<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>HR Recruit &#8211; HREX.asia</title>
	<atom:link href="https://th.hrnote.asia/category/recruit/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://th.hrnote.asia</link>
	<description>HREX สนับสนุนการเติบโตขององค์กรโดย HR</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Jul 2026 05:11:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/favicon-96x96-1.png</url>
	<title>HR Recruit &#8211; HREX.asia</title>
	<link>https://th.hrnote.asia</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>The Paradox of Choice in Recruitment: ทำไม Shortlist ผู้สมัครน้อย ถึงปิดจ๊อบได้ไวกว่าการมีตัวเลือกเยอะ ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/the-paradox-of-choice-in-recruitment-260706/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/the-paradox-of-choice-in-recruitment-260706/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jul 2026 09:56:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Paradox of Choice]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวเลือกเยอะ]]></category>
		<category><![CDATA[Recruitment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50465</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Recruiter หลายคนเชื่อว่ายิ่งส่ง Resume ให้ลูกค้าเลือกเยอะ ยิ่งมีโอกาสเจอคนที่ใช่เร็วขึ้น แต่แนวคิด The Paradox of Choice บอกว่าความจริงอาจตรงข้ามกันเลย เพราะถ้ามีตัวเลือกที่มากเกินไปมักจะทำให้คนตัดสินใจยากขึ้น ไม่ใช่ง่ายขึ้น สุดท้ายอาจนำไปสู่ความลังเล เทียบกันไม่จบ หรือถึงขั้นไม่เลือกใครเลยสักคน ถ้า Recruiter สามารถหา Resume ได้ถึง 7-10 ใบต่อตำแหน่งอาจฟังดูเหมือน Recruiter ขยัน แต่มันก็มีโอกาสสูงที่จะทำให้ Hiring Manager ตัดสินใจเลือกไม่ได้ และเผลอตามหาผู้สมัครในอุดมคติที่ไม่มีอยู่จริง Shortlist ที่มีผู้สมัครราว 3 คน จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้น และลดความเสี่ยงที่จะปฏิเสธผู้สมัครทั้งหมดในคราวเดียว หลายองค์กรเชื่อว่าการมีตัวเลือกมากขึ้นเท่ากับตัดสินใจได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในงานสรรหาคน ที่ Recruiter มักพยายามส่ง Resume ให้ลูกค้าหรือ Hiring Manager ดูให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยความเชื่อว่ายิ่งมีผู้สมัครให้เลือกมาก โอกาสเจอคนที่ใช่ก็ย่อมมากขึ้นตาม ฟังดูมีเหตุผลอยู่ไม่น้อย เพราะการจ้างคนหนึ่งคนมีความเสี่ยงสูง องค์กรจึงอยากเปรียบเทียบให้รอบด้านที่สุดก่อนตัดสินใจ แต่ในทางปฏิบัติ ตัวเลือกที่มากเกินไปกลับทำให้กระบวนการจ้างงานช้าลงกว่าที่ควรจะเป็น จากที่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>Recruiter หลายคนเชื่อว่ายิ่งส่ง Resume ให้ลูกค้าเลือกเยอะ ยิ่งมีโอกาสเจอคนที่ใช่เร็วขึ้น แต่แนวคิด The Paradox of Choice บอกว่าความจริงอาจตรงข้ามกันเลย</li>
<li>เพราะถ้ามีตัวเลือกที่มากเกินไปมักจะทำให้คนตัดสินใจยากขึ้น ไม่ใช่ง่ายขึ้น สุดท้ายอาจนำไปสู่ความลังเล เทียบกันไม่จบ หรือถึงขั้นไม่เลือกใครเลยสักคน</li>
<li>ถ้า Recruiter สามารถหา Resume ได้ถึง 7-10 ใบต่อตำแหน่งอาจฟังดูเหมือน Recruiter ขยัน แต่มันก็มีโอกาสสูงที่จะทำให้ Hiring Manager ตัดสินใจเลือกไม่ได้ และเผลอตามหาผู้สมัครในอุดมคติที่ไม่มีอยู่จริง</li>
<li>Shortlist ที่มีผู้สมัครราว 3 คน จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้น และลดความเสี่ยงที่จะปฏิเสธผู้สมัครทั้งหมดในคราวเดียว</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50468" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-06T085708.357.webp" alt="The Paradox of Choice in Recruitment" width="600" height="370" title="The Paradox of Choice in Recruitment: ทำไม Shortlist ผู้สมัครน้อย ถึงปิดจ๊อบได้ไวกว่าการมีตัวเลือกเยอะ ? 5" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-06T085708.357.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-07-06T085708.357-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หลายองค์กรเชื่อว่าการมีตัวเลือกมากขึ้นเท่ากับตัดสินใจได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในงานสรรหาคน ที่ Recruiter มักพยายามส่ง Resume ให้ลูกค้าหรือ Hiring Manager ดูให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยความเชื่อว่ายิ่งมีผู้สมัครให้เลือกมาก โอกาสเจอคนที่ใช่ก็ย่อมมากขึ้นตาม</p>
<p>ฟังดูมีเหตุผลอยู่ไม่น้อย เพราะการจ้างคนหนึ่งคนมีความเสี่ยงสูง องค์กรจึงอยากเปรียบเทียบให้รอบด้านที่สุดก่อนตัดสินใจ</p>
<p>แต่ในทางปฏิบัติ ตัวเลือกที่มากเกินไปกลับทำให้กระบวนการจ้างงานช้าลงกว่าที่ควรจะเป็น จากที่ Resume หลายใบน่าจะช่วยให้เห็นภาพตลาดชัดขึ้น กลายเป็นภาระทางความคิดที่ทำให้คนตัดสินใจลังเล เทียบกันไม่จบ แล้วเลื่อนนัดสัมภาษณ์ออกไปเรื่อย ๆ</p>
<p>สิ่งนี้เรียกว่า The Paradox of Choice เมื่อบางครั้งปัญหาของการสรรหาไม่ได้อยู่ที่มีผู้สมัครน้อยเกินไป แต่อยู่ที่มีตัวเลือกมากเกินกว่าจะตัดสินใจได้อย่างมั่นใจต่างหาก</p>
<p>บทความนี้จึงอยากชวน Recruiter, HR และ Hiring Manager ทบทวนกันใหม่ว่า การส่ง Resume จำนวนมากช่วยเพิ่มโอกาสจ้างงานได้จริงหรือเปล่า หรือจริง ๆ แล้ว Shortlist ที่สั้น กระชับ และผ่านการกรองมาอย่างดี ต่างหากที่จะช่วยปิดตำแหน่งได้เร็วกว่า</p>

<h2>The Paradox of Choice คืออะไร</h2>
<p>ในงาน Recruitment มีความเชื่อหนึ่งที่ได้ยินกันบ่อยมาก คือยิ่งส่ง Resume ให้ลูกค้าเลือกเยอะ ยิ่งเพิ่มโอกาสปิดตำแหน่งได้มากขึ้น</p>
<p>ฟังดูสมเหตุสมผลอยู่ไม่น้อย เพราะถ้าลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น ก็น่าจะมีโอกาสเจอคนที่เหมาะสมมากขึ้นตามไปด้วย ถ้า Recruiter ส่งผู้สมัครให้แค่ 2 คน ลูกค้าอาจรู้สึกว่าน้อยไป แต่ถ้าส่งให้ 8 คน ลูกค้าอาจรู้สึกว่าตัวเองได้เห็นตลาดครบกว่า คุ้มกว่า และมีโอกาสเจอคนที่ดีที่สุดมากกว่า</p>
<p>ปัญหาคือ ในชีวิตจริง สมองคนเราไม่ได้ทำงานแบบนั้นเสมอไป</p>
<p>คุณ <strong>ปฏิยุทธ์ นุสธรรม Recruitment Consultant จาก Reeracoen Thailand</strong> อธิบายไว้ว่า The Paradox of Choice หรือ Choice Overload เป็นแนวคิดทางพฤติกรรมศาสตร์ที่บอกว่า การมีตัวเลือกมากเกินไปอาจทำให้คนตัดสินใจยากขึ้น รู้สึกกดดันมากขึ้น และบางครั้งเลือกที่จะไม่ตัดสินใจอะไรเลย</p>
<p>พอเอามาใช้กับงาน Recruitment การส่ง Resume จำนวนมากอาจไม่ได้ช่วยให้ลูกค้าเลือกง่ายขึ้นอย่างที่คิด แต่อาจทำให้ลูกค้าพูดประมาณว่า &#8220;ขอดูอีกหน่อย&#8221; &#8220;ขอคิดก่อน&#8221; &#8220;เดี๋ยวค่อยกลับมาเลือก&#8221; หรือแย่กว่านั้นคือ &#8220;ยังไม่มีใครใช่เลยสักคน&#8221;</p>
<p>สุดท้ายตำแหน่งที่ควรเดินหน้าต่อได้แล้ว ก็ไปติดอยู่ในสถานะ Pending นานเกินความจำเป็น</p>
<h2>The Jam Experiment: ทำไม 6 รสชาติถึงขายดีกว่า 24 รสชาติ</h2>
<p><a href="https://modelthinkers.com/mental-model/paradox-of-choice" target="_blank" rel="noopener">งานวิจัยที่ถูกพูดถึงเรื่อง The Paradox of Choice บ่อยที่สุดชิ้นหนึ่ง คือการทดลองของคุณ ชีน่า ลีเอนการ์ (Sheena Iyengar) และคุณ มาร์ค เลปเปอร์ (Mark Lepper) 2 นักวิจัยด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ที่ไปตั้งโต๊ะชิมแยมในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง</a></p>
<p>วิธีการไม่ซับซ้อน พวกเขาจะสลับตั้งโต๊ะชิมไปมา 2 แบบ แบบแรกจะมีแยมไว้ให้เลือก 24 รสชาติ กับอีกแบบที่วางไว้แค่ 6 รสชาติ แล้วนับดูว่าคนที่เดินผ่านไปมาจะแวะดูและตัดสินใจซื้อต่างกันแค่ไหน</p>
<p>ผลลัพธ์ที่ออกมาถือว่าผิดคาดไว้เยอะทีเดียว เมื่อโต๊ะแยมที่มี 24 รสชาติดึงคนให้หยุดดูได้มากกว่าจริง ประมาณ 60% ของคนที่เดินผ่าน ขณะที่โต๊ะ 6 รสชาติอาจดึงคนได้แค่ราว 40% แต่พอถึงขั้นตอนควักเงินซื้อจริง ตัวเลขกลับสลับข้างกันคนละเรื่อง เพราะโต๊ะแยม 24 รสชาติมีคนซื้อแค่ประมาณ 3% ส่วนโต๊ะแยม 6 รสชาติกลับมีคนซื้อสูงถึง 30% ต่างกันเกือบ 10 เท่า</p>
<p>พูดง่าย ๆ คือตัวเลือกที่เยอะกว่าดึงดูดสายตาได้ดีในตอนแรก แต่พอต้องตัดสินใจจริง กลับกลายเป็นตัวถ่วงแทน เพราะยิ่งต้องเปรียบเทียบตัวเลือกพร้อมกันหลายอย่าง สมองก็ยิ่งทำงานหนักขึ้น ความกังวลเรื่องเลือกผิดก็ยิ่งพุ่งสูงตามไปด้วย จนหลายคนเลือกทางที่ปลอดภัยที่สุด คือไม่เลือกอะไรเลย</p>
<p>หรืออีกตัวอย่างที่ใกล้ตัวกว่านั้นคือ เวลาที่เราตั้งใจจะดูภาพยนตร์หรือซีรีส์ใน Netflix สักเรื่อง เคยไหมที่สุดท้ายเรากลับเลือกไม่ได้เสียที ทั้งที่เลื่อนดูตัวเลือกไปแล้วนับร้อยเรื่อง ดูเรื่องย่อก็แล้ว ดูโปสเตอร์ก็แล้ว กดเข้าไปดูตัวอย่างก็แล้ว กลายเป็นว่าเรากลับใช้เวลาเลือกเรื่องที่จะดูมากกว่าการดูจริงเสียอีก</p>
<p>นี่คือตัวอย่างของ The Paradox of Choice ที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อมีตัวเลือกมากเกินไป การตัดสินใจที่ควรจะง่ายกลับกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อย ๆ</p>
<h2>จากโต๊ะแยม สู่โต๊ะเลือกผู้สมัคร</h2>
<p>การยกตัวอย่างเรื่องแยมและ Netflix อาจดูไกลจากงานสรรหาคนอยู่พอสมควร แต่ถ้าดูดี ๆ กลไกในหัวของคนเลือกซื้อแยม, Netflix กับ Hiring Manager ที่ต้องเลือกผู้สมัคร มีจุดร่วมกันมากกว่าที่คิด</p>
<p>เพราะลูกค้าที่ได้รับ Resume มาทีเดียว 7-10 ใบ ไม่ได้รู้สึกว่า &#8220;ดีจัง มีตัวเลือกเยอะ&#8221; หรอก แต่พอเห็นตัวเลือกเยอะ ๆ ความคิดในหัวจะเริ่มเกิดความต้องการมากขึ้น และหยุมหยิมมากขึ้น เช่น คนนี้ทักษะดีแต่ประสบการณ์ยังไม่ตรงเป๊ะ คนนั้นภาษาอังกฤษแข็งแรงแต่เรียกเงินเดือนสูงไปหน่อย อีกคนเคยอยู่อุตสาหกรรมเดียวกันมาก่อนแต่ดูไม่ค่อยมีความเป็นผู้นำ ส่วนอีกคน Profile สวยมากแต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเข้ากับทีมได้จริงไหม</p>
<p>พอ Resume แต่ละใบมีจุดเด่นจุดด้อยคนละแบบ การเปรียบเทียบก็ไม่ได้ง่ายเหมือนเทียบคะแนนสอบเต็ม 100 อีกต่อไป Hiring Manager ต้องชั่งน้ำหนักทั้งทักษะ ประสบการณ์ เงินเดือน บุคลิก ความพร้อมเริ่มงาน ไปจนถึงความเข้ากับทีมและความเสี่ยงหลังรับเข้ามาทำงานจริง</p>
<p>ยิ่งตัวเลือกเยอะ ตารางเปรียบเทียบในหัวก็ยิ่งพันกันเป็นปม ผลที่ตามมาจึงไม่ใช่การตัดสินใจที่เร็วขึ้น กลับกลายเป็นการเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ แทน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50469" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/images-2.webp" alt="The Paradox of Choice in Recruitment" width="413" height="484" title="The Paradox of Choice in Recruitment: ทำไม Shortlist ผู้สมัครน้อย ถึงปิดจ๊อบได้ไวกว่าการมีตัวเลือกเยอะ ? 6" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/images-2.webp 413w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/images-2-256x300.webp 256w" sizes="(max-width: 413px) 100vw, 413px" /></p>
<h2>3 กับดักทางจิตวิทยา ที่มากับ Resume กองโต</h2>
<h3>1. Analysis Paralysis: ตัวเลือกเยอะจนสมองค้าง</h3>
<p>Analysis Paralysis คืออาการที่คนมีข้อมูลหรือตัวเลือกมากเกินไป จนตัดสินใจอะไรไม่ได้สักอย่าง</p>
<p>เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ง่ายมากในงาน Recruitment โดยเฉพาะตอนที่ลูกค้าต้องดูผู้สมัครหลายคนพร้อมกัน แล้วแต่ละคนก็มีจุดเด่นคนละด้าน สมมติว่าผู้สมัคร A มีจุดแข็งเรื่อง Technical Skill แต่ขาด Soft Skill, ผู้สมัคร B ได้เปรียบเรื่องภาษา แต่ขาดทักษะด้านการทำงาน, ผู้สมัคร C มี Resume ดูดี แต่ประสบการณ์ไม่ตรงสายอุตสาหกรรม และ ผู้สมัคร D มีศักยภาพสูงแต่ต้องพัฒนาอีกหน่อย ส่วนผู้สมัคร E เข้ากับทีมได้ดีแต่ประสบการณ์ยังไม่ครบ</p>
<p>พอไม่มีใครชนะขาดลอย ลูกค้าก็ยิ่งคิดหนักกว่าเดิม แทนที่จะเลือก 2-3 คนเข้าสัมภาษณ์ทันที ลูกค้าอาจขอเวลาเพิ่ม ขอเทียบอีกรอบ หรือรอดูว่าจะมีผู้สมัครใหม่เข้ามาอีกไหม</p>
<p>Shortlist ที่ควรช่วยให้ทุกอย่างเร็วขึ้น จึงกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้กระบวนการช้าลงแทน</p>
<h3>2. Maximizer Trap: ยิ่งมีตัวเลือกเยอะ ยิ่งอยากได้ Unicorn</h3>
<p>เวลาคนมีตัวเลือกไม่มาก มักจะมองหาแค่ตัวเลือกที่ดีพอและตอบโจทย์ แต่พอตัวเลือกเยอะขึ้น มาตรฐานในใจก็มักขยับสูงขึ้นตามไปด้วยโดยไม่รู้ตัว เสียงในหัวจะเริ่มตั้งคำถามเปลี่ยนไปเป็น &#8220;มีใครดีกว่านี้อีกไหม&#8221;</p>
<p>นี่คือจุดที่การสรรหาเริ่มเปลี่ยนทิศ จากการหาคนที่เหมาะสม กลายเป็นการตามหา Perfect Candidate ที่แทบไม่มีอยู่จริงในตลาดแรงงาน</p>
<p>ความจริงคือผู้สมัครทุกคนมีข้อจำกัดของตัวเองเสมอ บางคนเก่งมากแต่เงินเดือนสูง บางคนประสบการณ์ตรงแต่ภาษาไม่ค่อยแข็งแรง บางคนศักยภาพสูงแต่ยังไม่เคยคุมทีมใหญ่ บางคนพร้อมเริ่มงานเร็วแต่ยังขาด Skill บางอย่าง</p>
<p>พอ Hiring Manager ตั้งเกณฑ์ไว้ว่าต้องครบทุกอย่าง Resume ที่ดีพออยู่แล้วหลายใบก็ถูกตัดทิ้งด้วยเหตุผลเล็ก ๆ น้อย ๆ สุดท้ายองค์กรอาจพลาดคนที่ทำงานได้จริง เพียงเพราะมัวรอคนที่สมบูรณ์แบบเกินความเป็นจริง</p>
<h3>3. Buyer&#8217;s Remorse: จ้างไปแล้วก็ยังกังวลว่าคนอื่นอาจดีกว่า</h3>
<p>Buyer&#8217;s Remorse คือความรู้สึกกังวลหรือเสียดายหลังตัดสินใจไปแล้ว ยิ่งก่อนหน้านั้นมีตัวเลือกเยอะเท่าไหร่ ความรู้สึกนี้ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดมากขึ้นเท่านั้น</p>
<p>ในงาน Recruitment ลูกค้าอาจเลือกผู้สมัครคนหนึ่งไปแล้ว แต่ในใจยังมีคำถามค้างอยู่ว่าคนที่ไม่ได้เลือกจะเหมาะกว่าหรือเปล่า หรือถ้ารออีกนิด จะเจอคนที่ดีกว่านี้ไหม</p>
<p>ความลังเลแบบนี้ทำให้มุมมองต่อพนักงานใหม่เริ่มต้นด้วยความไม่มั่นใจ ทั้งที่เขายังไม่ทันเข้างานวันแรกเลยด้วยซ้ำ แทนที่จะเริ่มความสัมพันธ์ด้วยความเชื่อมั่นเต็มร้อย กลับเริ่มด้วยความกังขาแทน</p>
<p>[แทรก &#8211; https://th.hrnote.asia/hrtech/too-many-hr-tech-good-or-bad-250204/]</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42687" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-04T162632.467.webp" alt="มี HR Tech เยอะเกินไป (Too Many HR Tech) เป็นข้อดีหรือข้อเสียต่อ HR ?" width="600" height="370" title="The Paradox of Choice in Recruitment: ทำไม Shortlist ผู้สมัครน้อย ถึงปิดจ๊อบได้ไวกว่าการมีตัวเลือกเยอะ ? 7" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-04T162632.467.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-04T162632.467-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/too-many-hr-tech-good-or-bad-250204/">มี HR Tech เยอะเกินไป (Too Many HR Tech) เป็นข้อดีหรือข้อเสียต่อ HR ?</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>ทำไม Shortlist ที่ดีไม่ควรยาว</h2>
<p>Shortlist ที่ดีไม่ใช่การรวบรวมทุกคนที่ &#8220;พอใช้ได้&#8221; แล้วโยนให้ลูกค้าไปเลือกเอง เพราะถ้า Recruiter ส่งทุกคนที่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำไปให้หมด งานคัดกรองเชิงลึกก็จะตกไปอยู่ที่ Hiring Manager ทั้งหมด</p>
<p>คำถามที่ควรถามตัวเองคือ ถ้าลูกค้าต้องมานั่งเปรียบเทียบเองทุกอย่าง แล้วคุณค่าของ Recruiter อยู่ตรงไหน</p>
<p>จำนวนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ Shortlist มักอยู่ที่ประมาณ 3 คน เพราะเป็นจำนวนที่ลูกค้ายังเปรียบเทียบไหว เห็นความต่างของแต่ละคนชัดเจน และตัดสินใจเดินหน้าต่อได้เร็วกว่า</p>
<p>ข้อมูลจากกรณีศึกษาภายในที่นำมาอ้างอิงในบทความนี้ระบุว่า เมื่อส่งผู้สมัคร 3 คน ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้นถึง 35% เมื่อเทียบกับ Shortlist ที่มี 6 คนขึ้นไป และถ้าส่ง Resume เกิน 6 ใบ โอกาสที่ลูกค้าจะปฏิเสธผู้สมัครทั้งหมดก็สูงขึ้นถึง 40%</p>
<p>แน่นอนว่าตัวเลขนี้ไม่ควรถูกยึดเป็นสูตรตายตัวกับทุกตำแหน่งหรือทุกอุตสาหกรรม บางตำแหน่งที่ตลาดกว้างมากหรือมี Requirement หลายมิติ อาจต้องมีตัวเลือกมากกว่า 3 คนก็ได้ แต่หลักคิดสำคัญที่ Recruiter ควรจำไว้คือ ไม่ควรวัดคุณค่าของตัวเองจากจำนวน Resume ที่ส่งได้เพียงอย่างเดียว คุณค่าที่แท้จริงอยู่ที่การคัดให้แคบลงอย่างมีเหตุผล และช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น</p>
<h2>Recruiter ควรเปลี่ยนวิธีส่งผู้สมัครแบบไหน</h2>
<p>วิธีทำงานแบบเดิมมักเริ่มจากหาผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์ให้ได้มากที่สุด ส่ง Resume ให้ลูกค้า แล้วปล่อยให้ลูกค้าเลือกเอง รอ Feedback กลับมา ถ้าลูกค้ายังไม่ถูกใจก็ค่อยส่งเพิ่ม</p>
<p>วิธีนี้อาจดูปลอดภัยในมุมของ Recruiter เพราะรู้สึกว่าตัวเองส่งตัวเลือกให้ครบแล้ว และลูกค้าก็มีสิทธิ์เลือกเองเต็มที่ แต่ในมุมของลูกค้า วิธีนี้อาจทำให้รู้สึกว่างานคัดกรองยังทำไม่เสร็จดี</p>
<p>Recruiter ที่ดีควรถามว่า ถ้าต้องเลือกจริง ๆ 3 คนที่ควรอยู่ต่อหน้าลูกค้าคือใคร และเพราะอะไร</p>
<p>Shortlist ที่ดีควรมีองค์ประกอบสำคัญ 3 อย่าง ดังนี้</p>
<h3>1. คัดก่อนส่ง ไม่ใช่ส่งก่อนคัด</h3>
<p>Recruiter ควรทำงานเปรียบเทียบให้หนักตั้งแต่ก่อนถึงมือลูกค้า ไม่ใช่แค่เช็กว่าผู้สมัครผ่าน Requirement หรือเปล่า แต่ต้องดูด้วยว่าใครเหมาะกับโจทย์ธุรกิจมากกว่ากัน ใครมีความเสี่ยงน้อยกว่า ใครมีแรงจูงใจตรงกับตำแหน่งจริง ๆ และใครมีโอกาสเข้ากับวัฒนธรรมทีมได้ดีที่สุด</p>
<h3>2. อธิบายเหตุผลของแต่ละคนให้ชัด</h3>
<p>Shortlist ที่ดีไม่ควรมีแค่ไฟล์ Resume แนบมาเฉย ๆ Recruiter ควรช่วยลูกค้าเห็นภาพว่าทำไมผู้สมัครคนนี้ถึงควรถูกพิจารณา จุดแข็งคืออะไร มีอะไรที่ต้องระวัง และถ้าจะสัมภาษณ์ต่อ ควรเจาะเรื่องไหนเป็นพิเศษ</p>
<p>ยกตัวอย่างเช่น ผู้สมัคร A เหมาะกับโจทย์ที่ต้องการคนลงมือทำได้เร็ว เพราะมีประสบการณ์ตรงกับระบบที่บริษัทใช้อยู่แล้ว ผู้สมัคร B อาจต้องใช้เวลาเรียนรู้ธุรกิจสักพัก แต่แข็งแรงเรื่องภาษาและการประสานงานกับ Regional Team ส่วนผู้สมัคร C ยังไม่มีประสบการณ์ตรงในอุตสาหกรรมนี้ แต่มี Learning Agility สูง และเงินเดือนอยู่ในกรอบที่บริษัทรับได้สบาย ๆ</p>
<p>พอ Recruiter ช่วยจัดกรอบความคิดแบบนี้ให้ ลูกค้าจะตัดสินใจง่ายขึ้นมาก</p>
<h3>3. กล้ารับผิดชอบกับ Shortlist ของตัวเอง</h3>
<p>การส่ง Top 3 ต้องอาศัยความมั่นใจและความรับผิดชอบพอสมควร เพราะ Recruiter ต้องกล้าบอกลูกค้าตรง ๆ ว่า จากผู้สมัครทั้งหมดที่คัดมา 3 คนนี้คือกลุ่มที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรอบนี้</p>
<p>นี่ไม่ใช่การจำกัดทางเลือกของลูกค้า แต่เป็นการช่วยลดภาระในการตัดสินใจ และนี่แหละคือคุณค่าของ Recruiter มืออาชีพตัวจริง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3>Checklist: ก่อนส่ง Shortlist ต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้</h3>
<ul style="list-style-type: circle;">
<li class="isSelectedEnd"><strong>ผู้สมัครแต่ละคนตอบโจทย์ธุรกิจข้อไหน</strong> &#8211; ตำแหน่งนี้มีไว้แก้ปัญหาอะไรขององค์กร และผู้สมัครคนนี้ช่วยตอบโจทย์นั้นอย่างไร</li>
<li class="isSelectedEnd"><strong>ถ้าต้องเลือกแค่ 3 คน ใครควรอยู่ในลิสต์</strong> &#8211; คำถามนี้ช่วยให้ Recruiter คัดให้แคบลง และไม่ส่งผู้สมัครจำนวนมากเกินไปเพียงเพราะ “เผื่อไว้ก่อน”</li>
<li class="isSelectedEnd"><strong>จุดแข็งของแต่ละคนต่างกันตรงไหน</strong> &#8211; Shortlist ที่ดีควรทำให้ Hiring Manager เห็นความต่างของผู้สมัครแต่ละคนได้ชัด ไม่ใช่ Resume ที่คล้ายกันจนเลือกยาก</li>
<li class="isSelectedEnd"><strong>ข้อกังวลของแต่ละคนคืออะไร</strong> &#8211; ผู้สมัครไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่ Recruiter ควรรู้ว่าจุดเสี่ยงอยู่ตรงไหน เช่น เงินเดือนสูง ทักษะบางด้านยังไม่ครบ หรือประสบการณ์ยังไม่ตรงเต็มที่</li>
<li class="isSelectedEnd"><strong>ถ้าสัมภาษณ์ต่อ ควรถามเรื่องอะไร</strong> &#8211; Resume เป็นแค่จุดเริ่มต้น Recruiter ควรช่วยชี้ให้เห็นว่าควรตรวจสอบประเด็นไหนต่อ เพื่อให้การสัมภาษณ์มีทิศทางและได้ข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจจริง</li>
</ul>
<p>Shortlist ที่ดีจึงไม่ใช่แค่รายชื่อผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้น แต่ควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ Hiring Manager เห็นภาพชัดขึ้นว่า ใครเหมาะกับโจทย์งานจริง ใครมีความเสี่ยงตรงไหน และควรเดินหน้ากับใครต่อ</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>ยกระดับงานสรรหา ด้วยบริการ Recruitment Agency</h2>
<p>สำหรับองค์กรที่ปิดตำแหน่งช้า ลูกค้าภายในให้ Feedback ช้า หรือ Hiring Manager มักขอ “ดูเพิ่มอีกหน่อย” อยู่เรื่อย ๆ ปัญหาอาจไม่ได้มาจากจำนวนผู้สมัครในตลาดเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับวิธีคัดกรองและวิธีนำเสนอผู้สมัครให้ผู้ตัดสินใจด้วย</p>
<p>ลองกลับมาทบทวนดูว่า กระบวนการ Recruitment ขององค์กรช่วยให้ Hiring Manager ตัดสินใจง่ายขึ้นจริงหรือไม่ Recruiter เข้าใจโจทย์ธุรกิจของตำแหน่งนั้นมากพอแล้วหรือยัง Shortlist ที่ส่งไปมีเหตุผลรองรับชัดเจนแค่ไหน ข้อมูลของผู้สมัครช่วยให้ตัดสินใจได้ครบมิติหรือเปล่า และจำนวน Resume ที่ส่งไปนั้น ช่วยให้เลือกง่ายขึ้น หรือทำให้ลังเลกว่าเดิม</p>
<p>เพราะ Shortlist ที่ดีไม่ควรเป็นเพียงรายชื่อผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้น แต่ควรเป็นรายชื่อที่ผ่านการคัดกรองมาแล้วว่าเหมาะกับโจทย์งาน วัฒนธรรมองค์กร ความคาดหวังของ Hiring Manager และความเป็นไปได้ในการจ้างงานจริง</p>
<p><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener">หากองค์กรต้องการตัวช่วยในการสรรหาที่ช่วยคัดเลือก Candidate Shortlist ที่ใช่มาให้พิจารณาอย่างเป็นระบบ ลดภาระในการคัดกรอง และทำให้การตัดสินใจของ Hiring Manager ง่ายขึ้น สามารถเลือกใช้บริการ Recruitment Agency อย่าง Reeracoen Thailand เพื่อช่วยค้นหา ประเมิน และนำเสนอผู้สมัครที่เหมาะสมกับตำแหน่งได้อย่างมืออาชีพ ติดต่อได้เลยที่นี่</a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-50352 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/2-2-1024x1024-1-e1782280425514.webp" alt="Reeracoen Thailand" width="600" height="600" title="The Paradox of Choice in Recruitment: ทำไม Shortlist ผู้สมัครน้อย ถึงปิดจ๊อบได้ไวกว่าการมีตัวเลือกเยอะ ? 8"></a></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>The Paradox of Choice in Recruitment เตือนให้เห็นว่าการมีตัวเลือกมากขึ้น ไม่ได้แปลว่าจะตัดสินใจได้ดีขึ้นเสมอไป</p>
<p>ในงานสรรหา การส่ง Resume จำนวนมากอาจดูเหมือนเป็นการเพิ่มโอกาส แต่ถ้าตัวเลือกเหล่านั้นไม่ได้ผ่านการกรองมาอย่างมีเหตุผลมากพอ มันก็อาจกลายเป็นภาระของลูกค้า จนเกิดความลังเล ความสับสน และการเลื่อนตัดสินใจออกไปเรื่อย ๆ ในที่สุด</p>
<p>Shortlist ที่ดีจึงไม่ใช่ลิสต์ที่ยาวที่สุด แต่เป็นลิสต์ที่ผ่านการคัดมาอย่างรอบคอบ มีเหตุผลรองรับชัดเจน และช่วยให้ลูกค้าเห็นทางเลือกที่เหมาะสมจริง ๆ</p>
<p>หน้าที่ของ Recruiter ไม่ใช่ส่งให้เยอะกว่าเดิม แต่ต้องคิดให้ลึกกว่าเดิมต่างหาก เพราะสุดท้ายแล้วเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่ Long List แต่เป็น Right Shortlist</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources:</strong></p>
<ul>
<li>Insight จากคุณปฏิยุทธ์ นุสธรรม Recruitment Consultant จาก Reeracoen Thailand</li>
<li><a href="https://cammio.com/blog/paradox-of-choice-recruitment" target="_blank" rel="noopener">Cammio</a></li>
<li><a href="https://medium.com/@NatashaMH/the-paradox-of-choice-d710abdeecbe" target="_blank" rel="noopener">Medium</a></li>
<li><a href="https://thedecisionlab.com/reference-guide/economics/the-paradox-of-choice" target="_blank" rel="noopener">The Decision LabForbes</a></li>
<li><a href="https://www.forbes.com/councils/forbeshumanresourcescouncil/2022/07/14/how-the-paradox-of-choice-hamstrings-hiring-and-what-to-do-about-it/" target="_blank" rel="noopener">Forbes</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/the-paradox-of-choice-in-recruitment-260706/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AI Hiring Bias ใครต้องรับผิดชอบถ้า AI คัดคนผิด ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/ai-hiring-bias-260702/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/ai-hiring-bias-260702/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2026 03:24:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[อคติ]]></category>
		<category><![CDATA[AI Hiring Bias]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50443</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Workday ถูกผู้สมัครงานฟ้องในสหรัฐอเมริกาว่า แพลตฟอร์ม AI-Powered Hiring Software อาจมีส่วนทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติในการคัดเลือกเข้าทำงานต่อผู้สมัครบางกลุ่ม ทำให้ประเด็น AI Hiring Bias ถูกจับตามองมากขึ้น AI Hiring อาจไม่ได้ใช้ข้อมูลอ่อนไหวโดยตรง แต่ตัวแปรที่ดูเป็นกลาง เช่น Employment Gaps, Keyword Matching หรือประวัติการทำงาน อาจทำให้ผู้สมัครบางกลุ่มเสียเปรียบได้ ปัญหา AI Hiring Bias ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการออกแบบระบบการสรรหา, การกำกับดูแลข้อมูล และความรับผิดชอบของ HR ทั้งกระบวนการ HR ที่ใช้ AI ในการสรรหาต้องมีระบบตรวจสอบที่ชัดเจนเพื่อให้แน่ชัดว่า การสรรหาจะเป็นไปอย่างโปร่งใส และยุติธรรม AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในงาน Recruitment ของหลายองค์กรไปแล้ว ตั้งแต่การอ่านเรซูเม่ คัดกรองผู้สมัคร จัดอันดับ Candidate แนะนำผู้สมัครที่เหมาะสม ไปจนถึงช่วยลดเวลาการทำงานของ Recruiter ในช่วงที่มีใบสมัครจำนวนมาก สำหรับ HR นี่คือเครื่องมือที่ช่วยเพิ่ม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>Workday ถูกผู้สมัครงานฟ้องในสหรัฐอเมริกาว่า แพลตฟอร์ม AI-Powered Hiring Software อาจมีส่วนทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติในการคัดเลือกเข้าทำงานต่อผู้สมัครบางกลุ่ม ทำให้ประเด็น AI Hiring Bias ถูกจับตามองมากขึ้น</li>
<li>AI Hiring อาจไม่ได้ใช้ข้อมูลอ่อนไหวโดยตรง แต่ตัวแปรที่ดูเป็นกลาง เช่น Employment Gaps, Keyword Matching หรือประวัติการทำงาน อาจทำให้ผู้สมัครบางกลุ่มเสียเปรียบได้</li>
<li>ปัญหา AI Hiring Bias ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการออกแบบระบบการสรรหา, การกำกับดูแลข้อมูล และความรับผิดชอบของ HR ทั้งกระบวนการ</li>
<li>HR ที่ใช้ AI ในการสรรหาต้องมีระบบตรวจสอบที่ชัดเจนเพื่อให้แน่ชัดว่า การสรรหาจะเป็นไปอย่างโปร่งใส และยุติธรรม</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50447" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-30T162931.960.webp" alt="HR AI Hiring Bias" width="600" height="370" title="AI Hiring Bias ใครต้องรับผิดชอบถ้า AI คัดคนผิด ? 12" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-30T162931.960.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-30T162931.960-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในงาน Recruitment ของหลายองค์กรไปแล้ว ตั้งแต่การอ่านเรซูเม่ คัดกรองผู้สมัคร จัดอันดับ Candidate แนะนำผู้สมัครที่เหมาะสม ไปจนถึงช่วยลดเวลาการทำงานของ Recruiter ในช่วงที่มีใบสมัครจำนวนมาก</p>
<p>สำหรับ HR นี่คือเครื่องมือที่ช่วยเพิ่ม Productivity ได้จริง เพราะทำให้กระบวนการสรรหาเร็วขึ้น เป็นระบบขึ้น และลดภาระงานซ้ำ ๆ ได้มากขึ้น</p>
<p>แต่เมื่อ AI เข้ามาช่วยคัดคน คำถามก็คือ ถ้า AI คัดคนผิด มองข้ามผู้สมัครที่มีศักยภาพ หรือทำให้ผู้สมัครบางกลุ่มเสียเปรียบโดยไม่รู้ตัว ใครควรเป็นคนรับผิดชอบ ?</p>
<p>ประเด็นนี้ถูกพูดถึงมากขึ้น หลัง <a href="https://www.reuters.com/legal/government/workday-must-face-california-lawsuit-over-ai-bias-job-screening-tools-2026-06-22/" target="_blank" rel="noopener">Reuters</a> รายงานว่า คดีที่ผู้สมัครงานรายหนึ่งฟ้อง <a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/personalization-is-key-workday-080523/">Workday</a> แพลตฟอร์ม HR Tech รายใหญ่ของสหรัฐฯ ว่า AI-Powered Hiring Software อาจทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติต่อผู้สมัครงาน จนส่งผลกระทบต่อผู้สมัครบางกลุ่ม รวมถึงผู้พิการ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า Workday มีความผิดแล้ว เพราะคดียังอยู่ในกระบวนการพิจารณา และบริษัทเองก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว</p>
<p>สิ่งที่ทำให้คดีนี้น่าจับตามองคือ มันกำลังตั้งคำถามสำคัญต่อวงการ HR Tech ว่า หาก AI Hiring ทำให้เกิดผลกระทบที่ไม่เป็นธรรม ความรับผิดชอบควรอยู่ที่นายจ้างเพียงฝ่ายเดียว หรือควรขยายไปถึงผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้วย</p>

<h2>AI Hiring Bias ไม่ได้เกิดจากการใส่ “ข้อมูลต้องห้าม” เสมอไป</h2>
<p>เวลาพูดถึง AI Bias หลายคนอาจนึกถึงกรณีที่ระบบใช้ข้อมูลอ่อนไหวโดยตรง เช่น เพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา หรือความพิการ</p>
<p>แต่ในกระบวนการจ้างงานจริง Bias อาจซับซ้อนกว่านั้น</p>
<p>แม้ระบบจะไม่ได้ถามอายุโดยตรง แต่ข้อมูลบางอย่างอาจบอกใบ้ช่วงอายุได้ แม้ระบบจะไม่ได้ถามเรื่องความพิการโดยตรง แต่ Employment Gaps หรือช่องว่างระหว่างการทำงาน อาจเชื่อมโยงกับคนที่เคยป่วย ต้องดูแลครอบครัว ต้องพักรักษาตัว หรือมีข้อจำกัดบางอย่างในชีวิต</p>
<p>แม้ระบบจะไม่ได้ถามฐานะทางสังคม แต่ชื่อมหาวิทยาลัย ที่อยู่ รูปแบบประสบการณ์ หรือเส้นทางอาชีพ อาจกลายเป็นตัวแปรที่สะท้อนความได้เปรียบเสียเปรียบทางสังคมได้เช่นกัน</p>
<p>นี่คือเหตุผลที่ AI Hiring Bias เป็นเรื่องที่ HR ต้องระวัง เพราะระบบอาจไม่ได้เลือกปฏิบัติแบบตรงไปตรงมา แต่ใช้ข้อมูลที่ดูเป็นกลาง แล้วสร้างผลลัพธ์ที่ไม่เป็นกลาง</p>
<h2>ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ AI อย่างเดียว แต่อยู่ที่กระบวนการคัดเลือกทั้งระบบ</h2>
<p>ในมุม HR สิ่งสำคัญคืออย่ามองว่า AI เป็นตัวการเดียว</p>
<p>เพราะ AI มักถูกฝึกจากข้อมูล วิธีคิด เกณฑ์การคัดเลือก และรูปแบบการตัดสินใจที่มนุษย์เคยใช้มาก่อน ถ้าในอดีตองค์กรมี Hiring Pattern ที่เอนเอียงอยู่แล้ว AI ก็อาจเรียนรู้รูปแบบนั้น ถ้าองค์กรใช้ performance data ที่ไม่สมบูรณ์ AI ก็อาจเรียนรู้จากข้อมูลที่ไม่สะท้อนความสามารถจริง และถ้า Job Criteria ไม่ชัด AI ก็อาจคัดคนจากตัวแปรที่ไม่เกี่ยวกับความสำเร็จในงานจริง</p>
<p>ดังนั้น AI Hiring Bias จึงไม่ใช่ปัญหาของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการออกแบบกระบวนการสรรหา การจัดการข้อมูล และความรับผิดชอบของ HR ทั้งระบบ</p>
<p>สิ่งที่เราต้องตั้งคำถามก่อนก็คือ ระบบใช้ข้อมูลอะไร ? เกณฑ์การคัดเลือกสัมพันธ์กับงานจริงแค่ไหน ? มนุษย์มีบทบาทตรวจสอบตรงไหน ? ผู้สมัครรู้หรือไม่ว่าถูกประเมินด้วยระบบอัตโนมัติ ?</p>
<p>และถ้าผู้สมัครถูกปฏิเสธ เขามีช่องทางโต้แย้งหรือขอคำอธิบายหรือไม่ ?</p>
<h2>แม้องค์กรไทยยังไม่ถูกบังคับเหมือนต่างประเทศ แต่ทำไม HR ต้องสนใจประเด็นนี้</h2>
<p>บางคนอาจมองว่าคดีนี้เกิดในสหรัฐฯ และกฎหมาย AI Hiring ของไทยยังไม่ได้เข้มข้นเท่านิวยอร์ก แคลิฟอร์เนีย หรือยุโรป แต่สำหรับ HR ไทย ประเด็นนี้ควรถูกมองเป็นสัญญาณล่วงหน้า</p>
<p>เพราะองค์กรไทยเองก็เริ่มใช้ HR Tech, ระบบ ATS, Assessment Platform, Chatbot, Resume screening หรือ AI ในกระบวนการสรรหามากขึ้นเรื่อย ๆ และยิ่งองค์กรรับสมัครคนจำนวนมาก ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้ระบบคัดกรองอัตโนมัติจะช่วยลดเวลาและต้นทุนได้มากจริง ๆ</p>
<p>แต่ถ้าองค์กรใช้ AI โดยไม่มีการกำกับดูแลที่ดี ความเสี่ยงจะไม่ได้อยู่แค่เรื่องกฎหมายเท่านั้น แต่รวมถึงชื่อเสียงขององค์กร ความเชื่อมั่นของผู้สมัคร, Employer Branding และคุณภาพของ Talent Pool ในระยะยาว</p>
<p>ถ้าระบบคัดคนบางกลุ่มออกตั้งแต่ต้น องค์กรอาจไม่ได้แค่เสี่ยงถูกฟ้อง แต่กำลังเสียคนเก่งที่ไม่เข้ากับแพทเทิร์นเดิมของระบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50446" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-30T160417.501.webp" alt="HR AI Hiring Bias" width="600" height="370" title="AI Hiring Bias ใครต้องรับผิดชอบถ้า AI คัดคนผิด ? 13" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-30T160417.501.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/07/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-30T160417.501-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>ใช้ AI คัดคนได้ แต่ต้องมีหลักฐานว่าใช้แล้วยุติธรรมพอ</h2>
<p>AI Hiring ไม่ใช่สิ่งที่ HR ต้องหยุดใช้ แต่ต้องใช้แบบรู้ว่าความเร็วไม่ได้สำคัญกว่าความเป็นธรรม</p>
<p>และนี่คือสิ่งที่ HR ควรทำ</p>
<h3>1. Vendor Due Diligence</h3>
<p>ก่อนเลือกใช้ HR Tech หรือ AI Screening Tool HR ควรถามผู้ให้บริการให้ชัดว่า ระบบใช้ข้อมูลอะไร ใช้โมเดลแบบไหน อธิบายผลลัพธ์ได้แค่ไหน มีการทดสอบอคติหรือไม่ มีเอกสาร validation หรือไม่ และลูกค้าสามารถ Audit ได้แค่ไหน</p>
<h3>2. Bias Audit</h3>
<p>องค์กรควรตรวจสอบว่าระบบคัดกรองทำให้ผู้สมัครบางกลุ่มผ่านหรือไม่ผ่านในอัตราที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเพศ อายุ ความพิการ เชื้อชาติ หรือปัจจัยที่กฎหมายคุ้มครองในแต่ละประเทศ</p>
<h3>3. Human Oversight</h3>
<p>AI ไม่ควรถูกปล่อยให้เป็นคนตัดสินใจสุดท้ายโดยไม่มีมนุษย์ตรวจสอบ โดยเฉพาะในตำแหน่งที่มีผลกระทบสูง หรือกรณีที่ระบบให้คะแนนต่ำด้วยเหตุผลที่ไม่ชัดเจน</p>
<h3>4. Job-related Criteria</h3>
<p>ทุกเกณฑ์ที่ใช้คัดกรองผู้สมัครควรตอบได้ว่าเกี่ยวข้องกับงานจริงอย่างไร เช่น หากใช้ช่องว่างระหว่างการทำงาน การเปลี่ยนงานบ่อย หรือการจับ Keyword ในเรซูเม่ HR ต้องรู้ให้ชัดว่าเกณฑ์เหล่านี้บอกถึงความสามารถในการทำงานจริงหรือไม่ หรือเป็นแค่ความเชื่อเดิมขององค์กร</p>
<h3>5. Candidate Transparency</h3>
<p>ผู้สมัครควรรู้ว่ากระบวนการคัดเลือกมีการใช้ AI หรือ Automated Tool ในส่วนใดบ้าง และควรมีช่องทางสอบถามหรือขอความช่วยเหลือ หากมีข้อจำกัด เช่น ความพิการ การเข้าถึงเทคโนโลยี หรือข้อมูลในเรซูเม่ที่ระบบอาจตีความผิด</p>
<h2>คำถามที่ HR ควรถามก่อนใช้ AI Hiring Tool</h2>
<p>ก่อนนำ AI เข้ามาในกระบวนการคัดเลือก HR ควรถามอย่างน้อย 10 ข้อนี้</p>
<ol>
<li>AI ใช้ข้อมูลอะไรในการคัดกรองผู้สมัคร</li>
<li>มีข้อมูลหรือตัวแปรใดในระบบที่อาจบ่งชี้ถึงข้อมูลอ่อนไหวของผู้สมัครโดยอ้อมหรือไม่</li>
<li>เกณฑ์การคัดเลือกเกี่ยวข้องกับความสำเร็จในงานจริงแค่ไหน</li>
<li>ระบบเคยได้รับการตรวจสอบเรื่อง Bias หรือผ่านการประเมินความน่าเชื่อถือมาแล้วหรือไม่</li>
<li>มีเอกสารอธิบายโมเดลและวิธีประเมินหรือไม่</li>
<li>เมื่อ AI ให้ผลลัพธ์ออกมา HR สามารถตรวจสอบ ทบทวน หรือปรับการตัดสินใจได้มากน้อยแค่ไหน</li>
<li>ผู้สมัครจะได้รับแจ้งหรือไม่ว่ามีการใช้ระบบอัตโนมัติ</li>
<li>หากผู้สมัครมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ความพิการ ปัญหาการเข้าถึงเทคโนโลยี หรือข้อมูลที่ระบบอาจตีความผิด มีช่องทางให้แจ้งหรือขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่</li>
<li>ใครเป็นผู้รับรับผิดชอบเมื่อเกิดผลลัพธ์ที่ไม่เป็นธรรม</li>
<li>ระบบนี้ช่วยให้การจ้างงานยุติธรรมขึ้นจริง หรือเพียงแค่ทำให้กระบวนการเร็วขึ้น</li>
</ol>
<p>คำถามเหล่านี้อาจดูละเอียด แต่ในยุคที่ AI Hiring เริ่มถูกตรวจสอบมากขึ้น การไม่มีคำตอบอาจเป็นความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนตรวจสอบตั้งแต่แรก</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28797" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/AI-Bias-in-HR-อคติของปัญญาประดิษฐ์-ภัยเงียบขององค์กร.jpg" alt="AI Bias in HR อคติของปัญญาประดิษฐ์ ภัยเงียบขององค์กร" width="600" height="370" title="AI Hiring Bias ใครต้องรับผิดชอบถ้า AI คัดคนผิด ? 14" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/AI-Bias-in-HR-อคติของปัญญาประดิษฐ์-ภัยเงียบขององค์กร.jpg 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/AI-Bias-in-HR-อคติของปัญญาประดิษฐ์-ภัยเงียบขององค์กร-300x185.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/230707-ai-bias/">AI Bias in HR อคติของปัญญาประดิษฐ์ ภัยเงียบขององค์กร</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>บทเรียนสำหรับ HR ไทย</h2>
<p>สำหรับองค์กรไทย ประเด็นนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว เพราะการใช้ AI ใน Recruitment อาจเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ เช่น ใช้ระบบคัด Keyword ในเรซูเม่, ใช้ Chatbot ช่วย <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/ai-vs-human-pre-screen-recruitment-260420/">Pre-Screen</a>, ผู้สมัครใช้ Assessment Platform ให้คะแนนอัตโนมัติ หรือใช้ AI ช่วยเรียงลำดับ Candidate</p>
<p>แต่เมื่อระบบเริ่มมีอิทธิพลต่อโอกาสในการได้งานของคน ความรับผิดชอบของ HR ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย</p>
<p>HR จึงควรเริ่มสร้าง AI Hiring Governance ตั้งแต่ตอนที่ระบบยังไม่ได้ซับซ้อนมาก ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยหาว่าใครผิด</p>
<p>เพราะในอนาคต หลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครงานเอง หรือสังคม จะยิ่งถามแน่นอนว่า “คุณพิสูจน์ได้อย่างไรว่า AI ที่ใช้ไม่ทำให้คนบางกลุ่มเสียเปรียบ ?”</p>
<h2><strong>บทสรุป</strong></h2>
<p>AI ช่วยให้ Recruitment เร็วขึ้นได้ แต่ความเร็วไม่ควรแลกกับความเป็นธรรม</p>
<p>คดี Workday เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า AI Hiring Bias ไม่ใช่ประเด็นเชิงทฤษฎีอีกต่อไป แต่เริ่มกลายเป็นความเสี่ยงจริงขององค์กร ผู้ให้บริการ HR Tech และกระบวนการสรรหาทั้งระบบ</p>
<p>สำหรับ HR คำถามสำคัญคือ “จะใช้ AI คัดคนอย่างไรให้ตรวจสอบได้ อธิบายได้ และรับผิดชอบได้ ?”</p>
<p>เพราะการจ้างงานที่ดีในยุค AI ไม่ได้วัดจากการคัดคนได้เร็วที่สุด แต่วัดจากการคัดคนได้แม่นขึ้น แฟร์ขึ้น และไม่ทิ้งคนที่มีศักยภาพไว้ข้างหลังเพียงเพราะระบบมองไม่เห็นคุณค่าของเขา</p>
<p>หากองค์กรของคุณกำลังมองหา HR Solution เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานด้าน Recruitment เช่น <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1">Recruitment Technology</a>, <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/47">Applicant Tracking System</a> รวมถึง <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/4">Recruitment Agency</a> สามารถค้นหา HR Solution ที่เกี่ยวข้องได้ผ่าน HREX</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/ai-hiring-bias-260702/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AI Skills Test การคัดเลือกผู้สมัครยุคใหม่ ดูว่าตัดสินใจใช้ข้อมูลจาก AI ได้ดีแค่ไหน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/ai-skills-test-260630/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/ai-skills-test-260630/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jun 2026 02:59:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[AI Skills Test]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50399</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT หลายบริษัทเริ่มให้ผู้สมัครใช้ AI แก้โจทย์จากงานจริง เพื่อวัด AI Readiness การวัด AI Skill ไม่ใช่แค่ดูว่าใช้ ChatGPT หรือเครื่องมือ AI เป็นหรือไม่ แต่ต้องดู Judgment, Adaptability และ Decision-making AI Skills Test ช่วยให้ HR เห็นวิธีคิด วิธีตรวจสอบคำตอบ และความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI ของผู้สมัคร การใช้ AI ในกระบวนการสมัครงานทำให้ Resume และ Interview แบบเดิมอาจบอกความสามารถจริงได้น้อยลง HR ต้องออกแบบ Assessment ให้เกี่ยวข้องกับงานจริง เป็นธรรม โปร่งใส และไม่กลายเป็นการวัดว่าใครเก่ง Prompt มากกว่ากัน การเข้ามาของ Generative AI ในช่วงแรก หลายองค์กรอาจถามผู้สมัครเพียงว่า “ใช้ AI เป็นไหม” หรือ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>หลายบริษัทเริ่มให้ผู้สมัครใช้ AI แก้โจทย์จากงานจริง เพื่อวัด AI Readiness</li>
<li>การวัด AI Skill ไม่ใช่แค่ดูว่าใช้ ChatGPT หรือเครื่องมือ AI เป็นหรือไม่ แต่ต้องดู Judgment, Adaptability และ Decision-making</li>
<li>AI Skills Test ช่วยให้ HR เห็นวิธีคิด วิธีตรวจสอบคำตอบ และความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI ของผู้สมัคร</li>
<li>การใช้ AI ในกระบวนการสมัครงานทำให้ Resume และ Interview แบบเดิมอาจบอกความสามารถจริงได้น้อยลง</li>
<li>HR ต้องออกแบบ Assessment ให้เกี่ยวข้องกับงานจริง เป็นธรรม โปร่งใส และไม่กลายเป็นการวัดว่าใครเก่ง Prompt มากกว่ากัน</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50403" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-81.webp" alt="AI Skills Test" width="600" height="370" title="AI Skills Test การคัดเลือกผู้สมัครยุคใหม่ ดูว่าตัดสินใจใช้ข้อมูลจาก AI ได้ดีแค่ไหน 18" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-81.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-81-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การเข้ามาของ Generative AI ในช่วงแรก หลายองค์กรอาจถามผู้สมัครเพียงว่า “ใช้ AI เป็นไหม” หรือ “เคยใช้ ChatGPT ทำงานอะไรบ้าง”<br />
แต่เมื่อ AI เริ่มกลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานในชีวิตการทำงาน การใช้ AI เป็น ไม่ได้แปลว่าใช้ AI ได้ดีอีกต่อไป</p>
<p>แน่นอนว่าผู้สมัครบางคนอาจใช้ AI เพื่อเขียน Resume ให้สวยขึ้น ตอบคำถามสัมภาษณ์ให้ดูมั่นใจขึ้น หรือสร้างคำตอบที่ดูฉลาดขึ้น แต่สิ่งที่องค์กรต้องการรู้จริง ๆ คือ เมื่อเจอโจทย์งานจริง ผู้สมัครคนนั้นใช้ AI เพื่อคิด วิเคราะห์ ตรวจสอบ ตัดสินใจ และสร้างผลลัพธ์ได้ดีแค่ไหน</p>
<p>ล่าสุด <a href="https://www.ft.com/content/b098d3bd-a3cf-415d-932a-fe5a611f8ff8" target="_blank" rel="noopener">Financial Times</a> รายงานว่า หลายบริษัทเริ่มนำ AI Skills Test เข้ามาใช้ในกระบวนการคัดเลือกผู้สมัคร โดยให้ผู้สมัครใช้ AI ทำโจทย์จำลองจากงานจริง เพื่อดูว่าเขาใช้ AI อย่างไร ไม่ใช่แค่ถามว่าใช้ AI เป็นหรือไม่</p>
<p>นี่คือสัญญาณว่า <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1">Recruitment</a> กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ยุคที่การคัดเลือกคนไม่ได้วัดแค่ประสบการณ์ในอดีต แต่ต้องวัดความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI ในอนาคตด้วย</p>

<h2>AI Skills Test คืออะไร</h2>
<p>AI Skills Test คือแบบทดสอบหรือโจทย์จำลองที่ออกแบบให้ผู้สมัครใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา</p>
<p>ตัวอย่างเช่น ให้ผู้สมัครใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า เขียนแผนการตลาด สรุป Insight จากเอกสารจำนวนมาก สร้าง Prompt เพื่อแก้ปัญหาธุรกิจ ตรวจสอบคำตอบของ AI หรือปรับปรุง Output ที่ AI สร้างขึ้นให้ใช้งานได้จริง</p>
<p>จุดสำคัญคือองค์กรไม่ได้วัดแค่ว่า ผู้สมัครกดใช้เครื่องมือได้หรือไม่ แต่ต้องการเห็นกระบวนการคิด เช่น ผู้สมัครตั้งโจทย์ให้ AI อย่างไร รู้ไหมว่าคำตอบของ AI มีข้อจำกัดตรงไหน ตรวจสอบข้อมูลอย่างไร เลือกใช้คำตอบไหน และตัดสินใจตัดอะไรทิ้ง ปรับคำตอบให้เข้ากับบริบทธุรกิจได้หรือไม่ ไปจนถึงสามารถอธิบายเหตุผลของการตัดสินใจได้แค่ไหน</p>
<p>AI Skills Test ไม่ควรถูกมองเป็น Technical Test อย่างเดียว แต่เป็นทั้ง Skill Assessment และ Behavioral Assessment ในเวลาเดียวกัน</p>
<h2>ทำไมการถามว่า “ใช้ AI เป็นไหม” ไม่พออีกต่อไป</h2>
<p>ปัญหาของคำถามว่า “ใช้ AI เป็นไหม” คือเกือบทุกคนสามารถตอบว่า “เป็น” โดยเอาไปใช้ช่วยเขียนอีเมล สรุปประชุม ทำคอนเทนต์ และเขียนโค้ด</p>
<p>แต่ระดับความสามารถในการใช้ AI หากเปรียบเทียบจริง ๆ แล้วแตกต่างกันมาก เพราะคนหนึ่งอาจใช้ AI แบบคัดลอกคำตอบมาใช้ทันที ขณะที่อีกคนใช้ AI เป็นคู่คิด ตั้งสมมติฐาน ตรวจสอบข้อผิดพลาด เปรียบเทียบทางเลือก และใช้ Judgment ของตัวเองตัดสินใจขั้นสุดท้าย<br />
และสำหรับองค์กร ความต่างนี้สำคัญมาก</p>
<p>เพราะพนักงานที่ใช้ AI ได้ดีจะไม่ใช่แค่ทำงานเร็วขึ้น แต่ต้องรู้ว่าควรเชื่อ AI เมื่อไร ควรตั้งคำถามเมื่อไร และควรใช้วิจารณญาณของมนุษย์เข้าไปเติมตรงไหน</p>
<p>ดังนั้น <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/new-grads-ai-ready-hiring-process-260621/">AI Readiness</a> ของผู้สมัครจึงไม่ได้อยู่ที่การรู้จักเครื่องมือ แต่อยู่ที่การใช้เครื่องมือเพื่อสร้างผลงานที่ดีขึ้นอย่างมีความรับผิดชอบ</p>
<h2>AI กำลังเปลี่ยนปัญหาของ Recruitment</h2>
<p>เมื่อผู้สมัครเริ่มใช้ AI มากขึ้น Resume และ Cover Letter อาจไม่ได้สะท้อนความสามารถจริงเท่าเดิม</p>
<p>เอกสารสมัครงานอาจถูก AI ช่วยปรับจนดูดีขึ้นมาก การสัมภาษณ์ออนไลน์บางรูปแบบก็อาจใช้ AI ช่วยเตรียมคำตอบ จนผู้สมัครตอบได้ลื่นขึ้น แต่ยังไม่ได้แปลว่าทำงานจริงได้ดี</p>
<p>นี่ทำให้ HR ต้องเริ่มเปลี่ยนจากการประเมิน “สิ่งที่ผู้สมัครพูดว่าทำได้” ไปสู่การประเมิน “วิธีที่ผู้สมัครลงมือแก้ปัญหา”</p>
<p>AI Skills Test จึงมีประโยชน์ เพราะทำให้ HR เห็นพฤติกรรมการทำงานจริงมากขึ้น แทนที่จะถามว่า “คุณใช้ AI ทำอะไรได้บ้าง” องค์กรอาจให้โจทย์ว่า “นี่คือปัญหาจริงของงานนี้ คุณสามารถใช้ AI Tool ที่ถนัดช่วยวิเคราะห์และเสนอทางออกได้อย่างไร”</p>
<p>การจะได้คำตอบที่ดีอยู่ที่วิธีคิดระหว่างทาง ไม่ได้อยู่ที่ Output สวยที่สุดเท่านั้นเสมอไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50402" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-30T095816.142.webp" alt="AI Skills Test" width="600" height="370" title="AI Skills Test การคัดเลือกผู้สมัครยุคใหม่ ดูว่าตัดสินใจใช้ข้อมูลจาก AI ได้ดีแค่ไหน 19" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-30T095816.142.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-2026-06-30T095816.142-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>แล้วควรวัด AI Skills Test อย่างไร ?</h2>
<p>การวัด AI Readiness ของผู้สมัครควรครอบคลุมมากกว่า Prompting Skill เพราะถ้าวัดแค่ว่าใครเขียน Prompt เก่งกว่า องค์กรอาจได้คนที่ใช้เครื่องมือคล่อง แต่ยังไม่เห็นว่าเขาตัดสินใจดีหรือไม่</p>
<p>สิ่งที่ควรวัดมีอย่างน้อย 6 ด้าน ดังต่อไปนี้</p>
<h3>1. Problem Framing</h3>
<p>ผู้สมัครเข้าใจโจทย์แค่ไหน และสามารถแปลงปัญหาธุรกิจให้เป็นคำสั่งหรือกรอบการทำงานที่ AI ช่วยได้หรือไม่</p>
<p>AI จะช่วยได้ดีหรือไม่ เริ่มจากมนุษย์ตั้งโจทย์ชัดแค่ไหน</p>
<h3>2. Prompting and Iteration</h3>
<p>ผู้สมัครสื่อสารกับ AI อย่างไร ตั้งคำถามต่ออย่างไร ปรับ Prompt อย่างไร และพัฒนา Output จากรอบแรกไปสู่คำตอบที่ดีขึ้นได้หรือไม่</p>
<p>เพราะการใช้ AI ที่ดีไม่ใช่การถามครั้งเดียวแล้วจบ แต่ต้องทำงานซ้ำ ๆ เพื่อพัฒนา ปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นเรื่อย ๆ</p>
<h3>3. Critical Thinking</h3>
<p>ผู้สมัครเชื่อคำตอบของ AI ทันทีหรือไม่ หรือรู้จักตรวจสอบข้อผิดพลาด ความไม่สมเหตุสมผล และข้อมูลที่อาจยังไม่ครบ</p>
<p>นี่คือทักษะสำคัญมาก เพราะ AI อาจสร้างคำตอบที่ดูมั่นใจแต่ผิดได้</p>
<h3>4. Judgment and Decision-making</h3>
<p>องค์กรไม่ได้ต้องการคนที่ให้ AI ตัดสินใจแทน แต่ต้องการคนที่ใช้ AI เพื่อช่วยตัดสินใจได้ดีขึ้น และเมื่อ AI เสนอหลายทางเลือก ผู้สมัครเลือกทางไหน เพราะอะไร และสามารถอธิบายเหตุผลเชิงธุรกิจได้หรือไม่</p>
<h3>5. Adaptability</h3>
<p>ในโลกการทำงานจริง โจทย์มักเปลี่ยนตลอดเวลา คนที่ใช้ AI ได้ดีจึงต้องเรียนรู้เร็วและปรับวิธีทำงานได้เร็ว HR ต้องหาให้เจอว่าผู้สมัครปรับตัวกับโจทย์ใหม่ ข้อมูลใหม่ หรือข้อจำกัดใหม่ได้แค่ไหน</p>
<h3>6. Responsible AI Use</h3>
<p>องค์กรไม่ควรจ้างคนที่ใช้ AI เก่ง แต่ไม่เข้าใจความเสี่ยงของการใช้ AI ดังนั้นอย่าลืมหาว่าผู้สมัครเข้าใจเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ความลับองค์กร ลิขสิทธิ์ ความถูกต้อง และความเสี่ยงจากการใช้ AI หรือไม่</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3>ตัวอย่างโจทย์ AI Skills Test สำหรับ HR</h3>
<ul>
<li>ตำแหน่ง Marketing อาจให้ผู้สมัครใช้ AI วิเคราะห์ Persona และออกแคมเปญจากข้อมูลลูกค้าที่กำหนด แล้วให้ผู้สมัครอธิบายว่าปรับ Output ของ AI อย่างไร และทำไมถึงเลือกแนวทางนั้น</li>
<li>ตำแหน่ง Sales อาจให้ผู้สมัครใช้ AI สรุปข้อมูลลูกค้า จำลอง Pain Point และออกแบบข้อความ Approach โดยต้องแยกให้ได้ว่าอะไรคือ Insight จริง และอะไรคือสิ่งที่ AI คาดเดา</li>
<li>ตำแหน่ง HR อาจให้ผู้สมัครใช้ AI วิเคราะห์ผล Employee Survey หรือออกแบบคำถามสัมภาษณ์เชิงพฤติกรรม โดยต้องอธิบายว่าป้องกัน Bias อย่างไร</li>
<li>ตำแหน่ง Graduate Recruitment อาจให้โจทย์ Case Study สั้น ๆ แล้วดูว่าผู้สมัครใช้ AI เพื่อเข้าใจโจทย์ สรุปข้อมูล และเสนอทางเลือกได้อย่างไร</li>
<li>ตำแหน่ง Management Trainee อาจให้ผู้สมัครใช้ AI วิเคราะห์สถานการณ์ธุรกิจที่มีข้อมูลไม่ครบ แล้วดูว่าเขาตั้งสมมติฐานและตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอนได้ดีแค่ไหน</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>HR ต้องระวังอะไรในการออกแบบ AI Skills Test</h2>
<p>แม้ AI Skills Test จะช่วยให้เห็นความสามารถจริงมากขึ้น แต่ HR ต้องออกแบบอย่างระมัดระวัง อย่างน้อย 5 ประการดังนี้</p>
<ol>
<li>แบบทดสอบต้องเกี่ยวข้องกับงานจริง ไม่ใช่โจทย์ที่ดูเท่แต่ไม่สะท้อนสิ่งที่พนักงานต้องทำจริง</li>
<li>เกณฑ์การประเมินต้องชัดเจน เช่น จะให้คะแนนจากอะไรบ้าง Output, วิธีคิด, การตรวจสอบความถูกต้อง, การอธิบายเหตุผล หรือการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ</li>
<li>ควรแจ้งกติกาการใช้ AI ให้ชัด ผู้สมัครใช้เครื่องมืออะไรได้บ้าง ใช้ข้อมูลอะไรได้บ้าง ห้ามใส่ข้อมูลลับหรือไม่ และต้องเปิดเผยขั้นตอนการใช้ AI แค่ไหน</li>
<li>อย่าให้ AI Skills Test กลายเป็นการวัดความได้เปรียบของคนที่เคยใช้เครื่องมือราคาแพงหรือเข้าถึงเทคโนโลยีมากกว่า แต่ควรวัดวิธีคิดและความสามารถในการเรียนรู้เป็นหลัก</li>
<li>HR ต้องระวังเรื่อง Bias และความเป็นธรรม โดยเฉพาะเมื่อใช้ Assessment Platform หรือ AI Scoring เข้ามาช่วยให้คะแนน เพราะแบบทดสอบที่ดีไม่ควรทำให้ผู้สมัครบางกลุ่มเสียเปรียบโดยไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการทำงานจริง</li>
</ol>
<h2>AI Skills Test สำคัญกับ Graduate Recruitment มากขึ้น</h2>
<p>กลุ่มเด็กจบใหม่อาจเป็นกลุ่มที่คุ้นเคยกับ AI มากกว่าที่หลายองค์กรคิด แต่ความคุ้นเคยไม่ได้แปลว่ามี AI Readiness ในการทำงาน</p>
<p>บางคนอาจใช้ AI เพื่อช่วยเรียนหรือทำงานส่วนตัว แต่ยังไม่รู้วิธีใช้ AI ในบริบทธุรกิจ เช่น การตรวจสอบข้อมูล การคิดเชิงกลยุทธ์ การสื่อสารกับทีม หรือการรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของงาน</p>
<p>ดังนั้น Graduate Recruitment ในยุคใหม่อาจต้องวัดมากกว่าเกรด มหาวิทยาลัย หรือกิจกรรม</p>
<p>แต่ต้องดูว่าผู้สมัครรุ่นใหม่สามารถเรียนรู้เร็ว ใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ และปรับตัวกับวิธีทำงานใหม่ได้ดีแค่ไหน</p>
<p>นี่อาจเป็นโอกาสขององค์กรที่อยากหาคนรุ่นใหม่ที่พร้อมเติบโตในยุค AI</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50319" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-50.webp" alt="new-grads-ai-ready-hiring-process" width="600" height="370" title="AI Skills Test การคัดเลือกผู้สมัครยุคใหม่ ดูว่าตัดสินใจใช้ข้อมูลจาก AI ได้ดีแค่ไหน 20" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-50.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-50-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/new-grads-ai-ready-hiring-process-260621/">เด็กจบใหม่ 2026 อาจ AI Ready มากกว่าที่คิด ถึงเวลา HR ต้องปรับ Hiring Process</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>AI Skills Test สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญของ Recruitment จากเดิมที่องค์กรพยายามคัดคนจาก Resume, Interview และประสบการณ์ในอดีต มาสู่การดูว่าผู้สมัครสามารถทำงานจริงร่วมกับ AI ได้อย่างไร</p>
<p>เพราะในอนาคต คนที่องค์กรต้องการอาจไม่ใช่คนที่ใช้ AI ได้เร็วที่สุด แต่ต้องการคนที่ใช้ AI แล้วคิดได้ดีขึ้น ตัดสินใจได้ดีขึ้น ตรวจสอบคำตอบได้ดีขึ้น และสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม</p>
<p>สำหรับ HR นี่คือเวลาที่ต้องออกแบบ Assessment ใหม่ให้ทันกับโลกการทำงานจริง ไม่ใช่เพื่อจับผิดว่าผู้สมัครใช้ AI หรือไม่ แต่เพื่อดูว่าเขาพร้อมทำงานร่วมกับ AI อย่างมีวิจารณญาณและรับผิดชอบแค่ไหน</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/">หากองค์กรของคุณกำลังมองหาเครื่องมือหรือผู้เชี่ยวชาญด้าน Skill Assessment, Behavioral Assessment, Graduate Recruitment, AI Readiness Test หรือ Learning &amp; Development Solution เพื่อออกแบบ AI Skills Test ที่เหมาะกับตำแหน่งงาน สามารถค้นหา HR Solution ที่เกี่ยวข้องได้ผ่าน HREX ได้เลย</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://www.ft.com/content/b098d3bd-a3cf-415d-932a-fe5a611f8ff8" target="_blank" rel="noopener">FT</a></li>
<li><a href="https://www.fnlondon.com/articles/city-headhunters-call-out-candidates-using-ai-050c8d00" target="_blank" rel="noopener">Fnlondon</a></li>
<li><a href="https://www.theguardian.com/technology/2025/jul/13/graduates-teach-first-in-person-interviews-ai" target="_blank" rel="noopener">The Guardian</a></li>
<li><a href="https://www.eeoc.gov/laws/guidance/employment-tests-and-selection-procedures" target="_blank" rel="noopener">eeoc.gov</a></li>
<li><a href="https://www.businessinsider.com/most-common-ai-use-workplace-gallup-poll-2025-12" target="_blank" rel="noopener">Business Insider</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/ai-skills-test-260630/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เด็กจบใหม่ 2026 อาจ AI Ready มากกว่าที่คิด ถึงเวลา HR ต้องปรับ Hiring Process</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/new-grads-ai-ready-hiring-process-260621/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/new-grads-ai-ready-hiring-process-260621/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Jun 2026 16:12:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กจบใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[AI Ready]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=50318</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ข้อมูลจาก SHL ระบุว่า บัณฑิตจำนวนมากมีพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับ AI Readiness ระดับสูง ทำให้เด็กจบใหม่ 2026 อาจเป็นหนึ่งในกลุ่มแรงงานที่พร้อมใช้ AI มากที่สุด ปัญหาใหญ่ของ HR คือระบบ Hiring แบบเดิมอาจไม่สามารถแยกคนที่ “ใช้ AI เป็นจริง” ออกจากคนที่ “ใช้ AI ทำใบสมัครให้ดูดี” ได้ HR ต้องลดการพึ่ง Resume Screening อย่างเดียว และเพิ่ม Behavioral Assessment, Work Sample, Skill-based Interview และโจทย์ที่วัดวิธีคิดกับการใช้ AI จริง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการเรียน การทำงาน และการสมัครงานของคนรุ่นใหม่อย่างรวดเร็ว สำหรับเด็กจบใหม่ 2026 พวกเขาอาจเป็นหนึ่งในกลุ่มแรงงานแรก ๆ ที่เติบโตมาพร้อมกับ AI ตั้งแต่ช่วงมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>ข้อมูลจาก SHL ระบุว่า บัณฑิตจำนวนมากมีพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับ AI Readiness ระดับสูง ทำให้เด็กจบใหม่ 2026 อาจเป็นหนึ่งในกลุ่มแรงงานที่พร้อมใช้ AI มากที่สุด</li>
<li>ปัญหาใหญ่ของ HR คือระบบ Hiring แบบเดิมอาจไม่สามารถแยกคนที่ “ใช้ AI เป็นจริง” ออกจากคนที่ “ใช้ AI ทำใบสมัครให้ดูดี” ได้</li>
<li>HR ต้องลดการพึ่ง Resume Screening อย่างเดียว และเพิ่ม Behavioral Assessment, Work Sample, Skill-based Interview และโจทย์ที่วัดวิธีคิดกับการใช้ AI จริง</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50319" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-50.webp" alt="new-grads-ai-ready-hiring-process" width="600" height="370" title="เด็กจบใหม่ 2026 อาจ AI Ready มากกว่าที่คิด ถึงเวลา HR ต้องปรับ Hiring Process 24" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-50.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/06/HREX-Cover-600-x-370-px-50-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการเรียน การทำงาน และการสมัครงานของคนรุ่นใหม่อย่างรวดเร็ว</p>
<p>สำหรับเด็กจบใหม่ 2026 พวกเขาอาจเป็นหนึ่งในกลุ่มแรงงานแรก ๆ ที่เติบโตมาพร้อมกับ AI ตั้งแต่ช่วงมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI ช่วยค้นข้อมูล สรุปบทเรียน ตรวจงาน เขียนไอเดีย วิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการเตรียมตัวสมัครงาน ความพร้อมด้าน AI หรือ AI Ready จึงอาจเป็นทักษะสำคัญที่ HR ต้องมองหาให้เจอ โดยเฉพาะเมื่อ AI ในงาน HR กำลังมีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ</p>
<p>ขณะที่ระบบ Hiring ของหลายองค์กรยังถูกออกแบบมาเพื่อคัดกรอง Resume, Keyword, ประสบการณ์ฝึกงาน และคำตอบสัมภาษณ์แบบเดิม ๆ ทำให้ HR อาจกำลังเผชิญกับระบบคัดเลือกพนักงานที่ยากขึ้น</p>
<p>ถึงเวลาแล้วที่ HR ต้องกลับมาทบทวนว่า Hiring Process แบบเดิมยังเหมาะกับตลาดแรงงานยุค AI อยู่หรือเปล่า ?</p>

<h2>เด็กจบใหม่ 2026 อาจเป็นกลุ่มแรงงาน AI Ready รุ่นแรก ๆ</h2>
<p>มีข่าวจาก <a href="https://hrexecutive.com/chros-need-a-human-capability-map-before-scaling-ai-agents/" target="_blank" rel="noopener">HR Executive</a> ระบุว่า แรงงานประจำปี 2026 (Class of 2026) อาจเป็นกลุ่มแรงงานจบใหม่ที่พร้อมใช้ AI มากที่สุดกลุ่มหนึ่ง เพราะมีพฤติกรรมหลายอย่างที่สัมพันธ์กับ AI Readiness สูง</p>
<p>AI Readiness ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการใช้ ChatGPT เขียน Resume ได้สวย หรือใช้ AI ตอบคำถามสัมภาษณ์ได้เนียนเท่านั้น แต่หมายถึงความสามารถในการเรียนรู้เครื่องมือใหม่เร็ว เข้าใจวิธีใช้ AI เพื่อเพิ่ม Productivity รู้จักตั้งคำถามกับผลลัพธ์ที่ AI ให้มา และสามารถนำ AI ไปใช้แก้ปัญหาในงานจริงได้</p>
<p>นี่คือทักษะที่องค์กรจำนวนมากกำลังต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ AI กำลังเข้าไปอยู่ในงานการตลาด การขาย การเงิน HR งานบริการลูกค้า งานวิเคราะห์ข้อมูล และงานเอกสารแทบทุกประเภท</p>
<p>ดังนั้น เด็กจบใหม่ที่ใช้ AI เป็นจะกลายเป็น Talent กลุ่มใหม่ที่องค์กรสามารถนำมาช่วยเร่ง Productivity และสร้างวิธีทำงานใหม่ได้ตั้งแต่วันแรกของการทำงาน</p>
<h2>ทำไม Resume Screening แบบเดิมอาจไม่พออีกต่อไป</h2>
<p>แม้เด็กจบใหม่จำนวนหนึ่งจะมีความพร้อมด้าน AI มากขึ้น แต่ระบบ Hiring ของหลายองค์กรยังอาจมองไม่เห็นศักยภาพนี้ ตัวการสำคัญคือกระบวนการคัดเลือกจำนวนมากยังเริ่มจาก Resume Screening เป็นหลัก</p>
<p>ในอดีต Resume อาจพอสะท้อนประสบการณ์ ทักษะ และวิธีคิดของผู้สมัครได้ระดับหนึ่ง ทว่ายุคที่ AI ช่วยเขียน แก้ไข ปรับภาษา และจัดโครงสร้าง Resume ได้ง่ายขึ้น Resume จำนวนมากจึงเริ่มดูดีและคล้ายกันมากขึ้น</p>
<p>สิ่งที่ตามมาคือ <strong>ผู้สมัครใช้ AI จน Resume ดูเหมือนกันหมด แถมองค์กรอาจเริ่มแยกไม่ออกว่า ผู้สมัครคนใดมีความสามารถจริง และผู้สมัครคนใดเพียงใช้ AI ช่วยแต่งภาพลักษณ์ของตัวเองให้ดูดีขึ้น</strong></p>
<p>ดังนั้น Resume Screening จึงยังมีประโยชน์ในฐานะด่านแรกของการคัดเลือก แต่ไม่ควรถูกใช้เป็นตัวตัดสินหลักใน Hiring Process ยุค AI เพราะใบสมัครที่ดูดีอาจไม่ได้บอกเสมอว่าผู้สมัครมีทักษะทำงานจริงมากแค่ไหน</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49631" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-Cover.webp" alt="AI vs Human Recruiter Pre-Screen Cover" width="600" height="370" title="เด็กจบใหม่ 2026 อาจ AI Ready มากกว่าที่คิด ถึงเวลา HR ต้องปรับ Hiring Process 25" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/ai-vs-human-pre-screen-recruitment-260420/">AI vs Human: ใครกันแน่ที่เหมาะกับงาน Pre‑Screen ผู้สมัคร ?</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>AI ทำให้ใบสมัครเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าคุณภาพผู้สมัครเพิ่มขึ้น</h2>
<p>จากข้อมูลเดียวกันพบว่า การสมัครงานในปี 2025 เพิ่มขึ้น 26% และ 70% ของผู้สมัครใช้ AI ในบางขั้นตอนของการสมัครงาน ตัวเลขนี้สะท้อนภาพตลาดแรงงานใหม่ที่ใช้ AI ทำให้การสมัครงานง่ายขึ้น เร็วขึ้น และเข้าถึงได้มากขึ้น</p>
<p>โดยผู้สมัครสามารถปรับ Resume ให้ตรงกับ <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/how-to-write-job-description-01142022/">Job Description</a> ได้เร็ว เขียน Cover Letter ได้ง่าย และสมัครงานหลายตำแหน่งได้ในเวลาสั้นลง</p>
<p>สำหรับผู้สมัคร นี่คือโอกาส แต่สำหรับ HR นี่คือความท้าทาย</p>
<p>เพราะเมื่อจำนวนใบสมัครเพิ่มขึ้น HR ต้องใช้เวลาคัดกรองมากขึ้น ขณะเดียวกันคุณภาพของใบสมัครอาจไม่สะท้อนคุณภาพของผู้สมัครจริงเท่าเดิม องค์กรที่ยังใช้ Keyword Matching หรือ Resume Screening แบบเดิมอาจเจอปัญหา 2 ทางพร้อมกัน</p>
<p>หนึ่ง คือคัดคนที่เขียน Resume เก่งหรือใช้ AI เก่งเข้ามา แต่ไม่ได้มีทักษะตรงกับงานจริง</p>
<p>และสอง คือพลาดคนที่มีศักยภาพ แต่เขียน Resume ไม่โดดเด่นเท่าคนอื่น</p>
<p>ดังนั้นโจทย์ของ HR ในยุค AI จึงไม่ใช่การห้ามผู้สมัครใช้ AI แต่คือการออกแบบกระบวนการคัดเลือกที่มองลึกกว่า Resume</p>
<h2>แล้ว HR ควรปรับระบบ Hiring อย่างไร ?</h2>
<p>สำหรับ HR ที่อยากปรับระบบคัดเลือกให้เหมาะกับยุค AI สามารถเริ่มจาก 5 แนวทางนี้</p>
<h3>ข้อ 1: ลดการใช้ Resume เป็นตัวตัดสินหลัก</h3>
<p>Resume Screening ยังมีประโยชน์ในฐานะด่านแรกของการคัดเลือก แต่ไม่ควรเป็นหลักฐานเดียวในการตัดสินผู้สมัคร โดยเฉพาะเมื่อ AI สามารถช่วยปรับภาษา จัดโครงสร้าง และทำให้ Resume ดูดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว HR จึงควรใช้ Resume เพื่อดูข้อมูลพื้นฐาน แล้วต่อด้วยการประเมินที่ช่วยให้เห็นทักษะจริงของผู้สมัครมากขึ้น</p>
<h3>ข้อ 2: เพิ่มโจทย์ Work Sample หรือ Job Simulation</h3>
<p>แทนที่จะดูเฉพาะประสบการณ์ใน Resume องค์กรอาจให้ผู้สมัครลองทำโจทย์ที่ใกล้เคียงกับงานจริง เช่น วิเคราะห์เคส สรุปข้อมูล เสนอแผนงาน หรือแก้ปัญหาจากสถานการณ์จำลอง วิธีนี้ช่วยให้ HR เห็นวิธีคิด วิธีสื่อสาร และวิธีรับมือกับปัญหา มากกว่าการฟังคำตอบที่เตรียมมาอย่างดี</p>
<h3>ข้อ 3: ออกแบบ AI-assisted Assessment</h3>
<p>ในเมื่อผู้สมัครจำนวนมากใช้ AI อยู่แล้ว การห้ามใช้อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด องค์กรสามารถออกแบบโจทย์ที่อนุญาตให้ใช้ AI ได้ แต่ต้องให้ผู้สมัครอธิบายว่าใช้ AI อย่างไร ตรวจสอบคำตอบอย่างไร ปรับแก้อะไรด้วยตัวเอง และตัดสินใจขั้นสุดท้ายจากเหตุผลอะไร วิธีนี้ช่วยแยกคนที่ใช้ AI เป็นจริง ออกจากคนที่ใช้ AI เพียงเพื่อทำให้คำตอบดูดี</p>
<h3>ข้อ 4: ใช้ Behavioral Interview เพื่อดู Learning Agility</h3>
<p>เด็กจบใหม่อาจยังไม่มีประสบการณ์ทำงานมากนัก การประเมินจึงไม่ควรดูแค่ผลงานในอดีต แต่ควรดูวิธีเรียนรู้ การรับ <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190527-feedback-development-working/">Feedback</a> การแก้ปัญหา และการปรับตัวต่อสถานการณ์ใหม่ คำถามสัมภาษณ์ที่ดีควรทำให้ HR เห็นว่า ผู้สมัครคิดอย่างไรเมื่อเจอโจทย์ที่ไม่คุ้นเคย และเรียนรู้จากความผิดพลาดได้แค่ไหน</p>
<h3>ข้อ 5: สร้างเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับ AI readiness</h3>
<p>HR ควรกำหนดให้ชัดว่า AI Ready สำหรับแต่ละตำแหน่งหมายถึงอะไร บางตำแหน่งอาจต้องใช้ AI เพื่อสรุปข้อมูล บางตำแหน่งอาจต้องใช้ AI เพื่อวิเคราะห์เบื้องต้น สร้างไอเดีย หรือออกแบบ Workflow การมีเกณฑ์วัดที่ชัดเจนจะช่วยให้การประเมินยุติธรรมขึ้น และลดการตัดสินจากความรู้สึกของผู้สัมภาษณ์เพียงอย่างเดียว</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 23px;">
<tbody>
<tr style="height: 23px;">
<td style="width: 100%; height: 23px;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48199" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T100303.179.webp" alt="recruiter-human-decision-over-ai" width="600" height="370" title="เด็กจบใหม่ 2026 อาจ AI Ready มากกว่าที่คิด ถึงเวลา HR ต้องปรับ Hiring Process 26" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T100303.179.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T100303.179-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruiter-human-decision-over-ai-251212/">แม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์”</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>เด็กจบใหม่ 2026 อาจมีความพร้อมด้าน AI หรือ AI Ready มากกว่าที่หลายองค์กรคิด เพราะพวกเขาเติบโตมากับการใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการเรียน การค้นข้อมูล การสรุปความ การสร้างไอเดีย และการแก้ปัญหาเบื้องต้น จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีทำงานที่คุ้นเคยไปแล้ว</p>
<p>โจทย์สำคัญจึงอาจไม่ได้อยู่ที่ว่าเด็กจบใหม่ใช้ AI เป็นหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า HR จะมองเห็นความสามารถนั้นได้อย่างไร เพราะเมื่อผู้สมัครจำนวนมากใช้ AI ช่วยเขียน Resume, Cover Letter และเตรียมคำตอบสัมภาษณ์ Resume Screening แบบเดิมจึงอาจแยกได้ยากขึ้นว่าใครมีทักษะจริง และใครใช้ตัวช่วยเพื่อทำให้ใบสมัครดูดี</p>
<p>Hiring Process ยุค AI จึงต้องมองลึกกว่าเอกสารสมัครงาน HR อาจต้องให้ผู้สมัครลองทำโจทย์จริงที่ใกล้เคียงกับงาน จำลองสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในการทำงาน หรือใช้คำถามสัมภาษณ์ที่ช่วยให้เห็นพฤติกรรม วิธีคิด การเรียนรู้ และการรับมือกับปัญหา ที่สำคัญ องค์กรอาจออกแบบโจทย์ให้ผู้สมัครใช้ AI ได้ แต่ต้องอธิบายให้ชัดว่าใช้อย่างไร ตรวจสอบคำตอบอย่างไร และเลือกตัดสินใจจากเหตุผลอะไร</p>
<p>เพราะสุดท้าย คนที่องค์กรต้องการอาจไม่ใช่คนที่ใช้ AI เพื่อทำให้ตัวเองดูดีในใบสมัคร แต่เป็นคนที่ใช้ AI เพื่อทำให้งาน ทีม และธุรกิจดีขึ้นได้จริง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://hrexecutive.com/current-hiring-processes-arent-built-to-find-ai-ready-graduates-data-finds/" target="_blank" rel="noopener">hrexecutive</a></li>
<li><a href="https://hrexecutive.com/what-a-room-full-of-chros-and-ceos-agreed-was-the-real-problem-at-work/" target="_blank" rel="noopener">hrexecutive</a></li>
<li><a href="https://hrexecutive.com/chros-need-a-human-capability-map-before-scaling-ai-agents/" target="_blank" rel="noopener">hrexecutive</a></li>
<li><a href="https://www.peoplemanagement.co.uk/article/1960804/three-quarters-students-graduates-use-ai-during-job-applications-study-finds" target="_blank" rel="noopener">peoplemanagement</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/new-grads-ai-ready-hiring-process-260621/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Hiring Freeze: หยุดจ้างวันนี้ อาจหยุดการเติบโตขององค์กรในวันหน้า</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/hiring-freeze-260514/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/hiring-freeze-260514/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 May 2026 02:21:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Hiring Freeze]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49918</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อองค์กรยักษ์ใหญ่อย่าง Oracle, Meta และ Amazon ทยอยปลดพนักงานอย่างต่อเนื่อง ทุกความเคลื่อนไหวของบริษัทระดับโลกเหล่านี้ย่อมทำให้คนกังวลเรื่องความมั่นคงมากขึ้นเข้าไปอีก อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสข่าวการปลดพนักงาน มีอีกหนึ่งสัญญาณที่อาจไม่หวือหวาเท่า แต่ส่งผลต่อทั้งองค์กรและตลาดแรงงานไม่แพ้กันนั่นคือ การชะลอตัวของการจ้างงานในหลายอุตสาหกรรม หรือ Hiring Freeze ผลสำรวจ Workplace Intelligence Forecast for 2026 ระบุว่า การปลดพนักงานพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในปี 2025 และในปี 2026 องค์กรทั่วโลกเริ่มใช้มาตรการหยุดจ้างงานชั่วคราวกันมากขึ้น แรงกดดันสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจาก AI ซึ่งทำให้หลายบริษัทต้องบริหารงานด้วยทีมที่เล็กลง ใช้คนน้อยลง และคาดหวังผลลัพธ์ที่มากขึ้นจากกำลังคนเท่าเดิม สอดคล้องกับ Singapore National Employers Federation (SNEF) ที่พบว่า 67% ขององค์กรชะลอแผนการจ้างงานและการขยายกิจการ เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น ตัวเลขนี้ยิ่งสะท้อนว่า Hiring Freeze กำลังกลายเป็นแนวโน้มระดับโลกที่ HR ต้องเข้าใจและรับมืออย่างมีกลยุทธ์ ปัจจัยมหภาคที่ผลักดันให้ Hiring Freeze เพิ่มขึ้น หากมองภาพรวมของตลาดแรงงานตอนนี้ จะเห็นว่าองค์กรกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49921" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Freeze-HREX.webp" alt="Hiring Freeze HREX" width="600" height="370" title="Hiring Freeze: หยุดจ้างวันนี้ อาจหยุดการเติบโตขององค์กรในวันหน้า 29" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Freeze-HREX.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Freeze-HREX-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อองค์กรยักษ์ใหญ่อย่าง <a href="https://expth.hrnote.asia/products/35">Oracle</a>, Meta และ Amazon ทยอยปลดพนักงานอย่างต่อเนื่อง ทุกความเคลื่อนไหวของบริษัทระดับโลกเหล่านี้ย่อมทำให้คนกังวลเรื่องความมั่นคงมากขึ้นเข้าไปอีก</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสข่าวการปลดพนักงาน มีอีกหนึ่งสัญญาณที่อาจไม่หวือหวาเท่า แต่ส่งผลต่อทั้งองค์กรและตลาดแรงงานไม่แพ้กันนั่นคือ การชะลอตัวของการจ้างงานในหลายอุตสาหกรรม หรือ Hiring Freeze</p>
<p>ผลสำรวจ <strong><a href="https://workplaceintelligence.com/wp-content/uploads/2025/10/2026-Forecast.pdf?utm_source=chatgpt.com" target="_blank" rel="noopener">Workplace Intelligence Forecast for 2026</a></strong> ระบุว่า การปลดพนักงานพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในปี 2025 และในปี 2026 องค์กรทั่วโลกเริ่มใช้มาตรการหยุดจ้างงานชั่วคราวกันมากขึ้น แรงกดดันสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจาก AI ซึ่งทำให้หลายบริษัทต้องบริหารงานด้วยทีมที่เล็กลง ใช้คนน้อยลง และคาดหวังผลลัพธ์ที่มากขึ้นจากกำลังคนเท่าเดิม</p>
<p>สอดคล้องกับ Singapore National Employers Federation (SNEF) ที่พบว่า 67% ขององค์กรชะลอแผนการจ้างงานและการขยายกิจการ เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น</p>
<p>ตัวเลขนี้ยิ่งสะท้อนว่า Hiring Freeze กำลังกลายเป็นแนวโน้มระดับโลกที่ HR ต้องเข้าใจและรับมืออย่างมีกลยุทธ์</p>

<h2>ปัจจัยมหภาคที่ผลักดันให้ Hiring Freeze เพิ่มขึ้น</h2>
<p>หากมองภาพรวมของตลาดแรงงานตอนนี้ จะเห็นว่าองค์กรกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน เงินเฟ้อที่ยังเป็นภาระต่อต้นทุนธุรกิจ การเติบโตของ GDP ที่ไม่สม่ำเสมอ รวมถึงความผันผวนของความต้องการแรงงานข้ามชาติและข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างประเทศ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้หลายองค์กรตัดสินใจจ้างงานขนาดใหญ่ได้ยากขึ้น และต้องวางแผนกำลังคนให้สอดคล้องกับผลประกอบการของธุรกิจมากกว่าเดิม</p>
<p><a href="https://www.conexisvmssoftware.com/blog/contingent-workforce-statistics-you-need-to-know-in-2025?utm_source=chatgpt.com" target="_blank" rel="noopener">แต่ถึงจะมีการชะลอการจ้างงานก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรหยุดเติบโตเสมอไป</a> ในสหรัฐอเมริกา แรงงานกลุ่ม Contingent Worker หรือผู้รับจ้างชั่วคราว คิดเป็น 40% ของกำลังแรงงานทั้งหมด และ 65% ขององค์กรวางแผนพึ่งพาแรงงานกลุ่มนี้มากขึ้นภายในอีก 2 ปีข้างหน้า</p>
<p>นอกจากนี้ 78% ของผู้นำธุรกิจระบุว่า ฟรีแลนซ์สามารถช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ทั้งในด้านการผลักดันนวัตกรรม การเร่งส่งมอบโปรเจกต์ และการเติมเต็มทักษะเฉพาะทางที่พนักงานประจำอาจยังไม่ครอบคลุม</p>
<p>ตัวเลขเหล่านี้ชี้ชัดว่า<strong> ตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนจากการจ้างคนจำนวนมาก ไปสู่การเลือกจ้างในตำแหน่งที่สร้างผลกระทบสูงกว่าเดิม</strong> องค์กรไม่ได้ต้องการเพียงขยายขนาดทีม แต่ต้องการให้คนแต่ละตำแหน่งสร้างผลลัพธ์ได้ชัดเจนขึ้น</p>
<h2>เมื่อ Hiring Freeze กลายเป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์</h2>
<p>แม้คนว่างงานและคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานจำนวนมากยังต้องดิ้นรนหางานในตลาดที่ตึงตัว <strong>ผู้นำองค์กรหลายแห่งกลับมองว่า Hiring Freeze คือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ มากกว่าการตอบสนองต่อวิกฤตแบบชั่วคราว</strong></p>
<p>สำหรับพวกเขา การหยุดจ้างงานชั่วคราวช่วยสร้างพื้นที่ให้องค์กรหันมาลงทุนกับ Upskilling และเตรียมพนักงานปัจจุบันให้พร้อมรับบทบาทต่อไปในเส้นทางอาชีพ ขณะเดียวกันยังช่วยลดต้นทุนด้านการสรรหาและการ Onboard พนักงานใหม่ด้วย</p>
<p>ข้อมูลจาก <strong><a href="https://www.robert-walters.ca/insights/hiring-advice/blog/economic-uncertainties-and-hiring-freezes-how-it-impacts-businesses-and-candidates.html?utm_source=chatgpt.com" target="_blank" rel="noopener">Robert Walters</a></strong> ยังพบสถิติสอดคล้องกันว่า นับตั้งแต่ปี 2021 <strong>มีองค์กรถึง 85% ที่วางแผนลงทุนใน Workforce Upskilling และ Reskilling</strong> ความพยายามเหล่านี้ทำให้ Internal Mobility เพิ่มขึ้นสูงถึง <strong>30%</strong> และช่วยให้องค์กรประหยัดต้นทุนด้านการจ้างงานได้มากถึง <strong>92%</strong></p>
<p>แม้ตัวเลขเหล่านี้จะดูน่าสนใจ แต่ก็เป็นเพียงด้านหนึ่งของภาพรวมทั้งหมด เพราะอีกด้านของ Lean Hiring หรือการบริหารคนแบบทีมเล็ก ยังมีความเสี่ยงที่หลายองค์กรอาจมองข้ามไป</p>
<h2>ด้านมืดของ Lean Hiring ที่องค์กรมักมองข้าม</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49924" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Freeze-HREX-1.webp" alt="Hiring Freeze HREX" width="600" height="370" title="Hiring Freeze: หยุดจ้างวันนี้ อาจหยุดการเติบโตขององค์กรในวันหน้า 30" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Freeze-HREX-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Hiring-Freeze-HREX-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Hiring Freeze ปกปิดความเสี่ยงสำคัญต่อความยั่งยืนของธุรกิจเอาไว้โดยที่ผู้นำและ HR อาจไม่รู้ตัว</p>
<p><a href="https://www.gallup.com/workplace/349484/state-of-the-global-workplace.aspx?utm_source=chatgpt.com" target="_blank" rel="noopener">งานวิจัยจาก Gallup</a> ชี้ว่า เมื่อองค์กรให้พนักงานจำนวนเท่าเดิมแบกรับงานมากขึ้น ความเสี่ยงที่ตามมาคือความเหนื่อยล้าสะสม Burnout คุณภาพบริการที่ลดลง และปัญหาความผูกพันของพนักงานที่อ่อนแอลง เพียงแค่ปัญหาความไม่ผูกพันของพนักงาน ก็อาจทำให้เศรษฐกิจโลกสูญเสีย Productivity มากถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>
<p>นอกจากนี้ Hiring Freeze ยังส่งผลกระทบในหลายมิติที่ลึกกว่าที่เห็นภายนอก</p>
<h3>1. Talent Pipeline แคบลง</h3>
<p>เมื่อองค์กรลดการจ้างงานจากภายนอก ก็เสี่ยงที่จะติดอยู่กับชุดทักษะและมุมมองเดิม ๆ ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมและตอบสนองต่อความต้องการของตลาดย่อมลดลงตามไปด้วย การขาดพนักงานใหม่ยังหมายถึงความหลากหลายของมุมมองที่น้อยลง ซึ่งอาจทำให้โปรเจกต์ด้านการเปลี่ยนแปลงองค์กรเดินหน้าได้ช้ากว่าที่ควร</p>
<h3>2. ประสิทธิภาพจริงอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างที่คิด</h3>
<p>การพึ่งพาพนักงานเดิมมากเกินไปมักทำให้บทบาทและความรับผิดชอบเริ่มทับซ้อนกัน ในช่วงแรกองค์กรอาจรู้สึกว่าทีมทำงานได้คล่องขึ้น เพราะใช้คนน้อยลงและลดขั้นตอนบางอย่างได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประสิทธิภาพอาจเริ่มหยุดนิ่ง หรือแย่ลงจากความเหนื่อยล้า สมาธิที่ลดลง และคุณภาพงานที่ตกลง ซึ่งส่งผลต่อความคล่องตัวขององค์กรในระยะยาว</p>
<h3>3. ความเสี่ยงด้านการรักษาพนักงานดาวเด่น</h3>
<p>พนักงานผลงานดีที่ต้องรับภาระมากขึ้น แต่กลับมองไม่เห็นโอกาสเติบโตที่ชัดเจน อาจเริ่มมองหาโอกาสใหม่จากภายนอก และเมื่อองค์กรไม่มี Talent Pipeline ที่แข็งแรง การหาคนมาทดแทนตำแหน่งสำคัญก็จะยากขึ้น ส่งผลให้เกิดช่องว่างด้านความสามารถในช่วงเวลาที่องค์กรต้องการคนเก่งมากที่สุด</p>
<h3>4. ผลกระทบต่อ Employer Brand ในระยะยาว</h3>
<p>การหยุดจ้างงานเป็นเวลานานอาจทำให้ภาพจำขององค์กรในตลาดแรงงานค่อย ๆ เลือนหายไป ส่งผลให้องค์กรเสียโอกาสดึงดูดคนเก่งในอนาคต ผลกระทบนี้มักไม่เกิดขึ้นทันที แต่จะเห็นชัดเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นและองค์กรต้องการกลับมาเร่งจ้างงานอีกครั้ง</p>
<h2>วิธีรับมือ Hiring Freeze: Playbook สำหรับ HR</h2>
<p>องค์กรที่รับมือกับ Hiring Freeze ได้ดี ไม่ได้มองมาตรการนี้เป็นแค่การหยุดจ้าง แต่ใช้ช่วงเวลานี้เพื่อจัดลำดับความสำคัญ ทบทวนระบบภายใน และรักษาความพร้อมขององค์กรให้กลับมาเดินหน้าต่อได้ทันทีเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น</p>
<h3>1. 10 วันแรกต้องสื่อสารให้ชัด</h3>
<p>ช่วง 10 วันแรกคือจังหวะสำคัญที่องค์กรต้องสร้างความชัดเจนให้เร็วที่สุด ผู้บริหารควรตกลงกันให้ได้ก่อนว่า Hiring Freeze ครอบคลุมอะไรบ้าง เช่น ตำแหน่งที่เปิดรับอยู่แล้ว การจ้างคนแทนผู้ลาออก การโอนย้ายภายใน ฟรีแลนซ์ หรือเฉพาะการจ้างพนักงานประจำจากภายนอก</p>
<p>หลังจากนั้น HR ต้องสื่อสารกับพนักงาน Hiring Manager และผู้สมัครที่อยู่ระหว่างกระบวนการอย่างตรงไปตรงมา แม้ยังไม่มีคำตอบครบทุกเรื่อง พร้อมทบทวนภาระงานของทีมใหม่ เพื่อไม่ให้พนักงานที่เหลือต้องแบกรับงานมากเกินไปจนเสี่ยง Burnout</p>
<h3>2. รักษาผลงานโดยไม่ต้องเพิ่มคน</h3>
<p>เมื่อไม่สามารถเพิ่มจำนวนพนักงานได้ องค์กรต้องจัดลำดับความสำคัญของงานให้ชัดขึ้น งานใดต้องเดินหน้าต่อ งานใดชะลอได้ และงานใดควรหยุดไว้ก่อน เพื่อให้ทีมโฟกัสกับสิ่งที่สร้างผลลัพธ์จริง</p>
<p>ขณะเดียวกัน HR ควรทำ Skill Mapping เพื่อสำรวจว่าพนักงานปัจจุบันมีทักษะใดที่ยังไม่ได้ถูกใช้เต็มที่ และรักษา Employee Engagement ผ่านการ Check-in สม่ำเสมอ การมอบหมายงานให้ชัดเจน และการลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้พนักงานยังรู้สึกว่าได้รับการสนับสนุนในช่วงที่องค์กรมีข้อจำกัด</p>
<h3>3. ใช้ช่วงหยุดจ้างเพื่อปรับระบบสรรหา</h3>
<p>Hiring Freeze อาจเป็นโอกาสให้องค์กรกลับมาทบทวนระบบสรรหาที่เคยเร่งรีบเกินไป HR สามารถใช้ช่วงเวลานี้ปรับปรุง Job Description ให้ชัดเจนขึ้น พัฒนา Interview Framework ให้เป็นมาตรฐาน วิเคราะห์คอขวดในกระบวนการสรรหา และศึกษาสาเหตุที่ผู้สมัครปฏิเสธ Offer หรือหายไประหว่างทาง</p>
<p>เป้าหมายไม่ใช่แค่ทำให้กลับมาจ้างงานได้อีกครั้ง แต่ทำให้กระบวนการจ้างงานพร้อมกว่าเดิม เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น องค์กรจะสามารถกลับมาเร่งสรรหาคนได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และลดปัญหาเดิมที่เคยทำให้การจ้างงานล่าช้า</p>
<h3>4. รักษา Talent Pipeline ให้ยังไม่ขาดตอน</h3>
<p>หนึ่งในความผิดพลาดที่องค์กรจำนวนมากทำในช่วง Hiring Freeze คือการหายไปจากตลาดแรงงานโดยสิ้นเชิง ทั้งที่ความสัมพันธ์กับผู้สมัครยังเป็นสิ่งสำคัญ แม้ยังจ้างไม่ได้ในตอนนี้</p>
<p>HR ควรแจ้งผู้สมัครที่อยู่ระหว่างกระบวนการอย่างโปร่งใส รักษาความสัมพันธ์กับ Passive Talent ที่น่าสนใจ และติดตามตำแหน่งที่มีแนวโน้มกลับมาเปิดรับอีกครั้ง เพื่อให้สามารถกลับไปพูดคุยกับผู้สมัครเดิมได้ทันทีเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย</p>
<h3>5. มีกระบวนการขอยกเว้นที่ชัดเจน</h3>
<p>แม้ในช่วง Hiring Freeze ก็ยังมีบางตำแหน่งที่จำเป็นต้องจ้างต่อ เช่น ตำแหน่งที่สร้างรายได้โดยตรง เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย หรือมีผลต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>องค์กรจึงควรกำหนดกระบวนการขอยกเว้นให้ชัดเจน ตั้งแต่เกณฑ์การพิจารณา ผู้มีอำนาจอนุมัติ ไปจนถึงวิธีประเมินความจำเป็นของแต่ละตำแหน่ง เพื่อป้องกันการตัดสินใจที่ไม่สม่ำเสมอ และลดความรู้สึกไม่เป็นธรรมระหว่างทีม</p>
<h2>สรุป</h2>
<p>Hiring Freeze อาจเป็นมาตรการที่หลีกเลี่ยงได้ยากในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อองค์กรต้องควบคุมต้นทุน ปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่ และบริหารกำลังคนให้รัดกุมกว่าเดิม แต่คำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่องค์กรควรหยุดจ้างหรือไม่เท่านั้น หากอยู่ที่ว่าองค์กรเข้าใจผลกระทบของการหยุดจ้างมากพอหรือยัง</p>
<p>องค์กรที่จะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างมั่นคง คือองค์กรที่เดินหน้าพัฒนาระบบภายใน ลงทุนกับ Upskilling และ Reskilling รักษา Employer Branding และ Talent Pipeline ให้ยังมีชีวิตอยู่ในตลาดแรงงาน รวมถึงใช้ช่วงเวลานี้ปรับกระบวนการ เครื่องมือ และวัฒนธรรมการจ้างงานให้พร้อมกว่าเดิม เพื่อให้เมื่อสถานการณ์กลับมาดี องค์กรจะไม่ต้องเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ แต่สามารถกลับมาเดินหน้าได้เร็วกว่า แข็งแรงกว่า และพร้อมเติบโตได้อย่างยั่งยืนกว่าเดิม</p>
<p>หากองค์กรของคุณกำลังเตรียมยุติ Hiring Freeze และกลับมาเดินหน้าการจ้างงานอีกครั้ง แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตำแหน่งใดก่อน หรือควรหาผู้สมัครกลุ่มไหนเพื่อสร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจได้เร็วที่สุด<a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener"> Reeracoen Thailand สามารถเป็นพาร์ตเนอร์ด้านการสรรหาที่ช่วยวิเคราะห์ความต้องการ วางแผนกำลังคน และเข้าถึงผู้สมัครที่เหมาะสมกับโจทย์ขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ติดต่อใช้บริการได้เลยที่นี่</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Source:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://hrsea.economictimes.indiatimes.com/news/talent-management/navigating-hiring-freezes-pitfalls-and-strategies-for-business-growth/130460230" target="_blank" rel="noopener">HRSea Economic Times</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/hiring-freeze-260514/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัญญาณใหม่ของตลาดแรงงานปี 2026 เมื่อ HR เริ่มกลับมาจ้างคนเพิ่ม แต่ไม่รู้ว่าจะรักษาพนักงานอย่างไร ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/hiring-retention-sign-2026-260429/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/hiring-retention-sign-2026-260429/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 06:28:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[การจ้างงาน]]></category>
		<category><![CDATA[Retention]]></category>
		<category><![CDATA[Hiring]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49742</guid>

					<description><![CDATA[สัญญาณใหม่ของตลาดแรงงานปี 2026 เมื่อ HR เริ่มกลับมาจ้างคนเพิ่ม แต่ไม่รู้ว่าจะรักษาพนักงานอย่างไร ? ในช่วงต้นปี 2026 ตลาดแรงงานเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกอีกครั้ง โดยเฉพาะในฝั่งของการจ้างงาน เมื่อองค์กรจำนวนมากเริ่มกลับมาวางแผนขยายทีม หลังจากชะลอหรือระมัดระวังมาตลอดช่วงที่ผ่านมา ทว่าหากมองลึกลงไป ภาพนี้ไม่ได้สดใสอย่างที่ตัวเลขการจ้างงานสะท้อน เพราะในขณะเดียวกันหลายองค์กรก็ยังมีแผนลดการจ้างงาน และที่สำคัญกว่านั้นคือ โจทย์ของการรักษาคน (Retention) ยังเป็นอุปสรรคใหญ่ของ HR ทั่วโลก Hiring กลับมา แต่ Retention ยังทรงตัว มีสถิติล่าสุดจาก The Conference Board (2026) ที่กล่าวถึง 3 ดัชนีหลักของ CHRO Confidence Index ได้แก่ Hiring, Retention และ Engagement จะปรับตัวดีขึ้นทั้งหมดเมื่อเทียบกับปลายปี 2025 แต่เมื่อมองลึกลงไป รายงานนี้สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่าการฟื้นตัวของตลาดแรงงานยังไม่สมดุลกันอยู่ ฝั่งของการจ้างงานกลับมามีโมเมนตัมอย่างชัดเจน โดย 59% ของ CHRO วางแผนเพิ่มการจ้างงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เพิ่มขึ้นจาก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49746" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Hiring-Retention-2026-HREX.webp" alt="Hiring Retention 2026 HREX" width="600" height="370" title="สัญญาณใหม่ของตลาดแรงงานปี 2026 เมื่อ HR เริ่มกลับมาจ้างคนเพิ่ม แต่ไม่รู้ว่าจะรักษาพนักงานอย่างไร ? 35" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Hiring-Retention-2026-HREX.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Hiring-Retention-2026-HREX-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>สัญญาณใหม่ของตลาดแรงงานปี 2026 เมื่อ HR เริ่มกลับมาจ้างคนเพิ่ม แต่ไม่รู้ว่าจะรักษาพนักงานอย่างไร ?</p>
<p>ในช่วงต้นปี 2026 ตลาดแรงงานเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกอีกครั้ง โดยเฉพาะในฝั่งของการจ้างงาน เมื่อองค์กรจำนวนมากเริ่มกลับมาวางแผนขยายทีม หลังจากชะลอหรือระมัดระวังมาตลอดช่วงที่ผ่านมา</p>
<p>ทว่าหากมองลึกลงไป ภาพนี้ไม่ได้สดใสอย่างที่ตัวเลขการจ้างงานสะท้อน เพราะในขณะเดียวกันหลายองค์กรก็ยังมีแผนลดการจ้างงาน<br />
และที่สำคัญกว่านั้นคือ โจทย์ของการรักษาคน (Retention) ยังเป็นอุปสรรคใหญ่ของ HR ทั่วโลก</p>

<h2>Hiring กลับมา แต่ Retention ยังทรงตัว</h2>
<p>มีสถิติล่าสุดจาก <a href="https://www.prnewswire.com/news-releases/survey-chro-confidence-hits-new-high-302751321.html" target="_blank" rel="noopener">The Conference Board (2026)</a> ที่กล่าวถึง 3 ดัชนีหลักของ CHRO Confidence Index ได้แก่ Hiring, Retention และ Engagement จะปรับตัวดีขึ้นทั้งหมดเมื่อเทียบกับปลายปี 2025 แต่เมื่อมองลึกลงไป รายงานนี้สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่าการฟื้นตัวของตลาดแรงงานยังไม่สมดุลกันอยู่</p>
<p>ฝั่งของการจ้างงานกลับมามีโมเมนตัมอย่างชัดเจน โดย<strong> 59% ของ CHRO วางแผนเพิ่มการจ้างงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2026</strong> เพิ่มขึ้นจาก 54% ในไตรมาสก่อนหน้า และเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2023 ขณะเดียวกัน ดัชนี Hiring ก็ขยับขึ้นต่อเนื่องอยู่ที่ 63 สะท้อนว่าองค์กรจำนวนมากเริ่มกลับมากล้าลงทุนในคนอีกครั้ง</p>
<p>ในด้าน Engagement ก็เริ่มเห็นสัญญาณบวกมากขึ้นเช่นกัน โดย <strong>53% ของ CHRO คาดว่าความผูกพันของพนักงานจะเพิ่มขึ้น</strong> จากเดิม 43% ในไตรมาสก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าองค์กรเริ่มกลับมาโฟกัสเรื่องประสบการณ์พนักงานและแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงมิติของ Retention กลับไม่แข็งแรงเท่าที่ควร แม้ตัวเลขจะขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับ “ทรงตัว” มากกว่าการเติบโตจริง มีเพียง <strong>34% ของ CHRO ที่คาดว่าการรักษาคนจะดีขึ้น</strong> ขณะที่เกือบครึ่งหนึ่งมองว่าแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย ซึ่งสะท้อนว่าองค์กรยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจได้ว่าคนที่มีอยู่จะอยากอยู่ต่อในระยะยาว</p>
<p>ภาพรวมทั้งหมดจึงชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า<strong> องค์กรจำนวนมากกำลังอยู่ในจังหวะของการ “เปิดรับคนใหม่” อย่างมั่นใจมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันกลับยังไม่แน่ใจว่า “จะทำให้คนอยากอยู่” ได้อย่างไร</strong> ส่งผลให้การฟื้นตัวของตลาดแรงงานในรอบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุกมิติ และอาจกลายเป็นความท้าทายใหม่ของ HR ในการรักษาคนให้เดินไปด้วยกันอย่างสมดุลในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49747" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HREX-Cover-600-x-370-px-6.webp" alt="Hiring Retention 2026 HREX" width="600" height="370" title="สัญญาณใหม่ของตลาดแรงงานปี 2026 เมื่อ HR เริ่มกลับมาจ้างคนเพิ่ม แต่ไม่รู้ว่าจะรักษาพนักงานอย่างไร ? 36" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HREX-Cover-600-x-370-px-6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/HREX-Cover-600-x-370-px-6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>“ความไม่แน่นอน” ยังกดดันการตัดสินใจขององค์กรอันดับหนึ่ง</h2>
<p>อีกด้านหนึ่ง แม้ฝั่ง HR จะเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นในการขยายทีม แต่ในระดับผู้บริหารองค์กรกลับไม่ได้มองบวกในระดับเดียวกัน เพราะความกังวลเรื่อง “ความไม่แน่นอน” ที่ยังคงกดดันการตัดสินใจอยู่</p>
<p>ข้อมูลจาก The Conference Board ระบุว่า <strong>43% ของ CEO มองว่าความไม่แน่นอนเป็นความเสี่ยงอันดับ 1 ของปี 2026</strong> ขณะที่ปัจจัยอื่น ๆ อย่างความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนของกฎระเบียบ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้องค์กรไม่สามารถเดินเกมได้อย่างเต็มที่</p>
<p>ภาพนี้ทำให้ตลาดแรงงานอยู่ในภาวะที่พร้อมขยับนะ แต่ยังไม่สุดเท่าไหร่</p>
<p>องค์กรจำนวนมากยังคงต้องเดินหน้าเพื่อรักษาการเติบโต แต่ก็ไม่กล้าลงเดิมพันระยะยาวมากนัก ส่งผลให้การตัดสินใจด้านคนถูกออกแบบอย่างระมัดระวังมากขึ้น</p>
<p>สุดท้ายจึงเกิดเป็นภาพที่น่าสนใจมากว่า <strong>องค์กรอยากโต แต่ยังไม่มั่นใจโลกข้างนอก </strong>จึงเลือกเดินเกมแบบประคองตัว</p>
<p>กล่าวคือ เริ่มจ้างเพิ่มเพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่ลงทุนกับการรักษาคนหรือยกระดับประสบการณ์พนักงานอย่างเต็มที่นัก ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งความไม่สมดุลที่ HR ต้องรับมือในช่วงเวลานี้</p>
<h2>องค์กรกำลังลงทุน “ผู้นำ” มากกว่า “ระบบคน”</h2>
<p>มีอีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจจากรายงานนฉบับเดียวกัน คือทิศทางการลงทุนขององค์กรในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนลำดับความสำคัญได้อย่างชัดเจน โดย</p>
<ul>
<li>50% ลงทุนใน Leadership &amp; Manager Development</li>
<li>36% ลงทุนด้าน AI / Automation</li>
<li>34% ลงทุนด้าน Retention &amp; Engagement</li>
</ul>
<p>ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่า องค์กรจำนวนมากกำลังเชื่อว่า “ผู้นำ” คือกลไกสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อน Performance และผลลัพธ์ทางธุรกิจในระยะต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการบริหารทีม การสร้าง Engagement หรือการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์จริง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ “ประสบการณ์พนักงานโดยรวม” ยังไม่ได้ถูกเร่งในระดับเดียวกันนัก ซึ่งอาจกลายเป็นช่องว่างสำคัญ เพราะต่อให้มีผู้นำที่ดีขึ้นหรือมีเครื่องมือที่ทันสมัยมากขึ้น</p>
<p>เพราะหาก <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190802-employee-experience/">Employee Experience</a> ยังไม่ตอบโจทย์จริง ความท้าทายเรื่องการรักษาคนก็อาจยังคงอยู่ต่อไป</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46850" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/วิวัฒนาการ-Employee-Experience-เมื่อ-HR-ยุคใหม่คือผู้สร้าง-Hope-ในที่ทำงาน-Cover.webp" alt="วิวัฒนาการ Employee Experience เมื่อ HR ยุคใหม่คือผู้สร้าง Hope ในที่ทำงาน" width="600" height="370" title="สัญญาณใหม่ของตลาดแรงงานปี 2026 เมื่อ HR เริ่มกลับมาจ้างคนเพิ่ม แต่ไม่รู้ว่าจะรักษาพนักงานอย่างไร ? 37" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/วิวัฒนาการ-Employee-Experience-เมื่อ-HR-ยุคใหม่คือผู้สร้าง-Hope-ในที่ทำงาน-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/วิวัฒนาการ-Employee-Experience-เมื่อ-HR-ยุคใหม่คือผู้สร้าง-Hope-ในที่ทำงาน-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/employee-experience-to-hope-250908/">วิวัฒนาการ Employee Experience: เมื่อ HR ยุคใหม่คือผู้สร้าง Hope ในที่ทำงาน</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Retention วันนี้ ไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียวอีกต่อไป</h2>
<p>จากสถิตินี้ HREX มองว่า แนวทางการรักษาคนในวันนี้ไม่ได้ผูกอยู่กับ “เงิน” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะองค์กรจำนวนมากเริ่มขยับไปใช้ปัจจัยที่ไม่ใช่ตัวเงิน (non-financial levers) มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น</p>
<ul>
<li>36% ลงทุนใน Recognition</li>
<li>33% ลงทุนใน Well-being &amp; Mental Health</li>
<li>33% ลงทุนใน Career Growth &amp; Internal Mobility</li>
</ul>
<p>ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า การรักษาคนในปี 2026 กำลังเปลี่ยนจากการแข่งเรื่องค่าตอบแทน ไปสู่การแข่งขันด้าน “ประสบการณ์” และ “ความหมายของการทำงาน” มากขึ้น</p>
<p>เพราะพนักงานไม่ได้ต้องการแค่รายได้ที่ดีอย่างเดียว แต่ต้องการรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า มีเส้นทางเติบโต และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวนั่นเอง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49373" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/employee-recognition-meaningful-work-Cover.webp" alt="employee-recognition-meaningful-work Cover" width="600" height="370" title="สัญญาณใหม่ของตลาดแรงงานปี 2026 เมื่อ HR เริ่มกลับมาจ้างคนเพิ่ม แต่ไม่รู้ว่าจะรักษาพนักงานอย่างไร ? 38" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/employee-recognition-meaningful-work-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/employee-recognition-meaningful-work-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/tips/employee-recognition-meaningful-work-260323/">คนไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่ต้องการความรู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>ปี 2026 อาจเป็นปีที่การจ้างงานกลับมาอย่างชัดเจน แต่ก็อาจยังไม่ใช่ปีที่กลยุทธ์ด้านคนขององค์กรจะสมบูรณ์แบบ ฉะนั้นองค์กรที่ได้เปรียบในเกมนี้จึงเป็นองค์กรที่สามารถทำให้คน “อยากอยู่ต่อ” ได้อย่างแท้จริง</p>
<p>และสำหรับองค์กรที่กำลังมองหาแนวทางในการยกระดับ Retention ให้เป็นระบบมากขึ้น ปัจจุบันมี HR Solution ที่ช่วยตอบโจทย์ได้หลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้าน <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/33">Financial Benefit</a>, <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/86">Flexible Benefits</a> หรือ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/28">Health &amp; Wellness</a> ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของ Employee Experience ในระยะยาว</p>
<p>โดยสามารถเข้าไปดูตัวเลือกและพาร์ทเนอร์ที่เหมาะกับองค์กรของคุณได้ผ่าน HREX ที่รวบรวมโซลูชัน HR ไว้ในที่เดียว</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources:</strong></p>
<p><a href="https://www.hrdive.com/news/chro-confidence-levels-strongest-tracked-the-conference-board/818654/" target="_blank" rel="noopener">hrdive.com</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/hiring-retention-sign-2026-260429/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AI vs Human: ใครกันแน่ที่เหมาะกับงาน Pre‑Screen ผู้สมัคร ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/ai-vs-human-pre-screen-recruitment-260420/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/ai-vs-human-pre-screen-recruitment-260420/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2026 07:13:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Pre-screen]]></category>
		<category><![CDATA[Pre-Screen Assessment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49628</guid>

					<description><![CDATA[Recruiter คงดีใจไม่น้อยเวลามีใบสมัครส่งเข้ามา แถมคงคิดว่ายิ่งส่งเยอะยิ่งดี แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือ ‘เวลา’ ที่ต้องใช้ในการอ่านมันทั้งหมดต่างหาก กระบวนการ Pre-Screen จึงถือเป็นหัวใจสำคัญของงาน Recruitment เพราะเป็นด่านแรกที่ชี้ชะตาว่าใครจะได้ไปต่อหรือไม่ได้ไปต่อ ยิ่งมาก นิ่งนาน ยิ่งนับวันเข้าก็ยิ่งเป็นคอขวดกินเวลา Recruiter ไปมหาศาล ท่ามกลางใบสมัครจำนวนมหาศาลในระยะเวลาจำกัด HR จะคัดกรองยังไงถึงจะหาคนที่ใช่ได้จริง ? และในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น Recruiter ควรใช้ AI ช่วย Pre-Screen หรือไม่ ? ถ้าจะใช้ มีข้อควรระวังอะไรบ้าง ? มาหาคำตอบกันในบทความนี้เลย Pre-Screen คือหัวใจสำคัญของการคัดคน การ Pre-Screen / Pre-Screening คือกระบวนการคัดกรองผู้สมัครเบื้องต้นหลังมีคนส่งใบสมัครงานเข้ามา กระบวนการนี้มักครอบคลุมหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งการอ่าน Resume เพื่อดูประสบการณ์และทักษะ การโทรคุยสั้น ๆ เพื่อยืนยันข้อมูลพื้นฐาน หรือการส่งแบบประเมินให้ทำก่อนเข้าสัมภาษณ์จริง เป็นต้น ขั้นตอนนี้ฟังดูเหมือนงานง่าย ๆ แต่มันกินเวลาของ Recruiter เยอะมาก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49631" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-Cover.webp" alt="AI vs Human Recruiter Pre-Screen Cover" width="600" height="370" title="AI vs Human: ใครกันแน่ที่เหมาะกับงาน Pre‑Screen ผู้สมัคร ? 42" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>Recruiter คงดีใจไม่น้อยเวลามีใบสมัครส่งเข้ามา แถมคงคิดว่ายิ่งส่งเยอะยิ่งดี แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือ ‘เวลา’ ที่ต้องใช้ในการอ่านมันทั้งหมดต่างหาก</p>
<p>กระบวนการ Pre-Screen จึงถือเป็นหัวใจสำคัญของงาน Recruitment เพราะเป็นด่านแรกที่ชี้ชะตาว่าใครจะได้ไปต่อหรือไม่ได้ไปต่อ ยิ่งมาก นิ่งนาน ยิ่งนับวันเข้าก็ยิ่งเป็นคอขวดกินเวลา Recruiter ไปมหาศาล</p>
<p>ท่ามกลางใบสมัครจำนวนมหาศาลในระยะเวลาจำกัด HR จะคัดกรองยังไงถึงจะหาคนที่ใช่ได้จริง ? และในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น Recruiter ควรใช้ AI ช่วย Pre-Screen หรือไม่ ? ถ้าจะใช้ มีข้อควรระวังอะไรบ้าง ? มาหาคำตอบกันในบทความนี้เลย</p>

<h2>Pre-Screen คือหัวใจสำคัญของการคัดคน</h2>
<p>การ Pre-Screen / Pre-Screening คือกระบวนการคัดกรองผู้สมัครเบื้องต้นหลังมีคนส่งใบสมัครงานเข้ามา กระบวนการนี้มักครอบคลุมหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งการอ่าน Resume เพื่อดูประสบการณ์และทักษะ การโทรคุยสั้น ๆ เพื่อยืนยันข้อมูลพื้นฐาน หรือการส่งแบบประเมินให้ทำก่อนเข้าสัมภาษณ์จริง เป็นต้น</p>
<p>ขั้นตอนนี้ฟังดูเหมือนงานง่าย ๆ แต่มันกินเวลาของ Recruiter เยอะมาก แถมเป็นจุดที่ผิดพลาดได้ง่ายที่สุดด้วย</p>
<p>ลองจินตนาการดูว่า หากคุณต้องนั่งอ่าน Resume จำนวน 500 ฉบับให้หมดภายในเวลา 1 วัน โดยยังต้องคัดกรองและรักษาความแม่นยำ คุณจะทำไหวไหม ? นั่นจึงเป็นที่มาของ<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/7-seconds-resume/">สถิติว่า HR Recruiter มักใช้เวลาในการอ่าน Resume เฉลี่ย 6-7 วินาทีเท่านั้น</a> เป้าหมายคือเพื่อกรองใบสมัครทั้งหมดให้เหลือแค่คนที่ตรงตามเกณฑ์ขั้นต่ำของตำแหน่งนั้นจริง ๆ</p>
<p>ทั้งนี้ อาจไม่ใช่ทุกกรณีที่ใช้เวลาอ่าน Resume ในเวลาอันน้อยนิด ซึ่งมักจะใช้กับตำแหน่งที่ไม่ได้มี Requirement ของงานสูงนัก ในทางตรงกันข้าม หากตำแหน่งงานไหนที่เป็น Specialist หรือระดับ Manager Level ขึ้นไป การอ่านแบบผ่าน ๆ คงไม่เพียงพอ ต้องดูองค์ประกอบรวมทั้งหมด แล้ววิเคราะห์เพื่อความแม่นยำอีกที</p>
<p>และเมื่อเรามีระยะเวลาทำงานจำกัด ยุคหลังมานี้ Recruiter จึงเริ่มนำ AI เข้ามาช่วย Pre-Screen ในเบื้องต้นนั่นเอง</p>
<h2>เมื่อ AI กลายเป็นมือขวา ช่วย HR สรรหาคัดกรองผู้สมัครผ่าน Pre-Screen</h2>
<p>การใช้ AI ช่วยเร่งกระบวนการ Pre-Screen ได้เยอะทีเดียว ตั้งแต่อ่าน Resume พร้อมกันได้ทีละหลายร้อยฉบับ จับคู่ทักษะและประสบการณ์กับคุณสมบัติของตำแหน่ง แล้วจัดเรียงผู้สมัครเป็นลำดับให้ Recruiter ดูต่อ บางองค์กรอาจเอา Chatbot มาช่วยสัมภาษณ์ผู้สมัครเบื้องต้นได้ด้วย</p>
<p>จากข้อมูลพบว่า โรงแรมในเครือ Hilton นำ AI มาช่วยจัดตารางและกรองผู้สมัครในช่วง High Season ที่ใบสมัครหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก <a href="https://impress.ai/blogs/how-ai-recruitment-automation-reduces-time-to-hire-by-75-in-2025/" target="_blank" rel="noopener">ผลคือลดงาน Manual ของทีม HR ลงได้ถึง 75%</a> และเวลาที่เคยใช้นัดสัมภาษณ์ซึ่งปกติกินเวลาเฉลี่ย 5 วัน หดเหลือเพียง 11 นาที เรียกได้ว่าหมดปัญหาจม Resume กองเท่าภูเขาในเวลาไม่กี่นาที</p>
<p>นอกจากนั้น บริษัท SaaS (Software-as-a-Service) หรือผู้ให้บริการด้านซอฟต์แวร์รายหนึ่งในยุโรปที่รับใบสมัครกว่า 1,200 ฉบับต่อเดือน แต่หลังนำ AI มาช่วยคัดกรอง Resume และวิเคราะห์ผู้สมัครผ่านวิดีโอ เวลาคัดกรองก็ลดลงถึง 78% แถมอัตราผู้สมัครที่ผ่านการสัมภาษณ์ก็สูงถึง 92%</p>
<p>แต้มต่อของ AI Recruitment ที่เหนือกว่า Human Recruiter ก็คือความสม่ำเสมอในการคัดกรอง เพราะแทบจะมั่นใจได้ว่า ตั้งแต่ Resume ฉบับแรกจนถึงสุดท้าย มันจะใช้มาตรฐานเดียวกันแน่นอน ขณะที่มนุษย์อาจอ่าน Resume ได้ดีในชั่วโมงแรก แต่พอต้องวิเคราะห์ถึงฉบับที่ 200 ย่อมเกิดความเหนื่อยล้าสะสม จนอาจเกิด Human Error เผลอปัดคนดีคนเก่งบางคนหลุดรอดไปโดยไม่ตั้งใจ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม มุมมองจากคนทำงานจริงก็ชวนให้คิดอีกแบบ</p>
<p>คุณ <strong>พัฐสิยา พรพินิจสกุล HR Business Partner</strong> จาก <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/4">Recruitment Agency</a> ชื่อดัง <a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp?utm_source=HREX" target="_blank" rel="noopener">Reeracoen Thailand</a> เล่าจากประสบการณ์ตรงว่า แม้ AI จะช่วยทุ่นแรง Recruiter ได้มาก แต่ก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกกรณี และที่สำคัญ ไม่ใช่ทุกองค์กรจะพร้อมใช้งาน</p>
<p><em>“มีหลายบริษัทที่ยังไม่ให้ใช้ AI มาผูกกับงานสรรหา หรือแม้แต่การบริหารคน เพราะมีความเสี่ยงค่อนข้างเยอะ อีกอย่างคือ AI ยังไม่แม่นในการอ่าน Resume ภาษาไทย บางครั้งอ่านผิด อ่านเพี้ยน หรือจับความหมายได้ไม่ครบ</em></p>
<p><em>“และถ้าเป็น AI ที่ฝึกจากตลาดสากล โครงสร้างหรือ format ที่มันคุ้นเคยก็จะไม่ตรงกับบริบทของตลาดไทย ทำให้ Recruiter ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังมากขึ้นค่ะ”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49633" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1-scaled.webp" alt="AI vs Human Recruiter Pre-Screen Cover" width="600" height="399" title="AI vs Human: ใครกันแน่ที่เหมาะกับงาน Pre‑Screen ผู้สมัคร ? 43" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1-1024x681.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1-768x511.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1-1536x1022.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1-2048x1363.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>ด้านมืดของความเร็ว: สิ่งที่ต้องระวังเมื่อใช้ AI ช่วย Pre-Screen</h2>
<p>AI Recruitment อาจมีความสม่ำเสมอในการคัดกรอง Resume ด้วยมาตรฐานเดียวกัน แม้จะเป็นข้อดี แต่ในทางกลับกัน หากเกิดคัดกรองแบบผิดมาตรฐานมาตั้งแต่แรก ก็ย่อมเกิดปัญหาต่อกระบวนการสรรหาตามมา</p>
<p>แล้วเราควรระวังเรื่องอะไรบ้าง HREX ขอสรุปออกมาเป็นประเด็นดังต่อไปนี้</p>
<h3>AI อาจอ่านความหมายระหว่างบรรทัดไม่ออก</h3>
<p>เวลาเจอ Resume ที่เขียนดีอาจไม่ได้แปลว่าผู้สมัครคนนั้นคือคนที่เก่งที่สุดเสมอไป บางคนแค่มีทักษะการเขียนจากประสบการณ์สัมภาษณ์ที่ผ่านมา ส่วนคนทำงานเก่งจริง ๆ อาจเล่าเรื่องตัวเองได้ไม่โดดเด่น นี่จึงเป็นข้อจำกัดสำคัญของ AI ในการ Pre-Screen เพราะยังตีความบริบทและน้ำหนักของข้อมูลได้ไม่เท่ามนุษย์</p>
<p>ส่วน Recruiter ที่มีประสบการณ์สามารถมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใน Career Path ตั้งแต่เหตุผลของการเปลี่ยนสายงาน ไปจนถึงแรงจูงใจที่ผลักดันผู้สมัคร รวมถึงแยกแยะได้ว่าจดหมายสมัครงานนั้นตั้งใจเขียนหรือเป็นเพียงเทมเพลตจากอินเทอร์เน็ต ความเข้าใจเชิงลึกแบบนี้ยังเป็นพื้นที่ที่มนุษย์ได้เปรียบอย่างชัดเจน</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้นคือเรื่อง Cultural Fit และพฤติกรรมที่สะท้อนตัวตนจริงของผู้สมัคร มักไม่ปรากฏอยู่ใน Resume แต่ Recruiter สามารถประเมินได้จากบทสนทนาเพียงสั้น ๆ หรือแม้แต่สังเกตท่าทีและความไม่สอดคล้องบางอย่าง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ AI ในปัจจุบันอาจยังตรวจจับได้ไม่ครบถ้วน</p>
<h3>อคติที่ซ่อนในข้อมูล: Bias In, Bias Out</h3>
<p>AI เรียนรู้จากข้อมูลในอดีต และหากข้อมูลนั้นมีอคติ ผลลัพธ์ก็ย่อมสะท้อนอคตินั้นออกมาโดยอัตโนมัติ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ตัว AI เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่คุณภาพของข้อมูล ซึ่งมักแฝงบริบททางสังคมและโครงสร้างเดิมโดยที่เราไม่ทันสังเกต</p>
<p>บริษัท Amazon เคยนำ AI มาใช้คัดกรองผู้สมัคร แต่กลับพบว่าระบบให้คะแนนผู้ชายสูงกว่าผู้หญิงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากข้อมูลที่ใช้ฝึกมาจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีสัดส่วนผู้ชายมากกว่า ทำให้ AI เรียนรู้และเหมารวมว่าผู้ชายเหมาะสมกับงานมากกว่า</p>
<p>ปัญหานี้ยังเกิดขึ้นในองค์กรอื่น เช่น ธนาคารแห่งหนึ่งใช้ AI คัดกรองผู้สมัคร 800 คน และพบว่าผู้ชายผ่านเข้ารอบถึง 80% จนนำไปสู่การฟ้องร้องเรื่องการเลือกปฏิบัติทางเพศ สะท้อนชัดว่า หากปล่อยให้ AI ตัดสินใจโดยลำพัง องค์กรอาจเผชิญทั้งความเสี่ยงด้านจริยธรรมและกฎหมายอย่างไม่คาดคิด</p>
<h3>เมื่อผู้สมัครใช้ AI ย้อมแมวตัวเองจนเป็น Candidate ในฝัน</h3>
<p>ไม่ได้มีแค่ฝั่งองค์กรที่ใช้ AI ช่วย Pre-Screen เพราะปัจจุบันมีผู้สมัครงานหลายคนก็ใช้ AI อย่าง ChatGPT, Gemini หรือ Claude ช่วยปรับแต่ง Resume ให้ตรงกับ Job Description ทีละคำ ไปจนถึงแอบมีการใส่โค้ดใน Resume เพื่อทำให้ AI ดักจับ Keyword แล้วทำให้ผ่านด่านคัดกรองมาได้โดยที่พวกเขาอาจไม่ได้มีทักษะที่ตรงกับงานนั้นจริง ๆ</p>
<p>เมื่อทั้ง 2 ฝั่งใช้ AI คุยกัน กระบวนการทั้งหมดก็กลายเป็นการแข่งขันของอัลกอริทึ่ม มากกว่าการหาคนที่ใช่จริง ๆ</p>
<h3>ความน่ากลัวของการปัดตกที่อธิบายไม่ได้</h3>
<p>รู้หรือไม่ AI เคยมีปัญหาเรื่องการประเมินให้ Resume ไม่ผ่าน แล้วบริษัทไม่สามารถอธิบายได้ด้วยว่าทำไม ทำให้กระบวนการขาดความโปร่งใสทั้งต่อผู้สมัครและต่อองค์กรเอง</p>
<p>ปรากฏการณ์นี้เราเรียกว่า Black Box ซึ่งอัลกอริทึมทำงานซับซ้อนจนมนุษย์ไม่เข้าใจตรรกะเบื้องหลัง เช่น มีพยาบาลประสบการณ์สูงที่ถูกคัดออกเพียงเพราะใช้คำว่า &#8220;Care Coordination&#8221; ไม่ตรงกับคีย์เวิร์ด &#8220;Centered Care&#8221; ที่ระบบล็อกไว้</p>
<p>ความไม่ยืดหยุ่นนี้ทำให้องค์กรเสียโอกาสในการเจอช้างเผือกไปอย่างน่าเสียดาย</p>
<p>ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้นเมื่อ HR ไม่สามารถอธิบายเหตุผลให้ผู้สมัครที่ไม่ผ่านได้ นำไปสู่ข้อครหาหรือแม้แต่การฟ้องร้องเรื่องการเลือกปฏิบัติ ขณะที่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์มักปกปิดรายละเอียดด้วยเหตุผลด้านความลับทางการค้า ส่งผลให้องค์กรยิ่งขาดหลักฐานยืนยันความโปร่งใส</p>
<h2>Pre-Screen ด้วย AI แบบไหน ที่ทำให้ได้คนอย่างแม่นยำ ?</h2>
<p>คำตอบก็คือ ต้องไม่ให้ AI ตัดสินใจและทำงานแทนคนทั้งหมด</p>
<p>Webmakers บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ พิสูจน์แล้วว่าเมื่อนำ AI มาช่วยอ่าน Resume อัตราพนักงานใหม่ที่ผ่านช่วงทดลองงานเพิ่มขึ้นจาก 77% เป็น 89% ผลลัพธ์นี้เกิดขึ้นได้ เพราะบริษัทไม่เคยปล่อยให้ AI ตัดสินใจเพียงลำพัง</p>
<p>โมเดลที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบันคือการทำงานแบบ Human-in-the-Loop หรือการให้ AI สแกนและจัดอันดับผู้สมัครในเบื้องต้น แล้วให้ Recruiter เป็นคนตรวจสอบและตัดสินใจขั้นสุดท้ายอีกครั้ง เพื่อให้ความเร็วของ AI และวิจารณญาณของมนุษย์ทำงานส่งเสริมกัน ไม่ใช่การใช้ AI แทนมนุษย์ 100%</p>
<h2>ค้นหา Pre-Screen Assessment และเครื่องมือ HR ที่ใช่ผ่าน HREX ได้เลย</h2>
<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า AI เข้ามามีบทบาทในงาน Pre-Screen มากขึ้น แม้วันนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น อาจยังมีข้อจำกัดไม่น้อย แต่มันสามารถลดระยะเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองผู้สมัครได้มากทีเดียว หากรู้วิธีใช้งานที่เหมาะสม</p>
<p>เมื่อ AI จะกลายเป็นมือขวาของ Recruiter อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฝั่ง HR เองก็ต้องยกระดับทักษะและวิจารณญาณให้ทันเทคโนโลยีที่ใช้งานด้วย</p>
<p>ดังนั้น ถ้าทีม HR ของคุณกำลังมองหาเครื่องมือ Pre-Screen Assessment ที่ช่วยลดเวลาคัดกรองและเพิ่มคุณภาพผู้สมัคร HREX รวบรวม Solution ด้านนี้ไว้แล้วในแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/80">สามารถเข้าไปค้นหาแล้วติดต่อขอใช้บริการได้เลยทางลิงก์นี้</a></p>
<p>หรือหากไม่รู้จะเลือกใช้บริการเจ้าไหนจึงจะตอบโจทย์ที่สุด <a href="https://forms.gle/VSvY18GjtkDY66zK9" target="_blank" rel="noopener">สามารถขอคำปรึกษาจาก HREX ได้เช่นกัน เพียงกรอกรายละเอียดทางลิงก์นี้ เรายินดีช่วยคัดกรอง Pre-Screen Assessment ที่ใช่และเหมาะสมกับองค์กรของคุณเลย</a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49632" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-scaled.webp" alt="AI vs Human Recruiter Pre-Screen Cover" width="600" height="400" title="AI vs Human: ใครกันแน่ที่เหมาะกับงาน Pre‑Screen ผู้สมัคร ? 44" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/AI-vs-Human-Recruiter-Pre-Screen-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>สรุป</h2>
<p>การ Pre-Screen ไม่ใช่แค่การกำจัดใบสมัครให้เหลือน้อยลง แต่มันคือการตัดสินใจครั้งสำคัญที่กำหนดว่าใครจะได้เป็นส่วนหนึ่งของอนาคตในองค์กรคุณ</p>
<p>AI อาจเป็นมือขวาที่ทำสถิติได้น่าประทับใจ ทั้งเรื่องความเร็วที่เหนือชั้นและความสม่ำเสมอที่ไม่มีวันเหนื่อยล้า แต่ในขณะเดียวกัน เราก็เห็นแล้วว่ากล่องดำของมันสามารถกลืนกินโอกาสของผู้สมัครงานฝีมือดี หรือแม้แต่ลากองค์กรไปสู่ความเสี่ยงทางจริยธรรมได้ทุกเมื่อ หากเราปล่อยให้มันตัดสินใจเพียงลำพัง</p>
<p>ในยุคที่ผู้สมัครก็เริ่มใช้ AI ปั้นตัวตนขึ้นมาเพื่อให้ถูกใจอัลกอริทึม การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากระดาษจึงกลายเป็นทักษะที่ล้ำค่าที่สุดของชาว HR ยิ่งเทคโนโลยีฉลาดขึ้นเท่าไหร่ หน้าที่ของเราคือการใช้มันเป็นแว่นขยายเพื่อส่องให้เห็นศักยภาพที่ AI มองข้ามไป</p>
<p><strong>ก่อนจะกดใช้งาน AI ในครั้งหน้า ลองถามตัวเองดูสักนิดว่า… <em>&#8220;เรากำลังใช้ AI เพื่อช่วยให้เรา &#8216;เลือกคนได้ดีขึ้น&#8217; หรือเพียงแค่ต้องการ &#8216;ทำงานให้เสร็จเร็วขึ้น&#8217; กันแน่ ?&#8221;</em></strong></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 499px;">
<tbody>
<tr style="height: 499px;">
<td style="width: 100%; height: 499px;"><strong>Sources</strong></p>
<p><a href="https://www.phenom.com/blog/recruiting-ai-guide" target="_blank" rel="noopener">phenom</a></p>
<p><a href="https://www.indeed.com/career-advice/interviewing/pre-screening-interview" target="_blank" rel="noopener">indeed</a></p>
<p><a href="https://www.hirehive.com/a-recruiters-guide-to-candidate-prescreening/" target="_blank" rel="noopener">hirehive</a></p>
<p><a href="https://prescreenai.com/why-your-remote-hiring-process-needs-ai/" target="_blank" rel="noopener">prescreenai</a></p>
<p><a href="https://webmakers.expert/en/blog/using-ai-to-process-and-classify-cvs" target="_blank" rel="noopener">webmakers</a></p>
<p><a href="https://mihcm.com/resources/blog/successful-ai-implementation-in-recruitment-case-studies/" target="_blank" rel="noopener">mihcm</a></p>
<p><a href="https://perimattic.com/ai-recruitment-case-study/" target="_blank" rel="noopener">perimattic</a></p>
<p><a href="https://www.reuters.com/article/world/insight-amazon-scraps-secret-ai-recruiting-tool-that-showed-bias-against-women-idUSKCN1MK0AG/" target="_blank" rel="noopener">reuters</a></p>
<p><a href="https://www.lewissilkin.com/insights/2023/10/31/discrimination-and-bias-in-ai-recruitment-a-case-study" target="_blank" rel="noopener">www.lewissilkin</a></p>
<p><a href="https://www.greatbaystaffing.com/job-blog/2026/2/1/the-resume-black-hole-why-ai-screening-is-failing-both-job-seekers-and-employers" target="_blank" rel="noopener">greatbaystaffing</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/ai-vs-human-pre-screen-recruitment-260420/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มีทักษะการสรรหา อย่าปล่อยให้ความสามารถหยุดอยู่แค่งานประจำ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/freelance-recruiter-sourcedout-260310/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/freelance-recruiter-sourcedout-260310/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Mar 2026 06:12:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[SourcedOut]]></category>
		<category><![CDATA[Freelance Recruiter]]></category>
		<category><![CDATA[งานสรรหา HR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49169</guid>

					<description><![CDATA[เปลี่ยนประสบการณ์ Recruit ให้กลายเป็นรายได้เสริม ด้วยการเป็น Freelance Recruiter กับ SourcedOut ในวันที่ตลาดแรงงานแข่งขันสูงขึ้นทุกอุตสาหกรรม ทักษะด้านการสรรหากลายเป็นอีกหนึ่งทักษะที่มีมูลค่าในตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในยุคที่หลายองค์กรต้องการจ้างงานให้เร็วขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น และคุมต้นทุนให้ได้ดีกว่าเดิม  ขณะเดียวกัน คนทำงานสาย HR และ Recruiter จำนวนมากก็เริ่มมองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่ช่วยต่อยอดความเชี่ยวชาญเดิมให้กลายเป็นรายได้เสริม หรือแม้แต่พัฒนาไปสู่เส้นทางอาชีพอิสระอย่างจริงจัง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแนวคิดของการเป็น Freelance Recruiter ถึงน่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะแทนที่จะเริ่มต้นอาชีพใหม่ตั้งแต่ศูนย์ คุณสามารถใช้ทักษะเดิมของ HR ที่มี ทั้งการอ่าน JD การคัดกรองผู้สมัคร การค้นหาแคนดิเดต และการสื่อสารกับคนสมัครงาน มาต่อยอดเป็นโอกาสสร้างรายได้อีกทางได้ทันที หนึ่งในแพลตฟอร์มที่น่าจับตาสำหรับ HR สายนี้คือ SourcedOut  Freelance Recruiter คืออะไร และเหมาะกับใคร Freelance Recruiter คือคนที่รับงานสรรหาแบบอิสระ ไม่ได้ผูกกับองค์กรใดองค์กรหนึ่งในรูปแบบพนักงานประจำ แต่ใช้ทักษะด้านการหา คัดกรอง และส่งผู้สมัครให้ตรงกับความต้องการขององค์กรในลักษณะโปรเจกต์ หรืองานที่ยืดหยุ่นตามข้อตกลง จุดเด่นของงานรูปแบบนี้คือความคล่องตัว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49171" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout.webp" alt="freelance-recruiter-sourcedout" width="600" height="370" title="มีทักษะการสรรหา อย่าปล่อยให้ความสามารถหยุดอยู่แค่งานประจำ 50" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>เปลี่ยนประสบการณ์ Recruit ให้กลายเป็นรายได้เสริม ด้วยการเป็น Freelance Recruiter กับ SourcedOut</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่ตลาดแรงงานแข่งขันสูงขึ้นทุกอุตสาหกรรม ทักษะด้านการสรรหากลายเป็นอีกหนึ่งทักษะที่มีมูลค่าในตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในยุคที่หลายองค์กรต้องการจ้างงานให้เร็วขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น และคุมต้นทุนให้ได้ดีกว่าเดิม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน คนทำงานสาย HR และ Recruiter จำนวนมากก็เริ่มมองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่ช่วยต่อยอดความเชี่ยวชาญเดิมให้กลายเป็นรายได้เสริม หรือแม้แต่พัฒนาไปสู่เส้นทางอาชีพอิสระอย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแนวคิดของการเป็น </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/211011-trends-of-freelance-hr/"><b>Freelance Recruiter</b></a><span style="font-weight: 400;"> ถึงน่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะแทนที่จะเริ่มต้นอาชีพใหม่ตั้งแต่ศูนย์ คุณสามารถใช้ทักษะเดิมของ HR ที่มี ทั้งการอ่าน JD การคัดกรองผู้สมัคร การค้นหาแคนดิเดต และการสื่อสารกับคนสมัครงาน มาต่อยอดเป็นโอกาสสร้างรายได้อีกทางได้ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในแพลตฟอร์มที่น่าจับตาสำหรับ HR สายนี้คือ </span><a href="https://www.sourcedout.asia/recruiter" target="_blank" rel="noopener"><b>SourcedOut</b></a><span style="font-weight: 400;"> </span></p>

<h2><b>Freelance Recruiter คืออะไร และเหมาะกับใคร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Freelance Recruiter คือคนที่รับงานสรรหาแบบอิสระ ไม่ได้ผูกกับองค์กรใดองค์กรหนึ่งในรูปแบบพนักงานประจำ แต่ใช้ทักษะด้านการหา คัดกรอง และส่งผู้สมัครให้ตรงกับความต้องการขององค์กรในลักษณะโปรเจกต์ หรืองานที่ยืดหยุ่นตามข้อตกลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเด่นของงานรูปแบบนี้คือความคล่องตัว คุณสามารถจัดสรรเวลาเอง เลือกจังหวะการทำงานเอง และใช้ประสบการณ์เดิมที่มีอยู่แล้วให้เกิดมูลค่าได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่เหมาะกับเส้นทางนี้ ไม่ได้จำกัดแค่ Recruiter เต็มตัวเท่านั้น แต่ยังรวมถึง HR ที่เคยทำงานสรรหา Talent Acquisition, HRBP ที่เข้าใจตลาดคน, คนที่เคยทำ Sales Recruitment, ที่ปรึกษาด้านคน หรือแม้แต่คนที่ทำงานกับผู้คนมานานและมีทักษะการคัดกรองผู้สมัครที่ดีอยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณอ่านคนออก เข้าใจ Requirement และจับคู่ “คนที่ใช่” กับ “งานที่เหมาะ” ได้ เส้นทางนี้ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ทำไมทักษะ Recruit ถึงกลายเป็นโอกาสหารายได้เสริม</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ ทักษะด้านการสรรหาเป็นทักษะที่ตลาดต้องใช้ซ้ำตลอดเวลา องค์กรจำนวนมากยังต้องจ้างคน แต่ไม่ได้อยากแบกรับต้นทุนการสรรหาแบบเดิมทุกครั้ง โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการความเร็ว ความยืดหยุ่น และการเข้าถึงผู้สมัครที่ตรงมากขึ้น นั่นทำให้โมเดลการทำงานผ่านเครือข่าย Freelance Recruiter เริ่มตอบโจทย์ขึ้นเรื่อย ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของคนทำงานสาย HR เอง การเป็น Freelance Recruiter ยังน่าสนใจเพราะเป็นการใช้ความสามารถเดิมให้เกิดรายได้เพิ่ม โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งเส้นทางหลักทันที </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นหากคุณมีงานประจำอยู่แล้ว ก็สามารถใช้เป็นงานเสริมได้ หากคุณกำลังอยู่ในช่วงมองหาความยืดหยุ่นมากขึ้น ก็สามารถใช้เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยสร้างรายรับจากทักษะที่คุณมีอยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">SourcedOut ตั้งใจว่า รูปแบบการทำงานบนแพลตฟอร์มไม่มีการกำหนดชั่วโมงทำงานตายตัว สามารถทำงานออนไลน์ได้ และโฟกัสที่การค้นหาผู้สมัครให้ตรงกับ Requirement แล้วส่งเข้าระบบเพื่อให้ทีมดำเนินการต่อ ซึ่งทำให้โมเดลนี้เหมาะกับคนที่อยากใช้เวลาอย่างยืดหยุ่นและบริหารงานด้วยตนเองมากขึ้น</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/hr-recruiter-skills-250716/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46167" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/ptpchy0wjuya7837c8ei.webp" alt="ทักษะ HR Recruiter คืออะไร ? ใช้ได้แค่ในงานประจำ หรือสร้างรายได้มากกว่านั้นได้ ?" width="600" height="370" title="มีทักษะการสรรหา อย่าปล่อยให้ความสามารถหยุดอยู่แค่งานประจำ 51" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/ptpchy0wjuya7837c8ei.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/ptpchy0wjuya7837c8ei-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/hr-recruiter-skills-250716/">ทักษะ HR Recruiter ใช้ได้แค่ในงานประจำ หรือสร้างรายได้มากกว่านั้นได้ ?</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>จุดแข็งของคนที่มีประสบการณ์สรรหาอยู่แล้ว</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณเคยทำงาน Recruit มาก่อน คุณมีแต้มต่อกว่าที่คิด เพราะงานนี้ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจากสิ่งที่คุณทำได้อยู่แล้ว เช่น การตีความ ฑequirement ของบริษัท การแยกแยะว่าผู้สมัครคนไหนมีโอกาสไปต่อ การสื่อสารจุดขายของตำแหน่งงาน และการรักษาความสัมพันธ์กับแคนดิเดตตลอดกระบวนการสรรหา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทักษะเหล่านี้คือ “สินทรัพย์ทางอาชีพ” ที่สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ได้จริง ยิ่งถ้าคุณมีความเข้าใจในอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น IT, Sales, Engineering, Japanese-speaking Jobs, Manufacturing หรือ Back Office คุณก็ยิ่งมีโอกาสโดดเด่นขึ้น เพราะตลาดสรรหามักให้คุณค่ากับคนที่เข้าใจธรรมชาติของงานและตลาดแรงงานในสายนั้นโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บนแบบฟอร์มสมัครของ SourcedOut เองก็มีการให้ผู้สมัครระบุสายอุตสาหกรรมที่เชี่ยวชาญ ซึ่งสะท้อนชัดว่า “ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน” เป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของคนที่จะเติบโตบนแพลตฟอร์มนี้</span></p>
<p><a href="https://www.sourcedout.asia/th/recruiter" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49173 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout2.webp" alt="freelance-recruiter-sourcedout" width="1590" height="769" title="มีทักษะการสรรหา อย่าปล่อยให้ความสามารถหยุดอยู่แค่งานประจำ 52" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout2.webp 1590w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout2-300x145.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout2-1024x495.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout2-768x371.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout2-1536x743.webp 1536w" sizes="(max-width: 1590px) 100vw, 1590px" /></a></p>
<h2><b>ทำไม SourcedOut จึงน่าสนใจสำหรับคนอยากเริ่มเป็น Freelance Recruiter</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดที่ทำให้ </span><a href="https://www.sourcedout.asia/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">SourcedOut</span></a><span style="font-weight: 400;"> น่าสนใจคือแพลตฟอร์มนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นพื้นที่สำหรับ Recruiter โดยเฉพาะ และสื่อสารชัดเจนว่าเปิดให้คนเข้ามาสร้างรายได้จากทักษะการ Sourcing และ Screening ผ่านระบบของแพลตฟอร์ม ภายใต้การบริหารของ </span><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/promo-lp" target="_blank" rel="noopener"><b>Reeracoen Thailand</b></a><span style="font-weight: 400;"> บริษัทจัดหางานซึ่งมีฐานความเข้าใจเรื่องงานสรรหาอยู่แล้ว จึงมี Demand จริงจากฝั่งนายจ้างควบคู่ไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนทำงาน นี่คือการเข้าไปอยู่ใน Ecosystem ที่ออกแบบมาเพื่อให้ทักษะสรรหาของคุณถูกใช้งานได้จริง และต่อยอดเป็นรายได้ได้เป็นระบบมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี งานอิสระไม่ได้แปลว่าง่าย แต่แปลว่า “ยืดหยุ่นและต้องมีวินัย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้งาน Freelance จะเป็นงานในฝันของใครหลายคน เพราะให้ความอิสระเรื่องเวลาและสถานที่ทำงาน แต่ความจริงอีกด้านคือ งานรูปแบบนี้ต้องการวินัยสูงกว่างานประจำในหลายกรณี คุณต้องจัดการเวลาเอง ดูแลการตอบกลับเอง และรักษามาตรฐานการทำงานของตัวเองโดยไม่มีใครมาคอยกำกับทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสัมภาษณ์บน HREX ที่พูดคุยกับคุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/freelance-recruiter-sourcedout-230828/"><b>วนิดา ภูทองก้าน</b></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็น Freelance Recruiter บน SourcedOut สะท้อนภาพนี้ได้ชัด เธอเล่าว่างานลักษณะนี้ให้อิสระมาก แต่ก็ต้องมีวินัย ต้องตอบผู้สมัครเร็ว ต้องเรียนรู้ตลาดงาน และต้องพยายามอย่างต่อเนื่องในการหาผู้สมัครที่เหมาะสมกับแต่ละตำแหน่ง โดยเธอเปิดเผยด้วยว่า นับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสัมภาษณ์ มีรายได้สะสมราว 270,000 บาทจากการทำงาน</span></p>
<p><a href="https://www.sourcedout.asia/th/recruiter" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49174 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout3.webp" alt="freelance-recruiter-sourcedout3" width="1661" height="897" title="มีทักษะการสรรหา อย่าปล่อยให้ความสามารถหยุดอยู่แค่งานประจำ 53" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout3.webp 1661w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout3-300x162.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout3-1024x553.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout3-768x415.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout3-1536x829.webp 1536w" sizes="(max-width: 1661px) 100vw, 1661px" /></a></p>
<h2><b>ถ้าอยากเริ่มต้นเป็น Freelance Recruiter ควรเริ่มอย่างไร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือการกลับมาดูตัวเองก่อนว่า คุณมีจุดแข็งอะไรในงานสรรหา ? เช่น บางคนเก่ง Sourcing บางคนเก่งโทรคุยกับผู้สมัคร บางคนเก่งปิดดีล บางคนเก่งอ่านความต้องการของ Hiring Manager ฯลฯ หากคุณรู้ว่าตัวเองเด่นด้านไหน คุณจะวางตำแหน่งตัวเองได้ชัดขึ้นมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นควรเลือกอุตสาหกรรมหรือประเภทงานที่ตัวเองคุ้นเคย เพราะยิ่งคุณเข้าใจตลาดเฉพาะทางมากเท่าไร โอกาสสร้างผลลัพธ์ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แล้วค่อยต่อยอดด้วยการสร้างโปรไฟล์ที่น่าเชื่อถือ บอกประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องให้ชัด และสมัครเข้าร่วมแพลตฟอร์มที่ตรงกับสายงานจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่สนใจ SourcedOut ปัจจุบันมีหน้าสมัครสำหรับ Recruiter โดยตรง และมีการสื่อสารชัดเจนเรื่องรูปแบบการทำงานแบบยืดหยุ่น ทำออนไลน์ได้ และใช้ทักษะการสรรหาเพื่อเปลี่ยนเป็นรายได้บนแพลตฟอร์ม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ถ้าคุณ Recruit เป็น นี่อาจเป็นหนึ่งในรายได้เสริมที่ใกล้ตัวที่สุด</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่องค์กรยังต้องการคนเก่ง แต่ตลาดแรงงานก็ซับซ้อนขึ้นทุกวัน ทักษะด้านการสรรหาจึงมีคุณค่ามากกว่าที่หลายคนคิด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และถ้าคุณมีประสบการณ์ Recruit อยู่แล้ว ไม่ว่าจะมาจากงาน HR, Talent Acquisition หรือบทบาทที่ต้องคัดเลือกคนอยู่เสมอ นี่อาจเป็นจังหวะที่ดีในการต่อยอดความสามารถเดิมให้กลายเป็นโอกาสใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็น </span><b>Freelance Recruiter กับ SourcedOut</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทิ้งงานหลักทันที แต่หมายถึงการเปิดอีกหนึ่งทางเลือกให้ทักษะที่คุณมีสร้างมูลค่าเพิ่มได้จริง ในรูปแบบที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม และอาจกลายเป็นทั้งรายได้เสริม รายได้หลัก หรือเส้นทางอาชีพใหม่ในอนาคตก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะบางครั้ง “โอกาสใหม่” ไม่ได้เริ่มจากการเรียนทักษะใหม่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการมองเห็นมูลค่าของทักษะเดิมที่เรามีอยู่แล้วต่างหาก</span></p>
<p><a href="https://www.sourcedout.asia/th/recruiter" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49172" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout1.webp" alt="freelance-recruiter-sourcedout" width="1060" height="477" title="มีทักษะการสรรหา อย่าปล่อยให้ความสามารถหยุดอยู่แค่งานประจำ 54" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout1.webp 1060w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout1-300x135.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout1-1024x461.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/freelance-recruiter-sourcedout1-768x346.webp 768w" sizes="(max-width: 1060px) 100vw, 1060px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/freelance-recruiter-sourcedout-260310/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แจกเทมเพลตฟรี ส่งท้ายปี ! ติดตาม วัดผล ปรับปรุงการจ้างงานตลอดปี ด้วย Recruitment Metric Calculator 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-metric-calculator-2026/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-metric-calculator-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Dec 2025 04:26:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Recruitment Metric Calculator 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48266</guid>

					<description><![CDATA[ทุกปลายปี หรือทุกครั้งที่ต้องรายงานผู้บริหาร HR Recruiter มักต้องเจอกับคำถามเดิม ๆ ไม่ว่าจะเป็น ช่องทางไหนให้ผู้สมัครที่ดีที่สุด งบประมาณที่ใช้ไป คุ้มค่าจริงหรือไม่ ปีหน้าควรโฟกัสการสรรหาแบบไหนถึงจะตอบโจทย์ธุรกิจ คำถามเหล่านี้ไม่ใช่คำถามใหม่ แต่สิ่งที่จะทำให้ตอบยากเพราะองค์กรจำนวนมากไม่เคยติดตาม Recruitment Data อย่างเป็นระบบตั้งแต่แรก ผลลัพธ์ที่ตามมา คือ HR ต้องพยายามอธิบายความรู้สึก แทนที่จะยืนยันข้อมูลด้วยตัวเลข และเมื่อไม่มีข้อมูลที่เชื่อถือได้ การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ด้านการจ้างงานก็กลายเป็นเรื่องยากขึ้นทุกปี ปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่ไม่มีข้อมูล แต่ข้อมูลไม่เคยถูกใช้ ในความเป็นจริง องค์กรส่วนใหญ่มักมีข้อมูลการจ้างงานอยู่แล้ว แต่ข้อมูลเหล่านั้นกลับไม่เคยถูกนำมาวิเคราะห์อย่างจริงจัง จนเกิดปัญหาสำคัญ 3 เรื่องที่ HR คุ้นเคยดี 1. ข้อมูลกระจัดกระจาย ขาดภาพรวม ข้อมูลผู้สมัคร ค่าใช้จ่าย ช่องทางการสรรหา หรือระยะเวลาการจ้างงาน ถูกเก็บแยกกันคนละไฟล์ คนละระบบ ทำให้เสียเวลามหาศาลไปกับการรวบรวม มากกว่าการวิเคราะห์ 2. ไม่รู้จะเริ่มวัดจากตรงไหน Recruitment Metrics มีให้เลือกวัดมากมาย แต่ไม่มีใครบอกชัดว่า ตัวไหนสำคัญกับองค์กรจริง หรือตัวไหนเชื่อมโยงกับเป้าหมายธุรกิจ ส่งผลให้การวัดผลขาดทิศทาง 3. [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48268" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-25T093621.823.webp" alt="Recruitment Metric Calculator 2026" width="600" height="370" title="แจกเทมเพลตฟรี ส่งท้ายปี ! ติดตาม วัดผล ปรับปรุงการจ้างงานตลอดปี ด้วย Recruitment Metric Calculator 2026 58" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-25T093621.823.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-25T093621.823-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกปลายปี หรือทุกครั้งที่ต้องรายงานผู้บริหาร HR Recruiter มักต้องเจอกับคำถามเดิม ๆ ไม่ว่าจะเป็น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ช่องทางไหนให้ผู้สมัครที่ดีที่สุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">งบประมาณที่ใช้ไป คุ้มค่าจริงหรือไม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ปีหน้าควรโฟกัสการสรรหาแบบไหนถึงจะตอบโจทย์ธุรกิจ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามเหล่านี้ไม่ใช่คำถามใหม่ แต่สิ่งที่จะทำให้ตอบยากเพราะองค์กรจำนวนมากไม่เคยติดตาม Recruitment Data อย่างเป็นระบบตั้งแต่แรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่ตามมา คือ HR ต้องพยายามอธิบายความรู้สึก แทนที่จะยืนยันข้อมูลด้วยตัวเลข และเมื่อไม่มีข้อมูลที่เชื่อถือได้ การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ด้านการจ้างงานก็กลายเป็นเรื่องยากขึ้นทุกปี</span></p>

<h2><b>ปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่ไม่มีข้อมูล แต่ข้อมูลไม่เคยถูกใช้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในความเป็นจริง องค์กรส่วนใหญ่มักมีข้อมูลการจ้างงานอยู่แล้ว แต่ข้อมูลเหล่านั้นกลับไม่เคยถูกนำมาวิเคราะห์อย่างจริงจัง จนเกิดปัญหาสำคัญ 3 เรื่องที่ HR คุ้นเคยดี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48269" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/close-up-women-with-charts-scaled.webp" alt="Recruitment Metric Calculator 2026" width="600" height="401" title="แจกเทมเพลตฟรี ส่งท้ายปี ! ติดตาม วัดผล ปรับปรุงการจ้างงานตลอดปี ด้วย Recruitment Metric Calculator 2026 59" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/close-up-women-with-charts-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/close-up-women-with-charts-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/close-up-women-with-charts-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/close-up-women-with-charts-768x513.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/close-up-women-with-charts-1536x1025.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/close-up-women-with-charts-2048x1367.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><b>1. ข้อมูลกระจัดกระจาย ขาดภาพรวม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลผู้สมัคร ค่าใช้จ่าย ช่องทางการสรรหา หรือระยะเวลาการจ้างงาน ถูกเก็บแยกกันคนละไฟล์ คนละระบบ ทำให้เสียเวลามหาศาลไปกับการรวบรวม มากกว่าการวิเคราะห์</span></p>
<h3><b>2. ไม่รู้จะเริ่มวัดจากตรงไหน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Recruitment Metrics มีให้เลือกวัดมากมาย แต่ไม่มีใครบอกชัดว่า ตัวไหนสำคัญกับองค์กรจริง หรือตัวไหนเชื่อมโยงกับเป้าหมายธุรกิจ ส่งผลให้การวัดผลขาดทิศทาง</span></p>
<h3><b>3. ความเข้าใจไม่ตรงกันในทีม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะใช้คำเดียวกัน เช่น </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-reduce-time-to-fill-250929/"><span style="font-weight: 400;">Time to Hire</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือ Quality of Hire แต่ละคนกลับตีความไม่เหมือนกัน ทำให้ตัวเลขที่ได้คลาดเคลื่อน และไม่สามารถนำไปใช้ตัดสินใจต่อได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อปัญหาเหล่านี้สะสมต่อเนื่อง การรายงานผลการจ้างงานจึงกลายเป็นภาระ และ HR เองก็ยากจะยืนในบทบาท Strategic Partner อย่างเต็มที่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>แจกตัวช่วย Recruitment Metric Calculator 2026</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48270" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2188023615-scaled.webp" alt="Recruitment Metric Calculator 2026" width="600" height="391" title="แจกเทมเพลตฟรี ส่งท้ายปี ! ติดตาม วัดผล ปรับปรุงการจ้างงานตลอดปี ด้วย Recruitment Metric Calculator 2026 60" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2188023615-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2188023615-300x195.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2188023615-1024x667.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2188023615-768x500.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2188023615-1536x1000.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/shutterstock_2188023615-2048x1333.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเห็นปัญหาชัดแล้ว คำถามต่อมาคือ HR จะเริ่มต้นวัดผลการจ้างงานอย่างเป็นระบบได้อย่างไร โดยไม่ต้องสร้างทุกอย่างใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบคือต้องใช้เครื่องมือที่ช่วย รวบรวม – คำนวณ – แปลความหมายของข้อมูล ให้จบในที่เดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ เราจึงเตรียมของขวัญส่งท้ายปีสำหรับ HR ทุกคน นั่นคือเทมเพลตฟรี Recruitment Metric Calculator 2026 เครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณสามารถติดตาม วัดผล และปรับปรุงการสรรหาได้ตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องพึ่งไฟล์กระจัดกระจายหรือสูตรที่ซับซ้อนอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เครื่องมือนี้จะช่วยเปลี่ยน ข้อมูลดิบด้านการจ้างงาน ให้กลายเป็น Insight ที่ผู้บริหารเข้าใจและใช้ตัดสินใจได้ ผ่านการวิเคราะห์ใน 5 มิติสำคัญดังนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>1. Source Effectiveness วิเคราะห์ว่าช่องทางไหนให้คนที่ใช่จริง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Recruitment Metric Calculator ช่วยให้คุณเห็นภาพชัดว่า ช่องทางใด เช่น Job Board, Referral หรือ Social Media สามารถเปลี่ยนจำนวนใบสมัคร ไปสู่จำนวนคนที่ถูกจ้างจริงได้มากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อรู้แหล่งที่มาของผู้สมัครคุณภาพ HR จะสามารถวางแผนการสรรหาได้แม่นยำขึ้น ลดการใช้ทรัพยากรกับช่องทางที่ไม่ตรง Target และโฟกัสเฉพาะแหล่งที่สร้างผลลัพธ์สูงสุดให้กับองค์กร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>2. Return on Investment (ROI) พิสูจน์ความคุ้มค่าของงบสรรหาด้วยตัวเลข</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เครื่องมือนี้ช่วยเชื่อมโยง งบประมาณที่ใช้ กับ ผลลัพธ์ที่ได้ จากแต่ละช่องทางอย่างชัดเจน</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">ทำให้คุณสามารถวิเคราะห์ ROI และ Cost per Hire ได้อย่างเป็นระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์คือ HR สามารถยกระดับบทบาทจากผู้ปฏิบัติงาน สู่การเป็น Business Partner ที่ใช้ข้อมูลทางการเงินสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และช่วยให้องค์กรควบคุมค่าใช้จ่ายด้านการจ้างงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>3. Headcount Progress ติดตามความคืบหน้าการจ้างงานทั้งปีแบบเรียลไทม์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การจ้างงานที่ล่าช้า ไม่ได้กระทบแค่ HR แต่กระทบทั้งธุรกิจ Recruitment Metric Calculator ช่วยให้คุณเห็นสถานะ Headcount เทียบกับแผนประจำปีอย่างชัดเจน คุณสามารถระบุได้ทันทีว่า มีตำแหน่งใดที่เสี่ยงจะบรรจุไม่ทัน รวมถึง ควรเพิ่ม Recruiter หรืองบประมาณหรือไม่ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลชุดนี้ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้เร็วขึ้น และปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของการสรรหา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>4. Candidate Insight เลือกกลยุทธ์สรรหาให้เหมาะกับผู้สมัครแต่ละกลุ่ม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่ผู้สมัครทุกระดับที่ควรใช้กลยุทธ์เดียวกัน เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณเข้าใจลักษณะผู้สมัครในแต่ละระดับ และเลือกใช้แนวทาง Active Recruitment หรือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/passive-candidate-recruitment-231102/"><span style="font-weight: 400;">Passive Recruitment</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้อย่างเหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น ตำแหน่งระดับสูงอาจต้องใช้ </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruiter-vs-headhunter-20221215/"><span style="font-weight: 400;">Headhunting</span></a><span style="font-weight: 400;"> เพื่อความรวดเร็วและความแม่นยำ ขณะที่ตำแหน่งระดับปฏิบัติการอาจเน้นช่องทางที่เข้าถึงได้กว้าง นำไปสู่กระบวนการสรรหาที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะกับบริบทขององค์กรจริง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>5. Employee Retention วัดผลการจ้างงานผ่านการรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การจ้างคนใหม่มีต้นทุนสูง ดังนั้นการรักษาพนักงาน โดยเฉพาะในช่วง 12 เดือนแรก จึงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนคุณภาพการสรรหา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Recruitment Metric Calculator ช่วยให้คุณติดตาม </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/turnover-rate-240712/"><span style="font-weight: 400;">Turnover Rate</span></a><span style="font-weight: 400;"> และเชื่อมโยงข้อมูลกลับไปยังขั้นตอนการคัดเลือกและการปฐมนิเทศ เพื่อปรับปรุงกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำ ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาที่ปลายน้ำ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ดาวน์โหลดตอนนี้ เพื่อยกระดับงาน Recruitment ตลอดปี 2026</b></h2>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ประหยัดเวลา</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ต้องสร้างสูตรเอง ลดเวลาทำรายงานไปได้หลายชั่วโมง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้าง Authority</b><span style="font-weight: 400;"> มีข้อมูลเชิงวิเคราะห์ที่นำเสนอผู้บริหารได้อย่างมั่นใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>แม่นยำ</b><span style="font-weight: 400;"> วิเคราะห์จากข้อมูลจริงขององค์กรคุณ เพื่อ Insight ที่ตรงจุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฟรีตลอดปี 2026</b><span style="font-weight: 400;"> ใช้ได้ทันที ไม่มีค่าใช้จ่าย</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ดาวน์โหลด Recruitment Metric Calculator 2026 ฟรีที่นี่ </span><a href="https://bit.ly/3MYU37D" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3MYU37D</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วเปลี่ยนการวัดผลการจ้างงาน ให้กลายเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนธุรกิจอย่างแท้จริงในปี 2026 </span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="โรงงานปิดตัว: ภัยคุกคามหรือโอกาสใหม่ของ Recruitment Agency ? 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-metric-calculator-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Checklist เตรียมความพร้อมการจ้างงาน ปรับกลยุทธ์ Recruitment ให้เป๊ะรับปี 2026</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-checklist-2026-251219/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-checklist-2026-251219/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Dec 2025 03:11:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Recruitment]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ Recruitment]]></category>
		<category><![CDATA[Recruitment 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48235</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT HR Recruiter เตรียม Checklist วางกลยุทธ์สรรหาคนได้ตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ต้องรอจบปี 2025 แล้วค่อยทำ เพื่อเริ่มปี 2026 ได้ทันทีอย่างมั่นใจ โดยมี 5 ประเด็นสำคัญที่ HR ไม่ควรมองข้ามดังนี้ สร้าง Career Page ที่มีคุณภาพ ช่วยให้การสื่อสารตัวตนองค์กรมีความน่าเชื่อถือ และกระตุ้นให้ผู้สมัครตัดสินใจเร็วขึ้น ใช้ระบบ ATS ลดงานซ้ำซ้อนได้ เพราะสามารถรวมใบสมัครจากทุกช่องทางไว้ในที่เดียว พร้อมติดตามสถานะผู้สมัครแบบ Real-time การเก็บข้อมูล Talent Pool อย่างมีระบบ ช่วยให้ไม่พลาดปล่อยให้ผู้สมัครเก่ง ๆ หลุดมือไปโดยเปล่าประโยชน์ ใช้ซ้ำได้เมื่อมีตำแหน่งว่าง เพิ่มการบริหาร Talent Pipeline อย่างมีกลยุทธ์ จะช่วยให้เห็นภาพรวมของกระบวนการจ้างงานชัดเจน ลดความสับสนระหว่าง HR และ Hiring Manager ตัดสินใจด้วย HR Analyticsใช้ข้อมูลวิเคราะห์จุดบอดในกระบวนการ เช่น Time to Hire, Source [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li aria-level="1">HR Recruiter เตรียม Checklist วางกลยุทธ์สรรหาคนได้ตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ต้องรอจบปี 2025 แล้วค่อยทำ เพื่อเริ่มปี 2026 ได้ทันทีอย่างมั่นใจ โดยมี 5 ประเด็นสำคัญที่ HR ไม่ควรมองข้ามดังนี้</li>
<li aria-level="1">สร้าง Career Page ที่มีคุณภาพ ช่วยให้การสื่อสารตัวตนองค์กรมีความน่าเชื่อถือ และกระตุ้นให้ผู้สมัครตัดสินใจเร็วขึ้น</li>
<li aria-level="1">ใช้ระบบ ATS ลดงานซ้ำซ้อนได้ เพราะสามารถรวมใบสมัครจากทุกช่องทางไว้ในที่เดียว พร้อมติดตามสถานะผู้สมัครแบบ Real-time</li>
<li aria-level="1">การเก็บข้อมูล Talent Pool อย่างมีระบบ ช่วยให้ไม่พลาดปล่อยให้ผู้สมัครเก่ง ๆ หลุดมือไปโดยเปล่าประโยชน์ ใช้ซ้ำได้เมื่อมีตำแหน่งว่าง</li>
<li aria-level="1">เพิ่มการบริหาร Talent Pipeline อย่างมีกลยุทธ์ จะช่วยให้เห็นภาพรวมของกระบวนการจ้างงานชัดเจน ลดความสับสนระหว่าง HR และ Hiring Manager</li>
<li aria-level="1">ตัดสินใจด้วย HR Analyticsใช้ข้อมูลวิเคราะห์จุดบอดในกระบวนการ เช่น Time to Hire, Source Effectiveness และ Conversion Rate แทนการใช้ความรู้สึก</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48238" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-19T100447.412.webp" alt="recruitment-checklist-2026" width="600" height="370" title="Checklist เตรียมความพร้อมการจ้างงาน ปรับกลยุทธ์ Recruitment ให้เป๊ะรับปี 2026 65" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-19T100447.412.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-19T100447.412-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อใกล้ถึงช่วงสิ้นปี 2025 หลายคนอาจกำลังวางแผนเฉลิมฉลอง หรือเตรียมสรุปผลงานที่ทำมาตลอดทั้งปี แต่สำหรับเหล่า HR Recruiter มืออาชีพ เวลานี้คือช่วงเวลาทองของการวางหมากกลยุทธ์สรรหาคนเก่งรับปีใหม่ ไม่ใช่เวลาแห่งการพักผ่อนชิล ๆ แต่อย่างใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ จะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของการจ้างงานในปี 2026 ลดปัญหาซ้ำซาก เช่น ใบสมัครหาย หาคนไม่เจอ หรือเสียคนเก่งให้คู่แข่ง ซึ่งล้วนเป็นอุปสรรคที่สามารถจัดการได้ หากเริ่มวางระบบให้ดีเสียแต่เนิ่น ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้จะพาทุกท่านมา Re-check ความพร้อมด้าน Recruitment ผ่าน 5 หัวใจสำคัญ ที่จะช่วยยกระดับการสรรหาให้แม่นยำ ยั่งยืน และแข่งขันได้ในยุคที่ Talent คือทรัพยากรหายากที่สุดขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Checklist ที่ 1 &#8211; มี Career Page เป็นด่านแรกที่ขายองค์กรก่อนจะได้พูดคุยหรือยัง ? </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">พฤติกรรมผู้สมัครงานยุคใหม่เปลี่ยนไป พวกเขาไม่ได้มองแค่มาทำงานตำแหน่งงานอะไร แต่ให้ความสำคัญกับตัวตน และภาพลักษณ์ขององค์กรอย่างจริงจัง องค์กรที่ไม่มี </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/why-need-career-page-recruitment-251211/"><span style="font-weight: 400;">Career Page</span></a><span style="font-weight: 400;"> อย่างเป็นทางการ เปรียบเสมือนร้านค้าที่ไม่มีหน้าร้าน ขาดความน่าเชื่อถือ และเสียโอกาสตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูลของ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2"><span style="font-weight: 400;">Reeracoen Thailand</span></a><span style="font-weight: 400;"> พบว่า องค์กรที่มี Career Page ที่ออกแบบดี มีอัตราการสมัครเพิ่มขึ้นถึง 30–45% เนื่องจากสามารถสื่อสารวัฒนธรรมองค์กร สวัสดิการ และประสบการณ์การทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ผู้สมัครตัดสินใจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และรู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรนั้นตั้งแต่ยังไม่ได้พูดคุยกัน</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48175" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-11T161939.129.webp" alt="why-need-career-page-recruitment" width="600" height="370" title="Checklist เตรียมความพร้อมการจ้างงาน ปรับกลยุทธ์ Recruitment ให้เป๊ะรับปี 2026 66" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-11T161939.129.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-11T161939.129-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/why-need-career-page-recruitment-251211/">ทำไมองค์กรยุคใหม่ ต้องมี Career Page เป็นของตัวเอง ?</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>Checklist ที่ 2 &#8211;  ลดงาน Manual ด้วยระบบ Applicant Tracking System หรือยัง ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งเปิดรับสมัครหลายช่องทาง งานเอกสารของ HR ก็ยิ่งเพิ่มตาม ช่องทาง Social Media, Job Board หรืออีเมลส่วนตัว ล้วนเป็นแหล่งรวมใบสมัครที่กระจัดกระจาย</span></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/free-ats-by-reeracoen-240830/"><span style="font-weight: 400;">ระบบ ATS</span></a><span style="font-weight: 400;"> จึงไม่ใช่เครื่องมือหรูหราอีกต่อไป ATS คือตัวช่วยที่ช่วยรวมใบสมัครจากทุกช่องทางไว้ในระบบเดียว ให้คุณติดตามสถานะผู้สมัครแบบ Real-time และสื่อสารกับพวกเขาได้รวดเร็วก่อนที่ Talent จะหลุดมือไปอยู่กับคู่แข่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ATS ยังช่วยลดความซ้ำซ้อนในการทำงานของทีม และเปิดโอกาสให้ HR ได้โฟกัสกับคุณภาพของคน แทนที่จะเสียเวลากับงานเอกสาร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Checklist ที่ 3 &#8211; มี Talent Pool เป็นขุมทรัพย์ของคนเก่งที่ยังไม่ถึงเวลาหรือยัง ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครหลายคนอาจไม่ใช่คนที่ใช่ สำหรับตำแหน่งปัจจุบัน แต่ไม่ได้แปลว่าเขาไม่เก่ง การสร้างฐานข้อมูล Talent Pool จะช่วยให้ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทุกครั้ง เมื่อมีตำแหน่งว่างเกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Talent Pool ที่ดีควรมีการบันทึกข้อมูลสำคัญ เช่น ทักษะ ประสบการณ์ ความสนใจ และผลสัมภาษณ์ที่ผ่านมา เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประโยชน์ที่ได้รับชัดเจน คือ</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-reduce-time-to-fill-250929/"><span style="font-weight: 400;">ลดเวลาในการหาคน (Time to Hire) </span></a><span style="font-weight: 400;">และลดค่าใช้จ่ายในการลงประกาศงานครั้งใหม่ได้อย่างมาก</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47038" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-82.webp" alt="วิธีเพิ่มความเร็วในการจ้างงาน ลด Time to Fill โดยไม่ใช้งบ" width="600" height="370" title="Checklist เตรียมความพร้อมการจ้างงาน ปรับกลยุทธ์ Recruitment ให้เป๊ะรับปี 2026 67" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-82.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-82-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-reduce-time-to-fill-250929/">วิธีเพิ่มความเร็วในการจ้างงาน ลด Time to Fill โดยไม่ใช้งบ</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>Checklist ที่ 4 &#8211;  มี Talent Pipeline ระบบบริหารจัดการผู้สมัครอย่างมีกลยุทธ์หรือยัง ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่มีคนเก่งยื่นสมัครเข้ามา ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่การพาเขาเดินทางไปจนถึงวันเริ่มงาน คือเรื่องที่ท้าทายยิ่งกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริหาร Talent Pipeline ให้มีประสิทธิภาพ หมายถึงการรู้ว่า ผู้สมัครแต่ละคนอยู่ในขั้นตอนไหน ใครที่รอสัมภาษณ์ ใครที่ต้อง Follow up หรือใครที่ควรปิดดีลในเร็ววัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบ ATS สามารถทำหน้าที่เป็นแกนกลางให้ทั้ง HR และ Hiring Manager มองเห็นสถานะร่วมกันได้แบบ Real-time ลดความคลาดเคลื่อนในทีม และทำให้การสื่อสารกับผู้สมัครไม่สะดุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Checklist ที่ 5 &#8211; ใช้ HR Analytics เปลี่ยนความรู้สึกเป็นการตัดสินใจด้วยข้อมูลแล้วหรือยัง ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ใช้ข้อมูลในการตัดสินใจจะได้เปรียบด้านต้นทุน เวลา และคุณภาพคน ดังนั้นการใช้ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-hr-analytics-myhr-250320/"><span style="font-weight: 400;">HR Analytics</span></a><span style="font-weight: 400;"> อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้เข้าใจว่า…</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Time to Hire</b><span style="font-weight: 400;">: กระบวนการสรรหาช้าตรงไหน และควรเร่งจุดใด ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Source Effectiveness</b><span style="font-weight: 400;">: ช่องทางไหนดึงดูดคนเก่งได้จริง คุ้มค่ากับงบโฆษณา ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Conversion Rate</b><span style="font-weight: 400;">: จุดใดคือคอขวดที่ทำให้ผู้สมัครหลุดหายไป ?</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมีข้อมูลที่แม่นยำ คุณจะสามารถวางแผนทรัพยากรบุคคลได้ลึกกว่าเดิม และสามารถแก้ไขปัญหาได้ก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/u/2/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Checklist เตรียมความพร้อมการจ้างงาน ปรับกลยุทธ์ Recruitment ให้เป๊ะรับปี 2026 68" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<h2><b>ปี 2026 จะเป็นปีที่คุณเลือกคนได้มากกว่าแค่รับคนเข้า</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเตรียมความพร้อมในปลายปีนี้ ไม่ได้หมายถึงการเลือกซื้อซอฟต์แวร์ตัวใหม่เพียงอย่างเดียว แต่มันคือการ ปรับ Mindset การทำงานของฝ่าย HR ให้ขับเคลื่อนด้วยระบบ กระบวนการ และข้อมูล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งการแข่งขันแย่งชิง Talent ดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ องค์กรที่มีระบบการสรรหาที่แม่นยำ มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และสามารถสื่อสารตัวตนได้ชัดเจน ย่อมได้เปรียบทั้งในแง่ภาพลักษณ์ และคุณภาพของคนที่เข้ามาร่วมทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่าปล่อยให้ปี 2026 กลายเป็นปีที่ HR ต้องตามแก้ปัญหา แต่จงทำให้เป็นปีที่คุณสามารถบริหารคนได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืนตั้งแต่วันแรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ หากต้องการให้การสรรหาคนในปีหน้าเป็นเรื่องราบรื่น มีระบบ และได้คนที่ใช่ตั้งแต่ต้น </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2"><span style="font-weight: 400;">Reeracoen Thailand</span></a><span style="font-weight: 400;"> คือ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/4"><span style="font-weight: 400;">Recruitment Agency</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ของคุณ โดยสามารถติดต่อใช้บริการได้ง่าย ๆ ผ่าน</span><a href="https://expth.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;"> HREX แพลตฟอร์มที่รวมโซลูชันด้านทรัพยากรบุคคลไว้ครบในที่เดียว</span></a><span style="font-weight: 400;"> พร้อมช่วยคุณวางกลยุทธ์การจ้างงานให้แม่นยำและยั่งยืนในปี 2026</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47785" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 3" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-2-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-checklist-2026-251219/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์”</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/recruiter-human-decision-over-ai-251212/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/recruiter-human-decision-over-ai-251212/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 03:28:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Recruitment]]></category>
		<category><![CDATA[ai]]></category>
		<category><![CDATA[ใช้ AI ในการสรรหา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48196</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ผู้สมัคร 76.6% ใช้ AI ช่วยเขียนใบสมัคร ทำให้เรซูเม่เนียนจนแยกแทบไม่ออก ทีมสรรหา 52.1% ใช้ AI ลดงานเอกสาร คัดกรองไวขึ้น แต่งานตัดสินใจยังเป็นหน้าที่มนุษย์ องค์กรเริ่มลดบทบาทเรซูเม่ 41% ไม่อาศัยเรซูเม่เป็นหลักอีกต่อไป ช่วงสำคัญอย่าง การสัมภาษณ์–เจรจาเงินเดือน–ยื่นข้อเสนองาน ยังต้องใช้วิจารณญาณมนุษย์ ไทยเองก็เหมือนกัน 9 ใน 10 องค์กร ใช้ AI สรรหาแล้ว แต่ยังย้ำว่า “ความเป็นมนุษย์” แทนไม่ได้ สุดท้ายแล้วแม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์” กระบวนการสรรหาบุคลากร (Recruitment) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดกรองใบสมัคร การทำงานเอกสาร ไปจนถึงการประเมินทักษะเบื้องต้น กระทั่งฝั่งผู้สมัครงานเองก็ใช้เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการสร้าง Resume  อย่างไรก็ตาม รายงานทั้งต่างประเทศและในประเทศไทยกลับสะท้อนข้อเท็จจริงร่วมกันว่า แม้ AI [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li aria-level="1">ผู้สมัคร 76.6% ใช้ AI ช่วยเขียนใบสมัคร ทำให้เรซูเม่เนียนจนแยกแทบไม่ออก</li>
<li aria-level="1">ทีมสรรหา 52.1% ใช้ AI ลดงานเอกสาร คัดกรองไวขึ้น แต่งานตัดสินใจยังเป็นหน้าที่มนุษย์</li>
<li aria-level="1">องค์กรเริ่มลดบทบาทเรซูเม่ 41% ไม่อาศัยเรซูเม่เป็นหลักอีกต่อไป</li>
<li aria-level="1">ช่วงสำคัญอย่าง การสัมภาษณ์–เจรจาเงินเดือน–ยื่นข้อเสนองาน ยังต้องใช้วิจารณญาณมนุษย์</li>
<li aria-level="1">ไทยเองก็เหมือนกัน 9 ใน 10 องค์กร ใช้ AI สรรหาแล้ว แต่ยังย้ำว่า “ความเป็นมนุษย์” แทนไม่ได้</li>
<li aria-level="1">สุดท้ายแล้วแม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์”</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48214" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/AI-Recruiter-HR.png" alt="AI Recruiter HR" width="600" height="370" title="แม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์” 73" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/AI-Recruiter-HR.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/AI-Recruiter-HR-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระบวนการสรรหาบุคลากร (</span><a href="https://th.hrnote.asia/category/recruit/"><span style="font-weight: 400;">Recruitment</span></a><span style="font-weight: 400;">) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (</span><a href="https://th.hrnote.asia/?s=AI"><span style="font-weight: 400;">AI</span></a><span style="font-weight: 400;">) เข้ามามีบทบาทในแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดกรองใบสมัคร การทำงานเอกสาร ไปจนถึงการประเมินทักษะเบื้องต้น กระทั่งฝั่งผู้สมัครงานเองก็ใช้เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการสร้าง Resume </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม รายงานทั้งต่างประเทศและในประเทศไทยกลับสะท้อนข้อเท็จจริงร่วมกันว่า แม้ AI จะช่วยให้การสรรหางานเร็วขึ้น แต่การตัดสินใจข้อเสนองาน (Job offer) ยังเป็นบทบาทของมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้จะพาไปสำรวจสถิติ แนวโน้ม และความเปลี่ยนแปลงสำคัญของนักสรรหาในยุค AI-driven Recruitment พร้อมมุมมองจากตลาดแรงงานไทยปี 2025 ที่กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>AI เข้ามาแทนที่หรือเข้ามาช่วยการสรรหา ? </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากรายงาน </span><a href="https://www.willo.video/the-hiring-trends-report-2026" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Willo Hiring Trends Report 2026</span></a><span style="font-weight: 400;"> สะท้อนภาพชัดเจนว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสรรหาบุคลากรอย่างลึกซึ้งแล้ว เพราะฝั่งผู้สมัครและทีมสรรหาเองต่างก็พึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้นในทุกขั้นตอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ฝั่งผู้สมัครงานมีการใช้ AI อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการขัดเกลาประวัติส่วนตัว การเขียน Cover Letter หรือแม้แต่เตรียมคำตอบเชิงพฤติกรรม จน </span><b>76.6% ของทีมสรรหาระบุว่า เจอใบสมัครที่ผ่านการใช้ AI ช่วยเขียนอยู่เป็นประจำ </b><span style="font-weight: 400;">เทรนด์นี้สะท้อนว่าผู้สมัครเริ่มมอง AI เป็นผู้ช่วยส่วนตัวในการนำเสนอตัวเองให้ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ทีมสรรหาก็เริ่มยกระดับประสิทธิภาพด้วยการนำ AI มาจัดการงานที่ต้องใช้เวลาและแรงงานมาก โดย </span><b>52.1% ของทีมสรรหา ใช้ AI ในงานสำคัญ</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น การสรุปคำตอบหรือข้อมูลที่ซับซ้อน, การตั้งมาตรฐานการคัดกรองเบื้องต้นให้มีความเท่าเทียมและแม่นยำมากขึ้น หรือการลดภาระงานเอกสารที่กินเวลา ฯลฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจคือ Willo ชี้ว่า องค์กรไม่ได้มอง AI จะแทนที่มนุษย์ แต่ทำให้เข้าใจมากขึ้นว่า AI ควรอยู่ตรงไหนในองค์กรเพื่อเพิ่มมูลค่า และตรงไหนที่ยังต้องใช้การตัดสินจากวิจารณญาณของมนุษย์ เช่น การประเมินความเหมาะสมเชิงลึก บุคลิกภาพ ความจริงใจ และศักยภาพในอนาคตของผู้สมัคร ฯลฯ สิ่งที่ AI ยังทำได้ไม่เหมือนมนุษย์แน่นอน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48199" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T100303.179.webp" alt="recruiter-human-decision-over-ai" width="600" height="370" title="แม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์” 74" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T100303.179.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T100303.179-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>เมื่อ AI ทำให้ใบสมัครสมบูรณ์แบบเกินจริง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จะว่าไปแล้ว การเติบโตของ AI ทำให้รูปแบบใบสมัครงานเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน กระทั่งบางครั้งหน้าตาก็เริ่มคล้ายกันจนแทบแยกไม่ออกว่ามาจากคนจริงหรือมาจาก AI สร้างมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานเดียวกันนี้ยังพบว่า องค์กรจำนวนมากต้องปรับกระบวนการประเมินใหม่เพื่อค้นหาความเป็นตัวจริงของผู้สมัคร ท่ามกลางใบสมัครที่ถูกตกแต่งด้วยเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อย ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูลพบว่าองค์กรตอบสนองด้วยการเพิ่มขั้นตอนที่ช่วยเปิดเผยทักษะและบุคลิกภาพที่แท้จริง เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">47.3% ปรับวิธีการสัมภาษณ์ให้ลึกและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">31.9% เพิ่มแบบทดสอบทักษะจริงในกระบวนการ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">27.5% ใช้คำถามเชิงประสบการณ์ส่วนตัวเพื่อดูความคิดและการตัดสินใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">22% ใช้การคัดกรองผ่านวิดีโอเพื่อดูความเป็นธรรมชาติ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และหลายองค์กรเริ่มฝึกทีมสรรหาให้รู้เท่าทันคำตอบหรือข้อมูลที่อาจถูกสร้าง AI</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>หรือเรซูเม่เริ่มหมดความน่าเชื่อถือในยุค AI ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประเด็นข้างต้น รายงาน Willo Hiring Trends Report 2026 ยังตั้งข้อสังเกตว่า </span><b><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/7-seconds-resume/">เรซูเม่</a>กำลังหมดบทบาทในฐานะแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ที่สุดในการตัดสินความสามารถของผู้สมัคร</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะในยุคที่ AI สามารถทำให้ทุกเรซูเม่ดูสมบูรณ์แบบได้ในเวลาไม่กี่วินาที กระทั่ง 41% ขององค์กรเริ่มลดบทบาทเรซูเม่ลงอย่างเห็นได้ชัด</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เรซูเม่แบบดั้งเดิมกำลังสูญเสียอิทธิพลในการสรรหา เพราะมีนายจ้างไม่ถึง 4 ใน 10 ยังมองว่ามันเป็นตัวชี้วัดศักยภาพที่เชื่อถือได้ ในยุคที่ใบสมัครสามารถถูกสร้างด้วย AI” </span></i><span style="font-weight: 400;">– Willo Hiring Trends Report 2026</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอดคล้องกับคำกล่าวของ Euan Cameron, CEO ของ Willo ว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“เรซูเม่เคยบอกเล่าเรื่องราวของความพยายาม ประสบการณ์ และทักษะ แต่ตอนนี้มันมักบอกเพียงว่าใครสามารถสั่งให้โมเดลภาษาเขียนออกมาได้ดีแค่ไหนแทน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำกล่าวนี้สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในตลาดแรงงานปัจจุบันว่า ผู้สมัครที่มีศักยภาพอาจถูกกลืนหายไปในใบสมัครแสนสวนที่คล้ายกันหมดจาก AI ฉะนั้นองค์กรต้องจับสัญญาณของความสามารถจริง ความคิดจริง และบุคลิกที่ซื่อสัตย์แท้จริงของผู้สมัครให้ได้นั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48200" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/ChatGPT-Image-Dec-9-2025-04_34_06-PM.webp" alt="recruiter-human-decision-over-ai" width="600" height="400" title="แม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์” 75" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/ChatGPT-Image-Dec-9-2025-04_34_06-PM.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/ChatGPT-Image-Dec-9-2025-04_34_06-PM-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/ChatGPT-Image-Dec-9-2025-04_34_06-PM-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/ChatGPT-Image-Dec-9-2025-04_34_06-PM-768x512.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ข้อเสนองาน (Job offer) ยังเป็นบทบาทของมนุษย์</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้เทคโนโลยี AI จะเข้ามายกระดับกระบวนการสรรหา แต่ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการตัดสินใจ องค์กรส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นว่า มนุษย์ต้องเป็นผู้ตัดสินใจคนสุดท้าย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานชี้ว่า </span><b>78.7% ของทีมสรรหายืนยันว่า การเลือกผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุดเป็นงานที่ต้องอาศัยวิจารณญาณ ความละเอียดอ่อน และความเข้าใจเชิงมนุษย์ที่เทคโนโลยีไม่อาจทดแทนได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพิจารณาถึงรายละเอียดของงาน HR จะพบว่ามีหลายขั้นตอนที่ยังต้องอาศัยการสื่อสารและการอ่านสัญญาณทางอารมณ์ เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การเจรจาเงินเดือนและข้อเสนอ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งต้องคำนึงถึงแรงจูงใจ ความต้องการ และความคาดหวังของผู้สมัคร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การสร้างความสัมพันธ์</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ช่วยให้ผู้สมัครรู้สึกมั่นใจและเชื่อมั่นในองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การสัมภาษณ์เชิงลึก</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ต้องประเมินทั้งบุคลิกภาพ ความเข้ากันได้กับทีม และศักยภาพในระยะยาว</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นเพราะมนุษย์จะสามารถจับสัญญาณเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ความจริงใจในคำตอบ หรือความสอดคล้องทางวัฒนธรรมองค์กรได้ สิ่งนี้ล้วนเป็นมิติที่ต้องใช้ประสบการณ์และความละเอียดอ่อนของผู้เชี่ยวชาญด้าน HR ที่เป็นคนเท่านั้น</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44857" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-21T102049.089.webp" alt="ผลสำรวจ Talent Trends 2025 พบ เวลา 6,700 ชั่วโมงจะหายไปเมื่อ AI เปลี่ยนโฉมการสรรหาบุคลากร" width="600" height="370" title="แม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์” 76" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-21T102049.089.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-21T102049.089-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hr-survey/talent-trends-2025-ai-250421/">ผลสำรวจ Talent Trends 2025 พบ เวลา 6,700 ชั่วโมงจะหายไปเมื่อ AI เปลี่ยนโฉมการสรรหาบุคลากร</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>9 ใน 10 องค์กรไทยก็เริ่มใช้ AI ในการสรรหาเช่นกัน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เทรนด์การใช้ AI ในการสรรหาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในต่างประเทศ เพราะรายงาน </span><a href="https://th.hrnote.asia/hr-survey/talent-trends-2025-ai-250421/"><span style="font-weight: 400;">Talent Trends 2025 โดย Robert Walters Thailand</span></a><span style="font-weight: 400;"> ระบุอย่างชัดเจนว่า องค์กรไทยกำลังเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน และมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมประสิทธิภาพการสรรหาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลล่าสุดพบว่า </span><b>มากถึง 9 ใน 10 องค์กรไทย ใช้ AI ในกระบวนการคัดกรองและจัดการข้อมูลผู้สมัคร </b><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเป็นการช่วยประมวลผลเรซูเม่ การวิเคราะห์ความเหมาะสมเบื้องต้น หรือการจัดลำดับผู้สมัครตามความสอดคล้องกับตำแหน่งไม่ต่างกัน, แม้องค์กรไทยจะเปิดรับเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่การรักษาบทบาทของมนุษย์ในกระบวนการสรรหา โดยผู้บริหารของ Robert Walters ให้ความเห็นว่า แม้ AI, Machine Learning และ Data Analytics จะช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพได้มาก แต่ </span><b>สิ่งที่ไม่สามารถถูกแทนที่ได้คือความเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจ</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว ทักษะการฟัง การอ่านบริบท และการประเมินความเหมาะสมเชิงลึก ยังคงเป็นหัวใจของงานสรรหาที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนและประสบการณ์ของคนทำงานด้าน HR โดยตรง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป แม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์”</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากทั้งรายงานต่างประเทศและข้อมูลตลาดไทย บทสรุปที่ชัดเจนคือ</span><b> AI ไม่ได้มาแทนที่นักสรรหา แต่ทำให้นักสรรหาทำงานได้ดีขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ช่วยให้เราคัดกรองเร็วขึ้น มองผู้สมัครได้รอบด้านมากขึ้น และลดงานเอกสารลง แต่ความเข้าใจมนุษย์ ความเห็นอกเห็นใจ และความสามารถในการตัดสินความเหมาะสมเชิงลึก ยังเป็นบทบาทที่มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่ทำได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ องค์กรที่ประสบความสำเร็จที่สุดจึงไม่ใช่องค์กรที่ใช้ AI มากที่สุด แต่คือองค์กรที่รู้ว่า ควรใช้ AI ในจุดไหน และควรปล่อยให้ความเป็นมนุษย์ทำงานในจุดไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรต้องการเริ่มต้นใช้ AI ในการสรรหา หรือกำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการคัดเลือกบุคลากร สามารถเริ่มต้นได้ที่ HREX แพลตฟอร์มที่พร้อมช่วยให้องค์กรใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับคุณค่าของความเป็นมนุษย์ในการทำงาน.</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38146 size-full" title="เขียน Job Description อย่างไรให้น่าสนใจ ดึงดูดคนที่ใช่! มาร่วมงาน 3" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Source</b></p>
<ul>
<li aria-level="1"><a href="https://sea.peoplemattersglobal.com/news/recruitment/52percent-of-recruiters-use-ai-tools-yet-final-job-offers-remain-a-human-decision-47536" target="_blank" rel="noopener">sea.peoplemattersglobal.com</a></li>
<li aria-level="1"><a href="https://www.willo.video/the-hiring-trends-report-2026" target="_blank" rel="noopener">willo</a></li>
<li aria-level="1"><a href="https://techrseries.com/artificial-intelligence/hiring-trends-report-2026-study-finds-ai-is-accelerating-the-decline-of-the-resume-as-employers-demand-more-authentic-signals-of-talent/" target="_blank" rel="noopener">techrseries.com</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/recruiter-human-decision-over-ai-251212/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมองค์กรยุคใหม่ ต้องมี Career Page เป็นของตัวเอง ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/why-need-career-page-recruitment-251211/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/why-need-career-page-recruitment-251211/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Dec 2025 09:27:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Career Page]]></category>
		<category><![CDATA[EZHire]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48173</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Career Page คือหน้าเพจรับสมัครงาน หรือหน้าเว็บไซต์ที่รวมประกาศรับสมัครงานทุกตำแหน่งไว้ในที่เดียว พร้อมบอกข้อมูลบริษัท วัฒนธรรมองค์กร และเปิดให้สมัครงานได้ทันที ผู้สมัครบางคนไม่มั่นใจว่าประกาศรับสมัครงานที่เห็นจากพื้นที่ต่าง ๆ นั้นมาจากบริษัทจริงหรือไม่ เพราะไม่มีช่องทางสมัครอย่างเป็นทางการให้เห็นชัดเจน เป็นผลให้องค์กรต้องพลาดคนที่มีคุณภาพไปอย่างน่าเสียดาย บทเรียนทั้งหมดชี้ให้เห็นว่า แค่โพสต์ประกาศงานอย่างเดียวไม่พออีกต่อไป แต่องค์กรต้องมี Career Page ของตัวเองด้วย ในเกมการสรรหาคนเก่ง ความเร็วและความชัดเจนคือหัวใจสำคัญ อย่ารอช้า จนสุดท้ายคนที่องค์กรต้องการหลุดลอยไปอยู่กับที่อื่น ทุกวันนี้หลายองค์กรยังใช้วิธีเดิม ๆ ในการหาคน เช่น การโพสต์ประกาศผ่าน Facebook, LinkedIn หรือเว็บไซต์หางาน แต่กลับพบว่าคนสมัครน้อยลง ใบสมัครกระจัดกระจาย ทีม HR ต้องเสียเวลารวบรวม แถมบางครั้งยังได้ข้อมูลไม่ครบ หรือมีข้อผิดพลาดที่ต้องตามแก้ทีหลัง ฯลฯ ที่น่ากังวลกว่านั้นคือ ผู้สมัครบางคนไม่มั่นใจว่าประกาศนั้นมาจากบริษัทจริงหรือไม่ เพราะไม่มีช่องทางสมัครอย่างเป็นทางการให้เห็นชัดเจน เป็นผลให้องค์กรต้องพลาดคนที่มีคุณภาพไปอย่างน่าเสียดาย บทเรียนทั้งหมดชี้ให้เห็นว่า แค่โพสต์ประกาศงานอย่างเดียวไม่พออีกต่อไป แต่องค์กรต้องมี Career Page ของตัวเองด้วย ทำไมองค์กรยุคใหม่ควรมีเพจรับสมัครงานของตัวเอง ? Career Page คือหน้าเพจรับสมัครงาน หรือหน้าเว็บไซต์ที่รวมประกาศรับสมัครงานทุกตำแหน่งไว้ในที่เดียว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>Career Page คือหน้าเพจรับสมัครงาน หรือหน้าเว็บไซต์ที่รวมประกาศรับสมัครงานทุกตำแหน่งไว้ในที่เดียว พร้อมบอกข้อมูลบริษัท วัฒนธรรมองค์กร และเปิดให้สมัครงานได้ทันที</li>
<li>ผู้สมัครบางคนไม่มั่นใจว่าประกาศรับสมัครงานที่เห็นจากพื้นที่ต่าง ๆ นั้นมาจากบริษัทจริงหรือไม่ เพราะไม่มีช่องทางสมัครอย่างเป็นทางการให้เห็นชัดเจน เป็นผลให้องค์กรต้องพลาดคนที่มีคุณภาพไปอย่างน่าเสียดาย บทเรียนทั้งหมดชี้ให้เห็นว่า แค่โพสต์ประกาศงานอย่างเดียวไม่พออีกต่อไป แต่องค์กรต้องมี Career Page ของตัวเองด้วย</li>
<li>ในเกมการสรรหาคนเก่ง ความเร็วและความชัดเจนคือหัวใจสำคัญ อย่ารอช้า จนสุดท้ายคนที่องค์กรต้องการหลุดลอยไปอยู่กับที่อื่น</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48175" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-11T161939.129.webp" alt="why-need-career-page-recruitment" width="600" height="370" title="ทำไมองค์กรยุคใหม่ ต้องมี Career Page เป็นของตัวเอง ? 79" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-11T161939.129.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/12/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-11T161939.129-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้หลายองค์กรยังใช้วิธีเดิม ๆ ในการหาคน เช่น การโพสต์ประกาศผ่าน Facebook, LinkedIn หรือเว็บไซต์หางาน แต่กลับพบว่าคนสมัครน้อยลง ใบสมัครกระจัดกระจาย ทีม HR ต้องเสียเวลารวบรวม แถมบางครั้งยังได้ข้อมูลไม่ครบ หรือมีข้อผิดพลาดที่ต้องตามแก้ทีหลัง ฯลฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่น่ากังวลกว่านั้นคือ ผู้สมัครบางคนไม่มั่นใจว่าประกาศนั้นมาจากบริษัทจริงหรือไม่ เพราะไม่มีช่องทางสมัครอย่างเป็นทางการให้เห็นชัดเจน เป็นผลให้องค์กรต้องพลาดคนที่มีคุณภาพไปอย่างน่าเสียดาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนทั้งหมดชี้ให้เห็นว่า แค่โพสต์ประกาศงานอย่างเดียวไม่พออีกต่อไป แต่องค์กรต้องมี Career Page ของตัวเองด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>ทำไมองค์กรยุคใหม่ควรมีเพจรับสมัครงานของตัวเอง ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Career Page คือหน้าเพจรับสมัครงาน หรือหน้าเว็บไซต์ที่รวมประกาศรับสมัครงานทุกตำแหน่งไว้ในที่เดียว พร้อมบอกข้อมูลบริษัท วัฒนธรรมองค์กร และเปิดให้สมัครงานได้ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมี Career Page มีข้อดีหลายด้านที่ช่วยให้งาน HR ง่ายขึ้นดัง เพราะจะทำให้</span><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครมั่นใจว่าใบสมัครถึงบริษัทจริง นอกจากนั้น </span><span style="font-weight: 400;">HR จัดการข้อมูลผู้สมัครได้อย่างเป็นระบบ </span><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญ </span><span style="font-weight: 400;">ไม่ต้องโพสต์งานซ้ำหลายที่ให้ยุ่งยาก </span><span>ทำให้</span><span>ภาพลักษณ์องค์กรดูเป็นมืออาชีพ </span></p>
<p>จากสถิติของ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/2?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Reeracoen</a> พบว่า 70% ของผู้สมัครเลือกสมัครผ่านเว็บไซต์บริษัทโดยตรง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสได้คนที่ตั้งใจจริงมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ถ้าไม่มีทีม Developer จะเริ่มต้นสร้าง Career Page อย่างไรดี ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาที่หลายบริษัท โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง มักเจอก็คือไม่ได้มีทีม IT หรือมี Developer คอยพัฒนาเว็บไซต์ของตัวเอง แถมยังไม่มีทรัพยากรเพียงพอที่จะจ้าง Outsource มาสร้างระบบขนาดใหญ่ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ทางเลือกที่เหมาะสม คือการใช้เครื่องมือสร้างเพจรับสมัครงานแบบสำเร็จรูปที่ใช้งานง่าย และพร้อมใช้งานได้ทันที</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46493" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-67.webp" alt="Create Career Page สร้างช่องทางตรงในการดึงผู้สมัครเข้าสู่องค์กร เริ่มแถวใหม่ด้วยพื้นที่ประกาศงานเฉพาะของคุณเอง" width="600" height="370" title="ทำไมองค์กรยุคใหม่ ต้องมี Career Page เป็นของตัวเอง ? 80" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-67.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-67-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/create-career-page-250814/">Create Career Page สร้างช่องทางตรงในการดึงผู้สมัครเข้าสู่องค์กร เริ่มแถวใหม่ด้วยพื้นที่ประกาศงานเฉพาะของคุณเอง</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ทางเลือกในการสร้าง Career Page มีแบบไหนบ้าง?</h2>
<h3><b>1. สร้างเว็บไซต์เอง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางเลือกนี้เหมาะกับองค์กรขนาดกลางขึ้นไปที่มีทีมไอทีพร้อมใช้งาน โดยจะได้ระบบที่ปรับแต่งได้เต็มรูปแบบ เช่น </span><span style="font-weight: 400;">สามารถกำหนดหน้าตา UX/UI ได้ตามใจ สามารถ</span><span style="font-weight: 400;">เชื่อมต่อกับระบบ HR หรือ ATS ภายในได้ หรือจะ</span><span style="font-weight: 400;">เพิ่มฟังก์ชันต่าง ๆ ก็ทำได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม วิธีนี้มีข้อจำกัดไม่น้อย เพราะเมื่อต้องทำเว็บไซต์เอง แน่นอนว่ามันต้อง</span><span style="font-weight: 400;">ใช้เวลาในการสร้างโดยเฉลี่ย 1–3 เดือน ทำให้</span><span style="font-weight: 400;">มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายสูง แถม</span><span style="font-weight: 400;">เมื่อสร้างเว็บแล้ว ก็ต้องมีทีมคอยดูแลระบบต่อเนื่องด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>2. ใช้เครื่องมือสำเร็จรูป </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางเลือกนี้เหมาะกับทุกขนาดองค์กร เพราะใช้งานง่าย ไม่ต้องเขียนโค้ด ไม่ต้องมีความรู้ด้านเทคนิคใด ๆ ก็เริ่มต้นได้ทันที เพราะมีฟังก์ชั่นมาให้ค่อนข้างครอบคลุมโดยหลักพื้นฐานแล้ว เช่น แบบ</span><span style="font-weight: 400;">ฟอร์มสมัครงานออนไลน์ มี</span><span style="font-weight: 400;">ระบบจัดการตำแหน่งงาน มี</span><span style="font-weight: 400;">ระบบเก็บและดูข้อมูลผู้สมัครย้อนหลัง ให้สามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้ง่ายขึ้น เป็นต้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>EZHire ทางเลือกใหม่ในการสร้างเพจรับสมัครงานฟรี ที่ใครก็เริ่มต้นได้</b></h2>
<p><b>หากคุณอยากเริ่มต้นสร้างช่องทางจ้างงานที่เป็นมืออาชีพและพร้อมใช้งานทันที EZHire</b><span style="font-weight: 400;"> อาจเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้องค์กรทุกประเภทสามารถสร้าง Career Page ได้ทันที ฟรี 100% โดยไม่ต้องจ้างทีมภายนอกหรือเขียนโค้ดเอง</span></p>
<p>จุดเด่นของ EZHire อยู่ตรงที่สามารถ<span style="font-weight: 400;">สร้างหน้า Career Page ฟรี พร้อมใช้งานทันที จะ</span><span style="font-weight: 400;">แชร์ลิงก์ประกาศไปยัง Facebook, LinkedIn หรือเว็บไซต์บริษัทก็ได้เช่นกัน นอกจากนั้น</span><span style="font-weight: 400;">ไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้งานและประกาศงาน และใช้งาน</span><span style="font-weight: 400;">ฟรีถาวร ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">หากอยากเริ่มต้นสร้างช่องทางจ้างงานที่เป็นมืออาชีพและพร้อมใช้งานทันที สามารถติดต่อขอใช้บริการ EZHire จาก HREX ได้เลยที่นี่</a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47943" title="รวม HR Products and Services ใน HREX.asia กว่า 200+ 153" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-4-768x768.webp 768w" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" /></a></p>
<h2><b>สรุป</b></h2>
<p>การแข่งขันแย่งชิงคนเก่งในตลาดแรงงาน นับวันยิ่งดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ องค์กรไม่สามารถพึ่งพาเพียงการโพสต์ประกาศงานบนแพลตฟอร์มภายนอกได้อีกต่อไป เพราะนอกจากกระบวนการรับสมัครจะกระจัดกระจายและบริหารจัดการได้ยากแล้ว ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้สมัครที่ไม่แน่ใจว่าใบสมัครจะถึงบริษัทจริงหรือไม่</p>
<p>การมี Career Page บนเว็บไซต์ขององค์กรจึงเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ สื่อสารตัวตนและวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างชัดเจน พร้อมเปิดให้สมัครงานได้โดยตรงในที่เดียว ช่วยให้ทีม HR จัดการข้อมูลผู้สมัครอย่างเป็นระบบ ประหยัดเวลา และเพิ่มโอกาสในการได้คนที่ตั้งใจและเหมาะสมกับองค์กรมากขึ้น</p>
<p>เพราะในเกมการสรรหาคนเก่ง ความเร็วและความชัดเจนคือหัวใจสำคัญ อย่ารอช้า จนสุดท้ายคนที่องค์กรต้องการหลุดลอยไปอยู่กับที่อื่น</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="ฟังเสียงผู้นำ LGBTQIA+ รุ่นใหม่ในองค์กร แนวคิดแบบไหนที่ทำให้เกิด Inclusive Business ได้จริง 13" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/why-need-career-page-recruitment-251211/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุณอาจพลาด Talent ดี ๆ เพราะลืมใส่ 3 ข้อนี้ ในประกาศงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/dont-miss-talent-by-adding-3-things-in-job-posting-251111/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/dont-miss-talent-by-adding-3-things-in-job-posting-251111/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Nov 2025 09:28:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[EZHire]]></category>
		<category><![CDATA[ประกาศงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=47519</guid>

					<description><![CDATA[ประกาศงานมีรายละเอียดครบ แต่ทำไมไม่มีคนกดสมัครเข้ามาอย่างที่คิด ? หลายองค์กรพยายามทำโพสต์รับสมัครให้ดูน่าสนใจ ทั้งภาพสวย ๆ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับงานอย่างละเอียด หรือบูสต์โฆษณาเพิ่มยอด Reach แต่ผลลัพธ์กลับยังเหมือนเดิม คือ คนสมัครน้อย หรือได้คนที่ไม่ตรงเป้า ปัญหานี้จริง ๆ แล้วอาจไม่ได้อยู่ที่ช่องทาง หรือตัวงาน แต่เพราะยังไม่พูดในมุมมองผู้สมัครว่าถ้าหากเข้ามาทำงานกับเราแล้วชีวิตของเขาจะเป็นยังไง ปัจจุบัน คนทำงานไม่ได้แค่มองหางานทำ 9-10 ชั่วโมงต่อวันแล้วจบไป แต่เขากำลังเลือกชีวิตที่อยากใช้ในองค์กรนั้นด้วย 60% ของผู้สมัครออกจากหน้าประกาศใน 60 วินาทีแรก ถ้าไม่เจออะไรน่าสนใจในนั้น แปลว่าถ้าประกาศของเราไม่ดึงดูด หรือไม่ตอบโจทย์ตั้งแต่แรกเห็น ก็เท่ากับเราได้เสียผู้สมัครที่มีคุณภาพไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้ตัวเลย และหนึ่งในเหตุผลสำคัญ ก็คือการที่ประกาศงานยังไม่เล่าเรื่องในแบบที่ผู้สมัครอยากรู้จริง &#160; What’s in it for me ? ผู้สมัครอยากรู้ Impact มากกว่าหน้าที่ ผู้สมัครไม่ได้สนใจแค่คุณสมบัติที่องค์กรต้องการ แต่เขาอยากรู้ว่างานนี้จะเปลี่ยนชีวิตเขายังไง คำถามสำคัญที่ต้องตอบ งานนี้สร้างคุณค่าอะไร เขาจะมีโอกาสเติบโตแบบไหน มีผลต่อทีมและองค์กรอย่างไร การใส่ Impact และ Value ของตำแหน่งเข้าไป [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47521" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-11T155617.065.webp" alt="dont-miss-talent-by-adding-3-things-in-job-posting" width="600" height="370" title="คุณอาจพลาด Talent ดี ๆ เพราะลืมใส่ 3 ข้อนี้ ในประกาศงาน 83" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-11T155617.065.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-11T155617.065-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">ประกาศงานมีรายละเอียดครบ แต่ทำไมไม่มีคนกดสมัครเข้ามาอย่างที่คิด ?</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรพยายามทำโพสต์รับสมัครให้ดูน่าสนใจ ทั้งภาพสวย ๆ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับงานอย่างละเอียด หรือบูสต์โฆษณาเพิ่มยอด Reach แต่ผลลัพธ์กลับยังเหมือนเดิม คือ คนสมัครน้อย หรือได้คนที่ไม่ตรงเป้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหานี้จริง ๆ แล้วอาจไม่ได้อยู่ที่ช่องทาง หรือตัวงาน แต่เพราะยังไม่พูดในมุมมองผู้สมัครว่าถ้าหากเข้ามาทำงานกับเราแล้วชีวิตของเขาจะเป็นยังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน คนทำงานไม่ได้แค่มองหางานทำ 9-10 ชั่วโมงต่อวันแล้วจบไป แต่เขากำลังเลือกชีวิตที่อยากใช้ในองค์กรนั้นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">60% ของผู้สมัครออกจากหน้าประกาศใน 60 วินาทีแรก ถ้าไม่เจออะไรน่าสนใจในนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แปลว่าถ้าประกาศของเราไม่ดึงดูด หรือไม่ตอบโจทย์ตั้งแต่แรกเห็น ก็เท่ากับเราได้เสียผู้สมัครที่มีคุณภาพไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้ตัวเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหนึ่งในเหตุผลสำคัญ ก็คือการที่ประกาศงานยังไม่เล่าเรื่องในแบบที่ผู้สมัครอยากรู้จริง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>What’s in it for me ? ผู้สมัครอยากรู้ Impact มากกว่าหน้าที่</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครไม่ได้สนใจแค่คุณสมบัติที่องค์กรต้องการ แต่เขาอยากรู้ว่างานนี้จะเปลี่ยนชีวิตเขายังไง</span></p>
<p><b>คำถามสำคัญที่ต้องตอบ</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">งานนี้สร้างคุณค่าอะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เขาจะมีโอกาสเติบโตแบบไหน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีผลต่อทีมและองค์กรอย่างไร</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">การใส่ Impact และ Value ของตำแหน่งเข้าไป เลยจะช่วยให้ผู้สมัครรู้สึกว่างานนี้มีความหมาย ไม่ใช่แค่เช็กลิสต์บนหน้ากระดาษ</span></p>
<h2><b>ความชัดเจนของขั้นตอนการสมัคร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อให้ประกาศของเราน่าสนใจแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ หรือต้องใช้เวลามากแค่ไหน พวกเขาก็พร้อมจะเปลี่ยนใจได้ไวอย่างไม่น่าเชื่อเช่นกัน</span></p>
<p><b>คำถามสำคัญที่ต้องตอบ</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สมัครแล้วจะได้รับอีเมลยืนยันไหม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">HR จะติดต่อกลับภายในกี่วัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ต้องผ่านการสัมภาษณ์ทั้งหมดกี่รอบ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แค่ใส่ขั้นตอนเหล่านี้อย่างชัดเจน ก็ช่วยสร้างความมั่นใจและชัดเจนให้กับผู้สมัครได้</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47520" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/shutterstock_2156624761-scaled.webp" alt="dont-miss-talent-by-adding-3-things-in-job-posting" width="600" height="400" title="คุณอาจพลาด Talent ดี ๆ เพราะลืมใส่ 3 ข้อนี้ ในประกาศงาน 84" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/shutterstock_2156624761-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/shutterstock_2156624761-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/shutterstock_2156624761-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/shutterstock_2156624761-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/shutterstock_2156624761-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/shutterstock_2156624761-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>การใช้ภาษาที่สะท้อนความเป็นองค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างภาษาที่เราใช้ในประกาศงาน คือสิ่งแรกที่ผู้สมัครสัมผัสได้จากองค์กร ถ้าต้องการให้ผู้สมัครรู้ว่าองค์กรเราเป็นแบบไหน ก็ควรใช้ภาษาที่สื่อไปในทิศทางเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น น้ำเสียงที่เป็นกันเอง ชัดเจน ไม่เป็นทางการจนเกินไป แสดงถึงความเป็นองค์กรของคนรุ่นใหม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองปรับโทนจากแจ้งให้ทราบ เป็นการชักชวน เพื่อสร้างความรู้สึกพิเศษมากกว่าประกาศงานทั่วๆ ไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หน้าประกาศงานที่ดี ไม่ใช่แค่ลิสต์คุณสมบัติที่องค์กรต้องการ แต่เป็นพื้นที่ที่เล่าเรื่องงานให้ผู้สมัครเห็นภาพ และรู้สึกว่าเขาอยากเป็นส่วนหนึ่งของทีมเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3 คีย์สำคัญที่ผู้สมัครมองหาเสมอคือ </span><b>Impact ที่ชัดเจน + ขั้นตอนสมัครที่โปร่งใส + ภาษาที่เข้าถึงง่าย</b><span style="font-weight: 400;"> อาจช่วยเพิ่มโอกาสได้คนที่ตรงใจ แม้จะไม่ได้ลงทุนเพิ่มงบโฆษณาเลยก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บอกเล่าเรื่องราวของตัวงาน และองค์กร บนหน้าเพจที่เป็นของคุณเอง ฟรี ด้วย </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/from-ats-by-reeracoen-to-ezhire-250815/"><span style="font-weight: 400;">EZHIRE</span></a><span style="font-weight: 400;"> สร้าง Career Page แบบพร้อมใช้ เป็นช่องทางรับสมัครงานเฉพาะขององค์กร ลดงาน HR เพิ่มความสะดวก จ้างงานเร็วขึ้นได้ โดยไม่ต้องใช้งบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลงทะเบียนใช้งานเลย: </span><a href="https://bit.ly/4dV452u" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/4dV452u</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47418" title="จาก ATS by Reeracoen สู่ EZHire เครื่องมือฟรี สำหรับการจ้างงานในองค์กรที่ครบ จบ ยิ่งกว่าเวอร์ชั่นเดิม 4" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/dont-miss-talent-by-adding-3-things-in-job-posting-251111/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไม Sense of Urgency ถึงเป็น Soft Skill สำคัญของ Recruiter ยุคนี้</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/sense-of-urgency-251103/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/sense-of-urgency-251103/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 11:05:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Partner Content]]></category>
		<category><![CDATA[SourcedOut]]></category>
		<category><![CDATA[Sense of Urgency]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=47435</guid>

					<description><![CDATA[ในโลกของการสรรหายุคปัจจุบัน ทักษะที่จำเป็นของ Recruiter แน่นอนว่านอกเหนือจากการคัดคนเก่งให้ตรงตำแหน่ง ยังต้องมีความเข้าใจตลาดแรงงาน การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือ Sense of Urgency หรือการตระหนักถึงความสำคัญของเวลาและความเร็ว ที่จะทำให้ทันต่อจังหวะของผู้สมัครและองค์กรอีกด้วย วันนี้ HREX อยากชวนทุกคนมาพูดคุยกันถึงหนึ่งใน ‘Soft Skill’ ที่สำคัญที่สุดของ Recruiter ยุคนี้ นั่นคือ Sense of Urgency ทักษะที่มีผลโดยตรงต่อความสำเร็จของการปิดดีลผู้สมัครในแต่ละตำแหน่ง ในยุคสมัยที่ตลาดแรงงานหมุนเร็วและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้งาน Recruit สำเร็จมากที่สุดคือความเร็ว เพราะทุกวินาทีที่ผ่านไป อาจหมายถึงการพลาด Talent ที่ดีไปให้กับบริษัทคู่แข่งได้  “Sense of Urgency ในงาน Recruit ไม่ได้หมายถึงการทำงานเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความสามารถในการจัดการเวลา การตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ และการสื่อสารระหว่างลูกค้า/ผู้สมัครอย่างทันที” ยิ่งในยุคปัจจุบันที่ผู้สมัครสามารถเข้าถึงตำแหน่งงานได้จากหลากหลายช่องทาง ทั้งเว็บประกาศงาน โซเชียลมีเดีย หรือการติดต่อโดยตรงจาก Recruiter ทำให้ความเร็วและความเป็นมืออาชีพในการ Approach ผู้สมัครไปเสนอตำแหน่งงานจึงสำคัญมากและเป็นหนึ่งในความสำเร็จของงานนี้ เพราะไม่ใช่แค่เราที่ต้องการ Talent คุณภาพ แต่บริษัทอื่นก็ต้องการเช่นกัน การตระหนักเรื่องความสำคัญของเวลา [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47437" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-03T174111.855.webp" alt="Sense of Urgency - SourcedOut" width="600" height="370" title="ทำไม Sense of Urgency ถึงเป็น Soft Skill สำคัญของ Recruiter ยุคนี้ 88" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-03T174111.855.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-11-03T174111.855-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกของการสรรหายุคปัจจุบัน ทักษะที่จำเป็นของ Recruiter แน่นอนว่านอกเหนือจากการคัดคนเก่งให้ตรงตำแหน่ง ยังต้องมีความเข้าใจตลาดแรงงาน การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือ Sense of Urgency หรือการตระหนักถึงความสำคัญของเวลาและความเร็ว ที่จะทำให้ทันต่อจังหวะของผู้สมัครและองค์กรอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ HREX อยากชวนทุกคนมาพูดคุยกันถึงหนึ่งใน ‘Soft Skill’ ที่สำคัญที่สุดของ Recruiter ยุคนี้ นั่นคือ Sense of Urgency ทักษะที่มีผลโดยตรงต่อความสำเร็จของการปิดดีลผู้สมัครในแต่ละตำแหน่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคสมัยที่ตลาดแรงงานหมุนเร็วและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้งาน Recruit สำเร็จมากที่สุดคือความเร็ว เพราะทุกวินาทีที่ผ่านไป อาจหมายถึงการพลาด Talent ที่ดีไปให้กับบริษัทคู่แข่งได้ </span></p>
<p><b><i>“Sense of Urgency ในงาน Recruit ไม่ได้หมายถึงการทำงานเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความสามารถในการจัดการเวลา การตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ และการสื่อสารระหว่างลูกค้า/ผู้สมัครอย่างทันที”</i></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งในยุคปัจจุบันที่ผู้สมัครสามารถเข้าถึงตำแหน่งงานได้จากหลากหลายช่องทาง ทั้งเว็บประกาศงาน โซเชียลมีเดีย หรือการติดต่อโดยตรงจาก Recruiter ทำให้ความเร็วและความเป็นมืออาชีพในการ Approach ผู้สมัครไปเสนอตำแหน่งงานจึงสำคัญมากและเป็นหนึ่งในความสำเร็จของงานนี้ เพราะไม่ใช่แค่เราที่ต้องการ Talent คุณภาพ แต่บริษัทอื่นก็ต้องการเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>การตระหนักเรื่องความสำคัญของเวลา คือ Soft Skill ที่สร้างความเชื่อมั่น</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครจำนวนมากมีโอกาสที่จะได้รับข้อเสนอจากหลายบริษัทภายในเวลาไม่กี่วัน หรืออาจเป็นภายในวันเดียวกันด้วยซ้ำ ความเร็วในการสื่อสารจึงมีผลต่อ ‘Candidate Experience’ โดยตรง Recruiter ที่ตอบกลับไว ให้ข้อมูลชัดเจน และอัปเดตสถานะต่อเนื่อง มักจะสร้างความประทับใจ และความเชื่อมั่นให้กับผู้สมัครได้มากกว่า ในขณะเดียวกันบริษัทลูกค้าก็จะเห็นถึงความเป็นมืออาชีพและประสิทธิภาพการทำงานของ Recruiter ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเร็วที่ไม่ได้หมายถึงแค่ทำงานให้ไว แต่รวมไปถึงการจัดลำดับความสำคัญ คิดไว ตัดสินใจเร็ว และลงมือทำทันทีในทุก process ของการทำงาน ตั้งแต่การคัดเลือกใบสมัคร ติดต่อผู้สมัคร นัดสัมภาษณ์ ดีลกับลูกค้า และการ Follow-up หลังสัมภาษณ์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ช้าไปเพียงนิดเดียว อาจทำให้เสียโอกาส</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายครั้งที่มีสถานการณ์จริงในงานสรรหาที่พบเห็นได้บ่อย เช่น ส่งผู้สมัครไปให้ช้าเพียงไม่กี่ชั่วโมง ลูกค้าก็อาจได้รับโปรไฟล์จากเอเจนซี่เจ้าอื่นก่อน หรือว่าผู้สมัครอาจตอบรับ Offer จากบริษัทอื่นไปแล้วเช่นกัน หรือหลังจากสัมภาษณ์เสร็จแล้วลูกค้าฟีดแบคกลับมาช้า ก็อาจทำให้ผู้สมัครตัดสินใจไปเซ็นสัญญากับอีกที่แทน ความล่าช้าพวกนี้อาจดูเล็กน้อยแต่เมื่อนำมารวมกันแล้วก็สามารถสร้างผลกระทบที่มากต่องานสรรหาได้ ดังนั้น Recruiter ยุคใหม่นี้จึงต้อง response ในทุกจังหวะของกระบวนการทำงาน เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ความเร็วไม่ใช่แค่เรื่องของคน แต่คือเรื่องของ “ระบบ” ด้วย</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Speed ในการทำงานไม่ได้เกิดจากความขยันหรือความสามารถของ Recruiter อย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ ‘ระบบการทำงาน’ ด้วย ที่ช่วยสนับสนุนให้คนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้มีหลายแพลตฟอร์มสำหรับ HR, Recruiter ที่พัฒนาขึ้นมาตอบโจทย์นี้ หนึ่งในนั้นก็คือ แพลตฟอร์ม SourcedOut ที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อให้ Recruiter ทำงานสรรหาได้ครบจบในที่เดียว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ที่แพลตฟอร์ม SourcedOut </b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Recruiter สามารถเช็กตำแหน่งงานว่างที่เปิดอยู่เพื่อเลือก Job ที่ต้องการหาผู้สมัครได้ โดยมีฟิลเตอร์บอกสถานะตำแหน่งงานด่วน ตำแหน่งที่มีใบสมัครคงค้าง </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หน้า Dashboard: เอาไว้ติดตามสถานะหลังจากส่งผู้สมัครเข้ามาได้แบบเรียลไทม์ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หน้า My Candidate Pool: พื้นที่สำหรับเก็บและจัดการข้อมูลผู้สมัครเอาไว้ในระบบอย่างเป็นระเบียบ เตรียมพร้อมสำหรับการนำส่งข้อมูลแมตช์ตำแหน่งงานในอนาคต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ฟังก์ชัน Sharable Link: สร้างลิงก์สำหรับแชร์ประกาศงานได้ทันที เมื่อผู้สมัครสนใจสามารถกรอกประวัติเอง ข้อมูลจะถูกดึงเข้าพูลผู้สมัครของ User โดยอัตโนมัติ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Gamification &amp; Leaderboard: ระบบสะสมคะแนนและจัดอันดับการทำงาน เพิ่มความสนุกและแรงจูงใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">⭐ ผู้ใช้งานที่ได้คะแนนสูงสุด 3 อันดับแรกของเดือน จะได้รับ Digital Certificate เพื่ออัปโปรไฟล์ได้ด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Online Workshop: โอกาสในการพัฒนาทักษะด้านการ Recruit ผ่านเวิร์กช็อป เพื่ออัปเดตข้อมูลให้สดใหม่ และทันสมัยต่อตลาดงานปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา หรือแม้แต่ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ด้าน Recruit มาก่อน ก็สามารถเริ่มต้นเรียนรู้ได้ที่นี่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Team Support: ทีม Recruiter ช่วยดูแลทุกขั้นตอนหลังจากส่งผู้สมัครเข้าระบบ</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>นอกจากนี้ยังมีทีมงานที่ช่วยประสานงานกับลูกค้าโดยตรงให้ทั้งหมด </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำให้ Recruiter ที่ SourcedOut ไม่ต้องเสียเวลาในการรับบรีฟงาน ส่งโปรไฟล์ รอฟีดแบค นัดสัมภาษณ์ หรือต่อรองเงินเดือน ทำเอกสาร Offer เอง ซึ่งระบบที่ดีแบบนี้ช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน ลดภาระงานเอกสาร ทำให้สามารถใช้เวลาไปโฟกัสกับการหา Talent คุณภาพได้อย่างเต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าหากมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับตำแหน่งงานในการหาผู้สมัคร ก็สามารถสื่อสารกับทีมงานผ่านช่องทาง LINE Official ได้โดยตรง ทีมงานของ SourcedOut จะช่วยดูแลเช็คกับองค์กรและเข้ามาตอบคำถามให้ ช่วยให้การทำงานทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างรวดเร็วและโปร่งใส</span></p>
<p><b>“Sense of Urgency” คือ Soft Skill ที่ไม่อาจมองข้ามได้ในงานสรรหายุคใหม่ เพราะมันคือสิ่งที่แยก Top Recruiter ออกจากคนทั่วไป คนที่ทำงานไวกว่า ตอบกลับไวกว่า และจัดการทุกขั้นตอนได้เร็วกว่า ย่อมได้รับความเชื่อมั่นจากทั้งผู้สมัครและลูกค้า รวมถึงสร้างรายได้ได้มากกว่าในระยะยาว</b></p>
<p><a href="https://www.sourcedout.asia/recruiter_applications/new" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47439 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/SourcedOut_Banner_1600x500.webp" alt="Sense of Urgency - SourcedOut" width="1600" height="500" title="ทำไม Sense of Urgency ถึงเป็น Soft Skill สำคัญของ Recruiter ยุคนี้ 89" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/SourcedOut_Banner_1600x500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/SourcedOut_Banner_1600x500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/SourcedOut_Banner_1600x500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/SourcedOut_Banner_1600x500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/11/SourcedOut_Banner_1600x500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h2><b>สำหรับ Recruiter ที่อยากอัปสกิล และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ </b></h2>
<p>สามารถเริ่มต้นได้ที่ SourcedOut แพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ Recruiter ทำงานในสไตล์ของตัวเอง พร้อมระบบการทำงานที่สนับสนุนครบทุกขั้นตอน สามารถลงทะเบียนเข้าไปใช้งานได้ฟรี ที่: <a href="https://www.sourcedout.asia/recruiter_applications/new" target="_blank" rel="noopener">https://www.sourcedout.asia/recruiter_applications/new</a></p>
<p>💬 สอบถามข้อมูล LINE Official: @sourcedout</p>
<p>LinkedIn: <a href="https://www.linkedin.com/company/sourcedout/" target="_blank" rel="noopener">https://www.linkedin.com/company/sourcedout/</a></p>
<p>Facebook Page: <a href="https://www.facebook.com/sourcedoutrcnth" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/sourcedoutrcnth</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47620" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1.webp" alt="HREX HR Products and Services" width="600" height="600" title="ทำไม Sense of Urgency ถึงเป็น Soft Skill สำคัญของ Recruiter ยุคนี้ 90" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/sense-of-urgency-251103/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>History of Recruitment: ประวัติศาสตร์การจ้างงาน จากยุคทาสสู่ AI Recruitment</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/history-of-recruitment-251002/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/history-of-recruitment-251002/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Oct 2025 03:27:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์การจ้างงาน]]></category>
		<category><![CDATA[History of Recruitment]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ HR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=47086</guid>

					<description><![CDATA[เคยสงสัยไหมว่า History of Recruitment หรือประวัติศาสตร์การจ้างงาน สมัครงาน สรรหาพนักงาน กว่าที่ทุกวันนี้ HR จะต้องอ่านเรซูเม่หลายร้อยหลายพันชิ้น กว่าที่ HR จะได้สัมภาษณ์คนมากมาย หรือแม้กระทั่งใช้ AI ช่วยคัดเลือกผู้สมัคร ในอดีตเขาหาคน หางานกันอย่างไร ? กว่าจะมาถึงจุดที่เราคุ้นเคยกันทุกวันนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร ?  หากศึกษาประวัติศาสตร์กันดี ๆ จะพบว่า ยุคสมัยของการสรรหาบุคลากรเริ่มต้นมาหลายพันปีแล้ว ! เมื่อการหาคนทำงานเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการก่อร่างสร้างสังคมมนุษย์ ทุกช่วงเวลา สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าคนคือต้นทุนสำคัญที่สุดที่ขับเคลื่อนอารยธรรมให้เจริญรุ่งเรือง และที่สำคัญงาน Recruitment ไม่เคยหยุดนิ่งเลย มีแต่ความท้าทาย ต้องปรับเปลี่ยนไปพร้อมกับความต้องการของสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีเสมอ บทความนี้จะขอพาท่านผู้อ่านทุกท่านย้อนกลับไปดูเส้นทางที่ผ่านมาว่า ประวัติศาสตร์การจ้างงานนั้น มีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วมันทำให้แวดวงการจ้างงานวิวัฒนามาถึงปัจจุบันนี้ได้อย่างไร History of Recruitment ประวัติศาสตร์การจ้างงานในอารยธรรมโบราณ เมโสโปเตเมีย อาจเรียกได้ว่า ประวัติศาสตร์การสรรหาบุคลากร เริ่มต้นขึ้นมาตั้งแต่ยุคเมโสโปเตเมีย หรือเมื่อประมาณ 2-3,000 ปีก่อนคริสตกาล รัฐโบราณในดินแดนระหว่างแม่น้ำไทกรีสและยูเฟรติสใช้ระบบที่เรียกว่า Corvée [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47089" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-96.webp" alt="History of Recruitment: ประวัติศาสตร์การจ้างงาน จากยุคทาสสู่ AI Recruitment" width="600" height="370" title="History of Recruitment: ประวัติศาสตร์การจ้างงาน จากยุคทาสสู่ AI Recruitment 97" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-96.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-96-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เคยสงสัยไหมว่า History of Recruitment หรือประวัติศาสตร์การจ้างงาน สมัครงาน สรรหาพนักงาน </span><span style="font-weight: 400;">กว่าที่ทุกวันนี้ HR จะต้องอ่านเรซูเม่หลายร้อยหลายพันชิ้น กว่าที่ HR จะได้สัมภาษณ์คนมากมาย หรือแม้กระทั่งใช้ AI ช่วยคัดเลือกผู้สมัคร ในอดีตเขาหาคน หางานกันอย่างไร ? กว่าจะมาถึงจุดที่เราคุ้นเคยกันทุกวันนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากศึกษาประวัติศาสตร์กันดี ๆ จะพบว่า ยุคสมัยของการสรรหาบุคลากรเริ่มต้นมาหลายพันปีแล้ว !</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อการหาคนทำงานเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการก่อร่างสร้างสังคมมนุษย์ ทุกช่วงเวลา สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าคนคือต้นทุนสำคัญที่สุดที่ขับเคลื่อนอารยธรรมให้เจริญรุ่งเรือง และที่สำคัญ<a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/webinar-challenges-in-recruitment-240726/">งาน Recruitment ไม่เคยหยุดนิ่งเลย มีแต่ความท้าทาย</a></span><span style="font-weight: 400;"> ต้องปรับเปลี่ยนไปพร้อมกับความต้องการของสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้จะขอพาท่านผู้อ่านทุกท่านย้อนกลับไปดูเส้นทางที่ผ่านมาว่า ประวัติศาสตร์การจ้างงานนั้น มีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วมันทำให้แวดวงการจ้างงานวิวัฒนามาถึงปัจจุบันนี้ได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>History of Recruitment ประวัติศาสตร์การจ้างงานในอารยธรรมโบราณ</b></h2>
<h3><b>เมโสโปเตเมีย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจเรียกได้ว่า ประวัติศาสตร์การสรรหาบุคลากร เริ่มต้นขึ้นมาตั้งแต่ยุคเมโสโปเตเมีย หรือเมื่อประมาณ 2-3,000 ปีก่อนคริสตกาล รัฐโบราณในดินแดนระหว่างแม่น้ำไทกรีสและยูเฟรติสใช้ระบบที่เรียกว่า Corvée Labor หรือแรงงานเกณฑ์ตามฤดูกาล บังคับให้ประชาชนต้องออกมาทำงานสาธารณะในช่วงเวลาที่กำหนด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูลค้นพบว่า ระบบนี้ไม่ได้เป็นแค่การบังคับใช้แรงงาน แต่มีการวางแผนและการจัดการที่ค่อนข้างซับซ้อน เริ่มจากรัฐจะประเมินจำนวนคนที่ต้องการใช้งาน กำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสม และแบ่งหน้าที่ตามความสามารถ โดยงานที่ต้องการแรงงานมากมาย ได้แก่ งานสร้างเขื่อนกั้นน้ำ การขุดคลองชลประทาน การสร้างถนนเชื่อมต่อเมืองต่าง ๆ และงานก่อสร้างสิ่ง ซิกกุรัต สิ่งก่อสร้างคล้ายพีระมิดแบบขั้นบันได แต่ไม่ได้สร้างจนเป็นยอดแหลมเหมือนพีระมิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลตอบแทนที่แรงงานจะได้ไม่ใช่เงินตรา แต่เป็นข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น ข้าว น้ำมัน เกลือ เครื่องปั้นดินเผา หรือบางครั้งอาจได้รับการยกเว้นภาษีในปีถัดไป นอกจากนี้รัฐยังจัดหาที่พักและอาหารให้ในระหว่างที่ทำงาน ซึ่งถือเป็นต้นแบบการจัดหา Employee Benefits ก็ว่าได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47090" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/pyramid-giza-scaled.webp" alt="History of Recruitment: ประวัติศาสตร์การจ้างงาน จากยุคทาสสู่ AI Recruitment" width="600" height="383" title="History of Recruitment: ประวัติศาสตร์การจ้างงาน จากยุคทาสสู่ AI Recruitment 98" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/pyramid-giza-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/pyramid-giza-300x191.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/pyramid-giza-1024x653.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/pyramid-giza-768x490.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/pyramid-giza-1536x980.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/pyramid-giza-2048x1307.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><b>อียิปต์โบราณ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคนี้ อารยธรรมอียิปต์โบราณพัฒนาระบบการจ้างงานให้ซับซ้อน และมีระบบมากกว่าเมโสโปเตเมีย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจเข้าใจว่าพีระมิดของอียิปต์สร้างขึ้นด้วยแรงงานทาส แต่หลักฐานทางโบราณคดีและเอกสารโบราณค้นพบว่า ผู้ที่สร้างพีระมิดส่วนใหญ่เป็นชาวนาในฤดูน้ำท่วม ที่ไม่สามารถทำนาได้ รัฐอียิปต์จึงให้พวกเขามาก่อสร้างแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ค่าตอบแทนของแรงงานคืออาหาร 3 มื้อต่อวันที่จัดเต็มทีเดียว ได้แก่ ขนมปัง เนื้อสัตว์ ผัก และเบียร์ นอกจากนั้นยังมีที่พักสะอาด มีระบบการระบายน้ำและการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ ที่สำคัญ มีแพทย์คอยดูแลสุขภาพของแรงงานด้วย แสดงให้เห็นว่าอียิปต์โบราณให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาวะ รวมถึงความปลอดภัยในการทำงานอย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากงานก่อสร้างอียิปต์ยังมีระบบการเกณฑ์ทหารที่แบ่งกองทัพเป็นหน่วยตามอาวุธและความเชี่ยวชาญ เช่น หน่วยธนู หน่วยรถรบ หน่วยม้า และหน่วยราบ แต่ละหน่วยมีการฝึกอบรมเฉพาะทาง มีการกำหนดตำแหน่งหน้าที่ชัดเจน มีระบบการเลื่อนตำแหน่งตามผลงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากทหารคนใดมีความสามารถขั้นสูง จะได้รับการยกย่องและได้รางวัลเป็นที่ดิน ทาส หรือตำแหน่งในราชการ เป็นต้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>กรีกโบราณ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อารยธรรมกรีกโบราณเต็มไปด้วยความท้าทายในการสรรหาคน เนื่องจากเป็นสังคมของนครรัฐขนาดเล็กหลายแห่งที่มีประชากรจำกัด นำมาสู่ปัญหาและการรบระหว่างรัฐบ่อย ๆ ในขณะเดียวกันประชาชนเองก็ต้องทำงานประจำเพื่อเลี้ยงชีพไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นกรีกจึงหันมาใช้ระบบทหารรับจ้าง (Mercenary) มากขึ้น โดยแต่ละนครจะเสนอเงิน ที่ดิน หรือส่วนแบ่งจากการปล้นสะดมเพื่อดึงดูดนักรบที่มีความสามารถให้มาทำงานด้วย และในขณะเดียวกันนักรบก็เลือกได้ว่าอยากทำงานให้ใคร โดยพิจารณาจากผลตอบแทนและเงื่อนไขการทำงานคุ้มค่าหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรีกยังมีระบบการศึกษา มีโรงเรียนปรัชญาของนักคิดคนสำคัญอย่าง เพลโต และอาริสโตเติล ทำหน้าที่ผลิตผู้นำทางการเมือง ผู้นำความคิด และทหารออกไปสู่สังคมกรีกและดินแดนอื่น ๆ ที่กรีกไปตั้งอาณานิคม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47093" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/portrait-ancient-roman-empire-warrior-scaled.webp" alt="History of Recruitment: ประวัติศาสตร์การจ้างงาน จากยุคทาสสู่ AI Recruitment" width="600" height="400" title="History of Recruitment: ประวัติศาสตร์การจ้างงาน จากยุคทาสสู่ AI Recruitment 99" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/portrait-ancient-roman-empire-warrior-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/portrait-ancient-roman-empire-warrior-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/portrait-ancient-roman-empire-warrior-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/portrait-ancient-roman-empire-warrior-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/portrait-ancient-roman-empire-warrior-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/portrait-ancient-roman-empire-warrior-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><b>โรมัน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังสิ้นสุดยุคกรีกโบราณ กลายเป็นช่วงเวลาของจักรวรรดิโรมัน มีการขยายแนวคิดของกรีกไปอีกขั้น โดยสร้างกองทัพอาชีพหรือ Professional Army ที่มีระบบการจ้างงานแบบสมัยใหม่อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่าวคือทหารโรมันได้รับเงินเดือนประจำเป็นรายเดือน ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมสำคัญของยุคนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังมีระบบโบนัสจากการรบ ผ่านการแบ่งปันทรัพย์สินที่ได้จากการยึดครอง รวมถึงการได้รับที่ดินเมื่อปลดประจำการด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โรมันยังมีการให้บำนาญชราภาพแก่ทหารผ่านศึก เมื่อรับราชการครบ 25 ปี พวกเขาจะได้รับสถานะเป็นพลเมืองโรมัน (หากยังไม่ได้เป็น) พร้อมกับที่ดินและเงินก้อนสำหรับเริ่มต้นชีวิตใหม่ ระบบนี้ไม่เพียงแต่สร้างแรงจูงใจให้คนเข้ามารับราชการทหาร แต่ยังสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวของทหาร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>History of Recruitment ประวัติศาสตร์การจ้างงานยุคกลาง ระบบศักดินา สมาคม และศาสนา</b></h2>
<h3><b>ระบบศักดินา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจักรวรรดิโรมันสิ้นสุดลง ก็เข้าสู่ยุคกลาง ยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจมหาศาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบศักดินาเกิดขึ้นในยุคนี้ ทำให้การสรรหาแรงงานกลายเป็นเรื่องของความสัมพันธ์เชิงอำนาจ เมื่อกษัตริย์อยู่บนสุดของพีระมิด มีอำนาจเรียกขุนนางและเจ้าขุนมูลนายให้นำกองกำลังมารับราชการ ขุนนางเหล่านี้จะเกณฑ์ชาวบ้านและชาวไร่ในที่ดินของตัวเองมาเป็นทหาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสมัครงานในยุคนี้ไม่เหมือนในปัจจุบัน เพราะผู้คนเกิดมาพร้อมกับหน้าที่และพันธะที่ติดตัวมาแต่กำเนิด อาทิ ลูกของชาวไร่ก็ต้องโตมาทำไร่ ลูกทหารก็ต้องเป็นทหารตามพ่อ ลูกของช่างฝีมือก็ต้องสืบทอดงานช่างฝีมือ แต่ข้อดีก็คือเกิดการถ่ายทอดความรู้และทักษะจากรุ่นสู่รุ่นอย่างต่อเนื่อง นำมาซึ่งความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแต่ละงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ระบบศักดินาก็มีความยืดหยุ่นอยู่บ้าง หากใครมีความสามารถพิเศษหรือโชคดี ก็สามารถเปลี่ยนสถานะได้เหมือนกัน เช่น ทหารกล้า ผู้เจนการรบ อาจได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวิน นักวิชาการสมองเพชรอาจได้รับการอุปถัมภ์จากขุนนางหรือโบสถ์ รวมถึงพ่อค้าที่ต่อรองเจรจาธุรกิจเก่ง อาจถึงขั้นซื้อตำแหน่งหรือที่ดินเพื่อยกระดับสถานะทางสังคมได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ระบบกิลด์ (Guild)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ยุคนี้เกิดระบบการจัดการแรงงานที่น่าสนใจคือ ระบบกิลด์ (Guild) หรือสมาคมช่างฝีมือ ทำหน้าที่ครอบคลุมตั้งแต่การควบคุมคุณภาพสินค้า การกำหนดราคา การฝึกอบรมแรงงาน และการดูแลสวัสดิการของสมาชิก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาคนของสมาคมมีความเป็นระบบ โดยเริ่มต้นพัฒนาคนตั้งแต่ระดับ Apprentice หรือเด็กฝึกงาน ซึ่งมักเป็นเด็กอายุ 12-16 ปี ที่ถูกส่งมาฝึกงานกับช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ การฝึกงานอาจกินเวลานานตั้งแต่ 3-7 ปี และพวกเขาจะได้รับที่พัก อาหาร เสื้อผ้า องค์ความรู้ การฝึกอบรม และการปฏิบัติจริง แต่ไม่ได้รับค่าจ้างเป็นเงิน เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับคือความรู้และทักษะที่ประเมินแล้วมีค่ามากกว่าเงิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังผ่านการฝึกงานแล้ว Apprentice จะกลายเป็น Journeyman หรือช่างรับจ้าง สามารถนำความรู้ไปทำงานให้ช่างฝีมือคนอื่น ๆ หรือย้ายไปทำงานในเมืองอื่นได้ คราวนี้ Journeyman จะได้รับค่าจ้างเป็นเงินและมีอิสระในการเลือกงาน แต่ยังไม่สามารถเปิดร้านของตัวเอง หรือรับ Apprentice ได้ ต้องใช้เวลา 2-5 ปีสั่งสมประสบการณ์และสร้างเครือข่ายก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นจะนำมาสู่ขั้นสูงสุดของคือ Master Craftsman หรือช่างผู้เชี่ยวชาญ การจะไต่มาถึงระดับนี้ไม่ใช่ง่าย ๆ เมื่อ Journeyman ต้องสร้าง Masterpiece หรือผลงานชิ้นเอกที่แสดงให้เห็นว่าเขามีความชำนาญขั้นสูงสุด แล้วเสนอต่อคณะกรรมการสมาคม หากผ่านการพิจารณา พวกเขาจึงจะได้รับสิทธิ์เปิดร้าน รับ Apprentice ได้ และเป็นสมาชิกเต็มตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจกล่าวได้ว่า ระบบนี้เป็นต้นแบบของ Career Development Program และ On-the-Job Training ที่บริษัทยุคใหม่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>สถาบันศาสนา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่การศึกษายังไม่แพร่หลาย โบสถ์และวัดทำหน้าที่เป็นสถาบันการศึกษาหลักของสังคม ไม่เพียงเป็นที่สำหรับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังเป็นศูนย์กลางที่รวบรวมองค์ความรู้ บำรุงรักษาเอกสาร และผลิตบุคลากรที่มีความสามารถออกไปสู่สังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาบุคลากรเข้าสู่สถาบันศาสนาทำได้หลายแบบ บางครั้งครอบครัวจะส่งลูกชายคนรอง หรือคนเล็กมาเป็นนักบวช เพื่อให้ได้รับการศึกษาและมีอนาคตที่มั่นคง บางครั้งโบสถ์ท้องถิ่นอาจรับเด็กยากจนแต่มีความสามารถมาฝึกฝน และบางครั้งก็จะเลือกจากผู้ที่แสดงความสนใจมารับการศึกษาและรับใช้ศาสนา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยนอกจากศึกษาคัมภีร์และศาสนศาสตร์แล้ว นักบวชยังต้องเรียนคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ การแพทย์ ดนตรี และศิลปะ เป็นต้น หลายแห่งยังสอนความรู้ด้านการจัดการและการบริหารด้วย เพราะวัดและโบสถ์มักเป็นเจ้าของที่ดินขนาดใหญ่และมีธุรกิจหลายแขนง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจคือสถาบันศาสนายังทำหน้าที่เป็น Talent Pipeline ส่งบุคลากรที่มีคุณภาพออกไปยังสังคม นักบวชที่ผ่านการฝึกจะกลายเป็นครู แพทย์ นักเขียน ที่ปรึกษา และแม้แต่นักการเมือง พวกเขานำความรู้และวินัยที่ได้รับจากสถาบันศาสนาไปใช้ในการพัฒนาสังคม สร้างโรงเรียน โรงพยาบาล และสถาบันการกุศลต่าง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ สถาบันศาสนายังเป็น Network ที่เชื่อมโยงคนดีคนเก่งจากทั่วยุโรป เกิดการแลกเปลี่ยนนักบวชระหว่างวัดต่าง ๆ มีการจัดประชุม สัมมนา และถ่ายทอดความรู้ แนวคิดใหม่ ๆ ข้ามพรมแดน ข้ามวัฒนธรรม ระบบนี้ยังเปรียบเหมือนสมาคมศิษย์เก่า รวบรวมเครือข่ายศิษย์เก่าที่ช่วยสร้างโอกาสในการทำงานและความก้าวหน้าในอาชีพให้กันและกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>History of Recruitment ประวัติศาสตร์การจ้างงานยุคใหม่ตอนต้น อาณานิคมและอุตสาหกรรม</b></h2>
<h3><b>ยุคล่าอาณานิคม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ศตวรรษที่ 16-18 เป็นยุคที่ชาติตะวันตก โดยเฉพาะสเปน โปรตุเกส เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ และฝรั่งเศส เริ่มขยายอิทธิพลไปยังทวีปอื่น ๆ ผ่านการล่าอาณานิคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยุคนี้เกิดการสรรหาแรงงานแบบใหม่ที่มีผลกระทบอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์มนุษยชาติ หนึ่งในรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากคือ Indentured Servants หรือแรงงานผูกมัด ระบบนี้เกิดขึ้นจากความต้องการแรงงานในอาณานิคมใหม่ โดยเฉพาะในทวีปอเมริกา ขณะเดียวกันก็มีคนยากจนในยุโรปจำนวนมากต้องการโอกาสในการเริ่มชีวิตใหม่ แต่ไม่มีเงินสำหรับค่าขนส่งข้ามมหาสมุทร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็นแรงงานผูกมัดคือการทำสัญญาที่กินเวลานาน 4-7 ปี แรงงานเหล่านี้จะได้อาหาร ที่พัก และเสื้อผ้า แต่ไม่ได้รับค่าจ้างเป็นเงิน เมื่อครบสัญญาแล้ว พวกเขาจะถึงจะได้รับ Freedom Dues อาจมาในรูปของเงิน เสื้อผ้า เครื่องมือทำงาน หรือที่ดินเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะพลเมืองเสรี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบ Indentured Servants มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือเปิดโอกาสให้คนยากจนได้ตั้งตัว มั่งคั่งมีได้ในอนาคต แรงงานผูกมัดหลายคนสามารถสะสมทรัพย์สินและกลายเป็นเจ้าของที่ดินหรือธุรกิจได้ในภายหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ข้อเสียคือระหว่างช่วงสัญญา แรงงานจะไม่มีอิสรภาพ ไม่สามารถเลิกงานหรือเปลี่ยนนายจ้างได้ และหากฝ่าฝืนสัญญาอาจโดนขยายระยะเวลาการทำงานให้ยาวขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน การสร้างกองทัพก็มาพร้อมความท้าทาย ชาติมหาอำนาจต่าง ๆ ใช้กลยุทธ์หลากหลายเพื่อเกณฑ์ทหารมาล่าอาณานิคม บางครั้งจะเกณฑ์ทหารจากแผ่นดินใหญ่ไปประจำการในอาณานิคม บางครั้งจะจ้างทหารรับจ้าง หรือที่พบบ่อยคือการสรรหาทหารพื้นเมือง มีการฝึกอบรม การใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ และสร้างโครงสร้างการบังคับบัญชาที่เป็นระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาทหารพื้นเมืองมีประโยชน์หลายประการ เริ่มจากพวกเขาจะรู้จักภูมิประเทศ สภาพอากาศ และวัฒนธรรมท้องถิ่นดีกว่าใคร การดูแลก็ง่ายกว่าเพราะไม่ต้องส่งเสบียงจากแผ่นดินใหญ่ และที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายต่ำกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ก็มีความเสี่ยงคือ หากพวกเขาไม่พอใจเจ้าอาณานิคม ก็อาจเกิดแรงต่อต้านหันไปต่อต้านขึ้นได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ปฏิวัติอุตสาหกรรม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 และต้นศตวรรษที่ 19 เปลี่ยนโฉมหน้าของการสรรหาแรงงานอย่างสิ้นเชิง เมื่อเครื่องจักรไอน้ำ เครื่องทอผ้า และเครื่องจักรการผลิตต่าง ๆ ทำให้เกิดโรงงานขนาดใหญ่ นำมาสู่ความต้องการแรงงานจำนวนมหาศาล เกิดเป็นความท้าทายของเจ้าของโรงงาน ว่าจะหาคนมาทำงานในจำนวนมากและในเวลาที่รวดเร็วได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นทำให้นายจ้างต้องประชาสัมพันธ์เพื่อจ้างงานผ่านสื่อ โดยในยุคนั้นใช้วิธีการตีพิมพ์โฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ เนื้อหาในโฆษณาจะระบุตำแหน่งงาน ค่าจ้าง ลักษณะงาน เงื่อนไขการทำงาน และสวัสดิการที่จะได้รับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นยังมีการก่อตั้ง Employment Office หรือบริษัทจัดหางาน ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างนายจ้างกับผู้หางาน จับคู่ผู้สมัครงานที่ตรงกับความต้องการของนายจ้าง โดยบริษัทจะเก็บค่าธรรมเนียมหลังการจับคู่คนกับงานได้สำเร็จเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มพัฒนาเทคนิคในการประเมินผู้สมัคร การสัมภาษณ์งาน และการตรวจสอบประวัติ พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลและการติดตามผลการทำงานของผู้ที่ได้รับการจัดหางานตามมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกประการคือการเกิด Company Town หรือเมืองโรงงาน เมื่อเจ้าของโรงงานบางรายพยายามสร้างชุมชนขึ้นมาอยู่รอบโรงงาน ทั้งสร้างบ้านพัก สร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ร้านค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อดึงดูดแรงงานให้อยากมาทำงานในเมือง และไม่ได้มาแค่คนเดียวแต่สามารถพาทั้งครอบครัวมาอยู่ด้วยได้เลย การันตีว่าอยู่แล้วได้ความสะดวกสบาย แน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ปฏิวัติอุตสาหกรรมก็สร้างปัญหาใหม่มากมาย เพราะสภาพการทำงานในโรงงานส่วนใหญ่ค่อนข้างแย่ ทั้งมีเสียงดัง มีฝุ่นละออง ไหนจะอันตรายจากเครื่องจักรกล ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน มีการใช้แรงงานเด็ก แถมค่าจ้างก็ต่ำมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สภาพการณ์เหล่านี้ก่อให้เกิดขบวนการเรียกร้องสิทธิแรงงาน ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาระบบ HR ในภายหลัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47091" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/shutterstock_101955571-scaled.webp" alt="History of Recruitment: ประวัติศาสตร์การจ้างงาน จากยุคทาสสู่ AI Recruitment" width="600" height="425" title="History of Recruitment: ประวัติศาสตร์การจ้างงาน จากยุคทาสสู่ AI Recruitment 100" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/shutterstock_101955571-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/shutterstock_101955571-300x212.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/shutterstock_101955571-1024x725.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/shutterstock_101955571-768x544.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/shutterstock_101955571-1536x1087.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/shutterstock_101955571-2048x1449.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>History of Recruitment ประวัติศาสตร์การจ้างงานศตวรรษที่ 20 กำเนิด HR สมัยใหม่</b></h2>
<h3><b>สงครามโลกและ Mass Recruitment</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ศตวรรษที่ 20 เปิดตัวด้วยเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของแวดวง Recruitment นั่นคือสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สงครามเหล่านี้ต้องการกำลังพลจำนวนมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว เพื่อไปออกรบสู้ศึกใหญ่ ทำให้รัฐบาลต่าง ๆ ต้องพัฒนาเทคนิคการสรรหาที่เรียกว่า Mass Recruitment โดยมี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในเครื่องมือที่ดึงคนให้มาเข้าร่วมรบมากที่สุด ก็คือการใช้ Propaganda หรือโฆษณาชวนเชื่อ จูงใจด้วยความรักชาติ ความภาคภูมิใจ ไปจนถึงความกลัว และแรงกดดันทางสังคม</span></p>
<p><a href="https://www.bbc.com/news/magazine-28642846" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ภาพโปสเตอร์ “Lord Kitchener Wants You”</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่ลอร์ดคิทช์เนอร์ รัฐมนตรีกระทรวงสงครามของอังกฤษ จูงใจคนให้มาสมัครรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี 1914 และภาพเวอร์ชั่นสหรัฐอเมริกา ที่</span><a href="https://www.theworldwar.org/learn/about-wwi/uncle-sam-we-want-you" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;"> “ลุงแซม” ชี้นิ้วออกมาจากภาพและบอกว่า &#8220;I Want You for US Army&#8221;</span></a><span style="font-weight: 400;"> ทำให้ชายฉกรรจ์จำนวนมากสมัครมาร่วมรบมหาศาล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อผู้ชายส่วนใหญ่ไปรบ นั่นหมายความว่าองค์กรต่าง ๆ จะขาดแคลนแรงงานไปโดยปริยาย นั่นทำให้ต้องเปิดรับสมัครผู้หญิงให้มาทำงานเป็นครั้งแรก โดยหากฝ่ายชายถูกกระตุ้นด้วยภาพชี้นิ้วสั่ง ฝั่งผู้หญิงก็มีภาพ </span><a href="https://www.britannica.com/topic/Rosie-the-Riveter" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">“Rosie the Riveter&#8221; หรือภาพ “We Can Do It”</span></a><span style="font-weight: 400;"> ปลุกใจให้หญิงชาวอเมริกันอยากเข้ามาทำงานในโรงงานเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสทางอาชีพใหม่ให้กับผู้หญิง จากที่มีหน้าที่เป็นแค่แม่บ้าน ให้เป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่เปลี่ยนความคิดเรื่องบทบาทของเพศจนถึงปัจจุบัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47092" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-57.webp" alt="History of Recruitment: ประวัติศาสตร์การจ้างงาน จากยุคทาสสู่ AI Recruitment" width="600" height="370" title="History of Recruitment: ประวัติศาสตร์การจ้างงาน จากยุคทาสสู่ AI Recruitment 101" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-57.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-57-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><b>หลังสงคราม: ยุคทองของ HR</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง โลกเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า Golden Age of Capitalism เมื่อเศรษฐกิจเฟื่องฟู การบริโภคเพิ่มขึ้น และบริษัทต่าง ๆ เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อมีคนมาทำงานเยอะ ก็มากคนมากความ เลยต้องมีฝ่าย Human Resources Department ขึ้นมาเพื่อช่วยบริหารจัดการคนอย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝ่าย HR จะได้รับรับผิดชอบหน้าที่มากมาย ครอบคลุมตั้งแต่การสรรหา การฝึกอบรม การประเมินผลการทำงาน การจ่ายค่าตอบแทน การดูแลสวัสดิการ และการรักษาความสัมพันธ์กับพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระบวนการสรรหาในยุคนี้เริ่มมีมาตรฐานและเป็นระบบมากขึ้น มีการ</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-howtomakejobdes-190116/"><span style="font-weight: 400;">เขียน Job Description</span></a><span style="font-weight: 400;"> ให้รายละเอียดและความชัดเจนเกี่ยวกับงาน มีการตรวจสอบประวัติและเอกสารต่าง ๆ รวมถึงเริ่มใช้แบบทดสอบทางจิตวิทยา แบบทดสอบความสามารถมาใช้ประกอบการสัมภาษณ์ แถมหลังสัมภาษณ์เสร็จก็ต้องมีโครงสร้างและมาตรฐานในการประเมินเป็นขั้นเป็นตอนด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงเดียวกันนี้เองยังเกิดธุรกิจ </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruiter-vs-headhunter-20221215/"><span style="font-weight: 400;">Executive Search หรือ Head Hunter</span></a><span style="font-weight: 400;"> บริษัทเหล่านี้จะพุ่งเป้าสรรหาผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น เพราะเมื่อผู้บริหารใหญ่ย้ายงาน จะทำให้นักล่าค่าหัวจะได้เงินสูงกว่าปกติ เพราะค่าใช้จ่ายในการล่าค่าหัวคนตำแหน่งสูง ๆ ย่อมมากกว่าสรรหาพนักงานระดับธรรมดานั่นเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ยุคโลกาภิวัตน์: Global Talent Pool</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปลายศตวรรษที่ 20 โลกเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ธุรกิจขยายตัวข้ามชาติข้ามทวีปง่ายขึ้น และทำให้แรงงานย้ายไปทำงานต่างประเทศง่ายขึ้นด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรข้ามชาติจะเริ่มมองหาบุคลากรจากทั่วทุกที่ ไม่จำกัดอยู่แค่ในประเทศตัวเองอีกต่อไป อาจเรียกได้ว่า Recruiter มี Talent Pool ให้ค้นหาเยอะขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ทำให้การสรรหา และการดูแลคนเต็มไปด้วยความท้าทายใหม่ ๆ ที่ HR อาจไม่เคยตระหนักมาก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น การให้ความรู้เรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรม การเรียนรู้ภาษาใหม่เพื่อการสื่อสาร รวมถึงการจัดการ Immigration และ Work Permit เป็นต้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>History of Recruitment ประวัติศาสตร์การจ้างงานศตวรรษที่ 21 ยุคแห่ง Digital Recruitment และ AI Recruitment</b></h2>
<h3><b>Internet Era: การปฏิวัติครั้งใหญ่</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งเทคโนโลยีพัฒนา ยิ่งกลายเป็นของเล่นใหม่ให้ HR และ Recruiter ทั้งหลายนำมาปรับใช้ในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความแพร่หลายของอินเทอร์เน็ตในช่วงทศวรรษ 1990s ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลมหาศาลได้ง่ายขึ้น และเข้าถึงได้พร้อม ๆ กันจากทั่วโลก จนเกิดการปฏิวัติในวิธีการหางานและการหาคนรูปแบบใหม่ เช่น เกิด Online Job Boards โดยมีเว็บไซต์ Monster.com เป็นผู้บุกเบิกบริการการประกาศรับสมัครงานออนไลน์ ก่อนจะตามมาด้วย CareerBuilder, Hotjobs และ Indeed เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เว็บไซต์เหล่านี้ทำให้พฤติกรรมคนเปลี่ยนไป จากที่เวลาหางาน เปลี่ยนงานใหม่ ต้องซื้อหนังสือพิมพ์มาดูคอลัมน์สมัครงาน เป็นการค้นหางานผ่านคอมพิวเตอร์ได้เลย และสมัครงานได้ทุกที่ทุกเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น นายจ้างยังสามารถเข้าถึงผู้สมัครจำนวนมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว สามารถประกาศงานได้ทันที และได้รับใบสมัครอย่างรวดเร็ว ต้นทุนในการประชาสัมพันธ์ก็ลดลงตามไปด้วย ส่วนผู้หางานก็สามารถค้นหางานจากหลายบริษัทในเวลาเดียวกัน สมัครงานได้หลายตำแหน่งพร้อมกัน และติดตามสถานะการสมัครงานได้เร็วขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>Social Recruiting: ยุคของ Personal Branding</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังเกิด Online Job Board ก็เป็นยุคของการสรรหาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีตัวเปลี่ยนเกมคือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/what-is-linkedin-250716/"><span style="font-weight: 400;">LinkedIn</span></a><span style="font-weight: 400;"> แพลตฟอร์มที่ทำให้ผู้คนสามารถสร้างโปรไฟล์ออนไลน์ แล้วแชร์ประสบการณ์ ความรู้เกี่ยวกับการทำงาน รวมถึงค้นหาโอกาสในการได้งานใหม่ เปลี่ยนแปลงแนวคิดเรื่อง Networking จากการพบปะกันแบบ Face-to-Face เป็นการสร้างเครือข่ายออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงคนจำนวนมากและรักษาความสัมพันธ์ได้อย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสำเร็จของ LinkedIn ทำให้เกิดกระแส Social Recruiting บริษัทต่าง ๆ เริ่มใช้ LinkedIn ไม่เพียงแต่เพื่อประกาศรับสมัครงาน แต่ยังเพื่อค้นหาและติดต่อผู้สมัครที่มีศักยภาพโดยตรง นั่นทำให้ Recruiter ต้องพัฒนาเทคนิคการพูดคุย และจูงใจคนให้อยากมาสมัครงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นการใช้ Social Media เพื่อรับสมัครงานก็แพร่กระจายไปยังแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น Facebook, Twitter ก็เริ่มแพร่หลาย และปฏิเสธไม่ได้ว่า Social Media ช่วยให้นายจ้างสามารถรับรู้ข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัคร ได้รู้จักบุคลิกภาพ ความสนใจ ค่านิยม และไลฟ์สไตล์ส่วนตัวมากขค้น ช่วยให้ประเมินได้ว่าเมื่อรับเขาเข้ามาแล้วจะฟิตกับวัฒนธรรมองค์กรไหม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นทำให้ผู้หางานเองต้องเรียนรู้วิธีสร้าง Personal Brand ที่ดี รู้จักวิธีวางตัวให้มีความเป็นมืออาชีพในสายตาคนนอกมากขึ้น ขณะเดียวกันนายจ้างจะให้ผู้สมัครเป็นฝ่ายสร้างแบรนด์ฝ่ายเดียวไม่ได้ จึงเกิดเทรนด์สร้าง</span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/hrex-webinar-data-driven-employer-branding-road-to-best-place-to-work-250905/"><span style="font-weight: 400;"> Employer Branding</span></a><span style="font-weight: 400;"> ขึ้นด้วย เพื่อให้ผู้คนเห็นว่าการมาทำงานในองค์กรแห่งนี้ จะได้รับสิ่งดี ๆ กลับไปอย่างไรบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหากไม่สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ก็อาจเจอเสียงวิจารณ์ด้านลบใน Social Media ได้ แทนที่จะดึงดูดคนที่เป็น Talent ให้อยากร่วมงานด้วย กลับจะเป็นการผลักไสคนเก่งให้ออกไปแทน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>COVID-19 และ Remote Work Revolution</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังโรคระบาดร้ายแพร่ระบาดไปทั่วโลกช่วงต้นปี 2020 กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของโลกการทำงาน เมื่อโลกล็อคดาวน์ คนไม่ออกมาทำงานหรือออกมาใช้ชีวิตข้างนอก และต้องเว้นระยะห่างระหว่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้มีหลายอย่าง ทั้งการปลดคนออกเพื่อรักษาสภาพคล่องของบริษัท เพราะการค้าขาย การทำธุรกิจน่าจะต้อง Shut Down นาน กำไรในหลายอุตสาหกรรมหดหาย นอกจากนั้นยังเกิด</span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/prevent-the-great-resignation-in-thailand-221021/"><span style="font-weight: 400;">การลาออกครั้งใหญ่ (The Great Resignation)</span></a><span style="font-weight: 400;"> เมื่อพนักงานจำนวนมากกลับเป็นฝ่ายชิงยื่นใบลาออกก่อนแทนด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่หลายคนน่าจะจำได้คือ เกิดเทรนด์การทำงานจากที่บ้านหรือ Remote Work ซึ่งเคยเป็นสิทธิพิเศษของพนักงานกลุ่มเล็ก ๆ ก็กลายเป็นเรื่องปกติใหม่ของคนทั่วโลก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อการสรรหาคนด้วย จากที่ผู้สมัครต้องถ่อไปสัมภาษณ์ที่ออฟฟิศ แต่ทุกวันนี้สามารถสัมภาษณ์ผ่านโปรแกรมออนไลน์อย่าง Zoom, Microsoft Teams หรือ Google Meet ได้แล้ว และทำให้หลังโรคระบาดทุเลาลง องค์กรไหนที่ไม่มีนโยบาย Work From Home หรือ Work From Anywhere อาจไม่ใช่องค์กรที่เซ็กซี่ และน่าร่วมงานด้วยเสียเท่าไหร่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อให้พนักงานทำงานจากที่บ้านได้ การ Onboarding ก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย การต้อนรับพนักงานใหม่ การแนะนำเพื่อนร่วมงาน การฝึกอบรม และการสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม ทั้งหมดนี้ต้องทำผ่านออนไลน์แทน บริษัทต่าง ๆ ต้องพัฒนาระบบและกระบวนการใหม่เพื่อให้พนักงานใหม่รู้สึกได้รับการต้อนรับและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47094" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/person-interacting-with-ai-robot-scaled.webp" alt="History of Recruitment: ประวัติศาสตร์การจ้างงาน จากยุคทาสสู่ AI Recruitment" width="600" height="900" title="History of Recruitment: ประวัติศาสตร์การจ้างงาน จากยุคทาสสู่ AI Recruitment 102" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/person-interacting-with-ai-robot-scaled.webp 1707w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/person-interacting-with-ai-robot-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/person-interacting-with-ai-robot-683x1024.webp 683w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/person-interacting-with-ai-robot-768x1152.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/person-interacting-with-ai-robot-1024x1536.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/10/person-interacting-with-ai-robot-1365x2048.webp 1365w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><b>AI Recruitment: อนาคตที่มาถึงแล้ว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากโรคโควิด-19 เริ่มซาลง คนเริ่มกลับเข้ามาทำงานในออฟฟิศมากขึ้นในช่วงปลายปี 2022 ข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการก็คือ เทคโนโลยี Generative AI สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก หลังจากมีการเปิดให้เห็นและทดลองใช้ ChatGPT จนพบว่า มันสามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบมาก ๆ และทำให้หากใครยังไม่เริ่มเอา AI มาประยุกต์กับการทำงาน อาจหมายถึงการต้องตกงานในที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ Recruiter แล้ว AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยสรรหาพนักงานที่น่าจับตา หากใครเคยใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน AI สามารถจัดการงานที่ซ้ำซาก เช่น การอ่านเรซูเม่หรือการกรองผู้สมัครขั้นต้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแวดวง HR Tech ทั้งหลายเริ่มเอา AI มาจับกับฟังก์ชั่นต่าง ๆ มากขึ้น เราจะเห็น AI ช่วยสแกนและวิเคราะห์ CV โดยระบบจะค้นหาคีย์เวิร์ดที่สอดคล้องกับ JD ของตำแหน่งงาน พร้อมทั้งวิเคราะห์รูปแบบประสบการณ์และทักษะที่ผู้สมัครมี เทียบกับความต้องการขององค์กร สิ่งนี้ช่วยลดความผิดพลาดจากการอ่านข้อมูลจำนวนมหาศาล ทำให้ Recruiter ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเปิดไฟล์ทีละใบเหมือนในอดีต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกทั้งยังมี</span><a href="https://th.hrnote.asia/news/profi-ai-job-search-250429/"><span style="font-weight: 400;">แพลตฟอร์มที่ใช้ AI เข้ามาทำ Pre-interview</span></a><span style="font-weight: 400;"> โดยการตั้งคำถามอัตโนมัติ วิเคราะห์คำตอบ โทนเสียง สีหน้า และภาษากาย เพื่อประเมินทักษะด้านการสื่อสารและความเหมาะสมเบื้องต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น AI ยังช่วยการจับคู่ (Matching) ระหว่างผู้สมัครกับตำแหน่งงาน โดยใช้ข้อมูลทั้งด้านทักษะ ประสบการณ์ ไปจนถึงความสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร และยังมี AI Chatbot ที่เข้ามาดูแลประสบการณ์ของผู้สมัคร (Candidate Experience) คอยตอบคำถามและอัปเดตสถานะการสมัครงานแบบเรียลไทม์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้ทำให้ Recruiter สามารถใช้เวลาและพลังงานไปกับงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น เช่น การสร้างความสัมพันธ์กับผู้สมัครที่มีศักยภาพสูง หรือการวางแผนการสรรหาในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ตอนนี้จะเริ่มมีการเอา AI มาประยุกต์กับงานสรรหา จ้างงานบ่อยขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ ช่วงลองผิดลองถูก เป็นช่วงที่ไม่แค่เพียง Recruiter เท่านั้นที่ต้องปรับตัว แต่รวมถึงผู้สมัครงานที่ต้องปรับตัวกับรูปแบบการสมัครงานแบบใหม่ด้วย เรายังไม่รู้แน่ชัดว่าในอนาคต AI จะพัฒนาต่อจนกลายเป็นบริการหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อะไรอีก แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ มันกำลังช่วยยกระดับวงการ HR และการสรรหาคน ให้ก้าวไปไกลกว่าที่เคยเป็นมา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>สรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อย้อนรอยประวัติศาสตร์การจ้างงานตั้งแต่ยุคอารยธรรมโบราณจนถึงยุค AI ในปัจจุบัน เราจะเห็นว่างานสรรหาคนไม่เคยหยุดนิ่ง แต่มีวิวัฒนาการไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจอยู่เสมอ แสดงให้เห็นว่ามนุษย์มีความสามารถในการปรับตัวและหาวิธีใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาเดิม นั่นคือการหาคนที่เหมาะสมที่สุดมาอยู่ในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าในอนาคตเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปถึงไหน ไม่ว่า AI จะฉลาดและมีความสามารถเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ <strong>หัวใจของการสรรหาบุคลากรยังคงเป็นเรื่องของการเชื่อมโยงคนที่ใช่เข้ากับองค์กรที่ใช่ เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ความสามารถอย่างเต็มที่และสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับสังคมและโลกต่อไป</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประวัติศาสตร์สอนเราว่า การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ และผู้ที่ประสบความสำเร็จคือผู้ที่สามารถปรับตัวได้เร็วและดี HR Recruiter ที่เข้าใจบทเรียนจากอดีต ยอมรับความจริงของปัจจุบัน และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต จะเป็นผู้ที่สามารถนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จในโลกที่ไม่หยุดเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 14" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sources</b></p>
<p><a href="https://www.transcend.org.in/recruitment-history-timeline-evolution/" target="_blank" rel="noopener">transcend</a></p>
<p><a href="https://perelson.com/the-history-and-evolution-of-the-recruitment-industry/" target="_blank" rel="noopener">perelson</a></p>
<p><a href="https://workfully.com/blog/recruitment-evolution" target="_blank" rel="noopener">workfully</a></p>
<p><a href="https://www.linkedin.com/pulse/history-recruitment-talentra-recruitment-agency-wgh5e/" target="_blank" rel="noopener">linkedin</a></p>
<p><a href="https://www.srgtalent.com/blog/the-history-of-recruitment-whats-changed-and-whats-next" target="_blank" rel="noopener">srgtalent</a></p>
<p><a href="https://observatory.wiki/Eight_Themes_in_Mesopotamia%E2%80%99s_Evolving_Labor-Shaped_Economies" target="_blank" rel="noopener">observatory</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/history-of-recruitment-251002/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีเพิ่มความเร็วในการจ้างงาน ลด Time to Fill โดยไม่ใช้งบ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-reduce-time-to-fill-250929/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-reduce-time-to-fill-250929/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Sep 2025 06:51:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Time to Fil]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มความเร็วในการจ้างงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=47035</guid>

