้ ทั้งนี้แต่ละโดเมนก็แบ่งคุณลักษณะย่อย ๆ อีก ซึ่งสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/manager-of-the-future-strengsthfinder-231116/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35823" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/HREX-Cover-2023-11-16T125654.678.webp" alt="สรุปคลาสเรียน Manager of the Future #3 สร้างทีมที่แข็งแกร่งด้วย StrengthsFinder รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง" width="600" height="370" title="StrengthsFinder แบบทดสอบค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ 852" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/HREX-Cover-2023-11-16T125654.678.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/HREX-Cover-2023-11-16T125654.678-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/manager-of-the-future-strengsthfinder-231116/"><span style="font-weight: 400;">สร้างทีมที่แข็งแกร่งด้วย StrengthsFinder รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45279 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Screenshot-2568-05-27-at-13.25.02-1024x762.webp" alt="StrengthsFinder ค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ และใช้ชีวิตในแบบที่คุณเป็น" width="1024" height="762" title="StrengthsFinder แบบทดสอบค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ 853" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Screenshot-2568-05-27-at-13.25.02-1024x762.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Screenshot-2568-05-27-at-13.25.02-300x223.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Screenshot-2568-05-27-at-13.25.02-768x571.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Screenshot-2568-05-27-at-13.25.02-1536x1143.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Screenshot-2568-05-27-at-13.25.02-2048x1524.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>ตัวอย่างจริง: จุดแข็ง Manager of HREX.asia</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อผู้เขียนได้ลองทำแบบประเมิน StrengthsFinder ก็ได้ค้นพบสิ่งที่เกินกว่าคาดหวังไว้ในตอนแรก โดยค้นพบว่า จุดแข็ง 5 อันดับแรก ได้แก่:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Empathy</b><span style="font-weight: 400;"> – ความสามารถในการรู้สึกถึงอารมณ์ของผู้อื่นโดยไม่ต้องพูดออกมา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Intellection</b><span style="font-weight: 400;"> – รักการคิดลึก ชอบการครุ่นคิด และมีความสุขกับบทสนทนาเชิงลึก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Learner</b><span style="font-weight: 400;"> – สนุกกับการเรียนรู้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อเป้าหมาย แต่เพราะ “การเรียนรู้คือเป้าหมาย”</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Futuristic</b><span style="font-weight: 400;"> – มองเห็นภาพอนาคตได้อย่างชัดเจน และใช้มันเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวเองและผู้อื่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Connectedness</b><span style="font-weight: 400;"> – เชื่อว่าทุกสิ่งเชื่อมโยงกัน และไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">การรู้จักจุดแข็งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงเพื่อ “เข้าใจตัวเอง” เท่านั้น แต่ยังสามารถเป็น “เครื่องมือ” ที่ใช้ในการสร้างทีม วางกลยุทธ์ หรือแม้แต่การเป็นผู้นำอย่างมีวิสัยทัศน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โค้ชจอมมักจะเน้นเสมอว่า </span><b>“ไม่มีใครเก่งทุกอย่าง แต่ทีมที่รู้จักจุดแข็งของกันและกันจะกลายเป็นทีมที่เก่งที่สุด”</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นคือหัวใจสำคัญของการเติบโตทั้งระดับบุคคลและองค์กร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45277 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_13-1024x575.webp" alt="StrengthsFinder ค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ และใช้ชีวิตในแบบที่คุณเป็น" width="1024" height="575" title="StrengthsFinder แบบทดสอบค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ 854" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_13-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_13-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_13-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_13-1536x862.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_13.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>โลกที่เราไม่ต้อง &#8220;เป็นคนอื่น&#8221;</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในคอร์ส Talents Unlock มีช่วงหนึ่งที่น่าประทับใจมาก โค้ชจอมตั้งคำถามว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เรามักอยู่ในโลกที่คนอื่นบอกว่าเราควรเป็นอะไร แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราอยู่ในโลกที่ทำให้เราได้ &#8216;เล่นสนุก&#8217; กับสิ่งที่เราเป็น?&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำว่า &#8220;เล่นสนุก&#8221; ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงความไร้สาระ แต่หมายถึงการที่เราได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ บนพื้นฐานของจุดแข็งและธรรมชาติที่แท้จริงของตัวเอง ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องแสร้ง ไม่ต้องเปรียบเทียบ ไม่ต้องพยายามเป็นใครอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในโลกทุกวันนี้ เราถูก “เปรียบเทียบ” อยู่ตลอดเวลา — โดยเฉพาะผ่านโซเชียลมีเดีย ที่เปิดให้เรามองเห็นชีวิตของคนอื่นได้ทุกวินาที แต่กลับทำให้เรารู้สึก “ยังไม่ดีพอ” กับชีวิตของตัวเองอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีงานวิจัยที่น่าคิดว่า </span><b>เด็กที่ใช้โซเชียลมีเดียก่อนอายุ 13 ปี มักประสบภาวะ Self-Esteem ต่ำ</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะพวกเขายังไม่รู้จักตัวเองดีพอ แต่กลับต้องถูกเปรียบเทียบกับภาพลักษณ์ที่ถูกขัดเกลามาอย่างดีจากโลกออนไลน์ ซึ่งเป็น “มาตรฐานที่บิดเบี้ยว” — ทั้งหน้าตา ความสำเร็จ ไลฟ์สไตล์ หรือแม้แต่บุคลิก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่นี้ การรู้จักจุดแข็งของตัวเองจึงไม่ใช่แค่เรื่องของ “การทำงานให้ดีขึ้น” หรือ “การพัฒนาอาชีพ” เท่านั้น แต่คือ </span><b>การเยียวยาตัวตน</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ถูกบดบังจากเสียงรอบข้าง และเป็นการสร้าง </span><b>หลักยืนที่มั่นคงในโลกที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเรารู้ว่า “เราเก่งอะไรตามธรรมชาติ” เราจะเริ่มมองตัวเองด้วยความเข้าใจ แทนที่จะตัดสินตัวเองจากสิ่งที่เราขาด เราจะเริ่มเคารพในสิ่งที่เรามี และเมื่อเราเคารพตัวเอง เราก็จะเคารพ “ความแตกต่างของผู้อื่น” ได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่น คือจุดเริ่มต้นของโลกที่เราไม่ต้อง “เป็นคนอื่น” อีกต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>จุดแข็ง = พรสวรรค์ + การลงทุน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในแนวคิดสำคัญของ StrengthsFinder คือการมองว่า “จุดแข็ง” ไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก </span><b>การนำพรสวรรค์นั้นไปลงทุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พรสวรรค์คือศักยภาพตามธรรมชาติที่เราเกิดมาพร้อมกับมัน แต่ถ้าไม่ได้รับการฝึกฝน มันก็จะคงอยู่แค่ในระดับ &#8220;ความสามารถที่ซ่อนอยู่&#8221; ซึ่งไม่ต่างจากเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน</span></p>
<p><b>StrengthsFinder จึงไม่ใช่แค่การบอกว่าเรามีพรสวรรค์ด้านไหน</b><span style="font-weight: 400;"> แต่เป็นการชี้ทิศทางว่า เราควรใช้เวลาและพลังงานกับจุดแข็งด้านใด เพื่อให้สิ่งนั้นเติบโตและกลายเป็น &#8220;เครื่องมือชีวิต&#8221; ที่สามารถนำมาใช้ได้ตลอดชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่นี้ คอร์ส </span><b>Talents Unlock</b><span style="font-weight: 400;"> โดยโค้ชจอม – คมจักร กำธรพสินี ไม่ได้เป็นแค่คอร์สที่แจกแบบทดสอบหรือบอกผลลัพธ์ตามระบบ Gallup เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง </span><b>กระบวนการโค้ชชิ่ง การทำกิจกรรม และการสะท้อนความคิดที่ลึกซึ้ง</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนไม่เพียงเข้าใจตัวเองในระดับ “ข้อมูล” แต่เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึง “บริบทชีวิต” ของตัวเองว่าอะไรคือเส้นทางที่เหมาะสม และจะใช้ศักยภาพนั้นอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดในโลกความจริง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45276 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_9-1024x575.webp" alt="LINE ALBUM Talents Unlock 1 250524 9" width="1024" height="575" title="StrengthsFinder แบบทดสอบค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ 855" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_9-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_9-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_9-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_9-1536x862.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/LINE_ALBUM_Talents-Unlock-_1_250524_9.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การรู้จักจุดแข็งของตัวเองจึงไม่ใช่แฟชั่น แต่เป็น </span><b>รากฐานของการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะเมื่อคุณเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง คุณก็จะเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น และเมื่อคุณเคารพใน “ความแตกต่าง” ความสัมพันธ์ในชีวิตคุณก็จะแข็งแรง ลึกซึ้ง และมีความหมายมากกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากวันนี้คุณรู้สึกไม่แน่ใจในเส้นทางของตัวเอง รู้สึกหลงทางในโลกที่หมุนเร็วและคาดหวังสูงมากกว่าที่หัวใจจะรับไหว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางที สิ่งที่คุณต้องการ อาจไม่ใช่คำแนะนำจากใครคนอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่คือ </span><b>“การกลับมาฟังเสียงของตัวเอง”</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านพรสวรรค์ที่คุณมีมาตั้งแต่เกิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นเอง คือการ </span><b>ปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของคุณ</b><a href="https://expth.hrnote.asia/products/187?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43346" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118.webp" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="StrengthsFinder แบบทดสอบค้นพบตัวตน ปลดล็อกศักยภาพ 856" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/118-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/strengthsfinder-unlock-potential-250527/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #4 Roundtable CHRO &#038; HR Director Forum – Future of Belonging </title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/roundtable-future-of-belonging-250520/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/roundtable-future-of-belonging-250520/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 May 2025 06:35:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Roundtable]]></category>
		<category><![CDATA[DEI]]></category>
		<category><![CDATA[Future of Belonging]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45200</guid>

					<description><![CDATA[“การสร้างความหลากหลาย การสร้าง Sense of Belonging ไม่ใช่แค่หน้าที่ของ HR แต่เป็นหน้าที่ของทุกคนในองค์กร” 20 พฤษภาคมของทุกปี คือวัน International HR Day อันเป็นวันที่ HR ทั่วโลกร่วมเฉลิมฉลองความสำคัญของบทบาทในการบริหารและดูแลจัดการบุคลากรในองค์กร  HREX เล็งเห็นโอกาสพิเศษในการเชื่อมโยงวันสำคัญนี้เข้ากับเดือนมิถุนายนที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นเดือนแห่ง Pride Month อันเป็นสัญลักษณ์ของการยอมรับในความหลากหลาย จึงจัดงาน #4 Roundtable CHRO &#38; HR Director Forum ภายใต้หัวข้อ &#8220;Future of Belonging&#8221; เพื่อกระตุ้นให้ผู้นำด้านทรัพยากรบุคคลและองค์กรปรับเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ DEI&#38;B (Diversity, Equity, Inclusion &#38; Belonging)  เพราะนับจากนี้ไป ความหลากหลายจะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จำเป็นสำหรับทุกองค์กรในการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง ในโลกยุคใหม่ที่มีความท้าทายหลากหลายรูปแบบ หาก HR ท่านใดไม่ได้เข้าร่วมงาน สามารถอ่านสรุปเนื้อหางานได้เลยในบทความนี้ Opening Session ในโลกที่ความเปราะบางกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ (new normal) “ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง” [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45205" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-20T153350.550.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #4 Roundtable CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Belonging " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #4 Roundtable CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Belonging  859" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-20T153350.550.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-20T153350.550-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><em>“การสร้างความหลากหลาย การสร้าง Sense of Belonging ไม่ใช่แค่หน้าที่ของ HR แต่เป็นหน้าที่ของทุกคนในองค์กร”</em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">20 พฤษภาคมของทุกปี คือวัน International HR Day อันเป็นวันที่ HR ทั่วโลกร่วมเฉลิมฉลองความสำคัญของบทบาทในการบริหารและดูแลจัดการบุคลากรในองค์กร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX เล็งเห็นโอกาสพิเศษในการเชื่อมโยงวันสำคัญนี้เข้ากับเดือนมิถุนายนที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นเดือนแห่ง Pride Month อันเป็นสัญลักษณ์ของการยอมรับในความหลากหลาย จึงจัดงาน </span><b>#4 Roundtable CHRO &amp; HR Director Forum</b><span style="font-weight: 400;"> ภายใต้หัวข้อ &#8220;</span><b>Future of Belonging</b><span style="font-weight: 400;">&#8221; เพื่อกระตุ้นให้ผู้นำด้านทรัพยากรบุคคลและองค์กรปรับเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/010622-deib/">DEI&amp;B (Diversity, Equity, Inclusion &amp; Belonging) </a></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะนับจากนี้ไป ความหลากหลายจะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จำเป็นสำหรับทุกองค์กรในการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง ในโลกยุคใหม่ที่มีความท้าทายหลากหลายรูปแบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก HR ท่านใดไม่ได้เข้าร่วมงาน สามารถอ่านสรุปเนื้อหางานได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>Opening Session</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่ความเปราะบางกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ (new normal) “ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง” หรือ </span><i><span style="font-weight: 400;">Sense of Belonging</span></i><span style="font-weight: 400;"> ได้กลายมาเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานยุคใหม่ คุณณัฐวุฒิ กุลแก้ว ตัวแทนจาก HREX กล่าวเปิดงานด้วยหัวข้อ </span><i><span style="font-weight: 400;">Belonging in a Brittle World</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม หรือการปรับตัวขององค์กรในการรับมือกับความหลากหลายทางเพศ อายุ ความพิการ และมิติอื่น ๆ ของความหลากหลาย (DEI) ที่วันนี้ไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” แต่เป็น “ความจำเป็น”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ท่ามกลางความเปราะบางของโลกในปัจจุบัน DEI ยิ่งทวีความสำคัญ โดยเฉพาะการทำให้พนักงานรู้สึกว่าเขา &#8220;เป็นส่วนหนึ่ง&#8221; อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ผ่านตัวเลขในรายงานประจำปี แต่ต้องเกิดจากพฤติกรรมจริงขององค์กรและผู้นำ</strong> การเปลี่ยนผ่านของกฎหมาย เช่น การผ่านร่างสมรสเท่าเทียมในไทย กำลังท้าทายให้หลายองค์กรต้องกลับมาทบทวนนโยบาย สวัสดิการ และวิธีการออกแบบพื้นที่ทำงานให้รองรับทุกความแตกต่างอย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น่าสนใจว่าแม้หลายองค์กรจะเริ่มใช้ AI ในการบริหารงานบุคคล แต่ยังมีเพียงครึ่งเดียวที่สามารถใช้เทคโนโลยีอย่างไร้อคติจริง ๆ คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า “เราควรใช้ AI หรือไม่” แต่เป็น “เราจะใช้ AI อย่างไรไม่ให้ขยายความเหลื่อมล้ำเดิมให้ลึกขึ้น?” เพราะการออกแบบระบบที่ไม่ครอบคลุมก็อาจยิ่งทำให้ผู้คนบางกลุ่มถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณณัฐวุฒิยังเน้นย้ำว่า HR เอง แม้จะมีบทบาทในการออกแบบนโยบาย แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็น “พนักงานคนหนึ่ง” เช่นกัน สำรวจพบว่าพนักงานกว่า 80% ไม่ยอมถอยให้กับประเด็น DEIB เพราะพวกเขาเชื่อว่าความเท่าเทียมไม่ใช่แค่เรื่องอุดมคติ แต่คือความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว ในขณะที่หลายประเทศเริ่มลงทุนในนโยบายความหลากหลาย แม้บางประเทศจะมีผู้นำที่ไม่ได้สนับสนุนประเด็นนี้อย่างเต็มที่ก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความท้าทายเหล่านี้ จึงนำมาสู่การจัดเวที Roundtable ครั้งนี้ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้นำ HR ได้พูดคุย แลกเปลี่ยน และร่วมกันหาคำตอบว่าองค์กรจะเดินหน้าสร้าง </span><i><span style="font-weight: 400;">Future of Belonging</span></i><span style="font-weight: 400;"> ได้อย่างไรให้เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแค่แผนงาน แต่คือการลงมือทำที่เปลี่ยนแปลงจริงในชีวิตของผู้คนในองค์กรทุกคน</span></p>
<h2><b>Future of Belonging Discussion</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน #4 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum จัดขึ้น ณ SEAC Learning Center, อาคาร FYI Center และได้รับเกียรติจากวิทยากรมากความสามารถ 4 ท่านทำหน้าที่ Speaker หลักของงาน ได้แก่ </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/story/hr-siampiwat-interview-230523/"><b>ณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร</b></a><span style="font-weight: 400;"> Chief Business Resources, Siam Piwat</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/story/frasers-property-thailand-250326/"><b>วชิระ ฉัตรภูติ</b></a><span style="font-weight: 400;"> Executive Vice President – People and Culture, Frasers Property (Thailand) Public Company Limited</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ฐิติพร ประวัติศรีชัย</b><span style="font-weight: 400;"> Head of Community, Learning and Skill Development, Vulcan Coalition</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>บุปผาวดี โอวรารินท์</b><span style="font-weight: 400;"> Chief People and Brand &amp; Communications Officer, Krungthai-AXA Life Insurance Public Company Limited</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ไม่ได้มีเพียงแค่ 4 ท่านเท่านั้นที่ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพราะงานนี้ยังเปิดกว้างให้ผู้ที่เข้ามาร่วมงานมากกว่า 60 ท่านได้แชร์มุมมองที่แตกต่างในหลายหัวข้อ ในประเด็นดังต่อไปนี้</span></p>
<h3>Belonging คือจุดหมาย ปลายทางของ Diversity, Equity และ Inclusion</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คำว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">Belonging</span></i><span style="font-weight: 400;"> หรือ “ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง” อาจดูเป็นคำเรียบง่าย แต่แท้จริงแล้วแฝงไว้ด้วยความลึกซึ้งและหลากหลายแง่มุม วิทยากรจากงาน #4 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum – </span><i><span style="font-weight: 400;">Future of Belonging</span></i><span style="font-weight: 400;"> ต่างมีมุมมองเฉพาะของตัวเองที่สะท้อนให้เห็นว่า Belonging ไม่ได้มีคำจำกัดความเดียว แต่มันคือผลลัพธ์ของความเข้าใจ ความใส่ใจ และการออกแบบองค์กรอย่างตั้งใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณณัฐวุฒิ มองว่า Belonging คือผลลัพธ์ของทุกสิ่งที่องค์กรทำลงไป ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลาย (Diversity), ความเท่าเทียม (Equity), หรือการมีส่วนร่วม (Inclusion) ทั้งหมดล้วนหล่อหลอมให้เกิดความรู้สึกดี ๆ ของพนักงานต่อองค์กร หากองค์กรสามารถสร้างบรรยากาศให้พนักงานรู้สึกว่า “ออฟฟิศคือบ้านหลังที่สอง” ที่ไม่ต้องกลัวการตัดสิน เขาจะเต็มใจทำงาน พร้อมแบ่งปันคุณค่าและเติบโตไปพร้อมกับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณวชิระ จาก Frasers Property มองว่า </span><b>Belonging ควรเป็นเรื่อง “ปกติ” ไม่ใช่แค่คำหรูที่เขียนอยู่ในนโยบาย แต่ต้องแสดงออกผ่านการปฏิบัติจริง เช่น การเปิดพื้นที่ให้พนักงานมีสิทธิมีเสียงในเรื่องที่ส่งผลต่อองค์กร และการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ให้พวกเขาได้แสดงออกอย่างแท้จริง เพราะความหลากหลายนำมาซึ่งมุมมองใหม่ ๆ ที่ขับเคลื่อนองค์กรให้ยั่งยืน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณบุปผาวดี จาก Krungthai-AXA เน้นว่า Belonging คือเรื่องของ “หัวใจ” ไม่ใช่แค่กระบวนการ เป็นความรู้สึกที่ว่าทุกคนได้รับการยอมรับจากการมีส่วนร่วม และกล้าที่จะแตกต่าง เพราะวัฒนธรรมองค์กรต้องเป็นพื้นที่ที่พนักงานสามารถ “เป็นตัวเอง” ได้อย่างมั่นใจ การรับฟังเสียงของพนักงานจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ผ่านเครื่องมืออย่าง Inclusion Survey ที่ไม่ได้ถามแค่เรื่องเพศ แต่ถามถึงความรู้สึกในทุกมิติของการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย คุณฐิติพร จาก Vulcan Coalition ซึ่งเป็นองค์กรที่มีพนักงานพิการกว่า 500 คน ชี้ให้เห็นมิติที่ลึกขึ้นของ Belonging ว่าไม่ได้หมายถึงแค่การมีที่ยืน แต่คือการเข้าใจ “ตัวตน” และ “ความต้องการเฉพาะ” ของแต่ละคนอย่างแท้จริง เพราะคนพิการก็มีความหลากหลายไม่แพ้ใคร การจะสร้าง Belonging ให้เกิดขึ้นได้จริง ต้องเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า “เราเข้าใจเขาแค่ไหน?”</span></p>
<p><b>Belonging จึงไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยทั้งความตั้งใจ และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งขององค์กร หากองค์กรใดสามารถทำให้พนักงานรู้สึกว่าเสียงของเขามีความหมาย การมีตัวตนของเขาได้รับการยอมรับ นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมองค์กรที่แท้จริง</b></p>
<p data-start="2065" data-end="2315"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45206" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-20T153404.991-1.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #4 Roundtable CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Belonging " width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน #4 Roundtable CHRO &amp; HR Director Forum – Future of Belonging  860" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-20T153404.991-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-20T153404.991-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3>DEI&amp;B ไม่ใช่แค่หน้าที่ของฝ่าย HR แต่คืองานของทุกคน​</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงประเด็น DEI&amp;B หลายคนมักมองว่าเป็นหน้าที่ของฝ่าย HR เพียงฝ่ายเดียว แต่วิทยากรทุกท่านต่างเห็นตรงกันว่า แม้ HR จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ แต่การสร้างวัฒนธรรมความหลากหลายให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงต้องอาศัย “ทุกคนในองค์กร” ไม่ใช่แค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณฐิติพร เน้นว่าความเข้าใจในตัว “คน” เป็นสิ่งที่ทุกคนควรมี ไม่ใช่เฉพาะ HR โดยเฉพาะเมื่อองค์กรมีพนักงานที่มีความพิการ ซึ่งมีความต้องการเฉพาะด้านแตกต่างกันไป หากไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ การสื่อสารผิดพลาดและความไม่ตั้งใจอาจกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้คนบางกลุ่มถูกมองข้าม ทั้งที่เขาเองพยายามอย่างมากในการทำงาน เช่น การฝืนร่างกายเพราะกลัวตกงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณบุปผาวดี ชี้ว่า ความเข้าใจในความหลากหลายต้องเกิดขึ้นแบบรอบด้าน 360 องศา ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่สำนักงาน การฝึกซ้อมหนีไฟ การสื่อสารด้วยภาษามือ ไปจนถึงการเอาใจเขามาใส่ใจเรา เพราะวันหนึ่งเราเองก็อาจกลายเป็นผู้ที่ต้องการความเข้าใจเช่นกัน เธอยกตัวอย่างว่าทุกคนในองค์กรช่วยกันดูแลเพื่อนร่วมงานที่มีความบกพร่องทางร่างกาย โดยไม่ได้มองว่าเป็นหน้าที่ แต่เป็นความห่วงใยในฐานะเพื่อนร่วมทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวชิระ ก็เห็นด้วยว่า</span><b> DEI&amp;B เป็น “เรื่องของทุกคน” แต่ HR คือ Touchpoint หลักเพราะต้องทำงานร่วมกับคนทั้งองค์กร HR จึงมีบทบาทในการให้ความรู้ สื่อสาร และแสดงตัวอย่างที่ดีว่า “การเข้าใจคนอื่น” เป็นทักษะพื้นฐานของการทำงานร่วมกันในสังคมที่หลากหลาย และความหลากหลายเองก็คือความปกติใหม่ที่ทุกองค์กรต้องยอมรับและปรับตัว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณณัฐวุฒิ กล่าวสรุปอย่างลึกซึ้งว่า “วัฒนธรรมที๋โอบรับความหลากหลาย” จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าไม่มีการมีส่วนร่วมจากทุกคนในองค์กร ไม่ว่าจะตำแหน่งใดหรือแผนกไหน ความใส่ใจ ความพยายาม และเจตนาดีในการปฏิบัติต่อกันคือสิ่งที่สัมผัสได้ และเป็นพื้นฐานของการสร้างวัฒนธรรมที่ให้ทุกคนรู้สึกว่าตนเอง “มีที่ยืน” อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังมีประเด็นความหลากหลายอื่น ๆ ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง เช่น ความแตกต่างระหว่างวัย (Generation), เชื้อชาติ, และมิติทางวัฒนธรรม ซึ่งต่างเป็นองค์ประกอบของ DEI&amp;B ที่องค์กรไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป</span></p>
<h3>DEI&amp;B ปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกคำถามที่หลายองค์กรยังตั้งอยู่ในใจคือ “DEI&amp;B สำคัญกับธุรกิจจริงหรือ?” คำตอบจากผู้บริหารหลายท่านในงาน Future of Belonging ชัดเจนว่าไม่เพียงแต่ “สำคัญ” แต่ยัง “จำเป็น” โดยเฉพาะในโลกธุรกิจที่ต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวชิระ ยกตัวอย่างว่า Frasers แม้จะเป็นผู้เล่นรายใหม่ในไทย แต่บริษัทมีธุรกิจในหลายประเทศทั่วโลก และพบว่าความเข้าใจในความแตกต่างของเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรมคือจุดเริ่มต้นของการเติบโต หากไม่เข้าใจ ก็ยากจะทำงานร่วมกันได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณณัฐวุฒิ เสริมว่า DEI ในความคิดของเขาไม่ใช่แค่แนวคิดด้านทรัพยากรบุคคล แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ การทำงานร่วมกันภายใต้ความหลากหลาย ไม่ได้แค่ “ให้เสร็จ” แต่ช่วยผลักดันให้งาน “ประสบความสำเร็จ” เพราะความร่วมมือที่แท้จริงต้องเกิดจากการเข้าใจ ยอมรับ และทำงานเป็นทีม ไม่ใช่แค่รวมคนไว้ในที่เดียว แต่รวมใจและเป้าหมายไว้ด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณบุปผาวดี ย้ำว่า DEI&amp;B มีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพขององค์กร เพราะเมื่อพนักงานรู้สึกว่าตัวเองได้รับการยอมรับอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร หรืออยู่ในตำแหน่งใด เขาก็พร้อมจะทุ่มเทอย่างเต็มที่ วัฒนธรรม “ONE AXA” จึงไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่คือการออกแบบระบบที่สนับสนุนความหลากหลายทั้งในระดับผู้บริหารและพนักงาน โดยไม่ละเลยความสามารถและความแตกต่างทางศักยภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมขององค์กรที่มีความหลากหลายสูงอย่าง Vulcan Coalition คุณฐิติพร แชร์ประสบการณ์ว่าพนักงานที่มีอายุมากที่สุดคือ 82 ปี และยังคงทำงานอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี พร้อมพนักงานรุ่นใหม่ที่มีทักษะโดดเด่น แม้จะมีคำถามเกี่ยวกับความเท่าเทียมในค่าตอบแทนหรือประสิทธิภาพ แต่ทางออกขององค์กรคือ “Peer Support” ที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน พี่สอนน้อง น้องสอนพี่ ความเข้าใจและการยอมรับจึงเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่แค่ในนโยบาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า DEI&amp;B ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือสร้างภาพลักษณ์องค์กร แต่คือการวางรากฐานของความยั่งยืนทางธุรกิจ เมื่อทุกคนรู้สึกว่า “ตัวเองมีที่ยืน” และ “มีคุณค่า” ในองค์กร ผลลัพธ์ย่อมสะท้อนออกมาในรูปแบบของความร่วมมือ ประสิทธิภาพ และการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวอย่างแท้จริง</span></p>
<h2><b>Spotlight Session: Creating Belonging in a Nonlinear World</b></h2>
<p><b>คุณอริญญา เถลิงศรี</b><span style="font-weight: 400;"> Senior Vice President, Local Partner, Managing Director, <a href="https://expth.hrnote.asia/products/32"><b>BTS Thailand</b></a> กล่าวในอีก Session พิเศษของงาน Roundtable ว่าหากเราต้องการสร้าง “องค์กรแห่งการมีส่วนร่วม” อย่างแท้จริง เราต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจความซับซ้อนของ “คน” และสิ่งหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในระดับโลกคือแนวคิด </span><b>Vertical Development</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากการพัฒนาแบบ Horizontal ที่เราคุ้นเคย</span></p>
<p><b>Horizontal Development</b><span style="font-weight: 400;"> คือการเติม “ความรู้” และ “ทักษะ” เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ </span><b>Vertical Development </b><span style="font-weight: 400;">คือการ “ฝึกฝนภายใน” เพื่อยกระดับความลึกในการคิด รู้จักตนเอง และเข้าใจผู้อื่น ไม่ใช่แค่เก่ง แต่ต้องมีวุฒิภาวะทางใจ เช่น การรับฟังฟีดแบ็คโดยไม่ปกป้องตัวเอง หรือการรู้ว่าอารมณ์และคำพูดของเราส่งผลต่อทีมอย่างไร องค์กรอย่าง Google และ Microsoft ต่างก็ผลักดันให้พนักงานมี Growth Mindset โดยเน้นการพัฒนาทางจิตใจมากกว่าทักษะภายนอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาแนวตั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มันมีรากฐานมาตั้งแต่ยุค 1980s เพียงแต่ที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับการ “รู้เยอะ” มากกว่า “เข้าใจลึก” คนจำนวนมากอ่านหนังสือมากมาย เรียนทุกคอร์ส แต่ยังขาด Self-awareness หรือความเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง ส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่อง Ego การทำงานเป็นทีมไม่ได้ หรือไม่มีพลังงานใจเพียงพอจะรับมือกับแรงกดดันในโลกการทำงานยุคใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอริญญาย้ำว่า </span><b>ถ้าเราไม่ฝึกใจ เราจะไม่สามารถฟังผู้อื่นได้อย่างแท้จริง จะไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่คนอื่นรู้สึกจากคำพูดของเรา และจะไม่สามารถสร้างทีมที่มีพลังร่วมกันได้จริง</b><span style="font-weight: 400;"> การพัฒนาทางใจจะช่วยให้เรา “เห็น” ในสิ่งที่มากกว่าแค่ข้อมูล หรือสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และนี่คือแก่นแท้ของ Belonging ที่แท้จริงในองค์กร — เมื่อเราสามารถเปิดใจรับคนอื่นได้ โดยไม่ถูกปิดกั้นด้วยความกลัวหรืออัตตาของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในท้ายที่สุด การพัฒนาแนวตั้งคือการยอมรับว่า “เราไม่มีวันรู้ทั้งหมด” แต่เราเลือกที่จะเรียนรู้และเติบโตภายในทุกวินาทีที่อยู่ในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง ใจที่แข็งแรง คือรากฐานของการสร้าง Productivity และวัฒนธรรมองค์กรที่มีชีวิต ไม่ใช่แค่เก่งแต่เปราะบาง แต่คือการเป็นคนที่ “เติบโตพร้อมกับความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ” นั่นแหละ คือพลังของการเป็นส่วนหนึ่งอย่างแท้จริง</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/32?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40418" title="บทเรียนภาวะผู้นำจาก BTS Group แห่งวงการที่ปรึกษาธุรกิจ ที่ผู้นำเรียนรู้ได้ทุกที่ ไม่ใช่แค่ในห้องประชุม 7" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>Strategic Workshop</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในงาน Roundtable ครั้งนี้ HREX ได้เพิ่มสีสันด้วย Session พิเศษด้วย</span><b> Strategic Workshop</b><span style="font-weight: 400;">  โดย</span><b>คุณปิยภารัศม์ หาญเจนลักษณ์</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ปรึกษาอาวุโส, <a href="https://expth.hrnote.asia/products/32"><b>BTS Thailand</b></a> และ Certified Trainer ด้าน Outward Mindset ชวนทำกิจกรรมเน้นความสำคัญของการเปลี่ยนมุมมอง เพื่อปลดล็อกศักยภาพของทีมและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรงจากภายใน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในประเด็นสำคัญของ Workshop ครั้งนี้ว่าด้วย</span><b> ความปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety)</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งกำลังเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างวัฒนธรรม Inclusive &amp; Belonging โดยเฉพาะในยุคที่คน 5 เจเนอเรชันต้องทำงานร่วมกัน พนักงานจำนวนมากเต็มไปด้วยความเปราะบาง รู้สึกไม่ปลอดภัยแม้ในสถานการณ์เล็ก ๆ เช่น เมื่อหัวหน้าบอกว่า “มีเรื่องจะคุยด้วย” สมองของเราถูกกระตุ้นให้ระวังภัยโดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปิยภารัศม์อธิบายว่า</span><b> สมองจะทำงานได้ดีโดยเฉพาะด้านจินตนาการและการคิดเชิงซับซ้อน แต่เมื่อเรารู้สึกปลอดภัย</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าไม่เช่นนั้น เราจะใช้สมองส่วนล่างซึ่งทำงานในโหมด “ป้องกันตัวเอง” เช่น การคิดย้อนหลังหรือวิตกกังวล ผลคือ Productivity ลดลง การทำงานร่วมกันไม่ไหลลื่น และเกิดการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของทีมอย่างไม่รู้ตัว</span></p>
<p><b>Mindset จึงกลายเป็นแก่นของการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและส่งเสริมให้คนทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องการให้พนักงานเปิดใจต่อความหลากหลาย ผู้นำและ HR จำเป็นต้องเริ่มจากการสำรวจตัวเองว่า “เรามีอคติกับใครหรือไม่” และ “เราพร้อมรับฟังคนที่คิดไม่เหมือนเราแค่ไหน” เพราะ Mindset คือกลไกที่กำหนดพฤติกรรม ความรู้สึก และผลลัพธ์ของทุกการกระทำในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยของ McKinsey ยังพบว่า </span><b>89% ของพนักงานเชื่อว่า Psychological Safety เป็นปัจจัยสำคัญในการทำงาน และทีมที่มีความปลอดภัยทางใจจะรักษาพนักงานที่หลากหลายได้มากกว่าองค์กรทั่วไปถึง 4–6 เท่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น HR ไม่ใช่แค่ผู้ผลักดันนโยบาย แต่ควรเป็น Role Model ในการสร้างพื้นที่ปลอดภัย เริ่มจากการรับฟังอย่างแท้จริง ให้เกียรติความแตกต่าง โดยอย่างน้อย เมื่อจบงานครั้งนี้ลง ลองถามตัวเองว่า Mindset ของเราตอนนี้เป็นอย่างไร และเราพร้อมที่จะเข้าใจเพื่อนร่วมงานอย่างลึกซึ้งแล้วหรือยัง ?</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="ก่อนใช้ HR Tech เพื่องาน HRM ควรพิจารณาปัจจัยใดบ้าง ? 2" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/roundtable-future-of-belonging-250520/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Uncover the Leadership Code ถอดรหัสความเป็นผู้นำจากคุณมุก ปนิษฐา บุรี ที่ HR และผู้นำยุคใหม่ต้องรู้</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/uncover-the-leadership-code-bts-group-250508/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/uncover-the-leadership-code-bts-group-250508/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 May 2025 13:28:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำ]]></category>
		<category><![CDATA[มุก ปนิษฐา บุรี]]></category>
		<category><![CDATA[Uncover the Leadership Code]]></category>
		<category><![CDATA[SEAC BTS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45110</guid>

					<description><![CDATA[ยิ่งโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การเป็นผู้นำก็เปลี่ยนจากการวัดกันที่ตำแหน่งหรืออำนาจ แต่วัดกันที่ศิลปะของการ &#8220;เข้าใจคน เข้าใจบริบท และปรับตัวให้ทันโลก&#8221; โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องนำองค์กรฝ่าวิกฤติและความไม่แน่นอน SEAC: BTS Group จัดงานเสวนาพิเศษ Uncover the Leadership Code และผู้ที่มาเปิดใจแบบไม่มีกั๊กก็คือ คุณมุก &#8211; ปนิษฐา บุรี ว่าที่ประธานกรรมการบริหารสมาคมอุตสาหกรรมการจัดการแสดงสินค้าโลก ผู้นำหญิงแห่ง BHIRAJ BURI GROUP ทายาทของ ดร.ประสาน ภิรัช บุรี และคุณประพีร์ บุรี ผู้ก่อตั้งศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC BANGNA มาแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตการทำงานที่หลากหลาย ตั้งแต่การทำงานในธุรกิจครอบครัว การก้าวข้ามความไม่ถนัด ไปจนถึงการเป็นผู้นำในเวทีระดับนานาชาติ เมื่อผู้นำระดับแนวหน้าของเมืองไทยเปิดเผยเส้นทางชีวิตการทำงาน เบื้องหลังความสำเร็จ และแง่มุมที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน HREX ไม่พลาดรวบรวมเคล็ดลับและแนวคิดการเป็นผู้นำแบบเจาะลึกทั้ง 6 ประการที่ HR และผู้บริหารยุคใหม่ต้องรู้ มาให้คุณแล้วที่นี่ Leadership Code #1 ความเป็นผู้นำเริ่มจากการ &#8220;สานต่อ&#8221; ไม่ใช่แค่ &#8220;เริ่มใหม่&#8221; [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45113" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-08T201943.803.webp" alt="Uncover the Leadership Code ถอดรหัสความเป็นผู้นำจากคุณมุก ปนิษฐา บุรี ที่ HR และผู้นำยุคใหม่ต้องรู้" width="600" height="370" title="Uncover the Leadership Code ถอดรหัสความเป็นผู้นำจากคุณมุก ปนิษฐา บุรี ที่ HR และผู้นำยุคใหม่ต้องรู้ 863" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-08T201943.803.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-08T201943.803-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การเป็นผู้นำก็เปลี่ยนจากการวัดกันที่ตำแหน่งหรืออำนาจ แต่วัดกันที่ศิลปะของการ &#8220;เข้าใจคน เข้าใจบริบท และปรับตัวให้ทันโลก&#8221; โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องนำองค์กรฝ่าวิกฤติและความไม่แน่นอน</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/32"><span style="font-weight: 400;">SEAC: BTS Group</span></a><span style="font-weight: 400;"> จัดงานเสวนาพิเศษ </span><b>Uncover the Leadership Code</b><span style="font-weight: 400;"> และผู้ที่มาเปิดใจแบบไม่มีกั๊กก็คือ </span><b>คุณมุก &#8211; ปนิษฐา บุรี </b><span style="font-weight: 400;">ว่าที่ประธานกรรมการบริหารสมาคมอุตสาหกรรมการจัดการแสดงสินค้าโลก ผู้นำหญิงแห่ง <a href="https://www.bhirajburi.co.th/" target="_blank" rel="noopener">BHIRAJ BURI GROUP</a> ทายาทของ <strong>ดร.ประสาน ภิรัช บุรี</strong> และ<strong>คุณประพีร์ บุรี</strong> ผู้ก่อตั้งศูนย์นิทรรศการและการประชุม <a href="https://www.bitec.co.th/th" target="_blank" rel="noopener">BITEC BANGNA</a> มาแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตการทำงานที่หลากหลาย ตั้งแต่การทำงานในธุรกิจครอบครัว การก้าวข้ามความไม่ถนัด ไปจนถึงการเป็นผู้นำในเวทีระดับนานาชาติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อผู้นำระดับแนวหน้าของเมืองไทยเปิดเผยเส้นทางชีวิตการทำงาน เบื้องหลังความสำเร็จ และแง่มุมที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน HREX ไม่พลาดรวบรวมเคล็ดลับและแนวคิดการเป็นผู้นำแบบเจาะลึกทั้ง 6 ประการที่ HR และผู้บริหารยุคใหม่ต้องรู้ มาให้คุณแล้วที่นี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Leadership Code #1 ความเป็นผู้นำเริ่มจากการ &#8220;สานต่อ&#8221; ไม่ใช่แค่ &#8220;เริ่มใหม่&#8221;</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่กลายเป็นภาพจำติดตัวคุณมุกในความคิดของทุกคนก็คือ การเป็นทายาทรุ่นที่ 2 ในการบริหาร BHIRAJ BURI GROUP แต่จริง ๆ แล้ว “Legacy” ของครอบครัวนั้นเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยคุณทวดด้วยซ้ำ ทำให้เมื่อเธอได้เข้ามาจับธุรกิจของครอบครัวจริงจัง เธอยิ่งตระหนักถึงคุณค่าที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ และอยากสานต่อมันให้ไปไกลและดีกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณมุกอาจบอกเป็นวันเดือนปีแน่นอนไม่ได้ว่า เริ่มเข้ามาช่วยธุรกิจครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะเริ่มตั้งแต่ตอนยังเด็กมาก ๆ เมื่อครอบครัวมักจะปลูกฝัง พาเธอไปออกงานต่าง ๆ ทำให้ได้เห็นวิธีการทำงานของพ่อแม่ จนซึมซับวิธีคิด ซึมซับแนวคิดเรื่องความรับผิดชอบตั้งแต่เด็ก การเติบโตมาโดยช่วยกิจการที่บ้านตั้งแต่เล็ก ๆ จึงทำให้เธออาจไม่ได้มีชีวิตวัยเด็กที่ได้เที่ยวเล่นสนุกสนานเหมือนเด็กคนอื่น ๆ แต่ก็ลงเอยเป็นประสบการณ์ที่มีค่า</span></p>
<h2><b>Leadership Code #2 ผู้นำต้องไม่ปิดกั้น ไม่หยุดขวนขวายหาความรู้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้คุณมุกจะมีประสบการณ์มากมาย แต่เธอกลับพูดอย่างถ่อมตัวว่า เธอไม่ใช่คนเรียนเก่ง ไม่ใช่คนอดทนสูง แต่สิ่งที่เธอมีคือ “ความกระหายที่จะเรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นการฟังพอดแคสต์ การร่วมเสวนา หรือการพูดคุยกับผู้รู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในหัวใจสำคัญของความเป็นผู้นำที่คุณมุกเน้นย้ำ คือการไม่อยู่แต่ใน Comfort Zone ของตัวเอง เธอเล่าว่าแม้เธอจะชื่นชอบงานออกแบบ แต่เส้นทางอาชีพของเธอเริ่มที่งานด้านการตลาดซึ่งไม่ใช่งานที่ถนัดและอยากทำแต่แรก แต่สถานการณ์ก็ทำให้เธอต้องเรียนรู้ และทำงานนี้ออกมาให้ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ก็เป็นอีกงานที่แม้จะไม่ได้ถนัด แถมยังต้องมาทำในช่วงเวลาที่องค์กรกำลังขาดแคลน HR สุด ๆ แต่เธอก็ถือโอกาสนี้เรียนรู้และเข้าใจกลไกองค์กร เข้าใจงาน Payroll งาน <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190610-organization-development-od/">Organizational Development</a> จนสามารถวางโครงสร้าง วางระบบขององค์กรได้อย่างแข็งแกร่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณมุกย้ำอยู่บ่อย ๆ ว่าเธอไม่ได้เก่งที่สุดในทุกด้าน แต่การไม่ปิดกั้นตัวเอง การไม่หยุดเรียนรู้ตลอดเวลา ถือเป็นคุณสมบัติของผู้นำในการนำองค์กรไปสู่เป้าหมาย</span></p>
<h2><b>Leadership Code #3 Passion หาไม่เจอแต่แรกไม่เป็นไร แต่อย่าหยุดหา</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณมุกเล่าว่า จุดเริ่มต้นของเธอในธุรกิจครอบครัวไม่ได้มาจากความชอบหรือความฝัน แต่คือความรับผิดชอบและการซึมซับจากรุ่นพ่อแม่และรุ่นปู่ทวด สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นมรดกทางความคิดที่เธอค่อย ๆ เข้าใจมากขึ้นเมื่อเติบโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยอมรับว่า Passion ในการทำงานของเธอไม่ได้มีมาตั้งแต่แรก แต่มันค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากการลงมือทำ ผ่านความยาก ความผิดพลาด และการได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่ทำ และให้กำลังใจกับผู้ร่วมงานทุกคนว่า<strong> ถึงตอนแรกจะหา Passion ไม่เจอไม่เป็นไร แต่เราสามารถหาไประหว่างทางและต่อยอดได้</strong> บางครั้งหากเราไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร อาจเป็นเพราะยังไม่ได้ลงมือทำมากพอที่จะค้นพบก็เป็นได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45112" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-08T201906.743.webp" alt="Uncover the Leadership Code ถอดรหัสความเป็นผู้นำจากคุณมุก ปนิษฐา บุรี ที่ HR และผู้นำยุคใหม่ต้องรู้" width="600" height="370" title="Uncover the Leadership Code ถอดรหัสความเป็นผู้นำจากคุณมุก ปนิษฐา บุรี ที่ HR และผู้นำยุคใหม่ต้องรู้ 864" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-08T201906.743.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-08T201906.743-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Leadership Code #4 บริหารความสัมพันธ์ให้เป็น แม้บางครั้งอาจต้องใจร้าย แต่ที่ทำไปเพื่อส่วนรวม</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะผู้นำหญิงที่ต้องบริหารทั้งทีมงาน ครอบครัว และพันธมิตรทางธุรกิจ คุณมุกพูดถึงศิลปะของการบริหารคนว่าต้องอาศัยทั้งความเข้าใจ เหตุผล และความจริงใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องบริหารความสัมพันธ์กับคนที่อยู่มานานตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ คนที่เธอพบเจอมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ซึ่งต้องใช้ความกล้ามาก ๆ เพื่อบริหารและคนที่อาจไม่เข้ากับองค์กรแล้ว ทั้งปัจจัยด้าน Performance แต่รวมถึงทัศนคติด้วย</span></p>
<p><strong>บางครั้ง การตัดสินใจให้ใครบางคนออกอาจดูเป็นเรื่องใจร้าย แต่ก็อาจทางเลือกเดียวที่จะทำให้องค์กรไปต่อได้</strong></p>
<h2><b>Leadership Code #5 ท้าทายตัวเองอยู่เสมอ และสร้างแรงบันดาลใจให้ทีม</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดเส้นทางการทำงานของคุณมุก เธอไม่ได้หลีกเลี่ยงความท้าทายเลย ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเกินเวลา การทำหน้าที่ที่ไม่ถนัด หรือการเข้าไปบริหารงานที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อน เธอเลือกที่จะ “ลงมือทำ” และ “ทุ่มเทเต็มที่” ก่อนจะตัดสินว่าสิ่งนั้นใช่หรือไม่ใช่สำหรับเธอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้นำ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่มีเป้าหมาย แต่ต้องกล้าตั้งเป้าที่ท้าทาย และแสดงให้ทีมเห็นว่า เราไม่กลัวที่จะลงมือก่อน สิ่งนี้ไม่เพียงแต่สร้างแรงบันดาลใจให้ทีมเท่านั้น แต่ยังปลูกฝังวัฒนธรรมของความกล้าและความพยายามให้ทั้งองค์กร</span></p>
<h2><b>Leadership Code #6 ผู้นำยุคใหม่ต้องรู้จักตัวเอง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อคุณมุกก้าวสู่เวทีโลก ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่ขนาดของงาน แต่คือความซับซ้อนของบริบท ความแตกต่างของ Stakeholder และความจำเป็นในการ “เข้าใจความต่าง” ก่อนจะพยายามเปลี่ยนแปลงอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณมุกมองว่าขึ้นชื่อว่างานของผู้นำล้วนยากอยู่แล้ว และเราจะมีสงสัยว่าเราตัดสินใจถูกต้องไหมเสมอ แต่ถ้าจะเป็นผู้นำระดับโลกต้องเริ่มจากการรู้จักตัวเอง รู้ว่าจุดแข็งคืออะไร และต้องเป็นตัวของตัวเอง ขณะเดียวกันหากมีเรื่องใดที่ไม่รู้ ก็ต้องไม่กลัวที่จะถามหรือขอคำปรึกษาจากผู้รู้ และปรับเข้าหาคนอื่นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานของ HR และผู้บริหารต้องไม่หลงไปกับสูตรสำเร็จ เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน แต่สุดท้ายแล้ว ขอเพียงเข้าใจบริบทขององค์กรและคนในแต่ละช่วงเวลา เราก็จะเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมจริง ๆ อย่างแน่นอน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="สัมภาษณ์พิเศษ​ Kahoot! กับอนาคตของ HR: ใช้เทคโนโลยีอย่างไรให้ไม่ลืมความเป็นมนุษย์ 3" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></a></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเส้นทางความเป็นผู้นำของคุณมุกสอนอะไร HR ได้บ้าง สิ่งนั้นก็คือ <strong>&#8220;ภาวะผู้นำที่แท้จริง&#8221; ไม่ได้ถูกกำหนดโดยตำแหน่งหรือใบปริญญา แต่หล่อหลอมจากความกล้าที่จะเผชิญความท้าทาย ความอดทนในการฝ่าฟันอุปสรรค และวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เบื้องหลังความสำเร็จของผู้นำระดับโลกอย่างคุณมุกคือการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างการเคารพรากฐานกับความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง การไม่หยุดเรียนรู้แม้ว่าจะอยู่ในตำแหน่งสูงสุด และความกล้าที่จะก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้นำและนัก HR ยุคใหม่ที่ต้องเผชิญกับโลกอันผันผวน บทเรียนเหล่านี้ชี้ว่า ความเป็นผู้นำที่ยั่งยืนและทรงพลัง ไม่ใช่แค่การบริหารทีมให้บรรลุเป้าหมาย แต่คือการสร้างแรงบันดาลใจ การรู้จักตัวเองอย่างลึกซึ้ง การเข้าใจผู้อื่นอย่างแท้จริง และการกล้าผลักดันองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีคุณค่าและมีความหมาย แม้เส้นทางข้างหน้าจะไม่เคยง่ายดาย</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/32?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40418" title="บทเรียนภาวะผู้นำจาก BTS Group แห่งวงการที่ปรึกษาธุรกิจ ที่ผู้นำเรียนรู้ได้ทุกที่ ไม่ใช่แค่ในห้องประชุม 7" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/32-_1_-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/uncover-the-leadership-code-bts-group-250508/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises Program Grand Opening and Press Conference Event 2025</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/100-outperforming-enterprises-program-250429/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/100-outperforming-enterprises-program-250429/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Apr 2025 10:29:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[Hewitt]]></category>
		<category><![CDATA[Sasin]]></category>
		<category><![CDATA[Human-Centric Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[100 Outperforming Enterprises Program Grand Opening and Press Conference Event 2025]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45015</guid>

					<description><![CDATA[พนักงานทุกคนย่อมอยากทำงานกับองค์กรชั้นแนวหน้าที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพ เติมเต็มความต้องการ และพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้า เช่นเดียวกับนายจ้างที่ต้องการสร้างองค์กรชั้นนำเพื่อดึงดูดคนเก่งให้อยู่ร่วมกัน แต่คำถามคือ จะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่องค์กรพยายามสร้างขึ้นนั้น ตอบโจทย์พนักงานได้จริง และโดดเด่นเหนือใคร Hewitt Consulting และ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) จึงร่วมกันเปิดตัวโครงการ ‘100 Outperforming Enterprises Program 2025’ ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่มุ่งค้นหาและคัดเลือกองค์กรที่ยอดเยี่ยมทั้งในด้านการบริหารและการดูแลคน พร้อมเปิดโอกาสให้องค์กรต่าง ๆ เข้ารับการประเมินเชิงลึก เพื่อพัฒนาศักยภาพจากภายใน และเติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากการเปิดตัวโครงการ งานนี้ยังจัดเต็มเสวนาหัวข้อสำคัญโดยเฉพาะแนวคิด Human-Centric Leadership ที่สะท้อนบทบาทใหม่ของผู้นำในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่ง HREX ได้เข้าร่วมงานนี้ด้วย จึงขอสรุปประเด็นสำคัญในบทความนี้เพื่อให้ HR ที่สนใจไม่พลาดโอกาสสำคัญในการยกระดับองค์กรสู่ความเป็นเลิศ Opening Remarks by Sasin ศาสตราจารย์เอียน เฟนวิค ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึงความร่วมมือกับ Hewitt Consulting ว่าเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันในการพัฒนาองค์กรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนจากภายใน เพราะศศินทร์เองก็ให้ความสำคัญกับการสร้างคน ซึ่งเป็นรากฐานของการสร้างองค์กรอยู่แล้ว ภายใต้ความเชื่อว่าการดูแลพนักงานอย่างแท้จริงคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้องค์กรก้าวสู่ความเป็นเลิศในระยะยาว ศาสตราจารย์เอียนเน้นย้ำถึงการปรับตัวในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการนำ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45019" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-29T172132.856.png" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises Program Grand Opening and Press Conference Event 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises Program Grand Opening and Press Conference Event 2025 867" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-29T172132.856.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-29T172132.856-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>พนักงานทุกคนย่อมอยากทำงานกับองค์กรชั้นแนวหน้าที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพ เติมเต็มความต้องการ และพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้า เช่นเดียวกับนายจ้างที่ต้องการสร้างองค์กรชั้นนำเพื่อดึงดูดคนเก่งให้อยู่ร่วมกัน แต่คำถามคือ จะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่องค์กรพยายามสร้างขึ้นนั้น ตอบโจทย์พนักงานได้จริง และโดดเด่นเหนือใคร</p>
<p><strong>Hewitt Consulting</strong> และ <strong>สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management)</strong> จึงร่วมกันเปิดตัวโครงการ ‘<strong>100 Outperforming Enterprises Program 2025</strong>’ ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่มุ่งค้นหาและคัดเลือกองค์กรที่ยอดเยี่ยมทั้งในด้านการบริหารและการดูแลคน พร้อมเปิดโอกาสให้องค์กรต่าง ๆ เข้ารับการประเมินเชิงลึก เพื่อพัฒนาศักยภาพจากภายใน และเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p>นอกจากการเปิดตัวโครงการ งานนี้ยังจัดเต็มเสวนาหัวข้อสำคัญโดยเฉพาะแนวคิด <strong>Human-Centric Leadership</strong> ที่สะท้อนบทบาทใหม่ของผู้นำในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่ง HREX ได้เข้าร่วมงานนี้ด้วย จึงขอสรุปประเด็นสำคัญในบทความนี้เพื่อให้ HR ที่สนใจไม่พลาดโอกาสสำคัญในการยกระดับองค์กรสู่ความเป็นเลิศ</p>

<h2>Opening Remarks by Sasin</h2>
<p><strong>ศาสตราจารย์เอียน เฟนวิค</strong> ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึงความร่วมมือกับ Hewitt Consulting ว่าเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันในการพัฒนาองค์กรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนจากภายใน</p>
<p>เพราะศศินทร์เองก็ให้ความสำคัญกับการสร้างคน ซึ่งเป็นรากฐานของการสร้างองค์กรอยู่แล้ว ภายใต้ความเชื่อว่าการดูแลพนักงานอย่างแท้จริงคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้องค์กรก้าวสู่ความเป็นเลิศในระยะยาว</p>
<p>ศาสตราจารย์เอียนเน้นย้ำถึงการปรับตัวในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร พร้อมเตือนว่าเทคโนโลยีไม่ควรเป็นเพียงเครื่องมือ แต่ควรถูกใช้อย่างมีจริยธรรมและสอดคล้องกับค่านิยมองค์กร ผ่านแนวคิด “Generative Thinking” ที่ผสานความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ และความรับผิดชอบเข้าไว้ด้วยกัน</p>
<p>นอกจากนี้ เขายังชี้ให้เห็นว่าอนาคตขององค์กรที่ประสบความสำเร็จต้องให้ความสำคัญกับ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) เพราะทุกมิติของสภาพแวดล้อมส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจ</p>
<p>สุดท้าย เขาฝากความหวังว่าโครงการนี้จะเป็นพื้นที่ที่องค์กรต่าง ๆ ได้ร่วมมือ แบ่งปันความรู้ และเสริมสร้างพลังในการเติบโตร่วมกัน โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างระบบนิเวศองค์กรที่แข็งแกร่ง พร้อมรับมือกับอนาคตที่ท้าทายอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45022" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-29T172614.716.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises Program Grand Opening and Press Conference Event 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน 100 Outperforming Enterprises Program Grand Opening and Press Conference Event 2025 868" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-29T172614.716.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-29T172614.716-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>Overview of the 100 Outperforming Enterprises Program 2025</h2>
<p><strong>คุณนภัส ศิริวรางกูร</strong> Managing Director จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/151">Hewitt Consulting</a> ใช้เวลาสั้น ๆ อธิบายถึงรายละเอียดของโครงการ 100 Outperforming Enterprises Program 2025 ว่า หัวใจของโครงการนี้อยู่การประเมินองค์จากภายใน “Inside-Out” ที่ไม่ได้ประเมินองค์กรจากผลลัพธ์ภายนอกเท่านั้น แต่ลงลึกถึงแก่นขององค์กรผ่านการสำรวจและวิเคราะห์อย่างละเอียด</p>
<p>ตั้งแต่ Employee Experience Survey ที่สะท้อนเสียงของพนักงาน, การเก็บข้อมูล People Outperform Index จาก HR ไปจนถึงการสัมภาษณ์ CEO เพื่อเข้าใจวิธีคิดและแนวทางดูแลคนในองค์กรอย่างแท้จริง เป้าหมายคือการ Empower ทั้งพนักงานและผู้นำ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืน</p>
<p>คุณนภัสเน้นย้ำว่า โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อให้เกิดการเติบโตร่วมกัน ไม่ใช่แค่ “เติบโตคนเดียว” แต่เป็นการยกระดับองค์กรทั้งระบบให้เรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน โดยทุกองค์กรที่เข้าร่วมจะได้รับการ Audit เข้มข้น จนเกิดเป็น Insight และ Benchmark เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษาให้ได้เรียนรู้ร่วมกัน ก่อนจะคัดเลือก 20 องค์กรที่โดดเด่นที่สุด หรือที่เรียกว่า Outperformers ให้เป็นต้นแบบในการเรียนรู้จากของจริง หรือ Learned from the Best นั่นเอง</p>
<p>ทั้งนี้ การประเมินองค์กรอิงจากหลักการที่ครอบคลุมทั้งด้านจิตใจและการทำงาน เช่น การเป็นส่วนหนึ่ง (Belong), ความรู้สึกมีคุณค่า (Esteem), การมุ่งมั่น (Strive), การเติบโตอย่างยั่งยืน (Thrive) และการมีเป้าหมายร่วมกัน (Purpose) พร้อมด้วย 4 ดัชนีหลัก ได้แก่ Engagement, Human-Centric Leadership, Talent Growth &amp; Wellbeing และ People Performance Index ซึ่งล้วนเป็นภาพสะท้อนขององค์กรที่ “เข้าใจและดูแลคน” อย่างแท้จริง</p>
<p>ท้ายที่สุด คุณนภัสได้เชิญชวนทุกองค์กรให้ร่วมเดินทางในเส้นทางของ 100 Outperforming Enterprises Program เพราะนี่ไม่ใช่แค่โครงการประกวด แต่คือเวทีแห่งการเรียนรู้ พัฒนา และเติบโตไปด้วยกัน เพื่อสร้างองค์กรไทยที่แข็งแรงจากภายใน พร้อมเผชิญทุกความเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นคง</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44372" title="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 185" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>Leaders Discussion: &#8220;Shaping the Future of Outperforming Enterprises through Human-Centric Leadership&#8221;</h2>
<p>องค์กรที่มีน่าร่วมงาน มีความโดดเด่น มักจะมีสิ่งที่เหมือนกันก็คือการมีผู้นำที่เก่งมากความสามารถในงานที่ทำ และที่สำคัญยังทำให้คนในทีมมีคุณค่า มั่นใจ ด้วยความเข้าอกเข้าใจด้วย แต่ผู้นำแบบนี้หรือ Human-Centric Leadership ก็ไม่ได้หาเจอกันง่าย ๆ</p>
<p>การสนทนา Session นี้ในงานเปิดตัวโครงการ 100 Outperforming Enterprises Program 2025 ได้รับเกียรติจาก Speaker มากความสามารถจากองค์กรเด่นระดับโลก มาร่วมพูดคุย ถกเถียง แชร์ทัศนะถึงการมีผู้นำ Human-Centric Leadership ว่าสำคัญอย่างไรต่อการเติบโตขององค์กร</p>
<p><strong>นายแพทย์อติรัชต์ จรูญศรี</strong> Managing Director จากโรงพยาบาลศิครินทร์ กล่าวถึงบทบาทผู้นำในมุมของวงการแพทย์ว่า แม้ในห้องผ่าตัดเขาคือผู้นำ แต่เมื่อออกมานอกห้อง แล้วรับบทผู้บริหาร เขาพบว่าการบริหารคนต่างจากการรักษาคนโดยสิ้นเชิง สิ่งที่เขาค้นพบคือ การนำที่ดีต้อง “เริ่มจากการเข้าใจคน” ใช้เทคโนโลยีและโครงสร้างองค์กรให้เอื้อต่อความร่วมมือ และที่สำคัญที่สุดคือต้องเห็นคุณค่าของทุกคนในฐานะ “มนุษย์” ไม่ใช่แค่พนักงาน</p>
<p>ในมุมของ<strong>คุณอรกานดา อรรถวิภัชน์</strong> Chief People Officer จากบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มองว่าการเป็นผู้นำในยุคใหม่ต้องกล้าสำรวจสิ่งใหม่ ๆ และไม่หยุดที่จะพัฒนาภายใต้แนวคิด “Explore and Exploit” เธอย้ำว่าเป้าหมายขององค์กรควรชัดเจน เพราะจะดึงดูดคนที่มีแนวคิดเดียวกันมาร่วมทีม พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของ “Passion for Growth” และความสามารถในการบริหารความหลากหลายทางความคิดให้กลายเป็นพลังบวกในองค์กร</p>
<p>ส่วน<strong>คุณอครินทร์ ภูรีสิทธิ์ </strong>Chief People Officer จากบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เสริมว่า บทบาทผู้นำไม่ใช่แค่บริหารงาน แต่ต้องบริหารคน และบริหารตัวเองให้ดีพร้อมกันไป ผู้นำต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน และกล้าที่จะปล่อยให้ทีมเดินหน้าไปสู่เป้าหมายนั้นได้ด้วยตนเอง โดยมีหน้าที่เป็นผู้วางเส้นทาง คอยสนับสนุน และเปิดใจรับฟัง เพื่อพัฒนาองค์กรอย่างแท้จริง เขายังเน้นว่าองค์กรต้องใส่ใจเรื่องการถ่ายทอดภารกิจจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่น เพราะสิ่งที่เคยใช้ได้ในอดีต อาจไม่เพียงพอสำหรับอนาคต</p>
<p>การบริหารองค์กรในยุคหลายเจเนอเรชันจึงเป็นความท้าทายที่คุณปกรณ์จาก Hewitt Consulting ชี้ว่า ผู้นำจำเป็นต้องมีทักษะด้าน “มนุษยสัมพันธ์” ที่ลึกซึ้งมากขึ้นกว่าเดิม เพราะการเข้าใจความแตกต่างของคน ไม่ใช่แค่เรื่องวัย แต่รวมถึงความคิด ความรู้สึก และวิธีทำงาน การทำให้แต่ละคนรู้สึกว่า “มีตัวตน” และ “มีเป้าหมายร่วม” คือหัวใจสำคัญของ Human-Centric Leadership อย่างแท้จริง</p>
<p>สุดท้าย เสวนานี้ทิ้งคำถามสำคัญให้ผู้นำทุกคนว่า “เรารู้จักทีมของเราดีพอแล้วหรือยัง?” เพราะการเป็นผู้นำที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่แค่เรื่องของทักษะหรือกลยุทธ์ แต่คือการตั้งใจฟัง มองให้ลึก และนำพาคนของเราไปสู่จุดหมายร่วมกัน ด้วยความเข้าใจและศรัทธาในศักยภาพของมนุษย์</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 2" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/100-outperforming-enterprises-program-250429/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People &#038; HR Momentum โดย PMAT</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-the-people-hr-momentum-250411/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-the-people-hr-momentum-250411/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Apr 2025 05:40:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[PMAT]]></category>
		<category><![CDATA[the People]]></category>
		<category><![CDATA[HR Momentum]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44745</guid>

					<description><![CDATA[ปี 2025 ถือเป็นปีที่สำคัญมากด้านการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ในไทย เพราะเป็นปีที่สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ก้าวเข้าสู่ปีที่ 60 อย่างเต็มภาคภูมิ เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จตลอด 6 ทศวรรษ สมาคมจึงจัดงานใหญ่แห่งปี The People &#38; HR Momentum: Move Fast Think Big Lead Forward ที่ไม่เพียงสะท้อนภาพรวมความเคลื่อนไหวของวงการ HR ในปีที่ผ่านมา แต่ยังอัดแน่นด้วยเวทีเสวนาเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในแวดวงทรัพยากรบุคคล HREX ไม่ลืมที่จะเข้าร่วมงานในครั้งนี้ และได้เก็บตกเนื้อหาสาระสำคัญที่เต็มไปด้วยมุมมองน่าสนใจมาแบ่งปันให้กับเหล่าชาว HR ที่พลาดการเข้าร่วมไป ถ้าพร้อมแล้วตามมาอ่านกันได้เลย Keynote Session: Leadership Agility &#8211; Moving Fast in Uncertain Times ในยุคที่โลกหมุนเร็ว และความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องธรรมดา ความสามารถที่องค์กรต้องการจากผู้นำไม่ได้จำกัดแค่ความรู้หรือประสบการณ์อีกต่อไป หากแต่รวมถึงความคล่องตัวทางภาวะผู้นำ หรือ Leadership Agility นั่นเอง คุณสุดคนึง ขัมภรัตน์ นายกสมาคม PMAT [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44748" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-10T185830.214.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People &amp; HR Momentum โดย PMAT" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People &amp; HR Momentum โดย PMAT 872" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-10T185830.214.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-10T185830.214-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2025 ถือเป็นปีที่สำคัญมากด้านการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ในไทย เพราะเป็นปีที่</span><a href="http://www.pmat.or.th/home/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT)</span></a><span style="font-weight: 400;"> ก้าวเข้าสู่ปีที่ 60 อย่างเต็มภาคภูมิ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จตลอด 6 ทศวรรษ สมาคมจึงจัดงานใหญ่แห่งปี The People &amp; HR Momentum: Move Fast Think Big Lead Forward ที่ไม่เพียงสะท้อนภาพรวมความเคลื่อนไหวของวงการ HR ในปีที่ผ่านมา แต่ยังอัดแน่นด้วยเวทีเสวนาเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในแวดวงทรัพยากรบุคคล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX ไม่ลืมที่จะเข้าร่วมงานในครั้งนี้ และได้เก็บตกเนื้อหาสาระสำคัญที่เต็มไปด้วยมุมมองน่าสนใจมาแบ่งปันให้กับเหล่าชาว HR ที่พลาดการเข้าร่วมไป ถ้าพร้อมแล้วตามมาอ่านกันได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Keynote Session: Leadership Agility &#8211; Moving Fast in Uncertain Times</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่โลกหมุนเร็ว และความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องธรรมดา ความสามารถที่องค์กรต้องการจากผู้นำไม่ได้จำกัดแค่ความรู้หรือประสบการณ์อีกต่อไป หากแต่รวมถึงความคล่องตัวทางภาวะผู้นำ หรือ Leadership Agility นั่นเอง</span></p>
<p><b>คุณสุดคนึง ขัมภรัตน์</b><span style="font-weight: 400;"> นายกสมาคม PMAT กล่าวว่า ผู้นำที่มี Agility คือผู้ที่มี Mindset ถูกต้อง ในที่นี้หมายถึงมีความเข้าใจว่าควรเร็วหรือช้ากับเรื่องใด ต้องกล้าก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัย กล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่แตกต่าง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่สามารถยึดสูตรสำเร็จเดิม ๆ ได้อีกต่อไป และพร้อมเผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างมีสติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ความสำเร็จของผู้นำจะเกิดขึ้นได้ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การลอกเลียนแบบผู้นำคนอื่น แต่ต้องเข้าใจสไตล์การทำงาน สไตล์ความเป็นผู้นำของตัวเอง และใช้มันให้เหมาะกับบริบท เช่น บางสถานการณ์อาจต้องการความเด็ดขาด บางครั้งต้องการความเยือกเย็น มิฉะนั้นความเร็วเกินไป อาจกลายเป็นทำให้งานเชื่องช้า และความช้าอย่างมีสติก็ทำให้เดินหน้าได้เร็วกว่าด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน</span><b>คุณอครินทร์ ภูรีสิทธิ์</b><span style="font-weight: 400;"> จากบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เสริมว่า หากเปรียบเปรยแล้ว ผู้นำยุคใหม่ต้องสามารถใช้มือทั้ง 2 ข้างทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ใช่ถนัดแค่มือใดมือหนึ่ง ต้องเร็ว รอบคอบ มองภาพกว้างให้เห็นชัดและให้ความสำคัญกับรายละเอียด รวมถึงนอกจากทำงานแบบบนลงล่างได้แล้ว ยังต้องมีความสามารถในการทำงานแนวราบด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแค่นั้น ผู้นำที่เก่งจะต้องรู้วิธีดึงศักยภาพของคนรอบตัวออกมาได้ ขณะเดียวกันก็ต้องรู้จักชาร์จพลังให้ตัวเอง เพื่อจะได้ไม่เบิร์นเอาท์ไปเสียก่อน อย่าลืมว่าผู้นำไม่สามารถทำงานได้ตลอดเวลา การพัก เติมพลัง และแสวงหาความรู้ใหม่เป็นวงจรที่ต้องเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่ของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้สนับสนุนผู้นำที่มี Leadership Agility คุณอัครินทร์แชร์จากประสบการณ์ตรงว่า จุดเริ่มต้นคือการสร้าง Awareness ในองค์กร ตามด้วยลงมือสร้างพฤติกรรมของผู้คนให้เกิดขึ้น ในช่วงแรกไม่ผิดหากจะเกิดความไม่ชัดเจน แต่หน้าที่ของผู้นำคือต้องรู้จักรับมือกับความไม่ชัดเจนนั้น ไม่ใช่แค่รอให้ทุกอย่างแน่นอน ผู้นำที่ดีต้องเปิดพื้นที่ให้ทีมมีส่วนร่วม และใช้ทักษะการโค้ชเพื่อผลักดันให้คนเติบโตด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาความสามารถผู้นำในองค์กรยังเกี่ยวพันกับแนวคิดเรื่อง Rotation หรือการโยกย้ายงาน เพื่อให้พนักงานมองเห็นความเชื่อมโยงของหน้าที่ต่าง ๆ จากประสบการณ์ของคุณสุดคนึง ที่แม้ไม่ได้เติบโตในสาย HR โดยตรง แต่เมื่อได้เข้ามาเรียนรู้ กลับพบว่าพอได้ลองย้ายสายงานมาทำ HR ทำให้เธอได้เรียนรู้คุณค่าของงานนี้ที่มีความลึกซึ้ง มีหลายอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน ขอเพียงกล้าเปิดใจเรียนรู้ข้ามสายงาน และไม่ยึดติดอยู่กับเส้นทางเดิม ก็จะไปสู่ความสำเร็จได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด ผู้นำจะเติบโตไม่ได้เลย หากไม่มี “วัฒนธรรมองค์กร” ที่สนับสนุน วัฒนธรรมที่ดีย่อมเกิดจากการกล้าลงทุนในคน กล้าผิดพลาด กล้าถามตัวเองว่า competency ที่มี ยังตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ หากองค์กรยึดติดกับสิ่งเดิม ๆ ก็ยากจะสร้างผู้นำที่มี Agility ได้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR จึงต้องกล้าสื่อสารให้ผู้บริหารเห็นว่า การใช้ทรัพยากรเพื่อพัฒนาคน ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่คือการลงทุนที่สร้างผลลัพธ์ระยะยาว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44749" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-10T185708.010.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People &amp; HR Momentum โดย PMAT" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People &amp; HR Momentum โดย PMAT 873" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-10T185708.010.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-10T185708.010-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Panel Discussion: Workforce Agility: Scaling People for the Fast Future</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงเร็วจนแทบไม่มีใครตามทัน การขยับองค์กรให้เร็วอย่างเดียวอาจไม่พออีกต่อไป สิ่งที่จำเป็นคือการขยับและสร้างทีมงานที่คล่องตัวเร็วด้วยแนวคิด Workforce Agility ซึ่งไม่ใช่แค่ยืดหยุ่น แต่ต้องตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงได้แบบทันใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวงเสวนาครั้งนี้ 3 ผู้นำ HR จากองค์กรใหญ่ ได้แก่ </span><b>คุณวรวัจน์ สุวคนธ์</b><span style="font-weight: 400;"> รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารไทยพานิชย์ จำกัด (มหาชน), </span><b>คุณศาสตรา มังกรอัศวกุล</b><span style="font-weight: 400;"> รองผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ</span><b>คุณบุญเกียรติ</b> <b>เมธีทัศนีย์</b><span style="font-weight: 400;"> Group Director Corporate Human Resource บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การผลักดันองค์กรให้ Agile ตั้งแต่รากฐาน คนขึ้นไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณบุญเกียรติเปิดประเด็นว่า หากอยากสร้าง Workforce Agility ให้สำเร็จ ต้องไม่ใช่แค่วางแผนระยะสั้น แต่ต้องเป็นแผนระยะยาว แล้วฝังมันให้อยู่ในฟังก์ชั่นงานของ HR ตั้งแต่ต้น พร้อมย้ำว่า HR ที่อยากเก่ง ไม่ได้เก่งแค่เรื่องคน แต่ต้องรวมถึงมีมุมมองธุรกิจ สามารถสื่อสารกับผู้บริหารได้อย่างเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องอัตรากำลังในองค์กร กล่าวคือเวลา HR คุยกับ CEO ว่าอยากเพิ่มคน HR ต้องอธิบายให้เห็นภาพ และมีข้อมูลชัดเจนว่า การเพิ่มคนเข้ามาแล้ว เขาจะมาช่วยสร้าง Productivity เพิ่มขึ้นได้อย่างไร องค์กรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณศาสตรา สะท้อนว่า แรงกดดันที่ HR เจอในยุค AI คือการถูกตั้งคำถามว่าจำเป็นต้องใช้คนเท่าเดิมหรือไม่ ในอดีต ธนาคารแข่งกันที่จำนวนคนและจำนวนสาขา แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่แล้ว ธนาคารเข้าสู่ยุคลดกำลังคน แล้วหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้เพิ่ม Productivity ได้แม้จะมีพนักงานน้อยลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นการวางแผนกำลังคนต้องดูภาพใหญ่ วางเป้าหมายระยะยาว แล้วตีกรอบ Productivity ใหม่ ให้สามารถใช้คนเท่าเดิมแต่ทำผลลัพธ์ได้มากขึ้น โดยไม่ลืมบริหารต้นทุนอย่างมีเหตุผล เช่น ลดสวัสดิการที่ไม่จำเป็น อย่างการให้พนักงานได้ตั๋วเครื่องบิน Business Class เป็นการนั่งแบบ Economy แทน แล้วนำงบเหล่านั้นไปมอบเป็นผลตอบแทนแก่คนที่สร้างผลลัพธ์ สร้างกำไรให้องค์กรได้สูงสุดดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวรวัจน์ เสริมว่า การสร้างองค์กรแห่งอนาคตต้องเริ่มจากมายด์เซ็ตของผู้นำ โดยเฉพาะการยอมรับว่า เราอาจต้องลดจำนวนคน เพื่อให้</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/lean-management-210621/"><span style="font-weight: 400;">ลีน (Lean) </span></a><span style="font-weight: 400;">มากขึ้น แต่ต้องแลกกับการลงทุนในเครื่องมือที่เหมาะสม และการ Upskill-Reskill คนให้ทันความเปลี่ยนแปลง กระบวนการสรรหาคนต้องไม่ใช่แค่มองหาคนนอกมาเสริมแกร่ง แต่ต้องมองคนในให้ออกว่า พวกเขามีทักษะอะไรอยู่แล้วบ้าง แล้วสิ่งไหนที่ต้องเพิ่ม แล้ววางระบบการให้รางวัล (Reward System) เพื่อตอบแทนคนที่สร้างผลงานจริง HR ต้องไม่ทำงานแบบรอคำสั่ง แต่ต้องคิดล่วงหน้า และเตรียมแพลตฟอร์มการเรียนรู้ให้พร้อม ก่อนที่ทักษะสำคัญจะตกยุค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลุ่มวิทยากรยังแลกเปลี่ยนกันต่อเรื่องการลีนองค์กรให้ได้ก่อน ถ้า HR ยังติดกับโมเดลเก่า ก็ยากที่จะเป็นต้นแบบให้หน่วยงานอื่นได้ HR ต้องถามตัวเองว่า เครื่องมือที่ใช้อยู่ยังเหมาะกับโลกปัจจุบันหรือไม่ ถ้ากล้าเปลี่ยนและลีนตัวเองได้ Agility ก็จะเกิดขึ้น หากเราอยากเป็น HR ที่ขับเคลื่อนองค์กรให้ทันโลก ต้องพร้อมตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า เรามี Productivity และ Agility มากพอหรือยัง </span></p>
<p><b>เราก็ต้องไม่รอใครมาสั่ง&#8230;แต่เริ่มลุกขึ้นมาปรับตัวก่อนได้เลย</b><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><br />
<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People &amp; HR Momentum โดย PMAT 874"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/pmat-the-people-hr-momentum-250411/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Empowering Thai Talent for Global Success</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/empowering-thai-talent-for-global-success-250409/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/empowering-thai-talent-for-global-success-250409/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Apr 2025 10:30:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<category><![CDATA[goFLUENT]]></category>
		<category><![CDATA[Empowering Thai Talent for Global Success]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44720</guid>

