
แม้เทคโนโลยี AI จะพัฒนาเร็วจนมีหลายคนเอาไปใช้ทุ่นแรงในการทำงานจนประสบความสำเร็จมากมาย แต่ก็ยังมีอีกหลายคนยังหวาดกลัวความเปลี่ยนแปลงนี้อยู่ แถมไม่น้อยอาจเป็นบุคลากรในองค์กรของเราเองเสียด้วย
ด้วยเหตุนี้ Darwinbox และ HREX จึงจัด Webinar ครั้งล่าสุดในหัวข้อ Bridging the Gap: Workforce Readiness for the Age of AI โดยมีวิทยากร 2 ท่านคือ คุณ ชุติมา สีบำรุงสาสน์ Independent Board & Executive Advisor – Organizational Capabilities & Sustainability และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน HR และคุณ พนาสิทธิ์ วงษ์มิตรแท้ Country Head Client Advisory – Thailand จาก Darwinbox
ทั้งคู่มาร่วมกันเผยเคล็ดลับการทำงาน การผ่าตัดองค์กรครั้งสำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงขององค์กรในยุค AI เพื่อจะได้ทำงานโดยไม่ต้องหวาดกลัวอีกต่อไป
และนี่คือสาระสำคัญของ HREX Webinar: Bridging the Gap: Workforce Readiness for the Age of AI
Contents
Rethinking AI Transformation – Why People Readiness Matters
คุณชุติมา เริ่ม Session แรกของ Webinar ครั้งนี้ด้วยการเน้นย้ำว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนจากสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง รวมทั้งยังมีเทคโนโลยีและ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานและวิธีการคิดของผู้คน การบริหารจัดการคนในองค์กรก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับ HR ยิ่งกว่าเดิม จนไม่น้อยอาจรู้สึกตื่นตระหนก และตื่นกลัวว่ามันจะเข้ามาแย่งงานเรา ทำให้เราต้องตกงาน
ดังนั้น หากองค์กรจะเดินหน้าไปต่อได้ ก็ต้องเตรียมพร้อมของบุคลากรอย่างแข็งขัน ให้สามารถใช้งาน AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือ ไม่รู้สึกว่า AI จะมาแย่งงานของพวกเขา ซึ่ง HR ต้องหาวิธีบริหารจัดการให้พนักงานไม่รู้สึกกลัวหรือวิตกกังวลกับการเปลี่ยนแปลง ช่วยให้พวกเขารับมือกับ AI ได้อย่างมั่นใจ เห็นถึงโอกาสในการพัฒนาองค์กรในอนาคต และเข้าใจว่า AI ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือ แต่เป็นโอกาสที่จะช่วยพัฒนาองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน
“การใช้ AI ในองค์กรไม่ได้หมายความว่ามันจะมาแทนที่มนุษย์ แต่เป็นการเสริมสร้างศักยภาพให้กับคนในองค์กรได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”
สุดท้ายคุณชุติมาย้ำว่า HR ต้องสร้างทัศนคติที่เหมาะสมให้กับพนักงานในองค์กร โดยการสร้างทัศนคติที่เปิดกว้างและยอมรับการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งส่งเสริมการทำงานร่วมกัน (Co-Partner) ซึ่งจะทำให้การทำงานในองค์กรมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
และพนักงานจะสามารถปรับตัวได้ดีขึ้นในยุคที่ AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกด้านของการทำงาน การเตรียมความพร้อมในด้านบุคลากร เป็นกุญแจสำคัญที่จะพาองค์กรให้ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงในยุค AI ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
เจาะลึกผลวิจัย The Work Trend Index Annual Report – 2025: The Year the Frontier Firm is Born

คุณชุติมายังใช้เวลาอธิบายถึง Research จาก Microsoft เรื่อง The Work Trend Index Annual Report – 2025: The Year the Frontier Firm is Born ที่สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารกว่า 31,000 คน ใน 31 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจถึงบทบาทของ AI มากขึ้นว่าจะมีอิทธิพลต่อการทำงานขององค์กรในอนาคตอย่างไร แล้วควรเตรียมพร้อมของบุคลากรเพื่อให้สามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไรด้วย