					<description><![CDATA[หากพูดถึงการจ้างงาน แน่นอนว่าโจทย์ที่เป็นเป้าหมายแรกสุดของ HR แทบทุกคน ก็คือการหาคนให้เร็ว เพราะเมื่อองค์กรส่งสัญญาณมาว่าเรากำลังต้องการคนเพิ่ม ความคาดหวังก็มักจะยกมาไว้มาที่ทีม HR Recruiter ทันทีว่าจะต้องหาคนมาให้ได้เร็วที่สุด และจะต้องเป็นคนที่พร้อมใช้งาน เพื่อให้คนใหม่สามารถเข้ามาเติมเต็มเป้าหมายขององค์กรได้อย่างทันท่วงที แต่ในความเป็นจริงแล้ว การสรรหาพนักงานไม่เคยเป็นเรื่องง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากการหาคนที่ใช่ให้ทันเวลา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของทีม HR เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยอีกหลายด้านที่มีความซับซ้อนกว่านั้น และถ้าเราเข้าใจเบื้องลึกของปัญหาเล็ก ๆ ที่แอบซ่อนอยู่ และรู้ว่าจะจัดการอย่างไร ก็จะช่วยให้ Time to Fill ขององค์กรสั้นลงได้จริง เข้าใจปัญหาของการจ้างงาน หลายองค์กรเข้าใจว่า ได้คน-ไม่ได้คน ขึ้นอยู่กับความสามารถของทีม HR อย่างเดียว แม้จะลงทุนไปกับทั้ง เวลา เงิน และทรัพยากรจำนวนมากในการประกาศงาน แต่ยังเจอปัญหาที่แก้ไม่ตก เช่น จำนวนผู้สมัครเข้ามาน้อยกว่าที่หวัง หรือผู้สมัครไม่ค่อยตรงสเปก ทำให้ต้องใช้เวลาเยอะขึ้นกว่าจะคัดกรองได้เสร็จ หรือแม้กระทั่งสุดท้ายก็ไม่ได้คนเลยก็ตาม ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นจาก 2 ปัจจัยหลัก 1. ปัจจัยภายนอก (สิ่งที่ควบคุมไม่ได้) เริ่มจากจำนวนผู้สมัครลดลง เช่น ในอุตสาหกรรมที่อยู่ในช่วงขาลง เทรนด์ความต้องการในตลาดเปลี่ยนไป ส่งผลให้ต้องใช้เวลานานขึ้นในการหาคน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47038" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-82.webp" alt="วิธีเพิ่มความเร็วในการจ้างงาน ลด Time to Fill โดยไม่ใช้งบ" width="600" height="370" title="วิธีเพิ่มความเร็วในการจ้างงาน ลด Time to Fill โดยไม่ใช้งบ 107" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-82.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-82-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากพูดถึงการจ้างงาน แน่นอนว่าโจทย์ที่เป็นเป้าหมายแรกสุดของ HR แทบทุกคน ก็คือการหาคนให้เร็ว เพราะเมื่อองค์กรส่งสัญญาณมาว่าเรากำลังต้องการคนเพิ่ม ความคาดหวังก็มักจะยกมาไว้มาที่ทีม </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/hr-recruiter-help-people-241203/"><b>HR Recruiter</b></a><span style="font-weight: 400;"> ทันทีว่าจะต้องหาคนมาให้ได้เร็วที่สุด และจะต้องเป็นคนที่พร้อมใช้งาน เพื่อให้คนใหม่สามารถเข้ามาเติมเต็มเป้าหมายขององค์กรได้อย่างทันท่วงที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในความเป็นจริงแล้ว การสรรหาพนักงานไม่เคยเป็นเรื่องง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากการหาคนที่ใช่ให้ทันเวลา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของทีม HR เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยอีกหลายด้านที่มีความซับซ้อนกว่านั้น และถ้าเราเข้าใจเบื้องลึกของปัญหาเล็ก ๆ ที่แอบซ่อนอยู่ และรู้ว่าจะจัดการอย่างไร ก็จะช่วยให้ Time to Fill ขององค์กรสั้นลงได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>เข้าใจปัญหาของการจ้างงาน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรเข้าใจว่า ได้คน-ไม่ได้คน ขึ้นอยู่กับความสามารถของทีม HR อย่างเดียว แม้จะลงทุนไปกับทั้ง เวลา เงิน และทรัพยากรจำนวนมากในการประกาศงาน แต่ยังเจอปัญหาที่แก้ไม่ตก เช่น จำนวนผู้สมัครเข้ามาน้อยกว่าที่หวัง หรือผู้สมัครไม่ค่อยตรงสเปก ทำให้ต้องใช้เวลาเยอะขึ้นกว่าจะคัดกรองได้เสร็จ หรือแม้กระทั่งสุดท้ายก็ไม่ได้คนเลยก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นจาก 2 ปัจจัยหลัก</span></p>
<h3><b>1. ปัจจัยภายนอก (สิ่งที่ควบคุมไม่ได้)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มจากจำนวนผู้สมัครลดลง เช่น ในอุตสาหกรรมที่อยู่ในช่วงขาลง เทรนด์ความต้องการในตลาดเปลี่ยนไป ส่งผลให้ต้องใช้เวลานานขึ้นในการหาคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นในหลายตำแหน่งงานเฉพาะทาง ต้องอาศัยผู้สมัครที่มีทักษะเฉพาะด้าน เช่น Tech, Engineer ก็จะยิ่งหาคนตรงเป้าได้ยากขึ้นไปอีก เพราะผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมีจำนวนจำกัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ คือพฤติกรรมคนหางานเปลี่ยนไป ปัจจุบันผู้สมัครไม่ได้มองหาโอกาสงานแค่ใน Job Board เหมือนเมื่อก่อน แต่กระจายอยู่ในหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง Social Media, เว็บไซต์เฉพาะกลุ่ม และอีกหลายช่องทางที่เราอาจจะยังนำโอกาสงานเข้าไปไม่ถึง</span></p>
<h3><b>2) ปัจจัยภายใน (สิ่งที่ทีม HR ควบคุมได้)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้มักจะเกี่ยวข้องกับความพร้อมภายในทีมและองค์กร เช่น เครื่องมือ จำนวนคน ระบบการทำงาน ซึ่งปัญหามักจะเกิดจากการเก็บข้อมูลผู้สมัครกระจัดกระจาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเราใช้หลายช่องทางในการรับสมัครงาน พอใบสมัครที่เข้ามาจากทั้ง Facebook, LinkedIn, Email ฯลฯ ส่งผลให้ HR ต้องใช้เวลาตามเก็บเอง แถมบางทียังมีโอกาสที่ผู้สมัครอาจจะส่งข้อมูลมาไม่ครบ จึงเกิดความล่าช้าเพิ่มขึ้นไปอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นเราอาจใช้การทำงานแบบ Manual มากเกินไป กล่าวคือ หลังจากได้ใบสมัครมาแล้ว คัดกรองแล้ว ยังต้องคัดลอกไปจัดเก็บในไฟล์อื่น ๆ เพื่อบันทึกข้อมูลแบบทีละคน ทีละช่อง พอมีจำนวนผู้สมัครเข้ามาเยอะๆ ก็เสี่ยงที่จะตกหล่น และเสียเวลาตรวจเช็กใหม่มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การไม่มีระบบกลางก็เป็นปัญหาได้เหมือนกัน เมื่อแต่ละทีมแยกกันใช้ไฟล์ส่วนตัวในการทำงาน ซึ่งรูปแบบการทำงานลักษณะนี้ทำให้การ Tracking ขั้นตอนต่าง ๆ ได้ยาก กว่าจะมาอัปเดตข้อมูลให้ตรงกัน ก็ช้าเกินไปแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่พบเจอบ่อยยังรวมถึงการสื่อสารในทีมไม่ต่อเนื่อง เมื่อการแชร์ข้อมูลกันผ่านไฟล์หรืออีเมล ส่งไปมาแล้วต้องแก้ซ้ำซ้อน กว่าจะได้เวอร์ชันที่ตรงกัน ก็ทำให้งานสะดุดไปอีก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47037" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-83.webp" alt="วิธีเพิ่มความเร็วในการจ้างงาน ลด Time to Fill โดยไม่ใช้งบ" width="600" height="370" title="วิธีเพิ่มความเร็วในการจ้างงาน ลด Time to Fill โดยไม่ใช้งบ 108" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-83.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-83-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>การแก้ปัญหา สำหรับปัจจัยภายนอก (ที่ควบคุมไม่ได้)</b></h2>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เพิ่มช่องทางในการหาผู้สมัคร ไม่พึ่งพาเพียง Job Board เดียว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ปรับเกณฑ์การคัดเลือกผู้สมัคร เพิ่มรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น เช่น Skill-based Recruitment</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เขียนประกาศงานให้น่าสนใจ โดยสื่อสาร Value Proposition ขององค์กรให้ชัดเจน สร้างความแตกต่างจากงานอื่นๆ ในตลาดเดียวกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เลือกเวลาลงประกาศที่เหมาะสม เช่น ช่วงเช้าก่อนเข้างาน หรือหลังเลิกงาน ที่คนมีแนวโน้มเข้ามาใช้งานช่องทางต่างๆ และมองเห็นประกาศงานมากขึ้น หรือเพิ่มความถี่ในการลงโพสต์รับสมัครในช่วงที่คนมีแนวโน้มอยากเปลี่ยนงานมากขึ้น</span></li>
</ol>
<h2>การแก้ปัญหาสำหรับปัจจัยภายใน</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ปัจจัยภายนอกจะเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่ทีม HR ทำได้คือการจัดการปัจจัยภายใน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบ เครื่องมือ หรือการทำงานเป็นทีม ปรับวิธีการทำงานและเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อลดงานที่ไม่จำเป็น และทำให้ทีม HR มีเวลามากขึ้นในการโฟกัสสิ่งสำคัญ</span></p>
<h3><b>รวมศูนย์ข้อมูลผู้สมัคร (Centralized Candidate Database)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาใหญ่ของหลายองค์กรคือข้อมูลผู้สมัครกระจายอยู่หลายช่องทาง เช่น Facebook, </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/what-is-linkedin-250716/"><span style="font-weight: 400;">LinkedIn</span></a><span style="font-weight: 400;">, Email, Job Board ต่าง ๆ ทำให้ HR ต้องเสียเวลาไล่เก็บรวมทีละที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเป็นไปได้ควรเปลี่ยนมาใช้ระบบที่สามารถเชื่อมโยงทุกช่องทางสมัครเข้ามายัง แพลตฟอร์มเดียว มีแบบฟอร์มสมัครงานที่เก็บข้อมูลครบตั้งแต่แรก เช่น ประวัติการทำงาน, เรซูเม่ และทำให้ HR เข้าถึงข้อมูลทุกคนได้ทันที ไม่ต้องตามเก็บซ้ำ</span></p>
<h3><b>ใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation in Recruitment Workflow)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">พาร์ตงาน Manual เช่น คัดลอกข้อมูลลง Spreadsheet ไม่เพียงแต่กินเวลา ใช้ทรัพยากรสูง แต่ยังเสี่ยงตกหล่นจากความผิดพลาดส่วนบุคคล ควรใช้ </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/ats-applicant-tracking-system-240529/"><span style="font-weight: 400;">ATS (Applicant Tracking System)</span></a><span style="font-weight: 400;"> ดึงข้อมูลผู้สมัครเข้ามาจัดเก็บในระบบ</span></p>
<h3><b>สร้างระบบกลางในการทำงาน (Collaborative Recruitment System)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อแต่ละคนในทีมเก็บข้อมูลและ Track ผู้สมัครกันคนละไฟล์ ก็มักจะเกิดความไม่สอดคล้อง หรือซ้ำซ้อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นควรสร้าง Dashboard กลาง ที่แสดงสถานะผู้สมัครทั้งหมดแบบเรียลไทม์ จะทำให้ HR, Hiring Manager และทีมที่เกี่ยวข้องสามารถเข้ามาดูข้อมูลร่วมกันได้</span></p>
<h3><b>เก็บข้อมูลเพื่อการใช้งานครั้งถัดไป (Talent Pool Readiness)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรต้องเริ่มใหม่ทุกครั้งที่เปิดรับสมัคร เพราะไม่มีการเก็บข้อมูลเป็นระบบ ไม่เคยจัดหมวดหมู่ แยกประเภทผู้สมัคร ข้อมูลผู้สมัครที่เคยผ่าน Process มาก่อนหน้านี้จึงไม่สามารถนำมาใช้งานต่อได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นควรสร้าง Talent Pool ที่สามารถบันทึกข้อมูลผู้สมัครทุกรายไว้ถาวร แยกผู้สมัครเป็นหมวดหมู่ เช่น สายงาน, ทักษะ, ประสบการณ์ ทำให้หากมีตำแหน่งเปิดใหม่ สามารถดึงข้อมูลผู้สมัครเก่าที่เหมาะสมกลับมาใช้ได้ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลือกใช้เครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความสะดวก รวมศูนย์การทำงาน และลด Manual work จึงมีผลต่อความเร็วในการจ้างงาน เพราะมันทำให้ HR ไม่ต้องหมดแรงไปกับงานเล็กๆ ที่ไม่ได้เกิดอิมแพค และสามารถหันมาโฟกัสกับสิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือการหาคนที่เหมาะสมเข้าสู่องค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเพิ่มความเร็วในการจ้างงาน ไม่ใช่การกดดันทีม HR ให้ทำงานหนักขึ้น แต่คือการปรับวิธีการทำงาน และใช้เครื่องมือที่ถูกต้องเข้ามาช่วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเราลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ทำให้ข้อมูลเป็นระบบ และทำงานร่วมกันได้อย่างคล่องตัว Time to Fill จะสั้นลงแบบชัดเจน องค์กรได้คนที่ต้องการเร็วขึ้น ทีม HR ทำงานมีคุณภาพมากขึ้น และที่สำคัญ เราในฐานะ HR ก็จะมีเวลาไปทำสิ่งที่สร้างคุณค่ากับองค์กรได้จริง ๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-47039" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-84.webp" alt="วิธีเพิ่มความเร็วในการจ้างงาน ลด Time to Fill โดยไม่ใช้งบ" width="600" height="370" title="วิธีเพิ่มความเร็วในการจ้างงาน ลด Time to Fill โดยไม่ใช้งบ 109" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-84.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/09/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-84-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ถึงเวลาลดความซับซ้อนของการสรรหาพนักงาน ลด Time to Fill</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่องค์กรทำได้ คือปรับวิธีการทำงานและเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อลดงานที่ไม่จำเป็น และทำให้ทีม HR มีเวลามากขึ้นในการโฟกัสสิ่งสำคัญ นั่นคือการหาคนที่ใช่เข้ามาในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรปรับใช้ 4 วิธีนี้ จะทำให้การสรรหาพนักงานเป็นระบบมากขึ้น ลดงานที่ไม่จำเป็น และช่วยให้ HR ใช้เวลาไปกับสิ่งที่สร้างคุณค่าจริง ๆ อย่างการ Engage ผู้สมัครและเลือกคนที่ใช่ให้กับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับองค์กรที่มีโจทย์เป็นการลดความซับซ้อน และเพิ่มความสะดวก เพื่อต้องการลด Time to Fill เราขอแนะนำ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222"><span style="font-weight: 400;">EZHire</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานได้ฟรีตลอดชีพ จาก </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2"><span style="font-weight: 400;">Reeracoen</span></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งมีจุดเด่น ได้แก่ </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มี Career Page ส่วนตัวไว้ช่วยรวมใบสมัครจากทุกช่องทางประกาศงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีระบบดึงใบสมัครเข้าสู่ ATS แบบอัตโนมัติ ไม่ต้องคัดลอกข้อมูลเอง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เก็บข้อมูลผู้สมัครถาวร สร้าง Talent Pool รองรับการจ้างงานใหม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สามารถใช้งานได้ฟรี ตลอดชีพ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยการรวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว HR จะไม่ต้องเสียเวลาตามเก็บข้อมูล หรือแชร์ไฟล์กันไปมา แต่สามารถโฟกัสที่สิ่งสำคัญที่สุดได้จริง ๆ ก็คือ การหาคนที่ใช่เข้าสู่องค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สนใจใช้งาน EZHire เพื่อลด Time to fill และเพิ่มความง่ายในการจ้างงาน </span><a href="https://bit.ly/4dV452u" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ลงทะเบียนใช้งานได้ที่นี่เลย</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47418" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2.webp" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="วิธีเพิ่มความเร็วในการจ้างงาน ลด Time to Fill โดยไม่ใช้งบ 110" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-reduce-time-to-fill-250929/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จัดการข้อมูลผู้สมัครอย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด แม้จะไม่ได้เลือกเข้ามาทำงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/job-applicant-data-250820/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/job-applicant-data-250820/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Aug 2025 07:15:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[EZHire]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลผู้สมัคร]]></category>
		<category><![CDATA[Talent Pool]]></category>
		<category><![CDATA[สมัครงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46579</guid>

					<description><![CDATA[การรับสมัครงานแต่ละครั้ง เป็นไปไม่ได้ที่ HR และองค์กรจะเจอคนที่ใช่ตั้งแต่แรก แน่นอนว่าต้องผ่านการทดลองสัมภาษณ์ และผ่าน Process มากมายกว่าจะเจอตัวเลือกที่ตรงใจที่สุด แล้วหลังจากกระบวนการเหล่านั้นสิ้นสุดลงแล้ว เราทำอย่างไรกับข้อมูลของกลุ่มคนที่ไม่ถูกเลือกเข้ามาในวันนี้ ? ในทางทฤษฎี ทุกครั้งที่การจ้างงาน หรือการสัมภาษณ์งานสิ้นสุด สิ่งที่ HR ต้องทำเสมอคือการจัดการข้อมูลผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกด้วย อย่างไรก็ตาม บางองค์กรเลือกจะทิ้งข้อมูลเหล่านั้นไปเลย เพราะคิดว่าถ้าไม่ได้รับเข้ามา ก็คงไม่จำเป็นแล้ว หรือไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม ในขณะที่บางองค์กรเลือกเก็บไว้ และดำเนินการจัดการอย่างเป็นระบบ จนทำให้พวกเขามีฐานข้อมูลที่พร้อมใช้งาน และสามารถหาคนได้เร็วกว่า องค์กรเหล่านี้ไม่ได้มีเวทมนตร์อะไร แต่พวกเขาแค่รู้วิธีจัดการข้อมูลผู้สมัครให้มีคุณค่าต่อการสรรหาในอนาคตนั่นเอง ทำไมองค์กรที่เลือกเก็บข้อมูลผู้สมัครไว้ ถึงมักจะได้เปรียบ ? คำตอบก็คือ เนื่องจากผู้สมัครที่ไม่ใช่สำหรับวันนี้ อาจกลายเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดในวันหน้านั่นเอง เพราะผู้สมัครบางคน วันที่สมัครงานด้วยอาจยังไม่มีประสบการณ์พอ แต่ในอีก 1–2 ปี เขาอาจพัฒนาขึ้น หรือบางคนอาจไม่พร้อมเริ่มงานตอนนี้ แต่อนาคตเขาอาจกลายเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ ไปจนถึงบางคนอาจเหมาะกับตำแหน่งอื่นที่กำลังจะเปิดในอนาคต เหล่านี้คือเหตุผลว่าทำไมองค์กรชั้นนำถึงให้ความสำคัญกับสร้าง Talent Pool อย่างยิ่ง เพราะพวกเขามองว่าข้อมูลผู้สมัครคือทรัพยากรระยะยาว ไม่ใช่ข้อมูลที่หมดค่าไปหลังสิ้นสุดขั้นตอนการคัดเลือก Talent Pool คืออะไร จะสร้างขึ้นมาได้อย่างไร ? Talent [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46580" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-1.webp" alt="จัดการข้อมูลผู้สมัครอย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด แม้จะไม่ได้เลือกเข้ามาทำงาน" width="600" height="370" title="จัดการข้อมูลผู้สมัครอย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด แม้จะไม่ได้เลือกเข้ามาทำงาน 115" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การรับสมัครงานแต่ละครั้ง เป็นไปไม่ได้ที่ HR และองค์กรจะเจอคนที่ใช่ตั้งแต่แรก แน่นอนว่าต้องผ่านการทดลองสัมภาษณ์ และผ่าน Process มากมายกว่าจะเจอตัวเลือกที่ตรงใจที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วหลังจากกระบวนการเหล่านั้นสิ้นสุดลงแล้ว เราทำอย่างไรกับข้อมูลของกลุ่มคนที่ไม่ถูกเลือกเข้ามาในวันนี้ ? ในทางทฤษฎี ทุกครั้งที่การจ้างงาน หรือการสัมภาษณ์งานสิ้นสุด สิ่งที่ HR ต้องทำเสมอคือการจัดการข้อมูลผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม บางองค์กรเลือกจะทิ้งข้อมูลเหล่านั้นไปเลย เพราะคิดว่าถ้าไม่ได้รับเข้ามา ก็คงไม่จำเป็นแล้ว หรือไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม ในขณะที่บางองค์กรเลือกเก็บไว้ และดำเนินการจัดการอย่างเป็นระบบ จนทำให้พวกเขามีฐานข้อมูลที่พร้อมใช้งาน และสามารถหาคนได้เร็วกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรเหล่านี้ไม่ได้มีเวทมนตร์อะไร แต่พวกเขาแค่รู้วิธีจัดการข้อมูลผู้สมัครให้มีคุณค่าต่อการสรรหาในอนาคตนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>ทำไมองค์กรที่เลือกเก็บข้อมูลผู้สมัครไว้ ถึงมักจะได้เปรียบ ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบก็คือ เนื่องจากผู้สมัครที่ไม่ใช่สำหรับวันนี้ อาจกลายเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดในวันหน้านั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะผู้สมัครบางคน วันที่สมัครงานด้วยอาจยังไม่มีประสบการณ์พอ แต่ในอีก 1–2 ปี เขาอาจพัฒนาขึ้น หรือบางคนอาจไม่พร้อมเริ่มงานตอนนี้ แต่อนาคตเขาอาจกลายเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ ไปจนถึงบางคนอาจเหมาะกับตำแหน่งอื่นที่กำลังจะเปิดในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหล่านี้คือเหตุผลว่าทำไมองค์กรชั้นนำถึงให้ความสำคัญกับสร้าง Talent Pool อย่างยิ่ง เพราะพวกเขามองว่าข้อมูลผู้สมัครคือทรัพยากรระยะยาว ไม่ใช่ข้อมูลที่หมดค่าไปหลังสิ้นสุดขั้นตอนการคัดเลือก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46581" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/paper-craft-art-document-folder-scaled.webp" alt="จัดการข้อมูลผู้สมัครอย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด แม้จะไม่ได้เลือกเข้ามาทำงาน" width="600" height="415" title="จัดการข้อมูลผู้สมัครอย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด แม้จะไม่ได้เลือกเข้ามาทำงาน 116" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/paper-craft-art-document-folder-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/paper-craft-art-document-folder-300x207.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/paper-craft-art-document-folder-1024x708.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/paper-craft-art-document-folder-768x531.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/paper-craft-art-document-folder-1536x1062.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/paper-craft-art-document-folder-2048x1416.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Talent Pool คืออะไร จะสร้างขึ้นมาได้อย่างไร ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Talent Pool คือฐานข้อมูลผู้สมัครที่องค์กรจัดระเบียบ และเก็บสะสมไว้อย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นแหล่งอ้างอิงในการสรรหาสำหรับตำแหน่งงานเปิดใหม่ในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยตัวอย่างของข้อมูลคนที่ควรต้องเก็บมีดังต่อไปนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครที่เคยถูกสัมภาษณ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พนักงานเก่าที่เคยทำงานกับองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครที่มีทักษะการทำงานดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครที่มีบุคลิกทัศนคติดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หรือแม้แต่คนที่เคยแสดงความสนใจในองค์กรของเรา</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือการเก็บและจัดการข้อมูลอย่างมีระบบโดย HR เพื่อให้สามารถดึงข้อมูลจากฐานขนาดใหญ่มาใช้งานต่อได้ง่าย และใช้งานได้จริง</span></p>
<h2><b>3 เทคนิคที่ HR มืออาชีพใช้ในการจัดการ Talent Pool</b></h2>
<h3><b>1️.จัดหมวดหมู่ข้อมูล</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR สามารถจัดหมวดหมู่ข้อมูลแยกย่อยได้มากมาย เช่น ตามกลุ่มทักษะเชิงเทคนิค (Hard Skill) เช่น IT, Sales, Marketing หรือตามกลุ่มบุคลิกภาพ (Persona) เช่น Leadership, Communication หรือแบ่งตามระดับประสบการณ์ (Entry, Mid, Senior) ไปจนถึงตามความพร้อมเริ่มงาน (Available now, 3 months, Passive candidate) เป็นต้น</span></p>
<h3><b>2️.บันทึกข้อมูลเชิงลึก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เก็บข้อมูลทั้งที อย่าเก็บแค่เรซูเม่ แต่ควรบันทึกเหตุผลที่ผู้สมัครไม่ผ่านการสมัครงาน, ข้อสังเกตจากการสัมภาษณ์, หรือแม้แต่สิ่งที่ผู้สมัครให้ความสนใจ เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การพิจารณาครั้งต่อไปง่ายขึ้นมาก</span></p>
<h3><b>3️.หมั่นอัปเดตข้อมูลสม่ำเสมอ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครบางคนอาจเปลี่ยนงาน หรือเติบโต Upskill ขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นควรมีการอัปเดตหรือติดตามข้อมูลเป็นระยะ เช่น ส่งอีเมลแนะนำบทความ/งานใหม่ เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับองค์กรต่อเนื่อง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46582" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/futuristic-technology-concept-scaled.webp" alt="จัดการข้อมูลผู้สมัครอย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด แม้จะไม่ได้เลือกเข้ามาทำงาน" width="600" height="411" title="จัดการข้อมูลผู้สมัครอย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด แม้จะไม่ได้เลือกเข้ามาทำงาน 117" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/futuristic-technology-concept-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/futuristic-technology-concept-300x205.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/futuristic-technology-concept-1024x701.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/futuristic-technology-concept-768x525.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/futuristic-technology-concept-1536x1051.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/futuristic-technology-concept-2048x1401.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ทำอย่างไรให้ Talent Pool ใช้งานได้จริงในองค์กร ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Talent Pool จะใช้งานได้จริง และใช้ง่าย ต้องเริ่มจากการมีศูนย์กลางข้อมูลที่เก็บรวมรวบไว้ที่เดียว และเป็นระบบ ระเบียบ ซึ่งหลักสำคัญคือการกำหนดให้ชัดว่าองค์กรต้องเก็บข้อมูลอะไรบ้าง (ชื่อ, ทักษะ, เหตุผลไม่ผ่าน ฯลฯ) เพื่อให้มีหลักอ้างอิงในการดึงข้อมูลมาใช้ต่อในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นการมีระบบที่สามารถค้นหาและดึงข้อมูลย้อนกลับมาได้สะดวก เช่น </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?filter%5Bcategory_id%5D=47"><span style="font-weight: 400;">ATS (Applicant Tracking System)</span></a><span style="font-weight: 400;"> จึงเป็นเครื่องมือสำคัญต่อการสร้าง Talent Pool รวมถึงกำหนดผู้รับผิดชอบ (PIC) ไว้ดูแลความถูกต้องและติดตามผู้สมัครได้โดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับองค์กรที่ยังไม่มีเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ หรือสนใจเริ่มต้นใช้เครื่องมือ ATS ไว้จัดการข้อมูลผู้สมัคร และสร้าง Talent Pool ในองค์กร มีหลายเครื่องมือที่สามารถใช้งานได้ตอบโจทย์ และ</span><a href="https://expth.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;">สามารถค้นหาได้ในแพลตฟอร์ม HR Products and Services ของ HREX</span></a><span style="font-weight: 400;"> อาทิ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222"><span style="font-weight: 400;">EZHire</span></a><span style="font-weight: 400;"> จาก Reeracoen Thailand ซึ่งมีจุดเด่นเป็น All-in-One Hiring Infrastructure เพราะไม่ได้แค่ช่วยจัดเก็บ &#8211; จัดการ แต่ทำให้การจ้างงานง่ายขึ้นตั้งแต่การรับสมัคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นยังรับสมัครงานง่ายด้วยการมี </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/create-career-page-250814/"><span style="font-weight: 400;">Career Page</span></a><span style="font-weight: 400;"> เป็นของตัวเอง สร้างช่องทางรับสมัครตรงขององค์กรได้เอง ฟรี ไม่ต้องเขียนโค้ด พร้อมใช้งานภายใน 1 วัน โดยผู้สมัครสามารถกรอกใบสมัครเข้ามาโดยตรง และข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกเข้าระบบ ATS โดยอัตโนมัติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วยให้องค์กรมี Talent Pool พร้อมใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อนจากการคัดลอกข้อมูลกรอกลง Spreadsheet แบบดั้งเดิม</span></p>
<h2><b>สรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงเวลานำข้อมูลที่ทิ้งไป กลับมาจัดระเบียบใหม่ให้กลายเป็นโอกาสขององค์กรและผู้สมัครงาน สิ่งที่แยกองค์กรทั่วไปออกจากองค์กรที่ก้าวหน้าในด้าน HR ไม่ใช่เรื่องโชค แต่คือวิธีจัดการข้อมูลผู้สมัคร ถ้าอยากเป็น HR Recruiter ที่หาคนได้เร็วกว่า และแม่นยำกว่า เริ่มต้นง่าย ๆ แค่เก็บข้อมูลผู้สมัครอย่างมีระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สามารถทดลองสร้าง Career Page และเริ่มต้นมี Talent Pool เป็นของตัวเองได้แล้ววันนี้ </span><a href="https://bit.ly/4dV452u" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ลงทะเบียนใช้งาน EZHire</span></a><span style="font-weight: 400;"><br />
<a href="https://expth.hrnote.asia/products/222?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-47418" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2.webp" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="จัดการข้อมูลผู้สมัครอย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด แม้จะไม่ได้เลือกเข้ามาทำงาน 118" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-3-1-2-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/job-applicant-data-250820/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Create Career Page สร้างช่องทางตรงในการดึงผู้สมัครเข้าสู่องค์กร เริ่มแถวใหม่ด้วยพื้นที่ประกาศงานเฉพาะของคุณเอง</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/create-career-page-250814/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/create-career-page-250814/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Aug 2025 03:19:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[ATS]]></category>
		<category><![CDATA[EZ Hire]]></category>
		<category><![CDATA[Career Page]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46491</guid>

					<description><![CDATA[ยิ่งการแข่งขันเพื่อจ้างงานดุเดือดขึ้นเท่าไหร่ ปัจจัยอย่างช่องทางที่ใช้รับสมัคร และการประกาศให้ถูกที่ ถูกเวลา ยิ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ เพราะไม่ได้มีผลเพียงแค่จำนวนเรซูเม่ที่ได้รับ แต่ยังส่งผลต่อคุณภาพผู้สมัคร การนำเสนอตัวตนขององค์กร และประสิทธิภาพในการทำงานของทีม HR โดยตรง แล้วส่วนใหญ่ บริษัทต่าง ๆ ประกาศงานผ่านช่องทางไหน ? ปัญหาที่หลายองค์กรเผชิญคืออะไร ? และทำไมช่องทาง Direct ที่เป็นขององค์กรเอง จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของการสรรหาในยุคใหม่ HREX จะพาไปหาคำตอบในบทความนี้ ช่องทางรับสมัครงานยอดนิยม มีอะไรบ้าง บริษัทส่วนใหญ่มักจะเลือกประกาศรับสมัครงาน ผ่านช่องทางที่เข้าถึงคนได้เยอะ ใช้งานง่าย และคุ้นเคยดีอยู่แล้ว เพื่อให้ได้ทั้งจำนวน และความรวดเร็ว เช่น Job Boards (เช่น JobThai, JobsDB, LinkedIn ฯลฯ) Social Media (ประกาศผ่าน Facebook, Line OA, หรือกลุ่ม Community ต่าง ๆ) การแนะนำจากพนักงาน (Employee Referral) เว็บไซต์องค์กร (สำหรับบริษัทที่มีทีม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46493" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-67.webp" alt="Create Career Page สร้างช่องทางตรงในการดึงผู้สมัครเข้าสู่องค์กร เริ่มแถวใหม่ด้วยพื้นที่ประกาศงานเฉพาะของคุณเอง" width="600" height="370" title="Create Career Page สร้างช่องทางตรงในการดึงผู้สมัครเข้าสู่องค์กร เริ่มแถวใหม่ด้วยพื้นที่ประกาศงานเฉพาะของคุณเอง 122" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-67.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-67-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งการแข่งขันเพื่อจ้างงานดุเดือดขึ้นเท่าไหร่ ปัจจัยอย่างช่องทางที่ใช้รับสมัคร และการประกาศให้ถูกที่ ถูกเวลา ยิ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ เพราะไม่ได้มีผลเพียงแค่จำนวนเรซูเม่ที่ได้รับ แต่ยังส่งผลต่อคุณภาพผู้สมัคร การนำเสนอตัวตนขององค์กร และประสิทธิภาพในการทำงานของทีม HR โดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วส่วนใหญ่ บริษัทต่าง ๆ ประกาศงานผ่านช่องทางไหน ? ปัญหาที่หลายองค์กรเผชิญคืออะไร ? และทำไมช่องทาง Direct ที่เป็นขององค์กรเอง จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของการสรรหาในยุคใหม่ HREX จะพาไปหาคำตอบในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>ช่องทางรับสมัครงานยอดนิยม มีอะไรบ้าง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัทส่วนใหญ่มักจะเลือกประกาศรับสมัครงาน ผ่านช่องทางที่เข้าถึงคนได้เยอะ ใช้งานง่าย และคุ้นเคยดีอยู่แล้ว เพื่อให้ได้ทั้งจำนวน และความรวดเร็ว เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Job Boards (เช่น </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/127"><span style="font-weight: 400;">JobThai</span></a><span style="font-weight: 400;">, </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/197"><span style="font-weight: 400;">JobsDB</span></a><span style="font-weight: 400;">, LinkedIn ฯลฯ)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Social Media (ประกาศผ่าน Facebook, Line OA, หรือกลุ่ม Community ต่าง ๆ)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การแนะนำจากพนักงาน (</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/employee-referrals-210624/"><span style="font-weight: 400;">Employee Referral</span></a><span style="font-weight: 400;">)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เว็บไซต์องค์กร (สำหรับบริษัทที่มีทีม Developer)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ช่องทางเหล่านี้จะช่วยให้ประกาศรับสมัครงานของเรากระจายสู่คนจำนวนมากได้เร็ว แต่หากมองลึกลงไป จะพบกับข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการกระจายข้อมูลแบบไร้ระบบ ความยากในการติดตามใบสมัคร และไม่สามารถสื่อสาร </span><a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/220215-how-to-do-employer-branding/"><span style="font-weight: 400;">Employer Branding</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่บริษัทอยากนำเสนอ</span></p>
<h2><b>4 ปัญหาเมื่อไม่มีช่องทางประกาศงานเฉพาะขององค์กร</b></h2>
<h3><b>1. ข้อมูลใบสมัครกระจัดกระจาย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อประกาศรับสมัครหลายช่องทาง แต่ไม่มีระบบศูนย์กลางสำหรับรวบรวมและจัดการใบสมัคร ทำให้หน้าที่นี้ตกไปอยู่กับ HR ที่ต้องไล่เก็บจากหลายแหล่ง เช่น Emai, Inbox ข้อความ และ Job Board รวมถึงนำข้อมูลที่ได้มาจัดเก็บในไฟล์ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/microsoft-excel-for-hr-241113/"><span style="font-weight: 400;">Spreadsheet</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือเครื่องมืออื่น ๆ ทีละใบ ซึ่งกินเวลางานค่อนข้างมาก</span></p>
<h3><b>2. ไม่สะท้อนภาพลักษณ์องค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งข้อจำกัดการประกาศงานผ่านช่องทางส่วนกลาง อย่างโซเชียลมีเดียหรือ Job Board คือการที่ผู้สมัครเห็นแค่ตำแหน่ง กับรายละเอียดงาน แต่ไม่ได้เข้าใจในอัตลักษณ์องค์กร ไม่รู้จักว่าเป็นใคร ธุรกิจประเภทไหน มีจุดแข็งคืออะไร จึงมีโอกาสเลื่อนผ่านสูง (หากประกาศงานไม่โดดเด่นมากพอ) และเสียโอกาสดึงดูดคนที่อยากทำงานด้วย</span></p>
<h3><b>3. อุปสรรคในการติดตามผู้สมัคร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยในเฉพาะองค์กรที่ไม่มี</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/ats-applicant-tracking-system-240529/"><span style="font-weight: 400;">ระบบ ATS (Applicant Tracking System) </span></a><span style="font-weight: 400;">หรือระบบที่ช่วยรวมศูนย์ใบสมัคร จะขาดการเก็บประวัติย้อนหลัง ไม่สามารถสร้างฐานข้อมูลผู้สมัคร (Talent Pool) ที่ดึงมาใช้ได้ในอนาคต และเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้ยาก</span></p>
<h3><b>4. เสียต้นทุนทางเวลามากกว่าที่ควร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การไม่มีช่องทางตรงสำหรับใช้สมัครงานในองค์กร ทำให้ทีม HR ต้องทำงานหลายขั้นตอนแบบแมนนวลเป็นหลัก เช่น แจ้งหัวหน้า, นัดสัมภาษณ์, ตอบอีเมล, อัปเดตสถานะ ฯลฯ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความล่าช้า และอาจทำให้พลาดผู้สมัครที่ดีเพราะกระบวนการภายในไม่คล่องตัว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46494" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-68.webp" alt="Create Career Page สร้างช่องทางตรงในการดึงผู้สมัครเข้าสู่องค์กร เริ่มแถวใหม่ด้วยพื้นที่ประกาศงานเฉพาะของคุณเอง" width="600" height="370" title="Create Career Page สร้างช่องทางตรงในการดึงผู้สมัครเข้าสู่องค์กร เริ่มแถวใหม่ด้วยพื้นที่ประกาศงานเฉพาะของคุณเอง 123" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-68.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-68-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Career Page พื้นที่ประกาศงานที่ช่วยสร้างความแตกต่างในการแข่งขัน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับองค์กรชั้นนำ การมี Career Page ที่เป็นพื้นที่ประกาศรับสมัครงานส่วนตัว กลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้เปรียบในการจ้างงานมากขึ้นกว่าเดิม เพราะมันคือช่องทาง Direct ที่ผู้สมัครเข้ามาสัมผัสกับ Branding ของบริษัทคุณได้โดยตรง</span></p>
<h3><b>ทำไม Career Page จึงสำคัญ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่การแข่งขันด้านการสรรหาพนักงานเข้มข้น การมี Career Page บนเว็บไซต์บริษัทไม่ใช่เพียงแค่ของที่มีแล้วดูดี แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยยกระดับกระบวนการรับสมัครให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Career Page คือพื้นที่ที่รวมตำแหน่งงานทั้งหมดขององค์กรไว้ในที่เดียว ทำให้ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างครบถ้วนและเป็นระบบ นอกจากนี้ยังเป็นเวทีที่ช่วยสะท้อนตัวตน วัฒนธรรม และจุดแข็งของบริษัทให้ผู้สมัครสัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสำคัญของ Career Page ไม่ได้อยู่แค่การประกาศตำแหน่งงาน แต่ยังอยู่ที่การดึงดูดผู้คนที่สนใจในองค์กรจริง ๆ ไม่ใช่เพียงผู้ที่กำลังหางานแบบทั่วไป การเปิดโอกาสให้ผู้สมัครส่งใบสมัครได้โดยตรงผ่านหน้าเว็บไซต์ของบริษัท ยังช่วยให้การสรรหามีความรวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้น โดยสามารถเชื่อมต่อกับระบบจัดการข้อมูลผู้สมัคร (ATS) เพื่อให้ทีม HR บริหารข้อมูลและติดตามขั้นตอนการสรรหาได้สะดวกในที่เดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น Career Page จึงไม่ใช่แค่มีไว้ก็ดี แต่เป็นโอกาสในการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้สมัคร (Candidate Experience) และเป็นช่องทางสื่อสารคุณค่าขององค์กรให้โดดเด่นตั้งแต่ก้าวแรกที่ผู้สมัครได้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์</span></p>
<h2><b>ตัวอย่างการสร้าง Career Page ใน EZHire</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างช่องทางตรงในการรับสมัครงาน การมี Career Page ที่ใช้งานง่ายและจัดการได้เองถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ EZHire อีกหนึ่งเครื่องมือสำหรับการจ้างงานภายในองค์กร ที่พัฒนาโดยบริษัทจัดหางาน </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2"><span style="font-weight: 400;">Reeracoen Thailand</span></a><span style="font-weight: 400;"> ถือเป็นช่องทางที่น่าสนใจทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเด่นของ EZHire คือช่วยให้คุณสร้าง Career Page ได้โดยไม่ต้องใช้เวลาของทีม Developer และไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเขียนโค้ดแม้แต่น้อย เพียงทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ไม่กี่ขั้นตอน อาทิ กรอกข้อมูล สร้างตำแหน่งงาน และเผยแพร่ เพียงเท่านี้ก็จะได้เพจประกาศงานพร้อมใช้งานทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความสะดวกและความรวดเร็ว EZHire จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับการสรรหาให้ทันสมัยและเป็นระบบ โดยไม่ต้องลงทุนลงแรงด้านเทคนิคให้ยุ่งยาก</span></p>
<p><a href="https://ats.reeracoen.tech/th/hiring?utm_source=HREX&amp;utm_medium=content&amp;utm_campaign=create-career-page" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49184" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Career-Page-EZHire.png" alt="Career Page EZHire" width="1000" height="711" title="Create Career Page สร้างช่องทางตรงในการดึงผู้สมัครเข้าสู่องค์กร เริ่มแถวใหม่ด้วยพื้นที่ประกาศงานเฉพาะของคุณเอง 124" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Career-Page-EZHire.png 1000w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Career-Page-EZHire-300x213.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Career-Page-EZHire-768x546.png 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></a></p>
<h2><b>สร้าง Career Page วันนี้ เพื่อรากฐานการจ้างงานระยะยาว</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่การแข่งขันเพื่อคว้าคนเก่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ การพึ่งพาแค่ Job Board และ Social Media อาจไม่เพียงพออีกต่อไป  ถึงเวลาที่ทุกองค์กรจะต้องมีพื้นที่รับสมัครงานที่เป็นของตัวเอง เริ่มสร้างได้ทันทีที่ </span><a href="https://ats.reeracoen.tech/th/hiring?utm_source=HREX&amp;utm_medium=content&amp;utm_campaign=create-career-page" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">EZHire</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46489" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 153" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-32.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-32.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-32-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-32-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-32-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-32-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/create-career-page-250814/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทักษะ HR Recruiter ใช้ได้แค่ในงานประจำ หรือสร้างรายได้มากกว่านั้นได้ ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/hr-recruiter-skills-250716/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/hr-recruiter-skills-250716/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Jul 2025 10:14:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[SourcedOut]]></category>
		<category><![CDATA[Recruiter]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะ Recruiter]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะ HR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46162</guid>

					<description><![CDATA[ทำงานสาย HR มาหลายปี แต่เคยรู้สึกไหมว่า ทักษะที่ใช้ทุกวันมีคุณค่าแค่ในองค์กรที่เราสังกัดอยู่เท่านั้น ? บางคนอาจเริ่มรู้สึกว่า อยากให้สิ่งที่เราทำได้ดีในฐานะ HR ต่อยอดไปได้มากกว่านั้น เพราะงานสาย HR ไม่ใช่แค่การ ‘คัดคน-นัดสัมภาษณ์-ประสานงาน’ เท่านั้น แต่เป็น ‘คนที่เชื่อมต่อโอกาสทางอาชีพ’ และช่วยให้องค์กรเดินหน้าไปได้  แล้วทำไม ทักษะ HR Recruiter ที่มีคุณค่าขนาดนี้ ถึงถูกจำกัดอยู่เฉพาะในองค์กรที่เราสังกัดเท่านั้น ? ทักษะ HR Recruiter คืออะไร ? ที่ทำได้ดีทุกวัน กำลังเป็นที่ต้องการของบริษัทอีกมากมาย คนที่ทำงานด้าน HR &#8211; Recruitment น่าจะคุ้นเคยกับทักษะเหล่านี้ สกรีนโปรไฟล์ผู้สมัครเพื่อดูว่าผู้สมัครคนนี้เหมาะหรือไม่ โทรคุยแล้วจับจุดได้ว่า ผู้สมัครคนนี้ Potential หรือยังไม่พร้อมเปลี่ยนงาน ประสานกับ Hiring Manager ว่า ผู้สมัครคนนั้นแมตช์แค่ไหน หรือรู้ว่าการสัมภาษณ์ต้องถามอย่างไร ถึงจะได้คำตอบที่ต้องการ สิ่งเหล่านี้เป็นทักษะเฉพาะที่ทำแล้วดูเหมือนง่ายในสายตาคนนอก แต่จริง ๆ แล้วต้องอาศัยประสบการณ์ความชำนาญที่สั่งสมมานาน เพียงแต่ที่ผ่านมาอาจยังไม่มีพื้นที่ให้แสดงออก นอกจากการทำงานในบริษัทเท่านั้น  [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46167" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/ptpchy0wjuya7837c8ei.webp" alt="ทักษะ HR Recruiter คืออะไร ? ใช้ได้แค่ในงานประจำ หรือสร้างรายได้มากกว่านั้นได้ ?" width="600" height="370" title="ทักษะ HR Recruiter ใช้ได้แค่ในงานประจำ หรือสร้างรายได้มากกว่านั้นได้ ? 129" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/ptpchy0wjuya7837c8ei.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/ptpchy0wjuya7837c8ei-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำงานสาย HR มาหลายปี แต่เคยรู้สึกไหมว่า ทักษะที่ใช้ทุกวันมีคุณค่าแค่ในองค์กรที่เราสังกัดอยู่เท่านั้น ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางคนอาจเริ่มรู้สึกว่า อยากให้สิ่งที่เราทำได้ดีในฐานะ HR ต่อยอดไปได้มากกว่านั้น เพราะงานสาย HR ไม่ใช่แค่การ ‘คัดคน-นัดสัมภาษณ์-ประสานงาน’ เท่านั้น แต่เป็น ‘คนที่เชื่อมต่อโอกาสทางอาชีพ’ และช่วยให้องค์กรเดินหน้าไปได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วทำไม</span><b> ทักษะ HR Recruiter </b><span style="font-weight: 400;">ที่มีคุณค่าขนาดนี้ ถึงถูกจำกัดอยู่เฉพาะในองค์กรที่เราสังกัดเท่านั้น ?</span></p>

<h2><b>ทักษะ HR Recruiter คืออะไร ? ที่ทำได้ดีทุกวัน กำลังเป็นที่ต้องการของบริษัทอีกมากมาย</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คนที่ทำงานด้าน HR &#8211; Recruitment น่าจะคุ้นเคยกับทักษะเหล่านี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สกรีนโปรไฟล์ผู้สมัครเพื่อดูว่าผู้สมัครคนนี้เหมาะหรือไม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โทรคุยแล้วจับจุดได้ว่า ผู้สมัครคนนี้ Potential หรือยังไม่พร้อมเปลี่ยนงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ประสานกับ Hiring Manager ว่า ผู้สมัครคนนั้นแมตช์แค่ไหน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หรือรู้ว่าการสัมภาษณ์ต้องถามอย่างไร ถึงจะได้คำตอบที่ต้องการ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้เป็นทักษะเฉพาะที่ทำแล้วดูเหมือนง่ายในสายตาคนนอก แต่จริง ๆ แล้วต้องอาศัยประสบการณ์ความชำนาญที่สั่งสมมานาน เพียงแต่ที่ผ่านมาอาจยังไม่มีพื้นที่ให้แสดงออก นอกจากการทำงานในบริษัทเท่านั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ทุกวันนี้ มีแล้ว !</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46169" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/gnr9xbmioxqezspw7mm5-scaled.webp" alt="ทักษะ HR Recruiter คืออะไร ? ใช้ได้แค่ในงานประจำ หรือสร้างรายได้มากกว่านั้นได้ ?" width="600" height="450" title="ทักษะ HR Recruiter ใช้ได้แค่ในงานประจำ หรือสร้างรายได้มากกว่านั้นได้ ? 130" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/gnr9xbmioxqezspw7mm5-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/gnr9xbmioxqezspw7mm5-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/gnr9xbmioxqezspw7mm5-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/gnr9xbmioxqezspw7mm5-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/gnr9xbmioxqezspw7mm5-1536x1152.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/gnr9xbmioxqezspw7mm5-2048x1536.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ไม่ใช่ทุกบริษัทที่มี HR Recruiter ประจำ แต่เกือบทุกบริษัทต้องการหาคน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรโดยเฉพาะบริษัท New Set-up อาจไม่มีทีม HR / ทีม Recruiter ประจำ แต่ก็ยังมีตำแหน่งงานว่างที่ต้องการคนอย่างเร่งด่วน เพื่อเติมเต็มบริษัทและให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางบริษัทจึงให้ทางหัวหน้าของแผนกนั้น ๆ หาคนเอง แต่ก็อาจจะไม่สามารถแทนที่คนมีประสบการณ์งาน HR มาก่อนได้เต็มร้อย การขอความช่วยเหลือจากบริษัท </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1"><span style="font-weight: 400;">Recruitment Agency</span></a><span style="font-weight: 400;"> จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ในสถานการณ์นี้ เพราะหากมีคนที่เข้าใจ Process การทำงานอยู่แล้วมาคัดคน นัดสัมภาษณ์ สรุปผล ก็จะช่วยลดภาระของบริษัทได้มาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วเราจะหางานที่ใช้ทักษะและความสามารถนี้เพื่อสร้างรายได้เสริมจากไหน ในเมื่อไม่ได้อยู่ในธุรกิจ Recruitment Agency มาก่อนเลย ?</span></p>
<h2><b>ทักษะ HR Recruiter ไม่ควรจำกัดอยู่แค่องค์กรเดียว</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองนึกภาพว่า ถ้าประสบการณ์ของเราสามารถช่วยหาคนให้อีกหลายบริษัทได้ในเวลาว่าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยที่ไม่ต้องดูแลงานที่ใช้ระยะเวลา อย่างเรื่องการดีลกับบริษัท, สรุปรายงาน, ต่อรองเงินเดือน หรือแม้กระทั่งการทำเอกสาร Offer ที่สำคัญคือ สามารถทำควบคู่กับงานประจำได้ด้วย</span></p>
<p><b>เพียงโฟกัสแต่สิ่งที่ถนัด 2 อย่างคือ “สรรหา และสกรีนสัมภาษณ์คนที่ใช่”</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นอาจหมายความได้ว่าทักษะที่เคยใช้วันละ 8 ชั่วโมงในองค์กร อาจกลายเป็นเครื่องมือในการสร้างรายได้เสริมที่ยืดหยุ่นในวงกว้างกว่าที่เคยคิด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46170" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/pzppsfwfwarub0nna5rk-scaled.webp" alt="ทักษะ HR Recruiter คืออะไร ? ใช้ได้แค่ในงานประจำ หรือสร้างรายได้มากกว่านั้นได้ ?" width="600" height="542" title="ทักษะ HR Recruiter ใช้ได้แค่ในงานประจำ หรือสร้างรายได้มากกว่านั้นได้ ? 131" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/pzppsfwfwarub0nna5rk-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/pzppsfwfwarub0nna5rk-300x271.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/pzppsfwfwarub0nna5rk-1024x925.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/pzppsfwfwarub0nna5rk-768x694.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/pzppsfwfwarub0nna5rk-1536x1388.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/pzppsfwfwarub0nna5rk-2048x1850.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>แล้วควรเริ่มต้นยังไงดี ? เพราะงานเสริมในยุคนี้ส่วนมากมีแต่สายอื่นที่ไม่ใช่ HR Recruiter</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่อาจเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่หลายคนรู้สึกไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง ต้องหาบริษัทลูกค้าเองไหม ต้องไปสมัครที่ไหน แล้วใครจะช่วยสนับนุนการทำงานของเราได้บ้าง ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ทีม HREX มีอีกทางเลือกที่ช่วยให้คนทำงานสาย HR ได้ใช้ทักษะการสรรหาที่มีอยู่อย่างเต็มที่  แถมมีระบบ ฟังก์ชัน พร้อมทีมงานที่คอยช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มต้น (ทำควบคู่งานประจำได้ด้วยนะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นคือการเข้าร่วมแพลตฟอร์ม SourcedOut</span></p>
<h2><b>SourcedOut คือ อะไร ?</b></h2>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/sourcedout-recruitment-230627/"><span style="font-weight: 400;">SourcedOut</span></a><span style="font-weight: 400;"> คือ แพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้คนที่มีประสบการณ์ด้าน HR หรือ Recruitment เข้ามาใช้ทักษะของตัวเองในการคัดเลือกผู้สมัครส่งให้กับตำแหน่งงานที่บริษัทต่างๆ เปิดรับ โดยไม่ต้องหาลูกค้าเอง ไม่ต้องติดต่อบริษัทตรง ไม่ต้องทำเอกสาร เพราะระบบและทีมงานของ SourcedOut จะช่วยจัดการงานหลังบ้านให้ครบ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีตำแหน่งงานพร้อมให้เลือก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีข้อมูลบริษัท และคุณสมบัติคนที่ต้องการอย่างชัดเจน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีระบบติดตามผล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีทีมที่ดูแลฝั่งลูกค้าแทนให้ทั้งหมด</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ User (หรือ Freelance Recruiter) ต้องทำคือ ใช้ประสบการณ์ในการสรรหา สกรีนสัมภาษณ์ และส่งคนที่ใช่เข้าระบบ</span></p>
<p><b>หากคนที่ส่งไป ถูกจ้างงานจริง ก็จะได้รับผลตอบแทนแบบ Incentive เริ่มต้น 12,000 บาท</b></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26787" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/HREX-Cover-61.png" alt="5 เหตุผล ทำไมควรเลือก Sourcedout เพื่อช่วยหาคนทำงานที่ใช่ มาเติมเต็มองค์กร" width="600" height="370" title="ทักษะ HR Recruiter ใช้ได้แค่ในงานประจำ หรือสร้างรายได้มากกว่านั้นได้ ? 132" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/HREX-Cover-61.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/HREX-Cover-61-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/5-reasons-sourcedout-230704/">SourcedOut คืออะไร ทำไมถึงควรเลือกใช้เพื่อสรรหาพนักงาน</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>รูปแบบงานยืดหยุ่น ไม่กระทบงานประจำ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่หลายคนกังวลคือเรื่องของเวลาและความยืดหยุ่น แต่บน SourcedOut ชาว </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/freelance-recruiter-sourcedout-230828/"><span style="font-weight: 400;">Freelance Recruiter</span></a><span style="font-weight: 400;"> สามารถเลือกเองได้ ว่าจะทำงานเมื่อไหร่ จัดสรรตามตารางที่ตัวเองสะดวกได้เลยเพราะที่นี่ </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">[ ] ทำงานจากที่ไหนก็ได้ โดยใช้ระบบออนไลน์ทั้งหมด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">[ ] ไม่มี KPI ไม่บังคับต้องส่งจำนวนผู้สมัครขั้นต่ำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">[ ] มีทีมงานคอยช่วยดูแลตั้งแต่เริ่มต้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">[ ] Online Workshop ช่วย Up Skill ให้แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม</span></li>
</ul>
<h2><b>สรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หากทักษะ HR &#8211; Recruiter คือสิ่งที่ทำอยู่ทุกวัน และทำได้ดี การเป็น Freelance Recruiter ก็อาจเป็นอีกหนึ่งในช่องทางการสร้างรายได้เพิ่มที่น่าสนใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">SourcedOut พร้อมเปิดโอกาสให้คนสาย HR ทุกคนได้ใช้ทักษะที่เป็นจุดแข็ง สร้างรายได้เพิ่ม เพราะทักษะ HR ที่เราสั่งสมมานาน มีคุณค่ามากกว่าที่เคยคิดไว้เสมอ</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h2>สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็น Freelance Recruiter บนแพลตฟอร์ม SourcedOut</h2>
<h2>สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครได้ที่ 🔗 <a href="https://bit.ly/407gBWX" target="_blank" rel="noopener">https://bit.ly/407gBWX </a></h2>
<h2>💬 สอบถามข้อมูล LINE Official: @sourcedout</h2>
<h2>LinkedIn: <a href="https://bit.ly/4mql6G5" target="_blank" rel="noopener">https://bit.ly/4mql6G5</a></h2>
<h2>Facebook Page: <a href="https://bit.ly/4564H3J" target="_blank" rel="noopener">https://bit.ly/4564H3J</a></h2>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/hr-recruiter-skills-250716/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Data-Driven Hiring ลดการใช้ Feeling แล้วเพิ่มการใช้ Data ในการสรรหา</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/data-driven-hiring-250710/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/data-driven-hiring-250710/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Jul 2025 00:01:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Data-Driven]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45929</guid>

					<description><![CDATA[การแข่งขันเพื่อดึงดูดคนเก่งดุเดือดขึ้นทุกวัน การสรรหาพนักงานที่ใช่ ถ้าเลือกที่จะใช้ประสบการณ์หรือเซนส์ของ HR เพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจ โอกาสที่จะ Hiring ผิดพลาดก็มีสูง แต่สมัยนี้ข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับการทำงานมากขึ้น เราสามารถใช้ 2 สิ่งนี้เพื่อช่วยให้การ Hiring สำเร็จได้มากขึ้น 3 ข้อสังเกตที่เราสามารถกลับไปย้อนดูองค์กรว่าถ้าเกิดปัญหาแบบนี้บ่อย ๆ ก็ควรปรับปรุงวิธีการ Hiring ในองค์กรแล้ว เช่น คิดว่าคัดคนมาดีแล้ว แต่พอทำงานจริงกลับไม่เป็นอย่างที่คาด พนักงานเริ่มงานแป๊บ ๆ กลับลาออกเร็ว จ้างคนผิด ต้องมาหาใหม่ซ้ำ ๆ ถึงเวลาเปลี่ยนวิธีการคัดเลือก Data-Driven Hiring อาจจะเหมาะกับสถานการณ์แบบนี้ Data-Driven Hiring คือการใช้ข้อมูลสถิติจากการสรรหาที่ผ่าน ๆ มา ในการวิเคราะห์ กำหนด Criteria เพื่อดูว่าแนวทางไหนมีโอกาสประสบความสำเร็จ และเหมาะกับองค์กรเรามากที่สุด ลดการตัดสินด้วยความรู้สึก วิธีนี้จะช่วยให้ HR เลือกผู้สมัครที่มีศักยภาพสูงสุด ลดอัตราการลาออก และช่วยให้องค์กรได้คนที่ใช่ตั้งแต่แรก ไม่ต้องเสียเวลาและต้นทุนไปกับการจ้างงานผิดพลาด มาดูกันว่า Data-Driven Hiring ทำงานอย่างไร และช่วยให้การสรรหามีประสิทธิภาพขึ้นได้แบบไหนบ้าง? [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45930" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-02T160222.562.webp" alt="Data-Driven Hiring ลดการใช้ Feeling แล้วเพิ่มการใช้ Data ในการสรรหา" width="600" height="370" title="Data-Driven Hiring ลดการใช้ Feeling แล้วเพิ่มการใช้ Data ในการสรรหา 137" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-02T160222.562.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/HREX-Cover-by-Para-2025-07-02T160222.562-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การแข่งขันเพื่อดึงดูดคนเก่งดุเดือดขึ้นทุกวัน </span><b>การสรรหาพนักงานที่ใช่ ถ้าเลือกที่จะใช้ประสบการณ์หรือเซนส์ของ HR เพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจ โอกาสที่จะ Hiring ผิดพลาดก็มีสูง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สมัยนี้ข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับการทำงานมากขึ้น เราสามารถใช้ 2 สิ่งนี้เพื่อช่วยให้การ Hiring สำเร็จได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3 ข้อสังเกตที่เราสามารถกลับไปย้อนดูองค์กรว่าถ้าเกิดปัญหาแบบนี้บ่อย ๆ ก็ควรปรับปรุงวิธีการ Hiring ในองค์กรแล้ว เช่น</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คิดว่าคัดคนมาดีแล้ว แต่พอทำงานจริงกลับไม่เป็นอย่างที่คาด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พนักงานเริ่มงานแป๊บ ๆ กลับลาออกเร็ว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จ้างคนผิด ต้องมาหาใหม่ซ้ำ ๆ</span></li>
</ol>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45932" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/rag-doll-lined-up-one-red-through-magnifying-glass-scaled.webp" alt="Data-Driven Hiring ลดการใช้ Feeling แล้วเพิ่มการใช้ Data ในการสรรหา" width="600" height="450" title="Data-Driven Hiring ลดการใช้ Feeling แล้วเพิ่มการใช้ Data ในการสรรหา 138" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/rag-doll-lined-up-one-red-through-magnifying-glass-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/rag-doll-lined-up-one-red-through-magnifying-glass-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/rag-doll-lined-up-one-red-through-magnifying-glass-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/rag-doll-lined-up-one-red-through-magnifying-glass-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/rag-doll-lined-up-one-red-through-magnifying-glass-1536x1152.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/rag-doll-lined-up-one-red-through-magnifying-glass-2048x1536.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h1>ถึงเวลาเปลี่ยนวิธีการคัดเลือก Data-Driven Hiring อาจจะเหมาะกับสถานการณ์แบบนี้</h1>
<p><span style="font-weight: 400;">Data-Driven Hiring คือการใช้ข้อมูลสถิติจากการสรรหาที่ผ่าน ๆ มา ในการวิเคราะห์ กำหนด Criteria เพื่อดูว่าแนวทางไหนมีโอกาสประสบความสำเร็จ และเหมาะกับองค์กรเรามากที่สุด ลดการตัดสินด้วยความรู้สึก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีนี้จะช่วยให้ </span><b>HR เลือกผู้สมัครที่มีศักยภาพสูงสุด ลดอัตราการลาออก และช่วยให้องค์กรได้คนที่ใช่ตั้งแต่แรก</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ต้องเสียเวลาและต้นทุนไปกับการจ้างงานผิดพลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาดูกันว่า </span><b>Data-Driven Hiring ทำงานอย่างไร และช่วยให้การสรรหามีประสิทธิภาพขึ้นได้แบบไหนบ้าง?</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45931" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/3d-graph-computer-illustration-scaled.webp" alt="Data-Driven Hiring ลดการใช้ Feeling แล้วเพิ่มการใช้ Data ในการสรรหา" width="600" height="411" title="Data-Driven Hiring ลดการใช้ Feeling แล้วเพิ่มการใช้ Data ในการสรรหา 139" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/3d-graph-computer-illustration-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/3d-graph-computer-illustration-300x205.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/3d-graph-computer-illustration-1024x701.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/3d-graph-computer-illustration-768x525.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/3d-graph-computer-illustration-1536x1051.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/3d-graph-computer-illustration-2048x1401.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ใช้ Data ช่วยวิเคราะห์คนที่ใช่สำหรับองค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจะเริ่มหาคนใหม่ </span><b>ต้องรู้ก่อนว่าองค์กรต้องการคนแบบไหน ?</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">วิเคราะห์จากข้อมูลพนักงานที่ประสบความสำเร็จในองค์กร – คนเก่งในทีมมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ดูข้อมูล Exit Interview – คนที่ลาออกมีปัญหาตรงไหน? จะปรับปรุงได้อย่างไร?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เช็ก Performance Data – พนักงานที่ทำงานได้ดีส่วนมากมีประสบการณ์จากไหน มีทักษะอะไร?</span></li>
</ul>
<h2><b>วิเคราะห์ข้อมูล Candidate Experience เพื่อปรับปรุงกระบวนการจ้างงาน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเก็บข้อมูลสถิติการจ้างงานแบบละเอียด ลึกไปถึงจำนวน ระยะเวลาในขั้นตอนต่างๆ จะช่วยให้เรามองเห็นปัญหาในองค์กรได้ง่ายขึ้น ซึ่งการใช้ Tools อย่าง <a href="ttps://expth.hrnote.asia/products/222">ATS (applicant tracking system)</a> ก็จะสามารถช่วยขั้นตอนนี้ได้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดูข้อมูลอัตราการ Drop-off ของผู้สมัคร</b><span style="font-weight: 400;"> – กี่คนที่เริ่มสมัครงานแต่ไม่จบขั้นตอน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เช็กเวลาการจ้างงาน (Time to Hire)</b><span style="font-weight: 400;"> – ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มเปิดตำแหน่ง ถึงจ้างงานสำเร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>วิเคราะห์ Feedback จากผู้สมัคร</b><span style="font-weight: 400;"> – ผู้สมัครคิดยังไงกับกระบวนการสัมภาษณ์</span></li>
</ul>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45576" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics-Cover.webp" alt="Visier x Saturday Consulting ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล Workforce Analytics" width="600" height="370" title="Data-Driven Hiring ลดการใช้ Feeling แล้วเพิ่มการใช้ Data ในการสรรหา 140" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/Visier-x-Saturday-Consulting-ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล-Workforce-Analytics-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/visier-saturday-people-analytics/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล Workforce Analytics</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>ใช้ Predictive Analytics ทำนายความสำเร็จของผู้สมัคร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แทนที่จะดูแค่ประสบการณ์ในอดีต ลองใช้ </span><b>Predictive Analytics</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อคาดการณ์ว่า </span><b>ผู้สมัครคนไหนมีโอกาสประสบความสำเร็จในงานมากที่สุด</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Personality &amp; Behavioral Data</b><span style="font-weight: 400;"> – ใช้แบบทดสอบบุคลิกภาพเพื่อดูว่าเหมาะกับวัฒนธรรมองค์กรหรือไม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Performance Benchmarking</b><span style="font-weight: 400;"> – เปรียบเทียบข้อมูลผู้สมัครกับพนักงานที่ทำงานได้ดีในตำแหน่งเดียวกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Machine Learning</b><span style="font-weight: 400;"> – ระบบเรียนรู้จากข้อมูลพนักงานในอดีตเพื่อช่วยคัดเลือกผู้สมัครที่มีศักยภาพสูง</span></li>
</ul>
<h2><b>วัดผลและปรับปรุงกระบวนการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้ Data-Driven Hiring ต้อง </span><b>มีการวัดผลและปรับปรุงอยู่เสมอ</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อัตราความสำเร็จของการจ้าง (Quality of Hire)</b><span style="font-weight: 400;"> – พนักงานใหม่สามารถทำงานได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Retention Rate</b><span style="font-weight: 400;"> – พนักงานใหม่อยู่กับองค์กรนานแค่ไหน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Cost per Hire</b><span style="font-weight: 400;"> – ค่าใช้จ่ายในการสรรหาต่อคนเป็นเท่าไหร่</span></li>
</ul>
<h2><b>บทสรุป </b></h2>
<p><b>การจ้างงานไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึก แต่ต้องอาศัยข้อมูลที่แม่นยำ</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้องค์กรได้พนักงานที่เหมาะสมที่สุดตั้งแต่วันแรก </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="การจัดการ (Management) คืออะไร? สิ่งที่ HR ควรรู้เพื่อพัฒนาองค์กร 8" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/data-driven-hiring-250710/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Pay After Hire โมเดลจ่ายค่าสรรหาแบบใหม่ จ่ายเมื่อเจอคนที่ใช่ ไม่ต้องกังวลเรื่องงบ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/pay-after-hire-sourcedout-250610/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/pay-after-hire-sourcedout-250610/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Jun 2025 06:11:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[SourcedOut]]></category>
		<category><![CDATA[Pay After Hire]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45402</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHTS Pay After Hire โมเดลการจ่ายค่าสรรหาใหม่ล่าสุดของ SourcedOut ช่วยองค์กรเริ่มกระบวนการสรรหาผู้สมัครได้ทันที โดยไม่ต้องจ่ายเงินก่อน และมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวตามสถานการณ์ โดยสามารถจ่ายได้เมื่อมั่นใจในผู้สมัครที่เลือกมาแล้วเท่านั้น ไม่ขาดทุนโดยไม่เห็นผลลัพธ์ เพราะ Pay After Hire จะเรียกเก็บค่าบริการเมื่อองค์กรได้ผู้สมัครที่เหมาะสมและยังมี Candidate Warranty ที่ช่วยลดความเสี่ยงหากผู้สมัครลาออกในช่วงทดลองงาน Pay After Hire เพิ่มโอกาสแข่งขันและลดความเสี่ยงด้านงบประมาณ ช่วยลดภาระทางการเงินและให้ความยืดหยุ่นในการปรับงบประมาณตามสถานการณ์ ลดความเสี่ยงในการลงทุนในการจ้างงานในระยะยาว เมื่อโลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วเกินกว่าที่ใครจะคาดเดาได้ ทั้งพฤติกรรมของผู้คนที่ปรับตัวไว ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ ต้นทุนที่กำลังปรับเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ไปจนถึงเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนโลกแทบจะทุกขณะ การบริหารงบประมาณและการควบคุมความเสี่ยง จึงกลายเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืน  ในอดีต การบริหารงบที่ดีอาจว่ากันด้วยเรื่องของการกำหนดราคา ยิ่งหาเครื่องมือ บริการ หรือดีล Outsource มาได้ในราคาต่ำมากเท่าไหร่ยิ่งดี โดยเฉพาะกับการจ้างงานที่มักจะใช้ช่องทางที่เสียต้นทุนน้อยที่สุด ขณะเดียวกันก็คาดหวังผลลัพธ์ว่าจะได้ผู้สมัครที่มีคุณภาพเข้ามา  แต่ความหมายของความคุ้มค่าในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว เพราะหลายครั้งที่ลงทุนไปแล้ว ผลลัพธ์กลับไม่ตามมาอย่างที่คาดหวังด้วยหลายเหตุผล ดังนี้ ผู้สมัครเปลี่ยนใจกระทันหัน จ้างเข้ามาแล้ว แต่กลับทำงานจริงไม่ได้ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแบบไม่ทันสังเกต เสียเวลานาน สุดท้ายไม่ได้อะไรกลับมาเลย ถ้านำตัวเลขรายจ่ายทั้งหมดมารวมกันต่อปี ก็นับเป็นต้นทุนเสียเปล่าจำนวนไม่น้อย ซึ่งนอกเหนือจากเงินเดือนจ้าง HR [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHTS</b></p>
<ul>
<li aria-level="1">Pay After Hire โมเดลการจ่ายค่าสรรหาใหม่ล่าสุดของ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/1"><span style="font-weight: 400;">SourcedOut</span></a> ช่วยองค์กรเริ่มกระบวนการสรรหาผู้สมัครได้ทันที โดยไม่ต้องจ่ายเงินก่อน และมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวตามสถานการณ์ โดยสามารถจ่ายได้เมื่อมั่นใจในผู้สมัครที่เลือกมาแล้วเท่านั้น</li>
<li aria-level="1">ไม่ขาดทุนโดยไม่เห็นผลลัพธ์ เพราะ Pay After Hire จะเรียกเก็บค่าบริการเมื่อองค์กรได้ผู้สมัครที่เหมาะสมและยังมี Candidate Warranty ที่ช่วยลดความเสี่ยงหากผู้สมัครลาออกในช่วงทดลองงาน</li>
<li aria-level="1">Pay After Hire เพิ่มโอกาสแข่งขันและลดความเสี่ยงด้านงบประมาณ ช่วยลดภาระทางการเงินและให้ความยืดหยุ่นในการปรับงบประมาณตามสถานการณ์ ลดความเสี่ยงในการลงทุนในการจ้างงานในระยะยาว</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45403" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-09T153142.958.webp" alt="Pay After Hire โมเดลจ่ายค่าสรรหาแบบใหม่ จ่ายเมื่อเจอคนที่ใช่ ไม่ต้องกังวลเรื่องงบ" width="600" height="370" title="Pay After Hire โมเดลจ่ายค่าสรรหาแบบใหม่ จ่ายเมื่อเจอคนที่ใช่ ไม่ต้องกังวลเรื่องงบ 144" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-09T153142.958.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/HREX-Cover-by-Para-2025-06-09T153142.958-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วเกินกว่าที่ใครจะคาดเดาได้ ทั้งพฤติกรรมของผู้คนที่ปรับตัวไว ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ ต้นทุนที่กำลังปรับเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ไปจนถึงเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนโลกแทบจะทุกขณะ การบริหารงบประมาณและการควบคุมความเสี่ยง จึงกลายเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอดีต การบริหารงบที่ดีอาจว่ากันด้วยเรื่องของการกำหนดราคา ยิ่งหาเครื่องมือ บริการ หรือดีล Outsource มาได้ในราคาต่ำมากเท่าไหร่ยิ่งดี โดยเฉพาะกับการจ้างงานที่มักจะใช้ช่องทางที่เสียต้นทุนน้อยที่สุด ขณะเดียวกันก็คาดหวังผลลัพธ์ว่าจะได้ผู้สมัครที่มีคุณภาพเข้ามา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ความหมายของความคุ้มค่าในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว เพราะหลายครั้งที่ลงทุนไปแล้ว ผลลัพธ์กลับไม่ตามมาอย่างที่คาดหวังด้วยหลายเหตุผล ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครเปลี่ยนใจกระทันหัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จ้างเข้ามาแล้ว แต่กลับทำงานจริงไม่ได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแบบไม่ทันสังเกต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เสียเวลานาน สุดท้ายไม่ได้อะไรกลับมาเลย</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้านำตัวเลขรายจ่ายทั้งหมดมารวมกันต่อปี ก็นับเป็นต้นทุนเสียเปล่าจำนวนไม่น้อย ซึ่งนอกเหนือจากเงินเดือนจ้าง HR หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการหาผู้สมัคร สิ่งที่ถูกมองข้ามอยู่เสมอก็คือต้นทุนแฝงที่องค์กรกำลังสูญเสียไปอย่างเงียบ ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนในการจ้างงาน จึงไม่ใช่แค่ค่าลงประกาศหรือค่าจ้างพนักงาน แต่ยังรวมถึงค่าเสียโอกาสที่คนในทีมต้องมาทำงานแทนตำแหน่งที่ยังว่างอยู่ หรืองานที่ต้องถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ เพื่อรอคนในฝันที่ยังมาไม่ถึงสักที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และในวันที่การแข่งขันเพื่อดึงดูด Talent รุนแรงขึ้นทุกวัน จะอดทนรอคนที่ใช่เข้ามาอยู่หาฝ่ายเดียวก็เสี่ยงทำคนเก่งหลุดมือไปหาคู่แข่ง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45404" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/still-life-paper-chains-decoration-scaled.webp" alt="Pay After Hire โมเดลจ่ายค่าสรรหาแบบใหม่ จ่ายเมื่อเจอคนที่ใช่ ไม่ต้องกังวลเรื่องงบ" width="600" height="400" title="Pay After Hire โมเดลจ่ายค่าสรรหาแบบใหม่ จ่ายเมื่อเจอคนที่ใช่ ไม่ต้องกังวลเรื่องงบ 145" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/still-life-paper-chains-decoration-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/still-life-paper-chains-decoration-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/still-life-paper-chains-decoration-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/still-life-paper-chains-decoration-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/still-life-paper-chains-decoration-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/06/still-life-paper-chains-decoration-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>เพิ่มโอกาสแข่งขัน และลดความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน ด้วยโมเดลการจ้างงานแบบ Pay After Hire </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับโมเดล Pay After Hire นั้นมีคอนเซปต์ที่ตรงไปตรงมาคือ ได้คนก่อน แล้วค่อยจ่าย เป็นรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับองค์กรยุคใหม่ที่ต้องการเน้นผลลัพธ์มากขึ้น ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>1) ไม่เสียโอกาส เริ่มต้นกระบวนการสรรหาได้ทันที</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรเสียจังหวะไปกับการรอตัดสินใจ ทำให้ไม่สามารถขยับตัวในตลาดได้ทันที แต่รูปแบบการเริ่มก่อน จ่ายทีหลังจะช่วยให้เริ่มสรรหาได้เลย โดยยังไม่ต้องจ่ายอะไรทั้งสิ้น ทีม HR ไม่ต้องชะลอแผนธุรกิจเพียงเพราะยังไม่ได้เคาะงบอย่างเป็นทางการ</span></p>
<h3><b>2) ไม่ขาดทุนโดยไม่เห็นผลลัพธ์ จ่ายเมื่อมั่นใจแล้วเท่านั้น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บริการรูปแบบอื่นที่ใช้โมเดลการชำระล่วงหน้า เราจะยังไม่มีโอกาสได้เห็นผลลัพธ์ก่อน หรือมีตัวเลือกให้เปรียบเทียบน้อย แต่ Pay After Hire จะเก็บค่าบริการก็ต่อเมื่อองค์กรได้คนที่ถูกใจที่สุดมาร่วมทีม และยังมาพร้อมกับระบบ Candidate Warranty ให้เลือกเพิ่มเติมอีกด้วย เพื่อลดความเสี่ยงหากเกิดการลาออกในช่วงทดลองงาน</span></p>
<h3><b>3) ยืดหยุ่นกว่า เปิดโอกาสให้องค์กรปรับตัวได้ตลอดเวลา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา บางครั้งการมีสัญญาผูกมัด หรือรายจ่ายที่ต้องเสียประจำทุกเดือนอาจกลายเป็นภาระได้ในอนาคต แต่ Pay After Hire ช่วยให้คุณได้เลือกใช้เฉพาะเมื่อจำเป็น ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์อย่างเหมาะสม</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44676" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-04T130759.535.webp" alt="ใช้บริการ SourcedOut ผ่าน HREX.asia รับฟรี ขยายระยะเวลาการันตีผู้สมัคร (SourcedOut Plus)" width="600" height="370" title="Pay After Hire โมเดลจ่ายค่าสรรหาแบบใหม่ จ่ายเมื่อเจอคนที่ใช่ ไม่ต้องกังวลเรื่องงบ 146" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-04T130759.535.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-04T130759.535-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/news/sourcedout-plus-hrex-250404/">ใช้บริการ SourcedOut ผ่าน HREX.asia รับฟรี ขยายระยะเวลาการันตีผู้สมัคร (SourcedOut Plus)</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการจ้างคนไม่ควรเป็นค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า HREX ขอแนะนำ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/1"><span style="font-weight: 400;">SourcedOut</span></a><span style="font-weight: 400;"> แพลตฟอร์มสรรหาผู้สมัครที่สามารถเข้ามาช่วยเสริมแรง ในช่วงเวลาที่คุณต้องการเน้นผลลัพธ์ และเฟ้นหาความคุ้มค่าของงบที่จะใช้ลงทุน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรของคุณกำลังหาพาร์ตเนอร์ด้านการจ้างงานที่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ราคาประหยัด (Service fee ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในตลาด)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทีมสรรหาขนาดใหญ่ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ช่วยลดภาระของทีม HR ได้มากกว่า 80%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่เพิ่มความเสี่ยงด้านงบประมาณ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ด่วนจำนวนจำกัด! ลงทะเบียนผ่าน HREX รับสิทธิขยายระยะเวลา Candidate Warranty ฟรี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สนใจเริ่มต้นใช้งาน SourcedOut คลิกเลย!: </span><a href="https://bit.ly/3CWCv7s" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3CWCv7s</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44382" title="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 3" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-2.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-2-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/pay-after-hire-sourcedout-250610/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 สถิติที่ HR ต้องรู้ เพื่อจ้างและดึงดูดคนเก่งให้อยู่คู่องค์กรตลอดปี 2025</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/10-stats-for-hr-recruits-2025-250417/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/10-stats-for-hr-recruits-2025-250417/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Apr 2025 10:10:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติที่ HR ต้องรู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44806</guid>

					<description><![CDATA[ปี 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นปีใหม่ขององค์กร แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกการทำงานที่ผู้นำฝ่ายทรัพยากรบุคคลต้องเผชิญความท้าทายหลากหลายกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดในการแย่งชิงคนเก่ง ความคาดหวังของพนักงานรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ความซับซ้อนของการทำงานข้ามเจเนอเรชัน ไปจนถึงสมรภูมิระหว่างการทำงานแบบออฟฟิศกับความต้องการ “ความยืดหยุ่น” ที่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ HR และผู้บริหารฝ่ายบุคคลต้องไม่เพียงแค่ตั้งคำถามว่า “จะหาคนเก่งจากที่ไหน?” แต่ต้องล้ำหน้าไปอีกขั้นกับคำถามที่ว่า “จะทำอย่างไรให้เขาอยากอยู่กับเราไปนาน ๆ?” 10 สถิติที่ HR ต้องรู้ ล่าสุด HR World ได้รวบรวมข้อมูลจาก Auguste Escoffier Global Solutions ซึ่งนำเสนอสถิติสำคัญ 10 ประการเกี่ยวกับการสรรหาบุคลากรจากทั่วโลก สถิติเหล่านี้ไม่เพียงแค่เปิดเผยความท้าทายในการจ้างงาน แต่ยังชี้ให้เห็นถึงกุญแจสำคัญในการรักษาพนักงานที่มีคุณภาพให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว แล้ว HR และ Recruiter จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับใช้ในการวางกลยุทธ์การจ้างงานและรักษาคนเก่งในปี 2025 ได้อย่างไรบ้าง ? HREX จะพาคุณไปสำรวจข้อมูลนี้กัน 1. 77% หรือกว่า 3 ใน 4 ขององค์กรทั่วโลกประสบปัญหาในการจ้างพนักงานประจำ ปรากฏการณ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกการทำงาน จากการศึกษาพบว่า คนรุ่นใหม่กำลังหันหลังให้กับงานประจำแบบเดิม ๆ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44808" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-17T162812.128.webp" alt="10 สถิติที่ HR ต้องรู้ เพื่อจ้างและดึงดูดคนเก่งให้อยู่คู่องค์กรตลอดปี 2025" width="600" height="370" title="10 สถิติที่ HR ต้องรู้ เพื่อจ้างและดึงดูดคนเก่งให้อยู่คู่องค์กรตลอดปี 2025 154" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-17T162812.128.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-17T162812.128-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นปีใหม่ขององค์กร แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกการทำงานที่ผู้นำฝ่ายทรัพยากรบุคคลต้องเผชิญความท้าทายหลากหลายกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดในการแย่งชิงคนเก่ง ความคาดหวังของพนักงานรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ความซับซ้อนของการทำงานข้ามเจเนอเรชัน ไปจนถึงสมรภูมิระหว่างการทำงานแบบออฟฟิศกับความต้องการ “ความยืดหยุ่น” ที่กลายเป็นมาตรฐานใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ HR และผู้บริหารฝ่ายบุคคลต้องไม่เพียงแค่ตั้งคำถามว่า “จะหาคนเก่งจากที่ไหน?” แต่ต้องล้ำหน้าไปอีกขั้นกับคำถามที่ว่า “จะทำอย่างไรให้เขาอยากอยู่กับเราไปนาน ๆ?”</span></p>
<h1>10 สถิติที่ HR ต้องรู้</h1>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุด </span><a href="https://hrsea.economictimes.indiatimes.com/news/hrtech/10-recruitment-statistics-hr-shouldnt-miss-when-hiring-and-retaining-talent-in-2025/120312637" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">HR World</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้รวบรวมข้อมูลจาก Auguste Escoffier Global Solutions ซึ่งนำเสนอสถิติสำคัญ 10 ประการเกี่ยวกับการสรรหาบุคลากรจากทั่วโลก สถิติเหล่านี้ไม่เพียงแค่เปิดเผยความท้าทายในการจ้างงาน แต่ยังชี้ให้เห็นถึงกุญแจสำคัญในการรักษาพนักงานที่มีคุณภาพให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้ว HR และ Recruiter จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับใช้ในการวางกลยุทธ์การจ้างงานและรักษาคนเก่งในปี 2025 ได้อย่างไรบ้าง ? HREX จะพาคุณไปสำรวจข้อมูลนี้กัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>1. 77% หรือกว่า 3 ใน 4 ขององค์กรทั่วโลกประสบปัญหาในการจ้างพนักงานประจำ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปรากฏการณ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกการทำงาน จากการศึกษาพบว่า </span><b>คนรุ่นใหม่กำลังหันหลังให้กับงานประจำแบบเดิม ๆ เพื่อเลือกเส้นทางที่ยืดหยุ่นกว่า</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าจะเป็นงานฟรีแลนซ์ สัญญาจ้างระยะสั้น หรืองานพาร์ทไทม์ที่ให้อิสระในการจัดการเวลาชีวิตได้มากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บ่อยครั้งคนที่ตกลงรับงานประจำก็มักใช้ช่วงทดลองงานเพื่อทดลององค์กรไปพร้อมกัน พวกเขาพิจารณาอย่างละเอียดว่าวัฒนธรรมองค์กร รูปแบบการบริหาร และโอกาสในการสร้างสมดุลชีวิตเป็นอย่างที่คาดหวังไว้หรือไม่ หากพบว่าความเป็นจริงไม่ตรงกับความคาดหวัง กระเป๋าเดินทางก็พร้อมจะถูกหยิบออกมาใช้ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วองค์กรจะรับมืออย่างไร? กุญแจสำคัญคือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สมดุล—ที่ซึ่งเป้าหมายทางธุรกิจและความต้องการของพนักงานได้รับความสำคัญเท่าเทียมกัน การเปิดโอกาสให้ทำงานแบบไฮบริด การออกแบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย และการสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ไม่ใช่เพียงแค่ &#8220;ทางเลือก&#8221; อีกต่อไป แต่กลายเป็น &#8220;ความจำเป็น&#8221; สำหรับองค์กรที่ต้องการอยู่รอดในยุคที่พนักงานมีทางเลือกมากกว่าที่เคย</span></p>
<h2><b>2. 60% ของผู้เชี่ยวชาญด้าน HR พบว่า องค์กรขาดผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสม</b></h2>
<p><b>HR กว่าครึ่งทั่วโลกกำลังปวดหัวกับโจทย์เดียวกัน คือหาคนที่ใช่ไม่ได้ ปรากฏการณ์นี้เผยให้เห็นช่องว่างทักษะที่กำลังขยายตัว</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะในสายงานมาแรงอย่าง AI, Data Analysis และด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายอยู่ตรงที่องค์กรไม่ได้แค่ต้องการใครก็ได้มานั่งเก้าอี้ให้ครบ แต่ต้องการ &#8220;คนที่ใช่&#8221; ที่มีทักษะและคุณสมบัติตรงกับความต้องการจริง ๆ ซึ่งในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว ทักษะที่องค์กรต้องการวันนี้อาจไม่มีใครสอนในมหาวิทยาลัยเมื่อ 5 ปีก่อนแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วจะทลายกำแพงนี้อย่างไร ? คำตอบคือองค์กรที่ฉลาดต้องปรับเปลี่ยนมุมมองจากการหาคนที่สมบูรณ์แบบ เป็นการสร้างคนให้ใช่กับงานด้วยวิธีการดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สรรหากลุ่มที่มักถูกมองข้าม ให้มีความหลากหลายขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ลงทุนกับการพัฒนาทักษะพนักงานปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ปรับเกณฑ์การรับสมัครให้เน้นศักยภาพและทักษะ มากกว่าวุฒิการศึกษาหรือประสบการณ์ในรูปแบบเดิม ๆ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างวัฒนธรรมที่หล่อเลี้ยงการเรียนรู้ตลอดชีวิตจะช่วยให้พนักงานพัฒนาทักษะได้ทันโลก และในที่สุด องค์กรจะได้คลังสมองที่เติบโตได้ แทนที่จะเป็นแค่บัญชีรายชื่อพนักงานที่มีวันหมดอายุ</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" title="10 สถิติที่ HR ต้องรู้ เพื่อจ้างและดึงดูดคนเก่งให้อยู่คู่องค์กรตลอดปี 2025 155"></a></p>
<h2><b>3. งาน Hybrid Working ลดลงกว่า 16% นับตั้งแต่ปี 2022</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่คนทำงานยังคงโหยหาความยืดหยุ่น องค์กรกลับทำสวนทางด้วยการลดการเสนอตำแหน่งงานแบบ Hybrid ลงกว่า 16% ตั้งแต่ปี 2022</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโลกการทำงานกำลังเกิดภาวะ &#8220;คนละทิศคนละทาง&#8221; ระหว่างสิ่งที่พนักงานต้องการกับสิ่งที่นายจ้างเต็มใจมอบให้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปรากฏการณ์นี้มีรากฐานมาจากความกังวลของผู้บริหารเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงาน พวกเขาหลายคนยึดติดกับความเชื่อแบบเดิมที่ว่า &#8220;การทำงานที่ออฟฟิศเท่านั้นที่จะได้ผลงานเต็มที่&#8221; และมองว่าการทำงานจากที่บ้านอาจทำให้พนักงานว่อกแว่ก ไม่โฟกัส หรือทำงานได้น้อยลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่า การถอยกลับไปสู่รูปแบบการทำงานแบบดั้งเดิมกลับเป็นดาบสองคม! องค์กรที่ยึดมั่นกับการทำงานในออฟฟิศเพียงอย่างเดียวกำลังเสี่ยงต่อการสูญเสียคนเก่งที่ให้ความสำคัญกับอิสระในการทำงาน สมดุลชีวิต และความยืดหยุ่นมากกว่าเงินเดือนที่สูงกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางออกที่ชาญฉลาดสำหรับผู้นำ HR คือการสร้างสมดุลใหม่—พัฒนาวัฒนธรรมการทำงานที่สามารถวัดผลงานได้ ไม่ว่าพนักงานจะนั่งทำงานที่ไหน การลงทุนในเทคโนโลยีที่ช่วยติดตามผลลัพธ์และประสิทธิภาพการทำงาน จะช่วยให้องค์กรสามารถมอบความยืดหยุ่นที่พนักงานต้องการ ในขณะที่ยังรักษามาตรฐานการทำงานและผลลัพธ์ทางธุรกิจไว้ได้ นี่คือโจทย์สำคัญของการบริหารคนในปี 2025 ที่องค์กรต้องแก้ให้ได้</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32647" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-06T180240.159.webp" alt="Future of Hybrid Work อนาคตการทำงานแบบไฮบริดในไทยยังมีอยู่จริงไหม" width="600" height="370" title="10 สถิติที่ HR ต้องรู้ เพื่อจ้างและดึงดูดคนเก่งให้อยู่คู่องค์กรตลอดปี 2025 156" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-06T180240.159.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-06T180240.159-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/future-of-hybrid-work-230907/">Future of Hybrid Work อนาคตการทำงานแบบไฮบริดในไทยยังมีอยู่จริงไหม</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2 style="text-align: left;"><b>4. องค์กรถึง 49% เผชิญความลำบากในการรักษาและรั้งพนักงานไว้ ไม่ให้ลาออก</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เกือบครึ่งหนึ่งของบริษัททั่วโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์ รับพนักงานเข้ามาแล้วไม่อยู่นาน สถิตินี้ตอกย้ำว่า การหาคนได้แล้ว และทำให้พวกเขาอยากอยู่ต่างหากที่จะถือว่าเป็นชัยชนะที่แท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อค้นพบคือ </span><b>คนรุ่นใหม่ไม่ได้ต้องการแค่เงินเดือนเยอะ แต่พวกเขาต้องการชีวิตที่สมดุล โอกาสในการเติบโต และวัฒนธรรมองค์กรที่สอดคล้องกับค่านิยมส่วนตัว</b><span style="font-weight: 400;"> ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดงานกำลังเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับความสามารถ มากกว่าคุณสมบัติบน Resume ทำให้พนักงานที่มีทักษะโดดเด่นมีโอกาสเปลี่ยนงานได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สัญญาณเตือนที่องค์กรควรต้องรู้ก็คือ หากไม่ปรับตัว ปรับองค์กรตั้งแต่แรก คุณมีสิทธิ์สูญเสีย Talent หรือพนักงานดาวเด่นไปให้กับคู่แข่งที่เข้าใจความต้องการของพนักงานดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วจะรักษาใจคนเก่งไว้ได้อย่างไร ? สูตรสำเร็จอยู่ที่การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ครบเครื่อง ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ให้ความสำคัญกับสุขภาวะของพนักงานอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างเส้นทางความก้าวหน้าที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งและมีเอกลักษณ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มอบค่าตอบแทนที่แข่งขันได้และสวัสดิการที่ตรงใจ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่เข้าใจว่าพนักงานไม่ใช่แค่ทรัพยากร&#8221; แต่เป็นมนุษย์ที่มีความต้องการหลากหลาย จะเป็นผู้ชนะในสงครามแย่งชิงคนเก่งที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">[แทรกบทความ พนักงานใหม่เข้ามาแล้วก็ลาออกไว ทำไมต้องย้อนกลับไปดูที่กระบวนการจ้างงาน &#8211; https://th.hrnote.asia/partner-content/turn-over-rate-new-employee-241011/]</span></p>
<h2><b>5. 56% ของพนักงานระบุว่า พวกเขาลาออกเพราะ &#8220;เงินเดือนน้อย&#8221; คือเหตุผลหลัก</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เงินอาจไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่ถ้าไม่มีเงิน ปัญหาทุกอย่างจะตามมา ผลพบว่ามากกว่าครึ่งของพนักงานที่ตัดสินใจยื่นใบลาออก ให้เหตุผลว่าเงินเดือนที่ไม่สอดคล้องกับสภาพตลาดงานคือปัจจัยสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และความจริงที่น่าตระหนักก็คือ</span><b> ไม่ว่าวัฒนธรรมองค์กรจะดีแค่ไหน หัวหน้าจะใจดีเพียงใด หากรายได้ที่ได้รับทุกเดือนไม่สามารถรองรับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นได้ แสดงว่าเงินที่องค์กรให้ไม่สะท้อนถึงคุณค่าและความทุ่มเทที่พนักงานมอบให้กับบริษัท</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้แรงจูงใจในการอยู่ต่อจะลดลงอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่าลืมว่าในยุคที่ข้อมูลเรื่องเงินเดือนเปิดเผยมากขึ้น พนักงานย่อมรู้ดีว่าค่าตัวพวกเขาควรอยู่ที่เท่าไหร่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วองค์กรจะทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหานี้ ? คำตอบคือการวางกลยุทธ์ค่าตอบแทนอย่างรอบคอบ:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทบทวนโครงสร้างเงินเดือนอย่างสม่ำเสมอ เทียบกับตลาดและคู่แข่ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ออกแบบระบบการขึ้นเงินเดือนที่โปร่งใสและสัมพันธ์กับผลงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างแพ็กเกจค่าตอบแทนที่ครบวงจร รวมถึงโบนัส หุ้น และสวัสดิการที่ตอบโจทย์ความต้องการจริงๆ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถึงแม้เงินจะเป็นปัจจัยชี้ขาดสำคัญ องค์กรก็ต้องไม่ลืมว่าสุดท้ายแล้ว จะรักษาคนเก่งได้ต้องอาศัยปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำงานควบคู่กันนั่นคือ เงินเดือนที่แข่งขันได้ โอกาสเติบโต เสริมด้วยสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี และวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง นี่คือสูตรสำเร็จที่จะทำให้พนักงานคิดหนักก่อนกดปุ่ม &#8220;ลาออก&#8221;</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41124" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/HREX-Cover-by-Para-2024-10-22T145535.023.webp" alt="“ความมั่นคง เงินเดือน หรือโอกาส” คนทำงานอยากเปลี่ยนงานเพราะอะไร ? ผลสำรวจ Reeracoen x HREX มีคำตอบ" width="600" height="370" title="10 สถิติที่ HR ต้องรู้ เพื่อจ้างและดึงดูดคนเก่งให้อยู่คู่องค์กรตลอดปี 2025 157" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/HREX-Cover-by-Para-2024-10-22T145535.023.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/HREX-Cover-by-Para-2024-10-22T145535.023-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/news/experience-and-expectations-in-changing-jobs-241022/">ความมั่นคง เงินเดือน หรือโอกาส” คนทำงานอยากเปลี่ยนงานเพราะอะไร ? ผลสำรวจ Reeracoen x HREX มีคำตอบ</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2 style="text-align: left;"><b>6. 58% ของพนักงานจะลาออก หากไม่มีโอกาสพัฒนาในสายอาชีพ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากเรื่องเงินเดือนจะเป็นเรื่องใหญ่แล้ว 6 ใน 10 ของพนักงานยังพร้อมเดินออกจากองค์กรหากพวกเขารู้สึกว่ากำลังเดินอยู่กับที่ ทำงานแล้วไม่ได้ก้าวหน้าแต่อย่างใดในเส้นทางอาชีพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานในปี 2025 เป็นต้นไป คนรุ่นใหม่ไม่ได้มองหาเพียงแค่เงินเดือนที่ดีเท่านั้น แต่ยังต้องการเห็นอนาคตที่สดใสกว่าเดิมของตัวเองด้วย ว่าหลังจากทำงานที่ท้าทาย ได้ประสบการณ์ที่หลากหลาย เส้นทางอาชีพของพวกเขาควรต้องมีความก้าวหน้า และเติบโตอย่างชัดเจน</span></p>
<p><b>องค์กรที่ยังติดกับดักความคิดแบบเดิม ๆ ไม่มีคอร์สการเรียนรู้ให้พนักงานได้พัฒนาฝีมือ และหวังให้พนักงานทำงานแบบเดิม ๆ ไปตลอดกำลังเสี่ยงต่อการสูญเสียดาวเด่นแห่งอนาคต</b><span style="font-weight: 400;"> ไปให้คู่แข่งที่เปิดกว้างต่อการพัฒนามากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางออกของปัญหานี้ เลี่ยงไม่ได้ที่ HR ต้องยกระดับงานฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานรายคนด้วยวิธีการดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างแผนพัฒนารายบุคคลที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่กระดาษเปล่า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จัดระบบพี่เลี้ยง (Mentoring) ที่เข้มแข็งเพื่อถ่ายทอดความรู้ข้ามรุ่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เปิดโอกาสให้พนักงานได้ลองงานข้ามแผนก (cross-functional projects)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยทุนการศึกษาหรือการอบรมภายนอก</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรลงทุนในอนาคตของพวกเขา การทุ่มเทและความภักดีจะตามมาเอง</span></p>
<h2><b>7. องค์กรที่มีวัฒนธรรมการเรียนรู้เข้มแข็ง จะมีอัตราการรักษาพนักงานสูงกว่าคู่แข่งถึง 57%</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ลงทุนสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างจริงจัง ไม่เพียงได้พนักงานที่ฉลาดขึ้น แต่ยังได้พนักงานที่อยู่นานขึ้นถึงเกือบเท่าตัว ความแตกต่างนี้เกิดจากสมการง่าย ๆ นั่นคือ คนที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังเติบโต = คนที่ไม่อยากย้ายที่ทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ</span><b>เมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรเปรียบเสมือนโรงเรียน พวกเขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกวัน ก็เท่ากับว่าองค์กรได้สร้างแม่เหล็ก สร้างแรงดึงดูดที่ทำให้พวกเขาอยากอยู่ต่อ</b><span style="font-weight: 400;"> วัฒนธรรมการเรียนรู้ที่แท้จริงนี้ยังช่วยสร้างทั้งความผูกพัน (Engagement) และทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีเป้าหมาย ซึ่งในความคิดของ HR หลาย ๆ คนอาจมองว่าช่วยป้องกันการลาออกที่ดีกว่าการให้เงินเดือนสูง ๆ เสียอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้ว HR จะสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ว่านี้ได้อย่างไร ? อาจทำตามแนวทางนี้ได้นั่นคือ…</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แทรกโอกาสการเรียนรู้เข้าไปในงานประจำวัน ไม่ใช่แค่ส่งไปอบรมปีละครั้ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จัดสรรเวลาให้พนักงานได้พัฒนาตัวเองอย่างเป็นทางการ เช่น &#8220;วันศุกร์แห่งการเรียนรู้&#8221; หรือ &#8220;ชั่วโมงพัฒนาทักษะ&#8221;</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ยกย่องและให้รางวัลกับผู้ที่พัฒนาตัวเองได้โดดเด่น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">จัดหาทรัพยากรการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งแบบออนไลน์ ห้องเรียน การโค้ช และประสบการณ์จริง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพนักงานรู้สึกว่าในแต่ละวัน พวกเขาไม่ได้แค่มาทำงาน แต่มาเพื่อเรียนรู้และเติบโต องค์กรจะได้ทั้งผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีขึ้นและอัตราการลาออกที่ลดลงนั่นเอง</span></p>
<h2><b>8.</b><b> ออฟฟิศที่มีสภาพแวดล้อมการทำงานดี จะลดการขาดงานลง 78%, ลดอุบัติเหตุ 63%, และเพิ่มกำไรได้ถึง 23%</b></h2>
<p><b>สภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎีหรือแค่คำพูดสวยหรู แต่มีผลต่อธุรกิจอย่างจับต้องได้</b><span style="font-weight: 400;"> 3 สถิตินี้เกิดขึ้นได้จากการออกแบบที่ทำงานเพื่อพนักงานอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเมื่อคนรู้สึกว่าองค์กรใส่ใจพวกเขา พวกเขาก็พร้อมที่จะทุ่มเทกลับมา ด้วยการมาทำงานอย่างสม่ำเสมอ (ลดการขาดงาน) ทำงานด้วยความระมัดระวังมากขึ้น (ลดอุบัติเหตุ) และสร้างผลงานที่มีคุณภาพสูงขึ้น (เพิ่มกำไร) นั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรสามารถ &#8220;สถานที่ทำงานประสิทธิภาพสูง&#8221; ได้ หากมุ่งเน้นแนวทางดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างวัฒนธรรมการสื่อสารแบบเปิดกว้าง ที่ทุกเสียงได้รับการรับฟัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายแต่เป็นไปได้ และสร้างการมีส่วนร่วมในการบรรลุเป้าหมายนั้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ออกแบบพื้นที่ทำงานที่เอื้อต่อทั้งความร่วมมือและสมาธิในการทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ลงทุนในเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพนักงานรู้สึกปลอดภัย ได้รับการสนับสนุน และมีความหมายต่อองค์กร พวกเขาจะไม่เพียงแค่ทำงาน แต่พวกเขาทำงานด้วยหัวใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เงินไม่สามารถซื้อได้ แต่สถานที่ทำงานที่ออกแบบอย่างชาญฉลาดสามารถสร้างได้</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44175" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/การออกแบบออฟฟิศแห่งอนาคต-แดเนียล-ดู-Daniel-Du-กับโปรเจ็กต์-Carl-Zeiss-Thailand.webp" alt="การออกแบบออฟฟิศแห่งอนาคต: แดเนียล ดู (Daniel Du) กับโปรเจ็กต์ Carl Zeiss Thailand" width="600" height="370" title="10 สถิติที่ HR ต้องรู้ เพื่อจ้างและดึงดูดคนเก่งให้อยู่คู่องค์กรตลอดปี 2025 158" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/การออกแบบออฟฟิศแห่งอนาคต-แดเนียล-ดู-Daniel-Du-กับโปรเจ็กต์-Carl-Zeiss-Thailand.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/การออกแบบออฟฟิศแห่งอนาคต-แดเนียล-ดู-Daniel-Du-กับโปรเจ็กต์-Carl-Zeiss-Thailand-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/daniel-du-carl-zeiss-thailand-241008/">การออกแบบออฟฟิศแห่งอนาคต: แดเนียล ดู (Daniel Du) กับโปรเจ็กต์ Carl Zeiss Thailand</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>9. 29% ของพนักงานระบุว่า การสื่อสารที่ไม่ดีจากหัวหน้าคือหนึ่งในต้นตอของความเครียด</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้องค์กรจะมีแผนงานชัดเจนแค่ไหน แต่หากคนเป็นหัวหน้า คนเป็นผู้นำสื่อสารไม่ดี ไม่มีประสิทธิภาพ ก็เท่ากับพาพนักงานเข้าสู่วังวนแห่งความสับสนโดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานเกือบ 1 ใน 3 มองว่า</span><b> การสื่อสารที่คลุมเครือ ขาดความเข้าใจ หรือไม่สม่ำเสมอจากผู้นำ คือสาเหตุสำคัญที่สร้างความเครียดในที่ทำงาน</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งนำไปสู่ปัญหาทั้งเรื่องประสิทธิภาพ ความพึงพอใจ และความรู้สึกแปลกแยกภายในทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และวิธีดังต่อไปนี้ จะช่วยให้องค์กรพัฒนาผู้นำ และสร้างวัฒนธรรมการทำงานเชิงบวกได้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ยกระดับ Soft Skills ให้คนเป็นผู้นำรู้วิธีสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การฟังอย่างตั้งใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ให้ฟีดแบ็กอย่างตรงไปตรงมา </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">และความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพนักงานรู้สึกว่าตนเองได้รับการรับฟัง เข้าใจ และพูดคุยกับหัวหน้าได้โดยไม่ต้องกังวล ความผูกพันต่อองค์กรจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเอง</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="Strength-Based Recruitment สรรหาพนักงานโดยเน้นจุดแข็ง เพื่อองค์กรที่แข็งแกร่ง 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></a></p>
<h2><b>10. 80% ของพนักงานรู้สึกผูกพันกับที่ทำงานมากขึ้น เมื่อมีการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">โปรแกรมฝึกอบรมไม่ใช่แค่เครื่องมือพัฒนาทักษะ แต่คือสะพานเชื่อมความผูกพันระหว่างพนักงานกับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สถิติเผยว่า</span><b> พนักงาน 4 ใน 5 คนรู้สึกผูกพันกับที่ทำงานมากขึ้น หากองค์กรจัดฝึกอบรมอย่างมีคุณภาพและจัดอย่างต่อเนื่อง เพราะการเรียนรู้เปิดโอกาสให้พนักงานได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง เรียนรู้จากเพื่อนร่วมทีม และเห็นภาพชัดขึ้นว่าตนเองมีบทบาทอย่างไรในความสำเร็จขององค์กร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำ HR ที่มองการณ์ไกลควรออกแบบโปรแกรมฝึกอบรมให้เข้ากับความต้องการจริงของพนักงาน ไม่ใช่แค่ “อบรมตามรอบปี” แต่ควรทำให้การเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการทำงานประจำวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อพนักงานรู้ว่าตัวเองกำลังเติบโตไปพร้อมองค์กร พวกเขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องมองหาที่ทำงานที่ใหม่</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41193" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/HREX-Cover-by-Para-2024-10-30T173533.776.webp" alt="On the Job Training vs. Off the Job Training เลือกเทรนนิ่งอย่างไรให้ถูกทางสำหรับการพัฒนาองค์กร" width="600" height="370" title="10 สถิติที่ HR ต้องรู้ เพื่อจ้างและดึงดูดคนเก่งให้อยู่คู่องค์กรตลอดปี 2025 159" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/HREX-Cover-by-Para-2024-10-30T173533.776.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/HREX-Cover-by-Para-2024-10-30T173533.776-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/th-trainingofhr-181226/"><span style="font-weight: 400;">ทำไมการฝึกอบรม (Job Training) จึงสำคัญกับองค์กรและ HR</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกของการบริหารคนในปี 2025 เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและซับซ้อนขึ้นกว่าที่เคย สถิติทั้ง 10 ข้อนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือสัญญาณเตือนที่ชี้ให้เห็นว่า กลยุทธ์เดิม ๆ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ต้องการได้เปรียบในการแข่งขันเรื่องคน ต้องหันมาให้ความสำคัญกับ ความต้องการของพนักงาน ในเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารที่มีคุณภาพ โอกาสในการเติบโต หรือสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่ารอให้คนเก่งลาออกไปก่อน แล้วค่อยมองย้อนกลับมาแก้ไข เราสามารถเริ่มต้นวันนี้ด้วยการนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับใช้จริง จะช่วยให้องค์กรไม่เพียงแค่จ้างคนเก่งได้ แต่ยังรักษาพวกเขาไว้ได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ หากองค์กรไหนที่พยายามสร้างองค์กรที่เปี่ยมด้วยวัฒนธรรมที่ดี มีการรักษาพนักงานเก่ง ๆ ให้อยู่คู่องค์กร แต่ต้องการพนักงานหัวกะทิมาเสริมทัพ แล้วไม่รู้จะมองหาจากไหน สามารถมาค้นหา </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1"><span style="font-weight: 400;">Recruitment Agency </span></a><span style="font-weight: 400;">ที่ช่วยสรรหาพนักงานที่ใช่เข้าสู่องค์กรได้แล้ว มาค้นหาเลยทางลิงก์นี้ได้เลย</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32564 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/recruitment-solution-copy.webp" alt="recruitment solution copy" width="1600" height="500" title="10 สถิติที่ HR ต้องรู้ เพื่อจ้างและดึงดูดคนเก่งให้อยู่คู่องค์กรตลอดปี 2025 160" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/recruitment-solution-copy.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/recruitment-solution-copy-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/recruitment-solution-copy-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/recruitment-solution-copy-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/recruitment-solution-copy-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/10-stats-for-hr-recruits-2025-250417/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Strength-Based Recruitment คืออะไร ? ทำไมควรให้ความสำคัญกับจุดแข็ง ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/strength-based-recruitment-250228/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/strength-based-recruitment-250228/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Feb 2025 17:34:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Recruitment]]></category>
		<category><![CDATA[Skill-Based Recruitment]]></category>
		<category><![CDATA[สรรหาพนักงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=43334</guid>

					<description><![CDATA[บ่อยครั้งเวลาจะจ้างพนักงานใหม่ คุณสมบัติแรกที่เรามักจะพิจารณาก่อนคือ ทักษะ (Skill) และความสามารถ ของคน ๆ นั้นว่ามีอะไรบ้าง หากมีความสามารถเหลือล้น ก็แทบจะไม่ต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นใดมากแล้ว แต่การดูแค่ความสามารถอย่างเดียวไม่พออีกต่อไป เพราะมีนายจ้างที่หันมาพิจารณาถึง จุดแข็ง (Strength) เป็นปัจจัยหลักแทน เพราะหากพนักงานได้ใช้จุดแข็งของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขามีแนวโน้มจะทำผลงานได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้ใช้จุดแข็งของตัวเองหลายเท่า นั่นนำมาสู่หัวข้อในบทความนี้ว่าทำไม การสรรหาบุคลากรแบบเน้นจุดแข็ง (Strength-Based Recruitment) จึงเป็นวิธีสรรหาพนักงานที่ช่วยองค์กรเติบโตได้มากกว่าวิธีสรรหาแบบอื่น ๆ หากใครไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร สำคัญอย่างไร HREX จะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ในบทความนี้ ทำความเข้าใจกันใหม่ จุดแข็ง คืออะไร (Strength) หลายคนเข้าใจว่า จุดแข็งคือสิ่งที่เราทำได้ดี แต่นั่นเป็นคำตอบที่ถูกต้องเพียงครึ่งเดียว เว็บไซต์ Cappfinity.com บอกว่า จุดแข็งยังรวมถึงสิ่งที่เราทำแล้วสนุกไปกับมันด้วย และการผสมผสานระหว่าง &#8220;ทำได้ดี&#8221; กับ &#8220;ความสนุกที่ได้ทำ&#8221; นี้เอง เป็นส่วนผสมที่นำไปสู่การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล นอกจากนั้นยังทำให้เกิดความผูกพัน ไปจนถึงแรงจูงใจ กล่าวคือ เมื่อเราทำสิ่งที่เก่ง ถนัด และสนุกไปด้วย เราจะมีแรงจูงใจตามธรรมชาติที่อยากทำสิ่งนั้น และเราทำมันได้ดีขึ้น นี่คือแก่นแท้ของพลังจุดแข็ง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43335" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-27T200457.117.webp" alt="Strength-Based Recruitment สรรหาพนักงานโดยเน้นจุดแข็ง เพื่อองค์กรที่แข็งแกร่ง" width="600" height="370" title="Strength-Based Recruitment คืออะไร ? ทำไมควรให้ความสำคัญกับจุดแข็ง ? 166" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-27T200457.117.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-27T200457.117-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บ่อยครั้งเวลาจะจ้างพนักงานใหม่ คุณสมบัติแรกที่เรามักจะพิจารณาก่อนคือ </span><b>ทักษะ (Skill)</b><span style="font-weight: 400;"> และความสามารถ ของคน ๆ นั้นว่ามีอะไรบ้าง หากมีความสามารถเหลือล้น ก็แทบจะไม่ต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นใดมากแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การดูแค่ความสามารถอย่างเดียวไม่พออีกต่อไป เพราะมีนายจ้างที่หันมาพิจารณาถึง </span><b>จุดแข็ง (Strength) </b><span style="font-weight: 400;">เป็นปัจจัยหลักแทน เพราะหากพนักงานได้ใช้จุดแข็งของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขามีแนวโน้มจะทำผลงานได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้ใช้จุดแข็งของตัวเองหลายเท่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นนำมาสู่หัวข้อในบทความนี้ว่าทำไม </span><b>การสรรหาบุคลากรแบบเน้นจุดแข็ง (Strength-Based Recruitment) </b><span style="font-weight: 400;">จึงเป็นวิธีสรรหาพนักงานที่ช่วยองค์กรเติบโตได้มากกว่าวิธีสรรหาแบบอื่น ๆ หากใครไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร สำคัญอย่างไร HREX จะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h1><b>ทำความเข้าใจกันใหม่ จุดแข็ง คืออะไร </b><b>(Strength) </b></h1>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนเข้าใจว่า จุดแข็งคือสิ่งที่เราทำได้ดี แต่นั่นเป็นคำตอบที่ถูกต้องเพียงครึ่งเดียว เว็บไซต์ Cappfinity.com บอกว่า </span><b>จุดแข็งยังรวมถึงสิ่งที่เราทำแล้วสนุกไปกับมันด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และการผสมผสานระหว่าง &#8220;ทำได้ดี&#8221; กับ &#8220;ความสนุกที่ได้ทำ&#8221; นี้เอง เป็นส่วนผสมที่นำไปสู่การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล นอกจากนั้นยังทำให้เกิดความผูกพัน ไปจนถึงแรงจูงใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่าวคือ </span><b>เมื่อเราทำสิ่งที่เก่ง ถนัด และสนุกไปด้วย เราจะมีแรงจูงใจตามธรรมชาติที่อยากทำสิ่งนั้น และเราทำมันได้ดีขึ้น นี่คือแก่นแท้ของพลังจุดแข็ง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Cappfinity ยังบอกว่าแม้จุดแข็งจะไม่ใช่ยาดี แก้ได้ทุกปัญหา รักษาได้ทุกโรคครอบจักรวาล แต่การใช้จุดแข็งของเราส่งผลดีในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น…</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทำให้มีความสุขมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตนเองสูงขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีความกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีความยืดหยุ่นทางอารมณ์มากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีความเครียดน้อยลง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เรียนรู้ได้เร็วขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีความผูกพันและทำงานได้ดีขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมายมากขึ้น</span></li>
</ul>
<h2><b>จุดแข็ง (Strength) ไม่เท่ากับ ทักษะ (Skill)</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่านผู้อ่านคิดว่าทักษะกับจุดแข็งเป็นสิ่งเดียวกันหรือไม่ ? ถ้าใช่ อาจต้องคิดใหม่ ! เพราะจริง ๆ แล้วท่ามกลางสิ่งที่ดูจะเหมือนกัน กลับมีความแตกต่างมากมายซ่อนอยู่</span></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220711-soft-hard-skills/"><b>ทักษะ</b></a><b> คือความสามารถที่สามารถเรียนรู้ ฝึกฝน และพัฒนาได้</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเราจะคุ้นเคยดีกับ Hard Skills &#8211; ทักษะเชิงเทคนิค เช่น การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ การวิเคราะห์ข้อมูล และ Soft Skills &#8211; ทักษะด้านพฤติกรรม เช่น การสื่อสาร ความเป็นผู้นำ </span></p>
<p><b>ขณะที่จุดแข็งคือคุณสมบัติที่เรามีติดตัวมาตั้งแต่เกิด เป็นพรสวรรค์ติดตัว หรือเกิดจากการฝึกฝนจนกลายเป็นจุดเด่น</b><span style="font-weight: 400;">ที่ทำให้เราโดดเด่นจากคนอื่น เช่น ความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า, ความคิดสร้างสรรค์, ความอดทน เป็นต้น</span></p>
<p><b>Gallup กล่าวไว้ว่าจุดแข็งคือการผสมผสานของพรสวรรค์ ความรู้ และทักษะ</b><span style="font-weight: 400;"> ที่แต่ละคนมีอยู่ ซึ่งช่วยให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความสัมพันธ์ที่ดี และบรรลุเป้าหมายในชีวิต</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43336" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-27T200723.171.webp" alt="Strength-Based Recruitment สรรหาพนักงานโดยเน้นจุดแข็ง เพื่อองค์กรที่แข็งแกร่ง" width="600" height="370" title="Strength-Based Recruitment คืออะไร ? ทำไมควรให้ความสำคัญกับจุดแข็ง ? 167" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-27T200723.171.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-27T200723.171-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>แล้ว Strength-Based Recruitment คืออะไร</b></h2>
<p><b>Strength-Based Recruitment </b><span style="font-weight: 400;">หรือการสรรหาบุคลากรโดยเน้นจุดแข็ง เป็นแนวทางคัดเลือกพนักงานที่มุ่งเน้นพิจารณาคนจากแรงจูงใจภายใน </span><b>แทนที่จะดูเพียงว่าผู้สมัครทำงานอะไรได้บ้าง ทักษะหรือประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร แต่จะดูว่าพวกเขาหลงใหลและต้องการทำอะไรจริง ๆ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถค้นหาคนที่มุ่งมั่น เหมาะสม สอดคล้องกับวัฒนธรรมและค่านิยมของบริษัท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น ถ้าต้องจ้างผู้สมัครงานเป็นโปรแกรมเมอร์คอมพิวเตอร์ การสรรหาบุคลากรแบบเน้นจุดแข็งจะทำให้นายจ้างมองข้ามช็อตไปเลยว่า ผู้สมัครหลงใหลในการเขียนโค้ดหรือไม่ ถ้าเขาไม่แสดงออกว่าอินกับงานเขียนโค้ดเท่าที่ควร เขาแค่ทำงานนี้ได้ดี หรือมุ่งเน้นความสนใจเรื่องอื่น ๆ เช่น เงินเดือน สวัสดิการมากกว่า (ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใดหากพนักงานจะมองหาสิ่งเหล่านี้ก่อน)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือหากจะรับคนเป็น HR เข้ามาทำงาน หากมีผู้สมัคร 2 คนที่ทักษะไม่แตกต่างกันเลย แต่คนหนึ่งอธิบายให้ฟังเป็นฉาก ๆ ว่าเขาหลงใหลการพัฒนาศักยภาพคน ชอบผูกมิตร สร้างสัมพันธ์อันดีกับใครต่อใครในองค์กร กับอีกคนที่ไม่ได้อินกับการทำงานกับคน ไม่ชอบการบริหารคน ไม่ชอบคลุกคลีกับคนอื่นขนาดนั้น ผู้สมัครงานคนแรกย่อมมีโอกาสสูงที่จะได้รับเลือกมากกว่า</span></p>
<h2><b>ประโยชน์ของ Strength-Based Recruitment คือ ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจเห็นแนวทางของ Strength-Based Recruitment แล้วตาลุกวาว มาดูกันก่อนว่าแนวทางนี้มีประโยชน์อย่างไรบ้าง </span></p>
<h3><b>1. เมื่อรับคนเข้ามาแล้ว ผู้สมัครจะใช้เวลาปรับตัวน้อยกว่า</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานใหม่ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าจะปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมขององค์กรได้ แต่การสรรหาบุคลากรแบบเน้นจุดแข็ง ความมุ่งมั่นของพนักงานใหม่จะทำให้เขาเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เร็วขึ้น ปรับตัวได้เร็ว สามารถใช้จุดแข็งของตัวเองได้ไว</span></p>
<h3><b>2. เพิ่มประสิทธิภาพชัดเจน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คนที่ทำงานตามจุดแข็งของตัวเองมักมีแรงจูงใจในการทำงานสูงกว่าคนอื่น ๆ ทำให้พวกเขาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและผลิตผลที่ดีขึ้น</span></p>
<h3><b>3. การมีส่วนร่วมของพนักงานที่ดีขึ้น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อคนทำสิ่งที่พวกเขาชอบ พวกเขาก็จะสนุกกับการทำงานร่วมกับทีมที่มีความคิดตรงกัน คนที่รู้จักและใช้จุดแข็งของตัวเองมีแนวโน้มจะมีส่วนร่วมกับงานมากกว่าคนที่ไม่ใช้จุดแข็งของตัวเองถึง 6 เท่า </span></p>
<h3><b> </b><b>4. Retention พนักงานง่ายขึ้น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อสรรหาพนักงานแบบ Strength-Based Recruitment พนักงานใหม่มีแนวโน้มจะอยู่กับองค์กรนานขึ้น ช่วยลดการลาออก และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างงานจากการจ้างพนักงานที่ไม่เหมาะสม</span></p>
<h3><b>5. ลดอคติที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Strength-Based Recruitment ไม่ได้เน้นที่วุฒิการศึกษา เพศ เชื้อชาติของผู้สมัคร เพราะจะมองไปที่ศักยภาพจากจุดแข็งและแรงจูงใจของผู้สมัครเป็นหลัก</span></p>
<h3><b>6. สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้างมากขึ้น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อให้ความสำคัญกับแรงจูงใจและศักยภาพของพนักงาน ก็ทำให้หากมีการแข่งขันในองค์กร ก็จะเป็นการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน เปิดกว้างในความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น</span></p>
<h2><b>7 แนวปฏิบัติ หากอยากสรรหาบุคลากรแบบ Strength-Based Recruitment</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจคิดว่า การสรรหาแบบ Strength-Based Recruitment น่าจะทำยาก เมื่อเทียบกับวิธีการแบบเดิม ๆ ที่คุ้นชิน แต่จริง ๆ แล้วสามารถทำทำได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการพื้นฐานดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>1. มองข้ามข้อกำหนดงานแบบเดิม ๆ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากจะเปลี่ยนมาใช้การสรรหาบุคลากรแบบเน้นจุดแข็ง ต้องมองข้ามข้อกำหนดงานแบบเดิม ๆ และเข้าใจว่าจุดแข็งใดที่เชื่อมโยงกับข้อกำหนดเหล่านั้น จากนั้นจัดทำแผนที่ของจุดแข็งเหล่านี้โดยขึ้นอยู่กับบทบาทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ควรพิจารณาด้วยว่าจุดแข็งที่กำลังมองหานั้นสอดคล้องกับค่านิยมขององค์กรอย่างไร และจะสามารถนำมาปรับใช้ในกระบวนการสรรหาของคุณได้อย่างไร</span></p>
<h3><b>2. กำหนดผลลัพธ์ที่อยากให้เกิดขึ้น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ถามตัวเองว่า องค์กรคาดหวังอะไรจากวิธีการสรรหานี้ ? ต้องการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรทั้งหมด หรืออยากปรับปรุง KPI ? และที่สำคัญที่สุด ถามว่าการสรรหาบุคลากรแบบเน้นจุดแข็งจะช่วยให้บรรลุผลลัพธ์เหล่านั้นได้อย่างไร? การกำหนดผลลัพธ์ จะนำมาซึ่งกลยุทธ์ และเพิ่มโอกาสในการบรรลุผลลัพธ์ที่ต้องการ</span></p>
<h3><b>3. ประเมินจุดร่วมของเหล่าคนเก่งที่สุดในองค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อรู้ผลลัพธ์ที่ต้องการแล้ว ให้หันไปดูในองค์กรว่า คนทำงานที่ดีที่สุดในแต่ละตำแหน่งขององค์กรคือใคร สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคืออะไร แรงขับเคลื่อนที่ทำให้พวกเขาทำงานหนักขึ้นเหมือนกันไหม จุดแข็งและความหลงใหลของพวกเขาคืออะไร และพวกเขาสามารถใช้มันในบทบาทของตนได้อย่างไร พวกเขาชอบและเก่งเรื่องใดที่สุดในหน้าที่ของพวกเขาเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจได้ดีขึ้นว่าทำไมพวกเขาถึงเก่งในสิ่งที่ทำ และทำไมพวกเขาถึงรักงานมาก และจะเป็นคำถามสัมภาษณ์ที่เอาไว้ถามผู้สมัครงานทุกคนด้วย</span></p>
<h3><b>4. เลือกเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อระบุผลลัพธ์ และจุดแข็งที่ช่วยให้บรรลุผลลัพธ์เหล่านั้นได้แล้ว ก็ต้องเลือกเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุน เช่น มีเครื่องมืออะไรที่ช่วยให้การสรรหาพนักงานตามแนวทางนี้เป็นไปอย่างราบรื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น ใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับบุคลิกภาพในการทดสอบก่อนการจ้างงาน เพื่อทำความรู้จักกับผู้สมัครได้ดีขึ้น หรือหากใช้บริการ Recruitment Agency ก็จะสามารถอธิบายคุณสมบัติของคนที่มองหาได้ถูกต้อง ทำให้ Recruiter มองหาคนได้ตรงกับโจทย์ของลูกค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งหากไม่รู้จะมองหา Recruitment Agency ที่ทำงานเหล่านี้ได้ตามโจทย์ทุกประการจากไหน สามารถมาค้นหาผ่านแพลตฟอร์ม HR Products and Services ของ HREX ได้เลยทาง<a href="https://expth.hrnote.asia/">ลิงก์นี้</a></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43337" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-27T200928.954.webp" alt="Strength-Based Recruitment สรรหาพนักงานโดยเน้นจุดแข็ง เพื่อองค์กรที่แข็งแกร่ง" width="600" height="370" title="Strength-Based Recruitment คืออะไร ? ทำไมควรให้ความสำคัญกับจุดแข็ง ? 168" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-27T200928.954.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-27T200928.954-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><b>5. เขียนประกาศรับสมัครงานที่เน้นจุดแข็ง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเขียน </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-howtomakejobdes-190116/"><span style="font-weight: 400;">Job Description </span></a><span style="font-weight: 400;">ที่อิงกับวิธีการ Strength-Based Recruitment จะดึงดูดผู้สมัครที่มีศักยภาพ  ให้เริ่มด้วยการระบุจุดแข็งและแรงจูงใจที่ผู้สมัครได้เรียนรู้จากการพบปะกับพนักงานที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในองค์กร ผู้สมัครรับรู้ได้ว่าตัวเองเหมาะสมกับตำแหน่งนั้นหรือไม่ มีจุดแข็งที่ตรงกันไหม</span></p>
<p>ตัวอย่างเช่น แทนที่จะเริ่มต้นด้วยข้อกำหนดของตำแหน่ง ให้เริ่มต้นด้วยภาพรวมของบทบาทและอธิบายว่าองค์กรต้องการผู้ที่มี &#8220;จุดแข็ง&#8221; อะไรในการทำงาน</p>
<p><em>&#8220;เรากำลังมองหาผู้ที่มีพลังขับเคลื่อนและมีความกระตือรือร้นในการสร้างสรรค์โซลูชันใหม่ ๆ หากคุณมีความสามารถในการคิดเชิงสร้างสรรค์ รักการทำงานเป็นทีม และสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วโดยธรรมชาติ นี่อาจเป็นโอกาสของคุณ!&#8221;</em></p>
<p>หรือ &#8220;เรากำลังมองหาคนที่มีลักษณะดังนี้:</p>
<ul>
<li><strong data-start="1540" data-end="1578">เรียนรู้ได้ไวและมีความกระตือรือร้น</strong> – ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้</li>
<li><strong data-start="1660" data-end="1678">ชอบการแก้ปัญหา</strong> – มองปัญหาเป็นโอกาสในการพัฒนากระบวนการและสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้น</li>
<li><strong data-start="1746" data-end="1767">ทำงานเป็นทีมได้ดี</strong> – มีทักษะในการสื่อสารและสร้างความร่วมมือกับเพื่อนร่วมงาน</li>
<li><strong data-start="1829" data-end="1862">มุ่งมั่นและมีแรงจูงใจในตัวเอง</strong> – ทำงานโดยไม่ต้องรอให้มีคนบอก ต้องการสร้างผลลัพธ์ที่ดี&#8221;</li>
</ul>
<h3><b>6. สัมภาษณ์ผู้สมัครงานโดยเน้นที่จุดแข็ง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อลิซาเบธ แบคคุส (Elizabeth Bacchus) ผู้อำนวยการของ Successful CV Company อธิบายว่าเวลาสัมภาษณ์ให้เตรียมคำถามที่เน้นจุดแข็งเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจแรงจูงใจและความหลงใหลของผู้สมัคร โดยตัวอย่างคำถามที่ควรใช้ มีดังต่อไปนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ชอบทำอะไรในเวลาว่าง ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เก่งในเรื่องอะไรตามธรรมชาติ ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เรียนรู้ทักษะประเภทไหนได้เร็ว ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ชอบ และไม่ชอบทำอะไรในออฟฟิศ ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทำสิ่งที่ภาคภูมิใจครั้งสุดท้ายตอนไหน ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ชอบเรียนรู้เรื่องอะไรที่สุด ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เมื่อไหร่ที่รู้สึกมีแรงบันดาลใจมากที่สุด ?</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">งานนี้จะตรงกับจุดแข็งของคุณอย่างไร ?</span></li>
</ul>
<h3><b>7. ดำเนินการพัฒนาตามจุดแข็งต่อไป</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากเลือกผู้สมัครได้แล้ว อย่าหยุดพัฒนาจุดแข็ง และสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานต่อไป Gallup พบว่า ทีมที่มุ่งเน้นการพัฒนาจุดแข็งสามารถปรับปรุงได้มากใน 6 ด้านหลักคือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ยอดขาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">กำไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การมีส่วนร่วมของลูกค้า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การหมุนเวียนของพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การมีส่วนร่วมของพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความปลอดภัย </span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้การพัฒนาตามจุดแข็งมีประสิทธิภาพในองค์กร ต้องเรียนรู้กิจกรรมงานที่พนักงานชอบทำมากที่สุดในแต่ละวัน รวบรวมข้อมูลย้อนกลับและเรียนรู้ว่าชิ้นงานใดในบทบาทของแต่ละคนที่กระตุ้นให้พวกเขามีแรงจูงใจ และจะสามารถปรับปรุงการมีส่วนร่วม เพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาทางอาชีพในองค์กรได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43338" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-27T200956.223.webp" alt="Strength-Based Recruitment สรรหาพนักงานโดยเน้นจุดแข็ง เพื่อองค์กรที่แข็งแกร่ง" width="600" height="370" title="Strength-Based Recruitment คืออะไร ? ทำไมควรให้ความสำคัญกับจุดแข็ง ? 169" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-27T200956.223.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-27T200956.223-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ข้อควรระวังหากใช้วิธีสรรหาแบบ Strength-Based Recruitment</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ Strength-Based Recruitment ก็มีข้อจำกัดที่องค์กรควรคำนึงถึงก่อนนำมาใช้จริง ดังนี้</span></p>
<h3><b>1. ความยากในการประเมินจุดแข็งของผู้สมัคร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การค้นหาจุดแข็งของผู้สมัคร ต้องอาศัยกระบวนการคัดเลือกที่ซับซ้อน ใช้เวลาและต้นทุนมากกว่ากระบวนการตามปกติ</span></p>
<h3><b>2. อาจมองข้ามความสำคัญของ Hard Skills</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การมุ่งเน้นที่จุดแข็งของผู้สมัครมากเกินไป อาจทำให้มองข้ามทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน เช่น หากเป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น วิศวกร แพทย์ หรือนักบัญชี ทักษะพื้นฐานและใบรับรองวิชาชีพยังคงมีความสำคัญ แม้ผู้สมัครจะมีจุดแข็งในการแก้ปัญหาหรือมีความคิดสร้างสรรค์สูง แต่หากขาดทักษะนี้ ก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<h3><b>3. มีความท้าทายในการเปรียบเทียบผู้สมัคร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรให้ความสำคัญกับจุดแข็งมากกว่าทักษะและประสบการณ์ การเปรียบเทียบระหว่างผู้สมัครอาจทำได้ยากขึ้น การวัดและเปรียบเทียบจุดแข็งเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและอาจขึ้นอยู่กับความรู้สึกหรือการตีความของผู้สัมภาษณ์ ซึ่งอาจนำไปสู่อคติอีกรูปแบบได้เช่นกัน</span></p>
<h3><b>4. วิธีนี้ไม่เหมาะกับการสรรหาทุกตำแหน่งงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Strength-Based Recruitment เหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการแรงขับเคลื่อนจากภายใน เช่น งานด้านนวัตกรรม งานสร้างสรรค์ หรือสายงานที่ต้องการแรงจูงใจสูง แต่สำหรับตำแหน่งที่เน้นการทำงานตามขั้นตอน เช่น งานฝ่ายบัญชี งานด้านกฎหมาย หรืออุตสาหกรรมการผลิต จุดแข็งและแรงจูงใจอาจไม่ใช่ปัจจัยหลักในการพิจารณา การเลือกพนักงานโดยเน้นจุดแข็งมากเกินไป อาจทำให้มองข้ามความจำเป็นของกระบวนการทำงานมาตรฐานได้</span></p>
<h3><b>5. เสี่ยงต่อการจ้างงานที่ไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บางครั้ง Strength-Based Recruitment มุ่งเน้นที่จุดแข็งของบุคคลมากเกินไป จนมองข้ามว่า พนักงานจะเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้หรือไม่ เช่น หากองค์กรต้องการทีมที่มีความร่วมมือสูง แต่พนักงานที่ถูกจ้างเข้ามามีจุดแข็งด้านการทำงานอิสระและมีแนวโน้มทำงานคนเดียวมากกว่า อาจเกิดปัญหาในการทำงานเป็นทีมและส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพโดยรวมได้</span></p>
<h3><b>6. อาจทำให้คาดหวังสูงเกินไปจากพนักงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อนายจ้างเลือกพนักงานจากจุดแข็ง อาจคาดหวังให้พนักงานทำงานได้ดีเยี่ยมทันทีโดยไม่ต้องฝึกอบรมเพิ่มเติม ซึ่งไม่จริงเสมอไป พนักงานยังคงต้องการการพัฒนาและโค้ชชิ่งเพิ่มเติม ต่อให้พวกเขามุ่งมั่นกับการทำสิ่งที่รัก แต่คาดหวังสูงเกินไปก็ทำให้พนักงานรู้สึกกดดันหรือ</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/hr-burnout-healing-250117/"><span style="font-weight: 400;">หมดไฟ (Burnout)</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้</span></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาพนักงานโดยเน้นจุดแข็ง (Strength-Based Recruitment) ไม่ใช่เพียงแค่กลยุทธ์ในการคัดเลือกบุคลากรเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางที่ช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะ</span><b>เมื่อพนักงานได้ทำงานที่สอดคล้องกับจุดแข็งของตนเอง พวกเขาจะรู้สึกมีคุณค่า มีแรงจูงใจ และสามารถดึงศักยภาพของตนออกมาได้เต็มที่</b><span style="font-weight: 400;"> สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการพัฒนาและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานในระยะยาว</span></p>
<p><b>อย่างไรก็ตาม การนำแนวคิดนี้มาใช้ต้องทำอย่างรอบคอบ</b><span style="font-weight: 400;"> โดยต้องคำนึงถึงสมดุลระหว่างจุดแข็งของบุคคลกับทักษะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งงาน รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้พนักงานสามารถพัฒนาและใช้ศักยภาพของตนเองได้สูงสุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรสามารถจับคู่คนให้เหมาะสมกับงานได้อย่างแท้จริง ไม่เพียงแต่พนักงานจะมีความสุขกับงานที่ทำ แต่ธุรกิจก็จะได้รับประโยชน์จากบุคลากรที่ทุ่มเทและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความสามารถอย่างแท้จริง</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Strength-Based Recruitment คืออะไร ? ทำไมควรให้ความสำคัญกับจุดแข็ง ? 170"></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sourced</b></p>
<ul>
<li aria-level="1"><a href="https://cappfinity.com/benefits-of-strengths-based-recruitment/" target="_blank" rel="noopener">cappfinity.com</a></li>
<li aria-level="1"><a href="https://harver.com/blog/strength-based-recruitment/" target="_blank" rel="noopener">harver</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/strength-based-recruitment-250228/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไขข้อสงสัย ทำไม Recruitment Agency Fees ถึงแพง ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-agency-fees-250123/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-agency-fees-250123/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jan 2025 06:11:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Recruitment Agency]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=42319</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อองค์กรต้องการหาพนักงานใหม่ มักมีทางเลือกอยู่ไม่กี่วิธี วิธีแรกคือการสรรหาด้วยตนเอง โดยประกาศรับสมัครผ่านช่องทางต่าง ๆ แล้วรอให้ผู้สมัครส่งประวัติเข้ามา วิธีที่สองคือการทำเชิงรุก ด้วยการค้นหาผู้สมัครที่มีศักยภาพตาม Job Board หรือเว็บไซต์หางานต่าง ๆ และวิธีสุดท้ายคือการใช้บริการ Recruitment Agency อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรมักประสบปัญหาเรื่อง ค่าบริการ (Recruitment Agency Fees) ที่ค่อนข้างสูง จนบางครั้งต้องยอมเลือกสรรหาพนักงานด้วยตนเอง  อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ค่าบริการแพง และการใช้บริการนี้คุ้มค่าจริงหรือไม่? มาหาคำตอบไปพร้อมกันได้ในบทความนี้ ค่าบริการ Recruitment Agency Fees คืออะไร ? ค่าบริการ Recruiting Agency Fees คือค่าใช้จ่ายที่องค์กรจ่ายให้กับ Recruitment Agency หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากร เพื่อช่วยค้นหาและคัดเลือกผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งงานนั้น ๆ ตั้งแต่ตำแหน่งเล็ก ๆ อย่างพนักงานทั่วไป ไปจนถึงตำแหน่งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดยบริการของ Recruitment Agency จะครอบคลุมขั้นตอนสำคัญหลายส่วน อาทิ สรรหาผู้สมัครที่มีศักยภาพ (Sourcing) คัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้น (Screening) [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42321" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-83.webp" alt="ไขข้อสงสัย ทำไม Recruitment Agency Fees ถึงแพง ?" width="600" height="370" title="ไขข้อสงสัย ทำไม Recruitment Agency Fees ถึงแพง ? 177" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-83.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-83-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรต้องการหาพนักงานใหม่ มักมีทางเลือกอยู่ไม่กี่วิธี วิธีแรกคือการสรรหาด้วยตนเอง โดยประกาศรับสมัครผ่านช่องทางต่าง ๆ แล้วรอให้ผู้สมัครส่งประวัติเข้ามา วิธีที่สองคือการทำเชิงรุก ด้วยการค้นหาผู้สมัครที่มีศักยภาพตาม Job Board หรือเว็บไซต์หางานต่าง ๆ และวิธีสุดท้ายคือการใช้บริการ </span><b>Recruitment Agency</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรมักประสบปัญหาเรื่อง </span><b>ค่าบริการ (Recruitment Agency Fees)</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ค่อนข้างสูง จนบางครั้งต้องยอมเลือกสรรหาพนักงานด้วยตนเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ค่าบริการแพง และการใช้บริการนี้คุ้มค่าจริงหรือไม่? มาหาคำตอบไปพร้อมกันได้ในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h1>ค่าบริการ Recruitment Agency Fees คืออะไร ?</h1>
<p><span style="font-weight: 400;">ค่าบริการ Recruiting Agency Fees คือค่าใช้จ่ายที่องค์กรจ่ายให้กับ Recruitment Agency หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากร เพื่อช่วยค้นหาและคัดเลือกผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งงานนั้น ๆ ตั้งแต่ตำแหน่งเล็ก ๆ อย่างพนักงานทั่วไป ไปจนถึงตำแหน่งใหญ่ในระดับผู้บริหาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยบริการของ Recruitment Agency จะครอบคลุมขั้นตอนสำคัญหลายส่วน อาทิ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สรรหาผู้สมัครที่มีศักยภาพ (Sourcing)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้น (Screening)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ประเมินความสามารถ (Assessments)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สัมภาษณ์ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือก (Interviewing)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ช่วยออฟเฟอร์งาน ต่อรองเงินเดือน เจราจากับผู้สมัคร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ให้คำปรึกษาเรื่องตลาดงาน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาบุคลากรที่มีคุณภาพนั้นต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้านอย่างละเอียด ทั้งปัจจัยที่วัดค่าได้ชัดเจน เช่น ประสบการณ์และทักษะตามที่ระบุในคำบรรยายลักษณะงาน ต้นทุนแฝงหรือต้นทุนคงที่ และปัจจัยที่จับต้องได้ยาก ได้แก่ บุคลิกภาพ ทัศนคติ และความเข้ากันได้กับวัฒนธรรมองค์กร การสรรหาที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยทั้งความรู้และความเข้าใจเชิงลึกในความต้องการของทั้งองค์กรและผู้สมัคร เพื่อสร้างการจับคู่ (Matching) ที่ลงตัวและเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความซับซ้อนและความละเอียดอ่อนของกระบวนการเหล่านี้ คือเหตุผลเบื้องต้นที่ทำให้ค่าบริการของ Recruitment Agency สูงนั่นเอง </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42323" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-84.webp" alt="ไขข้อสงสัย ทำไม Recruitment Agency Fees ถึงแพง ?" width="600" height="370" title="ไขข้อสงสัย ทำไม Recruitment Agency Fees ถึงแพง ? 178" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-84.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-84-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>ปัจจัยแฝงอื่น ๆ ที่ทำให้ Recruitment Agency Fees มีราคาแพง</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">มีหลายปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อการกำหนดราคาของบริษัทจัดหางาน การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรเจรจาต่อรองได้ดีขึ้น บริหารต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ และมั่นใจได้ว่าได้รับความคุ้มค่าจากการใช้บริการ ดังนี้</span></p>
<h3>1. ต้นทุนแฝงของ Recruitment Agency</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Recruitment Agency มีค่าใช้จ่ายหลายอย่างที่ต้องแบกรับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในระยะยาว ต้นทุนเหล่านี้รวมถึงค่าจ้างทีม Recruiter ที่มีฝีมือ เพราะ Recruitment Agency ต้องลงทุนกับการหาทีมสรรหาทีมที่ดีที่สุด ดังนั้นยิ่งลงทุนกับทรัพยากรในการหาคนมาก ก็ทำให้ค่าบริการสูงขึ้นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นยังมีค่าสำนักงาน ค่าเทคโนโลยีจากการลงทุนในเครื่องมือค้นหาและบริหารจัดการผู้สมัคร เช่น ซอฟต์แวร์และระบบจัดการอย่าง </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/crm-candidate-relationship-management-210702/"><span style="font-weight: 400;">CRM</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่สามารถเก็บฐานข้อมูลผู้สมัครขนาดใหญ่ได้, ซอฟต์แวร์ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222"><span style="font-weight: 400;">Applicant Tracking Systems (ATS) </span></a><span style="font-weight: 400;">ไปจนถึงแพลตฟอร์ม Job Board ซึ่งทุกอย่างล้วนมีผลให้กระบวนการสรรหามีประสิทธิภาพที่สุด</span></p>
<h3>2. ความเฉพาะตัวของแต่ละอุตสาหกรรม</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ค่าบริการมักแตกต่างกันตามอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในธุรกิจที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น การเงิน เทคโนโลยี และสุขภาพ ค่าบริการจะสูงเพราะบริษัทจัดหางานมีเครือข่ายผู้สมัครเฉพาะทาง (Niche Talent Pool) และเข้าใจความต้องการของตำแหน่งงานอย่างลึกซึ้ง</span></p>
<h3>3. ความยากในการหาผู้สมัคร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตำแหน่งที่ต้องการความเชี่ยวชาญสูงหรือตำแหน่งผู้บริหาร มักใช้เวลาสรรหานานเพราะมีผู้สมัครที่เหมาะสมน้อย ทำให้ค่าบริการสูงขึ้น ในทางกลับกัน ตำแหน่งที่มีผู้สมัครเหมาะสมจำนวนมาก อาจมีค่าบริการที่ต่ำกว่าเพราะหาคนได้ง่ายกว่า</span></p>
<h3>4. ความเร่งด่วนในการจ้างงาน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาแบบเร่งด่วนมักมีค่าบริการสูงขึ้น เพราะต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มและอาจต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อให้ได้ผู้สมัครทันตามกำหนด</span></p>
<h3>5. ทำเลที่ตั้ง</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัทจัดหางานในเมืองใหญ่หรือศูนย์กลางเศรษฐกิจมักคิดค่าบริการสูงกว่า เนื่องจากค่าครองชีพและความต้องการแรงงานสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องการบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง นอกจากนี้ หากบริษัทไหนต้องการผู้สมัครจากต่างประเทศด้วย จะยิ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสูงขึ้น</span></p>
<h3>6. ชื่อเสียงของบริษัทจัดหางาน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ค่าบริการของ Recruitment Agency มักสะท้อนถึงชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบริษัท โดยบริษัทที่มีประวัติยาวนานหรือเชี่ยวชาญเฉพาะทางมักคิดค่าบริการสูงกว่า เพราะมีเครือข่ายที่แข็งแกร่งและเข้าถึงผู้สมัครคุณภาพสูงได้ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากบริษัทไหนมีผลงานที่จับต้องได้เยอะ พิสูจน์แล้วว่าสรรหาพนักงานให้เมื่อไหร่ จะเจอแต่เพชรเม็ดงาม ย่อมได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำและสามารถเรียกค่าบริการในระดับสูงได้ สมกับคุณค่าที่มอบให้ในกระบวนการสรรหา</span></p>
<h2>ประเภทของ Recruiting Agency Fees มีอะไรบ้าง ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Recruitment Agency คิดค่าบริการหลากหลายรูปแบบ และแต่ละรูปแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปด้วย ซึ่งรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุด มีดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>Contingency Fees</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นรูปแบบค่าบริการที่พบเจอได้ใน Recruitment Agency ส่วนใหญ่ทั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2"><span style="font-weight: 400;">Reeracoen Recruitment</span></a><span style="font-weight: 400;"> เป็นต้น โดยบริษัทจัดหางานจะได้รับค่าบริการเมื่อสามารถหาผู้สมัครที่เหมาะสมและการจ้างงานประสบความสำเร็จตามที่องค์กรต้องการ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยทั่วไป ค่าบริการจะอยู่ที่ 15% &#8211; 25% ของเงินเดือนรายปีของพนักงานใหม่ อัตรานี้จะแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น ประเภทอุตสาหกรรม ระดับตำแหน่งงาน และชื่อเสียงของบริษัทจัดหางาน</span></p>
<h4><b>ข้อดีของ Contingency Fee</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่มีค่าใช้จ่ายล่วงหน้า องค์กรลูกค้ายังไม่ต้องจ่ายเงินก่อน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างแรงจูงใจให้บริษัทจัดหางานหาคนให้ได้ เนื่องจากจะได้รับค่าบริการเมื่อหาผู้สมัครได้สำเร็จเท่านั้น ทำให้บริษัทจัดหางานต้องยิ่งทุ่มเทในการสรรหาผู้สมัครที่เหมาะสม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มี Pool คนสมัครงานอยู่แล้ว ซึ่งอาจตอบโจทย์ความต้องการก่อน ทำให้ไม่ต้องสรรหาใหม่ตั้งแต่แรก</span></li>
</ul>
<h4><b>ข้อเสียของ Contingency Fee</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ยิ่งต้องหาพนักงานตำแหน่งระดับสูง และหายากขึ้นเท่าไหร่ ค่าบริการก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คนเก่งย่อมเป็นที่หมายปองของทุกบริษัท ทำให้บ่อยครั้ง Recruitment Agency มักจะเจอคู่แข่งเพ่งเล็งผู้สมัครคนเดียวกันพอดี ทำให้การแข่งขันแย่งชิงดุเดือดขึ้น โอกาสจะได้ตัวก็จะยากขึ้นตามไปด้วย </span></li>
</ul>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44225" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="ไขข้อสงสัย ทำไม Recruitment Agency Fees ถึงแพง ? 179"></a></p>
<h3><b>Retainer Fees</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">รูปแบบนี้มักใช้ในการสรรหาผู้บริหารระดับสูง หรือตำแหน่งที่หาผู้สมัครได้ยาก โดยองค์กรจะต้องจ่ายค่าบริการส่วนหนึ่งล่วงหน้า (เพื่อให้เป็นสัญญาแบบผูกขาด) และค่าบริการส่วนที่เหลือจะแบ่งจ่ายเป็นงวดตามขั้นตอนสำคัญ เช่น การคัดเลือกผู้สมัครรอบสุดท้าย (Shortlisting) หรือเมื่อการจ้างงานสำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาด้วยระบบ Retainer Fee มักใช้เวลานานและมีขั้นตอนละเอียดกว่า เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุด โดยค่าบริการรวมมักอยู่ที่ 15-25% ของเงินเดือนปีแรก แต่บางกรณีอาจสูงถึง 25-40%</span></p>
<h4><b>ข้อดีของ Retainer Fee</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">องค์กรจะได้รับบริการสรรหาที่ออกแบบมาเฉพาะ ช่วยลดความเสี่ยงในการจ้างผู้สมัครที่ไม่เหมาะสม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การจ่ายเงินล่วงหน้าจะช่วยให้บริษัทจัดหางานจัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กระบวนการสรรหามีคุณภาพสูงสุด</span></li>
</ul>
<h4><b>ข้อเสียของ Retainer Fee</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เป็นข้อดีของ Recruitment Agency ก็คือข้อเสียของฝั่งองค์กรเองที่ต้องจ่ายเงินตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ว่าจะสรรหาสำเร็จหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดสำหรับองค์กรที่มีงบประมาณจำกัด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ยิ่งกระบวนการละเอียดมากเท่าไหร่ ก็อาจไม่เหมาะกับองค์กรที่ต้องการจ้างงานเร่งด่วนมากเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruiter-vs-headhunter-20221215/">Headhunting</a> เพราะกระบวนการนี้จะต้องการผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเฉพาะเจาะจงจนแทบจะชี้ได้เลยว่าเป็นใครในอุตสาหกรรม การ Headhunt มีโอกาสว่าอาจล่าตัวมาไม่ได้ด้วย หากผู้ที่ถูกหมายตาไม่ได้ต้องการหางานใหม่แต่แรก</span></li>
</ul>
<h3><b>Exclusive/Engaged Fees</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นรูปแบบผสมระหว่าง Contingency และ Retainer โดยบริษัทจัดหางานจะได้สิทธิ์ผูกขาดในการสรรหา (Exclusive Rights) เมื่อองค์กรมอบสิทธิ์ในการสรรหาพนักงานสำหรับตำแหน่งที่กำหนดให้กับ Recruitment Agency เพียงเจ้าเดียวเท่านั้น หมายความว่า Recruitment Agency อื่น ๆ จะไม่มีสิทธิ์เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการค้นหาผู้สมัครสำหรับตำแหน่งนั้น ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้จะไม่ต้องจ่ายค่าบริการทั้งหมดล่วงหน้า แต่องค์กรจะจ่ายเงินบางส่วนเพื่อเริ่มต้นการค้นหา และจ่ายส่วนที่เหลือเมื่อจ้างงานสำเร็จ</span></p>
<h4><b>ข้อดีของ Exclusive/Engaged Fees</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การจ่ายเงินล่วงหน้าบางส่วนช่วยสร้างความมั่นใจให้บริษัทจัดหางาน ขณะที่การจ่ายตามผลงานช่วยรักษาแรงจูงใจในการหาคนที่เหมาะสม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ด้วยสิทธิ์ผูกขาด ไม่มีการแข่งขันระหว่างบริษัทจัดหางาน บริษัทจัดหางานสามารถทุ่มเทเพื่อหาผู้สมัครที่ดีที่สุดได้อย่างเต็มที่</span></li>
</ul>
<h4><b>ข้อเสียของ Exclusive/Engaged Fees</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แม้จะจ่ายเงินล่วงหน้าน้อยกว่าแบบ Retainer แต่ก็ยังมีความเสี่ยงสำหรับองค์กรที่ไม่มั่นใจในผลลัพธ์ที่อาจได้รับ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แม้จะเป็นทางเลือกที่สมดุล แต่ค่าใช้จ่ายรวมอาจสูงกว่าการใช้ Contingency เพียงอย่างเดียว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ถ้าใช้ Recruitment Agency เจ้าเดียวในการสรรหา มีความเสี่ยงเยอะมากว่าจะไม่สามารถหาคนได้ตามเวลาที่เราต้องการ ยิ่งหากหาคนในปริมาณมากเท่าไหร่ ก็มีความเสี่ยงเพิ่มมากเท่านั้น</span></li>
</ul>
<h3><b>Flat Fees</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">รูปแบบนี้คิดค่าบริการแบบเหมาจ่ายต่อการจ้างงานหนึ่งตำแหน่ง มักใช้กับตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น (Entry-level) หรือการจ้างงานจำนวนมาก (Bulk Hiring)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การคิดแบบเหมาจ่ายมีราคาที่แน่นอน ทำให้วางแผนงบประมาณได้ง่าย แต่อาจไม่สามารถปรับแต่งบริการให้ตรงกับความต้องการเฉพาะขององค์กรเหมือนแบบ Contingency หรือ Retainer ได้ ทำให้ราคาอาจแตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับระดับตำแหน่งงานและความซับซ้อนของการสรรหา</span></p>
<h4><b>ข้อดีของ Flat Fee</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เหมาะกับองค์กรที่มีงบประมาณตายตัว เมื่อค่าบริการที่ชัดเจนช่วยให้ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนต่ำกว่ารูปแบบอื่น มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า โดยเฉพาะเมื่อต้องจ้างพนักงานจำนวนมาก</span></li>
</ul>
<h4><b>ข้อเสียของ Flat Fee</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">กระบวนการอาจไม่ละเอียด บริการมักไม่ครอบคลุมความต้องการเฉพาะขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ขาดความยืดหยุ่น ลูกค้าอาจไม่ได้รับบริการเชิงลึก เช่น การหาผู้สมัครเฉพาะทางหรือการประเมินอย่างละเอียด เป็นผลให้ได้พนักงานที่ไม่ตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง</span></li>
</ul>
<h3><b>Hourly Fees</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การคิดค่าบริการตามเวลาที่ใช้ในการสรรหาผู้สมัคร รูปแบบนี้เหมาะกับการจ้างพนักงานชั่วคราว (Temporary Workers) หรือพนักงานสัญญาจ้าง (Contract Workers) มากกว่า และเหมาะกับองค์กรที่มีความต้องการเฉพาะในระยะสั้นหรือมีงบจำกัด เพราะสามารถเลือกใช้บริการเฉพาะส่วน เช่น การค้นหาผู้สมัคร การคัดกรอง หรือการสัมภาษณ์ ทั้งแบบครั้งเดียวหรือต่อเนื่อง โดยอัตราค่าบริการต่อชั่วโมงจะกำหนดไว้ล่วงหน้า</span></p>
<h4><b>ข้อดีของ Hourly Fees</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนอาจต่ำกว่า เพราะคิดตามเวลาที่ใช้จริง แทนการคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เหมาะกับงานเฉพาะทาง ตำแหน่งที่ต้องการความเชี่ยวชาญพิเศษ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความเสี่ยงทางการเงินต่ำ จ่ายตามการใช้งานจริง ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ล่วงหน้า</span></li>
</ul>
<h4><b>ข้อเสียของ Hourly Fees</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ค่าใช้จ่ายอาจบานปลาย หากใช้เวลานานกว่าที่คาด หรือหาคนไม่ได้ตามเป้า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่รับประกันผลลัพธ์ การจ่ายตามเวลาไม่ได้หมายความว่าจะได้คนที่เหมาะสมแน่นอน</span></li>
</ul>
<h3><b>Contract Placement Fees</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัทจัดหางานจะจ้างผู้สมัครเข้าระบบบัญชีเงินเดือนของบริษัทเอง (Internal Payroll) แล้วปล่อยให้พนักงานไปทำงานในองค์กรลูกค้า แล้วจากนั้นลูกค้าค่อยจ่ายค่าบริการให้บริษัทจัดหางานภายหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ค่าบริการมักคิดเป็นส่วนเพิ่มจากค่าแรงรายชั่วโมงของพนักงาน เช่น 1.5 เท่าของค่าแรงต่อชั่วโมง ถ้าพนักงานได้ค่าแรง 40 บาทต่อชั่วโมง บริษัทจัดหางานอาจคิด 80 บาทต่อชั่วโมง เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่างๆ</span></p>
<h4><b>ข้อดีของ Contract Placement Fees</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">องค์กรสามารถทดลองความสามารถและความเหมาะสมของพนักงานได้ก่อนตัดสินใจจ้างถาวร ช่วยลดความเสี่ยงในการจ้างพนักงานที่ไม่เหมาะสม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ตอบโจทย์งานระยะสั้นและความต้องการเร่งด่วน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">องค์กรไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการ การผูกพันระยะยาว หรือการฝึกอบรมพนักงาน</span></li>
</ul>
<h4><b>ข้อเสียของ Contract Placement Fees</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อัตราการลาออกสูง เพราะพนักงานที่จ้างในลักษณะนี้อาจมีความผูกพันกับองค์กรน้อยกว่า ทำให้อาจเกิดการลาออกบ่อย ส่งผลให้เกิดต้นทุนในการจ้างงานและฝึกอบรมใหม่ซ้ำ ๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การทำงานเป็นทีมอาจมีปัญหา เพราะพนักงานถูกจ้างในรูปแบบสัญญาอาจส่งผลต่อความสามารถในการทำงานร่วมกับทีมได้ไม่เต็มที่อย่างที่ควร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ค่าใช้จ่ายในระยะยาว หากองค์กรต้องเปลี่ยนพนักงานบ่อยครั้ง ต้นทุนที่ประหยัดได้ในช่วงแรกอาจถูกลบล้างด้วยต้นทุนการจ้างและฝึกอบรมใหม่ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42324" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-85.webp" alt="ไขข้อสงสัย ทำไม Recruitment Agency Fees ถึงแพง ?" width="600" height="370" title="ไขข้อสงสัย ทำไม Recruitment Agency Fees ถึงแพง ? 180" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-85.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-85-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>อยากใช้บริการ Recruitment Agency ให้คุ้มค่า ควรพิจารณาอะไรบ้าง</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลือกใช้บริการ Recruitment Agency ให้คุ้มค่า ไม่เพียงแค่เลือกจากชื่อเสียงหรือบริการที่มีให้ แต่ควรพิจารณาปัจจัยหลายอย่างเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณขององค์กร ต่อไปนี้คือคำแนะนำสำคัญที่ควรพิจารณาดังนี้</span></p>
<h3>1. สำรวจราคาตลาดก่อน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรควรเริ่มต้นด้วยการศึกษามาตรฐานค่าบริการในอุตสาหกรรมเดียวกัน ทั้งในด้าน ช่วงค่าบริการทั่วไปในตลาด และ ค่าบริการในพื้นที่ที่คุณอยู่ รวมถึง ตำแหน่งงานที่ต้องการจ้าง การขอใบเสนอราคาจาก Recruitment Agency หรือที่ปรึกษาหลายแห่งเพื่อเปรียบเทียบจะช่วยให้คุณเข้าใจภาพรวมของตลาดได้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปรียบเทียบค่าบริการระหว่าง Agency ต่าง ๆ ไม่เพียงช่วยให้องค์กรทราบถึงช่วงราคาที่เหมาะสม แต่ยังทำให้การเจรจาต่อรองง่ายขึ้น และเพิ่มโอกาสในการได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด</span></p>
<h3>2. กำหนดให้ชัดเจนว่า มีงบประมาณเท่าไหร่</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การมีงบประมาณชัดเจนช่วยให้องค์กรสื่อสารข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายกับ Recruitment Agency ได้ตรงประเด็น นอกจากนี้ การระบุประเภทของตำแหน่งงานที่ต้องการ เช่น พนักงานชั่วคราว พนักงานประจำ ตำแหน่งงานเฉพาะทาง จะช่วยให้ Recruitment Agency สามารถปรับบริการหรือเสนอแนะโครงสร้างค่าบริการที่สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรได้</span></p>
<h3>3. เจรจาโครงสร้างค่าบริการและการชำระเงิน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรควรพิจารณาโครงสร้างค่าบริการที่เหมาะสมกับทั้ง ตำแหน่งงาน และ งบประมาณการสรรหา เช่น ค่าบริการเหมาจ่าย อาจเหมาะกับองค์กรที่ไม่สามารถจ่ายค่าบริการตามเปอร์เซ็นต์เงินเดือน 15-25% ได้ ส่วน Contingency Fee เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการลดความเสี่ยง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ Recruitment Agency เสนอค่าบริการ ยังสามารถเจรจาเงื่อนไขการชำระเงินได้ เช่น แบ่งชำระเป็นงวด หรือการขอชำระเงินในภายหลัง หรืออีกหนึ่งวิธีในการต่อรองคือ จำกัดขอบเขตของบริการ เช่น การลดจำนวนรอบการประเมินผล (Assessments) หรือจำนวนการสัมภาษณ์เพื่อลดค่าใช้จ่าย เป็นต้น</span></p>
<h3>4. ลองขอส่วนลดสำหรับการจ้างงานหลายตำแหน่งได้นะ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรของคุณต้องการจ้างงานหลายตำแหน่งในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ควรลองเจรจาขอส่วนลดจาก Recruitment Agency ดูได้ มี Recruitment Agency ไม่น้อยยินดีลดค่าบริการ หากองค์กรมีความต้องการจ้างงานหลายตำแหน่งผ่านบริการของพวกเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีนี้ไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและระยะยาวด้วย</span></p>
<h3>5. เพิ่มเงื่อนไขการคืนเงิน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพิ่มไว้เผื่อมีกรณีที่การจ้างงานไม่สำเร็จ เงื่อนไขนี้อาจรวมถึงการหาผู้สมัครทดแทน (Replacement Candidate) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงให้องค์กร หากผู้สมัครที่ได้รับการว่าจ้างไม่สามารถทำงานได้ตามที่คาดหวัง</span></p>
<h3>6. เสนอข้อตกลงระยะยาวและค่าบริการตามผลลัพธ์</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรต้องการใช้บริการของ Recruitment Agency อย่างต่อเนื่อง การทำสัญญาระยะยาวสามารถช่วยเจรจาลดค่าบริการได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น องค์กรสามารถเสนอให้ใช้โครงสร้างค่าบริการตามผลลัพธ์ เช่น ชำระค่าบริการเริ่มต้นในอัตราที่ต่ำ และจ่ายโบนัสเพิ่มเติมเมื่อผู้สมัครที่จ้างสามารถทำงานได้สำเร็จและอยู่ในตำแหน่งงานนั้นในช่วงระยะเวลาที่กำหนด วิธีนี้ช่วยให้ Recruitment Agency มีแรงจูงใจในการหาผู้สมัครที่มีคุณภาพและเหมาะสมที่สุด</span></p>
<h3>7. ประเมินประวัติผลงานของ Recruitment Agency</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจะเจรจาค่าบริการ ควรตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือของ Recruitment Agency ที่กำลังพิจารณาด้วย หากเจอบริษัทที่มีชื่อเสียงดี มีผลงานการสรรหาที่ประสบความสำเร็จบ่อย ๆ การมีผลงานเชิงประจักษ์ยิ่งทำให้ Recruiment Agency มีแต้มต่อรองในการคิดค่าบริการที่สูงขึ้น ซึ่งแลกมากับบริการที่ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่หากเจอบริษัทที่ยังใหม่ในตลาด บริษัทนั้นก็อาจมีอำนาจในการต่อรองค่าบริการที่ต่ำลงได้ อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่ามีความเสี่ยงเช่นกันที่อาจจะได้พนักงานที่คุณภาพไม่ตรงกับที่ใจต้องการ</span></p>
<h2>กังวลเรื่องราคาใช่ไหม ? ลองใช้ SourcedOut ซึ่งราคาถูกกว่า Recruitment Agency ได้นะ</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นที่ทราบกันดีว่าค่าบริการของ Recruitment Agency มักจะสูง เนื่องจากต้นทุนคงที่ที่บริษัทเหล่านี้ต้องแบกรับ เช่น ค่าจ้างพนักงานประจำ ค่าสำนักงาน และค่าเทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดการข้อมูลผู้สมัคร ทั้งหมดนี้ถูกสะท้อนออกมาในค่าบริการที่องค์กรต้องจ่าย ทำให้หลายบริษัทกังวลเรื่องต้นทุนการจ้างงาน โดยเฉพาะในตำแหน่งที่ไม่ได้ต้องการความซับซ้อนมากนัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครกำลังกังวลล่ะก็ ลองพิจารณา </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/sourcedout-2024-250109/"><span style="font-weight: 400;">SourcedOut</span></a><span style="font-weight: 400;"> ดูได้ซึ่งนำเสนอโมเดลธุรกิจที่แตกต่าง โดยใช้ Freelance Recruiter กว่า 1,100 คนจากหลากหลายอุตสาหกรรม แทนการมีทีมงานประจำ ลดภาระต้นทุนคงที่ที่บริษัทจัดหางานทั่วไปต้องแบกรับ ส่งผลให้ SourcedOut สามารถเสนอค่าบริการที่ต่ำกว่า 30-60% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในตลาด โดยยังคงมาตรฐานการคัดกรองผู้สมัครที่มีคุณภาพสูง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ด้วยเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญที่กว้างขวาง SourcedOut สามารถสรรหาผู้สมัครได้ตรงความต้องการและในเวลาที่รวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากต้นทุนที่ต่ำลง บริการของ SourcedOut ยังปรับแต่งได้ตามความต้องการขององค์กร (Customized Hiring Service) ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่ต้องการความเฉพาะเจาะจงหรือการกำหนด &#8220;ระยะเวลาการันตี&#8221; ที่เหมาะสม จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับบริษัทที่ต้องการควบคุมงบประมาณการจ้างงาน โดยไม่ลดทอนคุณภาพการสรรหา หากคุณกำลังกังวลเรื่องค่าบริการที่สูงเกินไป SourcedOut คือทางเลือกที่ให้ทั้งความคุ้มค่าและความเชื่อมั่นในบริการที่ไม่แพ้ใคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อขอรับบริการของ SourcedOut ผ่าน HREX ได้เลยทาง</span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ลิงก์นี้</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36551" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-1024x1024.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-768x768.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1.png 1080w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="ไขข้อสงสัย ทำไม Recruitment Agency Fees ถึงแพง ? 181"></a></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ค่าบริการของ Recruitment Agency อาจเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงเกินกว่าที่หลายองค์กรจะจ่ายไหว แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกใช้บริการที่เหมาะสมกับเป้าหมายและงบประมาณ รวมถึงการเข้าใจโครงสร้างค่าบริการประเภทต่าง ๆ จะช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายนี้ การเลือก Recruitment Agency ที่ใช่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าบริการเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงคุณภาพของบริการ ความเข้าใจในความต้องการขององค์กร และความสามารถในการส่งมอบผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุด ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้บริการเจ้าไหนก็ตาม อย่าลืมประเมินปัจจัยทั้งหมดให้รอบคอบ เพื่อให้การลงทุนในบริการสรรหาพนักงานสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรของคุณด้วยนะ</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sourced:</b></p>
<ul>
<li aria-level="1"><a href="https://workfully.com/blog/guide-to-recruiting-agency-costs" target="_blank" rel="noopener">workfully</a></li>
<li aria-level="1"><a href="https://www.linkedin.com/pulse/why-recruitment-agencies-so-expensive-robert-hourie/" target="_blank" rel="noopener">linkedin</a></li>
<li aria-level="1"><a href="https://www.monster.co.uk/advertise-a-job/resources/recruiting-strategies/how-to-hire/what-are-the-general-costs-of-using-recruitment-agencies/" target="_blank" rel="noopener">monster</a></li>
<li aria-level="1"><a href="https://domusrecruitment.com/2023/02/22/think-using-recruitment-agencies-is-too-expensive-read-this/" target="_blank" rel="noopener">domusrecruitment</a></li>
<li aria-level="1"><a href="https://www.bluespoint.net/it-recruitment-and-management/you-are-too-expensive/" target="_blank" rel="noopener">bluespoint</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="ไขข้อสงสัย ทำไม Recruitment Agency Fees ถึงแพง ? 182"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-agency-fees-250123/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ใช้บริการหาพนักงานเจ้าไหนดี ? ชวนรู้จัก SourcedOut บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี 2024</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/sourcedout-2024-250109/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/sourcedout-2024-250109/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jan 2025 06:54:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[SourcedOut]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=42166</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2025 ทีมงาน HREX.asia อยากพาทุกคนย้อนดู “ที่สุดแห่งปี 2024” ว่า HR ส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับโซลูชันไหนมากที่สุด และคำตอบที่ได้ทำให้เราประหลาดใจไม่น้อย! จากเครื่องมือและบริการ HR กว่า 180 รายการที่มีอยู่บนแพลตฟอร์ม SourcedOut กลายเป็น HR Solution อันดับ 1 ที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี 2024 ซึ่งถือว่าน่าสนใจมาก เพราะนี่คือแพลตฟอร์มที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบได้เพียง 2 ปี เท่านั้น ! แม้ปีที่ผ่านมา ตลาดแรงงานจะเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน แต่ SourcedOut กลับได้รับความนิยมจากองค์กรจำนวนมาก จนขึ้นแท่นเป็นแพลตฟอร์มที่ถูกค้นหาสูงสุด  SourcedOut คืออะไร? ทำไมถึงมาแรงที่สุดในปี 2024? มาหาคำตอบไปพร้อมกัน SourcedOut แพลตฟอร์มการสรรหาพนักงาน ที่เน้นแก้ปัญหาเรื่อง “ความคุ้มค่า” ในการใช้บริการ เป็นที่รู้กันว่ากลุ่มบริการหาพนักงานมักมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากโครงสร้างค่าใช้จ่ายของบริษัทที่ต้องดูแลหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างพนักงานประจำ ค่าเช่าสำนักงาน หรือค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีและระบบจัดเก็บข้อมูล ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนออกมาในค่าบริการที่องค์กรต้องจ่าย แต่ SourcedOut เลือกปรับโมเดลธุรกิจใหม่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42168" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ชวนรู้จัก-SourcedOut-บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุด-2024.webp" alt="ใช้บริการหาพนักงานเจ้าไหนดี? ชวนรู้จัก SourcedOut บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี 2024" width="600" height="370" title="ใช้บริการหาพนักงานเจ้าไหนดี ? ชวนรู้จัก SourcedOut บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี 2024 188" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ชวนรู้จัก-SourcedOut-บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุด-2024.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ชวนรู้จัก-SourcedOut-บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุด-2024-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2025 ทีมงาน HREX.asia อยากพาทุกคนย้อนดู “ที่สุดแห่งปี 2024” ว่า HR ส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับโซลูชันไหนมากที่สุด และคำตอบที่ได้ทำให้เราประหลาดใจไม่น้อย!</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเครื่องมือและบริการ HR กว่า 180 รายการที่มีอยู่บนแพลตฟอร์ม </span><a href="https://www.sourcedout.asia/" target="_blank" rel="noopener"><b>SourcedOut</b></a><span style="font-weight: 400;"> กลายเป็น </span><b>HR Solution อันดับ 1 ที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี 2024</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งถือว่าน่าสนใจมาก เพราะนี่คือแพลตฟอร์มที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบได้เพียง 2 ปี เท่านั้น !</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ปีที่ผ่านมา ตลาดแรงงานจะเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน แต่ SourcedOut กลับได้รับความนิยมจากองค์กรจำนวนมาก จนขึ้นแท่นเป็น</span><b>แ</b><span style="font-weight: 400;">พลตฟอร์มที่ถูกค้นหาสูงสุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">SourcedOut คืออะไร? ทำไมถึงมาแรงที่สุดในปี 2024? มาหาคำตอบไปพร้อมกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42170" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ชวนรู้จัก-SourcedOut-บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี-2024-2-scaled.webp" alt="ใช้บริการหาพนักงานเจ้าไหนดี? ชวนรู้จัก SourcedOut บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี 2024" width="2560" height="968" title="ใช้บริการหาพนักงานเจ้าไหนดี ? ชวนรู้จัก SourcedOut บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี 2024 189" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ชวนรู้จัก-SourcedOut-บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี-2024-2-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ชวนรู้จัก-SourcedOut-บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี-2024-2-300x113.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ชวนรู้จัก-SourcedOut-บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี-2024-2-1024x387.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ชวนรู้จัก-SourcedOut-บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี-2024-2-768x290.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ชวนรู้จัก-SourcedOut-บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี-2024-2-1536x581.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ชวนรู้จัก-SourcedOut-บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี-2024-2-2048x774.webp 2048w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<h2><b>SourcedOut แพลตฟอร์มการสรรหาพนักงาน ที่เน้นแก้ปัญหาเรื่อง “ความคุ้มค่า” ในการใช้บริการ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นที่รู้กันว่ากลุ่มบริการหาพนักงานมักมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากโครงสร้างค่าใช้จ่ายของบริษัทที่ต้องดูแลหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างพนักงานประจำ ค่าเช่าสำนักงาน หรือค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีและระบบจัดเก็บข้อมูล ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนออกมาในค่าบริการที่องค์กรต้องจ่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ SourcedOut เลือกปรับโมเดลธุรกิจใหม่ โดยใช้เครือข่าย </span><b>Freelance Recruiter</b><span style="font-weight: 400;"> แทนการมีทีมงานประจำ ลดภาระต้นทุนคงที่ที่บริษัทจัดหางานทั่วไปต้องแบกรับ ส่งผลให้สามารถให้บริการในรูปแบบเดียวกัน ด้วยคุณภาพที่ไม่ลดลง แต่มีค่าบริการที่ถูกลงกว่า 30 &#8211; 60% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในตลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากช่วยลดต้นทุนแล้ว SourcedOut ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองผู้สมัคร โดยรวบรวม HR Recruiter ที่มีประสบการณ์จากหลากหลายอุตสาหกรรมกว่า 1,100 คน ทำให้สามารถสรรหาผู้สมัครได้อย่างรวดเร็วและตรงเป้าหมายมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งข้อดีที่น่าสนใจคือ บริการของ SourcedOut สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่งได้ (Customized Hiring Service) โดยเฉพาะการกำหนด &#8220;ระยะเวลาการันตี&#8221; ให้เหมาะสมกับลักษณะงานและความต้องการขององค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่ HR หลายคนเข้าใจดีว่า ‘ไม่ใช่ทุกตำแหน่งที่ควรต้องจ่ายค่าบริการสูง’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น สำหรับองค์กรที่มองหาทางเลือกในการสรรหาพนักงานที่คุ้มค่ากว่าเดิม โดยเฉพาะในตำแหน่งที่มี Turnover ต่ำ หรือ ต้องการควบคุมงบประมาณการจ้างงาน ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">SourcedOut ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>🔹 จุดเด่นที่ทำให้ SourcedOut แตกต่างจากบริการอื่น</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">✅ </span><b>ค่าบริการถูกลง 30 &#8211; 60% </b><span style="font-weight: 400;">โดยไม่ลดคุณภาพ</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">✅ </span><b>เครือข่าย Freelance Recruiter กว่า 1,100 คน</b><span style="font-weight: 400;"> จากหลากหลายอุตสาหกรรม</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><b>✅ กระบวนการคัดกรองแม่นยำขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ผู้สมัครที่ตรงกับตำแหน่งมากขึ้น</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">✅ </span><b>สามารถปรับแต่งบริการรายตำแหน่</b><span style="font-weight: 400;">ง เช่น กำหนดระยะเวลาการันตีได้ตามความเหมาะสม</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">✅</span><b> ช่วยองค์กรควบคุมงบจ้างงานได้ดีขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะตำแหน่งที่มี Turnover ต่ำ</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42169" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ชวนรู้จัก-SourcedOut-บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี-2024-1-scaled.webp" alt="ใช้บริการหาพนักงานเจ้าไหนดี? ชวนรู้จัก SourcedOut บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี 2024" width="2560" height="1018" title="ใช้บริการหาพนักงานเจ้าไหนดี ? ชวนรู้จัก SourcedOut บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี 2024 190" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ชวนรู้จัก-SourcedOut-บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี-2024-1-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ชวนรู้จัก-SourcedOut-บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี-2024-1-300x119.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ชวนรู้จัก-SourcedOut-บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี-2024-1-1024x407.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ชวนรู้จัก-SourcedOut-บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี-2024-1-768x305.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ชวนรู้จัก-SourcedOut-บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี-2024-1-1536x611.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/ชวนรู้จัก-SourcedOut-บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี-2024-1-2048x814.webp 2048w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<h2><b>นอกจากสร้างโอกาสให้องค์กรผ่านการจ้างงาน ยังเสนอช่องทางสร้างรายได้เสริมให้กับชาว HR</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ หาก HR ท่านใดกำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้เสริม ในปีนี้ โดยไม่ต้องเรียนรู้ใหม่ สามารถใช้ทักษะที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ และที่สำคัญไม่กระทบงานประจำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">SourcedOut คือคำตอบที่เหมาะสมที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แพลตฟอร์มนี้เปิดโอกาสให้ HR ทำงานได้อย่างยืดหยุ่น เพราะ เป็นระบบออนไลน์ 100% ไม่มีข้อกำหนดเรื่องชั่วโมงการทำงาน อยากทำเมื่อไหร่ก็ได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหารายได้เพิ่มเติมแบบไม่ผูกมัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันมี HR กว่า 1,100 คน ลงทะเบียนกับ SourcedOut และสำหรับผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ด้านการสรรหาพนักงาน ทางแพลตฟอร์มมีทั้ง คู่มือการทำงาน และ เวิร์กช็อปฝึกทักษะ จาก Recruiter มืออาชีพ ช่วยให้สามารถเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ แม้ไม่เคยทำงานด้าน Hiring มาก่อน</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>🔹 จุดเด่นของการเป็น Freelance Recruiter บน SourcedOut</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">✅</span><b>ทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ </b><span style="font-weight: 400;">ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลางาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">✅ </span><b>มีคู่มือการทำงาน + เวิร์กช็อปจากผู้เชี่ยวชาญ </b><span style="font-weight: 400;">แม้ไม่มีประสบการณ์ก็เริ่มได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">✅</span><b>เป็นช่องทางสร้างรายได้จากสกิล HR ที่มีอยู่ </b><span style="font-weight: 400;">ไม่ต้องเรียนรู้ใหม่</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42172" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Artboard-1.webp" alt="ชวนรู้จัก SourcedOut บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี 2024" width="960" height="370" title="ใช้บริการหาพนักงานเจ้าไหนดี ? ชวนรู้จัก SourcedOut บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี 2024 191" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Artboard-1.webp 960w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Artboard-1-300x116.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/Artboard-1-768x296.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></h2>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว SourcedOut คือแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อระหว่าง องค์กรที่ต้องกาจ้างงานกับผู้หางาน ผ่านเครือข่าย HR Freelance Recruiter กว่า 1,100 คน จากหลากหลายอุตสาหกรรม โดยมีจุดเด่นที่ค่าบริการต่ำกว่าตลาด 30-60% พร้อมความยืดหยุ่นในการปรับแต่งบริการให้เหมาะสมกับแต่ละตำแหน่งงาน ช่วยให้องค์กรบริหารงบประมาณด้านการสรรหาบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากช่วยให้องค์กรหาพนักงานได้ง่ายขึ้น SourcedOut ยังเปิดโอกาสให้ HR สร้างรายได้เสริม โดยใช้ทักษะที่มีอยู่แล้ว ทำงานผ่านระบบออนไลน์ 100% สามารถจัดสรรเวลาทำงานได้อย่างอิสระ โดยไม่กระทบต่องานประจำ อีกทั้งยังมี คู่มือการทำงานและเวิร์กช็อปจากมืออาชีพ รองรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ด้าน Hiring ให้สามารถเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากสนใทางเลือกใหม่ในการสรรหาพนักงาน หรือต้องคุมงบการจ้างงานให้รัดกุมยิ่งขึ้นในปีนี้ </span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ติดต่อใช้บริการ SourcedOut ได้ที่: </b><a href="https://www.sourcedout.asia/client" target="_blank" rel="noopener"><b>https://www.sourcedout.asia/client</b></a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือ HR ท่านไหนอยากเริ่มต้นทำงานบนแพลตฟอร์ม สร้างรายได้เสริมโดยไม่กระทบงานประจำ</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>สมัครเข้ามาเป็น Freelance Recruiter ได้ที่: </b><a href="https://www.sourcedout.asia/recruiter" target="_blank" rel="noopener"><b>https://www.sourcedout.asia/recruiter</b></a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36551" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-1024x1024.png" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="ใช้บริการหาพนักงานเจ้าไหนดี ? ชวนรู้จัก SourcedOut บริการสรรหาพนักงานที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี 2024 192" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-768x768.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1.png 1080w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/sourcedout-2024-250109/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The New-Collar Workforce: การพลิกโฉม HR ด้วยแนวคิดทักษะสำคัญกว่าใบปริญญา</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/the-new-collar-workforce-241223/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/the-new-collar-workforce-241223/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Dec 2024 03:22:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[New-Collar Workforce]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=42001</guid>

					<description><![CDATA[ลองจินตนาการถึงโลกการทำงานที่ “ใบปริญญา” ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความสามารถของคุณอีกต่อไป โลกที่สิ่งสำคัญที่สุดคือ &#8220;ทักษะ&#8221; ที่คุณมีและความพร้อมที่จะเรียนรู้เพื่อก้าวไปข้างหน้า  นี่คือยุคของ New-Collar Workforce ที่กำลังมาปฏิวัติวิธีการจ้างงานทั่วโลก ซึ่งอาจไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ แต่เป็นการสั่นสะเทือนที่พลิกเกมของการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์อย่างสิ้นเชิง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้สร้างโอกาสสำหรับคนทำงานกลุ่มใหม่ที่เรียกว่า New-Collar Worker ซึ่งไม่ได้ถูกจำกัดด้วยใบปริญญา แต่เป็นคนที่มีทักษะล้ำสมัยพร้อมรับมือกับโลกแห่งนวัตกรรม &#8211; โลกการทำงานที่ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกรอบเดิม ๆ อีกต่อไป และนี่คือสิ่งที่ HR ในยุคปัจจุบันต้องให้ความสำคัญ การเปลี่ยนแปลงสู่แนวคิด &#8220;Skills-First&#8221; เพื่อสร้างองค์กรที่มีความยืดหยุ่น และเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ HR จะต้องก้าวทันการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก ! New-Collar Workforce: พนักงานกลุ่มใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งใบปริญญา สมัยก่อนการมีใบปริญญาคือกุญแจสำคัญที่เปิดประตูไปสู่โอกาสในชีวิตการทำงาน แต่ในยุคที่ตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีเติบโต ค่าเล่าเรียนพุ่งสูงขึ้น และมีตัวเลือกใหม่ ๆ อย่างการเรียนออนไลน์หรือโปรแกรมพัฒนาทักษะเฉพาะทาง คำถามสำคัญก็คือ ปริญญายังจำเป็นอยู่ไหม ? มีงานวิจัยหลายงานที่แสดงให้เห็นว่า คุณค่าของปริญญาตรีกำลังลดลง เช่น ข้อมูลจาก Burning Glass Institute บอกเราว่า จำนวนงานที่ระบุว่าต้องมีปริญญาตรีลดลงจาก 51% [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42003" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/The-New-Collar-Workforce.webp" alt="The New-Collar Workforce: การพลิกโฉม HR ด้วยแนวคิดทักษะสำคัญกว่าใบปริญญา" width="600" height="370" title="The New-Collar Workforce: การพลิกโฉม HR ด้วยแนวคิดทักษะสำคัญกว่าใบปริญญา 198" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/The-New-Collar-Workforce.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/The-New-Collar-Workforce-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองจินตนาการถึงโลกการทำงานที่ “ใบปริญญา” ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความสามารถของคุณอีกต่อไป โลกที่สิ่งสำคัญที่สุดคือ &#8220;ทักษะ&#8221; ที่คุณมีและความพร้อมที่จะเรียนรู้เพื่อก้าวไปข้างหน้า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือยุคของ </span><b>New-Collar Workforce</b><span style="font-weight: 400;"> ที่กำลังมาปฏิวัติวิธีการจ้างงานทั่วโลก ซึ่งอาจไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ แต่เป็นการสั่นสะเทือนที่พลิกเกมของการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์อย่างสิ้นเชิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้สร้างโอกาสสำหรับคนทำงานกลุ่มใหม่ที่เรียกว่า </span><b>New-Collar Worker</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งไม่ได้ถูกจำกัดด้วยใบปริญญา แต่เป็นคนที่มีทักษะล้ำสมัยพร้อมรับมือกับโลกแห่งนวัตกรรม &#8211; โลกการทำงานที่ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกรอบเดิม ๆ อีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือสิ่งที่ HR ในยุคปัจจุบันต้องให้ความสำคัญ </span><b>การเปลี่ยนแปลงสู่แนวคิด &#8220;Skills-First&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อสร้างองค์กรที่มีความยืดหยุ่น และเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ HR จะต้องก้าวทันการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก !</span></p>

<h2><b>New-Collar Workforce: พนักงานกลุ่มใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งใบปริญญา</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สมัยก่อนการมีใบปริญญาคือกุญแจสำคัญที่เปิดประตูไปสู่โอกาสในชีวิตการทำงาน แต่ในยุคที่ตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีเติบโต ค่าเล่าเรียนพุ่งสูงขึ้น และมีตัวเลือกใหม่ ๆ อย่างการเรียนออนไลน์หรือโปรแกรมพัฒนาทักษะเฉพาะทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามสำคัญก็คือ ปริญญายังจำเป็นอยู่ไหม ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีงานวิจัยหลายงานที่แสดงให้เห็นว่า คุณค่าของปริญญาตรีกำลังลดลง เช่น ข้อมูลจาก </span><a href="https://static1.squarespace.com/static/6197797102be715f55c0e0a1/t/63865c667d4e5637c709dfae/1669749863982/BGI_LaborMarketOutlook_Nov2022_Final.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Burning Glass Institute</span></a><span style="font-weight: 400;"> บอกเราว่า จำนวนงานที่ระบุว่าต้องมีปริญญาตรีลดลงจาก 51% ในปี 2017 เหลือเพียง 44% ในปี 2021 ขณะที่ผลสำรวจจาก </span><a href="https://hbr.org/2023/02/how-important-is-a-college-degree-compared-to-experience" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Gallup</span></a><span style="font-weight: 400;"> เผยว่า คนอายุ 18-29 ปีที่มองว่าปริญญาตรีมีความสำคัญมาก ลดลงอย่างน่าตกใจจาก 74% เหลือแค่ 41% ภายในเวลาแค่ 6 ปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ การกำหนดให้ปริญญาเป็นเกณฑ์หลักในการสรรหา เท่ากับเป็นการปิดประตูใส่หน้าผู้สมัครที่อาจจะเก่งในแบบที่องค์กรต้องการ แต่ไม่มีวุฒิการศึกษามาการันตี สุดท้ายบริษัทก็เสียโอกาสได้คนเก่งมาเสริมทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนวิธีคิดการสรรหาจาก “ปริญญา” มาเป็น “ทักษะ” จึงไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ใหม่ แต่กำลังกลายเป็นแนวทางที่พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ของการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมและการเพิ่มศักยภาพของทีมในองค์กร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38478" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-50.webp" alt="สหภาพแรงงาน (Labor Union) ศัตรูของ HR หรือพันธมิตรองค์กร" width="600" height="370" title="The New-Collar Workforce: การพลิกโฉม HR ด้วยแนวคิดทักษะสำคัญกว่าใบปริญญา 199" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-50.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-50-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>IBM กับการปฏิวัติการจ้าง New-Collar Workforce ด้วยแนวคิด Skill-First</b></h2>
<p><b>IBM</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และให้บริการด้านคอมพิวเตอร์และสารสนเทศรายใหญ่ของโลก เป็นบริษัทรายแรก ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า การปรับแนวทางการจ้างงานให้เน้น &#8220;ทักษะ&#8221; แทนวุฒิการศึกษา สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย IBM ได้ริเริ่มโครงการ </span><a href="https://www.ptechnyc.org/" target="_blank" rel="noopener"><b>P-TECH (Pathways in Technology Early College High School)</b></a><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเปิดทางให้นักเรียนเข้าสู่สายงานด้าน STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) โดยไม่จำเป็นต้องเรียนจบปริญญาตรี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการนี้ช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นผ่านหลักสูตรที่ออกแบบร่วมกับพันธมิตรทางการศึกษา และยังให้โอกาสในการฝึกงานกับองค์กรชั้นนำ ซึ่งมี</span><a href="https://www.minorfood.com/th/news/minor-joins-with-ibm-and-ais-to-partner-up-with-p-tech" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ความร่วมมือในประเทศไทย</span></a><span style="font-weight: 400;">ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งก้าวสำคัญคือการปรับคำบรรยายตำแหน่งงาน (</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-howtomakejobdes-190116/"><span style="font-weight: 400;">Job Description</span></a><span style="font-weight: 400;">) IBM เลือกที่จะระบุ &#8220;ทักษะที่จำเป็น&#8221; แทนการใช้วุฒิการศึกษาเป็นตัวกรอง เช่น ตำแหน่งด้าน Cybersecurity ที่เคยกำหนดว่าผู้สมัครต้องมีปริญญาตรี ปัจจุบันกลับเน้นที่ทักษะเฉพาะ เช่น ความสามารถในการเขียนโปรแกรม การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการพัฒนาโมเดลความปลอดภัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์คือ IBM สามารถเพิ่มตำแหน่งงานที่ไม่ต้องการวุฒิการศึกษาได้มากกว่า 50% ซึ่งช่วยขยายกลุ่มผู้สมัครให้ครอบคลุมคนที่มีความสามารถหลากหลายมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้ไม่เพียงแค่เปิดโอกาสให้กับแรงงานที่เคยถูกมองข้าม แต่ยังช่วยให้องค์กรสามารถหาบุคลากรที่ตรงกับความต้องการได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38479" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-53.webp" alt="สหภาพแรงงาน (Labor Union) ศัตรูของ HR หรือพันธมิตรองค์กร" width="600" height="370" title="The New-Collar Workforce: การพลิกโฉม HR ด้วยแนวคิดทักษะสำคัญกว่าใบปริญญา 200" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-53.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-53-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ประโยชน์ของ New-Collar Workforce สำหรับองค์กร:</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางการจ้างงานแบบ </span><b>New-Collar Workforce</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่เพียงตอบโจทย์โลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ยังช่วยให้องค์กรสามารถบริหารทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ มาดูกันว่าทำไมการเปิดรับแรงงานกลุ่มนี้จึงมีประโยชน์รอบด้าน</span></p>
<h3><b>1. สร้างความยืดหยุ่นในการจ้างงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากที่การจ้างงานมักยึดติดกับข้อกำหนดวุฒิการศึกษา ทำให้การสรรหาบุคลากรที่มีศักยภาพดีอาจใช้เวลานานเกินไป แต่สำหรับแรงงาน New-Collar การมุ่งเน้นที่ทักษะเฉพาะทางแทนวุฒิการศึกษาช่วยเปิดประตูให้กับผู้สมัครที่มีความสามารถโดยตรง ซึ่งในหลายกรณี อาจไม่ได้มีใบปริญญามาการันตี</span></p>
<h3><b>2. ลดช่องว่างด้านทักษะ (Skill Gap)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Skill Gap หรือช่องว่างด้านทักษะเป็นปัญหาใหญ่ที่องค์กรหลายแห่งกำลังเผชิญ โดยเฉพาะในสายงานเทคโนโลยีหรือดิจิทัล การเลือกแรงงาน New-Collar ช่วยเติมเต็มตำแหน่งงานสำคัญ เช่น นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst), ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI, และนักพัฒนาโปรแกรม (Software Developer)</span></p>
<h3><b>3. เพิ่มความหลากหลายในองค์กร (</b><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/010622-deib/"><b>Diversity</b></a><b>)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การจ้างงานที่ไม่ได้ยึดติดกับวุฒิการศึกษาเปิดโอกาสให้กับผู้คนจากหลากหลายพื้นเพ ซึ่งอาจไม่ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาขั้นสูง ความหลากหลายนี้ไม่เพียงช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้น แต่ยังส่งเสริมมุมมองใหม่ ๆ ให้กับทีม</span></p>
<h3><b>4. ต้นทุนการจ้างงานที่คุ้มค่า</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">รู้ไหมว่าค่าเล่าเรียนที่สูงทำให้บัณฑิตมหาวิทยาลัยมักต้องเรียกค่าจ้างสูงกว่าแรงงานกลุ่มที่ไม่ได้จบปริญญา การจ้างงาน New-Collar Workforce ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เช่น การจ่ายหนี้การศึกษา หรือการฝึกอบรมในระบบมหาวิทยาลัย ช่วยให้องค์กรสามารถจ้างพนักงานในงบประมาณที่ยืดหยุ่นมากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41864 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/image8-1024x683.webp" alt="ลงทุนในงาน HR กับ Thitaram Group: พันธมิตรเพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืนขององค์กร " width="1024" height="683" title="The New-Collar Workforce: การพลิกโฉม HR ด้วยแนวคิดทักษะสำคัญกว่าใบปริญญา 201" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/image8-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/image8-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/image8-768x513.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/image8-1536x1025.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/image8.webp 1999w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>HR ควรปรับตัวอย่างไร สู่โลกการจ้างงาน New-Collar Workforce ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานไม่ได้หมายถึงแค่การปรับวิธีการจ้างงาน แต่ยังเป็นการเปลี่ยนแนวคิดของ HR ในการมองหาและพัฒนาบุคลากรในองค์กร นี่คือ 3 แนวทางสำคัญที่ HR สามารถนำมาใช้เพื่อตอบรับกระแส New-Collar นี้</span></p>
<h3><b>1. เปลี่ยนเกณฑ์การคัดเลือก:  มองหาทักษะ ไม่ใช่วุฒิการศึกษา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องปรับมุมมองการคัดเลือกผู้สมัคร โดยให้ความสำคัญกับ </span><b>ประสบการณ์และทักษะ</b><span style="font-weight: 400;"> มากกว่าวุฒิการศึกษา การพิจารณา Resume ที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแก้ปัญหา การทำงานในโครงการจริง หรือความสำเร็จเฉพาะตัว ช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงผู้สมัครที่มีศักยภาพแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น การปรับคำบรรยายงานที่เน้นระบุความสามารถที่จำเป็น เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การเขียนโปรแกรม หรือความสามารถในการทำงานร่วมกับทีม แทนการกำหนดวุฒิการศึกษาระดับปริญญา</span></p>
<h3><b>2. สร้างโปรแกรม Re-skill และ Up-skill: สนับสนุนการเรียนรู้ไม่สิ้นสุด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ทักษะเก่าอาจล้าสมัยอย่างรวดเร็ว HR ควรลงทุนในโปรแกรม </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190731-employee-reskill/"><span style="font-weight: 400;">Re-skill &amp; Up-skill</span></a><span style="font-weight: 400;"> เพื่อพัฒนาพนักงานให้สามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร</span></p>
<h3><b>3. ใช้เครื่องมือประเมินทักษะที่ทันสมัย: เจาะลึกความสามารถเฉพาะตัว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในกระบวนการคัดเลือกผู้สมัคร HR สามารถใช้ Assessment Tools ที่ทันสมัยเพื่อประเมินทักษะที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงาน เช่น การให้ผู้สมัครแก้ปัญหาจริง (Case Study) หรือทำงานในโปรเจ็กต์จำลอง วิธีนี้ช่วยให้ HR สามารถมองเห็นความสามารถของผู้สมัครได้ลึกซึ้งกว่าการสัมภาษณ์แบบเดิม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามที่ว่า ปริญญายังสำคัญอยู่ไหม ? </span><span style="font-weight: 400;">คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับบริบทของงานและองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการพัฒนาทักษะสามารถทำได้ผ่านประสบการณ์ ชีวิต และการเรียนรู้รูปแบบอื่น ๆ การมีใบปริญญาจึงอาจไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จอีกต่อไป ทว่าสิ่งที่สำคัญคือ เราจะนำประสบการณ์ชีวิตมาแปลงเป็น &#8220;ทักษะ&#8221; ที่จับต้องได้ และตรงใจตลาดแรงงานในปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX.asia จึงเชื่อว่าแนวทาง </span><b>New-Collar Workforce</b><span style="font-weight: 400;"> จะไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นการลงทุนที่สำคัญต่ออนาคตขององค์กร การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มผลิตภาพ แต่ยังช่วยสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในยุคใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี ใบปริญญาไม่ได้หายไปหรอก แต่ก็ไม่ใช่ใบเบิกทางเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป </span><b>&#8220;ทักษะ&#8221; และ &#8220;ประสบการณ์&#8221; คือของจริงที่โลกการทำงานยุคนี้กำลังมองหา ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่ HR จะก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ เพื่อสร้างโลกการทำงานที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน !</b></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="The New-Collar Workforce: การพลิกโฉม HR ด้วยแนวคิดทักษะสำคัญกว่าใบปริญญา 202" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Source:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://hbr.org/2023/03/the-new-collar-workforce" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">hbr.org</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.pewresearch.org/social-trends/2024/05/23/is-college-worth-it-2/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">pewresearch.org</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://blog.reeracoen.co.th/th/articles/new-collar-worker-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%87/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">blog.reeracoen.co.th</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/the-new-collar-workforce-241223/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/hr-recruiter-help-people-241203/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/hr-recruiter-help-people-241203/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Dec 2024 06:34:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[HR Recruiter]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=41745</guid>

					<description><![CDATA[งาน Recruiter ที่ดูเหมือนแค่ &#8220;หาคนมาทำงาน&#8221; จริงๆ แล้วมีพลังมากกว่านั้น พวกเขาคือคนที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตผู้สมัครในยุคที่การหางานไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป ถ้าคุณเก่งพอ HR Recruiter ไม่มีวันตกงาน เพราะคนยังต้องทำงาน และบริษัทต้องการคนเก่งๆ ตำแหน่งนี้จะยังอยู่และเติบโตเสมอ KPI ของ Recruiter อาจดูน่ากดดัน เช่น ต้องหาคนให้ได้ตามเป้า หรือบริหารจัดการกระบวนการสรรหาให้ไวและแม่นยำที่สุด แต่ความท้าทายนี้เองที่ช่วยให้ Recruiter พัฒนาทักษะและเติบโต ถ้าคุณอยากลองงานใหม่ที่ได้ช่วยเหลือคน และบริหารเวลาได้เอง Freelance Recruiter อาจเป็นคำตอบ HR หลายคนรู้อยู่แล้วว่าตำแหน่ง Recruiter คือบุคคลที่ทำหน้าที่สำคัญในการค้นหา คัดเลือก และส่งต่อผู้สมัครที่เหมาะสมให้กับองค์กร แต่น้อยครั้งที่เราจะมองเห็นความความสำคัญจริง ๆ ที่นอกเหนือจากแค่เติมเต็มตำแหน่งงานที่ว่างในบริษัท เพราะในอีกมุมหนึ่ง เขาคือคนที่สามารถหยิบยื่น “โอกาส” ในการทำงาน ให้กับผู้สมัครงานกำลังเหมาะสมกับองค์กรได้ ฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเป็น Recruiter ที่ทำงานในองค์กรใหญ่ (In-house Recruiter) หรืออยู่ในเอเจนซี (Agency Recruiter) อาชีพนี้มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตการทำงานของคนคนหนึ่งมาก ในบทความนี้ เราจะมาดูความสำคัญของอาชีพ Recruiter [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<ul>
<li>งาน Recruiter ที่ดูเหมือนแค่ &#8220;หาคนมาทำงาน&#8221; จริงๆ แล้วมีพลังมากกว่านั้น พวกเขาคือคนที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตผู้สมัครในยุคที่การหางานไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป</li>
<li>ถ้าคุณเก่งพอ HR Recruiter ไม่มีวันตกงาน <span style="font-family: inherit; font-size: inherit;">เพราะคนยังต้องทำงาน และบริษัทต้องการคนเก่งๆ ตำแหน่งนี้จะยังอยู่และเติบโตเสมอ<br />
</span></li>
<li>KPI ของ Recruiter อาจดูน่ากดดัน เช่น ต้องหาคนให้ได้ตามเป้า หรือบริหารจัดการกระบวนการสรรหาให้ไวและแม่นยำที่สุด แต่ความท้าทายนี้เองที่ช่วยให้ Recruiter พัฒนาทักษะและเติบโต</li>
<li>ถ้าคุณอยากลองงานใหม่ที่ได้ช่วยเหลือคน และบริหารเวลาได้เอง Freelance Recruiter อาจเป็นคำตอบ</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41747" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HR-Recruiter-อาชีพที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้.png" alt="HR Recruiter อาชีพที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้" width="600" height="370" title="HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ 210" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HR-Recruiter-อาชีพที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/12/HR-Recruiter-อาชีพที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR หลายคนรู้อยู่แล้วว่าตำแหน่ง Recruiter คือบุคคลที่ทำหน้าที่สำคัญในการค้นหา คัดเลือก และส่งต่อผู้สมัครที่เหมาะสมให้กับองค์กร แต่น้อยครั้งที่เราจะมองเห็นความความสำคัญจริง ๆ ที่นอกเหนือจากแค่เติมเต็มตำแหน่งงานที่ว่างในบริษัท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในอีกมุมหนึ่ง เขาคือคนที่สามารถหยิบยื่น “โอกาส” ในการทำงาน ให้กับผู้สมัครงานกำลังเหมาะสมกับองค์กรได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเป็น Recruiter ที่ทำงานในองค์กรใหญ่ (In-house Recruiter) หรืออยู่ในเอเจนซี (Agency Recruiter) อาชีพนี้มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตการทำงานของคนคนหนึ่งมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบทความนี้ เราจะมาดูความสำคัญของอาชีพ Recruiter เทคนิคการพัฒนาตัวเองให้เป็น Recruiter ที่เก่ง และโอกาสการเป็น </span><b>Freelance Recruiter</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับไม่ว่าใครก็สามารถเข้ามาทดลองเส้นทางใหม่ในสายอาชีพนี้</span></p>

<h1><b>ทำไม อาชีพ Recruiter ถึงสำคัญ ?</b></h1>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองจินตนาการถึงใครสักคนที่ใช้เวลานานนับเดือนในการหางานใหม่ เขาหรือเธอพยายามส่งเรซูเม่และสัมภาษณ์งานแต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ หรือบางคนที่รู้สึกหมดหวังในอาชีพการงาน เพราะหาตำแหน่งที่เหมาะกับตัวเองไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือเหตุผลที่ </span><b>Recruiter</b><span style="font-weight: 400;"> มีบทบาทสำคัญ พวกเขาไม่เพียงช่วยหาคนที่เหมาะสมให้กับองค์กร แต่ยังช่วยเปลี่ยนชีวิตของคนที่กำลังต้องการ &#8220;โอกาส” ในโลกการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ HR Recruiter ยังมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการจ้างงาน (Hiring) ที่สร้าง ประสบการณ์ผู้สมัคร (</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/crm-candidate-relationship-management-210702/"><span style="font-weight: 400;">Candidate Experience</span></a><span style="font-weight: 400;">)</span> <span style="font-weight: 400;">อันหมายถึงการรับรู้โดยรวมเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาของบริษัท ทั้งความรู้สึก พฤติกรรม และทัศนคติของผู้จ้างงานที่ผู้สมัครพบในระหว่างกระบวนการสรรหา ไล่ตั้งแต่การสมัคร การคัดเลือก การสัมภาษณ์ ไปจนถึงการเข้าสู่กระบวนการจ้างงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นหมายความว่า Recruiter ไม่ใช่แค่การ &#8220;หาคนมาเติมตำแหน่งงาน&#8221; แต่ยังมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับทั้งผู้สมัครและองค์กรด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37032 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/pexels-pixabay-160514-scaled-1-1024x586.jpg" alt="รู้จัก Executive Recruiter หรือ Headhunter นักล่าค่าหัวที่จะช่วยเติมเต็มองค์กรด้วยคนเก่งระดับท็อป" width="1024" height="586" title="HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ 211" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/pexels-pixabay-160514-scaled-1-1024x586.jpg 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/pexels-pixabay-160514-scaled-1-300x172.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/pexels-pixabay-160514-scaled-1-768x439.jpg 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/pexels-pixabay-160514-scaled-1-1536x878.jpg 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/pexels-pixabay-160514-scaled-1-2048x1171.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>เหตุผลอาชีพ Recruiter สามารถสร้างความสุขให้คนทำงานได้</b></h2>
<h3><b>มอบงานที่มีความหมาย (Meaningful Work) ให้คนหางานได้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นักสรรหางานมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คน ผ่านการจัดหางานที่ตอบโจทย์ความต้องการและเป้าหมายของพวกเขา กระบวนการนี้ไม่เพียงช่วยสร้างความรู้สึกถึงคุณค่าในงานที่ทำ แต่ยังเพิ่มความพึงพอใจส่วนบุคคลอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการได้งานที่เหมาะสมไม่ใช่แค่เรื่องของรายได้ แต่ยังหมายถึงโอกาสในการพัฒนาตัวเองและสร้างอนาคตที่ดีขึ้น โดยรายงาน</span><a href="https://millennium-challenge.com/wp-content/uploads/2023/01/state-of-the-global-workplace-2022-download-1.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;"> State of the Global Workplace 2022 Report </span></a><span style="font-weight: 400;">ชี้ว่า ความพึงพอใจในงานและการสร้างการมีส่วนร่วมในงานของพนักงาน สามารถส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและร่างกายของพนักงานได้ รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กรอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Recruiter จึงเป็นเหมือนผู้ที่ช่วยให้ผู้สมัครได้เจองานที่ตอบโจทย์ชีวิต ทั้งในแง่ของทักษะ ความสนใจ และความเหมาะสมนั่นเอง</span></p>
<h3><b>ขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กรได้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานจาก </span><a href="https://www.pwc.com/gx/en/news-room/press-releases/2023/pwc-26th-ceo-survey.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">PwC</span></a><span style="font-weight: 400;"> ในปี 2023 ที่พบว่า หนึ่งในความท้าทายของ CEO คือการขาดแคลนแรงงานหรือทักษะจะส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรขององค์กรในระยะยาว ซึ่งตำแหน่งที่จะช่วยเติมเต็มแรงงานที่ขาดหายก็คือ Recruiter โดยจะมีบทบาทในการหาคนที่มีคุณภาพและช่วยสร้างทีมที่แข็งแกร่งเพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากนี้ การรับใครสักคนเข้ามาย่อมต้องคำนึงถึง การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี (Positive Workplace Culture) เพราะการช่วยให้องค์กรได้บุคลากรที่เหมาะสม จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เต็มไปด้วยความร่วมมือและความเคารพซึ่งกันและกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องโดยตรงประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานและองค์กรโดยรวม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25535 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/serious-unconvinced-diverse-hr-managers-interviewing-male-job-applicant-1024x683.jpg" alt="serious unconvinced diverse hr managers interviewing male job applicant" width="1024" height="683" title="HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ 212" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/serious-unconvinced-diverse-hr-managers-interviewing-male-job-applicant-1024x683.jpg 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/serious-unconvinced-diverse-hr-managers-interviewing-male-job-applicant-300x200.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/serious-unconvinced-diverse-hr-managers-interviewing-male-job-applicant-768x512.jpg 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/serious-unconvinced-diverse-hr-managers-interviewing-male-job-applicant-1536x1024.jpg 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/serious-unconvinced-diverse-hr-managers-interviewing-male-job-applicant-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>ความท้าทายและโอกาสในอาชีพ Recruiter</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะมีผลกระทบเชิงบวกจำนวน ทว่า </span><b>KPI ของ Recruiter มักจะสูงและท้าทายเสมอ </b><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะ Recruiter ในบริษัท Recruitment Agency เช่น การเติมเต็มตำแหน่งงานให้ได้ตามเป้า การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งผู้สมัครและนายจ้าง หรือการลดเวลาการจ้างงานให้น้อยที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะดูเหมือนกดดัน แต่ความท้าทายนี้กลับกลายเป็นแรงผลักดันให้ Recruiter พัฒนาทักษะและเติบโตได้นะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX.asia จึงได้รวบรวมทักษะสำคัญของ Recruiter มืออาชีพ ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเข้าใจในอุตสาหกรรม</b><span style="font-weight: 400;">: การเข้าใจพลวัตของอุตสาหกรรมที่ทำงานอยู่ เช่น เทรนด์ การเปลี่ยนแปลง หรือทักษะที่อุตสาหกรรมต้องการ จะช่วยให้คุณคัดสรรคนได้ตรงตามความต้องการขององค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ทักษะการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์</b><span style="font-weight: 400;">: การสื่อสารเป็นพื้นฐานที่สำคัญ เพราะ  Recruiter จะต้องสร้างความไว้วางใจทั้งจากผู้สมัครและองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล</b><span style="font-weight: 400;">: เช่น </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/181123-linkedinhowtouse/"><span style="font-weight: 400;">LinkedIn</span></a><span style="font-weight: 400;">, </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/ats-applicant-tracking-system-240529/"><span style="font-weight: 400;">ATS</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือแพลตฟอร์มช่วยสรรหา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การประเมินและตัดสินใจ</b><span style="font-weight: 400;">: ทักษะนี้จะช่วยให้แน่ใจว่าผู้สมัครเหมาะสมกับตำแหน่งงานไหม และอย่าลืมประเมินความเหมาะกับวัฒนธรรมองค์กรของเราด้วย</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24604 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/12/business-situation-job-interview-concept-job-seeker-present-resume-managers.jpg" alt="business situation job interview concept job seeker present resume managers" width="1000" height="659" title="HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ 213" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2021/12/business-situation-job-interview-concept-job-seeker-present-resume-managers.jpg 1000w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/12/business-situation-job-interview-concept-job-seeker-present-resume-managers-300x198.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/12/business-situation-job-interview-concept-job-seeker-present-resume-managers-768x506.jpg 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h2><b>เชื่อไหม Recruiter จะไม่มีวันตกงาน ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าอาชีพ Recruiter ยังคงมีความต้องการสูงในตลาดแรงงานเสมอ ทั้งในระดับองค์กร และในบริษัทจัดหางานหรือ Agency เพราะ</span><b> ตราบใดที่คนยังต้องทำงาน และองค์กรต้องการบุคลากร อาชีพนี้จะยังคงอยู่และเติบโตเสมอ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ คุณ </span><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/hr-expert-partner-khun-prakarn-240111/"><span style="font-weight: 400;">ปราการ วงษ์จำรัส</span></a><span style="font-weight: 400;"> HR Expert Partner ประจำ HREX.asia ก็เคยให้สัมภาษณ์ว่า </span><b>บทบาท Recruiter ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การพัฒนาเป็น Business Partner (BP) ที่ดี เพราะงานในตำแหน่งนี้ช่วยสร้างพื้นฐานสำคัญในการมองภาพรวมของระบบทรัพยากรบุคคล (HR Loop) ตั้งแต่การเข้าใจโครงสร้างเงินเดือนและเหตุผลเบื้องหลังการกำหนดค่าจ้าง ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับกระบวนการ HR อื่น ๆ อย่างครบวงจร เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการสนับสนุนให้พนักงานเติบโตและประสบความสำเร็จในองค์กรได้อย่างยั่งยืน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นแล้วนักสรรหามีโอกาสเติบโตที่หลากหลาย ซึ่ง Recruiter ยังสามารถต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพที่น่าสนใจ ได้ เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Talent Acquisition Specialist</b><span style="font-weight: 400;">: ผู้เชี่ยวชาญด้านการสรรหาที่เน้นกลยุทธ์และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211105-what-is-hrbp/"><b>HR Business Partner</b></a><span style="font-weight: 400;">: บทบาทที่เชื่อมโยงกลยุทธ์องค์กรกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Employer Branding Expert</b><span style="font-weight: 400;">: ผู้สร้างภาพลักษณ์ให้องค์กรเป็นที่ต้องการของผู้สมัคร</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถและความตั้งใจของคุณเองด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>เปิดโอกาสใหม่ให้ตัวเองกับการเป็น Freelance Recruiter</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับสายงาน HR ถือเป็นหนึ่งอาชีพที่หางานเสริมที่ตรงสายได้ยาก แต่ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มอย่าง </span><a href="https://www.sourcedout.asia/" target="_blank" rel="noopener"><b>SourcedOut</b></a> <span style="font-weight: 400;">ที่สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ ด้วยการเปิดโอกาสให้คุณเข้ามาเป็น Freelance Recruiter ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย </span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/sourcedout-recruitment-230627/"><b>Freelance Recruiter</b></a><span style="font-weight: 400;"> คือคนที่ทำงานอิสระในด้านการสรรหาบุคลากร ไม่จำเป็นต้องผูกติดกับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง คุณสามารถจัดการเวลาและเลือกโปรเจกต์ที่สนใจได้เอง ซึ่งแพลตฟอร์ม SourcedOut ให้คุณสามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา ตามความสะดวกและการจัดการเวลาของคุณเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งเคล็ดลับที่อยากบอกคือ </span><b>ยิ่งคุณส่งผู้สมัครที่เหมาะสมและผ่านการคัดเลือกจากองค์กรได้มากเท่าไร รายได้ของคุณก็จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนงานที่สำเร็จ </b><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้น หากคุณกำลังอยู่ในช่วงที่มีเวลาว่างหรืองานไม่แน่น และต้องการเพิ่มรายได้เสริม นี่อาจเป็นโอกาสที่คุณไม่ควรพลาด !</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/freelance-recruiter-sourcedout-230828/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32365" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-96.webp" alt="เจาะเคล็ดการทำงาน Freelance Recruiter แพลตฟอร์ม Sourcedout สรรหาพนักงานอย่างไรให้อยู่ได้อย่างอิสระ" width="600" height="370" title="HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ 214" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-96.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-96-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/freelance-recruiter-sourcedout-230828/">เจาะเคล็ดการทำงาน Freelance Recruiter มือ 1 แห่ง SourcedOut สรรหาพนักงานอย่างไรให้อยู่ได้อย่างอิสระ</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>เริ่มต้นเส้นทาง </b><b>Recruiter</b><b> ของคุณได้แล้ววันนี้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าคุณจะเลือกเป็น Recruiter ในองค์กรใหญ่ Agency หรือ Freelance สิ่งสำคัญคือการเปิดใจเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง หากคุณรักการช่วยเหลือคน สนุกกับการเรียนรู้เรื่องราวของผู้คน และพร้อมเผชิญความท้าทาย นี่คืออาชีพที่เหมาะกับคุณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วคุณล่ะ พร้อมที่จะเปลี่ยนชีวิตคนอื่นและสร้างความสำเร็จให้ตัวเองหรือยัง ?</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นวันนี้ แล้วคุณจะพบว่าโลกแห่งการสรรหาบุคลากรเต็มไปด้วยโอกาสที่รอคุณอยู่ !</span></p>
<p><a href="https://www.sourcedout.asia/recruiter/?utm_source=HREX&amp;utm_medium=website&amp;utm_campaign=CTA" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32498 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/SO_Call_To_Action-01-1.webp" alt="SO_Call_To_Action-01 (1)" width="600" height="370" title="HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ 215" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/SO_Call_To_Action-01-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/SO_Call_To_Action-01-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Source</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.ere.net/articles/the-top-20-reasons-why-recruiting-is-an-exciting-and-high-impact-job" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ere.net</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://weareprimegroup.com/insights/the-role-of-recruiting-in-creating-a-positive-workplace-culture" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">weareprimegroup.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://greatergood.berkeley.edu/article/item/wanting_to_help_others_could_make_you_happier_at_work" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">greatergood.berkeley.edu</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://news.wisc.edu/virtue-rewarded-helping-others-at-work-makes-people-happier" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">news.wisc.edu</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.council-uast.com/journal/upload/fullpaper/28-03-2020-186399640.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">www.council-uast.com</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="HR Recruiter: อาชีพที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ 216" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/hr-recruiter-help-people-241203/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตได้ ค้นหาเส้นทางอาชีพที่ใช่สำหรับคุณ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/change-job-change-life-241029/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/change-job-change-life-241029/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Oct 2024 07:53:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[งานที่ดี]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=41174</guid>

					<description><![CDATA[เราใช้เวลากว่า 1 ใน 3 ของวันหรือมากกว่าครึ่งชีวิตในวัยทำงานไปกับ &#8220;งาน&#8221; ซึ่งไม่ได้ให้แค่รายได้ แต่ยังเติมเต็มชีวิต พัฒนาทักษะ และเพิ่มคุณค่าในตัวเอง งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตได้ เพราะงานที่เหมาะสมช่วยสร้างแรงบันดาลใจ สุขภาพดี และลดความเครียด โดยคนที่ทำงานอย่างมีความสุขมักมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า (อ้างอิง: Gallup 2023) แม้หลายคนมีสิทธิเลือกงานที่เหมาะสม แต่ความกลัวและภาระชีวิตมักขัดขวางการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่การเลือกงานที่ใช่ช่วยเพิ่มโอกาสในชีวิต ฉะนั้นจงกล้าที่จะเลือกเพื่ออนาคตที่ดีกว่าผ่านงาน Recruitment Agency ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น เพราะเป็นตัวช่วยวางแผนอาชีพ ให้คำปรึกษาเรื่องงาน เงินเดือน และปรับโปรไฟล์ เพิ่มโอกาสเจองานที่ตรงกับเป้าหมายได้รวดเร็วและแม่นยำ HREX.asia เชื่อมโยงผู้สมัครกับ Recruitment Agency หลากหลายสายงาน พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ช่วยสร้างเส้นทางอาชีพที่เหมาะสมที่สุด ลองคิดดู เราใช้ชีวิตเกือบทั้งชีวิตไปกับ &#8220;งาน&#8221;  ในทุกวันเราใช้เวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน นั่นหมายความว่า 1 ใน 3 ของวันเราอุทิศให้กับงาน และยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่เรียนจบจนถึงวัยเกษียณ ก็อาจกินเวลาเข้าไป 60-65 ปี แล้ว คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งชีวิตเลยทีเดียว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<ul>
<li>เราใช้เวลากว่า 1 ใน 3 ของวันหรือมากกว่าครึ่งชีวิตในวัยทำงานไปกับ &#8220;งาน&#8221; ซึ่งไม่ได้ให้แค่รายได้ แต่ยังเติมเต็มชีวิต พัฒนาทักษะ และเพิ่มคุณค่าในตัวเอง</li>
<li>งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตได้ เพราะงานที่เหมาะสมช่วยสร้างแรงบันดาลใจ สุขภาพดี และลดความเครียด โดยคนที่ทำงานอย่างมีความสุขมักมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า (อ้างอิง: Gallup 2023)</li>
<li>แม้หลายคนมีสิทธิเลือกงานที่เหมาะสม แต่ความกลัวและภาระชีวิตมักขัดขวางการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่การเลือกงานที่ใช่ช่วยเพิ่มโอกาสในชีวิต ฉะนั้นจงกล้าที่จะเลือกเพื่ออนาคตที่ดีกว่าผ่านงาน</li>
<li>Recruitment Agency ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น เพราะเป็นตัวช่วยวางแผนอาชีพ ให้คำปรึกษาเรื่องงาน เงินเดือน และปรับโปรไฟล์ เพิ่มโอกาสเจองานที่ตรงกับเป้าหมายได้รวดเร็วและแม่นยำ</li>
<li>HREX.asia เชื่อมโยงผู้สมัครกับ Recruitment Agency หลากหลายสายงาน พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ช่วยสร้างเส้นทางอาชีพที่เหมาะสมที่สุด</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41755" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตคุณได้-Cover.webp" alt="งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตคุณได้" width="600" height="370" title="งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตได้ ค้นหาเส้นทางอาชีพที่ใช่สำหรับคุณ 221" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตคุณได้-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตคุณได้-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองคิดดู เราใช้ชีวิตเกือบทั้งชีวิตไปกับ <strong>&#8220;งาน&#8221; </strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทุกวันเราใช้เวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน นั่นหมายความว่า 1 ใน 3 ของวันเราอุทิศให้กับงาน และยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่เรียนจบจนถึงวัยเกษียณ ก็อาจกินเวลาเข้าไป 60-65 ปี แล้ว คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งชีวิตเลยทีเดียว !</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเป็นแบบนี้ หนึ่งในแนวคิดการทำงานที่ดี จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเงินเดือนหรือตำแหน่งเท่านั้น แต่มันคือการเลือก </span><b>เส้นทางชีวิต </b><span style="font-weight: 400;">ที่เต็มไปด้วยความสุข สุขภาพดี และแรงบันดาลใจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่คำถามคือ งานที่ดีจะเปลี่ยนชีวิตเราได้จริงไหม ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามาดูกันว่าการมี “งาน” ส่งผลอะไรกับชีวิตคุณบ้าง </span></p>

<h1><b>เราทำงานไปทำไม ?</b></h1>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามว่า &#8220;เราทำงานไปทำไม?&#8221; อาจดูเหมือนคำถามง่าย ๆ แต่แท้จริงแล้วมันสะท้อนความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า หนึ่งในคำตอบคือเรื่อง รายได้ (Income) ภายใต้สังคมทุนนิยม แต่เมื่อเรามองลึกลงไป เราพบว่าการทำงานยังเป็นส่วนหนึ่งของ การเติมเต็มความหมายในชีวิต การพัฒนาทักษะ การสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม และการรู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากงานวิจัยของ</span><a href="https://www.gsb.stanford.edu/insights/global-look-connections-between-happiness-income-meaning" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด</span></a><span style="font-weight: 400;">พบว่า </span><b>คนที่ทำงานเพราะรู้สึกว่างานนั้นมีคุณค่า หรือสามารถทำให้เขามีความรู้สึกว่ากำลังสร้างผลกระทบที่ดีต่อสังคม จะมีระดับความสุขและความพึงพอใจในชีวิตสูงกว่าคนที่ทำงานเพื่อเงินเพียงอย่างเดียว</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างชีวิตที่มีความหมาย และช่วยให้เราเติบโตทั้งในด้านอาชีพและจิตใจ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>เพราะงานที่ดีกับผลกระทบต่อสุขภาพจิตและกาย</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จะดีกว่าไหม ถ้าเรามีงานที่ทำให้คุณตื่นเช้าขึ้นมาแล้วยิ้มได้ มีพลังงาน มีแรงบันดาลใจ สามารถเปลี่ยนทั้งวันและทั้งชีวิตของคุณได้ มีหลากหลาย</span><a href="https://www.smallbizgenius.net/by-the-numbers/job-satisfaction-statistics/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">งานสำรวจ</span></a><span style="font-weight: 400;">ที่พบว่า</span> <span style="font-weight: 400;">คนที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ดีและมีความสุข มีแนวโน้มที่จะมีสุขภาพดีกว่าผู้ที่ต้องทำงานในที่ ๆ กดดัน เครียด และไร้ซึ่งแรงบันดาลใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างจากการสำรวจของ </span><a href="https://media.gallup.com/DOCUMENTS/whitePaper--Well-BeingInTheWorkplace.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Gallup</span></a><span style="font-weight: 400;"> ในปี 2023 พบว่า </span><b>คนที่ทำงานอย่างมีความสุขและผูกพันกับงาน มีแนวโน้มที่จะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าคนที่ไม่มีความสุขกับงาน </b><span style="font-weight: 400;">แถมยังมีโอกาสลดความเสี่ยงต่อโรคเครียดและโรคจิตเวชต่าง ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานจึงไม่ได้มีผลกระทบแค่เรื่องของเงิน แต่เปลี่ยนทั้งสุขภาพจิตและกายให้ชีวิตคุณไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28319 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-27-1024x683.jpg" alt="shutterstock 1212195505 27" width="1024" height="683" title="งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตได้ ค้นหาเส้นทางอาชีพที่ใช่สำหรับคุณ 222" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-27-1024x683.jpg 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-27-300x200.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-27-768x512.jpg 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-27-1536x1024.jpg 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-27-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>เลือกงานที่ดี — สิทธิที่คุณมี แต่หลายคนไม่กล้าใช้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าหลายคนจะรู้ว่ามีสิทธิเลือกงานที่ดี แต่ก็ยังมีหลายคนที่ไม่กล้า หรือบางครั้งก็ไม่มีเวลาคิดเรื่องนี้เลย อาจเพราะภาระหน้าที่ในชีวิตที่แน่นหนา หรือความกลัวที่จะเปลี่ยนแปลง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การที่เราไม่กล้าเปลี่ยนงานที่ไม่เหมาะสมกับตัวเอง อาจทำให้ชีวิตเราไม่ก้าวหน้าอย่างที่ควรจะเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะต้องเผชิญกับมันคนเดียว เพราะปัจจุบันมีตัวช่วยดี ๆ อย่าง </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruitmentagency/"><b>Recruitment Agency</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><b>บริษัทจัดหางาน </b></a><span style="font-weight: 400;">ที่ช่วยคุณหางานที่เหมาะสมกับทักษะ ความสนใจ และเป้าหมายในชีวิตได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Recruitment Agency ที่ปรึกษางานที่รู้ใจคุณ</b></h2>
<p><b>Recruitment Agency </b><span style="font-weight: 400;">ไม่ได้แค่หางานให้คุณแบบสุ่ม ๆ แต่ยังมี </span><b>Career Advisor</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><b>Career Consultant</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำแนะนำในการเลือกงาน และพร้อมให้คำปรึกษาเรื่องทิศทางอาชีพของคุณ ช่วยค้นหางานที่ใช่ ซึ่งสอดคล้องกับทักษะและความสนใจของคุณ การมีมืออาชีพช่วยวางแผนอาชีพให้ ทำให้การหางานใหม่ง่ายขึ้นและตรงจุดมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พวกเขาจะวิเคราะห์ทุกมิติของคุณและเสนอทางเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตและอาชีพของคุณมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาเรื่องเงินเดือน ตำแหน่งที่เหมาะสม หรือแม้กระทั่งการช่วยปรับปรุงโปรไฟล์ของคุณให้โดดเด่นในสายตานายจ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้ฝากโปรไฟล์หรืออัพเดท Resume ในบริการเหล่านี้ จึงเป็นการลงทุนกับอนาคตรูปแบบหนึ่ง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับก้าวถัดไปในอาชีพ โดยไม่ต้องกังวลกับการหางานด้วยตัวเองนั่นเอง</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41177 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Screenshot-2567-10-29-at-14.46.39-1024x573.png" alt="HREX Recruitment Agency" width="1024" height="573" title="งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตได้ ค้นหาเส้นทางอาชีพที่ใช่สำหรับคุณ 223" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Screenshot-2567-10-29-at-14.46.39-1024x573.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Screenshot-2567-10-29-at-14.46.39-300x168.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Screenshot-2567-10-29-at-14.46.39-768x430.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Screenshot-2567-10-29-at-14.46.39-1536x860.png 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/Screenshot-2567-10-29-at-14.46.39-2048x1146.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></p>
<h2><b>HREX รวมพื้นที่ฝากประวัติกับ Recruitment Agency มาให้แล้ว </b></h2>
<p><a href="http://hrex.asia" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">HREX.asia</span></a><span style="font-weight: 400;"> เราได้รวบรวมหลากหลาย </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1"><span style="font-weight: 400;">Recruitment Agency</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่เชี่ยวชาญในสายงานต่าง ๆ ไว้ให้คุณเลือก ไม่ว่าจะเป็นงานด้านเทคโนโลยี การตลาด การเงิน หรืองานบริษัทต่างชาติ ผู้สมัครงานสามารถเลือก Agency ที่เหมาะสมกับสายงานและเป้าหมายของคุณได้อย่างง่ายดาย พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่รู้จักสายอาชีพและตลาดงานอย่างถ่องแท้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่กำลังมองหางานแรก หรือกำลังมองหาการเปลี่ยนแปลงในสายงาน HREX มีตัวเลือกมากมายที่พร้อมช่วยเหลือคุณในการก้าวสู่เส้นทางอาชีพที่เหมาะสมที่สุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่แล้ว เราเชื่อว่าการมีงานที่ทำให้คุณมีความสุขและมีความพึงพอใจจะนำไปสู่สุขภาพที่ดี ความสุขในชีวิต และอนาคตที่สดใส </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น อย่าปล่อยให้การกลัวเปลี่ยนแปลงหรือติดภาระในชีวิตมาขวางทางของคุณ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณต้องการเริ่มต้นใหม่ หรือมองหางานที่ดีกว่า </span><b>การฝากเรซูเม่กับ <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruitmentagency/">Recruitment Agency</a></b><span style="font-weight: 400;"> อาจเป็นทางเลือกที่ดีในการสร้างเส้นทางอาชีพที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 120px;">
<tbody>
<tr style="height: 120px;">
<td style="width: 100%; height: 120px;"><b>Source:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0191308517300047" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Sciencedirect</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.gomada.co/blog/employee-engagement-statistics" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Gomada</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="งานที่ดีเปลี่ยนชีวิตได้ ค้นหาเส้นทางอาชีพที่ใช่สำหรับคุณ 224" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/change-job-change-life-241029/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>6 ความคาดหวังที่ HR ต้องการจาก Recruitment Agency </title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/6-hr-expectation-recruitment-agency-240917/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/6-hr-expectation-recruitment-agency-240917/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Sep 2024 05:54:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Recruitment Agency]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=40572</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT มี 6 ปัจจัยที่ HR ในฐานะลูกค้าคาดหวังและมองหาจากการใช้บริการของ Recruitment Agency เพื่อนำมายกระดับองค์กรให้ดีขึ้น หากเจ้าไหนตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ จะยิ่งโดดเด่นในสายตาขององค์กรภายนอก Recruitment Agency ต้องเข้าใจในความต้องการขององค์กรลูกค้าอย่างลึกซึ้ง Recruitment Agency ต้องทำงานรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คุณภาพของผู้สมัครที่ได้รับการแนะนำจาก Recruitment Agency ต้องอยู่ในระดับที่สูง Recruitment Agency ต้องสื่อสารชัดเจน โปร่งใส และซื่อสัตย์ Recruitment Agency ควรมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เป็นจุดขายที่แตกต่างจากที่อื่น Recruitment Agency ต้องพร้อมปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริการ ตามความต้องการของลูกค้า การสรรหาพนักงานใหม่เผชิญความยากและท้าทายขึ้นทุกวัน หากองค์กรไหนที่ต้องการ Talent ชั้นยอดเข้ามาร่วมยกระดับบริษัท ก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการจ้างคนอย่างเร่งด่วน ในยุคที่ทุกสิ่งอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ความต้องการและความคาดหวังของ HR ที่ต้องการจาก Recruitment Agency ในการช่วยสรรหาพนักงานก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน เป็นโจทย์ที่ Recruitment Agency ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจเสมอ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถแข่งขันและอยู่รอดได้ในตลาดที่ท้าทายได้อีกนานแสนนาน 6 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><strong>HIGHLIGHT</strong></div>
<div>
<ul>
<li>มี 6 ปัจจัยที่ HR ในฐานะลูกค้าคาดหวังและมองหาจากการใช้บริการของ Recruitment Agency เพื่อนำมายกระดับองค์กรให้ดีขึ้น หากเจ้าไหนตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ จะยิ่งโดดเด่นในสายตาขององค์กรภายนอก</li>
<li>Recruitment Agency ต้องเข้าใจในความต้องการขององค์กรลูกค้าอย่างลึกซึ้ง</li>
<li>Recruitment Agency ต้องทำงานรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</li>
<li>คุณภาพของผู้สมัครที่ได้รับการแนะนำจาก Recruitment Agency ต้องอยู่ในระดับที่สูง</li>
<li>Recruitment Agency ต้องสื่อสารชัดเจน โปร่งใส และซื่อสัตย์</li>
<li>Recruitment Agency ควรมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เป็นจุดขายที่แตกต่างจากที่อื่น</li>
<li>Recruitment Agency ต้องพร้อมปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริการ ตามความต้องการของลูกค้า</li>
</ul>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41614" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-11-19T175212.286.webp" alt="6 ความคาดหวังที่ HR ต้องการจาก Recruitment Agency " width="600" height="370" title="6 ความคาดหวังที่ HR ต้องการจาก Recruitment Agency  228" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-11-19T175212.286.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-11-19T175212.286-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาพนักงานใหม่เผชิญความยากและท้าทายขึ้นทุกวัน หากองค์กรไหนที่ต้องการ Talent ชั้นยอดเข้ามาร่วมยกระดับบริษัท ก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการจ้างคนอย่างเร่งด่วน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ทุกสิ่งอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ความต้องการและความคาดหวังของ HR ที่ต้องการจาก Recruitment Agency ในการช่วยสรรหาพนักงานก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน เป็นโจทย์ที่ Recruitment Agency ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจเสมอ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถแข่งขันและอยู่รอดได้ในตลาดที่ท้าทายได้อีกนานแสนนาน</span></p>
<h1>6 ปัจจัยที่ลูกค้าอย่าง HR คาดหวังและมองหาจากการใช้บริการของ Recruitment Agency</h1>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX พบว่ามีอย่างน้อย 6 ปัจจัยที่ลูกค้าอย่าง HR คาดหวังและมองหาจากการใช้บริการของ Recruitment Agency เพื่อนำมายกระดับองค์กรให้ดีขึ้น หากเจ้าไหนตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ จะยิ่งโดดเด่นในสายตาขององค์กรภายนอก และทำให้เกิดความสนใจอยากใช้บริการตามมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>1. Recruitment Agency ต้องเข้าใจในความต้องการขององค์กรลูกค้าอย่างลึกซึ้ง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการให้ Recruitment Agency เข้าใจความต้องการของตำแหน่งงานที่กำลังเปิดรับอย่างละเอียด ไม่ใช่เพียงแค่ความต้องการพื้นฐาน เช่น ตำแหน่งหรือทักษะทั่วไป แต่ยังรวมถึงความเข้าใจวัฒนธรรมองค์กร การทำงานร่วมกัน และความคาดหวังในระยะยาวของพนักงานใหม่ ซึ่งจะช่วยให้การสรรหาบุคลากรมีความตรงตามที่ต้องการและเหมาะสมกับองค์กรมากขึ้น</span></p>
<h2><b>2. Recruitment Agency ต้องทำงานรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก Recruitment Agency มีความเร็วเป็นจุดขาย สามารถแนะนำผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ตรงตามคุณลักษณะที่ลูกค้ามองหาอย่างรวดเร็ว ไม่ปล่อยให้รอนาน หรือหากลูกค้ามีปัญหาข้อสงสัยอะไรแล้วสามารถตอบกลับหรือให้คำแนะนำได้เร็วเท่านั้น Recruitment Agency เจ้านั้นจะยิ่งเนื้อหอมมากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่าลืมว่าโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าที่คาดคิด หลายองค์กรต้องการพนักงานอย่างเร่งด่วน การตอบสนองล่าช้าสามารถส่งผลให้ธุรกิจเสียโอกาสมหาศาลได้</span></p>
<h2><b>3. คุณภาพของผู้สมัครที่ได้รับการแนะนำจาก Recruitment Agency ต้องอยู่ในระดับที่สูง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากคัดเลือกผู้สมัครงานที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการแล้ว หาก Recruitment Agency เจ้าไหนใส่ใจในการคัดเลือกพนักงานที่มีคุณภาพมากที่สุด หาคนที่มีศักยภาพจะเติบโตและเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรในระยะยาว จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือได้มหาศาล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางกลับกัน การแนะนำผู้สมัครที่มีคุณภาพต่ำ ไม่ว่าจะแนะนำใครมา พนักงานคนนั้นก็จะสร้างปัญหาให้ตลอด ย่อมส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของ Recruitment Agency ด้วย</span></p>
<h2><b>4. Recruitment Agency ต้องสื่อสารชัดเจน โปร่งใส และซื่อสัตย์</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">บางครั้งหาก Recruitment Agency เจอปัญหาให้ทำงานช้าจริง ๆ ลูกค้ายังพร้อมจะให้อภัย แต่ลูกค้าก็ต้องการให้ Recruitment Agency ตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสถานะของการสรรหาด้วย การสื่อสารที่ชัดเจน โปร่งใส จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ พัฒนาความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้าและ Recruitment ได้ดียิ่งขึ้นในระยะยาว</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44225" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="6 ความคาดหวังที่ HR ต้องการจาก Recruitment Agency  229"></a></p>
<h2><b>5. Recruitment Agency ควรมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เป็นจุดขายที่แตกต่างจากที่อื่น</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก Recruitment Agency ไม่เข้าใจความต้องการที่ซับซ้อนหรือเฉพาะทางของตำแหน่งงานบางตำแหน่งได้เต็มที่ แล้วต้องสรรหาพนักงานในตำแหน่งนั้น ๆ ย่อมมีผลให้ผู้สมัครที่ถูกแนะนำไม่ตรงกับสิ่งที่องค์กรต้องการจริง ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเวลาจะเลือกใช้บริการ Recruitment Agency หากบริษัทไหนชูจุดแกร่งว่าเข้าใจในอุตสาหกรรมหรือสายงานที่มีความเฉพาะด้าน จะช่วยให้เตะตาลูกค้าในสายงานนั้น ๆ และสรรหาผู้สมัครที่เหมาะสมได้มากยิ่งขึ้น ทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะเข้าใจความต้องการเฉพาะทางของพวกเขา​ได้แน่นอน</span></p>
<h2><b>6. Recruitment Agency ต้องพร้อมปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริการ ตามความต้องการของลูกค้า</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งโลกหมุนไป เรายิ่งไม่สามารถ One Sized Fits All กับทุกสิ่งทุกอย่างได้อีกต่อไป เพราะความต้องการของคนแต่ละคนไม่มีทางเหมือนกันเลย และความคาดหวังของลูกค้าก็เช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางครั้งลูกค้าอาจคาดหวังให้ Recruitment Agency ปรับแต่งบริการให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาพนักงานในระดับไหนก็ตาม หาก Recruitment Agency ปรับตัว และดูแลลูกค้าแต่ละรายได้ตรงตามความต้องการจริง ๆ จะช่วยให้โดดเด่นมากขึ้น และดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้น</span></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เสียงของลูกค้ามีความหมายเสมอ 6 ด้านที่กล่าวมานี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นของสิ่งที่ Recruitment Agency ต้องรู้และปรับตัวตาม ท่ามกลางยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความท้าทาย และความคาดเดาไม่ได้ หากรีบปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้ Recruitment Agency ก็จะมีโอกาสรอดมากขึ้น เติบโตมากขึ้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการทุกคนแล้วว่า จะเลือกเดินทางสู่อนาคตอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาบริการ Recruitment Agency ที่สามารถตอบโจทย์ทั้ง 6 ด้านนี้ได้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปค้นหาจากที่ไหนล่ะก็ สามารถมาค้นหาบริการสรรหาพนักงานผ่าน HREX ได้เลย เรารวบรวม “คนกลาง” ที่จะช่วยมองหาพนักงานทุกรูปแบบตั้งแต่พนักงานปฏิบัติการ ไปจนถึงผู้บริหารองค์กรไว้ให้ได้เลือกใช้บริการจากทั่วประเทศแล้ว</span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ทางลิงก์นี้</span></a></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="6 ความคาดหวังที่ HR ต้องการจาก Recruitment Agency  230"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/6-hr-expectation-recruitment-agency-240917/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงงานปิดตัว: ภัยคุกคามหรือโอกาสใหม่ของ Recruitment Agency ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-agency-factory-close-240905/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-agency-factory-close-240905/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Sep 2024 02:40:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Recruitment Agency]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=40379</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Recruitment Agency หรือบริษัทจัดหางาน ได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ ในการสรรหาบุคลากร ไม่แพ้แรงงาน ผจญกับความท้าทายในการหางานครั้งใหม่ เดือนมกราคม-พฤษภาคม 2024 มีโรงงานปิดกิจการกว่า 600 แห่ง เฉลี่ยต่อเดือนปิด 113 แห่ง มีคนตกงานคิดเป็นจำนวนมากกว่า 15,000 คน แนวโน้มการปิดตัวของโรงงานยังเพิ่มขึ้นตลอดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ทุกวิกฤติย่อมมีโอกาส Recruitment Agency เองจะอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ ต้องรักษาลูกค้าเดิม มองหาลูกค้าใหม่ พยายามค้นหาว่ามีอะไรที่สามารถช่วยเหลือลูกค้าได้มากที่สุดบ้าง ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าและพาร์ทเนอร์คิดถึงและเลือกใช้บริการเสมอ หากมี Data เยอะและสามารถเปลี่ยนเป็นอินไซต์ได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อ Recruitment Agency ในการสรรหาพนักงานที่ตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้ามากเท่านั้น ขณะเดียวกัน แรงงานที่ Open Mindset เปิดกว้าง พร้อมเรียนรู้และปรับตัวรับสิ่งใหม่ ๆ จะทำให้เป็นพนักงานที่โดดเด่นที่ใคร ๆ ก็จะต้องการตัว ตั้งแต่ปลายปี 2023 จนมาถึงปี 2024 การทยอยปิดตัวของโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย ถือเป็นข่าวใหญ่ที่ผู้คนในแวดวงการหางานต่างหวาดเกรง เพราะส่งผลกระทบรุนแรงต่อทั้งแรงงานและภาคธุรกิจอื่น [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li aria-level="1">Recruitment Agency หรือบริษัทจัดหางาน ได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ ในการสรรหาบุคลากร ไม่แพ้แรงงาน ผจญกับความท้าทายในการหางานครั้งใหม่</li>
<li aria-level="1">เดือนมกราคม-พฤษภาคม 2024 มีโรงงานปิดกิจการกว่า 600 แห่ง เฉลี่ยต่อเดือนปิด 113 แห่ง มีคนตกงานคิดเป็นจำนวนมากกว่า 15,000 คน แนวโน้มการปิดตัวของโรงงานยังเพิ่มขึ้นตลอดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า</li>
<li aria-level="1">แต่ทุกวิกฤติย่อมมีโอกาส Recruitment Agency เองจะอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ ต้องรักษาลูกค้าเดิม มองหาลูกค้าใหม่ พยายามค้นหาว่ามีอะไรที่สามารถช่วยเหลือลูกค้าได้มากที่สุดบ้าง ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าและพาร์ทเนอร์คิดถึงและเลือกใช้บริการเสมอ</li>
<li aria-level="1">หากมี Data เยอะและสามารถเปลี่ยนเป็นอินไซต์ได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อ Recruitment Agency ในการสรรหาพนักงานที่ตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้ามากเท่านั้น</li>
<li aria-level="1">ขณะเดียวกัน แรงงานที่ Open Mindset เปิดกว้าง พร้อมเรียนรู้และปรับตัวรับสิ่งใหม่ ๆ จะทำให้เป็นพนักงานที่โดดเด่นที่ใคร ๆ ก็จะต้องการตัว</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41619" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-11-19T180209.666.webp" alt="โรงงานปิดตัว: ภัยคุกคามหรือโอกาสใหม่ของ Recruitment Agency ?" width="600" height="370" title="โรงงานปิดตัว: ภัยคุกคามหรือโอกาสใหม่ของ Recruitment Agency ? 237" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-11-19T180209.666.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-11-19T180209.666-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่ปลายปี 2023 จนมาถึงปี 2024 การทยอยปิดตัวของโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย ถือเป็นข่าวใหญ่ที่ผู้คนในแวดวงการหางานต่างหวาดเกรง เพราะส่งผลกระทบรุนแรงต่อทั้งแรงงานและภาคธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ</span><b> Recruitment Agency</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ต้องปรับตัวอย่างมากในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์นี้ยังบ่งชี้ว่า ประเทศไทยจากที่เคยเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ ทั้งในเรื่องการสูญเสียตำแหน่งงานและความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX จึงขอถือโอกาสนี้พาทุกท่านไปสำรวจถึงผลกระทบการปิดตัวโรงงานที่เกิดขึ้นต่อ Recruitment Agency มาดูกันว่าท่ามกลางช่วงเวลาสุดวิกฤติ บริษัทจัดหางานสามารถเปลี่ยนให้เป็นโอกาสได้อย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>อดีตอันรุ่งโรจน์ของว่าที่เสือผงาดตัวที่ 5 แห่งเอเชีย</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน ปฏิเสธไม่ได้ว่าไทยคือหมุดหมายสำคัญที่อุตสาหกรรมการผลิตระดับโลกไม่ว่าจะเป็นบริษัทจากญี่ปุ่น ยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา ล้วนเลือกเข้ามาลงทุน เลือกเป็นฐานการผลิตแหล่งสำคัญในภูมิภาค การเปิดโรงงานในช่วงนั้นนำมาซึ่งการจ้างคนไทยให้ช่วยผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์หลายต่อหลายชนิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุตสาหกรรมที่พึ่งพาไทยมีแทบทุกอุตสาหกรรม แต่สายที่โดดเด่นเห็นจะหนีไม่พ้นยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ โดย 5 ปัจจัยหลัก ๆ ที่นักลงทุนมองเห็นจากประเทศไทยก็คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รัฐบาลไทยมีนโยบายเปิดประเทศและส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติอย่างจริงจัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ประเทศไทยมีแรงงานจำนวนมากและค่าแรงไม่แพงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไทยมีทำเลที่ตั้งเหมาะสมสำหรับการเป็นฐานการผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถขนส่งสินค้าง่าย โดยเฉพาะทางเรือ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไทยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างรวดเร็ว เช่น ถนน ท่าเรือ และนิคมอุตสาหกรรม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไทยมีเสถียรภาพทางการเมืองค่อนข้างสูง ณ ช่วงนั้น </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุผลเหล่านี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยมีความมั่นคงและความยั่งยืนทางเศรษฐกิจยิ่งขึ้น จนเกือบสอดแทรกขึ้นไปเป็นเสือเศรษฐกิจตัวที่ 5 แห่งเอเชีย เทียบชั้นสิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ และไต้หวัน ได้อย่างสูสี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไทยไม่สามารถก้าวไปเป็นเสือตัวที่ 5 แถมยังเผชิญสถานการณ์ขาลง นอกจากจะไม่สามารถดึงดูดนักลงทุน ดึงดูดอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ ในต่างประเทศให้มาตั้งฐานการผลิตมากเท่าแต่ก่อนแล้ว แต่ยังปิดโรงงานแล้วพาย้ายถิ่นฐานการผลิตไปอยู่ประเทศอื่นเสียอีก โดยเฉพาะเวียดนาม ที่ใช้</span><a href="https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1065158" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">มาตรการจูงใจด้านภาษี และข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Area หรือ FTA)</span></a><span style="font-weight: 400;"> มาเป็นกลยุทธ์ในการดึงดูดโรงงานจากทั่วโลกให้มาเปิดกิจการที่นี่</span></p>
<h2><b>สถิติน่าใจหาย คนไทยตกงานเพราะโรงงานปิด</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัดภาพมาปลายปี 2023 มาจนถึงช่วงกลางปี 2024 มีรายงานว่า โรงงานอุตสาหกรรมปิดกิจการในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหลักมาจากหลายกรณี ทั้งความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ต้นทุนการผลิตที่แพงขึ้น โดยเฉพาะค่าจ้างพนักงาน ทำให้เป็นตัวเลือกให้เกิดการย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศแทนเพราะถูกกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ที่ส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมยานยนต์เต็ม ๆ เมื่อกระแสการผลิตรถไฟฟ้า EV มาแรงกว่ารถสันดาป หรือรถที่ใช้น้ำมัน ทำให้โรงงานค่ายญี่ปุ่นต้องปรับกลยุทธ์เรื่องการจ้างคน เพื่อให้สามารถแข่งขันทางธุรกิจกับประเทศจีนที่พัฒนาด้านนี้จนขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการสืบค้นข้อมูลของ</span><a href="https://www.diw.go.th/webdiw/static-fac/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">กรมโรงงานอุตสาหกรรม</span></a><span style="font-weight: 400;"> พบว่า ตลอดปี 2023 มีโรงงานปิดกิจการทั้งหมด 1,377 แห่ง เฉลี่ยต่อเดือนปิดไป 111 แห่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากนับเฉพาะเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2024 หรือ 5 เดือนแรกของปีนี้ มีโรงงานปิดกิจการแล้ว 567 แห่ง เฉลี่ยต่อเดือนปิด 113 แห่ง ซึ่งอยู่ในแนวโน้มที่สูงขึ้น และมีคนตกงานแล้วคิดเป็นจำนวน 15,342 คน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สถิติจากกรมโรงงานฯ ยังระบุอีกว่า การปิดโรงงานเพิ่มขึ้นถึง 40% จากเดือนกรกฎาคม 2566 ถึง มิถุนายน 2567 มีตำแหน่งงานหายไป 80% จากช่วงเวลาเดียวกัน และมีคนตกงานมากกว่า 51,500 คน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40383" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-09-05T093201.640.webp" alt="โรงงานปิดตัว: ภัยคุกคามหรือโอกาสใหม่ของ Recruitment Agency ?" width="600" height="370" title="โรงงานปิดตัว: ภัยคุกคามหรือโอกาสใหม่ของ Recruitment Agency ? 238" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-09-05T093201.640.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-09-05T093201.640-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ข้อมูลอีกด้าน โรงงาน(จีน)เปิดเพียบ </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้สถิติข้างต้นจะชี้ตรงกันว่ามีโรงงานปิดกิจการเยอะมาก แต่ขณะเดียวกันก็มีสถิติอีกด้านให้ดูประกอบด้วยว่า จริง ๆ แล้วจำนวนโรงงานที่มาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยนั้นมีเยอะกว่าโรงงานที่ปิดตัวลงเสียอีก</span></p>
<p><a href="https://youtu.be/UdkLQR4TgiA?si=qEybfQNQzWEUxeAR" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">BT Times</span></a><span style="font-weight: 400;"> รายงานว่าหากนับย้อนหลัง 5 ปีที่ผ่านมา มีโรงงานเปิดใหม่ประมาณ 11,800 แห่ง เฉลี่ยแล้วเปิดใหม่ปีละ 2,360 แห่งเลยทีเดียว มากกว่าโรงงานปิดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ BT Times ก็ยังวิเคราะห์ด้วยว่า ถึงโรงงานจะเปิดตัวเยอะกว่าแต่หากไล่ดูแต่ละปีดี ๆ จะพบว่าโรงงานที่เปิดใหม่นั้นมีจำนวนน้อยลงทุกปี และอัตราส่วนของการปิดกลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่แนวโน้มที่เป็นบวก สอดคล้องกับสกู๊ป </span><a href="https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/articles/article-2024jul15.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ไขปริศนา เปิด-ปิดโรงงาน</span></a><span style="font-weight: 400;"> ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ระบุว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“ภาพรวมการเปิดโรงงานยังมีจำนวนมากกว่าการปิดโรงงาน แต่พลวัตการเปิดและปิดเปลี่ยนไปในทิศทางที่แย่ลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเนื่องจากโรงงานที่มาเปิดใหม่นั้นมีข้อมูลว่าเป็นโรงงานจากประเทศจีนไม่น้อย โดยเฉพาะโรงงานผลิตรถไฟฟ้า EV ซึ่ง </span><b>ดร.สาโรจน์ วสุวานิช</b><span style="font-weight: 400;"> รองประธานกิตติมศักดิ์ บมจ.ไทยซัมมิทกรุ๊ป และกรรมการและประธานกิตติมศักดิ์ บมจ.ไทยซัมมิท ฮาร์เนส ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท) ให้สัมภาษณ์กับ</span><a href="https://www.prachachat.net/local-economy/news-1515990" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ประชาชาติธุรกิจ </span></a><span style="font-weight: 400;">ถึงการที่ทุนจีนมีการเข้ามาตั้งโรงงานในประเทศไทยว่า ทุนจีนที่ทำ EV ไม่ต่างทัวร์ศูนย์เหรียญ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะจีนที่มาตั้งโรงงาน เอาเครือข่ายที่ผลิตชิ้นส่วนเข้ามาทั้งหมด ไม่ซื้อกับบริษัทคนไทยเลย ต่างกับบริษัทญี่ปุ่นที่ยังแบ่งให้คนไทยบ้าง แต่ว่าจีนไม่แบ่งเลย รวมถึงธุรกิจอื่นที่จีนเข้ามาเช่นเดียวกัน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่หลายคนเป็นห่วงก็คือ แม้จะมีโรงงานจากจีนมาตั้งในประเทศไทยเยอะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีการจ้างงานคนไทยที่ตกงานจากการปิดโรงงานอื่น ๆ เข้าไปทำงานด้วย โดยพบกรณีของ</span><a href="https://www.js100.com/en/site/news/view/142143" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">โรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ</span></a><span style="font-weight: 400;"> จ.ปราจีนบุรี ขึ้นป้ายป้ายภาษาจีนประกาศรับสมัครแรงงานต่างด้าว แต่ไม่รับแรงงานไทย ซึ่งในเวลาต่อมานาย </span><b>สุครชัย วิไลลักษณ์ตระกูล</b><span style="font-weight: 400;"> รักษาการจัดหางานจังหวัดปราจีนบุรี ได้ออกมาปฏิเสธว่าการรับแรงงานต่างด้าวก่อนคนไทยนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตามอีกปัญหาที่หากใครเข้าไปทำงานในโรงงานจีนได้ ก็อาจต้องเจอคือปัญหานายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าจ้าง โดยเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีข่าวว่าแรงงานชาวเมียนมา จำนวนกว่า 700 คน ในโรงงานอุตสาหกรรมนิคมโรจนะ รวมตัวกันประท้วงแสดงความไม่พอใจที่เจ้าของโรงงานชาวจีนไม่จ่ายค่าแรงมา 2 เดือนแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับเป็นปัญหาที่ยังต้องจับตามองต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40385" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-09-05T093118.133.webp" alt="โรงงานปิดตัว: ภัยคุกคามหรือโอกาสใหม่ของ Recruitment Agency ?" width="600" height="370" title="โรงงานปิดตัว: ภัยคุกคามหรือโอกาสใหม่ของ Recruitment Agency ? 239" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-09-05T093118.133.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-09-05T093118.133-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>อยากรอดในยุคโรงงานปิด Recruitment Agency ต้องเปลี่ยนวิธีเข้าหาลูกค้า</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากคนธรรมดาจะหางานยาก อีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเยอะไม่แพ้กันก็คือ </span><b>Recruitment Agency </b><span style="font-weight: 400;">หรือบริษัทนายหน้า ช่วยสรรหาบุคลากรป้อนไปให้บริษัทต่าง ๆ ที่จะหาคนมาเติมเต็มคนในองค์กรลูกค้ายากขึ้นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX สัมภาษณ์คุณ</span><b> วีรวัฒน์ ขัติยะ Recruitment Consultant</b><span style="font-weight: 400;"> จาก </span><b>บริษัทจัดหางาน Reeracoen Eastern Seaboard Recruitment</b><span style="font-weight: 400;"> ถึงประเด็นนี้ เขายอมรับว่าได้รับผลกระทบมากทีเดียวเพราะที่ผ่านมาค่อนข้างใกล้ชิดกับลูกค้าในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์เครื่องสันดาป ซึ่งถือเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ แต่เมื่อโลกกำลังเข้าสู่เทรนด์ยานยนต์สมัยใหม่ที่เป็นรถไฟฟ้า และมีกลุ่มธุรกิจจีนเข้ามามีบทบาทในพื้นที่แทน ส่งผลให้ลูกค้าจากโรงงานสัญชาติญี่ปุ่นเติบโตได้น้อยลง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ลูกค้าเก่าที่ทำงานร่วมกันมานาน เราจะรู้สไตล์ รู้ความต้องการของเขาดี แต่สถานการณ์ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างเยอะ เขาสามารถจ้างงานน้อยลง จากที่เคยได้ลูกค้าจากบริษัทกลุ่มหนึ่งบ่อย ทุกวันนี้อาจไม่ได้ลูกค้าจากกลุ่มดังกล่าวมากอีกแล้ว และแต่ละบริษัทจะใช้ 2-3 เอเจนซี่ช่วยหาพนักงาน หมายความว่าอัตราการแข่งขันจะเพิ่มขึ้นด้วย”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวีรวัฒน์ยืนยันว่าคนทำงานใน Recruitment Agency เองก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเช่นกัน ด้วยการลองหาลูกค้าและพาร์ทเนอร์ใหม่ ๆ ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้เวลา แต่หากสร้างความผูกพัน ทำให้เขามองเห็นว่าบริษัทจัดหางานพร้อมเป็นพันธมิตรที่ดีต่อเขาได้อย่างไร จะช่วยให้ก้าวข้ามอุปสรรคไปได้</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ลูกค้าต้องการบริการราคาถูก แต่คุณภาพดี ดังนั้นเราจะหากลยุทธ์อะไรมาเสนอให้ลูกค้าใหม่ได้ เราต้องรีเสิร์ชมาประมาณหนึ่งเหมือนกัน หาว่าเขาเป็นใคร หาว่าจะเข้าหาเขาได้อย่างไร จะดึงดูดเขาอย่างไร ทำอย่างไรให้เขารู้สึกว่ายังต้องการเราด้วย และไม่ใช่แค่เข้าไปนำเสนอบริการด้านการสรรหาบุคลากรเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องทราบปัญหา หรือ pain point ที่แท้จริงของลูกค้าแต่ละบริษัทให้ได้ เพื่อที่จะช่วยแก้ไขปัญหาร่วมกันกับลูกค้าให้ได้ตรงจุดมากที่สุด</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราต้องเป็นฝ่ายให้ข้อมูลเขาก่อน อะไรที่เราสามารถสนับสนุนเขาก่อนได้ โดยเฉพาะเรื่องที่องค์กรใหม่ ๆ อาจไม่รู้ เช่น เรื่องกฎหมาย หรือกระบวนการทำงานในไทย ถ้าเราช่วยเหลือเขาก่อน จะทำให้ลูกค้ามองเห็นความพยายามและตั้งใจที่จะเป็นพาร์ทเนอร์กับเขา สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการคุยกันแค่ 1-2 อาทิตย์ แต่เราต้องเรียนรู้กันไปยาว ๆ</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การทำงานของเราก็ต้องเปลี่ยนไป เราอาจอยู่นอกเวลางานแล้ว แต่ก็ต้อง Flexible ได้ หากเขาต้องการความช่วยเหลือนอกเวลางาน แล้วเราสามารถช่วยเขาได้ ต่อจากนั้นเวลาเขาต้องการอะไร เขาจะคิดถึงเราเป็นอันดับแรก ๆ ครับ”</span></i></p>
<h2><b>อนาคตของการสรรหา และทางรอดของ Recruitment Agency</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้สถานการณ์การจ้างงานในปัจจุบันดูจะเป็นช่วงขาลง มีโรงงานปิดตัวลงไปเยอะ แต่ในความคิดของคุณวีรวัฒน์ยังพอมองเห็นหนทางว่า อย่างน้อย 5 ปีต่อจากนี้ ธุรกิจการจ้างงานโดย Recruitment Agency จะยังไปได้ต่อ แต่การแข่งขันที่ยิ่งสูงขึ้นจะคัดกรองให้เหลือแค่บางองค์กรเท่านั้นที่อยู่รอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และกุญแจสู่ความสำเร็จก็คือ การมี Data หรือข้อมูลในมือที่สามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ความท้าทายที่ Recruitment Agency ทุกเจ้าต้องเผชิญคือ ยุคนี้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้สมัครงานเองได้ เราจะทำอย่างไรให้เขามองเห็นความสำคัญในการหาคนผ่านเรา ธุรกิจของ Recruitment Agency มีเราเป็นคนกลาง มีลูกค้า มีแคนดิเดตคนหางาน ถ้าองค์กรไหนสามารถครอบครองข้อมูลของ 2 ส่วนนี้มากที่สุด นำมาพัฒนาหาอินไซต์ได้เร็วที่สุด จะยิ่งได้เปรียบ</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราต้องสร้างจุดแข็ง ประกาศจุดยืนว่า เราถนัดตรงไหน โดดเด่นตรงไหน และเมื่อต้องการพนักงานกลุ่มนี้ ลูกค้าและพาร์ทเนอร์จะคิดถึงเราก่อนครับ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เขาสรุป</span><i><span style="font-weight: 400;"> </span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40388" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-09-05T093716.153.webp" alt="โรงงานปิดตัว: ภัยคุกคามหรือโอกาสใหม่ของ Recruitment Agency ?" width="600" height="370" title="โรงงานปิดตัว: ภัยคุกคามหรือโอกาสใหม่ของ Recruitment Agency ? 240" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-09-05T093716.153.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/09/HREX-Cover-by-Para-2024-09-05T093716.153-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>แรงงานเองก็ต้องปรับตัว คนหางานอย่าอยู่เฉย ถึงเวลา Open Mindset</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่โรงงานปิดกิจการ นอกจากผลกระทบต่อ Recruitment Agency แล้ว คนที่จะได้รับแรงกระแทกเต็ม ๆ ก็คือแรงงานที่จะตกงานจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงทางการเงิน ต้องปากกัดตีนถีบ หากใครสู้ชีวิตหน่อยก็ต้องย้ายถิ่นฐานไปยังพื้นที่ที่มีโอกาสจ้างงานมากกว่า ซึ่งก็ไม่ได้การันตีว่าพวกเขาจะได้งานใหม่เสมอไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากไม่สามารถหางานใหม่ได้ทันที ทักษะที่พวกเขามีก็จะยิ่งล้าสมัย พวกเขาจะรู้สึกว่ามีคุณค่าน้อยลง เกิดความเครียดมากขึ้น และอาจนำมาสู่ปัญหาสังคมอีกมากมายได้ตามมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Recruitment Consultant จากบริษัทจัดหางาน Reeracoen Eastern Seaboard Recruitment อธิบายว่า สถานการณ์ตอนนี้ผู้คนจะเปลี่ยนงานค่อนข้างยาก เพราะกังวลเรื่องความมั่นคงกันเป็นหลัก และถึงจะมีคนว่างงานเยอะ แต่ตำแหน่งงานที่เป็นที่ต้องการก็มีน้อยด้วย จึงไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารถหางานง่ายขึ้นแต่อย่างใด </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“พอตำแหน่งงานน้อยลง มีคนหางานเยอะขึ้น จะมีแต่พนักงานที่มีศักยภาพเท่านั้นที่ได้รับการจับตามอง คนที่ไม่โดดเด่นจริง ๆ จะหางานยากครับ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณวีรวัฒน์มองว่าปัญหาเรื่องการจ้างงานและการปิดโรงงานเกินอำนาจหรือขอบเขตที่คนตัวเล็ก ๆ จะแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้ แต่เขาเชื่อว่าสิ่งที่คนทำงาน และคนหางานทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ก็คือ การปรับเปลี่ยนมายด์เซ็ตของตัวเอง เพื่อโอบรับวิกฤตินี้แล้วเปลี่ยนมันให้เป็นโอกาส</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การย้ายไปทำงานอีกธุรกิจไม่ได้ยากครับ มีแรงงานไทยย้ายจากโรงงานญี่ปุ่นไปอยู่โรงงานจีนที่มาเปิดในไทยเสมอ หากมีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการ แต่แน่นอนว่าวัฒนธรรมองค์กรระหว่างจีนกับญี่ปุ่นก็จะแตกต่างกันด้วย ดังนั้นต้องมีแนวคิดเปิดกว้าง Open Mindset พร้อมเรียนรู้กับเทคโนโลยีใหม่ ๆ วัฒนธรรมองค์กรใหม่ ๆ ใครที่ยัง Fixed Mindset ยึดถือแต่การทำงานเฉพาะในโรงงานญี่ปุ่น ไม่อยากปรับตัว จะพลาดโอกาสมหาศาล”</span></i></p>
<h2><b>หา Recruitment Agency ที่ใช่ ผ่าน HREX ได้แล้ววันนี้</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งโรงงานปิดตัวมากเท่าไหร่ ความท้าทายในการสรรหาพนักงานก็มากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรไหนต้องการตัวช่วยจาก Recruitment Agency ที่โดดเด่น เพื่อสรรหาพนักงานระดับ Talent มาช่วยยกระดับองค์กร ให้เกิดความมั่นคงและเป็นเลิศทางธุรกิจ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นหาจากที่ไหนดี สามารถมาค้นหา Recruitment Solution ผ่านแพลตฟอร์ม HR Products &amp; Services ของ HREX ได้เลย ที่นี่เรารวบรวม “คนกลาง” สำหรับช่วยมองหาพนักงานทุกรูปแบบตั้งแต่พนักงานปฏิบัติการ ไปจนถึงผู้บริหารองค์กรไว้ให้ได้เลือกใช้บริการจากทั่วประเทศแล้ว</span><a href="https://expth.hrnote.asia"><span style="font-weight: 400;">ทางลิงก์นี้</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือหากใครอ่านแนวคิดของคุณวีรวัฒน์ แล้วสนใจอยากใช้บริการ Reeracoen Recruitment ในการสรรหาพนักงานล่ะก็ สามารถติดต่อขอใช้บริการผ่าน HREX ได้เช่นกัน </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2"><span style="font-weight: 400;">ทางลิงก์นี้</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/2?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44225" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/2-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="โรงงานปิดตัว: ภัยคุกคามหรือโอกาสใหม่ของ Recruitment Agency ? 241"></a></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การปิดกิจการของโรงงานอุตสาหกรรมในไทย เป็นทั้งอุปสรรคและโอกาสที่ทั้งแรงงาน รวมถึงบริษัทจัดหางานต้องปรับตัว เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมโลกและเทคโนโลยี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แรงงานต้องถือโอกาสนี้เปิดใจรับโอกาสใหม่และพร้อมปรับตัว ไม่เป็นน้ำเต็มแก้ว ขณะที่ Recruitment Agency จะต้องใช้ข้อมูลเชิงลึกและสร้างจุดแข็งที่ชัดเจนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสุดท้าย ผู้ที่ปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะมีโรงงานปิดตัวลงไปอีกมากแค่ไหน ก็จะสามารถฝ่าฟันทุกความท้าทาย และเป็นผู้นำในตลาดแรงงานไทยที่พาร์ทเนอร์ให้ความไว้วางใจ</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources:</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://www.youtube.com/watch?v=UdkLQR4TgiA" target="_blank" rel="noopener"><span data-rich-links="{&quot;fple-t&quot;:&quot;ครึ่งปีปิดโรงงานกว่า 600 แห่ง 5 ปีผ่านมาปิดกว่า 50% เปิดใหม่แต่น้อยลงอีก | คุยกับบัญชา | 13 ส.ค. 67&quot;,&quot;fple-u&quot;:&quot;https://www.youtube.com/watch?v=UdkLQR4TgiA&quot;,&quot;fple-mt&quot;:null,&quot;type&quot;:&quot;first-party-link&quot;}">คุยกับบัญชา</span></a></li>
<li><a href="https://www.youtube.com/watch?v=1V0cemQocZ8" target="_blank" rel="noopener"><span data-rich-links="{&quot;fple-t&quot;:&quot;น่าห่วง! ปิดโรงงานเพิ่มต่อเนื่อง ชี้ 5 ปี ปิดเฉลี่ย 1,254 แห่ง/ปี&quot;,&quot;fple-u&quot;:&quot;https://www.youtube.com/watch?v=1V0cemQocZ8&quot;,&quot;fple-mt&quot;:null,&quot;type&quot;:&quot;first-party-link&quot;}">3Plus News</span></a></li>
<li><a href="https://www.youtube.com/watch?v=d2mZMrgM7I0" target="_blank" rel="noopener"><span data-rich-links="{&quot;fple-t&quot;:&quot;ทำไมอุตสาหกรรม ‘เซมิคอนดักเตอร์’ โตเร็วสุดในเวียดนาม | THE STANDARD WEALTH&quot;,&quot;fple-u&quot;:&quot;https://www.youtube.com/watch?v=d2mZMrgM7I0&quot;,&quot;fple-mt&quot;:null,&quot;type&quot;:&quot;first-party-link&quot;}">THE STANDARD WEALTH</span></a></li>
<li><a href="https://www.youtube.com/watch?v=_qANivQ1EMU" target="_blank" rel="noopener"><span data-rich-links="{&quot;fple-t&quot;:&quot;โรงงานปิด ประเทศไทยในแดนวิกฤต | News Digest&quot;,&quot;fple-u&quot;:&quot;https://www.youtube.com/watch?v=_qANivQ1EMU&quot;,&quot;fple-mt&quot;:null,&quot;type&quot;:&quot;first-party-link&quot;}">News Digest</span></a></li>
<li><a href="https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1139303" target="_blank" rel="noopener">กรุงเทพธุรกิจ</a></li>
<li><a href="https://www.thaipbs.or.th/now/infographic/307" target="_blank" rel="noopener">ThaiPBS</a></li>
<li><a href="https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/225862" target="_blank" rel="noopener">PPTV</a></li>
<li><a href="https://thunhoon.com/article/260301" target="_blank" rel="noopener">ทันหุ้น</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="โรงงานปิดตัว: ภัยคุกคามหรือโอกาสใหม่ของ Recruitment Agency ? 242"></a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-agency-factory-close-240905/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Talent Acquisition คืออะไร ? ความท้าทายของการค้นหาและรักษา “ทาเลนต์”</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/talent-acquisition-240719/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/talent-acquisition-240719/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jul 2024 09:43:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Talent Acquisition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=39698</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Talent Acquisition (TA) คือตำแหน่งงานที่มีหน้าที่สรรหาพนักงานไม่ต่างจาก Recruiter, Headhunter และ Recruitment Consultant เป็นต้น แต่ Talent Acquisition เป็นงานที่ละเอียดอ่อนกว่ามาก ต้องวางแผนเชิงกลยุทธ์ในระยะยาวว่าจะพัฒนาพนักงานให้เก่งขึ้นอย่างไร ต้องทำ Employer Branding เพื่อให้คนรู้จักองค์กรมากขึ้น เพื่อให้อยากมาร่วมงานมากขึ้น และรักษาพนักงานที่มีศักยภาพสูงให้อยู่คู่องค์กรไปนาน ๆ ด้วย แม้ Talent Acquisition จะมีหน้าที่สรรหาพนักงาน แต่กลุ่มเป้าหมายหลักของตำแหน่งนี้คือการควานหาตัว “ทาเลนต์” หรือพนักงานมากความสามารถ ซึ่งแน่นอนว่ามีอยู่น้อยกว่าพนักงานตามปกติทั่วไป จึงมีความท้าทายในการทำงานค่อนข้างสูง แต่หากองค์กรไหนมี Talent Acquisition ที่เก่ง จะยิ่งเป็นแต้มต่อให้พาองค์กรไปสู่เป้าหมาย ยิ่งการแข่งขันทางธุรกิจดุเดือดเท่าไหร่ ปัจจัยที่ชี้วัดว่าองค์กรไหนจะแพ้หรือชนะขึ้นอยู่กับว่ามีพนักงานที่เป็น ทาเลนต์ (Talent) เก่งกาจสามารถมากแค่ไหน หากรักษาบุคลากรระดับยอดฝีมือไม่ให้ย้ายออกไปอยู่กับคู่แข่ง และดึงดูดพนักงานใหม่พร้อมกันได้ จะเป็นแต้มต่อสำคัญที่จะนำชัยชนะมาสู่องค์กร Talent Acquisition (TA) ถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญมากกว่าที่ใครคาดคิด คนที่ทำงานนี้ไม่เพียงแค่ต้องดูแลเรื่องการสรรหาพนักงานที่เป็นทาเลนต์ แต่ยังต้องทำงานอีกสารพัดอย่างเพื่อให้มั่นใจว่า ทาเลนต์จะช่วยพัฒนาบริษัทให้ก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง ไม่สะดุดขาตัวเองล้มลงไปเสียก่อน  ทำไม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li aria-level="1">Talent Acquisition (TA) คือตำแหน่งงานที่มีหน้าที่สรรหาพนักงานไม่ต่างจาก Recruiter, Headhunter และ Recruitment Consultant เป็นต้น</li>
<li aria-level="1">แต่ Talent Acquisition เป็นงานที่ละเอียดอ่อนกว่ามาก ต้องวางแผนเชิงกลยุทธ์ในระยะยาวว่าจะพัฒนาพนักงานให้เก่งขึ้นอย่างไร ต้องทำ Employer Branding เพื่อให้คนรู้จักองค์กรมากขึ้น เพื่อให้อยากมาร่วมงานมากขึ้น และรักษาพนักงานที่มีศักยภาพสูงให้อยู่คู่องค์กรไปนาน ๆ ด้วย</li>
<li aria-level="1">แม้ Talent Acquisition จะมีหน้าที่สรรหาพนักงาน แต่กลุ่มเป้าหมายหลักของตำแหน่งนี้คือการควานหาตัว “ทาเลนต์” หรือพนักงานมากความสามารถ ซึ่งแน่นอนว่ามีอยู่น้อยกว่าพนักงานตามปกติทั่วไป จึงมีความท้าทายในการทำงานค่อนข้างสูง แต่หากองค์กรไหนมี Talent Acquisition ที่เก่ง จะยิ่งเป็นแต้มต่อให้พาองค์กรไปสู่เป้าหมาย</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41587" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-11-19T112928.916.webp" alt="5 สัญญาณเตือนภัย! HR จ่ายเงินเดือนผิดพลาด (Payroll Errors) อาจทำบริษัทถึงคราววิกฤติ !" width="600" height="370" title="Talent Acquisition คืออะไร ? ความท้าทายของการค้นหาและรักษา “ทาเลนต์” 249" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-11-19T112928.916.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-11-19T112928.916-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งการแข่งขันทางธุรกิจดุเดือดเท่าไหร่ ปัจจัยที่ชี้วัดว่าองค์กรไหนจะแพ้หรือชนะขึ้นอยู่กับว่ามีพนักงานที่เป็น ทาเลนต์ (Talent) เก่งกาจสามารถมากแค่ไหน หากรักษาบุคลากรระดับยอดฝีมือไม่ให้ย้ายออกไปอยู่กับคู่แข่ง และดึงดูดพนักงานใหม่พร้อมกันได้ จะเป็นแต้มต่อสำคัญที่จะนำชัยชนะมาสู่องค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Talent Acquisition (TA) ถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญมากกว่าที่ใครคาดคิด คนที่ทำงานนี้ไม่เพียงแค่ต้องดูแลเรื่องการสรรหาพนักงานที่เป็นทาเลนต์ แต่ยังต้องทำงานอีกสารพัดอย่างเพื่อให้มั่นใจว่า ทาเลนต์จะช่วยพัฒนาบริษัทให้ก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง ไม่สะดุดขาตัวเองล้มลงไปเสียก่อน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไม TA ถึงสำคัญมากขนาดนี้ HREX จะขอพาท่านผู้อ่านไปหาคำตอบกันในบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Talent Acquisition คืออะไร ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามักคุ้นเคยว่า HR Recruiter คือตำแหน่งที่คอยสรรหาพนักงานเพื่อมาเติมเต็มองค์กร แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีตำแหน่งอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่สรรหาพนักงานด้วย หนึ่งในนั้นก็คือ Talent Acquisition นั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม TA จะไม่ได้แค่การสรรหาพนักงานให้เจอแล้วจบไป แต่จะดูแลกระบวนการที่ครอบคลุมตั้งแต่การหาผู้สมัคร การประเมินผล ต้องสร้าง Pipeline วางแผนเชิงกลยุทธ์ในระยะยาวว่าจะพัฒนาพนักงานให้เก่งขึ้นอย่างไร ต้องทำ Employer Branding เพื่อให้คนรู้จักองค์กรมากขึ้น เพื่อให้อยากมาร่วมงานมากขึ้น และรักษาพนักงานที่มีศักยภาพสูงให้อยู่คู่องค์กรไปนาน ๆ เพื่อให้พนักงานเหล่านั้นช่วยสร้างความยั่งยืนให้องค์กรต่อไปอีก 5-10 ปีหรือมากกว่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะอย่าลืมว่าจากชื่อตำแหน่งของ TA ภารกิจหลักของพวกเขาคือการทำงานกับคนที่เป็น “ทาเลนต์” ที่มีความสามารถเกินกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วไป ซึ่งแน่นอนว่าคนกลุ่มนี้ย่อมมีมากกว่าพนักงานตามปกติที่พบเจอได้เยอะกว่า การจะค้นหาพนักงานที่เปรียบเหมือนเพชรในตมก็ยิ่งยากขึ้นและละเอียดขึ้นตามไปด้วย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“TA เป็นงานที่ละเอียดอ่อนกว่าแค่ Recruitment มาก ๆ ไม่ใช่แค่รับสมัคร Screen CV สัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์ ต่อรองเงินเดือน ฯลฯ แต่ TA จะต้องรู้ว่าแคนดิเดตแบบไหนที่เป็น “ทาเลนต์” เราจะหา “ทาเลนต์” ได้จากที่ไหน ไม่ใช่หามั่ว ๆ ขั้นตอนการกรองเพื่อหา “ทาเลนต์” เป็นอย่างไร? ต้องรู้จักเบื้องลึกเบื้องหลังขององค์กรและทีมงาน เพื่อค้นหาคนที่เหมาะสมกับองค์กรเข้ามาทำงานกับเรา” </span></i><span style="font-weight: 400;"><strong>คุณโชติช่วง กังวานกิจมงคล</strong> หนึ่งใน HR Expert Partner เคยนิยามความหมายของตำแหน่งนี้เอาไว้ใน </span><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/15?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">HR Community</span></a><span style="font-weight: 400;"> ของ HREX</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และพอหน้าที่ของ TA เยอะขนาดนี้ จึงอาจเรียกได้ว่าการทำงานตำแหน่งนี้ตำแหน่งเดียว ก็แทบจะเท่ากับการทำงาน HR ทุกกระบวนการแล้วก็ว่าได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39702" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-19T163228.140.webp" alt="Talent Acquisition กับภารกิจสุดท้าทายของการค้นหาและรักษา “ทาเลนต์” เติมเต็มองค์กร" width="600" height="370" title="Talent Acquisition คืออะไร ? ความท้าทายของการค้นหาและรักษา “ทาเลนต์” 250" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-19T163228.140.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-19T163228.140-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Talent Acquisition คือสิ่งสำคัญต่อองค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Talent Acquisition มีความสำคัญต่อองค์กรในหลายด้าน เพราะไม่เพียงแค่ต้องหาบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาในองค์กร แต่ยังรวมถึงการวางแผนและจัดการทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาวด้วย ซึ่งหากทำงานประสบความสำเร็จ จะส่งผลดีต่อองค์กรได้ดังนี้</span></p>
<h3><b> 1. ช่วยสร้างและรักษาความสามารถในการแข่งขัน (Building and Maintaining Competitive Advantage)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถสูงจะยิ่งเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กร อย่าลืมว่าพนักงานที่ระดับ “ทาเลนต์” สามารถช่วยสร้างนวัตกรรม พัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ ๆ แล้วช่วยยกระดับองค์กรให้เติบโตและก้าวนำคู่แข่งได้</span></p>
<h3><b>2. ช่วยองค์กรปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาด (Adaptation to Market Changes)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">TA ที่เก่งจะช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การช่วยพนักงานให้พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ปรับตัวต่อเทคโนโลยีและวิธีการใหม่ ๆ ด้วยเช่นกัน</span></p>
<h3><b>3. เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (Enhancing Productivity)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก TA สรรหาและพัฒนา “ทาเลนต์” ได้ตรงตามเป้า ผลที่ตามมาคือการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนในการดำเนินงาน ผลผลิตที่ออกมายังมีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดี มีความพึงพอใจมากขึ้น และกลายเป็นลูกค้าขาประจำ</span></p>
<h3><b>4. ช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง (Building a Strong Organizational Culture)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">TA มีบทบาทสำคัญในการสร้างและรักษาวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง การมีวัฒนธรรมองค์กรที่ดีจะช่วยสร้างความผูกพันและสร้างแรงจูงใจให้พนักงาน ทำงานอย่างมีความสุขและพร้อมก้าวไปสู่ความสำเร็จด้วยกันกับทุกคน</span></p>
<h3><b>5. ช่วยพัฒนาความสามารถและทักษะของพนักงาน (Developing Employee Skills and Capabilities)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่กล่าวว่างานของ TA ยังรวมถึงการพัฒนาพนักงานให้เติบโตไปเป็น “ทาเลนต์” ด้วย แนวทางการพัฒนาที่แม่นยำจะช่วยสร้างโอกาส สร้างทักษะ สร้างความพร้อม และสร้างความเติบโตให้พนักงาน ช่วยลดอัตราการลาออกของพนักงานและรักษาความยั่งยืนในองค์กรต่อไปได้</span></p>
<h3><b>6. การสนับสนุนการเติบโตขององค์กร (Supporting Organizational Growth)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การมี TA เก่ง ๆ สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรในระยะยาว ผ่านการวางแผนและจัดการทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายและวิสัยทัศน์ขององค์กร และเมื่อเป้าหมายภายหน้าชัดเจน สามารถสื่อสารให้พนักงานมองเห็นทิศทางตรงกัน พวกเขาก็จะพร้อมทำงานให้สำเร็จ แล้วก้าวเดินไปตามทางที่แผ้วถางไว้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39706" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-19T163913.599.webp" alt="Talent Acquisition กับภารกิจสุดท้าทายของการค้นหาและรักษา “ทาเลนต์” เติมเต็มองค์กร" width="600" height="370" title="Talent Acquisition คืออะไร ? ความท้าทายของการค้นหาและรักษา “ทาเลนต์” 251" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-19T163913.599.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-19T163913.599-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>8 ทักษะที่ต้องมี หากจะเป็น Talent Acquisition ที่เก่งกาจ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก “ทาเลนต์” จะเป็นพนักงานที่ศักยภาพสูงแล้ว คนที่เป็น Talent Acquisition ก็ต้องมีความสามารถมากสูงมากไม่แพ้กัน อย่าลืมว่าตำแหน่งนี้ต้องทำหลายอย่าง และแบกความหวังของหมู่บ้านเอาไว้สูงทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วถ้าจะเป็น TA ที่เก่งต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง HREX พบว่ามี 8 ทักษะสำคัญดังนี้</span></p>
<h3><b>1. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skills)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ TA ต้องติดต่อกับคนจำนวนมาก ตั้งแต่ผู้สมัคร พนักงาน คนในทีม ไปจนถึงผู้บริหารองค์กร หากสามารถสื่อสารชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ผ่านทั้งการพูดและการเขียน จะช่วยให้การประสานงานเป็นไปอย่างราบรื่น และสร้างความประทับใจที่ดีให้กับผู้คนโดยรอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สมัครงานที่หมายตาไว้</span></p>
<h3><b>2. วิเคราะห์ข้อมูลเป็น (Data Analysis)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่แข่งขันกันด้วยข้อมูล หรือ Data ที่เก็บได้ ใครที่ถนัดวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหา Insight จะยิ่งได้เปรียบผู้อื่นที่ไม่มี หาก TA สามารถตัดสินใจได้จากข้อมูลเหล่านั้นได้ เช่น วิเคราะห์แนวโน้มการสรรหา การประเมินผลผู้สมัคร และการวิเคราะห์ผลลัพธ์ของกลยุทธ์การสรรหา จะช่วยให้เจอคนที่ใช่มาร่วมผลักดันองค์กรมากขึ้น</span></p>
<h3><b>3. สร้างสัมพันธ์กับผู้อื่นเก่ง (Relationship Building)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับคนอื่นในองค์กรง่ายจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายการทำงานที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการ Retention หรือการรักษาพนักงานที่มีศักยภาพสูงให้อยู่คู่องค์กรต่อไปนาน ๆ</span></p>
<h3><b>4. มีความรู้ด้านเทคโนโลยี (Technical Savvy)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่าลืมว่าเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลแล้ว หากยังใช้กระบวนการสรรหาแบบเดิม จะไม่สามารถช่วงชิง “ทาเลนต์” มาได้ทันเวลา ดังนั้นต้องใช้เทคโนโลยีให้เป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีที่ช่วยในการสรรหาซึ่งมีหลายอย่างให้ใช้ เช่น ระบบติดตามผู้สมัครอย่าง <a href="https://expth.hrnote.asia/products/222?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">ATS</a> เป็นต้น และหากเลือกระบบได้ถูก จะทุ่นแรงในการทำงานของ TA ได้มหาศาล</span></p>
<h3><b> 5. มีทักษะการเจรจาต่อรอง (Negotiation Skills)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทักษะข้อนี้เป็นสับเซตของทักษะด้านการสื่อสาร อย่าลืมว่า TA ต้องเจรจาต่อรองและตกลงเรื่องค่าตอบแทนและสวัสดิการกับผู้สมัครเสมอ โดยเฉพาะกับผู้ที่มีความสามารถสูง ซึ่งต้องการความสามารถในการโน้มน้าว จูงใจ ต่อรอง เพื่อให้ทุกคนสมประโยชน์ที่สุด</span></p>
<h3><b>6. มีทักษะในการแก้ปัญหา (Problem-Solving Skills)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานทุกอย่างเกิดปัญหาได้เสมอ ในการสรรหาผู้สมัครก็มีปัจจัยภายในและภายนอกสร้างปัญหาให้ได้เสมอ TA ที่ดีจึงต้องพร้อมแก้ปัญหารอบด้าน และบางครั้งอาจต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงทีด้วย</span></p>
<h3><b>7. มีความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก TA คิดค้นวิธีการใหม่ๆ เพื่อสร้างแคมเปญการตลาดสุดบรรเจิด ที่สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้สมัครที่มีศักยภาพสูงได้ จะเป็นแต้มต่อสำคัญที่ช่วยให้คนอยากมาทำงานกับองค์กรมากขึ้น </span></p>
<h3><b>8. บริหารจัดการเวลาดี (Time Management) </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">TA ที่สามารถบริหารจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้สามารถดำเนินการสรรหาได้ตามกำหนดและตอบสนองต่อความต้องการขององค์กรได้ทันท่วงที และจะช่วยให้บริษัทประหยัดงบประมาณได้มหาศาล</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39704" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-19T163535.945.webp" alt="Talent Acquisition กับภารกิจสุดท้าทายของการค้นหาและรักษา “ทาเลนต์” เติมเต็มองค์กร" width="600" height="370" title="Talent Acquisition คืออะไร ? ความท้าทายของการค้นหาและรักษา “ทาเลนต์” 252" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-19T163535.945.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-19T163535.945-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ตำแหน่งเหล่านี้ เหมือน/ต่างจาก Talent Acquisition อย่างไร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังที่กล่าวไว้ว่า นอกจาก Talent Acquisition แล้ว ยังมีตำแหน่งอื่น ๆ ที่คอยสรรหาพนักงานเพื่อมาเติมเต็มองค์กรด้วย ซึ่งหลายตำแหน่งก็มีความทับซ้อนกันอยู่จนอาจทำให้หลายคนสับสนได้ว่า งานไหนต้องทำอะไรกันแน่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX เลยขอถือโอกาสนี้แจกแจงให้เห็นว่ายังมีตำแหน่งอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่สรรหาพนักงานอีกมากมาย เช่น Recruiter, Headhunter, Recruitment Consultant และ Hiring Manager เป็นต้น แต่พวกเขาเหล่านี้แตกต่างจาก TA อย่างไรบ้าง ดังนี้</span></p>
<h3><b>HR Recruiter</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าหน้าที่ของ Recruiter คือการสรรหาผู้สมัคร แต่ส่วนใหญ่มักเน้นไปที่การหาผู้สมัครเพื่อเติมตำแหน่งที่ว่างในทันที ปกติแล้ว Recruiter จะใช้ข้อมูลในฐานที่มีอยู่ เช่น ประกาศรับสมัครงาน เป็นเครื่องมือหลักในการหาผู้สมัครที่เหมาะสม พวกเขาจะคัดเลือกคนที่น่าจะใช่จำนวนหนึ่ง แล้วส่งให้นายจ้างตัดสินใจอีกทีว่าจะเลือกใครดี</span></p>
<h3><b>Headhunter</b></h3>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruiter-vs-headhunter-20221215/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Headhunter</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือนักล่าค่าหัว เป็นตำแหน่งที่มีไว้หาคนในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ส่วนใหญ่แล้วมักได้รับเป้าหมายมาจากผู้ว่าจ้างว่า ให้ไปล่าคนนี้ให้มาทำงานด้วย ไม่ต่างอะไรกับมือปืนในหนังแอ็คชั่นที่ได้รับคำสั่งแน่ชัดว่าให้ “เก็บ” เป้าหมายให้ได้</span></p>
<h3><b>Recruitment Consultant</b></h3>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/recruiter-vs-recruitment-consultant-vs-headhunter/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ตำแหน่งนี้เ</span></a><span style="font-weight: 400;">ป็นตำแหน่งที่จะพบเจอใน Recruitment Agency ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ช่วยหาคนให้กับบริษัทลูกค้าและหางานให้กับแคนดิเดต จะมีความยืดหยุ่นในการทำงานสูงกว่า Headhunter เพราะสามารถติดต่อได้ทั้งแคนดิเดตที่กำลังมองหางานและไม่ได้มองหางาน สามารถพูดคุยกับนักศึกษาจบใหม่ไปจนถึงผู้บริหารได้</span></p>
<h3><b>Hiring Manager</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Hiring Manager คือเจ้านายของตำแหน่งที่กำลังหาอยู่ ตำแหน่งนี้มีเพื่อ Monitor Performance ของพนักงานให้ยังคงทำงานได้ดี รวมถึงคอยพัฒนา ส่งเสริมเพื่อให้พนักงานได้เติบโตในสายงาน ซึ่งบางองค์กรอาจมองว่าเป็นตำแหน่งเดียวกันกับ Talent Acquisition แต่บางองค์กรก็มองว่าเป็นคนละตำแหน่งกันก็ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39707" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-19T164136.848.webp" alt="Talent Acquisition กับภารกิจสุดท้าทายของการค้นหาและรักษา “ทาเลนต์” เติมเต็มองค์กร" width="600" height="370" title="Talent Acquisition คืออะไร ? ความท้าทายของการค้นหาและรักษา “ทาเลนต์” 253" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-19T164136.848.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-19T164136.848-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ความท้าทายที่รออยู่ในยุคปัจจุบันและอนาคตของ Talent Acquisition คืออะไร ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงอยู่ว่า Talent Acquisition นั้นมีความสำคัญกับองค์กรมากมาย และต้องอาศัยความสามารถหลายด้าน แต่แน่นอนว่ามันมาพร้อมกับความท้าทาย และอุปสรรคในการทำงานหลายประการทีเดียว มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง</span></p>
<h3><b>1. อคติ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อคติในการทำงานเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอคติในการสรรหาพนักงาน สิ่งที่ TA ต้องระวังก็ไม่ต่างจาก Recruiter โดยทั่วไปนั่นคือการคิดว่า คนนั้นหรือคนนี้อาจไม่เหมาะกับการเข้ามาทำงานในองค์กร หรือมากกว่านั้นคือใช้อคติจนประเมินผิดพลาด แล้วทำให้คนที่เป็น “ทาเลนต์” ตัวจริงหลุดมือ เป็นสิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่ง</span></p>
<h3><b>2. “ทาเลนต์” ตัวจริงมีไม่เยอะเท่าที่ต้องการ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนจะเป็น “ทาเลนต์” หรือพนักงานชั้นแนวหน้าได้ จึงเป็นงานหนักของ TA ที่ต้องใช้พลังงานเยอะทีเดียวในการพิสูจน์จนยืนยันว่า คนที่กำลังจับจ้องอยู่นั้นคือ “ทาเลนต์” จริง ๆ </span></p>
<h3><b>3. “ทาเลนต์” ยิ่งมีน้อย การแข่งขันก็ยิ่งสูง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สืบเนื่องมาจากข้อด้านบน พอคนที่เป็น “ทาเลนต์” มีน้อย แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่องค์กรเราเท่านั้นที่ต้องการ องค์กรอื่น ๆ ก็อยากได้ด้วย การแข่งขันเพื่อจะแย่งชิงเขาคนนั้นครอบครองจึงสูงตามไปด้วยตามหลักอุปสงค์-อุปทาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และอย่าลืมว่าเวลาในการหา ในการจูงใจให้ “ทาเลนต์” ตัดสินใจมาร่วมงานก็จะน้อยลงตามไปด้วย หาก TA มีความเด็ดขาด ปิดงานได้เร็ว ย่อมดีกว่าปล่อยให้พวกเขาตัดสินใจนาน ๆ ซึ่งอาจทำให้เปลี่ยนใจไปร่วมกับองค์กรอื่นได้มากขึ้น</span></p>
<h3><b>4. ภาพลักษณ์องค์กรแย่ ใครจะอยากทำงานด้วย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าใครเป็น “ทาเลนต์” ตัวจริง แน่นอนว่าย่อมเนื้อหอม มีแต่คนมารุมจีบ รุมมอบข้อเสนอดี ๆ ให้ไปร่วมงานด้วย ซึ่งหากองค์กรไหนเจ๋งจริง สะดุดตาจริง ๆ ก็มีโอกาสสูงว่าเขาจะมาร่วมงานด้วย แต่หากองค์กรมีปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ มีแต่พนักงานลาออก ต้องหาคนเข้าไปตลอดเวลา ให้สวัสดิการหรือเงินเดือนที่น้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง โอกาสจะดึงดูดพนักงานมากความสามารถตัวจริงย่อมน้อยลงไปด้วย</span></p>
<h3><b>5. AI Disruption</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเราสามารถใช้ Generative AI เช่น ChatGPT ช่วยทำงานได้ TA เองก็จำเป็นต้องปรับตัว ปรับเปลี่ยนวิธีในการทำงานด้วย หากใครยังสรรหาพนักงานรูปแบบเดิมโดยไม่ใช้เทคโนโลยีช่วย ก็ย่อมเสียเปรียบ TA จากองค์กรอื่นที่ใช้ตัวช่วยนี้ในการทำงาน </span></p>
<h3><b>6. นิสัยของคนที่ร้อยพ่อพันแม่ </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าองค์กรจะมีพนักงานกี่คน แต่มั่นใจได้เลยว่าทุกคนนั้นไม่มีใครมีนิสัยใจคอ หรือมีความต้องการที่เหมือนกัน 100% นั่นทำให้ TA จำเป็นต้องมีแนวทาง มีกลยุทธ์ในการทำงานเพื่อรับมือกับ “ทาเลนต์” ที่แตกต่างหลากหลาย เช่น “ทาเลนต์” Gen Z ย่อมมีความต้องการทำงาน Work From Anywhere ไม่เหมือน Gen อื่น ๆ หากให้ทำงานจากที่ไหนก็ได้ จะส่งผลต่อการสร้างวัฒนธรรมองค์กรอย่างไร เป็นเรื่องที่ TA ต้องวางแผนแก้เกมเพื่อหลอมรวม และทำให้พนักงานทุกคนอยากมาทำงานยกระดับองค์กรร่วมกันจริง ๆ</span></p>
<h2><b>ใช้บริการ Talent Acquisition หาคนเก่ง ๆ มายกระดับองค์กรได้ผ่าน HREX</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรไหนรู้ตัวว่ายังมีจำนวน “ทาเลนต์” น้อย ไม่เพียงพอต่อการยกระดับองค์กรให้สู้กับคู่แข่งในอุตสาหกรรม HREX ขอแนะนำให้มาค้นหาบริการ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/8?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Talent Acquisition</span></a><span style="font-weight: 400;"> ผ่านแพลตฟอร์ม HR Products and Services ของ HREX เพื่อให้เป็นตัวเลือกที่ช่วยสรรหาพนักงานเก่ง ๆ แล้วยกระดับองค์กรได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือหากองค์กรไหนที่คิดว่ามี “ทาเลนต์” อยู่แล้ว แต่อยากพัฒนาพนักงานคนอื่นให้ก้าวไปถึงจุดนั้นได้ด้วย ก็สามารถค้นหาเครื่องมือ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Training &amp; Coaching</span></a><span style="font-weight: 400;"> เพื่อฝึกฝนและลับคมพนักงานจนเปล่งประกายก็ได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX รวบรวม HR Solution เอาไว้มากกว่า 170 ผลิตภัณฑ์ มาค้นหาและเลือกใช้ให้ตรงกับความต้องการได้แล้วทาง</span><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ลิงก์นี้</span></a></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Talent Acquisition คืออะไร ? ความท้าทายของการค้นหาและรักษา “ทาเลนต์” 254" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<h2><b>สรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Talent Acquisition เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถสูงเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว การมีพนักงานที่เป็น &#8220;ทาเลนต์&#8221; ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันขององค์กร ทำให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานผ่านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและพัฒนาทักษะพนักงานอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ Talent Acquisition จะต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น อคติในการสรรหา การแข่งขันเพื่อดึงดูด &#8220;ทาเลนต์&#8221; และการนำ AI มาใช้ในการทำงาน แต่การมีทีม Talent Acquisition ที่มีทักษะและความสามารถสูงสามารถช่วยให้องค์กรเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหาพนักงานที่มีคุณภาพสูงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การนำ Talent Acquisition มาใช้ในองค์กรไม่เพียงแต่ช่วยให้ได้พนักงานที่มีศักยภาพสูงเท่านั้น แต่ยังช่วยสนับสนุนการเติบโตและความสำเร็จในระยะยาวขององค์กร โดยผ่านการวางแผนและการจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sources:</b></p>
<ul>
<li aria-level="1"><a href="https://www.smartrecruiters.com/resources/glossary/talent-acquisition/#:~:text=Talent%20acquisition%20refers%20to%20the,open%20positions%20within%20a%20company." target="_blank" rel="noopener">Smart Recruiter </a></li>
<li aria-level="1"><a href="https://www.smartrecruiters.com/blog/5-real-life-examples-of-talent-acquisition-leadership/" target="_blank" rel="noopener">Smart Recruiter 2 </a></li>
<li aria-level="1"><a href="https://www.freshminds.co.uk/blog/2024/04/talent-acquisition-in-2024-and-beyond?source=google.com" target="_blank" rel="noopener">Freshminds </a></li>
<li aria-level="1"><a href="https://www.kula.ai/blog/talent-acquisition-challenges" target="_blank" rel="noopener">Kula AI</a></li>
<li aria-level="1"><a href="https://www.forbes.com/advisor/business/what-is-talent-acquisition/" target="_blank" rel="noopener">Forbes</a></li>
<li aria-level="1"><a href="https://factorialhr.com/blog/talent-acquisition/?variant=new-sidebar" target="_blank" rel="noopener">Factorial HR</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/talent-acquisition-240719/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-agency-240705/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-agency-240705/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jul 2024 07:55:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Recruitment Agency]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=39435</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ปี 2023 เป็นปีที่ยากลำบากสำหรับหลาย Recruitment Agency โดยจำนวนบริษัทที่รายงานการเติบโตลดลงจาก 68% ในปี 2022 เหลือเพียง 49% ในปี 2023 อย่างไรก็ตาม รีครูทเตอร์ยังคงมีความหวังและมองเห็นโอกาสในการฟื้นตัวอยู่เสมอ มีทั้งปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลต่อ Recruitment Agency ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงาน, เทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาแทนการสรรหาแบบเดิม, การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media ที่ง่ายขึ้น หรือรูปแบบการสรรหาที่ไม่ทันสมัย, การขาดนวัตกรรมในการให้บริการ และปัญหาด้านทรัพยากรบุคคลและการรักษาบุคลากร Recruitment Agency ต้องปรับตัวด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กร, นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด, พัฒนาทักษะของทีมงานรีครูทเตอร์ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ทั้งองค์กร ลูกค้าและผู้สมัคร ทางรอดของ Recruitment Agency จึงต้องผสมผสานระหว่างการใช้เทคโนโลยี การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงาน และการหาลูกค้าใหม่ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทสรรหาสามารถเผชิญกับความท้าทายและใช้โอกาสในปี 2024 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในอดีต Recruitment Agency หรือ บริษัทจัดหางาน มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือนายจ้างและผู้สมัครงานให้จับคู่งานกันได้อย่างเหมาะสม เพราะเป็นตัวกลางในการติดต่อประสานงานกับทั้งสองฝ่าย ตั้งแต่การคัดกรองเบื้องต้น การให้คำปรึกษาต่าง ๆ ไปจนถึงการเซ็นสัญญาว่าจ้าง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ปี 2023 เป็นปีที่ยากลำบากสำหรับหลาย Recruitment Agency โดยจำนวนบริษัทที่รายงานการเติบโตลดลงจาก 68% ในปี 2022 เหลือเพียง 49% ในปี 2023 อย่างไรก็ตาม รีครูทเตอร์ยังคงมีความหวังและมองเห็นโอกาสในการฟื้นตัวอยู่เสมอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีทั้งปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลต่อ Recruitment Agency ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงาน, เทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาแทนการสรรหาแบบเดิม, การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media ที่ง่ายขึ้น หรือรูปแบบการสรรหาที่ไม่ทันสมัย, การขาดนวัตกรรมในการให้บริการ และปัญหาด้านทรัพยากรบุคคลและการรักษาบุคลากร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Recruitment Agency ต้องปรับตัวด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กร, นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด, พัฒนาทักษะของทีมงานรีครูทเตอร์ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ทั้งองค์กร ลูกค้าและผู้สมัคร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทางรอดของ Recruitment Agency จึงต้องผสมผสานระหว่างการใช้เทคโนโลยี การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงาน และการหาลูกค้าใหม่ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทสรรหาสามารถเผชิญกับความท้าทายและใช้โอกาสในปี 2024 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42743" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/ทางรอดของ-Recruitment-Agency-บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="600" height="370" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 269" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/ทางรอดของ-Recruitment-Agency-บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/ทางรอดของ-Recruitment-Agency-บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอดีต </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruitmentagency/"><b>Recruitment Agency</b></a><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><b>บริษัทจัดหางาน</b><span style="font-weight: 400;"> มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือนายจ้างและผู้สมัครงานให้จับคู่งานกันได้อย่างเหมาะสม เพราะเป็นตัวกลางในการติดต่อประสานงานกับทั้งสองฝ่าย ตั้งแต่การคัดกรองเบื้องต้น การให้คำปรึกษาต่าง ๆ ไปจนถึงการเซ็นสัญญาว่าจ้าง เพื่อให้เกิดผลประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจนี้กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายหลายด้าน ทั้งจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่หดตัว การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน ไปจนถึงเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้จะพาทุกคนไปสำรวจปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้ </span><b>Recruitment Agency </b><span style="font-weight: 400;">ต้องปรับตัว ทั้งโอกาส ทิศทาง ความท้าทาย และทางรอดของธุรกิจนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>ตลาด Recruitment Agency เป็นอย่างไร ​ ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39438" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-160139.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="958" height="538" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 270" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-160139.webp 958w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-160139-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-160139-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 958px) 100vw, 958px" /></p>
<p><a href="https://www.bullhorn.com/blog/top-recruitment-trends-for-2024/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Bullhorn</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้สำรวจบุคลากรในอุตสาหกรรมการจัดหางานกว่า 1,400 คนทั่วโลกเพื่อหาแนวโน้มอุตสาหกรรมในรายการ GRID ประจำปีครั้งที่ 14 ซึ่งเผยข้อมูลเชิงลึกสำหรับปี 2024 ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2023 ถือเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับหลายบริษัท แม้จะมีความท้าทาย แต่ประมาณครึ่งหนึ่งของบริษัทที่สำรวจยังรายงานการเติบโตได้ดี </span><b>โดยในปี 2022 มีบริษัทที่รายงานการเติบโตถึง 68% แต่ในปี 2023 จำนวนนี้ลดลงเหลือเพียง 49%</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม </span><b>รีครูทเตอร์ที่สำรวจยังคงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับรายได้ปี 2024</b><span style="font-weight: 400;"> โดย 31% ของกลุ่มสำรวจคาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นน้อยกว่า 10% ขณะที่ 34% คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ซึ่งมุมมองในแง่ดีนี้เป็นเหมือนกันในทุกตลาดและอุตสาหกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลนี้บ่งบอกว่า แม้การเติบโตจะลดลง แต่คนทำงานในอุตสาหกรรมนี้ยังคงมีความหวังและมองเห็นโอกาสในการฟื้นตัวอยู่เสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39439" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-160150.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="955" height="535" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 271" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-160150.webp 955w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-160150-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-160150-768x430.webp 768w" sizes="(max-width: 955px) 100vw, 955px" /></p>
<h2>ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อ Recruitment Agency</h2>
<h3>การเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงาน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลาดแรงงานในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะประเด็น Talent Shortage หรือปัญหาการขาดแคลนคนทำงาน สอดคล้องกับรายงานข้างต้นที่บอกว่า </span><b>43% ยืนยันการขาด Talent Pools เป็นความท้าทายที่สุด</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39440" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-162027.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="957" height="537" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 272" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-162027.webp 957w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-162027-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-162027-768x431.webp 768w" sizes="(max-width: 957px) 100vw, 957px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเกิดจากกระแสการลาออกครั้งใหญ่ การพัฒนาทักษะแรงงานที่ไม่ทันต่อความต้องการ เศรษฐกิจย่ำแย่ที่ทำให้บริษัทใหญ่ ๆ ปิดตัว หรือกระทั่งการเข้ามาของแรงงานรุ่นใหม่ที่น้อยลง ทำให้การสรรหาพนักงานคนเก่งยากมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงเรื่องรูปแบบการจ้างงาน ที่หันไปใช้งานที่ไม่ต้องการทักษะสูงหรือจ้างรายวันผ่าน Gig Economy หรือ Freelance แทน ทำให้หลายบริษัทเลือกที่จะหาคนทำงานเหล่านี้ผ่านแพลตฟอร์มเฉพาะทางมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตามคุณ </span><b>แนน &#8211; ริศรา เจริญพานิช CEO ของ <a href="https://www.prtr.com/" target="_blank" rel="noopener">PRTR</a></b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า Talent Shortage กลับกลายเป็นข้อดีสำหรับเธอ </span><i><span style="font-weight: 400;">“เมื่อทาเลนต์ในตลาดน้อยลง บริษัทก็หาคนได้ยากขึ้น การที่องค์กร Outsource มาให้คนที่เป็น Specialist ด้านการสรรหาก็ทำให้องค์กรมีโอกาสได้ทาเลนต์ง่ายขึ้น นี่จึงเป็นโอกาสของ Recruitment Agency”</span></i></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/88?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36637" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/84.png" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 273" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/84.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/84-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/84-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/84-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/84-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<h3>เทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาแทนการสรรหาแบบเดิม</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องยอมรับว่าการพัฒนาเทคโนโลยี AI และ Machine Learning ทำให้กระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรสามารถทำได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น บริษัทหลายแห่งจึงเริ่มใช้ระบบเหล่านี้ในการคัดกรองใบสมัครเบื้องต้นด้วยตัวเอง ทำให้การใช้บริการ Recruitment Agency ลดลง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างเช่น บริษัทใหญ่ ๆ อย่าง Google และ Amazon ได้พัฒนา AI ที่สามารถคัดกรองและวิเคราะห์ประวัติผู้สมัครงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสมได้รวดเร็วและลดภาระงานของ HR</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับ Recruitment Agency หลายบริษัทที่เริ่มมีการนำ AI มาใช้กันแล้ว เพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสในการเติบโตของบริษัท โดยมุ่งเน้นการใช้ AI เพื่อลดงานที่ทำซ้ำ ๆ ของมนุษย์ ทั้งยังคาดการณ์ไว้ว่า การใช้ AI จะเป็นเรื่องปกติของธุรกิจในปี 2025</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ในไทยก็มีผู้บริการ AI ที่ช่วยในการสรรหาหลายรูปแบบมาก สามารถเข้าไปค้นหาได้ที่นี่ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/search/products?freeword=AI"><span style="font-weight: 400;">HR Products &amp; Services</span><span style="font-weight: 400;"> </span></a></p>
<h3>การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media ที่ง่ายขึ้น</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนทั่วโลกไปแล้ว รวมถึงประเทศไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการใช้ <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190312-social-media-recruitment/">Social Media</a> สูงที่สุดประเทศหนึ่งในโลกด้วย ซึ่งนอกจากจะใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารติดต่อกันแล้ว ปัจจุบันยังเป็นเครื่องมือการสรรหาพนักงานใหม่ได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โซเชียลมีเดียเป็นประโยชน์ที่ทำให้บริษัทขนาดเล็กหางานได้ง่ายไม่ต้องเสียงบประมาณมาก ในขณะที่ทำให้บริษัทขนาดใหญ่สื่อสารกับวงกว้างได้มากกว่าเก่าและมีโอกาสได้ผู้สมัครที่หลากหลายขึ้น เช่น LinkedIn, Facebook หรือ LINE ทำให้ผู้หางานสามารถสมัครงานได้โดยตรงกับนายจ้าง โดยไม่ต้องผ่าน Recruitment Agency อีกแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นเป้าหมายหลักทางธุรกิจของ Recruitment Agency จึงพยายามโฟกัสไปที่การค้นหาลูกค้าใหม่เป็นอันดับแรกเพื่อให้พวกเขาหันมาหรือยังคงใช้ Recruitment Agency กันต่อ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39444" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-183100.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="955" height="535" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 274" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-183100.webp 955w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-183100-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-183100-768x430.webp 768w" sizes="(max-width: 955px) 100vw, 955px" /></p>
<h2>ปัจจัยภายในที่ส่งผลต่อ Recruitment Agency</h2>
<h3>รูปแบบการสรรหาที่ไม่ทันสมัย</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก Recruitment Agency ยังคงใช้วิธีการทำงานแบบดั้งเดิม จะไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาดแรงงานในปัจจุบันได้ ทำให้เสียเปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่งที่ใช้เทคโนโลยีและวิธีการใหม่ ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง บางบริษัทจัดหางานยังคงใช้การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เป็นหลัก อาจเสียเปรียบเมื่อเทียบกับบริษัทที่ใช้การสัมภาษณ์ผ่านวิดีโอคอลหรือมีการประเมินออนไลน์ที่สามารถประหยัดเวลาและเพิ่มความสะดวกให้กับผู้สมัคร เพราะรายงานล่าสุดบอกว่า </span><b>บริษัทที่มีประสิทธิภาพจะสามารถจัดหาพนักงานสำหรับองค์กรได้ภายในระยะเวลา 19 วัน</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก องค์กรไม่รอแล้ว แต่การเป็น Recruitment Agency ต้องไม่ได้มีแค่ Speed อย่างเดียว แต่ต้องมี Value Addedในการคัดเลือกและส่งคนที่เหมาะสมกับองค์กรลูกค้านั่นเอง” </span></i><span style="font-weight: 400;">คุณแนน CEO PRTR เสริม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39441" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-164832.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="952" height="535" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 275" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-164832.webp 952w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-164832-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-164832-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 952px) 100vw, 952px" /></p>
<h3>ขาดนวัตกรรมในการให้บริการ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าบริษัทจัดหางานไม่สามารถนำเสนอบริการที่แตกต่างได้ ก็จะทำให้ลูกค้ามองหาทางเลือกอื่น ๆ โดยเฉพาะหากไม่มีเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยให้รีครูทเตอร์สรรหาผู้สมัครที่ตรงความต้องการของลูกค้า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระทั่ง Recruitment Agency บางบริษัทอาจไม่มีแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สามารถติดตามสถานะการสมัครงานของผู้สมัครได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้สมัครรู้สึกว่าการสมัครงานผ่านทางเลือกอื่นที่น่าเชื่อถือดีกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนที่ Recruitment Agency อย่าง <a href="https://www.reeracoen.co.th/th" target="_blank" rel="noopener">Reeracoen Thailand</a> ได้ดิสรัปตัวเองด้วยการเปิดแพลตฟอร์ม </span><a href="https://www.sourcedout.asia/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Sourcedout</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่จะไม่มีรีครูทเตอร์ในบริษัท แต่จะใช้ฟรีแลนซ์ในการสรรหาแทน ทำให้ผู้ใช้บริการมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการใช้ Recruiting Agency ที่มีค่าใช้จ่ายสูงจากรีครูทเตอร์ที่เป็นพนักงานประจำนั่นเอง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“คอนเซปต์ของ Sourcedout หรือแพลตฟอร์ม Freelance Recruiter เราตั้งใจคิดขึ้นมาเพื่อให้ทุกส่วนที่อยู่ใน Community ของเราได้ประโยชน์ ถ้ามองในมุมถึงบริษัทต่าง ๆ แน่นอนว่า เรามีโอกาสได้ใช้ Service ที่ราคาไม่สูง ช่วยลดงานของ HR ในบริษัทลง รวมถึงจุดเด่นที่ Recruiter แต่ละคนมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมที่ต่างกัน เราก็จะได้ผู้สมัครจาก Talent Pool ใหม่ ๆ ที่ Source ปัจจุบันอาจจะมีข้อจำกัด” </span></i><span style="font-weight: 400;">คุณ <a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/220301-interview-sourcedout/">แก๊ป – พลวัต ลาภวณิชย์</a> New Business Development Manager ของ Reeracoen Thailand กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากสนใจบริการ SourceOut สามารถติดต่อได้ผ่านช่องทางข้างล่างนี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/1"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/1</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36551" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-1024x1024.png" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 276" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1-768x768.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/1.png 1080w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<h3>ปัญหาด้านทรัพยากรบุคคลและการรักษาบุคลากร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทราบไหมว่า Recruitment Agency มีอัตรา TurnOver Rate ในองค์กรที่สูงมาก ๆ เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่วัดความสามารถของพนักงานจากยอดขาย ไม่ใช่คุณค่าการจ้างงานที่มอบให้ผู้สมัคร ทำให้บางครั้งเกิดการส่งตัวผู้สมัครเพียงเพราะต้องการทำยอด ส่งผลให้ผู้สมัครไม่ Fit-in องค์กร และลาออกในที่สุด เสียทั้งเงินและเวลา แถมบริษัทยังสูญเสียความน่าเชื่ออีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนที่ </span><a href="https://th.hrnote.asia/story/interview-charlie-withayachamnankul-240403/"><span style="font-weight: 400;">ชาลี วิทยาชำนาญกุล</span></a><span style="font-weight: 400;"> CEO &amp; Co-Founder Resubae และบริษัทจัดหางานน้องใหม่ StartupBreed ให้สัมภาษณ์กับ HREX ไว้ว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“StartupBreed ไม่มีหน่วยวัดเหมือน Recruiting Agency อื่น ๆ ที่ทำให้เครียดเรื่องยอดขายจนกลายเป็น Sales Organization แต่เราเป็น Quality Driven Organization จริง ๆ” </span></i><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ก็คือองค์กรของเขายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คนเก่ง ๆ โดยเฉพาะรีครูทเตอร์ที่เป็น Talent ก็จะมีการแย่งตัวหรือซื้อตัวกันบ่อยครั้ง แต่ด้วยความกดดันในการทำงานด้วยตัวเลข ก็จะทำให้พวกเขาตัดสินใจลาออกได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัทจัดหางานที่ไม่สามารถรักษาพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร จึงจะประสบปัญหาในการให้บริการที่มีคุณภาพแก่ลูกค้าเสมอ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/213?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38290" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144.webp" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 277" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<h2>พฤติกรรมผู้สมัครและนายจ้างที่เปลี่ยนไปก็ส่งผลต่อ Recruitment Agency</h2>
<h3>ผู้สมัครมีความต้องการที่หลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้น</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันคนหางานมีโอกาสเลือกงานได้มากขึ้น เนื่องจากตลาดแรงงานมีการแข่งขันสูงและความต้องการแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทางก็เพิ่มมากขึ้น บริษัทต่าง ๆ ต้องปรับตัวในการเสนอสวัสดิการและสิทธิประโยชน์คุณภาพ เพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานเก่ง ๆ ให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าคนหางานเองกลับต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานจากที่บ้าน ทำงานที่ไหนก็ได้ หรือการทำงานที่สามารถจัดการเวลาได้เอง ทำให้บางครั้งการใช้บริการของบริษัทจัดหางานที่มีรูปแบบการทำงานที่ตายตัวไม่ตอบสนองความต้องการนี้ ซึ่ง Recruitment Agency ไม่มีอำนาจเปลี่ยนบางรูปแบบงานที่องค์กรต้องการได้ ทำให้หลายครั้งการจับคู่งานให้ตรงกันจึงเป็นเรื่องยาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะท้ายที่สุดแล้วในสภาวะเศรษฐกิจเอาแน่เอานอนไม่ได้ คนหางานก็จะให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคง” มากกว่า “ความไม่แน่นอน” ที่อาจนำไปสู่การเลิกจ้างแบบไม่ทันตั้งตัว</span></p>
<h3>นายจ้างมีทางเลือกในการใช้ช่องทางอื่นหาผู้สมัครได้</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้ว่า บริษัทก็ยังคงมีอำนาจในการเลือกพนักงานให้เหมาะสมที่สุดกับตำแหน่งงานนั้น ๆ นายจ้างจึงสามารถใช้ช่องทางการสรรหาที่หลากหลาย และสามารถมองหาตัวเลือกหลาย ๆ คน จึงไม่แปลกที่องค์กรจะใช้บริการ Recruitment Agency หลายเจ้า หรือหลายช่องทาง เพื่อเพิ่มตัวเลือกในการรับสมัครงานและค้นหาผู้สมัครที่ตรงกับความต้องการที่สุด โดยเฉพาะความต้องการลูกจ้างที่เป็นทาเลนต์เข้ามาต่อยอดหรือทรานฟอร์มธุรกิจ ไม่ใช่แค่พนักงานทั่วไปที่เข้ามาแล้วบริษัทเหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับเป็นการแข่งขันที่ Recruitment Agency ต้องเผชิญหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39437" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="600" height="370" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 278" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>Recruitment Agency ต้องปรับตัวอย่างไร ?</h2>
<h3>นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัทจัดหางานควรปรับตัวโดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร เช่น การใช้ AI ในการคัดกรองใบสมัคร เพราะทุกวันนี้คนเราไม่ได้กลัว AI กันแล้ว แต่อยู่ที่ว่าใครจะใช้งาน AI เป็นต่างหาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือการมีระบบจัดการข้อมูลของผู้สมัครแบบออนไลน์ เพราะการมี Database ผู้สมัครก็จะช่วยให้รีครูทเตอร์สามารถหาพนักงานได้เร็วขึ้น และเอาเวลาไปคุยกับผู้สมัคร ก่อนที่จะส่งให้ลูกค้านั่นเอง</span></p>
<h3>นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การมีแค่ธุรกิจเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการแข่งขันอีกต่อไป หลายบริษัทจึงเริ่มหา New S-Curve สำหรับการเติบโต ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งธุรกิจใหม่หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/88"><span style="font-weight: 400;">PRTR</span></a><span style="font-weight: 400;"> บริษัท Recruitment &amp; Outsourcing ของไทย ที่มีพนักงานเอาต์ซอร์สกว่า 17,000 คน ก็ยังมีการแตกผลิตภัณฑ์ใหม่ด้านเทรนนิ่งองค์กร อย่าง The Blacksmith และระบบ HR Software อย่าง Pinno</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ทั้งหมดเป็นการปรับตัวและต่อยอดธุรกิจของเราให้ตอบโจทย์ตลาด ปัจจุบัน Recruitment Agency ไม่ได้ทำแค่การหาคนเข้ามาในองค์กรเท่านั้น แต่ยังต้องคิดถึงวิธีการพัฒนาบุคลากรในองค์กรด้วยการ Re-skill และ Up-skill ดังนั้น The Blacksmith จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการบุคลากรที่มีทักษะใหม่ ๆ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณ แนน CEO PRTR กล่าว</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ในขณะเดียวกัน Pinno เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ฝ่าย HR ทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะหาก HR ต้องเสียเวลามากมายไปกับการดูเอกสารหรือนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ นั่นหมายความว่า HR ยังไม่ได้ใช้ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ HR ควรจะมีเวลาไปพูดคุยกับพนักงานเพื่อเข้าใจความรู้สึกและความต้องการของพวกเขา รวมถึงหาวิธีทำให้พนักงานทุกคนมีเป้าหมายและทิศทางเดียวกันกับบริษัท”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือ Reeracoen Thailand ที่ปล่อยซอฟต์แวร์ <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/ats-applicant-tracking-system-240529/">Applicant Tracking System (ATS)</a> เพื่อจัดการและติดตามข้อมูลของผู้สมัครงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโปรแกรมนี้แจกฟรีอยู่ หากองค์กรไหนสนใจสามารถติดต่อได้ที่นี่ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222"><span style="font-weight: 400;">https://expth.hrnote.asia/products/222</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38650" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1.webp" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 279" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<h3>พัฒนาทักษะของทีมงานรีครูทเตอร์</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">รีครูทเตอร์คือหัวใจของ Recruitment Agency เป็นอย่างมาก การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะของทีมงานให้มีความรู้ในสายงานตัวเอง เข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะการเข้าใจตลาดที่ตัวเองกำลังสรรหาอยู่จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก สิ่งนี้จะช่วยให้บริษัทจัดหางานสามารถแข่งขันได้ในตลาดได้</span></p>
<h3>เสริมสร้างความสัมพันธ์ทั้งองค์กร ลูกค้าและผู้สมัคร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ทำให้รีครูทเตอร์สักคนประสบความสำเร็จคือ Soft Skill โดยเฉพาะการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและผู้สมัคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัทจัดหางานต้องสามารถนำเสนอบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าและสร้างความประทับใจให้กับผู้สมัครเพื่อให้พวกเขาเลือกใช้บริการอีกในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางบริษัทจัดหางานมีการจัดทำกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ เช่น การจัดเวิร์กช็อปเพื่อพัฒนาทักษะให้กับผู้สมัคร หรือการจัดกิจกรรม Networking สำหรับนายจ้างและผู้สมัคร เพื่อสร้างความประทับใจและความไว้วางใจในบริการของบริษัท ไม่ใช่เพียงแค่โทรศัพท์เพื่อรักษาความสัมพันธ์อย่างเดียว</span></p>
<h2><b>โอกาสและความท้าทายของ Recruitment Agency</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะตลาดแรงงานในอนาคตจะยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทจัดหางานต้องสามารถปรับตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างทันท่วงที ต้องรู้ว่าอะไรคือทักษะอนาคต​ ?​ แรงงานจะหน้าตาเป็นอย่างไร ? งานจะเปลี่ยนไปรูปแบบไหน​ ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้จะทำให้บทบาทของบริษัทจัดหางานเปลี่ยนไปแน่นอน เช่นเดียวกับความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจก็จะยังเป็นความท้าทายอันดับหนึ่งเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าในวิกฤติยังมีโอกาส เพราะนับตั้งแต่ HREX เปิดบริการ </span><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Solution Finder</span></a><span style="font-weight: 400;"> รับปรึกษาเพื่อหา </span><a href="https://expth.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;">HR Products &amp; Services</span></a><span style="font-weight: 400;"> ให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร พบว่า </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1"><span style="font-weight: 400;">Recruitment Solution</span></a><span style="font-weight: 400;"> ยังเป็นหมวดหมู่บริการที่ได้รับความสนใจมากที่สุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39443" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-180606.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="1050" height="586" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 280" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-180606.webp 1050w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-180606-300x167.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-180606-1024x571.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Screenshot-2024-06-25-180606-768x429.webp 768w" sizes="(max-width: 1050px) 100vw, 1050px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นทางรอดของ Recruitment Agency จึงต้องผสมผสานระหว่างการใช้เทคโนโลยี การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงาน และการหาลูกค้าใหม่ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทสรรหาสามารถเผชิญกับความท้าทายและใช้โอกาสในปี 2024 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39436" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/4.webp" alt="ทางรอดของ Recruitment Agency บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง" width="600" height="370" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 281" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>สรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Recruitment Agency ยังเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ต้องจับตามองต่อไป เพราะจุดแข็งหลักคือการเข้าถึงเครือข่ายผู้สมัครที่กว้างขวาง มีฐานข้อมูลของผู้สมัครที่มีคุณภาพจากหลากหลายอุตสาหกรรมและระดับประสบการณ์ ทำให้สามารถคัดเลือกผู้สมัครที่เหมาะสมได้รวดเร็วกว่าการประกาศรับสมัครเอง ความเชี่ยวชาญนี้จะช่วยองค์กรที่ใช้บริษัทจัดหางานประหยัดเวลาและทรัพยากร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อยู่ที่ว่า บริษัทจัดหางานนั้นจะปรับตัวหรือไม่ ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหากไม่ปรับตัวตอนนี้ มันก็อาจตัดสินอนาคตของธุรกิจ Recruitment Agency นั้นได้เช่นเดียวกัน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="ทางรอดของ Recruitment Agency: บทบาทใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง 282" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Source:</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.businessresearchinsights.com/market-reports/recruitment-market-106353" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Businessresearchinsights</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://recruiterflow.com/blog/recruitment-trends/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Recruiterflow</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.linkedin.com/pulse/recruitment-industry-dying-nigam-desai/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Linkedin</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.hrleader.com.au/business/24234-the-recruitment-industry-has-died-never-to-be-resuscitated" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">HRLeader</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://theundercoverrecruiter.com/recruitment-death/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Theundercoverrecruiter</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitment-agency-240705/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ระบบ ATS: Applicant Tracking System คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่องาน Recruiting</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/ats-applicant-tracking-system-240529/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/ats-applicant-tracking-system-240529/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 May 2024 08:23:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[ATS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38852</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ATS หรือ Applicant Tracking System คือระบบติดตามผู้สมัคร เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยจัดระเบียบกระบวนการรับสมัครงานให้มีประสิทธิภาพ และช่วยให้ Recruiter ทำงานง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ปิดจ็อบได้ไวขึ้น 99% ของ 500 บริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก (Fortune 500) ใช้ระบบ ATS ในขั้นตอนการรับสมัครงานทั้งนั้น และมี Recruiter ถึง 94% เห็นตรงกันว่านี่คือระบบที่ช่วยเพิ่ม Productivity และทำให้ได้คนเก่งมาร่วมงานด้วยง่ายขึ้น ก่อนตัดสินใจเลือกใช้ ATS มีหลายเรื่องที่ต้องพิจารณาและระวัง เช่น ความยืดหยุ่นของโปรแกรม สามารถสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีได้หรือไม่ ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลหรือไม่ งบประมาณขององค์กรมีเท่าไหร่ เป็นต้น หากไม่มีงบประมาณ ไม่รู้จะใช้ ATS ของที่ไหน ลองมาใช้ ATS by Reeracoen ได้เลย นี่คือ One Stop Service Platform ที่จะช่วยบริการจัดการระบบการจ้างงานภายในในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ โดยจะรวบรวมตำแหน่งงานและผู้สมัครไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ที่สำคัญ ใช้ฟรี ! [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li aria-level="1">ATS หรือ Applicant Tracking System คือระบบติดตามผู้สมัคร เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยจัดระเบียบกระบวนการรับสมัครงานให้มีประสิทธิภาพ และช่วยให้ Recruiter ทำงานง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ปิดจ็อบได้ไวขึ้น</li>
<li aria-level="1">99% ของ 500 บริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก (Fortune 500) ใช้ระบบ ATS ในขั้นตอนการรับสมัครงานทั้งนั้น และมี Recruiter ถึง 94% เห็นตรงกันว่านี่คือระบบที่ช่วยเพิ่ม Productivity และทำให้ได้คนเก่งมาร่วมงานด้วยง่ายขึ้น</li>
<li aria-level="1">ก่อนตัดสินใจเลือกใช้ ATS มีหลายเรื่องที่ต้องพิจารณาและระวัง เช่น ความยืดหยุ่นของโปรแกรม สามารถสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีได้หรือไม่ ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลหรือไม่ งบประมาณขององค์กรมีเท่าไหร่ เป็นต้น</li>
<li aria-level="1">หากไม่มีงบประมาณ ไม่รู้จะใช้ ATS ของที่ไหน ลองมาใช้ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/222">ATS by Reeracoen</a> ได้เลย นี่คือ One Stop Service Platform ที่จะช่วยบริการจัดการระบบการจ้างงานภายในในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ โดยจะรวบรวมตำแหน่งงานและผู้สมัครไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ที่สำคัญ ใช้ฟรี ! ไม่มีเงื่อนไข</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46212" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-20.webp" alt="ระบบ ATS: Applicant Tracking System คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่องาน Recruiting" width="600" height="370" title="ระบบ ATS: Applicant Tracking System คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่องาน Recruiting 288" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-20.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-20-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละวัน HR Recruiter จะต้องพูดคุยกับผู้สมัครงาน และต้องดูเรซูเม่จำนวนมาก ปัญหาหลักที่พบบ่อยก็คือ ข้อมูลของผู้สมัครงานกระจัดกระจาย และกระบวนการต่าง ๆ ที่ต้องทำก็มีความยุ่งยากซับซ้อน ทำให้การจะปิดดีลแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานกว่าที่ควร และบางทีกว่าจะปิดงานได้ ผู้สมัครงานก็อาจจะโดนองค์กรอื่นชิงแย่งตัวไปเรียบร้อยแล้วด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรไหนมีระบบที่ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น สะดวกขึ้น สามารถบริหารจัดการข้อมูลและขั้นตอนการสมัครงานได้อย่างราบรื่น ไม่เพียงจะช่วยให้ HR แฮปปี้ แต่ยังช่วยให้ผู้สมัครงาน และผู้ว่าจ้างแฮปปี้กันถ้วนหน้าด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และระบบที่จะช่วยให้ทำงานง่ายขึ้นนั้นก็คือ </span><b>Applicant Tracking System </b><span style="font-weight: 400;">หรือ </span><b>ATS</b><span style="font-weight: 400;"> นั่นเองหากใครไม่เคยรู้จักมาก่อนว่านี่มันระบบอะไร จะช่วยยกระดับการทำงานของ Recruiter เพื่อสร้างองค์กรที่ยั่งยืนอย่างไร มาหาคำตอบได้เลยในบทความนี้</span></p>