					<description><![CDATA[การทำธุรกิจในปัจจุบัน หลายองค์กรไม่ได้วางเป้าหมายแค่การเติบโตภายในประเทศอีกต่อไป แต่ต้องการขยายฐานลูกค้าไปยังระดับโลกด้วย เมื่อองค์กรเล็งเป้าการเติบโตสูง บทบาทของ HR จึงสำคัญมาก ๆ ในการพัฒนาพนักงานให้สอดคล้องกับทิศทางที่กำลังจะไป ด้วยเหตุนี้ HREX จึงร่วมกับ goFLUENT โซลูชันการอบรมภาษา จัด Webinar ครั้งใหม่ในหัวข้อ Empowering Thai Talent for Global Success ผลักดันคนไทยสู่ระดับโลก โดยมีคุณปิยฉัตร ส่งสุข ผู้จัดการฝ่ายขายประจำประเทศไทยของ goFLUENT และคุณธนยศ ครุฑระเบียบ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล ตัวแทน HR มืออาชีพมาแชร์เคล็ดลับการพัฒนาคนที่ไม่เพียงมุ่งทลายกำแพงภาษา แต่ยังทลายกำแพงที่ขวางกั้นการเติบโต แล้วพุ่งทะยานติดปีก  หากใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้มาให้แล้ว ติดตามได้เลยในบทความนี้ การทำงานในบริษัทไทยกับต่างประเทศ: ความเหมือนที่ซ่อนอยู่ในความต่าง เมื่อพูดถึงการทำงานในบริษัทของไทยและบริษัทต่างประเทศ หลายคนย่อมสงสัยว่ามีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ?  การที่คนไทยจะพาองค์กรไปเติบโตในต่างแดนได้มักยากแค่ไหนกัน คำตอบที่ได้จากคุณธนยศก็คือ ทุกองค์กรในทุกประเทศย่อมชี้มีบริบทที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่ของวัฒนธรรม โครงสร้าง และเป้าหมายของการดำเนินธุรกิจ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44722" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-09T165825.984.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Empowering Thai Talent for Global Success" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Empowering Thai Talent for Global Success 879" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-09T165825.984.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-09T165825.984-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำธุรกิจในปัจจุบัน หลายองค์กรไม่ได้วางเป้าหมายแค่การเติบโตภายในประเทศอีกต่อไป แต่ต้องการขยายฐานลูกค้าไปยังระดับโลกด้วย เมื่อองค์กรเล็งเป้าการเติบโตสูง บทบาทของ HR จึงสำคัญมาก ๆ ในการพัฒนาพนักงานให้สอดคล้องกับทิศทางที่กำลังจะไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ HREX จึงร่วมกับ goFLUENT โซลูชันการอบรมภาษา จัด Webinar ครั้งใหม่ในหัวข้อ </span><b>Empowering Thai Talent for Global Success ผลักดันคนไทยสู่ระดับโลก</b><span style="font-weight: 400;"> โดยมี</span><b>คุณปิยฉัตร ส่งสุข</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้จัดการฝ่ายขายประจำประเทศไทยของ goFLUENT และ</span><b>คุณธนยศ ครุฑระเบียบ</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล ตัวแทน HR มืออาชีพมาแชร์เคล็ดลับการพัฒนาคนที่ไม่เพียงมุ่งทลายกำแพงภาษา แต่ยังทลายกำแพงที่ขวางกั้นการเติบโต แล้วพุ่งทะยานติดปีก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้มาให้แล้ว ติดตามได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>การทำงานในบริษัทไทยกับต่างประเทศ: ความเหมือนที่ซ่อนอยู่ในความต่าง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงการทำงานในบริษัทของไทยและบริษัทต่างประเทศ หลายคนย่อมสงสัยว่ามีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่คนไทยจะพาองค์กรไปเติบโตในต่างแดนได้มักยากแค่ไหนกัน คำตอบที่ได้จากคุณธนยศก็คือ ทุกองค์กรในทุกประเทศย่อมชี้มีบริบทที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่ของวัฒนธรรม โครงสร้าง และเป้าหมายของการดำเนินธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถึงแม้จะแตกต่างในกระบวนการ ทุกองค์กรจะมีจุดร่วมที่ชัดเจนคือ ไม่มีใครอยากหยุดอยู่กับที่ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงการขยายตัวทางธุรกิจ </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“บริษัทต่างชาติที่มีประสบการณ์ยาวนาน เมื่อไปขยายกิจการในต่างประเทศมักจะปรับตัวได้เร็วและมีความยืดหยุ่นสูง เพราะเคยผ่านกระบวนการลองผิดลองถูกมาแล้วมากมาย กลับกันหากบริษัทในไทยเพิ่งเริ่มก่อตั้งหรือยังมีประสบการณ์ไม่มาก อาจต้องใช้เวลาปรับจูนนานกว่าจะขยายตัวสู่ต่างประเทศได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการ กระบวนการทำงาน หรือแม้แต่วิธีคิดในการดำเนินธุรกิจ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ไม่ว่าจะเป็นบริษัทไทยหรือบริษัทต่างชาติ หากเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นเพื่อเติบโตจะมองคนเป็นทรัพยากรสำคัญเสมอ พวกเขาจะพยายามพัฒนา พยายามดึงศักยภาพของพวกเขาออกมาให้มากที่สุด เพราะเชื่อว่าคนคือแรงขับเคลื่อนหลักสำคัญของความสำเร็จ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การทำงานในยุคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเชื้อชาติหรือประเทศต้นทาง แต่เป็นเรื่องของความสามารถในการปรับตัว การมองการณ์ไกล และการเข้าใจคนอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้ทุกองค์กรสามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างมั่นคงในเวทีระดับโลก”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณธนยศอธิบาย</span></p>
<h2><b>การเข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่าง ปัจจัยที่จำเป็นต่อการเติบโตร่วมกัน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นเรื่องปกติที่เมื่อทำงานร่วมกัน ย่อมต้องมีการให้ฟีดแบ็คระหว่างการทำงาน แต่เมื่อทำงานร่วมกับคนต่างวัฒนธรรม รูปแบบและวิธีการสื่อสารกลับมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปิยฉัตรเล่าว่าจากประสบการณ์ที่ทำงานในองค์กรต่างประเทศมาหลายปี พบว่าแม้โครงสร้างองค์กรไม่ว่าจะในไทยหรือประเทศไหนก็ตามจะคล้ายกัน แต่วิธีการตัดสินใจจะแตกต่างกัน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“องค์กรต่างประเทศ มักให้อำนาจกับหัวหน้าโปรเจกต์หรือผู้นำทีมในการตัดสินใจอย่างอิสระ เปิดโอกาสให้ลองผิดลองถูก ขณะที่องค์กรไทยยังคงพึ่งพาความเห็นของผู้บริหารระดับสูง และใช้เวลาตัดสินใจนานกว่า…</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ที่น่าสนใจคือรูปแบบการสื่อสาร โดยเฉพาะในการให้ฟีดแบ็คระหว่างกันยังแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด หากคนไทยจะพูดแบบอ้อมๆ เพื่อรักษาน้ำใจ หรือหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง แต่คนในวัฒนธรรมตะวันตกจะให้ฟีดแบ็คแบบตรงไปตรงมา และเชื่อว่าการพูดคุยเผชิญหน้ากันอย่างจริงใจจะนำไปสู่การเติบโต”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณธนยศ เสริมประเด็นนี้ว่าคนไทย หรือจริง ๆ แล้วรวมทั้งเอเชีย มักเลือกสถานการณ์ในการพูด หากประเมินแล้วว่าอาจกระทบความสัมพันธ์ ก็อาจหลีกเลี่ยงที่จะให้ฟีดแบ็คเต็มที่แม้จะมีความหวังดีและเชื่อว่ามีประโยชน์ ซึ่งแน่นอนว่าแตกต่างกับชาติตะวันตก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่ารูปแบบใดดีกว่ากัน แต่สะท้อนให้เห็นว่า ความเข้าใจในวัฒนธรรมคือทักษะสำคัญของคนทำงานยุคโลกาภิวัตน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นองค์กรที่มีพนักงานหลากหลายจึงต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนกล้าแสดงความคิดเห็น เปิดรับฟีดแบ็ค และเรียนรู้จากข้อผิดพลาดอย่างสร้างสรรค์ โดยองค์กรหนึ่งในฝรั่งเศสที่คุณธนยศเคยร่วมงานด้วยถึงขั้นมีคลาสฝึก Meeting Confrontation เพื่อฝึกให้พนักงานกล้าแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างเปิดเผย โดยเชื่อว่าการตั้งคำถามคือจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์และการเติบโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเข้าใจความต่างด้านฟีดแบ็คไม่เพียงแต่ช่วยให้เราทำงานร่วมกับคนต่างวัฒนธรรมได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยให้เราปรับวัฒนธรรมการทำงานของตัวเองให้ยืดหยุ่น พร้อมเปิดรับวิธีการใหม่ ๆ ที่อาจนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จในระดับสากล</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44724" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-09T170038.489.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Empowering Thai Talent for Global Success" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Empowering Thai Talent for Global Success 880" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-09T170038.489.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-09T170038.489-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>บทบาทสำคัญของ HR กับการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยภาษา</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คุณธนยศกล่าวด้วยความเชื่อมั่นว่า HR มีความสำคัญต่อการเติบโตขององค์กร เพราะธุรกิจจะประสบความสำเร็จหรือไม่ มาจากการเลือกคนที่ถูกต้องรวมถึงเลือกคนที่เข้าใจในมิติของการทำงานร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากเลือกคนที่ใช่แล้ว ยังต้องพัฒนาทักษะของบุคลากรหลายด้าน โดยเฉพาะทักษะทางภาษา เช่น การสื่อสารภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพในการทำงานข้ามชาติหรือในตลาดที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม HR ยังต้องพัฒนาเรื่องวัฒนธรรมการสื่อสาร ทั้งในแง่ของการใช้ภาษาพูด (Verbal Communication) และ<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220624-bodylanguage/">อวัจนภาษา (Non-Verbal Communication)</a> การเข้าใจและใช้ภาษาอย่างเหมาะสมจะทำให้การทำงานร่วมกันราบรื่น และไปถึงเป้าหมายเร็วขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปิยฉัตร เสริมว่าหลายองค์กรยังมองว่าทักษะทางภาษาเป็นเรื่องที่มีก็ได้ (Nice to Have) แทนที่จะมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องมี (Must Have) ทั้งที่ในความเป็นจริง การสื่อสารที่ดีช่วยลดความเข้าใจผิดและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้อย่างมาก เมื่อเราไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน มันจะส่งผลกระทบใหญ่ทั้งในด้านการทำงานและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในองค์กร</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“Communication Skill หรือทักษะการสื่อสารที่ดี เป็นหัวใจของความสำเร็จในงานบริหาร คนที่ไม่สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจน มักจะพลาดโอกาสในการสร้างความเชื่อมั่นและการเข้าใจในทีม อาจนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิม เช่น ความไม่เชื่อใจ หรือการตีความที่ผิดพลาด นำไปสู่ความเสี่ยงทางธุรกิจและการผิดพลาดในการดำเนินงานได้ รวมถึงหากการสื่อสารไม่โปร่งใสหรือผิดเวลา ย่อมทำให้เกิดปัญหาตามมามากมายค่ะ”</span></i></p>
<h2><b>อยากทำงานกับชาวต่างชาติให้ราบรื่น ต้องเคารพและเรียนรู้ในความแตกต่าง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานกับชาวต่างชาติไม่ได้เป็นแค่การทำงานข้ามพรมแดน แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และปรับตัวในหลาย ๆ ด้าน คุณธนยศแนะนำว่า สิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกับคนต่างชาติคือการมองหาจุดที่พวกเขามีความสามารถหรือวิธีการทำงานที่เรายังไม่มี และพยายามเรียนรู้จากพวกเขา</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราต้องไม่คิดว่าเขาคือผู้ที่สมบูรณ์แบบเสมอไป แต่เราควรมองหาวิธีที่เราสามารถช่วยให้เขาประสบความสำเร็จได้เช่นกัน การเรียนรู้จากกันและกันเป็นกระบวนการที่สำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ในที่ทำงาน…</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“</span></i><i><span style="font-weight: 400;">ในสังคมไทย เรามักจะเก่งการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ถ้าจะให้คิดล่วงหน้าหรือป้องกันปัญหาก่อนอาจไม่ถนัดเท่าไหร่ นี่คือสิ่งที่ควรได้รับการปรับปรุงในระดับองค์กร การกระตุ้นให้พนักงานคิดเชิงป้องกันและพัฒนาแนวทางในการป้องกันปัญหาเป็นสิ่งที่ HR สามารถช่วยได้ แต่ก็ต้องร่วมมือกับ CEO และทีมผู้บริหารในการกำหนดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้วย”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปิยฉัตรให้ทัศนะเสริมอีกว่า ความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นเรื่องสำคัญ หากเราพยายามเปิดใจและสื่อสารกับพวกเขา เราจะสามารถเข้าใจและเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างได้ สิ่งนี้จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และทำให้การทำงานร่วมกันราบรื่นยิ่งขึ้น การเปิดรับความคิดเห็นใหม่ ๆ จะช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาไปข้างหน้าได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44723" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-09T170026.150.webp" alt="HREX Cover by Para 2025 04 09T170026.150" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Empowering Thai Talent for Global Success 881" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-09T170026.150.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-09T170026.150-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>คนไทยมีความสามารถ แต่ยังขาดพื้นที่ให้แสดงศักยภาพได้เต็มที่</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่มากก็น้อย ชาวไทยมักเคยโดนมองว่าไม่ได้มีศักยภาพมากเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับชาวต่างชาติ แต่ในมุมมองของคุณธนยศ เขายืนยันว่าความสามารถของคนไทยไม่ได้ด้อยแต่อย่างใด เพียงแต่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้เต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องของการกล้าพูดและกล้าแสดงออก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณธนยศเน้นว่า การจะเติบโตและประสบความสำเร็จในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คนไทยต้องกล้าพูดและกล้าแสดงออกมากขึ้น โดยเริ่มจากการฝึกฝนในสิ่งที่เรามั่นใจที่สุด และค่อย ๆ ขยับขยายไปยังพื้นที่ที่ท้าทายกว่า</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“แม้เด็กไทยจะมีศักยภาพในการทำสิ่งต่าง ๆ แต่ความเกรงใจที่ฝังลึกในวัฒนธรรมไทยกลับกลายเป็นอุปสรรคที่บดบังความสามารถเหล่านั้น โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องการการแสดงออกอย่างชัดเจน ซึ่งแตกต่างจากสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยหรือที่รู้สึกว่าไม่ต้องรับผิดชอบ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งประเด็นคือ ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งคุณปิยฉัตรมองว่าต้องมาพร้อมกับการเปิดใจ หรือ Open Minded เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับความมั่นคงและไม่ค่อยเปิดรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในองค์กรระดับโลก แต่ในโลกธุรกิจที่ไม่หยุดนิ่ง การมีทักษะที่ยืดหยุ่นและเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ เช่น Agility จะทำให้เราสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การพัฒนา Soft Skill เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่คนไทยต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในเรื่องของการสื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่น เมื่อองค์กรต้องการพัฒนาไปสู่ความสำเร็จ การมีทักษะทางภาษาและการสื่อสารที่ดีจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพและลดความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ HR ต้องสร้างแพลตฟอร์มในการฝึกฝนทักษะเหล่านี้ให้กับพนักงาน โดยให้พวกเขามีพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็นและลองทำในสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจและเสริมสร้างพฤติกรรมที่มีคุณภาพในการทำงาน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดเหล่านี้ คุณธนยศแนะนำว่า HR ควรเตรียมความพร้อมให้พนักงานก่อนที่จะไปทำงานในต่างประเทศ ด้วยการอธิบายและให้ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะในเรื่องการตอบคำถามและการแสดงออก เพราะบางครั้งคำว่า “Yes” จากคนไทยอาจไม่แปลว่า “Yes” จริง ๆ การเตรียมความพร้อมในด้านวัฒนธรรมและการสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย หากองค์กรไหนต้องการตัวช่วยเพื่อเสริมทักษะด้านภาษา คุณปิยฉัตร แนะนำว่าแพลตฟอร์มของ goFLUENT ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้านภาษาสามารถช่วยและตอบโจทย์ทุกความต้องการได้ ผ่านการมีบทเรียนที่เรียนจบแล้วนำไปใช้งานได้จริง และเธอหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นตัวเลือกที่ HR คิดถึง เมื่อต้องการ Upskill-Reskill พนักงาน แล้วพาองค์กรเติบโตไปได้ไกลในระดับสากล</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Empowering Thai Talent for Global Success 882"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/empowering-thai-talent-for-global-success-250409/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Performance Conference 2025</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-performance-conference-2025-250402/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-performance-conference-2025-250402/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Apr 2025 11:41:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Creative Talk]]></category>
		<category><![CDATA[PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44638</guid>

					<description><![CDATA[โลกของการทำงานในวันนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของผลลัพธ์ แต่เต็มไปด้วยความท้าทายที่ซับซ้อน ทั้งการดูแลคน การปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน งาน People Performance Conference 2025 จึงกลับมาอีกครั้งพร้อมเนื้อหาเข้มข้น เพื่อให้ชาว HR และผู้บริหารทุกระดับได้เติมพลัง เติมไอเดีย และหาคำตอบว่า เราจะจัดการตน จัดการคน และจัดการองค์กรอย่างไรเพื่อจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ภายในงานปีนี้ เหล่าผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายแวดวงมาร่วมแบ่งปันมุมมองใหม่ ๆ ว่าเราควรเข้าใจ “การจัดการคน” อย่างไรในวันที่ไม่มีสูตรสำเร็จ และหาวิธีปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในแต่ละคนให้เปล่งประกายอย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่เพื่องาน แต่เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคนในองค์กร ถ้าใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระที่ HR ควรรู้มาให้ได้อ่านกันแล้วในบทความนี้ People Performance Conference: 2025 Year of Management คุณสิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม จาก Creative Talk ได้ชวนทุกคนตั้งคำถามสำคัญว่า “เราจะบริหารจัดการคนในโลกที่เปลี่ยนเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร?” เขาชี้ให้เห็นว่า ปี 2025 คือช่วงเวลาสำคัญที่องค์กรต้องหันมาให้ความสำคัญกับการจัดการอย่างแท้จริง เรื่องการจัดการตน จัดการคน และจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพไปพร้อม ๆ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44643" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T133300.085.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Performance Conference 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Performance Conference 2025 890" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T133300.085.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T133300.085-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกของการทำงานในวันนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของผลลัพธ์ แต่เต็มไปด้วยความท้าทายที่ซับซ้อน ทั้งการดูแลคน การปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน งาน </span><b>People Performance Conference 2025</b><span style="font-weight: 400;"> จึงกลับมาอีกครั้งพร้อมเนื้อหาเข้มข้น เพื่อให้ชาว HR และผู้บริหารทุกระดับได้เติมพลัง เติมไอเดีย และหาคำตอบว่า เราจะจัดการตน จัดการคน และจัดการองค์กรอย่างไรเพื่อจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายในงานปีนี้ เหล่าผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายแวดวงมาร่วมแบ่งปันมุมมองใหม่ ๆ ว่าเราควรเข้าใจ “การจัดการคน” อย่างไรในวันที่ไม่มีสูตรสำเร็จ และหาวิธีปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในแต่ละคนให้เปล่งประกายอย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่เพื่องาน แต่เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคนในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระที่ HR ควรรู้มาให้ได้อ่านกันแล้วในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>People Performance Conference: 2025 Year of Management</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44646" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T133341.014.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Performance Conference 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Performance Conference 2025 891" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T133341.014.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T133341.014-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณสิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม</b><span style="font-weight: 400;"> จาก Creative Talk ได้ชวนทุกคนตั้งคำถามสำคัญว่า “เราจะบริหารจัดการคนในโลกที่เปลี่ยนเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร?” เขาชี้ให้เห็นว่า ปี 2025 คือช่วงเวลาสำคัญที่องค์กรต้องหันมาให้ความสำคัญกับการจัดการอย่างแท้จริง เรื่องการจัดการตน จัดการคน และจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพไปพร้อม ๆ กัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การจัดการในโลกยุคใหม่นี้ ไม่ใช่การชี้นิ้วสั่ง หรือควบคุมให้ทุกคนทำตามคำสั่งแบบตายตัว เพราะแท้จริงแล้ว ไม่มีใครอยากถูกจัดการ สิ่งที่คนทำงานต้องการมากกว่าคือ ความเข้าใจ — เข้าใจในศักยภาพ เข้าใจในความเป็นตัวเขา และเมื่อมีความเข้าใจ เราก็จะรู้ว่าควรคาดหวังจากกันและกันอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจัดการที่ดี จึงเริ่มจากการถอยหลังหนึ่งก้าว เพื่อฟังอย่างแท้จริง ฟังว่าเพื่อนร่วมงานรู้สึกอย่างไร ต้องการอะไร และกำลังเผชิญกับอะไรอยู่บ้าง เมื่อฟังด้วยความตั้งใจ ความชัดเจนจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้น ความเข้าใจจะค่อย ๆ สร้าง และนี่คือจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะมีหลายคนบอกว่า คนยุคใหม่อยากได้แต่งานสบาย แต่นั่นไม่ใช่ภาพทั้งหมด เพราะคนเราไม่เคยกลัวความเหนื่อย ถ้าเข้าใจว่าเหนื่อยไปเพื่ออะไร ถ้าเป้าหมายนั้นชัดเจน และมีคุณค่าต่อใจ การทุ่มเทก็จะตามมาโดยไม่ต้องบังคับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย </span><b>หากองค์กรต้องการ Best Performance ก็ต้องเริ่มจากการเปิดทางให้คนในองค์กรได้เป็น Best Version ของตัวเองเสียก่อน</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะประสิทธิภาพขององค์กร ไม่ได้มาจากแผนงานบนกระดาษ แต่มาจากคนที่เข้าใจและเติบโตไปพร้อมกันต่างหาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน</span><b>คุณอภิชาติ ขันธวิธี</b><span style="font-weight: 400;"> จาก QGEN ได้เสนอแนวคิดการจัดการคนในยุคปัจจุบันผ่านกรอบคิดง่าย ๆ แต่ทรงพลังอย่าง “4Ts” ที่ประกอบด้วย </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Talent</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Trust</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Transformation</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Technology </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่คำถามคือ…เราเคยให้ความสำคัญกับมันครบถ้วนแล้วจริงหรือยัง ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มจาก Talent คนเก่งไม่ใช่แค่ต้องดึงเข้ามาและรักษาไว้เท่านั้น แต่ปี 2025 คือเวลาที่องค์กรต้อง “ปลดล็อกศักยภาพ” ที่ซ่อนอยู่ในตัวเขา ให้สามารถแสดงพลังได้เต็มที่ อย่าให้ความสามารถหลบอยู่หลังคำว่าแค่พนักงาน เพราะเมื่อคนได้โชว์ศักยภาพอย่างเต็มที่ ประสิทธิภาพทั้งทีมก็จะพุ่งทะยาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาคือ Trust ความไว้วางใจแม้จะดูเป็นนามธรรม แต่กลับเป็นพลังที่จับต้องได้ที่สุดในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโต ไม่ว่าองค์กรจะวางแผนดีแค่ไหน ถ้าคนในไม่เชื่อใจกัน มันก็ไม่มีทางก้าวหน้าได้ แต่ถ้ามีความไว้ใจระหว่างกัน ทุกการสื่อสาร การตัดสินใจ และการลงมือทำจะง่ายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Transformation คือการยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงคือสิ่งถาวร และเราไม่มีทางพร้อมเสมอไป แต่สิ่งที่เราทำได้คือสร้างวัฒนธรรมการปรับตัว ให้เป็น DNA ขององค์กรอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การเวิร์กช็อปปีละครั้ง แต่ต้องฝังลึกในทุกระดับ จนกลายเป็นธรรมชาติของคนทำงานในทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย Technology ที่ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเครื่องมือแทนคน แต่ต้องเป็นพาร์ตเนอร์ในการส่งเสริมความสามารถของคนเก่งให้เฉิดฉายยิ่งขึ้น เมื่อเทคโนโลยีทำให้มนุษย์เก่งขึ้นและไม่ใช่ถูกแทนที่ ความร่วมมือระหว่างคนกับเทคโนโลยีจะกลายเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><b>เมื่อ 4Ts ถูกนำมาใช้อย่างครบถ้วน ไม่ใช่แค่องค์กรจะ Perform ดีขึ้น แต่คุณภาพชีวิตของคนทำงาน และคุณภาพสังคมโดยรวมก็จะยกระดับตามไปด้วย</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการจัดการที่ดี เริ่มต้นจากการเข้าใจ “คน” ก่อนเสมอ</span></p>
<hr />
<h2><b>How to Empower People in Fragmented World </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44645" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T133329.853.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Performance Conference 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Performance Conference 2025 892" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T133329.853.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T133329.853-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่ความเร็วกลายเป็นมาตรฐาน แต่ทิศทางกลับพร่ามัว </span><b>คุณสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ </b><span style="font-weight: 400;">หรือนักเขียนที่เรารู้จักกันดีในนาม </span><b>นิ้วกลม</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ตั้งคำถามชวนคิดว่า เราจะพัฒนาคนอย่างไรในยุคที่โลกไม่แน่นอนและไร้ทิศทางอย่างสิ้นเชิง? เขาเริ่มต้นด้วยคำชมที่อาจฟังดูเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งว่า คนที่ยังมีแรงทำงาน ประคองชีวิต และรักษาสภาพจิตใจในวันนี้ได้ ถือว่า เก่งมากแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเปลี่ยนแปลงของโลกทุกวันนี้รุนแรงและซับซ้อนกว่าที่เคยเป็นมา — เทคโนโลยีก้าวล้ำแบบก้าวกระโดดจนมนุษย์แทบตั้งหลักไม่ทัน สภาพภูมิอากาศผันผวน เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การเมืองระดับนานาชาติก็ไม่เสถียร สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ คุณค่าที่เราเคยยึดถือ เริ่มสั่นคลอนและแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับแนวคิดเรื่องเป้าหมายชีวิต ที่กลายเป็นคำถามแทนคำตอบในใจใครหลายคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิ้วกลมแจกแจงว่ามีหลายปัจจัยที่ทำให้โลกไร้ทิศทาง: เรามีข้อมูลมากขึ้น แต่กลับเข้าใจตัวเองน้อยลง โลกไม่ได้มีเป้าหมายร่วมกันเหมือนในอดีต อีกทั้งยังขาด “เรื่องเล่าใหญ่” ที่รวมใจผู้คน คนเราจึงกระจัดกระจายทางความคิด มีเป้าหมายที่ต่างกัน และถูกครอบงำด้วยความเร็วของโลกที่วิ่งไปข้างหน้าโดยไม่สนใจว่าใครจะหลุดจากขบวน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางความสับสนนี้ ผู้บริหารหรือผู้นำองค์กรไม่อาจใช้เพียงเป้าหมายธุรกิจในการผลักคนให้พัฒนา แต่ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า “เราจะไปทางไหน และจะไปทำไม” — เพราะความเร็วไม่เคยสำคัญกว่าทิศทาง ถ้าเราก้าวช้าแต่มั่นคง เราอาจไปถึงจุดหมายได้ดีกว่าคนที่วิ่งเร็วแต่หลงทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาคนในโลกยุคนี้ จึงต้องประกอบด้วยสามแกนหลัก</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Learning Ability หรือทักษะในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Growth Mindset ความเชื่อว่าคนสามารถเติบโตได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Heartset หรือชุดทักษะที่เชื่อมโยงกับหัวใจ ความเข้าใจตนเอง ความยืดหยุ่นทางอารมณ์ </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะไม่ใช่แค่ “เก่ง” เท่านั้น แต่ต้อง “เก่งอย่างมีจุดหมาย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิ้วกลมยังเสนอแนวคิดเรื่อง IA (Inner Awareness) หรือความเข้าใจตนเองจากภายใน ที่จะช่วยให้มนุษย์อยู่รอดและเติบโตในยุคแห่ง AI — เพราะเมื่อโลกหมุนเร็ว เรายิ่งต้องนิ่งให้เป็น ต้องรู้ว่ากำลังทำอะไร อยู่ตรงไหน และกำลังมุ่งหน้าไปเพื่ออะไร </span></p>
<p><b>การพัฒนาคนที่ดีไม่ใช่แค่เสริมทักษะ แต่ต้องรักษาหัวใจคน ให้มั่นคงในวันที่ทุกอย่างรอบตัวสั่นไหว</b></p>
<hr />
<h2><b>People Performance Unlock </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44644" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T133315.688.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Performance Conference 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Performance Conference 2025 893" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T133315.688.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T133315.688-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/hr-interview-ais-20201221/"><b>คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม</b></a><span style="font-weight: 400;"> จาก AIS </span><span style="font-weight: 400;">ได้หยิบยกประเด็นที่ชวนคิดอย่างลึกซึ้งว่า องค์กรในยุคนี้อาจไม่ได้ขาดคนเก่ง แต่กำลังขาดวิธีคิดในการปลดล็อกศักยภาพของคนให้แสดงออกมาอย่างเต็มที่ เธอเล่าว่า ทุกวันนี้ KPI และ OKR กลายเป็นเรื่องนามธรรมเกินไป พนักงานไม่เข้าใจว่าผลงานของตัวเองจะถูกวัดอย่างไร ขาดความเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายองค์กรกับการทำงานจริง แถมหลายที่ยังไม่มีวัฒนธรรมการให้ Constructive Feedback ที่ชัดเจนและสร้างสรรค์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอเน้นย้ำว่าความสำเร็จขององค์กรไม่ใช่เรื่องโชค แต่ต้องเริ่มจากผู้นำที่กล้าชี้ทิศ ไม่ใช่แค่บอกให้ทีมคิดเองแล้วตัวเองอยู่เงียบ ๆ บนหิ้ง ยิ่งองค์กรประสบความสำเร็จมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องตั้งคำถามต่อว่า แล้วเราจะไปต่ออย่างไร มิฉะนั้นความสำเร็จอาจกลายเป็นจุดหยุดนิ่งโดยไม่รู้ตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน องค์กรก็ต้องตอบให้ได้ว่า ทักษะที่คนมีวันนี้ เพียงพอไหมที่จะนำไปสู่ชีวิตที่สุขสบายในวันข้างหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องการลาออกเพื่อพักก็เป็นอีกมุมที่เธอพูดอย่างเข้าอกเข้าใจ หลายคนหมดไฟจนอยากพัก แต่หลายคนตอนพักไม่มีการเตรียมความพร้อม พักแล้วไม่พัฒนา พอคิดจะหวนกลับมาทำงานประจำ เขาอาจกลายเป็นคนที่องค์กรไม่เลือก เธอเสนอว่าการพักไม่ใช่เรื่องผิด แต่พักแล้วเราต้องอย่าลืมลงทุนกับตัวเอง ช่วงพักใช้เวลาลับคมของที่มีอยู่ในตัว รู้ว่าสกิลไหนที่เรามีแล้วได้เปรียบคนอื่น ขอแค่เราไม่หยุดเติบโต เราจะยังเป็นที่ต้องการแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องที่องค์กรต้องตระหนัก คือเมื่อองค์กรเก็บรักษาคนเก่งได้แล้ว ต้องทำให้เขาเก่งยิ่งขึ้นด้วย องค์กรยุคใหม่ต้องไม่หวังให้เขาอยู่แค่เพราะสวัสดิการเดิม ๆ เพราะคนรุ่นใหม่ไม่ได้มองหาแค่เงินเดือนหรือประกันสังคม แต่เขามองหาการเติบโต มองหาความหมายในการทำงาน อยู่กับองค์กรนาน ๆ แล้วเติบโตไปด้วยกันอย่างมีคุณค่าต่างหากที่สำคัญ หรือหากพนักงานจะไม่อยากอยู่กับเราต่อ แต่หากเราสร้างเขาจนเก่ง ก็อย่าลืมภูมิใจด้วยว่าเราได้ส่งคนเก่งออกสู่โลกอย่างมีคุณภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด เธอย้ำว่าองค์กรไม่อาจหวังพึ่ง AI หรือเทคโนโลยีอย่างเดียว แล้วละเลยการลงทุนในคน เพราะสุดท้าย เทคโนโลยีที่ดีที่สุดก็ยังต้องมีคนที่มีศักยภาพเป็นผู้ใช้ หากเราไม่เติมเต็มและพัฒนาคนให้ถึงขีดสุด พวกเขาจะกลายเป็นภาระ แทนที่จะเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า อย่าลืมว่าอนาคตขององค์กร ไม่ได้วัดที่เครื่องมือที่เรามี แต่อยู่ที่คนที่เราสร้างขึ้นมา</span></p>
<hr />
<h2><b>‘HR is Dead’ Reinvent People Strategy for the Next Decade</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44650" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T180508.131.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Performance Conference 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Performance Conference 2025 894" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T180508.131.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T180508.131-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/qgen-hr-consult-240923/"><strong>คุณอภิชาติ ขันธวิธี</strong></a> จาก QGEN </span><span style="font-weight: 400;">ตั้งคำถามชวนคิดว่า “HR ตายแล้วจริงหรือ ?” ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงแบบไม่มีเบรก ทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เทคโนโลยีที่วิ่งแซงคน และความหลากหลายของพนักงานทั้งช่วงวัยและเชื้อชาติ HR จะอยู่รอดได้อย่างไรถ้าไม่กล้าเปลี่ยน ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบอยู่ที่การพลิกบทบาท HR จากผู้ควบคุมกฎมาเป็นนักกลยุทธ์ที่เข้าใจธุรกิจ และพาคนในองค์กรเติบโตไปข้างหน้าได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากรายงาน Future of Jobs Report 2025 โดย World Economic Forum พบว่าหลายองค์กรในไทยกำลังเผชิญปัญหาใหญ่ในการหาคนเก่ง:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">62% หาคนที่เหมาะสมเข้ามาทำงานไม่ได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">46% มีปัญหาในการดึงดูดคนเก่งเข้ามาร่วมทีม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">62% เจอปัญหาเรื่อง “ช่องว่างทางทักษะ” โดยทักษะที่องค์กรไทยกำลังขาดแคลนอย่างหนัก ได้แก่:</span>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">AI &amp; Big Data</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">Analytics &amp; Critical Thinking</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">Creative Thinking</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">Cybersecurity</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">Leadership &amp; Social Influence</span></li>
</ul>
</li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรมีคนที่มีทักษะเหล่านี้อยู่แล้ว ต้องล็อกตัวไว้ให้แน่น เพราะคนกลุ่มนี้กำลังเป็นที่ต้องการสูง และมีแนวโน้มได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นในตลาดแรงงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของ HR คือการใช้ระบบ HR แต่ยังใช้ระบบแบบเก่า แบบเดียว หรือใช้วิธีบริหารที่ไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็น:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Performance Management System</b><span style="font-weight: 400;">: ใช้ตัวชี้วัดแบบเดียวที่ไม่สะท้อนความจริง ขาดความยืดหยุ่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Employee Engagement Survey</b><span style="font-weight: 400;">: ถามคำถามซ้ำ ๆ แบบเดียวกันกับทุกคน แต่ไม่ได้ข้อมูลที่สะท้อนความรู้สึกจริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Talent Management</b><span style="font-weight: 400;">: ดึงดูดและรักษาคนเก่งไม่ได้ เว็บไซต์องค์กรไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน หรือวัฒนธรรมองค์กรเลย</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอภิชาติเน้นว่า HR ต้อง Align ตัวเองกับกลยุทธ์ขององค์กร ไม่ใช่แค่ดูแลคนในเชิงปฏิบัติการ HR ต้องรู้ให้ได้ว่า โมเดลธุรกิจขององค์กรทำกำไรจากอะไร ขาดทุนจากอะไร ถ้าจะแข่งด้วยความเร็ว ต้องออกแบบผังองค์กรแบบไหน ? เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นในปี 2025 เป็นต้นไป </span><b>HR จะต้องโฟกัส 4 เรื่องสำคัญต่อไปนี้</b></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>High-Value Work Design</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">การออกแบบงานที่ดีไม่ใช่แค่การกำหนดหน้าที่ให้พนักงานทำ แต่คือการทำให้งานที่เขาทำ รู้สึกมีคุณค่า และเห็นผลลัพธ์ที่เชื่อมโยงกับความสำเร็จขององค์กรอย่างแท้จริง เมื่อคนรู้ว่าสิ่งที่เขาทำส่งผลต่อเป้าหมายใหญ่ เขาจะมีแรงจูงใจมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้แรงผลักจากภายนอก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Culture &amp; Leadership Alignment</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">ในอดีตวัฒนธรรมองค์กรอาจเป็นแค่คำสวย ๆ ที่เขียนไว้บนผนัง แต่วันนี้วัฒนธรรมต้อง เดินไปพร้อมกับผู้นำ และผู้นำเองก็ต้องมีบทบาทในการเป็นต้นแบบ หากวัฒนธรรมองค์กรบอกว่าพร้อมเปลี่ยน แต่ผู้นำยังยึดติดกับความสำเร็จแบบเดิม ๆ การเปลี่ยนแปลงก็ไม่เกิดขึ้นจริง HR ต้องไม่มองหาคนที่เข้ากับองค์กรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องหาคนที่มาเติมเต็มและยกระดับวัฒนธรรมที่องค์กรอยากสร้าง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Continuous Performance &amp; Growth</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">ยุคนี้ไม่ใช่ยุคของการวัดผลปีละครั้ง แต่คือยุคของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การให้ฟีดแบ็กจึงสำคัญมาก และต้องทำให้ถูกคน ถูกเวลา ถูกวิธี อย่าลืมว่าคนเราจะเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุดเมื่อได้รับฟีดแบ็กจากคนที่เขาเปิดใจรับ ไม่ใช่รับฟีดแบ็กจากคนที่มีอคติหรือไม่เคยเข้าใจกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Employee Experience Driven</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์ที่พนักงานได้รับจากองค์กร คือสิ่งที่สร้างความผูกพันและความรู้สึกมีตัวตนในที่ทำงาน เราไม่ควรแค่มอบหมายงานแล้วคาดหวังผลลัพธ์ แต่ควรถามด้วยว่า “เราได้ให้เครื่องมือที่เพียงพอสำหรับความสำเร็จหรือยัง ?” ถ้าเครื่องมือหรือระบบสนับสนุนที่ให้นั้นช่วยพนักงานประสบความสำเร็จได้ 70% ที่เหลือเขาจะใส่แรงเองด้วยความมั่นใจ และเมื่อเขารู้สึกว่าตัวเองมีค่า งานก็จะไม่ใช่แค่ภาระ มันจะกลายเป็นสิ่งที่เขาอยากทำ</span></li>
</ol>
<p><b>งาน HR จะไม่ตายหาก HR Transform จาก Admin สายปฏิบัติการ มาเป็น Strategic Designer</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เข้าใจธุรกิจ มีวิสัยทัศน์ และออกแบบกลยุทธ์คนที่ตอบโจทย์อนาคตองค์กรได้จริง ไม่ใช่แค่ทำตามกระบวนการที่เคยสำเร็จในอดีต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้า HR ยังทำงานเหมือนเดิม ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม HR อาจยังไม่ตาย&#8230;แต่จะค่อย ๆ หายไปจากความสำคัญขององค์กรอย่างไม่รู้ตัว <b>HR จะต้องไม่ใช่แค่คนที่จัดการคน แต่เป็นหัวใจที่พาองค์กรก้าวข้ามความเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างแท้จริง</b></span></p>
<hr />
<h2><b>สร้าง Impact Leadership เพื่อสร้าง Impact ให้ธุรกิจ</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44651" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T180524.037.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Performance Conference 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Performance Conference 2025 895" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T180524.037.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-02T180524.037-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>คุณอภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา</strong> จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Slingshot Group</a> </span><span style="font-weight: 400;">ได้เปิดเวทีเสวนาด้วยคำถามสำคัญว่า “ถ้าเราอยากสร้างผู้นำที่สามารถสร้างความสำเร็จและการเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กรได้จริง เราควรเริ่มต้นอย่างไร?” เพราะในความเป็นจริง หลายองค์กรยังติดกับดักการพัฒนาผู้นำแบบเดิม ๆ ที่กระจัดกระจาย ไม่มีเป้าหมายที่ชัด และวัดผลลัพธ์ได้ยาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาหลักที่พบเจอบ่อยในกระบวนการสร้างผู้นำ มีอยู่ 3 เรื่องหลัก ๆ คือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เนื้อหากระจัดกระจาย:</b><span style="font-weight: 400;"> องค์กรมักเลือกพัฒนาเรื่องที่กำลังเป็นกระแส โดยขาดกรอบชัดเจน ทำให้ผู้นำไม่รู้ว่าตัวเองกำลังพัฒนาไปเพื่ออะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เป้าหมายไม่ชัดเจน:</b><span style="font-weight: 400;"> ขาดทิศทางว่าองค์กรต้องการผู้นำแบบไหน และเพื่อเป้าหมายอะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>วัดผลไม่ได้:</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อเป้าหมายไม่ชัด การวัดผลก็ยากตามไปด้วย ไม่รู้ว่าควรไปถึงจุดไหน และเมื่อไรถึงจะเรียกว่า “สำเร็จ”</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอภิวุฒิจึงชวนตั้งคำถามกลับไปที่จุดเริ่มต้นว่า “เราจะพัฒนาผู้นำให้เป็นอย่างไร เพื่อให้พาองค์กรไปสู่ระดับโลกได้?” และนำเสนอแนวทางที่ชัดเจนขึ้นผ่านกรอบคิด </span><b>6 Personas กับ 10 Competencies</b><span style="font-weight: 400;"> ที่จะช่วยสร้าง “Impact Leadership” ให้เป็นจริงได้ ดังนี้</span></p>
<ul>
<li aria-level="1"><b>Initiator: นักริเริ่มมองการณ์ไกล</b></li>
</ul>
<ol>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><i><span style="font-weight: 400;">Embracing Global Awareness:</span></i><span style="font-weight: 400;"> เข้าใจทิศทางโลก และปรับใช้ได้กับองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><i><span style="font-weight: 400;">Demonstrating Intellectual Insight:</span></i><span style="font-weight: 400;"> คิดวิเคราะห์-สังเคราะห์ข้อมูล เพื่อใช้ในการตัดสินใจที่มีคุณภาพ</span></li>
</ul>
</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Mobilizer: นักขับเคลื่อน</b>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><i><span style="font-weight: 400;">Articulating Vision:</span></i><span style="font-weight: 400;"> ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><i><span style="font-weight: 400;">Formulating Pathway:</span></i><span style="font-weight: 400;"> แปลงภาพอนาคตเป็นแผนการทำงานจริง ไม่ใช่แค่ฝัน</span></li>
</ul>
</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Prover: นักสร้างความน่าเชื่อถือ</b>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><i><span style="font-weight: 400;">Earning Trust:</span></i><span style="font-weight: 400;"> เป็นผู้นำที่พูดจริง ทำจริง รับผิดชอบโดยไม่โยนความผิด</span></li>
</ul>
</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Aggregator: นักผนึกกำลังผู้ผสานความหลากหลาย</b>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><i><span style="font-weight: 400;">Fostering Collaboration:</span></i><span style="font-weight: 400;"> ทำให้ทีมที่หลากหลายทำงานร่วมกันได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><i><span style="font-weight: 400;">Navigating Politics:</span></i><span style="font-weight: 400;"> เข้าใจและใช้ “การเมืองในองค์กร” อย่างชาญฉลาด ไม่ใช่ในแง่ลบ</span></li>
</ul>
</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Challenger: นักท้าทายผู้ไม่ย่อท้อ</b>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><i><span style="font-weight: 400;">Being Bold:</span></i><span style="font-weight: 400;"> กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้จะไม่เป็นที่นิยมในขณะนั้น</span></li>
</ul>
</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Transformer: นักเปลี่ยนแปลงผู้สร้างความยั่งยืน</b>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><i><span style="font-weight: 400;">Pioneering Change:</span></i><span style="font-weight: 400;"> ไม่รอการเปลี่ยนแปลง แต่เป็นผู้ริเริ่ม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><i><span style="font-weight: 400;">Cultivating Growth:</span></i><span style="font-weight: 400;"> พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เรียนรู้ตลอดเวลา เพราะผู้นำที่หยุดพัฒนาจะพาใครไปต่อไม่ได้</span></li>
</ul>
</li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคุณอภิวุฒิย้ำว่า หากองค์กรใดอยากสร้างผลลัพธ์ที่เปลี่ยนเกม ก็ต้องเริ่มจากการสร้างผู้นำที่กล้าสร้างการเปลี่ยนแปลง มี Impact Leadership หากองค์กรมีผู้นำแบบนี้มากพอ Impact ต่อธุรกิจ ก็จะตามมาอย่างแน่นอน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Performance Conference 2025 896"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-performance-conference-2025-250402/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Slingshot Group x FutureTales LAB : Session “Leadership Foresight 2035”</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/leadership-foresight-2035-250326/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/leadership-foresight-2035-250326/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Mar 2025 08:59:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Slingshot]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership Foresight 2035]]></category>
		<category><![CDATA[FutureTalesLab]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44555</guid>

					<description><![CDATA[ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่แน่นอน การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับอนาคตเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าที่เคย Slingshot Group จึงร่วมมือกับ FutureTales LAB จัดเสวนาครั้งสำคัญ &#8220;Leadership Foresight 2035: ผู้นำแห่งอนาคตที่โลกต้องการ&#8221; เพื่อเผยแพร่และสำรวจแนวโน้มการทำงานในอนาคต รวมถึงคุณสมบัติที่ผู้นำจะต้องมีเพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จในทศวรรษถัดไป ในเสวนาครั้งนี้ได้มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญหลายท่านที่มีบทบาทสำคัญในการพูดถึงอนาคตของภาวะผู้นำและการพัฒนาองค์กร ได้แก่ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่อนาคตศาสตร์ FutureTales LAB คุณสุณัฏฐา พงษ์เจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านการคาดการณ์อนาคต FutureTales LAB ดร. สุทธิโสพรรณ ช่วยวงศ์ญาติ Partner จาก Slingshot Group คุณธัญจิรา พิมลแสงสุริยา Group Head of Operations จาก Slingshot Group สำหรับใครที่พลาดการเสวนาครั้งนี้ไป HREX ได้สรุปทุกประเด็นสำคัญมาให้แล้วในบทความนี้ เพื่อให้ HR และผู้นำทุกท่านได้เข้าใจถึงแนวทางในการเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน และวิธีการพัฒนาผู้นำให้พร้อมสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ Leadership Foresight 2035 &#8211; ทิศทางผู้นำแห่งอนาคต ในการเสวนาครั้งแรกของ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44559" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T153900.683.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Slingshot Group x FutureTales LAB : Session “Leadership Foresight 2035”" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Slingshot Group x FutureTales LAB : Session “Leadership Foresight 2035” 903" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T153900.683.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T153900.683-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่แน่นอน การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับอนาคตเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าที่เคย <a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Slingshot Group</a> จึงร่วมมือกับ FutureTales LAB จัดเสวนาครั้งสำคัญ &#8220;Leadership Foresight 2035: ผู้นำแห่งอนาคตที่โลกต้องการ&#8221; เพื่อเผยแพร่และสำรวจแนวโน้มการทำงานในอนาคต รวมถึงคุณสมบัติที่ผู้นำจะต้องมีเพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จในทศวรรษถัดไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเสวนาครั้งนี้ได้มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญหลายท่านที่มีบทบาทสำคัญในการพูดถึงอนาคตของภาวะผู้นำและการพัฒนาองค์กร ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดร.การดี เลียวไพโรจน์</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานเจ้าหน้าที่อนาคตศาสตร์ FutureTales LAB</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณสุณัฏฐา พงษ์เจริญ</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านการคาดการณ์อนาคต FutureTales LAB</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดร. สุทธิโสพรรณ ช่วยวงศ์ญาติ</b><span style="font-weight: 400;"> Partner จาก Slingshot Group</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณธัญจิรา พิมลแสงสุริยา</b><span style="font-weight: 400;"> Group Head of Operations จาก Slingshot Group</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับใครที่พลาดการเสวนาครั้งนี้ไป HREX ได้สรุปทุกประเด็นสำคัญมาให้แล้วในบทความนี้ เพื่อให้ HR และผู้นำทุกท่านได้เข้าใจถึงแนวทางในการเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน และวิธีการพัฒนาผู้นำให้พร้อมสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Leadership Foresight 2035 &#8211; ทิศทางผู้นำแห่งอนาคต</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44561" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T130344.479.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Slingshot Group x FutureTales LAB : Session “Leadership Foresight 2035”" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Slingshot Group x FutureTales LAB : Session “Leadership Foresight 2035” 904" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T130344.479.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T130344.479-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการเสวนาครั้งแรกของ &#8220;Leadership Foresight 2035&#8221; ดร. สุทธิโสพรรณ กล่าวถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมภายในองค์กรเพื่อรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน โดยเน้นว่า ก้าวแรกที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันและเติบโตในเวทีโลกได้ คือการพัฒนาผู้นำให้มีทักษะในการจับสัญญาณการเปลี่ยนแปลง เมื่อองค์กรสามารถมองเห็นความเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า ก็จะสามารถเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ ได้อย่างมั่นคง และไม่พลาดโอกาสในการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ ดร. การดีเสริมว่า ความผันผวนในโลกปัจจุบันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต การรับมือกับความผันผวนเหล่านี้ต้องเริ่มต้นจากผู้นำที่สามารถมองอนาคตได้อย่างรอบด้าน ไม่เพียงแค่คาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ต้องเข้าใจถึง &#8220;ความเป็นไปได้&#8221; ที่อาจเกิดขึ้นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ดร. การดียังได้กล่าวถึงความสำคัญของการเตรียมตัวรับมือกับปัญหาที่ไม่คาดคิดในอนาคตเช่นกัน เพราะสิ่งที่คาดการณ์นั้นอาจเกิดหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ ผู้นำต้องมีความพร้อมในการป้องกัน รับมือ และแก้ไขสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดอย่างทันท่วงทีด้วย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อองค์กรและสังคมตามมา</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่รออยู่ การทำงานร่วมกันในองค์กรเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเติบโตไปข้างหน้าอย่างมั่นคงคือสิ่งที่สำคัญที่สุด การเตรียมผู้นำในวันนี้จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในอนาคตที่ยังไม่สามารถคาดเดาได้”</span></i></p>
<h2><b>Foresight and 2035 Work Landscape: อนาคตการทำงานในอีก 10 ปีข้างหน้า</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอีก 10 ปีข้างหน้า การทำงานจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และเพื่อให้สามารถเตรียมตัวรับมือกับอนาคตได้อย่างมั่นคง การใช้กระบวนการ Foresight จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการคาดการณ์และวางกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุณัฏฐา อธิบายว่า Foresight เป็นกระบวนการที่ช่วยให้เราเห็นภาพรวมของอนาคตแม้จะไม่สามารถมองเห็นทุกสิ่งได้ 100% การใช้เครื่องมือนี้เปรียบเสมือนการใช้ไฟฉายส่องทาง ทำให้เราสามารถมองเห็นเส้นทางข้างหน้าและเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมั่นใจและยืดหยุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การ Foresight ไม่ได้เป็นเพียงแค่การมองไปข้างหน้า แต่ยังต้องมองย้อนกลับไปที่อดีตเพื่อวิเคราะห์ว่ามีสิ่งใดในอดีตที่ส่งผลกระทบต่อปัจจุบันและอนาคตบ้าง การทำความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอดีตจะช่วยให้เราคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ดีกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญที่สุดคือเมื่อเรารู้ถึงทิศทางในอนาคตแล้ว เราจะต้องมีการลงมือทำ (Action) โดยร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อที่จะเดินไปสู่อนาคตที่เราต้องการร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุณัฏฐายังพูดถึงการวิจัยด้าน Future of Leadership ซึ่งเริ่มจากการมองภาพใหญ่และค่อย ๆ ย่อขนาดไปจนถึงภาพที่เล็กลง ตั้งแต่ระดับประเทศไปจนถึงองค์กรและบุคคลว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกทั้งในด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี ล้วนมีผลต่อการทำงานในอนาคต ในประเทศไทยเองกำลังเผชิญความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่จะโตเต็มที่ในปี 2040, ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงขึ้น อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วก็จะมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน เป็นต้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44562" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T130357.985.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Slingshot Group x FutureTales LAB : Session “Leadership Foresight 2035”" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Slingshot Group x FutureTales LAB : Session “Leadership Foresight 2035” 905" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T130357.985.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T130357.985-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ คุณสุณัฏฐายังกล่าวถึง Key Drivers 5 ตัวสำคัญที่ขับเคลื่อนฉากทัศน์การทำงานในอนาคต ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Sustainable Governance</b><span style="font-weight: 400;"> องค์กรจะหันมาให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>High Tech to Home Town</b><span style="font-weight: 400;"> เทคโนโลยีที่จะปรับให้เข้ากับบริบทและวัฒนธรรมท้องถิ่น, </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Evolving Workforce</b><span style="font-weight: 400;"> การเปลี่ยนแปลงของประชากรในวัยทำงาน ซึ่งจะมีความหลากหลายทั้งในด้านวัยและค่านิยม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>The Talent Game</b><span style="font-weight: 400;"> การแข่งขันในการดึงดูดและพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Humancentricity</b><span style="font-weight: 400;"> การให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานเพื่อดึงดูดคนเก่งให้เข้ามาร่วมงาน</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่าวโดยสรุป ท่ามกลางความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทุกมิติของโลก ผู้นำในอนาคตจะต้องมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด การวางกลยุทธ์ที่ยั่งยืนและการเข้าใจความต้องการของคนรุ่นใหม่ในองค์กรจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของการทำงานให้ไปในทิศทางที่มั่นคงและเจริญรุ่งเรือง</span></p>
<h2><b>5 ฉากทัศน์ในอนาคตการทำงานในปี 2035 ที่ผู้นำควรรู้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับไฮไลท์ของานวันนี้ คุณธัญจิรา ได้เปิดเผยถึง 5 ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตไทยปี 2035 ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ทั้งภาคธุรกิจและแรงงานต้องเตรียมตัวรับมือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยฉากทัศน์ทั้ง 5 นี้สะท้อนถึงความหลากหลายและความซับซ้อนของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>1. The Workscape Where Tech Meets Tradition</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอนาคต เราจะเห็นการเติบโตของสตาร์ทอัพมากขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและมีแรงผลักดันจากกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงง่ายและมีความเป็นไทยมากขึ้น เทคโนโลยีในอนาคตจะไม่เพียงแต่เป็นการนำเข้า แต่จะถูกออกแบบโดยคนไทยเพื่อสะท้อนถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเราเอง การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีกับประเพณีไทยจะสร้างตลาดใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศ</span></p>
<h3><b>2. Crisis Festivals in Uncertain Waves</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความผันผวนในโลกและสังคมจะเพิ่มขึ้น ทำให้สถานการณ์ไม่มั่นคงมากขึ้น องค์กรจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะอารมณ์ที่ไม่ปกติของพนักงานที่เกิดจากสถานการณ์ภายนอกที่ท้าทาย ผู้นำในอนาคตจะต้องมีความเข้าอกเข้าใจและสามารถรับมือกับความเครียดและความคาดหวังสูงจากพนักงานได้ พร้อมกับการปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ การสร้างทีมที่แข็งแกร่งและสามารถรับมือกับสิ่งที่ไม่คาดคิดได้จะเป็นหัวใจสำคัญในการนำองค์กรไปข้างหน้า</span></p>
<h3><b>3. The Versatile Identity Era</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แรงงานในอนาคตจะมุ่งเน้นไปที่การทำงานในหลายบทบาท (Multi-Gig Economy) โดยไม่จำกัดเฉพาะงานประจำ พนักงานจะมีความยืดหยุ่นสูงในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ หรือการทำงานหลายบทบาทพร้อมกัน งานเต็มเวลาจะลดลง แต่ความสามารถในการทำงานข้ามอุตสาหกรรมและข้ามประเทศจะเพิ่มขึ้น ผู้นำในองค์กรอาจจะเป็นแบบ Gig ที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนงานเฉพาะด้านและออกไปเมื่อเสร็จสิ้น</span></p>
<h3><b>4. Neo-Traditionalism</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกในอนาคตจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความผันผวนสูง การหันกลับไปสู่การฟื้นฟูจิตใจและจิตวิญญาณจะเป็นทิศทางใหม่ขององค์กร หลักธรรมและความเชื่อทางศาสนาจะถูกนำมาใช้ในการบริหารองค์กรมากขึ้น เช่น การใช้หลักเมตตาและบุญกรรมในการให้รางวัล หรือการนำความละอายและเกรงกลัวต่อบาปมาช่วยบริหารจัดการองค์กรเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีและเหมาะสม</span></p>
<h3><b>5. Diverse Synergy for an Inclusive World</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานในอนาคตจะยึดหลักความหลากหลายและความร่วมมือ การยอมรับความแตกต่างทั้งในเรื่องของเชื้อชาติ เพศ ความสามารถ และมุมมองจะเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร ผู้นำในอนาคตจะต้องมีความสามารถในการบริหารทีมที่หลากหลายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเทคโนโลยีอย่าง AI ที่สามารถปรับการทำงานให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร การวัดความสำเร็จขององค์กรในอนาคตจะไม่ใช้ผลกำไรเป็นเกณฑ์หลัก แต่จะเน้นที่ความรู้สึกเป็นเจ้าของและการมีส่วนร่วมของทุกคนในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่เพียงแค่เป็นการปรับตัวต่อสิ่งใหม่ ๆ แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อให้สามารถรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านเทคโนโลยี การทำงาน และการบริหารองค์กร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44563" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T130414.067.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Slingshot Group x FutureTales LAB : Session “Leadership Foresight 2035”" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Slingshot Group x FutureTales LAB : Session “Leadership Foresight 2035” 906" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T130414.067.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T130414.067-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>10 Key Competencies: 10 คุณสมบัติที่ผู้นำแห่งทศวรรษหน้าต้องมี</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำแห่งอนาคตจะต้องมีคุณสมบัติที่แตกต่างจากผู้นำในอดีต เพื่อพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จระดับโลก คุณธัญจิราได้กล่าวถึง 10 Key Competencies ที่สำคัญสำหรับผู้นำไทยในอนาคต ซึ่งเป็นอีกไฮไลท์ของงาน โดยทั้ง 10 ข้อสามารถจัดกลุ่มอยู่ใต้โมเดล </span><b>I.M.P.A.C.T.</b><span style="font-weight: 400;"> ที่สะท้อนถึงคุณสมบัติและทักษะที่ผู้นำต้องมี เพื่อทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ระดับโลก ดังนี้</span></p>
<h3><b>Initiator: นักริเริ่มมองการณ์ไกล</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสมบัติแรกที่ผู้นำในอนาคตต้องมีคือ </span><b>Embracing Global Awareness</b><span style="font-weight: 400;"> หรือการรับรู้และเข้าใจกระแสโลก ผู้นำต้องสามารถมองทิศทางของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังต้องมี </span><b>Demonstrating Intellectual Insight</b><span style="font-weight: 400;"> หรือมีความสามารถในการตั้งคำถาม วิเคราะห์ข้อมูลและแปรข้อมูลให้กลายเป็นอินไซต์ที่นำมาสู่การตัดสินใจที่ดี ซึ่งจะช่วยให้ผู้นำสามารถแปรเปลี่ยนข้อมูลเป็นการกระทำที่ชัดเจน</span></p>
<h3><b>Mobilizer: นักขับเคลื่อน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็นผู้นำที่จะสามารถขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าได้ต้องมี </span><b>Articulating Vision</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้นำต้องสื่อสารวิสัยทัศน์ให้ชัดเจนถึงทุกคนได้ ผู้นำต้องวาดภาพอนาคตให้คนในทีมเห็นได้อย่างชัดเจน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อวาดภาพอนาคตให้เห็นแล้ว </span><b>Formulating Pathway</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้นำก็ต้องแปลงภาพอนาคตออกเป็น Action เปลี่ยนจากแผนให้เป็นการปฏิบัติจริง ไม่ได้แค่วาดภาพลอย ๆ</span></p>
<h3><b>Prover: นักสร้างความน่าเชื่อถือ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำต้อง </span><b>Earning Trust</b><span style="font-weight: 400;"> หรือสร้างความไว้วางใจจากผู้อื่น โดยการพูดจริงและทำจริงจะทำให้ผู้นำที่มีความน่าเชื่อถือจะได้รับการยอมรับจากทีมและองค์กร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งในองค์กร</span></p>
<h3><b>Aggregator: นักผนึกกำลังผู้ผสานความหลากหลาย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่การทำงานร่วมกันมีความสำคัญมากขึ้น ผู้นำต้องมีทักษะ </span><b>Fostering Collaboration</b><span style="font-weight: 400;"> ผนึกกำลังของคนและเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน และสามารถดึงจุดแข็งจากทั้งมนุษย์และ AI มาช่วยขับเคลื่อนองค์กรได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทักษะเด่นอีกประการก็คือ </span><b>Navigating Politics</b><span style="font-weight: 400;"> หรือการเข้าใจการเมืองในองค์กร แม้การเมืองอาจดูเป็นเรื่องด้านลบ แต่หากเราใช้มันในทางที่ถูกต้อง มีจริยธรรมและจรรยาบรรณ จะช่วยสร้างความสมดุลในองค์กรได้</span></p>
<h3><b>Challenger: นักท้าทายผู้ไม่ย่อท้อ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำในอนาคตต้องมีความ </span><b>Being Bold</b><span style="font-weight: 400;"> หรือกล้าออกจากคอมฟอร์ทโซน กล้าที่จะพูดในสิ่งที่ถูกต้อง แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายหรือการคัดค้านก็ตาม ความกล้าแสดงความคิดเห็นจะช่วยผลักดันองค์กรไปข้างหน้า ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากการใช้ข้อมูลมาช่วยวิเคราะห์หาทางออกที่ดีที่สุด</span></p>
<h3><b>Transformer: นักเปลี่ยนแปลงผู้สร้างความยั่งยืน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">2 ทักษะสุดท้ายเป็นเรื่อง </span><b>Pioneering Change</b><span style="font-weight: 400;"> หรือการกล้าที่จะคิดสิ่งใหม่ ๆ จะช่วยให้ผู้นำสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย </span><b>Cultivating Growth</b><span style="font-weight: 400;"> หรือการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่ผู้นำต้องเติบโตและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา เพราะอย่าลืมว่าโลกนี้เปลี่ยนแปลงไปเสมอ ผู้นำที่ย่ำอยู่กับที่ย่อมไม่สามารถนำองค์กรก้าวฝ่าฟันทุกความท้าทายไปได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสมบัติเหล่านี้จะช่วยผู้นำไทยก้าวไปสู่ระดับโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยการผสมผสานความสามารถทั้งในด้านการวางวิสัยทัศน์ การผนึกกำลัง และการกล้าท้าทายสิ่งใหม่ ๆ จะทำให้ผู้นำสามารถนำพาองค์กรไปสู่อนาคตที่สำเร็จได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44560" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T130332.462.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Slingshot Group x FutureTales LAB : Session “Leadership Foresight 2035”" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Slingshot Group x FutureTales LAB : Session “Leadership Foresight 2035” 907" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T130332.462.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T130332.462-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h2 style="text-align: center;">ผู้ที่สนใจอ่านเนื้อหาการนำเสนอฉบับเต็มจาก Slingshot Group และ FutureTalesLab  สามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ทางลิงก์นี้ <a href="https://drive.google.com/drive/folders/1s3Kn7g_ItaNSbSeoiXNcQ9y36wI_j0EH" target="_blank" rel="noopener">https://drive.google.com/drive/folders/1s3Kn7g_ItaNSbSeoiXNcQ9y36wI_j0EH</a></h2>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36629" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Slingshot Group x FutureTales LAB : Session “Leadership Foresight 2035” 908"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/leadership-foresight-2035-250326/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Humanica Summit 2025</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/humanica-summit-2025-250324/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/humanica-summit-2025-250324/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Mar 2025 04:55:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Humanica]]></category>
		<category><![CDATA[Humanica Summit 2025]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44524</guid>

					<description><![CDATA[ในช่วงที่โลกของการทำงานกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความคาดหวังของพนักงานรุ่นใหม่ หรือการแข่งขันทางธุรกิจที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้น องค์กรต่าง ๆ ต้องหันกลับมาทบทวนว่า กลยุทธ์ด้านทรัพยากรมนุษย์ยังตอบโจทย์อยู่หรือไม่ และจะยกระดับให้ทันกับบริบทใหม่ของโลกการทำงานได้อย่างไร นี่จึงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่ Humanica กลับมาจัดงาน Humanica Summit 2025 งานประชุมกลยุทธ์ HR แห่งปีที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ทั้งผู้บริหาร คนทำงาน HR และที่ปรึกษาด้าน HR ชั้นนำ มาร่วมแบ่งปันมุมมอง องค์ความรู้ และประสบการณ์จริงเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กรยุคใหม่ที่ยึด &#8220;คน&#8221; เป็นศูนย์กลาง สาระสำคัญของงานนี้มุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ตั้งแต่ระดับผู้นำ ทีมงาน ไปจนถึงวัฒนธรรมองค์กร หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหามาให้ได้อ่านกันแล้ว ติดตามได้เลยในบทความนี้ Opening Ceremony &#38; CEO Keynote: 2025 Roadmap คุณสุนทร เด่นธรรม CEO ของ Humanica มาเล่าถึงทิศทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในปี 2025 ผ่านมุมมองและข้อมูลเชิงลึกจากการสำรวจของ Gartner [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44525" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T114228.422.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Humanica Summit 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Humanica Summit 2025 918" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T114228.422.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T114228.422-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงที่โลกของการทำงานกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความคาดหวังของพนักงานรุ่นใหม่ หรือการแข่งขันทางธุรกิจที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้น องค์กรต่าง ๆ ต้องหันกลับมาทบทวนว่า กลยุทธ์ด้านทรัพยากรมนุษย์ยังตอบโจทย์อยู่หรือไม่ และจะยกระดับให้ทันกับบริบทใหม่ของโลกการทำงานได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/91">Humanica</a> กลับมาจัดงาน <strong>Humanica Summit 2025</strong> งานประชุมกลยุทธ์ HR แห่งปีที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ทั้งผู้บริหาร คนทำงาน HR และที่ปรึกษาด้าน HR ชั้นนำ มาร่วมแบ่งปันมุมมอง องค์ความรู้ และประสบการณ์จริงเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กรยุคใหม่ที่ยึด &#8220;คน&#8221; เป็นศูนย์กลาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาระสำคัญของงานนี้มุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ตั้งแต่ระดับผู้นำ ทีมงาน ไปจนถึงวัฒนธรรมองค์กร หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหามาให้ได้อ่านกันแล้ว ติดตามได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Opening Ceremony &amp; CEO Keynote: 2025 Roadmap</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44529" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T114146.756.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Humanica Summit 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Humanica Summit 2025 919" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T114146.756.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T114146.756-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณสุนทร เด่นธรรม</b><span style="font-weight: 400;"> CEO ของ Humanica มาเล่าถึงทิศทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในปี 2025 ผ่านมุมมองและข้อมูลเชิงลึกจากการสำรวจของ Gartner โดยระบุว่า 5 เรื่องที่ผู้นำองค์กรให้ความสำคัญสูงสุดในเวลานี้คือ </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาผู้นำและผู้จัดการ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การวางแผนกำลังคน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การจัดการการเปลี่ยนแปลง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การลงทุนในเทคโนโลยี HR</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรมองค์กร เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด วัฒนธรรมองค์กรต้องไม่เป็นแค่คำสวยหรูหรือแนวคิดในกระดาษ แต่ต้องเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งผลต่อผลงาน ความผูกพัน และความยั่งยืนขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุนทรชี้ให้เห็นว่า 97% ของผู้บริหารสาย HR หรือ CHRO ต้องการปรับปรุงวัฒนธรรมองค์กรให้ดีขึ้น เพราะวัฒนธรรมที่แข็งแรงจะทำให้พนักงานมีความสุข มีความผูกพัน และอยากเติบโตไปพร้อมองค์กร อย่างไรก็ตาม การสร้างวัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องที่ทำได้เพียงวางแผนกลยุทธ์หรือกิจกรรมสั้น ๆ แต่ต้องเริ่มจากผู้นำระดับสูงที่พร้อมเป็นแบบอย่าง และสื่อสารคุณค่าร่วมเหล่านี้ให้แพร่กระจายลงไปยังทุกระดับในองค์กรอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นสำคัญที่คุณสุนทรหยิบยกขึ้นมาก็คือการมาถึงของ “Agentic AI” ตามรายงานของ Deloitte พบว่ากำลังกลายเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนเกม เพราะสามารถทำงานแทนมนุษย์ในหลายบทบาทที่เคยต้องใช้คนจำนวนมาก เป็นสัญญาณว่าองค์กรต่าง ๆ ต้องเริ่มคิดใหม่ ทำใหม่ และวางแผนใหม่เพื่อให้เทคโนโลยีทำงานร่วมกับคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ลดทอนคุณค่าของมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้จึงนำมาสู่งาน Humanica Summit 2025 ที่ออกแบบเวทีเสวนาให้ครอบคลุมทุกแง่มุมสำคัญของการบริหารคนยุคใหม่ ตั้งแต่การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้พนักงาน การดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ การเสริมสร้างทีมที่แข็งแรง ไปจนถึงการออกแบบระบบบริหารผลงานที่ตอบโจทย์ยุคสมัย เพื่อให้องค์กรต่าง ๆ ได้แรงบันดาลใจในการแก้ไขปัญหาและเสริมแกร่งจากภายใน</span></p>
<p><b>ในโลกที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา ทั้งในด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมของคน การมีผู้นำที่เข้าใจทั้ง “คน” และ “ระบบ” จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับองค์กรที่ต้องการก้าวให้ทัน และก้าวให้ไกลในปี 2025 อย่างมั่นคง</b></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/91?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36640" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/87-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Humanica Summit 2025 920"></a></p>
<h2><b>Crafting the Exceptional Employee Experience</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44527" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T114121.828.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Humanica Summit 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Humanica Summit 2025 921" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T114121.828.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T114121.828-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่โลกของการทำงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรที่อยู่รอดและเติบโตได้คือองค์กรที่เข้าใจ “พนักงาน” อย่างแท้จริง ในเวทีเสวนา Humanica Summit 2025 หัวข้อ Crafting the Exceptional Employee Experience สองกูรูสาย HR อย่าง<b>คุณธาดา บุญเกิด</b> Founder &amp; Director, HRM Consulting<b> และ คุณนภัส ศิริวรางกูร </b>Managing Director, <a href="https://expth.hrnote.asia/products/151">Hewitt Consulting</a> ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้พนักงาน โดยชี้ให้เห็นว่า ประสบการณ์ที่ดีไม่ใช่แค่ความพึงพอใจ แต่เป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณธาดาเน้นว่าพนักงานคือ “ทรัพย์สิน” ที่มีค่าที่สุดขององค์กร การสร้างประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน คือการวางรากฐานของ Engagement ที่แน่นหนา ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อ Performance ของพนักงาน เมื่อองค์กรเติบโต การแข่งขันสูงขึ้น การบริหารคนจึงไม่ใช่แค่การรักษาคนให้อยู่ แต่คือการสร้างพื้นที่ให้เขามีส่วนร่วมอย่าง “เชิงรุก” และรู้สึกถึงคุณค่าของตัวเองโดยไม่ต้องรอให้เขาเรียกร้องก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน คุณนภัสก็เสริมมุมมองว่า การสร้างความพึงพอใจที่สูงเกินไป จน Turnover Rate ต่ำอาจเป็นอุปสรรคได้ เพราะทำให้ไม่มีการเปลี่ยนถ่ายพนักงานใหม่ กลายเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความชะงักงัน ไม่มีคนสายเลือดใหม่เข้ามาเติมเต็มในองค์กรได้ ทำให้องค์กรต้องเปลี่ยนวิธีใหม่ด้วยการหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่ม “Key Talent” และ “High Performer” เป็นหลักเท่านั้น ไม่ได้ให้ความสำคัญกับพนักงานทุกคนแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่องค์กรควรทำจึงไม่ใช่การพยายามทำทุกอย่างให้พนักงานพึงพอใจ แต่คือการค้นหาจุดขายของตัวเองหรือ EVP (Employee Value Proposition) ที่ชัดเจน ว่าการทำงานที่นี่จะสร้างอิมแพ็คอะไรให้กับพนักงาน และสังคมได้บ้าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเพื่อประเมินสุขภาพขององค์กรในภาพรวม คุณธาดาเสนอกรอบคิด 8 มิติที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Company &amp; Direction</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; วัฒนธรรมองค์กรและคุณค่าที่พนักงานยึดมั่นตรงกับสิ่งที่องค์กรเชื่อมั่นหรือไม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Accountability </b><span style="font-weight: 400;">&#8211; ความชัดเจนกับความคาดหวังที่องค์กรมีให้เราไหม บางองค์กรความรับผิดชอบของแต่ละคนเยอะมาก แต่นั่นหมายความว่ายิ่งทำงานมาก โอกาสผิดก็ยิ่งเยอะ แล้วถ้าเกิดพนักงานทำผิด พนักงานเดือดร้อนทันทีหรือไม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>System</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ระบบการบริหารจัดการเหมาะสมไหม ใช้ระบบแปลก ๆ มาแก้ปัญหาหรือเปล่า เวลาหาระบบมาช่วยแก้ปัญหา กลายเป็นสิ่งที่สร้างปัญหา ทำให้คนที่ไม่มีปัญหาแต่แรกมีปัญหาไปด้วยไหม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Leadership</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; เราไม่สามารถเอาความเป็นผู้นำแบบใดแบบหนึ่งไปใช้กับในทุกสถานการณ์ การเป็นผู้นำที่ดี แปรผันจากคนและสถานการณ์ที่เราได้เจอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Reward &amp; Recognition</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; คนเก่งไม่ได้ต้องการผลตอบแทนเพียงเงินอย่างเดียว แต่เขาต้องการคำชมด้วย เรามีคำชื่นชมให้เขาบ้างไหม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Teamwork</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ทีมมีความสามัคคี ทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไหม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Quality of Life</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; คุณภาพชีวิตของพนักงานดีไหม ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่ได้พักผ่อนหรือเปล่า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Opportunity</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; โอกาสในการก้าวหน้าเติบโตของพนักงานมีไหม </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงช่วยสะท้อนระดับความพึงพอใจของพนักงาน แต่ยังเป็นเครื่องมือในการออกแบบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด คุณนภัสได้สะท้อนภาพใหญ่ที่องค์กรต้องตระหนักในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นว่า พนักงานจำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งคำถามว่า <em>“เรายังจำเป็นต่อองค์กรอยู่ไหม?”</em> ซึ่งองค์กรต้องตอบคำถามนี้แก่พวกเขาให้ได้ด้วยการแสดงให้เห็นถึงการดูแล ใส่ใจ ช่วย Upskill-Reskill พนักงานอยู่เสมอ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผู้นำในยุคใหม่จึงไม่ใช่แค่คนที่เข้าใจ AI แต่คือตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีกับความเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้คนในองค์กรว่าทุกคนยังมีคุณค่า และเราจะเดินไปข้างหน้าด้วยกันในฐานะ “คน” ที่เติบโตเคียงข้างเทคโนโลยี” </span></i></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44372" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Humanica Summit 2025 922"></a></p>
<h2><b>Building a High-Performance Team Culture</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44528" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T114136.324.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Humanica Summit 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Humanica Summit 2025 923" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T114136.324.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T114136.324-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ภญ. </b><b><i>พีรวรรณ</i></b><b> วรรธนะเมธาวงศ์</b><span style="font-weight: 400;"> HR Director, Humanica และ </span><b>Dr. Peter Cauwelier </b><span style="font-weight: 400;">President &amp; Master Action Learning Coach, WIAL Thailand </span><span style="font-weight: 400;">ได้พูดถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและการสร้างความปลอดภัยเชิงจิตวิทยาในที่ทำงานเพื่อส่งเสริมให้ทีมมีประสิทธิภาพสูงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Dr.Peter กล่าวว่า เขาไม่เชื่อในองค์กรที่มีผลสัมฤทธิ์สูง แต่เขาเชื่อในทีมที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายขององค์กร การพัฒนาทีมให้มีประสิทธิภาพนั้นต้องเริ่มจากการส่งเสริมการคิดใหม่ ๆ และการมองหาวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังแชร์ประสบการณ์ของการทำงานร่วมกับผู้นำที่ยึดติดกับวิธีการเก่าซึ่งไม่เหมาะสมกับยุคสมัย เขาเข้าไปช่วยองค์กรเหล่านั้นหาวิธีปรับเปลี่ยนแนวคิดของทีมผู้บริหาร และกระตุ้นให้พวกเขาคิดถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อก้าวไปข้างหน้า โดยหนึ่งในวิธีที่เขาใช้คือการทำให้ทุกคนในทีมสามารถตกลงกันได้ก่อนว่า <em>&#8220;ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร&#8221;</em> ก่อนที่จะหาทางออกที่เหมาะสม ซึ่งวิธีนี้ช่วยให้องค์กรสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นสำคัญที่ Dr.Peter พูดถึงคือการตั้งคำถาม ซึ่งเขามองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาและสร้างวัฒนธรรมที่ดีในองค์กร การฝึกให้ทีมมีความสามารถในการตั้งคำถามที่ถูกต้อง จะช่วยให้การแก้ปัญหาทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาทีมให้มีประสิทธิภาพสูงและมีการทำงานร่วมกันได้อย่างมีคุณภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนภญ.พีรวรรณ เสริมว่า ผู้นำคือปัญหาหลักที่องค์กรหลายแห่งต้องเผชิญ โดยผู้นำมักมีภาระงานมากจนไม่มีเวลาในการบริหารการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพราะผู้นำไม่อยากทำ แต่เนื่องจากไม่มีเวลาหรือเครื่องมือที่เหมาะสมในการพัฒนา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ 75% ขององค์กรทั่วโลกใช้เวลานานถึง 3 ปีในการพัฒนาผู้นำ และ 69% ทุ่มงบประมาณในการพัฒนาผู้นำที่ใช่ แต่หลายองค์กรยังพบปัญหาว่าไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ภญ. พีรวรรณชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาผู้นำไม่ควรเป็นแค่การจัดสัมมนาผิวเผิน แต่ควรมีการพัฒนาผู้นำอย่างเชิงลึก ให้ผู้นำได้ฝึกแก้ปัญหาจริง ๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้นำเติบโตและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การดีไซน์กระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมและสามารถนำไปใช้ได้จริงจะทำให้เกิดผู้นำที่สามารถพาองค์กรไปสู่การเติบโตได้ในที่สุด เมื่อผู้นำได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้อง ทั้งทีมและองค์กรจะเติบโตไปพร้อมกัน</span></p>
<h2><b>Well-Being as a Key Strategic Tool for a Successful Transformation</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44526" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T114107.747.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Humanica Summit 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Humanica Summit 2025 924" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T114107.747.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T114107.747-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันที่ดุเดือด เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ผุดขึ้นอย่างไม่หยุดนิ่ง หรือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ องค์กรไม่สามารถอยู่เฉยได้ และหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทรงพลังที่สุดในการพลิกโฉมองค์กรให้ก้าวผ่านความท้าทายเหล่านี้ คือการดูแลสุขภาวะ (Well-Being) ของพนักงาน</span></p>
<p><b>คุณวรวัจน์ สุวคนธ์</b><span style="font-weight: 400;"> Chief People Officer จาก SCB ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า Well-Being ไม่ใช่เรื่องเสริม แต่คือเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่องค์กรยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ พนักงานในยุคนี้ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากทุกทิศ ทั้งความไม่แน่นอนในธุรกิจ ภาระงาน และการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว หากองค์กรต้องการให้พนักงานยืดหยุ่น ปรับตัว และมีพลังในการเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น องค์กรจะต้องเริ่มจากการเข้าใจและดูแล Well-Being ของคนในองค์กรอย่างแท้จริง ซึ่งไม่ใช่แค่การจัดกิจกรรมผ่อนคลาย หรือการตรวจสุขภาพประจำปีเท่านั้น แต่ต้องฝังอยู่ในโครงสร้าง วัฒนธรรม และวิธีคิดของทั้งองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาย้ำถึง 4 มุมมองสำคัญที่เปลี่ยน Well-Being จาก “สวัสดิการ” ไปสู่ “กลยุทธ์หลัก” ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Well-Being ควรเป็นแกนกลางของกลยุทธ์การบริหารคน ไม่ใช่แค่สิ่งเสริม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พนักงานที่มีความเป็นอยู่ดี จะมี Competitive Edge สูงขึ้น กล้าล้ม กล้าลุก และพร้อมสู้ต่อ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">องค์กรต้องใช้แนวทางแบบ Holistic Approach ที่มองภาพรวมของชีวิตพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะดีขึ้นในระยะยาว ทั้งต่อพนักงานและองค์กรโดยรวม</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีในมุมของ Well-Being ต้องประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Healthy People คนที่มีสุขภาพดีทั้งกาย ใจ และการเงิน </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Healthy Work งานที่สมดุล ไม่กดดันเกินไป เปิดโอกาสให้เติบโตและได้รับการยอมรับ และวัฒนธรรมองค์กรที่มีความปลอดภัยทางใจ ความเปิดกว้าง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Healthy Culture การสนับสนุนจากผู้นำ เมื่อสิ่งเหล่านี้ทำงานร่วมกันได้ดี พนักงานจะสามารถทำงานได้อย่างมีพลัง และเติมเต็มทั้งชีวิตและผลงาน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย คุณวรวัจน์ได้ฝากแนวคิดไว้อย่างน่าสนใจว่า การเปลี่ยนแปลงองค์กรที่ยั่งยืน ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยีหรือกระบวนการใด ๆ แต่เริ่มจากความใส่ใจในชีวิตของคน เพราะ</span><b>องค์กรที่ดูแลพนักงานอย่างลึกซึ้ง จะได้พนักงานที่พร้อมพัฒนาองค์กรกลับคืนอย่างเต็มกำลัง และนั่นคือหัวใจของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง</b></p>
<h2><b>How Can We Use Performance Management Tools to Improve Organizational Performance?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44535" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T123156.244.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Humanica Summit 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Humanica Summit 2025 925" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T123156.244.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-24T123156.244-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่องค์กรต้องแข่งขันกันอย่างเข้มข้น การมีระบบประเมินผลการทำงานที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องของการให้คะแนนหรือจัดอันดับพนักงาน แต่คือเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ และปลดล็อกศักยภาพของคนทั้งองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเวทีเสวนาหัวข้อนี้ </span><b>ศ.ดร.นภดล ร่มโพธิ์ </b><span style="font-weight: 400;">Program Director of MBA, Thammasat Business School และ</span><b>คุณวสันต์ สินพิทักษ์สกุล </b><span style="font-weight: 400;">Group Chief People Officer, CP Axtra</span><span style="font-weight: 400;"> ได้ร่วมกันสะท้อนถึงแนวคิดและประสบการณ์การใช้ Performance Management Tools อย่างลึกซึ้ง พร้อมเปิดมุมมองใหม่ที่น่าสนใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศ.ดร.นภดล อธิบายว่า ระบบประเมินผลการทำงาน หรือ PMS มีประโยชน์มากกว่าที่หลายคนเข้าใจ ไม่ใช่แค่ใช้วัดผลงานย้อนหลัง แต่ยังสามารถใช้เป็นเข็มทิศ ที่ช่วยให้เรารู้ว่าองค์กรกำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่ และเป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนกลยุทธ์บนกระดาษ ให้กลายเป็นการปฏิบัติจริงที่จับต้องได้ การวัดผลยังช่วยให้เราตัดสินใจจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และมองเห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวได้อย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การวัดผลที่ดีจะส่งผลต่อแรงจูงใจของพนักงานโดยตรง เพราะเมื่อพนักงานรู้ว่าตัวเองกำลังสร้างคุณค่า และเห็นความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่ทำกับเป้าหมายองค์กร พวกเขาจะทำงานอย่างมีพลังและตั้งใจมากยิ่งขึ้น ตรงกันข้าม หากไม่มีการวัดที่ชัดเจน พนักงานจะรู้สึกว่าไม่รู้ทำไปเพื่ออะไร ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาต่อเนื่องในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณวสันต์ได้นำประสบการณ์ตรงจาก CP Axtra มาแบ่งปันว่า แม้ KPI จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่ก็มีหลุมพรางที่องค์กรต้องระวัง เพราะการวัดแค่ปริมาณ อาจไม่สะท้อนคุณภาพ และอาจทำให้พนักงานตีความเป้าหมายผิดไปจากที่ตั้งใจไว้ นี่คือเหตุผลที่องค์กรต้องพิจารณานำ OKR (Objectives and Key Results) เข้ามาใช้ควบคู่ โดยเน้นให้พนักงานทุกระดับเห็นเป้าหมายที่มีความหมาย และรู้สึกถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของงานที่ทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ทั้งสองท่านเห็นพ้องกันว่า <strong>หัวใจของการใช้เครื่องมือวัดผลงาน ไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูล แต่คือการออกแบบระบบที่ “ยุติธรรม ชัดเจน และมีความหมาย” เพื่อจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างเต็มศักยภาพ และขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน</strong></span><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><br />
<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Humanica Summit 2025 926"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/humanica-summit-2025-250324/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar l HR Analytics: เปลี่ยนข้อมูลเป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-hr-analytics-myhr-250320/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-hr-analytics-myhr-250320/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Mar 2025 10:52:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HR Analytics]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<category><![CDATA[myHR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44481</guid>

