<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Success Story &#8211; HREX.asia</title>
	<atom:link href="https://th.hrnote.asia/category/story/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://th.hrnote.asia</link>
	<description>HREX สนับสนุนการเติบโตขององค์กรโดย HR</description>
	<lastBuildDate>Thu, 14 May 2026 01:53:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://th.hrnote.asia/storage/2023/01/favicon-96x96-1.png</url>
	<title>Success Story &#8211; HREX.asia</title>
	<link>https://th.hrnote.asia</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Jetts Fitness: สร้าง The Most Loved Gym ด้วยพลังของคนและวัฒนธรรมองค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/jetts-fitness-the-most-loved-gym-260514/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/jetts-fitness-the-most-loved-gym-260514/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 May 2026 01:52:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Jetts Fitness]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49910</guid>

					<description><![CDATA[หลายองค์กรในยุคปัจจุบันพยายามสร้าง “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” ด้วยการเพิ่มสวัสดิการหรือสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดูทันสมัย แต่สิ่งเหล่านั้นอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างความผูกพันและความรู้สึกมีคุณค่าให้พนักงานในระยะยาว แต่สำหรับ Jetts Fitness กลับเลือกให้ความสำคัญกับคนในฐานะหัวใจขององค์กร ผ่านการสร้างวัฒนธรรม The Most Loved Gym ที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงตัวตน เติบโตในเส้นทางอาชีพ และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรอย่างแท้จริง ชนิดที่ AI ยากจะแย่งงานพวกเขาได้ จนเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้องค์กรคว้ารางวัล จาก HR Asia นำโดย Best Companies to Work for in Asia มาครอง HREX มีโอกาสพูดคุยกับคุณ ณพพงศ์ พงษ์พานิชนุกูล Head of People ของ Jetts Fitness ถึงแนวคิดการสร้างองค์กรที่พนักงานอยากตื่นมาทำงานทุกวันได้อย่างไร ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้ ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” ในโลกการทำงานปัจจุบัน ณพพงศ์: สำหรับผม องค์กรที่น่าทำงานด้วย ไม่ได้หมายถึงแค่ มีออฟฟิศสวย มีสวัสดิการเก๋ ๆ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49915" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-05-03T210227.038-1.webp" alt="jetts-fitness-the-most-loved-gym" width="600" height="370" title="Jetts Fitness: สร้าง The Most Loved Gym ด้วยพลังของคนและวัฒนธรรมองค์กร 5" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-05-03T210227.038-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/Copy-of-HREX-Cover-by-Para-2026-05-03T210227.038-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หลายองค์กรในยุคปัจจุบันพยายามสร้าง <em>“องค์กรที่น่าทำงานด้วย”</em> ด้วยการเพิ่มสวัสดิการหรือสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดูทันสมัย แต่สิ่งเหล่านั้นอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างความผูกพันและความรู้สึกมีคุณค่าให้พนักงานในระยะยาว</p>
<p>แต่สำหรับ <strong><a href="https://www.jetts.co.th/" target="_blank" rel="noopener">Jetts Fitness</a></strong> กลับเลือกให้ความสำคัญกับคนในฐานะหัวใจขององค์กร ผ่านการสร้างวัฒนธรรม <strong>The Most Loved Gym</strong> ที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงตัวตน เติบโตในเส้นทางอาชีพ และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรอย่างแท้จริง ชนิดที่ AI ยากจะแย่งงานพวกเขาได้ จนเป็นหนึ่งในเหตุผลที่<a href="https://th.hrnote.asia/news/hr-asia-best-companies-to-work-for-in-asia-2025-251001/">ทำให้องค์กรคว้ารางวัล จาก HR Asia นำโดย Best Companies to Work for in Asia</a> มาครอง</p>
<p>HREX มีโอกาสพูดคุยกับคุณ <strong><a href="https://th.hrnote.asia/story/jetts-fitness-hr-strategy-230313/">ณพพงศ์ พงษ์พานิชนุกูล</a> Head of People ของ Jetts Fitness</strong> ถึงแนวคิดการสร้างองค์กรที่พนักงานอยากตื่นมาทำงานทุกวันได้อย่างไร ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้</p>

<h2>ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” ในโลกการทำงานปัจจุบัน</h2>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-49912" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1ec2042e-7ddc-49df-87c1-fa91fac684bb-1.webp" alt="jetts-fitness-the-most-loved-gym" width="600" height="600" title="Jetts Fitness: สร้าง The Most Loved Gym ด้วยพลังของคนและวัฒนธรรมองค์กร 6" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1ec2042e-7ddc-49df-87c1-fa91fac684bb-1.webp 1254w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1ec2042e-7ddc-49df-87c1-fa91fac684bb-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1ec2042e-7ddc-49df-87c1-fa91fac684bb-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1ec2042e-7ddc-49df-87c1-fa91fac684bb-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/1ec2042e-7ddc-49df-87c1-fa91fac684bb-1-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ณพพงศ์:</strong> สำหรับผม องค์กรที่น่าทำงานด้วย ไม่ได้หมายถึงแค่ มีออฟฟิศสวย มีสวัสดิการเก๋ ๆ มีโต๊ะปิงปองให้เล่น <em>(ซึ่ง Jetts Fitness เรายังมีให้พนักงานและครอบครัวเล่นฟรีอยู่นะครับ)</em> แต่ในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและคู่แข่งทางธุรกิจ องค์กรที่น่าทำงานด้วยควรจะเป็นสถานที่ที่เปิดโอกาสให้พนักงานมีตัวตน ได้สร้างคุณค่าในตัวเอง และรู้สึกสบายใจในการตื่นมาทำงานทุก ๆ วันมากกว่า</p>
<p>ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้ว่า Engagement ไม่ได้เกิดจากนโยบายใหญ่ ๆ เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากประสบการณ์เล็ก ๆ ร่วมกันระหว่างพนักงาน องค์กร หัวหน้างาน และผู้บริหารในทุก ๆ วัน เพื่อตอกย้ำคุณค่าองค์กรที่เป็น <em>“The Most Loved Gym”</em> ครับ</p>
<h2>Jetts Fitness มีวิธีใช้ เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>ณพพงศ์:</strong> ธุรกิจฟิตเนสมีความเท่ของตัวมันเองครับ นั่นคือ ตราบใดที่ยังมี Personal Trainer สอนออกกำลังกายให้กับลูกค้า AI Tech จะไม่สามารถทำให้พนักงานของเราหายไปจากระบบได้</p>
<p>แต่ในช่วง 2-3 ปีมานี้ ทีม HR ก็นำเทคโนโลยีเข้ามาลดการทำงานที่ซับซ้อนและงานเอกสาร เพื่อเอาเวลาไปโฟกัสกับพนักงานของเราซึ่งเป็นหัวใจขององค์กร เช่น การใช้ Digital Platform ในการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติของงาน HR, Learning Progress and Staff Journey, HR Chatbot และ Engagement Result เป็นต้น</p>
<h2>Jetts Fitness สร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นเพรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กรอย่างไร ?</h2>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-49914" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/62365f5d-a506-461e-84a9-be610fc06b75-1.webp" alt="jetts-fitness-the-most-loved-gym" width="600" height="600" title="Jetts Fitness: สร้าง The Most Loved Gym ด้วยพลังของคนและวัฒนธรรมองค์กร 7" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/62365f5d-a506-461e-84a9-be610fc06b75-1.webp 1254w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/62365f5d-a506-461e-84a9-be610fc06b75-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/62365f5d-a506-461e-84a9-be610fc06b75-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/62365f5d-a506-461e-84a9-be610fc06b75-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/62365f5d-a506-461e-84a9-be610fc06b75-1-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ณพพงศ์:</strong> Jetts Fitness สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ต่อยอดจากรางวัล DEI Award ของ HR Asia ที่เราภูมิใจมาก ๆ ในปีที่ผ่านมา เราเข้าใจอย่างดีว่า พนักงานช่วงอายุที่แตกต่าง มีความคาดหวังจากที่ต่างกัน เราจึงนำข้อมูลจาก NPS และ Engagement Score ของพนักงานมาออกแบบสวัสดิการให้ตรงตามความต้องการของพนักงาน ที่อยู่บนพื้นฐานความเป็นไปได้และความเข้าใจร่วมกันของทุกช่วงวัย</p>
<p>และอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือการพัฒนาพนักงานผ่าน Jetts Academy ในปีที่ผ่านมาเราทำงานร่วมกันกับนักจิตวิทยาในการสัมภาษณ์และเก็บข้อมูลเพื่อนำมาต่อยอดการดูแลคนในองค์กรของเราอีกด้วย</p>
<h2>การขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทยเป็นเรื่องจริงที่ทุกคนเผชิญ Jetts Fitness แก้ปัญหานี้อย่างไรทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?</h2>
<p><strong>ณพพงศ์:</strong> ปัญหาคลาสสิกของ Talent War คือทุกองค์กรอยากได้คนเก่งมาร่วมงาน แต่ที่ Jetts Fitness เราอยากได้ทั้งคนเก่งและคนดีครับ<br />
ในเชิงกลยุทธิ์ HR เราพยายามเฟ้นหา DNA ของคนที่จะเข้ามาทำงานในองค์กรเป็นอันดับแรก และเราสร้าง Management Pipeline ผ่าน Talent Program เพื่อมาสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจและการขยายสาขา</p>
<p>เราปรับสวัสดิการ Referral Program ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น ร่วมกับการลงมือปฏิบัติที่เราเดินหน้าหาพันธมิตรการศึกษา (Academic Partnership) ในการทำ MoU กับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศที่มีการเปิดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์การกีฬา หรือหลักสูตรที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มจำนวนบัณฑิตที่จบแล้วมีงานทำครับ</p>
<h2>เมื่อโลกการทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอเพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ของงานไว้ได้?</h2>
<p><strong>ณพพงศ์:</strong> อย่างที่ผมได้พูดไปในเรื่อง AI Tech มันไม่สามารถลดบทบาทพนักงานส่วนใหญ่ที่เป็น Personal Trainer ได้ แต่เราเองก็ไม่ละเลยการดูแลคนเช่นกัน</p>
<p>ผมออกแบบแนวคิด People Friend ซึ่งมาจากพื้นฐานของ ‘Your Voice Matters’ และได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี เพราะพนักงาน GenZ ที่เป็นพนักงานส่วนของ Jetts Fitness นั้นต้องการพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็น และเราก็เปิดโอกาสและรับฟังพวกเขาเสมอครับ</p>
<h2>หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่ Jetts Fitness ทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรจากมัน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49913" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/2c92afbe-5f2a-4a41-b4cb-8401a399e364-1.webp" alt="jetts-fitness-the-most-loved-gym" width="600" height="400" title="Jetts Fitness: สร้าง The Most Loved Gym ด้วยพลังของคนและวัฒนธรรมองค์กร 8" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/2c92afbe-5f2a-4a41-b4cb-8401a399e364-1.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/2c92afbe-5f2a-4a41-b4cb-8401a399e364-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/2c92afbe-5f2a-4a41-b4cb-8401a399e364-1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/2c92afbe-5f2a-4a41-b4cb-8401a399e364-1-768x512.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ณพพงศ์:</strong> สิ่งที่ผมภูมิใจคือ การสร้างความสำเร็จให้กับพนักงานที่ได้เติบโตในอาชีพที่พวกเขาใฝ่ฝัน ในองค์กรที่พวกเขาได้พัฒนา และในบ้านเกิดของพวกเขา</p>
<p>พนักงานได้ดูแลพ่อแม่ พร้อมกับมีความก้าวหน้าในอาชีพ ซึ่งต่อยอดจากการที่ Jetts Fitness พยายามขยายสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศ<br />
แทนที่เราจะส่งคนจากกรุงเทพฯ ไปคุมสาขาที่เปิดใหม่ในต่างจังหวัด เราเลือกที่จะค้นหาและพัฒนาพนักงานระดับปฏิบัติการที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่นั้นๆ ผ่าน Talent Program อย่างเข้มข้น แล้วโปรโมทพวกเขาให้กลับไปเป็น Club Manager ที่บ้านเกิด</p>
<p>เมื่อเรามอบโอกาสและความไว้ใจที่มากพอ พร้อมกับสร้างสภาพแวดล้อมที่สอดคล้องกับความสุขในชีวิตส่วนตัวของพนักงาน โดยหวังว่าพวกเขาจะตอบแทนองค์กรด้วยศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/jetts-fitness-the-most-loved-gym-260514/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อหลายองค์กรใช้เทคโนโลยีแทนคน Kimberly-Clark Thailand เลือกพัฒนาคนให้เก่งขึ้น</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/kimberly-clark-thailand-hr-asia-260504/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/kimberly-clark-thailand-hr-asia-260504/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 May 2026 14:12:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Kimberly-Clark Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49777</guid>

					<description><![CDATA[“ไม่มีอะไรช้าเกินไปหากเราจะพัฒนา และไม่มีอะไรยากเกินกว่าที่มนุษย์จะทำได้” หลายองค์กรพยายามแก้ปัญหาขาดคนมีทักษะ ด้วยการเติมคนใหม่เข้ามาแทนที่ แต่กลับลืมไปว่า คนมีความสามารถอาจอยู่ในองค์กรตั้งแต่แรกแล้ว ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว Kimberly-Clark Thailand ใช้วิธีนี้สร้างและขับเคลื่อนองค์กร โดยเลือกใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมศักยภาพคน ไม่ใช่เอามาแทนที่ และไม่มากไม่น้อย เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ใครหลายคนอยากร่วมงานด้วย สมกับที่ได้รับรางวัล Best Companies to Work for in Asia จาก HR Asia Kimberly-Clark Thailand ก้าวมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร HREX มีโอกาสพูดคุยกับคุณ อุบลพรรณ ศรีธาราธิคุณ Process Engineer ถึงเคล็ดลับความสำเร็จที่เกิดขึ้น ติดตามได้เลยในบทสัมภาษณ์นี้ ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” ในโลกการทำงานปัจจุบัน อุบลพรรณ: องค์กรที่น่าทำงานด้วย คือองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคน พร้อมลงทุนพัฒนาพนักงาน และเปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ค่ะ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ต้องเป็นองค์กรที่เอื้อให้เราแบ่งเวลาให้กับการใช้ชีวิต นอกเหนือไปจากการทำงานด้วยค่ะ ที่ผ่านมา Kimberly-Clark Thailand นำเทคโนโลยีมาช่วยเสริมพลังคนอย่างไรบ้าง ? อุบลพรรณ: โรงงานของ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49782" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-1.webp" alt="kimberly-clark-thailand-hr-asia-hrex" width="600" height="370" title="เมื่อหลายองค์กรใช้เทคโนโลยีแทนคน Kimberly-Clark Thailand เลือกพัฒนาคนให้เก่งขึ้น 13" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><em>“ไม่มีอะไรช้าเกินไปหากเราจะพัฒนา และไม่มีอะไรยากเกินกว่าที่มนุษย์จะทำได้”</em></p>
<p>หลายองค์กรพยายามแก้ปัญหาขาดคนมีทักษะ ด้วยการเติมคนใหม่เข้ามาแทนที่ แต่กลับลืมไปว่า คนมีความสามารถอาจอยู่ในองค์กรตั้งแต่แรกแล้ว</p>
<p>ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว <a href="https://www.kcprofessional.com/th-thฃ" target="_blank" rel="noopener">Kimberly-Clark Thailand</a> ใช้วิธีนี้สร้างและขับเคลื่อนองค์กร โดยเลือกใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมศักยภาพคน ไม่ใช่เอามาแทนที่ และไม่มากไม่น้อย เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ใครหลายคนอยากร่วมงานด้วย สมกับที่ได้รับ<a href="https://th.hrnote.asia/news/hr-asia-best-companies-to-work-for-in-asia-2025-251001/">รางวัล Best Companies to Work for in Asia จาก HR Asia</a></p>
<p>Kimberly-Clark Thailand ก้าวมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร HREX มีโอกาสพูดคุยกับคุณ <strong>อุบลพรรณ ศรีธาราธิคุณ Process Engineer</strong> ถึงเคล็ดลับความสำเร็จที่เกิดขึ้น ติดตามได้เลยในบทสัมภาษณ์นี้</p>

<h2>ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” ในโลกการทำงานปัจจุบัน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49781" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-2.webp" alt="kimberly-clark-thailand-hr-asia-hrex" width="600" height="400" title="เมื่อหลายองค์กรใช้เทคโนโลยีแทนคน Kimberly-Clark Thailand เลือกพัฒนาคนให้เก่งขึ้น 14" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-2.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-2-1024x682.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-2-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-2-1536x1023.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>อุบลพรรณ:</strong> องค์กรที่น่าทำงานด้วย คือองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคน พร้อมลงทุนพัฒนาพนักงาน และเปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ค่ะ</p>
<p>สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ต้องเป็นองค์กรที่เอื้อให้เราแบ่งเวลาให้กับการใช้ชีวิต นอกเหนือไปจากการทำงานด้วยค่ะ</p>
<h2>ที่ผ่านมา Kimberly-Clark Thailand นำเทคโนโลยีมาช่วยเสริมพลังคนอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>อุบลพรรณ:</strong> โรงงานของ Kimberly-Clark มีระบบ Digital Manufacturing ที่ตอนนี้อยู่ระหว่างการ Launch แต่ละโปรแกรมย่อย รวมทั้งการจัดการฝึกอบรม เพื่อช่วยพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ปัญหา และแก้ไขได้ง่าย และตรงจุดมากยิ่งขึ้นค่ะ เมื่อพนักงานมีทักษะติดตัวมากขึ้นแล้ว ก็จะยิ่งช่วยให้สามารถใช้เทคโนโลยีเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย</p>
<h2>Kimberly-Clark Thailand ออกแบบและสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกคนรู้สึกมีคุณค่า และอยากเติบโตในองค์กรไว้อย่างไร ?</h2>
<p><strong>อุบลพรรณ:</strong> ในองค์กรมีให้จัด Incentive Program เพื่อชื่นชมผลงานเมื่อเราทำได้ตาม KPIs ที่กำหนด และเราสามารถเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมให้ได้รับการชื่นชมได้ตลอดเวลาค่ะ</p>
<p>นอกจากการชื่นชมตามรอบ เรายังสามารถชื่นชมในกลุ่มไลน์ หรือในที่ประชุมใหญ่ เพื่อให้พนักงานมีกำลังใจในการปฏิบัติงานได้ด้วยค่ะ</p>
<p>สำหรับการเติบโต ทางบริษัทมี Career Ladder และมี Skill Matrix ที่ให้เราสามารถปฏิบัติตามเพื่อพัฒนาได้ เราไม่ได้กำหนดว่าพนักงานจะต้องเติบโตในสายงานเดิม แต่สามารถเติบโตในสายงานใหม่ได้ และเราช่วยพูดคุยกับหัวหน้าถึงแนวทางที่เขาต้องการเติบโตได้ว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง จากนั้นหัวหน้างานก็จะช่วยวางแผนการพัฒนาทักษะให้เหมาะกับสมกับแนวทางการเติบโตของแต่ละคนต่อไปค่ะ</p>
<h2>Kimberly-Clark Thailand แก้ปัญหาการขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานอย่างไร ทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49780" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-3.webp" alt="kimberly-clark-thailand-hr-asia-hrex" width="600" height="483" title="เมื่อหลายองค์กรใช้เทคโนโลยีแทนคน Kimberly-Clark Thailand เลือกพัฒนาคนให้เก่งขึ้น 15" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-3.webp 1342w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-3-300x241.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-3-1024x824.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-3-768x618.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>อุบลพรรณ:</strong> สำหรับงานบางจุดที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะพิเศษ เป็นงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ เราจะเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานค่ะ</p>
<p>แต่ถ้างานไหนต้องใช้ทักษะความชำนาญพิเศษ เราจะพัฒนาศักยภาพโดยเตรียมพร้อมตั้งแต่พนักงานกลุ่ม Sub-Contract ให้มีความสามารถและมีทักษะที่พร้อมตั้งแต่แรก</p>
<p>และหากมีการเปิดรับตำแหน่งระดับปฏิบัติการ ก็จะเปิดโอกาสให้พนักงานกลุ่มนี้ได้สมัครและลองปฏิบัติก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าคุณสามารถทำงานได้ ไม่ให้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด</p>
<h2>เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอ เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ของงานไว้ได้ ?</h2>
<p><strong>อุบลพรรณ:</strong> ผู้นำควรคิดเสมอว่าเพราะเราเป็นมนุษย์ มีความรู้สึก และมีความผิดพลาดได้ ในแง่ความรู้สึก ก็ต้องนึกถึงใจเขาใจเรา และใช้หลักมนุษยธรรมในการปฏิบัติงาน บางครั้งความถูกต้องจะต้องมาพร้อมความเมตตาธรรมด้วย</p>
<p>ส่วนในแง่ความผิดพลาด ก็ต้องหาส่วนเสริมมาช่วยลดความผิดพลาดให้น้อยลง อาจเป็นการฝึกทักษะ สร้างความตระหนักรู้ รวมถึงสร้างขั้นตอนการทำงานเพื่อป้องกัน ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยี เครื่องมืออื่น ๆ ประกอบค่ะ</p>
<h2>หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่องค์กรของคุณทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรจากมัน ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49779" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-4.webp" alt="kimberly-clark-thailand-hr-asia-hrex" width="600" height="450" title="เมื่อหลายองค์กรใช้เทคโนโลยีแทนคน Kimberly-Clark Thailand เลือกพัฒนาคนให้เก่งขึ้น 16" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-4.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-4-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-4-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-4-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/05/kimberly-clark-thailand-hr-asia-4-1536x1152.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>อุบลพรรณ:</strong> ช่วงที่ผ่านมา มีการนำระบบ Digital Manufacturing เข้ามาใช้ในโรงงาน ซึ่งถือว่าดีมาก เพราะถือว่าเป็นเครื่องมือให้เราได้วิเคราะห์ระบบกระบวนการทำงานของเรา ว่าปัจจุบันมันเป็นยังไง และจะพัฒนาต่อไปได้ยังไง ซึ่งเป็นข้อมูล Real Time และไม่ต้องพึ่งการจัดเก็บข้อมูลแบบเดิม ๆ ที่ต้องให้คนไปนั่งจดข้อมูล</p>
<p>จุดนี้จะส่งผลทำให้หากมีความผิดปกติ เราก็จะรู้และวิเคราะห์ได้เร็ว ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้มาก และทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ไม่มีอะไรที่ช้าเกินไปหากเราจะพัฒนา และไม่มีอะไรที่ยากเกินไปกว่าที่มนุษย์จะทำได้ค่ะ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/kimberly-clark-thailand-hr-asia-260504/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Siamese Asset กับการสร้างองค์กรที่มอบ “Trust, Learning, Training, &#038; Purpose” ให้พนักงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/siamese-asset-hr-asia-260426/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/siamese-asset-hr-asia-260426/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Apr 2026 13:56:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Siamese Asset]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49680</guid>

					<description><![CDATA[หลายองค์กรพยายามแก้ปัญหาพนักงานขาดทักษะที่ตลาดต้องการด้วยการมองหาคนใหม่เข้ามาแทนที่ จนบางครั้งเผลอละเลยพนักงานเดิมที่มีความเข้าใจในตัวธุรกิจอยู่แล้ว ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาความไม่เชื่อมั่นและวัฒนธรรมองค์กรที่สั่นคลอนในระยะยาว แต่สำหรับ SIAMESE ASSET CO.,LTD. บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังมีวิธีการขับเคลื่อนธุรกิจท่ามกลางความผันผวนกลับเริ่มที่การปั้นคนในให้เก่งรอบด้านผ่านกลยุทธ์ Multiskill และการเปิดโอกาสให้พนักงานลองหมุนเวียนงานเพื่อค้นหาศักยภาพใหม่ ๆ ของตัวเอง จนความผูกพันของพนักงานสูงถึง 82.6% และยังได้รางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia มาครองด้วย HREX มีโอกาสพูดคุยกับคุณ สุนันทา สิ่งสรรเสริญ Co-CEO แห่ง Siamese Asset ถึงแนวคิดการปั้นพนักงานให้มีหัวใจเป็นเจ้าของธุรกิจ (Entrepreneurship) ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนองค์กรมาจนถึงจุดนี้ ความสำเร็จขององค์กรเกิดขึ้นได้อย่างไร ติดตามจากบทสัมภาษณ์นี้ได้เลย ในมุมมองของ Siamese Asset อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงาน” ในโลกการทำงานปัจจุบัน? สุนันทา: ในโลกการทำงานยุคปัจจุบันที่มีความผันผวนสูง องค์กรที่น่าทำงานไม่ใช่เพียงที่ที่มีสวัสดิการดีหรือสร้างสภาพทางกายภาพของที่ทำงานเท่านั้น แต่เป็นองค์กรที่สามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ให้แก่พนักงานได้ นั่นคือ Trust &#8211; ความเชื่อมั่น Learning &#8211; แหล่งความรู้ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49683" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Screenshot-2026-04-09-163517.webp" alt="siamese-asset-hr-asia" width="600" height="371" title="Siamese Asset กับการสร้างองค์กรที่มอบ “Trust, Learning, Training, &amp; Purpose” ให้พนักงาน 21" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Screenshot-2026-04-09-163517.webp 1036w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Screenshot-2026-04-09-163517-300x185.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Screenshot-2026-04-09-163517-1024x633.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Screenshot-2026-04-09-163517-768x474.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หลายองค์กรพยายามแก้ปัญหาพนักงานขาดทักษะที่ตลาดต้องการด้วยการมองหาคนใหม่เข้ามาแทนที่ จนบางครั้งเผลอละเลยพนักงานเดิมที่มีความเข้าใจในตัวธุรกิจอยู่แล้ว ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาความไม่เชื่อมั่นและวัฒนธรรมองค์กรที่สั่นคลอนในระยะยาว</p>
<p>แต่สำหรับ <a href="https://www.siameseasset.co.th/" target="_blank" rel="noopener">SIAMESE ASSET CO.,LTD.</a> บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังมีวิธีการขับเคลื่อนธุรกิจท่ามกลางความผันผวนกลับเริ่มที่การปั้นคนในให้เก่งรอบด้านผ่านกลยุทธ์ Multiskill และการเปิดโอกาสให้พนักงานลองหมุนเวียนงานเพื่อค้นหาศักยภาพใหม่ ๆ ของตัวเอง จนความผูกพันของพนักงานสูงถึง 82.6% และยังได้<a href="https://th.hrnote.asia/news/hr-asia-best-companies-to-work-for-in-asia-2025-251001/">รางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia</a> มาครองด้วย</p>
<p>HREX มีโอกาสพูดคุยกับคุณ <strong>สุนันทา สิ่งสรรเสริญ Co-CEO แห่ง Siamese Asset</strong> ถึงแนวคิดการปั้นพนักงานให้มีหัวใจเป็นเจ้าของธุรกิจ (Entrepreneurship) ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนองค์กรมาจนถึงจุดนี้ ความสำเร็จขององค์กรเกิดขึ้นได้อย่างไร ติดตามจากบทสัมภาษณ์นี้ได้เลย</p>

<h2>ในมุมมองของ Siamese Asset อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงาน” ในโลกการทำงานปัจจุบัน?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49684" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Team_Group-1-scaled.webp" alt="siamese-asset-hr-asia" width="600" height="399" title="Siamese Asset กับการสร้างองค์กรที่มอบ “Trust, Learning, Training, &amp; Purpose” ให้พนักงาน 22" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Team_Group-1-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Team_Group-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Team_Group-1-1024x681.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Team_Group-1-768x511.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Team_Group-1-1536x1022.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Team_Group-1-2048x1363.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>สุนันทา:</strong> ในโลกการทำงานยุคปัจจุบันที่มีความผันผวนสูง องค์กรที่น่าทำงานไม่ใช่เพียงที่ที่มีสวัสดิการดีหรือสร้างสภาพทางกายภาพของที่ทำงานเท่านั้น แต่เป็นองค์กรที่สามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ให้แก่พนักงานได้ นั่นคือ</p>
<ul>
<li><strong>Trust</strong> &#8211; ความเชื่อมั่น</li>
<li><strong>Learning</strong> &#8211; แหล่งความรู้</li>
<li><strong>Training</strong> &#8211; มีสนามให้ฝึกฝีมือ</li>
<li><strong>Purpose</strong> &#8211; ความหมายในการทำงาน</li>
</ul>
<p>สำหรับ Siamese Asset เราสร้างวัฒนธรรมผ่านค่านิยม S-I-A-M-E-S-E ที่ประยุกต์ให้เข้ากับพนักงานในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมี I หรือ Integrity (ความโปร่งใส) เป็นรากฐานสำคัญ</p>
<p>ความสำเร็จนี้สะท้อนผ่านคะแนน Employee Engagement Survey ที่สูงถึง 82.6% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพนักงานมีความเชื่อมั่นในระบบการทำงานและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอย่างแท้จริง</p>
<h2>Siamese Asset มีวิธีใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>สุนันทา:</strong> วิสัยทัศน์ของ Siamese Asset คือการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพ ไม่ใช่สิ่งที่จะมาทดแทนมนุษย์</p>
<p>แต่พนักงาน Siamese Asset จะต้องรู้เท่าทัน และใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดด้วย โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อน และงานในส่วนที่เป็นงานประจำ เพื่อลดภาระและเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน</p>
<p>การปรับใช้เทคโนโลยีในลักษณะนี้ช่วยเปิดโอกาสให้พนักงานที่มีทักษะรอบด้านของเรา ได้ใช้เวลาไปกับงานเชิงกลยุทธ์ การตัดสินใจ และการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งเป็นทักษะเฉพาะตัวที่ต้องอาศัยประสบการณ์และความเป็นมนุษย์ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวหน้า</p>
<h2>Siamese Asset ออกแบบ และสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นเพรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กรไว้อย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49685" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Team_Group-3-scaled.webp" alt="siamese-asset-hr-asia" width="600" height="399" title="Siamese Asset กับการสร้างองค์กรที่มอบ “Trust, Learning, Training, &amp; Purpose” ให้พนักงาน 23" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Team_Group-3-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Team_Group-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Team_Group-3-1024x681.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Team_Group-3-768x511.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Team_Group-3-1536x1022.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Team_Group-3-2048x1363.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>สุนันทา:</strong> เราใช้หลักการ Synergy หรือการผนึกกำลังจากความแตกต่างเป็นตัวขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กร ผ่านการทำงานในรูปแบบ Rotated ในสายงานและข้ามสายงานเพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานทุกช่วงวัยได้มีโอกาสในการทำงานในสิ่งที่ตัวเองสนใจ ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดมุมมองใหม่ ๆ ในการทำงานแล้ว ยังสร้างแรงไฟในการทำงานให้กับพนักงานอีกด้วย</p>
<p>นอกจากนี้สิ่งที่โดดเด่นอีกประการคือ การปลูกฝังแนวคิด Multiskill และความมีใจเป็นเจ้าของธุรกิจ (Entrepreneurship) ซึ่งช่วยให้พนักงานมองเห็นภาพรวมของธุรกิจได้กว้างขึ้น</p>
<p>ไม่เพียงแค่นั้น เรายังมีระบบ Recognition Programs เพื่อยกย่องผู้ที่ปฏิบัติตามค่านิยมองค์กร ส่งผลให้พนักงานทุกคนรู้สึกว่าศักยภาพของเขาได้รับการมองเห็น และพร้อมจะเติบโตไปพร้อมกับองค์กรค่ะ</p>
<h2>Siamese Asset รับมือกับปัญหาขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทยอย่างไร ทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?</h2>
<p><strong>สุนันทา:</strong> กลยุทธ์หลักของเราคือการ &#8220;สร้างบุคลากรจากภายใน&#8221; เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะหลากหลาย</p>
<p>ในเชิงนโยบายเราจัดทำ Individual Development Plan เพื่อออกแบบเส้นทางการเติบโตเฉพาะบุคคล และในเชิงปฏิบัติ เราให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น โดยมีสถิติการเรียนรู้เฉลี่ยสูงถึง 10.05 ชั่วโมงต่อคน ผ่านบริษัท Siamese Intelligence จำกัด</p>
<p>การมุ่งเน้นพัฒนาทักษะแบบ Multiskill และการทำ Rotate นี้ ไม่เพียงแต่ช่วยปิดช่องว่างทักษะที่ขาดแคลนในตลาด แต่ยังทำให้พนักงานของเรามีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ในอนาคตค่ะ</p>
<h2>เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอ เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ของงานไว้ได้ ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49686" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Interviewee_Mrs.sunanta.webp" alt="siamese-asset-hr-asia" width="600" height="799" title="Siamese Asset กับการสร้างองค์กรที่มอบ “Trust, Learning, Training, &amp; Purpose” ให้พนักงาน 24" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Interviewee_Mrs.sunanta.webp 1109w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Interviewee_Mrs.sunanta-225x300.webp 225w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Interviewee_Mrs.sunanta-769x1024.webp 769w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/Interviewee_Mrs.sunanta-768x1023.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>สุนันทา:</strong> ผู้นำในยุคนี้ต้องยึดหลัก Empowerment และ Agility เป็นสำคัญ ในสภาวะที่เกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความไว้วางใจคือสิ่งที่รักษาความเป็นมนุษย์ในการทำงานได้ดีที่สุด</p>
<p>ผู้นำที่ Siamese Asset จะเน้นการมอบอำนาจในการตัดสินใจแก่ทีมงาน และเปิดพื้นที่ให้พนักงานที่มีทักษะรอบด้านได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ ภายใต้การสื่อสารที่เปิดกว้างและจริงใจ สิ่งเหล่านี้จะสร้างความมั่นใจให้แก่คนทำงานและช่วยรักษาจิตวิญญาณขององค์กรไว้ได้ ท่ามกลางความผันผวนค่ะ</p>
<h2>สุดท้าย หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่ Siamese Asset ทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรจากมัน ?</h2>
<p><strong>สุนันทา:</strong> สิ่งนั้นคือความสำเร็จในการสร้างการเติบโตของรายได้ ผ่านการบูรณาการศักยภาพของบุคลากรเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ค่ะ<br />
แม้พนักงานของเรามีความทุ่มเทอย่างมากและมีภาระความรับผิดชอบที่หลากหลาย แต่เมื่อได้รับการสนับสนุนด้วยแนวคิด Multiskill และเครื่องมือ AI ที่เหมาะสม การปลูกฝังความรับผิดชอบต่อผลงานที่มีต่อลูกค้า ผลลัพธ์ที่ได้จึงตอบโจทย์ทั้งในเชิงธุรกิจและเชิงความรู้สึกการมีส่วนร่วมของพนักงาน</p>
<ul>
<li><strong>เชิงธุรกิจ:</strong> การทำงานแบบ Multiskill และการใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มความคล่องตัว (Agility) จนสามารถบรรลุเป้าหมายทางรายได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</li>
<li><strong>เชิงความรู้สึก:</strong> พนักงานเกิดความภาคภูมิใจเมื่อเห็นว่าความทุ่มเทของตนส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้า นำไปสู่ความสำเร็จของบริษัทอย่างเป็นรูปธรรม</li>
</ul>
<p>บทเรียนสำคัญที่เราเรียนรู้ก็คือ เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือ แต่คนคือผู้สร้างความแตกต่าง เมื่อองค์กรลงทุนในศักยภาพของคนอย่างถูกทาง บุคลากรเหล่านั้นจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่นำพาองค์กรไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนค่ะ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/siamese-asset-hr-asia-260426/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Grow. Belong. Impact. สูตรการสร้างองค์กรที่น่าทำงานด้วยของ Forvis Mazars</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/grow-belong-impact-forvis-mazars-260415/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/grow-belong-impact-forvis-mazars-260415/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Apr 2026 15:04:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Forvis Mazars]]></category>
		<category><![CDATA[Grow. Belong. Impact.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49591</guid>

					<description><![CDATA[ท่ามกลางสมรภูมิการแย่งชิงบุคลากรในโลกการทำงานยุคใหม่ คนเก่งไม่ได้แค่ต้องการทำงานในองค์กรที่ให้เงินเดือนสูงเท่านั้น แต่พวกเขามองหาองค์กรที่ให้ความเคารพ และให้พื้นที่ในการเป็นตัวของตัวเองด้วย สำหรับ Forvis Mazars คือหนึ่งในองค์กรต้นแบบที่พิสูจน์แล้วว่า การบริหารทรัพยากรบุคคลโดยมีพนักงานเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง คือกุญแจสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน การันตีด้วยรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia ซึ่งได้รับมาหลายปีติดต่อกัน อะไรคือเบื้องหลังกลยุทธ์ที่ทำให้พนักงานทุกช่วงวัยรู้สึกมีส่วนร่วม ? และในวันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท ผู้นำด้านคนควรมีหลักการอย่างไรเพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ให้มั่นคง ? มาหาคำตอบผ่านมุมมองของคุณ รัตติกรณ์ ศักดิ์ศรีสถาพร HR Director แห่ง Forvis Mazars ในบทสัมภาษณ์นี้ได้เลย ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงาน” ในโลกการทำงานปัจจุบัน รัตติกรณ์: สำหรับดิฉัน การเป็นหนึ่งในองค์กรที่น่าทำงานที่สุด ไม่ได้หมายถึงการมีโครงการหรือสวัสดิการจำนวนมากที่สุด แต่หมายถึงความรู้สึกที่แท้จริงของพนักงานในแต่ละวัน คนทำงานรู้สึกได้รับความเคารพ ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม และสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างสบายใจในที่ทำงาน พวกเขาเข้าใจสิ่งที่องค์กรคาดหวัง และรู้สึกว่าได้รับการสนับสนุนจากผู้นำและเพื่อนร่วมงาน เมื่อพนักงานรู้สึกว่ามีคนรับฟัง และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องที่ส่งผลต่อพวกเขา ความผูกพันและความทุ่มเทต่อองค์กรก็จะเกิดขึ้น ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งนี้เองที่สะท้อนถึงความเป็นสถานที่ทำงานที่ดีในยุคปัจจุบันค่ะ ที่ Forvis [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49598" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars.webp" alt="grow-belong-impact-forvis-mazars" width="600" height="370" title="Grow. Belong. Impact. สูตรการสร้างองค์กรที่น่าทำงานด้วยของ Forvis Mazars 30" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ท่ามกลางสมรภูมิการแย่งชิงบุคลากรในโลกการทำงานยุคใหม่ คนเก่งไม่ได้แค่ต้องการทำงานในองค์กรที่ให้เงินเดือนสูงเท่านั้น แต่พวกเขามองหาองค์กรที่ให้ความเคารพ และให้พื้นที่ในการเป็นตัวของตัวเองด้วย</p>
<p>สำหรับ <strong><a href="https://www.forvismazars.com/th/en" target="_blank" rel="noopener">Forvis Mazars</a></strong> คือหนึ่งในองค์กรต้นแบบที่พิสูจน์แล้วว่า การบริหารทรัพยากรบุคคลโดยมีพนักงานเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง คือกุญแจสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน การันตีด้วยรางวัล <a href="https://th.hrnote.asia/news/hr-asia-best-companies-to-work-for-in-asia-2025-251001/">HR Asia Best Companies to Work for in Asia</a> ซึ่งได้รับมาหลายปีติดต่อกัน</p>
<p>อะไรคือเบื้องหลังกลยุทธ์ที่ทำให้พนักงานทุกช่วงวัยรู้สึกมีส่วนร่วม ? และในวันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท ผู้นำด้านคนควรมีหลักการอย่างไรเพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ให้มั่นคง ? มาหาคำตอบผ่านมุมมองของคุณ <strong>รัตติกรณ์ ศักดิ์ศรีสถาพร HR Director แห่ง Forvis Mazars</strong> ในบทสัมภาษณ์นี้ได้เลย</p>

<h2>ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงาน” ในโลกการทำงานปัจจุบัน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49597" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-1.webp" alt="grow-belong-impact-forvis-mazars" width="600" height="900" title="Grow. Belong. Impact. สูตรการสร้างองค์กรที่น่าทำงานด้วยของ Forvis Mazars 31" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-1.webp 1333w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-1-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-1-682x1024.webp 682w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-1-768x1152.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-1-1024x1536.webp 1024w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>รัตติกรณ์:</strong> สำหรับดิฉัน การเป็นหนึ่งในองค์กรที่น่าทำงานที่สุด ไม่ได้หมายถึงการมีโครงการหรือสวัสดิการจำนวนมากที่สุด แต่หมายถึงความรู้สึกที่แท้จริงของพนักงานในแต่ละวัน คนทำงานรู้สึกได้รับความเคารพ ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม และสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างสบายใจในที่ทำงาน พวกเขาเข้าใจสิ่งที่องค์กรคาดหวัง และรู้สึกว่าได้รับการสนับสนุนจากผู้นำและเพื่อนร่วมงาน</p>
<p>เมื่อพนักงานรู้สึกว่ามีคนรับฟัง และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องที่ส่งผลต่อพวกเขา ความผูกพันและความทุ่มเทต่อองค์กรก็จะเกิดขึ้น ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งนี้เองที่สะท้อนถึงความเป็นสถานที่ทำงานที่ดีในยุคปัจจุบันค่ะ</p>
<h2>ที่ Forvis Mazars มีวิธีใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>รัตติกรณ์:</strong> จริงๆ แล้วเทคโนโลยีมีไว้ช่วยให้งานเบาลงและเร็วขึ้น ไม่ได้มีไว้มาทำงานแทนคน โดยเฉพาะงานของ Forvis Mazars ที่เป็นเรื่องตรวจสอบบัญชี ภาษี หรือที่ปรึกษาธุรกิจ งานพวกนี้ยังต้องใช้การตัดสินใจที่ซับซ้อนและต้องอาศัยความเชื่อใจระหว่างกันสูงมาก ซึ่งหุ่นยนต์ทำแทนไม่ได้ เทคโนโลยีเลยเข้ามาทำหน้าที่จัดการงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ หรือขั้นตอนจุกจิกแทน เพื่อให้พนักงานมีเวลาไปโฟกัสงานที่สำคัญกว่า และทำงานได้ยืดหยุ่นขึ้น</p>
<p>นอกจากเรื่องเครื่องมือแล้ว เรายังเน้นเรื่องการเตรียมความพร้อมพนักงาน ทุกครั้งที่จะเริ่มใช้เทคโนโลยีใหม่ เราจะมีการอบรมให้พนักงานก่อนเสมอ เพราะเราอยากให้เขามั่นใจและรู้สึกว่ามีคนคอยซัพพอร์ต ไม่ใช่รู้สึกว่ากำลังถูกกดดันจากความเปลี่ยนแปลงค่ะ</p>
<h2>Forvis Mazars ออกแบบและสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นเพรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กร คือความท้าทายของทุกองค์กร ไว้อย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49592" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-4.webp" alt="grow-belong-impact-forvis-mazars" width="600" height="400" title="Grow. Belong. Impact. สูตรการสร้างองค์กรที่น่าทำงานด้วยของ Forvis Mazars 32" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-4.webp 2048w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-4-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-4-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-4-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-4-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>รัตติกรณ์:</strong> แทนที่จะใช้แนวทางเดียวกับทุกคน เราให้ความสำคัญกับการพูดคุยอย่างสม่ำเสมอในเรื่องการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดี และทิศทางอาชีพของพนักงานแต่ละคน เราสนับสนุนสิ่งนี้ผ่านโอกาสในการเรียนรู้ ระบบพี่เลี้ยง และการเคลื่อนย้ายภายในองค์กรค่ะ</p>
<p>ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่การให้ข้อเสนอแนะเป็นเรื่องปกติ ความคิดเห็นใหม่ ๆ ได้รับการเปิดรับ และทุกคนได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพ พฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตการทำงานประจำวันเหล่านี้มีผลอย่างมากต่อความรู้สึกมีคุณค่าของพนักงานค่ะ</p>
<h2>Forvis Mazars แก้ปัญหาขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานอย่างไร ทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49594" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-6.webp" alt="grow-belong-impact-forvis-mazars" width="600" height="400" title="Grow. Belong. Impact. สูตรการสร้างองค์กรที่น่าทำงานด้วยของ Forvis Mazars 33" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-6.webp 2048w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-6-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-6-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-6-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-6-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>รัตติกรณ์:</strong> การขาดแคลนบุคลากรที่มีศักยภาพเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการลงทุนในระยะยาว มากกว่าการแก้ไขเฉพาะหน้าค่ะ</p>
<p>ในเชิงกลยุทธ์ เราทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาอย่างใกล้ชิด มีโครงการฝึกงานรวมถึงการปฐมนิเทศที่เป็นระบบ เพื่อพัฒนาคนรุ่นใหม่ตั้งแต่เนิ่น ๆ</p>
<p>ในทางปฏิบัติ เราเน้นการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาผ่านประสบการณ์จริง และเปิดโอกาสให้พนักงานได้ย้ายข้ามบทบาทหรือสายงานต่าง ๆ</p>
<p>การพัฒนาทักษะจากภายในช่วยให้เราสร้างขีดความสามารถที่แข็งแกร่ง พร้อมทั้งสนับสนุนเส้นทางอาชีพที่ยั่งยืนให้กับพนักงานค่ะ</p>
<h2>เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอ เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ได้ ?</h2>
<p><strong>รัตติกรณ์:</strong> ดิฉันเชื่อว่าผู้นำด้านคนควรมีความเห็นอกเห็นใจ ความชัดเจน และความไว้วางใจ</p>
<p>การมีความเห็นอกเห็นใจช่วยให้ผู้นำเข้าใจประสบการณ์ที่พนักงานกำลังเผชิญ โดยเฉพาะในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง ส่วนความชัดเจนช่วยให้คนทำงานมีทิศทางและลดความไม่แน่นอน ขณะเดียวกัน ความไว้วางใจเปิดโอกาสให้พนักงานรับผิดชอบงานและแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่</p>
<p>และเมื่อผู้นำสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาและปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ พนักงานจะรู้สึกมั่นคงและมีส่วนร่วม แม้ในช่วงเวลาที่ท้าทายค่ะ</p>
<h2>หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่ Forvis Mazars ทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรจากมัน ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49593" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-5.webp" alt="grow-belong-impact-forvis-mazars" width="600" height="400" title="Grow. Belong. Impact. สูตรการสร้างองค์กรที่น่าทำงานด้วยของ Forvis Mazars 34" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-5.webp 2048w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-5-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-5-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-5-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/grow-belong-impact-forvis-mazars-5-1536x1025.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>รัตติกรณ์:</strong> หนึ่งในโครงการที่สร้างผลลัพธ์อย่างชัดเจนสำหรับเราคือการสร้าง Employer Branding ใหม่นั่นคือ “Grow. Belong. Impact.” ค่ะ</p>
<p>เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการสร้างสโลแกน แต่เพื่อสื่อสารให้ชัดเจนว่าคนทำงานสามารถคาดหวังอะไรได้จริงเมื่อมาร่วมงานกับเรา ทั้งในแง่ของการเติบโต ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง และผลกระทบจากงานที่ทำภายในองค์กร Branding นี้จะเป็นสื่อกลางระหว่างผู้นำและพนักงาน และสนับสนุนการตัดสินใจด้านคนให้สอดคล้องกันมากขึ้น</p>
<p>เรายังเชื่อมั่นด้วยว่า Branding ใหม่นี้จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ของเราในตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูง สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือ เมื่อแบรนด์นายจ้างสะท้อนความเป็นจริง และมีการนำไปใช้ในชีวิตการทำงานประจำวัน ความไว้วางใจก็จะเกิดขึ้น และความไว้วางใจนั้นนำไปสู่ความผูกพัน ความคาดหวังที่ชัดเจน และผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวทั้งต่อพนักงานและธุรกิจค่ะ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/grow-belong-impact-forvis-mazars-260415/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Human-Led + Tech-Powered: ถอดรหัสการบริหารคนฉบับ PwC ประเทศไทย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/human-led-tech-powered-pwc-260415/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/human-led-tech-powered-pwc-260415/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Apr 2026 14:44:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[PwC ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[PwC Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49584</guid>

					<description><![CDATA[โจทย์ใหญ่ขององค์กรในวันนี้ไม่ใช่แค่การหาคนเก่งมาร่วมงานด้วย แต่เป็นการสร้างพื้นที่ให้คนเหล่านั้นอยากเติบโตและฝากอนาคตไว้ในระยะยาว แต่ท่ามกลางวิกฤตการขาดแคลนทักษะที่ค่อนข้างรุนแรงในตลาดแรงงาน องค์กรชั้นนำอย่าง PwC ประเทศไทย เลือกที่จะไม่เดินตามสูตรสำเร็จเดิม ๆ แต่หันมาลงทุนในการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้กำหนดเส้นทางอาชีพตามจุดแข็งของตัวเอง จนทำให้ได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work For จาก HR Asia มาครอง HREX ได้จับเข่าคุยกับคุณ สวาสดิ์วดี อนุมานราชธน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลและวัฒนธรรมของ PwC ประเทศไทย ถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการ Talent ที่เน้นความยืดหยุ่น การเปลี่ยนสายงานภายใน และการรักษาความเป็นมนุษย์ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง จนไม่แปลกใจว่าทำไม PwC ถึงเป็นสถานที่ทำงานที่ดีเยี่ยม และเป็นที่ที่พนักงานเลือกอยู่ต่อในระยะยาวด้วยความภาคภูมิใจ ถ้าพร้อมแล้ว ไปหาคำตอบกันในบทความนี้ได้เลย ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” ในโลกการทำงานปัจจุบัน ? สวาสดิ์วดี: การเป็นสถานที่ทำงานชั้นนำในปัจจุบัน ไม่ได้วัดกันที่การมีสวัสดิการพิเศษเพิ่มเติมเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือต้องมี ความไว้วางใจ การมีเป้าหมายร่วมกัน และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรค่ะ นั่นหมายถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกปลอดภัยที่จะเป็นตัวของตัวเอง ได้รับการสนับสนุนให้เติบโต และมั่นใจว่างานที่ทำนั้นมีคุณค่าอย่างแท้จริง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49589" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-3.webp" alt="human-led-tech-powered-pwc" width="600" height="370" title="Human-Led + Tech-Powered: ถอดรหัสการบริหารคนฉบับ PwC ประเทศไทย 39" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>โจทย์ใหญ่ขององค์กรในวันนี้ไม่ใช่แค่การหาคนเก่งมาร่วมงานด้วย แต่เป็นการสร้างพื้นที่ให้คนเหล่านั้นอยากเติบโตและฝากอนาคตไว้ในระยะยาว</p>
<p>แต่ท่ามกลางวิกฤตการขาดแคลนทักษะที่ค่อนข้างรุนแรงในตลาดแรงงาน องค์กรชั้นนำอย่าง <a href="https://www.pwc.com/th/en.html" target="_blank" rel="noopener"><strong>PwC ประเทศไทย</strong></a> เลือกที่จะไม่เดินตามสูตรสำเร็จเดิม ๆ แต่หันมาลงทุนในการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้กำหนดเส้นทางอาชีพตามจุดแข็งของตัวเอง จนทำให้ได้รับรางวัล <a href="https://th.hrnote.asia/news/hr-asia-best-companies-to-work-for-in-asia-2025-251001/">HR Asia Best Companies to Work For จาก HR Asia</a> มาครอง</p>
<p>HREX ได้จับเข่าคุยกับคุณ <strong>สวาสดิ์วดี อนุมานราชธน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลและวัฒนธรรมของ PwC ประเทศไทย</strong> ถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการ Talent ที่เน้นความยืดหยุ่น การเปลี่ยนสายงานภายใน และการรักษาความเป็นมนุษย์ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง จนไม่แปลกใจว่าทำไม PwC ถึงเป็นสถานที่ทำงานที่ดีเยี่ยม และเป็นที่ที่พนักงานเลือกอยู่ต่อในระยะยาวด้วยความภาคภูมิใจ</p>
<p>ถ้าพร้อมแล้ว ไปหาคำตอบกันในบทความนี้ได้เลย</p>

<h2>ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” ในโลกการทำงานปัจจุบัน ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49587" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-1.webp" alt="human-led-tech-powered-pwc" width="600" height="900" title="Human-Led + Tech-Powered: ถอดรหัสการบริหารคนฉบับ PwC ประเทศไทย 40" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-1.webp 1333w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-1-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-1-682x1024.webp 682w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-1-768x1152.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-1-1024x1536.webp 1024w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>สวาสดิ์วดี:</strong> การเป็นสถานที่ทำงานชั้นนำในปัจจุบัน ไม่ได้วัดกันที่การมีสวัสดิการพิเศษเพิ่มเติมเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือต้องมี ความไว้วางใจ การมีเป้าหมายร่วมกัน และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรค่ะ</p>
<p>นั่นหมายถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกปลอดภัยที่จะเป็นตัวของตัวเอง ได้รับการสนับสนุนให้เติบโต และมั่นใจว่างานที่ทำนั้นมีคุณค่าอย่างแท้จริง</p>
<p>ที่ PwC เราให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานในทุกช่วงเวลา ตั้งแต่ก้าวแรกที่เริ่มงาน การพัฒนาทักษะ การปรับเปลี่ยนบทบาทหรือสายงาน ไปจนถึงการชื่นชมความสำเร็จ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกช่วงเวลานั้นสร้างคุณค่าให้พนักงาน</p>
<p>เราไม่ได้ให้ผลตอบแทนหรือรางวัลแบบสูตรสำเร็จที่เหมือนกันหมดสำหรับทุกคน แต่เรามอบประสบการณ์ที่มีความหมาย ซึ่งเน้นเรื่องการเติบโต การมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และการมีเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจน</p>
<p>เราเชื่อว่าสถานที่ทำงานที่ดีเยี่ยม คือ สถานที่ที่พนักงานเลือกอยู่ต่อ ไม่ใช่เพราะความจำเป็น แต่เป็นเพราะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ได้รับความไว้วางใจ และภาคภูมิใจในผลลัพธ์ที่ได้สร้างขึ้นค่ะ</p>
<h2>PwC ประเทศไทย มีวิธีใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>สวาสดิ์วดี:</strong> เราใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น และส่งเสริมให้พนักงานของเราเติบโต โดยไม่ได้เข้ามาทำหน้าที่แทนคน<br />
คุณค่าที่แท้จริงของเทคโนโลยี คือการช่วยลดภาระในงานที่ซ้ำซ้อน ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น และสนับสนุนให้ทีมตัดสินใจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม “คน” ยังเป็นศูนย์กลางเสมอ โดยใช้ทั้งดุลยพินิจ ค่านิยม และความสัมพันธ์ในการขับเคลื่อนงาน</p>
<p>แนวทางของเราคือ มนุษย์ยังคงเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนข้อมูลและเทคโนโลยีที่ทันสมัย (human-led, tech-powered)” ซึ่งหมายความว่า เทคโนโลยีจะทำหน้าที่สนับสนุน เพื่อให้พนักงานสามารถมุ่งเน้นสิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการคิดวิเคราะห์เชิงลึก การทำงานร่วมกัน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และการสร้างความเชื่อมั่นทั้งต่อลูกค้าและเพื่อนร่วมงาน</p>
<p>เมื่อใช้เทคโนโลยีอย่างถูกวิธี พนักงานจะมีเวลาและพลังมากขึ้นเพื่อนำไปทุ่มเทกับงานที่ต้องอาศัยศักยภาพของมนุษย์</p>
<h2>PwC ประเทศไทย สร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นเพรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กรอย่างไร ?</h2>
<p><strong>สวาสดิ์วดี:</strong> เราให้ความสำคัญกับพนักงานในฐานะ “ปัจเจกบุคคล” มากกว่าการแบ่งพนักงานเป็นกลุ่มหรือประเภท<br />
เราไม่สรุปเองว่าคนแต่ละรุ่นต้องการอะไร แต่พิจารณาจากประสบการณ์จริง และช่วงเวลาสำคัญ (Moments that matter) ตลอดเส้นทางการทำงานของแต่ละคน</p>
<p>เพราะความต้องการของทุกคนเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา เราจึงให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นและทางเลือกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโอกาสเรียนรู้ การโค้ช การโยกย้ายสายงาน ไปจนถึงการเปิดโอกาสให้พนักงานออกแบบเส้นทางอาชีพของตัวเอง<br />
และด้วยการรับฟังอย่างตั้งใจและการออกแบบนโยบายด้วยความเข้าใจ เราสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าได้รับการมองเห็น ได้รับการสนับสนุน และเติบโตได้ตามจุดแข็งและช่วงจังหวะชีวิตของตน</p>
<p>สิ่งสำคัญคือ เราไม่ได้เพียงแค่ยอมรับความแตกต่างเท่านั้น แต่การมีส่วนร่วมของทุกคนเป็นสิ่งที่เราให้คุณค่าอย่างแท้จริงค่ะ</p>
<h2>PwC ประเทศไทย แก้ปัญหาการขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานอย่างไร ทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49587" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-1.webp" alt="human-led-tech-powered-pwc" width="600" height="900" title="Human-Led + Tech-Powered: ถอดรหัสการบริหารคนฉบับ PwC ประเทศไทย 40" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-1.webp 1333w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-1-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-1-682x1024.webp 682w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-1-768x1152.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-1-1024x1536.webp 1024w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>สวาสดิ์วดี:</strong> เราตระหนักดีว่า ช่องว่างด้านทักษะใหม่ ๆ (Skills gap) ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการสรรหาบุคลากรใหม่เพียงอย่างเดียว<br />
ในเชิงกลยุทธ์ เรามุ่งช่วยให้พนักงานพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจ โดยลงทุนในระบบการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การเรียนรู้ทักษะใหม่ และการส่งเสริมการโยกย้ายสายงาน</p>
<p>เรากำหนดเส้นทางการเรียนรู้ที่ชัดเจน เน้นการฝึกฝนผ่านประสบการณ์จริง และเปิดโอกาสในการทำงานข้ามสายงานหรือข้ามประเทศ เพื่อช่วยพัฒนาทั้งทักษะเฉพาะทาง (technical skills) และทักษะมนุษย์ (human skills)</p>
<p>ในทางปฏิบัติ เราสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เพื่อพัฒนาผู้ที่มีศักยภาพตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการทำงาน และยังเสริมศักยภาพให้ผู้จัดการเป็นผู้นำที่สามารถพัฒนาคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>โดยการสร้างบุคลากรจากภายในองค์กรควบคู่ไปกับการเปิดรับมุมมองที่หลากหลายจากภายนอก ไม่เพียงแต่ช่วยให้เส้นทางอาชีพของพนักงานมั่นคงขึ้น แต่ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศด้านทรัพยากรบุคคลของประเทศไทย ให้ยืดหยุ่นและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตมากยิ่งขึ้นค่ะ</p>
<h2>เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอเพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ ?</h2>
<p><strong>สวาสดิ์วดี:</strong> ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำองค์กรจำเป็นต้องยึดมั่นในหลักการพื้นฐานที่ใช้ได้เสมอในทุกยุคสมัย</p>
<ul>
<li><strong>ความเห็นอกเห็นใจ</strong> &#8211; ทำความเข้าใจอย่างแท้จริงว่าพนักงานกำลังเผชิญกับอะไร มากกว่ามองเพียงผลงานที่ทำได้</li>
<li><strong>ความเป็นธรรมและความโปร่งใส</strong> &#8211; สื่อสารอย่างชัดเจนถึงการตัดสินใจและความคาดหวัง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ความเปลี่ยนแปลงก่อให้เกิดความไม่แน่นอน</li>
<li><strong>ความไว้วางใจ</strong> &#8211; เปิดโอกาสให้พนักงานได้ตัดสินใจ เรียนรู้ และเติบโต แทนการควบคุมอย่างเข้มงวด</li>
</ul>
<p>เมื่อผู้นำยึดมั่นในหลักการเหล่านี้ การทำงานจะยังคงรักษาคุณค่าความเป็นมนุษย์ไว้ได้ แม้ว่าเทคโนโลยี ตลาด หรือรูปแบบการทำงานจะเปลี่ยนไปเพียงใดก็ตาม</p>
<h2>หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งขององค์กรของคุณที่เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรจากมัน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49588" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-2-scaled.webp" alt="human-led-tech-powered-pwc" width="600" height="400" title="Human-Led + Tech-Powered: ถอดรหัสการบริหารคนฉบับ PwC ประเทศไทย 42" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-2-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-2-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-2-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-2-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/human-led-tech-powered-pwc-2-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>สวาสดิ์วดี:</strong> หนึ่งในโครงการที่มีความหมายที่สุดของเราในปี 2568 คือการให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องด้านการเติบโตโดยยึดทักษะเป็นหลัก (skills-based growth) และการโยกย้ายภายในองค์กร (internal mobility)</p>
<p>การเปิดโอกาสให้พนักงานมีเส้นทางที่ชัดเจนในการเรียนรู้ โยกย้ายสายงาน และพัฒนาศักยภาพตนเองใหม่ภายในองค์กร ช่วยให้การมีส่วนร่วมและความเชื่อมั่นของพนักงานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ เช่น การใช้ทักษะได้ตรงงานมากขึ้น องค์กรคล่องตัวขึ้น และรักษาพนักงานได้ดีขึ้น</p>
<p>สิ่งที่เราค้นพบ เรียบง่ายแต่ทรงพลังมากนั่นคือ เมื่อพนักงานเห็นอนาคตของตัวเองในองค์กร ก็จะทุ่มเทพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่นให้กับงานในปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งตอกย้ำว่า ผลลัพธ์ในด้านมนุษย์และผลลัพธ์ทางธุรกิจ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เกื้อหนุนกันและกันค่ะ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/human-led-tech-powered-pwc-260415/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รากฐานความสำเร็จของ ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ (Sriphat Medical Center) เมื่อดูแลบุคลากรการแพทย์ดี การดูแลผู้ป่วยย่อมดีตาม</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/sriphat-medical-center-hr-asia-260415/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/sriphat-medical-center-hr-asia-260415/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Apr 2026 13:56:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ศรีพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[Sriphat Medical Center]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49565</guid>

					<description><![CDATA[สำหรับองค์กรที่เป็นสถานพยาบาล การดูแลผู้ป่วยให้ดีที่สุดอาจเป็นหน้าที่หลักที่ทุกคนมองเห็น แต่รู้หรือไม่ว่าการดูแลบุคลากรให้พร้อมทั้งกาย ใจ และศักยภาพ ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากบุคลากรไม่ได้รับการดูแลที่ดีตั้งแต่ต้น ทั้งในมิติของความเป็นอยู่ ความรู้สึก และโอกาสในการเติบโต ย่อมยากที่จะคาดหวังให้พวกเขาส่งต่อการดูแลที่มีคุณภาพไปถึงผู้ป่วยได้เต็มที่ ศูนย์ศรีพัฒน์ (Sriphat Medical Center) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ที่ให้บริการทางการแพทย์ในมาตรฐานสากล และให้ความสำคัญกับการดูแลบุคลากรควบคู่ไปกับการดูแลผู้ป่วยอย่างจริงจัง จนสามารถสร้างสมดุลของทั้งสองด้านได้อย่างโดดเด่น และได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work For ถือเป็นเครื่องสะท้อนแนวทางการบริหารคนที่สอดรับกับแนวทางข้างต้นอย่างชัดเจน HREX ได้พูดคุยกับ ผศ.นพ. ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ศรีพัฒน์ฯ ถึงเบื้องหลังการวางแนวคิดการสร้างองค์กรที่นำไปสู่ความสำเร็จ องค์กรทำให้บุคลากรรู้สึกมีคุณค่า พร้อมส่งต่อคุณภาพการดูแลไปถึงผู้ป่วยอย่างแท้จริงได้อย่างไร มาติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้เลย ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” ในโลกการทำงานปัจจุบัน ? ผศ.นพ. ธนินนิตย์: ในมุมมองของศูนย์ศรีพัฒน์ฯ องค์กรที่น่าทำงานในโลกปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงแค่สถานที่ที่ให้ความมั่นคงหรือผลตอบแทนที่ดีเท่านั้น แต่เป็นองค์กรที่ทำให้บุคลากรรู้สึกว่าตัวเขามีคุณค่า มีความหมาย และเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าบทบาทหน้าที่ของตัวเอง องค์กรที่ดีควรเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรได้เรียนรู้ เติบโต และแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49570" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia.webp" alt="sriphat-medical-center-hr-asia" width="600" height="370" title="รากฐานความสำเร็จของ ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ (Sriphat Medical Center) เมื่อดูแลบุคลากรการแพทย์ดี การดูแลผู้ป่วยย่อมดีตาม 47" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>สำหรับองค์กรที่เป็นสถานพยาบาล การดูแลผู้ป่วยให้ดีที่สุดอาจเป็นหน้าที่หลักที่ทุกคนมองเห็น แต่รู้หรือไม่ว่าการดูแลบุคลากรให้พร้อมทั้งกาย ใจ และศักยภาพ ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากบุคลากรไม่ได้รับการดูแลที่ดีตั้งแต่ต้น ทั้งในมิติของความเป็นอยู่ ความรู้สึก และโอกาสในการเติบโต ย่อมยากที่จะคาดหวังให้พวกเขาส่งต่อการดูแลที่มีคุณภาพไปถึงผู้ป่วยได้เต็มที่</p>
<p><a href="https://sriphat.med.cmu.ac.th/th/home" target="_blank" rel="noopener"><strong>ศูนย์ศรีพัฒน์ (Sriphat Medical Center) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</strong></a> คือโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ที่ให้บริการทางการแพทย์ในมาตรฐานสากล และให้ความสำคัญกับการดูแลบุคลากรควบคู่ไปกับการดูแลผู้ป่วยอย่างจริงจัง จนสามารถสร้างสมดุลของทั้งสองด้านได้อย่างโดดเด่น และได้รับ<a href="https://th.hrnote.asia/news/hr-asia-best-companies-to-work-for-in-asia-2025-251001/">รางวัล HR Asia Best Companies to Work For</a> ถือเป็นเครื่องสะท้อนแนวทางการบริหารคนที่สอดรับกับแนวทางข้างต้นอย่างชัดเจน</p>
<p>HREX ได้พูดคุยกับ <strong>ผศ.นพ. ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ศรีพัฒน์ฯ</strong> ถึงเบื้องหลังการวางแนวคิดการสร้างองค์กรที่นำไปสู่ความสำเร็จ องค์กรทำให้บุคลากรรู้สึกมีคุณค่า พร้อมส่งต่อคุณภาพการดูแลไปถึงผู้ป่วยอย่างแท้จริงได้อย่างไร มาติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้เลย</p>

