
ในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันอย่างดุเดือด การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพผ่านการสร้างแรงบันดาลใจ, พัฒนาองค์ความรู้ และเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายระยะยาว ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืนกว่าใคร
หลายปีที่ผ่านมา บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ Frasers Property Thailand เป็นองค์กรอสังหาฯ ที่มุ่งมั่นสร้างองค์กรตามแนวทางดังกล่าว จนได้ชื่อว่าเป็นองค์กรที่น่าร่วมงานมากที่สุด พิสูจน์ได้จากการได้รับรางวัล Best Companies to Work for in Asia จาก HR Asia Awards หลายปีติดต่อกัน รวมถึงปีล่าสุดที่ยังได้รางวัล Most Caring Company Award, Sustainable Workplace Award และ Diversity, Equity, and Inclusion Award ไปครองด้วย
HREX ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณ โจ – วชิระ ฉัตรภูติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลและวัฒนธรรมองค์กร ของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ถึงแนวทางการบริหารคนที่ไม่เพียงตอบโจทย์ธุรกิจ แต่ยังช่วยสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและการเติบโตทั้งในระดับองค์กรและบุคคล
ถ้าพร้อมแล้ว มาอ่านเคล็ดลับการบริหารองค์กรในแบบฉบับของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยได้เลย

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) ได้รับรางวัล “Best Companies to Work For in Asia” จาก HR Asia Awards หลายปีติดต่อกัน แนวทางการบริหารคนเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างจากวันนั้นถึงวันนี้ ?
วชิระ: ปีแรกเราได้รางวัล Best Companies to Work for in Asia พร้อมรางวัล Most Caring Company แต่ปีที่ผ่านมา เราได้ทุกรางวัลเลยครับ หลังจากได้รางวัลปีแรก มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ด้วยความที่เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยมี 3 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วยธุรกิจที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม เราจึงต้องสร้างวัฒนธรรมที่ตอบโจทย์องค์กรที่มีธุรกิจหลากหลาย สร้างองค์กรที่ Resilient มากขึ้น
ด้านการบริหารคน เราเปลี่ยนชื่อจากฝ่าย HR เป็น People & Culture เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สะท้อนว่า หน้าที่ของเรามีมากกว่าแค่บริหารทรัพยากรบุคคล แต่ยังต้องออกแบบวัฒนธรรมองค์กรให้เหมาะกับการเติบโต เราออกแบบโมเดลการทำงาน HR ใหม่ จากที่เคยแบ่งงานตามฟังก์ชัน เปลี่ยนเป็นการมี HR Business Partner ที่ทำงานใกล้ชิดกับแต่ละกลุ่มธุรกิจ เพื่อเข้าใจความต้องการเฉพาะของแต่ละสายงาน แล้วดึงข้อมูลขึ้นมาที่ HR Corporate เพื่อออกแบบนโยบายที่ตอบโจทย์จริง ๆ
ทำให้บทบาทของ HR ของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยทุกวันนี้ เราไม่ได้เป็นเพียงฝ่ายสนับสนุน แต่เป็น Strategic Partner ที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรครับ

กลยุทธ์เพื่อพัฒนาคนของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) เห็นว่าแบ่งเป็น 4 ธีมสำคัญ อธิบายได้ไหมว่าคืออะไรบ้าง ?