<h1>ระบบ ATS คืออะไร ? ทำไมถึงเป็นระบบที่ HR Recruiter กว่า 94% เชื่อมั่น</h1>
<p><span style="font-weight: 400;">อธิบายโดยคร่าว ๆ </span><b>Applicant Tracking System </b><span style="font-weight: 400;">หรือ </span><b>ATS </b><span style="font-weight: 400;">คือระบบติดตามผู้สมัคร เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยวางระบบ และจัดระเบียบกระบวนการรับสมัครงานให้มีประสิทธิภาพ และง่ายสำหรับการทำงานของ Recruiter ให้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ปิดจ็อบได้ไวขึ้น มีเวลาไปทำงานอื่น ๆ ที่สร้างมูลค่าให้กับองค์กรง่ายขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซอฟต์แวร์ของ ATS นั้นจะช่วยตั้งแต่ขั้นตอนการรับสมัครงาน การเก็บข้อมูลผู้สมัคร ช่วยขอออนุมัติเรียกสัมภาษณ์ การประกาศผลผู้ได้รับเลือก และอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่เพียงแค่นั้นระบบ ATS ที่ดียังมีประโยชน์ต่อการ </span><a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/onboarding-manual-03122021/"><span style="font-weight: 400;">Onboarding </span></a><span style="font-weight: 400;">พนักงานใหม่ ให้สามารถปรับตัวเข้ากับวิธีการทำงานและวัฒนธรรมองค์กร ผ่านการฝึกสอนของพี่เลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และจะว่าไประบบ ATS ที่ครบวงจรนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับระบบ </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/crm-candidate-relationship-management-210702/"><span style="font-weight: 400;">Customer Relationship Management หรือ CRM </span></a><span style="font-weight: 400;">เพียงแต่มันถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับงานรับสมัครงานนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เว็บไซต์ </span><a href="https://www.selectsoftwarereviews.com/blog/applicant-tracking-system-statistics#:~:text=More%20than%2086%25%20of%20recruiters,invited%20to%20a%20formal%20interview." target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Select Software Reviews</span></a><span style="font-weight: 400;"> รายงานล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2024 ว่า </span><b>99% ขององค์กรในระบบ Fortune 500 หรือ 500 บริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ล้วนใช้ระบบ ATS ในขั้นตอนการรับสมัครงานทั้งสิ้น และมี Recruiter ถึง 94% เห็นด้วยอย่างยิ่งว่านี่คือระบบที่ช่วยให้งานของพวกเขาง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และยกระดับองค์กรได้มากขึ้น</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38854" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/HREX-Cover-by-Para-2024-05-29T135308.169.webp" alt="ระบบ ATS: Applicant Tracking System คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่องาน Recruiting" width="600" height="370" title="ระบบ ATS: Applicant Tracking System คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่องาน Recruiting 289" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/HREX-Cover-by-Para-2024-05-29T135308.169.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/HREX-Cover-by-Para-2024-05-29T135308.169-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ระบบ ATS: Applicant Tracking System อำนวยความสะดวกด้านไหนบ้าง ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบ Applicant Tracking System หรือ ATS มีประโยชน์ต่องานของ HR Recruiter หลายอย่าง มาลองดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง</span></p>
<h3><b>1.ช่วยบริหารจัดการผู้สมัครงาน (Candidate Management)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ATS ช่วยรวบรวมและจัดเก็บประวัติของผู้สมัครงานทั้งหมดไว้ในระบบเดียว สะดวกต่อการค้นหาและง่ายต่อการติดตามสถานะ แถมยังสามารถแบ่งประเภทและกรองผู้สมัครตามคุณสมบัติที่กำหนด เพื่อคัดกรองผู้สมัครที่เหมาะสม</span></p>
<h3><b>2.ช่วยในการสื่อสารกับผู้สมัคร (Candidate Communication)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ATS มีฟังก์ชันในการส่งอีเมลและข้อความอัตโนมัติถึงผู้สมัครในแต่ละขั้นตอน เช่น การยืนยันการได้รับใบสมัคร, การนัดสัมภาษณ์ ช่วยให้สามารถติดตามและตอบกลับผู้สมัครได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ</span></p>
<h3><b>3.ช่วยให้ง่ายต่อการทำการตลาด ช่วยให้เข้าถึงผู้สมัครงานใหม่ง่ายขึ้น (Recruitment Marketing)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ATS บางระบบสามารถเชื่อมโยงกับเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียสำหรับประกาศรับสมัครงานได้เลย HR Recruiter สามารถวิเคราะห์แหล่งที่มาของผู้สมัครจากฐานข้อมูล แล้วนำมาปรับปรุงกลยุทธ์การสรรหาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<h3><b>4.ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างรายงาน (Analytics &amp; Reporting)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ชัยชนะของทุกองค์กรขึ้นอยู่กับข้อมูลที่มี ATS ช่วยเก็บสถิติและสร้างรายงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการสรรหา เช่น อัตราการสมัคร และเวลาเฉลี่ยในการปิดตำแหน่ง เป็นต้น ช่วยให้ HR สามารถวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการได้ง่ายขึ้น</span></p>
<h3><b>5. ช่วยให้ข้อมูลเรื่องกฎระเบียบแก่พนักงาน (Compliance)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ATS บางระบบสามารถรวบรวมกฎระเบียบขององค์กร กฎหมายแรงงาน รวมถึงข้อควรปฏิบัติที่ควรรู้เอาไว้ในระบบ สามารถค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น ทำให้กระบวนการสรรหาทุกขั้นตอนโปร่งใสและเป็นธรรม ลดความเสี่ยงด้านกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นตามมา</span></p>
<h2><b>สถิติที่น่าสนใจหากนำระบบ ATS: Applicant Tracking System มาใช้ยกระดับองค์กร</b></h2>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หากมีพนักงานมากความสามารถ ระดับ Top Candidate มาฝากโปรไฟล์ไว้ตาม Job Board ต่าง ๆ จะใช้เวลาโดยเฉลี่ยแค่ 10 วันเท่านั้นก่อนจะได้งานไป แต่ระบบ ATS ที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยให้เจอพนักงานคนนั้นได้เร็วกว่าค่าเฉลี่ย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ระบบ ATS สามารถลดเวลาทุกขั้นตอนในการสมัครงานรวมแล้ว มากสุดถึง 60% จากเวลาที่เคยทำงานตามปกติ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ผู้ใช้งานระบบ ATS 70% มั่นใจว่า การมีระบบนี้ช่วยงาน ทำให้เกิด Productivity มากขึ้น และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Recruiter ถึง 68% อยากได้เทคโนโลยีใหม่ ๆ มาช่วยในการสมัครงานมากขึ้น และ ATS คือ 1 ในนั้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Recruiter ถึง 79% เห็นด้วยว่า การมีระบบ ATS ช่วยให้เจอผู้สมัครงานที่มีคุณภาพมากกว่าเดิมจริง ๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เมื่อใช้งานระบบ ATS ผลที่ตามมาก็คือ อัตราการลาออก (Turnover Rate) ของผู้ที่ได้งานใหม่จะมีอัตราลดลงถึง 40%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ภายในปี 2026 ตลาดของระบบ ATS ทั่วโลกจะมีมูลค่ามากกว่า </span><a href="https://www.globenewswire.com/en/news-release/2023/3/23/2633323/0/en/Applicant-Tracking-System-Market-worth-3-2-billion-by-2026-growing-at-a-CAGR-of-6-7-Report-by-MarketsandMarkets.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ</span></a></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38855" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/HREX-Cover-by-Para-2024-05-29T135415.143.webp" alt="ระบบ ATS: Applicant Tracking System คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่องาน Recruiting" width="600" height="370" title="ระบบ ATS: Applicant Tracking System คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่องาน Recruiting 290" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/HREX-Cover-by-Para-2024-05-29T135415.143.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/HREX-Cover-by-Para-2024-05-29T135415.143-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>7 สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้โปรแกรม ATS: Applicant Tracking System ช่วยงาน Recruiter</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันในท้องตลาดมีโปรแกรม ATS ให้องค์กรนำไปใช้งานเยอะแยะมากมาย จนบางทีหลายองค์กรก็เกิดความสับสนเหมือนกันว่าควรเลือกอะไรดี HREX จึงขอถือโอกาสนี้ไกด์แนวทางคร่าว ๆ ว่าหากอยากได้โปรแกรมที่ตรงใจและใช้งานได้จริง ควรพิจารณาดังต่อไปนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ระบบ ATS ควรมีความยืดหยุ่นเพียงพอในการจัดการการสรรหางานขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ได้ ก่อนใช้งานควรดูว่าระบบนี้สามารถในการรองรับความซับซ้อนขององค์กรได้แค่ไหน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ดูการบูรณาการกับแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย เพื่อให้สามารถค้นหาและสื่อสารกับผู้สมัครว่าทำได้หรือไม่ ทำได้มากน้อยแค่ไหน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ดูว่ามีเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ ระบบ ATS ที่ดีจะช่วยให้สามารถประเมินและปรับปรุงกระบวนการสรรหาได้อย่างต่อเนื่อง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ระบบ ATS ที่ดีต้องสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดี ทั้งต่อ Recruiter และผู้สมัครงาน ยิ่งใช้งานง่ายเท่าไหร่ จะยิ่งดึงดูดผู้สมัครที่มีคุณภาพได้มากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ระบบที่ดีต้องใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ทำให้ข้อมูลของลูกค้าและผู้สมัครงานรั่วไหล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ดูงบที่มีก่อนพิจารณาเลือกใช้ บางโปรแกรมมีราคาค่อนข้างสูง แต่ก็แลกมาด้วยฟีเจอร์หรือฟังก์ชั่นที่หลากหลาย บางโปรแกรมให้ใช้งานฟรี แต่จะมีฟีเจอร์ที่จำเป็นค่อนข้างน้อยแต่ก็มีโปรแกรมที่ฟรี แล้วใช้งานได้หลายอย่างด้วยเช่นกัน ซึ่งจะกล่าวถึงในเวลาต่อไป</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อย่าลืมพิจารณาบริการหลังการขาย เพราะบางครั้งอาจเกิดปัญหาในการใช้ระบบโดยไม่คาดคิด หากผู้พัฒนาโปรแกรมสามารถให้ความช่วยเหลือ แก้ไขทางเทคนิค และหมั่นอัปเดตระบบที่ดีได้ จะยิ่งช่วยให้มีคนอยากใช้งานมากขึ้น</span></li>
</ol>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38856" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/HREX-Cover-by-Para-2024-05-29T144506.298.webp" alt="ระบบ ATS: Applicant Tracking System คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่องาน Recruiting" width="600" height="370" title="ระบบ ATS: Applicant Tracking System คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่องาน Recruiting 291" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/HREX-Cover-by-Para-2024-05-29T144506.298.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/HREX-Cover-by-Para-2024-05-29T144506.298-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ทดลองใช้ ATS by Reeracoen ฟรี ! ผ่าน HREX</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรไหนอาจไม่ได้มีงบมาก แต่ต้องการระบบ ATS ที่มีประสิทธิภาพล่ะก็ HREX ขอแนะนำให้ลองใช้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ATS Platform by Reeracoen</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือ One Stop Service Platform ที่จะช่วยบริการจัดการระบบการจ้างงานภายในในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ โดยจะรวบรวมตำแหน่งงานและผู้สมัครไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เหมาะสำหรับบริษัทที่มีจำนวนพนักงาน 10 &#8211; 2000 คน เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่มีการจ้างงาน ตั้งแต่ 5-50 คนต่อปี และเหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ปัจจุบันยังไม่ได้มีระบบปฏิบัติการในการจัดการกระบวนการจ้างงาน เช่น ผู้ประกอบการที่ใช้ Google Sheet โปรแกรม Excel หรือโปรแกรม อื่นๆ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญคือ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากสนใจใช้งานล่ะก็ สามารถเข้ามาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยผ่านทาง</span><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/ats-applicant-tracking-system-free-240528/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ลิงก์นี้ </span></a></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่เทคโนโลยีล้ำหน้าไปมาก หาก HR ไม่นำมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ องค์กรนั้นจะขาดคนทำงานที่เก่ง พนักงานต้องเสียเวลาทำงานที่ไม่จำเป็น จนสุดท้ายจะไม่สามารถเดินหน้าไปสู่เป้าหมายได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลือกระบบ ATS ที่มีประสิทธิภาพในการคัดเลือกพนักงานตั้งแต่แรก คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ เร็วกว่าองค์กรที่ไม่ใช้ หรือใช้งานสิ่งที่ไม่มีประสิทธิภาพแน่นอน</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/222?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38650" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="ระบบ ATS: Applicant Tracking System คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่องาน Recruiting 292"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/ats-applicant-tracking-system-240529/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/build-buy-borrow-bridge-240514/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/build-buy-borrow-bridge-240514/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 May 2024 06:22:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Build]]></category>
		<category><![CDATA[Buy]]></category>
		<category><![CDATA[Borrow]]></category>
		<category><![CDATA[Bridge]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38682</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Build (สร้าง) คือการพัฒนาพนักงานภายในองค์กรผ่านการฝึกอบรมและโปรแกรมพัฒนาทักษะต่าง ๆ เช่น โปรแกรมพี่เลี้ยงและลูกศิษย์ การฝึกงาน และการประเมินทางจิตวิทยา วิธีนี้ช่วยเสริมทักษะที่จำเป็นและสร้างความผูกพันกับองค์กรได้ Buy (ซื้อ) คือการจ้างบุคลากรจากภายนอกที่มีคุณสมบัติและทักษะตรงตามความต้องการขององค์กรโดยทันที ใช้วิธีการสรรหาและรับสมัครงาน รวมถึงการเป็นพันธมิตรกับบริษัทจัดหางานเพื่อหาบุคลากรที่เหมาะสม Borrow (ยืม) คือการใช้บุคลากรชั่วคราว เช่น พนักงานพาร์ทไทม์ ผู้รับงานอิสระ หรือผู้รับเหมาภายนอก เพื่อเติมเต็มทักษะที่ขาดในทีมในระยะสั้นและรองรับโครงการเฉพาะกิจ Bridge (สะพาน) คือการเพิ่มขอบเขตความสามารถของพนักงานไปสู่บทบาทใหม่ในลักษณะแนวข้าง ผ่านโปรแกรมพัฒนาทักษะที่หลากหลายและการมอบหมายงานใหม่ เพื่อให้พนักงานมีโอกาสเติบโตในสายอาชีพและรองรับการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร การใช้กลยุทธ์ 4 B: Build, Buy, Borrow, และ Bridge ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความผูกพันและความพึงพอใจในงานของพนักงาน ทำให้องค์กรเติบโตและแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน เพราะธุรกิจขาดคนไม่ได้ กลยุทธ์การจ้างงาน (Recruitment) ที่มีประสิทธิภาพจึงยังเป็นสิ่งสำคัญในการเติมพนักงานให้องค์กรเสมอ ทว่าการแข่งขันเพื่อแสวงหาบุคลากรที่มีความสามารถสูง (Talent) นั้น กลับทวีความรุนแรงมากขึ้น ทุกบริษัทจึงต้องปรับตัวและใช้กลยุทธ์การจ้างงานใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านบุคลากรให้รวดเร็ว และถึงแม้การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในกระบวนการสรรหาได้สร้างความสะดวกสบายให้เหล่าทรัพยากรบุคคลบ้าง แต่ท้ายที่สุดในกระบวนการสรรหาก็ยังต้องใช้ความเป็นมนุษย์ในการตัดสินใจเลือกใครสักคนอยู่ดี วันนี้ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li aria-level="1">Build (สร้าง) คือการพัฒนาพนักงานภายในองค์กรผ่านการฝึกอบรมและโปรแกรมพัฒนาทักษะต่าง ๆ เช่น โปรแกรมพี่เลี้ยงและลูกศิษย์ การฝึกงาน และการประเมินทางจิตวิทยา วิธีนี้ช่วยเสริมทักษะที่จำเป็นและสร้างความผูกพันกับองค์กรได้</li>
<li aria-level="1">Buy (ซื้อ) คือการจ้างบุคลากรจากภายนอกที่มีคุณสมบัติและทักษะตรงตามความต้องการขององค์กรโดยทันที ใช้วิธีการสรรหาและรับสมัครงาน รวมถึงการเป็นพันธมิตรกับบริษัทจัดหางานเพื่อหาบุคลากรที่เหมาะสม</li>
<li aria-level="1">Borrow (ยืม) คือการใช้บุคลากรชั่วคราว เช่น พนักงานพาร์ทไทม์ ผู้รับงานอิสระ หรือผู้รับเหมาภายนอก เพื่อเติมเต็มทักษะที่ขาดในทีมในระยะสั้นและรองรับโครงการเฉพาะกิจ</li>
<li aria-level="1">Bridge (สะพาน) คือการเพิ่มขอบเขตความสามารถของพนักงานไปสู่บทบาทใหม่ในลักษณะแนวข้าง ผ่านโปรแกรมพัฒนาทักษะที่หลากหลายและการมอบหมายงานใหม่ เพื่อให้พนักงานมีโอกาสเติบโตในสายอาชีพและรองรับการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร</li>
<li aria-level="1">การใช้กลยุทธ์ 4 B: Build, Buy, Borrow, และ Bridge ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความผูกพันและความพึงพอใจในงานของพนักงาน ทำให้องค์กรเติบโตและแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42767" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย.webp" alt="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย" width="600" height="370" title="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย 299" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะธุรกิจขาดคนไม่ได้ กลยุทธ์การจ้างงาน (Recruitment) ที่มีประสิทธิภาพจึงยังเป็นสิ่งสำคัญในการเติมพนักงานให้องค์กรเสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าก</span><span style="font-weight: 400;">ารแข่งขันเพื่อแสวงหาบุคลากรที่มีความสามารถสูง (Talent) นั้น กลับทวีความรุนแรงมากขึ้น ทุกบริษัทจึงต้องปรับตัวและใช้กลยุทธ์การจ้างงานใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านบุคลากรให้รวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และถึงแม้การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในกระบวนการสรรหาได้สร้างความสะดวกสบายให้เหล่าทรัพยากรบุคคลบ้าง แต่ท้ายที่สุดในกระบวนการสรรหาก็ยังต้องใช้ความเป็นมนุษย์ในการตัดสินใจเลือกใครสักคนอยู่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ HREX จะมาตอกย้ำกลยุทธ์การจ้างงานที่เป็นพื้นฐานสำคัญ อย่างกลยุทธ์ </span><b>4B : Build, Buy, Borrow และ Bridge</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปเท่าไหร่ เราก็ยังสามารถประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์อยู่ดี</span></p>

<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Buy Build Borrow + Bridge คืออะไร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Buy, Build, Borrow, และ Bridge เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ในการจัดการทรัพยากรบุคคลทั้งภายในและนอกองค์กร โดยโมเดลนี้ช่วยให้องค์กรสามารถเติมพนักงานที่มีความสามารถเข้ามาในระบบได้อย่างทันท่วงที และแก้ไขปัญหา Talent Shortage หรือการขาดแคลนบุคลากรนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ Talent Shortage เป็นปัญหาที่องค์กรทั่วโลกต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อองค์กรไม่สามารถหาบุคลากรที่มีทักษะและความสามารถตรงตามความต้องการของตำแหน่งงานได้เพียงพอ โดยมีสาเหตุมากมาย เช่น ความต้องการทักษะที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี และการขาดแคลนบุคลากรในสายงานบางประเภทที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นการแก้ไขปัญหา Talent Shortage นั้นจำเป็นต้องใช้แนวทางที่หลากหลายและยืดหยุ่น และด้วยโมเดล Buy, Build, Borrow, และ Bridge ทำให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://www.manpowergroup.co.uk/the-word-on-work/the-uks-growing-talent-shortage/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ManPowerGroup</span></a><span style="font-weight: 400;"> รายงาน Soft skills ที่หาได้ยากจนเกิด  Talent Shortage 5 อันดับแรก ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความรับผิดชอบ ความน่าเชื่อถือ และวินัย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความยืดหยุ่น ทนต่อความเครียดและการปรับตัว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ภาวะผู้นำและการมีอิทธิพลทางสังคม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การคิดวิเคราะห์ การใช้วิจารณญาณ และการแก้ปัญหา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความคิดริเริ่มและความกระตือรือร้น</span></li>
</ol>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38683 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-1-1024x647.webp" alt="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย" width="1024" height="647" title="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย 300" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-1-1024x647.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-1-300x190.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-1-768x485.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-1.webp 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Build (สร้าง) &#8211; ลงทุนในการพัฒนา</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Build เป็นโมเดลที่เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาการหา Talents เฉพาะทางจากภายนอกที่ยากมาก โดยองค์กรจะสร้างและพัฒนาพนักงานที่มีอยู่ภายในให้กลายเป็น Talent เสียเอง โดยจะให้โอกาสในการเสริมทักษะใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร และสนับสนุนให้ทุกคนพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การ Build สามารถทำได้ผ่านโครงการหลากหลาย เช่น โปรแกรมพัฒนาความสามารถให้นักศึกษาผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ, การหลักสูตรฝึกทักษะเฉพาะทางเพื่อสร้างคนเข้ามาในระบบ กระทั่งการจ้างเทรนนิ่งเข้ามาพัฒนาพนักงานในบริษัทนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางการพัฒนานี้จะสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่พนักงาน ส่งเสริมให้พวกเขาอยู่กับองค์กรนานขึ้น เนื่องจากพวกเขาสามารถเรียนรู้และมองเห็นความก้าวหน้าในอาชีพการงานของตัวเอง</span></p>
<h3><b>Build เหมาะสมกับองค์กรประเภทใด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การ Build เหมาะกับบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่มานาน มีทรัพยากรทั้งเรื่องเงิน คน และเวลา สามารถลงทุนพัฒนาบุคคลากรได้ระยะยาว เนื่องจากการพัฒนาต้องใช้ทรัพยากรสูงและนานกว่าจะเห็นผลลัพธ์</span></p>
<h3><b>ตัวอย่างการ Build</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โปรแกรมพี่เลี้ยงและลูกศิษย์ (Mentor / Mentee program)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การฝึกงาน (Internships)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การมอบหมายงานที่ท้าทาย (Stretch Assignments)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การประเมินทางจิตวิทยา (Psychometric Assessments) เช่น DISC, MBTI เป็นต้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แผนการพัฒนาบุคคล (Individual Development Plans)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การศึกษาเพิ่มเติม, วุฒิบัตร, ใบรับรอง (Advanced Education, Designations, Certificates, etc.)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การโค้ชผู้บริหาร (Executive Coaching)</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38684 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-2-1024x683.webp" alt="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย" width="1024" height="683" title="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย 301" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-2-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-2-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-2.webp 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Buy (ซื้อ) &#8211; ซื้อตัวมาในทันที</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Buy แปลตามตัวเลยคือการซื้อบุคลากรใหม่จากภายนอกเข้ามาในองค์กรแบบทันที โดยจะเลือกบุคลากรที่มีคุณสมบัติ ทั้งประสบการณ์ การศึกษา หรือทักษะความสามารถตรงตามที่บริษัทต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การซื้อบุคลากรเหล่านี้จะต้องมีต้นทุน โดยองค์กรอาจไม่ได้มุ่งเน้นที่การสร้างทักษะใหม่ แต่เน้นไปที่ปรับตัวให้ Talent คนนั้นเข้ากับวัฒธรรมองค์กรของเราแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การแข่งขันในการดึงดูงพนักงานเก่ง ๆ มีความรุนแรงมาก องค์กรจึงต้องวางแผนเรื่องของผลตอบแทนรวม (Total Rewards) ไม่ว่าจะเป็น Compensation and Benefit หรือกระทั่งข้อเสนอคุณค่าสำหรับพนักงาน (Employee Value Proposition) และวิสัยทัศน์ขององค์กร ในการดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพเหล่านั้นด้วย</span></p>
<h3><b>Buy เหมาะสมกับองค์กรประเภทใด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์การซื้อเหมาะสำหรับองค์กรในระยะเริ่มต้นหรือบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีทรัพยากรเรื่องเงิน แต่ต้องการพนักงานใหม่มาเติมเต็มอย่างรวดเร็ว</span></p>
<h3><b>ตัวอย่างการ Buy</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การสรรหาและการรับสมัครงาน (Sourcing and Recruitment)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โปรแกรมการแนะนำบุคลากร (Referral Program)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การฝึกงาน (Internships)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเป็นพันธมิตรกับบริษัทจัดหางาน (Recruitment Agency partnerships)</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38685 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-3-1024x683.webp" alt="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย" width="1024" height="683" title="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย 302" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-3-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-3-768x513.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-3.webp 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Borrow (ยืม) &#8211; เรียกใช้งานแบบชั่วคราว</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Borrow คือการสร้างเครือข่ายบุคลากรที่มีทักษะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างพนักงานพาร์ทไทม์ ผู้รับงานอิสระ พนักงานชั่วคราว หรือกระทั่งการหมุนเวียนพนักงานภายในตัวกันเอง เพื่อเสริมสร้างบางทักษะที่ทีมขาด ส่วนมากมักใช้กับโปรเจกต์หรือโครงการระยะสั้น การทำงานระยะไกล หรืองานที่มีความยืดหยุ่น </span></p>
<h3><b>Borrow เหมาะสมกับองค์กรประเภทใด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมาะกับบริษัทที่ริเริ่มทดลองโครงการบางอย่าง หรือการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ซึ่งมักจะเป็นบริษัทที่ไม่ได้วางแผนการจ้างงานประจำสำหรับหน้าที่นั้น ๆ ส่วนมากจะเป็นการทดลองใช้โมเดลนี้มากที่สุด</span></p>
<h3><b>ตัวอย่างการ Borrow</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การจัดหาพนักงานชั่วคราว (Temporary staffing solutions)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การจ้างงานจากภายนอก (Outsource)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การร่วมจัดหาบุคลากร (Co-Sourcing)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ผู้รับเหมาภายนอก (Independent Contractors)</span></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38686 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-4-1024x576.webp" alt="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย" width="1024" height="576" title="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย 303" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-4-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-4-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-4-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Build-Buy-Borrow-Bridge-กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย-4.webp 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Bridge (สะพาน) &#8211; เชื่อมสู่บทบาทใหม่</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์ Bridge มีความใกล้เคียงกับการ Build ทว่าจะแตกต่างกันตรงที่เป็นการขยายขอบเขตความสามารถของพนักงานไปสู่บทบาทใหม่ในลักษะแนวข้าง ไม่ใช่แนวตรงขึ้นไปตามลำดับขั้น ซึ่งสามารถขยายได้ทั้งภายในหรือภายนอกองค์กร เป็นการเชื่อมสะพานที่ช่วยให้พนักงานพัฒนาทักษะที่หลากหลายมากขึ้นนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ บางองค์กรยังใช้ Bridge เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการช่วยเหลือพนักงานในตำแหน่งงานที่กำลังจะเลิกจ้าง เป็นการปูเส้นทางใหม่ให้กับบุคลากรที่มีทักษะไม่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจแล้ว สู่ทักษะใหม่ในอนาคตเช่นกัน</span></p>
<h3><b>Borrow เหมาะสมกับองค์กรประเภทใด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่มีเสถียรภาพแต่กำลังปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ต้องการพัฒนาใหม่กับพนักงานผ่านการลงทุน และยังต้องการรักษาความผูกพันของพนักงานอีกด้วย</span></p>
<h3><b>ตัวอย่างการสะพาน (Bridge Examples)</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โปรแกรมพี่เลี้ยงและลูกศิษย์ (Mentor / Mentee program)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การมอบหมายงานที่ท้าทาย (Stretch Assignments)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การมอบหมายงานใหม่ (Reassignments)</span></li>
</ul>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดกลยุทธ์ 4B : Build, Buy, Borrow และ Bridge เป็นวิธีพื้นฐานที่ครอบคลุมและยืดหยุ่นในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถในองค์กร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การนำกลยุทธ์ 4B มาใช้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยสร้างความผูกพันและความพึงพอใจในงานของพนักงานอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับองค์กรไหนที่ไม่รู้จะสรรหาและพัฒนาพนักงานอย่างไร สามารถค้นหาผู้ให้บริการในหลากหลายรูปแบบได้ที่ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;">HR Products &amp; Services</span></a><span style="font-weight: 400;"> เรามีทั้ง </span><a href="https://expth.hrnote.asia/#training-coaching"><span style="font-weight: 400;">Training &amp; Coaching</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่เข้าไปช่วย Build หรือ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/#recruitment-solution"><span style="font-weight: 400;">Recruitment Solution</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่ช่วยได้ทั้ง Buy, Borrow และ Bridge </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะทั้งหมดนี้คือโอกาสที่จะช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืนต่อไป</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Build, Buy, Borrow, Bridge กลยุทธ์การจ้างงานที่ไม่มีวันตาย 304" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ที่มา</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.aihr.com/blog/build-buy-borrow-bridge/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">www.aihr.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.brookstreet.co.uk/blog/2021/07/build-buy-borrow-and-bridge-how-to-solve-the-talent-shortage-in-your-organisation?source=google.com" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">www.brookstreet.co.uk</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.myhaus.com/blog/build-bridge-buy-borrow-your-talent-development-strategy" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">www.myhaus.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bangkokbiznews.com/business/902385" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">www.bangkokbiznews.com</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/build-buy-borrow-bridge-240514/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HR มาสัมภาษณ์งานสาย ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้สมัครอย่างไร ?</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/hr-no-show-240201/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/hr-no-show-240201/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jan 2024 03:56:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[มาสาย]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์งาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=37053</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT การสัมภาษณ์งานที่ดีนั้น First Impression เป็นเรื่องสำคัญมาก คนที่เป็น HR Recruiter ถือเป็นด่านแรกที่ผู้สมัครจะรู้จักกับบุคลากรของเรา หากผู้สัมภาษณ์งานเป็นคนมาสายเสียเอง ก็อาจลดทอนความเชื่อมั่นในภาพรวม ทำให้เราสูญเสีย Talents ได้เลย องค์กรในปัจจุบันควรมีทีมงานคอยบริหารจัดการเรื่องนัดหมายและคอนเฟิร์มให้ดี หรืออาจใช้ AI มาช่วยคัดเลือกเบื้องต้นก็ได้ เพื่อแสดงถึงความเป็นมืออาชีพในขั้นตอนแรก เป็นการสร้าง Engagement ให้เกิดขึ้นโดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครทำพัง หากผู้สัมภาษณ์เป็นฝ่ายมาสายเอง เราก็ควรขอโทษผู้สมัครอย่างจริงใจ ไม่หาทางแก้ตัว และหากผู้สมัครรู้สึกไม่พอใจ เราก็ต้องตัดสินพวกเขาอย่างเป็นธรรมด้วย ห้ามมีอคติ (Bias) เด็ดขาด HR Recruiter ต้องตัดสินใจว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น เราควรทำอะไรก่อน ระหว่างการเข้าสัมภาษณ์ตามปกติ หรือแก้ไขปัญหานั้น ๆ ก่อน โดยเอาเป้าหมายขององค์กรเป็นที่ตั้ง จากนั้นให้สื่อสารกับผู้สมัครตามสมควร การใช้ Recruitment Agency หรือ HR Solutions คือทางเลือกที่องค์กรในปัจจุบันควรให้ความสำคัญ  เพราะนอกจากจะช่วยให้องค์กรเข้าถึงองค์ความรู้และ Talent Pool ที่ใหญ่ขึ้นแล้ว ยังทำให้การเลือกพนักงานเฉียบคมขึ้นด้วย เราต่างรู้ดีว่าในการสัมภาษณ์งานแต่ละครั้ง สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือเรื่องของภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ โดยความประทับใจแรก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์งานที่ดีนั้น First Impression เป็นเรื่องสำคัญมาก คนที่เป็น HR Recruiter ถือเป็นด่านแรกที่ผู้สมัครจะรู้จักกับบุคลากรของเรา หากผู้สัมภาษณ์งานเป็นคนมาสายเสียเอง ก็อาจลดทอนความเชื่อมั่นในภาพรวม ทำให้เราสูญเสีย Talents ได้เลย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">องค์กรในปัจจุบันควรมีทีมงานคอยบริหารจัดการเรื่องนัดหมายและคอนเฟิร์มให้ดี หรืออาจใช้ AI มาช่วยคัดเลือกเบื้องต้นก็ได้ เพื่อแสดงถึงความเป็นมืออาชีพในขั้นตอนแรก เป็นการสร้าง Engagement ให้เกิดขึ้นโดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครทำพัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หากผู้สัมภาษณ์เป็นฝ่ายมาสายเอง เราก็ควรขอโทษผู้สมัครอย่างจริงใจ ไม่หาทางแก้ตัว และหากผู้สมัครรู้สึกไม่พอใจ เราก็ต้องตัดสินพวกเขาอย่างเป็นธรรมด้วย ห้ามมีอคติ (Bias) เด็ดขาด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">HR Recruiter ต้องตัดสินใจว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น เราควรทำอะไรก่อน ระหว่างการเข้าสัมภาษณ์ตามปกติ หรือแก้ไขปัญหานั้น ๆ ก่อน โดยเอาเป้าหมายขององค์กรเป็นที่ตั้ง จากนั้นให้สื่อสารกับผู้สมัครตามสมควร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การใช้ Recruitment Agency หรือ HR Solutions คือทางเลือกที่องค์กรในปัจจุบันควรให้ความสำคัญ  เพราะนอกจากจะช่วยให้องค์กรเข้าถึงองค์ความรู้และ Talent Pool ที่ใหญ่ขึ้นแล้ว ยังทำให้การเลือกพนักงานเฉียบคมขึ้นด้วย</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37054" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/มาสาย.png" alt="HR มาสัมภาษณ์งานสาย ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้สมัครอย่างไร ?" width="600" height="370" title="HR มาสัมภาษณ์งานสาย ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้สมัครอย่างไร ? 308" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/มาสาย.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/มาสาย-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต่างรู้ดีว่าในการสัมภาษณ์งานแต่ละครั้ง สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือเรื่องของภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ โดยความประทับใจแรก (First Impression) สามารถเป็นจุดตัดสินว่าเราจะได้ร่วมงานกับอีกฝ่ายหรือไม่  ซึ่งแนวคิดตรงนี้หมายรวมถึงทั้งตัวผู้สมัคร (Candidate) และตัวผู้สัมภาษณ์ (HR Recruiter)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม </span><b>เหตุไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้กับการสัมภาษณ์เสมอ ดังนั้นหาก HR Recruiter รู้ตัวว่ากำลังมาสาย หรือเผลอลืมนัดสัมภาษณ์ผู้สมัคร </b><span style="font-weight: 400;">เราก็ต้องมีวิธีรับมือและแก้ไขปัญหาแบบมืออาชีพ มิฉะนั้นก็มีโอกาสที่องค์กรจะสูญเสียคนเก่ง (Talents) ไปให้กับบริษัทคู่แข่ง จากนั้นภาพลักษณ์ที่แย่จะถูกพูดถึงแบบปากต่อปาก (Word of Mouth) จนองค์กรต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะกู้ศักดิ์ศรีกลับมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ก็ควรวางตัวในสถานการณ์นี้อย่างไร พี่หาคำตอบไปพร้อมกับเราที่ HREX</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>ผู้สัมภาษณ์งานมาสายหรือติดต่อไม่ได้ (No-Show) เกิดขึ้นได้เป็นปกติหรือไม่ ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องอธิบายก่อนว่า โดยปกติแล้วการนัดหมายกับผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกแล้วนั้น ควรเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการทำงานของทุกฝ่าย ทางฝั่งของ HR เองก็ต้องแน่ใจว่าไม่มีประชุมหรือมีเนื้อหาอื่น ๆ เข้ามาแทรก เพราะจะทำให้ความแม่นยำในการตัดสินใจลดน้อยลง ขณะเดียวกันตัวผู้สมัครก็ต้องแน่ใจว่าช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่ตนมีความพร้อมที่สุด สามารถเดินทางมาได้โดยไม่เจอปัญหารถติดหรือปัญหาส่วนตัวอื่น ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นการมาสายในกระบวนการสัมภาษณ์งานจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก เพราะเป็นช่วงที่ต่างฝ่ายต่างต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีที่สุดออกมาให้อีกฝ่ายเห็น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกสถานการณ์ที่เราสามารถควบคุมได้แบบหมดจด เพราะเราต่างก็เป็นมนุษย์ที่อาจเกิดเหตุป่วยในวันดังกล่าวพอดี หรือรถไฟฟ้าที่ใช้เดินทางเป็นประจำอาจเสียกระทันหันเป็นต้น สิ่งสำคัญนอกเหนือจากการตรงเวลาจึง เป็นการสื่อสารให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงสถานการณ์ของเราเสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Indeed ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการสมัครงานกล่าวว่าจริง ๆ แล้ว</span><b>การมาสายเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น </b><span style="font-weight: 400;">และปัญหาในลักษณะนี้มักเกิดขึ้นกับการสัมภาษณ์งานแบบออนไลน์หรือการไปเจอกันตามร้านอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่พอรับได้บ้างเพราะอาจมีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้มาเกี่ยวข้อง แต่หากเป็นการนัดหมายที่ออฟฟิศของผู้สัมภาษณ์เอง การมาสายในบริบทที่เขาควรเข้ามาทำงานตามหน้าที่ปกติอยู่แล้ว  อาจหมายถึงสัญญาอันตราย (Red Flag) ที่ทำให้ผู้สมัครเลือกปฏิเสธการร่วมงานกับเราทันที</span></p>
<h2><b>หากผู้สัมภาษณ์งานมาสาย ควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณ Matt Warzel ผู้เชี่ยวชาญด้านการหางานจาก MJW Careers ได้กล่าวว่าก่อนที่จะนัดสัมภาษณ์ผู้สมัครนั้น องค์กรต้องแน่ใจว่ามีผู้คอยตรวจสอบดูแลการสัมภาษณ์นั้น ๆ เรียบร้อยแล้ว (Monitoring) ไม่ควรปล่อยให้ทุกอย่างเป็นหน้าที่ของผู้สัมภาษณ์เพียงอย่างเดียว โดยบุคคลนี้จะมีหน้าที่ย้ำเตือนทางผู้สมัครและผู้สัมภาษณ์อีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้อย่างราบรื่นที่สุด</span></p>
<p><b>องค์กรต้องเปลี่ยนทัศนคติจากการมองว่าตนอยู่ในจุดเหนือกว่า และผู้สมัครมีหน้าที่ขายตัวเองให้บริษัทสนใจ</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะในปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่มีคนในตลาดแรงงานน้อยกว่าที่เคย บริษัทมีหน้าที่ขายตัวเองให้ผู้สมัครสนใจไม่ต่างกัน ดังนั้นนี่คือจุดที่ทั้งสองฝ่ายต้องแสดงความเป็นมืออาชีพออกมา มิฉะนั้นต่างคนก็จะไปมองหาคนที่เป็นมืออาชีพมากกว่าแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งแรกที่ผู้สัมภาษณ์ควรทำก็คือการขอโทษผู้สมัครอย่างจริงใจ ไม่จำเป็นต้องหาข้อแก้ตัว อย่าคิดว่าการขอโทษจะทำให้องค์กรของเราดูอ่อนแอลง แต่มันจะแสดงให้เห็นว่าเราไม่มีการถือตัว ทำผิดแล้วก็สามารถปรับปรุงแก้ไขพูดคุยกันได้ ในที่นี้หากเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ออฟฟิศ และมีพนักงานท่านอื่นเห็นว่าการสัมภาษณ์งานดังกล่าวมีปัญหา ก็ควรมีตัวแทนสักคน (Receptionist) เข้ามารับหน้าแทนทันที ไม่ปล่อยให้ผู้สมัครต้องรอสัมภาษณ์อยู่คนเดียว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บุคคลดังกล่าวสามารถเข้ามาแนะนำภาพรวมของบริษัท, พาเดินทัวร์ออฟฟิศ หรือให้คำแนะนำในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับองค์กรเพื่อรอผู้สัมภาษณ์มาก็ได้ เพราะการพูดคุยที่ไม่ขาดตอน จะทำให้ผู้สมัครเห็นว่าองค์กรใส่ใจและพยายามแก้ไขปัญหาจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดสำคัญในการนัดหมายสัมภาษณ์งานหรือแม้แต่การประชุม คือการเข้าใจว่าผู้สมัครต้องการงาน ต้องการรายได้ก็จริง แต่อย่าลืมว่า</span><b>ทุกคนก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง และเวลาก็เป็นเรื่องสำคัญมาก</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้สมัครบางคนอาจต้องยกเลิกงานบางอย่างมาเพื่อเข้าประชุมกับเรา ผู้สมัครบางคนอาจมีงานประจำอยู่แล้ว และต้องใช้ความยากลำบากเพื่อหาเวลาปลีกตัวมาคุยกับเราในช่วงเวลาหนึ่ง บุคคลเหล่านี้จะไม่ได้มีเวลาให้กับเราตลอดไป ยิ่งเรามาสาย การสัมภาษณ์งานและการทำความรู้จักกับอีกฝ่ายก็จะมีรายละเอียดน้อยลง จนทำให้เรามองมองข้ามจุดเด่นและพลาดคนมีฝีมือไปได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญโลกธุรกิจในปัจจุบันแคบมาก หากเราสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้กับพนักงานคนหนึ่ง และบุคคลท่านนั้นกลายเป็นคนที่มีฝีมือ หรือกลายเป็นคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจของเราในอนาคต องค์กรก็จะต้องเสียผลประโยชน์ไปโดยปริยาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญก็คือหากเรามาสาย เราต้องเข้าใจว่าผู้สมัครมีสิทธิ์ที่จะไม่พอใจหรือรู้สึกว่าตนได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม เราต้องมองสถานการณ์ให้เป็นไม่เอาความโมโหจากส่วนที่เราเองก็เป็นผู้สร้างปัญหาไปตัดสินว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติเด็ดขาด เราต้องเข้าใจเรื่องนี้ก่อนแล้วจึงพิจารณาพิจารณาว่าผู้สมัคร ได้แสดงความหงุดหงิดจนล้ำเส้นของการให้เกียรติกันหรือไม่ หากเกิดกรณีนี้ขึ้นเราก็สามารถตัดสินใจตามความเหมาะสมได้เลย  อย่าเอาทุกเรื่องมาปนกันจนทำให้กระบวนการพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครเกิดความคลางแคลงใจเด็ดขาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ AI เช่น พวก Chatbot มาสื่อสารกับพนักงานในเบื้องต้นด้วย เพราะนอกจากจะช่วยให้กระบวนการกระบวนการสรรหาในช่วงแรกเป็นไปอย่างละเอียดถี่ถ้วน ปราศจากอคติ ยังทำให้ First Impression ระหว่างการดูเป็นมืออาชีพ กระบวนการตรงนี้ทำให้ผู้สมัครมั่นใจในตัวองค์กรมากขึ้น และพร้อมเข้าใจหากเกิดการมาสายหรือเหตุไม่คาดฝันขึ้นในการสัมภาษณ์รอบต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณ Suzanne Lucas ผู้เชี่ยวชาญจาก Evil HR Lady กล่าวเสริมว่า การสัมภาษณ์งานควรเผื่อเวลาให้อีกฝ่ายอย่างละนิดอย่างละหน่อย เพื่อใช้เป็นสำหรับแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างตัวเธอเองเคยเกิดเหตุการณ์คอมพิวเตอร์พังก่อนเข้าสัมภาษณ์ และใช้เวลาระยะหนึ่งเพื่อลงโปรแกรมใหม่ ซึ่งจริง ๆ เธอจะเข้าไปสัมภาษณ์เลยก็ได้ แต่การมีเครื่องมือที่พร้อม จะช่วยให้การคัดเลือกดีขึ้น เราจึงก็ต้องพิจารณาจากบริบทในภาพรวม สื่อสารให้ชัดเจน และกล้าขอโทษหากตนเป็นฝ่ายผิด</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37055" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/กดฟฟฟ.webp" alt="คำถามสัมภาษณ์งานจากฝ่ายบุคคล และการเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดี " width="600" height="370" title="HR มาสัมภาษณ์งานสาย ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้สมัครอย่างไร ? 309" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/กดฟฟฟ.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/กดฟฟฟ-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190301-job-interview-question/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA">คำถามสัมภาษณ์งานจากฝ่ายบุคคล และการเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดี </a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>หากผู้สัมภาษณ์งานมาสาย ผู้สมัครควรทำอย่างไร ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางกลับกัน หากผู้สมัครเจอผู้สัมภาษณ์มาสาย ก็ควรตั้งสติ วางตัวให้มืออาชีพที่สุด โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ตรวจสอบดูนัดหมายอีกครั้งว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่เราไม่ทันสังเกตหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ที่เราให้ไว้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รับมือกับทุกเรื่องด้วยความสุภาพที่สุด อย่าถามว่าทำไมอีกฝ่ายถึงมาสาย แต่ให้ทำเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น แล้วค่อยสังเกตดูพฤติกรรมของอีกฝ่ายเอาไว้พิจารณาว่าควรร่วมงานด้วยหรือไม่ในภายหลัง </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หากเวลาผ่านไปประมาณ 10 นาทีแล้วยังไม่มีใครติดต่อกลับมา ให้ลองตรวจสอบในกล่องจดหมายขยะอีกครั้ง เพื่อดูว่าไม่มีใครติดต่อกลับมาในทุกช่องทาง ข้อมูลตรงนี้จะเป็นประโยชน์เวลาใช้ชี้แจงในอนาคต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หลังจากผ่านไปประมาณ 30 นาที ให้เราติดต่อโดยใช้โทรศัพท์ เพราะบางทีแม้จะมีการย้ำเตือนที่ดีแล้ว แต่หากมีงานด่วนเข้ามาก็อาจจะเผลอลืมนัดหมายไปโดยไม่ทันรู้ตัว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">หากลองติดต่อทุกทางแล้ว แต่ยังไม่มีอัพเดทเพิ่มเติม เราสามารถปฏิเสธการสัมภาษณ์ได้เลยโดยแจ้งกลับไปตามช่องทางที่บริษัทติดต่อเรามาในครั้งแรก แต่จะรับนัดสัมภาษณ์อีกครั้งหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเหตุผลและคำอธิบายซึ่งขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้สมัครแต่ละคน</span></li>
</ol>
<h2><b>เลือกคนได้เฉียบคมขึ้น ด้วยการใช้ Recruitment Solution แบบมืออาชีพ</b></h2>
<p><a href="https://www.hrsolutions-uk.com/why-businesses-need-a-different-approach-to-recruitment/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">HR Solutions UK</span></a><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่าบทบาทของ HR Recruiter ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงจากอดีตอย่างใหญ่หลวง แม้แต่ในบริษัทขนาดใหญ่ เพราะพนักงานที่เป็นคนรุ่นใหม่เริ่มมีความต้องการสร้างธุรกิจด้วยตนเอง ไม่อยากมาทำงานบริษัทเหมือนในอดีต นอกจากนี้การออกแบบสวัสดิการก็มีความเป็นปัจเจกบุคคลมากขึ้น องค์กรจึงต้องรู้จักหาข้อมูลให้มากที่สุดเพื่อเปรียบเทียบกับบริษัทในสายงานเดียวกัน ว่าโครงสร้างที่กำลังทำอยู่นั้นสามารถตอบสนองความต้องการของกระแสสังคมที่เกิดขึ้นตามยุคสมัยได้หรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นการใช้บริการ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1"><span style="font-weight: 400;">Recruitment Agency หรือ Recruitment Solution</span></a><span style="font-weight: 400;"> จึงเป็นคำตอบ แน่นอนว่าแนวทางนี้จะทำให้องค์กรมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่อย่าลืมว่าหากเรา ทำทุกอย่างด้วยตัวเองตั้งแต่หาข้อมูล, สัมภาษณ์ และตัดสินใจเลือกคน เราก็จะต้องใช้เวลามหาศาลซึ่งจะไปรบกวนเวลาทำงานตามปกติแน่ ๆ แถมหากเราเลือกผิดพลาดเพราะข้อมูลไม่เพียงพอ เราก็จะมีค่าใช้จ่ายแฝงอีกมากมายเพื่อหาพนักงานใหม่ ยังไม่รวมถึงสภาวะสุญญากาศระหว่างที่ขาดแคลนแรงงานคน (Manpower) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สรุปคือถ้าเราเห็นภาพรวมของการจ้างงาน รู้ว่าเป้าหมายขององค์กรคืออะไร รู้ว่าควรใช้เครื่องมือแบบไหน  ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างไร เราก็จะเลือกคนได้เฉียบคมขึ้นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณไม่รู้ว่าจะหาตัวช่วยให้ถูกต้องได้อย่างไร เราขอแนะนำบริการ </span><a href="http://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><span style="font-weight: 400;">HR Products &amp; Services </span></a><span style="font-weight: 400;">คุณภาพที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ และบริการไว้ มากที่สุดในเมืองไทย จะหาคนแบบไหน ที่นี่ก็ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ คลิกเลย</span></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเราเข้าใจว่าการหาพนักงานใหม่สักคนถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กรโดยตรง เราก็จะให้ความสำคัญกับการทำงานในส่วนนี้มากขึ้น จริงอยู่ที่เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดเกิดขึ้นได้ แต่คำถามสำคัญคือหากเกิดขึ้น เรามีวิธีรับมือกับปัญหาที่ดีพอหรือยัง มีใครที่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้หรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสำรวจตัวเองจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโตขององค์กรนับจากนี้ HR Recruiter ต้องมองว่าตนเองคือด่านแรก เป็นภาพจำแรกที่ผู้สมัครมีต่อองค์กร หากเรามีข้อผิดพลาด แม้ว่าโครงสร้างภายในจะดีแค่ไหน แต่ก็เหมือนเราติดกระดุมผิดเม็ดแต่วันแรก ที่หากจะแก้ไขกันสักทีก็ต้องแก้ไขใหม่ตั้งแต่ต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลา เราควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง มีระบบเตือนความจำ (Reminder System) มีเครื่องมือสื่อสาร (Communication Tools) ที่แข็งแรง แค่นี้ก็รับรองว่า Recruiting Process ของคุณจะราบรื่นไร้ปัญหาแน่นอน</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32564 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/recruitment-solution-copy.webp" alt="recruitment solution copy" width="1600" height="500" title="HR มาสัมภาษณ์งานสาย ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้สมัครอย่างไร ? 310" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/recruitment-solution-copy.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/recruitment-solution-copy-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/recruitment-solution-copy-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/recruitment-solution-copy-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/recruitment-solution-copy-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sources</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="http://tinyurl.com/5syh7pam" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">http://tinyurl.com/5syh7pam</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="http://tinyurl.com/yz384fy4" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">http://tinyurl.com/yz384fy4</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="http://tinyurl.com/bdhw9x4c" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">http://tinyurl.com/bdhw9x4c</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/hr-no-show-240201/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Passive Candidate Recruitment เทรนด์สรรหาของ HR ประจำปี 2024</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/passive-candidate-recruitment-231102/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/passive-candidate-recruitment-231102/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Nov 2023 14:39:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[การสรรหาบุคลากร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=35619</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ปัจจุบันมีแรงงานอยู่ในระบบน้อยกว่าเดิม ดังนั้นองค์กรต้องหากลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อค้นหาบุคลากรที่มีฝีอให้ได้ และแนวทางที่คาดว่าจะได้รับความนิยมในปี 2024 ก็คือ Passive Candidate Recruitment Passive Candidate Recruitment คือการที่ HR ศึกษาวิจัยและทำการเข้าหาพนักงานที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการด้วยตนเอง  ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายสมัครเข้ามาก่อน LinkedIn กล่าวว่าในสังคมทำงานยุคนี้ มีพนักงานเพียง 30% เท่านั้นที่มองหางานใหม่ Passive Candidate Recruitment จึงเป็นแนวทางที่ทำให้เราเข้าถึงคนอีก 70% ที่เหลือได้ เราจึงพบคนเก่งได้ง่ายกว่าเดิม Passive Candidate Recruitment อ้างอิงอยู่กับ First Impression โดยตรง ถ้าเรามีภาพลักษณ์ที่ดีก็จะดึงดูดคนได้ง่าย แต่หากภาพลักษณ์เราเสียหาย ก็ไม่มีทางที่จะคว้าคนเก่งมาได้เลย ปัญหาของ HR Recruitment ในปัจจุบันก็คือเรามีแรงงานอยู่ในระบบน้อยกว่าเดิม และเมื่อมีพนักงานคนใดคนหนึ่งลาออก การหาบุคลากรที่มีฝีมือมาทดแทนก็ถือเป็นเรื่องยากมาก ต้องใช้งบประมาณสูง แถมยังไม่มีอะไรมาการันตีว่าบุคคลที่ได้มานั้นจะสามารถทำงานได้ตรงตามที่คาดหวังหรือไม่ ปัญหาเหล่านี้นำไปสู่คำถามที่ว่าเราควรทำอย่างไรหากเรามีความต้องการพนักงานเพิ่มเติม แต่ไม่มีผู้สมัครเข้ามาให้เลือกใน Talent Pool มากเท่าที่คาดหวัง คำตอบก็คือเราต้องเป็นฝ่ายเข้าหาพวกเขาเอง กลยุทธ์นี้เรียกว่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันมีแรงงานอยู่ในระบบน้อยกว่าเดิม ดังนั้นองค์กรต้องหากลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อค้นหาบุคลากรที่มีฝีอให้ได้ และแนวทางที่คาดว่าจะได้รับความนิยมในปี 2024 ก็คือ Passive Candidate Recruitment</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Passive Candidate Recruitment คือการที่ HR ศึกษาวิจัยและทำการเข้าหาพนักงานที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการด้วยตนเอง  ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายสมัครเข้ามาก่อน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">LinkedIn กล่าวว่าในสังคมทำงานยุคนี้ มีพนักงานเพียง 30% เท่านั้นที่มองหางานใหม่ Passive Candidate Recruitment จึงเป็นแนวทางที่ทำให้เราเข้าถึงคนอีก 70% ที่เหลือได้ เราจึงพบคนเก่งได้ง่ายกว่าเดิม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Passive Candidate Recruitment อ้างอิงอยู่กับ First Impression โดยตรง ถ้าเรามีภาพลักษณ์ที่ดีก็จะดึงดูดคนได้ง่าย แต่หากภาพลักษณ์เราเสียหาย ก็ไม่มีทางที่จะคว้าคนเก่งมาได้เลย</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35620 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/Photo-2566-10-31-02.03.55-AM.png" alt="Passive Candidate Recruitment เทรนด์สรรหาของ HR ประจำปี 2024" width="600" height="370" title="Passive Candidate Recruitment เทรนด์สรรหาของ HR ประจำปี 2024 316" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/Photo-2566-10-31-02.03.55-AM.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/Photo-2566-10-31-02.03.55-AM-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาของ HR Recruitment ในปัจจุบันก็คือเรามีแรงงานอยู่ในระบบน้อยกว่าเดิม และเมื่อมีพนักงานคนใดคนหนึ่งลาออก การหาบุคลากรที่มีฝีมือมาทดแทนก็ถือเป็นเรื่องยากมาก ต้องใช้งบประมาณสูง แถมยังไม่มีอะไรมาการันตีว่าบุคคลที่ได้มานั้นจะสามารถทำงานได้ตรงตามที่คาดหวังหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาเหล่านี้นำไปสู่คำถามที่ว่าเราควรทำอย่างไรหากเรามีความต้องการพนักงานเพิ่มเติม แต่ไม่มีผู้สมัครเข้ามาให้เลือกใน Talent Pool มากเท่าที่คาดหวัง คำตอบก็คือเราต้องเป็นฝ่ายเข้าหาพวกเขาเอง กลยุทธ์นี้เรียกว่า </span><b>Passive Candidate Recruitment</b><span style="font-weight: 400;"> ส่วนจะมีวิธีการอย่างไรบ้างนั้น หาคำตอบได้ที่นี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>Passive Candidate Recruitment คืออะไร ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คนกลุ่มนี้หมายถึงกลุ่มพนักงานที่มีทักษะตรงกับความต้องการของเราทุกอย่าง แต่ไม่ได้มีความต้องการที่จะเปลี่ยนงาน ไม่ได้ส่งใบสมัครมาหาเรา และไม่ได้อยู่ในตลาดแรงงาน อย่างไรก็ตาม HR ได้ตรวจสอบและเห็นอย่างแน่ใจแล้วว่าหากได้ตัวเข้ามาจะเป็นผลดีต่อองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เพราะบุคคลเหล่านี้ไม่ได้มีความต้องการที่จะเปลี่ยนงานตั้งแต่ต้น การดึงดูดความสนใจของพวกเขาจึงเป็นเรื่องที่องค์กรต้องใช้ความพยายามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านภาพลักษณ์, วัฒนธรรมองค์กร ตลอดจนการกาสวัสดิการที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล ซึ่งแม้จะฟังดูวุ่นวายกว่าการสรรหาบุคลากรตามปกติ แต่ก็เป็นวิธีที่ใช้ได้ได้ผลในกรณีที่เราไม่สามารถหาพนักงานแบบที่ต้องการในสภาวะปกติได้จริง ๆ โดยการสรรหาบุคลากรในลักษณะนี้มักถูกนำไปใช้กับคนที่อยู่ในตำแหน่งสูง ๆ อย่าง Executive Leader, Chief Officer หรือตำแหน่งที่ต้องอาศัยความสามารถพิเศษบางอย่าง ซึ่งไม่ได้เป็นที่แพร่หลายนักในตลาดแรงงานทั่วไป</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%; text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35621" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/aol.webp" alt="aol" width="600" height="370" title="Passive Candidate Recruitment เทรนด์สรรหาของ HR ประจำปี 2024 317" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/aol.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/aol-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220114-future-of-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Future of Recruitment อนาคตของการสรรหาที่ไม่มีวันเหมือนเดิม </a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Passive Candidate Recruitment มีประโยชน์อย่างไร ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้การสรรหาบุคลากรง่ายขึ้นมาก เพราะหากเราอ้างอิงจากการวิจัยของ แพล็ตฟอร์มหางานชื่อดังอย่าง</span><a href="https://business.linkedin.com/content/dam/business/talent-solutions/global/en_us/c/pdfs/Ultimate-List-of-Hiring-Stats-v02.04.pdf" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">LinkedIn</span></a><span style="font-weight: 400;"> เราจะเจอข้อมูลที่กล่าวว่า มีพนักงานเพียง 30% จากทั้งหมดเท่านั้นที่กำลังหางานใหม่ แปลว่ามีอีกมากถึง 70% ที่เราไม่สามารถเข้าถึงได้หากไม่เป็นฝ่ายเดินไปหาด้วยตนเอง ดังนั้นหากเราเอาแต่รอให้พนักงานเป็นฝ่ายเข้าหา เราก็จะพลาดโอกาสคว้าตัวพนักงานระดับสุดยอดไปทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลือกข้อหาพนักงานที่มีมีฝีมือและตอบโจทย์ต่อองค์กรด้วยตนเอง มีข้อดีดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ทำให้เกิดการสรรหาเชิงรุก (Proactive Recruiting) </b><span style="font-weight: 400;">: การเป็นฝ่ายสำรวจตลาด และรู้ก่อนว่าในสายงานของเรานั้นมีคนเก่งแฝงตัวอยู่ที่ไหนบ้าง จะทำให้เราประเมินสถานการณ์เบื้องต้นได้ว่าหากเราเปิดแผนกใหม่ หรือต้องการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่แล้ว จะต้องไปหาพนักงานจากที่ไหนเพื่อช่วยให้องค์กรขยับตัวเร็วขึ้น ไปถึงเป้าหมายได้ง่ายกว่าการเริ่มนับหนึ่งใหม่ตั้งแต่แรก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ก้าวนำคู่แข่ง (Stay Ahead of Competition) </b><span style="font-weight: 400;">: เพราะบุคลากรเหล่านี้ไม่สามารถพบเจอได้เองทางเว็บไซต์รับสมัครงาน (Job Board) ทำให้เราไม่ต้องไปแย่งตัวกับบริษัทคู่แข่งรายอื่น เรียกว่ายิ่งเราค้นหาเท่าไหร่ เราก็จะมีโอกาสเข้าถึงบุคคลในแบบที่ต้องการมากขึ้นเท่านั้น โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกใครปาดหน้า ซึ่งปัญหานี้กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ได้คนที่ดีที่สุด (Getting the best talent) </b><span style="font-weight: 400;">: ตลาดแรงงานตามปกติกำลังมีตัวเลือกน้อยลงเรื่อย ๆ แต่องค์กรที่พยายามหาคนเก่งในแวดวงธุรกิจตลอดเวลาจะมีตัวเลือกมากกว่าเดิม ซึ่งการได้พนักงานที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด ถือเป็นเรื่องคุ้มค่ามากหากเทียบกับเงินที่ต้องเสียไป ในที่นี้องค์กรต้องรู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร และศึกษาความต้องการโดยละเอียด แค่นี้ก็จะทำให้เราได้เจอคนที่เหมาะสมที่สุดแล้ว</span></li>
</ul>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35624" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/sxx.webp" alt="" width="600" height="370" title="Passive Candidate Recruitment เทรนด์สรรหาของ HR ประจำปี 2024 318" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/sxx.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/sxx-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190923-creative-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Passive Candidate Recruitment มีวิธีการอย่างไร ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาบุคลากรด้วยวิธีนี้มีความยุ่งยากกว่าวิธีการปกติ ต้องใช้ทรัพยากรมากกว่าปกติ แต่ก็มีความคุ้มค่าหากทำอย่างถูกต้องเหมาะสม โดยในเบื้องต้นมีองค์ประกอบที่สำคัญอยู่ 4 อย่างได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างภาพลักษณ์องค์กรให้แข็งแรง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รู้ว่าต้องหาบุคลากรจากที่ไหน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โน้มน้าวใจบุคลากรคนดังกล่าวให้ได้</span></li>
</ul>
<h3>ขั้นตอนที่ 1 : กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งแรกที่ต้องทำ คือการเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุดว่าบุคลากรที่เรากำลังตามหาอยู่ต้องมีคุณลักษณะแบบไหน มีทักษะในเรื่องไหน และต้องมีความสามารถในการปรับตัวมากเท่าใด ซึ่งคงไม่ดีแน่หากเราเริ่มต้นขั้นตอนสรรหาโดยไม่รู้ว่าองค์ประกอบสำคัญจริง ๆ เป็นอย่างไร เพราะนอกจากจะทำให้เราไม่สามารถคิดค้นสวัสดิการเพื่อโน้มน้าวใจได้อย่างเหมาะสมแล้วยัง ทำให้มีโอกาสเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องศึกษาให้ละเอียดว่าคุณลักษณะของพนักงานที่ดีในสายงานที่เรากำลังตามหาอยู่นั้นมีอะไรบ้าง, มี Hard Skills และ Soft Skills อะไรที่ขาดไปไม่ได้ โดยสามารถอ้างอิงจากแนวทางของบริษัทที่ประสบความสำเร็จมาแล้วก็ได้ นอกจากนี้ยังควรให้ความสำคัญกับอายุ, เพศสภาพ และทัศนคติ เพื่อดูว่าองค์กรของเรามีความพร้อมที่จะสนับสนุนการเติบโตของบุคลากรคนดังกล่าวหากเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทดีแล้วหรือยัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่เราเตรียมข้อมูลโดยละเอียดได้แล้ว เราก็ต้องนำข้อมูลดังกล่าวมาสรุปเป็นรายละเอียดงานเบื้องต้นเพื่อเอาไว้คุยกับบุคลากรที่เราสนใจ และให้คิดว่า First Impression คือสิ่งสำคัญที่สุดของกลยุทธ์นี้</span></p>
<h3>ขั้นตอนที่ 2 : การสร้างภาพลักษณ์ที่ดี</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองเปรียบเรื่องนี้เหมือนตอนไปช้อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้าดูก็ได้ เช่นตอนที่เรากำลังมองหาสินค้าที่ต้องการ แล้วสายตาไปสะดุดเข้ากับสินค้าอื่น ๆ ที่มีกล่องบรรจุภัณฑ์สวยงามน่าดึงดูด หรือบางครั้งเวลาเราต้องการเลือกซื้อสินค้าบางอย่างที่ไม่รู้จักมากนัก เราก็จะเลือกยี่ห้อที่พอจะได้ยินชื่อเสียงอยู่บ้างเอาไว้ก่อน เพราะรู้สึกว่ามีความปลอดภัยกว่า, อร่อยกว่า, น่าเชื่อถือกว่า หรือปลอดภัยกว่าเป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการสรรหาบุคลากรก็เช่นเดียวกัน หากเราทำให้องค์กรของเราเป็นตัวเลือกแรกที่เกิดขึ้นมาในหัวของพนักงาน (Top of Mind) เราก็จะดึงดูดคนเก่งได้ง่ายขึ้น ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะเกิดจากการวางแผนที่ดีและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ให้คิดว่านโยบายที่ดีแต่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริงนั้น มีแต่จะเป็นดาบสองคมที่ทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรเสียไป</span></p>
<h3>ขั้นตอนที่ 3 : รู้ว่าต้องหาบุคลากรจากที่ไหน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนแรกที่เราควรเข้าไปค้นหาก่อนก็คือข้อมูลผู้สมัครในอดีตซึ่งเราอาจเคยปฏิเสธเพราะไม่ตรงกับคุณสมบัติที่กำลังมองหา แต่รู้ไหมว่าการเก็บข้อมูลผู้สมัครเก่า ๆ ไว้คือกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้เราเข้าถึงผู้สมัครได้ง่ายขึ้น ซึ่งหมายความว่าในการทำงานของ HR นั้น แม้จะเจอผู้สมัครที่ไม่ตรงโจทย์ แต่ก็ควรแยกจากกันด้วยความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อหวังว่าอนาคตจะมีโอกาสร่วมงานกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ในที่นี้หมายรวมถึงอดีตพนักงานที่เรามองว่าสามารถกลับมาเป็นประโยชน์กับองค์กรได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังรวมถึงการหาตามโซเชียล เช่นเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มสำหรับคนที่อยู่ในสายงานเดียวกันกับเรา หรือแม้แต่การแนะนำแบบปากต่อปาก (Referral) ซึ่งองค์กรสามารถให้รางวัลพิเศษกับพนักงานที่สามารถแนะนำคนที่มีฝีมือจนผ่านการคัดเลือกจาก HR ก็ได้เช่นกัน</span></p>
<h3>ขั้นตอนที่ 4 : การโน้มน้าวใจ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากที่กล่าวไปว่าบุคลากรตรงนี้ไม่ใช่บุคลากรที่กำลังหางานอยู่ ดังนั้นหากเราเข้าไปโดยไม่รู้จักวางท่าที ก็จะกลายเป็นการรุกล้ำความเป็นส่วนตัว ดูไม่ให้เกียรติ และอาจกลายเป็นการผลักไสบุคลากรคนดังกล่าวออกจากองค์กรไปโดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเราต้องฝึกวิธีการพูด ศึกษานโยบายของบริษัทที่พนักงานคนนั้นสังกัดอยู่ เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เรานำเสนอออกไปนั้นเป็นสิ่งที่เขากำลังมองหา และสามารถโน้มน้าวใจได้จริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ให้คิดว่าเรามีโอกาสพูดคุยกับบุคลากรคนดังกล่าวเพียงไม่กี่ครั้ง หากเราไม่สามารถสร้างความประทับใจแรกได้ก็มีโอกาสที่เราจะพลาดโอกาสได้ตัวไปทันที ที่สำคัญพนักงานในลักษณะนี้อาจต้องใช้เวลาตามจีบนานหลายเดือน เราจึงควรพิจารณาว่าองค์กรสามารถรอเพื่อให้ได้คนเหมาะสมที่สุดหรือไม่ หากทำได้ก็ให้อดทนรอ แต่หากทำไม่ได้ก็ให้หันไปหาตัวเลือกอื่น เพื่อให้สอดคล้องกับแผนงานขององค์กรโดยเร็วที่สุด</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35625" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/useuseuseuse.webp" alt="useuseuseuse" width="600" height="370" title="Passive Candidate Recruitment เทรนด์สรรหาของ HR ประจำปี 2024 319" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/useuseuseuse.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/11/useuseuseuse-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190617-recruitment-marketing/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>หมดเวลาของการสรรหาแบบเดิม ได้เวลาปรับโครงสร้างการสรรหาใหม่เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเราบอกว่ากระบวนการสรรหาบุคลากรในปัจจุบันเป็นเรื่องยากกว่าที่เคย สาเหตุก็เป็นเพราะสถานการณ์โลกได้ทำให้คนมีความเป็นปัจเจกบุคคลมากขึ้น พนักงานออฟฟิศเดิมเริ่มมีเวลาไปทดลองทำอะไรใหม่ ๆ ในช่วงที่โควิด-19 ระบาด และพบว่าตนสามารถเอาตัวรอดได้โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในระบบหรือมีผู้อื่นคอยควบคุม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นโครงสร้างองค์กรแบบเดิมที่เน้นในเรื่องของความอาวุโสและความสามารถรอบด้าน (Multitasking) เป็นหลักอาจไม่ใช่สิ่งที่สอดคล้องกับกระแสโลกอีกต่อไป กลับกันองค์กรต้องให้ความสำคัญกับการสรรหาบุคลากรโดยเอาทักษะเป็นที่ตั้ง (Skill Based Recruitment) ที่ก้าวข้ามเรื่องอายุไปเลยตามแนวทาง </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220923-stage-not-age/"><span style="font-weight: 400;">Stage Not Age</span></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งหมายความว่านอกเหนือจากกระบวนการสรรหาแล้ว องค์กรก็ต้องรู้จักพิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบการอบรมอย่างการ Onboarding หรือ Team Building ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR คืออาชีพที่ต้องหมั่นหาความรู้เสมอ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะรู้ทุกเรื่องได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นอย่าลืมหา HR Consultant ที่มีฝีมือ เพื่อช่วยให้เราวางแผนงานไปในทิศทางที่ถูกต้อง ไม่สูญเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งคุณสามารถค้นหาผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะกับลักษณะงานของคุณได้เลยที่ HR Products &amp; Services แพลตฟอร์มที่รวบรวมบริการและผลิตภัณฑ์ HR ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รับรองว่าการสรรหาบุคลากรของคุณ จะคล่องตัว และมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมแน่นอน</span></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่มีอะไรที่จะเดินมาหาเราก่อน เราจึงต้องเป็นฝ่ายเข้าหาผู้อื่นอย่างมีเกียรติ, อย่างให้เกียรติ และตั้งอยู่บนเป้าหมายที่แข็งแรงเสมอ กลยุทธ์นี้แม้จะทำให้การสรรหา มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าองค์กรจำเป็นต้องทำงานหนักกว่าเดิมเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน รัดกุม และสะท้อนถึงความต้องการของบริษัทมากที่สุด แปลว่ายิ่ง HR ทำการบ้านได้เท่าไหร่ รู้จักองค์กรมากขึ้นแค่ไหน เราก็จะยิ่งได้ผู้สมัครที่ตรงกับความต้องการมากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Passive Candidate Recruitment เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่ถูกมองว่าจะเป็นอนาคตของการสรรหา และเป็นเทรนที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปี 2024 เพราะองค์กรทั่วโลกต่างประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ดังนั้นต้องถามตัวเองดูว่ากระบวนการสรรหาบุคลากรของเรากำลังมีปัญหาอยู่หรือไม่ หากใช่ เราก็อยากให้ลองเอาวิธีนี้ไปปรับใช้ดู รับรองว่าจะช่วยให้ฟันเฟืองด้านการสรรหาขององค์กรขับเคลื่อนได้ง่ายกว่าเดิม</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" data-wp-editing="1" title="Passive Candidate Recruitment เทรนด์สรรหาของ HR ประจำปี 2024 320" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sources</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://tinyurl.com/yc3v5dkt" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://tinyurl.com/yc3v5dkt</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://tinyurl.com/yc3v9xha" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://tinyurl.com/yc3v9xha</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://tinyurl.com/2s8zeprv" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://tinyurl.com/2s8zeprv</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/passive-candidate-recruitment-231102/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>True / Lie ? ทำไมผู้สมัครงานถึงชอบโกหกเวลาสัมภาษณ์งานกับ HR</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/true-lie-interview-hr-230901/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/true-lie-interview-hr-230901/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Sep 2023 06:15:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[โกหก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=32507</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT การโกหก (Lie) เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดี แต่ผลการศึกษาจาก University of Massachusetts พบว่า คนจำนวน 60% จะโกหกทุก 10 นาที และใน 10 นาทีนั้นจะโกหกอย่างน้อย 3 เรื่องด้วยกัน การโกหก (Lie) คือเรื่องที่เกิดขึ้นประจำเวลาสัมภาษณ์งาน โดยเรื่องที่ผู้สมัครงานโกหกบ่อยมักจะเป็นเรื่องทักษะที่มี เงินเดือน ประวัติการทำงาน ประวัติการศึกษา และการโดนไล่ออก เป็นต้น แต่ไม่ได้หมายความว่าการโกหกในห้องสัมภาษณ์งานจะผิดเสมอไป เพราะบางเรื่อง HR ก็เข้าใจได้หากจะโกหก เช่น หากโดนถามว่า ทำไมถึงลาออกจากที่ทำงานเก่า, คุณมองเห็นตัวเองในอีก 5 ปีเป็นอย่างไร และคุณมีจุดอ่อน/จุดด้อยอย่างไร เป็นต้น แต่ไม่ใช่แค่ผู้สมัครงานเท่านั้นที่โกหก เพราะ HR เองก็โกหกเป็นเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโกหกผู้สมัครงานว่า “จะติดต่อกลับไป” เพราะบ่อยครั้ง ก็ไม่ติดต่อกลับไปแจ้งผลการสมัครจริง ๆ ทุกคนน่าจะเคยได้รับการปลูกฝังมาว่า การโกหกคือพฤติกรรมที่ไม่น่ารักและไม่ควรทำเด็ดขาด แต่แทบทุกคนน่าจะเคยเจอสถานการณ์ในชีวิตที่ต้องโกหกกันบ้างไม่มากก็น้อย รู้หรือไม่ว่า สถานการณ์ที่ทำให้ต้องโกหกมักเกิดขึ้นในขั้นตอนการสมัครงาน ไม่ว่าจะสมัครงานบริษัทเอกชน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li aria-level="1">การโกหก (Lie) เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดี แต่ผลการศึกษาจาก University of Massachusetts พบว่า คนจำนวน 60% จะโกหกทุก 10 นาที และใน 10 นาทีนั้นจะโกหกอย่างน้อย 3 เรื่องด้วยกัน</li>
<li aria-level="1">การโกหก (Lie) คือเรื่องที่เกิดขึ้นประจำเวลาสัมภาษณ์งาน โดยเรื่องที่ผู้สมัครงานโกหกบ่อยมักจะเป็นเรื่องทักษะที่มี เงินเดือน ประวัติการทำงาน ประวัติการศึกษา และการโดนไล่ออก เป็นต้น</li>
<li aria-level="1">แต่ไม่ได้หมายความว่าการโกหกในห้องสัมภาษณ์งานจะผิดเสมอไป เพราะบางเรื่อง HR ก็เข้าใจได้หากจะโกหก เช่น หากโดนถามว่า ทำไมถึงลาออกจากที่ทำงานเก่า, คุณมองเห็นตัวเองในอีก 5 ปีเป็นอย่างไร และคุณมีจุดอ่อน/จุดด้อยอย่างไร เป็นต้น</li>
<li aria-level="1">แต่ไม่ใช่แค่ผู้สมัครงานเท่านั้นที่โกหก เพราะ HR เองก็โกหกเป็นเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโกหกผู้สมัครงานว่า “จะติดต่อกลับไป” เพราะบ่อยครั้ง ก็ไม่ติดต่อกลับไปแจ้งผลการสมัครจริง ๆ</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกคนน่าจะเคยได้รับการปลูกฝังมาว่า การโกหกคือพฤติกรรมที่ไม่น่ารักและไม่ควรทำเด็ดขาด แต่แทบทุกคนน่าจะเคยเจอสถานการณ์ในชีวิตที่ต้องโกหกกันบ้างไม่มากก็น้อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รู้หรือไม่ว่า สถานการณ์ที่ทำให้ต้องโกหกมักเกิดขึ้นในขั้นตอนการสมัครงาน ไม่ว่าจะสมัครงานบริษัทเอกชน สมัครงานราชการ สมัครงานใกล้ฉัน หรือสมัครงานที่ไหนก็ตาม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะสัมภาษณ์งานนั่นเอง ไม่ว่าจะสัมภาษณ์งานภาษาไทย หรือสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การโกหกตอนสมัครงานถือเป็นเรื่องปกติจริงหรือไม่ เราไม่ควรโกหกขณะสัมภาษณ์งานจริงรึเปล่า HREX ขอพาไปดูคำตอบกันผ่านบทความนี้เลย</span></p>

<h1><strong>โกหกนั้นตายตกนรก! รู้จักนิสัยการโกหก (Lie) พฤติกรรมที่ใคร ๆ ก็ไม่ปลื้ม</strong></h1>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32510" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-08-30T150656.397.webp" alt="True / Lie ? ทำไมผู้สมัครงานถึงชอบโกหกเวลาสัมภาษณ์งานกับ HR" width="600" height="370" title="True / Lie ? ทำไมผู้สมัครงานถึงชอบโกหกเวลาสัมภาษณ์งานกับ HR 328" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-08-30T150656.397.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-08-30T150656.397-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 คำว่า โกหก หมายถึง “ก. จงใจกล่าวคำที่ไม่จริง, พูดปด, พูดเท็จ, (มักใช้ในที่ไม่สุภาพ). (ป., ส. กุหก).”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วรชัย ทองไทย จาก </span><a href="https://www.theprachakorn.com/newsDetail.php?id=24" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">theprachakorn.com</span></a><span style="font-weight: 400;"> เคยเขียนถึงระดับของการโกหกว่ามีหลายระดับ ตั้งแต่เล็กน้อยที่ไม่มีใครถือสา ไปจนถึงขั้นร้ายแรงจนมีปัญหาในเชิงกฎหมาย ได้แก่</span></p>
<p>1.พูดจาไร้สาระ (Bullshit) การพูดเรื่อยเปื่อยโดยไม่สนใจว่า สิ่งที่กล่าวออกไปนั้นคือจริงหรือเท็จ แต่บางครั้ง ความตั้งใจของผู้พูดอาจเพียงต้องการให้ผู้ฟังรู้สึกประทับใจเท่านั้น แต่หากยิ่งพูดไร้สาระบ่อย ๆ มันอาจเป็นตัวการนำไปสู่การโกหกที่เรื่องใหญ่กว่านั้นได้</p>
<p>2.โกหกสีขาว (White Lies &#8211; บางคนอาจเรียกว่า Good Lies) การโกหกพราะต้องการให้ผู้ฟังรู้สึกดี ไม่ให้รู้สึกกระทบกระเทือนหากได้รับทราบความจริง เป็นการโกหกภายใต้เจตนาที่ดี สร้างประโยชน์แก่ส่วนรวม แต่ก็ต้องระวังว่าหากอีกฝ่ายรับรู้ความจริง ก็อาจจะรู้สึกเหมือนโดนหลอก โดนทำร้ายจิตใจได้</p>
<p>3.การพูดเกินกว่าความเป็นจริง (Exaggeration) หมายถึงการพูดโอ้อวด แต่งเติมเรื่องราวจนเกินกว่าความจริง</p>
<p>4.การบิดเบือน (Distortion) การเพิ่มหรือลดทอนรายละเอียดบางอย่างของข้อเท็จจริง มีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้คนฟังเข้าใจผิด มักใช้กันบ่อยในการโฆษณา</p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น </span><a href="https://www.facebook.com/ThaiPsychiatricAssociation/posts/878640312239986:0" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย</span></a><span style="font-weight: 400;"> ยังเคยอธิบายไว้ด้วยว่า การโกหกอีกหลายรูปแบบ แต่การโกหกที่ทำจนเป็นนิสัย เป็นความเคยชิน และสร้างปัญหาให้กับผู้อื่นมี 2 แบบ ได้แก่</span></p>
<p>1.การโกหกตัวเอง (Pathological Liar) หมายถึง ภาวะการโกหกที่ควบคุมไม่ได้ ถือเป็นการหนีปัญหารูปแบบหนึ่ง มักจะมีการแต่งเติมสิ่งที่ขาดไปด้วยการจินตนาการตามสภาพที่อยากเป็น ผู้ป่วยที่มีอาการโกหกตัวเอง อาจมีลักษณะต่อต้านสังคม ขาดสังคม หรือขาดความเชื่อมั่นในตนเอง</p>
<p>2.การโกหกเป็นนิสัย (Compulsive Liar) กรณีนี้จะเป็นขั้นกว่าของการโกหกตัวเอง เพราะหมายถึงการหลอกลวง ให้ความบิดเบือนต่อผู้อื่น</p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากความหมายทั้งหมดล้วนบ่งชี้ได้ว่า การโกหกเป็นสิ่งที่ไม่ดีหากไปทำกับผู้อื่น แต่รู้หรือไม่ว่า ผลการศึกษาจาก University of Massachusetts พบว่า ผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปประมาณ 60% จะโกหกทุก 10 นาทีเวลาคุยกับผู้อื่น แถมในช่วงเวลานั้นจะโกหกโดยเฉลี่ยถึง 3 ครั้งเลยทีเดียว</span></p>
<h2><b>ทำไมผู้สมัครงานถึงโกหก เวลาสัมภาษณ์งานกับ HR</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32511" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-08-30T150618.481.webp" alt="True / Lie ? ทำไมผู้สมัครงานถึงชอบโกหกเวลาสัมภาษณ์งานกับ HR" width="600" height="370" title="True / Lie ? ทำไมผู้สมัครงานถึงชอบโกหกเวลาสัมภาษณ์งานกับ HR 329" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-08-30T150618.481.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-08-30T150618.481-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าถามคุณผู้อ่านว่า “คุณเคยโกหกตอนสัมภาษณ์งานไหม” เชื่อว่าต้องมีไม่น้อยตอบว่า “เคย” อย่างแน่นอน หรือถ้าใครบอกว่าไม่เคย จำนวนไม่น้อยก็อาจเป็นคนที่กำลังโกหกตัวเองอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แดเนียล ดิสนี่ย์ (Daniel Disney) เคยเขียนบทความใน </span><a href="https://www.linkedin.com/pulse/4-5-people-lie-during-job-interview-daniel-disney/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Linkedin</span></a><span style="font-weight: 400;"> ไว้ว่า มีคนถึง 81% เลยทีเดียวที่โกหกตอนสัมภาษณ์งาน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่จริง ๆ แล้ว การโกหกอาจเริ่มตั้งแต่ตอนทำเรซูเม่สมัครงานเสียด้วยซ้ำ จากการสำรวจของ indeed.com พบว่า กว่า 40% ของผู้สมัครงานทำเรซูเม่โดยใส่ข้อมูลที่ไม่ใช่ความจริงเป็นเรื่องปกติ เช่น บางคนอาจไม่มีทักษะด้านภาษาต่างประเทศ แต่ก็ระบุข้อมูลไปว่า มีทักษะภาษาอังกฤษในระดับ “ดีมาก” พอได้ทดสอบจริง ๆ กลับพบว่าไม่สามารถสื่อสารได้เลย เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะคนจำนวนมากกลัวว่าจะไม่มีงานทำ เนื่องจากประวัติการทำงานของตัวเองไม่มีอะไรที่น่าสนใจ หรือน่าดึงดูดเพียงพอ จึงต้องหาทางปั้นเรื่องเพื่อทำให้ประวัติการทำงานโดดเด่นและเตะตา HR ผู้ว่าจ้างมากกว่าคนอื่น ซึ่งจะช่วยให้มีโอกาสได้งานมากกว่าเดิม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ไม่ว่าผู้สมัครงานจะโกหกเก่งแค่ไหน ก็ขอให้รู้ไว้ว่าไม่สามารถเล็ดรอดสายตาของ HR มืออาชีพไปได้ มีการศึกษาพบอีกว่ามีรีครูทเตอร์ 3 ใน 4 คนมีความสามารถในการจับโกหกผู้สมัครที่ให้ข้อมูลผิด ๆ เกี่ยวกับเรซูเม่ของตัวเองเลยทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน </span><a href="https://www.monster.com/career-advice/article/the-truth-about-lying-during-a-job-interview-hot-jobs" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">เทรเวอร์ เชอร์แมน</span></a><span style="font-weight: 400;"> (Trevor Sherman) Senior Recruiter ของบริษัท Staples กล่าวว่า การโกหกต่อรีครูทเตอร์ หรือผู้ว่าจ้างนั้นมาพร้อมความเสี่ยงสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการสมัครงานในตำแหน่งหน้าที่ไหนก็ตาม เพราะหากผู้สัมภาษณ์งานเพียงรู้สึกนิดเดียวว่า ผู้สมัครงานมีอะไรที่ไม่น่าไว้วางใจ และไม่น่าพูดความจริง แค่นั้นก็พร้อมจะขีดฆ่าชื่อเขาจากการรับเข้าทำงานทันที</span></p>
<h2><b>7 เรื่องที่ผู้สมัครงานโกหกตอนสัมภาษณ์งาน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การโกหกในห้องสัมภาษณ์งานเกิดขึ้นเป็นปกติ และเรื่องการโกหกเรียกได้ว่ามีแทบทุกหัวข้อ แต่หากให้คัดเฉพาะเรื่องที่พบเจอบ่อยจริง ๆ ล่ะก็ จะมีเรื่องหลัก ๆ ดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>1.โกหกเรื่องทักษะ Hard Skill ที่มี</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะอยากได้งานที่ใฝ่ฝัน แต่ทักษะยังไม่ถึง ผู้สมัครงานจึงจำใจต้องโกหก เพื่อบอกว่าตัวเองนั้นมีคุณสมบัติดี ครบถ้วน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากบางคนเมื่อได้งานจริงแล้วสามารถฝึกฝนจนเก่งกาจในด้านนั้นขึ้นได้ก็ดีไป แต่ส่วนใหญ่มักไม่ได้ลงเอยเช่นนั้น ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อทั้งพนักงาน รวมถึงบริษัทที่ต้องเสียเวลาส่งไป Upskill-Reskill เพิ่ม หรือบางกรณีอาจต้องหาพนักงานใหม่เลย ที่จะเสียทั้งเงินและเวลาโดยใช่เหตุ</span></p>
<h3><b>2. โกหกเรื่องเงินเดือน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจไม่คาดคิดว่า จะมีคนโกหกเรื่องเงินเดือนด้วยเหรอ ทั้ง ๆ ที่ HR สามารถสืบค้นข้อมูลได้ง่าย แต่ในความเป็นจริงมีคนโป้ปดเรื่องนี้เป็นประจำ ด้วยความคิดว่า การมีเงินเดือนสูงจากงานก่อน บ่งบอกถึงการมีทักษะ การมีประสบการณ์ที่มาก ชวนดึงดูดใจตามไปด้วย โดยหารู้ไม่ว่าหากโดนจับได้ว่าโกหก มันจะลดความน่าเชื่อถือของผู้สมัครงานทันที </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือกรณีที่พบเจอได้อีกเช่นกันก็คือ ผู้สมัครโดนขอให้ลดเงินเดือนลงมาน้อยกว่าที่ตัวเองเคยขอไว้ แม้จะไม่โอเคกับตัวเลขที่ออกมา แต่ก็บอกกับ HR ไปว่า “ได้” เพราะเชื่อว่าจะทำให้มีโอกาสได้งานสูงขึ้น แต่วิธีนี้จะไม่เป็นผลดีต่อพนักงานเองที่จะต้องได้รับเงินที่ไม่เหมาะสมกับฝีมือ จนสุดท้ายก็จะอยู่กับองค์กรได้ไม่นาน</span></p>
<h3><b>3. โกหกเรื่องประวัติการทำงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บ่อยครั้ง ประกาศรับสมัครงานมักระบุว่า ต้องการคนที่มีประสบการณ์การทำงานมาแล้วกี่ปี  หรือเคยผ่านงานด้านใดมาก่อน คนที่ต้องการงานดังกล่าว แต่ประสบการณ์ไม่เพียงพอจึงโกหกเพื่อให้ประวัติดูเก๋ แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานนั้นมาก่อนก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่หากใครทำวิธีนี้ล่ะก็ อย่าลืมว่าวงการมันแคบกว่าที่คิด คนเป็น HR หรือคนระดับหัวหน้าสามารถสอบถามประวัติข้ามบริษัทกันได้ง่าย ๆ แล้วหากพบว่าคุณโกหกล่ะก็ ไม่เพียงคุณจะถูกเขี่ยทิ้งทันที แต่ยังหมายถึงการขึ้นบัญชีดำ จนไม่สามารถหางานในตำแหน่งใดได้ง่ายอีกเลย</span></p>
<h3><b>4. โกหกเรื่องประวัติการศึกษา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับประวัติการทำงาน บางคนถึงขั้นโกหกเรื่องของประวัติการศึกษา เพราะเห็นว่าจบมาไม่สูง จบมาไม่ตรงสาย  หากใครกล้าใช้วิธีนี้ล่ะก็ ระวังมันจะกลับมาทำลายตัวเองในภายหลัง และบางคนอาจมีปัญหาทางกฎหมายตามมา จากการปลอมแปลงเอกสารด้วย</span></p>
<h3><b>5. โกหกว่าสนใจทำงานที่องค์กรนี้ที่เดียว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจคิดว่าเวลาสัมภาษณ์งานต้องปากหวานเข้าไว้ พูดด้านบวก หรืออวยยศองค์กรให้เยอะ ๆ ว่า “สนใจทำงานที่บริษัทนี้ที่เดียว ไม่เคยชายตามองบริษัทไหนเลย” “การทำงานที่นี่คือความฝันสูงสุด” เพื่อให้องค์กรสนใจรับเข้าทำงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตัวเองกลับยื่นใบสมัครงานแบบเหวี่ยงแหพร้อมกัน 20 ที่ และแอบสนใจทำงานกับที่อื่น ๆ มากกว่า และหลังองค์กรแรกรับเข้าทำงานแล้ว จึงค่อยแจ้งบริษัทไปว่า ได้งานกับอีกที่เรียบร้อย กลายเป็นปัญหาที่บริษัทจะต้องรับสมัครพนักงานใหม่ เสียเงินและเวลาเพิ่มเติม</span></p>
<h3><b>6. โกหกว่าชอบงานที่ท้าทาย รับมือกับความกดดันได้สูง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาคนมาสมัครงาน แทบทั้งนั้นล้วนอยากได้งานที่สบาย ไม่ต้องออกแรงเยอะ แล้วก็ได้เงินเยอะด้วย แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ขอแค่ได้งานทำ จะงานไหนก็ได้เป็นพอ ผู้สมัครงานจำนวนไม่น้อยจึงยอมบอกว่า ชอบงานที่ท้าทาย และสามารถรับความกดดันได้สูง เพราะคิดว่าจะพูดอย่างไรก็ได้ ขอเพียงได้เข้าไปทำงานก่อนก็พอ ที่เหลือจากนั้นค่อยว่ากัน</span></p>
<h3><b>7. โกหกว่าลาออกทั้งที่โดนไล่ออก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การโดนไล่ออกจากที่ทำงานเก่าถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจมีแนวโน้มว่าเขาผู้นั้นน่าจะต้องทำความผิดที่ร้ายแรงทีเดียว แม้จะไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไป เช่น การปลดพนักงานออกจำนวนมากของบริษัทเทคโนโลยีในช่วง 1-2 ปีมานี้ ที่สาเหตุไมไ่ด้มาจากการที่พนักงานทำเรื่องผิดศิลธรรมจรรยาแต่อย่างใด เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าบางคนสมัครงานใหม่แล้วไม่ยอมบอกความจริงว่าโดนไล่ออก โดนปลดออก HR ก็อาจมองได้ว่าเขาจงใจผิดบังข้อเท็จจริงบางอย่าง ที่ถึงจะไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่ทำไมถึงต้องปิดบังความจริงด้วย มีเหตุผลอะไรนอกเหนือจากนั้นหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่าลืมว่า การสืบประวัติย้อนหลังนั้นทำได้ไม่ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเทคโนโลยีล้ำสมัยมากขึ้นเรื่อย ๆ หากโกหกว่าลาออกเองทั้งที่โดนไล่ออกในเรื่องที่ร้ายแรงล่ะก็ มันจะเป็นการปิดประตูเส้นทางอาชีพอย่างถาวร</span></p>
<h2><b>ผู้สมัครงานโกหกเรื่องอะไร ที่ HR พอจะรับได้ตอนสัมภาษณ์งาน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32514" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-08-30T150639.517.webp" alt="True / Lie ? ทำไมผู้สมัครงานถึงชอบโกหกเวลาสัมภาษณ์งานกับ HR" width="600" height="370" title="True / Lie ? ทำไมผู้สมัครงานถึงชอบโกหกเวลาสัมภาษณ์งานกับ HR 330" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-08-30T150639.517.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-08-30T150639.517-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงอยู่ว่าการโกหกเป็นเรื่องที่ HR ยากจะรับได้ แต่รู้หรือไม่ว่าในห้องสัมภาษณ์ก็ไม่ได้เคร่งเครียดว่าต้องพูดความจริงอย่างเดียวเสมอไป เพราะมีบางเรื่อง บางคำตอบที่ HR พอจะอนุโลมได้หากผู้สมัครงานตอบแบบไม่ได้คิดตามนั้นจริง ๆ โดยมี 5 ประเด็นหลักที่พบเจอบ่อยดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>1. โกหกเรื่องเป้าหมายในอนาคต</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาถามว่า “คุณมองเห็นตัวเองเป็นอย่างไรในอีก 5 ปีต่อจากนี้” แต่ละคนย่อมตอบกันคนละแบบอยู่แล้ว และจะตอบอะไรก็ได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าคำตอบเหล่านั้นจะกลายเป็นความจริงได้หรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขอเพียงคำตอบที่ออกมาไม่ล่อแหลมเกินไป ไม่เผยทัศนคติในด้านลบเกินไป HR ย่อมปล่อยผ่าน และไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องที่เลวร้าย  </span></p>
<h3><b>2. โกหกเรื่องงานอดิเรก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกคนล้วนมีความชอบ มีอดิเรกแตกต่างกันไป บางคนชอบดูหนัง บางคนชอบฟังเพลง บางคนชอบเล่นกีฬา ดังนั้น ไม่ว่าจะตอบอะไร HR ก็คงไม่สามารถมาจับผิดได้ว่ามันคือเรื่องจริงหรือไม่ ขอเพียงอย่าพูดเสียจนจับได้ว่ากำลังปากอย่างใจอย่าง หรือกำลังโอ้อวดในประเด็นใดแบบเกินจริงอยู่ก็พอ</span></p>
<h3><b>3. โกหกเรื่องจุดอ่อนของตัวเอง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาโดนถามว่า “คุณคิดว่าตัวเองมีจุดอ่อน/จุดด้อยอะไร” คงไม่มีใครกล้ายอมรับออกมาตรง ๆ หรอกว่าตัวเองเป็นคนขี้เกียจสันหลังยาว ชอบอู้งาน ขี้โกหก เพราะมันจะกลายเป็นการตัดคะแนนของตัวเองเสียมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใจความสำคัญของคำถามนี้ HR ต้องการดูว่าผู้สมัครงานมีวาทศิลป์ในการพูด ในการตอบคำถามหรือไม่ จะสามารถบิดจุดอ่อนของตัวเองให้กลายมาเป็นจุดแข็งอย่างไรได้บ้าง ซึ่งหากผู้สมัครทำได้ จะกลายเป็นคะแนนพิเศษ ที่ช่วยสร้างความประทับใจให้ HR มากกว่าจะโดนตัดคะแนนเสียอีก</span></p>
<h3><b>4. โกหกว่าทำไมถึงลาออกจากที่ทำงานเก่าตอนสัมภาษณ์งาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลา HR ถามว่า “ทำไมถึงอยากออกจากที่ทำงานปัจจุบัน เพื่อย้ายมาทำงานที่นี่” เป็นคำถามที่ HR เดาได้ไม่ยากว่า คำตอบมักจะไม่ใช่เรื่องจริงแน่นอน เพราะคงไม่มีใครอยากร่วมงานกับคนที่ด่าที่ทำงานเก่าแบบสาดเสียเทเสีย แต่เป็นการวัดไหวพริบปฏิภาณของผู้สมัครงานว่า มีวาทศิลป์ในการพูดอย่างไร จะตอบอย่างไรโดยไม่สาดโคลนใส่ที่ทำงานเก่า (แม้มันจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม) เพื่อรักษาหน้าของทุกฝ่าย และรักษาความเป็นมืออาชีพไว้มากที่สุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และมันก็อาจเป็นการพยากรณ์ล่วงหน้าได้ด้วยว่า หากพนักงานคนนั้นลาออกไปทำงานที่อื่นในอนาคต เขาก็จะพูดแบบเดียวกันในห้องสัมภาษณ์ถึงองค์กรเก่าที่เขาเคยร่วมงานมา</span></p>
<h2><b>วิธีจับโกหกผู้สมัครงานตอนสัมภาษณ์งานสำหรับ HR</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32512" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-08-30T150742.460.webp" alt="True / Lie ? ทำไมผู้สมัครงานถึงชอบโกหกเวลาสัมภาษณ์งานกับ HR" width="600" height="370" title="True / Lie ? ทำไมผู้สมัครงานถึงชอบโกหกเวลาสัมภาษณ์งานกับ HR 331" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-08-30T150742.460.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-08-30T150742.460-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR มืออาชีพ มีประสบการณ์การทำงานมายาวนาน ผ่านการสัมภาษณ์คนมาเยอะแยะ จะสามารถจับโกหกในห้องสัมภาษณ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยวิธีการคร่าว ๆ มีดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>1. จับโกหกผ่านภาษาพูด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาคนพูดโกหก หรือเตรียมเรื่องมาว่าจะโกหกในเรื่องใดแน่นอน วิธีการพูด การเลือกคำที่ใช้พูดจะแตกต่างไปจากการพูดแบบปกติ เช่น พูดจาอ้อมโลก ใช้คำสวยหรู ถือเป็นกลวิธีในการปกปิดความจริงที่หลายคนอาจไม่รู้ตัว หาก HR พบว่าคำตอบมีกลิ่นตุ ๆ ก็อาจขอให้เขาลองอธิบายในสิ่งนั้นอีกที หรือให้เล่าแบบกระชับขึ้น ซึ่งหากผู้สมัครงานเริ่มเล่าไม่เหมือนเดิม มีหลายรายละเอียดเปลี่ยนไปล่ะก็ บ่งชี้ได้ว่าน่าอาจไม่ใช่เรื่องจริงก็เป็นได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือบางครั้ง น้ำเสียงของผู้สมัครงานเวลาสัมภาษณ์ ก็อาจบ่งบอกถึงการพูดไม่จริงได้เช่นกัน ทั้งการใช้เสียงสูงกว่าปกติ การพูดติด ๆ ขัด ๆ การพูดแบบไม่มั่นใจ เป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นธงแดงที่ชัดเจนมาก ๆ ว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นที่ HR ควรระวัง</span></p>
<h3><b>2. จับโกหกผ่านภาษากาย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บางครั้งผู้สมัครงานจะรู้สึกกลัวว่าจะโดนจับโกหกได้ จึงแสดงท่าทางที่ผิดปกติบางอย่างออกมาโดยไม่จำเป็น หาก HR ศึกษา<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220624-bodylanguage/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">อวัจนภาษา</a>มานานล่ะก็ จะสามารถจับสังเกตท่าทางที่ผิดปกติได้ไม่ยาก อาทิ ผู้สมัครสบตาผู้สัมภาษณ์หรือไม่ ขณะพูดกระพริบตาไหม การวางมือเป็นอย่างไร เป็นต้น</span></p>
<h3><b>3. จับผิดผ่านเรซูเม่</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีการนี้เริ่มง่าย ๆ ด้วยการดูวันที่เริ่มทำงานจนถึงวันออกจากงานของแต่ละที่มาเทียบกัน หากพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ เช่น มีรอยต่อระหว่างงานที่ 1 และ 2 ชัดเจนว่าว่างงานอยู่ 2 ปี ก็อาจนำไปถามในห้องสัมภาษณ์ได้ว่า ช่วงเวลาที่หายไปนั้นเกิดอะไรขึ้น ระหว่างนั้นทำงานอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือจะดูคำอธิบายบทบาทหน้าที่ที่ทำจากงานอื่น ๆ หากพบว่ามีบทบาทหน้าที่แปลก ๆ ก็อาจเก็บไปถามในห้องสัมภาษณ์ได้ด้วยเช่นกัน เพื่อดูว่า คำอธิบายของเขาผ่านคำพูด กับผ่านการเขียนตรงกันหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเรื่องโกหกล่ะก็ จะสังเกตเห็นได้ไม่ยาก</span></p>
<h3><b>4. ตรวจประวัติการทำงานย้อนหลัง (Background Check)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่เทคโนโลยีทันสมัย HR สามารถทุ่นแรงด้วยการหาเครื่องมือตรวจประวัติผู้สมัครงานย้อนหลัง (Background Check) ได้ ซึ่งจะช่วยคัดกรองคนและช่วยป้องกันปัญหาหลายอย่างที่อาจเกิดขึ้นตามมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่หาก HR องค์กรไหนไม่เชี่ยวชาญเรื่องการตรวจสอบประวัติพนักงานล่ะก็ สามารถมาค้นหาผลิตภัณฑ์และบริการด้าน Background Screening Provider ผ่านแพลตฟอร์มของ HREX ที่จะช่วยให้ HR สามารถตรวจสอบประวัติผู้สมัครงานได้อย่างละเอียด ขุดไปเจอจนถึงประวัติอาชญากรรมเลยด้วย โดยสามารถมาค้นหาได้ทาง</span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/48?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ลิงก์นี้</span></a></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/48?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32519 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.webp" alt="True / Lie ? ทำไมผู้สมัครงานถึงชอบโกหกเวลาสัมภาษณ์งานกับ HR" width="1600" height="500" title="True / Lie ? ทำไมผู้สมัครงานถึงชอบโกหกเวลาสัมภาษณ์งานกับ HR 332" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<h2><b>ไม่ได้มีแต่ผู้สมัครงานที่โกหก แต่ HR ก็โกหกตอนสัมภาษณ์เช่นกัน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาพูดถึงการโกหกตอนสมัครงาน หรือตอนสัมภาษณ์งาน คนที่ดูแย่มักจะเป็นผู้สมัคร แต่รู้หรือไม่ว่า HR &#8211; HR Manager รวมถึงบรรดาผู้ทำหน้าที่สัมภาษณ์งานเพื่อคัดกรองคนเข้าทีม ก็เป็นฝ่ายที่โกหกเก่งไม่แพ้ผู้สมัครเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคำโกหกจากฝั่งของ HR ที่เจอได้บ่อย ๆ เช่น “วัฒนธรรมองค์กรที่นี่น่าอัศจรรย์มาก” “เรายึดถือค่านิยมเรื่อง Work-Life balance” “งานที่ได้รับมอบหมายมีเพียงเท่านี้” ซึ่งบางที่อาจพูดเพื่อจูงใจให้คนอยากมาทำงาน อยากอยู่คู่องค์กรไปนาน ๆ แต่ความเป็นจริง หาใช่แบบนั้นไม่ (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นแบบนั้นทุกที่เสมอไป)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือการโกหกที่หนักข้อที่สุดก็คือการ Ghosting หรือการบอกหลังจบการสัมภาษณ์ว่า “เราจะติดต่อกลับไปเรื่องผลการสัมภาษณ์” แต่สุดท้ายก็ไม่เคยติดต่อกลับไปแจ้งผลการสมัครเลยว่าผู้สมัครได้งานหรือไม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้การ Ghosting จะไม่ใช่การโกหกที่คอขาดบาดตาย เมื่อเทียบกับการโกหกของฝั่งผู้สมัครงาน แต่มันก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ในความคิดของผู้สมัครงานหลาย ๆ คนที่กำลังคาดหวังว่าจะได้งานหรือไม่ หากไม่ได้ขึ้นมา เขาจะได้วางแผนถูกว่าควรสมัครงานที่ไหนต่อดี เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากผู้สมัครงานกังวลในตัวบริษัทที่จะเข้าไปสัมภาษณ์งานด้วย ก็สามารถทำตามขั้นตอนแบบเดียวกับตอน HR จับโกหกได้เช่นกัน นั่นคือการตรวจสอบประวัติองค์กรนั้นอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่านี่คือองค์กรที่เข้าไปทำงานด้วยแล้วมีความสุขจริง ๆ ไม่เจอเรื่องปวดหัวตามมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากเป็นไปได้ ถ้าพอรู้จักคนที่ทำงานอยู่ในปัจจุบัน หรือพนักงานที่ลาออกไปแล้ว ก็สามารถพูดคุยสอบถามรายละเอียดด้วยเช่นกันว่า สถานการณ์ในที่ทำงานจริงเป็นอย่างไร จะได้ไม่รู้สึกเหมือนโดนหลอกจนต้องเสียเวลา และเสียความรู้สึก ซึ่งบางทีก็ไม่ต้องกลัวการโดนโกหก เพราะบางทีคนที่ทำงานอยู่แล้ว อาจจะบอกตามตรงไปเลยว่า “อย่ามาสมัครเลย” และ “ตัวเขานี่แหละที่กำลังจะออกจากงานเพราะทนไม่ไหวแล้ว” (ฮา)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32513" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-08-30T150720.167.webp" alt="True / Lie ? ทำไมผู้สมัครงานถึงชอบโกหกเวลาสัมภาษณ์งานกับ HR" width="600" height="370" title="True / Lie ? ทำไมผู้สมัครงานถึงชอบโกหกเวลาสัมภาษณ์งานกับ HR 333" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-08-30T150720.167.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-08-30T150720.167-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การโกหกเป็นพฤติกรรมไม่ดีที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรทำ แต่ในการสัมภาษณ์งานกลับพบเจอการโกหกอยู่เสมอ ทั้งจากผู้สมัครงานเอง รวมถึง HR ผู้สัมภาษณ์งานด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ทั้งนั้น คงไม่มีใครอยากทำงานกับคนที่โกหกปลิ้นปล้อนตลอดเวลา การที่แต่ละฝ่ายต่างพูดความจริงต่อกันตั้งแต่แรก น่าจะเป็นส่งผลดีต่อทุกฝ่ายมากกว่า และยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ช่วยให้ทุกคนทำงานอย่างมีความสุขด้วย </span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้" width="1600" height="500" title="True / Lie ? ทำไมผู้สมัครงานถึงชอบโกหกเวลาสัมภาษณ์งานกับ HR 334"></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3>Sources:</h3>
<p><a href="https://www.indeed.com/career-advice/interviewing/what-not-to-do-in-an-interview#:~:text=Lie,which%20you%20are%20not%20prepared." target="_blank" rel="noopener">Indeed</a></p>
<p><a href="https://www.monster.com/career-advice/article/the-truth-about-lying-during-a-job-interview-hot-jobs" target="_blank" rel="noopener">Monster</a></p>
<p><a href="https://www.linkedin.com/pulse/10-common-job-interview-lies-how-spot-them-lucy-walters/" target="_blank" rel="noopener">Linkedin</a></p>
<p><a href="https://www.linkedin.com/pulse/4-5-people-lie-during-job-interview-daniel-disney/" target="_blank" rel="noopener">Linkedin</a></p>
<p><a href="https://lifehacker.com/the-lies-you-can-get-away-with-in-a-job-interview-and-1848942843" target="_blank" rel="noopener">Lifehacker</a></p>
<p><a href="https://www.roberthalf.jp/en/career-advice/interview/lying" target="_blank" rel="noopener">Robert Half</a></p>
<p><a href="https://www.bustle.com/articles/113132-7-times-its-ok-to-lie-in-a-job-interview" target="_blank" rel="noopener">Bustle</a></p>
<p><a href="https://www.careertoolbelt.com/why-you-shouldnt-lie-during-a-job-interview/" target="_blank" rel="noopener">Career Tool Belt</a></p>
<p><a href="https://legaljobs.io/blog/interview-statistics/" target="_blank" rel="noopener">Legal Jobs</a></p>
<p><a href="https://www.cnbc.com/2019/04/17/4-lies-hr-managers-say-after-the-interview-and-what-they-actually-mean.html" target="_blank" rel="noopener">CNBC</a></p>
<p><a href="https://amazinghiring.com/how-to-spot-if-a-candidate-is-lying-about-their-job-experience/#:~:text=To%20spot%20lying%20and%20see,ask%20to%20provide%20some%20examples." target="_blank" rel="noopener">Amazing Hiring</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/true-lie-interview-hr-230901/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Fraudulent Job Posting มิจฉาชีพในคราบ HR รู้ให้ทันก่อนหมดตัว !</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/fraudulent-job-posting-230821/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/recruit/fraudulent-job-posting-230821/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Aug 2023 03:19:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[มิจฉาชีพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=31969</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Fraudulent Job Posting คือการที่มิจฉาชีพลอกเลียนหรืออ้างชื่อขององค์กรเพื่อหลอกให้ผู้สมัครกรอกข้อมูลส่วนตัว เพื่อโจรกรรมข้อมูลหรือก่อกวนการทำงาน Fraudulent Job Posting มีอัตราสูงขึ้นมาก โดย Better Business Bureau กล่าวว่าในไตรมาสแรกของปี 2023 มีเหตุแบบนี้มากกว่าปีก่อนหน้าถึง 250%  Fraudulent Job Posting เป็นเรื่องที่องค์กรมองข้ามไม่ได้ เพราะแม้จะไม่ใช่ผู้สร้างปัญหาโดยตรง แต่หากภาพลักษณ์ขององค์กรแย่ ก็ไม่มีใครอยากร่วมงานด้วยอยู่ดี Generative AI สามารถช่วยเรื่องของการเขียน Job Post ได้เช่นกัน แต่ก็จำเป็นต้องมีมนุษย์กำกับดูแล เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลทั้งหมดออกมาสมบูรณ์ ไม่ผิดพลาดหรือขัดแย้งกับบริบทของสังคม Fraudulent Job Posting สามารถป้องกันเบื้องต้นได้ด้วยการสังเกตว่าประกาศนั้น ๆ สมเหตุสมผลหรือไม่ หากเห็นว่าดูดีเกินไป ก็ให้เชื่อสัญชาตญาณ และมองว่าเป็นประกาศปลอมมากกว่า ปัญหาสำคัญในปี 2023 ซึ่งเป็นช่วงหลังเกิดเหตุการณ์ The Great Resignation และมีบุคลากรออกจากระบบจำนวนมาก คือองค์กรทั่วโลกต้องประสบปัญหาในการหาพนักงานที่มีความสามารถ ตลอดจนต้องใช้ความพยายามมากกว่าเดิมในการรักษาพนักงานที่มีให้อยู่กับองค์กรต่อไป (Retention) ไม่ย้ายไปอยู่ที่อื่น Fraudulent [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Fraudulent Job Posting คือ</span><span style="font-weight: 400;">การที่มิจฉาชีพลอกเลียนหรืออ้างชื่อขององค์กรเพื่อหลอกให้ผู้สมัครกรอกข้อมูลส่วนตัว เพื่อโจรกรรมข้อมูลหรือก่อกวนการทำงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Fraudulent Job Posting มีอัตราสูงขึ้นมาก โดย </span><a href="http://bbb.org/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Better Business Bureau</span></a><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่าในไตรมาสแรกของปี 2023 มีเหตุแบบนี้มากกว่าปีก่อนหน้าถึง 250% </span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Fraudulent Job Posting เป็นเรื่องที่องค์กรมองข้ามไม่ได้ เพราะแม้จะไม่ใช่ผู้สร้างปัญหาโดยตรง แต่หากภาพลักษณ์ขององค์กรแย่ ก็ไม่มีใครอยากร่วมงานด้วยอยู่ดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Generative AI สามารถช่วยเรื่องของการเขียน Job Post ได้เช่นกัน แต่ก็จำเป็นต้องมีมนุษย์กำกับดูแล เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลทั้งหมดออกมาสมบูรณ์ ไม่ผิดพลาดหรือขัดแย้งกับบริบทของสังคม</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Fraudulent Job Posting สามารถป้องกันเบื้องต้นได้ด้วยการสังเกตว่าประกาศนั้น ๆ สมเหตุสมผลหรือไม่ หากเห็นว่าดูดีเกินไป ก็ให้เชื่อสัญชาตญาณ และมองว่าเป็นประกาศปลอมมากกว่า</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31973 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/ไaas.webp" alt="ไaas" width="600" height="370" title="Fraudulent Job Posting มิจฉาชีพในคราบ HR รู้ให้ทันก่อนหมดตัว ! 342" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/ไaas.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/ไaas-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาสำคัญในปี 2023 ซึ่งเป็นช่วงหลังเกิดเหตุการณ์ The Great Resignation และมีบุคลากรออกจากระบบจำนวนมาก คือองค์กรทั่วโลกต้องประสบปัญหาในการหาพนักงานที่มีความสามารถ ตลอดจนต้องใช้ความพยายามมากกว่าเดิมในการรักษาพนักงานที่มีให้อยู่กับองค์กรต่อไป (Retention) ไม่ย้ายไปอยู่ที่อื่น</span></p>
<p><b>Fraudulent Job Posting </b><span style="font-weight: 400;">หรือ </span><b>ประกาศรับสมัครงานปลอม ๆ</b><span style="font-weight: 400;"> จึงเป็นอุปสรรคสำคัญขององค์กรในปัจจุบัน เพราะแม้ปัญหานี้จะไม่ใช่ความผิดของเราโดยตรง แต่ก็ทำให้องค์กรขาดความน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้สมัครมองข้ามประกาศรับสมัครของเราไปทันที ทำให้เกิดความยากลำบากในการหาพนักงานไปอีกขั้น ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่ทุกองค์กรจะหันมาใส่ใจเรื่องความปลอดภัย (Security) และภาพลักษณ์ (Branding) แม้ต้องใช้ทรัพยากรมากกว่าเดิมก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจะรับมือกับ Fraudulent Job Posting ได้อย่างไรบ้าง หาคำตอบไปพร้อมกับเราได้ที่นี่</span></p>

<h2>Fraudulent Job Postings มิจฉาชีพในคราบ HR คืออะไร ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Fraudulent Job Posting คือการที่มิจฉาชีพทำการลอกเลียนแบบ หรืออ้างชื่อขององค์กรเพื่อหลอกให้ผู้สมัครกรอกข้อมูลส่วนตัว และนำไปโจรกรรมข้อมูลหรือก่อกวนการทำงานในลำดับต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Fraudulent Job Posting นอกจากจะเกิดผลเสียกับผู้สมัครที่ไม่ทันระวังตัวแล้ว ยังทำให้ชื่อเสียงขององค์กรเสียหาย เพราะหากเราเอาแต่คิดว่าปัญหานี้เป็นเรื่องของมิจฉาชีพ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดขององค์กร ก็มีโอกาสที่คนจะเห็นประกาศรับสมัครงานปลอม ๆ ของบริษัทเราอยู่ตลอดเวลา ซึ่งประเด็นนี้จะไปลดทอนความน่าเชื่อถือ และสะท้อนสู่สังคมว่าเราไม่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย เพราะไม่มีวิธีรับมือกับปัญหา (Crisis Management) ที่เหมาะสมเท่าที่ควร</span></p>
<p><a href="http://bbb.org/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Better Business Bureau</span></a><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2023 มีผู้เสียหายจาก Fraudulent Job Posting มากกว่าปีก่อนหน้าถึง 250% และมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ในไตรมาสที่สองของปี 2023 ก็มีเคสเกี่ยวกับ Fraudulent Job Posting แจ้งมาที่คณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐ (Federal Trade Commission: FTC) ของสหรัฐอเมริกามากถึง 182,703 ครั้ง ซึ่งถือว่าสูงจนมองข้ามไม่ได้อีกแล้ว</span></p>
<p><a href="https://consumer.ftc.gov/consumer-alerts/2023/05/scammers-are-hijacking-job-ads-heres-how-spot-fakes" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">FTC</span></a><span style="font-weight: 400;"> กล่าวเสริมอีกว่า มิจฉาชีพไม่ได้ต้องการเพียงแค่เงินหรือทรัพย์สินขององค์กรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการโจรกรรมข้อมูล (Data), ความลับทางการค้า (Trade Secret) และอีกมากมายที่จะสร้างประโยชน์ให้กับคู่แข่ง ซึ่งปกติแล้วเทคนิคพื้นฐานที่มิจฉาชีพเลือกใช้ คือการตั้งเงินเดือนให้สูงเป็นพิเศษ เพื่อดึงดูดความสนใจจากคนที่กำลังหางาน ผสานด้วยทักษะการพูดหวานล้อมที่ยอดเยี่ยม ซึ่งพอขั้นตอนเหล่านี้สมบูรณ์ ก็ไม่แปลกที่จะมีคนหลงเชื่อจนสร้างความเสียหายในวงกว้างโดยไม่รู้ตัว</span></p>
<h2>Fraudulent Job Postings หรือมิจฉาชีพในคราบ HR ที่เราต้องระวังมีอะไรบ้าง ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-31975 size-full aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/afa.webp" alt="afa" width="600" height="370" title="Fraudulent Job Posting มิจฉาชีพในคราบ HR รู้ให้ทันก่อนหมดตัว ! 343" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/afa.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/afa-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์เบื้องต้นที่มิจฉาชีพเลือกใช้ คือการเอาโฆษณา Job Posting ของเราที่หมดอายุแล้วไปปรับแต่งนิดหน่อย แล้วเอาไปโพสต์ต่อตามเว็บหางาน คนที่เคยเห็นประกาศดังกล่าวแบบผ่าน ๆ ตา ก็จะเข้าใจผิด เผลอให้ข้อมูลส่วนตัวจนนำไปสู่อันตรายได้ ยิ่งตอนนี้เทคโนโลยีในปัจจุบันเติบโตมากจนสามารถเลียนแบบเนื้อหาทุกประเภทได้อย่างสมบูรณ์ การหลอกล่อคนที่ไม่ระวังตัวจึงเป็นเรื่องง่ายกว่าเดิมหลายเท่า ดังนั้นเมื่อหาคนได้แล้ว HR ควรเอาใบประกาศนั้นออกทันที หรือควรแจ้งยุติการค้นหาให้ทราบผ่านช่องทางของตน เพื่อป้องกันในเบื้องต้นเอาไว้ก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">FTC เสริมต่อว่า เวลามิจฉาชีพจะเข้าไปหลอกผู้สมัคร ไม่ว่าจะกับผู้สมัครที่เผลอสมัครเข้ามา หรือกับคนที่มิจฉาชีพสนใจและติดต่อ Cold Call เข้าไป พวกเขาจะเริ่มต้นด้วยการอ้างว่าเป็น Executive HR Recruiter ที่มีอำนาจตัดสินใจและดูน่าเชื่อถือ พวกเขาจะมาพร้อมกับประโยคที่ให้ความหวังทันที เช่น “เราบังเอิญเจอเรซูเม่ของคุณและเราสนใจมาก” หรือ “ข้อมูลใน LinkedIn ของคุณตรงกับที่เราตามหาอยู่” หรือ “เราสอบถามบุคลากรในสายงานนี้ และทุกคนแนะนำชื่อของคุณ เราเลยลองติดต่อมาหา” เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในที่นี้จะเห็นว่ามิจฉาชีพเลือกใช้วิธีชื่นชมให้ผู้ฟังรู้สึกตายใจ และมีความสุขจนเผลอเปิดรับความอันตรายเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นก็จะมีขั้นตอนของการส่ง Job Offer ซึ่งในปี 2023 เราสามารถจำลองเสียงผ่านปัญญาประดิษฐ์ได้แล้ว การหลอกก็ยิ่งดูน่าเชื่อถือเข้าไปอีก ยิ่งหากเหยื่อหลงเชื่อจนไปถึงขั้นตอนการเตรียมตัวเข้าทำงาน (Onboarding Process) ซึ่งมีการขอเลขบัญชีหรือข้อมูลทางการเงิน โอกาสถูกโจรกรรมข้อมูลก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ต้องพูดถึงอีกอย่างก็คือองค์กรบางแห่งจะเลือกลงประกาศรับสมัครงานปลอม ๆ เพื่อทดสอบว่ารูปแบบโฆษณาแบบไหนที่สามารถดึงผู้สมัครมาได้มากที่สุด หรือบางองค์กรก็ใช้วิธีประกาศรับสมัครงานที่ดูน่าสนใจเป็นพิเศษ เพื่อรวบรวมข้อมูลผู้สมัครไว้ใช้เป็นฐานข้อมูลในอนาคต กรณีแบบนี้ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน องค์กรจึงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนหากไม่ต้องการให้ภาพลักษณ์ที่สร้างมาถูกทำลายลงไป</span></p>
<h2>ประเภทของ Fraudulent Job Posting ที่ถูกนำมาใช้มากที่สุดในปัจจุบัน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-31982 size-full aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/aaz.webp" alt="aaz" width="600" height="370" title="Fraudulent Job Posting มิจฉาชีพในคราบ HR รู้ให้ทันก่อนหมดตัว ! 344" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/aaz.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/aaz-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้ผู้สมัครเห็นภาพว่าคุณสามารถถูกหลอกได้ด้วยวิธีไหน และเพื่อให้องค์กรเข้าใจว่ามีจุดไหนบ้างที่เราควรเพิ่มความรัดกุม เราสามารถยกตัวอย่าง Fraudulent Job Posting ได้ดังนี้</span></p>
<h3>ประกาศรับสมัครปลอม ๆ บน Job Board (Fake Job Listing)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะเป็นเว็บไซต์รับสมัครงานที่น่าเชื่อถือ แต่ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่จะมีประกาศปลอม ๆ หลุดรอดมาได้ ผ่านการลอกเลียนแบบที่เก็บรายละเอียดได้ใกล้เคียงกับของจริง ซึ่งกลโกงในลักษณะนี้มักกำหนดให้ผู้สมัครใส่ข้อมูลส่วนตัว หรือจ่ายเงินเพื่อส่งใบสมัคร หากพบเห็น องค์กรก็สามารถทำประกาศแจ้งว่าไม่มีแนวทางหาคนแบบนี้ได้เลย</span></p>
<h3>HR Recruiter ปลอม (Imposter)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มิจฉาชีพไม่ได้มาจากคนนอกอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นคนวงในที่ทราบข้อมูลพื้นฐานขององค์กรและเหยื่อเป็นอย่างดี ซึ่งกระบวนการนี้อาจมาด้วยการโทร, ข้อความส่วนตัว หรืออีเมลก็ได้ ทางที่ดีเราต้องตรวจเช็คชื่อผู้ส่งให้ชัดเจน ระมัดระวังพวกตัว l (แอลเล็ก) และ I (ไอใหญ่) ที่คล้ายกันมากจนแทบแยกไม่ออก</span></p>
<h3>การสัมภาษณ์ออนไลน์แบบปลอม ๆ (Fake Online Interview Service)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับกลโกงนี้ มิจฉาชีพจะใช้วิธีติดต่อมาแจ้งว่าเราผ่านการคัดเลือกและได้เข้าสู่การสัมภาษณ์รอบสุดท้าย แต่การสัมภาษณ์ดังกล่าวต้องทำผ่านโปรแกรมพิเศษที่เสียเงินสมัคร คนที่หลงเชื่อเพราะอยากได้งานก็จะยอมเสียเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อดาวน์โหลดโปรแกรม ซึ่งกรณีนี้นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังอาจถูกนำข้อมูลบัตรเครดิตไปทำอย่างอื่นที่อันตรายได้ด้วย</span></p>
<h3>ที่ปรึกษาปลอม (Fake Career Consulting)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กลโกงในลักษณะนี้จะเริ่มต้นด้วยการที่มีคนทักเรามาในช่องทางส่วนตัว แนะนำว่าตัวเองมีความสัมพันธ์ที่ดีกับองค์กรขนาดใหญ่ และชื่นชมว่าผลงานของเรามีคุณภาพ เป็นที่ต้องการขององค์กร แต่ขาดเพียงรายละเอียดอีกนิดหน่อย ก่อนที่จะเสนอความช่วยเหลือแลกกับค่าใช้จ่าย แต่ความจริงแล้วบุคคลท่านนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการหางานเลย</span></p>
<h3><strong>งานแบบไฮบริด หรือให้อิสระมากเกินไป (Too Flexible)</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปัจจุบันเราพูดถึงการจัดสมดุลชีวิต (Work Life Balance) กันเป็นปกติ องค์กรส่วนใหญ่เริ่มให้พนักงานจัดตารางตามใจชอบ ตราบใดที่ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย แต่มิจฉาชีพจะใช้ช่องโหว่ตรงนี้มาเสนอโอกาสในการร่วมงานกับองค์กรที่ให้อิสระแบบเต็มที่ โดยการอ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา ซึ่งพอเราหลงกลแล้ว ก็จะมีการเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือขอให้กรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อสมัครทันที ดังนั้นหากเราเห็นว่าข้อเสนอดังกล่าวดูดีเกินไป ก็ให้คิดไว้ก่อนว่างานนั้นไม่น่าไว้ใจ</span></p>
<h2>เรามีวิธีป้องกัน Fraudulent Job Postings หรือมิจฉาชีพในคราบ HR อย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-31976 size-full aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/ห.webp" alt="ห" width="600" height="370" title="Fraudulent Job Posting มิจฉาชีพในคราบ HR รู้ให้ทันก่อนหมดตัว ! 345" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/ห.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/ห-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่กล่าวไปว่าปัญหาเรื่องประกาศรับสมัครงานปลอมหรือ Fraudulent Job Posting ไม่ได้น่าเป็นห่วงแค่กับผู้สมัครหรือคนที่กำลังหางานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงองค์กรเองที่อาจโดนทำลาย Branding ไปโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เราสามารถป้องกันตัวเองเบื้องต้นได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้</span></p>
<h3>ศึกษาข้อมูลให้มากที่สุด (Do your Research)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่ของผู้สมัคร ถ้าเรามีเป้าหมายในใจแล้ว ก็ให้ศึกษาข้อมูลของบริษัทที่เราสนใจให้มากที่สุด เพราะจะเป็นประโยชน์ทั้งในขั้นตอนการสัมภาษณ์ และยังช่วยป้องกันมิจฉาชีพได้ด้วย เพราะหากเรารู้กระบวนการพิจารณาขององค์กรดังกล่าว เราก็จะรู้ว่ามีขั้นตอนใดบ้างที่ผิดแปลกไปจากปกติ ซึ่งจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงอันตรายได้ดีกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่ขององค์กร เราต้องศึกษาข้อมูลเสมอว่าข้อคิดเห็นของคนอื่นที่มีต่อองค์กรของเราเป็นอย่างไร เพื่อหาทางปรับปรุงให้ตอบสนองทั้งคนรุ่นเก่าและใหม่มากที่สุดต่าง ซึ่งกรณีนี้หากเห็นว่าองค์กรของเราถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพอยู่บ่อยครั้งเราก็ต้องพิจารณาแล้วว่า จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร</span></p>
<h3>เชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง (Trust your Instinct)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเราทำการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นแล้ว แต่รู้สึกว่ามีข้อสงสัยที่ยังไม่ได้รับคำตอบอย่างชัดเจน เราสามารถเชื่อสัญชาตญาณดังกล่าวได้เลย เพราะในฐานะองค์กรที่โปร่งใส (Transparency) พวกเขามีหน้าที่บริหารจัดการให้ภาพลักษณ์ของบริษัทน่าเชื่อถือที่สุด ดังนั้นแม้จะตรวจสอบได้ว่าบริษัทดังกล่าวมีอยู่จริง แต่หากสัญชาตญาณบอกว่าองค์กรณ์นั้นไม่น่าเชื่อถือ ก็ให้คิดถึงอนาคต และมองว่าเราคงไม่สามารถทำงานกับบริษัทที่เราไม่ไหวใจได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนขององค์กร เราก็ควรสังเกตสิ่งรอบตัวให้มากที่สุด เพื่อดูว่าองค์กรของเราอยู่ในลักษณะแบบ “ท่าดี ทีเหลว” หรือไม่ เช่นมีชื่อเสียงในหมู่นักศึกษา แต่กลับมีคนสมัครเข้ามาน้อยมาก หากเป็นแบบนี้ ก็แปลว่าเรามีจุดที่ไม่น่าไว้ใจซึ่ง HR มีหน้าที่ตามหาให้เจอ</span></p>
<h3>ตรวจสอบชื่อเว็บไซต์ที่กำลังกรอกข้อมูลส่วนตัวเสมอ (Verify Website Security)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เว็บไซต์ที่เราจะกรอกข้อมูลส่วนตัวลงไปต้องมีความปลอดภัย สังเกตเบื้องต้นได้ตรงช่อง URL ที่อย่างน้อยควรเป็น HTTPS ไม่ใช่แค่ HTTP โดยเฉพาะตอนที่กำลังทำธุรกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในที่นี้องค์กรควรหมั่นตรวจสอบว่า URL หลักขององค์กรมีมิจฉาชีพนำไปตั้งชื่อใกล้เคียงเพื่อหลอกลวงคนอื่นหรือไม่ ซึ่งหากทำเป็นระยะ ก็จะช่วยให้ประกาศรับสมัครงานขององค์กรปลอดภัยขึ้น</span></p>
<h3>ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวในแหล่งที่เชื่อถือไม่ได้ (Protect your personal information)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต้องตระหนักเสมอว่าองค์กรที่ดีจะไม่ขอข้อมูลส่วนตัวของเราแบบพร่ำเพรื่อ โดยเฉพาะข้อมูลที่ละเอียดอ่อนอย่างข้อมูลด้านการเงิน ดังนั้นผู้สมัครควรแชร์ข้อมูลเหล่านี้ในวันที่มีสถานะเป็นลูกจ้าง &#8211; นายจ้าง อย่างสมบูรณ์แล้วเท่านั้น ขณะที่ HR เองก็ต้องรู้มารยาท ไม่ขอข้อมูลดังกล่าวตั้งแต่ขั้นตอนพิจารณา ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม</span></p>
<h3>ตรวจดูรีวิวตามช่องทางต่าง ๆ เสมอ (Review &amp; Complaint)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันผู้คนนิยมรีวิวทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์, เพลง, อาหาร หรือแม้แต่การสมัครงาน สิ่งเหล่านี้ถือเป็น Feedback Culture ให้เรารู้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราสามารถเก็บข้อมูลจากจุดนี้เพื่อเพิ่มการระวังตัวได้เลย ขณะเดียวกันองค์กรก็สามารถใช้รีวิวเหล่านี้เป็นหัวข้อในการพัฒนารูปแบบการทำงานให้เป็นมืออาชีพขึ้นตามไปด้วย</span></p>
<h2>วิธีใช้ Generative AI เพื่อให้ HR ทำ Job Posting ให้แข็งแรงและปลอดภัยขึ้น</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-31977 size-full aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/aaaa.webp" alt="aaaa" width="600" height="370" title="Fraudulent Job Posting มิจฉาชีพในคราบ HR รู้ให้ทันก่อนหมดตัว ! 346" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/aaaa.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/aaaa-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฎิเสธไม่ได้ว่าปัญญาประดิษฐ์ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยเหลือองค์กร โดยมีผลวิจัยที่ระบุออกมาอย่างชัดเจนว่าภายในปี 2025 บริษัททั่วโลกจะมีการนำ AI มาใช้ในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งแน่นอน ดังนั้นนอกจากเราจะต้องรู้ว่า AI สามารถช่วยอะไรได้บ้างแล้ว เรายังต้องกลับมาทบทวนตัวเองด้วยว่า เราจะต้องพัฒนาฝีมืออย่างไร เพื่อไม่ให้ถูก AI แทนที่ในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Generative AI คือรูปแบบปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถต่อยอด เรียนรู้ข้อมูลได้เอง ซึ่งจะทำให้มันมีฐานข้อมูลที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ เหมาะสำหรับการใช้เพื่อรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้ก็ยังมีจุดอ่อน เพราะไม่ว่าจะฉลาดหรือสามารถเรียนรู้ได้เอง แต่หากข้อมูลที่ป้อนลงไป (Input) ไม่มีประสิทธิภาพ หรือมีความลำเอียง การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นก็จะอ้างอิงจากแง่มุมเหล่านั้นอยู่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นหากวัดกันจนถึงปี 2023 เทคโนโลยีเรื่องปัญญาประดิษฐ์ยังอยู่ในสถานะที่ควรเป็นเครื่องมือ (Tool) ภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหากเราจะนำมาใช้เขียนประกาศรับสมัครงาน เราก็ต้องมีมนุษย์คอยตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย โดยเราสามารถยกตัวอย่างประโยชน์ของ Generative AI สำหรับการเขียน Job Ads ได้ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1.เราสามารถใช้เพื่อเขียนดราฟแรกของตำแหน่งงานที่เรากำลังหาได้เลย โดยอาศัยการพิจารณาข้อมูลจากทั่วโลก ซึ่งจะทำให้เราได้ข้อมูลที่กว้างขึ้น ครอบคลุมการทำงานมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในที่นี้เราสามารถใส่สเปคของผู้สมัครที่ต้องการได้ด้วย โดย AI จะช่วยปรับภาษาให้มีความเป็นทางการยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้ประกาศรับสมัครงานของเราดูเป็นมืออาชีพมากกว่าเดิม เหมาะสำหรับองค์กรที่ไม่มีคนคอยดูแลเรื่องการสื่อสารโดยตรง และในขั้นตอนสุดท้าย เราควรให้ผู้เชี่ยวชาญของบริษัทมาตรวจสอบดูอีกครั้ง ทั้งเรื่องขอบเขตการทำงาน ตลอดจนบริบทของเนื้อหาว่าสอดคล้องกับภาพรวมของสังคมไทยหรือไม่ หากเราทำทั้งสองอย่างคู่กัน ประกาศรับสมัครงานของเราก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2.ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับใบประกาศรับสมัครงาน เพราะปัจจุบันเราไม่ได้ประกาศรับสมัครงานแค่บน Job Board หรือแพลตฟอร์มที่เป็นทางการเท่านั้น แต่เรายังสามารถทำสื่อผ่านโลกโซเชียล หรือทำเนื้อหาแบบไม่เป็นทางการเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากกว่าเดิมได้ด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระบวนการเหล่านี้หากเราไม่มีความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายเลย ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ก็ถือเป็นเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยได้ทั้งในแง่ของประเด็นที่ต้องโฟกัส ตลอดจนตัวเลือกของคำที่ไม่เคร่งเครียดเกินไป แต่ยังได้เนื้อหาที่ต้องการอย่างครบถ้วน กรณีนี้หมายรวมถึงการใช้คำเพื่อโน้มน้าวผู้สมัครบางส่วนแบบส่วนตัว ซึ่งการเลือกใช้คำที่ถูกต้องนี้เอง ที่จะเพิ่มโอกาสในการสรรหาบุคลากรมากกว่าที่เคย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3.โลกการทำงานในปัจจุบันมีความเป็นสากลมาก ยิ่งพอคนคุ้นเคยกับการทำงานแบบไฮบริด หรือการทำงานจากที่ไหนก็ได้ทั่วโลก องค์กรของเราก็มีโอกาสจ้างงานบุคลากรจากต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งการว่าจ้างคนตามความสามารถ ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติอะไร คือแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้เรามีองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นคงเป็นเรื่องไม่ดีแน่หากเราต้องพลาดโอกาสสำคัญนี้ไป เพียงเพราะเราไม่สามารถสื่อสารในภาษาอื่น ดังนั้นเทคโนโลยี AI คือเครื่องมือที่จะมาช่วยในเบื้องต้น เพราะระบบปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบันถูกยอมรับว่ามีความสามารถในการแปลภาษาอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ (Publication Level) อย่างเช่นภาษาอังกฤษที่สามารถเขียนได้ในระดับตีพิมพ์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุนี้หากเราเอาผู้เชี่ยวชาญมาเขียนเป็นภาษาไทยให้รัดกุม และเอาข้อมูลดังกล่าวไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ เราก็จะมีโอกาสได้พนักงานต่างชาติมากขึ้น หากเทียบกับการดันทุรังเขียนเองด้วยทักษะภาษาที่ไม่แข็งแรง </span></p>
<h2>หาคนอย่างตรงจุดและปลอดภัย สร้างความน่าเชื่อถือให้องค์กร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-31979 size-full aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/aaxx.webp" alt="" width="600" height="370" title="Fraudulent Job Posting มิจฉาชีพในคราบ HR รู้ให้ทันก่อนหมดตัว ! 347" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/aaxx.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/aaxx-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสมัครงานแต่ละครั้งย่อมตามมาด้วยความหวังเพราะเป้าหมายของการทำงานคือการสร้างคุณค่าทั้งกับตัวบุคลากรและตัวองค์กรเอง นี่คือความสัมพันธ์ที่ทุกฝ่ายต้องมีความสุขร่วมกัน มีผลประโยชน์ร่วมกัน และสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน คือกลไกที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพมากขึ้น ไม่ว่าทางใดก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Fraudulent Job Posting หรือการรับสมัครงานที่ไม่ถูกทำนองคลองธรรมจึงเป็นภัยสำคัญต่อโลกการทำงาน โดยเฉพาะในโลกที่มีแรงงานในระบบน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ และพนักงานเดิมพร้อมลาออกไปใช้ชีวิตในแบบของตนตลอดเวลา คงไม่มีบุคลากรคนไหนที่อยากเสียสุขภาพจิตไปกับการสัมภาษณ์งานที่มารู้ที่หลังว่าไม่นำไปสู่ประโยชน์อะไร ขณะที่องค์กรเองก็คงไม่อยากเสียชื่อเสียงไปกับปัญหาที่เราไม่ได้ก่อ ยิ่งถ้าปัญหาดังกล่าวนำไปสู่เสียงร่ำลือในแง่ลบ หรือคะแนนรีวิวที่ต่ำโดยไม่รู้ตัว องค์กรของเราก็คงเสียโอกาสได้ตัวผู้สมัครชั้นยอดไปโดยปริยาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจึงกล่าวเสมอว่า แม้จะเป็นรูปแบบการทำงานที่เคยทำให้เราประสบความสำเร็จมาก่อน แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีได้เลยว่าวิธีการดังกล่าวคือสิ่งที่ถูกต้องในปัจจุบัน ดังนั้นเราต้องปรับตัวและศึกษาคู่แข่งอยู่ตลอดเวลา ให้คิดถึงความน่าจะเป็นทุกอย่าง (What if Scenarios) และหาทางรับมือกับสิ่งเหล่านั้นเสมอ ที่สำคัญอย่ากลัวที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะนั่นคือทางออกสำคัญที่จะช่วยให้เรายังคงความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage) อยู่ตลอดเวลาอยู่เหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณไม่รู้ว่าจะหาผู้เชี่ยวชาญจากที่ไหน ก็ขอแนะนำบริการ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=text"><span style="font-weight: 400;">Recruiting Solution</span></a><span style="font-weight: 400;"> จาก HR Products &amp; Services แพลตฟอร์มที่รวบรวมบริการและผลิตภัณฑ์ HR มากที่สุดในไทย ไม่ว่าคุณจะต้องการคนแบบไหน มีลักษณะนิสัยอย่างไร </span><span style="font-weight: 400;">ที่นี่</span><span style="font-weight: 400;">ช่วยคุณได้แน่นอน !</span></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อัตราการเติบโตของ Fraudulent Job Posting เป็นสิ่งที่ต้องกังวลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะตัวเลขที่เกิดขึ้นกำลังพุ่งสูงอย่างก้าวกระโดด ส่งผลกระทบในวงกว้างไปทั่วโลก แต่หากเรามองกันในเชิงรายละเอียด เราก็จะพบว่าสิ่งเหล่านี้สามารถป้องกันได้ไม่ยาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราสามารถเริ่มจากการวางรากฐานองค์กรให้แข็งแรงขึ้น เช่นการจัดอบรมณ์ให้พนักงานเข้าใจเรื่องความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ (Cyber Security) และเพิ่มแนวคิดของความเป็นเจ้าของ (Sense of Belonging) เพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายสำรวจภาพรวมของธุรกิจ และคอยจับสังเกตหากองค์กรของเราถูกนำไปใช้ในทางเสียหาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การช่วยกันสอดส่องดูแล โดยมีทีมงานที่พร้อมรับช่วงต่อได้อย่างแข็งแรงเป็นระบบ จะทำให้องค์กรสามารถหลีกเลี่ยงจากปัญหา Fraudulent Job Posting ได้อย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าองค์กรของคุณมองว่าเรื่องนี้ไร้สาระ ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ก็บอกเลยว่าคุณกำลังคิดผิด ! เพราะปัญหานี้จะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามการเติบโตของเทคโนโลยีและการแข่งขันในโลกธุรกิจ เราจึงอยากให้คุณรีบเปลี่ยนแนวคิด ก่อนที่ทุกอย่างจะสาย และแก้ไขอะไรไม่ทันอีกต่อไป</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" data-wp-editing="1" title="Fraudulent Job Posting มิจฉาชีพในคราบ HR รู้ให้ทันก่อนหมดตัว ! 348" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sources</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3KITElV" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3KITElV</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3QKzxaA" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3QKzxaA</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/44kCbae" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/44kCbae</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/45Bo2Xw" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/45Bo2Xw</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/recruit/fraudulent-job-posting-230821/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Campus Recruitment เข้าหาคนเก่ง ด้วยการล่าจากมหาวิทยาลัย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/230417-campus-recruitment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Apr 2023 02:54:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Campus Recruitment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/230417-campus-recruitment/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Campus Recruitment คือการสรรหาพนักงานจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษา สามารถเป็นทั้งการฝึกงาน การทำงานแบบพาร์ทไทม์ หรือการทำงานแบบเต็มเวลาก็ได้ โดยสถิติระบุว่าองค์กรในอเมริกาถึง 70% เลือกใช้วิธีนี้ Campus Recruitment ช่วยให้องค์กร เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น โดยผลวิจัยระบุว่าในปี ค.ศ. 2030 จะมีคน Gen Z อยู่ในองค์กรถึง 30% Campus Recruitment จะช่วยให้เรา ปรับตัวเข้าหาความเปลี่ยนแปลงของสังคมง่ายขึ้น ผ่านการสังเกตคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาสู่องค์กร จุดอ่อนของ Campus Recruitment คือนักศึกษายังไม่มีประสบการณ์ทำงานจริง และผลการเรียนที่ดีไม่ได้การันตีว่าจะเป็นพนักงานบริษัทที่เก่งตามไปด้วย HR ต้องพิจารณาโดยอาศัยองค์ประกอบให้ถี่ถ้วน รอบคอบที่สุด Campus Recruitment ยังทำให้องค์กรได้พนักงานที่สามารถทำหลายอย่างได้พร้อมกัน (Multi Tasking) เพราะคนที่เพิ่งทำงานเป็นครั้งแรกมักมีไฟแรง อยากพิสูจน์ตัวเองตลอดเวลา อย่างไรก็ตามองค์กรต้องมอบหมายงานอย่างเหมาะสม ไม่ฉวยโอกาสเอาเปรียบเด็ดขาด Pepsi และ Disneyland คือสองหน่วยงานระดับโลกที่เลือกใช้วิธี Campus Recruitment และประสบความสำเร็จเรื่อยมาจนปัจจุบัน Campus Recruitment คือแนวทางสรรหาที่ได้รับความนิยมมากขึ้น และถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์แห่งอนาคต [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">Campus Recruitment คือการสรรหาพนักงานจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษา สามารถเป็นทั้งการฝึกงาน การทำงานแบบพาร์ทไทม์ หรือการทำงานแบบเต็มเวลาก็ได้ โดยสถิติระบุว่าองค์กรในอเมริกาถึง 70% เลือกใช้วิธีนี้</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">Campus Recruitment ช่วยให้องค์กร เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น โดยผลวิจัยระบุว่าในปี ค.ศ. 2030 จะมีคน Gen Z อยู่ในองค์กรถึง 30%</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">Campus Recruitment จะช่วยให้เรา ปรับตัวเข้าหาความเปลี่ยนแปลงของสังคมง่ายขึ้น ผ่านการสังเกตคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาสู่องค์กร</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">จุดอ่อนของ Campus Recruitment คือนักศึกษายังไม่มีประสบการณ์ทำงานจริง และผลการเรียนที่ดีไม่ได้การันตีว่าจะเป็นพนักงานบริษัทที่เก่งตามไปด้วย HR ต้องพิจารณาโดยอาศัยองค์ประกอบให้ถี่ถ้วน รอบคอบที่สุด</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">Campus Recruitment ยังทำให้องค์กรได้พนักงานที่สามารถทำหลายอย่างได้พร้อมกัน (Multi Tasking) เพราะคนที่เพิ่งทำงานเป็นครั้งแรกมักมีไฟแรง อยากพิสูจน์ตัวเองตลอดเวลา อย่างไรก็ตามองค์กรต้องมอบหมายงานอย่างเหมาะสม ไม่ฉวยโอกาสเอาเปรียบเด็ดขาด</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">Pepsi และ Disneyland คือสองหน่วยงานระดับโลกที่เลือกใช้วิธี Campus Recruitment และประสบความสำเร็จเรื่อยมาจนปัจจุบัน</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14951 " src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/Screenshot-2566-04-17-at-09.42.35.jpg" alt="Screenshot 2566 04 17 at 09.42.35" width="720" height="427" title="Campus Recruitment เข้าหาคนเก่ง ด้วยการล่าจากมหาวิทยาลัย 361"></p>
<p>Campus Recruitment คือแนวทางสรรหาที่ได้รับความนิยมมากขึ้น และถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์แห่งอนาคต เพราะสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของคนรุ่นใหม่อย่างเป็นรูปธรรม วิธีการนี้มีขั้นตอน และจุดที่ต้องให้ความสำคัญอย่างไรบ้าง หาคำตอบได้ที่ HREX.asia</p>
<h2>Campus Recruitment หรือการเลือกคนจากมหาวิทยาลัยคืออะไร ?</h2>
<p>Campus Recruitment เรียกอีกอย่างว่า Campus Hiring หมายถึงการที่องค์กรเลือกสรรหาพนักงานใหม่จากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาที่อยู่ในเครือ ซึ่งไม่ได้หมายถึงพนักงานแบบเต็มเวลาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเป็นเด็กฝึกงานหรือทำงานแบบพาร์ทไทม์อีกด้วย</p>
<p>โดยรูปแบบการสรรหาลักษณะนี้ เป็นที่นิยมในบริษัทขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ที่จำเป็นต้องใช้กำลังคน (Manpower) จำนวนมาก และต้องการแน่ใจว่าคนที่ถูกเลือกเข้ามาในองค์กรนั้นมีความเข้าใจในวัฒนธรรมองค์กรอย่างดีเยี่ยม สามารถทำงานได้จริง</p>
<p>การสร้างความเข้าใจเรื่องวัฒนธรรมองค์กรจะง่ายขึ้นมากหากเราได้พนักงานที่มีฝีมือเข้ามาตั้งแต่เป็นนักศึกษาหรือเพิ่งเรียนจบ และค่อย ๆ ปลูกฝั่งค่านิยมขององค์กรเข้าไปทีละน้อย วิธีนี้จะมีข้อดีมากกว่าการไปจ้างพนักงานที่มีฝีมือแต่ปราศจากความเข้าใจในรูปแบบการทำงานอย่างสิ้นเชิง จึงไม่แปลกที่องค์กรชั้นนำจะเลือกเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีหรือมีกิจกรรมโดดเด่น</p>
<p>เช่น การจัด Job Fair หรือการใช้ HR Tech เพื่อให้ HR มีโอกาสเข้าถึงคนที่มีฝีมือแต่ถูกมองข้ามได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เรียกว่าขั้นตอนนี้แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นบ้าง แต่ก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-14952" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/Screenshot-2566-04-17-at-09.43.29.jpg" alt="Screenshot 2566 04 17 at 09.43.29" width="600" height="370" title="Campus Recruitment เข้าหาคนเก่ง ด้วยการล่าจากมหาวิทยาลัย 362"></p>
<p><a href="https://www.apollotechnical.com/networking-statistics/" target="_blank" rel="noopener">HR Shelf </a>ได้เผยผลวิจัยที่ระบุว่าการจ้างงานถึง 85% เกิดขึ้นเพราะการมีเครือข่าย (Connection / Networking) ซึ่งโดยปกติแล้วเหล่านักศึกษาจะไม่ได้มีโอกาสเข้าถึงเครือข่ายมากมาย หากเทียบกับคนที่มีประสบการณ์ทำงานด้านหลายปี การที่องค์กรหันมาทำ Campus Recruitment จึงเป็นการเปิดโอกาสให้เหล่านักศึกษาได้สร้างเครือข่ายตั้งแต่อายุยังน้อย ช่วยต่อยอดให้พวกเขาได้ทำงานกับบริษัทในฝัน และเครือข่ายดังกล่าวจะช่วยให้ตลาดแรงงาน (Talent Pool) ในสายงานนั้น ๆ แข็งแรงขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจในภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p><a href="https://yello.co/resource/white-paper/new-era-for-campus-recruiting/" target="_blank" rel="noopener">Apritude Research Partner </a>กล่าวว่า กระแสการว่าจ้างนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเติบโตขึ้นมากในปัจจุบัน โดยมีองค์กรถึง 70% ที่เลือกใช้กลยุทธ์นี้ ขณะที่<a href="https://www.bls.gov/spotlight/2016/a-look-at-the-future-of-the-us-labor-force-to-2060/home.htm" target="_blank" rel="noopener">สำนักสถิติแรงงาน</a> ของสหรัฐอเมริกากล่าวว่าองค์กรต้องให้ความสำคัญกับการจ้างคนรุ่นใหม่ได้แล้ว ไม่สามารถจ้างพนักงานที่มีฝีมือแต่อายุมากเพียงอย่างเดียว เพราะจะทำให้องค์กรก้าวไม่ทันความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด</p>
<p>โดยสถิติระบุว่าภายในปี ค.ศ.2030 องค์กรทุกแห่งจะมีคน Gen Z อยู่ราว 30% และในช่วงเดียวกัน ปัญหาขาดแคลนแรงงาน (Talent Shortage) จะทวีความรุนแรงขึ้นจากค่านิยมของสังคมที่เปลี่ยนไป เหตุผลเหล่านี้ทำให้การหาพนักงานตั้งแต่ต้นน้ำกลายเป็นแนวทางที่ช่วยเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) อย่างแท้จริง</p>
<p>การสรรหาพนักงานจากมหาวิทยาลัย ไม่จำเป็นต้องเป็นความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรและมหาวิทยาลัยเพียงแห่งเดียวเท่านั้น กลับกันองค์กรสามารถสร้างความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยจำนวนมากได้เลยเพื่อเพิ่มโอกาสในการสรรหา ยิ่งเมื่อรวมกับกระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้น ก็กล่าวได้ว่า Campus Recruitment คือแนวทางสรรหาอันดับต้น ๆ ที่เราแนะนำ และไม่อยากให้คุณมองข้ามโดยเด็ดขาด</p>
<h2>Campus Recruitment หรือการเลือกคนจากมหาวิทยาลัยมีประโยชน์อย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14953 " src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/Screenshot-2566-04-17-at-09.44.41.jpg" alt="Screenshot 2566 04 17 at 09.44.41" width="720" height="468" title="Campus Recruitment เข้าหาคนเก่ง ด้วยการล่าจากมหาวิทยาลัย 363"></p>
<p>สังคมทำงานในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Fast-Pace Growing) มีงานหลายอย่างที่จะหายไปในอนาคต ขณะเดียวกันก็มีงานอีกหลายอย่างที่กำลังเกิดขึ้นและไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ดังนั้นการเข้ามาของคนรุ่นใหม่คือรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรของคุณสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างทันท่วงที</p>
<p>Campus Recruitment ทำให้องค์กรเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้โดยตรง จึงมีโอกาสรู้ค่านิยม (Value) และทัศนคติ (Mindset) ของพวกเขาง่ายขึ้น กลยุทธ์นี้มีประโยชน์ใดอีกบ้าง หาคำตอบได้ที่นี่</p>
<h3>Campus Recruitment ช่วยประหยัดเวลา</h3>
<p>ปกติแล้วการหาพนักงานใหม่จะต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะ องค์กรต้องเป็นฝ่ายค้นหานักศึกษาเอง ต้องเสียเวลาประชาสัมพันธ์หรือใช้บริการตัวช่วยอีกมากมาย แต่หากเรามีความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาอยู่แล้ว เราก็สามารถรู้ได้เลยว่ามีนักศึกษาคนไหนที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการบ้าง หรือแม้แต่การหาข้อมูลเบื้องต้นว่าสิ่งที่นักศึกษารุ่นใหม่ให้ความสนใจคืออะไร เพื่อนำมาปรับสวัสดิการภายในองค์กรให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้</p>
<p>การสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้ตั้งแต่ต้น ยังช่วยให้เกิดความเชื่อมั่น ทำให้พวกเขาอยากเข้ามาร่วมงานกับเราทันทีหลังเรียนจบ ถือเป็นการลดความยากในการโน้มน้าวคนเก่งด้วยเช่นกัน</p>
<h3>Campus Recruitment ช่วยลดอัตราการลาออก (Retention Rate)</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9136" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/Employee-Retention1.jpg" alt="Employee Retention การรักษาพนักงาน" width="500" height="334" title="Campus Recruitment เข้าหาคนเก่ง ด้วยการล่าจากมหาวิทยาลัย 364"></p>
<p>ไม่ว่าใครก็อยากเป็นคนที่มีคุณค่าภายในองค์กร เรื่องนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจของพนักงานว่าควรอยู่หรือควรไป เพราะวัยทำงานต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ที่ออฟฟิศ การรู้สึกว่าตนไม่มีความหมาย จะทำให้แต่ละวันผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ทันที</p>
<p>ถ้าหากเราทำให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองสำคัญ ให้โอกาสเติบโตในตำแหน่งงานที่ใหญ่ขึ้น หรือทำให้รู้สึกว่าตนสามารถพัฒนาเป็นคนที่ดีกว่าเดิมเมื่ออยู่กับองค์กร พนักงานก็จะไม่เห็นความจำเป็นในการลาออก ยิ่งถ้าเราดูแลพนักงานอย่างดีตั้งแต่วันที่เข้ามาทำงานครั้งแรก (First Jobber) เรื่อยมาจนถึงวันที่เขาประสบความสำเร็จ ก็จะนำไปสู่ความจงรักภักดี (Loyalty) พร้อมเติบโตไปกับองค์กรในระยะยาว</p>
<h3>Campus Recruitment ช่วยให้องค์กรมีความรู้เกี่ยวกับคนรุ่นใหม่มากขึ้น</h3>
<p>คำว่าคนรุ่นใหม่หมายถึงกลุ่มคนที่จะเข้ามาเป็นอนาคตขององค์กร เต็มไปด้วยทักษะที่คนรุ่นเก่าไม่รู้ และมีทัศนคติแห่งอนาคตที่องค์กรควรศึกษาและปรับตัวเข้าหาตามความเหมาะสม นอกจากนี้พนักงานที่เพิ่งเรียนจบอาจมีวิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ ที่องค์กรนำไปปรับใช้ได้เลย</p>
<p>อย่าลืมว่าในโลกการทำงานนั้น เราไม่ได้ต้องการคำแนะนำจากคนที่มีประสบการณ์เพียงอย่างเดียว แต่พลังจากความหลากหลาย (Diversity) เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน องค์กรที่มีแต่คนรุ่นเก่าจะไม่รู้เลยว่าคนรุ่นใหม่ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายในอนาคตมีความต้องการอะไร ต่างจากองค์กรที่มีคนรุ่นใหม่เยอะและสามารถเรียนรู้ความเปลี่ยนแปลงได้แค่จากการสังเกตพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน องค์กรที่ไม่มีคนรุ่นใหม่หรือมีไม่เพียงพอจึงมีโอกาส “ตกยุค” มากกว่า</p>
<h3>Campus Recruitment จะทำให้ได้พนักงานที่ทำได้หลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking Employee)</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-13159" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/Screenshot-2565-11-18-at-13.48.16.png" alt="Multi Skills ทำไมพนักงานต้องมี นายจ้างต้องการ ?" width="600" height="370" title="Campus Recruitment เข้าหาคนเก่ง ด้วยการล่าจากมหาวิทยาลัย 365"></p>
<p>นักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบมาใหม่จะยังไม่มีรูปแบบการทำงานของตัวเองที่ตายตัว พวกเขาคือกลุ่มคนที่พร้อมเรียนรู้และพยายามหาคำตอบว่าตนมีความถนัดแบบไหน ดังนั้นพวกเขาจะเข้าใจดีว่าตนไม่สามารถทำงานด้วยวิธีการเดียวได้</p>
<p>แต่ต้องศึกษาวิธีการทำงานหลายแบบ ต้องลองคว้าโอกาสใหม่ ๆ ดูบ้าง ทัศนคตินี้เมื่อรวมกับพลังงานที่ล้นเหลือตามวัย ก็จะยิ่งผลักดันให้พวกเขาทำงานหลากหลายมากขึ้น กล้าทดลองอะไรใหม่ ๆ มากขึ้น ทั้งเพื่อยกระดับตัวเอง และเพื่อสร้างความประทับใจให้กับหัวหน้างาน</p>
<p>อย่างไรก็ตามแม้ จะเห็นว่าพนักงานไฟแรงและต้องการพิสูจน์ตัวเองแค่ไหน แต่เราก็ต้องมอบหมายงานตามความเหมาะสม ห้ามฉวยโอกาสเอาเปรียบเด็ดขาด</p>
<h3>Campus Recruitment ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับองค์กรและทำให้มีตัวเลือกในการจ้างงานมากขึ้น</h3>
<p>เมื่อเราทราบแล้วว่าการสรรหาพนักงานใหม่จากสถานศึกษามีประโยชน์ เราก็ต้อง รักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ด้วยกระบวนการสนับสนุนซึ่งกันและกัน สถานศึกษาอาจให้พื้นที่องค์กรในการเข้าถึงนักศึกษาในสังกัดง่ายขึ้น ขณะที่องค์กรเองก็ต้องให้ความรู้หรือจัดอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษา หรือหาแนวทางใดก็ได้เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานเมื่อนักศึกษาเรียนจบ</p>
<p>เมื่อรวมกับข้อมูลที่กล่าวในข้างต้นว่าการจ้างงานในปัจจุบันเกิดจากคำแนะนำระหว่างกันมากขึ้น ระบบ Campus Recruitment ที่เคยสร้างความสำเร็จให้กับรุ่นพี่ ก็จะถูกเล่าต่อไปถึงรุ่นน้อง ส่งต่อเป็นข้อมูลไปเรื่อย ๆ เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ (Branding) ให้กับองค์กรอีกช่องทางหนึ่ง</p>
<h2>Campus Recruitment หรือการเลือกคนจากมหาวิทยาลัย มีข้อควรระวังอย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-14593" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Screenshot-2566-03-05-at-09.23.17.png" alt="Screenshot 2566 03 05 at 09.23.17" width="600" height="370" title="Campus Recruitment เข้าหาคนเก่ง ด้วยการล่าจากมหาวิทยาลัย 366"></p>
<p>การสรรหาพนักงานจากสถานที่ศึกษาไม่ได้มีแต่ข้อดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีจุดที่ HR ของแต่ละองค์กรต้องใส่ใจและระมัดระวัง โดยเราสามารถแบ่งออกเป็นหัวข้อดังต่อไปนี้</p>
<h3>Campus Recruitment อาจทำให้ HR มีตัวเลือกเยอะเกินไป</h3>
<p>ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่นักหากเราเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มี HR Recruiter จำนวนมาก หรือมีระบบ AI ช่วยคัดกรองในเบื้องต้น แต่กับองค์กรทั่วไปนั้น การสรรหาพนักงานจากนักศึกษาที่ยังไม่แน่ใจในอนาคตตัวเองมากนัก จะทำให้ HR ต้องเป็นฝ่ายเข้าหา (Approaching) ต่างจากการสรรหาตามขั้นตอนปกติที่จะมีคนส่งใบสมัครเข้ามา</p>
<p>ดังนั้น HR หนึ่งท่านอาจต้องพิจารณานักศึกษามากกว่า 500 รายภายใน 2-3 วัน โดยต้องแน่ใจว่าจะไม่เผลอมองข้ามคนเก่งไปเด็ดขาด ซึ่งนับเป็นเรื่องยากมากหากไม่เตรียมพร้อมให้ดี</p>
<h3>Campus Recruitment อาจทำให้เรามีข้อมูลผู้สมัครแค่จากเรซูเม่เท่านั้น</h3>
<p>การคัดเลือกพนักงานที่ดีคือการรู้ข้อมูลของอีกฝ่ายให้มากที่สุด แต่เมื่อเราคัดเลือกจากนักศึกษาที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน หรืออย่างมากก็เคยผ่านแค่การฝึกงานและกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย ก็อาจทำให้ HR เลือกคนผิดพลาดได้ เพราะคนที่ผลการเรียนดี ไม่ได้แปลว่าจะทำงานได้ดีตามไปด้วย คนที่ทำหน้าที่นี้จึงต้องมีสายตาที่เฉียบคม ต้องหาเพชรที่ซ่อนอยู่ในสถานศึกษาให้เจอ</p>
<p>วิธีแก้ปัญหาก็คือองค์กรต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างความสัมพันธ์กับผู้สมัคร (Candidate Engagement) ให้มากขึ้น จากเดิมที่เคยส่ง HR ไปเพียงไม่กี่คน ก็อาจเพิ่มไปในจำนวนที่เหมาะสมขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-8103" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/Culture-and-Hiring-1.jpg" alt="Culture and Hiring" width="600" height="370" title="Campus Recruitment เข้าหาคนเก่ง ด้วยการล่าจากมหาวิทยาลัย 367"></p>
<h3>องค์กรที่ทำ Campus Recruitment ต้องมีภาพลักษณ์ที่เข้ากับคนรุ่นใหม่</h3>
<p><a href="https://hbr.org/2014/03/how-companies-can-attract-the-best-college-talent" target="_blank" rel="noopener">Collegefeed</a> กล่าวว่ามีองค์กรถึง 92% ที่มองว่าปัญหาที่ทำให้องค์กรไม่สามารถดึงดูดนักศึกษามาทำงานได้ เป็นเพราะมีภาพลักษณ์ (Branding) ที่ไม่สอดคล้องกับค่านิยมของคนรุ่นใหม่ ดังนั้นหน้าที่ขององค์กรคือการให้ข้อมูลสู่สาธารณะ โดยเน้นทำความเข้าใจเรื่องแก่น (Core Value), วัฒนธรรม (Culture) ตลอดจนสวัสดิการ (Benefits) ขององค์กร เพื่อแสดงให้เห้นว่าการทำงานที่องค์กรแห่งนี้จะช่วยให้พนักงานมีอนาคตดีขึ้นได้อย่างไร จำเป็นต้องเปลี่ยนช่องทางสื่อสาร (Communication Tools) จากออฟไลน์ไปเป็นออนไลน์หรือไม่ ? องค์กรที่ไม่ใส่ใจเรื่องนี้ ก็จะถูกมองข้ามไปโดยปริยาย</p>
<h2>Campus Recruitment หรือการเลือกคนจากมหาวิทยาลัย มีวิธีการอย่างไร ?</h2>
<p>การเรียนมหาวิทยาลัยโดยทั่วไปจะมีการปิดเทอม แต่การหาคนแบบ Campus Recruitment <a href="https://yello.co/blog/campus-recruitment/-strategies/" target="_blank" rel="noopener">ไม่มีวันหยุด</a> องค์กรที่อยากใช้วิธีนี้ให้ได้ผลต้องรู้จักปรับตัวให้ทันเพื่อให้คนสนใจองค์กรของเรามากขึ้น เปิดโอกาสให้เราเข้าถึงคนที่มีฝีมือได้ง่ายกว่าเดิม</p>
<p><i>เราสามารถสรุปเรื่อง Campus Recruitment ได้ดังนี้</i></p>
<h3>องค์กรต้องจัดนักศึกษาให้เป็นกลุ่มก้อน (Community)</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-8316" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/2b00b90315a9406661af8765a014b347-1.jpg" alt="Social Media Recruiting การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media HR NOTE" width="500" height="334" title="Campus Recruitment เข้าหาคนเก่ง ด้วยการล่าจากมหาวิทยาลัย 368"></p>
<p>หากองค์กรต้องการหลีกเลี่ยงใบสมัครที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือจำกัดตัวเลือกให้เหลือน้อยลง คุณสามารถใช้วิธีการติดต่อกับมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างชมรมหรือกลุ่มก้อนขึ้นมาสักกลุ่ม เพื่อเข้าไปอธิบายในสถานศึกษาว่า รูปแบบการทำงานขององค์กรเป็นอย่างไร เพื่อให้นักศึกษาที่สนใจในแนวทางดังกล่าวมารวมตัวกัน และสื่อสารกับองค์กรตั้งแต่ตอนที่ยังเรียนไม่จบ วิธีนี้จะทำให้นักศึกษามีความผูกพันและรู้สึกว่าตนได้เข้าสู่โลกการทำงานผ่านโครงการขององค์กร</p>
<p>HR สามารถนำเสนอรูปแบบการรับเด็กฝึกงาน หรืออธิบายทักษะที่จำเป็นของพนักงานระดับเริ่มต้น (Entry Level) ได้เลย แถมยังสามารถให้ศิษย์เก่า (Alumni) ที่ทำงานกับเรามาเชิญชวนให้นักศึกษารุ่นใหม่เข้ามาอยู่ในกลุ่มก้อนเดียวกัน ถือเป็นวิธีบอกต่อ (Referral) ที่ได้ผลจริง</p>
<h3>องค์กรต้องสื่อสารกับนักศึกษาให้ชัดเจน</h3>
<p>แม้การสื่อสารในปัจจุบันจะทำได้ง่ายขึ้นผ่านโลกออนไลน์และการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ แต่องค์กรต้องศึกษาให้แน่ใจว่านักศึกษาในพื้นที่แต่ละแห่งนิยมใช้วิธีการแบบใด เราต้องพร้อมให้ข้อมูลด้วยการใช้เครื่องมือที่หลากหลาย เพื่อให้นักศึกษามา<a href="https://yello.co/blog/5-tips-boost-student-attendance-career-fair/" target="_blank" rel="noopener">รวมตัวในงาน Job Fair มากขึ้น</a> เพราะการจัดงานแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายสูง องค์กรไม่ควรปล่อยให้โอกาสผ่านไปโดยสูญเปล่า</p>
<h3>องค์กรต้องประเมินผลเสมอ</h3>
<p>ไม่มีวิธีสรรหาแบบใดที่ประสบความสำเร็จแบบตายตัว ดังนั้นทุกครั้งที่มีการทดลองกลยุทธ์ใหม่ ๆ กับกลุ่มเป้าหมายแต่ละแห่ง องค์กรต้องนำมาวิเคราะห์หาจุดแข็งและจุดอ่อนอยู่เสมอเพื่อพัฒนากระบวนการสรรหาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยอาจทำแบบสอบถามระหว่างภาคเรียน เพื่อตรวจสอบว่าค่านิยม ทัศนคติ และความเชื่อของนักศึกษาเปลี่ยนไปจากเดิมมากแค่ไหน จำเป็นต้องเปลี่ยนนโยบายการสรรหาหรือยัง</p>
<h2>ตัวอย่าง Campus Recruitment จากบริษัทที่ประสบความสำเร็จ</h2>
<h3>เป๊ปซี่ (Pepsi)</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-13987" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/Screenshot-2566-01-04-at-15.08.37.png" alt="Screenshot 2566 01 04 at 15.08.37" width="600" height="370" title="Campus Recruitment เข้าหาคนเก่ง ด้วยการล่าจากมหาวิทยาลัย 369"></p>
<p>เป๊ปซี่ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหลายแห่งในสหรัฐอเมริกาเพื่อคัดเลือกพนักงานใหม่จากบรรดานักศึกษาที่มีฝีมือ โดยมีสถิติเรียกสัมภาษณ์ราว 7,000 คนต่อปี นอกจากนี้ยังให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้ที่จำเป็นสำหรับการทำงาน เช่น เรื่องการเป็นผู้นำ (Leadership) และการเข้าใจความแตกต่างของมนุษย์ (Diversity)</p>
<p>โดยการสรรหาพนักงานด้วยวิธีนี้มีอัตราเข้ารับทำงานถึง 71% จากจำนวนผู้เข้าสัมภาษณ์ทั้งหมด ทั้งนี้พวกเขาไม่ได้สรรหาแค่จากมหาวิทยาลัยชั้นนำเท่านั้น แต่ยังเน้นให้โอกาสกับกลุ่มคนให้มากที่สุดด้วยความเชื่อว่าทุกพื้นที่มีคนเก่งซ่อนตัวอยู่เสมอ</p>
<h3>ดิสนีย์ (Disney)</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-12049" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/08/3606651095_10bebc97d5_b.jpg" alt="Disneyland สวนสนุกระดับโลกมีวิธีสรรหาและบริหารคนอย่างไร" width="600" height="370" title="Campus Recruitment เข้าหาคนเก่ง ด้วยการล่าจากมหาวิทยาลัย 370"></p>
<p>นิตยสารชื่อดังอย่าง <a href="https://www.cosmopolitan.com/career/a50189/interview-insider-disney-parks-career-jobs/" target="_blank" rel="noopener">Cosmopolitan</a> กล่าวว่าดิสนีย์คือขาประจำของอีเวนท์หางาน (Job Fair) เพื่อรับสมัครเด็กฝึกงาน ตลอดจนพนักงานพาร์ทไทม์เพื่อวางรากฐานให้กับองค์กรในระยะยาว วิธีนี้นอกเหนือจากจะเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ในชุมชนใกล้เคียงดิสนีย์แลนด์มีโอกาสทำงานแล้ว ความใส่ใจตรงนี้ยังช่วยให้ดิสนีย์เข้าถึงนักศึกษาระดับหัวกะทิได้ไวกว่าองค์กรอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยโดยตรง</p>
<p>ดิสนีย์เชื่อมั่นว่าคนรุ่นเก่าต้องฟังจากเด็กรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเด็กที่เพิ่งเรียนจบซึ่งเป็นช่วงวัยที่เต็มไปด้วยมุมมองและไอเดียที่น่าสนใจ ความรู้เหล่านี้อาจนำไปสู่กลยุทธ์ที่พลิกแพลงผลประกอบการในโลกธุรกิจได้เลย</p>
<h2>หาคนที่โดนใจในทุกระดับ ด้วย Recruitment Solution</h2>
<p>ในยุคที่การทำงานมีปัจจัยเกี่ยวข้องมากมายและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การหาพนักงานที่เข้าใจวัฒนธรรมและรูปแบบการทำงานเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรต้องทำให้เกิดขึ้นโดยเร็วหากไม่ต้องการถูกทิ้งจากบริษัทคู่แข่ง ซึ่งการนำ HR Tech เข้ามาก็เป็นอีกทางเลือกที่ได้ผลเช่นกัน HR Recruiter รุ่นใหม่จึงต้องมีความรู้ ไม่ใช่เลือกแต่เทคโนโลยีที่ใหม่กว่า โดยไม่สนเลยว่าลักษณะนิสัยของกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างไร</p>
<p>ดังนั้นไม่ว่าคุณจะหาพนักงานแบบเริ่มต้น (Entry Level) หรือผู้บริหารระดับสูง (Executive Level) เราขอแนะนำให้ใช้บริการ Recruitment Solution เพื่อให้แน่ใจว่าเราเข้าหาผู้สมัครด้วยองค์ความรู้ที่ถูกต้องที่สุด ซึ่งเราแนะนำให้ใช้บริการ <a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=text">HR Products &amp; Services</a> จาก HREX.asia รับรองว่าจะช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นแน่นอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-13563" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/9644b9e8fa947ce99e2f382fac6bfd5d-1.jpg" alt="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร" width="500" height="334" title="Campus Recruitment เข้าหาคนเก่ง ด้วยการล่าจากมหาวิทยาลัย 371"></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>จะเห็นว่าการสรรหาพนักงานแบบ Campus Recruitment นั้นเป็นดาบสองคม หากเรามีความพร้อม เราก็จะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ แต่หากเราเตรียมตัวไม่ดีพอ ชื่อเสียงของเราก็จะเสียหายตามไปด้วย</p>
<p>ความสำเร็จของ Campus Recruitment ในองค์กรหนึ่ง ไม่สามารถการันตีความสำเร็จในอีกองค์กรได้ จึงต้องเลือกใช้ตามสมควร โดยคำนึงถึงประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายเป็นที่ตั้ง เพราะแม้บางครั้งเราจะไม่ได้พนักงานที่ตรงใจ แต่เราก็ยังได้มอบคนที่มีคุณภาพมากขึ้นเข้าสู่ตลาดแรงงาน ที่จะช่วยยกระดับธุรกิจของประเทศในภาพรวม</p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://bit.ly/2lYTvCm" target="_blank" rel="noopener">https://bit.ly/2lYTvCm</a></li>
<li><a href="https://bit.ly/3ntI0T8" target="_blank" rel="noopener">https://bit.ly/3ntI0T8</a></li>
<li><a href="https://bit.ly/3G0WWhO" target="_blank" rel="noopener">https://bit.ly/3G0WWhO</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14950 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/fbfd8f9e680332111ada7ec987540694.jpg" alt="fbfd8f9e680332111ada7ec987540694" width="1600" height="500" title="Campus Recruitment เข้าหาคนเก่ง ด้วยการล่าจากมหาวิทยาลัย 372"></a></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คนเก่งแต่ไม่หล่อ vs คนหล่อแต่ไม่เก่ง บุคลิกภาพ ความหล่อ ความสวย สำคัญกับการทำงานอย่างไร </title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/050323-handsome-vs-ugly/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Mar 2023 02:30:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[หล่อ]]></category>
		<category><![CDATA[สวย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/050323-handsome-vs-ugly/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT การที่ฝ่ายบุคคลเลือกรับคนที่หน้าตาหรือมีเสน่ห์ถูกใจตัวเองมากกว่าเข้าทำงานเป็นเรื่องปกติที่แม้จะสะท้อนถึงความไม่เป็นมืออาชีพ แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ประจำ เพราะเราต่างเป็นมนุษย์และย่อมต้องการอยู่กับคนที่รู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ใกล้ ๆ มากกว่า สถิติพบว่าคนที่หน้าตาดีมีโอกาสได้งานมากกว่าจริง แถมยังมีโอกาสเพิ่มเงินเดือน, เลื่อนตำแหน่ง และเข้าถึงทรัพยากรในการทำงานมากกว่าคนที่หน้าตาไม่ดี จุดที่น่าสนใจก็คือหากผู้สัมภาษณ์รู้ว่าพนักงานที่สมัครเข้ามาอยู่คนละแผนก ผู้สัมภาษณ์ก็จะเลือกคนที่หน้าตาดีกว่าทันที เพราะรู้ว่าจะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น แต่หากผู้สัมภาษณ์รู้ว่าผู้สมัครมีโอกาสเป็นคู่แข่งในอนาคต ก็จะเลือกคนที่หน้าตาไม่ดี เพื่อเลี่ยงการแข่งขันที่ยากลำบากในอนาคต ซึ่งหากมองด้วยเหตุผลนี้ ทุกคนก็จะมีโอกาสได้งานเท่ากัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่งานวิจัยก็ยังเผยว่าความหล่อ ความสวย และบุคลิกภาพที่ดีไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดที่องค์กรมองหา แต่มีความสำคัญเป็นลำดับที่ 3 รองจากประสบการณ์ทำงาน และความมั่นใจตัวเอง ความเป็นมืออาชีพเมื่อรวมกับภาพลักษณ์ที่ดี ก็จะช่วยผลักดันให้องค์กรก้าวไปอีกขั้น อนึ่งคำว่าดูดีไม่ได้หมายความถึงความหล่อ สวยเท่านั้น แต่สามารถเป็นเสน่ห์ที่เกิดจากการแต่งกายและการวางตัวให้ถูกกาลเทศะก็ได้เช่นกัน ถ้าพูดถึงเรื่องที่เป็นข้อถกเถียงกันมานานในแวดวงทำงาน  ประเด็นเรื่องหน้าตา, ความหล่อสวย และบุคลิกภาพของพนักงานเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ เพราะแม้จะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ก็มีแง่มุมที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างมากจนไม่สามารถมองข้ามไปได้ง่าย ๆ ในโอกาสนี้ HREX จึงต้องการนำเสนอภาพรวมทั้งในแง่บวกและลบ โดยอ้างอิงจากผลวิจัยที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ตัวพนักงาน, ผู้สมัคร ตลอดจน HR ที่ดูแลเรื่องการบริหารจัดการคนโดยตรงเข้าใจว่าเราสามารถมองเรื่องนี้ด้วยทัศนคติแบบไหนได้บ้าง ก่อนที่จะนำข้อมูลทั้งหมดไปประยุกต์เข้ากับแผนงานเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีในลำดับต่อไป ความหล่อ ความสวย สอดคล้องกับการทำงานอย่างไร หาคำตอบได้ที่นี่ บุคลิกภาพ ความหล่อ ความสวย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">การที่ฝ่ายบุคคลเลือกรับคนที่หน้าตาหรือมีเสน่ห์ถูกใจตัวเองมากกว่าเข้าทำงานเป็นเรื่องปกติที่แม้จะสะท้อนถึงความไม่เป็นมืออาชีพ แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ประจำ เพราะเราต่างเป็นมนุษย์และย่อมต้องการอยู่กับคนที่รู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ใกล้ ๆ มากกว่า</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">สถิติพบว่าคนที่หน้าตาดีมีโอกาสได้งานมากกว่าจริง แถมยังมีโอกาสเพิ่มเงินเดือน, เลื่อนตำแหน่ง และเข้าถึงทรัพยากรในการทำงานมากกว่าคนที่หน้าตาไม่ดี</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">จุดที่น่าสนใจก็คือหากผู้สัมภาษณ์รู้ว่าพนักงานที่สมัครเข้ามาอยู่คนละแผนก ผู้สัมภาษณ์ก็จะเลือกคนที่หน้าตาดีกว่าทันที เพราะรู้ว่าจะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น แต่หากผู้สัมภาษณ์รู้ว่าผู้สมัครมีโอกาสเป็นคู่แข่งในอนาคต ก็จะเลือกคนที่หน้าตาไม่ดี เพื่อเลี่ยงการแข่งขันที่ยากลำบากในอนาคต ซึ่งหากมองด้วยเหตุผลนี้ ทุกคนก็จะมีโอกาสได้งานเท่ากัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">แต่งานวิจัยก็ยังเผยว่าความหล่อ ความสวย และบุคลิกภาพที่ดีไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดที่องค์กรมองหา แต่มีความสำคัญเป็นลำดับที่ 3 รองจากประสบการณ์ทำงาน และความมั่นใจตัวเอง</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">ความเป็นมืออาชีพเมื่อรวมกับภาพลักษณ์ที่ดี ก็จะช่วยผลักดันให้องค์กรก้าวไปอีกขั้น อนึ่งคำว่าดูดีไม่ได้หมายความถึงความหล่อ สวยเท่านั้น แต่สามารถเป็นเสน่ห์ที่เกิดจากการแต่งกายและการวางตัวให้ถูกกาลเทศะก็ได้เช่นกัน</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-14591" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Screenshot-2566-03-05-at-09.18.32.png" alt="Screenshot 2566 03 05 at 09.18.32" width="600" height="370" title="คนเก่งแต่ไม่หล่อ vs คนหล่อแต่ไม่เก่ง บุคลิกภาพ ความหล่อ ความสวย สำคัญกับการทำงานอย่างไร  382"></p>
<p>ถ้าพูดถึงเรื่องที่เป็นข้อถกเถียงกันมานานในแวดวงทำงาน  ประเด็นเรื่องหน้าตา, ความหล่อสวย และบุคลิกภาพของพนักงานเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ เพราะแม้จะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ก็มีแง่มุมที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างมากจนไม่สามารถมองข้ามไปได้ง่าย ๆ</p>
<p>ในโอกาสนี้ HREX จึงต้องการนำเสนอภาพรวมทั้งในแง่บวกและลบ โดยอ้างอิงจากผลวิจัยที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ตัวพนักงาน, ผู้สมัคร ตลอดจน HR ที่ดูแลเรื่องการบริหารจัดการคนโดยตรงเข้าใจว่าเราสามารถมองเรื่องนี้ด้วยทัศนคติแบบไหนได้บ้าง ก่อนที่จะนำข้อมูลทั้งหมดไปประยุกต์เข้ากับแผนงานเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีในลำดับต่อไป</p>
<p>ความหล่อ ความสวย สอดคล้องกับการทำงานอย่างไร หาคำตอบได้ที่นี่</p>

<h2>บุคลิกภาพ ความหล่อ ความสวย เกี่ยวข้องกับการทำงานในปัจจุบันอย่างไร</h2>
<p><a href="https://www.mgmt.ucl.ac.uk/news/handsome-men-more-likely-be-rejected-competitive-jobs" target="_blank" rel="noopener">UCL School of Management</a> กล่าวว่า ปัจจุบันหน้าตามีผลต่อการทำงานมากขึ้น ทั้งในแง่บวกและลบ มีการมองคนด้วยอคติ (Bias) มากเป็นประวัติการณ์ จนกล่าวได้ว่าหากเราไม่แก้ไขปัญหานี้ รูปแบบการรับพนักงานเข้าทำงานก็จะปราศจากความเป็นธรรม เริ่มไร้ระบบ จนท้ายสุดจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ และทำให้องค์กรต้องสูญเสียทรัพยากรโดยไม่จำเป็น</p>
<p>คุณซัน ยัง ลี (Sun Young Lee) หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่าผู้นำส่วนใหญ่ชอบมองคนแบบเหมารวม (Stereotype) เช่นหน้าตาดี = ฝีมือดี และเลือกคนเข้ามาทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองเท่านั้น โดยความชื่นชอบในรูปลักษณ์ (Lookism) ถือเป็นกรณีพื้นฐานที่คนมักตกหลุมพราง ยิ่งพอองค์กรให้สิทธิ์พนักงานทั่วไปในการร่วมคัดเลือก (Recruiting Process) ปัญหาเรื่องการคัดเลือกที่ไม่เป็นธรรมก็จะยิ่งชัดเจนขึ้น</p>
<p>บทความนี้ต้องการตอกย้ำให้เห็นว่าการมองคนจากภายนอกยังมีอยู่ในแวดวงธุรกิจจริง ๆ และไม่ใช่เรื่องดีแน่หากคนที่หน้าตาดีจะได้รับโอกาสเป็นผู้นำแบบง่าย ๆ โดยที่คนเก่งแต่หน้าตาไม่ดีจะต้องถูกมองข้ามแค่เพราะไม่มีเสน่ห์มากพอ ประเด็นนี้ขัดแย้งกับการรณรงค์เรื่องความเท่าเทียม (Diversity) ที่พยายามสร้างค่านิยม (Value) ที่เป็นกลางด้านเชื้อชาติ, สีผิว, ศาสนา ตลอดจนความเท่าเทียมทางอารมณ์ ความคิด และความรู้สึกต่าง ๆ</p>
<p>ปัจจุบันมีพนักงานหลายรายที่เลือก<a href="https://www.economist.com/international/2021/04/11/covid-19-is-fuelling-a-zoom-boom-in-cosmetic-surgery" target="_blank" rel="noopener">ทำศัลยกรรม</a> เพื่อเพิ่มโอกาสทางหน้าที่การงาน ดังนั้นหากต้องการให้คนในทีมแก้ปัญหาไปด้วยกัน ก็ต้องให้ความรู้และทำให้ดูเป็นตัวอย่าง (Lead by Example) โดยที่ตัวผู้นำหรือผู้บริหารองค์กรต้องเป็นคนเริ่มต้นออกตัวว่าจะแก้ปัญหานี้เอง เช่นบางแห่งได้เริ่มสัมภาษณ์พนักงานแบบ Blind Interview หมายถึงวิธีคัดเลือกแบบไม่เห็นหน้าจนกว่าจะถึงขั้นตอนที่ต้องตัดสินใจจริง ๆ ทั้งนี้ไม่ว่าจะใช้กลยุทธ์ใดก็แล้วแต่ HR จำเป็นต้องให้ความรู้กับพนักงานควบคู่ไปด้วยเช่นกัน</p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220825-candidates-comparison/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-14592" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Screenshot-2566-03-05-at-09.21.19.png" alt="Screenshot 2566 03 05 at 09.21.19" width="600" height="370" title="คนเก่งแต่ไม่หล่อ vs คนหล่อแต่ไม่เก่ง บุคลิกภาพ ความหล่อ ความสวย สำคัญกับการทำงานอย่างไร  383"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220825-candidates-comparison/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ความสำคัญของบุคลิกภาพและความหล่อ ความสวยกับการสมัครงาน</h2>
<h3>ฝั่งที่มองว่ายิ่งหน้าตาดี ยิ่งมีโอกาสได้งาน</h3>
<p>แม้เราจะพูดเรื่องความเป็นธรรมภายในองค์กร แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าในโลกของความเป็นจริง ปัจจัยด้านหน้าตาและบุคลิกภาพของผู้สมัครมีผลกับการตัดสินใจของ HR อยู่เสมอ โดย University of Buffalo ได้ออกมายืนยันเรื่องดังกล่าวผ่าน<a href="https://onlinelibrary.wiley.com/doi/abs/10.1111/peps.12469" target="_blank" rel="noopener">วิจัย</a>ที่ระบุว่า “คนที่หน้าตาดีมีเสน่ห์น่าดึงดูดจะมีโอกาสได้งานมากกว่า ได้เลื่อนขั้นมากกว่าและได้ปรับเงินเดือนมากกว่า” เรียกสิ่งนี้ว่าอภิสิทธิ์จากความงาม (Beautiful Privilege) ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมทำงานมานาน และไม่มีทีท่าว่าจะเลือนหายไป</p>
<p>หัวหน้าการวิจัยได้กล่าวเสริมว่า “เมื่อคนหน้าตาดีกว่าได้โอกาสแล้ว ก็จะทำให้เขาเข้าถึงทรัพยากรด้านการพัฒนาตัวเองมากขึ้น ทำให้เขาสามารถกลายเป็นคนที่เก่งกว่าผู้ที่ต้องแสวงหาทุกอย่างด้วยตัวเอง จึงไม่แปลกที่คนหน้าตาดีจะประสบความสำเร็จ ที่สำคัญคนที่หน้าตาดีส่วนใหญ่จะมีความมั่นใจตัวเอง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้นำเสนองานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สรุปง่าย ๆ ว่าคนที่หน้าตาดีจะมีความเชื่อมโยงกับทรัพยากรบางอย่างที่ช่วยให้เขายกระดับตัวเองขึ้นมาได้โดยใช้ความพยายามน้อยกว่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-14600" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/employee-stock-plan_FB.jpg" alt="employee stock plan FB" width="600" height="370" title="คนเก่งแต่ไม่หล่อ vs คนหล่อแต่ไม่เก่ง บุคลิกภาพ ความหล่อ ความสวย สำคัญกับการทำงานอย่างไร  384"></p>
<p>ผู้วิจัยได้สำรวจและวิเคราะห์คลิปการสัมภาษณ์ออนไลน์จำนวน 300 คนและพบว่าคนที่หน้าตาดีจะมีทักษะการวางตัว การพูด และบุคลิกภาพดีกว่าคนที่หน้าตาไม่ดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่หน้าตาดีจะเอาชนะได้เสมอ เพราะท้ายสุดแล้วเราย่อมต้องมองหาคนที่มีความสามารถเข้ามาสู่องค์กร ดังนั้นถ้าเราเอาผลประโยชน์ของทีมเป็นที่ตั้งก็จะช่วยให้เราก้าวข้ามความลำเอียงบางอย่างไปได้โดยปริยาย แปลว่าผู้สัมภาษณ์ต้องไม่หลงกลไปกับความหล่อสวย แต่ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่ากำลังมองหาอะไร</p>
<p>ประเด็นที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือองค์กรที่เชื่อมั่นในระบบพัฒนาบุคลากรมักมองว่าการทำให้พนักงานเก่งขึ้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีผู้สอนที่มีศักยภาพสูงอยู่แล้ว กลับกันการเข้าไปก้าวก่ายเรื่องบุคลิกภาพ การแต่งกาย และการดูแลตัวเองของพนักงานอาจถูกมองเป็นเรื่องส่วนตัวที่บริษัทไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายดัง ดังนั้นหากมองในภาพรวมแล้ว การเลือกคนที่หน้าตาดีแล้วไปฝึกให้เก่งขึ้น ดูเป็นเรื่องง่ายกว่าการจ้างคนที่ฝีมือพอประมาณหรือเท่าเทียม แล้วค่อยไปปรับให้กลายเป็นคนหน้าตาและบุคลิกดี</p>
<p><a href="http://nw-assets.s3.amazonaws.com/pdf/NW-General-Public-Beauty-Poll.pdf" target="_blank" rel="noopener">NEWSWEEK</a> ได้ทำการสำรวจกับ Hiring Manager จากองค์กรชั้นนำจำนวน 202 คน และได้ข้อสรุปว่า “หน้าตาและความหล่อสวย มีผลกับการคัดเลือกพนักงาน” เพราะ HR จำนวน 57% มีแนวโน้มปฏิเสธพนักงานที่หน้าตาไม่ดี แม้จะมีฝีมือตรงกับความต้องการขององค์กร และมี HR ถึง 59% ที่แนะนำว่าผู้สมัครควรลงทุนกับการปรับบุคลิกภาพให้ดีที่สุดเมื่ออยู่ในขั้นตอนสมัครงาน ดังนั้นจึงสรุปว่าการจ้างคนที่หน้าตาดี แม้จะมีทักษะไม่มากเท่า แต่ก็คุ้มค่าในระยะยาวมากกว่า</p>
<p>ปิดท้ายด้วยการ<a href="http://www.apa.org/pubs/journals/releases/psp-pspi0000114.pdf" target="_blank" rel="noopener">วิจัย</a>ที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Journal of Personality and Social Psychology ซึ่งทำกับกลุ่มเป้าหมายจำนวน 750 คนที่เป็นนักศึกษาและ HR Manager ที่มีอำนาจตัดสินใจรับคนเข้าทำงาน โดยให้เลือกผู้สมัครเพียงคนเดียวจากใบสมัคร 2 ชิ้นที่มี<a href="https://www.eurekalert.org/pub_releases/2017-10/apa-tpw102417.php" target="_blank" rel="noopener">คุณสมบัติ</a>ทุกอย่างตรงกันยกเว้นรูปถ่าย และพบว่าคนจะเลือกผู้สมัครที่หน้าตาดี หากเป็นตำแหน่งงานในระดับสูงเช่น Manager, Project Director และจะเลือกคนหน้าตาไม่ดีหากเป็นงานประเภทใช้แรงงาน หรืองานบริการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-14596" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/istockphoto-1016173754-612x612-1-600x370-1.jpg" alt="istockphoto 1016173754 612x612 1 600x370 1" width="600" height="370" title="คนเก่งแต่ไม่หล่อ vs คนหล่อแต่ไม่เก่ง บุคลิกภาพ ความหล่อ ความสวย สำคัญกับการทำงานอย่างไร  385"></p>
<h3>ฝั่งที่มองว่ายิ่งหน้าตาดี ยิ่งเสียโอกาสทำงาน</h3>
<p><a href="https://www.hrmagazine.co.uk/content/news/working-for-an-attractive-boss-can-be-distracting-and-intimidating/" target="_blank" rel="noopener">HireScores</a> ได้สำรวจพนักงานจำนวน 1,886 คน พบว่ามีพนักงานชาย 47% รู้สึกว่าการทำงานกับหัวหน้าสาวที่หน้าตาดีจะทำให้ประสิทธิภาพงานลดลงเพราะถูกดึงความสนใจ ขณะที่พนักงานหญิง 53% มักรู้สึกว่าถูกคุกคามหากต้องทำงานภายใต้หัวหน้าชายที่ดูดี ผลสำรวจเดียวกันยังเสริมอีกว่าการมีผู้นำเพศเดียวกันที่หล่อสวย จะทำให้คนที่มีตำแหน่งต่ำกว่ารู้สึกอิจฉา แปลว่าหากปัญหานี้ไม่ถูกแก้ไขให้เร็ว ก็จะนำไปสู่ความวุ่นวายในอนาคตอันใกล้แน่นอน</p>
<p>ตัวอย่างที่ชัดเจนในเรื่องนี้คือ<a href="https://mgronline.com/around/detail/9650000063067" target="_blank" rel="noopener">เหตุการณ์</a>ที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศจีนช่วงประมาณเดือนกรกฏาคม ค.ศ.2022 เมื่อกลุ่มแม่บ้านเรียกร้องให้ผู้อำนวยการไล่ครูสาวท่านหนึ่งออกจากตำแหน่งด้วยข้อหาว่า “สวยเกินไป” จนเหล่าคุณพ่อเดินทางมาชมความงามอย่างไม่ขาดสายจนกลายเป็นความหึงหวง ซึ่งแม้โรงเรียนจะไม่ได้ตอบรับข้อเสนอที่ไร้สาระนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าหน้าตาที่สละสลวยเหมือนดาราได้สร้างความขุ่นข้องหมองใจขึ้นมาเช่นกัน</p>
<p>คุณลิเซ็ตต์ ฮาวเล็ต (Lisette Howlett) ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ HireScores กล่าวว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานไม่ใช่การแข่งกันแต่งตัวเพื่อหาคำตอบว่าใครคือคนที่หล่อสวยที่สุดในองค์กร แต่เป็นการปรับภาพลักษณ์ให้เหมาะสมกับตำแหน่ง (Position) และบริบทในการทำงานมากกว่า เพราะคงไม่มีประโยชน์อะไรเลยหากเรามีผู้นำที่หน้าตาดี แต่ไม่สามารถสร้างสรรค์งานได้เลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-14597" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/bigstock-Young-handsome-employee-workin-299630983.jpg" alt="bigstock Young handsome employee workin 299630983" width="600" height="370" title="คนเก่งแต่ไม่หล่อ vs คนหล่อแต่ไม่เก่ง บุคลิกภาพ ความหล่อ ความสวย สำคัญกับการทำงานอย่างไร  386"></p>
<p>ผู้ช่วยศาสตราจารย์มาร์โก พิเตซา (Marco Pitesa) จาก University of Maryland ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าคนที่หน้าตาดีอาจไม่ใช่ฝ่ายที่ได้เปรียบเสมอไป เพราะผล<a href="https://www.dailymail.co.uk/home/search.html?s=&amp;authornamef=Ellie+Zolfagharifard+For+Dailymail.com" target="_blank" rel="noopener">วิจัย</a>จากทางมหาวิทยาลัยพบว่าหากผู้สัมภาษณ์มองผู้สมัครเป็นเพื่อนร่วมงานทั่วไป เขาก็จะเลือกคนที่หน้าตาดีเพราะรู้ว่าองค์ประกอบนี้จะส่งเสริมให้งานดำเนินไปอย่างคล่องตัวมากขึ้น แต่หากเขามองว่าผู้สมัครมีโอกาสเป็นคู่แข่งในอนาคต เขาก็จะเลือกคนที่หน้าตาไม่ดีเข้ามาแทน เพราะเชื่อว่าตนจะมีโอกาสเอาชนะได้ง่ายกว่า</p>
<p>ดังนั้นเราสรุปได้ว่าหน้าตาของพนักงานมีผลกับการตัดสินใจของ HR แน่ ๆ แม้จะไม่มีคำอธิบายใดที่ยืนยันตามหลักวิทยาศาสตร์ได้ว่าความหล่อสวยเกี่ยวข้องกับความฉลาดหรือความสามารถในการทำงานก็ตาม</p>
<p>อย่างไรก็ตาม NEWSWEEK เน้นย้ำว่าหน้าตาไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในการคัดเลือกผู้สมัครอีกต่อไป เพราะมีผลสำรวจที่ระบุว่าสิ่งสำคัญ 5 ลำดับแรกในการพิจารณาผู้สมัครประกอบไปด้วย (คะแนนเต็ม 10 คะแนน)</p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">ประสบการณ์ทำงาน (8.9 คะแนน)</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">ความมั่นใจตัวเอง (8.5 คะแนน)</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">รูปลักษณ์ (7.1 คะแนน)</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">ชื่อสถานศึกษา (6.8 คะแนน)</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">การมีอารมขัน (6.7 คะแนน)</li>
</ul>
<p>หากสรุปให้ชัดเจนที่สุดก็คือไม่ว่าจะทำงานสายใด หรือมองหาผู้สมัครแบบไหนก็แล้วแต่ HR ต้องไม่ลืมว่าเป้าหมายขององค์กรคืออะไร และองค์ประกอบที่ผู้สมัครมี ทั้งด้านหน้าตา, ประสบการณ์ จะสามารถตอบสนองวิธีทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ให้คิดว่าสิ่งเหล่านี้ต้องส่งเสริมกัน ไม่ใช่เน้นไปแค่ด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่คาดหวังว่าตนจะประสบความสำเร็จมากกว่าใคร</p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190313-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-14593" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Screenshot-2566-03-05-at-09.23.17.png" alt="Screenshot 2566 03 05 at 09.23.17" width="600" height="370" title="คนเก่งแต่ไม่หล่อ vs คนหล่อแต่ไม่เก่ง บุคลิกภาพ ความหล่อ ความสวย สำคัญกับการทำงานอย่างไร  387"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190313-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">การสรรหาบุคลากร (Recruitment) เพื่อเข้าร่วมงานกับองค์กร</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>เคล็ดลับเพิ่มความหล่อ ความสวย และเสริมบุคลิกภาพในการทำงาน</h2>
<p>แม้การเลือกคนจากหน้าตาจะไม่ใช่วิธีที่เหมาะสม แต่การแต่งกายให้ดี สะอาด และมีบุคลิกภาพที่เหมาะสมก็เป็นรากฐานที่สะท้อนให้เห็นว่าพนักงานคนดังกล่าวให้ความสำคัญกับงานและการดูแลตัวเอง สะท้อนถึงความรับผิดชอบที่โดดเด่นกว่าหากต้องเปรียบเทียบกับพนักงานคนอื่นที่ไม่ใส่ใจเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเองเลย เพราะท้ายสุดแล้วไม่ว่าจะทำงานใดก็ตาม การติดต่อประสานงานกับผู้อื่นเป็นสิ่งที่เหลืองเลี่ยงไม่ได้เลย</p>
<p>ดังนั้นลองถามตัวเองดูให้ดีว่า ในขณะที่เราถูกปฏิเสธ หรือรู้สึกแย่ที่ต้องเสียโอกาสไปให้กับคนที่หน้าตาดีกว่า เราดูแลตัวเองหรือมีภาพลักษณ์ในแบบที่องค์กรสามารถนำเสนอไปสู่ผู้อื่นได้จริง ๆ แล้วหรือยัง หากยัง เราก็ต้องยอมรับความจริง และเปลี่ยนจุดด้อยให้กลายเป็นจุดเด่นดูบ้าง รับรองว่าจะไม่มีใครตามเราทันแน่นอน</p>
<p>ทุกคนมีความหล่อ ความสวย และมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง อยู่ที่ว่าเราจะหาเจอหรือไม่ หากไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-14598" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/Screenshot-2566-03-05-at-09.28.07.png" alt="Screenshot 2566 03 05 at 09.28.07" width="600" height="370" title="คนเก่งแต่ไม่หล่อ vs คนหล่อแต่ไม่เก่ง บุคลิกภาพ ความหล่อ ความสวย สำคัญกับการทำงานอย่างไร  388"></p>
<h3>แนวทางปรับภาพลักษณ์ขั้นพื้นฐานเพื่อให้ดูดียิ่งขึ้น</h3>
<p>สิ่งสำคัญอย่างแรกก็คือการดูว่าวัฒนธรรมการแต่งกายในองค์กรของเราเป็นอย่างไร หรือลูกค้าที่เรากำลังจะไปพบชื่นชอบการแต่งกายแบบไหน และเลือกแต่งกายให้สอดคล้องกับข้อมูลดังกล่าว เคล็ดลับก็คือให้คิดว่าเราจะแต่งตัวให้ดีเหนือกว่าข้อมูลที่ได้รับไปขั้น เพื่อปิดจุดอ่อนในกรณีที่ความเข้าใจบางอย่างไม่ถูกต้อง เช่นหากเรารู้ว่าลูกค้าชอบคนใส่สูท เราก็สามารถเพิ่มเน็คไทด์หรือใส่เครื่องประดับบางอย่างเข้าไปให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ไม่ใช่รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายชอบความเรียบร้อย แต่ก็ยังใส่เสื้อยืดกับกางเกงขายาวไปเหมือนไม่สนใจอะไร</p>
<p>ขั้นตอนต่อมาคือการทำเหมือนที่ทุกคนเคยถูกสอนตั้งแต่เด็กทั้งจากคุณครูหรือผู้ปกครอง คือการนั่งตรง อกผาย ไหล่ผึ่งเมื่อพูดคุยกับลูกค้าหรือคนที่กำลังมีบทสนทนาด้วย ต้องพูดจาทุกอย่างด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่โอ้อวดหรือทำให้อีกฝ่ายไม่สบายใจ จากนั้นให้พยักหน้าช้า ๆ เมื่อรู้สึกเห็นด้วย และเรียกคนอื่นด้วยชื่อจริงแทนคำว่าคุณเสมอ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราทำการบ้านและให้ความสำคัญกับฝ่ายตรงข้ามจริง ๆ</p>
<h3>วิธีทำให้เรากลายเป็นที่รัก (Likability) ของอีกฝ่าย</h3>
<p>จะให้แต่งตัวสวยหรือหน้าตาดีอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าเราทุกคนต่างก็เป็นมนุษย์ การร่วมงานกับคนที่หน้าตาดีแต่นิสัยแย่ ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ดังนั้นเมื่อเราแต่งตัวดีแล้ว มีเสน่ห์แล้วเราก็ควรรู้วิธีทำให้ตัวเองกลายเป็นที่รักของคนรอบข้างตามไปด้วย</p>
<p>วิธีสำคัญและง่ายที่สุดในการทำให้อีกฝ่ายชื่นชอบในตัวเราคือการทำกับผู้อื่นแบบเดียวกับที่เราอยากให้ผู้อื่นทำกับเรา เช่นใส่ใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูด, ไม่พูดจาแทรกกัน เช่นเมื่อผู้สมัครตอบคำถาม เราสามารถทวนประโยคสำคัญหรือข้อมูลที่ผู้สมัครเน้นเป็นพิเศษได้เลย ไม่ว่าจะเห็นด้วยกับข้อมูลดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม</p>
<p>ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าเราควรมองน้ำเสียงของตัวเองเป็นเหมือนเครื่องดนตรี และใช้สิ่งนี้เพื่อโน้มน้าวจิตใจหรือทำให้บรรยากาศรอบตัวดีขึ้น การเป็นผู้สร้างบรรยากาศในสถานการณ์ต่าง ๆ คือหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทำให้เรากลายเป็นคนสำคัญที่องค์กรขาดไม่ได้ นอกจากนี้เรายังควรเป็นคนที่ช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ เพราะจะทำให้เรามีเสน่ห์ มีคุณค่าต่อทีม ซึ่งในมุมหนึ่งอาจมีความสำคัญมากกว่าคนที่หน้าตาดีแต่ไม่มีน้ำใจอะไรเลยด้วยซ้ำ</p>
<h2>หน้าตาเป็นเรื่องรอง แต่ทุกคนควรใส่ใจภาพลักษณ์และรู้จักวิธีใช้ภาษากาย</h2>
<p>นอกเหนือจากในแง่มุมของการคัดเลือกผู้สมัครแล้ว ฝ่ายบุคคลเองก็ต้องใส่ใจกับภาพลักษณ์และบุคลิกภาพของตัวเองเช่นกัน เพราะ HR Recruiter ถือเป็นคนกลุ่มแรกที่ผู้สมัครจะได้เห็น ถือเป็นตัวแทนของบริษัทที่จะสร้างความประทับใจ (First Impression) ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจว่าพนักงานจะเหลือทำงานกับองค์กรของเราหรือเปล่า นั่นแปลว่าขณะที่เรากำลังเลือกผู้สมัครอยู่นั้น เราก็ถูกผู้สมัครตรวจสอบอยู่เหมือนกัน</p>
<p>ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างชัดเจนก็คือเรื่องการสื่อสารด้วยภาษากาย หรือการสื่อสารโดยปราศจากคำพูด (Non Verbal Communication) ซึ่งถือเป็นช่องทางสื่อสารที่มนุษย์ใช้มากถึงราว 80-90% ในชีวิตประจำวัน หากเรามีบุคลิกภาพที่ดีและรู้วิธีแสดงออกที่ถูกต้อง เราก็จะสามารถเน้นย้ำความหมายของเนื้อหาที่กำลังพูดถึง รวมถึงช่วยให้เราเข้าใจคนรอบตัวได้มากกว่าเดิม ยิ่งเมื่อทำควบคู่กับการแต่งกายที่ถูกกาลเทศะ ก็จะยิ่งส่งเสริมให้เรากลายเป็นคนมีเสน่ห์ สามารถโน้มน้าวลูกค้าให้ซื้อผลิตภัณฑ์และสามารถสร้างแรงกระตุ้นให้คนในทีมช่วยกันผลักดันการทำงานจนเกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้มากกว่าที่เคย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-14599" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/1520100535146.jpeg" alt="1520100535146" width="600" height="370" title="คนเก่งแต่ไม่หล่อ vs คนหล่อแต่ไม่เก่ง บุคลิกภาพ ความหล่อ ความสวย สำคัญกับการทำงานอย่างไร  389"></p>
<p>กล่าวได้ว่าก่อนที่จะไปคิดปวดหัวว่าจะเลือกพนักงานที่หน้าตา ดีหรือพนักงานที่มีทักษะมากกว่า เราอาจต้องทำแค่ย้อนกลับมามองคนในทีม และตั้งคำถามว่าทุกคนได้ยกระดับตัวเองให้กลายเป็น The Best Version แล้วหรือยัง ?</p>
<p>เราแนะนำให้ทุกคนลองใช้บริการ HR Consulting จาก HR Explore แพลตฟอร์มที่รวบรวมผลิตภัณฑ์และบริการ HR ไว้มากที่สุดในเมืองไทย เพื่อตกตะกอนให้ได้ว่าสิ่งที่เราขาดไปจริง ๆ คืออะไร และมีจุดเด่นตรงไหนที่สามารถเน้นย้ำให้มีคุณค่ามากขึ้นได้บ้าง หากเราเข้าใจตรงจุดนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงานก็จะลดน้อยลง ไม่จำเป็นต้องเลือกพนักงานใหม่ หรือหากจำเป็นต้องเลือกจริง ๆ ก็จะตัดสินใจได้อย่างเฉียบขาด ไม่มีอคติจนทำให้องค์กรต้องเสียโอกาสในการเติบโตไปโดยไม่รู้ตัว</p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>เมื่ออ่านบทความนี้จบแล้ว เราจะเห็นว่าแม้จะทำอย่างไร มนุษย์ก็จะเลือกคนโดยมีความชอบส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อยเสมอ ดังนั้นสิ่งที่องค์กรทุกแห่งต้องทำคือการยึดมั่นในความเป็นมืออาชีพ จับจุดให้ได้ว่าองค์กรต้องการอะไรจากพนักงาน ไม่หลงไปกับคำพูด หน้าตา หรือกลยุทธ์ในการสร้างเสน่ห์ต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้เรามองข้ามคุณสมบัติที่จำเป็น</p>
<p>ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนหน้าตาดีจะมีโอกาสได้งานมากกว่า แต่ขณะเดียวกัน เราก็ชี้ให้เห็นแล้วว่าความหน้าตาดีเมื่อรวมกับคนที่ปราศจากความรู้ความเข้าใจที่เหมาะสม ก็อาจถูกตัดสินด้วยพฤติกรรมที่ไม่เป็นมืออาชีพก็ได้ แปลว่าหากเราเอาประเด็นเรื่องหน้าตาเป็นที่ตั้ง เราก็อาจถูกตัดสินอย่างไม่เป็นธรรม แต่หากเราใส่ใจกับการดูแลบุคลิกภาพ และพัฒนาทักษะที่จำเป็นควบคู่กันไป เราก็จะกลายเป็นคนที่ครบเครื่อง มีสิ่งที่ดึงดูด และสร้างคุณค่าให้กับองค์กรมากกว่าคนอื่น จึงไม่มีทางเลยที่คนจะปฏิเสธเรา เรียกว่ายิ่งเรามีความเป็นมืออาชีพเท่าไหร่ การตัดสินที่ไม่เป็นธรรมก็จะลดน้อยตามลงไปเท่านั้น</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" data-wp-editing="1" title="คนเก่งแต่ไม่หล่อ vs คนหล่อแต่ไม่เก่ง บุคลิกภาพ ความหล่อ ความสวย สำคัญกับการทำงานอย่างไร  390"></a></p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://bit.ly/3HnZx5q" target="_blank" rel="noopener">https://bit.ly/3HnZx5q</a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://bit.ly/3jkm8bb" target="_blank" rel="noopener">https://bit.ly/3jkm8bb</a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://yhoo.it/3Ht1b5M" target="_blank" rel="noopener">https://yhoo.it/3Ht1b5M</a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://bit.ly/3wLW4st" target="_blank" rel="noopener">https://bit.ly/3wLW4st</a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://bit.ly/3X01WZQ" target="_blank" rel="noopener">https://bit.ly/3X01WZQ</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บริษัทเกมนินเทนโด้ (Nintendo) มีวิธีสรรหาและดูแลพนักงานอย่างไร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/230118-nintendo-recruiting/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Jan 2023 13:24:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Nintendo]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/230118-nintendo-recruiting/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Nintendo คือบริษัทเกมชั้นนำของโลก เจ้าของรางวัลบริษัทที่น่าทำงานด้วยที่สุดประจำปี 2012 และเป็นบริษัทที่มีอัตราบุคลากรทำงานต่อเนื่องสูงถึง 13.5 ปี สะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์ด้านการบริหารจัดการคน Nintendo มีระบบสรรหาบุคลากรที่อาศัยไหวพริบและการใส่ใจที่เข้มข้นเป็นพิเศษจนเรียกได้ว่าเป็นบริษัทที่เข้ายากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เพราะนอกจากจะทดสอบด้านความรู้ในสายงานที่สมัครแล้ว ยังทดสอบด้านวิชาการ คือภาษาญี่ปุ่น, ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์อีกด้วย Nintendo ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของพนักงานมาก ทุกคนจะได้สิทธิ์ซื้อสินค้าของบริษัทในราคาถูก, ได้รับการปกป้องจากการถูกล่วงละเมิดอย่างเคร่งครัด, สนับสนุนด้านการสร้างครอบครัวและการมีสมดุลชีวิต (Work Life Balance) หนึ่งในสวัสดิการของ Nintendo ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการให้สิทธิ์พนักงานสูงอายุตัดสินใจเองว่าต้องการทำหน้าที่แบบเต็มเวลา หรือแบ่งเวลาบางส่วนออกไปใช้ชีวิตเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเกษียณอายุงาน การเล่นเกมไม่ใช่เรื่องไร้สาระอีกต่อไป แต่กลายเป็นกลยุทธ์ที่ถูกนำมาปรับใช้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการ ตลอดจนใช้สำหรับสรรหาบุคลากรอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ดังนั้น HR ที่ดีจึงต้องหมั่นหาความรู้ และตอบให้ได้ว่าจะเปลี่ยนความสนุกนี้ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กรของตนอย่างไร เราเชื่อว่าทุกคนต้องเคยครอบครอง หรืออย่างน้อยก็เคยเล่นเครื่องเกมยอดนิยมอย่าง Game Boy และ Nintendo Switch กันแน่ ๆ แต่รู้ไหมว่าผู้ผลิตนวัตกรรมสุดสร้างสรรค์นี้มีรูปแบบการบริหารงานที่เข้มข้นและมีวิวัฒนาการอยู่ตลอดเวลาจนได้รับคำชมทั้งจากรัฐบาลญี่ปุ่นและหน่วยงานด้านธุรกิจระดับโลก บริษัทเกม Nintendo พวกเขาสามารถบริหารองค์กรให้ยั่งยืน (Sustainability) กว่า 100 ปีด้วยวิธีแบบใด สร้างความสุขให้พนักงานด้วยสวัสดิการแบบไหน หาคำตอบไปพร้อมกับเราได้ในบทความนี้ บริษัทเกมนินเทนโด้ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;">Nintendo คือบริษัทเกมชั้นนำของโลก เจ้าของรางวัลบริษัทที่น่าทำงานด้วยที่สุดประจำปี 2012 และเป็นบริษัทที่มีอัตราบุคลากรทำงานต่อเนื่องสูงถึง 13.5 ปี สะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์ด้านการบริหารจัดการคน</li>
<li style="font-weight: 400;">Nintendo มีระบบสรรหาบุคลากรที่อาศัยไหวพริบและการใส่ใจที่เข้มข้นเป็นพิเศษจนเรียกได้ว่าเป็นบริษัทที่เข้ายากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เพราะนอกจากจะทดสอบด้านความรู้ในสายงานที่สมัครแล้ว ยังทดสอบด้านวิชาการ คือภาษาญี่ปุ่น, ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์อีกด้วย</li>
<li style="font-weight: 400;">Nintendo ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของพนักงานมาก ทุกคนจะได้สิทธิ์ซื้อสินค้าของบริษัทในราคาถูก, ได้รับการปกป้องจากการถูกล่วงละเมิดอย่างเคร่งครัด, สนับสนุนด้านการสร้างครอบครัวและการมีสมดุลชีวิต (Work Life Balance)</li>
<li style="font-weight: 400;">หนึ่งในสวัสดิการของ Nintendo ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการให้สิทธิ์พนักงานสูงอายุตัดสินใจเองว่าต้องการทำหน้าที่แบบเต็มเวลา หรือแบ่งเวลาบางส่วนออกไปใช้ชีวิตเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเกษียณอายุงาน</li>
<li style="font-weight: 400;">การเล่นเกมไม่ใช่เรื่องไร้สาระอีกต่อไป แต่กลายเป็นกลยุทธ์ที่ถูกนำมาปรับใช้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการ ตลอดจนใช้สำหรับสรรหาบุคลากรอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ดังนั้น HR ที่ดีจึงต้องหมั่นหาความรู้ และตอบให้ได้ว่าจะเปลี่ยนความสนุกนี้ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กรของตนอย่างไร</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-14284 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/shutterstock_200260748.jpg" alt="shutterstock 200260748" width="563" height="375" title="บริษัทเกมนินเทนโด้ (Nintendo) มีวิธีสรรหาและดูแลพนักงานอย่างไร 402"></p>
<p>เราเชื่อว่าทุกคนต้องเคยครอบครอง หรืออย่างน้อยก็เคยเล่นเครื่องเกมยอดนิยมอย่าง Game Boy และ Nintendo Switch กันแน่ ๆ แต่รู้ไหมว่าผู้ผลิตนวัตกรรมสุดสร้างสรรค์นี้มีรูปแบบการบริหารงานที่เข้มข้นและมีวิวัฒนาการอยู่ตลอดเวลาจนได้รับคำชมทั้งจากรัฐบาลญี่ปุ่นและหน่วยงานด้านธุรกิจระดับโลก</p>
<p>บริษัทเกม Nintendo พวกเขาสามารถบริหารองค์กรให้ยั่งยืน (<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/sustainability-for-hr-221014/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Sustainability</a>) กว่า 100 ปีด้วยวิธีแบบใด สร้างความสุขให้พนักงานด้วยสวัสดิการแบบไหน หาคำตอบไปพร้อมกับเราได้ในบทความนี้</p>