					<description><![CDATA[ในยุคที่ข้อมูล (Data) กลายเป็นหัวใจสำคัญของทุกการตัดสินใจทางธุรกิจ เวลาทำงานเราไม่สามารถพึ่งพาเพียงสัญชาตญาณหรือประสบการณ์ส่วนตัวได้อีกต่อไป แต่การตัดสินใจผ่านข้อมูลที่มี จะนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้น สำหรับ HR เองก็ต้องพึ่งข้อมูลเช่นกัน และนั่นทำให้ HR Analytics เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้องค์กรเข้าใจพนักงานได้ลึกซึ้งขึ้น ดังนั้น HREX จึงจัด HREX Webinar ครั้งใหม่ในหัวข้อ HR Analytics : เปลี่ยนข้อมูลเป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กร โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่านจาก บริษัท myHR บริษัท HR Solution ชั้นแนวหน้าของประเทศไทยนั่นคือ คุณวราวุธ เลิศสิรินันท์ (CEO) คุณสุวรรณา เกิดอยู่ (COO) ทั้งคู่มาให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ HR Analytics อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมวิธีนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในองค์กร ถ้าใครพลาด Webinar ครั้งนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาสาระที่ HR ควรรู้มาให้อ่านกันแล้วดังต่อไปนี้ HR Analytics คืออะไร ? ทำไม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44522" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-23T164352.296.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar l HR Analytics: เปลี่ยนข้อมูลเป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กร" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar l HR Analytics: เปลี่ยนข้อมูลเป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กร 930" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-23T164352.296.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-23T164352.296-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ข้อมูล (Data) กลายเป็นหัวใจสำคัญของทุกการตัดสินใจทางธุรกิจ เวลาทำงานเราไม่สามารถพึ่งพาเพียงสัญชาตญาณหรือประสบการณ์ส่วนตัวได้อีกต่อไป แต่การตัดสินใจผ่านข้อมูลที่มี จะนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR เองก็ต้องพึ่งข้อมูลเช่นกัน และนั่นทำให้ HR Analytics เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้องค์กรเข้าใจพนักงานได้ลึกซึ้งขึ้น ดังนั้น HREX จึงจัด HREX Webinar ครั้งใหม่ในหัวข้อ HR Analytics : เปลี่ยนข้อมูลเป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กร โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่านจาก บริษัท <a href="https://expth.hrnote.asia/products/116">myHR</a> บริษัท HR Solution ชั้นแนวหน้าของประเทศไทยนั่นคือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณวราวุธ เลิศสิรินันท์</b><span style="font-weight: 400;"> (CEO)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณสุวรรณา เกิดอยู่</b><span style="font-weight: 400;"> (COO)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งคู่มาให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ HR Analytics อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมวิธีนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในองค์กร ถ้าใครพลาด Webinar ครั้งนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาสาระที่ HR ควรรู้มาให้อ่านกันแล้วดังต่อไปนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>HR Analytics คืออะไร ? ทำไม HR ต้องให้ความสำคัญ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวราวุธ อธิบายว่า ในยุคที่ข้อมูล กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ HR Analytics คือเครื่องมือที่ช่วยให้การบริหารทรัพยากรบุคคลมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR Analytics คือการนำข้อมูลมาสร้างเป็น Dashboard หรือภาพเชิงวิเคราะห์ที่ช่วยให้ HR มองเห็นข้อมูลได้ชัดเจนขึ้นแบบหลายมิติ แทนที่จะเป็นแค่ข้อมูลดิบ หรือตัวเลขบนกระดาษ เพราะการมองเห็นภาพ เป็นชาร์ต เป็นกราฟจะช่วยให้ HR คาดการณ์แนวโน้มต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น การวางแผนกำลังคน รู้ว่าพนักงานคนไหนใกล้เกษียณ และต้องเตรียมคนมาทดแทนอย่างไร รวมถึงการกระจายงบประมาณด้านการฝึกอบรมให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละแผนก เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ HR Analytics ยังช่วยให้ HR สามารถวิเคราะห์ข้อมูลด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการได้อย่างแม่นยำ โดยยกตัวอย่างว่า หากต้องการปรับเงินเดือนขึ้น HR ควรรู้ว่าควรปรับให้ใคร เท่าไหร่ ต้องเตรียมงบประมาณเพิ่มเติมแค่ไหน งบประมาณที่เพิ่มขึ้นมาส่งผลกระทบอะไรหรือไม่ อีกทั้งยังสามารถใช้ข้อมูลเพื่อตัดสินใจว่าควรเพิ่ม ลด หรือปรับเปลี่ยนสวัสดิการให้เหมาะสมกับพนักงานแต่ละกลุ่ม ซึ่งช่วยให้การบริหารทรัพยากรบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<h2><b>6 แนวทางพัฒนาทักษะ เรียนรู้วิธีนำ HR Analytics มาใช้ยกระดับองค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน</span><b>คุณสุวรรณา </b><span style="font-weight: 400;">เสริมว่า HR Analytics จะให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำก็ต่อเมื่อองค์กรมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ และใช้ข้อมูลเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์ เธอแนะนำว่า HR ควรพัฒนาทักษะด้าน HR Analytics ด้วย 6 แนวทาง ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างความเข้าใจเรื่อง Data</b><span style="font-weight: 400;"> – ศึกษาคอนเซ็ปต์พื้นฐาน ฝึกอ่านและวิเคราะห์ข้อมูล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฝึกใช้งานเครื่องมือเบื้องต้น</b><span style="font-weight: 400;"> – ไม่ต้องเริ่มท่ายาก แต่สามารถเริ่มจากการใช้งาน </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/microsoft-excel-for-hr-241113/"><span style="font-weight: 400;">Microsoft Excel</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้ แล้วถ้าเชี่ยวชาญแล้ว ค่อยขยับไปใช้ซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ใช้ข้อมูลเป็นตัวช่วยตัดสินใจ</b><span style="font-weight: 400;"> – เลิกพึ่งพาแค่ประสบการณ์ส่วนตัว แล้วตัดสินใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>หมั่นเรียนรู้เพิ่มเติม</b><span style="font-weight: 400;"> – HR สามารถหาคอร์สเรียนเกี่ยวกับ HR Analytic เพิ่มเติมได้ โดยปัจจุบันมีหลักสูตรออนไลน์และเวิร์กช็อปมากมายที่ช่วยพัฒนาทักษะนี้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างวัฒนธรรม Data-Driven</b><span style="font-weight: 400;"> – ทำให้ทุกคนคุ้นชินกับ Data ที่มี กระตุ้นให้ทุกฝ่ายใช้ข้อมูลในการทำงานร่วมกันอย่างเกิดประโยชน์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ใช้ผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์</b><span style="font-weight: 400;"> – บางครั้งการวิเคราะห์ข้อมูลเองอาจยาก และหากองค์กรยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน อาจเริ่มจากการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญให้ช่วยแนะแนววิธีวิเคราะห์ได้</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุวรรณาย้ำว่า HR Analytics ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นแนวทางที่ช่วยให้ HR สามารถบริหารคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความผิดพลาด และวางกลยุทธ์เพื่อพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน ถ้าองค์กรของคุณยังไม่ได้เริ่มใช้ HR Analytics นี่คือเวลาที่ต้องเริ่มต้นแล้ว </span></p>
<h2><b>ความเสี่ยงที่องค์กรอาจต้องเผชิญ หากมองข้าม HR Analytics</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ข้อมูลเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ องค์กรที่ยังไม่ได้ใช้ HR Analytics กำลังเผชิญกับความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว โดยปัญหาอาจเกิดขึ้นจากหลายองค์กรจะมีข้อมูลอยู่ในมือ แต่ไม่เคยเอามาใช้จริง บางแห่งขาดเครื่องมือที่เหมาะสม บางแห่งขาดแนวทางในการวิเคราะห์ ทำให้พลาดโอกาสในการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุงการบริหารทรัพยากรบุคคล อาจนำไปสู่ข้อผิดพลาดและการเดินไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวราวุธ ยกตัวอย่างว่า หนึ่งในปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นจากการไม่ใช้ข้อมูลคือ </span><b>องค์กรจะเจอต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น</b><span style="font-weight: 400;"> หลายองค์กรใช้เงินจำนวนมากไปกับการจ่าย OT โดยไม่รู้ว่าหากนำข้อมูลมาวิเคราะห์ อาจพบว่าการจ้างพนักงานเพิ่มจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว หรือการปรับเปลี่ยนวิถีการทำงานจะเกิด Productivity สูงกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ การบริหารจัดการเวลาทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพยังอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมาย หากพนักงานทำงานเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งอาจทำให้องค์กรต้องเผชิญกับค่าปรับและผลกระทบด้านแรงงานสัมพันธ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกความเสี่ยงที่มองข้ามไม่ได้คือ การตัดสินใจที่ไม่มีข้อมูลรองรับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ 2 วิทยากรย้ำบ่อยมาก องค์กรที่ไม่ได้ใช้ HR Analytics อาจกำหนดนโยบายโดยไม่มีหลักฐานเชิงตัวเลข เช่น คิดว่าฐานเงินเดือนเหมาะสมแล้ว แต่จริง ๆ แข่งขันกันในอุตสาหกรรมเดียวกันไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือการออกแบบสวัสดิการที่ไม่ได้ตอบโจทย์พนักงานจริง ๆ เพราะพนักงานไม่เคยใช้สวัสดิการที่มีเลย สิ่งเหล่านี้อาจทำให้พนักงานไม่มีความสุข ส่งผลต่ออัตราการลาออกที่สูงขึ้น และนำเข้าสู่ปัญหาเดิมนั่นคือ องค์กรต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการสรรหาและฝึกอบรมพนักงานใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุวรรณา ยืนยันว่า</span><b>การลงทุนใน HR Analytics คือการลงทุนที่คุ้มค่า</b> <b>ข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยให้ HR สามารถดูแลพนักงานได้ดีขึ้น ลดอคติในการตัดสินใจ และสร้างมาตรฐานที่ชัดเจนให้กับองค์กร ทำให้ธุรกิจเดินหน้าไปอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44484" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-20T174752.940.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar l HR Analytics: เปลี่ยนข้อมูลเป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กร" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar l HR Analytics: เปลี่ยนข้อมูลเป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กร 931" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-20T174752.940.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-20T174752.940-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>HR Analytics ไม่ใช่เรื่องไกลตัว: ใช้ Excel ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าหลายองค์กรจะตระหนักถึงความสำคัญของ HR Analytics แต่การเข้าถึงซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงอาจไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป เนื่องจากซอฟต์แวร์เหล่านี้มักมีราคาสูงและต้องการการฝึกอบรมในการใช้งาน ทำให้หลายองค์กร โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) เลือกใช้ <a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/microsoft-excel-for-hr-241113/">Microsoft Excel</a> เป็นเครื่องมือหลักในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูล HR เนื่องจากเป็นซอฟต์แวร์ที่คุ้นเคย ใช้งานง่าย และมีความปลอดภัย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวราวุธ ย้ำว่า HR ไม่จำเป็นต้องลงทุนกับซอฟต์แวร์แพง ๆ ก็ได้หากสามารถใช้ Excel ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การนำข้อมูลดิบมาใช้ใน Excel อาจเป็นเรื่องยุ่งยากและใช้เวลานานหากไม่มีการจัดระเบียบที่ดี ด้วยเหตุนี้ myHR จึงได้พัฒนา Dashboard และ Template ที่ช่วยให้ HR สามารถจัดเรียงและวิเคราะห์ข้อมูลจาก Excel ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาทำเอง เทมเพลตเหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลถูกนำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ช่วยให้ HR สามารถวิเคราะห์แนวโน้มต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น และนำไปใช้ในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวราวุธ ยังกล่าวอีกว่า Excel มีศักยภาพมากกว่าที่หลายคนคิด และอ่านค่าง่าย การใช้สีและการสร้างกราฟิกที่ช่วยให้เห็นภาพรวมของข้อมูลได้ง่ายขึ้น รวมถึงการตั้งค่าฟิลเตอร์เพื่อเลือกดูเฉพาะข้อมูลที่ต้องการ วิธีเหล่านี้ช่วยให้ HR สามารถประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น และตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่แม่นยำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย หากองค์กรต้องการใช้ HR Analytics ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังไม่เชี่ยวชาญด้าน Excel ทาง myHR ก็มีทีมงานที่สามารถช่วยให้คำแนะนำและตั้งค่าระบบให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละองค์กรได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม </span><b>การใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุดไม่ใช่แค่เรื่องของเครื่องมือ แต่เป็นเรื่องของแนวคิด</b><span style="font-weight: 400;"> หาก HR สามารถปรับตัวให้คุ้นเคยกับการใช้ Data และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ ก็จะสามารถใช้ Excel หรือเครื่องมืออื่น ๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและช่วยยกระดับองค์กรได้ในที่สุด</span></p>
<h2><b>เทรนด์อนาคต: AI กับอนาคตของ HR Analytics</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะด้าน HR Analytics คุณวราวุธ เชื่อว่า AI จะช่วยให้ HR วิเคราะห์ข้อมูลได้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำนายแนวโน้มการลาออกของพนักงาน การแนะนำกลยุทธ์ในการบริหารคนแบบอัตโนมัติ หรือช่วยเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายระบบเพื่อให้ HR มองเห็นภาพรวมขององค์กรได้อย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน myHR เองก็กำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถผสานกับ AI เช่น ChatGPT และ Open Source AI อย่าง Deepseek เพื่อช่วยให้ HR สามารถใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลได้แม่นยำขึ้น แต่ตอนนี้ยังต้องควบคุมต้นทุนให้เหมาะสมสำหรับองค์กรทุกขนาด เพราะเขาเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ดีต้องไม่ใช่แค่ล้ำสมัย แต่ต้องเข้าถึงได้ง่าย และคุ้มค่ากับการลงทุน ซึ่งอีกไม่นาน AI ที่ myHR กำลังมุ่งพัฒนา AI จะเป็นโซลูชันที่สามารถนำมาใช้ในองค์กรได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุวรรณา เห็นด้วยว่า AI กำลังเป็นหัวใจสำคัญของอนาคต HR และองค์กรต่าง ๆ ควรเริ่มให้ความสำคัญกับ AI ตั้งแต่วันนี้ เธอชี้ให้เห็นว่าองค์กรที่สามารถผนวก AI เข้ากับ HR Analytics ได้ จะสามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น ลดภาระงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ เช่น การคัดกรองเรซูเม่ การวิเคราะห์แนวโน้มพนักงาน หรือแม้แต่การออกแบบเส้นทางอาชีพให้พนักงานได้อย่างแม่นยำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่เริ่มปรับตัวและใช้ AI อย่างเหมาะสม จะมีความได้เปรียบในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล และสามารถสร้างกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลได้อย่างแท้จริง</span></p>
<h2><b>อ่าน Data อย่างไรให้เข้าใจ? พื้นฐานสำคัญของ HR Analytics</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การมีข้อมูลอยู่ในมือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการ </span><i><span style="font-weight: 400;">อ่านและวิเคราะห์ข้อมูล</span></i><span style="font-weight: 400;"> อย่างถูกต้อง คุณสุวรรณา อธิบายว่า ก่อนที่ HR จะเริ่มต้นใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ ต้องกำหนดให้ชัดเจนก่อนว่าเป้าหมายคืออะไร เช่น ต้องการลดอัตราการลาออก (Turnover Rate), เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity), หรือบริหารอัตรากำลังคนให้เหมาะสม จากนั้นให้ตรวจสอบว่ามีระบบใดในองค์กรที่เก็บข้อมูลเหล่านี้อยู่บ้าง และดูว่าแต่ละระบบมี Dashboard หรือเครื่องมือวิเคราะห์ที่ช่วยให้เข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้นหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวราวุธ เสริมว่า การอ่านกราฟและค่าต่าง ๆ ไม่ใช่สิ่งที่เรียนรู้ได้ในชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยการฝึกฝน เขาแบ่งแนวทางการเรียนรู้เป็นสองสาย ได้แก่ </span><b>สายเทคนิค (สายเทรน)</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>สายวิเคราะห์เชิงลึก (สายนักฝัน)</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนที่อยู่ในสายเทคนิคต้องเข้าใจว่าแต่ละตัวเลขในกราฟหมายถึงอะไร และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลให้เกิดประโยชน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนสายวิเคราะห์ต้องมองให้ออกว่า ข้อมูลเหล่านี้นำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง ข้อมูลเหล่านี้มีมิติในภาพรวมเป็นอย่างไร หาก HR มีแค่ Raw Data แต่ไม่มีเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ หรือไม่มีการทำ Dashboard ให้ง่ายต่อการมองเห็น ข้อมูลที่มีอาจไม่ได้สร้างประโยชน์อย่างเต็มที่ การวิเคราะห์ข้อมูลอาจดูเป็นเรื่องยากในตอนแรก แต่คุณวราวุธแนะนำให้ HR ฝึกคิดและฝึกวิเคราะห์ข้อมูลบ่อย ๆ โดยลองมองจากมุมที่แตกต่างกัน จะช่วยให้ได้เห็นแง่มุมใหม่ ๆ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การอ่าน Data ให้เข้าใจไม่ใช่แค่การดูตัวเลขในตาราง แต่ต้องมองให้ออกว่า ข้อมูลเหล่านั้นสะท้อนอะไร และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร หาก HR สามารถฝึกฝนการอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลจนชำนาญ องค์กรจะสามารถใช้ HR Analytics เพื่อคาดการณ์แนวโน้ม วางกลยุทธ์ และขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> CEO จาก myHR ทิ้งท้าย</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/116?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39102" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar l HR Analytics: เปลี่ยนข้อมูลเป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กร 932"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-hr-analytics-myhr-250320/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน SCBX Tech Horizon EP15: LeadHERS in Tech</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/scbx-tech-horizon-leadhers-in-tech-250320/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/scbx-tech-horizon-leadhers-in-tech-250320/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Mar 2025 06:37:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำหญิง]]></category>
		<category><![CDATA[LeadHERS in Tech]]></category>
		<category><![CDATA[SCBX Tech Horizon]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44463</guid>

					<description><![CDATA[ในโลกของเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว ผู้หญิงยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ไม่ใช่แค่ในแง่ของอาชีพ แต่รวมถึงโครงสร้างทางสังคมที่มักจำกัดบทบาทของพวกเธอ งานเสวนา SCBX Tech Horizon EP15: LeadHERS in Tech ได้เปิดมุมมองจาก 4 ผู้บริหารหญิงแห่งวงการเทคโนโลยี ไม่เพียงแค่ขับเคลื่อนธุรกิจ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการก้าวสู่โลกเทคโนโลยี ประกอบด้วย คุณดาลัด ตันติประสงค์ชัย, Chief Operating and International Business Officer, SCBX คุณกนกเนตร เจริญเศรษฐศิลป์, Chief Technology Delivery Officer, CardX คุณถิรนันท์ อรุณวัฒนกูล, Chief Operating Officer, MONIX คุณญาณ์บดี จิตติกุลดิลก, Chief Data Officer, DataX หากอยากรู้ว่าทัศนะและแรงบันดาลใจ ที่พวกเธอได้ฝากไว้มีอะไรบ้าง HREX สรุปมาให้ได้อ่านกันแล้วในบทความนี้ ก้าวแรกในโลกการทำงาน แม้เจออุปสรรคก็ต้องข้ามให้ได้ ทั้ง 4 คนอธิบายว่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44465" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-20T130410.559.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน SCBX Tech Horizon EP15: LeadHERS in Tech" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน SCBX Tech Horizon EP15: LeadHERS in Tech 936" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-20T130410.559.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-20T130410.559-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกของเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว ผู้หญิงยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ไม่ใช่แค่ในแง่ของอาชีพ แต่รวมถึงโครงสร้างทางสังคมที่มักจำกัดบทบาทของพวกเธอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานเสวนา </span><b>SCBX Tech Horizon EP15: LeadHERS in Tech </b><span style="font-weight: 400;">ได้เปิดมุมมองจาก 4 ผู้บริหารหญิงแห่งวงการเทคโนโลยี ไม่เพียงแค่ขับเคลื่อนธุรกิจ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการก้าวสู่โลกเทคโนโลยี ประกอบด้วย</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณดาลัด ตันติประสงค์ชัย</b><span style="font-weight: 400;">, Chief Operating and International Business Officer, SCBX</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณกนกเนตร เจริญเศรษฐศิลป์</b><span style="font-weight: 400;">, Chief Technology Delivery Officer, CardX</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณถิรนันท์ อรุณวัฒนกูล</b><span style="font-weight: 400;">, Chief Operating Officer, MONIX</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณญาณ์บดี จิตติกุลดิลก</b><span style="font-weight: 400;">, Chief Data Officer, DataX</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">หากอยากรู้ว่าทัศนะและแรงบันดาลใจ ที่พวกเธอได้ฝากไว้มีอะไรบ้าง HREX สรุปมาให้ได้อ่านกันแล้วในบทความนี้</span></p>
<h2><b>ก้าวแรกในโลกการทำงาน แม้เจออุปสรรคก็ต้องข้ามให้ได้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง 4 คนอธิบายว่า การเริ่มต้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่ต้องก้าวข้ามทั้งข้อจำกัดทางโครงสร้างองค์กรและสังคมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวันแรกที่ได้เข้าสู่โลกการทำงานเต็มตัว หรือวันแรกที่ก้าวเข้ามาสู่การทำงานในเครือ SCBX</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณกนกเนตร จาก CardX เล่าว่า เธอเผชิญกับความท้าทายตั้งแต่วันแรกของการร่วมก่อตั้งบริษัท แม้เธอจะมีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการผลักดัน CardX ให้เป็น Tech Company อย่างแท้จริง แต่เส้นทางนี้เต็มไปด้วยอุปสรรค ทุกวันมีเรื่องใหม่ให้เรียนรู้และแก้ไข แม้จะต้องทำงานหนัก เธอก็ไม่เคยกลัว เพราะเชื่อว่าความเข้าใจและการสนับสนุนซึ่งกันและกันในทีมคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนก้าวผ่านความท้าทายไปได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณดาลัด บอกว่าไม่นานมานี้เธอต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้บริหาร แต่ยังรวมถึงบทบาทใหม่ในฐานะแม่ลูกอ่อน โดยเล่าว่าเธอเข้าร่วม SCBX ขณะตั้งครรภ์ 7 เดือน และกว่าจะได้เริ่มงานจริงก็ตอนที่ลูกมีอายุ 2 เดือน ทำให้เธอต้องปรับตัวหลายอย่าง เพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงรอบด้านได้อย่างสมดุล นอกจากนี้นี่ยังเป็นครั้งแรกที่เธอเปลี่ยนจากการทำงานในต่างประเทศมาเป็นองค์กรไทยด้วย กลายเป็นความท้าทายด้วยว่าจะปรับตัวเข้าหาวัฒนธรรมองค์กรของไทยอย่างไร</span></p>
<p><b>แต่ด้วยทีมงานที่แข็งแกร่งและการเรียนรู้ไม่หยุดนิ่ง เธอสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับองค์กร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคุณถิรนันท์ MONIX เป็นบริษัทที่ Joint Venture ระหว่างไทยและจีน ซึ่งเธอต้องรับผิดชอบในการสร้างทีมเองทั้งหมดจากศูนย์ ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างองค์กรไปจนถึงการสรรหาบุคลากรจากทั้งไทยและปักกิ่ง ยิ่งกว่านั้น MONIX ยังเริ่มต้นในช่วงที่โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการทำงานแบบปกติ การบริหารทีมระยะไกลให้ประสบความสำเร็จเป็นเรื่องยาก แต่แทนที่จะมองว่าเป็นอุปสรรค เธอกลับมองว่ามันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอพัฒนาแนวคิดเชิงกลยุทธ์และมองภาพธุรกิจได้กว้างขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณญาณ์บดี เล่าว่าความท้าทายของเธออยู่ที่การทำงานกับ AI และ Data ซึ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและไม่มีวันสิ้นสุด เธอต้องเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และต้องหาวิธีนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในธุรกิจ แม้จะเป็นงานที่ท้าทาย แต่เธอพบว่าความกระหายใคร่รู้และทีมงานที่ดีคือแรงผลักดันที่ทำให้เธอเดินหน้าต่อไปได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44466" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-20T130337.437.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน SCBX Tech Horizon EP15: LeadHERS in Tech" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน SCBX Tech Horizon EP15: LeadHERS in Tech 937" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-20T130337.437.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-20T130337.437-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>เป็น LeadHERS in Tech ต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างไร ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ผู้หญิงยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ซับซ้อน ตั้งแต่โครงสร้างองค์กรที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ไปจนถึงอคติที่มองข้ามความสามารถของพวกเธอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณดาลัด เล่าว่าการทำงานระดับนานาชาติ เธอมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงผู้ช่วยหรือเลขานุการ เพราะจากภาพลักษณ์ภายนอก เธอดูเป็นผู้หญิงเอเชียที่ดูอายุน้อย ทั้งที่จริงแล้วตามตำแหน่งเธอเป็นผู้บริหารระดับสูง สิ่งที่เธอทำเพื่อก้าวข้ามอคตินี้คือ การสร้างความน่าเชื่อถือผ่านความรู้และความสามารถ หมายความว่า เธอต้องทำการบ้านหนักทุกครั้งก่อนเข้าห้องประชุม เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนเห็นว่าเธอมีความเชี่ยวชาญในเรื่องที่พูดคุย </span><b>สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เพศของคน แต่เป็นความสามารถและความมั่นใจในการตัดสินใจต่างหาก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็นผู้นำในแวดวงเทคโนโลยีไม่ได้หมายถึงการเข้าใจเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถนำพาองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ ผู้บริหารจาก MONIX อธิบายว่า เทคโนโลยีมีคุณค่าเมื่อมันช่วยให้ธุรกิจเติบโต การเลือกใช้เทคโนโลยีจึงต้องสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เพราะหากผู้นำขาดเป้าหมาย ทีมก็จะหลงทางไปด้วย นี่คือความท้าทายของผู้หญิงในอุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อนและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณกนกเนตร เสริมว่า การนำองค์กรเทคโนโลยีให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ “คน” คือหัวใจสำคัญ องค์กรที่ดีต้องลงทุนในการพัฒนาคน เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่หากไม่มีบุคลากรที่พร้อมปรับตัวและพัฒนา เทคโนโลยีที่ดีที่สุดก็อาจไม่มีประโยชน์เลย นี่คือเหตุผลที่การสร้างและสนับสนุนบุคลากรอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เกิดการส่งต่อองค์ความรู้ข้ามเจเนอเรชัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าผู้หญิงในสายงานเทคโนโลยียังมีจำนวนน้อย แต่คุณญาณ์บดี มองว่าสถานการณ์กำลังเปลี่ยนแปลง คนรุ่นใหม่เข้าถึงทักษะด้านเทคโนโลยีได้มากขึ้น และสิ่งสำคัญคือ อย่าให้เพศเป็นอุปสรรค ต่อการเติบโต ทุกอย่างสามารถพัฒนาได้หากมีความตั้งใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เธอเชื่อว่า </span><b>การมี Role Model ที่เป็นผู้หญิงในวงการเทคโนโลยีมากขึ้น จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงรุ่นใหม่กล้าที่จะก้าวเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้</b><span style="font-weight: 400;"> โลกเทคโนโลยีต้องการความสามารถ ไม่ใช่ข้อจำกัดจากเพศสภาพ และเมื่อโอกาสเปิดกว้างขึ้น ผู้หญิงก็จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและธุรกิจในอนาคตมากขึ้นเรื่อย ๆ</span></p>
<h2><b>Imposter Syndrome: ศัตรูเงียบของผู้หญิงเก่ง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกของการทำงาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีการแข่งขันสูง ผู้หญิงจำนวนมากต้องเผชิญกับ <a href="https://th.hrnote.asia/tips/220321-impostor-syndrome/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Imposter Syndrome</a> หรือความรู้สึกว่า “เราไม่เก่งพอ” แม้ว่าจะมีความสามารถและประสบความสำเร็จเพียงใดก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณกนกเนตร เล่าว่าเธอเองเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่าเธอมีความสามารถพอหรือไม่ แต่เมื่อเธอขอคำปรึกษาจากผู้อื่น จึงได้ฉุกคิดว่าแท้จริงแล้ว อคติเหล่านี้เกิดจากความกลัวของตัวเองมากกว่าจากความจริง เธอจึงเรียนรู้ว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ การล้มเหลวไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นโอกาสให้เราแก้ไขและก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณดาลัด เสริมว่า ความไม่มั่นใจมักเกิดขึ้นเมื่อผู้หญิงกำลังจะก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้นในอาชีพ หลายคนพยายามลอกเลียนแบบบุคคลที่ประสบความสำเร็จ แต่เธอมองว่าแทนที่จะพยายามเป็นเหมือนคนอื่น เราควรโฟกัสที่เป้าหมายของตัวเอง เพราะเป้าหมายของแต่ละคนเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงชีวิต ไม่ว่าเราจะอยู่ในจุดไหน หากเราส่งมอบงานที่ดี มีความน่าเชื่อถือ และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ นั่นก็คือการเป็นผู้นำในแบบของเราเอง ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งใหญ่โตเพื่อพิสูจน์ความสามารถ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณถิรนันท์ ให้แนวคิดว่า วิธีจัดการกับ Imposter Syndrome ต้องเริ่มต้นจากการรู้จักตัวเอง หากเราเข้าใจข้อดีและข้อจำกัดของตัวเอง เราจะไม่เสียเวลาเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น เพราะแต่ละคนถูกหล่อหลอมจากประสบการณ์ที่แตกต่างกัน </span><b>ผู้นำที่ดีไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่ต้องรู้ว่าจุดอ่อนของตัวเองคืออะไร และทำอย่างไรให้ข้อเสียเหล่านั้นไม่ส่งผลกระทบต่อทีม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยังเน้นว่า หากเราเคารพตัวเอง เราจะไม่พูดหรือกระทำสิ่งที่ทำร้ายจิตใจผู้อื่น เพราะสุดท้ายแล้ว การเปรียบเทียบที่มีประโยชน์ที่สุด คือการเปรียบเทียบตัวเองกับ ตัวเองในวันก่อน และตั้งคำถามว่า วันนี้เราเก่งขึ้นกว่าเมื่อวานหรือยัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ผู้บริหาร DataX สะท้อนว่า หลายคนพยายามเป็นทุกอย่างในเวลาเดียวกันคือ เป็นทั้งพนักงานที่ดี ผู้นำที่เก่ง หรือแม่ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งในความเป็นจริงเป็นไปไม่ได้ เธอแนะนำว่าเราควรยอมรับในข้อจำกัดของตัวเอง และให้คุณค่ากับสิ่งที่เราทำได้ดี มากกว่าการจมอยู่กับสิ่งที่เราทำไม่ได้ </span><b>การยอมรับตัวเองคือก้าวแรกของการสร้างความมั่นใจ เพราะเมื่อเรามั่นใจในตัวเอง เราจะไม่ปล่อยให้ Imposter Syndrome มาหยุดยั้งศักยภาพของเราอีกต่อไป</b></p>
<h2><b>อยากเป็น LeadHERS in Tech ? ต้องเริ่มต้นจากตัวเราเอง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ ผู้นำหญิงแกร่งทั้ง 4 ได้ฝากข้อคิดดี ๆ ถึงผู้หญิงทั้งหลายที่อยากก้าวข้ามขีดจำกัดและเป็นผู้นำอนาคต โดยมีใจความสำคัญประการหลักก็คือ การเป็นผู้นำไม่ได้หมายถึงการมีตำแหน่งสูงสุดในองค์กร แต่เราเป็นผู้นำได้ ด้วยทัศนคติและแนวทางในการใช้ชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณญาณ์บดี แนะนำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเคารพและเข้าใจตัวเอง เราอาจมีความคาดหวังสูง อยากทำหลายอย่างให้สำเร็จ แต่สุดท้ายแล้ว เราต้องรู้จักจัดการตัวเอง ทำให้ดีที่สุดในสถานการณ์ที่เราเผชิญ หากเราสามารถยอมรับตัวเองและขีดจำกัดของเราได้ เราจะรู้สึกดีกับตัวเอง และสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากความมั่นใจในตัวเองแล้ว คุณถิรนันท์ เน้นว่าเราต้องมั่นใจอย่างถูกทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกปัจจุบันเต็มไปด้วยข้อมูลที่หลากหลายและซับซ้อน บางครั้งเราสับสนระหว่าง สิ่งที่ถูกต้องกับสิ่งที่ถูกใจ การเป็นผู้นำหมายถึงการมีอิทธิพลต่อผู้อื่น ดังนั้น เราต้องคิดให้รอบคอบ วิเคราะห์ข้อมูลให้มากที่สุด และเมื่อต้องตัดสินใจในเรื่องที่คลุมเครือ สิ่งที่ดีที่สุดคือใช้ ศีลธรรมและจริยธรรม เป็นหลักนำทาง เพราะเมื่อตัดสินใจไปแล้ว เราจะไม่เสียใจกับสิ่งที่เลือก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณดาลัด เสริมว่า ผู้นำที่แข็งแกร่งต้อง ยอมรับความยากลำบากในชีวิต ทั้งด้านการทำงานและชีวิตส่วนตัว บางครั้งเราต้องเผชิญกับความล้มเหลว เสียใจ หรือผิดหวัง แต่นั่นคือโอกาสให้เราเรียนรู้และเติบโต คนที่ไม่เคยเผชิญอุปสรรคเลยอาจไม่รู้ว่าตัวเองสามารถลุกขึ้นมาใหม่ได้อย่างไร ดังนั้น หากเราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้ เราจะมีพลังและความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นในการนำพาตัวเองและคนรอบข้างไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายที่ คุณกนกเนตร ฝากว่า การเคารพตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจจะช่วยให้เราส่งต่อพลังบวกให้กับทีม การเป็นผู้นำไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำงานหนักจนหมดพลัง เราควรรู้จัก หาเวลาพัก รีเฟรชตัวเอง และมองโลกจากมุมอื่น ๆ บ้าง เพราะบางครั้ง การให้เวลากับตัวเองอาจทำให้เราได้ไอเดียใหม่ ๆ และพร้อมเดินหน้าต่ออย่างแข็งแกร่ง </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผู้นำที่ดีไม่ใช่คนที่ทำงานหนักที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือคนที่สามารถดูแลตัวเองและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้เช่นกัน”</span></i></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน SCBX Tech Horizon EP15: LeadHERS in Tech 938"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/scbx-tech-horizon-leadhers-in-tech-250320/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงานเปิดตัวผลวิจัย Futures of Content Creators in Thailand 2035</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/futures-of-content-creators-in-thailand-2035-250318/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/futures-of-content-creators-in-thailand-2035-250318/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Mar 2025 03:11:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Content Creators]]></category>
		<category><![CDATA[คอนเทนต์ครีเอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[Futures of Content Creators]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44403</guid>

					<description><![CDATA[อาชีพ &#8220;Content Creators &#8211; คอนเทนต์ครีเอเตอร์&#8221; ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 45,000 ล้านบาทต่อปี และผู้ประกอบอาชีพนี้มากกว่า 9 ล้านคน แต่เมื่ออุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยสร้างมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท แนวทางสู่ความยั่งยืนควรเป็นอย่างไร  Tellscore ร่วมกับ FutureTales LAB และ สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) จึงร่วมกันจัดทำงานวิจัย “อนาคตอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย ปี 2035” งานวิจัยนี้ใช้กระบวนการ Foresight Research วิเคราะห์อนาคตของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า ตั้งแต่ ยุคทองของครีเอเตอร์ไทย ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ไปจนถึง สถานการณ์ถดถอย ที่อุตสาหกรรมถูกควบคุมเข้มงวดจนสูญเสียศักยภาพในการแข่งขัน หากใครพลาดงานนี้ไป อ่านสรุปเนื้อหาในบทความนี้ได้เลย Futures of Content Creators: พลังสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและ Soft Power คุณสุวิตา จรัญวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด (Tellscore) [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44406" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090505.519.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงานเปิดตัวผลวิจัย Futures of Content Creators in Thailand 2035" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงานเปิดตัวผลวิจัย Futures of Content Creators in Thailand 2035 945" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090505.519.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090505.519-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาชีพ &#8220;Content Creators &#8211; คอนเทนต์ครีเอเตอร์&#8221; ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 45,000 ล้านบาทต่อปี และผู้ประกอบอาชีพนี้มากกว่า 9 ล้านคน แต่เมื่ออุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยสร้างมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท แนวทางสู่ความยั่งยืนควรเป็นอย่างไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Tellscore ร่วมกับ FutureTales LAB และ สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) จึงร่วมกันจัดทำงานวิจัย </span><i><span style="font-weight: 400;">“อนาคตอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย ปี 2035”</span></i><span style="font-weight: 400;"> งานวิจัยนี้ใช้กระบวนการ Foresight Research วิเคราะห์อนาคตของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า ตั้งแต่ ยุคทองของครีเอเตอร์ไทย ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ไปจนถึง สถานการณ์ถดถอย ที่อุตสาหกรรมถูกควบคุมเข้มงวดจนสูญเสียศักยภาพในการแข่งขัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครพลาดงานนี้ไป อ่านสรุปเนื้อหาในบทความนี้ได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>Futures of Content Creators: พลังสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและ Soft Power</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44409" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090336.886.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงานเปิดตัวผลวิจัย Futures of Content Creators in Thailand 2035" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงานเปิดตัวผลวิจัย Futures of Content Creators in Thailand 2035 946" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090336.886.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090336.886-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณสุวิตา จรัญวงศ์</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานกรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด (Tellscore) เผยว่าอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้สร้างรายได้จากการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์กว่า 9 ล้านคน บ่งชี้ว่าครีเอเตอร์ไทยไม่ใช่แค่ผู้ผลิตเนื้อหา แต่ยังเป็นผู้ขับเคลื่อน Soft Power และเศรษฐกิจไทย ตลอดจนค่านิยมในสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลสนับสนุนจากภาครัฐ และการสร้างนิเวศสื่อที่เอื้อต่อการเติบโต</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“งานวิจัยนี้เสนอแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมสู่มาตรฐานสากล เทลสกอร์มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานและเสริมศักยภาพให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์ พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนวงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์ต่อไป”</span></i></p>
<h2>มาตรฐานวิชาชีพ: สิ่งที่ครีเอเตอร์ไทยควรมี หากอยากไปไกลบนเวทีโลก</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44407" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090248.149.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงานเปิดตัวผลวิจัย Futures of Content Creators in Thailand 2035" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงานเปิดตัวผลวิจัย Futures of Content Creators in Thailand 2035 947" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090248.149.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090248.149-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/220209-scenario-of-work-organization/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><b>ดร.การดี เลียวไพโรจน์</b></a><span style="font-weight: 400;"> ประธานเจ้าหน้าที่อนาคตศาสตร์ ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษาฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ (FutureTales LAB) ระบุว่า เทคโนโลยี AI การแข่งขันระดับโลก และกฎระเบียบที่ยังไม่ชัดเจน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจพลิกโฉมอุตสาหกรรมครีเอเตอร์ไทย การเตรียมความพร้อมทั้งในด้าน ทักษะดิจิทัล มาตรฐานวิชาชีพ และนโยบายกำกับดูแล จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถึงแม้อุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ก็ยังมีหลายปัจจัยที่ต้องพัฒนาต่อให้เกิดความยั่งยืนและสามารถแข่งขันในระดับสากลได้ หนึ่งในนั้นคือ มาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกรอบที่ชัดเจนในการกำหนดบทบาท หน้าที่ และจรรยาบรรณของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ การพัฒนามาตรฐานที่เหมาะสมจะช่วยให้เกิดความเป็นธรรมและลดปัญหาการละเมิดสิทธิในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังรวมถึงการคุ้มครองครีเอเตอร์ จากปัญหาการเอารัดเอาเปรียบจากแพลตฟอร์มและแบรนด์ เพราะหลายรายต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งมักมีข้อตกลงทางธุรกิจที่อาจไม่เป็นธรรม การสร้างกฎระเบียบที่คุ้มครองสิทธิของครีเอเตอร์จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและมีความเป็นธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกโอกาสสำคัญของอุตสาหกรรมนี้คือการใช้คอนเทนต์เป็นเครื่องมือขับเคลื่อน Soft Power ของไทย ครีเอเตอร์สามารถนำเสนอวัฒนธรรม ภาษา อาหาร และศิลปะไทยสู่เวทีโลกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล หากมีการสนับสนุนอย่างเหมาะสมจากภาครัฐและเอกชน อุตสาหกรรมนี้จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศได้อย่างมหาศาล</span></p>
<h2>คอนเทนต์ครีเอเตอร์กับสุขภาวะจิต: สร้างสื่อที่ปลอดภัยเพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44410" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090402.441.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงานเปิดตัวผลวิจัย Futures of Content Creators in Thailand 2035" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงานเปิดตัวผลวิจัย Futures of Content Creators in Thailand 2035 948" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090402.441.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090402.441-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่น่าจับตาคือความกดดันจากการสร้างสรรค์เนื้อหาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ครีเอเตอร์กำลังเผชิญ เพราะการแข่งขันที่สูงทำให้คนทำงานต้องผลิตคอนเทนต์อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาผู้ติดตาม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต การสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต </span></p>
<p><b>ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์</b><span style="font-weight: 400;"> รองโฆษกกระทรวงสาธารณสุข และผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) กล่าวว่าการพัฒนาแนวทางสนับสนุนด้านสุขภาวะจิตของครีเอเตอร์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องได้รับความสนใจ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาวะทางจิตให้แก่คนไทย ถือเป็นสิ่งที่จะรอช้าไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นอีกภารกิจสำคัญของ TIMS ยังรวมถึงการยกระดับความรอบรู้เท่าทันสื่อของผู้รับสารด้วย ซึ่งหากทำได้จะช่วยเสริมสร้างความตระหนักถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและผู้อื่นได้หลายเท่า</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การพัฒนาอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐที่กำกับดูแลอย่างเข้าใจ ภาคเอกชนที่ส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจ และประชาชนที่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางของสื่อ TIMS หวังว่าเล่มอนาคตศึกษานี้จะเป็นแผนที่นำทางสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางจิตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย”</span></i></p>
<h2>5 ภาพแห่งอนาคต 5 ความน่าจะเป็นของสื่อในมือครีเอเตอร์ไทย</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44408" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090311.173.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงานเปิดตัวผลวิจัย Futures of Content Creators in Thailand 2035" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงานเปิดตัวผลวิจัย Futures of Content Creators in Thailand 2035 949" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090311.173.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T090311.173-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุุดท้ายนี้ ในงานยังมีการเปิดเผย 5 ภาพอนาคตของอุตสาหกรรมครีเอเตอร์ไทย ซึ่งมาจากการทำนายและวิเคราะห์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 10 ปีต่อจากนี้ โดยเรียงลำดับจากภาพที่อยู่ในด้านบวกที่สุด ไปจนถึงด้านลบที่สุด ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกแบบด้วยมือของเราทุกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และภาพอนาคตที่น่าจะเป็น มี 5 แบบดังต่อไปนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัด </b><span style="font-weight: 400;">10 ปีต่อไปถือว่ามีอนาคตที่สดใสมาก อุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ไม่เพียงมีครีเอเตอร์ที่ผลิตเนื้อหาคุณภาพ แต่ประชาชนยังมีความรู้เท่าทันสื่อ ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศสื่อที่แข็งแรง สร้างประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอื่น ๆ รวมถึงยกระดับทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ไทยสร้างไทยในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์</b><span style="font-weight: 400;"> ฉากทัศน์นี้ยังมองโลกอนาคตเป็นบวก แม้ว่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยอาจยังไม่ได้เป็นผู้นำระดับโลก แต่ยังสามารถสร้างผลงานที่มีอัตลักษณ์ไทย และได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค สร้างความพึงพอใจทั้งในแง่เศรษฐกิจและวัฒนธรรม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การเติบโตบนเส้นทางที่ไม่มั่นคง</b><span style="font-weight: 400;"> แม้อุตสาหกรรมจะยังคงเติบโต แต่ก็เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ครีเอเตอร์ยังขาดความมั่นคงในอาชีพ ปัญหาข่าวปลอม (Fake News) ยังคงแพร่ระบาด ประชาชนขาดความรู้เท่าทันสื่อ และสังคมไทยยังพึ่งพาคอนเทนต์จากต่างประเทศมากกว่าการผลิตเนื้อหาคุณภาพจากครีเอเตอร์ในประเทศ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>วิกฤติความน่าเชื่อถือในวงการคอนเทนต์ไทย</b><span style="font-weight: 400;"> ความไว้วางใจต่อคอนเทนต์ไทยลดลง ผู้คนตั้งคำถามว่าคอนเทนต์ที่ครีเอเตอร์ไทยนำเสนอสามารถเชื่อถือได้หรือไม่ เมื่อขาดมาตรฐานและจรรยาบรรณที่ชัดเจน ความน่าเชื่อถือของวงการสื่อและครีเอเตอร์ไทย ก็ตกต่ำ จนส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโดยรวม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ซากปรักหักพังของอุตสาหกรรมคอนเทนต์</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อไม่มีการกำกับดูแลที่ดี อุตสาหกรรมครีเอเตอร์ไทยจะตกอยู่ในภาวะเสื่อมถอยรุนแรง มีการหลอกลวง ปลอมแปลงตัวตน มีคอนเทนต์ที่เน้นปลุกปั่นและบิดเบือนความจริงพอเจอได้ทุกเมื่อ ผู้บริโภคไม่ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่รับชมอีกต่อไป อุตสาหกรรมการผลิตสื่อกลายเป็นพื้นที่สีเทาและดำที่ไร้กฎเกณฑ์</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">อนาคตของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยจะเป็นแบบใด ขึ้นอยู่กับมือของเราเองแล้ว ทั้งตัวของครีเอเตอร์เอง รวมถึงแพลตฟอร์ม รัฐบาล และผู้บริโภค ทุกคนล้วนมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทาง เพื่อให้วงการครีเอเตอร์ไทยก้าวสู่อนาคตที่มั่นคง แข็งแกร่ง และยั่งยืน</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h2>ผู้ที่สนใจรับไฟล์งานวิจัย สามารถดาวน์โหลดงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่นี่ <a href="https://drive.google.com/file/d/1PsJxoUfj82DFJXF9rHihgh9TL7H-qdd6/view?usp=sharing" target="_blank" rel="noopener noreferrer" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://drive.google.com/file/d/1PsJxoUfj82DFJXF9rHihgh9TL7H-qdd6/view?usp%3Dsharing&amp;source=gmail&amp;ust=1742354219236000&amp;usg=AOvVaw0ShcWgGXY6nzhcce7z6RTr"> Fu<wbr />tures of Content Creators 2035 (PDF)</a></h2>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงานเปิดตัวผลวิจัย Futures of Content Creators in Thailand 2035 950"></a></h2>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/futures-of-content-creators-in-thailand-2035-250318/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #3 Roundtable: CHRO &#038; HR Director Forum &#8211; Future of Manpower</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-of-manpower-roundtable-250325/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-of-manpower-roundtable-250325/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Mar 2025 11:50:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[CHRO & HR Director Forum]]></category>
		<category><![CDATA[Roundtable]]></category>
		<category><![CDATA[Future of Manpower]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44030</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อโลกการทำงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความท้าทายที่รอบด้านล้วนส่งผลกระทบต่อทุกคนในทุกอุตสาหกรรมการทำงาน รวมถึงในแวดวงอุตสาหกรรมการผลิต ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทักษะแรงงาน ความคาดหวังและความพึงพอใจของพนักงาน เป็นต้น เทรนด์ทั้งหมดทั้งมวลชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า Manpower คือทรัพยากรครั้งสำคัญขององค์กรกว่าที่เคยเป็นมา และจะเป็นหัวใจสำคัญที่นำไปสู่การเติบโตในระยะยาวสืบไป นี่จึงเป็นเหตุผลที่ HREX จัดงานเสวนาล้อมวง #3 Roundtable: CHRO &#38; HR Director Forum และรวบรวมผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตมาร่วมกันหาทางออกที่ควรจะเป็นร่วมกัน ภายใต้หัวข้อ Future of Manpower หาก HR ท่านใดไม่ได้เข้าร่วมงานนี้ ไม่ต้องเสียใจไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้อ่านกันแล้ว ในบทความนี้เลย อุปสรรคของการปิดโรงงาน คือความท้าทายและโอกาสของคนไทย งาน #3 Roundtable: CHRO &#38; HR Director Forum จัดขึ้นใจกลางเขตอุตสาหกรรมการผลิตนั่นคือที่ WHA Training Center, ESIE Plaza 1, Eastern Seaboard Industrial Estate (จังหวัดระยอง) [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44033" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-05T165802.028.png" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #3 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum - Future of Manpower" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #3 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum - Future of Manpower 955" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-05T165802.028.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-05T165802.028-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโลกการทำงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความท้าทายที่รอบด้านล้วนส่งผลกระทบต่อทุกคนในทุกอุตสาหกรรมการทำงาน รวมถึงในแวดวงอุตสาหกรรมการผลิต ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทักษะแรงงาน ความคาดหวังและความพึงพอใจของพนักงาน เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เทรนด์ทั้งหมดทั้งมวลชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า Manpower คือทรัพยากรครั้งสำคัญขององค์กรกว่าที่เคยเป็นมา และจะเป็นหัวใจสำคัญที่นำไปสู่การเติบโตในระยะยาวสืบไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นเหตุผลที่ HREX จัดงานเสวนาล้อมวง <strong>#3 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum</strong> และรวบรวมผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตมาร่วมกันหาทางออกที่ควรจะเป็นร่วมกัน ภายใต้หัวข้อ <strong>Future of Manpower</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก HR ท่านใดไม่ได้เข้าร่วมงานนี้ ไม่ต้องเสียใจไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้อ่านกันแล้ว ในบทความนี้เลย</span></p>

<h2><b>อุปสรรคของการปิดโรงงาน คือความท้าทายและโอกาสของคนไทย</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน #3 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum จัดขึ้นใจกลางเขตอุตสาหกรรมการผลิตนั่นคือที่ WHA Training Center, ESIE Plaza 1, Eastern Seaboard Industrial Estate (จังหวัดระยอง) และได้รับเกียรติจากวิทยากรมากความสามารถ 3 ท่านทำหน้าที่ Speaker หลักของงาน ได้แก่ </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณดิสพงศ์ พรชนกนาถ</b><span style="font-weight: 400;"> Senior Director, Human Resources at <a href="https://www.wha-group.com/en/home" target="_blank" rel="noopener">WHA Group</a></span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณก่อพงศ์ เส็งสวัสดิ์</b><span style="font-weight: 400;"> Head of HR Thailand, <a href="https://www.draexlmaier.com/en/" target="_blank" rel="noopener">DRÄXLMAIER GROUP</a>, DTS Draexlmaier Automotive Systems (Thailand) Co., Ltd. </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณพิมพนิจ ขุนทรง</b><span style="font-weight: 400;"> HR &amp; HSE Manager, <a href="https://www.senior-thailand.com/" target="_blank" rel="noopener">Senior Aerospace Thailand </a></span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ไม่ได้มีเพียงแค่ 3 ท่านเท่านั้นที่ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพราะงานนี้ยังเปิดกว้างให้ผู้ที่เข้ามาร่วมงานมากกว่า 60 ท่านได้แชร์มุมมองที่แตกต่างในหลายหัวข้อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณดิสพงศ์ เปิดประเด็นก่อนว่า WHA Group พบเห็นความท้าทายในการบริหารแรงงาน บุคลากร คนในภาคการผลิตปัจจุบันหลายประการ เพราะเป็นองค์กรแรก ๆ ที่ได้เห็นทิศทางของธุรกิจที่จะเข้ามาลงทุนในไทยมีอะไรบ้าง คนที่จะเข้ามามาจากธุรกิจไหน แม้โรงงานอาจปิดตัวลงทุกวัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนมองหาโรงงานในพื้นที่ของ WHA ไม่หยุดเช่นกัน แถมมาจากธุรกิจที่แตกต่างกันไป เช่น บริษัทด้านอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทยานยนต์ รวมถึงธุรกิจด้าน Data Center ซึ่งล้วนเป็นโอกาสให้คนไทยเข้าถึงงานหลากหลายรูปแบบมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณพิมพนิจ เสริมว่า ปัญหาที่ประเทศไทยเผชิญทุกวันนี้คือปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลง ทำให้แรงงานรุ่นใหม่มีจำนวนน้อยลงด้วย นอกจากนั้นคนจำนวนมากยังเลือกทำงานอิสระมากกว่าการเป็นพนักงานประจำ สิ่งนี้บังคับให้องค์กรต้องปรับกลยุทธ์หลายอย่าง เช่น การสรรหาแรงงาน ต้องไม่รอให้คนเข้ามาสมัครเท่านั้นแล้ว แต่ต้องออกไปสร้างแรงงานเองผ่านโครงการฝึกอบรมและความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณก่อพงศ์ บอกว่าความท้าทายของตลาดแรงงานในปัจจุบันยังอยู่ที่ค่าแรงด้วย เมื่อก่อนหลายบริษัท รวมถึงบริษัทเขาสามารถจ่ายค่าตอบแทนที่สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำได้ อย่างไรก็ตามทุกวันนี้ด้วยสภาพเศรษฐกิจทำให้ไม่สามารถจ่ายสูงได้เท่าเดิม ทางแก้ที่องค์กรทำได้คือ ถึงจะจ้างคนน้อยลง แต่ต้องไม่หยุดการ Upskill-Reskill ซึ่งเป็นสิ่งที่ HR ต้องคิดเลยว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ Productivity ยังสูงได้ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44031" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-05T165856.150.png" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #3 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum - Future of Manpower" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #3 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum - Future of Manpower 956" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-05T165856.150.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-05T165856.150-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>การสร้างองค์กรให้ดี ต้องเริ่มจากการเลือก Manpower ที่ใช่</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเลือกคนที่ใช่ตั้งแต่ต้น วิทยากรทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าจะเป็นการติดกระดุมเม็ดแรกที่ดีที่สุด คุณพิมพนิจเล่าต่อเนื่องถึงกลยุทธ์ของ Senior Aerospace ว่าคือการทำ Employer Branding แล้วสร้างคนเก่งขึ้นมาด้วยตัวเอง โดยที่ผ่านมาองค์กรทำเรื่องพาร์ทเนอร์กับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ร่วมกันทำหลักสูตรพัฒนาคนเพื่อป้อนให้มาทำงานกับบริษัททันทีหลังฝึกงานและเรียนจบ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“จากที่ทำโครงการนี้มา เด็กที่สนใจเรื่องเหล่านี้เยอะมาก แต่อาจยังขาดประสบการณ์จริง แล้วพอพวกเขาได้ความรู้ ได้ทำงานในสิ่งที่ชอบจริง ๆ ก็ยิ่งทำให้เขาเติบโตในเส้นทางอาชีพเร็วขึ้นด้วย แต่เราก็ต้องไม่ลืมพนักงานที่อยู่ในองค์กรอยู่แล้ว เราต้อง Upskill-Reskill พวกเขาเสมอ เพื่อเพิ่มศักยภาพ ทำทุกอย่างเพื่อสร้างเครือข่ายแรงงานที่จะช่วยสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นค่ะ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณก่อพงศ์ เห็นด้วยว่าการดึงดูดพนักงานในยุคใหม่ต้องทำเชิงรุกเช่นกัน แต่เขามองในมุมต่างออกไปเล็กน้อยว่า จริงอยู่ที่คนสำคัญแน่นอน แต่ทักษะของคนสำคัญไม่แพ้กันหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะเมื่อพนักงานลาออกไป หลายองค์กรจะเจอปัญหาว่าทักษะหลายอย่างหายตามพวกเขาไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นต้องทำให้แน่ใจว่าจะมีการเก็บ Know How ที่สั่งสมมานาน แล้วถ่ายทอดไปถึงพนักงานรุ่นใหม่ให้ยังคงอยู่สืบไป</span></p>
<h2><b>Turnover Rate ที่สูง ไม่น่ากลัวเสมอไป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งสิ่งที่วิทยากรทั้ง 3 ท่าน และผู้เข้าฟังในห้องร่วมกันถกเถียงก็คือ กลยุทธ์ในการ Retention หรือการดึงดูดพนักงานให้อยากอยู่กับองค์กรต่อควรเป็นอย่างไร คำตอบที่ออกมาของแต่ละองค์กรมีความน่าสนใจแตกต่างกันไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น หลายองค์กรอาจเน้นการสร้างความสบายใจให้พนักงาน มอบสวัสดิการที่ทำให้หลายคนอยากมาอยู่ด้วย อย่างการเข้าฟิตเนสฟรี สนับสนุนและส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ ถ้าใครอยากลาแปลงเพศก็ทำได้โดยไม่หักเงิน มีการทำ Employee Engagement ระหว่างกันบ่อย ๆ ช่วยให้พนักงานเข้าใจว่านอกจากทำงานแล้ว ชีวิตยังมีอีกหลายเรื่อง ดังนั้นจึงใส่ใจพวกเขามาก ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่แน่นอนว่าทุกองค์กรย่อมไม่สามารถรักษาพนักงานเอาไว้ได้เสมอไป เช่น ในอุตสาหกรรมการผลิตทุกวันนี้ มีองค์กรจากประเทศจีนใช้เงินหลายเท่าเพื่อดึงตัวคนเก่งไปร่วมงาน โดยบางคนอาจมองว่ามันแลกมากับความยากในการทำงาน ความรับผิดชอบที่มากขึ้น แต่ก็มีหลายคนมองว่าวัฒนธรรมแบบจีนนำมาสู่โอกาสใหม่ ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรที่คนไทยต่างคุ้นเคยไม่เคยมอบให้มาก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพิมพนิจ คิดว่าบางครั้งการเห็นยอด Turnover Rate สูงไม่น่ากลัวอย่างที่คิด หากคนลาออกเพราะวัฒนธรรมในการทำงานเข้ากันไม่ได้ การย้ายงานจะทำให้เขาได้ไปอยู่ในองค์กรที่เข้ากับวัฒนธรรมที่ตัวเองชอบ และเปิดโอกาสให้คนที่ไม่ฟิตจากองค์กรอื่นได้ค้นหาและเจอองค์กรที่ใช่ ซึ่งอาจเป็นองค์กรของเราเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณก่อพงศ์บอกว่า แต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน บริษัทของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เขาเองเคยเจอว่าหลายองค์กรเน้นรับพนักงานเป็นเด็กจบใหม่ ที่ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรเหมือนการอยู่ในมหาวิทยาลัยที่ทุกคนคุ้นเคย โดยเขาเองไม่ได้บอกว่าวิธีนี้ดีสุด แต่มันขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละบริษัทว่าจะหาวิธีเอาตัวรอดในแบบฉบับของตัวเองอย่างไร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44032" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-05T165837.478.png" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #3 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum - Future of Manpower" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #3 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum - Future of Manpower 957" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-05T165837.478.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-05T165837.478-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ทางรอดขององค์กรยุคใหม่ ต้องให้ความสำคัญกับหลัก ESG</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณดิสพงศ์ เสนอทางออกของทั้งองค์กรและคนทำงาน ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์หลักในยุคปัจจุบันและในอนาคตคือ ความตื่นตัวด้าน ESG การให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาล การทำเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีการสำรวจของ PwC พบว่าเวลาคนรุ่นใหม่หางาน ไม่น้อยจะมองหาบริษัทที่รักษ์โลก ดูแลสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน รวมถึงการมองหาองค์กรที่ปฏิบัติต่อพนักงาน ปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน เปิดกว้างด้านความหลากหลาย ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ถ้าองค์กรไหนมีองค์ประกอบเหล่านี้ จะเป็นที่เตะตาของคนหางานมากขึ้น ไม่แพ้องค์กรที่ให้ค่าตอบแทนสูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องที่คุณดิสพงศ์พบว่าสำคัญไม่แพ้กันคือต้องหมั่นวัดค่า Wheel of Life หรือวงจรชีวิตของพนักงานแต่ละคน HR มักจะได้ยินบ่อย ๆ ว่าพนักงาชอบบ่นเรื่อง Work-Life Balance ซึ่งไม่ผิดแต่อย่างใด และ Work-Life Balance ของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน ผู้นำและ HR สามารถสำรวจพนักงานได้ว่า ด้านไหนในวงล้อของพวกเขากำลังมีปัญหา องค์กรจะได้ช่วยให้เกิดความสุขในชีวิตและการทำงานอย่างสมดุล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณดิสพงศ์ ยังเสริมอีกว่า หลายคนเข้าใจผิดว่า เวลาพนักงานลาออกเป็นความผิดของ HR ทั้งที่ HR เองอาจไม่ได้ใกล้ชิดกับพนักงานเทียบเท่าคนเป็นหัวหน้า ดังนั้นหากต้องการรักษาคนเก่งให้อยู่คู่องค์กรต่อไป อย่าลืมการฝึกคนในระดับ Middle Management ให้สามารถดูแล รับมือ โค้ชชิ่ง รวมถึงเป็นที่ปรึกษาที่ดีของพนักงานด้วย</span></p>
<h2><b>อย่าปล่อยให้การ Transformation องค์กรคือหน้าที่ของแค่ HR</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นสุดท้ายที่พูดคุยกันก็คือ เพื่อให้อนาคตของพนักงาน อนาคตขององค์กรมีความมั่นคง ทางออกที่ควรเป็นคืออะไร  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพิมพนิจ บอกว่าปัจจุบันเราเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องพูดถึง AI แม้จะมีคนที่กลัวว่า AI จะเข้ามาแทนที่พวกเขาหากใช้มันมาก ๆ แต่สิ่งที่ควรเน้นย้ำกว่าคือการส่งเสริมให้พนักงานใช้ AI เป็น รู้เท่าทันเทคโนโลยี รู้ว่าจะใช้มันเสริมศักยภาพการทำงานอย่างไรได้บ้าง ทำจะทำให้ต่อให้ยุคที่ Manpower น้อยลง แต่ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานจะไม่ลดตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่ผู้ร่วมงานถามขึ้นก็คือ แล้วเราควรทำ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/change-management-241120/">Change Management</a> เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรอย่างไรบ้าง มีหลายองค์กรทีเดียวที่ยอมรับว่าปัจจุบันยังทำงานแบบ ท็อป-ดาวน์ (Top-Down) อยู่พบเจอได้เยอะในองค์กรโรงงานที่มีต้นกำเนิดมาจากต่างประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณดิสพงส์จึงถือโอกาสนี้ยกตัวอย่างกรณีของ WHA Group ว่าการ Transformation ของ WHA เองนั้นก็ไม่ง่าย แต่สุดท้ายการเปลีี่ยนแปลงด้วยการ “ทุบ-ดาวน์” หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อลดขั้นตอนการรับคำสั่ง ส่งเสริมให้พนักงานทุกคน ไม่แค่ผู้บริหาร ไม่แค่ Talent มีความเป็นเจ้าของผลงานมากขึ้น ทำให้เป็นเจ้าขององค์กรที่มีความภาคภูมิใจ และมีส่วนร่วมในการออกแบบองค์กรให้ดีกว่าเดิม</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ถ้าเราจะเปลี่ยนแปลงคนเพื่อให้เปลี่ยนแปลงองค์กร เราต้องเริ่มจากการทำให้พวกเขาบายอินกับองค์กร เราต้องเริ่มด้วยการเอาพนักงานทุกระดับเข้ามาช่วยกันแสดงความเห็นในเรื่องต่าง ๆ เพื่อปรับจูนการอยู่ร่วมกันได้อย่างมีสุข เราทำด้วยความเคารพกัน และสิ่งนี้ถึงจะทำให้ทุกคนกล้าถกเถียงกันบนหลักการ และทำให้องค์กรดีขึ้น…</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“คนที่จะดูว่ากระบวนการเปลี่ยนแปลงได้ผลดีตามเป้าหรือไม่คือทุกคนในองค์กร ไม่เพียงแค่ HR ไม่เพียงแค่หัวหน้างาน แต่เป็นงานของทุกคนจึงจะสามารถบอกได้ว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือยัง”</span></i><span style="font-weight: 400;"> Senior Director, Human Resources จาก WHA Group ทิ้งท้าย</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #3 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum - Future of Manpower 958"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-of-manpower-roundtable-250325/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &#038; Well-Being Forum</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-people-management-and-well-being-forum-250224/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-people-management-and-well-being-forum-250224/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Feb 2025 04:05:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[PMAT]]></category>
		<category><![CDATA[Well-Being]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand People Management]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=43240</guid>