<h2>ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” ในโลกการทำงานปัจจุบัน ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49568" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-1.webp" alt="sriphat-medical-center-hr-asia" width="600" height="400" title="รากฐานความสำเร็จของ ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ (Sriphat Medical Center) เมื่อดูแลบุคลากรการแพทย์ดี การดูแลผู้ป่วยย่อมดีตาม 48" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-1.webp 1566w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-1-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ผศ.นพ. ธนินนิตย์:</strong> ในมุมมองของศูนย์ศรีพัฒน์ฯ องค์กรที่น่าทำงานในโลกปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงแค่สถานที่ที่ให้ความมั่นคงหรือผลตอบแทนที่ดีเท่านั้น แต่เป็นองค์กรที่ทำให้บุคลากรรู้สึกว่าตัวเขามีคุณค่า มีความหมาย และเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าบทบาทหน้าที่ของตัวเอง</p>
<p>องค์กรที่ดีควรเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรได้เรียนรู้ เติบโต และแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งสามารถทำงานอย่างภาคภูมิใจในบทบาทและความรับผิดชอบ ภายใต้วัฒนธรรมที่เคารพคุณค่าความเป็นมนุษย์</p>
<p>ขณะเดียวกัน องค์กรต้องมีทิศทางที่ชัดเจน และสามารถเชื่อมโยงการทำงานของทุกคนเข้ากับคุณค่าที่ส่งต่อไปถึงผู้ป่วย สังคม และระบบสุขภาพ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมายและยั่งยืนในระยะยาว</p>
<h2>ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ (Sriphat Medical Center) ใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>ผศ.นพ. ธนินนิตย์:</strong> ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ มองว่าเทคโนโลยีไม่ใช่สิ่งที่มาแทนที่มนุษย์ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนให้บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p>เรานำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดภาระงานซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ และสนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล เป้าหมายสำคัญ คือ การทำให้บุคลากรมีเวลาและพลังมากขึ้นในการโฟกัสกับงานที่ต้องอาศัยความเข้าใจผู้ป่วย ความใส่ใจในรายละเอียด และการตัดสินใจเชิงวิชาชีพ เพื่อการดูแลผู้ป่วยที่มีคุณภาพและมีความหมายอย่างแท้จริง</p>
<h2>ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ (Sriphat Medical Center) ออกแบบและสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นเพรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กรแห่งนี้ไว้อย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49569" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-2.webp" alt="sriphat-medical-center-hr-asia" width="600" height="400" title="รากฐานความสำเร็จของ ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ (Sriphat Medical Center) เมื่อดูแลบุคลากรการแพทย์ดี การดูแลผู้ป่วยย่อมดีตาม 49" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-2.webp 1567w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-2-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-2-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-2-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ผศ.นพ. ธนินนิตย์:</strong> ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ ให้ความสำคัญกับการเข้าใจความแตกต่างของบุคลากรในทุกมิติ ทั้งด้านช่วงวัย ประสบการณ์ และบทบาทหน้าที่</p>
<p>เราเลือกใช้แนวทางที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับบริบทของบุคลากรแต่ละกลุ่ม โดยออกแบบระบบการพัฒนา การสื่อสาร และการมีส่วนร่วมให้สอดคล้องกับความต้องการและศักยภาพที่แตกต่างกันอย่างเหมาะสม</p>
<p>หัวใจสำคัญ คือ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ตั้งอยู่บนความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการทำงานเป็นทีม เพื่อให้บุคลากรทุกคนรู้สึกว่าเสียงของตัวเขามีความหมาย ได้รับการเคารพ และสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรในแบบของตนเองอย่างยั่งยืน</p>
<h2>การขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทยเป็นเรื่องจริงที่ทุกคนเผชิญ ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ (Sriphat Medical Center) แก้ปัญหานี้อย่างไร ทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?</h2>
<p><strong>ผศ.นพ. ธนินนิตย์:</strong> ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ มองปัญหาการขาดแคลนบุคลากรและช่องว่างด้านทักษะ (Talent and Skills Gap) เป็นความท้าทายเชิงระบบ ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านการสรรหาเท่านั้น</p>
<p>เราจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรจากภายใน ควบคู่กับการดึงดูดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญจากภายนอกอย่างเหมาะสม<br />
ในเชิงกลยุทธ์ เราวางแผนกำลังคนให้สอดคล้องกับทิศทางองค์กรและการพัฒนาบริการเฉพาะทางในอนาคต</p>
<p>ขณะที่ในเชิงปฏิบัติ เราลงทุนอย่างต่อเนื่องด้านการเรียนรู้ การพัฒนาสมรรถนะ และการออกแบบเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพที่ชัดเจน เพื่อให้บุคลากรสามารถยกระดับทักษะของตัวเองได้อย่างต่อเนื่องครับ</p>
<h2>เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอ เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ของงานไว้ได้ ?</h2>
<p><strong>ผศ.นพ. ธนินนิตย์:</strong> ผู้นำในโลกการทำงานปัจจุบันจำเป็นต้องยึดหลัก “เข้าใจคนก่อนเข้าใจงาน” โดยให้ความสำคัญกับความเห็นอกเห็นใจ การรับฟังอย่างจริงใจ และความกล้าที่จะตัดสินใจบนพื้นฐานของคุณค่า ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการนำองค์กรท่ามกลางความไม่แน่นอน<br />
ที่ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ ผมเชื่อว่าบทบาทสำคัญของผู้นำคือการสร้างความไว้วางใจและบรรยากาศที่ปลอดภัย เปิดพื้นที่ให้บุคลากรกล้าแสดงความคิดเห็น กล้ารายงานปัญหา และกล้าขอความช่วยเหลือ</p>
<p>เพราะเมื่อบุคลากรรู้สึกมั่นใจและปลอดภัย การทำงานที่มีคุณภาพและนวัตกรรมจะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง</p>
<h2>หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ (Sriphat Medical Center) ทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรบ้าง ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49567" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-3.webp" alt="sriphat-medical-center-hr-asia" width="600" height="902" title="รากฐานความสำเร็จของ ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ (Sriphat Medical Center) เมื่อดูแลบุคลากรการแพทย์ดี การดูแลผู้ป่วยย่อมดีตาม 50" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-3.webp 958w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-3-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-3-681x1024.webp 681w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/sriphat-medical-center-hr-asia-3-768x1154.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ผศ.นพ. ธนินนิตย์:</strong> หนึ่งในสิ่งที่ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งช่วงปีที่ผ่านมา คือการพัฒนาระบบและวัฒนธรรมการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยความเข้าใจและความเอื้ออาทร โดยมุ่งเชื่อมโยงประสบการณ์ของบุคลากร เข้ากับประสบการณ์ของผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>เมื่อบุคลากรรู้สึกได้รับการดูแล สนับสนุน และมีเครื่องมือที่เหมาะสมในการทำงาน พร้อมทั้งเห็นคุณค่าและความหมายของบทบาทหน้าที่ของตัวเอง ความเอื้ออาทรและความใส่ใจนี้จะสะท้อนออกมาเป็นคุณภาพการบริการ ความพึงพอใจของผู้ป่วย และผลลัพธ์ทางธุรกิจในระยะยาว</p>
<p>บทเรียนสำคัญที่เราได้เรียนรู้ คือเมื่อองค์กรบริหารและพัฒนาคนด้วยความเข้าใจและความจริงใจ คุณค่านั้นจะถูกส่งต่อไปยังผู้ป่วยและองค์กรอย่างยั่งยืน</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/sriphat-medical-center-hr-asia-260415/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ใส่ใจพนักงานในทุกมิติของชีวิต” People Strategy ฉบับบี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/people-strategy-b-braun-thailand-260409/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/people-strategy-b-braun-thailand-260409/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 02:07:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<category><![CDATA[B. Braun]]></category>
		<category><![CDATA[B. Braun Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49537</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อก่อน องค์กรที่จะเข้าข่าย “ที่ทำงานในฝัน&#8221; อาจวัดกันจากการให้รายได้สูง ๆ เป็นหลัก แต่ปัจจุบัน องค์กรที่น่าทำงานด้วยคือองค์กรที่พนักงานสามารถแสวงหาความหมายและโอกาสในการเติบโต แต่โจทย์ยากของ HR ก็คือจะทำอย่างไรให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่า และอยากเดินไปข้างหน้าพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืน บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) คือหนึ่งในองค์กรที่พิสูจน์ให้เห็นว่า องค์กรใส่ใจในตัวพนักงานอย่างแท้จริง ผ่านการออกแบบวัฒนธรรม ออกแบบระบบนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน การคว้ารางวัล HR Asia Best Companies to Work For จาก HR Asia อย่างต่อเนื่องหลายปีจนถึงปีล่าสุด 2025 เป็นเครื่องการันตีคุณภาพได้อย่างดีว่านี่คือองค์กรที่ห่วงใยและใส่ใจพนักงานอย่างแท้จริง HREX ได้พูดคุยกับคุณ ศรีสกุล สังข์ศรี Head of People and Culture เพื่อถอดรหัสเบื้องหลังการบริหารคนที่ผสานทั้งเทคโนโลยีและหัวใจเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นองค์กรที่พนักงานไม่เพียงแค่อยากร่วมงานด้วย แต่ยังอยากเติบโตไปพร้อมกันในทุกย่างก้าว ถ้าพร้อมแล้ว ติดตามจากบทสัมภาษณ์นี้ได้เลย ในมุมมองของ บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49543" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-1.webp" alt="people-strategy-b-braun-thailand" width="600" height="370" title="“ใส่ใจพนักงานในทุกมิติของชีวิต” People Strategy ฉบับบี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) 55" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อก่อน องค์กรที่จะเข้าข่าย “ที่ทำงานในฝัน&#8221; อาจวัดกันจากการให้รายได้สูง ๆ เป็นหลัก แต่ปัจจุบัน องค์กรที่น่าทำงานด้วยคือองค์กรที่พนักงานสามารถแสวงหาความหมายและโอกาสในการเติบโต แต่โจทย์ยากของ HR ก็คือจะทำอย่างไรให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่า และอยากเดินไปข้างหน้าพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong><a href="https://www.bbraun.co.th/th.html" target="_blank" rel="noopener">บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand)</a></strong> คือหนึ่งในองค์กรที่พิสูจน์ให้เห็นว่า องค์กรใส่ใจในตัวพนักงานอย่างแท้จริง ผ่านการออกแบบวัฒนธรรม ออกแบบระบบนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน <a href="https://th.hrnote.asia/news/hr-asia-best-companies-to-work-for-in-asia-2025-251001/">การคว้ารางวัล HR Asia Best Companies to Work For จาก HR Asia อย่างต่อเนื่องหลายปีจนถึงปีล่าสุด 2025</a> เป็นเครื่องการันตีคุณภาพได้อย่างดีว่านี่คือองค์กรที่ห่วงใยและใส่ใจพนักงานอย่างแท้จริง</p>
<p>HREX ได้พูดคุยกับคุณ <a href="https://th.hrnote.asia/story/b-braun-thailand-hr-asia-250331/"><strong>ศรีสกุล สังข์ศรี Head of People and Culture</strong></a> เพื่อถอดรหัสเบื้องหลังการบริหารคนที่ผสานทั้งเทคโนโลยีและหัวใจเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นองค์กรที่พนักงานไม่เพียงแค่อยากร่วมงานด้วย แต่ยังอยากเติบโตไปพร้อมกันในทุกย่างก้าว ถ้าพร้อมแล้ว ติดตามจากบทสัมภาษณ์นี้ได้เลย</p>

<h2>ในมุมมองของ บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงาน” ในโลกการทำงานปัจจุบัน</h2>
<p><strong>ศรีสกุล:</strong> สำหรับ บี. บราวน์ ประเทศไทย “องค์กรที่น่าทำงาน” คือองค์กรที่พร้อมสนับสนุนพนักงานอย่างรอบด้าน ทั้งในการทำงานและจิตใจ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนไปพร้อมกับองค์กรค่ะ</p>
<p>เราให้ความสำคัญกับการวางรากฐานผ่านโปรแกรมพัฒนาบุคลากรและเส้นทางอาชีพ (Career Path) ที่ชัดเจน เพื่อให้ทุกคนมองเห็นโอกาสในการก้าวไปข้างหน้า นอกจากนี้ เรายังยึดถือวัฒนธรรมการรับฟังผ่านกิจกรรม “Voice Your Wish” ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดให้พนักงานได้สื่อสารความต้องการและข้อเสนอแนะต่อบริษัทโดยตรง และให้ความสำคัญในการเปิดรับความเห็นหลังจบกิจกรรมเพื่อปรับปรุงและพัฒนากิจกรรมและนโยบายให้ตรงกับความต้องการของพนักงาน</p>
<p>เพราะเราเชื่อมั่นว่าองค์กรที่น่าทำงาน คือที่ที่พนักงานรู้สึกว่า เสียงของเขาไม่ใช่แค่ได้รับการรับฟัง แต่ยังได้รับคุณค่าและนำไปพิจารณา<br />
บี. บราวน์ ประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ทำงาน แต่เราสร้างชุมชนที่ใส่ใจและสนับสนุนกัน (Caring Community) ซึ่งครอบคลุมมากกว่าเรื่องการทำงาน เช่น สนับสนุนพนักงานเมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ผ่านกองทุน Assistance Package for Disaster Policy ที่เข้าช่วยเหลือด้านที่พักอาศัยและการซ่อมแซมบ้านในทันทีเมื่อพนักงานประสบวิกฤตภัยพิบัติ</p>
<p>เราเชื่อว่า ความใส่ใจอย่างสม่ำเสมอ คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เราได้รับความเชื่อมั่นและเป็นหนึ่งในองค์กรที่น่าทำงานที่สุดติดต่อกันอย่างต่อเนื่องหลายปีค่ะ</p>
<h2>บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) มีวิธีใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49541" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-2.webp" alt="people-strategy-b-braun-thailand" width="600" height="450" title="“ใส่ใจพนักงานในทุกมิติของชีวิต” People Strategy ฉบับบี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) 56" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-2.webp 1280w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-2-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-2-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-2-768x576.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ศรีสกุล:</strong> ที่นี่เรามองว่าเทคโนโลยีคือเครื่องมือสำคัญที่เข้ามาเสริมพลัง (Empower) ให้คนทำงานสามารถก้าวข้ามขีดจำกัด โดยเราใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อลดภาระงานที่ซ้ำซ้อนและทำงานได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น และนอกจากนั้นเรายังใช้เทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้เพื่อสร้างประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้น ผ่านระบบ HR SuccessFactors ที่ครอบคลุมทุกมิติของพนักงาน เช่น</p>
<ul>
<li><strong>เสริมสร้างการเรียนรู้ (Validated Learning)</strong>: เปิดโลกแห่งการเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัด โดยพนักงานสามารถเข้าถึงหลักสูตรพัฒนาตนเองที่หลากหลายได้ ทุกที่ทุกเวลา เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนเติบโตได้อย่างยั่งยืน</li>
<li><strong>การตั้งเป้าหมาย (Performance &amp; Goals Management)</strong>: เทคโนโลยีช่วยเชื่อมโยงเป้าหมายส่วนบุคคลและเป้าหมายองค์กรมาบรรจบกันได้ ส่งผลให้พนักงานเข้าใจว่าในทุกงานที่ทำมีส่วนช่วยในการเติบโตขององค์กร และเห็นทิศทางการเติบโตในอาชีพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น</li>
<li><strong>สร้างประสบการณ์การทำงานที่ราบรื่น (Recruiting &amp; Onboarding)</strong>: เราใช้ระบบที่ทันสมัยเข้ามาช่วยให้การสรรหาและดูแลพนักงานใหม่เป็นไปอย่างมืออาชีพและเป็นระบบ</li>
<li><strong>บริหารจัดการที่แม่นยำ (Employee Central &amp; Power BI)</strong>: เรานำฐานข้อมูลกลางมาวิเคราะห์ต่อยอดผ่านเครื่องมือ Power BI เพื่อให้ฝ่ายบริหารสามารถตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และออกแบบนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานได้อย่างแม่นยำและตรงจุด</li>
</ul>
<p>เราเชื่อมั่นว่าเมื่อเทคโนโลยีช่วยจัดการงานที่ยุ่งยากให้ง่ายขึ้น พนักงานจะมีเวลาและพลังในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ และแบ่งปันความรู้ความเชี่ยวชาญ เพื่อขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพตามพันธกิจของเราได้อย่างเต็มที่ค่ะ</p>
<h2>บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) ออกแบบและสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นเพรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กร คือความท้าทายของทุกองค์กร ไว้อย่างไร ?</h2>
<p><strong>ศรีสกุล:</strong> การให้ความสำคัญกับความหลากหลาย (Diversity) เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมของเราที่ชื่อว่า Amazing B. Braun Culture เรายึดหลัก &#8220;Beyond Words, Through Action&#8221; เพื่อสร้างวัฒนธรรมที่ครอบคลุมพนักงานทุกกลุ่มผ่านนโยบายที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็น</p>
<ul>
<li><strong>สวัสดิการที่เท่าเทียมและทั่วถึง</strong>: เราปรับเปลี่ยนนิยามในนโยบาย ให้สิทธิประโยชน์ครอบคลุมกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) ส่งเสริมความเท่าเทียม ทั้งในด้านประกันสุขภาพและการลาเพื่อสมรส รวมถึงนโยบายการลาเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา (Religious Leave) ที่เปิดกว้างให้แก่พนักงานทุกเพศและทุกความเชื่อ</li>
<li>ก<strong>ารสรรหาและพัฒนาแบบไม่แบ่งแยก</strong>: เราไม่แบ่งแยกตั้งแต่ก้าวแรกด้วยการทดลองใช้ Blind CV เพื่อคัดเลือกบุคลากรจากความสามารถและประสบการณ์โดยปราศจากอคติ พร้อมทั้งออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับพนักงานทุกระดับ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของทุกคนอย่างเท่าเทียม</li>
<li><strong>พื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยน (Employee-Led Clubs)</strong>: เราสนับสนุนชมรมที่ขับเคลื่อนโดยพนักงาน เพื่อเป็นพื้นที่ส่วนกลางให้คนต่างวัยและต่างสายงานได้ทำกิจกรรมร่วมกันตามความสนใจที่ครอบคลุมทั้งการทำเพื่อสังคม (CSR Club) ไปถึงความสนใจทั้งด้านกีฬา (Football Club, Yoga Club, Badminton Club) และด้านทักษะอื่น ๆ (English Club)</li>
</ul>
<p>สิ่งเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้พนักงานทุกคน รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวบี. บราวน์ ที่ได้รับความเคารพและมีโอกาสเติบโตอย่างไม่มีขีดจำกัดและเท่าเทียมค่ะ</p>
<h2>บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) แก้ปัญหาขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานอย่างไร ทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49540" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand.webp" alt="people-strategy-b-braun-thailand" width="600" height="900" title="“ใส่ใจพนักงานในทุกมิติของชีวิต” People Strategy ฉบับบี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) 57" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand.webp 1365w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-683x1024.webp 683w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-768x1152.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-1024x1536.webp 1024w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ศรีสกุล:</strong> ที่ บี. บราวน์ ประเทศไทย เราตั้งใจสร้าง Talent Pipeline และ Succession Planning ที่แข็งแกร่งตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อบ่มเพาะบุคลากรให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืน แม้ในกลุ่มที่ยังขาดทักษะเฉพาะทาง เราก็มีระบบจัดการเพื่อปิดช่องว่างนั้นอย่างมีประสิทธิภาพผ่านโครงการหลัก ดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>บ่มเพาะต้นน้ำ ผ่านการฝึกงาน</strong>: เราเสริมสร้างความพร้อมให้กับคนรุ่นใหม่ผ่านโครงการนักศึกษาฝึกงานที่เน้นการลงมือทำจริง ซึ่งช่วยให้เราสามารถเฟ้นหาและพัฒนาเยาวชนที่มีศักยภาพ จนสามารถเปลี่ยนสถานะจากนักศึกษาฝึกงานมาเป็นพนักงานประจำที่มีคุณภาพขององค์กรได้</li>
<li><strong>การเติบโตจากภายใน (Internal Promotion Strategy)</strong>: เราจะให้โอกาสคนในได้เติบโตก่อนเสมอ ผ่านกระบวนการ Talent Review และ Succession Planning ที่โปร่งใสและยุติธรรม เพื่อให้พนักงานมั่นใจว่าทุกความทุ่มเทจะมีเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนรองรับ</li>
<li><strong>เปิดรับประสบการณ์ระดับนานาชาติ (International Assignments)</strong>: เพื่อยกระดับทักษะสู่มาตรฐานสากล เราสนับสนุนการมอบหมายงานระยะสั้นในต่างประเทศ ให้พนักงานได้เรียนรู้นวัตกรรมและวัฒนธรรมการทำงานจากบริษัทในเครือบี. บราวน์ ทั่วโลก เพื่อนำความเชี่ยวชาญกลับมาต่อยอดและขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพในประเทศไทย</li>
</ul>
<p>ด้วยแนวทางนี้ เราจึงไม่เพียงแค่แก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน แต่ยังสร้างบุคลากรที่เปี่ยมด้วยทักษะและมีความผูกพันกับองค์กรค่ะ</p>
<h2>เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอ เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ได้ ?</h2>
<p><strong>ศรีสกุล:</strong> ในโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่บริหารงานให้บรรลุเป้าหมายเท่านั้น แต่สิ่งที่ต้องยึดถือเป็นหลักคือ ความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความเป็นมนุษย์ในที่ทำงาน</p>
<p>เรามุ่งเน้นการสร้างความไว้วางใจ (Trust) และความรู้สึกปลอดภัยทางใจ (Psychological Safety) ให้เกิดขึ้นในทีม เพราะสิ่งเหล่านี้คือรากฐานสำคัญที่ช่วยให้พนักงานกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายที่คาดไม่ถึง กล้าที่จะนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ และพร้อมที่จะเรียนรู้ไปด้วยกัน</p>
<p>เมื่อพนักงานรู้สึกมั่นใจว่าองค์กรพร้อมสนับสนุน และเข้าใจในบริบทชีวิตของเขา เขาจะเกิดพลังในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและพร้อมที่จะเติบโตไปกับเราอย่างยั่งยืน การบริหารด้วยใจเช่นนี้เองที่จะเปลี่ยนที่ทำงาน ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความเชื่อมั่น ซึ่งจะรักษาความเป็นมนุษย์ของงานไว้ได้อย่างดีที่สุดค่ะ</p>
<h2>หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่องค์กรของคุณทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรจากมัน ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49542" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-3-scaled.webp" alt="people-strategy-b-braun-thailand" width="600" height="450" title="“ใส่ใจพนักงานในทุกมิติของชีวิต” People Strategy ฉบับบี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) 58" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-3-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-3-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-3-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-3-768x576.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-3-1536x1152.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/04/people-strategy-b-braun-thailand-3-2048x1536.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ศรีสกุล:</strong> โครงการที่เรานึกถึงเลยก็คือ โครงการสร้างวัฒนธรรม Caring Culture หรือวัฒนธรรมที่เน้นความใส่ใจพนักงานในทุกมิติของชีวิตค่ะ</p>
<p>เราให้ความสำคัญตั้งแต่การสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกปลอดภัยและมั่นคงทางจิตใจ ไปจนถึงการยื่นมือเข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีในยามวิกฤต เช่น Health Talk การสนับสนุนผ่านกองทุนช่วยเหลือฉุกเฉิน (Emergency Relief Funds) เมื่อพนักงานประสบภัยพิบัติ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง</p>
<p>ผลลัพธ์ที่ได้ ในแง่ของจิตใจ พนักงานเกิดความเชื่อมั่นและมีความผูกพันต่อองค์กรมากขึ้น เพราะเขารับรู้ได้ถึงความจริงใจของบริษัท ซึ่งสะท้อนกลับมาเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ ทั้งอัตราการลาออกที่ต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ และประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น เนื่องจากพนักงานมีความสบายใจและพร้อมทุ่มเทศักยภาพอย่างเต็มที่</p>
<p>โครงการนี้ทำให้เราได้รับบทเรียนล้ำค่าว่า ธุรกิจจะแข็งแกร่งได้ ใจของคนทำงานต้องแข็งแรงก่อน เมื่อเราให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์และดูแลหัวใจของคนทำงาน พนักงานจะเกิดแรงจูงใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่า เพราะเขารู้สึกว่าตัวเขาเองเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่พร้อมจะเติบโตและฝ่าฟันทุกอุปสรรคไปด้วยกันอย่างยั่งยืนค่ะ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/people-strategy-b-braun-thailand-260409/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.-EGAT) บูสต์หัวใจคนทำงาน สร้างองค์กรให้น่าอยู่และมีความหมาย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/egat-light-up-your-power-hr-aria-interview-260327/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/egat-light-up-your-power-hr-aria-interview-260327/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Mar 2026 06:46:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<category><![CDATA[EGAT]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49416</guid>

					<description><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่การเปลี่ยนผ่านที่ประสบความสำเร็จจะไม่ได้หยุดอยู่แค่เทคโนโลยีหรือระบบไฟฟ้า ยังรวมถึงการเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของคนในองค์กรด้วย เพราะองค์กรจะเดินหน้าได้ก็ต่อเมื่อคนทำงานยังมีพลัง รู้สึกมีคุณค่า และเห็นความหมายของสิ่งที่ทำในทุกวัน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือ Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) เจ้าของรางวัล HR Asia Best Companies to Work For in Asia 2025 ในฐานะองค์กรหลักด้านไฟฟ้าของประเทศ มีบทบาทสำคัญมากในการดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ควบคู่กับการขับเคลื่อนประเทศไปสู่พลังงานสีเขียวที่ยั่งยืนมากขึ้น การจะเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่นได้ คนคือหัวใจของการเปลี่ยนผ่านทั้งเรื่องทักษะ วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้คนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและอยู่ได้อย่างยั่งยืน HREX มีโอกาสได้สัมภาษณ์ คุณ ชณิกา ยุทธสารประสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการพัฒนาองค์การ กฟผ. ถึงเคล็ดลับความสำเร็จจากการเตรียมความพร้อมด้านคนให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกพลังงาน และพาองค์กรเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านบทสัมภาษณ์นี้ได้เลย ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” ในโลกปัจจุบัน ? ชณิกา: องค์กรที่น่าทำงานด้วยในวันนี้ ต้องเป็นองค์กรที่ทำให้คนรู้สึกว่างานที่ทำทุกวันมีความหมาย และส่งความหมายนั้นกลับคืนสู่สังคมได้ค่ะ คนแต่ละคนต่างกัน ทั้งจังหวะชีวิต วิธีทำงาน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49418 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview.webp" alt="egat-hr-aria-interview" width="600" height="370" title="การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.-EGAT) บูสต์หัวใจคนทำงาน สร้างองค์กรให้น่าอยู่และมีความหมาย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 68" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่การเปลี่ยนผ่านที่ประสบความสำเร็จจะไม่ได้หยุดอยู่แค่เทคโนโลยีหรือระบบไฟฟ้า ยังรวมถึงการเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของคนในองค์กรด้วย เพราะองค์กรจะเดินหน้าได้ก็ต่อเมื่อคนทำงานยังมีพลัง รู้สึกมีคุณค่า และเห็นความหมายของสิ่งที่ทำในทุกวัน</p>
<p><a href="https://energysolutions.egat.co.th/" target="_blank" rel="noopener"><strong>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือ Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT)</strong></a> เจ้าของรางวัล <a href="https://th.hrnote.asia/news/hr-asia-best-companies-to-work-for-in-asia-2025-251001/">HR Asia Best Companies to Work For in Asia 2025</a> ในฐานะองค์กรหลักด้านไฟฟ้าของประเทศ มีบทบาทสำคัญมากในการดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ควบคู่กับการขับเคลื่อนประเทศไปสู่พลังงานสีเขียวที่ยั่งยืนมากขึ้น การจะเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่นได้ คนคือหัวใจของการเปลี่ยนผ่านทั้งเรื่องทักษะ วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้คนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและอยู่ได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>HREX มีโอกาสได้สัมภาษณ์ คุณ ชณิกา ยุทธสารประสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการพัฒนาองค์การ กฟผ. ถึงเคล็ดลับความสำเร็จจากการเตรียมความพร้อมด้านคนให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกพลังงาน และพาองค์กรเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านบทสัมภาษณ์นี้ได้เลย</p>

<h2>ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” ในโลกปัจจุบัน ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49420" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-8.webp" alt="egat-hr-aria-interview" width="600" height="400" title="การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.-EGAT) บูสต์หัวใจคนทำงาน สร้างองค์กรให้น่าอยู่และมีความหมาย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 69" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-8.webp 1355w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-8-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-8-1024x682.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-8-768x512.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ชณิกา:</strong> องค์กรที่น่าทำงานด้วยในวันนี้ ต้องเป็นองค์กรที่ทำให้คนรู้สึกว่างานที่ทำทุกวันมีความหมาย และส่งความหมายนั้นกลับคืนสู่สังคมได้ค่ะ</p>
<p>คนแต่ละคนต่างกัน ทั้งจังหวะชีวิต วิธีทำงาน และเป้าหมายในการเติบโต บางคนต้องการความก้าวหน้าในสายงาน บางคนให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิต บางคนอยากพัฒนาทักษะในแบบที่ตัวเองสนใจ องค์กรที่ดีจึงควรออกแบบโอกาสและเส้นทางการเติบโตให้สอดคล้องกับพนักงานแต่ละคน โดยยังคงยืนอยู่บนความเป็นธรรมและมาตรฐานเดียวกัน</p>
<p>สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ พนักงานต้องตอบตัวเองได้ว่า <em>&#8220;เราทำงานนี้เพื่ออะไร เพื่อใคร และสิ่งที่เราทำส่งผลต่อใครบ้าง&#8221;</em> สำหรับ กฟผ. คำตอบนี้ค่อนข้างชัดเจน เพราะงานของเราเชื่อมโยงกับความมั่นคงด้านพลังงานและคุณภาพชีวิตของคนไทย ตั้งแต่ระดับครัวเรือนจนถึงภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศ เมื่อคนเห็นว่างานของตัวเองมีส่วนสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้สังคม แรงใจในการทำงานก็จะค่อย ๆ เกิดขึ้น แข็งแรงขึ้น และอยู่ได้นาน</p>
<p>เมื่อพนักงานรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และสิ่งที่ทำมีความหมายต่อคนอื่นจริง ๆ พวกเขาจะทุ่มเทและภูมิใจกับงานนั้นอย่างแท้จริง</p>
<h2>กฟผ. (EGAT) ใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49422" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-6-scaled.webp" alt="egat-hr-aria-interview" width="600" height="399" title="การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.-EGAT) บูสต์หัวใจคนทำงาน สร้างองค์กรให้น่าอยู่และมีความหมาย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 70" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-6-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-6-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-6-1024x681.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-6-768x511.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-6-1536x1022.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-6-2048x1362.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ชณิกา:</strong> การใช้เทคโนโลยีที่ดีต้องเริ่มจากคนก่อนค่ะ คือมองให้ชัดว่าเทคโนโลยีจะช่วยให้คนทำงานดีขึ้น ง่ายขึ้น และมั่นใจขึ้นได้อย่างไร<br />
ดิฉันยึดหลักคิดที่ว่า <em>&#8220;Tech should remove pain point, not remove people&#8221;</em> เทคโนโลยีควรช่วยลดงานซ้ำ ๆ และจุดติดขัดของกระบวนการ เพื่อคืนเวลาให้คนไปโฟกัสกับงานที่ต้องใช้การตัดสินใจ วิจารณญาณ และประสบการณ์ ซึ่งมีคุณค่ากับองค์กรมากกว่า</p>
<p>กฟผ. ยึดแนวทาง Human-Centered AI เป็นหลัก โดยใช้ AI ทำงานร่วมกับคนเพื่อเสริมศักยภาพ เพราะคุณค่าของคนในองค์กรไม่ได้อยู่ที่การทำงานให้เสร็จเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ และรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจริง</p>
<p>ในทางปฏิบัติ เราใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อให้งานไหลลื่นขึ้น เช่น เปลี่ยนเอกสารและแบบฟอร์มที่ต้องกรอกซ้ำหลายรอบให้เป็นระบบดิจิทัลที่ใช้ข้อมูลชุดเดียว ลดความผิดพลาด และทำให้การประสานงานและการอนุมัติคล่องตัวขึ้น นอกจากนี้เรายังมี AI Governance และ Data Privacy เพื่อให้การทำงานโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผลกระทบต่อทุกคน เพื่อให้เทคโนโลยีเป็นผู้ช่วยที่ทำให้องค์กรและคนเดินหน้าไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน</p>
<h2>กฟผ. (EGAT) ออกแบบวัฒนธรรมให้พนักงานทุกคนรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตอย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49421" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-ๅ.webp" alt="egat-hr-aria-interview" width="600" height="400" title="การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.-EGAT) บูสต์หัวใจคนทำงาน สร้างองค์กรให้น่าอยู่และมีความหมาย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 71" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-ๅ.webp 1548w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-ๅ-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-ๅ-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-ๅ-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-ๅ-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ชณิกา:</strong> กฟผ. มีค่านิยมซึ่งเรียกว่า “SPEED” โดยมีแกนหลักอยู่ที่ตัว E ที่มีความหมายว่า Empathy หรือใส่ใจสร้างมิตรค่ะ ถ้าอยากให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโต สิ่งแรกที่ต้องมีคือบรรยากาศที่คนรู้สึกปลอดภัยและได้รับการยอมรับจริง ๆ</p>
<p>สำหรับดิฉัน ความเข้าใจกันหมายถึงการทำงานร่วมกันบนหลักการเคารพซึ่งกันและกัน ให้เกียรติความแตกต่างทั้งบทบาท สายงาน ช่วงวัย และมุมมอง ซึ่งเป็นรากของวัฒนธรรมที่เปิดกว้างและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เมื่อทีมมีความเคารพและรับฟังกันจริง คนจะกล้าพูด กล้าถาม กล้าขอความช่วยเหลือ และกล้าเรียนรู้ ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการเติบโต</p>
<p>จากฐานของ Empathy นี้ ค่านิยมตัวอื่น ๆ ใน SPEED ก็จะต่อยอดได้ง่ายและชัดขึ้น ได้แก่ Synergy การรวมพลังข้ามเจเนอเรชั่น, Proactive Approach การคิดและแก้ปัญหาเชิงรุก, Entrepreneurship การกล้าคิดกล้าลองและเรียนรู้จากความผิดพลาด และ Digitalization การใช้ดิจิทัลให้งานไหลลื่นและต่อยอดนวัตกรรม</p>
<p>แต่เพื่อให้ SPEED ไม่ใช่แค่คำสวยงามบนกระดาษ ต้องทำให้ค่านิยมกลายเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงในงานทุกวัน โดยเริ่มจากผู้นำที่ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง แล้วฝัง SPEED เข้าไปในระบบบริหารคน ตั้งแต่วิธีตั้งเป้าหมาย การประเมินผล การพัฒนาคน ไปจนถึงการยกย่องคนที่แสดงให้เห็นเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการสร้างการเรียนรู้ต่อเนื่องผ่านการสื่อสาร การโค้ช และการแชร์ตัวอย่างจริงจากหน้างาน เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพตรงกันว่า SPEED แปลงเป็นพฤติกรรมแบบไหน และทำได้จริงในบริบทของตัวเอง</p>
<h2>การขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทยเป็นความจริงที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ กฟผ. (EGAT) มีแนวทางแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49423" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-5.webp" alt="egat-hr-aria-interview" width="600" height="357" title="การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.-EGAT) บูสต์หัวใจคนทำงาน สร้างองค์กรให้น่าอยู่และมีความหมาย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 72" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-5.webp 1290w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-5-300x179.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-5-1024x610.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-5-768x457.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ชณิกา:</strong> การขาดแคลนทักษะเป็นโจทย์ที่ทุกองค์กรกำลังเผชิญอยู่ค่ะ และยิ่งท้าทายสำหรับ กฟผ. เพราะเรามีภารกิจที่ซับซ้อนทางเทคนิค และกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จาก Energy Transition ทักษะที่เคยใช้ในอดีตอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เราจึงต้องทำให้พนักงานพร้อมรับกับทักษะที่อนาคตต้องการ และสร้างให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ในเชิงกลยุทธ์ เราเริ่มจากการวิเคราะห์ภาพกำลังคนและทักษะที่ต้องการให้ชัดเจน แล้วให้ความสำคัญกับการ Upskill และ Reskill เพื่อให้พนักงานพร้อมรับทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมพลังงาน ทั้งทักษะด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล นวัตกรรม และทักษะการบริหารจัดการที่มีความสำคัญมากขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้</p>
<p>ในทางปฏิบัติ เราสนับสนุนการพัฒนาหลายรูปแบบ ตั้งแต่การเรียนรู้จากงานจริง การอบรมเชิงลึก การหมุนเวียนงานหรือทำงานข้ามสาย การมอบหมายโปรเจกต์พิเศษ ไปจนถึงการให้ทุนการศึกษา เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญในสาขาที่องค์กรต้องการในระยะยาว เรายังเปิดโอกาสให้บุคลากรอัปเดตมุมมองผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับองค์กรภายนอกทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเวทีวิชาการและเวทีระดับนานาชาติ เพื่อนำความรู้กลับมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับบริบทของ กฟผ.</p>
<p>อีกมุมที่อยากเน้นคือ เราไม่ได้มองเรื่องทักษะเป็นเพียงเรื่องภายในองค์กร แต่มองเป็นเรื่องของ Ecosystem เพราะความพร้อมด้านทักษะของประเทศส่งผลต่อทั้งภาคอุตสาหกรรมและสังคม กฟผ. จึงมีบทบาทในการขยายโอกาสการเรียนรู้ผ่าน EGAT Academy ร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความรู้ให้กับประชาชนและบุคคลภายนอกด้วย เพราะองค์กรและสังคมต้องเดินหน้าไปพร้อมกันค่ะ</p>
<h2>เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอ เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ของงานไว้ได้ ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49424" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-7.webp" alt="egat-hr-aria-interview" width="600" height="400" title="การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.-EGAT) บูสต์หัวใจคนทำงาน สร้างองค์กรให้น่าอยู่และมีความหมาย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 73" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-7.webp 1368w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-7-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-7-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-7-768x512.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ชณิกา:</strong> สิ่งที่ผู้นำด้านคนต้องยึดมั่นเสมอคือ &#8220;คนคือคน ไม่ใช่ทรัพยากร&#8221; ค่ะ</p>
<p>เราต้องมองคนอย่างครบมิติ ทั้งความสามารถ ความรู้สึก ความหวัง และบริบทชีวิตที่แตกต่างกัน พร้อมกับมี sense of urgency ที่พาองค์กรปรับตัวให้ทัน โดยไม่ทำให้คนรู้สึกถูกเร่งจนหลุดออกไป</p>
<p>หลักสำคัญที่ยึดถือมี 3 เรื่องค่ะ</p>
<ol>
<li><strong>ฟังและเข้าใจก่อนตัดสินใจ (Listen First) —</strong> คนที่อยู่หน้างานมักเห็นปัญหาและข้อเท็จจริงก่อนใคร ผู้นำต้องเปิดพื้นที่ให้คนได้พูด ได้สะท้อนความกังวล และรู้สึกว่าเสียงของตัวเองมีความหมาย ไม่ใช่แค่ตัวเลขในระบบประเมิน</li>
<li><strong>ยืดหยุ่นแต่ยึดหลักความเป็นธรรม (Flexible but Fair) —</strong> เมื่อองค์กรต้องขยับเร็ว การตัดสินใจก็ต้องเร็วขึ้น แต่ต้องไม่หลุดจากหลักการ ความยืดหยุ่นต้องไม่กลายเป็นความไม่เท่าเทียม กติกาต้องชัดเจนและโปร่งใส เพื่อให้คนรู้สึกปลอดภัยและเชื่อมั่นว่าองค์กรปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพ ไม่ว่าความกดดันจะมากแค่ไหนก็ตาม</li>
<li><strong>ให้คุณค่าของการกระทำมากกว่าตัวเลขของเป้าหมาย (Purpose over Target Numbers) —</strong> ผู้นำต้องช่วยให้คนเห็นความหมายของงานที่ทำ เพราะเมื่อคนเข้าใจว่างานของตัวเองส่งผลต่อใครและอย่างไร แรงขับที่ได้จะยั่งยืนกว่าการไล่ตามตัวเลขเพียงอย่างเดียว<br />
เมื่อคนรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ได้รับการเคารพ และเข้าใจทิศทางการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน องค์กรก็จะเดินหน้าได้เร็วและยั่งยืนขึ้นค่ะ</li>
</ol>
<h2>หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่ กฟผ. (EGAT) ทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีทั้งต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งนั้น ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49425" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-3-scaled.webp" alt="egat-hr-aria-interview" width="600" height="400" title="การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.-EGAT) บูสต์หัวใจคนทำงาน สร้างองค์กรให้น่าอยู่และมีความหมาย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 74" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-3-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-3-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-3-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-3-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-3-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ชณิกา:</strong> สิ่งที่ กฟผ. ทำแล้วเห็นผลชัดในปีที่ผ่านมาคือการทำให้ ESG กลายเป็นแนวทางการทำงานจริง ไม่ใช่แค่นโยบายหรือรายงานค่ะ โดยเฉพาะในช่วง Energy Transition เราขับเคลื่อนครบทั้งสามมิติ</p>
<ul>
<li><strong>E – Environmental</strong> มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง เพราะเราไม่ได้แค่ผลิตไฟฟ้าให้คนไทยวันนี้ แต่รับผิดชอบต่อโลกที่จะส่งมอบให้คนรุ่นหลังด้วย</li>
<li><strong>S – Social</strong> ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ดูแล Well-Being ของพนักงานทั้งกายและใจ และขยายความรับผิดชอบไปถึงชุมชนรอบพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อให้การเติบโตขององค์กรเดินไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตของคนรอบข้าง</li>
<li><strong>G – Governance</strong> ยึดกรอบ GRC ให้ทุกกระบวนการโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยตัดสินใจบนพื้นฐานที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49426" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-4-scaled.webp" alt="egat-hr-aria-interview" width="600" height="400" title="การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.-EGAT) บูสต์หัวใจคนทำงาน สร้างองค์กรให้น่าอยู่และมีความหมาย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 75" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-4-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-4-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-4-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-4-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-4-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-4-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ผลที่เห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือเมื่อองค์กรดูแลคนจริง ผลลัพธ์ไม่ได้อยู่แค่ภายใน พนักงานมีพลัง ทำงานได้เต็มศักยภาพ และผูกพันกับองค์กรมากขึ้น เพราะรู้สึกว่าองค์กรให้คุณค่ากับเขาจริง ๆ สิ่งเหล่านี้สะท้อนออกไปข้างนอกด้วย ทำให้ภาพลักษณ์แข็งแรงขึ้น และช่วยทั้งการรักษาและดึงดูดคนเก่งไปพร้อมกัน</p>
<p>บทเรียนที่ได้คือ เมื่อคนพร้อม ระบบโปร่งใส และองค์กรดูแลโลกด้วย ทุกอย่างก็เดินหน้าได้มั่นคงกว่าเดิมค่ะ</p>
<h2>การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานต้องการทั้งความเร็วและความมั่นคง กฟผ. (EGAT) รักษาสมดุลนี้ไว้ได้อย่างไร โดยไม่ทิ้งคนไว้ข้างหลัง?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49427" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-2.webp" alt="egat-hr-aria-interview" width="600" height="401" title="การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.-EGAT) บูสต์หัวใจคนทำงาน สร้างองค์กรให้น่าอยู่และมีความหมาย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 76" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-2.webp 800w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-2-300x201.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/egat-hr-aria-interview-2-768x514.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ชณิกา:</strong> การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่และซับซ้อน องค์กรจะรับมือได้ดีแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าคนในองค์กรพร้อมและเชื่อมั่นมากแค่ไหนค่ะ</p>
<p>นั่นคือเหตุผลที่เราให้ความสำคัญกับ 3 หลักการในการทำงาน ได้แก่ Listen First ฟังและเข้าใจก่อนตัดสินใจ, Flexible but Fair ยืดหยุ่นแต่ยึดหลักความเป็นธรรม และ Purpose over Target Numbers ให้คุณค่าของการกระทำมากกว่าตัวเลขเป้าหมาย เพราะเมื่อคนรู้สึกว่าตัวเองมีความหมายและได้รับการดูแลจริง เขาจะพร้อมร่วมเดินทางไปกับองค์กร แม้เส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยความท้าทาย</p>
<p>สิ่งเหล่านี้สอดรับกับ Mission to Sustainability ของ กฟผ. ที่ไม่ได้มองแค่ความมั่นคงด้านพลังงาน แต่ดูแลคน สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เพราะการเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากข้างใน</p>
<p>เราเชื่อว่าทุกคนมีพลังอยู่ในตัว กฟผ. มีหน้าที่สร้างพื้นที่และโอกาสเพื่อจุดพลังนั้นให้ชัดขึ้น ผ่านงานที่มีความหมาย การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และทีมที่พร้อมสนับสนุน ถ้าใครอยากมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ เราพร้อมเดินไปด้วยกัน &#8220;Light up your power&#8221; with EGAT ค่ะ</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="คนไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่ต้องการความรู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย  5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/egat-light-up-your-power-hr-aria-interview-260327/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The KAO Way เมื่อความถูกต้องและความซื่อสัตย์เป็นหลักในการสร้างองค์กรของ คาโอ (KAO)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/the-kao-way-hr-asia-interview-260325/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/the-kao-way-hr-asia-interview-260325/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Mar 2026 11:31:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<category><![CDATA[KAO]]></category>
		<category><![CDATA[The KAO Way]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49387</guid>

					<description><![CDATA[ความหมายของคำว่า “องค์กรที่น่าร่วมงานด้วย” กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ในอดีตองค์กรที่มีสวัสดิการและผลตอบแทนสูงอาจเข้านิยามดังกล่าว แต่ในยุคปัจจุบันพนักงานกลับมองหาองค์กรที่ทำงานแล้วรู้สึกมีคุณค่า รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรและสังคม รวมถึงมีโอกาสเติบโตที่สอดคล้องกับชีวิตของตัวเอง คาโอ (KAO) เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่วางรากฐานเรื่องนี้ไว้อย่างจริงจัง ผ่านแนวคิด The KAO Way ที่ยึดความถูกต้องและความซื่อสัตย์เป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่กับความตั้งใจในการสร้างชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนให้กับผู้คน และถือเป็นแนวคิดสำคัญที่ทำให้องค์กรได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work For in Asia 2025 ด้วย ในบทสัมภาษณ์นี้คุณ ปวีณา โสภณ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และบริหารงานทั่วไป มาชวน HREX ร่วมสำรวจมุมมองของการสร้างองค์กรให้ผู้คนอยากร่วมงานด้วยอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพของพนักงาน การออกแบบวัฒนธรรมที่เปิดรับความหลากหลาย หรือการยืนหยัดในหลักคิดที่ให้ความสำคัญกับคนอย่างแท้จริง เพราะการเติบโตขององค์กร และความเป็นอยู่ของพนักงานสามารถเดินไปพร้อมกันได้ หากมีความเข้าใจและตั้งใจออกแบบอย่างถูกทาง ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงาน” ในโลกการทำงานปัจจุบัน ? ปวีณา: การเป็นองค์กรที่น่าทำงานไม่ใช่แค่การมีผลตอบแทนหรือสวัสดิการที่ดีค่ะ แต่เป็นองค์กรที่สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่พนักงานรู้สึกถึงความเป็นส่วนหนึ่ง และเห็นคุณค่าในงานที่ทำที่สอดคล้องไปกับเป้าหมายชีวิตของพนักงาน เราเชื่อมั่นในปรัชญา The KAO Way ที่ยึดถือความถูกต้องและความซื่อสัตย์เป็นเข็มทิศในการดำเนินธุรกิจ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49390" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way.webp" alt="The KAO Way" width="600" height="370" title="The KAO Way เมื่อความถูกต้องและความซื่อสัตย์เป็นหลักในการสร้างองค์กรของ คาโอ (KAO) 81" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ความหมายของคำว่า <strong>“องค์กรที่น่าร่วมงานด้วย”</strong> กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ในอดีตองค์กรที่มีสวัสดิการและผลตอบแทนสูงอาจเข้านิยามดังกล่าว แต่ในยุคปัจจุบันพนักงานกลับมองหาองค์กรที่ทำงานแล้วรู้สึกมีคุณค่า รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรและสังคม รวมถึงมีโอกาสเติบโตที่สอดคล้องกับชีวิตของตัวเอง</p>
<p><a href="https://www.kao.com/th/th/" target="_blank" rel="noopener"><strong>คาโอ (KAO)</strong></a> เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่วางรากฐานเรื่องนี้ไว้อย่างจริงจัง ผ่านแนวคิด <strong>The KAO Way</strong> ที่ยึดความถูกต้องและความซื่อสัตย์เป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่กับความตั้งใจในการสร้างชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนให้กับผู้คน และถือเป็นแนวคิดสำคัญที่ทำให้องค์กรได้รับ<a href="https://th.hrnote.asia/news/hr-asia-best-companies-to-work-for-in-asia-2025-251001/">รางวัล HR Asia Best Companies to Work For in Asia 2025</a> ด้วย</p>
<p>ในบทสัมภาษณ์นี้คุณ <strong>ปวีณา โสภณ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และบริหารงานทั่วไป</strong> มาชวน HREX ร่วมสำรวจมุมมองของการสร้างองค์กรให้ผู้คนอยากร่วมงานด้วยอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพของพนักงาน การออกแบบวัฒนธรรมที่เปิดรับความหลากหลาย หรือการยืนหยัดในหลักคิดที่ให้ความสำคัญกับคนอย่างแท้จริง</p>
<p>เพราะการเติบโตขององค์กร และความเป็นอยู่ของพนักงานสามารถเดินไปพร้อมกันได้ หากมีความเข้าใจและตั้งใจออกแบบอย่างถูกทาง</p>

<h2>ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงาน” ในโลกการทำงานปัจจุบัน ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49391" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-3-scaled.webp" alt="The KAO Way" width="600" height="338" title="The KAO Way เมื่อความถูกต้องและความซื่อสัตย์เป็นหลักในการสร้างองค์กรของ คาโอ (KAO) 82" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-3-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-3-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-3-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-3-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-3-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-3-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ปวีณา:</strong> การเป็นองค์กรที่น่าทำงานไม่ใช่แค่การมีผลตอบแทนหรือสวัสดิการที่ดีค่ะ แต่เป็นองค์กรที่สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่พนักงานรู้สึกถึงความเป็นส่วนหนึ่ง และเห็นคุณค่าในงานที่ทำที่สอดคล้องไปกับเป้าหมายชีวิตของพนักงาน</p>
<p>เราเชื่อมั่นในปรัชญา The KAO Way ที่ยึดถือความถูกต้องและความซื่อสัตย์เป็นเข็มทิศในการดำเนินธุรกิจ เพื่อส่งมอบชีวิตที่สะอาด สวยงาม และยั่งยืน (Kirei Life) ให้กับทุกคน ดังนั้นองค์กรที่น่าทำงานต้องเป็นที่ที่พนักงานสามารถเติบโตไปพร้อมกับความสำเร็จขององค์กร เป็นที่ที่ให้ความอุ่นใจและมั่นคง แม้ในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงค่ะ</p>
<h2>คาโอ (KAO) มีวิธีใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง?</h2>
<p><strong>ปวีณา:</strong> เรามีจุดยืนที่ชัดเจนค่ะ ว่าเทคโนโลยีคือเครื่องมือที่จะช่วยปลดปล่อยศักยภาพของมนุษย์ เพื่อให้พนักงานก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ผ่านกลยุทธ์ Digital Transformation (DX) เราจัดตั้ง IT Academy เพื่อปั้นพนักงานให้เป็น Citizen Developers หรือพนักงานที่สามารถสร้าง Solution วิเคราะห์ข้อมูลด้วยตัวเอง เพื่อลดภาระงานซ้ำซ้อน ช่วยให้พนักงานมีประสบการณ์การทำงานที่ดีขึ้นและก้าวทันต่อโลกยุคใหม่ มีเวลาและพลังใจไปใช้กับงานที่มีมูลค่าสูงขึ้นและใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่</p>
<p>เราไม่ได้มองว่าเทคโนโลยีจะมาแทนที่คน แต่เราฝึกฝนคน ให้เชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเพื่อก้าวไปสู่การเป็น Global Sharp Top ในระดับสากลตามกลยุทธ์ของเราค่ะ</p>
<h2>การสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นเพรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กรแห่งนี้ คือความท้าทายของทุกองค์กร คาโอ (KAO) ออกแบบสิ่งนี้ไว้อย่างไร?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49392" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-2-scaled.webp" alt="The KAO Way" width="600" height="400" title="The KAO Way เมื่อความถูกต้องและความซื่อสัตย์เป็นหลักในการสร้างองค์กรของ คาโอ (KAO) 83" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-2-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-2-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-2-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-2-1536x1025.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-2-2048x1366.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ปวีณา:</strong> เราเชื่อว่าความหลากหลายทางความคิดและการเปิดรับฟังความเห็นที่แตกต่าง คือจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมและความผูกพันที่ยั่งยืนค่ะ หนึ่งในโครงการที่เราทำคือ Dialogue at Workplace ที่เน้นการสื่อสารสองทางเพื่อลดช่องว่างระหว่างวัย</p>
<p>ปัจจุบันผู้จัดการกว่า 97% ได้ผ่านการฝึกอบรมทักษะการโค้ชและการรับฟังเชิงลึก เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจให้ทุกคนกล้าแสดงความคิดเห็นของตัวเอง</p>
<p>นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการมอบโอกาสที่เท่าเทียมในการก้าวหน้าทางอาชีพ เรามีการส่งเสริมการทำงานร่วมกันข้ามแผนก การหมุนเวียนงาน (Job Rotation) การเปิดรับสมัครตำแหน่งงานว่างจากบุคคลภายใน (Internal Recruitment Program) เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองที่หลากหลาย ทุกคนได้มีโอกาสเรียนรู้ เติบโตในสายงาน สร้างพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดค่ะ</p>
<h2>การขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทยเป็นเรื่องจริงที่ทุกคนเผชิญ คาโอ (KAO) แก้ปัญหานี้อย่างไรทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ?</h2>
<p><strong>ปวีณา:</strong> เราใช้วิธีสร้างจากภายใน และแบ่งปันสู่ภายนอกค่ะ</p>
<p>ในระดับกลยุทธ์ เรามุ่งมั่นในการขับเคลื่อนคาโอ สู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยเน้นการพัฒนาทุนมนุษย์ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด</p>
<p>ในระดับปฏิบัติ เรามีแพลตฟอร์ม KAO Learn ที่ครอบคลุมหลักสูตรทั้งด้าน DX, ESG และภาวะผู้นำ ให้พนักงานเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา เรามี Techno School โรงเรียนพัฒนาทักษะเฉพาะทางสำหรับพนักงานฝ่ายผลิต เพื่อปั้น Genba Leaders ที่เก่งทั้งทักษะงานและทักษะคน<br />
นอกจากนี้ เรายังมีการแบ่งปันความรู้ด้าน Decarbonization และ ESG ให้กับคู่ค้า และซัพพลายเออร์ในไทย เพื่อช่วยลดช่องว่างด้านทักษะในภาพรวมของอุตสาหกรรมค่ะ</p>
<h2>เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอ เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ของงานไว้ได้?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49393" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-4-scaled.webp" alt="The KAO Way" width="600" height="338" title="The KAO Way เมื่อความถูกต้องและความซื่อสัตย์เป็นหลักในการสร้างองค์กรของ คาโอ (KAO) 84" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-4-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-4-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-4-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-4-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-4-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/The-KAO-Way-4-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ปวีณา:</strong> ดิฉันเชื่อในหลักการ Integrity หรือการยึดมั่นในความถูกต้องและความซื่อสัตย์ต่อคนของเราค่ะ รวมถึงการวางคนไว้เหนือผลกำไร คาโอเชื่อมั่นในการเดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง แม้จะยากลำบาก</p>
<p>ในยามวิกฤตเราให้ความสำคัญกับสุขภาวะและความปลอดภัยของพนักงานเป็นอันดับแรกเสมอ ผู้นำต้องลงไปสัมผัสความจริงหน้างาน (Genba) เพื่อทำความเข้าใจปัญหาที่แท้จริง และบริหารจัดการด้วยหัวใจที่เห็นแก่พนักงานทุกคนในฐานะสมาชิกครอบครัว ไม่ใช่แค่ทรัพยากรในการขับเคลื่อนผลกำไร</p>
<p>กลยุทธ์ของเราคือการสร้างสมดุลระหว่าง Business Growth และ Employee Well-being เมื่อพนักงานรู้สึกปลอดภัยและมีความสุข เขาจะส่งต่อคุณค่าเหล่านั้นไปยังลูกค้าเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งนี่คือหัวใจของการรักษาความเป็นมนุษย์ในที่ทำงานเราค่ะ</p>
<h2>หากคุณสามารถแชร์หนึ่งโครงการจากปีที่ผ่านมาที่สร้างผลกระทบที่มีความหมายทั้งทางใจและทางธุรกิจ คุณจะเลือกโครงการอะไร ?</h2>
<p><strong>ปวีณา:</strong> ตอบได้เลยว่าโครงการ ESG Engagement &amp; Zero Waste School ค่ะ โครงการนี้เริ่มจากการที่พนักงานของเราลงมือทำจริงในองค์กรเพื่อเป้าหมาย Zero Waste ในปี 2040 ตั้งแต่การคัดแยกขยะในออฟฟิศ แล้วขยายผลไปสู่ชุมชน โดยการลงพื้นที่สอนน้อง ๆ ในโรงเรียนรอบโรงงาน</p>
<p>ความหมายของมันไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขของการลดขยะเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเปลี่ยนทัศนคติของคนในองค์กรให้กลายเป็นความรับผิดชอบร่วมกันค่ะ พนักงานรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาสังคม ขณะเดียวกัน ก็ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ Purpose-driven Brand ของคาโอ ให้ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้น และลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาวตามแนวทาง Kirei Lifestyle Plan ของเราด้วยค่ะ</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="คนไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่ต้องการความรู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย  5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/the-kao-way-hr-asia-interview-260325/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทเรียนการสร้างองค์กรของ AOTGA “องค์กรที่แข็งแรงในระยะยาว คือองค์กรที่ไม่หยุดพัฒนาระบบ และไม่หยุดใส่ใจคน”</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/aotga-interview-hr-asia-260325/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/aotga-interview-hr-asia-260325/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Mar 2026 11:06:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<category><![CDATA[AOTGA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49375</guid>

					<description><![CDATA[การทำงานในอุตสาหกรรมการบิน ทุกวินาทีต้องขับเคลื่อนด้วยมาตรฐานระดับสูงสุด เพื่อรักษาความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินอย่างไม่มีพื้นที่ให้ความผิดพลาด อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบทบาทของเทคโนโลยีที่ทวีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ หลายองค์กรเริ่มเร่งนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้มากขึ้น จนในบางครั้งกลับสร้างความกังวลให้กับพนักงานต่ออนาคตและความมั่นคงในการทำงาน สำหรับ บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ AOTGA กลับเลือกเส้นทางที่ไม่ได้มองเทคโนโลยีเป็นตัวแทนของคน แต่เป็นเครื่องมือในการเสริมพลังคน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตบนสมดุลระหว่างมาตรฐานการทำงานระดับสูง และความเข้าใจพนักงานหน้างานอย่างแท้จริง จนสามารถคว้ารางวัล HR Asia Best Companies to Work For in Asia 2025 มาได้ HREX มีโอกาสพูดคุยกับคุณ ลัดดา พยมธน Executive Vice President &#8211; Administrative Office ของ AOTGA เพื่อถอดบทเรียนสำคัญที่สะท้อนว่า มาตรฐาน และความเข้าใจคน ไม่เคยเป็นสิ่งที่ต้องเลือก หากแต่ต้องเดินไปด้วยกัน เพื่อสร้างองค์กรที่ทั้งทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นพื้นที่ที่คนอยากเติบโตในระยะยาว ถ้าพร้อมแล้ว มาติดตามแนวคิดในการทำงานที่น่าสนใจของเธอและขององค์กรได้เลย ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49383" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA.webp" alt="HR Asia - AOTGA" width="600" height="370" title="บทเรียนการสร้างองค์กรของ AOTGA “องค์กรที่แข็งแรงในระยะยาว คือองค์กรที่ไม่หยุดพัฒนาระบบ และไม่หยุดใส่ใจคน” 90" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การทำงานในอุตสาหกรรมการบิน ทุกวินาทีต้องขับเคลื่อนด้วยมาตรฐานระดับสูงสุด เพื่อรักษาความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินอย่างไม่มีพื้นที่ให้ความผิดพลาด</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบทบาทของเทคโนโลยีที่ทวีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ หลายองค์กรเริ่มเร่งนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้มากขึ้น จนในบางครั้งกลับสร้างความกังวลให้กับพนักงานต่ออนาคตและความมั่นคงในการทำงาน</p>
<p>สำหรับ <strong><a href="https://www.aotga.com/" target="_blank" rel="noopener">บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ AOTGA</a></strong> กลับเลือกเส้นทางที่ไม่ได้มองเทคโนโลยีเป็นตัวแทนของคน แต่เป็นเครื่องมือในการเสริมพลังคน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตบนสมดุลระหว่างมาตรฐานการทำงานระดับสูง และความเข้าใจพนักงานหน้างานอย่างแท้จริง จนสามารถ<a href="https://th.hrnote.asia/news/hr-asia-best-companies-to-work-for-in-asia-2025-251001/">คว้ารางวัล HR Asia Best Companies to Work For in Asia 2025</a> มาได้</p>
<p>HREX มีโอกาสพูดคุยกับคุณ <strong>ลัดดา พยมธน Executive Vice President &#8211; Administrative Office ของ AOTGA</strong> เพื่อถอดบทเรียนสำคัญที่สะท้อนว่า มาตรฐาน และความเข้าใจคน ไม่เคยเป็นสิ่งที่ต้องเลือก หากแต่ต้องเดินไปด้วยกัน เพื่อสร้างองค์กรที่ทั้งทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นพื้นที่ที่คนอยากเติบโตในระยะยาว</p>
<p>ถ้าพร้อมแล้ว มาติดตามแนวคิดในการทำงานที่น่าสนใจของเธอและขององค์กรได้เลย</p>

<h2>ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงาน” ในโลกการทำงานปัจจุบัน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49379" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-2.webp" alt="HR Asia - AOTGA" width="600" height="400" title="บทเรียนการสร้างองค์กรของ AOTGA “องค์กรที่แข็งแรงในระยะยาว คือองค์กรที่ไม่หยุดพัฒนาระบบ และไม่หยุดใส่ใจคน” 91" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-2.webp 2048w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-2-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-2-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-2-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ลัดดา:</strong> ในโลกการทำงานปัจจุบัน คำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” มักถูกเชื่อมโยงกับความยืดหยุ่น สิ่งอำนวยความสะดวก หรือภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัย แต่ในมุมมองของดิฉัน องค์กรที่น่าทำงานอย่างด้วยคือองค์กรที่พนักงานสามารถคาดหวังความชัดเจน ความเป็นธรรม และความมั่นคง ได้ในทุกวันของการทำงาน</p>
<p>สำหรับ AOTGA เราให้ความสำคัญกับการสร้าง Thriving Workforce โดยเริ่มจากการออกแบบระบบงานที่มีมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร บทบาท หน้าที่ และความคาดหวังต้องชัดเจน เพราะเมื่อพนักงานเข้าใจว่าตัวเองมีส่วนสำคัญอย่างไรต่อความปลอดภัยของเที่ยวบิน และประสบการณ์ของผู้โดยสาร เขาจะทำงานด้วยความรับผิดชอบและความภาคภูมิใจโดยไม่ต้องถูกกระตุ้นจากภายนอก<br />
ความชัดเจนเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้คนทำงานได้ดีขึ้น แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นในองค์กร ซึ่งเป็นรากฐานของความผูกพันในระยะยาว</p>
<h2>AOTGA มีวิธีใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49380" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-3.webp" alt="HR Asia - AOTGA" width="600" height="400" title="บทเรียนการสร้างองค์กรของ AOTGA “องค์กรที่แข็งแรงในระยะยาว คือองค์กรที่ไม่หยุดพัฒนาระบบ และไม่หยุดใส่ใจคน” 92" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-3.webp 2048w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-3-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-3-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-3-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ลัดดา:</strong> ดิฉันเชื่อว่าหนึ่งในคำถามสำคัญของผู้นำด้านคนในวันนี้ คือเราจะใช้เทคโนโลยีอย่างไร โดยไม่ทำให้มนุษย์รู้สึกถูกลดคุณค่า<br />
แนวคิดของ AOTGA คือ เทคโนโลยีควรทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้คนทำงานได้ดีขึ้น ไม่ใช่เครื่องมือที่เพิ่มภาระหรือความซับซ้อน เราจึงเลือกลงทุนใน Digital Employee Experience และระบบข้อมูลบุคลากร เช่น People Dashboard และ People App Hub เพื่อให้การตัดสินใจของผู้บริหารตั้งอยู่บนข้อมูลที่แม่นยำ ตรงตามความเป็นจริง ขณะเดียวกันพนักงานก็สามารถเข้าถึงข้อมูลของตนเองได้อย่างสะดวกสบาย</p>
<p>ในมุมมองของดิฉัน เทคโนโลยีที่ดีคือเทคโนโลยีที่ “เงียบ” พอจะไม่รบกวนการทำงาน แต่ “แข็งแรง” พอจะรองรับการเติบโตขององค์กร เมื่อระบบถูกนำเข้ามาใช้ทำงานที่ซ้ำซ้อน คนจะมีเวลาและพลังงานไปโฟกัสกับงานที่ต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ ความใส่ใจในรายละเอียด และความเป็นมืออาชีพของคนหน้างาน ซึ่งเป็นหัวใจของธุรกิจการบินภาคพื้น</p>
<h2>AOTGA ออกแบบวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นที่รู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กรไว้อย่างไร ?</h2>
<p><strong>ลัดดา:</strong> AOTGA เป็นองค์กรที่มีพนักงานหลากหลายช่วงวัย หลากหลายบทบาท ตั้งแต่งานปฏิบัติการภาคสนามไปจนถึงงานสนับสนุนเชิงกลยุทธ์ การสร้างวัฒนธรรมที่ทำให้ทุกคนรู้สึกมีคุณค่า จึงไม่อาจอาศัยเพียงกิจกรรมสร้างสีสันเป็นครั้งคราว</p>
<p>สิ่งที่เราให้ความสำคัญ คือการสร้างระบบและกลไกที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่า เสียงของเขามีความหมาย และโอกาสเปิดกว้างอย่างเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นการรับฟังความคิดเห็นผ่าน Pulse Survey การเปิดพื้นที่ให้พนักงานมีบทบาทในฐานะ Brand Ambassador หรือการสื่อสารกับผู้บริหารผ่านเวทีขนาดเล็กอย่าง Mini Townhall</p>
<p>เมื่อการรับฟังอย่างจริงใจถูกฝังอยู่ในวัฒนธรรมองค์กร การเรียนรู้ ความร่วมมือ และความผูกพัน จะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องถูกบังคับค่ะ</p>
<h2>การขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทยเป็นเรื่องจริงที่ทุกคนเผชิญ AOTGA แก้ปัญหานี้อย่างไรทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49382" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-5.webp" alt="HR Asia - AOTGA" width="600" height="400" title="บทเรียนการสร้างองค์กรของ AOTGA “องค์กรที่แข็งแรงในระยะยาว คือองค์กรที่ไม่หยุดพัฒนาระบบ และไม่หยุดใส่ใจคน” 93" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-5.webp 2048w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-5-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-5-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-5-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-5-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ลัดดา:</strong> การขาดแคลนทักษะ หรือ Skill Gap ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ตลาดแรงงานไทยมีร่วมกัน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยมาตรฐานความปลอดภัยสูงอย่างการบิน</p>
<p>สำหรับ AOTGA ทางออกไม่ได้อยู่ที่การแย่งชิงคนเก่งจากตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เราสร้างความสามารถจากภายในอย่างเป็นระบบ</p>
<p>เราพัฒนา AOTGA Academy เพื่อออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับงานจริง และเตรียมผู้นำรุ่นถัดไปผ่านการอบรมการพัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership Development Program) การลงทุนนี้อาจไม่เห็นผลในระยะสั้น แต่ช่วยให้องค์กรมีบุคลากรที่เข้าใจทั้งงาน ความรับผิดชอบของตนเอง และวัฒนธรรมองค์กรอย่างลึกซึ้ง</p>
<p>ในมุมมองของดิฉัน ความยั่งยืนขององค์กร ไม่ได้วัดจากความรวดเร็วในการเติบโตเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากความพร้อมของคนในการรับมือกับอนาคตค่ะ</p>
<h2>เมื่อโลกเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอ เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ของงานไว้ได้ ?</h2>
<p><strong>ลัดดา:</strong> ในช่วงเวลาที่โลกการทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนต้องทำหน้าที่เป็นจุดยึดให้กับองค์กร หลักคิดที่ดิฉันยึดถือเสมอคือ ความสม่ำเสมอ ความรับผิดชอบ และความจริงใจในการสื่อสาร</p>
<p>พนักงานอาจไม่คาดหวังให้ผู้นำมีคำตอบสำหรับทุกสถานการณ์ แต่เขาคาดหวังให้ผู้นำตัดสินใจบนหลักการเดียวกัน และไม่ละเลยความรู้สึกของคนหน้างาน</p>
<p>เมื่อผู้นำยังเห็นคุณค่า ความเชื่อมั่นของพนักงานก็จะเกิดขึ้น และองค์กรก็จะสามารถก้าวผ่านความไม่แน่นอนไปด้วยกันได้ค่ะ</p>
<h2>หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่ AOTGA ทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ทั้งดีต่อใจและดีต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรบ้าง ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49381" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-4.webp" alt="HR Asia - AOTGA" width="600" height="400" title="บทเรียนการสร้างองค์กรของ AOTGA “องค์กรที่แข็งแรงในระยะยาว คือองค์กรที่ไม่หยุดพัฒนาระบบ และไม่หยุดใส่ใจคน” 94" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-4.webp 2048w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-4-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-4-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-4-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/HR-Asia-AOTGA-4-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ลัดดา:</strong> หนึ่งในบทเรียนที่สำคัญที่สุดของ AOTGA คือการดูแล Employee Experience ซึ่งไม่ใช่โครงการที่เห็นผลในระยะสั้น แต่เป็นการเดินทางระยะยาว การรับฟังเสียงพนักงานอย่างต่อเนื่อง และการนำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงระบบจริง ช่วยสร้างทั้งความผูกพัน คุณภาพงาน และความเชื่อมั่นจากคนทั้งองค์กร</p>
<p>ท้ายที่สุด ดิฉันเชื่อว่าองค์กรที่แข็งแรงในระยะยาว คือองค์กรที่ไม่หยุดพัฒนาระบบ และไม่หยุดใส่ใจคน เพราะเมื่อคนเติบโตอย่างมั่นคง ธุรกิจก็จะเติบโตอย่างยั่งยืนเช่นเดียวกันค่ะ</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/u/2/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="คนไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่ต้องการความรู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย  5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/aotga-interview-hr-asia-260325/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบื้องหลังความสำเร็จของโอสถสภา (Osotspa) กับการสร้างวัฒนธรรม “ACT” ที่ใคร ๆ ก็อยากร่วมงานด้วย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/osotspa-hr-asia-interview-260309/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/osotspa-hr-asia-interview-260309/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Mar 2026 04:37:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<category><![CDATA[โอสถสภา]]></category>
		<category><![CDATA[Osotspa]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49135</guid>