<h2>บริษัทเกมนินเทนโด้ (Nintendo) คืออะไร มีจุดเด่นอย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-14287 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/Screenshot-2566-01-18-at-20.17.09.png" alt="Screenshot 2566 01 18 at 20.17.09" width="680" height="361" title="บริษัทเกมนินเทนโด้ (Nintendo) มีวิธีสรรหาและดูแลพนักงานอย่างไร 403"></p>
<p>บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1889 ภายใต้ชื่อ มารุฟุกุ (Marufuku Company) โดยเริ่มต้นจากการผลิตไพ่ดอกไม้ หรือฮะนะฟุดะ (Hanafuda Cards) และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็นนินเทนโด้ (Nintendo) ในปี ค.ศ. 1970 โดยมีการนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้นเพื่อเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้กลายเป็นแบบดิจิทัล ก่อนจะประสบความสำเร็จอย่างสูงหลังวางขายเครื่องเล่นเกมไม่ว่าจะเป็น Game Boy, Wii หรือ Nintendo Switch ที่มีเกมชื่อดังอย่าง Donkey Kong, Super Mario Bros, The Legend of Zelda, Pokemon ฯลฯ</p>
<p>Nintendo เคยได้รับรางวัลองค์กรที่เหมาะกับการทำงาน (<a href="https://www.greatplacetowork.com/" target="_blank" rel="noopener">The Great Place to Work</a>) เมื่อปี ค.ศ.2012 โดยจุดที่น่าสนใจคือมีพนักงานถึง 81% ที่พอใจกับการบริหารจัดการและอยากชวนคนใกล้ตัวให้มาร่วมงาน สถิติที่ยอดเยี่ยมนี้เองคือเหตุผลว่าทำไมนินเทนโด้จึงเป็นเครื่องเกมยอดฮิตและส่วนหนึ่งในชีวิตของคนทุกเพศทุกวัย</p>
<p>ปัจจุบันนินเทนโด้ทำรายได้รวมกว่าหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี มีพนักงานอยู่ทั่วโลกรวมกันกว่า 6,000 ชีวิต ซึ่งล้วนเป็นคนระดับหัวกะทิ จนกล่าวได้ว่าบริษัทแห่งนี้คือบริษัทในฝันของคนที่รักเกมโดยแท้จริง</p>
<h2>บริษัทเกมนินเทนโด้ (Nintendo)  มีวิธีสรรหาพนักงานอย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-14286 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/young-asian-gay-couple-play-games-home-teen-korean-lgbtq-men-using-joystick-having-funny-happy-moment-together-sofa-living-room-house-1-scaled.jpg" alt="young asian gay couple play games home teen korean lgbtq men using joystick having funny happy moment together sofa living room house 1 scaled" width="440" height="247" title="บริษัทเกมนินเทนโด้ (Nintendo) มีวิธีสรรหาและดูแลพนักงานอย่างไร 404"></p>
<p>บริษัทเกมในฝันของใครหลายคนไม่มีทางทำให้ผิดหวัง เพราะพวกเขามีค่าเฉลี่ยเงินเดือนพนักงานอยู่ที่ปีละ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.6 ล้านบาท) แถมยังมีอัตราการอยู่ร่วมกับบริษัทนานถึงคนละ 13.5 ปี ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแรงของวัฒนธรรมองค์กรและวิสัยทัศน์ในการทำงาน ที่ช่วยให้นินเทนโด้สามารถอยู่ในตลาดได้นานกว่า 130 ปี</p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 358px;">
<tbody>
<tr style="height: 358px;">
<td style="width: 100%; height: 358px;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190326-employee-retention/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9136 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/Employee-Retention1.jpg" alt="Employee Retention การรักษาพนักงาน" width="500" height="334" title="บริษัทเกมนินเทนโด้ (Nintendo) มีวิธีสรรหาและดูแลพนักงานอย่างไร 405"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190326-employee-retention/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">กลยุทธ์ในการรักษาพนักงานฝีมือเยี่ยมให้อยู่กับองค์กร (Employee Retention Strategy)</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><em>นินเทนโด้มีวิธีสรรหาพนักงานอย่างไร หาตำตอบได้ที่นี่</em></p>
<h3>ขั้นตอนที่ 1 : สมัครและเข้าร่วมสัมมนาองค์กร</h3>
<p>สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการสมัครเข้าไปใน<a href="https://www.nintendo.co.jp/jobs/" target="_blank" rel="noopener">เว็บไซต์</a>ขององค์กรโดยตรง และเมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว เราจะได้รหัสใบสมัคร (Application Number) สำหรับใช้เข้าร่วมแบบทดสอบอื่น ๆ ในขั้นตอนสรรหาบุคลากรของโดยตรง</p>
<p>การสัมมนาจะจัดขึ้นในโตเกียวหรือโอซาก้าเป็นระยะ ซึ่งแม้เจ้าหน้าที่จะย้ำว่าเป็นงานที่ “ไม่ต้องมาร่วมก็ได้” แต่ผู้ที่มีประสบการณ์ก็ต่างแนะนำว่าควรเข้าร่วมกิจกรรมทุกอย่างเมื่อมีโอกาส เพราะเชื่อว่าองค์กรจะมีคะแนนพิเศษมอบให้คนที่ทำกิจกรรมหรือแต่งตัวเหมาะสม หรืออาจหักคะแนนหากมีคนที่ทำตัวไม่มีมารยาท เป็นต้น</p>
<p><em>กิจกรรมภายในงานสัมมนาประกอบไปด้วย</em></p>
<ul>
<li>สุนทรพจน์จากประธาน : ประธานของบริษัทจะกล่าวเปิดงานเป็นเวลาประมาณ 20 นาทีเพื่อพูดให้ผู้ร่วมงานเข้าใจวิสัยทัศน์องค์กรและรายละเอียดอื่น ๆ ในภาพรวม ก่อนที่จะอวยพรให้ผู้สมัครทุกคนประสบความสำเร็จ</li>
<li>การทำแบบสอบถาม : หลังจากฟังสุนทรพจน์จบลง ผู้สมัครจะต้องทำแบบสอบถามเพื่อแสดงความเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เพิ่งฟังไป โดยมีเวลาให้ทั้งหมด 15 นาที แน่นอนว่าผู้สมัครควรทำให้เสร็จตามกำหนด แม้พนักงานจะบอกว่าไม่จำเป็นก็ตาม</li>
</ul>
<ul>
<li>การพูดคุยเป็นกลุ่มกับพนักงาน : กิจกรรมสุดทัายของงานสัมมนาคือการแบ่งผู้สมัครออกเป็นกลุ่มละ 15-20 คนเพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและวิศวกรของนินเทนโด้ ผู้สมัครสามารถตั้งคำถามตามสมควรได้เลย แต่ไม่ควรอวดรู้จนเกินงาม ให้คิดเสมอว่าเราต้องมีภาพลักษณ์เป็นคนกระตือร้น ไม่ใช่เป็นคนอวดดีที่พูดไม่ยอมหยุด</li>
</ul>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/221223-how-to-survey/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-13766 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/shutterstock_1016383906-6-scaled.jpg" alt="เปิดเคล็ดลับการสำรวจ (Survey) ทำแบบสอบถามอย่างไรให้คนอยากมีส่วนร่วม" width="567" height="378" title="บริษัทเกมนินเทนโด้ (Nintendo) มีวิธีสรรหาและดูแลพนักงานอย่างไร 406"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/221223-how-to-survey/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">เปิดเคล็ดลับการสำรวจ (Survey) ทำแบบสอบถามอย่างไรให้คนอยากมีส่วนร่วม</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h3>ขั้นตอนที่ 2 : การกรอกใบสมัครอย่างเป็นทางการ</h3>
<p>หลังจบขั้นตอนการสัมมนาแล้ว ผู้สมัครจะต้องกรอกใบสมัครอย่างเป็นทางการความยาว 2 หน้ากระดาษด้วยลายมือเท่านั้น วิธีนี้จะช่วยให้องค์กรเห็นว่าพนักงานมีความตั้งใจในการสมัครเข้าทำงานมากแค่ไหน โดยไม่เกี่ยวกับว่าลายมือใครสวยกว่าใคร แต่เป็นเรื่องของความปราณีต, การสะกดคำที่ไม่ผิด ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ HR สามารถแยกคนเบื้องต้นได้อย่างดี ในที่นี้ผู้สมัครควรตรวจสอบความถูกต้องซ้ำหลาย ๆ ครั้ง และส่งกลับมาที่บริษัทให้เร็วที่สุด ไม่ต้องรอให้ใกล้เดดไลน์</p>
<h3>ขั้นตอนที่ 3 : การทดสอบทักษะแบบออนไลน์ (Web Test)</h3>
<p>การสอบวัดทักษะของนินเทนโด้ในเบื้องต้นจะประกอบด้วย 3 หัวข้อหลักได้แค่ภาษาญี่ปุ่น, ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>
<p>ภาษาญี่ปุ่น : มีบทความยาว 1 หน้ากระดาษจำนวน 10 ชิ้น ซึ่งผู้สมัครต้องตอบคำถามโดยอ้างอิงเนื้อหาในบทความนั้นในระยะเวลาเฉลี่ยข้อละไม่เกิน 2 นาที ถือเป็นข้อสอบที่ยากมากหากเราไม่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาหลักหรือผ่านการเรียนมาอย่างเข้มข้น ทั้งนี้เนื้อหาส่วนใหญ่จะครอบคลุมในเรื่องการแพทย์, วรรณคดี, วิทยาศาสตร์ และความรู้รอบตัว</p>
<p>ภาษาอังกฤษ : มีรูปแบบการสอบคล้ายกับวิชาภาษาญี่ปุ่น ไม่ใช่เรื่องยากนักสำหรับคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีหรือเคยสอบภาษาอังกฤษในระดับสากลมาก่อน อย่างไรก็ตามคำถามในหัวข้อนี้เป็นเรื่องละเอียดและอาศัยความรู้เฉพาะทาง เช่นเรื่องกลไกการผลิตสินค้า, การเลือกใช้อุปกรณ์ช่าง ฯลฯ</p>
<p>คณิตศาสตร์  : มีคำถามทั้งหมด 10 ข้อ และระยะเวลาทั้งหมด 20 นาที ประกอบด้วยการคำนวนตัวเลขในตาราง ทั้งจำนวนผู้ซื้อ, จำนวนยอดขายในแต่ละสัปดาห์ โดยบางช่องจะถูกเว้นว่างไว้ให้เราใส่คำตอบที่ถูกต้องโดยอ้างอิงจากองค์ประกอบอื่น ๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-14290 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/nintendo-switch-today-main-200414.jpg" alt="nintendo switch today main 200414" width="582" height="291" title="บริษัทเกมนินเทนโด้ (Nintendo) มีวิธีสรรหาและดูแลพนักงานอย่างไร 407"></p>
<h3>ขั้นตอนที่ 4 : การทดสอบภาคสนาม</h3>
<p>การสอบภาคสนามจะแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่คนที่สมัครด้านฮาร์ดแวร์ และคนที่สมัครด้านซอฟต์แวร์ โดยการทดสอบจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้พนักงานมีโอกาสได้เตรียมตัวล่วงหน้า การทดสอบขั้นตอนนี้ประกอบไปด้วย</p>
<ul>
<li>การทดสอบความรู้ความเข้าใจพื้นฐานและการใช้ภาษา C : ผู้สมัครต้องแสดงทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และเขียนโค้ดเบื้องต้นให้ได้ เป็นทักษะพื้นฐานที่โปรแกรมเมอร์ทุกคนต้องทำเป็นอยู่แล้ว</li>
<li>การตอบคำถามแบบแฟร์มี (Fermi Estimation) : คือการตอบคำถามที่มองวิธีคิดมากกว่าคำตอบ เช่นการถามว่า “คุณคิดว่าประเทศของเรามีแพทย์ทั้งหมดกี่คน” ผู้สมัครต้องลองคิดคำตอบออกมาพร้อมเหตุผลที่ดีควบคู่กันไปว่าทำไมถึงมองแบบนั้น อนึ่งคำตอบที่ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อมูลที่แท้จริงแต่อย่างใด</li>
</ul>
<ul>
<li>การเขียนบทความขนาดสั้น : ผู้สมัครจะต้องเขียนบทความยาว 1 หน้ากระดาษในประเด็นที่สอดคล้องกับข่าวสารบ้านเมืองในขณะนั้น การติดตามสถานการณ์โลกจึงเป็นสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะหากเจอโจทย์ที่เราไม่รู้จัก ก็จะไม่มีโอกาสให้แก้ตัวอีกเลย อนึ่งขั้นตอนนี้เป็นจุดตัดสินสำคัญ มีสถิติระบุว่าอัตราคนสอบผ่านอยู่ที่ 1 ใน 8 เท่านั้น</li>
</ul>
<h3>ขั้นตอนที่ 5 : การสัมภาษณ์</h3>
<p>เมื่อผ่านขั้นตอนทั้งหมดแล้ว ผู้สมัครก็จะเข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์ซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วนได้แก่</p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์กับ HR Recruiter</li>
<li style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์กับ Head of HR</li>
<li style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์กับหัวหน้าแผนกที่เราสมัครเข้าทำงาน</li>
</ul>
<p>การสมัครเข้าบริษัทใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่รับรองว่าหากเราเตรียมตัวอย่างดี งานดังกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปแน่นอน</p>
<h2>บริษัทเกมนินเทนโด้ (Nintendo)  มีวิธีดูแลพนักงานอย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-14288 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/Screenshot-2566-01-18-at-20.18.41.png" alt="Screenshot 2566 01 18 at 20.18.41" width="639" height="416" title="บริษัทเกมนินเทนโด้ (Nintendo) มีวิธีสรรหาและดูแลพนักงานอย่างไร 408">เมื่อเราเห็นว่าบริษัทหนึ่งอยู่ยงคงกระพันมานานกว่า 130 ปี สิ่งที่จะเกิดขึ้นในหัวเราตามมาทันทีก็คือความคิดว่า “องค์กรต้องดูแลพนักงานและทำธุรกิจได้ดีมากแน่ ๆ”​ เพราะไม่มีทางเลยที่องค์กรจะสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้โดยปราศจากความร่วมมือร่วมใจของพนักงาน ซึ่งการมีส่วนร่วมของพนักงาน (<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190722-employee-engagement/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Employees Engagement</a>) โดยส่วนใหญ่นั้น ล้วนเกิดจากการมีสวัสดิการที่ดี</p>
<p><em>นินเทนโด้มีวิธีดูแลพนักงานอย่างไร ?</em></p>
<h3>นินเทนโด้ (Nintendo) กับการออกนโยบายป้องกันการคุกคามต่อพนักงาน (Harasment Protection)</h3>
<p>ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2022 นินเทนโด้ได้ออกนโยบายปกป้องพนักงานจากการถูกล่วงละเมิดด้วยการให้พนักงานมีสิทธิ์ปฏิเสธลูกค้าที่ทำตัวไม่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง โดยพฤติกรรมที่เข้าข่ายล่วงละเมิดประกอบด้วย</p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;">การข่มขู่ให้พนักงานกลัว</li>
<li style="font-weight: 400;">การพูดจาหยาบคายและลบหลู่พนักงาน</li>
<li style="font-weight: 400;">การฝ่าฝืนนโยบาย เช่นการขอให้ซ่อมผลิตภัณฑ์ฟรีหลังหมดประกันแล้ว</li>
<li style="font-weight: 400;">การขอให้พนักงานขอโทษ โดยไม่มีเหตุอันสมควร</li>
<li style="font-weight: 400;">การขอร้องหรือต่อว่าในประเด็นเดิม ๆ ซึ่งถูกจัดการไปแล้ว</li>
<li style="font-weight: 400;">การเขียนข้อความหมิ่นประมาทบนโลกออนไลน์</li>
</ul>
<p>ฮิโรมิ อิเคอุจิ (Hiromi Ikeuchi) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาจาก Kansai University ยืนยันว่า การออกนโยบายของนินเทนโด้มาในช่วงเวลาที่เหมาะสมมาก เพราะปัจจุบันถือเป็นยุคที่คนใช้สื่อเพื่อโจมตีกันง่ายและมากกว่าที่เคย ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่นก็ออกมาชื่นชมนินเทนโด้ โดยหวังว่าบริษัทอื่น ๆ จะให้ความสำคัญกับการปกป้องพนักงานเช่นกัน</p>
<h3>Nintendo กับสวัสดิการเพื่อชีวิตที่ดีของพนักงาน</h3>
<p>นอกเหนือจากสวัสดิการพื้นฐานที่นินเทนโด้ให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องแล้ว พวกเขายังมีสวัสดิการอื่น ๆ ที่ช่วยให้พนักงานมีความสุขและสนุกยิ่งขึ้น ดังนี้ !</p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;">สวัสดิการด้านการสร้างครอบครัว : นินเทนโด้ให้ความสำคัญกับการสร้างครอบครัวของพนักงานมาก โดยสวัสดิการที่โดดเด่นอย่างหนึ่งคือการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่ต้องการรับบุตรบุญธรรม ตลอดจนการให้วันหยุดพิเศษเพื่อช่วยในการปรับตัวหรือเกิดเหตุสำคัญเร่งด่วน</li>
<li style="font-weight: 400;">สวัสดิการด้านส่วนลดสินค้า : ไม่ใช่แค่สินค้าของบริษัทเท่านั้นที่พนักงานจะเข้าถึงได้ในราคาที่ถูกกว่าปกติ เพราะพนักงานของนินเทนโด้จะได้บัตรส่วนลดในหลากหลายเรื่อง ทั้งร้านอาหาร, การช็อปปิ้ง, กิจกรรมสำหรับเด็ก, การท่องเที่ยว ตลอดจนการไปอีเวนท์ต่าง ๆ เรียกได้ว่าทำงานให้เต็มที่ แล้วใช้ชีวิตให้สุดเหวี่ยงกันได้เลย นอกจากนี้นินเทนโด้ยังมีงานเปิดท้ายขายของ (Garage Sale) ให้พนักงานมาเลือกสินค้าในราคาพิเศษ โดยที่เงินทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ในการกุศลอีกด้วย</li>
<li>สวัสดิการเพื่อเตรียมเกษียณอายุงาน : นินเทนโด้มีนโยบายใหม่ตั้งแต่เดือนมีนาคม ค.ศ. 2022 ที่เปิดโอกาสให้พนักงานอายุ 50 ปีขึ้นไปเลือกได้เลยว่าจะลดเวลาทำงานลงเหลือสัปดาห์ละ 3 วันหรือปรับรูปแบบงานให้คล่องตัวขึ้นหรือไม่ เพื่อให้สามารถใช้เวลากับงานอดิเรก, อยู่กับครอบครัว หรือแสวงหาเป้าหมายสำหรับวัยเกษียณ</li>
<li>สวัสดิการเพื่อพนักงานหญิง : ชินยา ทาคาฮาชิ (Shinya Takahashi) หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการของนินเทนโด้ กล่าวว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานินเทนโด้มีพนักงานหญิงในแผนกฮาร์ดแวร์น้อยมากหากเทียบกับจำนวนพนักงานหญิงในแผนกซอฟต์แวร์ สาเหตุเป็นเพราะพนักงานหญิงส่วนใหญ่มีครอบครัวและมีลูก ดังนั้นลักษณะการทำงานของแผนกฮาร์ดแวร์อาจไม่เหมาะกับบริบทดังกล่าว เมื่อทราบเหตุผลแล้ว นินเทนโด้ก็ออกนโยบายปรับปรุงสภาพแวดล้อมในออฟฟิศควบคู่กับการออกสวัสดิการให้ส่งเสริมกันทันที โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานหญิงทุกคนสบายใจกับการทำงานทุกในทุกตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับทั้งตัวและพนักงานและนินเทนโด้เอง</li>
</ul>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/th-employeebenefit-190108/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11131 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/closeup-man-holding-gift-box-1.jpg" alt="Employee Benefit สวัสดิการ เรื่องที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรใส่ใจ" width="600" height="370" title="บริษัทเกมนินเทนโด้ (Nintendo) มีวิธีสรรหาและดูแลพนักงานอย่างไร 409"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/th-employeebenefit-190108/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Employee Benefit สวัสดิการ เรื่องที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรใส่ใจ</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ประโยชน์ของการเล่นเกมกับการทำงาน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-14289 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/Screenshot-2566-01-18-at-20.18.46.png" alt="Screenshot 2566 01 18 at 20.18.46" width="585" height="329" title="บริษัทเกมนินเทนโด้ (Nintendo) มีวิธีสรรหาและดูแลพนักงานอย่างไร 410"></p>
<p>“การเล่นเกม” เคยถูกมองเป็นปัญหาและเป็นเหยื่อของสังคมมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ต้องยอมรับเช่นกันว่ามุมมองของคนที่มีต่อการเล่นเกมได้เปลี่ยนไปมากในปัจจุบัน พิสูจน์ได้จากการเติบโตของอีสปอร์ต ที่ทำเม็ดเงินมหาศาลและกลายเป็นอาชีพในฝันของคนรุ่นใหม่หลายต่อหลายคน นั่นแปลว่าแท้จริงแล้วการเล่นเกมมีประโยชน์มากกว่าที่คิด</p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/story/220921-vampire-esports/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12396 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/09/IMG_2901.jpg" alt="VAMPIRE ESPORTS : เปลี่ยนแวมไพร์แห่งวงการเกมส์เป็นแชมป์โลก ด้วยระบบบริหารจัดการคนที่ดี" width="600" height="370" title="บริษัทเกมนินเทนโด้ (Nintendo) มีวิธีสรรหาและดูแลพนักงานอย่างไร 411"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/story/220921-vampire-esports/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">VAMPIRE ESPORTS : เปลี่ยนแวมไพร์แห่งวงการเกมส์เป็นแชมป์โลก ด้วยระบบบริหารจัดการคนที่ดี</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><em>เราสามารถสรุปข้อดีของการเล่นเกมออกมาได้ดังนี้</em><i></i></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;">การเล่นเกมช่วยกระตุ้นให้เรามีความจำดีขึ้น</li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;">การเล่นเกมช่วยให้เราทำงานเป็นทีม และจัดลำดับการทำงานได้ดีขึ้น</li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;">การเล่นเกมทำให้เราตัดสินใจในเรื่องสำคัญได้ดีขึ้น</li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;">การเล่นเกมช่วยลดความเครียด และวิตกกังวล</li>
</ul>
<p>นอกจากประโยชน์ในแง่ของพัฒนาการแล้ว การเล่นเกมยังถูกนำมาใช้ในการสรรหาและอบรมพนักงานด้วยแนวทาง Gamification ที่แพร่หลายมากในปัจจุบัน ดังนั้นถ้าคุณคิดว่าวิธีหาพนักงานแบบเดิมไม่ได้ผล หรืออยากทดลองแนวทางใหม่ ๆ ดูบ้าง เราแนะนำให้ใช้บริการ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HR Recruitment Solutions</a> ที่คุณสามารถเลือกได้ตามใจผ่าน <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1">HREX</a> แพลตฟอร์มแรกของไทยที่รวบรวมบริการและผลิตภัณฑ์ HR ไว้ในที่เดียว</p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-14294 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/Screenshot-2566-01-18-at-20.23.45.png" alt="Screenshot 2566 01 18 at 20.23.45" width="472" height="296" title="บริษัทเกมนินเทนโด้ (Nintendo) มีวิธีสรรหาและดูแลพนักงานอย่างไร 412"></p>
<p>สิ่งที่ Nintendo สอนเรามากที่สุด คือข้อพิสูจน์ว่าการปรับตัวสามารถช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพได้จริง เพราะหากมองไปรอบ ๆ เราก็จะเห็นบริษัทเทคโนโลยีมากมายที่ยึดมั่นถือมั่นในของเดิมจนไม่เหลือศักยภาพในการแข่งขัน และหายไปจากท้องตลาด</p>
<p>การศึกษาคู่แข่งและพยายามเข้าใจบริบทของโลกอยู่ตลอดเวลา คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้เรายังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้อื่นได้อยู่ เฉกเช่นตัวเราเองที่ยังคงสนุกกับการไล่จับโปเกม่อนเหมือนกับตอนเป็นเด็กเมื่อราว 20 ปีที่ผ่านมาอยู่เลย</p>
<p>อ่านจบแล้ว หยิบเกมขึ้นมาเล่นสักนิดก็ดีนะ !</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" title="พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้ 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้" width="1600" height="500" /></p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 239px;">
<tbody>
<tr style="height: 239px;">
<td style="width: 100%; height: 239px;"><strong>Sources</strong></p>
<p><a href="https://variety.com/2019/gaming/news/nintendo-japan-recruit-2020-1203152860/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-family: inherit; font-size: inherit;">variety</span></a></p>
<p><a href="https://careers.nintendo.com/benefits-and-perks/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-family: inherit; font-size: inherit;">careers nintendo</span></a></p>
<p><a href="https://www.bizjapanese.com/blog/7-so-you-wanna-work-for-nintendo-a-guide-to-nintendo-s-recruitment-system/" target="_blank" rel="noopener">bizjapanese</a></p>
<p><a href="https://appuals.com/nintendo-japan-takes-measures-against-employee-harrasment/" target="_blank" rel="noopener">appuals.com</a></p>
<p><a href="https://bit.ly/3Xvkjqg" target="_blank" rel="noopener">careerkarma</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บริษัทตัวต่อเลโก้ (Lego) สรรหาและบริหารคนอย่างไร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/230113-lego-recruiting/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2023 11:33:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Lego]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/230113-lego-recruiting/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHTS Lego คือแบรนด์ของเล่นชื่อดัง ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1932 ผลิตสินค้ามาแล้วรวมกันกว่าหมื่นล้านชิ้น และประสบความสำเร็จจนคว้ารางวัลองค์กรที่ทรงอิทธิพลที่สุดจาก Forbes แก่นของ Lego ตั้งแต่วันแรกคือการให้ความสำคัญกับความสนุกและความเป็นเด็ก โดยองค์กรจะมีกิจกรรมที่คอยกระตุ้นค่านิยมนี้ตลอดเวลา ในฐานะขององค์กรที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ Lego จะพยายามหลีกเลี่ยงการบังคับหรือปิดกั้นทางความคิดให้มากที่สุด เพราะหากพนักงานรู้สึกกดดัน ก็ไม่มีทางที่จะสร้างผลงานเพื่อมอบความสุขให้ผู้อื่นได้เลย Lego ต้องการให้พนักงานรู้สึกสนุกตั้งแต่วันแรก จึงใช้วิธีสรรหาพนักงานที่เรียกว่า Brick Factor ซึ่งเป็นการจับผู้สมัครมาแข่งต่อเลโก้เป็นเวลา 2 วัน เพื่อหาผู้ชนะและได้รับการเซ็นสัญญา พนักงาน Lego บางตำแหน่งไม่จำเป็นต้องจบปริญญาตรี ขอแค่มีความรู้ในสายงานที่สมัครเข้ามาอย่างเต็มที่ก็พอ Lego คือของเล่นที่เราเชื่อว่าผู้อ่านทุกคนต้องรู้จักและเคยเล่นกันแน่นอน เพราะมันคือของเล่นเสริมพัฒนาการยอดฮิตที่ทำให้เราได้เรียนรู้ทุกความเป็นไปได้ คล้ายกับการดูภาพยนตร์หรือเล่นวีดีโอเกม แถมยังสามารถเป็นของสะสม เพราะเลโก้ได้ร่วมงานกับดีไซเนอร์และสื่อบันเทิงยอดนิยมอยู่เป็นระยะ เหตุนี้การเรียนรู้กลยุทธ์ขององค์กรที่คุ้นเคย จึงเป็นการเริ่มต้นที่ดีหากเรากำลังมองหาตัวอย่าง (Case Study) เพื่อนำมาประยุกต์เป็นนโยบายของตนเอง Lego โดดเด่นทั้งในเรื่องของวัฒนธรรมองค์กรและการสร้างประสบการณ์พนักงานภายใต้แนวคิดของ “ความเป็นเด็ก” แถมยังมีระบบสรรหาบุคลากรที่ทันสมัยแบบ Gamification ที่เร้าใจที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บทความนี้จะแสดงให้เห็นว่าการเดินนอกกรอบอย่างมีระบบสามารถทำให้เกิดความเป็นไปได้อีกมากมาย ซึ่งจะช่วยให้องค์กรโดดเด่นกว่าใคร ส่วนจะมีวิธีอย่างไรบ้างหาคำตอบไปพร้อมกันได้เลย Lego คืออะไร มีจุดเด่นอย่างไร ตัวต่อเลโก้มีจุดกำเนิดในปี ค.ศ.1932 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHTS</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Lego คือแบรนด์ของเล่นชื่อดัง ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1932 ผลิตสินค้ามาแล้วรวมกันกว่าหมื่นล้านชิ้น และประสบความสำเร็จจนคว้ารางวัลองค์กรที่ทรงอิทธิพลที่สุดจาก Forbes</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">แก่นของ Lego ตั้งแต่วันแรกคือการให้ความสำคัญกับความสนุกและความเป็นเด็ก โดยองค์กรจะมีกิจกรรมที่คอยกระตุ้นค่านิยมนี้ตลอดเวลา</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ในฐานะขององค์กรที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ Lego จะพยายามหลีกเลี่ยงการบังคับหรือปิดกั้นทางความคิดให้มากที่สุด เพราะหากพนักงานรู้สึกกดดัน ก็ไม่มีทางที่จะสร้างผลงานเพื่อมอบความสุขให้ผู้อื่นได้เลย</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Lego ต้องการให้พนักงานรู้สึกสนุกตั้งแต่วันแรก จึงใช้วิธีสรรหาพนักงานที่เรียกว่า Brick Factor ซึ่งเป็นการจับผู้สมัครมาแข่งต่อเลโก้เป็นเวลา 2 วัน เพื่อหาผู้ชนะและได้รับการเซ็นสัญญา</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">พนักงาน Lego บางตำแหน่งไม่จำเป็นต้องจบปริญญาตรี ขอแค่มีความรู้ในสายงานที่สมัครเข้ามาอย่างเต็มที่ก็พอ</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-14236" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/Screenshot-2566-01-13-at-18.16.55.png" alt="Screenshot 2566 01 13 at 18.16.55" width="1200" height="659" title="บริษัทตัวต่อเลโก้ (Lego) สรรหาและบริหารคนอย่างไร 426"></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>Lego </strong>คือของเล่นที่เราเชื่อว่าผู้อ่านทุกคนต้องรู้จักและเคยเล่นกันแน่นอน เพราะมันคือของเล่นเสริมพัฒนาการยอดฮิตที่ทำให้เราได้เรียนรู้ทุกความเป็นไปได้ คล้ายกับการดูภาพยนตร์หรือเล่นวีดีโอเกม แถมยังสามารถเป็นของสะสม เพราะเลโก้ได้ร่วมงานกับดีไซเนอร์และสื่อบันเทิงยอดนิยมอยู่เป็นระยะ เหตุนี้การเรียนรู้กลยุทธ์ขององค์กรที่คุ้นเคย จึงเป็นการเริ่มต้นที่ดีหากเรากำลังมองหาตัวอย่าง (Case Study) เพื่อนำมาประยุกต์เป็นนโยบายของตนเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Lego โดดเด่นทั้งในเรื่องของวัฒนธรรมองค์กรและการสร้างประสบการณ์พนักงานภายใต้แนวคิดของ “ความเป็นเด็ก” แถมยังมีระบบสรรหาบุคลากรที่ทันสมัยแบบ Gamification ที่เร้าใจที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บทความนี้จะแสดงให้เห็นว่าการเดินนอกกรอบอย่างมีระบบสามารถทำให้เกิดความเป็นไปได้อีกมากมาย ซึ่งจะช่วยให้องค์กรโดดเด่นกว่าใคร ส่วนจะมีวิธีอย่างไรบ้างหาคำตอบไปพร้อมกันได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Lego คืออะไร มีจุดเด่นอย่างไร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-14237 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/lego.jpg" alt="lego" width="524" height="393" title="บริษัทตัวต่อเลโก้ (Lego) สรรหาและบริหารคนอย่างไร 427"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวต่อเลโก้มีจุดกำเนิดในปี ค.ศ.1932 หลังจากที่ช่างไม้ชื่อ โอเล เคิร์ก คริสเตียนเซน (Ole Kirk Christiansen) ประสบปัญหาขายสินค้าไม่ออก จึงต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาทดแทน ตอนนั้นเองที่เขาได้เห็นลูกชายกำลังสนุกอยู่กับของเล่นจากไม้ที่เขาทำให้ จึงเกิดเป็นไอเดียในการสร้างสินค้าแบบเดียวกันเพื่อวางขายตามท้องตลาดภายใต้ชื่อ Lego ซึ่งมาจากคำว่า </span><span style="font-weight: 400;">Leg godt แปลว่า “เล่นอย่างมีคุณภาพ” ซึ่งเป็นแก่น (Core) ในการสร้างสินค้านี้ขึ้นมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันเลโก้ประสบความสำเร็จอย่างสูง ผลิตชิ้นส่วนตัวต่อรวมกันมากกว่าหมื่นล้านชิ้น ซึ่งทั้งหมดมาจากการทดลองเดินนอกกรอบ จากเดิมที่ตลาดของเล่นเต็มไปด้วยตุ๊กตา, หุ่นยนต์ หรือรถแข่ง คุณคริสเตียนเซนกลับมองว่าเขาอยากผลิตของเล่นที่เปลี่ยนไปได้เรื่อย ๆ ซื้อครั้งเดียว เล่นได้นาน ขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นจะมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์มากแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันเราสามารถเห็นเลโก้ได้ในโรงเรียน, โรงพยาบาล, ศูนย์การเรียนรู้ ฯลฯ เป็นได้ทั้งของที่ระลึกที่สวยงามตลอดจนถูกนำไปเป็นตัวช่วยในการอบรมพนักงานตามองค์กรต่าง ๆ อยู่เป็นระยะ จึงไม่ผิดนักหากเราจะพูดว่ามันคือของเล่นของคนทุกเพศทุกวัย</span></p>
<h2><b>Lego สร้างวัฒนธรรมองค์กรอย่างไร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-14239 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/LEGO_logo.svg_.png" alt="LEGO logo.svg" width="429" height="429" title="บริษัทตัวต่อเลโก้ (Lego) สรรหาและบริหารคนอย่างไร 428"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมีวัฒนธรรมองค์กรที่ดีคือแก่น (Core) ที่ทำให้รู้ว่าองค์กรควรพัฒนาไปในทิศทางไหน และควรบริหารจัดการบุคลากรด้วยกลยุทธ์แบบใด องค์กรที่มีวัฒนธรรมไม่ชัดเจนจะทำทุกอย่างแบบไร้ระบบจนทำให้เสียทรัพยากรโดยใช่เหตุ ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าวัฒนธรรมของเลโก้เจ้าของรางวัล </span><a href="https://www.forbes.com/sites/jeffkauflin/2017/02/14/the-most-powerful-brands-in-2017/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">“แบรนด์ที่ทรงอิทธิพลที่สุด”</span></a><span style="font-weight: 400;"> (The Most Powerful Brand) จาก Forbes เป็นอย่างไร</span></p>
<p><strong>โธมัส มอร์เรอ เจ็ปเพอร์เซ่น (Thomas Møller Jeppesen) </strong><span style="font-weight: 400;"><strong>HR Director</strong> ของ Lego กล่าวว่าเลโก้ต้องการสร้าง Employee Experiences ที่ดีด้วยการให้คนสนุกตั้งแต่วันแรกตามนโยบาย “Play from the First Day” </span><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ เลโก้ให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นกลยุทธ์ที่ Lego นำมาใช้ก็คือ</span><b>การโฟกัสไปที่ผลลัพธ์มากกว่าวิธีการ </b><span style="font-weight: 400;">หมายความว่าทีมบริหารจะให้โจทย์กับพนักงาน และพนักงานมีหน้าที่วางแผนกันเองว่าจะทำด้วยกลยุทธ์แบบไหน เพราะการเข้าไปควบคุมให้ทุกคนมีรูปแบบการทำงานแบบเดียวกันนั้น นอกจากจะสร้างความกดดันแล้ว ยังไม่สามารถทำให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นได้เลย</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220308-the-future-of-employee-experience/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-10833 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/Screen-Shot-2565-03-11-at-13.22.35.png" alt="Screen Shot 2565 03 11 at 13.22.35" width="588" height="325" title="บริษัทตัวต่อเลโก้ (Lego) สรรหาและบริหารคนอย่างไร 429"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220308-the-future-of-employee-experience/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">เมื่อความสำเร็จของธุรกิจขึ้นอยู่กับความสามารถในการออกแบบประสบการณ์พนักงานที่ดี</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>จอร์เกน วิก นัดสติร์ (Jørgen Vig Knudstorp) CEO </strong><span style="font-weight: 400;"><strong>ของเลโก้</strong>กล่าวว่าพวกเขาต้องการสร้างสภาพแวดล้มที่ทุกคนคิดได้อย่างอิสระ (Free-Thinking Environment) HR จะเน้นย้ำเสมอว่าเมื่อเราทำผลิตภัณฑ์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็ก เราก็ต้องมีแนวคิดของเด็กตามไปด้วย ดังนั้นเลโก้จะจัดให้มีกลุ่มเด็ก ๆ แวะเวียนเข้ามาที่ออฟฟิศเสมอ ซึ่งบางครั้งเด็กเหล่านี้จะได้โอกาสเล่นสินค้าตัวทดลองก่อนเพื่อออกความเห็นว่าสินค้าดังกล่าวดีพอสำหรับการวางขายในท้องตลาดแล้วหรือไม่ โดยความเห็นจากเด็กเหล่านี้ อาจกลายเป็นสุดยอดไอเดียที่ทำเงินมหาศาลให้กับ Lego ในภายหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขากล่าวทิ้งท้ายว่าการให้ความสำคัญกับเด็กคือการสร้างฐานลูกค้ายุคใหม่ (Builder of Tomorrow) แถมยังตอกย้ำค่านิยมขององค์กรว่าวิธีรับมือกับปัญหาต่าง ๆ นั้นไม่ได้มีเพียงแค่รูปแบบเดียว และการเล่นสนุก (Power of Play) คือรากฐานสำคัญของการสร้างประสบการณ์ทำงานที่ดี</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/culture-and-hiring/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-8103 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/Culture-and-Hiring-1.jpg" alt="Culture and Hiring" width="600" height="370" title="บริษัทตัวต่อเลโก้ (Lego) สรรหาและบริหารคนอย่างไร 430"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/culture-and-hiring/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Culture and Hiring: อะไรคือสิ่งสำคัญที่เรามองหาจากตัวผู้สมัครงานกันแน่</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h3><b>Lego People Promise 4 องค์ประกอบของการบริหารคน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้ ผู้อ่านคงตั้งคำถามว่าแล้วเลโก้ทำอย่างไรถึงกระตุ้นให้พนักงานทำตามค่านิยมขององค์กรได้อย่างไร้ที่ติจนถูกยกย่องให้เป็นแบรนด์ที่มีอิทธิพลเหนือบริษัทรถยนต์ระดับโลกอย่าง Ferrari ด้วยซ้ำ คำตอบก็คือเลโก้มีการวางแผนงานสำหรับอนาคตอยู่ตลอดเวลา โดยอาศัยเสาหลัก 4 ประการ (4 Pillars of Lego) ภายใต้ชื่อ Lego People Promise ซึ่งประกอบด้วย</span></p>
<ul>
<li><b>Purpose Driven :</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้พนักงานเห็นว่าสิ่งที่ตนทำอยู่ทุกวันนั้นมีคุณค่าทั้งกับตัวเอง, กับองค์กร และกับสังคม พนักงานจะรู้สึกภูมิใจและอยากกระทำเพื่อเป้าหมายมากขึ้น</span></li>
<li><b>Systematic Creativity : </b><span style="font-weight: 400;">สร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ ไม่ได้ตั้งอยู่บนความเพ้อฝัน แต่เป็นการสร้างสรรค์ที่อ้างอิงจากประสบการณ์ว่าสิ่งใดสามารถทำได้และเกิดประโยชน์ที่สุด</span></li>
<li><b>Clutch Power : </b><span style="font-weight: 400;">การใช้ชุมชนและเพื่อนร่วมงานให้เป็นประโยชน์ เพื่อทำให้งานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</span></li>
</ul>
<ul>
<li><b>Action Ability : </b><span style="font-weight: 400;">กระตุ้นให้มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย สามารถลงมือทำทันทีในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท</span></li>
</ul>
<h2><b>Lego มีวิธีสรรหาบุคลากรอย่างไร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-14240 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/ss.png" alt="ss" width="564" height="317" title="บริษัทตัวต่อเลโก้ (Lego) สรรหาและบริหารคนอย่างไร 431"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะขององค์กรที่ต้องอาศัยพลังสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา การหาคนด้วยแนวทางที่ตื่นตาตื่นใจก็ดูไม่ใช่เรื่องแปลกนัก  เพราะวิธีนี้นอกจากจะทำให้องค์กรมีชื่อในด้านของการสร้างแบรนด์แล้ว ยังทำให้ได้พนักงานที่มีวัฒนธรรมองค์กรตรงกันอีกด้วย เราอยากให้ผู้อ่านลองศึกษากลยุทธ์เหล่านี้ เพื่อโอกาสในการปรับใช้และยกระดับขั้นตอนสรรหาในบริษัทของคุณให้โดดเด่น มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เคย</span></p>
<h3><b>Lego มองหาอะไรจากผู้สมัครงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เจนนิเฟอร์ แลนโกน (Jennifer Langone) หัวหน้า HR ฝ่ายสรรหาของบริษัท Lego กล่าวกับ </span><a href="https://www.cosmopolitan.com/career/interviews/a41715/interview-insider-lego-career-jobs/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Cosmopolitan</span></a><span style="font-weight: 400;"> ว่าสิ่งที่ Lego มองหาเป็นอย่างแรกก็คือคนที่มีความเป็นผู้นำและเข้ากับสังคมการทำงานในองค์กรได้ คนที่ปราศจากทักษะเหล่านี้จะไม่ถูกเลือก เพราะหากไม่มีใครตอบคำถามได้ว่าบุคคลดังกล่าวจะประสบความสำเร็จในองค์ได้อย่างไร การทำงานที่นี่ก็คงไม่สามารถตอบโจทย์ของพนักงานในระยะยาวได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปกติแล้วเลโก้จะโพสต์รับสมัครงานบน</span><a href="http://www.lego.com/careers" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">เว็บไซต์</span></a><span style="font-weight: 400;">ของตนเองและใช้บริการบริษัทจัดหางานจากภายนอก ในที่นี้ไม่จำกัดเลยว่าพนักงานจะต้องเป็นคนที่อาศัยอยู่ในประเทศเท่านั้น เลโก้เปิดรับพนักงานจากทั่วโลกตราบใดที่พิสูจน์ได้ว่าสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์กับองค์กรได้จริง ทั้งนี้หาก HR ตัดสินใจเลือกพนักงานจากต่างประเทศหรือคนที่อยู่ไกลจากที่ทำงานมาก ๆ พวกเขาก็มีโครงการช่วยเหลือเรื่องการปรับตัว (Relocation Assistance) เรียกว่าเลโก้ต้องการให้คนที่มาร่วมงานโฟกัสกับหน้าที่อย่างสบายใจตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้ามาเลยทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของจำนวนพนักงานใหมนั้น Lego แบ่งรูปแบบการสรรหาเป็นสองส่วน อย่างแรกคือการหาพนักงานจากข้างนอกมาเสริมในหน่วยงานที่องค์กรสร้างขึ้นใหม่ เช่นการเปิดร้านค้าหรือธีมปาร์คในต่างประเทศ กับอีกส่วนคือการวิเคราะห์ว่าพนักงานที่มีอยู่นั้นเพียงพอกับการรับมือสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วหรือยัง โดยก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการสรรหานั้น เลโก้จะสนับสนุนการอบรมและหลักสูตรเพิ่มเติมสำหรับพนักงานอย่างเต็มที่ เพื่อดูความเป็นไปได้ในการใช้บุคลากรเดิมก่อน ไม่ว่าจะด้วยการย้ายตำแหน่ง (Internal Move) หรือเพิ่มความร่วมมือระหว่างแผนก (Cross Function) เพราะเมื่อเวลาผ่านไป เราอาจพบว่าพนักงานบางคนเหมาะกับตำแหน่งอื่นมากกว่าก็ได้ แนวทางนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้เกี่ยวข้องมากกว่าการปล่อยให้เรียนรู้กันเองแล้วค่อยเข้าไปดูแลทีหลัง</span></p>
<h3><b>Lego ถามอะไรขณะสัมภาษณ์งาน</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-14241 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/1520152837720.jpeg" alt="1520152837720" width="501" height="287" title="บริษัทตัวต่อเลโก้ (Lego) สรรหาและบริหารคนอย่างไร 432"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถึงขั้นตอนสัมภาษณ์ สิ่งที่ Lego ต้องการที่สุดคือคนที่ทำการบ้านมาก่อน เลโก้ไม่ต้องการคนที่มาสมัครงานโดยไม่รู้พื้นฐานอะไรเกี่ยวกับตัวต่อของพวกเขาเลย ซึ่งไม่จำเป็นต้องรู้ข้อมูลที่ลึกซึ้งขนาดแฟนพันธ์แท้ แต่ก็ต้องเข้าใจเบื้องต้นว่าสิ่งที่เลโก้เคยทำ และกำลังจะทำมีคุณค่าอย่างไร, มีความหมายอย่างไร และมีคำตอบในหัวเบื้องต้นว่าหากตนเข้ามาทำงานที่นี่ จะช่วยต่อยอดสิ่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้นได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามที่เลโก้ใช้สัมภาษณ์ผู้สมัครมากที่สุดคือการถามว่า “ทำไมถึงมาสมัครงานกับบริษัทของเรา”​ อาจเป็นคำถามที่ดูธรรมดาและเรียบง่าย แต่คำถามแบบนี้คือตัวชี้วัดว่าผู้สมัครมีทัศนคติอย่างไร และจริงจังแค่ไหนกับการสมัครงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่คำถามว่า “ปกติแล้วคุณชอบทำอะไรให้รู้สึกสนุก” ซึ่งเป็นคำถามที่เราไม่ค่อยได้ยินนักเวลาสัมภาษณ์งาน แต่เลโก้เลือกถามแบบนี้เพราะมองว่าหากผู้สมัครไม่มีความสนุกก็จะไม่สามารถสร้างสรรค์งานที่ตรงกับสไตล์ขององค์กรได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องต่อมาคือการถามว่า “คุณมีทักษะด้านไหนที่อยากพัฒนาให้ดีขึ้นหรือไม่” ซึ่งสิ่งที่เลโก้คาดหวังก็คือคำตอบที่ตรงกับความเป็นจริง เพราะไม่มีใครหรอกที่สามารถทำได้ทุกเรื่อง ดังนั้นการยอมรับความเป็นจริงนอกจากจะทำให้ผู้สัมภาษณ์เห็นถึงความซื่อสัตย์แล้ว ยังทำให้รู้ว่าองค์กรควรจ้ดอบรมแบบใดเพื่อช่วยเพิ่มทักษะในด้านนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครจึงควรตอบโดยโฟกัสว่ามีประสบการณ์อะไรมาบ้าง มากกว่าบอกว่ามีทักษะอะไรดีเป็นพิเศษ เรียกง่าย ๆ ว่าไม่ควรตอบอะไรที่ดูเหมือนเป็นคนน้ำเต็มแก้ว ปิดโอกาสในการเรียนรู้เด็ดขาด อนึ่งแม้องค์กรจะขึ้นชื่อในเรื่องความสนุกสนาน ไร้กฎเกณฑ์ แต่สำหรับกระบวนการสัมภาษณ์นั้น HR แนะนำให้ใส่ชุดสุภาพแบบทางการดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างสุดท้ายและถือว่าสำคัญที่สุดคือ HR จะให้ผู้สมัครต่อเลโก้เป็นอะไรก็ได้ที่แสดงถึงความเป็นตัวเอง ขั้นตอนนี้จะทำให้เราเห็นว่าผู้สมัครมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ขององค์กรมากแค่ไหน โดยจุดที่น่ารักก็คือหากผู้สมัครดังกล่าวได้รับเลือก ตัวต่อที่สร้างไว้ขณะสัมภาษณ์ก็จะถูกนำไปตั้งรออยู่ที่โต๊ะ เป็นของที่ระลึกในวันแรกที่เข้างาน</span></p>
<h3><b>Lego กับโครงการ Brick Factor กลยุทธ์สรรหาคนด้วย Gamification </b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-14242 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/Screenshot-2566-01-13-at-18.20.12.png" alt="Screenshot 2566 01 13 at 18.20.12" width="533" height="344" title="บริษัทตัวต่อเลโก้ (Lego) สรรหาและบริหารคนอย่างไร 433"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสำเร็จของเลโก้ทำให้พวกเขาขยายกิจการไปทั่วโลก โดยหนึ่งในโครงการที่ประสบความสำเร็จที่สุดคือ สวนสนุก LEGOLAND ที่มีการว่าจ้างพนักงานใหม่อยู่เป็นระยะ อย่างไรก็ตามสิ่งที่โดดเด่นของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความสนุกของการเล่นตัวต่อเท่านั้น แต่เป็นวิธีการสรรหาบุคลากรที่เรียกว่า Brick Factor ซึ่งเป็นการค้นหา Master Model Builder หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อเลโก้ นี่คืองานในฝันของคนที่อยาก </span><b>“เล่นไปทำงานไป”</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างแท้จริง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-14243 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/Screenshot-2566-01-13-at-18.25.26.png" alt="Screenshot 2566 01 13 at 18.25.26" width="491" height="357" title="บริษัทตัวต่อเลโก้ (Lego) สรรหาและบริหารคนอย่างไร 434"></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เควิน ฮินซ์ (Kevin Hintz) อดีตผู้ชนะโครงการ Brick Factor</strong> และเป็น Master Model Builder อยู่ที่ LEGOLAND สาขาซาน อันโตนิโอ สหรัฐอเมริกา กล่าวว่าคนที่สมัครงานในตำแหน่งนี้ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาตรี แต่ต้องจบชั้นต่ำที่ระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า และถ้าคุณตั้งใจตั้งแต่อายุยังน้อยว่าอยากทำงานสายนี้จริง ๆ ก็ให้หาความรู้เกี่ยวกับงานศิลปะเอาไว้ให้มากที่สุด เพราะจะช่วยให้เราสร้างสรรค์งานตามโจทย์ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้คนที่มีทักษะด้านคำนวนหรือฟิสิกข์จะได้เปรียบเป็นพิเศษ เพราะจะช่วยให้ประเมินได้ว่าความคิดสร้างสรรค์ของตนสามารถไปได้ไกลถึงจุดไหน ไม่เสียเวลาคิดงานที่น่าสนใจแต่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง ดังนั้นหากคิดว่าตนมีทักษะที่จำเป็นมากพอ Brick Factor คือจุดเริ่มต้นของคุณ ! </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Brick Factor เป็นการแข่งขันแบบรอบในระบบแพ้คัดออก กินเวลาทั้งหมด 2 วัน มีผู้เข้าร่วมจากทั่วประเทศ โดยการแข่งขันในรอบแรกและรอบก่อนรองชนะเลิศจะจัดขึ้นในวันที่ 1 แบ่งเป็นการสร้างสรรค์ตัวต่อเลโก้ตามธีมที่กำหนดภายใน 20 และ 30 นาทีตามลำดับ ก่อนที่จะคัดผู้สมัครเหลือ 10 คนเพื่อไปสัมภาษณ์และแข่งรอบสุดท้ายในวันที่ 2 ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ทุกคนปล่อยพลังเพื่ออวดสรรพคุณออกมาให้มากเท่าที่จะทำได้ จากนั้นกรรมการจะร่วมกันตัดสินว่าใครคือคนที่ตอบโจทย์องค์กรที่สุด และมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะได้เป็นเทพแห่งเลโก้ และถูกว่าจ้างเข้ามาเป็นพนักงาน</span></p>
<h2><b>Lego มีวิธีดูแลบุคลากรอย่างไร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-14244 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/CqyYqr5UAAALCzK.jpg" alt="CqyYqr5UAAALCzK" width="432" height="432" title="บริษัทตัวต่อเลโก้ (Lego) สรรหาและบริหารคนอย่างไร 435"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานที่เลโก้นั้น นอกเหนือจากความสนุก ความบันเทิงแล้ว พนักงานต้องได้ความตื่นเต้น, แรงบันดาลใจ ตลอดจนการเปิดกว้างทางจินตนาการในทุก ๆ วัน โดยการพัฒนาบุคลกรของ Lego จะตั้งอยู่ในแนวคิดว่า “ทุกคนต้องเป็นเด็กอยู่เสมอ” เพราะเด็กจะเป็นคนมองโลกในแง่ดี, ช่างสงสัย, รู้จักตั้งคำถาม, กล้าคิดกล้าทำ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นรากฐานของการสร้างองค์กรที่ดี Lego เชื่อว่าแนวทางนี้จะทำให้พนักงานของเลโก้เติบโตอย่างแข็งแรง มีความพร้อมต่อการขึ้นเป็นผู้นำในองค์กร หรือแม้แต่ตอนย้ายไปอยู่ที่อื่นก็ตาม</span></p>
<p><em><strong>การตอบแทนพนักงานของเลโก้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสม อธิบายตามหัวข้อได้ดังนี้</strong></em></p>
<ul>
<li><b>ด้านครอบครัว :</b><span style="font-weight: 400;"> Lego เข้าใจดีว่าครอบครัวมีความสำคัญมากแค่ไหน จึงมีสวัสดิการรองรับทั้งด้านการสร้างครอบครัวหรือแม้แต่เพื่อไปดูแลสุขภาพของคนที่รัก พนักงานสามารถลาโดยได้รับค่าจ้างตามปกติ</span></li>
<li><b>ส่วนลดพนักงาน : </b><span style="font-weight: 400;">ด้วยวิธีการสรรหาที่เข้มข้นทำให้ Lego ได้พนักงานที่คลั่งไคล้ผลิตภัณฑ์ของตนมากเป็นพิเศษ ดังนั้นทุกคนจึงได้สิทธิ์รับส่วนลดพิเศษเพื่อให้เข้าถึงสินค้าที่ชื่นชอบง่ายที่สุด</span></li>
<li><b>ด้านการพัฒนาชุมชน : </b><span style="font-weight: 400;">ในแต่ละปีพนักงานของ Lego จะได้สิทธิ์เสนอตัวเป็นอาสาสมัครเพื่อทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ ภายในชุมชนที่สนใจ เพื่อช่วยพัฒนาทักษะและมอบความสุขให้กับผู้อื่น</span></li>
<li><b>ด้านสุขภาพ : </b><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากประกันสุขภาพตามปกติแล้ว Lego ยังมีสวัสดิการสนับสนุนด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจ หรือการทำโรงยิมเพื่อพัฒนาร่างกายของพนักงานด้วย ทั้งนี้สวัสดิการของออฟฟิศแต่ละแห่งจะแตกต่างกัน</span></li>
<li><b>ด้านรายได้ :</b><span style="font-weight: 400;"> Lego ตั้งเป้าว่าจะต้องให้รายได้อย่างเป็นธรรม พร้อมสู้กับบริษัทคู่แข่ง และมีโบนัสที่เหมาะสมโดยอ้างอิงจากผลประกอบการของสาขาทั่วโลก</span></li>
</ul>
<ul>
<li><b>ด้านพัฒนาการ : </b><span style="font-weight: 400;">Lego มีระบบที่เรียกว่า Brick Mate เปรียบเหมือนเป็นบัดดี้ที่ช่วยให้การเริ่มทำงาน (Onboarding) ง่ายขึ้นตั้งแต่วันแรก คู่หูของเราจะแนะนำได้ว่าควรทำตัวอย่างไรเมื่อเกิดปัญหา หรือมีแง่มุมใดอีกบ้างที่เราสามารถพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิม</span></li>
</ul>
<h3><b>Play Day ! เปลี่ยนวันเครียด ๆ ให้กลายเป็นวันเล่น ๆ</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-14245 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/1624868455997.jpeg" alt="1624868455997" width="511" height="376" title="บริษัทตัวต่อเลโก้ (Lego) สรรหาและบริหารคนอย่างไร 436"></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>“ทำงานหนักได้ ก็ต้องพักให้ได้”</strong> Lego เข้าใจเรื่องนี้ดีจึงจัดทำระบบวันหยุดแบบใหม่ ที่บังคับให้พนักงานทั้งในสำนักงานใหญ่และสาขาทั่วโลก หยุดทำงานทุกอย่างและมาร่วมเล่นสนุกกับกิจกรรมที่องค์กรเตรียมไว้ให้ มีวัตถุประสงค์เพื่อดึงพนักงานออกมาจากความเครียดในแต่ละวัน และย้ำเตือนว่าแม้ชีวิจจะต้องเจอกับความยากลำบากแค่ไหน แต่อย่าลืมหยุดพักและหาความสนุกให้ตัวเองเด็ดขาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากในส่วนของพนักงานแล้ว โครงการ Play Day ยังยกระดับไปถึงลูกหลานของพนักงานตลอดจนเด็ก ๆ ในชุมชนใกล้เคียง ทั้งนี้ Play Day มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา 5 องค์ประกอบสำคัญของการทำงาน ได้แก่สภาพร่างกาย (Physical), การเข้าสังคม (Social), ความสร้างสรรค์ (Creative), สติปัญญา (Cognitive) และอารมณ์ (Emotional)</span></p>
<h2><b>Lego ช่วยพัฒนาองค์กรได้อย่างไร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-14246 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/2000414.jpeg" alt="2000414" width="508" height="381" title="บริษัทตัวต่อเลโก้ (Lego) สรรหาและบริหารคนอย่างไร 437"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คนที่ไม่ได้เล่นเลโก้มาเป็นเวลานานอาจตั้งคำถามว่าของเล่นชิ้นเล็ก ๆ แบบนี้มีข้อดีอย่างไร เพราะแม้จะมีกลยุทธ์เบื้องหลังที่ดีเยี่ยม แต่หากผลิตภัณฑ์ไม่มีประสิทธิภาพ ก็ไม่มีทางเลยที่จะประสบความสำเร็จได้อย่างในปัจจุบัน ดังนั้นเราขอนำประโยชน์หลัก ๆ ของ Lego มาฝากผู้อ่านจำนวน 3 ข้อ ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><b>Lego ช่วยลดความเครียดและวิตกกังวล : </b><span style="font-weight: 400;">ปฎิเสธไม่ได้ว่าความเครียดกับการทำงานเป็นของคู่กัน  โดยเฉพาะกับสายงานที่ต้องจดจ่อมากเป็นพิเศษ  การพักเบรคและหยิบ Lego มาเล่นจะช่วยให้เราได้ทำกิจกรรมที่ไม่รู้สึกว่าเป็นการละเล่นจนเกินไปเพราะสมองยังได้คิดในเชิงวิชาการอยู่ ความไม่กดดันนี่เองที่ทำให้เราสามารถผ่อนคลาย และสนุกกับมันได้อย่างเต็มที่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการกลับไปทำงานที่ได้รับมอบหมายในลำดับต่อไป ทั้งนี้ผล</span><a href="https://globalleaderstoday.online/3-ways-lego-help-boost-productivity-at-the-office/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">วิจัย</span></a><span style="font-weight: 400;">เผยว่าเลโก้ช่วยลดความเครียดและวิตกกังวลได้ราว 15%</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><b>Lego ช่วยสร้างความเป็นทีม :</b><span style="font-weight: 400;"> การสัมมนาแบบเก่า คือการนั่งในห้องเรียนและทำกิจกรรมแบบกลุ่มตามที่ผู้สอนมอบหมาย แต่จะดีกว่าไหมหากกิจกรรมกลุ่มที่ว่ากลายเป็นการเล่นตัวต่อเลโก้ที่มีสีสันสดใสและเสริมจินตนาการได้มากกว่า ในที่นี้เลโก้ได้ออกผลิตภัณฑ์ LEGO’s Serious Play ตัวช่วยอบรมที่ช่วยสอนในเรื่องการแก้ปัญหาและการตัดสินใจแบบทีมโดยตรง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><b>Lego ข่วยจัดการเรื่องเวลา :</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าพนักงานของคุณมักทำงานเสร็จไม่ทันกำหนด เราแนะนำให้ใช้ตัวต่อเลโก้เพื่อฝึกพนักงานด้วยวิธีตั้งเวลาแล้วให้พนักงานต่อตามหัวข้อที่กำหนด จากนั้นก็เพิ่มความเข้มข้นไปเรื่อย ๆ วิธีนี้จะทำให้พนักงานรู้วิธีบริหารเวลา รู้สึกท้าทาย และมีความสุขเมื่อทำงานเสร็จทัน </span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้ Lego เพื่ออบรมพนักงานยังมีรายละเอียดอีกมากที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ ดังนั้นถ้าคุณสนใจกลยุทธ์แบบนี้ สามารถสอบถามและค้นหาผู้ให้บริการได้ที </span><a href="https://expth.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;">HREX</span></a><span style="font-weight: 400;"> แพลตฟอร์มยอดนิยมที่รวบรวมบริการและผลิตภัณฑ์ HR มากที่สุดในเมืองไทย</span></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสำเร็จของ Lego ทำให้เราเห็นว่าความเชื่อมั่นในแนวทางของตนตลอดเวลากว่า 90 ปีที่ผ่านมานั้นคือสิ่งสำคัญมาก หากเราเอาแต่ปรับตัวตามกระแสโดยลืมแก่นของตัวเอง แม้จะประสบความสำเร็จได้บ้าง แต่ก็จะต้องพบกับความยากลำบากในระยะยาว เพราะเมื่อถึงจุดนั้น เราจะไม่มีข้อแตกต่างใด ๆ ที่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราควรคิดเสมอว่าไม่มีความสำเร็จใดที่ได้มาง่าย ๆ แม้แต่แบรนด์สุดโปรดหรือสินค้าบางชนิดที่ผ่านมือเราอยู่ทุกวัน  ดังนั้นหากเราลองตั้งคำถามและค้นคว้าดูว่าเบื้องหลังขององค์กรเหล่านั้นมีกลยุทธ์แบบใดซ่อนอยู่ เราก็มีไอเดียอีกมากมายให้นำมาปรับใช้และช่วยให้องค์กรดีขึ้นได้แน่นอน รู้แบบนี้แล้ว ลองย้อนกลับไปหาบทความเก่า ๆ ของเราสิ มีบทวิเคราะห์แบรนด์ชื่อดังอยู่เพียบ รับรองไม่ผิดหวัง !</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31978 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE" width="1600" height="500" title="บริษัทตัวต่อเลโก้ (Lego) สรรหาและบริหารคนอย่างไร 438" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sources</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3XaKkLJ" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3XaKkLJ</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3GDQgpH" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3GDQgpH</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3kcDtTy" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3kcDtTy</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3GA2aAL" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3GA2aAL</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3Xmg3cy" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3Xmg3cy</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/hr-bad-mouth-employee-230111/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Jan 2023 08:48:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[ด่าบริษัท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/hr-bad-mouth-employee-230111/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT HR ควรรับผู้สมัครที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงานหรือไม่ ? ต้องบอกว่าทัศนคติในการทำงานสำคัญมากไม่แพ้เรื่องความรู้ความสามารถ หากผู้สมัครงานคนไหนเคยวิจารณ์ หรือด่าบริษัทเก่า ด่าองค์กรเก่าไว้ อาจเป็นเหตุผลให้ HR ไม่เลือกเข้าทำงานได้ แต่การจะรู้ทัศนคติส่วนนี้ จะเกิดขึ้นในขั้นตอนสัมภาษณ์งาน เพียง HR ยิงคำถามง่าย ๆ ว่าทำไมถึงลาออกจากที่ทำงานเก่า ก็สามารถช่วยให้รู้ความคิดได้แล้วว่า ผู้สมัครคนนี้ ด่าบริษัทเก่า ด่าองค์กรเก่าหรือไม่ ? ควรรับเข้าทำงานหรือไม่ ?  อีกวิธีที่ HR ชอบใช้คือการส่องสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สมัครงาน มีสถิติพบว่า หัวหน้างาน 44% จะตรวจเช็คการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของผู้สมัครงานว่าด่าบริษัทเก่าหรือไม่ ก่อนรับเข้าทำงาน  นอกจากนั้นมี HR ถึง 54% บอกว่าพวกเขาปฏิเสธที่จะจ้างผู้สมัครงานบางคนหลังจากตรวจสอบการใช้สื่อออนไลน์ของผู้สมัครงานแล้วพบว่า เคยด่าบริษัทเก่า แต่เหรียญมี 2 ด้านเสมอ HR ไม่ควรฟังความข้างเดียว และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ผู้สมัครงานด่าองค์กรเก่าด้วย ว่ามีมูลแค่ไหน เพราะบ่อยครั้งมันคือเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นจริงจนยากที่พนักงานจะอยู่เฉยได้ การเลือกผู้สมัครงานอย่างพิถีพิถันเป็นเรื่องดี แต่ HR อย่าลืมให้ความสำคัญกับพนักงานในองค์กรในปัจจุบันด้วยว่า พวกเขามีความคิดเห็นด้านลบต่อองค์กร เคยด่าบริษัทเก่าหรือไม่ อย่างไร และหากนำความคิดเห็นเหล่านั้นมาปรับปรุงแก้ไข [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="pink-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">HR ควรรับผู้สมัครที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงานหรือไม่ ? ต้องบอกว่าทัศนคติในการทำงานสำคัญมากไม่แพ้เรื่องความรู้ความสามารถ หากผู้สมัครงานคนไหนเคยวิจารณ์ หรือด่าบริษัทเก่า ด่าองค์กรเก่าไว้ อาจเป็นเหตุผลให้ HR ไม่เลือกเข้าทำงานได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">แต่การจะรู้ทัศนคติส่วนนี้ จะเกิดขึ้นในขั้นตอนสัมภาษณ์งาน เพียง HR ยิงคำถามง่าย ๆ ว่าทำไมถึงลาออกจากที่ทำงานเก่า ก็สามารถช่วยให้รู้ความคิดได้แล้วว่า ผู้สมัครคนนี้ ด่าบริษัทเก่า ด่าองค์กรเก่าหรือไม่ ? ควรรับเข้าทำงานหรือไม่ ? </span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">อีกวิธีที่ HR ชอบใช้คือการส่องสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สมัครงาน มีสถิติพบว่า หัวหน้างาน 44% จะตรวจเช็คการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของผู้สมัครงานว่าด่าบริษัทเก่าหรือไม่ ก่อนรับเข้าทำงาน </span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นมี HR ถึง 54% บอกว่าพวกเขาปฏิเสธที่จะจ้างผู้สมัครงานบางคนหลังจากตรวจสอบการใช้สื่อออนไลน์ของผู้สมัครงานแล้วพบว่า เคยด่าบริษัทเก่า</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">แต่เหรียญมี 2 ด้านเสมอ HR ไม่ควรฟังความข้างเดียว และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ผู้สมัครงานด่าองค์กรเก่าด้วย ว่ามีมูลแค่ไหน เพราะบ่อยครั้งมันคือเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นจริงจนยากที่พนักงานจะอยู่เฉยได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การเลือกผู้สมัครงานอย่างพิถีพิถันเป็นเรื่องดี แต่ HR อย่าลืมให้ความสำคัญกับพนักงานในองค์กรในปัจจุบันด้วยว่า พวกเขามีความคิดเห็นด้านลบต่อองค์กร เคยด่าบริษัทเก่าหรือไม่ อย่างไร และหากนำความคิดเห็นเหล่านั้นมาปรับปรุงแก้ไข ก็จะยิ่งช่วยให้องค์กรไปสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้น</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14192 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/pexels-rodolfo-clix-1161930-600x370.jpg" alt="ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน" width="600" height="370" title="ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน 451"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลา HR คัดเลือกผู้สมัครงานเข้าสู่องค์กร ไม่ว่าจะเป็นเวลาสมัครงานราชการ หรือสมัครงานบริษัทเอกชน คุณสมบัติข้อแรกที่ทุกคนจะพิจารณาคือความรู้ความสามารถ เพราะใคร ๆ ย่อมอยากได้คนเก่งเข้ามาช่วยยกระดับองค์กรให้ไปสู่เป้าหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม อีกสิ่งที่ HR จำนวนมากจะพิจารณาประกอบก็คือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220204-8-attitude-of-management/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ทัศนคติ</span></a><span style="font-weight: 400;">ของผู้สมัครงาน HR จะสืบเบื้องลึกเบื้องหลังว่าที่พนักงานกันอย่างแข็งขัน ทำให้บ่อยครั้งมักจะเจอว่าผู้สมัครคนนั้นชอบด่าองค์กรเก่าในเชิงลบ บางครั้งอาจเจอตอน</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/221210-who-interview-method/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">สัมภาษณ์งาน</span></a><span style="font-weight: 400;"> จนเป็นเหตุผลให้พวกเขาไม่เลือกผู้สมัครคนนั้นเข้าสู่องค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานแบบนี้เข้าสู่องค์กร จำเป็นหรือไม่ว่าผู้สมัครงานด่าองค์กรเก่าแล้วจะหมดสิทธิ์ทำงานที่ใหม่ หาคำตอบได้ในบทความนี้</span></p>
<h2><b>ทำไม HR ไม่ควรจ้างผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่า ด่าองค์กรเก่าออกสื่อ</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-14193 size-thumbnail aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/pexels-andrea-piacquadio-3760778-600x370.jpg" alt="ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน" width="600" height="370" title="ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน 452"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ แล้วอาจไม่มีกฎตายตัวว่า HR ควรรับพนักงานที่ทรงอย่างแบด กล้าด่าเพื่อนร่วมงานเก่า หรือที่ทำงานเก่า เข้าทำงานด้วยหรือไม่ เพราะหลายบริษัทอาจไม่สนใจเรื่องดังกล่าว ขอเพียงคน ๆ นั้นสามารถรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้ดี และช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ไปได้ไกลที่สุดแค่นั้นก็พอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีหลายองค์กรที่ไม่คิดอย่างนั้น เพราะ HR จะกังวลว่า พนักงานคนนั้นจะเข้ากับคนอื่นได้ไหม ทำงานด้วยกันเป็นทีมแล้วจะมีปัญหาตามมารึเปล่า และจะกลายเป็นปัญหาสืบเนื่องว่า จะทำให้</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/work-culture-for-good-talent-11012021/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมองค์กร</span></a><span style="font-weight: 400;">มีปัญหาหรือไม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะขึ้นชื่อว่าการทำงานบริษัท จะไม่ใช่การทำงานเพียงคนเดียว แต่เป็นการทำงานร่วมกับผู้อื่น หากเลือกคนที่ทำงานเก่ง แต่เข้ากับใครไม่ได้ ก็สามารถชักใบให้เรือเสีย สร้างปัญหาให้องค์กรได้ง่าย ๆ และหากมีปัญหาในการทำงาน ไม่ช่วยกันแก้ปัญหาให้ผ่านพ้นไปด้วยดี แถมยังเอาไปนินทาลับหลัง ย่อมส่งผลถึงการทำงานในภาพรวมอย่างเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และต่อให้การทำงาน ณ วันนี้อาจยังไม่มีปัญหา ก็เป็นไปได้เช่นกันว่า เมื่อลาออกไป พนักงานคนนั้นก็อาจเอาเรื่องไม่ดีขององค์กรไปป่าวประกาศ ทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรเสียหายตามมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมองค์กรนั้น ๆ ด้วย เพราะหากองค์กรต้องการความคิดเห็นที่แตกต่าง ต้องการคนที่กล้าพูด กล้าแสดงออก คนเหล่านี้ที่เป็น</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/black-sheep-in-disney-pixar-221223/"><span style="font-weight: 400;">แกะดำ</span></a><span style="font-weight: 400;">ในสายตาองค์กรอื่น ๆ ก็อาจเป็นมือดีที่จะช่วยยกระดับองค์กรได้ดีทีเดียว และเผลอ ๆ พนักงานจะรู้สึกโล่งใจที่ได้พูด และช่วยแก้ปัญหานั้นให้จบก่อน แล้วไม่เอาไประบายต่อข้างนอกอีกด้วย</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div></div>
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 422px;">
<tbody>
<tr style="height: 422px;">
<td style="width: 100%; height: 422px;">
<div>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/bad-interview-for-the-job-221103/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-14189 size-thumbnail aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/mad-hr-representative-pointing-door-asking-candidate-leave-1110x740-1-600x370.jpg" alt="Bad Interview ผู้สมัครสัมภาษณ์งานแย่ แต่ทำไมบริษัทถึงเลือกเข้าทำงาน" width="600" height="370" title="ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน 453"></a></p>
</div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/bad-interview-for-the-job-221103/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Bad Interview ผู้สมัครสัมภาษณ์งานแย่ แต่ทำไมบริษัทถึงเลือกเข้าทำงาน</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2><b>ทำไมถึงลาออก? คำถามง่าย ๆ แต่ล่อเป้า ช่วยให้ HR รู้ทัศนคติของผู้สมัครงาน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีรู้ทัศนคติของผู้สมัครงานนั้นทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่นิยมมากสุดมักเกิดขึ้นในห้องสัมภาษณ์พนักงานใหม่ หาก HR </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190301-job-interview-question/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">เลือกคำถามที่ถูกต้อง</span></a><span style="font-weight: 400;"> จะสามารถวัดทัศนคติของว่าที่พนักงานคนนั้นได้ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องใช้คำถามยาก ๆ แต่อย่างใด เพราะการถามคำถามง่าย ๆ ว่า ทำไมถึงลาออกจากที่ทำงานเก่า ? หรือ ทำไมถึงอยากออกจากที่ทำงานเก่า ? ก็ช่วยคัดกรองทัศนคติเบื้องต้นได้ดีแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไมคำถามสั้น ๆ ง่าย ๆ แบบนี้ ถึงเป็นกับดักชั้นดีที่ HR ชอบใช้ มีเหตุผลดังต่อไปนี้</span></p>
<h3>1.วัดไหวพริบปฏิภาณ วัดวาทศิลป์ในการตอบคำถามของผู้สมัครงาน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สัจธรรมของโลกการทำงานก็คือ ไม่ใช่ทุกคนจะจากลากับองค์กรเก่าด้วยดี แต่ในขั้นตอนการสัมภาษณ์งาน การบอกเหตุผลโต้ง ๆ ว่า ลาออกเพราะหัวหน้างี่เง่า ที่ทำงานเก่าห่วยแตก สังคมภายในหน้าไหว้หลังหลอก ฯลฯ อาจไม่ใช่การสร้างความประทับใจแรกต่อ HR ที่ดีเสียเท่าไหร่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลับกัน หากผู้สมัครงานตอบคำถามอย่างมีไหวพริบปฏิภาณ ทำให้เรื่องที่อาจดูมีปัญหาใหญ่โต กลายเป็นเรื่องจิ๊บ ๆ ได้ จะช่วยสร้างความประทับใจให้ HR ไม่น้อย แม้ในอีกด้านหนึ่งมองได้ว่ามันคือการโกหก แต่ HR จะถือว่าผู้สมัครงานคนนั้นมีกึ๋นในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มีวาทศิลป์ในการพูดและโน้มน้าวใจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คล้ายกับการถามว่า ‘อะไรคือข้อเสียในตัวเรา’ นั่นเอง คงไม่มีใครที่เล่าข้อเสียด้านลบของตัวเองเป็นวรรคเป็นเวร เพื่อให้เสียคะแนนในสายตา HR เช่นกัน</span></p>
<h3>2.ช่วยบ่งบอกว่าผู้สมัครงานมีความเป็นมืออาชีพแค่ไหน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานกับผู้อื่น ก็เหมือนลิ้นกับฟัน อาจมีเรื่องกระทบกระทั่ง มีความเข้าใจที่ไม่ตรงกันบ้าง แต่คนที่มืออาชีพ จะรู้ว่าเรื่องแบบไหนควรปล่อยวาง เรื่องแบบไหนควรจบในห้องประชุม เรื่องแบบไหนไม่เอามาเผยแพร่ต่อภายนอก และเรื่องแบบไหนไม่ควรเก็บเอามาคิดเป็นเรื่องส่วนตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งคำถามสัมภาษณ์งานข้อดังกล่าวจะช่วยวัดได้ชัดเจนว่า ผู้สมัครงานมีความเป็นมืออาชีพมากเพียงใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากผู้สมัครงานเอาเรื่องไม่ดีของที่ทำงานเก่ามาเล่าตอนสัมภาษณ์งาน HR จะมั่นใจได้อย่างไรว่า หากรับเข้ามาทำงานแล้ว จะไม่เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นที่นี่</span></p>
<h3>3.ดูการควบคุมอารมณ์ของผู้สมัครงานว่า อ่อนไหวง่าย หรือแข็งแกร่งพร้อมสู้ทุกอุปสรรค</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากจากกันกับที่ทำงานเก่าแบบไม่ค่อยดี เป็นเรื่องปกติหากจะทำให้อารมณ์และความรู้สึกของผู้สมัครงานขุ่นมัว และอัดอั้นตันใจอยากระบายออกมาให้ทุกคนฟัง แต่หากเอามาเล่าในห้องสัมภาษณ์งาน นอกจากจะไม่เป็นมืออาชีพ HR จะมองด้วยว่าผู้สมัครงานคนนั้นควบคุมอารมณ์ไม่เป็น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงแม้เรื่องที่เขาเจอจะเป็นเรื่องจริง แต่การเอามาบ่นในที่แห่งนี้ ก็จะสร้างความสงสัยให้ HR คิดว่า เอามาบ่นแบบนี้มันจะช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างไร ตอนอยู่ที่เก่าทำไมไม่พูดหรือแก้ไขตั้งแต่ทีแรก ?</span></p>
<h2><b>ส่องสื่อสังคมออนไลน์ ช่วย HR คัดกรองผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่า ด่าองค์กรเก่าได้อย่างไร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์งานไม่ใช่วิธีเดียวที่จะรู้ทัศนคติของผู้สมัครงาน แต่อีกวิธีที่ได้รับความนิยมไม่น้อยก็คือการแอบส่องสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ของผู้สมัครงาน ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, TikTok แม้กระทั่ง Linkedin ก็ได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะปัจจุบันแพลตฟอร์มเหล่านั้นคือช่องทางหลักที่ทุกคนใช้ในการสื่อสารและแสดงออกในหลายประเด็น รวมถึงเรื่องงานอีกด้วย แต่หลายหลายคนอาจไม่คิดให้ถี่ถ้วนก่อนแสดงความคิดเห็น แล้วพูดถึงเรื่องราวที่ไม่ดีของคนอื่น รวมถึงเรื่องลับ ๆ ของบริษัทให้เพื่อน ๆ ได้อ่านบ่อย ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="pink-highlighter">หากพูดคุยอยู่ในแค่วงเพื่อนเท่านั้นอาจไม่มีปัญหาอะไร แต่บ่อยครั้งคนนอกวงได้เข้ามาเห็น มันอาจสร้างปัญหาตามมาได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนงาน </strong>และถ้าเกิด HR ดันไปเจอเข้าด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม HR ก็อาจเอามาใช้เป็นเหตุผลให้ไม่รับเข้าทำงานได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และอย่าคิดว่าบ่นเรื่องเหล่านี้ไป HR จะไม่รู้ เพราะบางที เครือข่ายที่ HR มีอาจกว้างขวางกว่าที่คิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญประเด็นหมิ่นเหม่อันตราย ไม่ได้มีแค่เรื่องการทำงานในองค์กรเก่า แต่ยังรวมถึงความคิดเห็นทางการเมือง ศาสนา ยาเสพติด และเรื่องทางเพศ เป็นต้น อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการสำรวจของ </span><a href="https://press.careerbuilder.com/2017-06-15-Number-of-Employers-Using-Social-Media-to-Screen-Candidates-at-All-Time-High-Finds-Latest-CareerBuilder-Study" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">CareerBuilder</span></a><span style="font-weight: 400;"> พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นหัวหน้างาน 44% ก่อนเลือกคนเข้าทำงาน จะตรวจเช็คการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของผู้สมัครงานคนนั้นก่อน เพื่อดูว่าทัศนคติของผู้สมัครงานนั้นเป็นอย่างไร มีความเป็นมืออาชีพมากเพียงใด มีวิธีการสื่อสารกับผู้คนอย่างไร รวมถึงมีความคิดสร้างสรรค์หรือไม่ อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม <strong class="pink-highlighter">มี HR ถึง 54% กลับปฏิเสธที่จะจ้างผู้สมัครงานบางคนหลังจากตรวจสอบการใช้สื่อออนไลน์</strong> ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงทีเดียว บ่งชี้ว่านี่คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ HR ปัดซ้ายแบบไม่ต้องคิดมาก</span></p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>New Things and Creative Position</strong></div>
<div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-14194 size-thumbnail aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/pexels-yan-krukau-7640484-600x370.jpg" alt="ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน" width="600" height="370" title="ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน 454"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีการการถกเถียงกันว่า จริง ๆ แล้ว HR มีสิทธิ์ที่จะไปส่องพื้นที่ในการแสดงออกส่วนตัวของผู้สมัครงานหรือไม่ การที่ HR เข้ามาสอดส่องพื้นที่ส่วนตัวของผู้สมัครงาน เป็นเรื่องผิดกฎหมายหรือไม่ด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศรันยา หวังสุขเจริญ หรือ ทนายนิด้า เคยให้สัมภาษณ์กับ </span><a href="https://www.youtube.com/watch?v=u-DDgqjXQLs&amp;list=PLg9S5bqtYWfDQ8uNqNNc11e0Azx4Nnw5D&amp;index=14" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ไทยรัฐออนไลน์</span></a><span style="font-weight: 400;"> ว่า ถ้า HR เข้าไปดูสื่อตามช่องทางปกติ ไม่ได้ใช้วิชามารเพื่อไปดูสิ่งที่ผู้สมัครงานพยายามปกปิด จะไม่ถือว่าเป็นความผิดทางกฎหมาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เหมาะสมหรือไม่เป็นอีกเรื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การที่บุคคลนั้นมีสื่อ Facebook แล้วเขาเปิดเป็นสาธารณะ ถ้าเข้าไปดูแค่ในส่วนนั้นที่เขาอนุญาตเปิดเผยให้กับเรา ไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิใด ๆ หากเขาต้องการห้ามไม่ให้ใครเข้าถึง การตั้งค่าของเขาสามารถตั้งค่าได้อยู่แล้ว…”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้า HR เข้าไปดูแล้วมันเปิดเป็นสาธารณะ จะดูก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่กรณีที่ไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะ แล้วไปบอกว่า คุณต้องรับเพื่อน เพื่อจะเข้าไปดูส่วนที่ไม่ได้ตั้งค่าเป็นสาธารณะ อันนี้จะถือเป็นการรบกวน เป็นการละเมิดสิทธิของเขาแล้ว แต่ก็อาจยังไม่ใช่ความผิดต่อกฎหมาย” ศรันยา อธิบาย</span></p>
</div>
</div>
<blockquote>
<h4><strong>HR มีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้</strong></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8822 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Questions-cuate-740x740.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="300" height="300" title="ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน 455"></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">Q: <b>ลูกจ้างมีสิทธิ์บ่นลาออกใน Facebook ได้ไหม</b></span></strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากนายจ้างมาเห็น สามารถไล่ออกได้เลยหรือเปล่า ?</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">A: <b>ขออนุญาตอ้างอิงจากสถิติของ CareerBuilder ในปี 2018 ที่พบว่า Digital Footprint คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้องค์กรตัดสินใจไม่รับสมัครพนักงานใหม่หรือไล่พนักงานเดิมออก </b></span></strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผิดกฎหมายครับ เช่น โพสต์ภาพ วิดีโอ หรือข้อมูลยั่วยุหรือไม่เหมาะสม โพสต์ภาพการดื่มสุราหรือใช้ยาเสพติด โพสต์ข้อความเหยียดเพศ เชื้อชาติ ศาสนา ฯลฯ</span></p>
<p>,,, <em>(คลิกดูคำตอบทั้งหมด👇)</em></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/538?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2.png" alt="f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2" width="370" height="80" title="ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน 456"></a></span></p></blockquote>
<h2><b>เหรียญมี 2 ด้าน ทำไม HR ควรเช็คบริษัทเก่าของผู้สมัครอย่างถี่ถ้วน ว่าทำไมพนักงานเก่าถึงด่าบริษัทเก่า ด่าองค์กรเก่า</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14197 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/pexels-yan-krukau-7640816-600x370.jpg" alt="ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน" width="600" height="370" title="ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน 457"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้คนที่วิพากษ์วิจารณ์องค์กรเก่าให้คนรับรู้กันทั่ว อาจถูกมองว่าเป็นคนมีปัญหา เรื่องมาก และอาจเข้ากับใครไม่ค่อยได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เหรียญมี 2 ด้านเสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก HR อยากทำหน้าที่เต็มที่ เพื่อคัดคนที่เหมาะสมเข้าองค์กรจริง ๆ HR ก็ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้ถี่ถ้วนด้วย ต้องตัดอคติออกไปให้มากที่สุด ก่อนตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับพนักงานคนนั้นเข้าทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องอย่าลืมว่า ทุกองค์กรบนโลกนี้ ล้วนต้องมีปัญหาอะไรสักอย่างที่ควรวิพากษ์วิจารณ์ และแก้ไขให้ดีขึ้นเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนำซ้ำ <strong class="pink-highlighter">เรื่องแย่ ๆ ที่ผู้สมัครงานแฉองค์กรเก่าอาจเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย</strong> เช่น โดนใส่ร้าย โดนขโมยผลงาน โดนกลั่นแกล้งในที่ทำงาน โดน</span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/210915-sexual-harassment-hr/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">คุกคามทางเพศ</span></a><span style="font-weight: 400;"> ฯลฯ <strong class="pink-highlighter">หาก HR ตรวจสอบแล้วพบว่า มันมีมูล แล้วผู้สมัครงานเลือกที่จะพูดถึงประเด็นเหล่านี้ออกมาทั้งในขั้นตอนการสัมภาษณ์งาน และลงสื่อสังคมออนไลน์ อาจถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมเสียอีก</strong> เพราะเป็นการเตือนภัยให้คนที่ก้าวเข้าไปอยู่ในองค์กรได้รับรู้ก่อนเข้าไปร่วมงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และมันแสดงให้เห็นว่า ผู้สมัครงานกล้าต่อกรกับความไม่ชอบธรรม เพื่อทำให้องค์กรดีขึ้น การมีคนเหล่านี้อยู่ในองค์กร ย่อมดีกว่าการมีพนักงานที่พร้อมจะเฮโลตามเจ้านาย แล้วช่วยกันปิดปากเมื่อเกิดความอยุติธรรมขึ้น และคนจำพวกนี้เองที่จะทำให้องค์กรมีปัญหามากกว่าเสียอีก</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div class="__title">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title">
<p><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/reference-checks-210625/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14190 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/Reference-Checks-HR-NOTE-1-600x370-1.jpg" alt="Reference Checks แบบมืออาชีพ พร้อม 17 ตัวอย่างคำถามที่นำไปใช้ได้จริง" width="600" height="370" title="ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน 458"></a></p>
</div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/reference-checks-210625/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Reference Checks แบบมืออาชีพ พร้อม 17 ตัวอย่างคำถามที่นำไปใช้ได้จริง</span></a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2><b>แล้ว HR ควรรับมือพนักงานปัจจุบันที่ด่าองค์กรอย่างไร</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14198 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/pexels-yan-krukau-7640818-600x370.jpg" alt="ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน" width="600" height="370" title="ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน 459"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บ่อยครั้ง HR อาจสนใจผู้สมัครงานใหม่ว่า มีทัศนคติอย่างไร เคยด่าองค์กรเก่าไว้หรือไม่ เพื่อให้ได้คนที่ใช่ ไร้ตำหนิเข้ามาสู่องค์กร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่จริง ๆ แล้วคนที่ HR ควรต้องให้ความสำคัญมากกว่าเสียด้วยซ้ำก็คือ พนักงานปัจจุบันที่ยังทำงานอยู่ ว่าพวกเขาเคยวิพากษ์วิจารณ์องค์กรของตัวเองออกสื่อหรือไม่ หรือกอสซิบกระซิบเม้ามอยเรื่องต่าง ๆ หรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเกิดพฤติกรรมแบบนี้ขึ้นบ่อย HR มี 2 แนวทางปฏิบัติที่สามารถทำได้ดังนี้</span></p>
<h3>1.ลงดาบพนักงานให้เข็ดหลาบ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดนี้อาจเป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมในกลุ่ม HR สายเข้มงวด ที่วางตัวเองเป็นเหมือนครูฝ่ายปกครอง จับผิดการกระทำของนักเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก HR จะมาสายแข็ง ต้องพิจารณาด้วยว่าเมื่อลงโทษพนักงานแต่ละครั้ง โทษที่พวกเขาจะได้รับ เหมาะสมกับการกระทำของพวกเขาหรือไม่ โทษไหนที่แค่ตักเตือนปากเปล่าก็พอ โทษไหนที่ควรเรียกปรับทัศนคติ โทษไหนที่ถึงขั้นไล่ออก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่ต้องพิจารณาเช่นกันก็คือ แนวทางนี้สุ่มเสี่ยงจะทำให้พนักงานไม่พอใจ แล้วลาออกไปอยู่กับองค์กรอื่นที่เข้มงวดน้อยกว่า และมีบรรยากาศน่าทำงานด้วยมากกว่าหรือไม่ หากพอว่าองค์กรของคู่แข่งเป็นแบบนั้น วิธีการนี้สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้บริษัทเสียหายกว่าที่คิดได้</span></p>
<h3>2.รับฟังฟีดแบ็คแล้วนำไปปรับปรุงองค์กรให้ดีขึ้น</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อไหร่ก็ตามที่ HR เจอว่าพนักงานนินทาว่าร้ายองค์กร การจับเข่าพูดคุยกับพนักงานเพื่อทำความเข้าใจว่า ที่เขาวิพากษ์วิจารณ์นั้น เป็นเรื่องจริงหรือไม่ อาจเป็นทางออกที่ละมุนละม่อม และส่งผลดีต่อองค์กรมากสุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะพนักงานจะเห็นว่า HR คือเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ที่พร้อมจะนำฟีดแบ็คไปปรับปรุงแก้ไข จะช่วยให้องค์กรเดินหน้าต่อไปอย่างมีความสุข</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากแนวทางแรกหมิ่นเหม่จะทำให้พนักงานไม่อยากอยู่ในองค์กรต่อ แนวทางนี้จะช่วยรักษาพนักงานในองค์กรเอาไว้ พร้อมกับปรับปรุงองค์กรให้น่าอยู่ตามมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใช้วิธีนี้ ก็ควรอธิบายให้พนักงานคนนั้นเข้าใจด้วยว่า การทำแบบนี้ส่งผลเสียต่อองค์กรอย่างไร และทำไมถึงไม่ควรทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเอาไปเผยแพร่ต่อให้คนนอกรู้ ถ้าคำอธิบายมีความน่าเชื่อถือมากพอ และ HR แสดงให้เห็นแล้วว่าที่ผ่านมาปรับปรุงองค์กรไม่ให้พนักงานหมองใจได้ พวกเขาก็พร้อมจะปฏิบัติตามแน่นอน</span></p>
<blockquote>
<h4><strong>HR มีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้</strong></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/Questions-pana-740x740.png" width="312" height="312" alt="Questions pana" title="ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน 460"></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">Q: <b>จะทำอย่างไรเมื่อพนักงานมีวิกฤติศรัทธากับบริษัท และเลือกที่จะใช้วิธีซุบซิบนินทามากกว่าเผชิญหน้ากับปัญหาตรง ๆ</b></span></strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะ HR ตัวเล็กๆ ที่รับงานแอดมินอื่นๆ ควบด้วย เราจะมีพลังในการเปลี่ยนแปลงอะไรได้ไหมคะ แต่ที่พอมีหวังบ้างเพราะว่าเป็นคนที่เข้าได้กับทุกคน และก็ถือว่าได้รับความไว้วางใจจากเจ้านานมากระดับนึง เคยมีการเบิกงบมาจัดกิจกรรมบริษัท การกินเลี้ยง อะไรต่างๆ เลยคิดว่าอาจจะเป็นคนตรงกลางที่สร้างโครงการอะไรบ้างอย่้างขึ้นมาได้เพื่อให้ culture การทำงานมันดีขึ้นกว่านี้</span></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">A: <b>ต้องชื่นชม HR ตัวเล็ก ๆ ที่มีใจในการจะแก้ปัญหา และขอสนับสนุนว่า HR เล็กๆนี้สามารถเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ</b></span></strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนอื่นต้องยอมรับกันในความเป็นจริงว่า เรื่องการซุบซิบนินทา เกิดขึ้นในองค์กรทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่สิ่งที่เราควรนำมา concern คือ สิ่งที่พนักงานเมาส์นี้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดไหน โดยประเมินความเสี่ยงว่า เรื่องนี้ ส่งผลกระทบเฉพาะบุคคล ส่งผลกระทบถึงทั้งทีม หรือส่งผลกระทบองค์กร หรือ ท้ายที่สุดเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงไปถึงกันหมด หากประเมินแล้ว ข่าวหรือสิ่งที่นำมาเป็นหัวข้อสภากาแฟนั้น เป็นเรื่องที่ critical และอาจทำให้เกิดความเสียหายทั่วทั้งองค์กรได้ หรือ แม้แต่เป็นสิ่งที่สุมหัวคุยกันเล็ก ๆ แต่บ่อย ๆ ประจำ อย่างต่อเนื่อง ก็คาดได้ว่า สิ่งนั้นก็เป็น Toxic ก่อให้เกิดมะเร็งในองค์กรได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นขอเสนอแนะแนวทางจัดการดังนี้ค่ะ</span></p>
<p>,,, <em>(คลิกดูคำตอบทั้งหมด👇)</em></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/596?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2.png" alt="f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2" width="370" height="80" title="ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน 456"></a></span></p></blockquote>
<h2><b>สำรวจเครื่องมือด้าน Recruitment ใน HR Products &amp; Services ที่ช่วยให้ HR เจอผู้สมัครที่ใช่ ไม่จากกับองค์กรเก่าด้วยเรื่องไม่ดี</b></h2>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190318-recruitment-problem/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">การสรรหาพนักงาน ไม่เคยเป็นขั้นตอนที่ง่าย</span></a><span style="font-weight: 400;"> HR ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่า คนที่สมัครงานมาจะเป็นคนที่ใช่สำหรับองค์กรจริง ๆ หรือไม่ ต่อให้บางครั้งจะสัมภาษณ์ดี มีผลงานในเรซูเม่เด่นชัด แต่พอทำงานจริงกลับกลายเป็นตัวสร้างปัญหาให้องค์กรเสียแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปัจจุบัน มีหลายเครื่องมือให้ใช้เพื่อค้นหาผู้สมัครงานที่ไม่เพียงมีคุณสมบัติตรงตามต้องการ และช่วยยกระดับองค์กรไปอีกขั้น ซึ่งสามารถค้นหาได้ผ่านแพลตฟอร์ม </span><span style="font-weight: 400;">HREX.asia</span><span style="font-weight: 400;"> ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์และบริการประเภท Recruitment Solutions และ Recruitment Agency ที่จะช่วยให้คนเจอเพชรในตม ไล่ตั้งแต่การหานักศึกษาฝึกงานน้ำดี ไปจนถึงหาพนักงานรุ่นใหญ่ที่มีฝีมือเป็นที่ประจักษ์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR องค์กรไหนที่สนใจ สามารถสำรวจและค้นหาเครื่องมือ Recruitment Solutions เพื่อตามหาคนที่ใช่ เพื่อช่วยยกระดับองค์กรได้แล้วทาง<a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">ลิงก์นี้</a></span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" data-wp-editing="1" title="ทำไม HR ถึงไม่ควรรับผู้สมัครงานที่ด่าบริษัทเก่าเข้าทำงาน 462"></a></p>
<h2><b>บทสรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกองค์กรย่อมอยากได้คนเก่งมากความสามารถเข้ามาร่วมงานด้วย แต่ทัศนคติในการทำงานร่วมกับผู้อื่นก็เป็นเรื่องสำคัญ <strong class="pink-highlighter">การคัดกรองพนักงานอย่างแข็งขันของ HR จะช่วยให้องค์กรได้คนที่เหมาะสมเข้ามาช่วยขับเคลื่อนบริษัทไปถึงเป้าหมาย</strong> ตอบโจทย์กับวัฒนธรรมองค์กรที่ตั้งไว้ และไม่สร้างปัญหาวุ่นวายให้เกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกองค์กรต่างก็มีปัญหาภายในที่แตกต่างกันไป <strong class="pink-highlighter">หาก HR กังวลเรื่องภาพลักษณ์ขององค์กรจะเสียหาย กลัวเรื่องการเข้ากันไม่ได้ของพนักงานจริง ๆ HR ต้องไม่ลืมปรับปรุงองค์กรให้ดีขึ้นเช่นกัน</strong></span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sources:</b></p>
<ul>
<li><a href="https://www.hrkatha.com/features/should-companies-hire-a-candidate-who-bad-mouths-ex-employer/#:~:text=Even%20if%20candidates%20have%20had,bad%2Dmouthing%20their%20previous%20employers." target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">HR Katha</span></a></li>
<li><a href="https://www.jobboardfinder.com/news/here-how-to-spot-a-bad-candidate-when-you-hire/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Job Board Finder</span></a></li>
<li><a href="https://www.linkedin.com/pulse/why-you-should-never-bad-mouth-boss-former-employer-martina-a-coon" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Linkedin</span></a></li>
<li><a href="https://www.skillsurvey.com/social-media-screening-rules/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Skill Survey</span></a></li>
<li><a href="https://www.jobstreet.com.ph/career-resources/job-hunting/4-ways-bad-mouthing-your-former-employer-can-ruin-your-job-prospects/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Job Street</span></a></li>
<li><a href="https://www.youtube.com/watch?v=u-DDgqjXQLs&amp;list=PLg9S5bqtYWfDQ8uNqNNc11e0Azx4Nnw5D&amp;index=13" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Thairath</span></a></li>
<li><a href="https://www.hcamag.com/ca/specialization/employment-law/how-should-hr-deal-with-a-bad-mouthing-employee/130095" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">HCA Mag</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Word of Mouth Hiring สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/221230-word-of-mouth-hiring/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Dec 2022 10:00:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[การสรรหา]]></category>
		<category><![CDATA[Word of Mouth]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/221230-word-of-mouth-hiring/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHTS  Word of Mouth Hiring หรือวิธีสรรหาบุคลากรแบบปากต่อปากคือวิธีที่อาศัยคำแนะนำจากพนักงานในการเลือกคนรอบตัวที่มีฝีมือ และเชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัท จุดเด่นของกลยุทธ์การสรรหาแบบปากต่อปาก (Word of Mouth Hiring) คือการประหยัดทรัพยากรทั้งเงินและเวลา แถมยังมีประสิทธิภาพสูง เพราะคนที่ได้มาจะมีทัศนคติเชิงบวกต่อองค์กร รวมถึงก้าวข้ามอุปสรรคด้านการสื่อสารไปแล้ว เพราะมีความสัมพันธ์อันดีกับพนักงานที่แนะนำโดยตรง หากต้องการใช้กลยุทธ์สรรหาพนักงานแบบปากต่อปาก องค์กรจำเป็นต้องมีชื่อเสียงในเชิงบวก ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้เริ่มจากการทำแบบสำรวจในองค์กรหรือรับฟังความเห็นจากลูกค้าก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าการประชาสัมพันธ์องค์กรจะไม่มีดาบสองคมกลับมา จนทำให้ความคิดเห็นด้านลบกลับมาตัดโอกาสว่าจ้างพนักงานคุณภาพในภายหลัง ข้อสำคัญของการสรรหาพนักงานแบบปากต่อปากคือการสัมภาษณ์งานที่มีประสิทธิภาพ เพราะมีความเป็นไปได้สูงที่เราจะได้รับคำแนะนำที่ดีจากพนักงานมากกว่าหนึ่งท่าน การเลือกและปฏิเสธจึงจำเป็นต้องมีเหตุผลที่ดีรองรับโดยคำนึงถึงความเหมาะสมและสภาพจิตใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก การสรรหาพนักงานคือขั้นตอนปราบเซียนของ HR ทุกคน แต่รู้ไหมว่ามีกลยุทธ์การสรรหาแบบหนึ่งที่ใช้ทรัพยากรน้อยแต่ให้ประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีอื่น วิธีนี้เรียกว่า Word of Mouth Hiring หรือการสรรหาบุคลากรแบบปากต่อปาก ซึ่งมีจุดเด่นคือองค์กรไม่ต้องเสียเวลาประชาสัมพันธ์แบบหว่าน แต่สามารถพิจารณาจากตัวเลือกที่พนักงานในองค์กรแนะนำแบบเฉพาะเจาะจงได้เลย ข้อดีคือคนที่เราได้จะมีมุมมองเชิงบวกต่อองค์กร และไม่เจออุปสรรคด้านการสื่อสารอันถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโต Word of Mouth Hiring มีประโยชน์อย่างไรอีกบ้าง หาคำตอบได้ที่นี่ วิธีสรรหาบุคลากรแบบปากต่อปาก (Word of Mouth Hiring) คืออะไร ? การสรรหาบุคลากรโดยปากต่อปาก คือการที่พนักงานภายในองค์กรเป็นผู้ช่วยสรรหาคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานจริง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHTS </strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Word of Mouth Hiring หรือวิธีสรรหาบุคลากรแบบปากต่อปากคือวิธีที่อาศัยคำแนะนำจากพนักงานในการเลือกคนรอบตัวที่มีฝีมือ และเชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัท</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">จุดเด่นของกลยุทธ์การสรรหาแบบปากต่อปาก (Word of Mouth Hiring) คือการประหยัดทรัพยากรทั้งเงินและเวลา แถมยังมีประสิทธิภาพสูง เพราะคนที่ได้มาจะมีทัศนคติเชิงบวกต่อองค์กร รวมถึงก้าวข้ามอุปสรรคด้านการสื่อสารไปแล้ว เพราะมีความสัมพันธ์อันดีกับพนักงานที่แนะนำโดยตรง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">หากต้องการใช้กลยุทธ์สรรหาพนักงานแบบปากต่อปาก องค์กรจำเป็นต้องมีชื่อเสียงในเชิงบวก ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้เริ่มจากการทำแบบสำรวจในองค์กรหรือรับฟังความเห็นจากลูกค้าก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าการประชาสัมพันธ์องค์กรจะไม่มีดาบสองคมกลับมา จนทำให้ความคิดเห็นด้านลบกลับมาตัดโอกาสว่าจ้างพนักงานคุณภาพในภายหลัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ข้อสำคัญของการสรรหาพนักงานแบบปากต่อปากคือการสัมภาษณ์งานที่มีประสิทธิภาพ เพราะมีความเป็นไปได้สูงที่เราจะได้รับคำแนะนำที่ดีจากพนักงานมากกว่าหนึ่งท่าน การเลือกและปฏิเสธจึงจำเป็นต้องมีเหตุผลที่ดีรองรับโดยคำนึงถึงความเหมาะสมและสภาพจิตใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-13934 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/shutterstock_1484273711-1-scaled.jpg" alt="shutterstock 1484273711 1 scaled" width="554" height="307" title="Word of Mouth Hiring สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก 476"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาพนักงานคือขั้นตอนปราบเซียนของ HR ทุกคน แต่รู้ไหมว่ามีกลยุทธ์การสรรหาแบบหนึ่งที่ใช้ทรัพยากรน้อยแต่ให้ประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีอื่น วิธีนี้เรียกว่า</span> Word of Mouth Hiring หรือการสรรหาบุคลากรแบบปากต่อปาก<span style="font-weight: 400;"> ซึ่งมีจุดเด่นคือองค์กรไม่ต้องเสียเวลาประชาสัมพันธ์แบบหว่าน แต่สามารถพิจารณาจากตัวเลือกที่พนักงานในองค์กรแนะนำแบบเฉพาะเจาะจงได้เลย ข้อดีคือคนที่เราได้จะมีมุมมองเชิงบวกต่อองค์กร และไม่เจออุปสรรคด้านการสื่อสารอันถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโต</span></p>
<p>Word of Mouth Hiring <span style="font-weight: 400;">มีประโยชน์อย่างไรอีกบ้าง หาคำตอบได้ที่นี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>วิธีสรรหาบุคลากรแบบปากต่อปาก (Word of Mouth Hiring) คืออะไร ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-13936 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/Screenshot-2565-12-30-at-16.50.53.png" alt="Screenshot 2565 12 30 at 16.50.53" width="563" height="333" title="Word of Mouth Hiring สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก 477"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาบุคลากรโดยปากต่อปาก คือการที่พนักงานภายในองค์กรเป็นผู้ช่วยสรรหาคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานจริง ๆ โดยอาจแนะนำคนรอบตัวหรือคนที่รู้จัก ไม่ว่าจะในบริบทใดก็ได้ที่รู้สึกว่าบุคคลดังกล่าวสามารถยกระดับการทำงานให้ดีขึ้น หรือเติมเต็มในส่วนที่องค์กรขาดหายไปได้อย่างไร้รอยต่อ กลยุทธ์นี้จำเป็นต้องเริ่มด้วยการที่พนักงานรู้สึกถึงความรักต่อองค์กรที่ทำอยู่ และรู้สึกอยากชวนคนอื่นมาทำงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ความหมายในทางกลับกันคือหากองค์กรของเราเต็มไปด้วยพลังลบและการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพ พนักงานในองค์กรของเราย่อมจะหาทางห้ามไม่ให้คนอื่นมาร่วมงาน  ขณะเดียวกันก็จะมองหาทางเลือกใหม่เพื่อเปลี่ยนงานให้เร็วที่สุดเช่นกัน ดังนั้นกลยุทธ์การสรรหาแบบปากต่อปากคือภาพสะท้อนและบทพิสูจน์ว่าองค์กรของเรามีรากฐานที่แข็งแรงดีแล้วหรือไม่ ถ้าคำตอบคือใช่ กลยุทธ์นี้จะเป็นแนวทางต่อยอดที่ประหยัดทรัพยากรและต่อยอดให้องค์กรของคุณแข็งแรงกว่าที่เคย</span></p>
<p><a href="https://manilarecruitment.com/" target="_blank" rel="noopener">The Marketing Advisory Network</a><span style="font-weight: 400;"> จากสหรัฐอเมริกาได้ทำการวิจัยพบว่าผู้คนในปัจจุบันถูกโน้มน้าวจากผู้แนะนำที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์หรือมีประสบการณ์ในเรื่องที่เราสนใจถึง 89% และเชื่อมั่นในคำแนะนำที่มาจากพนักงานมากกว่าคำประชาสัมพันธ์จากโฆษณาอย่างเป็นทางการถึง 561% ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่สูงมาก ดังนั้นถ้าคุณเห็นถึงประโยชน์ขนาดนี้ จะมีเหตุผลอะไรอีกที่คุณจะมองข้ามกลยุทธ์สรรหาบุคลากรแบบปากต่อปากและเอาแต่ใช้วิธีสรรหาแบบเดิม</span></p>
<h2>ควรทำอย่างไร หากองค์กรชื่อเสียงไม่ดีจนไม่มีใครอยากแนะนำปากต่อปาก</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์แบบปากต่อปากจะใช้งานได้ดีเมื่อชื่อเสียงขององค์กรเป็นไปในทิศทางบวก แต่เคยคิดไหมว่าจะทำอย่างไรหากองค์กรของเรามีชื่อเสียงในทางลบ เพราะหากเป็นแบบนี้ก็คงไม่มีใครอยากแนะนำองค์กรของเราออกไป ซ้ำร้ายอาจจะมีกระแสต่อต้านเพิ่มเข้ามาอีกด้วย</span></p>
<p>Employer Branding<span style="font-weight: 400;"> คือสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์นวัตกรรม ดังนั้นถ้าองค์กรของคุณกำลังเจอปัญหานี้ ก็ต้องรีบแก้ไขให้เร็วที่สุดก่อนที่จะสายเกินไป</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title" style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220215-how-to-do-employer-branding/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-10586" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/tai-2.png" alt="tai 2" width="539" height="303" title="Word of Mouth Hiring สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก 478"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220215-how-to-do-employer-branding/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">การทำ Employer Branding แบบจริงใจ ใช้ได้จริง และพนักงานรู้สึกอินไปกับมัน</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h3>ก่อนบอกปากต่อปาก ต้องเริ่มต้นด้วยการแก้ปัญหาจากภายใน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อต้องการกู้ชื่อเสียงขององค์กร เราต้องเริ่มต้นจากการแก้ไขภายในเป็นอย่างแรก โดยการตรวจดูว่ารูปแบบการทำงานภายในองค์กรมีปัญหาหรือไม่ มีรอยรั่วไหนบ้างที่สามารถอุดเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น เราต้องทำแบบสำรวจหรือแบบสอบถามเพื่อรับฟังความเห็นจากคนที่เกี่ยวข้องทุกระดับ และให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพสินค้า, คุณภาพบริการ, ความพึงพอใจของพนักงาน ตลอดจนการเปิดพื้นที่ส่วนตัวให้พนักงานสามารถแชร์ปัญหาที่ไม่สามารถเล่าได้ในพื้นที่สาธารณะ การให้ความสำคัญกับรากฐานแบบนี้จะค่อย ๆ สร้างความเชื่อมั่น และทำให้พนักงานยอมรับในตัวผู้บริหารมากขึ้น ย้ำอีกครั้งว่าไม่มีอะไรสายเกินไปหากเราต้องการปรับองค์กรให้ดีกว่าเดิม คุณสามารถเริ่มได้ตั้งแต่อ่านบทความนี้จบเลยด้วยซ้ำ</span></p>
<h3>ควบคุมสินค้า, บริการ, ผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การพิสูจน์ตัวเองที่ดีที่สุดของธุรกิจคือการพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น เพราะภาพแสดงตรงนี้เป็นสิ่งที่ลูกค้าและพนักงานได้สัมผัสโดยตรง หากมีพัฒนาการในเชิงบวก ก็เป็นเรื่องง่ายที่พวกเขาจะสังเกตุเห็นและบอกต่อว่าเรามีความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น  ความมุ่งมั่นตรงนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่สามารถดึงดูดผู้สมัครเก่ง ๆ มาร่วมงานในอนาคต</span></p>
<h3>ทำให้พนักงานมีความสุขที่สุด</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8001 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/07/5f29f2d61948de66933a991f1881831c.jpg" alt="ความสุขในการทำงาน Workplace Happiness" width="514" height="343" title="Word of Mouth Hiring สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก 479"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสุขของพนักงานคือองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้เราได้ผลิตภัณฑ์ที่ดี, ได้บรรยากาศการทำงานที่ดี และช่วยรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นตามกระแส The Great Resignation ที่ขยายตัวไปทั่วโลก ดังนั้นการให้ความสำคัญกับสวัสดิการนอกเหนือจากทำให้พนักงานมีความสุขแล้ว ยังสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับองค์กรและกลายเป็นภาพลักษณ์เชิงบวกให้คนภายนอกอยากเข้ามาร่วมงานกับองค์กรก็ได้ </span></p>
<p>ตัวอย่างของสวัสดิการที่น่าสนใจมีดังนี้</p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ดูแลสุขภาพของพนักงาน เช่น การซื้อประกันสุขภาพ หรือมีบริการตรวจสุขภาพประจำปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ใส่ใจกับความสำเร็จและความพยายามของพนักงาน ให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมหากมีการสั่งงานนอกเวลา</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">จัดอบรมให้พนักงานก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลก หรือพร้อมรับมือกับกลยุทธ์ใหม่ ๆ ในการทำธุรกิจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">กระตุ้นให้พนักงานแต่ละแผนกร่วมมือกัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์และเกิดความเป็นทีมมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ทำงานด้วยความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ชัดเจน</span></li>
</ul>
<h3>พัฒนาและพิสูจน์ตัวเองอย่างต่อเนื่อง</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นธรรมดาหากจะมีพนักงานหรือลูกค้าที่ยังไม่เชื่อมั่นในองค์กรของเราจากภาพลักษณ์ในอดีต ดังนั้นแม้จะพิสูจน์ตัวเองให้คนบางกลุ่มเห็นเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องทำอย่างต่อเนื่องจนติดเป็นนิสัย เพราะพฤติกรรมที่ดีไม่ใช่เพื่อประโยชน์เพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับการทำงานในภาพรวมให้เรากลายเป็นองค์กรที่ดีขึ้น ทั้งนี้ควรทำควบคู่กับกิจกรรมสาธารณะประโยชน์เพื่อให้ผลลัพธ์ทั้งหมดส่งเสริมกันไป</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title" style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/221108-rebrand/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-13350 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/shutterstock_1531715996-3-scaled.jpg" alt="การรีแบรนด์ (Rebrand) กลยุทธ์สร้างความสดใหม่ให้องค์กร" width="548" height="308" title="Word of Mouth Hiring สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก 480"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/221108-rebrand/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">การรีแบรนด์ (Rebrand) กลยุทธ์สร้างความสดใหม่ให้องค์กร</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ประโยชน์ของวิธีสรรหาบุคลากรแบบปากต่อปาก (Word of Mouth Hiring)</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีการสรรหาพนักงานแบบปากต่อปากสามารถช่วยองค์กรได้มากกว่าที่หลายคนคิด ทั้งในแง่ของความรวดเร็ว, คุณภาพของผู้สมัคร ตลอดจนการประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตขององค์กร ส่วนจะมีประโยชน์ในด้านใดอีกบ้าง ไปดูกันเลย !</span></p>
<h3>ช่วยหาพนักงานที่มีฝีมือง่ายขึ้น</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าผู้บริหารจะมีมุมมองต่อการทำงานอย่างไร แต่คนที่สามารถตอบคำถามได้ว่าทีมที่สังกัดอยู่ต้องการพนักงานแบบไหน หรือจำเป็นต้องมีความเปลี่ยนแปลงแบบใด ก็คือตัวพนักงานที่เป็นผู้ลงมือทำจริง ๆ ต่างหาก ดังนั้นคำแนะนำจากพนักงานโดยตรงจะทำให้เราได้พนักงานใหม่ที่ตรงโจทย์ และสามารถต่อยอดสิ่งที่ทำอยู่ได้ทันที </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องเข้าใจว่าการหาพนักงานไม่ได้หมายถึงการมองหาคนที่มีทักษะเก่งที่สุด หรือมีประสบการณ์มากที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นคนที่สามารถเติมเต็มจุดที่องค์กรขาดในช่วงเวลานั้นได้ นอกจากนี้พนักงานใหม่ที่ผ่านการแนะนำจากคนในองค์กรโดยตรงจะมีความเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรมากกว่าคนที่ไม่รู้จักธุรกิจของเราเลย แถมยังไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสารและปรับตัว เพราะมีความสัมพันธ์อันกันดีอยู่แล้ว</span></p>
<h3>ประหยัดงบประมาณในการสรรหาบุคลากร</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-11215 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/12/people-holding-money-spendings-finance-concept-remix-1.jpg" alt="ข้อดีของบริการจ่ายเงินล่วงหน้า บริการที่จะทำให้พนักงานของคุณมีความสุขมากยิ่งขึ้น" width="544" height="363" title="Word of Mouth Hiring สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก 481"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปกติแล้วการสรรหาบุคลากรต้องใช้งบประมาณมากมาย ทั้งในด้านของการประชาสัมพันธ์ รวมถึงการสัมภาษณ์ผู้สมัครที่อาจกินเวลาหลายวันจนเสียเวลาทำงานตามไปด้วย  ดังนั้นการสัมภาษณ์ผู้สมัครที่ได้รับคำแนะนำแบบปากต่อปากจะช่วยคัดกรองคนในเบื้องต้นไปแล้ว เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย โดยบางองค์กรจะนำเงินส่วนที่คงเหลือจากกระบวนการเหล่านี้ไปเป็นเงินรางวัลให้กับผู้ที่สามารถแนะนำพนักงานที่มีฝีมือได้ เป็นการต่อยอดให้เราเข้าถึง Talent Pool ใหม่ ๆ ง่ายขึ้น</span></p>
<h3>ประหยัดเวลาในการสรรหาบุคลากร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาโดยวิธีนี้จะช่วยลดเวลาทำงานของทุกฝ่ายได้มาก เพราะแทนที่จะประกาศในเว็บไซต์รับสมัครงานทั่วไปเราก็จะจำกัดเฉพาะคนที่ลูกทีมมองว่าเป็นประโยชน์กับการทำงานได้โดยแท้จริง ทำให้ HR ใช้เวลาพิจารณาใบสมัครน้อยลง และช่วยให้ผู้บริหารใช้เวลาสัมภาษณ์น้อยลง  วิธีนี้จะเหมาะกับสายงานที่ต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ หรือมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เฉพาะตัว คนที่ทำงานสายนี้อยู่แล้วจะรู้กันเองจากคนในสายงานเดียวกันว่าพนักงานคนไหนกำลังมาแรงหรือมีฝีมือ ข้อมูลเฉพาะทางจะช่วยให้เราได้พนักงานที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการ</span></p>
<h3>ช่วยยกระดับระดับความพึงพอใจของพนักงาน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การว่าจ้างพนักงานผ่านการแนะนำแบบปากต่อปากนอกจากจะทำให้ผู้แนะนำรู้สึกดีแล้ว ยังช่วยในเชิงกระบวนการทำงานด้วย เช่น หากมีพนักงานตำแหน่งสำคัญลาออกไป การหาพนักงานใหม่ตามขั้นตอนปกติแม้จะเป็นคนที่มีฝีมือมากขนาดไหน แต่ก็จำเป็นต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการปรับตัว ทั้งในแง่ของรูปแบบการทำงาน ตลอดจนวัฒนธรรมองค์กรที่ย่อมแตกต่างกันตามธุรกิจแต่ละแบบ ดังนั้นพนักงานที่ได้จากคำแนะนำแบบนี้จะทำให้การเปลี่ยนผ่านลื่นไหล (Smooth Transition) ซึ่งถือเป็นการว่าจ้างที่สมบูรณ์แบบ และเมื่อทุกคนไม่ได้สัมผัสถึงความติดขัดใด ๆ บรรยากาศในทีมก็จะดีขึ้นตามไปด้วย </span></p>
<h2>วิธีสรรหาบุคลากรแบบปากต่อปาก (Word of Mouth Hiring) มีขั้นตอนอย่างไร ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาบุคลากรแบบปากต่อปากไม่ใช่เรื่องง่าย และจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้กระบวนการคัดเลือกมีประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนั้นองค์กรต้องเตรียมพร้อมและหาคำตอบให้ได้ว่ากลยุทธ์แบบใดที่เหมาะกับพฤติกรรมของพนักงาน เพื่อกระตุ้นและโน้มน้าวให้อยากแนะนำคนที่มีฝีมือเข้ามาร่วมงานกับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นหากคุณต้องการสรรหาบุคลากรด้วยวิธีแบบปากต่อปากให้เริ่มโดยขั้นตอนเหล่านี้</span></p>
<h3>1. วางกลยุทธ์โดยเริ่มจากการเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์ด้านการสรรหาบุคลากรคือการเข้าใจก่อนว่าเราไม่ได้กำลังหาพนักงานใหม่เท่านั้น แต่กำลังหาคนที่มีฝีมือและเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกคือการระบุว่าตำแหน่งที่ต้องการคืออะไร มีลักษณะการทำงานอย่างไร มีลักษณะนิสัยแบบไหน และเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้หรือไม่ ซึ่งหมายความว่าเราต้องรู้ก่อนว่าวัฒนธรรมการทำงานภายในองค์กรแบบดั้งเดิมเป็นอย่างไร หรืออย่างน้อยก็ต้องรู้ว่าทิศทางในอนาคตขององค์กรเป็นแบบไหน หากเราไม่มีข้อมูลส่วนนี้ก็จะสรรหาพนักงานได้อย่างสะเปะสะปะ ไม่ว่าพนักงานจะแนะนำคนที่เก่งมากแค่ไหน เราก็อาจได้คนเก่งที่มีวิธีทำงานขัดแย้งกับทีมมาแทน การรู้จักองค์กรของตัวเองให้ลึกซึ้งจึงเป็นรากฐานในการสรรหาบุคลากรใหม่ ๆ จากนั้นเมื่อทราบรายละเอียดในภาพรวมเรียบร้อยแล้ว ค่อยคิดว่าจะหาพนักงานแบบใดให้สอดคล้องกับบริบทดังกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรควรทำแบบสอบถามหรือพูดคุยกับพนักงานโดยตรง  เพื่อหาคำตอบว่าสิ่งที่พนักงานต้องการคืออะไร มีปัญหาในการทำงานหรือไม่ เพราะความพึงพอใจของพนักงานหมายถึงการรีวิวที่ดี ช่วยในเรื่องภาพลักษณ์องค์กร ทำให้เราดึงดูดพนักงานใหม่ได้ง่ายขึ้น หากเราเริ่มกลยุทธ์โดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงพนักงานมีปมในใจ ข้อมูลที่ถ่ายทอดออกไปก็จะมีแต่ข้อมูลในแง่ลบ กลายเป็นดาบสองคมที่กลับมาทิ่มแทงชื่อเสียงขององค์กรโดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8103 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/Culture-and-Hiring-1.jpg" alt="Culture and Hiring" width="572" height="382" title="Word of Mouth Hiring สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก 482"></p>
<h3>2. พยายามทำทุกอย่างให้พนักงานสบายใจ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเรารู้แล้วว่าสิ่งที่พนักงานต้องการคืออะไร เราก็ควรรีบแก้ปัญหานั้นโดยเร็ว เพราะการรู้ปัญหาแต่ไม่แก้ไขจะลดทอนความเชื่อมั่นของพนักงานลงไปกว่าเดิม เราต้องเป็นองค์กรที่มืออาชีพ ให้พนักงานรู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมงาน เช่นบริษัทระดับโลกที่มีชื่อเสียงในด้านการบริหารจะไม่มีปัญหาในการสรรหาบุคลากรเลยแม้จะเป็นช่วงที่เกิดโรคระบาดหรือเศรษฐกิจตกต่ำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับความสุขของพนักงานและพยายามหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดมาใช้ในองค์กรเสมอ ลองคิดตามดูว่าหากองค์กรของเราเต็มไปด้วยความหมองหม่น แต่เราได้ยินเพื่อนสนิทมาเล่าว่าองค์กรของเขาให้สวัสดิการอะไรบ้าง หรือรับรู้ว่าเขามีความสุขในองค์กรขนาดไหน หากเพื่อนคนนั้นมาชวนเราไปทำงานด้วย ก็มีโอกาสสูงที่เราจะย้ายตามไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่กล่าวมาทั้งหมดในหัวข้อนี้ สรุปได้ง่าย ๆ ด้วยคำว่า </span>Culture of Trust<span style="font-weight: 400;"> หมายถึงการทำให้พนักงานเชื่อมั่นในองค์กรถึงที่สุด สามารถทำได้โดย</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ทำให้พนักงานรู้สึกว่าเขาได้รับเกียรติ วิธีพื้นฐานคือการรักษาสัญญาที่ให้ไว้เสมอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ผู้บริหารต้องแสดงความซื่อสัตย์ตลอดเวลา ไม่เอาเปรียบไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ก็ตาม</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">กล้ารับฟังความคิดเห็นหรือคำวิพากษ์วิจารณ์จากพนักงาน เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดโดยเอาเป้าหมายขององค์กรเป็นที่ตั้ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">สอนวิธีใช้สื่อโซเชียลให้พนักงาน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร</span></li>
</ul>
<h3>3. กระตุ้นให้พนักงานรู้สึกอยากสนับสนุนองค์กร (Advocacy)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเรามีวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรงและมีสวัสดิการที่เหมาะสมให้กับพนักงานเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือการโน้มน้าวให้พนักงานรู้สึกอยากเชิญชวนคนรอบตัวให้มาร่วมงานในองค์กรของเรา หรืออย่างน้อยก็ไม่ให้รู้สึกตะขิดตะขวงใจหากต้องแนะนำองค์กรให้คนใกล้ตัวรู้จัก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการสอนให้พนักงานมีค่านิยมเหล่านี้จะช่วยให้พนักงานอยากอยู่กับองค์กรมากขึ้นถึง 20% แถมคำเชิญชวนที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ผู้สมัครอยากมาร่วมองค์กรของเรามากขึ้นถึง 60%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดสำคัญของการพูดโน้มน้าวคือไม่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าถูกกดดันหรือขายตรงจนเกินไป เราต้องทำให้เป็นธรรมชาติและแสดงออกถึงความจริงใจมากที่สุด โดยสามารถทำได้ตามวิธีเหล่านี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ให้ความรู้กับพนักงาน และจัดอบรมอย่างเป็นทางการถึงวิธีพูดเพื่อประชาสัมพันธ์องค์กร วิธีนี้ยังช่วยให้พนักงานมีทักษะการสื่อสารที่ดีขึ้น ส่งเสริมด้านการขายงานหรือเจรจาธุรกิจด้วยเช่นกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">โน้มน้าวให้พนักงานเห็นคุณค่าของงาน และอยากถ่ายทอดความรู้ของตนที่ได้จากองค์กรออกไปสู่สังคมในวงกว้าง องค์กรต้องย้ำให้เห็นว่าพฤติกรรมนี้ไม่ได้ช่วยองค์กรเท่านั้น แต่ยังทำให้ตัวพนักงานได้แสดงความสามารถต่อหน้าผู้อื่นที่อยู่ในสายงานเดียวกัน ซึ่งบางทีอาจช่วยสร้างโอกาสทำงานในอนาคตได้ด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ทำช่องทางสื่อสารและเนื้อหาขององค์กรให้เข้าถึงง่าย เพื่อที่พนักงานสามารถแชร์ได้ทันที</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">อธิบายให้พนักงานเข้าใจว่าความช่วยเหลือของทุกคนจะสร้างประโยชน์ต่อองค์กรได้อย่างไรบ้าง</span></li>
</ul>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title" style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/employee-referrals-210624/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8237 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/6f2c5ff9cf58f880b00bfe5ac796374f-1.jpg" alt="การสมัครงาน Employee Referrals เพื่อนแนะนำเพื่อน HR NOTE " width="500" height="326" title="Word of Mouth Hiring สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก 483"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/employee-referrals-210624/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">5 วิธีการรับสมัครงานแบบอ้างอิงหรือเพื่อนแนะนำเพื่อน (Employee Referrals) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h3>4. เลือกคนให้เป็น</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพนักงานของเราแนะนำคนรอบตัวที่มีฝีมือให้แล้ว สิ่งสำคัญของเราก็คือการเลือกพนักงานที่เหมาะสม และไม่ให้พนักงานของเรารู้สึกผิดหวังที่เราไปเลือกคนอื่นทั้งที่เขาเองก็พยายามเลือกคนที่ดีที่สุดมาให้เราแล้ว ดังนั้นเราต้องมีเหตุผลที่สามารถอธิบายได้ว่าเราเลือกพนักงานคนหนึ่งเพราะอะไร และปฏิเสธอีกคนหนึ่งเพราะอะไร เพื่อรักษาน้ำใจของทุกฝ่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเราจำเป็นต้องมีทักษะด้านการสัมภาษณ์ที่ดี เพราะถ้าเราไม่รู้ว่าควรสัมภาษณ์ผู้สมัครในประเด็นไหน เราก็จะได้พนักงานที่ไม่ตรงโจทย์ ที่สำคัญพนักงานที่ตัดสินใจยื่นใบสมัครจากกลยุทธ์สรรหาบุคลากรแบบปากต่อปากมักเป็นพนักงานที่มีความคาดหวังว่าองค์กรเราจะดีกว่าองค์กรเดิมที่เขาเคยสังกัดอยู่ ดังนั้นการสัมภาษณ์งานถือเป็นประตูด่านแรกที่เราควรใช้เพื่อสร้างความประทับใจ ไม่ใช่เป็นภาพแสดงที่ล้มเหลวจนทำให้ผู้สมัครตัดสินใจปฏิเสธไปเสียแทน</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220825-candidates-comparison/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-12094 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/08/shutterstock_445172830-9-scaled.jpg" alt="Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน" width="574" height="407" title="Word of Mouth Hiring สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก 484"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220825-candidates-comparison/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>เคล็ดลับการสรรหาบุคลากรแบบปากต่อปาก (Word of Mouth Hiring)</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่เคยใช้กลยุทธ์สรรหาบุคลากรแบบปากต่อปากมาแล้วแต่อยากยกระดับให้ดีขึ้น สามารถปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;">ให้เวลาสำหรับทบทวนความคิด :<span style="font-weight: 400;"> เมื่อเราต้องการให้พนักงานช่วยหาผู้สมัครโดยวิธีนี้ เราควรเผื่อเวลาให้พวกเขาใคร่ครวญกับการค้นหาผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุดด้วย การข้ามขั้นตอนนี้จะทำให้ได้คนที่ไม่รัดกุม ไม่เกิดประโยชน์อย่างที่ควรจะเป็น</span></li>
<li style="font-weight: 400;">เก็บข้อมูลผู้สมัครเสมอ :<span style="font-weight: 400;"> แม้เราจะตัดสินใจเลือกผู้สมัครได้เพียงไม่กี่คน หรือมีผู้สมัครที่ฝีมือดีแต่ไม่ตรงกับความต้องการในขณะนั้น เราก็ควรเก็บข้อมูลทั้งหมดเอาไว้อยู่ดี เพราะรายชื่อเหล่านี้เป็นคนที่มีความสัมพันธ์กับพนักงานในองค์กรของเราโดยตรง สามารถดึงดูดให้มาร่วมงานได้ง่ายกว่าคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดเลย และควรเก็บสถิติไว้ด้วยว่ามีชื่อใดบ้างที่ถูกแนะนำจากพนักงานมากกว่าหนึ่งคน เพราะถือเป็นข้อพิสูจน์เบื้องต้นว่าบุคคลดังกล่าวมีศักยภาพสูง</span></li>
<li style="font-weight: 400;">เปิดโอกาสให้พนักงานแนะนำคนอยู่เรื่อย ๆ :<span style="font-weight: 400;"> แม้เราจะได้พนักงานที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว แต่องค์กรก็ควรเปิดโอกาสให้พนักงานแนะนำคนที่น่าสนใจต่อไป เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าจะมีพนักงานลาออกตอนไหน หรือต้องการขยายกิจการเมื่อไหร่ ดังนั้นการมีฐานข้อมูลของผู้สมัครให้มากที่สุดจะเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย และลดขั้นตอนในกระบวนการสรรหาอย่างเป็นรูปธรรม</span></li>
</ul>
<h3>ข้อควรระวังเมื่อเลือกคนระดับผู้นำด้วยวิธีสรรหาบุคลากรแบบปากต่อปาก (Word of Mouth Hiring)<span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9018 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/shutterstock_304390607-1.jpg" alt="ผู้นำที่ดี Leader" width="500" height="334" title="Word of Mouth Hiring สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก 485"></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://www.mckinsey.com/capabilities/people-and-organizational-performance/our-insights/the-organization-blog/never-hire-leaders-based-on-word-of-mouth" target="_blank" rel="noopener">McKinsey</a> กล่าวว่า ในการเลือกคนระดับผู้บริหารนั้น การให้ความสำคัญกับคำแนะนำแบบปากต่อปากมากเกินไปไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เพราะแม้จะทำให้เรารู้ข้อมูลว่าผู้บริหารคนนั้นเป็นอย่างไร หรือมีประสบการณ์ทำงานที่ประสบความสำเร็จมามากแค่ไหน แต่การพิจารณาว่าจ้างคนในระดับนี้จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยรอบด้านให้มากที่สุด เพราะท้ายสุดแล้วสิ่งที่สังคมทำงานในอนาคตต้องการนับจากนี้คือคนที่มีทักษะผู้นำและใส่ใจเรื่องของส่วนรวมมากกว่าตนเอง การเลือกคนที่ถูกแนะนำอย่างดีจนลืมตรวจสอบว่าเขามีนิสัยเขากับทีมหรือไม่จะยิ่งทำให้วัฒนธรรมองค์กรสั่นคลอน นำไปสู่ปัญหาตามมาอีกมากมายในภายหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาสำคัญในการเลือกคนระดับผู้นำด้วยวิธีแบบปากต่อปากคือการมีอคติโดยไม่รู้ตัว หมายความว่าคนที่ถูกแนะนำมานั้นมักจะมีความสัมพันธ์สนิทสนมมากกว่าปกติ หรืออาจเป็นคำแนะนำด้วยความเสน่หาส่วนตัว ไม่ได้มีศักยภาพมากเท่าที่ถูกนำเสนอมาก็ได้ และยิ่งเราปล่อยให้พนักงานแนะนำโดยปราศจากการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน ก็จะยิ่งทำให้เราตัดผู้สมัครจากที่อื่นไปโดยทันที เพราะมองว่าอยากได้แต่ผู้สมัครที่มีความสัมพันธ์กับองค์กรไม่ทางใดก็ทางหนึ่งมากกว่าคนที่ไม่รู้อะไรเลย จึงหมายความว่าองค์กรมีโอกาสพลาดผู้สมัครที่มีฝีมือไปโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุนี้ถ้าเรามีแผนที่จะมองหาพนักงานในตำแหน่งสำคัญด้วยวิธีแบบปากต่อปาก ก็อย่าลืมใส่ใจองค์ประกอบอื่น ๆ และตั้งคำถามอย่างจริงจังว่าบุคคลดังกล่าวมีความเหมาะสมกับองค์กรจริง หรือเรากำลังหลงอยู่กับชื่อเสียงที่หลายคนและนำมาพูด โดยมองข้ามประเด็นสำคัญกว่าไป</span></p>
<h2>กลยุทธ์การสรรหาบุคลากร (Recruitment Strategy) ที่ดีช่วยองค์กรอย่างไร<span style="font-weight: 400;"> </span></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8103 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/Culture-and-Hiring-1.jpg" alt="Culture and Hiring" width="541" height="361" title="Word of Mouth Hiring สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก 486"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาบุคลากรเป็นขั้นตอนสำคัญที่สามารถตัดสินอนาคตขององค์กรได้เลย การหาพนักงานผิดจะทำให้องค์กรต้องเสียทรัพยากรทั้งด้านเงินและเวลา เพราะต้องใช้เวลาประชาสัมพันธ์หาผู้สมัครและเริ่มขั้นตอนสัมภาษณ์งานตั้งแต่ต้นอีกครั้ง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยังไม่รวมถึงความติดขัดที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนพนักงาน ดังนั้นจะเป็นการสรรหาบุคลากรแบบปากต่อปากหรือกลยุทธ์ใดก็แล้วแต่ องค์กรต้องตัดสินใจให้ได้ว่าเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้คืออะไรและกำลังมองหาบุคลากรแบบไหน ไม่ควรปล่อยไปเรื่อย ๆ จนเสี่ยงหลงทางเด็ดขาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าคุณไม่รู้ว่าควรจัดการเรื่องนี้อย่างไร ก็ควรศึกษาเรื่องของบริการ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Recruitment Solution</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่มีให้เห็นมากมายตามท้องตลาด ครอบคลุมบริการสรรหาหลากหลายประเภท ไล่ตั้งแต่พนักงานระดับเด็กฝึกงาน, พนักงานทั่วไป จนถึงผู้บริหารระดับสูงที่มีความเข้มข้นสูงสุดอย่าง Executive Search เรียกได้ว่ายิ่งตำแหน่งสำคัญเท่าไหร่ก็ต้องยิ่งอาศัยความเชี่ยวชาญมากขึ้นเท่านั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และถ้าไม่อยากเลือกผิด ท่านก็สามารถลองเลือกใช้บริการสรรหาบุคลากรได้เลยทาง </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">HREX</span></a><span style="font-weight: 400;"> แพลตฟอร์มที่รวบรวมตัวช่วยด้าน HR ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ไม่ว่าคุณจะต้องการคนแบบไหนก็เริ่มต้นได้ที่นี่แบบเว็บเดียวจบ !</span><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" title="Word of Mouth Hiring สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก 487"></a></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9634 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/11/shutterstock_752914423-1.jpg" alt="Learning &amp; Development Post COVID-19 และความท้าทาย HR 2022" width="500" height="334" title="Word of Mouth Hiring สรรหาพนักงานด้วยกลยุทธ์แบบปากต่อปาก 488"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาบุคลากรแบบปากต่อปากเป็นกลยุทธ์ที่ฟังดูเหมือนง่าย แต่ก็ต้องอาศัยความพร้อมขององค์กรเป็นอย่างสูง เพราะมันจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อเมื่อพนักงานอยากส่งต่อชื่อเสียงในทางบวกขององค์กรออกไปเท่านั้น กลับกันหากองค์กรของเราไม่เคยใส่ใจพนักงานและมีแต่พลังลบ การปล่อยให้พนักงานออกไปพูดความคิดเห็นโดยไม่มีใครควบคุมก็มีแต่จะเป็นดาบสองคมที่ไปผลักผู้สมัครเก่ง ๆ ให้ออกไปจากวงโคจรของเราเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากอ่านบทความนี้จบและรู้สึกว่ากลยุทธ์การสรรหาบุคลากรแบบปากต่อปากเหมาะกับองค์กรของคุณ ก็อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องกลับมาสำรวจการทำงานว่ามี.จุดบกพร่องแบบไหนบ้าง และพิจารณาเรื่องการจัดอบรมเพิ่มเติมเพื่อให้สิ่งที่พนักงานควรสื่อออกไปตรงกัน ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ให้ชัดเจนที่สุดว่าสิ่งที่องค์กรต้องการจริง ๆ คืออะไร แค่นี้คุณก็จะได้พนักงานที่สดใหม่ ตรงใจ พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปอีกขั้นอย่างแน่นอน</span></p>
<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>Sources</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://indeedhi.re/3YXEnTS" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://indeedhi.re/3YXEnTS</span></a></li>
<li><a href="https://indeedhi.re/3Vx6kib" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://indeedhi.re/3Vx6kib</span></a></li>
<li><a href="https://bit.ly/3jzELHO" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3jzELHO</span></a></li>
<li><a href="https://bit.ly/3jBj6ix" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3jBj6ix</span></a></li>
<li><a href="https://mck.co/3Z0hajF" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://mck.co/3Z0hajF</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดบทเรียน Disney’s Pixar กับการเลือกแกะดำ (Black Sheep) ทำหนังอนิเมชั่น พลิกวัฒนธรรมองค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/black-sheep-in-disney-pixar-221223/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Dec 2022 16:44:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Pixar]]></category>
		<category><![CDATA[Disney]]></category>
		<category><![CDATA[Black Sheep]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/black-sheep-in-disney-pixar-221223/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT เวลา Disney รับสมัครงานพนักงานใหม่ มักจะเลือกคนที่เข้ากับคนส่วนใหญ่ในองค์กร ตอบโจทย์วัฒนธรรมองค์กรที่ต้องมีใจรักหนังอนิเมชั่น และไม่ต้องการคัดเลือกแกะดำหรือคนที่มีความหัวขบถเข้ามาในองค์กร แตกต่างกับ Pixar ที่ชอบคนที่แตกต่าง ตอนที่ Pixar ค่ายผู้ผลิตอนิเมชั่นเจ้าใหญ่ใต้ชายคา Disney หาผู้กำกับหนังอนิเมชั่น The Incredibles ผู้บริหารอย่าง สตีฟ จ็อบส์ จะมอบหมายงานให้ผู้กำกับ แบรด เบิร์ด แต่ Disney กลับคัดค้าน เพราะเบิร์ดมีประวัติทำหนังเจ๊งสนั่น ซึ่งเป็นคุณสมบัติของแกะดำที่ Disney ไม่ต้องการ อย่างไรก็ตาม The Incredibles ผลงานการกำกับของ แบรด เบิร์ด กลับกวาดรายได้มากกว่า 631 ล้านดอลลาร์ ได้รางวัลออสการ์ 2 สาขา บ่งชี้ว่า การจ้างแกะดำที่ไม่มีใครต้องการตัว คือการตัดสินใจที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Disney และ Pixar ในขั้นตอนรับสมัครงาน คัดเลือกคนเข้ามาในองค์กร หาก HR พบว่าแคนดิเดตที่สมัครงานมีแนวคิด หรือวิธีการทำงานที่ผิดแปลกไปจากคนอื่น ๆ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block"></div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="focused-block">
<p><span style="color: #000000;"><strong><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></strong></span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="color: #000000;">เวลา Disney รับสมัครงานพนักงานใหม่ มักจะเลือกคนที่เข้ากับคนส่วนใหญ่ในองค์กร ตอบโจทย์วัฒนธรรมองค์กรที่ต้องมีใจรักหนังอนิเมชั่น และไม่ต้องการคัดเลือกแกะดำหรือคนที่มีความหัวขบถเข้ามาในองค์กร แตกต่างกับ Pixar ที่ชอบคนที่แตกต่าง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="color: #000000;">ตอนที่ Pixar ค่ายผู้ผลิตอนิเมชั่นเจ้าใหญ่ใต้ชายคา Disney หาผู้กำกับหนังอนิเมชั่น The Incredibles ผู้บริหารอย่าง สตีฟ จ็อบส์ จะมอบหมายงานให้ผู้กำกับ แบรด เบิร์ด แต่ Disney กลับคัดค้าน เพราะเบิร์ดมีประวัติทำหนังเจ๊งสนั่น ซึ่งเป็นคุณสมบัติของแกะดำที่ Disney ไม่ต้องการ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="color: #000000;">อย่างไรก็ตาม The Incredibles ผลงานการกำกับของ แบรด เบิร์ด กลับกวาดรายได้มากกว่า 631 ล้านดอลลาร์ ได้รางวัลออสการ์ 2 สาขา บ่งชี้ว่า การจ้างแกะดำที่ไม่มีใครต้องการตัว คือการตัดสินใจที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Disney และ Pixar</span></li>
</ul>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="color: #000000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-13570 size-medium" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/sheep-gba4d16d83_1920.jpg" alt="ถอดบทเรียน Disney’s Pixar กับการเลือกแกะดำ (Black Sheep) ทำหนังอนิเมชั่น พลิกวัฒนธรรมองค์กร" width="1110" height="740" title="ถอดบทเรียน Disney’s Pixar กับการเลือกแกะดำ (Black Sheep) ทำหนังอนิเมชั่น พลิกวัฒนธรรมองค์กร 499"></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="font-weight: 400;">ในขั้นตอนรับสมัครงาน คัดเลือกคนเข้ามาในองค์กร หาก HR พบว่าแคนดิเดตที่สมัครงานมีแนวคิด หรือวิธีการทำงานที่ผิดแปลกไปจากคนอื่น ๆ เขาก็จะกลายสภาพเป็น </span><b>แกะดำ (Black Sheep) </b><span style="font-weight: 400;">ถือเป็นคนมีตำหนิที่ไม่ค่อยมีใครอยากจ้าง</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="font-weight: 400;">แต่รู้หรือไม่ว่า มีหลายองค์กรที่กล้าเลือกแกะดำเข้ามาทำงาน แล้วผลที่ได้ก็น่าพึงพอใจไม่น้อย เพราะแกะดำตัวดังกล่าวมักจะมาพร้อมไอเดียนอกกรอบ ช่วยสร้างสรรค์ผลงานน่ามหัศจรรย์ตามมา ซึ่งค่ายหนังอนิเมชั่นอย่าง </span><a style="color: #000000;" href="https://www.pixar.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Pixar</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่ปัจจุบันอยู่ใต้ชายคา Walt Disney Picture ก็คือหนึ่งในองค์กรที่มีชื่อเรื่องการเอาแกะดำมายกระดับองค์กรด้วย</span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ทำไมการเลือกแกะดำถึงสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญให้ Disney และ Pixar HR สามารถเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ได้ หาคำตอบได้ในบทความนี้</span></p>
<h2><span style="color: #000000;"><b>แกะดำ (Black Sheep) คืออะไร ทำไมถึงเป็นภัยร้ายต่อการสร้างวัฒนธรรมองค์กร</b></span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-13571" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/pexels-jennifer-dridiger-10878866-scaled.jpg" alt="ถอดบทเรียน Disney’s Pixar กับการเลือกแกะดำ (Black Sheep) ทำหนังอนิเมชั่น พลิกวัฒนธรรมองค์กร" width="1110" height="740" title="ถอดบทเรียน Disney’s Pixar กับการเลือกแกะดำ (Black Sheep) ทำหนังอนิเมชั่น พลิกวัฒนธรรมองค์กร 500"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ถ้าให้หัวหน้างานเลือกระหว่าง พนักงานที่เข้าขากันได้กับทุกคน กับพนักงานที่เป็นหัวขบถทางความคิด เป็นเรื่องธรรมดาหากคนจะเลือกพนักงานกลุ่มแรกเป็นหลัก เพราะพนักงานเหล่านั้นคือคนที่ง่ายต่อการควบคุม ทำให้องค์กรเดินหน้าไปอย่างราบรื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">เหตุผลสำคัญอาจเพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม มักชอบอยู่เป็นกลุ่ม มีความเอื้อเฟื้อพึ่งพาอาศัยกัน และจะไม่ชอบหาเรื่องทะเลาะเบาะแว้งหากเลี่ยงได้ สอดคล้องกับในแง่การทำงาน เมื่อพนักงานจำนวนมากอยากทำงานกับคนอื่นอย่างราบรื่น มากกว่าทำงานกับคนที่สร้างปัญหาบ่อยครั้ง หัวหน้าเองก็เช่นกันที่มักจะชอบคนที่ควบคุมง่าย มากกว่าหัวขบถควบคุมยาก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ดังนั้นหากมีพนักงานที่เป็นหัวขบถทางความคิด เป็นแกะดำที่ทำอะไรไม่ค่อยเข้ากับคนกลุ่มใหญ่ พวกเขาจะถูกเหยียดหยาม โดนขับออกจากกลุ่ม (Ostracism) หรือเลือกที่จะเอาตัวเองออกจากกลุ่มก้อนในบริษัทเป็นคนแรก ๆ</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong class="yellow-highlighter"><span style="font-weight: 400;">การมีแกะดำสักตัวในองค์กร จะทำให้ HR สร้าง</span><a style="color: #000000;" href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/work-culture-for-good-talent-11012021/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมองค์กร</span></a><span style="font-weight: 400;">ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันยาก เพราะจะไม่ได้รับความร่วมมือจากคนกลุ่มนี้ และสุ่มเสี่ยงให้องค์กรเดินหน้าต่อไปไม่ได้</span></strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="font-weight: 400;">แต่รู้หรือไม่ว่า ในยามคับขันแกะดำจะมีประโยชน์ต่อองค์กรมาก ๆ เนื่องจากความกล้าคิดนอกกรอบ ต่อให้คนเหล่านี้อาจเข้าสังคมไม่เป็น </span><a style="color: #000000;" href="https://th.hrnote.asia/recruit/bad-interview-for-the-job-221103/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">สัมภาษณ์งานไม่ดี</span></a><span style="font-weight: 400;"> แต่มักจะมาพร้อมวิธีการทำงานที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และช่วยประหยัดต้นทุนมากกว่าที่คิดเสมอ</span></span></p>
<h2><span style="color: #000000;"><b>วัฒนธรรมองค์กรแบบไหน ที่เหมาะกับการมีแกะดำ (Black Sheep) ในองค์กร</b></span></h2>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">การทำให้องค์กรเติบโตและเดินไปถึงเป้าหมาย ปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับการเลือกพนักงานที่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร ทั้งนี้ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรมี 2 รูปแบบหลัก ๆ ได้แก่ แบบ Culture Fit และแบบ Culture Add ซึ่งมีความแตกต่างกันดังนี้</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">Culture Fit </strong>คือการ<strong class="yellow-highlighter">หาพนักงานที่มีแนวคิดตรงกันหรือคล้ายคลึงกับคนหมู่มากขององค์กรมาช่วยวางรากฐานให้แข็งแกร่ง</strong> แต่ข้อเสียคือองค์กรนี้จะไม่เหมาะกับแกะดำ บีบให้คนที่ไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ รู้สึกแปลกแยก และเมื่อถึงเวลาที่บริษัทต้องเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรนั้นอาจขาดความคล่องแคล่วว่องไว (</span><a style="color: #000000;" href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220520-agile-hr/"><span style="font-weight: 400;">Agile</span></a><span style="font-weight: 400;">) จนตามไม่ทันโลก</span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;"><strong class="yellow-highlighter">Culture Add</strong> คือ<strong class="yellow-highlighter">การรับคนที่มีแนวทางแตกต่างกันเข้ามา เพื่อช่วยเติมความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นตลอดเวลา</strong> ข้อดีของวัฒนธรรมแบบนี้คือ องค์กรจะเต็มไปด้วยความหลากหลาย กระฉับกระเฉง ไม่หยุดนิ่ง แต่ด้วยความคิดที่ต่างกันก็อาจทำให้องค์กรพังได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรที่เพิ่งตั้งใหม่ และยังวางรากฐานไม่แข็งแรง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก่อนคัดเลือกพนักงานเข้ามาทำงานด้วย HR อย่าลืมประเมินว่า องค์กรที่ทำงานอยู่นั้นมีวัฒนธรรมการทำงานแบบใด เหมาะกับคนกลุ่มไหน เพื่อจะได้สายเลือดใหม่ที่ตอบโจทย์องค์กร และช่วยกันขับเคลื่อนไปสู่ความความสำเร็จ</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><span style="color: #000000;"><a style="color: #000000;" href="https://th.hrnote.asia/recruit/190617-recruitment-marketing/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13563 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/9644b9e8fa947ce99e2f382fac6bfd5d-1.jpg" alt="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร" width="500" height="334" title="ถอดบทเรียน Disney’s Pixar กับการเลือกแกะดำ (Black Sheep) ทำหนังอนิเมชั่น พลิกวัฒนธรรมองค์กร 501"></a></span></div>
<div style="text-align: center;"><span style="color: #000000;"><a style="color: #000000;" href="https://th.hrnote.asia/recruit/190617-recruitment-marketing/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร</span></a></span></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2><span style="color: #000000;"><b>ก่อนมี Pixar มาดูว่า Disney เลือกแกะดำ (Black Sheep) ให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรหรือไม่</b></span></h2>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">คำตอบคือ ไม่ เพราะในองค์กรใหญ่อย่าง Disney บริษัทผู้สร้างหนังและอนิเมชั่นระดับโลก มีแนวทางการคัดเลือกบุคลากรที่ให้ความสำคัญคนที่รักและหลงใหลหนังอนิเมชั่นของ Disney เป็นหลัก เพื่อให้เข้ามาช่วยเติมเต็มองค์กร และคน ๆ นั้นต้องมีแรงปรารถนาที่จะทำให้ “ความฝัน” ของบรรดาเด็กทั่วโลกที่ต้องการพบเจอตัวละครที่รัก และต้องการเห็นว่าจินตนาการอันเลิศล้ำสามารถเป็นจริงได้อย่างไร กลายเป็นความจริง เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ส่วนงานอย่าง Disneyland สวนสนุกที่ได้ชื่อว่าเป็น “ดินแดนแห่งความฝัน” ก็เข้าข่ายนั้น ที่ต้องการคนมาสร้างความสุขให้กับลูกค้าทุกเพศทุกวัยเที่ยวในอาณาจักรปราสาท Disneyland จะเลือกพนักงานที่รักผลงานของ Disney รู้จักตัวละครและประวัติศาสตร์แบบลึกซึ้ง อีกทั้งต้องมีใจรักการบริการ ต้องยิ้มแย้มตลอดเวลา แม้จะทำงานอันแสนหนักหน่วงก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">แต่แล้วการคัดเลือกคนให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรอันแข็งแกร่งของ Disney ก็ถูกท้าทายโดย สตีฟ จ็อบส์ บุคลากรคนสำคัญที่ปลุกปั้นให้ Apple กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีอันดับ 1 ของโลก เพราะช่วงหนึ่ง เขาดำรงตำแหน่งผู้บริหารใหญ่ของ Pixar ค่ายผลิตอนิเมชั่น เจ้าของผลงานบันลือโลกอย่าง Toy Story ที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">แต่ตอนที่วางแผนงานสร้างอนิเมชั่นเรื่อง The Incredibles จ็อบส์ ต้องการให้ แบรด เบิร์ด ผู้กำกับหนังอนิเมชั่นเรื่องเยี่ยม The Iron Giants มาคุมบังเหียนหนังอนิเมชั่นเรื่องนี้ แต่ Disney กลับไม่เห็นชอบเพราะ <strong class="yellow-highlighter">The Iron Giant คือหนังที่เจ๊งสนั่น และกลัวว่าการเอาคนทำหนังเจ๊งมาทำงาน จะทำให้โปรเจ็คท์ที่มีศักยภาพต้องล้มเหลว</strong></span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><span style="color: #000000;"><a style="color: #000000;" href="https://th.hrnote.asia/recruit/220819-disneyland/" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13564 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/shutterstock_2183706705-600x370-1.jpg" alt="Disneyland สวนสนุกระดับโลกมีวิธีสรรหาและบริหารคนอย่างไร" width="600" height="370" title="ถอดบทเรียน Disney’s Pixar กับการเลือกแกะดำ (Black Sheep) ทำหนังอนิเมชั่น พลิกวัฒนธรรมองค์กร 502"></a></span></div>
<div style="text-align: center;"><span style="color: #000000;"><a style="color: #000000;" href="https://th.hrnote.asia/recruit/220819-disneyland/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Disneyland สวนสนุกระดับโลกมีวิธีสรรหาและบริหารคนอย่างไร</span></a></span></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2><span style="color: #000000;"><b>เมื่อ Pixar งัดข้อกับ Disney สตีฟ จ็อบส์ ยืนยันเลือกแกะดำ (Black Sheep) มากำกับ The Incredibles</b></span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-13572 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/pixar-image-800x405-1.jpg" alt="ถอดบทเรียน Disney’s Pixar กับการเลือกแกะดำ (Black Sheep) ทำหนังอนิเมชั่น พลิกวัฒนธรรมองค์กร" width="800" height="405" title="ถอดบทเรียน Disney’s Pixar กับการเลือกแกะดำ (Black Sheep) ทำหนังอนิเมชั่น พลิกวัฒนธรรมองค์กร 503"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ทุกคนน่าจะรู้จัก สตีฟ จ็อบส์ เป็นอย่างดีว่า เขาคือเจ้านวัตกรรมที่ชอบสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง Apple เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์เปลี่ยนโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ Macintosh, เครื่องเล่นเพลง mp3 iPod และโทรศัพท์มือถือ iPhone เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">แต่เพราะความคิดที่แตกต่างกับคนอื่นเกินไป ทำให้ช่วงหนึ่งเขาโดนอัปเปหิออกจาก Apple ก่อนได้ไปคุมบังเหียน Pixar ค่ายอนิเมชั่นค่ายเล็ก ๆ ที่มีศักยภาพขั้นสูง และนำความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่ผลักดันให้สร้างอนิเมชั่น 3 มิติมาจากคอมพิวเตอร์ล้วน ๆ เพราะจ็อบส์เชื่อว่า มันจะปฏิวัติอนิเมชั่นโลกไปตลอดกาล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ Toy Story อนิเมชั่นคอมพิวเตอร์สร้างเรื่องแรกของโลกได้เสียงสรรเสริญในวงกว้าง และรู้หรือไม่ว่า Toy Story เกิดขึ้นได้เพราะ Disney เข้ามาให้การสนับสนุน Pixar ด้วย เพราะเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ จ็อบส์ แต่จากนั้น Disney ก็มีเรื่องไม่ค่อยลงรอยทางความคิดกับ Pixar ของ จ๊อบส์ อยู่บ่อยครั้ง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">โดยครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นเมื่อ Pixar มีแผนจะทำภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง The Incredibles ว่าด้วยครอบครัวที่สมาชิกทุกคนเป็นซูเปอร์ฮีโร่ แล้วผู้บริหารของ Pixar นำโดย จ็อบส์, เอ็ด แคตมูลล์ และ จอห์น แลสเซเตอร์ เสนอชื่อ แบรด เบิร์ด ให้มากำกับหนังเรื่องนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">แต่ปัญหาคือ The Iron Giants ที่ใช้ทุนสร้างประมาณ 48-50 ล้านดอลลาร์ กลับทำเงินจากการฉายในโรงภาพยนตร์เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเพียง 23 ล้านดอลลาร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ทั้งนี้ อย่าลืมว่า<strong class="yellow-highlighter">หนังอนิเมชั่นของ Pixar ก่อน The Incredibles ทำงานถล่มทลายทุกเรื่อง </strong>ทั้ง Toy Story 2 ภาคแรก, A Bug’s Life, และ Monster Inc การที่จู่ ๆ จ๊อบส์ ผลักดัน แบรด เบิร์ด ที่เคยทำหนังขาดทุนมหาศาล จึงเป็นสิ่งที่ Disney ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">แต่เมื่อผู้บริหาร Pixar ยืนกรานว่ายังไงก็จะเลือก แบรด เบิร์ด ให้มากำกับเท่านั้น เพราะความสามารถในการเล่าเรื่อง ทำให้อนิเมชั่นเรื่อง The Iron Giant เป็นหนังที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่อนิเมชั่นเรื่องหนึ่งควรจะมี ทำให้ Disney ยอมอนุมัติ แต่โปรเจ็คท์นี้ก็โดนดูแคลนไปต่าง ๆ นานาว่า The Incredibles จะต้องใช้เวลานานกว่า 10 ปีถึงจะเสร็จ และจะผลาญเงินทุนสร้างไปมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์ด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-13574 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/51pzrUIB4GL._AC_UF8941000_QL80_.jpg" alt="ถอดบทเรียน Disney’s Pixar กับการเลือกแกะดำ (Black Sheep) ทำหนังอนิเมชั่น พลิกวัฒนธรรมองค์กร" width="500" height="740" title="ถอดบทเรียน Disney’s Pixar กับการเลือกแกะดำ (Black Sheep) ทำหนังอนิเมชั่น พลิกวัฒนธรรมองค์กร 504"></span></p>
<blockquote>
<h4><span id="HR-2" style="color: #000000;"><strong>HR มีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ </strong></span></h4>
<p><span style="color: #000000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8820 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Questions-cuate-2.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="300" height="300" title="ถอดบทเรียน Disney’s Pixar กับการเลือกแกะดำ (Black Sheep) ทำหนังอนิเมชั่น พลิกวัฒนธรรมองค์กร 505"></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>Q: เลือกคนเข้าทีม: นิสัยเหมือนกันและดูเข้ากันกับทีม Vs นิสัยต่างแต่มี Wow factor</strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">ช่วงนี้ที่ทีมกำลังมีการสัมภาษณ์คนเข้าทีมเพิ่มค่ะ การสัมภาษณ์ก็ดำเนินการมาถึงขั้นสุดท้ายแล้วเหลือต้องเลือกผู้สมัครสองคน ซึ่งทั้งสองคนก็เป็นคนเก่งทั้งคู่นะคะ ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ว่าจะสามารถทำงานออกมาได้ดีหรือไม่ แต่ที่ตัดสินใจได้ยากเพราะทั้งสองคนมีบุคคลิกภาพที่แตกต่างกัน อยากรู้ว่าในฐานะผู้จัดการจะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างไรดีคะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>A: การรับพนักงานที่นิสัยคล้ายๆ กัน ชีวิตก็จะเหมือนเดิม ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรมาก</strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">แล้วเราแน่ใจได้อย่างไรว่าจะเหมือนเดิม การรับพนักงานที่นิสัยคล้ายๆ กัน ชีวิตก็จะเหมือนเดิม ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรมาก อันนี้ก็คือความเสี่ยง เสี่ยงเพราะเรามั่นใจว่าแบบเดิมนี้ดีอยู่แล้ว อันนี้ค่อนข้างอันตราย เพราะโลกเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน ในฐานะผู้จัดการ (หัวหน้าทีม) เรายิ่งต้องปรับเปลี่ยนให้ทันกับโลก เราย่อมต้องการให้น้องในทีมมีความรู้ ความสามารถ เพื่อที่ทีมของเราก็จะเติบโตอย่างมีคุณภาพ แข่งกับคนอื่นได้..</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000000;"><a style="color: #000000;" href="https://qath.hrnote.asia/questions/407?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8818" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/0vp.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="370" height="80" title="ถอดบทเรียน Disney’s Pixar กับการเลือกแกะดำ (Black Sheep) ทำหนังอนิเมชั่น พลิกวัฒนธรรมองค์กร 506"></a></span></p></blockquote>
<h2><span style="color: #000000;"><b>The Incredibles ผลลัพธ์ของการรวมพลแกะดำ (Black Sheep) สู่วัฒนธรรมนอกกรอบของ Disney’s Pixar</b></span></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-13573 aligncenter" style="color: #000000;" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/h_theincredibles_mobile_19751_bc74dcd3.jpeg" alt="ถอดบทเรียน Disney’s Pixar กับการเลือกแกะดำ (Black Sheep) ทำหนังอนิเมชั่น พลิกวัฒนธรรมองค์กร" width="640" height="480" title="ถอดบทเรียน Disney’s Pixar กับการเลือกแกะดำ (Black Sheep) ทำหนังอนิเมชั่น พลิกวัฒนธรรมองค์กร 507"></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">หลังได้ไฟเขียว พร้อมคำดูแคลน ปฏิบัติการแกะดำปั้นซูเปอรืฮีโร่จึงเริ่มต้นขึ้น แบรด เบิร์ด เล่าว่า การสร้าง The Incredibles มาพร้อมภารกิจสุดหินหลายประการ เพราะนี่คือหนังอนิเมชั่นที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบยาก ๆ ตัวละครมนุษย์ล้วนมีรายละเอียดต่างกัน ไหนจะมีฉากระเบิด ฉากแอ็คชั่น การแสดงพลังรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ร่างกายยืดได้หดได้ การล่องหน การวิ่งด้วยความเร็ว และอื่น ๆ อีกมากมาย จนไม่น่าแปลกใจว่าทำไม Disney ถึงดูแคลนว่ามันจะต้องใช้เวลาและเงินมหาศาล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ดังนั้น แบรด เบิร์ด จึงรวมพลอนิเมเตอร์และศิลปินมือฉมัง ที่เป็นแกะดำ ที่มีความคับข้องหมองใจในหน้าที่การงาน เวลาทำงานที่ไหนไม่ว่าจะออกความคิดเห็นอะไรไปก็ไม่มีใครฟัง คนที่ทำงานร่วมกับใครไม่ได้ มารวมตัวกันทำ The Incredibles ด้วยความเชื่อว่า พวกเขาเหล่านี้จะหาวิธีแปลกใหม่ มาช่วยให้ทำงานยาก ๆ ให้ประสบความสำเร็จง่ายขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่ายในการสร้างกว่าที่ประมาณการไว้ตอนแรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ผลก็คือ เบิร์ด และ<strong class="yellow-highlighter">ทีมแกะดำสร้าง The Incredibles แล้วสามารถงบการทำเทคนิคพิเศษที่ควรจะแพงมหาศาล แบบที่จ่ายน้อยลงกว่าครึ่ง </strong>และตัวหนังยังทำเงินทั่วโลกถล่มทลายถึง 631 ล้านดอลลาร์ ได้รับเสียงชื่นชมในแง่ของความสนุกสนาน ตื่นเต้น การขมวดปมที่ชาญฉลาด จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งประจำปี 2004 ได้เข้าชิงรางวัลจากสถาบันต่าง ๆ มากมาย และได้รับรางวัลออสการ์ 2 สาขา ได้แก่ สาขาภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยม และรางวัลตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ทั้งหมดทั้งมวล ชี้ให้เห็นว่า การยืนยันเลือกแกะดำอย่าง แบรด เบิร์ด เข้ามาคุมบังเหียนโปรเจ็คท์นี้ ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด ที่ Disney และ Pixars เคยทำมา </span></p>
<h2><span style="color: #000000;"><b>เครื่องมือสรรหาแกะดำ (Black Sheep) ช่วยยกระดับองค์กร</b></span></h2>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">การหาคนที่ใช่มาทำงานไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่า คนที่คัดเลือกมานั้นจะเป็นคนที่ใช่สำหรับองค์กรจริง ๆ หรือไม่ การเลือกคนนี้มาทำงานจะเป็นการเลือกผิดหรือไม่ ควรเสี่ยงรับแกะดำเข้ามา หรือจะเลือกคนในแนวทางเดิม ๆ แล้วหวังว่าองค์กรจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นดีกว่ากัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="font-weight: 400;">แต่ปัจจุบัน การค้นหาแกะดำที่มีฝีมือของจริง เพื่อช่วยยกระดับองค์กรนั้นไม่ยากเหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อมีแพลตฟอร์ม </span><a style="color: #000000;" href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">HREX</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์และบริการประเภท Recruitment Solutions  และ Recruitment Agency ที่จะช่วยให้คนเจอเพชรเม็ดงามที่ซุกซ่อนอยู่ได้แล้ว ไล่ตั้งแต่การหานักศึกษาฝึกงานน้ำดี ไปจนถึงหาพนักงานรุ่นใหญ่ที่มีฝีมือเป็นที่ประจักษ์ รวมทั้งยังสามารถใช้บริการฟรีแลนซ์นักคัดเลือกพนักงานก็ได้เช่นเดียวกัน</span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">สามารถลองใช้เครื่องมือ Recruitment เพื่อตามหาแกะดำที่ใช่ เพื่อช่วยยกระดับองค์กรได้แล้วทาง<a href="https://qath.hrnote.asia/questions/407?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">ลิงก์นี้</a></span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="ถอดบทเรียน Disney’s Pixar กับการเลือกแกะดำ (Black Sheep) ทำหนังอนิเมชั่น พลิกวัฒนธรรมองค์กร 508"></a></p>
<h2><span style="color: #000000;"><b>บทสรุป</b></span></h2>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">มนุษย์ทุกคนล้วนมีความแตกต่างกันในหลายด้าน ทั้งความคิด ความเชื่อ ความชอบ แม้กระทั่งมีวิธีการทำงานที่ต่างกัน แต่ถึงแตกต่างกันอย่างไร สิ่งที่มีอยู่ในตัวทุกคนก็คือเป้าหมายว่าอยากประสบความสำเร็จในการทำงานเหมือนกันทั้งสิ้น แม้กระทั่งคนที่เป็นแกะดำเองก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ถือเป็นหน้าที่ของทั้ง HR และคนระดับหัวหน้าในองค์กร ที่จะต้องมองคนให้ออกว่า จะหาทางทำอย่างไรเพื่อให้ขับเคลื่อนไปได้ถึงเป้าหมายด้วยคนที่มีอยู่ และตอบรับกับวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่น หากทำได้ จะช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จในบ้านปลายอย่างแน่นอน</span></p>
<div class="focused-block"></div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="focused-block">
<p><span style="color: #000000;"><b>Sources:</b></span></p>
<ul>
<li><span style="color: #000000;"><a style="color: #000000;" href="https://www.cnbc.com/2022/11/01/the-incredibles-director-brad-bird-why-steve-jobs-hired-me-at-pixar.html?utm_content=Main&amp;utm_medium=Social&amp;utm_source=Facebook&amp;fbclid=IwAR3I4PnsgsQnYvhWHm6aKJhXsGrGU40ryw3qpGDtCnZYOE0y_FhiYlu-HFI#Echobox=1667333606" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">CNBC</span></a></span></li>
<li><span style="color: #000000;"><a style="color: #000000;" href="https://bambooinnovator.com/2013/10/07/pixar-give-us-the-black-sheep-i-want-artists-who-are-frustrated-i-want-the-ones-who-have-another-way-of-doing-things-that-nobodys-listening-to-give-us-all-the-guys-who-are-probably-head/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Bamboo Innovator</span></a></span></li>
<li><span style="color: #000000;"><a style="color: #000000;" href="http://disneyatwork.com/2019/07/the-value-of-black-sheep/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Disney at Work</span></a></span></li>
<li><span style="color: #000000;"><a style="color: #000000;" href="https://www.linkedin.com/pulse/20140403160054-14049428-pixar-herd-your-black-sheep-to-shake-things-up-and-innovate/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Linkedin</span></a></span></li>
<li><span style="color: #000000;"><a style="color: #000000;" href="https://www.mckinsey.com/capabilities/strategy-and-corporate-finance/our-insights/innovation-lessons-from-pixar-an-interview-with-oscar-winning-director-brad-bird%20https://thinkinganimation.com/innovation-lessons-from-pixar-2/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Mckinsey</span></a></span></li>
</ul>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้จัก Executive Recruiter หรือ Headhunter นักล่าค่าหัวที่จะช่วยเติมเต็มองค์กรด้วยคนเก่งระดับท็อป</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/recruiter-vs-headhunter-20221215/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Dec 2022 03:41:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Headhunter]]></category>
		<category><![CDATA[Executive Recruiter]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/recruiter-vs-headhunter-20221215/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ในขั้นตอนการสมัครงาน หรือการหางาน Recruiter มีหน้าที่ไม่แตกต่างจาก Headhunter นั่นคือต้องสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถที่กำลังมองหางานใหม่ เข้ามาร่วมงานและพาองค์กรเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย แต่สิ่งที่ทำให้ Headhunter แตกต่างไปจาก Recruiter คือ Headhunter มักได้รับมอบหมายให้เข้าหาคนทำงานในตำแหน่งใหญ่โตในองค์กร ขณะที่ Recruiter จะเน้นการสรรหาพนักงานในตำแหน่งทั่วไป ทำให้บางครั้งอาจเรียก Headhunter ว่าเป็น Executive Recruiter หรือผู้มีหน้าที่หาคนทำงานระดับผู้บริหาร Headhunter ที่ดี ควรเป็นคนที่รู้วิธีสื่อสารที่เหมาะสม มีความเปิดกว้าง พร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา เข้ากับคนง่าย และรักษาความลับเก่ง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานของตัวเองราบรื่น และได้คนที่มีคุณสมบัติพร้อมมาช่วยขับเคลื่อนองค์กรต่อไป หากไม่รู้ว่าจะไปค้นหา Headhunter และ Recruiter จากไหน สามารถค้นหาได้ผ่านแพลตฟอร์ม HR Explore ที่มีหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์และบริการด้าน Recruitment Agency ที่จะช่วยให้แต่ละองค์กรพบเจอคนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว เมื่อพูดถึงอาชีพนักสรรหาบุคลากรในขั้นตอนการสมัครงาน หลายคนมักจะนึกถึง Recruiter คือผู้ทำหน้าที่สรรหาบุคลากรก่อนเป็นอันดับแรก หลายคนอาจมีประสบการณ์ตรง เคยได้รับการติดต่อและทาบทามจาก Recruitment Agency หรือ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border"></div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 311px;">
<tbody>
<tr style="height: 311px;">
<td style="width: 100%; height: 311px;">
<div class="focused-block--is-bold-border">
<p><strong><strong class="cyan-highlighter"><strong class="green-highlighter"><strong class="pink-highlighter"><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></strong></strong></strong></strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ในขั้นตอนการสมัครงาน หรือการหางาน Recruiter มีหน้าที่ไม่แตกต่างจาก Headhunter นั่นคือต้องสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถที่กำลังมองหางานใหม่ เข้ามาร่วมงานและพาองค์กรเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่ทำให้ Headhunter แตกต่างไปจาก Recruiter คือ Headhunter มักได้รับมอบหมายให้เข้าหาคนทำงานในตำแหน่งใหญ่โตในองค์กร ขณะที่ Recruiter จะเน้นการสรรหาพนักงานในตำแหน่งทั่วไป ทำให้บางครั้งอาจเรียก Headhunter ว่าเป็น Executive Recruiter หรือผู้มีหน้าที่หาคนทำงานระดับผู้บริหาร</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Headhunter ที่ดี ควรเป็นคนที่รู้วิธีสื่อสารที่เหมาะสม มีความเปิดกว้าง พร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา เข้ากับคนง่าย และรักษาความลับเก่ง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานของตัวเองราบรื่น และได้คนที่มีคุณสมบัติพร้อมมาช่วยขับเคลื่อนองค์กรต่อไป</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">หากไม่รู้ว่าจะไปค้นหา Headhunter และ Recruiter จากไหน สามารถค้นหาได้ผ่านแพลตฟอร์ม HR Explore ที่มีหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์และบริการด้าน Recruitment Agency ที่จะช่วยให้แต่ละองค์กรพบเจอคนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว</span></li>
</ul>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42327" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/HREX-Cover-by-Para-86.webp" alt="รู้จัก Executive Recruiter หรือ Headhunter นักล่าค่าหัวที่จะช่วยเติมเต็มองค์กรด้วยคนเก่งระดับท็อป" width="600" height="370" title="รู้จัก Executive Recruiter หรือ Headhunter นักล่าค่าหัวที่จะช่วยเติมเต็มองค์กรด้วยคนเก่งระดับท็อป 516" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/HREX-Cover-by-Para-86.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/HREX-Cover-by-Para-86-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงอาชีพนักสรรหาบุคลากรในขั้นตอนการสมัครงาน หลายคนมักจะนึกถึง Recruiter คือผู้ทำหน้าที่สรรหาบุคลากรก่อนเป็นอันดับแรก หลายคนอาจมีประสบการณ์ตรง เคยได้รับการติดต่อและทาบทามจาก Recruitment Agency หรือ Recruitment Agencies ให้ไปทำงานด้วยไม่น้อย แต่ในโลกของการสรรหาพนักงานใหม่ยังมี </span><b>Headhunter </b><span style="font-weight: 400;">นักล่าค่าหัว หรือ Executive Recruiter ทำหน้าที่ล่าหรือสรรหาบุคลากรเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครเคยได้ยินทั้ง 2 คำนี้ แต่ไม่รู้ว่าแตกต่างกันอย่างไร และมีกระบวนการทำงานอย่างไร สามารถหาคำตอบได้แล้วจากบทความนี้</span></p>

<h2>ก่อนรู้จัก Headhunter ต้องรู้จัก Recruiter คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่อองค์กร ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจะไปทำความรู้จัก Headhunter ต้องมาทบทวนถึงอาชีพ Recruiter กันก่อน Recruiter มีหน้าที่</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190313-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">สรรหาและคัดเลือกบุคลากร</span></a><span style="font-weight: 400;">ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานของบริษัท เพื่อเข้ามาปฎิบัติงานในตำแหน่งงานตามที่องค์กรต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาจากเว็บไซต์หางาน แพลตฟอร์มสมัครงาน หรือการรู้จักแบบส่วนตัว เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นนำแคนดิเดตที่ค้นพบ และคัดสรรมาแล้วจำนวนหนึ่ง ที่คิดว่าดีที่สุดแล้วไปให้ผู้ว่าจ้างคัดเลือกต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาบุคลากรถือเป็นอีกหน้าที่หนึ่งของ HR ที่สำคัญมาก หากองค์กรไหน HR ให้ความสำคัญกับขั้นตอนการสมัครงาน คัดเลือกพนักงานจนกว่าจะเจอเพชรเม็ดงาม แม้จะเสียเวลามากหน่อย แต่จะช่วยให้บริษัทเดินหน้าไปถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ลดปัญหาต่าง ๆ และประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้มากกว่าบริษัทที่เลือกจ้างพนักงานโดยไม่สนใจความรู้ความสามารถ หรือพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่า ผู้สมัครงานนั้นคุณสมบัติว่ามีครบถ้วนตรงกับที่องค์กรต้องการหรือไม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การเสริมทัพบุคลากรอาจไม่จำเป็นต้องให้ HR เป็นผู้สรรหาแต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะยังสามารถจ้างบริษัทจัดหางานจากภายนอกมาช่วยคัดเลือก และช่วยมาเติมเต็มองค์กรได้ด้วยเช่นกัน ไม่เพียงแค่นั้น หลายองค์กรในปัจจุบันยังหันไปพึ่งพา Recruiter ที่เป็นฟรีแลนซ์แล้วด้วย โดยมีเหตุผลอยู่ที่การประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลา และแบ่งเบาภาระงานของพนักงาน HR ในองค์กรให้น้อยลง</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220114-future-of-recruitment/" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13411 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/9edc2012932cb31a92f45cf7c26e37ef-600x370-1.jpg" alt="Future of Recruitment อนาคตของการสรรหาที่ไม่มีวันเหมือนเดิม" width="600" height="370" title="รู้จัก Executive Recruiter หรือ Headhunter นักล่าค่าหัวที่จะช่วยเติมเต็มองค์กรด้วยคนเก่งระดับท็อป 517"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220114-future-of-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Future of Recruitment อนาคตของการสรรหาที่ไม่มีวันเหมือนเดิม</span></a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>แล้ว Headhunter คืออะไร ? แตกต่างจาก Recruiter อย่างไร ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หากแปลตรงตัว Headhunter แปลว่า นักล่าค่าหัว แต่ในความหมายของการสรรหาบุคลากร ผู้ทำอาชีพนี้มีหน้าที่เข้าหาผู้คนที่มีคุณสมบัติค่อนข้างเฉพาะเจาะจงตามความต้องการของผู้จ้าง แล้วดึงตัวมาร่วมงานกับผู้ว่าจ้างให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น นายจ้างจากบริษัทเคมีภัณฑ์แห่งหนึ่ง กำลังมองหาบุคลากรใหม่ที่มีประสบการณ์ทำงานในสายอุปกรณ์การแพทย์ มีประสบการณ์ทำงานไม่ต่ำกว่า 20 ปี ไม่เพียงแค่นั้นยังมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาญี่ปุ่นในระดับ N1 เป็นต้น มาช่วยเติมเต็มการทำตลาดในประเทศญี่ปุ่น ด้วยความจำเพาะเจาะจงของคุณสมบัติ ทำให้จะมีผู้ที่เข้าข่ายดังกล่าวอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น Headhunter ก็ต้องไปควานหาคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเหล่านี้มาให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือบางครั้งผู้ว่าจ้างอาจให้ชื่อของคนที่ต้องการให้ไปทาบทามมาเลยก็ได้ แต่เป้าหมายยังคงเดิมนั่นคือ Headhunter จะทำอย่างไรก็ได้ เพื่อล่าตัวเขาผู้นั้นให้มาร่วมงานด้วยให้ตงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่อ่านแล้วยังนึกภาพไม่ออกว่า Headhunter คืออะไร ก็อาจลองจินตนาการถึงภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด แนวแอ็คชั่นหรือแนวระทึกขวัญตื่นเต้น ที่มีองค์กรลึกลับจ้างวานมือปืน นักฆ่า หรือมือสังหารเพื่อไปจัดการใครสักคนตามคำสั่งของบอสใหญ่ โดยพวกเขาเหล่านี้จะได้รับคำสั่งอย่างชัดเจนว่า เป้าหมายที่ต้องเก็บคือใครกันแน่</span></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/220301-interview-sourcedout/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">พลวัต ลาภวณิชย์</span></a><span style="font-weight: 400;"> New Business Development Manager ของ Reeracoen Recruitment และเป็นหัวเรือใหญ่ของแพลตฟอร์มสรรหาพนักงาน SourcedOut อธิบายว่า สาเหตุที่หลายบริษัทในปัจจุบันหันมาใช้บริษัทจัดหางานทำหน้าที่ Headhunter มากขึ้น เพราะสมัยนี้จะรอคนเก่ง ๆ มาสมัครไม่ได้แล้ว เนื่องจากไม่ทันต่อการทำธุรกิจ ดังนั้นบริษัทต้องถือโอกาสนี้เป็นผู้เข้าไปหาผู้คนเก่ง ๆ แทน</span></p>
<div class="focused-block--has-title">
<div>
<blockquote><p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13412 size-medium" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/parabellumcover.0.jpg" alt="รู้จัก Headhunter นักล่าค่าหัวที่จะช่วยเติมเต็มองค์กรด้วยคนเก่งระดับท็อป " width="1110" height="740" title="รู้จัก Executive Recruiter หรือ Headhunter นักล่าค่าหัวที่จะช่วยเติมเต็มองค์กรด้วยคนเก่งระดับท็อป 518"></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างภาพยนตร์ที่ว่าด้วย <strong>Headhunter</strong> เรื่อง</span><a href="https://www.imdb.com/title/tt6146586/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">John Wick: Chapter 3 – Parabellum (2019)</span></a><span style="font-weight: 400;"> นักฆ่าจากทั่วโลกได้รับมอบหมายให้จัดการกับ จอห์น วิค ชายหนุ่มโรแมนติกผู้รักสุนัข และหากใครสังหารเขาได้ ก็จะได้รับรางวัลไปครอง เป็นต้น</span></p>
</blockquote>
</div>
</div>
<h2>Headhunter ต่างจาก Recruiter อย่างไร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ความแตกต่างของ Headhunter กับ Recruiter โดยทั่วไปอยู่ที่ Headhunter จะได้รับมอบหมายจากนายจ้างให้ไปตามหาคนที่มีคุณสมบัติแบบจำเพาะเจาะจง มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้าข่ายดังกล่าว ส่วน Recruiter อาจได้รับโจทย์ที่ไม่เฉพาะเจาะจงมากเท่า และมีตัวเลือกให้เลือกสรรมากกว่า ก่อนจะนำผู้ที่คิดว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมจำนวนหนึ่งมาให้นายจ้างตัดสินใจเลือกอีกที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเส้นแบ่งที่สำคัญยังอยู่ที่ระดับของเป้าหมายที่ต้องไปล่าด้วย Headhunter มักได้รับมอบหมายให้เข้าหาคนทำงานตำแหน่งสูง ๆ มีความสำคัญต่อองค์กร ส่วน Recruiter จะเน้นสรรหาพนักงานในตำแหน่งทั่วไป ทำให้บางครั้งอาจเรียก Headhunter ว่าเป็น Executive Recruiter หรือ Recruiter ที่มีไว้เพื่อหาคนทำงานระดับบริหารก็ได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เมื่อแคนดิเดตที่ได้รับมอบหมายให้ไปล่าตอบตกลงร่วมงานด้วย Headhunter จะได้รับค่าจ้าง ค่าบริการ หรือค่าธรรมเนียมคิดเป็น 20-30% ของเงินเดือนที่แคนดิเดตได้ ซึ่งอาจเหมือนไม่สูง แต่ในเมื่อตำแหน่งงานที่ต้องไปทาบทามมานั้นล้วนเป็นระดับผู้บริหาร เงินที่จะได้รับก็จะถือว่าสูงทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้บริการ Headhunter หมายความว่าต้องการพุ่งเป้าไปยังบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น แม้คน ๆ นั้นจะมีชื่อเสียงด้านของฝีมือเป็นที่ประจักษ์ แต่การเพ่งเล็งไปที่คนใดคนหนึ่ง ก็อาจทำให้พลาดคนที่มีคุณสมบัติดีคนอื่น ๆ และอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแค่นั้น คนที่เป็นเป้าหมายของ Headhunter อาจไม่ได้ต้องการทำงานที่ถูกทาบทามตั้งแต่แรก อาจด้วยต้องทำงานที่ใหญ่ขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น เมื่อเข้ามาอาจเกิดปัญหาปรับตัวกับงานใหม่ไม่ได้ แล้วหากตัดสินใจลาออกก็จะทำให้ต้องเสียเวลาเพิ่มถึงจะเจอคนที่ใช่ ที่บริษัทต้องการ</span></p>
<blockquote>
<h4><strong>HR มีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้</strong></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/Questions-pana.png" width="312" height="312" alt="Questions pana" title="รู้จัก Executive Recruiter หรือ Headhunter นักล่าค่าหัวที่จะช่วยเติมเต็มองค์กรด้วยคนเก่งระดับท็อป 519"></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">Q: อะไรคือ ความแตกต่างของ recruiter และ headhunter</span></strong></p>
<p>ทั้งสองอย่างนี้มันแตกต่างอย่างไรเหรอคะ ?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">A: Recruiter คือผู้สรรหาบุคลากรให้กับบริษัท Headhunter คือผู้สรรหาบุคลากรให้กับบริษัท โดยใช้การ Approach รูปแบบอื่น</span></strong></p>
<p>-Recruiter สามารถทำในองค์กร หรืออยู่ในบริษัท Agency ก็ได้<br />
-คำนี้ส่วนใหญ่มักใช้กับ Junior Position ดังนั้นความซับซ้อนของงาน(ตำแหน่งว่าง)อาจจะไม่มากนัก<br />
-Recruiter ที่ดี ต้องสามารถ Manage Candidate ได้ และมี Talent Acquisition mindset คือคำนึงถึงความเหมาะสมของผู้สมัครและองค์กรเสมอ<br />
-Recruiter มักใช้ช่องทางที่มีอยู่เพื่อให้ได้มาซึ่งผู้สมัคร เช่น Website สมัครงาน เป็นต้น</p>
<p>,,, <em>(คลิกดูคำตอบทั้งหมด👇)</em></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/13?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2.png" alt="f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2" width="370" height="80" title="รู้จัก Executive Recruiter หรือ Headhunter นักล่าค่าหัวที่จะช่วยเติมเต็มองค์กรด้วยคนเก่งระดับท็อป 520"></a></span></p></blockquote>
<h2>คุณสมบัติเด่นแบบไหนที่ Headhunter ควรมี</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-13413" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/pexels-pixabay-160514-scaled.jpg" alt="รู้จัก Headhunter นักล่าค่าหัวที่จะช่วยเติมเต็มองค์กรด้วยคนเก่งระดับท็อป " width="1200" height="686" title="รู้จัก Executive Recruiter หรือ Headhunter นักล่าค่าหัวที่จะช่วยเติมเต็มองค์กรด้วยคนเก่งระดับท็อป 521"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อคิดจะทำงานด้านสรรหาบุคลากร คนที่จะเป็น Headhunter (รวมถึง Recruiter ด้วย) จำเป็นต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ ซึ่งจะช่วยให้ทำงานสะดวกสบายขึ้น เข้าถึงผู้คนได้เยอะขึ้น และยังทำให้หน้าที่การงานเติบโตง่ายขึ้น นายจ้างไว้ใจอยากใช้บริการมากขึ้นด้วย</span></p>
<h3><b></b>1.รู้วิธีสื่อสารที่เหมาะสมกับผู้คนแต่ละกลุ่ม</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นทักษะที่สำคัญมากของ Headhunter เพราะในการเข้าถึงผู้คน จำเป็นต้องใช้วิธีการสื่อสารที่ถูกต้อง และเหมาะสมกับผู้ที่สนทนา รู้ว่าเมื่อไหร่ควรพูด และเมื่อไหร่ควรเป็นผู้ฟัง ซึ่งจะช่วยต่อยอดให้เกิดการพูดคุยในประเด็นต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก Headhunter สื่อสารผิดวิธี ไม่ศึกษาก่อนว่าผู้ที่จะพูดคุยด้วยเป็นใคร อายุเท่าไหร่ มีลักษณะนิสัยแบบใด ก็อาจทำให้เป้าหมายพร้อมจะปฏิเสธการพูดคุยในทันที และนั่นหมายถึงการไม่สามารถปิดจ๊อบงานตามคำสั่งของนายจ้างได้</span></p>
<h3>2.เปิดกว้าง ยืดหยุ่น เรียนรู้ไว</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ Headhunter จำเป็นต้องเข้าหาคนจำนวนมาก หลายครั้งคนที่พูดคุยด้วยมาจากอีกสายงานโดยสิ้นเชิง ทำให้ Headhunter จำเป็นต้องเปิดกว้าง มีความยืดหยุ่น และเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ให้รวดเร็วที่สุดก่อนจะไปพูดคุยกับเป้าหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ยิ่งเรียนรู้มากเท่าไหร่ ยิ่งทำการบ้านเกี่ยวกับเป้าหมาย รวมถึงบริษัทผู้ว่าจ้างมากเท่าไหร่ จะยิ่งช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น ประหนึ่งสำนวนที่ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง</span></p>
<h3>3.มีความจริงใจ เข้ากับคนง่าย</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การต้องตามหาผู้มีคุณสมบัติที่ใช่ในการทำงานใหญ่ ๆ ให้สำเร็จ สิ่งที่ต้องมีคือการเข้ากับคนง่าย รู้จักวิธีสร้างมิตรภาพที่ดีและสร้างความประทับใจให้กับเป้าหมาย คุณสมบัตินี้ยังรวมถึงการมีความสุภาพ ไม่หยาบคาย พูดชัดถ้อยชัดคำด้วย หาก Headhunter มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม อาจทำให้เป้าหมายไม่สนใจที่จะไปร่วมงานด้วยในทันที</span></p>
<h3>4.เก็บความลับเป็น</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความลับในที่นี้หมายถึงทั้งจากความลับของเป้าหมาย และความลับของบริษัทผู้ว่าจ้างด้วย เพราะการได้พูดคุยและรู้จักกัยผู้คนในระดับสูง ย่อมต้องมีเรื่องราวที่อาจไม่สามารถเปิดเผยได้ทางธุรกิจตามมา หาก Headhunter เกิดปากโป้ง ดันปล่อย อาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อบริษัทนั้น ๆ พร้อมทำลายความน่าเชื่อถือของตัวเองลงอย่างราบคาบตามมา</span></p>
<h3>5.มีความอดทน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม การสรรหาบุคลากรแต่ละครั้งต้องใช้เวลา ยิ่งเป็นตำแหน่งระดับสูง ๆ ยิ่งเสียเวลาตั้งแต่การหาข้อมูล และกว่าจะหาช่องทางติดต่อเป้าหมายได้ หาก Headhunter ใจร้อน รีบเร่ง และกดดันให้เป้าหมายตอบรับงานอย่างเร็วที่สุด ผลที่ได้อาจพลิกเป็นคนละทาง</span></p>
<h3>6.ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปไกลแล้ว มีแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ รวมถึงมีแหล่งที่รวมตัวคนที่กำลังหางานหลายแห่ง Headhunter สามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมาย เกี่ยวกับผู้สมัครงานได้ง่ายขึ้น หาก Headhunter ไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ จะทำให้เสียเวลาการทำงานให้ประสบความสำเร็จโดยใช่เหตุ</span></p>
<h2>ใช้บริการ Recruiter และ Headhunter จากแหล่งใดได้บ้าง</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อให้จะเป็นหน้าที่อยู่แล้ว แต่การหาคนทำงานเป็นเรื่องยากกว่าที่ทุกคนคิดเสมอ แม้กระทั่ง HR เองยังต้องปวดหัวอยู่บ่อยครั้งว่า จะไปหาคนที่ไหนมาทำงานด้วย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังต้องการคนอย่างเร่งด่วน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปัจจุบัน HR สามารถค้นหา Recruitment Agency ที่จะช่วยตัดปัญหาหาคนที่ใช่ไม่เจอเสียทีได้แล้ว ผ่านทางเว็บไซต์</span> <span style="font-weight: 400;">HREX.asia</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแพลตฟอร์ม HREX มีหมวดผลิตภัณฑ์และบริการประเภท Recruitment Solutions หรือบริการการจัดหางานหรือสรรหาพนักงานใหม่โดยเฉพาะ ที่จะช่วยให้เจอเพชรเม็ดงาม เจอบุคลากรที่ใช่ มากประสิทธิภาพหลากหลายรูปแบบ รวมถึงบริการด้าน Headhunter ด้วย ซึ่งจะช่วยพาองค์กรไปถึงเป้าหมายได้ง่ายกว่าการหาพนักงานด้วยตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สามารถลองมาค้นหา Recruitment Agency ที่ใช่ และตรงกับความต้องการได้แล้วทาง<a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">ลิงก์นี้</a></span><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" title="รู้จัก Executive Recruiter หรือ Headhunter นักล่าค่าหัวที่จะช่วยเติมเต็มองค์กรด้วยคนเก่งระดับท็อป 522"></a></p>
<h2>สรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Headhunter หรือ Recruiter ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการสรรหาพนักงาน ผู้ทำอาชีพนี้จำเป็นต้องมีกระบวนการวางแผนอย่างเป็นระบบและใส่ใจรายละเอียดในทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้มาซึ่งบุคลากรที่ดีที่สุด เพื่อช่วยนำพาบริษัทไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ทั้งนั้น Headhunter และ Recruiter ต้องไม่ลืมว่า ทุกตำแหน่งงานมีความสำคัญไม่แพ้กัน พนักงานใหม่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูง หรือพนักงานตัวเล็กๆ ถือเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญเท่ากัน หากขาดตำแหน่งใดไปสักคนก็สามารถทำให้ธุรกิจเดินหน้าติดขัดได้เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก Headhunter และ Recruiter ใส่ใจในกระบวนการตัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพ จะทำให้องค์กรได้คนที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ธุรกิจก้าวหน้าก้าวไกลอย่างแน่นอน</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="focused-block--is-bold-border">
<p><b>Sources:</b></p>
<ul>
<li><a href="https://www.investopedia.com/terms/h/headhunter.asp#:~:text=A%20headhunter%20is%20a%20company,who%20meet%20specific%20job%20requirements" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Investopedia</span></a></li>
<li><a href="https://www.themuse.com/advice/headhunters-recruiters-and-hiring-managerswhats-the-difference" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">The Muse</span></a></li>
<li><a href="https://www.wikijob.co.uk/industry/sales-recruitment-consulting/what-headhunting" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">WikiJob</span></a></li>
<li><a href="https://www.ecruit.com/blog/advantages-and-disadvantages-of-headhunting" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Ecruit</span></a></li>
<li><a href="https://www.ecruit.com/blog/what-are-the-benefits-of-headhunting-services#:~:text=Headhunters%20identify%20perfect%2Dfit%20candidates,CVs%20or%20interviewing%20unsuitable%20candidates." target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Ecruit</span></a></li>
<li><a href="https://resources.workable.com/stories-and-insights/good-recruiter#:~:text=as%20a%20recruiter%3F-,A%20good%20recruiter%20remembers%20small%2C%20positive%20details%20from%20their%20interactions,in%20touch%20for%20future%20openings." target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Resources</span></a></li>
</ul>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Who Interview Method เทคนิคสัมภาษณ์งานให้เฉียบคม</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/221210-who-interview-method/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 Dec 2022 04:15:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์งาน]]></category>
		<category><![CDATA[Who Interview Method]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/221210-who-interview-method/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT การเลือกพนักงานผิดจะทำให้บริษัทต้องสูญเสียทรัพยากรถึง 200% ซึ่งอาจเป็นตัวเลขที่ทำให้ธุรกิจบางแห่งล้มละลายได้เลย การเตรียมพร้อมเพื่อสัมภาษณ์ผู้สมัครจำเป็นต้องวางโครงสร้างให้ถูกต้องเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นโดยส่วนใหญ่คือการสัมภาษณ์โดยไม่มีแก่น (Core) ทำให้แม้จะได้พนักงานที่เก่งจริงแต่ก็ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของตำแหน่งที่หาอยู่ Who Interview Method คือการเน้นย้ำว่าเรากำลังสัมภาษณ์ใคร เพราะอะไร เพื่อให้การคัดเลือกออกมามีประสิทธิภาพที่สุด การสัมภาษณ์ผู้สมัครโดยไร้แก่นสารเรียกว่า Voodoo Hiring ผู้สัมภาษณ์อาจใส่ใจกับความสวยงานของใบสมัครหรือวิธีตอบคำถามที่ถูกเตรียมมาเป็นอย่างดีจนเผลอมองข้ามจุดอ่อนบางอย่างไป หากเป็นแบบนี้องค์กรก็อาจได้เพียงพนักงานเกรดต่ำที่ทำงานตามคำสั่งได้ แต่ไม่สามารถคิดค้นนวัตกรรมที่ยกระดับองค์กรได้เลย ขั้นตอนการสรรหาพนักงาน เป็นขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนที่สุดในการทำงาน โดยคุณอภิชาติ ขันธวิธิ จาก QGEN ได้กล่าวในงานเสวนาหัวข้อ The Secret Recipe of Be-loved Company ภายในงาน CTC ว่าการเลือกพนักงานผิดจะทำให้องค์กรสูญเสียทรัพยากรถึง 200% เพราะนอกจากจะต้องลงทุนในกระบวนการค้นหาใหม่แล้ว ยังต้องเสียเวลาพัฒนาทักษะและปรับทัศนคติให้ตรงกับวัฒนธรรมองค์กรอีกด้วย ดังนั้นหากองค์กรมีกลยุทธ์เพื่อการสัมภาษณ์งานที่ดี ก็จะช่วยให้บริษัทรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ตามกระแสโลกได้ง่ายขึ้น รวมถึงช่วยสร้างความโดดเด่นในท้องตลาดและสามารถเอาชนะคู่แข่งได้อย่างเป็นรูปธรรม Who Interview Method คืออะไร สามารถเปลี่ยนองค์กรได้อย่างไร ? หาคำตอบได้จากบทความนี้ Who Interview Method คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="green-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การเลือกพนักงานผิดจะทำให้บริษัทต้องสูญเสียทรัพยากรถึง 200% ซึ่งอาจเป็นตัวเลขที่ทำให้ธุรกิจบางแห่งล้มละลายได้เลย</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การเตรียมพร้อมเพื่อสัมภาษณ์ผู้สมัครจำเป็นต้องวางโครงสร้างให้ถูกต้องเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นโดยส่วนใหญ่คือการสัมภาษณ์โดยไม่มีแก่น (Core) ทำให้แม้จะได้พนักงานที่เก่งจริงแต่ก็ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของตำแหน่งที่หาอยู่</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Who Interview Method คือการเน้นย้ำว่าเรากำลังสัมภาษณ์ใคร เพราะอะไร เพื่อให้การคัดเลือกออกมามีประสิทธิภาพที่สุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์ผู้สมัครโดยไร้แก่นสารเรียกว่า Voodoo Hiring ผู้สัมภาษณ์อาจใส่ใจกับความสวยงานของใบสมัครหรือวิธีตอบคำถามที่ถูกเตรียมมาเป็นอย่างดีจนเผลอมองข้ามจุดอ่อนบางอย่างไป หากเป็นแบบนี้องค์กรก็อาจได้เพียงพนักงานเกรดต่ำที่ทำงานตามคำสั่งได้ แต่ไม่สามารถคิดค้นนวัตกรรมที่ยกระดับองค์กรได้เลย</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-13360 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/12/Screenshot-2565-12-10-at-11.06.20.png" alt="Who Interview Method เทคนิคสัมภาษณ์งานให้เฉียบคม" width="544" height="340" title="Who Interview Method เทคนิคสัมภาษณ์งานให้เฉียบคม 530"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขั้นตอนการสรรหาพนักงาน เป็นขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนที่สุดในการทำงาน โดยคุณอภิชาติ ขันธวิธิ จาก QGEN ได้กล่าวในงานเสวนาหัวข้อ</span><b> The Secret Recipe of Be-loved Company </b><span style="font-weight: 400;">ภายในงาน CTC ว่าการเลือกพนักงานผิดจะทำให้องค์กรสูญเสียทรัพยากรถึง 200% เพราะนอกจากจะต้องลงทุนในกระบวนการค้นหาใหม่แล้ว ยังต้องเสียเวลาพัฒนาทักษะและปรับทัศนคติให้ตรงกับวัฒนธรรมองค์กรอีกด้วย ดังนั้นหากองค์กรมีกลยุทธ์เพื่อการสัมภาษณ์งานที่ดี ก็จะช่วยให้บริษัทรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ตามกระแสโลกได้ง่ายขึ้น รวมถึงช่วยสร้างความโดดเด่นในท้องตลาดและสามารถเอาชนะคู่แข่งได้อย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<p><b>Who Interview Method </b><span style="font-weight: 400;">คืออะไร สามารถเปลี่ยนองค์กรได้อย่างไร ? หาคำตอบได้จากบทความนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>Who Interview Method คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร</h2>
<p><a href="https://whothebook.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Who Interview Method</span></a><span style="font-weight: 400;"> คือวิธีการสัมภาษณ์ผู้สมัครที่ถ่ายทอดไว้ในหนังสือ </span><a href="https://www.amazon.com/Who-Method-Hiring-Geoff-Smart-ebook/dp/B001EL6RWY" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Who: The A Method for Hiring</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่ผู้เขียนได้ทำการศึกษาจากสถิติและค้นพบวิธีสัมภาษณ์ผู้สมัครที่ได้ผล โดยกลยุทธ์นี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างทีมที่แข็งแกร่งที่สุด (A Team Player)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เขียนมองว่าการสัมภาษณ์งานแบบเดิมไม่ทำให้องค์กรได้พนักงานที่ตรงโจทย์ และการเลือกพนักงานผิดแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายแฝงอยู่มากซึ่งส่งผลต่องบการเงินของบริษัทโดยตรง ปัญหาส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้สัมภาษณ์มักทำตามขั้นตอนที่ใช้ต่อเนื่องกันมานานแล้ว ไม่มีการค้นหาวิธีการใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับกระแสโลกที่เปลี่ยนไป หรือบางครั้งก็หลงไปกับบริบทอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นกับตำแหน่งที่สมัครเข้ามาเลยด้วยซ้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Who Interview Method จึงเป็นกลยุทธ์ที่ตอกย้ำว่าเรากำลังสัมภาษณ์ใคร มีเป้าหมายเพื่ออะไร และต้องทำอย่างไรถึงจะพิสูจน์ได้ว่าผู้สมัครมีความสามารถเท่ากับที่พูด ทั้งนี้ HR ต้องพยายามหลีกเลี่ยงคำถามที่ไร้สาระ และระวังไม่ให้หลงไปกับแนวทางที่ต้องเสียเวลาโดยไม่จำเป็น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>Voodoo Hiring ปัญหาของการสัมภาษณ์งานที่สร้างปัญหามานับไม่ถ้วน</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงขั้นตอนสัมภาษณ์งานแล้ว HR Recruiter หลายคนมักตกหลุมพรางและมีพฤติกรรมที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อการคัดเลือกผู้สมัคร เช่นให้ความสำคัญกับเนื้อหาในใบสมัครงานมากเป็นพิเศษโดยลืมไปว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นข้อมูลที่บันทึกแต่ข้อดี และเป็นเหมือนรายละเอียดเบื้องต้นว่าผู้สมัครมีประสบการณ์ทำงานอย่างไรบ้างเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขั้นตอนเลือกพนักงานที่ผิดพลาดมักถูกเรียกว่า Voodoo Hiring หมายถึงการคัดเลือกที่ไม่เป็นระบบ มีขั้นตอนที่เป็นปริศนาลึกลับ ไม่เข้าใจว่าทำไปทำไม โดยสามารถแบ่งเป็นหัวข้อต่าง ๆ ได้ดังนี้</span></p>
<h3>THE ART CRITIC APPROACH</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเชื่อมั่นในคำวิจารณ์หรือข้อสรุปของคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ เหมือนตอนอธิบายงานศิลปะที่ต้องฟังผู้เชี่ยวชาญมาอธิบายในเรื่องที่คนอื่นไม่เข้าใจ วิธีแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในการสัมภาษณ์งาน เพราะความเห็นจากคนเพียงหนึ่งคนจะทำให้เราเห็นภาพของผู้สมัครเพียงแง่มุมเล็ก ๆ เท่านั้น</span></p>
<h3>THE SPONGE APPROACH</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีที่ผู้บริหารหลายคนชอบใช้ โดยเฉพาะผู้บริหารที่มีงานยุ่งเป็นพิเศษ พวกเขาจะมีความเชื่อว่ายิ่งมีผู้สัมภาษณ์มากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้การสัมภาษณ์มีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น เปรียบเหมือนการใช้ฟองน้ำไปดูดซับข้อมูลทั้งหมดมาคัดกรองภายในทีมทีหลัง แต่จริง ๆ แล้วจำนวนคนที่เยอะแต่ปราศจากการวางแผนจะไม่มีประโยชน์ต่อการคัดเลือกเลย เพราะข้อมูลที่ได้มาก็มีแต่ข้อมูลขยะหรือข้อมูลที่ถามใกล้เคียงกันทั้งสิ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8926 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/07/shutterstock_548142277-1.jpg" alt="กระบวนการคิดเชิงออกแบบ Design Thinking" width="500" height="500" title="Who Interview Method เทคนิคสัมภาษณ์งานให้เฉียบคม 531"></p>
<h3>THE PROSECUTOR</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คือการสัมภาษณ์ที่ผู้บริหารคิดว่าการตอบปัญหาเชาว์คือกลยุทธ์ที่ทำให้เห็นพนักงานในแง่มุมอื่นซึ่งนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานภายในทีมให้ดีขึ้น แต่จริง ๆ แล้วขั้นตอนนี้เป็นเพียงส่วนประกอบ ไม่สามารถชี้วัดหรือนำมาตัดสินใจจ้างพนักงานได้เลย</span></p>
<h3>THE SUITOR</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คือเหตุการณ์ที่ผู้สัมภาษณ์ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการขายองค์กรและอธิบายถึงโอกาสที่ผู้สมัครจะได้รับโดยไม่สนใจเนื้อหาที่ผู้สมัครพูดเลย ขั้นตอนนี้จะไม่ทำให้ผู้สมัครรักองค์กร แต่จะเป็นการผลักคนที่มีฝีมือออกไปแทน</span></p>
<h3>THE ANIMAL LOVER</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้สัมภาษณ์บางท่านจะเลือกใช้วิธีถามคำถามจิปาถะเพื่อดูทัศนคติของผู้สมัคร เช่น ชอบสัตว์แบบไหน, ที่บ้านเลี้ยงสัตว์หรือไม่ ? คำถามแบบนี้ไม่เกิดประโยชน์ เพราะเป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น HR จำเป็นต้องถามข้อมูลที่เกี่ยวกับตำแหน่งงานให้ชัดเจนเสียก่อน</span></p>
<h3>THE CHATTERBOX</h3>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>“ไม่ต้องเกร็ง คุยกันสบาย ๆ”</strong> แต่บางทีผู้สัมภาษณ์ก็ลืมไปว่าการพูดคุยสบาย ๆ แม้จะทำให้บรรยากาศดีขึ้น แต่จะทำให้เราไม่เห็นถึงความจริงจังของการสัมภาษณ์ ซึ่งอาจเป็นบริบทสำคัญในตำแหน่งที่สมัครเข้ามาก็ได้ HR ที่ดีต้องรู้จักแบ่งช่วงของการสัมภาษณ์ หากมีการพูดคุยที่สร้างความสบายใจเกิดขึ้น ก็ต้องรู้ว่าจะขมวดปมเข้าหาจุดที่จริงจังและเกี่ยวกับผลประโยชน์ขององค์กรได้อย่างไร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8925 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/07/shutterstock_368110814.jpg" alt="กระบวนการคิดเชิงออกแบบ Design Thinking" width="500" height="334" title="Who Interview Method เทคนิคสัมภาษณ์งานให้เฉียบคม 532"></p>
<h3>THE PSYCHOLOGICAL AND PERSONALLY TESTER</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กระแสของการทำแบบสำรวจบุคลิกภาพหรือจิตวิทยารายบุคคลได้รับความนิยมมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน องค์กรบางแห่งจะให้ความสำคัญกับการพูดคุยเรื่องนี้ขณะสัมภาษณ์งานเป็นพิเศษ ซึ่งแน่นอนว่าบางทีเราก็จะได้พนักงานที่มีทัศนคติและค่านิยมตรงกับวัฒนธรรมองค์กร แต่เคยคิดไหมว่านอกเหนือจากนิสัยส่วนตัวแล้ว ศักยภาพของคนเหล่านั้นคู่ควรกับการทำงานให้กับองค์กรจริงหรือเปล่า</span></p>
<h3>THE FORTUNE TELLER</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คือการสัมภาษณ์ที่ยึดติดกับคำถามแบบ What If ? แต่จริง ๆ แล้วหากเราต้องการรู้ว่าผู้สมัครวางแผนเกี่ยวกับอนาคตของตนอย่างไรหรือมี Passion กับงานแค่ไหน ก็ให้ถามอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210922-career-path/"><span style="font-weight: 400;">Career Path</span></a><span style="font-weight: 400;"> ไปเลย เพราะการถามถึงความน่าจะเป็นไม่ได้ระบุมาถึงสิ่งที่ผู้สมัครสามารถทำได้จริง และทำให้การตัดสินใจเลือกพนักงานของเราไม่เด็ดขาดอย่างที่ควรจะเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดคือการที่ผู้สัมภาษณ์มองเห็นเป้าหมายไม่ชัดเจน หรือมองเห็นอยู่บ้างแต่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะได้คำตอบที่นำไปสู่เป้าหมายนั้น นี่คือเหตุผลว่าทำไม HR ต้องหาความรู้อยู่เสมอเพื่อให้เท่าทันกระแสโลกที่ส่งผลโดยตรงต่อพนักงานในแต่ละยุคสมัย   การปฏิบัติตามแนวทาง Who Interview Method จึงเป็นดั่งตัวช่วยในการแก้ปัญหานี้</span></p>
<h2>Who Interview Method มีขั้นตอนอย่างไร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9867" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/12/business-job-interview-concept.jpg" alt="Stay Interview คืออะไร การสัมภาษณ์เพื่อดูว่าพนักงานมีความสุข หรือแค่อยู่ไปวัน ๆ" width="625" height="417" title="Who Interview Method เทคนิคสัมภาษณ์งานให้เฉียบคม 533"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าเป้าหมายของทุกการสัมภาษณ์งานไม่ใช่แค่ “การได้พนักงานใหม่” แต่เป็นการหาพนักงานชั้นยอดที่จะอยู่กับองค์กรในระยะยาวและร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ผ่านการเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ โดยผู้เขียนและผู้ก่อตั้งบริษัท </span><a href="https://ghsmart.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ghSMART</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่กล่าวว่า “คำว่าพนักงานที่ดีคือคนที่มีอัตราทำงานสำเร็จมากกว่า 90% โดยเฉพาะในเนื้องานที่มีคนประสบความสำเร็จไม่ถึง 10%”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การหาพนักงานที่มีศักยภาพระดับนี้จำเป็นต้องอาศัยกลยุทธ์ที่ละเอียด ต้องวางโครงสร้างองค์กร ตลอดจนเลือกใช้คำถามที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเหมาะกับผู้สมัครแต่ละคน (Personalise) </span></p>
<p><strong>ขั้นตอนของ Who Interview Method นั้นอธิบายเป็นหัวข้อได้ดังนี้</strong></p>
<h3>การสัมภาษณ์งานทุกครั้งต้องมี Scorecard</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดหมายของการทำตัววัดผล (Scorecard) คือการระบุออกมาให้ได้ว่าสิ่งที่องค์กรต้องการจริง ๆ คืออะไร กล่าวได้ว่า Scorecard คือ “พิมพ์เขียวของความสำเร็จ” องค์กรที่จ้างงานโดยไม่รู้ว่าอยากได้อะไรจากการสัมภาษณ์ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวที่ต้องระวัง</span></p>
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">ตัววัดผล (Scorecard) ที่ดีต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่างคือ</strong></strong></p>
<p><b>1. Mission :</b><span style="font-weight: 400;"> เขียนอธิบายว่าแก่นของงาน (Job’s Core) คืออะไร เน้นง่ายและกระชับเพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจร่วมกัน ให้คิดว่าคำอธิบายที่ดีคือคำอธิบายที่ผู้เกี่ยวข้องไม่ต้องเสียเวลาถามเพิ่มเติมระหว่างกระบวนการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ควรระบุสิ่งที่ต้องการให้เจาะจงไปเลย เช่น “อยากได้คนที่พูดเก่ง เจรจาเก่ง และปิดดีลได้จำนวน xxx ต่อปี” ไม่ใช่เขียนกว้าง ๆ แบบ “อยากได้พนักงานที่เก่งรอบด้าน” แต่ไม่รู้ว่ามีรายละเอียดอย่างไร</span></p>
<p><b>2. Outcomes : </b><span style="font-weight: 400;">ผู้สัมภาษณ์ต้องกำหนดผลลัพธ์ที่ตั้งเป้าเอาไว้โดยอ้างอิงอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ให้คิดก่อนว่าเราต้องการพนักงานแบบไหน และถ้าทิศทางความน่าจะเป็นของการสัมภาษณ์ไม่สามารถพาเราไปเจอพนักงานแบบที่หวัง เราอาจลดเป้าหมายลงมาอีกขั้นเพื่อไม่ให้ผู้สมัครระดับรองลงมารู้สึก “กลัว” กับสิ่งที่องค์กรวางแผนเอาไว้ ขณะเดียวกันการระบุผลลัพธ์ที่คาดหวังยังทำให้ผู้สมัครรู้ว่าหากมาทำงานนี่ เขาจะถูกตัดสินภายใต้เงื่อนไขแบบใด</span></p>
<p><b>3. Competencies : </b><span style="font-weight: 400;">เมื่อมีแก่นและผลลัพธ์ที่คาดหวังชัดเจนแล้ว ผู้สัมภาษณ์ต้องระบุให้ได้ว่าผู้สมัครต้องมีทักษะที่เฉพาะเจาะจงอย่างไรบ้างเพื่อให้ทำงานสำเร็จ และต้องดูด้วยว่าเมื่อผู้สมัครมีทักษะครบแล้ว พฤติกรรมด้านอื่น ๆ นั้นสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กรหรือไม่ หากเรารัดกุมตรงนี้ ก็จะได้พนักงานที่เคมีตรงกันทั้งด้านการใช้ชีวิตและการทำงาน</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title" style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220825-candidates-comparison"><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-12094 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/08/shutterstock_445172830-8-scaled.jpg" alt="Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน" width="545" height="386" title="Who Interview Method เทคนิคสัมภาษณ์งานให้เฉียบคม 534"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220825-candidates-comparison">Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h3>อย่าหยุดค้นหาพนักงานใหม่ ๆ เด็ดขาด</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องเข้าใจว่าในขณะที่กระแสโลกเปลี่ยนไป รูปแบบของพนักงานที่เหมาะสมก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย นั่นแปลว่าการตามหาพนักงานที่มีฝีมือเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเสมอ การมองหาพนักงานจึงไม่ได้จบลงในวันที่เราได้พนักงานแล้ว แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้องค์กรมีตัวเลือกเมื่อถึงคราวจำเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์ที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าง่ายและมีอัตราสำเร็จถึง 77% คือการแนะนำบอกต่อ (Referral) ซึ่งสามารถทำได้โดยการตั้งคำถามว่า “มีคนรู้จักคนไหนที่คิดว่าเหมาะกับองค์กรของเราหรือไม่” คำตอบที่ได้จะดีกว่าการตามหาพนักงานที่สมัครเข้ามาตามช่องทางปกติ เพราะคนที่พนักงานแนะนำแบบปากต่อปากจะมีความรู้ความเข้าใจเรื่องวัฒนธรรมองค์กรและเป้าหมายระยะยาวอยู่แล้ว ถือเป็นการคัดกรองเบื้องต้นได้เลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-12977 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/serious-unconvinced-diverse-hr-managers-interviewing-male-job-applicant-3-scaled.jpg" alt="Bad Interview ผู้สมัครสัมภาษณ์งานแย่ แต่ทำไมบริษัทถึงเลือกเข้าทำงาน" width="1110" height="740" title="Who Interview Method เทคนิคสัมภาษณ์งานให้เฉียบคม 535"></p>
<h3>โครงสร้างการสัมภาษณ์พนักงานใหม่ตามวิธี Who Interview Method</h3>
<p><b>1. ช่วงคัดกรองผู้สมัคร (Screening) : </b><span style="font-weight: 400;">เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที สามารถทำได้ผ่านทางออนไลน์หรือโทรศัพท์ ไม่จำเป็นต้องมาพูดคุยแบบตัวต่อตัว ขั้นตอนนี้จะทำให้เราเห็นว่าพนักงานสนใจตำแหน่งที่เราตามหาอยู่จริงและมีทักษะพื้นฐานมากพอให้ใช้งาน ช่วยประหยัดเวลาในการสัมภาษณ์ผู้สมัครที่ไร้ประสิทธิภาพได้อย่างมาก</span></p>
<p><b>2. ถามข้อมูลการทำงานให้ละเอียด : </b><span style="font-weight: 400;">Who Interview Method คือการหาคำตอบว่าประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมานอกเหนือจากใบสมัครเป็นอย่างไร, หน้าที่ในอดีตเป็นแบบไหน, จุดสูงสุด &#8211; จุดต่ำสุดในอาชีพที่ผ่านมาเป็นอย่างไร, หัวหน้าเก่าชื่ออะไร ตำแหน่งอะไร สามารถสะกดชื่อได้หรือไม่ และออกจากงานเก่าทำไม งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการสัมภาษณ์แบบนี้อาจกินเวลาถึง 3 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ซึ่งอาจจะฟังดูนาน  แต่การใช้งานมันอย่างถูกต้องจะช่วยประหยัดเวลาที่สูญเปล่าได้มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว</span></p>
<p><b>3. การถามเจาะ (Focus Interview) : </b><span style="font-weight: 400;">ขั้นตอนนี้คือการถามเจาะจงไปถึงทักษะหรือบริบทที่เกี่ยวข้องกับกระดานวัดผลหรือผลลัพธ์ที่องค์กรตั้งเป้าเอาไว้ เช่นการถามว่ามีงานในอดีตที่ภูมิใจหรือไม่, มีส่วนร่วมกับงานนั้น ๆ อย่างไร ซึ่งผู้ถามควรเน้น “ต้อน” ให้ละเอียดที่สุดโดยการตั้งถามว่า “ทำไม? อะไร? อย่างไร?” และนำคำตอบที่ได้มาพิจารณาโดยอ้างอิงกับวิสัยทัศน์ขององค์กรอีกที</span></p>
<h3>รู้แล้วก็เลือกให้ถูก</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่ได้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ครบทุกคนแล้ว สิ่งที่เราต้องพิจารณาแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่​ “สิ่งที่ทำได้แล้ว”​ กับ “สิ่งที่สามารถทำได้ในอนาคต” โดยทั้งสองอย่างควรสอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ในกระดานวัดผล (Scorecard) หมายความว่าอาจมีผู้สมัครบางคนที่ตอบคำถามได้ดีระหว่างสัมภาษณ์และสร้างความประทับใจให้เป็นพิเศษ แต่เราก็ห้ามหลงกลไปกับตรงนั้น ให้คิดเสมอว่าเรากำลังหาพนักงานในตำแหน่งใดและโฟกัสแค่ทักษะที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์แรกเท่านั้น จากนั้นค่อยกลับมาพิจารณาผู้สมัครที่มีฝีมือแต่ไม่ตรงโจทย์อีกครั้งเมื่อเปิดรับตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<div class="focused-block--has-title-point">
<div class="__title"> <b>ผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายข้อควรระวัง (Red Flag) ในการคัดเลือกพนักงานเอาไว้ดังนี้</b></div>
<div>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">อย่าเลือกผู้สมัครที่ไม่พูดถึงข้อผิดพลาดของตัวเอง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">อย่าเลือกผู้สมัครที่พูดจาไม่สุภาพถึงหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานในอดีต</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">อย่าเลือกผู้สมัครที่ไม่สามารถอธิบายรายละเอียดของงานที่เคยทำได้อย่างสมเหตุสมผล</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">อย่าเลือกผู้สมัครที่เอาแต่โทษคนอื่นเมื่ออธิบายถึงความล้มเหลวของตัวเอง</span></li>
</ul>
</div>
</div>
<p><span style="font-weight: 400;">ให้นำข้อมูลทั้งหมดไปเขียนลงใน Scorecard เพื่อให้คะแนนตามความเป็นจริง และเลือกคนที่ได้คะแนนสูงที่สุด</span></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><b>Who Interview Method </b><span style="font-weight: 400;">คือการเจาะลึกลงไปว่าเรากำลังสัมภาษณ์ใครเพื่อตำแหน่งอะไรและพยายามตีกรอบไม่ให้เราหลุดประเด็นจนได้ผู้สมัครที่ไม่เก่ง หรือได้คนที่มีฝีมือจริง แต่เป็นฝีมือที่เหมาะกับตำแหน่งอื่นมากกว่าตำแหน่งที่กำลังตามหา ซึ่งปัญหานี้อาจเกิดจากการไม่วางแผนหรือตกหลุมพรางของใบสมัครงานที่มีพัฒนาการจนสามารถโน้มน้าวผู้สัมภาษณ์ได้โดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเห็นว่าการทำงานนั้นมีเรื่องให้เราต้องเรียนรู้เสมอ โดยเฉพาะในการหาพนักงานที่ถือว่ามีส่วนสำคัญต่อการเติบโตขององค์กร หากเราเห็นว่ามีประเด็นที่ไม่แน่ใจหรือต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม ก็สามารถค้นหาบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณทาง </span><span style="font-weight: 400;">HREX.asia</span><span style="font-weight: 400;"> รับรองว่าจะช่วยให้กระบวนการสรรหามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นแน่นอน</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31978 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE" width="1600" height="500" title="Who Interview Method เทคนิคสัมภาษณ์งานให้เฉียบคม 536" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sources</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://indeedhi.re/3Fi8Wuc" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://indeedhi.re/3Fi8Wuc</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3VJ27ZT" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3VJ27ZT</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bad Interview ผู้สมัครสัมภาษณ์งานแย่ แต่ทำไมบริษัทถึงเลือกเข้าทำงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/bad-interview-for-the-job-221103/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Nov 2022 02:15:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Bad Interview]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์งาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/bad-interview-for-the-job-221103/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ไม่ว่าจะเป็นการสมัครงานรูปแบบไหน ผู้ว่าจ้างย่อมอยากได้คนที่มีโปรไฟล์ดี มีผลงาน และสัมภาษณ์งานได้น่าประทับใจมาร่วมงานด้วย แต่บ่อยครั้ง หลายบริษัทกลับเลือกผู้สมัครงานที่สัมภาษณ์แย่ (Bad Interview) มาร่วมงานเสียแทน การสัมภาษณ์งานที่ดี ไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครจะได้งานเสมอไป เพราะบางครั้งผู้สมัครก็อาจจะพูดดี แต่ปฏิบัติไม่ได้ อีกทั้งความเป็นน้ำเต็มแก้ว ทำให้การทำงานด้วยจะมีปัญหา เมื่อเทียบกับการเลือกคนที่อาจสัมภาษณ์งานไม่ดี (ฺBad Interview) ไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์มาร่วมงาน เพราะคนเหล่านี้พร้อมที่จะเรียนรู้ และตักตวงประสบการณ์กลับไปอย่างเต็มที่ เรจิน่า ฮาร์ทลี่ย์ HR ของ UPS กล่าวไว้บนเวที Ted Talk ว่า การเลือกผู้สมัครงานที่มีโปรไฟล์แย่กว่า แต่มีแรงปรารถนาในการทำงาน อาจเป็นตัวเลือกที่ดียิ่งกว่าการเลือกผู้สมัครที่เรซูเม่ดูดีเสียอีก  ไม่ว่าจะเป็นการสมัครงานราชการ สมัครงานเอกชน สมัครงาน Shopee หรือเป็นการหางานเชียงใหม่ หางานกรุงเทพ หรือหางานใกล้ฉันเองก็ตาม เป็นเรื่องปกติที่ผู้ว่าจ้างย่อมอยากได้คนที่โปรไฟล์ดี มีผลงานจับต้องได้ และสัมภาษณ์งานได้น่าประทับใจมาร่วมงานด้วย เพราะเป็นไปได้สูงว่า คน ๆ นี้คือเพชรเม็ดงามที่จะช่วยยกระดับบริษัทให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น แต่รู้หรือไม่ว่ามีหลายครั้งที่บริษัทแหกประเพณีที่กล่าวมาทั้งหมด ด้วยการรับผู้สมัครที่สัมภาษณ์งานแย่มาร่วมงานด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์งานภาษาไทย หรือสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษก็ตาม สาเหตุที่บริษัททำเช่นนี้ ไม่ใช่การเลือกแบบขอไปทีแต่แต่อย่างใด [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเป็นการสมัครงานรูปแบบไหน ผู้ว่าจ้างย่อมอยากได้คนที่มีโปรไฟล์ดี มีผลงาน และสัมภาษณ์งานได้น่าประทับใจมาร่วมงานด้วย แต่บ่อยครั้ง หลายบริษัทกลับเลือกผู้สมัครงานที่สัมภาษณ์แย่ (Bad Interview) มาร่วมงานเสียแทน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์งานที่ดี ไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครจะได้งานเสมอไป เพราะบางครั้งผู้สมัครก็อาจจะพูดดี แต่ปฏิบัติไม่ได้ อีกทั้งความเป็นน้ำเต็มแก้ว ทำให้การทำงานด้วยจะมีปัญหา เมื่อเทียบกับการเลือกคนที่อาจสัมภาษณ์งานไม่ดี (ฺBad Interview) ไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์มาร่วมงาน เพราะคนเหล่านี้พร้อมที่จะเรียนรู้ และตักตวงประสบการณ์กลับไปอย่างเต็มที่</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">เรจิน่า ฮาร์ทลี่ย์ HR ของ UPS กล่าวไว้บนเวที Ted Talk ว่า การเลือกผู้สมัครงานที่มีโปรไฟล์แย่กว่า แต่มีแรงปรารถนาในการทำงาน อาจเป็นตัวเลือกที่ดียิ่งกว่าการเลือกผู้สมัครที่เรซูเม่ดูดีเสียอีก </span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-12977" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/serious-unconvinced-diverse-hr-managers-interviewing-male-job-applicant-2-scaled.jpg" alt="Bad Interview ผู้สมัครสัมภาษณ์งานแย่ แต่ทำไมบริษัทถึงเลือกเข้าทำงาน" width="1110" height="740" title="Bad Interview ผู้สมัครสัมภาษณ์งานแย่ แต่ทำไมบริษัทถึงเลือกเข้าทำงาน 545"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเป็นการสมัครงานราชการ สมัครงานเอกชน สมัครงาน Shopee หรือเป็นการหางานเชียงใหม่ หางานกรุงเทพ หรือหางานใกล้ฉันเองก็ตาม เป็นเรื่องปกติที่ผู้ว่าจ้างย่อมอยากได้คนที่</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190307-hr-hire-job/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">โปรไฟล์ดี มีผลงานจับต้องได้ </span></a><span style="font-weight: 400;">และสัมภาษณ์งานได้น่าประทับใจมาร่วมงานด้วย เพราะเป็นไปได้สูงว่า คน ๆ นี้คือเพชรเม็ดงามที่จะช่วยยกระดับบริษัทให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่รู้หรือไม่ว่ามีหลายครั้งที่บริษัทแหกประเพณีที่กล่าวมาทั้งหมด ด้วยการรับผู้สมัครที่สัมภาษณ์งานแย่มาร่วมงานด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์งานภาษาไทย หรือสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุที่บริษัททำเช่นนี้ ไม่ใช่การเลือกแบบขอไปทีแต่แต่อย่างใด สามารถติดตามเหตุผลได้จากบทความนี้เลย</span></p>
<h2>4 สัญญาณที่บ่งชี้ว่า การสัมภาษณ์งานน่าประทับใจ (Not Bad Interview)</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-12978" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/pexels-andrea-piacquadio-3778966-scaled.jpg" alt="Bad Interview ผู้สมัครสัมภาษณ์งานแย่ แต่ทำไมบริษัทถึงเลือกเข้าทำงาน" width="1035" height="740" title="Bad Interview ผู้สมัครสัมภาษณ์งานแย่ แต่ทำไมบริษัทถึงเลือกเข้าทำงาน 546"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนไปดูเหตุผลว่าทำไมผู้ว่าจ้างถึงเลือกคนสัมภาษณ์งานแย่เข้าทำงาน ต้องแยกแยะกันก่อนว่า การสัมภาษณ์งานแบบไหนคือ</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190301-job-interview-question/"><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์ที่ดี</span></a><span style="font-weight: 400;"> และแบบไหนถึงเป็นการสัมภาษณ์งานที่แย่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์งานที่ดีนั้น มีสัญญาณหลายประการที่บ่งว่า นายจ้างรู้สึกประทับใจกับการสัมภาษณ์ผู้สมัครงานไม่น้อย ดังต่อไปนี้</span></p>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">1.การสัมภาษณ์พูดคุยใช้เวลานานกว่าปกติ</strong></b><span style="font-weight: 400;"> เวลาพูดคุยกันถูกอกถูกคอ ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาหากการพูดคุยจะใช้เวลานานกว่าปกติ ในการสัมภาษณ์งานก็เช่นกัน บ่อยครั้งผู้ว่าจ้างซักไซร้ผู้สมัครแล้วได้คำตอบที่น่าสนใจ ผู้สมัครสามารถนำเสนอตัวเองได้ดี เปลี่ยนบรรยากาศให้ทุกคนในห้องสัมภาษณ์รู้สึกว่า นี่ไม่ใช่การสัมภาษณ์งาน แต่เหมือนเป็นการพูดคุยสนทนากันมากกว่า และหากพูดคุยกันถูกคอ ต่อให้จะใช้เวลานานเป็นชั่วโมงก็จะทำให้แต่ละฝ่ายรู้สึกเหมือนว่าเพิ่งผ่านไปเพียง 20 นาทีเท่านั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่หากใครพบว่าเวลาที่ใช้ในการสัมภาษณ์ไม่นานจริง ๆ ผู้สัมภาษณ์และผู้สมัครงานต่างเป็นฝ่ายผลักดันถามคำตอบคำ นั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า การสัมภาษณ์ครั้งนี้อาจไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร</span></p>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">2.ผู้ว่าจ้างแจ้งเรื่องหน้าที่ที่ต้องทำหากได้งาน</strong></b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าเป็นผู้สมัครที่ไม่ประทับใจ ผู้ว่าจ้างจำนวนมากอาจไม่เสียเวลาอธิบายว่า หากได้งานแล้วมีหน้าที่อะไรต้องทำบ้าง แต่หากผู้ว่าจ้างบอกรายละเอียดและขั้นตอนชัดเจนว่าต้องรับผิดชอบอะไร อย่างไร ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า มีโอกาสที่ผู้ว่าจ้างจะเลือกเข้าทำงานในอนาคตอันใกล้ </span></p>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">3.ผู้สมัครงานรู้สึกมีส่วนร่วมกับการสัมภาษณ์</strong></b><span style="font-weight: 400;"> ลักษณะคล้ายคลึงกับข้อแรก เพราะยิ่งพูดคุยอย่างถูกคอ จะยิ่งเปิดโอกาสให้ได้พูดคุยสอบถามเพิ่มเติมนานขึ้น เป็นบรรยากาศที่เป็นมิตร สนุกสนาน ไม่ใช่การถามสั้น ๆ และตอบสั้น ๆ แบบขอไปที </span></p>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">4.ผู้สมัครได้รับการแนะนำกับเพื่อนร่วมงานว่ามีศักยภาพน่าสนใจ</strong></b><span style="font-weight: 400;"> ข้อนี้ผู้สมัครอาจไม่รู้ แต่หากผู้ว่าจ้างสัมภาษณ์ผู้สมัครเสร็จ แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้มาแจ้งต่อเพื่อนร่วมงานว่า ประทับใจคนไหนมากเป็นพิเศษ คนนี้มีความน่าสนใจในแง่มุมไหน ก็เป็นอีกสัญญาณที่บ่งชี้เช่นกันว่า ผู้สมัครสามารถสร้างความประทับใจให้ผู้ว่าจ้าง และอาจได้งานนี้ไปในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แม้ทุกข้อที่กล่าวมาจะบ่งชี้ว่าการสัมภาษณ์งานเป็นไปด้วยดี แต่ต้องบอกว่าสุดท้ายแล้วไม่ใช่ทุกคนที่จะได้งานเสมอไป เพราะบางครั้ง ผู้ว่าจ้างอาจเจอ</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220825-candidates-comparison/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติดีพร้อมหลายคน</span></a><span style="font-weight: 400;"> ทำให้ต้องเลือกเพียงคนเดียว หรืออาจเจอผู้สมัครที่ทำคะแนนได้ดีกว่าในวินาทีสุดท้ายก็ได้ เป็นต้น</span></p>
<h2>5 พฤติกรรมต้องห้ามในการสัมภาษณ์งาน ปิดโอกาสการได้งาน (Bad Interview)</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-12981" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/mad-hr-representative-pointing-door-asking-candidate-leave-2-scaled.jpg" alt="Bad Interview ผู้สมัครสัมภาษณ์งานแย่ แต่ทำไมบริษัทถึงเลือกเข้าทำงาน" width="1110" height="740" title="Bad Interview ผู้สมัครสัมภาษณ์งานแย่ แต่ทำไมบริษัทถึงเลือกเข้าทำงาน 547"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์งานไม่มีกฎตายตัวว่า ถ้าสัมภาษณ์ไม่ดีแล้วจะไม่ได้งานเสมอไป แต่หากทำพฤติกรรมต้องห้ามดังต่อไปนี้ มั่นใจได้ว่าต่อให้การสัมภาษณ์จะออกมาดีแค่ไหน ประตูแห่งโอกาสก็จะปิดตายอย่างถาวร </span></p>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">1.มาสาย</strong></b><span style="font-weight: 400;"> การตรงต่อเวลาคือคุณสมบัติที่ผู้ว่าจ้างทุกคนต้องการ และอาจให้ความสำคัญมากที่สุดก็ว่าได้ หากผู้สมัครงานเกิดมาสายตั้งแต่วันสัมภาษณ์งาน อาจทำให้โดนตัดคะแนนได้เยอะมาก เพราะผู้ว่าจ้างย่อมตระหนักว่า หากมาสายตั้งแต่วันนี้ ใครจะรับประกันได้ว่าเมื่อทำงานจริงแล้ว จะส่งงานทันเวลา</span></p>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">2.ประพฤติตัวไม่เหมาะสม</strong></b><span style="font-weight: 400;"> ข้อนี้อาจต้องดูวัฒนธรรมองค์กรของบริษัทนั้น ๆ ประกอบด้วย เช่น หากบริษัทให้ความสำคัญเรื่องภาพลักษณ์ต้องดูดี พนักงานต้องแต่งตัวเนี้ยบ แต่หากวันสัมภาษณ์งาน ผู้สมัครกลับใส่เสื้อยืด รองเท้าแตะมาสัมภาษณ์ ปลดปล่อยความง่าย ๆ สบาย ๆ เกินไป ผู้ว่าจ้างหลายแห่งก็อาจไม่เลือกเข้าทำงาน ไม่เพียงแค่นั้นการใช้คำพูดคำจาไม่เพราะ เผลอหลุดคำหยาบคายออกมา ก็อาจทำให้นายจ้าง โดยเฉพาะบริษัทที่มีความหัวเก่าลดความสนใจลงได้</span></p>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">3.ชวนพูดคุยเรื่องอ่อนไหว</strong></b><span style="font-weight: 400;"> เช่น เรื่องการเมือง ศาสนา เรื่องเพศ รวมถึงชวนคุยในเรื่องที่อาจไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานแต่อย่างใด ประเด็นนี้อาจมีข้อยกเว้นหากสมัครงานในสายข่าว ทำงานเป็นนักคิดนักเขียน การถกเถียงในเรื่องเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะผู้สมัครงานควรต้องมีความรู้เชิงลึกด้านนี้ </span></p>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">4.สนใจแต่เรื่องสวัสดิการ</strong> </b><span style="font-weight: 400;">ประเด็นเรื่องเงินเดือน และสวัสดิการต่าง ๆ ที่จะได้รับจากการทำงานเป็นเรื่องที่พนักงานปัจจุบัน รวมถึงผู้สมัครงานควรสนใจ แต่หากมัวถามเรื่องการขึ้นเงินเดือน การลาหยุด รวมไปถึงการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งอย่างเดียว จนไม่สนใจขอบเขตหน้าที่ของงานที่ต้องรับผิดชอบ นายจ้างก็อาจมองได้ว่า ผู้สมัครไม่มีความสนใจอยากทำงานนี้เท่าที่ควร </span></p>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">5.ไม่เตรียมความพร้อม</strong></b><span style="font-weight: 400;"> วิธีเช็คความพร้อมของผู้สมัครงานที่ง่ายที่สุดคือ ถามว่ารู้จักบริษัทที่สมัครงานหรือไม่ เพียงแค่นี้จะเช็คได้อย่างดีว่า ผู้สมัครงานสนใจที่จะร่วมงานกันในจริง ๆ หรือไม่ และคงไม่มีผู้รับสมัครงานคนไหนอยากได้ผู้ที่ไม่สนใจจะทำความรู้จักบริษัทมาร่วมงานด้วย</span></p>
<blockquote>
<h4><strong>HR มีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ </strong></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8821 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Questions-cuate-1.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="300" height="300" title="Bad Interview ผู้สมัครสัมภาษณ์งานแย่ แต่ทำไมบริษัทถึงเลือกเข้าทำงาน 548"></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">Q: พฤติกรรมการสัมภาษณ์แบบไหนที่นายจ้างไม่ควรทำ</span></strong></p>
<p>มาแชร์กันว่าพฤติกรรมแบบไหนที่ผู้จัดการหรือพนักงานสรรหา HR ควรจะต้องเลิกทำ และระมัดระวังให้ดี ขอข้อมูลเพื่อนำไปปรับระบบการสัมภาษณ์ปัจจับันที่บริษัทค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">A: ผมเชื่อเสมอว่า การสัมภาษณ์งาน ไม่ใช่การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการเลือกแต่ฝ่ายเดียวเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะเป็นบริษัท หรือ Candidate ก็ต่างต้องเลือกซึ่งกันและกัน ดังนั้นในการสัมภาษณ์</span></strong></p>
<p>จะมีสิ่งที่ผู้จัดการ หรือพนักงานสรรหา จะต้องระมัดระวัง ดังนี้ครับ</p>
<p>1. การไม่ตรงต่อเวลา สิ่งนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเป็นพื้นฐานทั้งในการทำงาน และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน<br />
2. การตั้งคำถามที่เน้นเรื่องส่วนตัว การถามเรื่องส่วนตัวตามปกติสามารถทำได้ แต่การเจาะลึกจนเกินไป ไม่ว่าจะเรื่องรสนิยมส่วนตัว เพศสภาพ สถานะการสมรส เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง<br />
3. การรักษามารยาทในการสัมภาษณ์ ทั้งคำพูดและภาษากาย การใช้คำพูด น้ำเสียง หรือภาษากาย ที่แสดงออกถึงการดูถูกเหยียดหยาม ความไม่ชอบส่วนตัว จะทำให้ Candidate เกิดความไม่สบายใจ และส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์บริษัท</p>
<p>,,, <em>(คลิกดูคำตอบทั้งหมด👇)</em></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/512?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8819" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/8e9v.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="352" height="76" title="Bad Interview ผู้สมัครสัมภาษณ์งานแย่ แต่ทำไมบริษัทถึงเลือกเข้าทำงาน 549"></a></span></p></blockquote>
<h2>3 ความผิดพลาดเหล่านี้ คือสิ่งที่รับได้ในห้องสัมภาษณ์งาน (Not That Bad Interview)</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-12979" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/multiracial-hr-reading-resume-millennial-job-applicant-interview-1-scaled.jpg" alt="Bad Interview ผู้สมัครสัมภาษณ์งานแย่ แต่ทำไมบริษัทถึงเลือกเข้าทำงาน" width="1110" height="740" title="Bad Interview ผู้สมัครสัมภาษณ์งานแย่ แต่ทำไมบริษัทถึงเลือกเข้าทำงาน 550"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นในห้องสัมภาษณ์ ไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครงานจะหมดโอกาสในการได้ร่วมงานในอนาคต แต่ในขณะเดียวกันผู้สมัครงานอาจพลิกวิกฤติเป็นโอกาส เพื่อซื้อใจผู้ว่าจ้างได้เช่นกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้</span></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter"><strong class="cyan-highlighter">1.แสดงความตื่นเต้นออกมา</strong></strong> </b><span style="font-weight: 400;">เป็นเรื่องธรรมดาที่เวลาเจอคำถามไม่คาดคิด หรือไม่ได้เตรียมความพร้อมมาก่อน ผู้สมัครงานอาจตอบผิด แต่บ่อยครั้งการเจอคำถามที่ไม่คาดคิดจะดึงเอาความเป็นธรรมชาติ และตัวตนที่แท้จริงของผู้สมัครงานออกมาให้ผู้ว่าจ้างเห็นได้ง่ายกว่าปกติด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกเว้นแต่ว่าผู้สมัครเกิดเจอคำถามที่ไม่ได้เตรียมพร้อมแล้วตื่นเต้น ลนลานเกิดกว่าเหตุ ไม่เพียงตอบไม่ถูก แต่ยังแสดงความอ่อนไหวทางอารมณ์ เช่น ร้องห่มร้องไห้ แสดงความผิดหวังออกมา สิ่งเหล่านี้ต่างหากคือตัวตัดคะแนนในการร่วมงานกันในอนาคต</span></p>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">2.รู้ว่าไม่รู้เรื่องอะไร</strong> </b><span style="font-weight: 400;">มนุษย์แต่ละคนไม่ใช่นักปราชญ์ที่รอบรู้ทุกเรื่อง หากในห้องสัมภาษณ์จะเจอคำถามที่ตอบไม่ได้ ย่อมเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่ประเด็นที่สำคัญคือ ผู้สมัครต้องรู้ว่าตัวเองไม่รู้เรื่องอะไร แล้วควรยอมรับหรือไม่ว่าไม่รู้ ผู้ว่าจ้างเองก็ต้องตรวจสอบด้วยว่า ผู้สมัครโกหก หรือพูดความจริงมากน้อยแค่ไหน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกทั้งยังสามารถประเมินได้ด้วยว่า มีไหวพริบปฏิภาณ มีทักษะในการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าหรือไม่ หากตอบแบบแถแบบข้าง ๆ คู ๆ ผู้ว่าจ้างที่เจนประสบการณ์มากกว่าย่อมรู้ดี และจะไม่เลือกมาร่วมงานด้วย</span></p>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">3.ไม่มีประสบการณ์เพียงพอ</strong></b><span style="font-weight: 400;"> แม้บางบริษัทจะเปิดรับสมัครงาน แล้วให้คุณสมบัติว่า ต้องการเฉพาะ</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/3-reason-to-hire-adaptive-talent/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ผู้ที่มีประสบการณ์ด้านนั้น ๆ</span></a><span style="font-weight: 400;"> แต่บ่อยครั้ง ผู้ว่าจ้างหลายคนกลับใจเอนเอียงไปทางผู้สมัครงานที่ไม่มีประสบการณ์ในด้านนั้น ๆ หรือ</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/3-reason-to-hire-adaptive-talent/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">เรียนจบไม่ตรงสายงาน</span></a><span style="font-weight: 400;">เลย เพราะมองเห็นศักยภาพของผู้สมัครว่าจะสามารถเรียนรู้และปรับตัว เพื่อเติบโตต่อไปได้</span></p>
<h2>เจาะเหตุผลอีกด้านของนายจ้าง ทำไมการเลือกผู้สมัครที่สัมภาษณ์แย่ (ฺBad Interview) โปรไฟล์แย่ ถึงดีกว่าการเลือกคนที่เพียบพร้อมกว่า</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-12980" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/11/pexels-fauxels-3184465-scaled.jpg" alt="Bad Interview ผู้สมัครสัมภาษณ์งานแย่ แต่ทำไมบริษัทถึงเลือกเข้าทำงาน" width="1110" height="740" title="Bad Interview ผู้สมัครสัมภาษณ์งานแย่ แต่ทำไมบริษัทถึงเลือกเข้าทำงาน 551"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ที่สัมภาษณ์งานแย่ อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกในสายตาผู้ว่าจ้างจำนวนมาก แต่ก็มีหลายคนพร้อมเปิดรับผู้สมัครที่สัมภาษณ์งานแย่ หนึ่งในนั้นคือ <strong>เรจิน่า ฮาร์ทลี่ย์</strong> (Regina Hartley) Human Resource Manager จากบริการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ระดับโลก UPS กล่าวไว้บนเวที </span><a href="http://ted.com/talks/regina_hartley_why_the_best_hire_might_not_have_the_perfect_resume" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">TEDTalks </span></a><span style="font-weight: 400;">เมื่อปี 2015 ว่า เธอแบ่งประเภทของผู้สมัครออกเป็นเป็น 2 ประเภท ได้แก่</span></p>
<p><b><strong class="pink-highlighter">1.Silver Spoon</strong> </b><span style="font-weight: 400;">หรือผู้มีสถานภาพอยู่ในสังคมชั้นสูง มีประวัติการศึกษาดี ประวัติการทำงานดี มีผลงานที่น่าประทับใจ แทบไม่มีรอยด่างพร้อย</span></p>
<p><b><strong class="pink-highlighter">2.Scrapper</strong></b><span style="font-weight: 400;"> หรือผู้ที่อาจไม่ได้มีประวัติการศึกษาดี อาจเรียนไม่จบ อาจมีประวัติทำงานหลายอย่างมาตั้งแต่เด็ก อาจย้ายงานเป็นว่าเล่น และไม่มีประสบการณ์ตรงในการทำงานสายนั้น ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากดูเฉพาะนิยามของคน 2 ประเภท เชื่อว่าคนจำนวนมากน่าจะชอบคนประเภทที่ 1 มากกว่าคนประเภทที่ 2 แต่สำหรับ ฮาร์ทลี่ย์ ชอบให้โอกาสคนที่เป็น Scrapper มากกว่าด้วยเหตุผลว่า Scrapper มักมีความเป็นนักสู้ เนื่องจากเติบโตมาบนความทุกข์ยาก ต้องอาศัยความพยายามและปากกัดตีนถีบเพื่อพิสูจน์ฝีมือตัวเอง คนเหล่านี้มักไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ต่อให้เจองานยากแค่ไหน ก็จะหาทางฝ่าฟันไปให้ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ <strong>สตีฟ จ็อบส์</strong> ผู้อยู่เบื้องหลังการปลุกปั้นบริษัท Apple จนเจริญเติบโตมาถึงปัจจุบันนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฮาร์ทลี่ย์ อธิบายว่า การเลือกคนจากเรซูเม่เพียงอย่างเดียวเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังให้ดี เพราะทักษะเป็นสิ่งที่สามารถสอนและฝึกฝนได้ แต่สิ่งที่สอนกันไม่ได้ คือทัศนคติที่ว่า “ฉันทำได้” และหากคนประเภทที่ 2 มีสิ่งนี้มากกว่า เธอก็จะเลือกคนประเภทนี้อย่างไม่ลังเล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ยังมีอีกหลายเหตุผลที่อาจทำให้ผู้คนสนใจคนประเภทที่ 2 มากกว่าดังนี้</span></p>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">1.ผู้สมัครมีความซื่อตรง</strong> </b><span style="font-weight: 400;">เก่งไม่เก่งไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่สามารถฝึกฝนได้ แต่หากในการสัมภาษณ์งาน ผู้สมัครมีความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา ไม่โกหก ไม่บิดเบือนความจริง อาจเป็นแต้มต่อที่สร้างความน่าสนใจ มากกว่าคนที่พูดเก่ง และแถเก่งเสียด้วยซ้ำ</span></p>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">2.ผู้สมัครไม่ใช่น้ำเต็มแก้ว</strong> </b><span style="font-weight: 400;">หากต้องเลือกระหว่างคนที่สัมภาษณ์ดี มีผลงานเยอะ แต่ไม่รับฟังความคิดเห็น ไม่รับฟังคำวิจารณ์เพราะคิดว่าตนเองเก่งที่สุด กับคนที่ไม่เก่ง ไม่มีผลงาน แถมยังสัมภาษณ์ไม่ดี แต่มีแนวโน้มว่าสามารถฝึกฝนและพัฒนาต่อยอดได้ ผู้ว่าจ้างอาจมีแนวโน้มอยากเลือกฝ่ายหลังมากกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะอย่างน้อย ความเป็นคนพร้อมเปิดรับและหมั่นเรียนรู้ตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่าผู้สมัครมีความกระตือรือร้นในการทำงานมากกว่า และจะสร้างปัญหาในการทำงานน้อยกว่าคนที่เป็นน้ำเต็มแก้ว</span></p>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">3.การสัมภาษณ์ ยังไม่ใช่การทำงานจริง</strong> </b><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์งานอาจทำให้ได้รู้ความสามารถของผู้สมัครงานเพียงเบื้องต้น แต่สิ่งที่จะช่วยคัดกรองว่า คนไหนพูดเก่งมากกว่าทำงาน กับคนที่ทำงานเก่งจริง แต่อาจนำเสนอตัวเองไม่เก่ง คือการแจกแบบทดสอบหลังสัมภาษณ์งานให้ได้ทำ ซึ่งจะชี้วัดได้ง่ายที่สุดว่า ควรเลือกใครเข้าทำงานกว่ากัน</span></p>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">4.เปิดรับทิศทางใหม่</strong></b><span style="font-weight: 400;"> บริษัทหลายแห่งกำลังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้าง ได้เรียนรู้แล้วว่าการเลือกคนที่มีประสบการณ์ มีผลงานจะนำไปสู่เส้นทางเดิม ๆ ดังนั้นการเลือกคนที่ไร้ประสบการณ์ สัมภาษณ์ไม่เก่ง อาจช่วยนำเสนอความคิดเห็นที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน และพาบริษัทไปยังทิศทางใหม่ ๆ และน่าสนใจได้</span></p>
<p><b></b><strong class="cyan-highlighter"><b>5.ไม่มีตัวเลือก</b> </strong><span style="font-weight: 400;">ตามสัจธรรมแล้ว นายจ้างจำนวนมากจะไม่อยากเลือกผู้สมัครที่สัมภาษณ์แย่ เตรียมตัวแย่กว่าผู้สมัครที่สัมภาษณ์ดี เตรียมตัวดี และมีโปรไฟล์ดีกว่า ยกเว้นแต่ไม่มีผู้สมัครที่น่าสนใจจริง ๆ มาสมัครงาน และบริษัทกำลังต้องการคนมาทำงานอย่างเร่งด่วน ต่อให้ผู้สมัครจะไม่พร้อมแค่ไหนก็ไม่ว่า เพราะถือว่าได้คนมาช่วยแบ่งเบาภาระ ย่อมดีกว่าไม่มีคนเข้ามาช่วยงานเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้น่าจะเป็นเหตุผลข้อท้าย ๆ ที่ผู้ว่าจ้างจะอยากเลือก เพราะมีความสุ่มเสี่ยงต่อการทำงาน และการบริษัทงานในองค์รวมมากๆ หากบริษัทกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวจริง ๆ HR อาจต้องกลับมาประเมินอย่างจริงจังว่า เพราะเหตุใดบริษัทถึงตกอยู่ในสถานการณ์นี้ได้ และหากไม่แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุให้เรียบร้อยเสียก่อน ต่อให้รับคนที่มีหรือไม่มีประสบการณ์เข้ามา บริษัทก็จะหนีออกจากวงจรดังกล่าวไม่พ้น</span></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลือกคนทำงานก็คือการวัดดวงอย่างหนึ่ง ในการสมัครงาน ไม่มีกฎตายตัว หรือมีสถิติที่จำเพาะเจาะจงว่า การเลือกผู้สมัครงานที่สัมภาษณ์ไม่ดี ไม่น่าประทับใจ จะดีกว่าผู้สมัครงานที่สัมภาษณ์ดี มีความพร้อม และมีประสบการณ์เสมอไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และอย่าลืมว่าการเลือกคนไม่มีประสบการณ์ สัมภาษณ์งานไม่ดีก็คือการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แม้จะมีหลายบริษัทที่เลือกผู้สมัครงานที่สัมภาษณ์แย่เข้ามาทำงานทั้งนี้ แต่สถานการณ์นี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นอย่างนั้นบ่อยทั้งในไทยและต่างประเทศ ดังนั้น หากเป็นไปได้ การเตรียมตัวสัมภาษณ์อย่างมีความพร้อม มีความมั่นใจ และศึกษาเรื่องราวต่าง ๆ มาเพียงพอ น่าจะทำให้โอกาสในการได้งานมากที่สุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และต่อให้ทุ่มเต็มที่แล้ว บริษัทแรกอาจยังไม่เลือกให้ร่วมงานด้วย แต่ต้องมีสักบริษัทที่มองเห็นความเป็นตัวเลือกที่ใช่ แล้วดึงตัวไปร่วมงานด้วยอย่างแน่นอน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Bad Interview ผู้สมัครสัมภาษณ์งานแย่ แต่ทำไมบริษัทถึงเลือกเข้าทำงาน 552"></a></p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">Sources:</strong></b></p>
<ul>
<li><a href="https://www.glassdoor.com/blog/tanked-my-interview/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Glassdoor</span></a></li>
<li><a href="https://www.quora.com/Has-anyone-ever-given-a-bad-interview-but-still-got-selected" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Quora</span></a></li>
<li><a href="https://www.fetchrecruitment.com.au/blog/2018/08/why-someone-who-interviews-badly-is-sometimes-the-best-person-for-the-job?source=google.com" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Fetch Recruitment</span></a></li>
<li><a href="https://www.askamanager.org/2016/09/i-got-the-job-but-im-sure-i-gave-a-bad-interview-and-i-cant-stop-ruminating-about-it.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Ask Manager</span></a></li>
<li><a href="https://www.indeed.com/career-advice/interviewing/bad-interview" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Indeed.com</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CANDIDATE GHOSTING ทำอย่างไรเมื่อผู้สมัครไม่ยอมมาสัมภาษณ์งานตามนัด</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/candidate-ghosting-221027/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Oct 2022 10:22:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[candidate]]></category>
		<category><![CDATA[Ghosting]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/candidate-ghosting-221027/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT แรกเริ่มเดิมที Ghosting เป็นศัพท์ในแวดวงการออกเดท ว่าด้วยคน 2 คนที่พูดคุยกันถูกคอ จนพร้อมจะพัฒนาความสัมพันธ์ไปอีกขั้น อย่างไรก็ตาม จู่ ๆ ฝ่ายหนึ่งกลับหายไปจากชีวิตของอีกฝ่ายแบบไม่ร่ำลากันก่อน ด้วยความหมายจี๊ดใจ Ghosting จึงกลายเป็นคำที่ใช้ในแวดวงการหางานตามไปด้วย เรียกว่า Candidate Ghosting ที่หมายความถึง การที่บริษัทผู้ว่าจ้างงานโดนผู้สมัครงานเท ไม่มาสัมภาษณ์งานตามนัด ไม่มาทำงานวันแรก หรือหนักกว่านั้นคือทำงานไปแล้ว แต่จู่ ๆ ก็ลาออกกระทันหัน โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า บริษัทที่เป็นผู้รับสมัครงานเองสามารถทำ Ghosting ใส่ผู้สมัครได้เช่นกัน อาทิ บริษัทอาจปล่อยให้ผู้สมัครงานต้องรออย่างไร้วี่แววว่า ตกลงแล้วสัมภาษณ์งานผ่านหรือไม่ ซึ่งทุกการรอคอยจะมีผลต่อการพัฒนาศักยภาพของผู้สมัครงานเองเพื่อให้ได้งานใหม่ในอนาคต สิ่งที่จะช่วยป้องกันการเกิด Candidate Ghosting ได้ดีที่สุดคือการสื่อสารกันระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนมากที่สุด โปร่งใสที่สุด ซึ่งจะทำให้ทุกคนสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง ไม่เสียเวลากับการรอคอยอย่างไร้ความหมาย แล้วใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด เวลาบริษัทเปิดรับสมัครงานสักตำแหน่ง แต่ละองค์กรย่อมมีเป้าหมายอยู่แล้วว่าอยากได้คนที่ดีที่สุด เก่งที่สุด และมีคุณค่าร่วมที่องค์กรยึดถือมาร่วมงานด้วย เพื่อช่วยทำให้บริษัทก้าวหน้าเอาชนะคู่แข่งในตลาดได้  แต่บ่อยครั้ง หลังเจอตัวผู้สมัครงานที่มีโปรไฟล์ดูดี มีความสามารถเข้ากับที่บริษัทกำลังต้องการ พอนัดหมายวันสัมภาษณ์งานกันแล้ว จู่ ๆ วันสัมภาษณ์จริงผู้สมัครกลับ ‘เท’ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">แรกเริ่มเดิมที Ghosting เป็นศัพท์ในแวดวงการออกเดท ว่าด้วยคน 2 คนที่พูดคุยกันถูกคอ จนพร้อมจะพัฒนาความสัมพันธ์ไปอีกขั้น อย่างไรก็ตาม จู่ ๆ ฝ่ายหนึ่งกลับหายไปจากชีวิตของอีกฝ่ายแบบไม่ร่ำลากันก่อน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ด้วยความหมายจี๊ดใจ Ghosting จึงกลายเป็นคำที่ใช้ในแวดวงการหางานตามไปด้วย เรียกว่า Candidate Ghosting ที่หมายความถึง การที่บริษัทผู้ว่าจ้างงานโดนผู้สมัครงานเท ไม่มาสัมภาษณ์งานตามนัด ไม่มาทำงานวันแรก หรือหนักกว่านั้นคือทำงานไปแล้ว แต่จู่ ๆ ก็ลาออกกระทันหัน โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">บริษัทที่เป็นผู้รับสมัครงานเองสามารถทำ Ghosting ใส่ผู้สมัครได้เช่นกัน อาทิ บริษัทอาจปล่อยให้ผู้สมัครงานต้องรออย่างไร้วี่แววว่า ตกลงแล้วสัมภาษณ์งานผ่านหรือไม่ ซึ่งทุกการรอคอยจะมีผลต่อการพัฒนาศักยภาพของผู้สมัครงานเองเพื่อให้ได้งานใหม่ในอนาคต</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่จะช่วยป้องกันการเกิด Candidate Ghosting ได้ดีที่สุดคือการสื่อสารกันระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนมากที่สุด โปร่งใสที่สุด ซึ่งจะทำให้ทุกคนสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง ไม่เสียเวลากับการรอคอยอย่างไร้ความหมาย แล้วใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38354" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/10/CANDIDATE-GHOSTING-ทำอย่างไรเมื่อผู้สมัครไม่ยอมมาสัมภาษณ์งานตามนัด.webp" alt="CANDIDATE GHOSTING ทำอย่างไรเมื่อผู้สมัครไม่ยอมมาสัมภาษณ์งานตามนัด" width="600" height="370" title="CANDIDATE GHOSTING ทำอย่างไรเมื่อผู้สมัครไม่ยอมมาสัมภาษณ์งานตามนัด 560" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2022/10/CANDIDATE-GHOSTING-ทำอย่างไรเมื่อผู้สมัครไม่ยอมมาสัมภาษณ์งานตามนัด.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/10/CANDIDATE-GHOSTING-ทำอย่างไรเมื่อผู้สมัครไม่ยอมมาสัมภาษณ์งานตามนัด-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาบริษัทเปิดรับสมัครงานสักตำแหน่ง แต่ละองค์กรย่อมมีเป้าหมายอยู่แล้วว่</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/culture-and-hiring/"><span style="font-weight: 400;">า</span></a><span style="font-weight: 400;">อยากได้คนที่ดีที่สุด เก่งที่สุด และ</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/culture-and-hiring/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">มีคุณค่าร่วมที่องค์กรยึดถือ</span></a><span style="font-weight: 400;">มาร่วมงานด้วย เพื่อช่วยทำให้บริษัทก้าวหน้าเอาชนะคู่แข่งในตลาดได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่บ่อยครั้ง หลังเจอตัวผู้สมัครงานที่</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190321-attract-job-seeker/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">มีโปรไฟล์ดูดี</span></a><span style="font-weight: 400;"> มีความสามารถเข้ากับที่บริษัทกำลังต้องการ พอนัดหมายวันสัมภาษณ์งานกันแล้ว จู่ ๆ วันสัมภาษณ์จริงผู้สมัครกลับ ‘เท’ นัดหมายเอาดื้อ ๆ โดยไม่บอกกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปรากฏการณ์แบบนี้มีชื่อเรียกว่า </span><b><strong class="green-highlighter">Candidate Ghosting</strong></b><span style="font-weight: 400;"> หรือบางคนอาจเรียกว่า </span><b><strong class="green-highlighter">Recruitment Ghosting</strong> </b><span style="font-weight: 400;">ที่เกิดขึ้นทีไรทำเอาแต่ละบริษัทต้องปวดหัวเสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเหตุใด Candidate Ghosting ถึงเป็นปัญหาน่าหน่ายในการสมัครงาน แล้วจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร สามารถติดตามได้จากบทความนี้เลย</span></p>
<h2>Candidate Ghosting คืออะไร ทำไมถึงเป็นความสัมพันธ์ที่ชวนปวดใจ</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-12850" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/10/pexels-rodnae-productions-6670211-1110x740.jpg" alt="CANDIDATE GHOSTING น่ากลัวกว่าโดนผีหลอก คือโดนผู้สมัครงานหลอกว่าจะมาสัมภาษณ์งาน" width="1110" height="740" title="CANDIDATE GHOSTING ทำอย่างไรเมื่อผู้สมัครไม่ยอมมาสัมภาษณ์งานตามนัด 561"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจะพูดถึง Candidate Ghosting ต้องอธิบายก่อนว่า คำว่า <strong>Ghosting</strong> ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ ผี (Ghost) หรือการโดนผีหลอกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการหลอกคน หรือโดนคนหลอก (ให้ดีใจเก้อ) ได้เช่นเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แรกเริ่มเดิมที Ghosting เป็นศัพท์ที่ใช้ในแวดวงการออกเดท อธิบายถึงคนคุย 2 คนที่คุยไปคุยมาแล้วรู้สึกถูกคอกันดี จนทำท่าจะได้สานต่อความสัมพันธ์ไปไกลยิ่งกว่านั้น แต่วันหนึ่งฝ่ายหนึ่งดันหายไปจากชีวิตของอีกฝ่ายแบบไม่บอกไม่กล่าว ปล่อยให้คู่เดทรอเก้อด้วยความสงสัยว่า <em>“ตัวฉันเองทำอะไรผิดไป เขาถึงหนีหายไปจากกันแบบนี้”</em></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความหมายที่อาจจี๊ดใจใครหลายคน ทำให้คำดังกล่าวถูกนำมาใช้กับการสมัครงานด้วย เกิดเป็นศัพท์ว่า <strong>Candidate Ghosting</strong> เพื่อสื่อว่าความสัมพันธ์ของคนหางานกับคนรับสมัครงาน แทบไม่ต่างกับการหาแฟนหรือหาคนรักแต่อย่างใด ถ้าคุยแล้วเคมีตรงกัน ถูกอกถูกใจใช่เลย ก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นต่อไปนั่นคือการตกลงรับเข้าทำงาน หรือการรับเป็นแฟน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่น่าเศร้าตรงที่บริษัทกลับโดนผู้สมัครงานเท เลิกสานต่อความสัมพันธ์แบบไม่ทันตั้งตัวเสียแทน ซึ่งจริง ๆ เป็นสิ่งที่แทบจะอยู่คู่แวดวงหางานมาตั้งแต่ยุคก่อนเราจะเกิดกันเสียอีก</span></p>
<h2>3 กรณีตัวอย่าง Candidate Ghosting ที่พบเจอบ่อย</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-12846" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/10/pexels-cameron-readius-4223084-1110x740.jpg" alt="CANDIDATE GHOSTING น่ากลัวกว่าโดนผีหลอก คือโดนผู้สมัครงานหลอกว่าจะมาสัมภาษณ์งาน" width="1110" height="740" title="CANDIDATE GHOSTING ทำอย่างไรเมื่อผู้สมัครไม่ยอมมาสัมภาษณ์งานตามนัด 562"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเกิด Ghosting ย่อมไม่เป็นผลดีต่อบริษัท เพราะผู้ว่าจ้างย่อมอยากได้คนมาทำงานอย่างเร่งด่วนและไม่เร่งด่วน เพราะมีผลต่อการเดินหน้าของบริษัท อีกทั้งการคัดเลือกพนักงานใหม่ มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่สูง การที่แคนดิเดต จะยิ่งทำให้ตัวเลขดังกล่าวทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ และพอหาคนมาทำงานไม่ได้เสียที สุดท้ายพนักงานที่ทำงานอยู่แล้ว ก็จะต้องแบกรับภาระหน้าที่มากกว่าเดิม ส่งผลให้สูญเสียสมดุลในการทำงานและการใช้ชีวิตตามมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้มี 3 กรณีตัวอย่างหลัก ๆ เกี่ยวกับ Candidate Ghosting ที่พบเจอได้บ่อยดังนี้</span></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">1.เทนัดสัมภาษณ์งาน</strong></b><span style="font-weight: 400;"> กรณีนี้ถือเป็น Candidate Ghosting แบบพื้นฐานสุดก็ว่าได้ หลังนัดหมายวันและเวลาในการสัมภาษณ์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางออนไลน์ หรือมาสัมภาษณ์ถึงสถานที่จริง ปรากฏว่าพอถึงเวลาจริงกลับไม่มาเสียอย่างนั้น</span></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">2.เทนัดทำงานวันแรก</strong></b><span style="font-weight: 400;">  ข้อนี้หนักกว่าข้อ 1 ตรงที่ หลังจากสัมภาษณ์พูดคุยกันถูกคอ จนบริษัทที่เปิดรับสมัครงานยืนยันเรียบร้อยว่าจะรับแคนดิเดตคนนี้เข้าทำงานแน่นอน พร้อมนัดหมายวันทำงานวันแรกอย่างเป็นทางการ แต่พอถึงวันทำงานจริง ผู้สมัครกลับไม่มาทำงาน และไม่มีการแจ้งก่อนแต่อย่างใด ทำให้แต่ละบริษัทต้องกลับเสียเงินและเสียเวลาเปิดรับผู้สมัครอีกรอบ หรือถ้าไม่เปิดรับอีกรอบ แล้วเลือกเอาจากผู้สมัครที่งานดีรองลงมา ก็จะได้คนที่ถูกใจน้อยกว่าคนแรก</span></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">3.เทงานด้วยการลาออกโดยไม่แจ้งใค</strong>ร </b><span style="font-weight: 400;">หาก 2 ข้อก่อนหน้าว่าหนักแล้ว กรณีนี้คือขั้นสุดยอด เมื่อผู้สมัครงานได้รับการตอบรับจากบริษัท ให้ได้เลื่อนสถานะความสัมพันธ์มาเป็นพนักงานเต็มตัว แต่หลังทำงานไปไม่กี่วัน จู่ ๆ เขาหรือเธอก็หายหน้าไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมจดหมาย</span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/prevent-the-great-resignation-in-thailand-221021/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ลาออก</span></a><span style="font-weight: 400;">บนโต๊ะ สุดท้ายต้องกลับมามองหาแคนดิเดตที่ใช่ ที่ถูกใจคนใหม่แทน เป็นเรื่องที่ทั้งเสียเวลา เสียอารมณ์ และเสียความรู้สึกอย่างที่สุด</span></p>
<blockquote>
<h4><strong>HR มีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ </strong></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8820 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Questions-cuate-2-740x740.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="300" height="300" title="CANDIDATE GHOSTING ทำอย่างไรเมื่อผู้สมัครไม่ยอมมาสัมภาษณ์งานตามนัด 563"></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">Q: เราสามารถเคลมค่าใช้จ่ายกับผู้สมัครงานที่เบี้ยวไม่มาเริ่มทำงานได้หรือไม่</span></strong></p>
<p>ทำการส่งจดหมายตอบรับไปยังผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกแต่ไม่มีการตอบรับกลับมา และก่อนถึงวันเริ่มงานเพียงหนึ่งวันก็เพิ่งมาบอกปฎิเสธข้อเสนอ ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นได้คุยตกลงกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้ว ซึ่งได้มีการเสียค่าใช้จ่ายในการเตรียมผู้สมัครเข้าบริษัทแล้ว</p>
<p>ในกรณีนี้สามารถเรียกร้องค่าใช้จ่ายจากผู้สมัครที่ปฏิเสธข้อเสนอได้หรือไม่?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">A: ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นภาระของบริษัท ไม่ใช่ของผู้สมัคร</span></strong></p>
<p>ค่ากระดาษ ค่าซองจดหมายหมึกเครื่องพิมพ์ น้ำหมึกปากกาที่ลงชื่อ ค่าไฟฟ้าที่ใช้เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องพิมพ์ รวมถึงค่าใช้สอยต่าง ๆ ในกระบวนการสรรหาและคัดเลือก เป็นต้นทุนจมที่เป็นภาระของบริษัท ไม่ใช่ของผู้สมัครครับ</p>
<p>,,, <em>(คลิกดูคำตอบทั้งหมด👇)</em></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/498?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8818" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/0vp.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="370" height="80" title="CANDIDATE GHOSTING ทำอย่างไรเมื่อผู้สมัครไม่ยอมมาสัมภาษณ์งานตามนัด 564"></a></p></blockquote>
<h2>Candidate Ghosting เทรนด์ไม่ใหม่ แต่มาแรงยุคโควิด-19</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-12847" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/10/pexels-andrea-piacquadio-842554-1124x740.jpg" alt="CANDIDATE GHOSTING น่ากลัวกว่าโดนผีหลอก คือโดนผู้สมัครงานหลอกว่าจะมาสัมภาษณ์งาน" width="1124" height="740" title="CANDIDATE GHOSTING ทำอย่างไรเมื่อผู้สมัครไม่ยอมมาสัมภาษณ์งานตามนัด 565"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังที่กล่าวไว้ว่า Candidate Ghosting ไม่ใช่เรื่องใหม่ มันอยู่คู่กับแวดวงการจัดหางานมานานแสนนาน แต่หลังจากโรคโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างหนักเมื่อปี 2020 เป็นต้นมา ส่งผลให้เทรนด์ Candidate Ghosting เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่ใครคาดคิด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จำนวนการเกิด Candidate Ghosting เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน อาจวัดได้จากผลการสำรวจเมื่อปี 2021 ของ </span><a href="https://www.indeed.com/lead/impact-of-covid-19-on-job-seeker-employer-ghosting" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Indeed.com</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่พบว่า มีคนหางานยอมรับว่าเคยไม่ไปสัมภาษณ์งานตามนัดถึง 46% ขณะที่มีถึง 48% ยอมรับว่าพวกเขาไม่ได้สนใจการเรียกตัวไปพูดคุยสัมภาษณ์จากว่าที่นายจ้าง และมี 7% ที่ยอมรับว่า พวกเขาตัดสินใจไม่ไปทำงานที่อุตส่าห์ฝ่าฟันจนได้มาตั้งแต่วันแรกของการทำงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุที่เกิด Candidate Ghosting ในช่วงนี้บ่อย เพราะผู้สมัครไตร่ตรองจนมั่นใจแล้วว่า ผู้สมัครแต่ละคนมีตัวเลือกที่ดีกว่าบริษัทที่สัมภาษณ์ เพราะไม่อยากต้องเข้าออฟฟิศเป็นประจำ ต้องการชีวิตที่สมดุล </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190725-work-life-balance/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Work Life Balance</span></a><span style="font-weight: 400;"> ไปจนถึงเมื่อพิจารณาถี่ถ้วนแล้วพบว่า รายละเอียดในการทำงานอาจไม่เป็นอย่างที่คิด ทุกอย่างผสมปนเปกันจนตัดสินใจทิ้งงานที่กำลังจะสัมภาษณ์ เพื่อไปหางานใหม่ที่ใช่กว่า ให้เงินเดือนและสวัสดิการดีกว่า ซึ่งมีอยู่ในท้องตลาดมากทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น่าสังเกตว่า เหตุผลของการเกิด Candidate Ghosting ยังคล้ายกับการเกิด <strong>The Great Resignation</strong> หรือการลาออกครั้งใหญ่ ที่เป็นปรากฏการณ์ไปทั่วสหรัฐอเมริกาตลอด 2 ปีที่ผ่านมาด้วย หากมีตัวเลือกเป็นงานที่ทำให้ชีวิตมีความสมดุลลงตัว มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แล้วทำไมถึงจะยังต้องเลือกงานที่ทำอยู่ในกรอบปฏิบัติเดิม ๆ ด้วยล่ะ</span></p>
<h2>3 เหตุผลที่บ่งชี้ว่า ผู้รับจ้างก็ทำ Ghosting ใส่ผู้สมัครงานได้นะ!</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Candidate Ghosting ไม่เพียงเกิดขึ้นเฉพาะเวลาผู้สมัครงานหนีหายเท่านั้น แต่ฝั่งของบริษัท ที่เปิดรับสมัครงานเองก็สามารถทำ Ghosting หลอกให้คนสมัครงานดีใจเก้อ ก็พบเจอได้บ่อยเหมือนกัน หรือที่เรียกว่า <strong>Employer Ghosting</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากผลสำรวจเดียวกันของ Indeed.com ยังพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม 77% บอกว่า พวกเขามีประสบการณ์โดนบริษัทที่สัมภาษณ์งานด้วยเพิกเฉยเหมือนกัน ด้วยการไม่แจ้งอัพเดตความคืบหน้าใด ๆ เลยว่า สรุปแล้วจะได้นัดสัมภาษณ์หรือไม่ หรือสัมภาษณ์ไปแล้ว ได้ผลออกมาเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเหตุผลที่เกิด Employer Ghosting มี 3 ประการหลัก ๆ ดังต่อไปนี้</span></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">1.บริษัทไม่ได้ตามหาคนในตำแหน่งนั้นแล้ว</strong></b><span style="font-weight: 400;"> อาจเพราะได้คนทำงานที่ต้องการแล้ว แต่บริษัทกลับไม่ได้แจ้งพนักงานที่ไม่ผ่านการสัมภาษณ์</span></p>
<p><b></b><strong class="yellow-highlighter"><b>2.เงินเดือนที่ผู้สมัครเรียก สูงเกินกว่างบที่จ่ายได้</b> </strong><span style="font-weight: 400;">การบอกอัตราเงินเดือนที่ต้องการใน</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/7-seconds-resume/"><span style="font-weight: 400;">เรซูเม่สมัครงาน</span></a><span style="font-weight: 400;">จะช่วยให้คัดเลือกผู้สมัครได้ง่ายขึ้น เพราะบริษัทจะสามารถตัดตัวเลือกของคนที่เกินงบประมาณออกไปได้ทันที ต่อให้แคนดิเดตคนนั้น อาจมีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการก็ตาม</span></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">3.เอเจนซี่จัดหาคน ไม่รู้แผนการจ้างหาคนของแต่ละบริษัท</strong></b><span style="font-weight: 400;"> กรณีนี้อาจเกิดขึ้นได้กับคนทำงาน </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruitmentagency/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Recruitment Agency</span></a><span style="font-weight: 400;"> และมีหน้าที่ต้องหาคนมาทำงานให้บริษัทที่เป็นลูกค้าด้วย ปัญหาอยู่ที่การสื่อสารของบริษัทมาถึงเอเจนซี่อาจมีความไม่ชัดเจนพอ ทำให้พนักงานจัดหางานไม่ได้รับฟีดแบ็คว่า บริษัทยังต้องการคนอยู่หรือไม่ หรือความต้องการเปลี่ยนไปไหม ส่งผลให้ผู้สมัครโดนปล่อยเกาะไปโดยปริยาย</span></p>
<h2>แก้ปัญหา Ghosting อย่างไร ถึงจะถูกใจทุกฝ่าย</h2>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">1.สื่อสาร สื่อสาร และสื่อสารให้เยอะ ๆ </strong></b><span style="font-weight: 400;">ถ้าอยากเห็นความสัมพันธ์ออกมาดี เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องสื่อสารกัน พูดคุยกัน ระหว่างคู่รักให้เยอะๆ ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้าง ก็เช่นกัน หากสื่อสารตรง ๆ กระจ่างชัดตั้งแต่ต้น จะช่วยให้กระบวนการต่าง ๆ เดินหน้าไปได้ง่าย</span></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">2.ยิ่งโปร่งใส ยิ่งได้ใจคน</strong> </b><span style="font-weight: 400;">การมองหางานย่อมมาพร้อมความเครียด ผู้สมัครงานล้วนต้องการความโปร่งใสจากผู้รับสมัครงาน ว่าแม้จะไม่ต้องจ้างจริงก็ได้ แต่ขออย่าหายไปแล้วปล่อยให้รอคำตอบแบบลม ๆ แล้ง ๆ ก็พอว่า เมื่อไหร่ถึงจะได้งานนี้ ซึ่งสอดคล้องกับข้อข้างต้น จำเป็นต้องสื่อสารให้ชัดเจนว่า กระบวนการจะต้องเป็นไปอย่างไร มีการสัมภาษณ์งานกี่รอบ จะติดต่อกลับด้วยวิธีการใด ภายในวันไหน และขั้นตอนหลังจากนั้นจะต้องเตรียมตัวอย่างไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความโปร่งใสจะช่วยสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร เป็นมืออาชีพ และถึงแม้จะไม่ได้งานในวันนี้ แต่อย่างน้อยหากมีตำแหน่งว่าง ก็อาจมีคนอยากกลับมาร่วมงานกันอีกในอนาคต</span></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">3.ตอบปฏิเสธไปตรง ๆ ย่อมดีกว่าหายไป</strong></b><span style="font-weight: 400;"> ในฐานะผู้จ้างงาน การบอกผู้สมัครไปว่าเขาไม่ได้งาน แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ น่าเชื่อถือมากกว่าการเงียบหายไปเฉย ๆ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม ก็ควรจะแจ้งให้ได้รับรู้ เพื่อที่ผู้สมัครเองก็จะได้สบายใจ และไม่เสียเวลาพัฒนาปรับปรุงตัวเองเพื่อไปสมัครที่ใหม่ และหากเทผู้สมัครบ่อย ๆ ในเวลาไม่นานก็อาจจะได้เห็นคนตั้งกระทู้แฉถึงความไม่เป็นมืออาชีพของบริษัท ซึ่งอาจทำให้สูญเสียความน่าเชื่อถือ จนสุดท้ายจะไม่มีใครอยากร่วมงานด้วยอีกเลยในอนาคต</span></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">4.ปรับปรุงนโยบายบริษัท</strong></b><span style="font-weight: 400;"> ดังที่กล่าวไว้ว่า Candidate Ghosting เกิดขึ้นเพราะผู้สมัครงานตระหนักแล้วว่า ในโลกที่มีตำแหน่ง หน้าที่การงานที่ให้อิสระเสรีที่เหมาะสมกับกาารทำงานของเราเองมากมาย ทำไมถึงต้องเลือกสมัครงาน หรือทำงานที่ต้องการแบบเดิมอยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้ แต่ละบริษัทควรกลับมาย้อนดูว่า </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/what-is-organizational-culture-210604/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">นโยบายขององค์กร</span></a><span style="font-weight: 400;">เอื้อให้พนักงานทั้งคนเก่าและใหม่ต้องอยู่ในกรอบ ระเบียบเก่าแก่คร่ำครึ ไม่เป็นไปตามความเปลี่ยนแปลงของโลกหรือไม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากพบว่ายังเป็นเช่นนั้น ก็ยากที่จะดึงดูดให้คนเก่งมีความสามารถเข้ามาร่วมงานด้วย หรือต่อให้ดึงดูดเข้ามาได้ ไม่ช้าไม่นานก็อาจสูญเสียไปให้บริษัทที่มีพร้อมตอบสนองความต้องการของพนักงานได้มากกว่า</span></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter"><strong>Candidate Ghosting</strong> </strong>เป็นปัญหาที่กวนใจทุกคนที่กำลังมองหางาน เพราะไม่มีใครอยากโดนเทโดยใช่เหตุ เนื่องจากทั้งคนหางานและคนจ้างงานย่อมอยากได้ตัวเลือกที่ดีที่สุดกันทั้งนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่หากเป็นไปได้ ถ้าตัวบริษัทและผู้สมัครงานสามารถชี้แจง พูดคุยให้เข้าใจชัดเจนกันได้ตั้งแต่ต้นว่า จะขอไม่ไปสัมภาษณ์งานตามที่นัดกันไว้ ย่อมเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายที่สุด และไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์กับการรอคอย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ อย่างน้อยก็ไม่ได้เป็นการปิดตายประตูที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะได้</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/crm-candidate-relationship-management-210702/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ร่วมงานกันในอนาคต</span></a><span style="font-weight: 400;">ด้วย เพราะใครจะไปรู้ สักวันหนึ่งเส้นทางการทำงานอาจมาบรรจบกันอีกก็เป็นได้นะ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14950 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/fbfd8f9e680332111ada7ec987540694.jpg" alt="fbfd8f9e680332111ada7ec987540694" width="1600" height="500" title="CANDIDATE GHOSTING ทำอย่างไรเมื่อผู้สมัครไม่ยอมมาสัมภาษณ์งานตามนัด 566"></a></p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sources:</b></p>
<ul>
<li><a href="https://bit.ly/3DChCfy" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3DChCfy</span></a></li>
<li><a href="https://bit.ly/3DDX7PD" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3DDX7PD</span></a></li>
<li><a href="https://bit.ly/2FtOclO" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/2FtOclO</span></a></li>
<li><a href="https://bit.ly/3gIf8mK" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3gIf8mK</span></a></li>
<li><a href="https://bit.ly/3FkVasp" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3FkVasp</span></a></li>
<li><a href="https://bit.ly/3NexdoO" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3NexdoO</span></a></li>
<li><a href="https://bit.ly/3sAcuCg" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3sAcuCg</span></a></li>
<li><a href="https://cnb.cx/3sAcxOs" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://cnb.cx/3sAcxOs</span></a></li>
<li><a href="https://bbc.in/3Tz1OzD" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bbc.in/3Tz1OzD</span></a></li>
<li><a href="https://bit.ly/3zjeX7M" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3zjeX7M</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Background Checks เช็คประวัติพนักงานอย่างไรไม่ให้พลาด !</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/220828-background-checks/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Aug 2022 05:47:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Background Checks]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/220828-background-checks/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Background Checks คือการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด ครอบคลุมทั้งด้านข้อมูลส่วนตัว, ประวัติอาชญากรรม, ภาวะทางการเงิน, การศึกษา ตลอดจนบริบทอื่น ๆ ที่ส่งผลกับตำแหน่งที่สมัครเข้ามา แต่ไม่ว่า Background Checks จะสำคัญแค่ไหน องค์กรต้องทำให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายเท่านั้น ไม่สามารถตรวจสอบจนละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้สมัครเด็ดขาด  Background Checks เป็นเรื่องละเอียดอ่อน องค์กรต้องปฏิบัติกับผู้สมัครทุกรายอย่างเท่าเทียม ไม่ตรวจสอบแบบเลือกเป็นบางคนอย่างไร้ระบบ เพราะจะทำให้องค์กรไม่น่าเชื่อถือ ทั้งนี้หากได้ผลลัพธ์ในแง่ลบ HR ควรเปิดโอกาสให้พนักงานชี้แจงก่อนตัดสินใจปฏิเสธ Background Checks ช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กได้มาก เพราะจะลดโอกาสการเซ็นสัญญาที่ผิดพลาด (Bad Hiring) ซึ่งจะทำให้งบประมาณที่เดิมก็มีจำกัดอยู่แล้วสูญเปล่า Background Checks มีวิธีและเคล็ดลับใหม่ ๆ เกิดขึ้นเสมอ สอดคล้องไปกับความต้องการของตลาดแรงงาน HR จึงต้องหมั่นหาความรู้ ไม่ให้ถูกบริษัทคู่แข่งแซงหน้าจนไม่สามารถคว้าผู้สมัครที่ต้องการได้ การรับสมัครพนักงานแต่ละครั้ง นอกเหนือจากการตรวจเช็คว่าข้อมูลที่ปรากฏในตอนสัมภาษณ์เป็นเรื่องจริงไหมตามกระบวนการ Reference Checks แล้ว สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปก็คือ Background Checks เพื่อดูว่าผู้สมัครดังกล่าวมีประวัติอาชญากรรม หรือปัญหาใด ๆ ติดตัวมาหรือไม่ เพราะแม้พนักงานจะมีฝีมือดีแค่ไหน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Background Checks คือการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด ครอบคลุมทั้งด้านข้อมูลส่วนตัว, ประวัติอาชญากรรม, ภาวะทางการเงิน, การศึกษา ตลอดจนบริบทอื่น ๆ ที่ส่งผลกับตำแหน่งที่สมัครเข้ามา</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">แต่ไม่ว่า Background Checks จะสำคัญแค่ไหน องค์กรต้องทำให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายเท่านั้น ไม่สามารถตรวจสอบจนละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้สมัครเด็ดขาด </span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Background Checks เป็นเรื่องละเอียดอ่อน องค์กรต้องปฏิบัติกับผู้สมัครทุกรายอย่างเท่าเทียม ไม่ตรวจสอบแบบเลือกเป็นบางคนอย่างไร้ระบบ เพราะจะทำให้องค์กรไม่น่าเชื่อถือ ทั้งนี้หากได้ผลลัพธ์ในแง่ลบ HR ควรเปิดโอกาสให้พนักงานชี้แจงก่อนตัดสินใจปฏิเสธ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Background Checks ช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กได้มาก เพราะจะลดโอกาสการเซ็นสัญญาที่ผิดพลาด (Bad Hiring) ซึ่งจะทำให้งบประมาณที่เดิมก็มีจำกัดอยู่แล้วสูญเปล่า</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Background Checks มีวิธีและเคล็ดลับใหม่ ๆ เกิดขึ้นเสมอ สอดคล้องไปกับความต้องการของตลาดแรงงาน HR จึงต้องหมั่นหาความรู้ ไม่ให้ถูกบริษัทคู่แข่งแซงหน้าจนไม่สามารถคว้าผู้สมัครที่ต้องการได้</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12094 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/08/shutterstock_445172830-6-scaled.jpg" alt="Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน" width="600" height="370" title="Background Checks เช็คประวัติพนักงานอย่างไรไม่ให้พลาด ! 575"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การรับสมัครพนักงานแต่ละครั้ง นอกเหนือจากการตรวจเช็คว่าข้อมูลที่ปรากฏในตอนสัมภาษณ์เป็นเรื่องจริงไหมตามกระบวนการ Reference Checks แล้ว สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปก็คือ Background Checks เพื่อดูว่าผู้สมัครดังกล่าวมีประวัติอาชญากรรม หรือปัญหาใด ๆ ติดตัวมาหรือไม่ เพราะแม้พนักงานจะมีฝีมือดีแค่ไหน แต่หากมีแง่มุมที่อาจทำให้องค์กรเสื่อมเสียชื่อเสียง ก็คงดีกว่าหากองค์กรจะหันไปเลือกคนที่มีประวัติขาวสะอาด ไม่ต้องมานั่งกังวลในประเด็นที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเช็คประวัติ Background Checks ที่ดีมีขั้นตอนอย่างไร และสามารถช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้มากแค่ไหน หาคำตอบได้ที่นี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>Background Check การเช็คประวัติสำคัญอย่างไร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เราขออธิบายให้เห็นภาพจากกรณีที่เกิดขึ้นกับ </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220819-disneyland/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Disneyland</span></a><span style="font-weight: 400;"> สวนสนุกชื่อดังระดับโลกซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นในการรับพนักงาน แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น โดย</span><a href="https://www.latimes.com/business/story/2022-06-29/joey-ryan-wrestler-accused-of-sexual-harassment-disneyland?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">เหตุการณ์</span></a><span style="font-weight: 400;">เกิดในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2022 เมื่อดิสนีย์รับอดีตนักมวยปล้ำท่านหนึ่งที่มีคดีล่วงละเมิดทางเพศเข้ามาทำงาน ซึ่งเมื่อข่าวหลุดออกไป ทางดิสนีย์ก็ไล่พนักงานคนดังกล่าวออกทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และให้เหตุผลว่า</span><b>ดิสนีย์แลนด์ทำ Background Checks แล้วจริง ๆ แต่เป็นการทำโดยตรวจสอบจากชื่อจริงเท่านั้น ไม่ใช้ชื่อในวงการ (Ring Name)</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้หลุดรอดจากสายตาของ HR Recruiter ไปได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเราจะเห็นว่า Background Checks มีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้ เพราะการเปลี่ยนพนักงานแต่ละครั้งมีต้นทุนสูงถึงกว่า 200% การให้ความรู้ในเรื่องนี้กับ HR จึงเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้การสรรหาบุคลากรมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 424px;">
<tbody>
<tr style="height: 424px;">
<td style="width: 100%; height: 424px;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/reference-checks-210625/"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7797 size-thumbnail aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/Reference-Checks-HR-NOTE-1.jpg" alt="Reference Checks HR NOTE " width="600" height="370" title="Background Checks เช็คประวัติพนักงานอย่างไรไม่ให้พลาด ! 576"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/reference-checks-210625/">Reference Checks แบบมืออาชีพ พร้อม 17 ตัวอย่างคำถามที่นำไปใช้ได้จริง</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่าวได้ว่าการเช็คประวัติ Background Checks คือเทรนด์เก่าที่ถูกนำมาเล่าใหม่ให้เข้มข้นมากขึ้นโดยเฉพาะในโลกหลังโควิด-19 ที่การเปลี่ยนงานเกิดขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ รวมถึงมนุษย์เองก็มีความเป็นปัจจักบุคคล (Individualism) มากกว่าที่เคย การรู้ว่าเบื้องหลังของผู้สมัครมีประเด็นอะไรที่ควรเฝ้าระวัง โดยไม่ก้าวล่วงความเป็นส่วนตัวจึงเป็นดั่งการเตรียมตัวรับมือเบื้องต้น เพื่อให้องค์กรสามารถก้าวเดินต่อไปหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น โดยเราสามารถอธิบายความสำคัญของการเช็คประวัติได้ดังนี้</span></p>
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">1. เหตุผลด้านความปลอดภัย :</strong></strong> ในอดีตคุณอาจคิดว่าการทำ Background Checks มีไว้สำหรับบางตำแหน่งเท่านั้น เช่นตำแหน่งที่ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินอย่างพนักงานบัญชี หรือตำแหน่งสูง ๆ อย่างผู้บริหารที่มีผลกับส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรโดยตรง แต่จริง ๆ เราสามารถทำการเช็คประวัติพนักงานได้ทุกตำแหน่ง เพราะเป้าหมายสูงสุดของการสรรหาบุคลากรคือการแน่ใจว่าพนักงานดังกล่าวไม่ใช่พนักงานที่ไร้ประสิทธิภาพ (Bad Hires)</p>
<p>และการรู้ข้อมูลเบื้องต้นของพนักงาน นอกจากจะช่วยเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังทำให้เราเข้าใจว่าพนักงานเติบโตมาจากบริบททางสังคมแบบใดซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ HR วางแผนการจัดอบรมและตั้งความหวังตามความเป็นจริงมากขึ้น ทั้งนี้องค์กรก็ต้องรู้จักวางแผนและตรวจสอบตามความเหมาะสม ไม่ทำให้พนักงานรู้สึกถูกคุมคามหรือละเมิดเรื่อง <a href="https://th.hrnote.asia/tips/pdpa-and-hr-210608/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">PDPA</a> จนก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา</p>
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">2. เหตุผลด้านการรักษาชื่อเสียงขององค์กร :</strong></strong> เป็นเรื่องธรรมดาที่พอพนักงานคนใดทำผิดร้ายแรงและสังคมจะต่อว่าย้อนกลับมาถึงองค์กรที่สังกัด ซึ่งหากเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นบริษัทก็จะเสียชื่อเสียงโดยแทบไม่มีโอกาสได้แก้ตัว การทำ Background Checks จะทำให้ HR เห็นว่าพนักงานดังกล่าวมีพฤติกรรมอย่างไรและอยู่ในรูปรอยที่องค์กรสามารถรับได้หรือไม่ รวมถึงมีข้อมูลส่วนใดที่ขัดแย้งกับตอนสัมภาษณ์งานหรือไม่</p>
<p>ทั้งนี้เราต้องพิจารณาจากความเป็นจริงว่าแม้มนุษย์ทุกคนจะปรับตัวได้ แต่สุดท้ายความผิดพลาดก็สามารถเกิดขึ้นได้อยู่ดี ซึ่งพอถึงจุดนั้นสิ่งที่สำคัญกว่าก็คือทัศนคติว่าแต่ละคนมองปัญหาแบบเดียวกันในแง่มุมใด หากมององค์กรเป็นที่ตั้ง การรับมือก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่หากพนักงานทำทุกอย่างโดยเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง สุดท้ายผู้ที่เสียประโยชน์ก็อาจเป็นองค์กรเพียงอย่างเดียว ความเสียหายตรงนี้จะทำให้ผลประกอบการแย่ลงและต้องใช้เวลาพักใหญ่ ๆ กว่าจะกลับมาสู่สภาวะปกติอีกครั้ง</p>
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">3. เหตุผลด้านการเก็บข้อมูล (<a href="https://th.hrnote.asia/tips/9-benefits-hr-big-data/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Big Data</a>) :</strong></strong> ปัจจุบันหลาย ๆ องค์กรมีแนวคิดว่าพนักงานในแบบเดียวกัน จะมีข้อมูลบางส่วนที่ตรงกัน ดังนั้นการทำ Background Checks จะช่วยให้เรามีข้อมูลมากพอมาเปรียบเทียบกับพนักงานในอดีตที่เคยลาออกหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ขณะเดียวกันก็ได้ข้อมูลในแง่บวกว่าผู้สมัครคนไหนบ้างที่มาจากบริบทใกล้เคียงกับพนักงานที่ประสบความสำเร็จในองค์กร ข้อมูลเหล่านี้จะใช้ประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อองค์กรให้เวลากับมันอย่างจริงจัง ดังนั้นหากองค์กรใดยังไม่เคยทำ Background Checks คุณสามารถเริ่มได้เลยหลังอ่านบทความนี้จบ !</p>
<h2>Background Check การเช็คประวัติมีวิธีการอย่างไร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-10746 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/shutterstock_2077578058-1.jpg" alt="ptt digital hr tech for hybrid for hybrid workplace" width="500" height="299" title="Background Checks เช็คประวัติพนักงานอย่างไรไม่ให้พลาด ! 577"></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>Background Checks</strong> มีรูปแบบที่หลากหลายขึ้นอยู่กับว่าเราจะเน้นเก็บข้อมูลในเรื่องใด ทั้งนี้หากคุณเป็นมือใหม่ ทาง </span><a href="https://www.businessnewsdaily.com/hr/background-check-types" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Business News Daily</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้แนะนำให้เริ่มต้นจาก 5 หัวข้อหลัก ดังนี้</span></p>
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">1. การยืนยันตัวตน (Identity Verification) :</strong></strong> ขั้นตอนเริ่มต้นของการทำ Background Checks ทุกประเภทคือการยืนยันว่าบุคคลที่มาสัมภาณ์นั้นมีสิทธิ์ทำงานตรงนี้จริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัญชาติ, ใบอนุญาตทำงาน, บัตรประชาชน เป็นต้น เพราะการว่าจ้างพนักงานที่ไม่ผ่านเกณฑ์ทางกฎหมาย แม้จะเกิดจากการปิดบังข้อมูลของผู้สมัคร แต่ก็ทำให้องค์กรเจอปัญหาได้เช่นกัน ดังนั้น HR ต้องใส่ใจข้อมูลทุกอย่างโดยละเอียด ไม่มองข้ามเพียงเพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะเคยมีกรณีที่พนักงานเอาข้อมูลของฝาแฝดมาสมัคร หรือออกเอกสารส่วนบุคคลปลอม ๆ มาอ้างอิง ซึ่งหากไม่นำไปเข้ากระบวนการ <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/reference-checks-210625/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Reference Checks</a> ก็อาจถูกหลอกได้อย่างง่ายดาย</p>
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">2. การเช็คประวัติอาชญากรรม (Criminal Check) :</strong></strong> หน้าที่ตรงส่วนนี้ต้องทำร่วมกับฝ่ายกฎหมาย และต้องทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่แอบสืบข้อมูลโดยละเมิดสิทธิมนุษยชนแม้พนักงานดังกล่าวจะมีแนวโน้มของการก่ออาชญากรรมเมื่อในอดีตก็ตาม อนึ่งต้องเข้าใจก่อนว่าแม้พนักงานบางท่านจะเคยมีประวัติอาชญากรรม แต่หากมีข้อมูลเสริมว่าได้รับโทษ หรือมีผลงานอื่น ๆ ในด้านบวกมาเสริม</p>
<p>ฝ่าย HR มีสิทธิ์ให้โอกาสทำงานได้ตามความเหมาะสม แต่อย่างไรก็เสียก็ต้องคำนึงถึงบริบทในภาพรวมขององค์กรด้วยว่าสามารถทำได้หรือไม่ เช่นหากเป็นงานที่ต้องพบปะกับลูกค้าต่างเพศ ก็ควรหลีกเลี่ยงพนักงานที่มีประวัติล่วงละเมิดเอาไว้ก่อน ซึ่ง HR Recruiter สามารถพิจารณาแยกเป็นกรณีได้เลย</p>
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">3. การตรวจสอบประวัติทางการเงิน (Credit Check) :</strong></strong> ปกติแล้วการตรวจเช็คประวัติทางการเงินหรือภาระ<a href="https://th.hrnote.asia/tips/financial-problem-matter-220816/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">หนี้สิน</a>เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อคนที่อยู่ในตำแหน่งเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายภายในองค์กร ทั้งนี้หากพนักงานมีประวัติด้านการเงินไม่ดี องค์กรก็ต้องเปิดโอกาสให้พนักงานอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม ก่อนที่จะตัดสินใจเชิญพนักงานออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้เรื่องเกี่ยวกับการเงินเป็นเรื่องละเอียดอ่อน องค์กรต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎหมายอย่างเคร่งครัด</p>
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">4. การตรวจสอบประวัติด้านการศึกษา (Educational Check) :</strong></strong> ข้อมูลส่วนนี้เป็นข้อมูลที่สำคัญไม่ต่างกับข้อมูลด้านการยืนยันตัวตน โดยเฉพาะในสายงานที่มีวุฒิการศึกษากำหนดไว้อย่างจริงจัง ซึ่ง HR ต้องยืนยันให้ได้ว่าข้อมูลที่ระบุเอาไว้ในใบสมัครเป็นข้อมูลจริง และนอกเหนือจากใบจบการศึกษาแล้ว ยังควรเช็คด้วยว่าผู้สมัครมีประวัติอื่น ๆ เช่นการทุจริตสอบหรือไม่ ข้อมูลนี้จะสะท้อนถึงทัศนคติในการทำงานโดยตรง</p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/digital-footprint-210630/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=PIC"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-7873 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/2c63f3d122a952cd6c7c9008ad307212.jpg" alt="Digital Footprint คือ" width="600" height="370" title="Background Checks เช็คประวัติพนักงานอย่างไรไม่ให้พลาด ! 578"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/digital-footprint-210630/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Digital Footprint คืออะไร? ทำไม HR ใช้คัดเลือกพนักงานได้</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">5. การตรวจสอบการใช้สื่อโซเชียล (Social Network Check) :</strong> </b><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่มนุษย์ใช้เวลาส่วนใหญ่บนโลกออนไลน์แบบนี้ สิ่งที่เหลืออยู่แน่ ๆ ก็คือประวัติการใช้โซเชียลหรือเรียกเป็นภาษาทางการว่า </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/digital-footprint-210630/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Digital Footprint</span></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งถือเป็นข้อมูลดิบที่ลบไปจากโลกออนไลน์ได้ยาก และสามารถสะท้อนถึงตัวตนของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี จุดที่ต้องโฟกัสของเรื่องนี้ก็คือปัจจุบันโลกโซเชียลมีแพลตฟอร์มมากมาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และการใช้ชีวิตมนุษย์ในแต่ละแพลตฟอร์มล้วนแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นในแพลตฟอร์มที่ไม่ต้องเปิดเผยตัวตนซึ่งอาจทำให้คนกล้าแสดงความเห็นมากกว่า หรือแพลตฟอร์มที่จำกัดตัวอักษรอย่างทวิตเตอร์ที่อาจทำให้คนใช้คำพูดที่ลงรายละเอียดน้อยกว่าปกติ เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นการเข้าใจพนักงานจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ HR นำข้อมูลจากทุกแพลตฟอร์มมารวมและวิเคราะห์ออกมาเท่านั้น ทั้งนี้ก่อนที่จะตัดสินพนักงานคนใดก็ตาม ให้คิดว่ามนุษย์ทุกคนมีหลายด้านเสมอ พฤติกรรมใดที่อาจไม่ถูกใจเรา แต่ไม่ได้ผิดครรลองของสังคม ไม่ถือเป็นสิ่งที่ต้องถูกต่อว่า HR ต้องรู้จักแยกแยะและให้ความเป็นธรรมกับการทำ Background Checks เสมอ</span></p>
<h3>ข้อผิดพลาดที่ควรระวังในการเช็คประวัติ Background Checks</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกของการสรรหาพนักงานจริง ๆ มีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงมากมาย นั่นแปลว่าเราอาจไม่ได้มีเวลาพิจารณาข้อมูลของผู้สมัครแต่ละคนซ้ำหลาย ๆ รอบ ดังนั้นการแน่ใจว่า Background Check ของเราไม่ผิดพลาดจึงเป็นสิ่งที่ HR ต้องทำให้ได้เสมอ โดยเราสรุปตัวอย่างของข้อผิดพลาดและวิธีแก้ไขเบื้องต้นมาให้ ดังนี้</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/tips/pdpa-and-hr-210608/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=PIC"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-7650 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/PDPA-HR.jpg" alt="PDPA HR" width="600" height="370" title="Background Checks เช็คประวัติพนักงานอย่างไรไม่ให้พลาด ! 579"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/tips/pdpa-and-hr-210608/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">PDPA คือสิ่งที่ HR ต้องรู้ วิธีการรับมือ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">1. องค์กรเลือกปฏิบัติและตรวจประวัติไม่ครบทุกคน :</strong></strong> นี่คือปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นมากที่สุดและทำให้ผู้สมัครมองเห็นความไม่เป็นธรรม ลดทอนความน่าเชื่อถือขององค์กรอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ไม่สำคัญเลยว่า HR จะมีเหตุผลที่สวยหรูขนาดไหน เพราะการเลือกปฏิบัติจะทำให้คำตัดสินดูไม่เป็นกลางในทุกกรณี</p>
<p><strong>วิธีแก้ไข :</strong> ส่วนใหญ่แล้วสาเหตุที่ทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติก็คือองค์กรต้องการประหยัดเวลาและเลือกตรวจสอบเฉพาะผู้สมัครที่ต้องการคัดเลือกในขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น ดังนั้นวิธีแก้ที่ควรทำก็คือให้ HR คุยกับทีมและหาคำตอบให้ได้ว่าข้อมูลด้านใดที่จำเป็นต้องการทำงานในตำแหน่งนั้น ๆ มากที่สุด และโฟกัสแค่การทำ Background Checks เรื่องนั้นก่อนมาลงรายละเอียดในอนาคต วิธีนี้จะประหยัดเวลาและทำให้องค์กรสามารถตรวจสอบประวัติของผู้สมัครทุกคนอย่างเท่าเทียม</p>
<hr />
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">2. องค์กรไม่เปิดโอกาสให้พนักงานได้ชี้แจง :</strong></strong> บางองค์กรนั้น เมื่อได้ข้อมูลดิบมาแล้ว ก็จะพิจารณาอ้างอิงจากสิ่งที่ได้โดยไม่ตั้งคำถามซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินที่ผิดพลาด ไม่เป็นธรรม ซึ่งท้ายสุดแล้วอาจทำให้ชื่อเสียงขององค์กรตกต่ำและสูญเสียพนักงานที่มีฝีมือไปโดยไม่รู้ตัว</p>
<p><strong>วิธีแก้ไข :</strong> ทุกการกระทำของมนุษย์มีเหตุผลเสมอ และการทำ Background Checks ก็เช่นกัน ดังนั้นแทนที่เราจะมองข้อมูลที่ได้มาเป็นถูก &#8211; ผิด หรือ ขาว &#8211; ดำ สิ่งที่ HR ควรทำคือเปิดโอกาสให้พนักงานได้ชี้แจงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และหากจริง จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร ซึ่งถ้าตอบได้ด้วยเหตุผลที่ฟังขึ้น ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายหากองค์กรจะตัดสินใจรับเข้าทำงาน</p>
<hr />
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">3. เมื่อองค์กรสืบข้อมูลจนล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัว :</strong></strong> นอกเหนือจากการปฏิบัติตามกฎหมาย, กฎ PDPA แล้ว สิ่งที่ HR ต้องคำนึงเป็นพิเศษก็คือจริยธรรมของอาชีพ ห้ามปฏิบัติกับผู้สมัครหรือพนักงานจนเหมือนตั้งธงตั้งแต่ต้นว่าพวกเขาเป็นคนร้ายเสมอ บางองค์กรจึงตัดสินใจสืบข้อมูลจนเสียมารยาทเพียงเพราะหวังจะช่วยคัดกรองพนักงานให้องค์กรได้ประโยชน์สูงสุด นี่คือพฤติกรรมในด้านลบที่ทุกองค์กรควรหลีกเลี่ยงทันที</p>
<p><strong>วิธีแก้ไข :</strong> หลักการเบื้องต้นคือ HR ต้องหาความรู้เรื่องกฎหมายแรงงานให้มากขึ้น ต้องเข้าใจว่าพื้นที่แต่ละแห่งมีข้อกำหนดแตกต่างกัน ดังนั้นหากไม่แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ถูกต้องหรือไม่ ให้ปรึกษากับฝ่ายกฎหมายขององค์กรก่อนลงมือทุกครั้ง ทั้งนี้ HR สามารถถามผู้สมัครโดยตรงเช่นกันหากมองว่า Background Checks ที่กำลังทำอยู่สุ่มเสี่ยงต่อความไม่สบายใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์</p>
<h2>Background Checks การเช็คประวัติช่วยธุรกิจเล็ก ๆ หรือ SMEs ได้อย่างไร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-7798 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/Reference-Checks-HR-NOTE-2.jpg" alt="Reference Checks HR NOTE" width="558" height="372" title="Background Checks เช็คประวัติพนักงานอย่างไรไม่ให้พลาด ! 580"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกหลังโควิด-19 ที่มนุษย์อยู่กับบ้านและมีเวลาคิดมากกว่าที่เคย หลายคนเริ่มหันมาประกอบธุรกิจส่วนตัว </span><b><i>บ้างก็สำเร็จ บ้างก็ผิดพลาด</i></b><span style="font-weight: 400;"> แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือธุรกิจขนาดเล็กเติบโตมากขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าการทำ Background Checks นี่แหละที่ถือเป็นเคล็ดลับความสำเร็จของบริษัทที่เพิ่งตั้งใหม่ อธิบายเพิ่มเติมได้ดังนี้ </span></p>
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">1. Background Checks ช่วยปรับมุมมองให้ธุรกิจพร้อมเติบโตมากขึ้น :</strong></strong> การตรวจประวัติเป็นวิธีที่องค์กรใหญ่ ๆ ทำเป็นปกติ ดังนั้นหากคุณเป็นบริษัทขนาดเล็กที่มีเป้าหมายใหญ่โต การนำแนวคิดของคนที่ประสบความสำเร็จมาปรับใช้ก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะเมื่อถึงเวลาที่จำเป็นเราก็จะมีความรู้และพร้อมปรับตัวมากกว่าบริษัทอื่ นๆ ที่เพิ่งหันมาให้ความสำคัญแค่ตอนถึงคราวต้องทำเท่านั้น</p>
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">2. Background Checks ช่วยประหยัดเวลา :</strong></strong> บริษัทขนาดเล็กแปลว่ามีพนักงานจำกัด การใช้พนักงานส่วนหนึ่งไปดูแลเรื่องการสรรหาบุคลากรโดยตรงจึงส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นหากเราทำการคัดกรองประวัติของผู้สมัครตั้งแต่ต้น แล้วค่อยเลือกสัมภาษณ์แค่คนที่มั่นใจเท่านั้น บริษัทก็จะสามารถนำบุคลากรที่มีไปคิดค้นงานหรือพัฒนาในด้านที่จำเป็นมากกว่า</p>
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">3. Background Check ช่วยดึงดูดนักลงทุน :</strong></strong> ปกติแล้วสิ่งที่บริษัทเล็ก ๆ ต้องการก็คือผู้ร่วมลงทุน ซึ่งเหตุผลในการลงทุนนั้นนอกเหนือจากโอกาสในการสร้างเม็ดเงินแล้ว วิธีรักษาและสร้างโอกาสในอนาคตก็ถือเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะคงไม่มีประโยชน์อะไรหากเงินลงทุนที่ให้มาไม่ได้ถูกบริหารจัดการโดยบุคลากรที่มีความพร้อมมากพอ ซึ่ง Background Checks ถือเป็นกลไกของมืออาชีพ และทำให้ผู้ลงทุนมั่นใจได้ว่าองค์กรนี้มีพนักงานที่ผ่านการคัดกรองมาแล้วจริง ๆ</p>
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">4. Background Checks ช่วยปกป้องความลับขององค์กร :</strong></strong> ปกติแล้วระบบป้องกันภัยของธุรกิจเล็ก ๆ จะไม่ได้สมบูรณ์แบบนักหากเทียบกับบริษัทใหญ่ ๆ และที่สำคัญความสำเร็จของธุรกิจแบบนี้ล้วนมาจากไอเดียที่หาไม่ได้ตามท้องตลาด นั่นหมายความว่าในเชิงกระบวนการแล้วถ้าข้อมูลของสินค้าหลุดออกไปสู่ภายนอก โอกาสที่ธุรกิจจะพังไม่เป็นท่าก็เป็นไปได้สูง ดังนั้น Background Checks คือวิธีเบื้องต้นที่ทำให้องค์กรเข้าใจว่ามีพนักงานคนใดที่มีประวัติอาชญากรรมหรือแนวโน้มที่จะนำข้อมูลไปเผยแพร่สู่ภายนอกหรือไม่ <span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ต้องทำโดย</span><b>ใช้พื้นฐานของความเป็นจริง ไม่ตรวจสอบโดยมีอคติเป็นที่ตั้งเด็ดขาด</b></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">5. Background Checks ช่วยให้ทีมแน่นแฟ้นขึ้น : </strong></b><span style="font-weight: 400;">ธุรกิจเล็ก ๆ มักเริ่มจากกลุ่มเพื่อน ดังนั้นในการขยายทีมแต่ละครั้งที่ต้องนำพนักงานจากภายนอกเข้ามาจึงไปสร้างความกังวลใจได้เสมอ โดยเฉพาะคำถามว่าพนักงานใหม่จะเข้ากับพนักงานเดิมได้อย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบในเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในด้านของทักษะเท่านั้นแต่ยังรวมถึงทัศนคติ, ความเข้าใจวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงบริบทอื่น ๆ หมายความว่าในขณะที่ทุกฝ่ายกำลังปรับตัวเข้าหากัน Background Checks จะเป็นข้อมูลสำคัญที่ยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีพิษมีภัย ทุกคนสามารถเชื่อใจได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นรากฐานที่จะทำให้ SMEs พัฒนา ต่อไปได้อย่างแข็งแรง</span></p>
<p><b>Background Checks</b><span style="font-weight: 400;"> อาจมีค่าใช้จ่ายมากเป็นพิเศษในบางครั้ง แต่รับประกันได้เลยว่ามันจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าแน่นอน</span></p>
<h2>Background Checks การเช็คประวัติช่วงหลังเกิดโควิด-19 เป็นอย่างไร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9118 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/02/99de39c965834a19cd3bbc917e8ec3bf.jpg" alt="การจัดการ (Management) คืออะไร?" width="500" height="207" title="Background Checks เช็คประวัติพนักงานอย่างไรไม่ให้พลาด ! 581"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เทรนด์หนึ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือ </span><b>‘การเซ็นสัญญาแบบฉับพลัน’</b><span style="font-weight: 400;"> (Instant Hiring) กล่าวง่าย ๆ คือผู้สมัครในปัจจุบันต้องการคำตอบเร็วขึ้น ขณะที่การแข่งขันในตลาดแรงงานก็สูงขึ้นตามไปเช่นกัน ดังนั้นหากเราให้เวลากับการทำ Background Checks มากเกินไป ก็มีโอกาสสูงที่ผู้สมัครจะไปเลือกองค์กรอื่นที่ให้คำตอบเร็วกว่าแม้จะมีชื่อเสียงสู้เราไม่ได้ก็ตาม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นแทนที่จะทำ Background Checks ในขั้นตอนแรกแบบที่เคยเป็น </span><b>ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ย้ายไปทำในช่วงทดลองงานแทน</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อลดความยุ่งยากในการสรรหา และทำให้ผู้สมัครมีประสบการณ์ (Hiring Experiences) ที่ดีกับองค์กร ได้เห็นความเป็นมืออาชีพของ HR Recruiter ทั้งนี้หากเป็นตำแหน่งที่มองข้าม Background Checks ไม่ได้จริง ๆ ก็ให้ตรวจสอบข้อมูลที่จำเป็นที่สุดก่อน แล้วค่อยมาลงรายละเอียดอื่น ๆ ขณะทดลองงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เคล็ดลับของการตรวจประวัติในช่วงหลังโควิด-19 จึงเป็นการ</span><b>เซ็นสัญญาให้เร็วที่สุด (Onboard Faster) </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อเพิ่มศ้กยภาพการแข่งขันในตลาดแรงงาน ภายใต้ความเป็นมืออาชีพอย่างที่สุดนั่นเอง</span></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><b>Background Checks</b><span style="font-weight: 400;"> คือแนวทางเบื้องต้นที่ทุกองค์กรต้องทำเพื่อลดโอกาสในการเซ็นสัญญากับผู้สมัครที่ไม่เหมาะสม (Bad Hiring) ซึ่งจะทำให้บริษัทสูญเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ โดยเฉพาะในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการเงินและในธุรกิจเล็ก ๆ แบบ SMEs ที่มีงบประมาณจำกัด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณอยากเริ่มทำ <a href="https://expth.hrnote.asia/categories/2?filter%5Bcategory_id%5D=48&amp;utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA">Background Checks</a> แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร หรือกลัวว่าจะมีส่วนที่ขัดแย้งกับข้อกฎหมาย เราแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์โดยตรง หรือหันไปใช้บริการ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/2?filter%5Bcategory_id%5D=48&amp;utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><span style="font-weight: 400;">HREX.asia</span></a><span style="font-weight: 400;"> แพลตฟอร์มแรกของไทยรวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการ HR เอาไว้มากที่สุด ครอบคลุมทั้งการสรรหาบุคลากร (Recruiting) ทีมกฎหมาย (Legal) ตลอดจนที่ปรึกษา (Consult) ไม่ว่าคุณจะเป็นองค์กรเล็กหรือใหญ่ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/2?filter%5Bcategory_id%5D=48&amp;utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><span style="font-weight: 400;">ที่นี่</span></a><span style="font-weight: 400;">มีตัวช่วยให้คุณแน่นอน !</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Background Checks เช็คประวัติพนักงานอย่างไรไม่ให้พลาด ! 582" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>Sources</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3cmLuBH" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3cmLuBH</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3QSMbBO" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3QSMbBO</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3wssrwr" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3wssrwr</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3Re7tt8" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3Re7tt8</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3ArJ7FE" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3ArJ7FE</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/220825-candidates-comparison/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Aug 2022 06:31:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[candidate]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/220825-candidates-comparison/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHTS หลังเกิด The Great Resignation การสมัครงานมีความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนทั้งการมาของผู้สมัครหน้าใหม่ตลอดจนผู้สมัครหน้าเดิมซึ่งเป็นอดีตพนักงาน ประเด็นนี้ทำให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลตั้งคำถามว่าเราควรจ้างพนักงานคนใหม่ที่มีฝีมือแต่ไม่รู้จักองค์กร หรือจ้างพนักงานเดิมที่อาจมีฝีมือไม่มากเท่าแต่รู้จักองค์กรเป็นอย่างดี การตัดสินใจเลือกพนักงานให้เหมาะสมกับองค์กรกลายเป็นหน้าที่หลักของฝ่ายสรรหาในปัจจุบันและมีความเคร่งเครียดสูง เพราะหากเลือกพลาด ก็จะทำให้องค์กรต้องเสี่ยงต่อการเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ทันที ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรเลือกพนักงานที่มีความจงรักภักดีและตื่นเต้นกับวิสัยทัศน์ขององค์กรมากกว่าพนักงานที่มีฝีมือแต่สนใจเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว อนาคตขององค์กรจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากคนทุกฝ่าย ดังนั้นไม่ว่าการตัดสินใจจะมีผลลัพธ์อย่างไร อย่าลืมปรึกษาทีมและเชื่อมั่นว่าทุกอย่างสามารถผ่านไปได้ด้วยดีจริงๆ ในฐานะของคนที่ทำงาน HR โดยเฉพาะคนที่อยู่ในฝ่ายสรรหาพนักงานหนึ่งในปัญหาที่เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอแน่ ๆ ก็คือการเจอผู้สมัครที่มีศักยภาพใกล้เคียงกันและไม่รู้ว่าควรตัดสินใจเลือกใคร ซึ่งรู้ไหมว่าการเลือกพนักงานผิดจะทำให้องค์กรต้องเสียทรัพยากรเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจะดีกว่าไหมถ้าเรามีเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญมาอธิบายว่าหลักในการเลือกมีอะไรบ้าง และหากเลือกผิดจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างไร ถ้าคุณกำลังเจอปัญหาแบบนี้ บทความของเราจะช่วยคุณได้แน่นอน เคล็ดลับการสรรหาพนักงานของ HR ยุคใหม่ การเกิดขึ้นของโควิด-19 นำไปสู่การลาออกครั้งยิ่งใหญ่ (The Great Resignation) และต่อยอดมาเป็น Boomerang Employees ที่หมายถึงการกลับเข้ามาสู่บริษัทเดิมของอดีตพนักงาน สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าสังคมการทำงานได้เปลี่ยนไปแล้วตามกระแสสังคม, สภาพเศรษฐกิจ ตลอดจนทัศนคติของผู้คนที่พยายามมองหาทางเลือกให้ชีวิตมากกว่าเดิม ดังนั้นหาก HR Recruiter ยังคงคัดเลือกผู้สมัครด้วยวิธีเดิม ๆ ก็ไม่มีทางที่เราจะได้พนักงานใหม่ที่ตรงกับความต้องการขององค์กรอย่างสมบูรณ์แบบหากเทียบกับบริษัทที่มีความเข้มข้นและเข้าใจตลาดแรงงานในปัจจุบันมากกว่า  เราต่างรู้ดีว่าเมื่อต้องสัมภาษณ์พนักงานสักหนึ่งคน เป้าหมายที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันก็คือบริษัทอยากได้พนักงานที่พร้อมลุยงานต่อจากพนักงานคนเก่า หรือสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ อย่างเป็นรูปธรรมทันที เพราะหากบริษัทต้องเสียเงินอบรมนอกเหนือจากที่วางแผนเอาไว้ หรือร้ายสุดคือการลาออกของพนักงานที่มีอัตราสูงขึ้นเรื่อย ๆ องค์กรก็ต้องเสียทรัพยากรทั้งด้านงบประมาณและเวลาจนราวกับต้องเริ่มกระบวนการใหม่วนเวียนไปเรื่อย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="green-highlighter">HIGHLIGHTS</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">หลังเกิด The Great Resignation การสมัครงานมีความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนทั้งการมาของผู้สมัครหน้าใหม่ตลอดจนผู้สมัครหน้าเดิมซึ่งเป็นอดีตพนักงาน ประเด็นนี้ทำให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลตั้งคำถามว่าเราควรจ้างพนักงานคนใหม่ที่มีฝีมือแต่ไม่รู้จักองค์กร หรือจ้างพนักงานเดิมที่อาจมีฝีมือไม่มากเท่าแต่รู้จักองค์กรเป็นอย่างดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การตัดสินใจเลือกพนักงานให้เหมาะสมกับองค์กรกลายเป็นหน้าที่หลักของฝ่ายสรรหาในปัจจุบันและมีความเคร่งเครียดสูง เพราะหากเลือกพลาด ก็จะทำให้องค์กรต้องเสี่ยงต่อการเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ทันที</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรเลือกพนักงานที่มีความจงรักภักดีและตื่นเต้นกับวิสัยทัศน์ขององค์กรมากกว่าพนักงานที่มีฝีมือแต่สนใจเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">อนาคตขององค์กรจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากคนทุกฝ่าย ดังนั้นไม่ว่าการตัดสินใจจะมีผลลัพธ์อย่างไร อย่าลืมปรึกษาทีมและเชื่อมั่นว่าทุกอย่างสามารถผ่านไปได้ด้วยดีจริงๆ</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-12094 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/08/shutterstock_445172830-5-scaled.jpg" alt="Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน" width="574" height="407" title="Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน 595"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะของคนที่ทำงาน HR โดยเฉพาะคนที่อยู่ในฝ่ายสรรหาพนักงานหนึ่งในปัญหาที่เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอแน่ ๆ ก็คือการเจอผู้สมัครที่มีศักยภาพใกล้เคียงกันและไม่รู้ว่าควรตัดสินใจเลือกใคร ซึ่งรู้ไหมว่าการเลือกพนักงานผิดจะทำให้องค์กรต้องเสียทรัพยากรเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจะดีกว่าไหมถ้าเรามีเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญมาอธิบายว่าหลักในการเลือกมีอะไรบ้าง และหากเลือกผิดจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณกำลังเจอปัญหาแบบนี้ บทความของเราจะช่วยคุณได้แน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>เคล็ดลับการสรรหาพนักงานของ HR ยุคใหม่</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเกิดขึ้นของโควิด-19 นำไปสู่<strong>การลาออกครั้งยิ่งใหญ่ (The Great Resignation)</strong> และต่อยอดมาเป็น </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220724-boomerang-employees/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Boomerang Employees</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่หมายถึงการกลับเข้ามาสู่บริษัทเดิมของอดีตพนักงาน สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าสังคมการทำงานได้เปลี่ยนไปแล้วตามกระแสสังคม, สภาพเศรษฐกิจ ตลอดจนทัศนคติของผู้คนที่พยายามมองหาทางเลือกให้ชีวิตมากกว่าเดิม ดังนั้นหาก HR Recruiter ยังคงคัดเลือกผู้สมัครด้วยวิธีเดิม ๆ ก็ไม่มีทางที่เราจะได้พนักงานใหม่ที่ตรงกับความต้องการขององค์กรอย่างสมบูรณ์แบบหากเทียบกับบริษัทที่มีความเข้มข้นและเข้าใจตลาดแรงงานในปัจจุบันมากกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต่างรู้ดีว่าเมื่อต้องสัมภาษณ์พนักงานสักหนึ่งคน เป้าหมายที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันก็คือบริษัทอยากได้พนักงานที่พร้อมลุยงานต่อจากพนักงานคนเก่า หรือสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ อย่างเป็นรูปธรรมทันที เพราะหากบริษัทต้องเสียเงินอบรมนอกเหนือจากที่วางแผนเอาไว้ หรือร้ายสุดคือการลาออกของพนักงานที่มีอัตราสูงขึ้นเรื่อย ๆ องค์กรก็ต้องเสียทรัพยากรทั้งด้านงบประมาณและเวลาจนราวกับต้องเริ่มกระบวนการใหม่วนเวียนไปเรื่อย ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น </span><a href="https://www.nytimes.com/guides/business/how-to-hire-the-right-person?fbclid=IwAR2C438ClPxUpF7MF5u-pM60K3KQfAgGp4JldmHoShcj1zi11P13WZQwgdc" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">New York Times</span></a><span style="font-weight: 400;"> สื่อชื่อดังจากสหรัฐอเมริกาจึงได้สัมภาษณ์ HR Hiring Manager จำนวน 500 คนเพื่อหาคำตอบว่าการสัมภาษณ์และเลือกพนักงานให้ถูกต้องที่สุดนั้นมีวิธีการอย่างไร โดยมีหลักการเบื้องต้นอยู่ 3 ข้อ ได้แก่</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220724-boomerang-employees/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11863 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/07/shutterstock_2070980558.jpg" alt="Boomerang Employees คืออะไร ทำไมถึงควรจ้างอดีตพนักงานและคนคุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง" width="600" height="370" title="Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน 596"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220724-boomerang-employees/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Boomerang Employees คืออะไร ทำไมถึงควรจ้างอดีตพนักงานและคนคุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>1. HR ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ :</strong> เวลาสัมภาษณ์งานแต่ละครั้ง ผู้เข้าสัมภาษณ์มักเตรียมตัวอยู่แล้วโดยอ้างอิงจากข้อมูลของคนที่เคยสัมภาษณ์งานที่เดียวกันมาก่อน ผสมเข้ากับคำถามขั้นพื้นฐานที่ทุกองค์กรล้วนถามคล้าย ๆ กัน ดังนั้นทุกคนจึงทำเพียงตอบในสิ่งที่ประดิษฐ์มาให้ดูดีที่สุด หากองค์กรไม่มีวิธีสัมภาษณ์หรือเปิดโอกาสให้ผู้สมัครนำเสนอตัวเองในแง่มุมอื่น ๆ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเราจะรู้จักอีกฝ่ายเพียงผิวเผินเท่านั้น</p>
<p><strong>2. HR ต้องเพิ่มความท้าทายให้กับการสัมภาษณ์งาน :</strong> ทุกคนมีศักยภาพมากกว่าที่ตัวเองคิดเสมอ แต่ศักยภาพเหล่านี้อาจถูกถ่ายทอดออกมาต่อเมื่อถูกกระตุ้นเท่านั้น เหตุนี้ HR Recruiter ควรสั่งการบ้าน หรือหาช่องทางให้พนักงานได้ท้าทายความสามารถดูบ้าง เพราะนอกจากจะได้เห็นฝีมือในด้านอื่น ๆ แล้ว ยังสะท้อนให้เห็นภาพชัดเจนว่าพวกเขามีวิธีรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้าอย่างไร</p>
<p><strong>3. HR ต้องเปิดโอกาสให้พนักงานคนอื่น ๆ แสดงความเห็น :</strong> อย่าลืมว่าแม้ HR จะมีส่วนในการสรรหาก็จริง แต่คนที่ต้องทำงานกับพนักงานใหม่คือคนในทีมมากกว่า ดังนั้นการเปิดโอกาสให้ผู้สมัครพูดคุยกับคนในทีมก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะสังเกตภาพรวมได้ว่าทุกคนมีเคมี, ทัศนคติ, มุมมองต่อการทำงานแบบเดียวกันหรือไม่ เพราะหากเราคัดเลือกผู้สมัครโดยมองเพียงแค่คน ๆ เดียว แม้จะทำงานเก่งแค่ไหน ก็อาจใช้ประโยชน์ไม่ได้จริงหากปราศจากการสนับสนุนของเพื่อนร่วมงาน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่เราเปลี่ยนวิธีการสัมภาษณ์โดยใช้</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190301-job-interview-question/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">คำถามปลายเปิด</span></a><span style="font-weight: 400;">ที่ทำให้เห็นมุมมองของผู้สมัครมากขึ้นแล้ว สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำต่อก็คือให้ก้าวออกจากความเป็นทางการหรือเรื่องวิชาการ แต่ให้ไปโฟกัสกับพฤติกรรมภาพรวมด้านอื่น ๆ แทน ทั้งนี้ให้นึกตามว่าการสัมภาษณ์งานนั้น ยิ่งตำแหน่งสูงขึ้น ศักยภาพในการทำงานของผู้สมัครก็ย่อมสูงตามไปด้วย ดังนั้นข้อแตกต่างด้านทักษะคงเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก สิ่งที่จะแบ่งผู้สมัครออกจากกันจึงเป็นเรื่องมารยาทส่วนบุคคลมากกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9919 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/12/multiracial-group-young-creative-people-smart-casual-wear-discussing-business-brainstorming-meeting-ideas-mobile-application-software-design-project-modern-office-coworker-teamwork-concept.jpg" alt="ประสบการณ์ทำงานยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก" width="513" height="289" title="Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน 597"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้สัมภาษณ์สามารถพาพนักงานไปเดินทัวร์รอบ ๆ ออฟฟิศ เพื่อแนะนำแผนก, ข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงสวัสดิการต่าง ๆ ภายในตึกที่พนักงานจะได้รับหากผ่านการคัดเลือก <strong><strong class="yellow-highlighter">ซึ่งขณะที่กำลังเดินอยู่นั้น สิ่งที่ HR ต้องสังเกตเป็นพิเศษประกอบด้วย</strong></strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ผู้สมัครสอบถามเรื่องอะไรบ้างขณะกำลังเดินสำรวจออฟฟิศ และมีการออกความเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำงานหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ผู้สมัครมีปฏิสัมพันธ์กับพนักงานคนอื่น ๆ อย่างเป็นมิตรและมีมารยาทหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้</span><b>คุณแพตตี้ สโตนไซเฟอร์ (Patty Stonesifer) จากบริษัท Martha&#8217;s Table</b><span style="font-weight: 400;"> สหรัฐอเมริกาและเคยทำงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft กล่าวว่าการพาผู้สมัครเดินทัวร์รอบออฟฟิศจะทำให้พนักงานคนอื่น ๆ จับสัญชาตญาณได้ว่าพวกเขาอยากทำงานกับผู้สมัครคนนี้หรือไม่ โดยเคล็ดเล็บของเธอคือการแนะนำตัวผู้สมัครกับพนักงานในออฟฟิศสักระยะหนึ่ง และปล่อยให้ผู้สมัครเป็นฝ่ายทักทายเองบ้างเมื่อเริ่มคุ้นชินกับบรรยากาศ วิธีนี้จะช่วยให้ HR ได้ข้อมูลที่ปราศจากการปรุงแต่งโดยแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีต่อมาก็คือการพาไปรับประทานอาหาร ผู้นำองค์กรหลายคนมองว่ามื้ออาหารที่ดีสะท้อนตัวตนของผู้สมัครได้มาก ไล่ตั้งแต่มารยาทบนโต๊ะอาหาร, ระดับการเข้าสังคมแบบรายบุคคล รวมถึงทักษะการทำงานเป็นทีม &#8211; เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ซึ่งสังเกตได้ง่าย ๆ จากพฤติกรรม เช่น มีการช่วยเทน้ำให้ผู้อื่นหรือไม่, ช่วยผู้อื่นตักอาหารหรือไม่, เป็นคนรักษาความสะอาดหรือไม่ เป็นต้น</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220811-business-lunch/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11936 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/08/happy-waiter-serving-food-group-cheerful-friends-pub.jpg" alt="Business Lunch กินข้าวกลางวันอย่างไรให้ได้งาน ?" width="600" height="370" title="Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน 598"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220811-business-lunch/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Business Lunch กินข้าวกลางวันอย่างไรให้ได้งาน ?</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">ในมื้ออาหารนั้น สิ่งที่ HR ต้องให้ความสำคัญประกอบด้วย</strong></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ผู้สมัครให้เกียรติพนักงานเสิร์ฟหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ผู้สมัครมองตาคนอื่นขณะสนทนาหรือไม่ (ศึกษาภาษากาย)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ผู้สมัครมีปฏิกริยาในแง่บวกหรือลบ เมื่อชวนคุยเรื่องเครียดๆ บนโต๊ะอาหาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ผู้สมัครสามารถต่อบทสนทนาด้วยคำถามและเนื้อหาที่ฉลาด มีความรู้ได้หรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ผู้สมัครมีพฤติกรรมอย่างไรหลังมื้ออาหาร รีบกลับบ้านเป็นคนแรก หรืออยู่รอขอบคุณ และส่งผู้ร่วมโต๊ะท่านอื่น ๆ กลับบ้านก่อน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีการข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างที่ HR ต้องเข้าใจก่อนที่จะเอาไปพิจารณาผู้สมัครเป็นรายคน เพราะถ้าเราตัดสินคนโดยไม่มีประสบการณ์และไม่รู้ว่าหัวข้อใดบ้างที่ส่งผลกับการทำงานจริง ๆ แล้วไปพลาดตัดสินโดยใช้ความรู้สึก ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้เราได้พนักงานที่ไม่ตรงกับความต้องการ เพราะนั่นหมายความว่า HR ได้เผลอตัดสินโดยใช้ความชอบของตัวเองเป็นที่ตั้งโดยลืมไปว่าการสมัครงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาตัวเลือกที่ดีที่สุดให้กับองค์กร</span></p>
<blockquote>
<h4><strong>HR มีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ </strong></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8825 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Questions-pana-1.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="300" height="300" title="Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน 599"></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">Q: </span><span style="font-size: 14pt;">เรามีวิธีลดเวลาเฉลี่ยในการจัดหาพนักงานใหม่อย่างไร ?</span></strong></p>
<p>การลดเวลาเฉลี่ยในการจัดหาพนักงานใหม่เป็นเรื่องที่องค์กรให้ความสำคัญมาก จึงอยากได้แนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">A: วิธีการที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำคือการทำ Employer Branding</span></strong></p>
<p>มีการวิเคราะห์ออกมาว่าการหาพนักงานใหม่แต่ละครั้งทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 90-200% เพราะบริษัทต้องใช้ต้นทุนทั้งด้านเวลาและงบประมาณในการประชาสัมพันธ์องค์กร อย่างไรก็ตามหากบริษัทมี <strong><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220215-how-to-do-employer-branding/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Employer Branding</a></strong> ที่ดี กลายเป็นบริษัทที่คนอยากร่วมงานด้วย (ให้นึกถึงกูเกิ้ล, แอปเปิ้ล เป็นตัวอย่าง) เราก็จะตัดปัญหาเรื่องงบประชาสัมพันธ์ไปได้ทันทีเพราะมี Resume จากผู้ที่สนใจส่งมาให้พิจารณาเสมอ ดังนั้นแทนที่จะโฟกัสกับการประชาสัมพันธ์เมื่อต้องหาพนักงานใหม่อย่างเดียว HR ควรให้ความสำคัญกับการทำให้องค์กรน่าเชื่อถือ น่าดึงดูด และมีผลงานที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย (ที่อยากได้มาร่วมงาน)</p>
<p>,,, <em>(คลิกดูคำตอบทั้งหมด👇)</em></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/1284?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8818" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/0vp.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="370" height="80" title="Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน 600"></a></p></blockquote>
<h2>ถ้ามีผู้สมัครที่โดนใจมากกว่า 1 คน HR ต้องเลือกยังไง ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่กล่าวในข้างต้นว่าปัจจุบันกระแสการกลับมาทำงานในบริษัทเดิมของพนักงานมีอัตราที่สูงขึ้นแบบก้าวกระโดด ดังนั้นเทรนด์สำหรับ HR Recruiter ในระยะเวลา 1-2 ปีนับจากนี้คือการตัดสินใจเลือกผู้สมัครเพียงคนเดียวจากบรรดาคนที่มีทักษะตรงกับความต้องการตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ทั้งในแง่ของการเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ทั้งสองคน หรือผู้สมัครใหม่ที่มีฝืมือสูงกับอดีตพนักงานที่อาจมีฝีมือไม่มากเท่าแต่เข้าใจวัฒนธรรมองค์กรมากกว่า ซึ่ง</span><a href="https://www.inc.com/jeff-steen/4-surefire-ways-to-decide-between-multiple-candidates-of-equal-experience.html?fbclid=IwAR3PX15s6zSlYdHwF9dhbUSP20MQ5gJ_NdmJzLPjH4UX22gHzmpZzc6TkYM" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญ</span></a><span style="font-weight: 400;">รายงานว่าการพิจารณาผู้สมัครในลักษณะนี้</span><b>อาจต้องใช้เวลาต่อหัวถึง 40 ชั่วโมง และตีเป็นค่าใช้จ่ายหลายพันดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> ดังนั้นหาก HR มีความรู้เบื้องต้นในการสรรหา ก็จะช่วยให้องค์กรประหยัดงบประมาณได้เยอะ</span></p>
<h3>HR Recruiter สามารถพิจารณาผู้สมัครทั้ง 2 คน ด้วย 4 ขั้นตอนเหล่านี้</h3>
<p><strong>1. ตรวจดูใบสมัครอย่างละเอียด :</strong> ด่านแรกที่ HR ทุกคนต้องให้ความสำคัญก็คือใบสมัคร โดยเริ่มจากการตรวจสอบข้อมูล (<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/reference-checks-210625/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Reference Check</a>) ว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เมื่อแน่ใจข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ก็ให้สังเกตดูว่าพนักงานดังกล่าวอยู่กับบริษัทแต่ละแห่งนานหรือไม่ (คำว่านานในที่นี้หมายถึงระยะเวลาประมาณ 2 ปี) หรือเป็นคนที่เปลี่ยนงานไปเรื่อย ๆ (<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/211217-working-experience-gen-z/">Jobs Hopper</a>) หากผ่านจุดนี้ไปได้จึงเริ่มลงในรายละเอียดว่าเขาได้ทำอะไรที่เกิดประโยชน์ต่อบริษัทอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ จากนั้นค่อยดูว่ามีผลงานใดบ้างที่เป็นการทำหน้าที่นอกเหนือจากตำแหน่งของตนเอง เพื่อหาแง่มุมของผู้สมัครว่ามีความสามารถอื่น ๆ ที่ทำให้โดดเด่นกว่าผู้สมัครอีกท่านหรือไม่</p>
<p>รายละเอียดตรงนี้สำคัญอย่างไร ? คำตอบคือมันสะท้อนให้เห็นว่าพนักงานมีปฏิสัมพันธ์กับองค์กรมากน้อยแค่ไหน เพราะเมื่อเกิดการเปรียบเทียบ เราคงสนใจพนักงานที่พร้อมอยู่และสู้งานมากกว่าคนที่เอาตัวเองเป็นหลักโดยไม่สนเลยว่าเป้าหมายของตน (Career Path) ขัดแย้งกับวิสัยทัศน์องค์กร (Company Vision) หรือไม่</p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/reference-checks-210625/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7797 size-thumbnail aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/Reference-Checks-HR-NOTE-1.jpg" alt="Reference Checks HR NOTE " width="600" height="370" title="Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน 601"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/reference-checks-210625/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Reference Checks แบบมืออาชีพ พร้อม 17 ตัวอย่างคำถามที่นำไปใช้ได้จริง</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>2. จินตนาการถึงองค์กรในอีก 6 เดือนข้างหน้า และตั้งคำถามอีกครั้งว่าพนักงานคนใดเหมาะกับพื้นที่ตรงนั้นมากกว่า :</strong> หาก HR มองไม่เห็นภาพว่าพนักงานทั้งสองคนจะสร้างความแตกต่างให้องค์กรแบบปัจจุบันทันด่วนได้อย่างไร ให้ลองเปลี่ยนไปมองอนาคตอันใกล้แทนว่าหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ องค์กรจะเปลี่ยนไปอย่างไร และพอถึงจุดนั้น ความสามารถ, พฤติกรรม, ทัศนคติ, ลักษณะนิสัยของพนักงานของคนใดที่น่าจะเหมาะสมกับเนื้องานมากกว่า ซึ่งอาจเริ่มจากการถามตัวเองง่าย ๆ ว่าคนไหนดูเหมาะกับการเป็นผู้นำ หรือสร้างความสบายใจให้กับพนักงานคนอื่น ๆ ในแผนกได้มากกว่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9544 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/08/shutterstock_1175980726-1.jpg" alt="กลยุทธ์เชิงปฎิบัติการแห่งอนาคตที่มีประสิทธิภาพสำหรับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (The Future of Strategy Execution in Human Resource Management)" width="500" height="334" title="Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน 602"></p>
<p><strong>3. เปรียบเทียบว่าใครสนใจอนาคตขององค์กรมากกว่ากัน :</strong> หากคุณยังเลือกไม่ได้อยู่ดีแม้จะทำตาม 2 ข้อข้างต้นเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ HR ต้องมองต่อมาก็คือการสอบถามโดยตรงเลยว่าพวกเขามีความเห็นเกี่ยวกับการเติบโตขององค์กรอย่างไร</p>
<p>HR สามารถใช้คำถามประเภท “ถ้าหากว่า…” (What if) หรือ “คุณเคยมีประสบการณ์เรื่อง (&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;) มาก่อนหรือไม่” เพราะแม้การแก้ไขปัญหาจะเป็นเรื่องที่พนักงานทุกคนต้องทำ แต่ “วิธีแก้ปัญหา” นั้นแตกต่างกัน เช่นบางคนอาจแก้ไขปัญหาเพื่อให้ตัวเองรอด และบางคนอาจแก้ไขปัญหาโดยเลือกให้ตัวเองทำงานหนักขึ้นนิดหน่อยแต่ให้ผลลัพธ์ที่เกิดประโยชน์ต่อองค์กรมากกว่า เป็นต้น ทั้งนี้องค์กรควรเลือกคนที่ให้ความสำคัญกับองค์กรเป็นหลัก</p>
<p><strong>4. หากยังเลือกไม่ได้อีก ! ให้ดูความเป็นมืออาชีพระหว่างกระบวนการสมัครงาน :</strong> ถ้าขั้นตอนการสัมภาษณ์กับ HR ยังคงเข้มข้น สูสี จนสร้างความเร้าใจให้กับผู้คัดเลือก สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำก็คือให้เราย้อนกลับไปดูเลยว่าผู้สมัครทั้ง 2 คนมีพฤติกรรมในการตอบสนอง HR อย่างไร ทั้งการรับโทรศัพท์, การตอบอีเมล, การเลือกใช้คำ, การติดตามคำตอบหลังจากสัมภาษณ์, การแต่งกาย, การศึกษาข้อมูลบริษัทก่อนมาสัมภาษณ์เพราะบางคนอาจมีทักษะที่ดีเลิศจริง แต่ก็ดูออกว่าไม่ได้ศึกษาข้อมูลจำเพาะขององค์กรมาก่อน ดังนั้น HR ควรเลือกคนที่ดูเป็นมืออาชีพมากกว่า แม้บางคนอาจมองเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม</p>
<p>สรุปได้ว่าการพิจารณาผู้สมัครที่มีทักษะสูงและใกล้เคียงกันนั้น สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรมีสถานะที่แข็งแรง เป็นที่ดึงดูดต่อผู้สมัครที่มีศักยภาพ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ HR ต้องทำและเน้นย้ำเสมอก็คือการคัดเลือกครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ “เสริมเขี้ยวเล็บ” ให้กับองค์กร ดังนั้นทุกความรู้สึก ทุกการตัดสินใจ ต้องมองให้เห็นวิสัยทัศน์ในภาพรวมเสมอ</p>
<p>ที่สำคัญ HR Recruiter และ Hiring Manager ต้องตระหนักว่าการสัมภาษณ์งานไม่ได้จบแค่วันที่เกิดการตัดสินใจเท่านั้น แต่คือการหว่านเมล็ดสำหรับอนาคต เนื่องจากการตัดสินใจไม่ว่าจะพิจารณาอย่างดีแค่ไหน ก็อาจเกิดความผิดพลาดได้ และผู้สมัครที่เราเคยปฏิเสธ ก็อาจเป็นเพชรเม็ดงามที่เราทำหลุดมือไป ดังนั้น HR ต้องแจ้งผลการสัมภาษณ์และทำให้แน่ใจว่าทั้งสองฝ่ายแยกจากกันด้วยดี</p>
<h2>HR ควรเลือกอะไร ระหว่างคนเก่งอยู่ไม่นาน กับคนธรรมดาที่รักองค์กร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">มิติของการเปรียบเทียบพนักงานนั้นมีมากมาย แต่สิ่งที่น่าสนใจและ มองข้ามไปไม่ได้ก็คือการเลือกระหว่างคนเก่งที่ดูเหมือนพร้อมจะลาออกเสมอกับคนฝีมือธรรมดาแต่มีความตั้งใจที่จะพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครทั้งสองแบบมีประโยชน์ในแง่มุมที่แตกต่างกัน ดังนั้นในฐานะของผู้เลือกแล้วเราควรตัดสินใจอย่างไร</span></p>
<p><a href="http://www.grapevinesurveys.com/blog/why-employee-loyalty-is-important" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Grapevine Surveys</span></a><span style="font-weight: 400;"> อธิบายว่าองค์กรควรเลือกผู้สมัครที่มีความจงรักภักดีมากกว่า เพราะการอยู่กับบริษัทเป็นเวลานานจะทำให้เขามีโอกาสเรียนรู้และได้ซึมซับ</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/what-is-organizational-culture-210604/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมองค์กร</span></a><span style="font-weight: 400;"> รวมถึงวิสัยทัศน์ที่จะหล่อหลอมให้พร้อมทำงานในแบบที่บริษัทต้องการ ต่างจากคนที่มีฝีมือแต่อยู่เพียงแป๊บเดียว เพราะทักษะเหล่านั้นอาจมีเวลาไม่มากพอในการนำมาใช้เลยด้วยซ้ำ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11667 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/06/shutterstock_1155939973-6-scaled.jpg" alt="สีมงคลของ HR : เลือกสีเสื้อ ใช้สีห้องอย่างไรให้ถูกใจคนทำงาน สายมูต้องอ่าน !" width="561" height="374" title="Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน 603"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวแทนจาก </span><a href="https://yec.co/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Young Entrepreneur Councils</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าความจงรักภักดีและทัศนคติของการทำงานหนักไม่ใช่สิ่งที่สามารถสอนได้ง่าย ๆ ดังนั้นเราต้องคว้าส่วนนี้ก่อนที่จะไปหาวิธีเพิ่มทักษะให้ดีขึ้นตามโอกาส อีกอย่างคนแบบนี้จะมีความต้องการที่จะเรียนรู้ (</span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/learning-mindset-to-build-workforce-agility-pmat-08262021/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Willing to Learn</span></a><span style="font-weight: 400;">) ซึ่งดีกว่าคนเก่ง ๆ ที่มักมาในฐานะของ “น้ำเต็มแก้ว” ที่สร้างพลังลบกับองค์กรโดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้ HR ต้องคิดว่าหน้าที่หนึ่งองค์กรคือการสร้างรากฐานที่แข็งแรงเอาไว้ให้พร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หมายความว่าสุดท้ายองค์กรที่ดีก็จะมีระบบบางอย่างที่คอยช่วยเหลือพนักงานไม่มากก็น้อยอยู่แล้ว องค์กรจึงควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบดังกล่าวให้ดีขึ้นมากกว่าเลือกจ้างคนเก่งมาแก้ปัญหาแบบชั่วคราวและมองข้ามการวางรากฐานให้กับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่หากองค์กรของคุณจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและไม่กังวลว่าพนักงานที่เข้ามาจะอยู่กับองค์กรนานหรือไม่ การเลือกคนที่มีฝีมือแบบเฉพาะเจาะจงเข้ามา ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่อย่าเผลอนำความคาดหวังไปฝากเอาไว้จนปราศจากการเตรียมตัวอย่างถี่ถ้วน หรืออีกนัยหนึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าองค์กรควรแบ่งพนักงานในทีมออกมาเป็นสองประเภท เริ่มจากการสังเกตุว่าทีมที่มีอยู่แล้วมีลักษณะเป็นอย่างไรและจะเติมเต็มช่องว่างด้วยวิธีไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนึ่งในเบื้องต้นเราสามารถสรุปได้ว่าหากสถานการณ์ทุกอย่างอยู่ในภาวะปกติ การเลือกผู้สมัครที่มีความจงรักภักดีและสนใจองค์กรมากกว่าคือแนวทางที่ดีที่สุด</span></p>
<h2>ถ้า HR เลือกพนักงานผิด องค์กรจะเจอปัญหาอะไรบ้าง ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่มีองค์ไหนที่อยากเลือกพนักงานผิด เพราะนอกจากจะต้องเสียเวลาหาพนักงานใหม่มาทดแทน หรือจัดอบรมเพิ่มเติมแล้ว พนักงานคนดังกล่าวยังมีโอกาสไปฉุดรั้งการทำงานของผู้อื่นอีกด้วย ที่สำคัญคือ HR โดยทั่วไปมักไม่กล้าที่จะไล่พนักงานออกเพราะมองว่าตนก็เป็นคนที่มีส่วนในการว่าจ้างมาเหมือนกัน ดังนั้นเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดนี้ เขาก็ต้องช่วยยกระดับพนักงานให้มีศักยภาพตรงกับความต้องการโดยเร็วที่สุด ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็สิ้นเปลืองทรัพยากรอยู่ดี</span></p>
<h3>การเลือกพนักงานผิดมีข้อเสียอะไรบ้าง</h3>
<p><strong>1. ลดทอนประสิทธิภาพในการทำงาน (Productivity Cost) :</strong> เมื่อเราเป็นหัวหน้าทีมแล้วมีพนักงานใหม่เข้ามา ไม่ว่าจะมีทักษะสูงแค่ไหน แต่หัวหน้าก็ต้องใช้เวลาในการถ่ายทอดงานอยู่ดี หมายความว่าองค์กรต้องแบ่งเวลาที่ควรจะนำไปพัฒนาการทำงานมาช่วยพนักงานปรับตัวและสอนงานให้เกิดความเป็นทีมโดยเร็วที่สุด ดังนั้นลองคิดตามสิว่าหากพนักงานที่จ้างมาใหม่ดันไม่มีศักยภาพอย่างที่คิด เวลาที่ต้องสูญเปล่าอยู่แล้วจะเพิ่มพูนไปอีกแค่ไหน</p>
<p>วิจัยจาก <a href="http://www.roberthalf.com/cost-of-a-bad-hire" target="_blank" rel="noopener">Robert Half International</a> กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินถึง 39% บอกว่าการเลือกพนักงานผิดทำให้ประสิทธิภาพงานลดลง, 11% บอกว่าทำให้ยอดขายตกลง และผลวิจัยเดียวกันยังบอกว่าการเลือกพนักงานผิดทำให้ผู้นำต้องเสียเวลา 17% ของสัปดาห์ หรือราว 1 วันต่อสัปดาห์เพื่อแก้ไขปัญหาอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-12032 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/08/towfiqu-barbhuiya-3aGZ7a97qwA-unsplash.jpg" alt="ทำไมปัญหาการเงินของพนักงาน ถึงเป็นปัญหาขององค์กรด้วย" width="640" height="427" title="Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน 604"></p>
<p><strong>2. ลดทอนประสิทธิภาพทางการเงิน (Financial Cost) :</strong> เราไม่ได้จ่ายเงินให้กับพนักงานที่เราเลือกมาผิดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่าฝึกอบรมพิเศษอีกด้วย นอกจากนี้หากเราทำทุกวิถีทางแต่พนักงานดังกล่าวก็ไม่สามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาได้จริง ๆ การไล่ออกก็อาจมีค่าชดเชยพิเศษตามมา ต่อเนื่องไปถึงการลงทุนเพื่อประกาศหาพนักงานใหม่จนกว่าจะเจอคนที่ทำงานได้จริง สิ่งเหล่านี้มีการศึกษาจนพบว่าการเลือกพนักงานผิดทำให้องค์กรต้องเสียเงินราว 30% จากรายได้รวมหนึ่งปีของพนักงานที่เลือกมาผิดเลยด้วยซ้ำ</p>
<p><strong>3. ลดทอนความสุขในการทำงาน (Morale Cost) :</strong> การที่ผู้นำและ HR เอาแต่หาทางแก้ไขการเซ็นสัญญาที่ผิดพลาดอยู่ตลอดเวลาอาจทำให้พนักงานคนอื่น ๆ รู้สึกว่าหัวหน้างานไม่ใส่ใจกับภาพรวมขององค์กรมากเท่าที่ควรจะรู้สึกหมดไฟ และไม่เชื่อมั่นในการทำงานของทีมอีกต่อไป ซึ่งปัญหานี้แก้ไขได้ยากหากยังมีพนักงานคนใดคนหนึ่งที่จำเป็นต้องถูกดูแลมากกว่าคนอื่นเป็นพิเศษ ซึ่งผลวิจัยย้ำว่ามีพนักงานถึง 95% ที่มองว่าการเซ็นสัญญาผิดทำให้บรรยากาศในทีมแย่ลง</p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก 3 ปัจจัยหลักข้างต้นแล้ว สิ่งที่ HR ต้องให้ความสำคัญมากในยุคที่สังคมการทำงานเข้าสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มตัวหลังเกิดโควิด-19 ก็คือเรื่องของ “ชื่อเสียง” (Reputation Cost) เพราะพนักงานที่เราเซ็นพลาดเข้ามาอาจรู้สึกว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เป็นทางองค์กรที่ไม่สามารถเอาทักษะของเขามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเองต่างหาก ดังนั้น HR ต้องตรวจสอบให้ดีว่าพนักงานได้นำเรื่องภายในไปพูดเสีย ๆ หาย ๆ จนทำให้องค์กรเสียชื่อเสียงหรือไม่ หากมีก็ให้เข้าไปแก้ไขโดยเร็วที่สุด ก่อนที่บริษัทจะไม่สามารถดึงดูดพนักงานที่มีฝีมือมาแทนที่ได้อีกต่อไป</span></p>
<h2>ถ้า HR เลือกพนักงานผิด จะแก้ไขยังไงดีนะ ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องยอมรับว่าแม้จะไม่มีใครอยากเลือกพนักงานผิดพลาด และทุกคนก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เชื่อว่าการตัดสินใจแต่ละครั้งตั้งอยู่บนเงื่อนไขของข้อมูลที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามการเลือกพนักงานไม่ได้มีกฎเกณฑ์หรือหลักการทางวิทยาศาสตร์ใดที่จะยืนยันได้ว่าถูกต้อง 100% ดังนั้น HR ต้องเตรียม</span>พร้อมรับมือเสมอหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น อย่างน้อยก็เพื่อให้องค์กรสามารถเดินหน้าไปได้โดยติดขัดน้อยที่สุด</p>
<h3>เมื่อเลือกพนักงานผิด HR สามารถแก้ไขสถานการณ์เบื้องต้นได้ด้วยวิธีเหล่านี้</h3>
<p><strong>1. เพิ่มเวลาทดลองงานให้มากขึ้น :</strong> ช่วงเวลาทดลองงานอาจมีเรื่องให้ทำเยอะไปหมด แต่อย่างน้อยมันก็เป็นขั้นตอนที่จะทำให้เราได้รู้ว่าพนักงานดังกล่าวเหมาะกับองค์กรจริง ๆ หรือไม่ก่อนที่จะเซ็นสัญญาจริง ๆ และต้องเสียค่ายกเลิกสัญญาหากองค์กรเปลี่ยนใจในภายหลัง ดังนั้นเราควรตีค่าช่วงทดลองงานให้เป็นเหมือนขั้นตอนสรุปจบหลังจากสัมภาษณ์ผู้สมัครเสร็จเรียบร้อย</p>
<p>สิ่งที่ HR ต้องให้ความสำคัญขณะทดลองงานเมื่อรู้สึกว่าพนักงานที่จ้างเข้ามาเป็นตัวเลือกที่ผิดประกอบไปด้วย</p>
<p>&#8211; พนักงานดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะเติมเต็มสิ่งที่องค์กรขาดหายไปได้หรือไม่ ?</p>
<p>&#8211; พนักงานดังกล่าวเข้ากับเพื่อนร่วมงานและวัฒนธรรมองค์กรได้หรือไม่ ?</p>
<p>คำถามสองข้อนี้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ขณะสัมภาษณ์ไม่ว่าจะได้รับคำตอบที่สวยหรู หรือผู้สมัครมีประสบการณ์มากแค่ไหนก็ตาม ดังนั้นช่วงทดลองงานจะเป็นการทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่นำเสนอระหว่างสัมภาษณ์นั้นเป็นความจริงหรือไม่ จากนั้นเราต้องติดตามผลงานเป็นระยะตลอดระยะเวลาของช่วงทดลองงาน เพื่อที่ตัวพนักงานเองจะได้รู้เช่นกันว่าตนมีปัญหาด้านใดบ้าง และเพื่อไม่ให้แปลกใจเมื่อผลการตัดสินออกมา</p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/tips/190521-wordofbossisannoying/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11232 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/05/portrait-irritated-young-man-plugging-ears-with-fingers-1.jpg" alt="แค่เปลี่ยนคำพูด บรรยากาศในที่ทำงานก็จะเปลี่ยน คำพูดของหัวหน้าคำไหนที่ทำให้คนฟังรู้สึกหงุดหงิดได้" width="600" height="370" title="Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน 605"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/tips/190521-wordofbossisannoying/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">แค่เปลี่ยนคำพูด บรรยากาศในที่ทำงานก็จะเปลี่ยน คำพูดของหัวหน้าคำไหนที่ทำให้คนฟังรู้สึกหงุดหงิดได้</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>2. พูดคุยกันโดยตรงว่าแต่ละฝ่ายมีจุดใดบ้างที่ต้องปรับปรุง :</strong> การเจรจาคือทางออกที่ดีของทุกปัญหา โดยเฉพาะในที่ทำงาน เราต้องมีทัศนคติก่อนว่าแม้จะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม การพูดคุยในองค์กรไม่ควรเป็นการพูดอยู่ฝ่ายเดียว แต่ควรเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล (2-Way Communication) ที่สำคัญองค์กรเองก็ต้องสนับสนุนให้พนักงานสามารถแสดงผลงานออกมาได้อย่างดีที่สุดเช่นกัน</p>
<p>HR คือส่วนสำคัญที่จะแก้ไขปัญหานี้ หากเราทำการสำรวจและพบว่าพนักงานใหม่มีปัญหาในการทำงานและตนสามารถแก้ได้ ก็สามารถลงมือทำได้เลยเพื่อให้งานราบรื่นขึ้น แต่บางองค์กรแม้จะเห็นถึงปัญหานี้แต่ก็เลือกปล่อยให้พนักงานใหม่แก้ไขปัญหาเองเพื่อพิสูจน์ว่าเขามีศักยภาพตรงตามที่พูดหรือไม่ วิธีนี้แม้จะช่วยกระตุ้นพนักงานได้จริง แต่ก็ดู “ผิดที่ผิดเวลา” ไปหน่อยหากนำมาใช้ตอนที่ต้องพิจารณาผลงานของพนักงานที่เพิ่งเข้ามาสู่องค์ไม่นานนัก</p>
<p>สรุปได้ว่าหาก HR ไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหานี้ด้วยวิธีใด ลองกลับมาถามตัวเองก่อนว่าตนได้เปิดโอกาสให้พนักงานใหม่แสดงฝีมือแล้วหรือยัง เขาได้ใช้เครื่องมือ, อุปกรณ์ และทรัพยากรต่าง ๆ ของบริษัทอย่างเต็มที่แล้วหรือไม่ รวมถึงเจอกับความกดดันและปัญหาการเมืองภายในอะไรอยู่หรือเปล่า</p>
<p>หลังจากนั้นสิ่งที่ HR หรือหัวหน้าทีมต้องทำทันทีก็คือการยอมรับความจริง ไม่ดันทุรัง และกล้าไล่พนักงานที่รู้อยู่แก่ใจว่าต่อให้ผลักดันแค่ไหนก็ไม่มีทางเก่งขึ้นตามเป้าหมายขององค์กร เพราะท้ายสุดแล้วการแยกย้ายและเก็บเอาความผิดพลาดนี้เป็นบทเรียนคือทางเลือกที่จะช่วยให้ทุกฝ่ายได้ออกไปเดินตาม <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210922-career-path/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Career Path</a> ของตัวเองอย่างแท้จริง ไม่ต้องจมปลักอยู่กับความพยายามที่ไม่รู้ว่าจะออกดอกออกผลอย่างไรจนเสียสุขภาพจิตและไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมาสักนิด</p>
<h2>บทสรุป Candidates Comparison</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเห็นว่าเคล็ดลับในการเลือกคน คือความเข้าใจว่าสิ่งที่องค์กรกำลังมองหาคืออะไร HR จึงต้องเริ่มทำแบบสำรวจตรงนี้ก่อน ทั้งการสำรวจแบบ 360 องศา หรือการสำรวจเป็นรายบุคคลด้วย </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220707-stay-interview/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><b>Stay Interview</b> </a><span style="font-weight: 400;">เพื่อหาคำตอบว่าพนักงานส่วนใหญ่เข้าใจวิสัยทัศน์ขององค์กรหรือไม่ และมีรูปแบบการทำงานในลักษณะใด จากนั้นจึงค่อยจ้างพนักงานที่สอดคล้องกับทีมและพร้อมให้บริษัทบรรลุเป้าหมายโดยเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้คนที่เป็นฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะต้องมีความรู้รอบด้าน พร้อมรับมือแม้จะตัดสินใจรับพนักงานผิดพลาดก็ตาม ทุกคนต้องยอมรับความจริงไม่ดันทุรังเพื่อพิสูจน์ตัวเองจนบริษัทต้องเสียเวลาและเงินทองอย่างสูญเปล่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเราเข้าใจบริบทเบื้องต้นในส่วนนี้ การตัดสินใจไม่ว่าจะมีผลลัพธ์ในภายหลังอย่างไร องค์กรก็จะสามารถผ่านไปได้อย่างแข็งแรงแน่นอน </span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31978 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE" width="1600" height="500" title="Candidates Comparison วิธีเลือกผู้สมัครเมื่อมีคนโดนใจมากกว่าหนึ่งคน 606" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Boomerang Employees คืออะไร ทำไมถึงควรจ้างอดีตพนักงานอีกครั้ง</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/220724-boomerang-employees/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 24 Jul 2022 14:01:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงานเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[Boomerang Employees]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/220724-boomerang-employees/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Boomerang Employees คือพนักงานที่กลับมาทำงานกับบริษัทเดิมหลังจากที่เคยลาออกไปแล้ว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นเทรนด์ใหม่ของการจ้างงานหลัง The Great Resignation เมื่อเกิดโควิด-19 การทำงานอยู่บ้านทำให้คนมีเวลาคิดมากขึ้น นำไปสู่การแพร่หลายของแนวคิดเชิงปัจเจกนิยม พนักงานทั่วโลกอยากลาออกเพื่อทดลองทำในสิ่งที่ตนเชื่อมั่น บ้างก็สำเร็จ บ้างก็ล้มเหลว ความไม่แน่นอนตรงนี้เองที่ทำให้คนเริ่มมองหา Comfort Zone อีกครั้ง Boomerang Employees ช่วยให้องค์กรประหยัดค่าฝึกอบรมได้มากเพราะพนักงานเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือถ้าบริษัทเปลี่ยนแปลงไประหว่างที่พนักงานลาออก HR ก็ต้องชี้แจงอย่างชัดเจนตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์ว่าสถานการณ์ ในปัจจุบันเป็นอย่างไร และหาคำตอบว่าเหตุผลที่พนักงานกลับมาสู่องค์กรคืออะไร Boomerang Employees ที่ดีเกิดจากการมีระบบ Alumni Engagement ที่แข็งแรง และหากคุณคิดว่า HR Recruitment ในองค์กรไม่สามารถปรับตัวตามกระแสโลกได้ทัน ในฐานะพนักงาน เคยไหมที่คุณเลือกลาออกจากบริษัทเพราะหวังจะได้งานใหม่ที่ตรงกับความต้องการมากกว่าแต่ผลดันออกมาตรงกันข้ามจนอยากกลับไปบริษัทเดิม !  หรือในฐานะ HR เคยไหมที่คุณเลือกปล่อยพนักงานออกไปเพราะเชื่อมั่นว่าตัวแทนสามารถเอาอยู่ แต่ก็ล้มเหลวจนอยากดึงอดีตพนักงานกลับมาอีกครั้ง ! ความคิดเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และเกิดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในยุคที่รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากผลกระทบของโควิด-19 ซึ่งผู้คนมีความคิดในเรื่องปัจเจกบุคคลสูงเป็นพิเศษ แนวคิดนี้นำไปสู่การลาออกครั้งยิ่งใหญ่ (The Great Resignation) ที่เปลี่ยนวิธีคิดของ HR [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Boomerang Employees คือพนักงานที่กลับมาทำงานกับบริษัทเดิมหลังจากที่เคยลาออกไปแล้ว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นเทรนด์ใหม่ของการจ้างงานหลัง The Great Resignation</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">เมื่อเกิดโควิด-19 การทำงานอยู่บ้านทำให้คนมีเวลาคิดมากขึ้น นำไปสู่การแพร่หลายของแนวคิดเชิงปัจเจกนิยม พนักงานทั่วโลกอยากลาออกเพื่อทดลองทำในสิ่งที่ตนเชื่อมั่น บ้างก็สำเร็จ บ้างก็ล้มเหลว ความไม่แน่นอนตรงนี้เองที่ทำให้คนเริ่มมองหา Comfort Zone อีกครั้ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Boomerang Employees ช่วยให้องค์กรประหยัดค่าฝึกอบรมได้มากเพราะพนักงานเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือถ้าบริษัทเปลี่ยนแปลงไประหว่างที่พนักงานลาออก HR ก็ต้องชี้แจงอย่างชัดเจนตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์ว่าสถานการณ์ ในปัจจุบันเป็นอย่างไร และหาคำตอบว่าเหตุผลที่พนักงานกลับมาสู่องค์กรคืออะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Boomerang Employees ที่ดีเกิดจากการมีระบบ Alumni Engagement ที่แข็งแรง และหากคุณคิดว่า HR Recruitment ในองค์กรไม่สามารถปรับตัวตามกระแสโลกได้ทัน</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46112" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-8.webp" alt="Boomerang Employees คืออะไร ทำไมถึงควรจ้างอดีตพนักงานอีกครั้ง" width="600" height="370" title="Boomerang Employees คืออะไร ทำไมถึงควรจ้างอดีตพนักงานอีกครั้ง 617" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2022/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-8.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-8-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะพนักงาน เคยไหมที่คุณเลือกลาออกจากบริษัทเพราะหวังจะได้งานใหม่ที่ตรงกับความต้องการมากกว่าแต่ผลดันออกมาตรงกันข้ามจนอยากกลับไปบริษัทเดิม ! </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือในฐานะ HR เคยไหมที่คุณเลือกปล่อยพนักงานออกไปเพราะเชื่อมั่นว่าตัวแทนสามารถเอาอยู่ แต่ก็ล้มเหลวจนอยากดึงอดีตพนักงานกลับมาอีกครั้ง !</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความคิดเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และเกิดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในยุคที่รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากผลกระทบของโควิด-19 ซึ่งผู้คนมีความคิดในเรื่องปัจเจกบุคคลสูงเป็นพิเศษ แนวคิดนี้นำไปสู่การลาออกครั้งยิ่งใหญ่ (The Great Resignation) ที่เปลี่ยนวิธีคิดของ HR ไปโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกการลาออกที่ประสบความสำเร็จ การอยากกลับไปทำงานที่เดิมจึงเป็นเหมือนการกลับไปหา Comfort Zone ที่ทั้งพนักงานและองค์กรต่างเรียกร้องหากัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุนี้ผู้เชี่ยวชาญจึงมองว่า <strong class="yellow-highlighter"><strong>Boomerang Employees</strong></strong> จะเป็นเทรนด์ใหม่ของการสมัครงาน ติดตามทุกสิ่งที่คุณควรรู้ได้ที่นี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>Boomerang Employees คืออะไร</h2>
<p><b>Boomerang Employees</b><span style="font-weight: 400;"> หมายถึงคนที่เคยออกจากบริษัทแห่งหนึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามและกลับมาสมัครหรือถูกว่าจ้างกลับมาที่องค์กรเดิมอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการเกิด Boomerang Employees สูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยส่วนใหญ่แม้จะกลับมาที่เดิม แต่ก็จะเลือกอยู่ในแผนกใหม่หรือตำแหน่งที่สูงขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้มีผลวิจัยจาก </span><a href="https://www.cbia.com/news/hr-safety/the-boomerang-employee-phenomenon/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Workforce Institute and Workplace Trends</span></a><span style="font-weight: 400;"> มาอธิบายภาพรวมให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ดังนี้</span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">พนักงานที่ออกจากบริษัทไปแล้วยินดีพิจารณาข้อเสนอจากบริษัทที่เคยทำงานด้วย และมีถึงร้อยละ 40 ที่ตัดสินใจกลับไป</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">คนแต่ละช่วงอายุมีความคิดเรื่องการกลับไปทำงานกับบริษัทเดิมแตกต่างกัน กล่าวคือคนยุคมิลเลนเนียลประมาณ 50% ยินดีรับฟังข้อเสนอ ขณะที่ชาว Gen X มีจำนวน 33% และชาว Baby Boomers อยู่ที่เพียง 29% </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">64% ของพนักงานที่กลับมาบริษัทเดิมย้ำว่าองค์กรส่วนใหญ่ไม่รู้วิธีรักษาความสัมพันธ์กับอดีตพนักงาน ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อดีตพนักงานอยากกลับมาร่วมงานด้วย โดยเฉพาะกับพนักงานที่ประสบความสำเร็จหลังออกจากบริษัทไป</span></li>
</ul>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">Boomerang Employees</strong></b><span style="font-weight: 400;"> มักเริ่มต้นจากการลาออกของพนักงานด้วยเหตุผลหลัก ๆ 4 ข้อคือเพื่อหางานที่มีค่าจ้างมากขึ้น, เพื่อลองเดินตามความฝันหรือความชอบส่วนตัว, เพื่อจัดการปัญหาชีวิตเช่นย้ายบ้านหรือความเจ็บป่วย และเพื่อพักผ่อนจนกว่าจะพร้อมทำงานอีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตาม </span><b>Career Path </b><span style="font-weight: 400;">ที่แต่ละคนวางไว้ สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่พนักงานไม่ได้จดจ่ออยู่กับการทำงานที่เดิมไปนาน ๆ แต่เลือกเปลี่ยนงานจนกว่าจะพบสิ่งที่ตอบโจทย์จริง ๆ มากกว่า </span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title" style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210922-career-path/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9252 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/09/shutterstock_574157812.jpg" alt="เหตุผลที่ต้องสร้าง Career Path ให้พนักงานในองค์กร" width="500" height="300" title="Boomerang Employees คืออะไร ทำไมถึงควรจ้างอดีตพนักงานอีกครั้ง 618"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210922-career-path/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">เหตุผลที่ต้องสร้าง Career Path ให้พนักงานในองค์กร</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><span style="font-weight: 400;">มุมมองนี้อาจดูเอนเอียงไปที่ผลประโยชน์ของพนักงานเป็นหลัก แต่สิ่งที่บริษัทจะได้กลับมาก็คือพนักงานที่เข้าใจวิธีการทำงานขององค์กรอยู่แล้ว โดยผลวิจัยใจหัวข้อ </span><a href="https://workplacetrends.com/the-corporate-culture-and-boomerang-employee-study/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">The Corporate Culture and Boomerang Employee Study</span></a><span style="font-weight: 400;"> เผยว่าทีม HR ถึง 56% ยินดีอย่างยิ่งที่จะพิจารณาใบสมัครของอดีตพนักงานหากจากลากันด้วยดี และปัจจุบันบริษัทเปิดรับการว่าจ้างพนักงานเก่ามากกว่าในอดีตถึง 76% ดังนั้น Boomerang Employees คือสิ่งที่ HR ต้องเตรียมตัวรับมือเพื่อให้พร้อมแข่งขันในตลาดของการจ้างงาน</span></p>
<h2>The Great Resignation ทำให้เกิด Boomerang Employees ได้อย่างไร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกการทำงานหลังโควิด-19 เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การอยู่บ้านนาน ๆ ตามนโยบาย Work From Home ทำให้คนมีเวลาใคร่ครวญกับชีวิตมากขึ้นจนอยากออกมาทดลองทำอะไรใหม่ ๆ ดังที่ </span><a href="http://download.companieshouse.gov.uk/en_output.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Companies House Data</span></a><span style="font-weight: 400;"> รายงานว่ามีธุรกิจใหม่เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษสูงถึง 80 แห่งทุก ๆ หนึ่งชั่วโมง จนนำไปสู่การลาออกและเปลี่ยนงานมากเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตามการตัดสินใจออกจากงานอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอไป เพราะการตัดสินใจในภาวะที่กระแสโลกหมุนเร็วจนแทบตามไม่ทันมีโอกาสล้มเหลวสูง จึงไม่แปลกที่คุณแอนโธนี่ คลอตซ์ (Anthony Klotz) ผู้คิดค้นคำว่า</span><b> The Great Resignation </b><span style="font-weight: 400;">จะกล่าวว่า “การกลับมาทำงานที่บริษัทเดิม” จะกลายเป็นเทรนด์ใหม่ในการจ้างงานทั่วโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อธิบายก่อนว่าสถานการณ์ <strong class="yellow-highlighter">The Great Resignation</strong> นั้นทำให้การทำงานของบริษัทติดขัด ไม่ต่อเนื่อง แถมยังต้องเสียทรัพยากรราว 90-200% ของเงินเดือนทุกครั้งที่มีพนักงานลาออก ดังนั้นหน้าที่สำคัญของ HR คือการรักษาพนักงานเดิมให้อยู่กับองค์กรต่อไป และว่าจ้างพนักงานใหม่ที่ตรงกับความต้องการขององค์กรมากที่สุด การจ้างอดีตพนักงานกลับมาจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่สุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะไม่จำเป็นต้องเสียเงินจัดอบรมเพิ่มเติมเนื่องจากพนักงานรู้จักองค์กรอยู่ก่อนแล้ว แถมยังเป็นเหมือนการทำ Exit Interview และ Stay Interview แบบอ้อม ๆ ภายใต้หัวข้อว่า “พนักงานลาออกเพราะอะไรและเลือกกลับมาเพราะอะไร” คำถามนี้จะทำให้เห็นว่าองค์กรพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่ </span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220707-stay-interview/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11787 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/07/notebook-phone-tablet-black-white-office-desk-8-scaled.jpg" alt="Stay Interview คืออะไร การสัมภาษณ์เพื่อดูว่าพนักงานมีความสุข หรือแค่อยู่ไปวัน ๆ" width="600" height="370" title="Boomerang Employees คืออะไร ทำไมถึงควรจ้างอดีตพนักงานอีกครั้ง 619"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220707-stay-interview/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Stay Interview คืออะไร การสัมภาษณ์เพื่อดูว่าพนักงานมีความสุข หรือแค่อยู่ไปวัน ๆ</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: left;"><span style="font-weight: 400;"><strong>คุณคาริน บอร์เชิร์ต (Karin Borchert)</strong> CEO จากบริษัท </span><a href="https://modernhire.com/request-demo/?utm_source=advertising&amp;utm_medium=DBE&amp;utm_campaign=demorequestAPAC&amp;gclid=Cj0KCQjwidSWBhDdARIsAIoTVb3BzLQNByWtCOnmzjl4qymbXpM0zZoPs79MjKU4WINIfEylKOqZ1qMaAm3cEALw_wcB" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Modern Hire</span></a><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่าพนักงานที่กลับมาสู่องค์กรจะรู้ตื้นลึกหนาบางและเข้าใจว่าเป้าหมายขององค์กรคืออะไรโดยไม่ต้องเสียเวลาอธิบายเหมือนพนักงานใหม่จึงสานต่องานของพนักงานเดิมที่ลาออกไปได้อย่างไร้รอยต่อซึ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นเพราะ The Great Resignation อาจเป็นการลาออกของพนักงานกลุ่มใหญ่ ๆ อย่างกระทันหันซึ่งบางครั้งเป็นตำแหน่งที่เว้นว่างเอาไว้นาน ๆ ไม่ได้ </span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-weight: 400;">Boomerang Employees จึงกลายเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ไขปัญหานี้ นอกจากนี้พนักงานคนดังกล่าวยังสามารถนำประสบการณ์ที่ได้ระหว่างการทำงานที่อื่น (ซึ่งมักเป็นบริษัทคู่แข่งหรือบริษัทในสายงานเดียวกัน) มาปรับใช้กับองค์กร ทำให้เกิดวิธีคิดใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจมากขึ้น อย่างไรก็ตามตัวบริษัทเองก็ต้องมั่นใจว่ามีวิสัยทัศน์ที่ตรงกับความต้องการของพนักงาน มิฉะนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากที่ Boomerang Employees จะลาออกจากองค์กรอีกครั้ง</span></p>
<h2>Boomerang Employees มีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร</h2>
<h3>ข้อดีของ Boomerang Employees</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การจ้างอดีตพนักงานกลับมามักเป็นการจ้างพนักงานที่จากกันด้วยดีและมีศักยภาพอยู่ในระดับที่น่าพอใจจนมั่นใจได้ว่าจะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับทีมได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยเราสามารถระบุข้อดีออกมาได้ดังนี้</span></p>
<p><strong class="pink-highlighter"><strong class="yellow-highlighter"><strong>1. Boomerang Employees ช่วยให้การส่งต่องานง่ายขึ้น :</strong> </strong></strong>อดีตพนักงานจะสามารถปรับตัวเข้ากับองค์กรได้ดีกว่าพนักงานใหม่ ยกตัวอย่างเช่นหากเขากลับมาทำงานในตำแหน่งเดิมก็จะรู้ทันทีว่าหน้าที่ของของตนคืออะไร เป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้เป็นอย่างไร และมีรูปแบบการทำงานภายในอย่างไร</p>
<p>แน่นอนว่าแม้อาจมีความเปลี่ยนแปลงอยู่บ้างในระหว่างที่พนักงานลาออกไป แต่ก็ใช้เวลาน้อยกว่าคนอื่นแน่นอน หรือหากถูกจ้างมาในตำแหน่งใหม่ (ไม่ว่าจะต่ำลงหรือสูงขึ้น) อดีตพนักงานก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ตั้งแต่ต้นเพราะมีความรู้พื้นฐานขององค์กรอยู่ก่อนแล้ว นี่คือข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดโดยเฉพาะกับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีระบบซับซ้อน, แผนกมากมาย หรือมีลำดับขั้นในการทำงานที่ละเอียดเป็นพิเศษ</p>
<p><strong class="yellow-highlighter"><strong>2. Boomerang Employees ช่วยนำองค์ความรู้ใหม่ ๆ มาให้กับองค์กร :</strong> </strong>อดีตพนักงานจะมีความจงรักภักดีกับองค์กรมากกว่าพนักงานใหม่ เพราะถือว่าตนได้โอกาสกลับมาสู่บริษัทอีกครั้ง และจะพยายามพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้ทุกคนเห็นว่าตัวเองมีศักยภาพสูงขึ้นกว่าเดิมแล้ว ต่างจากผนักงานใหม่ที่ไม่ได้มีความผูกพันอะไรและพร้อมจะย้ายงานทันทีหากเห็นว่ารูปแบบการทำงานไม่ตอบโจทย์ที่ต้องการ</p>
<p>นอกจากนี้อดีตพนักงานยังมาพร้อมกับทักษะใหม่ ๆ อีกด้วย เพราะเป็นเรื่องธรรมดาที่พอย้ายไปทำงานกับบริษัทใหม่แล้วจะต้องศึกษาวิธีการทำงาน, วิสัยทัศน์, วัฒนธรรมองค์กร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้หากนำมาประยุกต์ใช้อย่างถูกวิธีก็จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรเนื่องจากบริษัทที่พนักงานย้ายไปนั้นก็มักเป็นบริษัทในสายงานเดียวกันหรืออาจเป็นบริษัทคู่แข่งด้วยซ้ำ ดังนั้นอดีตพนักงานจะสามารถตอบได้ชัดเจนว่าปัญหาขององค์กรคืออะไร จุดที่ยังสู้คู่แข่งในตลาดไม่ได้คืออะไร เป็นต้น</p>
<p><strong class="yellow-highlighter"><strong>3. Boomerang Employees ช่วยลดค่าใช้จ่ายขององค์กร :</strong> </strong>สืบเนื่องจากประโยชน์ในข้อก่อนหน้า เมื่ออดีตพนักงานไม่จำเป็นต้องเข้าอบรมเพิ่มทักษะหรือช่วยปรับตัว บริษัทก็สามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ทันที โดยเฉพาะกับทาง HR Recruiter ที่เข้าใจดีว่าการจ้างพนักงานใหม่แต่ละครั้ง แม้จะเตรียมตัวศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด แต่ก็มีความเสี่ยงแฝงอยู่เสมอ ดังนั้นการเซ็นสัญญากับพนักงานที่เรารู้จักและเคยเห็นวิธีการทำงานมาแล้วก็จะช่วยลดความเสี่ยงลงไปได้อีกมาก แถมยังเปิดโอกาสให้องค์กรนำเงินไปใช้ในส่วนอื่น ๆ ที่เกิดประโยชน์มากกว่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11224 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/10/american-dollars-cash-money-sack-black-table-dark-room.jpg" alt="บริการเบิกเงินเดือนล่วงหน้า ตัวช่วยแก้ปัญหายามฉุกเฉินที่องค์กรไม่ต้องปวดหัว" width="600" height="370" title="Boomerang Employees คืออะไร ทำไมถึงควรจ้างอดีตพนักงานอีกครั้ง 620"></p>
<h3>ข้อเสียของ Boomerang Employees</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้การจ้างอดีตพนักงานจะมีข้อดีมากมาย แต่อย่าลืมว่าทุกบริษัทมีโครงสร้างต่างกัน และบางบริษัทอาจมีความเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือในเวลาสั้น ๆ จนแม้แต่อดีตพนักงานก็ไม่สามารถปรับตัวได้ ดังนั้นบริษัทจึงควรใส่ใจกับข้อควรระวังเหล่านี้เช่นกัน</span></p>
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">1. Boomerang Employees อาจทำให้บรรยากาศในการทำงานแย่ลง : </strong></strong>หากอดีตพนักงานออกจากบริษัทครั้งแรกแบบมีปัญหา การกลับมาอีกครั้งย่อมสร้างความลำบากใจให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นเป็นหน้าที่ของ HR ที่ต้องหาข้อมูลให้ละเอียดที่สุด โดยเฉพาะการสอบถามจากผู้ที่เคยมีประสบการณ์ร่วมกันโดยตรง ห้ามตัดสินใจรับเข้ามาด้วยเหตุผลที่เกิดจากการคิดไปเองเด็ดขาด</p>
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">2. Boomerang Employees อาจกลับมาสู่บริษัทเพราะเหตุผลด้านผลประโยชน์เท่านั้น :</strong></strong> แม้จะไม่ชอบใจเท่าไรนัก แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาหากพนักงานจะสนใจเรื่องค่าตอบแทนมากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนในองค์กร ดังนั้น HR ต้องสังเกตว่าอดีตพนักงานที่สมัครเข้ามามีการติดต่อสื่อสารกับบริษัทอยู่เรื่อย ๆ หรือเพิ่งเข้าหาหลังจากที่บริษัทปรับสวัสดิการให้น่าดึงดูดมากขึ้น การหาแรงบันดาลใจในการกลับมาคือรากฐานสำคัญของเรื่อง Boomerang Employees เพราะหากเรารู้ว่าพนักงานดังกล่าวกลับมาด้วยเป้าหมายอะไร ก็เป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับ HR ในการบริหารจัดการให้องค์กรได้ประโยชน์มากที่สุด</p>
<p><strong class="yellow-highlighter"><strong>3. Boomerang Employees อาจปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง :</strong> </strong>อดีตพนักงานอาจเลือกกลับมาเพราะความสบายใจและคิดว่าจะได้ทำงานในแบบที่คุ้นเคยโดยไม่สนเลยว่าบริษัทเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน พวกเขาจะมององค์กรเป็นครอบครัวที่พร้อมสร้างความสุขให้กันตลอดเวลาจนเป็นเหมือนโลกในอุดมคติที่หากปล่อยไว้นาน พนักงานดังกล่าวจะไม่สามารถรับมือกับการเติบโตขององค์กรได้เลย ดังนั้นหน้าที่ของ HR คือการทำให้พนักงานอยู่ในโลกของความเป็นจริง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการสัมภาษณ์ก่อนจะรับกลับมาทำงานอีกครั้ง</p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเห็นได้ว่าปัญหาของ <strong>Boomerang Employees</strong> สามารถแก้ไขได้ตั้งแต่ต้นตอหาก HR มีความใส่ใจในรายละเอียดมากพอ โดยสามารถสังเกตสัญญาณเตือนได้จาก 3 บริบทหลักได้แก่</span></p>
<p>1. เมื่อมีเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือคนที่เกี่ยวข้องแจ้งให้ทราบว่าอดีตพนักงานท่านนี้เคยสร้างปัญหาให้บริษัทมาก่อน ทาง HR ต้องเข้ามาตรวจสอบและชั่งน้ำหนักทันทีว่าการจ้างกลับมาอีกครั้งจะทำให้บรรยากาศในการทำงานเสียหายหรือไม่</p>
<p>2. เมื่อพนักงานอธิบายไม่ได้ว่าอยากกลับมาทำงานกับบริษัทเพราะอะไร เพราะปกติแล้วเราย่อมเลือกทำงานกับบริษัทด้วยเป้าหมายส่วนตัวทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายกว้าง ๆ เช่นไม่อยากตกงาน หรือเป้าหมายเพื่ออนาคตที่มองเห็นช่องทางการเติบโตในองค์กร เป็นต้น ซึ่งการกลับมาทำงานโดยไม่มีเป้าหมายอะไรเลยเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดและมีความเสี่ยงต่อปัญหาที่จะตามมาในอนาคต</p>
<p>3.เมื่อพนักงานงานเคยมีปัญหาเรื่องความรับผิดชอบหรือการทำงานในภาพรวม เพราะแม้บริษัทจะขาดคนแค่ไหน แต่การนำอดีตพนักงานกลับมาเพียงเพราะเหตุผลนี้ไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้อง HR ต้องคำนึงก่อนว่าการรับพนักงานแต่ละคนต้องอาศัยการฝึกอบรมเพิ่มเติมมากแค่ไหน เป็นงบประมาณเท่าใด ดังนั้นหากพนักงานเก่ามีแนวโน้มไปในด้านลบ การหาพนักงานใหม่ที่พร้อมทุ่มเทเพื่อบริษัทก็เป็นทางเลือกที่ถูกต้องกว่า</p>
<h2>HR ต้องบริหารจัดการเรื่อง Boomerang Employees อย่างไร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11122 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/04/1_nMAh27RUX3BaUBgv7aiOgw.jpeg" alt="1 nMAh27RUX3BaUBgv7aiOgw" width="600" height="370" title="Boomerang Employees คืออะไร ทำไมถึงควรจ้างอดีตพนักงานอีกครั้ง 621"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางครั้งบริษัทอาจเป็นฝ่ายยินยอมให้พนักงานลาออกในทีแรกเพราะอยากสนับสนุนให้เลือกทางเดินที่เหมาะสมที่สุดและบริษัทเองก็ได้พนักงานใหม่มาสานต่องานเรียบร้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็พบว่าพนักงานใหม่ไม่สามารถทำตามวัตถุประสงค์ของงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจึงอยากได้พนักงานเดิมกลับมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ สิ่งที่ HR ควรทำเป็นอย่างแรกก็คือการปรับทัศนคติ HR ต้องไม่มีอคติหรือคิดว่าพนักงานที่เคยลาออกไม่มีความจงรักภักดีและอาจลาออกอีกครั้ง คุณลาน่า ปีเตอร์ (Lana Peters) จากบริษัท </span><a href="https://www.google.com/search?q=hibob&amp;oq=hibob&amp;aqs=edge..69i57j0i512l7.632j0j4&amp;sourceid=chrome&amp;ie=UTF-8" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">HiBob</span></a><span style="font-weight: 400;"> ในสหรัฐอเมริกากล่าวว่า HR ห้ามนำเรื่องที่พนักงานเคยลาออกมาอ้างอิงว่าเขาไม่จริงจังกับการทำงานในบริษัทเด็ดขาด HR ต้องถามอย่างตรงไปตรงมาว่าการลาออกครั้งนั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร หากเป็นความเข้าใจผิดก็ให้อธิบาย และหากเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในองค์กร ก็ให้หาทางแก้โดยเร็วที่สุดเพื่อพิสูจน์ว่าองค์กรมีวิสัยทัศน์ที่อยากให้บริษัทเติบโตขึ้นจริง ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องคิดว่าหากรับอดีตพนักงานกลับเข้ามาแล้ว ก็ต้องเปิดใจ ไม่เอาแต่จับผิด มิฉะนั้นการจ้างอดีตพนักงานก็จะไม่มีประโยชน์เลยหากทุกคนต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-10608 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/christina-wocintechchat-com-LQ1t-8Ms5PY-unsplash-scaled.jpg" alt="christina wocintechchat com LQ1t 8Ms5PY unsplash scaled" width="600" height="370" title="Boomerang Employees คืออะไร ทำไมถึงควรจ้างอดีตพนักงานอีกครั้ง 622"></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>Walden University</strong> สหรัฐอเมริกา</span><a href="https://www.waldenu.edu/online-masters-programs/ms-in-human-resource-management/resource/should-hr-managers-rehire-former-employees" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">เผยผลสำรวจ</span></a><span style="font-weight: 400;">จาก HR จำนวน 1,800 คนที่ระบุว่ามี HR Recruiter ถึง 85% ที่เคยได้รับใบสมัครงานจากอดีตพนักงานตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา และมีถึง 2 ใน 3 ที่มองว่าการว่าจ้างอดีตพนักงานเป็นเรื่องปกติไปแล้วตราบใดที่มีการวางแผนอยากถูกต้อง โดย HR ควรเริ่มสัมภาษณ์อดีตพนักงานด้วยคำถามเหล่านี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1. อยากกลับมาทำงานที่บริษัทเพราะอะไร มองเห็นโอกาสใหม่ ๆ หรือแค่ไม่ชอบงานที่ทำอยู่และต้องการกลับมาในจุดที่สบายใจ (Comfort Zone)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2. นอกจากสาเหตุที่เคยแจ้งใน Exit Interview ตอนลาออกแล้ว มีสาเหตุอื่นอีกหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3. ได้เรียนรู้อะไรมาบ้างหลังลาออกจากบริษัท HR ต้องให้อดีตพนักงานเล่าออกมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">4. อดีตพนักงานคิดว่าตนจะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมได้อย่างไร โดยเฉพาะหากรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง อดีตพนักงานควรชี้แจงถึงแนวทางรับมืออย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">5. อดีตพนักงานจะทำอย่างไรหากความสัมพันธ์กับหัวหน้างานไม่เหมือนเดิม เพราะถึงแม้ทั้งคู่จะเคยสนิทสนมกันมาก่อน แต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวก็อาจเปลี่ยนไปจากเดิมด้วยภาระหน้าที่ที่มากขึ้น HR ต้องทำให้พนักงานเข้าใจว่าแม้จะเป็นบริษัทเดิม แต่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">6. อดีตพนักงานจะทำอย่างไรหากเจอกับปัญหาในลักษณะเดิมอีกครั้ง เพราะคงไม่ใช่เรื่องดีหากพนักงานเลือกลาออกแทนที่จะหาแนวทางแก้ไขที่เป็นมืออาชีพมากขึ้น</span></p>
<blockquote>
<h4><strong>HR มีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ </strong></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8820 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Questions-cuate-2.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="300" height="300" title="Boomerang Employees คืออะไร ทำไมถึงควรจ้างอดีตพนักงานอีกครั้ง 623"></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">Q: </span><span style="font-size: 14pt;">ควรทำ Exit Interview อย่างไรให้ได้ข้อมูลตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด</span></strong></p>
<p>ที่บริษัทมีอัตราลาออกต่อปีค่อนข้างสูง เลยอยากออกแบบการบริหาร, ปรับสวัสดิการ และปรับวัฒนธรรมองค์กรให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานมากขึ้นจึงอยากทำ Exit Interview เพื่อเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด อยากถามว่าควรทำอย่างไรจึงจะได้ข้อมูลที่ตรงกับความเป็นจริงและไม่ใช้คำถามที่อ่อนไหวจนเกินไป</p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">A: ปกติการทำ Exit Interview มักได้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงนักด้วยเหตุผลเหล่านี้</span></strong></p>
<p>1. เกรงใจเพราะคิดว่าอาจมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีกในอนาคต<br />
2. คิดว่าบอกไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะหาก HR แก้ไขได้ คงแก้ไขไปตั้งนานแล้ว</p>
<p>,,, <em>(คลิกดูคำตอบทั้งหมด👇)</em></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/601?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8818" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/0vp.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="370" height="80" title="Boomerang Employees คืออะไร ทำไมถึงควรจ้างอดีตพนักงานอีกครั้ง 624"></a></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์เบื้องต้นเหล่านี้จะช่วยให้ HR ได้ข้อสรุปว่าอดีตพนักงานมีความพร้อมต่อการกลับมาสู่องค์กรจริง ๆ หรือไม่ ทั้งนี้ไม่ว่าผลการคัดเลือกจะออกมาเป็นอย่างไร เคล็ดลับที่ HR มองข้ามไปไม่ได้ก็คือการ </span><b>“ปฏิบัติกับอดีตพนักงานเหมือนกับเป็นคนในทีม”</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่เงียบหายไปหากผลการตัดสินเป็นไปในแง่ลบ ให้ติดต่อแจ้งผลอย่างจริงใจพร้อมความเห็นเพื่อให้ผู้สมัครนำไปแก้ไขปรับปรุงและรักษามิตรภาพระหว่างกันต่อไป</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title" style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220215-how-to-do-employer-branding/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-10586" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/tai-2.png" alt="tai 2" width="747" height="420" title="Boomerang Employees คืออะไร ทำไมถึงควรจ้างอดีตพนักงานอีกครั้ง 625"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/220215-how-to-do-employer-branding/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">การทำ Employer Branding แบบจริงใจ ใช้ได้จริง และพนักงานรู้สึกอินไปกับมัน</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>HR ควรรักษาความสัมพันธ์กับพนักงานเก่า (Company Alumni) อย่างไร</h2>
<p style="text-align: left;"><span style="font-weight: 400;">เมื่อมีพนักงานลาออกไป องค์กรส่วนใหญ่มักคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างกันได้จบลงแล้วและหันไปให้ความสำคัญกับพนักงานที่ยังอยู่มากกว่า แต่ความจริงพนักงานเก่าถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ถูกมองข้าม เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าพนักงานที่ออกไปจะกลายเป็นคนที่มีอิทธิพลจนสามารถชี้เป็นชี้ตายธุรกิจของเราในอนาคตหรือไม่ ดังนั้นการรักษาพนักงานเก่าเอาไว้ให้ดีที่สุดคืออีกหนึ่งปัจจัยแห่งความสำเร็จที่บริษัทชั้นนำเลือกใช้</span><span style="font-weight: 400;">การรักษาความสัมพันธ์กับพนักงานเก่าไม่ใช่แค่เรื่องการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้าง Employer Branding ให้แข็งแรงตามแนวคิดของการพัฒนาองค์กรให้ตอบสนองพนักงานปัจจุบัน, พนักงานในอดีต และพนักงานที่จะสมัครเข้ามาในอนาคต โดยเราสามารถสรุปประโยชน์ของอดีตพนักงานได้ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; อดีตพนักงานสามารถนำประสบการณ์มาแนะนำให้กับพนักงานยุคปัจจุบันได้ ซึ่งช่วยให้ระบบการทำงานในองค์กรมีมิติมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; อดีตพนักงานสามารถช่วยเหลือเรื่องเงินทอง หรือใช้คอนเนคชั่นส่วนตัวเพื่อยกระดับการทำงานขององค์กรที่ตนเคยสังกัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; อดีตพนักงานจะทำหน้าที่เป็นทูตของบริษัทโดยพฤตินัย และคอยบอกเล่าข้อดีขององค์กรให้กว้างขึ้น เป็นประโยชน์ต่อ HR ทั้งในแง่ของ Employee Retention และการ Recruitment</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การรักษาความสัมพันธ์กับอดีตพนักงานหรือ <strong>Alumni Engagement</strong> สามารถทำได้ด้วยวิธีเหล่านี้ </span></p>
<h3>ทำความเข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายต้องการอะไร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเข้าใจตลาดเป็นรากฐานของธุรกิจทุกประเภท และการทำ Alumni Engagement ก็เช่นกัน หากเรารู้ว่าอดีตพนักงานของเราต้องการอะไร ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะสร้างความรู้สึกในแง่บวกตามมา อย่างไรก็ตามการเอาใจอดีตพนักงานจะต้องใช้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ เพราะไม่ใช่ทุกองค์กรที่อดีตพนักงานจะรวมตัวเป็นชมรมหรือกลุ่มก้อนชัดเจนจึงไม่แปลกหากจะมีใครตกหล่นไประหว่างทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าอดีตพนักงานในบริษัทของคุณมีการรวมตัวไม่ว่าจะบนโลกโซเชียลหรือการจัดกิจกรรมก็ตาม ให้ HR เก็บข้อมูลทันทีว่ากิจกรรมที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนั้น ๆ คืออะไร, โพสต์แบบใดที่พวกเขาสนใจเป็นพิเศษ เป็นต้น และที่สำคัญคืออย่าลืมอัพเดทฐานข้อมูลทุกครั้งที่มีโอกาส เพราะกระแสโลกในปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจริง ๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-10229 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/01/cherful-positive-young-colleagues-using-laptop-computer.jpg" alt="8 วิธีพัฒนา Employee Experience ในระยะยาว" width="600" height="370" title="Boomerang Employees คืออะไร ทำไมถึงควรจ้างอดีตพนักงานอีกครั้ง 626"></p>
<h3>ทำให้อดีตพนักงานรู้สึกว่าตนสำคัญกับองค์กรเสมอ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มนุษย์ทุกคนต่างรู้สึกดีเมื่อมีคุณค่าต่อผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นศิษย์เก่าในโรงเรียนหรืออดีตพนักงานก็ตาม ดังนั้นองค์กรสามารถจัดอบรมในหัวข้อที่เป็นประโยชน์โดยเอาอดีตพนักงานที่มีผลงานโดดเด่นมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้พนักงานปัจจุบันได้ฟัง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีที่ดีที่สุดคือการให้ HR ศึกษาว่าพนักงานต้องการอะไร จากนั้นค่อยหาอดีตพนักงานที่ตอบโจทย์ดังกล่าวมากที่สุด ทั้งนี้เพราะคุณค่าของการตอบแทนไม่ใช่แค่ได้พูดออกไปเท่านั้น แต่หมายถึงการที่มีคนนำคำแนะนำไปใช้และเกิดประโยชน์ขึ้นจริงต่างหาก </span></p>
<h3>ใช้ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งบริษัทเปิดมานาน มิติของพนักงานก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างของอายุ เชื้อชาติ ภาษา HR จึงควรใช้วิธีการสื่อสารที่หลากหลายเพื่อให้แน่ใจได้ว่าบริษัทสามารถถ่ายทอดสิ่งที่ต้องการออกไปได้ทั้งหมด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ดูแลด้านศิษย์เก่าของ<strong> University of Manchester</strong> กล่าวว่าคน Gen X จะชอบสื่อสารด้วยอีเมล, คน Gen Y จะชอบใช้เทคโนโลยีและสื่อสารอย่างรวดเร็ว ขณะที่ Gen Z ชอบอ่านเนื้อหาสั้น ๆ ที่ย่อยง่าย ไม่ต้องคิดตามเยอะหรือที่เรียกว่า Snackable Content ดังนั้น HR ต้องมีข้อมูลของอดีตพนักงานทั้งหมดเก็บไว้เพื่อช่วยออกแบบกิจกรรม, ของตอบแทน หรืออื่น ๆ ที่ทำให้พวกเขายังคงมีปฏิสัมพันธ์กับองค์กรต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>Alumni Engagement</strong> ที่ดีจะทำให้ Boomerang Employees มีประสิทธิภาพขึ้นมาก เพราะอดีตพนักงานจะเห็นความเป็นไปขององค์กรทั้งด้านวัฒนธรรม, วิธีการทำงาน, วิสัยทัศน์ อยู่เสมอ ซึ่งความเข้าใจตรงนี้จะช่วยให้สานต่องานได้ทันที และ HR ก็จะมีข้อมูลไว้ตัดสินใจมากพอว่าอดีตพนักงานคนดังกล่าวเหมาะกับองค์กรจริง ๆ หรือไม่</span></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>Boomerang Employees</strong> ถือเป็นพัฒนาการของ HR Recruitment ที่ต้องปรับตัวให้ทันกระแสโลก นี่คือภาพสะท้อนว่าองค์กรจะเอาแต่ยึดติดอยู่กับธรรมเนียมเดิม ๆ ไม่ได้อีกต่อไป ซึ่ง Boomerang Employees จะเกิดขึ้นต่อเนื่องอีกพักใหญ่ ๆ จนกว่าโลกการทำงานหลังโควิด-19 จะกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง และแม้ Boomerang Employees จะมีข้อควรระวังอยู่เต็มไปหมด แต่ก็สร้างประโยชน์ได้มากเช่นกันหากถูกบริหารจัดการอย่างเหมาะสมโดยเริ่มได้ตั้งแต่การสัมภาษณ์หรือการสร้างเครือข่ายของอดีตพนักงานเลยด้วยซ้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR Recruiter ต้องทำการบ้านอย่างหนักในปัจจุบันเพื่อใช้ประโยชน์จาก Boomerang Employees ให้ได้มากที่สุด แต่หากคุณคิดว่าองค์กรมีความพร้อมไม่พอและจำเป็นต้องมีตัวช่วยในการว่าจ้างงาน เราขอแนะนำ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">HREX.asia </span></a><span style="font-weight: 400;">แพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลบริการและผลิตภัณฑ์ HR เอาไว้มากที่สุดในเมืองไทย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมีวิสัยทัศน์แบบไหน แพลตฟอร์มนี้ก็จะตอบทุกความต้องการของคุณได้แน่นอน คลิกเลย !</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="Gaysorn Village ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่คือชุมชนที่เต็มเปี่ยมด้วยโอกาสและแรงบันดาลใจ 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">Sources</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3yQcQaB" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3yQcQaB</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3yQ3wUg" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3yQ3wUg</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3zjgJq3" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3zjgJq3</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://cnb.cx/3zsAQ5j" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://cnb.cx/3zsAQ5j</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3odSOBW" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3odSOBW</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/220624-bodylanguage/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jun 2022 08:28:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Body Language]]></category>
		<category><![CDATA[Communication]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/220624-bodylanguage/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT มนุษย์สื่อสารด้วยอวัจนภาษา (Nonverbal Communication) เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นภาษากาย (Body Language) หรือการแสดงออกทางสีหน้า และใช้ภาษาพูดเพียง 10-20% เท่านั้น ดังนั้นความเข้าใจในเรื่องนี้จะช่วยให้เราวิเคราะห์ผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในด้านการทำงานของ HR ก็เช่นกัน เราสามารถนำความรู้เรื่องภาษากาย (Body Language) ไปพิจารณาผู้สมัครว่าข้อมูลใดเป็นข้อมูลจริง ข้อมูลใดเป็นข้อมูลเท็จ เพื่อช่วยให้การคัดเลือกพนักงานมีประสิทธิภาพ ตรงโจทย์ที่บริษัทต้องการ ภาษากาย (Body Language) แบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ภาษากายในแง่บวก และภาษากายในแง่ลบ ซึ่งไม่ว่ามนุษย์จะพยายามฝืนทำในสิ่งที่คิดว่าดีอย่างไร จิตใต้สำนึกข้างในก็จะสั่งให้แสดงภาษากายออกมาโดยไม่รู้ตัวอยู่ดี ดังนั้นภาษากายจึงเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือและนำมาประกอบการวิเคราะห์ได้เลย คุณเคยอยากอ่านใจคนอื่นได้ไหม ? ถ้าคำตอบของคุณคือใช่ นี่คือบทความที่คุณต้องอ่าน ! เพราะการอ่านภาษากายถูกยอมรับว่าเป็นวิธีจับโกหกที่น่าเชื่อถือที่สุดวิธีหนึ่งซึ่งหน่วยงานระดับโลกอย่าง FBI เลือกใช้ นั่นเท่ากับว่าหากเรารู้ว่าภาษากายและการแสดงออกทางสีหน้ามีความหมายใดซ่อนอยู่ เราก็จะก้าวนำคนอื่นไปขั้นหนึ่งทันที  ความเข้าใจเรื่องภาษากายยังช่วยให้เราระมัดระวังตัวได้มากขึ้นเมื่อต้องขายงานลูกค้า, รับพนักงานใหม่, คบหาเพื่อนใหม่ ๆ หรือแม้แต่การสร้างความประทับใจให้คนรัก ทั้งนี้เพราะมนุษย์สื่อสารด้วยภาษาพูดในอัตราเพียง 10-20% เท่านั้น โดยสิ่งที่ช่วยเน้นย้ำความหมายหรือทำให้ความรู้สึกของผู้พูดชัดขึ้นก็คือกริยาท่าทาง, จังหวะการพูด, โทนเสียง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">มนุษย์สื่อสารด้วยอวัจนภาษา (Nonverbal Communication) เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นภาษากาย (Body Language) หรือการแสดงออกทางสีหน้า และใช้ภาษาพูดเพียง 10-20% เท่านั้น ดังนั้นความเข้าใจในเรื่องนี้จะช่วยให้เราวิเคราะห์ผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ในด้านการทำงานของ HR ก็เช่นกัน เราสามารถนำความรู้เรื่องภาษากาย (Body Language) ไปพิจารณาผู้สมัครว่าข้อมูลใดเป็นข้อมูลจริง ข้อมูลใดเป็นข้อมูลเท็จ เพื่อช่วยให้การคัดเลือกพนักงานมีประสิทธิภาพ ตรงโจทย์ที่บริษัทต้องการ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ภาษากาย (Body Language) แบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ภาษากายในแง่บวก และภาษากายในแง่ลบ ซึ่งไม่ว่ามนุษย์จะพยายามฝืนทำในสิ่งที่คิดว่าดีอย่างไร จิตใต้สำนึกข้างในก็จะสั่งให้แสดงภาษากายออกมาโดยไม่รู้ตัวอยู่ดี ดังนั้นภาษากายจึงเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือและนำมาประกอบการวิเคราะห์ได้เลย</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11689 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/06/shutterstock_322342232.jpg" alt="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication" width="600" height="370" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 649"></p>
<p><b>คุณเคยอยากอ่านใจคนอื่นได้ไหม ? </b><span style="font-weight: 400;">ถ้าคำตอบของคุณคือใช่ นี่คือบทความที่คุณต้องอ่าน ! เพราะการอ่านภาษากายถูกยอมรับว่าเป็นวิธีจับโกหกที่น่าเชื่อถือที่สุดวิธีหนึ่งซึ่งหน่วยงานระดับโลกอย่าง </span><a href="https://www.cnbc.com/2020/04/16/retired-fbi-agent-how-to-read-body-language-during-coronavirus-when-wearing-face-masks.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">FBI</span></a><span style="font-weight: 400;"> เลือกใช้ นั่นเท่ากับว่าหากเรารู้ว่าภาษากายและการแสดงออกทางสีหน้ามีความหมายใดซ่อนอยู่ เราก็จะก้าวนำคนอื่นไปขั้นหนึ่งทันที </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเข้าใจเรื่องภาษากายยังช่วยให้เราระมัดระวังตัวได้มากขึ้นเมื่อต้องขายงานลูกค้า, รับพนักงานใหม่, คบหาเพื่อนใหม่ ๆ หรือแม้แต่การสร้างความประทับใจให้คนรัก ทั้งนี้เพราะมนุษย์สื่อสารด้วยภาษาพูดในอัตราเพียง 10-20% เท่านั้น โดยสิ่งที่ช่วยเน้นย้ำความหมายหรือทำให้ความรู้สึกของผู้พูดชัดขึ้นก็คือกริยาท่าทาง, จังหวะการพูด, โทนเสียง เป็นต้น ดังนั้นฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือ HR จึงควรศึกษาภาษากายเอาไว้เพื่อช่วยให้ตนมีบุคลิกภาพที่ดีและช่วยให้สามารถสังเกตพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือเป็นผลดีต่อทุกฝ่ายในภาพรวม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาษากายคืออะไร เรียนรู้ได้ยากหรือไม่ หาคำตอบได้ที่นี่</span></p>