					<description><![CDATA[ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานไม่ใช่แค่เรื่องสวัสดิการ แต่เป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จขององค์กร หากพนักงานมีสุขภาพกายและใจที่ดี พวกเขาย่อมมีแรงขับเคลื่อนในการทำงาน สร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่า และช่วยผลักดันองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) เล็งเห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้ จึงจัดงาน Thailand People Management &#38; Well-Being Forum ขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อยกย่ององค์กรที่ให้ความสำคัญกับการบริหารคนและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน พร้อมทั้งเปิดเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดและกลยุทธ์จากองค์กรชั้นนำที่ประสบความสำเร็จในด้านนี้ HREX มีโอกาสเข้าร่วมงานเสวนาและเก็บเกี่ยวมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญในวงการ HR เราจึงสรุปประเด็นสำคัญจากงานมาให้ HR ทุกท่านได้อ่านกันแล้ว ดังต่อไปนี้ Welcome Speech “Pioneering Excellence in People Management and Well-Being” คุณสุดคนึง ขัมภรัตน์ นายกสมาคม PMAT กล่าวถึงความสำคัญของ “คน” ว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อองค์กรและประเทศ การที่องค์กรต่าง ๆ ในไทยร่วมกันส่งชื่อเข้าชิงรางวัลและรับการประเมินด้านการบริหารบุคคล แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบบริหารที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างมาตรฐานระดับประเทศและก้าวไกลสู่ระดับโลก ในยุคที่ เทรนด์ด้านการดูแลพนักงาน กลายเป็นประเด็นสำคัญในระดับสากล PMAT ค้นพบว่า องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานสามารถรักษาพนักงานได้มากขึ้นถึง 40% ในขณะที่พนักงานเจเนอเรชันใหม่ให้ความสำคัญกับ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43264" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T105042.350.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum 969" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T105042.350.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T105042.350-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></h2>
<p data-start="43" data-end="275">ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานไม่ใช่แค่เรื่องสวัสดิการ แต่เป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จขององค์กร หากพนักงานมีสุขภาพกายและใจที่ดี พวกเขาย่อมมีแรงขับเคลื่อนในการทำงาน สร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่า และช่วยผลักดันองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p data-start="277" data-end="596">สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (<a href="http://www.pmat.or.th/home/" target="_blank" rel="noopener">PMAT</a>) เล็งเห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้ จึงจัดงาน <strong>Thailand People Management &amp; Well-Being Forum</strong> ขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อยกย่ององค์กรที่ให้ความสำคัญกับการบริหารคนและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน พร้อมทั้งเปิดเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดและกลยุทธ์จากองค์กรชั้นนำที่ประสบความสำเร็จในด้านนี้</p>
<p data-start="598" data-end="741" data-is-last-node="" data-is-only-node="">HREX มีโอกาสเข้าร่วมงานเสวนาและเก็บเกี่ยวมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญในวงการ HR เราจึงสรุปประเด็นสำคัญจากงานมาให้ HR ทุกท่านได้อ่านกันแล้ว ดังต่อไปนี้</p>
<p data-start="598" data-end="741" data-is-last-node="" data-is-only-node=""></p>
<h2><b>Welcome Speech “Pioneering Excellence in People Management and Well-Being”</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43265" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T110142.728.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum 970" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T110142.728.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T110142.728-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณสุดคนึง ขัมภรัตน์</b><span style="font-weight: 400;"> นายกสมาคม PMAT กล่าวถึงความสำคัญของ </span><b>“คน”</b><span style="font-weight: 400;"> ว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อองค์กรและประเทศ การที่องค์กรต่าง ๆ ในไทยร่วมกันส่งชื่อเข้าชิงรางวัลและรับการประเมินด้านการบริหารบุคคล แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบบริหารที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างมาตรฐานระดับประเทศและก้าวไกลสู่ระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ </span><b>เทรนด์ด้านการดูแลพนักงาน</b><span style="font-weight: 400;"> กลายเป็นประเด็นสำคัญในระดับสากล PMAT ค้นพบว่า </span><b>องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานสามารถรักษาพนักงานได้มากขึ้นถึง 40%</b><span style="font-weight: 400;"> ในขณะที่พนักงานเจเนอเรชันใหม่ให้ความสำคัญกับ </span><b>Mental Health และ Work-Life Balance กว่า 70%</b><span style="font-weight: 400;"> ดังนั้น HR ไม่สามารถอยู่เฉยได้อีกต่อไป แต่ต้องเร่งสร้างระบบที่ช่วยให้พนักงานมีความสุข และองค์กรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่อาจมองข้ามคือบทบาทของ </span><b>AI และเทคโนโลยี</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อการทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความท้าทายสำคัญคือการพัฒนาทักษะใหม่ๆ (Reskilling) โดยเฉพาะ </span><b>Analytical Thinking, Leadership และ Digital Literacy</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้บุคลากรสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์กรจึงต้องลงทุนในการพัฒนาทักษะของพนักงานให้สอดคล้องกับความต้องการของโลกอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ </span><b>ข้อมูล (Data)</b><span style="font-weight: 400;"> ได้กลายเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ </span><b>Personalized</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับพนักงาน องค์กรที่สามารถใช้ข้อมูลเพื่อเข้าใจพนักงาน และดูแลพนักงานในแบบที่เหมาะสม จะสามารถลดปัญหาการจ่ายค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสม ลดอัตราการลาออก และเพิ่มความผูกพันกับองค์กรได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายแล้ว ความสุขของพนักงานคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ </span><b>Happy People = Productive People</b><span style="font-weight: 400;"> หากองค์กรสามารถสร้างความสมดุลให้กับชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวของพนักงานได้ ย่อมทำให้เกิดแรงขับเคลื่อนที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะนำพาองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน ถึงเวลาแล้วที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญกับการบริหารคนในมิติใหม่ ที่จะสร้างทั้งประสิทธิภาพและความสุขไปพร้อมกัน</span></p>
<h2><b>ปาฐกถาพิเศษแสดงความยินดีและมอบรางวัล Well-Being Award</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43263" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T110226.864.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum 971" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T110226.864.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T110226.864-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร</strong> อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวแสดงความยินดีกับองค์กรที่ได้รับรางวัล </span><b>Well-Being Award</b><span style="font-weight: 400;"> โดยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ </span><b>การบริหารคน (People Management)</b><span style="font-weight: 400;"> ในฐานะหัวใจของการพัฒนาองค์กรและสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ในโลกการทำงานปัจจุบัน คนจำนวนมากใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงาน </span><b>หากองค์กรสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานมีความสุขได้ นั่นคือก้าวแรกของความสำเร็จที่แท้จริง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกกล่าวถึงคือ </span><b>Work-Life Balance </b><span style="font-weight: 400;">หลายคนทำงานหนักจนไม่มีเวลาสำหรับชีวิตส่วนตัว แต่แท้จริงแล้ว การทำงานที่มีความสุข </span><b>ไม่ได้หมายถึงแค่การรอคอยวันหยุด</b><span style="font-weight: 400;"> แต่คือการที่พนักงานรู้สึกดีในทุกๆ วันของการทำงาน ซึ่งต้องเกิดจากการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ดี การบริหารคนไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนในระยะยาว </span><b>HR จึงต้องได้รับการยกระดับจากฝ่ายสนับสนุนให้กลายเป็นหัวใจหลักขององค์กร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกกล่าวถึงคือ </span><b>บทบาทของ AI และเทคโนโลยี</b><span style="font-weight: 400;"> แม้ปัญญาประดิษฐ์จะสามารถแทนที่งานบางอย่างได้ </span><b>แต่สิ่งที่ AI ไม่สามารถแทนที่ได้คือ “ปัญญาที่ไม่ประดิษฐ์” หรือสัญชาตญาณ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการเข้าอกเข้าใจผู้อื่น (Empathy)</b><span style="font-weight: 400;"> ดังนั้นองค์กรต้องไม่มองว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือที่มาแทนคน แต่ควรใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยพัฒนาและเสริมศักยภาพให้พนักงานเติบโตไปพร้อมกัน</span></p>
<p><b>Human Data-Driven</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นอีกหนึ่งแนวคิดสำคัญในโลกยุคใหม่ เมื่อข้อมูลสามารถนำมาใช้เพื่อเข้าใจพนักงานและสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมได้มากขึ้น </span><b>HR ในองค์กรจึงเปรียบเสมือน &#8220;แพทย์ขององค์กร&#8221; ที่ต้องดูแลทั้งสุขภาพกายและจิตใจของพนักงาน</b><span style="font-weight: 400;"> องค์กรที่สามารถนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ จะสามารถสร้างความสุขและความผูกพันกับพนักงานได้มากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด </span><b>องค์กรที่ดีเกิดจากคนที่ดี</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>คนที่ดีต้องมี Well-Being ที่ดี</b><span style="font-weight: 400;"> หากองค์กรใดสามารถสร้างสมดุลนี้ได้ ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อพนักงาน แต่ยังช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จที่มั่นคงและยั่งยืน</span></p>
<h2><b>Lessons Learned: Behind the Success of Thailand People Award</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43266" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T110240.668.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum 972" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T110240.668.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T110240.668-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดร.หลุยส์ คริสธานินทร์</strong> ประธานโครงการ Thailand People Management &amp; Well-Being Awards, กรรมการบริหารสมาคม PMAT และ TLCA HCM Club และเป็น CEO จาก Eureka Global แจกแจงเกณฑ์การให้รางวัลว่ามี 7 มิติสำคัญที่บ่งชี้ว่าพนักงานในองค์กรมีสุขภาวะที่ดี ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สุขภาวะที่ดีทางจิต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สุขภาวะที่ดีจิตวิญญาณ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สุขภาวะที่ดีทางกายภาพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สุขภาวะที่ดีทางการเงิน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สุขภาวะที่ดีทางอาชีพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สุขภาวะที่ดีทางสังคม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สุขภาวะที่ดีสิ่งแวดล้อม</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูลขององค์กรที่ส่งเข้าประกวดรางวัล Thailand People Management &amp; Well-Being Awards พบว่า โดยรวมแล้วสถิติที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวข้องกับเรื่อง Well-Being ของพนักงานและองค์กรทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังต่อไปนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รวมทุกองค์กรที่ส่งเข้าประกวด มีพนักงานมากกว่า 200,000 คน แต่มี HR ดูแลพนักงานทั้งหมดแค่ประมาณ 2,000 กว่าคนเท่านั้น คิดเป็นเพียง 1.8% เท่านั้นของพนักงานทั้งหมด </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">งบประมาณที่ HR ใช้ดูแลพนักงาน (Total Operating Cost) คิดเป็น 27% ของงบทั้งหมด แต่ค่าใช้จ่ายเหล่านี้นำไปสู่ Revenue ถึง 13%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">57% ขององค์กรที่ส่งเข้าประกวด นำ AI นำเทคโนโลยีมาช่วยเพื่อทำให้เกิดประสบการณ์ที่ดีของพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีองค์กร 76% จ้างผู้พิการเข้ามาทำงานในองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ค่าเฉลี่ยการพัฒนาพนักงานผ่านการเทรนนิ่งอยู่ที่ 42 ชั่วโมงต่อปี และมีค่าใช้จ่ายประมาณ 23,000 บาทต่อคนต่อปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">69% คือค่าเฉลี่ยของ Engagement ที่วัดได้ของแต่ละองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">องค์กร 81% มีนโยบาย Hybrid Working ให้พนักงานเลือกได้ว่าจะมาทำงานที่ออฟฟิศหรือทำงานที่ไหนก็ได้ตามสะดวก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">95% ขององค์กรที่ส่งประกวดมีการทำ Succession Planning แต่กลับมีแค่ 57% เท่านั้นที่มีการทำ Career Development พนักงานอย่างจริงจัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">90% ขององค์กรจ้างพนักงานที่เคยออกไปกลับมาร่วมงานด้วย </span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.หลุยส์ อธิบายว่า องค์กรที่ส่งเข้ารับการประเมินรางวัลต้องตอบคำถาม PMAT ให้ได้ว่าสร้าง Well-Being ให้เกิดขึ้นได้อย่างไรในทุกประเด็นข้างต้น และต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่บ่งชี้ว่าคำตอบนั้นมีความสมเหตุสมผล เช่น มีนโยบายสนับสนุนในระยะยาว มีหลักฐานระบุถึงผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดจริง โดยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อองค์กรและสังคมด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่สำคัญมาก ๆ คือเรื่องความสม่ำเสมอในการดูแลพนักงาน นอกจากนั้นยังมีเรื่องความยั่งยืน ว่าผลที่ออกมาได้ผลเพียงแค่งาน HR อย่างเดียว หรือส่งผลดีไปถึงทั้งองค์กร รวมถึงสังคมทั้งสังคมด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีนี้เป็นปีแรก เขาตระหนักดีว่าการวัดผลอาจยังมีสิ่งที่ยังต้องพัฒนาเพิ่มเติม เช่น ต้องถามในเชิงผลกระทบให้ได้มากยิ่งขึ้นหากจะมอบรางวัลในปีต่อ ๆ ไป และเขาเชื่อว่าจะยิ่งส่งเสริมให้ประเด็น Well-Being ได้รับความสำคัญมากขึ้นในอนาคต พร้อมคัดกรององค์กรที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ให้ได้รางวัลจากการดูแลสุขภาพวะที่ดีขององค์กร</span></p>
<h2><b>Well-Being at Work: A Game-Changer for People and Productivity</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43267" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T115527.925.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum 973" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T115527.925.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T115527.925-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์</b><span style="font-weight: 400;"> คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดประเด็นด้วยคำถามสำคัญว่า </span><b>“เราจะทำอย่างไรให้มีความสุขในการทำงาน?”</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะในชีวิตจริงเต็มไปด้วยความเครียดและความท้าทาย หลายคนในยุคก่อนมองว่าความสำเร็จมาจากการทำงานหนัก แต่ในยุคปัจจุบัน </span><b>แนวคิดนี้กำลังเปลี่ยนไป</b><span style="font-weight: 400;"> โลกหันมาให้ความสำคัญกับ Well-Being มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะการบริหารคนแบบเดิมที่เชื่อว่า ‘การทำงานหนักคือเรื่องดี’ ใช้ไม่ได้อีกต่อไป หากองค์กรต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Well-Being เป็นเรื่องของทุกคนในองค์กร หากทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ย่อมส่งผลต่อสังคมที่ดีขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ </span><b>Well-Being ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับ Productivity</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะพนักงานที่มีสุขภาพกายและใจที่ดีจะสามารถสร้างผลงานที่มีคุณค่าได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือ Productivity และ Well-Being มักสวนทางกัน เช่น การที่โรงพยาบาลมีคนไข้จำนวนมากอาจหมายถึงภาระงานที่หนักขึ้นสำหรับบุคลากร ดังนั้นองค์กรต้องหาสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รศ.นพ.ฉันชาย แจกแจงว่าความสุขในการทำงานมี 3 ระดับหลัก ๆ ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สิ่งแวดล้อมที่ดี</b><span style="font-weight: 400;"> – องค์กรที่มีบรรยากาศน่าอยู่ มีกิจกรรมสร้างสรรค์จะช่วยให้พนักงานรู้สึกดีขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเพียงปัจจัยพื้นฐานที่ทุกองค์กรสามารถทำได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การได้ทำงานที่รัก</b><span style="font-weight: 400;"> – แม้ไม่ใช่ทุกคนจะได้ทำงานที่ตรงกับความต้องการของตัวเอง แต่ HR สามารถช่วยให้พนักงานค้นพบความหมายและ Passion ในงานของตนเองได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การมีเป้าหมายร่วมกัน</b><span style="font-weight: 400;"> – องค์กรที่มีวิสัยทัศน์สอดคล้องกับความเชื่อของพนักงานจะช่วยให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรและสังคม</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">Well-Being ไม่ใช่หน้าที่ของ HR เพียงฝ่ายเดียว </span><b>แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากทั้งองค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> ตั้งแต่การส่งเสริม (Promote) การดูแล (Provide) และการปกป้องพนักงาน (Protect)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ </span><b>Empathy และ Compassion</b><span style="font-weight: 400;"> ก็เป็นหัวใจสำคัญขององค์กรยุคใหม่ ที่ผ่านมาผู้คนให้ความสำคัญเรื่องการมี Empathy แต่ยุคนี้จะไม่ใช่แค่การเข้าใจความรู้สึกพนักงานแล้ว แต่ต้องมี Compassion คนเป็นผู้นำรับรู้ว่ามีปัญหา แล้วต้องลงมือช่วยเหลือพนักงานอย่างแท้จริงด้วย โดยเฉพาะในวงการแพทย์ การดูแลบุคลากรให้มีสุขภาพกายและใจที่ดีจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการดูแลผู้ป่วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รศ.นพ.ฉันชาย ย้ำทิ้งท้ายว่า </span><b>Well-Being เป็นหน้าที่ของทุกคน</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่แค่ผู้บริหารหรือ HR แต่พนักงานทุกคนต้องตระหนักว่าสุขภาพของตนเองคือสิ่งสำคัญ หากเราดูแลตัวเองดี เราก็จะสามารถสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับองค์กรและสังคมได้มากขึ้น การมีสภาพแวดล้อมที่ช่วยเยียวยา (Healing Process) เช่น พื้นที่สีเขียว หรือบรรยากาศที่ผ่อนคลาย </span><b>เป็นปัจจัยเล็กๆ ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตการทำงานให้ดีขึ้นได้</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะเมื่อสุขภาพดี ความสุขก็ตามมา และเมื่อคนมีความสุข ประสิทธิภาพในการทำงานก็จะสูงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ</span></p>
<h2><b>Leadership with Purpose: สร้างสุขภาวะที่ดีเพื่อคนและองค์กรที่ยั่งยืน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43268" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T122752.371.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum 974" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T122752.371.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T122752.371-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท </span><b>ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)</b><span style="font-weight: 400;"> ได้กล่าวถึง </span><b>Purpose หรือจุดมุ่งหมาย</b><span style="font-weight: 400;">ว่าเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคนเป็นผู้นำ หากจะเดินไปยังทิศเหนือตามดาวเหนือได้ถูกต้อง การมีเข็มทิศ Purpose จะนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายอย่างถูกต้อง</span></p>
<p><b>การอธิบาย Purpose ให้พนักงานรับรู้กันถือเป็นบทบาทสำคัญของผู้นำที่ดี เพราะจะทำให้ทุกคนในองค์กรเดินไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีพลังและความมุ่งมั่น โดย</b><span style="font-weight: 400;">เธอได้สรุปคุณสมบัติของ </span><b>ผู้นำที่แท้จริง</b><span style="font-weight: 400;"> ไว้ 6 ข้อ ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน</b><span style="font-weight: 400;"> – มองเห็นเป้าหมายและทิศทางขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เป็นผู้นำที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เปลือก</b><span style="font-weight: 400;"> – มีความซื่อสัตย์และมั่นคง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เอาใจเขามาใส่ใจเรา</b><span style="font-weight: 400;"> – เข้าใจทีมงาน ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น</b><span style="font-weight: 400;"> – ทำให้ทีมรู้สึกมีพลังและพร้อมเดินไปในทิศทางเดียวกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มีความรับผิดชอบต่อสังคม</b><span style="font-weight: 400;"> – ไม่คิดเพียงแค่ความสำเร็จของตัวเอง แต่คำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อองค์กรและสังคม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน</b><span style="font-weight: 400;"> – พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติหรือโอกาส</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ </span><b>Purpose</b><span style="font-weight: 400;"> จะเป็นหัวใจขององค์กร แต่สิ่งสำคัญที่ต้องมาควบคู่กันไปคือ </span><b>การสร้าง Impact ต่อสังคมด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจคิดว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องของผู้มีอำนาจหรือผู้นำองค์กร แต่แท้จริงแล้ว </span><b>ทุกคนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเริ่มจากการทำสิ่งเล็กๆ ให้คนรอบข้างมีความสุข ทำให้ทีมดีขึ้น ส่งเสริมบรรยากาศที่ดีภายในองค์กร และเมื่อแต่ละคนร่วมมือกัน </span><b>พลังของการเปลี่ยนแปลงจะขยายตัวสู่ระดับองค์กรและสังคม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การขับเคลื่อน </span><b>Purpose</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องเริ่มจากคนในองค์กร ผู้นำต้อง</span><b>ค้นหาคนที่เป็น “Champion” หรือบุคคลต้นแบบที่มีพลังบวก</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อช่วยขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กร เมื่อพนักงานเข้าใจจุดมุ่งหมายและคุณค่าที่องค์กรต้องการสื่อสาร ก็จะเกิดพลังร่วมที่แข็งแกร่งในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย </span><b>หน้าที่ของผู้นำไม่ได้เป็นเพียงการกำหนดทิศทาง</b><span style="font-weight: 400;"> แต่คือการนำพาทุกคนให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น </span><b>เพราะผู้นำที่ดีไม่ใช่คนที่เดินเร็วที่สุด แต่คือคนที่สามารถทำให้ทีมก้าวไปพร้อมกัน</b><span style="font-weight: 400;"> สร้างองค์กรที่แข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกสถานการณ์</span></p>
<h2><b>The Ripple Effect of Well-Being: Creating a Blueprint for Holistic Health Within Organizations</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43269" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T145046.590.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum 975" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T145046.590.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T145046.590-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ </span><b>Well-Being</b><span style="font-weight: 400;"> กลายเป็นหัวใจของการบริหารองค์กร หลายบริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานอย่างเป็นระบบ เพราะพนักงานที่มีความสุข </span><b>ไม่ได้ส่งผลดีแค่ต่อองค์กร แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมโดยรวม</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การทำให้ Well-Being เป็นวัฒนธรรมองค์กร </span><b>ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสวัสดิการหรือกิจกรรมผิวเผิน</b><span style="font-weight: 400;"> แต่เป็นแนวคิดที่ต้องฝังรากลึกลงไปในทุกแง่มุมของการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเสวนาหัวข้อ The Ripple Effect of Well-Being: Creating a Blueprint for Holistic Health Within Organizations ทาง PMAT ได้เชิญองค์กรที่ได้รับรางวัลด้านการส่งเสริม Well-Being ให้ขึ้นมาแชร์เคล็ดลับการบริหารคนและบริหารองค์กรจนประสบความสำเร็จให้ผู้เข้าร่วมฟังในงานได้รับรู้ และลองนำไปปรับใช้ต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณณัฐชัย อุทัยพัฒน์ CPO จาก Bangkok Glass Public Company Limited เผยว่าองค์กรเน้นหลักการดูแลสุขภาพของพนักงานผ่านแนวคิด </span><b>3 อ.</b><span style="font-weight: 400;"> ได้แก่ </span><b>อาหาร ออกกำลังกาย และอารมณ์</b><span style="font-weight: 400;"> โดยบริษัทใช้ข้อมูลด้านสุขภาพของพนักงานมาวิเคราะห์ และออกแบบโปรแกรมที่ช่วยให้พนักงานได้รับสารอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกายอย่างถูกต้อง และมีความสมดุลทางอารมณ์ นอกจากนี้ </span><b>พนักงานยังสามารถใช้ข้อมูลสุขภาพของตัวเองแลกเป็นแต้มเพื่อรับของรางวัล</b><span style="font-weight: 400;"> สร้างแรงจูงใจให้ทุกคนดูแลตัวเองมากขึ้น เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทำให้พนักงานอยากดูแลสุขภาพตัวเองให้เต็มที่ เพื่อจะได้เป็นคนที่แข็งแรงขึ้น และอยู่คู่องค์กรไปอีกนาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนที่ </span><b>บริษัท เบทาโกรแลนด์ จำกัด</b><span style="font-weight: 400;"> คุณธานัท รักเพชร รองประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารทรัพยากรมนุษย์ มองว่า Well-Being ไม่ใช่แค่การให้คำปรึกษาหรือสวัสดิการ แต่คือ </span><b>การทำให้พนักงานรู้สึกดีและมีความสุขกับสิ่งที่ทำ</b><span style="font-weight: 400;"> บริษัทนำ </span><b>Data-Driven</b><span style="font-weight: 400;"> มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและการลาของพนักงาน เพื่อนำไปออกแบบนโยบายที่ช่วยลดปัญหาสุขภาพ เช่น การสนับสนุนการออกกำลังกาย แม้กระทั่งการมีชมรมธรรมะช่วยกล่อมเกลาจิตใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหลังจากทำงานนี้มานานหลายปี มี</span><b>ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดหลายข้อ หนึ่งในนั้นคืออัตราการลาป่วยลดลงกว่า 10%</b><span style="font-weight: 400;"> และพนักงานรู้สึกเครียดน้อยลงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ </span><b>ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</b><span style="font-weight: 400;"> โดย </span><b>ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์</b><span style="font-weight: 400;"> ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์มองว่า Well-Being ของบุคลากรในองค์กรซึ่งมีแต่บุคลากรทางการแพทย์สำคัญมาก หากพนักงานรู้สึกเหนื่อยล้า ย่อมส่งผลต่อคุณภาพการรักษาคนไข้เสียเอง</span></p>
<p><b>ศูนย์ศรีพัฒน์จึงออกแบบ &#8220;ตัวชี้วัดสุขภาวะ 7 มิติ&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ครอบคลุมทั้งกายและใจ ตั้งแต่การออกกำลังกาย การพักผ่อน ไปจนถึงการดูแลด้านจิตใจ </span><b>เพื่อให้บุคลากรสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน </span><b>Indorama Ventures</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นองค์กรระดับโลกที่มีพนักงานหลายเชื้อชาติ </span><b>ดร.ณัฐณิชาช์ ก้องทวีสวัสดิ์</b><span style="font-weight: 400;"> Joint Vice President &#8211; HR Projects Implementation and People Strategy Planning เล่าว่า </span><b>ความท้าทายขององค์กรขนาดใหญ่คือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรกลางที่ทุกคนสามารถเข้าใจและปฏิบัติตาม</b><span style="font-weight: 400;"> ปัจจุบันบริษัทอยู่ในช่วง </span><b>Transformation</b><span style="font-weight: 400;"> และกำลังประเมินกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ จุดสำคัญที่ให้ความสำคัญคือ </span><b>Diversity &amp; Inclusion</b><span style="font-weight: 400;"> ทำอย่างไรให้พนักงานจากหลากหลายวัฒนธรรมสามารถทำงานร่วมกันได้ และสร้าง Well-Being ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ แต่ยังคงอยู่ภายใต้แนวคิดเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายแล้ว </span><b>Well-Being ไม่ใช่แค่เรื่องของ HR แต่เป็นเรื่องของทุกคนในองค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> หากผู้นำให้ความสำคัญ พนักงานย่อมสัมผัสได้ และเมื่อพนักงานมีสุขภาพกายและใจที่ดี พวกเขาจะสามารถส่งต่อพลังบวกไปสู่ลูกค้าและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม นี่คือผลกระทบแบบ </span><b>Ripple Effect</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เริ่มต้นจากภายในองค์กร แต่ขยายออกไปไกลกว่าที่คาดคิด</span></p>
<h2><b>Cultivating Well-Being Throughout the Employees Life Cycle: From Attraction to Separation</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43270" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T153445.036.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum 976" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T153445.036.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T153445.036-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่องค์กรให้ความสำคัญกับ Well-Being ของพนักงาน </span><b>ไม่ใช่แค่สวัสดิการเสริม แต่เป็นกลยุทธ์หลักที่ช่วยให้องค์กรเติบโตไปพร้อมกับคนทำงาน</b><span style="font-weight: 400;"> สามองค์กรชั้นนำที่ได้รับรางวัล </span><b>People Organization Management</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>Well-Being Organization Award</b><span style="font-weight: 400;"> ได้แก่ </span><b>Thai Oil, บางจาก คอร์ปอเรชั่น และเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล</b><span style="font-weight: 400;"> ได้มาแบ่งปันแนวทางการดูแลพนักงานตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน จนถึงวันที่ต้องจากลาองค์กร</span></p>
<p><b>คุณเบญจวรรณ พุ่มพฤกษ์</b><span style="font-weight: 400;"> Manager- People &amp; Organize Strategy บริษัท ไทยออยล์ จากัด (มหาชน) (Thai Oil) เผยว่า </span><b>Thai Oil ยึดมั่นในการทำงานที่ “คนสำราญ งานสำเร็จ&#8221; โดยที่ผ่านมาบริษัทเปลี่ยนชื่อฝ่าย HR เป็นฝ่าย People &amp; Organization Strategy</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อมุ่งเน้นการวางกลยุทธ์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้พนักงาน เพราะถือคติว่า </span><b>&#8220;พนักงานคือพระเอก-นางเอก&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ขององค์กร หากพนักงานไม่มีความสุข แผนกลยุทธ์ใดๆ ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายของ Thai Oil คือการสร้าง </span><b>People Management ที่เป็น &#8220;Best in Class&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> และสามารถวัดผลด้านความยั่งยืนได้ องค์กรไม่ได้ต้องการแค่ให้พนักงานมี Well-Being ที่ดี แต่ต้องการให้พวกเขา </span><b>ยิ้มออกมาจากใจ และโอบรับการพัฒนาองค์กรไปพร้อมกัน</b></p>
<p><b>ส่วนคุณราตรีมณี ภาษีผล</b><span style="font-weight: 400;"> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบริหารและพัฒนาศักยภาพองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เล่ากรณีของบางจากว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้าง </span><b>&#8220;Work-Life Integration&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> มากกว่าแค่ Work-Life Balance เพราะพนักงานไม่ได้แยกชีวิตออกจากงาน แต่ต้องทำให้ทั้งสองอย่างกลมกลืนกันได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยองค์กรยังชูวัฒนธรรม </span><b>&#8220;Bangchak 100X&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เน้นสร้างความสุขให้พนักงานเพิ่มขึ้น 100 เท่า เพื่อให้องค์กรมีความยั่งยืนได้นานเกิน 100 ปี ดังนั้นสภาพแวดล้อมการทำงานจะถูกออกแบบให้ดีต่อใจและเอื้อต่อประสิทธิภาพการทำงาน </span><b>บางพื้นที่ภายในออฟฟิศถูกปรับให้เป็นคาเฟ่ขนาดย่อม</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะเมื่อพนักงานอยู่ในบรรยากาศที่สดใส ย่อมอยากมาทำงานและทำงานได้อย่างเต็มที่</span></p>
<p>ส่วน<b><a href="https://th.hrnote.asia/story/phayathai-paolo-hr-240423/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">คุณสุภาพร บัญชาจารุรัตน์ </a></b><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เปิดเผยว่า เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ซึ่งมี </span><b>11 โรงพยาบาล และมีพนักงานกว่า 10,000 คนหลากหลาย Generation</b><span style="font-weight: 400;"> ให้ดูแล ดังนั้นการดูแลจึงมีความท้าทายว่าจะทำอย่างไรจึงจะเหมาะสม จึงเกิดเป็นสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญมาก 3 ข้อดังต่อไปนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อัตรากำลังที่เพียงพอ</b><span style="font-weight: 400;"> – HR ต้องบริหารให้เหมาะสม ไม่ให้พนักงานแบกรับภาระงานหนักเกินไป และเลือกบุคลากรที่ใช่กับองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>พร้อมใช้</b><span style="font-weight: 400;"> – เมื่อพนักงานเข้ามาแล้ว ต้องมีการพัฒนา </span><b>Upskill &amp; Reskill</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้พวกเขาพร้อมทำงานเต็มประสิทธิภาพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>พนักงานผาสุข</b><span style="font-weight: 400;"> – ความสุขของพนักงานส่งผลโดยตรงต่อ </span><b>Productivity</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าพนักงานได้รับการดูแลที่ดี พวกเขาจะส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับองค์กรและผู้ป่วย</span></li>
</ol>
<p><b>Well-Being ไม่ใช่แค่สวัสดิการ แต่เป็นหัวใจของการพัฒนาองค์กร </b><span style="font-weight: 400;">ทั้ง 3 องค์กรพิสูจน์ให้เห็นว่า </span><b>เมื่อพนักงานมีสุขภาวะที่ดี พวกเขาจะส่งต่อพลังบวกกลับสู่องค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> และนำพาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าแนวคิด </span><b>&#8220;คนสำราญ งานสำเร็จ&#8221; &#8220;Bangchak 100X&#8221; หรือ “อัตรากำลังที่เพียงพอ พร้อมใช้ ผาสุข”</b><span style="font-weight: 400;"> ล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือการเป็นเข็มทิศที่ชี้นำองค์กรไปสู่การเติบโต สู่การเป็นองค์กรที่ทำงานด้วยแล้วมีความสุขอย่างแท้จริง</span></p>
<h2><b>Practice the Fuel Growth: Balancing Compassion with Productivity</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43271" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T170334.881.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum 977" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T170334.881.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-24T170334.881-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเติบโตขององค์กรในยุคปัจจุบัน ไม่ได้วัดจากตัวเลขทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างสมดุลระหว่าง Compassion และ Productivity ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารบุคลากรในองค์กร ใน Session สุดท้ายของงานวันนี้ ได้ 3 องค์กรชั้นนำที่พิสูจน์แล้วว่าการให้ความสำคัญกับการดูแลคนควบคู่ไปกับการสร้างผลลัพธ์จนนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน นั่นคือ บ้านปู บิ๊กซี และธนาคารกรุงไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับสาระสำคัญของการเสวนาเวทีนี้ สามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มจากธนาคารกรุงไทย </span><b>คุณสัณห์จุฑา รัตรสาร</b><span style="font-weight: 400;"> Senior Vice President, Head of Talent Management อธิบายว่าธนาคารให้ความสำคัญกับการบริหารบุคลากรภายใต้แนวคิด </span><b>&#8220;ใจนำก่อน&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะเชื่อว่าเมื่อพนักงานมีความมั่นคงทางจิตใจ </span><b>เขาจะสามารถปลดล็อกศักยภาพของตัวเอง</b><span style="font-weight: 400;"> และนำความสามารถมาใช้ได้อย่างเต็มที่ การสร้างสมดุลระหว่าง </span><b>Compassion และ Productivity</b><span style="font-weight: 400;"> จึงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยแนวทางนี้ กรุงไทยสามารถรักษา </span><b>อัตราความผูกพันของพนักงาน (Engagement) ให้อยู่ในระดับสูงกว่า 90%</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังใช้ระบบ </span><b>OKR เชื่อมโยงกับ KPI</b><span style="font-weight: 400;"> เปิดโอกาสให้พนักงานตั้งเป้าหมายของตัวเอง เพื่อให้พวกเขามีส่วนร่วมและสามารถพัฒนางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์กรยังให้ความสำคัญกับ </span><b>Recognition</b><span style="font-weight: 400;"> โดยออกแบบระบบให้พนักงานสามารถ </span><b>ชื่นชมกันและกันได้ง่ายขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านเทคโนโลยี เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ </span><b>Talent Retention</b><span style="font-weight: 400;"> การรักษาพนักงานที่มีศักยภาพสูง เพราะกรุงไทยเชื่อว่า </span><b>บุคลากรคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด</b><span style="font-weight: 400;"> การให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และได้รับการสนับสนุนทั้งด้านอาชีพและจิตใจ </span><b>ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่ม Productivity แต่ยังสร้างความผูกพันที่ยั่งยืนระหว่างพนักงานและองค์กร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน</span><b>คุณวิธพล เจาะจิตต์</b><span style="font-weight: 400;"> Head of Banpu People บอกว่าบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บอกว่า </span><b>ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่มี Compassion เป็น DNA</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Banpu เป็นองค์กรพลังงานระดับโลกที่ไม่เพียงให้ความสำคัญกับ </span><b>Compassion</b><span style="font-weight: 400;"> แต่ภายในองค์กร แต่ยังขยายไปถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนที่บริษัทดำเนินธุรกิจด้วย เพราะ Banpu เชื่อว่า </span><b>&#8220;ทรัพยากรประเภทเดียวที่ใช้แล้วเติบโต คือ คน&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ดังนั้น การสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพและเติบโตไปพร้อมกับบริษัทจึงเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่ Banpu เป็นบริษัทไทยที่มีพนักงานหลากหลายเชื้อชาติ </span><b>โดยพนักงานไทยมีเพียง 9%</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้วัฒนธรรมองค์กรถูกออกแบบให้ </span><b>ส่งเสริม Diversity &amp; Inclusion</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านแนวทาง </span><b>Bottom-up</b><span style="font-weight: 400;"> โดยให้แต่ละประเทศสามารถปรับแต่งวัฒนธรรมการทำงานให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง นี่คือวิธีที่ช่วยให้พนักงานจากทุกมุมโลกสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าความหลากหลายและ Compassion จะเป็นรากฐานขององค์กร </span><b>Productivity ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเดินไปพร้อมกัน</b><span style="font-weight: 400;"> ทุกโครงการของ Banpu ถูกดำเนินงานอย่างมีระบบและมีเป้าหมายในการสร้างคุณค่าให้กับผู้คนและสิ่งแวดล้อม </span><b>เพราะความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้วัดจากกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมและโลกด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ </span><b>Big C </b><span style="font-weight: 400;">คุณเหมวรรณ พูนผล Chief of Staff บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซนเตอร์ จำกัด (มหาชน) (Big C) </span><b>เชื่ออย่างยิ่งว่าพนักงานคือหัวใจสำคัญขององค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะทุกอย่างล้วนขับเคลื่อนด้วยคน </span><b>Employee Journey และ Employee Experience</b><span style="font-weight: 400;"> จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ตั้งแต่การดูแลพนักงานด้านสวัสดิการ การพัฒนาทักษะ ไปจนถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Big C ให้ความสำคัญกับ </span><b>Workforce Planning</b><span style="font-weight: 400;"> โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาวิเคราะห์ </span><b>Productivity ของแต่ละสาขา</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้แน่ใจว่ามีการกระจายทรัพยากรบุคคลอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ องค์กรยังมองไปถึง </span><b>อนาคตของกำลังคน</b><span style="font-weight: 400;"> ว่าต้องการพนักงานแบบไหน เพื่อเตรียมพร้อมให้ทันกับการขยายธุรกิจ พร้อมทั้งออกแบบระบบ </span><b>Reward ที่เชื่อมโยงกับผลงานของพนักงาน</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อสร้างแรงจูงใจให้พวกเขาพัฒนาตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ </span><b>Employer Branding</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่ง Big C มองว่า </span><b>การสร้างแบรนด์นายจ้างที่แข็งแกร่ง ต้องเริ่มจากภายในองค์กรก่อน</b><span style="font-weight: 400;"> HR ไม่ได้เน้นแค่การดึงดูดคนเก่งเข้ามาทำงาน แต่ต้องสร้างองค์กรให้เป็นที่ที่ดีสำหรับพนักงานตั้งแต่แรก แล้วค่อยสื่อสารออกไป </span><b>เมื่อองค์กรมีคุณค่าจริง พนักงานจะเป็นผู้ส่งต่อเรื่องราวดีๆ และทำให้ Big C เป็นที่ยอมรับทั้งภายในและภายนอกอย่างแท้จริง</b></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand People Management &amp; Well-Being Forum 978"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-people-management-and-well-being-forum-250224/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2025</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-summit-2025-250221/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-summit-2025-250221/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Feb 2025 02:23:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Future Trends]]></category>
		<category><![CDATA[Future Trends Ahead Summit 2025]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=43173</guid>

					<description><![CDATA[ปิดฉากลงแล้วกับงานสัมมนา Future Trends Ahead Summit 2025 ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยนความรู้และวิสัยทัศน์ด้านเทรนด์ธุรกิจและการลงทุนที่น่าจับตามองตลอดปีที่เหลืออยู่ งานครั้งนี้รวบรวมเหล่าผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าทั้งจากไทยและต่างประเทศในแวดวงเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการลงทุนมาร่วมแบ่งปันมุมมองในหลากหลายประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่ออนาคตของโลกธุรกิจ ท่ามกลางเนื้อหามากมายที่อัดแน่นไปด้วยสาระความรู้ดี ๆ มีเรื่องใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับ HR และแวดวงการทำงานโดยรวม HREX สรุปเนื้อหามาให้อ่านกันแล้วดังต่อไปนี้ 6 ประเด็นท้าทายของเศรษฐกิจไทย ที่ไม่ว่าใครก็ต้องเผชิญ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการพูดถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2024 โดยคุณธนโชติ วิสุทธิสมาน CEO Likeme (Future Trends) ได้แจกแจงออกเป็น 6 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. การฟื้นตัวที่ไม่สม่ำเสมอ  แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวจะเติบโตได้ดี แต่ภาคการผลิตและ SME ยังคงเผชิญกับปัญหาด้านความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง ส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมยังคงไม่สมดุล 2. ความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิต  อุตสาหกรรมการผลิตของไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะจากจีน อีกทั้งปัญหากำลังการผลิตที่มากเกินไป ทำให้ไทยต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน 3. ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก  นโยบายของประเทศเศรษฐกิจหลักและสภาวะตลาดโลกที่ผันผวนส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกและการลงทุนของไทย ทำให้ภาคธุรกิจต้องเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น 4. ภาระหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง  อัตราหนี้ครัวเรือนที่สูงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และอาจจำกัดความสามารถของธนาคารในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติม ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว 5. [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43179" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-20T182411.444.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2025 985" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-20T182411.444.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-20T182411.444-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดฉากลงแล้วกับงานสัมมนา </span><b>Future Trends Ahead Summit 2025 </b><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยนความรู้และวิสัยทัศน์ด้านเทรนด์ธุรกิจและการลงทุนที่น่าจับตามองตลอดปีที่เหลืออยู่ งานครั้งนี้รวบรวมเหล่าผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าทั้งจากไทยและต่างประเทศในแวดวงเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการลงทุนมาร่วมแบ่งปันมุมมองในหลากหลายประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่ออนาคตของโลกธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางเนื้อหามากมายที่อัดแน่นไปด้วยสาระความรู้ดี ๆ มีเรื่องใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับ HR และแวดวงการทำงานโดยรวม HREX สรุปเนื้อหามาให้อ่านกันแล้วดังต่อไปนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>6 ประเด็นท้าทายของเศรษฐกิจไทย ที่ไม่ว่าใครก็ต้องเผชิญ</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43178" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-20T182306.830.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2025 986" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-20T182306.830.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-20T182306.830-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการพูดถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2024 โดยคุณธนโชติ วิสุทธิสมาน CEO Likeme (Future Trends) ได้แจกแจงออกเป็น 6 ประเด็นหลัก ได้แก่</span></p>
<h3><b>1. การฟื้นตัวที่ไม่สม่ำเสมอ </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวจะเติบโตได้ดี แต่ภาคการผลิตและ SME ยังคงเผชิญกับปัญหาด้านความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง ส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมยังคงไม่สมดุล</span></p>
<h3><b>2. ความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิต </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อุตสาหกรรมการผลิตของไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะจากจีน อีกทั้งปัญหากำลังการผลิตที่มากเกินไป ทำให้ไทยต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน</span></p>
<h3><b>3. ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นโยบายของประเทศเศรษฐกิจหลักและสภาวะตลาดโลกที่ผันผวนส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกและการลงทุนของไทย ทำให้ภาคธุรกิจต้องเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น</span></p>
<h3><b>4. ภาระหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อัตราหนี้ครัวเรือนที่สูงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และอาจจำกัดความสามารถของธนาคารในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติม ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว</span></p>
<h3><b>5. Disruption ทางดิจิทัล </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็วสร้างความท้าทายให้ธุรกิจไทยต้องปรับตัวให้ทันกับนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งอาจเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงสำหรับองค์กรที่ไม่สามารถตามทันการเปลี่ยนแปลง</span></p>
<h3><b>6. อัตราการเติบโตชะลอตัว </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้เศรษฐกิจไทยจะเริ่มต้นปีได้ดี แต่กลับมีสัญญาณชะลอตัวในหลายภาคส่วน ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยปัจจัยเหล่านี้ Future Trends Ahead Summit 2025 จึงเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจและผู้บริหารสามารถมองเห็นแนวโน้มของโลกอนาคต และเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นใจ อนาคตอาจเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่การเข้าใจเทรนด์สำคัญจะช่วยให้ทุกคนสามารถวางแผนเพื่อความสำเร็จได้อย่างแข็งแกร่ง</span></p>
<h2><b>4 เมกะเทรนด์สำคัญ เมื่อ AI คือหอคอยบาเบลแห่งยุคใหม่</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43177" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-20T182109.513.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2025 987" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-20T182109.513.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-20T182109.513-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณณัฐกร เวียงอินทร์</b><span style="font-weight: 400;"> Head of Content &amp; Branding, Future Trends เล่าถึงหนังสือ Future Trends Ahead 2025 Presented by SCBX ที่ Future Trends ทำขึ้นเพื่อรวบรวม 62 เทรนด์หลัก จาก 13 หมวดหมู่ ครอบคลุมหัวข้อสำคัญด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การลงทุน การตลาด และทักษะแห่งอนาคต โดยเนื้อหาเหล่านี้มาจากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา เพื่อช่วยให้คุณวางแผนอนาคตของธุรกิจและชีวิตได้อย่างมั่นใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยสรุปแล้ว มี 4 เทรนด์สำคัญต่อโลกในอนาคตดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>1. AI (ปัญญาประดิษฐ์) </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของโลกอนาคต เปรียบได้กับการสร้างหอคอยบาเบลในยุคดิจิทัล ซึ่งมนุษย์ใช้ข้อมูลจากหลากหลายแหล่งเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะ แม้ว่า AI จะนำมาซึ่งความสะดวกสบายและนวัตกรรมใหม่ ๆ แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทาย เช่น ความโปร่งใสของอัลกอริธึม และการใช้ข้อมูลอย่างมีจริยธรรม</span></p>
<h3><b>2. Sustainability (ความยั่งยืน) </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจ แม้ว่าบางประเทศจะมีนโยบายที่แตกต่างกัน เช่น การถอนตัวของสหรัฐอเมริกาจากข้อตกลงปารีส แต่แนวคิดเรื่องความยั่งยืนยังคงได้รับการสนับสนุนจากหลายองค์กร การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันจึงต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและหลัก ESG (Environmental, Social, Governance) มากขึ้น</span></p>
<h3><b>3. Aging Society (สังคมสูงวัย) </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นอีกหนึ่งแนวโน้มที่มีผลกระทบอย่างมาก หลายประเทศกำลังเผชิญกับสัดส่วนประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีด้านสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ และบริการที่ตอบโจทย์กลุ่มประชากรนี้ องค์กรจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างแรงงานที่มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น</span></p>
<h3><b>4. Geopolitics (ภูมิรัฐศาสตร์) </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก การกลับมาของแนวคิด ‘America First’ อาจเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนของนโยบายระดับโลกที่อาจส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต</span></p>
<h2><b>ภาวะผู้นำยุคใหม่: การปรับตัวเพื่อความสำเร็จในอนาคต</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43175" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-20T182018.584.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2025 988" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-20T182018.584.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-20T182018.584-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณนภัส ศิริวรางกูร</b><span style="font-weight: 400;"> Managing Director จาก Hewitt Consulting มาอธิบายว่า ในยุคที่โลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำองค์กรต้องมีความสามารถรอบด้านเพื่อนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ โดยแนวโน้มสำคัญที่กำหนดรูปแบบผู้นำแห่งอนาคตประกอบด้วย 3 เทรนด์หลักดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>1. The Anatomy of Future Leaders</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณนภัสเปรียบเทียบองค์ประกอบของผู้นำกับภูเขาน้ำแข็ง โดยที่ประสบการณ์เป็นส่วนที่มองเห็นได้ ขณะที่ความสามารถ ศักยภาพ และอุปนิสัยเป็นรากฐานที่ลึกซึ้งกว่านั้น การเลือกผู้นำจากประสบการณ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องพิจารณาความสามารถและศักยภาพควบคู่กัน</span></p>
<h3><b>2. The Most Powerful Cs for Leading the Future</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ให้ความสำคัญกับความสามารถ 7 ประการที่จำเป็นสำหรับผู้นำ โดยแบ่งออกเป็น 3 มิติ ได้แก่ ความเป็นผู้นำทางธุรกิจ เช่น การสร้างโซลูชันเชิงกลยุทธ์และการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ ความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ที่ต้องอาศัยความคล่องตัวและการทำงานร่วมกัน และ ความเป็นผู้นำด้านบุคลากร ที่เน้นการพัฒนาและสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงาน แนวโน้มในอนาคตชี้ให้เห็นว่าผู้นำที่ประสบความสำเร็จต้องมีความสามารถในทุกมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาผู้คนภายในองค์กร</span></p>
<h3><b>3. The Imperfect Leader Era</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นแนวคิดที่ยอมรับว่าผู้นำที่สมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง องค์กรที่ประสบความสำเร็จไม่ได้พึ่งพาผู้นำเพียงคนเดียว แต่ต้องอาศัยทีมงานที่สามารถเสริมสร้างซึ่งกันและกัน ผู้นำต้องเรียนรู้ที่จะบริหารจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง รวมถึงการสร้างทีมที่มีความสามารถรอบด้านเพื่อนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้นำในอนาคตต้องมีความสามารถในการปรับตัว เปิดรับการเรียนรู้ และให้ความสำคัญกับบุคลากรในองค์กรมากขึ้น ด้วยแนวคิด Human Centric Leadership ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2025 และอนาคตต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43176" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-20T182045.167.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2025 989" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-20T182045.167.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-20T182045.167-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><em>สำหรับผู้ที่พลาดงานนี้ไป ยังสามารถดาวน์โหลดหนังสือ <b>Future Trends Ahead 2025 Presented by SCBX</b> ได้ฟรีผ่านลิงก์นี้ <a href="https://page.futuretrend.co/Future-Trends-Ahead-2025-E-Book" target="_blank" rel="noopener">https://page.futuretrend.co/Future-Trends-Ahead-2025-E-Book</a></em></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Future Trends Ahead Summit 2025 990"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-summit-2025-250221/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Thai Leaders to World-Class Leadership Standard</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thai-leaders-to-world-class-leadership-standard-250219/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thai-leaders-to-world-class-leadership-standard-250219/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Feb 2025 09:34:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Slingshot]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=43152</guid>

					<description><![CDATA[เคยสงสัยไหมว่า มีองค์กรไทยจำนวนมากที่มีชื่อเสียงในระดับโลก แต่ทำไมผู้นำไทยกลับไม่ค่อยได้รับการยอมรับว่ามีเป็นผู้นำในระดับโลกได้ ?  หลังดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาผู้นำมานานหลาย 10 ปี ได้ช่วยพัฒนาผู้นำไทยมากกว่า 120,000 คน Slingshot Group จึงนำองค์ความรู้และอินไซต์ทั้งหมดมาถ่ายทอดบทเรียนที่ HR และผู้นำควรต้องรู้ในงาน Thai Leaders to World-Class Leadership Standard เพื่อจะเป็นก้าวย่างสำคัญที่ทำให้ผู้นำไทยสามารถก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำที่คนทั้งโลกให้การยอมรับอย่างสมภาคภูมิ HREX ได้เข้าร่วมงานเสวนานี้ด้วย หาก HR และผู้นำท่านใดพลาดงานนี้ไป สามารถอ่านสรุปเนื้อหาได้ทางลิงก์นี้ World-Class Leadership IMPACT in Thailand อาจารย์อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา ผู้ก่อตั้ง Slingshot Group ชี้ให้เห็นว่า คนที่จะเป็นผู้นำที่ดีต้องสามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดยผลลัพธ์นั้นเกิดจากการเข้าใจปัจจัยภายใน (สิ่งที่เราควบคุมได้ง่าย) และปัจจัยภายนอก (สิ่งที่เราควบคุมได้ยาก) โดยหากเน้นสิ่งที่เราควบคุมได้เป็นหลัก จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต่อยอดง่าย อย่างไรก็ตาม หนึ่งในปัญหาสำคัญที่องค์กรไทยต้องเผชิญคือ การขาด Alignment หรือการทำงานแบบไม่สอดประสานกันระหว่างเป้าหมายของแต่ละหน่วยงาน ทำให้เกิดการเมืองภายในฉุดรั้งความสำเร็จหลักขององค์กร และทำให้ความสำเร็จของฝ่ายหนึ่งอาจกลายเป็นอุปสรรคของอีกฝ่าย หากองค์กรไทยต้องการสร้าง Leadership [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43158" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T150202.979.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Thai Leaders to World-Class Leadership Standard" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Thai Leaders to World-Class Leadership Standard 999" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T150202.979.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T150202.979-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /> <span style="font-weight: 400;">เคยสงสัยไหมว่า มีองค์กรไทยจำนวนมากที่มีชื่อเสียงในระดับโลก แต่ทำไมผู้นำไทยกลับไม่ค่อยได้รับการยอมรับว่ามีเป็นผู้นำในระดับโลกได้ ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาผู้นำมานานหลาย 10 ปี ได้ช่วยพัฒนาผู้นำไทยมากกว่า 120,000 คน <a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Slingshot Group</a> จึงนำองค์ความรู้และอินไซต์ทั้งหมดมาถ่ายทอดบทเรียนที่ HR และผู้นำควรต้องรู้ในงาน Thai Leaders to World-Class Leadership Standard เพื่อจะเป็นก้าวย่างสำคัญที่ทำให้ผู้นำไทยสามารถก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำที่คนทั้งโลกให้การยอมรับอย่างสมภาคภูมิ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX ได้เข้าร่วมงานเสวนานี้ด้วย หาก HR และผู้นำท่านใดพลาดงานนี้ไป สามารถอ่านสรุปเนื้อหาได้ทางลิงก์นี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>World-Class Leadership IMPACT in Thailand</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43154" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T145850.339.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Thai Leaders to World-Class Leadership Standard" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Thai Leaders to World-Class Leadership Standard 1000" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T145850.339.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T145850.339-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>อาจารย์อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ก่อตั้ง Slingshot Group ชี้ให้เห็นว่า คนที่จะเป็นผู้นำที่ดีต้องสามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดยผลลัพธ์นั้นเกิดจากการเข้าใจปัจจัยภายใน (สิ่งที่เราควบคุมได้ง่าย) และปัจจัยภายนอก (สิ่งที่เราควบคุมได้ยาก) โดยหากเน้นสิ่งที่เราควบคุมได้เป็นหลัก จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต่อยอดง่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม หนึ่งในปัญหาสำคัญที่องค์กรไทยต้องเผชิญคือ การขาด Alignment หรือการทำงานแบบไม่สอดประสานกันระหว่างเป้าหมายของแต่ละหน่วยงาน ทำให้เกิดการเมืองภายในฉุดรั้งความสำเร็จหลักขององค์กร และทำให้ความสำเร็จของฝ่ายหนึ่งอาจกลายเป็นอุปสรรคของอีกฝ่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรไทยต้องการสร้าง Leadership Quality ที่เทียบเท่ามาตรฐานสากล ผู้นำต้องพัฒนาตัวเองให้มี IMPACT หรือ 6 คุณสมบัติหลัก ๆ ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Initiator</b><span style="font-weight: 400;"> – เป็นนักริเริ่ม มองการณ์ไกล สามารถคาดการณ์อนาคตได้ก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Mobilizer</b><span style="font-weight: 400;"> – มีพลังในการขับเคลื่อน วาดภาพความสำเร็จอย่างชัดเจน และเปลี่ยนแผนบนหน้ากระดาษให้กลายเป็นการปฏิบัติจริงให้ได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Prover</b><span style="font-weight: 400;"> – เป็นผู้นำที่มีความน่าเชื่อถือ มีคุณธรรม โปร่งใส และรักษาคำพูด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Aggregator</b><span style="font-weight: 400;"> – เป็นผู้เชื่อมโยงและสร้างเครือข่าย มี Political Savvy หรือความสามารถในการจัดการผลประโยชน์ให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Challenger</b><span style="font-weight: 400;"> – เป็นนักท้าทายที่ไม่ยอมแพ้ พร้อมกล้าเสี่ยงและกล้าเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดความถูกต้อง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Transformer</b><span style="font-weight: 400;"> – เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่เน้นสร้างความยั่งยืนในระยะยาว</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็นผู้นำระดับโลกไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งหรือองค์กรที่สังกัด แต่อยู่ที่ทัศนคติและความสามารถในการสร้างผลลัพธ์ </span><b>หากผู้นำไทยสามารถพัฒนาตัวเองให้มี IMPACT ทั้ง 6 ข้อ ก็จะก้าวข้ามขีดจำกัด และพาองค์กรไทยไปสู่เวทีโลกได้อย่างแท้จริง</b></p>
<h2>Leadership for Thailand: Thriving in a World of Change</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43156" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T145927.619.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Thai Leaders to World-Class Leadership Standard" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Thai Leaders to World-Class Leadership Standard 1001" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T145927.619.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T145927.619-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ </b><span style="font-weight: 400;">อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาคนว่าเป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนประเทศ ว่าต่อให้เรามียุทธศาสตร์กี่ฉบับ หากขาดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ก็ยากที่ประเทศจะก้าวหน้า หลายสิบปีที่ผ่านมา เขาเห็นชัดเจนว่าคนไทยมีศักยภาพไม่แพ้ชาติใดในโลก สามารถสร้างชื่อเสียงในเวทีโลกได้ หากได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ศุภชัยชวนให้คิดถึงความแตกต่างกันระหว่าง Leader (ผู้นำ) กับ Leadership (ภาวะผู้นำ) ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน </span><b>แม้ว่าหลายคนจะมีตำแหน่งเป็นผู้นำ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขามีภาวะผู้นำที่แท้จริง</b><span style="font-weight: 400;"> แต่ในโลกปัจจุบันที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อน ทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ </span><b>เราต้องการผู้นำที่แท้จริง ที่มีภาวะผู้นำ มีความสามารถในการปรับตัว รู้จักเรียนรู้และยอมรับข้อผิดพลาด รวมถึงมีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น ผู้นำต้องมี Compassion หรือความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจบริบทของทั้งประเทศตนเองและประเทศอื่น เพื่อจะได้พร้อมรับมือกับวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจาก AI การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือความขัดแย้งระดับโลกก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญที่ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมคือ การเสริมสร้างพันธมิตรในระดับภูมิภาค เช่น อาเซียน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในเวทีโลก การคิดนอกกรอบและการวางแผนระยะยาวเป็นกุญแจสำคัญ เพราะการตัดสินใจที่มุ่งผลลัพธ์ระยะสั้นเพียงอย่างเดียวจะไม่สร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และในโลกที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ประเทศไทยต้องไม่เป็นเพียงผู้ตาม แต่ต้องเป็น “Fruits Basket of the World” หรือผู้ส่งออกสิ่งดี ๆ สร้างคุณค่าให้กับประเทศ และประชาคมโลกไปพร้อมกัน ซึ่งหากมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ รู้เท่าทันโลก ก็จะช่วยให้ทุกคนพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงที่รออยู่</span></p>
<h2>Leading Thailand Forward: How a Thai Company Achieved Global Success</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43155" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T145917.116.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Thai Leaders to World-Class Leadership Standard" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Thai Leaders to World-Class Leadership Standard 1002" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T145917.116.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T145917.116-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้องค์กรไทยก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลก?</span><b> คุณสมฤดี ชัยมงคล</b><span style="font-weight: 400;"> อดีต CEO ของ <a href="https://www.banpu.com/?lang=th" target="_blank" rel="noopener">BANPU</a> หรือบริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน) ได้ถ่ายทอดประสบการณ์จากการนำพาบ้านปูให้เติบโตและขยายตัวจากบริษัทพลังงานในประเทศไทยไปสู่บริษัทพลังงานระดับโลก ผ่านแนวคิดการพัฒนาผู้นำไทยให้มีศักยภาพทัดเทียมกับผู้นำระดับสากล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในบทเรียนสำคัญของบ้านปูคือ “</span><i><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงไม่มีวันหยุด</span></i><span style="font-weight: 400;">” บ้านปูปรับตัวอยู่เสมอ จากที่ในอดีตดำเนินธุรกิจด้านพลังงานฟอสซิลเป็นหลัก แต่เมื่อกระแสโลกร้อนและความต้องการพลังงานสะอาดเพิ่มสูงขึ้น บ้านปูจึงต้องหาจุดสมดุลระหว่างพลังงานเก่ากับพลังงานใหม่ การบริหารที่สมดุลนี้ทำให้บ้านปูกลายเป็นบริษัทพลังงานไทยรายแรกที่สามารถจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสำเร็จของบ้านปูไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่บ้านปูผ่านวิกฤตการณ์มาไม่ต่ำกว่า 8 ครั้ง แต่ทุกครั้ง องค์กรก็สามารถก้าวผ่านไปได้ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความยืดหยุ่น และความคล่องตัว และก้าวไปอีกขั้นด้วยแนวคิด Antifragile หมายถึงการที่องค์กรไม่เพียงแต่ฟื้นตัวจากความล้มเหลว แต่กลับแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านปูแข็งแกร่งคือ</span><b> การบริหารแบบกระจายอำนาจและให้โอกาสคนรุ่นใหม่ วัฒนธรรมองค์กรของบ้านปูไม่ใช่แบบ &#8220;สั่งการจากบนลงล่าง&#8221; (Top-down) แต่เป็นแบบ &#8220;ส่งเสริมจากล่างขึ้นบน&#8221; (Bottom-up)</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้นำต้องเปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็นและสร้างสรรค์กลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อให้องค์กรมีทางเลือกและแนวทางที่หลากหลาย ผู้นำของบ้านปูยังยึดหลัก Banpu Heart ซึ่งประกอบด้วย 3 แกนหลัก คือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Passion</b><span style="font-weight: 400;"> – ความหลงใหลในสิ่งที่ทำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Innovation</b><span style="font-weight: 400;"> – การสร้างสรรค์สิ่งใหม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Commitment</b><span style="font-weight: 400;"> – ความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้คือ DNA ของที่ช่วยผลักดันให้บริษัทเป็นที่ยอมรับในเวทีระดับโลก และทำให้ &#8220;ความเป็นไทย&#8221; กลายเป็นข้อได้เปรียบทางธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสมฤดีกล่าวกับผู้ร่วมงานว่า </span><b>ผู้นำที่ดีไม่ใช่แค่คนเก่ง แต่ต้องเป็นคนดีด้วย</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้นำที่แท้จริงต้องมีความเสียสละ เข้าอกเข้าใจและใส่ใจพนักงาน เพราะหากผู้นำไม่ดี คนเก่ง ๆ ย่อมไม่อยากอยู่กับองค์กรอย่างแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น หากประเทศไทยต้องการสร้างองค์กรที่ก้าวไกลระดับโลก ผู้นำก็ต้องเป็นผู้ให้ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับทีมงานของตัวเองเช่นกัน</span></p>
<h2>Bridging the Gap: A Global Perspective on Thai Leadership Challenges</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43157" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T145938.028.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Thai Leaders to World-Class Leadership Standard" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Thai Leaders to World-Class Leadership Standard 1003" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T145938.028.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T145938.028-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำไทยจะสามารถแข่งขันกับผู้นำระดับโลกได้อย่างไร? คุณ </span><b>Diana Khaitova</b><span style="font-weight: 400;"> จาก Center for Creative Leadership เน้นย้ำถึงความสามารถที่ผู้นำไทยต้องพัฒนาเพื่อก้าวข้ามความท้าทายและสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร ว่ามี 3 เรื่องสำคัญดังต่อไปนี้</span></p>
<h3>1. New Leadership Capabilities – ผู้นำต้องพร้อมรับมือ “Polycrisis”</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันโลกเผชิญกับภาวะ Polycrisis หรือวิกฤติหลายด้านที่เกิดขึ้นพร้อมกันและส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน ทำให้การตัดสินใจของผู้นำซับซ้อนยิ่งขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำจึงต้องมีมุมมองรอบด้าน สามารถวิเคราะห์ปัญหาได้ลึกซึ้ง และคาดการณ์อนาคต (Foresight) ได้ไกลกว่าเดิม นอกจากนี้ ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง และการสร้าง Ecosystem ของเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่มีใครสามารถรู้ทุกเรื่องได้เพียงลำพัง ผู้นำที่ดีต้องสามารถดึงศักยภาพของคนรอบตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</span></p>
<h3>2. Leadership Culture – สร้างวัฒนธรรมแห่งภาวะผู้นำ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาองค์กรให้แข็งแกร่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้นำเพียงคนเดียว แต่ต้องสร้าง “วัฒนธรรมแห่งภาวะผู้นำ” ที่ส่งเสริมให้ทั้งทีมมีบทบาทในการขับเคลื่อนองค์กร ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับหลัก ๆ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Dependent</b><span style="font-weight: 400;"> – องค์กรที่พึ่งพาผู้นำเพียงคนเดียว แม้จะมีระเบียบชัดเจน แต่ขาดความคล่องตัวเมื่อต้องเผชิญวิกฤติ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Independent</b><span style="font-weight: 400;"> – พนักงานสามารถตัดสินใจเองได้ แต่มีความเสี่ยงที่แต่ละแผนกจะทำงานแยกกันโดยขาดความร่วมมือ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Interdependent </b><span style="font-weight: 400;">– การที่ทีมงานและผู้นำทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว หากองค์กรไหนมีระบบการทำงานของผู้นำแบบนี้จะยิ่งได้เปรียบองค์กรที่บริการแบบ Dependent และ Independent</span></li>
</ul>
<h3>3. Creating Capacity to Grow – พัฒนาได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเติบโตขององค์กรไม่ได้หมายถึงแค่การเพิ่มทักษะ (Skillset) เท่านั้น แต่ต้องพัฒนา แนวคิด (Mindset) และความสามารถในการแก้ปัญหา ไปพร้อมกัน เปรียบเสมือนการไม่เพียงแค่เติมน้ำลงในแก้ว แต่ต้องขยายขนาดของแก้วให้สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่สามารถเติบโตได้อย่างแท้จริงต้องเปลี่ยนจากการทำเพื่อผลลัพธ์เฉพาะหน้า มาเป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงจิตวิญญาณที่ช่วยพัฒนาทั้งบุคคลและทีมงาน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Thai Leaders to World-Class Leadership Standard 1004"></a></p>
<h3>บทเรียนสำหรับผู้นำไทย – คิดให้ใหญ่กว่าแค่ “ตัวเอง”</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากต้องการพัฒนาภาวะผู้นำของไทยให้สามารถแข่งขันในเวทีโลก คุณ Diana ชี้ว่าผู้นำต้องคำนึงถึง 4 ปัจจัยหลัก ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างอนาคตที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของทีม</b><span style="font-weight: 400;"> – ไม่ใช่แค่พัฒนาตัวเอง แต่ต้องยกระดับทั้งองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>หาจุดสมดุลระหว่างการพัฒนารายบุคคลและการพัฒนาทั้งทีม</b><span style="font-weight: 400;"> – เพราะองค์กรที่แข็งแกร่งต้องเติบโตไปพร้อมกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมที่ทุกคนมีภาวะผู้นำ</b><span style="font-weight: 400;"> – สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเป็นผู้นำ ไม่ใช่แค่สร้าง “หัวหน้า”</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปรับ Mindset ให้ก้าวไปไกลกว่า Skillset</b><span style="font-weight: 400;"> – ทักษะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ทัศนคติและวิธีคิดคือปัจจัยที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผู้นำไทยต้องพัฒนาทั้ง ทักษะ ความคิด และวัฒนธรรมการทำงาน เพื่อสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งและแข่งขันได้ในระดับโลก การเป็นผู้นำที่ดีไม่ใช่แค่การบริหารองค์กรให้เติบโต แต่ต้องสร้างระบบที่ช่วยให้ทีมงานและองค์กรเติบโตไปด้วยกัน ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ไทยก้าวข้ามความท้าทายในเวทีโลกได้สำเร็จ</span></p>
<h2>Thai Leaders to World-Class Leadership Standard: Leadership Showcase</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43159" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T150242.589.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Thai Leaders to World-Class Leadership Standard" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Thai Leaders to World-Class Leadership Standard 1005" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T150242.589.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-19T150242.589-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Session สุดท้ายของงานคือการเสวนาในหัวข้อ Leadership Showcase ได้ถ่ายทอดมุมมองจากผู้นำองค์กร 3 ท่าน ได้แก่ </span><b>คุณลัดดา พยมธน</b><span style="font-weight: 400;"> CHRO จาก AOT Ground Aviation Services, </span><b>คุณฐิติกร ยินดียม</b><span style="font-weight: 400;"> Corporate Division Manager จาก Toyota Tsusho Systems Thailand และ </span><b>ดร. สุทธิโสพรรณ ช่วยวงศ์ญาติ</b><span style="font-weight: 400;"> Partner จาก Slingshot Group </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยทั้งสามได้แบ่งปันแนวทางพัฒนาภาวะผู้นำที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตและแข่งขันได้ในระดับโลก ดังต่อไปนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณลัดดาเน้นย้ำถึงความสำคัญของภาวะผู้นำในธุรกิจให้บริการภาคพื้น ซึ่งต้องรองรับสายการบินจากทั่วโลก ว่าการพัฒนาผู้นำจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้มาตรฐานขององค์กรเทียบเท่าระดับสากล ดังนั้น AOTGA จึงให้ความสำคัญกับ Data-driven Leadership โดยนอกจากเก็บข้อมูลผ่าน Data ในกระดาษหรือในคอมพิวเตอร์แล้ว CEO และผู้นำระดับสูงขององค์กรยังพร้อมจะลงไปพูดคุยกับพนักงานในพื้นที่ทุกเมื่อ เพื่อเก็บข้อมูลโดยตรงจากหน้างานโดยตรง และเมื่อผู้นำมีข้อมูลเชิงลึก ก็สามารถตัดสินใจและพัฒนาองค์กรได้อย่างตรงจุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของ Toyota Tsusho Systems ซึ่งเป็นบริษัทญี่ปุ่นที่มีพนักงานในไทยกว่า 300 คนและมีคู่ค้ากว่า 20 ประเทศ คุณฐิติกรเล่าว่าองค์กรให้ความสำคัญกับ Diversity, Equity, and Inclusion (DEI) เพื่อให้การทำงานสอดคล้องกับทั้งบริบทญี่ปุ่นและไทย แม้บริษัทแม่จะมีแนวทางชัดเจน แต่ทีม HR ในไทยมีอิสระในการออกแบบโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น ซึ่งช่วยให้คนในองค์กร รวมถึงผู้นำสามารถทำงานมีประสิทธิภาพและรองรับการเติบโตของธุรกิจได้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.สุทธิโสพรรณ ให้ความเห็นว่า หากองค์กรต้องการก้าวสู่เวทีโลก สิ่งแรกที่ต้องทำคือเข้าใจว่าองค์กรต้องการไปต่อถึงระดับไหน และต้องพัฒนาด้านใดเพิ่มเติม เธอเน้นว่า Slingshot ไม่ได้ใช้ข้อมูลจากอดีตเป็นหลัก แต่จะมองไปข้างหน้า ศึกษาคู่แข่งระดับโลก และนำข้อมูลเหล่านั้นมาเป็น Benchmark เพื่อวิเคราะห์ช่องว่างและพัฒนาองค์กรให้ก้าวไปในทิศทางที่เหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนบทบาทของ HR และความต่อเนื่องของการพัฒนาผู้นำนั้น ทั้งผู้บริหารของ AOTGA และ Toyota Tsusho Systems เห็นตรงกันว่า ผู้นำต้องเป็นผู้กำหนดทิศทางของการพัฒนาองค์กร แต่ HR มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและจัดหาเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้นำพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AOTGA ใช้แนวคิด Self-Assessment ให้ผู้นำประเมินตัวเองและเข้าใจจุดแข็ง-จุดอ่อนของตนเอง ขณะที่ Toyota Tsusho Systems สนับสนุนให้ผู้นำออกแบบโปรแกรมพัฒนาภายในองค์กรเอง โดยมี HRD คอยช่วยเหลือด้านข้อมูลและโครงสร้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาภาวะผู้นำเป็นกระบวนการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ถ้าอยากให้การเปลี่ยนแปลงมีประสิทธิภาพ ผู้นำต้องมีความคิดและไฟที่อยากเปลี่ยนแปลงก่อนเป็นคนแรก และหากมีแรงบันดาลใจและได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสมจาก HR และเครื่องมือที่ช่วยให้การพัฒนาง่ายขึ้น ผู้นำก็จะสามารถนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จในระดับโลกได้</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36629" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Thai Leaders to World-Class Leadership Standard 1006"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thai-leaders-to-world-class-leadership-standard-250219/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar: Transforming Employee Experience and Productivity with AI</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/transforming-employee-experience-productivity-ai-250211/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/transforming-employee-experience-productivity-ai-250211/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2025 09:07:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[ai]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<category><![CDATA[Productivity]]></category>
		<category><![CDATA[ployee Experience]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=43048</guid>