ผลการศึกษา เฉพาะส่วนที่เป็นของไทยพบว่า ผู้นำองค์กรในไทยถึง 93% มองว่า AI จะมีบทบาทสำคัญในปีนี้ และผู้นำถึง 75% ต้องการเพิ่ม Productivity ขององค์กร ไม่เพียงเพราะ AI จะช่วยเข้ามาทำงานได้เท่านั้น แต่เหตุผลสำคัญยังมาจากสภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีความผันผวนไปในทิศทางที่ไม่แน่นอน ทำให้ยิ่งต้องทำงานให้หนักขึ้น มากขึ้นเพื่อความอยู่รอด
หันกลับมาดูฝั่งพนักงานบ้าง งานวิจัยยังพบว่าพนักงาน 88% ในไทยรู้สึกว่าตัวเองไม่มีเวลาและหมดแรงจากการทำงานที่มากเกินไป ดังนั้นจึงยิ่งเพิ่มความจำเป็นในการใช้ AI มาเป็นเครื่องมือช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และพวกเขาเล็งเห็นว่า AI จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการทำงานของพนักงานและลดภาระงานที่ต้องทำซ้ำซ้อนได้จริง
สำหรับงานที่ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้าสูงสุด 4 อันดับแรก ได้แก่
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (29%)
- การบริการลูกค้า (28%)
- การตลาด (28%)
- ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (27%)
ขณะเดียวกันงาน HR ก็จะเป็นงานที่เอา AI มาใช้เยอะเช่นกัน (ข้อมูลจากแบบสอบถามคิดเป็น 20%) โดยมีแนวโน้มที่จะใช้ AI ช่วยสรรหา การฝึกอบรม การ Performance Management เป็นต้น
AI Agentic ถึงเวลามอง AI เป็นเพื่อนร่วมงานอย่างแท้จริง

ผลวิจัยของ Microsoft ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ แต่ยังพบว่าในอนาคตอันใกล้ AI Agent / Agentic AI จะเข้ามาทำงานร่วมกับเราในฐานะของเพื่อนร่วมงานมากขึ้น และยังสามารถเป็นหัวหน้าทีมของเราในอนาคตได้ด้วย
ดังนั้น องค์กรยิ่งจำเป็นต้องเตรียมบุคลากรให้พร้อมสำหรับการทำงานร่วมกับ AI โดยการพัฒนาทักษะที่จำเป็น เช่น AI Literacy หรือความสามารถในการใช้และทำความเข้าใจกับ AI, ความสามารถในการจัดการกับความขัดแย้ง, การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ ๆ ไปจนถึงการปรับปรุงกระบวนการทำงาน และการใช้คิดสร้างสรรค์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ AI ยังไม่สามารถทำได้หรือทำได้แต่ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าคน
AI ช่วยงานและเสริมสร้าง Well-Being
อีกสิ่งที่น่าสนใจก็คือ AI ยังสามารถช่วยในเรื่องของ Well-Being ได้ด้วย
เพราะถ้าใช้ AI มาช่วยทำงาน แน่นอนว่าจะช่วยสร้าง Productivity และเมื่อ AI ช่วยให้ทำงานเสร็จไวขึ้น ก็จะมีเวลามากขึ้น แล้วเอาเวลาไปดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ ทำให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ที่ครอบคลุมและยั่งยืน

ใช้ AI จะได้ดี ผู้นำต้องเป็นตัวอย่างแล้วปฏิบัติจริง
อีกปัจจัยที่สำคัญมาก ๆ ต่อการเติบโตขององค์กรก็คือ การมีผู้นำที่เริ่มต้นและขับเคลื่อนการใช้งาน AI ให้คนทั้งองค์กร แล้ววางนโยบายการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและชัดเจน
เพราะหน้าที่ของผู้นำต่อจากนี้ คือการสร้างวัฒนธรรมที่เปิดกว้างและสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยี ด้วยแนวคิดที่ว่า AI เป็นเครื่องมือที่จะช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จในอนาคต