<h2>ภาษากาย (Body Language) มีความสำคัญอย่างไร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11694 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/06/shutterstock_1150466690.jpg" alt="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication" width="921" height="284" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 650"></p>
<p><b><strong class="green-highlighter">Nonverbal Communication</strong> </b><span style="font-weight: 400;">หรือ</span><b> &#8220;อวัจนภาษา&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> คือการสื่อสารด้วยวิธีอื่นที่ไม่ใช่การพูดหรือเขียน เป็นการสื่อสารที่เกิดขึ้นโดยสัญชาตญาณและพฤติกรรมที่คุ้นเคยซึ่งมนุษย์ควบคุมได้ยาก ต่างจากภาษาพูดที่มนุษย์สามารถผลิตตามความต้องการในสมองได้อย่างสบาย ๆ จึงกล่าวได้ว่าการสังเกตอวัจนภาษาควบคู่ไปกับการพูดจะช่วยให้เราเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการสื่อมากขึ้น เช่นหากเราเห็นอีกฝ่ายตั้งใจพูดเรื่องตลกแต่เราเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลน กระสับกระส่าย ก็เป็นไปได้ว่ามีความผิดปกติบางอย่างซ่อนอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองถามตัวเองดูว่าเราเคย</span><i><span style="font-weight: 400;">ตัดสินใจคนเพียงเพราะเห็นบุคลิกภาพภายนอก (เช่นคนนี้น่าจะเป็นคนขี้เหวี่ยง, คนนี้น่าจะเป็นคนหวาน ๆ ) แต่พอได้พูดคุยกันถึงรู้ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด</span></i><span style="font-weight: 400;"> หรืออีกกรณีเช่นบางคนอาจรู้สึกว่า</span><i><span style="font-weight: 400;">หัวหน้าของตนมีกริยาท่าทางไม่เหมาะกับการเป็นผู้นำ </span></i><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้คือการยืนยันว่าการมองด้วยสายตาก็สามารถเห็นภาษากายที่สื่อสารออกมาได้จริง ๆ และมันอาจทำให้อีกฝ่ายเข้าใจเราผิดได้หากไม่รู้จักวิธีใช้ภาษากายอย่างถูกต้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้ภาษากายยังเป็นตัวช่วยสำคัญของคนพูดไม่เก่งหรือ <strong>Introvert</strong> เพื่อทำให้ข้อมูลที่ต้องการสื่อสารออกไปมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือขึ้นอีกด้วย</span></p>
<h2>ความหมายของภาษากาย (Body Language) ที่ถูกใช้บ่อย</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11695 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/06/iris-scanner-man-using-biometrics-unlock-door.jpg" alt="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication" width="600" height="370" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 651"></p>
<p><a href="https://bit.ly/3QwBDIG" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Science of People</span></a><span style="font-weight: 400;"> บอกว่าภาษากายคือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนสามารถทำความเข้าใจได้ และความเข้าใจในเรื่องนี้คือสิ่งที่ใกล้เคียงกับคำว่า <strong>&#8220;อ่านใจคนอื่น&#8221;</strong> มากที่สุด ดังนั้นหากเรามีความรู้ตรงนี้ ก็จะก้าวนำผู้อื่นและวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างเฉียบคมมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นหากเราทำหน้าที่เป็นผู้บรรยาย และเห็นผู้ฟังทำคิ้วขมวด เราก็รู้ได้ว่าสิ่งที่เรานำเสนอไม่น่าสนใจมากพอ ซึ่งเราสามารถเปลี่่ยนหัวข้อหรือวิธีนำเสนอเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้ทันที เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงานของเราอย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาษากายสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่</span><b>ภาษากายในแง่บวก</b><span style="font-weight: 400;"> (Positive / Open Body Language) และ</span><b>ภาษากายในแง่ลบ</b><span style="font-weight: 400;"> (Negative / Closed Body Language) โดยอธิบายได้ดังนี้</span></p>
<h3>ภาษากายในแง่บวก</h3>
<figure id="attachment_11696" aria-describedby="caption-attachment-11696" style="width: 257px" class="caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11696" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/06/woman-with-black-hair-with-raised-eyebrows.jpg" alt="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication" width="257" height="370" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 652"><figcaption id="caption-attachment-11696" class="caption-text">Credit : https://www.languagehumanities.org/</figcaption></figure>
<p><strong>1. การยักคิ้วโดยไม่รู้ตัว (Eyebrow Flash) : </strong>คือการยักคิ้วขึ้นอย่างรวดเร็ว ในระยะเวลาที่ต่ำกว่า 1 วินาที แสดงถึงความสนใจเป็นพิเศษ โดยแบ่งได้เป็น 3 ประเภทคือ</p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; แปลว่า &#8220;ยอมรับ/ตกลง&#8221; เมื่อเป็นผู้พิจารณางาน หรือต้องยืนยันประเด็นบางอย่างแบบมืออาชีพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; แปลว่าความหลงใหลในเชิงโรแมนติก เช่นเวลาเราสนใจฝ่ายตรงข้าม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; แปลว่าเราดีใจที่ได้พบกับฝ่ายตรงข้าม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักการของการยักคิ้วคือการกระตุ้นให้ฝ่ายตรงข้ามหันมามองหน้าเรา แบบเดียวกับคำพูดว่า &#8220;ฟังครูนะ&#8221; หรือ &#8220;มองหน้าฉันสิ&#8221; โดยนัก</span><a href="https://www.researchgate.net/publication/243768681_Human_facial_expressions_as_adaptations_Evolutionary_questions_in_facial_expression_research" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">วิจัย</span></a><span style="font-weight: 400;">จาก <strong>University of Pittsburg</strong>h กล่าวว่าการยักคิ้วมีความหมายสากล เข้าใจตรงกันทั่วโลก แถมสัตว์จำพวกลิงก็ใช้ภาษากายแบบนี้เช่นกัน !?</span></p>
<p><b></b><strong class="yellow-highlighter"><b>วิธีใช้งาน</b><span style="font-weight: 400;"> </span></strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เมื่อเจอคนที่ถูกใจหรืออยากให้คนนั้นชอบเรา : ให้ยักคิ้วใส่อย่างสุภาพและต่อด้วยรอยยิ้มที่สดใสอ่อนหวานที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เมื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมให้มากขึ้น : เช่นเมื่อเป็นผู้บรรยายในที่ประชุม ให้เรายักคิ้วใส่ผู้ชมหนึ่งครั้งก่อนที่จะเริ่มต้นนำเสนอข้อมูล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เมื่อต้องการแสดงความสงสัย : หากเราเป็นผู้ฟัง และรู้สึกสงสัย การยักคิ้วเป็นการสื่อสารให้ผู้พูดรู้ว่าเราสนใจประเด็นนั้นเป็นพิเศษ หรือมีข้อสงสัยที่อยากได้คำอธิบายเพิ่มเติม</span></p>
<hr />
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11697" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/06/s.png" alt="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication" width="578" height="217" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 653"></p>
<p><strong>2. การจับมืออย่างถูกต้อง (Handshake) :</strong> การจับมือที่ดีแสดงถึงความเคารพซึ่งกันและกัน, ความมั่นใจ, การเปิดใจ ดังนั้นการจับมือที่สร้างความทรงจำในแง่ลบอาจทำให้เกิดผลเสียต่อการเริ่มต้นความสัมพันธ์มากกว่าที่คิด ดังนั้นหากคุณทำงานกับชาวต่างชาติที่ต้องใช้การจับมือแทนคำทักทาย นี่คือ 7 องค์ประกอบของการจับมือที่คุณต้องรู้</p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> สบตาฝ่ายตรงข้าม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ยิ้มอย่างสุภาพอ่อนโยน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ยื่นแขนให้สุดโดยงอข้อศอกเล็กน้อย</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> หักข้อมือลงให้นิ้วกดลงไปที่พื้น เมื่อเป็นฝ่ายยื่นมือไปก่อน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> กำมือคู่ต่อสู้ในระดับที่พอดี ไม่แน่นเกินไป ไม่หลวมเกินไป และคงแรงบีบเท่าเดิมตลอดการจับมือ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> โน้มตัวไปหาฝ่ายตรงข้ามเล็กน้อย</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ปล่อยมืออย่างช้า ๆ เมื่อเวลาผ่านไปราว 1-2 วินาที</span></li>
</ol>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">วิธีใช้งาน</strong></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนการจับมือทุกครั้งเราต้องสังเกตสถานการณ์โดยรอบก่อน เพราะการฝืนใจจับมือไม่สามารถนำมาซึ่งผลประโยชน์ใด ๆ ได้เลย แต่การจับมือยังเป็นเพียงวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เพราะอย่างในประเทศไทยของเรานิยมใช้วิธีไหว้เพื่อทักทาย ขณะที่ญี่ปุ่นใช้วิธีโค้งคำนับ หรือบางประเทศใช้วิธีจุมพิตที่แก้มมากกว่า ดังนั้นต้องสังเกตด้วยว่าฝ่ายตรงข้ามมีวัฒนธรรมอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเคล็ดลับง่าย ๆ ก็คือเราควรจับมือกับคนที่มั่นใจว่ายินดีจับมือกับเราเท่านั้น และหากไม่แน่ใจก็สามารถใช้วิธีพยักหน้าหรือรอให้อีกฝ่ายเป็นคนยื่นมือจับก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แรงบีบในการจับมือแต่ละครั้งจะแตกต่างกันตามลักษณะของฝ่ายตรงข้าม เช่นเราควรจับมืออย่างแผ่วเบาหากอีกฝ่ายเป็นผู้สูงอายุ หรือหากจับมือกับคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าให้ใช้วิธีจับแบบหลวม ๆ และรอให้อีกฝ่ายเป็นผู้ออกแรงบีบดีกว่า จากนั้นเมื่อองค์ปรเะกอบเหล่านี้ครบแล้ว ให้คุยในหัวข้อที่เป็นประโยชน์เพื่อกระชับความสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วที่สุด</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">&nbsp;</p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div class="__title" style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/tips/220405-self-confident/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11035 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/04/portrait-playful-boy-superhero-costume.jpg" alt="portrait playful boy superhero costume" width="600" height="370" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 654"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/tips/220405-self-confident/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">คนมั่นใจในตัวเองเป็นแบบไหน? ก้าวออกจากเซฟโซนแล้วมาเพิ่มความมั่นใจกันเถอะ</a></div>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11698" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/06/etc.png" alt="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication" width="439" height="271" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 655"></p>
<p><strong>3. การสบตา :</strong> มีหมายความหมายถึงการทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสำคัญ ยกตัวอย่างเช่นหากหัวหน้างานคุยกับเราด้วยการสบตาตลอดเวลา เราก็จะรู้สึกว่าสิ่งที่ตนพูดมีความหมายขึ้น หรือหากเราไปเชียร์ศิลปินคนโปรด และถูกสบตานานเป็นพิเศษ เราก็จะรู้สึกว่าตนพิเศษกว่าแฟนคลับคนอื่น ๆ เป็นต้น</p>
<p><em><b>* ระวัง </b><b>: การจ้องตาต้องทำสลับกับการกระพริบตาหรือภาษากายอื่น ๆ ด้วย เพราะหากเราจ้องตาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะมีความหมายถึงความประสงค์ร้าย ยกตัวอย่างเช่นการเผชิญหน้าของนักกีฬาต่อสู้ก่อนเริ่มการแข่งขัน</b></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มี</span><a href="https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/16081035/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ผลวิจัย</span></a><span style="font-weight: 400;">ระบุว่า การสบตาฝ่ายตรงข้ามขณะพูดจะช่วยให้อีกฝ่ายจำสิ่งที่เราพูดได้มากขึ้นถึง 30% นอกจากนี้การสบตายังแสดงถึงความมั่นใจสิ่งที่พูด, การพูดความจริง และการให้เกียรติผู้ฟัง</span></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">วิธีใช้งาน</strong></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ใช้ควรฝึกทั้งจังหวะในการต้องตา และจังหวะในการหลบตา เพราะการถูกจ้องตานานเกินไป แม้จะเป็นระหว่างการฟังหัวข้อที่สนใจก็ทำให้รู้สึกอึดอัดได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามมีหลายคนที่ปกติเป็นคนมั่นใจตัวเอง แต่ติดนิสัยหลบตาผู้ฟังจนถูกตีความว่าไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่พนักงานโดยในตำแหน่งหัวหน้าควรแก้ไขและฝึกฝนโดยเร็วที่สุด</span></p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11699" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/06/portrait-young-beautiful-woman-gesticulating.jpg" alt="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication" width="419" height="279" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 656"></p>
<p><strong>4. การยิ้มอย่างจริงใจ : </strong>การยิ้มอย่างจริงใจหรือ Duchenne Smile คือการยิ้มแฉ่งที่มีการขยับของทั้งกล้ามเนื้อปากและกล้ามเนื้อตา ทำให้ปากโค้งขึ้นและตาหยีลงจนเกิดรอยตีนกา (หรือรอยย่น) ข้าง ๆ แสดงออกถึงความสุข ความสบายใจ</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้การยิ้มเป็นสิ่งที่ปลอมได้ง่ายที่สุด ไม่ว่าจะด้วยเจตนาร้ายหรือดี ยกตัวอย่างเช่นระหว่างพูดคุยในชีวิตประจำวัน เราก็มักเผลอยิ้มไปฟังไป โดยถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสุภาพและมีมารยาทเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝง เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อดีตเจ้าหน้าที่<strong> FBI</strong> ที่เชี่ยวชาญในเรื่องการอ่านภาษากาย กล่าวในหนังสือ </span><a href="https://www.amazon.com/What-Every-Body-Saying-Speed-Reading/dp/0061438294#:~:text=Joe%20Navarro%2C%20a%20former%20FBI,and%20look%20for%20deceptive%20behaviors." target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">What Every Body is Saying</span></a><span style="font-weight: 400;"> เอาไว้ว่าการยิ้มแบบจริงใจนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่เรายังเป็นทารกอายุเพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น โดยจะเป็นปฏิกริยาตอบโต้กับผู้เป็นแม่เท่านั้น และจะเปลี่ยนเป็นแบบยิ้มตามมารยาทเมื่ออยู่กับคนอื่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การยิ้มยังช่วยให้ร่างกายหลังสารเอ็นดอร์ฟิน (สารแห่งความสุข) และที่น่าสนใจก็คือมีการศึกษาพบว่านักกีฬาจะมีรอยยิ้มที่แตกต่างกันเมื่อแข่งได้ที่หนึ่ง, ที่สอง, ที่สาม โดยรวมถึงนักกีฬาตาบอดและไม่เคยเห็นรอยยิ้มมาก่อนด้วยซ้ำ !</span></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">วิธีใช้งาน</strong></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อคุณมีเจตนายิ้มอย่างจริงใจ ให้จำเคล็ดลับว่าต้อง </span><b>&#8220;ยิ้มด้วยสายตา ไม่ใช่แค่ขยับปากอย่างเดียว&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> และพอยิ้มไปแล้ว ให้ยิ้มค้างไว้สักระยะหนึ่ง เพราะถ้าเป็นการยิ้มปลอม ๆ รอยยิ้มจะหายไปทันทีเมื่อสถานการณ์นั้นยุติลงเหมือนกดสวิตช์เปิด-ปิด เท่านั้น</span></p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11700" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/06/close-up-tender-feminine-alluring-girlfriend-taking-care-her-hair-touching-strands-tilt-head-smiling-satisfied-with-good-haircare-product-she-applied-make-hairstyle-white-background.jpg" alt="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication" width="362" height="241" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 657"></p>
<p><strong>5. การเอียงคอ : </strong>หมายถึงการเอียงหัวไปด้านใดด้านหนึ่ง เผยให้เห็นพื้นที่ส่วนคอมากขึ้น เป็นสัญลักษณ์ของการเปิดใจ เพราะพื้นที่ส่วนคอเป็นจุดที่บอบบางที่สุดจุดหนึ่งของมนุษย์เพราะผิวหนังบริเวณนั้นบางกว่าจุดอื่นจึงต้องการความปลอดภัย ดังนั้นการเปิดเผยพื้นที่ส่วนคอให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นจึงเป็นการแสดงถึงความไว้ใจ และยังเป็นการแสดงถึงความสงสัยได้เช่นกัน หากการเอียงคอนั้นมีการพยักหน้าเป็นระยะรวมอยู่ด้วย</p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">วิธีใช้งาน</strong></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเอียงคอถูกยกให้เป็นภาษากายที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกปลอดภัยมากที่สุด โดยเราสามารถนำการเอียงคอไปผสมกับภาษากายอื่น ๆ ได้เลยเพื่อเสริมให้อีกฝ่ายรู้สึกสบายใจหรือประทับใจมากขึ้น อย่างไรก็ตามอย่าใช้การเอียงคอมาเกินไปหากเราเป็นฝ่ายขายหรือกำลังนำเสนอไอเดียในที่ประชุม เพราะจะทำให้เราดูอ่อนแอ และไม่เด็ดขาดพอที่จะตัดสินใจในประเด็นสำคัญ</span></p>
<h3>ภาษากายในแง่ลบ</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11701" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/06/body-language-tease-today-160728.jpg" alt="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication" width="461" height="259" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 658"></p>
<p><strong>1. การไขว้ข้อเท้า :</strong> คือการเอาเท้าทั้งสองข้างไปไขว้ซ้อนกันไว้ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งตอนนั่ง, ยืน หรือแม้แต่การยกเท้าขึ้นมาวางบนโต๊ะ ! ภาษากายนี้เป็นสัญลักษณ์ของความไม่สบายใจและไม่พอใจ โดยยิ่งข้อเท้าทั้งสองข้างถูกกดรัดแน่นเท่าใด ก็ยิ่งแสดงออกถึงความเครียดและวิตกกังวลมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามการไขว้เท้าจะถูกนับว่าเป็นการแสดงออกถึงความเครียดก็ต่อเมื่อดูเป็นท่านั่งที่ไม่สบายเท่านั้น กลับกันหากเป็นการยืดขาตรงและไขว้เท้าอย่างสบายใจ พฤติกรรมดังกล่าวก็เป็นเพียงการผ่อนคลายตามปกติเท่านั้น</p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีบันทึกไว้ในหนังสือ</span><a href="https://e-edu.nbu.bg/pluginfile.php/331752/mod_resource/content/0/Allan_and_Barbara_Pease_-_Body_Language_The_Definitive_Book.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;"> The Definitive Book of Body Language</span></a><span style="font-weight: 400;"> โดย Allan และ Barbara Pease ที่พูดถึงการสำรวจในคลินิกทันตแพทย์แห่งหนึ่งและพบว่าการไขว้เท้าเป็นพฤติกรรมพื้นฐานของผู้ป่วย โดยแบ่งเป็น 68% ที่ไขว้ข้อเท้าตั้งแต่ช่วงตรวจร่างกาย, 89% ไขว้ข้อเท้าตั้งแต่ก้าวขึ้นบนเก้าอี้เพื่อเตรียมรับการรักษา และ 98% ที่ไขว้ข้าทันทีเมื่อเข้ารับการฉีดยา </span></p>
<hr />
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11702" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/ss.png" alt="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication" width="401" height="272" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 659"></p>
<p><strong>2. การกุมมือตัวเอง : </strong>คือการกุมมือทั้งสองข้างเอาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเอาทั้งฝ่ามือมาซ้อนกัน หรือจะเป็นการเอานิ้วมาไขว้กันก็ตาม นี่คือสัญลักษณ์แสดงถึงความอึดอัด ไม่สบายใจ และต้องการถูกปกป้อง</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การไขว้นิ้วมีความหมายเดียวกับคำว่า &#8220;กอดตัวเอง&#8221; เพราะจะทำให้เรารู้สึกย้อนไปถึงการถูกจูงมือโดยผู้ปกครองสมัยที่ยังเป็นเด็ก โดยเรามักได้เห็นภาษากายนี้ระหว่างการประชุมใหญ่หรือเจอความเครียดหนัก ๆ เป็นต้น</span></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">วิธีใช้งาน</strong></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราสามารถใช้ภาษากายนี้เมื่อต้องการยุติการสนทนาหรือการประชุมได้เช่นกัน เพราะเมื่อเรากุมมือ นิ้วโป้งทั้งสองข้างจะอยู่ด้านบนสุดเสมอ ซึ่งนิ้วโป้งเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและการเอาชนะ ขณะเดียวกันหากเราเห็นฝ่ายตรงข้ามกุมมือและต้องการลดความเครียดตรงนั้นลงมา ให้เราลองเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเป็นเรื่องตลกหรือสิ่งที่อีกฝ่ายสนใจ โดยเราจะสังเกตได้ทันทีว่าสถานการณ์ดีขึ้นเมื่ออีกฝ่ายเริ่มคลายมือออกมา</span></p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11703" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/06/man-puts-his-thumbs-into-pockets-jeans.jpg" alt="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication" width="452" height="301" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 660"></p>
<p><strong>3. การซ่อนนิ้วหัวแม่มือ :</strong> คือการเอานิ้วหัวแม่มือไปซ่อนไม่ให้คนเห็น ไม่ว่าจะเป็นการล้วงกระเป๋าหรือกำมือก็ตาม หมายความว่าคน ๆ นั้นมีความมั่นใจต่ำ เพราะการซ่อนนิ้วหัวแม่มือแสดงออกถึงความกังวล, ความรู้สึกไม่ปลอดภัย, ความรู้สึกถูกคุกคาม</p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">วิธีใช้งาน</strong></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่ออยู่กับเพื่อนสนิทหรือคนที่ไว้ใจ การปล่อยมือสบาย ๆ ตามต้องการถือเป็นสิ่งที่ทำได้โดยไม่มีความหมายอะไรเป็นพิเศษ แต่หากคุณต้องการให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่สบายใจหรือรู้สึกด้อยกว่า (ซึ่งเป็นเทคนิคเวลานำเสนองาน) ให้ใช้วิธีตรงข้ามกัน นั่นคือแทนที่จะเอานิ้วโป้งซ่อนเอาไว้ในกระเป๋ากางเกง ก็เปลี่ยนเป็นการเอานิ้วอื่น ๆ ไว้ในกระเป๋าและเหลือแต่นิ้วโป้งอยู่ข้างนอกแทน เพราะนิ้วโป้งคือนิ้วที่แสดงถึงพลังอำนาจ และเมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าเรามั่นใจเป็นพิเศษ ก็จะเป็นการสร้างความกดดันไปในตัว</span></p>
<hr />
<p><strong>4. การกอดอก</strong><strong> :</strong> การกอดอกคือพฤติกรรมพื้นฐานที่เราทุกคนเคยทำ ความหมายของการกอดอกคือการซ่อนความโกรธ, ความวิตกกังวล และความเครียด เปรียบง่าย ๆ ว่าการกอดอกคือการ &#8220;กอดตัวเอง&#8221; ดังนั้นการกอดอกคือสิ่งที่มักเกิดขึ้นในพื้นที่สาธารณะมากกว่าเมื่ออยู่คนเดียว โดยพฤติกรรมที่มักเกิดขึ้นพร้อมกับการกอดอกเพื่อแสดงความเครียดก็คือการกำหมัดและกัดฟันนั่นเอง</p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนึ่งหากเราเห็นฝ่ายตรงข้ามกอดอกและต้องการให้เขาผ่อนคลายขึ้น วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการยื่นของให้เขาถือ ไม่ว่าจะเป็นสมุด, ปากกา, แก้วกาแฟ หรือกระดาษ หรือถ้าไม่มีสิ่งของใดอยู่ใกล้มือเลย คุณสามารถชวนอีกฝ่ายให้ลุกไปดูอะไรก็ได้ที่อยู่ไกลเพื่อบังคับให้อีกฝ่ายต้องเดินและคลายมือออกมา</span></p>
<hr />
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11705" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/06/l-intro-1642109105.jpg" alt="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication" width="410" height="230" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 661"></p>
<p><strong>5. การจับหูตัวเอง :</strong> หมายถึงการเอามือข้างใดข้างหนึ่งไปจับหู ทั้งการจับนิ่ง ๆ , บีบคลึง, ดึง, เกา เป็นต้น เป็นสัญลักษณ์ของความกังวล โดย<a href="https://psycnet.apa.org/record/2004-16480-000" target="_blank" rel="noopener">นิโคลัส ทินเบอร์เกน</a> (Nikolaas Tinbergen) นักชีววิทยาชาวเนเธอแลนด์กล่าวว่าการจับหรือเกาบริเวณหลังหูมักถูกใช้เพื่อ &#8220;แก้เขิน&#8221; เช่นเวลาที่เราพูดผิดระหว่างการบรรยายต่อหน้าคนหลายพันคน ขณะเดียวกันในฐานะของผู้ฟัง การจับหูเป็นสัญลักษณ์ของการ &#8220;ต่อต้าน&#8221; สิ่งที่กำลังได้ยิน</p>
<blockquote>
<h4><span id="HR">HR มีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้</span></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8826 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/Questions-pana.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="300" height="300" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 662"></p>
<p><strong>Q: จะสร้างการสื่อสารและพลังเพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกอย่างไร ในการทำงานในองค์กร</strong></p>
<p>มันจะดีหรือไม่ ถ้าหากทุกคนใส่ใจกับการสื่อสาร และมีการสื่อสารตามแนวทาง PEOPLE การสื่อสารที่ให้ทั้งพลังและผลลัพธ์บวกๆ ที่นำไปสู่สัมพันธภาพที่ดีในองค์กร ความร่วมมือร่วมใจ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และตามมาด้วยผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศของทั้งองค์กรในท้ายที่สุด</p>
<p><strong>A: ต้องดูที่วัตถุประสงค์เป็นสำคัญ</strong></p>
<p>แต่โดยส่วนใหญ่ในโลกของการทำงาน หรือการอยู่ร่วมกัน ก็จำเป็นต้องมีเรื่องการสื่อสารเป็นสำคัญ ฟังให้มาก สื่อสารให้ตรงประเด็น ส่วนใหญ่ผู้บริหารหรือผู้นำมักตกม้าตายเพราะเรื่องงาย ก็คือ การสื่อสาร จะสื่อสารกับใครก็ต้องดูที่บริบทของผู้นั้น เช่น สื่อสารกับในระดับปฏิบัติการใช้เพียงภาษาง่ายๆ เข้าใจได้ ไม่ซับซ้อนก็สามารถเป็นนักสื่อสารที่ดีได้ เพราะการสื่อสารเป็นการสื่อเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจ สร้างความเชื่อใจ หัวใจหลักของการสื่อสารที่ดีนั้น เราจำเป็นต้องเข้าใจ รู้จัก การใช้ภาษาพูด ภาษากาย เป็นสำคัญ หากใช้เป็นก็เรื่องสื่อสารก็เป็นเรื่องที่ไม่ยากอีกต่อไป</p>
<p>,,, <em>(คลิกดูคำตอบทั้งหมด👇)</em></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/808?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2.png" alt="f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2" width="370" height="80" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 663"></a></p></blockquote>
<h2>วิธีการใช้ภาษากายที่ถูกต้องของ HR</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ไมค์ เพทรุค</strong> (Mike Petrook) ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณกิจจาก </span><a href="https://www.managers.org.uk/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Chartered Management Institute</span></a><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่าการสื่อสารถึง 90% ของมนุษย์ถูกสื่อสารด้วยภาษากายและมีส่วนที่ใช้คำพูดอยู่เพียง 10% เท่านั้น โดยเขาเน้นย้ำว่าการเข้าใจภาษากายและการแสดงออกทางสีหน้าจะช่วยให้เราเข้าใจพนักงานและทำให้การบริหารมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพราะเราจะเข้าใจทันทีว่าควรรับมือกับลูกทีมแต่ละคนอย่างไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาเน้นย้ำว่าการเข้าใจภาษากายเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะแม้ภาษากายบางอย่างจะปลอมได้ แต่ภาษากายส่วนใหญ่ยังถูกสั่งงานด้วยจิตใต้สำนึกและปฎิกริยาตอบสนองอัตโนมัติ ดังนั้นการรู้ภาษากายจะทำให้เราก้าวนำผู้อื่นไปอีกขั้น</span></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">เราสามารถแบ่งสิ่งที่ HR ควรทำในแต่ละเหตุการณ์ได้ดังนี้</strong></b></p>
<p><strong>1. เมื่อต้องเจรจาต่อรองกับผู้อื่น</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เตรียมตัวให้พร้อม ศึกษาสภาพแวดล้อมของพื้นที่อย่างละเอียด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เลือกใช้ภาษากายที่แสดงออกถึงการเปิดใจและมั่นใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เน้นการสบตา (Eye Contact) ไม่หลบตาหรือกรอกตาไปมาเด็ดขาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เลือกถามเฉพาะสิ่งที่สำคัญและเป็นประโยชน์ ใช้คำศัพท์ที่ชัดเจน ไม่กำกวม และให้ความช่วยเหลือหากอีกฝ่ายกระอักกระอ่วนใจที่จะตอบ แต่ก็ต้องแสดงถึงความเหนือกว่าเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; หากเป็นการพูดคุยที่มีฝ่ายตรงข้ามหลายคน ให้กระจายคำถามหรือการสบตาไปให้ทั่ว ไม่ล็อคสายตาอยู่กับคน ๆ หนึ่งมากเกินไป แม้คนนั้นจะเป็นหัวหน้าก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ใช้เสียงที่เย็นชาหรือก้าวร้าว เราต้องควบคุมตัวเองให้ได้ไม่ว่าจะปฏิกริยาจากฝ่ายตรงข้ามจะเป็นอย่างไรก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ไม่เผลอใช้ภาษากายในแง่ลบ (เช่นการหลบตา, กอดอก, ก้มหัว, จับใบหู) </span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/tips/220308-how-to-lay-off-gracefully/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-10776 " src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/03/Screen-Shot-2565-03-08-at-16.56.57.png" alt="HR ต้องสื่อสารอย่างไร เพื่อรักษาใจพนักงานที่ต้องจ้างออก (Layoff)" width="857" height="480" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 664"></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/tips/220308-how-to-lay-off-gracefully/">HR ต้องสื่อสารอย่างไร เพื่อรักษาใจพนักงานที่ต้องจ้างออก (Layoff)</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong>2. เมื่อต้องแจ้งข่าวร้ายกับพนักงาน</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กล่าวคำทักทายอย่างสดใส แต่ก็แฝงไปด้วยความจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เน้นการใช้ภาษากายในแง่บวกและเป็นธรรมชาติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สบตาในจังหวะที่เหมาะสม เพื่อแสดงความจริงใจ และห่วงใย พร้อมกับสังเกตปฏิกริยาของฝ่ายตรงข้ามไปในตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; แสดงออกด้วยความเคารพเสมอ และหากต้องการแสดงความเห็นใจ ให้จำกัดอยู่ตามความเหมาะสมทางธุรกิจหรือแนวทางของบริษัทเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พูดด้วยเสียงที่อ่อนโยนที่สุด และให้พูดอย่างช้า ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ไม่นั่งตรงข้ามกับอีกฝ่ายโดยตรง แต่ให้เลี่ยงไปนั่งตรงมุมโต๊ะแทน เพื่อลดความกดดัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ไม่แสดงความเป็นหัวหน้าหรือความ &#8220;คนละชั้น&#8221; </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ไม่ทำตัวเย็นชา เหมือนเรื่องที่ผ่านมาไร้ความหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ไม่จ้องอีกฝ่ายนานเกินไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; แม้จะเห็นใจแค่ไหน แต่ก็ไม่ควรลืมตัวจนใช้ภาษากายมากเกินไป เพราะแม้เราจะใช้ตามปกติ แต่คนที่กำลังรับฟังข่าวร้ายอยู่อาจรู้สึกว่ามากเกินไปก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ไม่ทำตัวสนิทหรือสนุกสนานเกินไป แม้ว่าอีกฝ่ายจะสนิทสนมกันมากก็ตาม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9154 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/02/shutterstock_1702143259-1.jpg" alt="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication" width="500" height="334" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 665"></p>
<p><b>3. เมื่อสัมภาษณ์พนักงาน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ใช้ภาษากายในแง่บวก เพื่อให้ผู้สัมภาษณ์พร้อมให้ข้อมูลกับเราอย่างจริงจังและจริงใจที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; นั่งสบาย ๆ ผ่อนคลาย แต่ดูมั่นใจ ไม่ไขว้เท้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สบตากับผู้พูดเป็นระยะ เพื่อให้เห็นว่าเราใส่ใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังนำเสนอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เป็นฝ่ายยื่นมือไปจับก่อนเพื่อให้อีกฝ่ายลดความกังวล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พูดด้วยโทนเสียงที่จริงจัง ในระดับความเร็วที่เท่ากัน ไม่ช้า หรือไม่เร่งเกินไป ขณะเดียวกันก็คอยพยักหน้าหรือมีปฏิกริยาโต้ตอบกับคำพูดของอีกฝ่ายเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ไม่หักนิ้วหรือทำตัวทีเล่นทีจริงเด็ดขาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ถามเรื่องส่วนตัวมากเกินไป หากต้องการรู้ให้ใช้วิธีถามอ้อม ๆ อย่างมีชั้นเชิง ไม่ควรพูดตรง ๆ ว่า &#8220;เล่าเรื่องของคุณให้ผมฟังหน่อยสิ&#8221; </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ไม่ว่า HR จะต้องอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม </span><a href="https://www.angelamortimer.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">แอนเจล่า มอร์ติเมอร์</span></a><span style="font-weight: 400;"> (Angela Mortimer) ผู้เชี่ยวชาญด้านการว่าจ้างพนักงานให้คำแนะนำว่าหาก HR ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรจริง ๆ สิ่งแรกที่ต้องโฟกัสก็คือ</span><b>สิ่งที่ตัวเองเชื่อ</b><span style="font-weight: 400;"> โดยอธิบายว่าเราต้องรู้ก่อนว่าทัศนคติของตนเองเป็นอย่างไร และสิ่งที่ทำอยู่มีเป้าหมายอย่างไร แล้วค่อยแสดงออกตามวัตถุประสงค์นั้น เพราะเมื่อเราเชื่อมั่นในการแสดงออกของตนเองแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะมีประสิทธิภาพมากกว่าการกระทำที่ไม่มีทิศทางอะไรเลย</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/5-simplify-interview-process/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-6132 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/07/01E1F1E9-EABF-479E-B8F7-41831B477063-scaled.jpeg" alt="01E1F1E9 EABF 479E B8F7 41831B477063 scaled" width="600" height="370" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 666"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/5-simplify-interview-process/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">5 ขั้นตอนในการคัดเลือกพนักงานใหม่ ที่ทำให้การสัมภาษณ์ครั้งต่อไปง่ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h3>เมื่อ HR ใช้ภาษากายถูกต้อง บริษัทจะได้ประโยชน์อย่างไร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่าลืมว่าผู้สัมภาษณ์ หรือ HR Recruitment คือกลุ่มคนแรกที่ผู้สมัครจะได้เห็น ดังนั้น HR ที่ดีจะช่วยสร้าง First Impression ซึ่งมีผลสำคัญต่อการตัดสินใจร่วมงานในอนาคต เพราะภาษากายที่ดีนอกจากจะทำให้ผู้สมัครสบายใจขึ้นแล้ว ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กรและสิ่งที่ผู้สมัครอาจต้องเจอหากเข้ามาทำงานที่บริษัทอีกด้วย </span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title" style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/what-is-organizational-culture-210604/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7612 size-thumbnail aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/shutterstock_1212195505-22-scaled.jpg" alt="shutterstock 1212195505 22 scaled" width="600" height="370" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 667"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/what-is-organizational-culture-210604/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">วัฒนธรรมองค์กร คืออะไร ? 6 ปัจจัยที่ช่วยให้วัฒนธรรมองค์กรแข็งแรง</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น HR Recruiter ควรแสดงภาษากายออกมาอย่างเหมาะสม ไม่ควรแสดงออกมากเกินไปโดยไม่จำเป็น เช่นหากบริษัททำงานธุรกิจที่อาศัยความหนักแน่น จริงจัง แต่ผู้สัมภาษณ์กลับแสดงออกอย่างอ่อนแอ, ดราม่า หรือแนวทางใด ๆ ที่ขัดแย้งกับความน่าจะเป็น ก็อาจทำให้ผู้สมัครรู้สึกว่าบริษัทมีวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่สอดคล้องกับการทำงานก็ได้ หรือในบางธุรกิจที่ประชาสัมพันธ์ถึงความเปิดกว้างทางความคิด แต่ผู้สัมภาษณ์กลับมีท่าทางต่อต้านคำตอบของผู้สมัครตั้งแต่ต้น ก็ถือเป็นความขัดแย้งที่กลายเป็นการผลักไสฝ่ายตรงข้ามโดยปริยาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>HR Recruitment</strong> และผู้เกี่ยวข้องทุกคนจึงต้องตระหนักเสมอว่าทุกการกระทำของตนในวันสัมภาษณ์จะส่งผลต่อทิศทางของบริษัทในอนาคตเช่นกัน</span></p>
<h2>การเรียนรู้ภาษากาย สามารถช่วยเหลือ HR ได้อย่างไร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาษากายมีประโยชน์กับ HR มากในขั้นตอนการสัมภาษณ์ เพราะช่วยให้ HR ประเมินได้ว่าข้อมูลที่ผู้สมัครกำลังนำเสนอตัวเองอยู่นั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ โดย โรเบิร์ต เฟลด์แมน (Robert Feldman) นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการโกหก</span><a href="https://www.livescience.com/772-lie.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า</span></a><span style="font-weight: 400;">ในระยะเวลา 10 นาที เรามีโอกาสโกหกมากที่สุดถึง 3 ครั้งด้วยกัน และหากเรานำข้อมูลนี้มาอ้างอิงถึงการสัมภาษณ์งาน ทุกคนก็พร้อมใจยอมรับว่าเป้าหมายของการสัมภาษณ์งานคือการสร้างความประทับใจ ดังนั้นเป็นธรรมดาที่ผู้สมัครจะแอบเพิ่มเติมจุดเด่นและปกปิดจุดอ่อนให้ได้มากที่สุด ดังนั้นหาก HR สามารถจับได้ว่าข้อมูลใดมีโอกาสเป็นข้อมูลเท็จ ก็จะช่วยให้บริษัทได้พนักงานใหม่ที่ตรงกับความต้องการจริง ๆ ไม่เสียโอกาสและเงินไปกับการจ้างพนักงานที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ตามความตั้งใจ</span></p>
<blockquote>
<h4><strong>HR มีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ </strong></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8820 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Questions-cuate-2.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="300" height="300" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 668"></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">Q: </span><span style="font-size: 14pt;">เราจะะสร้างการสื่อสารเพื่อให้เกิดพลังบวกในองค์กรได้อย่างไร</span></strong></p>
<p>หลายคนแนะนำว่าวิธีแก้ไขปัญหาในองค์กรที่ดีที่สุดคือการสื่อสาร แต่เราจะเลือกวิธีสื่อสารอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ตรงตามที่ต้องการที่สุด มีเทคนิคหรือแนวคิดอย่างไรบ้าง</p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">A: ส่วนใหญ่ผู้บริหารหรือผู้นำมักตกม้าตายเพราะเรื่องง่าย ๆ อย่างเรื่องการสื่อสาร</span></strong></p>
<p>จะสื่อสารกับใครก็ต้องดูที่บริบทของผู้นั้น เช่น สื่อสารกับในระดับปฏิบัติการใช้เพียงภาษาง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน โดยหัวใจหลักของการสื่อสารที่ดีนั้น คือการรู้จักใช้คำพูดและภาษากายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้นำต้องเรียนรู้ในลำดับต่อไป</p>
<p>,,, <em>(คลิกดูคำตอบทั้งหมด👇)</em></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/808?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8818" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/0vp.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="370" height="80" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 669"></a></p></blockquote>
<h3>วิธีการจับโกหกผู้สมัครระหว่างสัมภาษณ์งานมีขั้นตอนดังนี้</h3>
<p><b>ก่อนอื่นต้องเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบลักษณะนิสัยขั้นพื้นฐานของผู้สมัคร : </b><span style="font-weight: 400;">เมื่อเราต้องการจับโกหกใครสักคน เราต้องรู้ก่อนว่าพฤติกรรมตามปกติของคนนั้นเป็นอย่างไร วิธีการคือการถามคำถามง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถตอบได้โดยไม่ต้องโกหก แต่ต้องใช้เวลาคิดสักนิดหนึ่ง เช่นการถามว่า &#8220;คุณอยู่ที่จังหวัดนี้มากี่ปีแล้ว&#8221; จากนั้นให้สังเกตภาษากายของผู้สมัครทันทีว่าเขาคิดและตอบด้วยพฤติกรรมอย่างไร ทั้งด้านการใช้สายตา, การขยับตัว และระดับการหายใจ  สิ่งที่เราเห็นตอนนี้คือพฤติกรรมพื้นฐานของผู้สมัคร ดังนั้นอะไรที่นอกเหนือไปจากนี้ สามารถตีความในเบื้องต้นได้ทันทีว่าเป็นพฤติกรรมที่ </span><b>&#8220;ไม่ปกติ&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งอาจหมายถึงการโกหก จากนั้นให้เราสังเกตองค์ประกอบเหล่านี้ระหว่างการสัมภาษณ์ </span><i><span style="font-weight: 400;">(การสังเกตภาษากายเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งในการพิจารณาเท่านั้น HR Recruiter ต้องใช้ข้อมูลนี้ผสมกับข้อมูลอื่นเท่านั้น ไม่ควรตัดสินใจจากภาษากายเพียงอย่างเดียวเด็ดขาด)</span></i></p>
<p><strong>1. การใช้สายตาและเสียง :</strong> การที่ผู้สมัครไม่กล้าสบตาเราหรือเลือกก้มมองพื้นเป็นหลักแสดงให้เห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ เพราะความกดดันมีผลต่อความกล้าในการเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายโดยตรง</p>
<ul>
<li><strong>สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องสังเกตก็คือ</strong> &#8220;การเปลี่ยนวิถีตาอย่างรวดเร็ว&#8221; เช่นหากเราถามคำถามไปเรื่อย ๆ และผู้สมัครตอบคำถามโดยชำเลืองไปทางซ้ายเป็นหลัก แต่จู่ ๆ ก็เลือกชำเลืองไปอีกฝั่งแทนเมื่อเจอคำถามยาก ๆ ก็เป็นไปได้ว่ากำลังโกหก</li>
<li><b>การใช้เสียง : <span style="font-weight: 400;">หลายคนคิดว่าการใช้เสียงสูงเป็นสัญลักษณ์ของการโกหก แต่ความจริงแล้ว การใช้เสียงสูงสามารถเกิดขึ้นเมื่อมีความเครียดหรือมีอัตราการเต้นของหัวใจมากกว่าปกติ ดังนั้นหากเราต้องการจับโกหกจากวิธีพูด ให้เน้นไปที่ปัจจัยเหล่านี้แทน</span></b></li>
<li style="font-weight: 400;"><b>เปลี่ยนวิธีพูดแบบกระทันหัน :</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำเสียง, การเพิ่ม/ลดความเร็ว พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นว่าผู้พูดกำลังทำบางอย่างที่ฝืนธรรมชาติของตนเอง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><b>หยุดพูดแบบกระทันหัน :</b><span style="font-weight: 400;"> แสดงถึงการที่ผู้สมัครไม่รู้ว่าควรเลือกใช้คำพูดใดให้เหมาะสมที่สุด หรือความพยายามในการแต่งเรื่องบางอย่างขึ้นมา</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><b>การกระแอมระหว่างพูด : </b><span style="font-weight: 400;">เมื่อผู้พูดเกิดความเครียดหรือตื่นเต้น ร่างกายจะผลิตเสมหะขึ้นมาในลำคอ ดังนั้นผู้พูดจะต้องกระแอมไอเพื่อทำลายเสมหะนั้น นี่เป็นอีกข้อสังเกตหนึ่งถึงความจริงใจในการสื่อสาร</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><b>ให้ข้อมูลเยอะเกินไป :</b><span style="font-weight: 400;"> คำถามแต่ละข้อมีวิธีการตอบที่แตกต่างกัน บ้างเหมาะกับการตอบแบบสั้น ๆ บ้างเหมาะกับการตอบแบบยาว ๆ ดังนั้นหากผู้สมัครตอบคำถามในข้อที่ไม่สลักสำคัญอะไรด้วยข้อมูลที่มากเกินความจำเป็น เพราะนิสัยพื้นฐานของคนที่ชอบโกหกคือการทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น</span></li>
</ul>
<hr />
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8307 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/3b01ddf20da0b530db6b60fa62e1019d-1.jpg" alt="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication" width="500" height="334" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 670"></p>
<p><strong>2. การเคลื่อนไหวของร่างกาย :</strong> การสังเกตวิธีแสดงออกของฝ่ายตรงข้ามคือวิธีที่เป็นประโยชน์ต่อการสังเกตมากที่สุด เพราะอย่างที่กล่าวไว้ในหัวข้อก่อนหน้าว่า Nonverbal Communication เป็นวิธีสื่อสารหลักที่มนุษย์ใช้มากกว่าคำพูดหลายเท่าตัว เราจึงสามารถนำแนวคิดนี้มาใช้ในการตัด<span style="font-weight: 400;">สินผู้สมัครได้เช่นกัน ด้วยวิธีเหล่านี้</span></p>
<p><b>&#8211; สลับขาบ่อย : <span style="font-weight: 400;">เท้าคือจุดชี้วัดสำคัญของร่างกาย การขยับเท้าบ่อย ๆ หรือสลับขาไปมาเป็นสัญลักษณ์จากจิตใต้สำนึกที่แสดงให้เห็นว่าอยากจะวิ่งหนีไปไกล ๆ</span></b></p>
<p><b>&#8211; ปกปิดบางส่วนของร่างกาย : <span style="font-weight: 400;">ตามหลักจิตวิทยาแล้วคนที่โกหกจะพยายามปกปิดบางส่วนของร่างกาย อย่างเช่นการปิดปากขณะพูด หรือเอามือไปวางพาดไว้บนหน้าอก, ลำคอ หรือท้อง อนึ่งพฤติกรรมนี้มักเกิดขึ้นเมื่อผู้สมัครถูกถามถึงความสำเร็จของตัวเอง เช่นเมื่อบอกว่าเคยได้รางวัลพนักงานดีเด่น, หรือพูดถึงการทำยอดขายทะลุเป้า </span></b></p>
<p><b>&#8211; การกัดปากตัวเอง : เ<span style="font-weight: 400;">ป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นว่าผู้สมัครต้องการเรียกสติเพราะเมื่อเราพยายามโกหก ร่างกายจะมีความวิตกกังวลและไม่ส่งเลือดไปที่แขนหรือขา จิตใต้สำนึกจึงสั่งให้กัดปากเพื่อเรียกความรู้สึกกลับมาอีกครั้ง </span></b></p>
<hr />
<p><b>3. Microexpression หรือการแสดงออกทางสีหน้าอย่างรวดเร็ว : <span style="font-weight: 400;">งาน</span><a href="https://www.osc.org/microexpressions-universal-language/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">วิจัย</span></a><span style="font-weight: 400;">จาก พอล เอคแมน (Dr. Paul Ekman) นักจิตวิทยาชื่อดังจาก University of California กล่าวว่ามันคือการขยับของใบหน้าอย่างรวดเร็วมากในเวลาประมาณ 1/25 หรือ 1/15 วินาทีซึ่งเป็นความเร็วที่เราอาจสังเกตไม่ทันหากไม่ได้เรียนรู้เรื่องนี้มา โดย Microexpression คือตัวแสดงความรู้สึกจริงที่ผู้พูดกำลังปิดเอาไว้แต่เผลอหลุดออกมาด้วยสัญชาตญาณ ประกอบไปด้วยความรู้สึกหลัก ๆ 7 ประการคือ </span></b></p>
<p><b>&#8211; รู้สึกเศร้า : <span style="font-weight: 400;">เปลือกตาบนตก มุมปากตก</span></b></p>
<p><b>&#8211; รู้สึกมีความสุข</b> <b>: </b><span style="font-weight: 400;">เห็นตีนกา แก้มยกขึ้น กล้ามเนื้อรอบตาถูกบีบ</span></p>
<p><b>&#8211; รู้สึกดูถูก : </b><span style="font-weight: 400;">มุมปากยกข้างเดียว</span></p>
<p><b>&#8211; รู้สึกประหลาดใจ : </b><span style="font-weight: 400;">คิ้วยกสูง ตาเบิกกว้าง อ้าปาก</span></p>
<p><b>&#8211; รู้สึกกลัว : </b><span style="font-weight: 400;">คิ้วขมวดเข้าหากัน เปลือกตาบนยกสูง ริมฝีปากฉีกออกในแนวนอน</span></p>
<p><b>&#8211; รู้สึกโกรธ : </b><span style="font-weight: 400;">ย้นคิ้วลง จ้องเขม็ง เม้มปาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการสำรวจผู้สมัครถึงขั้นต้องไปหา <strong>Microexpression Specialist</strong> ควรเกิดขึ้นเมื่อทำการคัดเลือกคนตำแหน่งสูง ๆ เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องทำกับคนในตำแหน่งทั่วไปเพราะมีวิธีอื่น ๆ ที่เหมาะสมกว่า</span></p>
<hr />
<p><b>4. ใช้สัญชาตญาณของผู้สัมภาษณ์ : <span style="font-weight: 400;">โดยพื้นฐานแล้วมนุษย์คือสัตว์ที่เลือกอยู่กับคนที่สบายใจและหลีกเลี่ยงคนที่เราไม่ชอบ กระบวนการนี้ทำให้เรามีสัญชาตญาณบางอย่างเพื่อพิจารณาว่าคนที่เจอกันครั้งแรกตรงหน้าดูน่าไว้ใจแค่ไหน โดยผู้สัมภาษณ์อาจถามตัวเองง่าย ๆ โดยอ้างอิงแค่จากสถานการณ์ตรงหน้าว่า</span>หากผู้สมัครขอยืมเงินสัก 500 บาท เราจะอยากให้ยืมไหม เพราะอะไร?<span style="font-weight: 400;"> คำตอบตรงนี่สามารถบอกอะไรเราได้หลายอย่างว่าลึก ๆ แล้วจิตใจของเราเชื่อมั่นในคำตอบของผู้สมัครหรือไม่ ดังนั้นหากลองใช้ทุกองค์ประกอบแล้วแต่ยังไม่แน่ใจ การเชื่อในความคิดของตัวเองก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดูไร้หลักการจนเกินไปนัก</span></b></p>
<h2>บทสรุป Nonverbal Communication</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานของ HR ก็ไม่ต่างจากสายงานอื่นที่ต้องหาช่องทางพัฒนาทักษะและกระบวนการทำงานอยู่เสมอ โดยเฉพาะในสายงานว่าจ้างพนักงานที่ถือเป็นด่านแรกในการคัดเลือกฟันเฟืองให้เหมาะสมกับบริษัทเพื่อช่วยให้งานบรรลุไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ ดังนั้นการเพิ่มศักยภาพให้กับ HR Recruiter จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ โดย HR สามารถจัดอบรมสัมมนาเพื่อให้ความรู้กับพนักงานก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประโยชน์ของภาษากายไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำงานเท่านั้น แต่เรายังสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันตามแนวทาง “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” เพราะถ้าเรารู้เบื้องต้นว่าฝ่ายตรงข้ามรู้สึกอย่างไร เราก็จะมีโอกาสแก้ไขสถานการณ์ให้ดีมากกว่าคนอื่น ซึ่งหากใช้ในเวลาที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้เราโดดเด่นขึ้นมาทันที นอกจากนี้ความช่างสังเกตคือนิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก ดังนั้นการศึกษาภาษากายท้ายสุดแล้วจะช่วยให้เรากลายเป็นพนักงานที่ดีขึ้น และเป็นรากฐานสำคัญของพัฒนาการด้านอื่น ๆ ที่จะตามมาในอนาคต</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="รู้ทันคนอื่นด้วยการอ่านภาษากาย (Body Language) และการใช้ Nonverbal Communication 671"></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">Sources</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/39MlTku" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/39MlTku</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3A14z5Z" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3A14z5Z</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://indeedhi.re/3QNfNRh" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://indeedhi.re/3QNfNRh</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3bp8nUn" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3bp8nUn</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3zWTsLe" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3zWTsLe</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://bit.ly/3brPQ9C" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bit.ly/3brPQ9C</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HR ควรมองหาอะไรจาก Fresh Graduate เด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/220225-how-to-interview-and-recruit-a-fresh-graduate/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Feb 2022 04:08:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กจบใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/220225-how-to-interview-and-recruit-a-fresh-graduate/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ตลาดแรงงานในขณะนี้ไม่เป็นมิตรกับเด็กจบใหม่ (Fresh Graduate) เด็กจบใหม่มีความกังวลในการหางานโดยเฉพาะเรื่องของค่าตอบแทน ทำให้ HR ต้อง Rethink ว่าองค์กรจะใช้กลยุทธ์ในการคัดเลือก Talent อย่างไรและจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคนที่รับเข้ามานั้นเป็น Talent ที่มีศักยภาพและเติบโตในองค์กรในระยะยาวได้ ประโยชน์ในการจ้างเด็กจบใหม่ (Fresh Graduate) เช่น มุมมองการทำงานที่สดใหม่, ไฟแรง และ เก่งเทคโนโลยี เด็กจบใหม่ (Fresh Graduate) คือพลังงานใหม่ ๆ พวกเขาอาจไม่มีประสบการณ์มากแต่ก็ช่วยให้สามารถมองปัญหาด้วยมุมที่ต่างจากเดิม HR ต้องเอาโจทย์นี้ไปคิดต่อเพื่อให้คนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าทำงานกันได้อย่างสอดคล้อง เสริมจุดแข็งและกลบจุดอ่อน เพื่อสร้างองค์กรที่มีภูมิต้านทานต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ในการเปิดรับสมัครงานทุกครั้ง นายจ้างย่อมอยากได้ผู้สมัครที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด ส่วนผู้สมัครงานหากได้มีโอกาสในการทำงานที่ตรงกับตัวเองถนัดและตรงกับเส้นทางอาชีพที่ตัวเองวางแผนไว้ก็จะทำให้ความพึงพอใจในการทำงานหรือ Employee Engagement สูงมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีตามมาต่อนายจ้าง ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการทำงาน (Employee Performance) ที่สูงขึ้น และทำให้อัตราการลาออกลดลงอีกด้วย ทุกอย่างคงดูไปได้ดีและตรงไปตรงมาเพียงแค่บริษัทให้ความสำคัญกับการวางแผนการสรรหาทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ แต่โลกความจริงอาจไม่ได้เรียบง่ายเช่นนั้นในบางสถานการณ์ และในบทความนี้เราจะมาพูดถึงกรณีที่ว่านั้นคือการจ้าง ‘เด็กจบใหม่’  ในกรณีนี้อาจเป็นไปได้ว่าผู้สมัครอาจจะไม่ได้มีประสบการณ์ในการทำงานมามากมายหรืออาจจะอยู่ในช่วงค้นหาตัวเอง ทำให้ความน่าจะเป็นที่จะเกิดการสรรหาที่มาพบในภายหลังว่าผู้สมัครงานและตำแหน่งงานไม่ได้มีความสอดคล้องกันเพียงพอมากยิ่งขึ้น อีกด้านหนึ่งนั้นหากนายจ้างมีความสามารถในการจ้างเด็กจบใหม่ได้ดีก็จะนำไปสู่ข้อดีหลากหลายข้อที่เราจะพูดถึงในบทความนี้เช่นกัน บทความนี้ HREX ได้เสนอถึงประโยชน์ในการจ้างเด็กจบใหม่ วิธีการดึงดูดเด็กจบใหม่เข้ามาทำงานด้วย รวมถึงชวนผู้อ่านไปหาคำตอบกับผู้เชี่ยวชาญฝ่ายทรัพยากรมนุษย์กับคำถามที่ว่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ตลาดแรงงานในขณะนี้ไม่เป็นมิตรกับเด็กจบใหม่ (Fresh Graduate) เด็กจบใหม่มีความกังวลในการหางานโดยเฉพาะเรื่องของค่าตอบแทน ทำให้ HR ต้อง Rethink ว่าองค์กรจะใช้กลยุทธ์ในการคัดเลือก Talent อย่างไรและจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคนที่รับเข้ามานั้นเป็น Talent ที่มีศักยภาพและเติบโตในองค์กรในระยะยาวได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ประโยชน์ในการจ้างเด็กจบใหม่ (Fresh Graduate) เช่น มุมมองการทำงานที่สดใหม่, </span><span style="font-weight: 400;">ไฟแรง และ เก่ง</span><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยี</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">เด็กจบใหม่ (Fresh Graduate) คือพลังงานใหม่ ๆ พวกเขาอาจไม่มีประสบการณ์มากแต่ก็ช่วยให้สามารถมองปัญหาด้วยมุมที่ต่างจากเดิม HR ต้องเอาโจทย์นี้ไปคิดต่อเพื่อให้คนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าทำงานกันได้อย่างสอดคล้อง เสริมจุดแข็งและกลบจุดอ่อน เพื่อสร้างองค์กรที่มีภูมิต้านทานต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-10676 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/Screenshot-2022-02-18-101836.png" alt="Screenshot 2022 02 18 101836" width="600" height="370" title="HR ควรมองหาอะไรจาก Fresh Graduate เด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน 684"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการเปิดรับสมัครงานทุกครั้ง นายจ้างย่อมอยากได้ผู้สมัครที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด ส่วนผู้สมัครงานหากได้มีโอกาสในการทำงานที่ตรงกับตัวเองถนัดและตรงกับเส้นทางอาชีพที่ตัวเองวางแผนไว้ก็จะทำให้ความพึงพอใจในการทำงานหรือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/200107-employeeengagement2020/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Employee Engagement</span></a><span style="font-weight: 400;"> สูงมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีตามมาต่อนายจ้าง ไม่ว่าจะเป็น</span><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/220207-pmat-13-performance-management/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ประสิทธิภาพการทำงาน</span></a><span style="font-weight: 400;"> (Employee Performance) ที่สูงขึ้น และทำให้อัตราการลาออกลดลงอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกอย่างคงดูไปได้ดีและตรงไปตรงมาเพียงแค่บริษัทให้ความสำคัญกับการวางแผนการสรรหาทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ แต่โลกความจริงอาจไม่ได้เรียบง่ายเช่นนั้นในบางสถานการณ์ และในบทความนี้เราจะมาพูดถึงกรณีที่ว่านั้นคือการจ้าง ‘เด็กจบใหม่’ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในกรณีนี้อาจเป็นไปได้ว่าผู้สมัครอาจจะไม่ได้มีประสบการณ์ในการทำงานมามากมายหรืออาจจะอยู่ในช่วงค้นหาตัวเอง ทำให้ความน่าจะเป็นที่จะเกิดการสรรหาที่มาพบในภายหลังว่าผู้สมัครงานและตำแหน่งงานไม่ได้มีความสอดคล้องกันเพียงพอมากยิ่งขึ้น อีกด้านหนึ่งนั้นหากนายจ้างมีความสามารถในการจ้างเด็กจบใหม่ได้ดีก็จะนำไปสู่ข้อดีหลากหลายข้อที่เราจะพูดถึงในบทความนี้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้ HREX ได้เสนอถึงประโยชน์ในการจ้างเด็กจบใหม่ วิธีการดึงดูดเด็กจบใหม่เข้ามาทำงานด้วย รวมถึงชวนผู้อ่านไปหาคำตอบกับผู้เชี่ยวชาญฝ่ายทรัพยากรมนุษย์กับคำถามที่ว่า <strong class="yellow-highlighter">“HR มีวิธีการจ้างและสัมภาษณ์เด็กจบใหม่อย่างไรให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร” </strong>หากพร้อมแล้ว ไปหาคำตอบกันได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>เด็กจบใหม่ (Fresh Graduate) ในยุคโควิด-19</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">มีการจัดทำแบบสำรวจมุมมอง</span><span style="font-weight: 400;">ที่เด็กจบใหม่มีต่อสภาวะการจ้างงานในช่วงที่มี</span><span style="font-weight: 400;">โควิด-19 </span><span style="font-weight: 400;">โดย Jobthai และ Career Visa </span><span style="font-weight: 400;">พบว่า</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">เด็กจบใหม่เพียง 9.8% ที่ใช้เวลาหางานน้อยกว่า 1 เดือนถึงจะได้งาน ในขณะที่อีก 44% ใช้เวลา 1-3 เดือน และ 31.9% ใช้เวลา 4-6 เดือนกว่าจะได้งาน โดยทั้งหมดมีการสมัครงานเฉลี่ยถึง 16 แห่งก่อนที่จะได้งาน </span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ผลสำรวจพบว่าเหตุผลที่ไม่ได้งาน 36% เป็นเพราะเพราะไม่ได้ถูกเรียกสัมภาษณ์และอีก 35% เป็นเพราะไม่ผ่านการสัมภาษณ์ </span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ความกังวลใจอันดับหนึ่งในการหางานของเด็กจบใหม่คือกลัวว่าจะไม่สามารถหางานได้เนื่องจากพิษเศรษฐกิจ </span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ที่น่าสนใจที่สุดพบว่า จุดมุ่งหมายในการทำงานของเด็กจบใหม่อันดับที่ 1 คือ มีเงินเดือนและ</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/employeebenefits/190515-attractive-employee-benefit/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">สวัสดิการดี</span></a><span style="font-weight: 400;"> (83.6%) อันดับที่ 2 คือโอกาสพัฒนาทักษะและเติบโต (82.6%) อันดับที่ 3 คือการมีเพื่อนร่วมงานที่ดี (61.1%) อันดับที่ 4 คือการได้ทำงานในองค์กรที่ดี (58%) และอันดับที่ 5 คือการได้ทำงานที่รัก (53.4%) และเหตุผลอื่น ๆ เป็นอันดับรอง ๆ ลงมา</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลเหล่านี้กำลังบอกเราว่าตลาดแรงงานในขณะนี้อาจไม่ได้เป็นมิตรกับเด็กจบใหม่เท่าไหร่นัก อีกทั้งเด็กจบใหม่มีความกังวลค่อนข้างสูงในการหางานรวมถึงเรื่องของค่าตอบแทนที่กลายเป็นประเด็นอันดับต้น ๆ ที่พวกเขาให้ความสำคัญ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำให้นายจ้างและ HR อาจจะต้องกลับมา Rethink ว่าในภาวะที่เด็กจบใหม่หางานได้ยากลำบากและอาจเลือกงานน้อยลงนั้น องค์กรจะใช้กลยุทธ์ในการคัดเลือก Talent เลือดใหม่ ๆ อย่างไรและจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคนที่รับเข้ามานั้นเป็น Talent ที่มีศักยภาพที่จะทำงานและเติบโตในองค์กรในระยาวได้</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/211217-working-experience-gen-z/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9921 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/12/pexels-karolina-grabowska-4959800.jpg" alt="ประสบการณ์ทำงานยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก" width="600" height="370" title="HR ควรมองหาอะไรจาก Fresh Graduate เด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน 685"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/211217-working-experience-gen-z/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">ประสบการณ์ทำงานยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ประโยชน์และข้อดีของการจ้างเด็กจบใหม่ (Fresh Graduate) เข้าทำงาน</h2>
<h3>1. มุมมองการทำงานที่สดใหม่</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เด็กจบใหม่เปรียบเหมือนผ้าขาวที่ยังรอการถูกวาด ด้วยความที่พวกเขายังไม่เคยทำงานแบบเป็นจริงเป็นจังในสายงานไหนมาก่อน อย่างมากก็อาจเคยทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยหรือฝึกงานมาบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้ลงลึกมากมายนัก มองในแง่มุมหนึ่งพวกเขาอาจจะดูเหมือนยังไม่มีประสบการณ์อะไรแต่สิ่งที่มาพร้อม ๆ กันก็คือพวกเขายังไม่ถูกความเคยชินหรือวิถีปฏิบัติในโลกการทำงานไปเป็นกรอบในวิธีการคิด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นทำให้นี่คือโอกาสที่องค์กรจะได้รับแนวคิดหรือไอเดียใหม่ ๆ เพื่อเติมเข้ามาให้กับคนในองค์กรที่ทำงานอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมองค์รในแต่ละที่ด้วยว่าได้ให้ความสำคัญกับการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้หรือไม่ มีการทำ Knowledge sharing session หรือเปล่า มีการเปิดกว้างทางความคิดไหม ลักษณะเป็นการทำงานแบบชี้นิ้วสั่งหรือเปิดโอกาสให้พนักงานมีอิสระในการแสดงความคิดสร้างสรรค์และเลือกวิธีการทำงานที่สอดคล้องกับธรรมชาติของตัวเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งหากวัฒนธรรมองค์กรของท่านเอื้อต่อเด็กจบใหม่ให้ได้แสดงออกถึงศักยภาพที่มี ท่านอาจจะต้องประหลาดใจว่ามีไอเดียมากมายเพียงใดจากเด็กจบใหม่ที่ทีมงานและองค์กรของท่านสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ เพราะในวันที่โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว พวกเขาที่เป็นสายเลือดใหม่เหล่านี้เองที่จะเป็นหนึ่งในส่วนช่วยที่จะทำให้องค์กรของท่านทันสมัยและไม่ตกยุคนั่นเอง</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/work-culture-for-good-talent-11012021/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-10671 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/Screen-Shot-2565-02-25-at-16.55.27.png" alt="Screen Shot 2565 02 25 at 16.55.27" width="600" height="370" title="HR ควรมองหาอะไรจาก Fresh Graduate เด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน 686"></a></div>
<div style="text-align: center;"><span style="font-size: 12pt;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/work-culture-for-good-talent-11012021/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">วัฒนธรรมองค์กรแบบไหนที่ทำให้คนเก่งอยากร่วมงานด้วย ?</a></span></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h3>2. เด็กจบใหม่ไฟแรง</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เด็กจบใหม่มักจะมีแรงผลักดันและมีความกระหายใคร่รู้จนถึงขั้นที่ว่ามีคำติดปากเรียกกันเลยว่า ‘เด็กจบใหม่ไฟแรง’ (ซึ่งตรงข้ามกับปัญหาที่บางองค์กรพบเจอพนักงานเก่าที่ทำงานมานานหลายปีและมี</span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/211223-digital-fatigue/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ภาวะหมดไฟ</span></a><span style="font-weight: 400;">) แล้วหลาย ๆ ครั้งทีเดียวที่พลังงานนี้เองที่ทำให้พี่ ๆ รุ่นเก่าต้องแอบชื่นชม ซึ่งนี่เป็นโอกาสดีมาก ๆ สำหรับบริษัทที่จะต้องมาร่วมคิดกันว่าจะทำอย่างไรที่จะรักษาพลังในการทำงานของเด็กจบใหม่ไม่ให้มอดดับไปในระยะเวลาอันรวดเร็ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากว่าปัญหาไฟมอดสามารถเกิดขึ้นกับแม้แต่กับเด็บจบใหม่ที่ควรจะมีพลังล้นเหลือกลุ่มนี้แล้ว ก็ยิ่งทำให้ผู้นำองค์กรและทรัพยากรบุคคลต้องเริ่มกลับมาตั้งคำถามกับวัฒนธรรมองค์กรของตัวเองอย่างเร่งด่วน</span></p>
<h3>3. เด็กจบใหม่เก่งเทคโนโลยี</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยีไม่เคยหยุดพัฒนา และคนรุ่นใหม่ ๆ ก็จะเติบโตขึ้นมาในยุคที่เทคโนโลยีมีพัฒนาการที่แตกต่างกันไป นั่นทำให้การจ้างเด็กจบใหม่เป็นการจ้างเอาทักษะในการประยุกย์ใช้เทคโนโลยีในการทำงานไปด้วยในตัว ซึ่งแน่นอนว่าเด็กจบใหม่ก็จะต้องเรียนรู้กระบวนการทำงานที่องค์กรมีอยู่ในปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในขณะเดียวกันองค์กรก็จะต้องมีการเปิดใจรับฟังถึงวิถีการทำงานแบบใหม่ ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีเช่นกัน ซึ่งถ้าหากมองในมุมนี้ การเกิด Digital Transformation ในองค์กรก็สามารถเกิดขึ้นได้ในลักษณะจากล่างขึ้นบนได้เช่นกัน(Bottom up) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องนี้องค์กรจะต้องมีการหาจุดสมดุลที่เหมาะสมในการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ หากว่ามีการเปลี่ยนวิธีการทำงานกันทุกวันก็อาจจะทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายในการทำงานที่ประกอบไปด้วยคนหลากหลายช่วงวัยที่มีความสามารถทางเทคโนโลยีแตกต่างกันไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่ถ้าไม่มีการปรับเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้เลยก็อาจทำให้องค์กรมีความสามารถในการแข่งขันลดลงอันเป็นผลมาจากประสิทธิภาพในการทำงานที่ตามองค์กรอื่น ๆ ไม่ทัน และเป็นพลังของเด็กจบใหม่นี้เองที่จะช่วยเติมพลังแห่งเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาในองค์กรอย่างไม่เคยขาดสายรุ่นแล่วรุ่นเล่า เพียงแต่องค์กรต้องมีวัฒนธรรมที่เปิดรับให้คนรุ่นใหม่ ๆ ได้มีบทบาทในการกำหนดวิถีการทำงานมากยิ่งขึ้นเท่านั้นเอง</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/interview-scg-digitalofficer-01252021/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-10670 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/Screen-Shot-2565-02-25-at-16.51.16.png" alt="Screen Shot 2565 02 25 at 16.51.16" width="600" height="370" title="HR ควรมองหาอะไรจาก Fresh Graduate เด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน 687"></a></div>
<div style="text-align: center;"><span style="font-size: 12pt;"><a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/interview-scg-digitalofficer-01252021/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">องค์กรจะเติบโตได้ ไม่ได้เริ่มที่เทคโนโลยี แต่เริ่มที่ “คน”: สัมภาษณ์พิเศษกับคุณอภิรัตน์ หวานชะเอม Chief Digital Officer แห่ง SCG</a></span></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>วิธีการดึงดูดให้เด็กจบใหม่ (Fresh Graduate) ให้อยากทำงานด้วย</h2>
<h3>1. ปรากฏตัวในที่เด็กจบใหม่อยู่</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตามหลัก Marketing แล้ว หากเราต้องการจะส่งสารถึงใคร เราก็ต้องเข้าใจก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายนั้นเป็นใคร มีวิถีชีวิตอย่างไร มี Lifestyle แบบไหน มีพฤติกรรมการเสพสื่อเป็นอย่างไร ซึ่งกระบวนการนี้เราจะเรียกว่าการทำ Persona เพื่อให้มีภาพในหัวว่าคนที่เราอยากจะพูดคุยด้วยเป็นใคร ซึ่งหลักการพื้นฐานทางการตลาดข้อนี้สามารถที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับการดึงดูดเด็กจบใหม่เช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะคำว่า ‘เด็กจบใหม่’ ถือว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีจุดร่วมเหมือนกันคือเพิ่งเรียนจบใหม่ ๆ และยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน แต่จริง ๆ แล้วคำนี้ถือว่าเป็นคำที่กว้างเกินไปเนื่องจากเด็กจบใหม่ที่แตกต่างสาขาวิชาก็อาจจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันไป เด็กจบใหม่ที่เรียนจบวิศวะก็อาจจะชอบเข้าเว็บบอร์ดคนละกลุ่มกับเด็กจบใหม่ที่เรียนจบสถาปัตย์ ซึ่งก็อาจจะมีการติดตามเพจบน Facebook ที่แตกต่างกัน ชอบไปเข้าร่วมงาน​ Event คนละประเภท หนังสือที่อ่านหรือ Youtube ก็อาจจะแตกต่างกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล่วนสะท้อนออกมาจากค่านิยมและความสนใจภายในที่แตกต่างกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่องค์กรสามารถทำได้คือการเริ่มต้นวิเคราะห์ว่ากลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กจบใหม่ที่องค์กรของท่านกำลังมองหานั้นคือคำแหน่งงานกลุ่มไหน และกลุ่มเป้าหมายนั้นมี Persona เป็นอย่างไร ทั้งนี้สิ่งที่เป็นจุดร่วมหลัก ๆ ของเด็กจบใหม่ที่ค่อนข้างแน่นอนก็คือ คนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมการเสพสื่อที่เป็นช่องทางดิจิตอลเป็นหลัก แปลว่ามุมมองที่พวกเขามีต่อองค์กรของท่านล้วนมาจาก ‘ตัวตนบนโลกออนไลน์’ เกือบ 100% </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นหมายความว่าช่องทางอย่างเว็บไซต์บริษัท Facebook Fanpage ของบริษัท หรือแม้กระทั่งความคิดเห็นต่าง ๆ ของผู้คนบนโลกโซเชียลมีเดียที่มีต่อบริษัทของท่านจะเป็นสิ่งที่กระทบต่อมุมมองที่เด็กจบใหม่มองเข้ามาอย่างแน่นอนและการตรวจสอบเพื่อรับเอา​ Feedback เหล่านี้เข้ามาปรับปรุงก็จะทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรของท่านพัฒนามากขึ้นในระยะยาว</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190617-recruitment-marketing/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10672 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/Screen-Shot-2565-02-25-at-16.57.38.png" alt="Screen Shot 2565 02 25 at 16.57.38" width="505" height="309" title="HR ควรมองหาอะไรจาก Fresh Graduate เด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน 688"></a></div>
<div style="text-align: center;"><span style="font-size: 12pt;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190617-recruitment-marketing/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร</a></span></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h3>2. มีแผนการพัฒนาศักยภาพพนักงานที่ดีและชัดเจน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงถึงแบบสำรวจตอนต้นบทความได้รายงานมุมมอง</span><span style="font-weight: 400;">ที่เด็กจบใหม่มีต่อสภาวะการจ้างงานในช่วงที่มี</span><span style="font-weight: 400;">โควิด-19 พบว่าจุดมุ่งหมายในการทำงานของเด็กจบใหม่มากถึง 82.6% ของผู้ทำแบบสำรวจให้ความสำคัญกับโอกาสที่จะได้พัฒนาทักษะและเติบโตจากการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราสามารถต่อยอดเอาข้อมูลนี้มาใช้ดึงดูดเด็กจบใหม่ที่เป็น Talent ให้เข้ามาทำงานกับเราได้โดยการฉายภาพให้ผู้สมัครงานภายนอกเห็นว่าหากเข้ามาในองค์กรแล้วจะมีโอกาสในการเรียนรู้มากมายขนาดไหน เรามีแผนพัฒนาทักษะความรู้ (Human resource development plan) อย่างไรบ้าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จะต้องถูกสื่อสารออกไปในทุก Touch point ที่ผู้สมัครงานที่เป็นเด็กจบใหม่ ไล่ตั้งแต่ข้อมูลบนเว็บบริษัท, Campaign ชักชวนเด็กจบใหม่มาร่วมงานบนเพจบริษัท หรือแม้กระทั่งระหว่างกระบวนการสัมภาษณ์ รวมถึงต้องมีการผนวกเอาแผนการเรียนรู้เข้าไปในกระบวนการ Onboarding พนักงานด้วยเช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการทำตามสัญญาที่เราได้ให้ไว้กับพนักงานโดยมีการติดตามและประเมินผลโดยผู้จัดการของพนักงานแต่ละรายอย่างเป็นระบบ เมื่อองค์กรให้กับความสำคัญกับการเรียนรู้ของพนักงานอย่างจริงจัง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแต่ผู้สมัครภายนอกจะรับรู้ได้ถึงภาพลักษณ์ของความเป็นองค์กรยุคใหม่ที่ใส่ใจเรื่องการเรียนรู้และเติบโตของพนักงาน แต่ผลดีที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อเราได้สร้างองค์กรที่มีวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะนำไปสู่ Employee Engagement ที่ดีและ Performance ที่ยอดเยี่ยมของพนักงานก็จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/210930-training-roadmap/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-10673 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/02/Screen-Shot-2565-02-25-at-17.00.26.png" alt="Screen Shot 2565 02 25 at 17.00.26" width="653" height="399" title="HR ควรมองหาอะไรจาก Fresh Graduate เด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน 689"></a></div>
<div style="text-align: center;"><span style="font-size: 12pt;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/210930-training-roadmap/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">ทำไมทุกองค์กรต้องจัดทำเส้นทางการฝึกอบรม Training Roadmap</a></span></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h3>3. จ่ายเงินเดือนสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาด</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งในวิธีที่สามารดึงดูดให้ Talent ที่มีศักยภาพสูงหรือมีทักษะจำเพาะที่หายากและขาดแคลนในตลาดมาทำงานกับเราคือการจ่ายให้มากกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งข้อนี้เราสามารถทำได้โดยการทำการสำรวจเงินเดือนของตำแหน่งเดียวกัน ถ้าเป็นไปได้อาจจะเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อเอามาคำนวนหาค่าเฉลี่ยของเงินเดือนที่เด็กจบใหม่มักจะได้ ในส่วนนี้แผนกสรรหาอาจจะต้องมีการไปคุยกับผู้นำองค์กรหรือ Management level ที่จะอยู่ในข่ายที่สามารถตัดสินใจเรื่องเงินได้ เพื่อกำหนดให้ ‘การจ่ายสูงกว่าราคาตลาด’ บรรจุอยู่ในกลยุทธ์ที่องค์กรใช้ในการสรรหาพนักงานที่เป็น Talent </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้วิธีการจ่ายสูงกว่าราคาตลาดเปรียบได้กับ ‘ดาบสองคม’ ที่นายจ้างต้องประยุต์ใช้อย่างมีชั้นเชิงเนื่องจากวิธีนี้อาจส่งผลกระทบต่อการควบคุมค่าใช้จ่ายขององค์กรได้ ทำให้วิธีนี้ควรจะนำไปใช้กับตำแหน่งงานที่มีการวิเคราะห์มาแล้วเท่านั้นว่าเป็นตำแหน่ง Key position ที่สำคัญต่อการ Drive ผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง ๆ เช่น หากคุณเป็น​ Software agency ตำแหน่งนั้นก็อาจจะเป็นโปรแกรมเมอร์ เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงอย่างไรก็ตาม การจ่ายสูงกว่าราคาตลาดก็ไม่ได้เป็นการการันตีว่าจะได้​ Talent ที่มีความสามารถสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดเสมอไปหากกระบวนการสรรหาพนักงานที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ดีพอ กลยุทธ์ข้อนี้จึงต้องมาพร้อมกับความสามารถในการแยกแยะคนที่เก่งออกจากคนที่ธรรมดาได้ รวมถึงต้องมีวัฒนธรรมองค์กรที่สามารถรักษา Talent เหล่านี้เอาไว้กับองค์กรให้ได้ในระยะยาว (</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190829-talent-management/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Talent management</span></a><span style="font-weight: 400;">)</span></p>
<h2>HR มีวิธีการจ้างและสัมภาษณ์เด็กจบใหม่ (Fresh Graduate) อย่างไร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">มาถึงส่วนสำคัญของบทความนี้ที่เราจะไปหาคำตอบกันว่าผู้เชี่ยวชาญฝ่ายทรัพยากรมนุษย์มีมุมมองต่อคำถามที่ว่า “</span><span style="font-weight: 400;">HR มีวิธีการจ้างและสัมภาษณ์เด็กจบใหม่อย่างไรให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร</span><span style="font-weight: 400;">” หากพร้อมแล้ว ไปหาคำตอบกันได้เลย</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><b><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9496 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-1.png" alt="image 1" width="109" height="107" title="HR ควรมองหาอะไรจาก Fresh Graduate เด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน 690">ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร </b><b>วิทยากรที่ปรึกษา &amp; ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบงาน HRM &amp; HRD &amp; Learning Development</b></h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยส่วนตัว จะใช้เทคนิคในการการคัดเลือกเด็กจบใหม่โดยมีขั้นตอนดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1.ให้ส่ง Clip แนะนำตัวเองสั้น ๆ ไม่เกิน 3 นาที</span></p>
<p>2.Clip ที่น่าสนใจ ทาง HR จะนัดสัมภาษณ์ รอบแรกผ่าน Zoom ค่ะ กรณีที่ตอบคำถามได้ชัดเจน ดูแววมีภาวะผู้นำ มนุษยสัมพันธ์ดี สื่อสารแล้วรู้เรื่อง ก็จะนัดมาสัมภาษณ์ที่บริษัท</p>
<p><span style="font-weight: 400;">3.การสัมภาษณ์ที่บริษัท จะเป็นรูปแบบ Group Interview และมีการทดสอบ Computer Skill</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และบางตำแหน่งงาน จะมีแบบทดสอบวัดทักษะทางวิชาชีพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากผ่านกระบวนการทั้ง 3 ข้อนี้ ก็จะแจ้งผลให้ผู้สมัครทราบทันที</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">กรณีผ่านเกณฑ์ ทาง HR จะนัดทำสัญญาจ้าง นัดวันเริ่มงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">กรณีไม่ผ่าน ทาง HR จะแจ้งเหตุผล และขอบคุณผู้สมัครที่สนใจบริษัทของเรา</span></li>
</ul>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><b><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9500 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-5.png" alt="image 5" width="122" height="118" title="HR ควรมองหาอะไรจาก Fresh Graduate เด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน 691">ธีรพร บุนนาค ผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารองค์กรสายงานทรัพยากรบุคคล</b></h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ HR จะดูว่าเหมาะสมหรือไม่สำหรับเด็กจบใหม่ในการทำงานที่แรก</span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> ความสนใจเป็นพิเศษ และความรู้ทักษะที่มี และมาเปรียบเทียบกับสมรรถนะของงานที่ต้องการ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ทัศนคติของผู้สมัครว่ามีมุมมองต่อการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างไร เหมาะสมกับบริบทขององค์กรและตำแหน่งงานหรือไม่</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> กิจกรรมต่าง ๆ ในขณะเรียน บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบที่ได้รับ</span></li>
</ol>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><b><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9670 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/11/Rangsri-1.png" alt="Rangsri 1" width="109" height="109" title="HR ควรมองหาอะไรจาก Fresh Graduate เด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน 692">คุณรังษี กอ</b><b>วิวัฒนาการ</b><b> Head</b><b> of HR Operations บริษัทค้าปลีก</b></h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">ขอตอบเป็น 2 เรื่อง คือเรื่องการจ้างและเรื่องการสัมภาษณ์เด็กจบใหม่ โดยเรื่องการจ้างเด็กจบใหม่ ก็คงไม่แตกต่างจากในอดีตเพียงแต่ความต้องการที่เปลี่ยนไปเด็กจบใหม่อาจไม่ได้มองว่าได้เป็นสัญญาประจำเขาจะพึงพอใจเสมอไป เพราะในปัจจุบันน้อง ๆ เหล่านี้ต้องการหาตัวเอง ยิ่งเร็วยิ่งดี ดังนั้นจะตามมาด้วยหากลองทำไม่ใช่ก็ออก การให้สัญญาระยะสั้นประมาณ 6 เดือนอาจจะเป็นสิ่งที่น้อง ๆ กลุ่มนี้ต้องการ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งจะแตกต่างกับที่บริษัทต้องการเพราะไม่อยากหาคนใหม่มาแทนบ่อย ๆ แต่ต้องยอมรับว่านี่อาจเป็นสิ่งที่ตัวบริษัทเองก็ต้องเตรียมรับมือกับ Gig Economy ที่ทำให้ทัศนคติในการคนทำงานในยุคนี้เปลี่ยนไป โดย Gig Economy หมายถึงการจ้างงานในรูปแบบสั้น ๆ เป็น Project เป็นชิ้น ๆ ทำให้น้อง ๆ ได้ค้นหาตัวเองผ่านการทำงาน หากใช่ก็ทำงานต่อ หากไม่ใช่ก็ค้นหาใหม่ จนกว่าจะเจองานที่ใช่สำหรับตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องการสัมภาษณ์เด็กจบใหม่ เรื่องชุดคำถามก็ควรเปลี่ยนอย่าถามคำถามเดิม ๆ เพราะเราจะได้คนที่อาจไม่ใช่คนที่เราต้องการ เช่น น้องลองบอกจุดแข็งจุดอ่อนตัวเอง ปัจจุบันการสัมภาษณ์ อยากให้มองเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองต่าง ๆ ผ่านชุดคำถามที่หลากหลากและสอดคล้องกับบทสนทนา ซึ่งหมายความว่าผู้สัมภาษณ์ต้องใส่ใจในรายละเอียดของผู้สมัครและทำการบ้านมาดีพอสมควร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น เข้าไปดูข้อมูลต่าง ๆ ใน Social Media ที่เปิดเป็นสาธารณะเพื่อให้ทราบถึง Liftstyle ความเชื่อและทัศนคติ ผ่านโลกของเขา แล้วค่อยเพิ่มคำถามเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เราเห็นเป็นตัวตนของน้องจริง ๆ เช่น บางคนบอกว่าชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เราก็คงคาดหวังที่จะเห็นการแชร์ Content ดี ๆผ่าน Social Media ของน้อง ๆ หรือหากถามว่าตอนนี้มีเรื่องอะไรที่อยู่ในความสนใจน้องก็ควรจะตอบได้เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์งานคือการที่บริษัทให้โอกาสน้อง ๆ จบใหม่ ในมุมกลับกันน้อง ๆ เขาก็ให้โอกาสบริษัทในการรู้จักเขาด้วยเช่นกัน Talent War ยังคงเกิดขึ้น เราต้องการคนที่ใช่กับองค์กรเรา แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องถามว่าบริษัทหรือตำแหน่งงานที่เราเสนอไปใช่กับ passion ที่น้องมองหาหรือไม่ </span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><b><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9499 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-4.png" alt="image 4" width="109" height="109" title="HR ควรมองหาอะไรจาก Fresh Graduate เด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน 693">ปราการ วงษ์จำรัส</b><b> Assistant Chief Executive Officer Human Resources</b></h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางการสัมภาษณ์เด็กจบใหม่ แน่นอนว่า คงสอบถามประสบการณ์ในการทำงานคงตอบได้ยาก ส่วนใหญ่ผมจะให้เล่าเรื่องการฝึกงานที่ไหน ทำไม และได้อะไรจากการฝึกงาน รวมถึงพยายามเจาะลึกการทำรายงานหรืองานกลุ่มในระหว่างเรียน ตั้งแต่ หัวข้อที่เลือกทำ ทำงานร่วมกับใคร เพื่อนในกลุ่มแบบไหนที่ชอบและไม่ชอบ แล้วมองการให้เกรดจากอาจารย์เป็นอย่างไร รวมถึงแนวคิดมุมมองการใช้ชีวิตของเด็กรุ่นใหม่ในปัจจุบันนว่าชอบแบบไหน อยากไปทางไหน แล้วคิดว่าในอนาคตงานที่ทำจะถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับวิธีการจ้างงานเด็กจบใหม่ ผมจะมีอัตรา Starting rate ตามตำแหน่งงานหรือ Job Familly อยู่แล้วครับ ถ้าทำงาน 1-3 ปี จะคูณด้วย % ที่กำหนดไว้เพื่อเป็นเงินเดือนสำหรับ Offer แต่บางตำแหน่งต้องพิจารณาเกณฑ์ของตลาดด้วยโดยเฉพาะสายงานเฉพาะหรือสายงาน IT บางตำแหน่ง ที่จะต้องใช้เกณฑ์ตลาดแรงงานพิจารณาร่วมด้วยครับ</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3><b><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/12/sca.png" width="150" height="145" alt="sca" title="HR ควรมองหาอะไรจาก Fresh Graduate เด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน 694">คุณโชติช่วง  กังวานกิจมงคล HR Business Partner ของบริษัท FMCG และเจ้าของเพจ “คุยกับ HR”</b></h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากเด็กจบใหม่อาจไม่มีประสบการณ์ หรือมีน้อยมากจากการฝึกงาน ดังนั้นสิ่งที่ควรมองหาคือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">มีผลงานหรือสิ่งที่เคยได้ลงมือทำจริง ๆ หรือไม่?</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">พิจารณาทักษะที่มี ไม่ว่าได้จากการเรียนหรือการฝึกงาน ทำงานพิเศษ และอื่น ๆ ในที่นี้รวมทั้ง Hard Skills และ Soft Skills?</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">สัมภาษณ์เพื่อเข้าใจแรงจูงใจในการทำงาน เป้าหมายในอนาคต เพื่อดู Mindset และความเข้ากันได้กับวัฒนธรรมขององค์กร?</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">อันที่จริงแนวทางการสัมภาษณ์แบบนี้ใช้ได้กับทุก ๆ ระดับ ทุก ๆ ตำแหน่ง แค่ไปปรับใช้ให้เหมาะกับทีมงานและองค์กรต่าง ๆ ได้เลยครับ</span></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจะเห็นได้ว่าเด็กจบใหม่คือพลังงานใหม่ ๆ ที่สามารถผลักดันองค์กรไปข้างหน้า ถึงแม้พวกเขาอาจจะไม่ได้มีประสบการณ์มากมายนัก แต่ก็เพราะแบบนั้นเองที่ทำให้เขาสามารถมองปัญหาด้วยมุมที่สดใหม่ เต็มไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ เปรียบเหมือนหน่ออ่อนของต้นไม้ที่มีศักยภาพที่จะเติบโตไปเป็นอะไรก็ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรสามารถที่จะออกแบบวัฒนธรรมองค์กรที่สอดคล้องกับพวกเขาได้ มีการเติมปุ๋ย รดน้ำ พรวนดิน พวกเขาก็สามารถเติบโตอยู่เคียงข้างผู้มากประสบการณ์ และนั่นเป็นหน้าที่ของผู้นำและ HR ที่ต้องเอาโจทย์นี้ไปทำงานต่อเพื่อให้คนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าทำงานกันได้อย่างสอดคล้องเสริมจุดแข็ง กลบจุดอ่อน เพื่อสร้างองค์กรที่มีภูมิต้านทานต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วอย่างทุกวันนี้</span><span style="font-weight: 400;">ต่อไป</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31978 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE" width="1600" height="500" title="HR ควรมองหาอะไรจาก Fresh Graduate เด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน 695" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Future of Recruitment อนาคตของการสรรหาที่ไม่มีวันเหมือนเดิม</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/220114-future-of-recruitment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Jan 2022 10:57:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Recruitment]]></category>
		<category><![CDATA[การสรรหาบุคลากร]]></category>
		<category><![CDATA[การสรรหา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/220114-future-of-recruitment/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ความเป็นธรรมในการสรรหาเป็นสิ่งสำคัญในการคัดเลือกพนักงานใหม่ (Recruitment) มานาน และจะยิ่งเข้มแข็งมากขึ้นท่ามกลางการเติบโตทางความคิดของสังคม รวมไปถึงการคัดเลือกพนักงานใหม่ก็จะพิจารณาว่า คนหางาน ว่าที่พนักงานคนนั้นยอมรับความหลากหลายมากน้อยเพียงใด เพราะมันไม่ใช่แค่ทักษะ แต่กลายเป็นสิ่งสำคัญที่พนักงานต้องมี เมื่อ Data is the new oil การทำความเข้าใจและใช้ประโยชน์ของข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ จึงเป็นทักษะสำคัญสำหรับการสรรหายุคใหม่ (Future of Recruitment) สอดคล้องกับรายงาน Global Talent Trends 2020 ของ LinkedIn ที่บอกว่า HR มีทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มขึ้น 242% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หมดยุค Recruitment ที่องค์กรวางตัวมีอำนาจการตัดสินใจรับผู้สมัคร เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ผู้สมัครงาน คนหางานเป็นคนเลือกองค์กรที่อยากทำงานด้วยต่างหาก เมื่อพวกเขามีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น มีโอกาส และมีทางเลือกมากกว่าเดิม กลยุทธการสรรหา Recruitment แบบเดิม ๆ อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการองค์กรอีกต่อไป เมื่อแต่ก่อนเรามุ่งเน้นแต่พนักงานที่มีความ Active กระตือรือร้นต่อการหางาน ทว่าเมื่อผู้สมัครงาน คนหางานมีทางเลือกมากขึ้น ทำให้เกิดผู้สมัครงาน Passive [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ความเป็นธรรมในการสรรหาเป็นสิ่งสำคัญในการคัดเลือกพนักงานใหม่ (Recruitment) มานาน และจะยิ่งเข้มแข็งมากขึ้นท่ามกลางการเติบโตทางความคิดของสังคม รวมไปถึงการคัดเลือกพนักงานใหม่ก็จะพิจารณาว่า คนหางาน ว่าที่พนักงานคนนั้นยอมรับความหลากหลายมากน้อยเพียงใด เพราะมันไม่ใช่แค่ทักษะ แต่กลายเป็นสิ่งสำคัญที่พนักงานต้องมี</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">เมื่อ Data is the new oil การทำความเข้าใจและใช้ประโยชน์ของข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ จึงเป็นทักษะสำคัญสำหรับการสรรหายุคใหม่ (Future of Recruitment) สอดคล้องกับรายงาน Global Talent Trends 2020 ของ LinkedIn ที่บอกว่า HR มีทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มขึ้น 242% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">หมดยุค Recruitment ที่องค์กรวางตัวมีอำนาจการตัดสินใจรับผู้สมัคร เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ผู้สมัครงาน คนหางานเป็นคนเลือกองค์กรที่อยากทำงานด้วยต่างหาก เมื่อพวกเขามีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น มีโอกาส และมีทางเลือกมากกว่าเดิม</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">กลยุทธการสรรหา Recruitment แบบเดิม ๆ อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการองค์กรอีกต่อไป เมื่อแต่ก่อนเรามุ่งเน้นแต่พนักงานที่มีความ Active กระตือรือร้นต่อการหางาน ทว่าเมื่อผู้สมัครงาน คนหางานมีทางเลือกมากขึ้น ทำให้เกิดผู้สมัครงาน Passive จำนวนมาก ซึ่งคนทำงานเก่ง ๆ มักรวมอยู่ในผู้สมัครกลุ่มนี้</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ช่วงปี 2021 เกิดปรากฏการณ์ The Great Resignation ทำให้เกิดตำแหน่งงานว่างจำนวนมาก ซึ่งปกติมีแต่คนจะแย่งสมัครงาน ทว่าปัจจุบันแวดวง Recruitment กลับเกิดเหตุการณ์ที่บริษัทกำลังแย่งคนทำงานมากกว่า นี่จึงเป็นสิ่งที่องค์กรไม่เพียงคิดถึงกระบวนการสรรหาอย่างเดียว แต่ต้องคิดเรื่องการรักษาพนักงานที่มีอยู่ด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การมีข้อเสนอ Employer Value Proposition (EVP) ที่แข็งแกร่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับทั้งผู้สมัครงาน คนหางาน และพนักงานที่มีอยู่ สิ่งนี้เป็นตัวสร้างความแตกต่างในการแข่งขันในอุตสาหกรรมการสรรหา Recruitment ที่แท้จริง</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-10241 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/01/9edc2012932cb31a92f45cf7c26e37ef.jpg" alt="Future of Recruitment อนาคตของการสรรหาที่ไม่มีวันเหมือนเดิม" width="600" height="370" title="Future of Recruitment อนาคตของการสรรหาที่ไม่มีวันเหมือนเดิม 704"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกวัน ซึ่งบางครั้งก็เกิดขึ้นโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว อย่างการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ไม่มีใครเตรียมแผนตั้งรับมาก่อน ทำให้ทุกองค์กรจำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งในด้านธุรกิจและการบริหารงานบุคคล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในนั้นก็คือ กระบวนการสรรหาพนักงานใหม่ ที่ไม่ใช่แค่สำคัญมากขึ้น แต่ยังยากมากกว่าเดิม เพราะความต้องการของบริษัทไม่มีวันเหมือนเดิม หนำซ้ำผู้สมัครก็มีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมการสรรหามีการแข่งขันที่ดุเดือดมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ HREX.asia จะมาพูดถึง<strong class="yellow-highlighter"> Future of Recruitment อนาคตของการสรรหา</strong> ว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>1. ความหลากหลาย DEI&amp;B แข็งแรงมากขึ้น</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การยอมรับความหลากหลายทางสังคมเป็นสิ่งที่กำลังเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อทุกคนเห็นความสำคัญของความเป็นมนุษย์อยู่เหนืออคติต่าง ๆ ไม่ว่า</span><span style="font-weight: 400;">จะเป็นความหลากหลายทางเจเนอร์เรชัน เพศ เชื้อชาติ ทักษะความสามารถ ไปจนถึงทัศนคติความเชื่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">ความเป็นธรรมในการสรรหาเป็นสิ่งสำคัญในการคัดเลือกพนักงานใหม่มานาน และจะยิ่งเข้มแข็งมากขึ้นท่ามกลางการเติบโตทางความคิดของสังคม</strong> สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ Diversity, Equity, Inclusion and Belonging (DEI&amp;B) ที่แต่เดิมเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสรรหามานานแล้ว ก็จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมไปถึงการคัดเลือกพนักงานใหม่ก็จะพิจารณาว่า พนักงานคนนั้นยอมรับความหลากหลายมากน้อยเพียงใด เพราะมันไม่ใช่แค่ทักษะ แต่กลายเป็นสิ่งสำคัญที่พนักงานต้องมีด้วยซ้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การยอมรับ</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190820-workforce-diversity/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ความหลายหลาย</span></a><span style="font-weight: 400;">จะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานก็ยังเป็นมิตรกับทุกคน ทุกกลุ่ม และทุกบทบาท ที่สำคัญยังส่งผลต่อประสิทธิภาพองค์กรด้วย ยกตัวอย่าง รายงานของ</span><a href="https://www.mckinsey.com/featured-insights/diversity-and-inclusion/diversity-wins-how-inclusion-matters" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;"> McKinsey</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่บอกว่า องค์กรที่มีผู้บริหารหลากหลายทางเพศมีแนวโน้มสร้างผลกำไรที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 25 %</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงเฉพาะในมุมธุรกิจ ตามรายงาน</span><a href="https://www.jobvite.com/lp/2021-recruiter-nation-report/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Recruiter National Report 2021</span></a><span style="font-weight: 400;"> พบว่า ผู้สมัครงานยังสอบถามถึงการยอมรับความหลากหลายในบริษัทเพิ่มขึ้นทุกปี และ 49% ของผู้สมัครพร้อมปฏิเสธร่วมงานทันทีหากองค์กรนั้นไม่มีนโยบายเกี่ยวกับความหลากหลาย DEI&amp;B</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนาคตองค์กรจึงต้องผลักดันนโยบายเคารพความแตกต่างระหว่างกัน รับฟังความคิดเห็นที่มีทิศทางไม่เหมือนกัน และตัดสินทุกอย่างบนความยุติธรรม นั่นจะทำให้องค์กรเกิดประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างมากที่สุด และส่งเสริมให้องค์กรมีศักยภาพได้ในที่สุด</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190820-workforce-diversity/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9553 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/08/shutterstock_1494210347-1.jpg" alt="ทำไมความหลากหลายของพนักงานในองค์กรจึงเป็นเรื่องสำคัญ (Workforce Diversity)" width="500" height="282" title="Future of Recruitment อนาคตของการสรรหาที่ไม่มีวันเหมือนเดิม 705"></a><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190820-workforce-diversity/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ทำไมความหลากหลายของพนักงานในองค์กรจึงเป็นเรื่องสำคัญ (Workforce Diversity)</span></a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>2. ขับเคลื่อนการสรรหาด้วยข้อมูลและระบบอัตโนมัติ</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกคนคงเคยได้ยินคำว่า Data is the new oil หรือ ข้อมูลมีค่าดั่งน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันมีข้อมูลมากมายที่ทุกคนเข้าถึงได้ <strong class="yellow-highlighter">ฉะนั้นการทำความเข้าใจและใช้ประโยชน์ของข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ จึงเป็นทักษะสำคัญสำหรับการสรรหายุคใหม่ </strong>สอดคล้องกับรายงาน</span><a href="https://business.linkedin.com/talent-solutions/recruiting-tips/global-talent-trends-2020" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Global Talent Trends 2020</span></a><span style="font-weight: 400;"> ของ LinkedIn ที่บอกว่า HR มีทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มขึ้น 242% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้เหล่าผู้นำหลายองค์กร ก็ต้องการให้บุคคลากรในทีมมีกรอบความคิดเรื่องการขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และใช้ประโยชน์จากสถิติมาใช้จัดหากระบวนการทำงานที่ตอบโจทย์ที่สุด เช่น ใช้สถิติตรวจสอบว่าส่วนใหญ่พนักงานขายจะเข้ามาทำงานนานเท่าไหร่จึงลาออก เพื่อเตรียมพร้อมในการสรรหาครั้งต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอนาคตข้อมูลและระบบอัตโนมัติจะเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่ทำให้การสรรหาทรงพลังมากขึ้น กระบวนการทำงานง่ายขึ้น และคัดเลือกคนได้เหมาะสมที่สุด เช่น การสื่อสารแบบทั่วไปเป็นอุปสรรคในกระบวนการสรรหาเพราะใช้เวลานาน เสียเวลา และทำงานซับซ้อนโดยไม่จำเป็น หากมีระบบอัตโนมัติก็จะตอบโต้ได้ทันทีตามระบบที่กำหนดไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยีข้อมูลจึงเป็นกุญแจสำคัญในการปรับปรุงการสรรหาบุคลากร จากการสำรวจในรายงาน</span><a href="https://business.linkedin.com/content/dam/me/business/en-us/talent-solutions/resources/pdfs/future-of-recruiting-report.pdf" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Future of Recruitment</span></a><span style="font-weight: 400;"> พบว่า 68% ของผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหางาน ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการลงทุนเครื่องมือและเทคโนโลยีการสรรหาที่ดีกว่าเป็นอันดับ 1 ในอีก 5 ปีข้างหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือการเลือกใช้ HR Tech ที่จะช่วยให้ฝ่ายบุคคลทำงานง่าย สะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีผู้บริการหลายเจ้าในหลากหลายประเภทมากมาย เช่น</span><a href="https://www.sourcedout.asia/client" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">SourcedOut</span></a><span style="font-weight: 400;"> แพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมบริษัทกับนักสรรหามืออาชีพโดยตรง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการสรรหากว่า 30% – 50% เมื่อเทียบกับบริษัทจัดหางานทั่วไป เป็นต้น</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%; text-align: center;"><span style="font-weight: 400;"><a href="https://th.hrnote.asia/tips/9-benefits-hr-big-data/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8855 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Big-Data-HR-1-8-scaled.jpg" alt="Big Data HR" width="600" height="370" title="Future of Recruitment อนาคตของการสรรหาที่ไม่มีวันเหมือนเดิม 706"></a></span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/9-benefits-hr-big-data/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">9 ประโยชน์ Big Data ในงาน HR ยุคดิจิทัล</span></a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>3. การสรรหา Recruitment ที่มองผู้สมัคร คนหางานเป็นศูนย์กลางมากขึ้น</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">หมดยุคที่องค์กรวางตัวมีอำนาจการตัดสินใจรับผู้สมัคร เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ผู้สมัครเป็นคนเลือกองค์กรที่อยากทำงานด้วยต่างหาก </strong>เมื่อพวกเขามีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น มีโอกาส และมีทางเลือกมากกว่าเดิม ทำให้ความต้องการในการได้คนขององค์กรจึงอาจมากกว่าความต้องการในการทำงานของผู้สมัครด้วยซ้ำ ฉะนั้นการสรรหาจึงต้องให้ความสำคัญไปที่ผู้สมัครเป็นศูนย์กลางมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้ทำให้กระบวนการจ้างงานและการทำงานที่เปลี่ยนไป กล่าวคือองค์กรสามารถเปลี่ยนรูปแบบเป็นการจ้างงานแบบ</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220106-hr-outsource/"> <span style="font-weight: 400;">Outsource</span></a><span style="font-weight: 400;"> มากขึ้น เพราะพนักงานสามารถทำงานได้อย่างอิสระที่ไหนก็ได้ ขณะเดียวกันหากเป็นการจ้างประจำก็มีความเป็นต้องมีทางเลือกแบบ Hybrid องค์กรจึงต้องมีแผนการจ้างงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้สมัครทุกรูปแบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ แม้จะฟังดูเป็นข้อเสียของฝั่งองค์กร ในทางตรงกันข้ามก็มีข้อดีอย่างหนึ่งคือ ตลาดแรงงานขยายมากกว่าเดิม องค์กรมีตัวเลือกผู้สมัครจากทั่วทุกมุมโลกเพราะสามารถนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ เหมือนที่ Lucija Markovic รองประธานของ Talentarium พูดติดตลกว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“คนจากต่างประเทศเป็นผู้ปกครองมีลูกเล็ก ๆ ให้ดูแลก็สามารถเป็นผู้สมัครในตลาดแรงงานได้ เพราะเราอยู่ในยุคตลาดแรงงานระดับโลกนั่นเอง”</span></i></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/tips/210917-how-gig-economy-impact-hr/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9221 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/09/shutterstock_1659621910-1.jpg" alt="Gig Economy กระทบ HR" width="500" height="250" title="Future of Recruitment อนาคตของการสรรหาที่ไม่มีวันเหมือนเดิม 707"></a><a href="https://th.hrnote.asia/tips/210917-how-gig-economy-impact-hr/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Gig Economy คืออะไร กระทบกับบทบาทของ HR อย่างไร</span></a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>4. เพิ่มกลยุทธ์สรรหา Recruitment รับสมัครงาน กับกลุ่มคนที่ไม่ต้องการเปลี่ยนงาน</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธการสรรหาแบบเดิม ๆ อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการองค์กรอีกต่อไป เมื่อแต่ก่อนเรามุ่งเน้นแต่พนักงานที่มีความ Active กระตือรือร้นต่อการหางาน ทว่าเมื่อผู้สมัครมีทางเลือกมากขึ้น ทำให้เกิดผู้สมัครที่ Passive จำนวนมาก ซึ่งรู้ไหมว่า คนทำงานเก่ง ๆ มักรวมอยู่ในผู้สมัครกลุ่มนี้ นั่นทำให้<strong class="yellow-highlighter">กลยุทธ์การสรรหาในกลุ่มผู้สมัคร Passive มีความสำคัญมากขึ้น</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างกลุ่มวิศวกรรมซอร์ฟแวร์หรือผู้เชี่ยวชาญสายเทคนิคที่มีจำนวนคนทำงานอยู่อย่างจำกัด มีผลสำรวจ</span><a href="https://insights.stackoverflow.com/survey/2020" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">2020 Developer Survey</span></a><span style="font-weight: 400;"> จาก Stackoverflow พบกว่า มีเพียง 17% ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้นที่กำลังมองหางานใหม่ ในขณะที่ 83% ของนักพัฒนาซอร์ฟแวร์ที่เหลือไม่ได้มีความต้องการหางานใหม่ ซึ่งคนกลุ่มนี้มักเป็นคนทำงานที่เก่งจนหลาย ๆ องค์กรต้องการคว้าตัวนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันหลายองค์กรจึงเพิ่มกลยุทธ์การสรรหากับกลุ่มคนเก่ง ๆ ที่ไม่ได้มีความต้องการหางาน จัดทีมสรรหาทั้งกระบวนการค้นหา ระบุตัวตน และการเข้าถึงพนักงานที่มีคุณภาพ ทำให้เกิดกระบวนการสรรหาที่เน้นคุณภาพมากกว่าผลลัพธ์ว่าจะจ้างงานสำเร็จหรือไม่</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/stragetichr-181225/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8282 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/12/50e64aaf79d41f2da0c86532f24f4664.jpg" alt="HR เชิงกลยุทธ์ รายละเอียดและทักษะที่จำเป็นต่อองค์กร HR NOTE" width="500" height="334" title="Future of Recruitment อนาคตของการสรรหาที่ไม่มีวันเหมือนเดิม 708"></a><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/stragetichr-181225/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">HR เชิงกลยุทธ์: จําเป็นต้องมีการเปลี่ยนยุค</span></a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>5. การรักษาพนักงานและความคล่องตัวภายใน</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงปี 2021 เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า The Great Resignation หรือการลาออกครั้งใหญ่สหรัฐฯ และกระแสดังกล่าวก็ค่อย ๆ เกิดขึ้นไปทั่วทุกมุมโลก ทำให้เกิดตำแหน่งงานว่างจำนวนมาก ซึ่งปกติมีแต่คนจะแย่งสมัครงาน ทว่าปัจจุบันกลับเกิดเหตุการณ์ที่บริษัทกำลังแย่งคนทำงานมากกว่า<strong class="yellow-highlighter"> นี่จึงเป็นสิ่งที่องค์กรไม่เพียงคิดถึงกระบวนการสรรหาอย่างเดียว แต่ต้องคิดเรื่องการรักษาพนักงานที่มีอยู่ด้วย</strong> เพราะการรักษาพนักงานเป็นการประหยัดต้นทุนและเวลา พร้อมรักษาประสิทธิภาพในการทำงานระยะยาวด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การรักษาพนักงานทำได้หลากหลายวิธี เช่น การ</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210922-career-path/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">สร้างเส้นทางอาชีพ (Career Path)</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่ชัดเจน, การฝึกและเพิ่มทักษะใหม่ ๆ ที่จำเป็นผ่าน</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/210930-training-roadmap/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"> <span style="font-weight: 400;">Training Roadmap</span></a><span style="font-weight: 400;">, การพัฒนาอาชีพ</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190510-career-development/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"> <span style="font-weight: 400;">Career Development</span></a><span style="font-weight: 400;"> ไปจนถึงเรื่องเบสิกอย่างการเพิ่มเงินเดือนหรือสวัสดิการนั่นเอง สิ่งนี้จะเป็นการเพิ่มความคล่องตัวในองค์กรให้เดินหน้าต่อไป หรือปรับเปลี่ยนโยกย้ายพนักงานภายในได้ทันท่วงที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอดคล้องกับรายงาน</span><a href="https://learning.linkedin.com/resources/workplace-learning-report" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Workplace Learning Report 2021</span></a><span style="font-weight: 400;"> ของ LinkedIn ว่า ธุรกิจที่มีความคล่องตัวภายในสูง พนักงานจะมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเป็นสองเท่าของธุรกิจที่มีความคล่องตัวต่ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นการรักษาพนักงานและการเพิ่มความคล่องตัวภายในองค์กร ก็จะช่วยให้กระบวนการสรรหาไม่ปวดหัวไปมากกว่าเดิม</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190326-employee-retention/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9136 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/Employee-Retention1.jpg" alt="Employee Retention การรักษาพนักงาน" width="500" height="334" title="Future of Recruitment อนาคตของการสรรหาที่ไม่มีวันเหมือนเดิม 709"></a><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190326-employee-retention/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์ในการรักษาพนักงานฝีมือเยี่ยมให้อยู่กับองค์กร (Employee Retention Strategy)</span></a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>6. EVP การสร้างแบรนด์นายจ้าง และวัฒนธรรมการสรรหา Recruitment ที่แข็งแรงมากขึ้น</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">การมีข้อเสนอ Employer Value Proposition (EVP) ที่แข็งแกร่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับทั้งผู้สมัครและพนักงานที่มีอยู่ สิ่งนี้เป็นตัวสร้างความแตกต่างในการแข่งขันในอุตสาหกรรมการสรรหาที่แท้จริง </strong>ว่าอะไรคือคุณค่าที่นายจ้างจะให้เมื่อผู้สมัครมาทำงานกับเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการวิจัยของ</span><a href="https://www.gartner.com/en/human-resources/insights/employee-engagement-performance/employee-value-proposition" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Corporate Leadership Council</span></a><span style="font-weight: 400;"> บอกว่า ตำแหน่ง EVP ที่มีโครงร่างชัดเจนและเตรียมการมาอย่างดีสามารถลดอัตราการลาออกของพนักงานประจำปีได้ถึง 69% และประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดหางาน ทั้งยังสามารถส่งเสริมให้คุณภาพการจ้างงานดีขึ้น และความเข้าใจร่วมกันระหว่างทั้งนายจ้างและลูกจ้างดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ EVP ที่แข็งแกร่งยังรวมถึงวัฒนธรรมของบริษัทที่มีสุขภาพดีอีกด้วย ซึ่งวัฒนธรรมที่ดียังมาพร้อมกับการจัดการประสิทธิภาพส่วนบุคคลที่มีคุณภาพ การสื่อสารที่โปร่งใส และให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและความสมดุลในชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้ส่งผลดีต่อแบรนด์นายจ้าง นับเป็นการลงทุนทางธุรกิจที่สำคัญสำหรับหลาย ๆ บริษัทในปัจจุบัน</span></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-10243 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/01/c2e761e55109879a9b500fe709787722.jpg" alt="Future of Recruitment อนาคตของการสรรหาที่ไม่มีวันเหมือนเดิม" width="600" height="370" title="Future of Recruitment อนาคตของการสรรหาที่ไม่มีวันเหมือนเดิม 710"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เทรนด์เป็นสิ่งที่เข้ามาและผ่านไป แต่สิ่งที่คงอยู่ตลอดจะกลายเป็นสิ่งสำคัญและรากฐานของวัฒนธรรมการสรรหาต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าวิวัฒนาการการสรรหามาพร้อมกับการปรับตัวและการเปลี่ยนแปลง ไม่กี่ปีมานี้ได้พิสูจน์แล้วว่า ธุรกิจที่สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลง และปรับตัวให้เข้ากับมันได้ ไม่เพียงจะอยู่รอด แต่จะเติบโตเป็นผู้นำในสนามการแข่งขันนั้น ๆ ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนาคตกระบวนการสรรหาจะไม่มีวันเหมือนเดิม HREX.asia พร้อมติดตามและนำเสนอการเปลี่ยนแปลงที่เกิดต่อไป</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14950 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/fbfd8f9e680332111ada7ec987540694.jpg" alt="fbfd8f9e680332111ada7ec987540694" width="1600" height="500" title="Future of Recruitment อนาคตของการสรรหาที่ไม่มีวันเหมือนเดิม 711"></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ที่มา</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://amazinghiring.com/most-important-recruitment-trends-for-2022/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">amazinghiring</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://www.lever.co/blog/talent-acquisition-trends-to-know/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">lever</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://www.employer.femalefactor.global/post/the-future-of-recruiting-how-to-win-in-the-war-for-talent-in-2022?gclid=CjwKCAiA5t-OBhByEiwAhR-hmzDbS2nN12zuya00YTUbsRYNR-HqQHugZl34uBIGDpc6MSiM8ddRLRoCHzIQAvD_BwE" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">employer.femalefactor.global</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เขียน Job Description อย่างไรให้น่าสนใจ ดึงดูดคนที่ใช่! มาร่วมงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/how-to-write-job-description-01142022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Jan 2022 12:00:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Job Description]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/how-to-write-job-description-01142022/</guid>

					<description><![CDATA[หากผู้สมัครต้องใช้ Resume ในการสมัครงาน เพื่อให้บริษัทต่างๆสนใจ ก็ต้องทำให้ Resume ของตัวเองชัดเจน เคลียร์และน่าดึงดูด เช่นเดียวกันกับบริษัท ที่ต้องมี Job Description ที่น่าสนใจ ชัดเจน ไม่ปิดบัง เพื่อดึงดูดผู้สมัครที่ใช่เข้ามา เพราะ Job Description ที่น่าสนใจก็เหมือนเป็น Resume ของบริษัท เป็นหน้าตาขององค์กรสำหรับผู้สมัครงานเช่นเดียวกัน เพราะ Job Description ที่ดีนั้นบอกอะไรหลายอย่าง มันสื่อถึงความมีมาตรฐานขององค์กร รวมไปถึงลักษณะการทำงาน โครงสร้างองค์กร และ Goal หรือ Mission ขององค์กร ซึ่งทั้งหมดนั้นจะดึงดูดให้ผู้สมัครสนใจ และการที่ผู้สมัครจะสนใจได้นั้น Job Description ต้องชัดเจนและดีเสียก่อน โดยพื้นฐานแล้ว Job Description ตามมาตรฐานนั้นประกอบไปด้วย ตำแหน่งงานที่ชัดเจน / สังกัด (ฝ่าย หรือ แผนก) คุณสมบัติที่ต้องการ / ทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน หน้าที่และความรับผิดชอบในการทำงาน โครงสร้างตำแหน่ง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48194" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T090852.234.webp" alt="how-to-write-job-description" width="600" height="370" title="เขียน Job Description อย่างไรให้น่าสนใจ ดึงดูดคนที่ใช่! มาร่วมงาน 715" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2022/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T090852.234.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2022/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T090852.234-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หากผู้สมัครต้องใช้ Resume ในการสมัครงาน เพื่อให้บริษัทต่างๆสนใจ ก็ต้องทำให้ Resume ของตัวเองชัดเจน เคลียร์และน่าดึงดูด เช่นเดียวกันกับบริษัท ที่ต้องมี Job Description ที่น่าสนใจ ชัดเจน ไม่ปิดบัง เพื่อดึงดูดผู้สมัครที่ใช่เข้ามา เพราะ Job Description ที่น่าสนใจก็เหมือนเป็น Resume ของบริษัท เป็นหน้าตาขององค์กรสำหรับผู้สมัครงานเช่นเดียวกัน</p>
<p>เพราะ Job Description ที่ดีนั้นบอกอะไรหลายอย่าง มันสื่อถึงความมีมาตรฐานขององค์กร รวมไปถึงลักษณะการทำงาน โครงสร้างองค์กร และ Goal หรือ Mission ขององค์กร ซึ่งทั้งหมดนั้นจะดึงดูดให้ผู้สมัครสนใจ และการที่ผู้สมัครจะสนใจได้นั้น Job Description ต้องชัดเจนและดีเสียก่อน</p>
<div class="focused-block">
<p>โดยพื้นฐานแล้ว Job Description ตามมาตรฐานนั้นประกอบไปด้วย</p>
<ol>
<li>ตำแหน่งงานที่ชัดเจน / สังกัด (ฝ่าย หรือ แผนก)</li>
<li>คุณสมบัติที่ต้องการ / ทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน</li>
<li>หน้าที่และความรับผิดชอบในการทำงาน</li>
<li>โครงสร้างตำแหน่ง / สายงานบริหาร / สายงานบังคับบัญชา</li>
</ol>
<p>นี่คือองค์ประกอบที่จำเป็นและขาดไปไม่ได้ แต่หากอยากให้ Job Description ดูน่าสนใจมากขึ้น และดึงดูด Candidate ที่ใช่และตอบโจทย์องค์กรจริงๆ มีอะไรบ้างที่ควรระบุเพิ่มเติม มาดูกันที่ข้อแรก</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48190" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T090517.234.png" alt="Job Description" width="600" height="370" title="เขียน Job Description อย่างไรให้น่าสนใจ ดึงดูดคนที่ใช่! มาร่วมงาน 716" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T090517.234.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T090517.234-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-howtomakejobdes-190116/">เขียน Job Description (คำบรรยายลักษณะงาน) อย่างไรให้ดีและเคลียร์</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h2>Job Description ควรระบุฐานเงินเดือนให้ชัดเจน</h2>
<p>การระบุค่าตอบแทนที่ชัดเจนส่งผลต่อการพิจารณาการส่งใบสมัครงานของผู้สมัครมากทีเดียว เพื่อพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานบริษัทคร่าวๆได้ ควบคู่ไปกับความเหมาะสมต่อตำแหน่งงานนั้นๆ เช่น บริษัทบางแห่งหากกำหนดเงินเดือนไว้ในเรทที่มากกว่าเรททั่วๆไป ผู้สมัครก็คงพอจะ assume ได้ว่าบริษัทมีโครงสร้างบริษัทเป็นอย่างไร ใหญ่หรือเล็ก ตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบ มีขอบเขตน่าจะกว้างแค่ไหน เป็นต้น</p>
<h2>Job Description ควรระบุสวัสดิการพนักงาน</h2>
<p>สวัสดิการของพนักงานก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ผู้สมัครให้ความสนใจ อาจเรียกได้ว่า ผู้สมัครรุ่นใหม่อาจคำนึงถึงสวัสดิการที่ได้รับมากกว่าเงินเดือนเสียอีก เพราะสวัสดิการที่ดีหมายถึงการได้รับ facility ดีๆ การได้รับโอกาสในการพัฒนาตัวเอง ซึ่งปัจจุบันนี้มีสวัสดิการให้พนักงานมากมายและหลากหลายมากขึ้น เช่น บางบริษัทมีสวัสดิการให้พนักงานสามารถเบิกเงินซื้อหนังสือได้ สวัสดิการในการเบิกเงินซื้อเสื้อกันหนาว สวัสดิการคุณผู้ชายสามารถลาคลอดได้ เป็นต้น</p>
<h2>Job Description ต้องระบุข้อมูลพื้นฐานของบริษัท</h2>
<p>รายละเอียดพื้นฐานทั่วไปของบริษัท เช่น เป็นบริษัทเกี่ยวกับอะไร กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร จุดแข็งและค่านิยมของบริษัทเป็นอย่างไร สถานที่ตั้งที่ทำงานอยู่ที่ไหน เดินทางอย่างไร เหล่านี้เป็นรายละเอียดพื้นฐานของบริษัทที่จำเป็นมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งควรจะระบุไว้ให้ชัดเจนเพื่อผู้สมัครสามารถค้นหาได้โดยง่าย จากสถิติระบุไว้ว่า 64 % ของผู้สมัครงาน พวกเขาจะค้นหาข้อมูลบริษัทเสมอ และหากพวกเขาพบข้อมูลของบริษัทไม่เพียงพอหรือไม่พบเลย มีแนวโน้มสูงมากทีเดียวที่ผู้สมัครจะ move on ไปสมัครงานที่อื่น ตำแหน่งอื่นที่น่าสนใจ ค้นหาง่ายมากกว่า</p>
<h2>รายละเอียดเพิ่มเติมที่ช่วยดึงดูดให้ผู้สมัครงานสนใจ</h2>
<p>เพราะปัจจุบันผู้สมัครนิยมอ่านรีวิวบริษัทประกอบการตัดสินใจเลือกทำงานกับบริษัทนั้นๆ หรือแม้แต่ก่อนตัดสินใจยื่น resume ว่าตำแหน่งที่สนใจนั้น มีรีวิวดีหรือแย่ มีอะไรดึงดูดความสนใจเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น สถานที่ทำงานที่น่าทำ อายุเฉลี่ยของพนักงาน มีหลักสูตรอบรมเพิ่มเติม หลักสูตรพัฒนาบุคคล มี Career Growth ที่ชัดเจนและเป็นไปได้ เป็นต้น</p>
<h2>Job Description ต้องระบุ Mission ของบริษัท วิสัยทัศน์ และวัฒนธรรมองค์กร</h2>
<p>การที่ผู้สมัครได้รู้ถึงวิสัยทัศน์ขององค์กรก็จะช่วยให้รู้และเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าขณะนี้องค์กรอยู่ในสถานการณ์อย่างไร มีแผนหรือโครงการที่จะมุ่งหน้าไปในทิศทางไหน รวมถึงได้รู้ด้วยว่าองค์กรแห่งนี้มีบุคลิกที่เหมาะกับตนหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญมากเช่นกัน หากวิสัยทัศน์องค์กรไม่ชัดเจน ผู้สมัครมาสมัครงานก็ยังไม่ทราบถึง Mission หรือเป้าหมายขององค์กร ก็ส่งผลให้เกิดความลังเลตามมาว่าองค์กรนี้อาจจะยังไม่ใช่คำตอบหรือยังไม่เหมาะก็เป็นไปได้</p>
<p>ปัจจัยทั้ง 5 ข้อนี้อาจเป็นแค่เพียง Basic พื้นฐานเท่านั้นที่ HR ควรรู้และใส่ใจ อาจจะมีปัจจัยเพิ่มเติมมากกว่านี้ก็เป็นไปได้ เช่น จำนวนพนักงานในองค์กร อายุโดยเฉลี่ย ผลงานขององค์กรที่ผ่านมา ฯลฯ เพราะอย่าลืมว่า Job Description นั้นสำคัญมาก ไม่ได้สำคัญแค่เฉพาะหา candidate เท่านั้น แต่มันคือภาพลักษณ์องค์กรและชื่อเสียงขององค์กรด้วยเช่นกัน</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" data-wp-editing="1" title="เขียน Job Description อย่างไรให้น่าสนใจ ดึงดูดคนที่ใช่! มาร่วมงาน 717" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/211217-working-experience-gen-z/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Dec 2021 09:26:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[คนรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/211217-working-experience-gen-z/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ปี 2563 กลุ่ม Gen Z (คนที่เกิดในช่วงปี 1995 – 2009) จะเริ่มเข้ามาสู่ตลาดแรงงานในฐานะ First Jobber นั่นทำให้คนทำงานจะมีลักษณะนิสัย ทัศนคติในการทำงาน รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างไปจากคนทำงานรุ่นก่อน เหตุผลที่คนรุ่นใหม่ลาออกไม่ใช่เพราะไม่มีความอดทน แต่เพราะ Gen Z มีทางเลือกอื่น มีโอกาสเจองานอื่นเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึง พื้นฐานทางครอบครัวของ Gen Z ดีขึ้น ทำให้พวกเขามีโอกาสมากขึ้น ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) เป็นส่วนสำคัญที่สุดใน Resume เพราะเป็นพื้นที่ที่ Candidate ได้โชว์ของว่าเคยทำอะไรที่ไหนอย่างไร มีทักษะความสามารถและผลงานเด่น ๆ อะไรบ้าง ซึ่งกินพื้นที่หน้า Resume ไปกว่า 60 – 70% ทีเดียว HR ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่า สิ่งที่ HR มองหาไม่ใช่ระยะเวลาทำงานในแต่ละบริษัท แต่เป็นผลงานและทักษะที่ผู้สมัครคนนั้นสร้างขึ้น ซึ่งการสร้างผลงานและพัฒนาทักษะอาจเกิดในระยะเวลาอันสั้นได้ อยู่ที่ว่าผู้สมัครคนนั้นสามารถนำเสนอให้ HR [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ปี 2563 กลุ่ม Gen Z (คนที่เกิดในช่วงปี 1995 – 2009) จะเริ่มเข้ามาสู่ตลาดแรงงานในฐานะ First Jobber นั่นทำให้คนทำงานจะมีลักษณะนิสัย ทัศนคติในการทำงาน รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างไปจากคนทำงานรุ่นก่อน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">เหตุผลที่คนรุ่นใหม่ลาออกไม่ใช่เพราะไม่มีความอดทน แต่เพราะ Gen Z มีทางเลือกอื่น มีโอกาสเจองานอื่นเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึง พื้นฐานทางครอบครัวของ Gen Z ดีขึ้น ทำให้พวกเขามีโอกาสมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) เป็นส่วนสำคัญที่สุดใน Resume เพราะเป็นพื้นที่ที่ Candidate ได้โชว์ของว่าเคยทำอะไรที่ไหนอย่างไร มีทักษะความสามารถและผลงานเด่น ๆ อะไรบ้าง ซึ่งกินพื้นที่หน้า Resume ไปกว่า 60 – 70% ทีเดียว</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">HR ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่า สิ่งที่ HR มองหาไม่ใช่ระยะเวลาทำงานในแต่ละบริษัท แต่เป็นผลงานและทักษะที่ผู้สมัครคนนั้นสร้างขึ้น ซึ่งการสร้างผลงานและพัฒนาทักษะอาจเกิดในระยะเวลาอันสั้นได้ อยู่ที่ว่าผู้สมัครคนนั้นสามารถนำเสนอให้ HR เห็นได้หรือไม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นช่วงสำคัญที่เหล่าองค์กร ผู้ประกอบการ นายจ้าง หรือแม้กระทั่ง HR ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจทัศนคติเกี่ยวกับการทำงานที่เปลี่ยนไปของคนรุ่นใหม่ เพื่อที่ว่าบริษัทจะเลือกพนักงานใหม่เก่ง ๆ เข้ามาร่วมทีม ผ่านการดู “ทักษะความสามารถ” มากกว่า “ระยะเวลา” ในการทำงานนั่นเอง</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9921 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/12/pexels-karolina-grabowska-4959800.jpg" alt="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก" width="600" height="370" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 737"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกครั้งที่บริษัทเปิดรับสมัครพนักงานใหม่ แน่นอนว่าย่อมมี Resume หรือ CV จำนวนมากส่งเข้ามาให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลได้เลือกสรร ซึ่งทุกคนล้วนต้องการโชว์ศักยภาพ ทักษะและความสามารถผ่าน<strong class="yellow-highlighter">ประสบการณ์ทำงาน</strong>ที่ระบุไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่บางครั้ง HR ก็พบว่า Candidate รุ่นใหม่โดยเฉพาะเหล่ามิลเลนเนี่ยม Gen Y กระทั่งถึง Gen Z นั้น มักทำงานในองค์กรหนึ่ง ๆ ไม่นานก็ลาออก แถมบางคนยังคิดว่าทำงาน 1 ปีก็มากเพียงพอแล้ว ทำให้ประวัติการทำงานเต็มไปด้วยประสบการณ์ระยะเวลาสั้นๆ ในหลากหลายบริษัท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นคำถามสำคัญที่ HREX.asia ชวนเหล่า HR Partner มาแสดงความคิดเห็นกันว่า ประสบการณ์ทำงานยังสำคัญอยู่ไหมในสายตา HR เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>มุมมองประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ของคนแต่ละช่วงวัย</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9920 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/12/pexels-fauxels-3183183.jpg" alt="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก" width="600" height="370" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 738"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนอื่น HR ต้องเข้าใจบริบทตลาดแรงงานเสียก่อน เมื่อ</span><a href="https://kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/Pages/Gen-Z-11-08-21.aspx" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</span></a><span style="font-weight: 400;">ได้ระบุว่า ปี 2563 กลุ่ม Gen Z (คนที่เกิดในช่วงปี 1995 – 2009) จะเริ่มเข้ามาสู่ตลาดแรงงานในฐานะ First Jobber กันแล้ว ซึ่งนั่นทำให้คนทำงานจะมีลักษณะนิสัย ทัศนคติในการทำงาน รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างไปจากคนทำงานรุ่นก่อนเป็นอย่างมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะกลุ่ม Gen Z มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีเป็นอย่างดี มองเห็นคุณค่าของตัวเองและเชื่อในสิ่งที่มีข้อมูลรองรับแล้ว ทำให้ผลตอบแทนการทำงานในรูปตัวเงินที่สูงอาจไม่สามารถดึงดูดใจอีกต่อไป ทว่า</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190808-flexible-working-system/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ความยืดหยุ่นในการทำงาน</span></a><span style="font-weight: 400;">จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะรักษา Gen Z ให้พัฒนาและเติบโตไปกับองค์กรได้อย่างยั่งยืน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับสถิติจาก</span><a href="https://www.skillsolved.com/article/recruiter-perspective-about-job-hopper/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Skillsolved</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่บอกว่า Gen Y หรือ Millenniums (คนที่ในช่วงปี 1977 – 1994) มองว่า</span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/new-generation-workforce-1004/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนงานบ่อยเป็นเรื่องธรรมดา</span></a><span style="font-weight: 400;"> แถมเป็นเรื่องดีเสียด้วยซ้ำ เพราะทำให้ค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ และค้นหาตัวเองให้เจอได้เร็ว สวนทางกับคนทำงานกลุ่ม Baby boomer (คนที่ในช่วงปี 1946 – 1954) ที่ยังคงมองว่าควรทำงานอย่างน้อย 5-6 ปีขึ้นไปแล้วค่อยหางานใหม่นั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นปัญหาเรื่องประสบการณ์ทำงานที่วงการ HR ทั้งในไทยและต่างประเทศกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ <strong class="yellow-highlighter">ฉะนั้นแล้วผู้ประกอบการหรือนายจ้างจึงต้องศึกษาและเข้าใจถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ของคนทำงานเพื่อให้องค์กรเติบโตไปอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่จำเป็นกำลังสำคัญของตลาดแรงงานในอนาคต</strong></span></p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">คน Gen ไหนทำงานนานแค่ไหน</div>
<p><span style="font-weight: 400;">ปลายปี 2021</span><a href="https://www.careerbuilder.com/advice/how-long-should-you-stay-in-a-job" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">CareerBuilder</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้ทำสำรวจระยะเวลาการทำงานของคนแต่ละ Gen ก่อนลาออกพบว่า</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Gen Z มีค่าเฉลี่ยทำงาน 2 ปี 3 เดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Gen Y มีค่าเฉลี่ยทำงาน 2 ปี 9 เดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Gen X มีค่าเฉลี่ยทำงาน 5 ปี 2 เดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Baby Boomers มีค่าเฉลี่ยทำงาน 8 ปี 3 เดือน</span></li>
</ul>
</div>
<h2>ทำไมคนรุ่นใหม่ Gen Z เปลี่ยนงานบ่อย</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9918 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/12/jeshoots-com-2vD8lIhdnw-unsplash.jpg" alt="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก" width="600" height="370" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 739"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามดังกล่าว HREX.asia เคยได้คุยกับ คุณอภิชาติ ขันธวิธิ ผู้ทำงานในวงการ HR มาอย่างยาวนาน และเป็นผู้สร้างเพจ</span><a href="https://www.facebook.com/hrthenextgen/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">HR &#8211; The Next Gen</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่มียอดไลก์กว่าสามแสนคน เขากล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/th-genzapichat3-190214/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"> <span style="font-weight: 400;">Gen Z เปลี่ยนงานบ่อยเพราะเขามีทางเลือกเยอะ คนรุ่นนี้มีความคิดเกี่ยวกับการทำงานอย่างไร</span></a><span style="font-weight: 400;"> ไว้ว่า เหตุผลที่ลาออกไม่ใช่เพราะไม่มีความอดทน แต่เพราะ Gen Z มีทางเลือกอื่น มีโอกาสเจองานอื่นเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึง พื้นฐานทางครอบครัวของ Gen Z ดีขึ้น ทำให้พวกเขามีโอกาสมากขึ้น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;"><strong class="cyan-highlighter">“ในสมัย Gen X การจะลาออกจากที่นึงโดยที่ไม่รู้ว่าจะมีงานรองรับรึเปล่าเลยค่อนข้างน้อย จะออกก็ต่อเมื่อมีงานใหม่รองรับเท่านั้น แต่ Gen Z สามารถตัดสินใจลาออกจากที่ที่พวกเขามองว่าทำงานแล้วเขาไม่มีความสุขได้โดยที่ไม่ต้องมีงานใหม่รองรับ เพราะมีงานอื่นอีกมากมายที่เขาสามารถทำได้”</strong></span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประโยคดังกล่าวสอดคล้องกับงานวิจัยเมื่อปี 2019 ของ</span><a href="https://www.weforum.org/reports/asean-youth-technology-skills-and-the-future-of-work" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">World Economic Forum</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่สำรวจคนอาเซียนช่วงอายุ 15 – 35 ปี พบว่า เหตุผลสำคัญที่คนรุ่นใหม่ตัดสินใจเปลี่ยนงานมากที่สุดคือ โอกาสในการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ รองลงมาคือเงินเดือน และความสมดุลชีวิตการทำงานหรือ</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190725-work-life-balance/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"> <span style="font-weight: 400;">Work Life Balance</span></a><span style="font-weight: 400;"> โดย 52.4% มองว่า การจะอยู่รอดในโลกการทำงานสมัยนี้จำเป็นต้องอัพเดทความรู้และทักษะใหม่อยู่เสมอ เพราะการ </span><a href="https://th.hrnote.asia/qaarticle/reskill-upskill-new-normal/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Reskill และ Upskill</span></a><span style="font-weight: 400;"> คือหัวใจสำคัญของการอยู่รอดในยุคใหม่นั่นเอง</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/tips/th-190123-resignjobreason/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9744 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/11/shutterstock_2044798745-1.jpg" alt="HR ต้องทำอะไรบ้าง เมื่อรู้ว่าพนักงานลาออกแน่นอน" width="500" height="334" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 740"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/tips/th-190123-resignjobreason/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">15 สาเหตุหลักที่พนักงานจะขอลาออก</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><strong>ทำความรู้จัก Job Hopper</strong></div>
<p><span style="font-weight: 400;">Job Hopper คือคำที่ใช้เรียกกลุ่มผู้สมัครงานที่มีประวัติเปลี่ยนงานบ่อย ซึ่งแต่ละคนก็อาจมีเหตุผลที่แตกต่างกันไป โดยสามารแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ดังนี้</span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> เปลี่ยนเพราะความจำเป็น เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เช่น บริษัทปิดตัวหรือปรับโครงสร้างใหม่</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> เปลี่ยนเพราะมองหาความท้าทายใหม่ มักเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในตำแหน่งเดิมที่ทำ เลยต้องการสิ่งที่ท้าทายตัวเองมากขึ้น</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> เปลี่ยนเพราะยังหาตัวเองไม่เจอ ส่วนมากจะเป็น First Jobber ที่ยังค้นหาตัวตนอยู่</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> เปลี่ยนเพราะมีปัญหาในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากการทำงาน หรือมีปัญหากับเพื่อนร่วม เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรไม่ได้</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> เปลี่ยนเพราะอยากเพิ่มเงินเดือน เนื่องจากการเปลี่ยนงานทำให้เงินเดือนอัพเร็วกว่าการปรับฐานเงินเดือนประจำปี</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> เปลี่ยนเพราะถูกไล่ออก นับเป็นกลุ่มที่มีปัญหาที่สุด เพราะไม่สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ HR จึงต้องระวังคนกลุ่มนี้มากที่สุด</span></li>
</ol>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h2>ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) คือส่วนสำคัญของ Resume เสมอ</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8453 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Resume-HR2.jpg" alt="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก" width="500" height="334" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 741"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะว่าไปแล้วในมุมมองของ HR <strong class="yellow-highlighter">ประสบการณ์ทำงานจะเป็นส่วนสำคัญที่สุดใน Resume สมัครงาน</strong> เพราะเป็นพื้นที่ที่ Candidate ได้โชว์ของว่าเคยทำอะไรที่ไหนอย่างไร มีทักษะความสามารถและผลงานเด่น ๆ อะไรบ้าง <strong class="yellow-highlighter">ซึ่งกินพื้นที่หน้า Resume ไปกว่า 60 – 70% ทีเดียว</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม เคยมีสถิติบอกว่า ค่าเฉลี่ย HR จะอ่าน Resume แค่ 7 วินาที เท่านั้น! โดยจะตรวจดูได้ถึงความมั่นใจ, ความถูกต้อง, ความเป็นระเบียบ, ผลงานที่ผ่านมา รวมไปถึงความเป็นผู้นำผ่าน Resume ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และถ้าเอาเฉพาะส่วนประวัติการทำงาน สิ่งที่ HR อยากรู้จริง ๆ คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครมีคุณสมบัติตรงกับตำแหน่งที่สมัครไหม</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครมีประสบการณ์ทำงานงานตรงกับที่สมัครไหม</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์ทำงานของผู้สมัครอยู่ในระดับใด (จูเนียร์ ซีเนียร์ หรือระดับบริหาร)</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาเหมาะสมกับเงินเดือนเท่าไหร่</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด สิ่งที่ช่วยกำหนดผู้สมัครให้ตรงโจทย์ที่เราต้องการ คงหนีไม่พ้นการเขียน</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-howtomakejobdes-190116/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"> <span style="font-weight: 400;">Job Description</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือคำบรรยายลักษณะงานให้ชัดเจนว่าต้องคนที่ประสบการณ์แบบไหน เปรียบเสมือนหางเสือเรือที่จะนำพาเรือไปถูกทิศไม่หลงทาง และบริษัทก็จะได้ผู้สมัครที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/7-seconds-resume/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8454 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Resume-HR1.jpg" alt="Resume HR " width="500" height="333" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 742"></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/7-seconds-resume/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">เทคนิคสำหรับ HR การคัดเลือกสุดยอด Resume ภายใน 7 วินาที</span></a></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-howtomakejobdes-190116/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8278 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/bb7173c91314b9617a965818f8af6d62.jpg" alt="เขียน Job Description สมัครงาน HR NOTE" width="503" height="310" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 743"></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-howtomakejobdes-190116/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">เขียน Job Description (คำบรรยายลักษณะงาน) อย่างไรให้ดีและเคลียร์</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหมในสายตา HR</h2>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-9498 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-3.png" alt="image 3" width="96" height="91" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 744">อ.พลกฤต โสลาพากุล Coach &amp; HROD Mentor Certified OKR Professional</h3>
<h3 style="text-align: center;">by The KPI Institute, Lead Auditor ISO</h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต้องทำความเข้าใจก่อน คำว่าคนรุ่นใหม่คือกลุ่มคนที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี ในโลกที่มีข้อมูลข่าวสารต่างเป็นจำนวนมาก อยากรู้อะไรก็สามารถหาได้จากอินเทอร์เน็ต ยิ่งในยุคดิจิทัลด้วยแล้ว ผมมองว่าคนรุ่นใหม่ต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงานที่เร็วขึ้นไม่อยากใช้ระยะเวลานาน คนรุ่นใหม่อยากเรียนรู้หรือพัฒนาด้านใดก็จะมีช่องทางให้เขาได้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น ชอบอิสระ โดยเฉพาะการทำงานในองค์กร ที่มีพื้นที่ให้พวกเข้าได้ใช้ทักษะความสามารถส่วนตัวในการทำงานได้อย่างเต็มที่ตอบโจทย์พวกเขา และเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับคนเหล่านั้นไม่จำกัดกรอบความคิดจนเกินไป เขาก็สามารถอยู่ได้นานกว่า 1 ปี หรืออาจจะมากกว่านั้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูว่าสภาพแวดล้อมที่พวกเขาเติบโตมานั้นต่างก็มีความเชื่อ และพฤติกรรมของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมีพื้นฐานครอบครัวที่ดีหน่อย เช่น ที่บ้านมีกิจการของตนเอง บางคนก็เพียงต้องการออกมาหาประสบการณ์เพื่อลองใช้ชีวิตการเป็นลูกจ้างว่าเป็นอย่างไร แต่บางคนที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่สู้ดีนัก เช่น เกิดมาในฐานะยากจน คนกลุ่มนี้จะมีความคิดอีกแบบหนึ่ง คือต้องทำงานไปส่งเสียตนเองเรียนในระดับที่สูง เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตตนเองและครอบครัว เมื่อมีเงินมากพอเขาก็จะออกไปทำกิจการของตนเองหรือในงานที่เขามีความฝันอยากจะทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมมองว่าไม่ว่าจะคนรุ่นใหม่หรือรุ่นเก่าก็ล้วนมีเป้าหมายความสำเร็จเหมือนกัน แต่จะแตกต่างแค่ช่วงยุคสมัยแค่นั้นเอง และทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบ และไลฟ์สไตล์ บางคนอาจจะทำงานมากกว่า 1 ปี ก็มีให้เห็นอยู่จำนวนมาก ผมมองที่พฤติกรรมและความชอบของแต่ละคนมากกว่า ไม่อยากใช้ความเชื่อ หรือแค่ได้ยินมา หรือเพียงแค่งานวิจัย เพราะสุดท้ายอยู่ที่ตัวเขา และองค์กรที่พวกเขาอยู่ด้วยว่าเป็นอย่างไร</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><a href="https://qath.hrnote.asia/users/2716?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><b><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9497 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-2.png" alt="image 2" width="105" height="105" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 745"></b></a>ปราโมทย์ ลาภธนวิรุฟห์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงานและการบริหารทรัพยากรบุคคล</h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมมองด้านการสรรหาของ HR ประสบการณ์ของผู้สมัครงานมีผลต่อการคัดเลือกในการเข้ามาทำงานนั้นค่อนข้างสำคัญในตำแหน่งที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถ หรือทักษะความชำนาญเฉพาะทาง และนอกเหนือไปกว่านั้นในบางสายอาชีพอาจจะต้องมีการสั่งสมประสบการณ์เป็นระยะเวลานานถึงจะเข้าใจกระบวนการได้อย่างถ่องแท้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครงานที่มีประวัติการทำงานในองค์กรใดองค์กรหนึ่งในระยะเวลาสั้น ๆ แล้วเปลี่ยนงานบ่อย ๆ หรือมีอายุงานไม่ถึง 1 ปี ในบางสายงานอาจจะไม่มีผลกระทบต่อการพิจารณาคัดเลือกในการเข้าทำงาน  ถ้าเป็นงานที่ไม่มีความซับซ้อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับในบางตำแหน่งที่มีความสำคัญซึ่งนอกเหนือจากความรู้และทักษะแล้ว ต้องใช้ประสบการณ์ในการทำงานเป็นอย่างมาก ซึ่งในกระบวนการคัดเลือกจะมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครงาน (Job Specification) เช่น การศึกษา ทักษะประสบการณ์ตรงในงาน เพื่อใช้ในการพิจารณาคัดเลือกรวมถึงการพิจารณากำหนดการจ่ายค่าจ้างให้เหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหลังจากที่ผู้สมัครงานได้เข้ามาเป็นบุคลากรในองค์กรแล้ว ก็จะมีการกำหนด </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210922-career-path/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Career path</span></a><span style="font-weight: 400;"> ไว้ในการพัฒนาพนักงานเพื่อความก้าวหน้าในสายอาชีพ รวมถึงซึ่งทางองค์กรอาจให้ความไปถึงการรักษาพนักงานในแง่มุมมองของ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/200107-employeeengagement2020/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Employee Engagement</span></a><span style="font-weight: 400;"> เพราะคงไม่มีองค์กรใดต้องการให้มีการ </span><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/163?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Turnover</span></a><span style="font-weight: 400;"> ในตำแหน่งงานที่สำคัญ ถ้าหากพบว่ามีการเปลี่ยนงานบ่อย ๆ หรือมีอายุการทำงานสั้น ๆ อาจจะไม่ได้รับการพิจารณาในการคัดเลือกอีกด้วย</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><a href="https://qath.hrnote.asia/users/3483"><b><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9496 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-1.png" alt="image 1" width="109" height="107" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 746"></b></a>ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร วิทยากรที่ปรึกษา &amp; ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบงาน HRM &amp; HRD &amp; Learning Development</h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">HR มองประสบการณ์การทำงาน ว่าเป็นหนึ่งในคุณสมบัติของผู้มาสมัครงาน ทั้งนี้จะพิจารณาตำแหน่งงานที่รับสมัครด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การรับคนรุ่นใหม่เข้าทำงาน “เรื่องประสบการณ์การทำงานมองว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ”  ในกระบวนการสรรหา ด้วยเหตุผลคือ ทักษะในการทำงานจริงสามารถเรียนรู้ ฝึกฝนได้ การสรรหาจะใช้หลักการ CBI- Behavior Interview (การสัมภาษณ์เชิงวัดพฤติกรรม) เข้ามาช่วย เพื่อพิจารณาเรื่อง </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190624-competency/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Competency</span></a><span style="font-weight: 400;"> Soft Skill &amp; Power Skill เช่น วิธีคิด ทัศนคติ ความมุ่งมั่นตั้งใจ พลังบวกในตนเอง ซึ่งผู้สัมภาษณ์ต้องมีประสบการณ์พอสมควร เมื่อได้คนที่ใช่เข้ามาร่วมงานแล้ว ก็เป็นหน้าที่ขององค์กร </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190326-employee-retention/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">“จะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่ทำงานอยู่กับองค์กรได้นาน”</span></a><span style="font-weight: 400;"> เพื่อลดปัญหาที่ได้ยินกันบ่อย ๆ ว่าคนรุ่นใหม่ไม่อดทน ไม่ชอบอยู่ในกฎเกณฑ์ รักอิสระ เช่น ความท้าทายของงาน มีการ Coaching &amp; </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/onboardingmanual-03122021/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">On boarding</span></a><span style="font-weight: 400;">ให้ความรู้ฝึกทักษะอย่างชัดเจน มีโอกาสความก้าวหน้า และอื่น ๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote>
<h4><strong>HR มีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ </strong></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8820 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Questions-cuate-2.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="300" height="300" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 747"></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">Q: </span><span style="font-size: 14pt;">คิดอย่างไรกับแนวคิดการจ้างงานยุคใหม่ที่ว่า &#8220;hire for mindset and train for skills</span></strong></p>
<p>ความหมายของมันจะประมาณว่าการจะจ้างให้ดูที่ Mindset ก่อนเป็นลำดับแรกว่าเป็นไปในทางเดียวกับที่เราต้องการไหม เพราะยังไงสมัยนี้ความรู้ก็ตกยุคไวมาก ในเรื่องของ Skills หรือทักษะสามารถเข้ามาฝึกฝนเรียนรู้กันที่หลังกันได้ เพื่อนๆ คิดอย่างไรกับแนวคิดการจ้างแบบนี้คะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">A: เห็นด้วยครับ โดยส่วนตัวเป็นคนที่มีความเชื่อว่า Mindset เกิดจากการหล่อหลอมมาจากอดีต จากสถาบันครอบครัว หรือ สังคมรอบข้าง</span></strong></p>
<p>ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนได้โดยใช้เวลาอันสั้น Recruiter shapes company culture เพราะลักษณของผู้สมัครที่เราส่งให้ผู้สัมภาษณ์เลือกนั้นจะส่งผลถึงคนที่ต้องทำงานร่วมกับเขา เป็นหัวหน้าเขา เป็นลูกน้องเขา เช่น,,, <em>(คลิกดูคำตอบทั้งหมด👇)</em></p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/279?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8818" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/0vp.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="370" height="80" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 748"></a></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><b><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9670 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/11/Rangsri-1.png" alt="Rangsri 1" width="109" height="109" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 749">คุณรังษี กอวิวัฒนาการ</b><b> Head of HR Operations บริษัทค้าปลีก</b></h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">มุมมองคนรุ่นใหม่บางคนมองว่ากรอบเวลา 1 ปี เพียงพอแล้วกับการเรียนรู้และ move on คำถามคือบริษัทมากกว่าหากได้คนรุ่นใหม่ ไฟแรง ทำงานเก่ง กรอบ 1 ปีก็อาจจะทำให้เขาไม่อยากทำต่อ แต่เขาไม่อยากทำงานต่อเพราะงานปัจจุบันหมดความท้าทายหรือไม่ เป็นคำถามที่บริษัทต้องหาคำตอบว่า</span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/th-190123-resignjobreason/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ทำไมเขาถึงอยากออก</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากบริษัทมีงานที่ท้าทายอย่างต่อเนื่อง กรอบเวลาที่ว่าอาจไม่ใช่ 1 ปี แต่อาจจะเป็น 2 หรือ 3 ปีก็ได้ หากคนรุ่นใหม่เขาได้เปลี่ยนความท้าทายใหม่ ๆ ในองค์กร อาจจะทุก ๆ 6 เดือนเปลี่ยนหน้าที่การทำงาน เหมือน Management Trainee กว่าจะรู้ตัวก็ผ่านไป 2-3 ปีก็เป็นได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องกรอบเวลาเป็นเพียงตัวเลข หากเวลา 1 ปีที่คนรุ่นใหม่ทำงานให้บริษัทอย่างเต็มที่สุดความสามารถ สิ่งที่ได้กลับมาอาจจะมากกว่าเวลา 3 ปีของอีกคนก็ได้ ไม่สำคัญว่าเขาทำงานกับเรานานแค่ไหน แต่สำคัญว่าในช่วงเวลาที่บริษัทมีเขา เขาเต็มที่กับเรา และบริษัทได้ให้เขาแสดงศักยภาพมากน้อยแค่ไหนมากกว่า</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><b><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9499 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-4.png" alt="image 4" width="109" height="109" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 750">ปราการ วงษ์จำรัส</b><b> Assistant Chief Executive Officer Human Resources</b></h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนงานของเด็กรุ่นใหม่ ในมุมมองของผมในฐานะ Recruiter คิดว่า ค่อนข้างน่ากังวลในตัวผู้สมัครมากพอสมควร เนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น รับแล้วน้องจะอยู่กับเรานานไหม? น้องมีปัญหาอะไรรึเปล่าถึงเปลี่ยนงานบ่อย? น้องอยากทำงานแบบไหนกันแน่? แต่เมื่อมาพิจารณาอย่างเป็นกลางและเข้าใจเด็กรุ่นใหม่ให้มากขึ้น ให้โอกาสมากขึ้น จะต้องพิจารณาเพิ่มเติมจากสายงานหรือความสามารถในกลุ่มงานที่น้องได้ทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมพบว่า ถ้าเด็กรุ่นใหม่มาทำงานสาย Business Development, บัญชี, HR, Marketing สายงานเหล่านี้ไม่ควรเปลี่ยนงานบ่อยโดยเฉพาะช่วง 1-2 ปี แต่สายงาน IT กลุ่ม Developer ต่าง ๆ ผมถือว่าเป็นเรื่องปกติ เด็กรุ่นใหม่กลุ่มนี้ ค่อนข้างเก่ง และสามารถเลือกในวัฒนธรรมองค์กรที่ตนเองชอบ รวมถึงลักษณะธุรกิจใหม่ที่ตนเองสนใจ และเมื่อเจอทางเลือกใหม่ ๆ ก็จะตัดสินใจเปลี่ยนงานทันที เพราะมีปัจจัยที่รองรับคือ ไม่ว่างงานนาน เพราะตลาดต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นการที่เด็กรุ่นใหม่เปลี่ยนงานบ่อย ในบทบาทของ HR Recruiter ควรให้โอกาสเพิ่มเติมในการพิจารณาจากกลุ่มงานของเด็กรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนงานบ่อยด้วย ซึ่งจากปัจจัยที่กล่าวมาจะสะท้อนกลับมาถึงลักษณะวัฒนธรรมในองค์กรของเราด้วยเหมือนกันว่า เด็กรุ่นใหม่ทำงานไม่ได้นานเพราะไม่มีความอดทน ไม่มีความสามารถ หรือ วัฒนธรรมองค์กรของเรามีปัญหากับเด็กรุ่นใหม่</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><b><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9772 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/12/sca.png" alt="sca" width="138" height="134" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 751">โชติช่วง กังวานกิจมงคล</b><b> HRBP บริษัทชั้นนำ และเจ้าของเพจ คุยกับ HR</b></h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ HR มองหาจริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่ประสบการณ์ แต่คือผลงานที่เกิดขึ้น รวมไปถึงทักษะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพจำหรือความเข้าใจก่อน ๆ ที่ว่า คนที่ทำงานกับองค์กรนานน่าจะเป็นผู้สมัครที่ดีมีที่มาจากผลงานเช่นกัน เพราะอยู่นานกว่าย่อมต้องมีโอกาสสร้างผลงานมากกว่า และมีโอกาสพัฒนาทักษะได้มากกว่า คือไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวกับที่ทำงานใหม่หรือเรียนรู้องค์กรใหม่ ๆ เพราะเปลี่ยนงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นสิ่งที่ HR มองหา (และควรมองหา) ไม่ใช่ระยะเวลาทำงานในแต่ละบริษัทแต่เป็นผลงานและทักษะที่ผู้สมัครคนนั้นสร้างขึ้น ซึ่งการสร้างผลงานและพัฒนาทักษะอาจเกิดในระยะเวลาอันสั้นได้ อยู่ที่ว่าผู้สมัครคนนั้นสามารถนำเสนอให้ HR เห็นได้หรือไม่เท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครมีประสบการณ์ แต่เป็นไปได้ที่จะไม่มีผลงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครที่มีผลงาน เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีประสบการณ์</span></p>
<h2>วิธีป้องกันไม่ให้พนักงานรุ่นใหม่ Gen Z ลาออก</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9919 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/12/multiracial-group-young-creative-people-smart-casual-wear-discussing-business-brainstorming-meeting-ideas-mobile-application-software-design-project-modern-office-coworker-teamwork-concept.jpg" alt="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก" width="600" height="370" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 752"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเราไม่อยากให้พนักงานรุ่นใหม่ลาออก เราต้องเข้าใจความต้องการในการทำงานของพวกเขาเสียก่อน เมื่อสิ่งที่ Gen Z มองหาในองค์กรคือ อยากทำในองค์กรที่มั่นคง, อยากมี Work Life Balance ที่ดี และอยากมีอิสระในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่าวโดยย่อ สิ่งที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการทำงานคือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ค่านิยมองค์กรว่าบริษัททำงานอย่างไร และทำงานเพื่อใคร ซึ่งคนรุ่นใหม่คาดหวังให้องค์กรมีความโปร่งใสในการสื่อสารเสมอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Work Life Balance ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน รวมไปถึงทางเลือกในการทำงานทางไกลได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">องค์กรยอมรับวัฒนธรรมอันหลากหลาย ทั้งเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ อายุ อัตลักษณ์ทางเพศ ฯลน และคนรุ่นใหม่จะไม่อยากทำงานกับองค์กรที่บริหารแบบบนลงล่างอย่างเดียว</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">สวัสดิการที่ดี ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ทางสุขภาพ การเงิน โอกาสการก้าวหน้า และโอกาสในการเรียนรู้</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">และสิ่งที่คนรุ่นใหม่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำงานคือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การทำงานที่ไร้จุดหมาย รวมไปถึงสวัสดิการที่คนรุ่นใหม่มองว่าไม่มีประโยชน์ เช่น โต๊ะปิงปอง เมื่อพวกเขาสนใจทำงานที่ไหนก็ได้มากกว่า</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การให้คุณค่าเพียงแค่ลมปาก เช่น การบอกว่ายอมรับความหลากหลาย แต่พอทำงานจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">สวัสดิการที่เน้นเฉพาะการเกษียณอายุ เมื่อพวกเขาไม่ได้ต้องการทำงานที่เดียวไปจนเกษียณ แต่ต้องการความเป็นอยู่ที่ดีมากกว่า</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมองค์กรที่ไร้เหตุผล โดยเฉพาะแนวคิดที่ว่า “นี่คือสิ่งที่องค์กรของเราทำมาโดยตลอด” คนรุ่นใหม่จะต่อต้านและต้องการเปลี่ยนแปลงมัน</span></li>
</ul>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 358px;">
<tbody>
<tr style="height: 358px;">
<td style="width: 100%; height: 358px;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190322-solve-resigning-employee/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9140 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/4366579e74c78cb86dbf007c52ed1f19.jpg" alt="วิธีแก้ปัญหา ถ้าไม่อยากให้พนักงานลาออก" width="500" height="334" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 753"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190322-solve-resigning-employee/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">วิธีแก้ปัญหา ถ้าไม่อยากให้พนักงานลาออก</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9026 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/05/eab15e45d59f08b07ea8f432f96d9b28.jpg" alt="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก" width="500" height="339" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 754"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะคนรุ่นใหม่คือกำลังสำคัญในตลาดแรงงานแห่งอนาคต นี่จึงเป็นช่วงสำคัญที่เหล่าองค์กร ผู้ประกอบการ นายจ้าง หรือแม้กระทั่ง HR ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจทัศนคติเกี่ยวกับการทำงานที่เปลี่ยนไปของคนรุ่นใหม่ เพื่อที่ว่าบริษัทจะเลือกพนักงานใหม่เก่ง ๆ เข้ามาร่วมทีม ผ่านการดู “ทักษะความสามารถ” มากกว่า “ระยะเวลา” ในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะประสบการณ์ทำงานไม่ได้วัดที่เวลาอย่างเดียว</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" title="ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience) ยังสำคัญอยู่ไหม เมื่อคนรุ่นใหม่ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออก 755"></a></p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ที่มา </b></p>
<ul>
<li><a href="https://finance.yahoo.com/news/millennials-or-get-z-who-is-doing-the-most-job-hopping-112733374.html?guccounter=1&amp;guce_referrer=aHR0cHM6Ly93d3cuZ29vZ2xlLmNvbS8&amp;guce_referrer_sig=AQAAAKQHg5VLmTnTpwzcUq9raxmJRIhW6to3Y5K40OzVtBuhJPCRHiR469MMLZFpWlcf9yEgMTY8k44UKT3eA0-t5TqUtV-_51PBgoHXBzg-O2gmc-n_f9fioj7CEE6eEM4blhtm5z9ouufulU9RjEPRDUWBNwomKKdKuRqQgSXGKzCx" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">finance.yahoo</span></a></li>
<li><a href="https://www.businessinsider.com/gen-z-spends-less-time-in-jobs-than-earlier-generations-2021-11" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">businessinsider</span></a></li>
<li><a href="https://adecco.co.th/th/knowledge-center/detail/reason-why-first-jobber-changing-job" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">adecco</span></a></li>
<li><a href="https://www.resume.in.th/article/resume-work-experience" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">resume</span></a></li>
<li><a href="https://www.launchways.com/why-gen-y-gen-z-leave/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">launchways</span></a></li>
<li><a href="https://www.forbes.com/sites/jasonwingard/2021/09/02/the-great-resignation-why-gen-z-is-leaving-the-workforce-in-drovesand-what-to-do-about-it/?sh=559057e75f87" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">forbes</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/why-hr-counteroffer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Nov 2021 11:07:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[ลาออก]]></category>
		<category><![CDATA[Counteroffer]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/why-hr-counteroffer/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Counteroffer คือ หนึ่งในเทคนิครักษาพนักงานไม่ให้ลาออก ด้วยการให้ข้อเสนอในด้านต่าง ๆ ที่เป็นผลประโยชน์แก่พนักงาน เช่น การเพิ่มเงินเดือน เปลี่ยนตำแหน่ง ไปจนถึงการเลื่อนตำแหน่ง Counteroffer มักใช้กับพนักงานที่มีความสำคัญกับองค์กร เช่น พนักงานตำแหน่งระดับสูง ตำแหน่งที่มีคนมาแทนได้ยาก หรือตำแหน่งที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง Counteroffer เป็นการแก้ปัญหาที่ง่ายและเร็วที่สุดในการสร้างความพึงพอใจให้กับพนักงานแบบทันที แต่ปัญหาการลาออกที่แท้จริงอาจไม่รับการถูกแก้ไข เพราะเส้นอาชีพมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดเสมอ แถมบางคนก็ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางกลางคัน อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะวางเส้นทางชีวิตของตัวเองอย่างไร แต่ในมุมมองขององค์กร ทุกบริษัทย่อมไม่อยากสูญเสียพนักงานคนเก่งไปให้ใคร หลายครั้งองค์กรจึงมีนโยบาย Counteroffer เพื่อรั้งไม่ให้พนักงานลาอออก จนกลายเป็นปัญหาหนักใจของพนักงาน เพราะตัดสินใจไม่ถูกว่าจะรับหรือไม่รับดี? ว่าแต่ Counteroffer คืออะไร? ทำไม HR ถึงเลือกใช้เทคนิคนี้กันบ่อยครั้ง? แล้วมันเป็นเทคนิคที่ดีในการจูงใจพนักงานที่กำลังลาออกหรือไม่? เราไปฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคลกัน Counteroffer คืออะไร Counteroffer คือ หนึ่งในเทคนิครักษาพนักงานไม่ให้ลาออก ด้วยการให้ข้อเสนอในด้านต่าง ๆ ที่เป็นผลประโยชน์แก่พนักงาน ส่วนมากจะเป็นการเพิ่มเงินเดือน เปลี่ยนตำแหน่ง ไปจนถึงการเลื่อนตำแหน่ง ซึ่งจะทำให้พนักงานเกิดความลังเลหรือตัดสินใจไม่ถูก และสร้างความกดดันต่อพนักงาน เห็นได้จากสารพัดกระทู้ในเว็บบอร์ด HR หลากหลายแห่ง ที่พนักงานหลายคนมาตั้งคำถามประมาณ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Counteroffer คือ หนึ่งในเทคนิครักษาพนักงานไม่ให้ลาออก ด้วยการให้ข้อเสนอในด้านต่าง ๆ ที่เป็นผลประโยชน์แก่พนักงาน เช่น การเพิ่มเงินเดือน เปลี่ยนตำแหน่ง ไปจนถึงการเลื่อนตำแหน่ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Counteroffer มักใช้กับพนักงานที่มีความสำคัญกับองค์กร เช่น พนักงานตำแหน่งระดับสูง ตำแหน่งที่มีคนมาแทนได้ยาก หรือตำแหน่งที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Counteroffer เป็นการแก้ปัญหาที่ง่ายและเร็วที่สุดในการสร้างความพึงพอใจให้กับพนักงานแบบทันที แต่ปัญหาการลาออกที่แท้จริงอาจไม่รับการถูกแก้ไข</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9626 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/11/shutterstock_296002046-1.jpg" alt="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก" width="500" height="335" title="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก 772"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเส้นอาชีพมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดเสมอ แถมบางคนก็ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางกลางคัน อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะวางเส้นทางชีวิตของตัวเองอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในมุมมองขององค์กร ทุกบริษัทย่อมไม่อยากสูญเสียพนักงานคนเก่งไปให้ใคร หลายครั้งองค์กรจึงมีนโยบาย Counteroffer เพื่อรั้งไม่ให้พนักงานลาอออก จนกลายเป็นปัญหาหนักใจของพนักงาน เพราะตัดสินใจไม่ถูกว่าจะรับหรือไม่รับดี?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ว่าแต่ Counteroffer คืออะไร? ทำไม HR ถึงเลือกใช้เทคนิคนี้กันบ่อยครั้ง? แล้วมันเป็นเทคนิคที่ดีในการจูงใจพนักงานที่กำลังลาออกหรือไม่? เราไปฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคลกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>Counteroffer คืออะไร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9627 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/11/shutterstock_426446827.jpg" alt="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก" width="500" height="334" title="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก 773"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Counteroffer คือ หนึ่งในเทคนิค</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190327-employee-keeping-retention/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">รักษาพนักงานไม่ให้ลาออก</span></a><span style="font-weight: 400;"> ด้วยการให้ข้อเสนอในด้านต่าง ๆ ที่เป็นผลประโยชน์แก่พนักงาน ส่วนมากจะเป็นการเพิ่มเงินเดือน เปลี่ยนตำแหน่ง ไปจนถึงการเลื่อนตำแหน่ง ซึ่งจะทำให้พนักงานเกิดความลังเลหรือตัดสินใจไม่ถูก และสร้างความกดดันต่อพนักงาน เห็นได้จากสารพัดกระทู้ในเว็บบอร์ด HR หลากหลายแห่ง ที่พนักงานหลายคนมาตั้งคำถามประมาณ “รับดีไหมถ้าองค์กรยื่น Counteroffer มาให้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ มีการผลการศึกษาของ</span><a href="https://goodallbrazier.com/someone-destined-top-never-accept-counter-offer/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Wall Street Journal</span></a><span style="font-weight: 400;"> เมื่อปี 2017 พบว่า จะมีพนักงานรับ Counteroffer 50% ซึ่งกว่า 98% จะลาออกภายใน 18 เดือน นั่นหมายความว่ามีเพียง 7% ที่รับ Counteroffer ที่จะอยู่กับบริษัทต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับที่</span><a href="https://findyourjob.live/counter-offer-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;"> findyourjob</span></a><span style="font-weight: 400;"> บอกว่า กว่า 80% มีเกณฑ์จะลาออกในช่วง 6 เดือนแรก และอีก 90% จะลาออกในช่วงหนึ่งปี หมายความว่าข้อเสนออาจซื้อใจพนักงานได้แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วทำไมหลายองค์กรยังมีนโยบาย Counteroffer กันอยู่?</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190327-employee-keeping-retention/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9131 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/1df5b4f898cd73d487d1841a4b361263.jpg" alt="การรักษาพนักงาน" width="500" height="334" title="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก 774"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190327-employee-keeping-retention/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">มาตรการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ทำไม HR ถึงเลือกใช้เงิน Counteroffer</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุผลหลักของนโยบาย Counteroffer คือความพยายามรักษาพนักงานคนเก่งไม่ให้ออกจากองค์กร ซึ่งปกติมักใช้กับพนักงานที่มีความสำคัญกับองค์กร เช่น พนักงานตำแหน่งระดับสูง ตำแหน่งที่มีคนมาแทนได้ยาก หรือตำแหน่งที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญก็คือ ทุก ๆ การลาออกส่งผลกระทบรุนแรงต่อบริษัท โดยเฉพาะกระบวนการสรรหาพนักงานใหม่ที่ต้องใช้ระยะเวลาและจำนวนเงินมหาศาล ไล่ตั้งแต่</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190313-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">การสรรหา</span></a><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190301-job-interview-question/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"> <span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์งาน</span></a><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190805-whatisonbarding/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"> <span style="font-weight: 400;">การ On-boarding</span></a><span style="font-weight: 400;"> ไปจนถึงการ</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/th-trainingofhr-181226/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"> <span style="font-weight: 400;">Training</span></a><span style="font-weight: 400;"> ทำให้ Counteroffer จึงทางเลือกที่ง่ายและเร็วที่สุดในการสร้างความพึงพอใจให้กับพนักงานแบบทันที</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/tips/th-190123-resignjobreason/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1518" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/shutterstock_1124408075.png" alt="shutterstock 1124408075" width="600" height="370" title="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก 775"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/tips/th-190123-resignjobreason/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">15 สาเหตุหลักที่พนักงานจะขอลาออก</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>จริง ๆ แล้ว HR ควรทุ่มเงิน Counteroffer ไหม</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้ได้คำตอบหลากหลายมุมมอง เราได้นำคำถามนี้ไปถาม HR ผู้เชี่ยวชาญใน</span><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/985?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"> <span style="font-weight: 400;">HR Community</span></a><span style="font-weight: 400;"> ของเรา ซึ่งได้รับคำตอบดังต่อไปนี้</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9496 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-1.png" alt="image 1" width="109" height="107" title="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก 776">ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร วิทยากรที่ปรึกษา &amp; ผู้เชี่ยวชาญ<br />
ด้านระบบงานHRM &amp; HRD &amp; Learning Development</h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ถ้าพนักงานจะลาออก HR ควรทำ Counteroffer ไหม ตอบได้ทันทีว่า HR ไม่ควรทำค่ะ ไม่เห็นด้วย การทำ Counteroffer เหมือนการใช้เงินแก้ไขปัญหา จากประสบการณ์ Counteroffer เป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้นที่จะรักษาพนักงานให้อยู่ต่อ พบว่าพนักงานที่รับ Counteroffer ก็จะอยู่กับองค์กรไปอีกระยะหนึ่ง แต่ในที่สุดก็คิดจะลาออกอีก เพราะใจไม่อยากอยู่มีครั้งแรกก็มีโอกาสเกิดครั้งต่อไป นอกจากนั้นการที่ HR ทำ Counteroffer จะมีผลกระทบไปถึงระบบการบริหารค่าตอบแทน และระบบการประเมินผล/บริหารผลงาน รวมถึงพนักงานคนอื่น ๆ ที่อยู่ใน Job Family &amp; Job Position เดียวกัน (อย่าลืมว่าเงินเดือนไม่ใช่ความลับ พนักงานมักจะคุยกันเอง)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝากข้อคิดให้พิจารณา การที่พนักงานตัดสินใจลาออก มักมีสาเหตุมาจาก</span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> หัวหน้างาน/เพื่อนร่วมงาน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ความก้าวหน้า/ลักษณะงานที่ท้าทาย</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ความมั่นคงขององค์กร</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ค่าจ้าง เงินเดือน สวัสดิการ และผลประโยชน์เกื้อกูลต่าง ๆ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> สภาพการทำงาน/ระบบงาน/บรรยากาศและความสุขในที่ทำงาน</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">หรืออาจมีสาเหตุอื่นบ้างเล็กน้อย เช่น ปัญหาครอบครัว การไปศึกษาต่อ ฝาก HR ให้ทบทวน 5 สาเหตุนี้เป็นระยะ เพื่อลดอัตราการลาออกของพนักงานที่มีศักยภาพ ใช้แนวทางป้องกันก่อนเกิดปัญหาจะดีกว่า แต่ในที่สุดหากพนักงานตัดสินใจลาออก ก็ขอให้จากกันด้วยดี มีการมอบหมายงานให้เรียบร้อย การรักษาผลประโยชน์ให้องค์กรเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าคนจะเข้าออกอย่างไร งานต้องไม่เสียค่ะ”</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9499 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-4.png" alt="image 4" width="109" height="109" title="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก 777">ปราการ วงษ์จำรัส Assistant Chief Executive Officer Human Resources</h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">“ก่อนอื่นต้องขออธิบายการร้องขอให้ทำ Counteroffer สำหรับพนักงานในหน่วยงานที่จะลาออก การพิจารณาตั้งต้นควรมาจากหัวหน้าโดยตรงของพนักงานก่อนและส่งต่อระดับหัวหน้าสูงสุดของหน่วยงาน เพื่อพิจารณาเห็นสมควรว่าสมควร Counteroffer ด้วยเหตุผลหลัก ๆ ที่พบคือ เป็น Talent หรือ โดนคู่แข่ง Hunt แล้วเราไม่สามารถหาคนทดแทนได้ หรือตำแหน่งนี้เป็น Expert จริง ๆ ที่จำเป็นต้องมีพนักงานคนนี้ไว้ในหน่วยงาน เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวพบว่า พนักงานอยากลาออกจนต้อง Counteroffer ส่วนใหญ่จะอยู่ต่อไม่เกิน 2 ปี เพราะด้วยพื้นฐานการที่พนักงานอยากลาออก นอกจากเงินเดือนที่สูงขึ้น ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ประกอบการตัดสินใจลาออกตั้งแต่ครั้งแรก มันยังคงอยู่ในใจพนักงานแม้จะได้รับการ Counteroffer เพื่อให้อยู่ต่อ เหมือนเป็นการซื้อเวลา แต่อาจจะไม่เสมอไปถ้าปัจจัยต่างๆ ในหน่วยงานหรือในองค์กรเปลี่ยนแปลงไป การ Counteroffer อาจรักษาพนักงานที่ดีและมีคุณค่าไว้ได้”</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><b><a href="https://qath.hrnote.asia/users/2716"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9497 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-2.png" alt="image 2" width="105" height="105" title="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก 778"></a></b>ปราโมทย์ ลาภธนวิรุฟห์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงานและการบริหารทรัพยากรบุคคล</h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">“การ Counteroffer ด้วยการปรับเพิ่มเงินเดือนเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถใช้ได้ดีสำหรับการรักษาให้พนักงานที่มีความสำคัญกับองค์กรตัดสินใจทำงานต่อ แต่อย่างไรก็ดี ควรดูความต้องการของพนักงานคนนั้น ๆ ก่อนว่าข้อเท็จจริงแล้ว เขามีความต้องการเปลี่ยนงานเนื่องจากสาเหตุอะไร ความต้องการหรือปัญหาของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันอย่างไร เช่น ความต้องการเกี่ยวกับสวัสดิการ การเดินทาง วัน-เวลาทำงาน ลักษณะงานหรือความก้าวหน้าในอาชีพ สภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างาน เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การ Counteroffer ด้วยการให้เงินเพิ่มอาจไม่สามารถตอบโจทย์ในการรักษาพนักงานที่มีความสำคัญขององค์กรไว้ได้ในทุกกรณีหรือทุกครั้งไป จึงควรนำปัญหาต่าง ๆ มาพิจารณาและนำเสนอในสิ่งที่เป็นความต้องการของพนักงานนั้น ๆ จะสามารถช่วยรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรได้มากกว่า”</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><b><a href="https://qath.hrnote.asia/users/122"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9670 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/11/Rangsri-1.png" alt="Rangsri 1" width="104" height="104" title="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก 779"></a></b>รังษี กอวิวัฒนาการ Head of HR Operation บริษัทค้าปลีก</h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">“หากคิดว่าการทำ Counteroffer แล้วมีผลดีมากกว่าผลเสียก็ทำได้ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลดี คือ ธุรกิจดำเนินการได้ไม่หยุดชะงักหากพนักงานคนนี้ออกไป จำเป็นต้องให้อยู่เพราะบริษัทไม่ได้ทำ successor ไว้ (หากเป็นตำแหน่งสำคัญ), พนักงานเงินเดือนค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว, เมื่อเข้าไปพูดคุยแล้วปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นเหตุผลที่เข้าใจได้และบริษัทมองว่าส่วนนึงอาจเป็นการที่บริษัทดูแลไม่ดีเท่าที่ควร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลเสีย คือ ทำให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ได้ หากทุกคนที่ออกแล้วบริษัททำ Counteroffer แต่เราจะทำในกรณีข้างบนหรือดูแล้วว่ามีเหตุผลรับฟังได้”</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><b><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-9498 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-3.png" alt="image 3" width="107" height="102" title="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก 780"></b>อ.พลกฤต โสลาพากุล Coach &amp; HROD Mentor Certified OKR Professional<br />
by The KPI Institute, Lead Auditor ISO</h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">“พนักงานที่ลาออกแล้ว HR เสนอ Counter Offer หลายองค์กรเคยทำ แต่เป็นการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นเท่านั้น โดยช่วงที่เราเสนอให้พนักงานเหล่านั้นอาจยื้อพวกเขาได้แค่ 3 -6 เดือน เท่านั้น HR ควรพิจารณาให้ดีเพราะการยื่นเสนอแบบนี้อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่แท้จริงได้ในระยะยาว ในฐานะที่ผมทำงานสายพัฒนาด้านคนและองค์กรมามากกว่า 10 ปี วิธีใช้ไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ ดังนั้นไม่ควรใช้วิธี Counter Offer เพราะจะเป็นบรรทัดใหม่  เพราะคนอื่นจะเลียนแบบได้ง่าย ต้องหาวิธีจูงใจอย่างอื่น เพราะจะคนจะออกยื้อไว้ สุดท้ายอย่างไรเขาก็ออกครับ”</span></p>
<h2>ถ้าจำเป็นต้อง Counteroffer HR ควรทำอย่างไร</h2>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9496 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-1.png" alt="image 1" width="109" height="107" title="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก 776">ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร วิทยากรที่ปรึกษา &amp; ผู้เชี่ยวชาญ<br />
ด้านระบบงาน HRM &amp; HRD &amp; Learning Development</h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าจำเป็นต้องทำ Counteroffer จริง ๆ มีวิธีการคิดยังไงบ้าง ให้พิจารณาโครงสร้างค่าตอบแทนที่บริษัทกำหนดไว้  สามารถเพิ่มค่าจ้างเงินเดือนให้ที่ 30-40 % ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความสามารถในการจ่ายของนายจ้าง และพิจารณาอัตราการจ้างในตลาดแรงงานที่อยู่ในสายวิชาชีพเดียวกัน อธิบายเพิ่มเติม Counteroffer มักจะใช้กับตำแหน่งงานที่สำคัญที่เป็น Key Business บริษัท มีความจำเป็นต้องซื้อตัวไว้ ก็ต้องยอมจ่ายแพง”</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><b><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9499 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-4.png" alt="image 4" width="109" height="109" title="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก 777"></b>ปราการ วงษ์จำรัส Assistant Chief Executive Officer Human Resources</h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อหน่วยงานตั้งต้นมาแล้วต้อง Counteroffer HR จะดำเนินการด้านข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น Performance ย้อนหลัง หรือผล 360 องศา (ถ้ามี) เงินเดือนปัจจุบันอยู่ที่ P เท่าไหร่ของกล่อง และเปรียบเทียบกับคนในตำแหน่งเดียวกัน อายุงาน อายุตน และพิจารณา Job Description อีกครั้งจากโครงสร้างของหน่วยงาน เมื่อ HR ขึงข้อมูลครบถ้วนแล้ว จึงทำตัวเลขเสนอหัวหน้าสูงสุดของหน่วยงานเพื่อพิจารณา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ส่วนใหญ่แล้วตัวเลขที่นำเสนอจะเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือบริษัทใหม่ที่พนักงานจะไปร่วมงานด้วย ส่วนใหญ่แล้วจะไม่เกิน 20% ของเงินเดือนเดิมเป็นท่ามาตรฐาน แต่ถ้าที่ทำงานใหม่ให้สูงสุดต้องมาดูว่าจะปรับได้เลยในรอบนี้มั้ย หรือทำเป็น 2 ครั้ง เพื่อให้ตรงรอบ Promotion ประจำปี เหล่านี้ขึ้นอยู่กับกรอบการบริหารโครงสร้างค่าจ้างด้วยเป็นสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ต้องระมัดระวังในการนำเสนอข้อมูล ด้วยบทบาทของ HR จะไม่สามารถชี้นำได้ แต่สามารถให้ข้อคิดเห็น ข้อกังวลใจ ประกอบการที่หัวหน้าสูงสุดของหน่วยงานของพนักงานจะพิจารณา เช่น จะกระทบพนักงานในหน่วยงานที่ตำแหน่งเดียวกัน และ Performance ที่ผ่านมาใกล้เคียงกันหรือไม่ / ด้วย Job แล้วจริงเหรอที่ไม่มีใครทดแทนได้ / จริงหรือที่พนักงานได้รับการ Offer จากที่ทำงานใหม่แล้วถึงระดับการเซ็นสัญญาจ้างรึยัง”</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3 style="text-align: center;"><b><a href="https://qath.hrnote.asia/users/122"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9670 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/11/Rangsri-1.png" alt="Rangsri 1" width="104" height="104" title="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก 779"></a></b>รังษี กอวิวัฒนาการ  Head of HR Operation บริษัทค้าปลีก</h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">“อาจดูจากที่ที่ใหม่ที่เขาได้รับแล้ว คิดว่าบริษัทสามารถจ่ายได้เท่าไร หรือ อาจดูจาก % การ Promote เพราะส่วนใหญ่บริษัทอาจจะรั้งด้วยเงินและตำแหน่งเราจึงสามารถดู% promote ของบริษัทแล้วให้ โดยไม่คำนึงว่าพนักงานได้เท่าไรจากที่ใหม่จริงๆ การทำ Counter offer ไม่ได้จบที่เงินและตำแหน่งเสมอไปเพราะเหตุผลในการออกไม่เหมือนกันบางคนแค่ต้องการความท้าทายใหม่แค่ให้ย้ายทีมหรือเปลี่ยนสภาพแวดล้อมก็อยู่ต่อครับ”</span></p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">3 ปัญหาหลักที่มักทำให้คนลาออก</div>
<p><b>ปัญหาเงิน</b><span style="font-weight: 400;">: เงินเดือนน้อยเกินไป มีบริษัทอื่นเสนอเงินสูงกว่า ไม่มีโบนัส ค่าคอมมิชชั่นหดหาย</span></p>
<p><b>ปัญหางาน:</b><span style="font-weight: 400;"> งานหนักจนเกินไป งานล้นมือจนเกินเหตุ งานเกินที่ตกลงไว้ งานกดดันจนเครียด</span></p>
<p><b>ปัญหาคน:</b><span style="font-weight: 400;"> ทะเลาะกัน ความเห็นไม่ลงรอย ไม่มีใครยอมใคร ไม่ทำงานเป็นทีม</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190322-solve-resigning-employee/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9140 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/4366579e74c78cb86dbf007c52ed1f19.jpg" alt="วิธีแก้ปัญหา ถ้าไม่อยากให้พนักงานลาออก" width="500" height="334" title="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก 784"></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190322-solve-resigning-employee/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">วิธีแก้ปัญหา ถ้าไม่อยากให้พนักงานลาออก</span></a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h2>ข้อดีและข้อเสีย Counteroffer</h2>
<h3>ข้อดีของ Counteroffer</h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">เหมาะสำหรับพนักงานที่เปลี่ยนงานเพราะต้องการเพิ่มเงินเดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">เพิ่มคุณค่าให้กับพนักงานได้ ทำให้รู้ว่าตัวเองมีความสำคัญกับองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">เป็นการรักษาพนักงาน บริษัทไม่สูญเสียทรัพยากรในการสรรหาและอบรมพนักงานใหม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">เพิ่มความท้าทายให้พนักงานด้วยโอกาสและความรับผิดชอบใหม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">พนักงานสามารถเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ใหม่ และวางแผนเส้นอาชีพตัวเองใหม่อีกครั้ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">องค์กรยังคงดำเนินการต่อไปอย่างไม่มีสะดุด</span></li>
</ul>
<h3>ข้อเสียของ Counteroffer</h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ปัญหาที่แท้จริงไม่ได้รับการถูกแก้ไข ถ้าปัญหาดังกล่าวไม่ใช่แค่เรื่องเงิน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">สูญเสียความเชื่อใจต่อกัน เนื่องจากองค์กรอาจมองพนักงานต้องการเงินที่เพิ่มขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">พนักงานมีแรงกดดันมากขึ้น เนื่องจากได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากกว่าเดิม</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">เกิดความแตกแยกในหมู่พนักงาน เมื่อคนอื่นรู้ว่าพนักงานที่ได้รับข้อเสนอได้สิทธิประโยชน์เหนือกว่า</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลองค์กรอาจรั่วไหลไปแล้ว ตั้งแต่พนักงานได้รับข้อเสนอจากที่อื่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">พนักงานมีโอกาสสูงที่จะตัดสินใจลาออกอีกครั้ง หากสภาพแวดล้อมการทำงานยังเหมือนเดิม</span></li>
</ul>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9628 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/11/shutterstock_699927781.jpg" alt="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก" width="500" height="334" title="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก 785"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Counteroffer เป็นเพียงกลยุทธ์หนึ่งอาจรั้งพนักงานคนเก่งไว้ได้ แต่การลาออกก็เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพนักงานที่ HR ทุกคนควรค้นหาสาเหตุที่แท้จริงให้เจอ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ปัญหานั้น ๆ สูญสิ้นไปจากองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทุกคนควรตระหนักก็คือ องค์กรควรหาทางป้องกันไม่ให้พนักงานลาออก ไม่ใช่มาแก้ปัญหาในช่วงที่พนักงานลาออกต่างหาก เพราะนั่นอาจจะสายเกินไปเสียแล้ว ฉะนั้นเราต้องหมั่นตรวจสอบสภาพจิตใจของพนักงานในองค์กร และวางกลยุทธ์ในการรักษาพนักงานฝีมือเยี่ยมให้อยู่กับองค์กร (Employee Retention Strategy) ให้แม่นยำ เพื่อที่ว่าจะไม่มีพนักงานคนเก่งคนไหน อยากโบกมือลาไปจากเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นก็จะทำให้องค์กรของเรารักษาประสิทธิภาพและประสิทธิผล แล้วเข้าใกล้คำว่าประสบความสำเร็จได้เร็วยิ่งขึ้น</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190326-employee-retention/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9136 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/Employee-Retention1.jpg" alt="Employee Retention การรักษาพนักงาน" width="500" height="334" title="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก 786"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190326-employee-retention/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">กลยุทธ์ในการรักษาพนักงานฝีมือเยี่ยมให้อยู่กับองค์กร (Employee Retention Strategy)</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="focused-block">
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20219 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-1536x480.png 1536w" alt="CTA HR Products &amp; Services" width="1600" height="500" title="ทำไม HR ถึงใช้เงิน Counteroffer เมื่อพนักงานลาออก 787"></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ที่มา</b></p>
<ul>
<li><a href="https://www.youtube.com/watch?v=W1UzZ6uJRPg" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">YouTube</span></a></li>
<li><a href="https://hr.uiowa.edu/pay/compensation-classification/professional-scientific-compensation/counter-offers" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">hr.uiowa.edu</span></a></li>
<li><a href="https://www.progressiverecruitment.com/en-be/blog/2019/06/the-truth-about-counteroffers-from-a-recruiters-perspective/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">progressiverecruitment</span></a></li>
<li><a href="https://hiring.monster.ca/employer-resources/workforce-management/employee-retention-strategies/negotiate-when-employee-has-better-offer/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">hiring.monster.ca</span></a></li>
<li><a href="https://content.wisestep.com/pros-cons-counter-offers/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">content.wisestep</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอดูระหว่างการสมัครงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/211019-salary-certificate/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Oct 2021 03:21:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือรับรองเงินเดือน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/211019-salary-certificate/</guid>