					<description><![CDATA[ไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI กลายเป็นหัวข้อสำคัญที่คนในแวดวง HR ล้วนพูดถึง หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมาก ๆ คือการนำ AI มาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านต่าง ๆ ทำให้เกิด Productivity มากขึ้น และยกระดับประสบการณ์ของพนักงานให้ดีขึ้น (Employee Experience) เป็นต้น หากคุณเป็น HR ที่ต้องการแนวทางการใช้ AI ยกระดับประสบการณ์พนักงานที่เข้าใจง่าย วัดผลได้ว่ามีประสิทธิภาพ HREX Webinar ครั้งล่าสุดได้ให้ข้อมูลเรื่องนี้อย่างจัดเต็มในหัวข้อ Transforming Employee Experience and Productivity with AI ได้แจกแจงเรื่องนี้ไว้อย่างละเอียด โดยมีวิทยากรคือ คุณกวิน กาศเจริญ Chief Operating Officer จาก JUST Group และ คุณพนาสิทธิ์ วงษ์มิตรแท้ Country Head จาก Darwinbox  ทั้งคู่มาให้ทัศนะที่น่าสนใจเกี่ยวกับโลกการทำงานยุคใหม่ด้วย AI พร้อมมอบเคล็ดไม่ลับเกี่ยวกับการยกระดับองค์กรด้วยการมี AI [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43049" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-11T153618.544.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar: Transforming Employee Experience and Productivity with AI" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar: Transforming Employee Experience and Productivity with AI 1011" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-11T153618.544.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-11T153618.544-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI กลายเป็นหัวข้อสำคัญที่คนในแวดวง HR ล้วนพูดถึง หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมาก ๆ คือการนำ AI มาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านต่าง ๆ ทำให้เกิด Productivity มากขึ้น และยกระดับประสบการณ์ของพนักงานให้ดีขึ้น (Employee Experience) เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณเป็น HR ที่ต้องการแนวทางการใช้ AI ยกระดับประสบการณ์พนักงานที่เข้าใจง่าย วัดผลได้ว่ามีประสิทธิภาพ HREX Webinar ครั้งล่าสุดได้ให้ข้อมูลเรื่องนี้อย่างจัดเต็มในหัวข้อ Transforming Employee Experience and Productivity with AI ได้แจกแจงเรื่องนี้ไว้อย่างละเอียด โดยมีวิทยากรคือ </span><b>คุณกวิน กาศเจริญ</b><span style="font-weight: 400;"> Chief Operating Officer จาก <a href="https://justcar.co.th/" target="_blank" rel="noopener">JUST Group</a> และ </span><b>คุณพนาสิทธิ์ วงษ์มิตรแท้</b><span style="font-weight: 400;"> Country Head จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/products/115?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Darwinbox </a></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งคู่มาให้ทัศนะที่น่าสนใจเกี่ยวกับโลกการทำงานยุคใหม่ด้วย AI พร้อมมอบเคล็ดไม่ลับเกี่ยวกับการยกระดับองค์กรด้วยการมี AI เป็นตัวช่วยทุ่นแรง ถ้าพร้อมแล้ว สามารถอ่านสรุปเนื้อหาอย่างละเอียดในบทความนี้ได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>AI ไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็น “คู่หู” ของ HR</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนยังมีความกังวลว่า AI อาจเข้ามาแทนที่งานของ HR แต่ในความเป็นจริง AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ HR ทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก เช่น การสรรหาพนักงาน การคัดกรองเรซูเม่ การตอบคำถามพนักงาน และการวิเคราะห์แนวโน้มแรงงาน เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณกวิน อธิบายว่า การใช้งาน AI ช่วยให้ HR มีเวลาโฟกัสกับกลยุทธ์ที่สำคัญกว่า เช่น การพัฒนา วัฒนธรรมองค์กร และเสริมสร้าง Employee Experience ที่ดีในทุกกระบวนการทำงาน โดย AI สามารถช่วย Personalize การทำงานของ HR ได้ เช่น แนะนำหลักสูตรฝึกอบรมที่เหมาะสมกับพนักงานแต่ละคน หรือ ปรับแต่งสวัสดิการให้ตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณพนาสิทธิ์ เสริมว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็นเพื่อนร่วมงานอีกคนของเราที่จะช่วยให้ HR ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น เพราะ </span><b>AI ไม่ใช่เครื่องมือที่มาแทนคน แต่เป็นผู้ช่วยที่ทำให้ HR เข้าใจพนักงานและองค์กรได้ดีขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> และคนที่ใช้งาน AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่างหากที่จะเข้ามาแทนที่ผู้ที่ไม่ใช้งาน AI ให้เกิดประโยชน์</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43051" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-11T153936.258.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar: Transforming Employee Experience and Productivity with AI" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar: Transforming Employee Experience and Productivity with AI 1012" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-11T153936.258.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-11T153936.258-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>AI เครื่องมือที่ช่วย Transforming Employee Experience องค์กรสู่ Next Level</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาพูดถึงการมี Productivity เพิ่มขึ้น ความหมายคือการทำงานได้เร็วขึ้น และลดอุปสรรคที่ทำให้การทำงานล่าช้า ซึ่งหากใช้งาน AI เป็นผู้ช่วย HR จะปลดล็อกจุดติดขัดในกระบวนการทำงานต่าง ๆ ได้หลายด้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพนาสิทธิ์ ยกตัวอย่างเรื่องการอนุมัติคำร้องและการจัดการเอกสารเบิกค่าใช้จ่ายของพนักงาน บางองค์กรอาจมีพนักงานส่งคำร้องขอเป็นพันรายการต่อเดือน ทำให้ HR ต้องใช้เวลานับสัปดาห์กว่าจะตรวจสอบ และทำเรื่องอนุมัติเสร็จสิ้น แต่ถ้ามี AI ช่วย ก็สามารถตรวจความถูกต้องของข้อมูลแบบอัตโนมัติ ลดข้อผิดพลาดและเร่งการอนุมัติให้เร็วขึ้นภายในไม่กี่นาที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณกวิน เห็นด้วยว่า </span><b>AI ไม่ได้ช่วยแค่เพิ่ม Productivity แต่ยังช่วยให้พนักงานมีเวลาไปโฟกัสกับงานที่สร้างคุณค่าให้องค์กรมากขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น การวางแผนกลยุทธ์ หรือการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ AI ยังช่วย HR วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อตรวจจับแนวโน้ม เช่น พนักงานกลุ่มไหนมีแนวโน้ม Burnout หรือ ใครมีศักยภาพที่จะเติบโตเป็นผู้นำในอนาคต ซึ่งช่วยให้ HR วางแผนพัฒนา สนับสนุน และส่งเสริมการทำงานที่เปี่ยมคุณค่าแก่ทุกฝ่ายยิ่งขึ้น จนส่งผลให้ Employee Experience เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง</span></p>
<h2><b>ใช้ AI ให้คุ้มค่า ต้องวัดผลได้จริง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีหลายองค์กรที่มุ่งมั่นอยากนำ AI มาช่วยสร้าง Productivity และสร้างประสบการณ์ทำงานที่ดียิ่งขึ้นให้พนักงาน แต่ยังมี HR หลายองค์กรที่ลังเลว่าเมื่อลงทุนใน AI แล้ว ต้นทุนและผลตอบแทนจะคุ้มค่าหรือไม่ และเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ใช้งานแล้วคุ้มค่าจริง ๆ กับที่ลงทุนไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพนาสิทธิ์ อธิบายว่า เราสามารถหาความคุ้มค่าได้ผ่านการพิจารณาว่า เอา AI มาช่วยในการทำงานเหล่านี้ จะทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ เอา AI มาใช้ช่วยสรรหาพนักงาน จะช่วยลดเวลาสรรหาต่อคนจาก 45 วัน เหลือประมาณ 2 สัปดาห์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณกวิน ยังเสริมว่า</span><b>การวัดผลของ AI ต้องแสดงให้เห็น 2 สองมิติสำคัญควบคู่กันไปนั่นคือ &#8220;ลด&#8221; และ &#8220;เพิ่ม&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> หากเป็นในกรณีการสรรหา นอกจากเวลาสรรหาพนักงานจะลดลง ได้คนเร็วขึ้น นั่นหมายความว่าคนที่ได้เพิ่มมาใหม่ จะทำได้ได้เร็วกว่าเดิมหลายสัปดาห์ ซึ่งน่าจะช่วยให้คำนวณมูลค่าเพิ่มที่องค์กรจะได้รับเป็นตัวเลขได้ไม่ยากอีกด้วย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ถ้าเราตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนเริ่มใช้ AI การวัด ROI จะง่ายขึ้น และช่วยให้ตัดสินใจลงทุนได้ดีขึ้น”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43050" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-11T153918.588.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar: Transforming Employee Experience and Productivity with AI" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar: Transforming Employee Experience and Productivity with AI 1013" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-11T153918.588.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-11T153918.588-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>เปลี่ยน Mindset ผู้บริหาร สู่การโอบรับวัฒนธรรม AI </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่า AI จะมีศักยภาพสูง แต่หลายองค์กรไทยยังไม่สามารถใช้ได้เต็มที่ เนื่องจากติดปัญหาหลายอย่าง ซึ่งวิทยากรทั้ง 2 ท่านได้แจกแจงว่ามีปัญหาสำคัญ ๆ เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ขาด Stakeholder Analysis</b><span style="font-weight: 400;"> – หลายองค์กรนำ AI มาใช้ โดยไม่วิเคราะห์ว่าผู้ใช้งานจริงในแต่ละกลุ่มต้องการอะไร ทำให้พนักงานไม่อยากใช้ หรือใช้แล้วไม่มีประสิทธิภาพ และเกิดความหวาดกลัวเทคโนโลยี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ข้อมูลไม่มีมาตรฐาน</b><span style="font-weight: 400;"> – AI ต้องการ ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นระบบ แต่หลายองค์กรมีข้อมูลกระจัดกระจาย ทำให้ AI เรียนรู้ได้ไม่ดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>งบประมาณจำกัด</b><span style="font-weight: 400;"> – การพัฒนา AI เองต้องใช้ต้นทุนสูง ทั้งค่าซอฟต์แวร์และบุคลากร จึงควรพิจารณา AI-as-a-Service จากผู้ให้บริการภายนอก</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม อีกปัญหาที่ฉุดรั้งองค์กรมากไม่แพ้กันก็คือ ผู้บริหารมองไม่เห็นประโยชน์ของ AI เสียเอง ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของ</span> <span style="font-weight: 400;">HR โดยเฉพาะ HR Business Partner จำเป็นต้องพูดให้ถูกจุดกับผู้บริหาร เพราะพวกเขาสนใจเรื่อง ผลลัพธ์ทางธุรกิจ มากกว่าเทคโนโลยี</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ถ้าต้องการให้ AI ผ่านการอนุมัติ HR ต้องแสดงให้เห็นว่า AI ลดต้นทุนได้อย่างไร หรือหากเปิดพื้นที่ให้ทดลองทำ Pilot Project จากการใช้ AI ในโปรเจ็คท์ใดโปรเจ็คท์หนึ่งสั้น ๆ ให้เห็นผลก่อนก็ได้ ถ้าผู้บริหารเห็นผลลัพธ์ที่ดี จะช่วยให้ AI ได้รับการยอมรับมากขึ้น AI ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้จริง</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากทำให้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อมาคือการสร้างวัฒนธรรมที่ทุกคนโอบรับ AI มองเห็นประโยชน์จากการใช้ AI และเมื่อนั้นการใช้งาน AI จะไม่ถูกปฏิเสธอีกต่อไปครับ”</span></i></p>
<h2><b>AI กำลังเปลี่ยน HR แล้วองค์กรของคุณพร้อมเปลี่ยนหรือยัง?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผ่านมา 3 ปีแล้วนับตั้งแต่ Generative AI โดยเฉพาะ ChatGPT ถือกำเนิดขึ้น ทำให้โลกมองเห็นความสำคัญของการใช้งานเพื่อช่วยให้องค์กรเติบโต และเพื่อให้พนักงานในองค์กรทำงานอย่างมีความสุขในทุก Touchpoint ขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพนาสิทธิ์ เล่าว่าเขาพบเห็นการใช้งาน AI ของ HR มาหลายประเทศ เมื่อเปรียบเทียบแล้วประเทศไทยตื่นตัวเรื่องนี้มากกว่าหลาย ๆ ที่อย่างเห็นได้ชัด เพราะ</span><b>ไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพ มีความพร้อม มี Infrastructure ค่อนข้างพร้อมและรองรับอยู่แล้ว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เขายอมรับว่า</span><b> อัตราส่วนงานต่อ HR ชาวไทย 1 คนก็ถือว่าเยอะมาก </b><span style="font-weight: 400;">แต่เขาเชื่อมั่นว่าหากเราเปิดใจยอมรับ และใช้งาน AI อย่างตรงจุด ประเมินออกว่าเราจะเอา AI มาใช้งานอย่างไร เพื่อตอบสนองความต้องการของคนในองค์กร ในอนาคตอันใกล้ ภาระงานของ HR จะลดน้อยลง และจะทำงานอย่างประสิทธิภาพได้แน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณกวินเสริมอีกว่า เมื่อเราใช้งาน AI เยอะขึ้น มีข้อมูลสำหรับการเทรน AI ที่มีคุณภาพมากพอ จะนำเราเข้าสู่เฟสต่อไปคือ AI Driven Decision Making กล่าวคือจะ</span><b>หมดยุคการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ด้วยการใช้ความรู้สึกแล้ว เพราะเรามีข้อมูลทุกอย่างพร้อม จนสามารถตัดสินใจเรื่องซับซ้อนมากขึ้นได้ง่ายขึ้น </b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“HR จะเปลี่ยนจากการตัดสินใจโดยใช้ความรู้สึก แต่ใช้ข้อมูล สามารถเอามาใช้วิเคราะห์ และกำหนดนโยบาย จะนำมาสู่ Productivity ที่เพิ่มมากขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น การเติบโตขอองค์กรมากขึ้น ช่วย Transforming Employee Experience Employee ของพนักงานให้ดีขึ้น และมี Work Life Balance สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขขึ้นครับ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณกวินทิ้งท้าย</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/115?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38654" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/107-2-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จาก HREX Webinar: Transforming Employee Experience and Productivity with AI 1014"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/transforming-employee-experience-productivity-ai-250211/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน TIDLOR Culture Camp Connect: Purpose Driving Business</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/tidlor-purpose-driving-business-250131/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/tidlor-purpose-driving-business-250131/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jan 2025 07:35:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[TIDLOR Culture Camp Connect]]></category>
		<category><![CDATA[เงินติดล้อ]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมองค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=42569</guid>

					<description><![CDATA[วัฒนธรรมองค์กรเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่าองค์กรจะประสบความสำเร็จหรือไม่ หากองค์กรปล่อยให้ทุกคนทำงานไปตามหน้าที่โดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ย่อมส่งผลให้การทำงานขาดทิศทาง ไม่สามารถเดินไปสู่เป้าหมายร่วมกันได้  บมจ. เงินติดล้อ ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้ จึงไม่เพียงมุ่งพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรของตนเอง แต่ยังจัดงานเสวนา TIDLOR Culture Camp Connect ขึ้นเป็นประจำ เพื่อแบ่งปันแนวคิดและเปิดโอกาสให้องค์กรอื่น ๆ ได้ร่วมเรียนรู้ด้วย ในงานเสวนาเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2025 มีการพูดคุยในหัวข้อ “Purpose Driving Business” โดยมี คุณอนุตม์ กรกำแหง กรรมการผู้จัดการ เจ-ราจา ธุรกิจเพื่อสังคม และ คุณภาวลิน ลิมธงชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหลักทรัพย์ Liberator ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแนวทางในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง โดยมี คุณกาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย TIDLOR Academy เป็นผู้ดำเนินรายการ HREX ได้เข้าร่วมงานนี้และพบว่ามีหลายประเด็นที่น่าสนใจ หากพลาดงานนี้ไป ย้อนอ่านสาระสำคัญที่ HR และผู้บริหารองค์กรควรรู้ได้เลย ! ธุรกิจไม่ได้มีแค่เรื่องเงิน แต่ต้องมี “คุณค่า” ด้วย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42571" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-01-31T131559.572.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน TIDLOR Culture Camp Connect: Purpose Driving Business" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน TIDLOR Culture Camp Connect: Purpose Driving Business 1019" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-01-31T131559.572.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-01-31T131559.572-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมองค์กรเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่าองค์กรจะประสบความสำเร็จหรือไม่ หากองค์กรปล่อยให้ทุกคนทำงานไปตามหน้าที่โดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ย่อมส่งผลให้การทำงานขาดทิศทาง ไม่สามารถเดินไปสู่เป้าหมายร่วมกันได้ </span></p>
<p><a href="https://www.tidlor.com/th" target="_blank" rel="noopener"><b>บมจ. เงินติดล้อ</b></a><span style="font-weight: 400;"> ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้ จึงไม่เพียงมุ่งพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรของตนเอง แต่ยังจัดงานเสวนา </span><b>TIDLOR Culture Camp Connect</b><span style="font-weight: 400;"> ขึ้นเป็นประจำ เพื่อแบ่งปันแนวคิดและเปิดโอกาสให้องค์กรอื่น ๆ ได้ร่วมเรียนรู้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในงานเสวนาเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2025 มีการพูดคุยในหัวข้อ </span><b>“Purpose Driving Business”</b><span style="font-weight: 400;"> โดยมี </span><b>คุณอนุตม์ กรกำแหง</b><span style="font-weight: 400;"> กรรมการผู้จัดการ </span><b>เจ-ราจา ธุรกิจเพื่อสังคม</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>คุณภาวลิน ลิมธงชัย</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหลักทรัพย์</span><b> Liberator</b><span style="font-weight: 400;"> ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแนวทางในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง โดยมี </span><b>คุณกาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย </span><b>TIDLOR Academy</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นผู้ดำเนินรายการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX ได้เข้าร่วมงานนี้และพบว่ามีหลายประเด็นที่น่าสนใจ หากพลาดงานนี้ไป ย้อนอ่านสาระสำคัญที่ HR และผู้บริหารองค์กรควรรู้ได้เลย !</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>ธุรกิจไม่ได้มีแค่เรื่องเงิน แต่ต้องมี “คุณค่า” ด้วย</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนเริ่มการเสวนา Speaker ทั้ง 2 ท่านถือโอกาสนี้เล่าความเป็นมาเป็นไปในเส้นทางอาชีพของตัวเองก่อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่มี Purpose เป็นหัวใจสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณภาวลิน เล่าว่าเธอเริ่มต้นจากการเป็นวิศวกรปิโตรเลียม ก่อนเข้าสู่แวดวงธุรกิจและเทคโนโลยี เคยได้เรียนรู้กับคุณ</span><b>กระทิง พูลผล</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้เธอมีแพชชั่นด้านเทคโนโลยีและการบริหารคน อันนำมาสู่การสร้างแพลตฟอร์มลงทุน Liberator ที่แตกต่างจากแพลตฟอร์มการซื้อขายหุ้นรูปแบบดั้งเดิม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น ช่วงเริ่มต้นเธอยังเริ่มจากการมี Purpose ว่าองค์กรนี้ต้องการช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น ไม่ได้สร้างขึ้นมาโดยมองแค่การสร้างผลกำไรเพียงอย่างเดียว ซึ่งในเวลาต่อมา มีผลอย่างยิ่งต่อเป้าหมายขององค์กร และดึงดูดคนที่มีแนวคิดและความเชื่อคล้ายคลึงกันให้เข้ามาร่วมงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณอนุตม์ เป็นนักกฎหมายที่จับพลัดจับผลูเข้าสู่วงการธุรกิจบริหารหนี้ เขาพบว่าการบริหารหนี้อย่างมีศักดิ์ศรีและเป็นธรรมสามารถช่วยให้คนหลุดพ้นจากปัญหาทางการเงินได้อย่างยั่งยืน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ &#8220;เจ-ราจา&#8221; ธุรกิจเพื่อสังคมที่เน้นการให้คำปรึกษาด้านหนี้สินแก่พนักงานและประชาชนทั่วไป และเขาเองก็เช่นกันที่ก่อตั้งบริษัทด้วยความคิดว่า จะดีกว่าหรือไม่ หากดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อช่วยเหลือคนที่กำลังเดือดร้อนจากหนี้บริโภค และหนี้อื่น ๆ อีกมากมาย</span></p>
<h2><b>Purpose ไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่ต้องทำให้เกิดขึ้นจริงได้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรมักกล่าวถึง </span><b>&#8220;Purpose&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> หรือจุดมุ่งหมายขององค์กรในฐานะหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน แต่คำถามที่ตามมาคือ </span><b>จุดมุ่งหมายนั้นเป็นเพียงคำพูดสวยหรู หรือสามารถนำมาปฏิบัติได้จริง?</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้บริหาร Liberator เชื่อว่าองค์กรที่ตั้งต้นจาก Purpose ตั้งแต่แรกจะสามารถดึงดูดทั้งพนักงานและลูกค้าให้มาร่วมเดินทางไปด้วยกันได้ง่าย อย่างไรก็ตามหลายบริษัทอาจประกาศวิสัยทัศน์และค่านิยมที่ฟังดูดี แต่หากไม่มีการนำไปสู่การปฏิบัติจริง ก็อาจกลายเป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาดที่ขาดความหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณอนุตม์ เสริมว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Purpose ขององค์กรกลายเป็นจริงได้คือ </span><b>&#8220;บทบาทของผู้นำ&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ไม่เพียงแค่พูดถึงบ่อย ๆ แต่ยังต้องลงมือทำให้เห็นอย่างชัดเจน จะทำให้พนักงานรู้สึกถึงความจริงใจและพร้อมเดินไปในทิศทางเดียวกัน เช่น องค์กรที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ผู้นำก็ต้องเป็นคนแรกที่สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่สามารถทำให้ Purpose เป็นจริงได้ ไม่เพียงแต่จะได้รับความไว้วางใจจากพนักงานและลูกค้า แต่ยังสามารถสร้างผลกระทบที่ดีต่อสังคมในระยะยาว</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;ถ้าผู้นำเข้าใจเป้าหมายขององค์กรและสื่อสารอย่างชัดเจน พนักงานก็พร้อมจะเดินไปด้วยกัน&#8221;</span></i></p>
<h2><b>คัดเลือกและพัฒนาพนักงานอย่างไร ให้สอดคล้องกับ Purpose ขององค์กร ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย </span><b>Purpose</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ได้มีแค่ผู้นำเท่านั้นจึงจะประสบความสำเร็จ แต่ยังต้อง</span><b>คัดเลือกและพัฒนาพนักงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรด้วย </b></p>
<p><b>คุณอนุตม์ เล่าว่า</b><span style="font-weight: 400;">เวลาเขาคัดเลือกพนักงาน เขาไม่ดูวุฒิการศึกษา หรือประสบการณ์ทำงานเท่าใดนัก แต่จะพิจารณาถึง</span><b>ค่านิยมและความรับผิดชอบส่วนตัว</b><span style="font-weight: 400;">เป็นหลัก เช่น ตอนสัมภาษณ์ เขาจะถามผู้สมัครว่า </span><b>&#8220;เมื่อมีรายได้แล้วแบ่งเงินให้ครอบครัวบ้างไหม ?&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะเขาเชื่อว่าคนที่มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ย่อมมีแนวโน้มที่จะมีความรับผิดชอบในงานด้วย วิธีนี้ช่วยให้องค์กรสามารถคัดเลือกคนที่มีทัศนคติสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กรได้ตั้งแต่ต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน</span><b>คุณภาวลิน </b><span style="font-weight: 400;">มองว่าการคัดเลือกพนักงานไม่จำเป็นต้องคัดทุกคนที่มี Purpose เดียวกันเข้ามาในองค์กรตั้งแต่แรก เพราะก็ต้องดูทักษะและความสามารถประกอบด้วย แต่สิ่งที่สำคัญมาก ๆ คือ</span><b>ต้องคัดเลือกคนในระดับผู้นำที่มีแนวคิดแบบนี้เข้ามาให้ได้</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะเมื่อทำได้แล้ว เขาจะรับนโยบาย แล้วสื่อสารไปถึงคนในทีม แล้วทำให้ทุกคนก้าวเดินไปในทิศทางเดียวกันอย่างมั่นคง </span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div class="__title">
<table>
<tbody>
<tr>
<td>
<div><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/change-agent-culture-camp-connect-240829/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-40301 size-full aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-08-29T142951.258-1.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Culture Camp Connect ถึงเวลาสร้าง Change Agent ช่วยเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน TIDLOR Culture Camp Connect: Purpose Driving Business 1020" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-08-29T142951.258-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-08-29T142951.258-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></div>
<div class="__title" style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/change-agent-culture-camp-connect-240829/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Culture Camp Connect ถึงเวลาสร้าง Change Agent ช่วยเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2><b>Performance ต้องบาลานซ์กับความสุข</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย </span><b>Purpose</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้นำจะไม่ได้มองเพียงแค่ผลลัพธ์ของงานหรือเป้าหมายทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังต้องใส่ใจถึง </span><b>ความสุขของพนักงาน</b></p>
<p><b>คุณภาวลิน </b><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างว่า เธอจะหาจุดสมดุลระหว่างการเอาจริงเอาจังเรื่องงานและการเล่นเสมอ อาจมีบ้างบางวันที่เจอ</span><b>งานเครียด ก็ต้องหาจุดลดระดับความกดดันลงมา เธอจะมีทีม HR คอยอยู่เคียงข้าง และคอยแนะนำเธอเสมอถึงบรรยากาศภายในออฟฟิศที่ควรจะเป็น</b><span style="font-weight: 400;"> ยิ่งทำให้เธอตระหนักว่า หากองค์กรเน้นแต่ผลลัพธ์โดยไม่คำนึงถึงสภาพจิตใจของพนักงาน ย่อมส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพในระยะยาว เพราะพนักงานอาจหมดไฟ (Burnout) และไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเนื่องจากเป็นองค์กรด้านการเงินการลงทุน </span><b>คุณภาวลิน</b><span style="font-weight: 400;"> ยกตัวอย่างว่าที่ Liberator ยังจัดกิจกรรมภายในเพื่อช่วยให้พนักงานได้ผ่อนคลาย เช่น </span><b>เกมการลงทุนที่ให้ทุกคนเข้าใจเรื่องการเงิน</b><span style="font-weight: 400;"> หรือกิจกรรมแข่งขันสร้างคอนเทนต์ด้านการลงทุน สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มทักษะให้พนักงาน แต่ยังทำให้การทำงานมีความสนุก และช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝั่งของ </span><b>เจ-ราจา</b><span style="font-weight: 400;"> นั้นเน้นการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เป็นกันเองผ่านการสื่อสารแบบเปิดเผย คุณอนุตม์จะใช้ </span><b>LINE กลุ่มองค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นช่องทางหลักในการพูดคุยกับทีม แต่วิธีที่เขาสื่อสารใน LINE กลุ่มจะไม่ซีเรียส และบางครั้งจะพิมพ์ข้อความ</span><b>เล่าเรื่องขำ ๆ แบบเป็นกันเอง</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อทำให้พนักงานรู้สึกสบายใจและกล้าแสดงความคิดเห็นมากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42572" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-01-31T133845.611.webp" alt="HREX Cover by Para 2025 01 31T133845.611" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน TIDLOR Culture Camp Connect: Purpose Driving Business 1021" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-01-31T133845.611.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-01-31T133845.611-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>สัญญาณใดที่บ่งบอกว่าองค์กรกำลังเดินมาถูกทาง ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย </span><b>Purpose</b><span style="font-weight: 400;"> จะมีสัญญาณหลายอย่างที่แสดงให้เห็นว่า พนักงานและโครงสร้างภายในกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในนั้นคือ </span><b>พนักงานเริ่มทำสิ่งดี ๆ เพื่อองค์กรและสังคมโดยไม่ต้องมีใครสั่ง</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยคุณอนุตม์ เล่าว่า เมื่อองค์กรของเขาทำงานด้านสังคมมากขึ้น พนักงานหลายคนก็เริ่มอยากมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้อื่นตามไปด้วย นอกจากนี้ </span><b>เจ-ราจา</b><span style="font-weight: 400;"> ยังมีนโยบายจ้างงานผู้พิการหลายคน เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เข้าถึงอาชีพที่เหมาะสม และจ้างมากกว่าจำนวนที่กฎหมายกำหนดด้วย </span></p>
<p><b>คุณภาวลิน </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า หนึ่งในสัญญาณสำคัญที่ Liberator เจอคือ </span><b>เมื่อเกิดปัญหา พนักงานสามารถก้าวขึ้นมารับมือได้เองโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากผู้บริหาร</b><span style="font-weight: 400;"> เธอยกตัวอย่างช่วงแรกที่เธอมักต้องเป็นคนตอบคำถามลูกค้าในสถานการณ์วิกฤติ แต่เมื่อเวลาผ่านไป พนักงานเริ่มเข้าใจแนวทางขององค์กรและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง สะท้อนให้เห็นว่า วัฒนธรรมองค์กรและ Purpose ได้ถูกปลูกฝังให้กลายเป็นแนวคิดที่พนักงานนำไปใช้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสัญญาณบ่งชี้คือ เสียงตอบรับของลูกค้าในด้านบวก นำมาสู่</span><b>ความภาคภูมิใจของพนักงานที่มีต่อองค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> เวลาที่มีลูกค้าหรือบุคคลภายนอกชื่นชมการทำงานของบริษัท หรือของพนักงานคนใด ทีมใด เธอจะนำมาป่าวประกาศให้รับรู้ร่วมกัน สิ่งนี้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำงานที่มีความหมาย และทำให้พวกเขาต้องการอยู่กับองค์กรต่อไปในระยะยาว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป Purpose Driving Business: วัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย Purpose ต้องมาจากความจริงใจของผู้นำ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งไม่ได้เกิดจากแค่คำพูดสวยหรู แต่ต้องสะท้อนผ่าน </span><b>การกระทำของผู้นำและการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับ</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>TIDLOR Culture Camp Connect</b><span style="font-weight: 400;"> เน้นย้ำว่า </span><b>&#8220;Purpose&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> จะไม่มีความหมาย หากไม่มีการนำไปปฏิบัติจริง และ</span><b>ถ้าผู้นำไม่จริงใจ พนักงานจะรับรู้ได้ทันที</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นต้น ดังนั้น การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แท้จริงจึงต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความจริงใจของผู้บริหาร ไม่ใช่แค่การกำหนดเป้าหมายแล้วคาดหวังให้พนักงานเดินตาม แต่ต้องแสดงให้เห็นว่า Purpose คือหลักการที่องค์กรยึดถือจริงในทุกการตัดสินใจและทุกกระบวนการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ </span><b>การสื่อสารอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญยิ่ง </b><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ถ่ายทอด Purpose ให้พนักงานเข้าใจและเชื่อมั่นได้ จะช่วยให้พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วมและมุ่งมั่นทำงานด้วยความเต็มใจ ในท้ายที่สุด วัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย Purpose ไม่เพียงแต่สร้างความสำเร็จให้ธุรกิจ แต่ยังทำให้พนักงานรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร </span></p>
<p><b>เห็นแนวทางอย่างนี้แล้ว องค์กรของคุณพร้อมหรือยังที่จะขับเคลื่อนด้วย Purpose อย่างแท้จริงหรือยัง ?</b><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน TIDLOR Culture Camp Connect: Purpose Driving Business 1022"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/tidlor-purpose-driving-business-250131/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุป 5 เทรนด์การใช้ชีวิตที่ HR ควรรู้จากงาน Accenture Life Trends 2025</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/5-accenture-life-trends-2025-250130/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/5-accenture-life-trends-2025-250130/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jan 2025 07:27:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Accenture Life Trends]]></category>
		<category><![CDATA[Accenture]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=42543</guid>

					<description><![CDATA[โลกของการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว Life Trends หรือแนวโน้มพฤติกรรมของผู้คนในปัจจุบัน ไม่ได้ส่งผลแค่กับผู้บริโภคและธุรกิจเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความคาดหวังของพนักงานต่อองค์กรและรูปแบบการทำงานในอนาคตอีกด้วย สำหรับ HR การเข้าใจแนวโน้มระดับโลกที่กำลังจะเกิดขึ้น สำคัญมากต่อการปรับกลยุทธ์เพื่อการบริหารบุคลากร เช่น การสร้างวัฒนธรรมองค์กร การดึงดูดและรักษาคนเก่ง การพัฒนา Employee Experience การวางนโยบายการทำงานที่ตอบโจทย์ยุคใหม่ ฯลฯ ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อความสำเร็จขององค์กรด้วย HREX ได้เข้าร่วมงาน Accenture Life Trends 2025: Unveiling Global Trends that Shape Thai Consumer Behavior เนื้อหาสาระของงานคือการเจาะลึกถึง 5 แนวโน้มสำคัญระดับโลกที่จะกำหนดทิศทางใหม่ให้กับธุรกิจและแบรนด์ในปีนี้ โดยมีคุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม Group Chief Human Resources Officer จาก AIS, คุณมนประภา รัตนกนกพร Country Marketing Lead (Whoscall), Gogolook (Thailand), คุณทีปกร วุฒิพิทยามงคล [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42547" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-01-30T130547.991.webp" alt="สรุป 5 เทรนด์การใช้ชีวิตที่ HR ควรรู้จากงาน Accenture Life Trends 2025" width="600" height="370" title="สรุป 5 เทรนด์การใช้ชีวิตที่ HR ควรรู้จากงาน Accenture Life Trends 2025 1027" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-01-30T130547.991.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-01-30T130547.991-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกของการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว </span><b>Life Trends</b><span style="font-weight: 400;"> หรือแนวโน้มพฤติกรรมของผู้คนในปัจจุบัน ไม่ได้ส่งผลแค่กับผู้บริโภคและธุรกิจเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความคาดหวังของพนักงานต่อองค์กรและรูปแบบการทำงานในอนาคตอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR การเข้าใจแนวโน้มระดับโลกที่กำลังจะเกิดขึ้น สำคัญมากต่อการปรับกลยุทธ์เพื่อการบริหารบุคลากร เช่น การสร้างวัฒนธรรมองค์กร การดึงดูดและรักษาคนเก่ง การพัฒนา Employee Experience การวางนโยบายการทำงานที่ตอบโจทย์ยุคใหม่ ฯลฯ ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อความสำเร็จขององค์กรด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX ได้เข้าร่วมงาน </span><b>Accenture Life Trends 2025: Unveiling Global Trends that Shape Thai Consumer Behavior </b><span style="font-weight: 400;">เนื้อหาสาระของงานคือการเจาะลึกถึง 5 แนวโน้มสำคัญระดับโลกที่จะกำหนดทิศทางใหม่ให้กับธุรกิจและแบรนด์ในปีนี้ โดยมี</span><b>คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม</b><span style="font-weight: 400;"> Group Chief Human Resources Officer จาก AIS, </span><b>คุณมนประภา รัตนกนกพร</b><span style="font-weight: 400;"> Country Marketing Lead (Whoscall), Gogolook (Thailand), </span><b>คุณทีปกร วุฒิพิทยามงคล</b><span style="font-weight: 400;"> ex-Netflix, ex-Amazon, ex-Brandthink, </span><b>คุณสุธีรพันธุ์ สักรวัตร</b><span style="font-weight: 400;"> Chief Customer Officer จาก SCBX และ </span><b>คุณสุนาถ ธนสารอักษร</b><span style="font-weight: 400;"> Managing Director, Accenture Song ทำหน้าที่ Moderator</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาระสำคัญของงานเสวนามีเรื่องใดบ้าง ติดตามได้ในบทความนี้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>5 เทรนด์ Accenture Life Trends 2025</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุนาถเผยว่า ทุกปี </span><b>Accenture</b><span style="font-weight: 400;"> จะศึกษาพฤติกรรมการใช้ชีวิต การทำงาน และการบริโภคของคนทั่วโลก และเผยผลการศึกษาพฤติกรรม ซึ่งทำมาติดต่อกันเป็นปีที่ 17 แล้ว สำหรับผลสำรวจเทรนด์การใช้ชีวิตในปี 2025 พบว่าประเด็นสำคัญจะเกี่ยวข้องกับความผันผวนที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้คนทั่วโลก จนส่งผลกระทบต่อทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคและธุรกิจ โดยมี 5 เทรนด์ที่ทุกคนควรรู้และตื่นตัวดังนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42546" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-01-30T130534.241.webp" alt="สรุป 5 เทรนด์การใช้ชีวิตที่ HR ควรรู้จากงาน Accenture Life Trends 2025" width="600" height="370" title="สรุป 5 เทรนด์การใช้ชีวิตที่ HR ควรรู้จากงาน Accenture Life Trends 2025 1028" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-01-30T130534.241.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-01-30T130534.241-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Accenture Life Trends 2025 #1. Cost of Hesitations</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน<strong>คนไทยเจอเรื่องผิดปกติให้ลังเลทุกวัน</strong> ทั้งการหลอกลวงผ่านคอลเซนเตอร์ การแชร์คอนเทนต์จริง-ปลอม ที่ยากจะพิสูจน์ จนกระทบต่อการใช้ชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนของความลังเล และความผิดปกตินี้ทำให้มีปัญหาทางธุรกิจด้วย เพราะสิ่งที่แบรนด์เคยทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่าย จะทำได้ยากขึ้นแล้ว เพราะลูกค้าตัดสินใจซับซ้อนขึ้น พร้อมตั้งคำถามกับสิ่งต่าง ๆ ถี่ถ้วนขึ้นว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาในหน้าฟีดสื่อสังคมออนไลน์คือสิ่งที่เราอยากเห็นจริง ๆ หรือเป็นสิ่งที่ถูกป้อนมาทางอัลกอริทึ่ม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณมนประภา เสริมว่าข้อมูลเรื่องการหลอกลวงสอดคล้องกับข้อมูลของ Who’s Call ที่สำรวจเจอว่า <strong>คนไทยทุกคนล้วนได้รับผลกระทบจากมิจฉาชีพจนความเชื่อมั่นสั่นคลอน</strong> ทั้งคอลเซนเตอร์ หรือการซื้อของออนไลน์ รวมแล้วมีความเสียหายคิดเป็นเงินถึง 79 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมจำนวนเงินของผู้ที่โดยหลอกแต่ไม่ได้แจ้งความด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสถิติที่คุณมนประภาแจกแจงก็คือ <strong>การสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคนั้น ต้องใช้เงินเยอะมาก ทุกการสูญเสีย 25 บาทของผู้บริโภค 1 คน แบรนด์ต้องเสียเงิน 100 บาทเพื่อเรียกคืนชื่อเสียงกลับมา</strong> และหากไม่รีบแก้ปัญหานี้ จะยิ่งสร้างความเสียหายต่อทุกฝ่ายมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณสุธีรพันธุ์ เสริมว่าปัญหาการหลอกลวง ทำให้สถาบันการเงินเองต้องรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้นด้วยการป้องกันปัญหาที่ตามมา ทุกองค์กรจะหันมาใส่ใจเรื่องความปลอดภัยว่าเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้เรื่องราคา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในสิ่งที่แบรนด์อาจทำได้คือการทำ KYC ที่เปลี่ยนจาก Know You Customer ที่ผู้บริโภคต้องยืนยันตัวตน เป็น Know Your Company ที่บริษัทต้องยืนยันตัวตนต่อผู้ใช้งาน เพื่อให้รูัว่าบริษัทนี้มีตัวตนอยู่จริงไหม ซึ่งหากทำได้ จะช่วยลดความลังเลและสับสนของผู้บริโภคลงไปได้มากโข</span></p>
<h2><b>Accenture Life Trends 2025 #2. The Parent Trap</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ความผันผวนเรื่องต่อมาคือเรื่องการเลี้ยงดูลูกของพ่อแม่ ในยุคที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำ ๆ<strong> ทุกครอบครัวจึงกังวลว่าจะให้บุตรหลานใช้เทคโนโลยีมากน้อยแค่ไหน</strong> เพื่อป้องกันความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กผู้หญิง ซึ่งมีผลการสำรวจจากในอังกฤษว่า เด็กผู้หญิงได้รับคอนเทนต์อนาจารส่งมาจากคนรู้จักถึง 51% ส่วนเด็กผู้ชายเจอปัญหานี้ 33% </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นยังมีวัยรุ่นถึง 56% รู้สึกว่าพอเข้าถึงเทคโนโลยีและสื่อง่ายขึ้น ทำให้เขาสนใจภาพลักษณ์ ตัวตนของตัวเองมากกว่าคนที่อายุเยอะกว่าถึง 2 เท่า ส่งผลให้ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา มีวัยรุ่นป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้นมาสูงกว่า 150% </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณทีปกร อธิบายว่า <strong>คนรุ่นใหม่เติบโตมาด้วยความรู้สึกด้านบวกกับเทคโนโลยี คนจำนวนมากไม่ได้คิดว่าเทคโนโลยีเป็นเรื่องเลวร้าย จึงใช้งานกันเยอะ แต่ก็เริ่มเห็นผลกระทบระยะยาวจากการใช้เทคโนโลยีด้วย</strong> ทำให้เราต้องหาบาลานซ์สิ่งต่าง ๆ ให้พอดีต่อกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในวิธีแก้ที่น่าจะช่วยได้ คือการพาบุตรหลานออกไปเจอสังคม เจอโลกภายนอกให้มากขึ้น จะช่วยส่งเสริมให้ใช้ชีวิตในโลกจริงด้วยความเข้าใจมากขึ้น และหากแบรนด์ไหนอยากนำพื้นที่ของตัวเองเป็นพื้นที่กิจกรรม แล้วเปิดให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม ก็จะเป็นผลดีต่อตัวแบรนด์เองและสังคมเช่นกัน</span></p>
<h2><b>Accenture Life Trends 2025 #3. Impatience Economy</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">พฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้คนเปลี่ยนไป ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายแบบเดิมอีกต่อไป <strong>เด็กรุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องเรียนจบมหาวิทยาลัยจึงจะมีงานทำ ไม่ต้องเรียนสูงก็มีอาชีพ มีเงินทอง พวกเขาพบว่าเส้นทางความสำเร็จมีได้หลายทาง และมีทางที่ไปได้เร็วขึ้น แถมยังลำบากน้อยลง ทำให้หลายคนอยากไปสู่ความสำเร็จให้เร็วที่สุด </strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น อยากสุขภาพดี แต่ไม่อยากออกกำลังกาย อยากรวยแต่ไม่อยากทำงาน อยากรวยเร็วเลยเล่นพนันออนไลน์ อยากซื้อสินค้าราคาแพงแต่ไม่อยากซื้อแพง เลยซื้อของที่หน้าตาคล้ายกันแต่ราคาถูก แม้คุณภาพและประสิทธิภาพอาจน้อยกว่า สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้แบรนด์ต้องปรับตัวเช่นกัน ต้องสื่อสารกับผู้บริโภคเยอะขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุธีรพันธุ์ ให้มุมมองว่า ความไม่ค่อยอดทนซึ่งพบเจอในคนรุ่นใหม่นั้น ยังมีผลให้ตัดสินใจเปลี่ยนงานกันบ่อยด้วย แต่ก็ตั้งคำถามว่า หากใครที่อยู่ในองค์กรขนาดใหญ่ ไม่พอใจวัฒนธรรมองค์กรที่มีความเก่า หรือมีกฎข้อบังคับมากมาย การเปลี่ยนงานจากองค์กรใหญ่ไปอีกองค์กรหนึ่งจะแก้ปัญหาจริงหรือไม่ เพราะองค์กรใหญ่ ๆ ก็ล้วนเต็มไปด้วยข้อบังคับเหมือนกันทั้งสิ้น และสุดท้าย<strong>คนที่อดทนมากพอ และปรับตัวเข้าหาสังคมการทำงานในบริบทที่ไม่ชอบได้ จะสามารถไปได้ไกลกว่าคนที่ไม่อดทนแล้วเปลี่ยนงานตลอดเวลา</strong></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42548" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-01-30T130838.236.webp" alt="สรุป 5 เทรนด์การใช้ชีวิตที่ HR ควรรู้จากงาน Accenture Life Trends 2025" width="600" height="370" title="สรุป 5 เทรนด์การใช้ชีวิตที่ HR ควรรู้จากงาน Accenture Life Trends 2025 1029" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-01-30T130838.236.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-01-30T130838.236-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Accenture Life Trends 2025 #4. Dignity of work</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สังคมในปัจจุบันเริ่มตั้งคำถามถึงเกียรติยศของการทำงาน ว่าค่าของคนอยู่ที่ผลงานจริงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากวิกฤติโควิด-19 ผ่านพ้นไป บริษัทที่เคยมีนโยบายดูแลพนักงานอย่างดี ก็เปลี่ยนแปลงวิธีดูแลคนหลายอย่างจนไม่เหลือเค้าลางเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลสำรวจของ Accenture พบว่า พอการทำกิจกรรมหลายส่วนปรับเป็นออนไลน์ เช่น การเทรนนิ่ง การทำกิจกรรม Engagement ส่งผลให้ความผูกพันที่คนมีต่อองค์กรลดลงด้วย นอกจากนั้นสภาพจิตใจของคนทำงานก็อ่อนล้า มีพนักงานเพียงแค่ 29% รู้สึกว่าผู้บริหารใส่ใจความเป็นอยู่ของพวกเขาอย่างแท้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอดคล้องกับการที่องค์กรไม่ได้มองคนเป็นคน แต่มองเป็นตัวเลขเชิงปริมาณ ไม่ได้มองคุณภาพ ยิ่งพอเอาคนไปเทียบกับ AI ที่ทำอะไรได้มากกว่า ก็ยิ่งด้อยค่าคนลงมากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นทำให้เมื่อความผูกพันน้อย คนทำงานจึง “Acting Their Wage” หรือทำงานตามค่าจ้าง จ้างเท่าไหร่ทำเท่านั้น ไม่ได้คิดอยากทำเกินหน้าที่อีกต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรง ผู้บริหาร AIS ให้ความเห็นว่าเวลาจะวัดความสำคัญขององค์กร เราไม่ได้วัดที่ความผูกพันมากน้อยเพียงใด แต่วัดที่ความพึงพอใจต่างหาก จะสังเกตได้ว่า</span><b>องค์กรไหนมียอด Engagement ดี คนในองค์กรนั้นจะแสวงหาการพัฒนาตัวเอง เพื่อจะได้ทำงานเก่งขึ้นและมีความสุขขึ้นต่อไป แต่ถ้าองค์กรไหนคนไม่มีความผูกพัน สิ่งที่เขาจะต้องการจากองค์กรก็คือเงินเดือนและสวัสดิการที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนการมองคนในเชิงตัวเลข คุณกานติมายังเชื่อมั่นว่าในหลาย ๆ งานยังจำเป็นต้องเอา AI เข้ามาช่วยงานคน ทำให้ได้ผลลัพธ์เป็นตัวเลขเพิ่มขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ต้องหมั่นพัฒนาตัวเองด้วย เพราะสุดท้าย </span><b>AI จะมาแทนที่คนขี้เกียจ คนที่ไม่คิดพัฒนา หรือคนที่ชื่นชอบการทำงานซ้ำเดิม</b><span style="font-weight: 400;"> ดังนั้นเราต้องเป็นคนที่ฉลาดในการเอา AI มาทำงานที่มีคุณค่าต่อองค์กรและตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุนาถ เสริมอีกประเด็นว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำองค์กรควรต้องกลับมาทบทวนความสำคัญของคน ผู้นำคือผู้ที่สามารถสร้างประสิทธิภาพในการทำงาน และการใช้ชีวิตในองค์กรได้ดีที่สุด จึงจะเปลี่ยนให้พนักงานได้รับการดูแลในฐานะคน ไม่ใช่ฟันเฟือง หรือตัวแทนของ AI </span></p>
<h2><b>Accenture Life Trends 2025 #5. Social Rewinding</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อคนเผชิญความผันผวน เผชิญการโดนหลอกลวงผ่านโซเชี่ยลมีเดียมาก และยังต้องใช้ชีวิตท่ามกลางข้อมูลข่าวสารที่มีความเร็วสูง ทำให้ผู้คนโหยหาการอยู่ในโลกที่สงบขึ้น อาจเป็นโลกในอดีตที่ไม่ได้มีวิถีดิจิทัลเข้มข้นขนาดนี้ เป็นผลให้เราจะเห็นคนไม่น้อยกลับไปใช้งานกล้องฟิล์ม เล่นแผ่นเสียง หรือใช้โทรศัพท์ที่โทรออกได้อย่างเดียว แต่เล่นอินเทอร์เน็ตไม่ได้ เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอคนอยากอยู่นอกโลกออนไลน์ ก็กระตุ้นให้เกิด Human Touch ได้มากขึ้น และฝั่งของแบรนด์ธุรกิจเองก็รำลึกถึงอดีตเหมือนกัน ตั้งแต่การปรับโลโก้ ปรับสี ปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่เอื้อต่อการ Nostalgia ได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณกานติมามองว่า <strong>มนุษย์คือสัตว์สังคม เราทุกคนไม่สามารถขาดสุนทรียะได้ แต่เนื่องจากทุกวันมีความเร่งรีบมากขึ้น พอชีวิตเริ่มไม่สะดวก ติดงาน ทำให้ไม่มีเวลาเสพสิ่งที่มีความสุนทรีย์เท่าที่ควร</strong> แต่เธอเชื่อว่าเมื่อถึงจุดหนึ่ง เราทุกคนจะย้อนกลับไปหาสิ่งนั้นให้จงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นคือเหตุผลว่าทำไม <strong>การสร้าง Employee Experience ถึงสำคัญ</strong> การพาคนมาเจอหน้ากันจึงสำคัญ เห็นได้ว่าทุกครั้งที่องค์กรจัดงานกีฬาสี หรือกิจกรรมที่มีการรวมตัว ที่เอื้อต่อการสร้าง Human Touch ถึงยังมีคนอยากมาร่วมเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่องค์กรต้องกลับไปทบทวนต่อ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีทั้งต่อตัวพนักงานเอง และลูกค้าอันยาวนานของแบรนด์</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุป 5 เทรนด์การใช้ชีวิตที่ HR ควรรู้จากงาน Accenture Life Trends 2025 1030"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/5-accenture-life-trends-2025-250130/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/brandi-future-ready-2025-250129/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/brandi-future-ready-2025-250129/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Jan 2025 03:52:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Future-Ready 2025]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=42416</guid>

					<description><![CDATA[เพราะโลกในปี 2025 กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว BRANDi บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ระดับองค์กร จึงจัดงาน Future-Ready 2025 ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแบ่งปันมุมมอง และการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้นำและองค์กรต่าง ๆ ในการเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคต ภายใต้หัวข้อหลัก &#8220;The Unknown Horizon&#8221; ภายในงานจะครอบคลุมประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม พร้อมถ่ายทอดมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ ผ่านการบรรยายและการเสวนาที่เข้มข้น ทั้งในระดับ Macro (ระดับโลก), Market (ตลาดและการปรับตัวของธุรกิจ) และ Micro (ความสำเร็จเชิงปฏิบัติและการเชื่อมโยงระดับบุคคล) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับความรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดในชีวิตจริง HREX.asia ได้ร่วมเข้าไปฟังงานนี้ด้วย โดยเราได้สรุปงาน Future-Ready 2025 แล้ว พร้อมพาคุณสำรวจแนวโน้มระดับโลกที่เปลี่ยนไปในทุกมิติของการเติบโต ดังนี้ &#8220;The Unknown Horizon: Global Scape, Glocal Solutions&#8221; – การปรับตัวเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและสมดุล คุณ ปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท BRANDi [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42418" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-1.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย 1038" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะโลกในปี 2025 กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว </span><a href="https://www.brandiandcompanies.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">BRANDi</span></a><span style="font-weight: 400;"> บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ระดับองค์กร จึงจัดงาน</span><b> Future-Ready 2025 </b><span style="font-weight: 400;">ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแบ่งปันมุมมอง และการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้นำและองค์กรต่าง ๆ ในการเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคต ภายใต้หัวข้อหลัก </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;The Unknown Horizon&#8221;</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายในงานจะครอบคลุมประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม พร้อมถ่ายทอดมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ ผ่านการบรรยายและการเสวนาที่เข้มข้น ทั้งในระดับ Macro (ระดับโลก), Market (ตลาดและการปรับตัวของธุรกิจ) และ Micro (ความสำเร็จเชิงปฏิบัติและการเชื่อมโยงระดับบุคคล) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับความรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดในชีวิตจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX.asia ได้ร่วมเข้าไปฟังงานนี้ด้วย โดยเราได้สรุปงาน Future-Ready 2025 แล้ว พร้อมพาคุณสำรวจแนวโน้มระดับโลกที่เปลี่ยนไปในทุกมิติของการเติบโต ดังนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42419" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-2.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย 1039" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>&#8220;The Unknown Horizon: Global Scape, Glocal Solutions&#8221; – การปรับตัวเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและสมดุล</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>ปิยะชาติ อิศรภักดี</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท BRANDi &amp; Companies และประธานร่วม BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) เล่าเปิดงาน Future-Ready 2025 ด้วยการบรรยายที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างสมดุลระหว่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">Profit</span></i><span style="font-weight: 400;"> (กำไร), </span><i><span style="font-weight: 400;">People</span></i><span style="font-weight: 400;"> (ผู้คน) และ </span><i><span style="font-weight: 400;">Planet</span></i><span style="font-weight: 400;"> (สิ่งแวดล้อม) ซึ่งเป็น 3 แกนหลักที่ทุกองค์กรต้องพิจารณาในการเตรียมตัวสู่อนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยคุณปิยะชาติได้กล่าวถึงบริบทโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่เทคโนโลยีไปจนถึงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อาทิ การพัฒนา AI และเทคโนโลยี Deep Learning ซึ่งปัจจุบันกลับกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของเศรษฐกิจและนวัตกรรม รวมไปถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เช่น การเข้าสู่ </span><i><span style="font-weight: 400;">Ageing Society</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งทำให้แรงงานรุ่นเก่าต้องปรับตัว และแรงงานรุ่นใหม่ต้องการการศึกษาและพัฒนาทักษะที่มีคุณภาพมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้นำไปสู่ 4 ความท้าทายหลักระดับโลก:</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ตื่นตูม (Panic)</b><span style="font-weight: 400;"> จากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและการเมืองโลก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>แตกแยก (Fragmentation)</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและการแข่งขันที่เข้มข้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ตีบตัน (Stagnation)</b><span style="font-weight: 400;"> อันเกิดจากการเติบโตที่ไม่สมดุลในหลายพื้นที่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ตกต่ำ (Degradation)</b><span style="font-weight: 400;"> ของสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ BRANDi จึงให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนผ่าน 3 ขั้นตอน คือ :</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Discover Core</b><span style="font-weight: 400;"> – ค้นหาจุดแข็งและศักยภาพขององค์กร เพื่อสร้างความแตกต่างที่ยั่งยืน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Empower Core</b><span style="font-weight: 400;"> – เพิ่มพลังและศักยภาพในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Grow from Core</b><span style="font-weight: 400;"> – สร้างการเติบโตจากสิ่งที่มีอยู่ โดยมุ่งเน้นให้กำไร (</span><i><span style="font-weight: 400;">Profit</span></i><span style="font-weight: 400;">) สอดคล้องกับความยั่งยืน (</span><i><span style="font-weight: 400;">Planet</span></i><span style="font-weight: 400;">) และคุณค่าต่อผู้คน (</span><i><span style="font-weight: 400;">People</span></i><span style="font-weight: 400;">)</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นก็เพราะ &#8220;ต้นไม้ไม่สามารถเติบโตในดินที่ไม่ดี&#8221; องค์กรก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการ &#8220;ดิน&#8221; หรือบริบทที่เหมาะสมในการเติบโต โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งมีความแตกต่างจากตลาดโลก จำเป็นต้องหา </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;Global Solutions&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่ปรับใช้ได้กับบริบทท้องถิ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายังเน้นว่าการสร้างสมดุลระหว่าง Profit, People และ Planet ไม่ใช่แค่ความฝัน แต่เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องทำเพื่อความอยู่รอด และเพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้คน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Macro-Framework: Future-Ready Economy – เศรษฐกิจที่พร้อมรับอนาคตด้วยความยั่งยืน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อเนื่องกับคุณ</span><b> ปิยะชาติ อิศรภักดี </b><span style="font-weight: 400;">ที่ได้บรรยายถึงความท้าทายใหญ่ในระบบเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญกับการบริโภคทรัพยากรธรรมชาติอย่างเกินขีดจำกัด (</span><i><span style="font-weight: 400;">Over-Nature Consumption</span></i><span style="font-weight: 400;">) ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง เช่น การขาดแคลนน้ำสะอาดและอาหารทะเลในอนาคต แม้มีความพยายามระดับโลก เช่น พิธีสารโตเกียวหรือข้อตกลงปารีส แต่กลับยังสร้างคาร์บอนเพิ่มขึ้นในทุกครั้งที่จัดประชุม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เขาเน้นถึงปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาการเติบโตจากหนี้สิน โดยหลายประเทศต้องเผชิญภาระดอกเบี้ยสูง ซึ่งลดโอกาสในการนำเงินมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ คุณปิยะชาติได้เสนอแนวคิด </span><a href="https://www.brandiandcompanies.com/sustainomy" target="_blank" rel="noopener"><b>Sustainomy</b></a> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็นแนวคิดที่มุ่งสร้างนิยามใหม่ของระบบทุนนิยมที่ให้ความสำคัญไม่เพียงแต่กับผลตอบแทนทางการเงิน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) และ เทคโนโลยี (Tech Capital) ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของคนให้ฉลาดขึ้นและพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เศรษฐกิจอนาคตต้องคืนคุณค่าให้มนุษย์ มุ่งเน้นการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตและความยั่งยืน ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก” คุณ ปิยะชาติ อิศรภักดี กล่าวปิด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42420" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-3.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย 1040" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>New Global Horizon: Thriving in an Unknown Horizon – เติบโตอย่างแข็งแกร่งในโลกที่ไม่แน่นอน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในหัวข้อการเสวนานี้ ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ได้แก่ คุณ </span><b>ปรเมธี วิมลศิริ</b><span style="font-weight: 400;"> ประธาน Macro-Socioeconomics Agenda BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) และที่ปรึกษาอาวุโสด้าน Intelligence Management บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด, คุณ </span><b>มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล </b><span style="font-weight: 400;">ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ คุณ </span><b>สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์</b><span style="font-weight: 400;"> อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังนายกสภาวิศวกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยและประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ดำเนินเวทีโดยคุณ </span><b>จิรวุฒิ กนกอรรจน์ </b><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการ Geoeconomics Agenda BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) และ ที่ปรึกษาด้าน Intelligence Management บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดได้ร่วมกันวิเคราะห์ความท้าทายและโอกาสที่สำคัญในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นด้วย </span><b>พลวัตเศรษฐกิจโลก </b><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายที่ต้องจับตา โดยคุณปรเมธี เปิดประเด็นด้วยข้อมูลเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะเติบโต 4% ในปี 2025 ขณะที่ประเทศไทยอาจโตเพียง 2.8% โดยมีปัจจัยความเสี่ยง เช่น สงครามการค้า การผลิตที่ย้ายฐานจากจีน และนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญแรงกดดันจากภายนอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาจึงเน้นว่า ความเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน หรือการปรับนโยบายด้านพลังงานของสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ภาครัฐต้องเตรียมการเจรจาเพื่อบรรเทาผลกระทบและสร้างสมดุล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาคือประเด็น </span><b>พลังงาน</b><span style="font-weight: 400;"> ที่คุณมนตรีเสริมว่า ความมั่นคงด้านพลังงานจะเป็นปัจจัยสำคัญ สังเกตได้ว่าโลกหลังโควิดจะเน้นพลังงานมากขึ้น แม้ไทยใช้พลังงานจากแก๊สธรรมชาติมากที่สุด แต่ยังไม่มีความมั่นคงเพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งคุณมนตรีทิ้งท้ายว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจำเป็นต้องใช้เวลานาน ไทยควรเตรียมแผนระยะยาวที่สอดคล้องกับแนวทาง </span><i><span style="font-weight: 400;">ESG (Environmental, Social, Governance)</span></i><span style="font-weight: 400;"> เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายด้วยประเด็น </span><b>เทคโนโลยีและ AI </b><span style="font-weight: 400;">ที่เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย โดยคุณสุชัชวีร์ ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยยังขาดการลงทุนใน </span><i><span style="font-weight: 400;">AI</span></i><span style="font-weight: 400;"> อย่างจริงจัง ไม่สามารถผลิต </span><i><span style="font-weight: 400;">Hardware</span></i><span style="font-weight: 400;"> ได้ และมีความก้าวหน้าใน </span><i><span style="font-weight: 400;">Software</span></i><span style="font-weight: 400;"> เพียงเล็กน้อย ฉะนั้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) เพื่อรองรับเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งจำเป็น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาแนะนำให้ไทยลงทุนกับการศึกษาและการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกตัวอย่างประเทศเวียดนามที่ยกเว้นภาษีให้ผู้สำเร็จการศึกษาด้าน Computer Science</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยในช่วงปิดท้ายคุณสุชัชวีร์ เสนอแนวทางการพัฒนาประเทศไทยด้วยการเน้นสร้างคนให้พร้อมรับมือกับเทคโนโลยี สร้างนโยบายที่ชัดเจน และผลักดันความเป็น “ชาตินิยมอ่อน ๆ” เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งในระดับประเทศ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ประเทศไทยไม่สามารถเป็นกลางหรือรอให้โลกเปลี่ยนแปลงได้อีกต่อไป การลงทุนกับการศึกษา การสร้างทรัพยากรมนุษย์ จะเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ประเทศก้าวผ่านความท้าทายไปได้”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณสุชัชวีร์กล่าว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42421" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-4.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย 1041" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Market-Framework: Future-Ready Ecosystem – สร้างตลาดที่ยั่งยืนเพื่อรองรับอนาคต</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Session ต่อมา คุณ </span><b>ศศรินทร์ บวรโชคชัย </b><span style="font-weight: 400;">ประธานเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ปรึกษา บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด ชี้ให้เห็นว่า ระบบนิเวศทางการตลาด (</span><i><span style="font-weight: 400;">Market Ecosystem</span></i><span style="font-weight: 400;">) ในปัจจุบันเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ธุรกิจไม่ได้มุ่งเพียงแค่การทำกำไร (</span><i><span style="font-weight: 400;">Profit</span></i><span style="font-weight: 400;">) แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อผู้คน (</span><i><span style="font-weight: 400;">People</span></i><span style="font-weight: 400;">) และสิ่งแวดล้อม (</span><i><span style="font-weight: 400;">Planet</span></i><span style="font-weight: 400;">) ไปพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอเน้นว่าธุรกิจในยุคนี้ถูกผลักดันให้แบกรับภาระจากแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและความคาดหวังของผู้บริโภค ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ปัญหาฝุ่น </span><i><span style="font-weight: 400;">PM 2.5</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่ไม่ได้เพียงแต่กระทบต่อสุขภาพของผู้คน แต่ยังลดกำลังซื้อและทำให้เศรษฐกิจในบางพื้นที่ชะลอตัวลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ประเทศไทยไม่ได้ขาดเงินทุน (</span><i><span style="font-weight: 400;">Capital</span></i><span style="font-weight: 400;">) แต่ขาดระบบที่ทำให้เงินในระบบถูกเปลี่ยนให้เป็นการลงทุนที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างแท้จริง ความท้าทายนี้ทำให้ธุรกิจต้องคิดใหม่ในวิธีการดำเนินงาน โดยปรับตัวจากการเน้นขายสินค้า (</span><i><span style="font-weight: 400;">Product</span></i><span style="font-weight: 400;">) ไปสู่การสร้างบริการ (</span><i><span style="font-weight: 400;">Service</span></i><span style="font-weight: 400;">), การพัฒนาแพลตฟอร์ม (</span><i><span style="font-weight: 400;">Platform</span></i><span style="font-weight: 400;">), และท้ายที่สุด การสร้างความเชื่อมั่นในระดับองค์กร (</span><i><span style="font-weight: 400;">Market Corporate</span></i><span style="font-weight: 400;">) เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นคุณค่าและพร้อมสนับสนุน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในกรอบแนวคิดสำคัญที่คุณศศรินทร์ได้นำเสนอคือ <strong>Business and Goodness Matrix</strong></span><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นแนวทางพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนพร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวก เช่น เธออธิบายว่าธุรกิจต้องเริ่มจากการทำเพื่อสังคมในรูปแบบ </span><i><span style="font-weight: 400;">Philanthropy</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเน้นการให้โดยไม่หวังผลกำไร จากนั้นก้าวสู่การทำ </span><i><span style="font-weight: 400;">CSR (Corporate Social Responsibility)</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมในลักษณะที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายทางธุรกิจ ต่อมาคือการสร้าง </span><i><span style="font-weight: 400;">CSV (Creating Shared Value)</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างธุรกิจกับชุมชน สุดท้ายคือ </span><i><span style="font-weight: 400;">Net Positive Impact</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่ช่วยให้ธุรกิจไม่เพียงแค่ลดผลกระทบเชิงลบ แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกในทุกมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศศรินทร์เน้นว่า ความสำเร็จของตลาดในอนาคตต้องเกิดจากตลาดที่มีความ</span><i><span style="font-weight: 400;"> Healthy </span></i><span style="font-weight: 400;">ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน ภาครัฐต้องมีบทบาทในการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจ ขณะที่ภาคเอกชนต้องพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกแง่มุม ทั้งด้านความต้องการส่วนบุคคลและผลกระทบต่อสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นการสร้างตลาดที่พร้อมสำหรับอนาคต จำเป็นต้องสร้างจากความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างทุกภาคส่วน ทั้งในระดับองค์กร ระดับประเทศ และระดับโลกด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42422" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-5.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย 1042" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>New Market Horizon: Redefining Rule of Competition – การแข่งขันในตลาดใหม่เพื่ออนาคตยั่งยืน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเสวนาภายใต้หัวข้อ New Market Horizon ได้รับเกียรติจากคุณ </span><b>กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน),  คุณ </span><b>พิสุทธิ์ เพียรมนกุล</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้อำนวยการ Climate Economy Agenda BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) และที่ปรึกษาด้าน Intelligence Management บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด และคุณ</span><b> ศุภจี สุธรรมพันธุ์ </b><span style="font-weight: 400;">ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) โดยมีคุณ </span><b>มนต์ชัย วงษ์กิตติโกรวัล</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ปรึกษาอาวุโสด้าน Future-ready Management บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด ดำเนินรายการ ซึ่งร่วมกันวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงในตลาดโลก การปรับตัวของธุรกิจ และโอกาสในการสร้างความยั่งยืนผ่านระบบการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย </span><b>คุณกอบกาญจน์</b><span style="font-weight: 400;"> เปิดประเด็นด้วยการชี้ให้เห็นว่า โลกไม่ได้เพิ่งเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่ต่างออกไปในปัจจุบันคือความเร็วที่ทุกอย่างเกิดขึ้น เธอยกตัวอย่างความท้าทายของธนาคารที่ต้องรับมือกับความไม่แน่นอน เช่น กำแพงภาษีและการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายของประเทศต่าง ๆ เธอเน้นย้ำว่า </span><b>การรู้จักบริบทโลกและการพัฒนาคน</b><span style="font-weight: 400;"> จะเป็นกุญแจสำคัญในการเติบโตในยุคใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เธอยังกล่าวถึงการเกิดขึ้นของ </span><i><span style="font-weight: 400;">Virtual Bank</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่กำลังเปลี่ยนโฉมการแข่งขันในภาคการเงิน พร้อมตั้งคำถามว่า ประเทศไทยยังมีจุดแข็งอะไรที่สามารถใช้เป็นข้อได้เปรียบในตลาดโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมา </span><b>คุณพิสุทธิ์</b><span style="font-weight: 400;"> มุ่งเน้นประเด็นด้านพลังงาน โดยกล่าวว่าการแข่งขันในอนาคตต้องตอบโจทย์ 3 สิ่งสำคัญ คือ </span><b>พลังงานที่สะอาด ไม่ขาดแคลน และมีราคาที่เข้าถึงได้ </b><span style="font-weight: 400;">โดยเขาเสริมว่า การแข่งขันในยุคนี้ต้องมองไปไกลกว่าการรอดชีวิต แต่ควรตั้งเป้าหมายให้ &#8220;เร็วขึ้น&#8221; และ &#8220;ใหม่ขึ้น&#8221; กว่าเดิม โดยเชื่อว่าความสมดุล (</span><i><span style="font-weight: 400;">Sustainomy</span></i><span style="font-weight: 400;">) ระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการดูแลสิ่งแวดล้อมคือจุดขายสำคัญที่ไทยสามารถพัฒนาได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายด้วยการท่องเที่ยวในยุคที่ทุกอย่างเชื่อมโยงด้วยเทคโนโลยี ซึ่ง </span><b>คุณศุภจี</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวถึงแนวโน้มสำคัญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะเทรนด์จากเวทีดาวอสที่ชี้ให้เห็นว่า ความยั่งยืนและเทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญ เธอยกตัวอย่างการท่องเที่ยวที่เน้นประสบการณ์เฉพาะตัว (</span><i><span style="font-weight: 400;">Personalized Travel</span></i><span style="font-weight: 400;">) และการพัฒนา </span><i><span style="font-weight: 400;">Workation</span></i><span style="font-weight: 400;"> อย่างกรุงเทพฯ ที่กำลังเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักเดินทางที่ผสมผสานการทำงานและการพักผ่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยังชี้ให้เห็นว่าความท้าทายของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยไม่ได้มีแค่เรื่องการดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ยังรวมถึงการปรับตัวให้เหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลง เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน การอนุรักษ์วัฒนธรรม และการพัฒนาทักษะแรงงานในอุตสาหกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสรุปคือ ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในความยั่งยืน ซึ่ง </span><b>คุณกอบกาญจน์</b><span style="font-weight: 400;"> ปิดท้ายการเสวนาด้วยการเน้นว่า</span><b> ความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ยังรวมถึงการพัฒนาคนและการสร้างโอกาสใหม่ ๆ เธอเชื่อว่าทุกคนมีพลังในการเปลี่ยนแปลง และประเทศไทยไม่ควรรอรัฐบาลหรือผู้นำใด ๆ แต่ควรเริ่มจากความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“อย่าทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพราะทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้ได้” </span></i><b>คุณกอบกาญจน์</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวปิดอย่างทรงพลัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42423" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-6.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย 1043" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Future-Ready-2025-6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>New Growth Horizon: From Conventional to Future-Ready – ปรับเปลี่ยนแนวคิด สร้างการเติบโตเพื่ออนาคต</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกธุรกิจในปัจจุบันไม่สามารถยึดติดกับแนวทางแบบเดิมได้อีกต่อไป ในยุคที่การแข่งขันสูง เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมผู้บริโภคไม่เหมือนเดิม ผู้นำองค์กรต้องมองไปข้างหน้า และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่คาดเดาไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการเสวนานี้ คุณ </span><b>จรีพร จารุกรสกุล </b><span style="font-weight: 400;">ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), คุณ</span><b> เรืองโรจน์ พูนผล</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานกลุมบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป, คุณ </span><b>ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ </b><span style="font-weight: 400;">กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ดำเนินรายการโดยคุณ </span><b>สินธ์โต วาณิชย์กิตติ์ </b><span style="font-weight: 400;">หัวหน้าที่ปรึกษาด้าน New Business Management บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด และ ผู้อำนวยการ Future-ready SME Agenda BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับวิธีปรับตัวขององค์กร ตั้งแต่ระดับธุรกิจขนาดใหญ่ไปจนถึงรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นด้วย </span><b>คุณจรีพร</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เน้นย้ำว่า </span><b>ผู้นำต้องมองไปข้างหน้า มองเห็นอนาคตก่อนที่มันจะมาถึง</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้การปรับตัวของธุรกิจต้องเริ่มมานานแล้ว ถ้าเริ่มวันนี้ถือว่าช้าไป เพราะการรอคอยหรือเดินช้าไปเพียงก้าวเดียว อาจหมายถึงการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มระดับโลก (</span><i><span style="font-weight: 400;">Global Mega Trends</span></i><span style="font-weight: 400;">) เช่น </span><i><span style="font-weight: 400;">Geopolitics</span></i><span style="font-weight: 400;"> (ภูมิรัฐศาสตร์), </span><i><span style="font-weight: 400;">Sustainability</span></i><span style="font-weight: 400;"> (ความยั่งยืน), และนโยบายของประเทศมหาอำนาจที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเธอยกตัวอย่างว่า </span><b>WHA Corporation</b><span style="font-weight: 400;"> ได้เตรียมตัวล่วงหน้าโดยการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ซึ่งกำลังกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในเศรษฐกิจโลก การเจรจาต่อรองที่ดีเป็นสิ่งจำเป็น เพราะจีนไม่ได้มาแค่เงินลงทุน แต่ยังมาพร้อมเทคโนโลยี ทรัพยากรมนุษย์ และความสามารถในการแข่งขันนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อด้วย </span><b>คุณดนันท์ </b><span style="font-weight: 400;">ที่กล่าวถึงความท้าทายของ </span><i><span style="font-weight: 400;">ไปรษณีย์ไทย</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นองค์กรที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน แต่หากไม่ปรับตัว ก็อาจไม่สามารถแข่งขันได้ในยุคที่ธุรกิจขนส่งเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อเอกชนสามารถให้บริการที่รวดเร็วและยืดหยุ่นกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาอธิบายว่า ไปรษณีย์ไทยไม่ได้เป็นแค่บริษัทขนส่ง แต่เป็น </span><b>เครือข่ายที่เข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ไม่มีองค์กรใดเทียบได้ หนึ่งในจุดแข็งที่สำคัญคือ “บุรุษไปรษณีย์” ซึ่งไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ส่งพัสดุและจดหมาย แต่ยังเป็นบุคคลที่สร้าง </span><i><span style="font-weight: 400;">Trust</span></i><span style="font-weight: 400;"> หรือความไว้วางใจในระดับชุมชน ด้วยความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับผู้คน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ในยุคที่ข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ ไปรษณีย์ไทยเริ่มปรับตัวโดยใช้ศักยภาพของบุรุษไปรษณีย์ให้มากขึ้น เช่น การเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในด้านการพัฒนาเมือง การวางแผนสาธารณูปโภค และการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในท้องถิ่น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มบริการใหม่ แต่เป็นการพลิกบทบาทของไปรษณีย์ไทยให้กลายเป็น </span><i><span style="font-weight: 400;">Infrastructure</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่สนับสนุนเศรษฐกิจและสังคมไทยในอนาคตต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายด้วย</span><b> คุณเรืองโรจน์</b><span style="font-weight: 400;"> นำประสบการณ์จากเวที </span><i><span style="font-weight: 400;">Davos</span></i><span style="font-weight: 400;"> มาแบ่งปัน โดยกล่าวว่า ผู้นำในยุคนี้ไม่ได้บริหารแค่ &#8220;คน&#8221; อีกต่อไป แต่ต้องบริหารคนควบคู่กับ </span><i><span style="font-weight: 400;">AI</span></i><span style="font-weight: 400;"> โดยเขาเชื่อว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">Automation</span></i><span style="font-weight: 400;"> และ </span><i><span style="font-weight: 400;">Augmentation</span></i><span style="font-weight: 400;"> จะเข้ามาแทนที่งานที่เคยทำโดยมนุษย์ และแรงงานในอนาคตต้องพัฒนาทักษะ </span><i><span style="font-weight: 400;">Soft Skills</span></i><span style="font-weight: 400;"> มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาย้ำว่าผู้นำองค์กรต้อง &#8220;เล่นเกมให้ถูก&#8221; และ &#8220;ใช้ความเจ็บปวดเป็นแรงผลักดัน&#8221; การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าธุรกิจสามารถก้าวนำหน้าและปรับตัวได้เร็ว ก็จะกลายเป็นผู้นำตลาดแทนที่จะเป็นผู้ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้</span><b> คุณจรีพร</b><span style="font-weight: 400;"> ปิดท้ายด้วยการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทย </span><b>ตื่นตัวและเริ่มลงมือทำ</b><span style="font-weight: 400;"> แทนที่จะรอให้ใครมาช่วย เธอกล่าวว่าธุรกิจไทยต้องหยุดร้องขอและเริ่มสร้างโอกาสด้วยตัวเอง การลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (</span><i><span style="font-weight: 400;">EV</span></i><span style="font-weight: 400;">), พลังงานสะอาด, และเทคโนโลยีดิจิทัล จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยแข่งขันได้ในระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอย้ำว่าเราต้องสร้างโลกของเราเอง ไม่ใช่รอให้ใครมาเป็นต้นแบบ การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นจากคำพูด แต่เกิดขึ้นจากการ </span><b>“ลงมือทำจริง”</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Future-Ready 2025: ก้าวสู่อนาคตด้วยการปรับตัวที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย 1044" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/brandi-future-ready-2025-250129/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Future-Ready HRD</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-future-ready-hrd-250122/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-future-ready-hrd-250122/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jan 2025 09:41:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[HRD]]></category>
		<category><![CDATA[HREX Webinar]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=42300</guid>

					<description><![CDATA[ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของงาน HR Development ที่องค์กรต่าง ๆ ต้องปรับตัวรับมือกับความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารเป้าหมายผ่าน OKR และ KPI การประเมินผลงานด้วยระบบ Performance Management สมัยใหม่ หรือการวางกลยุทธ์ Upskill-Reskill เพื่อเสริมสร้าง Skill Set ที่จำเป็นสำหรับโลกอนาคต หาก HR ไม่เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการเติบโตขององค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้ว HR จะรับมือกับการพัฒนาบุคลากรในยุค 2025 ได้อย่างไร ? ใน HREX Webinar ครั้งล่าสุดหัวข้อ Future-Ready HRD: ครบทุกมิติการพัฒนาคนให้ตอบโจทย์ปี 2025 ได้รับเกียรติจากคุณอัครภาส เกียรติเสริมขจร Chief Operating Officer แห่ง empeo ผู้เชี่ยวชาญด้าน HR Tech มากประสบการณ์ มาร่วมแบ่งปันเทรนด์และแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล พร้อมเผยเคล็ดลับการเลือกระบบ HRD ที่ใช่สำหรับองค์กรของคุณ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42302" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-76.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Future-Ready HRD" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Future-Ready HRD 1050" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-76.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-76-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของงาน </span><b>HR Development</b><span style="font-weight: 400;"> ที่องค์กรต่าง ๆ ต้องปรับตัวรับมือกับความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารเป้าหมายผ่าน OKR และ KPI การประเมินผลงานด้วยระบบ Performance Management สมัยใหม่ หรือการวางกลยุทธ์ Upskill-Reskill เพื่อเสริมสร้าง Skill Set ที่จำเป็นสำหรับโลกอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก HR ไม่เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการเติบโตขององค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้ว HR จะรับมือกับการพัฒนาบุคลากรในยุค 2025 ได้อย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน HREX Webinar ครั้งล่าสุดหัวข้อ </span><b>Future-Ready HRD: ครบทุกมิติการพัฒนาคนให้ตอบโจทย์ปี 2025 </b><span style="font-weight: 400;">ได้รับเกียรติจาก</span><b>คุณอัครภาส เกียรติเสริมขจร</b><span style="font-weight: 400;"> Chief Operating Officer แห่ง </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/15?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">empeo</span></a><span style="font-weight: 400;"> ผู้เชี่ยวชาญด้าน HR Tech มากประสบการณ์ มาร่วมแบ่งปันเทรนด์และแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล พร้อมเผยเคล็ดลับการเลือกระบบ HRD ที่ใช่สำหรับองค์กรของคุณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาระสำคัญของ Webinar ครั้งนี้มีอะไรน่าสนใจที่ HR โดยเฉพาะ HRD ควรรู้บ้าง ติดตามได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42303" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-77.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Future-Ready HRD" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Future-Ready HRD 1051" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-77.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-77-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Future-Ready HRD 2025: ปีแห่งการใช้ AI ช่วยงาน HRD</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอัครภาส อธิบายว่า <strong>2-3 ปีมานี้ HR โดยเฉพาะ HRD เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อ AI กลายเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การทำงาน HR และการพัฒนาองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น </strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อก่อน HR จำนวนมากอาจตื่นกลัวและตื่นตระหนกว่าจะเอามาใช้งานอย่างไร แต่ตอนนี้การประยุกต์ใช้ AI มีหลายกรณีให้เห็นแล้วว่าเราทำได้หลายอย่าง ตั้งแต่การลดการทำงานเอกสาร ลดการทำงานซ้ำ ๆ แบบ HR Admin ในอดีต การนำ AI มาใช้ในกระบวนการ Recruitment เช่น การประเมินเรซูเม่ การสัมภาษณ์งาน ไปจนถึงการประเมินผลงาน และการ Upskill-Reskill เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำให้ปี 2025 นี้หาก HR ยังมุ่งมั่นที่จะใช้ AI ในการพัฒนาองค์กร สานต่อสิ่งที่เคยทำได้ และลองเอาไปใช้ในงานที่อาจยังไม่เคยทำล่ะก็ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาวอย่างแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากเทคโนโลยีเปลี่ยนไปแล้ว บทบาทของ HR ก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะ จากที่แค่ทำงานเอกสาร ทำเรื่องขาดลามาสาย แต่ทุกวันนี้ HR จะต้องโฟกัสเรื่องการหาคน การพัฒนา Talent การดึงคนเก่ง ๆ เข้ามาในองค์กร และหาวิธีทำให้เขาอยู่กับองค์กรไปนาน ๆ เพื่อพัฒนา ต่อยอดสิ่งดี ๆ ให้องค์กรสืบต่อไป ดังนั้น <strong>HR คนไหนที่ยังไม่รู้จักเอาเทคโนโลยีมาใช้งาน มีโอกาสสูงมากที่จะไม่สามารถปรับตัวให้พร้อมรับมือกับปี 2025 และโลกอนาคตที่จะตามมาได้</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอัครภาส ยืนยันว่าถึงเวลา HR เปลี่ยนมุมมอง และหาวิธีวางกระบวนการเพื่อดูแลคนให้ดีขึ้น เพราะคนคือทรัพยากรที่มีค่าและสำคัญมาก ๆ ต่อองค์กร ถ้าเราดูแลพวกเขาให้ดียิ่งขึ้นได้มากเท่าไหร่ เขาก็จะช่วยส่งเสริม ผลักดันองค์กรไปสู่การพัฒนาที่ดีกว่ามากเท่านั้น</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Future-Ready HRD 1052"></a></p>
<h2><b>Future-Ready HRD 2025: ปีแห่งการสร้าง Learning Organization </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งเทรนด์ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ<strong>การสร้าง Learning Organization หรือการเปลี่ยนและสร้างวัฒนธรรมที่ทุกคนในองค์กรพร้อมเรียนรู้ตลอดเวลา</strong> เพื่อจะได้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานที่รวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าวิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือการ Upskill เสริมทักษะใหม่ ๆ ให้กับพนักงานที่มีอยู่แล้วในองค์กร และ Reskill ปรับทักษะเดิม ๆ ที่พนักงานมีเพื่อให้ทันกับเทคโนโลยีและการทำงานในยุคใหม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คีย์เวิร์ดที่คุณอัครภาสยกมาก็คือ ปี 2025 เป็นปีแห่งการ Micro Learning / Micro Training เมื่อการส่งพนักงานไปเรียนคอร์สต่าง ๆ ที่มีระยะเวลายาวนานจะไม่ได้รับความนิยม หรือไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป เพราะทุกองค์กรจะมองหาคอร์สเรียนระยะสั้น ที่พอเรียนแล้วสามารถนำองค์ความรู้มาปรับใช้ในองค์กรได้เลยทันที</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ยิ่งโลกเปลี่ยนไป คนก็ต้องเปลี่ยนแปลงให้เร็วตาม เราต้องทำให้คนเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น เราไม่จำเป็นต้องเรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้จบ 4 เดือนถึงเอาความรู้มาใช้ในการทำงานแล้ว แต่เราสามารถเรียนแค่ 2 อาทิตย์ก็ช่วยยกระดับองค์กรได้แล้ว”</span></i></p>
<h2><b>Future-Ready HRD 2025: ตั้ง OKR &amp; KPI ให้เหมาะสม ช่วยบรรลุเป้าหมายปี 2025 ง่ายขึ้น</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การตั้ง OKR (Objectives and Key Results) และ KPI (Key Performance Indicators) เป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญของ HRD ในการพัฒนาองค์กรประจำปี 2025 เช่นกัน เมื่อการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและวัดผลได้ จะช่วยให้องค์กรสามารถจัดการและพัฒนาความสามารถของพนักงานได้อย่างมีทิศทางและบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">OKR เป็นการตั้งเป้าหมายที่มุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ที่มีความท้าทายและมีการตั้งวัดผลที่ชัดเจน โดยมักจะใช้ในการขับเคลื่อนองค์กรในระยะยาว OKR จะช่วยกระตุ้นให้พนักงานและทีมงานทุกคนมีทิศทางเดียวกันในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน KPI มักจะถูกใช้เพื่อประเมินผลการดำเนินงานในระยะสั้นหรือระยะกลาง เช่น การบรรลุเป้าหมายยอดขาย การปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงาน หรือการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม <strong>การตั้ง KPI และ OKR ควรมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวได้ตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและตลาด ดังนั้นอย่าลืมตั้งให้เหมาะสมกับประเภทของงานและวัฒนธรรมองค์กร</strong> อย่าลืมว่าทั้ง 2 สิ่งนี้จะช่วยเปลี่ยนสิ่งที่อยู่ไกลเกินเอื้อม ให้ใกล้และจับต้องได้ง่ายขึ้น ทำให้เรากล้าตั้งเป้าหมาย และอยากไปให้ถึงจุดนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ต้องระวังการตั้งเป้าที่ง่ายเกินไป เพราะอาจไม่ทำให้เราได้พัฒนาอย่างทันท่วงที</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42304" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-79.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Future-Ready HRD" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Future-Ready HRD 1053" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-79.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-79-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Future-Ready HRD 2025: HR คือ Hero</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ Chief Operating Officer แห่ง empeo ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การทำงานในปี 2025 บทบาทของ HR จะกลายเป็นเหมือน “ซูเปอร์ฮีโร่” ที่มีพลังในการ empower พนักงานให้เติบโตและพัฒนาได้อย่างเต็มที่ แม้ว่า HR จะเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน แต่การเตรียมตัวให้พร้อมด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อการพัฒนาคนและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น หากต้องการให้ HR Transformation เปลี่ยนแปลงที่สำคัญในมิติของการพัฒนาทรัพยากรบุคคลได้อย่างไร้รอยต่อ <strong>การลงทุนในเครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เหมาะสมจะช่วยให้ HR สามารถดูแลและพัฒนาพนักงานได้อย่างต่อเนื่อง</strong> และมันจะช่วยให้เราดูแลพนักงานที่ใช่ได้ตั้งแต่ตอนที่เขายังไม่ใช่พนักงานด้วยซ้ำ หากเราเอามาปรับใช้ในขั้นตอนการ Recruitment และการสร้าง Employer Branding ได้เหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ HR ต้องไม่หยุดนิ่ง ต้องกล้าที่จะเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลง หากเราไม่ทำอะไรเลย องค์กรก็จะคงอยู่ในสภาพเดิม แต่ถ้าเราลงมือเปลี่ยนแปลงเพียงแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในวันนี้ ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในระยะยาวได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ซูเปอร์ฮีโร่&#8221; อย่าง HR จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้คนในองค์กรมีศักยภาพสูงสุด การมีเครื่องมือที่เหมาะสมและการเปลี่ยนแปลงที่มีวิสัยทัศน์ จะช่วยให้ทุกคนในองค์กรสามารถเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาและก้าวไปสู่อนาคตที่สดใสได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/15?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36568" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/15-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จาก HREX Webinar: Future-Ready HRD 1054"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-future-ready-hrd-250122/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-2025-250109/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-2025-250109/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jan 2025 04:22:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Future Trends Ahead 2025]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=42154</guid>