วชิระ: เราวางกลยุทธ์ HR บน 4 Strategic Themes ดังนี้ครับ
ธีมที่ 1: Employee Engagement – เราให้ความสำคัญกับการทำ Employee Engagement Survey และ Culture Survey อย่างต่อเนื่อง เพื่อฟังเสียงพนักงานแล้วนำไปปรับใช้ในการจัดทำนโยบายหรือสวัสดิการต่าง ๆ ปีแรกที่ทำ Engagement Score ได้ 63% พอปีถัดมาเพิ่มเป็น 75% และล่าสุดอยู่ที่ 76% แสดงให้เห็นว่าเราค่อย ๆ ปรับปรุงวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแรงขึ้น
ธีมที่ 2: Well-Being – เราเน้นดูแลพนักงานทั้งกายและใจ ผ่านโครงการ “Happy 8” เป็นความสุขที่ทำให้คนเราเกิดสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ Happy Body, Happy Brain, Happy Heart, Happy Family, Happy Money, Happy Relax, Happy Soul และ Happy Society
ล่าสุดเราเน้นเรื่อง Mental Health มากขึ้น โดยร่วมมือกับกรมสุขภาพจิตและกระทรวงสาธารณสุข ให้พนักงานเข้าถึงนักจิตวิทยาได้ง่ายขึ้น เพราะเราเชื่อว่าความเครียดที่ไม่ได้รับการจัดการส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน
ธีมที่ 3: Learning & Development – เราลงทุนด้านการเรียนรู้เยอะมากกว่า 1,000 คอร์ส ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และเรายังสร้าง Learning Hours วัดผลว่าแต่ละทีมให้ความสำคัญกับการเรียนรู้แค่ไหน
เราเน้น Learning for the Future ด้วยการเปิดโปรแกรม Global Leadership Development เพื่อพัฒนาผู้นำที่สามารถทำงานข้ามประเทศ และปีนี้เปิดตัวโปรแกรม First Time Manager ให้กับพนักงานที่ได้รับการโปรโมทเป็นหัวหน้างานครั้งแรก
ธีมที่ 4: Successor Building – เราสร้าง Talent Pool และแผนผู้สืบทอดสำหรับตำแหน่งสำคัญ เพราะบริษัทเติบโตเร็วมาก ตอนนี้บริษัทมีพนักงานกว่า 1,500 คน และขยายตัวตลอด เราต้องมั่นใจว่ามีคนที่พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอนาคต
Frasers Property Thailand องค์กรที่สร้างสรรค์พื้นที่และประสบการณ์ที่ดีแก่ทั้งลูกค้าและพนักงาน |
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) บริหารเรื่อง Generation Gap อย่างไร ?
วชิระ: เรามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ปัจจุบัน 62% ของพนักงานคือ Gen Y และเรามีผู้บริหารอายุน้อย คนที่ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้างานระดับต้นส่วนมากก็อายุ 20 ปลาย – 30 กลาง ๆ ซึ่ง Gen ใกล้กันอยู่แล้ว เราออกแบบกิจกรรมที่ให้คนทำงานข้าม Gen กันได้
สิ่งที่เราทำคือ สร้างความเข้าใจเรื่องบุคลิกภาพให้กับ First Time Manager ทักษะที่พวกเขาควรมีคือการเข้าใจคาแรคเตอร์ของคน แล้วก็บริหารคนตามคาแรคเตอร์ เราวิเคราะห์ศึกษาว่า คนแต่ละช่วงวัยโดยทั่วไปแล้วมีลักษณะแบบไหน แล้วเราควรจะบริหารจัดการพวกเขาอย่างไร ส่วนถ้าเป็นพนักงานรายบุคคล เราจะพัฒนาความรู้และทักษะที่เหมาะกับความรับผิดชอบตามสายงานของเขา

เวลาสื่อสารกันภายในองค์กร เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) สื่อสารกับพนักงานอย่างไร ?