					<description><![CDATA[หลายองค์กรพูดถึงวัฒนธรรมองค์กรด้วยถ้อยคำที่สวยงาม และติดคำเหล่านั้นไว้บนผนังอย่างโดดเด่น แต่ในความเป็นจริง วัฒนธรรมจำนวนไม่น้อยกลับไม่เคยถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นพฤติกรรม หรือแนวทางการทำงานที่จับต้องได้จริง แต่สำหรับ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) &#8211; Osotspa วัฒนธรรมไม่ใช่เพียงคำที่กำหนดไว้ในคู่มือองค์กร หากเป็นกรอบคิดที่ถูกนำมาใช้จริงในทุกวัน ภายใต้แนวคิด ACT (Achievement, Consumer Focus, Teamwork) ที่ถักทอเข้าไปในวิธีคิด วิธีทำงาน และการตัดสินใจของคนทั้งองค์กร จนสิ่งที่เป็นเพียง “ถ้อยคำ” กลายเป็น “พฤติกรรม” ที่สร้างการเติบโตได้อย่างแท้จริง และไม่น่าแปลกใจที่แนวทางนี้ได้พาองค์กรคว้ารางวัล HR Asia Best Companies to Work For in Asia 2025 พร้อมทั้งสร้างความสำเร็จทั้งต่อใจพนักงานและต่อผลลัพธ์ทางธุรกิจไปพร้อมกัน HR สัมภาษณ์คุณ รุจาภา เหมนิลรัตน์ Head of Human Capital and Organization Excellence ถึงความสำเร็จในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรในครั้งนี้ มาดูกันดีกว่าว่ากรอบแนวคิดที่เธอและองค์กรพยายามทำนั้น มีความน่าสนใจและมีส่วนไหนที่เราสามารถนำมาเป็นต้นแบบในการปรับใช้ได้บ้าง ในมุมมองของคุณ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49137" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-cover.webp" alt="osotspa-hr-asia-interview-hrex" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของโอสถสภา (Osotspa) กับการสร้างวัฒนธรรม “ACT” ที่ใคร ๆ ก็อยากร่วมงานด้วย 100" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หลายองค์กรพูดถึงวัฒนธรรมองค์กรด้วยถ้อยคำที่สวยงาม และติดคำเหล่านั้นไว้บนผนังอย่างโดดเด่น แต่ในความเป็นจริง วัฒนธรรมจำนวนไม่น้อยกลับไม่เคยถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นพฤติกรรม หรือแนวทางการทำงานที่จับต้องได้จริง</p>
<p>แต่สำหรับ <a href="https://www.osotspa.com/th/home" target="_blank" rel="noopener">บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) &#8211; Osotspa</a> วัฒนธรรมไม่ใช่เพียงคำที่กำหนดไว้ในคู่มือองค์กร หากเป็นกรอบคิดที่ถูกนำมาใช้จริงในทุกวัน ภายใต้แนวคิด ACT (Achievement, Consumer Focus, Teamwork) ที่ถักทอเข้าไปในวิธีคิด วิธีทำงาน และการตัดสินใจของคนทั้งองค์กร จนสิ่งที่เป็นเพียง “ถ้อยคำ” กลายเป็น “พฤติกรรม” ที่สร้างการเติบโตได้อย่างแท้จริง</p>
<p>และไม่น่าแปลกใจที่แนวทางนี้ได้พาองค์กรคว้ารางวัล <a href="https://th.hrnote.asia/news/hr-asia-best-companies-to-work-for-in-asia-2025-251001/">HR Asia Best Companies to Work For in Asia 2025</a> พร้อมทั้งสร้างความสำเร็จทั้งต่อใจพนักงานและต่อผลลัพธ์ทางธุรกิจไปพร้อมกัน</p>
<p>HR สัมภาษณ์คุณ <strong>รุจาภา เหมนิลรัตน์ Head of Human Capital and Organization Excellence</strong> ถึงความสำเร็จในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรในครั้งนี้ มาดูกันดีกว่าว่ากรอบแนวคิดที่เธอและองค์กรพยายามทำนั้น มีความน่าสนใจและมีส่วนไหนที่เราสามารถนำมาเป็นต้นแบบในการปรับใช้ได้บ้าง</p>

<h2>ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า องค์กรที่น่าทำงาน ในโลกการทำงานปัจจุบัน ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49138" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-1-scaled.webp" alt="osotspa-hr-asia-interview-hrex" width="600" height="400" title="เบื้องหลังความสำเร็จของโอสถสภา (Osotspa) กับการสร้างวัฒนธรรม “ACT” ที่ใคร ๆ ก็อยากร่วมงานด้วย 101" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-1-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-1-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-1-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>รุจาภา:</strong> สำหรับโอสถสภา องค์กรที่น่าทำงานในวันนี้ คือองค์กรที่พนักงานรู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย ไม่ได้เป็นเพียงตำแหน่งงานหนึ่งในองค์กร แต่เป็นคนที่มีคุณค่า ได้รับโอกาสในการเติบโต และมีส่วนร่วมกับความสำเร็จของทีมและองค์กรอย่างแท้จริง</p>
<p>ที่โอสถสภา เราให้ความสำคัญกับการเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้าง และเอื้อต่อการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ พร้อมทั้งออกแบบองค์กรให้มีความยืดหยุ่น เพื่อสนับสนุน Work-Life Integration ที่สมดุล ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทำงานยุคใหม่ให้ความสำคัญอย่างมาก และขณะเดียวกันองค์กรที่น่าทำงานต้องมอบโอกาสในการเติบโตและการพัฒนาให้กับพนักงานอย่างเป็นธรรม ทั้งเส้นทางอาชีพและการพัฒนาด้านทักษะ โดยมีผู้นำที่ทำหน้าที่เป็นโค้ชและผู้สนับสนุน</p>
<p>ท้ายที่สุด องค์กรที่น่าทำงานในวันนี้ คือองค์กรที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างผลลัพธ์ทางธุรกิจกับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน เพราะเมื่อพนักงานรู้สึกว่าได้รับการดูแลและมีคุณค่า พวกเขาจะพร้อมทุ่มเท สร้างผลงานที่มีความหมาย ขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กร และเติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืน</p>
<h2>โอสถสภา (Osotspa) มีวิธีใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คน อย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>รุจาภา:</strong> เรามองเทคโนโลยีเป็นผู้ช่วย มากกว่าจะมาแทนที่ค่ะ</p>
<p>หน้าที่ของเทคโนโลยีคือการลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน เพื่อให้คนของเรามีเวลาคิดเชิงกลยุทธ์ วางแผนอย่างมีคุณภาพ และทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p>
<p>เรานำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรตั้งแต่กระบวนการพื้นฐาน เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานโฟกัสกับงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น พร้อมใช้ Data และ People Analytics เป็นฐานในการวิเคราะห์และพัฒนาองค์กรและบุคลากรอย่างรอบด้าน สู่การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม</p>
<p>ในด้านการพัฒนา เทคโนโลยีทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มแห่งการเรียนรู้ โดยเฉพาะแอปพลิเคชัน OSP Life ที่ช่วยให้พนักงานเข้าถึงองค์ความรู้ ข่าวสาร นโยบาย ระบบ IT และ HR Services ได้ทุกที่ทุกเวลา รองรับการทำงานทั้งในออฟฟิศและรูปแบบ Hybrid Working ได้อย่างคล่องตัวและต่อเนื่อง</p>
<h2>การสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกคนรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กรแห่งนี้ คือความท้าทายของทุกองค์กร ที่ โอสถสภา ออกแบบสิ่งนี้ไว้อย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49139" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-2-scaled.webp" alt="osotspa-hr-asia-interview-hrex" width="600" height="400" title="เบื้องหลังความสำเร็จของโอสถสภา (Osotspa) กับการสร้างวัฒนธรรม “ACT” ที่ใคร ๆ ก็อยากร่วมงานด้วย 102" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-2-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-2-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-2-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-2-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-2-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>รุจาภา:</strong> โอสถสภา สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เรียกว่า ACT หรือ Achievement, Consumer Focus และ Teamwork</p>
<p>Achievement เรามุ่งมั่นทำเป้าหมายให้สำเร็จด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบ ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายแต่เป็นไปได้ เปิดโอกาสให้พนักงานแสดงศักยภาพ เรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตัวเองและองค์กรประสบความสำเร็จไปด้วยกัน</p>
<p>สำหรับ Consumer Focus เราปลูกฝังให้พนักงานทุกคนเข้าใจและใส่ใจผู้บริโภค พัฒนาอย่างสร้างสรรค์ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงงานของตนกับคุณค่าที่ส่งมอบให้ลูกค้า รับฟังเสียงผู้บริโภค และนำมุมมองของผู้ใช้มาเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและชนะใจลูกค้าอย่างยั่งยืน</p>
<p>และสุดท้ายคือ Teamwork การเปิดใจ รับฟัง และร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์บนพื้นฐานของความเคารพและความไว้ใจ โดยมีผู้นำทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุน เพื่อขับเคลื่อนการทำงานที่มีคุณภาพ และสร้างไอเดียที่มีคุณค่าร่วมกัน</p>
<p>เมื่อทุกคนมีวิธีการทำงานและคุณค่าร่วมกันภายใต้ ACT พนักงานและองค์กรจึงสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<h2>ทุกองค์กรกำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทย โอสถสภา (Osotspa) รับมือและแก้ปัญหานี้อย่างไร ทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?</h2>
<p><strong>รุจาภา:</strong> องค์กรของเรามองการขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทยเป็นความท้าทายเชิงโครงสร้าง ที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจังทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ</p>
<p>ในระดับกลยุทธ์ เราสรรหาคนเก่งควบคู่กับการขับเคลื่อนแนวคิด Build over Buy โดยเน้นการพัฒนาคนจากภายในอย่างเป็นระบบ พิจารณาศักยภาพ ทัศนคติ และทักษะอย่างรอบด้าน พร้อมวางแผนกำลังคนให้สอดรับกับทิศทางธุรกิจระยะยาว เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน</p>
<p>ขณะเดียวกัน เราขยายมุมมองของ Talent Pool ให้กว้างขึ้น ไม่ยึดติดกับเส้นทางอาชีพแบบเดิม เปิดรับความหลากหลายของประสบการณ์ ช่วงวัย และความสนใจในการเรียนรู้ เพราะเราเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพที่ต่อยอดได้ และจะเติบโตได้ดียิ่งขึ้นเมื่อได้รับโอกาสและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต</p>
<p>ในทางปฏิบัติ เราสร้าง Learning Ecosystem ที่พนักงานเข้าถึงได้จริง โดยมีแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยให้การพัฒนาทักษะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากการเรียนผ่านคอร์สออนไลน์ พนักงานยังสามารถเรียนรู้จากการลงมือทำจริง การหมุนเวียนงาน และการโค้ช เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์และยกระดับศักยภาพได้อย่างรอบด้าน</p>
<p>พร้อมกันนั้น เรายังเปิดโอกาสให้พนักงานเติบโตข้ามสายงาน ผ่าน Internal Mobility เพื่อให้ศักยภาพของแต่ละคนไม่ถูกจำกัดอยู่ในกรอบเดิม</p>
<p>อีกหนึ่งแนวทางที่เราดำเนินควบคู่กันคือการทำงานเชิงรุกกับสถาบันการศึกษา ผ่านโครงการฝึกงานและความร่วมมือรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้าง Talent Pipeline ตั้งแต่ต้นน้ำ ซึ่งไม่เพียงช่วยเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก้าวสู่โลกการทำงานจริง แต่ยังทำให้องค์กรมีแหล่งบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>และเราเชื่อว่าการแก้ปัญหาการขาดแคลนทักษะอย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากการให้คุณค่ากับทรัพยากรบุคคล รับฟัง และลงทุนกับการเติบโตของพนักงานอย่างจริงจัง เมื่อพนักงานเห็นคุณค่าในตัวเอง พวกเขาจะพร้อมเรียนรู้ ปรับตัว และสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<h2>เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้าน HR ขององค์กรควรยึดหลักการทำงานอะไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49140" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-3-scaled.webp" alt="osotspa-hr-asia-interview-hrex" width="600" height="400" title="เบื้องหลังความสำเร็จของโอสถสภา (Osotspa) กับการสร้างวัฒนธรรม “ACT” ที่ใคร ๆ ก็อยากร่วมงานด้วย 103" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-3-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-3-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-3-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-3-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-3-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>รุจาภา:</strong> สิ่งที่ผู้นำต้องมีเสมอคือความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ รับฟังอย่างตั้งใจ และไม่ตัดสินผู้คนจากผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว</p>
<p>ผู้นำต้องสื่อสารด้วยความชัดเจนและโปร่งใส การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา สม่ำเสมอ และจริงใจ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ลดความไม่แน่นอน และหลอมทุกคนให้มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน</p>
<p>สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการสร้างสมดุลระหว่างผลลัพธ์ทางธุรกิจกับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน เพราะความยั่งยืนขององค์กรไม่ได้เกิดจากความสำเร็จทางธุรกิจเพียงลำพัง แต่เกิดจากความสำเร็จของผู้คนในองค์กรด้วย การดูแลพนักงาน พร้อมสนับสนุนให้มีศักยภาพในการพัฒนาและเติบโต จึงเป็นบทบาทสำคัญของผู้นำ HR</p>
<p>ท้ายที่สุด ผู้นำ HR ต้องสร้างระบบและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของบุคลากร ด้วยการออกแบบประสบการณ์พนักงานที่ส่งเสริมให้เรียนรู้ กล้าลอง และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรเชื่อมั่นและเห็นคุณค่า ความมุ่งมั่น ความผูกพัน และพลังในการสร้างผลงานจะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน</p>
<h2>หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่องค์กรของคุณทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรจากมัน ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49141" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-4-scaled.webp" alt="osotspa-hr-asia-interview-hrex" width="600" height="400" title="เบื้องหลังความสำเร็จของโอสถสภา (Osotspa) กับการสร้างวัฒนธรรม “ACT” ที่ใคร ๆ ก็อยากร่วมงานด้วย 104" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-4-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-4-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-4-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-4-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-4-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/osotspa-hr-asia-interview-hrex-4-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>รุจาภา:</strong> หนึ่งในความสำเร็จที่สร้างทั้งพลังใจและผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างโดดเด่นในปีที่ผ่านมา คือการยกระดับขีดความสามารถของพนักงานให้สอดรับกับทิศทางธุรกิจอย่างจริงจัง เราเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตเข้ากับระบบบริหารผลงานที่ชัดเจน พร้อมมอบความรับผิดชอบที่ท้าทายมากขึ้น เพื่อผลักดันให้ทุกคนเติบโตไปพร้อมกับเป้าหมายขององค์กร</p>
<p>ตัวอย่างหนึ่งกิจกรรม คือ OSP Excellence Awards ซึ่งออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการทำงานแบบ ACT ที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านผลการดำเนินงาน ควบคู่กับการต่อยอดการเรียนรู้ และการแบ่งปันองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความสำเร็จจากการทำงานร่วมกันทั่วทั้งองค์กร</p>
<p>ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม พนักงานมีความมุ่งมั่นและภาคภูมิใจในผลงานของตนมากขึ้น ทีมงานสามารถขับเคลื่อนเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม ขณะเดียวกัน องค์กรก็มีความพร้อมในการแข่งขันและเติบโตได้อย่างมั่นคง</p>
<p>บทเรียนสำคัญที่เราได้รับคือ เมื่อการพัฒนาคนไม่ได้ถูกแยกออกจากกลยุทธ์ธุรกิจ แต่ถูกออกแบบให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน พลังใจของพนักงานและผลลัพธ์ทางธุรกิจจะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และยั่งยืนกว่าที่คาดคิด</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="เจาะลึกปรัชญาการทำงานของ ดานอน ประเทศไทย (Danone Thailand) “ดูแลพนักงานให้ดีที่สุด แล้วพนักงานจะดูแลธุรกิจของเราให้เติบโต” 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/osotspa-hr-asia-interview-260309/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับกรรมการ 100 Outperforming Enterprises พวกเขามองหาอะไรในองค์กรที่ชนะระยะยาว</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/100-outperforming-enterprises-260305/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/100-outperforming-enterprises-260305/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Mar 2026 08:22:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[100 Outperforming Enterprises]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49085</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อเราพูดถึง “องค์กรที่เก่ง” หลายคนอาจนึกถึงตัวเลขกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้น หรือผลประกอบการที่โดดเด่นเหนือคู่แข่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว องค์กรที่เก่งวัดกันที่ “ชัยชนะระยะยาว” ต่างหาก 100 Outperforming Enterprises จึงเป็นอีกหนึ่งรางวัลคุณภาพสำหรับองค์กร และเป็นมาตรฐานใหม่ของการมองความสำเร็จในระยะยาวที่เกิดจากความสอดคล้องระหว่าง Purpose ที่ชัดเจน People ที่แข็งแรง และ Performance ที่ยั่งยืน HREX มีโอกาสได้พูดคุยกับ 6 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ร่วมตัดสินรางวัลนี้ จากหลากหลายแวดวงธุรกิจ เพื่อทำความเข้าใจคำว่า Outperforming Enterprises อีกครั้ง… ในแบบที่ลึกกว่าเดิม คุณ สุรงค์ บูลกุล อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และรองประธานกรรมการหอการค้าไทย การได้มาร่วมเป็นกรรมการตัดสินถือว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะกรรมการแต่ละท่านล้วนมีความรู้ที่หลากหลาย และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง และความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผมมองว่าจุดสำคัญของรางวัลนี้คือ “รางวัลแห่งคุณภาพ” เพราะรางวัลเชิงปริมาณ เราสามารถวัดกันได้ค่อนข้างง่าย แต่รางวัลแห่งคุณภาพโดยเฉพาะ “คุณภาพของมนุษย์” มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ ผมคิดว่านี่คือรางวัลแห่งความสามารถ เป็นรางวัลที่ประเทศไทยต้องมี [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49092" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Cover.webp" alt="100 Outperforming Enterprises Cover" width="600" height="370" title="คุยกับกรรมการ 100 Outperforming Enterprises พวกเขามองหาอะไรในองค์กรที่ชนะระยะยาว 112" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเราพูดถึง “องค์กรที่เก่ง” หลายคนอาจนึกถึงตัวเลขกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้น หรือผลประกอบการที่โดดเด่นเหนือคู่แข่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในความเป็นจริงแล้ว องค์กรที่เก่งวัดกันที่ “ชัยชนะระยะยาว” ต่างหาก</span></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/news/100-outperforming-enterprises-program-250206/"><b>100 Outperforming Enterprises</b></a> <span style="font-weight: 400;">จึงเป็นอีกหนึ่งรางวัลคุณภาพสำหรับองค์กร และเป็นมาตรฐานใหม่ของการมองความสำเร็จในระยะยาวที่เกิดจากความสอดคล้องระหว่าง Purpose ที่ชัดเจน People ที่แข็งแรง และ Performance ที่ยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX มีโอกาสได้พูดคุยกับ 6 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ร่วมตัดสินรางวัลนี้ จากหลากหลายแวดวงธุรกิจ เพื่อทำความเข้าใจคำว่า Outperforming Enterprises อีกครั้ง… ในแบบที่ลึกกว่าเดิม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49086 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-1-1024x1024.webp" alt="100 Outperforming Enterprises 1" width="800" height="800" title="คุยกับกรรมการ 100 Outperforming Enterprises พวกเขามองหาอะไรในองค์กรที่ชนะระยะยาว 113" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-1-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-1.webp 1200w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><b>คุณ สุรงค์ บูลกุล อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และรองประธานกรรมการหอการค้าไทย</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้มาร่วมเป็นกรรมการตัดสินถือว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะกรรมการแต่ละท่านล้วนมีความรู้ที่หลากหลาย และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง และความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมมองว่าจุดสำคัญของรางวัลนี้คือ “รางวัลแห่งคุณภาพ” เพราะรางวัลเชิงปริมาณ เราสามารถวัดกันได้ค่อนข้างง่าย แต่</span><b>รางวัลแห่งคุณภาพโดยเฉพาะ “คุณภาพของมนุษย์” มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่านี่คือรางวัลแห่งความสามารถ เป็นรางวัลที่ประเทศไทยต้องมี หากเราต้องการก้าวข้ามไปสู่ประเทศที่เจริญยิ่งขึ้น เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมีรางวัลที่มีองค์ประกอบเรื่องคน เป้าหมาย ผลการดำเนินงานขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้เพื่อพัฒนาในภาพรวม ของความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49087 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-2-1024x1024.webp" alt="100 Outperforming Enterprises 2" width="800" height="800" title="คุยกับกรรมการ 100 Outperforming Enterprises พวกเขามองหาอะไรในองค์กรที่ชนะระยะยาว 114" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-2-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-2.webp 1200w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><b>คุณ เสกสรรค์ ไตรอุโฆษ รองผู้อำนวยการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</b></h2>
<p><b>คำถามสำคัญคือ เราจะทำอย่างไรให้ “คน” และ “ผลประกอบการ” เติบโตไปด้วยกัน</b><span style="font-weight: 400;"> องค์กรจำเป็นต้องให้ความชัดเจนกับการลงทุนด้านการศึกษาและการพัฒนา (Upskill) เพราะนี่เป็นสิ่งสำคัญครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การดูแลพนักงานไม่ใช่เพียงการเอาใจใส่หรือดูแลด้วยความห่วงใยเท่านั้น แต่คือการสร้างพลังและเปิดโอกาสให้ทีมงานได้เติบโต (Empower) ฉะนั้นการพัฒนา Upskill จึงต้องถูกยกระดับให้เป็นเรื่องสำคัญขององค์กร (Priority) และแปลงออกมาเป็นการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการอบรมด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้านสิ่งแวดล้อม การแข่งขันทางธุรกิจ หรือบริบทความเปลี่ยนแปลงที่องค์กรกำลังเผชิญ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาไม่ควรหยุดอยู่แค่การทำให้ทำงานตามหน้าที่ได้ดีขึ้น แต่ต้องมองไปถึง “ก้าวถัดไป” ของพนักงานแต่ละคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในด้านผลประกอบการ เราต้องยอมรับว่านี่คือเรื่องของระยะยาว การพัฒนาองค์กรเปรียบเสมือนเส้นโค้ง (Curve) ที่ค่อย ๆ เติบโต และอย่าลืมว่าพนักงานคือ “คน” ไม่ใช่เครื่องจักร เครื่องจักรถูกออกแบบให้พัฒนาได้ต่อเนื่อง แต่คนมีหัวใจ มีความรู้สึก มีช่วงเวลาที่ดีและช่วงเวลาที่ท้าทาย ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้นำที่จะเข้าใจและดูแลอย่างใกล้ชิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของผู้นำในวันนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็นโค้ช แต่ต้องเป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ มีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ต่อความเป็นมนุษย์ของทีมงานอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นการวัดความสำเร็จขององค์กรจึงไม่ใช่เพียงการดูว่าเราลงทุนกับพนักงานไปเท่าไร หรือกำไรเพิ่มขึ้นเท่าไร แต่คือการติดตามและพัฒนาศักยภาพของพนักงานแต่ละคนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้องค์กรสามารถก้าวไปตามวิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49088 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-3-1024x1024.webp" alt="100 Outperforming Enterprises 3" width="800" height="800" title="คุยกับกรรมการ 100 Outperforming Enterprises พวกเขามองหาอะไรในองค์กรที่ชนะระยะยาว 115" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-3-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-3-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-3-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-3-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-3.webp 1200w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><b>คุณ ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการอิสระ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาจะขับเคลื่อนองค์กร สิ่งแรกที่ต้องชัดเจนคือเรื่องยุทธศาสตร์เป้าหมาย หรือ Purpose และ North Star ขององค์กร แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเป็นเพียงถ้อยคำที่ติดอยู่บนผนังหรือปรากฏอยู่ในเอกสารเท่านั้น สิ่งสำคัญคือเราจะพาทีมงานและผู้นำของเรา “เดินไปถึง” เป้าหมายนั้นได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การขับเคลื่อนที่แท้จริงเริ่มจากการรับฟังเสียงของพนักงาน เปิดพื้นที่ให้เขาได้สะท้อนความคิดเห็น และนำข้อมูลจากหน้างานมาปรับใช้ในการตัดสินใจ เมื่อพนักงานรู้สึกว่าความเห็นของตนมีคุณค่า เขาจะเกิดความผูกพัน และความรู้สึกร่วมกับองค์กร</span></p>
<p><b>คำว่า “รักองค์กร” จึงไม่ได้หมายถึงเพียงความรู้สึกที่ดีต่อสถานที่ทำงานเท่านั้น แต่รวมถึงการได้รับการดูแล การพัฒนา และการเติบโตทั้งในมิติของงานและจิตใจ </b><span style="font-weight: 400;">หลายครั้ง Employee Experience มีความสำคัญยิ่งกว่าความยากลำบากที่พนักงานต้องเผชิญ เพราะหากองค์กรสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีได้ ต่อให้ต้องผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายเพียงใด ทีมงานก็พร้อมจะก้าวไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเดินยุทธศาสตร์ควบคู่ไปกับการดูแลผู้นำและทีมงานด้วยความเข้าใจ เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้และเติบโต ไม่ใช่เติบโตเพราะแรงกดดัน แต่เติบโตเพราะเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ สิ่งนี้เองคือรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า We’re not judging for performance today, but we are talking about sustainability for the future.</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49089 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-4-1024x1024.webp" alt="100 Outperforming Enterprises 4" width="800" height="800" title="คุยกับกรรมการ 100 Outperforming Enterprises พวกเขามองหาอะไรในองค์กรที่ชนะระยะยาว 116" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-4-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-4-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-4-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-4-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-4.webp 1200w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><b>ดร.เอกพล ณ สงขลา รองผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (Chief People Officer) และ Head of Strategy Office บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์ที่ได้เห็นและเปรียบเทียบองค์กรมาจำนวนมาก สิ่งที่ผมพบว่าแตกต่างอย่างชัดเจนที่สุดคือ “Purpose” ที่ชัดเจนและแข็งแรง เพราะ Purpose คือพลังภายในที่ช่วยให้องค์กรยืนหยัดผ่านความท้าทาย และขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรมี Purpose ที่ชัดเจนแล้ว ก็จะสามารถพัฒนาและยกระดับในมิติต่าง ๆ ได้ต่อเนื่อง ตรงกันข้ามกับบางองค์กรที่แม้จะประสบความสำเร็จในเชิงผลลัพธ์ แต่หาก Purpose ยังไม่ชัดเจน โอกาสในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวก็อาจจำกัดกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ Outperform อย่างแท้จริง มักโดดเด่นในเรื่องของการสื่อสารที่ชัดเจน ลงรายละเอียด และทำอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน ทำให้พนักงานสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างมีระบบ มีประสิทธิภาพ และมีความสม่ำเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหนือสิ่งอื่นใด ความเป็นผู้นำ (Leadership) ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ภาวะผู้นำที่แข็งแรงจะช่วยให้องค์กรก้าวผ่านความท้าทายไปสู่ความสำเร็จได้ ผู้นำต้องไม่เพียงมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน แต่ต้องสามารถถ่ายทอด ลงรายละเอียด และสื่อสารเรื่องเหล่านี้ไปถึงพนักงานทุกคนอย่างทั่วถึง</span></p>
<p><b>เมื่อทั้งสององค์ประกอบนี้เกิดขึ้น — Purpose ที่แข็งแรง และ Leadership ที่มีคุณภาพ — องค์กรก็จะสามารถก้าวสู่การเป็น Performing Organization ได้อย่างแท้จริงครับ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49090 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-5-1024x1024.webp" alt="100 Outperforming Enterprises 5" width="800" height="800" title="คุยกับกรรมการ 100 Outperforming Enterprises พวกเขามองหาอะไรในองค์กรที่ชนะระยะยาว 117" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-5-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-5-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-5-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-5-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-5.webp 1200w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></span></p>
<h2><b>คุณ มนาเทศ อันนวัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ (President) จาก บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรที่ผ่านการคัดกรองเข้ามาได้ล้วนเป็นองค์กรระดับแนวหน้าทั้งสิ้น จากผู้สมัครกว่า 70 องค์กร วันนี้เราได้คัดเลือกเหลือเพียง 10 กว่าราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและมาตรฐานของผู้เข้าร่วมได้อย่างชัดเจน</span></p>
<p><b>กระบวนการพิจารณาและจัดอันดับจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะหลายองค์กรมีความโดดเด่นและทำได้ดี การตัดสินแต่ละครั้งต้องอาศัยความรอบคอบและความเป็นธรรมอย่างสูง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณที่ดีว่า องค์กรไทยจำนวนมากกำลังยกระดับมาตรฐานของตนเองอย่างจริงจัง ทั้งในมิติของคน วัฒนธรรม และผลการดำเนินงาน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อทิศทางการพัฒนาของภาคธุรกิจไทยในระยะยาวครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49091 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-6-1024x1024.webp" alt="100 Outperforming Enterprises 6" width="800" height="800" title="คุยกับกรรมการ 100 Outperforming Enterprises พวกเขามองหาอะไรในองค์กรที่ชนะระยะยาว 118" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-6-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-6-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-6-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-6-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/100-Outperforming-Enterprises-6.webp 1200w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><b>คุณ อรนุช เลิศสุวรรณกิจ  CEO &amp; Co-Founder จาก บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด</b></h2>
<p><b>เรียกได้ว่าเป็นเวทีตัดสินที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง เกณฑ์การประเมินมีความครอบคลุมครบทุกมิติ ทำให้องค์กรที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายล้วนเป็นองค์กรที่มีมาตรฐานสูงและโดดเด่นในแบบของตนเอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละองค์กรไม่ได้เพียงมาแข่งขันกันเท่านั้น หากแต่กำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับมาตรฐานขององค์กรไทยไปพร้อม ๆ กัน เป็นการเติบโตร่วมกันในภาพใหญ่ของประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน คณะกรรมการที่เข้าร่วมก็มาจากหลากหลายพื้นหลังและประสบการณ์ ทำให้การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเต็มไปด้วยมุมมองที่แตกต่าง เปิดกว้าง พร้อมส่งเสริมซึ่งกันและกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้เรียนรู้จากความหลากหลายเช่นนี้ ทำให้เวทีแห่งนี้เป็นเวทีที่ครบถ้วนทั้งในเชิงกระบวนการและคุณค่าอย่างแท้จริงค่ะ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44372" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 184" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/100-outperforming-enterprises-260305/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Danone Thailand ความสำเร็จจาก HR Strategy ที่เชื่อว่า “พนักงานคือหัวใจขององค์กร”</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/danone-thailand-hr-strategy-260302/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/danone-thailand-hr-strategy-260302/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Mar 2026 02:13:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<category><![CDATA[HR Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Danone Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[HR Interview]]></category>
		<category><![CDATA[ดานอน ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=49028</guid>

					<description><![CDATA[ยิ่งโลกการทำงานเปลี่ยนเร็วแค่ไหน ความคาดหวังของพนักงานก็เปลี่ยนเร็วตาม องค์กรที่คนอยากร่วมงานด้วยมากที่สุดในวันนี้ ไม่ได้โดดเด่นแค่ผลประกอบการเท่านั้น แต่ต้องดูแลพนักงาน และสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนรู้สึกมีคุณค่าด้วย Danone Thailand (ดานอน ประเทศไทย) บริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศส ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพระดับโลก มีความโดดเด่นในทุกข้อที่กล่าวไป และสามารถคว้ารางวัล Best Companies to Work For in Asia 2025 จาก HR Asia มาครองได้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ตอกย้ำว่านี่คือองค์กรที่หลายคนใฝ่ฝันอยากร่วมงานด้วยอย่างแท้จริง ดานอน ประเทศไทย มีเคล็ดลับในการสร้างองค์กรอย่างไร คุณ ณัฐฏ์ยา ปริวัติธรรม Head of Human Resources – Thailand and Laos อธิบายกับ HREX ไว้แล้ว มาติดตามบทสัมภาษณ์นี้ไปพร้อมกันได้เลย ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงาน” ในโลกการทำงานปัจจุบัน ? ณัฐฏ์ยา: องค์กรที่น่าทำงานไม่ได้วัดกันแค่เงินเดือนหรือโครงสร้างตำแหน่งอีกต่อไปค่ะ แต่เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49036" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview.webp" alt="Danona Thailand HREX HR Asia Interview" width="600" height="370" title="Danone Thailand ความสำเร็จจาก HR Strategy ที่เชื่อว่า “พนักงานคือหัวใจขององค์กร” 126" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ยิ่งโลกการทำงานเปลี่ยนเร็วแค่ไหน ความคาดหวังของพนักงานก็เปลี่ยนเร็วตาม องค์กรที่คนอยากร่วมงานด้วยมากที่สุดในวันนี้ ไม่ได้โดดเด่นแค่ผลประกอบการเท่านั้น แต่ต้องดูแลพนักงาน และสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนรู้สึกมีคุณค่าด้วย</p>
<p><a href="https://www.danone.co.th/" target="_blank" rel="noopener">Danone Thailand (ดานอน ประเทศไทย)</a> บริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศส ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพระดับโลก มีความโดดเด่นในทุกข้อที่กล่าวไป และสามารถคว้ารางวัล <a href="https://th.hrnote.asia/news/hr-asia-best-companies-to-work-for-in-asia-2025-251001/">Best Companies to Work For in Asia 2025 จาก HR Asia</a> มาครองได้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ตอกย้ำว่านี่คือองค์กรที่หลายคนใฝ่ฝันอยากร่วมงานด้วยอย่างแท้จริง</p>
<p>ดานอน ประเทศไทย มีเคล็ดลับในการสร้างองค์กรอย่างไร คุณ <strong><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/hr-rising-star-2025-250106/#3__l_Head_of_Talent_Learning_for_Danone_Southeast_Asia_l_DANONE_THAILAND">ณัฐฏ์ยา ปริวัติธรรม Head of Human Resources – Thailand and Laos</a></strong> อธิบายกับ HREX ไว้แล้ว มาติดตามบทสัมภาษณ์นี้ไปพร้อมกันได้เลย</p>

<h2>ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงาน” ในโลกการทำงานปัจจุบัน ?</h2>
<p><strong>ณัฐฏ์ยา:</strong> องค์กรที่น่าทำงานไม่ได้วัดกันแค่เงินเดือนหรือโครงสร้างตำแหน่งอีกต่อไปค่ะ แต่เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์<br />
สำหรับ ดานอน ประเทศไทย การเป็นองค์กรที่ดีต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานมีสุขภาวะที่ดี รู้สึกปลอดภัย ได้รับความเคารพ และมีแรงบันดาลใจในการเติบโต เราเชื่อว่าสถานที่ทำงานที่ดีจะทำให้พนักงานรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมในผลลัพธ์ และเชื่อมโยงกับเป้าหมายที่ใหญ่กว่าตัวเอง</p>
<p>และเนื่องจากพันธกิจของเราคือ <em>“ส่งมอบสุขภาพที่ดีผ่านอาหารให้กับผู้คนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”</em> ดังนั้นเราจึงนำแนวคิดเดียวกันนี้นำมาใช้ดูแลพนักงานของเราด้วย</p>
<p>ดานอน ประเทศไทย ยังให้ความสำคัญกับ Well-Being, Inclusion, Psychological Safety และ Continuous Learning สิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานของวัฒนธรรมองค์กร ขับเคลื่อนผ่านค่านิยม HOPE Value ได้แก่ Humanism, Openness, Proximity และ Enthusiasm เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และได้รับการสนับสนุนทั้งในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว</p>
<p>สุดท้าย องค์กรที่น่าทำงานในวันนี้ ต้องเป็นองค์กรที่ส่งเสริมให้พนักงานเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ และรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอย่างแท้จริงค่ะ</p>
<h2>ดานอน ประเทศไทย นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเสริมพลังคนอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49035" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-2-scaled.webp" alt="Danona Thailand HREX HR Asia Interview" width="600" height="400" title="Danone Thailand ความสำเร็จจาก HR Strategy ที่เชื่อว่า “พนักงานคือหัวใจขององค์กร” 127" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-2-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-2-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-2-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-2-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-2-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ณัฐฏ์ยา:</strong> เรามองว่าเทคโนโลยีคือเครื่องมือที่ช่วยขยายศักยภาพของมนุษย์ ไม่ใช่สิ่งที่มาแทนที่ เพราะเครื่องมือดิจิทัลสามารถช่วยลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการแก้ปัญหา และสนับสนุนการตัดสินใจ ทำให้พนักงานมีเวลาทุ่มเทกับงานที่สร้างคุณค่าจริง ๆ มากขึ้นได้จริง<br />
ที่ดานอน ประเทศไทย เรามี “Founda” ผู้ช่วย AI ภายในองค์กรที่ช่วยให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลด้านนโยบาย สวัสดิการ และกระบวนการต่าง ๆ ได้ง่าย ทุกที่ ทุกเวลา ลดเวลาการค้นหาข้อมูล และเพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน</p>
<p>ส่วนด้านการพัฒนา เรามีแพลตฟอร์ม CampusX และ LinkedIn Learning ที่เปิดโอกาสให้พนักงานเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้มากกว่า 50,000 รายการ ทำให้การพัฒนาทักษะเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่จำกัดบทบาทหรือระดับตำแหน่ง</p>
<p>ดานอน ประเทศไทย เชื่อเสมอว่าเทคโนโลยีที่ดีต้องช่วยเสริมวิจารณญาณ ความคิดสร้างสรรค์ ความร่วมมือ และคุณภาพชีวิตของคนทำงานค่ะ</p>
<h2>ดานอน ประเทศไทย สร้างวัฒนธรรมที่ทำให้พนักงานทุกวัย ทุกพื้นเพ รู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กรแห่งนี้อย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49031" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-4-scaled.webp" alt="Danona Thailand HREX HR Asia Interview" width="600" height="400" title="Danone Thailand ความสำเร็จจาก HR Strategy ที่เชื่อว่า “พนักงานคือหัวใจขององค์กร” 128" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-4-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-4-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-4-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-4-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-4-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-4-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ณัฐฏ์ยา:</strong> เรายึดหลักว่า<em> “พนักงานคือหัวใจขององค์กร”</em> และเราไม่ได้มอง Inclusion เป็นเพียงโครงการหนึ่ง แต่มองเป็นการออกแบบระบบทรัพยากรมนุษย์ทั้งระบบให้รองรับความแตกต่างอย่างแท้จริง เราออกแบบเรื่องนี้เป็นระบบ ผ่าน 3 แกนสำคัญที่เชื่อมต่อกัน</p>
<h3>1. วัฒนธรรมแบบ Human-Centred Culture</h3>
<p>ค่านิยม HOPE Value ที่เรามี ช่วยให้ผู้นำทำงานใกล้ชิดกับทีม รับฟังอย่างจริงใจ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ ไม่ว่าพนักงานจะเป็นคนรุ่นใหม่หรือมีประสบการณ์สูง ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นและได้รับความเคารพอย่างเท่าเทียม</p>
<h3>2. โอกาสที่ออกแบบให้เหมาะกับแต่ละช่วงชีวิต</h3>
<p>เรายึดหลัก Internal-First Mobility เปิดโอกาสให้พนักงานเติบโตภายในองค์กรก่อนเสมอ เพื่อสร้างเส้นทางอาชีพที่หลากหลายและเป็นธรรม</p>
<h3>3. การมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นจริงในทุกวันทำงาน</h3>
<p>เรามีนโยบายที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย ทั้งด้านครอบครัว สุขภาวะ และสถานการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน</p>
<p>ดานอน ประเทศไทย ยังเดินหน้าโครงการสนับสนุน Neurodivergent Talent และ Persons with Disabilities (PWD) เพื่อสร้างโอกาสที่เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม รวมถึงกิจกรรมรายเดือน เช่น Be-Well Day กิจกรรมด้าน Inclusion &amp; Diversity และระบบให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งเหล่านี้สะท้อนความตั้งใจของเราที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่โอบรับความหลากหลายอย่างแท้จริง</p>
<p>และเมื่อองค์กรขับเคลื่อนด้วยค่านิยมที่ชัดเจน มีเส้นทางอาชีพที่เป็นธรรม ออกแบบประสบการณ์การทำงานให้ครอบคลุม คนทุกช่วงวัยจะรู้สึกว่า ดานอน คือบ้านที่เติบโตไปด้วยกันได้จริงค่ะ</p>
<h2>การขาดแคลนแรงงานในท้องตลาดถือเป็นวาระที่ท้าทายองค์กรจำนวนมาก ที่ ดานอน ประเทศไทย มีวิธีรับมือประเด็นนี้อย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49033" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview2-scaled.webp" alt="Danona Thailand HREX HR Asia Interview" width="600" height="400" title="Danone Thailand ความสำเร็จจาก HR Strategy ที่เชื่อว่า “พนักงานคือหัวใจขององค์กร” 129" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview2-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview2-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview2-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview2-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview2-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ณัฐฏ์ยา:</strong> การแก้ปัญหาใหญ่นี้เราดำเนินการผ่าน 3 แนวทางหลัก</p>
<h3>1. สร้างทักษะแห่งอนาคตจากภายใน (Building Future Skills Internally)</h3>
<p>ผ่านแพลตฟอร์ม CampusX และ LinkedIn Learning ดังที่ได้กล่าวไป และกิจกรรมระดับภูมิภาคอย่าง Campus for All เพื่อพัฒนาทั้งทักษะด้านวิชาชีพและภาวะผู้นำ</p>
<h3>2. สร้างโอกาสการเติบโตจากประสบการณ์จริง (Creating Real Opportunities)</h3>
<p>ผ่านการโยกย้ายตำแหน่ง ข้ามสายงาน หรือข้ามประเทศ รวมถึงโปรแกรม A Day in a Life ที่เปิดโอกาสให้พนักงานทดลองเรียนรู้งานในสายงานที่สนใจ เพื่อสำรวจเส้นทางอาชีพของตัวเอง</p>
<p>เราส่งเสริมแนวคิด <em>“Step Out of Your Job Description”</em> เพื่อให้พนักงานเรียนรู้จากสถานการณ์จริง และพัฒนาตัวเองจากการลงมือทำ</p>
<h3>3. เสริมความแข็งแกร่งจากภายนอก (Strengthening External Talent Pipelines)</h3>
<p>ผ่านโครงการ Internship และ Management Trainee เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ให้เดินหน้าไปพร้อมกับองค์กรอย่างแข็งแกร่ง<br />
เมื่อการพัฒนามีทั้งโครงสร้างที่ชัดเจนและประสบการณ์จริง ช่องว่างทักษะจะค่อย ๆ ลดลง และคนของเราจะเติบโตได้อย่างมั่นใจ</p>
<h2>เมื่อโลกการทำงานเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผู้นำด้าน HR ควรมีแนวทางการบริหารคนอย่างไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49034" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-3.webp" alt="Danona Thailand HREX HR Asia Interview" width="600" height="400" title="Danone Thailand ความสำเร็จจาก HR Strategy ที่เชื่อว่า “พนักงานคือหัวใจขององค์กร” 130" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-3.webp 2048w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-3-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-3-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-3-1536x1025.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ณัฐฏ์ยา:</strong> ในช่วงเวลาที่โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว ผู้นำต้องยึดหลัก Human-Centered Leadership โดยมี 3 สิ่งสำคัญที่ต้องยึดมั่นอยู่เสมอค่ะ</p>
<h3>1.รับรู้และเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น Empathy</h3>
<p>เข้าใจความรู้สึก ความท้าทาย และแรงจูงใจของพนักงาน เพื่อสร้างความไว้วางใจและพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ</p>
<h3>2. สื่อสารอย่างความโปร่งใสและเปิดกว้าง</h3>
<p>โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะความชัดเจนช่วยลดความกังวล และทำให้พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วม</p>
<h3>3. สร้างสุขภาวะที่ดี และความปลอดภัย (Well-Being &amp; Safety)</h3>
<p>ทั้งด้านกาย ใจ และสภาพแวดล้อมการทำงาน เมื่อองค์กรแสดงให้เห็นว่าพนักงานมาก่อนเสมอ คนก็จะสามารถทำผลงานได้ดีที่สุด<br />
เมื่อผู้นำยึดหลักเหล่านี้ไว้ ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร งานจะยังคงมีคุณค่าและความหมายค่ะ</p>
<h2>หากต้องแชร์หนึ่งสิ่งที่ ดานอน ประเทศไทย ทำแล้วส่งผลดีทั้งต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49032" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-1-scaled.webp" alt="Danona Thailand HREX HR Asia Interview" width="600" height="400" title="Danone Thailand ความสำเร็จจาก HR Strategy ที่เชื่อว่า “พนักงานคือหัวใจขององค์กร” 131" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-1-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-1-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/03/Danona-Thailand-HREX-HR-Asia-Interview-1-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ณัฐฏ์ยา:</strong> แม้ปีที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความท้าทายและความไม่แน่นอน แต่ดานอน ประเทศไทย ยึดการทำงามตามพฤติกรรมที่ส่งเสริมภายใน “<em>Put Danone First”</em> มุ่งมั่นเดินหน้าส่งมอบสุขภาพที่ดีให้โดยให้ความสำคัญแก่ผู้บริโภค ลูกค้า ผู้ป่วย และคู่ค้าเสมอค่ะ</p>
<p>ขณะเดียวกัน เราให้ความสำคัญกับการ <em>“Lead with People”</em> อย่างจริงจัง ที่เน้นการขับเคลื่อนองค์กรจากบุคคลากรภายในทุกคน โดยส่งเสริมความเป็นผู้นำอย่างแท้จริง พร้อมทั้งสร้างความปลอดภัย สุขภาพกายใจ และสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อพนักงาน</p>
<p>สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือ ความเป็นมนุษย์และผลลัพธ์ทางธุรกิจไม่ใช่เรื่องที่แยกจากกัน เมื่อพนักงานได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ได้รับความไว้วางใจ และมีพื้นที่ในการเติบโต ผลลัพธ์ที่ดีจะเกิดขึ้นตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ</p>
<p>และนั่นคือเหตุผลที่เรามั่นใจว่า เมื่อคนได้รับการดูแลอย่างแท้จริง ธุรกิจก็จะเติบโตอย่างยั่งยืนค่ะ</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44359" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-03-17T083245.286.webp" alt="เจาะลึกปรัชญาการทำงานของ ดานอน ประเทศไทย (Danone Thailand) “ดูแลพนักงานให้ดีที่สุด แล้วพนักงานจะดูแลธุรกิจของเราให้เติบโต”" width="600" height="370" title="Danone Thailand ความสำเร็จจาก HR Strategy ที่เชื่อว่า “พนักงานคือหัวใจขององค์กร” 132" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-03-17T083245.286.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-03-17T083245.286-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/story/danone-thailand-hr-interview-250127/">เจาะลึกปรัชญาการทำงานของ ดานอน ประเทศไทย (Danone Thailand)</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="เจาะลึกปรัชญาการทำงานของ ดานอน ประเทศไทย (Danone Thailand) “ดูแลพนักงานให้ดีที่สุด แล้วพนักงานจะดูแลธุรกิจของเราให้เติบโต” 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/danone-thailand-hr-strategy-260302/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>People First ในแบบ Watsons Thailand เมื่อการดูแลคนคือหัวใจของความยั่งยืนทางธุรกิจ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/people-first-watsons-thailand-260212/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/people-first-watsons-thailand-260212/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2026 03:40:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Watsons Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=48787</guid>

					<description><![CDATA[กว่าที่องค์กรหนึ่งจะเป็นองค์กรที่ผู้คนอยากร่วมงานด้วย ต้องผ่านการวางรากฐาน และสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยผู้นำแต่ละฝ่ายขององค์กร โดยเฉพาะผู้นำด้าน HR ซึ่งอาจมีบทบาทสำคัญมากกว่าใคร ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Watsons Thailand คือหนึ่งในองค์กรที่ถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของธุรกิจ การดูแลพนักงาน และการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ความตั้งใจดังกล่าว นำมาซึ่งรางวัล Best Companies to Work For in Asia 2025 จาก HR Asia อีกปี ไม่เพียงแค่นั้น ยังได้รางวัล MOST CARING COMPANY AWARDS 2025,  DIVERSITY, EQUITY &#38; INCLUSION AWARDS 2025, SUSTAINABLE WORKPLACE AWARDS 2025 และ TECH EMPOWERMENT AWARDS 2025 มาครองด้วย เรียกได้ว่ากวาดทุกรางวัลอย่างยิ่งใหญ่ HREX มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณ จิระวัฒน์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-48793" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-1.webp" alt="people-first-watsons-thailand-260212" width="600" height="370" title="People First ในแบบ Watsons Thailand เมื่อการดูแลคนคือหัวใจของความยั่งยืนทางธุรกิจ 138" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กว่าที่องค์กรหนึ่งจะเป็นองค์กรที่ผู้คนอยากร่วมงานด้วย ต้องผ่านการวางรากฐาน และสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยผู้นำแต่ละฝ่ายขององค์กร โดยเฉพาะผู้นำด้าน HR ซึ่งอาจมีบทบาทสำคัญมากกว่าใคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา </span><a href="https://www.watsons.co.th/th/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Watsons Thailand</span></a><span style="font-weight: 400;"> คือหนึ่งในองค์กรที่ถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของธุรกิจ การดูแลพนักงาน และการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ความตั้งใจดังกล่าว นำมาซึ่งรางวัล </span><a href="https://th.hrnote.asia/news/hr-asia-best-companies-to-work-for-in-asia-2025-251001/"><span style="font-weight: 400;">Best Companies to Work For in Asia 2025 จาก HR Asia</span></a><span style="font-weight: 400;"> อีกปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแค่นั้น ยังได้รางวัล MOST CARING COMPANY AWARDS 2025,  DIVERSITY, EQUITY &amp; INCLUSION AWARDS 2025, SUSTAINABLE WORKPLACE AWARDS 2025 และ TECH EMPOWERMENT AWARDS 2025 มาครองด้วย เรียกได้ว่ากวาดทุกรางวัลอย่างยิ่งใหญ่</span></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/story/hr-watsons-thailand-2024-240229/"><span style="font-weight: 400;">HREX มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณ </span><b>จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ</b> <b>ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล Watsons Thailand</b></a><span style="font-weight: 400;"> อีกครั้ง เขาถอดหรัสความสำเร็จของการสร้างองค์กรในปีที่ผ่านมาไว้อย่างไร ไปติดตามได้เลยในบทความนี้</span></p>

<h2><b>ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า องค์กรที่น่าทำงานด้วยในโลกการทำงานปัจจุบัน ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48789" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-2-scaled.webp" alt="people-first-watsons-thailand-260212" width="600" height="337" title="People First ในแบบ Watsons Thailand เมื่อการดูแลคนคือหัวใจของความยั่งยืนทางธุรกิจ 139" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-2-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-2-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-2-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-2-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-2-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-2-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>จิระวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">สำหรับผม คำว่าองค์กรที่น่าทำงานด้วย ไม่ได้หมายถึงแค่องค์กรที่จ่ายค่าจ้างสูง มีสวัสดิการดี หรือมีบรรยากาศการทำงานที่สนุกสนาน แต่ต้องเป็นสถานที่ที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่า ตัวฉันเป็นที่ยอมรับและมีคุณค่า และงานของฉันมีความหมายในทุกวันที่ตื่นมาทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรต้องมองคนอย่างรอบด้าน ทั้งความเป็นอยู่ ความคาดหวัง ความกังวล และโอกาสเติบโต ไม่ใช่มองคนเป็นเพียงทรัพยากรที่ต้องใช้ให้คุ้ม ที่ Watsons Thailand เราเริ่มจากการยึดคนเป็นแกนของยุทธศาสตร์ธุรกิจอย่างจริงจัง ผ่านกรอบแนวคิด People, Product, Planet เพื่อให้ทุกการตัดสินใจไม่หลุดจากหัวใจของความยั่งยืน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น องค์กรที่น่าทำงานในวันนี้ในความหมายของ Watsons Thailand คือองค์กรที่ดูแล ใส่ใจคน สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคนเป็นตัวเอง และสร้างเส้นทางการเติบโตที่จับต้องได้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมครับ</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37615" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-29T152855.198.webp" alt="ภารกิจ HR วัตสัน ประเทศไทย (Watsons Thailand) คือการสร้าง A Workplace of Opportunity แก่พนักงานทุกคน" width="600" height="370" title="People First ในแบบ Watsons Thailand เมื่อการดูแลคนคือหัวใจของความยั่งยืนทางธุรกิจ 140" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-29T152855.198.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-29T152855.198-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/story/hr-watsons-thailand-2024-240229/">ภารกิจ HR วัตสัน ประเทศไทย (Watsons Thailand) คือการสร้าง A Workplace of Opportunity แก่พนักงานทุกคน</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><b>ที่ผ่านมา Watsons Thailand ใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>จิระวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">หากรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ก็เปรียบเสมือนเราได้ผ้าคลุมสีแดง ที่เมื่อคนธรรมดา ๆ เอามาคลุมแล้วทำให้คน ๆ นั้นเคลื่อนที่ได้เร็วกว่ากระสุนปืน ! ทรงพลังกว่ารถไฟ ! (Faster than a speeding bullet! More powerful than a locomotive!) สามารถเพิ่มประสิทธิภาพแบบ Sx2 คือ Speed x Strong ทำงานได้เร็วขึ้น และเก่งขึ้น ตัดสินใจได้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ผ่านมาเราจึงมองเทคโนโลยีเป็นตัวคูณ ไม่ใช่ตัวแทนครับ หากใช้ถูกทาง เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มทั้งความเร็วและความแข็งแกร่งในการทำงาน ทำให้คนทำงานได้เร็วขึ้น เก่งขึ้น และตัดสินใจได้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักคิดของเราคือการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดงานซ้ำ ๆ จัดการข้อมูลจำนวนมาก เพิ่มความแม่นยำ และประหยัดเวลาที่ไม่สร้างคุณค่า เพื่อให้พนักงานสามารถโฟกัสกับงานเชิงสร้างสรรค์ การพัฒนาทีม และการดูแลลูกค้าได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในด้านการพัฒนาคน เราลงทุนอย่างจริงจังกับการ Upskill ด้าน AI และ Digital Skill ไม่ว่าจะเป็น Generative AI, Copilot, Power BI, Data Analysis, Visualization ไปจนถึง Digital &amp; Social Media Workshop พร้อม Roadmap การพัฒนาผู้นำที่เน้นทักษะแห่งอนาคต เช่น Coaching, Data-Driven Decision Making, Critical Thinking และ Agile Execution รวมถึงการจัด Data Hackathon เพื่อเชื่อมการเรียนรู้เข้ากับการใช้งานจริงทางธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายแล้ว เทคโนโลยีสำหรับเรา คือเครื่องมือที่ทำให้คนเก่งขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่มาแทนคนครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Watsons Thailand ออกแบบและสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นเพรู้สึกมีคุณค่า อย่างไร ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48790" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-3-scaled.webp" alt="people-first-watsons-thailand-260212" width="600" height="337" title="People First ในแบบ Watsons Thailand เมื่อการดูแลคนคือหัวใจของความยั่งยืนทางธุรกิจ 141" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-3-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-3-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-3-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-3-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-3-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-3-2048x1151.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>จิระวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">เรายอมรับว่านี่คือโจทย์ใหญ่ของทุกองค์กร และคำตอบของเราคือการออกแบบ วัฒนธรรมที่โอบรับความหลากหลาย ให้เกิดขึ้นจริง พยายามทำให้ทุกคนรู้สึกว่า ฉันเป็นตัวเองได้, ฉันมีพื้นที่, และ ฉันมีอนาคต ในองค์กรแห่งนี้ ไม่ใช่แค่ในแคมเปญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในภาพใหญ่ Watsons ได้รับการยอมรับด้าน </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190820-workforce-diversity/"><span style="font-weight: 400;">DEI</span></a><span style="font-weight: 400;"> จาก HR Asia ซึ่งสะท้อนความตั้งใจในการโอบรับความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นอายุ เพศ ภูมิหลัง หรือรสนิยมทางเพศ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางปฏิบัติ เราพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อพฤติกรรม เช่น การดูแล Well-being ทั้งกาย ใจ และสังคม, การสร้าง Safe Space ให้ทุกคนแสดงออกได้อย่างสร้างสรรค์, มีกิจกรรมที่เชื่อมกับ Cultural Moments อย่าง Pride Party รวมถึงเวทีรับฟังเสียงพนักงาน Your Voice Matters</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายังสะท้อนความหลากหลายทางช่วงวัย ผ่าน Age Diversity ผ่านนโยบายการจ้างงานที่เปิดโอกาสให้คนทุกช่วงวัย เช่น การจ้างเภสัชกรวัย 60+ และการยึดวัฒนธรรม Performance-based Culture เพื่อลดอคติและเปิดโอกาสให้ความสามารถได้แสดงออกอย่างแท้จริงครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ปีที่ผ่านมา องค์กรรับมือกับปัญหาการขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทยอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>จิระวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">การขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทยเป็นปัญหาเชิงระบบ ที่แก้ไม่ได้ด้วยการจ้างคนเก่งจากภายนอกเพียงอย่างเดียว องค์กรจึงต้องทำ 2 เรื่องควบคู่กัน นั่นคือการสร้าง Talent Pipeline ระยะกลาง–ยาว และ Upskill–Reskill คนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเชิงกลยุทธ์ เราวางแผนกำลังคนควบคู่กับแผนธุรกิจ เน้นบทบาทสำคัญต่ออนาคต เช่น Digital, Data, Leadership และ Customer Experience เพื่อให้การเติบโตไม่สะดุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางปฏิบัติ เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนข้างในองค์กรเป็นอันดับแรก มีโปรแกรม Leadership Development ทุกระดับ และร่วมมือกับสถาบันการศึกษากว่า 30 แห่งในโครงการทวิภาคี เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาประมาณ 200 คนต่อปีมาทำงาน-ฝึกงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่าการแก้ปัญหา Skill Shortage ไม่ใช่เรื่องของการแย่งคนเก่ง แต่ต้องสร้างระบบที่สร้างคนเก่ง ที่ Fit-to-Culture และส่งเสริมให้เขาเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้จริงครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำ HR ควรมีหลักคิดในใจอย่างไร เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ของงานไว้ได้ ?</b></h2>
<p><b>จิระวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">ผมเชื่อว่าหัวใจสำคัญคือการสร้างคนให้เป็น Lifelong Learners และ Adaptable คนที่ไปต่อได้ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่เป็นคนที่เปิดใจเรียนรู้และปรับตัวได้เร็วที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3 หลักที่ผมยึดไว้เสมอ คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปลูก </b><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211013-growth-mindset/"><b>Growth Mindset</b></a><b> ให้เป็นวัฒนธรรมร่วม:</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะในวันที่ทุกอย่างไม่แน่นอน สิ่งที่มั่นคงที่สุดคือทัศนคติของคน คนที่กล้าลอง กล้าพัฒนา และกล้าไม่รู้ จะปรับตัวได้เสมอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างระบบพัฒนาคนที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่เป็นครั้งคราว:</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าจะเป็นวิกฤต เศรษฐกิจเปลี่ยน หรือเทคโนโลยีมาแทนที่ วิธีเดียวที่จะยืนหยัดอยู่ได้คือพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้นำต้องมองไปข้างหน้า คาดการณ์อนาคต และคิดเรื่อง reskilling–upskilling แบบเชิงรุก ไม่ใช่แค่ตอบสนองเมื่อปัญหาเกิดขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>พัฒนาคนให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านทักษะ ความสามารถ และด้านความคิด (Skills + Mindset):</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะความสามารถในการปรับตัวคือทักษะจำเป็นเพื่อความอยู่รอด และหัวใจสำคัญคือการดูแลความเป็นมนุษย์ ให้คนรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และมีพื้นที่เติบโต ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เหนือสิ่งอื่นใด ผู้นำต้องดูแล “ทีมงาน” ให้เขารู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และมีโอกาสเติบโตด้วยครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่ Watsons Thailand ทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีทั้งต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรบ้าง ?</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-48792" src="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-4-scaled.webp" alt="people-first-watsons-thailand-260212" width="600" height="337" title="People First ในแบบ Watsons Thailand เมื่อการดูแลคนคือหัวใจของความยั่งยืนทางธุรกิจ 142" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-4-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-4-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-4-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-4-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-4-1536x863.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2026/02/people-first-watsons-thailand-4-2048x1151.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>จิระวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เห็นผลชัดคือการขับเคลื่อน Sustainability ผ่าน People ครับ โดยเราเน้นเรื่อง Caring, Wellbeing และ DEI ให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้สื่อสารแค่แนวคิด แต่ลงมือทำผ่านหลาย initiative ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Caring &amp; Wellbeing:</b><span style="font-weight: 400;"> ยกระดับโครงการ Holistic Wellbeing ที่ดูแลพนักงานทั้งด้านกายใจ เช่น โปรแกรมสุขภาพเชิงป้องกัน, Mental Health First Aider, Emotional Resilience Workshopรวมถึงการออกแบบสวัสดิการใหม่ให้ตอบโจทย์พนักงานทุกช่วงวัย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>DEI:</b><span style="font-weight: 400;"> สร้างพื้นที่ทำงานที่ทุกคนรู้สึกเป็นตัวของตัวเองได้ โดยทำให้ DEI เป็นนโยบายสำคัญในทุกส่วนงานของ HR ตั้งกระบวนการสรรหา คัดเลือก พิจารณาผลงาน การเลื่อนตำแหน่ง และการจ่ายค่าตอบแทน รวมถึงการให้โอกาสการพัฒนาโดยไม่มีอคติด้านเพศสภาพ และวัย เพื่อให้องค์กรของเราเท่าเทียมและโปร่งใส</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>People-led Sustainability:</b><span style="font-weight: 400;"> เปิดพื้นที่ให้พนักงานเป็นเจ้าของความยั่งยืน ผ่านกิจกรรมเช่น Sustainability Idea Challenge, การมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ประหยัดพลังงาน การปลูกต้นไม้ 1 หมื่นต้น การลด Carbon Footprint ในสาขาและคลังสินค้า กิจกรรมชุมชนที่พนักงานมีส่วนร่วมโดยตรง และสนับสนุน Watsons Volunteer ผ่านการสะสม FUN COIN บน Platform ของเราที่ชื่อ FUNARIUM</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่ได้คือ ระดับ Engagement ที่สูงขึ้น บรรยากาศการทำงานดีขึ้น ทีมรู้สึกได้รับการดูแลและมีความหมายในการทำงาน ซึ่งสะท้อนกลับมาเป็น Productivity และคุณภาพบริการที่ได้รับการปรับปรุงอย่างเห็นได้ชัดครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนสำคัญของปีที่ผ่านมาก็คือ เมื่อเราเริ่มต้นจากการสร้าง People First Sustainability ผลลัพธ์ด้านธุรกิจและความยั่งยืนจะตามมาเอง เพราะเมื่อคนรู้สึกมีคุณค่า พลังบวกนั้นจะถูกส่งต่อไปยังลูกค้าและสังคมในระยะยาวครับ</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39851 size-full" title="มากกว่าการบริหารคน HR คือการบริหารประสบการณ์: บทสัมภาษณ์ จิตติยา ธรรมสรณ์ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 6" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/people-first-watsons-thailand-260212/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/cdg-technology-culture-250825/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/cdg-technology-culture-250825/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Aug 2025 02:33:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[CDG Group]]></category>
		<category><![CDATA[CDG Hackathon]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46622</guid>