					<description><![CDATA[Future Trends สื่อออนไลน์ชั้นนำด้านเทรนด์ เทคโนโลยี และธุรกิจ เปิดตัวหนังสือ &#8220;Future Trends Ahead 2025 Presented by SCBX&#8221; เมื่อวันอังคารที่ 7 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน หนังสือเล่มนี้ต่อยอดความสำเร็จจากหนังสือ &#8220;Future Trends Ahead 2024&#8221; ที่มียอดดาวน์โหลดกว่า 18,000 เล่ม โดยในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจาก SCBX พร้อมแนวคิด &#8220;The Next Frontier of The Future&#8221; ซึ่งรวบรวม 62 เทรนด์สำคัญจาก 13 หมวดหมู่ เช่น เศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี-เอไอและบล็อกเชน การเงินและการลงทุน ความยั่งยืน การตลาด ศิลปะและการออกแบบ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42156" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-32.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025 1064" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-32.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-32-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><a href="https://futuretrend.co/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Future Trends</span></a><span style="font-weight: 400;"> สื่อออนไลน์ชั้นนำด้านเทรนด์ เทคโนโลยี และธุรกิจ เปิดตัวหนังสือ &#8220;Future Trends Ahead 2025 Presented by SCBX&#8221; เมื่อวันอังคารที่ 7 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนังสือเล่มนี้ต่อยอดความสำเร็จจากหนังสือ &#8220;Future Trends Ahead 2024&#8221; ที่มียอดดาวน์โหลดกว่า 18,000 เล่ม โดยในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจาก SCBX พร้อมแนวคิด &#8220;The Next Frontier of The Future&#8221; ซึ่งรวบรวม 62 เทรนด์สำคัญจาก 13 หมวดหมู่ เช่น เศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี-เอไอและบล็อกเชน การเงินและการลงทุน ความยั่งยืน การตลาด ศิลปะและการออกแบบ ทักษะอนาคต สุขภาพ และไลฟ์สไตล์</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42157" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-33.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025 1065" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-33.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-33-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจัดทำหนังสือครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากองค์กรชั้นนำด้านเทรนด์ในหมวดต่าง ๆ ประกอบด้วย ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC), คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, SCB 10X, InnovestX, หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, SBDi, Ipsos, THINK NEXT ASIA (TrendWatching), Number 24 x Shutterstock (สนับสนุนทั้งเนื้อหาและภาพประกอบในกลุ่ม Creative), </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/50"><span style="font-weight: 400;">FutureSkill</span></a><span style="font-weight: 400;">, </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80"><span style="font-weight: 400;">Slingshot Group</span></a><span style="font-weight: 400;">, MedPark Hospital และ CEA รวมกับทีมทำหนังสือจาก aomMONEY และ Future Trends จึงเป็นการร่วมมือการทำงานระหว่าง 15 องค์กรเพื่อรังสรรค์หนังสือคุณภาพฉบับนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดได้แล้วที่ลิงก์นี้ </span><a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fbit.ly%2F40kZiCT%3Ffbclid%3DIwZXh0bgNhZW0CMTAAAR2UNWTkIRFpCYqHujYJceo1_dAzDRXUQxykGjVYqqCXHYkSayBPL4tIwww_aem_LgNbsu-eXnKjyw41W4KnXw&amp;h=AT0S826KQV_F3oAdPPxiaoGUduZYOVHvJdpIgjYKb6vWuHXLxyGULfQdYDeSpVJyTFwy5DP76Ydy29gdsja54-Z9NSyXEKXd6riIfl8CGydwSt12N1vR0j34oVLtDoJQ7ZYz36AowCBEiNDEev83qw6E" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/40kZiCT</span></a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42162" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Poster.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025" width="600" height="750" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025 1066" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Poster.webp 1638w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Poster-240x300.webp 240w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Poster-819x1024.webp 819w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Poster-768x960.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Poster-1229x1536.webp 1229w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>เทรนด์ทักษะอนาคต: การปรับตัวสู่ยุคแห่ง &#8220;Skill-based Organization&#8221;</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากเปิดตัวหนังสือแล้ว ในงานยังมี Keynote สั้น ๆ เพื่อพูดถึงเทรนด์ในอนาคตที่น่าสนใจ 3 ด้าน โดยเทรนด์แรกเป็นเรื่อง ทักษะอนาคต (Future Skill) ในยุคที่ทักษะมีบทบาทสำคัญเหนือวุฒิการศึกษา </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42158" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-34.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025 1067" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-34.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-34-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณโอชวิน จิรโสตติกุล</b><span style="font-weight: 400;"> CEO และผู้ก่อตั้ง </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/50"><span style="font-weight: 400;">FutureSkill</span></a><span style="font-weight: 400;"> ชี้ให้เห็นว่าองค์กรทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่โมเดล &#8220;Skill-based Organization&#8221; โดยเน้นให้ความสำคัญกับศักยภาพของบุคคล มากกว่าตำแหน่งงานหรือใบปริญญา การสำรวจของ Deloitte เผยว่า 66% ของคนทำงานชื่นชอบองค์กรที่ตัดสินใจบนพื้นฐานของทักษะ นำไปสู่การสร้างระบบการจ้างงานและพัฒนาแรงงานที่เริ่มต้นจาก &#8220;คน&#8221; เป็นหลัก โดยมี &#8220;ทักษะ&#8221; และ &#8220;งาน&#8221; เป็นส่วนประกอบ ส่งผลให้องค์กรต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความต้องการเรียนรู้ในปัจจุบันสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน จากการสำรวจพบว่า ผู้เรียนในปี 2024 มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทักษะด้าน AI และ Data ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทิศทางที่โลกกำลังมุ่งหน้า ไม่ว่าจะเป็นเพื่อความก้าวหน้าในสายงาน (50%) หรือการสร้างโอกาสใหม่ (35%) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ คนไทยมีความตั้งใจเรียนสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก โดยมีอัตราการเรียนจนจบถึง 48% เทียบกับค่าเฉลี่ยเพียง 26% ทักษะที่เป็นที่นิยมเปลี่ยนไปตามเวลา เช่น จาก Marketing &amp; Data ในปี 2021 ไปสู่ Soft Skills &amp; Data ในปี 2023 และ AI &amp; Data ในปี 2024</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณโอชวินยังเน้นถึงความสำคัญของ Talent Mobility ผ่านการสร้าง Talent Marketplace ภายในองค์กร ซึ่งรวบรวมโปรไฟล์พนักงานและโอกาสต่าง ๆ ไว้ในที่เดียว เช่น โครงการฝึกอบรม เส้นทางอาชีพ และโปรแกรมพี่เลี้ยง ช่วยเสริมสร้างแรงงานที่มีความคล่องตัว เพิ่มการมีส่วนร่วม และรักษาพนักงานไว้ในระยะยาว การสร้างระบบเช่นนี้ไม่ได้เพียงแค่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง แต่ยังเป็นการปูทางสู่ความยั่งยืนในโลกธุรกิจแห่งอนาคตด้วย</span></p>
<h2><b>เทรนด์โลกที่ต้องจับตา: ปัจจัยที่ส่งผลต่อการลงทุนตลอดปี 2025</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session ต่อไป </span><b>คุณสุทธิชัย คุ้มวรชัย</b><span style="font-weight: 400;"> จาก InnovestX มาแจกแจงเกี่ยวกับเทรนด์โลกที่ต้องจับตา ซึ่งมีผลต่อการลงทุนในปี 2025</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42159" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-35.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025 1068" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-35.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-35-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุทธิชัย เผยว่าปี 2025 มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการลงทุนทั้งในด้านบวกและลบ ด้านหนึ่ง การผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารหลักและการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายประเทศ เช่น จีนและไทย ยังคงช่วยผลักดันตลาด ในขณะที่เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา มีแนวโน้มชะลอตัวแบบ soft landing อย่างไรก็ตาม ความผันผวนยังคงอยู่ ทั้งจากอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงได้ช้า เศรษฐกิจโลกที่เติบโตต่ำกว่าคาด และปัจจัยการเมืองทั้งในและนอกประเทศ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ คุณสุทธิชัยได้เสนอ 4 กลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจในตลาดหุ้นไทย ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Value Stock: เน้นหุ้นที่มีมูลค่าต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน เช่น AOT, BBL, CPALL</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Dividend Stock: หุ้นปันผลสูงเพื่อสร้างรายได้ประจำ เช่น AP, BCP, LHHOTEL</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Laggard Stock: หุ้นที่ปรับตัวขึ้นช้ากว่า แต่ผลประกอบการส่งสัญญาณเชิงบวก เช่น BCH, GPSC, HMPRO</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Mid-Small Cap Growth: หุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีศักยภาพเติบโตสูง เช่น AMATA, AU, INSET</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน เทรนด์โลกปี 2025 ก็ชี้ให้เห็นโอกาสสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Wellness Tourism การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มาแรง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Sustainability ที่เติบโตผ่านพลังงานหมุนเวียนและ Carbon Credit</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Sustainable Aviation Fuel (SAF) ที่ช่วยลดมลพิษทางการบิน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Data Center ที่ขยายตัวตามการใช้ข้อมูลที่เพิ่มขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Pharmaceutical โดยเฉพาะยารักษามะเร็งที่มาพร้อมความหวังและความท้าทาย</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">การลงทุนที่เชื่อมโยงกับกระแสเหล่านี้เป็นโอกาสที่น่าจับตามองสำหรับนักลงทุนที่มองหาการเติบโตในระยะยาว</span></p>
<h2><b>เศรษฐกิจไทยปี 2025: ท้าทายจาก Trump 2.0 และโอกาสในการปรับตัว</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Session สุดท้าย </span><b>ดร.ฐิติมา ชูเชิด </b><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) กล่าวว่าปี 2025 จะเป็นปีที่เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับแรงกดดันสำคัญจากนโยบายของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่นำโดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นครั้งที่ 2 หรือ Trump 2.0 ซึ่งสร้างความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และการค้าระหว่างประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42160" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-36.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025 1069" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-36.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-36-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ฐิติมา ชี้ว่า มาตรการกีดกันการค้าของสหรัฐฯ เช่น การขึ้นภาษีนำเข้าจากจีน 20% และจากประเทศอื่นๆ 10% จะส่งผลต่อการค้าและการลงทุนทั่วโลก โดยเศรษฐกิจโลกในปีนี้คาดว่าจะเติบโตเพียง 2.5% ขณะที่ไทยอาจเผชิญกับภาวะชะลอตัวในช่วงครึ่งหลังของปี โดยเฉพาะในภาคการส่งออกที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ สูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี คาดว่าจะขยายตัวได้ราว 3% โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกที่เร่งตัวก่อนมาตรการกีดกันการค้าใหม่จะมีผล รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนและการใช้จ่ายภาครัฐที่ยังเติบโต แต่ช่วงครึ่งปีหลัง เมื่อสงครามการค้าเริ่มส่งผลสุกงอมเต็มที่ เศรษฐกิจไทยจะเติบโตเพียง 2% โดยการผลิตในภาคอุตสาหกรรมยังคงเปราะบาง และการส่งออกไทยต้องเผชิญกับความท้าทายจากทั้งสหรัฐฯ และสินค้าจีนที่เข้ามาแข่งขันในตลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อปรับตัว ธุรกิจไทยควรพิจารณากลยุทธ์ที่เหมาะสมกับศักยภาพการผลิตและการแข่งขัน เช่น การลงทุนในสินค้ามูลค่าสูง การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต หรือการลดพึ่งพาตลาดเดิม นอกจากนี้ การมุ่งพัฒนา High-value Product และการใช้พลังงานหมุนเวียนยังช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในระยะยาว การปรับตัวอย่างมีเป้าหมายนี้จะช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถฟื้นตัวและเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางความผันผวนในปี 2025</span></p>
<h2><b>ประกาศจัดงาน Future Trends Ahead Summit 2025</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42161" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/002.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025 1070" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/002.webp 2048w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/002-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/002-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/002-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/002-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/002-1536x1536.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากเปิดตัวหนังสือและจัดงานเสวนาเพื่อบอกเล่าถึงเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2025 Future Trends ยังได้ประกาศจัดงาน &#8220;</span><b>Future Trends Ahead Summit 2025</b><span style="font-weight: 400;">&#8221; ครั้งแรกในประเทศไทยงานสัมมนาที่รวบรวมองค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านเทรนด์ระดับโลกและระดับประเทศ ได้แก่ SCB 10X, InnovestX, หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, SBDi, Ipsos, THINK NEXT ASIA (TrendWatching), FutureSkill และ aomMONEY </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญชั้นนำระดับประเทศ อย่างเช่น ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สนั่น อังอุบลกุล ประธานคณะกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สุธีรพันธุ์ สักรวัตร Chief Customer Officer, สันติธาร เสถียรไทย นักเศรษฐศาสตร์ นักเขียนและผู้บริหารผู้มีประสบการณ์ทำงานในระดับโลก, พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ CEO &amp; Founder Show No Limit (BT Beartai) และ CK Cheong CEO of Fastwork เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน Future Trends Ahead Summit 2025 จะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 09.00 – 18.00 น. ณ TDPK Hall, True Digital Park ท่านใดที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ </span><a href="https://www.zipeventapp.com/e/future-trends-ahead-summit-2025" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.zipeventapp.com/e/future-trends-ahead-summit-2025</span></a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42163" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/001.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025 1071" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/001.webp 2048w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/001-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/001-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/001-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/001-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/001-1536x1536.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงานเปิดตัวหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2025 1072"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/future-trends-ahead-2025-250109/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 2</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2025-day-2-241214/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2025-day-2-241214/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Dec 2024 11:32:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[People Management Summit 2025]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=41901</guid>

					<description><![CDATA[กลับมาอีกครั้งกับวันที่ 2 ของงานสัมมนาทิ้งท้ายปี People Management Summit 2025 ยังคงอัดแน่นไปด้วยหัวข้อที่น่าสนใจสำหรับชาว HR ที่ต้องการก้าวให้ทันโลกการบริหารคนในยุคใหม่ ภายใต้ธีม “People Matters: เพราะคนสำคัญ” งานครั้งนี้เน้นย้ำบทบาทของ HR ในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านการพัฒนาภาวะผู้นำ การสร้างแรงจูงใจให้ทีมงานข้ามรุ่น ไปจนถึงการวางกลยุทธ์ HR เพื่อสนับสนุนความสำเร็จขององค์กรในอนาคต สำหรับใครที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงาน HREX รวบรวมและสรุปสาระสำคัญทั้งหมดที่ HR ควรรู้เอาไว้ให้แล้ว สามารถติดตามเนื้อหาสรุปจากงานนี้ได้จากในบทความนี้เลย Becoming People Champion ดร.เอกนิติ นิติฑัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ ได้เล่าถึงความท้าทายในการบริหารองค์กรภาครัฐ โดยเฉพาะด้านการจัดการบุคลากร แม้เขาจะไม่ได้มาจากสาย HR แต่ตระหนักดีว่าการบริหารคนเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร อย่างไรก็ตาม ภาครัฐต้องเผชิญข้อจำกัดมากมาย เช่น กฎระเบียบที่เข้มงวด เงินเดือนที่ต่ำกว่าภาคเอกชน และระบบประเมินที่ยังไม่ทันสมัย สิ่งเหล่านี้ทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ดี ดร.เอกนิติเชื่อว่า จุดแข็งขององค์กรภาครัฐคือ “ความเชื่อฟังผู้นำ” หากผู้นำทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี บุคลากรจะพร้อมเดินตามและปรับเปลี่ยนตัวเอง ด้วยการใช้แนวคิด Design Thinking [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41907" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-9.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 2 1080" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-9.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-9-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลับมาอีกครั้งกับวันที่ 2 ของงานสัมมนาทิ้งท้ายปี <strong>People Management Summit 2025</strong> ยังคงอัดแน่นไปด้วยหัวข้อที่น่าสนใจสำหรับชาว HR ที่ต้องการก้าวให้ทันโลกการบริหารคนในยุคใหม่ ภายใต้ธีม “People Matters: เพราะคนสำคัญ” งานครั้งนี้เน้นย้ำบทบาทของ HR ในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านการพัฒนาภาวะผู้นำ การสร้างแรงจูงใจให้ทีมงานข้ามรุ่น ไปจนถึงการวางกลยุทธ์ HR เพื่อสนับสนุนความสำเร็จขององค์กรในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับใครที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงาน HREX รวบรวมและสรุปสาระสำคัญทั้งหมดที่ HR ควรรู้เอาไว้ให้แล้ว สามารถติดตามเนื้อหาสรุปจากงานนี้ได้จากในบทความนี้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Becoming People Champion</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41906" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-13.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 2 1081" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-13.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-13-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.เอกนิติ นิติฑัณฑ์ประภาศ</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบดีกรมธนารักษ์ ได้เล่าถึงความท้าทายในการบริหารองค์กรภาครัฐ โดยเฉพาะด้านการจัดการบุคลากร แม้เขาจะไม่ได้มาจากสาย HR แต่ตระหนักดีว่าการบริหารคนเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร อย่างไรก็ตาม ภาครัฐต้องเผชิญข้อจำกัดมากมาย เช่น กฎระเบียบที่เข้มงวด เงินเดือนที่ต่ำกว่าภาคเอกชน และระบบประเมินที่ยังไม่ทันสมัย สิ่งเหล่านี้ทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องยาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี ดร.เอกนิติเชื่อว่า จุดแข็งขององค์กรภาครัฐคือ “</span><i><span style="font-weight: 400;">ความเชื่อฟังผู้นำ</span></i><span style="font-weight: 400;">” หากผู้นำทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี บุคลากรจะพร้อมเดินตามและปรับเปลี่ยนตัวเอง ด้วยการใช้แนวคิด </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/design-thinking-10112021/"><span style="font-weight: 400;">Design Thinking</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่เน้นความยืดหยุ่นและสร้างสรรค์ เขาประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงองค์กร เช่น กรมสรรพากร ให้มีความทันสมัย รวดเร็ว และคล้ายกับองค์กรสตาร์ทอัพมากขึ้น การขับเคลื่อนคนให้เป็น “</span><i><span style="font-weight: 400;">People Champion</span></i><span style="font-weight: 400;">” ในมุมมองของเขาคือ การทำงานเพื่อผู้อื่น มากกว่าจะทำเพื่อตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน </span><a href="https://th.hrnote.asia/story/thaibev-230306/"><b>ดร.เอกพล ณ สงขลา</b></a><span style="font-weight: 400;"> ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เครือ TCC ได้เล่าถึงความท้าทายในการบริหารบุคลากรในภาคเอกชน โดยเฉพาะการเข้าใจ Motivation หรือแรงผลักดันของพนักงาน เขาเชื่อว่า หากไม่สามารถค้นพบสิ่งที่ทำให้พนักงานมีแรงจูงใจ การพัฒนาคนและองค์กรจะเป็นไปได้ยาก และเมื่อค้นพบแรงจูงใจแล้ว ผู้นำต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อผลักดันให้ทุกคนเดินหน้าไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งความท้าทายที่องค์กรเอกชนต้องเผชิญคือ ความหลากหลายของคนในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงด้าน Generation ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ผู้นำรุ่นใหม่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นน้องเล็กในองค์กร ก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งสำคัญได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น การเปิดใจกว้างของผู้นำและการใส่ใจพนักงานในทุกช่วงวัยเป็นเรื่องสำคัญ การสร้าง People Champion ในมุมมองของ ดร.เอกพล จึงต้องเน้นทั้งความเปิดกว้าง การสร้างความสัมพันธ์ข้ามรุ่น และการยึดโยงระหว่างคนกับเป้าหมายทางธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์ของ ดร.เอกพล มีบทเรียนสำคัญหลายประการในการบริหารคน โดยหลัก ๆ แล้วมีดังต่อไปนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทุกคนมองหาการเติบโต ไม่ว่าจะอยู่ในองค์กรใด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาคนควรเริ่มจากข้างบน โดยมุ่งเน้นที่ผู้นำที่แข็งแกร่ง เพราะพวกเขาจะดึงคนอื่นให้ร่วมมือไปด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ชัดเจน และโยงความสัมพันธ์ระหว่าง “คน” กับ “ธุรกิจ” ให้ได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อย่าลืมพัฒนาองค์กรเพื่อตอบโจทย์ Generation ใหม่</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ในตอนท้าย ดร.เอกพล ได้ทิ้งท้ายด้วยมุมมองที่น่าประทับใจว่า ความเชื่อในศักยภาพของคนคือหัวใจสำคัญ แม้งานบริหารคนจะยาก แต่ก็ให้คุณค่าที่ยิ่งใหญ่ หากเราช่วยให้พนักงานเติบโตได้ แม้ตัวเราอาจไม่ได้อยู่เบื้องหน้า แต่เราก็จะเติบโตไปพร้อมกับพวกเขาในฐานะผู้นำที่ผลักดันทีมสู่ความสำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งสองวิทยากรได้แสดงให้เห็นว่า</span><b> ไม่ว่าภาครัฐหรือเอกชน ต่างเผชิญความท้าทายในบริบทที่แตกต่าง แต่หัวใจของการสร้าง “</b><b><i>People Champion</i></b><b>” อยู่ที่การมองเห็นคุณค่าในตัวบุคลากร และการสร้างแรงบันดาลใจเพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่เป้าหมายร่วมกันอย่างยั่งยืน</b></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 2 1082"></a></p>
<h2><b>Leadership Mentor</b></h2>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคนที่ไม่อยากเปลี่ยนแปลงได้”</span></i></p>
<p><b>โค้ชเกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย </b><span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญด้าน Executive Coaching ได้เปิดเผยบทเรียนสำคัญจากประสบการณ์กว่า 20 ปีในวงการโค้ชชิ่งผู้บริหารระดับสูง เขาเล่าถึงบทบาทของโค้ชผู้บริหารว่าไม่ใช่แค่การให้คำแนะนำ แต่เป็นการตั้งคำถามเชิงลึกเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริหารค้นพบคำตอบที่เหมาะสมสำหรับตัวเองและองค์กร บทเรียนทั้งสำเร็จและผิดพลาดของเขาถูกบรรจุไว้ในหนังสือ Leadership Mentor เพื่อแบ่งปันแนวทางที่สร้างผลลัพธ์ในองค์กรต่าง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โค้ชเกรียงศักดิ์ได้แนะนำกรอบความคิดสำคัญสำหรับผู้นำในยุคปัจจุบันที่เรียกว่า Leadership Framework ซึ่งประกอบด้วย 4 บทบาทหลัก ได้แก่ การมีฝันหรือวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน, การแปลงฝันให้เป็นแผนงานที่จับต้องได้, การขับเคลื่อนแผนให้สำเร็จ และการบริหารการเปลี่ยนแปลงเพื่อบรรลุเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของผู้นำคือ การแปลงฝันให้เป็นแผนงานที่เป็นรูปธรรม เพราะหากทำส่วนนี้ไม่สำเร็จ กระบวนการดำเนินงานในขั้นต่อ ๆ ไปก็อาจสะดุดได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในอุปสรรคหลักของการพัฒนาผู้นำ โดยเฉพาะในประเทศไทย คือแนวโน้มที่ผู้นำมักจะ “นำและทำ” ไปพร้อมกัน ต่างจากผู้นำในระดับโลกที่เน้นการนำเป็นหลัก ความเคยชินนี้ทำให้ผู้นำในไทยมักโฟกัสที่การทำงานเองจนลืมหน้าที่ในการชี้นำและสร้างความสำเร็จผ่านทีมงาน ส่งผลให้เป้าหมายขององค์กรไม่สามารถบรรลุได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นสำคัญที่โค้ชเกรียงศักดิ์กล่าวถึงคือ การสื่อสารของผู้นำ ซึ่งมักพบปัญหาการให้ข้อมูลที่มากเกินไป (Too Much Information) ทำให้สาระสำคัญไม่ชัดเจน โค้ชจึงแนะนำ </span><b>ABC Model </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อปรับปรุงการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Audience</b><span style="font-weight: 400;"> เข้าใจผู้ฟังว่าเขาเป็นใคร มีความสนใจหรือมุมมองอย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Benefit</b><span style="font-weight: 400;"> ระบุให้ชัดว่าผู้ฟังจะได้รับประโยชน์อะไรจากสิ่งที่พูด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Consequence</b><span style="font-weight: 400;"> กำหนดเป้าหมายว่าสิ่งที่พูดควรส่งผลอะไรหลังจบการสื่อสาร</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ABC Model เป็นเครื่องมือสำคัญที่โค้ชใช้เพื่อพัฒนาทักษะการพูดของผู้บริหารระดับสูงในองค์กรต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นให้การสื่อสารกระชับ เข้าใจง่าย และสามารถสร้างแรงจูงใจแก่ทีมงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้</span><b> การเป็นผู้นำที่ดีไม่ได้หมายถึงการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่คือการสร้างทีมงานที่เข้มแข็ง และเป็นผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนทีมให้ไปถึงเป้าหมายร่วมกันได้อย่างยั่งยืน</b><span style="font-weight: 400;"> หากผู้นำสามารถปรับตัวและใช้กรอบแนวคิดเหล่านี้ได้สำเร็จ จะไม่เพียงพัฒนาองค์กร แต่ยังช่วยยกระดับศักยภาพของตัวเองไปอีกขั้น</span></p>
<h2><b>Creating The Best Place to Work</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41903" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-10.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 2 1083" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-10.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-10-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณปาริชาติ ประจันพาณิชย์</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท สยามมิชลิน จำกัด (Michelin) ได้แบ่งปันเคล็ดลับในการสร้างองค์กรให้น่าทำงานว่า มิเชลินมีจุดมุ่งหมายสำคัญร่วมกันในหมู่พนักงานว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“We care about giving people a better way forward”</span></i><span style="font-weight: 400;"> หรือการช่วยให้ผู้คนทั่วโลกก้าวไปข้างหน้าในทางที่ดีกว่า ความฝันขององค์กรในปี 2050 คือการสร้างโอกาสเท่าเทียมให้ทุกคนได้ทำงานที่รัก มีสุขภาพดี และสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมความยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยวิสัยทัศน์นี้ มิเชลินยึดมั่นในหลักการ </span><i><span style="font-weight: 400;">“People x Profit x Planet”</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่ทุกองค์ประกอบต้องดำเนินไปด้วยกัน หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ทุกอย่างจะไร้ความหมาย โดยองค์กรให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรอย่างรอบด้าน สนับสนุนความหลากหลาย (Diversity) เช่น การผลักดันพนักงานเพศหญิงให้เติบโตในสายงานวิศวกรรมที่มักเป็นชายเป็นใหญ่ รวมถึงการสร้างโอกาสให้พนักงานผู้พิการได้แสดงศักยภาพไม่แพ้ใคร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยขับเคลื่อนผลงานและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่แข็งแกร่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งจุดเด่นของมิเชลินคือการส่งเสริมให้พนักงานมีความเป็นเจ้าของผลงานและมองบริษัทเป็นบ้าน ทุกคนได้รับการสนับสนุนให้แสดงศักยภาพและนำการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเองโดยไม่ต้องรอให้ HR เป็นผู้ชี้นำเสมอ นอกจากนี้ มิเชลินยังมีโปรแกรม Talent Development เพื่อช่วยให้พนักงานค้นพบและก้าวเดินตามเส้นทางอาชีพที่ฝันไว้ พร้อมทั้งโปรแกรม People Care ที่ดูแลพนักงานและครอบครัวอย่างครอบคลุม ทั้งสุขภาพกาย ใจ และความปลอดภัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปาริชาติเน้นย้ำว่า การสร้างองค์กรให้น่าทำงานไม่ใช่แค่หน้าที่ของ HR แต่เป็นความร่วมมือของทุกคนในองค์กร การลงทุนในคนไม่เพียงช่วยให้พวกเขาเติบโต แต่ยังช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับองค์กรไปพร้อมกัน ความสำเร็จของมิเชลินจึงไม่ได้อยู่ที่ทรัพยากรหรือระบบ แต่เกิดจากคนในองค์กรที่ร่วมกันผลักดันให้ความฝันกลายเป็นจริง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41905" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-12.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 2 1084" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-12.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-12-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน</span><a href="https://th.hrnote.asia/story/frasers-property-thailand-240223/"><b>คุณวชิระ ฉัตรภูติ</b></a><span style="font-weight: 400;"> รองกรรมการผู้จัดการ สายงานทรัพยากรบุคคลและวัฒนธรรมองค์กร Frasers Property มาเล่าเคล็ดลับการสร้าง Frasers ให้เป็น Best Place to Work เช่นกันว่า Frasers ไม่ได้เริ่มจากตั้งเป้าว่า ทำอย่างไรจึงจะทำให้องค์กรได้รางวัล </span><b>Best Place to Work</b><span style="font-weight: 400;"> จากหลายสถาบัน แต่เริ่มต้นจากคำถามว่า “</span><i><span style="font-weight: 400;">ทำอย่างไรให้พนักงานมีความสุข?</span></i><span style="font-weight: 400;">” ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งหน่วยงาน </span><b>People Passion</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อดูแลเรื่องคนอย่างจริงจัง พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนชื่อฝ่าย HR เป็น </span><b>ฝ่าย People &amp; Culture</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อสะท้อนว่าเรื่องคนเป็นความรับผิดชอบของคนทั้งองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Frasers Property ใช้กระบวนการที่ย่อยง่ายและเป็นระบบในการสร้างองค์กรที่น่าทำงาน โดยแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอนสำคัญ:</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เริ่มต้นด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน</b><span style="font-weight: 400;"> วิสัยทัศน์ของ Frasers ไม่เพียงมุ่งเน้นความสำเร็จทางธุรกิจ แต่ยังให้ความสำคัญกับการดึงดูดและรักษาคนที่ใช่ พร้อมสร้างความผูกพันในองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>แปลงเป้าหมายเป็นแผนที่จับต้องได้</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านนโยบายที่สนับสนุนทั้งสุขภาพกายและใจของพนักงาน พร้อมทั้งผสานแนวคิดความยั่งยืน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การสนับสนุนจากผู้นำ</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้นำที่เข้าใจความสำคัญของการพัฒนาคนและมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สื่อสารโปร่งใสและฟังเสียงพนักงาน</b><span style="font-weight: 400;"> Frasers ใช้ข้อมูลจาก HR Analytics เพื่อสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ทั้งเรื่องดีและไม่ดี พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากพนักงาน เพื่อนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับกลยุทธ์ขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปรับตัวอย่างต่อเนื่อง</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะแผนการใด ๆ ย่อมมีโอกาสคลาดเคลื่อน การปรับตัวอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นหัวใจของความสำเร็จ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ในท้ายที่สุด Frasers Property ไม่เพียงแต่เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับ </span><b>ความสุข 8 ด้าน</b><span style="font-weight: 400;"> ของพนักงาน ซึ่งเป็นรากฐานขององค์กรที่น่าทำงาน การมุ่งเน้นที่คนเป็นศูนย์กลางของทุกการตัดสินใจทำให้ Fraser เป็นแบบอย่างขององค์กรที่ผสมผสานการดูแลพนักงานเข้ากับการขับเคลื่อนเป้าหมายธุรกิจได้อย่างลงตัว</span></p>
<h2><b>Empowering People Capability: Upskill in the Age of AI</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41904" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-11.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 2 1085" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-11.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-11-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ </span><b>Generative AI (Gen AI)</b><span style="font-weight: 400;"> กำลังเปลี่ยนแปลงโลกการทำงานอย่างรวดเร็ว </span><b>ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล</b><span style="font-weight: 400;"> CEO จาก </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/52"><span style="font-weight: 400;">Skooldio</span></a><span style="font-weight: 400;">  ได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับทักษะสำคัญที่คนทำงานยุคใหม่ โดยเฉพาะ HR ต้องพัฒนาเพื่อก้าวทันความเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาเน้นว่า Gen AI ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปสำหรับการเรียนรู้ แต่กลับกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยประหยัดเวลา สร้างสรรค์ไอเดียใหม่ และลดอคติในการตัดสินใจ ซึ่งทั้งหมดนี้มีศักยภาพในการพลิกโฉมองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วิโรจน์อธิบายว่า AI ในปัจจุบันแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก: </span><b>Predictive AI</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับการพยากรณ์อนาคต และ </span><b>Generative AI</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับการสร้างสิ่งใหม่ ทั้งสองแบบเสริมกันได้อย่างลงตัว Gen AI โดยเฉพาะเทคโนโลยีแบบ </span><b>LLM (Large Language Model)</b><span style="font-weight: 400;"> มีข้อได้เปรียบเด่น 3 ประการ คือ </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฉลาดไม่สิ้นสุด</b><span style="font-weight: 400;"> สามารถเรียนรู้เรื่องซับซ้อนได้เรื่อย ๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างสรรค์ไม่ติดขัด</b><span style="font-weight: 400;"> ช่วยคิดไอเดียใหม่ ๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เชื่อมต่อไม่มีสะดุด</b><span style="font-weight: 400;"> สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้หลากหลาย</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การใช้งาน Gen AI ให้มีประสิทธิภาพนั้นขึ้นอยู่กับความเข้าใจและการประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR การนำ Gen AI มาใช้งานมีตั้งแต่การช่วยคัดเลือกผู้สมัครงาน การวิเคราะห์โปรไฟล์พนักงาน ไปจนถึงการลดภาระงานเอกสารที่ซับซ้อน ช่วยให้เหลือเวลามุ่งเน้นงานที่ต้องใช้การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ นอกจากนี้ AI ยังเป็นตัวช่วยที่ดีในการทำ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/change-management-241120/"><b>Change Management</b></a><span style="font-weight: 400;"> โดยสามารถวางแผนกลยุทธ์องค์กรและช่วย Upskill-Reskill พนักงานในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งจำเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ดร.วิโรจน์เตือนว่า การใช้ AI ที่ไม่มีการวิเคราะห์อาจนำไปสู่ผลเสีย เช่น การพึ่งพา AI มากเกินไปจนลดทักษะการคิดวิเคราะห์ของมนุษย์ เขายกตัวอย่างว่าแม้จะมีเครื่องคิดเลข คนก็ยังต้องฝึกคำนวณเพื่อพัฒนาความคิดเชิงตรรกะ องค์กรจึงต้องสอนพนักงานให้ใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมุ่งเป้าไปที่การสร้าง Business Impact ที่ชัดเจน และกระตุ้นให้ผู้บริหารระดับสูงเห็นความสำคัญของ AI</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย ดร.วิโรจน์เสนอว่า คนเก่งในยุค AI ควรเป็น </span><b>Smart Cyborg</b><span style="font-weight: 400;"> คือการผสมผสานระหว่างความฉลาดของมนุษย์กับศักยภาพของ AI โดยมีทักษะสำคัญ 3 ข้อคือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เข้าใจและรู้เท่าทันเทคโนโลยี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เปลี่ยนจากผู้ใช้เป็นผู้สร้าง </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือวิถีทางที่จะทำให้คนและองค์กรเติบโตไปพร้อมกันในยุคที่ AI ไม่ใช่แค่ตัวช่วย แต่เป็นพันธมิตรที่สำคัญในการทำงานและยกระดับองค์กร</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/52?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36603" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/50.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/50.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/50-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/50-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/50-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/50-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 2 1086"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2025-day-2-241214/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 1</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2025-day-1-241213/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2025-day-1-241213/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Dec 2024 12:10:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[People Management Summit 2025]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=41892</guid>

					<description><![CDATA[กลับมาอีกครั้งกับ People Management Summit 2025 งานสัมมนาด้าน HR ซึ่งเป็นงานใหญ่งานท้าย ๆ ที่จัดขึ้นเพื่อส่งท้ายปีเก่า 2024 และต้อนรับปี 2025 ที่กำลังจะมาถึง ภายใต้ธีม ‘People Matters’  เพราะคนมีความสำคัญต่อองค์กร ดังนั้น HR จึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการบริหารคนอย่างมีประสิทธิภาพ งาน People Management Summit อัดแน่นไปด้วยหัวข้อการสัมมนาที่น่าสนใจมากมาย หากใครที่พลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่ทุกท่านควรรู้มาให้แล้ว ติดตามได้เลยจากในบทความนี้ People Management Trends 2025 ใน Session แรกได้รับเกียรติจาก ดร.ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์ Partner PWC มาบรรยายเรื่องเทรนด์ด้านการบริหารคนที่ HR จำเป็นต้องรู้เพื่อปรับตัวในปี 2025 ที่กำลังจะมาถึง  โดยจากการทำเซอร์เวย์ของ PWC พบว่ามี 4 เทรนด์ที่น่าสนใจมีดังต่อไปนี้ Constant Change  การเปลี่ยนในระยะหลังมีเยอะเกินไป และทำให้การบริหารคนปรับเปลี่ยนไม่ทัน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41894" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-5.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 1 1092" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลับมาอีกครั้งกับ People Management Summit 2025 งานสัมมนาด้าน HR ซึ่งเป็นงานใหญ่งานท้าย ๆ ที่จัดขึ้นเพื่อส่งท้ายปีเก่า 2024 และต้อนรับปี 2025 ที่กำลังจะมาถึง ภายใต้ธีม ‘People Matters’ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะคนมีความสำคัญต่อองค์กร ดังนั้น HR จึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการบริหารคนอย่างมีประสิทธิภาพ งาน People Management Summit อัดแน่นไปด้วยหัวข้อการสัมมนาที่น่าสนใจมากมาย หากใครที่พลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่ทุกท่านควรรู้มาให้แล้ว ติดตามได้เลยจากในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>People Management Trends 2025</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41896" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-7.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 1 1093" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-7.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-7-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session แรกได้รับเกียรติจาก </span><b>ดร.ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์</b><span style="font-weight: 400;"> Partner PWC มาบรรยายเรื่องเทรนด์ด้านการบริหารคนที่ HR จำเป็นต้องรู้เพื่อปรับตัวในปี 2025 ที่กำลังจะมาถึง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยจากการทำเซอร์เวย์ของ PWC พบว่ามี 4 เทรนด์ที่น่าสนใจมีดังต่อไปนี้</span></p>
<h3>Constant Change<span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนในระยะหลังมีเยอะเกินไป และทำให้การบริหารคนปรับเปลี่ยนไม่ทัน จนรู้สึกเหนื่อย เบื่อ เซ็งไปเอง ไม่เพียงแค่ HR แต่ยังรวมถึงพนักงานด้วย และมีการเปลี่ยนแปลงถึง 70% ที่ล้มเหลว แต่จะไม่เปลี่ยนแปลงก็ไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ HR ต้องตอบให้ได้หากอยากให้การเปลี่ยนแปลงประสบความสำเร็จคือ การเปลี่ยนส่งผลดีต่อพนักงานอย่างไร และผู้นำต้องนำการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Middle Management ผู้ที่จะอยู่กับพนักงานเยอะกว่าใคร ที่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี แสดงให้คนอื่นเห็นว่า เราเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นได้</span></p>
<h3>Evolving Expectation<span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริหารคนจะ One Sized Fits All ไม่ได้แล้ว เพราะคนมีความต้องการแตกต่างหลากหลาย ความคาดหวังที่เขาอยากได้จาก HR จากองค์กรก็ไม่เหมือนกัน เป็นความท้าทายของ HR ว่าจะทำอย่างไรจึงจะเข้าใจ และเข้าถึงความต้องการเขาได้ เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานจะลาออก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้เหตุผลที่ทำให้คนอยากลาออกเยอะที่สุดเป็นเรื่องเงินเดือน ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจเปลี่ยนแปลงยาก แต่สิ่งที่น่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงเพื่อจูงใจคนได้ง่ายในอันดับต่อ ๆ มาคือ การสร้างองค์กรที่ดี ทำให้พนักงานอยู่แล้วมีความสุข เป็นสถานที่ให้พนักงานได้ฉายแสง แสดงความสามารถ มีทรัพยากร มีเครื่องมือให้เขาใช้ในการทำงานประสบความสำเร็จ ซึ่งจะตอบโจทย์มาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพนักงานยุคใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรไหนมี Employee Experience ที่ดี ทำให้พนักงานรู้สึกมีความพิเศษ มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ทุกคนใส่ใจซึ่งกันและกัน ชื่นชมกัน พูดคุยกันอย่างเป็นมิตร ทำให้ทุกคนมองเห็นว่างานที่ทำมีผลกระทบด้านบวกต่อตัวเอง องค์กร และสังคม หากทำแล้วจะทำให้องค์กรได้ผลตอบแทนกลับมามากกว่าเดิม 4 เท่า แน่นอนว่าการสร้างประสบการณ์ที่ดีอาจใช้เงินไม่เยอะ ต้องใช้เวลานานกว่า แต่ทำแล้วคุ้มค่าที่สุด</span></p>
<h3>Skills Development<span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมานานหลายปี หลายองค์กรอยากปลูกฝังเรื่องการเรียนรู้ให้พนักงานเสมอ แต่องค์กรจะต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้อยากเรียนรู้สม่ำเสมอ เรียนรู้ตลอดชีวิตด้วย ถ้าทำได้พนักงานจะไม่ต้องรอให้องค์กรบอกว่าต้องฝึกฝนและพัฒนาตัวเองอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ ยังคงเป็นทักษะที่ HR มองว่าพนักงานควรต้องมีมากที่สุดอันดับต้น ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำเองก็ต้องหมั่นฝึกฝนความเป็นผู้นำเช่นกัน ต้องมีทักษะด้าน </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/change-management-241120/"><span style="font-weight: 400;">Change Managemen</span></a><span style="font-weight: 400;">t มีความยืดหยุ่น (</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220520-agile-hr/"><span style="font-weight: 400;">Agility</span></a><span style="font-weight: 400;">) มีทักษะการแก้ปัญหา และบริหารความเสี่ยง (Risk Management) เป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องหาให้เจอว่าทักษะแบบไหนคือทักษะในอนาคตที่องค์กรต้องมี แล้วปัจจุบันพนักงานมีทักษะไหนบ้าง จึงจะรู้ว่าควรต้องเพิ่มหรือลดทักษะอะไร</span></p>
<h3>AI Adoption</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต้องปรับระบบการทำงาน โดยนำ AI มาใช้ควบคู่กับการทำงานมากขึ้น ต้องทำให้พนักงานตระหนักว่าการใช้งาน AI มีความสำคัญและมีประโยชน์ ซึ่งคนไทยไม่น้อยยังไม่รู้จะใช้งาน AI ในการทำงานอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ HR ทำได้คือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้พนักงานไม่กลัว AI กล้าใช้ AI ช่วยทุ่นแรงในการทำงาน สร้างวัฒนธรรมองค์กรหลอมรวมทุกคนเข้าหากัน เกิด Psychological Safety ในการทำงานและแสดงความคิดเห็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญและท้าทายที่สุด คือทำให้ผู้นำเองตระหนักและมองเห็นประโยชน์ของการใช้ AI ให้ได้ด้วย</span></p>
<h2><b>Leading for Tomorrow: Leadership Development at All Level</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41897" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-8.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 1 1094" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-8.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-8-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา</b><span style="font-weight: 400;"> ประธาน People Management Group อธิบายว่าความยากและความท้าทายในการพัฒนาองค์กรมีหลายเรื่อง แต่หลัก ๆ แล้วทุกเรื่องล้วนเกี่ยวกับผู้นำทั้งสิ้น โดยกับดักที่มักพบเจอจากผู้นำในแต่ละองค์กรคือ พวกเขามักคิดว่าตัวเองรู้ทุกเรื่อง รู้ทุกอย่างดีอยู่แล้ว ทั้งที่มันอาจไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นทางรอดขององค์กรไปสู่ยุคต่อไป คือต้องพัฒนาผู้นำ และไม่ใช่แค่ผู้นำระดับสูงสุด แต่ต้องพัฒนาผู้นำในทุกระดับ (Leadership Development at All Level)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเพิ่มศักยภาพมนุษย์เป็นเรื่องสำคัญ โจทย์ใหญ่ของ HR ไม่ใช่การทำงานแบบเดิม ๆ แต่คือการทำให้คนมี Passion แล้วเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรได้ ถ้าเมื่อไหร่องค์กรมีกรอบความคิดลบ แล้วไม่เปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น องค์กรนั้นจะ Transformation ช้ากว่าเดิม 4 เท่าตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วถ้าอยากเปลี่ยนแปลงองค์กร มีเรื่องหลักที่ต้องโฟกัส คือ Talent และ Leadership</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Talent ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการโฟกัสแค่คนเก่งในองค์กร ซึ่งย่อมมีอยู่เป็นส่วนน้อย แต่โจทย์ใหญ่คือต้องทำให้ทุกคนเป็น Talent ให้องค์กรเต็มไปด้วยคนเก่งให้ได้ แบบเดียวกับ Netflix ที่แม้จะปลดพนักงานออกไปเยอะ องค์กรก็ยังอยู่ได้ และแข็งแกร่ง เติบโตกว่าเดิม เพราะเหลือแต่คนที่เก่งที่สุดนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนด้าน Leadership HR ต้องไม่พัฒนาผู้นำจากระดับต้นถึงค่อยพัฒนาเบื้องบน อย่าลืมว่าสไตล์ของผู้นำแต่ละระดับ แต่ละธุรกิจไม่เหมือนกัน แตกต่างกันไปตามบริบทของธุรกิจ แต่มี 15 ลักษณะของผู้นำที่ลูกน้องไม่อยากร่วมงานด้วย ซึ่งดร.บวรนันท์ เน้นย้ำว่าอย่าเป็นแบบนี้ เพราะจะส่งผลต่อ Performance ขององค์กรอย่างเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ใช้อำนาจกดดันข่มขู่พนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โยนความผิดให้ลูกน้อง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีพฤติกรรมลำเอียง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ชอบใช้อารมณ์รุนแรง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่รับฟังความเห็น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่เคารพเวลาของพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่ให้เครดิตพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ควบคุมการทำงานมากไป</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่สนใจความรู้สึกของผู้อื่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่มีวิสัยทัศน์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่สื่อสารให้ชัดเจน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่ให้โอกาสพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีแต่คำตำหนิ ไม่เคยชื่นชมพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่ใส่ใจประสิทธิภาพงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่เป็นแบบอย่างที่ดี</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับปัญหาการพัฒนาภาวะผู้นำขององค์กรอันดับต้น ๆ ดร.บวรนันท์สรุปไว้ว่ามี 10 เรื่องเด่น ๆ ดังต่อไปนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ขาดวิสัยทัศน์ และกลยุทธ์ชัดเจนในการพัฒนาผู้นำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่พัฒนาผู้นำรุ่นใหม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การโปรโมทผู้นำ อิงจากผลงานในปัจจุบัน มากกว่าศักยภาพในอนาคต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ผู้นำขาดการโค้ช</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมองค์กรไม่เอื้อต่อการพัฒนาผู้นำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ขาดการมอบหมายงานที่ท้าทาย และสนับสนุนให้เติบโต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่มีโปรแกรมฝึกอบรมและพัฒนาผู้นำที่เหมาะสมในแต่ละระดับ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เน้นพัฒนาทางเทคนิคมากกว่า Soft skills</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่ประเมินหรือวัดผลสำเร็จของการพัฒนา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีเรื่องความรับผิดชอบ และความเป็นมืออาชีพ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ได้มีแค่ปัญหาอย่างเดียว แต่ดร.บวรนันท์ ยังมอบแนวทางการแก้ไขไว้ด้วย ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จัดทำ Ledership Development Startegy ที่ชัดเจน เชื่อมโยงเป้าหมายระยะสั้นและยาวขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จัดตั้งคณะกรรมการดูแลการพัฒนาผู้นำเพื่อวางแผนและติดตามอย่างเป็นระบบ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">กำหนด Leadership Competencies ที่ต้องการในแต่ละระดับ และวางแผนพัฒนาผู้นำให้เหมาะสม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สื่อสารให้พนักงานและผู้บริหารแต่ละระดับเข้าใจถึงความสำคัญและวิธีดำเนินการ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พัฒนาผู้นำรุ่นใหม่อย่างเป็นขั้นเป็นตอน สร้าง Succession Planning เตรียมความพร้อมคนและองค์กรไว้แต่เนิ่น ๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างวัฒนธรรม Mentoring ให้ผู้นำรุ่นพี่ช่วยให้คำแนะนำผู้นำรุ่นน้อง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ส่งเสริมให้ผู้นำมีความโปร่งใส และรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงโปรแกรมให้มีประสิทธิภาพ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด ดร.บวรนันท์สรุปว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“ความสำเร็จของ HR ในการบริหารคน ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนให้ผู้คนประสบความสำเร็จ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งสอดคล้องกับคำพูดคลาสสิคของ </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/dave-ulrich-231222/"><b>ศ.เดฟ อูว์ริค</b></a><span style="font-weight: 400;"> ว่า “</span><i><span style="font-weight: 400;">HR is not about HR</span></i><span style="font-weight: 400;">” และเขาเชื่อมั่นว่า HR จะสามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้สำเร็จได้แน่นอน</span></p>
<h2><b>Performance Leadership: Positive Performance Management</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41895" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-6.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 1 1095" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณณัฐพิมล เพ็งเภา</b><span style="font-weight: 400;"> เลขาธิการ </span><span style="font-weight: 400;">สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (</span><a href="http://www.pmat.or.th/home/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">PMAT</span></a><span style="font-weight: 400;">)</span><span style="font-weight: 400;"> ได้เน้นย้ำว่าอาชีพ HR มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงองค์กร โดยเธอมองว่า HR ไม่ใช่แค่ฝ่ายสนับสนุน แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่สามารถเชื่อมโยงทุกส่วนในองค์กร ตั้งแต่การสนับสนุนงานโรงงานไปจนถึงการขับเคลื่อนธุรกิจ เธอกล่าวถึงบทบาทใหม่ที่ HR ควรจะปรับตัวเป็น </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hrbusinesspartner-to-hrbusinessdriver-230909/"><span style="font-weight: 400;">HR Business Driver</span></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นพาร์ทเนอร์ของผู้บริหาร แต่ต้องร่วมสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่ชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในหัวใจสำคัญของการจัดการผลงานในยุคใหม่คือการผสมผสานระหว่าง &#8220;Performance&#8221; และ &#8220;People&#8221; อย่างลงตัว คุณณัฐพิมลชี้ว่าองค์กรต้องเน้นให้คน “สำราญ” และงาน “สำเร็จ” ไปพร้อมกัน โดยการพัฒนาองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยผลงานต้องอาศัยเป้าหมายที่ชัดเจน การทำงานร่วมกันอย่างประสานพลัง และการใส่ใจในพนักงานทุกระดับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระบวนการบริหารผลการปฏิบัติงานแบบใหม่ถูกอธิบายผ่านโมเดล </span><b>P-P-E-A-R-R</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การวางข้อกำหนดพื้นฐาน (Prerequisite) การวางแผน (Planning) การลงมือทำ (Execution) การประเมินผล (Assessment) การทบทวน (Review) และการเริ่มต้นกระบวนการใหม่ (Renewal &amp; Recontracting) โมเดลนี้ชี้ให้เห็นว่าการปรับเป้าหมายให้ยืดหยุ่นและจับต้องได้เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อกระตุ้นกำลังใจและสร้างความสำเร็จในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการพัฒนาพนักงาน โดยคุณณัฐพิมลย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต้องเริ่มจากการเน้น “จุดแข็ง” แทนที่จะตอกย้ำ “จุดอ่อน” การสร้างความภูมิใจให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองเก่งขึ้นและดีขึ้นทุกวันจะช่วยเพิ่มความมุ่งมั่นและพลังในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ แนวทาง “Positive Performance Management” ไม่เพียงแต่สร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจ แต่ยังช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เต็มไปด้วยความร่วมมือและความสำเร็จที่ยั่งยืน ทุกคนในทีมสามารถเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่อนาคตที่ดีกว่าได้ หากเราเริ่มต้นด้วยแนวคิดที่ถูกต้องและเครื่องมือที่เหมาะสม</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน People Management Summit 2025 Day 1 1096"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/people-management-summit-2025-day-1-241213/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #2 Roundtable: CHRO &#038; HR Director Forum หัวข้อ Future of Talent</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-roundtable-future-talent-241212/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-roundtable-future-talent-241212/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Dec 2024 11:49:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[CHRO & HR Director Forum]]></category>
		<category><![CDATA[Roundtable]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=41881</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT HREX ได้จัดงาน #2 Roundtable: CHRO &#38; HR Director Forum ในหัวข้อ Future of Talent โดยเชิญผู้บริหารด้าน HR ที่ดูแลการค้นหาและพัฒนา Talent มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางสำคัญที่คนทำงานในสายนี้ควรรู้และปรับตัว เพื่อนำหน้าองค์กรอื่น ๆ ในอนาคต ผู้นำด้าน HR ให้ข้อมูลว่า เราต้องแยกให้ออกระหว่าง High Performer, Specialist กับ Talent เพราะ Talent ไม่ได้ครอบคลุมแค่คนเก่งเสมอไป การดึงดูด Talent เริ่มต้นจากการทำให้องค์กรเป็นสถานที่ที่พนักงานอยากทำงาน เมื่อคนในองค์กรมีความสุขและพูดถึงองค์กรในแง่ดี จะกลายเป็นเครื่องมือดึงดูดคนเก่งได้โดยธรรมชาติ เราไม่สามารถวัดผลคนจากตัวเลขได้เพียงอย่างเดียว เพราะมันไม่ใช่ตัวชี้วัดทุกอย่าง เช่น เราชี้วัดความสุขของคนผ่านตัวเลขไม่ได้ บทบาทของผู้นำมีความสำคัญมาก เพราะคนจำนวนไม่น้อยออกจากองค์กรเพราะความสัมพันธ์กับผู้นำ การพัฒนาผู้นำจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษา Talent องค์กรต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เช่น Disruption จากเทคโนโลยีและ AI โดยการลงทุนในผู้นำและ Talent รุ่นใหม่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>HREX ได้จัดงาน #2 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum ในหัวข้อ Future of Talent โดยเชิญผู้บริหารด้าน HR ที่ดูแลการค้นหาและพัฒนา Talent มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางสำคัญที่คนทำงานในสายนี้ควรรู้และปรับตัว เพื่อนำหน้าองค์กรอื่น ๆ ในอนาคต</li>
<li>ผู้นำด้าน HR ให้ข้อมูลว่า เราต้องแยกให้ออกระหว่าง High Performer, Specialist กับ Talent เพราะ Talent ไม่ได้ครอบคลุมแค่คนเก่งเสมอไป</li>
<li>การดึงดูด Talent เริ่มต้นจากการทำให้องค์กรเป็นสถานที่ที่พนักงานอยากทำงาน เมื่อคนในองค์กรมีความสุขและพูดถึงองค์กรในแง่ดี จะกลายเป็นเครื่องมือดึงดูดคนเก่งได้โดยธรรมชาติ</li>
<li>เราไม่สามารถวัดผลคนจากตัวเลขได้เพียงอย่างเดียว เพราะมันไม่ใช่ตัวชี้วัดทุกอย่าง เช่น เราชี้วัดความสุขของคนผ่านตัวเลขไม่ได้</li>
<li>บทบาทของผู้นำมีความสำคัญมาก เพราะคนจำนวนไม่น้อยออกจากองค์กรเพราะความสัมพันธ์กับผู้นำ การพัฒนาผู้นำจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษา Talent</li>
<li>องค์กรต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เช่น Disruption จากเทคโนโลยีและ AI โดยการลงทุนในผู้นำและ Talent รุ่นใหม่ รวมถึงการส่งเสริมทักษะใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์อนาคต เพื่อให้สามารถก้าวผ่านวิกฤติและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41887" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-4-1.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #2 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum หัวข้อ Future of Talent" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #2 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum หัวข้อ Future of Talent 1102" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-4-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-4-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พนักงานที่มีความสามารถหรือ “Talent” ถือเป็นศูนย์กลางของความสำเร็จขององค์กรในอนาคต ทุก ๆ องค์กรต่างเร่งยกระดับศักยภาพของบุคลากร ทั้งเรื่องทักษะ การปรับตัว การคิดเชิงสร้างสรรค์ เพื่อที่จะก้าวไปเป็นการเป็นผู้นำทางอุตสาหกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ HREX ได้จัดงาน </span><b>#2 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum</b><span style="font-weight: 400;"> ในหัวข้อ Future of Talent โดยเชิญผู้บริหารด้าน HR ที่ดูแลการค้นหาและพัฒนา Talent มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางสำคัญที่คนทำงานในสายนี้ควรรู้และปรับตัว เพื่อนำหน้าองค์กรอื่น ๆ ในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาระที่ได้จากการล้อมวงพูดคุยครั้งนี้มีเรื่องอะไรที่ HR ควรรู้บ้าง มาอ่านสรุปได้เลยจากในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Future of Talent ถึงเวลามองการณ์ไกล ให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงเรื่องคน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คำว่า “Talent” ไม่ได้หมายถึงแค่คนเก่ง แต่ยังรวมถึงการปรับตัวและการบริหารจัดการคนเก่งเพื่อให้สอดคล้องกับอนาคตด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ </span><b>Pratik Sabherwal</b><span style="font-weight: 400;"> จาก </span><b>BTS Southeast Asia</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวเปิดงานโดยเริ่มจากการเผยถึงแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบโลก ว่าส่งผลต่อการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ เริ่มจากสภาพเศรษฐกิจของไทยที่คาดว่าจะเติบโตเพียง 2.9% ในปีหน้า และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโฉมหน้าของการทำงาน เช่น AI</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยคุณ Pratik ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่สำรวจจากผู้นำธุรกิจว่า 45% เชื่อว่าองค์กรที่ไม่คิดใหม่ทำใหม่ใน 10 ปีข้างหน้าอาจอยู่รอดไม่ได้ ขณะที่ </span><b>79% เห็นพ้องว่าองค์กรจะประสบความสำเร็จได้ ต้องพึ่งพาทักษะใหม่ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี ที่จะเป็นกุญแจสำคัญของอนาคต</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ 72% ของ CEO ยังมองว่าการพัฒนาผู้นำและ Talent รุ่นใหม่จะช่วยองค์กรรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและ Disruption ได้ดียิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เคยพาองค์กรประสบความสำเร็จในอดีตอาจไม่เพียงพอสำหรับอนาคตอีกต่อไป การบริหาร Talent ยุคใหม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับฟีดแบ็คจาก Stakeholders และความหลากหลายในทีม ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรมหรือช่วงวัย จึงจะตอบโจทย์ธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ Pratik ย้ำว่า ท่ามกลางวิกฤติและความเสี่ยง มักจะมีโอกาสซ่อนอยู่ เป็นสิ่งที่แต่ละองค์กรต้องค้นหาว่าจากนี้คือ จะฉวยโอกาสนี้อย่างไร ? แต่เหนืออื่นใด องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการบริหาร Talent และลงทุนในการสร้าง Talent กับผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ จะมีโอกาสสำเร็จทางการเงินและความยั่งยืนสูงกว่า ช่วยสนับสนุนให้คนเก่งสามารถเติบโตและสร้างผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ยุคสมัยได้มากกว่า</span></p>
<p><b>การบริหาร Talent ในยุคนี้ไม่ได้เป็นแค่การวางคนให้ถูกที่ถูกเวลา แต่คือการมองการณ์ไกลถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึง และเตรียมองค์กรให้พร้อมปรับตัว</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยการส่งเสริมทักษะใหม่ ๆ ให้แก่ทั้งผู้นำและ Talent รุ่นใหม่ เพื่อให้องค์กรสามารถก้าวไปข้างหน้าในโลกที่ไม่มีอะไรหยุดนิ่งอีกต่อไป</span></p>
<h2><b>สรุปเสวนา Roundtable</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเสวนาหลักในรูปแบบ Roundtable ของงานในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก Speaker ซึ่งเป็นผู้บริหารองค์กรชั้นแนวหน้า ประกอบด้วย</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณกุลจรรยา คฤหเดช</b><span style="font-weight: 400;"> C-Suite HR Executive / HR Consultant</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณอนุตตรา พานโพธิ์ทอง</b><span style="font-weight: 400;"> Vice President, Human Resources and Communications จาก Pandora</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณพงศกร ชาญชัยศรีสกุล</b><span style="font-weight: 400;"> VP – Head of Organization and Talent Development จาก Lazada </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณหทัยพร เจียมประเสริฐ</b><span style="font-weight: 400;"> Executive Vice President Human Resources Division จาก Kasikornbank</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>คุณ โชติจิณณ์ วีระเสรีวัฒนะ</b><span style="font-weight: 400;"> Business Development – Direct &amp; Channel Sales Manager จาก ELSA </span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">มาร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับ Talent ที่ครอบคลุมตั้งแต่ว่าคืออะไร ไปจนถึงจะรักษาพวกเขาไว้อย่างไรในองค์กร โดยมีคุณสหธร เพชรวิโรจน์ชัย Manager จาก HREX.asia ทำหน้าที่เป็น Moderator</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41884" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-1.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #2 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum หัวข้อ Future of Talent" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #2 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum หัวข้อ Future of Talent 1103" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>นิยาม Talent จะเก่งแค่ไหน ต้องทำให้ทุกฝ่ายทำงานสอดประสานให้ได้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกของการบริหารทรัพยากรบุคคล คำว่า “Talent” มีความหมายที่หลากหลายและลึกซึ้ง </span><b>คุณกุลจรรยา</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบายว่าไม่ว่าจะเป็นพนักงานในสายงานแบบใดหรือธุรกิจใด </span><b>สิ่งที่ Talent ทุกคนมีเหมือนกันคือความกระตือรือร้นและความกระหายที่จะพัฒนาตนเอง</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่แยกคนเหล่านี้ออกจากคนอื่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ </span><b>คุณอนุตตรา </b><span style="font-weight: 400;">เสริมว่า Talent ต้องมีทั้งความฝัน กล้าลงมือทำสิ่งใหม่ และมีความใส่ใจในเพื่อนร่วมงาน เพราะความสำเร็จของ Talent ไม่ได้วัดจากผลลัพธ์ของงานเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นอยากทำงานร่วมกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน </span><b>คุณพงศกร</b><span style="font-weight: 400;"> เสริมว่า Talent ของ Lazada นอกจากต้องมี Performance และ Potential ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานแล้วยังต้องมี Influence หรือความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่นและนำพาทีมไปสู่เป้าหมายเดียวกันเช่นกัน ส่วน </span><b>คุณหทัยพร </b><span style="font-weight: 400;">เน้นย้ำถึงการมี Leadership Value ซึ่งไม่ได้หมายความว่า Talent ทุกคนจะต้องเป็นหัวหน้างานโดยตำแหน่ง แต่ Talent ต้องสามารถผลักดันทีมให้ทำงานได้อย่างมีศักยภาพและเกิดความหมายต่อการทำงานร่วมกันได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การแยกความแตกต่างระหว่าง High Performer กับ Talent ให้ได้ </span><b>คุณโชติจิณณ์ </b><span style="font-weight: 400;">ชี้ว่าคนเป็น </span><b>High Performer ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็น Talent เสมอไป</b><span style="font-weight: 400;"> ที่แน่ ๆ คือ Talent ต้องมีความสามารถที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง ทำสิ่งที่ยากขึ้นและใหม่กว่าเดิม พร้อมทั้งสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อองค์กร การพัฒนา Talent ในองค์กรจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การวัดความสำเร็จในปัจจุบัน แต่ต้องมอบอิสระและเครื่องมือให้พวกเขาได้สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือการนิยาม Talent ให้สอดคล้องกับยุคสมัยและทิศทางของธุรกิจ เช่นในยุคที่ AI และข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญ เราอาจต้องการ Talent ที่เชี่ยวชาญด้านข้อมูลหรือเทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์กับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลก ความหลากหลายของ Talent จึงเป็นเรื่องสำคัญ องค์กรต้องยอมรับว่าคนเก่งไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว และความสำเร็จขององค์กรอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่าง High Performer, Specialist และ Talent ที่เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด </span><b>การบริหาร Talent ในอนาคตไม่ได้เกี่ยวกับการค้นหาคนที่ “เก่งที่สุด” เพียงอย่างเดียว แต่คือการมองเห็นศักยภาพในตัวคนที่เหมาะสม และสนับสนุนให้พวกเขาเติบโตอย่างเต็มที่ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้พร้อมเผชิญทุกความท้าทายในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่หยุดนิ่ง</b></p>
<h2><b>ดึงดูด Talent ง่าย ๆ แค่ทำองค์กรให้ดีจากภายใน ใคร ๆ ก็จะอยากมาอยู่ด้วย</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเข้มข้น การดึงดูด Talent ให้เข้ามาร่วมงานกับองค์กรเป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรต้องให้ความสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำจาก Pandora ให้ทัศนะว่า </span><b>สิ่งแรกที่องค์กรควรทำคือ “ทำให้องค์กรของเราน่าอยู่” ก่อน</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อคนในรู้สึกดีกับการทำงาน พวกเขาก็จะพูดถึงองค์กรในแง่บวกออกไป ทำให้กลายเป็นโฆษณาชั้นเยี่ยมที่ดึงดูดคนภายนอก แต่การจะสร้างความรู้สึกนี้ได้ องค์กรต้องหาเหตุผลให้ Talent อยากอยู่ในองค์กรต่อไปด้วย (Reasons to Stay)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือการเข้าใจความต้องการที่แตกต่างกันของพนักงาน อย่าลืมว่าเราไม่สามารถใช้แนวคิดแบบ One Size Fits All กับการบริหารคนจำนวนมากแบบเดียวกันได้อีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝั่งธนาคารกสิกรไทยซึ่งมีอายุยาวนานกว่า 80 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาเผชิญความท้าทายในการปรับภาพลักษณ์เดิม ที่หลายคนอาจยังนึกถึงการทำงานหลังเคาน์เตอร์ในสาขา ธนาคารจึงต้องสร้าง Value ใหม่ ๆ เช่น การเน้นความเป็นองค์กรดิจิทัล การให้โอกาสเรียนรู้จากคนเก่ง และการขับเคลื่อนคุณค่าที่มีความหมาย คนทำงานรุ่นใหม่ต้องรู้สึกว่าพวกเขาสามารถเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยทรัพยากรที่พร้อมให้ใช้งานและพัฒนา นี่เป็นวิธีที่ช่วยดึงดูดพนักงานคุณภาพให้มาร่วมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน Lazada กลับเป็นองค์กรที่เต็มไปด้วยพนักงานอายุน้อยเฉลี่ยเพียง 27 ปี แต่ก็พบว่าความต้องการของ Talent รุ่นใหม่ไม่ได้อยู่แค่เรื่องค่าตอบแทนที่แข่งขันได้ แต่ยังต้องการ </span><b>Right Pay</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; เงินเดือนที่ได้ ต้องไม่น้อยหน้าองค์กรอื่น ๆ ในธุรกิจ, </span><b>Right Place</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; สถานที่ทำงานต้องมีความน่าสนใจ เก๋และกู้ด เปิดโอกาสให้พนักงานเติบโตไม่ว่าจะในระดับประเทศ หรือในระดับโลกก็ตาม และ </span><b>Right Tools</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; มีเครื่องไม้เครื่องมือ มีทรัพยากรมากมายให้เข้าถึงและใช้งานได้ง่ายด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมมองของ ELSA องค์กรเน้นที่ “Skill-Based Hiring” โดยไม่สนว่าผู้สมัครเรียนจบจากที่ใด แต่ให้ความสำคัญกับทักษะเฉพาะด้าน เช่น ความรู้ด้าน AI หรือภาษา รวมถึงการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) พร้อมทั้งยึดหลักปฏิบัติเรื่องความหลากหลาย (DEI) เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม การให้อิสระในการบริหารเวลาและสร้างคุณค่าในงานคือสิ่งที่ดึงดูดคนเก่งที่มองหาประสบการณ์การทำงานแบบใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำด้านคนจาก Pandora เสริมอีกว่าแนวทาง DEI เช่น นโยบายที่รองรับการสมรสเพศเดียวกัน ช่วยสร้างความรู้สึกว่าพนักงานได้รับการยอมรับในตัวตนและความหลากหลายของพวกเขา ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนอยากมาร่วมงานด้วย ก่อนที่คุณกุลจรรยาจะกล่าวปิดท้ายไว้อย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า</span></p>
<p><b>ถ้าองค์กรสามารถสร้างความสุข ความอบอุ่น และความเป็นมิตรได้จริง ใคร ๆ ก็อยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง นี่คือหัวใจสำคัญของการดึงดูด Talent ที่ยั่งยืน</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41886" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-3.webp" alt="HREX Cover by Para 3" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #2 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum หัวข้อ Future of Talent 1104" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Talent พัฒนาได้ หากไม่พัฒนา เรียกไม่ได้ว่าเป็น Talent</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นในงานเสวนาคือ เราสามารถพัฒนาให้คนเป็น Talent ได้หรือไม่? ผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กรเห็นพ้องกันว่า Talent ไม่ได้ถูกกำหนดมาตั้งแต่ต้น แต่สามารถพัฒนาได้ด้วยการสนับสนุนที่เหมาะสม </span></p>
<p><b>คุณโชติจิณณ์</b><span style="font-weight: 400;"> ยืนยันว่า เราไม่สามารถวัดผลคนจากตัวเลขได้เพียงอย่างเดียว เพราะมันไม่ใช่ตัวชี้วัดทุกอย่าง เช่น เราชี้วัดความสุขของคนผ่านตัวเลขไม่ได้ หรือแม้กระทั่งเรื่องการพัฒนาภาษาเอง ใบ Certification อาจบอกเพียงว่าเรียนจบหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเขาจะนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงแค่ไหน ประกาศนียบัตรอาจบอกถึงทักษะเบื้องต้น แต่ไม่สามารถสะท้อนความสามารถจริงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการพัฒนา Talent ในมุมของ Pandora คือการทำให้พนักงานกล้าก้าวออกจากกรอบเดิม ๆ ซึ่งมาพร้อมความท้าทายเหมือนกันว่า จะกระตุ้นให้เขาพัฒนาตัวเองอย่างไรจึงจะก้าวทันโลก ซึ่ง</span><b>คุณหทัยพร</b><span style="font-weight: 400;">เสริมว่า</span><b> การพัฒนา Talent ต้องเริ่มต้นจากการสร้าง “แรงจูงใจภายใน”</b><span style="font-weight: 400;"> HR ไม่สามารถบังคับให้พนักงานเรียนรู้ได้ แต่องค์กรต้องสร้างระบบที่ช่วยจุดประกายความอยากพัฒนาให้ได้ เช่น การจัดหาคอนเทนต์การเรียนรู้ที่น่าสนใจ มีตัวเลือกที่หลากหลาย เปิดโอกาสให้พนักงานเลือกเส้นทางพัฒนาตนเอง และออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยี AI กำลังมีบทบาทสำคัญ </span><b>คุณพงศกร</b><span style="font-weight: 400;"> เตือนว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่า AI จะเข้ามาแทนที่คน แต่คนที่ถนัดและเข้าใจ AI จะเข้ามาแทนที่เรา หาก Talent ปฏิเสธการเรียนรู้และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ก็จะไม่สามารถรักษาตำแหน่งของตนในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วนี้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การพัฒนา Talent จึงไม่ใช่แค่การให้โอกาส แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ความพร้อมของพวกเขาในการเติบโตและรับมือกับความท้าทายใหม่เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การพัฒนาคนในองค์กรมักล้มเหลวเพราะความเชื่อผิด ๆ ที่มองพนักงานว่าด้อยศักยภาพเกินไป </span><b>คุณโชติจิณณ์</b><span style="font-weight: 400;"> เน้นย้ำว่า </span><b>องค์กรต้องประเมินขีดความสามารถของพนักงานอย่างเป็นธรรม และไม่ควรลดทอนศักยภาพของพวกเขาด้วยการตั้งกรอบที่คับแคบเกินไป แม้ทุกคนจะไม่ใช่ Talent แต่พนักงานทุกคนควรได้รับการสนับสนุนให้เติบโตตามศักยภาพของตัวเอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ สิ่งสำคัญที่ทำให้คนเป็น Talent ได้ไม่ใช่แค่ความสามารถ แต่คือทัศนคติที่จะไม่หยุดพัฒนาตัวเอง การพัฒนา Talent จึงไม่ใช่เพียงหน้าที่ขององค์กร แต่เป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรที่ต้องสนับสนุน และบุคคลที่ต้องมีแรงผลักดันจากภายในที่จะเติบโตไปพร้อมกัน</span></p>
<h2><b>อยากรักษา Talent ในองค์กร ขอเพียงเริ่มจากเอาใจเขามาใส่ใจเรา ก็พอแล้ว</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากดึงดูดและพัฒนา Talent แล้ว อีกขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กันคือการรักษาพวกเขาให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว สิ่งที่ Speaker ทุกคนเห็นพ้องกันคือ ต้องเริ่มต้นจากการทำพื้นฐานให้ดี ทำองค์กรให้มีความน่าอยู่ และน่าทำงานอย่างมีความสุขก่อน</span></p>
<p><b>คุณพงศกร</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า องค์กรต้องรักษาสิ่งที่เคยสัญญาไว้ใน EVP (Employee Value Proposition) เพื่อสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่น เช่น การมอบ Right Pay, Right Place และ Right Tools ที่ช่วยให้พนักงานสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กร แม้ในความเป็นจริงเราอาจไม่สามารถเก็บคนเก่งไว้ได้ทุกคน แต่การดูแลพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรดึงดูดและรักษาคนสำคัญไว้ได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><b>คุณหทัยพร</b><span style="font-weight: 400;"> เน้นว่าการรักษา Talent ต้องเป็นมากกว่าการสนับสนุนด้านอาชีพ KBANK ให้ความสำคัญกับการจัดการ Performance Management ที่ชัดเจน โดยให้ผลตอบแทนตามความสามารถและการทำงานหนัก นอกจากนี้ยังส่งเสริม Wellbeing ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการเงินของพนักงาน เพื่อให้พวกเขารู้สึกมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี “คนที่อยู่กับกสิกรต้องดูแลการเงินตัวเองได้ดี ไม่แพ้การดูแลสุขภาพกายและใจ” เป็นคำที่สะท้อนถึงแนวคิดนี้ได้ชัดเจน</span></p>
<p><b>คุณกุลจรรยา</b><span style="font-weight: 400;"> เตือนว่าสิ่งที่หลายองค์กรไม่ควรมองข้ามคือบทบาทของผู้นำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษา Talent เพราะมีคนไม่น้อยตัดสินใจออกจากองค์กรเพราะผู้นำ ดังนั้น การพัฒนาผู้นำให้มีความเข้าใจพนักงาน และสามารถสร้างแรงจูงใจในทีมได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน </span><b>คุณอนุตตรา</b><span style="font-weight: 400;"> เน้นว่าการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะการทำ Succession Planning ต้องมาพร้อมความจริงใจ การที่องค์กรเตรียมแผนสืบทอดตำแหน่งไว้ แต่กลับเลือกคนนอกมาแทนในเวลาจริง จะทำให้พนักงานหมดศรัทธาทั้งใน HR และองค์กร และจะเป็นสิ่งที่ทำให้ไม่มีใครอยากร่วมงานด้วยอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การทำ Succession Planning ไม่ได้เป็นทางออกเสมอไป เพราะการรักษา Talent อาจเรียบง่ายกว่านั้น คุณกุลจรรยาเสริมว่า “แค่เอาใจเขามาใส่ใจเรา” การมองเห็นความต้องการของพนักงาน และการทำให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่า เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยสร้างความผูกพันระหว่างคนและองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในท้ายที่สุด </span><b>การรักษา Talent คือเรื่องของความสัมพันธ์ที่ต้องการความใส่ใจและความจริงใจจากทั้งสองฝ่าย เมื่อองค์กรพร้อมจะให้ และพนักงานรู้สึกว่าได้รับการดูแลอย่างดี ความผูกพันนี้จะช่วยให้ Talent อยู่คู่องค์กรได้อย่างยาวนานและเต็มไปด้วยความสุข</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41885" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-2.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #2 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum หัวข้อ Future of Talent" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #2 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum หัวข้อ Future of Talent 1105" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HREX-Cover-by-Para-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #2 Roundtable: CHRO &amp; HR Director Forum หัวข้อ Future of Talent 1106"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-roundtable-future-talent-241212/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 2</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-hr-day-2024-day-2-241127/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-hr-day-2024-day-2-241127/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Nov 2024 10:30:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand HR Day 2024]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=41699</guid>