					<description><![CDATA[คุยกับผู้เชี่ยวชาญฝ่ายทรัพยากรมนุษย์โดยตรงว่า ทำไมต้องขอหนังสือรับรองเงินเดือนตอนรับสมัครงาน รวมไปถึงสิ่งสำคัญในการออกหนังสือรับรองเงินเดือนที่ HR ทุกคนควรรู้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">HR เป็นตำแหน่งที่ทำงานเกี่ยวข้องกับหนังสือรับรองเงินเดือนในหลายแง่มุม ตั้งแต่เป็นฝ่ายที่มีอำนาจในการออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเป็นฝ่ายที่เรียกขอดูเวลารับสมัครงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การออกหนังสือรับรองเงินเดือนจำเป็นต้องถามหาวัตถุประสงค์เพื่อระบุไว้ในเอกสารด้วย เพื่อป้องกันมิให้พนักงานนำไปใช้ในกรณีอื่นที่ไม่ได้แจ้งไว้</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ถ้าพนักงานยังมีสภาพเป็นลูกจ้าง องค์กรมีสิทธิไม่ออกหนังสือรับรองเงินเดือนได้ แต่ถ้าหากพนักงานพ้นสภาพลูกจ้างแล้ว องค์กรจำเป็นต้องออกหนังสือรับรองเงินเดือนหรือหนังสือรับรองการทำงาน ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ส่วนในมุมการรับสมัครงาน HR ควรเรียกขอดูหนังสือรับรองเงินเดือน เพื่อใช้ในการคำนวณค่าตอบแทนที่เหมาะสม ซึ่งผู้สมัครเองก็มีสิทธิ์ไม่เปิดเผยให้ HR ได้เช่นกัน</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9505 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/shutterstock_1854695014-1.jpg" alt="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอระหว่างการสมัครงาน" width="500" height="334" title="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอดูระหว่างการสมัครงาน 788"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นธรรมเนียมอย่างหนึ่งไปแล้วที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือ HR มักเรียกขอดู <strong class="yellow-highlighter">หนังสือรับรองเงินเดือน หรือ ใบรับรองเงินเดือน </strong>ในฐานะเอกสารประกอบสำคัญในกระบวนการสรรหาพนักงานใหม่ ทำให้ผู้สมัครหลายคนเกิดความสงสัยว่า ทำไม HR ต้องขอหนังสือรับรองเงินเดือนระหว่างการสมัครงานด้วย?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อไขข้อสงสัยทั้งฝ่ายพนักงานว่าทำไมต้องขอ? และฝ่าย HR ว่าขอเพื่อดูอะไร? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ HREX.asia จึงคุยกับผู้เชี่ยวชาญฝ่ายทรัพยากรมนุษย์โดยตรงว่า ทำไมต้องขอหนังสือรับรองเงินเดือนตอนรับสมัครงาน รวมไปถึงสิ่งสำคัญในการออกหนังสือรับรองเงินเดือนที่ HR ทุกคนควรรู้</span></p>
<h2>หนังสือรับรองเงินเดือน คืออะไร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">หนังสือรับรองเงินเดือน </strong>(Salary Certificate) เป็นเอกสารสำคัญที่องค์กรมีหน้าที่ออกให้แก่พนักงาน เพื่อระบุตัวตนและค่าตอบแทนว่าเป็นบุคลากรของบริษัทจริง โดยพนักงานไม่สามารถออกหนังสือรับรองเงินเดือนเองได้ ต้องให้เจ้าของกิจการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เช่น ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นผู้ออกเอกสารเท่านั้น หากพนักงานหรือลูกจ้างทำเอกสารด้วยตัวเอง จะถือว่าทุจริตปลอมแปลงเอกสารได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนมากพนักงานจะขอหนังสือรับรองเงินเดือนเพื่อนำไปใช้ในธุรกรรมกับสถาบันทางการเงินหรือหน่วยงานราชการ เช่น การขอสินเชื่อ การขอวีซ่า หรือการสมัครบัตรเครดิต เป็นต้น ฉะนั้น HR ต้องถามหาวัตถุประสงค์ทุกครั้งที่พนักงานมาขอเอกสารนี้ </span></p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">หนังสือรับรองเงินเดือน VS. หนังสือรับรองการทำงาน</div>
<p><b></b><strong class="cyan-highlighter"><b>หนังสือรับรองเงินเดือน</b> </strong><span style="font-weight: 400;">องค์กรสามารถออกให้พนักงานระหว่างปฏิบัติงานอยู่ และยังไม่สิ้นสุดการจ้าง เพื่อสิทธิประโยชน์ของพนักงานในการทำธุรกรรมต่าง ๆ</span></p>
<p><b><strong class="pink-highlighter">หนังสือรับรองการทำงาน</strong></b><span style="font-weight: 400;"> องค์กรจะออกให้เพื่อรับรองการปฏิบัติงานของพนักงาน โดยให้พนักงานในวันสุดท้ายที่มาปฏิบัติงานไม่ว่ากรณีใดก็ตาม เช่น ลาออก เลิกจ้าง หรือเลิกกิจการ</span></p>
</div>
<h2>องค์ประกอบของหนังสือรับรองเงินเดือน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9506 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/shutterstock_1871542591.jpg" alt="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอระหว่างการสมัครงาน" width="500" height="306" title="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอดูระหว่างการสมัครงาน 789"></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">หนังสือรับรองเงินเดือน (Salary Certificate) จะแตกต่างจากสลิปเงินเดือน (Salary Slip)</strong> ตรงที่องค์ประกอบในเอกสารจะแตกต่างกัน โดยสลิปเงินเดือนจะมีการรวมรายได้ทั้งหมด รวมไปถึงการหักภาษีมาให้ แต่หนังสือรับรองเงินเดือนจะบอกแต่รายได้ต่อเดือนแบบไม่หักภาษี ทั้งนี้เจ้าของกิจการหรือ HR ควรออกหนังสือรับรองให้กับพนักงาน โดยมีองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การระบุเอกสารว่าเป็น “หนังสือรับรองเงินเดือน” อย่างชัดเจน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ชื่อ-นามสกุลของพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ชื่อองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ตำแหน่งงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">วัน/เดือน/ปีที่เริ่มต้นทำงาน จนถึงวันที่ออกหนังสือรับรองเงินเดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">อัตราเงินเดือนโดยไม่รวมค่าตอบแทนอื่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">วัตถุประสงค์ในการออกเอกสาร เช่น ใช้สำหรับการขอสินเชื่อ / การสมัครบัตรเครดิต</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">วันที่ออกเอกสาร</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ลงชื่อผู้ออกเอกสาร หรือผู้ที่มีอำนาจในการออกหนังสือเงินเดือนพร้อมตำแหน่ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ตราประทับของบริษัท (ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัท)</span></li>
</ul>
<h2>ตัวอย่างการออกหนังสือรับรองเงินเดือน</h2>
<h3>ตัวอย่างหนังสือรับรองเงินเดือน: บริษัทเอกชน</h3>
<p><a href="https://www.kasikornbank.com/th/Apply/CreditCard/Documents/salarycertificate_th.pdf" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9508 size-full aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/Screen-Shot-2564-10-19-at-18.38.59.png" alt="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอระหว่างการสมัครงาน" width="520" height="737" title="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอดูระหว่างการสมัครงาน 790"></a></p>
<p><span style="font-size: 10pt;"><span style="font-weight: 400;">ที่มา</span><a href="https://www.kasikornbank.com/th/Apply/CreditCard/Documents/salarycertificate_th.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;"> kasikornbank</span></a></span></p>
<h3>ตัวอย่างหนังสือรับรองเงินเดือน: หน่วยงานข้าราชการ</h3>
<p><a href="https://cmi4.go.th/group/personnel/wp-content/uploads/2019/06/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87.pdf" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9503 size-full aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/Screen-Shot-2564-10-19-at-12.51.07.png" alt="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอระหว่างการสมัครงาน" width="756" height="729" title="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอดูระหว่างการสมัครงาน 791"></a></p>
<p><span style="font-size: 10pt;"><span style="font-weight: 400;">ที่มา</span><a href="https://cmi4.go.th/group/personnel/wp-content/uploads/2019/06/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;"> cmi4.go.th</span></a></span></p>
<h2>ข้อกฎหมายกับการออกหนังสือรับรองเงินเดือน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9504 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/shutterstock_1660293808.jpg" alt="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอระหว่างการสมัครงาน" width="500" height="334" title="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอดูระหว่างการสมัครงาน 792"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ แล้ว การขอหนังสือรับรองเงินเดือนไม่ได้มีกฎหมายรองรับว่าองค์กรจำเป็นต้องออกให้พนักงาน ฉะนั้นการจะออกหนังสือรับรองเงินเดือนจึงเป็นสิทธิของนายจ้างที่จะให้หรือไม่ก็ได้ อย่างไรก็ตาม ปกติแล้วพนักงานจะขอหนังสือรับรองเงินเดือนเพื่อทำธุรกรรมต่าง ๆ หากพนักงานมาขอให้ HR ออกใบรับรองเงินเดือน ก็ควรถามวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้ชัดเจน เพื่อระบุไว้ในหนังสือเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ HR ห้ามสับสนกับ <strong class="yellow-highlighter">หนังสือรับรองการทำงาน</strong> เด็ดขาด เพราะกรณีการออกหนังสือรับรองการทำงานมีกฎหมายระบุไว้ชัดเจนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 585 บัญญัติว่า <em>“เมื่อการจ้างแรงงานสิ้นสุดลงแล้ว ลูกจ้างชอบที่จะได้รับใบสำคัญแสดงว่าลูกจ้างนั้นได้ทำงานมานานเท่าไร และงานที่ทำนั้นเป็นงานอย่างไร”</em></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นหมายถึงเมื่อการจ้างงานสิ้นสุดลง เช่น ลาออก เลิกจ้าง หรือเลิกกิจการ องค์กรมีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการทำงานให้กับลูกจ้าง และพนักงานก็มีสิทธิร้องขอไม่ว่าจะสิ้นสุดสัญญาจ้างเป็นเวลานานเท่าใด หากองค์กรฝ่าฝืนไม่ออกหนังสือรับรองการทำงานให้ ลูกจ้างเองก็สามารถรักษาสิทธิประโยชน์ตนเองได้โดยการยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน เพื่อให้มีคำสั่งให้นายจ้างปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน นั่นเอง</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190515-newlaborprotection/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9184 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/05/shutterstock_299616500-1.jpg" alt="พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่" width="500" height="343" title="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอดูระหว่างการสมัครงาน 793"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190515-newlaborprotection/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ เพิ่มสิทธิประโยชน์อะไรให้แก่ลูกจ้างบ้าง</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ทำไม HR ต้องขอหนังสือรับรองเงินเดือนระหว่างการสมัครงาน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9471 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/shutterstock_1080870482.jpg" alt="shutterstock 1080870482" width="500" height="334" title="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอดูระหว่างการสมัครงาน 794"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่รู้กันในกระบวนการสรรหา ฝ่ายทรัพยากรบุคคลหลาย ๆ องค์กรมักเรียกขอหนังสือรับรองเงินเดือน หรือ สลิปเงินเดือนที่เก่ากันตลอด ทำให้หลายคนสงสัยว่าจะเรียกทำไม ในเมื่อบางครั้งบริษัทก็ตั้งเกณฑ์เงินเดือนที่ต้องการไว้แล้ว หรือทางพนักงานเองก็มีเงินเดือนที่คาดหวัง จนเกิดคำถามว่า HR จำเป็นต้องขอหนังสือรับรองเงินเดือนอีกหรือไม่?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">คำตอบในมุม HR คือ จำเป็นต้องโชว์หนังสือรับรองเงินเดือนให้ทราบด้วย </strong>นั่นก็เพราะ HR ต้องใช้ฐานเงินเดือนเพื่อคำนวณค่าตอบแทนใหม่ที่ต้องการนำเสนอ เช่น กรณีที่ต้องการตัวพนักงานอาจมีการเพิ่มเงินเดือน 15%-20% นอกจากนี้ยังเป็นการตีค่าความสามารถพนักงานไม่ให้มากเกินไปกว่าที่องค์กรจะรับไหว นำไปสู่กระบวนการต่อรองเงินเดือนในระยะต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อความชัดเจนในคำตอบ เราจึงไปถาม HR ผู้เชี่ยวชาญดูว่า แท้จริงแล้วฝ่ายทรัพยากรมนุษย์เรียกขอหนังสือรับรองเงินเดือนระหว่างการสมัครงานเพราะอะไรกันแน่?</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9500 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-5.png" alt="image 5" width="122" height="118" title="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอดูระหว่างการสมัครงาน 795"></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>ธีรพร บุนนาค ผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารองค์กรสายงานทรัพยากรบุคคล</b></h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div class="profile">
<p style="text-align: left;"><i><span style="font-weight: 400;">“หนังสือรับรองเงินเดือนเป็นข้อมูลสำคัญของฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่จะพิจารณาถึงการให้ค่าจ้างของพนักงานที่ผ่านการคัดเลือกเข้าทำงาน เพราะฝ่ายทรัพยากรบุคคลเองจะต้องคำนึงถึงค่าจ้างของพนักงานในปัจจุบันไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากเกินไปในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกัน<br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">โดยปกติแล้วการย้ายงานจะมีการเรียกเงินเดือนที่สูงกว่าที่เคยได้อยู่ ทำให้มีโอกาสที่ค่าจ้างอาจจะสูงกว่าคนที่ทำงานอยู่ในองค์กรปัจจุบัน ซึ่งในความเป็นจริงการขอหนังสือรับรองทางที่ยังไม่ได้ลาออกอาจมีความเสี่ยงในเชิงความรู้สึก เช่น เกรงว่าขอแล้วถามผู้บังคับบัญชา/ฝ่ายทรัพยากรบุคคลในองค์กรปัจจุบันจะรู้ว่าไปสมัครงานใหม่หรือไม่ โดยอาจจะใช้หลักฐานการรับรายได้อื่นๆ เช่น ประวัติเงินเข้าประจำของธนาคารแทนได้”</span></i></p>
</div>
<div class="profile">
<div class="__photo">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9496 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-1.png" alt="image 1" width="109" height="107" title="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอดูระหว่างการสมัครงาน 796"></h3>
<h3><b>ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร วิทยากรที่ปรึกษา &amp; ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบงาน HRM &amp; HRD &amp; Learning Development</b></h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“โดยทั่วไปหลายคนที่ออกจากงานก็อยากได้หนังสือรับรองเงินเดือนไว้เป็นหลักฐานซึ่งอาจใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต ไม่ว่าจะไปสมัครงาน หรือนำไปใช้ประโยชน์อื่นใดก็ตาม หรืออีกความเห็นหนึ่ง หนังสือรับรองเงินเดือนก็ไม่จำเป็น เพราะสามารถดูจาก Slip เงินเดือน หรือสมุดธนาคารที่บริษัทโอนเงินเดือนเข้ามา หรือให้ดูจากหนังสือรับรองการหักนำส่งประกันสังคม สรุปขึ้นอยู่กับความเห็นแต่ละบุคคลค่ะ”</span></i></p>
</div>
<div class="profile">
<div class="__photo">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-9498 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-3.png" alt="image 3" width="101" height="96" title="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอดูระหว่างการสมัครงาน 797"></h3>
<h3><b>พลกฤต โสลาพากุล Coach &amp; HROD Mentor Certified OKR Professional by The KPI Institute, Lead Auditor ISO</b></h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การขอหนังสือรับรองเงินเดือนเป็นกรณีที่ HR ต้องมีการสรรหาพนักงานเพื่อเข้ามาปฏิบัติงานในบริษัท เหตุที่ HR ขอ ก็มีหลายปัจจัย เช่น ผู้ที่มาสมัครงานนั้นเขียนเงินเดือนตามจริงหรือไม่ หาก HR สงสัยย่อมมีสิทธิขอกับทางผู้สมัครงานได้ครับ </span></i><i><span style="font-weight: 400;">แต่ทั้งนี้ทางผู้สมัครงานก็มีสิทธิไม่ให้ได้เช่นกัน (โดยจะสอดคล้องกับ พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล 2562) โดยอ้างว่าที่ทำงานเก่าไม่ออกให้ หรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ทางผู้สมัครก็อาจจะหมดสิทธิในการพิจารณาเพื่อคัดเลือกให้เป็น Candidate ได้<br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">เขียนถึงตรงนี้ ผมอยากขอแบ่งปันความรู้อีกด้านในการขอหนังสือรับรองเงินเดือนจากบริษัทเดิมที่พนักงานลาออกมาแล้ว HR หรือตัวแทนนายจ้างย่อมมีหน้าที่ในการออกหนังสือรับรองเงินเดือน /หนังสือรับรองการทำงาน ถ้าหาก HR หรือตัวแทนนายจ้างไม่ออกให้ ลูกจ้างสามารถไปยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจสอบแรงงานให้นายจ้างปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 14 ได้”</span></i></p>
</div>
<div class="profile">
<div class="__photo">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-9499 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-4.png" alt="image 4" width="109" height="109" title="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอดูระหว่างการสมัครงาน 798"></h3>
<h3 style="text-align: center;"><b>ปราการ วงษ์จำรัส Assistant Chief Executive Officer Human Resources</b></h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เอกสารรับรองเงินเดือน ใช้เป็นการยืนยันรับรองการทำงานและรับรองเงินเดือนที่ได้รับจากบริษัท เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ เพราะบางบริษัทไม่ได้ใช้สลิปคาร์บอน หรือบางบริษัทระบบ payroll ยังไม่ได้ทำผ่านระบบที่ธนาคารให้บริการด้าน payroll ดังนั้นจึงต้องมีเอกสารอื่นประกอบ และในหนังสือรับรองเงินเดือนจะมีเบอร์ฝ่าย HR ให้สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ด้วย กรณีมีข้อสงสัย”</span></i></p>
</div>
<div class="profile">
<div class="__photo">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-9497 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/image-2.png" alt="image 2" width="105" height="105" title="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอดูระหว่างการสมัครงาน 799"></h3>
<h3 style="text-align: center;"><b>ปราโมทย์ ลาภธนวิรุฟห์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงานและการบริหารทรัพยากรบุคคล</b></h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงถึงการทำงาน และนำไปใช้สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือธุรกรรมส่วนตัวอื่น ๆ เป็นขั้นตอนการตรวจสอบประวัติการทำงานและรายได้ของผู้สมัครงาน เพื่อป้องกันการให้ข้อมูลที่ไม่เป็นจริง และใช้ในการพิจารณากำหนดตำแหน่ง และรายได้ที่เหมาะสมในการจ้างเข้าทำงาน”</span></i></p>
</div>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-9470 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/10/shutterstock_1025416720.jpg" alt="shutterstock 1025416720" width="500" height="334" title="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอดูระหว่างการสมัครงาน 800"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเห็นว่า HR เป็นฝ่ายที่ทำงานเกี่ยวข้องกับหนังสือรับรองเงินเดือนในหลายแง่มุม ตั้งแต่เป็นฝ่ายที่มีอำนาจในการออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเป็นฝ่ายที่เรียกขอดูเวลารับสมัครงาน </span><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้การออกหนังสือรับรองเงินเดือนจำเป็นต้องถามหาวัตถุประสงค์เพื่อระบุไว้ในหนังสือด้วย เพื่อป้องกันมิให้พนักงานนำไปใช้ในกรณีอื่นที่ไม่ได้แจ้งไว้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และถ้าพนักงานยังมีสภาพเป็นลูกจ้างอยู่ องค์กรก็มีสิทธิไม่ออกหนังสือรับรองเงินเดือนได้ แต่ถ้าหากพนักงานพ้นสภาพลูกจ้างแล้ว องค์กรจำเป็นต้องออกหนังสือรับรองเงินเดือน หรือหนังสือรับรองการทำงานด้วย เพราะกรณีนี้มีกฎหมายที่กำหนดไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนในมุมของการรับสมัครงาน HR ควรจะเรียกขอหนังสือรับรองเงินเดือนเพื่อใช้ในการคำนวณค่าตอบแทนที่เหมาะสม ซึ่งผู้สมัครเองก็มีสิทธิ์ไม่เปิดเผยให้ HR ได้เช่นกัน นี่คือสิ่งที่ทุกคนควรเข้าใจเกี่ยวกับหนังสือรับรองเงินเดือน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="การออกหนังสือรับรองเงินเดือน และเหตุผลที่ HR ต้องขอดูระหว่างการสมัครงาน 801"></a></p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ที่มา</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://flowaccount.com/blog/salary-certificate/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">flowaccount</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://www.bayzat.com/blog/salary-certificate-basics-in-the-uae/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">bayzat</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://www.mol.go.th/forums/topic/%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">mol</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://www.linkedin.com/pulse/why-do-recruiters-ask-your-payslip-tanita-malan/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Linkedin</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://www.youtube.com/watch?v=DgYqoNNhAoM" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">YouTube</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HR คัดเลือกเรซูเม่ (Resume) อย่างไรใน 7 วินาที พร้อมตัวอย่างที่ดี</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/7-seconds-resume/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Aug 2021 04:04:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[Resume]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/7-seconds-resume/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT เรซูเม่ หรือ Resume คือสิ่งแรกที่มีผลต่อการตัดสินใจรับเข้าทำงานของ HR ดังนั้น หากทำเรซูเม่ (Resume) ที่น่าดึงดูด ก็จะเพิ่มโอกาสได้งานมากขึ้นตามมา ปี 2018 มีการศึกษาจาก Ladders พบว่า ค่าเฉลี่ย HR ส่วนใหญ่ใช้เวลาอ่านเรซูเม่ (Resume) 7.4 วินาที ซึ่งนานกว่าเดิมจากปี 2012 ที่ใช้เวลาอ่านเพียง 6 วินาทีเท่านั้น ภายใน 7 วินาที HR สามารถตรวจดูได้ถึงความมั่นใจ, ความถูกต้อง, ความเป็นระเบียบ, ผลงานที่ผ่านมา รวมไปถึงความเป็นผู้นำผ่าน Resume ได้ หนึ่งในเทคนิคการหาดาวเด่นจากกองเรซูเม่ (Resume) คือ S-T-A-R Method ที่ตรวจดู Situation, Task, Action และ Result ว่าครบถ้วนหรือไม่ HR ย่อมรู้ดี การเปิดรับสมัครงานแต่ละครั้งตามมาด้วยกองเรซูเม่ (Resume) หรือ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li>เรซูเม่ หรือ Resume คือสิ่งแรกที่มีผลต่อการตัดสินใจรับเข้าทำงานของ HR ดังนั้น หากทำเรซูเม่ (Resume) ที่น่าดึงดูด ก็จะเพิ่มโอกาสได้งานมากขึ้นตามมา</li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ปี 2018 มีการศึกษาจาก</span> <a href="https://www.prnewswire.com/news-releases/ladders-updates-popular-recruiter-eye-tracking-study-with-new-key-insights-on-how-job-seekers-can-improve-their-resumes-300744217.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Ladders</span></a><span style="font-weight: 400;"> พบว่า ค่าเฉลี่ย HR ส่วนใหญ่ใช้เวลาอ่านเรซูเม่ (Resume) 7.4 วินาที ซึ่งนานกว่าเดิมจากปี 2012 ที่ใช้เวลาอ่านเพียง 6 วินาทีเท่านั้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ภายใน 7 วินาที HR สามารถตรวจดูได้ถึงความมั่นใจ, ความถูกต้อง, ความเป็นระเบียบ, ผลงานที่ผ่านมา รวมไปถึงความเป็นผู้นำผ่าน Resume ได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในเทคนิคการหาดาวเด่นจากกองเรซูเม่ (Resume) คือ S-T-A-R Method ที่ตรวจดู Situation, Task, Action และ Result ว่าครบถ้วนหรือไม่</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46233" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-24.webp" alt="เรซูเม่ คืออะไร ? (Resume) HR คัดเลือกเรซูเม่อย่างไรใน 7 วินาที " width="600" height="370" title="HR คัดเลือกเรซูเม่ (Resume) อย่างไรใน 7 วินาที พร้อมตัวอย่างที่ดี 807" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-24.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-24-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ย่อมรู้ดี การเปิดรับสมัครงานแต่ละครั้งตามมาด้วยกอง<strong>เรซูเม่</strong> (<strong class="yellow-highlighter">Resume) หรือ CV</strong> มหาศาล ที่ผู้สมัครทั่วสารทิศส่งเข้ามาให้พิจารณาทุกวัน แน่นอนว่าเราย่อมไม่ได้อ่านทุกแผ่นแบบละเอียดยิบ เพียงแต่สแกนหาใบที่มีโดดเด่นท่ามกลางแผ่นกระดาษที่ไม่มีอะไรน่าจดจำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อการคัดเลือกเรซูเม่ (Resume) เป็นขั้นตอนแรกของ HR ในการคัดเลือกผู้สมัครให้เหมาะสมกับตำแหน่งงาน แผ่นกระดาษใบเดียวนี้จึงเปรียบเสมือน First Impression ของผู้สมัครที่ HR จะได้รับรู้ ผ่านการออกแบบให้สวยงาม นำเสนอตัวเองน่าจดจำหรือการมีประวัติที่น่าสนใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX จึงขอแชร์เทคนิคการสแกนหาเรซูเม่ (Resume) ที่เป็นดาวเด่นภายใน 7 วินาที รวมไปถึงประเภทเรซูเม่ (Resume) ที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลส่วนใหญ่ปัดตกภายในไม่กี่วินาที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h1>เรซูเม่ คืออะไร ? (What is Resume ?)</h1>
<p>Resume หรือ เรซูเม่ คือเอกสารที่สำคัญต่อโลกการทำงาน ทำหน้าที่แนะนำตัวเรา และเป็นตัวแทนของเราเวลาสื่อสารกับผู้ว่าจ้างก่อนที่จะได้พบหน้ากันจริง โดยจะสรุปประวัติส่วนตัว ประสบการณ์การทำงาน และความสามารถของผู้สมัครงานอย่างกระชับและเป็นระบบ</p>
<p>จุดประสงค์หลักของการทำ Resume คือการแสดงให้นายจ้างเห็นว่าเรามีคุณสมบัติที่เหมาะสมและตรงกับตำแหน่งงานที่เปิดรับอย่างไร ซึ่งหากทำเรซูเม่ สมัครงานได้ดี จะช่วยสร้างความประทับใจให้กับ HR และผู้ว่าจ้างในเบื้องต้น เพิ่มโอกาสในการเข้าไปสัมภาษณ์งานในรอบต่อไป และอาจรวมถึงการได้งานด้วย</p>
<p>โครงสร้างของ Resume ที่ดีจะประกอบด้วยข้อมูลส่วนตัวพื้นฐาน เช่น ชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ประวัติการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน และช่องทางติดต่ออื่น ๆ รวมถึงจุดมุ่งหมายในการสมัครงาน (Career Objective) ที่เขียนสั้น ๆ กระชับ ตรงประเด็น รวมถึงสามารถระบุทักษะและความสามารถพิเศษ เช่น ความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือทักษะทางสังคม (Soft Skills) ที่โดดเด่นเพิ่มเติมเข้าไปได้ด้วย</p>
<h2>ค่าเฉลี่ย HR อ่านเรซูเม่แค่ 7 วินาที</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8454 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Resume-HR1.jpg" alt="Resume HR " width="500" height="333" title="HR คัดเลือกเรซูเม่ (Resume) อย่างไรใน 7 วินาที พร้อมตัวอย่างที่ดี 808"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รู้ไหมว่าค่าเฉลี่ย HR ส่วนใหญ่อ่าน Resume กี่วินาที?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามนี้ได้รับคำตอบโดยเว็บ</span><a href="https://www.prnewswire.com/news-releases/ladders-updates-popular-recruiter-eye-tracking-study-with-new-key-insights-on-how-job-seekers-can-improve-their-resumes-300744217.html" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Ladders</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่ทำการศึกษา Eye-Tracking Study ประจำปี 2018 โดยให้ผู้รับสมัครงานมอง Resume ของผู้สมัครงานทั้งหมด เพื่อหาสิ่งที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ก็คือ HR จะใช้เทคนิค skim หรือการกวาดสายตาอ่านไม่ละเอียด เพื่อมองหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ เช่น การจัดหน้า ตำแหน่งที่สมัคร ความสามารถ ประวัติโดยย่อ จำนวนข้อความ รวมไปถึงคียเวิร์ดต่าง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ <strong class="yellow-highlighter">ค่าเฉลี่ยที่การศึกษาค้นพบก็คือ HR ส่วนใหญ่จะใช้เวลาอ่านเพียง 7.4 วินาทีต่อ Resume ซึ่งนานกว่าเดิมในปี 2012 ที่ใช้เวลาอ่านเพียง 6 วินาทีเท่านั้น</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นเครื่องการันตีได้ว่า การคัดเลือกพนักงานผ่าน Resume จึงเป็นอีกหนึ่งสนามที่แข่งขันกันดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง</span></p>
<p>นั่นทำให้การออกแบบ Resume เป็นศาสตร์และศิลป์ที่ผู้สมัครงานต้องใส่ใจอย่างยิ่ง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46228" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-23.webp" alt="Super Resume คืออะไร ทำไมถึงช่วยให้คุณหางานได้ง่ายขึ้น ?" width="600" height="370" title="HR คัดเลือกเรซูเม่ (Resume) อย่างไรใน 7 วินาที พร้อมตัวอย่างที่ดี 809" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-23.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/07/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-23-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/super-resume-compare-250723/">Super Resume คืออะไร ทำไมถึงช่วยให้คุณหางานได้ง่ายขึ้น ?</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>ใน 7 วินาที HR ดูอะไรบ้าง</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนอื่นต้องบอกว่า การอ่าน Resume ไม่มีถูก-ไม่มีผิด เพียงแต่ในที่นี้เป็นคำแนะนำที่เราได้รวบรวมและสรุปเหลือ 7 หัวข้อที่น่าสนใจ ซึ่งทางเว็บไซต์</span><a href="https://blog.simplyhired.com/career/resumes/ace-7-second-resume-test/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Simplyhired</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้ระบุสิ่งที่ HR เลือกดู Resume ภายใน 7 วินาทีว่ามีดังนี้</span></p>
<h3>วินาทีที่ 1 – Confidence</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความมั่นใจในตัวผู้สมัคร เห็นได้จากความเรียบง่ายของ Resume ตั้งแต่ภาพสมัครงานไปจนถึงการจัดวางหน้ากระดาษ โดยเฉพาะการใส่ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสรุปทักษะตัวเองที่เป็นจุดแข็งอย่างชัดเจน พูดง่าย ๆ ก็คือ ความมั่นใจเกิดจากการพรีเซ็นต์ตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบนั่นเอง</span></p>
<h3>วินาทีที่ 2 – Social Media Links</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคโซเชียลมีเดีย หลายคนมักแทรก External Link เข้ามาใน Resume ซึ่งมักจะผูกติดไปยังบัญชีส่วนตัวของผู้สมัคร น่าเสียดายที่หลายครั้งลิ้งค์เหล่านั้นกลับถูกล็อกเป็นลิ้งค์ส่วนตัว หรือกลายเป็นลิ้งค์เสียเมื่อหมดอายุ ทำให้ HR ไม่สามารถเข้าถึงลิ้งค์เหล่านั้นได้ การปล่อยลิ้งค์เสียมาถึง HR นั่นแปลว่าผู้สมัครไม่มีความรอบคอบในการเช็ค Resume ของตัวเอง ซึ่งนั่นอาจส่งผลถึงการทำงานที่สะเพร่าด้วยเช่นกัน</span></p>
<h3>วินาทีที่ 3 – White Space</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">พื้นที่ว่างเปล่าของกระดาษจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกสบายใจที่จะอ่าน เหมือนมีช่องว่างให้หายใจต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ฉะนั้นการจัดหน้า Resume ให้อ่านง่ายจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยปัจจุบันมีตัวช่วยในการออกแบบมากมายให้ใช้ฟรี ๆ ในอินเทอร์เน็ต อย่าลืมว่า Frist Impression คือการมองเห็นโดยภาพรวม ซึ่งยังไม่ได้ลงอ่านรายละเอียดไปถึงข้อความเลย</span></p>
<h3>วินาทีที่ 4 – Too Much Text</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับกรณีพื้นที่ว่า การยัดข้อความจำนวนมากใน Resume ก็ไม่ใช่ข้อดีเท่าไหร่ ทางที่ดีควรเขียนให้สั้น กระชับ ได้ใจความ และไม่ใช้คำฟุ่มเฟือย HR จึงมักกวาดสายตาหาคำคีย์เวิร์ดที่น่าสนใจต่อตำแหน่งงานนั้น เช่น หากเป็นตำแหน่งกราฟิกก็จะมองหาทักษะหรือผลงานที่เกี่ยวข้อง </span></p>
<h3>วินาทีที่ 5 – Numbers</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขในที่นี้หมายถึงการเขียนข้อความแสดงประสิทธิภาพที่วัดผลได้ เช่น เคยทำงานโปรเจกต์หนึ่งที่เพิ่มยอดขายบริษัทได้ 50%, เคยทำงานเป็นระยะเวลา 3 ปี, มีผลงานที่ได้รับรางวัล 10 ชิ้น เป็นต้น ตัวเลขที่ชัดเจนจะเรียกสายตา HR ให้อ่านก่อนใคร</span></p>
<h3>วินาทีที่ 6 – Achievement</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลงานความสำเร็จที่ผ่านมาเป็นแรงจูงใจทางจิตวิทยาที่ทำให้ HR สนใจใบสมัครก่อน ไม่ว่าจะเป็นรางวัลแบบรายเดือน หรือรางวัลรายปี รวมไปถึงการอ้างอิงถึงจากผู้เชี่ยวชาญในสายงานนั้น ๆ ซึ่งจะช่วยให้เรามั่นใจว่าผู้สมัครมีประสบการณ์และความสามารถเพียบพร้อม</span></p>
<h3>วินาทีที่ 7 – Leadership</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเป็นผู้นำจะสังเกตได้จากผลงานที่ทำงานเป็นทีมหรือผลงานเดี่ยวมากกว่ากัน รวมไปถึงการใส่ผลงานที่ทำร่วมกับผู้อื่นว่ามีมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ยังสามารถดูได้จากการกล่าวถึงอุปสรรค ความท้าทาย และการก้าวข้ามสิ่งเหล่านั้นผู้สมัครผ่านมาได้อย่างไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หาก Resume ผ่าน 7 วินาทีเหล่านี้ได้แล้วละก็ จะไปสู่ขั้นตอนการคัดเลือกที่เข้มข้นขึ้นต่อไป</span></p>
<div class="focused-block--has-title">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong style="font-family: inherit; font-size: inherit;">S-T-A-R Method</strong></p>
<div class="focused-block--has-title">
<div>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong><strong class="cyan-highlighter">S-T-A-R Method</strong></strong> เป็นเทคนิคที่ใช้หาดาวเด่นในกอง Resume ซึ่งสามารถใช้ได้ในส่วนประวัติส่วนตัว หรือบางครั้งจะอยู่ใน Cover Letter หรือจดหมายแนะนำตัว โดยมีองค์ประกอบที่ HR ควรสังเกตดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>S – Situation:</strong> ผู้สมัครเขียนถึงประสบการณ์การทำงานตัวเองไหม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>T – Task: </strong>ผู้สมัครให้ความสำคัญกับงานอะไรที่ประสบความสำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>A – Action: </strong>ผู้สมัครได้อธิบายถึงกระบวนการทำงานหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>R – Result:</strong> ผู้สมัครได้อธิบายผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมหรือเปล่า</span></p>
</div>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h2>เรซูเม่ (Resume) 7 แบบ ที่ HR ไม่ต้องการ</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8453 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Resume-HR2.jpg" alt="Resume HR " width="500" height="334" title="HR คัดเลือกเรซูเม่ (Resume) อย่างไรใน 7 วินาที พร้อมตัวอย่างที่ดี 810"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากผ่าน 7 วินาทีแรกไปได้ ก็จะยังคงมี Resume ที่หลุดรอดออกมาให้คัดสรรอีกจำนวนมากมาย โดย HR อาจต้องใช้เวลาในการอ่านมากขึ้น กรณีนี้เราได้รวบรวม Resume 7 แบบ ที่คนทำงานสายทรัพยากรบุคคลหรือฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าเจอ Resume แบบนี้ มองข้ามไปได้เลย</span></p>
<h3>1. ไร้ระเบียบ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ประวัติการทำงานมักเป็นสิ่งแรกที่ HR อย่างพวกเราอ่านกัน ซึ่งบางครั้งเราก็จะเจอการเรียงลำดับประสบการณ์ทำงานที่ชวนสับสน หรือไม่ได้ระบุตำแหน่งหรือความผิดชอบอย่างชัดเจน รวมไปถึงลำดับการใช้หัวข้อ การจัดหน้า หรือขนาดฟอนต์  ฯลฯ หากไร้ซึ่งระเบียบก็อาจบ่งบอกความละเอียดและความเนียบในการทำงานของผู้สมัครได้</span></p>
<h3>2. ธรรมดาเกินไป</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะความแตกต่างสร้างความโดดเด่น การทำ Resume เหมือนคนอื่นมากเกินไป บ่งบอกได้ถึงความคิดสร้างสรรค์ที่หายไป และมีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็น Resume ที่ทำทิ้งไว้เพื่อสมัครแบบหว่านแห สังเกตได้จากการไม่ระบุตำแหน่งที่สมัคร หรือไม่ได้ปรับแต่งเพื่อตำแหน่งที่เราต้องการ ถ้าเจอ Resume แบบนี้จึงมีความเสี่ยงว่าเขาอาจไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมได้ เป็นเพียงการสมัครทิ้งไว้เฉย ๆ เท่านั้น</span></p>
<h3>3. เขียนผิด</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่อาจเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ๆ แต่ HR ทั่วโลกเห็นพ้องต้องกันว่า การได้รับ Resume ที่เขียนผิดทำให้พวกเขาปัดตกอย่างไม่ลังเล เพราะนั่นแสดงถึงความไม่รอบคอบและความผิดพลาดพื้นฐานที่ผู้สมัครมองข้าม แม้อาจจะฟังดูสุดโต่งเกินไป แต่มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ</span></p>
<h3>4. มั่นใจแบบไร้หลักฐาน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าผู้สมัครย่อมรู้สึกมั่นใจเวลาสมัครงานเข้ามา แต่ความมั่นใจเหล่านั้นก็อาจมีมากเกินไปจนมองข้ามความเป็นจริง เช่น คำพูดที่ว่า “เคยเพิ่มกำไรให้บริษัท” เป็นเพียงคำพูดลอย ๆ ที่ไม่มีหลักฐานเท่าไหร่ อย่างที่กล่าวไว้ในวินาทีที่ 5 Numbers ถ้ามีหลักฐานเป็นตัวเลขก็จะเพิ่มความน่าเชื่อถือ ฉะนั้น HR ที่ดีจะต้องมองหาคุณค่าของผู้สมัครผ่าน Resume มากกว่าแค่เชื่อสิ่งที่เขาเขียนอย่างเดียว</span></p>
<h3>5. มีช่วงเวลาว่างงานมากเกินไป</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ผิดที่ผู้สมัครจะลาออกจากงานมาเป็นฟรีแลนซ์หรือลาออกมาหาประสบการณ์ Gap Year แต่ถ้าหากมีช่วงเวลาเหล่านั้นมากเกินไป อาจบ่งบอกได้ถึงความไม่แน่นอนที่เขาจะอยู่กับคุณ เหมือนที่ HR ระดับผู้บริหาร Cynthia Shapiro เคยกล่าวว่า ถ้าคุณว่างงานมากกว่า 6 เดือน คุณก็จะถูกพิจารณาว่าเป็นคนตกงาน และเป็นไปได้ว่าคุณถูกบริษัทอื่น ๆ มองข้ามมาแล้ว นั่นคือความเสี่ยงที่บริษัทของเราจะต้องรับ</span></p>
<h3>6. เปลี่ยนงานบ่อยครั้ง</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนงานบ่อย ๆ หรือที่เรียกว่า Job Hopping ไม่ใช่ประวัติการทำงานที่ดีแน่ ๆ นับเป็น Resume ที่มีความเสี่ยงว่ารับสมัครเข้ามาแล้ว เขาก็จะโบกมือลาจากเราไปเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้สมัคร ถ้าเขามีคุณสมบัติเพียบพร้อม ก็ควรเรียกมาสัมภาษณ์และสอบถามความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะบางครั้งสาเหตุการเปลี่ยนงานบ่อย ๆ ก็ไม่ได้เกิดจากผู้สมัครเพียงอย่างเดียว</span></p>
<h3>7. ทำงานหลากหลาย ไม่ตรงสาย</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กรณีนี้อาจไม่ถึงกับต้องคัดออก แต่ก็คงเป็นตัวเลือกหลัง ๆ ที่ HR จะเลือกอยู่ดี เพราะแน่นอนว่าทุกคนต้องการ Put the right man on the right job อยู่แล้ว อย่างไรก็ดี งานบางงานก็ต้องการคนที่มีทักษะหรือคุณสมบัติใกล้เคียงกัน จึงอาจสามารถทดแทนกันได้ ฉะนั้น HR จะต้องระมัดระวังให้ดี เพราะบางทีเขาอาจมีของดีอยู่ในตัวก็ได้ ถึงกล้ามาสมัครข้ามสายกับเรา</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/3-reason-to-hire-adaptive-talent/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-8252 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/06/18633a58a738910fe31e92fc49a952d9.jpg" alt="HR จบไม่ตรงสาย ทำงานไม่ตรงสาย HR NOTE" width="600" height="370" title="HR คัดเลือกเรซูเม่ (Resume) อย่างไรใน 7 วินาที พร้อมตัวอย่างที่ดี 811"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/3-reason-to-hire-adaptive-talent/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">3 เหตุผลที่คุณควรจ้างคนที่จบไม่ตรงสายเข้าทำงาน</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การคัดเลือกพนักงานผ่าน Resume ไมได้มีสูตรสำเร็จตายตัว ทั้งนี้เป็นเพียงคำแนะนำที่เรารวบรวมมา เพื่อให้ HR สามารถหยิบไปประยุกต์ใช้เพื่อเฟ้นหาผู้สมัครที่เหมาะสมกับตำแหน่งที่สุด และเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ Resume เป็นเพียงขั้นแรกเท่านั้น กระบวนการต่อไปก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน แต่ถ้าเราเริ่มต้นที่ก้าวแรกดีแล้ว ก้าวต่อไปก็จะมั่นคงมากขึ้นแน่นอน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="HR Burnout เมื่อ HR มีปัญหาสุขภาพใจ แล้วใครจะดูแล HR ? 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 143px;">
<tbody>
<tr style="height: 143px;">
<td style="width: 100%; height: 143px;"><b>ที่มา</b></p>
<div class="focused-block">
<ul>
<li><a href="https://www.linkedin.com/pulse/make-your-resume-pass-7-second-test-enable-careers/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Linkedin</span></a></li>
<li><a href="https://hr.sparkhire.com/talent-acquisition-2/7-signs-of-bad-resumes-that-you-need-to-look-out-for-2/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">hr.sparkhire</span></a></li>
</ul>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Succession Planning: 6 ปัจจัยการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/210716-succession-planning/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Jul 2021 06:04:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Succession Planning]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/210716-succession-planning/</guid>

					<description><![CDATA[กลยุทธ์การสรรหาที่จะต้องวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งอย่างชัดเจน หรือก็คือการทำ Success Planning การวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Succession Planning คือการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง เป็นกระบวนการเชิงรุกที่ช่วยลดปัญหาการขาดพนักงานใหม่ในตำแหน่งสำคัญ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Succession Planning มีความสำคัญในระยะยาว เพื่อให้องค์กรได้เลือกและพัฒนาคนที่เหมาะสมที่สุดกับตำแหน่งที่หายไป</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การทำ Succession Planning แบบรวบรัดคือการกำหนดตำแหน่งและคุณสมบัติที่ต้องการ สรรหาพนักงาน และประเมินผลเป็นประจำ</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p>การทำธุรกิจเปรียบเสมือนการเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด แต่ชีวิตมนุษย์นั้นกลับร่วงโรยตามกาลเวลา ทำให้เกิดการหมุนเวียนพนักงานใหม่ในตำแหน่งเดิมอยู่เสมอ โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญๆ ที่ไม่ใช่ว่า ‘ใครก็ได้’ จะเข้ามาทำงานแทน สิ่งนี้จึงเกิดกลยุทธ์การสรรหาที่จะต้องวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งอย่างชัดเจน หรือก็คือการทำ <strong class="yellow-highlighter">Success Planning การวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง</strong> เพื่อเตรียมการล่วงหน้าและรองรับการเติบโตขององค์กรอย่างไม่มีสะดุด</p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเพื่อให้องค์กรของคุณเดินหน้าต่อไป วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก Success Plan ให้มากขึ้น เพื่อให้ทุกคนวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น</span></p>

<h2>Succession Planning คืออะไร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8092 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/07/Succession-Planning.jpg" alt="Succession Planning การวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง " width="500" height="333" title="Succession Planning: 6 ปัจจัยการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด 812"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Succession Planning คือการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง เป็นกระบวนการเชิงรุกที่จะช่วยลดปัญหาการขาดพนักงานใหม่ในตำแหน่งสำคัญ ๆ เพราะเป็นกลยุทธ์ที่ประเมินสถานการณ์และคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าองค์กรจะสรรหา พัฒนา และเตรียมพนักงานคนไหนไว้ทดแทน โดยจะสามารถสรรหาคนที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงเข้ามาทดแทนได้ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น Success Plan จะสร้างความต่อเนื่องในการบริหารงานแบบไร้รอยต่อ ป้องกันไม่ให้เกิดการสะดุดระหว่างรอการทดแทน ทำให้กระบวนการทำงานขององค์กรยังดำเนินการต่อเนื่อง นับเป็นกระบวนการสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (Internal Recruitment) ที่เฟ้นหาดาวเด่น (Talent) ที่พร้อมและเหมาะสมที่สุดนั่นเอง</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190314-internal-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8318 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/c37a49f5f179eb6cff802d6f72bec495-1.jpg" alt="การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร Internal Recruitment HR NOTE" width="500" height="250" title="Succession Planning: 6 ปัจจัยการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด 813"></a></div>
<div>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190314-internal-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (Internal Recruitment)</span></a></p>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>Succession Planning สำคัญอย่างไร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Succession Planning มีความสำคัญในทุกองค์กร โดยเฉพาะองค์กรใหญ่ ๆ ที่มีตำแหน่งสำคัญมากมาย ทว่าหลายองค์กรกลับไม่ค่อยให้ความสำคัญ โดยมุ่งเน้นไปที่การวางแผนทางธุรกิจให้เติบโตมากกว่าวางแผนด้านบุคลากร อย่างไรก็ดี มีการสำรวจจาก</span><a href="https://www.gallup.com/workplace/231593/why-great-managers-rare.aspx" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Gallup</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่น่าสนใจว่า หลายองค์กรเสียเวลาในการคัดเลือกพนักงานมากกว่า 82% ของเวลาทั้งหมด แถมยังล้มเหลวในการคัดเลือกพนักงานที่มีทักษะเหมาะสมกับบทบาทที่ได้รับ โดยเฉพาะตำแหน่งผู้บริหารที่มีผลต่อการสร้างหรือทำลายประสิทธิภาพการทำงานของทีมได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การวางแผนสืบทอดตำแหน่งหรือ Succession Plan จึงเป็นประโยชน์ในระยะยาว เพื่อให้องค์กรของคุณจะได้เลือกและพัฒนาคนให้เหมาะสมที่สุดกับตำแหน่งที่หายไป โดยมีความสำคัญดังต่อไปนี้</span></p>
<h3>เพิ่มการรักษาพนักงาน</h3>
<p>ทุกการลาออกส่งผลกระทบรุนแรงต่อบริษัทเป็นอย่างมาก เพราะกระบวนการสรรหาต้องใช้ระยะเวลาและเงินเป็นจำนวนมาก แถมยังมีโอกาสเสียพนักงานเก่ง ๆ ไปด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนลาออกเพราะมองไม่เห็นโอกาสในการเติบโตภายในองค์กร การกำหนดแผนสืบทอดตำแหน่งที่ชัดเจนจะทำให้พนักงานรู้ว่าตัวเองมีโอกาสเติบโตและพัฒนาตัวเองในองค์กรของคุณอย่างไร</p>
<h3>พัฒนาความก้าวหน้าทางอาชีพของพนักงาน</h3>
<p>Succession Planning เป็นกลยุทธ์ที่ดีในการพัฒนาอาชีพของพนักงาน ผ่านการกำหนดทักษะและความเชี่ยวชาญที่จำเป็นต่อการประสบความสำเร็จใจการตำแหน่งนั้น ๆ สิ่งนี้จะกระตุ้นให้พนักงานเห็นคุณค่าในการพัฒนาตัวเองเพื่อพร้อมรับตำแหน่งที่สูงขึ้น</p>
<h3>เพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงาน</h3>
<p>เมื่อพนักงานรู้ว่าตัวเองมีโอกาสเติบโตในตำแหน่งงานที่สูงขึ้น พนักงานมีแนวโน้มให้ความร่วมมือกับองค์กรในทุก ๆ ด้านอย่างสมัครใจ ซึ่งทำให้เกิดความผูกพันต่อองค์กร ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ตลอดจนความรู้สึกเป็นเจ้าขององค์กรร่วมกัน</p>
<h3>รักษาความต่อเนื่องของธุรกิจ</h3>
<p>การสูญเสียพนักงานย่อมส่งผลต่อความต่อเนื่องในการทำงาน โดยเฉพาะตำแหน่งสูงที่มีบทบาทในการตัดสินใจ ส่งผลให้ประสิทธิภาพและผลิตภาพขององค์กรลดลง แต่หากมีการวางแผนผู้สืบทอดมาเป็นอย่างดี องค์กรก็จะเติมเต็มพนักงานที่ว่างอย่างรวดเร็ว แถมยังเหมาะสมกับตำแหน่งนั้น ๆ เนื่องจากมีการคัดเลือกมาแล้ว</p>
<h3>ลดความเสี่ยง</h3>
<p>การรับพนักงานใหม่เต็มไปด้วยความเสี่ยงหลายประการ ทั้งประเด็นทักษะความสามารถสอดคล้องกับตำแหน่งหรือไม่ สามารถเข้ากันกับวัฒนธรรมองค์กรของเราหรือเปล่า หรือแม้กระทั่งปัญหาเรื่องทัศนคติที่ไม่ตรงกัน แต่ Succession Planning จะทำให้เรามั่นใจในระดับหนึ่งว่า พนักงานที่เลือกมามีความเหมาะสม ทำให้ลดความเสี่ยงในการเจอปัญหาของการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรได้</p>
<h2>6 ขั้นตอนการทำ Succession Planning</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8093 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/07/Succession-Planning2-.jpg" alt="Succession Planning การวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง " width="500" height="334" title="Succession Planning: 6 ปัจจัยการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด 814"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีการทำ Succession Planning ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมาย โดยทั่วไปมีขั้นตอนพื้นฐานง่าย ๆ ดังนี้</span></p>
<p><b>1. กำหนดตำแหน่งที่ต้องการแผนสืบทอด</b><span style="font-weight: 400;"> – อาจไม่ใช่ทุกตำแหน่งที่จำเป็นต้องทำแผนสืบทอด โดยเราสามารประเมินได้จากนโยบายหรือทิศทางของบริษัทว่าตำแหน่งใดที่มีผลกระทบต่อองค์กร จะได้วิเคราะห์ประเมินอัตรากำลังคนที่ต้องการได้ถูกต้อง ทั้งปริมาณและคุณภาพ</span></p>
<p><b>2. กำหนดคุณสมบัติที่ต้องการอย่างละเอียด</b><span style="font-weight: 400;"> – เมื่อได้ตำแหน่งแล้วก็คือการประเมิณทักษะและความสามารถที่ต้องการอย่างละเอียด เพื่อที่ว่าจะเป็นมาตรฐานในการสรรหาผู้สืบทอดให้ตรงจุด ส่วนมากมักทำเป็น Job Profile ที่ลงรายละเอียดและลงลึกกว่าที่เขียนใน </span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-howtomakejobdes-190116/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Job Description</span></a><span style="font-weight: 400;"> อีก</span></p>
<p><b>3. สรรหา ประเมิน และจัดลำดับผู้สืบทอด</b><span style="font-weight: 400;"> – เป็นการเริ่มเฟ้นหาตัวผู้มีศักยภาพในการจะมาทดแทนตำแหน่ง ซึ่งแต่ละบริษัทก็จะมีวิธีการที่แตกต่างกันไป เช่น การประเมินจาก Talent Pool หรือพิจารณาจากบุคคลที่มีตำแหน่งรองลงมา จนกว่าเราจะได้รายชื่อผู้สืบทอดที่เหมาะสมไม่ต่ำกว่า 3 คน</span></p>
<p><b>4. วางแผนพัฒนาทักษะและความสามารถผู้สืบทอด</b><span style="font-weight: 400;"> – เมื่อมีรายชื่อผู้สืบทอดที่เข้าเกณฑ์แล้ว ทุกคนจะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วย โดยสามารถ</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190626-360-degree-feedback/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ประเมินผลรอบทิศแบบ 360 องศา</span></a><span style="font-weight: 400;"> และใช้แผนพัฒนารายบุคคล (IDP) เพื่อเติมสิ่งที่ยังขาดไป</span></p>
<p><b>5. ทำตามแผน</b><span style="font-weight: 400;"> – คือการลงมือทำตามแผนที่วางไว้ เช่น การทำโครงการพัฒนาผู้สืบทอดอย่างจริงจัง เพื่อสร้างให้เกิดความพร้อมหากมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งในทันที</span></p>
<p><b>6. ประเมินผู้สืบทอดเป็นประจำ</b><span style="font-weight: 400;"> – จะต้องมีการประเมินผู้สืบทอดเป็นระยะ ซึ่งสามารถมีการปรับแผนหรือเปลี่ยนลำดับผู้สืบทอดได้เป็นประจำทุกปี เพื่อจะได้คนที่เหมาะสมที่สุด ทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมผู้สืบทอดคนสำรองต่อไป</span></p>
<h2>6 ปัจจัยที่ทำให้ Succession Planning เกิดประโยชน์สูงสุด</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-4461 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/shutterstock_342217274.jpg" alt="shutterstock 342217274" width="600" height="370" title="Succession Planning: 6 ปัจจัยการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด 815"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจะทำ Succession Planning ให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่ทำไปแบบไร้แบบแผน เพราะการศึกษาของ Office Of Personnel Management (OPM) จากสหรัฐอเมริกาบอกว่า การวางแผนผู้สืบทอดอำนาจให้มีประสิทธิภาพนั้น จะต้องประกอบด้วยปัจจัย 6 ข้อ ที่ทำให้เกิดประโยชน์สุงสุด ดังนี้</span></p>
<p><b>1. ความมุ่งมั่นจากผู้บริหารระดับสูง</b><span style="font-weight: 400;"> – เพราะถ้าผู้บริหารระดับสูงเห็นความสำคัญ ก็จะเกิดการสนับสนุนให้แผนการสืบทอดเกิดขึ้นอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ หากผู้บริหารไม่เห็นความสำคัญ ก็จะดำเนินการต่อได้ยาก</span></p>
<p><b>2. การเชื่อมโยงกับทิศทางบริษัท</b><span style="font-weight: 400;"> – Succession Planning เป็นการลงทุนในอนาคตขององค์กร ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องเชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ เป้าหมายและกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อผลักดันให้พนักงานมีความสามารถสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร</span></p>
<p><b>3. ส่งเสริมความสามารถที่ต้องการให้ชัดเจน</b><span style="font-weight: 400;"> – เช่นเดียวกับข้อดังกล่าว นอกจากจะกำหนดทักษะที่ต้องการแล้ว เรายังต้อง</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190624-competency/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">เสริมสร้างสมรรถนะ (Competency)</span></a><span style="font-weight: 400;"> ของบุคลากรให้ชัดเจน และสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรเช่นกัน</span></p>
<p><b>4. กระบวนการต้องชัดเจนโปร่งใส</b><span style="font-weight: 400;"> – กระบวนการคัดเลือกและสรรหาต้องเป็นไปอย่างโปรงใส่และยุติธรรม เปิดกว้างให้บุคลากรที่มีศักยภาพทุกคนมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม ไร้ซึ่งอคติ การโอนเอียง หรือรวมไปถึงการอุปถัมภ์ ที่สำคัญการสื่อสารแผนการจะต้องชัดเจนและมี </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190527-feedback-development-working/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Feedback</span></a><span style="font-weight: 400;"> สำหรับพนักงานกลุ่มเป้าหมายทุกคน</span></p>
<p><b>5. ประเมินอย่างต่อเนื่อง</b><span style="font-weight: 400;"> – สามารถเฝ้าติดตามและประเมินพนักงานกลุ่มเป้าหมายแต่ละคนเป็นประจำทุกเดือนหรือทุกปี เพื่ออัพเดทความเป็นไปได้และความเหมาะสมที่สุด ลดความเสี่ยงในการเลือกคนผิดเข้ามาทดแทน</span></p>
<p><b>6. การพัฒนาศักยภาพโดยการมอบหมายงานที่ท้าทาย</b><span style="font-weight: 400;"> – เป็นการพัฒนาศักยภาพโดยการทำงานจริง เช่น การได้รับโครงการที่ท้าทายหรือมีความรับผิดชอบนอกเหนือจากตำแหน่งปัจจุบัน เช่น การหมุนเวียนงาน (Job Rotation) การมอบหมายงานพิเศษให้ทำ (Project Assignment) การพาไปด้วยเพื่อเรียนรู้งาน (Job Shadowing) เป็นต้น</span></p>
<h2>ข้อความระวังของ Succession Planning<span style="font-weight: 400;"> </span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งหรือ Succession Planning อาจมีข้อดีหลายประการ ทว่าหากมีการวางแผนที่ไม่รอบคอบก็ส่งผลเสียต่อองค์กรได้เช่นกัน ซึ่งข้อควรระวังที่ HR  ทุกคนควรใส่ใจมีดังต่อไปนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><b>ใช้เวลาในการพัฒนาแผนนาน</b><span style="font-weight: 400;"> – การเลือกผู้นำคงไม่สามารถเลือกได้ภายในวันเดียว กระบวนการนี้จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการกำหนด สรรหา และประเมินคุณสมบัติของผู้สืบทอดอย่างละเอียด ที่สำคัญคือต้องประเมินอย่างต่อเนื่องด้วย ทำให้ใช้เวลาและลงแรงมากกว่าการสรรหาแบบปกติ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><b>ขาดความหลากหลายในองค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> – เพราะผู้สืบทอดเป็นคนในบริษัททำให้คุ้นชินกับการทำงานแบบเดิมอยู่แล้ว อาจทำให้ไม่เกิดการพัฒนาแนวทางใหม่ การบริหารใหม่ หรือวัฒนธรรมใหม่ในองค์กร กรณีนี้การหาคนจากภายนอกจึงอาจจะตอบโจทย์มากกว่า</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><b>เกิดระบบอุปถัมภ์ในสายงาน</b><span style="font-weight: 400;"> – Succession Planning อาจทำให้เกิดระบบอุปถัมภ์ในสายงานเนื่องจากหัวหน้างานมักคัดเลือกผู้สืบทอดอันดับต้น ๆ จากผู้ใกล้ชิด เนื่องจากมีความไว้วางใจและสามารถสั่งงานได้ ซึ่งระบบอุปถัมภ์นี้จะทำให้เกิดความเกรงใจมากกว่าความถูกต้อง ขณะเดียวกันผู้สืบทอดที่ถูกเลือกอาจจะไม่ใช่เป็นคนเก่งที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานก็ได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><b>เกิดความขัดแย้งในการปฏิบัติงาน</b><span style="font-weight: 400;"> – บางครั้งองค์กรที่มีการวางแผนการสืบทอดตำแหน่งมักทำให้ในกลุ่มผู้สืบทอดตำแหน่งเกิดการแย่งชิงผลงานกันเอง ทำให้การทำงานเป็นทีมมีความลำบากและเป็นอุปสรรคมากขึ้น จนนำไปสู่การแบ่งพรรคแบ่งพวก และเกิดความขัดแย้งในองค์กรได้</span></li>
</ul>
<div class="focused-block--has-title check">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/conflict-management-210709/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8013 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/07/8f79a2df4a6fe5330547fb1a4c572f05.jpg" alt="การบริหารความขัดแย้ง Conflict Management " width="500" height="342" title="Succession Planning: 6 ปัจจัยการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด 816"></a></div>
<div>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/conflict-management-210709/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">การบริหารความขัดแย้ง (Conflict Management) 5 รูปแบบ เมื่อพนักงานมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน</span></a></p>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จะว่าไปแล้วการวางแผนสืบทอดตำแหน่งหรือ Success Planning ยังเป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทย แถมยังมีน้อยองค์กรที่นำไปปฏิบัติจริง แถมองค์กรที่ทำนั้นมักเลือกใช้ในตำแหน่งระดับสูงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม มีข้อโต้แย้งหนึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นมาไม่นานว่า ด้วยสภาพการแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบัน การวางแผนการสืบทอดตำแหน่งจึงไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เพียงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงอย่างเดียว เพราะความสำเร็จขององค์กรมิได้ขึ้นอยู่กับผู้นำหรือผู้บริหารระดับสูงเพียงคนเดียว หากคือการอาศัยความชำนาญและความเชี่ยวชาญที่หลากหลายของพนักงานในแต่ละระดับด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น ถึงแม้องค์กรจะมีผู้นำที่เปรียบเสมือนแม่ทัพมากด้วยความสามารถ แต่ถ้าขาดขุนพลที่เก่งกล้าและมีทักษะเปลี่ยนวิสัยทัศน์มาเป็นความจริงได้ องค์กรก็จะขับเคลื่อนต่อไปได้ยาก ระบบการสืบทอดจึงอาจมีความสำคัญมากขึ้นในอนานคต เปรียบได้ดั่งท่อน้ำเลี้ยงความสำเร็จขององค์กรที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นนั่นเอง</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Succession Planning: 6 ปัจจัยการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด 817" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ที่มา</b></p>
<ul>
<li><a href="https://www.bamboohr.com/hr-glossary/succession-plan/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">bamboohr</span></a></li>
<li><a href="https://www.business2community.com/strategy/what-are-the-main-objectives-of-succession-planning-02261813" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">business2community</span></a></li>
<li><a href="https://www.sat.or.th/wp-content/uploads/2019/06/5.%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%87-Succession-Plan.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">sat</span></a></li>
<li><a href="https://www.business2community.com/strategy/what-are-the-main-objectives-of-succession-planning-02261813" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">business2community</span></a></li>
<li><a href="https://prakal.com/2021/06/17/succession-plan-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">prakal</span></a></li>
<li><a href="https://www.ftpi.or.th/2015/3565" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ftpi</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CRM: Candidate Relationship Management การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้สมัครงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/crm-candidate-relationship-management-210702/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Jul 2021 08:30:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[CRM]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/crm-candidate-relationship-management-210702/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT CRM คือกลยุทธ์ในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรกับผู้สมัครงาน เพื่อสรรหาวิธีสร้างความพึงพอใจที่จะนำไปสู่ความจงรักภักดีในระยะยาว CRM แตกต่างจาก ATS ตรงที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ผู้สมัคร (Candidate Experience) เป็นหลัก โดยจะหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์ระหว่างกัน มากกว่าเป็นแค่ระบบติดตามที่มุ่งเน้นการสรรหาเพื่อจ้างงานอย่างเดียว CRM มีกระบวนการ 5 ขั้นตอนคือ ค้นหา (Discover) ดึงดูด (Attract) มีส่วนร่วม (Engage) บ่มเพาะ (Nurture) และ จ้าง (Hire) เพื่อช่วยหาผู้สมัครที่มีคุณค่า สร้างแบรนด์ให้น่าจดจำ หรือช่วยให้ผู้สมัครเข้าใจวัฒนธรรมองค์กร CRM เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ HR จะสรรหาคนให้เหมาะสมกับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความสัมพันธ์อันดีที่จะสร้างผลประโยชน์ร่วมกันต่อไป ปกติแล้วเราคุ้นเคยกับ CRM ในโลกธุรกิจหรือ Customer Relationship Management ที่หมายถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรกับลูกค้า แต่สำหรับวงการทรัพยากรบุคคลแล้ว CRM ถือเป็นเรื่องใหม่ที่ใครหลายคนยังไม่รู้จัก แต่กลับมีประโยชน์มาก ๆ ในฐานะกลยุทธ์การรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรกับผู้สมัครงาน โดยย่อมาจาก Candidate Relationship Management CRM สำหรับ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">CRM คือกลยุทธ์ในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรกับผู้สมัครงาน เพื่อสรรหาวิธีสร้างความพึงพอใจที่จะนำไปสู่ความจงรักภักดีในระยะยาว</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">CRM แตกต่างจาก ATS ตรงที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ผู้สมัคร (Candidate Experience) เป็นหลัก โดยจะหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์ระหว่างกัน มากกว่าเป็นแค่ระบบติดตามที่มุ่งเน้นการสรรหาเพื่อจ้างงานอย่างเดียว</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">CRM มีกระบวนการ 5 ขั้นตอนคือ ค้นหา (Discover) ดึงดูด (Attract) มีส่วนร่วม (Engage) บ่มเพาะ (Nurture) และ จ้าง (Hire) เพื่อช่วยหาผู้สมัครที่มีคุณค่า สร้างแบรนด์ให้น่าจดจำ หรือช่วยให้ผู้สมัครเข้าใจวัฒนธรรมองค์กร</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">CRM เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ HR จะสรรหาคนให้เหมาะสมกับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความสัมพันธ์อันดีที่จะสร้างผลประโยชน์ร่วมกันต่อไป</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><span style="font-weight: 400;">ปกติแล้วเราคุ้นเคยกับ CRM ในโลกธุรกิจหรือ Customer Relationship Management ที่หมายถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรกับลูกค้า แต่สำหรับวงการทรัพยากรบุคคลแล้ว CRM ถือเป็นเรื่องใหม่ที่ใครหลายคนยังไม่รู้จัก แต่กลับมีประโยชน์มาก ๆ ในฐานะกลยุทธ์การรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรกับผู้สมัครงาน โดยย่อมาจาก Candidate Relationship Management</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">CRM สำหรับ HR กลายเป็นเทรนด์มาแรงของการสรรหาทรัพยากรมนุษย์ในยุค HR 4.0 เพราะ Candidate Relationship Management จะช่วยให้การสรรหามีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้ผู้สมัครงานมีความสัมพันธ์อันดีกับองค์กรในระยะยาว ซึ่งจะสร้างผลประโยชน์ร่วมกันมากกว่าแค่การจ้างงานอย่างเดียว ​ฉะนั้น CRM: Candidate Relationship Management จึงเป็นเครื่องมือที่ HR ทุกคนต้องรู้จัก</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190701-recruitment-hr-digital/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8151 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/07/f51ed1df86e57f0a9bc8ad159b63ca15.jpg" alt="การสรรหาทรัพยากรมนุษย์ในยุค HR 4.0" width="503" height="310" title="CRM: Candidate Relationship Management การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้สมัครงาน 823"></a><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190701-recruitment-hr-digital/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">9 เทรนด์มาแรงของการสรรหาทรัพยากรมนุษย์ในยุค HR 4.0</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>

<h2>CRM คืออะไร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับวงการ HR แล้ว </span><b><strong class="yellow-highlighter">CRM คือ กลยุทธ์ในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรกับผู้สมัครงาน เพื่อสรรหาวิธีสร้างความพึงพอใจที่จะนำไปสู่ความจงรักภักดีต่อองค์กร</strong> </b><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครปัจจุบันที่กำลังอยู่ในกระบวนการสรรหา ผู้สมัครในอดีตที่เป็นฐานข้อมูล รวมไปถึงผู้สมัครที่มีศักยภาพในอนาคต โดย CRM สื่อสารและสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้สมัครผ่านระบบต่าง ๆ เช่น อีเมลหรือโซเชียลมีเดีย ตลอดจนการบริหารฐานข้อมูลผู้สมัครอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ CRM Software มากมายในตลาด เช่น</span><a href="https://www.talentlyft.com/en" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">TalentLyft</span></a><span style="font-weight: 400;">,</span><a href="https://www.avature.net/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Avature</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือ</span><a href="https://yello"> <span style="font-weight: 400;">Yello</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี CRM ถือว่ายังเป็นเรื่องใหม่ในวงการทรัพยากรบุคคล แต่ก็กำลังเป็นเทรนด์นิยมเรื่อย ๆ เนื่องจากตลาดแรงงานในปัจจุบันกำลังหดตัวลดลง ทำให้การแข่งขันการสรรหาคนเก่ง ๆ มาอยู่ในองค์กรมีความเข้มข้นมากขึ้น CRM จึงเกิดขึ้นมาเพื่อสร้างโอกาสในการจ้างงานในระยะยาวต่อไป</span></p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>HR Tech</strong></div>
<div>
<p>ปัจจุบันมี Tech ที่มีประโยชน์ต่อองค์กรและพนักงานมากมาย ตั้งแต่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ระบบการทำงาน ไปจนถึงช่วยงานแผนกทรัพยากรมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมได้จากลิงค์ด้านล่างนี้</p>
</div>
</div>
<h2>CRM แตกต่างจาก ATS อย่างไร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">CRM แตกต่างจาก ATS หรือ Applicant Tracking System ตรงที่ CRM จะหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับผู้สมัครทั้ง​ Active Candidate ที่ต้องการเปลี่ยนงาน และ Passive Candidate ที่ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนงาน มากกว่าเป็นแค่ระบบติดตามแบบดั้งเดิมที่มุ่งเน้นไปที่การสรรหาเพื่อการจ้างงานอย่างเดียว</span></p>
<p><b></b><strong class="yellow-highlighter"><b>CRM สำหรับ HR จึงให้ความสำคัญกับประสบการณ์ผู้สมัคร (Candidate Experience) เป็นหลัก</b> </strong><span style="font-weight: 400;">อันหมายถึงการรับรู้โดยรวมเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาของบริษัท ทั้งความรู้สึก พฤติกรรม และทัศนคติของผู้จ้างงานที่ผู้สมัครพบในระหว่างกระบวนการสรรหา ไล่ตั้งแต่การสมัคร การคัดเลือก การสัมภาษณ์ ไปจนถึงการเข้าสู่กระบวนการจ้างงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีงานวิจัยในปี 2020 ของ</span><a href="https://www.fischerandpartners.com/recruitment-blog/15-new-recruiting-trends-you-should-implement-in-2020/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Fischer &amp; Partners</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่พบว่า หากผู้สมัครที่มีประสบการณ์เชิงบวกก็จะมีแนวโน้มยอมรับข้อเสนองานขององค์กร หรือแนะนำคนอื่นให้มาสมัครงานด้วย ในทางกลับกัน หากมีประสบการณ์เชิงลบก็จะทำให้องค์กรเสียค่าใช้จ่ายมหาศาลในการสรรหาต่อไป เช่น ตัวอย่างของ Virgin Media ที่เคยคำนวณว่า การสร้างประสบการณ์ผู้สมัครที่ไม่ดี ทำให้พวกเขาต้องสูญเสียกับเงิน 5.4 ล้านเหรียญต่อปีเลยทีเดียว</span></p>
<h2>CRM มีประโยชน์และความสำคัญกับองค์กรอย่างไร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-7896 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/07/CRM-Candidate-Relationship-Management-HR-Note.jpg" alt="CRM Candidate Relationship Management HR Note" width="600" height="370" title="CRM: Candidate Relationship Management การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้สมัครงาน 824"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">CRM มีความสำคัญมากในการสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อผู้สมัคร เพราะประสบการณ์ที่ดีนั้นจะส่งผลต่อความสุขในการทำงาน การมีส่วนร่วมในองค์กร ไปจนถึงศักยภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะพัฒนาสู่การเป็นประสบการณ์ในฐานะพนักงาน (</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190802-employee-experience/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Employee Experience</span></a><span style="font-weight: 400;">) ที่ดีต่อไปได้ โดย Candidate Relationship Management มีความสำคัญต่อองค์กร ดังนี้</span></p>
<h3>1. CRM ช่วยหาผู้สมัครที่มีคุณค่ามากที่สุด</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองนึกถึงกรณีที่คู่แข่งกำลังจะเลิกจ้างพนักงานที่มีศักยภาพคนหนึ่ง แล้วขณะนั้นเราได้ทำ CRM เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับพนักงานที่มีคุณค่าเหล่านั้น หากคู่แข่งเกิดการเลิกจ้างจริง องค์กรของเราก็มีโอกาสสูงที่จะคว้าตัวพนักงานคนนั้นมาเสริมทัพก่อนใคร</span></p>
<h3>2. CRM ช่วยสร้างแบรนด์ให้น่าจดจำ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยู่ในยุคที่บริษัทไม่ได้เลือกพนักงานอย่างเดียว แต่เป็นพนักงานเองก็เลือกบริษัทที่จะทำงานด้วย การทำ CRM ที่ดีจะช่วยให้แบรนด์เป็นที่น่าจดจำ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้น่าทำงานมากขึ้น สิ่งสำคัญคือเราควรเป็นผู้เริ่มสร้างความสัมพันธ์ก่อน ทั้งผู้สมัครใหม่ ผู้สมัครในอดีต รวมถึงพนักงานปัจจุบันและพนักงานในอดีตด้วย</span></p>
<h3>3. CRM ช่วยให้ผู้สมัครเข้าใจวัฒนธรรมองค์กร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">CRM จะช่วยให้ผู้สมัครจะเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรผ่านปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งนั่นมีส่งผลต่อการตัดสินใจในการทำงานเช่นกัน และหากผู้สมัครเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรของเรา ก็จะทำให้เขาเป็นหนึ่งในพนักงานที่มีศักยภาพ</span></p>
<h3>4. CRM ช่วยให้ HR รู้ว่าสูญเสียผู้สมัครในกระบวนการไหน</h3>
<p>การทำ CRM ทำให้ HR ทราบว่า ผู้สมัครตัดสินใจไม่ทำงานกับเราในขั้นตอนไหนหรือเพราะเหตุผลอะไร CRM ที่ดีจะเก็บข้อมูลการสื่อสารกับผู้สมัครไว้ทั้งหมด ซึ่งสามารถนำข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์ต่อได้</p>
<h3>5. CRM ช่วยให้เห็นความสามารถของผู้สมัครและใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต</h3>
<p>ในกรณีที่ผู้สมัครไม่ได้รับเลือก หากมีการทำ CRM จะทำให้เราทราบข้อมูลว่าผู้สมัครมีความเชี่ยวชาญด้านใด มีทักษะอะไร ซึ่งในอนาคตสามารถกลับพิจารณาโอกาสใหม่หรือในตำแหน่งใหม่ที่ใกล้เคียงกัน</p>
<h3>6. CRM ช่วยวิเคราะห์ฐานข้อมูลและความหลากหลายของผู้สมัคร</h3>
<p>การรับสมัครงานแต่ละครั้ง ย่อมเต็มไปด้วยผู้สมัครที่หลากหลาย ทั้งประวัติการทำงาน ความสามารถหรือความเชี่ยวชาญ CRM จะช่วยให้เราแบ่งกลุ่มผู้สมัครได้ชัดเจนมากขึ้น และทำให้เราเลือกผู้สมัครที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานนั้น ๆ ได้แม่นยำขึ้น</p>
<h2>CRM มีกระบวนการอะไรบ้าง</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-7894 " src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/07/CRM-Candidate-Relationship-Management-HR-Note-2.png" alt="CRM Candidate Relationship Management HR Note" width="575" height="429" title="CRM: Candidate Relationship Management การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้สมัครงาน 825"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">CRM แบบ Candidate Relationship Management มีพื้นฐานมาจากระบบ CRM ที่มีชื่อในแบบเดียวกัน โดยมีกระบวนการ 5 ขั้นตอน ดังนี้</span></p>
<h3>1. ค้นหา (Discover)</h3>
<p>การรับสมัครงานแต่ละครั้งทำให้เราได้รู้จักผู้สมัครมากมายจากหลากหลายช่องทาง ทั้งใบสมัคร อีเมล หรือโซเชียลมีเดียต่าง ๆ CRM ที่ดีจะต้องเก็บฐานข้อมูลของผู้สมัครเหล่านี้ให้เรียบร้อย เพราะเมื่อไหร่ที่คุณประกาศรับสมัครงานอีกครั้ง HR ก็จะสามารถค้นหาข้อมูลกลุ่มผู้สมัครเดิมที่ไม่ได้รับเลือกกลับมาพิจารณาอีกรอบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สมัครที่มีศักยภาพควรจะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่สามารถติดต่อกลับไปได้โดยง่าย</p>
<h3>2. ดึงดูด (Attract)</h3>
<p>ฐานข้อมูลผู้สมัครย่อมมีทั้งผู้สมัครที่กำลังหางาน และผู้สมัครที่ไม่ได้ตั้งใจหางาน ขั้นตอนนี้จะเป็นการดึงดูดผู้สมัครทั้งหมดผ่านกลยุทธ์<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190617-recruitment-marketing/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing)</a> ซึ่งสามารถใช้<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190923-creative-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">ความสร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงาน</a>ได้หลากหลาย เช่น การประกาศรับสมัครงาน,​ โปรโมทกิจกรรมองค์กรหรือการทำ CSR ซึ่งหากมีการทำ CRM ที่ดีก็จะเปลี่ยน Passive Candidate ให้กลายเป็น Active Candidate ได้</p>
<h3>3. มีส่วนร่วม (Engage)</h3>
<p>หลังจากกรองผู้สมัครที่สนใจสมัครงานแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสร้างความมีส่วนร่วมที่เกิดจากการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เช่น การอัพเดทเรื่องราวบริษัท รวมไปถึงการแจ้งผลกระบวนการสมัครงานว่าผู้สมัครได้รับเลือกหรือไม่ หากไม่ได้รับการคัดเลือก การให้เหตุผลก็จะช่วยให้พวกเขาทราบว่าตัวเองขาดคุณสมบัติใดหรือต้องพัฒนาทักษะอะไร ซึ่ง CRM ที่ดีจะต้องมีเทมเพลตอีเมลอัตโนมัติในทุกขั้นตอน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้สมัครอย่างสม่ำเสมอ เพราะทุกวันนี้ผู้คนต้องการการสื่อสารแบบเรียลไทม์ ถ้าเขาได้รับการตอบกลับทันทีก็จะสร้างประสบการณ์ที่ดีได้</p>
<h3>4. บ่มเพาะ (Nurture)</h3>
<p>หากผู้สมัครไม่ได้รับการคัดเลือก ถือว่าพวกเขายังมีศักยภาพในตำแหน่งอื่นหรือตำแหน่งเดิมในอนาคต การยังติดต่อสื่อสารเพื่ออัพเดทเรื่องราวของบริษัท หรือแม้กระทั่งการส่งอีเมลไปสุขสันต์วันเกิด ก็จะสร้างความสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นได้ นับเป็นการหล่อเลี้ยงผู้สมัครที่มีศักยภาพให้ยังสนใจองค์กรของเรา</p>
<h3>5. จ้าง (Hire)</h3>
<p>ขั้นตอนสุดท้ายคือการเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นพนักงานของเราในอนาคต ถ้าเรามีการทำ CRM ที่ดี ก็ช่วยให้การจ้างงานทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ซึ่งจะประหยัดทั้งเงินและเวลา แถมยังได้พนักงานที่เหมาะสมกับองค์กรที่สุดด้วย</p>
<h2>CRM ที่ดีควรมีอะไรบ้าง</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-7898 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/07/shutterstock_1245379747-1.jpg" alt="CRM Candidate Relationship Management HR Note" width="500" height="317" title="CRM: Candidate Relationship Management การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้สมัครงาน 826"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้ HR เลือกหา CRM Solution ที่ดีที่สุด เราได้ลิตส์สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาไว้ดังนี้</span></p>
<ul>
<li><b>สร้างประวัติผู้สมัครได้ </b><span style="font-weight: 400;">– CRM ที่ดีจะต้องสามารถสร้างประวัติผู้สมัครทั้งหมดได้ผ่าน Resume อีเมล หรือจดหมายแนะนำตัว ซึ่งจะต้องเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลที่สืบค้นได้</span></li>
<li><b>มีตัวกรองประวัติผู้สมัคร</b><span style="font-weight: 400;"> – CRM ที่ดีจะต้องคัดกรองประวัติผู้สมัครให้เหมาะกับงานที่องค์กรกำลังตามหา เพื่อให้การสืบค้นข้อมูลรวดเร็วและสะดวกขึ้น</span></li>
<li><b>มีระบบอัตโนมัติ</b><span style="font-weight: 400;"> – CRM ที่ดีจะต้องดำเนินการอัตโนมัติ เช่น การส่งอีเมลทันทีหลังจากผู้สมัครอัพโหลด Resume มาให้</span></li>
<li><b>มีระบบเรตติ้ง</b><span style="font-weight: 400;"> – CRM ที่ดีจะต้องมีระบบคะแนนที่ใช้ประเมินศักยภาพของผู้สมัครตามเกณฑ์ที่แต่ละองค์กรวางไว้ เช่น ทักษะทางอาชีพ ความเหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร ฯลฯ เพื่อจัดลำดับผู้สมัครที่เหมาะสมกับองค์กรที่สุด</span></li>
<li><b>สร้างฐานข้อมูลได้</b><span style="font-weight: 400;"> – CRM ที่ดีจะต้องแยกฐานข้อมูลผู้สมัครในแต่ละตำแหน่ง แผนก หรือทักษะความสามารถที่ต้องการได้</span></li>
<li><b>บูรณาการเข้ากับ ATS</b><span style="font-weight: 400;"> – CRM ที่ดีจะต้องผนวกกับระบบ Applicant Tracking System ได้ เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่อยู่ในการระบุหรือสรรหาผู้สมัคร</span></li>
<li><b>รายงานผลวิเคราะห์</b><span style="font-weight: 400;"> – CRM ที่ดีจะต้องรายงานผลได้ว่ากระบวนการสรรหาเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่น ช่องทางไหนมีคนสมัครงานมากที่สุด ผู้สมัครเปลี่ยนใจในขั้นตอนไหน ฯลฯ</span></li>
<li><b>ทำงานข้ามอุปกรณ์ได้ –</b><span style="font-weight: 400;"> CRM ที่ดีต้องใช้งานได้ในอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน เช่น มือถือ แท็บเลต และคอมพิวเตอร์ เพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย</span></li>
</ul>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันกระบวนการสรรหาไม่ได้มุ่งเน้นแค่การจ้างงานเป็นเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้สมัคร ซึ่งปัจจุบันประสบการณ์ผู้สมัคร (Candidate Experience) เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกงาน ถ้าเกิดผู้สมัครได้ประสบการณ์และความรู้สึกดี ๆ เขาก็จะตัดสินใจทำงานกับเราได้ง่ายขึ้น และพัฒนาสู่การเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าต่อไป ทั้งยังสามารถชักชวนผู้สมัครคนอื่นที่เหมาะสมและอยากร่วมงานกับเราได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">CRM หรือ Candidate Relationship Management จึงเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ HR จะสรรหาคนให้เหมาะสมกับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีที่จะนำไปสู่ผลประโยชน์ร่วมกันต่อไป</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20219 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-1536x480.png 1536w" alt="CTA HR Products &amp; Services" width="1600" height="500" title="CRM: Candidate Relationship Management การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้สมัครงาน 827"></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ที่มา</b></p>
<ul>
<li><a href="https://www.toolbox.com/hr/recruitment-onboarding/articles/what-is-candidate-relationship-management/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">toolbox</span></a></li>
<li><a href="https://www.wiggli.io/en/blog/all-you-need-to-know-about-candidate-relationship-management-crm" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">wiggli</span></a></li>
<li><a href="https://www.linkedin.com/business/talent/blog/talent-acquisition/bad-candidate-experience-cost-virgin-media-5m-annually-and-how-they-turned-that-around" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">linkedin</span></a></li>
<li><a href="https://www.smartrecruiters.com/recruiting-software/recruitment-crm-faq/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">smartrecruiters</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Digital Footprint คืออะไร? ทำไม HR ใช้คัดเลือกพนักงานได้</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/digital-footprint-210630/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Jul 2021 02:52:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Footprint]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/digital-footprint-210630/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Digital Footprint คือ รอยเท้าบนโลกดิจิทัล หรือร่องรอยดิจิทัล เปรียบเสมือนประวัติทางพฤติกรรมที่ผู้ใช้งานกระทำในโลกอินเทอร์เน็ต ทั้งการพิมพ์ข้อความ การคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ การกดไลก์เพจ หรือการแชร์ข้อความทางโซเชียลมีเดีย แต่ก่อน HR อาจดูเพียงประวัติและผลงานผ่าน Resume, Portfolio หรือการสัมภาษณ์อย่างเดียว แต่ปัจจุบัน Digital Footprint คือสิ่งที่ HR เริ่มนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจคัดเลือกพนักงานมากขึ้น ต่างประเทศมีสถิติจาก CareerBuilder พบว่า Digital Footprint คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้องค์กรตัดสินใจไม่รับสมัครพนักงานใหม่ โดยมองหาเหตุผลที่จะไม่รับสมัครงานถึง 22% สาเหตุหลักที่ไม่รับเข้าทำงานคือการโพสต์ภาพ วิดีโอ หรือข้อมูลยั่วยุหรือไม่เหมาะสม, โพสต์ภาพการดื่มสุราหรือใช้ยาเสพติด และโพสต์ข้อความเหยียดเพศ เชื้อชาติ ศาสนา  ขณะที่ประเทศไทย PMAT ก็ยืนยันกับ BBC Thai ว่า 41.19% ขององค์กรไทยได้สำรวจดู Digital Footprint ของผู้สมัคร เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติในการรับเข้าทำงานจริง Digital Footprint คือเรื่องที่ทุกคนกำลังตื่นตัวเป็นอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าคุณจะพิมพ์อะไร [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Digital Footprint คือ รอยเท้าบนโลกดิจิทัล หรือร่องรอยดิจิทัล เปรียบเสมือนประวัติทางพฤติกรรมที่ผู้ใช้งานกระทำในโลกอินเทอร์เน็ต ทั้งการพิมพ์ข้อความ การคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ การกดไลก์เพจ หรือการแชร์ข้อความทางโซเชียลมีเดีย</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">แต่ก่อน HR อาจดูเพียงประวัติและผลงานผ่าน Resume, Portfolio หรือการสัมภาษณ์อย่างเดียว แต่ปัจจุบัน</span> <span style="font-weight: 400;">Digital Footprint คือสิ่งที่ HR เริ่มนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจคัดเลือกพนักงานมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ต่างประเทศมีสถิติจาก <a href="http://press.careerbuilder.com/2018-08-09-More-Than-Half-of-Employers-Have-Found-Content-on-Social-Media-That-Caused-Them-NOT-to-Hire-a-Candidate-According-to-Recent-CareerBuilder-Survey" target="_blank" rel="noopener">CareerBuilder</a> พบว่า Digital Footprint คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้องค์กรตัดสินใจไม่รับสมัครพนักงานใหม่ โดยมองหาเหตุผลที่จะไม่รับสมัครงานถึง 22%</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">สาเหตุหลักที่ไม่รับเข้าทำงานคือการโพสต์ภาพ วิดีโอ หรือข้อมูลยั่วยุหรือไม่เหมาะสม, โพสต์ภาพการดื่มสุราหรือใช้ยาเสพติด และโพสต์ข้อความเหยียดเพศ เชื้อชาติ ศาสนา </span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ประเทศไทย PMAT ก็ยืนยันกับ <a href="https://www.bbc.com/thai/thailand-48902824" target="_blank" rel="noopener">BBC Thai</a> ว่า 41.19% ขององค์กรไทยได้สำรวจดู Digital Footprint ของผู้สมัคร เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติในการรับเข้าทำงานจริง</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter"><strong>Digital Footprint</strong></strong> คือเรื่องที่ทุกคนกำลังตื่นตัวเป็นอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าคุณจะพิมพ์อะไร คลิกอะไร หรือกดไลก์สเตตัสไหน ก็ล้วนทิ้งร่องรอยไว้ในโลกดิจิทัลทั้งหมด </span><span style="font-weight: 400;">หลายปีมานี้ Digital Footprint จึงได้รับการพูดถึงกันมากขึ้นในทุกวงการ ทั้งสายเทคโนโลยี สื่อมวลชน หรือการตลาด หรือแม้กระทั่งฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่เริ่มนำร่องรอยบนโลกดิจิทัลมาเป็นส่วนหนึ่งในการสรรหา ตรวจสอบ และคัดเลือกพนักงานเข้าสู่องค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นเพื่อทำความรู้จัก Digital Footprint ให้มากขึ้น บทความนี้จะพูดถึงความหมาย ประโยชน์ สิ่งที่ HR ควรเช็ค รวมไปถึงข้อควรระวังเมื่อตัวตนและความคิดเห็นในโลกออนไลน์มีผลต่อการทำงานในยุคดิจิทัล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>Digital Footprint คืออะไร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-7873 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/2c63f3d122a952cd6c7c9008ad307212.jpg" alt="Digital Footprint คือ" width="600" height="370" title="Digital Footprint คืออะไร? ทำไม HR ใช้คัดเลือกพนักงานได้ 834"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าแปลอย่างตรงตัว </span><b><strong class="yellow-highlighter">Digital Footprint คือ รอยเท้าบนโลกดิจิทัล หรือ ร่องรอยดิจิทัล เปรียบเสมือนประวัติทางพฤติกรรมที่ผู้ใช้งานกระทำในโลกอินเทอร์เน็ต</strong></b><span style="font-weight: 400;"> ทั้งการพิมพ์ข้อความ การคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ การกดไลก์เพจ หรือการแชร์ข้อความทางโซเชียลมีเดีย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะปรากฏเป็นร่องรอยประวัติดิจิทัลที่ผู้อื่นสามารถติดตามหรือนำไปใช้งานต่อได้ โดย HR สามารถนำไปใช้ในการสรรหาบุคลากรเข้าสู่องค์กรได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่าง Digital Footprint เช่น สเตตัส Facebook, ข้อความใน Twitter, ภาพใน Instagram, ​การเช็คอินในสถานที่, บทความที่กดอ่าน, ข่าวที่กดแชร์, คอมเมนต์ตามเว็บบอร์ด, การซื้อของออนไลน์ หรือประวัติที่กรอกตอนสมาชิกเว็บต่าง ๆ กล่าวคือทุกพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในโลกดิจิทัลนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ มีการแบ่งรอยเท้าดิจิทัลไว้ 2 ประเภท ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><b>Active Digital Footprint</b><span style="font-weight: 400;"> คือ ประวัติดิจิทัลที่เกิดจากความตั้งใจ เป็นข้อมูลที่เปิดเผยโดยที่เรารู้ตัว เช่น การส่งอีเมล การเขียนบล็อก การโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดีย ยิ่งเราเล่นโซเชียลมีเดียมากเท่าไหร่ รอยเท้าดิจิทัลก็ยิ่งโตขึ้นเท่านั้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><b>Passive Digital Footprint</b><span style="font-weight: 400;"> คือ ประวัติดิจิทัลที่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ เป็นข้อมูลที่ไม่มีเจตนาบันทึก เช่น IP Address หรือรหัสประจำตัวคอมพิวเตอร์ ซึ่งเวลาเข้าชมเว็บไซต์ต่าง ๆ จะมีประวัติการค้นหาที่ถูกบันทึกไว้โดยโปรแกรมค้นหานั้น</span></li>
</ul>
<div class="focused-block--has-title check">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190313-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-8319 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/bb20fcbe30910dbd5e5591418efe088e-1.jpg" alt="การสรรหาบุคลากร Recruitment HR NOTE" width="600" height="370" title="Digital Footprint คืออะไร? ทำไม HR ใช้คัดเลือกพนักงานได้ 835"></a></div>
<div>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190313-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">การสรรหาบุคลากร (Recruitment) เพื่อเข้าร่วมงานกับองค์กร</span></a></p>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>12 เหตุผลที่ Digital Footprint คือสิ่งสำคัญต่อ HR</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">มี</span><span style="font-weight: 400;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190305-hr-score-candidate/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">หลักเกณฑ์</a>มากมายที่ HR ใช้ในการประเมินผู้สมัคร</span><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งการมาถึงของโลกดิจิทัลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามมา </span><b></b><strong class="yellow-highlighter"><b>จากแต่ก่อนที่อาจดูเพียงประวัติและผลงานผ่าน Resume, Portfolio หรือการสัมภาษณ์ แต่ปัจจุบัน</b> <b>Digital Footprint คือสิ่งที่ HR เริ่มนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจคัดเลือกพนักงานมากขึ้น</b> </strong><span style="font-weight: 400;">และเช่นเดียวกัน บางทีผู้สมัครก็ตรวจหา Digital Footprint ของบริษัทที่กำลังจะสมัครงานด้วย ฉะนั้นนี่จึงเป็นเรื่องที่ควรตระหนักรู้ทุกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><a href="https://www.forbes.com/sites/forbescoachescouncil/2021/02/04/12-reasons-to-research-a-job-applicants-digital-footprint/?sh=5becedad7259" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Forbes</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้กล่าวเหตุผลที่ Digital Footprint สำคัญต่อ HR มีทั้งหมด 12 ข้อ ดังนี้</span></p>
<p><b>1. ข้อมูลออนไลน์สามารถบ่งบอกถึงความเหมาะสมต่อบริษัท</b><span style="font-weight: 400;"> – การจ้างงานมีผลต่อความสำเร็จขององค์กร การศึกษาข้อมูลออนไลน์ของผู้สมัคร จะทำให้ทราบคร่าวๆ ว่า เขาเหมาะสมกับเป้าหมายองค์กรหรือไม่</span></p>
<p><b>2. แสดงให้เห็นตัวตนอีกด้านของผู้สมัคร</b><span style="font-weight: 400;"> – ทุกวันนี้ตลาดแรงงานไม่ได้แข่งขันแค่ในพื้นที่ท้องถิ่นอย่างเดียว แต่คือการแข่งขันในระดับโลก การมีตัวตนในโลกออนไลน์ที่โดดเด่น น่าสนใจ ก็จะสร้างความแตกต่างท่ามกลางตัวเลือกมากมาย</span></p>
<p><b>3. กำจัดผู้สมัครที่อาจมีปัญหาออกไป</b><span style="font-weight: 400;"> – เราสามารถเห็นพฤติกรรมทั้งดีและไม่ดีในโลกออนไลน์ โดยสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาประเมินว่าจะส่งผลอย่างไรกับบริษัทบ้าง กรณีเคยเกิดขึ้นแล้วกับ เจมส์ กันต์ (James Gunn) ผู้กำกับดังที่ถูกปลดจาก Guardians of the Galaxy Vol. 3 ของ Disney เพราะเคยทวีตข้อความเกี่ยวกับการร่วมเพศกับเด็กและการล่วงละเมิดทางเพศ</span></p>
<p><b>4. ดูว่าการแสดงตัวตนทางออนไลน์ของผู้สมัคร มีคุณค่ากับองค์กรหรือไม่</b><span style="font-weight: 400;"> – โดยเฉพาะผู้สมัครงานในตำแหน่งสูงที่จะต้องรักษาภาพลักษณ์ HR สามารถตรวจดูได้ว่า การแสดงในโลกออนไลน์ของเขาสอดคล้องกับคุณค่าของบริษัทหรือไม่</span></p>
<p><b>5. ข้อมูลออนไลน์ทำให้มองเห็นผู้สมัคร 360 องศา</b><span style="font-weight: 400;"> – การมองเห็นผู้สมัครแบบ 360 องศาเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การสัมภาษณ์งานหรือการทำ </span><span style="font-weight: 400;">Reference Checks</span><span style="font-weight: 400;"> เพื่อประเมินทักษะ ความสามารถ และตัวตนของผู้สมัครว่าสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กรหรือไม่</span></p>
<p><b>6. ทบทวนฟีดแบคหรืออคติที่ได้รับมา</b><span style="font-weight: 400;"> – บางครั้งเราได้รับฟีดแบคที่ไม่ดีของผู้สมัครมา การเข้าไปตรวจสอบข้อมูลดิจิทัลก็จะช่วยให้เราทบทวนและประเมินอคตินั้น ๆ ว่าเป็นจริงหรือไม่ ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้การตัดสินใจทางคุณธรรมและจริยธรรมเป็นอย่างมาก</span></p>
<p><b>7. สามารถประเมินบุคลิกภาพเบื้องต้น</b><span style="font-weight: 400;"> – ท่ามกลางสถานการณ์ COVID-19 ที่เผชิญหน้ากันโดยตรงอาจเป็นเรื่องยาก การเข้าไปตรวจสอบข้อมูลออนไลน์ก็จะช่วยให้ HR เห็นบุคลิกและทัศนคติคร่าว ๆ ของผู้สมัครง่ายขึ้น เช่น การจ้างงานคนที่โพสต์แต่ถ้อยคำไม่สุภาพ อาจไม่ส่งผลดีต่อบริษัทในอนาคต</span></p>
<p><b>8. ตรวจดูความสนใจว่าสอดคล้องกับบริษัทหรือไม่</b><span style="font-weight: 400;"> – ทุกวันนี้ผู้สมัครหลายคนมีบล็อกเป็นของตัวเอง หรือเราสามารถเช็คดูการมีความส่วนร่วมของเขาว่าอยู่ในกลุ่มความสนใจใด ถ้าสอดคล้องกับธุรกิจของบริษัท เช่น เราเป็นบริษัทขายเสื้อผ้า และผู้สมัครเขียนบล็อกเกี่ยวแฟชั่น ก็จะส่งผลดีต่อธุรกิจของเราได้</span></p>
<p><b>9. เห็นผู้สมัครในฐานะคนคนหนึ่ง</b><span style="font-weight: 400;"> – บางครั้งองค์กรก็จ้างคนโดยดูแต่ทักษะการทำงานอย่างเดียว การตรวจดูข้อมูลออนไลน์ก็จะเห็นทักษะอื่นด้วย เช่น ทักษะการสื่อสาร การเป็นผู้นำ การตัดสินใจ  ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักปรากฏในที่ทำงานหรือในชีวิตส่วนตัว</span></p>
<p><b>10. ตัวตนทางดิจิทัลจะบ่งบอกว่าอะไรสำคัญต่อผู้สมัคร</b><span style="font-weight: 400;"> – ไม่ว่าจะเป็นบล็อกที่เขียน บทความที่แชร์ หรือ LinkedIn เป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินตัวผู้สมัคร เพราะจะสะท้อนว่าอะไรอยู่ในความสนใจของเขา มีรสนิยมอย่างไร และมีไลฟสไตล์อย่างไร บางครั้งการสัมภาษณ์เพียง 1-2 ครั้งอาจยังไม่เพียงพอ การตรวจดูข้อมูลออนไลน์ก็จะช่วยลดอคติและตัดสินใจให้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><b>11. สร้างความชัดเจนจากการสัมภาษณ์</b><span style="font-weight: 400;"> – อย่างที่บอกว่า บางครั้งการสัมภาษณ์อาจไม่เพียงพอ เราจะได้เพียงเรื่องราวส่วนหนึ่งของผู้สมัครที่เขาตั้งใจเลือกบอกมา การตรวจเช็คข้อมูลออนไลน์ก็จะทำให้เรื่องราวเหล่านั้นกระจ่างชัดเจนมากขึ้น</span></p>
<p><b>12. เป็นสิ่งที่ควรทำและหลีกเลี่ยงความประหลาดใจ</b><span style="font-weight: 400;"> – ทุกวันนี้คนโพสต์โชเชียลมีเดียทุกวัน ซึ่งจะบ่งบอกว่าเขามองโลกหรือความคิดเห็นยังไง และนั่นเป็นสิ่งที่นายจ้างควรรู้</span></p>
<h2>Digital Footprint คือสิ่งที่ HR ตรวจสอบ</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-7871 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/217837bd1bccab9f589ef0b95939876a.jpg" alt="Digital Footprint คือ" width="600" height="370" title="Digital Footprint คืออะไร? ทำไม HR ใช้คัดเลือกพนักงานได้ 836"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจากสถิติของ</span><a href="http://press.careerbuilder.com/2018-08-09-More-Than-Half-of-Employers-Have-Found-Content-on-Social-Media-That-Caused-Them-NOT-to-Hire-a-Candidate-According-to-Recent-CareerBuilder-Survey" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">CareerBuilder</span></a><span style="font-weight: 400;"> ในปี 2018 ที่พบว่า Digital Footprint คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้องค์กรตัดสินใจไม่รับสมัครพนักงานใหม่หรือไล่พนักงานเดิมออก การสำรวจดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2018 ถึง 1 พฤษภาคม 2018 จากผู้ว่าจ้างและ HR มากกว่า 1,000 คน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความน่าสนใจของผลสำรวจคือ</span><strong class="yellow-highlighter"> <b>มีผู้จ้างงานกว่า 70% ยอมรับว่า ใช้โซเชียลมีเดียในการค้นหาข้อมูลผู้สมัครงานระหว่างกระบวนการสรรหา</b></strong><b></b><span style="font-weight: 400;"> โดยสิ่งที่พวกเขามองหาเวลาตรวจสอบก็คือ คุณสมบัติสนับสนุนในการจ้างงาน 58%,​ ความเป็นมืออาชีพในโลกออนไลน์ 50%,​ สิ่งที่คนอื่นโพสต์เกี่ยวกับผู้สมัคร 34% และเหตุผลที่จะไม่รับผู้สมัคร 22%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ CareerBuilder ยังแจกแจงรายละเอียด Digital Footprint ที่ HR มองว่าร้ายแรงหรือเป็นประโยชน์สำหรับการจ้างงาน ซึ่งฝ่ายทรัพยากรมนุษย์สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการตรวจสอบผู้สมัครของตนเองได้ ดังนี้</span></p>
<h3><b>Digital Footprint ร้ายแรงที่จะไม่รับเข้าทำงาน</b></h3>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">โพสต์ภาพ วิดีโอ หรือข้อมูลยั่วยุหรือไม่เหมาะสม</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">40%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">โพสต์ภาพการดื่มสุราหรือใช้ยาเสพติด</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">36%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">โพสต์ข้อความเหยียดเพศ เชื้อชาติ ศาสนา</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">31%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">มีประวัติเชื่อมโยงกับอาชญากรรม</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">30%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">โกหกเกี่ยวกับคุณสมบัติ   </span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">27%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">มีทักษะการสื่อสารไม่ดี </span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">27%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">พูดถึงเรื่องไม่ดีในบริษัทหรือเพื่อนร่วมงานเดิม </span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">25%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ตัวตนออนไลน์ไม่มีความเป็นมืออาชีพ </span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">22%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">เปิดเผยความลับของนายจ้างเดิม </span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">20%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">โกหกเรื่องการลางาน </span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">1</span><span style="font-weight: 400;">6%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">โพสต์บ่อยเกินไป </span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">12%</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>Digital Footprint ที่เป็นประโยชน์ต่อการรับเข้าทำงาน</b></h3>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ประวัติผู้สมัครสนับสนุนต่อหน้าที่การงาน           </span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">37%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">มีความคิดสร้างสรรค์ </span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">34%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ตัวตนออนไลน์มีความเป็นมืออาชีพ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">33%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">มีความรอบรู้และมีความสนใจหลากหลาย </span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">31%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">บุคลิกภาพเหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร </span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">31%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">มีทักษะการสื่อสารที่ดี </span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">28%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">มีรางวัลหรือเกียรติคุณความสำเร็จ </span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">26%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">มีผู้อ้างอิงกล่าวถึงที่ดี </span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">23%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับโซเชียลมีเดียของบริษัท</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">22%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">โพสต์เนื้อหาที่น่าสนใจ </span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">21%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">มีผลงานหรือผู้ติดตามจำนวนมาก </span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">18%</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div></div>
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><strong>Did You Know?</strong></div>
<div><span style="font-weight: 400;">รู้ไหมว่า Digital Footprint คือสิ่งที่ผู้สมัครงานและผู้ว่างจ้างเลือกตรวจสอบผ่านโซเชียลมีเดียเป็นหลัก ซึ่ง LinkedIn เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่สร้างความน่าเชื่อถือได้ทั้งผู้สมัครและผู้ว่างจ้าง โดย HR สามารถหาประโยชน์ได้ทั้งการสรรหาและการพัฒนาองค์กรด้วย</span></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/181123-linkedinhowtouse/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-8291 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/11/a40d4e4b77470a07cc98f2a30ffbf930-scaled.jpg" alt="LinkedIn คือ HR NOTE" width="600" height="370" title="Digital Footprint คืออะไร? ทำไม HR ใช้คัดเลือกพนักงานได้ 837"></a></div>
<div>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/181123-linkedinhowtouse/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">LinkedIn คือสื่อสังคมออนไลน์ที่ที่มีความพิเศษในด้านธุรกิจ</span></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190929-potential-linkedin/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5291 size-thumbnail aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/shutterstock_366278075.jpg" alt="shutterstock 366278075" width="600" height="370" title="Digital Footprint คืออะไร? ทำไม HR ใช้คัดเลือกพนักงานได้ 838"></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190929-potential-linkedin/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">9 วิธีสร้างประสิทธิภาพให้กับ LinkedIn ขององค์กร</span></a></p>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>PMAT ยืนยัน Digital Footprint คือสิ่งที่กระทบกับการสมัครงานแน่นอน</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เฉพาะต่างประเทศที่ใช้โชเชียลมีเดียในการตรวจสอบผู้สมัครงาน เพราะในประเทศไทยเองก็มีกรณีนี้เช่นเดียวกัน สอดคล้องกับ</span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/190423-pmathrfuture/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"> <span style="font-weight: 400;">ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา</span></a><span style="font-weight: 400;"> นายกสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย หรือ PMAT ที่ให้สัมภาษณ์กับ</span><a href="https://www.bbc.com/thai/thailand-48902824" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">BBC Thai</span></a><span style="font-weight: 400;"> ว่า ปัจจุบันองค์กรธุรกิจจำนวนมากใช้ Digital Footprint ในการประกอบการพิจารณารับบุคคลเข้าทำงาน นอกเหนือจากการสัมภาษณ์หรือทดสอบความสามารถอย่างเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวโน้มนี้ได้รับการยืนยันจากการสำรวจของสมาคมการจัดการงานบุคคลฯ เรื่องกระบวนการรับสมัครงานของบริษัทเอกชน 350 แห่ง ซึ่งจัดทำเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2019 โดยผลการสำรวจพบว่า</span><b> <strong class="yellow-highlighter">41.19% ขององค์กรไทยได้สำรวจดูโซเชียลมีเดียของผู้สมัคร เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติในการรับเข้าทำงาน โดยตรวจสอบจาก Facebook, Twitter และ Instagram</strong></b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;โซเชียลมีเดียเหล่านี้เก็บข้อมูลของบุคคลได้ทั้งหมด ทำให้ฝ่ายบุคคลวิเคราะห์ผู้สมัครได้ง่าย และได้ผลมากกว่าการนั่งสัมภาษณ์แบบเดิม ๆ เพราะเราจะรู้ได้ว่าเขาให้ความสำคัญกับเรื่องไหนในชีวิต ทัศนคติ วิธีบ่น วิธีคิด&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> ดร. บวรนันท์ กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น Digital Footprint คือสิ่งที่ทั้งผู้จ้างงานและผู้สมัครควรตระหนักทุกครั้ง เพราะมีผลกระทบต่อการสมัครงานแน่นอน</span></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ร่องรอยดิจิทัล หรือ Digital Footprint คือสิ่งที่กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของคนทำงานไปอย่างสิ้นเชิง เพราะทุกคนล้วนข้อมูลให้สืบค้นได้ทางอินเทอร์เน็ต ลองง่าย ๆ แค่อยากรู้จักใครก็สามารถพิมพ์ ชื่อ-นามสกุล เข้าไปใน Google, Facebook หรือ LinkedIn ก็จะมีข้อมูลมหาศาลให้อ่าน ทั้งประวัติ การทำงาน กิจกรรม หรือความเป็นเพื่อนกับใคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนที่เรามองว่าโลกแห่งความจริงกับโลกออนไลน์เป็นสิ่งที่แยกออกจากกัน ตอนนี้กลับกลายเป็นโลกทั้งสองใบนั้นเชื่อมโยงถึงกันแบบไร้รอยต่อแล้ว </span><span style="font-weight: 400;">และบางครั้งการกระทำในโลกออนไลน์ก็ถูกนำไปตัดสินในโลกแห่งความจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นใครหรือตำแหน่งใดก็ตาม จะเป็นผู้สมัครงาน พนักงานทั่ว HR หรือผู้บริหารระดับสูง การกระทำทุกอย่างล้วนทิ้งร่องรอยไว้เสมอ อยู่ที่ว่าคุณจะบริหารจัดการตัวตนออนไลน์ของคุณอย่างไร เพราะทุกอย่างบนโลกออนไลน์จะไม่มีวันหายไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">และ Digital Footprint คือสิ่งที่จะติดตามคุณตลอดไป</strong></span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Digital Footprint คืออะไร? ทำไม HR ใช้คัดเลือกพนักงานได้ 839"></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ที่มา</b></p>
<ul>
<li><a href="https://www.scimath.org/article-technology/item/10617-digital-footprint" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">scimath</span></a></li>
<li><a href="https://extranicegroup.com/digital-footprint-in-business/#:~:text=%E2%80%9CDigital%20Footprint%E2%80%9D%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2,%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">extranicegroup</span></a></li>
<li><a href="https://linkhumans.com/digital-footprint-candidates/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">linkhumans</span></a></li>
<li><a href="https://www.sandersonplc.com/news/digital-footprints-how-social-media-can-affect-your-job-prospects" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">sandersonplc</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Reference Checks แบบมืออาชีพ พร้อม 17 ตัวอย่างคำถามที่นำไปใช้ได้จริง</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/reference-checks-210625/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Jun 2021 08:31:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Reference Checks]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/reference-checks-210625/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Reference Checks คือ หนึ่งในขั้นตอนการคัดเลือกพนักงาน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้สมัครให้ข้อมูลที่ถูกต้อง โดย HR ควรตรวจสอบบุคคลอ้างอิงในผู้สมัครทุกตำแหน่งแบบไม่มีข้อยกเว้น และจะต้องขออนุญาต (Consent) ก่อนเสมอ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำ Reference Checks คือเกิดขึ้นทันทีหลังจากสัมภาษณ์รอบแรกหรือรอบสอง หรือก่อนต่อรองเงินเดือน เพื่อได้ข้อมูลเชิงลึกเชิงการทำงานให้ต้นสังกัดพิจารณาเพิ่มเติม เทคนิคการทำ Reference Checks แบบมืออาชีพ คือ 1. ข้อข้อมูลจากทีมสัมภาษณ์ก่อน 2. แนะนำตัวกับผู้อ้างอิงให้ชัดเจน 3. อธิบายลักษณะงานและความรับผิดชอบ และ 4. เน้นคำถามปลายเปิดที่เฉพาะเจาะจง ถึงเวลาแล้วที่ HR จะต้องเห็นความสำคัญของ Reference Check กันมากขึ้น เพราะผลลัพธ์กระบวนการนี้นำไปสู่ประโยชน์สูงสุดขององค์กร และช่วยให้เรามั่นใจได้ว่า คุณได้เลือกพนักงานที่เหมาะสมกับองค์กรแล้วจริง ๆ เชื่อว่าใบสมัครงานของหลาย ๆ บริษัท จะมีช่องให้ผู้สมัครกรอกชื่อบุคคลอ้างอิงกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ซึ่งหลายคนไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่ ทั้ง ๆ ที่บุคคลอ้างอิงมีความสำคัญมากต่อกระบวนการคัดสรรพนักงานและการจ้างงานโดยตรง โดยเฉพาะฝ่าย HR หรือทรัพยากรบุคคลที่จะต้องทำ Reference Checks [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Reference Checks คือ หนึ่งในขั้นตอนการคัดเลือกพนักงาน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้สมัครให้ข้อมูลที่ถูกต้อง โดย HR ควรตรวจสอบบุคคลอ้างอิงในผู้สมัครทุกตำแหน่งแบบไม่มีข้อยกเว้น และจะต้องขออนุญาต (Consent) ก่อนเสมอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำ Reference Checks คือเกิดขึ้นทันทีหลังจากสัมภาษณ์รอบแรกหรือรอบสอง หรือก่อนต่อรองเงินเดือน เพื่อได้ข้อมูลเชิงลึกเชิงการทำงานให้ต้นสังกัดพิจารณาเพิ่มเติม</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">เทคนิคการทำ Reference Checks แบบมืออาชีพ คือ 1. ข้อข้อมูลจากทีมสัมภาษณ์ก่อน 2. แนะนำตัวกับผู้อ้างอิงให้ชัดเจน 3. อธิบายลักษณะงานและความรับผิดชอบ และ 4. เน้นคำถามปลายเปิดที่เฉพาะเจาะจง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ถึงเวลาแล้วที่ HR จะต้องเห็นความสำคัญของ Reference Check กันมากขึ้น เพราะผลลัพธ์กระบวนการนี้นำไปสู่ประโยชน์สูงสุดขององค์กร และช่วยให้เรามั่นใจได้ว่า คุณได้เลือกพนักงานที่เหมาะสมกับองค์กรแล้วจริง ๆ</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48809" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/Reference-Checks-HR.webp" alt="Reference Checks HR" width="600" height="370" title="Reference Checks แบบมืออาชีพ พร้อม 17 ตัวอย่างคำถามที่นำไปใช้ได้จริง 846" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/Reference-Checks-HR.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/Reference-Checks-HR-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เชื่อว่าใบสมัครงานของหลาย ๆ บริษัท จะมีช่องให้ผู้สมัครกรอกชื่อบุคคลอ้างอิงกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ซึ่งหลายคนไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่ ทั้ง ๆ ที่บุคคลอ้างอิงมีความสำคัญมากต่อกระบวนการคัดสรรพนักงานและการจ้างงานโดยตรง โดยเฉพาะฝ่าย HR หรือทรัพยากรบุคคลที่จะต้องทำ <strong><strong class="yellow-highlighter">Reference Checks</strong></strong> ให้แน่ใจก่อนเสนอการจ้างงานให้กับใคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้ว Reference Checks คืออะไร?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ HREX จะมาทำความรู้จักกระบวนการอ้างอิงบุคคลให้มากขึ้น พร้อมบอกความสำคัญ วิธีการตรวจสอบ รวมไปถึงวิธีการรับมือหาก HR ตรวจสอบเจอว่า ผู้สมัครงานมีความลับอะไรบางอย่างซ่อนอยู่!</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2>Reference Checks คืออะไร</h2>
<p><b></b><strong class="yellow-highlighter"><b>การตรวจสอบบุคคลอ้างอิง หรือ</b> <b>Reference Checks คือ หนึ่งในขั้นตอนการคัดเลือกพนักงาน โดยใช้วิธีการตรวจสอบจากผู้จัดการ หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน หรือแม้กระทั่งลูกน้องเดิมของผู้สมัคร (Candidate) เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้สมัครให้ข้อมูลที่ถูกต้อง</b></strong><b></b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ได้โกหก หรือเติมแต่งเกินความเป็นจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ควรตรวจสอบบุคคลอ้างอิงในผู้สมัครทุก ๆ ตำแหน่งแบบไม่มีข้อยกเว้น โดยจะต้องขออนุญาต (Consent) ก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นชื่อ นามสกุล ตำแหน่งงาน หน่วยงาน ที่อยู่ หรือเบอร์โทรศัพท์ของบุคคลอ้างอิง เพื่อขอติดต่อไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญที่ทุกคนควรตระหนักไว้ก็คือ </span><b>ข้อมูลของบุคคลอ้างอิงเหล่านี้ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) ที่ต้องขอความยินยอมก่อนเสมอตาม</b><a href="https://th.hrnote.asia/tips/pdpa-and-hr-210608/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"> <b>พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA</b></a> <span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น HR จะต้องแจ้งและขออนุญาตผู้สมัครถึงการติดต่อไปยังบุคคลอ้างอิงนี้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ HR ที่ยังไม่วิธีการรับมือ PDPA สามารถอ่านได้จากบทความข้างล่างนี้เลย</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/tips/pdpa-and-hr-210608/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-7650 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/PDPA-HR.jpg" alt="PDPA HR" width="600" height="370" title="Reference Checks แบบมืออาชีพ พร้อม 17 ตัวอย่างคำถามที่นำไปใช้ได้จริง 847"></span></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/tips/pdpa-and-hr-210608/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">PDPA คือสิ่งที่ HR ต้องรู้ วิธีการรับมือ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>Reference Checks ทำตอนไหน</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยทั่วไปแล้ว HR จะทำ</span> <span style="font-weight: 400;">Reference Checks ในขั้นตอนสุดท้ายของการคัดเลือกพนักงาน เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจก่อนเสนอการจ้างงานจริง แต่บางครั้งต้นสังกัดหรือหัวหน้างานก็เป็นคนเลือกผู้สมัครที่ต้องการ ก่อนจะส่งรายชื่อให้ HR ตรวจสอบอีกที</span></p>
<p>เราจึงแนะนำว่า <strong class="yellow-highlighter"><b>ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำ</b> <b>Reference Checks คือเกิดขึ้นทันทีหลังจากสัมภาษณ์รอบแรกหรือรอบสอง หรือก่อนต่อรองเงินเดือน</b> </strong><span style="font-weight: 400;">เพื่อไม่ให้ต้นสังกัดเสียเวลาระหว่างรอการตรวจสอบมากเกินไป และได้ข้อมูลเชิงลึกเชิงการทำงาน (ที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนตัว) มาให้ต้นสังกัดพิจารณาเพิ่มเติม เช่น ถ้า HR พบสิ่งที่น่าสงสัยของผู้สมัคร ก็จะแจ้งต้นสังกัดได้ทันท่วงที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญ ๆ ที่ต้องใช้เวลาขุดลึกมากกว่าปกติ ฉะนั้นต้นสังกัดจะต้องเข้าใจและให้เวลาฝ่าย HR ในการตรวจสอบนี้</span></p>
<div class="focused-block--has-title">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><strong>Did You Know?</strong></div>
<div><span style="font-weight: 400;">บุคคลที่มีศักยภาพในการอ้างอิงส่วนใหญ่จะเป็นอดีตผู้จัดการหรือหัวหน้างาน แต่ถ้าผู้สมัครเป็นระดับผู้จัดการก็สามารถตรวจสอบจากลูกน้องได้เช่นกัน ขณะที่นักศึกษาจบใหม่สามารถใช้บุคลากรจากสถานที่ฝึกงานเป็นบุคคลอ้างอิงได้ แต่ถ้าไม่เคยผ่านการฝึกงาน ก็แนะนำให้ใช้อาจารย์ที่ปรึกษามากกว่าเพื่อนหรือคนในครอบครัว</span></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ทำไมต้องทำ Reference Checks</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการเลือกพนักงานสักคนเข้ามาเสริมทัพองค์กรเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราได้พนักงานที่ดี คุณสมบัติพร้อม ก็จะพาองค์กรเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้น </span><span style="font-weight: 400;">ในทางตรงกันข้าม หากได้พนักงานคนนั้นให้ข้อมูลเท็จ สกิลไม่มี ทักษะไม่ได้ อยู่ที่เก่าก็สร้างแต่ปัญหา การรับเข้ามาคงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่</span></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">Reference Checks จะช่วยให้ทรัพยากรมนุษย์ยืนยันความถูกต้องของข้อมูลที่ได้มา</strong></b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระยะเวลาการทำงาน เงินเดือนที่ผู้สมัครแจ้งถูกต้องไหม การลาออกว่าถูกต้องตามระเบียบของบริษัทหรือไม่ รวมไปถึงข้อมูลเชิงลึกในเชิงทักษะ ความรู้ความสามารถ และพฤติกรรรมในการทำงานที่ไม่ใช่ข้อมูลเชิงลึกส่วนตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ HR ยังสามารถตรวจสอบประวัติอาชญากรรมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้อีกด้วย</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div class="__title">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190307-hr-hire-job/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-6615 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/7CF56300-B3CC-4705-BFB8-5DB8E31C713B.jpeg" alt="7CF56300 B3CC 4705 BFB8 5DB8E31C713B" width="600" height="370" title="Reference Checks แบบมืออาชีพ พร้อม 17 ตัวอย่างคำถามที่นำไปใช้ได้จริง 848"></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190307-hr-hire-job/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">8 สัญญาณดี ที่ฝ่าย HR ควรรับคนแบบนี้เข้าทำงาน</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ประโยชน์ของ Reference Checks</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การตรวจสอบบุคคลอ้างอิงจะช่วยให้ทรัพยากรบุคคลตรวจสอบและถ่วงดุลเหตุผลในการจ้างงาน ไม่ใช่แค่ใช้อารมณ์ตัดสินระหว่างสัมภาษณ์งานเพียงอย่างเดียว ซึ่ง Reference Checks มีประโยชน์หลัก 5 ข้อ ดังนี้</span></p>
<ul>
<li>ยืนยันความถูกต้องของข้อมูลที่ผู้สมัครให้มา</li>
<li>ตรวจสอบว่าผู้สมัครมีประวัติอาชญากรรมร้ายแรงหรือไม่</li>
<li>ตรวจสอบทักษะผู้สมัครว่าตรงตามสายงานหรือเปล่า</li>
<li>ระบุถึงพฤติกรรมของผู้สมัครในช่วงทำงานกับนายจ้างคนก่อน</li>
<li>ทำนายความสำเร็จในการทำงานใหม่ครั้งนี้</li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ประโยชน์ผลพลอยได้อื่น ๆ ยังทำให้เราทราบเพิ่มเติมอีก 3 ข้อ คือ</span></p>
<ul>
<li><b>ความเข้ากันทางวัฒนธรรมองค์กร (Cultural Fit)</b><span style="font-weight: 400;"> –</span><a href="https://www.jobvite.com/wp-content/uploads/2018/04/2018_Job_Seeker_Nation_Study.pdf" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Jobvite</span></a><span style="font-weight: 400;"> ศึกษาพบว่า 32% ของพนักงานมักลาออกจากงานภายใน 90 วันแรก เนื่องจากต้องเจอวัฒนธรรมองค์กรที่ย่ำแย่ สอดคล้องกับข้อมูลจากบริษัทจัดหางาน</span><a href="http://rh-us.mediaroom.com/2018-11-27-More-Than-One-Third-Of-Workers-Would-Pass-On-Perfect-Job-If-Corporate-Culture-Was-Not-A-Fit-Survey-Finds" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Robert Half</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่พบว่า 91% ของผู้จัดการในสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมมากกว่าประสบการณ์และทักษะ HR จึงอาจถามถึงวัฒนธรรมองค์กรที่เหมาะสมกับผู้สมัครเพิ่มเติมได้</span></li>
<li><b>ความเข้ากันทางบุคลิกส่วนตัว (Personality Fit)</b><span style="font-weight: 400;"> – ทุกคนมีสไตล์การทำงานที่แตกต่างกัน การล่วงรู้ว่านายจ้างแบบที่เหมาะสมหรือร่วมงานกันได้ดีกับผู้สมัคร ก็จะทำให้คาดเดาอนาคคการร่วมงานใหม่ในครั้งนี้</span></li>
<li><b>ความเข้ากันทางการทำงานงาน (Performance Fit)</b><span style="font-weight: 400;"> – ไม่เฉพาะประเด็นประสิทธิภาพ แต่รวมถึงแรงจูงใจในการทำงานด้วย กระบวนการนี้จะทำให้เราทราบถึงวิธีร่วมงานกับผู้สมัครให้ราบลื่นที่สุด หรือวิธีการจัดการหากเกิดปัญหาในการทำงาน</span></li>
</ul>
<h2>เทคนิคการทำ Reference Checks แบบมืออาชีพ</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7799 size-thumbnail aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/Reference-Checks-HR-NOTE-3.jpg" alt="Reference Checks HR NOTE " width="600" height="370" title="Reference Checks แบบมืออาชีพ พร้อม 17 ตัวอย่างคำถามที่นำไปใช้ได้จริง 849"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้ำกันอีกสักรอบ </span><b></b><strong class="yellow-highlighter"><b>ก่อนทำ Reference Checks ต้องขออนุญาตผู้สมัครว่าจะติดต่อบุคคลอ้างอิงก่อนเสมอ</b> </strong><span style="font-weight: 400;">นี่เป็นหลักการพื้นฐานที่ไม่ทำถือว่าผิดมหันต์ </span><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นก็เป็นขั้นตอนการติดต่อบุคคลอ้างอิงเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งแต่ไหนแต่ไร HR มักใช้วิธีการโทรศัพท์ติดต่อโดยตรง หรือโทรเข้าไปในฝ่าย HR ด้วยกันเองเพื่อโอนสายไปยังบุคคลอ้างอิง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่ก็คือเทคนิคที่จะทำให้คุณทำ Reference Checks แบบมืออาชีพ</span></p>
<h3>1. ข้อข้อมูลจากทีมสัมภาษณ์ก่อน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงแม้ต้นสังกัดหรือทีมสัมภาษณ์จะเลือกผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว แต่การได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากพวกเขา จะช่วยให้ HR กำหนดแนวทางในการตรวจสอบข้อมูลได้แม่นยำขึ้น เช่น ทีมสัมภาษณ์กังวลเรื่องทักษะในการทำงานบางอย่าง เราก็สามารถนำข้อกังวลนี้ไปถามบุคคลอ้างอิงเพื่อทราบให้แน่ชัดว่าผู้สมัครมีทักษะดังกล่าวหรือไม่?</span></p>
<h3>2. แนะนำตัวกับผู้อ้างอิงให้ชัดเจน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องบอกชื่อ ตำแหน่ง และบริษัทของคุณแก่ผู้อ้างอิงให้ชัดเจน และแจ้งให้ทราบว่าคุณกำลังดำเนินการตรวจสอบการอ้างอิงสำหรับผู้สมัครดังกล่าว เพื่อนำข้อมูลไปพิจารณาสำหรับการจ้างงานต่อไป</span></p>
<h3>3. อธิบายลักษณะงานและความรับผิดชอบ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนอื่นต้องอธิบายบริบทให้ชัดเจนเสียก่อนว่าเรากำลังจะรับผู้สมัครในตำแหน่งใด และการประสบความสำเร็จในตำแหน่งนั้นต้องการคุณสมบัติอะไรบ้าง ก่อนจะถามผู้อ้างอิงว่า ผู้สมัครมีคุณสมบัติตรงตามที่เราต้องการหรือเปล่า ดีกว่าการถามไปตรง ๆ ว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“ผู้สมัครทำงานนี้ได้หรือไม่?”</span></i></p>
<h3>4. เน้นคำถามปลายเปิดที่เฉพาะเจาะจง</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การถามแบบ </span><i><span style="font-weight: 400;">“ใช่หรือไม่?”</span></i><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่คำถามที่ดีเท่าไหร่ เช่นเดียวกับการถามกว้างเกินไปว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“ผู้สมัครเป็นอย่างไรบ้าง?”​ </span></i><span style="font-weight: 400;">ก็ไม่ดีเหมือนกัน คำถามที่ดีต้องเฉพาะเจาะจง ยกตัวอย่างเช่น </span><i><span style="font-weight: 400;">“ผู้สมัครเคยทำโปรเจกต์นี้กับคุณ ช่วยบอกเพิ่มเติมหน่อยว่าบทบาทของเขามีอะไรบ้าง”</span></i><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2>17 ตัวอย่างคำถาม Reference Checks</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละองค์กร แต่ละตำแหน่งก็ต้องการพนักงานที่มีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน ฉะนั้นตัวอย่างคำถามเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ของตัวเอง ซึ่งคำถามที่ดีที่เราคัดเลือกมีดังต่อไปนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผู้สมัครเป็นอย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครทำงานกับคุณนานเท่าไหร่</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">บทบาทหรือความรับผิดชอบคืออะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">เหตุผลที่ผู้สมัครเหมาะสมสำหรับงานเดิมคืออะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครเคยได้รับการเลื่อนขั้นหรือตำแหน่งหรือไม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">จุดแข็งและจุดอ่อนของผู้สมัครคืออะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครประสบปัญหาในการทำงานเรื่องอะไรบ้าง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครมีวิธีการจัดการปัญหา แรงกดดัน หรือความขัดแย้งอย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครเคยได้รับการตักเตือนทางวาจาหรือจดหมายหรือไม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างผลงานของผู้สมัครที่คุณประทับใจที่สุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัครกับพนักงานคนอื่นเป็นอย่างไรบ้าง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ผู้สมัครมีทัศนคติต่อการทำงานและพนักงานคนอื่นอย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">เหตุผลที่ผู้สมัครลาออกจากบริษัทของคุณ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">จากบริบทงานใหม่ คุณคิดว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติอะไรที่เหมาะสม</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ขอคำแนะนำเพิ่มเติมในการจัดการผู้สมัครให้ประสบความสำเร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">มีอะไรอีกบ้างที่ต้องรู้แต่ยังไม่ได้ถามเกี่ยวกับผู้สมัคร</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">นอกจากคุณแล้ว มีใครอีกบ้างที่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกของผู้สมัครในลักษณะที่แตกต่างกัน</span></li>
</ol>
<h2>Reference Checks แล้วได้รับ Feedback ไม่ดี ควรทำอย่างไร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7798 size-thumbnail aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/Reference-Checks-HR-NOTE-2.jpg" alt="Reference Checks HR NOTE " width="600" height="370" title="Reference Checks แบบมืออาชีพ พร้อม 17 ตัวอย่างคำถามที่นำไปใช้ได้จริง 850"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปกติผู้สมัครมักจะเลือกบุคคลอ้างอิงที่มีความสัมพันธ์และทัศนคติที่ดีต่อกันอยู่แล้ว แต่บางครั้ง HR ก็เจอประสบการณ์</span> <span style="font-weight: 400;">Reference Checks ที่ไม่ดีกลับมาบ้าง เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จบลงด้วยดีกับที่ทำงานเก่าเสมอไป แล้วถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์จะต้องรับมืออย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนทุกคนจะมีคำถามป๊อปอัพขึ้นมาในหัวทันทีว่า จะบอกผู้สมัครดีไหมนะ? </span><b><strong class="yellow-highlighter">ทางที่ดีคือไม่ควรบอก เพราะข้อมูลจากอ้างอิงถือว่าเป็นความลับ และบุคคลอ้างอิงก็คาดหวังว่าเราจะไม่บอกเรื่องนี้แก่ผู้สมัครด้วย</strong></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าข้อมูลอ้างอิงดังกล่าวส่งผลต่อการปฏิเสธการจ้างงาน เราก็ควรอธิบายให้ผู้สมัครฟังง่าย ๆ ว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“หนึ่งในผู้อ้างอิงของคุณให้ข้อเสนอแนะเชิงลบมา” </span></i><span style="font-weight: 400;">แต่ห้ามบอกว่าเป็นใคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเป็นเรื่องดีหาก HR เปิดโอกาสให้ผู้สมัครได้แบ่งปันมุมมองของเขาอีกครั้งว่า ปัญหาดังกล่าวมีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ แล้วนำมาเหตุผลของทั้งสองฝ่ายมาช่างน้ำหนักความเชื่อถือเพื่อพิจารณาต่อการจ้างงานอีกครั้ง</span></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันหลายองค์กรมองว่า</span> <span style="font-weight: 400;">Reference Checks เป็นกระบวนการที่ล้าสมัยแล้ว แต่ขณะเดียวกัน บางองค์กรก็ยังต้องพึ่งพากระบวนการนี้เพื่อมั่นใจว่าเฟ้นหาพนักงานใหม่ที่เหมาะสมที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนดั่งที่ </span><b>เดวิด รีสเชอร์ (David Reischer)</b><span style="font-weight: 400;"> ทนายความและ CEO ของ</span> <span style="font-weight: 400;">LegalAdvice.com ที่บอกว่า</span> <b><i><strong class="cyan-highlighter">“การตรวจสอบบุคคลอ้างอิงควรใช้ในขั้นตอนสุดท้ายของการยืนยัน และควรเป็นวิธีการที่ได้รับข้อมูลเชิงลึกหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิภาพหรือทักษะความสามารถในการทำงานของผู้สมัคร”</strong></i></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงเวลาแล้วที่ HR จะต้องเห็นความสำคัญของ Reference Checks กันมากขึ้น เพราะผลลัพธ์กระบวนการนี้นำไปสู่ประโยชน์สูงสุดขององค์กร และช่วยให้เรามั่นใจได้ว่า คุณได้เลือกพนักงานที่เหมาะสมกับองค์กรแล้วจริง ๆ</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Reference Checks แบบมืออาชีพ พร้อม 17 ตัวอย่างคำถามที่นำไปใช้ได้จริง 851" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>ที่มา</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://www.go2hr.ca/recruitment/conducting-effective-reference-checks" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">go2hr</span></a></li>
<li><a href="https://www.talentlyft.com/en/resources/what-is-reference-check" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">talentlyft</span></a></li>
<li><a href="https://www.checkster.com/blog/reference-check-vs-employment-verification" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">checkster</span></a></li>
<li><a href="https://www.forbes.com/sites/heidilynnekurter/2019/02/16/are-reference-checks-still-relevant-3-effective-tactics-for-recruiting-the-new-generation-of-talent/?sh=1cf8e5024052" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">forbes</span></a></li>
<li><a href="https://www.smartrecruiters.com/resources/glossary/reference-check/#tips-for-conducting-reference-checks" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">smartrecruiters</span></a></li>
<li><a href="https://www.tamrecruiting.com/what-to-do-when-a-candidate-has-a-bad-reference/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">tamrecruiting</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 วิธีการรับสมัครงานแบบอ้างอิงหรือเพื่อนแนะนำเพื่อน (Employee Referrals) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/employee-referrals-210624/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Jun 2021 10:47:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Employee Referrals]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/employee-referrals-210624/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT การอ้างอิงของพนักงาน หรือ Employee Referrals คือวิธีการสรรหาบุคลากรภายในองค์กรผ่านการแนะนำและรับรองโดยพนักงานด้วยกันเอง ส่วนใหญ่มักทำในรูปแบบโครงการเพื่อนแนะนำเพื่อน นับเป็นกระบวนการสรรหาที่ทำได้ง่ายและรวดเร็ว การรับพนักงานแบบ referrals มีประโยชน์ต่อ HR เพราะเป็นวิธีที่ช่วยให้มั่นใจว่า พนักงานที่แนะนำเข้ามานั้นมีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งที่ต้องการจริง ๆ เนื่องจากพนักงานของเราย่อมทราบภารกิจและวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างดี ตัวอย่าง Employee Referrals ของ Google แค่ถามพนักงานว่า “คุณรู้จักใครที่เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดในแคลิฟอร์เนียไหม&#8221; การถามแบบนี้กระตุ้นให้พนักงานนึกถึงและชวนคนรู้จักที่มีความสามารถเข้ามาสมัครงานมากขึ้น การจ้างพนักงานที่เหมาะสมกับตำแหน่ง เป็นก้าวแรกแห่งความสำเร็จของทุกบริษัทมาโดยตลอด ทว่าปัจจุบันแต่ละองค์กรต้องการพนักงานที่มีคุณสมบัติหลากหลายมากขึ้น ทั้ง Hard Skills, Soft Skills รวมไปถึง Digital Skills ทำให้กระบวนการสรรหามีความซับซ้อนและยากขึ้น หนึ่งในวิธีการสรรหาพนักงานใหม่ที่ฝ่าย HR หลายคนเลือกใช้ก็คือ โครงการเพื่อนแนะนำเพื่อน หรือ การอ้างอิงของพนักงาน (Employee Referrals) เพราะเป็นกระบวนการที่ทำได้ง่ายและรวดเร็ว ผ่านโปรแกรมเพื่อนแนะนำเพื่อน จากพนักงานของเราที่รู้จักองค์กรดีอยู่แล้ว ว่าแต่ จะรู้ได้ยังไงว่าพนักงานของเราแนะนำบุคคลที่ดีที่สุดมาให้แล้วจริง ๆ วันนี้ HREX.asia จะมาบอกวิธีการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อผลลัพธ์การเฟ้นหาที่ดีที่สุด Employee Referrals [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การอ้างอิงของพนักงาน หรือ Employee Referrals คือวิธีการสรรหาบุคลากรภายในองค์กรผ่านการแนะนำและรับรองโดยพนักงานด้วยกันเอง ส่วนใหญ่มักทำในรูปแบบโครงการเพื่อนแนะนำเพื่อน นับเป็นกระบวนการสรรหาที่ทำได้ง่ายและรวดเร็ว</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การรับพนักงานแบบ referrals มีประโยชน์ต่อ HR เพราะเป็นวิธีที่ช่วยให้มั่นใจว่า พนักงานที่แนะนำเข้ามานั้นมีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งที่ต้องการจริง ๆ เนื่องจากพนักงานของเราย่อมทราบภารกิจและวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่าง Employee Referrals ของ Google แค่ถามพนักงานว่า “คุณรู้จักใครที่เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดในแคลิฟอร์เนียไหม&#8221; การถามแบบนี้กระตุ้นให้พนักงานนึกถึงและชวนคนรู้จักที่มีความสามารถเข้ามาสมัครงานมากขึ้น</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><span style="font-weight: 400;">การจ้างพนักงานที่เหมาะสมกับตำแหน่ง เป็นก้าวแรกแห่งความสำเร็จของทุกบริษัทมาโดยตลอด ทว่าปัจจุบันแต่ละองค์กรต้องการพนักงานที่มีคุณสมบัติหลากหลายมากขึ้น ทั้ง Hard Skills, Soft Skills รวมไปถึง Digital Skills ทำให้กระบวนการสรรหามีความซับซ้อนและยากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในวิธีการสรรหาพนักงานใหม่ที่ฝ่าย HR หลายคนเลือกใช้ก็คือ </span><b><strong class="yellow-highlighter">โครงการเพื่อนแนะนำเพื่อน หรือ การอ้างอิงของพนักงาน (Employee Referrals)</strong></b><span style="font-weight: 400;"> เพราะเป็นกระบวนการที่ทำได้ง่ายและรวดเร็ว ผ่านโปรแกรมเพื่อนแนะนำเพื่อน จากพนักงานของเราที่รู้จักองค์กรดีอยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ว่าแต่ จะรู้ได้ยังไงว่าพนักงานของเราแนะนำบุคคลที่ดีที่สุดมาให้แล้วจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ HREX.asia จะมาบอกวิธีการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อผลลัพธ์การเฟ้นหาที่ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<h2><b>Employee Referrals คืออะไร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8237 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/6f2c5ff9cf58f880b00bfe5ac796374f-1.jpg" alt="การสมัครงาน Employee Referrals เพื่อนแนะนำเพื่อน HR NOTE " width="500" height="326" title="5 วิธีการรับสมัครงานแบบอ้างอิงหรือเพื่อนแนะนำเพื่อน (Employee Referrals) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 859"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การอ้างอิงของพนักงาน (Employee Referral) คือหนึ่งในวิธี</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190314-internal-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (Internal Recruitment)</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่มีประสิทธิภาพผ่านการแนะนำและรับรองโดยพนักงานด้วยกันเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">การรับพนักงานแบบ referral ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบโปรแกรมเพื่อนแนะนำเพื่อน</strong> ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำเพื่อนร่วมงานในองค์กรเดียวกัน หรือแนะนำคนนอกองค์กรที่มีความสามารถให้เข้ามาสมัครงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระบวนการนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เห็นได้จากสถิติจาก</span><a href="https://www.linkedin.com/pulse/employee-referral-statistics-you-need-know-2020-mike-stafiej/?articleId=6622562177335336961" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">LinkedIn</span></a><span style="font-weight: 400;"> ประจำปี 2020 ที่บอกว่า ผู้สมัครที่มาจากการแนะนำ มีแนวโน้มที่จะได้รับการว่าจ้างมากกว่าปกติถึง 4 เท่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นการอ้างอิงของพนักงานจึงเป็นกระบวนการสรรหาบุคลากรที่ HR ไม่ควรมองข้าม</span></p>
<div class="focused-block--has-title check">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title" style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190314-internal-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1493" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_301999868.png" alt="shutterstock 301999868" width="600" height="370" title="5 วิธีการรับสมัครงานแบบอ้างอิงหรือเพื่อนแนะนำเพื่อน (Employee Referrals) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 860"></a><a style="font-family: inherit; font-size: inherit;" href="https://th.hrnote.asia/recruit/190314-internal-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (Internal Recruitment)</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h2>ทำไม Employee Referrals จึงสำคัญ</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่นานมานี้ทัศนคติต่อการสรรหาพนักงานใหม่มีการเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่มองว่า HR มีอำนาจอย่างเด็ดขาด เปลี่ยนมาเป็นผู้สมัครต่างหากที่มีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้น </span><span style="font-weight: 400;">นั่นก็เพราะทุกวันนี้มีองค์กรหรือธุรกิจใหม่เกิดขึ้นมากมาย รวมไปสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ทุกคนมีธุรกิจส่วนตัว ทำให้ตลาดแรงงานมีโอกาสและทางเลือกที่หลากหลาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่แปลกที่จะเกิดคำว่า </span><b><strong class="yellow-highlighter">องค์กรไม่ได้เป็นคนเลือกพนักงาน แต่พนักงานต่างหากที่เป็นคนเลือกองค์กร</strong></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้ทำให้การเฟ้นหาพนักงานใหม่เป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานเก่ง ๆ ที่ทุกองค์กรต่างต้องการตัว สนามแข่งขันการหาพนักงานมาเสริมทัพจึงดุเดือดเป็นทวีคูณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การรับพนักงานแบบ referral จึงกลายเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะแก้ปัญหากระบวนการสรรหาแบบเดิม ๆ ที่ใช้เวลานาน ทำได้ยาก และมีราคาที่ต้องจ่ายมากเกินไป</span></p>
<h2>ประโยชน์ของ Employee Referrals</h2>
<p>การอ้างอิงของพนักงานมีประโยชน์ทั้งฝ่ายผู้สมัครงานและฝ่ายทรัพยากรบุคคล ซึ่งแยกออกมาได้ดังนี้</p>
<h3>ประโยชน์สำหรับผู้สมัครงาน</h3>
<p>สำหรับผู้สมัครงาน การได้รับการอ้างอิงจากพนักงานเดิมมีผลต่อลำดับในการพิจารณารับเข้าทำงานอย่างมีนัยยะสำคัญ เนื่องจากตำแหน่งดังกล่าวย่อมมีผู้สมัครงานจากทางอื่นอีกจำนวนมาก การมีผู้อ้างอิงจากภายในองค์กรจะเสริมให้ผู้สมัครคนนั้นโดดเด่นขึ้นมาท่ามกล่างคนอื่นที่สมัครเข้ามาเอง</p>
<h3>ประโยชน์สำหรับทรัพยากรมนุษย์</h3>
<p>การรับพนักงานแบบ referrals มีประโยชน์ต่อ HR ในฐานะวิธีการที่ช่วยให้องค์กรมั่นใจว่า พนักงานที่แนะนำเข้ามานั้นมีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งที่ต้องการจริง ๆ สิ่งนี้จะต้องอยู่บนสมมติฐานว่า พนักงานของเรานั้นเป็นพนักงานที่เก่ง เนื่องพวกเขาทราบภารกิจและวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างดี การแนะนำเพื่อนคนอื่นเข้ามาสมัครงานจึงเป็นการคัดกรองมาแล้วว่าเเหมาะสมกับองค์กรของเรา</p>
<h2>5 วิธีการสร้าง Employee Referral Program</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7786 size-thumbnail aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/Employee-Referrals-HR-NOTE-2.jpg" alt="Employee Referrals HR NOTE" width="600" height="370" title="5 วิธีการรับสมัครงานแบบอ้างอิงหรือเพื่อนแนะนำเพื่อน (Employee Referrals) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 861"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีหลากหลายตำราที่แนะนำการสร้างโปรแกรมเพื่อนแนะนำเพื่อนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในที่นี้เราขอยกวิธีการจาก</span><a href="https://fitsmallbusiness.com/employee-referrals/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">fitsmallbusiness</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่กล่าวถึงขั้นตอนไว้อย่างน่าสนใจ 5 ขั้นตอน ดังนี้</span></p>
<h3>1. ตรวจสอบความสำคัญในการจ้างงาน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรกำลังต้องการพนักงานใหม่ เริ่มต้นเราต้องกำหนดเป้าหมายและความสำคัญของการรับสมัครงานครั้งนั้นเสียก่อน เพราะกระบวนนี้สามารถแนะนำได้ทุกตำแหน่ง หรือจะเลือกใช้เฉพาะตำแหน่งที่สำคัญ ๆ เท่านั้น ซึ่งเรามีตัวอย่างตำแหน่งที่เหมาะสมกับการรับพนักงานแบบ referrals ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ตำแหน่งที่ต้องการคนอย่างเร่งด่วน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ตำแหน่งที่หาคนทำงานได้ยาก</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ตำแหน่งอาวุโสที่จะต้องจ่ายเงินให้บริษัทค้นหางาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ตำแหน่งเฉพาะทางที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">หรือตำแหน่งสำคัญที่สร้างความเสี่ยงให้กับบริษัท</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังมีสถิติปี 2020 จาก</span><a href="https://www.linkedin.com/pulse/employee-referral-statistics-you-need-know-2020-mike-stafiej/?articleId=6622562177335336961" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">LinkedIn</span></a><span style="font-weight: 400;"> ระบุว่า 45% ของพนักงานที่ผ่านการแนะนำจะอยู่องค์กรนานกว่า 4 ปี และมีพนักงานที่สมัครงานปกติเพียง 25% ที่จะอยู่ในองค์กรนานกว่า 2 ปี</span></p>
<p>นั่นแปลว่าการเลือกใช้โปรแกรมเพื่อนแนะนำเพื่อนในตำแหน่งสำคัญ ก็จะการันตีได้ว่าพนักงานคนนั้นจะอยู่กับองค์กรของเรานานกว่านั่นเอง</p>
<h3>2. สื่อสารความคาดหวังของโปรแกรมกับพนักงานในองค์กร</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่จะทำให้โปรมแกรมการแนะนำพนักงานมีประสิทธิภาพ คือการสื่อสารถึงรายละเอียดของโครงการนี้ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่ว่าพนักงานของเราจะทราบถึงความคาดหวังว่าองค์กรต้องการพนักงานใหม่แบบไหน HR สามารถทำออกมาเป็นแผนนโยบาย โดยสามารถดูตัวอย่างเทมเพลตภาษาอังกฤษได้จาก</span><a href="https://fitsmallbusiness.com/wp-content/uploads/2018/11/Employee-Referral-Policy-Template.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;"> PDF</span></a><span style="font-weight: 400;"> นี้ ซึ่งเนื้อหาควรประกอบไปด้วย</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;"><strong>Rationale</strong> – เหตุผลในการสร้างโปรแกรม</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;"><strong>Positions</strong> – ตำแหน่งที่ต้องการรับทั้งหมด</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;"><strong>Incentives</strong> – แรงจูงใจหรือผลรางวัล</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;"><strong>Rules </strong>– กฎระเบียบหรือข้อบังคับที่ชัดเจน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;"><strong>Instructions </strong>– คำแนะนำอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ช่องทางการติดต่อ เป็นต้น</span></li>
</ul>
<h3>3. ทำให้การแนะนำผู้สมัครเป็นเรื่องง่าย<span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่าวคือการแนะนำเพื่อนต่อ HR ต้องไม่ใช่เรื่องยาก พนักงานทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ สิ่งสำคัญคือการเน้นย้ำให้พนักงานทุกคนทราบว่าโครงการดังกล่าวยังดำเนินการอยู่หรือไม่ ฉะนั้นต้องมีการอัพเดทความเป็นไปให้ทุกคนได้ทราบ เพื่อไม่ให้เกิดการแนะนำตำแหน่งที่ซับซ้อนหรือสับสน</span></p>
<h3>4. ให้รางวัลผู้อ้างอิงที่เหมาะสม</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้คือแรงจูงใจให้พนักงานในองค์กรเกิดการแข่งขันเพื่อหาผู้สมัครที่ดีที่สุด แรงจูงใจหรือรางวัลสามารถเป็นได้ทั้งสิ่งของ สวัสดิการ หรือแม้กระทั่งเงินสด ที่สำคัญอย่าลืมขอบคุณพนักงานองค์กรทุกคนที่ร่วมโครงการในครั้งนี้ด้วย เพื่อเป็นการรักษา</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/181210-thengagement/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ความผูกพันในองค์กร</span></a><span style="font-weight: 400;">ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น</span></p>
<h3>5. วัดผลความสำเร็จของโครงการด้วย</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จะว่าไปแล้วการวัดเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญของทุก ๆ กระบวนการ เพื่อจะได้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์มาวิเคราะห์และพัฒนาปรับปรุงโปรแกรมในครั้งต่อไป ตัวชี้วัดสำคัญที่ควรประเมินก็คือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;"><strong>Volume </strong>– จำนวนทั้งหมดของผู้เข้าร่วมโครงการ ทั้งพนักงานที่แนะนำ และผู้สมัครที่เข้ามา</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;"><strong>Contributors </strong>– จำนวนพนักงานที่แนะนำประสบความสำเร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;"><strong>Results </strong>– อัตราส่วนผู้สมัครงานที่ได้รับการจ้างงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;"><strong>Costs &amp; Savings </strong>– ค่าใช้จ่ายทั้งเม็ดเงินและเวลาที่เสียไป เมื่อเทียบกับการรับสมัครแบบอื่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;"><strong>Improvements</strong> – สรุปหาโอกาสที่สามารถนำไปพัฒนาโครงการได้</span></li>
</ul>
<h2><strong>ข้อดี-ข้อเสียของ Employee Referral Program </strong></h2>
<p><strong>ข้อดีของ Employee Referral Program </strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><b>เร็วกว่า</b><span style="font-weight: 400;"> – เพราะการรับสมัครงานแบบปกติใช้วลานาน มีสถิติที่น่าสนใจจาก</span><a href="https://www.glassdoor.com/research/interview-sources/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Glassdoor</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่บอกว่า พนักงานที่ผ่านการแนะนำจะตอบรับการทำงานมากกว่าปกติ 2.6% &#8211; 6.6%</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><b>ประหยัดกว่า</b><span style="font-weight: 400;"> – เพราะไม่ต้องเสียค่านายหน้าให้กับบริษัทจัดหางาน หรือเสียค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ระหว่างกระบวนการ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><b>เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรมากกว่า</b><span style="font-weight: 400;"> – เพราะพนักงานของเราย่อมรู้จักและเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรดีอยู่แล้ว พวกเขาจึงเลือกคนที่มีทัศนคติคล้ายกันมาเสริมทีม</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><b>เหมาะสำหรับตำแหน่งที่หายากมากกว่า</b><span style="font-weight: 400;"> – เพราะบางตำแหน่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น คนทำงานสาย IT ก็จะแนะนำเพื่อนที่เป็น IT มาสมัครงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><b>เพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงาน (Employee Engagement)</b><span style="font-weight: 400;"> – เพราะพนักงานจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งองค์กร มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในกระบวนการสำคัญ</span></li>
</ul>
<div class="focused-block--has-title check">
<div class="__title" style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/200107-employeeengagement2020/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-5028 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/template-3.png" alt="template 3" width="600" height="370" title="5 วิธีการรับสมัครงานแบบอ้างอิงหรือเพื่อนแนะนำเพื่อน (Employee Referrals) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 862"></a></strong><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/200107-employeeengagement2020/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">ทำไม Employee Engagement ถึงเป็นคำศัพท์ที่สำคัญที่สุดที่ HR ควรรู้ในปี 2020</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p>ข้อเสียของ Employee Referral Program<span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><b>ขาดความหลากหลายทางไอเดีย</b><span style="font-weight: 400;"> – เพราะพนักงานอาจเลือกคนที่จากพื้นเพใกล้เคียงกัน เช่น จบโรงเรียนเดียวกัน หรือคนที่มีความคิดเห็นคล้าย ๆ กัน วิธีการแก้ไขคือให้พนักงานแนะนำผู้สมัครที่ไม่ใช่เพื่อนสนิทหรือไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวบ้าง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><b>ขาดความชัดเจน –</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะกรณีพนักงานแนะนำผู้สมัครมาแล้ว HR ไม่ได้รับ ทำให้ผู้แนะนำเกิดความกังวลภายในใจว่าตัวเองแนะนำความผิดพลาดหรือเปล่า ประเด็นนี้แก้ไขด้วยการสื่อสารภายในองค์กรอย่างสม่ำเสมอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><b>เกิดความบางหมางระหว่างกัน</b><span style="font-weight: 400;"> – บางครั้งการแนะนำเพื่อนมาร่วมงานก็ทำให้เกิดการแบ่งกลุ่มของพนักงานที่ชัดเจน พนักงานที่อยู่ตัวคนเดียวก็อาจไม่พอใจได้ วิธีแก้ไขคือการสร้างมนุษยสัมพันธ์ในองค์กร์สม่ำเสมอ</span></li>
</ul>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title" style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190524-human-relation-factors/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2289" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/05/shutterstock_1240181551.png" alt="shutterstock 1240181551" width="600" height="370" title="5 วิธีการรับสมัครงานแบบอ้างอิงหรือเพื่อนแนะนำเพื่อน (Employee Referrals) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 863"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190524-human-relation-factors/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">ปัจจัยสำคัญในการสร้างมนุษยสัมพันธ์ในองค์กร (Human Relation Factors)</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตัวอย่างโครงการแนะนำพนักงาน Employee Referrals ที่ดี</h2>
<div class="focused-block">
<p><b>ตัวอย่าง Intel</b><span style="font-weight: 400;"> – บริษัทเทคโนโลยียักษใหญ่ใช้เทคนิคให้โบนัส 2 เท่า หากพนักงานแนะนำเพื่อนที่เป็นผู้หญิงหรือคนกลุ่มน้อยเข้ามาสมัครงานได้สำเร็จ นับเป็นการยิงปืนนัดเดียวที่จะได้พนักงานคนเก่ง และสร้างความหลากหลายในองค์กรด้วย</span></p>
<p><b>ตัวอย่าง Google</b><span style="font-weight: 400;"> – อีกหนึ่งองค์กรระดับโลกที่หาพนักงานด้วยวิธีการง่าย ๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีสุดล้ำอะไรมากมาย เพียงแค่ให้ HR ถามพนักงานว่า “คุณรู้จักใครที่เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดในแคลิฟอร์เนียไหม&#8221; การถามแบบนี้กระตุ้นให้พนักงานนึกถึงคนรู้จักที่มีความสามารถ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ามันเวิร์กสำหรับ Google จริง ๆ</span></p>
<p><b>ตัวอย่าง PURE</b><span style="font-weight: 400;"> – บริษัทประกันภัยของสหรัฐฯ มีสถิติรับสมัครพนักงานจากการอ้างอิงมากถึง 40% &#8211; 60% เคล็ดลับของเขาก็คือ ทันทีที่พนักงานทำงานพ้นสัปดาห์แรก ก็จะถูกถามหาคนรู้จักในการทำงานต่อทันที ทำให้บริษัทไม่ต้องเสียเวลาไปหาพนักงานจากที่อื่นมากเกินไป</span></p>
<p><b>ตัวอย่าง Booking.com </b><span style="font-weight: 400;">– ครั้งหนึ่งองค์กรเคยประสบปัญหาในการหาพนักงานที่สามารถพูดได้ทั้งภาษาโปรตุเกสและภาษาอังกฤษมาประจำที่สำนักงานในประเทศบราซิล พวกเขาเลยใช้วิธีนำอาหารโปรตุเกสมาวางในออฟฟิศ เพื่อให้พนักงานคนอื่นระลึกได้ว่า เรายังขาดคนตำแหน่งนี้อยู่นะ และไม่นาน พวกเขาก็หาพนักงานใหม่ได้สำเร็จ</span></p>
</div>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7787 size-thumbnail aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/Employee-Referrals-HR-NOTE-3.jpg" alt="Employee Referrals HR NOTE" width="600" height="370" title="5 วิธีการรับสมัครงานแบบอ้างอิงหรือเพื่อนแนะนำเพื่อน (Employee Referrals) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 864"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">การรับพนักงานแบบ referral เป็นเครื่องมือหาพนักงานใหม่ที่ใช้งานง่ายและรวดเร็ว แถมยังเป็นช่องทางประหยัดทั้งเงินและเวลาเมื่อเทียบกับช่องทางอื่น</strong> </span><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันมีสถิติมากมายที่บอกถึงประโยชน์ว่าพนักงานที่ผ่านการแนะนำจะเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ดี ส่งผลให้ระดับความพึงพอใจในการทำงานเพิ่มขึ้น และอัตราการลาออกลดลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นความท้าทายใหม่ HR ที่จะต้องศึกษา วางแผน ตลอดจนมีกลยุทธ์ในการสร้างโปรแกรมอ้างอิงพนักงานอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้พนักงานของเราร่วมมือร่วมใจเฟ้นหาพนักงานใหม่ที่ตอบโจทย์กับองค์กรมากที่สุด</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20219 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-1536x480.png 1536w" alt="CTA HR Products &amp; Services" width="1600" height="500" title="5 วิธีการรับสมัครงานแบบอ้างอิงหรือเพื่อนแนะนำเพื่อน (Employee Referrals) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 865"></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>ที่มา</b></p>
<ul>
<li><a href="https://www.talentlyft.com/en/resources/what-is-employee-referral" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">talentlyft</span></a></li>
<li><a href="https://www.achievers.com/blog/employee-referral-program/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">achievers</span></a></li>
<li><a href="https://www.thebalancecareers.com/what-are-employee-referral-programs-2062990" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">thebalancecareers</span></a></li>
<li><a href="https://fitsmallbusiness.com/employee-referrals/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">fitsmallbusiness</span></a></li>
<li><a href="https://resources.workable.com/tutorial/employee-referral" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">resources.workable</span></a></li>
<li><a href="https://www.coburgbanks.co.uk/blog/attracting-staff/employee-referral-schemes/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">coburgbanks</span></a></li>
<li><a href="https://www.digitalhrtech.com/employee-referral-programs-examples/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">digitalhrtech</span></a></li>
<li><a href="https://www.ismartrecruit.com/blog-11-employee-referral-programmes" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Ismartrecruit</span></a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 ขั้นตอนในการคัดเลือกพนักงานใหม่ ที่ทำให้การสัมภาษณ์ครั้งต่อไปง่ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/5-simplify-interview-process/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2020 04:32:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[การสรรหาบุคลากร]]></category>
		<category><![CDATA[การคัดเลือกพนักงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/5-simplify-interview-process/</guid>

					<description><![CDATA[1. Agree to a Set of Stakeholders: ก่อนคัดเลือกพนักงานใหม่ เลือกคณะกรรมการสัมภาษณ์ก่อน กำหนดให้ชัดเจนว่าใครจะมีส่วนร่วมกับกระบวนการสัมภาษณ์บ้าง ซึ่งคนกลุ่มนี้จะถือว่าเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในการคัดเลือก Candidate เช่น ผู้จัดการ, recruiters, HRBPs, ผู้บริหารในองค์กร หรือแม้กระทั่งพนักงานเก่าที่กำลังจะลาออก การกำหนดผู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่หลากหลายช่วยเพิ่มโอกาสที่ Candidate จะเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ ทำงานกับทุกฝ่ายได้อย่างราบรื่น และช่วยเพิ่มความชัดเจนให้กับกระบวนการคัดเลือกพนักงานในลำดับถัดไปมากขึ้น 2. Know What You&#8217;re Looking For: มากคนแต่ไม่มากความ เพราะมีหลักเกณฑ์การพิจารณาที่ชัดเจน ก่อนจะเชิญ Candidate เข้ามาสัมภาษณ์คณะกรรมการจะต้องมีข้อตกลงร่วมกันว่า &#8216;คุณลักษณะ&#8217;แบบไหนที่เรากำลังมองหาอยู่ เราจะไม่ปล่อยให้ ‘Hidden Agenda’ หรือความชอบสวนตัวของแต่ละคนแฝงฝังอยู่ในความคิดโดยไม่สื่อสารออกมาให้ทุกคนได้รู้ร่วมกัน หากว่าผู้จัดการอยากได้คนที่ทำงานไว ยืดหยุ่นเรื่องเวลาได้ก็ต้องเผยความต้องการนี้ออกมาเลย หากผู้นำองค์กรอยากได้คนรักการเรียนรู้ มี Growth mindset ก็ต้องสื่อสารออกมาเช่นกัน เมื่อทำแบบนี้กระบวนการในการคัดเลือก Candidate ใครชอบอะไรไม่ชอบอะไร อยากได้คนแบบไหนก็บอกมาในขั้นตอนนี้เลยโดยไม่ต้องปิดบัง ถ้าหากมีจุดที่เห็นแตกต่างจะได้เคลียกันตั้งแต่ในขั้นตอนนี้ว่าทำไมเพราะอะไร เมื่อสิ้นสุดกระบวนการนี้เราควรจะได้ Final List ออกมาว่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>1. Agree to a Set of Stakeholders: ก่อนคัดเลือกพนักงานใหม่ เลือกคณะกรรมการสัมภาษณ์ก่อน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-6132" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/07/01E1F1E9-EABF-479E-B8F7-41831B477063-scaled.jpeg" alt="01E1F1E9 EABF 479E B8F7 41831B477063 scaled" width="1110" height="740" title="5 ขั้นตอนในการคัดเลือกพนักงานใหม่ ที่ทำให้การสัมภาษณ์ครั้งต่อไปง่ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน 872"></p>
<p>กำหนดให้ชัดเจนว่าใครจะมีส่วนร่วมกับกระบวนการสัมภาษณ์บ้าง ซึ่งคนกลุ่มนี้จะถือว่าเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในการคัดเลือก Candidate เช่น ผู้จัดการ, recruiters, HRBPs, ผู้บริหารในองค์กร หรือแม้กระทั่งพนักงานเก่าที่กำลังจะลาออก</p>
<p>การกำหนดผู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่หลากหลายช่วยเพิ่มโอกาสที่ Candidate จะเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ ทำงานกับทุกฝ่ายได้อย่างราบรื่น และช่วยเพิ่มความชัดเจนให้กับกระบวนการคัดเลือกพนักงานในลำดับถัดไปมากขึ้น</p>
<h2>2. Know What You&#8217;re Looking For: มากคนแต่ไม่มากความ เพราะมีหลักเกณฑ์การพิจารณาที่ชัดเจน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-6133" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/07/1A99CEB6-FDDA-4B8E-87E3-0FCB9081A927-scaled.jpeg" alt="1A99CEB6 FDDA 4B8E 87E3 0FCB9081A927 scaled" width="1110" height="740" title="5 ขั้นตอนในการคัดเลือกพนักงานใหม่ ที่ทำให้การสัมภาษณ์ครั้งต่อไปง่ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน 873"></p>
<p>ก่อนจะเชิญ Candidate เข้ามาสัมภาษณ์คณะกรรมการจะต้องมีข้อตกลงร่วมกันว่า &#8216;คุณลักษณะ&#8217;แบบไหนที่เรากำลังมองหาอยู่ เราจะไม่ปล่อยให้ ‘<em>Hidden Agenda</em>’ หรือความชอบสวนตัวของแต่ละคนแฝงฝังอยู่ในความคิดโดยไม่สื่อสารออกมาให้ทุกคนได้รู้ร่วมกัน หากว่าผู้จัดการอยากได้คนที่ทำงานไว ยืดหยุ่นเรื่องเวลาได้ก็ต้องเผยความต้องการนี้ออกมาเลย หากผู้นำองค์กรอยากได้คนรักการเรียนรู้ มี Growth mindset ก็ต้องสื่อสารออกมาเช่นกัน</p>
<p>เมื่อทำแบบนี้กระบวนการในการคัดเลือก Candidate ใครชอบอะไรไม่ชอบอะไร อยากได้คนแบบไหนก็บอกมาในขั้นตอนนี้เลยโดยไม่ต้องปิดบัง ถ้าหากมีจุดที่เห็นแตกต่างจะได้เคลียกันตั้งแต่ในขั้นตอนนี้ว่าทำไมเพราะอะไร เมื่อสิ้นสุดกระบวนการนี้เราควรจะได้ Final List ออกมาว่า  Ideal candidate ที่เราอยากได้มีหน้าตาเป็นแบบไหน คุณสมบัติใดที่ต้องมี ไม่มีไม่ได้ และคุณสมบัติข้อไหนที่ถ้ามีก็เป็นคะแนนบวก ไม่มีก็ยังรับได้ และเราจะใช้ลิสต์ตัวนี้เองในการเป็น &#8216;พิมพ์เขียว&#8217; หลักในการพิจารณา Candidate ในขั้นตอนสัมภาษณ์งาน</p>
<h2>3. Develop a Common Interview Strategy: กำหนดกลยุทธ์ในการสัมภาษณ์</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-6134" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/07/050716D1-E417-4250-A32C-E414C54E82DE-scaled.jpeg" alt="050716D1 E417 4250 A32C E414C54E82DE scaled" width="1110" height="740" title="5 ขั้นตอนในการคัดเลือกพนักงานใหม่ ที่ทำให้การสัมภาษณ์ครั้งต่อไปง่ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน 874"></p>
<p>เนื่องจากมีผู้สัมภาษณ์หลายคน และการสัมภาษณ์ก็จะต้องเกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งรอบ คำถามในการสัมภาษณ์ก็มีหลากหลายประเภทที่ใช้วัดคุณสมบัติต่างๆ ที่แตกต่างกันไป ดังนั้นเราจะต้องมานั่งวางแผนกันว่าการสัมภาษณ์แต่ละรอบจะมีใครเข้าร่วมบ้าง ใครจะถามคำถามไหนเพื่อวัดอะไร และทำการเตรียมลิสต์ของคำถามเอาไว้ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการสัมภาษณ์แต่ละครั้ง และตอนนี้เราก็พร้อมแล้วที่จะเรียก Candidate เข้ามาสัมภาษณ์</p>
<h2>4. Create a Standard Review Process: สร้างกระบวนการสัมภาษณ์ที่เป็นมาตรฐาน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-6135" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/07/054935B5-B137-48EB-AEBE-3A6E8D0D5DAA-scaled.jpeg" alt="054935B5 B137 48EB AEBE 3A6E8D0D5DAA scaled" width="1110" height="740" title="5 ขั้นตอนในการคัดเลือกพนักงานใหม่ ที่ทำให้การสัมภาษณ์ครั้งต่อไปง่ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน 875"></p>
<p>ถามว่าทำไมต้องเป็นมาตรฐาน คำตอบอย่างสั้นคือมนุษย์ไม่สามารถหลีกเลี่ยง Cognitive biases หรือความโน้มเอียงทางความคิด ความลำเอียง ได้ 100% แต่เราสามารถลดมันลงได้อย่างมีนัยสำคัญด้วยการสร้างระบบขึ้น โดยเราอาจทำได้ผ่านการสร้างตารางประเมิน หรือ checklist ให้กับคณะกรรมการทุกท่านได้ใช้ในระหว่างที่กำลังสัมภาษณ์หรือหลังจากที่สัมภาษณ์ลงเพื่อวิเคราะห์และบันทึกคุณสมบัติของ Candidate ลงไปเป็นลายลักษณ์อักษร</p>
<p>ด้วยวิธีการนี้จะทำให้กรรมการการสัมภาษณ์ได้มีเวลาตกผลึกทางความคิดอีกครั้งว่าประสบการณ์การสัมภาษณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเป็นอย่างไรบ้าง Candidate มีความเหมาะสมกับตำแหน่งงานมากน้อยแค่ไหน มีความสอดคล้องกับ Final List หรือไม่ และประโยชน์อีกอย่างคือเมื่อเราสัมภาษณ์ผ่านไปหลายๆ คน เราจะได้มีเอกสารอ้างอิงในการป้องกันความหลงลืมเมื่อเราสัมภาษณ์คนเป็นจำนวนมากๆ เข้า</p>
<p>นอกจากนี้แต่ละคนในคณะกรรมการการสัมภาษณ์ยังสามารถใช้เอกสารเหล่านี้เพื่อพูดคุยถกเถียงโดยอาศัยเหตุผลในขั้นตอนของการตัดสินใจในลำดับขั้นถัดไปๆ ได้</p>
<h2>5. Make a Decision—Together: ทำการตัดสินใจ (ร่วมกัน)</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-6136" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/07/F40D8813-367B-40A1-A63A-7B4B9A21EA40-scaled.jpeg" alt="F40D8813 367B 40A1 A63A 7B4B9A21EA40 scaled" width="1110" height="740" title="5 ขั้นตอนในการคัดเลือกพนักงานใหม่ ที่ทำให้การสัมภาษณ์ครั้งต่อไปง่ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน 876"></p>
<p>ในที่สุดก็มาถึงขั้นตอนสุดท้ายเสียที และถ้าคุณโชคดี ก็จะมี Candidate ซักหนึ่งคนที่โดดเด่นออกมาจากผู้สัมภาษณ์ทั้งหมด และคณะกรรมการทุกคนก็จะลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าจะเลือกคนนี้ ซึ่งแน่นอนว่าโลกความเป็นจริงมักไม่ได้เป็นแบบนั้นหรอกครับ นั่นก็เพราะว่าแต่ละคนก็จะมีความชอบ ความคิดเห็น และประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไป และหลายๆครั้งเลยทีเดียวที่ Candidate ไม่ได้แตกต่างกันมากพอขนาดที่จะฟันธงได้ว่าจะเลือกใคร</p>
<p>แล้วเราจะทำอย่างไร ? วิธีการของเราคือจะต้องให้คณะกรรมการเข้ามารวมตัวเพื่อตัดสินใจร่วมกันอีกครั้งโดยทำการรวบรวมเอกสารทั้งหมดที่เราได้จากการเก็บข้อมูล Candidate ระหว่างการสัมภาษณ์เอามาอภิปรายเปรียบเทียบกันเพื่อตัดสินใจเลือก ‘ตัวจริง’ และ ‘ตัวสำรอง’ เอาไว้ให้พร้อม</p>
<p>ด้วยการทำงานในลักษณะร่วมมือกันเป็นหมู่คณะแบบนี้ แทนที่จะใช้การสัมภาษณ์แบบตัวคนเดียว ก็จะทำให้กระบวนการสัมภาษณ์มีความโปร่งใส แหลมคม เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเราก็จะสามารถเพิ่มโอกาสในการเลือกคนที่ใช้เข้ามาสู่องค์กรในท้ายที่สุด</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20219 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-1536x480.png 1536w" alt="CTA HR Products &amp; Services" width="1600" height="500" title="5 ขั้นตอนในการคัดเลือกพนักงานใหม่ ที่ทำให้การสัมภาษณ์ครั้งต่อไปง่ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน 877"></a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><em>อ้างอิง: 5 Ways to Simplify the Interview Process (joshbersin academy)</em></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 เหตุผลที่คุณควรจ้างคนที่จบไม่ตรงสาย (Adaptive Talent) เข้าทำงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/3-reason-to-hire-adaptive-talent/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2020 02:34:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptive Talent]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/3-reason-to-hire-adaptive-talent/</guid>

					<description><![CDATA[หากคุณปัดตกผู้สมัครงานบางคนไป เพียงเพราะตำแหน่งงานที่เขารับสมัครเข้ามาไม่ตรงกับสาขาที่เขาเรียนจบ คุณอาจกำลังทำผิดพลาดโดยไม่รู้ตัว เพราะคนที่เรียนไม่ตรงสาย (Adaptive Talent) มีข้อดีต่อองค์กรมากกว่าที่คาดคิด . 1. Adaptive Talent บ่งบอกถึงความกล้าและศักยภาพที่ซ่อนอยู่ คนที่เรียนจบไม่ตรงแต่มาสมัครงานข้ามสายสามารถบ่งบอกถึงความกล้าและศักยภาพบางอย่างที่อาจซ่อนอยู่ หากในผู้สมัคร 10 คน มีคนที่สมัครงานตรงสาย 8 คน และคนที่ข้ามสาย 2 คน ก็มีความเป็นไปได้สูงที่คนสองคนนั้นอาจจะมีคุณสมบัติพิเศษหรือ story ที่น่าสนใจบางอย่างเป็นปูมหลังซึ่งเป็นแรงผลักดันให้มาสมัครงานในตำแหน่งนี้ ซึ่งเราอาจขุดลึกระหว่างการสัมภาษณ์ด้วยการถามว่า ทำไมถึงมาสมัครงานนี้ ทำไมเราต้องเลือกคุณแทนที่จะเป็นอีกคนที่เรียนมาโดยตรงด้านนี้ ซึ่งหากบุคคลนั้นเป็นคนมีของ เราย่อมได้คนเก่งมาร่วมงาน ทั้งนี้เราไม่ได้กำลังจะบอกว่าบอกว่าใครดีกว่าใคร เพราะแต่ละแบบก็มีจุดแข็งจุดอ่อนต่างกันออกไป แต่ในกรณีที่ตำแหน่งงานนั้นไม่ได้ต้องการคนที่มีการศึกษาในระบบที่ชัดเจนขนาดนั้นเราก็ไม่ควรปัดตกคนที่ไม่ได้เรียนมาโดยตรงเพียงเพราะเขาไม่มีวุฒิการศึกษา นั่นก็เพราะ&#8230;(ข้อถัดไป) . 2. การศึกษาไม่ได้มีอยู่แค่ในห้องเรียน ในโลกยุคปัจจุบันนี้ ความรู้และทักษะของผู้คนไม่ได้ถูกผูกติดอยู่แค่กับการศึกษาในระบบอีกต่อไป แรงงานยุคใหม่สามารถที่เรียนทุกอย่างจากอินเตอร์เน็ตทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงินจนพัฒนาทักษะไปอยู่ในระดับที่คนยุคสมัยก่อนอาจคิดไม่ถึงว่าคนเราสามารถเก่งในบางเรื่องจากการที่เรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านอินเตอร์เน็ตได้มากขนาดนั้นเลยหรือ นี่ยังไม่นับรวมว่าคอร์สออนไลน์หรือสถาบันการศึกษายุคใหม่ๆ ที่มีคุณภาพในระดับที่สูงเทียบเท่าหรือแม้กระทั่งมากกว่าการศึกษาในระบบได้ผุดขึ้นจำนวนมากมาย เราสามารถนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานในคอนโดเล็กๆ แต่สามารถเข้าถึงการศึกษาของมหาวิทยาลัยอันดับโลกได้ เช่นนั้นแล้ว ในฐานะที่เราเป็น HR ยุคใหม่ที่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของโลก ในการจ้างคนเราจะต้องขยับขยายกรอบความคิดในเรื่องของระดับการศึกษาออกไปให้กว้างที่สุดไม่ใช่แค่ในรั้วมหาวิทยาลัย แต่กว้างครอบคลุมไปถึงคอร์สเรียนต่างๆ ที่คนยุคใหม่สามารถเข้าถึงได้บนโลกออนไลน์ ซึ่งเราสามารถขอดูใบ Certificate พวกนี้ได้จากผู้สมัครงานหรือให้พวกเขาเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้หรือโปรเจกที่เคยทำที่มีความเกี่ยวข้องกับความรู้หรือทักษะเหล่านั้นผ่านการสัมภาษณ์. 3. [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8252 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/06/18633a58a738910fe31e92fc49a952d9.jpg" alt="3 เหตุผลที่คุณควรจ้างคนที่จบไม่ตรงสาย (Adaptive Talent) เข้าทำงาน" width="720" height="405" title="3 เหตุผลที่คุณควรจ้างคนที่จบไม่ตรงสาย (Adaptive Talent) เข้าทำงาน 880"></p>
<p>หากคุณปัดตกผู้สมัครงานบางคนไป เพียงเพราะตำแหน่งงานที่เขารับสมัครเข้ามาไม่ตรงกับสาขาที่เขาเรียนจบ คุณอาจกำลังทำผิดพลาดโดยไม่รู้ตัว เพราะคนที่เรียนไม่ตรงสาย (Adaptive Talent) มีข้อดีต่อองค์กรมากกว่าที่คาดคิด <span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<h2 style="text-align: left;">1. Adaptive Talent บ่งบอกถึงความกล้าและศักยภาพที่ซ่อนอยู่</h2>
<p>คนที่เรียนจบไม่ตรงแต่มาสมัครงานข้ามสายสามารถบ่งบอกถึงความกล้าและศักยภาพบางอย่างที่อาจซ่อนอยู่ หากในผู้สมัคร 10 คน มีคนที่สมัครงานตรงสาย 8 คน และคนที่ข้ามสาย 2 คน ก็มีความเป็นไปได้สูงที่คนสองคนนั้นอาจจะมีคุณสมบัติพิเศษหรือ story ที่น่าสนใจบางอย่างเป็นปูมหลังซึ่งเป็นแรงผลักดันให้มาสมัครงานในตำแหน่งนี้</p>
<p>ซึ่งเราอาจขุดลึกระหว่างการสัมภาษณ์ด้วยการถามว่า ทำไมถึงมาสมัครงานนี้ ทำไมเราต้องเลือกคุณแทนที่จะเป็นอีกคนที่เรียนมาโดยตรงด้านนี้ ซึ่งหากบุคคลนั้นเป็นคนมีของ เราย่อมได้คนเก่งมาร่วมงาน</p>
<p>ทั้งนี้เราไม่ได้กำลังจะบอกว่าบอกว่าใครดีกว่าใคร เพราะแต่ละแบบก็มีจุดแข็งจุดอ่อนต่างกันออกไป แต่ในกรณีที่ตำแหน่งงานนั้นไม่ได้ต้องการคนที่มีการศึกษาในระบบที่ชัดเจนขนาดนั้นเราก็ไม่ควรปัดตกคนที่ไม่ได้เรียนมาโดยตรงเพียงเพราะเขาไม่มีวุฒิการศึกษา นั่นก็เพราะ&#8230;(ข้อถัดไป)<br />
<span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<h2>2. การศึกษาไม่ได้มีอยู่แค่ในห้องเรียน</h2>
<p>ในโลกยุคปัจจุบันนี้ ความรู้และทักษะของผู้คนไม่ได้ถูกผูกติดอยู่แค่กับการศึกษาในระบบอีกต่อไป แรงงานยุคใหม่สามารถที่เรียนทุกอย่างจากอินเตอร์เน็ตทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงินจนพัฒนาทักษะไปอยู่ในระดับที่คนยุคสมัยก่อนอาจคิดไม่ถึงว่าคนเราสามารถเก่งในบางเรื่องจากการที่เรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านอินเตอร์เน็ตได้มากขนาดนั้นเลยหรือ</p>
<p>นี่ยังไม่นับรวมว่าคอร์สออนไลน์หรือสถาบันการศึกษายุคใหม่ๆ ที่มีคุณภาพในระดับที่สูงเทียบเท่าหรือแม้กระทั่งมากกว่าการศึกษาในระบบได้ผุดขึ้นจำนวนมากมาย เราสามารถนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานในคอนโดเล็กๆ แต่สามารถเข้าถึงการศึกษาของมหาวิทยาลัยอันดับโลกได้</p>
<p>เช่นนั้นแล้ว ในฐานะที่เราเป็น HR ยุคใหม่ที่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของโลก</p>
<p>ในการจ้างคนเราจะต้องขยับขยายกรอบความคิดในเรื่องของระดับการศึกษาออกไปให้กว้างที่สุดไม่ใช่แค่ในรั้วมหาวิทยาลัย แต่กว้างครอบคลุมไปถึงคอร์สเรียนต่างๆ ที่คนยุคใหม่สามารถเข้าถึงได้บนโลกออนไลน์ ซึ่งเราสามารถขอดูใบ Certificate พวกนี้ได้จากผู้สมัครงานหรือให้พวกเขาเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้หรือโปรเจกที่เคยทำที่มีความเกี่ยวข้องกับความรู้หรือทักษะเหล่านั้นผ่านการสัมภาษณ์<span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<h2>3. Adaptive Talent มีความสามารถในการเรียนรู้</h2>
<p>พวกเขามีแนวโน้มที่จะฉลาดและมีความสามารถในการเรียนรู้มากกว่าคนทั่วไปโดยเฉลี่ย ในโลกที่ผันผวนและเปลี่ยนแปลงไว วิธีในการทำงานในโลกธุรกิจที่เราทำไปในปีที่แล้วอาจไม่ได้มีประสิทธิภาพอีกต่อไปในปีนี้ พฤติกรรมของลูกค้าหรือคนเสพสื่อก็มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้ประโยคอมตะอย่าง “Hire for character, Train for talent” สำคัญขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน</p>
<p>นั่นคือการเลือกคนเก่ง คนฉลาดที่มีความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้สูงเป็นปัจจัยสำคัญลำดับตั้นๆ เอาไว้ก่อน ซึ่งอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าการเลือกคนที่มีทักษะที่เราต้องการครบถ้วน แต่เป็นคนที่มีความสามารถในการเรียนรู้ในระดับธรรมดา ในทางกลับกันถ้าเราเลือกคนที่มี Charracter ที่รักการเรียนรู้ คนที่แสดงให้เราเห็นได้ว่าต่อให้ไม่ได้เรียนจบมาโดยตรงแต่ก็มีความรู้และทักษะที่เรียนรู้มาด้วยตัวเองผ่านวิธีการต่างๆ จนทำให้มีความสามารถในระดับที่น่าพอใจและทำงานได้</p>
<p>ถึงแม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้ทำได้อย่างทุกอย่าง 100% เหมือนที่เราเขียนไว้ใน Job description ในวันแรก แต่เราจะมั่นใจได้ว่าคนพวกนี้จะขวนขวายเรียนรู้เพื่ออุดช่องโหว่ของความรู้ได้ไม่ยาก เพียงแค่เราสนับสนุนหรือจัดการเรียนรู้เสริมให้ และเพียงไม่นานนอกจากเขาจะมีความรู้ในการทำงานได้อย่างสมบูรณ์ พวกเขายังจะก้าวแซงล้ำหน้าความคาดหวังของเรา และเป็นกลุ่มคนที่จะพาให้ทีมก้าวไปอีกหนึ่งระดับจากการที่เป็นคนนำวิถีการทำงานใหม่ๆ เข้ามาอัพเดทให้กับทีมงานอีกด้วย</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14950 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/fbfd8f9e680332111ada7ec987540694.jpg" alt="fbfd8f9e680332111ada7ec987540694" width="1600" height="500" title="3 เหตุผลที่คุณควรจ้างคนที่จบไม่ตรงสาย (Adaptive Talent) เข้าทำงาน 881"></a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยกระดับคุณภาพการสรรหาคน ด้วยกฎการจ้างงาน 3 ข้อของ Google</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/google-3-rules-for-hiring/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Feb 2020 07:47:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/google-3-rules-for-hiring/</guid>

					<description><![CDATA[Google ได้รับใบสมัครปีหนึ่งเป็นล้านๆ&#8230;ให้ทายว่ารับปีละกี่คนกันครับ ? #ไม่เก่งจริงเข้าไม่ได้ คำตอบคือรับทั่วโลกแค่หลักไม่กี่พันเท่านั้น ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นแล้วจะยิ่งขนลุกเพราะโอกาสที่ผู้สมัครงานจะได้รับเข้า Google คิดเป็นแค่ 0.1-0.4% เท่านั้นเองซึ่งตัวเลขนี้ตํ่ากว่าโอกาสที่จะได้รับการตอบรับเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย HARVARD เสียอีก เหตุผลที่โจทย์การเข้าไปทำงานที่ Google แสนหินขนาดนี้ก็เพราะหนึ่งในวัฒนธรรมองค์กรของที่นี่ก็คือการ HIRE THE BEST หรือการคัดเฉพาะคนระดับหัวกะทิเท่านั้น โดยไม่มีข้อยกเว้น ! วันนี้ทาง HR NOTE จะพาเพื่อนๆ ชาว HR ไปหาคำตอบกันว่าหลักการหาคนร่วมองค์กรของบริษัทระดับโลกแห่งนี้มีอะไรบ้าง โดยสรุปหัวใจสกัดแก่นมาจากหนังสือ Work Rules! ที่เขียนโดย Laszlo Bock ซึ่งเป็น ex-Google SVP of People Operations เองเลยครับ ก็รู้กันอยู่ว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทเทคโนโลยีจึงไม่แน่แปลกใจว่าเมื่อข้อมูลผู้สมัครปริมาณมหาศาลแต่ละปีเมื่อมาเจอกับกลุ่มบุคคลสายเนิร์ดผู้รักการวิเคราะห์จึงทำให้ทีมงาน HR ของบริษัทถือข้อมูลที่เต็มไปด้วย Insight ที่สามารถเอาไปใช้ต่อได้เรื่อยๆ อย่างก่อนหน้านี้ HREX เคยเขียนเกี่ยวกับงานวิจัยจากทีม People analytic ของ Google พบว่าจำนวนรอบการสัมภาษณ์ที่เหมาะสมที่สุดคือ 4 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-5192" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/3-rule-google-hiring.png" alt="3 rule google hiring" width="1200" height="670" title="ยกระดับคุณภาพการสรรหาคน ด้วยกฎการจ้างงาน 3 ข้อของ Google 887"></p>
<p>Google ได้รับใบสมัครปีหนึ่งเป็นล้านๆ&#8230;ให้ทายว่ารับปีละกี่คนกันครับ ?</p>
<h6>#ไม่เก่งจริงเข้าไม่ได้</h6>
<p>คำตอบคือรับทั่วโลกแค่หลักไม่กี่พันเท่านั้น</p>
<p>ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นแล้วจะยิ่งขนลุกเพราะโอกาสที่ผู้สมัครงานจะได้รับเข้า Google คิดเป็นแค่ 0.1-0.4% เท่านั้นเองซึ่งตัวเลขนี้ตํ่ากว่าโอกาสที่จะได้รับการตอบรับเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย <strong>HARVARD</strong> เสียอีก</p>
<p>เหตุผลที่โจทย์การเข้าไปทำงานที่ Google แสนหินขนาดนี้ก็เพราะหนึ่งใน<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/what-is-organizational-culture-210604/">วัฒนธรรมองค์กร</a>ของที่นี่ก็คือการ <strong>HIRE THE BEST</strong> หรือการคัดเฉพาะคนระดับหัวกะทิเท่านั้น โดยไม่มีข้อยกเว้น !</p>
<p>วันนี้ทาง <strong>HR NOTE</strong> จะพาเพื่อนๆ ชาว HR ไปหาคำตอบกันว่าหลักการหาคนร่วมองค์กรของบริษัทระดับโลกแห่งนี้มีอะไรบ้าง โดยสรุปหัวใจสกัดแก่นมาจากหนังสือ <strong>Work Rules!</strong> ที่เขียนโดย <strong>Laszlo Bock</strong> ซึ่งเป็น <strong>ex-Google SVP of People Operations</strong> เองเลยครับ</p>
<p>ก็รู้กันอยู่ว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทเทคโนโลยีจึงไม่แน่แปลกใจว่าเมื่อข้อมูลผู้สมัครปริมาณมหาศาลแต่ละปีเมื่อมาเจอกับกลุ่มบุคคลสายเนิร์ดผู้รักการวิเคราะห์จึงทำให้ทีมงาน <strong>HR</strong> ของบริษัทถือข้อมูลที่เต็มไปด้วย <strong>Insight</strong> ที่สามารถเอาไปใช้ต่อได้เรื่อยๆ อย่างก่อนหน้านี้ <strong>HREX</strong> เคยเขียนเกี่ยวกับงานวิจัยจากทีม <strong>People analytic</strong> ของ <strong>Google</strong> พบว่าจำนวนรอบการสัมภาษณ์ที่เหมาะสมที่สุดคือ 4 รอบก่อนการเข้ารับทำงาน (อ่านได้ที่นี่)</p>
<p>ซึ่งบทความวันนี้ก็จะสำรวจเพิ่มกันให้ลึกลงไปอีกถึงระดับ <strong>Mindset</strong> ของวัฒนธรรมการจ้างงานของบริษัทแห่งนี้</p>
<p>ถ้าพร้อมแล้วมาดูไปพร้อมๆ กันได้เลยครับ</p>
<h2><strong>1. สร้างมาตรฐานให้สูงเข้าไว้ (Set an uncompromisable high standard.)</strong></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-5187" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/hunters-race-MYbhN8KaaEc-unsplash-scaled.jpg" alt="hunters race MYbhN8KaaEc unsplash scaled" width="1110" height="740" title="ยกระดับคุณภาพการสรรหาคน ด้วยกฎการจ้างงาน 3 ข้อของ Google 888"></p>
<p>หนึ่งในประโยคเด็ดในการหาคนของ Google อันแสนโด่งดังคือ</p>
<blockquote>
<p style="text-align: center;"><strong>&#8220;จงจ้างคนที่เก่งกว่าคุณ&#8221; (hire only people who are better than you. !!!)</strong></p>
</blockquote>
<p>นี่คือหนึ่งในวิธีคิดที่ทรงพลังมากๆครับ โดยก่อนที่จะจ้างใครให้ทำการลิสต์คุณสมบัติที่คุณกำลังมองหาออกมาก่อนแล้วจินตนาการถึงคนที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ที่จะเข้ามาทำงานตำแหน่งนั้น</p>
<p>สิ่งที่น่าแปลกใจคือ หลายๆ คนอาจจะคิดว่าหลักคิดแบบนี้น่าจะใช้ได้แค่กับตำแหน่งสูงๆ ระดับผู้นำ ผู้จัดการหรือเปล่า คำตอบคือ ไม่ครับ ที่ Google เชื่อว่าแม้แต่ตำแหน่งงานที่เราอาจจะมองว่าเป็นตำแหน่งงานธรรมดาๆ อย่างตำแหน่งแอดมินหรือเลขาก็ต้องคิดในมุมนี้เช่นกัน</p>
<p>คุณอาจจะคิดว่าตำแหน่งงานแบบนี้คงไม่ต้องการคนที่ Creative หรือคนเก่งอะไรมากมายนัก แค่เอาคนที่สามารถรับผิดชอบงาน จองห้องประชุม ทำงานเอกสารพื้นฐาน คอยติดต่องาน คุยโทรศัพท์ได้ก็พอแล้ว แต่ที่ Google มองว่าไม่ว่าตำแหน่งงานนั้นจะคืออะไรคุณสามารถเลือกคนที่ <strong>&#8216;เหนือธรรมดา&#8217;</strong> มาทำได้เสมอ เช่นในกรณีเลขา คุณอาจจะมองหาคนที่ที่มีความสามารถในการออแกไนซ์สูง มีการบริหารเวลาดีเยี่ยม สามารถที่จะลำดับความสำคัญให้กับคนอื่นๆ</p>
<p>สุดท้ายมันก็กลับมาที่วัฒนธรรมของการหาคนที่อยู่ในระดับหัวกะทิในทุกตำแหน่งงานที่มี ไม่มีประโยชน์ที่จะหาคนที่ทำงานได้แค่พอผ่าน คุณต้องหาคนที่เข้ามาแล้วช่วยให้ชีวิตของทุกคนง่ายขึ้น คนที่เก่งกว่าคุณในเรื่องนั้นๆ คนที่เหมาะที่สุดกับแต่ละตำแหน่งที่องค์กรต้องการ ไม่ว่าตำแหน่งงานนั้นจะเล็กใหญ่แค่ไหน หรือเกี่ยวกับอะไร Google จะต้องมั่นใจว่าคนทำตำแหน่งงานนั้นคือคนที่เก่งที่สุดในองค์กรในเรื่องนั้นๆ</p>
<p>คุณ Bock บอกไว้ว่าการที่ตั้งมาตรฐานที่สูงบางครั้งอาจจะแลกมาด้วยต้นทุนด้านเวลาที่ใช้มากขึ้นตามไปด้วย เพราะการยึดหลักการนี้หมายความว่าคุณอาจจะต้องปัดผู้สมัครกลางๆ หลายคนตกไปทั้งที่ๆ เขาพอมีความสามารถในการทำงานตำแหน่งนั้น</p>
<blockquote>
<p style="text-align: center;">แค่กลางๆ นั้นไม่พอ</p>
<p style="text-align: center;">ที่นี่เราคัดแค่คนเหนือธรรมดา</p>
<p style="text-align: center;">&#8220;อย่าลดมาตรฐาน&#8221; ของตัวเองคือคำฝากทิ้งทายของคุณ Bock</p>
</blockquote>
<h2><strong>2.คนเก่งๆ ต้องหาเอาเอง อย่าจ้างคนอื่นหาให้ !!! (Find candidates on your own.)</strong></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-5188" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/alex-kotliarskyi-ourQHRTE2IM-unsplash-scaled.jpg" alt="alex kotliarskyi ourQHRTE2IM unsplash scaled" width="1110" height="740" title="ยกระดับคุณภาพการสรรหาคน ด้วยกฎการจ้างงาน 3 ข้อของ Google 889"></p>
<p>ข้อนี้อาจสุดโต่งอยู่บ้าง และอาจทำให้เพื่อนๆ ชาว HR หลายๆ คนส่ายหน้าได้</p>
<p>ใช่, ไม่ใช่ทุกองค์กรจะทำแบบนั้นได้และหลายๆ บริษัทก็เลือกที่จะ <strong>Outsource</strong> กิจกรรมการหาคนให้บริษัทจ้างงานภายนอกเพื่อลดภาระและเพิ่มโอกาสให้ได้ผู้สมัครคัดเลือกจำนวนมากขึ้น</p>
<p>ความหมายของการ <strong>&#8216;หาเอาเอง&#8217;</strong> ของ Google มีความสุดโต่งกว่านั้นอีกมาก โดยเลือกที่จะหาคนผ่านช่องทางที่เป็นของตัวเองเป็นหลัก ไม่นิยมใช้เว็บไซต์จัดหางานทั่วไปๆ เนื่องจากพฤติกรรมผู้สมัครสมัยนี้ที่นิยม &#8216;หว่าน&#8217; ใบสมัครไปทั่วทำให้เราไม่ได้ผู้สมัครที่มีความจำเพราะและตั้งใจสมัครงานตำแหน่งงานนั้นซักเท่าไหร่</p>
<p>Google เชื่อในเรื่องของการสร้างช่องทางการสมัครงานของตัวเองเช่นเว็บไซต์ของบริษัท หรือแนะนำกันเองของพนักงาน (Referrals) ซึ่งมีแนวโน้มจะได้ผู้สมัครที่ตรงคุณสมบัติและเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ดีกว่า</p>
<p>ปล.หนึ่งในเหตุผลที่ Google สามารถทำแบบนี้ได้เพราะมี <strong>Corporate branding</strong> ที่แข็งแรงมากๆ อยู่แล้ว เป็นบริษัทที่ไม่จำเป็นต้องง้อมือที่สามในการหาคน เพราะแค่อยู่เฉยๆก็มีคนเก่งๆ อยากเข้ามาทำงานด้วยเต็มไปหมด แต่ก็เหมือนปัญหาไข่กับไก่อะไรเกิดก่อนกัน การเริ่มสร้างช่องทางรับสมัครเป็นของตัวเองตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้เราดึงดูกคนที่อยากทำงานกับองค์กรของเราจริงๆ ในระยะยาวแล้ว วัฒนธรรมองค์กรที่เต็มไปด้วยคนเก่งที่มี <strong>Passion</strong> และหัวใจดวงเดียวกันก็จะยิ่งทำให้มีคนอยากเข้ามาทำงานร่วมกันอีกในอนาคต</p>
<p>การสร้างช่องทางการรับสมัครเป็นของตัวเองและวัฒนธรรมองค์กรที่ดีจึงส่งผลสนับสนุนกันไปมาเช่นนี้เอง</p>
<h2>3. มองเขาอย่างที่เขาเป็น ( Put checks in place to assess candidates objectively.)</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-5185" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/david-travis-aVvZJC0ynBQ-unsplash.jpg" alt="david travis aVvZJC0ynBQ unsplash" width="1110" height="740" title="ยกระดับคุณภาพการสรรหาคน ด้วยกฎการจ้างงาน 3 ข้อของ Google 890"></p>
<p>จากบทความที่แล้วเราเคยพูดกันถึงเมจิกนัมเบอร์ของจำนวนรอบในการสัมภาษณ์เพื่อเข้าทำงานที่บริษัทเราคงจะเห็นแล้วว่าเป็นเรื่องอันตรายมากแค่ไหนกับการที่เรายอมให้ใครคนใดคนหนึ่งถืออำนาจเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียวในการสัมภาษณ์ผู้สมัครและรับเข้าทำงานเลยแต่เพียงผู้เดียว เนื่องจากความรู้ในศาสตร์ของจิตวิทยามนุษย์มีงานวิจัยออกมามากมาแล้วว่า ผู้สัมภาษณ์มักจะเกิดการ<strong> ‘ตัดสินใจ’</strong> ว่าจะจ้างหรือไม่จ้างผู้สมัครตั้งแต่ช่วงต้นๆของการสัมภาษณ์หรือที่เราเรียกว่า <strong>‘First impression’</strong> และใช้เวลที่เหลือจากนั้นในการพยายามถามคำถามหรือพูดคุยเพื่อยืนยันถึงความเชื่อที่ตัวเองมี ซึ่งลักษณะการตัดสินใจที่ไม่สมเหตุสมผลแบบนี้เรามีคำเรียกเฉพาะว่าเป็น <strong>Confirmation bias </strong></p>
<p>สิ่งที่น่ากังวลคือ <strong>‘ความชอบเหล่านี้’</strong> ไม่ได้สอดคล้องกับระดับ <strong>Performance</strong> ในการทำงานหลังจากที่รับเข้ามาทำงานเสียเลย ที่ Google ตระหนักถึงความโน้มเอียงทางจิตวิทยาเหล่านี้เป็นอย่างดีจึงมีความพยายามในการพัฒนาระบบการสัมภาษณ์งานที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์มากที่สุด มีความโน้มเอียงน้อยที่สุด ใช้เหตุผลมากที่สุด และแน่นอนว่าการตัดสินใจจะจ้างหรือไม่จ้างจะต้องเกิดมาจากการ <strong>‘ตัดสินใจร่วมกัน’</strong> ระหว่างหัวหน้างาน และเพื่อนร่วมงานหลายๆฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานนั้นๆ</p>
<p>จบไปแล้วทั้ง 3 ข้อ ลองนำไปปรับใช้กันได้เลย</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20219 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-1536x480.png 1536w" alt="CTA HR Products &amp; Services" width="1600" height="500" title="ยกระดับคุณภาพการสรรหาคน ด้วยกฎการจ้างงาน 3 ข้อของ Google 891"></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Culture and Hiring: อะไรคือสิ่งสำคัญที่เรามองหาจากตัวผู้สมัครงานกันแน่</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/culture-and-hiring/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Feb 2020 03:58:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/culture-and-hiring/</guid>

					<description><![CDATA[เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าวัฒนธรรมองค์กรคือคำศัพท์นามธรรม แต่เป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในตัวผู้คน เป็นสิ่งที่คนในองค์กรคิด เชื่อ ทำ และส่งผลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจต่างๆ ยกตัวอย่างง่ายๆเลยคือ หากองค์กรของคุณมีวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ที่แข็งแกร่ง เพื่อนพนักงานชอบที่จะนำสิ่งที่เรียนรู้มาแชร์กับเพื่อร่วมทีมด้วยกัน มีการพัฒนาวิธีการทำงานใหม่ๆให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีตลอดเวลา ถ้าเป็นแบบนี้องค์กรแทบไม่ต้องมากังวลว่าพนักงานจะตกยุค ตกสมัย ไม่ทันโลก เพราะพนักงานทุกคนทำการ Reskill ตัวเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอยู่แล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราควรมีคุณค่าร่วมบางอย่างที่เป็นวัฒนธรรมขององค์กรที่ดี และสามารถสนับสนุนตัวธุรกิจหลักให้พุ่งทะยานไปข้างหน้า เช่น ความรักในการเรียนรู้ ความตื่นเต้นและมีความสุขในการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้มันเกี่ยวอะไรกับนาย A และนาย B ของเรา มันเกี่ยวอะไรกับการตัดสินใจจัดจ้างพนักงาน คุณจะเลือกจ้างใครระหว่างนาย A ที่อาจจะมีคุณสมบัติในแง่ของ Hard skills ที่ตรงกว่านาย B แต่ไม่มีความรักในการเรียนรู้เท่านาย B ในระยะสั้นนาย A อาจจะเป็นเหมือนตัวเลือกที่น่าสนใจกว่าแต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน ในโลกที่ความรู้และทักษะต่างๆ ตกยุคไวมาก ในที่สุด Performance ของ A ก็จะค่อยๆ ตกต่ำลง ในขณะที่นาย B ในระยะสั้นอาจจะมีจุดที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม แต่เมื่อเวลาผ่านไปซักพักนาย B จะทำงานได้เก่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของความรู้และทักษะในการทำงานมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ความรักในการเรียนรู้ของนาย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5148 size-medium aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/culture-and-hiring.png" alt="Culture and Hiring: อะไรคือสิ่งสำคัญที่เรามองหาจากตัวผู้สมัครงานกันแน่" width="1200" height="625" title="Culture and Hiring: อะไรคือสิ่งสำคัญที่เรามองหาจากตัวผู้สมัครงานกันแน่ 896"></div>
<div></div>
<div class="_1mf _1mj"><span style="font-size: 12pt;">เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/what-is-organizational-culture-210604/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">วัฒนธรรมองค์กร</a>คือคำศัพท์นามธรรม แต่เป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในตัวผู้คน เป็นสิ่งที่คนในองค์กรคิด เชื่อ ทำ และส่งผลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจต่างๆ</span></div>
<div class="">
<div class="_1mf _1mj"><span style="font-size: 12pt;">ยกตัวอย่างง่ายๆเลยคือ หากองค์กรของคุณมีวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ที่แข็งแกร่ง เพื่อนพนักงานชอบที่จะนำสิ่งที่เรียนรู้มาแชร์กับเพื่อร่วมทีมด้วยกัน มีการพัฒนาวิธีการทำงานใหม่ๆให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีตลอดเวลา ถ้าเป็นแบบนี้องค์กรแทบไม่ต้องมากังวลว่าพนักงานจะตกยุค ตกสมัย ไม่ทันโลก เพราะพนักงานทุกคนทำการ <strong>Reskill</strong> ตัวเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอยู่แล้ว</span></div>
</div>
<div class="">
<div class="_1mf _1mj"><span style="font-size: 12pt;">นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราควรมีคุณค่าร่วมบางอย่างที่เป็นวัฒนธรรมขององค์กรที่ดี และสามารถสนับสนุนตัวธุรกิจหลักให้พุ่งทะยานไปข้างหน้า เช่น ความรักในการเรียนรู้ ความตื่นเต้นและมีความสุขในการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ</span></div>
</div>
<div class="">
<div class="_1mf _1mj"><span style="font-size: 14pt;">แล้วสิ่งเหล่านี้มันเกี่ยวอะไรกับนาย A และนาย B ของเรา มันเกี่ยวอะไรกับการตัดสินใจจัดจ้างพนักงาน</span></div>
</div>
<div class="_1mf _1mj"></div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8103 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/Culture-and-Hiring-1.jpg" alt="Culture and Hiring: อะไรคือสิ่งสำคัญที่เรามองหาจากตัวผู้สมัครงานกันแน่" width="600" height="370" title="Culture and Hiring: อะไรคือสิ่งสำคัญที่เรามองหาจากตัวผู้สมัครงานกันแน่ 897"></div>
<div class=""></div>
<div class="">
<div class="_1mf _1mj"><span style="font-size: 14pt;"><strong class="yellow-highlighter">คุณจะเลือกจ้างใครระหว่างนาย A ที่อาจจะมีคุณสมบัติในแง่ของ <strong>Hard skills</strong> ที่ตรงกว่านาย B แต่ไม่มีความรักในการเรียนรู้เท่านาย B</strong></span></div>
</div>
<div class="">
<div class="_1mf _1mj"><span style="font-size: 12pt;">ในระยะสั้นนาย A อาจจะเป็นเหมือนตัวเลือกที่น่าสนใจกว่าแต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน ในโลกที่ความรู้และทักษะต่างๆ ตกยุคไวมาก ในที่สุด <strong>Performance</strong> ของ A ก็จะค่อยๆ ตกต่ำลง ในขณะที่นาย B ในระยะสั้นอาจจะมีจุดที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม แต่เมื่อเวลาผ่านไปซักพักนาย B จะทำงานได้เก่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของความรู้และทักษะในการทำงานมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ความรักในการเรียนรู้ของนาย B ยังสามารถแผ่ขยายไปยังคนอื่นๆด้วย เช่นอาจจะทำให้คนรอบๆตัวติดนิสัยรักการเรียนรู้ ผ่านการพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติกับเพื่อนร่วมงาน การสอนงานและทักษะใหม่ๆ กับเพื่อนร่วมทีม</span></div>
</div>
<div class="">
<div class="_1mf _1mj"><span style="font-size: 12pt;">ยิ่งถ้าผู้นำในองค์กรเห็นความสำคัญของคุณสมบัติข้อนี้และอยากสร้างมันให้เกิดขึ้นในองค์กรผ่านการส่งเสริมสนับสนุนของกิจกรรมภายในต่างๆ เช่น การทำ<strong> Knowledge sharing</strong> ให้แต่ละคนมานำเสนอแชร์ความรู้ต่างๆ แก่กันและกัน</span></div>
</div>
<div class="">
<div class="_1mf _1mj">
<div class="focused-block">โจทย์ของผู้นำองค์กรหรือ HR คือคำถามที่ว่าเราจะมีวิธีการคัดเลือกวัฒนธรรมหลักขององค์กรเป็นอะไรดี เมื่อคัดเลือกได้แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรคือสิ่งที่เรามองหาจากผู้สมัครที่จะเข้ามาร่วมกับองค์กร เราจะออกแบบระบบ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/211021-employee-recognition/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Recognition</a> and Rewards อย่างไรให้คนที่แสดงพฤติกรรมตรงกับคุณค่าหลักขององค์กรได้เฉิดฉายและส่งเสริมสนับสนุนให้คนในองค์กรคนอื่นๆ อยากทำแบบเดียวกันบ้าง</div>
</div>
</div>
<div class="">
<div class="_1mf _1mj"><span style="font-size: 14pt;">สิ่งเหล่านี้จะยิ่งสนับสนุนส่งเสริมให้วัฒนธรรมหลักขององค์กรแข็งแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป และทำให้องค์กรของเรางอกงามอยู่บนรากฐานของคนที่เชื่อและรักในสิ่งเดียวกัน เหมือนที่ <strong>Tony Hsieh</strong> CEO ของ <strong>ZAPPOS</strong> เว็บไซต์ขายรองเท้าออนไลน์อันดับหนึ่งของโลกเคยกล่าวไว้ว่า</span></div>
</div>
<div class="">
<div class="_1mf _1mj"></div>
</div>
<div class="">
<blockquote>
<div class="_1mf _1mj" style="text-align: center;"><span style="font-size: 14pt;">&#8220;เราเชื่อว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่องค์กรจะสร้าง ‘คุณค่าร่วมที่ยึดถือ’ ขึ้นมาให้ชัดเจน…เราแสดงออกถึงคุณค่านั้นด้วยการที่เราใช้มันเป็นไม้บรรทัดในการตัดสินใจในทุกการสรรหาจัดจ้างและการไล่พนักงานออก&#8221;</span></div>
</blockquote>
</div>
<div class="">
<div class="_1mf _1mj"></div>
</div>
<div class="">
<div class="_1mf _1mj"><span style="font-size: 14pt;">ถ้าทำแบบนั้นก็มั่นใจได้ว่าคุณกำลังเดินทางไปสู่การก่อร่างสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ ‘สอดคล้อง’ กับคุณค่าของแบรนด์ที่คุณต้องการให้โลกเห็น ไม่ใช่แค่แบรนด์ที่คนภายนอกรับรู้ แต่เป็นแบรนด์ที่งอกงามออกมาจากความเป็นจริงภายใน เป็นสิ่งที่องค์กรเป็นจริงๆ</span></div>
<div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-5150 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/Grayscale-Businessman-Quote-Twitter-Post10.png" alt="Culture and Hiring: อะไรคือสิ่งสำคัญที่เรามองหาจากตัวผู้สมัครงานกันแน่" width="1024" height="512" title="Culture and Hiring: อะไรคือสิ่งสำคัญที่เรามองหาจากตัวผู้สมัครงานกันแน่ 898"></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20219 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-1536x480.png 1536w" alt="CTA HR Products &amp; Services" width="1600" height="500" title="Culture and Hiring: อะไรคือสิ่งสำคัญที่เรามองหาจากตัวผู้สมัครงานกันแน่ 899"></a></p>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัมภาษณ์กี่ครั้งก่อนจ้างงานจากงานวิจัยทีม People Analytics ของบริษัท Google</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/ruleoffour-google/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jan 2020 03:15:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[People Analytics]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/ruleoffour-google/</guid>

					<description><![CDATA[คำถามว่า &#8220;HR ควรสัมภาษณ์กี่ครั้งก่อนจ้างงาน&#8221; น่าสนใจมากนะครับ เพราะว่ามันมีผลทั้งกับทั้งสองฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายที่มองหางานก็ต้องเตรียมตัวในการสัมภาษณ์ ฝ่ายที่จะรับเข้าทำงานก็ต้องนัดหมายคนที่เกี่ยวข้องเพื่อลงตารางเวลาสัมภาษณ์ ก่อนอื่นเราต้องกลับมาดูที่จุดประสงค์ของการสัมภาษณ์งานก่อน ซึ่งถ้าคิดอย่างง่ายที่สุดสามารถมองได้เป็นสองเหตุผลหลักคือ 1) หาคนที่มีความสามารถในการทำงานตำแหน่งนั้นได้อย่างยอดเยี่ยม 2) คนที่น่าจะเข้ากันได้ดีกับวัฒนธรรมองค์กร เชื่อในสิ่งที่องค์กรเชื่อ มี Passion ในงานที่จะทำ และมีความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี จากเหตุผลทั้งสองข้อเราจึงต้องมีการสัมภาษณ์ที่ถูก &#8216;ออกแบบ&#8217; มาเพื่อคัดกรองคนที่ใช่ ออกจากจำนวนผู้สมัครมหาศาลใช่ไหมครับ โดยทั่วไปแล้วการสัมภาษณ์ก็จะมีส่วนที่ถูกออกแบบมาเพื่อ &#8216;ตรวจวัด&#8217; คะแนนของทั้งสองข้อด้านบนที่กล่าวมา ในกรณีของความสามารถในการทำงานเราอาจดูจากประสบการณ์ทำงานในอดีต สาขาที่เรียนจบมา หรือการลองโยนโจทย์การทำงานเสมือนจริงให้ผู้สมัครได้พิสูจน์ตัวเอง สำหรับความเข้ากันได้ในข้อสองเราอาจจะใช้แบบทดสอบเชิงชิตวิทยา การใช้คำถามเชิงพฤติกรรมหรือที่เราเรียกว่า Behavioral Interview Questions เพื่อล้วงลึกถึงลักษณะนิสัยที่เป็น Character เฉพาะของผู้สมัครงานแต่ละคน นี่คือภาพรวมของการสัมภาษณ์งานซึ่งมองทั้งส่วนของจุดประสงค์และวิธีการที่จะคัดกรองคุณสมบัติที่เราต้องการออกมา คำถามต่อมาคือเมื่อให้ลงลึกถึงวิธีการสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์ กระบวนการรายละเอียดปลีกย่อย ต่างๆ ก็จะเกิดคำถามต่างๆ ตามมามากมายเช่น เราควรให้โจทย์ผู้สมัครตั้งแต่สัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์รอบแรกเลยดีไหม หรือควรรอให้ถึงรอบท้ายๆ ของการสัมภาษณ์เลย เราควรตัดสินใจจ้างงานโดยใช้การตัดสินใจของผู้จัดการคนเดียวก็เพียงพอแล้ว หรือควรให้มีการสัมภาษณ์กับคนที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นไปอีก หรือคำถามง่ายๆ อย่าง เราควรมีการสัมภาษณ์กี่รอบดี ในแต่ละตำแหน่งงานควรมีรอบการสัมภาษณ์เท่ากันไหม วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปหาคำตอบเหล่านี้โดยอ้างอิงจากงานวิจัยของหนึ่งในบริษัทที่ถูกยกเป็นต้นแบบในเรื่อง HR ในหลายแง่มุมนั้นก็คือ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8257 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/5d7aeb4f4692c52dd662e61cc0be17cb.jpg" alt="Google สัมภาษณ์กี่ครั้งก่อนจ้างงาน HR NOTE" width="720" height="405" title="สัมภาษณ์กี่ครั้งก่อนจ้างงานจากงานวิจัยทีม People Analytics ของบริษัท Google 905"></p>
<p>คำถามว่า &#8220;HR ควรสัมภาษณ์กี่ครั้งก่อนจ้างงาน&#8221; น่าสนใจมากนะครับ เพราะว่ามันมีผลทั้งกับทั้งสองฝ่ายที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>ฝ่ายที่มองหางานก็ต้องเตรียมตัวในการสัมภาษณ์</p>
<p>ฝ่ายที่จะรับเข้าทำงานก็ต้องนัดหมายคนที่เกี่ยวข้องเพื่อลงตารางเวลาสัมภาษณ์</p>
<p>ก่อนอื่นเราต้องกลับมาดูที่จุดประสงค์ของการสัมภาษณ์งานก่อน ซึ่งถ้าคิดอย่างง่ายที่สุดสามารถมองได้เป็นสองเหตุผลหลักคือ</p>
<div class="focused-block--is-bold-border">1) หาคนที่มีความสามารถในการทำงานตำแหน่งนั้นได้อย่างยอดเยี่ยม<br />
2) คนที่น่าจะเข้ากันได้ดีกับ<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/what-is-organizational-culture-210604/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">วัฒนธรรมองค์กร</a> เชื่อในสิ่งที่องค์กรเชื่อ มี <strong>Passion</strong> ในงานที่จะทำ และมีความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี</div>
<p>จากเหตุผลทั้งสองข้อเราจึงต้องมีการสัมภาษณ์ที่ถูก <strong>&#8216;ออกแบบ&#8217; </strong>มาเพื่อคัดกรองคนที่ใช่ ออกจากจำนวนผู้สมัครมหาศาลใช่ไหมครับ</p>
<p>โดยทั่วไปแล้วการสัมภาษณ์ก็จะมีส่วนที่ถูกออกแบบมาเพื่อ <strong>&#8216;ตรวจวัด&#8217;</strong> คะแนนของทั้งสองข้อด้านบนที่กล่าวมา ในกรณีของความสามารถในการทำงานเราอาจดูจากประสบการณ์ทำงานในอดีต สาขาที่เรียนจบมา หรือการลองโยนโจทย์การทำงานเสมือนจริงให้ผู้สมัครได้พิสูจน์ตัวเอง</p>
<p>สำหรับความเข้ากันได้ในข้อสองเราอาจจะใช้แบบทดสอบเชิงชิตวิทยา การใช้คำถามเชิงพฤติกรรมหรือที่เราเรียกว่า <strong>Behavioral Interview Questions</strong> เพื่อล้วงลึกถึงลักษณะนิสัยที่เป็น <strong>Character</strong> เฉพาะของผู้สมัครงานแต่ละคน</p>
<p>นี่คือภาพรวมของการสัมภาษณ์งานซึ่งมองทั้งส่วนของจุดประสงค์และวิธีการที่จะคัดกรองคุณสมบัติที่เราต้องการออกมา คำถามต่อมาคือเมื่อให้ลงลึกถึงวิธีการสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์ กระบวนการรายละเอียดปลีกย่อย ต่างๆ ก็จะเกิดคำถามต่างๆ ตามมามากมายเช่น</p>
<ul>
<li>เราควรให้โจทย์ผู้สมัครตั้งแต่สัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์รอบแรกเลยดีไหม หรือควรรอให้ถึงรอบท้ายๆ ของการสัมภาษณ์เลย</li>
<li>เราควรตัดสินใจจ้างงานโดยใช้การตัดสินใจของผู้จัดการคนเดียวก็เพียงพอแล้ว หรือควรให้มีการสัมภาษณ์กับคนที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นไปอีก</li>
<li>หรือคำถามง่ายๆ อย่าง เราควรมีการสัมภาษณ์กี่รอบดี ในแต่ละตำแหน่งงานควรมีรอบการสัมภาษณ์เท่ากันไหม</li>
</ul>
<p>วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปหาคำตอบเหล่านี้โดยอ้างอิงจากงานวิจัยของหนึ่งในบริษัทที่ถูกยกเป็นต้นแบบในเรื่อง HR ในหลายแง่มุมนั้นก็คือ <strong>Google แ</strong>ต่วันนี้ทาง <strong>HR NOTE</strong> จะเน้นไปที่เรื่องของการสรรหาจัดจ้างพนักงาน (Recruiting)<br />
แต่ก่อนที่เราจะลงลึกไปมากกว่านี้ผมอยากจะยก <strong>Concept</strong> ในการจ้างงานที่บริษัท Google ว่ามีเรื่องพื้นฐานที่ควรรู้อะไรบ้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4925 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/lalo-hernandez-SYPm1x95IrY-unsplash-scaled.jpg" alt="lalo hernandez SYPm1x95IrY unsplash scaled" width="695" height="869" title="สัมภาษณ์กี่ครั้งก่อนจ้างงานจากงานวิจัยทีม People Analytics ของบริษัท Google 906"></p>
<div class="_3bJ2H CHExY">
<div class="_1l8RX _1ByhS"><span style="font-size: 10pt;">Photo by lalo Hernandez on Unsplash</span></div>
<div></div>
</div>
<div class="focused-block--is-bold-border">
<p><strong>1. </strong>Google ให้ความสำคัญกับการจ้างงานมาโดยตลอดตั้งแต่บริษัทยังอยู่ช่วงตั้งไข่ โดย<strong> Founder</strong> ทั้งสองคนเข้าใจดีว่าองค์กรจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับ &#8216;คุณภาพ&#8217; ของคนในองค์กร โดยพวกเขาเชื่อว่าคนหัวกะทิเกรดพรีเมียมหรือที่เรียกว่า Type A people ก็จะเลือกคนที่เป็น Type A เหมือนกัน ส่วนถ้าเราหย่อนยานหยวนๆ รับคน Type B people เข้ามาก็มีแนวโน้มว่าพวกเขาจะจ้างคนที่เป็น Type B หรือ Type C เข้ามา เมื่อเวลาผ่านไปบริษัทก็สูญเสียศักยภาพในการแข่งขันอันเป็นผลมาจากคุณภาพของพนักงานที่ค่อยๆ ลดลง</p>
<p><strong>2. </strong>Google เชื่อในเรื่องของการสัมภาษณ์ที่ใช้คนหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้อง พูดอย่างง่ายว่านโยบายในการจ้างพนักงานของบริษัทจะไม่ปล่อยให้คนใดคนหนึ่ง ในกรณีนี้ก็คือ ผู้จัดการ ในการตัดสินใจเพียงคนเดียว แต่จะพยายามที่จะให้มีผู้เกี่ยวข้องหลายๆ ส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสัมภาษณ์พนักงานคนนั้นด้วยเพื่อที่จะได้ความเห็นที่หลากหลายครอบคลุม</p>
<p><strong>3.</strong> Google เล่นกับข้อมูล ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจที่บริษัทระดับโลกหลายๆบริษัทมีวัฒนธรรมในการใช้ข้อมูลเพื่อนำมาขับเคลื่อนองค์กร (Data Driven Organization) เราจึงต้องหันกลับมาถามว่าสำหรับประเทศไทยของเราองค์กรมีการคิดถึงเรื่องนี้มากแค่ไหน โดยบทความชิ้นนี้เองก็จะอ้างอิงงานวิจัยด้านข้อมูลของบริษัท Google เพื่อตอบคำถามที่สำคัญนี้เช่นกัน</p>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<h2 class="__title"><span style="font-size: 18pt;">คำถามหลัก<br />
</span></h2>
<h2><span style="font-size: 18pt;">เราควรมีการสัมภาษณ์ผู้สมัครก่อนตัดสินใจจ้างกี่รอบดี ?</span></h2>
</div>
<p>จากหลักการข้อที่ 2 ที่กล่าวไปด้านบนทำให้เรามั่นใจได้ว่า Google ต้องใช้การสัมภาษณ์มากกว่าหนึ่งรอบแน่นอน แต่จะเท่าไหร่กันดีล่ะ? เรื่องนี้ทาง Google เองก็สงสัยและพยายามหาคำตอบเช่นกันเพราะหากพิจารณาดีๆ ถ้าเราไม่สามารถมีคำตอบคุณภาพดีให้กับคำถามสำคัญข้อนี้ได้ นั่นอาจหมายถึงการสูญเสียเวลาของทุกฝ่ายซึ่งอาจถูกตีค่าออกมาเป็นตัวเงินไม่ใช่น้อยๆ เลย</p>
<p>ทีมงานของ Google ที่เป็นหัวเรือธงในการหาคำตอบนี้คือฝ่าย <strong>People Analytics team</strong> ซึ่งพวกเขาได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลการจ้างเก่าๆ เพื่อหาคำตอบเหล่านี้ โดยวิธีการที่ใช้คำนวนแบบเข้าใจง่ายๆ คือ ทุกครั้งที่ผู้สัมภาษณ์ สัมภาษณ์ผู้สมัครงานเสร็จจะมีการให้คะแนน โดยแต่ระรอบในการสัมภาษณ์ผู้สมัครก็อาจจะได้คะแนนแตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง เมื่อทีม<strong> People Analytics</strong> วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติย้อนหลังกลับไปเป็นระยะเวลา 5 เพื่อหาคำตอบว่าคะแนนของผู้สมัครจะเพิ่มขึ้นไหมเมื่อดูคะแนนรอบที่ 1 เทียบกับรอบที่ 2 แล้วถ้าดูแนวโน้มคะแนของผู้สมัครเมื่อมีการสัมภาษณ์รอบที่ 3 รอบที่ 4 รอบที่ 5 ไปถึงรอบที่ สิบกว่าๆ (โชคดีที่ Google มีข้อมูลตรงนี้ เพราะเป็นบริษัทที่มีการสัมภาษณ์หลายรอบมากจริงๆ)</p>
<h2><span class="_5afx"><span class="_58cm">Rule Of Four</span></span></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4938 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/07/unnamed.png" alt="unnamed" width="734" height="478" title="สัมภาษณ์กี่ครั้งก่อนจ้างงานจากงานวิจัยทีม People Analytics ของบริษัท Google 907"></p>
<p><strong class="yellow-highlighter">ผลพบว่าการสัมภาษณ์หลังจากรอบที่ 4 เป็นต้นไปแทบไม่ได้ทำให้เกิดความแตกต่างของคะแนนของผู้สมัครอีกต่อไปแล้ว</strong> หรือพูดอีกแบบได้ว่า คนที่ใช่ ถ้าใช่จริงก็สามารถรู้ได้ตั้งแต่การสัมภาษณ์รอบที่ 4 แล้ว ต่อให้สัมภาษณ์จำนวนรอบมากกว่านี้คนที่ได้คะแนนสูงและมีแนวโน้มว่าจะได้งานก็ยังได้คะแนนสูงเหมือนเดิมอยู่ดี (ก็คนมันใช่แล้วก็รับเลยสิ จะเสียเวลาสัมภาษณ์เพิ่มทำไม เพราะสัมภาษณ์อีกกี่ครั้งผลก็ออกมาน่าพอใจ)</p>
<p>ถ้าดูจากกราฟจะพบว่าการสัมภาษณ์ที่เกินกว่า 4 รอบเพิ่มความแม่นยำในการจ้างคนที่ใช่ได้น้อยจนไม่คุ้มค่าเสียเวลาอีกต่อไปแล้ว และสุดท้ายก่อกำเนิดเป็น <strong>Rule Of Four ที่ Google Recruitment Department</strong> ใช้เป็นเกณฑ์การสัมภาษณ์งานในปัจจุบัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4926 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/ruthson-zimmerman-FVwG5OzPuzo-unsplash-scaled.jpg" alt="ruthson zimmerman FVwG5OzPuzo unsplash scaled" width="679" height="452" title="สัมภาษณ์กี่ครั้งก่อนจ้างงานจากงานวิจัยทีม People Analytics ของบริษัท Google 908"></p>
<div class="_3bJ2H CHExY">
<div class="_1l8RX _1ByhS"><span style="font-size: 10pt;">Photo by Ruthson Zimmerman on Unsplash</span></div>
</div>
<p>จากข้อมูลและบทสรุปตรงนี้ ก็หวังว่าองค์กรของคุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในบริบทของตนเองเพื่อหาผู้สมัครที่ใช่ที่สุดในแง่ของคุณสมบัติและลักษณะนิสัยโดยใช้ต้นทุนที่ไม่มากจนเกินจำเป็นเพื่อประหยัดเวลาของทั้งฝ่ายผู้สัมภาษณ์และผู้สมัคร</p>
<p>ครั้งหนึ่ง <strong>Lawrence Bossidy</strong> ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท <strong>General Electric</strong> เคยกล่าวไว้ว่า</p>
<p><strong class="cyan-highlighter"><strong><em>&#8220;ยากที่จะหาอะไรที่จะสำคัญยิ่งไปกว่า</em></strong><br />
<strong><em>การสรรหาหาพนักงานที่เหมาะสม</em></strong><br />
<strong><em>เพราะในท้ายที่สุดแล้ว เราล้วนเดิมพันกับผู้คน</em></strong><br />
<strong><em>หาใช่กลยุทธ์ที่โอนอ่อนปรับเปลี่ยน&#8221;</em></strong></strong></p>
<p>เราจะหาคนที่ใช่ได้ด้วยวิธีการที่เหมาะสม และ <strong>HREX</strong> ก็อยากเป็นคนคนนั้นที่จะช่วยให้ HR มืออาชีพบรรลุเป้าหมายนั้น แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าครับ</p>
<div class="focused-block"><strong>อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจากบทความ <a href="https://rework.withgoogle.com/blog/google-rule-of-four/" target="_blank" rel="noopener">How many interviews does it take to hire a Googler?</a> บนเว็บไซต์ </strong><a href="https://rework.withgoogle.com/" target="_blank" rel="noopener"><strong>rework.withgoogle.com</strong></a></div>
<div></div>
<div><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20219 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-1536x480.png 1536w" alt="CTA HR Products &amp; Services" width="1600" height="500" title="สัมภาษณ์กี่ครั้งก่อนจ้างงานจากงานวิจัยทีม People Analytics ของบริษัท Google 909"></a></div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>4 เทคนิคที่ HR มักมองข้าม แต่ Elon musk ใช้ในการจ้างพนักงาน Tesla</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/hire-like-elon-musk/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Jan 2020 10:05:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Elon Musk]]></category>
		<category><![CDATA[Tesla]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/hire-like-elon-musk/</guid>

					<description><![CDATA[อีลอน มักส์ (Elon Musk) ชายมาดธุรกิจผู้มีฉากหลังเป็นวิศวะกรแสนปราดเปรื่องที่ ณ ปัจจุบันนี้คงไม่ต้องกล่าวว่าเขาคือใคร เพราะแค่พูดชื่อบริษัทอวกาศ SpaceX กับรถไฟฟ้าพลังงานสะอาด Tesla แทบทุกคนก็ต้องร้องอ๋อ ถึงจะมีวิสัยทัศน์กว้างไกลถึงกับมีแผนพามนุษย์ไปตั้งรกรากบนดาวอังคาร แต่เขาก็รู้ดีว่าการจะทำภารกิจใหญ่ขนาดนี้โดยมีแค่ตัวเองที่ Innovative อยู่คนเดียวก็คงไม่ได้&#8230;เขาต้องการคนเก่งๆ ระดับหัวกะทิมาร่วมขบวนการ แล้วเขาจะทำได้อย่างไร ล่าสุดในงาน U.S. Air Force Space Pitch Day ได้เผยถึงแนวคิดและความท้าทายของบริษัทที่ต้องเฟ้นหาคนเก่งๆ พวกนี้มาช่วยทำให้พันธกิจอันยิ่งใหญ่ของบริษัทเป็นจริง &#8220;คุณต้องทำตัวเองให้มั่นใจนะว่าเมื่อไหร่ที่คนเก่งๆซักคนอยากจะมาทำงานกับเรา อย่างน้อยๆ พวกเขาต้องได้รับโอกาสที่จะได้มาสัมภาษณ์ จริงๆ ข้อนี้เป็นสิ่งที่ผมกังวลมากเลยทีเดียวเพราะลองนึกดูว่าถ้าคนอย่าง Nikola Tesla (หนึ่งในไอดอลของมัสก์ทางด้านวิศวกรรม ถึงขนาดเอามาตั้งเป็นชื่อบริษัท) ยังมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ ก็เกิดคำถามว่าคนอย่างเขาจะมีโอกาสได้สัมภาษณ์ไหม ถ้าเรายังตอบไม่ได้เต็มปากว่าใช่ล่ะก็ แสดงว่าต้องมีอะไรที่ไม่เข้าท่าในกระบวนการสรรหาพนักงานแล้วล่ะ และถ้าคนระดับวิศวกรที่ดีที่สุดที่โลกเคยมีมาอย่างเทสล่ายังเสี่ยงที่จะพลาดการสัมภาษณ์ นั่นคงเป็นอย่างแรกที่เราต้องรีบแก้เลย&#8230;เราจะยอมให้กระบวนการที้ไร้ประสิทธิภาพในการจ้างมาขัดขวางเราจากการได้คนเก่งๆ มาร่วมงานไม่ได้&#8221; ลองคิดดูว่ามันจะเป็นเรื่องน่าเสียดายแค่ไหนถ้าคนเก่งมีพรสวรรค์มาอยู่ตรงหน้าของคุณ มีทั้งความสามารถ ทักษะ และ Passion ที่อยากจะเข้ามาทำงานกับบริษัทของคุณอยู่แล้ว แต่คุณกลับปัดตกไป คุณอ่าน Resume แล้วก็ไม่เห็นค่า คุณเรียกมาสัมภาษณ์แต่กลับไม่เห็นความพิเศษที่ซ่อนอยู่ มักส์ยังกล่าวต่อไปอีกว่า &#8220;ส่วนมากแล้ว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div id="js_g" class="_5pbx userContent _3ds9 _3576">
<p><strong><strong class="yellow-highlighter">อีลอน มักส์ (Elon Musk)</strong></strong> ชายมาดธุรกิจผู้มีฉากหลังเป็นวิศวะกรแสนปราดเปรื่องที่ ณ ปัจจุบันนี้คงไม่ต้องกล่าวว่าเขาคือใคร เพราะแค่พูดชื่อบริษัทอวกาศ <strong>SpaceX</strong> กับรถไฟฟ้าพลังงานสะอาด <strong>Tesla</strong> แทบทุกคนก็ต้องร้องอ๋อ</p>
<p>ถึงจะมีวิสัยทัศน์กว้างไกลถึงกับมีแผนพามนุษย์ไปตั้งรกรากบนดาวอังคาร แต่เขาก็รู้ดีว่าการจะทำภารกิจใหญ่ขนาดนี้โดยมีแค่ตัวเองที่ <strong>Innovative</strong> อยู่คนเดียวก็คงไม่ได้&#8230;เขาต้องการคนเก่งๆ ระดับหัวกะทิมาร่วมขบวนการ แล้วเขาจะทำได้อย่างไร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8107 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/Elon-musk-Tesla.jpg" alt="4 เทคนิคที่ HR มักมองข้าม แต่ Elon musk ใช้ในการจ้างพนักงาน Tesla" width="600" height="370" title="4 เทคนิคที่ HR มักมองข้าม แต่ Elon musk ใช้ในการจ้างพนักงาน Tesla 914"></p>
<p>ล่าสุดในงาน <strong>U.S. Air Force Space Pitch Day</strong> ได้เผยถึงแนวคิดและความท้าทายของบริษัทที่ต้องเฟ้นหาคนเก่งๆ พวกนี้มาช่วยทำให้พันธกิจอันยิ่งใหญ่ของบริษัทเป็นจริง</p>
<p><strong><em>&#8220;คุณต้องทำตัวเองให้มั่นใจนะว่าเมื่อไหร่ที่คนเก่งๆซักคนอยากจะมาทำงานกับเรา อย่างน้อยๆ พวกเขาต้องได้รับโอกาสที่จะได้มาสัมภาษณ์ จริงๆ ข้อนี้เป็นสิ่งที่ผมกังวลมากเลยทีเดียวเพราะลองนึกดูว่าถ้าคนอย่าง Nikola Tesla (หนึ่งในไอดอลของมัสก์ทางด้านวิศวกรรม ถึงขนาดเอามาตั้งเป็นชื่อบริษัท) ยังมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ ก็เกิดคำถามว่าคนอย่างเขาจะมีโอกาสได้สัมภาษณ์ไหม ถ้าเรายังตอบไม่ได้เต็มปากว่าใช่ล่ะก็ แสดงว่าต้องมีอะไรที่ไม่เข้าท่าในกระบวนการสรรหาพนักงานแล้วล่ะ และถ้าคนระดับวิศวกรที่ดีที่สุดที่โลกเคยมีมาอย่างเทสล่ายังเสี่ยงที่จะพลาดการสัมภาษณ์ นั่นคงเป็นอย่างแรกที่เราต้องรีบแก้เลย&#8230;เราจะยอมให้กระบวนการที้ไร้ประสิทธิภาพในการจ้างมาขัดขวางเราจากการได้คนเก่งๆ มาร่วมงานไม่ได้&#8221;</em></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8105 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/Elon-musk-Tesla-1-scaled.jpg" alt="4 เทคนิคที่ HR มักมองข้าม แต่ Elon musk ใช้ในการจ้างพนักงาน Tesla" width="600" height="370" title="4 เทคนิคที่ HR มักมองข้าม แต่ Elon musk ใช้ในการจ้างพนักงาน Tesla 915"></p>
<p>ลองคิดดูว่ามันจะเป็นเรื่องน่าเสียดายแค่ไหนถ้าคนเก่งมีพรสวรรค์มาอยู่ตรงหน้าของคุณ มีทั้งความสามารถ ทักษะ และ <strong>Passion</strong> ที่อยากจะเข้ามาทำงานกับบริษัทของคุณอยู่แล้ว แต่คุณกลับปัดตกไป คุณอ่าน <strong>Resume</strong> แล้วก็ไม่เห็นค่า คุณเรียกมาสัมภาษณ์แต่กลับไม่เห็นความพิเศษที่ซ่อนอยู่</p>
<p>มักส์ยังกล่าวต่อไปอีกว่า <em><strong>&#8220;ส่วนมากแล้ว หลักการของผมจะใช้การมองหาหลักฐานของความสามารถที่ไม่ธรรมดา (exceptional ability) ของผู้สมัครงาน ผมไม่สนไม่แคร์เท่าไหร่หรอกว่าบุคคลนั้นจะจบมหาวิทยาลัยหรือมัธยมปลายชั้นไหน จากที่ไหนมา สำหรับผมแล้ว การมองหาผลงานที่เคยทำสำเร็จ เขาเคยประดิษฐ์หรือสร้างอะไรมาก่อนหรือไม่ เคยชนะการแข่งขันยากๆ อะไรมาก่อนหรือเปล่า เคยค้นพบหรือนำเสนอไอเดียอะไรใหม่ให้กับโลกหรือไม่ หรือแม้กระทั่งความสามารถในการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนสูง&#8221;</strong></em>.</p>
<div class="focused-block">
<p>มัสก์สรุปประเด็นทั้งหมดที่คุณควรถามตัวเองก่อนการจ้างคนเก่งๆ สักคนว่า</p>
<p><em><strong>&#8220;What did they do that was clear evidence of exceptional ability?&#8221;</strong></em><br />
<em><strong>&#8220;มีหลักฐานอะไรในตัวผู้สมัครไหมที่บ่งบอกว่าเขามีความสามารถในระดับไม่ธรรมดา&#8221;</strong></em></p>
</div>
<p>สำหรับผมแล้วคำถามนี้มีความน่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว เพราะในกระบวนการสรรหาพนักงาน ด่านแรกที่บริษัทส่วนใหญ่ทำก็คือการคัดกรองผ่านใบสมัคร (Resume) จำนวนมหาศาลที่ได้รับเข้ามา ซึ่งในขั้นตอนนี้แน่นอนว่าจะต้องมีผู้สมัครจำนวนมากเลยทีเดียวที่ถูกคัดตกกระป๋องไปเพียงเพราะองค์กรใช้กฎเกณฑ์บางอย่างที่อาจจะยังไม่ใช่ <strong>&#8216;หน่วยวัด&#8217;</strong> ที่ดีที่สุด</p>
<p>คำแนะนำต่อไปนี้อาจจะช่วยลดความผิดพลาดตรงส่วนนั้นได้บ้างไม่มากก็น้อย และยังช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณสามารถคัดกรองผู้สมัครที่มี <strong><span class="_5afx"><span class="_58cl _5afz">#</span><span class="_58cm">ExceptionalAbility </span></span></strong><span class="_5afx"><span class="_58cm">ให้เข้ามาร่วมงานกับองค์กรได้มากขึ้นอีกด้วย</span></span></p>
</div>
<div id="js_g" class="_5pbx userContent _3ds9 _3576">
<h2><span class="_5afx"><span class="_58cm">Tip 1</span></span>: อย่ามองแค่สิ่งที่อยู่บนกระดาษ</h2>
<p>ถ้าอยากได้คนเก่ง คุณต้องมองที่ <strong><span class="_5afx"><span class="_58cl _5afz">#</span><span class="_58cm">ExceptionalAbility </span></span></strong>ที่นอกเหนือไปจากแค่ตัวเลขเกรดเฉลี่ย สถาบันที่จบ หรือชื่อโครงการกิจกรรมนอกหลักสูตรที่ดูดี เพราะเท่ากับคุณอาจจะพลาดคนเก่งๆ ที่ความสามารถของเขาอาจจะไม่สามารถเขียนออกมาในรูปแบบเอกสารได้อย่างชัดเจน</p>
<h2><span class="_5afx"><span class="_58cm">Tip 2:</span></span> จดหมายแนะนำตัว (Cover letter) ช่วยคุณได้</h2>
<p>เพื่อเก็บตกคุณสมบัติที่ไม่อาจบอกได้ชัดเจนเป็นตัวเลขหรือชื่อกิจกรรมที่เป็นทางการบน Resume การออกแบบให้มีการขอให้ผู้สมัครเขียน Cover letter ก็สามารถช่วยเก็บตกได้เนื่องจากการเขียนสามารถให้พื้นที่ในการบรรยาย<strong> &#8216;คุณค่า&#8217;</strong> บางอย่าง ทั้งแรงบันดาลใจ ความพยายาม บริบท และสถานการณ์ที่ผู้สมัครได้พบเจอ โดยเราสามารถมองหา <strong>#ExceptionalAbility</strong> ของผู้สมัครว่าเขาแก้ปัญหาและความท้าทายเหล่านั้นมาได้อย่างไร ต่อจากนั้นหากผู้สมัครสามารถผ่านด่านเข้าในในกระบวนการสัมภาษณ์ เราอาจจะใช้เทคนิคในทิปข้อต่อไปๆ</p>
<h2><span class="_5afx"><span class="_58cm">Tip 3:</span></span> โยนโจทย์ปัญหาดีๆ ให้พวกเขาลองทำ</h2>
<p>หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการทดสอบความสามารถในการทำงานคือการ <strong>&#8216;ให้โจทย์จริงที่สอดคล้องกับการทำงาน&#8217;</strong> โดยอาจจะฝังตัวอยู่ในขั้นตอนก่อนการเรียกสัมภาษณ์ก็ได้แต่อาจจะไม่ควรเป็นโจทย์ที่ใช้เวลาในการทำมากเกินไปเพราะอาจจะทำให้เสียผู้สมัครบางส่วนออกไปได้</p>
<p>การให้โจทย์ที่ยากและใช้เวลาทำในระดับหนึ่งในรอบการสัมภาษณ์ท้ายๆ ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่สมเหตุสมผลเนื่องจากผู้สมัครในรอบท้ายๆ มีโอกาสได้งานค่อนข้างสูงจึงไม่เป็นการลงทุนเวลาที่มากเกินไปเมื่อเทียบกับผลที่พวกเขาจะได้รับ</p>
<p>ลำดับความสำคัญอันดับแรกของการให้โจทย์อาจไม่ใช่การหาคนที่มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเสมอไป เพราะในขั้นตอนการทำงานจริง คำตอบอาจมีไปได้หลายทาง หลักๆ เราควรจะดูที่ <strong>&#8216;วิธีคิด วิธีแก้ปัญหา&#8217;</strong> ว่าผู้สมัครงานมีความสามารถในการแก้ปัญหา และสื่อสารความคิดเพื่อถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้ดีเพียงใด</p>
<h2><span class="_5afx"><span class="_58cm">Tip 4:</span></span> ดูกันที่ทักษะและความสามารถในการทำงานจริง</h2>
<p>ในโลกทุกวันนี้ที่มีหนทางในการพัฒนาทักษะอยู่ทุกหนแห่ง คนที่ไม่ได้จบตรงสายแต่ขวนขวายหาความรู้ อ่านหนังสือ และศึกษาด้วยตัวเองผ่านอินเตอร์เน็ต ก็สามารถมีความรู้และทักษะในการทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน อีกทั้งคนกลุ่มนี้ยังแสดงให้เห็นคุณสมบัติอย่างอื่นได้แก่ ความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ความมีวินัย ความสนใจจริงในเรื่องที่ศึกษา สิ่งเหล่านี้เมื่อประกอบการพิจารณาคุณสมบัติและประสบการณ์อื่นๆ ร่วมด้วยอาจทำให้เราได้ผู้สมัครที่เหมาะสมมากกว่าเดิมได้</p>
<p>.แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าทักษะไหนที่เราควรมองหา และจะออกแบบบททดสอบอย่างไร ??? ส่วนนี้ HR ควรจะร่วมมือกับผู้จัดการฝ่ายซึ่งเป็นคนที่จะรู้ดีที่สุดว่าควรมองหาอะไรจากผู้สมัคร และสามารถออกแบบโจทย์ที่สอดคล้องที่ต้องใช้จริงสำหรับตำแหน่งนั้นเวลาทำงานจริง</p>
<p>ผมขอทิ้งท้ายบทความวันนี้ด้วยคำพูดของ <strong>Simon Sinek</strong> หนึ่งในนักเขียน นักพูด และนักคิดคนสำคัญในโลกธุรกิจที่เป็นหนึ่งในคนพูดที่มียอดวิววีดีโอบนเว็บไซต์ <strong>TED TALKs</strong> สูงเป็นอันดับต้นๆ ว่า<strong><em>.</em></strong></p>
<p><strong><em>&#8220;ถ้าคุณเลือกที่จะจ้างคนเพียงเพราะเขามีความสามารถที่จะทำงานตำแหน่งนั้นได้ พวกเขาก็จะยอมทำงานเพื่อได้รับเงินของคุณเท่านั้น แต่ถ้าคุณเลือกจ้างคนที่มีมีหัวใจดวงเดียวกันและมีความเชื่อเช่นเดียวกับคุณ พวกเขาจะทำงานให้คุณด้วยหยาดเลือด หยดเหงื่อ และคราบน้ำตาเลยทีเดียว&#8221;</em></strong></p>
<p>แน่นอนว่าทุกคนย่อมมองหาคนเก่งที่มี <strong>#ExceptionalAbility</strong> แบบ <strong>Nikola Tesla</strong> มาขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า แต่การจ้างคนเก่งที่เชื่อในสิ่งที่เราเชื่อ คนที่พร้อมจะเดินไปพร้อมกับองค์กรเพื่อสานพันธกิจที่ตั้งไว้อย่างลุล่วงคงจะเป็นสิ่งที่ยิ่งยอดเยี่ยมขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งเลยทีเดียว</p>
<p>หวังว่าบทความวันนี้จะมีประโยชน์และช่วยให้ HR เจอเทสล่าของตัวเองนะครับ</p>
<p>.</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-4851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/Grayscale-Businessman-Quote-Twitter-Post6.png" alt="4 เทคนิคที่ HR มักมองข้าม แต่ Elon musk ใช้ในการจ้างพนักงาน Tesla" width="721" height="361" title="4 เทคนิคที่ HR มักมองข้าม แต่ Elon musk ใช้ในการจ้างพนักงาน Tesla 916"></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20219 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/03/hrexp-banner-1536x480.png 1536w" alt="CTA HR Products &amp; Services" width="1600" height="500" title="4 เทคนิคที่ HR มักมองข้าม แต่ Elon musk ใช้ในการจ้างพนักงาน Tesla 917"></a></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/190923-creative-recruitment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Sep 2019 03:05:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[การสรรหาบุคลากร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/190923-creative-recruitment/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Creative Recruitment สามารถช่วยดึงดูดใจคนเก่งและมีความสามารถให้มาสมัครงานกับองค์กรได้เพิ่มขึ้น Creative Recruitment สามารถทำให้องค์กรมีตัวเลือกคนที่มีพรสวรรค์เข้ามาเป็นพนักงานได้เพิ่มมากขึ้น Creative Recruitment ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์องค์กรได้ด้วย สร้างความน่าเชื่อถือ และทำให้คนอยากมาร่วมงานกับองค์กร Creative Recruitment มีส่วนช่วยให้องค์กรได้พนักงานที่มีศักยภาพ และทำให้องค์กรประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นได้ ยุคนี้ไม่ว่าองค์กรไหนต่างก็อยากได้คนเก่งมีความสามารถตลอดจนมีพรสวรรค์ในการทำงาน (Talented Employee) มาร่วมงานกับองค์กรของตัวเองทั้งนั้น นอกเหนือจากการสร้างแบรนด์องค์กร (Organization Branding) ให้เป็นที่ยอมรับ การทำแผนการตลาดอย่างครบวงจรกับกระบวนการสรรหาโดยเฉพาะ (Recruitment Marketing) แล้ว อีกกระบวนการหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือการสร้างสรรค์กระบวนการสรรหาอย่างสร้างสรรค์ (Creative Recruitment) นั่นเอง เราต้องยอมรับกว่าบุคคลที่มีความสามารถตลอดจนมีพรสวรรค์ในการทำงานนั้นมักจะสรรหาองค์กรที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองเสมอ และอยากร่วมงานกับองค์กรที่มีศักยภาพ รวมถึงองค์กรที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับเขาได้มากที่สุด หนึ่งในด่านแรกๆ ที่จะช่วยสร้างความประทับใจให้กับเขาได้ดีนั้นก็คือขั้นตอนของกระบวนการสรรหาบุคลากรนั่นเอง แล้วหลายองค์กรในโลกยุคนี้ก็เริ่มหันมาสนใจในกระบวนการนี้มากขึ้น ที่ไม่ใช่แค่การทำภาพลักษณ์ให้ดี ทำตามระบบให้สมบูรณ์ แต่เป็นการสร้างสรรค์กระบวนการคัดสรรที่ไม่เหมือนใครขึ้นมาใหม่ ตลอดจนปรับปรุงกระบวนการคัดสรรแบบเดิมๆ ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นมีส่วนมากที่จะดึงดูดให้คนเก่งและมีความสามารถอยากที่จะเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในผู้สมัคร (Candidate) กับองค์กรในที่สุด การคัดสรรพนักงานด้วยวิธีการสร้างสรรค์ (Creative Recruitment) เราสามารถสร้างการคัดสรรพนักงานด้วยวิธีการที่ไม่เหมือนใครขึ้นมาได้ มากกว่าแค่การเรียกมานั่งสัมภาษณ์งานเท่านั้น ซึ่งกระบวนการต่างๆ สามารถที่จะทดสอบตลอดจนวัดค่าในมุมต่างๆ ได้เพิ่มขึ้นและมีประสิทธิภาพขึ้นด้วย ที่สำคัญกระบวนการสรรหาที่คัดสรรนี้ยังช่วยสร้างการรับรู้ที่ดีในองค์กรได้เช่นกัน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--has-title">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><strong>HIGHLIGHT</strong></div>
<div>
<ul>
<li>Creative Recruitment สามารถช่วยดึงดูดใจคนเก่งและมีความสามารถให้มาสมัครงานกับองค์กรได้เพิ่มขึ้น</li>
<li>Creative Recruitment สามารถทำให้องค์กรมีตัวเลือกคนที่มีพรสวรรค์เข้ามาเป็นพนักงานได้เพิ่มมากขึ้น</li>
<li>Creative Recruitment ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์องค์กรได้ด้วย สร้างความน่าเชื่อถือ และทำให้คนอยากมาร่วมงานกับองค์กร</li>
<li>Creative Recruitment มีส่วนช่วยให้องค์กรได้พนักงานที่มีศักยภาพ และทำให้องค์กรประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นได้</li>
</ul>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p>ยุคนี้ไม่ว่าองค์กรไหนต่างก็อยากได้คนเก่งมีความสามารถตลอดจนมีพรสวรรค์ในการทำงาน (Talented Employee) มาร่วมงานกับองค์กรของตัวเองทั้งนั้น นอกเหนือจากการสร้างแบรนด์องค์กร (Organization Branding) ให้เป็นที่ยอมรับ การทำแผนการตลาดอย่างครบวงจรกับกระบวนการสรรหาโดยเฉพาะ (Recruitment Marketing) แล้ว อีกกระบวนการหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือการสร้างสรรค์กระบวนการสรรหาอย่างสร้างสรรค์ (Creative Recruitment) นั่นเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8295 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/572b634decd9a1bc044eb894d7e4851e-1.jpg" alt="Creative Recruitment ดึงดูด พนักงาน พรสวรรค์ HR NOTE" width="500" height="250" title="Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์ 934"></p>
<p>เราต้องยอมรับกว่าบุคคลที่มีความสามารถตลอดจนมีพรสวรรค์ในการทำงานนั้นมักจะสรรหาองค์กรที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองเสมอ และอยากร่วมงานกับองค์กรที่มีศักยภาพ รวมถึงองค์กรที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับเขาได้มากที่สุด หนึ่งในด่านแรกๆ ที่จะช่วยสร้างความประทับใจให้กับเขาได้ดีนั้นก็คือขั้นตอนของกระบวนการสรรหาบุคลากรนั่นเอง แล้วหลายองค์กรในโลกยุคนี้ก็เริ่มหันมาสนใจในกระบวนการนี้มากขึ้น ที่ไม่ใช่แค่การทำภาพลักษณ์ให้ดี ทำตามระบบให้สมบูรณ์ แต่เป็นการสร้างสรรค์กระบวนการคัดสรรที่ไม่เหมือนใครขึ้นมาใหม่ ตลอดจนปรับปรุงกระบวนการคัดสรรแบบเดิมๆ ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นมีส่วนมากที่จะดึงดูดให้คนเก่งและมีความสามารถอยากที่จะเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในผู้สมัคร (Candidate) กับองค์กรในที่สุด</p>

<h2>การคัดสรรพนักงานด้วยวิธีการสร้างสรรค์ (Creative Recruitment)</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3705" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/shutterstock_1466330279-scaled.jpg" alt="shutterstock 1466330279 scaled" width="904" height="740" title="Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์ 935"></p>
<p>เราสามารถสร้างการคัดสรรพนักงานด้วยวิธีการที่ไม่เหมือนใครขึ้นมาได้ มากกว่าแค่การเรียกมานั่งสัมภาษณ์งานเท่านั้น ซึ่งกระบวนการต่างๆ สามารถที่จะทดสอบตลอดจนวัดค่าในมุมต่างๆ ได้เพิ่มขึ้นและมีประสิทธิภาพขึ้นด้วย ที่สำคัญกระบวนการสรรหาที่คัดสรรนี้ยังช่วยสร้างการรับรู้ที่ดีในองค์กรได้เช่นกัน เราลองมาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีการคัดสรรที่สร้างสรรค์อะไรที่น่าสนใจกันบ้าง</p>
<h3>1.สัมภาษณะการแข่งขันกันเชิงทัศนคติ (Fighting Attitude Interview)</h3>
<p>ยุคนี้เป็นยุคที่ใครๆ ต่างก็มีความสามารถกันทั้งนั้น แต่ในทางตรงกันข้ามยุคนี้เป็นยุคที่ตามหาคนที่มีทัศนคติที่ดีในการทำงานได้ยากกว่าเมื่อก่อนมากเช่นกัน หลายองค์กรในยุคนี้มองข้ามความสามารถเป็นหลักไป ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่สนใจหรือไม่ใส่ใจ แต่สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นการพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นในด่านแรกตั้งแต่ใบสมัครและ Resume ไปแล้ว ซึ่งผู้ผ่านเข้ารอบทั้งหลายแทนที่จะมาสู่รอบสัมภาษณ์งานอย่างเมื่อก่อน แต่จะกลายเป็นว่าเชิญมาสัมภาษณ์เชิงทัศนคติแทน การสัมภาษณ์เชิงทัศนคตินั้นไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใดเลย เพราะทุกการสัมภาษณ์นั้นต่างก็มีการเช็คเรื่องทัศนคติอยู่แล้ว แต่เทรนด์ที่กำลังมาในยุคนี้ก็คือการแข่งขันกันด้านเชิงทัศนคติที่มีการเชิญผู้ถูกคัดเลือกมาเป็นกลุ่ม สัมภาษณ์ร่วมกัน เพื่อวัดทัศนคติโดยเฉพาะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3706" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/shutterstock_1486311986.jpg" alt="shutterstock 1486311986" width="960" height="720" title="Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์ 936"></p>
<p>การสัมภาษณ์ในลักษณะการแข่งขันกันเชิงทัศนคติ (Fighting Attitude Interview) นี้เป็นการฟาดฟันความสามารถกันในรูปแบบ Soft Fighting มากกว่าที่จะฟาดฟันกันอย่างหนักหน่วงแบบ Hard Fighting ที่วัด Performance ด้านการทำงานกัน แต่การสัมภาษณ์ที่มีการต่อสู้กันในเชิงทัศนคตินี้จะไม่ได้เน้นการแข่งขันกับคู่แข่งคนอื่น แต่จะเน้นที่การแข่งขันกันของตัวผู้สมัครเองเสียมากกว่า เรียกได้ว่าใครเป็นตัวเองได้โดดเด่นที่สุด มีทัศนคติต่อตนเองและผู้อื่นได้ยอดเยี่ยมที่สุด มันจะเห็นกันได้ชัดเจนมากเมื่อทำการคัดเลือกแบบกลุ่มนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3698" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/shutterstock_267315275.jpg" alt="shutterstock 267315275" width="600" height="370" title="Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์ 937"></p>
<p>การคัดเลือกในลักษณะนี้ทำได้ไม่ยากเย็นเลย ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากเสียด้วยซ้ำ เพียงแค่เป็นตัวของตัวเองให้ดีที่สุด ถ่ายทอดความเป็นตัวของตัวเองออกมาให้องค์กรสัมผัสให้ได้มากที่สุด แสดงความคิดเห็นในทัศนคติของเราให้มากที่สุด นั่นแหละคือสิ่งสำคัญที่สุด ทุกคำถามมักจะเป็นคำถามปลายเปิดให้เราแสดงทัศนะ หรือเป็นคำถามปลายปิดที่เฉพาะเจาะจงแต่มักเกี่ยวข้องกับประสบการณ์การทำงานของเราโดยตรงมากกว่า การตอบคำถามของผู้สมัครนั้นไม่ยากเลย แต่ในส่วนนี้จะมาหนักในส่วนของผู้ทำการคัดเลือกมากกว่าที่จะมีหลักเกณฑ์ตลอดจนจิตวิทยาในการคัดเลือกอย่างไร ซึ่งองค์กรจะคัดเลือกคนที่มีทัศนคติสอดคล้องกับองค์กรมากที่สุด เพื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>Just be yourself</strong></div>
<div>
<p>องค์กรที่คัดพนักงานด้วยการเน้นที่ทัศนคติ (Attitude) มากกว่าที่เน้นความสามารถ (Performance) แถมยังมีกระบวนการคัดสรรพนักงานเชิงทัศนคติที่จริงจังและเป็นที่รู้จักกันดีในอันดับต้นๆ ของโลกก็คือ Apple Inc. นั่นเอง โดยเฉพาะในส่วนของ Apple Store ที่ต้องเจอกับลูกค้าโดยตรง ทาง Apple ให้ความสำคัญกับทัศนคติที่ดีเป็นอย่างมาก รวมถึงความเป็นตัวเองของพนักงานด้วย เพราะสิ่งนั้นคือสิ่งที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานของ Apple และพร้อมจะถ่ายทอดอย่างเป็นมิตรให้กับลูกค้า ซึ่งมันจะสามารถสร้างความประทับใจและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้ดีกว่าการที่รู้เชี่ยวชาญทุกอย่าง แต่ไม่สามารถสร้างความดึงดูดใจหรือความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3710" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/5759a9cf52bcd026008c81a8-750-562.jpg" alt="5759a9cf52bcd026008c81a8 750 562" width="750" height="562" title="Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์ 938"></p>
<p style="text-align: center;">CR : Business Insider</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.businessinsider.com/thieves-in-blue-shirts-stole-iphones-apple-store-2016-6" target="_blank" rel="noopener">https://www.businessinsider.com/thieves-in-blue-shirts-stole-iphones-apple-store-2016-6 </a></p>
<p>พนักงานที่ Apple Store จึงไม่ใช่พนักงานที่รู้เรื่องเทคโนโลยีได้ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องรู้หรือเคยใช้ผลิตภัณฑ์ของ Apple มาก่อนเสียด้วยซ้ำ แต่ต้องเป็นพนักงานที่มีแรงบันดาลใจในเรื่องที่ตนสนใจ มีความหวังดีในการแชร์ประสบการณ์ มีจิตใจที่ดีต่อผู้อื่น และรู้จักที่จะยิ้มกับทุกสถานการณ์เท่านั้นเอง ซึ่งนั่นจึงทำให้ Apple โฟกัสที่กระบวนการคัดเลือกเชิงทัศนคติเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในรูปแบบการแข่งขันกันเชิงทัศนคติที่จะมีการเชิญมาสัมภาษณ์เป็นกลุ่มเพื่อให้แต่ละคนได้แสดงทัศนคติและความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งมันจะยิ่งทำให้เห็นได้ชัดเจนเมื่อคนเหล่านั้นได้มาร่วมกลุ่มสัมภาษณ์กัน และนั่นเป็นมาตรฐานของ Apple ที่ทำกับทุกแห่งทั่วโลกเลยทีเดียว</p>
<div class="focused-block">
<p><strong>แหล่งอ้างอิงข้อมูล :</strong> Forbes</p>
<p><a href="https://www.forbes.com/sites/susanadams/2012/04/03/how-to-get-hired-at-an-apple-store/#229214755e14" target="_blank" rel="noopener">https://www.forbes.com/sites/susanadams/2012/04/03/how-to-get-hired-at-an-apple-store/#229214755e14</a></p>
</div>
</div>
</div>
<h3>2.การคัดสรรจากกระบวนการเวิร์คชอป (Workshop Recruitment Process)</h3>
<p>การคัดสรรโดยใช้กระบวนการ Workshop นี้เป็นกระบวนการที่ทำกันมานานแล้ว แต่ก็ยังเป็นที่นิยมเฉพาะบางกลุ่มธุรกิจอยู่ เพราะถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงและสิ้นเปลืองพอสมควรเช่นกัน แต่สำหรับในยุคนี้ที่หลายองค์กรต่างก็สร้างสรรค์วิธีการสรรหารูปแบบใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ การคัดสรรแบบกระบวนการ Workshop นี้จึงกลับมาได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น และสร้างสรรค์ไปในหลายลักษณะทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3234" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/08/shutterstock_339441674.jpg" alt="shutterstock 339441674" width="600" height="370" title="Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์ 939"></p>
<p>ถึงแม้ว่ากระบวนการคัดสรรนี้จะใช้เวลาค่อนข้างมาก และใช้การลงทุนที่สูงกว่าวิธีทั่วไป แต่การคัดสรรกระบวนการนี้จะทำให้เราได้เห็นวิธีการทำงานของแต่ละคนจริงๆ รวมถึงทัศนคติในการทำงานได้อีกด้วย ซึ่งเราจะเห็นฝีมือของผู้เข้าร่วมคัดเลือกเลยว่ามีศักยภาพในการทำงานมากน้อยแค่ไหน หรือมีศักยภาพที่จะส่งเสริมในด้านใดให้ก้าวหน้า ตลอดจนสามารถทำงานร่วมกับองค์กรได้หรือไม่ ซึ่งมันคุ้มค่าเป็นอย่างมากสำหรับการต้องการคัดสรรบุคลากรที่มีคุณภาพจริงๆ ทำงานให้กับองค์กรได้แน่นอน และมีแนวโน้มที่จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรได้ในระยะยาว</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>Creative Workshop</strong></div>
<div>
<p>การจัด Workshop เพื่อคัดสรรบุคลากรมาทำงานที่มีชื่อเสียงและโด่งดังที่สุดงานหนึ่งก็คือ B.A.D Student Workshop หนึ่งในกิจกรรมของ “สมาคมผู้กำกับศิลป์บางกอก หรือ Bangkok Art Directors’ Association” ที่เป็นการรวมตัวกันของบริษัทด้านโฆษณาและการตลาดของไทยนั่นเอง โดย Workshop นี้เป็นหนึ่งในเวิร์คชอบที่เก่าแก่ แต่ก็ยังคงมีชื่อเสียงเสมอมาจนถึงยุคปัจจุบัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3693" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/B.A.D-Student-X-Supercool-true-creative-2019-1.jpg" alt="B.A.D Student X Supercool true creative 2019 1" width="800" height="478" title="Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์ 940"></p>
<p style="text-align: center;">CR : Brand Buffet</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.brandbuffet.in.th/2019/08/b-a-d-student-x-supercool-true-creative-2019/" target="_blank" rel="noopener">https://www.brandbuffet.in.th/2019/08/b-a-d-student-x-supercool-true-creative-2019/</a></p>
<p>B.A.D Student Workshop นี้จะเริ่มต้นด้วยการแข่งขันไอเดียสร้างสรรค์โฆษณา โดยจะเปิดรับผลงานตามโจทย์ที่กำหนดในแต่ละปี ผู้ที่ส่งผลงานนั้นจะต้องยังคงเป็นนิสิต-นักศึกษาอยู่ (เน้นไปที่ปี 3 และ ปี 4) ไม่จำกัดคณะที่เรียน ไม่จำกัดสายวิชา และไม่จำกัดสถาบันการศึกษาใดๆ ทั้งสิ้น ผลงานใครที่ผ่านเข้ารอบก็จะได้รับการคัดเลือกให้เข้ารว่ม Creative Workshop ที่จะมีครีเอทีฟดังๆ ทั่วเมืองไทยมาร่วมเป็นคนสอนตลอดจนทำเวิร์คชอบต่างๆ มากมายซึ่งจะมีการทำเวิร์คชอบกับในระยะเวลาหนึ่งเพื่อหาคนที่ชนะรางวัลสูงสุดในแต่ละปีด้วย ในขั้นตอนที่เวิร์คชอบนี้เอเจนซี่โฆษณาต่างๆ ก็จะได้เห็นการแสดงฝีมือตลอดจนการคิดไอเดียของหัวกะทิที่ถูกคัดเลือกเข้ามา และสามารถที่จะดีลเข้ามาทำงานกับบริษัทของตนได้ ในขณะเดียวกันผู้ที่เข้าร่วม Workshop ก็มีสิทธิ์เลือกได้เช่นกัน และโดยส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เข้ารอบสุดท้ายแทบทุกคนก็จะมีโอกาสเติบโตในวงการโฆษณาแทบทั้งสิ้น มีโอกาสได้งานเกือบจะ 100% และวงการเองก็มีโอกาสที่จะได้เด็กที่เก่งและมีความสามารถด้วยเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3707" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/Speaker-01-scaled.jpg" alt="Speaker 01 scaled" width="513" height="740" title="Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์ 941"></p>
<p style="text-align: center;">CR : AD ADDICT</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://adaddictth.com/2019/08/26/bad-student-speaker/" target="_blank" rel="noopener">http://adaddictth.com/2019/08/26/bad-student-speaker/</a></p>
<p>อย่างไรก็ดี Creative Workshop นี้เป็นการจับมือร่วมกันของคนในแวดวงโฆษณาทั้งหลาย ซึ่งเป็นพลังสำคัญอย่างยิ่ง และช่วยกันแชร์ความรับผิดชอบ ตลอดจนงบประมาณในการจัดแต่ละปีด้วย ทำให้ลดภาระในแต่ละองค์กรลงได้เยอะ รวมถึงสามารถสร้างบุคลารกรที่มีคุณภาพให้กับวงการและบริษัทต่างๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ในขณะเดียวกันก็สร้างการยอมรับนับถือได้เป็นอย่างมาก และสร้างชื่อเสียงให้กับวงการโฆษณาได้ในคราวเดียวกัน รวมถึงเป็นเวทีที่คนเก่งอย่างมาปะลองฝีมือกันมากที่สุดด้วย</p>
<div class="focused-block">
<p><strong>แหล่งข้อมูลอ้างอิง :</strong> สมาคมผู้กำกับศิลป์บางกอก (Bangkok Art Directors’ Association)</p>
<p><a href="https://www.badawards.com/" target="_blank" rel="noopener">https://www.badawards.com/</a></p>
</div>
</div>
</div>
<h3>3.เข้าค่ายฝึกวิชาในหลากหลายทักษะ (Bootcamp)</h3>
<p>จะว่าไปแล้วลักษณะของ Bootcamp นี้ก็คล้ายกับการ Workshop อยู่เหมือนกัน แต่หัวใจของ Bootcamp จากจุดเริ่มต้นจริงๆ นั้นชัดเจนกว่า Workshop ซึ่งนั่นก็คือการเข้าค่ายเพื่อคัดเลือกคนเข้าทำงานนั่นเอง โดยคำนี้เริ่มใช้ครั้งแรกๆ ในยุคปี ค.ศ.1898 ในการคัดเลือกคนเข้ารับราชการทาหารของกองทัพสหรัฐนั่นเอง ซึ่ง Boot นั้นมีความหมายหนึ่งว่า “การเริ่มต้นใหม่” เป็นความหมายตรงตัวว่าค่ายแห่งการเริ่มต้นใหม่ แต่ในขณะเดียวกันการฝึกทหารทุกคนต้องสวม Boot ซึ่งก็คือรองเท้าบูทด้วยนั่นเอง มันก็เลยกลายเป็นคำแสลงที่ใช้เรียกการเข้าข่ายลักษณะนี้ไปด้วย ซึ่งมันหมายถึงการเข้าค่ายที่มีการฝึกฝนเข้มช้นอย่างหนักดังค่ายทหารไปด้วยนั่นเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3700" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/shutterstock_1077015956-scaled.jpg" alt="shutterstock 1077015956 scaled" width="1200" height="675" title="Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์ 942"></p>
<p>คำว่า Bootcamp กลับมามีความนิยมในยุคเทคโนโลยีนี้เป็นอย่างมาก เพราะปัจจุบันคนที่นำกลับมาใช้จนประสบความสำเร็จและกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างสำหรับนิยามใหม่ในยุคนี้ก็คือกลุ่ม Technology Business นั่นเอง โดยเฉพาะกลุ่ม Startup ทั่วโลกที่ปัจจุบันคำว่า Bootcamp กลายเป็นคำสามัญของแวดวงนี้ไปแล้วซึ่งมันมักหมายถึงแคมป์ที่คัดคนเข้าฝึกอบรมในหลากหลายทักษะในด้านการทำธุรกิจ Startup หรือ Tech Business นั่นเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3701" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/05/shutterstock_1106237132.png" alt="shutterstock 1106237132" width="600" height="370" title="Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์ 943"></p>
<p>โดยส่วนใหญ่แล้วการจัด Bootcamp นี้อาจไม่ใช่การเป็น Recruitment โดยตรงนัก แต่เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหางานตลอดจนสร้างธุรกจของตนเองสำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจเทคโนโลยี ได้มีโอกาสฝึกฝนฝีมือตลอดจนได้รับการเทรนจากคนที่มีความสามารถหลากหลายด้าน หรือเป็นโอกาสที่จะทำให้เจอนักลงทุนเพื่อการจ้างงานได้เช่นกัน ในขณะเดียวกันคนเก่งๆ ที่เข้าร่วมนี้ก็จะได้รับการจับตามอง รวมถึงถูกบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ จีบไปทำงานได้อีกด้วย รวมถึงเชิญให้ไปร่วมงานหรือลงทุนภายใต้องค์กรใหญ่ที่มีชื่อเสียงต่างๆ ได้ด้วยเช่นกัน หรือในอีกทางหนึ่งผู้ที่เคยผ่าน Bootcamp เจ๋งๆ มาก็ถือว่าเป็น Profile การสมัครงานที่ยอดเยี่ยม ตลอดจนเป็นการสร้าง Resume ที่ดีสำหรับตนเองได้อีกด้วย</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>Best Thailand’s Bootcamp</strong></div>
<div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3691" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/69687128_2524151964310027_6674092128139739136_o.jpg" alt="69687128 2524151964310027 6674092128139739136 o" width="1044" height="740" title="Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์ 944"></p>
<p style="text-align: center;">CR : dtac accelerate</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.facebook.com/dtacAccelerate/" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/dtacAccelerate/</a></p>
<p>แน่นอนว่า Bootcamps ที่มีชื่อเสียงของโลกนั้นเป็น Bootcamps ต่างๆ ที่จัดขึ้นในแถบ Silicon Valley นั่นเอง แต่สำหรับในเมืองไทยเองก็มีการจัด Bootcamps ต่างๆ ขึ้นมามากมายเช่นกัน แต่ที่ต้องยกให้เป็นอันดับ 1 ของเมืองไทย เห็นจะเป็น dtac accelerate ที่เป็นแคมป์ความรู้ เชื่อมต่อนักลงทุน รวมถึงส่งเสริมธุรกิจ Startup ของไทยให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งทาง dtac accelerate ก็ได้สร้างให้ Startup ไทยหลายเจ้าโด่งดังและประสบความสำเร็จมาแล้วมากมายอีกด้วย โดยปัจจุบันทาง dtac เองก็ยังคงทำอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา จนกลายเป็นหนึ่งใน Bootcamps ที่เหล่า Startup ทั้งหลายอย่างเข้าร่วมด้วยมากที่สุด</p>
<div class="focused-block">
<p><strong>แหล่งข้อมูลอ้างอิง :</strong> dtac accelerate</p>
<p><a href="https://accelerate.dtac.co.th/en/home" target="_blank" rel="noopener">https://accelerate.dtac.co.th/en/home</a></p>
</div>
</div>
</div>
<h3>4.โปรแกรมการฝึกงานแบบฉบับพิเศษ (Special Internship Program)</h3>
<p>การจัดโปรแกรมฝึกงานในรูปแบบพิเศษที่มีความเป็นจริงเป็นจังและมีความเฉพาะตัวนั้นเป็นที่นิยมในองค์กรขนาดใหญ่ตลอดจนองค์กรเชิงสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก โดยโปรแกรมการฝึกงานนี้ไม่ใช่ว่าใครจะขอเข้ามาฝึกงานก็ได้ แต่ทุกคนจะต้องส่งประวัติของตนเองเพื่อมาคัดเลือกให้ได้เข้าร่วมโปรแกรมนี้ ซึ่งนี่คือด่านแรกที่องค์กรจะได้คัดสรรคนดีมีความสามารถเบื้องต้นจากโปรไฟล์ตลอดจน Resume ของแต่ละคนเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2799" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/07/shutterstock_334072907.jpg" alt="shutterstock 334072907" width="600" height="370" title="Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์ 945"></p>
<p>ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับเข้าโปรแกรมฝึกงานในแบบฉบับพิเศษที่องค์กรนั้นจัดขึ้นโดยเฉพาะ ได้ทดลองทำงานจริง ได้รับการสอนงานแบบเป็นจริงเป็นจัง รวมถึงบางองค์กรก็ได้ให้ผู้ที่เข้าร่วมโปรแกรมได้คิดค้นทดลองทำงานใหม่ของตนเองขึ้นมาอีกด้วย ซึ่งการฝึกงานแบบนี้จะได้รับการเทรนกันจริงๆ ไม่ใช่แค่การฝึกงานเก็บชั่วโมงเท่านั้น แล้วในขณะที่ฝึกงานนั้นทางองค์กรก็จะคอยสังเกตการณ์แต่ละคนรอบด้าน เพื่อคัดสรรคนที่มีศักยภาพที่องค์กรต้องการให้เข้าร่วมงานกับองค์กรนั่นเอง หรือใครที่ไม่ได้รับการคัดเลือกนั้นก็จะได้รับองค์ความรู้ที่ดีเยี่ยม พร้อมที่จะทำงานที่องค์กรอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย แถมยังเป็นโปรไฟล์ที่ดีสำหรับใส่ลงไปใน Resume อีกด้วย</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>Professional Internship</strong></div>
<div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3692" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/ais.jpg" alt="ais" width="1200" height="480" title="Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์ 946"></p>
<p>โปรแกรมการฝึกงานที่มีการจัดทำอย่างเป็นจริงเป็นจังและได้รับความสนใจมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทยก็คือโปรเจ็กต์ Growing With AIS กับการรับสมัครฝึกงานประจำปี โดยเปิดรับหลากหลายสาขา ทุกคนที่สนใจสามารถส่งประวัติของตนเองเพื่อเข้าคัดเลือกได้ โดยเมื่อได้รับคัดเลือกนั้นจะได้รับการเทรนในสาขาวิชาชีพของตัวเองที่สมัครมา ตลอดจนเทรนร่วมกันคนอืนๆ ในเรื่องต่างๆ ด้วย เรียกได้ว่าเป็นโครงการฝึกงานแบบครบวงจรที่ได้หลากหลายองค์ความรู้เลยทีเดียว ซึ่งโครงการนี้ยังคงได้รับการตอบรับและสนใจจากคนรุ่นใหม่มาจนถึงทุกวันนี้</p>
<div class="focused-block">
<p><strong>แหล่งข้อมูลอ้างอิง :</strong> Growing With AIS (<a href="https://www.ais.co.th/internship/" target="_blank" rel="noopener">https://www.ais.co.th/internship/</a>)</p>
</div>
</div>
</div>
<h3>5.การแก้โจทย์ปัญหา (Solution Recruitment)</h3>
<p>การคัดเลือกคนโดยการแก้โจทย์ปัญหานี้เป็นวิธีการสรรหาพนักงานที่ค่อนข้างสร้างสรรค์มากๆ และเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถคัดสรรพนักงานได้ยอดเยี่ยมที่สุด โดยเฉพาะบรรดาพนักงานหัวกะทิทั้งหลาย ซึ่งบางครั้งองค์กรจะปล่อยโจทย์ปัญหาให้แก่ไข ใครสามารถแก้ได้ก็สามารถเข้ามาร่วมการสัมภาษณ์งานได้ หรือบางครั้งองค์กรเรียกมาสัมภาษณ์แล้วส่งโจทย์แก้ปัญหาให้ผู้สมัครไปลองทำเป็นการบ้าน ซึ่งโจทย์นี้อาจเป็นการแก้ปัญหาที่มีคำตอบ ไปจนถึงการหาวิธีการต่างๆ ที่จะนำมาแก้ไขปัญหาได้ดีที่สุด</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>Puzzles Recruitment</strong></div>
<div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3690" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/66de22845f2664f8e2617b27af10a748.jpg" alt="66de22845f2664f8e2617b27af10a748" width="800" height="386" title="Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์ 947"></p>
<p style="text-align: center;">CR : pinterest</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.pinterest.com/pin/156922368246304187/?lp=true" target="_blank" rel="noopener">https://www.pinterest.com/pin/156922368246304187/?lp=true</a></p>
<p>การสมัครงานที่มีการตั้งโจทย์ให้ผู้สมัครแก้ปัญหาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคงต้องยกให้ Google ที่ครั้งหนึ่งเคยขึ้นบิลบอร์ดบนถนนสาย Highway 101 ในแถบ Silicon Valley โดยเป็นโจทย์ปัญหาให้แก้ และไม่บอกว่าใครเป็นเจ้าของป้ายโฆษณาครั้งนี้ ซึ่งใครที่หาคำตอบได้ก็จะพบกับชื่อเว็บไซต์ที่เข้าไปตอบคำตอบ พร้อมข้อเสนองานของ Google ซึ่งงานนี้สามารถคัดสรรหัวกะทิได้อย่างมีประสิทธิภาพทีเดียว แถมยังเป็นการ Creative Recruitment ที่โด่งดังไปทั่วโลกอีกด้วย และเป็นต้นแบบให้หลายองค์กรโดยเฉพาะในด้าน Tech ทั้งหลายนำมาทำตามและได้ผลดีทีเดียว</p>
<div class="focused-block">
<p><strong>แหล่งข้อมูลอ้างอิง :</strong> cnet</p>
<p><a href="https://www.cnet.com/news/google-recruits-eggheads-with-mystery-billboard/" target="_blank" rel="noopener">https://www.cnet.com/news/google-recruits-eggheads-with-mystery-billboard/</a></p>
</div>
</div>
</div>
<h3>6.แข่งกันพรีเซนต์เรซูเม่ (Creative Resume Challenging)</h3>
<p>Resume เป็นสิ่งที่บ่งบอกตัวตนตลอดจนความสามารถของคนแต่ละคนได้ดีทีเดียว มีหลายองค์กรที่คัดสรรคนจากการสร้างสรรค์ Resume ของตนได้น่าสนใจอย่างแตกต่าง แล้วก็มีหลายองค์กรที่คัดสรรจากโปรเจกต์สร้างสรรค์ Resume ในธีมที่กำหนดอีกด้วย</p>
<h3>7.กระบวนการสรรหาจากการจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ (Team Building &amp; Relationship Activity Recruitment)</h3>
<p>การจัดกระบวนการกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ตลอดจนสร้างระบบทีมสัมพันธ์นั้นมักใช้กับกระบวนการพัฒนาศักยภาพพนักงานในองค์กร แต่มีบางองค์กรนำกระบวนการนี้มาใช้ในการคัดสรรพนักงานเข้าทำงานด้วยเช่นกัน โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากประวัติเบื้องต้นจะถูกเชิญมาทำกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ร่วมกัน เพื่อดูพฤติกรรมของผู้สมัคร โดยเฉพาะในเรื่องภาวะการเป็นผู้นำและการบริหารควบคุมการทำงานกับผู้อื่น ตลอดจนการจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้า เป็นต้น ซึ่งภาวะเหล่านี้สำคัญในการทำงานเช่นกัน โดยเฉพาะตำแหน่งที่เป็นผู้นำทั้งหลาย หลังจากนั้นองค์กรจึงคัดสรรพนักงานที่มีคุณสมบัติตามต้องการได้ วิธีการนี้อาจใช้เวลานานและเปลื่องงบประมาณ แต่ก็คุ้มค่าที่จะได้คนที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการของงานจริงๆ</p>
<h3>8.กระบวนการสรรหาจากภาระกิจที่กำหนด (Mission Recruitment Project)</h3>
<p>กระบวนการสรรหานี้อาจคล้ายกับการแก้โจทย์ปัญหาอยู่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการตั้งโจทย์แบบเปิดเผย เข้าใจได้ง่ายๆ และเปิดให้ผู้สมัครนำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหานั้นๆ ในแนวทางที่น่าสนใจตามแบบของตน หรือบางครั้งก็เป็นการบอกผลว่าต้องการได้ผลลัพธ์อย่างนี้ ให้ผู้สมัครทุกคนหาวิธีที่จะได้ผลลัพธ์อย่างนี้ เป็นต้น การตั้งภาระกิจให้ทำนั้นถือเป็นการวัดศักยภาพได้ดีอีกวิธีหนึ่ง และสามารถวัดการทำงานได้ในระยะเวลาจำกัดได้ดีอีกด้วย</p>
<h2>ประโยชน์ของการคัดสรรพนักงานด้วยวิธีการสร้างสรรค์ (Creative Recruitment)</h2>
<p>การสร้างสรรค์กระบวนการคัดสรรในรูปแบบใหม่ๆ นั้นมีประโยชน์ในหลายด้านต่อองค์กร ที่คุ้มค่าต่อการลงทุนและประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดีทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3704" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/shutterstock_1383582176.jpg" alt="shutterstock 1383582176" width="600" height="370" title="Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์ 948"></p>
<ul>
<li><strong class="green-highlighter"><strong>มีวิธีการคัดสรรเป็นแบบเฉพาะตัวของตัวเอง </strong><strong>:</strong></strong> บางองค์กรต้องการคุณลักษณะคนที่ต่างกัน และองค์กรเองจะรู้ว่าบุคคลไหนที่เหมาะกับตน ดังนั้นองค์กรสามารถสร้างสรรค์วิธีการคัดสรรเฉพาะตัวขึ้นมาได้ เพื่อเป็นวิธีการคัดพนักงานที่มีประสิทธิภาพในรูปแบบเฉพาะตัว</li>
<li><strong class="green-highlighter"><strong>สร้างแรงจูงใจให้เหล่าคนเก่งอยากมาร่วมงานด้วย </strong><strong>:</strong></strong> คนที่มีความสามารถมักชอบความท้าทาย และมักอยากร่วมงานกับองค์กรที่น่าสนใจ การมีวิธีการสรรหาตลอดจนคัดสรรที่สร้างสรรค์นั้นจะช่วยดึงดูดคนที่มีความสามารถให้มาสมัครงานกับองค์กรต่างๆ ได้ดีทีเดียว และทำให้องค์กรมีตัวเลือกที่มีคุณภาพมากขึ้นอีกด้วย</li>
<li><strong class="green-highlighter"><strong>องค์กรมีสิทธิ์ได้คนเก่งและมีความสามารถมาร่วมงานกับองค์กร </strong><strong>:</strong></strong> เมื่อมีคนที่มีความสามารถและมีศักยภาพมาเป็นตัวเลือกมากขึ้นองค์กรก็มีสิทธิ์ที่จะได้คนเก่งและมีความสามารถมาร่วมงานได้มากขึ้นด้วย และทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ</li>
<li><strong class="green-highlighter"><strong>องค์กรมีศักยภาพมากขึ้น </strong><strong>:</strong></strong> การได้คนเก่งมีความสามารถมาร่วมงานย่อมทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น และทำให้องค์กรมีศักยภาพมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้องค์กรประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นได้ด้วย</li>
<li><strong class="green-highlighter"><strong>สร้างแบรนด์องค์กรให้เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือ </strong><strong>:</strong></strong> การมีกระบวนการคคัดสรรที่สร้างสรรค์ในยุคปัจจุบันนั้นสามารถนำมาใช้ประชาสัมพันธ์องค์กรได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม สร้างการจดจำให้กับองค์กรได้ ตลอดจนสร้างความน่าเชื่อถือให้องค์กรได้ดีด้วยเช่นกัน นอกจากจะได้รับผลประโยชน์ทางด้านการสรรหาบุคลากรแล้ว องค์กรยังได้รับผลประโยชน์ด้านอื่นๆ ได้ด้วย รวมถึงสามารถสร้างยอดขายของผลิตภัณฑ์ได้เช่นกัน</li>
<li><strong class="green-highlighter"><strong>ฝ่ายบุคคลมีประสิทธิภาพขึ้นและได้รับความน่าเชื่อถือ </strong><strong>:</strong></strong> ฝ่ายที่รับผิดชอบด้านนี้โดยตรงก็คือฝ่ายบุคคล การที่ฝ่ายบุคคลสามารถสร้างสรรค์การคัดสรรได้อย่างน่าสนใจนั้นก็จะทำให้เป็นที่น่าเชื่อถือของผู้สมัคร ตลอดจนบริษัทอื่นๆ และช่วยส่งเสริมให้ฝ่ายบุคคลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นด้วย</li>
<li><strong class="green-highlighter"><strong>เป็นสถาบันผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพสู่สังคม </strong><strong>:</strong></strong> หากพนักงานจากองค์กรออกไปทำงานที่องค์กรอื่น พนักงานที่มีศักยภาพเหล่านี้ก็ยังสร้างชื่อเสียงให้องค์กรได้ด้วย ด้วยการเป็นพนักงานที่มีศักยภาพที่ผ่านการฝึกฝนและทำงานจากองค์กรที่ได้รับความน่าเชื่อถือ ไว้วางใจ ทำให้สร้างชื่อเสียงกลับสู่องค์กรได้อีกทาง</li>
</ul>
<h2>บทสรุป Creative Recruitment</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3699" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/shutterstock_788355991.jpg" alt="shutterstock 788355991" width="600" height="370" title="Creative Recruitment : สร้างสรรค์การคัดสรรเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีพรสวรรค์ 949"></p>
<p>ในยุค Career Disruption ที่ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงไปหมด โลกของการทำงานมีการแข่งขันกันสูงมากขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันกันดึงคนที่มีศักยภาพมาร่วมงานกับองค์กรให้ได้มากที่สุดนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และองค์กรที่ได้คนมีศักยภาพไปร่วมงานด้วยก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้สูงเช่นกัน การสร้างสรรค์วิธีสรรหาตลอดจนคัดสรรพนักงานนั้นจึงเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยเพิมศักยภาพให้กับองค์กรในหลากหลายด้าน และทำให้องค์กรสามารถได้คนเก่งและมีพรสวรรค์มาร่วมงานได้มากกว่าวิธีปกติในรูปแบบเดิมๆ อีกด้วย เมื่อองค์กรได้คนที่มีความสามารถและศักยภาพมาร่วมงานแล้ว โอกาสที่องค์กรจะประสบความสำเร็จก็ตามมาเช่นกัน</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>9 เทรนด์มาแรงของการสรรหาทรัพยากรมนุษย์ในยุค HR 4.0</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/190701-recruitment-hr-digital/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Jul 2019 05:59:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[HR 4.0]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/190701-recruitment-hr-digital/</guid>

					<description><![CDATA[ประเด็นสำคัญ เทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญของ HR 4.0 ที่ฝ่าย HR ต้องปรับตัวตาม ตั้งแต่การอัพเดทความรู้ใหม่ๆ สม่ำเสมอ ไปจนถึงการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับการทำงานของฝ่าย HR Social Media และ Recruitment Marketing ถือเป็นกลยุทธ์และเครื่องมือสำคัญสำหรับยุค HR 4.0 Candidate Relationship Management ตลอดจน New Value Benefit จะเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความสัมพันธ์กับองค์กรที่ดีในระยะยาว ประเทศไทยประกาศยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ “ไทยแลนด์ 4.0” เพื่อปรับตัวให้เข้าสู่โลกยุคดิจิตอลทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก หลากหลายแวดวงต่างก็ปรับทิศทางเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางหลักของประเทศ รวมไปถึงแวดวงฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ที่เริ่มมีการปรับกลยุทธ์สู่ HR4.0 เพื่อให้สอดรับกับทิศทางหลัก และสอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันด้วยเช่นกัน Thailand 4.0 คืออะไร ประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) ก็คือวิสัยทัศน์เชิงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยที่กำหนดขึ้นโดยรัฐบาลเพื่อปรับทิศทางในการพัฒนาประเทศให้ทันโลกในยุคศตวรรษที่ 21 ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมีหลักการในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมด้านต่างๆ เพื่อให้ไทยกลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ พัฒนาให้ทัดเทียมกับนานาชาติ รวมถึงประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งมีนโบบายตลอดจนแนวทางการพัฒนาที่ชัดเจนในระยะยาว ก่อนที่จะมาเป็น ประเทศไทย 4.0 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--has-title">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><strong>ประเด็นสำคัญ</strong></div>
<div>
<ul>
<li>เทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญของ HR 4.0 ที่ฝ่าย HR ต้องปรับตัวตาม ตั้งแต่การอัพเดทความรู้ใหม่ๆ สม่ำเสมอ ไปจนถึงการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับการทำงานของฝ่าย HR</li>
<li>Social Media และ Recruitment Marketing ถือเป็นกลยุทธ์และเครื่องมือสำคัญสำหรับยุค HR 4.0</li>
<li>Candidate Relationship Management ตลอดจน New Value Benefit จะเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความสัมพันธ์กับองค์กรที่ดีในระยะยาว</li>
</ul>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-8151 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/07/f51ed1df86e57f0a9bc8ad159b63ca15.jpg" alt="การสรรหาทรัพยากรมนุษย์ในยุค HR 4.0" width="600" height="370" title="9 เทรนด์มาแรงของการสรรหาทรัพยากรมนุษย์ในยุค HR 4.0 960"></p>
<p>ประเทศไทยประกาศยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ “ไทยแลนด์ 4.0” เพื่อปรับตัวให้เข้าสู่โลกยุคดิจิตอลทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก หลากหลายแวดวงต่างก็ปรับทิศทางเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางหลักของประเทศ รวมไปถึงแวดวงฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ที่เริ่มมีการปรับกลยุทธ์สู่ HR4.0 เพื่อให้สอดรับกับทิศทางหลัก และสอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันด้วยเช่นกัน</p>