					<description><![CDATA[หากพูดถึง Digital Transformation หลายคนอาจนึกถึงภาคธุรกิจ แต่ความจริงแล้ว ภาครัฐคืออีกกลุ่มที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างทรงพลัง เพราะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในวงกว้างได้อย่างแท้จริง เช่นเดียวกับ กลุ่มบริษัทซีดีจี ที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาระบบดิจิทัลระดับประเทศมานานกว่า 56 ปี ในฐานะ System Integrator รายใหญ่ ผู้สร้างโซลูชันสำคัญอย่าง Digital Citizen Service Smart City ไปจนถึงโซลูชันสำคัญเบื้องหลังของประเทศ เพื่อให้บริการภาครัฐเข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น ด้วยหัวใจของแบรนด์ คือ Technology for a Better Society พวกเขาจึงไม่ได้มองหาแค่ ‘เทคโนโลยีใหม่’ แต่ยังต้องการ ‘คนรุ่นใหม่’ ที่จะมาร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมร่วมกัน ผ่านเวที CDG Hackathon 2025 x 3 พระจอม ที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างดี ด้วยการเปิดโอกาสให้น้อง ๆ นักศึกษาทั้งสามสถาบัน (สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ) ได้เรียนรู้ ลงมือทำ และเชื่อมโลกไอเดียเข้ากับโลกจริง ในบรรยากาศของความคิดสร้างสรรค์นี้ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46625" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-2.webp" alt="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี" width="600" height="370" title="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี 150" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากพูดถึง Digital Transformation หลายคนอาจนึกถึงภาคธุรกิจ แต่ความจริงแล้ว ภาครัฐคืออีกกลุ่มที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างทรงพลัง เพราะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในวงกว้างได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับ </span><a href="https://www.cdg.co.th/website/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">กลุ่มบริษัทซีดีจี</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาระบบดิจิทัลระดับประเทศมานานกว่า 56 ปี ในฐานะ System Integrator รายใหญ่ ผู้สร้างโซลูชันสำคัญอย่าง Digital Citizen Service Smart City ไปจนถึงโซลูชันสำคัญเบื้องหลังของประเทศ เพื่อให้บริการภาครัฐเข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยหัวใจของแบรนด์ คือ </span><b>Technology for a Better Society</b> <span style="font-weight: 400;">พวกเขาจึงไม่ได้มองหาแค่ ‘เทคโนโลยีใหม่’ แต่ยังต้องการ ‘คนรุ่นใหม่’ ที่จะมาร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมร่วมกัน ผ่านเวที </span><b>CDG Hackathon 2025 x 3 พระจอม</b><span style="font-weight: 400;"> ที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างดี ด้วยการเปิดโอกาสให้น้อง ๆ นักศึกษาทั้งสามสถาบัน (</span><a href="https://www.kmitl.ac.th/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</span></a><span style="font-weight: 400;">, </span><a href="https://www.kmutt.ac.th/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ </span><a href="https://www.kmutnb.ac.th/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ</span></a><span style="font-weight: 400;">) ได้เรียนรู้ ลงมือทำ และเชื่อมโลกไอเดียเข้ากับโลกจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบรรยากาศของความคิดสร้างสรรค์นี้ เราได้พูดคุยกับ </span><b>ดร. มณีนุช ทรวงสุรัตนกุล Executive Vice President – Human Resources แห่งกลุ่มบริษัทซีดีจี </b><span style="font-weight: 400;">ถึงเบื้องหลังวัฒนธรรมองค์กร และการมีคนเป็นศูนย์กลางของการเติบโต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อจากนี้ </span><a href="https://th.hrnote.asia/category/story/"><span style="font-weight: 400;">Success Story</span></a><span style="font-weight: 400;"> ของ CDG ในฐานะบริษัทเทคที่เชื่อในความเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46626" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-3.webp" alt="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี" width="600" height="370" title="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี 151" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ทราบมาว่า ดร. มณีนุช ผ่านงาน HR มาหลากหลายอุตสาหกรรม การเป็น HR Director ในองค์กรเทคโนโลยีอย่าง CDG มีความพิเศษหรือต่างจากองค์กรทั่วไปอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> ใช่ค่ะ ผ่านมาหลายอุตสาหกรรม ทั้ง Retail, Telecom, FMCG รวมถึง Startup ซึ่งแต่ละที่ก็มีบริบทของการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง แต่พอเข้ามาอยู่ในบริษัทเทคอย่าง CDG ความเข้มข้นเพิ่มคูณสองเลยค่ะ เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก เช่น วันนี้พนักงานเขียนโค้ดแบบหนึ่ง อีกไม่กี่เดือนอาจจะใช้ไม่ได้แล้ว หรือกระทั่ง AI ก็สามารถมาเขียนแทนได้เลย เราจึงต้องพัฒนาคนให้มีทั้ง Business Mindset และความสามารถในการอัปเดตความรู้ให้เท่าทันเทคโนโลยีอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่พิเศษกว่าคือ </span><b>CDG มีเป้าหมายร่วมในการสร้าง Impact ต่อสังคม ด้วยแนวทางอย่าง Technology for a Better Society </b><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นทุก ๆ โซลูชันที่ทำจึงไม่ได้จบแค่ลูกค้าสั่ง แต่เราคิดต่อเสมอว่า มันจะต่อยอดให้คนในสังคมได้อย่างไร ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือสิ่งที่ทำให้การทำงานใน CDG มีความหมาย และท้าทายมากในฐานะ HR ที่จะต้องสร้างคนให้พร้อม ในเชิงเทคโนโลยีและเชิงคุณค่าทางสังคม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>อะไรคือความท้าทายเฉพาะตัวของการทำ HR ในองค์กรเทคขนาดใหญ่แบบ CDG ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> ทุกที่มีความท้าทายต่างกันค่ะ แต่สิ่งที่เจอในทุกที่เหมือนกันคือ การสร้าง ‘ความเชื่อมั่น’ ให้เกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งคือการสร้างความเชื่อมั่นในสายตาผู้บริหาร ว่า HR จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนองค์กรอย่างไรบ้าง และสองคือการสร้างความเชื่อมั่นกับพนักงาน ว่าเราจะยืนเคียงข้างเขายังไง &#8211; HR จึงต้องบาลานซ์สองบทบาทสำคัญนี้ให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ CDG ความท้าทายคือเราเป็นองค์กรเทคที่ต้องเคลื่อนที่เร็ว ขณะเดียวกันก็ยังเป็นองค์กรที่มีหัวใจ เพราะการที่เราเป็นบริษัทเทคของไทยที่อยู่มาได้กว่า 56 ปี นั้น เราเชื่อว่าความสำเร็จทางเทคโนโลยีควรควบคู่กับความเข้าใจและการดูแลคนค่ะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจึงไม่หยุดแค่การสร้างโซลูชันให้ลูกค้า แต่ยังเชื่อว่า </span><b>สิ่งที่ทำต้องส่งต่อประโยชน์ให้สังคมได้จริง </b><span style="font-weight: 400;">และนั่นคือที่มาของการปรับ Core Values ใหม่ให้ชัดเจนขึ้น ภายใต้ชื่อ DOPE</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">DRIVEN &#8211; ไม่หยุดก้าว มุ่งหน้าเติบโต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">OPTIMISTIC &#8211; คิดบวก สร้างแรงบันดาลใจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">PERSISTENT &#8211; มุ่งมั่น ตั้งใจ ไม่ย่อท้อ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">EMPATHY &#8211; เข้าใจ ใส่ใจ เปิดกว้าง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เราพยายามสร้างวัฒนธรรมให้พนักงานมีเสียง และผู้บริหารต้องพร้อมฟังเสมอ เพราะ</span><b>การพัฒนาเทคโนโลยีจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อเราพัฒนาคนไปพร้อม ๆ กันด้วย</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>หลาย ๆ องค์กรมักมี Core Value ด้าน Productivity เป็นหลัก แต่ทำไม CDG ถึงเลือกคำว่า Optimistic และ Empathy ใส่ใน Core Values ด้วย ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะเราไม่ต้องการแค่ทำงานให้เสร็จ แต่ต้องการสร้างงานที่ส่งต่อคุณค่าได้ด้วยค่ะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำว่า Optimistic สำหรับเราแปลว่าการ เปิดใจ รับฟัง และไม่ตัดสินใครก่อน ขณะที่ Empathy หมายถึง เปิดใจ รับฟัง เข้าใจคนรอบข้าง และใส่ใจในฐานะเพื่อนร่วมทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การใส่ Core Value ที่มิติความมนุษย์เหล่านี้สำคัญมาก เพราะคนในสายเทคหลายคนโตมากับความคิดแบบมีโครงสร้าง เป็นระบบ 1+1 = 2 ซึ่งเก่งเรื่องตรรกะ (Logic) แต่เรื่อง Soft skill อื่น ๆ เช่น การสื่อสาร หรือการสร้างแรงบันดาลใจ ยังเป็นสิ่งที่เราสามารถต่อยอดและเสริมสร้างให้แข็งแรงขึ้น เพื่อให้การทำงานร่วมกันราบรื่นยิ่งขึ้น </span><b>ดังนั้นถ้าอยากสร้างนวัตกรรมที่เกิดจากการมีส่วนร่วม เราต้องมีพื้นที่ให้ทุกคนได้แชร์ ได้ฟัง และไม่ตัดสินกันก่อน</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งนั่นแหละคือเหตุผลที่ Optimistic และ Empathy จำเป็นต้องใส่เข้าไปในวัฒนธรรมองค์กรค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องคือ ตอนนี้พนักงานบางส่วนยังทำงานแบบ Hybrid หรือ Work from Home อยู่ค่ะ การมี </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/empathy-skill-210714/"><span style="font-weight: 400;">Empathy</span></a><span style="font-weight: 400;"> จะทำให้เพื่อนร่วมงานสนิทกันมากขึ้น คอยถามไถ่ซึ่งกันและกัน และรู้สึกเป็นห่วงกันจริง ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เรายังจัดกิจกรรมภายในออฟฟิศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนได้เจอกันและสร้างช่วงเวลาที่ดี (Moment) ร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กิจกรรมเล็ก ๆ เหล่านี้จะสร้างความรู้สึกผูกพันในหมู่เพื่อนร่วมงาน และในมุมธุรกิจ มันคือรากฐานของทีมที่ไว้ใจกันได้ ทำงานร่วมกัน และพร้อมเติบโตไปด้วยกัน </span></p>
<p><b><i>“เพราะงานที่ดีไม่ได้เกิดจากแค่คนเก่ง แต่มาจากคนที่เข้าใจกันด้วยค่ะ”</i></b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46627" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-4.webp" alt="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี" width="600" height="370" title="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี 152" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>การสร้างวัฒนธรรมแบบนั้นที่บริษัทตั้งใจปลูกฝัง ท้าทายอย่างไรบ้าง ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> เราไม่สามารถสร้างวัฒนธรรมจากการประกาศนโยบายได้ มันต้องเกิดจากความรู้สึกร่วมของคนทุกคนจริง ๆ ซึ่งในยุค Work from Anywhere และทีมที่มีหลายเจนฯ ความรู้สึกร่วมนั้นมันกระจัดกระจายมากขึ้นเรื่อย ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยู่ในองค์กรเทคที่ทุกคนโฟกัสกับงานหน้าจอ และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับงานที่ตัวเองรับผิดชอบ การมีนโยบาย Work from Anywhere บางทีก็จำเป็น เพราะเราต้องแข่งขันดึงคนเก่งในตลาด แต่การจะให้เขารู้สึกผูกพันกับองค์กรในรูปแบบเดิม มันไม่ง่ายเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต้องตอบให้ได้ว่า เขากลับมาแล้ว จะมีอะไรรอเขาอยู่ และเราพยายามที่จะทำให้เขาอยากกลับมาออฟฟิศ อยากมาพบปะ มาแลกเปลี่ยน และมาสร้างผลงานร่วมกัน ยกตัวอย่าง เราจัดกิจกรรมที่ทำให้คนแต่ละเจนฯ เข้าใจกันผ่าน Workshop ข้ามรุ่น หรือ Sharing Session ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกเสียงได้ดังเท่ากัน เพื่อสื่อสารแบบให้เราเข้าใจเขาจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายที่สุดของการสร้างวัฒนธรรมในยุคนี้คือการบาลานซ์สองอย่างค่ะ ‘ความเร็วของการเปลี่ยนแปลง’ กับ ‘หัวใจของคน’ ให้เดินไปพร้อมกันได้ในจังหวะเดียวกัน นั่นแหละคือโจทย์ของ HR ยุคนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่บอกไป เพราะเราเชื่อว่า </span><b>วัฒนธรรมองค์กรที่ดีต้องเกิดจากคนที่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกันจริง ๆ</b><span style="font-weight: 400;"> ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น Baby Boomer หรือ Gen Z เราอยากให้ทุกคนสัมผัสได้ว่า เสียงของเขามีคุณค่า และเขามีพื้นที่ที่เขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งเช่นกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>CDG มองหาศักยภาพของคนรุ่นใหม่แบบใด และองค์กรเตรียมตัวอย่างไรในการพัฒนาให้พวกเขาเติบโต ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> แน่นอนว่าเราคือองค์กรเทค เราจำเป็นต้องการคนที่เก่งด้านเทคโนโลยีเป็นพื้นฐาน แต่แค่นั้นไม่พอค่ะ วันนี้ </span><b>CDG ต้องการคนที่มีมุมมองทางธุรกิจ และไกลกว่านั้นคือต้องมองเห็นผลกระทบต่อสังคมด้วย</b><span style="font-weight: 400;"> น้อง ๆ ที่เรามองหา คือต้องคิดต่อว่าโซลูชันที่เราทำนั้นจะช่วยสังคมอย่างไรได้อีกบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ปล่อยให้น้อง ๆ คิดคนเดียว CDG มีโปรแกรมพัฒนาน้อง ๆ รุ่นใหม่ที่เราเลือกเข้ามาโดยเฉพาะ ผ่านโปรเจกต์ Key Changer ที่ใช้เวลานานถึง 7 เดือน เรามีทั้ง </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/230417-coaching-vs-mentoring/"><span style="font-weight: 400;">Mentoring, Coaching</span></a><span style="font-weight: 400;"> และอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลาหลายสถาบันมาให้คำแนะนำในทุกขั้นตอน พร้อมกับพี่ ๆ ที่คอยประกบด้วย เราพยายามคุยกันทุก 2 สัปดาห์ ให้น้อง ๆ ค่อย ๆ พัฒนาไอเดียจริงขณะที่ยังทำงานประจำควบคู่ไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด เมื่อโครงการใกล้จบ เราจะมีวันที่ให้เขาเล่านั้นมาปล่อยของ (Sharing)โดยให้แต่ละทีมได้นำเสนอผลงานต่อผู้บริหารระดับสูง ทั้ง President ของแต่ละบริษัท และ CEO ปิดท้ายด้วยการเฉลิมฉลองอย่างสนุกสนาน และแฝงไปด้วยความอบอุ่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยากให้เขารู้ว่า ทุกไอเดีย ทุกความพยายาม มีความหมายจริง ๆ และ CDG เห็นคุณค่าของมัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>มีตัวอย่างคนในองค์กรที่เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ แล้วเติบโตจนกลายเป็นกำลังสำคัญของ CDG ไหม ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> มีค่ะ และเป็นเรื่องที่เราภูมิใจมาก หนึ่งในตัวอย่างคือคุณ</span><b> ทวีศักดิ์ นิลวัชรมณี </b><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันเป็น </span><b>President ของ Control Data Thailand </b><span style="font-weight: 400;">(บริษัทในเครือ CDG Group) เขาทำงานเริ่มต้นจากการเป็น System Engineer สาย Dev แท้ ๆ ที่นั่งเขียนโค้ดอยู่หลังบ้าน แต่เขาเติบโตด้วยความสามารถ และความมุ่งมั่นแบบไม่หยุดพัฒนา พอเริ่มสนใจสาย Operation ก็ได้เปลี่ยนสายงานมาเป็น System Support และขึ้นเป็น Technical Operation Manager จากนั้นก็ข้ามมาเรียนรู้ด้าน Sales &amp; Marketing ซึ่งต้องใช้ทักษะที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง จนเขากลายเป็นผู้บริหารที่มองได้ทั้งมุมเทคและมุมธุรกิจ ซึ่งหายากมากในสายงานนี้ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือฝั่ง GIS (Geographic Information System หรือระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์) เรามีน้อง ๆ ที่เพิ่งเข้ามาได้ไม่นาน แต่มี Potential พี่ ๆ เห็นแววเลยสนับสนุนเต็มที่ ล่าสุดเราส่งน้องกลุ่มนี้ไปดูงานที่สหรัฐอเมริกาเกือบเดือน และยังมีอีกหลายคนที่ได้ไปดูงานที่ญี่ปุ่น เพราะเราเชื่อว่าการพัฒนาพนักงานที่ดี ไม่ควรจำกัดแค่ในห้องประชุมค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">CDG เชื่อว่าคนรุ่นใหม่ต้องได้เปิดโลกกว้าง ได้เห็นงานจริง และได้ถูกมองเห็น วันนี้เราจึงมีระบบคัดเลือกและดูแล Talent อย่างจริงจัง และพร้อมสนับสนุนให้เขาเติบโต</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46628" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-5.webp" alt="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี" width="600" height="370" title="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี 153" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>สนใจคำว่า Potential อยากรู้ว่าในมุมมองของคุณครอบคลุมมิติไหนบ้าง ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> Potential ไม่ใช่แค่เก่งอย่างเดียวค่ะ แน่นอนการวัดผล เราวัดที่ Performance เป็นพื้นฐานที่ต้องมีอยู่แล้ว </span><b>แต่สิ่งที่ทำให้คนคนหนึ่งไปได้ไกลคือ Soft Skill และความสามารถในการเป็นผู้นำ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่ง CDG เรามองผ่าน Leadership Competency 4 ด้าน คือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองด้านการทำงาน </b><span style="font-weight: 400;">– เริ่มจากการทำงานของตัวเองให้สำเร็จ และขยายผลไปถึงทีม และองค์กร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองด้านคน</b><span style="font-weight: 400;"> – เริ่มจากการสร้าง Relation กับเพื่อนร่วมงาน และขยายผลไปถึงการพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองด้านการเปลี่ยนแปลง</b><span style="font-weight: 400;"> – ปรับตัวได้ ยืดหยุ่น พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองด้านธุรกิจ</b><span style="font-weight: 400;"> – คิดเชิงกลยุทธ์ เข้าใจเป้าหมายขององค์กร</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานทุกคน ต้องมี 4 ด้านนี้ และ เรายังปลูกฝังกับน้องๆ จบใหม่ด้วย เริ่มจากตัวเอง และขยายผลไปยังทีม และองค์กร เราใช้ 4 ด้านนี้เป็น Framework หลักในการดู Soft skill และวัด Potential ของแต่ละคนว่าพร้อมจะเติบโตไปอีกขั้นหรือไม่ ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก Competency แล้ว </span><b>เราให้ความสำคัญกับทัศนคติและการมีสัมพันธ์ที่ดีด้วย เพราะคนจะโตได้ต้องมีคนรักและอยากร่วมงานด้วย</b><span style="font-weight: 400;"> เก่งอย่างเดียวไม่พอค่ะ ต้องมีวุฒิภาวะ เข้าใจคน และได้รับการยอมรับจากทีม เขาถึงจะพัฒนาไปสู่บทบาทที่ใหญ่ขึ้นได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามี Behavior Indicator ชัดเจนในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับ Staff ไปจนถึง Senior Manager เพื่อให้รู้ว่าแต่ละด้านต้องแสดงพฤติกรรมแบบไหน สอนให้พนักงานรู้จัก สังเกตพฤติกรรมและ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190527-feedback-development-working/"><span style="font-weight: 400;">Feedback</span></a><span style="font-weight: 400;"> อย่างสร้างสรรค์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เรายังใช้ระบบประเมิน 360 องศา (</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190626-360-degree-feedback/"><span style="font-weight: 400;">360-degree Feedback</span></a><span style="font-weight: 400;">)</span> <span style="font-weight: 400;">ให้คนในทีม หัวหน้า และเพื่อนร่วมงานช่วยกันประเมิน เพื่อให้มองเห็นภาพรวมที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่คำตัดสินจากคนเดียว ซึ่งจริง ๆ ต้องยกเครดิตให้ HR รุ่นก่อนด้วยค่ะ เพราะระบบ Co-Evaluator ที่นี่เขาใช้มานานแล้ว โดยเฉพาะเวลารีวิวงานที่มีหลายโปรเจกต์ ตอนนี้เราก็เอาแนวคิดนั้นมาต่อยอดใน Broader Scale เพื่อให้การประเมินศักยภาพเป็นธรรม และสะท้อนจริงถึงพฤติกรรมของแต่ละคน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>CDG มีการจัดงาน Hackathon ร่วมกับ 3 พระจอม คุณมองเห็นโอกาสแบบไหนในการเชื่อมต่อกับกลุ่มเยาวชนผ่านเวทีนี้ ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> เด็กยุคนี้เก่งและเข้าใจเทคโนโลยีเร็วมาก แต่ยังขาดคือเวทีที่ให้เขาได้ปล่อยของในโลกจริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Hackathon จึงไม่ใช่แค่สนามแข่ง แต่คือโอกาสให้น้อง ๆ ได้สัมผัสโจทย์ธุรกิจ ได้เรียนรู้การทำงานจริง ทั้งจาก Mentor และกระบวนการคิดที่ต้องคำนึงถึงผู้ใช้และสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายทีมมีแนวคิดดี เช่น แอปพลิเคชันสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องไปต่อคิวที่โรงพยาบาลตอนตี 4 เพราะอยากช่วยเหลือคนข้างบ้านหรือคนรอบตัว ซึ่งมันอาจต่อยอดเป็นสิ่งที่เปลี่ยนสังคมได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นเราไม่ได้จัด Hackathon เพื่อหาคนมาทำงานกับ CDG แต่หวังว่าโปรเจกต์ที่น้อง ๆ คิด จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง Better Society ในอนาคตค่ะ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>คาดหวังว่า Hackathon จะช่วยปลดล็อกหรือเปิดประตูอะไรให้กับเด็กรุ่นใหม่บ้าง ?</b></h2>
<p><b>ดร. มณีนุช:</b><span style="font-weight: 400;"> อยากให้น้อง ๆ มองไกลกว่าการส่งโปรเจกต์เพื่อเกรดหรือโชว์ฝีมือ แต่ให้เห็นว่าไอเดียหนึ่งสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง แม้เริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ เพราะน้อง ๆ อาจไม่จำเป็นต้องคิดเปลี่ยนสังคมระดับโลก แค่คิดเพื่อคนรอบตัวก็เพียงพอแล้ว นั่นคือจุดเริ่มต้นในการสร้าง Better Society ตามแนวทางของเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Hackathon จึงเป็นเวทีที่เราอยากให้เขากล้าคิด กล้าโค้ด และกล้าเสนอ เพราะเรามี Mentor และทีมที่พร้อมสนับสนุนเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย เราอยากให้น้องมีทัศนคติว่า Can Do Great Together เพราะนวัตกรรมที่ดีที่สุด ไม่ได้เกิดจากคนเก่งคนเดียว แต่เกิดจากคนที่อยากสร้างประโยชน์ร่วมกันค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46624" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-1.webp" alt="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี" width="600" height="370" title="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี 154" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ดร.-มณีนุช-ทรวงสุรัตนกุล-CDG-Group-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46623" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ทีม-AcsAgent.webp" alt="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี" width="600" height="370" title="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี 155" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ทีม-AcsAgent.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/ทีม-AcsAgent-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><b>เสียงจากผู้ชนะ AcsAgent ทีมจาก KMUTT กับไอเดียระบบยืนยันตัวตนด้วย คลื่นหัวใจ (ECG)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX มีโอกาสได้พูดคุยกับทีม </span><b>AcsAgent</b><span style="font-weight: 400;"> ประกอบด้วยคุณ </span><b>อ้วน &#8211; มโนธรรม ดำเนิน</b><span style="font-weight: 400;">,คุณ </span><b>ลูกน้ำ &#8211; ธิดารัตน์ สิทธิเดช</b><span style="font-weight: 400;"> และคุณ</span><b> เจ &#8211; พัฒนพล แซ่หลิ่ม</b><span style="font-weight: 400;"> นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศจากเวที </span><b>CDG Hackathon 2025 x 3 พระจอม</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยไอเดียระบบยืนยันตัวตนด้วย คลื่นหัวใจ (ECG) เพื่อป้องกัน Deepfake และการปลอมแปลงข้อมูล ดังนี้</span></p>
<h4><b>อ้วน &#8211; มโนธรรม ดำเนิน (ดูแลการรีเสิร์ช)</b></h4>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ทุกวันนี้คนเริ่มถูกลดเหลือแค่ตัวเลขหรือสถิติในระบบ แล้วเรากำลังปล่อยให้ AI ตัดสินใจแทนเราไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว ผมไม่อยากให้อนาคตกลายเป็นแบบนั้น ผมอยากให้เทคโนโลยียังมีพื้นที่ที่ทำให้เรารู้สึกว่า ‘เราเป็นมนุษย์อยู่’ Hackathon นี้คือจุดที่ทำให้เราลองถามตัวเองว่า เราจะสร้างอะไรที่ทำให้คนยังรู้สึกเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองได้ โดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวช่วย ไม่ใช่ผู้ควบคุมครับ”</span></i></p>
<h4><b>ลูกน้ำ &#8211; ธิดารัตน์ สิทธิเดช (ดูแล UX/UI)</b></h4>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หนูคิดว่าเทคโนโลยีไม่ควรทำให้เรารู้สึกห่างกันมากขึ้น แต่ควรทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้นต่างหาก อย่างตอนที่คิด UX/UI หนูพยายามออกแบบให้เข้าถึงง่ายที่สุด เพราะเราอยากให้คนทุกวัยสามารถใช้งานได้ โดยไม่ต้องกลัวหรือรู้สึกว่าเทคโนโลยีมันยากไปสำหรับเขา หนูยังฝันว่าในอนาคตจะมีเทคโนโลยีที่ช่วยทำลายกำแพงภาษา ให้คนเข้าใจกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่ในประเทศตัวเอง แต่เข้าใจโลกทั้งใบเลยค่ะ”</span></i></p>
<h4><b>เจ &#8211; พัฒนพล แซ่หลิ่ม (สายเทคนิค / ผู้ริเริ่มทีม)</b></h4>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผมอยากให้ AI ถูกพัฒนาไปในทางที่มีจริยธรรม ไม่ใช่แค่เพื่อความสะดวกสบายหรือมาแทนที่ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ เพราะสุดท้ายแล้ว เทคโนโลยีควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนได้ใช้ชีวิตในแบบที่เขารัก ไม่ใช่ให้ AI ทำทุกอย่างแทน Hackathon ทำให้ผมเห็นเลยว่า ถ้าเรามีพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คิดจริง ลงมือทำจริง เราจะค้นพบว่าสิ่งเล็ก ๆ ที่เราคิด อาจจะช่วยคนอีกหลายคนได้จริง ๆ ครับ”</span></i></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Technology for a Better Society วัฒนธรรมองค์กรที่เติบโตจากหัวใจของ กลุ่มบริษัทซีดีจี 156" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/cdg-technology-culture-250825/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเติบโตของ Chomthana Yili เมื่อการเจอคนที่ใช่ คือปัจจัยช่วยยกระดับองค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/chomthana-yili-interview-250804/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/chomthana-yili-interview-250804/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Aug 2025 08:54:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Chomthana Yili Group Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[จอมธนา อีลี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=46378</guid>

					<description><![CDATA[หากเอ่ยชื่อ &#8220;บริษัท จอมธนา จำกัด&#8221; หลายคนอาจไม่คุ้นว่านี่คือบริษัทอะไร แต่หากบอกว่านี่คือบริษัทผู้ผลิต ไอศกรีมครีโม (Cremo) หลายคนคงเริ่มร้องอ๋อกันมากขึ้น เพราะไม่มากก็น้อยล้วนต้องเคยลิ้มรสไอศกรีมยี่ห้อนี้กันมาทั้งสิ้น และบริษัทยังไม่เพียงผลิตไอศกรีม แต่ยังทำซาลาเปาแช่แข็งยี่ห้อสตาร์ และมีบริการขนส่งรถเย็นด้วย ปัจจุบัน จอมธนา มีอายุกว่า 40 ปีแล้ว และผ่านการเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเห็นจะเป็นอะไรไม่ได้นอกจากการที่ Yili Group บริษัทผู้ผลิตอาหารเพื่อสุขภาพ จากจีน เข้ามาควบรวมกิจการ และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท จอมธนา จำกัด (อีลี่ กรุ๊ป ไทยแลนด์) หรือ Chomthana Yili Group Thailand เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา HREX มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณ หมู &#8211; นิพัชดา สุขเอี่ยม HR Manager ถึงการเติบโตที่สำคัญขององค์กร ซึ่งเธอบอกเลยว่าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยทีเดียว เช่น การลงทุนกับการพัฒนาคน การสรรหาคนทำให้ได้พนักงานชั้นยอดมาช่วยยกระดับองค์กร คุณทำงานที่บริษัทแห่งนี้มา 13 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46380" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/HREX-Cover-by-Para-2025-07-03T173049.329.webp" alt="การเติบโตของ Chomthana Yili เมื่อการเจอคนที่ใช่ คือปัจจัยช่วยยกระดับองค์กร" width="600" height="370" title="การเติบโตของ Chomthana Yili เมื่อการเจอคนที่ใช่ คือปัจจัยช่วยยกระดับองค์กร 162" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/HREX-Cover-by-Para-2025-07-03T173049.329.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/HREX-Cover-by-Para-2025-07-03T173049.329-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หากเอ่ยชื่อ <a href="https://www.chomthana.com/?lang=th" target="_blank" rel="noopener">&#8220;บริษัท จอมธนา จำกัด&#8221;</a> หลายคนอาจไม่คุ้นว่านี่คือบริษัทอะไร แต่หากบอกว่านี่คือบริษัทผู้ผลิต <a href="https://www.icecremo.com/" target="_blank" rel="noopener">ไอศกรีมครีโม (Cremo)</a> หลายคนคงเริ่มร้องอ๋อกันมากขึ้น เพราะไม่มากก็น้อยล้วนต้องเคยลิ้มรสไอศกรีมยี่ห้อนี้กันมาทั้งสิ้น และบริษัทยังไม่เพียงผลิตไอศกรีม แต่ยังทำซาลาเปาแช่แข็งยี่ห้อสตาร์ และมีบริการขนส่งรถเย็นด้วย</p>
<p>ปัจจุบัน จอมธนา มีอายุกว่า 40 ปีแล้ว และผ่านการเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเห็นจะเป็นอะไรไม่ได้นอกจากการที่ Yili Group บริษัทผู้ผลิตอาหารเพื่อสุขภาพ จากจีน เข้ามาควบรวมกิจการ และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท จอมธนา จำกัด (อีลี่ กรุ๊ป ไทยแลนด์) หรือ Chomthana Yili Group Thailand เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา</p>
<p>HREX มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณ <strong>หมู &#8211; นิพัชดา สุขเอี่ยม HR Manager</strong> ถึงการเติบโตที่สำคัญขององค์กร ซึ่งเธอบอกเลยว่าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยทีเดียว เช่น การลงทุนกับการพัฒนาคน การสรรหาคนทำให้ได้พนักงานชั้นยอดมาช่วยยกระดับองค์กร</p>
<h2>คุณทำงานที่บริษัทแห่งนี้มา 13 ปีแล้ว จากวันนั้นถึงวันนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงขององค์กรอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>นิพัชดา:</strong> ตอนเข้ามาทำงานที่นี่เมื่อ 13 ปีก่อน บริษัทยังมีสัญชาติมาเลเซียและสิงคโปร์ค่ะ แต่ช่วง 5-6 ปีหลัง Yili Group จากจีนเข้ามาควบรวมกิจการ ทางสำนักงานใหญ่ได้ดำเนินการส่งผู้บริหารจากจีนเข้ามาบริหาร วางกลยุทธ์ และกำหนดวิสัยทัศน์ให้เป็นทิศทางเดียวกันกับวัตถุประสงค์ของสำนักงานใหญ่</p>
<p><strong>หลังจากเราได้รับนโยบายใหม่จากบริษัทแม่ งานด้าน HR ก็ได้รับความสำคัญมากขึ้นอย่างชัดเจนค่ะ</strong> องค์กรได้ลงทุนในเทคโนโลยี อย่างเช่นการนำระบบซอฟต์แวร์บริหารทรัพยากรบุคคล (HR Software) มาใช้ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของทีม HR อย่างต่อเนื่อง ทำให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลมีบทบาทที่กว้างขึ้น สามารถริเริ่มและขับเคลื่อนโครงการใหม่ ๆ ได้เยอะขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการสรรหาบุคลากรค่ะ</p>
<p>ในอดีตเราเองก็มีข้อจำกัดในการใช้บริการจาก Recruitment Agency แต่ตอนนี้องค์กรได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อช่วยสนับสนุนการหาบุคลากรที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับความต้องการขององค์กรได้ดีขึ้นค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46385" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_608.webp" alt="การเติบโตของ Chomthana Yili เมื่อการเจอคนที่ใช่ คือปัจจัยช่วยยกระดับองค์กร" width="600" height="986" title="การเติบโตของ Chomthana Yili เมื่อการเจอคนที่ใช่ คือปัจจัยช่วยยกระดับองค์กร 163" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_608.webp 917w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_608-183x300.webp 183w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_608-623x1024.webp 623w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_608-768x1262.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>พอ HR ทำงานเชิงรุกมากขึ้น HR เข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร Chomthana Yili อย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>นิพัชดา:</strong> บริษัทมีความเชื่อมั่นในหลักการที่ว่า <strong>&#8220;Yili คือคุณภาพ&#8221; ดังนั้นองค์กรจึงมุ่งมั่นถ่ายทอดและปลูกฝังแนวคิดนี้ให้แก่พนักงานทุกคน เพื่อให้เกิดความตระหนักและมีความเชื่อร่วมกันว่า ทุกผลงานที่ส่งมอบจะต้องเปี่ยมด้วยคุณภาพ ภายใต้ค่านิยมหลัก (Core Value) เดียวกัน ได้แก่ ความเป็นเลิศ (Excellence) ความรับผิดชอบ (Accountability) การมุ่งมั่นสู่ชัยชนะร่วมกัน (Win Win) การสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) และการเคารพซึ่งกันและกัน (Respect)</strong></p>
<p>เพราะที่นี่เรามีพนักงานหลายเชื้อชาติ เราต้องหล่อหลอมวัฒนธรรมที่แตกต่างกันให้เดินหน้าและทำงานไปด้วยกันได้ HR จึงมีบทบาทสำคัญมาก ๆ ที่ต้องทำกิจกรรมหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรด้วยค่ะ</p>
<p>แม้ว่าในหลายองค์กรอาจประสบปัญหาด้านการเมืองภายในหรือการแบ่งพรรคแบ่งพวก แต่สำหรับที่นี่ แทบไม่พบปัญหาในลักษณะดังกล่าวเลยค่ะ การทำงานภายในองค์กรเป็นไปในลักษณะของการทำงานเป็นทีม เสมือนพี่น้องร่วมงานกัน แต่ละฝ่ายให้การสนับสนุนและช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างเต็มที่ ส่งผลให้บรรยากาศการทำงานมีความผ่อนคลาย ปราศจากความตึงเครียด และไม่มีความขัดแย้งระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นับเป็นปัจจัยสำคัญ และถือเป็นเสน่ห์ขององค์กร ที่ทำให้พนักงานจำนวนมากเลือกที่จะอยู่ร่วมกับองค์กรมาอย่างยาวนาน รวมถึงดิฉันด้วยเช่นกัน</p>
<h2>ช่วยอธิบายวัฒนธรรมการทำงานของคนจีนได้ไหม ว่าเป็นอย่างไร แตกต่างออกไปอย่างไร ?</h2>
<p><strong>นิพัชดา:</strong> เขาทำงานรวดเร็วมากค่ะ จะทำอะไรก็ทำเลย ถ้ามีปัญหาค่อยแก้ทีหลัง สาเหตุที่เขาคิดเร็วทำเร็วก็เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทันความต้องการลูกค้า นี่คือสิ่งที่โดดเด่นมาก ๆ</p>
<p>ช่วงแรก คนไทยเองยังทำงาน 8 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น ทำให้ต้องรีบปรับตัวให้เข้ากับเขา ซึ่งส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายต้องเรียนรู้และปรับตัวเพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม พนักงานชาวจีนก็ได้แสดงความเข้าใจในบริบทและวัฒนธรรมการทำงานของคนไทย พร้อมทั้งปรับตัวเข้าหาเช่นกัน ขณะเดียวกันพนักงานชาวไทยเองก็เปิดใจเรียนรู้วิธีการทำงานของชาวต่างชาติเช่นเดียวกัน ความยืดหยุ่นและการเปิดใจเรียนรู้ซึ่งกันและกันนี้ ได้หล่อหลอมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่ผสมผสานอย่างกลมกลืน เกิดความเคารพและเข้าใจกันระหว่างวัฒนธรรม ซึ่งไม่เพียงส่งผลดีต่อการทำงานในระดับทีม แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับองค์กรด้วยค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46383" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_635.webp" alt="การเติบโตของ Chomthana Yili เมื่อการเจอคนที่ใช่ คือปัจจัยช่วยยกระดับองค์กร" width="600" height="301" title="การเติบโตของ Chomthana Yili เมื่อการเจอคนที่ใช่ คือปัจจัยช่วยยกระดับองค์กร 164" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_635.webp 1070w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_635-300x151.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_635-1024x514.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_635-768x385.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>ปัจจุบัน HR ของ Chomthana Yili มีกี่คน สัดส่วนต่อพนักงานเป็นเท่าไหร่ ?</h2>
<p><strong>นิพัชดา:</strong> ตอนนี้มี HR 8 คน สัดส่วน 1 ต่อ 100 โดยเรามีพนักงานประจำทั้งบริษัท 800 กว่าคนค่ะ เราแบ่งหน้าที่ภายในของ HR ออกเป็น <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/th-whatishrm-190117/">HRM</a> และ <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190423-human-resource-development/">HRD</a></p>
<p>ฝ่าย HRM จะมี 4 ท่าน ดูแลค่าจ้างเงินเดือน ดูแลผลประโยชน์พนักงาน ดูว่าตอนนี้เงินเดือน สวัสดิการของพนักงานเราสามารถแข่งขันในตลาดได้ไหม ฝ่ายไหนค่าจ้างไม่เป็นไปตามตลาด ก็ปรับปรุงโครงสร้างเงินเดือนให้แข่งขันกับองค์กรในตลาดได้ ฟังก์ชั่นไหนเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร ก็ต้องจ้างให้เหนือกว่าตลาด</p>
<p>ส่วนฝั่ง HRD มี 3 ท่าน ดูแลการว่าจ้าง การพัฒนาพนักงาน พัฒนาองค์กร ดูแล <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210922-career-path/">Career Path</a> รวมถึงทำ Succession Planning ด้วย เพราะองค์กรของเราอายุ 40 กว่าปีแล้ว มีคนจะเกษียณเยอะ ดังนั้นเราก็ต้องพัฒนาคนมาเติมเต็มให้ทันด้วยค่ะ</p>
<h2>ความท้าทายที่องค์กรกำลังเผชิญด้านคนมีอะไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>นิพัชดา:</strong> ความท้าทายที่องค์กรต้องเผชิญมีความหลากหลาย โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นเมื่อ Yili ในฐานะองค์กรระดับโลก เข้ามารวมเป็นหนึ่งเดียวกับองค์กรเดิมซึ่งดำเนินงานในลักษณะของธุรกิจท้องถิ่น (Local Organization) พนักงานส่วนใหญ่ยังไม่มีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ ซึ่งนับเป็นโจทย์สำคัญข้อแรกที่ต้องเร่งแก้ไขค่ะ</p>
<p>องค์กรจึงได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เพื่อให้พนักงานสามารถสื่อสารและทำงานร่วมกับทีมจากประเทศอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ยังได้ขยายขอบเขตของการพัฒนาไปสู่การเรียนรู้ภาษาจีน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสื่อสารกับสำนักงานใหญ่ และสนับสนุนการทำงานในบริบทขององค์กรข้ามวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิผล</p>
<p>เวลาสรรหาพนักงาน จะมีข้อกำหนดเลยว่าคนที่จะเข้ามาในองค์กรจากนี้ต้องสื่อสารภาษาอังกฤษหรือจีนได้ แน่นอนว่าเป็นงานที่ท้าทายสำหรับ HR ยิ่งเมื่อพิจารณาจากที่ตั้งของบริษัทซึ่งอยู่ค่อนข้างไกล (ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี) การจะหาคนมีศักยภาพแล้วอยากมาทำงานกับเราจึงเป็นสิ่งท้าทายและค่อนข้างยาก</p>
<p>แต่ด้วยการทำงานควบคู่กับ Recruitment Agency ทางองค์กรก็สามารถแจ้งความประสงค์แจ้งโดยตรงผ่านเขาเลยว่า เราต้องการพนักงานที่สื่อสารภาษาอังกฤษหรือภาษาจีนอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ทำให้เราได้คนที่จะเติบโตไปกับองค์กร ได้คนที่มีทัศนคติใหม่ ๆ มีแนวคิดใหม่ ๆ เข้ามาเยอะมากค่ะ เราต้องการคนใหม่ ๆ มาช่วยสนับสนุนธุรกิจของเราให้เติบโต</p>
<p>เมื่อก่อนตอนที่เราดำเนินการสรรหาพนักงานเอง เราไม่ได้ต้องการคุณสมบัติอะไรมากมาย ด้วยความเปลี่ยนแปลงของบทบาทงานที่มีความซับซ้อนและเข้มข้นมากขึ้น รวมถึงข้อกำหนดด้านศักยภาพตามแนวทางของสำนักงานใหญ่ ทำให้องค์กรจำเป็นต้องปรับเกณฑ์ในการสรรหาบุคลากรให้มีความชัดเจนและเข้มข้นมากยิ่งขึ้น องค์กรจึงได้นำหน่วยงานจัดหางานจากภายนอก (Recruitment Agency) เข้ามามีบทบาทในการคัดเลือกและสรรหาบุคลากรที่มีศักยภาพสูงและเหมาะสมกับตำแหน่งงาน รวมถึงสามารถตอบโจทย์ทิศทางการพัฒนาในระยะยาวขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46384" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_800.webp" alt="การเติบโตของ Chomthana Yili เมื่อการเจอคนที่ใช่ คือปัจจัยช่วยยกระดับองค์กร" width="600" height="400" title="การเติบโตของ Chomthana Yili เมื่อการเจอคนที่ใช่ คือปัจจัยช่วยยกระดับองค์กร 165" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_800.webp 2048w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_800-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_800-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_800-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_800-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>ตอนใช้บริการ Recruitment Agency ช่วยสรรหา มีเงื่อนไขอะไรอีกบ้าง ที่ต้องการจากพนักงานมากที่สุด ?</h2>
<p><strong>นิพัชดา:</strong> ท่านประธานจะพูดเสมอว่า <strong>&#8220;No innovation No Future&#8221; ดังนั้นเราจึงต้องการคนที่มี Innovation มาทำงาน</strong> แม้กระทั่งคนทำงาน Back office ก็สามารถทำงานโดยมี Innovation ได้ เช่น เปลี่ยนกระบวนการทำงานตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าใครที่มีทัศนคติแบบ Can Do Attitude เราก็พร้อมรับเข้าทำงานค่ะ</p>
<p>แล้วพอเราแจ้ง Recruitment Agency ก็ตอบโจทย์มาก ๆ เพราะบริษัทเติบโตก้าวกระโดด มูลค่าเพิ่มจาก 1 พันล้านเป็น 2 พันล้าน มีตำแหน่งใหม่ ๆ งานใหม่ ๆ เกิดขึ้นเสมอ เราตั้งเป้าหมายว่าอยากเติบโตในไทย ผู้บริหารอยากให้มีคนทำงานตลอด ไม่อยากให้มีช่องว่างเวลาคนลาออก ก็เลยต้องเน้นการสรรหาเป็นพิเศษ</p>
<h2>ความสัมพันธ์อันดีกับ Recruitment Agency เป็นอย่างไร พูดคุยกันยังไง ?</h2>
<p><strong>นิพัชดา:</strong> เราค่อนข้างใกล้ชิดกับ Recruitment Agency โดยเฉพาะกับ <a href="https://expth.hrnote.asia/products/2">Reeracoen Recruitment</a> ต้องบอกว่า Recruiter จาก Reeracoen ที่ทำงานด้วยกัน เขาสนับสนุนเราเยอะมาก และทำงานค่อนข้างเร็ว ให้ฟีดแบ็คเร็ว ทำให้ทำงานร่วมกันยาวนานหลายปีแล้ว เราคุยกันทุกวัน คุยกันถึงทุกปัญหา แล้วเขาช่วยแก้ปัญหาและสนับสนุนกันได้ดีมากค่ะ</p>
<p>โดยทุกเดือนกันยายนเราจะทำ Manpower Plan เสนอสำนักงานใหญ่ จากนั้นช่วงต้นปีพอได้ Manpower Plan ที่แน่ชัดมา เราก็จะคุยกับ Reeracoen ประชุมร่วมกันว่าเราต้องสรรหาตำแหน่งอะไรบ้าง ตำแหน่งไหนที่เราต้องการให้เขามาช่วยเหลือสรรหา เราตั้งกลุ่มไลน์สื่อสารกัน เราคุยกันเหมือนเพื่อน มีฟีดแบ็ค ทำงานเร็วขึ้น มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน</p>
<p>ต้องบอกว่าเราสรรหาพนักงานทุกเดือนเลย ต้นสังกัดบอกว่าตำแหน่งที่ขอมาต้องการคนช่วงเดือนไหน เราก็ต้องหาให้ได้ตามต้องการ ขณะเดียวกัน ตลอดทั้งปีจะมี <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/turnover-rate-240712/">Turnover</a> บ้าง เราก็ต้องสรรหาเพื่อนำคนเข้ามาทดแทนตำแหน่งตรงนั้น บางครั้งมีการขอคนนอกเหนือจากงบประมาณหรืออัตราที่ตั้งไว้ เรียกว่าการสรรหาของเราไม่เคยหยุดตลอดทั้งปี และตำแหน่งงานค่อนข้างหลากหลาย</p>
<p>นอกจากนั้นเรากำลังเปลี่ยนองค์กรให้เป็น International เราทำ <a href="https://th.hrnote.asia/recruit/230417-campus-recruitment/">Campus Recruitment</a> ควบคู่ไปด้วย เราสร้างความสัมพันธ์อันดีกับมหาวิทยาลัยที่สอนภาษาจีน หรือได้ภาษาอังกฤษ ในปีล่าสุด องค์กรได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าร่วมโครงการฝึกงานกับองค์กรเป็นระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา พร้อมกันนี้ ยังมีการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือก โดยหลังเสร็จสิ้นการฝึกงาน นักศึกษาที่มีผลการปฏิบัติงานเป็นที่น่าพอใจจะได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำขององค์กรต่อไป</p>
<p>องค์กรมีแนวทางที่ชัดเจนในการวางแผนเส้นทางการทำงานของพนักงานตั้งแต่แรกเข้าร่วมงาน โดยจะกำหนดตำแหน่งและฝ่ายงานที่พนักงานจะปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม ถ้าเขาไปทำฝ่าย Production เขาจะได้รับโอกาสในการเรียนรู้และเข้าใจทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตไอศกรีมอย่างครบถ้วน ช่วง 1-2 ปีแรกถ้ามี Performance ที่ดี จะมีการประเมินเพื่อโปรโมทให้เป็นหัวหน้างานได้เลย เพราะงาน Production จะมีหัวหน้าฝ่ายผลิตเป็นคนจีน มีคนจีนค่อนข้างหลากหลาย เราเลยต้องการคนที่ใช้ภาษาจีนได้ทำในไลน์ผลิตให้มากขึ้นค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46382" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_684.webp" alt="การเติบโตของ Chomthana Yili เมื่อการเจอคนที่ใช่ คือปัจจัยช่วยยกระดับองค์กร" width="600" height="399" title="การเติบโตของ Chomthana Yili เมื่อการเจอคนที่ใช่ คือปัจจัยช่วยยกระดับองค์กร 166" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_684.webp 2048w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_684-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_684-1024x681.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_684-768x511.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/08/Image_25680612_145046_684-1536x1022.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>แล้วมีคนจบใหม่อยากเป็น HR บ้างไหม ?</h2>
<p><strong>นิพัชดา:</strong> มีค่ะ มาฝึกงาน HR เยอะ คนที่ได้ภาษาจีน อยากทำงานกันก็มีเยอะ แต่ตอนนี้เราอาจจะมีงบจำกัดว่าเราจะมี HR ไม่เกิน 8 คน อย่างไรก็ตาม เรามี Management Trainee เป็นโปรแกรมฝึกฝนให้ได้รู้ว่าเขาชอบส่วนงานไหน จะฝ่าย Production ฝ่ายขาย หรือฝ่ายไหนก็ตาม เพื่อจะได้ส่งเขา ต่อยอดเขาให้เติบโตขึ้นต่อไปค่ะ</p>
<h2>ข้อดีของการใช้ Recruitment Agency ในความคิดของคุณคืออะไร ?</h2>
<p>นิพัชดา: ตอนที่ธุรกิจเราโตเร็วมาก ๆ แบบก้าวกระโดด เราไม่สามารถหาคนเองได้ทั้งหมด การใช้ Recruitment Agency เลยกลายเป็นเรื่องจำเป็นมาก เพราะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น มีคนทำงานเพียงพอ ไม่ต้องกังวลเรื่องบุคลากรขาดแคลน</p>
<p>Recruitment Agency มีความโดดเด่นเรื่องการสรรหาอยู่แล้ว และเราก็มั่นใจว่าเขาจะหาคนที่ตรงตามต้องการ เพื่อสนับสนุนการเติบโตได้ตามต้องการได้แน่นอนค่ะ</p>
<h2>จากการทำงานที่นี่ HR สามารถช่วยยกระดับและสนับสนุนการเติบโตอย่างไรได้บ้าง ?</h2>
<p><strong>นิพัชดา:</strong> HR มีหน้าที่สำคัญเลยค่ะในการสนับสนุนการเติบโตขององค์กร HR เองนอกจากดูแลคน บริหารคนแล้ว ต้องประชาสัมพันธ์องค์กรของเรา บอกว่าเราโดดเด่นด้านไหน ให้มีคนอยากมาร่วมงานกันเยอะ ๆ ด้วย ร่วมคัดเลือกคนที่มีความสามารถ งาน HR มีส่วนสำคัญต่อองค์กรมาก ๆ ค่ะ</p>
<p>สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง มาเป็นครอบครัวเดียวกัน สร้างสรรค์ไอศกรีมที่อร่อย เรายินดีต้อนรับทุกคนมาเป็นส่วนหนึ่ง เรามีแผนการเติบโตของพนักงานแต่ละแผนก ปีนี้ HR วางแผนตรงนี้ เรามีคนจะเกษียณมาก เราจะคัดเลือกทาเลนต์มาพัฒนาต่อในองค์กร ผลักดันเขาให้เป็นผู้จัดการแต่ละฝ่ายต่อไป ขอเชิญชวนทุกคนที่มีคุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมา มาร่วมงานและร่วมสร้างการเติบโตด้วยกันค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="การจัดการ (Management) คืออะไร? สิ่งที่ HR ควรรู้เพื่อพัฒนาองค์กร 8" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/chomthana-yili-interview-250804/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/100-outperforming-enterprises-250519/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/100-outperforming-enterprises-250519/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 May 2025 04:45:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[100 Outperforming Enterprises]]></category>
		<category><![CDATA[Hewitt Consulting]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45182</guid>

					<description><![CDATA[พนักงานทุกคนย่อมใฝ่ฝันที่จะทำงานในองค์กรที่มอบโอกาสในการเติบโต เข้าใจและใส่ใจในคุณค่าของมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ผู้นำองค์กรย่อมต้องการสร้างพื้นที่ให้คนเก่งอยู่ร่วมกัน และผลักดันให้ทั้งทีมเดินหน้าอย่างมั่นคงในโลกที่เกิดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คำถามสำคัญก็คือ “จะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่องค์กรพยายามสร้างขึ้นนั้นตอบโจทย์คนได้จริง ?” ด้วยเป้าหมายในการตอบคำถามนี้ Hewitt Consulting จึงจับมือกับ Sasin School of Management เปิดตัวโครงการ 100 Outperforming Enterprises Program 2025 โครงการที่ไม่ได้มุ่งให้รางวัลแก่องค์กรที่ดีที่สุด แต่สร้างระบบนิเวศที่ทำให้องค์กรไทยสามารถเติบโต แข่งขัน และยืนหยัดในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน บทสัมภาษณ์พิเศษนี้ HREX ได้พูดคุยกับสองผู้นำหลักของ Hewitt Consulting — คุณ นภัส ศิริวรางกูร Managing Director  และ คุณ ปกรณ์ ประยูรสวัสดิ์เดช Partner Hewitt Consulting ถึงเบื้องหลังโครงการนี้ ทั้งในแง่แรงบันดาลใจ แนวคิด กลไกการประเมิน ไปจนถึงหัวใจสำคัญที่ทำให้องค์กรหนึ่งก้าวสู่การเป็น Outperformer ได้จริง &#160; อยากทราบว่าแรงบันดาลใจของโครงการ 100 Outperforming Enterprise [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45184" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/100-webp.webp" alt="เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย" width="600" height="370" title="เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย 171" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/100-webp.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/100-webp-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></h1>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานทุกคนย่อมใฝ่ฝันที่จะทำงานในองค์กรที่มอบโอกาสในการเติบโต เข้าใจและใส่ใจในคุณค่าของมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ผู้นำองค์กรย่อมต้องการสร้างพื้นที่ให้คนเก่งอยู่ร่วมกัน และผลักดันให้ทั้งทีมเดินหน้าอย่างมั่นคงในโลกที่เกิดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามสำคัญก็คือ </span><i><span style="font-weight: 400;">“จะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่องค์กรพยายามสร้างขึ้นนั้นตอบโจทย์คนได้จริง ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเป้าหมายในการตอบคำถามนี้ </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151"><b>Hewitt Consulting</b></a><span style="font-weight: 400;"> จึงจับมือกับ </span><b>Sasin School of Management</b><span style="font-weight: 400;"> เปิดตัวโครงการ </span><a href="https://th.hrnote.asia/news/100-outperforming-enterprises-program-250206/"><b>100 Outperforming Enterprises Program 2025</b></a><span style="font-weight: 400;"> โครงการที่ไม่ได้มุ่งให้รางวัลแก่องค์กรที่ดีที่สุด แต่สร้างระบบนิเวศที่ทำให้องค์กรไทยสามารถเติบโต แข่งขัน และยืนหยัดในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสัมภาษณ์พิเศษนี้ HREX ได้พูดคุยกับสองผู้นำหลักของ</span><b> Hewitt Consulting</b><span style="font-weight: 400;"> — </span><b>คุณ นภัส ศิริวรางกูร</b><span style="font-weight: 400;"> Managing Director  และ </span><b>คุณ ปกรณ์ ประยูรสวัสดิ์เดช</b><span style="font-weight: 400;"> Partner Hewitt Consulting ถึงเบื้องหลังโครงการนี้ ทั้งในแง่แรงบันดาลใจ แนวคิด กลไกการประเมิน ไปจนถึงหัวใจสำคัญที่ทำให้องค์กรหนึ่งก้าวสู่การเป็น Outperformer ได้จริง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>อยากทราบว่าแรงบันดาลใจของโครงการ 100 Outperforming Enterprise มาจากอะไร ?</b></h2>
<p><b>ปกรณ์:</b><span style="font-weight: 400;"> ในจุดเริ่มต้นจริง ๆ แล้วมาจากการที่ Hewitt Consulting มีจุดประสงค์ และเป้าหมายที่ชัดเจนว่า อยากมีส่วนร่วมในการผลักดันองค์กรในประเทศไทย ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล เพราะถ้าพูดถึงระดับโลก องค์กรนั้น ๆ ต้องสามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นและยั่งยืนให้ได้ นั่นจึงเป็นที่มาของโครงการ 100 Outperforming Enterprise ที่เราวางเป้าหมายไว้ว่า ในหนึ่งปีนี้เราอยากเข้าไปมีส่วนร่วมผลักดันให้องค์กรไทยก้าวขึ้นมาอีกระดับครับ</span></p>
<p><b>นภัส:</b><span style="font-weight: 400;"> เราไม่อยากให้โครงการนี้เป็นแค่ “รางวัล” ค่ะ เราอยากให้ 100 Outperforming Enterprises เป็น </span><b>Ecosystem ของการช่วยกันยกระดับ</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะการแข่งขันกันได้รางวัลอาจไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริง สิ่งที่องค์กรต้องการในตอนนี้คือ Performance หรือการอยู่รอด และอยู่รอดแบบและเติบโตที่ดีทั้งในมิติของคนและองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเลยออกแบบให้โครงการนี้เริ่มต้นจากการที่แต่ละองค์กรกลับมาเข้าใจตัวเองก่อนว่า จุดแข็ง จุดที่ขาด หรือจุดที่ควรพัฒนาอยู่ตรงไหน ผ่านการทำ Employee Engagement Survey และการประเมิน People Outperform Index (POI) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะกลายเป็น Insight ที่ทำได้จริง คือสามารถเอาไปวางแผน ต่อยอดได้จริง ไม่ใช่แค่ทำแบบไม่มีทิศทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และพอองค์กรเริ่มรู้จักตัวเองมากขึ้น ก็จะเริ่มเห็นว่า Gap หรือช่องว่างในการพัฒนาอยู่ตรงไหน และจะพัฒนาอย่างไร แล้วเมื่อมีองค์กรอื่นที่ทำได้ดีมาแชร์ มาแลกเปลี่ยนความรู้กัน ก็ยิ่งช่วยให้ภาพรวมมันเติบโตไปด้วยกัน เราจึงสร้าง Ecosystem นี้ให้เป็นแพลตฟอร์มของการเรียนรู้ร่วมกัน มีทั้งส่วนของ Outperforming Enterprises และ Learn from the BESTs มาช่วยสนับสนุนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยากให้สิ่งนี้กลายเป็นการยกระดับแบบ “ยกระดับทั้งแผง” ไม่ใช่ใครดีใครอยู่ แข่งกัน แต่ให้เปลี่ยน Mindset ว่า </span><b>“นี่ไม่ใช่การแข่งขัน แต่นี่คือการร่วมมือ”</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อยกระดับองค์กรไทยและในภูมิภาคไปพร้อมกันค่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>หมายความว่าโปรแกรมนี้จะเปลี่ยนภาพลักษณ์รางวัลที่แต่เดิมมักจะเป็นการแข่งขัน ต่างคนต่างแข่งกัน ให้กลายเป็นการร่วมมือกัน ?</b></h2>
<p><b>นภัส:</b><span style="font-weight: 400;"> ใช่เลยค่ะ เราออกแบบแพลตฟอร์มนี้ให้เป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งมันไม่ได้แค่ให้ข้อมูลกันแบบผิวเผิน แต่เป็นการเรียนรู้แบบลึกจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยากให้เกิด Learning ที่เป็นของจริง ผ่านประสบการณ์ตรงขององค์กรที่ทำได้ดี ซึ่งก็มีหลายองค์กรที่พร้อมจะแชร์ในรายละเอียด เช่นปีนี้ เรากำลังเตรียม Session ของ Learn from the BEST ซึ่งจะจัดในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน Session เหล่านี้ องค์กรที่เข้าร่วมมาแชร์ Journey ของพวกเขาว่าทำอะไรมาอย่างไร ตั้งแต่เริ่มต้นถึงจุดที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้มาแชร์แบบเผิน ๆ แต่เตรียมตัวมาเต็มที่มาก พร้อมจะเล่าหมดเลยค่ะว่าเขา Transform องค์กรอย่างไร มีวิธีคิด วิธีทำแบบไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่แหละคือหัวใจของการสร้าง Ecosystem ที่เราอยากเห็น — ไม่ใช่แค่ใครเก่งกว่าใคร แต่คือการดึงความรู้และประสบการณ์ดี ๆ ออกมาให้ทุกองค์กรสามารถเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45189 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Sasin-_-HEWITT-100-Outperforming-Enterprises-879-707x1024.webp" alt="เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย" width="707" height="1024" title="เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย 172" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Sasin-_-HEWITT-100-Outperforming-Enterprises-879-707x1024.webp 707w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Sasin-_-HEWITT-100-Outperforming-Enterprises-879-207x300.webp 207w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Sasin-_-HEWITT-100-Outperforming-Enterprises-879-768x1112.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Sasin-_-HEWITT-100-Outperforming-Enterprises-879-1061x1536.webp 1061w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Sasin-_-HEWITT-100-Outperforming-Enterprises-879-1415x2048.webp 1415w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Sasin-_-HEWITT-100-Outperforming-Enterprises-879-scaled.webp 1768w" sizes="(max-width: 707px) 100vw, 707px" /></p>
<h2><b>หลายองค์กรมีการทำ Employee Engagement กันอยู่แล้ว ขณะที่ของ Hewitt Consulting เอง Engagement ต่างจากที่อื่นอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>ปกรณ์:</b><span style="font-weight: 400;"> จุดที่แตกต่างของ Engagement ในแบบ Hewitt คือเราให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์พนักงาน” อย่างแท้จริงครับ ไม่ใช่แค่การวัด Engagement แบบทั่วไป เพราะเราศึกษาเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง แล้วพบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้พนักงานเกิดความผูกพันกับองค์กรจริง ๆ คือประสบการณ์ที่เขาได้รับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปัจจุบันเรามีการประเมินประสบการณ์พนักงานใน 9 ด้านหลัก ซึ่งถ้าองค์กรทำได้ดีในทั้ง 9 ด้านนี้ ก็จะช่วยให้พนักงานรู้สึกผูกพันกับองค์กรมากขึ้น และความหมายของ Engagement ที่เรานิยามไว้ก็มีความลึกมากกว่าที่เข้าใจกันทั่วไปนะครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราให้ความหมายของ Engagement ว่าเป็นการมีส่วนร่วมเชิงอารมณ์กับองค์กร ซึ่งประกอบด้วยหลายมิติ เช่น พนักงานรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร, เขารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ทำงานที่นี่, เขายินดีที่จะทุ่มเทเกินกว่าหน้าที่ที่ได้รับ, เขาเห็นว่าตัวเองสามารถเติบโตได้ทั้งในชีวิตส่วนตัวและในหน้าที่การงาน และสุดท้ายคือ เขามีแรงบันดาลใจเพราะเห็นเป้าหมายขององค์กรอย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้รวมกันอยู่ในโมเดลที่เราเรียกว่า </span><b>BESTP </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็น framework ที่ครอบคลุมตั้งแต่ความรู้สึกของการ Belong, Esteem, Strive, Thrive และ Purpose ซึ่งสุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อพฤติกรรมของพนักงานโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตัดสินใจ การร่วมมือข้ามทีม ความใส่ใจในรายละเอียด และการให้บริการลูกค้า ฯลฯ ซึ่งความสัมพันธ์ต่อผลประกอบการทางธุรกิจครับ</span></p>
<p><b>นภัส:</b><span style="font-weight: 400;"> เสริมจากที่พี่เจี๊ยบพูดนะคะ สิ่งที่เราทำคือการต่อยอดจากการศึกษาที่ผ่านมา แล้วพัฒนา Engagement ให้ตอบโจทย์กับพฤติกรรมของพนักงานในยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น เราไม่ได้ใช้กรอบเดิมอย่างเดียว แต่เพิ่มมิติที่สำคัญเข้าไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังรวมถึงมิติที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ เช่น </span><b>Belong </b><span style="font-weight: 400;">— การรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร, </span><b>Esteem</b><span style="font-weight: 400;"> — ความรู้สึกว่าตนเองภูมิใจที่ได้ทำงานที่องค์กรนี้ ทั้งหมดนี้เราจัดเรียงใหม่ให้เป็นระบบที่ครอบคลุม และอยู่บนฐานของงานวิจัยที่เป็นเวอร์ชันใหม่ เป็น Enhanced Version ที่อัปเดตให้สอดคล้องกับบริบทขององค์กรและคนทำงานในปัจจุบันจริง ๆ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>อีกหนึ่งเมทริกซ์ในการวัดผลคือ POI – People Outperform Index ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยว่าคืออะไร ?</b></h2>
<p><b>นภัส:</b> <b>POI หรือ People Outperform Index</b><span style="font-weight: 400;"> คือเครื่องมือสำคัญที่เราออกแบบขึ้นเพื่อประเมิน “ความพร้อม” ของระบบ HR ภายในองค์กร โดยครอบคลุมทั้งหมด 7 มิติหลักของงาน HR ตั้งแต่กระบวนการ “รับคนเข้าทำงาน (Hire)” ไปจนถึง “การดูแลคนจนถึงวันสุดท้ายในองค์กร (Retire)” ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละมิติจะมี 5 ระดับ ตั้งแต่ไม่มีระบบพื้นฐาน, อยู่ในช่วงพัฒนา, ไปจนถึงระดับ Advance และ Outperforming โดยเมื่อองค์กรเข้าร่วมโปรแกรม จะได้ทำแบบประเมินนี้ ซึ่งแต่ละทีม HR เช่น Talent Acquisition, Recruitment, Learning &amp; Development ฯลฯ จะร่วมกันให้ข้อมูล แล้ว CHRO จะรวบรวมและรีวิวอีกครั้ง จากนั้นเราจะสร้างรายงานให้ว่าในแต่ละด้านของ HR อยู่ในระดับไหน โดยมีตัวชี้วัดย่อยรวมทั้งหมด 24 ปัจจัย</span></p>
<p><b>ปกรณ์:</b><span style="font-weight: 400;"> สิ่งที่ทำให้ POI แตกต่างจาก Engagement Survey คือ Engagement เน้นวัด “ผลลัพธ์จากประสบการณ์พนักงาน” เป็นหลัก ขณะที่ POI วัด “ระบบภายในของ HR” ว่ามีความพร้อมแค่ไหนที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีเหล่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามองภาพรวมใน 3 มิติ คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Direction</b><span style="font-weight: 400;"> – องค์กรมีกลยุทธ์ด้านคนชัดเจนหรือไม่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Practice</b><span style="font-weight: 400;"> – วิธีการที่ใช้จริงในองค์กรคืออะไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Measurement</b><span style="font-weight: 400;"> – มีการวัดผลอย่างไรบ้าง</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดประสงค์คือช่วยให้องค์กรมองเห็นว่า ช่องว่างอยู่ตรงไหน เช่น องค์กรอาจมีแผนกลยุทธ์ดี แต่ยังขาดระบบในการดำเนินการ หรือทำแล้วแต่ยังไม่มีการวัดผล POI จะช่วยชี้เป้าให้เห็นว่าควร “โฟกัสที่จุดไหน” เพื่อพัฒนาได้อย่างตรงจุดครับ</span></p>
<p><b>นภัส:</b><span style="font-weight: 400;"> พอเรารู้ว่าองค์กรอยู่ตรงไหนบนแผนที่นี้แล้ว เราก็สามารถเอาข้อมูลนั้นไปใช้ประกอบกับข้อมูลจาก Engagement survey และ CEO interview เพื่อดู Alignment ว่า 3 ส่วนนี้ (พนักงาน – HR – ผู้นำ) สอดคล้องกันหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าสอดคล้องกันครบ ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าองค์กรนั้นมีความพร้อมที่จะ “Outperform” ได้ในระยะยาวค่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ทำไมต้องมี CEO Interview ในการประเมินด้วย ?</b></h2>
<p><b>นภัส:</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะเราต้องการดูว่า ทั้ง 3 ส่วน — พนักงาน, HR, และ CEO — มีความสอดคล้องกันหรือไม่ หรือที่เราเรียกว่า Alignment</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น HR อาจบอกว่ามีระบบพร้อมหมดแล้ว พนักงานอาจจะตอบว่าเห็นแค่บางส่วน ในขณะที่ CEO ก็มีทิศทางที่ชัดเจนมาก แต่ทิศทางนั้นไม่ได้ถูกแปลงไปเป็น HR Strategy และก็ยังไม่ถูกส่งต่ออย่างเป็นรูปธรรมลงไปในระดับหัวหน้างาน หรือถึงพนักงานจริง ๆ ซึ่งแบบนี้เราจะเห็นช่องว่างที่เกิดขึ้นเลยค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์ CEO จึงช่วยให้เราเข้าใจว่า </span><b>ทิศทางที่ผู้บริหารกำหนดไว้สอดคล้องกับการปฏิบัติจริงในองค์กรหรือเปล่า</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าข้อมูลจากทั้งสามมุมไม่เชื่อมกัน มันจะเป็นจุดอ่อนที่ทำให้องค์กรไม่สามารถพัฒนาได้เต็มศักยภาพ และถ้าเรารู้จุดนั้น เราก็สามารถแนะนำให้ปรับตรงจุดได้เลย เหมือนเป็นการสแกนแล้วเจอจุดที่ต้องซ่อม ซึ่งจะช่วยยกระดับทั้งระบบได้ในทันทีค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Alignment จึงเหมือน “กระดุมเม็ดแรก” ถ้าติดผิด ทุกอย่างก็จะเบี้ยวหมดเลยค่ะ</span></p>
<p><b>ปกรณ์:</b><span style="font-weight: 400;"> สุดท้ายแล้วมันคือการดูว่า ประสบการณ์ของพนักงานตรงกับระบบของ HR และวิสัยทัศน์ของ CEO หรือไม่ เพราะแม้เราจะมีเครื่องมือวัดหลายตัว แต่ถ้าข้อมูลไม่ align กัน มันก็สะท้อนว่าองค์กรยังไม่พร้อมจะ Outperform ได้จริง</span><b> เพราะหัวใจขององค์กรชั้นนำคือความสอดคล้องที่เดินไปในทิศทางเดียวกันทุกระดับครับ</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45186 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983113-693x1024.webp" alt="เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย" width="693" height="1024" title="เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย 173" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983113-693x1024.webp 693w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983113-203x300.webp 203w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983113-768x1134.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983113-1040x1536.webp 1040w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983113.webp 1053w" sizes="(max-width: 693px) 100vw, 693px" /></p>
<h2><b>หนึ่งใน Benchmark การประเมินที่ HREX ให้ความสนใจก็คือ Psychological Safety ซึ่งไม่ค่อยเห็นในแบบประเมินของที่อื่น อยากทราบว่าทำไม Hewitt Consulting ถึงเลือกใส่มิตินี้เข้ามาด้วย ?</b></h2>
<p><b>ปกรณ์:</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าพูดถึงองค์กรที่ Outperform ได้จริงในยุคนี้ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดคือการมีภาวะผู้นำแบบ Human-Centric Leadership ครับ ซึ่งการจะนำคนให้ก้าวหน้าได้ ไม่ใช่แค่เรื่องวิสัยทัศน์ของผู้นำ แต่ต้องสร้าง </span><b>สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety)</b><span style="font-weight: 400;"> ให้ทุกคนรู้สึกว่าเขาสามารถแสดงความเห็น ตั้งคำถาม หรือเสนอไอเดียได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าองค์กรไม่มีพื้นที่แบบนี้ มันจะกลายเป็นข้อจำกัดที่ทำให้พนักงานไม่กล้าคิด ไม่กล้าพูด ไม่กล้าทำ ซึ่งสวนทางกับการเป็นองค์กรในอนาคตที่ต้องทำงานร่วมกับความหลากหลายของทั้งคนและความคิดจากหลาย generation</span></p>
<p><b>นภัส:</b><span style="font-weight: 400;"> Psychological Safety ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับแนวคิด Culture of Growth ซึ่งเป็นวัฒนธรรมองค์กรแบบใหม่ที่องค์กรหลายแห่งกำลังมองหา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราแบ่งวัฒนธรรมออกเป็น 4 Quadrant: Performance, Reliability, Innovation และ Inclusion ซึ่งที่ผ่านมาองค์กรไทยมักเก่งเรื่อง Performance กับ Reliability อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยังขาด คือ Innovation และ Inclusion ซึ่งต้องใช้ psychological safety เป็นแรงขับเคลื่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรจะสร้างนวัตกรรมได้ยังไง ถ้าคนในไม่กล้าแสดงความคิดเห็น หรือไม่มีพื้นที่ปลอดภัยให้ทดลองผิดถูก เราเลยเชื่อว่า</span><b> Psychological Safety คือโครงสร้างสำคัญขององค์กรที่ต้องการเติบโตในยุคใหม่ค่ะ</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>สำหรับองค์กรที่ยังลังเล ไม่แน่ใจว่าจะเข้าร่วม 100 Outperforming Enterprises Program ดีไหม ถ้าคุณมีโอกาสเชิญชวน อยากจะพูดอะไรกับพวกเขาบ้าง ?</b></h2>
<p><b>ปกรณ์:</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้ามีโอกาสเชิญชวนองค์กร ผมคงอยากเริ่มด้วยคำถามง่าย ๆ ว่า</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“วันนี้คุณมีข้อมูลมากพอหรือยัง&#8230;ในการตัดสินใจเรื่องคนและองค์กร ?”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหัวใจของโปรแกรมนี้ ไม่ใช่การแข่งขัน แต่คือการ ช่วยให้องค์กรเข้าใจตัวเองได้ลึกขึ้น ผ่านข้อมูลที่ชัดเจนและเปรียบเทียบได้ ทั้งในแง่ของ ประสบการณ์พนักงาน และ แนวปฏิบัติด้าน HR ที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรเห็นภาพเหล่านี้อย่างเป็นระบบ จะสามารถ วางแผนพัฒนาได้อย่างมีทิศทาง และที่สำคัญคือสามารถ สื่อสารกับพนักงานได้อย่างมั่นใจ ว่ากำลังมุ่งหน้าไปสู่จุดที่ดีขึ้นจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และถ้าองค์กรทำได้ดีตามเกณฑ์ในหลายด้าน เช่น Employee Experience, People Practice หรือบทสัมภาษณ์ผู้นำ ก็จะได้รับการยอมรับในฐานะ องค์กรที่มีแนวทางการบริหารคนที่โดดเด่น ซึ่งเป็นผลลัพธ์เชิงภาพลักษณ์ที่ส่งผลต่อทั้ง พนักงาน คนเก่งในอนาคต และพันธมิตรทางธุรกิจ ด้วยครับ</span></p>
<p><b>นภัส:</b><span style="font-weight: 400;"> แค่คุณเข้ามาอยู่ใน Ecosystem ของการพัฒนา เราก็ดีใจแล้วค่ะ เพราะเราตั้งใจสร้างพื้นที่นี้ให้เป็นเวทีสำหรับทุกองค์กร ไม่ว่าคุณจะพร้อมสมัครเลยหรือยังอยากเรียนรู้ก่อนก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากยังไม่พร้อมลงแข่ง ก็สามารถเข้ามาในกลุ่ม Learn from the BEST เพื่อเรียนรู้จากองค์กรที่ผ่านกระบวนการและทำได้ดี แล้วค่อยกลับมาวางแผนในจังหวะที่ใช่ของตัวเองก็ยังไม่สายค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45188 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983118-1024x683.webp" alt="เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย" width="1024" height="683" title="เบื้องหลัง 100 Outperforming Enterprises Program: ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือแพลตฟอร์มยกระดับองค์กรไทย 174" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983118-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983118-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983118-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983118-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/S__199983118.webp 1567w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">🗓️ เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ – 31 October 2025</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">📍สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: ✉️ jaruwan.k@hewittconsulting-th.com 📞0958145791 (อุ้ม) </span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">✉️ nanthanat.s@hewittconsulting-th.com 📞 0945519555 (ไซญ่า)</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/151?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44372" title="มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ 184" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-1-1-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/100-outperforming-enterprises-250519/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลยุทธ์อันเฉียบคม และการดูแลพนักงานสุดหัวใจ นำ AIS สู่องค์กรชั้นแนวหน้าที่น่าร่วมงานด้วย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/ais-hr-asia-best-companies-to-work-for-250514/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/ais-hr-asia-best-companies-to-work-for-250514/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 May 2025 05:15:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=45136</guid>