แน่นอนว่าการนำ AI เข้ามาใช้งานในองค์กรต้องเริ่มต้นจากการสร้าง Awareness หรือการสร้างความตระหนักรู้ให้กับพนักงานในองค์กรเกี่ยวกับการใช้งาน AI ก่อน จากนั้นจึงจะต้องมีการสนับสนุนให้พนักงานเริ่มใช้งาน AI อย่างต่อเนื่องและเพิ่มประสิทธิภาพไปเรื่อย ๆ ผ่านการเรียนรู้และการใช้งานจริง นำไปสู่การสร้าง AI Champion หรือบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้ AI ในแต่ละทีม จะช่วยให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนการใช้งาน AI ไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ
สุดท้าย การใช้งาน AI ในองค์กรต้องมีการประเมินผลและปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่า AI จะสามารถช่วยเพิ่ม Productivity และตอบสนองความต้องการขององค์กรได้อย่างดีที่สุด การใช้ AI ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิธีการทำงานในองค์กรให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว
|
Enabling the Workforce for AI Transformation
ใน Session ต่อไป คราวนี้นอกจากคุณชุติมาแล้ว ยังได้คุณพนาสิทธิ์ วงษ์มิตรแท้ Country Head Client Advisory – Thailand, Darwinbox มาร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของ HR ในการนำ AI มาปรับใช้ในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
คุณพนาสิทธิ์กล่าวว่า การจะนำ AI มาใช้ในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ใช่แค่การเตรียมเทคโนโลยีให้พร้อม แต่สิ่งสำคัญคือการเตรียมคนในองค์กรให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ HR ควรมีบทบาทในการสนับสนุนการเรียนรู้และการใช้งาน AI ของพนักงาน เพื่อเพิ่ม Productivity และเห็นด้วยกับคุณชุติมาว่า ต้องลดความกลัวในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณชุติมา ยังเสริมจากประสบการณ์ที่เคยทำงานในองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีอย่างแข็งแรง เธอเน้นว่านอกจากผู้นำแล้ว HR ต้องเริ่มใช้ AI เป็นด้วย ไม่ใช่บอกให้พนักงานใช้แต่ตัวเองใช้ไม่เป็น และถ้าเราใช้เป็นแล้ว เราจะสามารถบอกเล่าพูดคุยสิ่งดี ๆ เกี่ยวกับ AI ให้กับพนักงานในฝ่ายอื่น เป็นการเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์กับพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นไปด้วย
เช่น HR ที่เข้าใจ AI จะเข้าใจภาษา IT พูดคุยและการทำงานร่วมกับทีม IT เพื่อยกระดับองค์กรได้อย่างราบรื่นและตรงกับความต้องการ
AI เครื่องมือวิเศษ แต่ไม่ใช่คทาวิเศษ
แม้ AI จะเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยให้สร้างสรรค์ผลงานได้เร็วขึ้น แต่คุณพนาสิทธิ์ เตือนว่าอย่างไรก็ตาม AI ไม่ใช่คทาวิเศษที่จะทำงานได้โดยอัตโนมัติ แต่ AI เป็นเครื่องมือที่ทำงานด้วยข้อมูล (Data) ซึ่งจะไม่สามารถทำงานได้ดีหากไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน ดังนั้นการตรวจสอบความพร้อมของข้อมูล (Data Health Check) จึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ
นอกจากนี้ องค์กรต้องพิจารณาว่าจะนำ AI มาใช้ในกระบวนการไหน เช่น การสรรหาบุคลากรหรือกระบวนการทางธุรกิจอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
อีกสิ่งที่วิทยากรทั้ง 2 ท่านเห็นตรงกันคือความสำคัญของการสื่อสาร คุณชุติมาอธิบายว่าการสื่อสารอย่างเข้าอกเข้าใจและเอาใจใส่กับพนักงานคือสิ่งจำเป็น HR ต้องสร้าง Growth Mindset ไม่เพียงแค่กับพนักงาน แต่ยังรวมถึงผู้บริหารด้วย เรียกได้ว่าเป็นการทำเพื่อ Stakeholder ทุกฝ่ายให้เข้าใจถึงการใช้ AI และเห็นถึงประโยชน์ของ AI จากการทำงานร่วมกัน ซึ่งจะช่วยสร้างวัฒนธรรมการยอมรับเทคโนโลยีและขยายโอกาสให้กับคนในองค์กรได้มากขึ้น