วชิระ: Internal Communication เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยครับ เพราะเราเป็นองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 1,500 คน ในกว่า 100 โลเคชัน การสื่อสารภายในที่แข็งแกร่งจึงจำเป็นมาก เพื่อให้ทุกคนเข้าใจเป้าหมายเดียวกันและรู้สึกมีส่วนร่วมกับองค์กร
เราจัด Townhall รายไตรมาส ซึ่งจัดเป็น Hybrid มีทั้งการประชุมแบบเจอหน้าสำหรับพนักงานที่ Head Office ซึ่งมีพื้นที่สามารถจุคนได้มากกว่า 200 คน สำหรับพนักงานที่ทำงานที่ Site ก็สามารถเข้าฟังแบบ Online ได้ ทำให้ทุกคนได้รับข้อมูลสำคัญแบบเรียลไทม์
สำหรับการสื่อสารระดับองค์กรในขนาดใหญ่ เช่น การอัปเดตกลยุทธ์หรือการฉลองความสำเร็จ เราจัด Townhall ครั้งใหญ่ปีละครั้ง ซึ่งมักจะจัดร่วมกับงาน New Year Party โดยช่วงเช้าจะเป็นการสื่อสารผลประกอบการและทิศทางของปีถัดไป ให้ทุกคนได้รับรู้ร่วมกัน จากนั้นช่วงบ่ายถึงเย็นก็เป็นงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง
อีกหนึ่งจุดแข็งของเราคือ การให้พนักงานทุกระดับมีโอกาสมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอไอเดีย เราทำ Survey สำรวจความคิดเห็นพนักงานเป็นระยะ เพื่อให้พนักงานสามารถสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบาย อีเวนต์ หรือแนวทางการบริหารของบริษัท แล้วเรานำ Feedback เหล่านี้ไปปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เป็นหลักการสำคัญในการออกแบบกิจกรรมหรือการปรับนโยบายให้เหมาะสมกับความต้องการของพวกเขา
การฟังเสียงพนักงานเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ หากเราไม่ฟัง เราจะไม่รู้ว่าพนักงานต้องการอะไร หรือความรู้สึกของพวกเขาเป็นอย่างไร ทุกการตัดสินใจและการพัฒนาของเราเกิดจากการฟังเสียงของพนักงานเป็นหลักอย่างแท้จริงครับ

จากที่ฟังมา เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) ทำเพื่อพนักงานเยอะมาก แล้วยังมีจุดที่ต้องพัฒนาอีกไหม ?
วชิระ: มีเยอะเลยครับ เราไม่เคยมองว่าองค์กรของเราสมบูรณ์แบบ และเชื่อว่าเมื่อธุรกิจเติบโต ความต้องการของพนักงานก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เราจึงไม่หยุดพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในเรื่องที่เรากำลังพัฒนาอยู่คือ การทำให้สวัสดิการมีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์พนักงานแต่ละกลุ่มมากขึ้น เราพบว่าพนักงานแต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน บางคนอาจให้ความสำคัญกับค่ารักษาพยาบาล ในขณะที่บางคนไม่ค่อยได้ใช้เลย เราจึงเริ่มศึกษาแนวทาง Flexible Benefits ที่ให้พนักงานเลือกปรับสวัสดิการบางอย่างได้เอง
เรายังเพิ่มสวัสดิการรองรับความหลากหลาย เช่น เรามีเงินช่วยเหลือสำหรับคู่รักเพศเดียวกัน และสามารถลาเพื่อการผ่าตัดแปลงเพศได้ รวมถึงการดูแลด้าน Mental Health ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
การเตรียมตัวสำหรับอนาคตก็เป็นอีกจุดที่เรากำลังพัฒนาอย่างจริงจัง ปัจจุบันกลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ มีธุรกิจใน 22 ประเทศทั่วโลก หมายความว่าเราต้องเตรียมความพร้อมด้าน Talent Mobility และการพัฒนาผู้นำที่สามารถทำงานในระดับสากล และยังมี Leadership Development Program ที่เชื่อมโยงกับสำนักงานใหญ่ที่สิงคโปร์ เพื่อให้แนวทางการพัฒนาผู้นำเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
สุดท้าย เรายังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความคล่องตัว (Agility) เพื่อสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น โดยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและปรับวัฒนธรรมให้ตอบสนองกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
แม้ว่าเราจะได้รับรางวัลด้านการบริหารงานบุคคลหลายปีติดต่อกัน แต่ก็มีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำ เป้าหมายของเราคือการเป็นองค์กรที่พนักงานมีความสุขและพัฒนาไปพร้อมกับองค์กรได้ เราเชื่อว่าการฟังเสียงพนักงานและปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ

สุดท้าย ถ้าอยากทำงานกับเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) คุณสมบัติแบบไหนที่เหมาะกับที่นี่?