<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">Thailand 4.0 คืออะไร</div>
<div>
<p>ประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) ก็คือวิสัยทัศน์เชิงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยที่กำหนดขึ้นโดยรัฐบาลเพื่อปรับทิศทางในการพัฒนาประเทศให้ทันโลกในยุคศตวรรษที่ 21 ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมีหลักการในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมด้านต่างๆ เพื่อให้ไทยกลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ พัฒนาให้ทัดเทียมกับนานาชาติ รวมถึงประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งมีนโบบายตลอดจนแนวทางการพัฒนาที่ชัดเจนในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2722" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/07/shutterstock_719129059.jpg" alt="shutterstock 719129059" width="600" height="370" title="9 เทรนด์มาแรงของการสรรหาทรัพยากรมนุษย์ในยุค HR 4.0 961"></p>
<p>ก่อนที่จะมาเป็น ประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) นั้นเรามาทำความเข้าใจถึงการตีความของพัฒนาการประเทศในแนวทางนี้กันก่อนดีกว่า ซึ่งมีการแบ่งระยะพัฒนาการของประเทศเป็นลำดับขึ้นดังนี้</p>
<h4>ประเทศไทย 1.0 (Thailand 1.0)</h4>
<p><strong class="cyan-highlighter"><strong> ประเทศไทยในยุคเกษตรกรรม </strong></strong> ซึ่งเป็นยุคพื้นฐานของชาติในสมัยก่อน ที่เราเน้นเรื่องเกษตรกรรมเป็นหลัก อาทิ ปลูกข้าว, พืชสวน, พืชไร่, เลี้ยงปศุสัตว์ เป็นต้น โดยเน้นการทำสินค้าเกษตร ผลิตและขายเพื่อเป็นรายได้หลักเข้าประเทศด้วย</p>
<h4>ประเทศไทย 2.0 (Thailand 2.0)</h4>
<p><strong class="cyan-highlighter"> ประเทศไทยในยุคอุตสาหกรรมเบา </strong>ซึ่งเป็นยุคที่ประเทศไทยเริ่มนำเข้าเครื่องจักรเพื่อเข้ามาประกอบอุตสาหกรรม ทุ่นแรง และสร้างผลผลิตได้มากขึ้น เช่น การผลิตเสื้อผ้า, กระเป๋า, เครื่องดื่ม เป็นต้น โดยมีหลักษณะเป็นฐานการผลิตด้วย และยังมีลักษณะเป็นโรงงานขนาดเล็ก กระจายตัว แต่ก็สร้างประสิทธิภาพให้การผลิตได้เป็นอย่างดี</p>
<h4>ประเทศไทย 3.0 (Thailand 3.0)</h4>
<p><strong class="cyan-highlighter"> ประเทศไทยในยุคอุตสาหกรรมหนัก </strong> ซึ่งเป็นยุคที่ประเทศไทยเริ่มส่งเสริมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างจริงจัง มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีนิคมอุตสาหกรรม มีการส่งออกในมูลค่าที่สูง และเป็นอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนโลก มีผลต่อการพัฒนาในหลากหลายด้าน เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก, รถยนต์, ก๊าซธรรมชาติ, ปูนซีเมนต์ เป็นต้น</p>
<h4>ประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0)</h4>
<p><strong class="cyan-highlighter"><strong> ประเทศไทยในยุคนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ </strong></strong> ซึ่งเป็นยุคที่ประเทศหันมาใส่ใจในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ประกอบธุรกิจใหม่ๆ ส่งเสริมการค้ารูปแบบใหม่ๆ และส่งเสริม Digital Economy การประกอบธุรกิจยุคดิจิตอลให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงโลก สนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ประกอบอุตสาหกรรมบนพื้นฐานวิถีที่ยั่งยืน ตลอดจนเสริมสร้างความ Globalization ให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย</p>
</div>
</div>
<div class="focused-block--has-title check">
<div class="__title" style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/tips/industrial-revolution-4ir-210618/"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7750 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/233f5bbfa2d6e7988d8d36f436c2bc5d.jpg" alt="233f5bbfa2d6e7988d8d36f436c2bc5d" width="601" height="408" title="9 เทรนด์มาแรงของการสรรหาทรัพยากรมนุษย์ในยุค HR 4.0 962"></a></div>
<div class="__title" style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/tips/industrial-revolution-4ir-210618/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 คืออะไร : ผลกระทบ ความท้าทาย และบทบาทสำคัญของ HR</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>9 เทรนด์มาแรงของการสรรหาทรัพยากรมนุษย์ในยุค HR 4.0</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1417" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_1024809850.png" alt="shutterstock 1024809850" width="600" height="370" title="9 เทรนด์มาแรงของการสรรหาทรัพยากรมนุษย์ในยุค HR 4.0 963"></p>
<p>ยุค “ไทยแลนด์ 4.0” ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำหรับฝ่ายทรัพยากรบุคคลหลายต่อหลายอย่างซึ่งนั่นนำมาซึ่งการปรับตัวให้เข้าสู่ยุค HR 4.0 ด้วยเช่นกัน และหนึ่งในภาระหน้าที่ของฝ่าย HR ที่มีการปรับเปลี่ยนตามยุคเป็นอันดับแรกๆ ก็คือการสรรหาทรัพยากรบุคคลนั่นเอง ลองมาดูกันดีกว่าว่าเทรนด์มาแรงของการสรรหาทรัพยากรบุคคลในยุค HR 4.0 นี้จะมีอะไรกันบ้าง</p>
<h3>1.Social Media Recruiting – การสรรหาทรัพยากรมนุษย์ผ่านโซเชี่ยลมีเดีย</h3>
<p>การสรรหาทรัพยากรในยุค HR 4.0 นั้นปรับตัวไปจากเดิมพอสมควร โดยเฉพาะช่องทางในการสรรหาที่ยุคปัจจุบัน Social Media เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วองค์กรใหญ่ๆ ระดับโลกเองต่างก็หันมาให้ความสำคัญกับสื่อนี้อย่างเป็นทางการด้วยเช่นกัน หลายองค์กรนิยมประการรับสมัครงานผ่านโซเชี่ยลมีเดียอย่าง Facebook ซึ่งนอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายแล้วก็ยังกระจายได้ไม่มีขีดจำกัดอีกด้วย แต่สำหรับโซเชี่ยลมีเดียที่มีประสิทธิภาพสำหรับแวดวงทรัพยากรมนุษย์เป็นอย่างมากต้องยกให้ LinkedIn ซึ่งถือว่าเป็นการสรรหาทรัพยากรบุคคลระดับคุณภาพที่เชื่อมต่อเครือข่ายทั่วโลก และคนที่เข้ามาใช้ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพทีเดียว</p>
<h3>2.Recruitment Marketing – การตลาดเพื่อการสรรหาทรัพยากรบุคคล</h3>
<p>การสรรหาทรัพยากรบุคคลในยุค HR 4.0 นี้ไม่ใช่เพียงแค่การประกาศตำแหน่งว่าง และรับสมัครงานในตำแหน่งนั่นๆ เท่านั้น แต่องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการสรรหา ตลอดจนอยากได้คนที่มีศักยภาพมาร่วมงานด้วยมักให้ความสำคัญกับการตลาดเพื่อการสรรหาทรัพยากรบุคคลกันเป็นอย่างมาก ซึ่งเริ่มตั้งแต่กลยุทธ์ในการสรรหาที่จะสื่อสารอย่างไรให้โดนใจ ใช้สื่อไหนให้เหมาะสม หรือคิดสร้างสรรค์กระบวนการสรรหาแปลกใหม่ที่จูงใจให้คนอยากเข้ามาร่วมสมัครงานด้วย เป็นต้น อย่างไรก็ดีการทำ Recruitment Marketing นั้นมีหลากหลายขั้นตอนที่ต้องวางแผนให้ชัดเจน รวมไปถึงด้านงบประมาณในการสรรหาที่ต้องจัดทำอย่างละเอียดไม่ต่างจากการทำแผนการตลาดเลยทีเดียว แต่ก็นับว่าเป็นวิธีการที่ได้ผลดีเยี่ยมเช่นกัน และการทำง Recruitment Marketing ที่ดีและมีประสิทธิภาพมีส่วนทำให้องค์กรได้พนักงานที่มีศักยภาพสูงด้วยเช่นกัน</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190617-recruitment-marketing/"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8297 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/9644b9e8fa947ce99e2f382fac6bfd5d-1.jpg" alt="9644b9e8fa947ce99e2f382fac6bfd5d 1" width="500" height="334" title="9 เทรนด์มาแรงของการสรรหาทรัพยากรมนุษย์ในยุค HR 4.0 964"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190617-recruitment-marketing/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener">การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing)<br />
กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h3>3.Employer Branding – การสร้างแบรนด์ลักษณะนายจ้างให้เป็นที่จดจำ</h3>
<p>กลยุทธ์หนึ่งที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลหันมาให้ความสำคัญอย่างมากในปัจจุบันก็คือ Employer Branding การสร้างแบรนด์ลักษณะนายจ้างให้เป็นที่จดจำในภาพลักษณ์ที่ดีนั่นเอง ซึ่ง Employer Branding จะต่างกับ Organization Branding หรือการสร้างแบรนด์ให้กับองค์กรก็ตรงที่ Employer Branding เน้นการสร้างแบรนด์ที่สื่อสารเกี่ยวกับการจ้างงาน การคัดสรร การให้ความสำคัญกับบุคลากร การพัฒนาบุคลากร ไปจนถึงสวัสดิการนั่นเอง ซึ่งจะต่างกับ Organization Branding ที่มักเน้นไปยังภาพลักษณ์องค์กรโดยรวม ไปจนถึงภาพลักษณ์ทางธุรกิจ ตลอดจนสินค้า เพื่อให้เกิดความประทับใจในแบรนด์และองค์กร อันที่จริงแล้วทั้งสองสิ่งควรทำคู่กันไป แต่ภาระกิจในส่วนของ Employer Branding จะเป็นภาระกิจสำคัญของฝ่าย HR เสียมากกว่า ซึ่งในยุค HR 4.0 นี้เราจะเห็นว่าหลายองค์กรหันมาใส่ใจในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในลักษณะการจ้างงานมากขึ้น ผ่านสื่อต่างๆ หรือโครงการต่างๆ รวมไปถึงการทำ CSR ต่างๆ อีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้แรงงานเกิดความเชื่อมั่นต่อองค์กร อยากร่วมงานกับองค์กร มีภาพลักษณ์ที่ดีในการทำงาน ตลอดจนเกิดความจงรักภักดีต่อองค์กรในระยะยาว ซึ่งการสร้าง Employer Branding นั้นถือว่ามีประโยชน์ในระยะยาวอย่างยิ่ง และนับเป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับการสรรหาทรัยยากรมนุษย์เลยทีเดียว หากให้ยกตัวอย่างองค์กรที่สร้างแบรนด์ลักษณะนายจ้างที่ดีและเป็นผู้นำต้นๆ ของโลกในด้านนี้ก็อย่างเช่น Google Inc. นั่นเอง ที่ทุกวันนี้ Google Inc. ก็ยังติดโผบริษัทที่คนอยากเข้าร่วมทำงานมากที่สุดในโลกอยู่เสมอๆ</p>
<h3>4.Specific Experience – ประสบการณ์พิเศษเฉพาะด้าน / ประสบการณ์เฉพาะกิจ</h3>
<p>ในยุคก่อนฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ (HR) มักคัดเลือกผู้สมัครจากประวัติ (Profile) ส่วนตัวไปจนถึงประวัติการทำงาน (Working Experiences) เป็นหลัก ตลอดจนอายุการทำงานด้วย แต่สำหรับในยุคนี้ฝ่าย HR จะเริ่มมองที่ประสบการณ์เฉพาะด้านหรือประสบการณ์เฉพาะกิจที่มีประโยชน์สำหรับการทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องดูประสบการณ์การทำงานในองค์รวมเท่าไรนัก เพราะปัจจุบันประสบการณ์การทำงานของคนยุคใหม่นี้มีความซับซ้อนขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก บางคนมีการทำงานหลากหลายรูปแบบในเวลาเดียวกัน หรือสรรหาประสบการณ์พิเศษนอกเหนือจากระบบงานปกติ ซึ่งบางครั้งจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรมากกว่าประสบการณ์พื้นฐานเสียด้วยซ้ำ โดยเฉพาะประสบการณ์ที่เกียวกับเทคโนโลยีต่างๆ หรือการเข้าร่วมอบรมสมนาเฉพาะกิจที่มีประโยชน์ เป็นต้น ใครที่สั่งสมประสบการณ์เฉพาะกิจที่ไม่เหมือนคนอื่น หรือมีความหลากหลายมากกว่าคนอื่น ก็มีโอกาสที่จะได้งานสูงในยุคนี้ด้วยเช่นกัน</p>
<h3>5.New Value Benefit – คุณค่าสวัสดิการในรูปแบบใหม่ๆ</h3>
<p>อีกหนึ่งกลยุทธ์ในการสรรหาทรัพยากรบุคคลในยุค HR 4.0 ที่เริ่มมีความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือการสร้างคุณค่าด้านสวัสดิการในรูปแบบใหม่ๆ (New Value Benefit) ซึ่งเทรนด์นี้องค์กรใหญ่ๆ หลายองค์กรในโลกต่างก็ใช้ชูเป็นจุดแข็งจนประสบความสำเร็จมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Google Inc. และ Facebook ที่เป็นเสมือนผู้นำและบุกเบิกในการสร้างสวัสดิการในรูปแบบใหม่ๆ ที่ใช้จูงใจคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ สำหรับในเมืองไทยเององค์กรที่โดดเด่นในเรื่องนี้ก็คือ DTAC และ LINE ที่ชูประเด็นคุณค่าสวัสดิการรูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่ใช่สวัสดิการเดิมๆ อย่างเช่น โซนพักผ่อนแบบ Entertainment หลากหลายรูปแบบ, บริการอาหารกลางวันฟรี, นวดผ่อนคลาย, ไปจนถึงห้องให้งีบระหว่างวัน เป็นต้น หรือสวัสดิการที่กำลังมาแรงมากๆ ในยุคนี้ก็คือระบบ Work from home ที่ใน 1 อาทิตย์ องค์กรมักมี 1 วัน ให้พนักงานสามารถไปนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ที่ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ ให้อิสระได้เต็มที่เสมือนมีวันหยุดเพิ่มอีก 1 วัน เป็นต้น ซึ่งนี่เป็นจุดดึงดูดใจสำหรับคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดีทีเดียว</p>
<h3>6.Permanent Freelance / Contract – ฟรีแลนซ์ประจำ / สัญญาจ้างชั่วคราว</h3>
<p>อันที่จริงระบบการทำงานแบบฟรีแลนซ์ประจำมีกันมาพักใหญ่แล้ว แต่ยุคปัจจุบันระบบนี้เริ่มขยับขยายสู่การเป็นจริงเป็นจัง ตลอดจนกลายเป็นระบบหลักอย่างเป็นทางการอย่างหนึ่งของบริษัทมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะการรับพนักงานประจำนั้นจะตามมาด้วยความรับผิดชอบขององค์กรอีกมากมาย ตลอดจนเรื่องสวัสดิการต่างๆ ที่กลายเป็นภาระของบริษัท องค์กรส่วนใหญ่จนใช้วิธีการจ้างฟรีแลนซ์เพื่อลดภาระในส่วนนี้ โดยเปลี่ยนจากสัญญาจ้างประจำมาเป็นสัญญาจ้างฟรีแลนซ์ประจำแทน ข้อดีของบริษัทคือได้งานเท่ากับการจ้างประจำ แต่ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านภาระอื่นๆ เพิ่มเติม ในขณะที่พนักงานก็มีข้อดีตรงที่มีอิสระมาก ทั้งเรื่องสถานที่การทำงาน และเวลาในการทำงาน รวมถึงสามารถรับงานอื่นๆ ได้ด้วยหากไม่กระทบงานหลัก และเทรนด์นี้กำลังมาแรงกลายเป็นกระแสหลักขององค์กรใหญ่ๆ รูปแบบหนึ่งเลยทีเดียวซึ่งเมื่อก่อนการจ้างงานในระบบนี้มักไม่มีประกาศชัดเจน เป็นการจ้างแบบเฉพาะกรณีเสียมากกว่า แต่ปัจจุบันกลายมาเป็นการประกาศงานชัดเจนในรูปแบบ Permanent Freelance หรือ Contract ที่มีการกำหนดระยะเวลาชัดเจน ซึ่งอันที่จริงแล้วถ้ามองในแง่ดีก็เป็นประโยชน์สำหรับทุกฝ่าย และเหมาะสำหรับผู้ที่เบื่อความซ้ำซากจำเจ อยากทำงานใหม่ๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับตนเอง</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>1 Year Contract</strong></div>
<div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2723" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/07/shutterstock_1044120247.jpg" alt="shutterstock 1044120247" width="600" height="370" title="9 เทรนด์มาแรงของการสรรหาทรัพยากรมนุษย์ในยุค HR 4.0 965"></p>
</div>
<div>เทรนด์ที่กำลังมาแรงมากๆ ในตอนนี้ก็คือเทรนด์ <strong>สัญญาจ้าง 1 ปี</strong> ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เป็นระยะเวลาที่เราจะได้เห็นฝือของการทำงานด้วย และเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการอยู่ที่ใดที่หนึ่งนานเกินไป ข้อดีของการเซ็นต์สัญญาจ้างแบบ 1 ปี อย่างเป็นทางการนี้จะทำให้ประวัติการทำงานของลูกจ้าง/พนักงานชั่วคราว ไม่เสียด้วย แถมบางทียังเป็นโปรไฟล์ที่ดีสำหรับการทำงานในองค์กรใหญ่ๆ หรือองค์กรที่เข้าไปร่วมงานยาก</div>
<ul>
<li>หากใครอยู่ในแวดวงคนรุ่นใหม่จะรู้ดีกว่าผู้ที่ใช้ระบบนี้ได้อย่างมีคุณค่าทั้งต่อองค์กรและต่อคนทั่วไปก็คือ Facebook นั่นเอง ซึ่งมีโปรแกรมในการรับพนักงานบางส่วนในรูปแบบ 1 Year Contract ที่เปิดโอกาสให้คนทั่วโลกสามารถเข้ามาร่วมทำงานกับ Facebook ที่สำนักงานใหญ่ได้ ข้อดีก็คือการทำงานในรูปแบบนี้เข้ายากและเป็นโปรไฟล์ที่ดี ในส่วนของ Facebook เองก็จะได้แชร์ไอเดียใหม่ๆ จากคนรุ่นใหม่ที่หมุนเวียนมาทำงานเสมอๆ ซึ่งไอเดียใหม่ๆ จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับสื่อ Social Media ที่เปลี่ยนแปลงทุกวัน</li>
<li>สำหรับในเมืองไทยเององค์กรที่ทำสัญญาจ้างรูปแบบนี้ที่เห็นชัดเจนก็คือยักษ์ใหญ่อย่าง Tencent นั่นเอง เรามักจะเห็นประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งต่างๆ ของ Tencent ที่เป็นรูปแบบ 1 Year Contract โดยเฉพาะงานในด้านสาย Digital ทั้งหลาย อย่าง Content Creator ที่ต้องการความคิดเห็นใหม่ๆ ตลอดเวลานั่นเอง</li>
</ul>
</div>
<h3>7.Startup Scout – หาดาวเด่นจากสตาร์ทอัพ</h3>
<p>ยุคนี้เทรนด์ของธุรกิจแบบ Startup กำลังมาแรงอย่างมาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่อยากสร้างธุรกิจเป็นของตนเอง ตลอดจนสร้างรูปแบบการทำงานของตนเองให้ประสบความสำเร็จ หลาย Startup เติบโตมาเป็นองค์กรใหญ่ในยุคนี้ หลาย Startup ต่างก็มีไอเดียที่น่าสนใจ นั่นทำให้คนรุ่นใหม่ทั้งหลายนิยมทำงานในองค์กรรูปแบบ Startup มากกว่าองค์กรใหญ่ เพราะมีความท้าทายและสนุกในการทำงานมากกว่า ซึ่งนั่นเป็นคุณสมบัติหนึ่งของบุคลากรที่องค์กรใหญ่ๆ ต้องการ หนึ่งในวิธีที่องค์กรใหญ่ๆ คัดสรรคนเข้าทำงานในยุคใหม่นี้ที่กำลังเป็นเทรนด์มากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือการหาดาวเด่นจากสตาร์ทอัพต่างๆ และเจรจาซื้อตัวมาร่วมงานกับองค์กร หรือไม่ก็ Take Over องค์กร Startup มาเป็นธุรกิจของตน เพื่อให้ได้พนักงานคุณภาพเหล่านั้นมาร่วมงานกับองค์กร รวมถึงช่วยพัฒนาองค์กรให้สู่ยุคดิจิตอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นทำให้เด็กยุคใหม่หลายคนเลือกที่จะเริ่มต้นที่ Startup อีกด้วย เพราะถ้าโชคดีที่ Startup นั้นโด่งดังและเติบโต เขาก็จะได้รับผลดีไปด้วย หรือไม่ก็จะมีโปรไฟล์ที่ดีที่จะทำให้องค์กรใหญ่ๆ สนใจและอาจก้าวกระโดดในตำแหน่งงานได้อีกด้วย</p>
<h3>8.Collaborative Hiring – การจ้างงานร่วม</h3>
<p>การจ้างงานร่วมนี้มีลักษณะคล้ายกับการจ้างงานระหว่างองค์กรกับองค์กร แต่เทรนด์ใหม่นี้คือการที่องค์กรใหญ่จ้างองค์กรเล็กที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากกว่าที่จะเสียเวลาและเสียงบประมาณมาจ้างพนักงานของตน ซึ่งนั่นเป็นการลดงบประมาณที่ดีอีกวิธีหนึ่งขององค์กรยุคนี้ นั่นทำให้เทรนด์ของคนรุ่นใหม่มักนิยมรวมตัวกันเปิดบริษัทเล็กๆ ของตนเอง เพื่อรับงานเฉพาะด้านของบริษัทนั้นๆ แทน อย่างเทรนด์ที่กำลังมาแรงก็คือ Digital Marketing ที่ระยะหลังองค์ใหญ่ๆ มักไม่เปิดแผนก Digital Marketing เองแล้ว แต่มักจ้างงานร่วมกับบริษัทขนาดเล็กแต่มีคุณภาพในการรับผิดชอบงานด้านนี้แทน ทำกันในรูปแบบ Business Partner ไปเลย ไม่ใช่การจ้างแบบงานต่องาน หรืออีกเทรนด์ที่กำลังมาแรงก็บริษัทพวก Technology ต่างๆ โดยเฉพาะด้าน Programing ที่องค์กรจะจ้างบริษัทเล็กๆ ที่เชี่ยวชาญเพื่อดูแลแทนการตั้งแผนกไปเลย ซึ่ง Collaborative Hiring จะต่างจากการจ้างแบบ Business Supplier ก็ตรงที่เป็นการร่วมลงทุนกัน หรือเซ็นสัญญาในรูปแบบ Business Partner ระยะยาว</p>
<h3>9.Candidate Relationship Management – การจัดการผู้สมัครสัมพันธ์</h3>
<p>Candidate Relationship Management (CRM) เรื่องนี้ค่อนข้างจะเป็นเรื่องใหม่ในวงการทรัพยากรบุคคล (HR) และกำลังเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่กำลังเป็นเทรนด์นิยมขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันเป็นการสร้างผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว ระบบ Candidate Relationship Management (CRM) นั้นดูเหมือนจะมีพื้นฐานมาจากระบบ CRM ที่มีชื่อในแบบเดียวกัน แต่เป็นรูปแบบที่คนนิยมและรู้จักกันดีอย่างระบบ Customer Relationship Management (CRM) นั่นเอง ซึ่ง Customer ในที่นี้ก็คือ Candidate นั่นเอง แต่อาจมีรายละเอียดและกระบวนการที่แตกต่างกันไป ในส่วนของการจัดการผู้สมัครสัมพันธ์นั้นเป็นการใส่ใจตั้งแต่ผู้สมัครปัจจุบันที่กำลังอยู่ในกระบวนการสมัครงาน, ผู้สมัครในอดีตที่เป็นฐานข้อมูล, รวมไปถึงผู้สมัครที่มีศักยภาพที่จะต้องการในอนาคต ทั้งที่อยู่ในฐานข้อมูลแล้วหรือผู้สมัครใหม่ๆ ด้วยก็ตาม โดยระบบนี้จะจัดการสร้างการสื่อสารและปฎิสัมพันธ์ตลอดจนจัดการในด้านฐานข้อมูลผู้สมัครอย่างเป็นระบบ ซึ่งปัจจุบันมีการสร้างโปรแกรมต่างๆ มารองรับและอำนวยความสะดวกยิ่งขึ้นในเรื่องนี้ด้วย โดยจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ตลอดจนบริหารฐานข้อมูลที่ดีเยี่ยมผ่านระบบต่างๆ อย่างเช่น อีเมล, โซเชี่ยลมีเดีย เป็นต้น</p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/crm-candidate-relationship-management-210702/"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-7896 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/07/CRM-Candidate-Relationship-Management-HR-Note.jpg" alt="CRM Candidate Relationship Management HR Note" width="600" height="370" title="9 เทรนด์มาแรงของการสรรหาทรัพยากรมนุษย์ในยุค HR 4.0 966"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/crm-candidate-relationship-management-210702/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">CRM: Candidate Relationship Management การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้สมัครงาน</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรปรับตัวอย่างไรเพื่อเข้าสู่ยุค HR 4.0</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2724" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/07/shutterstock_1061694881.jpg" alt="shutterstock 1061694881" width="600" height="370" title="9 เทรนด์มาแรงของการสรรหาทรัพยากรมนุษย์ในยุค HR 4.0 967"></p>
<p>ในช่วงที่ HR กำลังปรับตัวสู่ยุค HR 4.0 นั้นสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องเตรียมตัวรับมือหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงานเพื่อรองรับการก้าวสู่อนาคต</p>
<ul>
<li><strong>เรียนรู้เทคโนโลยีรอบด้าน </strong><strong>:</strong> ทุกวันนี้เทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายที่ไม่เว้นแม้แต่ฝ่าย HR ซึ่งจำเป็นจะต้องเรียนรู้เทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีตลอดจนนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสนับสนุนการทำงานของฝ่าย HR มากมาย มีตั้งแต่ Application ที่เป็นประโยชน์สำหรับฝ่าย HR ไปจนถึง Program ที่ช่วยให้การทำงานของฝ่าย HR มีประสิทธิภาพขึ้น ซึ่ง HR ยุค 4.0 นี้จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีและอัพเดทข้อมูลข่าวสารในการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเช่นกัน</li>
<li><strong>รู้จักการใช้โซเชี่ยลมีเดียให้มีประสิทธิภาพ </strong><strong>:</strong> ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า Social Media เข้ามามีบทบาทต่อองค์กรและฝ่าย HR มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะ Social Media ที่มุ่งเน้นด้านนี้โดยเฉพาะอย่าง LinkedIn ที่มีเครือข่ายผู้มีศักยภาพทั่วโลก ฝ่าย HR เองจำเป็นจะต้องรู้จักการใช้ Social Media มากขึ้น มากกว่าแค่การโพสท์หรือตามอ่านข้อความ แต่ต้องรู้จักใช้เครื่องมือใน Social Media ให้เป็นและให้เกิดประโยชน์ ตัวอย่างง่ายๆ ก็อย่างเช่นเข้าไปดูเวลาที่คนเข้าถึงโพสท์เรามากที่สุดเพื่อที่จะเลือกเวลาโพสท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องรู้จักการค้นหา ติดตาม กระแสใน Social Media ตลอดเวลา เพราะนี่เป็นสื่อที่ไม่หยุดนิ่งทุกวินาที ซึ่งเราอาจจะค้นหาคนที่มีศักยภาพมาร่วมงานกับองค์กรด้วยได้ก็เป็นได้</li>
<li><strong>อัพเดทข้อมูลข่าวสารและความรู้ใหม่ๆ อยู่สม่ำเสมอ </strong><strong>:</strong> ยุคนี้ข้อมูลทางด้านทรัพยากรบุคคลตลอดจนการบริหารทรัพยากรบุคคลไปจนถึงกลยุทธ์ต่างๆ ในด้านนี้มีอยู่มากมาย และมีข้อมูลใหม่ๆ มาอัพเดทตลอดเวลาเช่นกัน ฝ่าย HR ที่ดีควรติดตามข่าวสารในแวดวงของตนเองตลอดเวลา ทั้งในและต่างประเทศ และรู้จักนำมาปรับใช้กับองค์กรให้เป็นประโยชน์ หรือพัฒนาองค์ความรู้ในฝ่ายของตนให้ก้าวหน้า</li>
<li><strong>สร้าง </strong><strong>Know How ของตนเอง :</strong> จะเห็นหลายองค์กรใหญ่ๆ ทั่วโลก แล้วก็องค์กรเล็กของคนรุ่นใหม่ (โดยเฉพาะกลุ่ม Startup) นิยมสร้าง Know How ของตนเองที่รวมถึงเรื่อง HR ซึ่งเป็นเรื่องต้นๆ ที่มีการเผยแพร่ Know How นี้ให้คนทั่วไปได้รู้จักด้วย การมี Know How ในด้านทรัพยากรบุคคลนั้นมีได้ตั้งแต่การสรรหา, การจัดการทรัพยากรบุคคล, สวัสดิการ, ไปจนถึงเรื่องกลยุทธ์ของฝ่าย HR เป็นต้น การมี Know How ที่แข็งแกร่งเป็นของตนเองเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จและมายืนบนแถวหน้าได้อย่างไม่ยาก</li>
<li><strong>ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร </strong><strong>:</strong> การพัฒนาบุคลากร (HRD) ในองค์กรกำลังกลายมาเป็นเทรนด์สำคัญที่หลายองค์กรลุกขึ้นมาให้ความสำคัญอย่างาจริงจัง การทำ HRD นั้นมีตั้งแต่การแชร์องค์ความรู้ไปจนถึงการจัดคอร์สการฝึกอบรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ ฝ่าย HR ควรติดตามข้อมูลข่าวสารในด้านนี้ตลอดเวลา รู้จักหาข้อมูลคอร์สที่น่าสนใจมาพัฒนาบุคลากรในองค์กร ตลอดจนพัฒนาฝ่าย HR เองด้วย เมื่อองค์กรส่งเสริมการพัฒนาจะทำให้บุคลากรมีศักยภาพเพิ่มขึ้นและองค์กรขับเคลื่อนได้เร็วขึ้น</li>
<li><strong>พัฒนาระบบแรงงานสัมพันธ์ให้ทันยุคทันสมัย </strong><strong>:</strong> พนักงานบริษัทส่วนใหญ่มักบ่นเรื่องการทำงานของฝ่าย HR ที่มักอยู่นิ่งไม่ค่อยทำอะไรให้เกิดประโยชน์เลย แต่ยุคนี้หลายองค์กรลุกขึ้นมาปัดฝุ่นฝ่าย HR ใหม่จนพนักงานยกย่อง ซึ่งสิ่งที่ฝ่าย HR ควรยกเครื่องใหม่ในองค์กรก็คือระบบแรงงงานสัมพันธ์ที่ทันสมัยให้ทันกับยุคนี้ เป็นฝ่ายรุกในการสร้างแรงงานสัมพันธ์ที่ดี ปรับเปลี่ยนวิธีสร้างแรงงานสัมพันธ์ใหม่ๆ เพราะการสร้างแรงงานสัมพันธ์ที่ดีจะช่วยลดอัตราการลาออกของพนักงานได้มากทีเดียว</li>
<li><strong>ปรับระบบการจ้างงานให้เหมาะสม </strong><strong>:</strong> ยุคนี้การจ้างงานไม่ได้มีแค่พนักงานประจำที่ทำสัญญาครั้งเดียวจบ แต่ยุคนี้มีการจ้างงานหลากหลายรูปแบบตั้งแต่สัญญาจ้างชั่วคราว, ฟรีแลนซ์, ฟรีแลนซ์ประจำ, work from home, สัญญาจ้างรายวัน, หรือแม้แต่สัญญาจ้างรายชั่วโมงก็มี สิ่งที่ฝ่าย HR จะต้องทำก็คือรู้จักประเมินความเหมาะสมและปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับสถานการณ์ตลอดจนความต้องการที่ลงตัวสำหรับทั้งสองฝ่าย และเพื่องบประมาณที่เหมาะสมสำหรับองค์กร</li>
<li><strong>เรียนรู้เรื่องการตลาดและนำมาปรับใช้ให้เหมาะสม </strong><strong>:</strong> อีกหนึ่งองค์ความรู้ที่เข้ามามีบทบาทกับฝ่าย HR ยุคปัจจุบันอย่างมากก็คือเรื่องของการตลาด (Marketing) ที่ประยุคมาเป็นการตลาดสำหรับฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่ได้มุ่งเน้นการขายสินค้า แต่มุ่งเน้นการทำการตลาดเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรบุคคลที่ดี โดยเฉพาะ Recruitment Marketing และ Employer Branding ที่กำลังกลายเป็นเครื่องมือจำเป็นสำหรับฝ่าย HR ที่หากใครทำได้ดีก็ย่อมมีโอกาสได้บุคลากรที่มีคุณภาพเข้ามาร่วมงานกับองค์กรได้มากขึ้นด้วย</li>
<li><strong>รู้จักการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร </strong><strong>:</strong> สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ฝ่าย HR ยุค 4.0 ต้องใส่ใจไม่แพ้กัน ปฎิเสธไม่ได้เลยว่ายุคนี้ฝ่าย HR ทั้งหลายใช้ภาพลักษณ์มาเป็นกลยุทธหนึ่งในการสรรหาบุคลากร ตลอดจนสร้างความจงรักภักดีให้กับองค์กร ภาพลักษณ์นี้เริ่มตั้งแต่ศิลปกรรม (Artwork) ในการทำประกาศหางานต่างๆ, การเผยแพร่ข้อมูลตลอดจนองค์ความรู้ของฝ่าย HR ไปสู่สาธารณะ, การจัดการเรื่องสวัสดิการ, ไปจนถึง Recruitment Marketing ที่น่าสนใจ และอีกหลายๆ ส่วนที่จะทำให้คนทั่วไปจดจำภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร โดยเฉพาะภาพลักษณ์ของการจ้างงาน และเป็นบริษัทที่คนอยากร่วมงานมากที่สุด</li>
</ul>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2726" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/07/shutterstock_1363274342.jpg" alt="shutterstock 1363274342" width="600" height="370" title="9 เทรนด์มาแรงของการสรรหาทรัพยากรมนุษย์ในยุค HR 4.0 968"></p>
<p>หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญของ Digital Disruption ก็คือ Career Disruption ที่องค์กรต้องปรับตัวกันขนานใหญ่ไปทั่วทั้งโลก แล้วหนึ่งในสายงานที่เกิดการปรับตัวมากที่สุดก็คือฝ่ายทรัพยากรบุคคลนี่เองที่มีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่และทำให้ฝ่าย HR เปลี่ยนจากฝ่ายที่มักทำการตั้งรับในองค์กร มาเป็นฝ่ายรุกตลอดจนกลายเป็นขุนศึกแถวหน้าที่จะพาองค์ให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ ในยุค HR 4.0 นั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ HR ต้องปรับตัวขนานใหญ่โดยเฉพาะการรู้จักกับเทคโนโลยีให้มากขึ้นซึ่งโลกทุกวันนี้มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องกับทุกอย่างมากมาย และรู้จักนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับฝ่าย HR รวมไปถึงองค์กร เพราะมันจะช่วยทำให้เพิ่มศักยภาพของการทำงานขึ้นได้ สิ่งที่เปลี่ยนไปอีกอย่างก็คือฝ่าย HR ในยุคใหม่นี้เริ่มไม่มีอะไรตายตัวตั้งแต่โครงสร้างแผนก ระบบการทำงาน และองค์ความรู้ต่างๆ ที่แต่ละบริษัทต่างก็ไม่ได้เหมือนกันอย่างในอดีต แต่องค์กรไหนที่สร้างตัวตนตลอดจน Know How ของตนขึ้นมาได้ ก็มีสิทธิ์ที่จะสร้างประสิทธิภาพให้กับองค์กรได้สูง และมีโอกาสประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรได้สูงเช่นกัน</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14950 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/fbfd8f9e680332111ada7ec987540694.jpg" alt="fbfd8f9e680332111ada7ec987540694" width="1600" height="500" title="9 เทรนด์มาแรงของการสรรหาทรัพยากรมนุษย์ในยุค HR 4.0 969"></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/190617-recruitment-marketing/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Jun 2019 04:55:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Recruitment Marketing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/190617-recruitment-marketing/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT การตลาดเพื่อการสรรหาบุคลากร (Recruitment Marketing) ที่ประสบผลสำเร็จจะมีส่วนทำให้องค์กรได้บุคลากรที่มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้นได้ การสื่อสาร (Communication) คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้การตลาดเพื่อการสรรหาบุคลากร (Recruitment Marketing) ประสบความสำเร็จ การตลาดเพื่อการสรรหาบุคลากร (Recruitment Marketing) นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการคัดสรรบุคลากรแล้ว ก็ยังเป็นประโยชน์ต่อการสร้างแบรนด์ให้องค์กรไปในตัวด้วย ปฎิเสธไม่ได้เลยว่ายุคนี้การตลาด (Marketing) มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายมิติ แล้วการตลาดก็ไม่ใช่เครื่องมือของการขายที่ใช้กับเรื่องของผลิตภัณฑ์ (Product) ที่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคโดยตรงเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีการประยุกต์เอาการตลาดไปใช้กับผลิตภัณฑ์ (Product) ที่หลากหลายขึ้น ซึ่งหนึ่งในผลิตภัณฑ์ชิ้นสำคัญที่นำเอาการตลาดไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นก็คือ “องค์กร (Organization)” นั่นเอง การตลาดสำหรับองค์กรนั้นอาจไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ยอดขายที่สร้างผลกำไร แต่มุ่งเป้าไปที่การรับรู้ (Awareness) การสร้างภาพลักษณ์ (Image) ตลอดจนสร้างความจงรักภักดี (Royalty) ให้กับผลิตภัณฑ์หรือตราสินค้า (Brand) นั่นๆ มากกว่า แต่ในขณะเดียวกันการตลาดที่ทำโดยตรงกับสินค้านั้น หากประสบความสำเร็จ สินค้าขายดี ผู้คนให้ความสนใจ นอกจากจะสร้างเม็ดเงินให้กับบริษัทแล้วก็ยังจะสร้างการรับรู้ที่ดีให้กับองค์กรได้ด้วย ซึ่งก็จะส่งผลให้คนเชื่อถือองค์กร จงรักภักดี ตลอดจนอยากมาร่วมงานกับองค์กรด้วยเช่นกัน ในยุคนี้อีกแผนกที่มีการประยุกต์การตลาดเข้ามาใช้ในการทำงาน และมีส่วนสำคัญในการสร้างความสำเร็จเป็นอย่างมากก็คือฝ่ายทรัพยากรบุคคล (Human Resource) นั่นเอง โดยเฉพาะกลยุทธ์ที่สำคัญอย่าง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--has-title">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><strong>HIGHLIGHT</strong></div>
<div>
<ul>
<li>การตลาดเพื่อการสรรหาบุคลากร (Recruitment Marketing) ที่ประสบผลสำเร็จจะมีส่วนทำให้องค์กรได้บุคลากรที่มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้นได้</li>
<li>การสื่อสาร (Communication) คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้การตลาดเพื่อการสรรหาบุคลากร (Recruitment Marketing) ประสบความสำเร็จ</li>
<li>การตลาดเพื่อการสรรหาบุคลากร (Recruitment Marketing) นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการคัดสรรบุคลากรแล้ว ก็ยังเป็นประโยชน์ต่อการสร้างแบรนด์ให้องค์กรไปในตัวด้วย</li>
</ul>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p>ปฎิเสธไม่ได้เลยว่ายุคนี้การตลาด (Marketing) มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายมิติ แล้วการตลาดก็ไม่ใช่เครื่องมือของการขายที่ใช้กับเรื่องของผลิตภัณฑ์ (Product) ที่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคโดยตรงเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีการประยุกต์เอาการตลาดไปใช้กับผลิตภัณฑ์ (Product) ที่หลากหลายขึ้น ซึ่งหนึ่งในผลิตภัณฑ์ชิ้นสำคัญที่นำเอาการตลาดไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นก็คือ “องค์กร (Organization)” นั่นเอง</p>
<p>การตลาดสำหรับองค์กรนั้นอาจไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ยอดขายที่สร้างผลกำไร แต่มุ่งเป้าไปที่การรับรู้ (Awareness) การสร้างภาพลักษณ์ (Image) ตลอดจนสร้างความจงรักภักดี (Royalty) ให้กับผลิตภัณฑ์หรือตราสินค้า (Brand) นั่นๆ มากกว่า แต่ในขณะเดียวกันการตลาดที่ทำโดยตรงกับสินค้านั้น หากประสบความสำเร็จ สินค้าขายดี ผู้คนให้ความสนใจ นอกจากจะสร้างเม็ดเงินให้กับบริษัทแล้วก็ยังจะสร้างการรับรู้ที่ดีให้กับองค์กรได้ด้วย ซึ่งก็จะส่งผลให้คนเชื่อถือองค์กร จงรักภักดี ตลอดจนอยากมาร่วมงานกับองค์กรด้วยเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8297 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/9644b9e8fa947ce99e2f382fac6bfd5d-1.jpg" alt="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร" width="500" height="334" title="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร 979"></p>
<p>ในยุคนี้อีกแผนกที่มีการประยุกต์การตลาดเข้ามาใช้ในการทำงาน และมีส่วนสำคัญในการสร้างความสำเร็จเป็นอย่างมากก็คือฝ่ายทรัพยากรบุคคล (Human Resource) นั่นเอง โดยเฉพาะกลยุทธ์ที่สำคัญอย่าง Employer Branding (EB) – การสร้างตราสินค้าในรูปแบบองค์กร และ Recruitment Marketing (RM) – การตลาดเพื่อการสรรหาบุคลากร ที่กำลังเป็นที่นิยมและมีส่วนช่วยทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดีทีเดียว ทั้งสองกลยุทธ์นี้มีทั้งความเหมือนและความแตกต่าง แต่ก็เป็นกลยุทธ์ที่มีเป้าหมายต่างกัน ในบทความนี้เราจะขอพูดถึงเครื่องมือที่จำเป็นโดยตรงต่อฝ่ายทรัพยากรบุคคล (Human Resource) ก่อนนั่นก็คือ “การตลาดเพื่อการสรรหาบุคลากร (Recruitment Marketing)” นั่นเอง ซึ่งนี่คือเครื่องมือสำคัญในการที่จะจูงใจตลอดจนดึงคนที่มีศักยภาพที่องค์กรต้องการให้มาเป็นบุคลกรในองค์กรของเรา</p>

<h2>ความสำคัญของการตลาดเพื่อการสรรหาบุคลากร (Recruitment Marketing)</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1495 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_761019277.png" alt="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร" width="600" height="370" title="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร 980"></p>
<p>การประกาศรับสมัครงานในยุคนี้เป็นยุคที่ต้องมีการผสมผสานกลยุทธ์หลากหลายรูปแบบเพื่อที่จะดึงให้คนอยากมาร่วมงานกับองค์กร หมดยุคที่เราจะใช้เพียงประกาศรับสมัครงานเฉยๆ แล้ว เพราะนั่นไม่อาจสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ดี ตลอดจนสร้างความจูงใจในการอยากร่วมงานกับองค์กรได้ การตลาดเพื่อการสรรหาบุคลากร (Recruitment Marketing) จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะสร้างให้กลุ่มเป้าหมาย (Target) เกิดการบริโภคในลักษณะเดียวกับสินค้า ซึ่งการบริโภคในที่นี้ก็คือการสมัครงานกับองค์กรนั่นเอง</p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>การตลาดเพื่อการสรรหาบุคลากร (Recruitment Marketing)</strong> คือ กลยุทธ์ต่างๆ ที่สามารถทำให้กลุ่มตลาดแรงงงานเป้าหมายตลอดจนกลุ่มแรงงานที่มีศักยภาพตามที่องค์กรต้องการ สนใจมาสมัครงานกับองค์กร เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดสรรบุคลากรต่อไป จนกระทั่งทำสัญญาจ้างร่วมงานกับองค์กรในที่สุด</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2567 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/what-is-recruitment-marketing-2-tWnyJ1.jpg" alt="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร" width="638" height="359" title="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร 981"></p>
<p><em>Credit : <a href="https://www.talentlyft.com/en/resources/what-is-recruitment-marketing" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://www.talentlyft.com/en/resources/what-is-recruitment-marketing</a></em></p>
<p>การตลาดเพื่อการสรรหาบุคลากร (Recruitment Marketing) ที่ประสบความสำเร็จจะทำให้กลุ่มตลาดแรงงานเป้าหมายสนใจที่จะมาสมัครงานเพื่อร่วมงานกับองค์กรมากขึ้น และที่สำคัญทำให้องค์กรมีโอกาสได้คนที่มีศักยภาพตรงกับที่องค์กรต้องการมากขึ้นด้วยเช่นกัน</p>
<h2>ความแตกต่างระหว่าง Recruitment Marketing และ Employer Branding</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1598 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_525822415-1.jpg" alt="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร" width="600" height="370" title="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร 982"></p>
<p>กลยุทธ์ที่สร้างประโยชน์ให้กับองค์กรตลอดจนเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับฝ่ายทรัพยากรบุคคล (Human Resource) ทั้งสองอย่างนี้ต่างก็มีวัตถุประสงค์คนละอย่างกัน สำหรับผู้ที่ไม่เข้าใจอาจจะมองว่าสองสิ่งนี้คือเรื่องเดียวกัน แต่อันที่จริงแล้วทั้งสองเรื่องนี้ต่างกัน แต่ก็มีส่วนที่เป็นประโยชน์ซึ่งกันและกันได้ดีทีเดียว บางองค์กรตัดสินใจที่จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการคัดสรรบุคลากรเข้าทำงานในองค์กร แต่บางองค์กรก็ทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไป</p>
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>การสร้างตราสินค้าในรูปแบบองค์กร (Employer Branding)</strong> คือ กลยุทธ์ต่างๆ ที่ทำให้กลุ่มตลาดแรงงานเป้าหมายตลอดจนคนทั่วไปมีการรับรู้ (Awareness) ในองค์กร มีภาพลักษณ์ที่ดี ประทับใจในองค์กร ซึ่งเมื่อเกิดภาพจำที่ดีแล้วก็จะเกิดความเชื่อถือ ไว้เนื้อเชื่อใจ ตลอดจนเกิดความจงรักภักดี (Royalty) กับองค์กรได้ และอยากร่วมงานกับองค์กรเมื่อมีโอกาส</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p>การสร้าง Employer Branding อาจไม่ได้พุ่งเป้าไปที่การรับสมัครงานโดยตรง และเป็นการส่งสาร (Message) ที่ต้องการให้คนทั่วไปรับรู้ในองค์กรอย่างที่ต้องการนั่นเอง เมื่อคนเหล่านั้นเกิดความประทับใจในองค์กร หากอยากร่วมงานกับองค์กรแล้วก็จะอยากสมัครงานเข้ามา และเมื่อได้รับโอกาสก็จะเกิดความภาคภูมิใจ และเต็มที่กับการทำงานในองค์กรที่ตนเองชื่นชมได้อย่างเต็มที่อีกด้วย ดังนั้นเป้าหมายของการสร้างแบรนด์ให้กับองค์กรนั้นจึงกว้างมาก แต่ก็สามารถสร้างความประทับใจในหลากหลายมิติ ตลอดจนระยะยาวได้ด้วย รวมถึงสามารถสร้างให้เกิดการซื้อผลิตภัณฑ์หรือใช้บริการขององค์กรในทางอ้อมได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1573 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_1292248927.jpg" alt="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร" width="600" height="370" title="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร 983"></p>
<p>ในยุคนี้แทบทุกคนที่หางานมักจะเข้าไปดูข้อมูลขององค์กรก่อนที่จะตัดสินใจสมัครงาน หรือบางคนที่เห็นประกาศรับสมัครงานต่างๆ ก็จะเข้าไปดูข้อมูลขององค์กรก่อนการสมัครด้วยเช่นกัน หากองค์กรที่สร้างการรับรู้ของแบรนด์องค์กรที่ดีก็ยิ่งจะทำให้เกิดการอยากร่วมงานได้มากขึ้น หรือองค์กรที่ทำแบรนด์ได้ดีก็จะยิ่งทำให้คนสนใจประกาศรับสมัครงานได้มากขึ้นเช่นกัน ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ต่างก็มีความสำคัญทั้งคู่ที่จะทำให้องค์กรได้พนักงานที่ดีมีศักยภาพมาร่วมงานด้วย</p>
<h2>ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ Recruitment Marketing ประสบความสำเร็จ</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1477 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_1197008044.png" alt="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร" width="600" height="370" title="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร 984"></p>
<p>หัวใจสำคัญของการทำให้การตลาดประสบความสำเร็จก็คือการสื่อสาร (Communication) นั่นเอง ซึ่งการทำการตลาดเพื่อการสรรหาบุคลากร (Recruitment Marketing) นั้นก็เช่นกัน ในยุคนี้ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ไม่ใช่แค่จะประกาศรับสมัครงานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีหลากหลายปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญไปพร้อมๆ กันเพื่อที่จะผลักดันให้การทำการทำ Recruitment Marketing นั้นประสบความสำเร็จได้ กลุ่มเป้าหมายสนใจมาสมัครงานกับบริษัท และทำให้ฝ่าย HR เองก็มีตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับการคัดสรรเพิ่มมากขึ้นด้วย โอกาสที่จะได้คนที่มีศักยภาพตามที่องค์กรต้องการนั้นก็เพิ่มสูงขึ้นตามเช่นกัน แล้วนี่ก็คือสิ่งสำคัญที่องค์กรควรใส่ใจ</p>
<h3>1. เนื้อหาที่น่าสนใจ (Interesting Content)</h3>
<p>การที่จะออกมาประกาศเฉยๆ ว่าบริษัทนี้ ต้องการตำแหน่งนี้ คุณสมบัติอย่างนี้ อาจเป็นเรื่องที่เชยไปแล้ว หรือพอทำเหมือนๆ กันกับบริษัทอื่นๆ ทั่วไป ก็อาจทำให้คนไม่สนใจได้ หนึ่งในการทำการตลาดเพื่อการสรรหาบุคลากร (Recruitment Marketing) ประสบความสำเร็จก็คือการสร้างเนื้อหา (Content) ที่ดึงดูดใจนั่นเอง โดยอาจเริ่มตั้งแต่การใช้คำที่ดึงดูดใจในการอ่าน การสร้างเนื้อหาที่กระตุ้นให้เกิดการอยากสมัครงาน เป็นต้น</p>
<h3>2. องค์ประกอบศิลป์ที่ดูงดูดสายตา (Attractive Art Direction)</h3>
<p>ยุคนี้ต้องยอมรรับว่างานที่มีการจัดองค์ประกอบศิลป์ที่สวยงามตลอดจนสร้างสรรค์นั้นเรียกร้องความสนใจได้มากกว่าทีเดียว นั่นทำให้การประกาศรับสมัครงานในยุคนี้หลายองค์กรโดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ตลอดจนองค์กรของคนรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญกับ Art Work เป็นอย่างมาก เพราะนี่คือด่านแรกที่จะสามารถดึงดูดใจให้คนหันมาสนใจได้ และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการประกาศรับสมัครงานในยุคนี้</p>
<h3>3. ช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ (Effective Communication Channel)</h3>
<p>การประกาศรับสมัครงานในยุคปัจจุบันไม่ได้มีแค่หนทางเดียว ในทางตรงกันข้ามทุกวันนี้มีหลากหลายช่องทางตลอดจนหลากหลายสื่อที่จะประกาศรับสมัครงานกันเลยทีเดียว การวางแผนสื่อให้มีประสิทธิภาพนั้นก็จำเป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่เรื่องการจัดสรรงบประมาณ (กรณีมีค่าใช้จ่าย), การคัดเลือกเสื่อที่เหมาะสม, ตลอดจนสื่อที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ฝ่าย HR ในยุคก่อนอาจจะรู้จักสื่อการประกาศรับสมัครงานแค่การประกาศในหน้าหนังสือพิมพ์หรือหนังสือรับสมัครงานเท่านั้น แต่ยุคปัจจุบันสื่อทุกสื่อที่วงการโฆษณาหรือบันเทิงใช้นั้นสามารถใช้เป็นสื่อประกาศรับสมัครงานได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับงบประมาณและผลที่เราต้องการได้รับการตอบรับนั่นเอง</p>
<h3>4. วางแผนอย่างสมบูรณ์แบบ (Perfect Planning)</h3>
<p>การวางแผนที่ดีจะช่วยส่งเสริมให้ปัจจัยทุกอย่างมีศักยภาพมากขึ้น และเมื่อทุกอย่างประสานกันได้อย่างยอดเยี่ยมแล้วจะทำให้กระบวนการสรรหาสมบูรณ์แบบและมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากทีเดียว การวางแผนที่ดีเริ่มตั้งแต่การวางแผนงบประมาณ วางแผนสื่อและช่องทางการสื่อสาร วางแผนระยะเวลาการดำเนินการ วางแผนกลยุทธ์</p>
<h3>5. กลยุทธ์ที่สร้างสรรค์ (Creative Strategy)</h3>
<p>สร้างสรรค์กลยุทธ์ในการสรรหาบุคลากรที่น่าสนใจขึ้นมา เพื่อที่จะสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้โดดเด่นและแตกต่าง รวมถึงสามารถสร้างความประทับใจกับกลุ่มเป้าหมาย และสร้างการรับรู้กลับกลุ่มอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน การสร้างสรรค์กลยุทธ์ของการสรรหาบุคลากรในยุคนี้เริ่มมีหลากรูปแบบขึ้น และบางอย่างก็ทำได้ดีแถมยังน่าสนใจไม่ไม่แพ้กลยุทธ์ทางการตลาดปกติเลยด้วยซ้ำ เมื่อกลยุทธ์น่าสนใจจะทำให้มีคนอยากมาร่วมงานมากขึ้น รวมถึงคนที่มีศักยภาพที่ชอบความแตกต่างด้วย องค์กรก็จะมีตัวเลือกที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้นด้วย</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<h4>ตัวอย่างกลยุทธ์ Recruitment Marketing ที่น่าสนใจ</h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1810 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/shutterstock_538584391.jpg" alt="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร" width="600" height="370" title="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร 985"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อันที่จริงต้องบอกว่าการทำการตลาดเพื่อการสรรหาบุคลากร (Recruitment Marketing) นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการสรรหาบุคลากรเข้าองค์กรที่สร้างสรรค์มานานแล้ว เพียงแต่อาจอยู่ในธุรกิจเฉพาะกลุ่ม หรือธุรกิจที่มุ่งเน้นความสร้างสรรค์ อาทิ วงการโฆษณา เป็นต้น แต่ปัจจุบันมีการนำกลยุทธ์นี้มาใช้กันอย่างแพร่หลายมากมาย ซึ่งแต่ละกลยุทธ์ที่สร้างสรรค์ขึ้นต่างก็มีความน่าสนใจทั้งสิ้น เราลองมาดูตัวอย่างกลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้และประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมกันดีกว่า</span></p>
<p><b>Creative Direct Marketing</b></p>
<p><b>กลยุทธ์การตลาดทางตรงเชิงสร้างสรรค์ (Creative Direct Marketing) :</b><span style="font-weight: 400;"> บางองค์กรไม่มีการประกาศรับสมัครงานสาธารณะโดยตรง แต่จะส่งประกาศรับสมัครงานไปยังกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายที่สนใจโดยตรงแทน แต่การส่งไปแบบธรรมดาอาจไม่ได้รับความสนใจหรือถูกมองผ่านไปโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ หนึ่งในตัวอย่างสร้างสรรค์ที่น่าสนใจในเคสนี้ก็ได้แก่การรับสมัครงานของ IKEA ที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งการทำ Recruitment Marketing เชิงสร้างสรรค์ครั้งนี้ทาง IKEA ทำประกาศรับสมัครงานพร้อมระบุคุณสมบัติออกมาในรูปแบบและคอนเซ็ปต์ว่า Career Instruction ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกันกับใบอธิบายรายละเอียดสินค้าพร้อมวิธีการประกอบที่แนบมากับสินค้าทุกตัวของ IKEA โดยครั้งนี้ทาง IKEA จะนำเอาใบประกาศรับสมัครงานนี้ใส่ลงไปในกล่องสินค้าของ IKEA ด้วย เมื่อลูกค้าซื้อสิ้นค้าไปก็จะเห็นใบประกาศรับสมัครงานสุดสร้างสรรค์นี้ ซึ่งทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นแฟนของ IKEA อยู่แล้ว แล้วก็แทบไม่น่าเชื่อว่าแคมเปญจน์นี้จะประสบความสำเร็จอย่างสูง มีคนสนใจเป็นจำนวนมาก ถือเป็นโครงการ Recruitment Marketing ที่ยอดเยี่ยม ตลอดจนเป็นการทำการตลาดที่สร้างสรรค์ต่อแบรนด์ทีเดียว ลองเข้าไปดูแคมเปญจน์นี้ได้ที่</span><a href="https://www.youtube.com/watch?v=qwmXRAGDHeo" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">https://www.youtube.com/watch?v=qwmXRAGDHeo</span></a></p>
<p><b>Selective Workshop</b></p>
<p><b>กลยุทธ์เวิร์คช็อปเชิงคัดสรร (Selective Workshop) :</b><span style="font-weight: 400;"> กลยุทธ์นี้เป็นวิธีที่ใช้กันมานานแล้ว หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นมากที่สุดในไทยก็เห็นจะเป็นโครงการ B.A.D STUDENT WORKSHOP ของสมาคมผู้กำกับศิลป์บางกอก (Bangkok Art Directors’ Association) ที่จัดกันเป็นประจำทุกปีมาหลายสิบปีแล้ว โครงการนี้จะเปิดโอกาสให้นิสิต-นักศึกษาทั่วประเทศส่งผลงานโฆษณามาแข่งขันกันตามโจทย์ที่กำหนด เสร็จแล้วจะคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบเข้ามาร่วมกิจกรรม Creative Workshop เพื่อหาผู้ชนะในแต่ละปีอีกครั้งหนึ่ง ใครที่ได้ผ่านเข้ารอบไปร่วมใน Creative Workshop นั้นก็เสมือนว่ามีภาษีดีในการได้งานทำแล้วล่ะ และเมื่อเข้าไป Workshop แล้วสามารถแสดงความสร้างสรรค์จนโดดเด่นได้เพียงไรก็จะเป็นช่วงที่ Advertising Agency แต่ละแห่งมาเล็งตัวไว้กันอยู่แล้ว เป็นการเพิ่มศักยภาพและโอกาสได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด ถึงแม้โครงการนี้จะไม่ใช่การทำ Recruitment Marketing อย่างเป็นทางการที่ชัดเจนนัก แต่นักสร้างสรรค์ทุกคนจะรู้ดีกว่านี่คือโอกาสที่จะได้ทำงานกับบริษัทชั้นนำที่ดีที่สุดเลยทีเดียว และโครงการลักษณะนี้ก็เกิดขึ้นในแวดวงโฆษณาทั่วโลกด้วยเช่นกัน ลองเข้าไปดูรายละเอียดกันได้ที่</span><a href="http://www.badawards.com" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">www.badawards.com</span></a></p>
<p><b>Mystery Solving</b></p>
<p><b>กลยุทธ์การไขปริศนา (Mystery Solving) :</b><span style="font-weight: 400;"> กลยุทธ์การไขปริศนานั้นอาจยากกว่าการแก้ไขปัญหาทั่วไป แต่นั้นคือวิธีการหนึ่งที่นิยมในการใช้คัดหัวกะทินั่นเอง ปัจจุบันกลยุทธ์นี้มีคนนำมาประยุกต์ใช้กับการสมัครงานหลากหลายรูปแบบเช่นกัน แต่ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จและคนจดจำทั่วโลกก็คือ Google’s Mysterious Billboard ที่มีการขึ้นข้อความในปี ค.ศ.2004 บนไฮเวย์ที่ Silicon Valley ด้วยข้อความว่า {first 10-digit prime found in consecutive digits of e}.com ซึ่งไม่มีใครรู้ว่านี่เป็นการโฆษณาอะไรและโดยใคร มีเพียงผู้ที่สามารถแก้ไขปริศนาได้เท่านั้นที่สามารถจะเข้าไปยังเว็บไซต์นั้นได้ และใครแก้ปริศนานี้ได้เร็วที่สุดก็จะมีโอกาสมากที่สุดนั่นเอง อย่างไรก็ดีมีการเปิดเผยภายหลังว่านี่เป็นแคมเปญการคัดสรรพนักงานของยักษ์ใหญ่อย่าง Google ที่ต้องการหัวกะทิมาร่วมงานด้วย โดยใครที่สามารถแก้ปริศนาแล้วเข้าไปฝ่าฟันโจทย์มหาโหดในเว็บไซต์ได้สำเร็จ ก็จะได้รับจดหมายเชิญเข้ามาร่วมงานที่ Google ด้วยนั่นเอง คงไม่ต้องบอกว่าแคมเปญจน์นี้จะประสบความสำเร็จมากเพียงใด</span></p>
<p><b>Competition Program</b></p>
<p><b>กลยุทธ์รายการการแข่งขัน (Competition Program) :</b><span style="font-weight: 400;"> กลยุทธ์สร้างเวทีแข่งขันเพื่อคัดเลือกผู้ที่โดดเด่นที่สุดนั้นเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยม แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องการใช้งบประมาณที่สูงพอสมควรทีเดียว แต่ก็เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างแบรนด์ให้กับตนเองด้วย หนึ่งในโครงการประกวดเพื่อคัดเลือกคนเข้าทำงานของไทยที่กลายเป็นรายการเรียลลิตี้ที่โด่งดังนั้นก็คือ “The Angel นางฟ้าติดปีก” ของสายการบินนกแอร์ (NOK AIR) นั่นเอง ราการนี้เป็นเรียลลิตี้โชว์ที่คัดสรรแอร์โฮสเตสเพื่อไปร่วมงานกับสายการบินนกแอร์</span></p>
<p><b>Creative Positioning</b></p>
<p><b>กลยุทธ์ชื่อตำแหน่งที่สร้างสรรค์และดึงดูดใจ (Creative Positioning) :</b><span style="font-weight: 400;"> หนึ่งในกลยุทธ์ที่ง่ายแถมยังเป็นกลยุทธ์เบื้องต้นอันดับแรกๆ ที่นิยมนำมาใช้ในการประกาศสรรหาทรัพยากรบุคคลก็คือการสร้างสรรค์ตำแหน่งให้ดึงดูดใจ ทั้งนี้สิ่งนี้สามารถสร้างมูลค่าให้กับตำแหน่งงาน ตลอดจนองค์กรได้ อย่างเช่น ตำแหน่ง Content Writer ที่ปัจจุบันเริ่มมีคนใช้คำว่า Content Creator แทน เพราะบ่งบอกความเป็นนักสร้างสรรค์และสามารถทำงานได้หลากหลายมากว่าแค่การเขียนเพียงอย่างเดียว หรือตำแหน่ง Marketing ที่ปัจจุบันมีการแยกย่อยสายงานหลากหลายมากอย่างเช่น Creative Marketing ที่เน้นแนวสร้างสรรค์, Content Marketing ที่เน้นการทำการตลาดผ่านการสร้างเนื้อหาต่างๆ, หรือแม้แต่ Specialist Marketing ที่บ่งบอกความเชี่ยวชาญเฉพาะอย่างมากขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ทุกวันนี้เรายังเห็นการสร้างสรรค์ตำแหน่งต่างๆ ขึ้นมากมายเพื่อดึงดูดความสนใจในการสมัครงาน โดยเฉพาะกับกลุ่มแรงงานคนรุ่นใหม่ที่ชอบอะไรที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวเสมอ รวมถึงบางตำแหน่งก็อาจเจาะลึกให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ซึ่งจะทำให้เข้าใจเนื้องานได้มากขึ้นด้วย เช่น UX/UI Designer มาจาก </span><b>User eXperience</b><span style="font-weight: 400;"> (UX) และ User Interface (UI) ที่เกี่ยวกับการออกแบบโปรแกรมตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆ ที่ใช้ร่วมกับ App, Website ตลอดจน Smart Phone ต่างๆ เป็นต้น</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>บทสรุป Recruitment Marketing</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1809 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/shutterstock_285982331.jpg" alt="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร" width="600" height="370" title="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร 986"></p>
<p>องค์กรสามารถได้บุคลากรที่มีศักยภาพตามที่องค์กรคาดหมายหรือเหนือกว่านั้นได้จากการทำการตลาดเพื่อการสรรหาบุคลากร (Recruitment Marketing) เพราะหากทำการตลาดในเรื่องนี้ได้ดีจะสร้างแรงจูงใจได้อย่างยอดเยี่ยมและท้าทายให้คนที่มีศักยภาพอยากมาร่วมงานได้ด้วยเช่นกัน อีกทั้งหากการตลาดเพื่อการสรรหาบุคลากร (Recruitment Marketing) ประสบความสำเร็จก็อาจช่วยสร้างให้ตราสินค้าในรูปแบบองค์กร (Employer Branding) ประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นตามด้วย และทำให้คนจดจำแบรนด์ขององค์กรได้ จนเกิดความจงรักภักดีและเชื่อถือองค์กรในที่สุด การสรรหาครั้งต่อๆ ไปก็จะได้รับความสนใจ และมีคนที่มีศักยภาพสนใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนี่คือผลสำเร็จระยะยาวที่ยอดเยี่ยมทีเดียว</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14950 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/fbfd8f9e680332111ada7ec987540694.jpg" alt="fbfd8f9e680332111ada7ec987540694" width="1600" height="500" title="การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร 987"></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำอย่างไรให้คนหางานสนใจประกาศรับสมัครงานของคุณ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/190321-attract-job-seeker/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Mar 2019 02:56:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[ประกาศรับสมัครงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/190321-attract-job-seeker/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT เลือกใช้ประโยคที่จูงใจ ข้อมูลที่ครบถ้วน ชัดเจน ถูกต้อง ทำอาร์ตเวิร์คให้ดึงดูด สร้างจุดเด่นที่น่าสนใจ ไม่ทำให้ภาพลักษณ์องค์กรเสีย เลือกใช้สื่อให้เหมาะสม สื่อสารตรงกลุ่มเป้าหมาย ยุคที่โลกหมุนไว บริษัทใหม่เกิดขึ้นมากมายทุกวัน ทุกองค์กรต่างก็ลุกขึ้นมาแข่งขันกันอย่างดุเดือด และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหันมาสร้างความแตกต่างเพื่อให้ธุรกิจของตัวเองโดดเด่นเป็นที่สนใจมากที่สุด ยุคนี้ก็เลยไม่ใช่ยุคที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) จะวางตัวเป็นฝ่ายตั้งรับ อยู่นิ่งเฉยๆ เพราะแต่ละองค์กรต่างก็ต้องแข่งกันดึงคนที่มีความสามารถมาทำงานกับตัวเองให้ได้มากที่สุดด้วย หนึ่งในสิ่งที่ฝ่าย HR เชิงรุกในยุคนี้หันมาสนใจและใส่ใจเป็นพิเศษก็คือ ประกาศรับสมัครงาน ขององค์กรที่ไม่ใช่บรรจุเพียงข้อมูลพื้นฐานอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันต้องสร้างแรงจูงใจ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรไปพร้อมกันด้วย ท้ายที่สุดแล้วประกาศรับสมัครงานจะประสบความสำเร็จมากที่สุดนั้นก็คือการได้คนที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับที่บริษัทต้องการ เข้ามาร่วมงานนั่นเอง และนั่นมักจะเกิดคำถามจากฝ่าย HR ตามมาเสมอว่า &#8230; ต้องควรทำอย่างไรดี? การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing) กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร 1. ใช้คำในประกาศรับสมัครงานที่ดึงดูดใจให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นประกาศรับสมัครงานใดๆ ก็ตาม ผู้สมัครงานทุกคนจะต้องอ่านรายละเอียดต่างๆ ก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจส่งใบสมัครไปสมัครงานหรือไม่ ข้อมูลที่ปรากฎบนประกาศโฆษณานั้นจึงจะต้องดึงดูดใจให้ผู้สมัครงานอย่างร่วมงานด้วย และการใช้คำตลอดจนเขียนประโยคต่างๆ ก็ควรสร้างความน่าสนใจ ที่สำคัญควรใช้ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย (Target) ที่ต้องการสื่อสาร บางครั้งอาจต้องเป็นทางการ บางครั้งอาจจะใช้คำไม่เป็นทางการแล้วสื่อสารได้ดีกว่า แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรใช้คำหรือประโยคที่เล่นจนเกินไป อาจทำให้องค์กรไม่น่าเชื่อถือ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--has-title"></div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>HIGHLIGHT</strong></div>
<div>
<ul>
<li>เลือกใช้ประโยคที่จูงใจ ข้อมูลที่ครบถ้วน ชัดเจน ถูกต้อง</li>
<li>ทำอาร์ตเวิร์คให้ดึงดูด สร้างจุดเด่นที่น่าสนใจ ไม่ทำให้ภาพลักษณ์องค์กรเสีย</li>
<li>เลือกใช้สื่อให้เหมาะสม สื่อสารตรงกลุ่มเป้าหมาย</li>
</ul>
</div>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8299 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/ebc490e6bfb80c8b9d85d8c5f7addb12.jpg" alt="Job Posting ประกาศรับสมัครงาน หางาน HR NOTE" width="500" height="334" title="ทำอย่างไรให้คนหางานสนใจประกาศรับสมัครงานของคุณ 998"></p>
<p>ยุคที่โลกหมุนไว บริษัทใหม่เกิดขึ้นมากมายทุกวัน ทุกองค์กรต่างก็ลุกขึ้นมาแข่งขันกันอย่างดุเดือด และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหันมาสร้างความแตกต่างเพื่อให้ธุรกิจของตัวเองโดดเด่นเป็นที่สนใจมากที่สุด ยุคนี้ก็เลยไม่ใช่ยุคที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) จะวางตัวเป็นฝ่ายตั้งรับ อยู่นิ่งเฉยๆ เพราะแต่ละองค์กรต่างก็ต้องแข่งกันดึงคนที่มีความสามารถมาทำงานกับตัวเองให้ได้มากที่สุดด้วย</p>
<p>หนึ่งในสิ่งที่ฝ่าย HR เชิงรุกในยุคนี้หันมาสนใจและใส่ใจเป็นพิเศษก็คือ <strong class="yellow-highlighter">ประกาศรับสมัครงาน</strong> ขององค์กรที่ไม่ใช่บรรจุเพียงข้อมูลพื้นฐานอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันต้องสร้างแรงจูงใจ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรไปพร้อมกันด้วย ท้ายที่สุดแล้วประกาศรับสมัครงานจะประสบความสำเร็จมากที่สุดนั้นก็คือการได้คนที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับที่บริษัทต้องการ เข้ามาร่วมงานนั่นเอง</p>
<p>และนั่นมักจะเกิดคำถามจากฝ่าย HR ตามมาเสมอว่า &#8230; ต้องควรทำอย่างไรดี?</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190617-recruitment-marketing/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8297 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/9644b9e8fa947ce99e2f382fac6bfd5d-1.jpg" alt="9644b9e8fa947ce99e2f382fac6bfd5d 1" width="500" height="334" title="ทำอย่างไรให้คนหางานสนใจประกาศรับสมัครงานของคุณ 999"></a><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190617-recruitment-marketing/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener">การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing)<br />
กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>1. ใช้คำในประกาศรับสมัครงานที่ดึงดูดใจให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย</h2>
<p>ไม่ว่าจะเป็นประกาศรับสมัครงานใดๆ ก็ตาม ผู้สมัครงานทุกคนจะต้องอ่านรายละเอียดต่างๆ ก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจส่งใบสมัครไปสมัครงานหรือไม่ ข้อมูลที่ปรากฎบนประกาศโฆษณานั้นจึงจะต้องดึงดูดใจให้ผู้สมัครงานอย่างร่วมงานด้วย และการใช้คำตลอดจนเขียนประโยคต่างๆ ก็ควรสร้างความน่าสนใจ ที่สำคัญควรใช้ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย (Target) ที่ต้องการสื่อสาร บางครั้งอาจต้องเป็นทางการ บางครั้งอาจจะใช้คำไม่เป็นทางการแล้วสื่อสารได้ดีกว่า แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรใช้คำหรือประโยคที่เล่นจนเกินไป อาจทำให้องค์กรไม่น่าเชื่อถือ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1592 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_626812421.jpg" alt="shutterstock 626812421" width="600" height="370" title="ทำอย่างไรให้คนหางานสนใจประกาศรับสมัครงานของคุณ 1000"></p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>แยกการสื่อสารตามกลุ่มเป้าหมาย</strong></div>
<div>
<ul>
<li><strong>ระดับบริหาร :</strong> อาจต้องใช้คำที่เป็นทางการ จริงจัง ดูน่าเชื่อถือ</li>
<li><strong>คนรุ่นใหม่ :</strong> อาจต้องใช้คำสมัยนิยม สื่อสารโดนใจ หรือใช้คำสร้างแรงบันดาลใจ สร้างโอกาส</li>
<li><strong>พนักบริการ / พนักงานรายวัน :</strong> อาจไม่ต้องใช้คำสวยหรู เข้าใจยาก แต่ต้องใช้คำที่สื่อสารง่าย ตรงไปตรงมา ชัดเจน ไม่ต้องใช้คำเชิงเชิญชวนนัก แต่ให้เขียนบรรยายหน้าที่รวมถึงสวัสดิการณ์ให้ดี</li>
</ul>
</div>
</div>
<h2>2. ให้ข้อมูลในประกาศรับสมัครงานที่ถูกต้อง ชัดเจน ครบถ้วน</h2>
<p>ไม่ใช่เพียงแค่การใช้ประโยคสละสลวยจะสามารถจูงใจได้เท่านั้น แต่การเขียนข้อมูลให้ถูกต้อง ชัดเจน ครบถ้วน ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะต้องใส่ใจเช่นกัน ตั้งแต่คุณสมบัติ, Job Description, ไปจนถึงการแนะนำองค์กร ตลอดจนที่อยู่และรายละเอียดติดต่อกลับ ฝ่าย HR ควรตรวจสอบความถูกต้องรอบสุดท้ายก่อนประกาศด้วย</p>
<p>เช่น เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, หรือที่ตั้งบริษัท หากข้อมูลไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดการผิดพลาดได้ กรณีข้อมูลไม่ครบถ้วน เช่นอาจตกเรื่องสวัสดิการบางอย่างไป อาจทำให้ผู้สมัครพลาดข้อมูล และสนใจในการร่วมงานกับอีกบริษัทที่ให้สวัสดิการที่ดีกว่าก็ได้</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">ข้อมูลผิด&#8230;พลาดโอกาส</div>
<div>
<ul>
<li><strong>ข้อมูลผิด</strong><strong> : </strong>การเขียนข้อมูลที่ผิดนอกจากจะลบความน่าเชื่อถือองค์กรแล้ว ก็อาจทำให้การสื่อสารล้มเหลวได้ อย่างเช่น เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, หรือที่ตั้งบริษัท หากเขียนข้อมูลผิดเพียงนิดเดียว ก็เกิดผลเสียใหญ่หลวงได้ทีเดียว</li>
<li><strong>ข้อมูลพลาด </strong><strong>: </strong>ข้อมูลตกหล่น ไม่ครบถ้วน ก็อาจทำให้ประกาศงานมีปัญหาได้ อย่างเช่นการตกข้อมูลเรื่องสวัสดิการบางอย่างไป อาจทำให้ผู้สมัครเลือกร่วมงานกับอีกบริษัทที่ให้สวัสดิการที่ดีกว่าก็ได้</li>
</ul>
</div>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>3. จัดอาร์ตเวิร์คให้น่าสนใจ สะดุดตา และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร</h2>
<p>ปกติแล้วภาพนั้นดึงดูดความสนใจมนุษย์ได้ดีกว่าตัวอักษร ฝ่าย HR ยุคนี้จึงหันมาใส่ใจการจัดวางอาร์ตเวิร์คของประกาศรับสมัครงานให้โดดเด่นและดึงดูดไม่ใช่แค่การใส่ใจเรื่องคำหรือข้อมูลเท่านั้น อาร์ตเวิร์คที่ดีก็เปรียบเสมือนร้านค้าที่จัดร้านได้น่าเข้า และอาร์ตเวิร์คที่ดีก็ยังสร้างความน่าเชื่อถือให้กับงาน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรไปในตัว</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>Formal VS. Creative</strong></div>
<div>
<p>ยุคนี้มีการสร้างสรรค์ประกาศรับสมัครงานออกมามากมาย บางที่ถึงกับทำสวยเก๋มีไอเดียสะดุดตาไม่แพ้งานโฆษณาเลยทีเดียว แต่ใช่ว่าประกาศรับสมัครงานที่สร้างสรรค์นั้นจะประสบความสำเร็จเสมอไป ประกาศรับสมัคงานที่ทางการ แต่จัดอาร์ตเวิร์คเรียบเท่ ดูน่าเชื่อถือ ก็ดึงดูดใจได้ดีเช่นกัน</p>
<ul>
<li><strong>รูปแบบทางการ </strong><strong>: </strong>เหมาะกับการประกาศรับสมัครงานทั่วไป องค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีดูน่าเชื่อถือ หน้าที่ที่ต้องการความรับผิดชอบสูง หน้าที่ด้านการจัดการต่างๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นประกาศที่ดูเป็นทางการ แต่องค์กรก็สามารถจัดอาร์ตเวิร์คให้สวยงามได้เช่นกัน ซึ่งจะยิ่งส่งเสริมภาพลักษณ์และความน่าสนใจได้มากขึ้นด้วย แต่ก็ไม่ควรทิ้งความเป็นทางการไป</li>
<li><strong>รูปแบบสร้างสรรค์ </strong><strong>:</strong> เหมาะกับการประกาศรับสมัคงานสายครีเอทีฟ, ดีไซน์, Startup, Digital &amp; Tech, หรือตำแหน่งที่ต้องการคนรุ่นใหม่ บางหน่วยงานที่ต้องการคนสร้างสรรค์มาก ยิ่งทำประกาศสร้างสรรค์ได้เท่าไร ก็จะยิ่งดึงดูดคนที่มีความสามารถในด้านนี้ให้สนใจได้มากเท่านั้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าสร้างสรรค์จนทำให้คนไม่เข้าใจเลย</li>
</ul>
<p>อย่างไรก็ดีไม่จำเป็นว่าองค์กรจะต้องเลือกทิศทางอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจจะใช้ทั้งสองรูปแบบเลยก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง จุดประสงค์ หรือแม้แต่กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการ</p>
</div>
</div>
<h2>4. บอกเป้าหมายขององค์กรให้เห็นภาพชัด และชักชวนให้ปฎิบัติภาระกิจเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน</h2>
<p>ประกาศรับสมัครงานในยุคนี้มักเริ่มต้นด้วยการแสดงวิสัยทัศน์หรือเป้าหมายขององค์กรก่อน ว่าทำธุรกิจอะไร มุ่งมั่นแบบไหน มีวิสัยทัศน์อย่างไร และมีเป้าหมายอย่างไร ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นหนึ่งในแรงจูงใจสำคัญเช่นกัน บางคนอาจเลือกสมัครงานเพราะเห็นวิสัยทัศน์และภาระกิจของบริษัทน่าสนใจ โดยที่ไม่สนใจเลยด้วยซ้ำว่าตนจะต้องทำอะไรบ้าง พร้อมทำทุกอย่าง ทุกวิถีทาง ขอแค่ให้ได้ร่วมงานกับองค์กรนี้ ปฎิบัติภาระกิจให้บรรลุเป้าหมายร่วมกันก็พอ การประกาศงานลักษณะนี้มักนิยมในองค์กรใหญ่ๆ ที่สั่งสมชื่อเสียงมานาน และคนเชื่อถือในองค์กร มากกว่าจะเห็นจากบริษัทเล็กๆ แต่ก็จะเริ่มเห็นบริษัทของคนรุ่นใหม่อย่างเช่น Startup หรืองานในกลุ่ม Digital Career ที่ใช้การดึงดูดด้วยการสร้างภาพลักษณ์ สร้างเอกลักษณ์ความเป็นทีม และสร้างความมุ่งมั่นร่วมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1591 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_1266799885.jpg" alt="shutterstock 1266799885" width="600" height="370" title="ทำอย่างไรให้คนหางานสนใจประกาศรับสมัครงานของคุณ 1001"></p>
<h2>5. ระบุ Job Description ในประกาศรับสมัครงานให้ชัดเจนที่สุด</h2>
<p>ถ้าบอกว่าข้อมูลไหนของประกาศรับสมัครงานสำคัญที่สุดและควรใส่ใจที่สุดคงต้องบอกว่าคือส่วนของ Job Description นั่นเอง ส่วนของคำบรรยายลักษณะงานนี้จะต้องบ่งบอกได้ว่าตำแหน่งนั้นควรรับผิดชอบหรือมีเป้าหมายอะไรบ้าง เพราะผู้สมัครจะต้องอ่านเพื่อใช้พิจารณาตัวเองว่าเหมาะสมในการสมัครหรือไม่ ทำได้มากน้อยแค่ไหน หรือมีสิ่งที่บริษัทต้องการมากน้อยเพียงไร จุดนี้ฝ่าย HR ยังสามารถใช้เป็นตัวเช็คผู้สมัครได้ด้วยว่ามีความใส่ใจเพียงไร อ่านข้อความหรือไม่ หากถามในสิ่งที่ประกาศไว้แล้วหรือส่งใบสมัครมาทั้งๆ ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติ ก็สามารถช่วยคัดกรองได้เบื้องต้นเช่นกัน</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><strong>อย่าเขียนเกินสิ่งที่จำเป็น</strong></div>
<div></div>
<div>บางครั้งฝ่าย HR อาจเห็นประกาศรับสมัครงานของบริษัทอื่น ที่ระบุข้อมูลตลอดจนคุณลักษณะในประกาศอย่างละเอียดยิบ สวยหรู ใช้คำที่มีระดับ และก็ดึงมาใช้กับประกาศรับสมัครงานของตนบ้างโดยที่ไม่ได้ย้อนกลับมาดูว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งเดียวกับที่บริษัทต้องการ หรือเกินความจำเป็นหรือไม่ การประกาศรับสมัครงานที่ละเอียดยิบ ใช้คำดูมีระดับ บางทีก็เป็นเสมือนดาบสองคมได้เหมือนกัน อาจทำให้ผู้ที่สนใจสมัครอ่านแล้วไม่กล้าที่จะสมัครมาก็ได้ ทั้งๆ ที่บางอย่างเขียนไว้เพื่อให้ประกาศรับสมัครงานดูดีเพียงเท่านั้น ประกาศรับสมัครงานที่มีประสิทธิภาพอาจต้องการการสื่อสารที่ง่าย กระชับ ชัดเจน ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก และต้องสื่อสารให้ครบถ้วน อาจสร้างแรงจูงใจในการสมัครงานได้ดีกว่าประกาศรับสมัครงานที่ใส่รายละเอียดโน่นนั่นนี่เยอะเต็มไปหมดจนอึดอัดหรือกังวงใจ</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<div></div>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-howtomakejobdes-190116/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic" target="_blank" rel="noopener"><img decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/jobdes-scaled.jpg" alt="à¹à¸à¸µà¸¢à¸ Job Description (à¸à¸³à¸à¸£à¸£à¸¢à¸²à¸¢à¸¥à¸±à¸à¸©à¸à¸°à¸à¸²à¸) à¸­à¸¢à¹à¸²à¸à¹à¸£à¹à¸«à¹à¸à¸µà¹à¸¥à¸°à¹à¸à¸¥à¸µà¸¢à¸£à¹" title="ทำอย่างไรให้คนหางานสนใจประกาศรับสมัครงานของคุณ 1002"></a></div>
<div style="text-align: center;"><span style="font-size: 14pt;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-howtomakejobdes-190116/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener">เขียน Job Description (คำบรรยายลักษณะงาน) อย่างไรให้ดีและเคลียร์</a></span></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>6. ประกาศรับสมัครงานให้ตรงช่องทาง</h2>
<p>ข้อหนึ่งที่เป็นกลยุทธ์ให้การประกาศรับสมัครงานประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้นก็คือการเลือกใช้สื่อให้ถูกต้องเหมาะสม เพราะถึงแม้เราจะทำประกาศรับสมัครงานมาดีเพียงไร หานำไปใช้ในช่องทางที่ไม่เหมาะสม หรือไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายก็ทำให้การสื่อสารครั้งนั้นล้มเหลวได้ อย่างประกาศรับสมัครงานที่ต้องการแรงงานรายวัน หรือต้องการแรงงานทั่วไป กระจ่ายสื่อให้มากที่สุด อาจเลือกใช้ Facebook จะเหมาะสมกว่า หรือถ้าเป็นตำแหน่งงานผู้บริหาร ภาพลักษณ์ดี ต้องการคนมีความสามารถ อาจเลือกใช้ LinkedIn ก็จะเหมาะและได้คนตามที่ต้องการมากกว่า หรือถ้าต้องการพนักงานบริการ ขายของประจำร้าน อาจเลือกติดประกาศที่หน้าร้านจะดีที่สุด หรือบางที HR อาจจะเลือกใช้ทุกสื่อทุกช่องทาง กรณีอยากให้กระจายให้มากที่สุด</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><strong>ร่วมด้วยช่วยแชร์</strong></div>
<div>คนไทยเป็นคนชอบช่วยเหลือมาน้ำใจ ดังนั้นเราจึงมักเห็นคนไทยชอบแชร์ข้อมูลใน Social Media กันเป็นอย่างมาก ฝ่าย HR จึงมักเลือกใช้สื่อ Social Media ต่างๆ โดยเฉพาะ Facebook ในการประกาศหางาน ผลพลอยได้ที่สำคัญก็คือหากเราทำประกาศน่าสนใจ คนในโลกโซเชี่ยลก็อยากจะช่วยแชร์และบอกต่อ ทำให้เราได้ประชาสัมพันธ์ในวงกว้างมากขึ้นแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย ในทางกลับกัน หากประกาศรับสมัครงานไม่น่าสนใจ คนก็ไม่อยากแชร์ เพราะสิ่งนี้จะปรากฎอยู่ที่หน้าหลักของ User ซึ่งก็เหมือนหน้าบ้านของเขา คงไม่มีใครอยากให้หน้าบ้านของตัวเองไม่น่ามอง</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"></div>
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190321-recruitmentchannel/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8302 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/9d46b2e9bb02f48eff17ee4d4ef46d9c-1.jpg" alt="Recruitment Channel ช่องทางสรรหาบุคลากรในปัจจุบัน HR NOTE" width="500" height="300" title="ทำอย่างไรให้คนหางานสนใจประกาศรับสมัครงานของคุณ 1003"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190321-recruitmentchannel/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener">ช่องทางการสรรหาบุคคลากร (Recruitment Channel) ที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>7. อ้างอิงรางวัลเพื่อจูงใจ</h2>
<p>รางวัลการันตีต่างๆ หรือแม้การถูกจัดอันดับในสื่อที่มีอิทธิพลทั้งหลาย เป็นสิ่งหนึ่งที่นำมาใช้ประกอบการรับสมัครงานได้เป็นอย่างดี นอกจากจะเป็นสิ่งแสดงศักยภาพของบริษัทแล้ว ยังจูงใจให้คนอยากร่วมงานได้เป็นอย่างดีอีกด้วย โดยเฉพาะบริษัทยุคใหม่ของคนรุ่นใหม่ทั้งหลาย ที่นอกจากจะสร้างสภาพแวดล้อมให้น่าทำงานแล้ว ก็มักจะสร้างโปรไฟล์ของบริษัทให้น่าสนใจเพื่อใช้ดึงดูดให้คนอยากร่วมงานด้วย โดยเฉพาะสาย Startup และ Digital Career ทั้งหลายที่ปัจจุบันมีการมอบรางวัลมากมายและมีผลต่อการตัดสินใจอย่างยิ่ง อย่างรางวัล Digital Agency of the Year ที่ทำให้ใครๆ ก็อยากมาลองทำงานกับองค์กรที่ประสบความสำเร็จด้วย หรือแม้แต่การจัดอันดับโดยสื่อทรงอิทธิพลอย่าง “ออฟฟิศที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานมากที่สุด” ก็สามารถเป็นแรงจูงใจชั้นดี และเป็นคำที่ถูกเสิร์ชหาบ่อยๆ อยู่เสมอ เป็นส่วนช่วยในการตัดสินใจอยากสมัครงานในองค์กรนั้นๆ ที่สำคัญเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1594 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_1182366124.jpg" alt="shutterstock 1182366124" width="600" height="370" title="ทำอย่างไรให้คนหางานสนใจประกาศรับสมัครงานของคุณ 1004"></p>
<h2>8. สังเกตคู่แข่ง สร้างความแตกต่าง</h2>
<p>ไม่ว่าธุรกิจอะไรย่อมมีคู่แข่งด้วยกันทั้งนั้น ฝ่าย HR เองก็ต้องแข่งขันกับฝ่าย HR องค์กรอื่น ในการสรรหาคนเก่งและมีความสามารถให้มาร่วมงานกับองค์กรให้ได้ การพยายามสังเกตเสมอว่าองค์กรคู่แข่งหรือแม้แต่องค์กรอื่นๆ ทำอะไรกันบ้าง ประกาศอย่างไรกันบ้าง จะทำให้เรารู้กระแสเสมอ อาจนำข้อดีของเขามาปรับใช้กับของเรา หรือเลือกทำทิศทางที่แตกต่าง สร้างจุดสนใจใหม่ ใช้วิธีการสื่อสารที่โดนใจกว่า เพื่อดึงดูดผู้สมัครงานให้อยากร่วมงานกับองค์กร</p>
<h2>9. ข้อเสนอที่น่าสนใจ</h2>
<p>ข้อเสนอที่ดีนั้นย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจแน่นอน การใส่ข้อเสนอลงไปในประกาศรับสมัครงานบางครั้งก็เป็นสิ่งที่จูงใจผู้สมัครงานได้ดีที่สุด โดยเฉพาะอัตราเงินเดือนที่จะช่วยทำให้การตัดสินใจชัดเจนและรวดเร็วขึ้น หรือบางทีข้อเสนอก็ไม่ใช่เรื่องเงินเสมอไป อาจเป็นการสร้างข้อเสนอใหม่ๆ เพื่อดึงดูดใจ อย่างเช่น การไปดูงานต่างประเทศ, คอร์สอบรมพิเศษ, มีรถประจำตำแหน่ง, หรือแม้แต่สัญญาพิเศษ 1 ปี สำหรับตำแหน่งเฉพาะกิจที่ไม่ได้มีบ่อยๆ ขององค์กรใหญ่ระดับโลก เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1596 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_137147411.jpg" alt="shutterstock 137147411" width="600" height="370" title="ทำอย่างไรให้คนหางานสนใจประกาศรับสมัครงานของคุณ 1005"></p>
<h2>10.สรรหานวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้กับระบบสรรหาเสมอ</h2>
<p>คนยุคใหม่เติบโตมากับยุคดิจิตอลและเทคโนโลยี และมักจะสนใจนวัตกรรมหรืออะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ สิ่งหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจได้ดีก็คือการพยายามสร้างนวัตกรรมในการสรรหาทรัพยากรบุคคล เพื่อจูงใจคนรุ่นใหม่ที่สนใจ อย่างเช่นยักษ์ใหญ่จากเยอรมัน BOSCH ที่กำลังต้องการคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงานกับองค์กรก็ประกาศใน Facebook ของตัวเอง ว่าเปิด Career Fair Online ครั้งแรกในเมืองไทย ที่ไม่ใช่แค่ส่งเรซูเม่เฉยๆ แต่ฝ่าย HR ยังเตรียม Live Chat เพื่อสื่อสารตอบโต้กันด้วย เรียกร้องความน่าสนใจจากผู้สมัครงานรุ่นใหม่หรือคนที่คลุกคลีกับโลกดิจิตอลได้เป็นอย่างดีทีเดียว เป็นต้น</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>User Friendly</strong></div>
<div></div>
<div>สิ่งสำคัญยุคนี้ของการใช้เทคโนโลยีให้ประสบความสำเร็จมากที่สุดก็คือต้อง User Friendly เป็นมิตรกับผู้ใช้ ใช้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่เกิดปัญหาทำให้หงุดหงิด เพราะหากเทคโนโลยีล้ำเกินไป ใช้ยาก ก็ทำให้ผู้ใช้ไม่อยากเข้าไปใช้งานได้ หรือใช้แล้วเกิดปัญหาจนทำให้หงุดหงิด ก็อาจทำให้ผู้ใช้เลิกได้กลางครัน ถ้าไม่เตรียมรับมือ หรือเตรียมแก้ปัญหาให้ดี วิธีที่ดีอาจจะกลายเป็นการสร้างผลเสียให้กับองค์กรได้เช่นกัน</div>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div class="focused-block--has-title"></div>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1595 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_727492549.jpg" alt="shutterstock 727492549" width="600" height="370" title="ทำอย่างไรให้คนหางานสนใจประกาศรับสมัครงานของคุณ 1006"></p>
<p>ประกาศรับสมัครงานที่ดีย่อมมีประสิทธิภาพในการชักจูงผู้สมัครอยากเข้ามาร่วมงานกับบริษัท ในขณะเดียวกันมันก็สามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรได้ในคราวเดียวกัน ดังนั้นฝ่าย HR ควรใส่ใจให้ดี ตั้งแต่หน้าตาไปจนถึงข้อมูล ที่สำคัญควรสื่อสารอย่างจริงใจ ไม่โกหก หรือเอาเปรียบ บางครั้งการทำประกาศที่อยากเรียกคนมาสนใจนั้นอาจเกิดจากความนึกสนุก ความไม่เหมาะสมอาจทำให้ภาพลักษณ์องค์กรแย่ลงได้เหมือนกัน หรือประกาศบางครั้งที่ใช้คำจูงใจ แต่โกหก หรือบอกไม่เคลียร์ เพื่อสร้างความเข้าใจผิด เมื่อผู้สนใจเข้ามาสมัครแล้วไม่เป็นไปตามข้อมูลที่ได้รับ ก็อาจทำให้เกิดการเสียความรู้สึกได้เช่นกัน หรือบางทีอาจทำให้บริษัทไร้ความน่าเชื่อถือไปเลยก็เป็นได้</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31978 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE" width="1600" height="500" title="ทำอย่างไรให้คนหางานสนใจประกาศรับสมัครงานของคุณ 1007" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ช่องทางการสรรหาบุคคลากร (Recruitment Channel) ที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/190321-recruitmentchannel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Mar 2019 02:11:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[การสรรหาบุคคลากร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/190321-recruitmentchannel/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ดูตำแหน่งและระดับงาน ก่อนเลือกช่องทางและสื่อที่เหมาะสม พิจารณาความเร่งด่วนก่อน ก่อนที่จะเลือกช่องทางเพื่อบริหารเวลาให้ดีที่สุด ประเมินคุณภาพของคนที่ต้องการ แล้วเลือกใช้วิธีที่มีประสิทธิภาพคุ้มค่าที่สุด ดูงบประมาณที่มีก่อน ก่อนที่จะเลือกวิธีสรรหาบุคคลากร วิธีสรรหาบุคลากรในยุคปัจจุบันนี้มีความหลากหลายมาก ตั้งแต่ ช่องทางการประกาศรับสมัคงานไปจนถึงการสร้างสรรค์ประกาศรับสมัครงานที่ไม่จำกัดรูปแบบ สื่อสำหรับประกาศรับสมัครงานนั้นก็มีตั้งแต่สื่อสาธารณะทั่วไป, สื่อประกาศรับสมัครงานโดยเฉพาะ, สื่อขององค์กรเอง, หรือแม้แต่สื่อเฉพาะกลุ่มที่เจาะจงตามวัตถุประสงค์ลงไป ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ยุคนี้จึงควรพิจารณาให้ดีว่าจะเลือกวิธีการไหนหรือเลือกช่องทางแบบไหนจึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการสรรหางานแต่ละตำแหน่ง สำหรับช่องทางต่างๆ ของการประกาศรับสมัครงาน (โดยเฉพาะการรับสมัครแบบนอกองค์กร) ในยุคนี้มีอะไรกันบ้าง ลองมาดูกัน 1. แหล่งประกาศงานออนไลน์ (Online Job Boards) ยุคดิจิตอลนี้แหล่งประกาศงานออนไลน์กลายมาเป็นแหล่งประกาศงานหลักขององค์กรต่างๆ ซึ่งถือเป็นช่องทางยอดนิยมและประสบความสำเร็จที่สุดเลยก็ว่าได้ แหล่งประกาศงานออนไลน์นี้คล้ายกับการประกาศงานในสื่อสิ่งพิมพ์ (Jobs Classifieds) ยุคก่อน เพียงแต่มีประสิทธิภาพมากกว่าและกระจายสื่อได้มากกว่าด้วย แหล่งหางานออนไลน์ที่ดังจะเป็นชุมชนที่นายจ้าง, ฝ่ายบุคคล และผู้สนใจหางานเข้าไปเป็นจำนวนมาก และยังเป็นแหล่งข้อมูลการสรรหา (Database Recruitment) ที่บริษัทต่างๆ สามารถเข้าไปเลือกสรรผู้ที่สนใจได้ด้วยตนเองอีกด้วย หรือบางแหล่งก็มีการผสมผสานหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ เว็บไซต์, โซเชี่ยลมีเดีย, ไปจนถึง Job Fair แหล่งประกาศงานออนไลน์ลักษณะนี้มีหลายระดับ และเหมาะกับการคัดเลือกบุคคลที่ต่างรูปแบบกัน ดังนั้นฝ่าย HR [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--has-title">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><strong>HIGHLIGHT</strong></div>
<div>
<ul>
<li>ดูตำแหน่งและระดับงาน ก่อนเลือกช่องทางและสื่อที่เหมาะสม</li>
<li>พิจารณาความเร่งด่วนก่อน ก่อนที่จะเลือกช่องทางเพื่อบริหารเวลาให้ดีที่สุด</li>
<li>ประเมินคุณภาพของคนที่ต้องการ แล้วเลือกใช้วิธีที่มีประสิทธิภาพคุ้มค่าที่สุด</li>
<li>ดูงบประมาณที่มีก่อน ก่อนที่จะเลือกวิธีสรรหาบุคคลากร</li>
</ul>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8302 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/9d46b2e9bb02f48eff17ee4d4ef46d9c-1.jpg" alt="Recruitment Channel ช่องทางสรรหาบุคลากรในปัจจุบัน HR NOTE" width="500" height="300" title="ช่องทางการสรรหาบุคคลากร (Recruitment Channel) ที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน 1020"></p>
<p>วิธีสรรหาบุคลากรในยุคปัจจุบันนี้มีความหลากหลายมาก ตั้งแต่ ช่องทางการประกาศรับสมัคงานไปจนถึงการสร้างสรรค์ประกาศรับสมัครงานที่ไม่จำกัดรูปแบบ สื่อสำหรับประกาศรับสมัครงานนั้นก็มีตั้งแต่สื่อสาธารณะทั่วไป, สื่อประกาศรับสมัครงานโดยเฉพาะ, สื่อขององค์กรเอง, หรือแม้แต่สื่อเฉพาะกลุ่มที่เจาะจงตามวัตถุประสงค์ลงไป ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ยุคนี้จึงควรพิจารณาให้ดีว่าจะเลือกวิธีการไหนหรือเลือกช่องทางแบบไหนจึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการสรรหางานแต่ละตำแหน่ง สำหรับช่องทางต่างๆ ของการประกาศรับสมัครงาน (โดยเฉพาะการรับสมัครแบบนอกองค์กร) ในยุคนี้มีอะไรกันบ้าง ลองมาดูกัน</p>
<h3>1. แหล่งประกาศงานออนไลน์ (Online Job Boards)</h3>
<p>ยุคดิจิตอลนี้แหล่งประกาศงานออนไลน์กลายมาเป็นแหล่งประกาศงานหลักขององค์กรต่างๆ ซึ่งถือเป็นช่องทางยอดนิยมและประสบความสำเร็จที่สุดเลยก็ว่าได้ แหล่งประกาศงานออนไลน์นี้คล้ายกับการประกาศงานในสื่อสิ่งพิมพ์ (Jobs Classifieds) ยุคก่อน เพียงแต่มีประสิทธิภาพมากกว่าและกระจายสื่อได้มากกว่าด้วย แหล่งหางานออนไลน์ที่ดังจะเป็นชุมชนที่นายจ้าง, ฝ่ายบุคคล และผู้สนใจหางานเข้าไปเป็นจำนวนมาก และยังเป็นแหล่งข้อมูลการสรรหา (Database Recruitment) ที่บริษัทต่างๆ สามารถเข้าไปเลือกสรรผู้ที่สนใจได้ด้วยตนเองอีกด้วย หรือบางแหล่งก็มีการผสมผสานหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ เว็บไซต์, โซเชี่ยลมีเดีย, ไปจนถึง Job Fair แหล่งประกาศงานออนไลน์ลักษณะนี้มีหลายระดับ และเหมาะกับการคัดเลือกบุคคลที่ต่างรูปแบบกัน ดังนั้นฝ่าย HR ควรดูความเหมาะสมของแต่ละแหล่งให้ดีด้วย</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong><strong class="yellow-highlighter"><strong class="green-highlighter"> ข้อได้เปรียบ </strong></strong></strong></span></p>
<ul>
<li>ได้คนสนใจอยากจะได้งานจริงๆ</li>
<li>แหล่งที่มีชื่อเสียงจะมีคนที่สนใจหลากหลายและเป็นจำนวนมาก</li>
<li>เข้าถึงผู้สมัครได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และผู้สมัครสามารถคัดกรองงานได้ตามความสนใจด้วย</li>
</ul>
<p><strong class="yellow-highlighter"> <span style="font-size: 14pt;">ข้อเสียเปรียบ </span></strong></p>
<ul>
<li>ไม่สามารถควบคุมข้อมูล หรือบริหารสื่อได้ด้วยตัวเอง</li>
<li>มีค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร</li>
</ul>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ช่องทางที่โดดเด่นและน่าสนใจ</strong></div>
<div>
<ul>
<li><strong>jobsDB</strong> (<a href="http://www.jobsdb.com" target="_blank" rel="nofollow noopener">www.jobsdb.com</a>) : เว็บไซต์นี้ถือเป็นแหล่งหางานที่น่าเชื่อถือและมีชื่อเสียงที่สุดของเมืองไทยเลยก็ว่าได้ แถมมีเครือข่ายสรรหางานอยู่ทั่วโลกด้วย มีการปรับปรุงเทคโนโลยีในด้านหางานอยู่เสมอ และเป็นแหล่งความรู้เรื่องงานตลอดจนด้านทรัพยากรบุคคลไปในตัว jobsDB มีระบบ Recruitment Management System (RMS) ที่ดี เต็มไปด้วยประวัติส่วนตัว (resume) ของผู้สมัครมีคุณภาพดี ผู้สมัครส่วนใหญ่มีโปรไฟล์ที่ดี เหมาะสำหรับการสรรหาบุคลากรในตำแหน่งงานระดับกลางถึงสูง ไปจนถึงสายงานบริหาร การประกาศงานดูน่าเชื่อถือ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัทที่มาประกาศงานที่นี่อีกด้วย</li>
<li><strong>Jobthai</strong>(<a href="http://www.jobthai.com" target="_blank" rel="nofollow noopener">www.jobthai.com</a>), <strong>JOB BKK</strong> (<a href="http://www.jobbkk.com" target="_blank" rel="nofollow noopener">www.jobbkk.com</a>) และ <strong>Job Top Gun</strong>(<a href="http://www.jobtopgun.com" target="_blank" rel="nofollow noopener">www.jobtopgun.com</a>) : ต้องบอกว่าสามเว็บไซต์นี้ถือเป็น Online Job Board สัญชาติไทยที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน รวมถึงคุณภาพของการสรรหาอยู่ในระดับใกล้เคียงกันด้วย เว็บไซต์หางานกลุ่มนี้ค่อนข้างดังและเป็นที่นิยมพอสมควร ทั้งจากผู้สนใจหางานและนายจ้างจากองค์กรต่างๆ ระบบประวัติส่วนตัว (resume) ของผู้สมัครมีคุณภาพใช้ได้ เหมาะสำหรับการสรรหาบุคลากรในตำแหน่งงานทั่วไป, ระดับงานไม่สูง, ลูกจ้างรายวัน, หรือตำแหน่งที่มีงบประมาณในการจ้างงานที่ไม่มากนัก ไม่เหมาะกับการสรรหาบุคลากรคุณภาพสูงเท่าไร</li>
<li><strong>Work Venture</strong>(<a href="http://www.workventure.com" target="_blank" rel="nofollow noopener">www.workventure.com</a>) และ <strong>Get Links</strong> (<a href="https://getlinks.co" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://getlinks.co</a>) สองแหล่งหางานที่โด่งดังนี้เริ่มต้นจากการเป็น Startup ไทยเล็กๆ และก้าวสู่การเป็นแหล่งหางานที่มีศักยภาพของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างมาก และเป็นแหล่งหางานที่คนรุ่นใหม่สนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเจนเนอร์เรชั่นดิจิตอลทั้งหลาย สำหรับ Get Links นั้นเป็นทั้ง Online Job Boards และ Head Hunter ไปในตัว และสร้างความเฉพาะเจาะจงให้ตนเองเป็นแหล่งหางานด้าน Technology &amp; Digital เฉพาะ และเป็นแหล่งชุมนุมของคนรุ่นใหม่ที่ชอบลักษณะบริษัท Startup เป็นอย่างดีทีเดียว ส่วน Work Venture นั้นพัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นแหล่งหางานคุณภาพที่เทียบเท่า Jobs DB เลยก็ว่าได้ และข้อดีของการเริ่มต้นแบบ Startup ก็คือการสร้างมีเดียให้มีความแตกต่าง และไม่มีกรอบจำกัด และไม่กลัวการทดลองตลาด ทำให้ Work Venture เลยมีเซ็กชั่น “รีวิวบริษัท” ที่เป็นการรีวิวจากพนักงานจริงในการพูดถึงแต่ละบริษัท ให้ผู้สมัครงานได้รู้ข้อมูลอีกรูปแบบ เพื่อประกอบการตัดสินใจเหมือนกับการรีวิวร้านอาหารหรือรีวิวสินค้านั่นเอง ถึงขั้นมีการจัดอันดับจริงจัง Top 100 Companies With Reviews เลยทีเดียว และนี่ทำให้ Work Venture แตกต่างไม่เหมือนใครด้วย</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block--is-bold-border" style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><span style="font-size: 12pt;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-jobadservice-181213/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8285 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/12/c4be32e12a7a4570535bc59f291544dd.jpg" alt="บริการ โฆษณางาน HR NOTE" width="500" height="334" title="ช่องทางการสรรหาบุคคลากร (Recruitment Channel) ที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน 1021"></a><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-jobadservice-181213/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener">คุณลักษณะและค่าบริการงานโฆษณาในประเทศไทย</a></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h3>2. เครือข่ายสังคมออนไลน์ด้านธุรกิจ (Business Social Networks)</h3>
<p>ปัจจุบัน Social Media ไม่ใช่แค่สื่อส่วนบุคคลเท่านั้น แต่องค์กรต่างๆ ตลอดจนธุรกิจมากมายก็หันมาใช้ Social Media เป็นเครื่องมือที่สำคัญตั้งแต่ในการทำการตลาดไปจนถึงสร้างภาพลักษณ์ และระยะหลังการใช้ Social Media เพื่อประกาศรับสมัครงานนั้นก็เป็นที่นิยมขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเห็นจะเป็น Social Network เฉพาะทางด้านธุรกิจและการหางาน ที่สร้างเครือข่ายทั่วโลกได้อย่างน่ามหัศจรรย์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1576 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_206987245.jpg" alt="shutterstock 206987245" width="850" height="524" title="ช่องทางการสรรหาบุคคลากร (Recruitment Channel) ที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน 1022"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong><strong class="yellow-highlighter"><strong class="green-highlighter"> ข้อได้เปรียบ </strong></strong></strong></span></p>
<ul>
<li>เข้าถึงคนมีศักยภาพได้ดี โดยเฉพาะคนที่มีระดับการศึกษาดี</li>
<li>สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรได้สูง</li>
<li>เชื่อมโยงเครือข่ายได้ทั่วโลก มีหลากหลายสายงาน</li>
<li>สามารถดูโปรไฟล์และติดต่อผู้สมัครได้โดยตรง ทั้งผู้ที่ต้องการหางาน หรือผู้ที่ยังทำงานอยู่แต่มีโปรไฟล์น่าสนใจ</li>
</ul>
<p><strong class="yellow-highlighter"> <span style="font-size: 14pt;">ข้อเสียเปรียบ </span></strong></p>
<ul>
<li>หากต้องการประสิทธิภาพที่ดีขึ้น อาจต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น</li>
<li>ไม่เหมาะ และไม่คุ้มค่ากับตำแหน่งงานพื้นฐาน หรือตำแหน่งงานที่ไม่ได้ต้องการผู้มีทักษะหรือความสามารถสูง</li>
<li>เมื่อมีตัวเลือกมากจนเกินไป อาจใช้เวลานานในการคัดเลือก</li>
</ul>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ช่องทางที่โดดเด่นและน่าสนใจ</strong></div>
<ul>
<li><strong>LinkedIn</strong>(<a href="http://www.linkedin.com" target="_blank" rel="nofollow noopener">www.linkedin.com</a>) ต้องบอกว่า Social Network นี้กลายเป็นเครือข่ายองค์กรที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกอย่างรวดเร็ว และเต็มไปด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพทั้งนั้น แถมยังมีหลากหลายสายงานด้วย ตั้งแต่วิทยาศาสตร์, สังคมศาสตร์, ไปจนถึงศิลปศาสตร์ ปัจจุบันองค์กรระดับคุณภาพนิยมใช้ช่องทางนี้ในการประกาศรับสมัครงานหรือแม้แต่ติดต่อไปยังผู้ที่น่าสนใจโดยตรง และถือว่าเป็นแหล่งงานที่มีคุณภาพสูงทีเดียว นอกจากนี้องค์กรต่างๆ ยังใช้พื้นที่นี้ให้การสร้างภาพลักษ์ที่ดีให้กับองค์กรด้วย ตลอดจนสื่อสารเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจ ปัจจุบันเริ่มมี Social Media ที่มุ่งเน้นในเรื่องสร้างเครือข่ายองค์กรเกิดขึ้นเพิ่มเติมเช่นกัน แต่ก็ยังไม่มีเจ้าไหนที่มีประสิทธิภาพและเป็นที่นิยมเท่า LinkedIn เลย</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%; text-align: center;"><span style="font-size: 12pt;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/181123-linkedinhowtouse/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-8291 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/11/a40d4e4b77470a07cc98f2a30ffbf930-scaled.jpg" alt="a40d4e4b77470a07cc98f2a30ffbf930 scaled" width="600" height="370" title="ช่องทางการสรรหาบุคคลากร (Recruitment Channel) ที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน 1023"></a></span><a style="font-size: 12pt;" href="https://th.hrnote.asia/recruit/181123-linkedinhowtouse/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">LinkedIn คือสื่อสังคมออนไลน์ที่ที่มีความพิเศษในด้านธุรกิจ</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h3>3. การประกาศงานผ่านสื่อดั้งเดิม (สิ่งพิมพ์) ตลอดจนกระดานประกาศในสื่อสิ่งพิมพ์ (Traditional Media and Jobs Classifieds)</h3>
<p>ยุคก่อนการประกาศงานที่นิยมที่สุด ทั้งยังมีภาพลักษณ์ดีที่สุดก็คือการประกาศงานผ่านสื่อสิ่งพิมพ์นั่นเอง สื่อยอดนิยมที่สุดคงหนีไม่พ้นหนังสือพิมพ์ที่มักมีเซ็คชั่นพิเศษ Jobs Classifieds แล้วก็ยังมีนิตยสารสำหรับประกาศรับสมัครงานโดยเฉพาะอีกด้วย ในเมืองไทยนั้นถึงแม้ว่าสื่ออย่างหลังจะลดความนิยมลงอย่างมากแล้ว แต่สำหรับต่างประเทศก็ยังคงนิยมใช้กันอยู่โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น แต่ถึงอย่างนั้น Jobs Classifieds ในหนังสือพิมพ์หัวใหญ่ในเมืองไทยก็ยังคงมีอยู่บ้าง และบางเจ้าก็พัฒนาไปเป็น Online Job Boards ที่มีประสิทธิภาพดีทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1575 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_629092739.jpg" alt="shutterstock 629092739" width="600" height="370" title="ช่องทางการสรรหาบุคคลากร (Recruitment Channel) ที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน 1024"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong><strong class="yellow-highlighter"><strong class="green-highlighter"> ข้อได้เปรียบ </strong></strong></strong></span></p>
<ul>
<li>สร้างความน่าเชื่อถือได้ดี สร้างแรงจูงใจได้ดีจากการออกแบบประกาศที่น่าสนใจ</li>
<li>เหมาะสำหรับหาคนที่มีประสบการณ์การทำงานมานาน อยู่ในระดับอาวุโส หรือระดับบริหาร</li>
<li>ได้สื่อผสมผสานในคราวเดียวกัน ทั้งสิ่งพิมพ์ และแหล่งงานออนไลน์ของสื่อนั้นๆ</li>
</ul>
<p><strong class="yellow-highlighter"> <span style="font-size: 14pt;">ข้อเสียเปรียบ </span></strong></p>
<ul>
<li>สื่อกระจายได้น้อย และไม่แพร่หลาย</li>
<li>สื่อมีอายุจำกัด มีข้อจำกัดเรื่องเวลาเผยแพร่</li>
<li>กระบวนการช้า ใช้เวลานาน</li>
<li>เสียค่าใช้จ่ายสูง</li>
</ul>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ช่องทางที่โดดเด่นและน่าสนใจ</strong></div>
<div>
<ul>
<li><strong>Bangkok Post</strong> (<a href="http://www.bangkokpost.com" target="_blank" rel="nofollow noopener">www.bangkokpost.com</a>) หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่มีคุณภาพเล่มนี้ใส่ใจเซ็กชั่น Classifieds เสมอมา และสร้างความน่าเชื่อถือได้ดี รวมถึงสร้างภาพลักษณ์องค์กรได้ดีอีกด้วย โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ ถึงแม้ว่าปัจจุบันความนิยมประกาศรับสมัครงานในหนังสือพิมพ์จะลดลงไปมาก แต่ก็ยังคงมีการลงประกาศอยู่บ้าง โดยเฉพาะตำแหน่งใหญ่ในระดับผู้บริหารที่ต้องการคนมีประสบการณ์สูง การประกาศผ่านหนังสือพิมพ์จะดูน่าเชื่อถือ และบุคคลเหล่านั้นมักจะสนใจอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ด้วยเช่นกัน และปัจจุบัน Bangkok Post ก็พัฒนา Jobs Classifieds ไปสู่ Online Job Boards เพิ่มเติมด้วย และยังคงมีศักยภาพ ตลอดจนความน่าเชื่อถือในระดับเดิม</li>
<li><strong>BK Magazine</strong> เป็นสื่อไลฟ์สไตล์ (นิตยสารแจกฟรี) ภาษาอังกฤษที่มี Strip Ad ไซส์ต่างๆ แทรกตัวอยู่ตามคอลัมน์ พื้นที่ตรงนี้บางทีก็เป็นแหล่งประกาศงานชั้นดีที่หลายองค์กรมักใช้ประกาศงานด้วย โดยเฉพาะสายงานด้าน Restaurant Business, Hotel &amp; Hospitality, หรือแม้แต่งานบริการอื่นๆ, รวมไปถึงงานของบริษัทในเครือ BK Magazine เอง ที่มาหลากหลายรูปแบบ และลงประกาศสม่ำเสมอ เป็นสื่อที่คนเมืองรุ่นใหม่สนใจอีกด้วย</li>
</ul>
</div>
</div>
<h3>4. การประกาศงานผ่านสื่อเฉพาะทาง (Specialist Media)</h3>
<p>ปัจจุบันมีสื่อเฉพาะทางเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ที่มีสื่อนำเสนอเรื่องราวเฉพาะสายงานเป็นจำนวนมาก สื่อในสายงานที่โด่งดังและเป็นที่นิยมที่สุดรวมถึงมีคนอ่านเป็นจำนวนมากก็คือสื่อด้านธุรกิจและการตลาด (Business &amp; Marketing Media) นั่นเอง หลายสื่อยักษ์ใหญ่ใช้ประโยชน์ตรงนี้เปิดพื้นที่ประกาศรับสมัครงานด้วย โดยเฉพาะสายงานที่เกี่ยวกับการตลาด, การขาย, งานสายดิจิตอลต่างๆ, หรือแม้แต่งานสายบริหารธุรกิจ ก็มักจะมาลงประกาศผ่านสื่อลักษณะนี้ด้วยเช่นกัน เพราะตรงกลุ่มเป้าหมายมากกว่าด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1574 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_1323308330.jpg" alt="shutterstock 1323308330" width="600" height="370" title="ช่องทางการสรรหาบุคคลากร (Recruitment Channel) ที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน 1025"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong><strong class="yellow-highlighter"><strong class="green-highlighter"> ข้อได้เปรียบ </strong></strong></strong></span></p>
<ul>
<li>สร้างความน่าเชื่อถือได้ดี สร้างแรงจูงใจได้ดีจากการออกแบบประกาศที่น่าสนใจ</li>
<li>เหมาะสำหรับหาคนที่มีประสบการณ์การทำงานมานาน อยู่ในระดับอาวุโส หรือระดับบริหาร</li>
<li>ได้สื่อผสมผสานในคราวเดียวกัน ทั้งสิ่งพิมพ์ และแหล่งงานออนไลน์ของสื่อนั้นๆ</li>
</ul>
<p><strong class="yellow-highlighter"> <span style="font-size: 14pt;">ข้อเสียเปรียบ </span></strong></p>
<ul>
<li>สื่อกระจายได้น้อย และไม่แพร่หลาย</li>
<li>สื่อมีอายุจำกัด มีข้อจำกัดเรื่องเวลาเผยแพร่</li>
<li>กระบวนการช้า ใช้เวลานาน</li>
<li>เสียค่าใช้จ่ายสูง</li>
</ul>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ช่องทางที่โดดเด่นและน่าสนใจ</strong></div>
<div>
<ul>
<li><strong>Marketing Oops!</strong> (<a href="http://www.marketingoops.com" target="_blank" rel="nofollow noopener">www.marketingoops.com</a>) ถือเป็นสื่อด้านธุรกิจและการตลาดแบบออนไลน์ที่ทรงอิทธิพลอันดับหนึ่งของไทยเลยก็ว่าได้ และเป็นสื่อการตลาดที่คนรุ่นใหม่รู้จักและเข้ามาอ่านจำนวนมาก ความแข็งแกร่งของสื่อนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการเป็นสื่อในเครือข่ายของสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย (Advertising Association of Thailand : AAT) ด้วยนั่นเอง และที่สื่อนี้ก็มีการเปิดเซ็กชั่น Marketing Oops! JOBS เกี่ยวกับการประกาศรับสมัครงานอย่างเป็นจริงเป็นจังด้วย และงานที่โดดเด่นก็เป็นงานสายการตลาด, การขาย, การโฆษณา, การบริหารธุรกิจ อีกด้วย</li>
<li><strong>PORTFOLIOS.NET</strong> (<a href="http://www.portfolios.net" target="_blank" rel="nofollow noopener">www.portfolios.net</a>) ถือกำเนิดจากการเป็น Online Community ทางสายงานครีเอทีฟและการออกแบบ (Thailand’s Creative Art &amp; Design Community) ที่มีชื่อเสียงของไทย น่าเชื่อถือ และมีภาพลักษณ์ดี รวมถึงมีผู้สนใจในสายอาชีพนี้เข้ามาเป็นจำนวนมาก นอกจากจะเปิดให้ทุกคนสามารถฝากผลงานการออกแบบสร้างสรรค์ของตัวเองเพื่อให้ผู้ที่สนใจติดต่อจ้างงานแล้ว ในเว็บไซต์นี้ก็ยังมีเซกชั่น JOBS ที่เปิดให้บริษัทต่างๆ มาประกาศหางานด้านครีเอทีฟและการออกแบบด้วย และเว็บไซต์นี้ก็เป็นที่สนใจของนักออกแบบสร้างสรรค์มาก ทั้งในระดับมือสมัครเล่นและมืออาชีพ จึงเป็น Community เฉพาะทางที่ดีทีเดียว</li>
</ul>
</div>
</div>
<h3>5. บริษัทจัดหางาน (Recruitment Agency)</h3>
<p>ธุรกิจบริษัทจัดหางานนั้นมีมานานและดูเหมือนว่ายุคนี้ธุรกิจนี้จะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง และพัฒนาวิธีการสรรหาหลากหลายรูปแบบขึ้น ถึงแม้วิธีการสรรหานี้จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ก็สามารถคัดเลือกคนที่มีคุณภาพมาร่วมงานได้ดีเช่นกัน บริษัทจัดหางานใหญ่ๆ โดยเฉพาะที่มาจากต่างประเทศมักจะสร้างเครือข่าย Online Job Boards เป็นของตัวเองด้วย ทั้งนี้เพื่อสร้างฐานข้อมูลของตัวเองไปในตัว และในยุคนี้เครื่องมือของบริษัทจัดหางานที่ได้รับความนิยมสูงมากก็คือ Head Hunter หรือ Job Hunter ที่เป็นเทรนด์นิยมและชื่นชอบสำหรับคนที่มีประสบการณ์การทำงานมาพอสมควรทีเดียว สำหรับ Head Hunter นั้นจะต่างจาก Database Recruiter ก็ตรงที่จะบุกหาข้อมูลทุกวิถีทางและติดต่อเจรจาสร้างแรงจูงใจกับผู้สมัครโดยตรงซึ่งบางทีผู้สมัครนั้นอาจจะกำลังทำงานอยู่และยังไม่สนใจหางานหรือลงประวัติไว้ที่ไหนด้วยซ้ำ ซึ่ง Database Recruiter จะเป็นการสรรหาจากแหล่งข้อมูลที่มีการรวบรวมไว้อยู่แล้ว โดยมากเป็นประวัติของผู้ที่ต้องการสมัครงาน และมักจะเป็นการซื้อข้อมูลจาก Online Job Boards ที่มีฐานข้อมูลที่ดี แล้วสิ่งที่ Recruitment Agency ต่างจากบริษัทที่ทำ Online Job Boards นั้นก็คือการสรรหาเชิงรุกที่ Recruitment Agency จะทำงานเสมือนฝ่ายบุคคลเลยด้วยซ้ำ เพื่อสรรหาคนที่เหมาะสมที่สุดให้องค์กร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1573 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_1292248927.jpg" alt="shutterstock 1292248927" width="600" height="370" title="ช่องทางการสรรหาบุคคลากร (Recruitment Channel) ที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน 1026"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong><strong class="yellow-highlighter"><strong class="green-highlighter"> ข้อได้เปรียบ </strong></strong></strong></span></p>
<ul>
<li>มีตัวกลางในการช่วยสรรหา ตั้งแต่ประกาศรับสมัคร ไปจนถึงคัดเลือกคนที่น่าสนใจ</li>
<li>ได้คนที่มีประสิทธิภาพ ผ่านการคัดกรองมาดีเยี่ยม มีตัวเลือกที่ดี</li>
<li>ความลับไม่รั่วไหล (กรณีต้องการให้การหางานเป็นความลับ)</li>
<li>มีผู้เชี่ยวชาญด้านการสรรหาเป็นที่ปรึกษาที่ดี</li>
</ul>
<p><strong class="yellow-highlighter"> <span style="font-size: 14pt;">ข้อเสียเปรียบ </span></strong></p>
<ul>
<li>ไม่สามารถควบคุมข้อมูล หรือบริหารสื่อได้ด้วยตัวเอง</li>
<li>มีค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร</li>
<li>บางครั้งสรรหาคนยาก เพราะคนมีศักยภาพที่ต้องการส่วนใหญ่มักยังทำงานอยู่ที่บริษัทเดิม หรือไม่ได้ต้องการงานใหม่</li>
<li>ต้องจ่ายอัตราจ้างที่แพงขึ้น อาจมาจากการทุ่มเงินซื้อตัว หรือจ่ายเปอร์เซนต์ให้กับบริษัทจัดหางาน</li>
</ul>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ช่องทางที่โดดเด่นและน่าสนใจ</strong></div>
<div>
<ul>
<li><strong>Adecco</strong> (<a href="https://adecco.co.th/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://adecco.co.th/</a>)  หากพูดถึงบริษัทจัดหางานเชิงรุกที่ขึ้นชื่อของเมืองไทยหลายๆ คนต้องนึกถึงแบรนด์นี้มาเป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียว นอกจากการสรรหาเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพแล้ว ทาง Adecco ยังเป็นที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้สำหรับผู้สมัครงานทั่วไปอีกด้วย และการันตีคุณภาพของผู้สมัครงานได้เป็นอย่างดี แถม Adecco เองก็ยังมีการสร้างแบรนด์ของตัวเองที่ดีด้วยเช่นกัน</li>
<li><strong>REERACOEN</strong> (<a href="http://www.reeracoen.co.th" target="_blank" rel="nofollow noopener">www.reeracoen.co.th</a>)   หากนึกถึงบริษัทจัดหางาน แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในเมืองไทยอย่างสูงต้องยกให้ REERACOEN  บริษัทจัดหางานนี้อยู่ในเครือของ neocareer group ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%; text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruitmentagency/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8162 size-thumbnail aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/5802091675f8c35e55e63c5c9d095f19.jpg" alt="5802091675f8c35e55e63c5c9d095f19" width="600" height="370" title="ช่องทางการสรรหาบุคคลากร (Recruitment Channel) ที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน 1027"></a><span style="font-size: 12pt;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruitmentagency/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener">แนะนำ 42 บริษัทจัดหางานในประเทศไทย และเปรียบเทียบข้อดีของแต่ละที่</a></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h3>6. สื่อของตนเอง (Own Media)</h3>
<p>สื่อประกาศรับสมัครงานที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งก็คือช่องทางการรับสมัครงานผ่านสื่อของตนเอง ทั้งเว็บไซต์ และ Social Media อย่าง Facebook ซึ่งการประกาศงานผ่านสื่อนี้เป็นที่นิยมทั้งในระดับองค์กรเล็กและองค์กรใหญ่ แล้วฝ่ายทรัพยากรบุคคลเองก็เริ่มหันมาใส่ใจในรายละเอียดสื่อของตนมากยิ่งขึ้นด้วย สำหรับบริษัทเล็กหรือแม้แต่ Start Up ทั้งหลายที่อาจจะยังไม่พร้อมที่จะมีพนักงานฝ่ายบุคคลนัก ก็จะนิยมใช้ช่องทางนี้เปิดรับสมัครผู้สนใจร่วมงานโดยตรง และคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ทั้งหลายที่รู้ความต้องการของตัวเอง หรืออยากร่วมงานกับองค์กรแบบไหน ก็มักจะเสิร์ชหาองค์กรนั้นเพื่อค้นหาประกาศรับสมัครงานและติดต่อสมัครโดย ส่วนองค์กรที่มีขนาดใหญ่มาก โดยเฉพาะองค์กรที่เครือข่ายอยู่หลายสาขาในประเทศต่างๆ ก็มักจะสร้าง Job Network ของตัวเองไว้ในสื่อของตนด้วยเช่นกัน</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong><strong class="yellow-highlighter"><strong class="green-highlighter"> ข้อได้เปรียบ </strong></strong></strong></span></p>
<ul>
<li>บริหารจัดการได้ด้วยตนเอง สร้างสรรค์สื่อได้ไม่จำกัด รวดเร็ว</li>
<li>คัดกรองผู้สมัครที่อยากร่วมงานกับองค์กรได้ดี มักเป็นผู้ที่มีความสนใจและรู้จักองค์กรเป็นอย่างดี</li>
<li>มีฐานข้อมูลเป็นของตนเอง</li>
<li>ประหยัดงบประมาณองค์กร</li>
</ul>
<p><strong class="yellow-highlighter"> <span style="font-size: 14pt;">ข้อเสียเปรียบ </span></strong></p>
<ul>
<li>ไม่มีการกระจายสื่อในวงกว้าง หรือกลุ่มคนอื่นๆ</li>
<li>ไม่มีโอกาสได้บุคคลที่มีความสามารถ แต่อาจไม่ได้เข้ามาที่สื่อของบริษัท</li>
</ul>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ช่องทางที่โดดเด่นและน่าสนใจ</strong></div>
<div>
<ul>
<li><strong>BOSCH Thailand</strong>(<a href="http://www.bosch.co.th" target="_blank" rel="nofollow noopener">www.bosch.co.th</a>) : เป็นองค์กรด้านเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์จากเยอรมันที่มีชื่อเสียงทั่วโลก สำหรับเมืองไทยเอง BOSCH สร้าง Career Community ที่ดีและเป็นระบบ ในเว็บไซต์เองฝ่าย HR สร้างเซ็กชั่นรับสมัครงานไว้อย่างมีคุณภาพ รวมถึงภาพลักษณ์ที่ดี เปิดโอกาสต้อนรับคนทุกรูปแบบ และสร้างสัมพันธ์กับผู้ที่สนใจร่วมงานกับองค์กรได้ดี แล้วนวัตกรรมล่าสุดที่น่าสนใจของ BOSCH Thailand ก็คือการเปิด Career Fair Online ครั้งแรกในไทยที่เปิดรับสมัครงานและให้ผู้สมัครสามารถ Live Chat กับทางองค์กรได้ทันที ดึงดูดคนรุ่นใหม่ มีความคิดสร้างสรรค์ได้ดี</li>
<li><strong>MINOR International</strong> : บริษัทไทยขนาดใหญ่ที่ขยายตัวหลากหลายธุรกิจแบ่งเป็น 3 หมวดใหญ่ๆ คือ 1.Minor Hotel ที่ดูแลโรงแรมในเครือทั่วโลกมากมาย อาทิ Anatara, AVANI, Four Seasons เป็นต้น 2.Minor Food (<a href="http://www.minorfood.com" target="_blank" rel="nofollow noopener">www.minorfood.com</a>) ที่ดูแล Sizzler, Burger King, Swensen’s, The Pizza Company เป็นต้น 3.Minor Lifestyle ที่ดูแล ESPRIT, anello, Bodum เป็นต้น ทำให้ยักษ์ใหญ่นี้ต้องการแรงงานที่หลากหลายมากและตลอดเวลา แทบทุกสาขาอาชีพ ทุกระดับ ในเว็บไซต์ขององค์กรเองก็มีการจัดหางานแยกระดับงานเช่นกัน มีการประกาศงานและให้ข้อมูลอยู่เสมอ โดยเฉพาะในกลุ่มของ Minor Food</li>
<li><strong>Marriott</strong> (http://www.careers.marriott.com/th-TH/) : เครือโรงแรมใหญ่ระดับโลกนี้มีโรงแรมที่ดูแลมากมายตั้งแต่ Marriott, The Ritz-Carlton ไปจนถึงโรงแรมชิคอย่าง W Hotels เป็นต้น มีการบริหารจัดการบุคคลที่ดีมากและเป็นระบบเดียวกันทั่วโลก ในไทยเองก็มีเซ็กชั่น Marriott Careers ที่สร้างภาพลักษณ์องค์กรได้ดีมาก เปิดรับคนทุกระดับ มีโอกาสงานมากมายทั้งในไทยและทั่วโลกเอง สามารถเข้าไปสมัครงานที่องค์กรได้โดยตรง</li>
</ul>
</div>
</div>
<div>
<div class="focused-block--has-title">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/employee-referrals-210624/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8237 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/6f2c5ff9cf58f880b00bfe5ac796374f-1.jpg" alt="การสมัครงาน Employee Referrals เพื่อนแนะนำเพื่อน HR NOTE " width="500" height="326" title="ช่องทางการสรรหาบุคคลากร (Recruitment Channel) ที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน 1028"></span></a><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/employee-referrals-210624/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">5 วิธีการรับสมัครงานแบบอ้างอิงหรือเพื่อนแนะนำเพื่อน (Employee Referrals) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
</div>
<h3>7. มหกรรมจัดหางาน (Job Fair)</h3>
<p>มหกรรมจัดงานงานเป็นอีกช่องทางการหางานที่มีประสิทธิภาพทีเดียว เป็นการประกาศรับสมัครงานที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่หางานกับผู้ที่จ้างงานได้มาเจอกันโดยตรง มหกรรมหางานที่มีขนาดใหญ่ ดูน่าเชื่อถือ ก็จะสามารถชักชวนคุณมีคุณภาพมาร่วมงานในเป็นจำนวนมาก และมีโอกาสได้งานที่สูง ส่วนมหกรรมหางานเฉพาะกลุ่มก็อาจตรงกลุ่มเป้าหมายมากกว่า และได้ผู้ที่มีความสามารถเฉพาะทางที่ดี บริษัทที่เป็นระบบ Online Job Board ขนาดใหญ่มักจะใช้เครื่องมือนี้ในการหาข้อมูลและสร้างความสำพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีการจัดกิจกรรมย่อยที่นิยมและประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเฉพาะกับเด็กที่จบใหม่คือการจัด Job Fair ในมหาวิทยาลัยต่างๆ, ไปจนถึงการจัดกิจกรรม Walk-In Interview ที่บริษัทมักเปิดรับสมัครงานโดยตรง หรือแม้แต่ Open House Job Fair ที่บริษัทใหญ่ๆ มักจะเป็นเจ้าภาพในการจัดมหกรรมสรรหางานด้วยตนเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1572 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_350876639.jpg" alt="shutterstock 350876639" width="600" height="370" title="ช่องทางการสรรหาบุคคลากร (Recruitment Channel) ที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน 1029"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong><strong class="yellow-highlighter"><strong class="green-highlighter"> ข้อได้เปรียบ </strong></strong></strong></span></p>
<ul>
<li>องค์กรสามารถพบปะกับผู้สมัครได้โดยตรง ไม่เสียเวลาในขั้นตอนต่างๆ มาก</li>
<li>มักได้ผู้สมัครที่สนใจอยากได้งานทำจริงๆ</li>
<li>ข้อดีสำหรับองค์กรที่ต้องการได้นักศึกษาจบใหม่ ไฟแรง เพราะคนกลุ่มวัยเริ่มต้นทำงานนี้จะชอบและอยากไปเดิน Job Fair มากกว่าคนที่มีประสบการณ์การทำงานมานานแล้ว</li>
<li>สามารถเห็นบุคลิกภาพของผู้สมัครได้โดยตรง</li>
<li>สามารถสื่อสารได้สองทาง สอบถามและถามตอบข้อมูลได้ทันท่วงที</li>
<li>สร้างภาพลักษณ์ให้องค์กร และสร้างความประทับใจให้ผู้สมัครงานได้ดี</li>
<li>สามารถมอบองค์ความรู้อื่นได้ด้วย อาทิ เสวนา, เวิร์คช็อป เป็นต้น</li>
</ul>
<p><strong class="yellow-highlighter"> <span style="font-size: 14pt;">ข้อเสียเปรียบ </span></strong></p>
<ul>
<li>มีค่าใช้จ่ายหลายส่วน</li>
<li>เสียเวลา และ เสียกำลังคน ในการไปร่วมงาน</li>
<li>ไม่มีสิทธิ์คัดกรองผู้สมัครมากนัก</li>
</ul>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ช่องทางที่โดดเด่นและน่าสนใจ</strong></div>
<div>
<ul>
<li><strong>Japan Job Fair</strong> : มหกรรมจัดหางานที่มีความเฉพาะตัวและโดดเด่นที่สุดงานหนึ่ง โดยรวบรวมบริษัทญี่ปุ่นในไทยมาออกบูทรับสมัครงานโดยตรง มีคนร่วมงานเป็นจำนวนมาก เป็นมหกรรมจัดหางานที่น่าเชื่อถือเพราะเจ้าภาพก็คือ หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ ที่จับมือร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงแรงงาน, JTRO (Japan External Trade Organization) และ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย</li>
<li><strong>Startup Thailand Job Fest</strong> : ทั่วโลกมีนโยบายสนับสนุนธุรกิจ Startup จริงจังมากขึ้น รวมถึงเมืองไทยด้วย ซึ่งองค์กรหลักที่เป็นสื่อกลางในเรื่องนี้ก็คือ Startup Thailand (<a href="http://www.startupthailand.org" target="_blank" rel="nofollow noopener">www.startupthailand.org</a>) ที่ดูแลโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) แล้วหน่วยงานนี้ก็เป็นเจ้าภาพในการจัด Startup Thailand Job Fest ที่เป็นแหล่งงานสำหรับคนที่สนใจธุรกิจรูปแบบ Startup โดยเฉพาะ ทั้งยังเน้นไปที่ Tech Startup และ Innovative Corporate ด้วย มีตั้งแต่องค์กรใหญ่ ไปจนถึงองค์กรเล็ก และรวมรวบบริษัทลักษณะนี้ไว้จำนวนมาก ทั้งยังสร้างเครือข่ายเฉพาะตัวได้ดีทีเดียว</li>
<li><strong>Central Group</strong> : องค์กรใหญ่ที่มีการจัดการด้านฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่มีประสิทธิภาพมาก ทั้งยังมีการจ้างงานในหลายระดับ และแต่ละระดับก็จะมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน กิจกรรมที่ Central Group ทำอย่างสม่ำเสมอก็คือ Walk-In Interview ทั้งงานระดับบริหารและงานระดับบริการทั่วไป องค์กรมีคุณภาพ น่าเชื่อถือ งานน่าทำ และมีคนสนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมากเช่นกัน</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190617-recruitment-marketing/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8297 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/9644b9e8fa947ce99e2f382fac6bfd5d-1.jpg" alt="9644b9e8fa947ce99e2f382fac6bfd5d 1" width="500" height="334" title="ช่องทางการสรรหาบุคคลากร (Recruitment Channel) ที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน 1030"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190617-recruitment-marketing/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener">การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing)<br />
กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ข้อสรุป Recruitment Channel</h2>
<p>ช่องทางในการสรรหาทรัพยากรบุคคลยุคปัจจุบันมีหลากหลายมาก ดังนั้นฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ควรเลือกช่องทางในการประกาศรับสมัครงานให้ดีและเหมาะสม บางตำแหน่งงานอาจเหมาะประกาศในบางช่องทาง บางตำแหน่งงานอาจจะเหมาะสมทุกช่องทาง หรือบางตำแหน่งงานควรเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ฝ่าย HR ควรพิจารณาให้ดีและเหมาะสม แต่ก็ไม่จำเป็นเสมอไปว่าการประกาศรับสมัครงานนั้นจะต้องเลือกช่องทางใดช่องทางหนึ่ง อาจใช้หลากหลายช่องทาง หรือผสมผสานหลากหลายรูปแบบก็ได้ ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ระยะเวลา รวมถึงงบประมาณในการสรรหาทรัพยากรบุคคลขององค์กรด้วยเช่นกัน</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31978 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE" width="1600" height="500" title="ช่องทางการสรรหาบุคคลากร (Recruitment Channel) ที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน 1031" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>9 ปัญหาของการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร (Recruitment Problems) ที่ HR ต้องเจอ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/190318-recruitment-problem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Mar 2019 09:20:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[การสรรหาบุคคลากร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/190318-recruitment-problem/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ปัญหาของการสรรหาพนักงานเกิดขึ้นได้เสมอ (Recruitment Problems) ดังนั้นองค์กรควรมีมาตรฐานในการสรรหาที่ชัดเจน ยุติธรรม น่าเชื่อถือ และเป็นระบบระเบียบ พนักงานที่ทำหน้าที่สรรหาคนจะต้องมีประสิทธิภาพ อ่านคนให้เห็น ผู้สมัครเก่งแค่ไหน หากทัศนคติไม่สอดคล้องกัน หรือไม่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร ก็ตกม้าตายได้ เงินเดือนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจของทุกฝ่าย HR ที่ดีควรมีทักษะและศิลปะในการต่อรอง ไม่ว่าจะองค์กรระดับไหนก็ย่อมอยากได้พนักงานที่มีฝีมือมีศักยภาพมาร่วมงานด้วยทั้งนั้น แต่กว่าจะได้พนักงานมาร่วมงานแต่ละคนต่างก็มีกระบวนการมากมายตั้งแต่การสรรหาไปจนถึงการคัดเลือกที่เหมาะสม แน่นอนว่าระหว่างกระบวนการนั้นย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นมากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครที่เคยมีประสบการณ์ผ่านงานมาอย่างโชคโชน หรือจะเป็นผู้สมัครมือใหม่ที่เพิ่งเรียบจดมาหมาดๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีปัญหาต่างกันไปคนละรูปแบบ ผ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ก็ควรจะเตรียมรับมือให้พร้อมกับปัญหาหลากรูปแบบที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน 1. ปัญหาเรื่องมาตรฐานเกรดที่ไม่เท่ากัน แน่นอนว่าหลักฐานแรกที่ฝ่าย HR ต้องใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการสรรหาเลยก็คือเรื่องของผลการเรียน นอกจากจะวัดความสามารถได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว ผลการเรียนยังสะท้อนความรับผิดชอบของคนคนนั้นได้ดีอีกด้วย แต่ปัญหาที่ฝ่าย HR ทุกบริษัทต้องเจอก็คือมาตรฐานการออกเกรดเฉลี่ยของแต่ละสถาบันนั้นแตกต่างกันสิ้นเชิง เกณฑ์การตัดเกรดของบางที่ก็ง่าย บางทีก็ยาก หรือแม้แต่เกณฑ์การให้เกียรตินิยมของแต่ละสถาบันก็ต่างกันด้วย ผู้สมัครบางคนอาจมีเกรดเฉลี่ยที่เท่ากัน แต่เกณฑ์ของแต่ละที่นั้นต่างกัน ฝ่ายบุคคลควรเข้าใจระบบและมาตรฐานนี้อย่างละเอียด แนวทางแก้ปัญหา ตัวเลขอย่างเดียวไม่สามารถบ่งบอกความสามารถของคนได้เหมือนกัน เพราะเกรดนั้นออกมาจากคนละมาตรฐานกัน เบื้องต้นฝ่าย HR ควรศึกษาและรู้จักกับแต่ละสถาบันก่อน และจัดมาตรฐานของแต่ละสถาบันให้เป็นบรรทัดฐานของบริษัทก่อนเป็นอับดับแรก ก่อนที่จะดูเกรดและหยั่งน้ำหนักกับผู้สมัครอีกที วิชาชีพหรือสายงานที่ต่างกัน ก็มีส่วนทำให้มาตรฐานการจัดลำดับสถาบันต่างกันด้วย วิชาชีพหนึ่งอาจจะโดดเด่นในสถาบันหนึ่ง แต่อีกวิชาชีพในสถาบันเดียวกันนี้อาจจะเป็นรองสถาบันอื่นก็ได้ ดังนั้นฝ่าย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--has-title">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><strong>HIGHLIGHT</strong></div>
<div>
<ul>
<li>ปัญหาของการสรรหาพนักงานเกิดขึ้นได้เสมอ (Recruitment Problems) ดังนั้นองค์กรควรมีมาตรฐานในการสรรหาที่ชัดเจน ยุติธรรม น่าเชื่อถือ และเป็นระบบระเบียบ</li>
<li>พนักงานที่ทำหน้าที่สรรหาคนจะต้องมีประสิทธิภาพ อ่านคนให้เห็น</li>
<li>ผู้สมัครเก่งแค่ไหน หากทัศนคติไม่สอดคล้องกัน หรือไม่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร ก็ตกม้าตายได้</li>
<li>เงินเดือนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจของทุกฝ่าย HR ที่ดีควรมีทักษะและศิลปะในการต่อรอง</li>
</ul>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8305 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/9a32be9f56c9575fab40a525a519f110-1.jpg" alt="9 ปัญหาของการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร (Recruitment Problems) ที่ HR ต้องเจอ" width="500" height="370" title="9 ปัญหาของการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร (Recruitment Problems) ที่ HR ต้องเจอ 1040"></p>

<p>ไม่ว่าจะองค์กรระดับไหนก็ย่อมอยากได้พนักงานที่มีฝีมือมีศักยภาพมาร่วมงานด้วยทั้งนั้น แต่กว่าจะได้พนักงานมาร่วมงานแต่ละคนต่างก็มีกระบวนการมากมายตั้งแต่การสรรหาไปจนถึงการคัดเลือกที่เหมาะสม แน่นอนว่าระหว่างกระบวนการนั้นย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นมากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครที่เคยมีประสบการณ์ผ่านงานมาอย่างโชคโชน หรือจะเป็นผู้สมัครมือใหม่ที่เพิ่งเรียบจดมาหมาดๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีปัญหาต่างกันไปคนละรูปแบบ ผ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ก็ควรจะเตรียมรับมือให้พร้อมกับปัญหาหลากรูปแบบที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน</p>
<h3>1. ปัญหาเรื่องมาตรฐานเกรดที่ไม่เท่ากัน</h3>
<p>แน่นอนว่าหลักฐานแรกที่ฝ่าย HR ต้องใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการสรรหาเลยก็คือเรื่องของผลการเรียน นอกจากจะวัดความสามารถได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว ผลการเรียนยังสะท้อนความรับผิดชอบของคนคนนั้นได้ดีอีกด้วย แต่ปัญหาที่ฝ่าย HR ทุกบริษัทต้องเจอก็คือมาตรฐานการออกเกรดเฉลี่ยของแต่ละสถาบันนั้นแตกต่างกันสิ้นเชิง เกณฑ์การตัดเกรดของบางที่ก็ง่าย บางทีก็ยาก หรือแม้แต่เกณฑ์การให้เกียรตินิยมของแต่ละสถาบันก็ต่างกันด้วย ผู้สมัครบางคนอาจมีเกรดเฉลี่ยที่เท่ากัน แต่เกณฑ์ของแต่ละที่นั้นต่างกัน ฝ่ายบุคคลควรเข้าใจระบบและมาตรฐานนี้อย่างละเอียด</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>แนวทางแก้ปัญหา</strong></div>
<div>
<ul>
<li>ตัวเลขอย่างเดียวไม่สามารถบ่งบอกความสามารถของคนได้เหมือนกัน เพราะเกรดนั้นออกมาจากคนละมาตรฐานกัน เบื้องต้นฝ่าย HR ควรศึกษาและรู้จักกับแต่ละสถาบันก่อน และจัดมาตรฐานของแต่ละสถาบันให้เป็นบรรทัดฐานของบริษัทก่อนเป็นอับดับแรก ก่อนที่จะดูเกรดและหยั่งน้ำหนักกับผู้สมัครอีกที</li>
<li>วิชาชีพหรือสายงานที่ต่างกัน ก็มีส่วนทำให้มาตรฐานการจัดลำดับสถาบันต่างกันด้วย วิชาชีพหนึ่งอาจจะโดดเด่นในสถาบันหนึ่ง แต่อีกวิชาชีพในสถาบันเดียวกันนี้อาจจะเป็นรองสถาบันอื่นก็ได้ ดังนั้นฝ่าย HR ควรจะจัดมาตรฐานตามวิชาชีพหรือคณะอีกครั้งด้วย ไม่ควรใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกคณะในสถาบันเดียวกัน แต่ควรยึดสายอาชีพเป็นหลักด้วย เพื่อชั่งน้ำหนักร่วมกัน</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block--has-title" style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 358px;">
<tbody>
<tr style="height: 358px;">
<td style="width: 100%; height: 358px;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190305-hr-score-candidate/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8307 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/3b01ddf20da0b530db6b60fa62e1019d-1.jpg" alt="หลักเกณฑ์ ประเมิน คัดเลือก พนักงาน สัมภาษณ์งาน HR NOTE" width="500" height="334" title="9 ปัญหาของการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร (Recruitment Problems) ที่ HR ต้องเจอ 1041"></a><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190305-hr-score-candidate/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener">5 หลักเกณฑ์สำคัญที่ฝ่ายบุคคล (HR) ใช้ประเมินผู้สมัครงาน</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h3>2. ปัญหาเรื่องอัตราจ้างที่ไม่ลงตัว</h3>
<p>หนึ่งในหน้าที่สำคัญของฝ่าย HR ก็คือการเจรจาต่อรองอัตราจ้าง และมักเป็นปัญหาลำดับต้นๆ ของการจ้างงานเลยทีเดียว ผู้สมัครบางคนเลือกที่จะปฏิเสธเพราะไม่พอใจเงินเดือนที่นำเสนอ หรือหากฝ่าย HR เจรจาต่อรองไม่สำเร็จก็อาจทำให้พลาดพนักงานดีๆ ให้กับบริษัทอื่นได้เช่นกัน หรือปัญหาเพดานเงินเดือนที่องค์กรกำหนด ก็อาจทำให้ฝ่าย HR มีอำนาจในการต่อรองกับผู้สมัครลดลง เพราะเงินเดือนเป็นปัจจัยสำคัญของการตัดสินใจของผู้สมัครในลำดับต้นๆ เช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1527 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_551956669.png" alt="9 ปัญหาของการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร (Recruitment Problems) ที่ HR ต้องเจอ" width="600" height="370" title="9 ปัญหาของการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร (Recruitment Problems) ที่ HR ต้องเจอ 1042"></p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>แนวทางแก้ปัญหา</strong></div>
<div>
<ul>
<li>กำหนดเพดานสูงสุดของอัตราที่สามารถจ้างได้ก่อน แล้วเบื้องต้นให้เลือกผู้สมัครเข้ามาสัมภาษณ์โดยดูจากฐานเงินเดือนล่าสุด ควรน้อยกว่าหรือเท่ากับอัตราสูงสุดที่บริษัทประเมินไว้ว่าสามารถจ้างได้ เพราะผู้สมัครส่วนใหญ่อยากได้งานที่เงินเดือนขึ้นอยู่แล้ว จากนั้นก็เป็นขั้นของการเจรจาต่อรอง กรณีที่เรียกร้องสูงว่า ก็ให้นำมาพิจาณาผลดี ผลเสีย และความคุ้มค่ากันอีกครั้งหนึ่ง</li>
<li>หากเพดานในเรื่องอัตราจ้างจำกัด ฝ่าย HR อาจเสนอข้อต่อรองอื่นเพิ่มเติมได้ อย่างเช่น เพิ่มวัดหยุดให้, จัดคอร์สอบรมพัฒนาความสามารถให้, หรือแม้แต่ยืดหยุ่นเรื่องเวลาทำงาน ทั้งนี้ขึ้นต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและวัฒนธรรมของแต่ละองค์ด้วย</li>
</ul>
</div>
</div>
<h3>3. ปัญหาเรื่องความไม่ชัดเจนขององค์กร</h3>
<p>หลายองค์กรถึงแม้ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่แต่ไม่มีความชัดเจนเรื่องโครงสร้างบริหารงาน ตลอดจนการประเมินการจ้างงานและกำหนดจำนวนพนักงาน เมื่อเกิดการไม่ประสานงานกัน หรือมีตำแหน่งงานไม่ชัดเจนแล้ว บางครั้งอาจเกิดการร้องขอการจ้างงานจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่อันที่จริงไม่สามารถจ้างได้เพราะไม่มีงบประมาณเพียงพอ หรืออาจจ้างมาแล้วก่อให้เกิดปัญหากับงบรวมของบริษัทขึ้น หรือบางทีก็อาจเป็นการจ้างงานซ้ำซ้อน และมีผังอำนาจการบริหารที่ไม่เป็นระบบได้เช่นกัน</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>แนวทางแก้ปัญหา</strong></div>
<div>
<ul>
<li>ฝ่าย HR กับผู้บริหารควรมีการวางผังบริหารงานทั้งองค์กรให้ชัดเจนและต้องเข้าใจร่วมกัน กรณีมีการร้องขอให้จ้างงานเพิ่มควรดูความเหมาะสมตามผังการบริหาร และควรพิจารณาตามสถานการณ์ปัจจุบันว่าสมควรรับพนักงานหรือไม่</li>
<li>สิ่งที่ฝ่าย HR ต้องคำนึงอีกเรื่องของงบประมาณรวมในการจ้างงาน หากมีการร้องขอพนักงานเพิ่ม ต้องพิจารณาว่ามีงบประมาณเพียงพอในการจ้างงานหรือไม่ หรือมีงบประมาณเท่าไรที่สามารถจ้างพนักงานในตำแหน่งนั้นๆ ได้</li>
</ul>
</div>
</div>
<h3>4. ปัญหาระบบการคัดเลือกขาดประสิทธิภาพ และฝ่ายคัดสรรไม่มีศักยภาพพอ</h3>
<p>ปัญหานี้ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าขึ้นอยู่กับฝ่าย HR โดยตรงเสีย เพราะนี่คือเจ้าภาพในการะบวนการนี้ทั้งหมด การคัดสรรที่ไม่มีคุณภาพนั้นอาจเริ่มตั้งแต่การออกแบบใบสมัครที่บกพร่อง, การประกาศรับสมัครงานที่ไม่ชัดเจน, การระบุข้อมูลไม่ครบ, คัดเลือกผู้สมัครเบื้องต้นจากใบสมัครหรือเรซูเม่ไม่เป็น, ไม่มีเกณฑ์การคัดเลือกที่ชัดเจน, พนักงานสัมภาษณ์ไม่มีประสิทธิภาพพอจะคัดเลือกพนักงาน, ตลอดจนหัวหน้าฝ่ายต่างๆ ที่ต้องการพนักงานนั้นคัดเลือกพนักงานที่มีศักยภาพไม่เป็น</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>แนวทางแก้ปัญหา</strong></div>
<div>
<ul>
<li>องค์กรควรคัดเลือกฝ่าย HR ที่ทำงานเป็นในหลายๆ มิติ ไม่ใช่คัดเลือกฝ่าย HR ในมาตรฐานของการทำงานเลขาณุการดูแลเอกสารหรือประสานงานเท่านั้น เพราะฝ่าย HR จริงๆ แล้วทำงานหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะกับเรื่องของการสื่อสารและดูแลพนักงาน พนักงานในฝ่าย HR ควรมีทักษะการสื่อสารที่ดีเป็นสำคัญด้วย ฝ่าย HR ที่มีประสิทธิภาพย่อมคัดเลือกพนักงานที่มีศักยภาพเข้ามาทำงานกับบริษัทได้</li>
<li>องค์กรไม่ควรอำนาจการตัดสินใจกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ควรมีการถ่วงดุลอำนาจกัน ข้อดีก็คือการมีความคิดเห็นจากหลายๆ ฝ่าย หลายๆ มุมมอง ทั้งจากเรื่องจิตวิทยาบุคคล และเรื่องการทำงานจริง เพื่อคัดเลือกคนที่เหมาะสมที่สุด อีกนัยหนึ่งก็เพื่อป้องกันการคัดเลือกที่ทุจริต อิงเส้นสาย พวกมากลากไป หรือแม้แต่รับสินบน นั่นอาจทำให้องค์กรไม่ได้คนมีคุณภาพเข้ามาร่วมทำงานได้เหมือนกัน</li>
</ul>
</div>
</div>
<h3>5. ปัญหาเรื่องทำเลที่ตั้งสำนักงานและการเดินทาง</h3>
<p>ดูเหมือนปัญหานี้จะเป็นปัญหาเล็กๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรโดยตรงกับการทำงานเลย แต่ปัญหาเล็กนี้ก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ของการจ้างงานกับหลายๆ บริษัทเช่นกัน บางครั้งผู้สมัครมีศักยภาพเหมาะสมทุกอย่าง แต่ติดปัญหาเพียงเรื่องการเดินทางอย่างเดียวที่ทำให้เกิดอุปสรรค์ต่อวิถีชีวิตได้ ก็อาจทำให้ปฏิเสธการร่วมงานกันได้ในที่สุด</p>
<p>ตำแหน่งที่ตั้งของสำนักงานมีผลต่อการตัดสินใจเลือกทำงานกับองค์กรแน่นอน ออฟฟิศที่อยู่ในอาคารสำนักงานใหญ่ใจกลางเมือง อาจสร้างแรงจูงใจได้ดีกว่าออฟฟิศที่อยู่นอกเมือง แถมยังเดินทางไม่สะดวก ปัญหาที่ตั้งสำนักงานนี้เป็นปัจจัยใหญ่ที่ผู้สมัครเลือกทำงานเช่นกัน บางคนอาจจะเลือกทำงานออฟฟิศกลางเมืองที่ให้เงินเดือนน้อยกว่า แต่เดินทางสะดวกกว่า มากกว่าเลือกออฟฟิศที่อยู่ไกล ที่อาจเสนอค่าจ้างที่ดีกว่าก็ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1528 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_1116582020.png" alt="9 ปัญหาของการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร (Recruitment Problems) ที่ HR ต้องเจอ" width="600" height="370" title="9 ปัญหาของการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร (Recruitment Problems) ที่ HR ต้องเจอ 1043"></p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>แนวทางแก้ปัญหา</strong></div>
<div>
<ul>
<li>บริษัทควรเปิดเผยตำแหน่งที่ตั้งให้ชัดเจน (กรณีที่เปิดเผยได้) เพื่อให้ผู้สมัครประเมินเรื่องการเดินทางเบื้องต้นได้ และสิ่งนี้ถึงจะเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ผู้สมัครงานจะเลือกสมัคร เป็นการคัดกรองผู้สมัครเบื้องต้นในด่านแรกด้วย</li>
<li>บริษัทที่อยู่ในทำเลไม่สะดวกในการเดินทางนัก หรืออยู่ในทำเลชุมชนเมืองแต่ไม่มีขนส่งสาธารณะที่สะดวกผ่าน ทางบริษัทอาจจัดสวัสดิการเรื่องการขนส่งเพิ่มเติมให้ เช่น มีรถตู้บริการจากออฟฟิศไปยังสถานีรถไฟฟ้า เป็นต้น ก็จะเป็นส่วนที่ทำให้ตัดสินใจร่วมงานได้ดีขึ้นเช่นกัน</li>
<li>หลายบริษัทที่ไม่อยากรับภาระจัดการเรื่องยิบย่อย อาจแก้ปัญหาโดยการบวกค่าเดินทางพิเศษ นอกเหนือจากอัตราเงินเดือนด้วย สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งจูงใจได้ดีเช่นกัน แต่ทางที่ดีฝ่าย HR ควรแจ้งเรื่องนี้อย่างชัดเจน ไม่หมกเม็ด และควรแยกจากเงินเดือน จริงๆ ไม่ควรแจ้งอัตราเงินเดือนที่รวมค่าเดินทางเข้าไปแล้ว เพราะผู้สมัครอาจรู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบได้เหมือนกัน</li>
<li>บางสายวิชาชีพนั้นไม่สามารถเลือกทำเลบริษัทที่เหมาะสมได้ เพราะได้ตั้งฐานที่มั่นหลักไว้แล้ว หรือเป็นโรงงานที่ต้องตั้งอยู่ในนิคมอุตสหกรรม ฝ่าย HR อาจช่วยแก้ปัญหาโดยใช้แรงจูงใจอื่นเพิ่มเติม อาทิ ชื่อเสียงและความมั่นคง, อัตราจ้างที่สูงและคุ้มค่า, สวัสดิการยานพาหนะ, หรือแม้แต่ที่พักอาศัย</li>
</ul>
</div>
</div>
<h3>6. การประกาศรับสมัครงานขาดแรงจูงใจที่ดีพอและใช้สื่อไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย</h3>
<p>การสร้างแรงจูงใจผ่านการประกาศรับสมัครงานนั้นเป็นสิ่งสำคัญหนึ่งที่ฝ่าย HR ยุคปัจจุบันให้ความสนใจอย่างยิ่ง เพราะนี่คือตัวคัดกรองด่านแรกที่จะทำให้คนสนใจมาร่วมงานกับบริษัท บางครั้งองค์กรหรือแม้กระทั่งฝ่าย HR อาจตกม้าตายตรงจุดนี้ เลือกใช้ประกาศที่ไม่เหมาะสม หรือเลือกช่องทางสื่อที่ไม่ตรงกลุ่มเป้ามาย ก็อาจทำให้พลาดได้พนักงานที่ดีได้เช่นกัน แรงจูงใจนั้นไม่ได้หมายถึงการใช้คำพูดที่สวยหรู โดนใจ หรืออาร์ตเวิร์คที่สวยงามดึงดูดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น บางครั้งการประกาศรับสมัครงานที่ดูเป็นทางการ ใช้คำที่เหมาะสม อาจดูน่าเชื่อถือและเป็นแรงจูงใจที่ดีกว่าโฆษณารับสมัครงานแนวครีเอทีฟก็ได้เหมือนกัน สิ่งจูงใจที่ดีอีกอย่างก็คือข้อมูล โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ที่ผู้สมัครจะได้รับ ตั้งแต่สวัสดิการ, การฝึกอบรม, การท่องเที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>แนวทางแก้ปัญหา</strong></div>
<div>
<ul>
<li>ข้อความในประกาศรับสมัครงานเป็นสิ่งสำคัญเบื้องต้น นอกจากความถูกต้อง ชัดเจน ครบถ้วนแล้ว การใช้ภาษาให้เหมาะกับตำแหน่งหรือวิชาชีพก็เป็นแรงจูงใจสำคัญเช่นกัน อย่างเช่นหากรับสมัคงานในตำแหน่งสร้างสรรค์ ควรใช้คำลักษณะบรรยาย ตลอดจนอาร์ตเวิร์คที่ดึงดูด หรือหากรับสมัครตำแหน่งบริหาร คำพูดควรดูเป็นทางการ อาร์ตเวิร์คควรดูน่าเชื่อถือ สร้างภาพลักษณ์องค์กรให้ได้ หรือหากรับสมัครตำแหน่งพนักงานบริการรายชั่วโมง ข้อมูลอัตราจ้างและสวัสดิการณ์ต่างๆ เป็นปัจจัยในการตัดสินใจที่สำคัญ เป็นต้น</li>
<li>การเลือกสื่อให้เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญ หากตำแหน่งงานดี สวัสดิการเด่น อัตราจ้างสูง การติดประกาศตามที่สาธารณะอาจไม่ใช่สื่อที่เหมาะสมเหมือนกับประกาศผ่านสื่อสิ่งพิมพ์หรือเว็บไซต์จัดหางาน หรือแม้แต่การประกาศผ่านเว็บไซต์เอง หากเป็นตำแหน่งบริหารอาจเลือกประกาศในบริษัทจัดหางานที่มีภาพลักษณ์ดี น่าเชื่อถือ กลุ่มเป้าหมายเป็นคนมีคุณภาพ ไม่เลือกลงประกาศในเว็บไซต์จัดงานสำหรับพนักงานระดับทั่วไป เป็นต้น</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-howtomakejobdes-190116/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/jobdes-scaled.jpg" alt="à¹à¸à¸µà¸¢à¸ Job Description (à¸à¸³à¸à¸£à¸£à¸¢à¸²à¸¢à¸¥à¸±à¸à¸©à¸à¸°à¸à¸²à¸) à¸­à¸¢à¹à¸²à¸à¹à¸£à¹à¸«à¹à¸à¸µà¹à¸¥à¸°à¹à¸à¸¥à¸µà¸¢à¸£à¹" width="431" height="266" title="9 ปัญหาของการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร (Recruitment Problems) ที่ HR ต้องเจอ 1044"></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-howtomakejobdes-190116/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener">เขียน Job Description (คำบรรยายลักษณะงาน) อย่างไรให้ดีและเคลียร์</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h3>7. ได้พนักงานขาดทักษะ ไม่มีความสามารถจริง หรือต่ำกว่ามาตรฐานที่คาดไว้</h3>
<p>ปัญหาที่มักพบบ่อยในการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรก็คือการที่ได้พนักงานที่ความสามารถไม่ตรงตามความต้องการ หรือไม่มีความสามารถจริงๆ ตามที่อ้างไว้ หรือทำงานได้ตำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ บางกรณีผู้สมัครอาจให้ข้อมูลที่เกินจริง สัมภาษณ์สร้างภาพ หรืออวดอ้างเกินมาตรฐานตน กรณีนี้ฝ่าย HR อาจต้องมองเกมให้ขาดให้ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1525 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_302948063.png" alt="9 ปัญหาของการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร (Recruitment Problems) ที่ HR ต้องเจอ" width="600" height="370" title="9 ปัญหาของการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร (Recruitment Problems) ที่ HR ต้องเจอ 1045"></p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>แนวทางแก้ปัญหา</strong></div>
<div>
<ul>
<li>ฝ่าย HR ควรประสานงานกับหัวหน้างานแต่ละฝ่ายที่ต้องการพนักงาน และสอบถามรวมถึงประเมินความสามารถให้ละเอียดรอบคอบ เพราะผู้เชี่ยวชาญแต่ละสายงานจะช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ได้ดีกว่า</li>
<li>ฝ่าย HR อาจต้องตรวจสอบข้อมูลของผู้สมัครในเชิงลึกอย่างจริงจัง เช็คข้อมูลประวัติการทำงานในอดีต หรือประเมินผู้สมัครให้รอบด้าน</li>
<li>บางทักษะ ฝ่าย HR สามารถทำการทดสอบเบื้องต้นได้ก่อน อาจให้การบ้านไปลองทำเพื่อทดสอบความสามารถ และประสิทธิภาพในการทำงาน แล้วค่อยนำมาประกอบการพิจารณารับในภายหลังได้ด้วย</li>
</ul>
</div>
</div>
<h3>8. พนักงานไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร</h3>
<p>บางครั้งปัญหาของพนักงานนั้นไม่ใช่เรื่องงานหรือความสามารถแต่เป็นเรื่องของการไม่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรต่างหาก การคัดสรรพนักงานโดยดูจากความสามารถหรือศักยภาพส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียวนั้นจึงไม่พอ อย่างบางคนเก่ง มีความสามารถเฉพาะตัวสูง ชอบการแข่งขัน แต่หากอยู่ในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับระบบทีม เน้นความสัมพันธ์ระหว่างกัน และไม่จำเป็นจะต้องแข่งขันทางธุรกิจ การอยู่ผิดที่ผิดทางก็อาจทำให้เกิดผลเสียได้เช่นกัน แต่การพิจารณาเรื่องนี้บางทีก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดั้งนั้นฝ่าย HR ควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและสังเกตผู้สมัครให้รอบด้านที่สุด</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>แนวทางแก้ปัญหา</strong></div>
<div>
<ul>
<li>ฝ่าย HR เองควรเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรของตนให้มากที่สุด เพื่อที่จะประเมินหรือคัดกรองผู้สมัครเบื้องต้นได้ ว่าแต่ละคนนั้นเหมาะกับวัฒนธรรมองค์กรเพียงไร สามารถทำงานไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่</li>
<li>สังเกตวัฒนธรรมองค์กรของบริษัทที่ผู้สมัครทำงานอยู่ปัจจุบัน หรือที่ผ่านมา ว่าเป็นอย่างไร มีลักษณะเหมือนหรือแตกต่างจากวัฒนธรรมองค์กรตนเอง บางครั้งผู้สมัครอาจไม่เหมาะกับวัฒนธรรมองค์กรเก่า แต่อาจจะเหมาะกับวัฒนธรรมองค์กรเราก็ได้ หากรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง ประเมินเป็น เปรียบเทียบได้ ก็อาจทำให้เราคัดคนที่ถูกต้องเหมาะสมเข้าองค์กรได้เหมือนกัน</li>
</ul>
</div>
</div>
<h3>9. ปัญหาด้านทัศนคติไม่ลงรอยกัน</h3>
<p>บ่อยครั้งที่คนเราไม่ถูกกันเพราะมีทัศนคติและความคิดเห็นที่ตรงกันข้าม เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนและมีผลต่อการทำงานพอสมควรทีเดียว ถึงแม้ผู้สมัครอาจจะมีความสามารถสูง เหมาะสมทุกคุณสมบัติ แต่หากมีทัศนคติที่แย่ก็อาจส่งผลกระทบด้านอื่นได้ รวมถึงส่งผลกระทบต่อเพื่อนร่วมงาน และองค์รวมของบริษัทได้ อย่างบางคนอาจจะทำงานเก่งมากๆ แต่ชอบดูถูกคนอื่น บางทีก็ไม่ควรเลือกมาทำงานในองค์กร หรือบางครั้งปัญหาทัศนคติเองก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลเหมือนกัน อย่างเช่นทัศนติส่วนตัวของผู้สัมภาษณ์ที่อาจไม่ถูกชะตากับผู้สมัครไปก่อน ทั้งๆ ที่ผู้สมัครอาจไม่มีปัญหากับคนอื่นในองค์กร อย่างนี้ก็ควรระวังเช่นกัน</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>แนวทางแก้ปัญหา</strong></div>
<div>
<ul>
<li>ฝ่าย HR ควรทำตัวเป็นกลาง มีทัศนคติที่เป็นกลาง แยกแยะทัศนคติส่วนตัวให้ออกให้ได้ อย่าใช้ทัศนคติส่วนตัวที่ไม่มีประโยชน์มาตัดสินผู้อื่นที่มีทัศนติต่างออกไป บางครั้งทัศนติส่วนบุคคลที่เป็นลบ อาจทำให้คนอื่นมององค์กรทั้งหมดเป็นลบไปด้วยได้ ฉะนั้นฝ่าย HR ต้องระวังให้ดี</li>
<li>ฝ่าย HR บางบริษัท โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ มักมีแบบทดสอบทางจิตวิทยาเบื้องต้นที่สามารถประเมินผลทัศนคติเบื้องต้นได้เป็นอย่างดีด้วย นั่นก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยคัดกรองได้เป็นอย่างดี</li>
<li>ในช่วงสัมภาษณ์งานเพิ่มคำถามที่ให้ผู้สมัครได้แสดงทัศนติเพิ่มขึ้น ให้แสดงความคิดเห็น คิดต่าง วิเคราะห์ เสนอความคิดหลากหลายมุมมอง และฝ่ายบุคคลก็ควรจะวิเคราะห์และประเมินทัศนติของคนให้เป็นด้วยReference Checks แบบมืออาชีพ พร้อม 17 ตัวอย่างคำถามที่นำไปใช้ได้จริง</li>
</ul>
</div>
</div>
<h2>บทสรุป Recruitment Problems</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1524 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_243996940.png" alt="9 ปัญหาของการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร (Recruitment Problems) ที่ HR ต้องเจอ" width="600" height="370" title="9 ปัญหาของการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร (Recruitment Problems) ที่ HR ต้องเจอ 1046"></p>
<p>กระบวนการสรรหาและคัดเลือกทรัพยากรบุคคลนั้นถือเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้องค์กรได้พนักงานที่มีศักยภาพและประสิทธิภาพเข้ามาร่วมงานด้วย การที่จะคัดสรรพนักงานได้เป็นอย่างดีนั้นฝ่ายที่ทำการคัดสรรอย่างฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เองก็ต้องมีประสิทธิภาพที่ดีด้วยเช่นกัน และหากองค์กรสามารถคัดเลือกพนักงานที่มีประสิทธิภาพเข้ามาร่วมงานกันได้จำนวนมาก นอกจากจะส่งผลดีที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้แล้วนั้น ยังส่งผลให้องค์กรมีภาพลักษ์ที่ดี น่าเชื่อถือ และน่าร่วมงานด้วย ซึ่งนั่นเป็นแรงจูงใจนำคัญหนึ่งที่ทำให้ทุกคนอยากเข้ามาร่วมงานกับองค์กร</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31978 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE" width="1600" height="500" title="9 ปัญหาของการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร (Recruitment Problems) ที่ HR ต้องเจอ 1047" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (Internal Recruitment)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/190314-internal-recruitment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Mar 2019 10:02:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[การสรรหาบุคคลากร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/190314-internal-recruitment/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Internal Recruitment คือการสรรหาบุคลากรจากภายในบริษัท ขั้นตอนการดำเนินการมักจะมีความรวดเร็ว ประหยัดงบประมาณ ไม่เสียเวลาในการคัดเลือก ข้อดีของ Internal Recruitment คือ HR รู้ศักยภาพของผู้สมัครในเชิงลึก ไม่ต้องเสียเวลาสอนงานใหม่ เป็นแรงจูงใจในความก้าวหน้าที่ดี ทำให้พนักงานในองค์กรพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (Internal Recruitment) คือ การค้นหาตลอดจนคัดเลือกบุคลากรเข้ามารับตำแหน่งเพื่อปฎิบัติงานในองค์กร แต่การสรรหาในกระบวนการนี้จะไม่ได้เป็นการประกาศรับสมัครงานแบบภายนอก หรือลงสื่อสาธารณะ ในทางตรงกันข้ามจะประกาศรับสมัครเฉพาะภายในองค์กร ผู้มีสิทธิ์สมัครเข้าคัดเลือกจะต้องเป็นพนักงานปัจจุบันขององค์กรเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดีบางครั้งอาจจะเปิดโอกาสให้คนภายนอกองค์กรที่สนใจสมัครเข้าร่วมคัดเลือกได้ แต่ก็ต้องเป็นการแนะนำตลอดจนรับรองจากคนภายในองค์กรเท่านั้น องค์กรเล็ก V.S. องค์กรใหญ่ ยิ่งองค์กรใหญ่มากเท่าไร ระบบการสรรหาบุคลากรภายในองค์กรยิ่งดีและมีประสิทธิภาพเท่านั้น โดยเฉพาะองค์กรที่มีเครือข่ายตลอดจนสาขาอยู่ทั่วโลก มีพนักงานหลากหลายเชื้อชาติ จะทำให้องค์กรมีตัวเลือกเพื่อเปรียบเทียบได้มากเท่านั้น การเปิดโอกาสให้กับพนักงานภายในองค์กรได้สมัครถือเป็นการพัฒนาตัวเองและมีความก้าวหน้าทางอาชีพด้วยเช่นกัน สิ่งนี้จะสร้างแรงจูงใจในการทำงาน สร้างแรงกระตุ้นในการพัฒนาตัวเอง ตลอดจนเป็นเสมือนสิทธิประโยชน์ที่ดีอย่างหนึ่งขององค์กรด้วย ทั้งยังเป็นสิ่งที่องค์กรแสดงการให้ความสำคัญต่อพนักงานของตัวเอง และเป็นภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับคนภายนอกที่เป็นแรงจูงใจให้อยากมาร่วมงานด้วยได้เช่นกัน สำหรับองค์กรขนาดเล็ก กระบวนการสรรหานี้อาจจะไม่เหมาะสักเท่าไร ยกเว้นกรณีเลื่อนตำแหน่งเพื่อความก้าวหน้าในการทำงาน ข้อดีก็คือบริษัทจะรู้จักกับผู้เข้าร่วมคัดเลือกทุกคนอย่างลึกซึ้ง แต่ข้อเสียก็คือมีตัวเลือกที่น้อย และอาจไม่ได้โอกาสรับคนที่มีความสามารถจากภายนอกมาร่วมงานด้วย ทำไมถึงต้องสรรหาคนภายในองค์กร? (Internal Recruitment) วัตถุประสงค์  เพื่อสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง : เหตุผลหนึ่งที่องค์กรรับสมัครงานภายในก็คือการสร้างแรงจูงใจในการทำงานเพื่อให้พนักงานขยันพัฒนาตัวเอง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--has-title">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><strong>HIGHLIGHT</strong></div>
<div>
<ul>
<li>Internal Recruitment คือการสรรหาบุคลากรจากภายในบริษัท ขั้นตอนการดำเนินการมักจะมีความรวดเร็ว ประหยัดงบประมาณ ไม่เสียเวลาในการคัดเลือก</li>
<li>ข้อดีของ Internal Recruitment คือ HR รู้ศักยภาพของผู้สมัครในเชิงลึก ไม่ต้องเสียเวลาสอนงานใหม่</li>
<li>เป็นแรงจูงใจในความก้าวหน้าที่ดี ทำให้พนักงานในองค์กรพัฒนาตนเองอยู่เสมอ</li>
<li>ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร</li>
</ul>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8318 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/c37a49f5f179eb6cff802d6f72bec495-1.jpg" alt="การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร Internal Recruitment HR NOTE" width="500" height="250" title="การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (Internal Recruitment) 1057"></strong></p>
<p><strong>การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (</strong><strong>Internal Recruitment) </strong>คือ การค้นหาตลอดจนคัดเลือกบุคลากรเข้ามารับตำแหน่งเพื่อปฎิบัติงานในองค์กร แต่การสรรหาในกระบวนการนี้จะไม่ได้เป็นการประกาศรับสมัครงานแบบภายนอก หรือลงสื่อสาธารณะ ในทางตรงกันข้ามจะประกาศรับสมัครเฉพาะภายในองค์กร ผู้มีสิทธิ์สมัครเข้าคัดเลือกจะต้องเป็นพนักงานปัจจุบันขององค์กรเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดีบางครั้งอาจจะเปิดโอกาสให้คนภายนอกองค์กรที่สนใจสมัครเข้าร่วมคัดเลือกได้ แต่ก็ต้องเป็นการแนะนำตลอดจนรับรองจากคนภายในองค์กรเท่านั้น</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>องค์กรเล็ก </strong><strong>V.S. องค์กรใหญ่</strong></div>
<div>
<p>ยิ่งองค์กรใหญ่มากเท่าไร ระบบการสรรหาบุคลากรภายในองค์กรยิ่งดีและมีประสิทธิภาพเท่านั้น โดยเฉพาะองค์กรที่มีเครือข่ายตลอดจนสาขาอยู่ทั่วโลก มีพนักงานหลากหลายเชื้อชาติ จะทำให้องค์กรมีตัวเลือกเพื่อเปรียบเทียบได้มากเท่านั้น การเปิดโอกาสให้กับพนักงานภายในองค์กรได้สมัครถือเป็นการพัฒนาตัวเองและมีความก้าวหน้าทางอาชีพด้วยเช่นกัน สิ่งนี้จะสร้างแรงจูงใจในการทำงาน สร้างแรงกระตุ้นในการพัฒนาตัวเอง ตลอดจนเป็นเสมือนสิทธิประโยชน์ที่ดีอย่างหนึ่งขององค์กรด้วย ทั้งยังเป็นสิ่งที่องค์กรแสดงการให้ความสำคัญต่อพนักงานของตัวเอง และเป็นภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับคนภายนอกที่เป็นแรงจูงใจให้อยากมาร่วมงานด้วยได้เช่นกัน</p>
<p>สำหรับองค์กรขนาดเล็ก กระบวนการสรรหานี้อาจจะไม่เหมาะสักเท่าไร ยกเว้นกรณีเลื่อนตำแหน่งเพื่อความก้าวหน้าในการทำงาน ข้อดีก็คือบริษัทจะรู้จักกับผู้เข้าร่วมคัดเลือกทุกคนอย่างลึกซึ้ง แต่ข้อเสียก็คือมีตัวเลือกที่น้อย และอาจไม่ได้โอกาสรับคนที่มีความสามารถจากภายนอกมาร่วมงานด้วย</p>
</div>
</div>
<h2>ทำไมถึงต้องสรรหาคนภายในองค์กร? (Internal Recruitment)</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1496" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/12/shutterstock_1212039358.jpg" alt="shutterstock 1212039358" width="600" height="370" title="การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (Internal Recruitment) 1058"></p>
<h2><span style="font-size: 18pt;">วัตถุประสงค์ </span></h2>
<ul>
<li><strong>เพื่อสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง :</strong> เหตุผลหนึ่งที่องค์กรรับสมัครงานภายในก็คือการสร้างแรงจูงใจในการทำงานเพื่อให้พนักงานขยันพัฒนาตัวเอง เพราะยิ่งพัฒนาให้เห็นศักยภาพได้มากเท่าไร ก็ยิ่งมีแต้มต่อในการแข่งขันมากเท่านั้น มีโอกาสที่จะได้รับการคัดเลือกสูง และการรับสมัครหรือให้งานกับคนภายในองค์กรส่วนใหญ่แล้วคือความก้าวหน้าในงานมากกว่าถดถอยมาจุดที่ต่ำกว่า</li>
<li><strong>สร้างมูลค่าให้กับบริษัท :</strong> ยิ่งบริษัทใหญ่เท่าไร การรับสมัคงานภายในองค์กรยิ่งทำให้บริษัทมีคุณค่ามากเท่านั้น และนี่เป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจสำคัญที่จะทำให้คนภายนอกอยากจะเข้ามาร่วมงานกับองค์กร เพราะสามารถเห็นความก้าวหน้าได้ชัดเจน</li>
<li><strong>ต้องการประหยัดงบ :</strong> การสรรหาบุคลากรในองค์กรนั้นอาจไม่ต้องใช้งบประมาณมาก สามารถทำประกาศติดภายในองค์กร หรือส่งข่าวแจ้งการรับสมัครผ่านเครือข่ายอีเมลของบริษัทได้ ไม่จำเป็นจะต้องเสียเงินเพื่อลงประกาศตามสื่อต่างๆ หรือเสียเงินให้บริษัทจัดหางานในการสรรหาบุคคลให้</li>
<li><strong>เร่งด่วน และไม่ต้องการเสียเวลา :</strong> หากต้องการคนมาทำงานอย่างเร่งด่วน มีเวลาในการสรรหาไม่มาก หรือไม่มีเวลาเรียนรู้งานมากนัก และไม่ต้องการเสียเวลาในกระบวนการสรรหาและคัดเลือกที่มีหลายขั้นตอน การคัดสรรบุคลากรภายในองค์กรอาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด</li>
<li><strong>เพื่อให้ได้คนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และมีบุคคลการันตี :</strong> การสรรหาบุคลากรภายในองค์กรนั้นฝ่าย HR จะรู้จักศักยภาพของพนักงานเป็นอย่างดี ต่างจากคนภายนอกที่อาจไม่รู้จักเลย หรือหากต้องการคนที่เก่งและเหมาะสมวิธีการที่คนภายในองค์กรแนะนำคนที่รู้จักมาสมัครก็เป็นการช่วยการันตีศักยภาพของผู้สมัครได้ดีเช่นกัน</li>
</ul>
<h2>ประเภทของการสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (Type of Internal Recruitment)</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1497" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_1247719876.png" alt="shutterstock 1247719876" width="600" height="370" title="การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (Internal Recruitment) 1059"></p>
<h3>1.การโยกย้ายตำแหน่ง (Job Transfer)</h3>
<p>การโยกย้ายงานหรือเปลี่ยนตำแหน่งนี้พนักงานจะยังคงอยู่ในระดับงานเดิม ไม่มีการปรับเงินเดือนหรือเปลี่ยนแปลงสวัสดิการ บางครั้งการโยกย้ายไปตำแหน่งใหม่อาจมีโอกาสก้าวหน้ากว่าตำแหน่งเดิม หรือไม่ก็อาจเป็นการทดลองงานใหม่ๆ ที่ท้าทาย หรือไม่ก็เปลี่ยนสายงานใหม่ไปเลยก็เป็นได้</p>
<h3>2.การเลื่อนตำแหน่ง (Promotion)</h3>
<p>การเลื่อนตำแหน่งนี้พนักงานจะถูกปรับให้มีตำแหน่งงานที่สูงขึ้น ก้าวหน้าขึ้น และอาจมีการปรับเงินเดือนหรือเพิ่มเติมสวัสดิการ บางครั้งอาจเลื่อนตำแหน่งในแผนกหรือสายงานเดิม หรือบางทีก็อาจเลื่อนตำแหน่งไปสายงานใหม่ก็ได้</p>
<h3>3.การรับตำแหน่งใหม่ (New Position)</h3>
<p>กรณีนี้องค์กรอาจเปิดตำแหน่งงานใหม่เพิ่มขึ้นมา หรือเปิดหน่วย/ทีมใหม่ในกลุ่มงานเดิม การรับตำแหน่งใหม่เป็นไปได้ทั้งการโยกย้ายตำแหน่ง และเลื่อนตำแหน่ง</p>
<h3>4.การจ้างงานเฉพาะกิจหรือรูปแบบพิเศษ (Special Contract)</h3>
<p>การจ้างงานเฉพาะกิจหรือในรูปแบบพิเศษอาจเป็นการรับสมัครให้มาช่วยงานชั่วคราว หรือเป็นการทำงานควบตำแหน่งร่วมกับตำแหน่งเดิมก็ได้ หรือเป็นกรณีจ้างงานพิเศษอื่นๆ บางครั้งอาจเป็นการควบตำแหน่งชั่วคราว หรือทดลองทำงานก่อนเลื่อนตำแหน่ง หรือควบตำแหน่งถาวร</p>
<h2>วิธีสรรหาที่นิยม</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1495" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_761019277.png" alt="shutterstock 761019277" width="600" height="370" title="การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (Internal Recruitment) 1060"></p>
<p><strong>1.การประกาศตำแหน่งงานว่าง (Job Posting) :</strong> เหมือนการประกาศรับสมัครงานปกติ แต่จะเป็นการประกาศรับสมัครภายในองค์กรเท่านั้น พนักงานคนใดที่สนใจก็สามารถสมัครเข้ารับการคัดเลือกได้</p>
<p><strong>2.การเทียบเชิญเพื่อแข่งขันบรรจุตำแหน่งงานว่าง (Job Bidding) :</strong> กรรมวิธีนี้ทางองค์กรหรือแผนก HR จะเป็นฝ่ายคัดเลือกคนที่มีศักยภาพโดดเด่นภายในองค์กรในขั้นตอนแรกก่อน จากนั้นจะเทียบเชิญพนักงานที่ผ่านเกณฑ์ให้มาสมัครเข้าคัดเลือกอีกครั้ง ผู้สมัครทุกคนที่สนใจจะต้องแข่งขันกันเพื่อบรรจุในตำแหน่งงานใหม่ กระบวนการนี้อาจไม่มีการประกาศรับสมัครทั่วไปในองค์กร แต่อาจมีการประกาศผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าทดสอบ และจะมีการคัดเลือกอย่างเปิดเผย วิธีการนี้ถือว่าเป็นแรงจูงใจในอาชีพที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับพนักงานด้วย</p>
<p><strong>3.การแนะนำและรับรองโดยพนักงานภายในองค์กร (<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/employee-referrals-210624/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Employee Referrals</a>) :</strong> การให้พนักงานในองค์กรเป็นผู้แนะนำผู้สมัครที่เหมาะสมนี้เป็นกรรมวิธีที่มีประสิทธิผลมากที่สุด เพราะจะได้รับการการันตีจากผู้ที่รู้จักคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ทั้งจากเพื่อนร่วมงานที่ทำงานอยู่ด้วยกัน หรือบางทีก็แนะนำคนนอกองค์กรที่มีความสามารถเหมาะสมให้มาสมัครแข่งขัน</p>
<p><strong>4.การประมวลผลฐานข้อมูลโดยระบบคอมพิวเตอร์ (Computerized Record Systems) :</strong> ยุคนี้ทั้งแผนก HR ตลอดจนแผนกต่างๆ จะต้องมีการบันทึกประวัติต่างๆ ของพนักงาน ตลอดจนประวัติการทำงานลงในระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทอยู่แล้ว กรณีนี้บริษัทอาจคัดกรองจากการประมวลผลฐานข้อมูลโดยระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสม อย่างเช่น ต้องการคนที่มาสายน้อยที่สุด, หรือต้องการคนที่ฐานเงินเดือนต่ำกว่าเพดานที่กำหนด เป็นต้น หรืออาจประมวลผลที่ซับซ้อนกว่านี้</p>
<div class="focused-block--has-title check">
<div class="__title" style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/employee-referrals-210624/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8237 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/6f2c5ff9cf58f880b00bfe5ac796374f-1.jpg" alt="การสมัครงาน Employee Referrals เพื่อนแนะนำเพื่อน HR NOTE" width="500" height="326" title="การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (Internal Recruitment) 1061"></a></div>
<div class="__title" style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/employee-referrals-210624/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">5 วิธีการรับสมัครงานแบบอ้างอิงหรือเพื่อนแนะนำเพื่อน (Employee Referrals) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title" style="text-align: center;"><strong>ความยุติธรรม &#8230; สำคัญที่สุด</strong></div>
<div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1499" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_1039087537.png" alt="shutterstock 1039087537" width="600" height="370" title="การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (Internal Recruitment) 1062"></p>
<p>ประเด็นอ่อนไหวที่สุดในเรื่องการสรรหาบุคลากรภายในองค์กรที่ควรต้องคำนึงถึงให้มากนั้นก็คือ <strong>“ความยุติธรรม” </strong>นั่นเอง หากพนักงานได้รับตำแหน่งใหม่ด้วยการมีเส้นสาย จ่ายสินบน หรือแม้แต่มีความไม่ยุติธรรมในกรณีใดๆ เกิดขึ้นอาจเกิดผลเสียร้ายแรงกับงานและบริษัทได้ง่าย เกิดการถกเถียงที่รุนแรง ประท้วง หรือแม้แต่สร้างความแตกแยก ไปจนถึงพนักงานอื่นที่ดีตัดสินใจลาออกได้เหมือนกัน</p>
<p>ทางที่ดีควรมีผู้มีอำนาจตัดสินใจจากหลายฝ่าย เพื่อถ่วงดุลอำนาจกัน หรือแสดงความคิดเห็นหลายๆ ส่วนเพื่อหาข้อสรุปที่ดีที่สุด แล้วก็ควรมีกระบวนการที่เปิดเผยได้ เพื่อให้โปร่งใสที่สุด</p>
</div>
</div>
<h2>ข้อดีและข้อเสียของการสรรหาบุคลากรภายในองค์กร</h2>
<h3><span style="font-size: 18pt;">ข้อดี </span></h3>
<ul>
<li>ประหยัดและรวดเร็ว ไม่ต้องเสียงบในการประกาศรับสมัครงานมาก มีข้อมูลอยู่แล้ว สรรหาพนักงานได้รวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการเยอะและยาวนาน</li>
<li>ฝ่าย HR และองค์กรคุ้นเคยกับพนักงานดีอยู่แล้ว รู้ทักษะความสามารถอยู่แล้ว รู้ข้อดีข้อเสีย จุดเด่นจุดด้อย รวมถึงผู้สมัครก็รู้วัฒนธรรมองค์กรอยู่แล้ว</li>
<li>ไม่เสียเวลา ไม่ต้องถ่ายทอดงานมาก ไม่ต้องเรียนรู้งานนาน ไม่มีปัญหาเรื่องเรียนรู้องค์กร</li>
<li>เป็นการสร้างโอกาสและแรงจูงใจให้พนักงาน สร้างความก้าวหน้าในอาชีพให้กับพนักงาน ให้พนักงานมีกำลังใจรวมถึงมีแรงจูงใจที่ดี</li>
<li>กระตุ้นการแข่งขันในองค์กร ทำให้ธุรกิจมีความคืบหน้า และก้าวหน้า</li>
</ul>
<h3><span style="font-size: 18pt;"> ข้อเสีย </span></h3>
<ul>
<li>ไม่ได้คนใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ ศักยภาพใหม่ๆ เข้ามาทำงาน</li>
<li>ต้องสรรหาบุคคลากรใหม่มาทดแทนตำแหน่งที่ถูกโยกย้ายไป อาจมีความเสี่ยงที่จะได้คนที่ไม่ดีเท่าเดิม</li>
<li>มักจะยอมรับเรื่องใหม่ๆ ข้อมูลใหม่ๆ ได้ยาก ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงจากความคุ้นเคยเดิมๆ</li>
<li>อาจสร้างการแข่งขันระหว่างกันที่ก่อให้เกิดความกดดันในด้านลบต่อการทำงาน และสร้างให้แตกความสามัคคี หรือทำให้เกิดการเขม่นกันได้</li>
</ul>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1494" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_583771270.png" alt="shutterstock 583771270" width="600" height="370" title="การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (Internal Recruitment) 1063"></p>
<p>การสรรหาทรัพยากรบุคคลจากภายในองค์กรอาจเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ไวที่สุด และทำได้ก่อนจากฐานข้อมูลขององค์กรที่มาอยู่ ทั้งนี้ยังช่วยให้บริษัทประหยัดงบประมาณในการสรรหาได้ด้วย และยังเป็นการสร้างแรงจูงใจในการพัฒาตัวเองของพนักงานภายในองค์กรได้เป็นอย่างดี ตลอดจนเป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจขององค์กรที่มีต่อพนักงานในบริษัทด้วย แล้วยิ่งองค์กรมีขนาดใหญ่มากเท่าไร วิธีการนี้ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพมากที่สุด</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190313-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-8319 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/bb20fcbe30910dbd5e5591418efe088e-1.jpg" alt="การสรรหาบุคลากร Recruitment HR NOTE" width="600" height="370" title="การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (Internal Recruitment) 1064"></a></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 14pt;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190313-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener">การสรรหาบุคลากร (Recruitment) เพื่อเข้าร่วมงานกับองค์กร</a></span></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (Internal Recruitment) 1065"></a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การสรรหาบุคลากร (Recruitment) เพื่อเข้าร่วมงานกับองค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/190313-recruitment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Mar 2019 10:47:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[การสรรหาบุคคลากร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/190313-recruitment/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT เวลาสรรหาบุคลากร (Recruitment) หรือการสรรหาพนักงาน องค์กรและ HR มักจะเลือกคนที่ใช่ มาทำงานที่ชอบ เพื่อทำให้อยู่กันได้ยาว และเมื่ออยู่กันยาว ธุรกิจก็จะยิ่งก้าวหน้าขึ้น เวลาสรรหาบุคลากร (Recruitment) เริ่มจากการออกประกาศรับสมัครงาน ที่ต้องข้อมูลครบ สื่อสารให้เข้าใจ ส่งตรงกลุ่มเป้าหมาย และสร้างแรงจูงใจให้ได้ การสรรหาบุคลากร (Recruitment) ทุกครั้งจะคัดกรองผู้สมัครอย่างรอบคอบ คัดสรรผู้สมัครที่โดดเด่น ตัดสินใจจ้างผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุด เจรจาข้อเสนอให้ลงตัว สรุปสัญญาการจ้างงานให้ได้ เพื่อเริ่มงานอย่างมีความสุขทุกฝ่าย การสรรหาบุคลากร (Recruitment) หมายถึง กระบวนการในการค้นหาตลอดจนคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและมีทักษะที่เหมาะสมเพื่อเข้ามาปฎิบัติงานในตำแหน่งงานตามที่องค์กรต้องการ กระบวนการนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่การวางแผนการคัดเลือก การสื่อสารให้เกิดแรงจูงใจกับผู้สมัครเป้าหมายที่ต้องการ และจะสิ้นสุดกระบวนการเมื่อองค์กรนั้นรับบุคคลนั้นๆ เข้าเป็นพนักงานแล้ว ความสำคัญของการสรรหาบุคลากร ทำไมต้องมีการสรรหาบุคคล?  &#8230; บุคลากรไม่ว่าจะตำแหน่งใดก็ตามเปรียบเสมือนฟันเฟืองที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน ถ้าฟันเฟืองใดขาดไปก็อาจทำให้ธุรกิจเดินหน้าไม่สะดวก ประสบปัญหาขึ้นได้ ในขณะเดียวกันถ้าได้ฟันเฟืองที่ดี มีประสิทธิภาพ ก็จะทำให้ธุรกิจก้าวหน้าก้าวไกลได้เช่นกัน ในจุดนี้ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะสรรหาและคัดเลือกบุคลากรที่ดีมีคุณภาพเข้ามาทำงาน ในทางตรงกันข้ามบริษัทไหนที่ไม่ให้ความสำคัญตรงจุดนี้ก็จะทำให้ได้บุคลากรที่ไม่มีความสามารถ ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดผลเสียกับงาน และทำให้บริษัทย่ำแย่ลงได้เช่นกัน การสรรหาบุคลากรที่ดีนั้นจึงควรต้องมีการวางแผนให้เป็นระบบ ตลอดจนมีการใส่ใจรายละเอียดในทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้บุคลากรที่ดีที่สุดมาร่วมงานกับบริษัท สาเหตุที่ต้องสรรหาบุคลากร 1. [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--has-title">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><strong>HIGHLIGHT</strong></div>
<div>
<ul>
<li>เวลาสรรหาบุคลากร (Recruitment) หรือการสรรหาพนักงาน องค์กรและ HR มักจะเลือกคนที่ใช่ มาทำงานที่ชอบ เพื่อทำให้อยู่กันได้ยาว และเมื่ออยู่กันยาว ธุรกิจก็จะยิ่งก้าวหน้าขึ้น</li>
<li>เวลาสรรหาบุคลากร (Recruitment) เริ่มจากการออกประกาศรับสมัครงาน ที่ต้องข้อมูลครบ สื่อสารให้เข้าใจ ส่งตรงกลุ่มเป้าหมาย และสร้างแรงจูงใจให้ได้</li>
<li>การสรรหาบุคลากร (Recruitment) ทุกครั้งจะคัดกรองผู้สมัครอย่างรอบคอบ คัดสรรผู้สมัครที่โดดเด่น ตัดสินใจจ้างผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุด</li>
<li>เจรจาข้อเสนอให้ลงตัว สรุปสัญญาการจ้างงานให้ได้ เพื่อเริ่มงานอย่างมีความสุขทุกฝ่าย</li>
</ul>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8319 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/bb20fcbe30910dbd5e5591418efe088e-1.jpg" alt="การสรรหาบุคลากร (Recruitment) เพื่อเข้าร่วมงานกับองค์กร" width="600" height="370" title="การสรรหาบุคลากร (Recruitment) เพื่อเข้าร่วมงานกับองค์กร 1073"></p>
<p><strong>การสรรหาบุคลากร (Recruitment) </strong>หมายถึง กระบวนการในการค้นหาตลอดจนคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและมีทักษะที่เหมาะสมเพื่อเข้ามาปฎิบัติงานในตำแหน่งงานตามที่องค์กรต้องการ กระบวนการนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่การวางแผนการคัดเลือก การสื่อสารให้เกิดแรงจูงใจกับผู้สมัครเป้าหมายที่ต้องการ และจะสิ้นสุดกระบวนการเมื่อองค์กรนั้นรับบุคคลนั้นๆ เข้าเป็นพนักงานแล้ว</p>

<h2>ความสำคัญของการสรรหาบุคลากร</h2>
<p><em>ทำไมต้องมีการสรรหาบุคคล</em><em>?</em>  &#8230; บุคลากรไม่ว่าจะตำแหน่งใดก็ตามเปรียบเสมือนฟันเฟืองที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน ถ้าฟันเฟืองใดขาดไปก็อาจทำให้ธุรกิจเดินหน้าไม่สะดวก ประสบปัญหาขึ้นได้ ในขณะเดียวกันถ้าได้ฟันเฟืองที่ดี มีประสิทธิภาพ ก็จะทำให้ธุรกิจก้าวหน้าก้าวไกลได้เช่นกัน ในจุดนี้ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะสรรหาและคัดเลือกบุคลากรที่ดีมีคุณภาพเข้ามาทำงาน</p>
<p>ในทางตรงกันข้ามบริษัทไหนที่ไม่ให้ความสำคัญตรงจุดนี้ก็จะทำให้ได้บุคลากรที่ไม่มีความสามารถ ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดผลเสียกับงาน และทำให้บริษัทย่ำแย่ลงได้เช่นกัน การสรรหาบุคลากรที่ดีนั้นจึงควรต้องมีการวางแผนให้เป็นระบบ ตลอดจนมีการใส่ใจรายละเอียดในทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้บุคลากรที่ดีที่สุดมาร่วมงานกับบริษัท</p>
<h2>สาเหตุที่ต้องสรรหาบุคลากร</h2>
<p><strong>1. ตำแหน่งเดิมว่างลง :</strong> บุคลากรที่ปฎิบัติหน้าที่เดิมลาออก, ถูกให้ออก, เกณียณอายุ, ประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถทำงานได้, หรือเสียชีวิตลง</p>
<p><strong>2. เลื่อนหรือโยกย้ายตำแหน่ง :</strong> บุคลากรได้รับการเลื่อนตำแหน่ง, หมุนเวียนตำแหน่ง, โยกย้ายหน่วยงาน, หรือโยกย้ายสาขา</p>
<p><strong>3. เพิ่มตำแหน่งใหม่ :</strong> องค์กรต้องการตำแหน่งใหม่, ขยายแผนกหรือหน่วยงานใหม่, ตลอดจนหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพิ่มเติม</p>
<p><strong>4. ตั้งองค์กรใหม่ :</strong> นอกจากจะสรรหาบุคลากรบุคคลให้กับทั้งองค์กรแล้ว ยังต้องวางแผนเรื่องต่างๆ ตั้งแต่โครงสร้างของการบริการทั้งหมด, ความจำเป็นของตำแหน่งงานต่างๆ, หรือแม้แต่การงบประมาณในการจัดจ้างทั้งหมด กรณีนี้ฝ่ายบุคคลอาจต้องใส่ใจมากกว่าสาเหตุอื่นๆ</p>
<h2>ประเภทของการสรรหาบุคลากร</h2>
<h3>การสรรหาบุคลากรภายในองค์กร (Internal Recruitment)</h3>
<p>แหล่งทรัพยากรบุคคลอันดับแรกสุดที่เป็นตัวเลือกให้ฝ่าย HR สามารถเริ่มสรรหาได้ก่อนก็คือพนักงานภายในองค์กรนั่นเอง ซึ่งกระบวนการนี้มีข้อดี-ข้อเสียดังนี้</p>
<p><strong>ข้อดี</strong></p>
<ul>
<li>ประหยัดและรวดเร็ว ไม่ต้องเสียงบในการประกาศรับสมัครงานมาก มีข้อมูลอยู่แล้ว สรรหาพนักงานได้รวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการเยอะและยาวนาน</li>
<li>ฝ่าย HR และองค์กรคุ้นเคยกับพนักงานดีอยู่แล้ว รู้ทักษะความสามารถอยู่แล้ว รู้ข้อดีข้อเสีย จุดเด่นจุดด้อย รวมถึงผู้สมัครก็รู้วัฒนธรรมองค์กรอยู่แล้ว</li>
<li>ไม่เสียเวลา ไม่ต้องถ่ายทอดงานมาก ไม่ต้องเรียนรู้งานนาน ไม่มีปัญหาเรื่องเรียนรู้องค์กร</li>
<li>สร้างโอกาสและแรงจูงใจให้พนักงาน สร้างความก้าวหน้าในอาชีพให้กับพนักงาน ให้พนักงานมีกำลังใจรวมถึงมีแรงจูงใจที่ดี</li>
</ul>
<p><strong>ข้อเสีย</strong></p>
<ul>
<li>ไม่ได้คนใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ ศักยภาพใหม่ๆ เข้ามาทำงาน</li>
<li>ต้องสรรหาบุคคลากรใหม่มาทดแทนตำแหน่งที่ถูกโยกย้ายไป อาจมีความเสี่ยงที่จะได้คนที่ไม่ดีเท่าเดิม</li>
<li>มักจะยอมรับเรื่องใหม่ๆ ข้อมูลใหม่ๆ ได้ยาก ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงจากความคุ้นเคยเดิมๆ</li>
</ul>
<h3>การสรรหาบุคลากรภายนอกองค์กร (External Recruitment)</h3>
<p>หากต้องการหาคนใหม่ๆ หรือไม่ต้องการเปลี่ยนตำแหน่งภายในที่อาจส่งผลกระทบต่องาน ก็สามารถสรรหาบุคลากรจากภายนอกองค์กรได้เช่นกัน ซึ่งกระบวนการนี้มีข้อดี-ข้อเสียดังนี้</p>
<p><strong>ข้อดี</strong></p>
<ul>
<li>ได้คนใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ มุมมองใหม่ๆ เข้ามาทำงานด้วย อาจทำให้องค์กรเกิดการปรับตัว หรืออุดรอยรั่วของข้อบกพร่องต่างๆ ได้ รวมถึงเปิดใจยอมรับเรื่องอะไรใหม่ๆ ได้ง่าย</li>
<li>มีตัวเลือกของผู้สมัครที่หลากหลาย หรืออาจได้คนที่มีคุณสมบัติอื่นๆ ที่ดีต่อบริษัท</li>
<li>ได้ประสบการณ์ตลอดจนวิธีการทำงานจากองค์กรอื่น นำสิ่งมีประโยชน์มาปรับใช้กับองค์กรได้</li>
<li>ฝ่าย HR มีฐานข้อมูลในด้านบุคคลมากขึ้น เป็นตัวเลือกที่ดีในอนาคตได้</li>
</ul>
<p><strong>ข้อเสีย</strong></p>
<ul>
<li>อาจเปลืองงบประมาณในการประกาศสรรหาพนักงานใหม่ รวมถึงใช้เวลานานในกระบวนการสรรหา</li>
<li>อาจต้องใช้เวลาในการปรับพื้นฐาน ถ่ายทอดงาน รวมถึงเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรใหม่ ทำให้เสียเวลาได้</li>
<li>เมื่อมีตัวเลือกมากขึ้น ฝ่าย HR ไปจนถึงหัวหน้างานอาจใช้เวลานานในกระบวนการสรรหา คัดเลือก ตลอดจนใช้เวลาในการตัดสินใจที่นานขึ้นด้วย</li>
</ul>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ผู้สมัครจากการแนะนำและจากเครือข่ายที่รู้จักเชื่อมโยงกัน </strong></div>
<div class="__title"><strong>(Recommendation &amp; Connection Candidate)</strong></div>
<div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1475 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_1177010272.png" alt="การสรรหาบุคลากร (Recruitment) เพื่อเข้าร่วมงานกับองค์กร" width="600" height="370" title="การสรรหาบุคลากร (Recruitment) เพื่อเข้าร่วมงานกับองค์กร 1074"></p>
<p>ยุคนี้วิธีสรรหาตลอดจนคัดเลือกพนักงานได้รวดเร็วขึ้นและมีแนวโน้มได้บุคลากรที่มีประสิทธิภาพ ตรงตามความต้องการ ตลอดจนเป็นกรรมวิธีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ก็คือการสรรหาผู้สมัครจากการแนะนำและจากเครือข่ายที่รู้จักเชื่อมโยงกัน ปัจจุบันบริษัทจำนวนมากต่างก็ใช้วิธีนี้ในตำแหน่งงานที่สำคัญๆ หรือต้องการคนอย่างเร่งด่วน เพราะอย่างน้อยก็มีบุคคลที่ไว้ใจได้ช่วยการันตีความสามารถได้อีกด้วย การคัดเลือกวิธีนี้มีทั้งแบบไม่เป็นทางการและเป็นทางการ อาทิ</p>
<p><strong>+ จากพนักงานในบริษัท (Internal Officer) :</strong> พนักงานในบริษัทสามารถแนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักที่มีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งงานที่ต้องการได้ดี โดยเฉพาะในสายงานเดียวกัน ฝ่าย HR สามารถสอบถามรวมถึงตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นไปจนถึงลักษณะนิสัยได้ ทั้งยังมีบุคคลการันตีที่น่าเชื่อถือ</p>
<p><strong>+ จากความสัมพันธ์ทางธุรกิจ (Business Relation) :</strong> ความสัมพันธ์ในธุรกิจนี้มีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับพนักงานที่อาจไม่ใช่เพื่อนกันแต่รู้จักกันจากการทำธุรกิจ ทั้งเป็นคู่ค้า คู่แข่ง ที่เห็นฝีมือการทำงาน ซึ่งพนักงานหรือฝ่าย HR อาจแนะนำได้ หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ระดับบริษัทที่มีการแนะนำพนักงานต่อกันระหว่างบริษัท</p>
<p><strong>+ ความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายทรัพยากรบุคคล (Human Resource Connection) :</strong> ฝ่าย HR เองบางครั้งก็มีเครือข่ายระหว่างกันทั้งแบบเป็นทางการและแบบไม่เป็นทางการ นอกจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันแล้วบางครั้งก็อาจมีการปรึกษาหรือแนะนำในเรื่องผู้สมัครด้วย โดยเฉพาะฝ่าย HR ในธุรกิจเดียวกัน หรือแม้แต่ฝ่าย HR ในหน่วยงานราชการที่มักสรรหาทรัพยากรบุคคลจากหน่วยงานที่ใกล้เคียงกันแบบภายในหรือแนะนำข้ามองค์กรกันก่อน หากไม่ได้จึงจะประกาศรับสมัครงานจากภายนอก</p>
<p><strong>+ Head Hunter :</strong> ธุรกิจจัดหางานเชิงรุกนี้กำลังเป็นที่นิยมและได้ประสบความสำเร็จอย่างสูง <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/recruiter-vs-headhunter-20221215/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Head Hunter</a> ที่ดีจะคัดสรรบุคลากรที่มีศักยภาพมาไว้ในลิสต์ของตัวเองเพื่อแนะนำให้กับองค์กรต่างๆ ที่ต้องการคนมีศักยภาพ Head Hunter จะเป็นตัวกลางในการเจรจาที่ดี เป็นที่ปรึกษาตลอดจนแนะนำข้อมูลแบบคัดกรอง เป็นประโยชน์ต่อบริษัท แต่ข้อเสียก็คือ Head Hunter อาจไม่รู้หรือแนะนำข้อมูลด้านอื่นๆ อาทิ ลักษณะนิสัย, ทัศนคติของบุคคล, ตลอดจนรายละเอียดส่วนบุคคล ได้ดีเท่ากับวิธีอื่นๆ ที่กล่าวไป ซึ่งบางครั้งก็เป็นสิ่งจำเป็นในการทำงาน</p>
</div>
</div>
<h2>ขั้นตอนในการสรรหาบุคลากร</h2>
<h3>1. วางแผนการสรรหาและคัดเลือก</h3>
<p>เมื่อองค์กรต้องการพนักงานเพิ่ม ฝ่าย HR จะต้องเริ่มด้วยการสำรวจและวางแผนทุกขั้นตอนเพื่อกำหนดเป็นแผนการทำงาน ตลอดจนเช็คกำหนดการที่ต้องเริ่มงานให้ชัดเจนเพื่อกำหนดระยะเวลาในการสรรหาและวางแผนให้ทันเวลาอีกด้วย</p>
<h3>2. กำหนดคุณลักษณะของลักษณะงาน (Job Description) / คุณสมบัติของพนักงาน (Qualification)</h3>
<p>ฝ่าย HR ควรทำการเปลี่ยนแปลงลักษณะของงานตลอดจนคุณสมบัติของพนักงานในตำแหน่งนั้นๆ ให้อัพเดทอยู่เสมอ เหมาะกับสถานการณ์ทำงานจริง ณ ปัจจุบัน โดยเฉพาะการต้องสรรหาพนักงานใหม่ฝ่าย HR จะต้องจัดทำคำบรรยายลักษณะงานตลอดจนคุณสมบัติต่างๆ ให้ครบถ้วน เช็คความถูกต้องกับหัวหน้าฝ่ายตลอดจนผู้ปฎิบัติงานจริง เพื่อจะได้ประกาศไม่ผิดพลาด ไม่ขาดตกบกพร่อง และได้คนเหมาะสมที่สุด</p>
<h3>3. สื่อสารเพื่อสรรหา</h3>
<p>อีกขั้นตอนสำคัญก็คือการประกาศรับสมัครงานที่สามารถทำได้ตั้งแต่ติดประกาศภายในองค์กร, ประกาศผ่านบริษัทจัดหางาน, ประกาศใน Social Media, ไปจนถึงประกาศตามสื่อต่างๆ หรือช่องทางอื่นๆ ขั้นตอนนี้ฝ่าย HR จะต้องตรวจสอบความถูกต้อง เช็ครายละเอียดให้ครบ รวมถึงวางแผนการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ เพื่อสื่อสารให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายผู้สมัครที่เราต้องการให้มากที่สุด</p>
<h3>4. คัดเลือกอย่างคัดสรร</h3>
<p>หลังจากประกาศรับสมัครงานจนมีผู้สนใจเข้ามาสมัครแล้ว ก็ถึงขั้นตอนสำคัญที่จะต้องทำการคัดเลือกพนักงาน ฝ่าย HR ต้องทำการคัดสรรอย่างถี่ถ้วนในทุกมิติเพื่อที่จะได้พนักงานที่มีคุณภาพมากที่สุด นอกจากการคัดกรองใบสมัครแล้ว ขั้นต่อมาก็คือการสัมภาษณ์งาน ฝ่าย HR จะต้องวางแผนในกระบวนการนี้ให้ดีว่าใครควรมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง ตั้งแต่ฝ่าย HR เอง ไปจนถึงหัวหน้างานที่ต้องทำงานด้วยกันจริงๆ จากนั้นจึงร่วมกันประเมินผลก่อนที่จะคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติที่ดีและเหมาะสมที่สุดเพื่อติดต่อในการจ้างงานต่อไป</p>
<h3>5. เซ็นสัญญาจ้างงาน</h3>
<p>กระบวนการสุดท้ายของการสรรหาบุคลากรก็คือการเจรจารายละเอียดการจ้างงานตั้งแต่อัตราจ้าง (เงินเดือน), สวัสดิการณ์, ไปจนถึงข้อกำหนดต่างๆ ให้ชัดเจน หากผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกพอใจในข้อเสนอและตกลงที่จะร่วมงานกับองค์กร หลังจากเซนสัญญาจ้างและเริ่มทำงานจริงแล้ว ก็จะถือว่ากระบวนการสรรหาบุคลากรนั้นเสร็จสมบูรณ์</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>การวางแผนเรื่องบุคลากรเพื่ออนาคต</strong></div>
<div>
<p>อันที่จริงแล้วการสรรหาบุคลากรไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะตอนที่ตำแหน่งงานขาด หรือแค่หาคนมาทำงานให้องค์กรได้เท่านั้น แต่ฝ่าย HR ที่ดีมักจะมีการมองกาลไกล วางแผนเรื่องบุคลากรในภาพรวม คำนึงถึงระยะยาว และคาดการณ์อนาคตเพื่อเตรียมรองรับ ตลอดจนวางแผนล่วงหน้าได้เช่นกัน</p>
<p>ฝ่าย HR ที่ทำงานเชิงรุกนั้น ในเวลาที่องค์กรอาจจะยังไม่ต้องการพนักงาน ฝ่าย HR ก็ยังคงสรรหาตลอดจนเก็บข้อมูลของผู้สมัครที่สนใจร่วมงานอยู่เสมอ หากบริษัทต้องการพนักงานใหม่ ข้อมูลที่ฝ่าย HR มีอยู่แล้วก็อาจเป็นข้อมูลเบื้องต้นในระบบสรรหาได้ หรือการรอบรู้ข้อมูลอยู่เสมอฝ่าย HR ก็จะรู้ว่าควรไปติดต่อที่ใคร สรรหาอย่างไร</p>
<p>ขณะเดียวกันการวางแผนในอนาคตก็เป็นสิ่งจำเป็น ฝ่าย HR ที่มีประสิทธิภาพนั้นจะคาดการณ์ล่วงหน้าเสมอ อย่างกรณีที่องค์กรมีแนวโน้มที่จะเติบโต ฝ่าย HR จะคาดการณ์ว่าควรต้องการตำแหน่งอะไรเพิ่มบ้างในอนาคต หรือเตรียมเทรนด์งานกับตำแหน่งปัจจุบันเพื่อรองรับการเติบโต ในทางตรงกันข้าม หากธุรกิจย่ำแย่ลง ฝ่าย HR ก็สามารถวิเคราะห์ลดจำนวนพนักงาน ตัดตำแหน่งที่ไม่จำเป็นออกได้เช่นกัน</p>
</div>
</div>
<blockquote>
<h4><strong>HR มีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ </strong></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8820 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/Questions-cuate-2.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="300" height="300" title="การสรรหาบุคลากร (Recruitment) เพื่อเข้าร่วมงานกับองค์กร 1075"></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">Q: </span><span style="font-size: 14pt;">เลือกคนเข้าทีม: นิสัยเหมือนกันและดูเข้ากันกับทีม Vs นิสัยต่างแต่มี Wow factor</span></strong></p>
<p>ช่วงนี้ที่ทีมกำลังมีการสัมภาษณ์คนเข้าทีมเพิ่มค่ะ การสัมภาษณ์ก็ดำเนินการมาถึงขั้นสุดท้ายแล้วเหลือต้องเลือกผู้สมัครสองคน ซึ่งทั้งสองคนก็เป็นคนเก่งทั้งคู่นะคะ ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ว่าจะสามารถทำงานออกมาได้ดีหรือไม่ แต่ที่ตัดสินใจได้ยากเพราะทั้งสองคนมีบุคคลิกภาพที่แตกต่างกัน อยากรู้ว่าในฐานะผู้จัดการจะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างไรดีคะ</p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">A: การรับพนักงานที่นิสัยคล้ายๆ กัน ชีวิตก็จะเหมือนเดิม ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรมาก</span></strong></p>
<p>แล้วเราแน่ใจได้อย่างไรว่าจะเหมือนเดิม การรับพนักงานที่นิสัยคล้ายๆ กัน ชีวิตก็จะเหมือนเดิม ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรมาก อันนี้ก็คือความเสี่ยง เสี่ยงเพราะเรามั่นใจว่าแบบเดิมนี้ดีอยู่แล้ว อันนี้ค่อนข้างอันตราย เพราะโลกเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน ในฐานะผู้จัดการ (หัวหน้าทีม) เรายิ่งต้องปรับเปลี่ยนให้ทันกับโลก เราย่อมต้องการให้น้องในทีมมีความรู้ ความสามารถ เพื่อที่ทีมของเราก็จะเติบโตอย่างมีคุณภาพ แข่งกับคนอื่นได้..</p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/407?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8818" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/08/0vp.png" alt="Q&amp;A HR Board" width="370" height="80" title="การสรรหาบุคลากร (Recruitment) เพื่อเข้าร่วมงานกับองค์กร 1076"></a></p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ประกาศรับสมัครงานที่ดี</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1478 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_1251084553.png" alt="การสรรหาบุคลากร (Recruitment) เพื่อเข้าร่วมงานกับองค์กร" width="600" height="370" title="การสรรหาบุคลากร (Recruitment) เพื่อเข้าร่วมงานกับองค์กร 1077"></p>
<p>ปัจจุบันองค์กรหรือแม้กระทั่งฝ่าย HR เองหันมาใส่ใจในประกาศการรับสมัครงานเป็นอย่างมาก เพราะนี่คือสิ่งที่สามารถจูงใจผู้สมัครเบื้องต้นได้ดีที่สุด ทั้งยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรด้วย</p>
<p><strong>+ ใช้คำที่เข้าใจง่าย สื่อสารชัดเจน :</strong> หลักพื้นฐานของการสื่อสารที่ดีก็คือต้องสื่อสารให้เข้าใจ การใช้คำเข้าใจง่าย สื่อสารชัดเจน ทำให้ผู้สนใจสมัครงานตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็ควรใช้คำให้เหมาะสมกับระดับและกลุ่มเป้าหมายด้วย อย่างบริษัทรุ่นใหม่ในแนว Startup อาจจะเหมาะกับการสื่อสารครีเอทีฟ ภาษาไม่ทางการนัก สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้ตรงกว่า ส่วนบริษัทใหญ่การใช้ภาษาที่ทางการก็จะสร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดีกว่า เป็นต้น</p>
<p><strong>+ เขียนประโยคที่จูงใจ :</strong> HR ยุคใหม่มักใส่ใจเรื่องการเขียนประโยคจูงใจที่ไม่ใช่การประกาศข้อมูลเฉยๆ เหมือนแต่ก่อน การสื่อสารนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้สมัครสนใจที่จะส่งใบสมัครหรือมาสัมภาษณ์งาน ประโยคจูงใจนั้นมีได้หลายลักษณะตั้งแต่การเขียนเชิงนามธรรมให้เห็นวิสัยทัศน์ของบริษัท ไปจนถึงการเขียนรายละเอียดข้อเท็จจริงที่เป็นรูปธรรมอย่างเรื่องสวัสดิการ, การฝึกอบรม, ไปจนถึงการเขียนสรุปลักษณะธุรกิจขององค์กร</p>
<p><strong>+ จัดอาร์ตเวิร์คที่สร้างสรรค์และดึงดูด :</strong> ปฎิเสธไม่ได้เลยว่ายุคนี้สิ่งที่ดึงดูดสายตาและความสนใจเป็นอันดับแรกก็คือเรื่องของ Artwork ซึ่งปัจจุบันแทบจะทุกบริษัทหันมาสนใจในการทำประกาศรับสมัครงานที่สวยงามและดึงดูดความสนใจ Artwork ที่ดึงดูดนั้นจะช่วยทำให้ผู้สมัครงานสนใจอ่านรายละเอียดต่างๆ มากขึ้น และ Artwork ที่ดีจะทำให้คนประทับใจในภาพลักษณ์องค์กร และมีแนวโน้มที่จะอยากสมัครงานมากขึ้นได้ด้วย</p>
<p><strong>+ ดูลักษณะสื่อให้เหมาะสม ใช้สื่อให้มีประสิทธิภาพ :</strong> การเลือกสื่อให้เหมาะสมก็มีส่วนที่ทำให้การประกาศรับสมัครงานมีประสิทธิภาพได้มากขึ้น อย่างการประกาศรับสมัคงานผ่าน Social Media ก็อาจเหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการคนรุ่นใหม่ หรือนักบริหารยุคใหม่ แต่ถ้าหากต้องการผู้บริหารระดับสูง คุณสมบัติพร้อม การเลือกประกาศในหนังสือพิมพ์อาจเหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย และดูน่าเชื่อถือว่า เป็นต้น</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ระบุเงินเดือนลงในประกาศรับสมัครงานดีหรือไม่</strong><strong>?</strong></div>
<div>
<ul>
<li><strong>แรงจูงใจชั้นดี :</strong> ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าผู้สมัครงานแทบทุกคนคำนึงถึงเรื่องเงินเดือนเป็นอันดับแรก การระบุอัตราจ้างลงในประกาศรับสมัครงานบางครั้งก็เป็นแรงจูงใจชั้นดีที่จะทำให้ได้คนที่มาความสามารถมาร่วมงาน ในขณะเดียวกันก็จะช่วยคัดกรองบุคคลที่ไม่สนใจออกไปได้ และทำให้การเจรจาขั้นสุดท้ายง่ายขึ้นอีกด้วย</li>
<li><strong>บริษัทกำหนดงบประมาณได้ :</strong> หากบริษัทกำหนดเพดานอัตราจ้างงานไว้ การประกาศเงินเดือนก็ถือเป็นสิ่งดี นอกจากจะคัดกรองผู้ที่ยอมรับอัตราจ้างนี้ได้แล้ว ก็ยังทำให้ฝ่าย HR สามารถควบคุมงบประมาณได้ ไม่มีปัญหาในการเจรจาตกลงจ้างงาน</li>
<li><strong>เจราต่อรองได้ :</strong> หลายบริษัทเห็นเรื่องอัตราการจ้างงานเป็นความลับ หรือต้องการบริหารจัดการงบยืดหยุ่นตามผู้สมัครที่สนใจ การไม่เปิดเผยเงินเดือนในกรณีนี้อาจเป็นสิ่งที่ดีกว่าสำหรับบริษัทและผู้สมัครงาน แต่ก็จะเป็นข้อเสียเวลาได้พนักงานที่สนใจแต่คุณสมบัติสูงเกิดกว่าที่คาดจนเกินไป ทำให้เจรจาอัตราจ้างไม่ลงตัว และสร้างความผิดหวังตลอดจนทำให้บริษัทไม่น่าเชื่อถือได้</li>
<li><strong>คัดกรองผู้ที่ยอมรับเงื่อนไขได้ :</strong> ข้อดีของการระบุเงินเดือนก็คือการเป็นตัวคัดกรองผู้สมัครที่ดี โดยยอมรับเงื่อนไขอัตราจ้างเบื้องต้นแล้ว ทำให้การเจรจาปิดดีลไม่มีปัญหา แต่ก็มักทำให้บริษัทไม่มีโอกาสได้เจรจากับพนักงานที่อาจมีความสามารถดีกว่า เหมาะสมกว่า ที่อาจอยากต่อรองเรื่องอัตราจ้าง</li>
</ul>
</div>
</div>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1472 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_750083629.png" alt="การสรรหาบุคลากร (Recruitment) เพื่อเข้าร่วมงานกับองค์กร" width="600" height="370" title="การสรรหาบุคลากร (Recruitment) เพื่อเข้าร่วมงานกับองค์กร 1078"></p>
<p>บุคลากรที่มีประสิทธิภาพจะทำให้การทำงานมีประสิทธิผลขึ้น ทำให้บริษัทก้าวหน้าขึ้นได้ ฝ่ายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะหาคนที่มีประสิทธิภาพเข้ามาทำงานก็คือฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) นั่นเอง และการที่จะหาบุคคลที่เหมาะสมได้ ฝ่าย HR ก็จำเป็นต้องศึกษา วางแผน ตลอดจนมีกลยุทธ์ในกระบวนการสรรหาบุคลากรที่ดี รวมถึงสื่อสารและเจรจาเพื่อให้เกิดแรงจูงใจที่ดีที่จะทำให้ผู้สมัครอยากร่วมงานกับบริษัท</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31978 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE" width="1600" height="500" title="การสรรหาบุคลากร (Recruitment) เพื่อเข้าร่วมงานกับองค์กร 1079" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/190312-social-media-recruitment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Mar 2019 10:21:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[การสรรหาบุคคลากร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/190312-social-media-recruitment/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT องค์กรประกาศรับสมัครงานได้โดยตรง รวดเร็ว และสื่อสารสองทางกับผู้สมัครได้ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ใช้ Social Media ทำความรู้จักผู้สมัครเบื้องต้นได้ และตรวจสอบปฎิสัมพันธ์ของผู้สมัครระหว่างผู้อื่นได้ องค์กรใช้ Social Media ในการสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ดี ให้ผู้สมัครประทับใจและอยากร่วมงานด้วย ผู้สมัครสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรผ่านทาง Social Media ได้ ปัจจุบัน Social Media เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนทั่วโลกไปแล้ว รวมถึงประเทศไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการใช้ Social Media สูงที่สุดประเทศหนึ่งในโลกด้วย นอกจากจะใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารติดต่อกันแล้ว ยุคนี้ Social Media ยังถือเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญเลยทีเดียว ตั้งแต่ธุรกิจ SMEs ไปจนถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างก็หันมาให้ความสำคัญกับ Social Media กันทั้งนั้น ทุกวันนี้ Social Media กลายเป็นสื่อและเครื่องมือที่มีบทบาทเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายๆ ด้าน รวมถึงเทรนด์นิยมทั่วโลกล่าสุดกับ การใช้ Social Media ให้เป็นประโยชน์กับแวดวงสรรหาทรัพยากรบุคคล เครื่องมือนี้เป็นประโยชน์ที่ทำให้บริษัทขนาดเล็กหางานได้ง่ายไม่ต้องเสียงบประมาณมาก ในขณะที่ทำให้บริษัทขนาดใหญ่สื่อสารกับวงกว้างได้มากกว่าเก่าและมีโอกาสได้ผู้สมัครที่หลากหลายขึ้น นั่นเป็นเพียงประโยชน์ส่วนหนึ่งสำหรับกระบวนการรับสมัครงาน นอกจากนี้ Social [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--has-title">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><strong>HIGHLIGHT</strong></div>
<div>
<ul>
<li>องค์กรประกาศรับสมัครงานได้โดยตรง รวดเร็ว และสื่อสารสองทางกับผู้สมัครได้</li>
<li>ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ใช้ Social Media ทำความรู้จักผู้สมัครเบื้องต้นได้ และตรวจสอบปฎิสัมพันธ์ของผู้สมัครระหว่างผู้อื่นได้</li>
<li>องค์กรใช้ Social Media ในการสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ดี ให้ผู้สมัครประทับใจและอยากร่วมงานด้วย</li>
<li>ผู้สมัครสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรผ่านทาง Social Media ได้</li>
</ul>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p>ปัจจุบัน Social Media เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนทั่วโลกไปแล้ว รวมถึงประเทศไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการใช้ Social Media สูงที่สุดประเทศหนึ่งในโลกด้วย นอกจากจะใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารติดต่อกันแล้ว ยุคนี้ Social Media ยังถือเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญเลยทีเดียว ตั้งแต่ธุรกิจ SMEs ไปจนถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างก็หันมาให้ความสำคัญกับ Social Media กันทั้งนั้น</p>
<p>ทุกวันนี้ Social Media กลายเป็นสื่อและเครื่องมือที่มีบทบาทเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายๆ ด้าน รวมถึงเทรนด์นิยมทั่วโลกล่าสุดกับ การใช้ Social Media ให้เป็นประโยชน์กับแวดวงสรรหาทรัพยากรบุคคล เครื่องมือนี้เป็นประโยชน์ที่ทำให้บริษัทขนาดเล็กหางานได้ง่ายไม่ต้องเสียงบประมาณมาก ในขณะที่ทำให้บริษัทขนาดใหญ่สื่อสารกับวงกว้างได้มากกว่าเก่าและมีโอกาสได้ผู้สมัครที่หลากหลายขึ้น นั่นเป็นเพียงประโยชน์ส่วนหนึ่งสำหรับกระบวนการรับสมัครงาน</p>
<p>นอกจากนี้ Social Media ยังมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ การเป็นเครื่องมือในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร, การเผยแพร่วัฒนธรรมองค์กรเพื่อสร้างความอยากร่วมงาน, หรือแม้แต่การให้ความรู้กับคนทั่วไปที่ทำให้คนรู้จักธุรกิจและวิสัยทัศน์ขององค์กรได้มากขึ้นด้วย</p>

<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>Social Media หางานยอดนิยมในเมืองไทย</strong></div>
<div>
<p><strong>+ LinkedIn :</strong> Social Media อันดับหนึ่งของโลกในการหางาน สร้างขึ้นมาเพื่อสร้างเครือข่ายในเรื่องนี้โดยเฉพาะ มีแหล่งงานคุณภาพดีๆ จากทั่วโลก ฝ่าย HR ไปจนถึงหัวหน้างานต่างๆ สามารถติดต่อกับผู้สมัครได้โดยตรง บริษัทสามารถใช้ Social Media นี้ประกาศรับสมัครงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดการด้วยตัวเองได้หมดโดยไม่ต้องผ่านบริษัทจัดหางานที่เป็นตัวกลาง</p>
<p><strong>+ Facebook :</strong> Social Media สารพัดประโยชน์ที่ฝ่าย HR ของบริษัทต่างๆ นิยมใช้ในการรับสมัครงานเช่นกัน โดยเฉพาะการประกาศรับสมัครงานที่สามารถเช็คการตอบรับจากผู้ที่สนใจได้โดยตรงและรวดเร็ว</p>
<p><strong>+ LINE JOBS :</strong> เพิ่งเปิดตัวล่าสุด และได้รับความนิยม Online Recruitment Platform นี้เป็นการผสมผสานระหว่าง Social Media และ Online Recruitment Agency สื่อกลางในการหางานได้ดี ด้วยความที่ LINE เป็นเจ้าของ Social Media เอง ทำให้มีการใช้เทคโนโลยีมาพัฒนามีเดียนี้หลากหลายรูปแบบให้น่าสนใจ</p>
</div>
</div>
<h2>ข้อดีของการใช้ Social Media สรรหาทรัพยากรบุคคล</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8316 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/2b00b90315a9406661af8765a014b347-1.jpg" alt="การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media" width="500" height="334" title="การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media 1086"></p>
<p><strong>+ รวดเร็ว ว่องไว ทันเวลา :</strong> การที่ฝ่าย HR ใช้ Social Media ประกาศรับสมัครงานโดยตรงนั้น นอกจากทางองค์กรเองจะขยับตัวได้ไว กำหนดเวลาได้ด้วยตัวเอง แถมยังได้การตอบกลับที่ไวอีกด้วย เป็นการสื่อสารโดยตรงกับผู้สมัครงานเลย โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง แต่อาจมีข้อเสียบ้างที่ฝ่าย HR อาจจะต้องคัดกรองผู้สมัครเองจำนวนมาก การประกาศงานผ่าน Social Media นี้จะมีประโยชน์สูงมากสำหรับกรณีที่ต้องการพนักงานอย่างเร่งด่วน</p>
<p><strong>+ เข้าถึงผู้คนได้จำนวนมาก :</strong> ปัจจุบันประเทศไทยมีคนใช้ Social Media จำมาก การที่ฝ่าย HR หันมาใช้ Social Media นั้นทำให้สามารถสื่อสารกับคนได้จำนวนมากขึ้น วงกว้างขึ้น และบางครั้งอาจกระจายได้ว่องไวรวดเร็วจากการช่วยแชร์ข้อมูลของคนที่สนใจ ทำให้มีโอกาสได้คนที่ตรงตามคุณลักษณะที่ประกาศไว้มากขึ้น</p>
<p><strong>+ เรียนรู้ผู้สมัครได้เบื้องต้น :</strong> ในการสัมภาษณ์งานนั้นฝ่าย HR มีเวลาค่อนข้างจำกัดในการทำความรู้จักผู้สมัครให้ลึกซึ้ง แต่ในยุคนี้ฝ่าย HR สามารถทำความรู้จักกับผู้สมัครเบื้องต้นผ่านทาง Social Media ต่างๆ ได้ อาทิ เนื้อหาที่โพสท์ ความเชื่อมโยงกับผู้อื่นใน Social Media ซึ่งจะทำให้รู้จักบุคลิกลักษณะเบื้องต้นของผู้สมัครได้เป็นอย่างดี การใช้ Social Media ของผู้สมัครก็ยังสามารถเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเบื้องต้นได้ เห็นปฎิสัมพันธ์กับผู้อื่น กริยามารยาท รวมถึงทัศนคติด้วย</p>
<p><strong>+ ตรวจสอบปฎิสัมพันธ์จากผู้อื่น :</strong> การสัมภาษณ์งานอาจได้เรียนรู้ผู้สมัครเชิงลึกก็จริง แต่ข้อมูลและทัศนคติจะมาจากผู้สมัครเพียงฝ่ายเดียว การเรียนรู้ Social Media ของผู้สมัครงานนั้นเราสามารถเห็นการตอบโต้ตลอดจน feedback จากผู้อื่นได้ด้วย ตลอดจนปฎิกิริยาทางสังคมที่ผู้อื่นมีต่อผู้สมัคร</p>
<p><strong>+ คัดกรองผู้สมัครเบื้องต้นได้ดีขึ้น :</strong> ปกติแล้วฝ่าย HR อาจจะคัดกรองผู้สมัครงานเบื้องต้นจากประวัติส่วนตัวที่กรอกไว้ในใบสมัครได้เท่านั้น ซึ่งการอ่านแค่ตัวหนังสือจากกระดาษที่เขียนนั้นอาจจะทำให้บริษัทได้ผู้สมัครงานที่ไม่ตรงตามความต้องการนัก กรณีนี้ Social Media ของผู้สมัครจะทำให้เราประมวลผลได้รอบด้านขึ้น มีข้อมูลในการคัดกรองหลากหลาย และอาจทำให้คัดเลือกผู้สมัครได้ใกล้เคียงกับคุณสมบัติที่ต้องการได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย</p>
<p><strong>+ หาผู้สนใจสมัครงานได้จากทั่วโลก :</strong> Social Media ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนในประเทศนั้นๆ เท่านั้น เพราะมันเป็นเครือข่ายทั่วโลกที่ใครๆ ก็สามารถรับรู้ข้อมูลได้ การประกาศรับสมัครงานผ่าน Social Media นี้จะทำให้กระจายข้อมูลข่าวสารได้ดีและกว้างไกลขึ้น ทำให้มีตัวเลือกของผู้สมัครหลากหลายขึ้น มีความสามารถหลากรูปแบบ และมาจากหลายเชื้อชาติ แถมยังใช้งบประมาณไม่สูงแต่ได้ผลคุ้มค่าทีเดียว</p>
<p><strong>+ เรียนรู้วัฒนธรรมองค์กร :</strong> นอกจากบริษัทจะได้ประโยชน์จาก Social Media ในการสมัครงานแล้ว ผู้สมัครงานเองก็ยังได้ประโยชน์จาก Social Media ขององค์กรไปพร้อมกันด้วย โดยเฉพาะภาพลักษณ์ขององค์กร, การสื่อสารขององค์กร, วิสัยทัศน์ขององค์กร, ตลอดจนวัฒนธรรมองค์กรเบื้องต้น ซึ่งผู้สมัครสามารถพิจารณาได้ว่าวัฒนธรรมองค์กรนั้นๆ เหมาะกับตัวเองหรือไม่ หรือเป็นภาพลักษณ์องค์กรที่เราชอบหรือเปล่า</p>
<p><strong>+ ลดช่องว่างระหว่างองค์กรและผู้สมัครงาน :</strong> การหางานผ่านทาง Social Media นั้นแตกต่างจากหางานเว็บไซต์ตรงที่สามารถสื่อสารสองทางได้ ผู้สมัครงานสามารถสื่อสารกับฝ่าย HR ได้โดยตรง สอบถามข้อมูลได้รวดเร็ว มีปฎิกิริยาระหว่างกัน ทำให้ระยะห่างระหว่างกันลดลง ผู้สมัครรู้สึกใกล้ชิดกับองค์กรได้มากขึ้น ในขณะที่องค์กรก็สามารถสื่อสารกับผู้สมัครงานได้อย่างตรงจุดประสงค์ เรียนรู้กันได้ง่ายขึ้น</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ใช้ </strong><strong>Chatbot ให้เป็นประโยชน์</strong></div>
<div><strong>Chatbot</strong> คือ Call Center สมองกลที่พร้อมจะตอบคำถามคุณได้ตลอดเวลา เปรียบเสมือน FAQ หรือ Q&amp;A ที่มีการโต้ตอบแบบสื่อสารสองทาง ปัจจุบัน Chatbot นิยมใช้ในเรื่องการบริการและการตลาดเป็นอย่างมาก หากเป็นองค์กรใหญ่ฝ่าย HR เองก็สามารถใช้ Chatbot ให้เป็นประโยชน์เพื่อตอบปัญหาเบื้องต้นให้กับผู้สมัครได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งการที่ฝ่าย HR ใส่ใจตรงจุดนี้ไมว่าจะเป็น Chatbot หรือ Q&amp;A ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสรรหาบุคคลากรได้ดียิ่งขึ้นด้วย</div>
</div>
<h2>โอกาสที่ฝ่าย HR จะใช้ Social Media ให้เป็นประโยชน์</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1416 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_662158669.png" alt="การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media" width="600" height="370" title="การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media 1087"></p>
<h3>ใช้ค้นหาผู้สมัคร</h3>
<ul>
<li>ฝ่าย HR สามารถโพสท์บทความการรับสมัครงานลงบน Social Media, Website หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ ได้ ทำให้ผู้สนใจสมัครงานมีโอกาสเข้ามาดูได้มากขึ้น เพราะสื่อแพร่หลายและกระจายในวงกว้าง นอกจากนี้ยังสามารถใช้การโฆษณาเพื่อกระตุ้นให้การสื่อสารเกิดประสิทธิภาพได้มากขึ้นอีกด้วย</li>
</ul>
<h3>ใช้เมื่อมีการคัดเลือกผู้สมัคร</h3>
<ul>
<li>ฝ่าย HR สามารถใช้ Social Media ในการตรวสอบและทำความรู้จักกับผู้สมัครเบื้องต้นได้ ทั้งจากลักษณะการใช้งาน Social Media ภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร ตลอดจนความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับคนอื่นๆ</li>
</ul>
<h3>ใช้สร้างภาพลักษณ์องค์กร</h3>
<ul>
<li>ฝ่าย HR สามารถเผยแพร่ภาพลักษณ์ตลอดจนความสำเร็จขององค์กรในด้านต่างๆ ผ่าน Social Media ได้ รวมถึงเผยแพร่กระบวนการในการพัฒนาบุคคลากร อาทิ การอบรมต่างๆ เพื่อให้คนภายนอกสามารถรับรู้ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร และอยากที่จะมาร่วมงานด้วย</li>
<li>หลายองค์กรมีการจัดกิจกรรมด้าน CSR หรือกิจกรรมด้านรับผิดชอบต่อสังคม ทางองค์กรก็สามารถใช้ Social Media เผยแพร่ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรได้เช่นกัน และทำให้คนสนใจหรือสนับสนุนองค์กรได้ และพร้อมจะร่วมงานเมื่อมีการประกาศสรรหาบุคคลากร</li>
</ul>
<h2>ตัวอย่างองค์กรในไทยที่มีการใช้ Social Media ในกระบวนการรับสมัครงานที่มีประสิทธิภาพ</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1418 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_1265572396.png" alt="การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media" width="600" height="370" title="การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media 1088"></p>
<h3>+ Central Group +</h3>
<p>เซ็นทรัลเริ่มขยายธุรกิจศูนย์การค้าแบรนด์ไทยไปในระดับโลกแล้ว ทั้งยังมีธุรกิจในเครือมากมาย ด้วยลักษณะของธุรกิจทำให้ต้องการสรรหาบุคคลากรจำนวนมาก และตลอดเวลา นั่นทำให้ฝ่าย HR ของเซ็นทรัลมีการปรับตัวและสื่อสารตลอดเวลาเช่นกัน องค์กรนี้เป็นหนึ่งในองค์กรของไทยที่มีการใช้ประโยชน์จาก LinkedIn ได้ยอดเยี่ยม ตั้งแต่การโพสท์เพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กร ไปจนถึงการโพสท์รับสมัครงาน และสร้างเครือข่ายงานที่ดี ทั้งยังมีการคัดสรรที่เป็นระบบ เหมาะสมกับแต่ละระดับงานด้วย รวมไปถึงการใช้ Facebook สื่อสารองค์กรในทุกรูปแบบ ตั้งแต่ Cooperate Information, Promotion ไปจนถึงประกาศรับสมัครงาน</p>
<h3>+ DTAC +</h3>
<p>นอกจากเรื่องการเป็นหนึ่งในยักษ์ด้านการสื่อสารรายใหญ่ของไทย หลายคนรู้ดีว่า DTAC เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนธุรกิจ Startup อย่างจริงจัง สร้าง Brand Royalty ให้กับคนรุ่นใหม่ได้ดี รวมถึงการพัฒนาองค์กรให้มีความสนุก น่าทำงานด้วย ในรูปแบบเดียวกับ Google และ Facebook ทำให้กลายเป็นองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยอันดับต้นๆ ของประเทศ ด้วยความที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี DTAC ก็ใช้ Social Media ในเรื่องการรับสมัครงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการสร้างโปรไฟล์และให้ความสำคัญกับการประกาศงานใน LinkedIn และให้โอกาสกับคนกลุ่มที่ใช้เทคโนลีนี้สมัครงานสูงด้วย</p>
<h3>+ Tencent +</h3>
<p>ยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีของจีนที่ประสบความสำเร็จระดับโลก ในไทยเอง Tencent เป็นเจ้าของ Online Media ชื่อดังอย่าง Snook! และ Music Portal ชื่อดังอย่าง Joox ที่เป็นขวัญใจของคนรุ่นใหม่ ฝ่ายบุคคลของ Tencent สามารถใช้ LinkedIn ในการสรรหาบุคคลากรได้ดี และเป็นการสรรหาแบบทั่วโลกพร้อมกัน โดยทุกคนสามารถเลือกงานในประเทศที่ตนเองสนใจด้วย รวมถึงประเทศไทย ทำให้ Tencent มีตัวเลือกมากขึ้น มีโอกาสที่จะได้คนเก่งๆ มาร่วมงานมากขึ้น ในส่วนของเว็บไซต์ Tencent เมืองไทยเอง ก็มีการประกาศรับสมัครงานที่เป็นกิจลักษณะ ให้รายละเอียดชัดเจน และสามารถสมัครงานได้โดยตรงด้วย</p>
<h3>+ PRIMAL +</h3>
<p>ปัจจุบันเมืองไทยมี Digital Agency เกิดขึ้นเยอะมาก และมักมีคนรุ่นใหม่เป็นเจ้าของกิจการ ซึ่ง Digital Agency มักจะเป็นองค์กรที่ใช้ Social Media ในการรับสมัครงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ประกาศรับสมัครงานเฉพาะใน Facebook ของตัวเอง, การสร้างเครือข่ายใน LinkedIn, ไปจนถึงการมีหัวข้อ Career/Jobs เป็นหนึ่งในเมนูหลักของเว็บไซต์บริษัท สำหรับ Digital Agency ที่ดูมาแรงที่สุดก็เห็นจะเป็น PRIMAL บริษัทรุ่นใหม่ที่ได้รับรางวัลการันตีมากมายในเมืองไทย รวมถึงรางวัลใหญ่อย่าง Agency of the year และ Best Digital Marketing Agency ด้วย นอกจากจะเผยแพร่ VDO สภาพแวดล้อมของออฟฟิศ, วิถีชีวิตการทำงานแบบคนยุคใหม่, ซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์องค์กรแบบคนรุ่นใหม่แล้ว ทาง Primal ก็ใช้ Social Media ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา รวมถึงใช้ LinkedIn ในการรับสมัครงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีการเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ และมี Feedback ที่รวดเร็ว</p>
<h3>+ Traveloka +</h3>
<p>Travel Business Platform จากอินโดนีเซียที่ถือเป็น Startup ระดับ Unicorn ของ South East Asia นี้มีสำนักงานในเมืองไทยด้วย ด้วยความที่เป็นบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีเป็นหลักทำให้องค์กรนี้สามารถใช้ Social Media ได้อย่างเป็นประโยชน์มาก หากใครติดตามองค์กรนี้จะเห็นได้ว่าเป็นองค์กรคนรุ่นใหม่ที่เผยแพร่ Corporate Image ตลอดจนวัฒนธรรมองค์กรผ่าน Social Media อย่างสม่ำเสมอ เพื่อดึงดูดคนที่มีไลฟ์สไตล์ลักษณะเดียวกันมาร่วมงานด้วย นอกจากนี้ Traveloka ยังเป็นองค์กรที่ใช้ LinkedIn ได้มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การสร้างภาพลักษณ์องค์กรไปจนถึงการสมัครงานที่เป็นระบบสากล ผู้สมัครสามารถเลือกทำงานในประเทศที่ตนอยากร่วมงานได้</p>
<div class="focused-block--has-title">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190617-recruitment-marketing/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8297 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/06/9644b9e8fa947ce99e2f382fac6bfd5d-1.jpg" alt="9644b9e8fa947ce99e2f382fac6bfd5d 1" width="500" height="334" title="การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media 1089"></a></div>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190617-recruitment-marketing/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener">การตลาดเพื่อคัดการสรรบุคลากร (Recruitment Marketing)<br />
กลยุทธ์คัดหัวกะทิร่วมงานกับองค์กร</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1417 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_1024809850.png" alt="การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media" width="600" height="370" title="การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media 1090"></p>
<ul>
<li>โลกที่พัฒนาอย่างว่องไวทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับการสมัครงานที่ปัจจุบันฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) จะต้องตามเทคโนโลยีให้ทัน การปรับทัศนคติใหม่ที่ว่า Social Media ไม่ใช่เทคโนโลยีไร้สาระ แต่กลับเป็นเครื่องมือที่ช่วยประโยชน์ได้อย่างมหาศาล อาจทำให้บริษัทไม่สูญเสียประโยชน์ก้อนใหญ่ได้</li>
<li>การดู Resume หรือ CV แค่ในกระดาษนั้นอาจทำให้คุณรู้จักผู้สมัครงานในแง่มุมเดียว ถ้าใช้ Social Media ให้เกิดประโยชน์อาจทำให้เรารู้จักผู้สมัครได้หลากหลายมิติมากขึ้น และคัดกรองผู้สมัครได้ดียิ่งขึ้น</li>
<li>การประกาศรับสมัครงานในยุคนี้ฝ่าย HR เองไม่ใช่เป็นฝ่ายตั้งรับแต่เพียงอย่างเดียวเหมือนในสมัยก่อน ไม่ต้องประกาศผ่านหนังสือพิมพ์ รอผู้สมัครจากอีเมล์ หรือจากเอเจนท์หางานเท่านั้น แต่ฝ่าย HR สามารถใช้ Social Media เพื่อควบคุมการประกาศงานตลอดจนรับสมัครงานเองได้ทั้งหมด ทำให้กระบวนการรวดเร็ว ว่องไว และสื่อสารกับผู้สมัครได้โดยตรง</li>
</ul>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-31978 size-full aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE" width="1600" height="500" title="การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media 1091" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>8 สัญญาณดี ที่ฝ่าย HR ควรรับคนแบบนี้เข้าทำงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/190307-hr-hire-job/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Mar 2019 09:28:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[การสรรหาบุคลากร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/190307-hr-hire-job/</guid>

					<description><![CDATA[หลังจากพิจารณาเรซูเม่และสัมภาษณ์ผู้สมัครงานเสร็จแล้ว ก็ถึงขั้นที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) จะมาพิจารณาประเมินผล ตลอดจนสรุปคัดเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดเข้าทำงาน แน่นอนว่าหากเป็นคนที่ยังไม่เคยร่วมงานกับบริษัทมาก่อน การที่ฝ่าย HR จะรู้จักคนนั้นอย่างถ่องแท้คงเป็นไปได้ยาก แต่หากผู้สมัครงานเหล่านี้แสดงศักยภาพหรือลักษณะบางอย่างให้เราสัมผัสได้ ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่มีแต้มต่อให้ฝ่าย HR ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น มาลองดูกันว่าสัญญาณที่ดีเหล่านี้มีอะไรกันบ้าง สัญญาณดีที่ 1.มีความรู้ความสามารถในงานที่ทำ แน่นอนว่าวัตถุประสงค์แรกของการรับสมัครงานก็คือต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานนั้นได้จริง ฝ่าย HR สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้จากประวัติการศึกษาและประวัติการทำงานที่ผ่านมา รวมถึงการสัมภาษณ์ที่เจาะลึกลงรายละเอียดการทำงานนั้นๆ หรือแม้กระทั่งการสอบถามไปยังบริษัทเก่าของผู้สมัคร การเลือกผู้ที่ทำงานเป็น พร้อมเริ่มงานได้เลย นอกจากจะไม่ต้องเสียเวลามากในการสอนงานแล้ว ฝ่าย HR ยังสามารถช่วยหาหลักสูตรในการเสริมทักษะเพื่อพัฒนาศักยะภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลให้กับบริษัทได้ดีขึ้นอีกด้วย Reference Checks แบบมืออาชีพ พร้อม 17 ตัวอย่างคำถามที่นำไปใช้ได้จริง 5 หลักเกณฑ์สำคัญที่ฝ่ายบุคคล (HR) ใช้ประเมินผู้สมัครงาน 2.มันใจในตัวเอง แต่ไม่หลงตัวเอง คนที่มั่นใจในตัวเองมักจะเป็นคนที่มีความเด็ดขาดในการทำงาน ตัดสินใจไว ทำงานได้ประสิทธิภาพ แต่ความมั่นใจในตัวเองบางทีก็เป็นเหมือนเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างความมี “อีโก้ (Ego)” ได้เหมือนกัน สิ่งที่ฝ่าย HR จะเช็คผู้สมัครงานได้เบื้องต้นก็คือลักษณะของการคุยโว โอ้อวด หลงตัวเอง และมักโทษโน่นโทษนี่เสมอ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-6615 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/7CF56300-B3CC-4705-BFB8-5DB8E31C713B.jpeg" alt="8 สัญญาณดี ที่ฝ่าย HR ควรรับคนแบบนี้เข้าทำงาน" width="600" height="370" title="8 สัญญาณดี ที่ฝ่าย HR ควรรับคนแบบนี้เข้าทำงาน 1098"></p>
<p>หลังจากพิจารณาเรซูเม่และสัมภาษณ์ผู้สมัครงานเสร็จแล้ว ก็ถึงขั้นที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) จะมาพิจารณาประเมินผล ตลอดจนสรุปคัดเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดเข้าทำงาน แน่นอนว่าหากเป็นคนที่ยังไม่เคยร่วมงานกับบริษัทมาก่อน การที่ฝ่าย HR จะรู้จักคนนั้นอย่างถ่องแท้คงเป็นไปได้ยาก แต่หากผู้สมัครงานเหล่านี้แสดงศักยภาพหรือลักษณะบางอย่างให้เราสัมผัสได้ ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่มีแต้มต่อให้ฝ่าย HR ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น มาลองดูกันว่าสัญญาณที่ดีเหล่านี้มีอะไรกันบ้าง</p>

<h2>สัญญาณดีที่ 1.มีความรู้ความสามารถในงานที่ทำ</h2>
<p>แน่นอนว่าวัตถุประสงค์แรกของการรับสมัครงานก็คือต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานนั้นได้จริง ฝ่าย HR สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้จากประวัติการศึกษาและประวัติการทำงานที่ผ่านมา รวมถึงการสัมภาษณ์ที่เจาะลึกลงรายละเอียดการทำงานนั้นๆ หรือแม้กระทั่ง<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/reference-checks-210625/">การสอบถามไปยังบริษัทเก่าของผู้สมัคร</a> การเลือกผู้ที่ทำงานเป็น พร้อมเริ่มงานได้เลย นอกจากจะไม่ต้องเสียเวลามากในการสอนงานแล้ว ฝ่าย HR ยังสามารถช่วยหาหลักสูตรในการเสริมทักษะเพื่อพัฒนาศักยะภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลให้กับบริษัทได้ดีขึ้นอีกด้วย</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div>
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/reference-checks-210625/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-7797 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/Reference-Checks-HR-NOTE-1.jpg" alt="Reference Checks HR NOTE " width="517" height="345" title="8 สัญญาณดี ที่ฝ่าย HR ควรรับคนแบบนี้เข้าทำงาน 1099"></span></a><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/reference-checks-210625/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Reference Checks แบบมืออาชีพ พร้อม 17 ตัวอย่างคำถามที่นำไปใช้ได้จริง</span></a></div>
<div><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190305-hr-score-candidate/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8307 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/3b01ddf20da0b530db6b60fa62e1019d-1.jpg" alt="3b01ddf20da0b530db6b60fa62e1019d 1" width="500" height="334" title="8 สัญญาณดี ที่ฝ่าย HR ควรรับคนแบบนี้เข้าทำงาน 1100"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190305-hr-score-candidate/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener">5 หลักเกณฑ์สำคัญที่ฝ่ายบุคคล (HR) ใช้ประเมินผู้สมัครงาน</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
</div>
<h2>2.มันใจในตัวเอง แต่ไม่หลงตัวเอง</h2>
<p>คนที่มั่นใจในตัวเองมักจะเป็นคนที่มีความเด็ดขาดในการทำงาน ตัดสินใจไว ทำงานได้ประสิทธิภาพ แต่ความมั่นใจในตัวเองบางทีก็เป็นเหมือนเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างความมี “อีโก้ (Ego)” ได้เหมือนกัน สิ่งที่ฝ่าย HR จะเช็คผู้สมัครงานได้เบื้องต้นก็คือลักษณะของการคุยโว โอ้อวด หลงตัวเอง และมักโทษโน่นโทษนี่เสมอ หรือไม่ยอมรับคำติ ไม่ฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น ใช้ความคิดเห็นตัวเองเป็นใหญ่จนเกินพอดี และตัวเองมักถูกเสมอ บ่อยครั้งที่พูดอวดตนว่าสามารถทำได้ แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่ยอมทำ หรือทำไม่เป็นดั่งที่อ้างไว้ สิ่งเหล่านี้ฝ่าย HR อาจจะต้องละเอียดรอบคอบในการมองคนให้เป็น สัมภาษณ์อย่างเข้าใจ ประเมินผลให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาด</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ปรับอีโก้ให้เป็นเรื่องดี</strong></div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-1320" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_1183966816-scaled.jpg" alt="shutterstock 1183966816 scaled" width="1110" height="740" title="8 สัญญาณดี ที่ฝ่าย HR ควรรับคนแบบนี้เข้าทำงาน 1101"></div>
<p>ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า <strong>อีโก้ (Ego)</strong> นั้นไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป การรู้จักควบคุมอีโก้ให้เหมาะสมหรือใช้อีโก้ให้เกิดประโยชน์ได้ถือเป็นเรื่องดีทีเดียว หากฝ่ายบุคคลสามารถจับวางไปอยู่ในตำแหน่งงานที่ถูกที่ถูกทาง แนะนำการบริหารอีโก้ให้ถูกต้องได้ อาจเกิดประโยชน์กับบริษัท เพราะบางกรณีการมีอีโก้ที่เหมาะสมอาจสร้างความน่าเชื่อถือได้ดีกว่าคนที่นอบน้อมถ่อมตนเสียด้วยซ้ำ หรือบางทีคนมีอีโก้อาจกล้าแสดงความคิดเห็นมากกว่าคนที่ประณีประนอม ทำให้บริษัทสามารถรู้ปัญหาที่แท้จริงของงานได้เช่นกัน</p>
</div>
<h2>3.มีทักษะในการวางแผน มีไหวพริบในการแก้ปัญหา</h2>
<p>คำถามที่ฝ่าย HR จะสัมภาษณ์ผู้สมัครอยู่เสมอก็คือทักษะในการแก้ปัญหาตลอดจนการเผชิญกับความกดดันต่างๆ ซึ่งในโลกการทำงานจริงนั้นสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติ การได้พนักงานที่สามารถวางแผนการทำงานได้ดีนั้นย่อมทำให้งานมีประสิทธิผลมากขึ้น และอาจเกิดปัญหาน้อยลงได้ โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มีการวางแผนการทำงานที่ดีมักจะมีทักษะตลอดจนไหวพริบในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ดีตามไปด้วย สิ่งที่ฝ่าย HR สามารถเช็คได้เบื้องต้นก็อาจจะมาจากคำถามยอดฮิตอย่างวิธีจัดการปัญหาและการทำงานภายใต้ความกดดัน หรืออาจจะลองสมมติสถานการณ์ขึ้นเพื่อทดสอบวิธีคิดไปจนถึงวิธีแก้ปัญหาของผู้สมัครก็ได้เช่นกัน</p>
<h2>4.กระตือรือร้น ขยันขันแข็ง รับผิดชอบ</h2>
<p>คุณลักษณะที่ดีทั้งสามอย่างนี้มักจะมาพร้อมกัน และเป็นคุณสมบัติที่ดีสำหรับพนักงานในทุกบริษัท หากฝ่าย HR สามารถรู้ได้ว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติดังกล่าวก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่ควรจะรับบุคคลนั้นเข้าทำงาน ความกระตือรือร้นนั้นอาจดูได้จากบุคลิกไปจนถึงการพูดจาในขณะสัมภาษณ์งาน ไปจนถึงความสนใจในข้อมูลต่างๆ ที่จะนำมาตอบ หรือการตอบสนองการสนทนาที่ช่วยให้การพูดคุยราบรื่นและไม่น่าเบื่อ สร้างเรื่องน่าสนใจได้เสมอ สิ่งดีๆ</p>
<p>หลายอย่างที่เกิดขึ้นนั้นส่วนหนึ่งมาจากความขยัน หากขี้เกียจแล้วไม่ว่าจะมีแนวความคิดดีขนาดไหนสิ่งดีๆ เหล่านั้นก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้เหมือนกัน และคงไม่มีบริษัทไหนอยากจะรับพนักงานที่ขี้เกียจเข้าไปทำงานด้วย ส่วนสิ่งสำคัญที่สุดก็คือความรับผิดชอบ หากพนักงานมีความรับผิดชอบแล้วงานก็จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ยามเกิดปัญหาก็ไม่ทิ้งปัญหา ลงมือแก้ไขให้สำเร็จ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท</p>
<h2>5.ยอมรับความผิดพลาดได้ พร้อมแก้ไขข้อบกพร่อง</h2>
<p>สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ไม่เคยมีใครที่ไม่เคยทำผิดพลาดมาก่อน แต่ผู้ที่รู้จักยอมรับความผิดพลาดของตัวเองได้ พร้อมลุกขึ้นมาแก้ไขข้อบกพร่อง แล้วพร้อมจะเดินต่อ ทำให้ดีขึ้นกว่าเก่า เป็นคนที่น่าปรบมือให้ที่สุด หากบริษัทได้พนักงานที่มีคุณสมบัติแบบนี้เข้ามาทำงานย่อมทำให้บริษัทเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง แต่หากตรงกันข้าม คนที่มักไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง มักจะโทษคนอื่น สร้างความแตกแยก หรือแม้กระทั่งปกปิดข้อบกพร่อง สิ่งเหล่านี้ทำให้บริษัทล่มได้เช่นกัน</p>
<p>คำถามหนึ่งที่เรามักพบบ่อยๆ ในการสัมภาษณ์งานก็คือความล้มเหลวของคุณคืออะไร และรับมือกับมันอย่างไร อย่างนั้นสิ่งนี้ก็สามารถสะท้อนทัศนคติเรื่องนี้ในเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี หรือการตรวจสอบข้อมูลไปยังบริษัทเก่าที่ผู้สมัครเคยทำงาน ก็อาจรู้ได้ว่าผู้สมัครคนนั้นมีคุณสมบัติในข้อนี้ดีแค่ไหนได้เช่นกัน</p>
<h2>6.ควบคุมอารมณ์ได้ ให้เกียรติคนอื่น</h2>
<p>การรู้จักให้เกียรติซึ่งกันและกันในการทำงาน บางทีอาจช่วยลดปัญหาภายในองค์กรได้ และทำให้คนทำงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น คนที่ให้เกียรติคนอื่นเป็นมักเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดี ในทางตรงกันข้ามผู้ที่ไม่รู้จักให้เกียรติคนอื่นมักจะเริ่มเป็นผู้ระบายอารมณ์ใส่คนอื่นก่อน แล้วก็เกิดการถกเถียงที่ไม่ได้ประโยชน์ เกิดปัญหาภายในองค์กรขึ้นได้ เพราะธรรมชาติของมนุษย์ย่อมไม่มีใครชอบการปะทะอารมณ์ใส่กันอยู่แล้ว</p>
<p>ฝ่าย HR อาจจะสังเกตเรื่องนี้ให้ดีจากการสัมภาษณ์งาน อาจลองเตรียมสถานการณ์หรือคำถามที่มีแนวโน้มก่อให้เกิดความไม่พอใจได้ แล้วสังเกตพฤติกรรมที่เกิดขึ้น แต่ควรอยู่บนพื้นฐานที่ฝ่าย HR ต้องไม่สร้างสถานการณ์จนเกินพอดี หรือก้าวก่ายผู้สมัครจนไม่เหมาะสม การแสดงอารมณ์ในบางครั้งอาจสังเกตได้ง่ายจากลักษณะการตอบคำถามแนวแสดงความคิดเห็น เช็คปฎิกิริยาเหล่านี้เบื้องต้นได้จากวิธีการให้เหตุผลของคำตอบที่เห็นต่างกัน</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>เช็คอารมณ์จากการปล่อยให้รอ</strong></div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-1323" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_758753509-1.png" alt="shutterstock 758753509 1" width="1109" height="740" title="8 สัญญาณดี ที่ฝ่าย HR ควรรับคนแบบนี้เข้าทำงาน 1102"></div>
<p>วิธีการทดสอบหนึ่งที่ฝ่าย HR มักใช้ในการทดสอบผู้สมัครงานในเรื่องความอดทนและการแสดงอารมณ์ก็คือการปล่อยให้ผู้สมัครนั่งรอการสัมภาษณ์ เพื่อที่ฝ่าย HR จะคอยสังเกตการณ์พฤติกรรมที่เกิดขึ้น จะว่าไปแล้ววิธีการนี้ในบางมุมมองก็ไม่เหมาะสมนัก หากบรรทัดฐานของคนนั้นต่างกัน ผู้สมัครบางคนอาจจะเป็นคนตรงต่อเวลา เวลาเป็นสิ่งมีค่า การปล่อยให้คนคนนั้นรอโดยไร้จุดมุ่งหมายและไร้เหตุผลนั้นย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และมีแนวโน้มที่ผู้สมัครจะแสดงความไม่พอใจออกมาได้สูง หากฝ่าย HR ใช้จุดนี้ประเมินเรื่องอารมณ์ อาจไม่ใช่วิธีการที่เหมาะสมเท่าไรนัก แต่ถึงอย่างไรก็ดี ก็ยังมี HR อีกจำนวนมาก ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องตรงเวลา</p>
<div>
<p>ยกเว้นก็แต่ว่ามีการแจ้งล่วงหน้าก่อนมาสัมภาษณ์ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไร ฝ่าย HR มาพบผู้สมัครตรงตามเวลานัดหมายแล้วจึงให้นั่งรอ หรือแจ้งว่าจะมีการสัมภาษณ์เกิดขึ้นเวลาไหนให้รอสักครู่ ก็จะดีกว่า</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การตรงต่อเวลาเป็นสิ่งสำคัญในทุกเรื่อง แม้แต่การทำงาน ฉะนั้นฝ่าย HR ก็ควรจะแสดงความตรงต่อเวลากับผู้สมัครงานทุกคนด้วย หากบริษัทไม่ตรงต่อเวลากับผู้สมัครก่อน ก็โทษผู้สมัครไม่ได้ที่เขาอาจจะไม่ให้ค่ากับบริษัท และตัดสินใจไม่ร่วมงานเพราะรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่สำคัญนี้</p>
</div>
</div>
<h2>7.ไม่เห็นแก่ตัว ชอบช่วยเหลือผู้อื่น</h2>
<p>ไม่มีใครชอบทำงานกับคนที่เห็นแก่ตัว ไม่ชอบช่วยเหลือคนอื่น โดยเฉพาะบริษัทที่ระบบการทำงานแบบทีมเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งหนึ่งที่ฝ่าย HR จะสังเกตได้เบื้องต้นนั้นก็คือการร่วมกิจกรรมอื่นๆ นอกเหนืองานของตัวเองตั้งแต่การทำกิจกรรมสมัยเรียนไปจนถึงการทำงานปัจจุบัน สำหรับบริษัทที่มีการสัมภาษณ์ระบบกลุ่ม (Group Interview) หรือมีการสัมภาษณ์ในรูปแบบทำกิจกรรมกลุ่ม (Workshop Interview) จุดนี้ HR อาจสังเกตเห็นเรื่องการมีส่วนร่วมและช่วยเหลือผู้อื่นได้ดีกว่า ประเมินผลในเรื่องนี้จากสถานการณ์จริงได้เช่นกัน</p>
<p>อีกเรื่องที่สามารถใช้ทดสอบในเรื่องความเห็นแก่ตัวได้ก็คือการเจรจาเรื่องเงินเดือน ผลประโยชน์ ตลอดจนสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของตำแหน่งงานนั้นๆ คนเห็นแก่ตัวมักจะเอาประโยชน์ของตนเป็นหลัก และไม่ยอมเสียประโยชน์ใดๆ ที่ไม่คุ้มค่า คนกลุ่มนี้อาจมีการเจรจาเรียกร้องผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด โดยอาจเปรียบเทียบกับบริษัทอื่น หรือต่อรองผลประโยชน์จนเกินพอดี ยื้อการเจรจาแบบไม่สมเหตุสมผล แต่กรณีนี้ฝ่าย HR อาจต้องประเมินให้ดี มองให้เป็น ว่านี่คือความเห็นแก่ตัวหรือการรักษาผลประโยชน์ของผู้สมัครที่เป็นสิทธิที่เหมาะสม</p>
<h2>8.จริงใจ ไม่โกหก</h2>
<p>ข้อนี้อาจสำคัญที่สุดสำหรับการคัดเลือกพนักงาน การเป็นคนจริงใจ ไม่พูดโกหก เป็นคุณสมบัติที่ดีไม่ว่าจะทำงานบริษัทไหนหรือตำแหน่งใดก็ตาม ถึงแม้ว่าหลังจากดูประวัติตลอดจนสัมภาษณ์ผู้สมัครงานเรียบร้อยแล้ว คุณสมบัติครบถ้วนดีเยี่ยมทุกประการ แต่หากทุกเรื่องเป็นเรื่องที่เขาโกหกขึ้นมา ทุกอย่างก็เป็นอันจบ</p>
<p>คนที่เริ่มต้นด้วยความโกหก มักต่อยอดความโกหกในการทำงานด้วย หรือปกปิดข้อมูลบางอย่างที่อาจทำให้บริษัทได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เกิดความเสียหายได้ในที่สุด การโกหกนั้นไม่ได้อยู่แค่เรื่องของคำพูด แต่การกระทำที่ปกปิดความจริง หรือแสดงผลไม่ตรงกับความเป็นจริง ก็เป็นการโกหกทางข้อมูลที่ร้ายแรงเช่นกัน</p>
<p>เรื่องสำคัญที่สุดนี้อาจเป็นสิ่งที่ฝ่าย HR เช็คได้ยากที่สุด แต่ก็ควรเป็นสิ่งที่ฝ่าย HR ควรใส่ใจที่สุด ละเอียดรอบคอบ ตั้งแต่การตรวจเอกสาร, การสังเกตพฤติกรรมการพูด, การตั้งคำถามเพื่อเช็คข้อมูล, หรือแม้แต่การเช็คข้อมูลในอดีตจากบริษัทก่อนๆ ล้วนแล้วแต่ช่วยเหลือในเบื้องต้นได้ทั้งสิ้น</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" title="8 สัญญาณดี ที่ฝ่าย HR ควรรับคนแบบนี้เข้าทำงาน 1103"></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 หมวดคำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษที่ HR ควรเตรียมตัว</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/190306-job-interview-english/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Mar 2019 09:07:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[คำถามสัมภาษณ์งาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/190306-job-interview-english/</guid>

					<description><![CDATA[การสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ (Job Interview in English) นั้นกลายมาเป็นมาตรฐานสำหรับบริษัทส่วนใหญ่ไปโดยปริยายแล้ว ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) มักจะเพิ่มการสัมภาษณ์งานช่วงนี้เข้ามาเพื่อทดสอบและประเมินศักยภาพของผู้สมัครงานแต่ละคนด้วย ถึงแม้ว่าบางบริษัทอาจจะไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในการทำงานก็ตาม แต่ยุคปัจจุบันภาษาก็มีความสำคัญในทุกมิติของการทำงานด้วยเช่นกัน ไม่เพียงแต่ผู้สมัครจะเตรียมตัวในการตอบคำถามในส่วนนี้มาเป็นอย่างดีแล้ว ผู้สัมภาษณ์งานเองก็ควรจะต้องเตรียมตัวในส่วนนี้ให้ดีด้วยเช่นกัน เบื้องต้นอาจเริ่มด้วยการวางแผนในเรื่องคำถามภาษาอังกฤษ ตลอดจนลำดับการสัมภาษณ์ที่เอื้อประโยชน์ต่อการสนทนาที่ลื่นไหล ไปจนถึงการเช็คความถูกต้องและวัตถุประสงค์ของคำถาม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพให้มากที่สุด Checked First ! สิ่งที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ควรทำอันดับแรกหากมีการสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษก็คือการเช็คระดับความสามารถทางภาษาของผู้สมัคร และจัดผู้สัมภาษณ์ให้มีระดับความรู้ทางภาษาที่เท่าเทียมกันหรือเหนือกว่า เพื่อประโยชน์ดังนี้ + ความลื่นไหลในการสนทนา : ยิ่งระดับภาษาดีเท่าไรยิ่งส่งผลต่อความลื่นไหลของบทสนทนาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกรณีที่ผู้สมัครงานมีความรู้ทางภาษาที่ดี และภาษาจำเป็นต่อการทำงาน ก็ควรเลือกผู้ที่เก่งภาษามาสัมภาษณ์งาน ทั้งนี้เพื่อความลื่นไหลของบทสนทนา และการตอบโต้กันไปมาที่ไม่ใช่แค่ถามไปแล้วตอบมาเท่านั้น + ความน่าเชื่อถือของบริษัท : แน่นอนว่าระดับภาษาของผู้สัมภาษณ์สามารถสะท้อนความน่าเชื่อถือตลอดจนความเป็นผู้เชี่ยวชาญของบริษัทได้เป็นอย่างดี หากบริษัทเลือกผู้สัมภาษณ์ที่มีความสามารถต่ำกว่าผู้สมัคร อาจเกิดผลเสียต่อภาพลักษณ์บริษัทได้ และอาจทำให้ผู้สมัครประเมินบริษัทในแง่ไม่ดี หรืออาจไม่อยากมาร่วมงานได้เช่นกัน แต่ตรงกันข้ามการเลือกผู้สัมภาษณ์ที่ดีก็สะท้อนถึงความใส่ใจของบริษัทได้ + การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและไม่ตกหล่นข้อมูลสำคัญ :การคัดเลือกผู้สัมภาษณ์ที่มีระดับภาษาที่ดีนั้นย่อมทำให้สามารถสื่อสารหรือรับฟังข้อมูลได้ถูกต้องกว่า ไม่ตกหล่นข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ภาษานั้นเป็นสิ่งจำเป็นในการทำงาน การเลือกผู้ที่ไม่มีความรู้ทางภาษาที่ดีไปสัมภาษณ์ ก็อาจทำให้ข้อมูลตกหล่น หรืออาจทำให้การประเมินคะแนนผู้สมัครงานไม่ถูกต้องได้เช่นกัน เป็นผลเสียทั้งบริษัทและผู้สมัครงานอีกด้ว คำถามสัมภาษณ์งานจากฝ่ายบุคคล และการเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดี 1.หมวดคำถามพื้นฐานทั่วไป [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8313 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/33a0c3250c46232333fbf21ed1b64861.jpg" alt="5 หมวดคำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษที่ HR ควรเตรียมตัว" width="600" height="370" title="5 หมวดคำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษที่ HR ควรเตรียมตัว 1111"></p>
<p><strong>การสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ (Job Interview in English)</strong> นั้นกลายมาเป็นมาตรฐานสำหรับบริษัทส่วนใหญ่ไปโดยปริยายแล้ว ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) มักจะเพิ่มการสัมภาษณ์งานช่วงนี้เข้ามาเพื่อทดสอบและประเมินศักยภาพของผู้สมัครงานแต่ละคนด้วย ถึงแม้ว่าบางบริษัทอาจจะไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในการทำงานก็ตาม แต่ยุคปัจจุบันภาษาก็มีความสำคัญในทุกมิติของการทำงานด้วยเช่นกัน ไม่เพียงแต่ผู้สมัครจะเตรียมตัวในการตอบคำถามในส่วนนี้มาเป็นอย่างดีแล้ว ผู้สัมภาษณ์งานเองก็ควรจะต้องเตรียมตัวในส่วนนี้ให้ดีด้วยเช่นกัน เบื้องต้นอาจเริ่มด้วยการวางแผนในเรื่องคำถามภาษาอังกฤษ ตลอดจนลำดับการสัมภาษณ์ที่เอื้อประโยชน์ต่อการสนทนาที่ลื่นไหล ไปจนถึงการเช็คความถูกต้องและวัตถุประสงค์ของคำถาม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพให้มากที่สุด</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>Checked First !</strong></div>
<div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1300" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_668007496.png" alt="shutterstock 668007496" width="600" height="370" title="5 หมวดคำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษที่ HR ควรเตรียมตัว 1112"></p>
<p>สิ่งที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ควรทำอันดับแรกหากมีการสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษก็คือการเช็คระดับความสามารถทางภาษาของผู้สมัคร และจัดผู้สัมภาษณ์ให้มีระดับความรู้ทางภาษาที่เท่าเทียมกันหรือเหนือกว่า เพื่อประโยชน์ดังนี้</p>
<p><strong>+ ความลื่นไหลในการสนทนา :</strong> ยิ่งระดับภาษาดีเท่าไรยิ่งส่งผลต่อความลื่นไหลของบทสนทนาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกรณีที่ผู้สมัครงานมีความรู้ทางภาษาที่ดี และภาษาจำเป็นต่อการทำงาน ก็ควรเลือกผู้ที่เก่งภาษามาสัมภาษณ์งาน ทั้งนี้เพื่อความลื่นไหลของบทสนทนา และการตอบโต้กันไปมาที่ไม่ใช่แค่ถามไปแล้วตอบมาเท่านั้น</p>
<p><strong>+ ความน่าเชื่อถือของบริษัท :</strong> แน่นอนว่าระดับภาษาของผู้สัมภาษณ์สามารถสะท้อนความน่าเชื่อถือตลอดจนความเป็นผู้เชี่ยวชาญของบริษัทได้เป็นอย่างดี หากบริษัทเลือกผู้สัมภาษณ์ที่มีความสามารถต่ำกว่าผู้สมัคร อาจเกิดผลเสียต่อภาพลักษณ์บริษัทได้ และอาจทำให้ผู้สมัครประเมินบริษัทในแง่ไม่ดี หรืออาจไม่อยากมาร่วมงานได้เช่นกัน แต่ตรงกันข้ามการเลือกผู้สัมภาษณ์ที่ดีก็สะท้อนถึงความใส่ใจของบริษัทได้</p>
<p><strong>+ การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและไม่ตกหล่นข้อมูลสำคัญ :</strong>การคัดเลือกผู้สัมภาษณ์ที่มีระดับภาษาที่ดีนั้นย่อมทำให้สามารถสื่อสารหรือรับฟังข้อมูลได้ถูกต้องกว่า ไม่ตกหล่นข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ภาษานั้นเป็นสิ่งจำเป็นในการทำงาน การเลือกผู้ที่ไม่มีความรู้ทางภาษาที่ดีไปสัมภาษณ์ ก็อาจทำให้ข้อมูลตกหล่น หรืออาจทำให้การประเมินคะแนนผู้สมัครงานไม่ถูกต้องได้เช่นกัน เป็นผลเสียทั้งบริษัทและผู้สมัครงานอีกด้ว</p>
</div>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190301-job-interview-question/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-8308 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/446afed7441adb8a25e013ff973382cd-1.jpg" alt="คำถาม สัมภาษณ์งาน สัมภาษณ์ HR NOTE" width="600" height="370" title="5 หมวดคำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษที่ HR ควรเตรียมตัว 1113"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190301-job-interview-question/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener">คำถามสัมภาษณ์งานจากฝ่ายบุคคล และการเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดี</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h3 id="q1">1.หมวดคำถามพื้นฐานทั่วไป / คำถามที่เกี่ยวกับผู้สมัคร (General Question &amp; Candidate Biography)</h3>
<div class="focused-block">
<p><strong>Please tell me about yourself. / Please introduce yourself.  </strong></p>
<ul>
<li><em>แนะนำตัวของคุณ/เล่าเรื่องราวของคุณให้เรารู้จักหน่อย</em></li>
</ul>
<p><strong>How about your educational Background?</strong></p>
<ul>
<li><em>ประวัติทางการศึกษาของคุณเป็นอย่างไรบ้าง</em></li>
</ul>
<p><strong>What would you describe about your personality?</strong></p>
<ul>
<li><em>ลักษณะนิสัยของคุณเป็นอย่างไร</em></li>
</ul>
<p><strong>What are your strengths and weaknesses?</strong></p>
<ul>
<li><em>อะไรคือจุดแข็งและจุดอ่อนของคุณ</em></li>
</ul>
<p><strong>What are your hobbies?</strong></p>
<ul>
<li><em>งานอดิเรกของคุณคืออไร</em></li>
</ul>
</div>
<p><strong>วัตถุประสงค์ </strong><strong>:</strong> การเริ่มต้นคำถามด้วยคำถามพื้นๆ ง่ายๆ ทั่วไป ที่เป็นลักษณะคำถามปลายเปิด สามารถตอบได้ตามพื้นฐานของผู้สมัครเองนั้น นอกจากจะเป็นการเปิดบทสนทนาที่ดีแล้ว ยังเป็นการเริ่มปรับตัวทั้งผู้สัมภาษณ์และผู้สมัครเองให้คุ้นเคยกัน ทั้งยังช่วยลดความประหม่า และลดความเครียดได้ในตัว หรือบางทีประโยคพื้นฐานนี้อาจเป็นการเช็คศักยภาพของผู้สมัครได้เบื้องต้น หรืออาจเป็นจุดที่รู้ว่าผู้สมัครสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้หรือไม่ ควรจะสนทนาต่อไป หรือหยุดบทสนทนาได้เลย ตัวอย่างคำถามมีดังนี้ คำถามหมวดนี้ควรเป็นเรื่องง่ายๆ เพื่อเปิดบทสนทนาระหว่างกัน และเป็นการปรับตัวระหว่างกันด้วย เป็นคำถามที่ให้ผู้สัมภาษณ์ตอบได้ง่ายๆ เลือกตอบได้เอง เพื่อให้เขากล้าที่จะสื่อสารภาษาอังกฤษออกมา ตัวอย่างของการเตรียมคำถามในกลุ่มนี้ได้แก่</p>
<h3 id="q2">2.หมวดคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์การทำงานและตำแหน่งงานที่สมัคร (Working Experience &amp; The Specific Job)</h3>
<div class="focused-block">
<p><strong>Please tell me about your working experience.</strong></p>
<ul>
<li><em>ช่วยเล่าประสบการณ์การทำงานของคุณที่ผ่านมาให้ฟังหน่อย</em></li>
</ul>
<p><strong>What are you doing in your current job?</strong></p>
<ul>
<li><em>คุณทำอะไรบ้างในตำแหน่งงานปัจจุบัน</em></li>
</ul>
<p><strong>Why are you interested in this position?</strong></p>
<ul>
<li><em>ทำไมคุณจึงสนใจสมัครงานในตำแหน่งนี้</em></li>
</ul>
<p><strong>What skills do you think are needed for this position?</strong></p>
<ul>
<li><em>ทักษะอะไรที่คุณคิดว่ามีความจำเป็นต่อการทำงานในตำแหน่งนี้</em></li>
</ul>
<p><strong>Do you think you’re qualified for this position?</strong></p>
<ul>
<li><em>คุณคิดว่าคุณสมบัติของคุณเหมาะสมกับตำแหน่งนี้หรือไม่ อย่างไร</em></li>
</ul>
<p><strong>Why Should we hire you?</strong></p>
<ul>
<li><em>เหตุใดเราถึงต้องจ้างงานคุณ</em></li>
</ul>
</div>
<p><strong>วัตถุประสงค์ </strong><strong>:</strong> คำถามในส่วนนี้จะเจาะลึกลงรายละเอียดเรื่องการทำงานโดยตรง โดยอาจเริ่มตั้งแต่ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ไปจนถึงรายละเอียดการทำงานของตำแหน่งที่ประกาศรับสมัคร นอกจากจะเป็นการวัดศักยภาพในการทำงานแล้ว คำถามในหมวดนี้ยังใช้วัดความมั่นใจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งถ้าผู้ที่เคยผ่านการทำงานจริงจะสามารถเล่าลงรายละเอียดเชิงลึกได้ พูดออกมาให้น่าเชื่อถือ เข้าใจ และมีความมั่นใจ รวมถึงฝ่ายทรัพยากรบุคคลยังประเมินศักยภาพในการทำงานของผู้สมัครงานได้เช่นกัน ตัวอย่างของการเตรียมคำถามในกลุ่มนี้ได้แก่</p>
<h3 id="q3">3.หมวดคำถามเกี่ยวกับทักษะในการแก้ปัญหาและบริหารจัดการ (Problem Solving &amp; Management Skills)</h3>
<div class="focused-block">
<p><strong>How do you handle pressure?</strong></p>
<ul>
<li><em>คุณมีวิธีจัดการกับความกดดันอย่างไรบ้าง</em></li>
</ul>
<p><strong>Please describe a difficult work situation and how you overcame it.</strong></p>
<ul>
<li><em>โปรดอธิบายสถานการณ์การทำงานที่ผ่านมาของคุณที่คิดว่ายากที่สุด และคุณผ่านมันไปได้อย่างไร</em></li>
</ul>
<p><strong>What was your biggest failure and the most successful in career and how do you handle both situations?</strong></p>
<ul>
<li><em>อะไรคือสิ่งที่ล้มเหลวครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดและอะไรคือสิ่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเรื่องงาน คุณจัดการกับสองสถานการณ์นั้นอย่างไร</em></li>
</ul>
<p><strong>Please tell me about a time you made a mistake.</strong></p>
<ul>
<li><em>โปรดเล่าเกี่ยวกับช่วงเวลาที่คุณทำอะไรผิดพลาดให้ฟังหน่อย</em></li>
</ul>
<p><strong>What motivates you?</strong></p>
<ul>
<li><em>อะไรที่คือแรงกระตุ้นในการทำงานที่ดีที่สุดสำหรับคุณ</em></li>
</ul>
<p><strong>What is the most challenging about your job?</strong></p>
<ul>
<li><em>อะไรคือความท้าทายที่สุดในการทำงานของคุณ</em></li>
</ul>
<p><strong>How do you deal with the working deadline?</strong></p>
<ul>
<li><em>คุณมีวิธีการจัดการในเรื่องเส้นตายในการทำงานอย่างไร</em></li>
</ul>
</div>
<p><strong>วัตถุประสงค์ </strong><strong>:</strong> หนึ่งในหมวดคำถามที่นิยมสัมภาษณ์ผู้สมัครงานและเป็นสิ่งที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลอยากรู้มากที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือทักษะของการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตลอดจนทักษะในการบริหารจัดการงานนั่นเอง กลุ่มคำถามนี้ใช้ประเมินวิธีในการทำงานรวมถึงกระบวนการคิดได้ดี และทดสอบการบริหารจัดการได้อย่างยอดเยี่ยมด้วย ตัวอย่างของการเตรียมคำถามในกลุ่มนี้ได้แก่</p>
<h3 id="q4">4.หมวดคำถามเกี่ยวกับทัศนคติและวิสัยทัศน์ (Attitude and Vision)</h3>
<div class="focused-block">
<p><strong>What are your career goals?</strong></p>
<ul>
<li><em>อะไรคือเป้าหมายในอาชีพของคุณ</em></li>
</ul>
<p><strong>What do you see yourself in next year and the next decade?</strong></p>
<ul>
<li><em>คุณจะเห็นตัวคุณเป็นอะไร/อย่างไรในปีหน้าและอีก 10 ปีข้างหน้า</em></li>
</ul>
<p><strong>What does success mean to you?</strong></p>
<ul>
<li><em>นิยามของความสำเร็จของคุณคืออะไร</em></li>
</ul>
<p><strong>What do you think about teamwork?</strong></p>
<ul>
<li><em>คุณคิดอย่างไรกับการทำงานเป็นทีม</em></li>
</ul>
<p><strong>What is your dream job?</strong></p>
<ul>
<li><em>อะไรคืองานในฝันของคุณ</em></li>
</ul>
</div>
<p><strong>วัตถุประสงค์ </strong><strong>:</strong> หลังจากที่ถามคำถามหนักๆ เกี่ยวกับการทำงานไปแล้ว อาจเริ่มเข้าสู่หมวดคำถามที่ผ่อนคลายลงอีกครั้ง แต่ก็ยังคงมีสาระประโยชน์ที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงานอยู่เช่นกัน คำถามลักษณะนี้จะเป็นคำถามปลายเปิดเพื่อให้แสดงความคิดเห็น และฝ่ายทรัพยากรบุคคลสามารถประเมินทัศนคติตลอดจนวิสัยทัศน์ของผู้สมัครงานได้ ตัวอย่างของการเตรียมคำถามในกลุ่มนี้ได้แก่</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190307-hr-hire-job/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-6615 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/7CF56300-B3CC-4705-BFB8-5DB8E31C713B.jpeg" alt="7CF56300 B3CC 4705 BFB8 5DB8E31C713B" width="600" height="370" title="5 หมวดคำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษที่ HR ควรเตรียมตัว 1114"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190307-hr-hire-job/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener">8 สัญญาณดี ที่ฝ่าย HR ควรรับคนแบบนี้เข้าทำงาน</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h3 id="q5">5.หมวดคำถามเกี่ยวกับไหวพริบปฎิภาณและความรอบรู้ (Resourcefulness &amp; General Knowledge)</h3>
<div class="focused-block">
<p><strong>What are you doing in your free time?</strong></p>
<ul>
<li><em>เวลาว่างคุณชอบทำอะไร</em></li>
</ul>
<p><strong>How about your hobby?</strong></p>
<ul>
<li><em>งานอดิเรกของคุณคืออะไร</em></li>
</ul>
<p><strong>What is your most interesting news in this week?</strong></p>
<ul>
<li><em>ข่าวไหนในรอบสัปดาห์นี้ที่คุณสนใจมากที่สุด</em></li>
</ul>
<p><strong>What is your the most favorite travel?</strong></p>
<ul>
<li><em>การเดินทางท่องเที่ยวครั้งไหนที่คุณชอบมากที่สุด</em></li>
</ul>
<p><strong>What is the latest movie that you see?</strong></p>
<ul>
<li><em>ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่คุณดูคือเรื่องอะไร</em></li>
</ul>
<p><strong>How about your vacation plan in this year?</strong></p>
<ul>
<li><em>คุณวางแผนวันหยุดในปีนี้อย่างไรบ้าง</em></li>
</ul>
</div>
<p><strong>วัตถุประสงค์ </strong><strong>:</strong> การถามคำถามในหมวดนี้อาจพาเข้าสู่โหมดผ่อนคลายอีกครั้งก่อนจบบทสนทนา และสร้างปฎิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคู่สนทนา ฝ่ายทรัพยากรบุคคลอาจถามคำถามทั่วไปในสังคมที่ไม่ยากเกินไปนัก เพื่อเป็นเสมือนการชวนคุย และเช็คปฎิภาณไหวพริบตลอดจนความรู้รอบตัวไปในตัวก็ได้ หรือบางคำถามอาจจะดูเป็นการทดสอบ แต่ควรเกริ่นก่อนหน้าว่าไม่มีผิดถูกหรือมีผลต่อคะแนน แต่อยากรู้เรื่องความรู้รอบตัวเสียมากกว่า อันที่จริงคำถามหมวดนี้อาจจะไม่ได้จำเป็นที่จะต้องถามนัก แต่หากผู้สมัครงานมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดี การทดสอบเรื่องความรู้ทั่วไปจะยิ่งทำให้เราตรวจสอบได้ว่าทักษะภาษาของเขาจะดีมากน้อยเพียงไร เพราะการตอบเรื่องงานหรือคำถามที่ผ่านๆ มานั้นเป็นสิ่งที่ผู้สมัครส่วนใหญ่จะเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีได้ ตัวอย่างของการเตรียมคำถามในกลุ่มนี้ได้แก่</p>
<h2>บทสรุปคำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ</h2>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1298" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_178217918.png" alt="shutterstock 178217918" width="600" height="370" title="5 หมวดคำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษที่ HR ควรเตรียมตัว 1115"> </strong></p>
<p>สำหรับการสัมภาษณ์งานในภาษาที่สองหรือภาษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษาไทยนั้น แน่นอนว่าทั้งผู้สมัครและผู้สัมภาษณ์ที่ไม่คุ้นเคยหรือเชี่ยวชาญด้านภาษาย่อมเกิดความตื่นเต้นและประหม่าเช่นกัน แต่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลก็ควรจะเตรียมตัวให้ดีเพื่อลดความประหม่าในการสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษนี้ โดยการเตรียมคำถาม ลำดับการถาม ไปจนถึงเช็คความถูกต้องในด้านภาษาด้วย การเตรียมตัวที่ดีนั้นไม่ใช้ได้ประโยชน์เฉพาะกับบทสนทนาที่ลื่นไหลเท่านั้น แต่เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีตลอดจนความน่าเชื่อถือขององค์กรที่ผู้สมัครงานจะสัมผัสได้ตั้งแต่แรกพบเช่นกัน</p>
<div class="focused-block--has-title"></div>
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="focused-block--has-title">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190305-hr-score-candidate/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8307 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/3b01ddf20da0b530db6b60fa62e1019d-1.jpg" alt="3b01ddf20da0b530db6b60fa62e1019d 1" width="500" height="334" title="5 หมวดคำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษที่ HR ควรเตรียมตัว 1116"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190305-hr-score-candidate/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener">5 หลักเกณฑ์สำคัญที่ฝ่ายบุคคล (HR) ใช้ประเมินผู้สมัครงาน</a></div>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" title="5 หมวดคำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษที่ HR ควรเตรียมตัว 1117"></a></div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 หลักเกณฑ์สำคัญที่ฝ่ายบุคคล (HR) ใช้ประเมินผู้สมัครงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/190305-hr-score-candidate/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Mar 2019 06:41:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[ประเมินผู้สมัครงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/190305-hr-score-candidate/</guid>

