Search
Close this search box.

แม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์”

HIGHLIGHT

  • ผู้สมัคร 76.6% ใช้ AI ช่วยเขียนใบสมัคร ทำให้เรซูเม่เนียนจนแยกแทบไม่ออก
  • ทีมสรรหา 52.1% ใช้ AI ลดงานเอกสาร คัดกรองไวขึ้น แต่งานตัดสินใจยังเป็นหน้าที่มนุษย์
  • องค์กรเริ่มลดบทบาทเรซูเม่ 41% ไม่อาศัยเรซูเม่เป็นหลักอีกต่อไป
  • ช่วงสำคัญอย่าง การสัมภาษณ์–เจรจาเงินเดือน–ยื่นข้อเสนองาน ยังต้องใช้วิจารณญาณมนุษย์
  • ไทยเองก็เหมือนกัน 9 ใน 10 องค์กร ใช้ AI สรรหาแล้ว แต่ยังย้ำว่า “ความเป็นมนุษย์” แทนไม่ได้
  • สุดท้ายแล้วแม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์”

AI Recruiter HR

กระบวนการสรรหาบุคลากร (Recruitment) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดกรองใบสมัคร การทำงานเอกสาร ไปจนถึงการประเมินทักษะเบื้องต้น กระทั่งฝั่งผู้สมัครงานเองก็ใช้เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการสร้าง Resume 

อย่างไรก็ตาม รายงานทั้งต่างประเทศและในประเทศไทยกลับสะท้อนข้อเท็จจริงร่วมกันว่า แม้ AI จะช่วยให้การสรรหางานเร็วขึ้น แต่การตัดสินใจข้อเสนองาน (Job offer) ยังเป็นบทบาทของมนุษย์

บทความนี้จะพาไปสำรวจสถิติ แนวโน้ม และความเปลี่ยนแปลงสำคัญของนักสรรหาในยุค AI-driven Recruitment พร้อมมุมมองจากตลาดแรงงานไทยปี 2025 ที่กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

AI เข้ามาแทนที่หรือเข้ามาช่วยการสรรหา ? 

จากรายงาน Willo Hiring Trends Report 2026 สะท้อนภาพชัดเจนว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสรรหาบุคลากรอย่างลึกซึ้งแล้ว เพราะฝั่งผู้สมัครและทีมสรรหาเองต่างก็พึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้นในทุกขั้นตอน

ทั้งนี้ ฝั่งผู้สมัครงานมีการใช้ AI อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการขัดเกลาประวัติส่วนตัว การเขียน Cover Letter หรือแม้แต่เตรียมคำตอบเชิงพฤติกรรม จน 76.6% ของทีมสรรหาระบุว่า เจอใบสมัครที่ผ่านการใช้ AI ช่วยเขียนอยู่เป็นประจำ เทรนด์นี้สะท้อนว่าผู้สมัครเริ่มมอง AI เป็นผู้ช่วยส่วนตัวในการนำเสนอตัวเองให้ดีที่สุด

ขณะเดียวกัน ทีมสรรหาก็เริ่มยกระดับประสิทธิภาพด้วยการนำ AI มาจัดการงานที่ต้องใช้เวลาและแรงงานมาก โดย 52.1% ของทีมสรรหา ใช้ AI ในงานสำคัญ เช่น การสรุปคำตอบหรือข้อมูลที่ซับซ้อน, การตั้งมาตรฐานการคัดกรองเบื้องต้นให้มีความเท่าเทียมและแม่นยำมากขึ้น หรือการลดภาระงานเอกสารที่กินเวลา ฯลฯ

สิ่งที่น่าสนใจคือ Willo ชี้ว่า องค์กรไม่ได้มอง AI จะแทนที่มนุษย์ แต่ทำให้เข้าใจมากขึ้นว่า AI ควรอยู่ตรงไหนในองค์กรเพื่อเพิ่มมูลค่า และตรงไหนที่ยังต้องใช้การตัดสินจากวิจารณญาณของมนุษย์ เช่น การประเมินความเหมาะสมเชิงลึก บุคลิกภาพ ความจริงใจ และศักยภาพในอนาคตของผู้สมัคร ฯลฯ สิ่งที่ AI ยังทำได้ไม่เหมือนมนุษย์แน่นอน

recruiter-human-decision-over-ai

เมื่อ AI ทำให้ใบสมัครสมบูรณ์แบบเกินจริง

จะว่าไปแล้ว การเติบโตของ AI ทำให้รูปแบบใบสมัครงานเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน กระทั่งบางครั้งหน้าตาก็เริ่มคล้ายกันจนแทบแยกไม่ออกว่ามาจากคนจริงหรือมาจาก AI สร้างมา 