					<description><![CDATA[หากจะมีองค์กรใดที่ได้รับการยอมรับในฐานะที่ทำงานที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ AIS อยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน การันตีด้วยรางวัล Best Companies to Work For in Asia จาก HR Asia ถึง 6 ปีซ้อน เพราะเบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรเทคโนโลยีระดับประเทศ ไม่ใช่แค่ต้องมีผลิตภัณฑ์ที่ดี แต่ยังต้องมีกลยุทธ์ทางธุรกิจอันเฉียบคม พร้อมดูแลและพัฒนาหัวใจสำคัญนั่นคือ ‘คน’ ให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน มิฉะนั้น จะไม่สามารถก้าวมาสู่จุดนี้ได้เลย HREX มีโอกาสสัมภาษณ์คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม ผู้นำหญิงคนเก่ง Group Chief Human Resources Officer ของ AIS ถึงเคล็ดลับความสำเร็จในการบริหารคนและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง คำตอบของเธอเป็นอย่างไร อ่านได้ในบทสัมภาษณ์นี้เลย AIS มีแนวทางในการบริหารงาน HR อย่างไร และอะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรได้รับรางวัลจาก HR Asia กานติมา: AIS มุ่งเน้นการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ครอบคลุมทั้งการสรรหา การพัฒนา และการดูแลพนักงาน บนพื้นฐานของการเคารพในความหลากหลายแตกต่างของแต่ละบุคคล [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45138" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-14T105043.258.webp" alt="กลยุทธ์อันเฉียบคม และการดูแลพนักงานสุดหัวใจ นำ AIS สู่องค์กรชั้นแนวหน้าที่น่าร่วมงานด้วย" width="600" height="370" title="กลยุทธ์อันเฉียบคม และการดูแลพนักงานสุดหัวใจ นำ AIS สู่องค์กรชั้นแนวหน้าที่น่าร่วมงานด้วย 179" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-14T105043.258.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/HREX-Cover-by-Para-2025-05-14T105043.258-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หากจะมีองค์กรใดที่ได้รับการยอมรับในฐานะที่ทำงานที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ <a href="https://www.ais.th/consumers" target="_blank" rel="noopener">AIS</a> อยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน การันตีด้วยรางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2024/" target="_blank" rel="noopener"><b>Best Companies to Work For in Asia </b></a>จาก HR Asia ถึง 6 ปีซ้อน</p>
<p>เพราะเบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรเทคโนโลยีระดับประเทศ ไม่ใช่แค่ต้องมีผลิตภัณฑ์ที่ดี แต่ยังต้องมีกลยุทธ์ทางธุรกิจอันเฉียบคม พร้อมดูแลและพัฒนาหัวใจสำคัญนั่นคือ ‘คน’ ให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน มิฉะนั้น จะไม่สามารถก้าวมาสู่จุดนี้ได้เลย</p>
<p>HREX มีโอกาสสัมภาษณ์<strong><a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/hr-interview-ais-20201221/">คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม</a></strong> ผู้นำหญิงคนเก่ง Group Chief Human Resources Officer ของ AIS ถึงเคล็ดลับความสำเร็จในการบริหารคนและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง คำตอบของเธอเป็นอย่างไร อ่านได้ในบทสัมภาษณ์นี้เลย</p>
<h2>AIS มีแนวทางในการบริหารงาน HR อย่างไร และอะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรได้รับรางวัลจาก HR Asia</h2>
<p><strong>กานติมา:</strong> AIS มุ่งเน้นการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ครอบคลุมทั้งการสรรหา การพัฒนา และการดูแลพนักงาน บนพื้นฐานของการเคารพในความหลากหลายแตกต่างของแต่ละบุคคล (Respectful) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานด้วยความเป็นมืออาชีพอย่างมีความสุข โดยทุกคนสามารถมีส่วนในการรับผิดชอบการเติบโตของตนเองและประสบความสำเร็จร่วมกันได้ในบริบทการทำงานที่เปิดกว้างและเป็นธรรมผ่านหลักสูตรและโครงการต่าง ๆ อาทิ AIS Digital Talent – The Vanguard โครงการพัฒนาทาเลนต์ที่เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนกำชะตา คว้าโอกาสการเติบโตของตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครมาเลือกหรือกำหนดอนาคตของตัวเอง</p>
<p>นอกจากนี้ AIS ยังส่งเสริมและให้ความสำคัญกับการทำงานอย่างมีจุดมุ่งหมายและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อทั้งตัวเอง ลูกค้า และสังคม (Meaningful) ซึ่งเกิดจากความมุ่นมั่นในการบ่มเพาะกรอบความคิดเชิงนวัตกรรม (Innovative mindset) ให้คน AIS มีทัศนคติและพฤติกรรมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม ซึ่งสอดรับวัฒนธรรม FIT FUN FAIR อันเปรียบเสมือน DNA ของคน AIS</p>
<p>ในส่วน HR เองก็ปรับแนวทางการทำงานให้ยืดหยุ่น พร้อมปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ โดยมีการนำดาต้าและเทคโนโลยีมาใช้ในการตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ ตลอดจนมีการพัฒนาการบริหารผลการปฏิบัติงานของพนักงานโดยใช้ฟีดแบ็คแบบเรียลไทม์รวมทั้งการประเมินผลงานที่โปร่งใสและเป็นธรรมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45152" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Kantima_0336-2-2-1-scaled.webp" alt="กลยุทธ์อันเฉียบคม และการดูแลพนักงานสุดหัวใจ นำ AIS สู่องค์กรชั้นแนวหน้าที่น่าร่วมงานด้วย" width="600" height="900" title="กลยุทธ์อันเฉียบคม และการดูแลพนักงานสุดหัวใจ นำ AIS สู่องค์กรชั้นแนวหน้าที่น่าร่วมงานด้วย 180" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Kantima_0336-2-2-1-scaled.webp 1707w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Kantima_0336-2-2-1-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Kantima_0336-2-2-1-683x1024.webp 683w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Kantima_0336-2-2-1-768x1152.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Kantima_0336-2-2-1-1024x1536.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/Kantima_0336-2-2-1-1365x2048.webp 1365w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>AIS มีวิธีส่งเสริมการทำงานร่วมกันและสร้างความสามัคคีระหว่างพนักงานต่างเจเนอเรชัน อย่างไรบ้าง?</h2>
<p><strong>กานติมา:</strong> AIS ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กรแบบ Inclusive Culture ที่เน้นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ทำให้ทุกคนรู้สึกมีคุณค่าและเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร บนพื้นฐานของความเข้าใจความต้องการของพนักงานที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา</p>
<p>นอกจากนี้ วัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างพนักงานทุกเจเนอเรชัน ยังเปิดโอกาสให้พนักงานจากช่วงวัยที่แตกต่างกันได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองอย่างสร้างสรรค์</p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น AIS ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบสวัสดิการทั้งด้านการพัฒนาทักษะ ความรู้ ทัศนคติ การสร้างสภาพแวดล้อมที่หลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานแต่ละคนให้มากที่สุด</p>
<p>เพราะเราเชื่อว่าการมีส่วนร่วมและความร่วมมืออย่างกลมกลืนระหว่างพนักงานต่างเจเนอเรชัน คือกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรม ลดช่องว่าง สร้างความเข้าใจระหว่างรุ่น และหล่อหลอมให้ทุกคนรู้สึกถึงคุณค่าและความหมายของการเป็นส่วนหนึ่งในองค์กร ตามแนวคิดที่ว่า “เพราะความแตกต่าง ทำให้เราเติบอย่างสวยงาม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45147" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/7R306444-1.webp" alt="กลยุทธ์อันเฉียบคม และการดูแลพนักงานสุดหัวใจ นำ AIS สู่องค์กรชั้นแนวหน้าที่น่าร่วมงานด้วย" width="600" height="400" title="กลยุทธ์อันเฉียบคม และการดูแลพนักงานสุดหัวใจ นำ AIS สู่องค์กรชั้นแนวหน้าที่น่าร่วมงานด้วย 181" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/7R306444-1.webp 7952w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/7R306444-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/7R306444-1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/7R306444-1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/7R306444-1-1536x1025.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>เทรนด์สำคัญของงาน HR ที่จะมีผลต่ออนาคตของแรงงานในความคิดของคุณ มีเรื่องอะไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>กานติมา:</strong> ทิศทางของงาน HR ในอนาคตกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและข้อมูลมากยิ่งขึ้น การประยุกต์ใช้ AI และการวิเคราะห์เชิงข้อมูล (Data-Driven) จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการมองเห็นแนวโน้มล่วงหน้า นำไปสู่การวางแผนดูแลและพัฒนาบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที</p>
<p>อีกประเด็นหนึ่งที่ AIS ให้ความสำคัญมาโดยตลอด คือการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (Lifelong Learning Culture) เพื่อส่งเสริมให้พนักงานสามารถปรับตัว พัฒนาทักษะใหม่ๆ และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว</p>
<p>สำหรับ AIS เรามี AIS Academy ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาศักยภาพพนักงานที่ดูแลและติดอาวุธให้พนักงานอย่างต่อเนื่องผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล เช่น LearnDi และ ReadDi ซึ่งได้รับการรับรอง ISO 30401:2018 การจัดการและพัฒนาความรู้ในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและด้านสมรรถนะการทำงาน พนักงานจึงสามารถเข้าถึงองค์ความรู้เฉพาะภายในองค์กรและพัฒนาต่อยอดทักษะความรู้ใหม่ ๆ ที่คัดสรรมาจากสถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัยชั้นนำจากทั่วโลกได้ทุกที่ ทุกเวลาอย่างไร้ข้อจำกัด</p>
<p>สุดท้ายคืองานที่สร้างคุณค่าและมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน (Purpose-Driven Work) เพราะคนทำงานในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับการทำงานที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งต่อตัวเอง องค์กร และสังคม AIS เองเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมและรวมตัวกันในนาม “อุ่นใจอาสา” ควบคู่กับการร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน</p>
<p>อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (กระทรวง พม.) เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้และศักยภาพด้านดิจิทัลและนวัตกรรมให้กับคนไทยทุกกลุ่ม ซึ่งจะช่วยเพิ่มเพิ่มโอกาส ลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ และขจัดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ผ่านโครงการสำคัญ ๆ ภายใต้แนวคิด “ภารกิจคิดเผื่อ”</p>
<p>เช่น การจัดงาน ACADEMY for THAIs ที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เข้ามาเรียนรู้และเสริมทักษะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โครงการ Train the Trainer ที่ให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เพื่อนำไปถ่ายทอดให้ประชาชน หรือโครงการ Jump Thailand Hackathon ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาพัฒนาไอเดียสร้างสรรค์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและคนพิการ โดยมีอุ่นใจอาสารับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาตลอดโครงการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45149" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/AISHR-74-2-1.webp" alt="กลยุทธ์อันเฉียบคม และการดูแลพนักงานสุดหัวใจ นำ AIS สู่องค์กรชั้นแนวหน้าที่น่าร่วมงานด้วย" width="600" height="400" title="กลยุทธ์อันเฉียบคม และการดูแลพนักงานสุดหัวใจ นำ AIS สู่องค์กรชั้นแนวหน้าที่น่าร่วมงานด้วย 182" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/AISHR-74-2-1.webp 8192w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/AISHR-74-2-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/AISHR-74-2-1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/AISHR-74-2-1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/05/AISHR-74-2-1-1536x1025.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>ในฐานะผู้นำ HR ของ AIS คุณมีคำแนะนำอะไร อยากมอบให้กับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเป็นผู้นำด้าน HR บ้าง ?</h2>
<p><strong>กานติมา:</strong> การเป็นผู้นำด้าน HR ในยุคปัจจุบันต้องมีความเข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้ง เพื่อสามารถทำหน้าที่เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความเข้าใจในวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และความท้าทายทางธุรกิจจะช่วยให้ HR สามารถวางแผนการบริหาร ดูแล และพัฒนาคนให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจและเป้าหมายองค์กร ตลอดจนมีบทบาทสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนกลยุทธ์ธุรกิจ และพร้อมปรับตัว เพื่อร่วมขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน</p>
<p>คนรุ่นใหม่ที่ต้องการเติบโตในสายงานนี้ควรให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เช่น HR Tech และ Data Analytics เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและวางแผนเชิงกลยุทธ์ทั้งในด้านการดูแล Well-Being ของพนักงาน การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Lifelong Learning) การสร้างความผูกพันต่อองค์กร และการขับเคลื่อนความหลากหลายและความเท่าเทียมได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยสร้างองค์กรที่มีความครอบคลุมและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่</p>
<p>สุดท้าย ผู้นำ HR ต้องพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารและความเป็นผู้นำ เพื่อสร้างความไว้วางใจและแรงจูงใจให้กับทีม ซึ่งจะทำให้ HR ไม่เป็นเพียงหน่วยงานที่มุ่งเน้นด้านการบริหารจัดการและควบคุมต้นทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นฝ่ายที่สร้างคุณค่าและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กรอย่างแท้จริง</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" title="SPRC – ความสำเร็จจากวัฒนธรรม &quot;One Caring Family&quot; พลังจากครอบครัว ขับเคลื่อนพลังงานแห่งอนาคต 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/ais-hr-asia-best-companies-to-work-for-250514/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SPRC – ความสำเร็จจากวัฒนธรรม &#8220;One Caring Family&#8221; พลังจากครอบครัว ขับเคลื่อนพลังงานแห่งอนาคต</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/sprc-one-caring-family-250410/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/sprc-one-caring-family-250410/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Apr 2025 12:54:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<category><![CDATA[SPRC]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44734</guid>

					<description><![CDATA[อุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมัน เป็นธุรกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวนทางเศรษฐกิจและการแข่งขันสูง การจะยืนหยัดและเติบโตได้ท่ามกลางความท้าทาย จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญนั่นคือ วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง และทรัพยากรบุคคลที่มากความสามารถ Star Petroleum Refining Public Company Limited (SPRC) คือผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ที่มีทุกอย่างที่องค์กรชั้นแนวหน้าต้องการ ไม่เพียงแค่ความแข็งแกร่งทางธุรกิจ แต่ยังมีพนักงานชั้นยอด ที่โอบรับวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง &#8220;One Caring Family&#8221; ซึ่งผสมผสานทุกคนให้เป็นครอบครัวเดียวกันที่มีเป้าหมายเดียวกัน วัฒนธรรมนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ SPRC คว้า 4 รางวัลจาก HR Asia ได้แก่ Best Companies to Work For, Diversity, Equity &#38; Inclusion Awards, Most Caring Company Awards และ Sustainable Workplace Awards ตั้งแต่ปีแรกที่เข้าประกวด HREX ได้สัมภาษณ์คุณณรงค์ ไตรโยธี Executive Vice President – [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44737" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-10T194646.846.webp" alt="SPRC – ความสำเร็จจากวัฒนธรรม &quot;One Caring Family&quot; พลังจากครอบครัว ขับเคลื่อนพลังงานแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="SPRC – ความสำเร็จจากวัฒนธรรม &quot;One Caring Family&quot; พลังจากครอบครัว ขับเคลื่อนพลังงานแห่งอนาคต 188" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-10T194646.846.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-10T194646.846-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมัน เป็นธุรกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวนทางเศรษฐกิจและการแข่งขันสูง การจะยืนหยัดและเติบโตได้ท่ามกลางความท้าทาย จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญนั่นคือ วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง และทรัพยากรบุคคลที่มากความสามารถ</span></p>
<p><a href="https://www.sprc.co.th/th/SitePages/Home.aspx" target="_blank" rel="noopener"><b>Star Petroleum Refining Public Company Limited (SPRC) </b></a><span style="font-weight: 400;">คือผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ที่มีทุกอย่างที่องค์กรชั้นแนวหน้าต้องการ ไม่เพียงแค่ความแข็งแกร่งทางธุรกิจ แต่ยังมีพนักงานชั้นยอด ที่โอบรับวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง &#8220;One Caring Family&#8221; ซึ่งผสมผสานทุกคนให้เป็นครอบครัวเดียวกันที่มีเป้าหมายเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ SPRC คว้า 4 รางวัลจาก HR Asia ได้แก่ </span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2024/" target="_blank" rel="noopener"><b>Best Companies to Work For</b></a><span style="font-weight: 400;">, Diversity, Equity &amp; Inclusion Awards, Most Caring Company Awards และ Sustainable Workplace Awards ตั้งแต่ปีแรกที่เข้าประกวด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX ได้สัมภาษณ์</span><b>คุณณรงค์ ไตรโยธี </b><span style="font-weight: 400;">Executive Vice President – Refinery Operations  (รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านปฏิบัติการโรงกลั่น) และ </span><b>คุณจริยา วึนเชอ</b><span style="font-weight: 400;"> Vice President – Human Resources (ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล) ผู้ถือโอกาสนี้พาไปสำรวจเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มาจากความตั้งใจบริหารคนให้เป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางการแข่งขันที่ไม่หยุดนิ่ง ถ้าพร้อมแล้ว ไปติดตามกันได้เลย</span></p>
<h2><b>วัฒนธรรม One Caring Family ของ SPRC คืออะไร ทำไมถึงมีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร ?</b></h2>
<p><b>คุณณรงค์: </b><span style="font-weight: 400;">เรามีวิสัยทัศน์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังคือ “</span><b>One Caring Family, Energizing Our Future</b><span style="font-weight: 400;">” หรือ ครอบครัวแห่งความห่วงใย ร่วมสร้างพลังเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของเรา เราต่างจดจำอย่างขึ้นใจว่า เราดูแลกันอย่างคนในครอบครัว ไม่ใช่แค่ทำงานแล้วแยกย้ายกลับบ้าน แต่เรามีความผูกพันแบบพี่น้อง บางทีก็เหมือนพ่อแม่กับลูกเลยด้วยซ้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Mission ของเราก็สอดคล้องกัน คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Invest in our people enhancing SPRC’s caring family culture and performance delivery</b><span style="font-weight: 400;"> – มุ่งเน้นการลงทุนในการพัฒนาบุคลากร เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมครอบครัวแห่งความห่วงใย และการปฏิบัติงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Deliver safe, reliable, and sustainable operations</b><span style="font-weight: 400;"> – มุ่งมั่นดำเนินงานอย่างยั่งยืน ด้วยความปลอดภัยและเชื่อถือได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Strengthen competitiveness through smart and timely investment</b><span style="font-weight: 400;"> – มุ่งพัฒนาศักยภาพในการแข่งขัน โดยการลงทุนในเวลาที่เหมาะสม เพื่อผลตอบแทนที่ดีที่สุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Exceed customer and stakeholder expectations</b><span style="font-weight: 400;"> – มุ่งสร้างความพึงพอใจอย่างสูงสุดให้กับผู้มีส่วนได้เสีย</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามี Refinery Operation เป็นแกนกลาง และมีธุรกิจ Fuels Marketing ที่เข้ามาเสริมพอร์ต ทำให้ SPRC กลายเป็นองค์กรที่ครบวงจรมากขึ้น และเติบโตได้ทั้งในเชิงธุรกิจและความสัมพันธ์ภายในครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าใครได้มาเยี่ยมชมโรงกลั่นด้วยตัวเอง จะเห็นว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ที่ทำงาน แต่เป็นบ้านหลังใหญ่ที่มีคนอยู่ร่วมกันกว่า 700 คน เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยที่ไม่ใช่แค่ในเชิงปฏิบัติการ แต่หมายถึงความปลอดภัยทางใจภายใต้แนวคิด Incident and Injury Free (IIF) คือ “การมาทำงานและกลับบ้านปลอดภัยในทุก ๆ วัน” หมายถึงการดูแลตัวเอง ดูแลกันและกันตลอด 24 ชั่วโมงครับ</span></p>
<p><b>คุณจริยา:</b><span style="font-weight: 400;"> ใช่เลยค่ะ คำว่า One Caring Family สำหรับเรา ไม่ใช่แค่คำสวย ๆ บนโปสเตอร์ แต่มันคือความรู้สึกที่เราใส่ลงไปในการต้อนรับพนักงานใหม่ การพูดคุยกันในทีม และเวลาที่เราได้ทำกิจกรรมด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อปีที่แล้ว SPRC ได้เข้าซื้อธุรกิจการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้แบรนด์ “คาลเท็กซ์” และมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว SPRC เราเลยเพิ่มอีกหนึ่งวัฒนธรรมสำคัญคือ One Team คือเราต้องทำให้คนจากสองวัฒนธรรม ผสานกันเป็นทีมเดียวกันได้จริง ไม่ใช่แค่เปลี่ยนโลโก้ แต่เปลี่ยน Mindset วิธีทำงาน การสร้าง เป้าหมายร่วมกัน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ นี่คือความท้าทายและความภูมิใจในเวลาเดียวกันค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การหลอมรวมวัฒนธรรมนี้เป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ก็เป็นหนึ่งในความสำเร็จที่เราภูมิใจที่สุดเช่นกัน เพราะเราสามารถทำให้คนจากองค์กรเดิมที่เคยเป็นลูกค้า-ผู้ผลิตกันมาก่อน มาเข้าใจเป้าหมายเดียวกัน ทำงานใต้กระบวนการเดียวกัน และมองภาพใหญ่ร่วมกันได้สำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนแรกเราไม่ได้คิดว่าจะมาทำงานที่นี่ แต่พอตัดสินใจมาตั้งรกรากกัน กลายเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตเลยค่ะ ที่ SPRC เรามีความหลากหลายทั้งในแง่เชื้อชาติ วัฒนธรรม เพศ วัย และความคิด ซึ่งไม่ใช่แค่พูดไว้ในเอกสาร แต่มันเกิดขึ้นจริง ๆ ในชีวิตประจำวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่าวัฒนธรรมแบบนี้แหละ ที่ทำให้การทำงานของ HR ไม่ใช่แค่การบริหารคน แต่คือการดูแลครอบครัวไปด้วยกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44736 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/2-2-731x1024.webp" alt="SPRC – ความสำเร็จจากวัฒนธรรม &quot;One Caring Family&quot; พลังจากครอบครัว ขับเคลื่อนพลังงานแห่งอนาคต" width="731" height="1024" title="SPRC – ความสำเร็จจากวัฒนธรรม &quot;One Caring Family&quot; พลังจากครอบครัว ขับเคลื่อนพลังงานแห่งอนาคต 189" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/2-2-731x1024.webp 731w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/2-2-214x300.webp 214w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/2-2-768x1075.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/2-2-1097x1536.webp 1097w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/2-2-1463x2048.webp 1463w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/2-2-scaled.webp 1828w" sizes="(max-width: 731px) 100vw, 731px" /></p>
<h2><b>ด้วยวัฒนธรรม “One Caring Family” และ “One Team” ที่มีรากฐานแน่นแล้ว SPRC ยังมีกลยุทธ์ในการบริหารคนอย่างไรบ้าง จนทำให้สามารถคว้ารางวัล HR Asia Awards มาครองได้ถึง 4 รางวัลในปีแรกที่ส่งชื่อเข้าประกวด</b></h2>
<p><b>คุณจริยา: </b><span style="font-weight: 400;">ต้องบอกก่อนเลยว่ารางวัลไม่ใช่เป้าหมายหลักของเราค่ะ สิ่งที่เราทำมาตลอด เราทำเพื่อพนักงานจริง ๆ รางวัลที่ได้มันเป็นผลพลอยได้จากความตั้งใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่พอได้รับรางวัล ก็ยิ่งทำให้พนักงานรู้สึกภูมิใจมากขึ้น ว่าองค์กรที่เขาอยู่ไม่ได้แค่ดีในความรู้สึก แต่ยังได้รับการยอมรับในระดับสากลด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์ด้านคนของเรา มี 3 เสาหลักคือ</span></p>
<h3><b>1. People Capability – สร้างสมรรถนะของคนและองค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เราวางโครงสร้างพัฒนาคนผ่านกรอบที่เรียกว่า </span><b>We Lead</b> <b>Framework</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเราปรับใช้จากบริษัทแม่อย่าง Chevron เพื่อให้เหมาะกับ SPRC ซึ่งประกอบไปด้วย</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>A: Align &amp; Inspire</b><span style="font-weight: 400;"> – ทุกคนต้องเข้าใจเป้าหมายองค์กร และทำงานในทิศทางเดียวกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>B: Build Relationship</b><span style="font-weight: 400;"> – สร้างความสัมพันธ์ที่นำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>C: Grow Capability</b><span style="font-weight: 400;"> – พัฒนาอย่างต่อเนื่อง มี Career Path ที่ชัดเจน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>D: Deliver Results</b><span style="font-weight: 400;"> – ไม่ใช่แค่พยายาม แต่ต้องสร้างผลงานจริง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เราฝังแนวคิด A-B-C-D นี้ไว้ในทุกจุดของ HR ตั้งแต่การสรรหา, Onboarding, Performance Review, Succession Plan ไปจนถึง Leadership Development</span></p>
<h3><b>2. People Culture – วัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการเติบโต</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เราสร้างวัฒนธรรม “One Team, One Family” ที่ไม่ได้แค่ดูดีในคำพูด แต่เกิดขึ้นในชีวิตจริง โดยเฉพาะหลังจากมีการรวม ธุรกิจการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้แบรนด์คาลเท็กซ์ เข้ามา เราต้องหลอมรวมคนสองวัฒนธรรมให้กลายเป็นทีมเดียวให้ได้ มีทั้งกิจกรรม Onboarding ที่เชื่อมต่อ Refinery กับ  Fuel Marketing, เวิร์กช็อปผู้นำ, Monthly Leadership Meeting ที่พูดคุยกันด้วยภาษาอังกฤษเพื่อสร้างความกลมกลืนระหว่างคนไทยและต่างชาติ รวมถึงกิจกรรมภายในอย่าง Entertain-Engage-Educate เพื่อเชื่อมโยงคนต่างวัยให้เข้าใจกัน</span></p>
<h3><b>3. HR Digitization – ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนศักยภาพ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคนี้ HR จะดูแลพนักงานได้ดีต้องมีข้อมูลและเครื่องมือด้วย เรามี Digital Committee ที่ช่วยขับเคลื่อน HR Tools เช่น ใช้ </span><b>SuccessFactors</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อบริหารผลงาน (Performance Management), พัฒนา </span><b>Self-Service Portal</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับพนักงาน, ลงทุนกับ Digital Culture Mindset ให้พนักงานทุกเจนเข้าใจเทคโนโลยี และเราเริ่มใช้ </span><b>AI / Co-Pilot</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเสริม Productivity แล้วในปีนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้ทำให้เราพร้อมตอบโจทย์ความท้าทายในยุค Disruption อย่างแท้จริงค่ะ</span></p>
<h2><b>อะไรคือ “หัวใจ” ที่ทำให้ SPRC ชนะใจคณะกรรมการและได้ถึง 4 รางวัลในปีแรกที่ส่งชื่อเข้าประกวด?</b></h2>
<p><b>คุณจริยา:</b><span style="font-weight: 400;"> หลัก ๆ มี 4 จุดที่เราโดดเด่นค่ะ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Human Rights &amp; Fairness</b><span style="font-weight: 400;"> – เรามีระบบเดียวในการจ่ายค่าจ้างและการดูแล ไม่มีแบ่งเพศหรือเชื้อชาติ ทุกคนได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Diversity &amp; Inclusion</b><span style="font-weight: 400;"> – เรามีผู้นำหญิงในทีมบริหารถึง 30% และเปิดรับพนักงานหญิงในสายงาน Operation มากขึ้นเรื่อย ๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Well-Being</b><span style="font-weight: 400;"> – มีระบบดูแลทั้งกาย ใจ และการเงิน เช่น Employee Assistance Program, โต๊ะนั่ง-ยืน, Flex Benefit ปีละ 30,000 บาท ฯลฯ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>People Development</b><span style="font-weight: 400;"> – เรามีงบ 5-6 แสนดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อปีสำหรับพัฒนาบุคลากร มีคอร์สเรียนกว่า 1,700 คอร์ส รวมถึงส่งไปอบรมนอกสถานที่ตามแผนงานรายบุคคล</span></li>
</ol>
<h2><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44738" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-10T194755.521.webp" alt="SPRC – ความสำเร็จจากวัฒนธรรม &quot;One Caring Family&quot; พลังจากครอบครัว ขับเคลื่อนพลังงานแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="SPRC – ความสำเร็จจากวัฒนธรรม &quot;One Caring Family&quot; พลังจากครอบครัว ขับเคลื่อนพลังงานแห่งอนาคต 190" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-10T194755.521.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-10T194755.521-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></h2>
<h2><b>พอ SPRC มีความหลากหลายสูงมาก ทีม HR เจอความท้าทายตรงนี้อย่างไร และมีวิธีรับมือยังไงครับ?</b></h2>
<p><b>คุณจริยา: </b><span style="font-weight: 400;">HREX แตะจุดสำคัญมากค่ะ เรามีพนักงานทั้งรุ่น Baby Boomer, Gen X, Gen Y, Gen Z อยู่ร่วมกันในองค์กรเดียว แต่ความซับซ้อนในที่นี้ไม่ใช่แค่เรื่อง Generation Gap เท่านั้น แต่ยังมีความซับซ้อนทางวัฒนธรรมด้วย เพราะยังมีผู้บริหารต่างชาติจากหลายประเทศ เช่น อเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย เข้ามาทำงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่ทำให้ทุกอย่างกลมกล่อมได้ คือวัฒนธรรม One Caring Family ที่เราสร้างร่วมกันมาเป็นเวลานานนั่นเองค่ะ</span></p>
<p><b>คุณณรงค์: </b><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เราทำคือออกแบบ </span><b>Onboarding Program</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ไม่ได้เน้นแค่ข้อมูล แต่สร้าง Connection อย่างแท้จริงครับ เราเรียกว่า “Build the Culture, Build the Future” พอพนักงานใหม่เข้ามา เขาจะได้รู้เลยว่า SPRC เป็นใคร และเขาอยู่ในภาพใหญ่นี้ตรงไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะช่วงที่เรารวม Fuel Marketing เข้ามา มีพนักงานใหม่เข้ามาจำนวนมาก เราจัด onboarding หลายรอบมาก สนุกด้วย มีสาระด้วย และที่สำคัญคือทำให้เขารู้สึกอบอุ่นครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังจัดเวิร์กช็อปสำหรับหัวหน้างานและ Supervisor เพื่อให้เข้าใจวิธีเข้าหาเด็ก Generation ใหม่ เพราะวิธีสอนแบบ 10 ปีก่อน ใช้กับคนรุ่นนี้ไม่ได้แล้ว เราต้องสอนหัวหน้าให้เข้าใจความคิดของเด็ก ๆ ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเน้นทั้ง Soft Skill, เทคนิคการโค้ช, การให้ Feedback ที่ตรงจริตคนรุ่นใหม่ ซึ่งก็กลายเป็น Learning Journey ของหัวหน้าไปด้วยในตัว</span></p>
<h2><b>การแลกเปลี่ยนระหว่างรุ่น มีวิธีสร้างการเรียนรู้แบบ 2 ทางยังไงบ้างครับ?</b></h2>
<p><b>คุณณรงค์:</b><span style="font-weight: 400;"> เรามีแนวคิดที่เรียกว่า “พี่สอนน้อง – น้องสอนพี่” ครับ เราใช้ </span><b>Operation Progression Skill (OPS)</b><span style="font-weight: 400;"> เป็น Career Ladder ที่ชัดเจน ใครเข้ามาก็รู้ว่าถ้าอยากเติบโตต้องเรียนรู้อะไรบ้าง แต่ไม่ใช่แค่เทคนิคจากพี่อย่างเดียว ตอนนี้น้อง ๆ หลายคนเก่งเรื่องเทคโนโลยีมาก เราเลยเปิดโอกาสให้เกิด </span><b>Reverse Mentoring</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วย น้องสอนพี่เรื่องดิจิทัล พี่สอนน้องเรื่องประสบการณ์ ทำให้การเรียนรู้มันหมุนเวียน ไม่ใช่ด้านเดียว</span></p>
<p><b>คุณจริยา:</b><span style="font-weight: 400;"> เรามีกิจกรรมภายในที่เน้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง Generation เยอะมากค่ะ เช่น Live Talk, Knowledge Sharing, Workshop ที่ออกแบบให้ทั้ง Educate – Entertain – Engage มีทั้งสาระและความสนุก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายังออกแบบกิจกรรมที่เจาะกลุ่มเป็นทีม เช่น Production Unit ของคุณณรงค์ ที่มีพนักงานเข้าร่วมเกือบ 300 คน เราจัดเวิร์กช็อปให้พวกเขาช่วยกันคิดเลยว่า ปีนี้อยากทำกิจกรรมอะไรเพื่อสร้างสัมพันธ์ระหว่างเจน แล้วให้เขาออกแบบเอง เราแค่เป็นผู้สนับสนุน</span></p>
<h2><b>ในแง่การบริหารความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะคนต่างชาติที่ทำงานกับคนไทย SPRC มีแนวทางยังไงครับ?</b></h2>
<p><b>คุณจริยา:</b><span style="font-weight: 400;"> เรามีทั้งแนวทางที่เป็นโครงสร้าง และกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมค่ะ ในระดับผู้บริหาร เรามี </span><b>Leadership Workshop ปีละ 2 ครั้ง</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ให้ผู้บริหารจากทั้งสองบริษัท (Refinery และ Commercial) มาร่วมกันเรียนรู้และแชร์มุมมอง บางครั้งก็มี Team Building เพื่อเพิ่มความเข้าใจกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกเดือนก็จะมี </span><b>Leadership Meeting</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้นำคนไทย และทำให้ทีมข้ามวัฒนธรรมทำงานได้ราบรื่นขึ้น</span></p>
<p><b>คุณณรงค์:</b><span style="font-weight: 400;"> เราเป็น International Company เลยมีวัฒนธรรมผสมผสานกันอยู่แล้ว พนักงานไทยเองก็มีโอกาสไปทำงานที่อเมริกา หรือออสเตรเลียบ้าง ฝั่ง Chevron ก็มาทำงานร่วมกับเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายมันเลยไม่ใช่แค่การอยู่ร่วมกัน แต่เป็นการผสมผสานกันจนเป็นหนึ่งเดียวครับ ซึ่งเราภูมิใจมากที่ทำได้</span></p>
<h2><b>จากที่ฟังมา SPRC น่าจะเป็นองค์กรที่หลายคนอยากร่วมงานด้วย แล้วในมุมของ HR เอง คุณสมบัติแบบไหนที่ SPRC มองหาในพนักงานใหม่ที่อยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ?</b></h2>
<p><b>คุณจริยา:</b><span style="font-weight: 400;"> เราไม่ได้มองแค่คนเก่ง แต่เรามองหาคนที่เก่งและดีค่ะ ในเมื่อ SPRC เป็นองค์กรที่ทำงานด้วยกันแบบครอบครัว คนที่เข้ามาแล้วทำงานคนเดียวแบบ One Man Show อาจจะไม่ใช่ทางเราค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เราดูเป็นหลักเลยคือ 2 มิติคือ </span><b>Functional Competency</b><span style="font-weight: 400;"> – เก่งจริงในสายงาน และ </span><b>Behavioral Fit</b><span style="font-weight: 400;"> – มีพฤติกรรมที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กรของเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจะใช้ We Lead Framework ที่เล่าไปก่อนหน้านี้มาช่วยประเมินตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์ เช่น ถามว่าเขา Align เป้าหมายได้ไหม? สร้างความสัมพันธ์ได้หรือเปล่า? มี Growth Mindset แค่ไหน?</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44739" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-10T194807.991.webp" alt="SPRC – ความสำเร็จจากวัฒนธรรม &quot;One Caring Family&quot; พลังจากครอบครัว ขับเคลื่อนพลังงานแห่งอนาคต" width="600" height="370" title="SPRC – ความสำเร็จจากวัฒนธรรม &quot;One Caring Family&quot; พลังจากครอบครัว ขับเคลื่อนพลังงานแห่งอนาคต 191" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-10T194807.991.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/04/HREX-Cover-by-Para-2025-04-10T194807.991-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>เมื่อรับเข้ามาแล้ว SPRC ดูแลคนอย่างไรให้เขาอยู่ได้นาน ๆ และเติบโตไปกับองค์กร ?</b></h2>
<p><b>คุณณรงค์:</b><span style="font-weight: 400;"> เรามีความเชื่อว่า </span><b>“คนที่ใช่ ไม่ใช่แค่อยู่รอดในองค์กร แต่ต้องเติบโตไปกับองค์กรได้”</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าดูเฉพาะใน Operation คนที่เข้ามาอยู่กับเราส่วนใหญ่จะอยู่จนเกษียณ ไม่ค่อยมีใครลาออกเลย เพราะเราสร้างความผูกพันได้จริง ๆ</span></p>
<p><b>คุณจริยา:</b><span style="font-weight: 400;"> อัตราการลาออกของเราน้อยมากค่ะ เฉลี่ยไม่ถึง 2% ต่อปี แล้วที่สำคัญคือ ไม่มีใครออกเพราะเหตุผลเรื่องเงินเดือน เพราะเราจ่ายในระดับ Top Tier ของกลุ่มธุรกิจ Refinery และ Petrochemical อยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญคือเรามี Career Path ชัดเจน, มีงบพัฒนา Learning สูง, มี Flexibility และ Well-Being ที่ดูแลตั้งแต่กาย ใจ ไปจนถึงครอบครัวของพนักงานด้วย</span></p>
<h2><b>ถ้ามีคนรุ่นใหม่ที่สนใจอยากทำงานในสาย HR หรือองค์กรคุณภาพแบบ SPRC ทั้ง 2 ท่านอยากฝากอะไรถึงพวกเขาบ้าง ?</b></h2>
<p><b>คุณจริยา:</b><span style="font-weight: 400;"> คำถามนี้ดีมากเลยค่ะ เพราะงาน HR สมัยนี้ไม่ใช่แค่งานเอกสาร หรือ Support เบื้องหลังอีกต่อไปแล้ว วันนี้ HR ต้องเป็นหนึ่งในผู้นำการเปลี่ยนแปลงในองค์กร ต้องกล้าคิด กล้าทำ กล้าร่วมมือกับธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนผลลัพธ์ให้เกิดขึ้นจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ HR ยุคใหม่ต้องมี ขอสรุป 4 อย่าง:</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Adaptability &amp; Resilience</b><span style="font-weight: 400;"> – ต้องปรับตัวได้เร็ว รับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างเข้าใจและมั่นคง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Business Acumen</b><span style="font-weight: 400;"> – เข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้ง เพื่อจะออกแบบ People Strategy ที่ตอบโจทย์จริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Digital Literacy</b><span style="font-weight: 400;"> – ใช้เทคโนโลยีได้อย่างชาญฉลาด ไม่ใช่แค่ใช้ได้ แต่ต้องคิดได้ว่าจะใช้ “เพื่ออะไร”</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/leading-with-empathy-240625/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><b>Lead with Empathy</b></a><span style="font-weight: 400;"> – เข้าใจคน เข้าใจเจตนา และทำงานด้วยหัวใจ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคือ HR ต้องมี Passion จริง ๆ ค่ะ เพราะเราดูแล “คน” และคนคืองานที่ละเอียดอ่อนที่สุดในโลก</span></p>
<p><b>คุณณรงค์: </b><span style="font-weight: 400;">ผมอยากเสริมว่า… ถ้าน้อง ๆ รู้ตัวว่าอยากอยู่ในองค์กรที่ให้คุณค่ากับความเป็นมนุษย์ อยากเติบโตทั้งในด้านอาชีพและชีวิตส่วนตัว SPRC เป็นบ้านหลังนั้นได้ครับ ไม่ว่าจะสายงานไหน ขอแค่เป็นคนที่เก่งและดี มีใจอยากเรียนรู้ เข้าใจคำว่าทีมกับครอบครัว พวกเราที่ SPRC พร้อมเปิดประตูต้อนรับเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญที่สุดคือ </span><b>“ทำงานปลอดภัย กลับบ้านปลอดภัย”</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะนี่คือความห่วงใยขั้นพื้นฐานที่สุดของการเป็นครอบครัวเดียวกัน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="SPRC – ความสำเร็จจากวัฒนธรรม &quot;One Caring Family&quot; พลังจากครอบครัว ขับเคลื่อนพลังงานแห่งอนาคต 192"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/sprc-one-caring-family-250410/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) ขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต ด้วยหัวใจที่ใส่ใจพนักงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/b-braun-thailand-hr-asia-250331/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/b-braun-thailand-hr-asia-250331/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 Mar 2025 09:27:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[B. Braun]]></category>
		<category><![CDATA[B. Braun Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[บี. บราวน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44615</guid>

					<description><![CDATA[ธุรกิจเครื่องมือแพทย์มีความสำคัญอย่างยิ่ง การผลิตและส่งมอบอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานและคุณภาพสูง สามารถช่วยชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ในหลายมิติ อย่างไรก็ตาม การส่งมอบคุณค่าเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากการมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและผลิตภัณฑ์คุณภาพเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความมุ่งมั่นของบุคลากรที่ทำงานอย่างทุ่มเทเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคม ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งและแรงบันดาลใจที่ถูกปลูกฝังผ่านการนำของผู้บริหารและฝ่ายทรัพยากรบุคคล บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) เป็นตัวอย่างองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรและบุคลากรอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยอมรับด้วยรางวัล Best Companies to Work For จาก HR Asia หลายปีติดต่อกัน สะท้อนความสำเร็จในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและการดูแลพนักงานอย่างยั่งยืน และเปี่ยมด้วยความสุข ล่าสุด HREX ได้สัมภาษณ์คุณ ศรีสกุล สังข์ศรี Head of People and Culture จาก บี. บราวน์ ประเทศไทย ถึงความสำเร็จจากการได้รางวัลจาก HR Asia มาหลายปีติดต่อกัน มาดูกันว่า แนวทางการบริหารคนของ บี. บราวน์ ประเทศไทย นั้นมีอะไรที่น่าสนใจ และ HR จากหลายองค์กรสามารถนำไปปรับใช้ได้บ้าง แนวทางการบริหารและดูแลพนักงานของ บี. [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44620" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T154843.509.webp" alt="บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) ขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต ด้วยหัวใจที่ใส่ใจพนักงาน" width="600" height="370" title="บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) ขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต ด้วยหัวใจที่ใส่ใจพนักงาน 199" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T154843.509.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-18T154843.509-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ธุรกิจเครื่องมือแพทย์มีความสำคัญอย่างยิ่ง การผลิตและส่งมอบอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานและคุณภาพสูง สามารถช่วยชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ในหลายมิติ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การส่งมอบคุณค่าเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากการมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและผลิตภัณฑ์คุณภาพเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความมุ่งมั่นของบุคลากรที่ทำงานอย่างทุ่มเทเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคม ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งและแรงบันดาลใจที่ถูกปลูกฝังผ่านการนำของผู้บริหารและฝ่ายทรัพยากรบุคคล</p>
<p>บี. บราวน์ ประเทศไทย (<a href="https://www.bbraun.co.th/th.html" target="_blank" rel="noopener"><strong>B. Braun Thailand</strong></a><strong>)</strong> เป็นตัวอย่างองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรและบุคลากรอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยอมรับด้วยรางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2024/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Best Companies to Work For </strong><strong>จาก HR Asia</strong></a> หลายปีติดต่อกัน สะท้อนความสำเร็จในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและการดูแลพนักงานอย่างยั่งยืน และเปี่ยมด้วยความสุข</p>
<p>ล่าสุด HREX ได้สัมภาษณ์คุณ <strong>ศรีสกุล สังข์ศรี Head of People and Culture </strong><strong>จาก </strong><strong>บี. บราวน์ ประเทศไทย </strong>ถึงความสำเร็จจากการได้รางวัลจาก HR Asia มาหลายปีติดต่อกัน มาดูกันว่า แนวทางการบริหารคนของ บี. บราวน์ ประเทศไทย นั้นมีอะไรที่น่าสนใจ และ HR จากหลายองค์กรสามารถนำไปปรับใช้ได้บ้าง</p>
<h2>แนวทางการบริหารและดูแลพนักงานของ บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ตั้งแต่ได้รับรางวัลครั้งแรก ?</h2>
<p><strong>ศรีสกุล: </strong>จริง ๆ แล้ว แนวทางของเราไม่ได้เปลี่ยนไปมาก เพราะเรามีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่า <em>“</em><em>เราปกป้องและพัฒนาสุขภาพของผู้คนทั่วโลก</em><em>” </em>นี่คือรากฐานที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด</p>
<p>สิ่งที่เปลี่ยนไปคือการต่อยอดแนวทางการทำงานให้แข็งแกร่งขึ้น ผ่านการ<strong>พัฒนาวัฒนธรรมองค์กรที่ชื่อว่า </strong><strong>Amazing B. Braun Culture </strong><strong>ซึ่งประกอบด้วย 3 </strong><strong>แกนหลัก</strong>คือ</p>
<ul>
<li><strong>Diversity</strong> เราส่งเสริมความหลากหลายและให้คุณค่ากับทุกเสียงในองค์กร</li>
<li><strong>Trust</strong> เราสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน รวมถึงมี empathy ต่อกัน</li>
<li><strong>Accountability</strong> เราปลูกฝังความรับผิดชอบทั้งต่อตัวเอง ลูกค้า และองค์กร</li>
</ul>
<p>แม้ว่าแนวคิดนี้ จริง ๆ เรามีมาตั้งแต่ก่อนจะได้รับรางวัลจาก HR Asia ครั้งแรก แต่ตอนนั้นเรายังไม่ได้ทำให้เป็นรูปธรรม จนกระทั่งไม่กี่ปีที่ผ่านมา พอเราให้ความสำคัญกับมันมากยิ่งขึ้น เน้นย้ำ Amazing B. Braun Culture ชัดเจนขึ้นในปี 2023 ผลที่ออกมาช่วยให้เราได้รับรางวัลพิเศษ Diversity, Equity, and Inclusion Award และ Most Caring Company Award ด้วย</p>
<p>นอกจากวัฒนธรรมองค์กรแล้ว องค์กรของเรามีการพัฒนาตัวพนักงานในด้านต่าง ๆ ทั้ง Career Development, Career Pathway และ Employee Engagement Activity เพื่อส่งเสริมความเป็นทีมเวิร์ค การทำงานร่วมกัน</p>
<p>เรายังให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance และ Work-Life Integration ผ่านนโยบายสนับสนุนต่าง ๆ เช่น ระบบ Hybrid Work ที่ช่วยให้พนักงานมีความยืดหยุ่นในการทำงาน ที่สำคัญ เรามีนโยบายหลายอย่างที่ไม่เพียงช่วยสนับสนุนพนักงาน แต่ยังรวมถึงครอบครัวด้วยค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44621" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Head-of-People-and-Culture_Srisakul-Sungsri_1.webp" alt="บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) ขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต ด้วยหัวใจที่ใส่ใจพนักงาน" width="600" height="900" title="บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) ขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต ด้วยหัวใจที่ใส่ใจพนักงาน 200" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Head-of-People-and-Culture_Srisakul-Sungsri_1.webp 683w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Head-of-People-and-Culture_Srisakul-Sungsri_1-200x300.webp 200w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>ในฐานะบริษัทที่จัดจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ ต้องเอาใจใส่มาก ๆ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพไปสู่ลูกค้า แล้ว บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) ส่งมอบสิ่งดี ๆ ไปสู่พนักงานอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>ศรีสกุล: </strong>นี่คือสิ่งที่เราเน้นย้ำเสมอมาเลยค่ะ ด้วยวิสัยทัศน์ของเรานั่นคือ <em>“</em>ในประโยคนี้ ผู้คนทั่วโลกนั้นหมายถึงลูกค้าของเรานั่นเอง</p>
<p>เราเป็นบริษัทเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือของเราสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยจำนวนมากได้ ดังนั้นเราต้องมีความรับผิดชอบต่อลูกค้าของเราให้มากที่สุด การจะมาถึงจุดนี้ได้ เราต้องพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีศักยภาพความสามารถด้านต่าง ๆ เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่ตอบโจทย์ลูกค้า</p>
<p>เวลาเราคุยกับคุณหมอ เราอธิบายเขาให้รู้วิธีใช้เครื่องมืออย่างถูกต้อง เพื่อที่เขาจะช่วยเหลือผู้ป่วยช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่มีความสุขขึ้น มีความยั่งยืนมากขึ้น และหากทำได้จะส่งผลด้านบวกตามมาอีกมากมาย และ<strong>เมื่อเราทำสิ่งเหล่านี้ต่อลูกค้าอย่างเต็มที่ เราก็ต้องไม่ลืมที่จะต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อพนักงาน เพื่อให้พวกเขาได้ส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดถึงลูกค้าเช่นกันค่ะ</strong></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%; height: 484px;">
<tbody>
<tr style="height: 484px;">
<td style="width: 100%; height: 484px;"><a href="https://th.hrnote.asia/story/sayan-roy-b-braun-thailand-230907/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32661 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-07T212152.860.webp" alt="สัมภาษณ์ สายัณห์ รอย แห่ง B. Braun Thailand (บี. บราวน์ ประเทศไทย) เจาะเคล็ดลับความสำเร็จ ในฐานะองค์กรที่มีคนอยากร่วมงานด้วยที่สุดจาก HR Asia 3 ปีซ้อน" width="600" height="370" title="บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) ขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต ด้วยหัวใจที่ใส่ใจพนักงาน 201" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-07T212152.860.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-07T212152.860-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/story/sayan-roy-b-braun-thailand-230907/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">สัมภาษณ์ สายัณห์ รอย แห่ง B. Braun Thailand (บี. บราวน์ ประเทศไทย) </a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>คุณสายัณห์ รอย Managing Director ของ บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) เคยให้สัมภาษณ์กับ HREX เมื่อ 2 ปีที่แล้วว่าองค์กรให้ความสำคัญกับเสียงของพนักงานมาก ๆ ปัจจุบันเสียงของพนักงานมีค่าต่อองค์กรอย่างไร ?</h2>
<p><strong>ศรีสกุล: </strong>ภายใต้ Amazing B. Braun Culture ซึ่งยึดมั่นเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกันและกัน ดังนั้นเราจึงส่งเสริมวัฒนธรรมที่เปิดกว้างให้พนักงานสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ หนึ่งในโครงการสำคัญของเราคือ Voice Your Wish ที่เปิดให้พนักงานเสนอไอเดียหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ ผ่านบอร์ดในออฟฟิศ เราพยายามทำให้พนักงานมี <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190703-psychological-safety/">Psychological Safety</a> หรือมีความสบายใจที่จะเสนอแนะแนวคิดต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่เรา</p>
<p>เราพบว่าฟีดแบ็คจากพนักงานสามารถช่วยให้องค์กรเติบโตขึ้นได้จริง เช่น เมื่อมีพนักงานเสนอให้เพิ่ม Snack Corner หรืออยากให้จัด Wellness Session ในออฟฟิศ เราก็รับฟังแล้วนำมาปรับใช้ทันที</p>
<p>นอกจากนี้ ทุกคนยังสามารถเข้ามาคุยกับผู้บริหาร ทีม Management ได้ง่าย พนักงานทุกคนสามารถเจอ พูดคุย เสนอไอเดียผ่านคุณสายัณห์ Managing Director  ได้เสมอ และคุณสายัณห์ก็พร้อมพูดคุยกับทุกคนด้วยความรู้สึกสบายใจ</p>
<p>แล้วเดือนมีนาคมที่ผ่านมายังเป็นเดือนพิเศษสำหรับ บี. บราวน์ เพราะเป็นช่วงเวลาของวันขอบคุณพนักงานหรือ Employee Appreciation Day เราทำป้ายบิลบอร์ด และมีจดหมายให้ทุกคนเขียนเพื่อขอบคุณและชื่นชมเพื่อนพนักงานแต่ละคน การให้พวกเขาชื่นชมกันเอง ไม่ใช่มีเพียงแค่ผู้บริหารที่จะคอยชื่นชมพนักงานเพียงฝ่ายเดียว เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่มีความสุข (Environment of Happiness) ทำให้เกิดแรงบันดาลใจและผลักดันให้พนักงานทุกคนอยากทำสิ่งที่ดี เพื่อผู้ป่วย เพื่อบริษัท และเพื่อตัวเองกับครอบครัวในระยะยาวค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44622" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Group_2-1.webp" alt="บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) ขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต ด้วยหัวใจที่ใส่ใจพนักงาน" width="600" height="399" title="บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) ขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต ด้วยหัวใจที่ใส่ใจพนักงาน 202" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Group_2-1.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Group_2-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Group_2-1-768x511.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>สัมผัสได้ว่า สิ่งที่ บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) ทำเพื่อพนักงาน องค์กรไม่ได้ทำเพื่อหวังแต่รางวัล แต่ทำเพราะอยากส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อพนักงาน ใช่หรือไม่ ?</h2>
<p><strong>ศรีสกุล: </strong>ใช่เลยค่ะ ทีม Management ของ บี. บราวน์ ประเทศไทย ไม่ได้ทำเพื่อหวังผลหรือรางวัล แต่เราทำเพราะอยากทำเพื่อองค์กรและพนักงาน HR และทีมผู้บริหารเชื่อว่า <strong>ถ้าพนักงานมีความสุขในการทำงาน เขาจะสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมออกมาเสมอ</strong> แน่นอนว่าเราพยายามให้ขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวหน้าต่อไปได้เรื่อย ๆ แต่ก็ต้องไม่ลืมทำให้พนักงานมีความสุขด้วย</p>
<p>เราตระหนักเสมอเรื่องการสร้างความแข็งแกร่งขึ้นมาจากข้างใน แล้วสุดท้ายมันจะผลิดอกออกผลให้เห็นจากภายนอกเอง ทำให้เราเดินตามวิสัยทัศน์พร้อม ๆ กับการที่พนักงานมีความสุข ธุรกิจก็ประสบความสำเร็จ นี่คือสิ่งที่เรายึดถือเสมอมาค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44619" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Management-Team.webp" alt="บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) ขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต ด้วยหัวใจที่ใส่ใจพนักงาน" width="600" height="900" title="บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) ขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต ด้วยหัวใจที่ใส่ใจพนักงาน 203" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Management-Team.webp 683w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Management-Team-200x300.webp 200w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>พอ บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) ได้รางวัลจาก HR Asia หลายปีติดกัน มีคนอยากเข้ามาร่วมงานด้วยเยอะไหม แล้วคุณสมบัติของคนที่ทาง HR อยากได้เข้ามาเสริมทีมเป็นคนแบบไหน ?</h2>
<p><strong>ศรีสกุล: </strong>ยอมรับว่าพอ บี. บราวน์ ได้รางวัล Best Company to Work For หลายปีติด คนรุ่นใหม่หรือพนักงานเก่ง ๆ หลายคนก็สนใจอยากร่วมงานด้วย</p>
<p>สิ่งที่เรามองหาจากพนักงานก็คือ เราต้องดู Capability Competency ก่อนว่าเขามี Technical Skill ที่ตอบโจทย์บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบไหม ซึ่งเป็นเรื่องปกติทุกองค์กร เราต้องการคนที่สามารถเข้ากันกับวัฒนธรรม Amazing B. Braun Culture โอบรับ Diversity, Trust, Accountability และมี Learning Agility ควบคู่กันไปด้วยค่ะ</p>
<p>นอกจากนั้นหากใครอยากเข้ามาทำงาน HR สิ่งที่ต้องมีคือการเตรียมพร้อมรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทในชีวิตและการทำงานมากขึ้น ยิ่งถ้าเราจะเป็นผู้นำด้าน HR เราต้องไม่หยุดปรับตัวให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนไปค่ะ</p>
<p>อีกสิ่งที่ผู้นำ HR รุ่นใหม่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้น คือเรื่องความหลากหลาย (DEI) เป็น รวมถึงต้อง Continuous Learning หรือไม่หยุดเรียนรู้</p>
<p>สุดท้ายแล้ว เราต้องรู้จักทำงานกับคนเจอเนอเรชั่นใหม่ ๆ และทำงานกับคนหลายช่วงอายุวัยให้เป็น ยิ่งถ้าใครจะเป็นผู้นำ HR ยิ่งต้องรู้และเข้าใจเรื่องนี้ จะช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืนค่ะ</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="บี. บราวน์ ประเทศไทย (B. Braun Thailand) ขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต ด้วยหัวใจที่ใส่ใจพนักงาน 204"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/b-braun-thailand-hr-asia-250331/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Gaysorn Village ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่คือชุมชนที่เต็มเปี่ยมด้วยโอกาสและแรงบันดาลใจ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/gaysorn-village-hr-asia-250328/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/gaysorn-village-hr-asia-250328/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Mar 2025 05:49:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[ชาญ ศรีวิกรม์]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Gaysorn Village]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44593</guid>