					<description><![CDATA[การประเมินคะแนนสัมภาษณ์งาน นิสิต-นักศึกษาจบใหม่ (First Jobber) ผู้มีประสบการณ์การทำงาน (Experienced Worker) 1 ประวัติการศึกษา (Education Background) 1 ประสบการณ์การทำงาน (Working Experiences) และ ทักษะในวิชาชีพ (Professional Skills) 2 ประสบการณ์การฝึกงาน (Internship Program) และ กิจกรรมระหว่างเรียน (Activity) 2 ทัศนคติ (Attitude) และ ทักษะทางอารมณ์ (E.Q. : Emotional Quotient) 3 บุคลิกภาพ (Personality) 3 ทักษะการแก้ปัญหา (Problem Solving Skills) และ การอดทนต่อความกดดัน (Ability to Work Under Pressure) 4 ทัศนคติ (Attitude) และ ความคิดสร้างสรรค์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="height: 1325px;" width="671">
<tbody>
<tr style="height: 163px;">
<td style="border-color: #000000; background-color: #708090; height: 163px;" colspan="4">
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>การประเมินคะแนนสัมภาษณ์งาน</strong></span></p>
</td>
</tr>
<tr style="height: 141px;">
<td style="border-color: #000000; background-color: #ccffcc; height: 141px;" colspan="2">
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>นิสิต</strong><strong>-นักศึกษาจบใหม่</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>(First Jobber)</strong></span></p>
</td>
<td style="border-color: #000000; background-color: #b0e0e6; height: 141px;" colspan="2">
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>ผู้มีประสบการณ์การทำงาน</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>(Experienced Worker)</strong></span></p>
</td>
</tr>
<tr style="height: 122px;">
<td style="background-color: #ccffcc; height: 122px;"><strong>1</strong></td>
<td style="background-color: #ffffff; height: 122px;"><a href="#edu"><strong>ประวัติการศึกษา (Education Background)</strong></a></td>
<td style="background-color: #b0e0e6;">1</td>
<td style="background-color: #ffffff; height: 122px;"><strong><a href="#experiences">ประสบการณ์การทำงาน (Working Experiences) และ ทักษะในวิชาชีพ (Professional Skills)</a></strong></td>
</tr>
<tr style="height: 122px;">
<td style="background-color: #ccffcc; height: 122px;"><strong>2</strong></td>
<td style="background-color: #ffffff; height: 122px;"><a href="#intern"><strong>ประสบการณ์การฝึกงาน (Internship Program) และ กิจกรรมระหว่างเรียน (Activity)</strong></a></td>
<td style="background-color: #b0e0e6;">2</td>
<td style="background-color: #ffffff; height: 122px;"><strong><a href="#emotional">ทัศนคติ (Attitude) และ ทักษะทางอารมณ์ (E.Q. : Emotional Quotient)</a></strong></td>
</tr>
<tr style="height: 122px;">
<td style="background-color: #ccffcc; height: 122px;"><strong>3</strong></td>
<td style="background-color: #ffffff; height: 122px;"><a href="#personality"><strong>บุคลิกภาพ (Personality)</strong></a></td>
<td style="background-color: #b0e0e6;">3</td>
<td style="background-color: #ffffff; height: 122px;"><strong><a href="#skills">ทักษะการแก้ปัญหา (Problem Solving Skills) และ การอดทนต่อความกดดัน (Ability to Work Under Pressure)</a></strong></td>
</tr>
<tr style="height: 98px;">
<td style="background-color: #ccffcc; height: 98px;"><strong>4</strong></td>
<td style="background-color: #ffffff; height: 98px;"><a href="#creativity"><strong>ทัศนคติ (Attitude) และ ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)</strong></a></td>
<td style="background-color: #b0e0e6;">4</td>
<td style="background-color: #ffffff; height: 98px;"><strong><a href="#personality">บุคลิกภาพ (Personality)</a></strong></td>
</tr>
<tr style="height: 122px;">
<td style="background-color: #ccffcc; height: 122px;"><strong>5</strong></td>
<td style="background-color: #ffffff; height: 122px;"><a href="#knowledge"><strong>ความรู้ทั่วไป (General Knowledge) และ ความรู้เกี่ยวกับองค์กร (Company Knowledge)</strong></a></td>
<td style="background-color: #b0e0e6;">5</td>
<td style="background-color: #ffffff; height: 122px;"><strong><a href="#businessknowledge">ความรู้ในเชิงธุรกิจ (Business Knowledge) และ ความรู้เกี่ยวกับองค์กร (Company Knowledge)</a></strong></td>
</tr>
<tr style="height: 90px;">
<td style="border-color: #000000; background-color: #66cdaa; height: 90px;" colspan="2">
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 18pt;"><a href="#plus"><strong>คะแนนบวกเพิ่ม</strong></a></span></p>
</td>
<td style="border-color: #000000; background-color: #4682b4; height: 90px;" colspan="2">
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 18pt;"><a href="#plus2"><strong>คะแนนบวกเพิ่ม</strong></a></span></p>
</td>
</tr>
<tr style="height: 99px;">
<td style="background-color: #66cdaa; height: 99px;"><strong>+</strong></td>
<td style="background-color: #ffffff; height: 99px;">ภาษา (Languages)</td>
<td style="background-color: #4682b4;"><strong>+</strong></td>
<td>ใบประกาศ / คอร์สอบรมพิเศษ (Certificate / Special Training)</td>
</tr>
<tr style="height: 122px;">
<td style="background-color: #66cdaa; height: 122px;"><strong>+</strong></td>
<td style="background-color: #ffffff; height: 122px;">ทักษะทางคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี (Computer Skill &amp; Technology Skills)</td>
<td style="background-color: #4682b4;"><strong>+</strong></td>
<td>ภาษา (Languages)</td>
</tr>
<tr>
<td style="background-color: #66cdaa;"><strong>+</strong></td>
<td>รางวัล (Awards)</td>
<td style="background-color: #4682b4;"><strong>+</strong></td>
<td>ทักษะทางคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี (Computer Skill &amp; Technology Skills)</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8307 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/3b01ddf20da0b530db6b60fa62e1019d-1.jpg" alt="หลักเกณฑ์ ประเมิน คัดเลือก พนักงาน สัมภาษณ์งาน HR NOTE" width="500" height="334" title="5 หลักเกณฑ์สำคัญที่ฝ่ายบุคคล (HR) ใช้ประเมินผู้สมัครงาน 1127"></p>
<p>ปราการด่านแรกที่ทุกคนจะต้องฝ่าฟันเพื่อเข้าทำงานกับแต่ละบริษัทให้ได้ก็คือ <strong>“การสัมภาษณ์งาน (Job Interviewing)”</strong> นั่นเอง ขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นแรกที่บริษัทจะทำความรู้จักกับผู้สมัครและประเมินคะแนนตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้เพื่อคัดเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดเข้ามาร่วมงานกับบริษัท ถึงแม้ว่าฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) แต่ละแห่งต่างก็มีหลักในการคัดเลือกพนักงานที่แตกต่างกัน แต่เกณฑ์ใหญ่ๆ ตลอดจนลำดับความสำคัญของแต่ละเกณฑ์นั้นก็มักจะไปในทิศทางเดียวกัน</p>
<p>กรณีนี้หลายคนอาจบอกว่านิสิตนักศึกษาที่จบใหม่ก็จะเสียเปรียบกว่าคนที่มีประสบการณ์การทำงานมานานแล้ว แต่ส่วนใหญ่แล้วฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ก็มักจะมีเกณฑ์สำหรับคัดเลือกพนักงานที่แตกต่างกันเพื่อให้ยุติธรรมและเหมาะสมให้มากที่สุด เพราะทั้งผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ๆ ไปจนถึงผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานสูงต่างก็มีข้อดีข้อด้อยของตัวเองที่ต่างกัน ตลอดจนลำดับความสำคัญของเกณฑ์การคัดเลือกที่แตกต่างกันด้วย</p>
<div class="focused-block" style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190305-hr-score-candidate/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-size: 14pt;">5 หมวดคำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษที่ HR ควรเตรียมตัว</span></a></div>
<blockquote>
<h4>HR ที่มีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้</h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/Questions-pana.png" width="329" height="329" alt="Questions pana" title="5 หลักเกณฑ์สำคัญที่ฝ่ายบุคคล (HR) ใช้ประเมินผู้สมัครงาน 1128"></p>
<p><strong><span style="font-size: 18pt;">Q.</span></strong> มีการ Evaluate candidate ในกระบวนการสัมภาษณ์อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ข้อมูลครบถ้วน ไว และมีประสิทธิภาพ</p>
<p>เป็น Recruiter ของบริษัทขนาดกลาง และยังไม่กล้าพูดเต็มปากว่าตอนนี้ที่บริษัทมีระบบการจ้างงานที่มีประสิทธิภาพมากเท่าไหร่ โดยปกติที่เคยทำคือเราจะเป็นคนสัมภาษณ์รอบแรกก่อนแล้วจดโน๊ตเกี่ยวกับผู้สมัครไว้แล้วค่อยส่งต่อให้หัวหน้างานที่จะทำการสัมภาษณ์รอบต่อๆไป แต่ปัญหาคือบางทีข้อมูลก็ไม่ครบ ไม่รอบด้านมากพอที่จะใช้ในการตัดสินใจ เลยตัดสินใจว่าจะลองใช้วิธีใหม่โดยการสร้าง check list ดู แล้วแชร์ผ่าน google drive ให้หัวหน้าและเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ เห็นด้วย ตอนนี้เลยอยากจะมาขอความคิดเห็นจากเพื่อนๆค่ะว่ามีการใช้วิธีการบริหารจัดการและส่งต่อข้อมูลผู้สมัครให้กับคนอื่นๆในทีมได้อย่างไรให้มีประสิทธิภาพบ้าง (ไว ครบถ้วนและก็ง่าย)</p>
<p><strong><span style="font-size: 18pt;">A.</span></strong> สวัสดีครับ<br />
สิ่งที่ต้องทำเพื่อจะส่งต่อข้อมูลให้ชัดเจนยิ่งขึ้นคือ<br />
1. เก็บ Requirement จากหัวหน้างานก่อนว่าต้องการอะไรบ้าง ทั้งในแง่ของ Soft Skills และ Hard Skills วิธีที่ง่ายที่สุดของผมคือนำเอา Job Description ไปเช็คกับหัวหน้างาน แล้ว Skill ไหนที่ต้องใช้แน่ๆ จำเป็นมากๆ นั่นแหละครับคือ Checklist ของเราในการสัมภาษณ์</p>
<p>2. ข้อมูลที่ควรแชร์ให้ผู้สัมภาษณ์คือ&#8230;.</p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/344?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2.png" alt="f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2" width="370" height="80" title="5 หลักเกณฑ์สำคัญที่ฝ่ายบุคคล (HR) ใช้ประเมินผู้สมัครงาน 1129"></a></p></blockquote>
<h2>นิสิต-นักศึกษาจบใหม่ (First Jobber)</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1267" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_640254727.png" alt="shutterstock 640254727" width="600" height="370" title="5 หลักเกณฑ์สำคัญที่ฝ่ายบุคคล (HR) ใช้ประเมินผู้สมัครงาน 1130"></p>
<h3 id="edu">1. ประวัติการศึกษา (Education Background)</h3>
<p>สำหรับนิสิตนักศึกษาที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ๆ ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าประวัติการศึกษาคือข้อมูลด่านแรกที่สำคัญที่สุดที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะหยิบมาพิจารณา ข้อมูลในส่วนนี้นอกจากจะบอกว่าแต่ละคนเรียนอะไรมาบ้างแล้ว เอื้อประโยชน์ต่อตำแหน่งงานนี้ได้มากน้อยเพียงไร มันยังใช้วิเคราะห์ความรับผิดชอบของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าเกรดเฉลี่ยเป็นเพียงตัวเลข แต่มันก็เป็นมาตรฐานวัดค่าความสามารถที่ฝ่ายบุคคลจะรู้จักแต่ละคนได้ดีที่สุดในเวลาอันสั้น รวมถึงสถาบันการศึกษาเองก็จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่การันตีคุณภาพของแต่ละคนในเบื้องต้นได้เป็นอย่างดีเช่นกัน เป็นเรื่องยากที่บริษัทจะทำความคุ้นเคยหรือรู้จักตัวตนที่แท้จริงของคุณในเวลาอันสั้น แต่สิ่งที่จะช่วยทำให้ประเมินเบื้องต้นได้ก็คือประวัติการศึกษานั่นเอง</p>
<h3 id="intern">2. ประสบการณ์การฝึกงาน (Internship Program) และ กิจกรรมระหว่างเรียน (Activity)</h3>
<p>แน่นอนว่านิสิตนักศึกษาจบใหม่ไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานจริงอยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะช่วยทดแทนจุดนี้ได้ดีที่สุดก็คือประสบการณ์การฝึกงานรวมถึงการทำกิจกรรมระหว่างศึกษาอยู่ บางบริษัทมีระบบการฝึกงานให้กับนิสิตนักศึกษาอย่างจริงจัง ก็จะเกิดประโยชน์และเป็นข้อได้เปรียบกว่า การทำกิจกรรมในสมัยเรียนก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะมันจะช่วยฝึกทักษะในการทำงานได้หลากหลายรูปแบบ รวมทั้งการบริการงานไปจนถึงการทำงานร่วมกับผู้อื่น บางครั้งประสบการณ์จากการทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยยังเทียบเท่าได้กับการทำงานจริง และอาจฝึกทักษะได้ดีกว่าการฝึกงานเสียด้วยซ้ำ</p>
<p>ยุคนี้การทำงานเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมาก อายุอาจไม่ใช่เกณฑ์สำคัญเสมอไป เด็กรุ่นใหม่บางคนอาจรับงานฟรีแลนซ์ที่เป็นงานจริงตั้งแต่ยังเรียนอยู่ หรืออาจทำงานนอกเวลาเรียน หรือไม่ก็เริ่มต้นทำธุกิจของตัวเองตั้งแต่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ ซึ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์การทำงานที่มีค่าทั้งสิ้น</p>
<h3 id="personality"> 3.บุคลิกภาพ (Personality)</h3>
<p>บุคลิกภาพไปจนถึงการแต่งกายนั้นนอกจากจะสะท้อนรูปลักษณ์ภายนอกให้คนอื่นรู้จักแล้ว มันยังเป็นเครื่องแสดงกาละเทศะรวมถึงการให้เกียรติผู้อื่นไปในตัวด้วย นอกจากกิริยามารยาทแล้ว การแต่งตัวให้ถูกกาละเทศะก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงาน อย่างเช่น การทำงานในองค์การด้านการเงิน อาจต้องแต่งตัวให้เรียบร้อย ภูมิฐาน น่าเชื่อถือ หรือหากทำงานในองค์กรด้านความสร้างสรรค์ การแต่งกายที่ไม่เป็นทางการจนเกินไป เป็นตัวของตัวเอง แต่พอเหมาะพอควร ก็อาจจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมกว่า เพราะนอกจากความสามารถ หรือโปรไฟล์แล้ว สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลใช้ประเมินผู้สมัครเบื้องต้นเสมอ</p>
<h3 id="creativity">4.ทัศนคติ (Attitude) และ การสร้างสรรค์ (Creativity)</h3>
<p>ในยุคหลังๆ นี้ทัศนคติเริ่มเป็นปัจจัยสำคัญในการคัดเลือกผู้สมัครงานมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนฝีมือเก่งฉกาจแต่ทัศนคติแย่หรือแตกต่างจากคนอื่น ก็อาจทำให้งานล้มเหลวได้ แต่หลายคนฝีมือการทำงานอาจอยู่ในระดับกลาง แต่มีทัศนคติในการทำงานที่ดีเยี่ยม ก็อาจสร้างความสำเร็จได้มากกว่าเช่นกัน</p>
<p>สำหรับนิสิตนักศึกษาจบใหม่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลมักอยากได้คนที่มีทศนคติในเชิงบวก (Positive Attitude) เพราะนอกจากจะเป็นผลดีต่องานแล้วยังเกิดผลดีต่อการร่วมงานกับผู้อื่นอีกด้วย นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้เด็กรุ่นใหม่มีคะแนนเหนือกว่าก็คือเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งบริษัทมักอยากจะได้จุดนี้เข้ามาช่วยพัฒนาองค์กรของตน ความคิดสร้างสรรค์ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นไอเดียที่แปลกแหวกแนวเสมอไป อาจเป็นแค่มุมมองใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ หรือวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ ที่ช่วยให้งานดีขึ้นก็ได้เหมือนกัน</p>
<h3 id="knowledge">5.ความรู้ทั่วไป (General Knowledge) และ ความรู้เกี่ยวกับองค์กร (Company Knowledge)</h3>
<p>เด็กจบใหม่มักจะมีความรู้เชิงลึกในธุรกิจน้อยกว่าผู้ที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะใช้วัดกึ๋นแทนก็คือเรื่องของความรู้ทั่วไปที่จะสะท้อนความรอบรู้, การวิเคราะห์, หรือแม้กระทั่งความกระตือรือร้นของแต่ละคนได้</p>
<p>สิ่งจำเป็นที่ผู้สมัครงานทุกคนควรทำการบ้านมาอีกอย่างก็คือความรู้เกี่ยวกับองค์กร เพราะมันสามารถสะท้อนได้ว่าคุณอยากจะทำงานกับองค์กรนี้มากเพียงไร และในยุคที่ข้อมูลต่างๆ เชื่อมโยงถึงกันทั่วโลก เข้าถึงแหล่งข้อมูลได้ง่าย การรู้ในเชิงลึกก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก ซึ่งหากเด็กจบใหม่มีความรู้ในธุรกิจของบริษัทได้กว้างและลึกมากขึ้นก็จะยิ่งได้เปรียบคู่แข่งคนอื่นอีกด้วย</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div id="plus" class="__title"><strong>คะแนนบวกเพิ่ม</strong></div>
<div>
<p><strong>+ ภาษา (Languages) :</strong>ภาษาเป็นเสมือนคะแนนพิเศษที่ช่วยยกระดับผู้สมัครงานได้ดี หากความสามารถตลอดจนคะแนนจากเกณฑ์อื่นๆ เท่ากันหมด ภาษานี่แหละอาจเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้คุณเฉือนชนะคู่แข่งได้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มักจะมีทักษะภาษาดีกว่า ฉะนั้นการเรียนหรือฝึกด้านภาษาอื่นเพิ่มเติม จะเป็นข้อได้เปรียบที่ดีทีเดียวสำหรับเด็กจบใหม่</p>
<p><strong>+ ทักษะทางคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี (Computer &amp; Technology Skills) : </strong>ปัจจุบันคอมพิวเตอร์เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานแทบทุกตำแหน่ง และบางงานการมีความรู้หลากหลายโปรแกรมก็เป็นประโยชน์ได้ด้วย การรู้แค่ MS Office อาจจะเป็นเรื่องพื้นฐานที่ไม่ต้องกรอกในใบสมัครไปแล้ว แต่การมีความรู้โปรแกรมอื่นเพิ่มเติมอาจจะเป็นตัวเสริมที่ดี อย่างเช่น Keynote ที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดทำ presentation สวยๆ, Photoshop ที่ทำให้ปรับแต่งภาพได้ดีขึ้น, หรือแม้แต่ App เสริมที่ช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น เป็นต้น หากเรามีทักษะที่มากกว่าคนอื่น ก็จะยิ่งเป็นคะแนนบวกให้กับการสมัครงานของตัวเองได้</p>
<p><strong>+ รางวัล (Awards) :</strong>สิ่งหนึ่งที่จะทำให้โปรไฟล์ของนักศึกษาจบใหม่เหนือกว่าคู่แข่ง หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีประสบการณ์มาแล้วก็คือการได้รับรางวัลการันตีใดๆ จากสถาบันหรือการแข่งขันที่น่าเชื่อถือ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยการรันตีความสามารถของคุณได้เป็นอย่างดีอีกทางหนึ่ง</p>
</div>
</div>
<h2>ผู้มีประสบการณ์การทำงาน (Experienced Worker)</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1268" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_166143851.png" alt="shutterstock 166143851" width="600" height="370" title="5 หลักเกณฑ์สำคัญที่ฝ่ายบุคคล (HR) ใช้ประเมินผู้สมัครงาน 1131"></p>
<h3 id="experiences">1.ประสบการณ์การทำงาน (Working Experiences) และทักษะในวิชาชีพ (Professional Skill)</h3>
<p>สำหรับคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานมาแล้ว ประวัติการศึกษาของคุณอาจจะเริ่มมีความสำคัญน้อยลง แต่สิ่งที่จะเลื่อนลำดับความสำคัญขึ้นมาแทน (และมีภาษีดีกว่าเด็กจบใหม่) ก็คือเรื่องของประสบการณ์การทำงาน สำหรับบริษัทที่กำลังหาพนักงานใหม่มารับช่วงต่องานเดิมที่พนักงานลาออกไป อาจจะต้องการคนที่มีประสบการณ์หรือเคยทำงานด้านนี้อยู่แล้วมาสานต่อโดยรวดเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดการสะดุดทางธุรกิจ ดังนั้นประสบการณ์ในการลงสนามจริงของแต่ละคนจึงเป็นข้อได้เปรียบที่แตกต่างกัน</p>
<p>ประสบการณ์กับทักษะในวิชาชีพเป็นสองสิ่งที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลมักพิจาณาควบคู่กัน แม้ว่าบางคนจะมีประสบการณ์การทำงานที่นานกว่า แต่กลับมีทักษะทางอาชีพที่ด้อยกว่า หรือไม่พัฒนาขึ้น ในกรณีนี้คนที่มีประสบการณ์น้อย แต่กลับทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่าก็จะได้รับการพิจารณาแทน</p>
<h3>2.ทัศนคติ (Attitude) และ ทักษะทางอารมณ์ (E.Q. : Emotional Quotient)</h3>
<p>ทัศนติในการทำงานถือเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้ทักษะเลยทีเดียว หลายคนมีความสามารถในการทำงานที่ยอดเยี่ยมมาก แต่ตกม้าตายตรงที่ทัศนคติไม่ไปในทิศทางเดียวกันกับผู้ร่วมงานหรือบริษัท สิ่งที่สะท้อนทัศนคติได้ดีก็คือการสื่อสาร ตลอดจนวิธีการคิดและพูด บางครั้งทัศนติที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ ความสามารถในการทำงานอาจจะด้อยกว่าอีกคน แต่ทัศนติที่ดีกว่าอาจทำให้งานมีประสิทธิภาพและก้าวหน้าได้มากกว่าเช่นกัน</p>
<p>ทักษะทางอารมณ์มักจะเป็นเรื่องที่พิจารณามาควบคู่กับทัศนคติ โดยเฉพาะองค์กรใหญ่ๆ ที่มักใส่ใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง บางองค์กรถึงขนาดมีการทำแบบทดสอบเสียด้วยซ้ำ เพราะนี่คือส่วนสำคัญสำหรับผู้ที่ผ่านประสบการณ์การทำงานมานาน ยิ่งผ่านการทำงานมานานเท่าไร ทักษะในการควบคุมอารมณ์ควรพัฒนาขึ้นเท่านั้น</p>
<h3 id="skills">3.ทักษะการแก้ปัญหา (Problem Solving Skills) และ การอดทนต่อความกดดัน (Ability to Work Under Pressure)</h3>
<p>อีกหนึ่งทักษะที่บริษัทคาดหวังกับคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานเสมอๆ ก็คือทักษะในการแก้ปัญหาตลอดจนความอดทนต่อความกดดันต่างๆ ได้ดี รวมถึงการทำงานแข่งขันกับเวลาด้วย ทำงานได้ตรงตามเวลาที่มอบหมาย ฝ่ายทรัพยากรบุคคลอาจจะสัมภาษณ์ถึง Case Study จริงในอดีตและวิธีการรับมือ รวมถึงอาจกำหนดสถานการณ์สมมติขึ้นมาเพื่ออยากรู้ทักษะตลอดจนกระบวนการคิดในการแก้ปัญหาต่างๆ</p>
<h3 id="personality">4.บุคลิกภาพ (Personality)</h3>
<p>สำหรับผู้ที่ผ่านงานมาแล้ว บุคคลิกภาพที่มีความจำเป็นการการสัมภาษณ์งานนั้นอาจหมายถึงการรู้จักกาละเทศะและการรู้จักให้เกียรติผู้อื่นมากกว่าที่ฝ่ายบุคคลจะมาดูเรื่องการแต่งตัวสะท้อนความเป็นตัวของตัวเอง เพราะการทำงานจริงนั้นย่อมต้องมีการติดต่อประสานงานกับผู้อื่น การแต่งกายรวมถึงบุคคลิกภาพนั้นเป็นสิ่งสำคัญ การแต่งตัวไม่เรียบร้อย ไม่เหมาะสม สำหรับเด็กรุ่นใหม่อาจเป็นเรื่องของการไม่รู้ไม่ใส่ใจเท่าที่ควร แต่สำหรับคนที่มีประสบการณ์การทำงานแล้วสิ่งแรกที่จะถูกมองเลยก็คือการไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และนั่นอาจทำให้ทิศทางการสัมภาษณ์งานเริ่มเป็นลบตั้งแต่ยังไม่เริ่มสนทนาด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าตัวจริงของคุณจะน่าสนใจถึงเพียงไหนก็ตามที ฉะนั้นการสร้าง First Impression จึงสำคัญที่สุดเช่นกัน</p>
<h3 id="businessknowledge">5.ความรู้ในเชิงธุรกิจ (Business Knowledge) และ ความรู้เกี่ยวกับองค์กร (Company Knowledge)</h3>
<p>สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานแล้วความรู้รอบตัวอาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่าความรู้ในสายธุรกิจหรือวิชาชีพที่ตนทำงานอยู่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะพุ่งเป้าสัมภาษณ์ไปที่ความรู้ในเชิงธุรกิจและวิชาชีพโดยตรง ต้องการวัดความรู้ความชำนาญที่แท้จริง รวมถึงการรู้จักคู่แข่งทางธุรกิจก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง สามารถตอบประเด็นการแข่งขันทางธุรกิจได้ในเชิงลึก ซึ่งสามารถสะท้อนศักยภาพและความสามารถของแต่ละคนได้</p>
<p>แน่นอนว่าความรู้เกี่ยวกับองค์กรที่จะมาร่วมงานด้วยนั้นเป็นการบ้านที่ผู้สัมภาษณ์ทุกคนจะต้องทำมากที่สุด แต่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลไม่ได้อยากรู้ข้อมูลเชิงกว้างเหมือนกับการสัมภาษณ์เด็กจบใหม่ อาจต้องการรู้ข้อมูลเชิงลึกของธุรกิจ จนถึงความสามารถในการวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย ตลอดจนสิ่งที่องค์กรควรปรับปรุงได้อย่างชัดเจน ซึ่งมันจะสะท้อนวิสัยทัศน์ในการทำงานในองค์กรได้อย่างดีเยี่ยมทีเดียว</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div id="plus2" class="__title"><strong>คะแนนบวกเพิ่ม</strong></div>
<div>
<p><strong>+ ใบประกาศ </strong><strong>/ คอร์สอบรมพิเศษ (Certificate / Special Training) :</strong>การหาความรู้เพิ่มเติมนั้นทำได้ตลอดชีวิต การไปลงเรียนในคอร์สต่างๆ เพื่อพัฒนาทักษะของตนเพิ่มเติม หรือการลงคอร์สเพื่อเสริมทักษะด้านใหม่ๆ อื่นๆ ให้เพิ่มขึ้น เป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานได้เปรียบยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>+ </strong><strong>ภาษา</strong><strong> (Languages) :</strong>ไม่ว่าผู้สมัครงานจะมีสถานะเด็กจบใหม่ หรือทำงานอย่างโชกโชน ทักษะทางภาษาถือเป็นคะแนนบวกเพิ่มสำคัญสำหรับทุกเพศทุกวัยเสมอ เรื่องภาษานั้นเด็กจบใหม่อาจจะได้เปรียบในเรื่องวิชาความรู้ที่แน่น แม่นหลักไวยกรณ์ แต่คนที่ทำงานแล้วจะได้เปรียบในเรื่องการใช้งานกับการทำงานจริง การสื่อสารจริง การสื่อสารที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน</p>
<p><strong>+ ทักษะพิเศษทางคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี</strong><strong> (Computer &amp; Technology Skills) : </strong>ข้อได้เปรียบของผู้ที่ทำงานมานานอาจเป็นเรื่องของการลงลึกในโปรแกรมจนชำนาญขึ้น อย่างเช่นการใช้ MS Office อย่างโปรเฟชชั่นนอล สร้างสูตรคำนวนใน MS Excel ได้ หรือแม้แต่ทำ Presentation ได้คล่องและตรงประเด็นขึ้น เป็นต้น รวมถึงการเพิ่มทักษะในเทคโนโลยีด้านอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน อย่างเช่น App ในการคำนวนงบประมาณ, หรือโปรแกรมเฉพาะทางในการบริหารจัดการสินค้า เป็นต้น</p>
</div>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190307-hr-hire-job/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-6615 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/7CF56300-B3CC-4705-BFB8-5DB8E31C713B.jpeg" alt="7CF56300 B3CC 4705 BFB8 5DB8E31C713B" width="600" height="370" title="5 หลักเกณฑ์สำคัญที่ฝ่ายบุคคล (HR) ใช้ประเมินผู้สมัครงาน 1132"></a></div>
<div style="text-align: center;">
<p><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190307-hr-hire-job/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">8 สัญญาณดี ที่ฝ่าย HR ควรรับคนแบบนี้เข้าทำงาน</a></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190301-job-interview-question/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-8308 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/446afed7441adb8a25e013ff973382cd-1.jpg" alt="คำถาม สัมภาษณ์งาน สัมภาษณ์ HR NOTE" width="600" height="370" title="5 หลักเกณฑ์สำคัญที่ฝ่ายบุคคล (HR) ใช้ประเมินผู้สมัครงาน 1133"></a></p>
</div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190301-job-interview-question/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">คำถามสัมภาษณ์งานจากฝ่ายบุคคล และการเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดี</a></div>
<div style="text-align: center;">
<p><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/reference-checks-210625/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7797 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/Reference-Checks-HR-NOTE-1.jpg" alt="Reference Checks HR NOTE " width="594" height="397" title="5 หลักเกณฑ์สำคัญที่ฝ่ายบุคคล (HR) ใช้ประเมินผู้สมัครงาน 1134"></span></a></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/reference-checks-210625/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">เทคนิค Reference Checks แบบมืออาชีพ พร้อม 17 ตัวอย่างคำถามที่นำไปใช้ได้จริง</a></p>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: left;">
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="5 หลักเกณฑ์สำคัญที่ฝ่ายบุคคล (HR) ใช้ประเมินผู้สมัครงาน 1135"></a></p>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คำถาม สัมภาษณ์งาน จากฝ่ายบุคคล  และการเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดี</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/190301-job-interview-question/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Mar 2019 11:05:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์งาน]]></category>
		<category><![CDATA[คำถามสัมภาษณ์งาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/190301-job-interview-question/</guid>

					<description><![CDATA[ถึงแม้ว่านายจ้างจะถือไพ่เหนือกว่าผู้สมัครงานหน่อย เพราะบริษัทมีสิทธิ์ตัดสินใจเลือกจ้างคนเข้าทำงาน แต่ในขณะเดียวกันผู้สมัครงานทุกคนต่างก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองเหมือนกัน สิ่งที่ดีที่สุดนี้อาจไม่ใช่เรื่องเงินเพียงประเด็นเดียว แต่อาจหมายถึงสิ่งแวดล้อมในการทำงาน ทัศนคติ หรือแม้แต่ภาพลักษณ์ขององค์กรด้วย และภาพลักษณ์แรกที่จะสร้างความประทับใจได้ดีที่สุดก็คือการสัมภาษณ์งานนั่นเองล่ะ หลายคนเลือกทำงานในบริษัทนั้นๆ เพราะประทับใจในทัศนคติแรกพบกับฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) แต่หลายคนกลับตรงกันข้ามเลือกปฎิเสธร่วมงานทั้งๆ ที่ยังไม่ได้มีโอกาสแสดงความสามารถหรือทดลองทำงานจริงเลยก็เพียงเพราะทัศนติแรกที่ได้รับจากฝ่าย HR นั้นเป็นไปในทางลบ หากค้นหาข้อมูลบนโลกออนไลน์บทความที่เกี่ยวกับเรื่องคำถามการสัมภาษณ์งานและแนะนำการตอบคำถามสำหรับผู้สมัครงานนั้นมีเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด แต่กลับกันบทความที่แนะนำให้ฝ่าย HR เป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดีและตั้งคำถามที่เหมาะควรนั้นแทบจะไม่มีเลย HR สัมภาษณ์งาน ว่าคลิกกันหรือไม่ ประทับใจกันหรือเปล่า ต้องยอมรับว่ายุคนี้เป็นยุคที่ทั้ง “ผู้สัมภาษณ์” และ “ผู้ถูกสัมภาษณ์” ต่างก็เป็นฝ่ายที่จะทดสอบจิตวิทยาไปจนถึงหยั่งเชิงทัศนคติซึ่งกันและกัน ไม่เพียงแต่ HR จะต้องการรู้จักกับผู้สมัครทุกคนให้ได้มากที่สุดแล้ว ผู้สมัครเองก็มักจะประเมิน “ความประทับใจแรก (First Impression)” ของบริษัทจากฝ่าย HR ด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าประตูด่านแรกนี้เหมือนจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่สำคัญค่อนข้างมาก หลายบริษัทพลาดการได้คนดีคนเก่งมาร่วมงานก็เพราะฝ่าย HR สร้างความไม่ประทับใจตั้งแต่เริ่มต้น ขณะเดียวกันหากผู้สมัครไม่รู้กาละเทศะ หรือมีอีโก้จนเกินงาม ก็อาจทำให้ฝ่าย HR ปิดประตูบานแรกนี้เช่นกัน เรียกง่ายๆ ว่าทั้งสองฝ่ายจะรู้ทันทีว่าคลิ๊กกันหรือไม่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) นั้นเปรียบเสมือนประตูบานแรกของบริษัท การสัมภาษณ์งาน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-8308 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/446afed7441adb8a25e013ff973382cd-1.jpg" alt="คำถาม สัมภาษณ์งาน สัมภาษณ์ HR NOTE" width="600" height="370" title="คำถาม สัมภาษณ์งาน จากฝ่ายบุคคล และการเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดี 1144"></p>
<p>ถึงแม้ว่านายจ้างจะถือไพ่เหนือกว่าผู้สมัครงานหน่อย เพราะบริษัทมีสิทธิ์ตัดสินใจเลือกจ้างคนเข้าทำงาน แต่ในขณะเดียวกันผู้สมัครงานทุกคนต่างก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองเหมือนกัน สิ่งที่ดีที่สุดนี้อาจไม่ใช่เรื่องเงินเพียงประเด็นเดียว แต่อาจหมายถึงสิ่งแวดล้อมในการทำงาน ทัศนคติ หรือแม้แต่ภาพลักษณ์ขององค์กรด้วย และภาพลักษณ์แรกที่จะสร้างความประทับใจได้ดีที่สุดก็คือการสัมภาษณ์งานนั่นเองล่ะ</p>
<p><strong>หลายคนเลือกทำงานในบริษัทนั้นๆ เพราะประทับใจในทัศนคติแรกพบกับฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) แต่หลายคนกลับตรงกันข้ามเลือกปฎิเสธร่วมงานทั้งๆ ที่ยังไม่ได้มีโอกาสแสดงความสามารถหรือทดลองทำงานจริงเลยก็เพียงเพราะทัศนติแรกที่ได้รับจากฝ่าย HR นั้นเป็นไปในทางลบ</strong> หากค้นหาข้อมูลบนโลกออนไลน์บทความที่เกี่ยวกับเรื่องคำถามการสัมภาษณ์งานและแนะนำการตอบคำถามสำหรับผู้สมัครงานนั้นมีเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด แต่กลับกันบทความที่แนะนำให้ฝ่าย HR เป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดีและตั้งคำถามที่เหมาะควรนั้นแทบจะไม่มีเลย</p>

<div class="focused-block--has-title">
<h2 class="__title">HR สัมภาษณ์งาน ว่าคลิกกันหรือไม่ ประทับใจกันหรือเปล่า</h2>
<p>ต้องยอมรับว่ายุคนี้เป็นยุคที่ทั้ง <strong>“ผู้สัมภาษณ์”</strong> และ <strong>“ผู้ถูกสัมภาษณ์”</strong> ต่างก็เป็นฝ่ายที่จะทดสอบจิตวิทยาไปจนถึงหยั่งเชิงทัศนคติซึ่งกันและกัน ไม่เพียงแต่ HR จะต้องการรู้จักกับผู้สมัครทุกคนให้ได้มากที่สุดแล้ว ผู้สมัครเองก็มักจะประเมิน <strong>“ความประทับใจแรก (First Impression)”</strong> ของบริษัทจากฝ่าย HR ด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าประตูด่านแรกนี้เหมือนจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่สำคัญค่อนข้างมาก หลายบริษัทพลาดการได้คนดีคนเก่งมาร่วมงานก็เพราะฝ่าย HR สร้างความไม่ประทับใจตั้งแต่เริ่มต้น ขณะเดียวกันหากผู้สมัครไม่รู้กาละเทศะ หรือมีอีโก้จนเกินงาม ก็อาจทำให้ฝ่าย HR ปิดประตูบานแรกนี้เช่นกัน เรียกง่ายๆ ว่าทั้งสองฝ่ายจะรู้ทันทีว่าคลิ๊กกันหรือไม่</p>
</div>
<p>ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) นั้นเปรียบเสมือนประตูบานแรกของบริษัท <strong>การสัมภาษณ์งาน (Job Interview)</strong> นั้นถือเป็นสนามประลองด่านแรกที่จะคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดเข้ามาทำงาน การสัมภาษณ์งานนั้นเป็นโอกาสที่จะทำให้บริษัทได้ทำความรู้จักกับผู้ที่จะมาร่วมงานกันในอนาคต แน่นอนว่าฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ถือเป็นเจ้าภาพสำคัญในกระบวนการแรกสุดนี้ นอกจากที่จะต้องเตรียมทัศนคติที่ดีเพื่อเปิดบทสนทนาหรือพูดคุยสื่อสารกับผู้สมัครงานแล้ว การเตรียมคำถามสำหรับสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมคัดเลือกนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกเหนือจากจะเป็นการสอบถามข้อมูลเรื่องทักษะ ความสามารถ และการทำงานโดยตรงแล้ว การเตรียมคำถามในเชิงจิตวิทยาที่จะช่วยวิเคราะห์</p>
<p>ทัศนคติไปจนถึงลักษณะนิสัยเบื้องต้นนั้นก็ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน</p>
<div class="focused-block--has-title">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%; text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190307-hr-hire-job/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-6615 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/7CF56300-B3CC-4705-BFB8-5DB8E31C713B.jpeg" alt="7CF56300 B3CC 4705 BFB8 5DB8E31C713B" width="600" height="370" title="คำถาม สัมภาษณ์งาน จากฝ่ายบุคคล และการเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดี 1145"></a><span style="font-size: 14pt;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190307-hr-hire-job/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener">8 สัญญาณดี ที่ฝ่าย HR ควรรับคนแบบนี้เข้าทำงาน</a></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<blockquote>
<h4>HR ที่มีข้อสงสัยหรือมีคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้</h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/Questions-pana.png" width="300" height="300" alt="Questions pana" title="คำถาม สัมภาษณ์งาน จากฝ่ายบุคคล และการเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดี 1146"></p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q.</strong></span> จะแยกคนที่พูดตอนสัมภาษณ์เก่งกับคนที่ทำงานเก่งได้อย่างไรครับ</p>
<p>บางคนตอนสัมภาษณ์พูดเก่งมาก มีประสบการณ์ทำงานมาก่อน มี Passion ในการทำงาน นู่นนี่นั่น แต่พอทำงานจริงกลับไม่มีสักอย่างที่พูด ทำงานไม่ได้ตามที่พูดไว้ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรครับว่าคนไหนพูดเก่ง คนไหนทำงานเก่ง</p>
<p><strong><span style="font-size: 18pt;">A.</span></strong> ไม่มีวีธีไหนที่เราสามารถแยกคนที่พูดเก่งกับคนที่ทำงานเก่งด้วยการสัมภาษณ์ได้ 100% หรอกครับ แต่สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือลดความเสี่ยงด้วยคำถามที่ใช้ในการเลือกถามแคนดิเดตหรือกำหนด Assignment ให้แคนดิเดตทำประกอบการสัมภาษณ์ด้วย<br />
แคนดิเดตหลายคนอาจจะอธิบายวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ ในบริษัทเก่าที่เค้าผ่านปัญหานั้นๆ มาแล้วได้ดี จุดนั้นเราดูวิธีคิดและตรรกะที่เค้าใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้ครับ ซึ่งถ้าผ่านสัมภาษณ์รอบแรก เราสามารถกำหนด assignment ให้แคนดิเดตทำโดยยกตัวอย่างปัญหาต่างๆที่เราเจอในบริษัทของเราเอง แล้วสร้างโจทย์ให้แคนดิเดตลองแก้ปัญหานั้นๆ ดูได้ครับ</p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/37?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2.png" alt="f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2" width="370" height="80" title="คำถาม สัมภาษณ์งาน จากฝ่ายบุคคล และการเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดี 1147"></a></p></blockquote>
<h2>HR สัมภาษณ์งาน ด้วยการแบ่งกลุ่มและประเภทของคำถามสัมภาษณ์งาน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2070 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_478347379-min.png" alt="shutterstock 478347379 min" width="600" height="370" title="คำถาม สัมภาษณ์งาน จากฝ่ายบุคคล และการเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดี 1148"></p>
<p>การสัมภาษณ์งานไม่ใช่แค่เรื่องของการพูดคุย ถาม-ตอบ เท่านั้น บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างที่คิด การสัมภาษณ์งานที่ดีนั้นควรมีการวางแผน ลำดับขั้นตอน ไปจนถึงกลั่นกรองคำถามให้ดีที่สุด เพราะคำถามนี่เองที่จะบอกวัตถุประสงค์ว่าฝ่าย HR ต้องการประเมินผู้สมัครในเรื่องใด เราอาจลองแบ่งประเภทของกลุ่มคำถามดังต่อไปนี้ (ซึ่งอาจมีประโยชน์ในการลำดับขั้นตอนการสัมภาษณ์ด้วย) พร้อมตัวอย่างชุดคำถามที่จะสัมภาษณ์ และแนวทางการวิเคราะห์คำตอบที่ต้องการได้รับ</p>
<h3 id="q1">หมวดที่ 1 : สร้างความคุ้นเคยระหว่างกัน</h3>
<p>การสนทนาเล็กๆ น้อยๆ นี้อาจดูว่าเป็นเรื่องไร้สาระหรือไม่จำเป็นเท่าไร แต่การสนทนาอย่างไม่เป็นทางการ (หรืออาจกึ่งทางการ) นี้จะช่วยให้ทั้งผู้สัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์ปรับจูนสร้างความคุ้นเคยกันได้ดี คำถามในกลุ่มนี้ควรเป็นปลายเปิด หรือเป็นคำถามส่วนบุคคลของผู้ถูกสัมภาษณ์ และไม่ควรเป็นคำถามที่สร้างความเครียดหรืออความกดดัน ทั้งนี้เพื่อเปิดบทสนาให้มีบรรยากาศที่ดี และสร้างความราบรื่นในการสัมภาษณ์ต่อไป หากเริ่มต้นที่ดีการสัมภาษณ์ก็จะลื่นไหลไปเรื่อย ทำให้แต่ละฝ่ายต่างรู้จักกันได้ง่ายและมากขึ้น และสร้างความประทับใจได้ดีทีเดียว</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ตัวอย่างคำถาม</strong></div>
<div>
<p><strong>+ ช่วยแนะนำตัวเองให้ทางเรารู้จักคุณหน่อย? </strong></p>
<ul>
<li>ถึงแม้จะเป็นคำถามง่ายๆ พื้นๆ ที่ใครๆ ก็ถามกัน แต่คำถามนี้กลับกลายเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่ผู้ถูกสัมภาษณ์จะสามารถเล่าได้ และผู้สัมภาษณ์ก็อยากจะรู้จักกันเบื้องต้น ในขณะเดียวกันเราก็สามารถที่จะเช็คทัศนคติเบื้องต้น หรือทิศทางของการสนนาจากการเริ่มต้นนี้ได้ และทำให้ฝ่าย HR รู้สึกว่าอยากจะรู้จักผู้สมัครคนนี้มากขึ้นหรือเปล่า ทั้งยังช่วยลดความประหม่าก่อนที่จะเริ่มคำถามต่อๆ ไปได้ดีด้วย</li>
</ul>
<p><strong>+ การเดินทางมายังบริษัทเป็นอย่างไรบ้าง สะดวกสบายหรือเปล่า</strong></p>
<ul>
<li>คำถามนี้อาจเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่เราสามารถเห็นทัศนคติของการคิดและตอบได้เช่นกัน อย่างบางคนอาจจะอธิบายได้ละเอียดชัดเจน, บางคนอาจบ่นถึงปัญหาจราจร, บางคนอาจตอบเพียงสั้นๆ เพื่อรีบปิดบทสนทนา ขณะเดียวกันเราก็สามารถตรวจสอบวิธีการเดินทางมาทำงานของเขาได้ และคาดการณ์ได้ว่าหากได้ร่วมงานกัน การเดินทางและการเข้างานจะเป็นปัญหาหรือเปล่า</li>
</ul>
<p><strong>+ ที่ทำงานในฝันเป็นอย่างไร</strong></p>
<ul>
<li>คำถามปลายเปิดให้แสดงความคิดเห็นนี้เราสามารถเห็นทัศนคติของผู้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการทำงานหรือองค์กรว่าสอดคล้องกันหรือไม่ หรือหากมองในแง่บวกฝ่ายบุคคลเองก็อาจเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาช่วยปรับการทำงานภายในออฟฟิศได้เช่นกัน</li>
</ul>
</div>
</div>
<h3 id="q2">หมวดที่ 2 : เจาะลึกเรื่องการทำงาน / ทักษะ / ความสามารถ</h3>
<p>ถามเรื่องทั่วไปจนทำความรู้จักเบื้องต้น และลดความประหม่าลงแล้ว ก็อาจเริ่มเข้าสู่เรื่องงาน เรื่องจริงจังมากขึ้น ตรงส่วนนี้เราจะใช้ตรวจสอบคุณสมบัติรวมถึงทัศนคติต่อการทำงานว่าตรงตาม Job Description ที่เราวางไว้หรือไม่ และจะสามารถทำงานของบริษัทได้หรือเปล่า หรือทำงานร่วมกับพนักงานคนอื่นได้หรือไม่ ตรงนี้ฝ่าย HR เองต้องเตรียมคำถามให้รอบด้าน ครอบคลุม เพราะเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่เกี่ยวข้องกับการทำงานจริง</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ตัวอย่างคำถาม</strong></div>
<div>
<p><strong>+ ทำไมถึงสนใจสมัครในตำแหน่งนี้</strong></p>
</div>
<div>
<ul>
<li>ถึงแม้จะเป็นคำถามกว้างๆ แต่ก็เป็นคำถามที่จะตรวจสอบความตั้งใจของผู้สมัครงานได้เป็นอย่างดีเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะมีความสามารถเก่งกาจสักแค่ไหน แต่หากคนคนนั้นไม่มีความตั้งใจในการทำงานนี้ ผลลัพธ์ย่อมออกมาไม่ดีแน่นอน ขณะเดียวกันฝ่าย HR ก็ถามเสริมได้ถึงทักษะอะไรของผู้สมัครที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ รวมถึงจะทำงานในตำแหน่งนี้อย่างไร</li>
</ul>
<p><strong>+ อะไรในงานนี้ที่เป็นความท้าทายสำหรับคุณมากที่สุด และถ้าคุณเจอปัญหาจะมีวิธีจัดการอย่างไร?</strong></p>
<ul>
<li>คำถามนี้เป็นคำถามเชิงตรวจสอบทักษะการทำงาน และทักษะในการแก้ไปหาไปพร้อมๆ กัน ขณะเดียวกันก็สามารถเช็ค passion ของผู้สมัครได้เช่นกันด้วย และทำให้รู้ถึงทักษะในวิธีคิด การจัดการ รวมถึงการเผชิญกับความกดดันด้วย</li>
</ul>
<p><strong>+ คิดว่าประสบการณ์ที่ผ่านมามีส่วนช่วยหรือเป็นประโยชน์อะไรบ้างสำหรับงานในตำแหน่งนี้?</strong></p>
</div>
<div>
<ul>
<li>คำถามนี้สามารถรู้ถึงวิธีการทำงานที่ผ่านมาในอดีต และการนำเอาประสบการณ์ที่ผ่านมาของผู้สมัครมาเป็นประโยชน์ต่อการทำงานให้กับบริษัท รวมถึงทัศนคติในการทำงาน</li>
</ul>
</div>
</div>
<h3 id="q3">หมวดที่ 3 : คำถามเชิงจิตวิทยาและการทดสอบทัศนคติ</h3>
<p>คำถามช่วงนี้อาจไม่เกี่ยวข้องกับงานโดยตรง หรือบางทีก็อาจเป็นเรื่องของผู้ถูกสัมภาษณ์เอง แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นตลอดจนทัศนคติในการทำงานเสียมากกว่า จุดนี้อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ฝ่าย HR และผู้สมัครจะเช็คว่าเรา “คลิ๊ก” กันจริงๆ หรือไม่</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ตัวอย่างคำถาม</strong></div>
<div>
<p><strong>+ ข้อดีและข้อเสียของคุณคืออะไร ช่วยวิเคราะห์ให้เราฟังหน่อย?</strong></p>
<ul>
<li>นอกจากจะให้ผู้สมัครงานวิเคราะห์ตัวเองแล้ว ตรงนี้ฝ่าย HR ยังสามารถดูทักษะการวิเคราะห์ของคนคนนั้นได้ด้วย ในขณะเดียวกันทางฝ่าย HR ก็จะได้รู้ว่าผู้สมัครมีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไร จะเป็นปัญหากับการทำงานได้มากน้อยเพียงไร และจะเป็นปัญหากับผู้ร่วมงานคนอื่นหรือไม่</li>
</ul>
<p><strong>+ ชอบการทำงานแบบเดี่ยว หรือแบบทีมมากกว่ากัน เพราะอะไร?</strong></p>
<ul>
<li>คำถามนี้ฝ่าย HR อาจจะแสดงความจริงใจก่อนว่าอยากทราบทัศนคติมากกว่าอยากทดสอบจิตวิทยา เพราะหากอยากทดสอบจิตวิทยาแล้วสามารถเดาคำตอบได้ทั้งสองฝั่งแน่นอน ประโยชน์คือ HR อาจจะประเมิณว่าเหมาะกับการทำงานตำแหน่งนั้นหรือไม่ หรือหากคุณสมบัติดีจริงสามารถเหมาะกับตำแหน่งอื่นมากกว่าได้หรือเปล่า เพราะบางตำแหน่งก็ต้องการทักษะการทำงานเป็นทีมที่แข็งแกร่ง บางตำแหน่งการทำงานแบบคนเดียวอาจจะเหมาะสมและมีประสิทธิภาพกับงานมากกว่า</li>
</ul>
<p><strong>+ วางแผนอนาคตหรือทิศทางในการทำงานไว้อย่างไร?</strong></p>
<ul>
<li>คำถามนี้เป็นคำถามที่ดีในการดูทัศนคติตลอดจนวิสัยทัศน์ของผู้สมัครงาน ซึ่งหากเห็นวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ดี ก็อาจเป็นประโยชน์สำหรับบริษัทในระยะยาวได้ การมีวิสัยทัศน์ที่ดีก็อาจส่งผลให้เกิดการวางแผนตลอดจนการทำงานที่ดีได้ด้วยเช่นกัน</li>
</ul>
</div>
</div>
<h3 id="q4">หมวดที่ 4 : การเจรจารายละเอียดงาน</h3>
<p>หมวดนี้เป็นเรื่องความรับผิดชอบของฝ่าย HR โดยตรง เป็นคำถามเชิงเก็บข้อมูลที่เป็นปัจจัยสำคัญในการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุดเข้ามารับงานในแต่ละตำแหน่ง เป็นการถามไปตรงไปตรงมา เพราะมีผลต่อการจ้างงานตลอดจนทำข้อตกลงหรือสัญญาจ้างในอนาคต และเป็นส่วนสำคัญยิ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้สมัครงานด้วย</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>คำถามที่ห้ามพลาด</strong></div>
<div>
<p><strong>+ เงินเดือนที่คาดหวังคือเท่าไร?</strong></p>
<ul>
<li>นอกจากจะให้ผู้สมัครประเมินค่าจ้างที่เหมาะสมกับความสามารถของตนเองแล้ว ข้อมูลส่วนนี้ยังเป็นการเช็คความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย บางครั้งฝ่าย HR อาจมีเพดานงบประมาณจ้างอยู่แล้วในใจ การคัดเลือกคนที่เหมาะสมอาจต้องอยู่ภายใต้งบที่ถูกจัดสรรไว้ หรือหากฝ่าย HR ไม่มีการตั้งเพดานงบประมาณจ้างสำหรับตำแหน่งนั้นๆ ไว้ แต่ให้ประเมินตามศักยภาพของแต่ละบุคคล ทางฝ่าย HR ก็สามารถรู้ขอบเขตของการนำเสนอเงินเดือนเพื่ออนุมัติได้ และสามารถเสนอความพึงพอใจให้กับผู้สมัครเพื่อให้มาร่วมงานกับบริษัทได้เช่นกัน</li>
</ul>
<p><strong>+ สะดวกเริ่มงานได้เมื่อไร หรือต้องบอกล่วงหน้านานแค่ไหน? </strong></p>
<ul>
<li>อีกหนึ่งคำถามพื้นฐานแต่มีความจำเป็นอย่างมาก เพราะเราจะรู้กำหนดการที่เป็นไปได้จากทั้งสองฝั่ง หากสัมภาษณ์ผู้ที่ยังทำงานอยู่บริษัทเดิม จะได้ทราบว่าเขาจะต้องบอกลาออกกับบริษัทเก่าเมื่อไร เพื่อเตรียมตัวทำงานกับบริษัทใหม่ได้ทัน และเป็นข้อมูลให้แผนกที่จะรับพนักงานใหม่นี้ได้เตรียมตัวในเรื่องต่างๆ ด้วย รวมถึงเป็นเกณฑ์กำหนดในการแจ้งผลการสัมภาษณ์งานให้กับผู้สมัครงานด้วย</li>
</ul>
</div>
</div>
<h2>HR สัมภาษณ์งาน เพื่อหาความจริงใจ</h2>
<p>ยุคนี้สิ่งที่ทุกคนต้องการมากที่สุดก็คือ “ความจริงใจ” ตำราการสัมภาษณ์หลายแหล่งมักแนะนำให้ตอบปัญหาแบบสวยหรู เชิงบวกที่ดูโอเว่อร์เกินจริง หรือทัศนคติสวยหรูที่ทำให้ได้งานแน่ๆ แต่กลับเลี่ยงที่จะแสดงทัศนคติที่แท้จริงของตนออกไป เวลาทำงานจริงแล้วหลายครั้งจึงมักเกิดปัญหา เกิดการลาออก และต้องเข้ากระบวนการรับสมัครงานใหม่ ยุคปัจจุบันฝ่ายทรัพยากรบุคคลก็เริ่มเอียนกับคำตอบโลกสวยที่เป็นแพทเทิร์นเดียวกันหมด เพราะรู้ชัดเจนว่าอ่านและท่องจำมาเหมือนๆ กันหมด นั่นทำให้ HR หลายบริษัทเริ่มมองคนที่ตอบคำถามลักษณะนี้เป็นแง่ลบ ไม่มีความคิดของตัวเอง และโกหกเพื่อให้ได้งาน อันที่จริงแล้วสิ่งที่ HR ต้องการฟังมากที่สุดก็คือ “ทัศนคติ” และ “ความจริงใจ” ที่เป็นตัวของตัวเอง ตรงไปตรงมา ตอบเชิงบวกได้ดี ในขณะที่อธิบายเชิงลบได้อย่างมีเหตุผล เพราะนั่นจะทำให้ฝ่าย HR ประเมินผู้สมัครได้ดีที่สุด และทำให้ไม่มีปัญหาตามมาเมื่อเริ่มทำงานจริง</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>คำถามไล่บี้ </strong><strong>V.S. คำถามงี่เง่า</strong></div>
<p>มีฝ่ายบริหารงานบุคคล (HR) ไม่น้อยที่ยังเชื่อว่าการทำตัวเหนือกว่าผู้สมัครงานเป็นการตัดไม้ข่มนาม หรือเป็นการทดสอบจิตวิทยาในการสัมภาษณ์อย่างหนึ่ง จริงอยู่ว่าไม่มีอะไรถูก ไม่มีอะไรผิด และบางตำแหน่งก็ต้องใช้ลักษณะการสัมภาษณ์แบบนี้เช่นกัน เพียงแต่ว่าฝ่าย HR เองต้องย้อนมองดูตัวเองว่ามีทักษะ ความชำนาญ และความสามารถในการวิเคราะห์ผลจากการสัมภาษณ์ด้วยวิธีนี้จริงหรือเปล่า หรือแค่ต้องการวางท่า อวดตัว และแสดงอำนาจเพียงเท่านั้น ดังนั้น <strong>การถามคำถามแบบใช้อารมณ์ หรือไล่บี้อย่างไร้เหตุสมควร นอกจากจะไม่สร้างความประทับใจต่อกันแล้ว ยังสร้างภาพลักษณ์ที่แย่ขององค์กรอีกด้วย</strong>แน่นอนว่าอาจสูญเสียพนักงานที่มีความสามารถมาทำงานกับบริษัทได้เช่นกัน</p>
<p>ฝ่าย HR ที่ไม่พัฒนาตัวเอง หรือบริษัทที่ไม่ใส่ใจในแผนกทรัพยากรบุคคลอย่างจริงจัง อาจไม่ทำการบ้านในการสัมภาษณ์งานอะไรเลย นอกจากทักษะในการสนทนาแล้ว คำถามที่ทางฝ่าย HR สัมภาษณ์นั้นก็สามารถสะท้อนทัศนคติและวิธีการทำงานของบริษัทได้เช่นกัน <strong>หรือบางครั้งการที่ถามคำถามงี่เง่าก็อาจสร้างความรู้สึกที่แย่หรือเบื่อหน่าย และอาจทำให้ผู้สมัครคนนั้นไม่อยากสนทนาต่อ หรืออยากมาร่วมงานกับบริษัทได้</strong> ฝ่าย HR เองก็มักจะบอกว่าผู้สมัครควรทำการบ้านในการตอบคำถามมาให้ดี ดังนั้นฝ่าย HR เองก็ควรต้องใส่ใจทำการบ้านในการสัมภาษณ์มาให้ดีเช่นกัน ไม่เช่นนั้นความงี่เง่าก็อาจทำให้บริษัทพลาดโอกาสดีๆ ไปได้</p>
</div>
<div class="__title"></div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%; text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190305-hr-score-candidate/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8307 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/3b01ddf20da0b530db6b60fa62e1019d-1.jpg" alt="หลักเกณฑ์ ประเมิน คัดเลือก พนักงาน สัมภาษณ์งาน HR NOTE" width="500" height="334" title="คำถาม สัมภาษณ์งาน จากฝ่ายบุคคล และการเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดี 1149"></a><span style="font-size: 14pt;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190305-hr-score-candidate/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener">5 หลักเกณฑ์สำคัญที่ฝ่ายบุคคล (HR) ใช้ประเมินผู้สมัครงาน</a></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2 class="focused-block--has-title">บทสรุป HR สัมภาษณ์งาน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2069 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/shutterstock_342351377-min.png" alt="shutterstock 342351377 min" width="600" height="370" title="คำถาม สัมภาษณ์งาน จากฝ่ายบุคคล และการเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดี 1150"></p>
<p>การสัมภาษณ์งานคือประตูด่านแรกที่จะสร้างความประทับใจให้บริษัท และฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ก็เป็นส่วนสำคัญของจุดแรกนี้ นอกจากกระบวนการในการพูดคุยตลอดจนการคัดเลือกจะเป็นสิ่งสำคัญแล้ว การตั้งคำถามที่ดีและเหมาะสมนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะนี่คือกุญแจสำคัญที่ HR จะใช้ไขความคิดในสมองของผู้สมัครงานได้เป็นอย่างดี และถ้าฝาย HR รู้จักผู้สัมภาษณ์ได้ดีเท่าไร ก็จะเป็นผลดีในการคัดเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดได้ดีเท่านั้น</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="คำถาม สัมภาษณ์งาน จากฝ่ายบุคคล และการเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดี 1151"></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทดลองงาน 2569: กฎหมายแรงงาน สิทธิพนักงาน และสิ่งที่ HR ต้องรู้</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/th-190115-trialperiod/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Jan 2019 03:37:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Probation]]></category>
		<category><![CDATA[ทดลองงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/th-190115-trialperiod/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT กฎหมายแรงงานไทยไม่ได้กำหนดว่า “ทดลองงาน” ต้องกี่วัน นายจ้างและลูกจ้างจึงตกลงระยะทดลองงานกันได้ แต่ต้องไม่ใช้เงื่อนไขทดลองงานเพื่อลดสิทธิขั้นต่ำตามกฎหมาย ทดลองงาน 119 วัน เป็นแนวปฏิบัติที่หลายองค์กรใช้ เพราะกฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดเรื่องค่าชดเชยเมื่อทำงานครบ 120 วันขึ้นไป ไม่ใช่เพราะกฎหมายบังคับให้ทดลองงาน 119 วัน พนักงานทดลองงานเป็นลูกจ้างตั้งแต่วันแรก จึงมีสิทธิเรื่องค่าจ้าง วันหยุด วันลา การทำงานล่วงเวลา ประกันสังคม และความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ไม่ผ่านโปรไม่ใช่การเลิกจ้างที่ทำได้โดยไม่มีต้นทุนเสมอไป HR ต้องตรวจเรื่องการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างแทนการบอกกล่าว และค่าชดเชยทดลองงาน โดยเฉพาะกรณีทำงานครบ 120 วันขึ้นไป การต่อโปรทำได้ในทางบริหาร แต่ควรทำเป็นลายลักษณ์อักษร มีเกณฑ์ประเมินชัดเจน และต้องเข้าใจว่าสิทธิของลูกจ้างนับจากวันเริ่มงานจริง ไม่ได้เริ่มนับใหม่เมื่อมีการต่อโปร อัปเดตล่าสุด: 10 กรกฎาคม 2569 “ผ่านโปรหรือยัง” เป็นคำถามที่พนักงานใหม่แทบทุกคนต้องเจอ และเป็นเรื่องที่ HR กับหัวหน้างานต้องจัดการอย่างรอบคอบ เพราะช่วงทดลองงานไม่ใช่แค่ช่วงดูผลงาน แต่เป็นจุดที่เชื่อมกับ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน โดยตรง ทั้งเรื่องการบอกกล่าวล่วงหน้า การเลิกจ้าง และค่าชดเชย บทความนี้สรุปเรื่อง ทดลองงาน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--has-title">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><strong>HIGHLIGHT</strong></div>
<div>
<ul>
<li><strong>กฎหมายแรงงานไทยไม่ได้กำหนดว่า “ทดลองงาน” ต้องกี่วัน</strong> นายจ้างและลูกจ้างจึงตกลงระยะทดลองงานกันได้ แต่ต้องไม่ใช้เงื่อนไขทดลองงานเพื่อลดสิทธิขั้นต่ำตามกฎหมาย</li>
<li><strong>ทดลองงาน 119 วัน</strong> เป็นแนวปฏิบัติที่หลายองค์กรใช้ เพราะกฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดเรื่องค่าชดเชยเมื่อทำงานครบ 120 วันขึ้นไป ไม่ใช่เพราะกฎหมายบังคับให้ทดลองงาน 119 วัน</li>
<li><strong>พนักงานทดลองงานเป็นลูกจ้างตั้งแต่วันแรก</strong> จึงมีสิทธิเรื่องค่าจ้าง วันหยุด วันลา การทำงานล่วงเวลา ประกันสังคม และความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด</li>
<li><strong>ไม่ผ่านโปรไม่ใช่การเลิกจ้างที่ทำได้โดยไม่มีต้นทุนเสมอไป</strong> HR ต้องตรวจเรื่องการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างแทนการบอกกล่าว และค่าชดเชยทดลองงาน โดยเฉพาะกรณีทำงานครบ 120 วันขึ้นไป</li>
<li><strong>การต่อโปรทำได้ในทางบริหาร</strong> แต่ควรทำเป็นลายลักษณ์อักษร มีเกณฑ์ประเมินชัดเจน และต้องเข้าใจว่าสิทธิของลูกจ้างนับจากวันเริ่มงานจริง ไม่ได้เริ่มนับใหม่เมื่อมีการต่อโปร</li>
</ul>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>อัปเดตล่าสุด: 10 กรกฎาคม 2569</strong></p>
<p>“ผ่านโปรหรือยัง” เป็นคำถามที่พนักงานใหม่แทบทุกคนต้องเจอ และเป็นเรื่องที่ HR กับหัวหน้างานต้องจัดการอย่างรอบคอบ เพราะช่วงทดลองงานไม่ใช่แค่ช่วงดูผลงาน แต่เป็นจุดที่เชื่อมกับ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190515-newlaborprotection/">พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน</a> โดยตรง ทั้งเรื่องการบอกกล่าวล่วงหน้า การเลิกจ้าง และค่าชดเชย</p>
<p>บทความนี้สรุปเรื่อง <strong>ทดลองงาน</strong> แบบอัปเดตสำหรับปี 2569 ว่าช่วงทดลองงานคืออะไร กฎหมายกำหนดไว้แค่ไหน ทำไมหลายบริษัทใช้ 90 วันหรือ 119 วัน ไม่ผ่านโปรต้องจ่ายค่าชดเชยไหม ต่อโปรได้หรือไม่ และ HR ควรวางกระบวนการประเมินอย่างไรให้เป็นธรรมทั้งกับองค์กรและพนักงาน</p>
<h2>ทดลองงาน คืออะไร</h2>
<p><strong>ทดลองงาน</strong> หรือ Probation คือช่วงเริ่มต้นของการจ้างงานที่องค์กรใช้ประเมินว่าพนักงานใหม่เหมาะกับงาน ทีม และวัฒนธรรมองค์กรหรือไม่ ขณะเดียวกันพนักงานก็ใช้ช่วงนี้เรียนรู้ว่าองค์กร งาน และหัวหน้างานตรงกับความคาดหวังของตนเองหรือไม่เช่นกัน</p>
<p>ในทางปฏิบัติ HR มักใช้ช่วงทดลองงานเพื่อดู 5 เรื่องหลัก ได้แก่ ความสามารถในการทำงานจริง (Performance), สมรรถนะที่จำเป็นต่อบทบาท (Competency), ศักยภาพในการเติบโต (Potential), ทัศนคติในการทำงาน (Attitude) และการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Relationship &amp; Interaction)</p>
<p>อย่างไรก็ตาม คำว่า “พนักงานทดลองงาน” ไม่ได้แปลว่าพนักงานคนนั้นอยู่นอกระบบกฎหมายแรงงาน เมื่อลูกจ้างเริ่มทำงานและนายจ้างจ่ายค่าจ้างตามสัญญาจ้างแล้ว ลูกจ้างย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันแรก</p>
<h2>กฎหมายกำหนดช่วงทดลองงานกี่วัน</h2>
<p>คำตอบสั้น ๆ คือ <strong>กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าช่วงทดลองงานต้องกี่วัน</strong> บริษัทจึงอาจกำหนดช่วงทดลองงาน 30 วัน 60 วัน 90 วัน 119 วัน 120 วัน หรือมากกว่านั้นก็ได้ หากเป็นข้อตกลงที่ชัดเจนและไม่ขัดต่อกฎหมายแรงงาน</p>
<p>แต่ในทางบริหาร HR ไม่ควรกำหนดช่วงทดลองงานแบบยาวไม่มีกำหนด หรือปล่อยให้พนักงานไม่รู้สถานะของตัวเอง เพราะจะกระทบทั้งความเชื่อมั่นของพนักงาน ภาพลักษณ์นายจ้าง และความเสี่ยงด้านกฎหมายเมื่อมีการเลิกจ้างเกิดขึ้นภายหลัง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 33.333%;"><strong>ระยะทดลองงาน</strong></td>
<td style="width: 33.333%;"><strong>เหมาะกับกรณีใด</strong></td>
<td style="width: 33.333%;"><strong>ข้อควรระวัง</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 33.333%;">30-60 วัน</td>
<td style="width: 33.333%;">งานที่วัดผลได้เร็ว งานปฏิบัติการ หรืองานที่มีมาตรฐานชัดเจน</td>
<td style="width: 33.333%;">อาจสั้นเกินไปสำหรับตำแหน่งที่ต้องเรียนรู้งานหลายระบบ</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 33.333%;">90 วัน</td>
<td style="width: 33.333%;">แนวปฏิบัติที่พบได้มาก เหมาะกับงานสำนักงานและงานที่ต้องดูทั้งผลงานและการปรับตัว</td>
<td style="width: 33.333%;">ต้องมี feedback ระหว่างทาง ไม่ใช่รอแจ้งผลวันท้าย ๆ</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 33.333%;">119 วัน</td>
<td style="width: 33.333%;">องค์กรที่ต้องการประเมินให้ใกล้เส้น 120 วัน แต่ยังเหลือเวลาจัดการเอกสาร</td>
<td style="width: 33.333%;">ต้องไม่ใช้เป็นเครื่องมือเลี่ยงสิทธิแรงงาน และต้องจัดการอย่างเป็นธรรม</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 33.333%;">120 วันขึ้นไป</td>
<td style="width: 33.333%;">ตำแหน่งที่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ผลงานนาน หรือมีรอบงานยาว</td>
<td style="width: 33.333%;">หากเลิกจ้างโดยไม่เข้าเหตุยกเว้น อาจเกิดสิทธิค่าชดเชยตามกฎหมาย</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>ทดลองงาน 119 วัน คืออะไร ทำไมหลายบริษัทนิยมใช้</h2>
<p>หลายองค์กรใช้คำว่า <strong>ทดลองงาน 119 วัน</strong> เพราะเกี่ยวข้องกับหลักเรื่องค่าชดเชยตามมาตรา 118 ของ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ซึ่งกำหนดให้ลูกจ้างที่ทำงานครบ 120 วันแต่ไม่ครบ 1 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน หากถูกเลิกจ้างโดยไม่เข้าเหตุยกเว้นตามกฎหมาย</p>
<p>ดังนั้น 119 วันจึงเป็น “แนวบริหารความเสี่ยง” มากกว่า “ข้อบังคับตามกฎหมาย” บริษัทที่ใช้ช่วงทดลองงาน 119 วันควรมีเกณฑ์ประเมินที่ชัด แจ้งผลล่วงหน้าให้ทัน และมีเอกสารประกอบการประเมิน ไม่ใช่รอจนใกล้ครบกำหนดแล้วค่อยเริ่มพิจารณาว่าพนักงานผ่านโปรหรือไม่</p>
<p>จุดที่ HR ควรระวังคือ การสื่อสารว่าองค์กร “ต้องเลิกจ้างก่อนครบ 120 วันเพื่อไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย” อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและกระทบภาพลักษณ์นายจ้าง วิธีที่เหมาะกว่าคือสื่อสารว่าองค์กรต้องประเมินผลงานให้ทันเวลา มีข้อมูลครบ และปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างถูกต้อง</p>
<h2>พนักงานทดลองงานมีสิทธิอะไรบ้าง</h2>
<p>แม้จะยังอยู่ใน <strong>ช่วงทดลองงาน</strong> แต่พนักงานก็เป็นลูกจ้างขององค์กร จึงมีสิทธิขั้นต่ำตามกฎหมายแรงงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไปตามเงื่อนไขของแต่ละเรื่อง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 30%;"><strong>สิทธิของพนักงานทดลองงาน</strong></td>
<td style="width: 70%;"><strong>สิ่งที่ HR ควรเข้าใจ</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 30%;">ค่าจ้าง</td>
<td style="width: 70%;">ต้องได้รับค่าจ้างตามที่ตกลงและไม่น้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 30%;">เวลาทำงานและ OT</td>
<td style="width: 70%;">หากมีการทำงานล่วงเวลา ทำงานในวันหยุด หรือทำงานเกินเงื่อนไขปกติ ต้องพิจารณาค่าล่วงเวลาและค่าทำงานวันหยุดตามกฎหมาย</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 30%;">วันหยุดและวันลา</td>
<td style="width: 70%;">มีสิทธิตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท เช่น วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และสิทธิลาป่วยตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ส่วนวันลาพักผ่อนประจำปีต้องดูอายุงานและนโยบายบริษัทประกอบ</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 30%;">ประกันสังคม</td>
<td style="width: 70%;">หากเป็นลูกจ้างที่อยู่ในเงื่อนไขของกฎหมายประกันสังคม นายจ้างต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนและนำส่งเงินสมทบตามกำหนด</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 30%;">การบอกเลิกจ้าง</td>
<td style="width: 70%;">กรณีสัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา โดยทั่วไปต้องพิจารณาเรื่องการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 30%;">ค่าชดเชย</td>
<td style="width: 70%;">หากทำงานครบ 120 วันขึ้นไปและถูกเลิกจ้างโดยไม่เข้าเหตุยกเว้นตามมาตรา 119 อาจมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามมาตรา 118</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>ไม่ผ่านโปร เลิกจ้างได้ไหม</h2>
<p>บริษัทสามารถตัดสินใจไม่จ้างต่อหรือเลิกจ้างพนักงานที่ <strong>ไม่ผ่านโปร</strong> ได้ หากมีเหตุผลด้านผลงาน ความเหมาะสมกับตำแหน่ง หรือพฤติกรรมการทำงานที่มีข้อมูลรองรับ แต่การไม่ผ่านโปรควรมีหลักฐานการประเมินและกระบวนการที่เป็นธรรม ไม่ใช่ใช้ความรู้สึกหรือเหตุผลที่เลือกปฏิบัติ</p>
<p>สิ่งที่ HR ต้องแยกให้ชัดคือ “ไม่ผ่านโปร” กับ “เลิกจ้าง” ไม่ใช่คำเดียวกันเสมอไป หากบริษัทเป็นฝ่ายยุติการจ้างงาน ก็ต้องพิจารณาสิทธิของลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน ไม่ว่าจะเรียกกระบวนการนั้นว่าไม่ผ่านโปร ไม่บรรจุ หรือสิ้นสุดการทดลองงานก็ตาม</p>
<h2>ไม่ผ่านโปรต้องจ่ายค่าชดเชยไหม</h2>
<p>ประเด็น <strong>ค่าชดเชยทดลองงาน</strong> ต้องดูอายุงานและเหตุเลิกจ้างเป็นหลัก โดยทั่วไปแบ่งได้ดังนี้</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 35%;"><strong>สถานการณ์</strong></td>
<td style="width: 65%;"><strong>แนวทางพิจารณา</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 35%;">ทำงานยังไม่ครบ 120 วัน และบริษัทเลิกจ้าง</td>
<td style="width: 65%;">โดยทั่วไปยังไม่เกิดสิทธิค่าชดเชยตามมาตรา 118 แต่ยังต้องพิจารณาค่าจ้างค้างจ่าย วันหยุด วันลา และการบอกกล่าวล่วงหน้าตามกรณี</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 35%;">ทำงานครบ 120 วันขึ้นไป และบริษัทเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดร้ายแรง</td>
<td style="width: 65%;">อาจมีสิทธิค่าชดเชยตามกฎหมาย แม้ยังถูกเรียกว่าอยู่ระหว่างทดลองงานหรือต่อโปรก็ตาม</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 35%;">บริษัทเลิกจ้างเพราะเข้าเหตุยกเว้นตามมาตรา 119</td>
<td style="width: 65%;">อาจไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ HR ต้องมีข้อเท็จจริงและเอกสารรองรับชัดเจน เพราะเป็นประเด็นที่เสี่ยงต่อข้อพิพาทได้ง่าย</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 35%;">พนักงานลาออกเองโดยสมัครใจ</td>
<td style="width: 65%;">โดยทั่วไปไม่ใช่การเลิกจ้าง แต่ HR ควรระวังไม่ให้การลาออกเกิดจากแรงกดดันหรือการบังคับทางอ้อม</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>เหตุเลิกจ้างที่อาจเข้าเงื่อนไขไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119 เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายหลังมีหนังสือเตือน ขาดงานติดต่อกัน 3 วันทำงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด เป็นต้น ทั้งนี้ต้องดูข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีอย่างรอบคอบ</p>
<h2>เลิกจ้างช่วงทดลองงานต้องบอกล่วงหน้าไหม</h2>
<p>อีกคำถามที่พบบ่อยคือ หาก <strong>ไม่ผ่านโปร</strong> บริษัทต้องบอกล่วงหน้าหรือไม่ คำตอบคือ ต้องดูสัญญาจ้าง ข้อบังคับบริษัท รอบการจ่ายค่าจ้าง และเหตุเลิกจ้างประกอบกัน</p>
<p>สำหรับสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา โดยทั่วไปการบอกเลิกจ้างต้องมีการบอกกล่าวล่วงหน้าตามรอบการจ่ายค่าจ้าง หรือจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นไว้ เช่น การเลิกจ้างเพราะลูกจ้างมีความผิดตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด</p>
<p>ดังนั้น HR ไม่ควรมองว่า “ยังไม่ผ่านโปรจึงเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย” เสมอไป วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือเตรียมเอกสารประเมิน แจ้งผลในเวลาที่เหมาะสม ตรวจสัญญาจ้างและข้อบังคับ และคำนวณค่าจ้างหรือสิทธิที่ต้องจ่ายให้ครบถ้วนก่อนแจ้งพนักงาน</p>
<h2>ต่อโปรได้ไหม</h2>
<p><strong>ต่อโปร</strong> หรือการขยายระยะเวลาทดลองงานสามารถทำได้ในทางบริหาร หากบริษัทมีเหตุผลที่เหมาะสม เช่น ผลงานยังประเมินไม่ชัด หัวหน้างานต้องการให้โอกาสเพิ่มเติม หรือพนักงานเพิ่งได้รับมอบหมายงานสำคัญที่ต้องใช้เวลาเห็นผล แต่ควรทำด้วยความโปร่งใสและมีเอกสารรองรับ</p>
<p>สิ่งที่ไม่ควรทำคือ ต่อโปรไปเรื่อย ๆ โดยไม่แจ้งเกณฑ์ ไม่กำหนดวันสิ้นสุด และไม่ให้ feedback ที่ชัดเจน เพราะจะทำให้พนักงานไม่รู้ว่าต้องปรับปรุงเรื่องใด และทำให้บริษัทมีความเสี่ยงหากเกิดข้อพิพาทเรื่องการเลิกจ้างภายหลัง</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 50%;"><strong>ควรทำเมื่อต้องต่อโปร</strong></td>
<td style="width: 50%;"><strong>ไม่ควรทำเมื่อต้องต่อโปร</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 50%;">แจ้งเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร</td>
<td style="width: 50%;">แจ้งเพียงปากเปล่าโดยไม่มีหลักฐาน</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 50%;">ระบุระยะเวลาต่อโปรและวันประเมินครั้งถัดไป</td>
<td style="width: 50%;">ต่อโปรแบบไม่มีกำหนดสิ้นสุด</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 50%;">ระบุเป้าหมายหรือพฤติกรรมที่ต้องปรับปรุง</td>
<td style="width: 50%;">ใช้คำกว้าง ๆ เช่น “ยังไม่เหมาะ” โดยไม่มีตัวอย่าง</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 50%;">ให้หัวหน้างานและ HR ร่วมกันติดตามผล</td>
<td style="width: 50%;">ปล่อยให้พนักงานรอผลโดยไม่มี feedback ระหว่างทาง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>สิ่งสำคัญคือ การต่อโปรไม่ได้ทำให้อายุงานเริ่มนับใหม่ หากพนักงานเริ่มทำงานวันใด สิทธิที่เกี่ยวข้องกับอายุงานก็ต้องนับจากวันเริ่มงานจริง ไม่ใช่นับจากวันที่ต่อโปรหรือเซ็นเอกสารทดลองงานรอบใหม่</p>
<h2>HR ควรทำอะไรในช่วงทดลองงาน</h2>
<p>การทดลองงานที่ดีไม่ควรจบด้วยการถามหัวหน้าว่า “ผ่านไหม” ในวันท้าย ๆ แต่ควรเป็นกระบวนการที่วางไว้ตั้งแต่ก่อนพนักงานเริ่มงาน โดย HR ต้องช่วยให้หัวหน้างานรู้ว่าจะประเมินอะไร ประเมินเมื่อไร และต้องมีหลักฐานแบบใด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-843" title="ทดลองงาน 2569: กฎหมายแรงงาน สิทธิพนักงาน และสิ่งที่ HR ต้องรู้ 1155" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/shutterstock_1235895049-scaled.jpg" alt="ทดลองงาน" width="496" height="360"></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 25%;"><strong>ช่วงเวลา</strong></td>
<td style="width: 75%;"><strong>สิ่งที่ HR และหัวหน้างานควรทำ</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 25%;">ก่อนเริ่มงาน</td>
<td style="width: 75%;">ระบุระยะทดลองงาน เกณฑ์ผ่านโปร ผู้ประเมิน และเงื่อนไขสำคัญในสัญญาจ้างหรือเอกสารรับเข้าทำงานให้ชัดเจน</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 25%;">วันแรก-30 วัน</td>
<td style="width: 75%;">ดูการปรับตัว ความเข้าใจบทบาท พฤติกรรมการทำงาน และปัญหา onboarding ที่อาจต้องช่วยแก้</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 25%;">30-60 วัน</td>
<td style="width: 75%;">ให้ feedback กลางทาง ระบุเรื่องที่ทำได้ดีและเรื่องที่ต้องปรับปรุง พร้อมตัวอย่างที่วัดผลได้</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 25%;">60-90 วัน</td>
<td style="width: 75%;">ประเมินผลงานจริงเทียบกับเป้าหมายของตำแหน่ง และเริ่มตัดสินใจว่าจะผ่านโปร ต่อโปร หรือไม่ผ่านโปร</td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 25%;">ก่อนครบ 119/120 วัน</td>
<td style="width: 75%;">ตรวจเอกสาร ผลประเมิน สิทธิที่ต้องจ่าย และกระบวนการแจ้งผลให้เสร็จทันเวลา โดยเฉพาะกรณีไม่ผ่านโปร</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Checklist สำหรับ HR ก่อนแจ้งผลไม่ผ่านโปร</h2>
<p>ก่อนแจ้งพนักงานว่าไม่ผ่านโปร HR ควรตรวจรายการต่อไปนี้ให้ครบ เพื่อให้การสื่อสารเป็นธรรมและลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย</p>
<ul>
<li>มีเอกสารสัญญาจ้างหรือเอกสารรับเข้าทำงานที่ระบุช่วงทดลองงานชัดเจนหรือไม่</li>
<li>มีเกณฑ์ประเมินที่สอดคล้องกับงานจริง ไม่ใช่เกณฑ์ที่เพิ่งกำหนดภายหลังหรือไม่</li>
<li>มี feedback ระหว่างช่วงทดลองงาน และพนักงานได้รับโอกาสปรับปรุงหรือไม่</li>
<li>มีหลักฐานผลงาน พฤติกรรม หรือเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่ผ่านโปรอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่</li>
<li>อายุงานถึง 120 วันแล้วหรือยัง และต้องพิจารณาค่าชดเชยตามมาตรา 118 หรือไม่</li>
<li>ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่</li>
<li>มีค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา วันหยุด วันลา หรือเงินอื่นใดที่ต้องจ่ายค้างอยู่หรือไม่</li>
<li>หนังสือแจ้งผลใช้ถ้อยคำสุภาพ ตรงข้อเท็จจริง และไม่กระทบศักดิ์ศรีของพนักงานหรือไม่</li>
<li>หากเป็นเหตุด้านวินัย มีหนังสือเตือนหรือเอกสารประกอบตามข้อบังคับบริษัทแล้วหรือไม่</li>
<li>มีแผนส่งมอบงาน คืนทรัพย์สินบริษัท และปิดสิทธิ์เข้าถึงระบบอย่างเหมาะสมหรือไม่</li>
</ul>
<p>หากประเด็นซับซ้อน เช่น พนักงานตั้งครรภ์ เจ็บป่วยจากการทำงาน มีข้อร้องเรียนเรื่องการเลือกปฏิบัติ หรือมีสัญญาจ้างเงื่อนไขพิเศษ HR ควรปรึกษาฝ่ายกฎหมายหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการ</p>
<h2>พนักงานใหม่ควรทำอะไรในช่วงทดลองงาน</h2>
<p>สำหรับพนักงานใหม่ ช่วงทดลองงานไม่ใช่แค่การพิสูจน์ว่าทำงานได้ แต่เป็นช่วงสร้างความไว้วางใจและทำให้หัวหน้างานเห็นวิธีทำงานของเราอย่างเป็นระบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-844" title="ทดลองงาน 2569: กฎหมายแรงงาน สิทธิพนักงาน และสิ่งที่ HR ต้องรู้ 1156" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/shutterstock_1089877259-scaled.jpg" alt="ช่วงทดลองงาน" width="518" height="366"></p>
<p><strong>1. ทำความเข้าใจเป้าหมายของตำแหน่งให้ชัด</strong></p>
<p>อย่ารอให้ถึงวันประเมินแล้วค่อยถามว่าบริษัทคาดหวังอะไร ควรถามตั้งแต่ช่วงแรกว่าอะไรคือผลงานสำคัญ เกณฑ์ผ่านโปรคืออะไร และมีพฤติกรรมใดที่องค์กรให้ความสำคัญ</p>
<p><strong>2. ขอ feedback เป็นระยะ</strong></p>
<p>หากหัวหน้างานไม่ได้นัด feedback กลางทาง พนักงานสามารถขอคุยสั้น ๆ เพื่อเช็กทิศทางได้ เพราะการรู้ปัญหาเร็วทำให้มีเวลาปรับตัวก่อนถึงวันประเมินจริง</p>
<p><strong>3. บันทึกผลงานและสิ่งที่เรียนรู้</strong></p>
<p>การจดบันทึกงานที่ทำ เป้าหมายที่สำเร็จ ปัญหาที่แก้ และ feedback ที่ได้รับ จะช่วยให้การคุยผ่านโปรมีข้อมูล ไม่ใช่อาศัยความรู้สึกอย่างเดียว</p>
<p><strong>4. เรียนรู้วัฒนธรรมองค์กร</strong></p>
<p>นอกจากผลงาน ความเหมาะสมกับทีมและวิธีทำงานขององค์กรก็มีผลต่อการผ่านโปร พนักงานใหม่จึงควรสังเกตวิธีสื่อสาร วิธีตัดสินใจ และมาตรฐานการทำงานของทีม</p>
<h2>ผ่านโปรแล้วต้องขึ้นเงินเดือนไหม</h2>
<p>การปรับเงินเดือนหลังผ่านโปรไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายแรงงานกำหนดให้ต้องทำเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับสัญญาจ้าง หนังสือเสนอจ้าง นโยบายบริษัท หรือข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง หากบริษัทเคยตกลงว่าจะปรับเงินเดือนเมื่อผ่านโปร HR ก็ควรดำเนินการตามที่ตกลงไว้และแจ้งผลเป็นลายลักษณ์อักษร</p>
<p>ในทางปฏิบัติ HR ควรระบุเรื่องนี้ตั้งแต่ขั้นเสนอจ้าง เช่น เงินเดือนช่วงทดลองงานเท่าไร เงินเดือนหลังผ่านโปรเท่าไร เงื่อนไขการปรับคืออะไร และจะมีผลเมื่อใด เพื่อลดความเข้าใจไม่ตรงกันภายหลัง</p>
<h2>คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทดลองงาน</h2>
<p><strong>Q: ทดลองงานกี่วันถึงจะถูกกฎหมาย</strong></p>
<p>A: กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนวันทดลองงานตายตัว บริษัทจึงกำหนดได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องสื่อสารชัดเจนและไม่ลดสิทธิขั้นต่ำของลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน</p>
<p><strong>Q: ทดลองงาน 119 วันคืออะไร</strong></p>
<p>A: เป็นแนวปฏิบัติที่หลายบริษัทใช้เพราะเกี่ยวกับเส้น 120 วันของสิทธิค่าชดเชยตามกฎหมาย ไม่ใช่ข้อบังคับว่าทุกบริษัทต้องทดลองงาน 119 วัน</p>
<p><strong>Q: ไม่ผ่านโปรต้องจ่ายค่าชดเชยไหม</strong></p>
<p>A: หากทำงานยังไม่ครบ 120 วัน โดยทั่วไปยังไม่เกิดสิทธิค่าชดเชยตามมาตรา 118 แต่ยังต้องดูค่าจ้างค้างจ่าย การบอกกล่าวล่วงหน้า และสิทธิอื่น ๆ หากทำงานครบ 120 วันขึ้นไปและถูกเลิกจ้างโดยไม่เข้าเหตุยกเว้น อาจมีสิทธิค่าชดเชย</p>
<p><strong>Q: เลิกจ้างช่วงทดลองงานต้องบอกล่วงหน้าไหม</strong></p>
<p>A: โดยทั่วไปต้องพิจารณาตามสัญญาจ้าง รอบจ่ายค่าจ้าง และมาตรา 17 เรื่องการบอกเลิกสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างอาจต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย</p>
<p><strong>Q: ต่อโปรได้กี่ครั้ง</strong></p>
<p>A: กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนครั้งไว้ชัด แต่การต่อโปรควรมีเหตุผล ระยะเวลาสิ้นสุด เกณฑ์ประเมิน และเอกสารชัดเจน การต่อโปรซ้ำ ๆ โดยไม่มีคำตอบให้พนักงานไม่ใช่แนวปฏิบัติที่ดี</p>
<p><strong>Q: ต่อโปรแล้วอายุงานเริ่มนับใหม่ไหม</strong></p>
<p>A: ไม่ควรเข้าใจว่าเริ่มนับใหม่ สิทธิที่อิงอายุงานต้องนับจากวันเริ่มทำงานจริง ไม่ใช่วันที่ต่อโปรหรือเซ็นเอกสารทดลองงานรอบใหม่</p>
<p><strong>Q: พนักงานทดลองงานลาป่วยได้ไหม</strong></p>
<p>A: ได้ตามเงื่อนไขของกฎหมายและข้อบังคับบริษัท พนักงานทดลองงานยังเป็นลูกจ้าง จึงมีสิทธิตามกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ต้องรอผ่านโปรก่อนจึงจะมีสิทธิทั้งหมด</p>
<p><strong>Q: ผ่านโปรแล้วต้องมีหนังสือยืนยันไหม</strong></p>
<p>A: กฎหมายไม่ได้บังคับรูปแบบเดียว แต่ในทาง HR ควรมีเอกสารยืนยันผลการผ่านโปร ต่อโปร หรือไม่ผ่านโปร เพื่อให้สถานะการจ้างงานและเงื่อนไขหลังจากนั้นชัดเจนทั้งสองฝ่าย</p>
<h2>สรุป</h2>
<p>ช่วงทดลองงานเป็นเครื่องมือสำคัญของ HR แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี เพราะคำว่า “ยังไม่ผ่านโปร” ไม่ได้ทำให้สิทธิแรงงานหายไป พนักงานทดลองงานยังเป็นลูกจ้างตั้งแต่วันแรก และหากการจ้างงานเดินหน้าไปจนถึง 120 วันขึ้นไป การเลิกจ้างอาจนำไปสู่ค่าชดเชยตามกฎหมายได้</p>
<p>แนวทางที่ดีที่สุดคือกำหนดช่วงทดลองงานให้ชัด ประเมินเป็นระยะ ให้ feedback อย่างเป็นธรรม ตัดสินใจให้ทันเวลา และเตรียมเอกสารให้ครบ โดยเฉพาะกรณีไม่ผ่านโปรหรือต้องต่อโปร เพราะการจัดการช่วงทดลองงานที่ดีช่วยทั้งลดความเสี่ยงทางกฎหมาย รักษาภาพลักษณ์นายจ้าง และทำให้พนักงานใหม่เริ่มต้นงานได้มั่นใจมากขึ้น</p>
<h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2>
<ul>
<li><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190515-newlaborprotection/">พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน 2569: สิทธิแรงงานที่ HR และนายจ้างต้องรู้</a></li>
<li><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/4-labour-law-for-hr-250421/">4 กฎหมายแรงงานที่ HR ควรรู้</a></li>
<li><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/211029-warning-letter/">หนังสือเตือนพนักงานคืออะไร ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง</a></li>
<li><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/211014-performance-improvement-plan/">Performance Improvement Plan (PIP) คืออะไร</a></li>
</ul>
<h2>แหล่งอ้างอิง</h2>
<ul>
<li><a href="https://www.mol.go.th/en/labour-law/" target="_blank" rel="noopener">Ministry of Labour: Labour Law</a></li>
<li><a href="https://www.dlpw.go.th/" target="_blank" rel="noopener">กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน</a></li>
<li><a href="https://www.sso.go.th/" target="_blank" rel="noopener">สำนักงานประกันสังคม</a></li>
</ul>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="ทดลองงาน 2569: กฎหมายแรงงาน สิทธิพนักงาน และสิ่งที่ HR ต้องรู้ 1157" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500"></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เขียน Job Description (คำบรรยายลักษณะงาน) อย่างไรให้ดีและเคลียร์</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/th-howtomakejobdes-190116/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Jan 2019 09:16:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[Job Description]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/th-howtomakejobdes-190116/</guid>

					<description><![CDATA[Job Description (JD) หรือ คำบรรยายลักษณะงาน นี้เปรียบเสมือนหางเสือเรือที่จะนำพาเรือไปถูกทิศไม่หลงทาง หากองค์กรใดใส่ใจ Job Description เป็นอย่างดี ปัญหาต่างๆ ในระบบการทำงานก็มักจะไม่เกิดขึ้น เพราะ Job Description ที่ดีนั้นจะสามารถบ่งบอกบทบาทและหน้าที่ของแต่ละคนในองค์กรได้อย่างชัดเจน ไม่ทำงานทับซ้อน ล้ำเส้น แสดงโครงสร้างการทำงานทั้งบริษัทได้อย่างกระจ่าง เห็นความลื่นไหลของระบบงาน และที่สำคัญทำให้ทุกส่วนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปรียบได้กับเครื่องจักรที่เฟืองแต่ละตัวต่างก็มีหน้าที่ของตัวเอง แน่นอนว่าถ้าเฟืองใดเกิดปัญหาขึ้น เครื่องจักรย่อมสะดุดได้เช่นกัน Job Description หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า JD คือคำบรรยายลักษณะงานของแต่ละตำแหน่ง ภาษาไทยทางการอาจเรียกว่า “ใบพรรณนาหน้าที่งาน” หรืออาจเรียกให้เข้าใจขึ้นว่า “เอกสารแสดงหน้าที่ความรับผิดชอบ” ซึ่งจะต้องระบุคุณสมบัติ ขอบเขตการทำงาน ภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ รวมถึงโครงสร้างของการบริหารงานให้ชัดเจนที่สุด JD ที่ดีนั้นจะสามารถระบุได้ว่าตำแหน่งนั้นจะต้องทำงานอะไรบ้าง ตำแหน่งนี้อยู่โครงสร้างไหนของบริษัท มีสายการบังคับบัญชาอย่างไร รวมไปถึงฝ่าย HR สามารถรู้ได้ว่าควรจะพัฒนาทักษะอะไรให้ตำแหน่งนี้เกิดความก้าวหน้าด้วย ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ที่ต้องทำหน้าที่สรรหาบุคลากรนั้นอาจจะต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการจัดทำ Job Description แต่ละตำแหน่งให้เหมาะสมแล้ว Job Description ที่ดีนั้นก็ไม่ควรเขียนขึ้นโดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลเพียงฝ่ายเดียว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48190" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T090517.234.png" alt="Job Description" width="600" height="370" title="เขียน Job Description (คำบรรยายลักษณะงาน) อย่างไรให้ดีและเคลียร์ 1168" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T090517.234.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2025-12-12T090517.234-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><a href="https://www.betterteam.com/job-description" target="_blank" rel="noopener"><strong>Job Description (JD)</strong></a> หรือ <strong>คำบรรยายลักษณะงาน</strong> นี้เปรียบเสมือนหางเสือเรือที่จะนำพาเรือไปถูกทิศไม่หลงทาง หากองค์กรใดใส่ใจ Job Description เป็นอย่างดี ปัญหาต่างๆ ในระบบการทำงานก็มักจะไม่เกิดขึ้น เพราะ Job Description ที่ดีนั้นจะสามารถบ่งบอกบทบาทและหน้าที่ของแต่ละคนในองค์กรได้อย่างชัดเจน ไม่ทำงานทับซ้อน ล้ำเส้น แสดงโครงสร้างการทำงานทั้งบริษัทได้อย่างกระจ่าง เห็นความลื่นไหลของระบบงาน และที่สำคัญทำให้ทุกส่วนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปรียบได้กับเครื่องจักรที่เฟืองแต่ละตัวต่างก็มีหน้าที่ของตัวเอง แน่นอนว่าถ้าเฟืองใดเกิดปัญหาขึ้น เครื่องจักรย่อมสะดุดได้เช่นกัน</p>
<div class="focused-block--has-title"></div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="focused-block--has-title">
<div><strong>Job Description</strong> หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า <strong>JD</strong> คือคำบรรยายลักษณะงานของแต่ละตำแหน่ง ภาษาไทยทางการอาจเรียกว่า “ใบพรรณนาหน้าที่งาน” หรืออาจเรียกให้เข้าใจขึ้นว่า “เอกสารแสดงหน้าที่ความรับผิดชอบ” ซึ่งจะต้อง<strong>ระบุคุณสมบัติ ขอบเขตการทำงาน ภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ รวมถึงโครงสร้างของการบริหารงานให้ชัดเจนที่สุด</strong> JD ที่ดีนั้นจะสามารถระบุได้ว่าตำแหน่งนั้นจะต้องทำงานอะไรบ้าง ตำแหน่งนี้อยู่โครงสร้างไหนของบริษัท มีสายการบังคับบัญชาอย่างไร รวมไปถึงฝ่าย HR สามารถรู้ได้ว่าควรจะพัฒนาทักษะอะไรให้ตำแหน่งนี้เกิดความก้าวหน้าด้วย</div>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ที่ต้องทำหน้าที่สรรหาบุคลากรนั้นอาจจะต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการจัดทำ Job Description แต่ละตำแหน่งให้เหมาะสมแล้ว Job Description ที่ดีนั้นก็ไม่ควรเขียนขึ้นโดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลเพียงฝ่ายเดียว เพราะไม่มีทางที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะรู้รายละเอียดในการทำงานของทุกฝ่ายได้หมดแน่ ๆ</p>
<p>สิ่งที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรทำมากที่สุดก็คือการเป็นเจ้าภาพหลัก ประสานงานแต่ละส่วนในการจัดทำ Job Description แต่ละตำแหน่งนี้ โดยให้ผู้ปฎิบัติงานจริงในตำแหน่งนั้นๆ เขียนลักษณะงานตามที่เกิดขึ้นจริง แล้วก็ต้องให้หัวหน้างานระดับสูงดูภาพรวมของ Job Description ว่าสอดคล้องกับนโยบายบริษัทหรือเป้าหมายความสำเร็จอื่นๆ หรือไม่ จากนั้นฝ่ายทรัพยากรบุคคลจึงจัดทำ Job Description สุดท้ายเพื่อเป็นมาตรฐานของบริษัทอีกครั้ง</p>
<h2>Job Description (JD) มีประโยชน์อย่างไร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2061 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/job2-min.png" alt="job2 min" width="600" height="370" title="เขียน Job Description (คำบรรยายลักษณะงาน) อย่างไรให้ดีและเคลียร์ 1169"></p>
<h3>วัตถุประสงค์ของ Job Description (JD)</h3>
<ol>
<li>กำหนดหน้าที่ ความรับผิดชอบ ขอบเขตของตำแหน่งงาน และคุณสมบัติที่จำเป็นในตำแหน่งงานนั้น</li>
<li>เป็นเกณฑ์ในการบริหารงานบุคคลขององค์กร ตั้งแต่คัดเลือกพนักงานใหม่ พิจารณาโยกย้าย ไปจนถึงการเลื่อนตำแหน่ง เพื่อความก้าวหน้าทางสายอาชีพ</li>
<li>เป็นหลักในการประเมินการทำงานของแต่ละตำแหน่ง</li>
<li>ทำให้เห็นโครงสร้างของบริษัทอย่างชัดเจน การทำงานไม่ซ้ำซ้อนกัน</li>
</ol>
<h3>ประโยชน์ของ Job Description (JD)</h3>
<ul>
<li>ใช้สร้างมาตรฐานในการ สรรหา คัดสรร ว่าจ้าง คนที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการเข้าทำงานในตำแหน่งที่เหมาะสม</li>
<li>ใช้เป็นเกณฑ์ประเมินศักยภาพการทำงานของพนักงาน</li>
<li>ใช้ประเมินโครงสร้างในการทำงาน เช็คความลื่นไหลของระบบการทำงาน</li>
<li>ช่วยให้บริษัทอุดรูรั่วในทักษะที่ขาดได้ ทั้งยังช่วยให้ฝ่ายบุคคลวางแผนพัฒนาทักษะที่จำเป็นให้ดียิ่งขึ้นสำหรับแต่ละตำแหน่งด้วยเช่นกัน</li>
<li>ช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจฟังก์ชั่นในการทำงานได้อย่างชัดเจน</li>
<li>สร้างความยุติธรรมในการจ้างงานให้กับทั้งพนักงานและบริษัทเอง</li>
</ul>
<div class="focused-block--has-title">
<div>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><strong>Salary V.S. Bonus</strong></div>
<div>
<p><strong>+ ตั้งฐานเงินเดือนที่เหมาะสม :</strong> Job Description ที่ดีจะต้องละเอียด ชัดเจน ครบถ้วน และเข้าใจง่าย นั่นจะทำให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลสามารถประเมินฐานเงินเดือนที่เหมาะสมกับแต่ละตำแหน่งได้อย่างเป็นธรรมอีกด้วย</p>
<p><strong>+ ประเมินโบนัสได้ถูกต้อง :</strong> Job Description ที่ดีจะทำให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลสามารถประเมินประสิทธภาพในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น และยังทำให้เรามองเห็นศักยภาพของพนักงานแต่ละคนได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเช่นกัน ทั้งยังทำให้บริษัทสามารถประเมินโบนัสประจำปีให้เหมาะสมกับแต่ละคนได้อีกด้วย</p>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<blockquote>
<h4><strong>HR มีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ </strong></h4>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/Questions-pana.png" width="349" height="349" alt="Questions pana" title="เขียน Job Description (คำบรรยายลักษณะงาน) อย่างไรให้ดีและเคลียร์ 1170"></div>
<div></div>
<div>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">Q: จะเริ่มต้นปรับวิธีการเขียน job description ของที่บริษัทยังไงได้บ้าง</span></strong></p>
<p>เราเริมรู้สึกว่าการเขียน job description ของที่บริษัทมันดูโบราณมากเลยเมื่อเทียบกับของบริษัทอื่นๆ ที่เราเห็นตามเว็บประกาศหางาน ตอนนี้อยากปรับเรื่องนี้ครั้งใหญ่เลย ทุกท่านมีคำแนะนำอย่างไรบ้างคะ</p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">A: โละ Job Description ของเก่าทั้งหมด และลงมือเขียนใหม่ให้กับทุกตำแหน่ง</span></strong></p>
<p>โดยเปลี่ยนการเขียน Job Description จากการบอกว่าตำแหน่งนี้ต้องทำอะไร เป็นตำแหน่งนี้มีความสำคัญอย่างไรกับองค์กร สร้าง Impact ได้ในระดับไหน และความท้าทายของตำแหน่งนี้คืออะไร..</p>
</div>
<div></div>
<div><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/146?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2.png" alt="f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2" width="370" height="80" title="เขียน Job Description (คำบรรยายลักษณะงาน) อย่างไรให้ดีและเคลียร์ 1171"></a></div>
</blockquote>
<h2>Job Description (JD) ที่ดี ควรมีลักษณะดังนี้</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2063 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/job4-min.png" alt="job4 min" width="600" height="370" title="เขียน Job Description (คำบรรยายลักษณะงาน) อย่างไรให้ดีและเคลียร์ 1172"></p>
<p><strong>+ เขียนจากผู้รู้/ผู้ทำงานจริง :</strong> Job Description ที่ดีไม่ใช่เอกสารที่ทำขึ้นเพื่อให้เป็นมาตรฐานบริษัทแต่ใช้งานไม่ได้จริง ไม่ได้ต้องการคำสวยหรูที่อ่านแล้วไม่เข้าใจ JD ที่ดีนั้นควรเขียนขึ้นจากผู้รู้หรือผู้ที่ปฎิบัติงานจริง เพื่อให้คำบรรยายลักษณะงานชัดเจนและครบถ้วนที่สุด และนำไปใช้งานได้จริง เป็นประโยชน์ต่อบริษัท</p>
<p><strong>+ กระชับ ได้ใจความ :</strong> ถึงแม้ว่าความหมายของ Job Description ก็คือการบรรยายลักษณะของงาน แต่การเขียนบรรยายนั้นไม่ควรเวิ่นเว้อ พูดในสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่ง JD ที่ดีควรกระชับ ได้ใจความ ตรงประเด็น เข้าใจง่าย เพื่อไม่ให้คนที่เข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้เกิดความสับสนในการทำงาน รวมถึงไม่ทับซ้อนหรือขัดแย้งกับผู้ร่วมงานคนอื่นด้วย</p>
<p><strong>+ เข้าใจง่าย :</strong> JD ไม่ควรสื่อสารด้วยคำที่ยาก กำกวม ซับซ้อน ไม่ชัดเจนแน่นอน อย่างเช่นคำว่า อาจจะ, น่าจะ, จะแจ้งให้ทราบในอนาคต ฯลฯ ส่วนหากมีการใช้ศัพท์เทคนิค อักษรย่อ หรือแม้แต่ภาษาต่างประเทศ ก็ควรมีการอธิบายเพิ่มเติม หรือขยายความด้วยวิธีใดก็ตามที่ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น</p>
<p><strong>+ ครบถ้วน :</strong> ความซื่อตรงและซื่อสัตย์ต่อกันเป็นสิ่งที่ควรยึดถือ องค์กรเองก็ควรจะสื่อสารตรงไปตรงมากับพนักงานทุกคนเช่นกัน การเขียน JD ในแต่ละตำแหน่งไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ตกหล่น หรือแม้แต่จงใจตกหล่นแล้วมาเติมในภายหลัง อาจสร้างความเสียหายต่องานนั้นได้ รวมถึงสร้างความไม่พอใจให้กับพนักงานในตำแหน่งนั้นได้เหมือนกัน ทางที่ดีควรเขียน JD ให้ครบตั้งแต่แรก เพื่อความยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย</p>
<div class="focused-block--has-title">
<h2 class="__title">JD ที่ไม่ใส่ใจ สร้างปัญหาได้อย่างไม่น่าเชื่อ</h2>
<div class="__title">ใครว่า JD ไม่สำคัญ  หากฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เขียน JD ไม่เคลียร์แล้ว นอกจากคนทำงานในตำแหน่งนั้นๆ จะมึนงงกับบทบาทหน้าที่ของตัวเอง JD ที่ไม่เคลียร์อาจทำให้เกิดการทำงานทับซ้อนกันได้ หรือไม่ก็เกิดพื้นที่สีเทาที่ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่จะต้องรับผิดชอบทำงานส่วนนี้อย่างแท้จริง หากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นนั้นอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานในบริษัทได้ อาจเกิดการทะเลาะกัน เกี่ยงงานกัน หรือไม่ก็แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น สร้างความบาดหมางในการทำงานได้ บางทีอาจจะทำให้งานของบริษัทออกมาแย่ หรือองค์กรเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งไม่มีใครคาดเดาหายนะที่เกิดจากการทำ JD ที่ผิดพลาดได้ อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดจากเพียงน้ำผึ้งหยดเดียว</div>
</div>
<div></div>
<div class="focused-block--is-bold-border">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/general-recruit/job-analysis-02112021/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8293 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/02/847f7a9a9c375b4b0ad6f5c41981852e.jpg" alt="Job Analysis การวิเคราะห์งาน HR NOT" width="500" height="334" title="เขียน Job Description (คำบรรยายลักษณะงาน) อย่างไรให้ดีและเคลียร์ 1173"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/general-recruit/job-analysis-02112021/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"> 4 ขั้นตอนวิเคราะห์งาน (Job Analysis) เพื่อเข้าใจโครงสร้างองค์กรและสร้างตำแหน่งงานที่มีประสิทธิภาพ </a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div></div>
<blockquote>
<h4><strong>HR มีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ </strong></h4>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/Questions-pana.png" width="349" height="349" alt="Questions pana" title="เขียน Job Description (คำบรรยายลักษณะงาน) อย่างไรให้ดีและเคลียร์ 1170"></div>
<div>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">Q: อยากได้คำแนะนำ เครื่องมือที่จะนำมาใช้ในการทบทวน JD</span></strong></p>
<div class="content">
<div class="trix-content">
<div>ตอนนี้มีแผนงานในการทบทวนรายละเอียดของ JD ทั้งองค์กร แต่ติดปัญหา คือ ในองค์กรยังขาดมุมมอง หรือขาดเข้าใจในการปรับปรุง หากจะทำให้เป็นเครื่องมือ ที่สามรถนำไปใช้งานได้ง่ายสำหรับผู้ที่ยังไม่มีพื้นฐานการทำ เช่น ขั้นตอนของการวิเคราะห์งาน หรือการที่ HR อยากได้ข้อมูลจากต้นสังกัด จะมีแนวทางแบบไหนบ้างครับ</div>
</div>
</div>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">A: เรื่องนี้ค่อนข้างใหญ่เลยครับสำหรับ JD ทั้งองค์กร ผมขออธิบายพอให้เห็นภาพใหญ่ๆ สำหรับการทำนะครับ </span></strong></p>
<p>ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า JD จะถูกเขียนงานหน่วยงานนั้นๆ ไม่ใช่ HR เป็นคนเขียน JD บทบาทของ HR คือเอา JD หน่วยงานมาวิเคราะห์ สอบถามเพิ่มเติม ถึงลักษณะงานและความสำคัญของงานที่สอดคล้องกับตำแหน่งงานนั้นๆ ครับ โดยผมจะเริ่มจากโครงสร้างองค์กร&#8230;</p>
</div>
<div><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/559?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2.png" alt="f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2" width="370" height="80" title="เขียน Job Description (คำบรรยายลักษณะงาน) อย่างไรให้ดีและเคลียร์ 1171"></a></div>
</blockquote>
<h2>โครงสร้างของ Job Description (JD) ควรประกอบไปด้วย</h2>
<p>+ ตำแหน่ง / สังกัด (ฝ่าย หรือ แผนก)</p>
<p>+ คุณสมบัติ / ทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน</p>
<p>+ หน้าที่และความรับผิดชอบในการทำงาน</p>
<p>+ โครงสร้างตำแหน่ง / สายงานบริหาร / สายงานบังคับบัญชา</p>
<p>+ อัตราจ้าง / เงินเดือน</p>
<div class="focused-block--has-title">
<h2 class="__title">Standard V.S. Update</h2>
<div>
<h3>Job Description ที่ดีควรเขียนให้เป็นมาตรฐานแบบครั้งเดียวจบหรือไม่?</h3>
<p>การสร้างมาตรฐานเป็นสิ่งที่ดีและควรทำ แต่การที่ไม่ยอมปรับมาตรฐานให้ทันการเปลี่ยนแปลง หรือให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเช่นกัน กรณีนี้เราจะเห็นได้ชัดว่าบริษัทที่ไม่ใส่ใจ Job Description อย่างละเอียด จะไม่สามารถสื่อสารการทำงานตำแหน่งนั้นๆ ได้ชัดเจน เหตุสำคัญอาจมาจากความขี้เกียจของฝ่ายบริหารงานบุคคล ตลอดจนความไม่ใส่ใจของผู้บริหาร บริษัทลักษณะนี้มักจะเขียน JD ขึ้นมาเพื่อให้เป็นมาตรฐานเท่านั้น แต่ถามว่าใช้งานจริงได้หรือเปล่านั้น ก็อาจไม่แน่ใจ คำบรรยายลักษณะงานมักจะเป็นคำพูดกลางๆ ไม่ลงลึกในการทำงานนัก และคนเขียนอาจจะไม่ใช่คนทำงานจริง ลักษณะงานที่เกิดขึ้นอาจเป็นการก็อปปี้มาจากบริษัทอื่นๆ โดยไม่ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับตัวเองเลยด้วยซ้ำ ที่สำคัญ JD เหล่านี้มักจะถูกเขียนขึ้นเพียงครั้งเดียว ไม่มีการแก้ไข และใช้กันต่อๆ ไปอย่างมึนงง</p>
<h3>JD ที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยนั้นไม่ดีหรือเปล่า?</h3>
<p>ยุคปัจจุบันนี้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลหลายแห่งหันมากระตือรือร้นและใส่ใจในรายละเอียดของ Job Description ในแต่ละตำแหน่งมากขึ้น และมีการปลูกฝังแนวความคิดใหม่ที่ว่า JD ที่ดีควรมีการอัพเดท ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เสมอๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ การทำงานจริงในตำแหน่งนั้น หรือแม้แต่ทักษะที่ควรเพิ่มเติมเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ยิ่งเราปรับเปลี่ยน Job Description ให้ชัดเจนและละเอียดมากขึ้นเท่าไร เราก็จะสามารถหาบุคคลากรที่เหมาะสมได้มากเท่านั้น โอกาสความสำเร็จก็จะมากขึ้นตาม และทำให้การทำงานของฝ่ายทรัพยากรบุคคลง่ายขึ้นได้ด้วย</p>
</div>
</div>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/how-to-write-job-description-01142022/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10237 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/01/154327035_701079410562524_295967361035611361_n.jpg" alt="154327035 701079410562524 295967361035611361 n" width="525" height="525" title="เขียน Job Description (คำบรรยายลักษณะงาน) อย่างไรให้ดีและเคลียร์ 1176"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/how-to-write-job-description-01142022/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">เขียน Job Description อย่างไรให้น่าสนใจ ดึงดูดคนที่ใช่! มาร่วมงาน</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>เขียน JD อย่างไร ? รวมศัพท์ JD ที่เหมาะสมกับระดับงาน</h2>
<p>Job Description ที่ดีควรใช้คำที่แสดงถึงการ action หรือเห็นภาพของการกระทำหน้าที่นั้นๆ ได้อย่างชัดเจน เพื่อผู้ปฎิบัติตามจะรู้บทบาท ความรับผิดชอบ และสิ่งที่ควรกระทำ ตามตำแหน่งและสถานะของตน มาลองดูตัวอย่างคำศัพท์ที่แนะนำให้ใช้สำหรับเขียน JD ในแต่ละระดับงานกัน</p>
<table width="601">
<tbody>
<tr>
<td width="189"><strong>ผู้จัดการ</strong></td>
<td width="191"><strong>หัวหน้าแผนก</strong></td>
<td width="186"><strong>พนักงาน</strong></td>
</tr>
<tr>
<td width="189">วางแผน</td>
<td width="191">ควบคุม สั่งงาน</td>
<td width="186">จัดหา จัดเตรียม</td>
</tr>
<tr>
<td width="189">รับผิดชอบ</td>
<td width="191">แนะนำ เสนอแนะ</td>
<td width="186">จัดทำ บันทึก</td>
</tr>
<tr>
<td width="189">บริหาร</td>
<td width="191">ติดตาม รายงาน</td>
<td width="186">ติดต่อ รายงาน</td>
</tr>
<tr>
<td width="189">พิจารณา</td>
<td width="191">กำหนด แจ้ง</td>
<td width="186">รวบรวม ปรับปรุง</td>
</tr>
<tr>
<td width="189">ตัดสินใจ</td>
<td width="191">ประชุม ชี้แจง</td>
<td width="186">คำนวณ สรุป</td>
</tr>
<tr>
<td width="189">อนุมัติ</td>
<td width="191">ตรวจสอบ วิจัย</td>
<td width="186">โต้ตอบ</td>
</tr>
<tr>
<td width="189">ประเมินผล</td>
<td width="191">มอบหมายงาน</td>
<td width="186">ดำเนินการ</td>
</tr>
<tr>
<td width="189">ให้คำปรึกษา</td>
<td width="191">ประสานงาน</td>
<td width="186">ปฏิบัติงาน</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>แต่ละองค์กรต่างก็มีการประกอบธุรกิจที่แตกต่างกันไป ตำแหน่งงานในองค์กรมีทั้งที่เหมือนและแตกต่างกัน แต่รายละเอียดในการทำงานแต่ละที่ก็มักจะไม่เหมือนกันเสียทีเดียว ฉะนั้นแต่ละองค์กรควรมี Job Description เป็นของตัวเอง เขียนขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับตำแหน่งงาน ลักษณะงาน และหน้าที่ของพนักงานแต่ละคน</p>
<p>Job Description ที่ดีนั้นไม่ควรเกิดจากการเขียนโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ควรเกิดจากการร่วมมือกันเขียนรายละเอียดร่วมกัน ทั้งในส่วนของพนักงานในตำแหน่งนั้นๆ, หัวหน้างาน, ผู้บริหาร, ไปจนถึงฝ่ายทรัพยากรบุคคล</p>
<p>Job Description ควรเขียนอย่างชัดเจน สั้น กระชับ เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ถูกต้อง ครบถ้วน และสุดท้ายควรอัพเดท Job Description อย่างสม่ำเสมอ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ตามลักษณะการทำงานจริง รวมถึงสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากที่สุดด้วย</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" data-wp-editing="1" title="เขียน Job Description (คำบรรยายลักษณะงาน) อย่างไรให้ดีและเคลียร์ 1177" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขั้นตอนสำคัญในการสรรหาทรัพยากรบุคคล และคุณลักษณ์ของผู้สมัครที่ไม่ควรมองข้าม</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/th-190114-stepsofrecruiting/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Jan 2019 13:17:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[สรรหาทรัพยากรบุคคล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/th-190114-stepsofrecruiting/</guid>

					<description><![CDATA[การคัดเลือกบุคลากรนั้นเป็นหน้าที่สำคัญหนึ่งของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ถึงแม้จะพูดว่าเป็นการรับสมัครแบบไม่มีเงื่อนไข แต่ก็ขั้นตอนในหลายๆ จุดก็ต้องระมัดระวังด้วยเช่นกัน ในทางกลับกันเมนุษย์ถือเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้สำหรับความก้าวหน้าของบริษัท ภายในบริษัทเองก็มีผู้คนจำนวนมากที่ต้องสรรหา จัดจ้าง ตลอดจนอยู่ภายใต้การดูแลขององค์กรด้วยเช่นกัน ดังนั้นวันนี้ผมอยากจะแนะนำกระบวนการตลอดจนขั้นตอนสำคัญของการสรรหาทรัพยากรบุคคลตลอดจนแนะนำข้อสังเกตลักษณะที่ดีของผู้สมัครที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลไม่ควรมองข้าม ขั้นตอนที่จําเป็นและควรใส่ใจในการคัดสรรบุคคลากร เพื่อการดำเนินต่อได้ของแต่ละกิจการ บริษัทจึงจำเป็นต้องมีการคัดสรรบุคลากรเข้ามาทำงานตามตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องการให้ได้ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) จึงเข้ามามีส่วนสำคัญในหน้าที่ตรงนี้ โดยเฉพาะขั้นตอนสรรหาผู้สมัคร ที่ฝ่ายบุคคลจะต้องพบปะผู้คนมากมาย ตลอดจนสัมภาษณ์พวกเขาแต่ละคนเป็นอย่างดี จากนั้นยังมีขั้นตอนอื่นๆ อีกมากมายนอกเหนือจากนี้ ที่ฝ่ายบุคคลนั้นจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ อย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้สามารถคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสมให้เข้ามาร่วมงานกับบริษัทได้เป็นอย่างดีที่สุด HR ที่มีข้อสงสัยหรือมีคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ Q. เราจะสร้าง Candidate Experience ในขั้นตอนการสมัครงานได้อย่างไร บริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูงมาก เลยคิดว่าอะไรที่พอทำได้ในการที่จะทำให้ Talent ประทับใจได้ก็น่าจะช่วยได้บ้าง เลยอยากจะมาถามเรื่องการพัฒนา Candidate Experience ว่าสามารถที่จะทำในรูปแบบไหนได้บ้างคะ (ขอตัวอย่าง) A. สร้าง Candidate Experience ที่ดี โดยคำนึงทั้ง Mental และ Physical เช่น Pattern ของอีเมลล์ที่ใช้ส่งหา Candidate, สถานที่นัดสัมภาษณ์งาน, เวลาที่ใช้รอสัมภาษณ์, การจัดการอำนวยความสะดวกในการสัมภาษณ์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-8330 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/3bf71ab53194ab65424506c787b17119.jpg" alt="3bf71ab53194ab65424506c787b17119" width="500" height="334" title="ขั้นตอนสำคัญในการสรรหาทรัพยากรบุคคล และคุณลักษณ์ของผู้สมัครที่ไม่ควรมองข้าม 1185"></p>
<p>การคัดเลือกบุคลากรนั้นเป็นหน้าที่สำคัญหนึ่งของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ถึงแม้จะพูดว่าเป็นการรับสมัครแบบไม่มีเงื่อนไข แต่ก็ขั้นตอนในหลายๆ จุดก็ต้องระมัดระวังด้วยเช่นกัน ในทางกลับกันเมนุษย์ถือเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้สำหรับความก้าวหน้าของบริษัท ภายในบริษัทเองก็มีผู้คนจำนวนมากที่ต้องสรรหา จัดจ้าง ตลอดจนอยู่ภายใต้การดูแลขององค์กรด้วยเช่นกัน ดังนั้นวันนี้ผมอยากจะแนะนำกระบวนการตลอดจนขั้นตอนสำคัญของการสรรหาทรัพยากรบุคคลตลอดจนแนะนำข้อสังเกตลักษณะที่ดีของผู้สมัครที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลไม่ควรมองข้าม</p>

<h2>ขั้นตอนที่จําเป็นและควรใส่ใจในการคัดสรรบุคคลากร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-812" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/shutterstock_1237492501-scaled.jpg" alt="shutterstock 1237492501 scaled" width="5600" height="3150" title="ขั้นตอนสำคัญในการสรรหาทรัพยากรบุคคล และคุณลักษณ์ของผู้สมัครที่ไม่ควรมองข้าม 1186"></p>
<p>เพื่อการดำเนินต่อได้ของแต่ละกิจการ บริษัทจึงจำเป็นต้องมีการคัดสรรบุคลากรเข้ามาทำงานตามตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องการให้ได้ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) จึงเข้ามามีส่วนสำคัญในหน้าที่ตรงนี้ โดยเฉพาะขั้นตอนสรรหาผู้สมัคร ที่ฝ่ายบุคคลจะต้องพบปะผู้คนมากมาย ตลอดจนสัมภาษณ์พวกเขาแต่ละคนเป็นอย่างดี จากนั้นยังมีขั้นตอนอื่นๆ อีกมากมายนอกเหนือจากนี้ ที่ฝ่ายบุคคลนั้นจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ อย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้สามารถคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสมให้เข้ามาร่วมงานกับบริษัทได้เป็นอย่างดีที่สุด</p>
<blockquote>
<h4>HR ที่มีข้อสงสัยหรือมีคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้</h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/Questions-pana.png" width="300" height="300" alt="Questions pana" title="ขั้นตอนสำคัญในการสรรหาทรัพยากรบุคคล และคุณลักษณ์ของผู้สมัครที่ไม่ควรมองข้าม 1187"></p>
<p><strong><span style="font-size: 18pt;">Q.</span></strong> เราจะสร้าง Candidate Experience ในขั้นตอนการสมัครงานได้อย่างไร</p>
<p>บริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูงมาก เลยคิดว่าอะไรที่พอทำได้ในการที่จะทำให้ Talent ประทับใจได้ก็น่าจะช่วยได้บ้าง เลยอยากจะมาถามเรื่องการพัฒนา Candidate Experience ว่าสามารถที่จะทำในรูปแบบไหนได้บ้างคะ (ขอตัวอย่าง)</p>
<p><strong><span style="font-size: 18pt;">A.</span></strong> สร้าง Candidate Experience ที่ดี โดยคำนึงทั้ง Mental และ Physical เช่น Pattern ของอีเมลล์ที่ใช้ส่งหา Candidate, สถานที่นัดสัมภาษณ์งาน, เวลาที่ใช้รอสัมภาษณ์, การจัดการอำนวยความสะดวกในการสัมภาษณ์ เช่นห้องพักรอสัมภาษณ์ เครื่องดื่ม ปากกา กระดาษ&#8230;</p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/164?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2.png" alt="f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2" width="366" height="79" title="ขั้นตอนสำคัญในการสรรหาทรัพยากรบุคคล และคุณลักษณ์ของผู้สมัครที่ไม่ควรมองข้าม 1188"></a></p></blockquote>
<h3>1. ชี้แจง Job Description ให้ละเอียด</h3>
<p>ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ควรจัดทำคำบรรยายลักษณะงาน (Job Description) ให้ละเอียด ชัดเจน ครบถ้วน ทั้งนี้เพื่อเช็คข้อมูลให้ตรงกับความต้องการขององค์กรด้วย และผู้สมัครเองก็จะพิจารณาจากข้อมูลตรงนี้เบื้องต้นว่าตนเองมีความสามารถหรือไม่ หรือเป็นงานที่เหมาะสมกับตนหรือเปล่า รวมถึงผู้สมัครจะรับรู้ข้อมูลของบริษัทเบื้องต้นจากการประกาศรับสมัครงานด้วย การใส่ใจในรายละเอียดตรงจุดนี้จะทำให้กระบวนการสรรหามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<div class="focused-block"><strong>&#8211;<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-howtomakejobdes-190116/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">เขียน Job Description (คำบรรยายลักษณะงาน) อย่างไรให้ดีและเคลียร์</a></strong><br />
<strong><br />
&#8211;<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/general-recruit/job-analysis-02112021/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Job Analysis (การวิเคราะห์งาน) คืออะไร ? มาดู 4 ขั้นตอนในการวิเคราะห์งานเพื่อสร้างตำแหน่งงานที่มีประสิทธิภาพ</a></strong></div>
<h3>2. รอบสัมภาษณ์งานนั้นสำคัญอย่างยิ่ง</h3>
<p>รอบสัมภาษณ์นั้นถือเป็นกระบวนการสรรหาบุคลากรที่สำคัญที่สุดกระบวนการหนึ่ง และฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ควรใส่ใจขั้นตอนนี้อย่างยิ่ง เพราะเป็นขั้นตอนที่จะทำให้คุณได้พูดคุยและทำความรู้จักกับตัวจริงของผู้สมัคร ในรอบสัมภาษณ์นี้ไม่ใช่เฉพาะเพียงฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เท่านั้นที่จะเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ฝ่ายที่ต้องทำงานร่วมกับพนักงานใหม่นี้จะต้องเข้าร่วมสัมภาษณ์ด้วย โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องควบคุมดูแลโดยตรง นอกจากจะดูเรื่องความสามารถในการทำงานแล้ว ยังควรต้องดูลักษณะนิสัยตลอดจนทัศนคติว่าสามารถร่วมงานด้วยกันได้หรือไม่ ในส่วนของเพื่อนร่วมงานที่ต้องปฎิบัติงานด้วยกัน ฝ่ายทรัยพากรบุคคล (HR) อาจให้ช่วยเรื่องการตั้งคำถามสัมภาษณ์ที่เกี่ยวกับการทำงานโดยตรง เพราะผู้ปฎิบัติงานจริงจะรู้รายละเอียดได้ลึกที่สุด</p>
<div class="focused-block"><strong>&#8211; <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190301-job-interview-question/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">คำถามสัมภาษณ์งานจากฝ่ายบุคคล และการเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดี</a></strong></div>
<h3>3. เตรียมคำถามในการสัมภาษณ์ให้ครบ มีตั้งเกณฑ์การคัดเลือกให้ชัดเจน</h3>
<p>ก่อนที่จะมีการนัดสัมภาษณ์เกิดขึ้น ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) จะต้องกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครให้ครบถ้วยเสียก่าอน โดยเฉพาะเรื่องทักษะในการทำงาน จากนั้นอาจวาดภาพทีมหรือแผนกที่คาดหวัง เพื่อเป็นเป้าหมายในการสรรหา ในกระบวนการคัดสรรบุคลากรนี้จะต้องมีมาตรฐานในการคัดเลือกเดียวกัน ยุติธรรม โปร่งใส ก่อนการสัมภาษณ์ควรมีการเตรียมตัวเรื่องคำถามให้ดี ครอบคลุม และต้องเข้าใจในตำแหน่งหน้าที่ตลอดจนทักษะของบุคลากรที่ต้องการรับเป็นอย่างดี และชี้แจงเกณฑ์การคัดเลือกให้ชัดเจนตลอดจนเข้าใจตรงกันทุกฝ่าย</p>
<div class="focused-block"><strong><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190305-hr-score-candidate/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">5 หลักเกณฑ์สำคัญที่ฝ่ายบุคคล (HR) ใช้ประเมินผู้สมัครงาน</a></strong></div>
<h3>4. การสัมภาษณ์คือช่วงเวลาที่จะรู้จักประสบการณ์ตลอดจนค่านิยมของผู้สมัคร</h3>
<p>การสัมภาษณ์งานโดยทั่วไปมักกินเวลาเฉลี่ยราว 1 ช.ม. และเวลากว่า 70% จะเป็นช่วงที่เราได้พูดคุยทำการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ในระหว่างนี้ผู้สมัครจะได้นำเสนอประสบการณ์การทำงานตลอดจนประสบการณ์ทางด้านต่างๆ ที่ผ่านมา ไปจนถึงการแสดงทัศนคติ และค่านิยมในด้านต่างๆ ของผู้สมัครแต่ละคน ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) จะต้องรวบรวมข้อมูลของผู้สมัครให้ได้มากที่สุดเพื่อนำมาประมวลผลในการตัดสินใจจ้างงาน ข้อมูลนี้ตั้งแต่เรื่องความสามารถ, บุคลิกลักษณะ, ไปจนถึงทัศนติ ที่สามารถเข้ากับวัฒนธรรมองค์กร หรือ เพื่อร่วมงานได้หรือไม่</p>
<h3>5. แจ้งข้อมูลเรื่องการทำงานงานให้ชัดเจน</h3>
<p>การสรรหาทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพนั้นจะต้องเริ่มจากการทำข้อมูลในเรื่องตำแหน่ง หน้าที่ ตลอดจนเรื่องราวของบริษัท ให้ชัดเจน และต้องบอกข้อมูลที่ชัดเจนนี้กับผู้สมัครให้ครบถ้วนด้วย เพราะนั่นเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ผู้สมัครจะต้องตัดสินใจ หากข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่ชัดเจน ก็อาจทำให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาดได้ เมื่อมาร่วมงานกันแล้วได้ทราบภายหลัง ก็อาจทำให้เกิดความอึดอัด ไม่สบายใจ และเป็นเหตุให้ลาออกได้เช่นกัน</p>
<h3>6. ควรเผื่อตัวเลือกไว้สำหรับการตัดสินใจสุดท้ายด้วย</h3>
<p>หลักการของการสรรหาทรัพยากรบุคคลนั้นอาจไม่ใช่การเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่คือการเลือกตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดกับองค์กร ในการสัมภาษณ์รอบสุดท้ายนั้นควรหลีกเลี่ยงการคัดเลือกผู้สมัครที่ดีที่สุดให้เหลือเพียงตัวเลือกเดียว แต่ควรเผื่อตัวเลือกสำรองไว้อย่างน้อย 3-4 คน เพื่อที่จะเฟ้นหาผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุด</p>
<h3>7. ให้ข้อมูลพื้นฐานของบริษัทให้ครบถ้วน ชัดเจน</h3>
<p>หลังจากที่มีการตัดสินใจจ้างงานแล้ว ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ควรแจ้งข้อมูลที่จำเป็นทุกอย่างขององค์กรให้กับพนักงานใหม่ได้รู้ ตั้งแต่ข้อมูลทั่วไป, สิทธิประโยชน์, ไปจนถึงรายละเอียดของงานในแผนกนั้นๆ ให้ได้รับทราบ ทั้งนี้เพื่อให้พนักงานสามารถรับรู้ข้อมูลต่างๆ ได้ครบถ้วนเพื่อการปรับตัวสร้างความคุ้นเคยกับองค์กรให้ได้เร็วที่สุด</p>
<h2>จุดที่ต้องใส่ใจพิเศษในการสัมภาษณ์งาน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-813" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/shutterstock_416587687-scaled.jpg" alt="shutterstock 416587687 scaled" width="5833" height="4167" title="ขั้นตอนสำคัญในการสรรหาทรัพยากรบุคคล และคุณลักษณ์ของผู้สมัครที่ไม่ควรมองข้าม 1189"></p>
<p>สำหรับบริษัทของคุณ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ที่เหมาะสมคือแบบไหน แม้ว่าคุณต้องการรับสมัครผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่ยอดเยี่ยมสำหรับบริษัท เพียงแค่ตัดสินด้วยทักษะและประสบการณ์อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมเสมอไป สำหรับทักษะและประสบการณ์นั้นเป็นเพียงพื้นฐานให้ค้นหาว่าปัจจัยใดที่คุณควรให้ความสนใจในกระบวนการสรรหาเท่านั้นเอง</p>
<h3>1. ตรวจสอบทักษะของผู้สมัครให้แน่ชัด</h3>
<p>อย่างแรกคือการสำรวจและค้นหาทักษะของผู้สมัคร ตั้งแต่ประสบการณ์ที่น่าสนใจ ความสามารถที่เขาทำได้ดี ไปจนถึงทัศนติในการทำงานให้สำเร็จ</p>
<h3>2. ความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนร่วมงาน ตลอดจนลูกค้าขององค์กร</h3>
<p>นอกจากทักษะในเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างานแล้ว การมีทักษะนี้ที่ดีกับลูกค้าก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นควรพิจารณาลักษณะของผู้สมัครให้ดีว่าเหมาะสมกับบุคลากรในองค์กรรวมถึงลูกค้าขององค์กรหรือไม่</p>
<h3>3. การทำงานให้สำเร็จไม่ใช่สิ่งเดียวที่สำคัญ</h3>
<p>การทำงานให้สำเร็จไม่ใช่สิ่งเดียวที่สำคัญ แต่ทัศนคติในการตั้งใจทำงาน มีความคิดสร้างสรค์ ตลอดจนรักการเรียนรู้ ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง</p>
<h3>4. เช็คผู้สมัครดูว่ามีความมุ่งมั่นในการทำงานหรือไม่</h3>
<p>ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ควรจะดูประวัติของผู้สมัครก่อน ดูประวัติการทำงานที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้พอจะเห็นได้ว่าพวกเขามีความมุ่งมั่นในการทำงานมากน้อยเพียงไร เป็นการอ้างอิงเบื้องต้น ก่อนที่จะเช็คในช่วงสัมภาษณ์อีกครั้ง</p>
<div class="__title">
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div class="__title"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/reference-checks-210625"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7797 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2021/06/Reference-Checks-HR-NOTE-1.jpg" alt="Reference Checks HR NOTE " width="638" height="425" title="ขั้นตอนสำคัญในการสรรหาทรัพยากรบุคคล และคุณลักษณ์ของผู้สมัครที่ไม่ควรมองข้าม 1190"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/reference-checks-210625">Reference Checks แบบมืออาชีพ พร้อม 17 ตัวอย่างคำถามที่นำไปใช้ได้จริง</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
</div>
<h3>5. กำหนดแนวโน้มและทิศทางของผู้สมัครในระยะยาว</h3>
<p>กำหนดแนวโน้มและทิศทางของผู้สมัครเพื่อให้เป็นทิศทางการบริหารงานของบริษัท ตลอดจนเป็นการกำหนดเส้นทางอาชีพของผู้สมัครให้เห็นทิศทางที่เหมาะสม ทั้งในส่วนของภายในองค์กรเอง หรือไว้สำรวจผู้สมัครว่าเป็นทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่</p>
<h3>6. กำหนดเป้าหมายให้กับพนักงาน และส่งเสริมให้เขาพยายามบรรลุเป้าหมาย</h3>
<p>พนักงานที่ไม่มีเป้าหมายในการทำงานชัดเจนมักจะทำงานไปวันๆ โดยอาจไม่สร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับบริษัทแต่อย่างใด ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ที่มีศักยภาพจะมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายกับพนักงานทุกคน รวมถึงพยายามช่วยรักษาเป้าหมายให้ชัดเจน คอยกระตุ้นความมุ่งมั่น ตลอดจนผลักดันให้พนักงานสามารถบรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จได้สูงที่สุด</p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>เพื่อให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง การสรรหาทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถและมีศักยภาพนั้นจึงเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่ง ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าองค์กรมีทรัพยากรบุคคลแบบใด และต้องการแบบใดเข้ามาช่วยเสริมให้กับองค์กร ในขณะเดียวกันก็สรรหาบุคคลที่มีพรสวรรค์ (Talent People) ที่เหมาะสมกับองค์กรให้มาร่วมงานด้วยให้ได้ เพื่อที่องค์กรจะได้ประสบความสำเร็จ และพนักงานก็ต้องประสบความสำเร็จตามไปด้วย</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="ขั้นตอนสำคัญในการสรรหาทรัพยากรบุคคล และคุณลักษณ์ของผู้สมัครที่ไม่ควรมองข้าม 1191"></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>42 บริษัทจัดหางานที่โดดเด่นในเมืองไทย แหล่งหางานที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุด</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/recruitmentagency/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Jan 2019 07:56:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทจัดหางาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/recruitmentagency/</guid>

					<description><![CDATA[การสรรหาพนักงานที่มีความสามารถเฉพาะด้านนั้น บางทีอาจจะต้องใช้บริการของบริษัทจัดหางาน (Recruitment agency service) จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมและคุ้มค่าที่สุด บริษัทจัดหางานเหล่านี้จะเป็นตัวกลางในการสรรหาบุคคลที่เหมาะสม ติดต่อประสานงานทุกกระบวนการ คัดกรองเบื้องต้น ให้คำปรึกษาต่างๆ ซึ่งมีส่วนช่วยให้องค์กรมีโอกาสได้คนที่ต้องการ ตลอดจนคนที่มีศักยภาพมาร่วมงานด้วยได้ และคุ้มค่ากับการสรรหามากที่สุดด้วย ข้อดีของการใช้บริษัทจัดหางาน (Recruitment Agency Service) ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ จนกว่าจะมีการจ้างงานเกิดขึ้น ช่วยคัดกรองผู้สมัครเบื้องต้น ทำให้องค์กรไม่ต้องเสียเวลาในการสรรหามาก บริษัทจัดหางานมีฐานข้อมูลของผู้สมัครที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ และตัวเลือกที่หลากหลาย มีความเชี่ยวชาญในการสรรหาบุคคล แนะนำจุดดี จุดเด่น จุดด้อย ของผู้สมัครได้ดี โอกาสสูงที่จะได้คนที่มีศักยะภาพมาร่วมงานกับองค์กร ข้อเสียของการใช้บริษัทจัดหางาน (Recruitment Agency Service) มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการประกาศรับสมัครงานทั่วไป ประสิทธิภาพของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ในองค์กรจะด้อยลงเรื่อยๆ HR ที่มีข้อสงสัยหรือมีคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ Q. ทำไมเราต้อง คำนวน Budget รายปีของการสรรหาบุคลากรด้วยคะ จำเป็นต้องคุมงบประมาณในการใช้จ่ายของแผนกสรรหาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หรือถ้าใครมีวิธีการในการบริหารค่าใช้จ่ายในส่วนนี้รบกวนแชร์ด้วยค่ะ A. ถามว่าทำไมเราต้องทำ Budget รายปีสำหรับค่าใช้จ่ายในการสรรหาบุคลากร เพราะมันดูเหมือนไม่จำเป็น ซึ่งจริงๆแล้ว นี่เป็นค่าใช้จ่ายหลักที่มีผลโดยตรงต่อบริษัท และยังเป็นด่านสุดท้ายที่ใช้ Detect ปัญหาของการบริหารค่าใช้จ่ายในการสรรหาบุคลากร [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8162 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/5802091675f8c35e55e63c5c9d095f19.jpg" alt="42 บริษัทจัดหางานที่โดดเด่นในเมืองไทย แหล่งหางานที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุด" width="600" height="370" title="42 บริษัทจัดหางานที่โดดเด่นในเมืองไทย แหล่งหางานที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุด 1198"></p>
<p>การสรรหาพนักงานที่มีความสามารถเฉพาะด้านนั้น บางทีอาจจะต้องใช้บริการของบริษัทจัดหางาน (Recruitment agency service) จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมและคุ้มค่าที่สุด บริษัทจัดหางานเหล่านี้จะเป็นตัวกลางในการสรรหาบุคคลที่เหมาะสม ติดต่อประสานงานทุกกระบวนการ คัดกรองเบื้องต้น ให้คำปรึกษาต่างๆ ซึ่งมีส่วนช่วยให้องค์กรมีโอกาสได้คนที่ต้องการ ตลอดจนคนที่มีศักยภาพมาร่วมงานด้วยได้ และคุ้มค่ากับการสรรหามากที่สุดด้วย</p>
<div class="focused-block--has-title-point">
<div class="__title">
<p>ข้อดีของการใช้บริษัทจัดหางาน (Recruitment Agency Service)</p>
</div>
<div>
<ol>
<li>ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ จนกว่าจะมีการจ้างงานเกิดขึ้น</li>
<li>ช่วยคัดกรองผู้สมัครเบื้องต้น ทำให้องค์กรไม่ต้องเสียเวลาในการสรรหามาก</li>
<li>บริษัทจัดหางานมีฐานข้อมูลของผู้สมัครที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ และตัวเลือกที่หลากหลาย</li>
<li>มีความเชี่ยวชาญในการสรรหาบุคคล</li>
<li>แนะนำจุดดี จุดเด่น จุดด้อย ของผู้สมัครได้ดี</li>
<li>โอกาสสูงที่จะได้คนที่มีศักยะภาพมาร่วมงานกับองค์กร</li>
</ol>
<p><strong>ข้อเสียของการใช้บริษัทจัดหางาน (Recruitment Agency Service)</strong></p>
<ol>
<li>มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการประกาศรับสมัครงานทั่วไป</li>
<li>ประสิทธิภาพของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ในองค์กรจะด้อยลงเรื่อยๆ</li>
</ol>
</div>
</div>
<blockquote>
<h4>HR ที่มีข้อสงสัยหรือมีคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้</h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/Questions-pana.png" width="349" height="349" alt="Questions pana" title="42 บริษัทจัดหางานที่โดดเด่นในเมืองไทย แหล่งหางานที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุด 1199"></p>
<p><strong><span style="font-size: 18pt;">Q.</span></strong> ทำไมเราต้อง คำนวน Budget รายปีของการสรรหาบุคลากรด้วยคะ<br />
จำเป็นต้องคุมงบประมาณในการใช้จ่ายของแผนกสรรหาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หรือถ้าใครมีวิธีการในการบริหารค่าใช้จ่ายในส่วนนี้รบกวนแชร์ด้วยค่ะ</p>
<p><strong><span style="font-size: 18pt;">A.</span></strong> ถามว่าทำไมเราต้องทำ Budget รายปีสำหรับค่าใช้จ่ายในการสรรหาบุคลากร เพราะมันดูเหมือนไม่จำเป็น ซึ่งจริงๆแล้ว นี่เป็นค่าใช้จ่ายหลักที่มีผลโดยตรงต่อบริษัท และยังเป็นด่านสุดท้ายที่ใช้ Detect ปัญหาของการบริหารค่าใช้จ่ายในการสรรหาบุคลากร โดยหากเรากำหนด Budget รายปีในการสรรหาบุคลากรไว้จำนวนหนึ่งแล้วปรากฎว่า เราดัน Overbudget ไปตั้งแต่เดือนไตรมาสที่สาม นั่นเป็นสัญญาณที่ HR ต้องไปทำการตรวจสอบว่า มีการลาออกเพิ่มมากขึ้นในแต่ละแผนกหรือไม่ หรือเป็นเพราะนโยบายบริษัทต้องการขยายคน หรือว่าเรากำลังใช้ Cost Per Recruit ที่สูงเกินกว่าวางเกณฑ์ไว้จนมันไปกิน Budget หรือแม้กระทั่งอัตราการตอบรับ offer ที่ต่ำมาก หรือเราเจอพนักงานล่องหน รวมทั้งพนักงานที่รับมาใหม่ไม่ผ่าน Probation หรือลาออกก่อนช่วง Probation ที่ทำให้เราต้องคอยรับพนักงานใหม่เพื่อ Replacement อยู่ตลอดเวลา ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นทำให้เราสูญเงินในการว่าจ้างไปโดยเปล่าประโยชน์&#8230;</p>
<p><a href="https://qath.hrnote.asia/questions/150?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2.png" alt="f81fd2e4c52864042852c112ce927ae2" width="375" height="81" title="42 บริษัทจัดหางานที่โดดเด่นในเมืองไทย แหล่งหางานที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุด 1200"></a></p></blockquote>
<h2>42 บริษัทจัดหางานที่โดดเด่นในเมืองไทย</h2>
<p>ปัจจุบันบริษัทจัดหางานในเมืองไทยนั้นมีอยู่มากมาย ตั้งแต่บริษัทของคนไทยเอง ไปจนถึงบริษัทใหญ่จากต่างชาติ แต่ละที่ต่างก็มีองค์ความรู้, วิธีการสรรหา, ตลอดจนอาจเชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพที่แตกต่างกันด้วย ฉะนั้นฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ควรจะศึกษาข้อมูลของแต่ละบริษัทให้เป็นอย่างดี ศึกษาถึงจุดเด่น จุดด้อย ข้อแตกต่างของแต่ละบริษัทว่าเป็นอย่างไร เราได้ทำการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของบริษัทจัดหางานในเมืองไทย และรวบรวมบริษัทที่โดดเด่นมาแนะนำกันดังนี้</p>
<h3><span style="vertical-align: inherit;">1. Reeracoen Recruitment</span></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29517 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/reeracoen-1024x418.jpg" alt="reeracoen" width="800" height="327" title="42 บริษัทจัดหางานที่โดดเด่นในเมืองไทย แหล่งหางานที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุด 1201" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/reeracoen-1024x418.jpg 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/reeracoen-300x122.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/reeracoen-768x313.jpg 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/reeracoen.jpg 1344w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>Reeracoen Recruitment คือ<a href="https://www.reeracoen.co.th/th/employers?utm_source=hrnote&amp;utm_medium=refferal&amp;utm_campaign=article_recruitmentagency" rel="follow noopener" target="_blank">บริษัทจัดหางาน</a>ที่มีชื่อเสียงระดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันบริษัทมีสำนักงานสาขากว่า 12 แห่ง ใน 7 ประเทศทั่วโลก</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>จุดเด่น</strong></div>
<div>
<ul>
<li><span style="font-size: 15.4822px;">มีฐานข้อมูลผู้สมัครที่มาล</span>งทะเบียนไว้มากกว่า 2 แสนคน</li>
<li>มีความเชี่ยวชาญในการสรรหาบุคลากรสูง และองค์ความรู้เฉพาะด้านที่ถ่ายทอดมาจากญี่ปุ่น</li>
<li>บริการติดตามผล ประสานงาน ให้คำปรึกษา กับพนักงานที่สรรหาโดย Reeracoen Recruitment</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block">
<p><span style="vertical-align: inherit;">บริษัท ： Reeracoen Recruitment Co., Ltd.</span></p>
<p><span style="vertical-align: inherit;">URL ：</span><span style="vertical-align: inherit;"><a href="https://www.reeracoen.co.th/th/employers?utm_source=hrnote&amp;utm_medium=refferal&amp;utm_campaign=article_recruitmentagency" target="_blank" rel="follow noopener">https://www.reeracoen.com</a> หรือ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/2?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">https://expth.hrnote.asia/products/2</a></span></p>
</div>
<h3>2. ManpowerGroup Thailand</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12169 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/01/mpg-mockupwebsite-1920.jpg" alt="42 บริษัทจัดหางานที่โดดเด่นในเมืองไทย แหล่งหางานที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุด" width="1920" height="1080" title="42 บริษัทจัดหางานที่โดดเด่นในเมืองไทย แหล่งหางานที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุด 1202"></p>
<p>ManpowerGroup เป็นบริษัทจัดหางานชั้นนำของโลกที่เปิดให้บริการมานานกว่า 70 ปี  ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1948 ปัจจุบันมีสาขากว่า 2,800 แห่งใน 80 ประเทศทั่วโลก สำหรับสาขาในเมืองไทยนั้นก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1998 มีประสบการณ์ในการสรรหาบุคลากรในทุกตำแหน่งงาน มากกว่า 20 ปี มีแบรนด์ที่อยู่ภายใต้ ManpowerGroup 3 แบรนด์ใหญ่ คือ Manpower (สรรหาพนักงานประจำ พนักงานชั่วคราว และพนักงานสัญญาจ้างในทุกระดับ ตั้งแต่ตำแหน่งงานใช้แรงงาน ไปจนถึงระดับผู้บริหาร), Experis (เน้นเสรรหาเฉพาะพนักงานไอทีในทุกระดับ), Talent Solutions (เน้นการเพิ่มศักยภาพให้พนักงาน และองค์กร รวมถึงนำเสนอข้อมูล insights ต่าง ๆ ของตลาดแรงงาน)</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศมากกว่า 7 สาขา รองรับความต้องการธุรกิจจากทุกภูมิภาคในประเทศไทย</li>
<li>เป็นผู้เชี่ยวชาญให้บริการด้าน HR แบบครบวงจร และดูแลทุกขั้นตอนของการสรรหางาน และการสรรหาบุคลากร ตอนตั้งแต่ต้นจนจบอย่างมืออาชีพ</li>
<li>ครอบคลุมการให้บริการแก่ลูกค้าบริษัทญี่ปุ่น (Japanese Service) และลูกค้าต่างชาติ (Borderless Talent Solutions)</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：ManpowerGroup Thailand</p>
<p>URL：<a href="http://www.manpowerthailand.com" target="_blank" rel="noopener">www.manpowerthailand.com</a></p>
</div>
<h3><span style="vertical-align: inherit;">3. PERSONNEL CONSULTANT</span></h3>
<p>บริษัทจัดหางานสัญชาติญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1994 และมีสาขาในเมืองไทย สรรหาบุคคลากรให้กับทั้งบริษัทไทยและบริษัทญี่ปุ่นมากมาย มีประวัติยาวนานหลายปี และเมื่อปี ค.ศ.2008 และ 2011 บริษัทยังได้รับรางวัล &#8220;บริษัทจัดหางานดีเด่น&#8221; จากกรมแรงงาน กระทรวงแรงงาน อีกด้วย</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>จุดเด่น</strong></div>
<div>
<ul>
<li>มีฐานข้อมูลผู้สมัครที่มาลงทะเบียนไว้มากกว่า 110,000 คน (แต่ละเดือนเฉลี่ย 1,000 คน)</li>
<li>บริษัทก่อตั้งมานาน มีความเชี่ยวชาญในการสรรหาเป็นอย่างดี</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：PERSONNEL CONSULTANT MANPOWER (THAILAND) CO., LTD</p>
<p>URL：<a href="https://www.personnelconsultant.co.th/home-th" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://www.personnelconsultant.co.th/home-th</a> หรือ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/6?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">https://expth.hrnote.asia/products/6</a></p>
</div>
<h3>4. RGF HR Agent Recruitment（Thailand）</h3>
<p>บริษัทจัดหางานสัญชาติญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงและได้รับความน่าเชื่อถือ อยู่ภายใต้บริษัท Recruit Holdings Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และเป็นอันดับ 4 ของโลกด้วย บริษัทนี้ถนัดในการจัดหางานในหลายๆ ด้าน ด้วยความที่เป็นบริษัทจัดหางานจากญี่ปุ่นที่มีสาขาเยอะที่สุดในเอเชียจึงมีข้อมูลเชื่อมโยงกันมากมาย และจัดหางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<div>
<ul>
<li>สรรหาตำแหน่งงานทุกระดับตั้งแต่ระดับทั่วไปไปจนถึงผู้บริหาร</li>
<li>มีแหล่งสรรหางานสำหรับนิสิต-นึกศึกษาที่จบใหม่ด้วย</li>
<li>มีเครือข่ายบริษัทที่ตั้งอยู่ใน 27 เมือง 11 ประเทศทั่วโลก ข้อมูลเชื่อมโยงกัน มีฐานข้อมูลที่สากล</li>
<li>มีการสรรหาในหลากหลายสาขาตั้งแต่วิศวกรรมศาสตร์, การตลาด, ไปจนถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block">
<p>ชื่อบริษัท：RGF HR Agent Recruitment（Thailand）Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="https://www.rgf-hragent.asia/thailand" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://www.rgf-hragent.asia/thailand</a></p>
</div>
<h3>5. Adecco Recruitment (Thailand)</h3>
<p>Adecco เป็นบริษัทจัดหางานที่มาจากสวิสเซอร์แลนด์ และเป็นบริษัทจัดหางานที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสาขากว่า 5,100 แห่ง ใน 60 ประเทศทั่วโลก เชี่ยวชาญในการหาบุคลากรเป็นอย่างดี และมีองค์ความรู้สากลที่ดีเยี่ยม</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>เป็นบริษัทจัดหางานอับดับ 1 ของโลก ที่มีความเชี่ยวชาญด้านสรรหาทรัพยากรบุคคลมานาน</li>
<li>เปิดบริการในเมืองไทยมากว่า 30 ปี มีประสบการณ์ในการสรรหาบุคคลากรสูง</li>
<li>สรรหางานทุกประเภทตั้งแต่งานสายวิทยาศาสตร์, งานบริหาร, งานการตลาด, งานสร้างสรรค์ เป็นต้น</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Adecco Recruitment (Thailand) Limited</p>
<p>URL：<a href="https://adecco.co.th/en/employers/adecco-services" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://adecco.co.th/en/employers/adecco-services</a></p>
</div>
<h3>6. JAC Recruitment Thailand</h3>
<p>บริษัทในเครือ JAC Recruitment Group ที่ก่อตั้งขึ้นที่ลอนดอนในปี ค.ศ.1975 และขยายมายังทวีปเอเชียในปี ค.ศ.1987 โดยเฉพาะในอังกฤษ, ญี่ปุ่น, และเอเชีย สำหรับประเทศไทยนั้นก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2004 และประสบความสำเร็จทีเดียว</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>มีประสบการณ์ในการจัดหางานในเอเชียมานานกว่า 30 ปี</li>
<li>ปัจจุบันมีสำนักงาน 26 แห่ง ใน 11 ประเทศทั่วโลก มีเครือข่ายที่แข็งแกร่ง และมีฐานข้อมูลที่เป็นสากล</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：JAC Recruitment Thailand</p>
<p>URL：<a href="https://www.jac-recruitment.co.th/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://www.jac-recruitment.co.th/</a></p>
</div>
<h3>7. RSM Recruitment Thailand</h3>
<p>บริษัทจัดหางานชั้นนำของโลกในเครือ RSM International ที่เชี่ยวชาญด้านบัญชีและที่ปรึกษาทางธุรกิจ บริษัทก่อตั้งขึ้นที่ลอนดอนในปี ค.ศ.1964 สำหรับ RSM Recruitment Thailand นั้นเป็นบริษัทจัดหางานที่ก่อตั้งขึ้นในเมืองไทยเมื่อปี ค.ศ.2004 เชี่ยวชาญในการสรรหาบุคลากรด้านบัญชี, การจัดการ, และบริหารธุรกิจโดยเฉพาะ</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรด้านการบัญชี, การเงิน, การจัดการ, และบริหารธุรกิจเป็นพิเศษ</li>
<li>ให้บริการความเชี่ยวชาญเฉพาะทางตั้งแต่การสรรหาบุคลากรระดับบริหาร (Executive Recruitment) ไปจนถึงการให้บริการระบบจ่ายเงินเดือนและการบริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคล (Payroll &amp; HR Services)</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：RSM (Thailand) Limited.</p>
<p>URL：<a href="http://www.rsmrecruitment.com/" target="_blank" rel="nofollow noopener">http://www.rsmrecruitment.com/</a></p>
</div>
<h3>8. ROBERT WALTERS</h3>
<p>ROBERT WALTERS เป็นบริษัทสัญชาติอังกฤษที่ก่อตั้งขึ้นที่ลอนดอนในปี ค.ศ.1985 ปัจจุบันมีสาขาอยู่ 30 ประเทศทั่วโลก สำหรับเมืองไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2008 เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับความเชื่อถือเป็นอย่างดี</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>เชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการสรรหาบุคลากรด้านการเงินและการบัญชี (Accounting &amp; Finance), การธนาคาร, เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT), บริหารทรัพยากรบุคคล, ไปจนถึงฝ่ายขายและการตลาด (Sales &amp; Marketing)</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Robert Walters Thailand</p>
<p>URL：<a href="https://www.robertwalters.co.th/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://www.robertwalters.co.th/</a></p>
</div>
<h3>9. PRTR Recruitment &amp; Outsourcing</h3>
<p>บริษัทดำเนินธุรกิจจัดหางานที่เกิดจากการร่วมกันก่อตั้งระหว่างบริษัทไทยกับอังกฤษ โดยเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ.1993 ให้บริการด้านทรัพยากรบุคคลที่หลากหลายรูปแบบ และเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่ได้รับความนิยม</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>มีฐานข้อมูลของผู้สมัครหลากหลายสาขาไม่ต่ำกว่า 400,000 คน</li>
<li>มีบริการด้านการสรรหาที่หลากหลาย รวมถึงการสรรหาเฉพาะทาง อาทิ IT Recruitment, Banking &amp; Financial Recruitment เป็นต้น รวมถึงการสรรหาที่เข้าไปจัดงานตามมหาวิทยาลัยต่างๆ อย่าง Campus Recruitment ด้วย</li>
<li>มีบริการเชี่ยวชาญด้านอื่นๆ แบบครบวงจรเพิ่มเติม อาทิ HR Services และ Business Process Outsourcing (ฺBPO) ที่ช่วยดูแลบริหารจัดการพนักงานสัญญาจ้างนอกองค์กรด้วย</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：PRTR Recruitment &amp; Outsourcing</p>
<p>URL：<a href="https://www.prtr.com/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://www.prtr.com/</a></p>
</div>
<h3>10. Fischer &amp; Partners</h3>
<p>บริษัทจัดหางานที่มีฐานอยู่ในเมืองไทยและอินโดนีเซีย ได้รับความน่าเชื่อถือมากที่สุดอันดับต้นๆ ของทั้งสองประเทศ เชี่ยวชาญในการหางานเฉพาะทางหลากหลายรูปแบบ รวมถึงมีบริการเฉพาะทางอย่างเช่นการบัญชีและระบบเงินเดือน (Accounting &amp; Payroll Services) หรือแม้แต่บริการทางกฎหมาย (Legal Services) เป็นต้น</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>มีฐานข้อมูลผู้สมัครมากกว่า 500,000 คน</li>
<li>มีลูกค้าให้ความเชื่อถือมากกว่า 1,000 องค์กร</li>
<li>เชี่ยวชาญในการสรรหาบุคลากรระดับบริหารไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Fischer &amp; Partners Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="http://www.fischerandpartners.com/" target="_blank" rel="nofollow noopener">http://www.fischerandpartners.com/</a></p>
</div>
<h3>11. Boyden Thailand</h3>
<p>Boyden World Corporation เป็นบริษัทจัดหางานและที่ปรึกษาสัญชาติอเมริกา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1946 และในปี ค.ศ.1983 ได้ตั้ง Boyden Thailand ขึ้น ดำเนินธุรกิจมานาน เชี่ยวชาญในการสรรหาบุคคลากร ตลอดจนได้รับความน่าเชื่อถือสูง ปัจจุบันมีสาขาทั่วโลกมากกว่า 65 สาขา ใน 40 ประเทศทั่วโลก</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<div>
<ul>
<li>เชี่ยวชาญการสรรหาบุคลากรในระดับบริหารไปจนถึงผู้บริหารระดับสูงมากเป็นพิเศษ</li>
<li>มีบริการพิเศษอย่าง Japan Desk ที่เชี่ยวชาญในการสรรหาบุคลากรสำหรับองค์กรญี่ปุ่น</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Boyden Associates (Thailand) Ltd.</p>
<p>URL：<a href="https://www.boyden.co.th/thailand/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://www.boyden.co.th/thailand/</a></p>
</div>
<h3>12. Pasona HR Consulting Recruitment (Thailand)</h3>
<p>Pasona Group Inc. เป็นบริษัทจัดหางานสัญชาติญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญในการสรรหาบุคลากรทั่วโลกมาร่วมงานกับองค์กรญี่ปุ่นที่อยู่ทั่วโลกเช่นกัน บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1976 มีสาขาหลักอยู่ที่โตเกียว ส่วน HR Consulting Recruitment (Thailand)ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2012 โดยมีสาขาอยู่ที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันมีสาขาอยู่ในญี่ปุ่นมากกว่า 110 สาขา และต่างประเทศอีกกว่า 34 สาขา</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>เชี่ยวชาญในการสรรหาบุคลากรให้กับบริษัทญี่ปุ่นเป็นพิเศษ ทั้งในไทยและต่างประเทศ</li>
<li>มีการสรรหาในกลุ่มงานสาย Creative และ Digital Tech เป็นพิเศษด้วย (ซึ่งมักไม่มีในบริษัทจัดหางานอื่นๆ)</li>
<li>มีฐานข้อมูลในไทยมากกว่า 10,000 คน และมีเครือข่ายงานทั่วโลก</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Pasona HR Consulting Recruitment (Thailand) Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="https://pasona.co.th/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://pasona.co.th/</a></p>
</div>
<h3>13. KTI Consultants Executive Search</h3>
<p>KTI Consultants Executive Search เป็นบริษัทจัดหางานที่มีฐานอยู่ในประเทศไทย เชี่ยวชาญในการสรรหาบุคลากรระดับบริหารมากเป็นพิเศษ มีประสบการณ์สรรหามานาน ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรใหญ่ๆ มากมาย</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>มีฐานข้อมูลมากกว่า 100,000 คน และอัพเดทอยู่เสมอ เป็นหนึ่งในบริษัทจัดหางานที่มีฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดและมากที่สุดในเมืองไทย</li>
<li>มี Section พิเศษ Oil &amp; Gas ที่โดดเด่นแตกต่างจากคนอื่น เชี่ยวชาญในการสรรหางานด้านนี้เป็นพิเศษเพราะมีประสบการณ์สรรหาบุคลากรเพื่อทำงานให้กับอุตสาหกรรมปิโตรเลียมมานานกว่า 20 ปี</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：KTI Recruitment Consultants Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="https://www.kticonsultants.com/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://www.kticonsultants.com/</a></p>
</div>
<h3>14. echoas Recruitment (Thailand)</h3>
<p>บริษัทจัดหางานระบบญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี ค.ศ.2013 ก่อนที่จะขยายสาขาไปยังไต้หวันในปี ค.ศ.2016 และที่ฟุกุโอกะ (ญี่ปุ่น) ในปี ค.ศ.2018 เชี่ยวชาญงานสรรหาบุคลากรสำหรับบริษัทญี่ปุ่น</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>เชี่ยวชาญในการสรรหาบุคลากรสำหรับองค์กรญี่ปุ่นเป็นพิเศษ</li>
<li>มีเครือข่ายที่แข็งแรงในเอเชีย</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：echoas Recruitment (Thailand) Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="https://echoas.asia/index.php" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://echoas.asia/index.php</a></p>
</div>
<h3>15. Parker Bridge Recruitment</h3>
<p>Parker Bridge Recruitment ก็ตั้งเมื่อปี ค.ศ.1989 มีสาขาอยู่ในไทย, ออสเตรเลีย, มาเลเซีย, นิวซีแลนด์ สำหรับในเมืองไทยมีบริการหางานกว่า 206 สาขา มีบริษัทที่ไว้วางใจมากมาย เชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการบริการด้านการเงิน, IT และการตลาด เป็นต้น</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>มีบริการพิเศษสำหรับนักศึกษาที่จบใหม่หรือจบจากต่างประเทศโดยเฉพาะ อย่าง Western Educated Graduation Division รวมถึง Graduate Recruitment Service สำหรับนักศึกษาจบใหม่ในไทย</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Parker Bridge Recruitment Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="https://www.parkerbridge.co.th/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://www.parkerbridge.co.th/</a></p>
</div>
<h3>16. Bangkok Executive Search</h3>
<p>Bangkok Executive Search ได้ขยายตัวในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มของที่ปรึกษาระดับสูง</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>มีทีม executive ที่มีประสบการณ์เยอะ</li>
<li>มีเครือข่ายในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทำให้เชื่อมต่อการหางานได้ง่ายขึ้น</li>
<li>มีตั้งแต่ตำแหน่งพนักงานทั่วไปจนถึงระดับผู้จัดการ</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Bangkok Executive Search</p>
<p>URL：<a href="http://bangkokexecutivesearch.com/" target="_blank" rel="nofollow noopener">http://bangkokexecutivesearch.com/</a></p>
</div>
<h3>17. K.P.W. International Manpower</h3>
<p>K.P.W. Supplying Manpower Worldwide ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.2004 เป็นบริษัทสัญชาติไทยที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>ถนัดในการแนะนำงานอุตสาหกรรมหนัก, การก่อสร้าง, วิศวกร, ธุรกิจน้ำมัน</li>
<li>มีบริการการฝึกงานและให้คำปรึกษาในจังหวัดชลบุรี พร้อมบริการอื่นๆ อีกมากมาย</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：K.P.W. International Manpower Service &amp; Supply Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="http://www.kpwmanpowerservices.com/" target="_blank" rel="nofollow noopener">http://www.kpwmanpowerservices.com/</a></p>
</div>
<h3>18. ICHIJIN RECRUITMENT</h3>
<p>บริษัทจัดหางานนี้อยู่ในเครือของ Maruichi Thailand Group ก่อตั้งขึ้นในไทยเมื่อปี ค.ศ.2006 และต่อมาได้ก่อตั้งที่ชลบุรี มีบริหารล่ามและที่ปรึกษาด้วย</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>แนะนำจัดหางานโดยพนักงานคนไทยและญี่ปุ่นในแถบพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม</li>
<li>แนะนำบุคลากรที่มีประสบการณ์ด้านการผลิต, วิศวกรฝ่ายขาย, ล่าม และอื่นๆ</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：ICHIJIN RECRUITMENT CO., LTD.</p>
<p>URL：<a href="http://www.maruichi-thailand.com/ichijin/" target="_blank" rel="nofollow noopener">http://www.maruichi-thailand.com/ichijin/</a></p>
</div>
<h3>19. EPS Thailand – Recruitment &amp; Outsourcing Agency</h3>
<p>บริษัทจัดหางานนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1993 มีประสบการด้านการสรรหาบุคลากรและบริการพนักงานนอกระบบองค์กร (Outsourcing) ด้วย</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>มีประสบการณ์ด้านการสรรหาทรัพยากรบุคคลและบริการพนักงานนอกระบบองค์กร  (Outsourcing) มานานกว่า 20 ปี ทั้งงานทั่วไป, งานเฉพาะด้าน, งานบริการอื่นๆ</li>
<li>มีการใช้ระบบ e-HR ทำให้ผู้หางานและบริษัทที่ต้องการพนักงานนั้นได้รับข้อมูลได้ง่ายขึ้น</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：EPS Thailand – Recruitment &amp; Outsourcing Agency</p>
<p>URL：<a href="https://eps.in.th/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://eps.in.th/</a></p>
</div>
<h3>20. Monroe Consulting Group</h3>
<p>Monroe Consulting Group เริ่มเปิดบริการในปี ค.ศ.2002 มีสาขาทั่วโลก และได้รับราวัลในระดับต่างประเทศด้วย</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>ให้บริการตั้งแต่ในประเทศไทย ไปจนถึงเอเชีย, อเมริกาใต้ และ อเมริกา</li>
<li>ให้บริการ Head hunting executive ค้นหาข้อมูล, ค้นหาโฆษณา</li>
<li>เชี่ยวชาญเกี่ยวกับงานด้านการธนาคาร, เทคโนโลยี, อุตสาหกรรม, สินค้าอุปโภคบริโภค</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Monroe Consulting Group Thailand</p>
<p>URL：<a href="https://www.monroeconsulting.com/thailand" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://www.monroeconsulting.com/thailand</a></p>
</div>
<h3>21、A-Link Recruitment</h3>
<p>A-Link Recruitment ก่อตั้งที่กรุงเทพเมื่อปี ค.ศ.2001</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>บริการแนะนำให้กับผู้สมัครงานไปจนถึงระดับผู้จัดการ</li>
<li>แนะนำให้กับบริษัทต่างๆ ในเมืองไทยมากกว่า 5,000 บริษัท</li>
<li>ให้คำปรึกษารวมถึงสนับสนุนงานในด้านต่างๆ</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：A-Link Recruitment Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="https://www.alink.co.th/jp/index.php" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://www.alink.co.th/jp/index.php</a></p>
</div>
<h3>22. CRITERION ASIA RECRUITMENT (THAILAND)</h3>
<p>ตั้งแต่ CRITERION ASIA RECRUITMENT(THAILAND) ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 บริษัทได้เติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นหนึ่งในตัวแทนบริษัทจัดหางานชั้นนำของประเทศไทย โดยมีสำนักงานให้บริการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>บริการจัดหางานที่แตกต่างออกไปจากที่อื่น</li>
<li>ความเชี่ยวชาญในการสรรหาและบริการจัดหางานทางด้าน IT, ดิจิทัล, การเงิน, การขายและการตลาด, การประชาสัมพันธ์, บริหารทรัพยากรบุคคล, การผลิต, logistics เป็นต้น</li>
<li>นอกจากนี้เรายังให้บริการอยู่ในประเทศต่างๆ เช่น เวียดนาม, กัมพูชา, พม่า, และลาวด้วย</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：CRITERION ASIA RECRUITMENT (THAILAND) CO., LTD.</p>
<p>URL：<a href="https://www.criterionasia.com/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://www.criterionasia.com/</a></p>
</div>
<h3>23. Michael Page International Recruitment (Thailand)</h3>
<p>Michael Page Group ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1976 มีสาขาอยู่ใน 36 ประเทศ และเปิดสาขาในเอเชียครั้งแรกเมื่อปี 1994</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>สามารถทำการแนะนำในด้าน การเงินและการบัญชี, วิศวกร, การผลิต, ฝ่ายทรัพยากรบุคคล, การตลาด, และ การค้าขาย ได้</li>
<li>90% ของลูกค้ากลับมาใช้บริการอีกครั้ง</li>
<li>เชี่ยวชาญมานานกว่า30 ปี</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Michael Page International Recruitment (Thailand) Ltd.</p>
<p>URL：<a href="https://www.michaelpage.co.th/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://www.michaelpage.co.th/</a></p>
</div>
<h3>24. ASPARK RECRUITMENT</h3>
<p>Aspark Group ได้ก่อตั้งขึ้นที่ Osaka ในปี 2005 และขยายสาขาไปทั่วญี่ปุ่น 8 สาขา และเมื่อประเทศไทยมีปัญหาขาดแรงงานก็ได้มาเปิดบริษัทที่เมืองไทย [จัดหางานวิศวกรบริษัทญี่ปุ่นโดยเฉพาะ]</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>จัดหาวิศวกรไทยให้บริษัทญี่ปุ่นโดยเฉพาะ</li>
<li>เครื่องใช้ไฟฟ้า, ระบบขนส่ง, และการออกแบบเครื่องยนต์ต่างๆ หรือตรวจและวิเคราะห์เครื่องยนต์, เครื่องมือสื่อสาร เป็นต้น และทำการศึกษาผลิตภัณฑ์เคมี ตลอดจนวางแผนวิจัยเกี่ยวกับเซิฟเวอร์หรืออินเตอร์เน็ต</li>
<li>มีเครือข่ายผู้สมัครวิศวกรเป็นจำนวนมาก</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Aspark Recruitment Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="https://aspark.asia/th/index.php" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://aspark.asia/th/index.php</a></p>
</div>
<h3>25. PERSOLKELLY Thailand</h3>
<p>ผู้นำด้านโซลูชัน HR ในประเทศไทย พร้อมสนับสนุนทุกความสำเร็จของคุณ ด้วยประสบการณ์ในไทยที่ยาวนาน แนวทางการทำงานที่ทันสมัย และบริการด้านการบริหารจัดการบุคลากรอย่างครบวงจรในหลากหลายอุตสาหกรรม</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>บริการพนักงานนอกองค์กร (Outsourcing) และแนะนำเกี่ยวกับการจัดหางานตั้งแต่งานประจำตลอดจนงานชั่วคราว</li>
<li>เชี่ยวชาญในการสรรหางานให้กับองค์กรที่ทำธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค, การบัญชีและการเงิน, การขายและการตลาด, งานด้านทรัพยากรบุคคล, ตำแหน่งผู้บริหาร, งานสายการผลิต, และ วิศวกร เป็นต้น</li>
<li>ใช้ข้อมูลของผู้หางานคนญี่ปุ่นและผู้ที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>ชื่อบริษัท：PERSOLKELLY HR Services (Thailand) Co., Ltd.).</p>
<p>URL：<a href="https://www.persolkelly.co.th/" target="_blank" rel="noopener">https://www.persolkelly.co.th/</a></p>
</div>
<h3>26. RLC Technical Recruitment Specialist</h3>
<p>RLC Technical Recruitment Specialist ก่อตั้งขึ้นที่ประเทศไทยในปี ค.ศ.2012 เป็นผู้นำในด้านการสรรหาบุคลากรสายงานเทคนิคและงานช่างเฉพาะทาง (Technical Recruitment Agency) ทั้งหลาย</p>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element vc_custom_1516638568138">
<div class="wpb_wrapper"></div>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>เชี่ยวชาญในการสรรหาบุคลากรสายงานเทคนิคและงานช่างเฉพาะทางเป็นพิเศษ</li>
<li>สรรหาตั้งแต่ระดับช่างฝีมือไปจนถึงผู้บริหาร</li>
<li>ถนัดในการสรรหาบุคลากรให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์, เคมีภัณฑ์, สายการผลิตสินค้าบริโภค, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, อุตสาหกรรมยา, ระบบไฟฟ้า เป็นต้น</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：RLC Recruitment Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="https://rlc-asia.com/employers/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://rlc-asia.com/employers/ </a>หรือ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/33?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">https://expth.hrnote.asia/products/33</a></p>
</div>
<h3>27. RECRUITdee</h3>
<p>RECRUITdee เป็นบริษัทจัดหางานสัญชาติไทยระดับกลางที่ได้รับความน่าเชื่อถือ ถนัดการสรรหาบุคคลากรในสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (I.T.) ไปจนถึงงานด้านการเงินและที่ปรึกษาธุรกิจ</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<div>
<ul>
<li>การเริ่มตั้นIT,บริษัทต่างประเทศ,บริษัทไทยและทำการบริการซัพพอร์ต,ศึกษาบริษัทเพื่อทำการให้ค่าเฉลี่ยในการจับคู่เพิ่มขึ้น</li>
<li>ผู้ให้คำปรึกษาแต่งประเทศที่มีประสบการณ์และพนักงานไทยที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นผู้ให้คำปรึกษา</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：RDA Group Recruitment Ltd.</p>
<p>URL：<a href="https://www.recruitdee.com/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://www.recruitdee.com/</a></p>
</div>
<h3>28. Siam M&amp;M Recruitment Co., Ltd.</h3>
<p>บริษัทจัดหางานสัญชาติไทยนี้ก่อตั้งขึ้นโดยคนญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ.2012 เชี่ยวชาญในการเป็นตัวแทนหางานให้กับบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย รวมถึงบริษัทต่างชาติและบริษัทไทยด้วย</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>เชี่ยวชาญในการเป็นตัวแทนหางานให้กับบริษัทญี่ปุ่นโดยเฉพาะ</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Siam M&amp;M Recruitment Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="http://www.siammandm.com/" target="_blank" rel="nofollow noopener">http://www.siammandm.com/</a></p>
</div>
<h3>29. Gemini Personnel</h3>
<p>Gemini Personnel ก่อตั้งขึ้นที่ฮ่องกงในปี ค.ศ.1983 เชี่ยวชาญในการสรรหาบุคคล ปัจจุบันมีสาขากว่า 10 แห่งใน 5 ประเทศทั่วเอเชียได้แก่ ฮ่องกง, จีน, สิงคโปร์, เวียดนาม และ ไทย สำหรับ Gemini Thailand – Gemini Personnel Recruitment Co., Ltd. สาขาที่เมืองไทยนั้นก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.2004 และได้รับการตอบรับอย่างดี</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>มีพาร์ทเนอร์เป็นบริษัทจัดหางานชั้นนำระดับโลกอย่าง NPA, IXPA และ Career Star Group</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Gemini Personnel Recruitment Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="http://www.gemini-global.com/thailand/th/" target="_blank" rel="nofollow noopener">http://www.gemini-global.com/thailand/th/</a></p>
</div>
<h3>30. CareerLink Thailand</h3>
<p>Career Link ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.2006 เป็นหนึ่งในบริษัทจัดหางานที่ประสบความสำเร็จที่สุดในเวียดนาม ปัจจุบันมีบริการจัดหางานที่มีเคลือข่ายครอบคลุมไปทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ เวียดนาม, กัมพูชา, ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และ พม่า รวมถึงมีสาขาที่ญี่ปุ่นอีกด้วย ปัจจุบันมีบริษัทสนใจใช้บริการมากกว่า 5,000 บริษัท</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>มีดาต้าเบสเกี่ยวกับประวัติผู้สมัครที่มีคุณสมบัติที่ดีถึงกว่า 500,000 คน</li>
<li>มีประวัติผู้สมัครใหม่เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1,000 คนต่อวัน</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Career Link Asia</p>
<p>URL：<a href="https://kyujin.careerlink.asia/thailand" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://kyujin.careerlink.asia/thailand</a></p>
</div>
<h3>31. Jmax Thai</h3>
<p>Jmax-Recruitment เป็นบริษัทจัดหางานสัญชาติญี่ปุ่นที่มีสาขาอยู่ญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์ และ เวียดนาม สำหรับ Jmax Thai นั้นก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.2005 เชี่ยวชาญการหางานให้กับองค์กรญี่ปุ่นและมีบริการล่ามญี่ปุ่นอีกด้วย</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<div>
<ul>
<li>เชี่ยวชาญในการสรรหางานในตำแหน่งวิศวกร, งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (I.T.), งานบริหาร เป็นต้น</li>
<li>มีบริการล่ามภาษาญี่ปุ่นที่มีความสามารถในระดับภาษาที่สูง</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Jmax Thai Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="http://www.jmax.co.th/thai/" target="_blank" rel="nofollow noopener">http://www.jmax.co.th/thai/</a></p>
</div>
<h3>32. Region UP Professional-level Jobs in Asia</h3>
<p>Region UP Professional-level Jobs in Asia ดำเนินงานโดย BizReach, Inc. ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพที่ก่อตั้งในปี ค.ศ.2009 ให้บริการเทคโนโลยีด้านการสรรหาบุคลากรรูปแบบใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ทันท่วงที นอกจากจะได้รับรางวัลที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว บริษัทนี้ยังได้รับความนิยมและความน่าเชื่อถือไปทั่วเอเชียด้วย</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>เน้นการจัดหางานในระดับอาวุโส (Senior Level Business Talent) โดยเน้นเฉพาะผู้ที่มีความสามารถโดดเด่น ทำให้เป็นแหล่งหางานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว</li>
<li>เน้นการหางานในระดับผู้เชี่ยวชาญ (Professionals) ที่มีความสามารถ</li>
<li>เน้นเฉพาะงานระดับคุณภาพสูง (High-end Jobs ONLY) เท่านั้น และคัดสรรเฉพาะงานที่มีอัตราเงินเดือนที่สูงเท่านั้น</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：BizReach, Inc.</p>
<p>URL：<a href="https://www.regionup.com/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://www.regionup.com/</a></p>
</div>
<h3>33. Smart Search Recruitment</h3>
<p>Smart Search Recruitment ประเทศไทยก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1998 เป็นพาร์ทเนอร์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟของ Glasford International ที่มีสาขาหลักอยู่ที่เนเธอแลนด์ และมีเครือข่ายกว่า 30 ประเทศทั่วโลก</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<div>
<ul>
<li>มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษสำหรับสรรหาผู้บริหารระดับสูงที่มีคุณภาพ</li>
<li>เน้นการสรรหาตั้งแต่ระดับอาวุโส (Senior-level roles) ขึ้นไป</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Smart Search Executive Recruitment</p>
<p>URL：<a href="https://www.ssrecruitment.com/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://www.ssrecruitment.com/</a></p>
</div>
<h3>34. Kensington Associates Recruitment</h3>
<p>Kensington Associates เป็นบริษัทจัดหางานที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1996 มีฐานหลักอยู่ที่กรุงเทพฯ เน้นให้บริการในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก รวมถึงมีสาขาที่ฮ่องกงด้วย</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>บริหารงานโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์มาหลายสิบปี</li>
<li>คัดสรรบุคลากรจากฐานข้อมูลของบริษัทที่คัดสรรคุณภาพแล้ว</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>ชื่อบริษัท：Kensington Associates Recruitment</p>
<p>URL：<a href="http://www.kensington.co.th/" target="_blank" rel="nofollow noopener">http://www.kensington.co.th/</a></p>
</div>
<h3>35. PA&amp;CA RECRUITMENT</h3>
<p>PA&amp;CA เป็นบริษัทจัดหางานญี่ปุ่นที่มุ่งสรรหาบุคลากรสำหรับบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย บริษัทก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 และมีลูกค้าที่ไว้วางใจมากกว่า 2,500 บริษัท</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>ให้คำปรึกษาแนะนำในการจัดตั้งบริษัท รวมถึงสรรหาพนักงานเพื่อก่อตั้งบริษัท</li>
<li>มีพนักงานที่มีความรู้หลากหลายด้านและมีประสบการณ์ ตั้งแต่ระดับพนักงานทั่วไป ไปจนถึงระดับบริหาร</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：PA&amp;CA RECRUITMENT CO., LTD.</p>
<p>URL：<a href="http://paca.co.th/" target="_blank" rel="nofollow noopener">http://paca.co.th/</a></p>
</div>
<h3>36. Peak Recruitment Consulting</h3>
<p>Peak Recruitment Consulting เป็นบริษัทจัดหางานที่มีฐานอยู่ที่กรุงเทพฯ สรรหางานในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นพิเศษ รวมถึงระบบอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>เชี่ยวชาญในการสรรหางานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นพิเศษ</li>
<li>เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของเอเชียที่ใหบริการเป็นที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Peak Recruitment Consulting</p>
<p>URL：<a href="https://peak-recruit.com/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://peak-recruit.com/</a></p>
</div>
<h3>37. Silom Consulting &amp; Manpower</h3>
<p>บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1999 เชี่ยวชาญในการสรรหาบุคลากรให้กับบริษญี่ปุ่นในเมืองไทย แนะนำงานให้กับบริษัทต่างๆ มาแล้วมากกว่า 4,500 บริษัท</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>ติดตามประสานงานตลอดจนช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ กับพนักงานที่บริษัทสรรหาให้</li>
<li>มีฐานข้อมูลของผู้ลงทะเทียนสมัครงานกว่า 210,000 คน</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Silom Consulting &amp; Manpower Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="https://www.silomjob.com/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://www.silomjob.com/</a></p>
</div>
<h3>38. Dee Staff Recruitment Co.,Ltd.</h3>
<p>บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2002 มีประสบการณ์ในการสรรหาพนักงานให้กับบริษัทญี่ปุ่นในเมืองไทยมากมาย</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>มีประสบการณ์และมีบริษัทที่ไว้วางใจมากกว่า 2,000 บริษัท</li>
<li>ประสานงานว่องไว ข้อมูลผู้สมัครจะส่งตรงถึงบริษัทที่เป็นลูกค้าภายใน 1-2 วัน</li>
<li>ใส่ใจในการคัดสรรพนักงาน มีการสัมภาษณ์อย่างละเอียด สัมภาษณ์โดยชาวญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Dee Staff Recruitment</p>
<p>URL：<a href="http://www.deestaff.com/th/index.html" target="_blank" rel="nofollow noopener">http://www.deestaff.com/th/index.html</a></p>
</div>
<h3>39. SANPONET RECRUITMENT</h3>
<p>บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2013 เชี่ยวชาญในการดำเนินการสรรพาพนักงานบริการในอุตสาหกรรมบริการต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ มากเป็นพิเศษ</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>เชี่ยวชาญในการสรรหาพนักงานบริการ อาทิ พนักงานร้านอาหาร, ซุปเปอร์มาร์เก็ต, พนักงานรายวัน เป็นต้น</li>
<li>ให้คำปรึกษา ตลอดจนช่วยจัดการ การเปิดธุรกิจบริการต่างๆ</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：SANPONET RECRUITMENT (THAILAND) CO., LTD.</p>
<p>URL：<a href="http://job-555.com/" target="_blank" rel="nofollow noopener">http://job-555.com/</a></p>
</div>
<h3>40. Go Asia Manpower</h3>
<p>บริษัทที่ให้บริการสรรหาพนักงานแบบครบวงจร เชี่ยวชาญในการสรรหาพนักงานต่างชาติหรือพนักงานไทยที่มีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีเป็นพิเศษ สรรหางานในหมวด สถานพยาบาล, การก่อสร้างและสถาปัตยกรรม, โรงแรมและร้านอาหาร, โรงงานอุตสาหกรรม, สถานศึกษา และ เทคโนโลยี</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>เชี่ยวชาญในการสรรหาพนักงานต่างชาติ และพนักงานไทยที่เก่งภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Go Asia Manpower Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="http://www.goasiamanpower.com/" target="_blank" rel="nofollow noopener">http://www.goasiamanpower.com/</a></p>
</div>
<h3>41. Job Pluz Manpower</h3>
<p>บริษัทจัดหางานที่เชี่ยวชาญในการสรรหาบุคลากรมานานกว่า 15 ปี และมีบริการอื่นๆ ที่หลากหลายทั้งล่าม, พนักงานแปล, บริการจัดอบรมสัมนา และ แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<ul>
<li>เชี่ยวชาญในการสรรหาบุคลากรเพื่อรองรับอุตสหกรรมมากเป็นพิเศษ</li>
<li>ให้บริการที่หลากหลายรูปแบบตั้งแต่ล่าม, พนักงานแปล, บริการจัดอบรมสัมนา และ แนะแนวการศึกษาต่อ</li>
</ul>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：Job Pluz Manpower Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="http://www.jobpluz.com/th/index.html" target="_blank" rel="nofollow noopener">http://www.jobpluz.com/th/index.html</a></p>
</div>
<h3>42. FDI Recruitment (Thailand)</h3>
<p>บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2011 เชี่ยวชาญในการสรรหาพนักงานให้กับบริษัทญี่ปุ่นที่อยู่ในประเทศไทย</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">จุดเด่น</div>
<div>
<ul>
<li>สรรหาพนักงานทั้งไทยและญี่ปุ่นให้ากับบริษัทญี่ปุ่นอยู่ในประเทศไทย</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block">
<p>บริษัท：FDI Recruitment (Thailand) Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="http://www.fdirecruitment.com/" target="_blank" rel="nofollow noopener">http://www.fdirecruitment.com/</a></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="42 บริษัทจัดหางานที่โดดเด่นในเมืองไทย แหล่งหางานที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุด 1203"></a></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HR เชิงกลยุทธ์ (Strategic HR) คืออะไร ทำไม HR ต้องเปลี่ยนยุคและเสริมทักษะ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/strategic-hr-181225/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Dec 2018 13:54:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ HR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/stragetichr-181225/</guid>

					<description><![CDATA[พนักงานที่มีการจัดการมักจะคิดว่าเป็นงานหลักของแผนกทรัพยากรบุคคล อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ คําที่เป็น Keyword ของ ยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากรมนุษย์กําลังเป็นที่ดึงดูดความสนใจคือ HR เชิงกลยุทธ์ (Strategic HR) เพราะในยุคของการเปลี่ยนแปลง บริษัทต่าง ๆ ต้องมีการรับสมัคร และการจัดหาแรงงาน ดังนั้นกลยุทธ์ HR จึงกลายเป็นบทบาทที่สําคัญในธุรกิจ วันนี้ผมอยากจะคุยเกี่ยวกับภาพรวมและคุณลักษณะของ HR เชิงกลยุทธ์ และเหตุผลว่า ทำไม HR เชิงกลยุทธ์กําลังมีความจําเป็น HR เชิงกลยุทธ์ คืออะไร ? (Strategic HR) กุลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคล มีผู้ริเริ่มโดย David Ulrich ผู้ทืี่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งวงการ HR ยุคใหม่ โดยช่วงทศวรรษ 1990 เขาคิดว่างานของ HR ควรเปลี่ยนภารกิจการจัดงานหลักให้เป็นกลยุทธ์ HR เพื่อเป็นการสนับสนุนกลยุทธ์ทางธุรกิจ แตกต่างจากวิธีการ ที่เขตข้อมูล HR ได้ทํางานถึงตอนนี้ ด้านทรัพยากรบุคคลได้เชื่อมต่ออย่างลึกซึ้งในกลยุทธ์การจัดการเชิงกลยุทธ์ การจัดการกับฝ่าย Supervisors เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของบริษัท [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8282 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/12/50e64aaf79d41f2da0c86532f24f4664.jpg" alt="HR เชิงกลยุทธ์ รายละเอียดและทักษะที่จำเป็นต่อองค์กร HR NOTE" width="500" height="334" title="HR เชิงกลยุทธ์ (Strategic HR) คืออะไร ทำไม HR ต้องเปลี่ยนยุคและเสริมทักษะ 1207"></p>
<p>พนักงานที่มีการจัดการมักจะคิดว่าเป็นงานหลักของแผนกทรัพยากรบุคคล อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ คําที่เป็น Keyword ของ ยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากรมนุษย์กําลังเป็นที่ดึงดูดความสนใจคือ HR เชิงกลยุทธ์ (Strategic HR) เพราะในยุคของการเปลี่ยนแปลง บริษัทต่าง ๆ ต้องมีการรับสมัคร และการจัดหาแรงงาน ดังนั้นกลยุทธ์ HR จึงกลายเป็นบทบาทที่สําคัญในธุรกิจ</p>
<p>วันนี้ผมอยากจะคุยเกี่ยวกับภาพรวมและคุณลักษณะของ HR เชิงกลยุทธ์ และเหตุผลว่า ทำไม HR เชิงกลยุทธ์กําลังมีความจําเป็น</p>
<h2>HR เชิงกลยุทธ์ คืออะไร ? (Strategic HR)</h2>
<p><img decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/site//3/gazo.002-3.jpeg" alt="gazo.002 3" title="HR เชิงกลยุทธ์ (Strategic HR) คืออะไร ทำไม HR ต้องเปลี่ยนยุคและเสริมทักษะ 1208"></p>
<p>กุลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคล มีผู้ริเริ่มโดย <a href="https://th.hrnote.asia/tips/dave-ulrich-231222/">David Ulrich</a> ผู้ทืี่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งวงการ HR ยุคใหม่ โดยช่วงทศวรรษ 1990 เขาคิดว่างานของ HR ควรเปลี่ยนภารกิจการจัดงานหลักให้เป็นกลยุทธ์ HR เพื่อเป็นการสนับสนุนกลยุทธ์ทางธุรกิจ</p>
<p>แตกต่างจากวิธีการ ที่เขตข้อมูล HR ได้ทํางานถึงตอนนี้ ด้านทรัพยากรบุคคลได้เชื่อมต่ออย่างลึกซึ้งในกลยุทธ์การจัดการเชิงกลยุทธ์ การจัดการกับฝ่าย Supervisors เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของบริษัท นั่นคือเป้าหมายของบริษัท</p>
<h3>งานของ HR เชิงกลยุทธ์มีอะไรบ้าง (Strategic HR)</h3>
<p>งานของฝ่ายทรัพยากรบุคคลจนถึงตอนนี้คืองาน แอดมินและบริหารจัดการทีมีการคิดว่าเป็นงาน Back Office.</p>
<p>อย่างไรก็ตาม งานของ HR ก็ไม่หยุดแค่ตรงนั้น การทําวิธีต่างๆเพือความแตกต่าง/ข้อได้เปรียบในด้านทรัพยากรบุคคลเมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นที่ทําด้านกลยุทธ์ของ HR</p>
<p>งานด้าน HR แน่นอนว่าไม่เพียงแต่แค่ การสรรหาบุคคลเท่านั้น ซึ่งรวมถึง การศึกษา การประเมิณผล จ่่ายค่าชดเชยแรงงาน</p>
<p>การจัดข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพัฒนาบุคลากร มี 4 หน้าที่ ที่เป็รเรื่องสําคัญสําหรับฝ่ายบุคคล</p>
<h4>BP: Business Partner</h4>
<p>Business Partner คือ HR กลายเป็นผู้ส่วนคิดเห็นของทางธุรกิจ</p>
<p>เนื่องจากแผนกทรัพยากรบุคคลไม่ได้เชื่อมโยงกับแผนกอื่นๆอย่างใกล้ชิด ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้เรื่องแต่ละสถาณการณ์ที่เป็นจริง แต่ต่อจากนี้พวกเขาจะไม่เพียงทํางานหลังออฟฟิสอีกแล้ว แต่จะร่วมมือกับแต่ละแผนก และความคืบหน้าของกลยุทธ์ทางธุรกิจ</p>
<h4>OD&amp;TD: Organization Development &amp; Talent Development</h4>
<p>เพื่อเจาะลึกปรัชญาของบริษัท การพัฒนาองค์กรเพื่อการเติบโตของบริษัทแล้ว HR เชิงกลยุทธ์คือสิ่งที่ต้องดํารงไว้และขาดไม่ได้</p>
<p>ดูจากข้อได้เปรียบจากแต่ละบุคคล และการเชื่อมโยระหว่างพนักงานและองค์กร การจับผลงานที่ดีที่สุดของแต่ละคนออกมา โดยการสนับสนุนให้เป็นหนึ่งในความการต้องการของ HR เชิงกลยุทธ์</p>
<p>สิ่งนี้จะนํไปสู่การเพิ่มศักยภาพในการสร้างนวัตกรรมในบ้าน โดยการเพิ่มบุคลากรเป็นสิ่งจําเป็นสําหรับธุรกิจ</p>
<h4>CoE: Center of excellence</h4>
<p>ตําแหน่งที่สําคัญของ COE คือการประสานงานด้านเงินเดือน การฝึกอบรม การตัดสินใจของปรัชญาและการดําเนินงานมาตรฐานขององค์กร ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ต้องการมุมมองจากบริษัททั้งหมดในงานทรัพยากรบุคคล</p>
<h4>Ops: Operations</h4>
<p>งานของ HR ต้องมีการทําบัญชีเงินเดือน การป้อนข้อมูลของการลาออก สามารถเรียกได้ว่าเป็น OP</p>
<p>นี่เป็นฐานที่สําคัญในการจัดข้อมูลพนักงานที่สําคัญ และการจัดการเชิงกลยุทธ์ใหม่ๆได้อย่างถูกต้อง</p>
<p>เมื่อเร็วๆนี้ จํานวนบริษัทที่ใช้ Outsource สําหรรับงานเหล่านี้ เพื่อมุ่งเน้นงานที่เป็นแกนหลักเพิ่มมากขึ้น</p>
<h2>ทําไม HR เชิงกลยุทธ์ (Strategic HR) จึงมีความต้องการมากในตอนนี้</h2>
<p><img decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/site//3/gazo.003-1.jpeg" alt="gazo.003 1" title="HR เชิงกลยุทธ์ (Strategic HR) คืออะไร ทำไม HR ต้องเปลี่ยนยุคและเสริมทักษะ 1209"></p>
<p>การพัฒนาเทคโนโลยีและโลกาภิวัฒน์เป็นบริบทที่ว่า HRเชิงยุทธศาสตร์เป็นที่ต้องการในขณะนี้</p>
<p>การพัฒนาเทคโนโลยี งานประเภทใหม่ๆและอุตสาหกรรมใหม่ ทักษะหรือ skill เพิ่มมากขึ้น และโอกาสที่ได้ร่วมมือกับลูกค้าต่างชาติก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อก่อน</p>
<p>เพื่อการตอบสนองต่อยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ บริษัทต่างๆจึงต้องติดตามความเปลี่ยนแปลง</p>
<p>แต่ในหลายๆบริษัท แม้ว่าพวกเขาจะเข้าใจถึงความสําคัญของสิ่งนี้ แต่ปรัชญาของ HR เชิงกลยุทธ์ก็ไม่ได้ดูดซึมซับ ซึ่งมี 3 หลักเหตุผลที่สามารถคิดได้</p>
<h3>กลยุทธ์การจัดการซึ่งไม่สอดคล้องและไม่ชัดเจน</h3>
<p>HR เชิงกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์การจัดการอาจไม่ได้ผลหากไม่มีการอธิบายถึงกลยุทธ์ที่ชัดเจน</p>
<p>บวกกับถ้าตําแหน่งงานของ HR และผู้จัดการไม่เท่ากัน ซึ่งผู้จัดการจะไม่ใช้ข้อเสนอจากแผนก HR ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่า ยุทธศาสตร์ไม่สามารถมีอิทธิพลต่อการจัดการได้</p>
<h3>การมีส่วนร่วมในแผนกทรัพยากรบุคคล</h3>
<p>สําหรับบริษัทต่างๆที่ยังคิดว่า “การบริหารงานเป็นงาน HR” แล้ว อาจไม่สามารถใช้ HR เชิงกลยุทธ์ แม้ว่ามีการจัดการเชิงกลยุทธ์อยู่แล้ว</p>
<h3>พนักงานไม่ให้ความร่วมมือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง</h3>
<p>กลยุทธ์ HR เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปองค์กร ดังนั้น พนักงานที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง อาจจะมีการต่อต้านสิ่งใหม่ๆ</p>
<p>ในกรณีนี้จําเป็นที่จะต้องมีการอธิบายในเรื่องของ HR เชิงกรยุทธ์อย่างชัดเจนว่า ไม่มีอันตรายต่อพนักงาน และในเวลาเดียวกับการปฏิรูปองค์กร</p>
<h2>สรุป Strategic HR</h2>
<p>เมื่อ IT กําลังมีการพัฒนา “มนุษย์” และ “องค์กร” อยู่ในระดับที่สูง ในปัจจุบันเรามีความเชี่ยวชาญในการประเมินผล ดังนั้น HR จึงต้องการมุมมองจากหลายๆ มุมมอง อย่าปิดเปลือกด้วยปรัชญาเก่า โดยการเพิ่ม HR กลยุทธ์ในบริษัท ซึ่งจะช่วยให้การบริหารงานของบริษัทกว้างขึ้น และทําให้บริษัทของคุณมีความสามารถในการเปลียนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 2" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไม่แค่สรรหาบุคลากรเท่านั้น แต่หน้าที่ของ HR มี 6 ข้อดังนี้</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/th-hr-function6-181225/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Dec 2018 13:39:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[การสรรหาบุคลากร]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าที่ HR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/th-hrfunction6-181225/</guid>

					<description><![CDATA[การทํางาน และหน้าที่ของ HR มักจะมีความเกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูล และการคํานวนเงินเดือนของพนักงาน อันที่จริงแล้ว การทํางานของฝ่ายบุคคลไม่ใช่แค่งานธุรกิจเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสําคัญต่อแกนหลักของบริษัทอีกด้วย เช่น กลยุทธ์การบริหารและการกําหนดอนาคตของบริษัท ผมขอแนะนําหน้าที่สําคัญและหลักๆของฝ่ายบุคคลในครั้งนี้ครับ ผู้ที่รับผิดชอบงานด้าน HR และผู้ที่ยังใหม่อยู่กับงานด้านทรัยกรบุคคลสามารถจดบันทึกไว้ในที่นี้ได้ การทํางานและหน้าที่ของ HR แบ่งออกเป็น 6 ส่วนใหญ่ ดังนี้ ผมจะแนะนําหน้าที่ ที่ HR มีส่วนเกี่ยวข้องจริงๆ ซึ่งตอนนี้ผมขอแนะนําโดยการแบ่งออกเป็น 6 ส่วน คือ การวางแผน, การสรรหา, การศึกษา, การประเมิณผล, แรงงาน และการจัดการคนเก่ง การวางแผน/การร่าง หน้าที่นี้เกี่ยวข้องกับการวางแผน/การร่างมาตรกาาเกี่ยวกับ  HR เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร โดเฉพาะการทําหน้ารับผิดชอบในการเติบโตของบริษัท รวมถึงการสร้างระบบการศึกษาทรัพยากรบุคคล, การกําหนดนโยบายการสรรหาบุคคลสําหรับปีงบประมาณโดยเฉพาะการรีวิว และทบทวนมาตรฐานการประเมิณ/ รอบการตรวจสอบและค่าตอบแทนการจัดการบุคคล “ยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากรมนุษย์” จําเป็นต้องมีการเปลี่ยนยุค, รายละเอียดการทํางาน และทักษะที่จําเป็น งานสรรหาและสิ่งที่เกี่ยวข้อง ผมสงสัยว่ายังมีผู้คนจํานวนมากที่มี Keyword กับคําว่า “สรรหาบุคลากร” มาพิจารณาเมื่อได้ยินคําว่า “HR Function” [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34286" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/12/ไม่เพียงแค่การสรรหาบุคลากรและเรื่องการทํางานเท่านั่น-หน้าที่-6-หลักของ-HR-มีดังนี้.webp" alt="ไม่แค่สรรหาบุคลากรเท่านั้น แต่หน้าที่ของ HR มี 6 ข้อดังนี้" width="600" height="370" title="ไม่แค่สรรหาบุคลากรเท่านั้น แต่หน้าที่ของ HR มี 6 ข้อดังนี้ 1213" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2018/12/ไม่เพียงแค่การสรรหาบุคลากรและเรื่องการทํางานเท่านั่น-หน้าที่-6-หลักของ-HR-มีดังนี้.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2018/12/ไม่เพียงแค่การสรรหาบุคลากรและเรื่องการทํางานเท่านั่น-หน้าที่-6-หลักของ-HR-มีดังนี้-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การทํางาน และหน้าที่ของ HR มักจะมีความเกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูล และการคํานวนเงินเดือนของพนักงาน</p>
<p>อันที่จริงแล้ว การทํางานของฝ่ายบุคคลไม่ใช่แค่งานธุรกิจเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสําคัญต่อแกนหลักของบริษัทอีกด้วย เช่น กลยุทธ์การบริหารและการกําหนดอนาคตของบริษัท</p>
<p>ผมขอแนะนําหน้าที่สําคัญและหลักๆของฝ่ายบุคคลในครั้งนี้ครับ</p>
<p>ผู้ที่รับผิดชอบงานด้าน HR และผู้ที่ยังใหม่อยู่กับงานด้านทรัยกรบุคคลสามารถจดบันทึกไว้ในที่นี้ได้</p>
<h1>การทํางานและหน้าที่ของ HR แบ่งออกเป็น 6 ส่วนใหญ่ ดังนี้</h1>
<p>ผมจะแนะนําหน้าที่ ที่ HR มีส่วนเกี่ยวข้องจริงๆ ซึ่งตอนนี้ผมขอแนะนําโดยการแบ่งออกเป็น 6 ส่วน คือ การวางแผน, การสรรหา, การศึกษา, การประเมิณผล, แรงงาน และการจัดการคนเก่ง</p>
<h3>การวางแผน/การร่าง</h3>
<p>หน้าที่นี้เกี่ยวข้องกับการวางแผน/การร่างมาตรกาาเกี่ยวกับ  HR เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร โดเฉพาะการทําหน้ารับผิดชอบในการเติบโตของบริษัท รวมถึงการสร้างระบบการศึกษาทรัพยากรบุคคล, การกําหนดนโยบายการสรรหาบุคคลสําหรับปีงบประมาณโดยเฉพาะการรีวิว และทบทวนมาตรฐานการประเมิณ/ รอบการตรวจสอบและค่าตอบแทนการจัดการบุคคล</p>
<div class="focused-block"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/stragetichr-181225/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">“ยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากรมนุษย์” จําเป็นต้องมีการเปลี่ยนยุค, รายละเอียดการทํางาน และทักษะที่จําเป็น</a></div>
<h3>งานสรรหาและสิ่งที่เกี่ยวข้อง</h3>
<p>ผมสงสัยว่ายังมีผู้คนจํานวนมากที่มี Keyword กับคําว่า “สรรหาบุคลากร” มาพิจารณาเมื่อได้ยินคําว่า “HR Function”</p>
<p>การสรรหาบุคลากรใหม่ เช่น การสรรหานักศึกษาที่จบใหม่, การสรรหาบุคลากรแบบ Mid- Career, พนักงาน Part –time และพนักงานแบบเต็มเวลา นี่เป็นเพียงแค่ส่วนประสานงานเท่านั้นของประเภทการรับสมัคร</p>
<div class="focused-block"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/181205whatisrecruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">ฝ่ายบุคคลคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ</a></div>
<h3>การศึกษาและการฝึกอบรม และที่เกี่ยวข้อง</h3>
<p>ฝ่ายบุคคลทําหน้าที่การฝึกอบรม/ การศึกษา    การศึกษาด้านทรีพยากรบุคคล ซึงต้องครอบคลุมถึง การจัดเตรียมทักษะขึ้นพื้นฐานที่จําต่อหน้าที่ เพื่อฝึกฝนพวกเขาด้วยความรู้ที่จําเป็นในการทํางานในแนกต่างๆ เพื่อการฝึกอบรมโดยมีเป้าหมายในการพัฒนาแต่ละบุคคล</p>
<p>การศึกษาและการอบรมพนักงานอาจจะมีการงานแผนและดําเนินการภายในองค์กร หรือได้รับความไว้วางใจจากที่ปรึกษ เช่น การจ้างให้กับบริษัทผู้เชี่ยวชาญ</p>
<div class="focused-block"><a href="https://th.hrnote.asia/tmanagement/th-trainingofhr-181226/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">แนะนำเนื้องานของฝ่ายบุคคลการฝึกอบรม</a></div>
<h3>การประเมินผลและเรื่องที่เกี่ยวข้อง</h3>
<p>การประเมิณผลด้านทรัพยากรบุคคลทําได้ก่อนที่จะมีการสะท้อนถึงผลตอบแทนที่จะได้รับ</p>
<p>การประเมิณผลซึ่งรวมไปถึงการประเมิณขีดความสามารถทีเรามองไปที่ทักษะและความรู้ที่จําเป็นต่อการทํางาน การประเมิณผลการทํางานที่เราต้องมองไปที่ผลลัพธ์ และการประเมิณทางจิตใจ ที่เรามองไปที่ ความตั้งใจ และความเต็มใจในการทํางาน และทัศนคติในการทํางาน</p>
<p>วิธีการประเมิณผล รวมถึงการวัดระดับความสําเร็จของพนักงานตามเป้าหมายที่มีการตั้งไว้ล่วงหน้า และการประเมิณผลแบบ 360 องศา ซึ่งรวมถึงมุมมองด้านทรัพยากรบุคคลและบุคคลที่ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชา</p>
<h3>แรงงานและเรื่องที่เกี่ยวข้อง</h3>
<p>สิ่งนี้จะรวมถึงถึงค่าใช้จ่ายสวัสดิการ, การจัดการด้านสุขภาพรวมทั้งการตรวจสุขภาพ และการจัดการกระบวณการต่างๆที่เกิดขึ้นตามเหตุการณ์ของพนักงาน เช่น การสมรส และการคลอดบุตร และการจัดการแรงงานสัมพันธ์</p>
<p>กฎหมายซึ่งจะแตกต่างกันออกไปและมีการเกี่ยวข้องต่างกันไป นอกเหนือจากกฎหมายมาตรฐานแรงงานกําหนดว่าต้องมีความคุ้นเคยกับกฎหมายแรงงานและสอดคล้องกับกฎหมายดังกล่าว</p>
<div class="focused-block"><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/th-181226-whatislaborsection/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">อะไรคือบทบาทของงานฝ่ายแรงงานและรายละเอียดของงาน</a></div>
<h3>การจัดการคนเก่ง</h3>
<p>สิ่งนี้จะเป็นการทําความเข้าใจพรสวรรค์ คือ ความสามารและพรสวรรค์ มากกว่าที่พนักงานจะต้องมีการศึกษาอย่างเป็นระบบ และการวางบุคลกรให้ถูกกับความสามารถ</p>
<p>การจัดการคนเก่งจําเป็นต้องมีการสร้างภาพข้อมูลผ่านการจัดการระบบแบบรวมศูนย์กลางของผลลัพธ์ของงานที่เกี่ยวข้องภายในบริษัท นอกเหนือจากประวัติการทํางาน คุณสมบัติ ทักษะ เป็นต้น ของพนักงานแต่ละคนและการวิเคราะห์ข้อมูล</p>
<p>ดังนั้นจึงเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากบริการ คลาวด์</p>
<div class="focused-block"><a href="https://th.hrnote.asia/tmanagement/190114-th-talentmanagement/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">การผลักดันความสามารถของพนักงานให้สูงสุด การจัดการคนเก่ง คืออะไร</a></div>
<h2>ทําไมฝ่ายบุคคลจึงมีความสําคัญกับบริษัท</h2>
<p><img decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/site//3/gazo.003.jpeg" alt="gazo.003" title="ไม่แค่สรรหาบุคลากรเท่านั้น แต่หน้าที่ของ HR มี 6 ข้อดังนี้ 1214"></p>
<h3>การรวบรวมข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคลและการจัดตําแหน่งงาน HR ให้ถูกต้อง</h3>
<p>การรวบรวมข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคลและการวิเคราะห์ความแตกต่างของพนักงานแต่ละคนทําให้เราสามารถเปลี่ยนแปลงบุคลกรได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p>เมื่อใดที่ไม่มีแผนกทรัพยากรบุคคล และข้อมูลของพนักงานกระจัดกระจายอยู่ในที่ทํางานจะเป็นการยากที่จะให้คําชี้นําที่เหมาะสมเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง</p>
<h3>การที่ไม่มีแผนก HR จะนําไปสู่ความไร้ประสิธิภาพ</h3>
<p>แผนกอื่นที่ไม่ใช่แผนกฝ่ายบุคคลก็มีการรับผิดชอบการจัดการด้านทรัพยากรด้วยเหมือนกัน เช่น สินทรัพย์ และกองทุน เป็นต้น</p>
<p>ดังนั้น จึงอาจจะเป็นการยากที่จะกลั่นกรองนโยบายอย่างละเอียด</p>
<p>การที่มีแผนกทรัยากรบุคคลที่เป็นมืออาชีพ ซึ่งได้ใช้บุคลกรเป็นทรัพยากรการจัดการที่สําคัญ ที่จะช่วยให้สามารถจัดวางบุคลากรและการพัฒนาขีดความสามารถได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีส่วนช่วยในการเติบโตของบริษัท</p>
<h3>การจัดการแรงจูงใจ</h3>
<p>เมื่อมีแรงกดดันจากการขายในที่ทํางาน เราอาจจะลดความสําคัญในการพัฒนาพนักงานที่อยู่ในสังกัดได้บ้างเป็นบางครั้ง</p>
<p>โดยการทําเช่นนั้น ผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาจะมองไม่เห็นบทบาทของตัวเองและพบว่ายากที่จะไม่สูญเสียแรงจูงใจ</p>
<p>เป็นสิ่งที่สําคัญที่ควรจะมีการจัดการแรงจูงใจให้แกพนักงานที่ต้องมีการตรวจสอบเป็นประจํา</p>
<h2>เหตุผลและอุทธรณ์ของงานทรัพยากรบุคคล</h2>
<p><img decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/site//3/gazo.004.jpeg" alt="gazo.004" title="ไม่แค่สรรหาบุคลากรเท่านั้น แต่หน้าที่ของ HR มี 6 ข้อดังนี้ 1215"></p>
<h3>สามารถเป็นพยานในการเติบโตของพนักงาน</h3>
<p>ความสามารถในการเป็นพยานในการเติบโตของพนักงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ</p>
<p>HR มักมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอาชีพของพนักงาน เช่น การสรรหาบุคลากร และการขึ้นเงินเดือน ดังนั้นการได้เห็นพนักงาน ซึ่งการสรรหาบุคลกรและการศึกษาที่คุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับตนเองของการเติบโตภายในองค์กร และส่งผลให้ต้องเป็นแหล่งความสุขที่ยิ่งใหญ่นอกเหนือจากงานตนเอง</p>
<h3>ประสบการณ์การสนับสนุนการจัดการองค์กร</h3>
<p>ว่ากันว่า “บุคลากร สินทรัพย์ กองทุน และข้อมูล” เป็นองค์ประกอบที่สําคัญในบริษัท</p>
<p>ในเรื่องฝ่ายทรัพยากรบุคคลสนับสนุนการบริหารและการเติบโตของบริษัทผ่าน บุคลกร สิ่งหนึ่งสามารถได้รับความรู้สึกที่ดีของวัตถุประสงค์โดยการได้มีส่วนร่วมในการเจริญเติบโตของบริษัท ผ่านการสรรหาคนเก่ง เช่นเดียวกับการพัฒนาความสามารถคนเก่งนั้นๆ</p>
<h3>การเรียนรู้วิธีต่างๆ เพื่อดูสิ่งต่างๆ</h3>
<p>HR มีโอกาศมากมายที่จะมีส่วนร่วมกับผู้คนทั้งภายในและภายนอกบริษัท นอกจากนี้การสัมภาษณ์การสรรหาและอื่นๆ มีความจําเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้สมัครและบริษัทมีความ Match กันหรือไม่</p>
<p>ดังนั้นเราจึงเผชิญหน้ากับบุคคลต่างๆและต่างวัฒนธรรมผ่านหน้าที่ของเราในฐานะ HR การได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสิ่งใหม่ๆจากคนที่เราไม่เคยพบหรือรู้จักเลย อาจจะเป็นหนึ่งในความคิดในแง่บวกของ HR ก็ได้</p>
<h2>สรุปหน้าที่ของ HR</h2>
<p>เป้าหมายของ HR คือการบรรลุวัตถุประสงค์ของบริษัทโดยการบริหารบุคลากร</p>
<p>งานมีความจําเป็นที่ต้องเก็บรวบรวมข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคล การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของบุคลากร และการจัดการแรงจูงใจของพนักงาน แต่หน้าที่เหล่านี้เป็นรูปแบบกว้างๆ ความสุขคือการได้มีส่วนร่วมกับผู้คนโดยผ่านการทํางานด้านทรัพยากรมนุษย์ และอาจจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจเช่นกัน</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 2" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุณลักษณะและค่าบริการโฆษณางานในประเทศไทยโ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/th-jobadservice-181213/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Dec 2018 11:23:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณางาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/th-jobadservice-181213/</guid>

					<description><![CDATA[คราวนี้ผมขอเสนอการสรุปของบริการการโฆษณางานที่กําลังใช้ในประเทศไทย สําหรับ Recruiter หรือผู้จัดหางานที่กําลังใช้โฆษณางาน ซึ่งปัจจุบันหลักสําคัญและวิธีการจะถูกรวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว แต่แผนการโพสต์และเครื่องหมายพิเศษของผู้ลงทะเบียน Job Hunter จะแตกต่างกันไปตามแต่ละบริการ ในโพสต์นี้ผมได้สร้างคุณลักษณะและค่าธรรมเนียมของแต่ละบริการแล้ว ผมยินดีที่จะให้สิ่งนี้เป็นเอกสารอ้างอิงสําหรับกิจกรรมสรรหาบุคคลากรของคุณ &#160; บริการโฆษณาที่มีการใช้ในประเทศไทย ผมอยากแนะนําบริการโฆษณางาน ประมาณ 8 บริการที่มีการใช้ภายในประเทศไทย 1. JobsDB.com คุณลักษณะ ประตูทางเข้าจัดหางานชั้นนําในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีอยู่ที่ไทย จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ซึ่งมีการถูกใช้มากกว่า 50,000 ธุรกิจ และผู้หางาน 2 ล้านคน โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า “JobDB Recruiting Center” การจัดการสรรหาบุคลากร การคัดเลือก และการโฆษณาสามารถทําได้ง่ายขึ้น ค่าธรรมเนียม แผนโพสต์ 1 เดือน จํานวนงานที่เปิด: 6,996 บาท/1 เรื่อง จํานวนงานที่เปิด: -13,110  บาท/3 เรื่อง แผนโพสต์ 3 เดือน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8285 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/12/c4be32e12a7a4570535bc59f291544dd.jpg" alt="คุณลักษณะและค่าบริการโฆษณางานในประเทศไทย" width="500" height="334" title="คุณลักษณะและค่าบริการโฆษณางานในประเทศไทยโ 1218"></p>
<p>คราวนี้ผมขอเสนอการสรุปของบริการการโฆษณางานที่กําลังใช้ในประเทศไทย</p>
<p>สําหรับ Recruiter หรือผู้จัดหางานที่กําลังใช้โฆษณางาน ซึ่งปัจจุบันหลักสําคัญและวิธีการจะถูกรวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว แต่แผนการโพสต์และเครื่องหมายพิเศษของผู้ลงทะเบียน Job Hunter จะแตกต่างกันไปตามแต่ละบริการ</p>
<p>ในโพสต์นี้ผมได้สร้างคุณลักษณะและค่าธรรมเนียมของแต่ละบริการแล้ว ผมยินดีที่จะให้สิ่งนี้เป็นเอกสารอ้างอิงสําหรับกิจกรรมสรรหาบุคคลากรของคุณ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><strong>บริการโฆษณาที่มีการใช้ในประเทศไทย</strong></h2>
<p>ผมอยากแนะนําบริการโฆษณางาน ประมาณ 8 บริการที่มีการใช้ภายในประเทศไทย</p>
<h3>1. JobsDB.com</h3>
<p><strong>คุณลักษณะ</strong></p>
<div class="focused-block--has-title">
<div>
<ul>
<li>ประตูทางเข้าจัดหางานชั้นนําในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีอยู่ที่ไทย จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์</li>
<li>ซึ่งมีการถูกใช้มากกว่า 50,000 ธุรกิจ และผู้หางาน 2 ล้านคน</li>
<li>โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า “JobDB Recruiting Center” การจัดการสรรหาบุคลากร การคัดเลือก และการโฆษณาสามารถทําได้ง่ายขึ้น</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ค่าธรรมเนียม</strong></div>
<div>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>แผนโพสต์ 1 เดือน</strong></span></p>
<p>จํานวนงานที่เปิด: 6,996 บาท/1 เรื่อง</p>
<p>จํานวนงานที่เปิด: -13,110  บาท/3 เรื่อง</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>แผนโพสต์ 3 เดือน</strong></span></p>
<p>จํานวนงานที่เปิด: 19,000 บาท/ เรื่อง</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>แผนโพสต์ 12 เดือน</strong></span></p>
<p>จํานวนงานที่เปิด: 39,960 บาท/ 12 เรื่อง</p>
<p>จํานวนงานที่เปิด: 52,840 บาท / 20 เรื่อง</p>
<p>จํานวนงานที่เปิด: 80,500 บาท/ 35 เรื่อง</p>
</div>
</div>
<div class="focused-block">
<p>ชื่อบริการ: JobsDB.com</p>
<p>URL：<a href="https://th.jobsdb.com/th-th/cms/employer/" target="_blank" rel="noopener">https://th.jobsdb.com/th-th/cms/employer/</a></p>
</div>
<h3></h3>
<h3>2. ThaiJob.com</h3>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>คุณลักษณะ</strong></div>
<div>
<ul>
<li>มากกว่า 6,000 รายทุกปี สัาหรับบริษัทมากกว่า 1,500 บริษัท</li>
<li>ตั้งแต่ปี 2015 มากว่า 200% ของ Job Hunter ที่ประสบความสําเร็จในแต่ละปี</li>
<li>เมื่อเลือกใช้งานแบบรายปี คุณสามารถโพสต์งานได้อยู่ที่ 250 บาท ต่อเดือน</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">ค่าธรรมเนียม</div>
<div>
<p>แพคเกจ NANO: 590 บาท /1 เดือน/1ตําแหน่งที่ประกาศรับสมัครงาน</p>
<p>แพคเกจ MINI: 900 บาท /1 เดือน / ไม่จํากัดจํานวนงาน</p>
<p>แพคเกจ STARTER: 1,900 บาท/3 เดือน/ ไม่จํากัดจํานวนงาน</p>
<p>แพคเกจ STARTER: 2,990 บาท / 12 เดือน /ไม่จํากัดจํานวน/หรือ มีตัวเลือกอื่นๆอีกมากมาย</p>
</div>
</div>
<div class="focused-block">
<p>ชื่อบริการ：ThaiJob.com</p>
<p>URL：<a href="https://www.thaijob.com/" target="_blank" rel="noopener">https://www.thaijob.com/</a></p>
</div>
<h3></h3>
<h3><strong>3. JobThai.com</strong></h3>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>คุณลักษณะ</strong></div>
<div>
<ul>
<li>ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของประเทศไทยโดยการโพสต์งานมากกว่า 130 บริษัท</li>
<li>ผู้สมัครมากว่า 1 ล้านคนได้สมัครในฐานข้อมูลแล้ว</li>
<li>ยอดวิวมากกว่า 150,000 ต่อวัน</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ค่าธรรมเนียม</strong></div>
<div>
<ul>
<li>แพคเกจธุรกิจ: 700 บาท/2 สัปดาห์/1 ตําแหน่ง</li>
</ul>
<p>มีแผนการโพสต์มากมาย ขึ้นอยู่กับจํานวนตําแหน่ง และระยะเวลาที่โพสต์</p>
<ul>
<li>แพคเกจแบบพรีเมี่ยม: 3,300 บาท /1 เดือน/ 5 ตําแหน่ง</li>
</ul>
<p>มีแผนการโพสต์มากมาย ขึ้นอยู่กับจํานวนตําแหน่ง และระยะเวลาที่โพสต์</p>
</div>
</div>
<div class="focused-block">
<p>ชื่อบริการ：JobThai.com</p>
<p>URL：<a href="https://www.jobthai.com/home/searchjob.php" target="_blank" rel="noopener">https://www.jobthai.com/home/searchjob.php</a></p>
</div>
<h3></h3>
<h3><strong>4. </strong><strong>WakuWaku</strong></h3>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>คุณลักษณะ</strong></div>
<div>
<ul>
<li>เป็นเว็บไซต์สําหรับผู้ที่พูดญี่ปุ่น</li>
<li>เป็นผู้สนับสนุนการจัดงานมหกรรมในประเทศที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสําหรับบุคลากรญี่ปุ่น “WakuWaku Job Fair”</li>
<li>สามารถค้นหาข้อมูลด้วย Keyword ง่ายๆ เช่น “Japanese N2/Studied Aboard/Female , over 40,000 THB “ เป็นต้น</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ค่าธรรมเนียม</strong></div>
<div>
<ul>
<li>ขั้นพื้นฐาน: 7,900 THB/ เดือน</li>
<li>ขั้นพื้นฐาน: 8,900THB/ เดือน</li>
<li>ขั้นสนับสนุนอย่างเต็มที่ : 11,900 THB/ เดือน</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block">
<p>ชื่อบริการ：：TalentEx (Thailand) Co., Ltd.</p>
<p>URL：<a href="https://wakuwaku.world/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://wakuwaku.world/</a></p>
</div>
<div class="focused-block">
<p>&nbsp;</p>
</div>
<h3><strong>5. </strong><strong>JOBTOPGUN.COM</strong></h3>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>คุณลักษณะ</strong></div>
<div>
<ul>
<li>มีมากกว่า 30,000 บริษัทที่ใช้ในประเทศไทย</li>
<li>จํานวนผู้สมัครมากกว่า 3.5 ล้านคนทั่วประเทศไทย</li>
<li>สามารถทดลองใช้ได้ และโพสต์งานได้ในราคาที่ตํ่า</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ค่าธรรมเนียม</strong></div>
<div>
<ul>
<li>สามารถโพสต์งานได้ด้วยราคาทดลอง 2,000 บาท (3เดือน) เพียง 1ตําแหน่ง</li>
</ul>
<p>*การมีแผนต่างๆขึ้นอยู่กับจํานวนงานที่เปิด</p>
</div>
</div>
<div class="focused-block">
<p>ชื่อบริการ：Top Gun Co., Ltd</p>
<p>URL：https://www.jobtopgun.com/</p>
</div>
<h3></h3>
<h3><strong>6.</strong><strong>indeed</strong></h3>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>คุณลักษณะ</strong></div>
<div>
<ul>
<li>“เครื่องมือค้นหาเฉพาะด้าน ”ระบบแบบ Advanced ทั้งหมดสําหรับฝ่ายสรรหาคน และข้อมูลของบริษัทต่างๆในโลกทั้งหมดสําหรับผู้สมัครงาน</li>
<li>เมื่อป้อนเงื่อนไขที่คุณต้องการใช้ในหน้าต่าง สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทั้งหมดในเวลาเดียวกัน</li>
<li>สัญญาไม่จําเป็น ค่าใช้จ่ายแรกจะไม่มี สามารถโพสต์โฆษณางานได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม และสามารถใช้สิทธ์ได้ในวันแรก</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>ค่าธรรมเนียม</strong></div>
<div>
<ul>
<li>ไม่มีค่าใช้จ่ายโดยทั่วไป</li>
</ul>
<p>*มีการเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้สมัคร</p>
</div>
</div>
<div class="focused-block">
<p>ชื่อบริการ：Indeed Inc.</p>
<p>URL：<a href="https://th.indeed.com/" target="_blank" rel="noopener">https://th.indeed.com/</a></p>
</div>
<h3></h3>
<h3><strong>7. </strong><strong>glassdoor</strong></h3>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>คุณลักษณะ</strong></div>
<div>
<ul>
<li>Glassdoor เป็นเว็บไซต์ที่ได้รู้ข้อมูลต่างๆ เช่น การประเมิณผลของบริษัท และ CEO ข้อมูลเงินเดือน คําถามในการสัมภาษณ์ และรูปภาพสถานที่ทํางาน</li>
<li>บริษัทสามารถใช้ระบบการจัดการผู้สมัครได้ หรือข้อมูลหลากหลายของ Job Hunters แผนความคืบหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิในการสร้างแบรนต์และกระบวนการสรรหา</li>
<li>สามารถลงทะเบียนและโพสต์งานได้สูงสุด 10 งานต่อสัปดาห์</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title">ค่าธรรมเนียม</div>
<div>
<ul>
<li>ติดต่อฝ่ายขาย</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="focused-block">
<p>ชื่อบริการ：Glassdoor, Inc.</p>
<p>URL：<a href="https://www.glassdoor.com/index.htm" target="_blank" rel="noopener">https://www.glassdoor.com/index.htm</a></p>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<h2>สรุป</h2>
<p>ครั้งนี้ผมได้โฟกัสการแนะนําเกี่ยวกับสื่อการสรรหาคน แต่มีวิธีการสรรหาคนอีกมากมาย เช่น การแนะนําผู้สมัคร, head hunting , ค้นหารบุคลากรโดยตรงจาก LinkedIn และการแนะนําต่อๆกัน เป็นต้น</p>
<p>เป็นสิ่งสําคัญสําหรับ Recruiter ในการคิดหาวิธีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในแต่ละด้าน เช่น ทักษะของผู้สมัคร งบประมาณ และถาระงานที่รับผิดชอบ เป็นต้น</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/categories/1?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31978 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE" width="1600" height="500" title="คุณลักษณะและค่าบริการโฆษณางานในประเทศไทยโ 1219" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HR คืออะไร และทำไมฝ่ายบุคคลจึงมีความสำคัญกับองค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/181205whatisrecruitment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Dec 2018 07:23:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[HR คือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/181205whatisrecruitment/</guid>

					<description><![CDATA[หลายคนคิดว่าฝ่าย ทรัพยากรบุคคล หรือ ทรัพยากรมนุษย์ (HR) นั้นเป็นเสมือนงานเบื้องหลังหรืองานจัดการเอกสารที่ไม่มีความสำคัญอะไรนัก แต่อันที่จริงแล้วงานของฝ่ายนี้มีความสำคัญต่อองค์กรเป็นอย่างมากทีเดียว เพราะทุกองค์กรนั้นล้วนแล้วแต่ขับเคลื่อนด้วยพนักงาน แล้วผู้ที่จะทำหน้าที่คัดสรรตลอดจนดูแลพนักงานขององค์กรนั้นก็คือฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ หรือที่เรียกกันง่ายๆ ติดปากว่าฝ่ายบุคคลนั่นเอง อันที่จริงแล้วหน้าที่หลักของฝ่ายบุคคลนั้นมีหลักการง่ายๆ นั่นก็คือ “การเห็นคุณค่าและความสามารถในตัวบุคคล จากนั้นก็สามารถนำสิ่งนี้มาใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนองค์กรให้เดินไปข้างหน้าให้ได้ และส่งเสริมให้คุณค่าตลอดจนความสามารถเพิ่มมากขึ้นเรื่อย” การสรรหาบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ พันธกิจสำคัญอันดับแรกสุดของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) สิ่งแรกที่องค์กรควรคำนึงถึงเมื่อต้องการคนเข้ามาร่วมทำงานกับองค์กรก็คือ “บริษัทต้องการคนแบบไหน” ฝ่ายบุคคลจะทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลจากฝ่ายต่างๆ มาวิเคราะห์ ตลอดจนกำหนดคุณสมบัติ ไปจนถึงประเมินจำนวนคนที่ต้องการ จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการสรรหา ซึ่งจะมีขึ้นตอนหลักๆ คือ ประกาศรับสมัครงานผ่านสื่อหรือช่องทางต่างๆ อาทิ เว็บไซต์ของบริษัท, การใช้บริการบริษัทจัดหางาน, ประกาศรับสมัครงานในหนังสือพิมพ์ เป็นต้น คัดเลือกใบสมัครของผู้สมัครที่มีประวัติน่าสนใจ มีทักษะเหมาะสมกับงาน มีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร เรียกผู้สมัครงานที่สนใจมาสัมภาษณ์ โดยเตรียมการสัมภาษณ์ตลอดจนการทดสอบให้เหมาะสม ประเมินคะแนนรวมของการสัมภาษณ์กับข้อมูลของผู้สมัครที่มีทั้งหมด คัดเลือกผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุดมาร่วมงานกับองค์กร จัดปฐมนิเทศพนักงาน ไปจนถึงการฝึกอบรมที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน กระบวนการสรรหาพนักงานจะสิ้นสุดเมื่อบริษัทตกลงเซ็นสัญญาจ้างงานตลอดจนบรรจุให้เป็นพนักงานประจำ สำหรับปัจจุบันมีวิธีการสรรหาบุคลากรมากมายหลากหลายรูปแบบ การประกาศก็พัฒนาตามยุคสมัย อย่างเช่นการนำโซเชี่ยลมีเดียมาช่วยในการประกาศตลอดจนรับสมัครงาน เป็นต้น ซึ่งยุคนี้การใช้ประโยชน์ให้ถูกต้องนั้นสามารถช่วยงานฝ่ายบุคคลได้อย่างดีเยี่ยมทีเดียว คุณลักษณะเด่นของผู้ที่จะทำงานฝ่ายบุคคล (HR) พูดจาสุภาพ รู้จักกาลเทศะ และมีทักษะในการเจรจา  ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นฝ่ายที่ต้องคอยดูแลตลอดจนบริหารจัดการเรื่องที่เกี่ยวกับพนักงานของทั้งองค์กร [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8165 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/12/f31a69dfa909ee5b629e979d50432cdf.jpg" alt="HR ฝ่ายบุคคลคืออะไร และทำไมจึงมีความสำคัญกับองค์กร" width="600" height="370" title="HR คืออะไร และทำไมฝ่ายบุคคลจึงมีความสำคัญกับองค์กร 1228"></p>
<p>หลายคนคิดว่าฝ่าย <strong>ทรัพยากรบุคคล หรือ ทรัพยากรมนุษย์ (HR)</strong> นั้นเป็นเสมือนงานเบื้องหลังหรืองานจัดการเอกสารที่ไม่มีความสำคัญอะไรนัก แต่อันที่จริงแล้วงานของฝ่ายนี้มีความสำคัญต่อองค์กรเป็นอย่างมากทีเดียว เพราะทุกองค์กรนั้นล้วนแล้วแต่ขับเคลื่อนด้วยพนักงาน แล้วผู้ที่จะทำหน้าที่คัดสรรตลอดจนดูแลพนักงานขององค์กรนั้นก็คือฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ หรือที่เรียกกันง่ายๆ ติดปากว่าฝ่ายบุคคลนั่นเอง อันที่จริงแล้วหน้าที่หลักของฝ่ายบุคคลนั้นมีหลักการง่ายๆ นั่นก็คือ <em>“การเห็นคุณค่าและความสามารถในตัวบุคคล จากนั้นก็สามารถนำสิ่งนี้มาใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนองค์กรให้เดินไปข้างหน้าให้ได้ และส่งเสริมให้คุณค่าตลอดจนความสามารถเพิ่มมากขึ้นเรื่อย”</em></p>

<h2><strong>การสรรหาบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ พันธกิจสำคัญอันดับแรกสุดของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR)</strong></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/site//3/recruit.001.jpeg" alt="HR ฝ่ายบุคคลคืออะไร และทำไมจึงมีความสำคัญกับองค์กร" width="600" height="400" title="HR คืออะไร และทำไมฝ่ายบุคคลจึงมีความสำคัญกับองค์กร 1229"></p>
<p>สิ่งแรกที่องค์กรควรคำนึงถึงเมื่อต้องการคนเข้ามาร่วมทำงานกับองค์กรก็คือ “บริษัทต้องการคนแบบไหน” ฝ่ายบุคคลจะทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลจากฝ่ายต่างๆ มาวิเคราะห์ ตลอดจนกำหนดคุณสมบัติ ไปจนถึงประเมินจำนวนคนที่ต้องการ จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการสรรหา ซึ่งจะมีขึ้นตอนหลักๆ คือ</p>
<ul>
<li>ประกาศรับสมัครงานผ่านสื่อหรือช่องทางต่างๆ อาทิ เว็บไซต์ของบริษัท, การใช้บริการบริษัทจัดหางาน, ประกาศรับสมัครงานในหนังสือพิมพ์ เป็นต้น</li>
<li>คัดเลือกใบสมัครของผู้สมัครที่มีประวัติน่าสนใจ มีทักษะเหมาะสมกับงาน มีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร</li>
<li>เรียกผู้สมัครงานที่สนใจมาสัมภาษณ์ โดยเตรียมการสัมภาษณ์ตลอดจนการทดสอบให้เหมาะสม</li>
<li>ประเมินคะแนนรวมของการสัมภาษณ์กับข้อมูลของผู้สมัครที่มีทั้งหมด</li>
<li>คัดเลือกผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุดมาร่วมงานกับองค์กร จัดปฐมนิเทศพนักงาน ไปจนถึงการฝึกอบรมที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน</li>
</ul>
<p>กระบวนการสรรหาพนักงานจะสิ้นสุดเมื่อบริษัทตกลงเซ็นสัญญาจ้างงานตลอดจนบรรจุให้เป็นพนักงานประจำ สำหรับปัจจุบันมีวิธีการสรรหาบุคลากรมากมายหลากหลายรูปแบบ การประกาศก็พัฒนาตามยุคสมัย อย่างเช่นการนำโซเชี่ยลมีเดียมาช่วยในการประกาศตลอดจนรับสมัครงาน เป็นต้น ซึ่งยุคนี้การใช้ประโยชน์ให้ถูกต้องนั้นสามารถช่วยงานฝ่ายบุคคลได้อย่างดีเยี่ยมทีเดียว</p>
<h2><strong>คุณลักษณะเด่นของผู้ที่จะทำงานฝ่ายบุคคล (HR)</strong></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/site//3/recruit.002.jpeg" alt="HR ฝ่ายบุคคลคืออะไร และทำไมจึงมีความสำคัญกับองค์กร" width="600" height="400" title="HR คืออะไร และทำไมฝ่ายบุคคลจึงมีความสำคัญกับองค์กร 1230"></p>
<h3><strong>พูดจาสุภาพ รู้จักกาลเทศะ และมีทักษะในการเจรจา </strong></h3>
<p>ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นฝ่ายที่ต้องคอยดูแลตลอดจนบริหารจัดการเรื่องที่เกี่ยวกับพนักงานของทั้งองค์กร นอกจากคุณสมบัติการประสานงานที่ดีแล้ว คุณสมบัติการสื่อสารที่ดีก็เป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ยังมีการติดต่อสื่อสารกับภายนอกอย่างสม่ำเสมอด้วย โดยเฉพาะส่วนของการสรรหา ที่ต้องติดต่อพูดคุยกับผู้สมัครมากมาย หรือแม้กระทั่งกับบริษัทจัดหางาน ฉะนั้นทักษะสำคัญที่ฝ่ายบุคคลควรมีก็คือทักษะของการเจรจา และควรใช้คำสุภาพให้เหมาะสม เพื่อช่วยให้การติดต่อสื่อสารกับทุกฝ่ายราบรื่น อีกอย่าง ในองค์กรหนึ่งๆ นั้นมีผู้คนหลากหลายระดับ ตั้งแต่ระดับพนักงานทั่วไปจนถึงผู้บริหาร การรู้จักกาลเทศะย่อมเป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน</p>
<h3><strong>มีความรู้เกี่ยวกับองค์กรเป็นอย่างดี</strong></h3>
<p>ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ควรเป็นฝ่ายที่ต้องมีความรู้เรื่ององค์กรมากที่สุดและดีที่สุด นอกจากจะเป็นฝ่ายที่ต้องเป็นฐานข้อมูลให้กับบริษัทแล้ว ฝ่ายบุคคลเองต้องพร้อมที่จะตอบคำถามต่างๆ ให้กับพนักงานอีกด้วย รวมถึงบริษัทจัดหางานที่ต้องการสอบถามข้อมูลต่างๆ ขององค์กร นอกจากนี้การมีความรู้เกี่ยวกับองค์กรที่ดียังมีส่วนช่วยให้ฝ่ายบุคคลสามารถวิเคราะห์ผู้สมัครงานได้ดียิ่งขึ้น สามารถคัดเลือกคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งได้มากยิ่งขึ้น หรือสามารถใช้ข้อมูลจูงใจผู้สมัครให้สนใจที่จะร่วมงานกับบริษัทก็ได้เช่นกัน</p>
<h3><strong>มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี</strong></h3>
<p>ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ควรมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหนึ่งในหน้าที่สำคัญก็คือการประสานงานพนักงานทุกส่วนของบริษัท หรือกรณีที่มีปัญหา ฝ่ายบุคคลจำเป็นจะต้องเข้าใจเหตุการณ์ และลงไปให้ความช่วงเหลือได้ ในเรื่องของการทำงานฝ่ายบุคคลควรเข้าใจลักษะงานของแต่ละแผนก ตลอดจนคุณลักษณะของคนที่เหมาะสมกับการทำงานในแผนกนั้นๆ เพราะนอกจากจะต้องสรรหาคนให้เหมาะสมแล้ว ก็ยังต้องรู้จักประสานงานให้เป็นด้วย ปรับลักษณะให้เหมาะเพื่อให้ทุกคนกล้าที่จะสื่อสารด้วย นอกจากนี้บุคคลที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีจะเข้าใจการวิเคราะห์คน สื่อสารได้เข้าใจ และสามารถทำให้อีกฝ่ายเปิดใจให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนได้ เป็นผลดีในการสรรหาทรัพยากรบุคคลเป็นอย่างยิ่ง</p>
<h2><strong>ความท้าทายในการทำงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR)</strong></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/site//3/recruit.003.jpeg" alt="HR ฝ่ายบุคคลคืออะไร และทำไมจึงมีความสำคัญกับองค์กร" width="600" height="400" title="HR คืออะไร และทำไมฝ่ายบุคคลจึงมีความสำคัญกับองค์กร 1231"></p>
<p>ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ (HR) เป็นฝ่ายที่ต้องติดต่อกับผู้คนมากมาย หลายระดับ ทั้งในและนอกองค์กร งานนี้จึงเหมาะสมกับคนที่ชอบเข้าสังคมและพบปะพูดคุยกับผู้อื่น และท้าทายสำหรับคนที่ชอบบริหารจัดการคน ตลอดจนพบเจอกับผู้คนที่หลากหลายรูปแบบด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ฝ่ายบุคคลยังต้องสนใจพัฒนาและเรียนรู้ตลอดเวลา โดยเฉพาะองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับองค์กร หรือมีผลต่อพนักงาน รวมถึงเข้าใจลักษะงานของแต่ละแผนก เข้าใจสถานการณ์โดยรวมของบริษัทได้ และเมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับพนักงาน ฝ่ายบุคคลก็ควรจะต้องให้คำแนะนำหรือช่วยให้คำปรึกษาได้</p>
<p>ในการสรรหาบุคคล ฝ่าย HR จะต้องวิเคราะห์ถึงความเหมาะสมของผู้ที่มาสมัครในตำแหน่งนั้นๆ ได้ ทั้งยังคอยปฐมนิเทศให้กับพนักงานใหม่และติดตามผลการทำงานได้พร้อมกันด้วย</p>
<p>ถึงแม้งานของฝ่ายบุคคลจะดูเป็นเรื่องที่ยากแต่ก็มีความท้าทายสูงมาก และสามารถพัฒนาศักยภาพในหลายๆ ด้านได้ดีทีเดียว</p>
<h2><strong>หน้าที่ของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR)</strong></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/site//3/gazo.001-2.jpeg" alt="HR ฝ่ายบุคคลคืออะไร และทำไมจึงมีความสำคัญกับองค์กร" width="600" height="390" title="HR คืออะไร และทำไมฝ่ายบุคคลจึงมีความสำคัญกับองค์กร 1232"></p>
<p>หากแบ่งหน้าที่ของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ออกเป็นส่วนต่างๆ เราสามารถแบ่งออกได้เป็น 6 ส่วน ได้แก่ การวางแผนด้านทรัพยากรบุคคล, การสรรหาและคัดเลือกทรัพยากรบุคคล, การศึกษาเพิ่มเติมและการฝึกอบรม, การประเมินผล, แรงงานสัมพันธ์ และ การบริหารจัดการศักยภาพของบุคคล</p>
<h3><strong>การวางแผนด้านทรัพยากรบุคคล</strong></h3>
<p>หน้าที่นี้เกี่ยวข้องกับการวางแผน/การร่างมาตราเกี่ยวกับฝ่ายทรัพยากรบุคคล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร โดยเฉพาะหน้าที่ความรับผิดชอบในการทำให้บริษัทเติบโต รวมถึงการสร้างระบบการศึกษาทรัพยากรบุคคล, การกำหนดนโยบายการสรรหาบุคลากรในแต่ละปีงบประมาณ, การทบทวนมาตรฐานการประเมิน, และการจัดการเรื่องค่าตอบแทนด้านการจัดการทรัพยากรบุคคล</p>
<h3><strong>การสรรหาและคัดเลือกทรัพยากรบุคคล</strong></h3>
<p>การสรรหาและคัดเลือกทรัพยากรบุคคลเป็นหนึ่งในหน้าที่หลักของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) การสรรหาบุคลากรเพื่อเข้ามาทำงานกับบริษัทนั้นมีความจำเป็นจะต้องใส่ใจเป็นอย่างมาก และควรสรรหาบุคลากรที่สามารถทำประโยชน์ให้กับองค์กรได้ และอยากอยู่ร่วมงานกันในระยะยาว การสรรหานี้มีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การสรรหาบุคลากรใหม่, การสรรหานิสิตนักศึกษาที่จบใหม่, การสรรหาพนักงานชั่วคราว, การสรรหาพนักงานเต็มเวลา, การสรรหาพนักงานแบบพาร์ทไทม์ เป็นต้น</p>
<h3><strong>การศึกษาเพิ่มเติมและการฝึกอบรม</strong></h3>
<p>องค์ความรู้ด้านทรัพยากรมนุษย์นั้นเปลี่ยนแปลงเสมอ ฝ่ายบุคคลจำเป็นจะต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมตลอดเวลาทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายบุคคลเองและส่วนที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาความสามารถตอลดจนศักยภาพของพนักงานในองค์กร รวมถึงการจัดฝึกอบรมให้กับฝ่ายต่างๆ ในบริษัทเพื่อให้ทุกคนมีศักยภาพที่ดีขึ้นด้วย</p>
<h3><strong>การประเมินผล</strong></h3>
<p>การประเมินผลเป็นกระบวนการสำคัญในการติดตามผลการทำงานของฝ่ายต่างๆ ตลอดจนเป็นตัวเช็คศักยภาพของบุคลากรที่สำคัญ รวมถึงการได้รู้ข้อบกพร่องเพื่อที่จะหาทางปรับปรุงได้อีกด้วย นอกจากนี้การประเมินผลยังมีประโยชน์ต่อการประเมินอัตราจ้าง ไปจนถึงการให้ค่าตอบแทนพิเศษอย่างโบนัสอีกด้วย การประเมินผลนั้นมีตั้งแต่การประเมินด้านทักษะความสามารถ ที่เน้นไปยังเรื่องของการทำงานเป็นหลัก และการประเมินผลทางด้านจิตใจ ที่เน้นไปยังความตั้งใจ, ความเต็มใจ, และทัศนคติในการทำงาน เป็นต้น วิธีการประเมินผลนั้นก็มีมากมาย ตั้งแต่การวัดระดับความสำเร็จของพนักงานตามเป้าหมายที่กำหนดไปจนถึงการประเมินผลรอบด้านแบบ 360 องศา</p>
<h3><strong>แรงงานสัมพันธ์</strong></h3>
<p>การจัดการเรื่องแรงงานสัมพันธ์ถือเป็นหน้าที่หลักอีกหน้าที่หนึ่งของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) แรงงานสัมพันธ์นี้จะเน้นไปยังการดูแลสารทุกข์สุขดิบตลอดจนสิ่งต่างๆ ที่ทำให้พนักงานมีความสุขกายสบายใจได้มากที่สุด เรื่องสำคัญๆ ก็ได้แก่ สวัสดิการพนักงาน, การดูแลเรื่องสุขภาพและสาธารณะสุข, ไปจนถึงเรื่องส่วนบุคคล เช่น การสมรส, การคลอดบุตร, การบวช เป็นต้น เรื่องแรงงานสัมพันธ์นี้ยังเกี่ยวเนื่องถึงเรื่องกฎหมายด้วย ซึ่งจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายแรงงานไปจนถึงกฎหมายหรือ พรบ.ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง</p>
<h3><strong>การบริหารจัดการศักยภาพของบุคลากร </strong></h3>
<p>ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ที่ดีจะต้องสามารถเข้าใจบุคลากรในบริษัทให้ได้ สามารถเล็งเห็นพรสวรรค์ตลอดจนศักยภาพของพนักงานแต่ละคน เพื่อที่จะบริหารศักยภาพของบุคคลให้ดีที่สุด อาทิ การส่งไปฝึกฝนอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพให้มากยิ่งขึ้น, การโยกย้ายพนักงานให้ไปทำงานในส่วนที่เหมาะสมกับความสามารถที่แท้จริง, หรือแม้แต่การนำเสนองานที่ท้าทายใหม่ๆ ที่คิดว่าพนักงานคนนั้นน่าจะมีศักยภาพในการทำงาน เป็นต้น</p>
<div>
<h2><strong>ทำไมฝ่ายบุคคล </strong><strong>(HR) </strong><strong>จึงมีความสำคัญกับบริษัท</strong></h2>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/site//3/gazo.003.jpeg" alt="HR ฝ่ายบุคคลคืออะไร และทำไมจึงมีความสำคัญกับองค์กร" width="600" height="390" title="HR คืออะไร และทำไมฝ่ายบุคคลจึงมีความสำคัญกับองค์กร 1233"></strong></p>
<h3><strong>การรวบรวมข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคลและการจัดตำแหน่งงานให้ถูกต้อง</strong></h3>
<p>การรวบรวมข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคลและความสามารถในการวิเคราะห์ความแตกต่างของพนักงานแต่ละคนได้นั้น ทำให้เราสามารถช่วยปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงบุคลากรได้อย่างรวดเร็ว หากไม่มีแผนกทรัพยากรบุคคลอยู่ ข้อมูลต่างๆ อาจกระจัดกระจาย อาจทำให้มีปัญหาต่อการจัดการบุคคล ตลอดจนปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไม่ทันกับปัญหาที่เกิดขึ้น</p>
<h3>การไม่มีแผนกทรัพยากรบุคคลนั้นจะทำให้องค์กรไม่มีประสิทธิภาพ</h3>
<p>การมีแผนกทรัพยากรบุคคลที่มีความเป็นมืออาชีพ บริหารจัดการบัคลากรได้ดี จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถของแต่ละบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้องค์กรเติบโตได้ ขณะเดียวกันแผนกอื่นๆ ต่างก็มีหน้าที่ความรับผิดชอบของตน อาจไม่มีเวลามาดูภาพรวมหรือนโยบายองค์กรอย่างละเอียด ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจึงจำเป็นจะต้องช่วยดูแลนอกเหนือจากการทำงานของแต่ละฝ่าย เพื่อให้องค์กรก้าวหน้าต่อไป</p>
<h3>การสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน</h3>
<p>ทุกธุรกิจย่อมมีความกดดันในการทำงานแทบทั้งสิ้น แต่อาจเป็นความกดดันที่แตกต่างกัน และอาจทำให้พนักงานเกิดการสูญเสียกำลังใจหรือท้อต่อการทำงานได้ ฝ่ายบุคคลอาจมีหน้าที่สร้างแรงจูงใจ หรือเสริมกำลังใจในด้านอื่นๆ เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานต่อไปได้ หรือช่วยลดความกดดันลงให้มากที่สุด</p>
<h2><strong>ฝ่ายบุคคล (HR) กับบทบาทสำคัญต่อองค์กร</strong></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/site//3/gazo.004.jpeg" alt="HR ฝ่ายบุคคลคืออะไร และทำไมจึงมีความสำคัญกับองค์กร" width="600" height="390" title="HR คืออะไร และทำไมฝ่ายบุคคลจึงมีความสำคัญกับองค์กร 1234"></p>
<h3><strong>การเฝ้าดูการเติบโตของคนในองค์กร</strong></h3>
<p>ฝ่ายทรัพยากรบุคคลมักมีส่วนเกี่ยวข้องกับพนักงานตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่ การสรรหาบุคลากร, การเฝ้าดูการเติบโตของการทำงาน, การขึ้นเงินเดือน, ไปจนถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพนักงานแต่ละคน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่ของฝ่ายบุคคลที่อาจไม่เกี่ยวข้องกับงานโดยตรง แต่เป็นหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่ก่อให้เกิดความภูมิใจได้</p>
<h3><strong>การสนับสนุนและพัฒนาองค์กร</strong></h3>
<p>ว่ากันว่า “บุคลากร, สินทรัพย์, กองทุน และ ข้อมูล” เป็นองค์ประกอบสำคัญในบริษัท ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นผู้สนับสนุนตลอดจนบริหารบริษัทให้เจริญเติบโตผ่านการดูแลทรัพยากรบุคคลนั่นเอง การมีส่วนร่วมในการเติบโตนี้เป็นความภาคภูมิใจของฝ่ายทรัพยากรบุคคล และหน้าที่ในการสรรหาคนเก่ง คนมีความสามารถ มาร่วมงานกับองค์กร รวมถึงการพัฒนาให้คนนั้นเก่งขึ้นไปอีก ล้วนแล้วแต่เป็นภาระกิจของฝ่ายบุคคลที่สร้างความภาคภูมิใจยิ่งนัก</p>
<h3><strong>การได้เรียนรู้บุคคลในหลากหลายมิติ</strong></h3>
<p>ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เป็นฝ่ายที่มีโอกาสได้พบเจอกับผู้คนมากมายทั้งภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงต้องเผชิญหน้ากับบุคคลต่างๆ ที่ต่างพื้นเพและต่างวัฒนธรรม หรือแม้แต่ต้องทำความรู้จักกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาเลย เพราะหน้าที่สำคัญหนึ่งก็คือการคัดสรรคนที่มีความสามารถให้เข้ามาทำงานในองค์กร แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือการสามารถวิเคราะห์และพิจารณาได้ว่าแต่ละบุคคลนั้นจะร่วมงานกับองค์กรหรือบุคลากรคนอื่นๆ ได้หรือไม่ ซึ่งหน้าที่การเรียนรู้บุคคลแต่ละคนให้ได้มากที่สุดเป็นหนึ่งในดภาระกิจสำคัญของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เช่นกัน</p>
</div>
<div class="article-content">
<h2><strong>บทสรุปฝ่าย HR</strong></h2>
<p>หลายคนมองว่าฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เป็นเหมือนฝ่ายที่ทำงานเบื้องหลัง อันที่จริงแล้วงานเบื้องหลังนี้กลับสำคัญและมีความจำเป็นต่อทุกแผนกขององค์กร รวมถึงมีส่วนสำคัญที่จะนำพาองค์กรให้ไปสู่ความสำเร็จ การทำงานของฝ่ายบุคคลนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นงานที่ต้องเรียนรู้อยู่เสมอ พัฒนาตัวเองตลอดเวลา และสั่งสมประสบการณ์ให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับคนที่อยากทำงานในฝ่ายนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถพอสมควร ถ้าหากผ่านความยากลำบากในช่วงต้นไปได้ คุณจะกลายเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญต่อพนักงานทุกคนและต่อองค์กรเลยทีเดียว</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="HR คืออะไร และทำไมฝ่ายบุคคลจึงมีความสำคัญกับองค์กร 1235" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>LinkedIn คืออะไร ? สื่อสังคมออนไลน์ที่พิเศษต่อคนทำงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/recruit/what-is-linkedin-250716/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Nov 2018 03:49:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HR Recruit]]></category>
		<category><![CDATA[LinkedIn]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/181123-linkedinhowtouse/</guid>

					<description><![CDATA[คนสายทำงานทุกคนน่าจะรู้จัก LinkedIn กันดี เพราะนี่คือแพลตฟอร์มที่หลายคนใช้งานเพื่อการสรรหาบุคลากรได้ทั่วโลก รวมถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เช่นกัน เราสามารถใช้ประโยชน์จาก LinkedIn ได้หลายด้าน รวมถึงใช้สรรหาบุคลากรหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องได้ด้วย แต่จะใช้อย่างไรได้บ้าง ? ในบทความนี้เราจะมาเผยตัวอย่างการใช้งาน LinkedIn และ กรณีตัวอย่างจากหลาย ๆ บริษัท ไปดูกันเลย LinkedIn สื่อสังคมออนไลน์ด้านธุรกิจ ที่มีประโยชน์ต่อการจ้างงานคืออะไร? LinkedIn คือสื่อสังคมออนไลน์ที่เน้นการใช้งานในด้านธุรกิจ โดย มีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วกว่า 546 ล้านคนจากทั่วโลก ที่เป็นสมาชิกกับ LinkedIn LinkedIn มีรูปแบบการใช้งานที่ไม่แตกต่างจาก Facebook โดยสามารถสร้างบัญชีผู้ใช้โดยใช้ชื่อจริงได้ และทำการป้อนรายละเอียดต่าง ๆ เช่น อาชีพที่ ประวัติการศึกษา ประวัติการจ้างงาน ทักษะต่าง ๆ ที่มี เป็นต้น และยังสามารถลงทะเบียนข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพของคุณ และเชื่อมต่อกับบุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในแวดวงการทำงานได้อีกด้วย Linkedin ถูกนำมาใช้งานอย่างไรบ้าง？ ที่ Linkedin มีทั้งคนที่ลงทะเบียนเพื่อลงประวัติการทำงานและทักษะของตัวเองเพื่อดึงดูดนายจ้าง และกลุ่มคนที่จะเข้ามาเพื่อคนหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ。 นอกจากนี้ สำหรับหลาย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46147" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-12.webp" alt="LinkedIn คืออะไร ? สื่อสังคมออนไลน์ที่พิเศษต่อคนทำงาน" width="600" height="370" title="LinkedIn คืออะไร ? สื่อสังคมออนไลน์ที่พิเศษต่อคนทำงาน 1242" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2018/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-12.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2018/11/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-12-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>คนสายทำงานทุกคนน่าจะรู้จัก LinkedIn กันดี เพราะนี่คือแพลตฟอร์มที่หลายคนใช้งานเพื่อการสรรหาบุคลากรได้ทั่วโลก รวมถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เช่นกัน เราสามารถใช้ประโยชน์จาก LinkedIn ได้หลายด้าน รวมถึงใช้สรรหาบุคลากรหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องได้ด้วย</p>
<p>แต่จะใช้อย่างไรได้บ้าง ? ในบทความนี้เราจะมาเผยตัวอย่างการใช้งาน LinkedIn และ กรณีตัวอย่างจากหลาย ๆ บริษัท ไปดูกันเลย</p>

<h1>LinkedIn สื่อสังคมออนไลน์ด้านธุรกิจ ที่มีประโยชน์ต่อการจ้างงานคืออะไร?</h1>
<p>LinkedIn คือสื่อสังคมออนไลน์ที่เน้นการใช้งานในด้านธุรกิจ โดย มีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วกว่า 546 ล้านคนจากทั่วโลก ที่เป็นสมาชิกกับ LinkedIn</p>
<p>LinkedIn มีรูปแบบการใช้งานที่ไม่แตกต่างจาก Facebook โดยสามารถสร้างบัญชีผู้ใช้โดยใช้ชื่อจริงได้ และทำการป้อนรายละเอียดต่าง ๆ เช่น อาชีพที่ ประวัติการศึกษา ประวัติการจ้างงาน ทักษะต่าง ๆ ที่มี เป็นต้น และยังสามารถลงทะเบียนข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพของคุณ และเชื่อมต่อกับบุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในแวดวงการทำงานได้อีกด้วย</p>
<h2>Linkedin ถูกนำมาใช้งานอย่างไรบ้าง？</h2>
<p>ที่ Linkedin มีทั้งคนที่ลงทะเบียนเพื่อลงประวัติการทำงานและทักษะของตัวเองเพื่อดึงดูดนายจ้าง และกลุ่มคนที่จะเข้ามาเพื่อคนหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ。</p>
<p>นอกจากนี้ สำหรับหลาย ๆ องค์กรแล้ว มันยังถูกใช้ในการคัดสรรบุคคลเพื่อเข้าทำงานได้โดยตรง หรือที่เรียกกันว่า Direct-sourceโดยการติดต่อแต่ละบุคคลแบบตัวต่อตัว</p>
<p>และแน่นอนว่า ไม่ได้มีเพียงการคัดสรรบุคคลที่เกิดขึ้นเท่านั้นแต่ละองค์กรยังสามารสร้างกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับแบรนด์ได้บนหน้าเพจของตัวเองเพื่อเป็นการดึงดูดความสนใจจากคนทั่วโลกอีกด้วย</p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น แต่ข้อมูลต่าง ๆ ทั้งของบุคคลและของบรรดาบริษัทยังมีการโพสท์ขึ้นหน้าเว็บได้แบบเรียลไทม์ จึงทำให้ได้รับข้อมูลใหม่ล่าสุดที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานด้วยเช่นกัน</p>
<div class="focused-block--is-bold-border">
<h2>5 คุณสมบัติโดยรวมของ LinkedIn</h2>
<p>LinkedIn สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการจ้างงานได้ ผ่านวิธีการดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>คุณสามารถโพสต์ประวัติการทำงาน (ประวัติการจ้างงานและทักษะที่มี)ลงบนหน้าเว็บได้</li>
<li>สามารถสร้างเครือข่ายทางสังคมของคุณเองได้</li>
<li>สามารถติดต่อสื่อสารกับกลุ่มผู้บริหารได้โดยตรง เช่น ผู้จัดการ ฯลฯ</li>
<li>สามารถรวบรวมข้อมูลของบริษัทหรือภาคธุรกิจต่าง ๆ ได้</li>
<li>ความสามารถในการค้นหาพาร์ทเนอร์หรือบุคคลกรเพื่อการทำธุรกิจได้</li>
</ul>
</div>
<h2>นอกจากนี้ LinkedIn ยังมีฟังชันก์ที่ใช้ในการค้นหางาน</h2>
<p>และคัดสรรบุคคลเพื่อการจ้างงานบนหน้าโปรไฟล์ของ LinkedIn เอง ยังนำเสนออยุ่ในรูปแบบของภาคธุรกิจ ที่นอกจาก การระบุ ชื่อ อีเมล์และสถานที่ทำงานแล้ว ก็ยังสามารถลงรายละเอียดของทักษะที่ตนเองมีและประวัติการถูกจ้างงานได้ด้วย</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น ที่LinkedIn ผู้ใช้บริการยังสามารถสมัครงานไปยังฝ่ายจัดหางานต่าง ๆ ได้และนอกจากการที่บริษัทในฐานะของผู้จัดหางาน จะทำการเปิดรับสมัครงานแล้ว แต่การลงทะเบียนข้อมูลต่าง ๆ ทิ้งไว้บน LinkedInก็สามารถได้รับความสนใจจากผู้จ้างงานและเปิดโอกาสให้มีงานทำได้ด้วยเช่นกัน</p>
<h2>ภาคธุรกิจใดที่มีการใช้ LinkedIn ในการรับสมัครงานมากที่สุด?</h2>
<p>ปัจจุบัน ผลการสำรวจโดยLinkedIn เอง  พบว่าธุรกิจที่มีปริมาณการจ้างงานมากที่สุดผ่าน LinkedIn คือภาคอุตสาหกรรมไอที</p>
<p>และเมื่อไม่นานมานี้ ภาคอุตสาหกรรมที่เรียกกันว่า Fintech (การรวมกันของ Financial relation + IT) ก็กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้การเปิดรับสมัครงานด้านการเงินก็เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน</p>
<p>เช่นเดียวกัน ถ้าคุณสังเกตุให้ลึกลงไปอีก จะพบว่าการจ้างจะมีทั้งฝ่ายขาย, โอเปอเรเตอร์, วิศวกร, ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ, ฝ่ายขายและการตลาด, โปรแกรมเมอร์,ผู้จัดการทั่วไป, การเงิน, การจัดการสินค้า, การบัญชี, ฝ่ายบุคคล, การประกันคุณภาพ, งานลูกค้าสัมพันธ์, งานให้คำปรึกษา</p>
<p>ซึ่งถ้ามองจากมุมนี้ จะเห็นว่าการเปิดรับสมัครงานอยู่ในขอบเขตที่กว้างพอสมควรเลยทีเดียว</p>
<h2>วิธีใช้งาน LinkedIn เพื่อ “ให้เข้าถึงตัวบุคลากรคุณภาพของบริษัทคู่แข่งได้”</h2>
<p>แล้วเราจะใช้ประโยชน์ LinkedInในการจ้างงานได้อย่างไรกัน？ขอแนะนำตัวอย่างการใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ จาก LinkedIn เพื่อการจ้างงานกันดังนี้</p>
<h3>สามารถโพสต์รับสมัครงานบนหน้าเพจของบริษัทได้（มีทั้งแบบฟรีและแบบเสียค่าธรรมเนียม）</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-502 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/11/linkedin.png" alt="LinkedIn คือสื่อสังคมออนไลน์ที่มีความพิเศษในด้านธุรกิจ" width="600" height="302" title="LinkedIn คืออะไร ? สื่อสังคมออนไลน์ที่พิเศษต่อคนทำงาน 1243"></p>
<p>บนหน้าเพจบริษัท คุณสามารถแนะนำรายละเอียดหรือเขียนบทความต่าง ๆของบริษัทได้ และรวมถึงการประกาศรับสมัครงานของบริษัท  กรณีนี้จะทำให้บริษัทสามารถส่งตรงข้อเสนองานให้กับผู้คนที่สนใจเข้าเยี่ยมชมหน้าเพจของบริษัทได้ด้วย</p>
<p>ผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมหน้าเพจของบริษัทก็จะมีแนวโน้มสูงที่จะสนใจในข้อมูลการรับสมัครงานของบริษัท หรือแม้แต่ผู้ที่ใช้บริการทั่วไป ก็สารถเข้าถึงข้อมูลรับสมัครงานที่โพสตืบนหน้าเพจและทำการสมัครได้อย่าง่ายดายอีกเช่นกัน</p>
<p>นอกจากนี้ในการเผยแพร่ข้อมูลของเพจบริษัทยังมีทั้งแบบไม่มีและแบบมีค่าใช้จ่าย ซึ่งผมจะอธิบายความแตกต่างของทั้งสองแบบดังต่อไปนี้</p>
<h3>การเผยแพร่ข้อมูลเพจบริษัท（แบบไม่มีค่าใช้จ่าย）</h3>
<div class="focused-block--is-bold-border">
<ul>
<li>แนะนำภาพรวมของบริษัท</li>
<li>ข้อมูลการเปิดรับสมัครงาน（ได้เพียงการแจ้งข่าวการสมัครงานไม่สามารถลงลึกเกี่ยวกับรายละเอียดของงานได้）</li>
</ul>
</div>
<p>สำหรับรูปแบบที่ไม่มีค่าใช้จ่ายจะไม่สามารถทำการสมัครงานได้โดยตรงผ่าน LinkedIn  แต่คุณสามารถวางลิงก์เว็บไซต์ของบริษัทไว้บนหน้าแนะนำภาพรวมบริษัท ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมาก เพราะจากจุดนั้นผู้สมัครจะสามารถถูกเชื่อมโยงเพื่อทำการสมัครงานของบริษัทได้</p>
<h3>การเผยแพร่ข้อมูลเพจบริษัท（แบบมีค่าใช้จ่าย）</h3>
<p>สำหรับรูปแบบที่มีค่าใช้จ่าย จะมีข้อเสนอเพิ่มเติมที่แตกต่างจากแบบฟรีดังนี้</p>
<div class="focused-block--is-bold-border">
<ul>
<li>แนะนำบริษัทโดยละเอียดด้วยภาพถ่าย</li>
<li>แนะนำพนักงาน</li>
<li>แกลอรี่ภาพถ่าย</li>
<li>บล็อกของพนักงาน ฯลฯ</li>
<li>ข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร</li>
</ul>
</div>
<p>ด้วยข้อเสนอดังกล่าว คุณจะสามารถบอกรายละเอียดทั้งหมดของบริษัทได้ และแน่นอนว่าการสมัครงานผ่าน LinkedIn ก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p>และ หากมีบุคคลที่คุณรู้จักผ่านLinkedInอยู่ในบริษัทที่โพสต์งานนั้น คุณก็สามารถให้คนรู้จักคนนั้นเสนองานให้แก่คุณได้ด้วย นอกจากนี้คุณยังสามารถติดต่อกับผู้ที่โพสต์ข้อเสนอนั้นได้โดยตรงด้วย</p>
<p style="text-align: center;">[หน้าลิสต์งานที่รับสมัคร]</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-503 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/11/0d40a5e4a645fc6b96e767d64ac0878e.png" alt="LinkedIn คือสื่อสังคมออนไลน์ที่มีความพิเศษในด้านธุรกิจ" width="600" height="301" title="LinkedIn คืออะไร ? สื่อสังคมออนไลน์ที่พิเศษต่อคนทำงาน 1244"></p>
<p style="text-align: center;">[หน้ารายละเอียดของงาน]</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-504 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2018/11/gamen.png" alt="gamen" width="600" height="299" title="LinkedIn คืออะไร ? สื่อสังคมออนไลน์ที่พิเศษต่อคนทำงาน 1245"></p>
<p style="text-align: center;">[หน้า บล็อกและภาพถ่าย]</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/site//3/Blog_photo.png" width="664" height="431" alt="Blog photo" title="LinkedIn คืออะไร ? สื่อสังคมออนไลน์ที่พิเศษต่อคนทำงาน 1246"></p>
<h3>ความสามารถในการค้นหาผู้สมัครที่เหมาะสม（มีค่าบริการ）</h3>
<p>โปรแกรมแบบฟรี คุณต้องรอให้ผู้ใช้บริการเข้าไปยังเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อการสมัครงาน ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของผู้รอรับสาร。</p>
<p>แต่ถ้าคุณใช้โปรแกรมแบบที่มีค่าใช้จ่าย คุณสามารถค้นหาผู้สมัครที่เหมาะสำหรับวัตถุประสงค์ของคุณได้ ท่ามกลางผู้ใช้บริการจำนวนมากและยังสามารถติดต่อกับผุ้สมัครเหล่านั้นได้โดยตรงโวย</p>
<p>และด้วยตัวกรองในการค้นหา ฟังชันก์นี้จะช่วยให้คุณคัดสรรบุคคลได้ง่ายขึ้น ด้วยการจำกัดข้อมูลให้แคบลง ด้วยการระบุลักษณะธุรกิจหรืออาชีพ ทักษะความสามารถที่ต้องการเป็นต้น</p>
<p>ด้วยผลลัพธ์การค้นหา หากคุณพบกับผู้สมัครที่ตรงตามความต้องการ คุณก็สามารถส่งรายละเอียดต่างเพื่อประชาสัมพันธ์แก่ผู้สมัครโดยตรง รวมทั้งจดหมาย Scout Mail ด้วย</p>
<p>แน่นอนว่าการใช้คุณสมบัตินี้ จะช่วยให้คุณเข้าถึงผู้สมัครที่กำลังตัดสินใจจะเปลี่ยนงานได้สบาย ๆ</p>
<h3>ความสามารถในการค้นหาบริษัทคู่แข่ง（มีค่าบริการ）</h3>
<p>คุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมอีกอย่างหนึ่งของ LinkedIn คือการสำรวจบุคคลกรของบริษัทคู่แข่งและรับรายละเอียดติดต่อโดยตรงได้</p>
<p>สามารถส่งจดหมาย Scout Mail ไปยังบุคลากรของบริษัทคู่แข่งได้ด้วย ซึ่งปกติแล้วมักจะทำการติดต่อได้ยากมาก</p>
<p>นอกจากนี้บริการนี้ยังสามารถช่วยให้คุณรับรู้การจัดการและทรัพยากรบุคคลที่มีขององค์กรคู่แข่ง รวมถึงการที่คุณสามารถดูประเภทของบุคคลกรและที่บริษัทคู่แข่งกำลังว่าจ้างอยู่ได้ด้วย</p>
<p>บริการดังกล่าวจาก LinkedIn จะช่วยให้คุณรับทราบข้อมูลต่าง ๆ ขององค์กรคู่แข่ง เช่น บริษัทคู่แข่งมีการจ้างงานวิศวกรอยุ่กี่คน อายุหรือโครงสร้างตำแหน่งของคู่แข่งคืออะไร</p>
<p>วิศวกรเหล่านั้นมีประวัติการทำงานหรือทักษะที่มีเป็นอย่างไรบ้าง เป็นต้น</p>
<p>ในทางตรงข้าม คุณก็สามารถตรวจสอบได้ว่า พนักงานที่เคยเปลี่ยนจากบริษัทของคุณมีการรั่วไหลไปยังบริษัทคู่แข่งหรือไม่ ได้ด้วยเช่นกัน</p>
<h3>การโฆษณา（มีค่าบริการ）</h3>
<p>คุณสามารถลงทะเบียนเพื่อเผยแพร่โฆษณาบนหน้าฟีดหลักของ LinkedIn หรือในอีเมลที่ส่งจาก LinkedIn ได้ ฯลฯ</p>
<p>สมาชิกของ LinkedIn จะสามารถลงข้อมูลต่าง ๆ  เช่น คุณสมบัติ การศึกษา ประวัติการทำงาน ทักษะความสามารถ หรือคุณสมบัติอื่น ๆ รวมทั้งสามารถทำการโฆษณาที่กำหนดเป้าหมายด้วยการลงทะเบียนได้</p>
<p>สำหรับรูปแบบโฆษณาของLinkedInที่มีให้บริการ เช่น Sponsored Job Ads, Sponsored content, Text ads, Sponsored InMail, Dynamic ads, Display ads ฯลฯ ซึ่งเรียกได้ว่ามีบริการอยู่หลายแบบหลายสไตล์ทีเดียว</p>
<div class="focused-block--is-bold-border">สำหรับท่านที่ต้องการทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับโฆษณาของ LinkedIn ให้คลิกได้ที่นี่<br />
<a href="http://linkedin-method.com/linkedin-ad/types-and-characteristics-of-linkedin/" target="_blank" rel="&quot;nofollow noopener">http://linkedin-method.com/linkedin-ad/types-and-characteristics-of-linkedin/</a></div>
<h3 id="tw-target-text" class="tw-data-text tw-ta tw-text-medium"><span lang="th">การเฟ้นหาบุคคลที่น่าสนใจ (มีค่าบริการ)</span></h3>
<p>คุณสามารถส่งจดหมาย Scout Mail ภายใน LinkedIn ไปยังบุคคลที่คุณค้นพบและสนใจผ่านฟังก์ชันการค้นหาได้</p>
<p>ก่อนหน้านั้น คุณจำเป็นที่จะต้องซื้อบริการที่เรียกว่า &#8220;Recruiter License&#8221; เสียก่อน หลังจากที่ได้รับมาแล้ว คุณถึงจะสามารถค้นหาบุคคลกรคุณภาพที่คุณต้องการและจึงแจกจ่าย Scout Mail ไปยังบุคคลเหล่านั้น</p>
<p>นอกจากนี้ยังสามารถจำกัดเป้าหมายในการแจกจ่ายให้แคบลงได้อีกด้วย  รวมถึงฟังก์ชั่นที่ช่วยให้การคัดสรรง่ายขึ้นด้วยตัวกรองที่หลากหลายบนฐานข้อมูลของ LinkedIn ที่มีการรวบรวมข้อมูลทางธุรกิจซึ่งมีการโพสต์ไว้จำนวนมากบนโปรไฟล์ส่วนบุคคลต่างๆ อาทิ เช่น ทักษะ, ชื่อบริษัท, ตำแหน่ง,  ปีที่จบการศึกษา, สถานศึกษา หรือ ที่อยู่เป็นต้น</p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>แม้ว่าตอนนี้ LinkedIn จะมีการเรียกเก็บค่าบริการในหลาย ๆ อย่าง แต่คุณก็สามารถใช้ประโยชน์จากการค้นหาผู้สมัครที่คุณต้องการด้วยความถูกต้องแม่นยำและคุณสามารถเข้าถึงผู้คนได้ด้วยโดยวิธีการโฆษณาหรือจดหมายscout mail ได้ด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ยังถือเป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการจัดหางาน เพราะผู้ใช้บริการหลายพันคนที่นี่ ที่เป็นผู้สนใจจะเปลี่ยนงานที่มากคุณภาพรวมตัวกันอยู่ที่นี่ และยังสร้างโอกาสพบปะกับผู้คนที่ปกติแล้วมาสารถจะเจอได้ง่าย ๆ ด้วย</p>
<p>โดยรวมแล้ว การใช้งาน LinkedIn ถือว่าน่าสนใจอย่างมาก ด้วยความต่อเนื่องในการประชาสัมพันธ์องค์กรสู่สาธารณะ และการเข้าถึงผู้สมัครได้อย่างราบรื่น  และอาจเป็นช่องที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังตามหาวิธีการดี ๆ ในการคัดสรรบุคลกรในตอนนี้ก็เป็นได้<a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190312-social-media-recruitment/"><br />
</a></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%; text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190312-social-media-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-8316 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/03/2b00b90315a9406661af8765a014b347-1.jpg" alt="Social Media Recruiting การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media HR NOTE" width="500" height="334" title="LinkedIn คืออะไร ? สื่อสังคมออนไลน์ที่พิเศษต่อคนทำงาน 1247"></a><span style="font-size: 12pt;"><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/190312-social-media-recruitment/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">การสรรหาพนักงานผ่าน Social Media</a></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div></div>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="คุยกับ ภัทรเสฏฐ หนุนภักดี จาก LinkedIn Thailand แพลตฟอร์มแห่งโอกาส ที่ไม่ใช่แค่ช่วยคนหางาน 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