รายงานเดียวกันนี้ยังพบว่า องค์กรจำนวนมากต้องปรับกระบวนการประเมินใหม่เพื่อค้นหาความเป็นตัวจริงของผู้สมัคร ท่ามกลางใบสมัครที่ถูกตกแต่งด้วยเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อย ๆ

จากข้อมูลพบว่าองค์กรตอบสนองด้วยการเพิ่มขั้นตอนที่ช่วยเปิดเผยทักษะและบุคลิกภาพที่แท้จริง เช่น

  • 47.3% ปรับวิธีการสัมภาษณ์ให้ลึกและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น
  • 31.9% เพิ่มแบบทดสอบทักษะจริงในกระบวนการ
  • 27.5% ใช้คำถามเชิงประสบการณ์ส่วนตัวเพื่อดูความคิดและการตัดสินใจ
  • 22% ใช้การคัดกรองผ่านวิดีโอเพื่อดูความเป็นธรรมชาติ
  • และหลายองค์กรเริ่มฝึกทีมสรรหาให้รู้เท่าทันคำตอบหรือข้อมูลที่อาจถูกสร้าง AI

 

หรือเรซูเม่เริ่มหมดความน่าเชื่อถือในยุค AI ?

จากประเด็นข้างต้น รายงาน Willo Hiring Trends Report 2026 ยังตั้งข้อสังเกตว่า เรซูเม่กำลังหมดบทบาทในฐานะแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ที่สุดในการตัดสินความสามารถของผู้สมัคร โดยเฉพาะในยุคที่ AI สามารถทำให้ทุกเรซูเม่ดูสมบูรณ์แบบได้ในเวลาไม่กี่วินาที กระทั่ง 41% ขององค์กรเริ่มลดบทบาทเรซูเม่ลงอย่างเห็นได้ชัด

“เรซูเม่แบบดั้งเดิมกำลังสูญเสียอิทธิพลในการสรรหา เพราะมีนายจ้างไม่ถึง 4 ใน 10 ยังมองว่ามันเป็นตัวชี้วัดศักยภาพที่เชื่อถือได้ ในยุคที่ใบสมัครสามารถถูกสร้างด้วย AI” – Willo Hiring Trends Report 2026

สอดคล้องกับคำกล่าวของ Euan Cameron, CEO ของ Willo ว่า “เรซูเม่เคยบอกเล่าเรื่องราวของความพยายาม ประสบการณ์ และทักษะ แต่ตอนนี้มันมักบอกเพียงว่าใครสามารถสั่งให้โมเดลภาษาเขียนออกมาได้ดีแค่ไหนแทน”

คำกล่าวนี้สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในตลาดแรงงานปัจจุบันว่า ผู้สมัครที่มีศักยภาพอาจถูกกลืนหายไปในใบสมัครแสนสวนที่คล้ายกันหมดจาก AI ฉะนั้นองค์กรต้องจับสัญญาณของความสามารถจริง ความคิดจริง และบุคลิกที่ซื่อสัตย์แท้จริงของผู้สมัครให้ได้นั่นเอง

recruiter-human-decision-over-ai

ข้อเสนองาน (Job offer) ยังเป็นบทบาทของมนุษย์

แม้เทคโนโลยี AI จะเข้ามายกระดับกระบวนการสรรหา แต่ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการตัดสินใจ องค์กรส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นว่า มนุษย์ต้องเป็นผู้ตัดสินใจคนสุดท้าย 

รายงานชี้ว่า 78.7% ของทีมสรรหายืนยันว่า การเลือกผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุดเป็นงานที่ต้องอาศัยวิจารณญาณ ความละเอียดอ่อน และความเข้าใจเชิงมนุษย์ที่เทคโนโลยีไม่อาจทดแทนได้

เมื่อพิจารณาถึงรายละเอียดของงาน HR จะพบว่ามีหลายขั้นตอนที่ยังต้องอาศัยการสื่อสารและการอ่านสัญญาณทางอารมณ์ เช่น