					<description><![CDATA[จัดต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 แล้วกับงาน Thailand HR Day 2024 และเช่นเคย สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ยังเชิญ Speaker ทั้งคนที่เป็น HR โดยตรง และคนที่ไม่ใช่ HR แต่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์มากเป็นพิเศษ มาบรรยายในหัวข้อที่น่าสนใจให้ผู้เข้าร่วมงานได้นำสาระดี ๆ ไปปรับใช้ในการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงานด้วย งานวันนี้มีเรื่องอะไรสำคัญที่ HR ควรรู้บ้าง ติดตามได้จากในบทความนี้เลย Excellence &#38; Purpose Forum: Igniting Success with Passion for Performance &#38; Leadership Session นี้รวมตัวผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงกีฬาอย่าง คุณปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บุญรอดบริวเวอรี่, คุณเทนนิส &#8211; พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโดหญิงทีมชาติไทย (เหรียญทองโอลิมปิก 2 สมัยซ้อน) และโค้ชเช &#8211; ชัชชัย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41702" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-27T140859.364.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 2 1113" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-27T140859.364.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-27T140859.364-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จัดต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 แล้วกับงาน Thailand HR Day 2024 และเช่นเคย </span><b>สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (</b><a href="http://www.pmat.or.th/home/" target="_blank" rel="noopener"><b>PMAT</b></a><b>) </b><span style="font-weight: 400;">ยังเชิญ Speaker ทั้งคนที่เป็น HR โดยตรง และคนที่ไม่ใช่ HR แต่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์มากเป็นพิเศษ มาบรรยายในหัวข้อที่น่าสนใจให้ผู้เข้าร่วมงานได้นำสาระดี ๆ ไปปรับใช้ในการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวันนี้มีเรื่องอะไรสำคัญที่ HR ควรรู้บ้าง ติดตามได้จากในบทความนี้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Excellence &amp; Purpose Forum: Igniting Success with Passion for Performance &amp; Leadership</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41703" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-27T140730.242.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 2 1114" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-27T140730.242.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-27T140730.242-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Session นี้รวมตัวผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงกีฬาอย่าง </span><b>คุณปิติ ภิรมย์ภักดี </b><span style="font-weight: 400;">กรรมการรองกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บุญรอดบริวเวอรี่, </span><b>คุณเทนนิส &#8211; พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ</b><span style="font-weight: 400;"> นักเทควันโดหญิงทีมชาติไทย (เหรียญทองโอลิมปิก 2 สมัยซ้อน) และ</span><b>โค้ชเช &#8211; ชัชชัย เช</b><span style="font-weight: 400;"> หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย มาร่วมกันแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการคนในแบบฉบับของโลกกีฬา ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับการบริหารองค์กรได้อย่างน่าสนใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปิติกล่าวว่า นอกจากการเป็นผู้บริหารองค์กร อีกบทบาทหนึ่งของเขาคือการเป็นนักกีฬาแข่งรถ ทำให้เขารู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาคือการทำงานเป็นทีมที่ซับซ้อน นักกีฬาคนเดียวจะประสบความสำเร็จไม่ได้ หากปราศจากการพึ่งพาการสนับสนุนจากหลายฝ่าย เช่น นักกายภาพ โค้ช ทีมโภชนาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันในองค์กร ไม่ใช่เพียงแค่ทักษะของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ เขายังชี้ว่า ความสำเร็จเกิดจากการมีวินัยและความสม่ำเสมอ แม้จะดูเป็นกิจวัตรเดิม ๆ ที่น่าเบื่อ แต่การทำบ่อยก็ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับความเหนื่อยล้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปิติ เปรียบเปรยว่าการบริหารคนในองค์กรมีความคล้ายคลึงกับการบริหารนักกีฬา เพราะก็ต้องใช้ศาสตร์การบริหารคนไม่ต่างกับการบริหารองค์กร ดังนั้น ไม่ว่าจะแข่งขันในสนามหรือในธุรกิจ ความสำเร็จขององค์กรขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันอย่างมีกลยุทธ์ และต้องวัดผลที่ชัดเจนด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก เล่าถึงเส้นทางที่ยาวนานกว่า 20 ปี กว่าจะคว้าเหรียญทองโอลิมปิก เธอชี้ว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก เธอเปลี่ยนความเบื่อหน่ายและอุปสรรคให้กลายเป็นความท้าทาย โดยตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบาก เช่น ความห่างไกลจากครอบครัว แต่เธอเชื่อว่าการพัฒนาตนเองในวันนี้ จะนำมาซึ่งความสำเร็จในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านโค้ชเช เสริมว่า</span><b> การสร้างนักกีฬาที่แข็งแกร่งไม่ใช่แค่การฝึกทักษะ แต่รวมถึงการสร้างกำลังใจและความมั่นใจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด</b><span style="font-weight: 400;"> โค้ชเป็นทั้งผู้สอน ผู้สนับสนุน และเปรียบเสมือนพ่อแม่ที่ดูแลนักกีฬาในทุกมิติ รู้วิธีใช้ทั้งไม้แข็งและไม้อ่อนในการบริหารนักกีฬา ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดนี้ช่วยให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันได้เหมือนครอบครัว และเป็นรากฐานของความสำเร็จที่ทำให้ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา กีฬาเทควันโดไทย สามารถผลิตนักเทควันโดเก่ง ๆ คว้าเหรียญรางวัลมาครองได้อย่างสม่ำเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ทั้ง 3 ท่านยังเน้นถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรเพื่อให้ทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา HR ต้องมีบทบาทเชิงรุกในการสนับสนุนทีมงาน และสร้างความเข้าใจร่วมกันในเป้าหมายองค์กร การสื่อสารที่ดีเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกฝ่ายทำงานสอดคล้องกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย การแข่งขันในธุรกิจหรือกีฬาไม่ได้วัดผลที่ชัยชนะเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงวิธีที่เราปฏิบัติตัวเมื่อแพ้หรือชนะ การมีน้ำใจนักกีฬา การเคารพกติกา และการทำงานร่วมกันคือหัวใจของความสำเร็จที่ยั่งยืน ทั้งในสนามกีฬาและในสนามธุรกิจ</span></p>
<h2><b>Excellence &amp; Purpose Forum: Business Leadership Success with Passion</b><b></b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41701" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-27T140745.810.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 2 1115" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-27T140745.810.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-27T140745.810-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Session นี้ได้รับเกียรติจาก</span><b style="font-size: 16px;">คุณโอม &#8211; ปัณฑพล ประสารราชกิจ</b><span style="font-weight: 400;"> หรือที่เราต่างรู้จักกันในฐานะนักร้องนำของวง </span><b style="font-size: 16px;">Cocktail</b><span style="font-weight: 400;"> และยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งค่ายเพลง GENE LAB ภายใต้เครือ GMM Grammy มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านการบริหารและความสำเร็จในหลากหลายบทบาท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณโอมเล่าว่า หลายคนมักคิดถึงเขาในมาดนักร้อง แต่จริง ๆ แล้วเขาทำงานหลายอย่างพร้อมกันถึง 4 บทบาท ได้แก่ การเป็นนักร้อง การบริหารค่ายเพลง การทำงานด้านกฎหมาย และการเป็นอาจารย์พิเศษ ซึ่งทำให้เขามีโอกาสสัมผัสกับคนหลากหลายรูปแบบ และได้เจอความซับซ้อนของการบริหารงาน บริหารคนด้วยตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะศิลปินและผู้บริหาร คุณโอมชี้ว่าดนตรีเป็นงานที่สะท้อนประสบการณ์และอารมณ์ของคนในยุคสมัยหนึ่ง การแข่งขันในวงการนี้ไม่ได้วัดผลด้วยทักษะหรือความสมบูรณ์แบบเสมอไป เพราะดนตรีเป็นสิ่งนามธรรมที่ตอบสนองความรู้สึกและรสนิยมของแต่ละคน ความสำเร็จในงานดนตรีอาจเกิดขึ้นด้วยปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ความนิยมในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรืออิทธิพลของสื่อ ทำให้ศิลปินไม่ใช่อาชีพที่ยั่งยืนเมื่อเทียบกับอาชีพอื่น ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วเมื่อผันตัวมาทำงานบริหารภายใต้ GMM Grammy เขาก็พบกับความท้าทายจากองค์กรที่ประสบความสำเร็จมานาน แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมากลับขาดการสร้างศิลปินใหม่ ส่งผลให้เมื่อถึงจุดหนึ่งการพึ่งพาแต่ศิลปินรายเดิม ๆ จะไม่เพียงพอต่อการเติบโตขององค์กรอีกต่อไป เขาจึงรับโอกาสให้สร้างหน่วยงานใหม่เพื่อพัฒนาศิลปินหน้าใหม่ เขาได้สิทธิ์ในการบริหารอย่างอิสระ เปิดโอกาสให้เขาเน้นการคัดเลือกบุคลากรที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและมุ่งสร้างศิลปินใหม่เพื่อเพิ่มเสาหลักขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์คือการสร้างศิลปินใหม่ได้ถึง 4 วงในเวลา 2 ปี แม้อาจยังไม่สามารถชดเชยกับช่วงเวลา 10 ปีที่ไม่มีศิลปินใหม่ได้ แต่ก็ถือเป็นนิมิตหมายอันดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณโอมเน้นย้ำว่า</span><b> บทบาทของ HR ที่สำคัญมากคือการเลือกบุคลากรที่เข้าใจวัฒนธรรมขององค์กร </b><span style="font-weight: 400;">งานที่เกี่ยวข้องกับศิลปินต้องอาศัยความเข้าใจทั้งด้านศิลปะและการตลาด การสร้างสมดุลระหว่างการบริหารงานและการรักษาความเป็นพาร์ทเนอร์กับศิลปินเป็นสิ่งสำคัญ HR ยุคใหม่ต้องมีทักษะเชิงกลยุทธ์ นำมาใช้ในการสื่อสารและสนับสนุนศิลปิน เพื่อให้การทำงานร่วมกันราบรื่น ตอบโจทย์เป้าหมายของทั้ง 2 ฝ่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ปัญหาที่พบก็คือ พอทดลองกับบริษัทใหม่ได้ระยะหนึ่งจนเกิดความสำเร็จ ทำให้หลายคนยึดติดกับวิธีการนั้น ๆ ทำไปเรื่อย ๆ โดยลืมคำนึงว่ามันตอบโจทย์เป้าหมายระยะยาวอยู่หรือไม่ ทางรอดที่ควรเป็นคือ ต้องเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่ ๆ ควรมุ่งเน้นเป้าหมาย / ผลลัพธ์มากกว่าวิธีการโดยยังไม่ต้องสนว่าตั้งเป้าแล้วจะไปถึงได้ไหม เพราะพอเรามีเป้าหมายแล้ว เราจะรู้ว่าเราต้องทำอะไรเพื่อไปถึงตรงนั้นให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสำเร็จในการบริหารองค์กรหรือทีมงานนั้น ไม่ได้อยู่ที่การรักษาวิธีการเดิม แต่คือการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และปรับเปลี่ยนวิธีการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“อย่ายึดติดกับสิ่งที่เคยสำเร็จในอดีต เพราะโลกเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และสิ่งที่ดีที่สุดในวันนี้ อาจไม่ใช่คำตอบของอนาคต  วิธีการเก่า ไม่สร้างเป้าหมาย ไม่ช่วยอะไร ตัดทิ้งแล้วหาวิธีใหม่ตราบใดที่วิธีใหม่ไม่เบียดเบียนใคร ไม่ทำอะไรผิดกฎหมาย”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณโอม ทิ้งท้าย</span></p>
<h2><b>Sustainable Leadership: Balancing Profit and Purpose</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41704" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-27T140654.681.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 2 1116" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-27T140654.681.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-27T140654.681-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณชลลักษณ์ มหาสุวีระชัย </b><span style="font-weight: 400;">ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NocNoc และ </span><b>ดร.ดิษฐวัฒน์ โสภิตอาภาพงศ์ </b><span style="font-weight: 400;">Senior Head of Corporate Function Group Fujifilm Thailand มาพูดคุยและแลกเปลี่ยนถึงบทบาทหน้าที่ของผู้นำในการทำธุรกิจ ที่ไม่เพียงแค่ต้องสร้างผลกำไร แต่ยังต้องสร้างความยั่งยืนไปพร้อม ๆ กัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ดิษฐวัฒน์ ให้นิยาม Sustainable Leadership ว่าผู้นำที่ยั่งยืนต้องไม่เพียงแค่สนแต่การสร้างผลกำไร แต่ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) โดยยึดหลักการ </span><b>SEE – THINK – PLAN – DO</b><span style="font-weight: 400;"> เริ่มจากการมองเห็นสิ่งที่ควรทำ วางแผน และลงมือทำอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งหาทางแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณชลลักษณ์ เสริมว่า ความยั่งยืนเปรียบเหมือนอากาศที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ เช่นเดียวกับกำไรที่เปรียบเสมือนการหายใจ หากองค์กรไม่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ลูกค้า หรือชุมชน กำไรที่ได้ก็อาจไม่มีความหมาย การตั้งคำถามว่าองค์กรของเรามี Purpose อย่างไร และเชื่อมโยงกับการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคมอย่างไร เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมมองของ HR ทั้งสององค์กรชี้ว่า การสร้างสมดุลระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ทั้งพนักงาน ลูกค้า ชุมชน และซัพพลายเออร์ เป็นสิ่งที่ท้าทาย</span><b> HR จึงต้องเข้าใจบทบาทของตนเองในการช่วยองค์กรสร้าง Impact ต่อสังคมและทำให้ผู้คนรู้สึกถึงคุณค่าที่แท้จริงของสิ่งที่ทำ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นทำให้ Fujifilm ใช้ความเชี่ยวชาญของบริษัทต่อยอดผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมด้านภาพ ฟิล์ม ไปสู่การพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ และเทคโนโลยี AI ในอุตสาหกรรม Healthcare เพื่อตอบโจทย์ด้านสุขภาวะของผู้คนทั่วโลก โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงการเพิ่มกำไร แต่ยังรวมถึงการสร้างโลกที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและช่วยให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้นในทุกมิติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณชลลักษณ์ เชื่อมั่นว่า การบริหารคนต้องเริ่มจากความเข้าใจหัวใจของตัวเองก่อน หากผู้นำไม่มีความพร้อมหรือความตั้งใจจริงที่จะดูแลคน การบริหารคนจะยิ่งยากขึ้น เมื่อเรามีความตั้งใจที่ถูกต้องแล้ว การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจึงจะเกิดขึ้น พร้อมชี้ว่าตัวเลขกำไรที่ไม่เชื่อมโยงกับคุณค่าหรือความยั่งยืน จะไม่มีผลอะไรต่อธุรกิจในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำและ HR ต้องสร้างความตั้งใจจริงในการเปลี่ยนแปลงและเปิดรับความหลากหลาย เพื่อสร้างสังคมที่ดีขึ้น</span><b> การพัฒนาคนในองค์กรคือกุญแจสำคัญในการสร้าง Impact ในวงกว้าง และเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมกับการสร้างโลกที่ยั่งยืนในทุกมิติ</b></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<table>
<tbody>
<tr>
<td>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41688 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162519.830.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 2 1117" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162519.830.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162519.830-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-hr-day-2024-day-1-241126/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 1</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p style="text-align: center;"><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" data-wp-editing="1" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 2 1118"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-hr-day-2024-day-2-241127/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 1</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-hr-day-2024-day-1-241126/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-hr-day-2024-day-1-241126/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Nov 2024 10:52:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand HR Day 2024]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=41685</guid>

					<description><![CDATA[ช่วงปลายปีมาถึงทีไร สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) จะจัดงานใหญ่นั่นคือ Thailand HR Day ขึ้น เพื่อให้ HR เข้าถึงองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการพัฒนาตัวเอง พัฒนาองค์กร และปูทางไปสู่การทำงานในปีต่อไปที่กำลังจะมาถึง  สำหรับงานในปีนี้ ยังคงอัดแน่นไปด้วยเนื้อหางานเสวนาที่น่าสนใจ จากวิทยากรมากความสามารถเช่นเคย HREX มีโอกาสได้เข้าฟังงานเสวนานี้ด้วย จึงขอสรุปไฮไลท์สำคัญที่ HR ควรรู้มาให้ HR ท่านที่พลาดงานนี้ไปได้อ่าน ตกผลึก แล้วนำไปปรับใช้ในองค์กรต่อไป ถ้าพร้อมแล้ว ติดตามสาระสำคัญของงานได้เลยในบทความนี้ Thailand HR Day 2024 Welcome Speech: High-Performing Business Leaders &#38; HR: Speed, Purpose and Performance คุณสุดคนึง ขัมภรัตน์ นายกสมาคม PMAT กล่าวเปิดงานว่า มีความตั้งใจที่จะยกระดับวิชาชีพ HR และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เสมอมา เพราะทุนมนุษย์สำคัญต่อองค์กรและประเทศมาก และเธอเชื่อมั่นว่า คนไทยเรามีความสามารถไม่แพ้ชาติอื่น ๆ การจัดงานนี้จะช่วยให้ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41688" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162519.830.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 1 1125" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162519.830.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162519.830-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงปลายปีมาถึงทีไร </span><b>สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (</b><a href="http://www.pmat.or.th/home/" target="_blank" rel="noopener"><b>PMAT</b></a><b>)</b> <span style="font-weight: 400;">จะจัดงานใหญ่นั่นคือ Thailand HR Day ขึ้น เพื่อให้ HR เข้าถึงองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการพัฒนาตัวเอง พัฒนาองค์กร และปูทางไปสู่การทำงานในปีต่อไปที่กำลังจะมาถึง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับงานในปีนี้ ยังคงอัดแน่นไปด้วยเนื้อหางานเสวนาที่น่าสนใจ จากวิทยากรมากความสามารถเช่นเคย</span><b> HREX</b><span style="font-weight: 400;"> มีโอกาสได้เข้าฟังงานเสวนานี้ด้วย จึงขอสรุปไฮไลท์สำคัญที่ HR ควรรู้มาให้ HR ท่านที่พลาดงานนี้ไปได้อ่าน ตกผลึก แล้วนำไปปรับใช้ในองค์กรต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าพร้อมแล้ว ติดตามสาระสำคัญของงานได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Thailand HR Day 2024 Welcome Speech: High-Performing Business Leaders &amp; HR: Speed, Purpose and Performance</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41692" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162624.308.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 1 1126" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162624.308.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162624.308-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณสุดคนึง ขัมภรัตน์</b><b> นายกสมาคม PMAT </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวเปิดงานว่า มีความตั้งใจที่จะยกระดับวิชาชีพ HR และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เสมอมา เพราะทุนมนุษย์สำคัญต่อองค์กรและประเทศมาก และเธอเชื่อมั่นว่า คนไทยเรามีความสามารถไม่แพ้ชาติอื่น ๆ การจัดงานนี้จะช่วยให้ HR เข้าถึงองค์ความรู้ที่สำคัญได้ แล้วเมื่อมีความรู้แล้ว ก็จะสามารถผลักดัน สร้างผลกระทบด้านบวกให้องค์กรได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก ๆ องค์กรต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว และองค์กรที่มีกลยุทธ์ เทคโนโลยีจะช่วยให้ปรับตัวได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพกว่าใคร การทำงานต่อจากนี้ Agile คือเรื่องที่ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าสำคัญต่อองค์กร แต่เหนืออื่นใด HR ก็ต้องอย่าลืม Empower คนให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่คุณสุดคนึงเน้นย้ำก็คือ </span><b>องค์กรไหนไม่มี Purpose ในการทำงานที่แน่ชัด จะสู้กับคู่แข่งในระยะยาวยาก </b><span style="font-weight: 400;">ถ้าองค์กรอยากประสบความสำเร็จ การสื่อสารเรื่อง Purpose สื่อไปถึงพนักงานได้ จะช่วยให้เขาเข้าใจงาน เข้าใจเป้าหมาย เข้าใจองค์กร จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจ ที่นำไปสู่ความต้องการแข่งขัน และทำให้การทำงานมีความหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก HR ที่สำคัญแล้ว ผู้นำก็สำคัญในการบริหารคน บริหารองค์กร HR ต้องจับมือและร่วมงานกับผู้นำอย่างใกล้ชิด หาวิธีสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับพนักงาน ทำให้พวกเขามองเห็นจุดหมาย และความหมายในการทำงาน เพื่อจะได้สร้าง Contribution ดี ๆ ให้กับองค์กรต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องไม่ลืมพัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง </span><b>องค์กรที่มองว่าการพัฒนาคนเป็นเรื่องของการลงทุน ไม่ได้มองว่าเป็นแค่ค่าใช้จ่าย องค์กรนั้นจะสามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้อย่างแข็งแกร่ง </b><span style="font-weight: 400;">และก้าวเติบโตได้อย่างมั่นคงแน่นอน</span></p>
<h2><b>Al-Powered Leadership: Navigating Business, People, and Technology in 2025</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41690" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162545.050.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 1 1127" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162545.050.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162545.050-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ดร.สันติธาร เสถียรไทย</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจแห่งอนาคต สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย และ</span><b> ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ </b><span style="font-weight: 400;">ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ViaLink และกรรมการผู้จัดการ สถาบันอนาคตไทยศึกษา มาร่วมพูดคุยกันว่าผู้นำในยุค 2025 จะเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของ AI ทำให้คนทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำองค์กรจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะทุกวันนี้ Gen AI ฉลาดขึ้นกว่าเดิมมาก แม้มันอาจยังไม่ได้ฉลาดขั้นสุด มันยังมีข้อผิดพลาดในการทำงาน และมีงานหลายประเภทที่ไม่เก่ง ซึ่งส่วนหนึ่งเพราะ AI แต่ละแบบไม่ได้สร้างมาเพื่อทำงานทุกอย่าง หากมีการให้งานคนละแบบกับที่มันถนัด มันก็จะให้ข้อมูลที่ผิดออกมาได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ คนทำงานจำนวนมากน่าจะใช้งาน AI กันอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีคำถามว่าเราควรใช้งาน AI อย่างไรจึงจะมีประโยชน์ต่อองค์กร โดยดร.สันติธาร สรุปออกมาว่ามี 4 เรื่องด้วยกันที่ AI ช่วยสร้างประโยชน์ และยกระดับองค์กรได้ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Automation</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้มีเวลามากขึ้น ลดการทำงานเอกสารซับซ้อน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Augmentation</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นเพื่อนคู่คิด สามารถให้คำปรึกษาทางธุรกิจได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Inclusion</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายขอบเขตให้ทั่วถึง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Innovation</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้เราค้นพบ พัฒนานวัตกรรมใหม่ได้ง่ายขึ้น</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ณภัทร เสริมว่า อีกสิ่งที่เราต้องคำนึงก็คือการเกิด AI Agent ที่สามารถทำงานเหล่านี้ และฉลาดด้วยที่สามารถประมวลข้อมูลจนรู้ได้ว่า งานไหนควรทำอะไร งานไหนควรใช้อะไร ซึ่งจริง ๆ เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน แต่นี่คือจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะเดี๋ยวจะมี AI ที่ทรงพลังยิ่งกว่าตามออกมา และมันจะมาเร็วกว่าที่คิด ทำให้คนทำงานแต่ละสายต้องพลิกแพลงวิธีการทำงานอย่างเร่งด่วน หากไม่อยากถูก AI มาแทนที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ หาก HR อยากเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ก็สามารถนำ AI มาช่วยได้ AI ทำให้ HR ไม่ต้องเสียเวลาทำงาน Admin แบบเดิม ๆ ที่หมดเวลาไปกับงานเอกสาร HR ยังใช้ AI ช่วยสรรหาบุคลากรได้ด้วยการช่วยคัดเลือกเรซูเม่ HR สาย L&amp;D สามารถวิเคราะห์ข้อมูลพนักงานแต่ละคนได้ว่า ควรพัฒนาทักษะอะไรจะเหมาะสมที่สุด ไปจนถึงการเอาข้อมูลมาใช้ทำนายความพึงพอใจเพื่อลด Turnover ลง เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสันติธาร ย้ำว่าเราไม่ควรมอง AI เป็นแค่เครื่องมือ แต่ควรมองเป็นเพื่อนร่วมงาน ที่ทำงานร่วมกับเรา เป็นทีมเดียวกับเรา เราต้องรู้จักสอนงาน AI ให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตามถึงใช้ AI ก็ต้องมีการตรวจสอบข้อมูล ตรวจผลงานของมันอยู่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากจะมีข้อกังวลเรื่องการใช้งาน AI ก็คือ หากนำ AI ไปใช้ในบางงาน อาจทำให้ศักยภาพของเราด้อยลง เช่น หากนำไปใช้ในงานเขียนบทความ เขียนหนังสือ ซึ่งดร.สันติธาร รู้สึกจริง ๆ ว่าตอนที่เขาใช้ AI ช่วยเขียนบทความ แล้วเขาค่อยทำหน้าที่บรรณาธิการตรวจงาน เขากลับรู้สึกว่ายิ่งทำแบบนี้ยิ่งเขียนงานได้ด้อยลง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งดร.ณภัทร เห็นด้วยเพราะการเขียนเป็นเรื่องที่ต้องผ่านการตกผลึกจึงจะเขียนและเรียบเรียงออกมาดีได้ การพึ่งพา AI จะทำให้งานเขียนขาดวิญญาณ ไม่เป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้นก่อนใช้งาน AI เราควรคำนึงว่างานไหนมีความละเอียดอ่อน งานไหนควรเป็นงานที่คนทำ และงานไหนเป็นงานที่ AI ช่วยได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น ดร.สันติธาร ได้ให้หลักโมเดล PR.I.D.E. ที่สามารถเปลี่ยนคนธรรมดาให้เป็นคนใช้ AI แบบ Smart User ได้ โดยมีหลักการดังต่อไปนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>PR &#8211; Proficiency</b><span style="font-weight: 400;"> มีความคุ้นชิน คุ้นเคยกับ AI รู้ว่าควรเขียน Prompt อย่างไรมันจึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>I &#8211; Immunity</b><span style="font-weight: 400;"> รู้จุดอ่อนของ AI ว่ามันทำอะไรได้ ไม่ได้ ต้องใช้ให้เหมาะสมกับหน้าที่ของมัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>D &#8211; Deep Thinking / Domain Knowledge</b><span style="font-weight: 400;"> ค้นหาและเข้าถึงองค์ความรู้ ทักษะที่จำเป็น เช่น การคิด การวิเคราะห์ การเขียน เพื่อทำให้ความเป็นมนุษย์ยังมีค่า </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>E &#8211; Empathy</b><span style="font-weight: 400;"> อย่าลืมมีความเห็นอกเห็นใจในกันและกัน ให้เวลาและโอกาสผู้อื่นในการปรับตัว พัฒนา ใครที่ดูท่าไม่ไหว ก็ต้องช่วยเขาให้เร็วที่สุด</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าอย่างไร คนก็ยังสำคัญเสมอ ปัญญาบางส่วนอาจอยู่กับมนุษย์ ปัญญาบางส่วนอาจอยู่กับ AI เราเพียงต้องหาให้เจอว่าปัญญาไหนอยู่กับใคร และงานไหนเหมาะกับใคร</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การรู้ AI รู้ I Am ใช้ปัญญา สร้างปัญญา”</span></i><span style="font-weight: 400;"> ดร.สันติธารทิ้งท้าย</span></p>
<h2><b>Purpose &amp; Business Leaders: 2025 CEO Challenges on Generations and Sustainability</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41689" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162530.596.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 1 1128" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162530.596.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162530.596-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณอัฐ ทองแตง</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานคณะผู้บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล และ</span><b>คุณโชติพัฒน์ พีชานนท์</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมบรรยายถึงความท้าทายที่คนเป็น CEO ต้องเผชิญ เมื่อโลกการทำงานมีความซับซ้อนมากขึ้นจากการมีแรงงานหลากหลายเจนเนอเรชั่น ทำให้ต้องทำความเข้าใจคนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจตามมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเสวนาครั้งนี้ยังได้ </span><b>ดร.ภีรตา ภักดีสัตยพงศ์</b><span style="font-weight: 400;"> Partner จากบริษัท PwC ประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอัฐ กล่าวว่า 20 ปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงที่ซึ่งสร้างผลกระทบหลากหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ซึ่งเปิดโอกาสให้ยกระดับโรงพยาบาลได้ดีกว่าที่คิดผ่านการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีมาช่วยเสริมศักยภาพพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นการประเมินสุขภาพด้วยข้อมูลเชิงลึก หรือการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่าน e-learning ที่ช่วยให้บุคลากรมีความรู้และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณโชติพัฒน์ เสริมว่าความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือเทคโนโลยี Data Analytics ช่วยให้ธุรกิจประกันภัยตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น ผ่านการบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าถูกต้องและรวดเร็วขึ้น เช่น นำข้อมูลอุบัติเหตุของรถแต่ละรุ่นมาวิเคราะห์ ไปจนถึงสถานที่ที่มักเกิดอุบัติบ่อย ๆ มาวิเคราะห์ ช่วยปรับปรุงการให้บริการอย่างตรงจุดและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้มหาศาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><b>บทบาทของผู้นำในยุคปัจจุบันแตกต่างจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง ผู้นำไม่ได้มีหน้าที่แค่สั่งการ แต่ต้องสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมงานตระหนักถึงเป้าหมายขององค์กร และสนับสนุนพวกเขาให้พัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน</b><span style="font-weight: 400;"> การ Empower พนักงานจะช่วยให้องค์กรมีความพร้อมที่จะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเมื่อทุกคนในองค์กรมีความเข้าใจที่ตรงกันและสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนเรื่องการบริหารจัดการคนจากหลากหลาย Generation คุณโชติพัฒน์เน้นว่าการทำงานยุคนี้ต้องมีความยืดหยุ่น การอนุญาตให้พนักงานทำงานจากที่บ้านได้ หรือมีเครื่องมือเทคโนโลยีให้ใช้งานอย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจ และช่วยเพิ่มความผูกพันระหว่างพนักงานกับองค์กรได้ดี ขณะที่คุณอัฐให้ข้อมูลเพิ่มว่า คนรุ่นใหม่ให้คุณค่าด้าน Passion มากกว่าความเชื่อดั้งเดิม ดังนั้นผู้นำต้องสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายขององค์กรกับเป้าหมายส่วนตัวของพนักงานรุ่นใหม่ จึงจะช่วยให้พวกเขามีแรงผลักดันและทำงานได้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยอมรับความแตกต่างเป็นหัวใจสำคัญของการรวมพลังคนหลากรุ่นในองค์กร ผู้นำต้องเข้าใจและยอมรับว่าคนแต่ละรุ่นมีมุมมองที่แตกต่างกัน หากองค์กรยังตั้งคำถามว่าทำไมคนรุ่นใหม่ถึงคิดหรือทำไม่เหมือนคนรุ่นก่อน แสดงว่าองค์กรยังไม่ยอมรับพวกเขาอย่างแท้จริง สิ่งที่องค์กรต้องทำคือการสร้างความเข้าใจร่วมกัน และรวบรวมความหลากหลายมาเป็นจุดแข็งในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างคน เช่น โรงพยาบาล ที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นและความสบายใจให้กับผู้ป่วย</span></p>
<p><b>ผู้นำต้องเป็นต้นแบบในการสร้างการเปลี่ยนแปลง หากผู้นำเองไม่กล้าลงมือทำ ไม่กล้าเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เสียเอง ก็ไม่สามารถคาดหวังให้ทีมปฏิบัติตามได้</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อผู้นำแสดงให้ทีมเห็นว่า มีความตั้งใจจริงที่จะพัฒนาองค์กร และพร้อมที่จะลงมือทำเพื่อบรรลุเป้าหมายอย่างแท้จริง แล้วเมื่อนั้นการขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงองค์กรจะไปถึงความสำเร็จได้</span></p>
<h2><b>Making Your Teams, Culture &amp; Purposes Irresistible: Embracing Speed, Flexibility, and Change</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41691" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162556.504.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 1 1129" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162556.504.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-26T162556.504-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณจอช เบอร์ซิน (Josh Bersin)</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลระดับโลก มาบรรยายถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในปี 2025 นั้นจะท้าทายองค์กรทุกมิติ ตั้งแต่การจัดการคนหลายรุ่น ไปจนถึงการนำ AI มาใช้เพื่อสร้างประสิทธิภาพ องค์กรต้องเผชิญกับความคาดหวังที่สูงขึ้นจากพนักงานยุคใหม่ ขณะที่ตลาดแรงงานและโครงสร้างองค์กรเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ การเพิ่ม Productivity ในองค์กรโดยพึ่งพาการจ้างงานที่น้อยลง ที่เผชิญความท้าทายเพราะพนักงานรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ต้องการงานที่มีความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ซึ่งแตกต่างไปจากความต้องการของพนักงานรุ่นพี่ที่อยู่ใน Gen อื่น กลายเป็นคำถามว่า HR จะออกแบบการทำงานอย่างไรให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ซึ่งจะสอดคล้องกับการสร้างความผูกพันกับพนักงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของงาน HR อย่างลึกซึ้งในอนาคต ระบบ AI ไม่เพียงช่วยวิเคราะห์ข้อมูล แต่ยังสามารถสร้างเนื้อหาการเรียนรู้ ช่วยในกระบวนการคัดเลือกคน ช่วยสนับสนุนให้ HR มีเวลาโฟกัสกับงานวางกลยุทธ์ที่สำคัญกว่าเดิม</span></p>
<p><b>งาน Recruitment จะมีความซับซ้อนมากขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อจำนวนคนว่างงานเพิ่มขึ้น AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจ้างงานได้มากขึ้นก็จริง แต่คนทำงาน Recruiter จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในอนาคต Recruiter จะต้องเป็นที่ปรึกษาที่ช่วยองค์กรเลือกคนได้ตรงตามเป้าหมาย ไม่เพียงแค่สรรหาคนจากภายนอก แต่ยังต้องอยู่เบื้องหลังการผลักดันศักยภาพคนในองค์กรให้เติบโตด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายอีกด้านหนึ่งคือระบบการจ่ายค่าตอบแทน ปัจจุบัน CEO กว่า 71% มองว่าการจ่ายเงินเดือน การประเมินผล และการขึ้นเงินเดือนในองค์กรมีความเป็นธรรมดีแล้ว (Pay Equity) แต่ในความจริงกลับมีเพียง 5% ที่จ่ายเงินได้อย่างเท่าเทียมจริง ๆ</span><b> ระบบการประเมินผลต้องถูกออกแบบใหม่เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและลดอคติ</b><span style="font-weight: 400;"> หากทำได้ จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจของพนักงาน และกระตุ้นให้เกิดการอยากทำผลงานเพื่อพัฒนาองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญที่สุด องค์กรต้องลงทุนในโปรแกรมพัฒนาผู้นำ (Leadership Development) สร้างวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลงที่พร้อมรับฟังเสียงของพนักงาน ความสำเร็จในอนาคตไม่ได้วัดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการสร้างความร่วมมือของทุกฝ่าย ที่จะเริ่มไม่ได้หากขาดผู้นำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2025 จะเป็นยุคที่ HR ต้องรับบทบาทมากกว่าที่เคย งาน HR ไม่ได้ดูแลพนักงานแบบแยกส่วน หรือดูแลแค่งานใดงานหนึ่งเท่านั้นอีกต่อไปในโลกที่เทคโนโลยีก้าวกระโดด ความสำเร็จขององค์กรในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการผสมผสานระหว่างความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น และความใส่ใจในตัวบุคคลอย่างแท้จริง องค์กรที่พร้อมเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและลงมือแก้ปัญหาเชิงระบบเท่านั้นที่จะสามารถยืนหยัดในตลาดที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" data-wp-editing="1" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Thailand HR Day 2024 วันที่ 1 1130"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/thailand-hr-day-2024-day-1-241126/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People GURU 2024: Organization Strategy</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/the-people-guru-2024-scg-hr-solutions-241112/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/the-people-guru-2024-scg-hr-solutions-241112/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Nov 2024 10:18:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[The People GURU]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=41378</guid>

					<description><![CDATA[หากองค์กรไหนอยากประสบความสำเร็จทางธุรกิจ นอกจากต้องวางกลยุทธ์ด้านการตลาดแล้ว กลยุทธ์การพัฒนาคนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน แต่เมื่อบริบทของโลกเปลี่ยนไป กลยุทธ์การตลาดและกลยุทธ์เรื่องคนที่เคยใช้แล้วประสบความสำเร็จ อาจให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ SCG HR Solutions จึงจัดงาน The People Guru 2024: Organization Strategy ขึ้นเพื่อชวน HR สำรวจว่า เราควรวางกลยุทธ์องค์กรอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนไป ไม่เหมือนวันวาน  HREX เข้าร่วมงานเสวนานี้ด้วย แล้วพบเรื่องราวน่าสนใจมากมาย หากใครพลาดไป สามารถอ่านสรุปทุกเรื่องที่ควรรู้ได้จากบทความนี้ The People GURU 2024 #1 &#8211; The Power of Organization Strategy ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ประธานกรรมการบริหาร จากบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด อธิบายว่า การวางกลยุทธ์องค์กรทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงจากแต่ก่อนหลายประการ สิ่งที่เคยคิดว่าทำแล้วเป็นเรื่องดีของคนยุคนั้น อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีในสายตาของคนยุคใหม่ที่ตื่นตัวเรื่องความเปลี่ยนแปลงยิ่งกว่าใครเสมอไป เช่น การรณรงค์เรื่อง Diversity หากองค์กรไหนประกาศชัดว่าสนับสนุนความหลากหลายเท่าเทียม ย่อมได้รับการน่ายกย่องในมุมมองของคนรุ่นเก่า แต่ในมุมมองของคนรุ่นใหม่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41419" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-12T170910.473.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People GURU 2024: Organization Strategy" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People GURU 2024: Organization Strategy 1136" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-12T170910.473.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-12T170910.473-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรไหนอยากประสบความสำเร็จทางธุรกิจ นอกจากต้องวางกลยุทธ์ด้านการตลาดแล้ว กลยุทธ์การพัฒนาคนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เมื่อบริบทของโลกเปลี่ยนไป กลยุทธ์การตลาดและกลยุทธ์เรื่องคนที่เคยใช้แล้วประสบความสำเร็จ อาจให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้</span> <a href="https://expth.hrnote.asia/products/182?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><b>SCG HR Solutions</b></a><span style="font-weight: 400;"> จึงจัดงาน </span><b>The People Guru 2024: Organization Strategy</b><span style="font-weight: 400;"> ขึ้นเพื่อชวน HR สำรวจว่า เราควร</span><span style="font-weight: 400;">วางกลยุทธ์องค์กรอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนไป ไม่เหมือนวันวาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX เข้าร่วมงานเสวนานี้ด้วย แล้วพบเรื่องราวน่าสนใจมากมาย หากใครพลาดไป สามารถอ่านสรุปทุกเรื่องที่ควรรู้ได้จากบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>The People GURU 2024 #1 &#8211; The Power of Organization Strategy</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41420" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-12T170927.963.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People GURU 2024: Organization Strategy" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People GURU 2024: Organization Strategy 1137" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-12T170927.963.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-12T170927.963-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานกรรมการบริหาร จากบริษัท <a href="https://www.thailandpost.co.th/th/index/" target="_blank" rel="noopener">ไปรษณีย์ไทย</a> จำกัด อธิบายว่า การวางกลยุทธ์องค์กรทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงจากแต่ก่อนหลายประการ สิ่งที่เคยคิดว่าทำแล้วเป็นเรื่องดีของคนยุคนั้น อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีในสายตาของคนยุคใหม่ที่ตื่นตัวเรื่องความเปลี่ยนแปลงยิ่งกว่าใครเสมอไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น การรณรงค์เรื่อง </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190820-workforce-diversity/"><span style="font-weight: 400;">Diversity</span></a><span style="font-weight: 400;"> หากองค์กรไหนประกาศชัดว่าสนับสนุนความหลากหลายเท่าเทียม ย่อมได้รับการน่ายกย่องในมุมมองของคนรุ่นเก่า แต่ในมุมมองของคนรุ่นใหม่ จะตั้งคำถามว่าองค์กรนั้นที่พยายามสร้างภาพลักษณ์ว่าโอบรับความหลากหลายนั้น ทำตามที่ประกาศจริงหรือไม่ และคิดว่าองค์กรเหล่านั้นพยายามนำเสนอว่าตัวเอง ‘Wannabe Young’ พยายามปรับภาพลักษณ์แบรนด์เก่า ๆ เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ ซึ่งไม่ตรงประเด็น และไม่ดึงดูดให้ใครมาทำงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกองค์กรล้วนมีพนักงานหลายเจนเนอเรชั่น มีความแตกต่างทั้งนิสัย บทบาทหน้าที่ ความชอบ ฯลฯ ไปรษณีย์ไทยก็เช่นกัน ที่ผ่านมาเป็นองค์กรภาครัฐที่มีภาพความเก่าแก่ แต่เพื่อความอยู่รอดองค์กรจึงพยายามปรับปรุงภาพลักษณ์ พยายามหากลยุทธ์มากมาย เพื่อปรับตัวให้เข้ากับโลกที่เปลี่ยนไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไปรษณีย์ไทยใช้โอกาสช่วงโรคโควิด-19 แพร่ระบาด วางกลยุทธ์การตลาดใหม่ ที่ผู้คนไม่สามารถออกมาส่งของได้สะดวกโยธิน โดยเน้นไปที่การตลาดด้านราคา เป็นผลให้คู่แข่งปรับกลยุทธ์ตามจนเกิดสงครามราคาที่รุนแรงขึ้น และเป็นสิ่งที่ไปรษณีย์ไทยเองก็ไม่สามารถสู้ใครต่อได้ในระยะยาว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลจากสงครามครั้งนั้น นำไปสู่ข้อค้นพบ 3 ข้อสำคัญที่ล้ำค่าต่อไปรษณีย์ไทยอย่างยิ่ง ดังนี้ </span></p>
<h3><b>1. รู้ว่าความปลอมที่จริงและความจริงที่ปลอมคืออะไร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอาจคิดว่าเรารู้เรื่องราวของบางคนดี แต่จริง ๆ อาจไม่ได้รู้ล้วงลึกไปถึงตัวตนของเขาจริง ๆ เพราะคนเรามีความซับซ้อน หลากหลาย มีทั้งพฤติกรรมในโลกจริงและโลกเสมือน พฤติกรรมในออฟฟิศและนอกออฟฟิศ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้อาจแตกต่างกันอย่างสุดขั้วก็เป็นได้</span></p>
<h3><b>2. รู้ว่าอะไรคือความไม่ที่เหมาะ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หมายถึงรู้ว่าแต่ละที่มี ‘ความเหมาะ’ และ ‘ความไม่เหมาะ’ ที่แตกต่างกันไป ของสิ่งหนึ่งอาจเหมาะสำหรับบางคน แต่ก็อาจไม่เหมาะกับคนอีกกลุ่ม ไม่ใช่ทุกอย่างจะ One Sized Fits All </span></p>
<h3><b>3. รู้ว่าอะไรคือความผิดที่ถูก และอะไรคือความถูกที่ผิด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หมายถึง รู้ว่าสิ่งที่เคยทำแล้วผิด ทำแล้วไม่ดีเมื่อก่อนอาจเป็นสิ่งที่ทำแล้วได้ดีในปัจจุบัน และในขณะเดียวกันสิ่งที่เคยถูกต้องในอดีต ก็อาจไม่ถูกต้องอีกต่อไปเพราะโลกเปลี่ยนไป บริบทสังคมก็เปลี่ยนไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ไปรษณีย์ไทยเรียนรู้ และนำมาปรับใช้เป็นกลยุทธ์ให้รู้จักและเข้าใจคนมากขึ้น ทั้งคนที่เป็นพนักงานและลูกค้า นำมาสู่การออกแบบกระบวนการทำงานต่าง ๆ ที่สะดวกต่อคนทำงาน รวมถึงนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กว่าจะทำสิ่งเหล่านี้ได้ ไปรษณีย์ไทยเจอกับแรงต้านจากภายในองค์กรเยอะมาก จนต้องมีการจัดตั้ง Speed Team ที่รวมตัวคนเก่งมาทำงานกันอย่างแข็งขันเพื่อผ่าตัดองค์กรให้ทำงานไวขึ้น โฉบเฉี่ยวขึ้น ภายใต้กลยุทธ์และมุมมองที่แปลกใหม่ไปจากเดิม จนสามารถนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่และสร้างความน่าไว้วางใจในการใช้บริการได้ประสบความสำเร็จ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อการเปลี่ยนผ่านนี้ประสบความสำเร็จ ไปรษณีย์ไทยก็จะไม่กลับไปทำงานแบบเดิม มีแนวคิด มีมุมมองต่อโลกแบบเดิม ๆ อีกต่อไป</span></p>
<h2><b>The People GURU 2024 #2 &#8211; A Deep Dive on Organizational Strategy</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41421" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-12T170941.148.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People GURU 2024: Organization Strategy" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People GURU 2024: Organization Strategy 1138" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-12T170941.148.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-12T170941.148-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณภิญญู กำเนิดหล่ม</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้อำนวยการกอง กองเทคโนโลยีสารสนเทศ จากกรมสรรพากร และ</span><b>คุณชลลักษณ์ มหาสุวีระชัย</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด หรือแพลตฟอร์ม <a href="https://nocnoc.com/" target="_blank" rel="noopener">NocNoc</a> มาร่วมกันพูดคุยถึงความสำคัญของการมีคนอยู่เบื้องหลังเพื่อช่วยวางกลยุทธ์ที่นำไปสู่ความสำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาระสำคัญของการเสวนามีดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>ความสำเร็จของ NocNoc เกิดจากการกล้าออกจาก Comfort Zone</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณชลลักษณ์เล่าว่า NocNoc ซึ่งมีอายุเพียง 5 ปี เป้าหมายแรกขององค์กรคือการเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ลูกค้าซื้อสินค้าเกี่ยวกับบ้านได้ตรงใจ แต่ยิ่งเวลาผ่านไปก็สามารถเติบโต จนประสบความสำเร็จ ขยายบริการเพิ่มเติมเรื่อย ๆ นำมาสู่การพัฒนาคนเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด และครบวงจรที่สุดให้กับลูกค้า จนได้รางวัลมากมายมาครองจากหลากหลายเวที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ทั้งจากภายในและภายนอก เชิงกลยุทธ์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรมองค์กรการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ไม่ง่าย หากปราศจากทีมงานที่มุ่งมั่นร่วมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า การทำให้บุคลากรก้าวออกจาก &#8220;Comfort Zone&#8221; เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ คือเรื่องยากมาก </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ถ้าเราไม่กล้าเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน จะไม่สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้เลย”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณชลลักษณ์กล่าว</span></p>
<h3><b>กรมสรรพากร กับกลยุทธ์ปรับความเป็นราชการให้ก้าวสู่ความทันสมัย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณภิญญูกล่าวถึงความท้าทายของกรมสรรพากร ในการเปลี่ยนแปลงองค์กรที่มีความเป็นราชการสูง ให้มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและโปร่งใส ว่าอยู่ที่โครงสร้างในองค์กรที่มีกฎระเบียบซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับระบบที่มีกฎและข้อบังคับจำนวนมาก ทำให้การสื่อสารและการปรับเปลี่ยนยากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรมสรรพากรจึงวางกลยุทธ์การสื่อสารอย่างชัดเจนกับบุคลากรภายใน ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศให้ทุกคนมุ่งสู่เป้าหมายร่วมกัน ทั้งนี้ต้องเริ่มจากการทำให้บุคลากรในระดับบนสุดเชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลงก่อน ว่ามันจะนำมาซึ่งสิ่งที่ดีกว่า ไม่อย่างนั้นทุกคนในองค์กรจะไม่เข้าใจ และเดินไปยังเป้าหมายเดียวกันไม่ได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกความท้าทายที่เจอคืองบประมาณในการฝึกอบรม จึงอาศัยเครือข่ายที่มีอยู่เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร และใช้หลัก </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220520-agile-hr/"><span style="font-weight: 400;">Agile</span></a><span style="font-weight: 400;"> ในการลดขั้นตอนการทำงานและแก้ปัญหาที่ซับซ้อน เพื่อให้สามารถปรับตัวและขับเคลื่อนองค์กรต่อไป บทเรียนนี้แสดงให้เห็นว่าแม้จะมีกฎระเบียบเยอะเพียงใด แต่เราก็สามารถเปลี่ยนองค์กรได้ หากมีความต้องการแรงกล้าที่จะเปลี่ยนจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในตอนท้าย วิทยากรทั้ง 2 ท่านฝากข้อคิดสำคัญว่า การพัฒนาองค์กรไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การเปิดใจและเรียนรู้จากความผิดพลาดทั้งหมดจะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน ขอแค่มีความมุ่งมั่นและกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อให้องค์กรเติบโต จะก้าวไปสู่ความสำเร็จในระยะยาวได้แน่นอน</span></p>
<h2><b>The People GURU 2024 #3 &#8211; People Strategy for the Future Workforce</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41422" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-12T170846.580.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People GURU 2024: Organization Strategy" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People GURU 2024: Organization Strategy 1139" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-12T170846.580.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-12T170846.580-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session สุดท้ายของงาน </span><b>คุณเมธา ประภาวกุล</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้อำนวยการสำนักงานการบุคคลกลาง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวสรุปเรื่องการพัฒนาและการเปลี่ยนผ่านองค์กรว่า การเปลี่ยนผ่านไม่เคยง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพอเป็นเรื่องคน และแต่ละองค์กรล้วนมีโจทย์ที่ต้องเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนกันด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรณีของ SCG ก็เป็นหนึ่งในองค์กรที่มีประวัติยาวนาน ผ่านการเปลี่ยนแปลงของโลกและธุรกิจมาเยอะ จนตระหนักว่าการทำธุรกิจแบบเมื่อก่อนจะไม่ตอบโจทย์กับสภาพแวดล้อมในปัจจุบันอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก 7-8 ปีที่ผ่านมา ที่มีความเปลี่ยนแปลงมากมายหลายด้าน จนหลายองค์กรอาจมองว่าเป็นวิกฤติต่อการบริหารคนและองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่คุณเมธาเชื่อว่า ทุกวิกฤติมีโอกาสเสมอ ในเมื่อมีความหลากหลายของคนเยอะมาก องค์กรก็ต้องหาทางเอามาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดด้วย องค์กรต้องคิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะตอบโจทย์กับวัฒนธรรมองค์กร ที่ทำให้คนอยากมาทำงานมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อจากนี้ หากองค์กรไหนมีสวัสดิการครอบคลุม ช่วยดูแลให้พนักงานหมดกังวลเรื่องนอกงานได้มากเท่าไหร่ จะช่วยให้เขาทำงานได้มีประสิทธิภาพ และมีความสุขได้มากขึ้นเท่านั้น SCG เข้าใจเรื่องนี้ดีจึงพยายามปรับตัวให้เข้ากับบริบทสังคมเสมอ จนมีสวัสดิการที่มีความยืดหยุ่น เช่น สวัสดิการที่ช่วยดูแลพ่อแม่ของพนักงาน มีสวัสดิการที่อนุญาตให้พนักงานผ่าตัดแปลงเพศ หรือถ้าจดทะเบียนสมรสไม่ว่าจะกับเพศไหน ก็สามารถรับสวัสดิการด้านครอบครัวจากองค์กรได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">SCG เป็นองค์กรที่รับคนที่เก่งและคนที่ดี โลกที่เปลี่ยนไป ต้องการคนที่หมั่นเรียนรู้ตลอดเวลา และเมื่อไหร่ก็ตามที่รับพนักงานเข้ามาแล้ว อย่าลืมพัฒนาเขาอย่างต่อเนื่องด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำธุรกิจกับคน มี 6 เรื่องที่จะช่วยพาองค์กรพุ่งไปข้างหน้า ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ต้องบอกทิศทางที่จะไปให้ชัด แล้วสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจไปในทางเดียวกัน แล้วเมื่อนั้นทุกคนจะเดินหน้าไปยังทิศทางเดียวกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ผู้นำต้องเป็น Role Model ที่ดี พูดแล้วยึดมั่นตามคำพูด ไม่อย่างนั้นผู้คนจะไม่เชื่อมั่นในผู้นำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จงสร้างทีมที่สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ ไม่จำเป็นต้องหาคนเก่งที่สุด แต่เราต้องการคนที่มีทีมเวิร์คดีที่สุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เปิดโอกาสให้เขาทำงานได้อย่างอิสระ สามารถตัดสินใจเองเป็น ไม่ต้องรอให้หัวหน้าเคาะทุกเรื่อง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ถ้ารับพนักงานมาแล้ว อย่าลืมพัฒนาเขาด้วย ให้มีพื้นที่เจริญเติบโตให้ดีขึ้น ลองหางานท้าทาย ลองให้เขาทำงานโจทย์ที่ยากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ถ้าพนักงานที่ทำงานยาก ท้าทาย แล้วประสบความสำเร็จ อย่าลืมให้รางวัลตอบแทนเขาด้วย </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย คุณเมธา ยืนยันว่าการทำงานจริงไม่มีคำว่า Work Life Balance แต่ต้องมี Work Life Integration และหน้าที่ขององค์กรก็คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้พนักงานแต่ละคนเจอสัดส่วนที่ใช่ในการบริหารชีวิตตัวเองและการทำงาน และเมื่อนั้นทุกคนจะประสบความสำเร็จไปพร้อมกัน และมีชีวิตที่เปี่ยมสุข</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/182?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36666" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/113-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน The People GURU 2024: Organization Strategy 1140"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/the-people-guru-2024-scg-hr-solutions-241112/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Career Ready Boot Camp 2024 โดย CareerVisa</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/careervisa-career-ready-boot-camp-2024-241109/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/careervisa-career-ready-boot-camp-2024-241109/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 Nov 2024 11:54:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Career Ready Boot Camp]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=41338</guid>

					<description><![CDATA[CareerVisa จัดงานแนะแนวอาชีพ Career Ready Boot Camp 2024 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม “Prepare Yourself, Prepare to Be in Bloom” โดยรวบรวม Insight และ Trend ที่น่าสนใจมาติดอาวุธและอัปเดตความเคลื่อนไหวให้ทุกคนได้รับทราบ เพื่อก้าวเข้าสู่โลกการทำงานอย่างมั่นใจต่อไป ภายในงานนี้มีเสวนาที่พูดถึงเรื่องการทำงานที่น่าสนใจหลายหัวข้อ หาก HR ท่านไหนพลาดงานนี้ไป HREX สรุปทุกเรื่องที่ควรต้องรู้มาให้แล้ว อ่านได้เลยในบทความนี้ Career Ready Boot Camp 2024 #1.Towards 2025: Career Trends คุณธีรยา ธีรนาคนาท Co-Founder จาก CareerVisa (Thailand) กล่าวเปิดงานด้วยการชวนตั้งคำถามว่า งานไหนมาแรง งานไหนต้องปรับตัว เพื่อเตรียมพร้อมสู่ปีใหม่ที่ท้าทาย คุณธีรยา กล่าวว่าปี 2024 มีจุดเปลี่ยนที่ส่งผลต่อทิศทางการทำงานในอนาคตหลายอย่าง ไม่ว่าจะการเลือกตั้งในหลายประเทศ ความไม่สงบจากสงคราม รวมถึงการพัฒนาของ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41354" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-09T171344.647.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Career Ready Boot Camp 2024 โดย CareerVisa" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Career Ready Boot Camp 2024 โดย CareerVisa 1147" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-09T171344.647.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-09T171344.647-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>CareerVisa จัดงานแนะแนวอาชีพ Career Ready Boot Camp 2024 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม “Prepare Yourself, Prepare to Be in Bloom” โดยรวบรวม Insight และ Trend ที่น่าสนใจมาติดอาวุธและอัปเดตความเคลื่อนไหวให้ทุกคนได้รับทราบ เพื่อก้าวเข้าสู่โลกการทำงานอย่างมั่นใจต่อไป</p>
<p>ภายในงานนี้มีเสวนาที่พูดถึงเรื่องการทำงานที่น่าสนใจหลายหัวข้อ หาก HR ท่านไหนพลาดงานนี้ไป HREX สรุปทุกเรื่องที่ควรต้องรู้มาให้แล้ว อ่านได้เลยในบทความนี้</p>

<h2>Career Ready Boot Camp 2024 #1<span style="font-size: 16px;">.Towards 2025: Career Trends</span></h2>
<p><b>คุณธีรยา ธีรนาคนาท</b><span style="font-weight: 400;"> Co-Founder จาก CareerVisa (Thailand) กล่าวเปิดงานด้วยการชวนตั้งคำถามว่า งานไหนมาแรง งานไหนต้องปรับตัว เพื่อเตรียมพร้อมสู่ปีใหม่ที่ท้าทาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณธีรยา กล่าวว่าปี 2024 มีจุดเปลี่ยนที่ส่งผลต่อทิศทางการทำงานในอนาคตหลายอย่าง ไม่ว่าจะการเลือกตั้งในหลายประเทศ ความไม่สงบจากสงคราม รวมถึงการพัฒนาของ Generative AI ที่ส่งผลต่อทั้งความมั่นคงและโอกาสในอาชีพ โดยประเด็นหลังนี้จะเห็นได้ว่าหลายบริษัทนำ AI มาใช้ในงานที่ต้องการความแม่นยำและความเร็ว ส่งผลให้คนกังวลกันว่า ปัญญาประดิษฐ์อาจทำให้คนจำนวนมากตกงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2025 อาชีพที่มีแนวโน้มเติบโตสูงและเป็นที่ต้องการมากขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นงานสาย Data, AI และงานด้านนวัตกรรมยังเป็นที่ต้องการอย่างมาก เนื่องจากองค์กรต่าง ๆ มองหาวิธีนำข้อมูลมาใช้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ไปจนถึงหาวิธีสร้าง Business Model ที่ยั่งยืน ตอบโจทย์หลัก ESG</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ไม่ว่างานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์จะเยอะแค่ไหน แต่สิ่งที่คนเราขาดไม่ได้คืองานที่ต้องใช้ Empathy หรือการมีความเห็นอกเห็นใจในการทำงานกับผู้อื่นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเติบโตในอนาคต </span><b>ทักษะสำคัญที่จำเป็นต้องมีคือ ความสามารถในการเรียนรู้ (Learning Agility) ความเข้าใจใน AI (AI Literacy) รวมถึงทักษะภาษาอังกฤษ การสื่อสาร การจัดการการเงิน และทักษะการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship)</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมีทักษะเหล่านี้จะช่วยให้คนทำงานสามารถปรับตัวและมีบทบาทสำคัญในองค์กรได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วแน่นอน</span></p>
<h2><b>Career Ready Boot Camp 2024 #2.Be in a Rockstar Talent Program</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41355" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-09T171542.509.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Career Ready Boot Camp 2024 โดย CareerVisa" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Career Ready Boot Camp 2024 โดย CareerVisa 1148" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-09T171542.509.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-09T171542.509-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Session นี้ได้วิทยากร 3 ท่าน </span><b>คุณศิเรมอร ทองปาน</b><span style="font-weight: 400;"> Lead Online Marketing of Shopee Thailand, </span><b>คุณกชกร งามประเสริฐกิจ</b><span style="font-weight: 400;"> Operations Senior Manager of Aura Bangkok Clinic และ</span><b>คุณภูศิลป์ ภูริวัฒนพงศ์</b><span style="font-weight: 400;"> Sustainability Business of Schneider Electric มาเล่าถึงประโยชน์ของการ เข้าโปรแกรมเด็กฝึก ในกรณีนี้ไม่ได้หมายถึงการฝึกงาน แต่หมายถึง Management Trainee โปรแกรมที่จะช่วยให้ทาเลนต์ในองค์กร สามารถเติบโตขึ้นไปเป็นผู้นำองค์กรได้อย่างแข็งแกร่ง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณศิเรมอร เล่าว่า Management Trainee ของ Shopee เป็นโปรแกรมสำหรับสร้างผู้นำรุ่นต่อไปขององค์กร เปรียบเหมือนบันไดเลื่อนที่ทำให้เรียนรู้ได้ราบรื่นขึ้น เจอเส้นทางการเติบโตที่เร็วกว่าการทำงานตามปกติ ที่ Shopee จะเป็นโปรแกรมขนาดยาว ไม่แค่เรียนรู้ในไทย แต่ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศอื่น ๆ ด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณสมบัติที่ต้องมีหากจะเข้าร่วมโปรแกรมนี้ พร้อมเปิดรับพนักงานที่มีประสบการณ์ทำงานไม่เกิน 2 ปีมาเข้ารับการขัดเกลา โดยต้องเป็นคนที่มี Open Mindset พร้อมเรียนรู้ มีความเป็นผู้นำสูง สามารถสื่อสารได้ดีกับคนที่อยู่ข้างบน คือหัวหน้า และคนที่อยู่ด้านล่างคือคนในทีม นอกจากนั้นต้องแก้ปัญหาเก่ง และเรียนรู้ไว เรียนรู้เก่ง สามารถก้าวจาก 0 ไปถึง 100 ได้ไว มี Self Drive ที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณกชกร บอกว่าที่ Aura Bangkok Clinic แม้จะเป็นองค์กรเล็ก ๆ แต่ก็มี Management Trainee ได้ เพราะองค์กรอยากให้ลูกค้าได้รับการบริการที่ดีที่สุด เลยต้องทำโปรแกรมนี้เพื่อสร้างคนที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม โดยไม่ว่าจะแผนกไหนก็สามารถเข้าร่วมได้ แต่ละแผนกมี Joerney มีการเรียนรู้ที่แตกต่างกันไป ขอเพียงหานำคนที่คิดว่าสามารถปั้นให้เติบโตได้ เติบโตไปถึงฝั่งฝัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม </span><b>โครงการนี้แม้จะเป็นบันไดเลื่อน เป็น Fast Track ในการเติบโตทางอาชีพ แต่ก็ต้องเหนื่อยกว่าคนอื่นแน่นอน</b><span style="font-weight: 400;"> การเข้าโปรแกรมนี้ในบริษัทเล็ก ๆ จะทำให้ได้เรียนรู้ทุกเรื่องจนรู้รอบ และสามารถเติบโตด้วยตัวเองได้ ถ้าใครผ่านไปได้ มั่นใจได้ว่าจะเป็นคนที่เก่งขึ้นกว่าเดิม และเติบโตได้ไวมาก ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณภูศิลป์ บอกว่า จริง ๆ แล้วเส้นทางใน Management Trainee น่าจะเป็นการปีนบันไดลิงมากกว่า เพราะเส้นทางที่เจออาจใช่เส้นทางที่สบายที่สุด แต่การปีนป่ายแต่ละครั้งจะได้เรียนรู้ ได้ประสบการณ์เยอะที่สุดแน่นอน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับที่ Schneider Electric เป้าหมายของโปรแกรมนี้ไม่ใช่แค่ให้คนจบไปเป็นเมเนเจอร์ แต่ยังสามารถพัฒนาเป็น Specialist ในแต่ละ Business Unit ได้แต่มันก็จะขึ้นอยู่กับตัวเราเองด้วย ว่าขวนขวายเก่งไหม มีความตั้งใจมากกว่าคนอื่นไหม ถ้ามีจะปีนบันไดลิงเก่ง แล้วไปถึงเป้าหมายได้แน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เขาอยากแนะนำก็คือ </span><b>ต้องมีความกล้าที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำด้วย อย่าแค่เก่งอยู่กับตัวเอง</b><span style="font-weight: 400;"> แต่ต้องเรียนรู้ที่จะแบ่งปันความเก่ง นำเสนอความเก่งออกมาด้วย และถ้ามีความกล้า จะยิ่งทำให้เราโดดเด่นออกมาจากผู้อื่น เติบโตได้ไกล ได้รับการยอมรับมากกว่าผู้อื่น</span></p>
<h2><b>Career Ready Boot Camp 2024 #3.Be Your Best: Enneagram of Personality</b></h2>
<p><b>คุณโสภณ มีสกุล</b><span style="font-weight: 400;"> Assistant Director of HR จาก IMPACT Exhibition Management มาอธิบายถึงการนำเอาความรู้ด้านนพลักษณ์ หรือ Enneagram มาช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ เป็นศาสตร์ที่ประโยชน์ไม่แพ้ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220521-disc-model/"><span style="font-weight: 400;">DISC</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/16-personalities-mbti-10122021/"><span style="font-weight: 400;">MBTI</span></a><span style="font-weight: 400;"> แต่มันก็มีความแตกต่างจาก DISC และ MBTI พอสมควร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Enneagram มีจุดเริ่มต้นย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ เป็นศาสตร์ที่ทำให้เรารู้จักเข้าใจตัวเอง มีความเข้าใจผู้อื่นซึ่งสำคัญมาก ๆ สำหรับคนเป็น HR ที่ต้องพูดคุย ติดต่อสื่อสาร ประสานงานกับผู้อื่นเสมอ การรู้ศาสตร์นี้จะทำให้เข้าใจว่าจะเข้าถึงผู้อื่นอย่างไร จะต้องปรับตัวเข้ากับผู้อื่นอย่างไร และจะเป็นผู้นำที่มีความแตกต่างจากผู้นำตามตำราอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจะรู้ว่าคนไหนอยู่ลักษณ์ไหนได้ เพียงแค่ทำ</span><a href="https://gets-app.nvoid.tech/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">แบบทดสอบ 12 ข้อ</span></a><span style="font-weight: 400;"> ก็พอจะมองเห็นแนวโน้มคร่าว ๆ ได้แล้ว ทั้งนี้ โดยพื้นฐานของการหา Enneagram เชื่อว่าคนมีบุคลิก 9 แบบ แต่ละแบบมีพลังที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน แต่มีสิ่งที่เรียกว่า Center of Excellence ซึ่งมีกลุ่มย่อย 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้</span></p>
<h3><b>1.Doing </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ลักษณ์ในกลุ่มนี้มีแรงขับดันอยู่ที่ความโกรธ ตัดสินใจบนสัญชาตญาณ และชอบลงมือทำทันทีทันใด คนกลุ่มนี้จะมีความเป็นผู้นำสูง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเป็นเผด็จการ พร้อมปล่อยพลังความโกรธอย่างฉับพลันทันใด มีมาตรฐานสูง เป็นคนเจ้าหลักการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สำหรับบางคนอาจเป็นผู้รักสันติ ปฏิเสธความโกรธ เป็นคนที่ไม่ชอบสังคมมากนัก ชอบเข้าแบบกลมกลืนไปกับกลุ่ม แต่รับรู้ความโกรธไว และคอยห้ามไม่ให้ผู้อื่นไม่ให้ทะเลาะกัน</span></p>
<h3><b>2.Feeling </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คนอยู่ในลักษณ์นี้จะตัดสินใจบนความรู้สึก ชอบ ไม่ชอบ ใช่ ไม่ใช่ ให้ความสำคัญกับหน้าตา-ภาพลักษณ์ต้องมาก่อน คนกลุ่มนี้อยากเป็นที่ยอมรับจากผู้อื่น จึงช่วยเหลือผู้อื่นให้มากที่สุด พร้อมช่วยทุกคน เพื่อเป็นคนที่ทุกคนขาดไม่ได้ คนกลุ่มนี้บ้าความสำเร็จขั้นสุด อยากให้คนเห็นว่าเก่ง มีวุฒิภาวะ อยากทำอะไรให้สำเร็จ อยากมีอัตลักษณ์ที่พิเศษ มีตัวตนที่แตกต่างจากผู้อื่น</span></p>
<h3><b>3.Thinking</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กลุ่มนักคิด ชอบคิด ชอบใช้หลักการ มีแรงขับอยู่บนความกลัว เพราะเป็นคนคิดเยอะ เพื่อปิดความเสี่ยงทั้งหมด ไม่ให้ทำผิดพลาด มีความรักอิสระ ไม่ค่อยชอบทำงานร่วมกับผู้อื่น ถ้าจะประชุม จะประชุมให้น้อยที่สุด มีความรับผิดชอบสูง ทำงานหนัก มีความกระตือรือร้น ชอบตั้งคำถาม ชอบเสพความสนุก น่าตื่นเต้น มีความท้าทาย จะตัดสินใจไว และตัดสินใจได้เด็ดขาด</span></p>
<p><b>การจัดทีมตาม Enneagram ให้ดี ไม่ใช่การจัดคนที่เหมือนกันเข้ามาร่วมทีมกัน แต่เป็นการจัดทีมที่มีความหลากหลาย</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อรวบรวมความแข็งแกร่งที่หลากหลายเข้าด้วยกัน เอาจุดแข็งมาปิดช่องจุดอ่อน นั่นจึงจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่บ่อยครั้ง เราอาจจะเจอว่าจะมีบางลักษณ์ที่เราเองอาจไม่อยากทำงานด้วย แต่สิ่งที่คุณโสภณชวนให้คิดก็คือ เราเองก็ต้องตั้งคำถามเหมือนกันว่า คนอื่นอยากทำงานกับเราด้วยไหม ดังนั้นอย่าลืมเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับลักษณ์อื่น ๆ ด้วยเช่นกัน</span></p>
<h2><b>Career Ready Boot Camp 2024 #4.Taking a Risk of Being Gen Z</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41356" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-09T171527.707.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Career Ready Boot Camp 2024 โดย CareerVisa" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Career Ready Boot Camp 2024 โดย CareerVisa 1149" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-09T171527.707.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-09T171527.707-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Session นี้ได้วิทยากร 3 ท่าน ได้แก่ </span><b>คุณพรสัณห์ เชื้อพานิช</b><span style="font-weight: 400;"> Risk Assurance Director จาก PwC Thailand, </span><b>คุณปรียานุช งามเชิดตระกูล</b><span style="font-weight: 400;"> Associate Director | Intl Tax and Tran Svcs (ITTS) จาก EY Corporate Services Limited และ</span><b>คุณวุทธิ นพสุวรรณชัย</b><span style="font-weight: 400;"> Director (Cyber | Technology &amp; Transformation) จาก Deloitte Thailand มาแลกเปลี่ยนกันถึงการบริหารความเสี่ยงในชีวิตจริงคนทำงาน ที่เด็ก Gen Z ควรรู้ เพื่อจะได้บริหารจัดการแบบมือโปร โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Gen Z ควรเลือกงานอย่างไร? การทำงานบริษัทใหญ่ ๆ อาจเป็นตัวเลือกที่หลายคนแนะนำ แต่ทุกวันนี้จะอยู่บริษัทใหญ่หรือเล็กอาจไม่แตกต่างกันมากแล้ว และบางทีความเสี่ยงของการทำงานใสบริษัทใหญ่อาจสูงกว่าด้วย หนึ่งในข้อได้เปรียบของการทำงานในบริษัทเล็ก คือการได้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ รวมถึงการไอ้ลงมือปฏิบัติจริงมากกว่า </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แต่มันก็อยู่กับตัวเรามากกว่าว่าอยากทำอะไร อยากเรียนรู้อะไร ถ้ารู้แล้วจงเก็บเกี่ยวมาให้มากที่สุด ถ้าอยู่บริษัทใหญ่แล้วเกิดโดนเลย์ออฟจริง ๆ ถ้าเราทักษะรอบด้านติดตัว เราก็จะยังเป็นที่ต้องการในตลาดอยู่ดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หากใครตัดสินใจอยากทำงานในองค์กรใหญ่ ถ้าเลือกได้ การเลือกบริษัทระดับโลกไว้ก่อน อาจดีกว่าเลือกบริษัทในระดับประเทศ เพราะจะช่วยให้เราเข้าใจธุรกิจและเข้าใจการทำงานในระดับโลก </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าทุกการตัดสินใจย่อมมีความเสี่ยง แต่เราก็ต้องติดตามข่าวสารด้านการทำงาน หาเวลาดูเทรนด์ตลาด ดูเทรนด์การเงินด้วย เพื่อจะได้รู้ว่าเราอยู่ถูกที่ไหม ถ้าไม่ ควรย้ายไปที่ไหนแทนดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่ช่วยได้คือการมี Connection รู้จักคนที่หลากหลาย คนที่ทำงานในหลาย ๆ ที่ ลองพูดคุยหาข้อมูลกับคนเหล่านี้ จะช่วยให้เราเข้าใจความเสี่ยงขององค์กรที่จะเข้าไปอยู่มากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แวดวงการทำงานนั้นแคบกว่าที่คิด ทุกคนรู้จักกันหมด ถ้าอยากลดความเสี่ยง ควรมีความประพฤติดีด้วย จะช่วยป้องกันเวลาจะย้ายงาน แล้วไม่เจอปัจจัยให้เกิดการปฏิเสธงาน การมีคอนเนคชั่นอาจช่วยให้เส้นทางอาชีพเติบโตได้มากกว่าที่คิดด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ถ้าอยากป้องกันความเสี่ยงที่จะโดนไล่ออก หรือโดนเลย์ออฟ พยายามพัฒนาตัวเอง รู้สิ่งที่ทำจริง ๆ ให้ลึกขึ้น จะได้มั่นใจว่าเราจะเป็นคนที่ถูกเลือก หมั่นติดตามข่าวสารเสมอ หมั่นหาความรู้ใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางของตัวเอง และอย่าลืมว่าเราไม่รู้ว่าเราจะโดนไล่ออกเมื่อไหร่ ในช่วงอายุไหน ดังนั้น หมั่นอัพเดต CV ให้พร้อมกับการหางานด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความเสี่ยงจากการโดนไล่ออก ยังมาจากการเอาความลับบริษัทไปเผยแพร่ด้วย พนักงาน Gen Z อาจอยู่ในยุคที่แชร์เรื่องต่าง ๆ ตามสื่อสังคมออนไลน์เป็นปกติ แต่ต้องระวังด้วยว่าการเอาข้อมูลบางอย่างมาเปิดเผย ยิ่งเป็นของบริษัทใหญ่ ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ ทุกสิ่งที่เปิดเผยอออกไปมีผลทำให้หุ้นขึ้นหรือลงได้ หากเปิดเผยโดยไม่ระมัดระวัง จะทำให้เกิดปัญหาตามมาถึงตัวเราเอง อย่าลืมว่าสิ่งที่เคยโพสต์ลงไปจะเป็น Digital Footprint ที่ไม่มีทางลบออกได้ และมันอาจมีผลอย่างยิ่งในการหางานใหม่ในอนาคต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">นอกจากการรับรู้ว่าการทำงานมีความเสี่ยงอะไร </span><b>สุดท้ายแล้วอย่าลืมเรียนรู้ด้วยว่าตัวเราเองเป็นใคร ถนัดอะไร ต้องเสริมจุดไหน แล้วเมื่อนั้นเราจะรู้ว่าควรบริหารตัวเอง และบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างไร </b><span style="font-weight: 400;">จึงจะอยู่รอดในโลกการทำงานอย่างมีความสุข</span></li>
</ol>
<h2><b>Career Ready Boot Camp 2024 #5.Passion to Business</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41357" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-09T171507.681.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Career Ready Boot Camp 2024 โดย CareerVisa" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Career Ready Boot Camp 2024 โดย CareerVisa 1150" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-09T171507.681.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-09T171507.681-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีก Session ที่น่าสนใจว่าด้วยเอา Passion หรือ </span><i><span style="font-weight: 400;">‘สิ่งที่รัก’</span></i><span style="font-weight: 400;"> มาทำเป็น </span><i><span style="font-weight: 400;">‘งาน’</span></i><span style="font-weight: 400;"> จะดีจริงหรือไม่ งานนี้ได้รับเกียรติจากคุณ</span><b>พันธ์ทิพย์ ดีเจริญ</b><span style="font-weight: 400;"> CEO ของ ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน (Everyday Thai Tea), </span><b>คุณเอกชัย สุขุมวิทยา</b><span style="font-weight: 400;"> CEO ของ Casa Lapin และ</span><b>คุณพรนภา ณ ระนอง </b><span style="font-weight: 400;">CEO ของ กิมมามี KIMMAMESHOP มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมี</span><b>คุณสหธร เพชรวิโรจน์ชัย</b><span style="font-weight: 400;"> Manager จาก HREX ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาระสำคัญมีดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Passion คือเชื้อเพลิง การทำสิ่งที่ชอบจะช่วยเติมไฟในการทำงานให้ลุกโชนขึ้นเสมอ</b><span style="font-weight: 400;"> Passion ในการทำธุกิจเกิดขึ้นได้จากหลากหลายเหตุผล บางคนอาจเกิดจากความชอบส่วนตัว บางคนมาจากการทานอาหาร การแต่งกาย บางคนชอบการดื่มชา กาแฟ พอชอบเรื่องใดมาก ๆ มีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก็หาความรู้เรื่องนั้นมากขึ้น จนเกิดเป็นนิสัยติดตัว และทำให้มองเห็นช่องทางว่า จะทำสิ่งที่ชอบนี้ให้ออกมาโดนใจกลุ่มคนที่ชื่นชอบสิ่งเหล่านี้เหมือนกันได้อย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ถ้าจะทำธุรกิจ ต้องคำนึงถึงลูกค้าเสมอ ต้องรู้ว่าเขาชอบ Branding แบบไหน ชอบอะไร เราวางตัวเองให้แตกต่างและโดดเด่นจากคู่แข่งสื่อสารอย่างไร ต้องส่งข้อความเหล่านั้นไปถึงลูกค้าให้ได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เมื่อทำธุรกิจ การเทรนพนักงานเป็นเรื่องสำคัญ ต้องวางระบบการทำงานให้ดี เพื่อพัฒนาคนให้ทำงานได้ตามเป้า ต้องคิดเสมอว่าจะทำอย่างไรจึงจะทำให้พนักงานมีองค์ความรู้ มีความอินในสิ่งนี้เหมือนกันเพื่อส่งต่อคุณค่าที่ดีไปถึงลูกค้า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การมีความชอบแล้วลงมือทำธุรกิจเลยไม่ผิด การตัดสินใจเร็วในการทำธุรกิจเร็วไม่ผิด แต่ต้องอุดรอยรั่ว ต้องวางแผนให้ดีก่อนลงมือทำ หลายคนผิดพลาดเยอะเพราะไม่วางแผนให้ดีก่อน หลายอย่างต้องใช้เวลา สิ่งที่ทำในวันนี้ อาจผลิดอกออกผลในอีกหลายเดือนหรือหลายปีในอนาคตได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แต่การล้มเหลว ความผิดพลาดก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่เสมอไป สำหรับบางคนอาจใช้จุดนี้เปลี่ยนเป็นแรงบันดาลใจ ให้อยากนำประสบการณ์เหล่านั้นมาทำสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เพื่อที่จะไม่ล้มเหลวในแบบเดิมอีก </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เราล้มเหลวได้ แต่เราต้องลุกให้เป็น จงเรียนรู้ในสิ่งที่ทำผิดพลาดไป เรายังอายุน้อย เรายังสามารถเติบโตได้อีกมาก ยังมีโอกาสให้ลองผิดลองถูกได้เรื่อย ๆ แต่อย่าหยุดพยายาม จนกว่าจะเจอวันที่เป็นของเรา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การจะสำเร็จได้ ไม่ได้มีแค่ตัวเราเอง แต่ยังต้องมีทีมที่พร้อมจะไปด้วยกัน หลายคนกลับมาลุกขึ้นสู้อีกครั้งได้เพราะมีทีมงานและมีคนรอบข้างคอยสนับสนุน หาคนเหล่านั้นให้เจอ ผู้ที่คอยเติมเชื้อไฟในการทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Passion เป็นเรื่องความรัก แต่มันก็สามารถกลายเป็นสิ่งที่เราเกลียดได้ อย่าลืมเวลาพักผ่อนด้วย หรือหากพักไม่ได้ ก็ต้องหาความสนุกในงานนั้นให้เจอเป็นการชดเชย </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มายด์เซ็ตที่ต้องมีในการทำธุรกิจให้สำเร็จ เริ่มจากการไม่กลัวในสิ่งที่ทำ แล้วจงทำไปเรื่อย ๆ ทำอย่างสม่ำเสมอ เราอาจไม่ได้เก่งไปเสียทุกอย่าง ก็อย่าลืมหาคนที่ถนัดในสิ่งที่เราไม่เก่งมาช่วยอุดจุดอ่อนนั้นด้วย แล้วเราจะเจอวันที่ใช่ วันที่เราประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งเป้าไว้แน่นอน</span></li>
</ul>
<h2><b>Career Ready Boot Camp 2024 #6.Meet the Coach: Money Goal</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41358" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-09T171828.147.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Career Ready Boot Camp 2024 โดย CareerVisa" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Career Ready Boot Camp 2024 โดย CareerVisa 1151" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-09T171828.147.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-09T171828.147-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>โค้ชหนุ่ม &#8211; จักรพงษ์ เมษพันธุ์</b><span style="font-weight: 400;"> The Money Coach มาชวนมาตั้งเป้าหมายบริหารเงินในกระเป๋าที่เหมาะกับตัวเอง เพื่อจะได้เก็บเงิน 1 ล้านบาทได้ก่อนเกษียณอายุการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โค้ชหนุ่มเชื่อว่าเรื่องเงินคือเรื่องใหญ่ การเป็นโค้ชการเงินเห็นความปั่นป่วนด้านการเงินเยอะ โดยเฉพาะในระยะหลังที่มักจะมีการพูดว่า ชีวิตที่ดีเป็นอย่างไร จนทำให้คนอยากมีชีวิตแบบนั้นมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครอยากเริ่มต้นด้านการเงินให้ดี โค้ชหนุ่มมีคำแนะนำดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>1.อย่าฟังเสียงบอกเล่าของผู้อื่น </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละคนมีไลฟ์สไตล์ทางการเงินแตกต่างกัน เราต้องรู้ตัวเองก่อนว่าแต่ละเดือนเราต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงพอ ถ้าอยากรู้ว่าต้องใช้เท่าไหร่ ลองเขียนบนกระดาษออกมาจะเห็นเลยว่าแต่ละเดือนต้องใช้เท่าไหร่ ถ้างานที่ทำอยู่ได้เงินเดือนน้อย ก็อาจต้องมองหาที่ใหม่ที่ให้เงินเดือนสูงขึ้นด้วย หรือหางานเสริมเพื่อให้มีเงินมากขึ้น จงจำไว้ว่า เราต้องรับผิดชอบการเงินส่วนตัวของตัวเองให้ได้ โดยไม่ต้องให้ใครมารับผิดชอบชีวิตเรา</span></p>
<h3><b>2.เริ่มวางแผนการเงิน</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองวางแผน 6 เดือนล่วงหน้าให้รู้ว่ารายจ่ายที่กำลังรออยู่มีอะไรบ้าง แล้วมีกระแสเงินสดเพียงพอในแต่ละเดือนหรือไม่ ถ้าจะออมเงิน อย่าเชื่อสูตรว่าออมเงินต้องกี่เปอร์เซ็นต่อเดือน ค่อย ๆ ออมเท่าที่ทำได้และทำไหว แล้วเมื่อมีโอกาสค่อยเพิ่มการออมให้เพิ่มขึ้น สั่งสมมูลค่าให้เพิ่มขึ้น อาจยังไม่ต้องเริ่มลงทุนก็ได้ เริ่มจากการออมให้มีเงินก้อนประมาณหนึ่งก่อน แล้วจากนั้นจะลงทุนยังไม่สาย</span></p>
<h3><b>3.สร้างรายได้เพิ่มขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้จะเกิดขึ้นเมื่อเราเพิ่มทักษะตัวเองมากพอ แล้วเมื่อทักษะของเราสามารถช่วยคนอื่นได้ ก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าในตัวเราเองได้เยอะขึ้นหลายเท่า แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเรามีของในตัวเองมากพอไหมด้วย ดังนั้นหากสนใจอะไร รีบเอาตัวเองลงไปคลุกคลีกับสิ่งนั้นให้มากที่สุด เพื่อสร้างคุณค่า และสร้างมูลค่าเพิ่ม เป็นการเปลี่ยนทุนมนุษย์เป็นทุนการเงิน</span></p>
<h3><b>4.หัดใช้เงินให้รวยขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">พอหาเงินได้เยอะ เราย่อมอยากใช้เงินเยอะขึ้นด้วย เราสามารถใช้จ่ายฟุ่มเฟือยได้ ไม่ผิด แต่จะผิดเมื่อเราใช้จ่ายเกินตัว แต่ละคนต้องหาให้เจอว่าสิ่งไหนจำเป็นสำหรับเรา และถ้าคิดจะฟุ่มเฟือย อย่าลืมเอาเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนเพิ่มด้วยเพื่อให้เงินของเราเติบโตเร็วขึ้น</span></p>
<h3><b>5.ใช้เงินในสิ่งที่ทำให้ใจเราเติมเต็ม</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าจะดื่มกาแฟทุกเช้า เพราะมันทำให้มีความสุขในการทำงาน ก็ให้ซื้อไปเลย เราไม่จำเป็นต้องประหยัดตระหนี่เกินไป แต่ขอแค่เมื่อเราจ่ายไปแล้ว เราจะยังมีเงินพอเหลือต่อยอด เก็บออม และลงทุนต่อ</span></p>
<h3><b>6.วางแผนให้ดีก่อนใช้สินเชื่อ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งสินเชื่อบัตรเครดิต หรือสินเชื่อซื้อบ้าน ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยคือเราใช้สินเชื่อกันไม่เป็น เพราะใช้สินเชื่อไปกับการบริโภค ไม่ได้ใช้เพื่อความจำเป็นพื้นฐาน แล้วพอไม่สามารถจ่ายเงินคืนเต็มจำนวนได้ ก็ต้องเสียเงินจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม ดังนั้นจะใช้สินเชื่อเมื่อไหร่ ต้องดูเรื่องความจำเป็นและความพร้อม ประเมินความสามารถในการชำระคืนด้วยว่าใช้คืนได้แค่ไหน ใช้แล้วเราจะเหลือเงินเก็บเพียงใด</span></p>
<h3><b>7.เริ่มลงทุนไว ใช้วิธีเรียบง่าย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แค่ DCA หรือการลงทุนแต่ละเดือนในจำนวนที่เท่า ๆ กัน แล้วลงทุนอย่างสม่ำเสมอ แต่ต้องรู้ด้วยว่าเรามีความรู้ในการลงทุนแค่ไหน แต่ยิ่งลงทุนเร็วเท่าไหร่ เราจะยิ่งสั่งสมมูลค่า สั่งสมความมั่งคั่ง เราจะเก็บเงินได้มากกว่าคนที่ลงทุนช้าด้วย</span></p>
<h3><b>8.สร้าง Passive Income สร้างรายได้เพิ่มจากทุนชีวิต</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาความรู้ที่สั่งสมมาเปลี่ยนเป็นมูลค่า อาจหางานอดิเรก หรือความสามารถพิเศษมาใช้หาเงินได้ เพื่อสร้าง Passive Income </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากเราอยากมีอิสรภาพการเงินก่อนเกษียณ เราต้องมีวินัยทางการเงิน ซึ่งจะนำมาสู่สุขภาพการเงินที่ดี มีสภาพคล่อง ไม่มีหนี้ พร้อมรับมือความเสี่ยง มีเงินสำรอง มีความรู้ด้านการเงิน ครอบคลุมถึงเรื่องวางแผนภาษี แล้วจากนั้นประตูทุกประตูจะนำไปสู่อิสรภาพการเงินเอง”</span></i><span style="font-weight: 400;"> โค้ชหนุ่มทิ้งท้าย</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Career Ready Boot Camp 2024 โดย CareerVisa 1152"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/careervisa-career-ready-boot-camp-2024-241109/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage &#8211; Day 2</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/work-life-festival-2024-day-2-241103/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/work-life-festival-2024-day-2-241103/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 03 Nov 2024 09:35:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[WORK LIFE FESTIVAL]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=41256</guid>