ซึ่งคุณพนาสิทธิ์เสริมว่า มันคือการสร้าง Alignment ระหว่างผู้บริหารและทีมงาน เพื่อให้ทุกฝ่ายมองเห็นถึงความสำคัญของการใช้ AI ในการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า โดยไม่มองว่า AI เป็นภัยคุกคาม แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมศักยภาพการทำงาน

อย่าปล่อยให้ Middle Management กลัว AI
ประเด็นเรื่องแนวคิดและมายด์เซ็ตของผู้นำมีผลต่อการเติบโตขององค์กร นำมาสู่ข้อมูลใหม่ ๆ อีกด้าน โดยคุณพนาสิทธิ์ เล่าว่าที่ผ่านมาเวลาพูดถึงผู้นำที่กลัว AI เขาพบว่าผู้นำเหล่านี้มักไม่ใช่ผู้นำสูงสุดขององค์กร เพราะพวกเขามักจะเป็นคนแรกที่ริเริ่มและตื่นตัวในการนำนวัตกรรม เทคโนโ,ยีต่าง ๆ มาใช้อยู่แล้ว แต่คนที่เขาพบเจอว่าหวาดกลัวเยอะกว่าคือ Middle Management
ซึ่งหากกลุ่ม Middle Management ซึ่งเป็นผู้รับมอบนโยบายในการทำงานกับ AI แล้วถ่ายทอดต่อไปให้กับลูกทีมเกิดกลัว ไม่มั่นใจ และหวาดกลัวการเปลี่ยนแปลงเสียเอง จนเป็นผลเสียต่อวัฒนธรรมองค์กร ดังนั้น HR ต้องทำให้พนักงานเห็นว่า AI จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการทำงานและไม่ใช่การลดบทบาทของพวกเขา เมื่อสื่อสารได้อย่างเข้าใจและเห็นประโยชน์ชัดเจน พนักงานจะยอมรับและพร้อมที่จะใช้ AI ในการทำงานมากขึ้น
AI Transformation ที่สำเร็จ ต้องวัดผลได้
สุดท้าย วิทยากรทั้ง 2 ท่านย้ำว่าการทำ AI Transformation ในองค์กรต้องมีการวัดและประเมินผลในหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้การนำ AI มาใช้เกิดประโยชน์สูงสุด
คุณชุติมา เน้นว่าการวัดความพร้อมขององค์กรควรเริ่มต้นจากการประเมินข้อมูลที่มีอยู่ และความเข้าใจของคนในองค์กร การใช้เซอร์เวย์ในการวัดระดับการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ AI เบื้องต้น จะช่วยให้ HR ทราบว่าพนักงานมีความพร้อมแค่ไหนในการใช้งาน AI นอกจากนี้ยังต้องสำรวจประสบการณ์ของผู้ใช้ ว่าเมื่อพนักงานได้ใช้ AI แล้วมีปัญหาหรือไม่ การมีประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน (User Experience) เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การนำ AI มาใช้ประสบความสำเร็จ
คุณพนาสิทธิ์ เสริมว่าการเปิดตัว AI ในองค์กรไม่ได้หมายความว่าการใช้งานจะประสบความสำเร็จทันที การที่พนักงานเริ่มใช้งาน AI ในช่วงแรกอาจเป็นเรื่องดี แต่การใช้งานอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่สำคัญกว่ามาก หลังจากเปิดตัว AI องค์กรต้องหมั่นมอนิเตอร์การใช้งานอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจสอบทุก 3-6 เดือน ว่าพนักงานยังคงใช้งาน AI อยู่หรือไม่ หากไม่มีการติดตามและไม่มีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ผู้ใช้งานลดลงและไม่สามารถเก็บข้อมูลที่ต้องการได้
การ Adoption ทำให้พนักงานยอมรับและใช้งาน AI เป็นกระบวนการที่ต้องมีการกระตุ้นอยู่เสมอ เช่น การเปิดฟังก์ชันใหม่ ๆ หรือการเพิ่มความตื่นเต้นในการใช้งาน การสื่อสารที่ดีตั้งแต่เริ่มต้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ
หากไม่มีการสื่อสารที่ชัดเจนและการจัดการ Alignment ที่ดีตั้งแต่วันแรก การใช้งาน AI ก็จะไม่สามารถสำเร็จได้ ดังนั้น HR ต้องเป็นผู้ที่ขับเคลื่อนและดูแลกระบวนการนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้พนักงานเห็นคุณค่าและมีการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
สามารถดาวน์โหลดงานวิจัยเรื่อง The Work Trend Index Annual Report – 2025: The Year the Frontier Firm is Born ของ Microsoft ได้ทางลิงก์นี้ – https://www.microsoft.com/en-us/worklab/work-trend-index/2025-the-year-the-frontier-firm-is-born |