วชิระ: ผมคิดว่าคนที่เหมาะกับเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ต้องเป็นคนที่มี Mindset และวิธีคิดที่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร เพราะที่นี่เป็นองค์กรที่เติบโตเร็ว เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราต้องการคนที่พร้อมจะปรับตัวไปด้วยกัน
เราต้องการคนที่มี Limitless Mindset เพราะเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ขยายตัวอยู่ตลอด เราทำธุรกิจหลากหลาย มีโอกาสเกิด New Business ได้ทุกปี หมายความว่าคุณอาจได้รับมอบหมายให้ดูแลธุรกิจใหม่ ๆ เสมอ หากคุณชอบทำงานตามโครงสร้างแบบเดิม มีแพทเทิร์นที่แน่นอน และไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ที่นี่อาจไม่เหมาะกับคุณ แต่ถ้าคุณพร้อมเรียนรู้ พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ มองว่าการเปลี่ยนแปลงคือโอกาส เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยจะให้คุณเติบโตได้แบบไม่มีขีดจำกัด
อย่างที่สองเรามองหาคนที่ไม่ยึดติดกับขอบเขตงานแบบเดิม ๆ และสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา คือเราต้องการคนที่ Resilience & Adaptability สามารถปรับตัวและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ไว เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นแค่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ธรรมดา แต่เป็นองค์กรที่ต้องบริหารธุรกิจหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม ดังนั้น งานที่คุณทำวันนี้ อาจแตกต่างจากงานที่คุณทำในอีกหกเดือนข้างหน้า
อีกคุณสมบัติสำคัญคือ Collaboration & People Skill เพราะที่เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย คุณจะไม่ได้ทำงานแค่กับทีมของตัวเอง แต่ต้องทำงานข้ามกลุ่มธุรกิจ บางครั้งต้องทำงานร่วมกับทีมจากประเทศอื่น ๆ ด้วย นั่นหมายความว่า คุณต้องพร้อมทำงานกับ Stakeholder ที่หลากหลาย ทั้งจากทั้งในและต่างประเทศ
เรายังให้ความสำคัญกับ Teamwork & Relationship เราไม่มีระบบ Hierarchy ที่เคร่งครัด ที่นี่เราจะเรียกทุกคนว่าพี่ CEO ของเรายังเรียกผมว่า พี่โจเลย (หัวเราะ) ทุกคนอยู่กันแบบพี่น้อง ไม่ยึดติดกับตำแหน่ง เราสร้างวัฒนธรรมที่ให้พนักงานสามารถเข้าถึงผู้บริหารได้ง่าย ทุกคนสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้อย่างเปิดกว้าง ดังนั้น คนที่เหมาะกับที่นี่ควรเป็นคนที่สามารถทำงานเป็นทีมได้ดี มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานร่วมกับคนอื่น ๆ และพร้อมสนับสนุนกันและกัน
สุดท้ายคือ Problem-Solving & Critical Thinking ที่นี่คุณอาจต้องเจอกับปัญหาที่ไม่มีคู่มือให้แก้ไข ไม่มีใครมาบอกคุณว่าต้องทำยังไง คุณต้องคิดเอง ตัดสินใจเอง และแก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์ เราให้อิสระในการทำงานสูงมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการคนที่มีความรับผิดชอบและสามารถ Deliver ผลลัพธ์ได้
ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบโอกาสใหม่ ๆ ชอบความหลากหลาย และอยากเติบโตในองค์กรที่เปิดกว้างให้คุณพัฒนาอย่างไม่มีขีดจำกัด ที่นี่คือที่ที่เหมาะกับคุณครับ