					<description><![CDATA[ธุรกิจ Mixed-Use อสังหาริมทรัพย์และศูนย์การค้าเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยการบริหารจัดการที่ดี และเป็นระบบกว่าธุรกิจอื่น ๆ เพราะการทำงานในแวดวงนี้ แทบจะไม่สามารถทำงานที่บ้านได้เลย และศูนย์การค้ายังเป็นแหล่งรวมผู้คนจำนวนมากมาอยู่ในที่เดียวกัน หมายความว่าแต่ละวันพนักงานทุกคนสามารถเจอเรื่องที่ไม่คาดคิดได้เสมอ การสร้างบรรยากาศที่ดีในสถานที่ทำงานรูปแบบนี้จึงถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของ HR และผู้บริหารทุกคน แต่รู้หรือไม่ว่า ศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์อย่าง Gaysorn Village สามารถสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่โดดเด่น เปี่ยมด้วยความสุขเป็นจุดขาย เกิดเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้หลายคนอยากมาทำงานเสมอ เป็นผลให้ศูนย์การค้าชั้นแนวหน้าคว้ารางวัล  Best Companies to Work For จาก HR Asia มาครอง HREX ถือโอกาสนี้พูดคุยกับคุณ ชาญ ศรีวิกรม์ Chairman ของ Gaysorn Property Group ถึงแนวคิดและกลยุทธ์ที่ทำให้ Gaysorn Village ประสบความสำเร็จในการบริหารคนจนได้รับการยอมรับในระดับเอเชีย ถ้าอยากรู้เคล็ดลับความสำเร็จล่ะก็ ไปติดตามในบทสัมภาษณ์นี้กันได้เลย Gaysorn Village สร้างวัฒนธรรมองค์กรอย่างไร ให้เป็นสถานที่ทำงานที่พนักงานรู้สึกผูกพันด้วย ? ชาญ: ที่ Gaysorn Village เราให้ความสำคัญกับ People [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44435" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-19T010847.729.webp" alt="Gaysorn Village ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่คือชุมชนที่เปี่ยมด้วยโอกาสและแรงบันดาลใจ" width="600" height="370" title="Gaysorn Village ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่คือชุมชนที่เต็มเปี่ยมด้วยโอกาสและแรงบันดาลใจ 211" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-19T010847.729.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-19T010847.729-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ธุรกิจ Mixed-Use อสังหาริมทรัพย์และศูนย์การค้าเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยการบริหารจัดการที่ดี และเป็นระบบกว่าธุรกิจอื่น ๆ เพราะการทำงานในแวดวงนี้ แทบจะไม่สามารถทำงานที่บ้านได้เลย และศูนย์การค้ายังเป็นแหล่งรวมผู้คนจำนวนมากมาอยู่ในที่เดียวกัน หมายความว่าแต่ละวันพนักงานทุกคนสามารถเจอเรื่องที่ไม่คาดคิดได้เสมอ การสร้างบรรยากาศที่ดีในสถานที่ทำงานรูปแบบนี้จึงถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของ HR และผู้บริหารทุกคน</p>
<p>แต่รู้หรือไม่ว่า ศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์อย่าง <a href="https://www.gaysornvillage.com/th/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Gaysorn Village</strong></a> สามารถสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่โดดเด่น เปี่ยมด้วยความสุขเป็นจุดขาย เกิดเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้หลายคนอยากมาทำงานเสมอ เป็นผลให้ศูนย์การค้าชั้นแนวหน้าคว้ารางวัล  <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2024/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Best Companies to Work For จาก HR Asia</strong></a> มาครอง</p>
<p>HREX ถือโอกาสนี้พูดคุยกับคุณ<strong> ชาญ ศรีวิกรม์</strong> <strong>Chairman ของ Gaysorn Property Group</strong> ถึงแนวคิดและกลยุทธ์ที่ทำให้ Gaysorn Village ประสบความสำเร็จในการบริหารคนจนได้รับการยอมรับในระดับเอเชีย ถ้าอยากรู้เคล็ดลับความสำเร็จล่ะก็ ไปติดตามในบทสัมภาษณ์นี้กันได้เลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44438" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-19T011124.830.webp" alt="Gaysorn Village ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่คือชุมชนที่เปี่ยมด้วยโอกาสและแรงบันดาลใจ" width="600" height="370" title="Gaysorn Village ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่คือชุมชนที่เต็มเปี่ยมด้วยโอกาสและแรงบันดาลใจ 212" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-19T011124.830.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-19T011124.830-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>Gaysorn Village สร้างวัฒนธรรมองค์กรอย่างไร ให้เป็นสถานที่ทำงานที่พนักงานรู้สึกผูกพันด้วย ?</h2>
<p><strong>ชาญ: </strong>ที่ Gaysorn Village เราให้ความสำคัญกับ People &amp; Culture เป็นหัวใจหลักขององค์กรครับ เราเชื่อว่าการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีจะช่วยให้พนักงานมีความสุขและสามารถดึงศักยภาพของตัวเองออกมาได้เต็มที่ เรายังส่งเสริมความหลากหลาย ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม โดยมีนโยบายรับสมัครพนักงานที่เปิดกว้างสำหรับทุกเพศ ทุกวัย และทุกเชื้อชาติ</p>
<p>นอกจากนี้ เรายังฝึกอบรมเรื่อง Unconscious Bias Training ให้กับพนักงานทุกระดับ เพื่อให้แน่ใจว่าการทำงานในองค์กรเป็นไปอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส</p>
<p>อีกแนวทางที่เราให้ความสำคัญคือ การสร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบ Hi-Performance Team Culture ด้วยการให้ Reflection แบบ Feedforward ซึ่งแตกต่างจากการให้ฟีดแบ็กแบบดั้งเดิม เพราะเป็นกระบวนการที่เน้นการพัฒนาพนักงานให้มุ่งเน้นไปที่พัฒนาตนเองเพื่ออนาคตและเป้าหมายใหม่อันท้าทายยิ่งกว่า ผ่านการให้การสนับสนุนจากทุกฝ่ายและแนะแนวทางเชิงบวกด้วยการโค้ทชิ่ง เพื่อให้พนักงานสามารถปรับปรุงและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44436" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-19T011055.559.webp" alt="Gaysorn Village ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่คือชุมชนที่เปี่ยมด้วยโอกาสและแรงบันดาลใจ" width="600" height="370" title="Gaysorn Village ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่คือชุมชนที่เต็มเปี่ยมด้วยโอกาสและแรงบันดาลใจ 213" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-19T011055.559.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-19T011055.559-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>Gaysorn Village มีนโยบายสนับสนุน และให้โอกาสพนักงานเติบโต อย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>ชาญ:</strong> เราสนับสนุนให้พนักงานสามารถพัฒนาอาชีพของตัวเองภายใน Gaysorn Village ผ่านโครงการ Talent Mobility &amp; Career Promotion เปิดโอกาสให้พนักงานได้ทดลองทำงานในแผนกหรือบทบาทที่แตกต่างกันผ่าน Job Rotation Program ช่วยให้เขาสามารถเพิ่มทักษะและขยายประสบการณ์ของตัวเองครับ</p>
<p>เรามีโครงการพัฒนาบุคลากรที่ออกแบบมาเพื่อสร้าง &#8220;High-Performance Teams&#8221; โดยใช้หลัก <strong>&#8220;VIP(PA)²&#8221; Core Values</strong> ซึ่งเป็นค่านิยมหลักขององค์กร ประกอบไปด้วย</p>
<ol>
<li><strong>Value Innovation</strong> &#8211; การสร้างนวัตกรรมที่มีคุณค่า</li>
<li><strong>Integrity</strong> &#8211; ความสุจริตธรรม</li>
<li><strong>Professionalism</strong> &#8211; ความเป็นมืออาชีพ</li>
<li><strong>People Partnership</strong> &#8211; การสร้างความร่วมมือที่ดี</li>
<li><strong>Positivity</strong> &#8211; ทัศนคติเชิงบวก</li>
<li><strong>Accountability</strong> &#8211; ความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์</li>
<li><strong>Agility</strong> &#8211; ความยืดหยุ่นในการปรับตัว</li>
</ol>
<p>เพื่อให้พนักงานสามารถนำค่านิยมเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราใช้การฝึกอบรมแบบ Team Coaching &amp; One-on-One Coaching ซึ่งช่วยให้พนักงานพัฒนาตนเองทั้งในด้านอาชีพและด้านส่วนบุคคล</p>
<p>นอกจากนี้ เรายังส่งเสริมการทำงานแบบ Cross-functional Collaboration ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในโครงการที่หลากหลายและทำงานร่วมกับแผนกต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนทักษะและมุมมองที่กว้างขึ้นครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44437" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-19T011109.407.webp" alt="Gaysorn Village ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่คือชุมชนที่เปี่ยมด้วยโอกาสและแรงบันดาลใจ" width="600" height="370" title="Gaysorn Village ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่คือชุมชนที่เต็มเปี่ยมด้วยโอกาสและแรงบันดาลใจ 214" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-19T011109.407.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-19T011109.407-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>ในฐานะองค์กรที่ได้รับรางวัล Best Companies to Work For สวัสดิการของ Gaysorn Village โดดเด่นและแตกต่างจากที่อื่นอย่างไร ?</h2>
<p><strong>ชาญ: </strong>พนักงานคือหัวใจขององค์กร ดังนั้นเราจึงมุ่งมั่น และพยายามมอบสวัสดิการ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อช่วยให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด หนึ่งในนั้นคือ Gaysorn Wellness Retreat ซึ่งออกแบบมาเพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและใจของพนักงาน โดยมีบริการด้านสุขภาพและจิตใจให้แก่พนักงาน เราให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต (Mentality) ของพนักงาน ผ่านการจัดโครงการ &#8220;Morning Talk with Dhammanava&#8221; ซึ่งเป็นกิจกรรมพูดคุยเกี่ยวกับธรรมะและการจัดการความเครียด เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถบริหารอารมณ์และความกดดันในชีวิตการทำงานได้ดีขึ้น</p>
<p>เรายังมีนโยบายเวลาการทำงานที่ยืดหยุ่น เพื่อให้พนักงานสามารถปรับสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงานได้อย่างลงตัว รวมถึงวันลาพิเศษ 10 วันต่อปีสำหรับการลาไปปฏิบัติธรรม วิปัสนากรรมฐาน และหรือการทำสมาธิเพื่อยกระดับจิตใจ รู้จักการทำ Self-Reflection และ Self-Awareness เพื่อการพัฒนาตัวเอง</p>
<p>อีกสิ่งที่เรามีคือโปรแกรม Employee Recognition ที่มุ่งเน้นการให้รางวัลและยกย่องพนักงานที่มีผลงานโดดเด่น โดยมีทั้งโบนัสพิเศษและรางวัลอายุงาน (Length of Service Awards) เพื่อแสดงความขอบคุณต่อพนักงานที่ทุ่มเทให้กับองค์กรครับ</p>
<h2>คิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Gaysorn Village ได้รับรางวัลจาก HR Asia ?</h2>
<p><strong>ชาญ: รางวัลนี้เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นของเราในการสร้างสถานที่ทำงานที่เป็นมากกว่าการทำงาน แต่เป็นชุมชนของแรงบันดาลใจ </strong>เรามีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานและการเรียนรู้ ซึ่งช่วยให้พนักงานสามารถพัฒนาทักษะของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>เราสร้างสรรค์พื้นที่ทำงานให้เป็นมากกว่าแค่สำนักงาน แต่เป็นศูนย์รวมของไลฟ์สไตล์และความคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญ เรามุ่งมั่นที่จะดูแลพนักงานแบบองค์รวม ไม่เพียงแค่ให้สวัสดิการที่ดี แต่ยังสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรด้วยครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44439" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/AMR_Gaysorn-Amarin-facade_488-main-scaled.webp" alt="Gaysorn Village ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่คือชุมชนที่เปี่ยมด้วยโอกาสและแรงบันดาลใจ" width="600" height="822" title="Gaysorn Village ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่คือชุมชนที่เต็มเปี่ยมด้วยโอกาสและแรงบันดาลใจ 215" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/AMR_Gaysorn-Amarin-facade_488-main-scaled.webp 1869w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/AMR_Gaysorn-Amarin-facade_488-main-219x300.webp 219w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/AMR_Gaysorn-Amarin-facade_488-main-747x1024.webp 747w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/AMR_Gaysorn-Amarin-facade_488-main-768x1052.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/AMR_Gaysorn-Amarin-facade_488-main-1121x1536.webp 1121w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/AMR_Gaysorn-Amarin-facade_488-main-1495x2048.webp 1495w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>สุดท้ายนี้ อยากฝากอะไรถึงคนที่กำลังสนใจอยากร่วมงานกับ Gaysorn Village ?</h2>
<p><strong>ชาญ: </strong>Gaysorn Village ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่เป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยโอกาสและแรงบันดาลใจ ถ้าใครสนใจ เราขอเชิญชวนให้ทุกคนมาเป็นส่วนหนึ่งของเรา และมาร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ไปด้วยกันนะครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Gaysorn Village ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่คือชุมชนที่เต็มเปี่ยมด้วยโอกาสและแรงบันดาลใจ 216"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/gaysorn-village-hr-asia-250328/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อ ‘คน’ คือหัวใจของทุกสิ่ง: ว่าด้วยการดูแลพนักงานและ Influencer ในมุมของ Tellscore</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/tellscore-influencer-hr-leadership-250327/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/tellscore-influencer-hr-leadership-250327/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Mar 2025 05:09:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Tellscore]]></category>
		<category><![CDATA[Influencer Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแล Creator]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44576</guid>

					<description><![CDATA[ในยุคที่วงการโฆษณาและการตลาดมีเทรนด์ใหม่ทุกวัน Tellscore คือหนึ่งในบริษัทที่ลงมือเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารใหม่ด้วย Influencer Marketing เริ่มจากการเป็นบริษัทเล็ก ๆ ที่เชื่อว่า “เสียงของผู้คนสำคัญ” พวกเขาปั้นแพลตฟอร์มที่จับคู่แบรนด์กับ Creator น้อยใหญ่บนโซเชียลมีเดีย จนเติบโตเป็นระบบนิเวศที่มีผู้ใช้งานเกือบแสนคนในเวลาไม่ถึงสิบปี นับเป็นโอกาสดีที่ HREX ได้พูดคุยกับคุณ ปู – สุวิตา จรัญวงศ์ ผู้ก่อตั้ง Tellscore ในฐานะหัวหน้า ทีมงาน HR และคนที่รับฟังปัญหาทั้งจากพนักงานและ Creator ในทุก ๆ วัน เกิดเป็นบทสนทนาว่าด้วยเรื่องการดูแล “คน” ในสองบริบทที่แตกต่างอย่างสุดขั้วระหว่าง พนักงานประจำในองค์กร กับ Creator หรือ Influencer จำนวนเกือบแสน ที่ต้องดูแลผ่านแพลตฟอร์ม ทว่าทั้งสองกลุ่ม กลับมีหัวใจเดียวกันที่อยู่ตรงกลาง นั่นคือ “ความเป็นมนุษย์” &#160; การบริหาร “หัวใจ” ขององค์กร Tellscore เริ่มต้นจากความตั้งใจของคุณสุวิตาที่ไม่ได้เพียงปั้นธุรกิจ แต่ปั้นทั้งวงการ Influencer Marketing ขึ้นมาพร้อมกัน จากวันที่ยังไม่มีใครเข้าใจเน็ตไอดอล [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44581 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-3-1024x683.webp" alt="เมื่อ ‘คน’ คือหัวใจของทุกสิ่ง: ว่าด้วยการดูแลพนักงานและ Influencer ในมุมของ Tellscore" width="1024" height="683" title="เมื่อ ‘คน’ คือหัวใจของทุกสิ่ง: ว่าด้วยการดูแลพนักงานและ Influencer ในมุมของ Tellscore 220" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-3-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-3-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-3-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-3-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่วงการโฆษณาและการตลาดมีเทรนด์ใหม่ทุกวัน Tellscore คือหนึ่งในบริษัทที่ลงมือเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารใหม่ด้วย Influencer Marketing เริ่มจากการเป็นบริษัทเล็ก ๆ ที่เชื่อว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“เสียงของผู้คนสำคัญ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> พวกเขาปั้นแพลตฟอร์มที่จับคู่แบรนด์กับ Creator น้อยใหญ่บนโซเชียลมีเดีย จนเติบโตเป็นระบบนิเวศที่มีผู้ใช้งานเกือบแสนคนในเวลาไม่ถึงสิบปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับเป็นโอกาสดีที่ HREX ได้พูดคุยกับคุณ </span><b>ปู – สุวิตา จรัญวงศ์ ผู้ก่อตั้ง </b><a href="https://th.tellscore.com/th" target="_blank" rel="noopener"><b>Tellscore</b></a> <span style="font-weight: 400;">ในฐานะหัวหน้า ทีมงาน HR และคนที่รับฟังปัญหาทั้งจากพนักงานและ Creator ในทุก ๆ วัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เกิดเป็นบทสนทนาว่าด้วยเรื่องการดูแล “คน” ในสองบริบทที่แตกต่างอย่างสุดขั้วระหว่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">พนักงานประจำในองค์กร</span></i><span style="font-weight: 400;"> กับ </span><i><span style="font-weight: 400;">Creator หรือ Influencer จำนวนเกือบแสน</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่ต้องดูแลผ่านแพลตฟอร์ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าทั้งสองกลุ่ม กลับมีหัวใจเดียวกันที่อยู่ตรงกลาง นั่นคือ “ความเป็นมนุษย์”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>การบริหาร “หัวใจ” ขององค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Tellscore เริ่มต้นจากความตั้งใจของคุณสุวิตาที่ไม่ได้เพียงปั้นธุรกิจ แต่ปั้นทั้งวงการ Influencer Marketing ขึ้นมาพร้อมกัน จากวันที่ยังไม่มีใครเข้าใจเน็ตไอดอล จนวันนี้กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่มี Creator ในระบบนับแสน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เบื้องหลังความสำเร็จของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีนี้ไม่ใช่เรื่องอื่นไกล คือเรื่องพื้นฐานอย่าง “คน” หรือพนักงานในบริษัทที่กลับดูแลยากที่สุด นั่นก็เพราะคนเปลี่ยนไปในทุกสถานการณ์ — ไม่ใช่แค่เปลี่ยนงาน แต่เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีมองชีวิต และเปลี่ยนแรงจูงใจในการทำงานเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยคุณสุวิตากล่าวกับเราว่า ขั้นตอนที่ยากที่สุดคือเรื่องการสรรหาพนักงานที่ฟิต (Fit) หรือเหมาะสมกับองค์กร ทั้งเรื่องของสไตล์การทำงาน แนวคิด และวัฒนธรรม</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“<strong>ถ้าเราได้คนฟิตกับเรา องค์กรก็จะวิ่งเลยนะ แต่ถ้าเจอคนไม่ฟิต บางทีเขาก็อาจเข้าใจเราผิดในหลาย ๆ อย่าง</strong> เช่น ถ้าเราเข้ม เขาก็หาว่าเราดุ หรือถ้าเราหย่อน เขาก็หาว่าเราไม่ดูแล เราเลยคิดว่าการสร้างความเชื่อใจ (Trust) ให้กับพนักงานจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะความไว้ใจบังคับกันไม่ได้”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่กำลังเป็นความท้าทายคือ การเปลี่ยนผ่านของ Generation พนักงานที่แต่ก่อนเธอมีลูกน้องอายุเท่ากัน จนมาถึงวันนี้ที่ลูกน้องกลายเป็นรุ่นลูก ความเข้าใจเรื่อง Generation Gap กลายเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ใหม่ในทุกปี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นกว่าจะซื้อใจพนักงานกันได้ ต้องใช้เวลา และใช้ความจริงใจที่สม่ำเสมอ ไม่ใช่กฎระเบียบ ไม่ใช่โบนัสปลายปี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่คือการทำให้เขาเชื่อว่า องค์กรหวังดีกับเขาจริง ๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>Influencer กับการบริหารความคาดหวัง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริหารคนในองค์กรว่ายากแล้ว การบริหารกลุ่ม Creator ในระบบก็ยากไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงเรื่อง “วิธีคิด” และ “ความต้องการ” ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง</span></p>
<p><strong>พนักงานประจำมักมองหาความมั่นคง รายได้ที่สม่ำเสมอ โอกาสในการเติบโต และความสัมพันธ์ระยะยาวกับองค์กร ขณะที่ Creator หลักหมื่นคนบนแพลตฟอร์ม กลับให้ความสำคัญกับ “โอกาส” มากกว่า</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><em>“ความต้องการของ Creator หลายคนอาจดูเรียบง่าย แต่จริง ๆ แล้วเต็มไปด้วยความหมาย”</em> เธอกล่าว <em>“พวกเขาไม่ได้มองหาแค่งานหรือรายได้ แต่กำลังมองหาโอกาสในการเติบโต ได้เชื่อมต่อกับแบรนด์ที่เหมาะกับตัวตน และเปิดประตูสู่โปรเจกต์ใหม่ ๆ ที่ช่วยต่อยอดเส้นทางของตัวเองในระยะยาว”</em></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ เธอจึงไม่ได้มอง Creator ว่าเป็นพนักงานของบริษัท แต่เป็น ‘พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ’ ที่มีเป้าหมายร่วมกันในแบบที่เคารพความเป็นอิสระซึ่งกันและกัน เพราะในโลกของ Creator ความภักดีไม่ได้มาจากสัญญา แต่มาจากประสบการณ์ที่ดีและความเชื่อมั่นในระบบที่ดูแลกันอย่างเข้าใจ</span></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">“เขาไม่ได้ต้องการเป็นลูกจ้างของใครค่ะ เขาแค่ต้องการพื้นที่ที่เขารู้สึกว่าได้เติบโตในแบบของตัวเอง”</span></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44579 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-1-683x1024.webp" alt="เมื่อ ‘คน’ คือหัวใจของทุกสิ่ง: ว่าด้วยการดูแลพนักงานและ Influencer ในมุมของ Tellscore" width="683" height="1024" title="เมื่อ ‘คน’ คือหัวใจของทุกสิ่ง: ว่าด้วยการดูแลพนักงานและ Influencer ในมุมของ Tellscore 221" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-1-683x1024.webp 683w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-1-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-1-768x1152.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-1-1024x1536.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-1.webp 1045w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<h2><b>Mental Health ปัญหาของการดูแลคน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่อง Mental Health ของคนทำงาน เพราะในโลกของ Content Creator ที่เต็มไปด้วยการเปรียบเทียบ ซเชียลมีเดียกลายเป็นทั้งพื้นที่หาเงิน และต้นเหตุของแรงกดดันอย่างไม่รู้ตัว </span><span style="font-weight: 400;">โดยผู้ร่วมก่อตั้ง Tellscore มองว่า Creator รุ่นใหม่เติบโตมากับความกดดันที่คนรุ่นก่อนอาจไม่เคยต้องเผชิญ ตั้งแต่เปรียบเทียบฐานะ การศึกษา ไปจนถึง “ยอดวิว” ที่วัดค่าตัวกันได้ในคลิกเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าเธอยอมรับว่า Tellscore เองก็ยังไม่มีคำตอบที่สมบูรณ์ แต่สิ่งที่เธอและทีมพยายามทำคือ </span><b>การเป็นพื้นที่ที่พร้อมฟัง</b><span style="font-weight: 400;"> แม้จะเป็นเพียงแพลตฟอร์มจ้างงาน แต่ก็พยายามให้ทีม Call Center พูดคุยกับ Creator ในฐานะ “มนุษย์” ไม่ใช่เพียงผู้ใช้งาน</span></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">“บางทีแค่ถามเขาว่า ‘เหนื่อยไหม?’ เขาก็ร้องไห้แล้ว เพราะไม่มีใครเคยถาม”</span></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การดูแล Creator จึงไม่ได้จบลงที่ระบบจัดการหรือค่าตอบแทนที่รวดเร็ว แต่คือความเข้าใจว่า แต่ละคนมีความเครียดที่แบกไว้ เช่น ค่าเช่า ปัญหาครอบครัว หรือปัญหาสุขภาพ &#8211; สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในบรีฟของแบรนด์ แต่อยู่ในชีวิตจริงของ Creator</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่ทีมงานของคุณสุวิตาก็ได้รับผลกระทบทางอารมณ์เช่นกัน เพราะฟังเรื่องยากทุกวัน จนเคยเกิดเหตุการณ์พนักงานลาออกเป็นรุ่น ๆ ส่วนตัวเธอจึงหาวิธีรักษาใจตัวเองผ่านการอยู่คนเดียว และการอยู่กับธรรมชาติเป็นหลัก</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ตัวเราเองก็ฮีลใจด้วยธรรมชาติค่ะ มันยังพอช่วยได้ เราต้องกลับไปที่ความเป็นมนุษย์ให้ได้เร็วที่สุด”</span></i></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>เมื่อทุกองค์กรอยากมีอินฟลูของตัวเอง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เทรนด์หนึ่งที่น่าสนใจในทุกวันนี้คือ การที่หลาย ๆ องค์กรเริ่มสร้าง Influencer เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Corporate หรือ SMEs ซึ่งแนวโน้มนี้ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจสำหรับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตรงกันข้าม, เธอกลับดีใจด้วยซ้ำ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราทำมาตั้งแต่ไม่มีคู่แข่ง ไม่มีใครเข้าใจคำว่าเน็ตไอดอล โยน Proposal ทิ้งด้วยซ้ำ วันนี้มีคนทำเยอะ เราก็ไม่ต้องเหนื่อยผลักดันคนเดียว”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุวิตาไม่ได้มองว่าเทรนด์นี้จะมาแย่งตลาด แต่กลับมองว่าทำให้อุตสาหกรรมเติบโตขึ้น อย่างไรก็ดี หากองค์กรต้องการ ‘ปั้นอินฟลู’ จริง ๆ องค์กรนั้นต้องเข้าใจทั้งศาสตร์และศิลป์</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ออร์แกนิกอีกต่อไป มันคือคณิตศาสตร์ล้วน ๆ” </span></i><span style="font-weight: 400;">เธอกล่าว</span><i><span style="font-weight: 400;"> “องค์กรมักส่งคนไปเรียน CRM, Data, AI หรือหลักสูตรต่าง ๆ แต่พอเป็นการพัฒนา Influencer กลับไม่มีใครส่งไปเรียนเลย”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ Tellscore จึงเริ่มพัฒนา Training ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับองค์กรที่อยากสร้าง Creator ภายใน ซึ่งไม่ใช่เพื่อปั้นดาราเท่านั้น แต่เพื่อปั้นคนที่เข้าใจอัลกอริทึม และส่งมอบผลลัพธ์ได้จริง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>อนาคตของ Creator: จากอาชีพสำรอง สู่สื่อหลักของสังคม</b></h2>
<p><strong><i>“เราอยากเห็น Creator เป็นสื่อหลัก แบบที่สื่อใหญ่ ๆ จับมือกับ Creator สักคน”</i></strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถูกถามถึงอนาคตของ Creator ในสังคมไทย คุณสุวิตายืนยันชัดเจนว่า เธออยากเห็น Creator เติบโตขึ้น ไม่ใช่แค่การมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่มีที่ยืนในระบบสื่อสารสาธารณะอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต่างอะไรกับปรารถนามีระบบนิเวศสังคมออนไลน์ที่ยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้ว Social Media คือพื้นที่ทำมาหากินของ Creator ถ้าพื้นที่นี้ถูกทำลายด้วยกลโกง ความไม่ปลอดภัย หรือกระทั่งทุนเทา ผู้คนจะเลิกเชื่อทุกสิ่งที่อยู่บนหน้าจอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อความปลอดภัยหายไป Content Creator ก็จะไม่สามารถเติบโตได้อีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นในวันที่ใคร ๆ ก็เป็น Creator ได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรอด ผู้ร่วมก่อตั้ง Tellscore ฝากทิ้งท้ายไว้ว่า </span><b>การสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความปลอดภัยในวงการนี้ คือสิ่งที่ทั้งภาครัฐ เอกชน และแพลตฟอร์มต้องร่วมกันรับผิดชอบ</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยและยั่งยืน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44580 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-2-683x1024.webp" alt="เมื่อ ‘คน’ คือหัวใจของทุกสิ่ง: ว่าด้วยการดูแลพนักงานและ Influencer ในมุมของ Tellscore" width="683" height="1024" title="เมื่อ ‘คน’ คือหัวใจของทุกสิ่ง: ว่าด้วยการดูแลพนักงานและ Influencer ในมุมของ Tellscore 222" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-2-683x1024.webp 683w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-2-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-2-768x1152.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-2-1024x1536.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/คุณสุวิตา-จรัญวงศ์-ประธานกรรมการบริหาร-และผู้ร่วมก่อตั้ง-บริษัท-เทลสกอร์-จำกัด-2.webp 1045w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/tellscore-influencer-hr-leadership-250327/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับ Frasers Property Thailand องค์กรสำหรับคนชอบโอกาส ความท้าทาย และความหลากหลายไม่สิ้นสุด</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/frasers-property-thailand-250326/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/frasers-property-thailand-250326/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Mar 2025 02:11:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์ HR]]></category>
		<category><![CDATA[Frasers Property Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[วชิระ ฉัตรภูติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44542</guid>

					<description><![CDATA[ในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันอย่างดุเดือด การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพผ่านการสร้างแรงบันดาลใจ, พัฒนาองค์ความรู้ และเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายระยะยาว ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืนกว่าใคร หลายปีที่ผ่านมา บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ Frasers Property Thailand เป็นองค์กรอสังหาฯ ที่มุ่งมั่นสร้างองค์กรตามแนวทางดังกล่าว จนได้ชื่อว่าเป็นองค์กรที่น่าร่วมงานมากที่สุด พิสูจน์ได้จากการได้รับรางวัล Best Companies to Work for in Asia จาก HR Asia Awards หลายปีติดต่อกัน รวมถึงปีล่าสุดที่ยังได้รางวัล Most Caring Company Award, Sustainable Workplace Award และ Diversity, Equity, and Inclusion Award ไปครองด้วย HREX ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณ โจ &#8211; วชิระ ฉัตรภูติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลและวัฒนธรรมองค์กร [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44549" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/snapedit_1742438692326-1-scaled.webp" alt="เคล็ดลับ Frasers Property Thailand องค์กรสำหรับคนชอบโอกาส ความท้าทาย และความหลากหลายไม่สิ้นสุด" width="600" height="370" title="เคล็ดลับ Frasers Property Thailand องค์กรสำหรับคนชอบโอกาส ความท้าทาย และความหลากหลายไม่สิ้นสุด 231" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/snapedit_1742438692326-1-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/snapedit_1742438692326-1-300x185.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/snapedit_1742438692326-1-1024x631.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/snapedit_1742438692326-1-768x474.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/snapedit_1742438692326-1-1536x947.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/snapedit_1742438692326-1-2048x1263.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันอย่างดุเดือด การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพผ่านการสร้างแรงบันดาลใจ, พัฒนาองค์ความรู้ และเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายระยะยาว ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืนกว่าใคร</p>
<p>หลายปีที่ผ่านมา <a href="https://www.frasersproperty.co.th/en" target="_blank" rel="noopener"><strong>บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)</strong></a> หรือ <strong>Frasers Property Thailand</strong> เป็นองค์กรอสังหาฯ ที่มุ่งมั่นสร้างองค์กรตามแนวทางดังกล่าว จนได้ชื่อว่าเป็นองค์กรที่น่าร่วมงานมากที่สุด พิสูจน์ได้จากการได้รับรางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2024/" target="_blank" rel="noopener">Best Companies to Work for in Asia </a>จาก HR Asia Awards หลายปีติดต่อกัน รวมถึงปีล่าสุดที่ยังได้รางวัล Most Caring Company Award, Sustainable Workplace Award และ Diversity, Equity, and Inclusion Award ไปครองด้วย</p>
<p>HREX ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณ <strong>โจ &#8211; วชิระ ฉัตรภูติ </strong><strong>รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลและวัฒนธรรมองค์กร </strong><strong>ของ</strong><strong>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้</strong> <strong>ประเทศไทย </strong>ถึงแนวทางการบริหารคนที่ไม่เพียงตอบโจทย์ธุรกิจ แต่ยังช่วยสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและการเติบโตทั้งในระดับองค์กรและบุคคล</p>
<p>ถ้าพร้อมแล้ว มาอ่านเคล็ดลับการบริหารองค์กรในแบบฉบับของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยได้เลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44543" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T090002.615.webp" alt="เคล็ดลับ Frasers Property Thailand องค์กรสำหรับคนชอบโอกาส ความท้าทาย และความหลากหลายไม่สิ้นสุด" width="600" height="370" title="เคล็ดลับ Frasers Property Thailand องค์กรสำหรับคนชอบโอกาส ความท้าทาย และความหลากหลายไม่สิ้นสุด 232" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T090002.615.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T090002.615-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) ได้รับรางวัล &#8220;Best Companies to Work For in Asia&#8221; จาก HR Asia Awards หลายปีติดต่อกัน แนวทางการบริหารคนเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างจากวันนั้นถึงวันนี้ ?</h2>
<p><strong>วชิระ: </strong>ปีแรกเราได้รางวัล Best Companies to Work for in Asia พร้อมรางวัล Most Caring Company แต่ปีที่ผ่านมา เราได้ทุกรางวัลเลยครับ หลังจากได้รางวัลปีแรก มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ด้วยความที่เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยมี 3 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วยธุรกิจที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม เราจึงต้องสร้างวัฒนธรรมที่ตอบโจทย์องค์กรที่มีธุรกิจหลากหลาย สร้างองค์กรที่ Resilient มากขึ้น</p>
<p>ด้านการบริหารคน <strong>เราเปลี่ยนชื่อจากฝ่าย HR </strong><strong>เป็น People &amp; Culture </strong><strong>เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สะท้อนว่า หน้าที่ของเรามีมากกว่าแค่บริหารทรัพยากรบุคคล แต่ยังต้องออกแบบวัฒนธรรมองค์กรให้เหมาะกับการเติบโต</strong> เราออกแบบโมเดลการทำงาน HR ใหม่ จากที่เคยแบ่งงานตามฟังก์ชัน เปลี่ยนเป็นการมี HR Business Partner ที่ทำงานใกล้ชิดกับแต่ละกลุ่มธุรกิจ เพื่อเข้าใจความต้องการเฉพาะของแต่ละสายงาน แล้วดึงข้อมูลขึ้นมาที่ HR Corporate เพื่อออกแบบนโยบายที่ตอบโจทย์จริง ๆ</p>
<p>ทำให้บทบาทของ HR ของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยทุกวันนี้ เราไม่ได้เป็นเพียงฝ่ายสนับสนุน แต่เป็น Strategic Partner ที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44548" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T090525.274.webp" alt="เคล็ดลับ Frasers Property Thailand องค์กรสำหรับคนชอบโอกาส ความท้าทาย และความหลากหลายไม่สิ้นสุด" width="600" height="370" title="เคล็ดลับ Frasers Property Thailand องค์กรสำหรับคนชอบโอกาส ความท้าทาย และความหลากหลายไม่สิ้นสุด 233" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T090525.274.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T090525.274-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>กลยุทธ์เพื่อพัฒนาคนของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) เห็นว่าแบ่งเป็น 4 ธีมสำคัญ อธิบายได้ไหมว่าคืออะไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>วชิระ: </strong>เราวางกลยุทธ์ HR บน 4 Strategic Themes ดังนี้ครับ</p>
<p><strong>ธีมที่ 1: Employee Engagement –</strong> เราให้ความสำคัญกับการทำ Employee Engagement Survey และ Culture Survey อย่างต่อเนื่อง เพื่อฟังเสียงพนักงานแล้วนำไปปรับใช้ในการจัดทำนโยบายหรือสวัสดิการต่าง ๆ ปีแรกที่ทำ Engagement Score ได้ 63% พอปีถัดมาเพิ่มเป็น 75% และล่าสุดอยู่ที่ 76% แสดงให้เห็นว่าเราค่อย ๆ ปรับปรุงวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแรงขึ้น</p>
<p><strong>ธีมที่ 2: Well-Being –</strong> เราเน้นดูแลพนักงานทั้งกายและใจ ผ่านโครงการ &#8220;Happy 8&#8221; เป็นความสุขที่ทำให้คนเราเกิดสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ Happy Body, Happy Brain, Happy Heart, Happy Family, Happy Money, Happy Relax, Happy Soul และ Happy Society</p>
<p>ล่าสุดเราเน้นเรื่อง Mental Health มากขึ้น โดยร่วมมือกับกรมสุขภาพจิตและกระทรวงสาธารณสุข ให้พนักงานเข้าถึงนักจิตวิทยาได้ง่ายขึ้น เพราะเราเชื่อว่าความเครียดที่ไม่ได้รับการจัดการส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน</p>
<p><strong>ธีมที่ 3: Learning &amp; Development – </strong>เราลงทุนด้านการเรียนรู้เยอะมากกว่า 1,000 คอร์ส ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และเรายังสร้าง Learning Hours วัดผลว่าแต่ละทีมให้ความสำคัญกับการเรียนรู้แค่ไหน</p>
<p>เราเน้น Learning for the Future ด้วยการเปิดโปรแกรม Global Leadership Development เพื่อพัฒนาผู้นำที่สามารถทำงานข้ามประเทศ และปีนี้เปิดตัวโปรแกรม First Time Manager ให้กับพนักงานที่ได้รับการโปรโมทเป็นหัวหน้างานครั้งแรก</p>
<p><strong>ธีมที่ 4: Successor Building – </strong>เราสร้าง Talent Pool และแผนผู้สืบทอดสำหรับตำแหน่งสำคัญ เพราะบริษัทเติบโตเร็วมาก ตอนนี้บริษัทมีพนักงานกว่า 1,500 คน และขยายตัวตลอด เราต้องมั่นใจว่ามีคนที่พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอนาคต</p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><a href="https://th.hrnote.asia/story/frasers-property-thailand-240223/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Pic"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37559 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-23T170916.082.webp" alt="สัมภาษณ์ HR เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) องค์กรที่สร้างสรรค์พื้นที่และประสบการณ์ที่ดีแก่ทั้งลูกค้าและพนักงาน" width="600" height="370" title="เคล็ดลับ Frasers Property Thailand องค์กรสำหรับคนชอบโอกาส ความท้าทาย และความหลากหลายไม่สิ้นสุด 234" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-23T170916.082.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-23T170916.082-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://th.hrnote.asia/story/frasers-property-thailand-240223/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Frasers Property Thailand องค์กรที่สร้างสรรค์พื้นที่และประสบการณ์ที่ดีแก่ทั้งลูกค้าและพนักงาน</a></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) บริหารเรื่อง Generation Gap อย่างไร ?</h2>
<p><strong>วชิระ:</strong> เรามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ปัจจุบัน 62% ของพนักงานคือ Gen Y และเรามีผู้บริหารอายุน้อย คนที่ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้างานระดับต้นส่วนมากก็อายุ 20 ปลาย – 30 กลาง ๆ ซึ่ง Gen ใกล้กันอยู่แล้ว เราออกแบบกิจกรรมที่ให้คนทำงานข้าม Gen กันได้</p>
<p>สิ่งที่เราทำคือ <strong>สร้างความเข้าใจเรื่องบุคลิกภาพให้กับ First Time Manager ทักษะที่พวกเขาควรมีคือการเข้าใจคาแรคเตอร์ของคน แล้วก็บริหารคนตามคาแรคเตอร์</strong> เราวิเคราะห์ศึกษาว่า คนแต่ละช่วงวัยโดยทั่วไปแล้วมีลักษณะแบบไหน แล้วเราควรจะบริหารจัดการพวกเขาอย่างไร ส่วนถ้าเป็นพนักงานรายบุคคล เราจะพัฒนาความรู้และทักษะที่เหมาะกับความรับผิดชอบตามสายงานของเขา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44545" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T090156.663.png" alt="เคล็ดลับ Frasers Property Thailand องค์กรสำหรับคนชอบโอกาส ความท้าทาย และความหลากหลายไม่สิ้นสุด" width="600" height="370" title="เคล็ดลับ Frasers Property Thailand องค์กรสำหรับคนชอบโอกาส ความท้าทาย และความหลากหลายไม่สิ้นสุด 235" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T090156.663.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T090156.663-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>เวลาสื่อสารกันภายในองค์กร เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) สื่อสารกับพนักงานอย่างไร ?</h2>
<p><strong>วชิระ: </strong>Internal Communication เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยครับ เพราะเราเป็นองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 1,500 คน ในกว่า 100 โลเคชัน การสื่อสารภายในที่แข็งแกร่งจึงจำเป็นมาก เพื่อให้ทุกคนเข้าใจเป้าหมายเดียวกันและรู้สึกมีส่วนร่วมกับองค์กร</p>
<p>เราจัด Townhall รายไตรมาส ซึ่งจัดเป็น Hybrid มีทั้งการประชุมแบบเจอหน้าสำหรับพนักงานที่ Head Office ซึ่งมีพื้นที่สามารถจุคนได้มากกว่า 200 คน สำหรับพนักงานที่ทำงานที่ Site ก็สามารถเข้าฟังแบบ Online ได้ ทำให้ทุกคนได้รับข้อมูลสำคัญแบบเรียลไทม์</p>
<p>สำหรับการสื่อสารระดับองค์กรในขนาดใหญ่ เช่น การอัปเดตกลยุทธ์หรือการฉลองความสำเร็จ เราจัด Townhall ครั้งใหญ่ปีละครั้ง ซึ่งมักจะจัดร่วมกับงาน New Year Party โดยช่วงเช้าจะเป็นการสื่อสารผลประกอบการและทิศทางของปีถัดไป ให้ทุกคนได้รับรู้ร่วมกัน จากนั้นช่วงบ่ายถึงเย็นก็เป็นงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง</p>
<p>อีกหนึ่งจุดแข็งของเราคือ การให้พนักงานทุกระดับมีโอกาสมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอไอเดีย เราทำ Survey สำรวจความคิดเห็นพนักงานเป็นระยะ เพื่อให้พนักงานสามารถสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบาย อีเวนต์ หรือแนวทางการบริหารของบริษัท แล้วเรานำ Feedback เหล่านี้ไปปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เป็นหลักการสำคัญในการออกแบบกิจกรรมหรือการปรับนโยบายให้เหมาะสมกับความต้องการของพวกเขา</p>
<p>การฟังเสียงพนักงานเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ หากเราไม่ฟัง เราจะไม่รู้ว่าพนักงานต้องการอะไร หรือความรู้สึกของพวกเขาเป็นอย่างไร ทุกการตัดสินใจและการพัฒนาของเราเกิดจากการฟังเสียงของพนักงานเป็นหลักอย่างแท้จริงครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44547" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T090319.583.webp" alt="เคล็ดลับ Frasers Property Thailand องค์กรสำหรับคนชอบโอกาส ความท้าทาย และความหลากหลายไม่สิ้นสุด" width="600" height="370" title="เคล็ดลับ Frasers Property Thailand องค์กรสำหรับคนชอบโอกาส ความท้าทาย และความหลากหลายไม่สิ้นสุด 236" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T090319.583.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T090319.583-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>จากที่ฟังมา เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) ทำเพื่อพนักงานเยอะมาก แล้วยังมีจุดที่ต้องพัฒนาอีกไหม ?</h2>
<p><strong>วชิระ: </strong>มีเยอะเลยครับ เราไม่เคยมองว่าองค์กรของเราสมบูรณ์แบบ และเชื่อว่าเมื่อธุรกิจเติบโต ความต้องการของพนักงานก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เราจึงไม่หยุดพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>หนึ่งในเรื่องที่เรากำลังพัฒนาอยู่คือ การทำให้สวัสดิการมีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์พนักงานแต่ละกลุ่มมากขึ้น เราพบว่าพนักงานแต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน บางคนอาจให้ความสำคัญกับค่ารักษาพยาบาล ในขณะที่บางคนไม่ค่อยได้ใช้เลย เราจึงเริ่มศึกษาแนวทาง Flexible Benefits ที่ให้พนักงานเลือกปรับสวัสดิการบางอย่างได้เอง</p>
<p>เรายังเพิ่มสวัสดิการรองรับความหลากหลาย เช่น เรามีเงินช่วยเหลือสำหรับคู่รักเพศเดียวกัน และสามารถลาเพื่อการผ่าตัดแปลงเพศได้ รวมถึงการดูแลด้าน Mental Health ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา</p>
<p>การเตรียมตัวสำหรับอนาคตก็เป็นอีกจุดที่เรากำลังพัฒนาอย่างจริงจัง ปัจจุบันกลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ มีธุรกิจใน 22 ประเทศทั่วโลก หมายความว่าเราต้องเตรียมความพร้อมด้าน Talent Mobility และการพัฒนาผู้นำที่สามารถทำงานในระดับสากล และยังมี Leadership Development Program ที่เชื่อมโยงกับสำนักงานใหญ่ที่สิงคโปร์ เพื่อให้แนวทางการพัฒนาผู้นำเป็นไปในทิศทางเดียวกัน</p>
<p>สุดท้าย เรายังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความคล่องตัว (Agility) เพื่อสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น โดยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและปรับวัฒนธรรมให้ตอบสนองกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา</p>
<p>แม้ว่าเราจะได้รับรางวัลด้านการบริหารงานบุคคลหลายปีติดต่อกัน แต่ก็มีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำ เป้าหมายของเราคือการเป็นองค์กรที่พนักงานมีความสุขและพัฒนาไปพร้อมกับองค์กรได้ เราเชื่อว่าการฟังเสียงพนักงานและปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44544" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T090218.058.png" alt="เคล็ดลับ Frasers Property Thailand องค์กรสำหรับคนชอบโอกาส ความท้าทาย และความหลากหลายไม่สิ้นสุด" width="600" height="370" title="เคล็ดลับ Frasers Property Thailand องค์กรสำหรับคนชอบโอกาส ความท้าทาย และความหลากหลายไม่สิ้นสุด 237" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T090218.058.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-26T090218.058-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>สุดท้าย ถ้าอยากทำงานกับเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand)  คุณสมบัติแบบไหนที่เหมาะกับที่นี่?</h2>
<p><strong>วชิระ: </strong>ผมคิดว่าคนที่เหมาะกับเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ต้องเป็นคนที่มี Mindset และวิธีคิดที่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร เพราะที่นี่เป็นองค์กรที่เติบโตเร็ว เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราต้องการคนที่พร้อมจะปรับตัวไปด้วยกัน</p>
<p><strong>เราต้องการคนที่มี Limitless Mindset</strong> เพราะเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ขยายตัวอยู่ตลอด เราทำธุรกิจหลากหลาย มีโอกาสเกิด New Business ได้ทุกปี หมายความว่าคุณอาจได้รับมอบหมายให้ดูแลธุรกิจใหม่ ๆ เสมอ หากคุณชอบทำงานตามโครงสร้างแบบเดิม มีแพทเทิร์นที่แน่นอน และไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ที่นี่อาจไม่เหมาะกับคุณ แต่ถ้าคุณพร้อมเรียนรู้ พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ มองว่าการเปลี่ยนแปลงคือโอกาส เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยจะให้คุณเติบโตได้แบบไม่มีขีดจำกัด</p>
<p>อย่างที่สองเรามองหาคนที่ไม่ยึดติดกับขอบเขตงานแบบเดิม ๆ และสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา คือ<strong>เราต้องการคนที่ </strong><strong>Resilience &amp; Adaptability</strong> สามารถปรับตัวและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ไว เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นแค่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ธรรมดา แต่เป็นองค์กรที่ต้องบริหารธุรกิจหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม ดังนั้น งานที่คุณทำวันนี้ อาจแตกต่างจากงานที่คุณทำในอีกหกเดือนข้างหน้า</p>
<p><strong>อีกคุณสมบัติสำคัญคือ Collaboration &amp; People Skill</strong> เพราะที่เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย คุณจะไม่ได้ทำงานแค่กับทีมของตัวเอง แต่ต้องทำงานข้ามกลุ่มธุรกิจ บางครั้งต้องทำงานร่วมกับทีมจากประเทศอื่น ๆ ด้วย นั่นหมายความว่า คุณต้องพร้อมทำงานกับ Stakeholder ที่หลากหลาย ทั้งจากทั้งในและต่างประเทศ</p>
<p><strong>เรายังให้ความสำคัญกับ Teamwork &amp; Relationship</strong> เราไม่มีระบบ Hierarchy ที่เคร่งครัด ที่นี่เราจะเรียกทุกคนว่าพี่ CEO ของเรายังเรียกผมว่า พี่โจเลย (หัวเราะ) ทุกคนอยู่กันแบบพี่น้อง ไม่ยึดติดกับตำแหน่ง เราสร้างวัฒนธรรมที่ให้พนักงานสามารถเข้าถึงผู้บริหารได้ง่าย ทุกคนสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้อย่างเปิดกว้าง ดังนั้น คนที่เหมาะกับที่นี่ควรเป็นคนที่สามารถทำงานเป็นทีมได้ดี มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานร่วมกับคนอื่น ๆ และพร้อมสนับสนุนกันและกัน</p>
<p><strong>สุดท้ายคือ Problem-Solving &amp; Critical Thinking </strong>ที่นี่คุณอาจต้องเจอกับปัญหาที่ไม่มีคู่มือให้แก้ไข ไม่มีใครมาบอกคุณว่าต้องทำยังไง คุณต้องคิดเอง ตัดสินใจเอง และแก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์ เราให้อิสระในการทำงานสูงมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการคนที่มีความรับผิดชอบและสามารถ Deliver ผลลัพธ์ได้</p>
<p><strong>ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบโอกาสใหม่ ๆ ชอบความหลากหลาย และอยากเติบโตในองค์กรที่เปิดกว้างให้คุณพัฒนาอย่างไม่มีขีดจำกัด ที่นี่คือที่ที่เหมาะกับคุณครับ</strong><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><br />
<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="เคล็ดลับ Frasers Property Thailand องค์กรสำหรับคนชอบโอกาส ความท้าทาย และความหลากหลายไม่สิ้นสุด 238"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/frasers-property-thailand-250326/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทเรียนของ cargo-partner: องค์กรจะได้รางวัลหรือไม่ HR ต้องไม่หยุดสร้างคุณค่าให้พนักงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/cargo-partner-hr-asia-250320/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/cargo-partner-hr-asia-250320/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Mar 2025 11:34:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<category><![CDATA[cargo-partner]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนา สาริกา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44461</guid>