					<description><![CDATA[อีกวันกับงาน Work Life Festival 2024 มหกรรมเพื่อช่วยคนทำงานหาสมดุล 4 ด้านระหว่าง Work-Wealth-Health-Fun สำหรับงานวันที่ 2 นี้ทุกเวทียังคงอัดแน่นไปด้วยเสวนาที่น่าสนใจเช่นเคย และสามารถเข้ามาฟังในงานได้แบบฟรี ๆ ส่วน HREX ยังคงปักหลักอยู่ที่เวที Skill Force Stage เพื่อสรุปเนื้อหาที่น่าสนใจเช่นเคย ถ้าใครพลาดงานวันนี้ไป มาอ่านสรุปเรื่องที่น่ารู้ได้เลยในบทความนี้ 1. Own Your Pathway คุณสุดคนึง ขัมภรัตน์ นายกสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) กล่าวว่าเมื่อพูดถึงการวางแผนอาชีพ ตนย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน ไม่มีใครจะรู้เส้นทางอาชีพเราได้ดีกว่าตัวเราเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องเข้าใจโลก เข้าใจธุรกิจ เข้าใจความเปลี่ยนแปลงด้วย จึงจะรู้ว่าควรบริหารจัดการตัวเองอย่างไร ควรเดินหน้าไปทางไหน และที่สำคัญต้องเข้าใจตัวเองด้วยว่ามีจุดเด่นหรือจุดแข็งอยู่ตรงไหนบ้าง เพื่อเติบโตในเส้นทางอาชีพอย่างที่ต้องการ คุณสุดคนึงเล่ากรณีของตัวเธอเองว่า ในอดีตเธอไม่ได้วางแผนเส้นทางอาชีพไว้แต่แรก เมื่อก่อนเธอเอาแต่เรียนหนังสืออย่างเดียว ไม่เคยทำกิจกรรม ทำให้เธอไม่เข้าใจโลก ยังไม่เข้าใจวิถีการทำงาน รวมถึงไม่เข้าใจว่ามีงานเกี่ยวกับ HR ด้วย แต่พอได้เปลี่ยนมาทำงาน HR โดยบังเอิญหลังทำงานด้านกฎหมาย ทำให้เธอพบว่านี่คืองานที่มีคุณค่า มีความหมาย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41270" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T134941.965.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2 1166" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T134941.965.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T134941.965-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกวันกับงาน <a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/work-life-festival-2024-day-1-241102/">Work Life Festival 2024</a> มหกรรมเพื่อช่วยคนทำงานหาสมดุล 4 ด้านระหว่าง Work-Wealth-Health-Fun สำหรับงานวันที่ 2 นี้ทุกเวทียังคงอัดแน่นไปด้วยเสวนาที่น่าสนใจเช่นเคย และสามารถเข้ามาฟังในงานได้แบบฟรี ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน HREX ยังคงปักหลักอยู่ที่เวที Skill Force Stage เพื่อสรุปเนื้อหาที่น่าสนใจเช่นเคย ถ้าใครพลาดงานวันนี้ไป มาอ่านสรุปเรื่องที่น่ารู้ได้เลยในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>1. Own Your Pathway</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41271" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T134838.782.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2 1167" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T134838.782.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T134838.782-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณสุดคนึง ขัมภรัตน์</b><span style="font-weight: 400;"> นายกสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย </span><span style="font-weight: 400;">(</span><a href="http://www.pmat.or.th/home/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">PMAT</span></a><span style="font-weight: 400;">) กล่าวว่าเมื่อพูดถึงการวางแผนอาชีพ ตนย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน ไม่มีใครจะรู้เส้นทางอาชีพเราได้ดีกว่าตัวเราเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องเข้าใจโลก เข้าใจธุรกิจ เข้าใจความเปลี่ยนแปลงด้วย จึงจะรู้ว่าควรบริหารจัดการตัวเองอย่างไร ควรเดินหน้าไปทางไหน และที่สำคัญต้องเข้าใจตัวเองด้วยว่ามีจุดเด่นหรือจุดแข็งอยู่ตรงไหนบ้าง เพื่อเติบโตในเส้นทางอาชีพอย่างที่ต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุดคนึงเล่ากรณีของตัวเธอเองว่า ในอดีตเธอไม่ได้วางแผนเส้นทางอาชีพไว้แต่แรก เมื่อก่อนเธอเอาแต่เรียนหนังสืออย่างเดียว ไม่เคยทำกิจกรรม ทำให้เธอไม่เข้าใจโลก ยังไม่เข้าใจวิถีการทำงาน รวมถึงไม่เข้าใจว่ามีงานเกี่ยวกับ HR ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่พอได้เปลี่ยนมาทำงาน HR โดยบังเอิญหลังทำงานด้านกฎหมาย ทำให้เธอพบว่านี่คืองานที่มีคุณค่า มีความหมาย และที่สำคัญเธอรู้สึกด้วยว่าตัวเองทำงานนี้ได้ดีกว่าที่คิด ทำให้เธอมองเห็นเส้นทางที่จะเดินและเติบโตต่อ นำมาสู่การได้รับโอกาสเป็นนายกสมาคม PMAT ในปัจจุบัน ทำงานเพื่อสังคม เพื่อพัฒนาแวดวง HR ให้ดียิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุดคนึง แนะนำว่านอกจากหาจุดเด่นของตัวเองให้เจอ ต้องดูความชื่นชอบของตัวเองด้วยว่า ชอบทำอะไรแล้วมีความสุข จะยิ่งทำให้เราทำงานและมีชีวิตที่เปี่ยมสุขมากขึ้น และเมื่อนั้นโอกาสที่จะเบิร์นเอาท์ก็จะน้อยลงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่ต้องวิเคราะห์ก็คือ มีองค์กรไหนที่ต้องการคนมีทักษะอย่างเราบ้าง หากหาเจอ เราจะเดินไปได้ถูกทาง และเติบโตได้อย่างสง่างาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย แม้จะเป็นวิกฤติ แต่ก็เป็นโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโต สภาพเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ เทคโนโลยีล้วนมีผลกระทบต่อประเทศและโลกอย่างมาก เราอยากเลือกทำงานอะไร หากคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงในด้านเหล่านี้ จะเป็นการเตรียมพร้อมตัวเองให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และบางทีเราอาจไม่ได้ทำงานแค่ที่ไทย แต่เราอาจเติบโตไปทำงานในระดับโลก ในต่างประเทศก็เป็นได้ หรือหากใครไม่อยากทำงานประจำ โอกาสที่จะเติบโตทางอาชีพจากการเป็นฟรีแลนซ์ก็มีเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกโอกาสรอคอยเราอยู่ อยู่ที่ว่าตัวเราเองนั้นจะมีความพร้อมที่จะรับโอกาสนั้นหรือไม่ อย่าปล่อยให้ใครมากำหนดชีวิตของเรา แต่ต้องเป็นตัวเราเองที่ควบคุมชีวิตของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคุณสุดคนึงฝากให้ทุกคนคิดว่า เรามีสิ่งเหล่านี้หรือไม่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Knowledge ความรู้ลึกในสิ่งที่ทำ นอกจากรู้แล้วต้องสามารถอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจง่าย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Skill นอกจากรู้แล้ว ต้องทำทักษะนั้นให้เป็น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Attitude มีทัศนคติที่ดี มีมุมมอง วิธีคิดต่อเรื่องต่าง ๆ บนโลกที่ดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Behavior นิสัยที่ดี ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">และถ้าเรามีสิ่งเหล่านี้ เราจะไม่ต้องกลัวการตกงานอีกเลย</span></p>
<h2><b>2.The Future of Work in 2025: เติบโตอย่างไรให้โดดเด่นและตรงใจองค์กรยุคใหม่ </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41272" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T134827.868.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2 1168" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T134827.868.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T134827.868-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณนภัส ศิริวรางกูร</b><span style="font-weight: 400;"> Managing Director จาก Hewitt Consulting กล่าวว่าโลกอนาคตภายหน้า คนทำงานทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Future Leader ในอนาคตต้องมี 5 คุณสมบัติดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>1.Energy Multiplier</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่งต่อพลัง ต่อยอดรอบด้าน เป็นเรื่องที่สำคัญมากขึ้นหลังจากผ่านวิกฤติโควิด-19 เมื่อมีคนลาออกจำนวนมาก คนเหนื่อยล้าในการทำงาน ในการปรับตัวกับวิถีการทำงานใหม่ และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในองค์กร และมีคนที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพน้อยลง คนต้องการความช่วยเหลือมากขึ้น ดังนั้นทางออกก็คือ องค์กรจึงต้องการคนที่ส่งพลังด้านบวกให้คนรอบข้าง ช่วยเหลือคนรอบข้าง ช่วยต่อยอดด้านดี ๆ ให้คนรอบข้างได้ โดยไม่ทำให้พลังงานลดลง</span></p>
<h3><b>2.Culture Adaptability</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปรับตัวเก่ง ใครรที่เคยทำงานแบบเดิม ๆ โดยไม่เรียนรู้สิ่งใหม่จะอยู่ไม่ได้อีกต่อไป องค์กรต้องการคนที่สามารถปรับเปลี่ยน ปรับตัวไปตามสถานการณ์และบริบททางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ดังนั้นเราต้องปรับตัวตาม เรียนรู้ในทุก ๆ วัน หมั่นติดตามกระแส</span></p>
<h3><b>3.Awareness</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เปิดใจ รู้เขา รู้เรา เป็นปัจจัยสำคัญมาก เราต้องตระหนักรู้ตัวเองว่ามีจุดแข็ง จุดอ่อนอย่างไร ต้องพัฒนาอะไรต่อบ้าง เราอาจขอฟีดแบ็คจากผู้อื่นด้วยก็ได้ จะได้รู้ว่าควรเติบโตอย่างไร</span></p>
<h3><b>4.Humility</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปลดอีโก้ เพื่อก้าวกระโดด มีจุดไหนที่ยังไม่รู้ ก็หมั่นเรียนรู้ และอ่อนน้อมถ่อมตน เพื่อที่เราจะได้พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง</span></p>
<h3><b>5.Embrace Full-Spectrum Experience</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สั่งสมชัยชนะ และเรียนรู้จากความพ่ายแพ้ ชัยชนะเป็นเรื่องที่ดี น่าภาคภูมิใจ แต่หากเราไม่เคยพ่ายแพ้ เราจะไม่มีภูมิคุ้มกัน ไม่ได้เรียนรู้สิ่งล้ำค่าจากสถานการณ์นั้น แล้วนำมาปรับใช้เพื่อก้าวต่อไปอย่างแข็งแกร่งได้เลย บางองค์กรเลือกที่จะแต่งตั้งคนที่ทำงานโครงการใหญ่ผิดพลาดให้ขึ้นเป็นผู้นำ เพราะมีโอกาสสูงที่เขาจะนำบทเรียนครั้งนั้นมาใช้เพื่อพาองค์กรก้าวไปสู่ชัยชนะ ขณะที่คนที่ทำอะไรก็สำเร็จตลอด หากเผชิญวิกฤติและปัญหา อาจไม่รู้ว่าควรแก้ไขอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมี 5 สิ่งนี้จะทำให้เราได้ขยาย Capacity เพื่อรองรับบทบาทสำคัญที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตได้ และจะทำให้เราทำงานสำคัญ ๆ ได้ดีขึ้นแน่นอน</span></p>
<h2><b>3.How to Be the Best Boss &amp; a Good Citizen During a Work Hard Crisis</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41273" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T134759.910.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2 1169" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T134759.910.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T134759.910-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณรวิศ หาญอุตสาหะ</b><span style="font-weight: 400;"> CEO จาก Srichand และ CEO กับ Founder จาก Mission to the Moon เล่าถึงวิธีการบริหารจัดการตัวเองของผู้นำ หรือ Self Control ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนเป็นผู้นำ โลกนี้มีหลายสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น การเมือง สิ่งที่คนอื่นเขาคิดถึงเรา เป็นต้น ถ้าเรารู้ว่าอะไรที่ควบคุมไม่ได้ เราไม่ต้องไปควบคุมมัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่เราต้องโฟกัสก็คือ สิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ด้วยตัวเอง ซึ่งมีไม่กี่อย่างนั่นคือการกระทำ คำพูด และพฤติกรรมของเราเอง ถ้าเราเข้าใจ 3 สิ่งนี้ มันจะเสริมสร้างพลังในการทำงานของเราได้มหาศาล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าอยากเป็นผู้นำที่ดีต้อง Be Comfort with Discomfort หรือรู้สึกโอเคกับความไม่โอเค เพราะผู้นำจะต้องเจอกับสถานการณ์ที่ ‘ไม่โอเค’ อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะทางจิตใจ เขาเปรียบเปรยถึงการวิ่งมาราธอนว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยจู่ ๆ ก็ออกไปวิ่งออกกำลังกาย 42 กิโลเมตรโดยไม่ได้เตรียมพร้อมอะไรมาก่อน แม้จะทำได้สำเร็จ แต่มีข้อน่ากังวลมากมาย เพราะหากผิดพลาดเพียงนิดเดียว ร่างกายอาจไม่สามารถวิ่งได้หรือเดินได้ตามปกติอีกเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่นั่นก็เป็นบทเรียนให้เขาเรียนรู้ว่า ถ้ากลัวการทำอะไรสักอย่าง เราจะก้าวข้ามสิ่งนั้นไปไม่ได้เลย วันนั้นถ้าเขาได้คำเตือนมาก่อน เขาน่าจะวิ่งไม่จบแน่นอน ทำให้เขาเรียนรู้ว่าถ้าเราอยากทำอะไรเพื่อเปลี่ยนโลก เราต้องหาให้เจอก่อนว่าขีดจำกัดของเราอยู่ตรงไหน แล้วเมื่อนั้นเราจะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดแล้วสร้างสรรค์สิ่งที่ดี สิ่งที่มีคุณค่าได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้คุณรวิศทิ้งท้ายว่า มนุษย์เรามีความกลัวห้อมล้อมอยู่ในทุกการกระทำ คนเป็นผู้นำมีเรื่องน่ากลัวให้ต้องตัดสินใจเสมอ เช่น จะพาธุรกิจก้าวไปทางไหน จะบริหารทีมอย่างไร จะไล่คนออกอย่างไร แต่สิ่งที่ผู้นำต้องไม่ลืมทำก็คือ จงมีเมตตากับทุกคน เพราะเราไม่รู้เลยว่าคนในทีมกำลังต่อสู้และเผชิญหน้ากับอะไรอยู่ สิ่งที่เราทำได้คือมีเมตตากับเขา แล้วชีวิตเราจะเดินไปอย่างสงบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และผู้นำที่มีเมตตาจะประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำที่ดี</span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/61?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><br />
<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36612" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59.png" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/59-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2 1170"></a></p>
<h2><b>4.Modern Client Service Skills: The Foundation for Success</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41275" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T144645.505.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2 1171" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T144645.505.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T144645.505-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณรัสรินทร์ อัศววิภาโรจน์</b><span style="font-weight: 400;"> Chief Enterprise Officer จาก Explainer, Like Me กล่าวถึงทักษะที่ต้องมีสำหรับการทำงานกับลูกค้า เพื่อที่จะได้ทำงานและสร้างสรรค์คุณค่าที่ตอบโจทย์กับลูกค้า และนำมาซึ่งการเติบโตขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ผ่านมา หลายคนอาจคิดว่างาน AE นั้นมีหน้าที่แค่ต้องประสานงานกับลูกค้า ดูแลลูกค้า ซึ่งจริง ๆ แล้วงานเหล่านี้ถือเป็นงาน AE ยุคเก่า แต่ในปัจจุบัน งาน AE เปลี่ยนไปตามพฤติกรรมคน ความต้องการ และตลาดที่เปลี่ยนไป คนทำงานก็ต้องเปลี่ยนอย่างมากเพื่อที่จะทำงานนี้ และสร้างสรรค์คุณค่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ตลอดมา ‘ความเร็ว’ คือสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และนับวันก็ยิ่งต้องการเร็วมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งทำให้เธอตั้งคำถามว่าสิ่งที่ทุกคนทำให้ลูกค้านั้นยังเร็วไม่พออีกเหรอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบที่เธอพบก็คือ ไม่ว่าจะเร็วแค่ไหน สิ่งที่ AE ต้องสร้างให้ลูกค้าให้ได้คือ TANGIBLE Outcome หรือการทำให้คนหันมาซื้อสินค้าแบรนด์ลูกค้ามากขึ้น เปลี่ยนใจจากแบรนด์อื่นมากขึ้น โดยต้องไม่ลืมการสร้างคุณค่าให้กับองค์กรนั้น ๆ ด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ AE ต้องมีคือความเข้าใจโจทย์ลูกค้า ความต้องการลูกค้า รู้ว่ากลยุทธ์ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จคืออะไร วิเคราะห์ข้อมูลเป็น รู้ว่าชุดข้อมูลที่มีจะนำไปสู่การตัดสินใจที่แม่นยำอย่างไร เพื่อให้ข้อมูลและคอยเตือนลูกค้า พร้อมทั้งสามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนให้ลูกค้าได้ อาจต้องคิดเชิงกลยุทธ์ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงอยู่ว่างาน AE อาจไม่ได้ลดลง แต่ถ้าทำได้จะทำให้ AE คนนั้นแตกต่างไปจาก AE โดยทั่วไปในท้องตลาด ที่ยังทำงานแบบเดิม ๆ ซึ่งโชคดีตรงที่มี AI มาช่วยงานที่ช่วยลดเวลาการทำงานลงได้เยอะมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่อย่าลืมว่า AI นั้นไม่มี Human Skill ไม่มีใครสามารถรับมือลูกค้าได้ดีเท่ามนุษย์อีกแล้ว จงใช้ AI ช่วยลดเวลาในการทำงานซ้ำ ๆ แล้วเอาไปเพิ่มความผูกพัน เพิ่มความเป็นมนุษย์ในงาน และจะทำให้ลูกค้าเห็นคุณค่าของ AE และทำให้ตัวของ AE เองมองเห็นคุณค่าของตัวเองด้วย</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41258" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T172121.067.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2 1172" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T172121.067.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T172121.067-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/work-life-festival-2024-day-1-241102/">สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage – Day 1</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>5.Leading the Future Workforce: เตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานแห่งอนาคต</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41274" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T144658.316.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2 1173" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T144658.316.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T144658.316-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณธัญจิรา พิมลแสงสุริยา</b><span style="font-weight: 400;"> Group Head of Operations จาก </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Slingshot Group</span></a><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่าปี 2023 มีคน 4 เจนเนอเรชั่นที่ทำงานประจำอยู่ที่ 39.9 ล้านคน เมื่อมีคนทำงานมาก ก็ทำให้เราต้องยิ่งทำความเข้าใจคนอื่น ๆ มากตามไปด้วย เพื่อให้การทำงานออกมาราบรื่น และเดินไปถึงเป้าหมายได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากรีเสิร์ชของ Slingshot พบว่า คนแต่ละเจน โดยเฉพาะคนรุ่นใหญ่ และคนรุ่นใหม่ต่างมีความชื่นชอบในการทำงานกับผู้อื่นแตกต่างกัน ภายใต้ CARE Model หรือ </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Communication Dynamics</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Approach Success</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Reward Strategies</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Empathy and Support</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยสามารถสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คนรุ่นใหญ่เวลาจะทำงานกับใคร ชอบทำงานด้วยความเป็นทางการมากกว่า เวลาประชุมก็ต้องมีความเป็นทางการ และคิดว่าไม่จำเป็นต้องให้คำชื่นชมเยอะ แต่ถ้าจะให้คำชมแต่ละครั้ง จะให้แบบยิ่งใหญ่ ส่วนคนรุ่นใหม่จะชอบการพูดคุยกันบ่อย ๆ การพูดคุยนี้ไม่ต้องประชุมเป็นทางการมากก็ได้ ส่วนคำชื่นชม ไม่ต้องคำชมยิ่งใหญ่มาก ขอแค่ชมบ่อย ๆ เยอะ ๆ เป็นพอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คนรุ่นใหญ่พูดถึงการเทรนนิ่งไว้ว่า สิ่งที่ผู้นำทำได้เพื่อให้เกิดการพัฒนาคือ ช่วยให้เขาเข้าถึงคอร์สการเรียนรู้ และให้อิสระเขาในการเลือกว่าอยากเรียนอะไร จากนั้นให้โอกาสเขาได้ลองเป็นผู้นำ ได้ออกไปสร้างเครือข่ายเพื่อพบเจอคนใหม่ ๆ ส่วนคนรุ่นใหม่ ต้องการการลองผิดลองถูก เพื่อหาโอกาสในการทำงานอย่างเหมาะสม แต่ขณะเดียวกันก็ต้องการ Networking ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องการเหมือนกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นยังต้องการชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น ไปจนถึงความยืดหยุ่นในการทำงาน และทุกเจนยังต้องการการดูแลเรื่องสุขภาพจิต โดยที่คนรุ่นใหม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตมากกว่าคนรุ่นอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด โดยหากเป็นไปได้ องค์กรต้องสร้างองค์กรให้มี Psychological Safety หรือมีความปลอดภัยทางใจด้วย จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรที่สุด</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">คนแต่ละเจนมีวิถีการพัฒนา มีความชื่นชอบที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามก็มีอีกหลายด้านที่เหมือนกัน ดังนั้นเป็นหน้าที่ของผู้นำแล้วที่ต้องจัดสรรวิถีการทำงานให้เหมาะสมและตอบโจทย์กับความต้องการของพวกเขา เพื่อทำให้สามารถทำงานและเพิ่มคุณค่าขององค์กรได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/80?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36629" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/76-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2 1174"></a></p>
<h2><b>6. Jumpstart Your ESG Skillset: เตรียมตัวให้พร้อมสู่โลกที่ยั่งยืน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41280" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T154700.874.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2 1175" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T154700.874.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T154700.874-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณอนันตชัย ยูรประถม</b><span style="font-weight: 400;"> Director จาก SBDi หรือสถาบันการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน กล่าวว่าความยั่งยืนไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างความสำเร็จขององค์กรในอนาคต ที่ทุกคนไม่สามารถมองข้ามได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ แล้วเรื่องความยั่งยืนเป็นสิ่งที่องค์กรระดับโลกให้ความสำคัญมานานหลาย 10 ปีแล้ว แต่เพิ่งกลายมาเป็นเทรนด์เมื่อไม่กี่ปีมานี้ พอ ESG กลายเป็นเทรนด์วงกว้าง สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือการผลักดันและพัฒนาคมเพื่อให้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของความยั่งยืนด้วย และหากองค์กรไหนมีคนที่มีความรู้ด้านนี้ องค์กรทั้งหลายจะหมายตาและอยากดึงตัวไปร่วมงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจะทำงานด้านความยั่งยืน ไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม คำนวณ Carbon Footprint เป็นขนาดนั้น เพราะบริษัทไม่ได้แค่ต้องคำนึงเรื่องสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ต้องการคนมาดูแลภาพรวมที่ส่งเสริมความยั่งยืน เพื่อให้ตอบโจทย์ด้านสังคมและธรรมาภิบาลด้วย โดยหลัก ๆ แล้วคนที่องค์กรต้องการมีดังต่อไปนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ESG Strategist คนที่มีหัวกลยุทธ์ทางธุรกิจ เพื่อให้กลยุทธ์ตอบโจทย์กับองค์กรและสังคมไปพร้อมกันทั้งหมด </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ESG Expert ผู้เชี่ยวชาญที่มีความเข้าใจว่า งานส่วนไหนในภาพรวมที่มีผลต่อเรื่องความยั่งยืนขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ESG Activist ผู้ที่ทำโครงการ ทำงานร่วมและเชื่อมกับชุมชน ภาคประชาชน </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ESG Assessor ผู้ที่คอยประเมินผลความยั่งยืนขององค์กร คนที่จะเข้าไปทำงานร่วมกับคนในทุกสายงาน </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน ESG แทรกซึมอยู่ในทุกสายงาน ไม่ว่าจะงานด้านการตลาด, Data ไปจนถึง HR หากใครเข้าใจงานด้านนี้ รู้ว่าตัวเองมีความถนัดและความสนใจด้านนี้ สามารถประยุกต์ความรู้ด้านความยั่งยืนเข้ากับงานประจำได้ นอกจากจะได้ขับเคลื่อนโลกและองค์กรให้น่าอยู่มากขึ้น ยังจะได้โอกาสเติบโตในหน้าที่การงานมากขึ้นเช่นกัน</span></p>
<h2><b>7.Decode the Chinese Mindset: เรียนรู้แนวคิดและทักษะที่จะผลักดันให้เราเหนือกว่า </b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41279" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T154551.893.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2 1176" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T154551.893.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T154551.893-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณธนพร ตั้งวุฒิเวศน์</b><span style="font-weight: 400;"> Head of Public Relations จาก Possefy Group / Oppo ประเทศไทย เล่าถึงบริบทการทำงานในบริษัทจากประเทศจีนว่ามีความแตกต่างจากบริบทของไทยหลายประการ คนส่วนใหญ่อาจชอบคิดว่าบริษัทจีนทำงานหนักมาก ซึ่งก็จริง แต่บริษัทจีนในไทยไม่ได้ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ หรือทำงานแบบ 996 เหมือนที่จีน อย่างไรก็ตามเวลาทำงานทุกคนจะมีความกระตือรือร้น และพร้อมปรับตัวตลอดเวลาเพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดใหม่ ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทำให้การทำงานมีความกดดันสูง แต่ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ บริษัทจีนในไทยกลับมีความเปิดกว้างในการแสดงความคิดเห็น มีความยืดหยุ่นในวิธีการทำงานสูง ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ที่จำเป็น ทำให้พนักงานได้แสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับแนวคิดของคนจีนที่มีประโยชน์มาก ๆ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จคือ ความไม่หยุดนิ่ง เพราะคนจีนมุ่งมั่นพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ตลอดเวลา สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ และเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ อย่าหยุดนิ่งกับสิ่งที่คิดว่าดีแล้ว เพราะสิ่งที่คิดว่าดีในวันนี้ อาจไม่ดีในอนาคตก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนแนวคิดของผู้บริหาร ก็มีความต้องการพัฒนาทักษะคนตลอดเวลาด้วย คนจะต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พนักงานต้องมีทัศนคติพร้อมพัฒนา พร้อมเรียนรู้ตลอดเวลา หากมีสิ่งนี้จะช่วยเสริมให้ตัวเองและองค์กรสามารถแข่งขันกับผู้อื่นและเติบโตไปได้ในระดับสากล</span></p>
<h2><b>8.Global-Ready Capability เตรียมตัวสู่การเติบโตในเวทีโลก</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41283" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T162438.891.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2 1177" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T162438.891.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-03T162438.891-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณปณิดา อนุกุล</b><span style="font-weight: 400;"> Group Director &#8211; People Transformation &amp; Talent Management จาก Minor International PCL เล่าว่าหากเราต้องการเติบโตสู่เวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคง ตัวเราเองต้องมีคุณสมบัติ 3 สิ่งดังต่อไปนี้</span></p>
<p><b>1.Hyper Collaboration</b><span style="font-weight: 400;"> ประสานความร่วมมือกับผู้อื่นแบบสุดโต่ง ไม่แค่ตัวเราเองที่ทำงานได้ แต่คนที่ทำงานด้วยกัน คนที่อยู่รายล้อมก็ต้องสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น นำไปสู่การคิดนอกกรอบเพื่อนำไปสู่การเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยยิ่งเราคิดแตกหน่อแนวทางได้มากเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จมากเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าอยากมีสมรรถนะด้านนี้ ลองเข้าหาคนที่แตกต่างไปจากเรา หรือคนที่เราไม่คุ้นชิน ลองออกจาก Comfort Zone ไปหาคนที่ทำงานในสายอื่น ๆ ดูบ้าง เมื่อไหร่ก็ตามที่คุยกับคนด้านอื่น จะทำให้มองเห็นภาพรวมที่กว้างไกลขึ้น มีองค์ความรู้ที่กว้างขวางขึ้น</span></p>
<p><b>2.Leadership Ambidexterity</b><span style="font-weight: 400;"> หรือผู้นำที่ใช้มือ 2 ข้างได้ถนัด กล่าวคือคนที่คิดเป็นปฏิบัติเป็น สามารถทำงานที่ซับซ้อน สามารถปรับตัว และคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้ดีกว่าผู้อื่น ไปจนถึงคนที่ไม่แค่คิดแต่กลยุทธ์ระยะยาว แต่วางแผนระยะสั้นเป็น เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากในองค์กรมี Job Rotation จะช่วยให้เราปรับตัวเข้ากับบริบทที่แตกต่าง สามารถปรับเปลี่ยนวิถีการทำงานไปตามงานที่เปลี่ยนไปได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้เราถนัดทั้ง 2 มือมากขึ้นตามไปด้วย</span></p>
<p><b>3.Global Mindset</b><span style="font-weight: 400;"> คนที่จะเติบโตในระดับโลก ต้องโอบรับความหลากหลาย ทั้งความคิด การศึกษา ประสบการณ์ ความเชื่อ จะนำมาสู่มุมมองที่หลากหลาย และจะนำมาสู่โอกาสที่หลากหลายด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้เราไม่ใช่แค่ประชากรไทย แต่เราเป็นประชากรโลก การเปิดรับความแตกต่าง จะทำให้เรานำพาธุรกิจเข้าไปยืนอยู่ในระดับโลกได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเริ่มได้ง่าย ๆ เพียงแค่เปิดรับสื่อจากต่างประเทศ เปิดองค์ความรู้จากต่างชาติเพียงวันละนิดวันละหน่อย เราจะรู้ว่ามีอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นบ้าง หากพาตัวเองเข้าไปทำงานท่ามกลางวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีกลุ่มที่หลากหลายได้ จะเป็นสิ่งที่เพิ่มคุณค่าให้ตัวเราเองได้มหาศาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ คุณปณิดาเน้นย้ำว่า จงอย่าทำให้ตัวเราเองมีทางเลือกเดียว แต่จงสร้างทางเลือกหลายประการ หรือสร้าง Career Lattice จักสานเส้นทางอาชีพตัวเองไม่ให้โตแค่แนวดิ่ง แต่โตในแนวราบ หมั่นเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ให้มาก จะทำให้มีมุมมองที่หลากหลาย ทำให้เราเข้าใจคนที่หลากหลาย และเติบโตในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 2 1178"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/work-life-festival-2024-day-2-241103/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage &#8211; Day 1</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/hrinsight/work-life-festival-2024-day-1-241102/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/hrinsight/work-life-festival-2024-day-1-241102/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 Nov 2024 10:48:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Insight]]></category>
		<category><![CDATA[WORK LIFE FESTIVAL]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=41254</guid>

					<description><![CDATA[การใช้ชีวิตจะมีความสุขหรือไม่ หนึ่งในปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับว่า การทำงานราบรื่นและมีความสุขไหมด้วย เมื่อความสุขในการทำงานและการใช้ชีวิตล้วนสอดคล้องกัน Future Trends จึงผนึกกำลังพันธมิตรหลายส่วนเพื่อจัดงาน Work Life Festival 2024 ขึ้นมาในวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2024 พร้อมเชิญวิทยากรจำนวนมากมาพูดคุยให้ความรู้ และมอบเกร็ดการทำงานและการใช้ชีวิตที่น่าจะมีประโยชน์ และสามารถนำไปปรับใช้ได้ไม่มากก็น้อย HREX มีโอกาสเข้าร่วมงานนี้ด้วย และปักหลักฟังเสวนาประจำเวที Skill Force Stage โดยเฉพาะ เพื่อสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับการเสวนาด้านการทำงานที่ HR ทุกคนควรต้องรู้ เนื้อหาที่น่าสนใจมีเรื่องอะไรบ้าง ติดตามได้ในบทความนี้เลย 1. Opening Remarks คุณธนโชติ วิสุทธิสมาน CEO ของ Like Me กล่าวเปิดงาน Work Life Festival 2024 ประจำวันแรกว่า Future Trends ค้นพบ 4 สถิติที่น่าสนใจที่มีผลต่อชีวิตของคนทำงานทุกคนดังนี้ 17 ล้าน เป็นจำนวนของคนไทยที่เสี่ยงตกงานในปี 2030 เนื่องจากการมาของ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41258" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T172121.067.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1 1190" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T172121.067.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T172121.067-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การใช้ชีวิตจะมีความสุขหรือไม่ หนึ่งในปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับว่า การทำงานราบรื่นและมีความสุขไหมด้วย</p>
<p>เมื่อความสุขในการทำงานและการใช้ชีวิตล้วนสอดคล้องกัน Future Trends จึงผนึกกำลังพันธมิตรหลายส่วนเพื่อจัดงาน Work Life Festival 2024 ขึ้นมาในวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2024 พร้อมเชิญวิทยากรจำนวนมากมาพูดคุยให้ความรู้ และมอบเกร็ดการทำงานและการใช้ชีวิตที่น่าจะมีประโยชน์ และสามารถนำไปปรับใช้ได้ไม่มากก็น้อย</p>
<p>HREX มีโอกาสเข้าร่วมงานนี้ด้วย และปักหลักฟังเสวนาประจำเวที Skill Force Stage โดยเฉพาะ เพื่อสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับการเสวนาด้านการทำงานที่ HR ทุกคนควรต้องรู้ เนื้อหาที่น่าสนใจมีเรื่องอะไรบ้าง ติดตามได้ในบทความนี้เลย</p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>1. Opening Remarks</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41259" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173524.459.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1 1191" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173524.459.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173524.459-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณธนโชติ วิสุทธิสมาน</b><span style="font-weight: 400;"> CEO ของ Like Me กล่าวเปิดงาน Work Life Festival 2024 ประจำวันแรกว่า Future Trends ค้นพบ 4 สถิติที่น่าสนใจที่มีผลต่อชีวิตของคนทำงานทุกคนดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">17 ล้าน เป็นจำนวนของคนไทยที่เสี่ยงตกงานในปี 2030 เนื่องจากการมาของ AI และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี แม้จะมีตำแหน่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นเช่นกัน แต่ก็มีน้อยกว่านั้นมาก อีกทั้งตำแหน่งงานที่เกิดใหม่ก็มีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้คนที่ตกงานจะหาโอกาสกลับมาทำงานใหม่ยากขึ้นตามไปด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">7 ล้าน คือจำนวนของคนที่มีความเสี่ยงเบิร์นเอาท์ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองที่มีการสำรวจพบว่า Work Life Balance ของคนแย่สุดอันดับต้น ๆ ของโลก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">5 ล้าน คือจำนวนเงินที่ต้องมีหากไม่อยากใช้ชีวิตยากลำบากยามเกษียณ แต่ก็มีแนวโน้มสูงว่าเงินแค่นี้จะไม่เพียงพอต่อการเกษียณสำราญในอนาคต</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">คนทำงานทุกคนน่าจะตระหนักดีว่าต้องเผชิญความวุ่นวายและความท้าทายอย่างไรบ้าง ทั้งการเลี้ยงดูตัวเองให้มีชีวิตที่ดี ไปถึงการเลี้ยงดูพ่อแม่ครอบครัว และพอต้องรับผิดชอบหลายสิ่งหลายอย่างเยอะมาก ก็ทำให้ Work-Wealth-Health-Fun ของแต่ละคนขาดความสมดุลด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นไปได้ไหมที่ทั้ง 4 มิตินี้ออกมาดีและสมดุล ? คำตอบคือเป็นไปได้ คุณธนโชติหวังว่า การจัดงาน Work Life Festival ครั้งนี้จะทำให้คนได้เติมเต็มอย่างน้อยด้านใดด้านหนึ่งใน 4 ด้านนี้ให้ดีขึ้น ทำให้ชีวิตของทุกคนดีขึ้น เพื่อให้สังคมเติบโตไปสู่ด้านที่ดีขึ้น ฝ่าฟันทุกวิกฤติและทุกความเปราะบางไปได้</span></p>
<h2><b>2.10 Skills and Trends for Marketer in 2024</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41260" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173539.424.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1 1192" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173539.424.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173539.424-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณจิตติพงศ์ เลิศประดิษฐ์</b><span style="font-weight: 400;"> นายกสมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด MarTech Association และ Founder ของ Marketing Tech Thailand และ</span><b>คุณสโรจ เลาหศิริ</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการตลาด จากเพจสโรจขบคิดการตลาด มาร่วมแลกเปลี่ยนกันว่า AI นั้นมีผลกระทบต่อการทำงานการตลาดใหม่ ๆ เปลี่ยนวิธีการคิด เปลี่ยนวิถีการเรียนรู้ ช่วยอำนวยความสะดวกคนทำงานหลายประการ ทำให้นักการตลาดทำงานง่ายขึ้น คิดกลยุทธ์ใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญที่สุด ทำให้เรื่องที่เคยเป็นไปไม่ได้กลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้มี 10 สิ่งที่นักการตลาดจำเป็นต้องรู้และเตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ทำงานในยุค AI ครองโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังต่อไปนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Strategic Vision</b><span style="font-weight: 400;"> มีหัวด้านกลยุทธ์ คิดเป็น มีวิสัยทัศน์ในการใช้เครื่องมือ ว่าจะใช้มันทำงานให้แตกต่างจากผู้อื่นอย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Data Literacy </b><span style="font-weight: 400;">ตระหนักรู้เรื่องข้อมูล ตื่นรู้ว่าจะใช้ข้อมูลอย่างไรจึงจะเกิดประโยชน์ รู้ว่าข้อมูลมาจากแหล่งใด รู้ว่าข้อมูลที่ AI ให้มาถูกหรือผิด จริงหรือปลอม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Agility in Adaptation</b><span style="font-weight: 400;"> ว่องไวในการปรับตัวและเอาตัวรอด เพราะพอโลกเปลี่ยนไปไวแค่ไหน ชุดความรู้ในการทำงานก็จะเปลี่ยนไปเสมอ ดังนั้นเราต้องหาทางเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยเร็วที่สุด </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Humanization</b><span style="font-weight: 400;"> แม้โลกจะเปลี่ยนไป แต่ต้องไม่ลืมความเป็นมนุษย์ ต้องรู้ว่างานแบบไหนควรใช้ AI งานแบบไหนควรใช้มนุษย์ในการทำงานจึงจะเกิดประสิทธิภาพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Collaborative Leadership</b><span style="font-weight: 400;"> ตัวเราเองเก่งคนเดียวไม่มีทางไปรอด เราต้องมีความเป็นผู้นำพอที่จะรวบรวมผู้คนให้เดินหน้าไปยังทิศทางเดียวกันได้ มีทักษะการสื่อสาร ความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่นด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>AI Fundamentals</b><span style="font-weight: 400;"> เข้าใจพื้นฐานการทำงานของ AI จะช่วยให้เราพอเข้าใจต่อว่าจะนำข้อมูลที่ได้ไปต่อยอดอะไรต่อ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>AI Strategic Vision</b><span style="font-weight: 400;"> พอเข้าใจพื้นฐาน ก็จะเริ่มเข้าใจว่าควรวางกลยุทธ์อย่างไร โดยใช้ AI อย่างเกิดประโยชน์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>AI Embedded In Marketing Operation</b><span style="font-weight: 400;"> เข้าใจกระบวนการทำงานการตลาด ว่าจะเอา AI มาช่วยทำงานอย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Learning and Adaptability</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต ปรับตัวตลอดชีวิต </span></li>
</ol>
<p><b>Project Management</b><span style="font-weight: 400;"> สามารถบริหารโปรเจ็คท์เชิงตรรกะได้ รู้ว่าต้องบริหารจัดการทางธุรกิจอย่างไรทั้งในระยะใกล้ กลาง ไกล จึงจะอยู่รอด</span></p>
<h2><b>3.The Winning Skills for a Competitive Edge in the Future of Work</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41261" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173616.565.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1 1193" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173616.565.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173616.565-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์</b><span style="font-weight: 400;"> Co-Founder และ COO จาก </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/127?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">JobThai</span></a><span style="font-weight: 400;"> มาอธิบายว่า ในโลกการทำงาน เราต้องมีทักษะอะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในปัจจุบันและอนาคตบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณแสงเดือนเล่าว่า การจะอยู่รอดในอนาคต เราต้องเข้าใจ Mega Trends หรือสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกก่อน ทุกสิ่งทุกอย่างแม้จะเกิดขึ้นในต่างประเทศ ย่อมส่งผลต่อไทยไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง โดยเทรนด์ที่ตอนนี้มีอิทธิพลมาก ๆ อย่างปฏิเสธไม่ได้ก็คือเรื่องการใช้ AI ไปจนถึงระบบ Automation ที่กำลังมาทดแทนหรือแทนที่คนในการทำงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถึงแม้มันจะมาทดแทนคน โอกาสก็ไม่เคยปิดกั้นเพราะจะมีงานใหม่ ๆ เกิดขึ้นเสมอ อย่างไรก็ตามโลกยุคต่อไป การสรรหาพนักงานเพื่อหาคนที่เป็นทาเลนต์นั้นจะยากกว่าเดิม ดังนั้นคนทำงานก็ต้องพัฒนาตัวเอง เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ เพื่อที่จะทำงานได้ดีกว่า AI</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยมี 3 ทักษะที่ทุกคนต้องมี ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Technical Skills</b><span style="font-weight: 400;"> หรือทักษะ Hard Skills ที่เราต้องรู้ลึกรู้จริงในการทำงาน รู้วิธีใช้เครื่องมือต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ซฟอต์แวร์ ใช้โปรแกรมต่าง ๆ ให้เป็น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Conceptual Skills</b><span style="font-weight: 400;"> ทักษะการคิดวิเคราะห์ มีความรู้รอบ รู้หลายด้าน แล้วสามารถนำมาดัดแปลงแล้วใช้ในการทำงานได้ มีทักษะการคิดแก้ไขปัญหา รู้ว่าจะป้องกันและแก้ปัญหาแต่ละอย่างอย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Human Skills</b><span style="font-weight: 400;"> มีทักษะการทำงานร่วมกับคน ร่วมกับผู้อื่น ทำงานเป็นทีมได้ สื่อสารกับผู้อื่นให้เข้าใจง่าย</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากทักษะข้างต้นซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น Hard SKills แล้ว ยังมี Soft Skills ที่เราจำเป็นต้องมีเพื่อการทำงานในอนาคต ดังต่อไปนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Communication</b><span style="font-weight: 400;"> ทักษะการสื่อสาร ฟัง พูด อ่าน เขียน วิเคราะห์ ไม่สักแต่เขียน ไม่สักแต่พูด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Dependability and Attention to Detai</b><span style="font-weight: 400;">l มีความน่าเชื่อถือ เชื่อมั่น ใส่ใจในรายละเอียด รับปากอะไรไป ต้องทำให้ได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Customer Experience</b><span style="font-weight: 400;"> อ่านใจลูกค้าให้ออก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Quality Management</b><span style="font-weight: 400;"> วิธีการทำงานมีประสิทธิภาพ และจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้ต่อ ๆ ไป</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Resilience</b><span style="font-weight: 400;"> มีความยืดหยุ่น ปรับตัวง่าย พร้อมรับมือต่อทุกการเปลี่ยนแปลง</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมีทักษะใหม่ ๆ เกิดขึ้น การ Upskill และ Reskill คือสิ่งสำคัญ การจบมาทำงานไม่ตรงสายจะกลายเป็นเรื่องปกติ ถ้าเราเรียนรู้ที่จะมีทักษะหลากหลาย องค์กรจะยิ่งเห็นคุณค่า และอยากร่วมงานด้วย ดังนั้นอย่าลืมพัฒนาตัวเองและปรับตัวตลอดเวลา เพื่อเป็นผู้ชนะในโลกการทำงาน และยืนหยัดอยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง</span></p>
<h2><b>4.What’s Next? ก้าวต่อไปของคนไทยในแผนที่ธุรกิจโลก</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41262" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173934.885.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1 1194" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173934.885.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173934.885-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาว่า แม้ในภาพกว้างจะเห็นการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยบางช่วงอาจเผชิญกับอุปสรรคและปัญหาบ้าง ถึงอย่างนั้นก็ตาม หากวิเคราะห์จริงจังจะพบว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยกลับค่อย ๆ ลดถอย จากที่เคยโต 7% ต่อปี ค่อย ๆ ลดลงเหลือ 5% จนเหลือเพียง 2% ต่อปีเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเติบโตที่ถดถอยลงนี้บอกถึงความสามารถของไทยในการแข่งขันกับประเทศอื่นได้น้อยลง ซึ่งหากปล่อยไว้ต่อไปจะยิ่งเป็นปัญหาในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่เป็นระเบิดเวลารอการปะทุคือ การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย เมื่อจะมีคนมากกว่า 20% มีอายุมากกว่า 60 ปี แต่จำนวนเด็กเกิดใหม่จากที่เคยมีมากกว่า 1 ล้านคน ปัจจุบันอัตราการเกิดใหม่กลับต่ำกว่า 5 แสนคนแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่อยากมีลูก เพราะกังวลว่าจะไม่สามารถสร้างครอบครัว หรือส่งเสียลูกให้ได้มีชีวิตที่ดีได้ ทำให้ในอนาคตเราทุกคนที่ยังอยู่จะต้องเพิ่ม Productivity ถึง 38% ไม่ใช่เพื่อที่จะเอาชนะประเทศอื่น แต่เพื่อที่จะให้ไทยยังสามารถยืนอยู่ในจุดเดิมที่ยืนอยู่มานานเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเปรียบเทียบไทยกับประเทศเกาหลีใต้ สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย จะเห็นได้ว่าหลายสิบปีก่อน การเติบโตจะควบคู่มาใกล้เคียงกัน ไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ไทยกลับมีการเติบโตที่น้อยกว่าประเทศอื่น จนหากเป็นเช่นนี้เรื่อย ๆ ประเทศที่เหลือจะยิ่งทิ้งห่างไทยไปไกล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวแปรที่ทำให้การเติบโตแตกต่างกันมาก มาจากความสามารถในการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศที่ร่ำรวยล้วนมีเทคโนโลยีของตัวเองทั้งนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศไทยขาด และยิ่งโลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เทคโนโลยีก็ยิ่งพัฒนาไปเร็วด้วย หากไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเอง เอา AI มาใช้ประโยชน์ เราอาจจะสร้างสิ่งที่ดี สิ่งที่ก้าวหน้าขึ้นมาได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเราจะแข่งกับต่างประเทศ แข่งขันกับโลก เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องลงทุนกับเทคโนโลยี ลงทุนกับอนาคต ลงทุนกับการพัฒนาทักษะของบุคลากรของคนในองค์กรและคนในประเทศ มิฉะนั้นต้นทุนขององค์กรในการได้มาซึ่งกำไรจะยิ่งสูงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือเราต้องอย่ามองเรื่องเหล่านี้ว่าเป็นเรื่องง่าย เพราะทันไม่เคยง่าย ความสำเร็จทุกอย่างล้วนต้องใช้เวลา ฟูมฟักพัฒนาทั้งสิ้น การจะพัฒนาให้สำเร็จ ต้องพัฒนาทักษะคน เราอาจมีเทคโนโลยีแล้วก็จริง แต่ก็อย่าลืมพัฒนาทักษะคนในองค์กรด้วย เราเอาหุ่นยนต์มาทำงานแทนคน แต่ก็อย่าลืมพัฒนาทักษะใหม่ของพวกเขา ทำให้เขาเกิดมูลค่ามากขึ้นด้วย ทักษะต้องเปลี่ยนไปควบคู่กับโลกที่เปลี่ยนไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไทยจะไม่สามารถแข่งขันกับโลกได้ในช่วงเวลา 3-5 ปี เพราะต้องใช้เวลาบ่มเพาะเป็น 10 ปี เพื่อสร้างระบบนิเวศของสังคมที่สำเร็จ แต่มันไม่เคยมีคำว่าสายไปที่จะเริ่มต้นบ่มเพาะ เริ่มต้นเปลี่ยนแปลง และสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่า เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมทำให้ไทยกลายเป็นประเทศพัฒนาได้ ผ่านการเพิ่มทักษะ เพิ่ม Productivity ถ้าไม่เริ่มทำอย่างนั้นตั้งแต่วันนี้ ในอนาคตเราจะไม่สามารถต่อกรกับใครได้เลย</span></p>
<h2><b>5.HR Revolution เปลี่ยนบทบาท สร้างคุณค่า สู่โลกการทำงานใหม่</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41263" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T174054.966.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1 1195" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T174054.966.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T174054.966-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณสหธร เพชรวิโรจน์ชัย</b><span style="font-weight: 400;"> Manager จาก HREX.asia เล่าถึงบทบาทของ HR ว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรอบด้านของโลกใบนี้ บทบาทของ HR ก็ต้องเปลี่ยนแปลงเช่นกันหากต้องการให้องค์กรประสบความสำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR คือผู้มีคุณค่าและมีมูลค่าต่อองค์กร มิติที่น่าสนใจคือ HR อยู่กับพนักงานทุกคนเสมอตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของการทำงาน บางคนอาจไม่สนิทหรือไม่คุ้นเคยกับคนเป็น HR แต่ตลอดเวลา HR คือผู้สร้างโลกการทำงานไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีแก่ทุกคนเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอดีตตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม นายจ้างอาจมีบทบาทมากที่สุดในองค์กร จะกดขี่พนักงานอย่างไรก็ได้ แต่ต่อมาลูกจ้างเริ่มมีอำนาจ เริ่มมีปากมีเสียง เริ่มถ่วงดุลอำนาจของนายจ้างมากขึ้น นำมาสู่การพัฒนาแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล ต่อยอดขึ้นมาจนกลายเป็นแนวคิด HR ที่พัฒนาจากการเป็นแค่ Admin แต่ต้องเป็น HR Business Partner ที่ทำงานเพื่อเพิ่มคุณค่าขององค์กรและทางธุรกิจ เพราะ HR ต้องร่วมวางกลยุทธ์ที่สอดคล้องไปกับวัฒนธรรมองค์กร และการเปลี่ยนแปลงของโลกด้วย ต้องไม่ทำงานเอกสาร เช้าชามเย็นชามอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเกิดปัจจัยที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงแบบไม่คาดคิดคือโรคโควิด-19 ที่เปลี่ยนวงการ HR เข้าสู่ยุคแห่ง HR Tech ทำให้ HR ต้องเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์มากขึ้นในการบริหารองค์กรมากขึ้น หากเอาเทคโนโลยีมาใช้จะช่วยลดเวลาในการทำงานได้มหาศาล จนมีเวลาทำสิ่งดี ๆ ให้องค์กรมากขึ้นตามมาด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปเพียงใด HR ยังเป็นตัวกลางระหว่างลูกจ้างและนายจ้าง ต้องทำงานท่ามกลางความท้าทายคือต้องบาลานซ์ความต้องการของทั้ง 2 ฝ่ายให้ได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสหธรเน้นย้ำว่า เราอยากอยู่ในโลกการทำงานแบบไหน ขอแนะนำให้ไปบอก HR ในองค์กรได้เลย เพราะอย่าลืมว่าสุดท้ายแล้ว HR ก็คือคนสร้างโลกการทำงานให้เรา พนักงานจะอยู่กับเขาไปตลอดหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการมุ่งมั่นทำงานของ HR ว่าอยากสร้างสถานที่ทำงานนั้นให้น่าอยู่เพียงใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จะเป็น HR หรือใครก็ตาม ต้องไม่ลืมใส่ความเป็นมนุษย์ลงไปในการทำงานด้วย ถ้าเราเอาความเป็นมนุษย์มาใช้ในการทำงาน มันจะช่วยเปลี่ยนแปลงโลกการทำงานในวันนี้ให้ดีขึ้น เปลี่ยนองค์กรให้น่าอยู่และน่าทำงานยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน</span></p>
<h2><b>6. Career Acceleration Secrets: เคล็ดลับการเติบโตอย่างรวดเร็วในองค์กร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41264" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T174013.025.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1 1196" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T174013.025.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T174013.025-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณปิยาภัสร์ สุขฑีฆะ</b><span style="font-weight: 400;"> Head of Away from Home Channel จากบริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) เล่าว่าทุกคนย่อมคิดเสมอว่าจะทำอย่างไรจึงจะเติบโตในองค์กรจนถึงจุดสูงสุด บางคนอาจคิดว่าแค่ทำงานดีก็เติบโตได้แล้ว แต่ในความเป็นจริงมันอาจไม่เป็นแบบนั้นเสมอไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปิยาภัสร์ แนะนำโมเดลที่ชื่อว่า PIE ย่อมาจาก Performance Image Exposure ว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งกับโลกการทำงาน ดังนี้</span></p>
<p><b>Performance</b><span style="font-weight: 400;"> ผลการปฏิบัติงานจะบอกว่าเราเป็นพนักงานที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ ผ่านการตั้ง KPI หากตั้งได้ดี จะมีผลต่อการเติบโตของตัวเราเองในองค์กร แต่เราต้องหมั่นตรวจสอบด้วยว่าสิ่งที่เราต้องทำนั้น ทำไปแล้วได้ผลออกมาอย่างไร และพอมีงานต้องทำตลอดเวลา อย่าลืมบริหารจัดการความสำคัญ ดูว่าสิ่งไหนควรทำก่อน-หลัง จะทำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด</span></p>
<p><b>Image</b><span style="font-weight: 400;"> สิ่งที่คนมองเรา เขารับรู้ว่าเราเป็นคนอย่างไร ภาพที่ดีสะท้อนออกมาผ่านภาพลักษณ์ส่วนตัว (Personal Brand) ทัศนคติ (Attitude) และวัฒนธรรมองค์กร (Company Culture) ภาพของเราเหมาะสมหรือเข้ากับภาพลักษณ์ขององค์กรหรือไม่ เหมาะสมกับองค์กรรึเปล่า โดยเราสามารถตรวจเช็คภาพที่ออกมาได้ผ่านการให้ฟีดแบ็ค ผ่านการพูดคุยกับผู้อื่น</span></p>
<p><b>Exposure</b><span style="font-weight: 400;"> สิ่งที่คนประจักษ์เห็นเราจากในสถานการณ์แตกต่างกัน บางคนมีภาพที่ดี แต่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในองค์กร และบางทีเราเองอาจไม่รู้จักตัวเองด้วยซ้ำ ดังนั้นหากอยากเติบโต ต้องรู้ข้อดี รู้จุดแกร่งของตัวเอง และนำไปสู่การรู้ว่าจะสื่อสารจุดแข็งเหล่านั้นออกมาอย่างไร (Know Your Strength) ต่อมาต้องรู้ว่าจะประชาสัมพันธ์ตัวเองผ่านเวทีไหนขององค์กร จึงจะทำให้คนมองเห็นความโดดเด่นมากที่สุด จงหาเวทีนั้นให้เจอ (Find Your Own Venue) และต้องมีการเตรียมตัวที่ดีด้วย (Well Preparation)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเราทำทั้ง 3 อย่างให้มันดี มันจะเป็นก้าวย่างสำคัญที่ทำให้เราเติบโตอย่างประสบความสำเร็จในองค์กรได้แน่นอน</span></p>
<h2><b>7.พัฒนาทักษะอะไรดี ให้กลายเป็นคนที่ใคร ๆ ก็ต้องการ</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41265" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173833.222.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1 1197" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173833.222.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173833.222-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณโอชวิน จิรโสตติกุล</b><span style="font-weight: 400;"> CEO และ Founder จาก </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/50?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">FutureSkill </span></a><span style="font-weight: 400;">เล่าว่ามีคนถามเขาตลอดว่าเราต้องพัฒนาทักษะอะไรบ้าง แต่จริง ๆ แล้วเขาอยากให้ทุกคนกลับไปมองตัวเองก่อนว่า เป้าหมายสูงสุดในชีวิตของเราคืออะไร และงานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน เป็นงานที่ใช่สำหรับเราแล้วหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาที่พบในการทำงานทุกวันนี้คือ หลายคนไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร ไม่รู้ว่าต้องการอะไร หลายคนจึงเปลี่ยนงานบ่อย และเบิร์นเอาท์ เพราะรู้สึกว่างานไม่ตอบโจทย์ชีวิต ถ้าเรารู้ก่อนตั้งแต่แรก มันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเดินไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณโอชวินบอกว่า สิ่งที่เราควรทำคือตั้งเป้าหมายแบบตัวตน (Identity) หาให้เจอว่าเราคือใคร และมองหาคุณค่าในชีวิตว่ามีอะไรบ้าง การค้นหาไม่ยากอย่างที่คิด นั่นคือการหาว่าสิ่งที่เราทำมีคุณค่าอย่างไร ตอบโจทย์ผู้อื่นแค่ไหน และเมื่อนั้นเราจะรู้ว่าเราควรพัฒนาทักษะอะไร เพื่อที่จะตอบโจทย์การทำงาน โดยมีหลักการคิดอยู่ 2 ประการสำคัญ ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Be the Contributors หากเราทำสิ่งที่ไม่มีคนอื่นทำได้ในองค์กร เราคือคนที่สร้างคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับองค์กรอย่างมาก </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Be the Competitive Edge Builder คนที่สร้างนวัตกรรมได้ ปรับตัว ยืดหยุ่นได้ สร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันได้ และที่สำคัญไม่ทิ้งองค์กรไปไหน จะทำให้กลายเป็นคนที่โดดเด่นที่องค์กรขาดไม่ได้</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วทักษะอะไรที่ควรพัฒนา คุณโอชวินตอบว่ามี 3 อย่าง ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Job Skills เพิ่มทักษะในการทำงานซึ่งปกติแล้วจะเพิ่มขึ้น 10% โดยเฉลี่ยในแต่ละปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Power &amp; Innovation Skills ทักษะในการทำงานกับผู้อื่น และทักษะในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ไม่จำเป็นต้องคิดค้นเทคโนโลยีใหม่เสมอไป แต่เป็นเรื่องการคิด วิเคราะห์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Digital &amp; Tech Skills ทักษะการใช้และการเรียนรู้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน</span></li>
</ol>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/50?utm_source=5+Reason&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15574 size-medium" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/Title-Page-43.png" alt="5 เหตุผลที่ต้องใช้บริการ FutureSkill For Business" width="740" height="740" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1 1198"></a></p>
<h2><b>8.Strength-Based Career: เปลี่ยนจุดแข็งให้เป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จ</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41266" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173757.932.webp" alt="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1" width="600" height="370" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1 1199" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173757.932.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/11/HREX-Cover-by-Para-2024-11-02T173757.932-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>คุณ</b><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/manager-of-the-future-strengsthfinder-231116/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><b>คมจักร กำธรพสินี</b></a> <span style="font-weight: 400;">CEO จาก Nineteen Inc. เล่าว่าจุดแข็งคือสิ่งที่เราถนัด เราทำแล้วทำง่าย แต่ถ้าคนอื่นมาทำจะยาก ไม่เก่งไม่ลื่นไหลเท่ากับเรา ในโลกธุรกิจเราต้องเอาจุดแข็งไปแข่งกับผู้อื่น และมันก็เป็นอย่างนั้นในการทำงานเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณคมจักร ยอมรับว่าเขาเคยเป็นหัวหน้าที่แย่ ไม่มีภาวะผู้นำ พยายามเรียนความเป็นผู้นำ เรียนวิธีการบริหารคนจากหนังสือ แต่เมื่อเอาไปใช้งานจริงอาจเอาไปปฏิบัติจริงไม่ได้ เพราะสิ่งที่เขาเอาไปใช้นั้นไม่ใช่จุดแข็งของเขา จนสุดท้ายเขาไม่ได้เอาสิ่งที่เรียนรู้จากหนังสือมาใช้เลย นั่นคือ การเป็นหัวหน้าที่ใจดี การเป็นนักปฏิบัติ แต่เขาโอบรับเอาความดุมาใช้ เอาความเป็นนักคิดมาใช้ เพราะสิ่งนี้เป็นจุดแข็งของเขา และด้วยจุดแข็งเหล่านี้ เขารู้ว่ามันจะทำให้เขา ทีม และองค์กรประสบความสำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละคนล้วนมีแนวทางของตัวเอง มีความถนัดของตัวเอง เราต้องยอมรับความสามารถ ยอมรับจุดดีของตัวเองก่อน จึงจะฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ และนั่นทำให้เขานำหลัก StrengthsFinder มาใช้ ซึ่งแบ่งทักษะออกเป็น 4 รูปแบบคือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Leading with Execution เป็นนักปฏิบัติที่ดี อาจคิดไม่เก่ง แต่พร้อมทำงานเต็มที่ มีความสุขที่ได้ทำงานหนัก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Leading with Influencing พูดเก่ง กล้าแสดงออก พลังงานเหลือล้น ชอบขายไอเดีย โน้มน้าวคนอื่นเก่ง และกดดันคนอื่นเก่ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Leading with Relationship Building มีมนุษยสัมพันธ์ดี ชอบสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้อื่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Leading with Strategic Thinking คนช่างฝัน นักคิดวิเคราะห์ มีหลักการ ชอบนำคนด้วยวิสัยทัศน์</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างน้อยถ้ารู้ตัวเองแล้ว จะสามารถนำเอาข้อดี จุดเด่น จุดแข็งของตัวเองเอาไปใช้อย่างเกิดประโยชน์ แล้วสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง ทีม และองค์กรได้อย่างแน่นอน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work Life Festival 2024: Skill Force Stage - Day 1 1200"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/hrinsight/work-life-festival-2024-day-1-241102/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