  • การเจรจาเงินเดือนและข้อเสนอ ซึ่งต้องคำนึงถึงแรงจูงใจ ความต้องการ และความคาดหวังของผู้สมัคร
  • การสร้างความสัมพันธ์ ที่ช่วยให้ผู้สมัครรู้สึกมั่นใจและเชื่อมั่นในองค์กร
  • การสัมภาษณ์เชิงลึก ที่ต้องประเมินทั้งบุคลิกภาพ ความเข้ากันได้กับทีม และศักยภาพในระยะยาว

นั่นเพราะมนุษย์จะสามารถจับสัญญาณเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ความจริงใจในคำตอบ หรือความสอดคล้องทางวัฒนธรรมองค์กรได้ สิ่งนี้ล้วนเป็นมิติที่ต้องใช้ประสบการณ์และความละเอียดอ่อนของผู้เชี่ยวชาญด้าน HR ที่เป็นคนเท่านั้น

ผลสำรวจ Talent Trends 2025 พบ เวลา 6,700 ชั่วโมงจะหายไปเมื่อ AI เปลี่ยนโฉมการสรรหาบุคลากร

ผลสำรวจ Talent Trends 2025 พบ เวลา 6,700 ชั่วโมงจะหายไปเมื่อ AI เปลี่ยนโฉมการสรรหาบุคลากร

9 ใน 10 องค์กรไทยก็เริ่มใช้ AI ในการสรรหาเช่นกัน

เทรนด์การใช้ AI ในการสรรหาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในต่างประเทศ เพราะรายงาน Talent Trends 2025 โดย Robert Walters Thailand ระบุอย่างชัดเจนว่า องค์กรไทยกำลังเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน และมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมประสิทธิภาพการสรรหาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลล่าสุดพบว่า มากถึง 9 ใน 10 องค์กรไทย ใช้ AI ในกระบวนการคัดกรองและจัดการข้อมูลผู้สมัคร ไม่ว่าจะเป็นการช่วยประมวลผลเรซูเม่ การวิเคราะห์ความเหมาะสมเบื้องต้น หรือการจัดลำดับผู้สมัครตามความสอดคล้องกับตำแหน่งไม่ต่างกัน, แม้องค์กรไทยจะเปิดรับเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่การรักษาบทบาทของมนุษย์ในกระบวนการสรรหา โดยผู้บริหารของ Robert Walters ให้ความเห็นว่า แม้ AI, Machine Learning และ Data Analytics จะช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพได้มาก แต่ สิ่งที่ไม่สามารถถูกแทนที่ได้คือความเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจ 

ท้ายที่สุดแล้ว ทักษะการฟัง การอ่านบริบท และการประเมินความเหมาะสมเชิงลึก ยังคงเป็นหัวใจของงานสรรหาที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนและประสบการณ์ของคนทำงานด้าน HR โดยตรง

 

บทสรุป แม้ Recruiter ยุคใหม่จะใช้ AI ในการสรรหา แต่การตัดสินใจยังอยู่ที่ “มนุษย์”

จากทั้งรายงานต่างประเทศและข้อมูลตลาดไทย บทสรุปที่ชัดเจนคือ AI ไม่ได้มาแทนที่นักสรรหา แต่ทำให้นักสรรหาทำงานได้ดีขึ้น

AI ช่วยให้เราคัดกรองเร็วขึ้น มองผู้สมัครได้รอบด้านมากขึ้น และลดงานเอกสารลง แต่ความเข้าใจมนุษย์ ความเห็นอกเห็นใจ และความสามารถในการตัดสินความเหมาะสมเชิงลึก ยังเป็นบทบาทที่มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่ทำได้

ด้วยเหตุนี้ องค์กรที่ประสบความสำเร็จที่สุดจึงไม่ใช่องค์กรที่ใช้ AI มากที่สุด แต่คือองค์กรที่รู้ว่า ควรใช้ AI ในจุดไหน และควรปล่อยให้ความเป็นมนุษย์ทำงานในจุดไหน

หากองค์กรต้องการเริ่มต้นใช้ AI ในการสรรหา หรือกำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการคัดเลือกบุคลากร สามารถเริ่มต้นได้ที่ HREX แพลตฟอร์มที่พร้อมช่วยให้องค์กรใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับคุณค่าของความเป็นมนุษย์ในการทำงาน.

HREX ปรึกษา HR Solution

Source

ผู้เขียน

Picture of Sahatorn Petvirojchai

Sahatorn Petvirojchai

Manager of HREX.asia who works in media platforms for a long time. Interested in Global Culture, Marketing, and Self Development.

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้