					<description><![CDATA[ในธุรกิจโลจิสติกส์ คนคือหัวใจสำคัญ แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้มากเพียงใด แต่สุดท้ายแล้ว การประสานงาน การแก้ปัญหา และการตัดสินใจ ยังต้องอาศัยพนักงานเป็นหลัก องค์กรที่สามารถดึงดูด รักษา และพัฒนาคนให้เติบโตไปด้วยกันได้ จึงเป็นองค์กรที่มีความได้เปรียบทางธุรกิจ cargo-partner คือบริษัทโลจิสติกส์ระดับโลกที่โดดเด่นด้านการบริหารคน จนสามารถคว้ารางวัล Best Companies to Work for in Asia 2024  จาก HR Asia มาครองได้ครั้งแรกในปี 2022 และครั้งล่าสุดในปี 2024 หลังเว้นช่วงไปในปี 2023 เนื่องจากองค์กรอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ แต่ถึงแม้จะมีความท้าทายหลายด้าน บริษัทยังคงรักษามาตรฐานด้านการบริหารคนไว้อย่างแข็งแกร่ง HREX ได้พูดคุยกับคุณ วัฒนา สาริกา Managing Director ของ cargo-partner ประเทศไทย ถึงแนวทางการบริหารคนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงขององค์กร ไปจนถึงเหตุผลที่รางวัลไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานอยากเติบโตไปด้วยกันเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าพร้อมแล้ว มาร่วมเรียนรู้แนวคิดการบริหารคนจาก cargo-partner กัน cargo-partner ได้รางวัลจาก HR Asia [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44490" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/SNOW_20250320_103824_613.webp" alt="บทเรียนของ cargo-partner: องค์กรจะได้รางวัลหรือไม่ HR ต้องไม่หยุดสร้างคุณค่าให้พนักงาน" width="600" height="680" title="บทเรียนของ cargo-partner: องค์กรจะได้รางวัลหรือไม่ HR ต้องไม่หยุดสร้างคุณค่าให้พนักงาน 245" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/SNOW_20250320_103824_613.webp 1507w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/SNOW_20250320_103824_613-265x300.webp 265w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/SNOW_20250320_103824_613-904x1024.webp 904w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/SNOW_20250320_103824_613-768x870.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/SNOW_20250320_103824_613-1356x1536.webp 1356w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ในธุรกิจโลจิสติกส์ คนคือหัวใจสำคัญ</strong> แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้มากเพียงใด แต่สุดท้ายแล้ว การประสานงาน การแก้ปัญหา และการตัดสินใจ ยังต้องอาศัยพนักงานเป็นหลัก องค์กรที่สามารถดึงดูด รักษา และพัฒนาคนให้เติบโตไปด้วยกันได้ จึงเป็นองค์กรที่มีความได้เปรียบทางธุรกิจ</p>
<p><a href="https://www.cargo-partner.com/" target="_blank" rel="noopener">cargo-partner</a> คือบริษัทโลจิสติกส์ระดับโลกที่โดดเด่นด้านการบริหารคน จนสามารถคว้ารางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2024/" target="_blank" rel="noopener"><b>Best Companies to Work for in Asia 2024 </b></a> จาก HR Asia มาครองได้ครั้งแรกในปี 2022 และครั้งล่าสุดในปี 2024 หลังเว้นช่วงไปในปี 2023 เนื่องจากองค์กรอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ แต่ถึงแม้จะมีความท้าทายหลายด้าน บริษัทยังคงรักษามาตรฐานด้านการบริหารคนไว้อย่างแข็งแกร่ง</p>
<p>HREX ได้พูดคุยกับ<strong>คุณ วัฒนา สาริกา </strong><strong>Managing Director ของ cargo-partner ประเทศไทย </strong>ถึงแนวทางการบริหารคนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงขององค์กร ไปจนถึงเหตุผลที่รางวัลไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานอยากเติบโตไปด้วยกันเป็นสิ่งสำคัญ</p>
<p>ถ้าพร้อมแล้ว มาร่วมเรียนรู้แนวคิดการบริหารคนจาก cargo-partner กัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44519" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-22T094243.410.webp" alt="บทเรียนของ cargo-partner: องค์กรจะได้รางวัลหรือไม่ HR ต้องไม่หยุดสร้างคุณค่าให้พนักงาน" width="600" height="370" title="บทเรียนของ cargo-partner: องค์กรจะได้รางวัลหรือไม่ HR ต้องไม่หยุดสร้างคุณค่าให้พนักงาน 246" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-22T094243.410.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-22T094243.410-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>cargo-partner ได้รางวัลจาก HR Asia ครั้งแรกปี 2022 ผลลัพธ์ที่ได้จากรางวัลในครั้งนั้นเป็นอย่างไร ส่งผลต่อแนวทางการบริหารคนเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>วัฒนา:</strong> ถ้าพูดถึงผลจากการได้รางวัล ถือว่าเป็นไปในทางบวกมาก ๆ ค่ะ อย่างแรกเลยคือช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้พนักงาน รางวัลนี้ก็เป็นเหมือนผลตอบรับว่า สิ่งที่เราทำมาตลอดได้รับการยอมรับ เป็นมาตรฐานและเป็นแนวทางที่ถูกต้อง</p>
<p>จริง ๆ แล้ว ก่อนที่ทางเราจะเข้าร่วมโครงการของ HR Asia ในปี 2022 เราทำ Engagement Survey ทุก 2 ปีอยู่แล้ว เป็น Global Survey ที่บริษัทแม่จะจัดทำและสอบถามไปยังทุกสำนักงานทั่วโลกกว่า 100 แห่ง</p>
<p>เรามีผลสำรวจจากปี 2019และ2021 แล้วพอเข้าสู่ช่วงโควิด-19 แพร่ระบาดก็ต้องเว้นช่วงไป พอกลับมาทำอีกครั้งก็เป็นช่วงที่เราได้รางวัลพอดี จะเห็นได้ชัดว่าผลสำรวจของไทยออกมาใกล้เคียงกับสิ่งที่บริษัทแม่ทำในระดับโลก สะท้อนว่าพนักงาน-ของเรามีความพึงพอใจค่อนข้างดีต่อองค์กร</p>
<p>อีกสิ่งที่เห็นได้ชัดหลังจากได้รางวัลก็คือ เรามีผู้สมัครงานที่สนใจเข้าร่วมองค์กรเพิ่มขึ้น เพราะพวกเขาไปหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท <a href="https://th.hrnote.asia/story/230526-cargo-partner-hrasia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">อ่านบทสัมภาษณ์เก่าของเราที่เคยสัมภาษณ์กับ HREX</a> จึงเริ่มรู้จักเรามากขึ้น เห็นแนวทางการบริหารงานของบริษัทว่าเป็นอย่างไร และ 2-3 ปีที่ผ่านมา เราก็รับพนักงานที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมงานกับองค์กรมากขึ้น</p>
<p><strong>รางวัลนี้จึงเป็นเหมือนอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญ (</strong><strong>Milestone) ที่ทำให้เรายังคงเดินหน้าทำเพื่อพนักงานอย่างต่อเนื่อง</strong> ผลตอบรับทั้งจากพนักงานและจากมุมมองขององค์กรถือว่าดีมาก แม้จะมีบางจุดที่ต้องปรับปรุง แต่เราก็มีการสื่อสารภายในกันตลอดว่าเรื่องไหนที่เราต้องให้ความสำคัญมากขึ้นและทำให้ดีขึ้นค่ะ</p>
<h2>นอกจากรางวัลของ HR Asia จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้บริษัท และดึงดูดคนเก่ง ๆ มาร่วมงาน รางวัลนี้สำคัญอย่างไรอีกบ้าง ?</h2>
<p><strong>วัฒนา:</strong> รางวัลนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของบริษัททั้งในระดับประเทศและในระดับโลกค่ะ ซึ่งจริง ๆ แล้ว รางวัลนี้ไม่ได้มีแค่ในประเทศไทย ประเทศอื่น ๆ ในเครือของเราก็ได้รับเช่นกัน อย่างเช่น ที่เวียดนามและฮ่องกง ซึ่งทาง HR Asia เองก็สนับสนุนให้แต่ละประเทศ นำรางวัลนี้มาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแบรนด์และดึงดูด คนเก่ง ๆ ในตลาดแรงงาน</p>
<p>อีกมุมมองหนึ่งที่ได้จากรางวัลนี้คือ การช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า เวลาที่เราไปนำเสนอข้อมูลบริษัทให้กับลูกค้า เราไม่ได้พูดแค่ว่าเรามีบริการอะไรบ้าง แต่รางวัลนี้เป็นเครื่องการันตี ว่า <strong>cargo-partner ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ผลลัพธ์ทางธุรกิจ แต่ยังให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคล</strong> ซึ่งเป็นหัวใจขององค์กร และยังสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้อีกว่า ลูกค้าจะได้รับบริการที่ดี มีมาตรฐานจากเรา เพราะธุรกิจเราขับเคลื่อนด้วยคนเป็นหลัก</p>
<p>ในธุรกิจโลจิสติกส์ cargo-partner เป็นบริษัทที่ไม่ได้มีสินทรัพย์เป็นของตัวเอง เช่น เครื่องบิน หรือเรือขนส่ง แต่เราทำหน้าที่เป็นตัวกลางจัดหาบริการต่าง ๆ ให้ลูกค้า ดังนั้นคนจึงเป็นปัจจัยที่มีค่าอย่างยิ่ง เทคโนโลยีอาจช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น แต่สุดท้ายแล้ว ธุรกิจนี้ยังต้องพึ่งพาการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการบริหารจัดการด้วยคนอยู่ดีค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44487" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-20T131755.517.webp" alt="บทเรียนของ cargo-partner: องค์กรจะได้รางวัลหรือไม่ HR ต้องไม่หยุดสร้างคุณค่าให้พนักงาน" width="600" height="370" title="บทเรียนของ cargo-partner: องค์กรจะได้รางวัลหรือไม่ HR ต้องไม่หยุดสร้างคุณค่าให้พนักงาน 247" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-20T131755.517.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-20T131755.517-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>cargo-partner มีพนักงานประมาณ 100 คน การบริหารจัดการความหลากหลายของพนักงานยากหรือง่ายอย่างไร ?</h2>
<p><strong>วัฒนา:</strong> ต้องบอกว่าท้าทายพอสมควรค่ะ ปัจจุบันเรามี Generation Gap ที่ชัดเจนขึ้น มีพนักงานหลายช่วงอายุ เพศ เชื้อชาติ การศึกษา และเราเอง ก็ยังมีพนักงานต่างชาติที่ทำงานร่วมกันอีกด้วย ทำให้มีความหลากหลายทั้งเรื่องมุมมองวิธีการคิด วิธีการทำงาน และทัศนคติ</p>
<p>เชื่อว่า cargo-partner ไม่ได้เจอความท้าทายนี้แค่องค์กรเดียว หลายองค์กรเผชิญกับประเด็นนี้เหมือนกัน เราได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า<em> &#8220;เด็กรุ่นใหม่ไม่เหมือนเด็กรุ่นก่อน&#8221; </em>โดยเฉพาะในเรื่องการสื่อสารและรูปแบบการทำงาน เมื่อก่อนเวลาหัวหน้าบอกให้ทำงานอะไร เราต้องทำตามทันทีให้เสร็จ แต่เด็กรุ่นใหม่พอได้คำสั่งแล้วอาจมีคำถาม เพื่อให้เข้าใจในงานมากขึ้น เช่น <em>&#8220;ต้องทำอะไร? งานนี้มีความสำคัญอย่างไร?&#8221;</em> ถ้าเราปิดกั้นและไม่เปิดรับ ก็อาจมองว่าเด็กไม่มีสัมมาคารวะ แต่จริง ๆ แล้ว เขาแค่ต้องการทำความเข้าใจเหตุผลของงานมากขึ้น</p>
<p>วิธีที่เราใช้คือ เปิดโอกาสให้พนักงานแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมเต็มที่ ถ้าต้องการให้เขาทำอะไร แทนที่จะสั่งตรง ๆ ก็ให้เขาออกแบบวิธีการเองว่าทำแบบไหนได้บ้าง? เชื่อว่าเด็กสมัยนี้เรียนรู้เร็ว และบางครั้งอาจมีวิธีที่มีประสิทธิภาพกว่าที่เราคิดและทำมาอีกค่ะ</p>
<p><strong>การสื่อสารที่โปร่งใสและมีเหตุผลเป็นเรื่องสำคัญมาก</strong>  จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะคนวัยไหนล้วนต้องการเหตุผลที่ดี ถ้าเราอธิบายให้เขาเข้าใจได้ เขาจะไม่สงสัยและจะทำงานได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพค่ะ</p>
<h2>กล่าวคือ วิธีการบริหารจัดการแบบเก่า ๆ ไม่สามารถใช้ได้แล้ว เราต้องเปลี่ยนวิธีไปตามยุคสมัยอย่างนั้นใช่ไหม ?</h2>
<p><strong>วัฒนา:</strong> วิธีการบริหารแบบเก่าใช้ไม่ได้แล้วค่ะ ทุกวันนี้การเป็นหัวหน้าไม่ใช่แค่สั่งงาน แต่ต้องเป็นเหมือนโค้ช ได้มีโอกาสไปเรียน Coaching กับสถาบันโค้ชไทย พบว่าวิธีการบริหารคนในยุคนี้แตกต่างจากเดิมมาก หัวหน้าไม่สามารถใช้อำนาจหรือความอาวุโส มาบังคับให้พนักงานทำงานตามคำสั่งได้อีกต่อไป แต่จะเป็นการกระตุ้นและสนับสนุนพวกเขา (Encourage &amp; Coaching) แทน</p>
<p>เราได้ลองนำแนวคิดการ Coach มาใช้กับพนักงานที่ยังไม่ได้เป็นผู้นำโดยตรง แต่เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ (High potential) พอเราเปลี่ยนจากการสั่งเป็นการชวนคุยและตั้งเป้าหมาย ให้เขามีส่วนร่วมในการคิด การแก้ปัญหาหรือหาทางออกร่วมกัน ก็พบว่าผลลัพธ์ออกมาดีมาก เพราะทุกคนมีศักยภาพอยู่แล้ว เพียงแต่บางครั้งเขาอาจจะยังไม่รู้ตัวเอง ถ้าเราช่วยตั้งคำถามที่ถูกต้อง เช่น<em> &#8220;ติดปัญหาอะไร?&#8221; &#8220;ลองคิดวิธีแก้ปัญหาดูไหม?&#8221; &#8220;มีทางเลือกอะไรบ้าง?&#8221;</em> สุดท้ายเขาก็จะค้นพบทางออกของตัวเองค่ะ</p>
<p>แม้การใช้แนวทางนี้อาจต้องใช้เวลา แต่พอทำไปเรื่อย ๆ มันจะกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร ที่ช่วยให้พนักงานเติบโตไปด้วยกัน</p>
<h2>ปัจจุบันทีม HR ของ cargo-partner มีกี่คน ถือว่าเพียงพอต่อการทำงานหรือยัง ?</h2>
<p><strong>วัฒนา:</strong> ตอนนี้ทีม HR ของเรามี 4 คน ค่ะ แบ่งเป็น HR หลัก ๆ 3 คน และอีก 1 คนเป็น Admin</p>
<p>ถ้าถามว่าเพียงพอไหม ณ ตอนนี้ถือว่ายังดูแลกันได้ เพราะพนักงานส่วนใหญ่ของเราทำงานสาย Back Office ซึ่งรูปแบบการบริหารจัดการยังไม่ซับซ้อนมาก แต่ในอนาคต ถ้าบริษัทขยายตัวขึ้นอีก ก็อาจต้องพิจารณาเพิ่มทีม HR ให้เหมาะสมกับขนาดขององค์กรค่ะ</p>
<p>นอกจากนี้เราไม่ได้มองว่า HR ต้องเป็นคนจัดการทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพนักงานทั้งหมด เพราะคนที่เป็นผู้นำ หรือเป็นหัวหน้าก็มีบทบาทสำคัญในการบริหารคนเช่นกัน หัวหน้าแต่ละแผนกต้องช่วยดูแลทีมของตัวเองด้วย ต้องถ่ายทอดเป้าหมาย ค่านิยมที่ถูกต้องขององค์กรและเป็นแบบอย่างผู้นำที่ดี และพัฒนาศักยภาพของพนักงานตลอดจนรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร ซึ่งบทบาทของหัวหน้าเป็นเหมือน HR ด่านแรกที่ใกล้ชิดกับพนักงานมากที่สุด เป็นบุคคลสำคัญที่ดูแลพนักงานก่อนส่งต่อให้ทีม HR</p>
<h2>เทรนด์ HR ในปัจจุบันมีอะไรที่น่าสนใจ และคิดว่าองค์กรควรนำมาปรับใช้บ้าง ?</h2>
<p><strong>วัฒนา:</strong> ถ้าพูดถึงเทรนด์ที่มาแรงตอนนี้ คงหนีไม่พ้นการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะเรื่อง AI สำหรับ HR  ในการนำมาใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลพนักงาน หรือผู้สมัครงานเบื้องต้น ลดทอนงานบางส่วนเพื่อที่จะทำให้ขั้นตอนการทำงานง่ายมากขึ้น</p>
<p>สิ่งที่มนุษย์ยังได้เปรียบ AI คือความคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical Thinking) หรือการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน (Complex Problem Solving) ด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Initiative Thinking) โดยเฉพาะในธุรกิจของเราที่มุ่งเน้นการให้บริการ การทำงานที่ต้องใช้ความเข้าอกเข้าใจรวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและคู่ค้า (Emotional Intelligence &amp; Complex Problem Solving) ในสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จำเป็นที่ต้องใช้ความยืดหยุ่นและปรับตัวสูง (Flexible &amp; Adaptability) ซึ่งที่กล่าวมานี้ เป็นทักษะที่AI ยังแทนที่ไม่ได้</p>
<p>อีกหนึ่งอย่างที่สำคัญ ในมุมของตลาดแรงงานและ HR คือ Upskill และ Reskill อย่างต่อเนื่อง เช่น เรานำAI เทคโนโลยี ระบบต่างๆ เข้ามาใช้ในองค์กร มุ่งเน้นการทำ Reskill และ upskill พนักงาน ทั้งในด้านของการใช้เทคโนโลยี และรวมไปถึงพัฒนาทักษะด้านอื่นๆอีกด้วย</p>
<p>โดยส่วนตัวมองว่า AI เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก อย่างไรก็ตาม AI ไม่สามารถแทนที่คนได้ 100% โดยเฉพาะในธุรกิจของเราซึ่งเป็น People Business ที่ต้องใช้คนเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ</p>
<p>ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในธุรกิจโลจิสติกส์คือ การเจรจาต่อรองและการสื่อสารยังต้องผ่านคน ถ้าต้องคุยกับแชทบอทหรือ AI อย่างเดียว อาจแก้ปัญหาได้ไม่ทันเวลา เพราะลูกค้าของเราต้องการการบริการที่มีคนประสานงานและจัดการการขนส่งแบบครบวงจร</p>
<p>ที่ cargo-partner เราส่งเสริมให้พนักงาน พัฒนาทักษะใหม่ ๆ อยู่เสมอ และนำเทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แทนที่จะมองว่า AI เป็นภัยคุกคามค่ะ</p>
<p>Hybrid Work ปัจจุบันทาง cargo-partner ยังคงจัดให้มี Work From Home 1 วันต่อสัปดาห์</p>
<p>Well-Being เราให้ความสำคัญกับทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจของพนักงาน เราดูแลพนักงานทั้งการตรวจสุขภาพที่เพิ่มขยายโปรแกรมการตรวจที่ครอบคลุม จัดกิจกรรมการออกกำลังกายร่วมกันทั้งองค์กร และต่อยอดด้วย CSR มีการจัดกิจกรรมเพื่อให้เข้าใจถึงสภาวะอารมณ์และสุขภาพจิต นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมมากมายเพื่อส่งเสริม Well-Being และยังคงนำข้อมูลรายงานธุรกิจและตลาดแรงงานทั้งไทยและ APAC เพื่อนำมาปรับใช้ในองค์กร</p>
<h2>HR สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้อย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>วัฒนา: </strong>HR ต้องมองให้ขาดว่า ธุรกิจต้องการอะไร และต้องเข้าใจเป้าหมายขององค์กรก่อนค่ะ</p>
<p>ทุกวันนี้ HR ไม่ได้มีหน้าที่แค่รับสมัครงาน ทำเงินเดือน หรือดูแลเรื่องสวัสดิการ เพียงเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนกลยุทธ์ของบริษัท เช่น ถ้าธุรกิจต้องการขยายตลาด HR ก็ต้องวางแผนเรื่องโครงสร้างองค์กรและบุคลากรให้สอดคล้องกับทิศทางขององค์กร สรรหาคัดเลือกทรัพยากรบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ตรงตามความต้องการ และมีศักยภาพที่พร้อมจะเติบโต ตลอดจนปรับแผนการพัฒนาอบรม การประเมินผลการทำงานและการบริหารค่าตอบแทนต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้พนักงานทำงานและเติบโตกับองค์กรอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44491" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-20T132435.715.webp" alt="บทเรียนของ cargo-partner: องค์กรจะได้รางวัลหรือไม่ HR ต้องไม่หยุดสร้างคุณค่าให้พนักงาน" width="600" height="370" title="บทเรียนของ cargo-partner: องค์กรจะได้รางวัลหรือไม่ HR ต้องไม่หยุดสร้างคุณค่าให้พนักงาน 248" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-20T132435.715.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-2025-03-20T132435.715-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>อยากแนะนำอะไรกับ HR รุ่นใหม่ที่ต้องการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอนาคต ?</h2>
<p><strong>วัฒนา:</strong> ตอนนี้มี HR เก่ง ๆ เยอะนะคะ แต่ถ้าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในองค์กร อันดับแรกคือต้องเข้าใจธุรกิจให้ลึกซึ้ง</p>
<p>สมมติว่าเราต้องเป็น HR Director ของบริษัท A เราต้องรู้ว่าบริษัททำอะไร เป้าหมายทางธุรกิจเป็นแบบไหน และกลยุทธ์ขององค์กรคืออะไร เราอาจไม่ต้องเก่งเรื่องตัวเลขเท่าฝ่ายบัญชีหรือการเงิน แต่ต้องเข้าใจภาพรวมของธุรกิจ เพื่อให้สามารถออกแบบกลยุทธ์ด้านบุคลากรให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร</p>
<p>อีกเรื่องที่ <strong>HR ต้องให้ความสำคัญคือ การบริหารคนให้เหมาะสมกับองค์กร</strong> โดยเรามักเจอพนักงาน 2 กลุ่มหลักคือ</p>
<ol>
<li><strong>กลุ่มที่มีประสบการณ์สูง แต่ก็อาจจะมีกรอบความคิดที่ค่อนข้างตายตัว (</strong><strong>Fixed Mindset)</strong> ซึ่งเราอาจต้องหาวิธีทำให้พวกเขาเปิดรับการเปลี่ยนแปลง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพวกเขาให้สูงขึ้น</li>
<li><strong>กลุ่มที่มีศักยภาพ (</strong><strong>Potential Talent)</strong> ที่สามารถพัฒนาให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้</li>
</ol>
<p>HR ต้องมองออกตั้งแต่กระบวนการสรรหาว่าคนแบบไหนเหมาะกับบริษัท และเมื่อเขาเข้ามาแล้ว เราจะพัฒนาเขาต่อไปอย่างไร</p>
<p>ทุกวันนี้เราเองยังสัมภาษณ์ผู้สมัครในรอบสุดท้ายอยู่เลย เพราะอยากรู้ว่าเขามีศักยภาพและมีแนวโน้มที่จะเติบโตไปในทิศทางไหน การพูดคุยกันตั้งแต่ต้นช่วยให้เรามองเห็นแนวทางในการพัฒนาเขาหลังจากที่เข้ามาทำงานแล้ว</p>
<p>สุดท้าย <strong>HR ต้องมีเซนส์ในการอ่านคน </strong>มันเป็นสิ่งที่ฝึกฝนได้จากประสบการณ์และการสังเกต ไม่ใช่แค่ดูโปรไฟล์หรือวุฒิการศึกษา แต่ต้องเข้าใจว่าคน ๆ นั้นมีแรงจูงใจอะไร และเหมาะกับวัฒนธรรมองค์กรของเราหรือไม่ เพราะเชื่อว่า<strong>คนคือหัวใจสำคัญของทุกองค์กร</strong>ค่ะ</p>
<h2>คุณสมบัติอะไรที่จำเป็นสำหรับคนที่จะเข้ามาทำงานที่ cargo-partner ?</h2>
<p><strong>วัฒนา:</strong> สิ่งแรกที่เรามองหาคือคนที่มี Team Attitude สามารถทำงานเป็นทีมได้ เพราะเราต้องทำงานร่วมกับหลายฝ่าย ทั้งภายในและภายนอกองค์กร</p>
<p>เราให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น (Flexibility) เพราะโลจิสติกส์เป็นธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก และต้องพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนอยู่เสมอ</p>
<p>อีกเรื่องคือต้องมีความสามารถในการทำงานภายใต้แรงกดดัน ธุรกิจของเราเป็นตัวกลางในการประสานงาน เช่น ติดต่อสายการบิน สายเรือ บริษัทขนส่ง เราต้องทำให้ทุกฝ่ายทำงานได้อย่างราบรื่น เนื่องจากเราไม่มีทรัพย์สิน (Asset) ของตัวเอง ดังนั้นเราจึงต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการบุคคลที่สาม (Third-party Management) และบริหารความคาดหวังของลูกค้าด้วยค่ะ</p>
<h2>เราควรบริหารจัดการอย่างไรเพื่อให้ได้รางวัลด้าน HR หรือจริง ๆ แล้วรางวัลไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด ?</h2>
<p><strong>คุณวัฒนา:</strong> ถ้ามองในแง่ของการสร้างแบรนด์ องค์กรที่ได้รับรางวัลย่อมมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นในสายตาของตลาดแรงงานและลูกค้า แต่ถ้าพูดถึงการบริหารองค์กรจริง ๆ <strong>ต่อให้ไม่มีรางวัล เราก็ต้องทำเต็มที่เพื่อให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่า และอยากเติบโตไปกับองค์กรค่ะ</strong></p>
<p>รางวัลเป็นแค่เครื่องการันตีว่าเรามาถูกทาง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการดูแลพนักงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าในองค์กร</p>
<p>ปี 2023 เราไม่ได้เข้าร่วมประกวดรางวัลนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราหยุดพัฒนาองค์กร เพราะสิ่งที่เราทำมีผลต่อขวัญและกำลังใจของพนักงานโดยตรง</p>
<p>ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว บริษัทเคยเผชิญกับช่วงเปลี่ยนผ่านที่ยากลำบากมาก อัตราการลาออกสูง หาคนใหม่เข้ามาก็ยาก เราเลยตัดสินใจพัฒนาคนที่มีอยู่ให้เติบโตไปกับองค์กร ปัจจุบัน 80% ของผู้จัดการในองค์กรเติบโตมาจากภายใน พวกเขาอยู่กับเรามานาน เห็นทุกการเปลี่ยนแปลง และมีความผูกพันกับบริษัทสูง</p>
<p>แน่นอนว่าการดึงคนจากภายนอกเข้ามาก็มีข้อดี เพราะช่วยให้เราได้มุมมองใหม่ ๆ แต่การพัฒนาคนจากภายในก็มีข้อดีเช่นกัน เพราะช่วยสร้างความมั่นคงและความต่อเนื่องในการบริหารองค์กรแบบยั่งยืน</p>
<p>สุดท้ายแล้ว การได้รับรางวัลหรือไม่ ไม่ได้เป็นตัวตัดสินว่าองค์กรประสบความสำเร็จหรือเปล่า <strong>แต่หัวใจคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขามีโอกาสเติบโต และมีคุณค่าในองค์กร</strong> ถ้าทำสิ่งเหล่านี้ได้ดี ต่อให้ไม่มีรางวัล พนักงานก็ยังอยากอยู่กับเรา และองค์กรก็จะเติบโตได้อย่างยั่งยืนค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44518" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/1000075183.webp" alt="บทเรียนของ cargo-partner: องค์กรจะได้รางวัลหรือไม่ HR ต้องไม่หยุดสร้างคุณค่าให้พนักงาน" width="600" height="900" title="บทเรียนของ cargo-partner: องค์กรจะได้รางวัลหรือไม่ HR ต้องไม่หยุดสร้างคุณค่าให้พนักงาน 249" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/1000075183.webp 1672w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/1000075183-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/1000075183-683x1024.webp 683w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/1000075183-768x1152.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/1000075183-1024x1536.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/1000075183-1365x2048.webp 1365w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="บทเรียนของ cargo-partner: องค์กรจะได้รางวัลหรือไม่ HR ต้องไม่หยุดสร้างคุณค่าให้พนักงาน 250"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/cargo-partner-hr-asia-250320/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Central Retail: กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/central-retail-hr-strategy-250318/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/central-retail-hr-strategy-250318/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Mar 2025 08:29:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[Best Companies to Work for]]></category>
		<category><![CDATA[Central Retail]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ HR]]></category>
		<category><![CDATA[Business Partner HR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44415</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อพูดถึงความสำเร็จขององค์กร คนส่วนใหญ่มักนึกถึงตัวเลขผลประกอบการเป็นหลัก แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นคือ &#8220;คน&#8221; ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยเฉพาะฝ่าย HR ที่มีบทบาทสำคัญในการวางกลยุทธ์และผลักดันองค์กรให้เติบโตด้วย หนึ่งในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของ HR อย่างจริงจังคือ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Central Retail) ที่ได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการบริหารคนที่ไม่ใช่แค่ดูแลพนักงาน แต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้พนักงานเติบโต และองค์กรสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง เป็นอีกปีที่ HREX ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณ ปัญชลีย์ วีระธรรมวัชร์ Chief People Officer ของ Central Retail เพื่อเจาะลึกว่า HR ในแบบฉบับของ Central Retail มีแนวคิดอย่างไร และพวกเขาทำให้ HR เป็น Business Partner ที่แท้จริงได้อย่างไร [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44417" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/แนวทางการบริหาร-HR-และปัจจัยที่ทำให้-Central-Retail-ได้รับรางวัล-HR-Asia.webp" alt="Central Retail กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For" width="600" height="370" title="Central Retail: กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For 256" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/แนวทางการบริหาร-HR-และปัจจัยที่ทำให้-Central-Retail-ได้รับรางวัล-HR-Asia.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/แนวทางการบริหาร-HR-และปัจจัยที่ทำให้-Central-Retail-ได้รับรางวัล-HR-Asia-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงความสำเร็จขององค์กร คนส่วนใหญ่มักนึกถึงตัวเลขผลประกอบการเป็นหลัก แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นคือ &#8220;คน&#8221; ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยเฉพาะฝ่าย HR ที่มีบทบาทสำคัญในการวางกลยุทธ์และผลักดันองค์กรให้เติบโตด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของ HR อย่างจริงจังคือ </span><a href="https://www.centralretail.com/th/home" target="_blank" rel="noopener"><b>บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Central Retail)</b></a><span style="font-weight: 400;"> ที่ได้รับรางวัล</span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2024/" target="_blank" rel="noopener"> <b>HR Asia Best Companies to Work for in Asia</b></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการบริหารคนที่ไม่ใช่แค่ดูแลพนักงาน แต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้พนักงานเติบโต และองค์กรสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นอีกปีที่ HREX ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณ</span><a href="https://th.hrnote.asia/story/central-retail-winning-team-240314/"> <b>ปัญชลีย์ วีระธรรมวัชร์</b></a><span style="font-weight: 400;"> Chief People Officer ของ Central Retail เพื่อเจาะลึกว่า HR ในแบบฉบับของ Central Retail มีแนวคิดอย่างไร และพวกเขาทำให้ HR เป็น Business Partner ที่แท้จริงได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44420 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/S__101212182-1024x690.webp" alt="Central Retail กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For" width="1024" height="690" title="Central Retail: กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For 257" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/S__101212182-1024x690.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/S__101212182-300x202.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/S__101212182-768x518.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/S__101212182-1536x1035.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/S__101212182.webp 1558w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<h2><b>Central Retail มีแนวทางในการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) อย่างไร และคุณคิดว่า อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรของคุณได้รับรางวัล HR Asia ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์:</b><span style="font-weight: 400;"> เราเชื่อว่างาน HR ไม่ใช่แค่ฝ่ายสนับสนุนที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง (Back Office) แต่ต้องเป็น </span><b>Business Partner ที่แท้จริง</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งหมายความว่า HR ต้องทำงานควบคู่ไปกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ เข้าใจเป้าหมายขององค์กร และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนบริษัทไปข้างหน้า ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ดูแลคน แต่ต้องช่วยพัฒนาคนให้กลายเป็นทรัพยากรที่สามารถสนับสนุนและผลักดันธุรกิจให้เติบโตตามกลยุทธ์ที่วางไว้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญที่เราทำคือทำให้พนักงานเข้าใจว่า วัตถุประสงค์ขององค์กรและเป้าหมายของพวกเขาคืออะไร เมื่อพนักงานเข้าใจเป้าหมายของตนเอง พวกเขาจะมีแรงจูงใจในการทำงานและสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้ ในขณะเดียวกัน องค์กรต้องรู้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับพนักงาน เพื่อที่จะวางกลยุทธ์แนวทางการบริหารองค์กรและบุคลากรให้เหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในโมเดลสำคัญที่เรานำมาใช้คือ </span><b>GROWTH (G- Guidance and Support from Managers, R &#8211; Rewarding Career Opportunities, O &#8211; Outstanding Development Programs, W &#8211; Work-Life Integration and Flexibility, T &#8211; Trust and Empowerment, and H &#8211; High-Performing Team) Model</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นแนวคิดที่ช่วยให้พนักงานเติบโตในสายอาชีพได้อย่างแท้จริง เราต้องการให้พนักงานรู้สึกว่าการทำงานที่นี่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้ พัฒนา และก้าวหน้าในสายงาน ซึ่งต้องประกอบไปด้วยหลายปัจจัย ทั้งการมีหัวหน้าที่ดี เพื่อนร่วมงานที่พร้อมสนับสนุนซึ่งกันและกัน การได้รับการฝึกอบรมที่มีคุณภาพ และการมีโอกาสเติบโตในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อพูดถึงเรื่องความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน หลายคนอาจคิดถึงคำว่า </span><b>&#8220;Work-Life Balance&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> แต่ดิฉันมองว่ามันเกิดขึ้นได้ยาก เพราะในความเป็นจริง ชีวิตส่วนตัวและการทำงานเป็นสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้ ทุกอย่างต้อง </span><b>&#8220;Integrate&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> เข้าหากัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นสิ่งที่องค์กรสามารถทำได้คือสร้าง</span><b> ความยืดหยุ่น (Flexibility)</b><span style="font-weight: 400;"> ให้พนักงานสามารถจัดสรรเวลาของตัวเองได้อย่างเหมาะสม แทนที่จะพยายามแบ่งว่าเวลานี้เป็นเวลางาน เวลานี้เป็นเวลาส่วนตัว ซึ่งในโลกของการทำงานจริง มันแทบเป็นไปไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือการทำให้พนักงานรู้สึกว่า </span><b>พวกเขาได้ทำงานที่ท้าทาย สนุก</b><span style="font-weight: 400;"> และได้เรียนรู้ ในขณะเดียวกันก็ยังได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงานและหัวหน้า เพื่อให้พวกเขาสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">GROWTH Model ของเราถูกออกแบบให้เป็นมากกว่า แนวคิดหรือคำพูดที่สวยหรู แต่เป็น ความตั้งใจจริง</span><b>ที่เรา</b><span style="font-weight: 400;">อยากทำให้เกิดขึ้นกับพนักงานของเรา ผ่านการนำไปปฏิบัติของผู้นำทุกระดับ และนี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Central Retail ได้รับรางวัล HR Asia ค่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>แนวคิดที่ว่า HR ไม่ควรเป็นแค่ฝ่ายสนับสนุน แต่ต้องเป็น Business Partner มีมานานแล้ว ซึ่ง Central Retail ทำให้แนวคิดนี้เป็นจริงได้อย่างไร ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์: </b><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าโดยภาพรวมแล้ว HR ยังคงต้องดูแลความเรียบร้อยในองค์กร แต่ที่สำคัญมากกว่าคือ HR ยังต้องเป็น Business Partner ที่มีความเข้าใจทางธุรกิจเพื่อที่จะสนับสนุนในธุรกิจเดินไปข้างหน้าตามกลยุทธ์เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเราต้อง Transform HR ของเราเองให้ได้ก่อน ที่เซ็นทรัล รีเทล เราให้ความสำคัญกับการพัฒนา ทักษะการบริหารงานทางด้าน HR เพื่อให้ทีมมีความเข้าใจด้านกลยุทธ์ทางธุรกิจ เช่น ต้องเข้าใจสถานะทางธุรกิจของบริษัท เพื่อจะได้เสนอแนวทางในการบริหาร จัดการ เรื่องต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น การปรับ เพิ่ม ลด จำนวนคน หรือ ปรับปรุงค่าตอบแทน และสวัสดิการต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงของบริษัท </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่เซ็นทรัล รีเทล เรามี CRC Academy ที่ไว้คอยเรื่องการ Upskill และ Reskill พนักงานในส่วนงานต่าง ๆ รวมทั้งทีม HR ของเราเองด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเน้นให้ HR ของเราต้องสามารถเพิ่มคุณค่าให้กับองค์กรได้จริง ไม่ใช่แค่รับคำสั่งจากฝ่ายบริหารมาทำตามเท่านั้น ซึ่งทุกวันนี้ เราพบว่า ทีมผู้บริหารให้ความสำคัญกับ HR มากขึ้น เห็นได้จากการที่ HR ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมกับทางทีมผู้บริหารอย่างสม่ำเสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>คุณใช้เวลานานแค่ไหนในการ Transform HR และทำอย่างไรให้ทุก ๆ Business Unit ยอมรับว่า HR ต้องมีบทบาทสำคัญ ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์:</b><span style="font-weight: 400;"> เราใช้เวลาปรับโครงสร้าง HR ในช่วง 1 ปีแรก ในตอนนั้น HR ยังทำงานกันแบบ silo คือแยกกันตาม Business Unit และ ต่างคนต่างทำ เราได้ทำการ define strategy และ operating model ขึ้นมาเพื่อทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่า เราต้องเป็น </span><b>&#8220;One CRC, One HR Team&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นและให้ทุก ๆ Business Unit ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้ เราทำ 360 Diagnostics  โดยทำการพูดคุยกับคนทุกระดับในองค์กร เพื่อเข้าใจสถานการณ์และนำปัญหามาวิเคราะห์ ในการ define CRC HR Strategy ที่สอดคล้องกับธุรกิจและตอบโจทย์ปัญหาเหล่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เริ่มสร้างความเชื่อมั่นให้กับทีมผู้บริหารและกับทีม HR เองด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักสำคัญคือ เราต้อง Lead by Example เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า การมีทีมHRที่แข็งแกร่งจะช่วยทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์ทางธุรกิจได้ ทั้งนี้ ทาง HR Leadership Team ต้องเห็นว่าการทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ต้องเกิดจากการร่วมมือร่วมใจกันในการที่จะแก้ไขปัญหาและฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ไปด้วยกัน ไม่ใช่นึกถึงแต่ KPI ของตัวเอง ซึ่งท้ายที่สุด สิ่งเหล่านี้มีผลทำให้ HR ที่ Central Retail เป็นทีมที่แข็งแกร่ง จนได้รับรางวัลและเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44421" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_2.webp" alt="Central Retail กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For" width="660" height="440" title="Central Retail: กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For 258" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_2.webp 660w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_2-300x200.webp 300w" sizes="(max-width: 660px) 100vw, 660px" /></p>
<h2><b>ปัจจุบันองค์กรมีพนักงานหลายเจนเนอเรชันอยู่ร่วมกัน Central Retail มีวิธีสร้างความกลมเกลียวอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์:</b><span style="font-weight: 400;"> การบริหารคนในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานกว่า 50,000 คน ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อมี </span><b>Multi-Generation Workforce</b><span style="font-weight: 400;"> ที่มีทั้งพนักงานรุ่นใหม่และผู้บริหารที่มีประสบการณ์สูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยธุรกิจที่มีความซับซ้อนอย่าง Retail การมีคนรุ่นใหม่ทำให้มีมุมมองและไอเดียที่สร้างสรรค์ ในขณะที่ผู้บริหารอาวุโสมีประสบการณ์และความเข้าใจในโครงสร้างธุรกิจ การทำให้คนทั้งสองกลุ่มสามารถทำงานร่วมกันได้จึงเป็นความท้าทายที่สำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราให้ความสำคัญกับ Diversity, Equity &amp; Inclusion ในทุกมิติค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่อง Gender Diversity แต่รวมถึง Generation Diversity ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางความคิด เราพยายามสนับสนุนให้คนต่างวัยสามารถเรียนรู้จากกันและกัน ไม่ใช่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายถูกเสมอ เช่น ผู้บริหารควรจะต้องรับฟังแนวคิดของคนรุ่นใหม่ และในขณะเดียวกันก็สอนให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่า ประสบการณ์ของผู้ใหญ่นั้นมีคุณค่าและสามารถช่วยให้พวกเขาเรียนรู้จากประสบการณ์นั้น ๆ ได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างความกลมเกลียวระหว่างเจนเนอเรชันต้องอาศัยการมี Open Environment ที่ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ เราจึงได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานให้ดีขึ้น โดยผ่านช่องทางดังนี้</span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">       </span><b>Engagement Survey</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละ Business Unit และหาแนวทางแก้ไข</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">       </span><b>Let’s Talk Program</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ให้ CEO และผู้บริหารลงพื้นที่พูดคุยกับพนักงาน รับฟังปัญหา และนำไปแก้ไขจริง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">       </span><b>กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรุ่น</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น </span><b>Sports Day</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ให้พนักงานและผู้บริหารได้ร่วมกิจกรรมกันในบรรยากาศที่เป็นกันเอง สิ่งเหล่านี้ช่วยลดช่องว่างระหว่างวัย และทำให้คนต่างรุ่นเข้าใจกันมากขึ้น</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าการแก้ปัญหานี้ไม่สามารถทำได้เพียงครั้งเดียวแล้วจบ มันเป็นกระบวนการที่ต้องทำต่อเนื่องและจริงจัง ซึ่งเราต้องพยายามทำต่อไปเรื่อย ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ในอนาคต Generation Alpha จะเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน เราจึงต้องมี แนวทางรองรับ เราโชคดีที่องค์กรของเรามีขนาดใหญ่พอที่จะให้คนรุ่นใหม่ได้ทำงานในลักษณะงานที่พวกเขาสนใจและเหมาะสมกับพวกเขา เช่น ให้พนักงานรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ไปทำงานในแผนกที่ต้องการไอเดียใหม่ ๆ อย่าง TikTok Marketing หรือ E-Commerce ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความคล่องตัวและความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่พวกเขาทำงานมาสักระยะหนึ่ง เราพยายามทำให้พวกเขาเห็นว่า </span><b>การมีอิสระในการทำงานเป็นสิ่งที่ดี แต่การมองข้าม Career Path อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้อง</b><span style="font-weight: 400;"> คนรุ่นใหม่บางคนอาจไม่สนใจเรื่องการเติบโตในองค์กร แต่เมื่อพวกเขาเห็นตัวอย่างจากพี่ ๆ ที่อายุมากกว่าไม่กี่ปีได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ได้รับโอกาสทางการทำงานที่ทำให้ชีวิตก้าวหน้าขึ้น ความสำเร็จเหล่านี้จะทำให้พวกเขาเปลี่ยนมุมมอง และเริ่มสนใจ Career Path มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราให้ความสำคัญกับการสร้างแรงบันดาลใจ มากกว่าการบังคับให้ใครต้องเติบโต ถ้าคนรุ่นใหม่เห็นว่าองค์กรนี้สามารถมอบโอกาสที่ดีให้เขาได้ พวกเขาจะอยู่กับเราต่อไปเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>แสดงว่าคุณยังมอง Career Path ก็ยังจำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์:</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับเรา ใช่ค่ะ แม้จะมีบางคนที่รู้สึกว่า &#8220;ไม่อยากเติบโตในองค์กร&#8221; หรือ &#8220;อยากทำงานแบบอิสระ&#8221; และเราไม่สามารถบังคับใครได้ แต่เราสามารถทำให้พวกเขาเห็นว่า </span><b>โอกาสเติบโตในองค์กรมีอยู่จริง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจะสอนให้ Line Manager เข้าใจพนักงานของตัวเองว่า แต่ละคนมีเป้าหมายที่ต่างกัน ถ้าใครอยากเติบโต เราจะช่วยให้เขาเติบโตได้เร็วขึ้น ถ้าใครยังไม่พร้อม เราก็ต้องทำให้เขาเข้าใจว่า ถ้าไม่พัฒนาตัวเอง รายได้และโอกาสของเขาก็อาจหยุดอยู่ที่เดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไป คนจะเริ่มเข้าใจว่า การเติบโตในองค์กรไม่ได้หมายถึงการสูญเสียอิสระ แต่มันคือโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับพวกเขา การสร้างบรรยากาศที่ช่วยให้พนักงานรู้สึกว่า เขาสามารถเติบโตได้ในแบบฉบับของตัวเอง จึงเป็นสิ่งที่เราพยายามทำให้เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริหารคนในองค์กรที่มีหลายเจนเนอเรชันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าเราสามารถสร้างวัฒนธรรมที่เปิดกว้าง ให้คนแต่ละรุ่นเรียนรู้จากกันและกัน </span><b>องค์กรก็จะสามารถเติบโตไปได้พร้อมกับทุกเจนเนอเรชันค่ะ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></p>
<h2><b>อะไรคือเทรนด์ในอนาคตที่ HR ต้องให้ความสนใจ ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์:</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าพูดถึงเทรนด์ HR ตอนนี้ สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือ AI เพราะมันกำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามสำคัญคือ </span><b>เราจะใช้ AI อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ?</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามองว่า AI มีสองบทบาทหลักในองค์กร คือ </span><b>หนึ่ง &#8211; ช่วยให้พนักงานมีทักษะที่พร้อมสำหรับอนาคต (Future-Ready Skills)</b><span style="font-weight: 400;"> ทุกวันนี้ AI เป็นเหมือนเครื่องมือที่ทุกคนควรใช้ให้เป็น เหมือนกับที่เราใช้ Google เป็นเรื่องปกติ ดังนั้น HR ต้องสอนให้พนักงานเข้าใจว่า AI ทำงานอย่างไร และสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับงานของตัวเองได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และ </span><b>สอง คือการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของ HR และองค์กร (Operational Efficiency)</b><span style="font-weight: 400;"> AI สามารถช่วยลดงานซ้ำซ้อน และเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน เช่น การใช้ AI ร่วมกับ Automation เพื่อลดเวลาการทำงานในส่วนที่เป็น Manual Process</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่งาน HR เราไม่คิดว่า AI จะมาแทน HR เลยค่ะ แต่จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้ HR ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งที่สำคัญคือ </span><b>HR ต้องมีทักษะ</b> <b>Analytical Skills</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะคนที่ใช้ AI ได้ดี ต้องมีทักษะในการวิเคราะห์และตั้งคำถามอย่างถูกต้อง ถ้าเราใช้ AI อย่างไม่มีวิจารณญาณ เราก็อาจได้ข้อมูลที่ผิดและทำให้การตัดสินใจของเราผิดพลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองนึกภาพว่า ถ้าคุณใช้ AI เพื่อหาคำตอบ คุณต้องมีความสามารถในการประเมินว่า AI ให้คำตอบที่ดีที่สุดหรือยัง ถ้ามันยังไม่ใช่ คุณต้องรู้ว่าควรถามอะไรเพิ่ม หรือปรับปรุงคำถามอย่างไร ดังนั้น </span><b>Analytical Thinking จะเป็นทักษะที่สำคัญมากในยุคของ AI</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีหลายคนที่ยังไม่กล้าใช้ AI หรือรู้สึกว่าการใช้ AI หมายถึงพวกเขาไม่เก่งพอ ซึ่งเป็นแนวคิดที่เราต้องปรับเปลี่ยน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ไม่ได้ทำให้เราด้อยลง แต่มันช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้นและเร็วขึ้น งานของ HR คือการทำให้คนมีทักษะที่ถูกต้องในการใช้ AI และสร้างความคิดที่ทำให้คนในองค์กรควรจะ Embrace AI และใช้มันให้เกิดประโยชน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>คนรุ่นใหม่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ โดยเฉพาะในสายงาน HR คุณคิดว่าพวกเขาควรเตรียมตัวอย่างไร เพื่อรับมือกับความท้าทายของโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์:</b> <b>HR เป็นหนึ่งในสายงานที่ท้าทายมาก ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ และก็ไม่ใช่งานที่เหมาะกับทุกคน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนที่อยากทำงาน HR ต้องเข้าใจว่า มันไม่ใช่แค่การบริหารคน แต่เป็นการขับเคลื่อนองค์กร เราบอกกับทีม HR เสมอว่า</span><b> คุณต้องมี Passion กับงาน HR เพราะงาน HR ต้องมีความพร้อมในการที่จะรับมือกับปัญหาตลอดเวลา ถ้าคุณไม่มีความรักในสิ่งที่คุณทำ คุณจะหมดพลังไปอย่างรวดเร็ว</b></p>
<p><b>สำหรับดิฉัน HR ไม่ใช่งานที่ได้มาเพราะโชคชะตาหรือจับพลัดจับผลู แต่เป็น Chosen Career ที่ดิฉันเลือกเอง</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งดิฉันมีเป้าหมายชัดเจนตั้งแต่แรก ว่าจะเป็น HR Leader ที่ดีที่สุดคนหนึ่งและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับวงการ HR ให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44419 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_4-1024x683.webp" alt="Central Retail กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For" width="1024" height="683" title="Central Retail: กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For 259" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_4-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_4-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_4-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_4-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_4-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<h2><b>แล้วอะไรคือ Passion ของคุณในการทำงาน HR ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์:</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับดิฉัน Passion ของ HR คือ </span><b>การสร้าง Impact ต่อชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืนค่ะ</b><span style="font-weight: 400;"> แต่การจะทำแบบนั้นได้ HR ต้องเข้าใจธุรกิจด้วย ไม่ใช่แค่เข้าใจเรื่อง &#8220;คน&#8221; อย่างเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่าการช่วยพนักงานให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ต้องเป็นการช่วยที่มีความยั่งยืน (Sustainability) ไม่ใช่แค่การคิดโครงการที่ดูดีแต่ไม่มีผลในระยะยาว เช่น ถ้าจะเพิ่มสวัสดิการให้พนักงาน เราต้องแน่ใจว่ามันเป็นสิ่งที่องค์กรต้องสามารถรองรับได้ในระยะยาว ไม่ใช่แค่ให้แล้วอีกปีต้องยกเลิก เพราะมันกลายเป็นภาระทางการเงิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Vision ของดิฉันคือการสร้าง </span><b>องค์กรที่เป็น A Great Place to Work</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อที่พวกเขาจะได้สนุกและมีความสุขกับการทำงาน เพื่อที่พวกเขาจะเป็น </span><b>Winning Team </b><span style="font-weight: 400;">ให้กับองค์กร ในการที่จะผลักดันให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าและบรรลุวัตถุประสงค์ตามกลยุทธ์ที่วางไว้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดิฉันทำแบบนี้ในทุก ๆ องค์กรที่ร่วมงานมาด้วยเพื่อที่จะสร้าง Better Community ให้กับคนในสังคม ในส่วนที่ดิฉันสามารถทำได้  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>อยากฝากอะไรถึง HR รุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นในสายงานนี้ไหม ?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์:</b> <b>งาน HR เป็นงานที่มีคุณค่า</b><span style="font-weight: 400;"> และเป็นอาชีพที่มีความสำคัญต่อองค์กรอย่างยิ่ง เพราะเป็นงานที่มีความท้าทายสูงและไม่ใช่ใคร ๆ ก็ทำได้ แต่ถ้าคุณอยากให้คนเห็นคุณค่าของ HR </span><b>คุณต้องเป็นคนที่สร้างคุณค่านั้นขึ้นมาเอง</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะงาน HR เป็นงานที่ไม่ค่อยได้รับคำชม แต่เป็นงานที่พอทำสำเร็จแล้วจะมีความภูมิใจ เพราะคุณได้สร้าง impact ให้กับทั้งคนและองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณทำได้ คุณจะกลายเป็น HR ที่มีคุณค่า ที่องค์กรให้ความสำคัญ และคุณจะรักและภูมิใจในสิ่งที่คุณทำ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44418 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_1-853x1024.webp" alt="Central Retail กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For" width="853" height="1024" title="Central Retail: กลยุทธ์ HR ที่เป็นมากกว่าฝ่ายสนับสนุน สู่รางวัล Best Companies to Work For 260" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_1-853x1024.webp 853w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_1-250x300.webp 250w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_1-768x922.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_1-1280x1536.webp 1280w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/CRC_1-1707x2048.webp 1707w" sizes="(max-width: 853px) 100vw, 853px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/central-retail-hr-strategy-250318/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งคือหัวใจของความสำเร็จ: แนวคิด HR ของ MEA การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/mea-hr-strategy-250314/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/mea-hr-strategy-250314/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Mar 2025 06:01:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[Best Companies to Work for]]></category>
		<category><![CDATA[MEA]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้านครหลวง HR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44352</guid>

					<description><![CDATA[ปัจจุบันการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HR) ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดการบุคลากร แต่เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน  MEA หรือ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เป็นหนึ่งในองค์กรที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญของกลยุทธ์ HR ที่มีประสิทธิภาพ โดยการนำแนวคิด “พนักงานคือเพื่อนร่วมทาง” มาปรับใช้ ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานที่พนักงานสามารถเติบโตและสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้อย่างเต็มที่ รางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024 จึงเป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์สำหรับการบริหารอันยอดเยี่ยม ซึ่งวันนี้ HREX ได้พูดคุยกับคุณ ศิริรัตน์ คุณะสารพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ จาก MEA เพื่อเจาะลึกแนวทางการบริหารงานบุคคล ซึ่งเราได้รับคำตอบดังต่อไปนี้ องค์กรของคุณมีแนวทางในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HR) อย่างไร ? MEA: เรามีแนวทางในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่เชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ พันธกิจและเป้าหมายขององค์กร เราให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานทุกช่วงการทำงานตาม MEA Employee Journey การดูแลตั้งแต่เข้างานจนถึงเกษียณอายุ เพื่อให้พนักงานทำงานได้อย่างมีความสุข สร้างผลงานได้อย่างเต็มที่ และมีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน  เราไม่ได้มองพนักงานเป็นเพียงฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า แต่เรามองพนักงานเป็นเหมือน “เพื่อนร่วมทาง” [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44356" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/MEA-กลยุทธ์-HR-ที่ให้พนักงานเป็นศูนย์กลาง-สู่รางวัล-Best-Companies-to-Work-For.webp" alt="วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งคือหัวใจของความสำเร็จ แนวคิด HR ของ MEA การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)" width="600" height="370" title="วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งคือหัวใจของความสำเร็จ: แนวคิด HR ของ MEA การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) 265" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/MEA-กลยุทธ์-HR-ที่ให้พนักงานเป็นศูนย์กลาง-สู่รางวัล-Best-Companies-to-Work-For.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/MEA-กลยุทธ์-HR-ที่ให้พนักงานเป็นศูนย์กลาง-สู่รางวัล-Best-Companies-to-Work-For-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HR) ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดการบุคลากร แต่เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><a href="https://www.mea.or.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>MEA หรือ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)</b></a> <span style="font-weight: 400;">เป็นหนึ่งในองค์กรที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญของกลยุทธ์ HR ที่มีประสิทธิภาพ โดยการนำแนวคิด “พนักงานคือเพื่อนร่วมทาง” มาปรับใช้ ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานที่พนักงานสามารถเติบโตและสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้อย่างเต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รางวัล </span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2024/" target="_blank" rel="noopener"><b>HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024</b></a><span style="font-weight: 400;"> จึงเป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์สำหรับการบริหารอันยอดเยี่ยม ซึ่งวันนี้ HREX ได้พูดคุยกับคุณ </span><b>ศิริรัตน์ คุณะสารพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ </b><span style="font-weight: 400;">จาก </span><b>MEA</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเจาะลึกแนวทางการบริหารงานบุคคล ซึ่งเราได้รับคำตอบดังต่อไปนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44354 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-MEA1.webp" alt="วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งคือหัวใจของความสำเร็จ แนวคิด HR ของ MEA การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) " width="600" height="800" title="วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งคือหัวใจของความสำเร็จ: แนวคิด HR ของ MEA การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) 266" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-MEA1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-MEA1-225x300.webp 225w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>องค์กรของคุณมีแนวทางในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HR) อย่างไร ?</b></h2>
<p><b>MEA: </b><span style="font-weight: 400;">เรามีแนวทางในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่เชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ พันธกิจและเป้าหมายขององค์กร เราให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานทุกช่วงการทำงานตาม MEA Employee Journey การดูแลตั้งแต่เข้างานจนถึงเกษียณอายุ เพื่อให้พนักงานทำงานได้อย่างมีความสุข สร้างผลงานได้อย่างเต็มที่ และมีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน </span></p>
<p><b>เราไม่ได้มองพนักงานเป็นเพียงฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า แต่เรามองพนักงานเป็นเหมือน “เพื่อนร่วมทาง” ที่ก้าวไปพร้อมกัน</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อสร้างความสำเร็จขององค์กรอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่วันแรกในการทำงานเราจัดกิจกรรมต้อนรับพนักงานใหม่ แสดงการต้อนรับผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ขององค์กร มีพี่เลี้ยงจากหน่วยงานต้นสังกัดมารอต้อนรับและแสดงความยินดีกับพนักงานใหม่</span> <span style="font-weight: 400;">มีการมอบ Welcome Kit สำหรับการทำงาน จัดกิจกรรม Onboarding Program เชิญคณะผู้บริหารระดับสูง นำทีมโดยผู้ว่าการ ให้โอวาท แนะนำแนวทางปฏิบัติงานในองค์กร และเล่าเรื่องราวต่าง ๆ อย่างเป็นกันเอง มีการแบ่งกลุ่มพูดคุยระหว่างฝ่ายบริหารและพนักงานใหม่ มีการมอบของที่ระลึกเพื่อแสดงการต้อนรับ และรับประทานอาหารร่วมกัน และมีการปฐมนิเทศให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับองค์กรและแนวทางการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อสร้างความผูกพันสำหรับพนักงานใหม่ เราให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาพนักงาน MEA อย่างต่อเนื่อง ทั้งมีบริการระบบ E-Learning ระบบ E-Library หลักสูตรบริหารต่าง ๆ การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้และการจัดเก็บความรู้ ให้ทุนการศึกษา ส่งอบรมทั้งภายในและภายนอก รวมถึงการดูงานทั้งในและต่างประเทศ การบริหารเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ ครอบคลุมทุกกลุ่มพนักงาน การวางเส้นทางความก้าวหน้าให้กับพนักงานกลุ่มผู้มีศักยภาพสูง การบริหารผลการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม และมีสวัสดิการที่ดีและเป็นธรรม รวมถึงการให้รางวัลและยกย่องชมเชย เช่น รางวัลพนักงานดีเด่น รางวัลดาวเด่นสายงาน เป็นต้น การประกวดความสามารถด้านต่าง ๆ เช่น Hackathon, <a href="https://th.hrnote.asia/tips/toyota-kaizen-190606/">Kaizen</a>, Data Analyst เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน สนับสนุนให้พนักงานมีชีวิตส่วนตัวที่มีความสุขและมีสุขภาพที่ดี เราดูแลพนักงานใน 3 ประเด็นหลัก คือ ด้านสุขภาพกาย ด้านสุขภาพใจ และด้านการเงิน สุดท้าย เราเตรียมความพร้อมให้แก่พนักงานที่จะเกษียณอายุ ฝึกอบรมงานอดิเรกให้พนักงานมีทักษะอาชีพหลังเกษียณ มีการมอบของที่ระลึก ชี้แจงสิทธิประโยชน์สำหรับพนักงานเกษียณอายุ และจัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศ เพื่อแสดงความขอบคุณผู้เกษียณอายุที่มุ่งมั่นทุ่มเททำงานให้กับ MEA จนถึงวันสุดท้ายของการทำงาน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>คุณคิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรของคุณได้รับรางวัล HR Asia ?</b></h2>
<p><b>MEA: </b><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราได้รับรางวัล HR Asia คือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมี </span><b>ผู้นำที่ให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคล เป็น Engaging Leader </b><span style="font-weight: 400;">ให้ความสำคัญกับการบริหารคน</span> <span style="font-weight: 400;">สื่อสารนโยบายและทิศทางการทำงานที่ชัดเจน และให้การสนับสนุนในการทำงานอย่างเต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ค่านิยม CHANGE ที่ส่งเสริมพฤติกรรมพนักงานและขับเคลื่อนกระบวนการต่าง ๆ ผ่านการทำงาน การทำกิจกรรม เพื่อให้พนักงานของ MEA คำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญ พร้อมทำงานสอดประสาน ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ แต่ยังคงไว้ซึ่งกระบวนการดำเนินงานที่โปร่งใส สรรสร้างสิ่งใหม่ที่ล้ำเลิศประสิทธิภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และการสื่อสารและการมีส่วนร่วมของพนักงาน พนักงานเห็นเป้าหมายขององค์กรและสร้างสรรค์ผลงาน อย่างเต็มความรู้ความสามารถ เพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรร่วมกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44355" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-MEA3.webp" alt="วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งคือหัวใจของความสำเร็จ แนวคิด HR ของ MEA การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) " width="800" height="601" title="วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งคือหัวใจของความสำเร็จ: แนวคิด HR ของ MEA การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) 267" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-MEA3.webp 800w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-MEA3-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-MEA3-768x577.webp 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><b>องค์กรของคุณมีวิธีส่งเสริมการทำงานร่วมกันและการสร้างความสามัคคีระหว่างพนักงานต่างเจนเนอเรชั่นอย่างไร  และเพราะเหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญต่อสถานที่ทำงานในปัจจุบัน </b></h2>
<p><b>MEA:</b><span style="font-weight: 400;"> เรามีพนักงานหลากหลายช่วงวัยในองค์กร สัดส่วนเจนเนอเรชัน Baby Boomers:X:Y:Z คือ 1:47:48:4 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละเจเนอเรชัน มีความแตกต่างทางความคิด ประสบการณ์ และวิธีการทำงาน ซึ่ง MEA เจอปัญหาช่องว่างระหว่างวัย (Generation Gap) ประกอบกับ MEA ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันแต่ละเจเนอเรชัน MEA จึงกำหนดค่านิยม “CHANGE” โดยมี “H=Harmonization ทำงานสอดประสาน” เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมพนักงานและขับเคลื่อนการทำงานร่วมกัน โดยมีแนวทางการส่งเสริมการทำงานร่วมกันและการสร้างความสามัคคีระหว่างพนักงานต่างเจนเนอเรชั่น ได้แก่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กิจกรรมการสื่อสารแบบเปิด เช่น กิจกรรมพี่วิลาศชวนคุย กิจกรรมปฐมนิเทศพนักงานใหม่ เพื่อสื่อสาร รับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่าง ผู้บริหารระดับสูง กับ พนักงานทุกระดับและพนักงานใหม่ (Gen Z) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กิจกรรม/โครงการ ที่มีการทำงานร่วมกันระหว่างพนักงานหลายเจนเนอเรชั่น เช่น การเปิดโอกาสให้พนักงานแสดงไอเดีย หรือการตัดสินใจต่าง ๆ การมีเทคโนโลยีให้สามารถทำงานร่วมกันได้ในองค์กร การอบรมต่าง ๆ ที่มีการรวมพนักงานต่างเจนเนอเรชั่นที่เป็นทีม การมีค่านิยมองค์กรที่เน้นให้ทำงานร่วมกัน การเปิดโอกาส</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">ให้มีการทำงานข้ามหน่วยงาน และสายงาน (Agile Team) โครงการ  Kaizen  โครงการ MEA Go เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างกลุ่มพนักงานที่มีความหลากหลายทั้งด้านลักษณะงานและช่วงอายุ และมีเนื้อหาที่ทุกเจเนอเรชันสามารถรับรู้ เข้าใจ และทุกคนสามารถเข้าร่วมได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์อื่น ๆ เช่น กีฬาสีประจำปีและกิจกรรมสานสัมพันธ์ต่างวัย ซึ่งช่วยเสริมสร้างความสามัคคีและความเข้าใจระหว่างเจเนอเรชัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีการใช้เครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยส่งเสริมการทำงานร่วมกันแต่ละเจเนอเรชัน เช่น รับฟังความคิดเห็นและความต้องการของพนักงานแต่ละ Gen ผ่านแบบสำรวจเป็นประจำทุกปี เครื่องมือประเมินพฤติกรรม เพื่อประเมินพฤติกรรมและบุคลิกภาพของพนักงาน เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างและวิธีการทำงานของแต่ละบุคคล และมีแพลตฟอร์มการสื่อสารภายในองค์กรที่หลากหลาย เช่น MEA Connext MEA Family หรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานสามารถสื่อสาร เชื่อมต่อ และแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>อะไรคือเทรนด์แนวโน้มสำคัญของ HR ที่จะมีผลต่ออนาคตของแรงงานในอีกศตวรรษหน้า </b></h2>
<p><b>MEA: </b><span style="font-weight: 400;">เทรนด์และแนวโน้มของ HR ที่มีผลต่อแรงงานในทศวรรษข้างหน้า มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลและมีผลกระทบต่ออนาคตของแรงงาน ดังนี้</span></p>
<ol>
<li><b> การใช้เทคโนโลยีและ AI (Artificial Intelligence)</b><span style="font-weight: 400;"> ในการบริหาร HR เทคโนโลยีและ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการ HR ตั้งแต่การสรรหาพนักงาน การประเมินผลการทำงาน ไปจนถึงการจัดการข้อมูลต่าง ๆ เช่น AI จะช่วยในการคัดเลือกผู้สมัครงานผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก โดยไม่ต้องพึ่งพาการตัดสินใจจากมนุษย์, การพัฒนาเครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการให้คำแนะนำแบบอัตโนมัติในการพัฒนาพนักงาน รวมถึง </span><b>การใช้ข้อมูล (People Analytics)</b><span style="font-weight: 400;"> และการวิเคราะห์ผล การใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์ จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดสินใจด้าน HR ซึ่งจะช่วยในการพัฒนานโยบายต่าง ๆ เช่น การคัดเลือกพนักงาน, การประเมินผลการทำงาน, และการวิเคราะห์แนวโน้มการลาออกของพนักงาน</span></li>
<li><b> การทำงานจากระยะไกลและการเชื่อมต่อทางดิจิทัล</b><span style="font-weight: 400;"> องค์กรจะสามารถดึงดูดพนักงานจากทั่วโลกได้ โดยไม่จำกัดที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ เช่น การทำงานจากทุกที่ (remote) และการทำงานในรูปแบบ hybrid จะกลายเป็นเรื่องปกติ พนักงานสามารถทำงานร่วมกันจากที่ต่าง ๆ โดยใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีเพื่อสื่อสารและทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ</span></li>
<li><b> การพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง</b><span style="font-weight: 400;"> การพัฒนา ทักษะใหม่ ๆ จะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพนักงานในอนาคต เนื่องจากเทคโนโลยีและการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป พนักงานต้องมีความสามารถในการปรับตัวและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เช่น ทักษะดิจิทัล, การวิเคราะห์ข้อมูล, และการพัฒนา Soft Skills (ทักษะที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่น)</span></li>
<li><b> </b><span style="font-weight: 400;">การให้ความสำคัญกับ </span><b>ความหลากหลายและการรวมกลุ่ม (Diversity, Equity &amp; Inclusion &#8211; DEI) </b><span style="font-weight: 400;">การสร้างสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาองค์กรในศตวรรษข้างหน้า ซึ่งจะเน้นไปที่การสร้างความเท่าเทียมให้กับทุกคนไม่ว่าจะมีพื้นฐานมาจากเชื้อชาติ, เพศ, อายุ, หรือความสามารถพิเศษ ได้รับการส่งเสริมมากขึ้น องค์กรจะมีโปรแกรมที่มุ่งเน้นการยอมรับความแตกต่างและส่งเสริมความหลากหลายของบุคลากร สนับสนุนและเสริมสร้างความเท่าเทียมในที่ทำงาน เช่น การสร้างวัฒนธรรมที่ยอมรับความแตกต่างและการสร้างโอกาสให้กับทุกคน</span></li>
<li><b>5. การปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลง</b> เน้นการสร้างความยืดหยุ่น (Agility) และการปรับตัว จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นและเปิดกว้างต่อการปรับเปลี่ยน เพื่อรองรับการทำงานที่ไม่แน่นอนและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึง การส่งเสริมการทำงานแบบข้ามสายงาน และการพัฒนาอาชีพในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้พนักงานจะได้รับการสนับสนุนในการพัฒนาความสามารถในหลาย ๆ ด้าน เพื่อเพิ่มมูลค่าและความสามารถในการปรับตัวให้กับองค์กร</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>คุณมีคำแนะนำอะไรสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้าน HR เพื่อเตรียมตัวรับมือกับความท้าทายและโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาบ้าง</b></h2>
<p><b>MEA: </b><span style="font-weight: 400;">คนรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้าน HR การเตรียมตัวรับมือกับความท้าทายและโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นมาก เนื่องจากปัจจุบันและในอนาคตมีการใช้เทคโนโลยี เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกด้านของการทำงาน โดยเฉพาะใน HR ซึ่ง </span><b>การใช้</b> <b>People Analytics, AI, หรือ HR Tech Platform/Tools</b> <span style="font-weight: 400;">จะช่วยในการวิเคราะห์และตัดสินใจที่แม่นยำมากขึ้น พัฒนา </span><b>ทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อมองภาพรวมขององค์กรและการเชื่อมโยงระหว่างกลยุทธ์องค์กร บการพัฒนา “คน”เป็นสิ่งสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำ HR ควรสามารถนำทัพในการสร้างทีมงานที่เหมาะสมกับทิศทางการเติบโตของธุรกิจได้ พัฒนาทักษะการสื่อสารและความสัมพันธ์ ผู้นำ HR ต้องสามารถ </span><b>สื่อสาร และสร้างความสัมพันธ์ที่ดี กับพนักงาน</b><span style="font-weight: 400;"> สามารถถ่ายทอดวิสัยทัศน์ สร้างความเข้าใจได้ชัดเจน สามารถปรับการสื่อสารให้เหมาะสมกับผู้ฟังและสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสื่อสารที่ดีช่วยให้ผู้นำสามารถสร้างแรงบันดาลใจและจูงใจทีมงานได้ รวมทั้งฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดีและการให้ข้อมูลป้อนกลับที่สร้างสรรค์ เพื่อสร้างการสื่อสาร การเข้าใจ และแก้ไขปัญหาภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมถึง</span><b>การบริหารจัดการความหลากหลาย และการรวมกลุ่ม (Diversity, Equity, and Inclusion) </b><span style="font-weight: 400;">สร้างสภาพแวดล้อมที่ยอมรับความแตกต่างและส่งเสริมความหลากหลายของบุคลากรจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพ และมีแนวคิดความยั่งยืน</span> <span style="font-weight: 400;">มาใช้ในการบริหาร HR จะช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งคือหัวใจของความสำเร็จ: แนวคิด HR ของ MEA การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) 268"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/mea-hr-strategy-250314/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Forvis Mazars: องค์กรที่ให้พนักงานเป็นหัวใจของความสำเร็จ สู่รางวัล Best Companies to Work for in Asia 2024</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/forvis-mazars-hr-strategy-250313/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/forvis-mazars-hr-strategy-250313/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Mar 2025 11:38:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Employee Engagement]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[Best Companies to Work for]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ HR]]></category>
		<category><![CDATA[Forvis Mazars]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44338</guid>

					<description><![CDATA[ในยุคที่องค์กรต่างแข่งขันกันเพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานคนเก่งเอาไว้ การบริหารทรัพยากรบุคคลจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน Forvis Mazars ประเทศไทย เป็นหนึ่งในตัวอย่างขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับ พนักงานเป็นศูนย์กลาง ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการเติบโต และผลักดันให้พนักงานมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง จนสามารถคว้ารางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024 รางวัลอันทรงเกียรติที่สะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านงาน HR ระดับเอเชีย แล้วอะไรคือหัวใจสำคัญของแนวทางการบริหารบุคลากรที่ทำให้ Forvis Mazars โดดเด่นกว่าใคร ?​ HREX ได้สัมภาษณ์คุณ ร็อบ ฮูเรนคัมป์ (Mr. Rob Hurenkamp) Managing Partner และคุณ เบลค ดิมส์เดล (Blake Dimsdale) Audit Partner ประจำ Forvis Mazars Thailand เพื่อค้นหาแนวคิดและกลยุทธ์ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรแห่งนี้ แนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลของบริษัทคุณเป็นอย่างไร และปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทของคุณได้รับรางวัล HR Asia คืออะไร ? [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44340" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Forvis-Mazar-องค์กรที่ให้พนักงานเป็นหัวใจของความสำเร็จ-สู่รางวัล-Best-Companies-to-Work-for.webp" alt="Forvis Mazars องค์กรที่ให้พนักงานเป็นหัวใจของความสำเร็จ สู่รางวัล Best Companies to Work for" width="600" height="370" title="Forvis Mazars: องค์กรที่ให้พนักงานเป็นหัวใจของความสำเร็จ สู่รางวัล Best Companies to Work for in Asia 2024 274" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Forvis-Mazar-องค์กรที่ให้พนักงานเป็นหัวใจของความสำเร็จ-สู่รางวัล-Best-Companies-to-Work-for.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Forvis-Mazar-องค์กรที่ให้พนักงานเป็นหัวใจของความสำเร็จ-สู่รางวัล-Best-Companies-to-Work-for-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่องค์กรต่างแข่งขันกันเพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานคนเก่งเอาไว้ การบริหารทรัพยากรบุคคลจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><a href="https://www.forvismazars.com/th/en" target="_blank" rel="noopener"><b>Forvis Mazars ประเทศไทย</b></a><span style="font-weight: 400;"> เป็นหนึ่งในตัวอย่างขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับ พนักงานเป็นศูนย์กลาง ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการเติบโต และผลักดันให้พนักงานมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง จนสามารถคว้า</span><span style="font-weight: 400;">รางวัล</span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2024/" target="_blank" rel="noopener"> <b>HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024</b></a><span style="font-weight: 400;"> รางวัลอันทรงเกียรติที่สะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านงาน HR ระดับเอเชีย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วอะไรคือหัวใจสำคัญของแนวทางการบริหารบุคลากรที่ทำให้ Forvis Mazars โดดเด่นกว่าใคร ?​ HREX ได้สัมภาษณ์คุณ </span><b>ร็อบ ฮูเรนคัมป์ (Mr. Rob Hurenkamp) </b><span style="font-weight: 400;">Managing Partner และคุณ</span><b> เบลค ดิมส์เดล (Blake Dimsdale) Audit Partner ประจำ Forvis Mazars Thailand </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อค้นหาแนวคิดและกลยุทธ์ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรแห่งนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44342 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4104-1024x575.webp" alt="Forvis Mazars องค์กรที่ให้พนักงานเป็นหัวใจของความสำเร็จ สู่รางวัล Best Companies to Work for" width="1024" height="575" title="Forvis Mazars: องค์กรที่ให้พนักงานเป็นหัวใจของความสำเร็จ สู่รางวัล Best Companies to Work for in Asia 2024 275" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4104-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4104-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4104-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4104-1536x862.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4104-2048x1150.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>แนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลของบริษัทคุณเป็นอย่างไร และปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทของคุณได้รับรางวัล HR Asia คืออะไร ?</b></h2>
<p><b>Forvis Mazars: </b><span style="font-weight: 400;">ที่ Forvis Mazars ประเทศไทย เรามุ่งเน้นแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ให้ความสำคัญกับ ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน (Employee Well-being) และ การมีส่วนร่วมของพนักงาน (Employee Engagement) เราเชื่อว่าเมื่อพนักงานรู้สึกมีคุณค่า ได้รับการสนับสนุน และมีความผูกพันกับองค์กร พวกเขาจะมีพลังในการขับเคลื่อนความสำเร็จ ไม่เพียงแต่สำหรับตัวเอง แต่ยังรวมถึงบริษัทโดยรวม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราได้รับรางวัล HR Asia คือการรับฟังความคิดเห็นของพนักงานและสร้างการมีส่วนร่วมที่มีความหมาย เราให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจความท้าทายของพนักงาน สนับสนุนการเติบโตทางวิชาชีพ และปรับปรุงประสบการณ์การทำงานโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของพนักงาน เราทำให้ </span><b>Forvis Mazars ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ทำงาน แต่เป็นชุมชนที่พนักงานรู้สึกมีแรงจูงใจในการนำความรู้ ทักษะ และความเชี่ยวชาญมาสร้างสรรค์ผลงาน</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>บริษัทของคุณส่งเสริมการทำงานร่วมกันและสร้างความสามัคคีระหว่างพนักงานต่างเจเนอเรชันอย่างไร และทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญในที่ทำงานปัจจุบัน ?</b></h2>
<p><b>Forvis Mazars:  </b><span style="font-weight: 400;">ที่ Forvis Mazars เราส่งเสริม วัฒนธรรมการทำงานที่ครอบคลุม (Inclusive Work Culture) ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานจากทุกเจเนอเรชันสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น เรามีนโยบายการทำงานที่ ยืดหยุ่น (Flexible Work Policies) เช่น การกำหนดเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Hours) และทางเลือกในการทำงานระยะไกล (Remote Work Options) เพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงานในแต่ละช่วงวัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เรายังส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ผ่านการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานทุกช่วงวัยสามารถอัปเดตทักษะใหม่และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายังจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในองค์กร (Team-Building Activities) เช่น การพบปะสังสรรค์รายไตรมาส (Quarterly Lunches), งานเลี้ยงพนักงาน (Staff Parties) และทริปกับบริษัท (Company Outings) เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและกระตุ้นการมีส่วนร่วมระหว่างคนต่างวัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างความร่วมมือระหว่างเจเนอเรชันเป็นสิ่งสำคัญในที่ทำงานยุคใหม่ เพราะช่วยกระตุ้นนวัตกรรม (Innovation), การแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing) และเสริมสร้างความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44343 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4108-1024x575.webp" alt="Forvis Mazars องค์กรที่ให้พนักงานเป็นหัวใจของความสำเร็จ สู่รางวัล Best Companies to Work for" width="1024" height="575" title="Forvis Mazars: องค์กรที่ให้พนักงานเป็นหัวใจของความสำเร็จ สู่รางวัล Best Companies to Work for in Asia 2024 276" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4108-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4108-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4108-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4108-1536x862.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4108-2048x1150.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>แนวโน้มด้านทรัพยากรบุคคลที่สำคัญที่สุดซึ่งจะกำหนดอนาคตของตลาดแรงงานในทศวรรษหน้าคืออะไร ?</b></h2>
<p><b>Forvis Mazars: </b><span style="font-weight: 400;">ตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนแปลง และมีแนวโน้มสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของ HR ในทศวรรษหน้า ได้แก่ AI และระบบอัตโนมัติ (AI &amp; Automation): ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาช่วยให้ HR ทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น เช่น การคัดกรองเรซูเม่ (Resume Screening) และการวิเคราะห์ฟีดแบ็กพนักงาน (Employee Feedback Analysis) ทำให้ฝ่าย HR สามารถมุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์ในภาพรวมได้มากขึ้น</span></p>
<p><b>Well-being ของพนักงาน:</b><span style="font-weight: 400;"> ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานจะเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร โดยเฉพาะการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Work), การสนับสนุนสุขภาพจิต (Mental Health Support) และโปรแกรมสร้างความมั่นคงทางการเงิน (Financial Wellness Programs) เพื่อเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน</span></p>
<p><b>การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ (Data-Driven Decision Making): </b><span style="font-weight: 400;">การนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์เพื่อพัฒนากระบวนการสรรหาบุคลากร, การบริหารผลงาน และการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร</span></p>
<p><b>การเติบโตของ Gig Economy: </b><span style="font-weight: 400;">การจ้างงานแบบฟรีแลนซ์และการทำงานทางไกลจะขยายตัวมากขึ้น เปิดโอกาสให้ทั้งองค์กรและพนักงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น</span></p>
<p><b>Diversity, Equity &amp; Inclusion (DEI): </b><span style="font-weight: 400;">ความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นนวัตกรรมและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี</span></p>
<p><b>การทำงานแบบรีโมตและไฮบริด (Remote &amp; Hybrid Work): </b><span style="font-weight: 400;">การทำงานทางไกลจะยังคงเป็นแนวโน้มหลัก ทำให้องค์กรต้องหาวิธีใหม่ๆ ในการสร้างความผูกพันและการมีส่วนร่วมของพนักงาน</span></p>
<p><b>การปรับตัวให้ทันกับแนวโน้มเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรสามารถแข่งขันได้ สร้างทีมที่แข็งแกร่ง และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่พร้อมรับอนาคต</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>คุณมีคำแนะนำอะไรให้กับผู้นำด้าน HR รุ่นใหม่เพื่อเตรียมตัวรับมือกับความท้าทายและโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ?</b></h2>
<p><b>Forvis Mazars: </b><span style="font-weight: 400;">ผู้นำด้าน HR ต้องเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ ในยุคที่ AI และการแข่งขันทางธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างเช่น เมื่อ 10 ปีก่อน หลายคนกังวลว่า AI จะมาแทนที่นักบัญชี แต่ในความเป็นจริง ความต้องการนักบัญชีกลับเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ที่สามารถพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องจะยังคงเป็นที่ต้องการเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แทนที่จะต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ผู้นำ HR ควรเปิดรับและปรับตัว AI จะเข้ามาเปลี่ยนอุตสาหกรรม และ ความคล่องตัว (Agility) HR ควรใช้ประโยชน์จากแนวโน้มใหม่ๆ, ปรับปรุงการพัฒนาองค์กร, และสร้างการสื่อสารที่แข็งแกร่งกับพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย</span></p>
<p><b>อนาคตต้องการผู้นำที่มีความยืดหยุ่น เต็มไปด้วยนวัตกรรม และมีแนวคิดเชิงรุก</b><span style="font-weight: 400;"> หาก HR สามารถพัฒนาระบบที่ตอบโจทย์และก้าวนำหน้าความท้าทาย องค์กรจะสามารถสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่แข็งแกร่งและเติบโตได้ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44344 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4110-1024x575.webp" alt="Forvis Mazars องค์กรที่ให้พนักงานเป็นหัวใจของความสำเร็จ สู่รางวัล Best Companies to Work for" width="1024" height="575" title="Forvis Mazars: องค์กรที่ให้พนักงานเป็นหัวใจของความสำเร็จ สู่รางวัล Best Companies to Work for in Asia 2024 277" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4110-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4110-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4110-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4110-1536x862.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-IMG_4110-2048x1150.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="Forvis Mazars: องค์กรที่ให้พนักงานเป็นหัวใจของความสำเร็จ สู่รางวัล Best Companies to Work for in Asia 2024 278"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/forvis-mazars-hr-strategy-250313/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พลิกโฉมองค์กรสู่อนาคต: แนวทาง HR ของ เจทส์ฟิตเนส (Jetts Fitness) ฟิตเนสชั้นนำที่ได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia 2024 และ Diversity Equity and Inclusion Award 2025</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/jetts-fitness-hr-strategy-230313/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/jetts-fitness-hr-strategy-230313/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Mar 2025 09:30:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Jetts Fitness]]></category>
		<category><![CDATA[เจทส์ฟิตเนส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44331</guid>

					<description><![CDATA[ในยุคที่ตลาดแรงงานมีการแข่งขันสูงและความคาดหวังของพนักงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เจทส์ฟิตเนส (Jetts Fitness) ของเราภูมิใจที่ได้รับการยอมรับด้วยรางวัล Best Companies To Work For in Asia 2024 และ Diversity, Equity, and Inclusion Award 2025 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเราให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคลและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยอดเยี่ยมให้กับพนักงานทุกคน คุณ ณพพงศ์ พงษ์พานิชนุกูล Head of People ให้สัมภาษณ์กับ HREX เกี่ยวกับมุมมองของ HR ในอนาคตดังต่อไปนี้ องค์กรของคุณมีแนวทางในการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) อย่างไร และคุณคิดว่าอะไรคือปัจจัยสําคัญที่ทําให้องค์กรของคุณได้รับรางวัล HR Asia ? ณพพงศ์: HR ของเจทส์ฟิตเนสไม่ได้เป็นเพียงฝ่ายสนับสนุนหลังบ้าน แต่เราทำหน้าที่เป็น Key Business Driver ที่กำหนดทิศทางขององค์กรให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ เราทำงานควบคู่ไปกับ Frontline เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานทุกคนได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม ทั้งในด้านการพัฒนาอาชีพและสภาพแวดล้อมการทำงาน หัวใจของการบริหาร HR ของเราคือการพัฒนาศักยภาพพนักงานอย่างต่อเนื่อง ผ่าน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44333" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/แนวทาง-HR-ของ-เจทส์ฟิตเนส-Jetts-Fitness-ฟิตเนสชั้นนำที่ได้รับรางวัล-Best-Companies-To-Work-For.webp" alt="พลิกโฉมองค์กรสู่อนาคต: แนวทาง HR ของ เจทส์ฟิตเนส (Jetts Fitness) ฟิตเนสชั้นนำที่ได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia 2024 และ Diversity Equity and Inclusion Award 2025" width="600" height="370" title="พลิกโฉมองค์กรสู่อนาคต: แนวทาง HR ของ เจทส์ฟิตเนส (Jetts Fitness) ฟิตเนสชั้นนำที่ได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia 2024 และ Diversity Equity and Inclusion Award 2025 283" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/แนวทาง-HR-ของ-เจทส์ฟิตเนส-Jetts-Fitness-ฟิตเนสชั้นนำที่ได้รับรางวัล-Best-Companies-To-Work-For.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/แนวทาง-HR-ของ-เจทส์ฟิตเนส-Jetts-Fitness-ฟิตเนสชั้นนำที่ได้รับรางวัล-Best-Companies-To-Work-For-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ตลาดแรงงานมีการแข่งขันสูงและความคาดหวังของพนักงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</span><a href="https://www.jetts.co.th/" target="_blank" rel="noopener"> <b>เจทส์ฟิตเนส (Jetts Fitness)</b></a> <span style="font-weight: 400;">ของเราภูมิใจที่ได้รับการยอมรับด้วยรางวัล </span><b>Best Companies To Work For in Asia 2024 </b><span style="font-weight: 400;">และ </span><b>Diversity, Equity, and Inclusion Award 2025</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเราให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคลและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยอดเยี่ยมให้กับพนักงานทุกคน </span><b>คุณ</b><a href="https://th.hrnote.asia/story/fitness-and-lifestyle-group-240327/"> <b>ณพพงศ์ พงษ์พานิชนุกูล</b></a><span style="font-weight: 400;"> Head of People ให้สัมภาษณ์กับ HREX เกี่ยวกับมุมมองของ HR ในอนาคตดังต่อไปนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44335 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-K.Noppong_6-819x1024.webp" alt="พลิกโฉมองค์กรสู่อนาคต: แนวทาง HR ของ เจทส์ฟิตเนส (Jetts Fitness) ฟิตเนสชั้นนำที่ได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia 2024 และ Diversity Equity and Inclusion Award 2025" width="819" height="1024" title="พลิกโฉมองค์กรสู่อนาคต: แนวทาง HR ของ เจทส์ฟิตเนส (Jetts Fitness) ฟิตเนสชั้นนำที่ได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia 2024 และ Diversity Equity and Inclusion Award 2025 284" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-K.Noppong_6-819x1024.webp 819w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-K.Noppong_6-240x300.webp 240w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-K.Noppong_6-768x960.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-K.Noppong_6-1229x1536.webp 1229w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-K.Noppong_6-1638x2048.webp 1638w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-K.Noppong_6-scaled.webp 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></p>
<h2><b>องค์กรของคุณมีแนวทางในการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) อย่างไร และคุณคิดว่าอะไรคือปัจจัยสําคัญที่ทําให้องค์กรของคุณได้รับรางวัล HR Asia ?</b></h2>
<p><b>ณพพงศ์: HR ของเจทส์ฟิตเนสไม่ได้เป็นเพียงฝ่ายสนับสนุนหลังบ้าน แต่เราทำหน้าที่เป็น Key Business Driver ที่กำหนดทิศทางขององค์กรให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ </b><span style="font-weight: 400;">เราทำงานควบคู่ไปกับ Frontline เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานทุกคนได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม ทั้งในด้านการพัฒนาอาชีพและสภาพแวดล้อมการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของการบริหาร HR ของเราคือการพัฒนาศักยภาพพนักงานอย่างต่อเนื่อง ผ่าน Online Learning Platform หรือ ‘Jetts Academy’ ที่ช่วยให้พนักงานสามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะได้ทุกที่ทุกเวลา เรามุ่งเน้น Lifelong Learning และให้ความสำคัญกับ Career Path ที่ชัดเจน โดยสร้าง Talent Program เพื่อเตรียมความพร้อมให้พนักงานเติบโตเป็นผู้บริหารในอนาคต พร้อมทั้งเสนอค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม เพื่อดึงดูดและรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรของเราในระยะยาว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>องค์กรของคุณมีวิธีส่งเสริมการทํางานร่วมกัน และการสร้างความสามัคคีระหว่างพนักงานต่างเจเนอเรชันอย่างไรและเพราะเหตุใดเรื่องนี้จึงสําคัญต่อสถานที่ทํางานในปัจจุบัน ?</b></h2>
<p><b>ณพพงศ์: </b><span style="font-weight: 400;">เจทส์ฟิตเนสของเราประกอบด้วยพนักงานที่มีความหลากหลายทั้งในแง่ของวัย การศึกษา วัฒนธรรมและความคิด HR มีหน้าที่ส่งเสริมค่านิยมและการยอมรับความหลากหลายสากล (Diversity, Equity &amp; Inclusion &#8211; DEI) สู่พนักงานทุกระดับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราสร้างความสัมพันธ์ข้ามเจเนอเรชันผ่านกิจกรรมที่สะท้อนอุดมการณ์ของธุรกิจ นั่นคือ การผลักดันการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมออกกำลังกายร่วมกันระหว่างแผนก หรือโปรแกรมสุขภาพที่เชื่อมโยงพนักงานทุกช่วงวัยเข้าด้วยกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44336 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-K.Noppong_5-819x1024.webp" alt="พลิกโฉมองค์กรสู่อนาคต: แนวทาง HR ของ เจทส์ฟิตเนส (Jetts Fitness) ฟิตเนสชั้นนำที่ได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia 2024 และ Diversity Equity and Inclusion Award 2025" width="819" height="1024" title="พลิกโฉมองค์กรสู่อนาคต: แนวทาง HR ของ เจทส์ฟิตเนส (Jetts Fitness) ฟิตเนสชั้นนำที่ได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia 2024 และ Diversity Equity and Inclusion Award 2025 285" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-K.Noppong_5-819x1024.webp 819w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-K.Noppong_5-240x300.webp 240w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-K.Noppong_5-768x960.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-K.Noppong_5-1229x1536.webp 1229w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-K.Noppong_5-1638x2048.webp 1638w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-K.Noppong_5-scaled.webp 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></p>
<h2><b>อะไรคือเทรนด์แนวโน้มสําคัญของ HR ที่จะมีผลต่ออนาคตของแรงงานในอีกศตวรรษหน้า ?</b></h2>
<p><b>ณพพงศ์: </b><span style="font-weight: 400;">ผมมองว่า </span><b>อนาคตของ HR จะถูกขับเคลื่อนโดย AI เกือบทั้งหมด</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะฉะนั้นในขณะที่ AI ยังไม่ได้มีผลต่อชีวิตคนเราเกือบ 100% เป็นช่วงที่ HR จะต้องตื่นรู้ เตรียมตัว และเรียนรู้ถึงการนำ AI เข้ามาผนวกกับวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ๆ รวมถึงถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ให้กับพนักงานเพื่อผลักดันให้พวกเขาเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>คุณมีคําแนะนําอะไรสําหรับคนรุ่นใหม่ที่กําลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้นําด้าน HR เพื่อเตรียมตัวรับมือกับความท้าทายและโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาบ้าง ?</b></h2>
<p><b>ณพพงศ์: </b><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ผมย้ำอยู่เสมอคือ </span><b>HR ไม่ใช่แค่ฝ่ายบุคคลอีกต่อไป แต่เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกำหนดอนาคตขององค์กร </b><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณอยากเติบโตในสายอาชีพนี้ ต้องเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ อาทิ</span></p>
<ol>
<li><b>เรียนรู้และพัฒนาตัวเองตลอดเวลา</b><span style="font-weight: 400;"> – Lifelong Learning ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นสิ่งจำเป็น คุณต้องรู้ทัน HR Tech, Data Analytics และ DEI</span></li>
<li><b>เข้าใจธุรกิจในมุมกว้าง </b><span style="font-weight: 400;">– HR ต้องไม่ใช่แค่คนหลังบ้าน แต่ต้องเป็น Key Strategic Driver ที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า</span></li>
<li><b>สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง</b><span style="font-weight: 400;"> – องค์กรที่มี Employee Engagement สูงจะสามารถดึงดูดและรักษาคนเก่งและดีเอาไว้ได้</span></li>
<li><b>ร่วมมือกับภาคการศึกษา </b>– การทำ MoU กับมหาวิทยาลัยและองค์การการศึกษา ผนวกกับการมี Internship Program เป็นวิธีที่ดีในการสร้างเครือข่าย Talent Pipeline และค้นหาคนเก่งตั้งแต่ต้นทาง</li>
</ol>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="พลิกโฉมองค์กรสู่อนาคต: แนวทาง HR ของ เจทส์ฟิตเนส (Jetts Fitness) ฟิตเนสชั้นนำที่ได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia 2024 และ Diversity Equity and Inclusion Award 2025 286"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/jetts-fitness-hr-strategy-230313/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 เสาหลักของกลยุทธ์ HR ที่ทำให้ Reckitt Benckiser (Thailand) เป็นองค์กรที่ดีที่สุดสำหรับพนักงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/reckitt-hr-strategy-250313/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/reckitt-hr-strategy-250313/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Mar 2025 07:40:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ HR]]></category>
		<category><![CDATA[Reckitt]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารทรัพยากรบุคคล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44304</guid>

					<description><![CDATA[เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรชั้นนำมักมีกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญเสมอ ไม่ต่างอะไรกับ Reckitt Benckiser (Thailand) ที่ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากการให้ความสำคัญกับโครงสร้างองค์กร (Organization), บุคลากร (Talent) และวัฒนธรรมองค์กร (Culture) อย่างเป็นระบบ ด้วยเหตุนี้ HREX จึงได้คุยกับคุณ จารุเนตร พินธุสาร HR Director Thailand &#38; Vietnam Cluster จาก Reckitt Benckiser (Thailand) หลังได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นเลิศ มาร่วมค้นหาว่า Reckitt Benckiser (Thailand) มองอนาคตของ HR ไว้อย่างไร และ HR ยุคใหม่ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ? กลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของบริษัทเป็นอย่างไร และอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทของคุณได้รับรางวัล HR Asia [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44316" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/3-เสาหลักของกลยุทธ์-HR-ที่ทำให้-Reckitt-Benckiser-Thailand-เป็นองค์กรที่ดีที่สุดสำหรับพนักงาน.webp" alt="3 เสาหลักของกลยุทธ์ HR ที่ทำให้ Reckitt Benckiser (Thailand) เป็นองค์กรที่ดีที่สุดสำหรับพนักงาน" width="600" height="370" title="3 เสาหลักของกลยุทธ์ HR ที่ทำให้ Reckitt Benckiser (Thailand) เป็นองค์กรที่ดีที่สุดสำหรับพนักงาน 292" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/3-เสาหลักของกลยุทธ์-HR-ที่ทำให้-Reckitt-Benckiser-Thailand-เป็นองค์กรที่ดีที่สุดสำหรับพนักงาน.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/3-เสาหลักของกลยุทธ์-HR-ที่ทำให้-Reckitt-Benckiser-Thailand-เป็นองค์กรที่ดีที่สุดสำหรับพนักงาน-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></span><span style="font-weight: 400;">เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรชั้นนำมักมีกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญเสมอ ไม่ต่างอะไรกับ </span><a href="https://www.reckitt.com/careers/our-locations/thailand/" target="_blank" rel="noopener"><b>Reckitt Benckiser (Thailand)</b></a><span style="font-weight: 400;"> ที่ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากการให้ความสำคัญกับโครงสร้างองค์กร (Organization), บุคลากร (Talent) และวัฒนธรรมองค์กร (Culture) อย่างเป็นระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ HREX จึงได้คุยกับคุณ</span><b> จารุเนตร พินธุสาร HR Director Thailand &amp; Vietnam Cluster จาก Reckitt Benckiser (Thailand) </b><span style="font-weight: 400;">หลังได้รับรางวัล</span> <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2024/" target="_blank" rel="noopener"><b>HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024 </b></a><span style="font-weight: 400;">ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นเลิศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาร่วมค้นหาว่า </span><b>Reckitt Benckiser (Thailand)</b><span style="font-weight: 400;"> มองอนาคตของ HR ไว้อย่างไร และ HR ยุคใหม่ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44320 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape5-1024x682.webp" alt="3 เสาหลักของกลยุทธ์ HR ที่ทำให้ Reckitt Benckiser (Thailand) เป็นองค์กรที่ดีที่สุดสำหรับพนักงาน" width="1024" height="682" title="3 เสาหลักของกลยุทธ์ HR ที่ทำให้ Reckitt Benckiser (Thailand) เป็นองค์กรที่ดีที่สุดสำหรับพนักงาน 293" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape5-1024x682.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape5-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape5-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape5-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape5.webp 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>กลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของบริษัทเป็นอย่างไร และอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทของคุณได้รับรางวัล HR Asia Award ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><b>จารุเนตร: </b>ที่ Reckitt เรามุ่งเน้นการบริหารทรัพยากรบุคคลผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่</span></p>
<h3>1. โครงสร้างองค์กร (Organization)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจัดโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ โดยเราประเมินและปรับบทบาทหน้าที่ของพนักงานเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่ายังคงตอบโจทย์และขับเคลื่อนความสำเร็จของบริษัท</span></p>
<h3>2. บุคลากร (Talent)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อมั่นในการวางคนที่เหมาะสมในตำแหน่งที่ใช่ นอกเหนือจากการสรรหาบุคลากร เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาและเติบโตของพนักงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสร้างภาวะผู้นำ การปลูกฝังแนวคิดที่ถูกต้อง หรือการพัฒนาทักษะที่จำเป็น</span></p>
<h3>3. วัฒนธรรมองค์กร (Culture)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งเป็นหัวใจสำคัญของ Reckitt เรามุ่งมั่นส่งเสริม </span><b>ความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม (DEI &#8211; Diversity, Equity &amp; Inclusion)</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างจริงจัง</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Diversity (ความหลากหลาย):</b><span style="font-weight: 400;"> เราสนับสนุนมุมมองที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ เชื้อชาติ หรือช่วงวัย เพื่อให้มั่นใจว่าทุกเสียงได้รับการรับฟัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Equity (ความเสมอภาค):</b><span style="font-weight: 400;"> นโยบายของเราสะท้อนถึงความเป็นธรรมและการมีส่วนร่วม เช่น การขยายสวัสดิการด้านสุขภาพให้ครอบคลุมคู่สมรสและบุตรของพนักงาน LGBTQ+ รวมถึงสวัสดิการเงินช่วยเหลือสมรสและวันลาแต่งงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Inclusion (การมีส่วนร่วม):</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้นำของเรามีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและเป็นมิตร โดยให้ความสำคัญกับภาษาที่ใช้และพฤติกรรมที่ไม่แบ่งแยกหรือตัดขาดกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">รางวัล </span><b>HR Asia Award</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่พนักงานรู้สึกมีคุณค่า ได้รับการสนับสนุน และได้รับแรงบันดาลใจในการทำงานอย่างเต็มที่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>องค์กรของคุณส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างพนักงานต่างวัยอย่างไร และเพราะเหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญต่อสถานที่ทำงานในปัจจุบัน ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><b>จารุเนตร: </b>ความร่วมมือและการทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพเริ่มต้นจาก </span><b>การสื่อสาร</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ดี ที่ Reckitt เรามีแพลตฟอร์มที่เป็นระบบ เช่น การประชุม Town Hall รายไตรมาส การประชุมผู้นำ และกิจกรรม Kick-Off ประจำปี ซึ่งช่วยให้พนักงานทุกคนเข้าใจทิศทางของบริษัทไปในแนวทางเดียวกัน นอกจากนี้ เรายังมีกิจกรรมสร้างทีมที่ช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างแผนก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมของเราส่งเสริมให้พนักงาน </span><b>เป็นตัวของตัวเอง</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในช่วงวัยใด เรามีโครงสร้างการบริหารที่ไม่เป็นลำดับชั้นมากนัก (Flat Hierarchy) ทำให้พนักงานระดับจูเนียร์สามารถพูดคุยและเข้าถึงผู้นำระดับสูง รวมถึงผู้จัดการทั่วไปได้โดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดแบบ </span><b>Entrepreneurial Spirit</b><span style="font-weight: 400;"> หรือจิตวิญญาณของผู้ประกอบการดึงดูดใจคนรุ่นใหม่ให้กล้าคิดและกล้าทำ ในขณะเดียวกัน เรายังให้ความสำคัญกับ </span><b>การสื่อสารที่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้พนักงานรุ่นเก่ารู้สึกมีคุณค่า สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ทีมที่มีพนักงานหลายช่วงวัยทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44317 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape1-1024x682.webp" alt="3 เสาหลักของกลยุทธ์ HR ที่ทำให้ Reckitt Benckiser (Thailand) เป็นองค์กรที่ดีที่สุดสำหรับพนักงาน" width="1024" height="682" title="3 เสาหลักของกลยุทธ์ HR ที่ทำให้ Reckitt Benckiser (Thailand) เป็นองค์กรที่ดีที่สุดสำหรับพนักงาน 294" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape1-1024x682.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape1-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape1.webp 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>คุณมองว่าแนวโน้มด้าน HR ที่จะกำหนดอนาคตของตลาดแรงงานในอีก 10 ปีข้างหน้ามีอะไรบ้าง ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><b>จารุเนตร: </b>โลกของการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังวิกฤต COVID-19 ซึ่งทำให้ </span><b>การทำงานแบบไฮบริดและรีโมตกลายเป็นมาตรฐาน</b><span style="font-weight: 400;"> เราคาดว่าแนวโน้มหลักที่จะกำหนดอนาคตของ HR ได้แก่</span></p>
<h3><b>1. AI และระบบอัตโนมัติในงาน HR</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการบริหารทรัพยากรบุคคล องค์กรต้องใช้ข้อมูล HR อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมนำ Analytics มาใช้เพื่อขับเคลื่อนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และออกแบบนโยบายที่มีผลกระทบต่อพนักงาน</span></p>
<h3><b>2. การจ้างงานที่เน้นทักษะและรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเดิมที่เน้นวุฒิการศึกษา อนาคตของการจ้างงานจะให้ความสำคัญกับ </span><b>ทักษะ</b><span style="font-weight: 400;"> มากขึ้น และรูปแบบการทำงานอาจเปลี่ยนจากการจ้างงานเต็มเวลาไปเป็นลักษณะ </span><b>Project-Based, Freelance หรือ Gig Work</b><span style="font-weight: 400;"> มากขึ้น</span></p>
<h3><b>3. ความหลากหลาย การมีส่วนร่วม และความรับผิดชอบต่อสังคม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัทจำเป็นต้องฝังแนวคิด </span><b>DEI</b><span style="font-weight: 400;"> ไว้ในค่านิยมหลัก และต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีจริยธรรม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44319 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape3-1024x682.webp" alt="3 เสาหลักของกลยุทธ์ HR ที่ทำให้ Reckitt Benckiser (Thailand) เป็นองค์กรที่ดีที่สุดสำหรับพนักงาน" width="1024" height="682" title="3 เสาหลักของกลยุทธ์ HR ที่ทำให้ Reckitt Benckiser (Thailand) เป็นองค์กรที่ดีที่สุดสำหรับพนักงาน 295" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape3-1024x682.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape3-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape3-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-P-New-Landscape3.webp 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>มีคำแนะนำสำหรับ HR รุ่นใหม่ที่ต้องการเตรียมตัวรับมือกับความท้าทายและโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปไหม ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><b>จารุเนตร: </b>HR ในอนาคตต้องมี </span><b>ความคล่องตัวและสามารถปรับตัวได้เร็ว</b><span style="font-weight: 400;"> โลกของการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีและ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ ดังนั้น HR รุ่นใหม่ต้อง </span><b>เปิดรับและเรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม </span><b>HR ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของ &#8220;คน&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> HR ยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญกับ </span><b>สุขภาพจิตและสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานของพนักงาน</b><span style="font-weight: 400;"> การเติบโตทางอาชีพไม่ใช่แค่การไต่ระดับตำแหน่งอีกต่อไป แต่หมายถึง </span><b>การพัฒนาทักษะและสะสมประสบการณ์ที่หลากหลาย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญที่สุด </span><b>HR ต้องเข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้ง</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะอนาคตของ HR ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กระบวนการปฏิบัติการ (Operational HR) อีกต่อไป แต่ต้องเป็น </span><b>พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ขององค์กร</b><span style="font-weight: 400;"> และใช้กลยุทธ์ด้านบุคลากรเพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จของธุรกิจ</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="3 เสาหลักของกลยุทธ์ HR ที่ทำให้ Reckitt Benckiser (Thailand) เป็นองค์กรที่ดีที่สุดสำหรับพนักงาน 296"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/reckitt-hr-strategy-250313/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ความสำเร็จขององค์กร เกิดจากพนักงานที่มีความสุข มีส่วนร่วม และเติบโตไปพร้อมกัน” เจาะกลยุทธ์ HR กับ ลลิตา เอี่ยมชีรางกูร CHRO แห่งเงินเทอร์โบ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/ngernturbo-hr-asia-250313/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/ngernturbo-hr-asia-250313/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Mar 2025 05:01:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเทอร์โบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44290</guid>

					<description><![CDATA[การบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดการพนักงาน แต่เป็นศิลปะแห่งการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตและความสุขของบุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืน เงินเทอร์โบ คือหนึ่งในองค์กรที่ได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสถานที่ทำงานที่เป็นมากกว่าที่ทำงาน แต่เป็นพื้นที่แห่งการพัฒนา ศักยภาพ และความสุขของพนักงาน HREX ได้พูดคุยกับคุณ ลลิตา เอี่ยมชีรางกูร Chief Human Resources Officer จาก เงินเทอร์โบ เพื่อเจาะลึกแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ทำให้พวกเขากลายเป็นองค์กรที่น่าร่วมงานที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย องค์กรของคุณมีแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) อย่างไร  ลลิตา: ที่เงินเทอร์โบเราให้ความสำคัญกับ &#8220;คน&#8221; เป็นหัวใจหลักขององค์กร เรามุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีให้พนักงานมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าความสำเร็จขององค์กรเกิดจากพนักงานที่มีความสุข มีส่วนร่วม และเติบโตไปพร้อมกัน โดยเราใช้หลักในการบริหารทรัพยากรบุคคล ที่มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรผ่าน 3 หัวใจสำคัญ ได้แก่ 1) การสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต (Harmonizing Work and Life) โดยเรามุ่งมั่นสร้างสถานที่ทำงานที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของพนักงาน เพราะเราเชื่อว่าชีวิตเป็นมากกว่าการทำงาน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44297" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para.webp" alt="เจาะกลยุทธ์ HR กับ ลลิตา เอี่ยมชีรางกูร CHRO แห่งเงินเทอร์โบ" width="600" height="370" title="“ความสำเร็จขององค์กร เกิดจากพนักงานที่มีความสุข มีส่วนร่วม และเติบโตไปพร้อมกัน” เจาะกลยุทธ์ HR กับ ลลิตา เอี่ยมชีรางกูร CHRO แห่งเงินเทอร์โบ 301" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/HREX-Cover-by-Para-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดการพนักงาน แต่เป็นศิลปะแห่งการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตและความสุขของบุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><a href="https://www.turbo.co.th/" target="_blank" rel="noopener"><b>เงินเทอร์โบ</b></a> <span style="font-weight: 400;">คือหนึ่งในองค์กรที่ได้รับรางวัล </span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2024/" target="_blank" rel="noopener"><b>HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024 </b></a><span style="font-weight: 400;">ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสถานที่ทำงานที่เป็นมากกว่าที่ทำงาน แต่เป็นพื้นที่แห่งการพัฒนา ศักยภาพ และความสุขของพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX ได้พูดคุยกับคุณ </span><b>ลลิตา เอี่ยมชีรางกูร Chief Human Resources Officer จาก เงินเทอร์โบ </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อเจาะลึกแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ทำให้พวกเขากลายเป็นองค์กรที่น่าร่วมงานที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44296 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-Candid-1024x683.webp" alt="เจาะกลยุทธ์ HR กับ ลลิตา เอี่ยมชีรางกูร CHRO แห่งเงินเทอร์โบ" width="1024" height="683" title="“ความสำเร็จขององค์กร เกิดจากพนักงานที่มีความสุข มีส่วนร่วม และเติบโตไปพร้อมกัน” เจาะกลยุทธ์ HR กับ ลลิตา เอี่ยมชีรางกูร CHRO แห่งเงินเทอร์โบ 302" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-Candid-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-Candid-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-Candid-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-Candid-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-Candid.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>องค์กรของคุณมีแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) อย่างไร </b></h2>
<p><b>ลลิตา:</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เงินเทอร์โบเราให้ความสำคัญกับ &#8220;คน&#8221; เป็นหัวใจหลักขององค์กร เรามุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีให้พนักงานมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง </span><b>เราเชื่อว่าความสำเร็จขององค์กรเกิดจากพนักงานที่มีความสุข มีส่วนร่วม และเติบโตไปพร้อมกัน </b><span style="font-weight: 400;">โดยเราใช้หลักในการบริหารทรัพยากรบุคคล ที่มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรผ่าน 3 หัวใจสำคัญ ได้แก่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1) การสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต (Harmonizing Work and Life)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเรามุ่งมั่นสร้างสถานที่ทำงานที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของพนักงาน เพราะเราเชื่อว่าชีวิตเป็นมากกว่าการทำงาน เราจึงสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง สนับสนุนความสำเร็จในการทำงานและ คุณภาพชีวิตผ่านสวัสดิการที่ครอบคลุม เพื่อให้พนักงานมีทั้งสุขภาพกายและใจที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) การดูแลและพัฒนาบุคลากร (Nurturing People)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับความคิดสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้พนักงานกล้าคิด กล้าทำ และนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ อย่างไร้ขีดจำกัด โดยไม่ต้องกลัวความล้มเหลว เพราะเรายึดหลัก “Fail Fast, Learn Fast” ให้ทุกความท้าทายเป็นโอกาสในการเติบโต นอกจากนี้เราส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3) การเติบโตไปกับองค์กร (Growing Together)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเปิดโอกาสให้พนักงานมีเส้นทางการเติบโตในอาชีพที่ชัดเจน พร้อมสนับสนุนการพัฒนาตามศักยภาพและความมุ่งหวังของแต่ละคน โดยมุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้พนักงานสามารถ เติบโตในสายอาชีพที่ตนเองต้องการ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณได้รับรางวัล HR Asia</b></h2>
<p><b>ลลิตา: </b><span style="font-weight: 400;">ด้วยวิสัยทัศน์จากผู้นำองค์กรที่ให้พนักงานกล้าคิด กล้าลอง และไม่กลัวความล้มเหลว เพื่อสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ไม่สิ้นสุด และผลักดันให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรให้เติบโตก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย และทำให้ &#8220;เงินเทอร์โบ&#8221; เป็นองค์กรที่น่าร่วมงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายึดถือค่านิยมองค์กรที่แข็งแกร่งอย่าง Integrity, Commitment, Beyond, Flexible, and Fun (ICBFF) ซึ่งเป็น DNA ที่ฝังลึกในพนักงานทุกคน เพราะ </span><b>&#8220;เงินเทอร์โบ&#8221; เราเชื่อในคุณค่าของคน และ มุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรและองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44295 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-Business-Portrait-1024x576.webp" alt="เจาะกลยุทธ์ HR กับ ลลิตา เอี่ยมชีรางกูร CHRO แห่งเงินเทอร์โบ" width="1024" height="576" title="“ความสำเร็จขององค์กร เกิดจากพนักงานที่มีความสุข มีส่วนร่วม และเติบโตไปพร้อมกัน” เจาะกลยุทธ์ HR กับ ลลิตา เอี่ยมชีรางกูร CHRO แห่งเงินเทอร์โบ 303" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-Business-Portrait-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-Business-Portrait-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-Business-Portrait-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-Business-Portrait-1536x864.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-Business-Portrait-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>องค์กรของคุณส่งเสริมการทำงานร่วมกันและสร้างความสามัคคีระหว่างพนักงานต่างเจเนอเรชั่นได้อย่างไร และเพราะเหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญต่อสถานที่ทำงานในปัจจุบัน</b></h2>
<p><b>ลลิตา: </b><span style="font-weight: 400;">ที่เงินเทอร์โบเราไม่มีกำแพงระหว่างเจเนอเรชั่น เพราะเราเป็น &#8220;ทีมเดียวกัน&#8221; ทุกคนสามารถพูดคุย และแลกเปลี่ยนไอเดียได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นเด็กจบใหม่ หรือระดับผู้บริหาร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามีวัฒนธรรมการทำงานที่เปิดกว้าง ไม่มีระบบอาวุโส ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นและสนับสนุนให้ทุกคนเป็นตัวเอง กล้าทำสิ่งใหม่ ๆ รวมถึงมีเส้นทางการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้ทุกเจเนอเรชั่น เพื่อให้ทุกคนพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง มากไปกว่านั้นเราสร้าง Engagement Activities ที่ช่วยเชื่อม ความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานทุกเจเนอเรชั่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเราเชื่อว่า &#8220;ทีมที่หลากหลายคือทีมที่แข็งแกร่ง&#8221; การทำงานร่วมกันของคนต่างเจเนอเรชั่นช่วยให้เกิดนวัตกรรม มุมมองใหม่ ๆ และสร้างองค์กรที่พร้อมเติบโตไปข้างหน้า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>อะไรคือเทรนด์แนวโน้มสำคัญของ HR ที่จะมีผลต่ออนาคตของแรงงานในศตวรรษหน้า</b></h2>
<p><b>ลลิตา: </b><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่า </span><b>Data-Driven Decision Making และ Al Automation เป็นเทรนด์สำคัญของ HR ที่จะกำหนดอนาคตของแรงงานในศตวรรษหน้า </b><span style="font-weight: 400;">โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจและการจัดการ ทรัพยากรมนุษย์ การนำข้อมูลมาประมวลผลและวิเคราะห์เพื่อประกอบการวางแผนและตัดสินใจ ทำให้เราสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลยังช่วยให้ HR มองเห็นแนวโน้มสำคัญ เช่น การลาออกของพนักงาน หรือ การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน ซึ่งช่วยให้สามารถวางแผนและเตรียมการได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน AI ก็เข้ามามีบทบาทในการเพิ่มความสามารถและประสิทธิภาพ ของกระบวนการทำงาน เช่น การคัดกรองใบสมัครที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น การลดเวลาใน กระบวนการที่ซ้ำซ้อน รวมถึงการตัดกระบวนการที่ไม่จำเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การผสมผสานระหว่าง Data-Driven Decision Making และ AI ทำให้ HR สามารถปรับตัวได้อย่าง รวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ บุคลากรได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>คุณมีคำแนะนำอะไรสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน HR เพื่อเตรียมรับมือ กับความท้าทายและโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาบ้าง?</b></h2>
<p><b>ลลิตา: </b><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน HR การเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายและโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญ ผู้นำ HR ควรมีวิสัยทัศน์ สามารถคิดเชิงกลยุทธ์ ให้สอดรับกับเป้าหมายขององค์กร และปรับตัวให้ทันทุกสถานการณ์ ผู้นำควรมีความยืดหยุ่นและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ ๆ ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันการใช้ข้อมูลมาสนับสนุนการตัดสินใจ ทำให้ HR วางแผนได้อย่าง แม่นยำ และนำพาองค์กรไปในทิศทางที่ถูกต้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ผู้นำควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาและเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้พนักงานสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กร และสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว เ</span><b>มื่อผู้นำ HR สามารถผสาน Agility, ข้อมูล และการเรียนรู้ต่อเนื่องเข้าด้วยกัน องค์กรก็จะสามารถขับเคลื่อนไป ข้างหน้าได้อย่างมั่นคงในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา</b></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="“ความสำเร็จขององค์กร เกิดจากพนักงานที่มีความสุข มีส่วนร่วม และเติบโตไปพร้อมกัน” เจาะกลยุทธ์ HR กับ ลลิตา เอี่ยมชีรางกูร CHRO แห่งเงินเทอร์โบ 304"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/ngernturbo-hr-asia-250313/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>NEO Corporate: องค์กรที่มอง &#8220;พนักงาน&#8221; เป็นหัวใจ จนกลายเป็นองค์กรที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/neo-corporate-hr-asia-250312/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/neo-corporate-hr-asia-250312/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Mar 2025 10:18:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[Best Companies To Work For in Asia]]></category>
		<category><![CDATA[NEO Corporate]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=44276</guid>

					<description><![CDATA[ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรที่แข็งแกร่งไม่ได้มีเพียงแค่ผลิตภัณฑ์ที่ดีหรือกลยุทธ์ที่แหลมคมเท่านั้น แต่ต้องมี “คน” ที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นและผูกพัน NEO Corporate คือหนึ่งในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ &#8220;คน&#8221; อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการบริหารทรัพยากรบุคคลที่มุ่งสร้างประสบการณ์การทำงานที่ดี การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างคนต่างเจนเนอเรชัน หรือการเตรียมความพร้อมสำหรับแนวโน้มของ HR ในอนาคต ทำให้องค์กรแห่งนี้ได้รับรางวัล Best Companies to Work For in Asia 2024 จาก HR Asia เราได้สัมภาษณ์คุณ ณิศรา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ NEO Corporate อีกครั้ง เพื่อถามถึงเคล็ดลับความสำเร็จของ NEO Corporate ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ซึ่งคำตอบของเธออยู่ในบทสัมภาษณ์นี้ &#160; องค์กรของคุณมีแนวทางในการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างไร ? ณิศรา: ที่ NEO Corporate เราให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรบุคคลโดยมุ่งเน้นในการสร้างประสบการณ์ที่ดีและเสริมสร้างความผูกพันของพนักงานค่ะ ผ่านแนวทางการบริหารที่เปิดกว้าง สนับสนุนความหลากหลาย และส่งเสริมบรรยากาศการทำงานที่พนักงานสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข นอกจากการสรรหาบุคลากรที่มี Mindset และศักยภาพที่เหมาะสม แล้วเรามุ่งเน้น การรักษาและพัฒนาพนักงาน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44279" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/NEO-Corporate-องค์กรที่มอง-พนักงาน-เป็นหัวใจ-จนกลายเป็นองค์กรที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย.webp" alt="NEO Corporate องค์กรที่มอง พนักงาน เป็นหัวใจ จนกลายเป็นองค์กรที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย" width="600" height="370" title="NEO Corporate: องค์กรที่มอง &quot;พนักงาน&quot; เป็นหัวใจ จนกลายเป็นองค์กรที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย 309" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/NEO-Corporate-องค์กรที่มอง-พนักงาน-เป็นหัวใจ-จนกลายเป็นองค์กรที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/NEO-Corporate-องค์กรที่มอง-พนักงาน-เป็นหัวใจ-จนกลายเป็นองค์กรที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><br />
ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรที่แข็งแกร่งไม่ได้มีเพียงแค่ผลิตภัณฑ์ที่ดีหรือกลยุทธ์ที่แหลมคมเท่านั้น แต่ต้องมี “คน” ที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นและผูกพัน</span></p>
<p><a href="https://www.neo-corporate.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>NEO Corporate</b></a><span style="font-weight: 400;"> คือหนึ่งในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ &#8220;คน&#8221; อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการบริหารทรัพยากรบุคคลที่มุ่งสร้างประสบการณ์การทำงานที่ดี การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างคนต่างเจนเนอเรชัน หรือการเตรียมความพร้อมสำหรับแนวโน้มของ HR ในอนาคต ทำให้องค์กรแห่งนี้ได้รับรางวัล </span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2024/" target="_blank" rel="noopener"><b>Best Companies to Work For in Asia 2024</b></a><span style="font-weight: 400;"> จาก HR Asia</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราได้สัมภาษณ์คุณ </span><b>ณิศรา ถกลศรี</b><b> รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ NEO Corporate</b><span style="font-weight: 400;"> อีกครั้ง เพื่อถามถึงเคล็ดลับความสำเร็จของ NEO Corporate ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ซึ่งคำตอบของเธออยู่ในบทสัมภาษณ์นี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>องค์กรของคุณมีแนวทางในการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>ณิศรา:</b> <span style="font-weight: 400;">ที่ NEO Corporate เราให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรบุคคลโดยมุ่งเน้นในการสร้างประสบการณ์ที่ดีและเสริมสร้างความผูกพันของพนักงานค่ะ ผ่านแนวทางการบริหารที่เปิดกว้าง สนับสนุนความหลากหลาย และส่งเสริมบรรยากาศการทำงานที่พนักงานสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการสรรหาบุคลากรที่มี Mindset และศักยภาพที่เหมาะสม แล้วเรามุ่งเน้น การรักษาและพัฒนาพนักงาน ผ่านวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งหรือ DNA โดยเราสนับสนุนให้พนักงานมีโอกาสเติบโตในสายอาชีพ รวมถึงความสมดุลชีวิตการทำงานควบคู่กันไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เราให้ความสำคัญกับการสื่อสารภายในองค์กร การเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม และการรับฟังความคิดเห็น เพื่อนำมาปรับใช้ในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกทั้งยังลงทุนในการเสริมสร้าง ทักษะและองค์ความรู้ ของพนักงานผ่านการฝึกอบรม การสอนงาน และโปรแกรมพัฒนาผู้นำ เพื่อให้พนักงานของเราเติบโตไปพร้อมกับองค์กรค่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>คุณคิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรของคุณได้รับรางวัล HR Asia ?</b></h2>
<p><b>ณิศรา:</b><span style="font-weight: 400;"> ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ NEO Corporate ได้รับรางวัล HR Asia คือการที่เรามี เป้าหมายเดียวกัน พนักงานทุกคนมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน และทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายึดหลัก </span><a href="https://th.hrnote.asia/story/interview-neo-corporate-230515/"><span style="font-weight: 400;">Innovation, Passion และ Team Collaboration</span></a><span style="font-weight: 400;"> เป็นหัวใจสำคัญในการทำงาน ซึ่งช่วยสร้างสรรค์แนวทางใหม่ ๆ เติมเต็มแรงขับเคลื่อนให้กับองค์กร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญที่สุดคือการทำให้ NEO Corporate เป็นมากกว่าสถานที่ทำงาน แต่เป็น </span><a href="https://th.hrnote.asia/story/interview-neo-corporate-230515/"><span style="font-weight: 400;">‘บ้านหลังที่สอง’ </span></a><span style="font-weight: 400;">ที่พนักงานรู้สึกผูกพันและเติบโตไปด้วยกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44280 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-1_Nissara-Thakolsri-1024x683.webp" alt="NEO Corporate องค์กรที่มอง พนักงาน เป็นหัวใจ จนกลายเป็นองค์กรที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย" width="1024" height="683" title="NEO Corporate: องค์กรที่มอง &quot;พนักงาน&quot; เป็นหัวใจ จนกลายเป็นองค์กรที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย 310" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-1_Nissara-Thakolsri-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-1_Nissara-Thakolsri-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-1_Nissara-Thakolsri-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-1_Nissara-Thakolsri-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-1_Nissara-Thakolsri-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>องค์กรของคุณมีวิธีส่งเสริมการทำงานร่วมกัน และการสร้างความสามัคคีระหว่างพนักงานต่างเจนเนอเรชันอย่างไร ? และเพราะเหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญต่อสถานที่ทำงานในปัจจุบัน?</b></h2>
<p><b>ณิศรา:</b><span style="font-weight: 400;"> ในสภาพแวดล้อมการทำงานปัจจุบัน NEO Corporate ต้องบริหารจัดการบุคลากรที่มีความหลากหลายทางอายุ ตั้งแต่ Baby Boomers ไปจนถึง Generation Z ซึ่งแต่ละเจนเนอเรชันล้วนมีค่านิยม มุมมอง และรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกัน การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างคนต่างวัยจึงเป็นกุญแจสำคัญ ที่ช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น และนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางสำคัญของเราคือ </span><b>การแลกเปลี่ยนความรู้แบบสองทาง (Reverse Mentoring)</b><span style="font-weight: 400;"> เราส่งเสริมให้ ผู้อาวุโสถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ให้คนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่ก็สามารถสอนเทคโนโลยีและแนวคิดใหม่ๆ ให้กับรุ่นพี่ได้ เช่น น้อง ๆ สามารถแบ่งปันความรู้ด้านเครื่องมือดิจิทัล การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ หรือแนวคิดใหม่ๆ ในการทำงาน เป็นต้น วิธีนี้ไม่เพียงช่วยให้เกิดการเรียนรู้ระหว่างกัน แต่ยังสร้างความเข้าใจ และความเคารพซึ่งกันและกันในที่ทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้</span><b> เรามีการจัดทีมข้ามเจนเนอเรชันในแต่ละโครงการ </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้พนักงานจากเจนเนอเรชันต่าง ๆ ได้ทำงานร่วมกัน ผสมผสานประสบการณ์และมุมมองที่แตกต่างกัน โดยเราสนับสนุนให้ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียม ซึ่งช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่รอบด้านมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เราให้ความสำคัญคือ </span><b>วัฒนธรรมองค์กรที่เคารพและยอมรับความแตกต่าง</b><span style="font-weight: 400;"> เราสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานในทุกเจนเนอเรชันรู้สึกว่าความคิดเห็นของตนมีคุณค่า </span><b>ผู้นำในทุกระดับต้องเป็นแบบอย่างในการเคารพมุมมองที่แตกต่าง</b><span style="font-weight: 400;"> และเปิดรับความคิดเห็นของทุกคน ทุกคนมี 1 เสียงเหมือนกัน ไม่ว่าจะอยู่ใน Generation ไหน ซึ่งช่วยลดอคติ และสร้างความเข้าใจที่ดีในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายเราให้พนักงานสามารถเลือกรูปแบบการทำงานที่เหมาะสมกับตนเอง เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกัน บางคนอาจชอบทำงานที่ออฟฟิศ ในขณะที่บางคนอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าหากทำงานจากที่บ้าน เราจึงมี Hybrid Workplace Policy ที่ให้ความยืดหยุ่นในเรื่องเวลาและสถานที่ทำงาน เน้นผลลัพธ์มากกว่าวิธีการ ซึ่งช่วยให้พนักงานทุกคนสามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นในยุคที่องค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายจากการทำงานร่วมกันของพนักงานหลายเจนเนอเรชัน การสร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมความเข้าใจ การเคารพ และการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่แค่กลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลที่ดี แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสำเร็จขององค์กรในระยะยาวได้ค่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>อะไรคือเทรนด์แนวโน้มสำคัญของ HR ที่จะมีผลต่ออนาคตแรงงานในอีกศตวรรษหน้า?</b></h2>
<p><b>ณิศรา:</b><span style="font-weight: 400;"> การคาดการณ์แนวโน้มของ HR ในศตวรรษหน้าอาจไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ แต่สำหรับ NEO Corporate เรามองว่า </span><b>HR จะเป็นศาสตร์และศิลป์ของการผสานความเป็นมนุษย์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างระบบการทำงานที่ยั่งยืนและมีความหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ผ่านการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ ความยืดหยุ่น และการปรับตัว ควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกับ AI ในฐานะเพื่อนร่วมงาน เรายังติดตามแนวโน้มเทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด ทดลองรูปแบบการทำงานใหม่ ๆ ออกแบบเส้นทางอาชีพ และพัฒนาทักษะที่ครอบคลุมการทำงานที่ยาวนานขึ้น รวมถึงส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับจริยธรรมในยุคที่เทคโนโลยีและมนุษยชาติกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการนำทางเราสู่อนาคตที่ไม่อาจคาดเดาได้อย่างสมบูรณ์ของการทำงานในศตวรรษหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สุดแล้ว</span><b> HR ในศตวรรษหน้าอาจไม่ได้เป็นเพียงแค่การบริหารทรัพยากรมนุษย์ แต่กลายเป็นศาสตร์และศิลป์ของการผสานความเป็นมนุษย์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมให้กลมกล่อม และเกิดความสมดุลระหว่างกันและกัน</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อสร้างระบบนิเวศของการทำงานที่ยั่งยืนและมีความหมาย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ของโลกและมนุษยชาติ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>คุณมีคำแนะนำอะไรสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน HR เพื่อเตรียมตัวรับมือกับความท้าทายและโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาบ้าง</b></h2>
<p><b>ณิศรา:</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน HR ในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงนี้ สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมในการลงมือทำคือ </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>พัฒนาความเข้าใจทางธุรกิจ </b><span style="font-weight: 400;">– เรียนรู้โมเดลธุรกิจ กลยุทธ์ และตัวชี้วัดทางการเงิน เพื่อให้นโยบาย HR สอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจ สร้างคุณค่าที่จับต้องได้ และมีวิสัยทัศน์ชัดเจน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รักษาคุณค่าความเป็นมนุษย์ </b><span style="font-weight: 400;">&#8211; ใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมศักยภาพมนุษย์ ไม่ใช่แทนที่ สร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและความเป็นอยู่ที่ดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>บริหารความหลากหลาย </b><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างวัฒนธรรมที่เปิดกว้าง เท่าเทียม และใช้ประโยชน์จากความแตกต่างเพื่อสร้างนวัตกรรม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มองการณ์ไกล</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; ติดตามแนวโน้มตลาดแรงงาน พัฒนาทักษะการวางแผนสถานการณ์เพื่อเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ออกแบบประสบการณ์ที่มีความหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; สร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การเติบโต และความรู้สึกมีคุณค่า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สร้างสมดุลระหว่างความยืดหยุ่นและความมั่นคง </b><span style="font-weight: 400;">– ออกแบบนโยบายที่ปรับตัวได้แต่ยังสร้างความมั่นใจให้ผู้ร่วมงาน </span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น ผู้นำ HR ในอนาคตต้องไม่เพียงต้องเข้าใจคน แต่ต้องเข้าใจธุรกิจ เทคโนโลยี และแนวโน้มของโลก เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44281 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-3_Nissara-Thakolsri-683x1024.webp" alt="NEO Corporate องค์กรที่มอง พนักงาน เป็นหัวใจ จนกลายเป็นองค์กรที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย" width="683" height="1024" title="NEO Corporate: องค์กรที่มอง &quot;พนักงาน&quot; เป็นหัวใจ จนกลายเป็นองค์กรที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย 311" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-3_Nissara-Thakolsri-683x1024.webp 683w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-3_Nissara-Thakolsri-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-3_Nissara-Thakolsri-768x1152.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-3_Nissara-Thakolsri-1024x1536.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-3_Nissara-Thakolsri-1365x2048.webp 1365w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/03/Copy-of-3_Nissara-Thakolsri-scaled.webp 1706w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="NEO Corporate: องค์กรที่มอง &quot;พนักงาน&quot; เป็นหัวใจ จนกลายเป็นองค์กรที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย 312"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/neo-corporate-hr-asia-250312/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Empower The Next: เมื่อความเชื่อใจ (Trust) ขับเคลื่อนอนาคตของ I AM Consulting</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/empower-the-next-i-am-consulting-250221/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/empower-the-next-i-am-consulting-250221/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Feb 2025 02:34:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[I Am Consulting]]></category>
		<category><![CDATA[Empower the Next]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=43185</guid>

					<description><![CDATA[&#8220;Trust ไม่ได้สร้างในวันเดียว&#8221; ประโยคสั้น ๆ แต่ทรงพลังจาก คุณกริช วิโรจน์สายลี Managing Director แห่ง I AM Consulting องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นจากความมุ่งมั่นของที่ปรึกษาเพียงไม่กี่คน สู่หนึ่งในบริษัทที่ปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์ด้านดิจิทัลชั้นนำของไทย ด้วยทีมงานกว่า 400 คนในวันนี้ และยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยรากฐานที่สำคัญที่สุด — ความเชื่อใจ (Trust) นั่นก็เพราะสิ่งที่ทำให้ I AM Consulting เติบโตมาได้ตลอด 20 ปี ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี หากเป็นเพราะองค์กรแห่งนี้สร้าง &#8220;Trust&#8221; ให้กับทุก Stakeholder ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน หรือพาร์ทเนอร์ จนกลายเป็น &#8220;Trusted Partner&#8221; ที่ยืนหยัดเคียงข้างทุกความเปลี่ยนแปลง วันนี้ HREX.asia มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณกริช วิโรจน์สายลี ถึงแนวทางการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทำให้ I AM Consulting กลายเป็นองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจ และเหตุใดพวกเขาพยายามส่งต่ออุดมการณ์นี้ไปยังพนักงานทุกคน Join Your Success: [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43180" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T090849.929.webp" alt="HREX Cover by Para 2025 02 21T090849.929" width="600" height="370" title="Empower The Next: เมื่อความเชื่อใจ (Trust) ขับเคลื่อนอนาคตของ I AM Consulting 319" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T090849.929.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T090849.929-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h1>&#8220;Trust ไม่ได้สร้างในวันเดียว&#8221;</h1>
<p><span style="font-weight: 400;">ประโยคสั้น ๆ แต่ทรงพลังจาก </span><b>คุณกริช วิโรจน์สายลี</b><span style="font-weight: 400;"> Managing Director แห่ง </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/199?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><b>I AM Consulting</b></a><span style="font-weight: 400;"> องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นจากความมุ่งมั่นของที่ปรึกษาเพียงไม่กี่คน สู่หนึ่งในบริษัทที่ปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์ด้านดิจิทัลชั้นนำของไทย ด้วยทีมงานกว่า 400 คนในวันนี้ และยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยรากฐานที่สำคัญที่สุด — </span><b>ความเชื่อใจ (Trust)</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นก็เพราะสิ่งที่ทำให้ I AM Consulting เติบโตมาได้ตลอด 20 ปี ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี หากเป็นเพราะองค์กรแห่งนี้สร้าง </span><b>&#8220;Trust&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ให้กับทุก Stakeholder ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน หรือพาร์ทเนอร์ จนกลายเป็น </span><b>&#8220;Trusted Partner&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ยืนหยัดเคียงข้างทุกความเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ </span><b>HREX.asia</b><span style="font-weight: 400;"> มีโอกาสได้พูดคุยกับ </span><b>คุณกริช วิโรจน์สายลี</b><span style="font-weight: 400;"> ถึงแนวทางการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทำให้ I AM Consulting กลายเป็นองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจ และเหตุใดพวกเขาพยายามส่งต่ออุดมการณ์นี้ไปยังพนักงานทุกคน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43181" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T090926.575.webp" alt="HREX Cover by Para 2025 02 21T090926.575" width="600" height="370" title="Empower The Next: เมื่อความเชื่อใจ (Trust) ขับเคลื่อนอนาคตของ I AM Consulting 320" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T090926.575.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T090926.575-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Join Your Success: จุดเริ่มต้นของความเชื่อมั่นของ I AM Consulting</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การอยู่รอดและเติบโตในโลกธุรกิจตลอด 20 ปีไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ I AM Consulting คือองค์กรที่สามารถก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ แถมยังคงยืนหยัดเป็นที่ปรึกษาด้าน IT Solutions ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเสมอมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ เมื่อผู้ก่อตั้งเดิมซึ่งมาจากบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก ตัดสินใจสร้างองค์กรเล็ก ๆ ที่เข้าใจธุรกิจไทยอย่างแท้จริง ด้วยความเชื่อมั่นว่า &#8220;ความเป็นคนไทย&#8221; และ &#8220;ความเข้าใจในวัฒนธรรมองค์กรไทย&#8221; คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาสร้างโซลูชันที่เหมาะสมกับตลาดในประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณกริชเล่าย้อนถึงวันแรกที่เขาเข้าร่วมองค์กรแห่งนี้ว่า</span><i><span style="font-weight: 400;"> “ตอนที่ผมมาร่วมทีม I AM Consulting เราเป็นบริษัทเล็ก ๆ ที่มีพนักงานไม่ถึง 10 คน ทุกคนต้องทำทุกอย่าง ไม่มีตำแหน่งที่ชัดเจนมากนัก เราไม่ได้แค่ให้คำปรึกษา แต่เราเป็นพาร์ทเนอร์ที่คอยสนับสนุนลูกค้าจริง ๆ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคนั้น ระบบ ERP และ SAP กำลังเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดไทย ที่ปรึกษาส่วนใหญ่ทำงานกับบริษัทข้ามชาติ ซึ่งนำ Best Practices จากต่างประเทศมาใช้โดยตรง แต่ I AM Consulting มองเห็นว่า องค์กรไทยมีความซับซ้อนทางธุรกิจ วัฒนธรรมองค์กร และข้อกำหนดด้านกฎหมายที่แตกต่างจากสากล</span> <span style="font-weight: 400;">ทำให้แนวทางการนำระบบมาใช้ต้องถูกปรับให้เหมาะสม ไม่ใช่การนำเข้ามาแบบ One Size Fits All</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงต้องการก่อตั้งบริษัทที่สามารถ </span><b>“Join Your Success” </b><span style="font-weight: 400;">ไปกับลูกค้าได้จริง ๆ </span><b>ไม่ใช่แค่ติดตั้งและใช้งานซอฟต์แวร์ แต่ต้องเข้าใจธุรกิจของพาร์ทเนอร์ในเชิงลึก เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ช่วยให้ลูกค้าประสบความสำเร็จในระยะยาว</b></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราไม่ได้ต้องการแค่ Implement ระบบให้เสร็จ แต่เราต้องการเป็น Trusted Partner ที่ช่วยให้องค์กรใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจได้จริง” </span></i><span style="font-weight: 400;">คุณกริชกล่าว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43183" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T091045.712.webp" alt="HREX Cover by Para 2025 02 21T091045.712" width="600" height="370" title="Empower The Next: เมื่อความเชื่อใจ (Trust) ขับเคลื่อนอนาคตของ I AM Consulting 321" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T091045.712.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T091045.712-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Trust: พื้นฐานของวัฒนธรรมองค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมองค์กรของ I AM Consulting ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความจริงใจและความรับผิดชอบต่อผลงาน ลูกค้าที่ใช้บริการกับบริษัทมักจะอยู่กับ I AM Consulting มาเป็นเวลาหลายปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นที่บริษัทได้รับ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราไม่เคยทิ้งลูกค้า เราไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นแค่ที่ปรึกษา แต่เราเป็น Trusted Partner ที่จะอยู่กับลูกค้าจนกว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณกริชกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเชื่อมั่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่มันเกิดจากการทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับลูกค้า การส่งมอบโซลูชันที่มีคุณภาพ และการสนับสนุนลูกค้าอย่างจริงใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแต่ลูกค้าเท่านั้นที่ได้รับความเชื่อมั่นจาก I AM Consulting แต่ภายในองค์กรเอง ก็ให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นระหว่างทีมงานภายในเช่นกัน</span></p>
<p><b><i>“Trust ไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งที่เราต้องสร้างกับลูกค้า แต่ต้องเริ่มต้นจากองค์กรด้วย ถ้าทีมงานไม่ไว้ใจกัน เราจะไม่มีทางส่งมอบงานที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าได้”</i></b></p>
<h2><b>Diversity &amp; Inclusion: ความหลากหลายที่ขับเคลื่อนองค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งจุดแข็งของวัฒนธรรมองค์กร I AM Consulting คือการเปิดรับความหลากหลายภายในองค์กร ด้วยพนักงานจากหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่ Gen X, Gen Y ไปจนถึง Gen Z องค์กรจึงมีการผสมผสานระหว่างประสบการณ์และแนวคิดใหม่ ๆ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้แสดงความคิดเห็น เราเชื่อว่าความแตกต่างคือจุดแข็ง ไม่ใช่อุปสรรค” </span></i><span style="font-weight: 400;">คุณกริชอธิบายถึงแนวทางการบริหารคนในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปิดรับความคิดเห็นจากพนักงานทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ภายในบริษัทด้วย ตัวอย่างเช่น </span><b>EZTax: e-Tax Invoice &amp; e-Receipt Platform </b><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในโซลูชันที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ I AM Consulting ซึ่งเกิดจากไอเดียของพนักงานที่เห็นโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยองค์กรไทยให้สามารถจัดการกระบวนการออกใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากแพลตฟอร์มเล็ก ๆ ในวันแรกสู่ผู้นำส่งธุรกรรมให้กรมสรรพากรมากที่สุดในประเทศไทยกว่า 800 ล้านฉบับ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;ตอนแรกเราไม่รู้เลยว่ามันจะประสบความสำเร็จไหม แต่น้อง ๆ ในทีมเชื่อมั่นและกล้าคิด เราก็สนับสนุนเต็มที่ นี่คือสิ่งที่เราทำมาตลอด”  </span></i><span style="font-weight: 400;">คุณกริชกล่าวพร้อมรอยยิ้ม </span><i><span style="font-weight: 400;">“</span></i><b><i>เราเปิดโอกาสให้พนักงานมีพื้นที่สร้างอนาคตของตัวเองเสมอ</i></b><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43187" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T093121.805.png" alt="Empower The Next: เมื่อความเชื่อใจ (Trust) ขับเคลื่อนอนาคตของ I AM Consulting" width="600" height="370" title="Empower The Next: เมื่อความเชื่อใจ (Trust) ขับเคลื่อนอนาคตของ I AM Consulting 322" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T093121.805.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T093121.805-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Flexible Benefits และการวางแผนอาชีพเฉพาะบุคคล</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ I AM Consulting ยังให้ความสำคัญกับความสุขและการพัฒนาของพนักงาน เพราะพวกเขาเชื่อว่า </span><b>หากพนักงานได้รับการดูแลที่ดี ย่อมส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และองค์กรสามารถเติบโตไปพร้อมกับบุคลากรของตัวเอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/flexible-benefit-240214/"><b>Flexible Benefits </b></a><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงาน เลือกสวัสดิการที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ เพราะทุกคนอยู่ในช่วงจังหวะของชีวิตที่แตกต่างกัน บางคนอยู่ในจังหวะที่อาจจะต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพและครอบครัว ในขณะที่บางคนอยู่ในจังหวะที่ต้องการพัฒนาทักษะ  ดังนั้น I AM Consulting จึงออกแบบ </span><b>ระบบสวัสดิการที่ปรับเปลี่ยนได้ </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของพนักงานในแต่ละช่วงชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากความยืดหยุ่นในเรื่องสวัสดิการแล้ว บริษัทยังมี</span><b> Individual Career Planning หรือ การวางแผนเส้นทางอาชีพเฉพาะบุคคล</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้พนักงานมีโอกาสเติบโตในเส้นทางที่เหมาะกับทักษะและเป้าหมายของตัวเอง </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;เราไม่ได้มองว่าทุกคนต้องเดินตามเส้นทางเดียวกัน พนักงานของเรามีความสามารถที่แตกต่างกัน และเราต้องสนับสนุนให้พวกเขาเติบโตในแบบที่เขาอยากเป็น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นว่า I AM Consulting ไม่เพียงให้ความสำคัญกับความสำเร็จขององค์กรเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นที่จะช่วยให้พนักงาน เติบโตอย่างมั่นคง และมีคุณค่ากับตัวเองในทุกก้าวของอาชีพด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43182" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T091010.378.webp" alt="HREX Cover by Para 2025 02 21T091010.378" width="600" height="370" title="Empower The Next: เมื่อความเชื่อใจ (Trust) ขับเคลื่อนอนาคตของ I AM Consulting 323" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T091010.378.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/02/HREX-Cover-by-Para-2025-02-21T091010.378-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Empower The Next: ส่งต่อพลังให้คนรุ่นใหม่</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเห็นได้ว่า การเติบโตของ I AM Consulting ไม่ได้เกิดจากแค่กลยุทธ์ทางธุรกิจหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “คน” ที่มีแนวคิดและวิธีการทำงานที่สอดคล้องกัน วัฒนธรรมองค์กรของที่นี่จึงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากแค่คำพูด แต่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นผ่านการทำงานจริง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;เราต้องการสร้างองค์กรที่แข็งแรงและยั่งยืน ซึ่งหมายถึงการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่มี DNA เดียวกับเรา&#8221;</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">DNA ของ I AM Consulting คือ Trust, Sincerity, Practicality และความมุ่งมั่นที่จะทำให้งานสำเร็จโดยไม่ทิ้งลูกค้า แนวคิดเหล่านี้ถูกปลูกฝังผ่านการทำงานร่วมกัน <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190628-good-mentor/">การเป็นพี่เลี้ยง (Mentorship)</a> และการให้โอกาสพนักงานรุ่นใหม่ได้ลองและเรียนรู้</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;เราภูมิใจเสมอที่ได้เห็นพนักงานของเราหลายคนเติบโต จากเด็กจบใหม่สู่การเป็นผู้นำองค์กร เราต้องการ Empower คนรุ่นใหม่ เพื่อให้พวกเขาได้คิดและมีโอกาสนำสิ่งใหม่ ๆ มาต่อยอด  เราเชื่อว่าถ้าเรามอบความไว้วางใจ พวกเขาก็จะสามารถสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมและยั่งยืน”</span></i></p>
<h2><b>Trust ที่สร้างและส่งต่อ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Trust ไม่ใช่แค่ระหว่าง “องค์กรกับลูกค้า” แต่ยังรวมถึง Trust “ระหว่างทีมงานและผู้คนในองค์กร” เพราะทุกความสำเร็จไม่ได้เกิดจากเพียงคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากคนกลุ่มหนึ่งที่เชื่อมั่นในกันและกัน</span></p>
<p><b><i>&#8220;Trust ไม่ได้เกิดขึ้นแค่วันเดียว แต่ต้องถูกสร้างขึ้นทุกวัน และต้องถูกส่งไปยังรุ่นต่อไป&#8221;</i></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">I AM Consulting จึงเป็นมากกว่าบริษัทที่ปรึกษาด้าน IT แต่คือ องค์กรที่เชื่อมั่นในศักยภาพของ “คน” และขับเคลื่อนด้วย “ความเชื่อใจ” ที่จะถูกส่งต่อให้พนักงานสืบไป</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/199?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36683" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130.png" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130.png 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-300x300.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-1024x1024.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-150x150.png 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/130-768x768.png 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="Empower The Next: เมื่อความเชื่อใจ (Trust) ขับเคลื่อนอนาคตของ I AM Consulting 324"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/empower-the-next-i-am-consulting-250221/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ Watsons Thailand “ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ต้องอาศัยทีมงานที่เป็นหนึ่งเดียว”</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/watsons-thailand-success-250129/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/watsons-thailand-success-250129/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Jan 2025 05:55:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Watsons Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[HR Interview]]></category>
		<category><![CDATA[จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=42425</guid>

					<description><![CDATA[รางวัลด้าน HR อาจไม่ใช่เป้าหมายแรกที่ HR ทุกคนมุ่งหวังจากการทำงาน แต่หากสามารถคว้ามาครองได้ ย่อมถือเป็นผลพลอยได้ที่ช่วยให้ทุกคนภาคภูมิใจ ว่าที่มุ่งมั่นทำงานอย่างหนักมาตลอดเพื่อเพื่อนพนักงานและองค์กรนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว Watsons Thailand คือองค์กรที่โดดเด่น ไม่เพียงแค่ได้รับรางวัล Best Company To Work For in Asia ไปครองได้เป็นปีที่ 3 ติดต่อกันจาก HR Asia  แต่ยังคว้ารางวัลพิเศษ Diversity Equity &#38; Inclusion Awards และ Most Caring Company Awards รวมถึง Sustainable Workplace Awards มาครองได้ด้วย บ่งชี้ว่า HR ขององค์กรนั้นทำงานอย่างหนักจริง ๆ เพื่อสร้างองค์กรให้เป็นศูนย์รวมคนเก่ง และศูนย์รวมแห่งโอกาส และนี่เป็นอีกปีที่ HREX ได้พูดคุยกับคุณ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล วัตสัน ประเทศไทย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44361" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-03-17T083311.851.webp" alt="คุยกับ Watsons Thailand “ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ต้องอาศัยทีมงานที่เป็นหนึ่งเดียว”
" width="600" height="370" title="คุยกับ Watsons Thailand “ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ต้องอาศัยทีมงานที่เป็นหนึ่งเดียว” 330" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-03-17T083311.851.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-03-17T083311.851-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รางวัลด้าน HR อาจไม่ใช่เป้าหมายแรกที่ HR ทุกคนมุ่งหวังจากการทำงาน แต่หากสามารถคว้ามาครองได้ ย่อมถือเป็นผลพลอยได้ที่ช่วยให้ทุกคนภาคภูมิใจ ว่าที่มุ่งมั่นทำงานอย่างหนักมาตลอดเพื่อเพื่อนพนักงานและองค์กรนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว</span></p>
<p><a href="https://www.watsons.co.th/th/" target="_blank" rel="noopener"><b>Watsons Thailand</b></a> <span style="font-weight: 400;">คือองค์กรที่โดดเด่น ไม่เพียงแค่ได้รับรางวัล </span><a href="https://th.hrnote.asia/news/watsons-thailand-hr-asia-241008/"><span style="font-weight: 400;">Best Company To Work For in Asia</span></a><span style="font-weight: 400;"> ไปครองได้เป็นปีที่ 3 ติดต่อกันจาก</span><b> HR Asia</b><span style="font-weight: 400;">  แต่ยังคว้ารางวัลพิเศษ Diversity Equity &amp; Inclusion Awards และ Most Caring Company Awards รวมถึง Sustainable Workplace Awards มาครองได้ด้วย บ่งชี้ว่า HR ขององค์กรนั้นทำงานอย่างหนักจริง ๆ เพื่อสร้างองค์กรให้เป็นศูนย์รวมคนเก่ง และศูนย์รวมแห่งโอกาส</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่เป็นอีกปีที่ HREX ได้พูดคุยกับคุณ</span><b> จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล วัตสัน ประเทศไทย ถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้น มาดูกันดีกว่าว่าแนวทางการสร้างองค์กรของ Watsons Thailand ในปีนี้มีอะไรที่แตกต่างไปจากปีก่อน ๆ บ้าง และแต่ละองค์กรสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร</span></p>
<h2><b>Watsons Thailand มีแนวทางบริหารงาน HR อย่างไร และปัจจัยใดที่ทำให้ได้รับรางวัล HR Asia ?</b></h2>
<p><b>จิระวัฒน์:</b><span style="font-weight: 400;"> เราได้รับรางวัล Best Company To Work For in Asia ในฐานะบริษัทดีเด่นแห่งเอเชียที่น่าร่วมงานด้วยต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน เพราะเราได้รับ “ความยอมรับจากเพื่อนพนักงานของเรา” ด้วยการกำหนดเป้าหมายการทำงานและทิศทางการเติบโตและขยายธุรกิจที่ชัดเจน การทำงานร่วมกันเป็นทีมและการฉลองความสำเร็จร่วมกัน การดูแลและให้ความใส่ใจ (Wellbeing) กับเพื่อนพนักงานกว่าห้าพันคน ทั้งในมิติด้านสุขภาพ จิตใจ สังคมและวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันแบบมืออาชีพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราพัฒนาเพื่อนร่วมงานของเราทุกระดับเพื่อให้มีความรู้เชิงเทคนิค และการบริหารงานที่ทันต่อสถานการณ์ สภาวะการแข่งขันและความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง เพิ่มพูนทักษะใหม่ ๆ ที่จำเป็นในยุค Digital พัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำและการทำงานร่วมกันเป็นทีม บริหารผลตอบแทนและความก้าวหน้าในอาชีพที่ยุติธรรมและโปร่งใสครับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยเหล่านี้ทำให้พวกเราผูกพันกันอย่างเหนียวแน่น และภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จร่วมกันกับแบรนด์ Watsons</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42428" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-98.webp" alt="คุยกับ Watsons Thailand “ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ต้องอาศัยทีมงานที่เป็นหนึ่งเดียว”" width="600" height="370" title="คุยกับ Watsons Thailand “ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ต้องอาศัยทีมงานที่เป็นหนึ่งเดียว” 331" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-98.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-98-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Watsons Thailand ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน และการสร้างความสามัคคีระหว่างพนักงานต่างเจเนอเรชันอย่างไร และเพราะเหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญต่อองค์กรในปัจจุบัน ?</b></h2>
<p><b>จิระวัฒน์:</b><span style="font-weight: 400;"> เราปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาพแวดล้อมที่เราแต่ละรุ่นเติบโตและถูกหล่อหลอมมานั้นแตกต่างกัน ส่งผลให้วิธีคิดและการแสดงออกเชิงพฤติกรรมของคนแต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างชัดเจน เรามีเพื่อนพนักงานกว่าห้าพันคนในทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย และพวกเราต้องอาศัยความเป็นหนึ่งเดียวด้วยการทำงานเป็นทีมอย่างมี Unity เพื่อให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ไม่ว่าเพื่อนร่วมงานจะมีอายุแตกต่างกันแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่เราเชื่อว่าพวกเขาล้วนต้องการเหมือนกันคือ โอกาสพิสูจน์ฝีมือ, ความต้องการความสำเร็จในงานที่ทำ, ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน, ค่าตอบแทนที่เหมาะสมและยุติธรรม, การได้รับความยอมรับ, การได้รับการดูแลในฐานะเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่มีศักดิ์ศรี และยอมรับในความแตกต่างได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นถ้าเราเข้าใจพื้นฐานความต้องการเหล่านี้ เราจะสามารถสร้างสรรค์สังคมและบรรยากาศการทำงานที่โอบรับเพื่อนร่วมงานได้ทุกรุ่น จากนั้นเรากำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน เชื่อมโยงกับการบริหารค่าตอบแทน การชื่นชมและให้รางวัล รวมถึงโอกาสก้าวหน้าในอาชีพ ก็จะทำให้ทุกรุ่นทุกวัยสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมี Unity</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ Watsons Thailand เราเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ต้องอาศัยทีมงานที่เป็นหนึ่งเดียวกันครับ</span></p>
<h2><b>คุณคิดว่า “รางวัล” โดยภาพรวมมีความสำคัญต่อ Watsons Thailand อย่างไร แล้วทำไมรางวัลสาขา HR จึงจำเป็นต่อวงการธุรกิจ ?</b></h2>
<p><b>จิระวัฒน์:</b><span style="font-weight: 400;"> ปกติเวลาเราเลือกซื้อสินค้า เราเองยังต้องการความมั่นใจ ดูว่าสินค้านั้นได้รับการรับรองจากองค์กรหรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้หรือไม่ ผู้สมัครงานและคนเก่ง ๆ ก็เช่นเดียวกันครับ การจะตัดสินใจเลือกทำงานในองค์กรใด เขาก็ต้องการความมั่นใจว่าเขาพาตัวเองไปอยู่ในองค์กรและสังคมที่ตอบโจทย์เขาได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รางวัลที่ได้รับการรับรองจากองค์กรที่เชื่อถือได้ ก็คือเครื่องหมายการันตีถึงสิ่งที่เราได้ทำลงไปและได้รับความยอมรับเมื่อเทียบกับองค์กรอื่น ๆ แล้วเราทำได้ดีกว่าเขา และอยู่ในระดับแนวหน้า อย่างรางวัล Best Company To Work For in Asia ก็การันตีได้ว่า Watsons Thailand ของเราเป็นบริษัทที่ดีในระดับแถวหน้าเมื่อเทียบกับองค์กรอื่น ๆ ในเอเชียเรื่องการดูแลและให้คุณค่ากับเพื่อนร่วมงานของเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รางวัลจึงเปรียบเสมือนแม่เหล็กที่เพิ่มแรงดึงดูดให้คนเก่ง ๆ เลือกมาร่วมงานกับเรา และดึงดูดคนที่อยู่กับเรายังคงอยู่ต่อไปไม่เปลี่ยนใจไปทำงานที่อื่นครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42430" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-100.webp" alt="คุยกับ Watsons Thailand “ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ต้องอาศัยทีมงานที่เป็นหนึ่งเดียว”" width="600" height="370" title="คุยกับ Watsons Thailand “ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ต้องอาศัยทีมงานที่เป็นหนึ่งเดียว” 332" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-100.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-100-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>อะไรคือแนวโน้มสำคัญของ HR ที่จะมีผลต่ออนาคตของแรงงานในศตวรรษหน้า ?</b></h2>
<p><b>จิระวัฒน์:</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่มีใครปฏิเสธว่า การเปลี่ยนแปลงในระยะหลังเกิดขึ้นรวดเร็วมาก โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี และ AI มาสู่ชีวิตประจำวันและธุรกิจ จึงจำเป็นต้องรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอย่างยิ่ง เราเตรียมความพร้อมของเพื่อนร่วมงานของเราให้พร้อมสำหรับความต้องการของลูกค้าและการแข่งขันในอนาคตเป็นสิ่งที่เราทำมาอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเริ่มโครงการ Fit For the Future มา 4-5 ปีแล้ว ด้วยการปรับ Mindset และ Upskill / Reskill เพื่อนร่วมงานของเราให้พร้อม ส่วนเรื่องการดึงดูดและรักษา Talent นั้น เราปรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพิ่มความยืดหยุ่นแบบ Hybrid และ Remote Work โดยยังรักษาสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และความต้องการของเพื่อนพนักงานโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ การใส่ใจเรื่อง People Wellbeing ทั้งสุขภาพร่างกาย จิตใจ และสภาพแวดล้อมสังคมในที่ทำงาน รวมถึงการยอมรับในความแตกต่าง (DEI: Diversity, Equity, &amp; Inclusion)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราพยายามมาโดยตลอดเพื่อสร้าง Watsons Thailand ของเราให้เป็น “A Workplace of Opportunity” ด้วยการพิจารณา และให้โอกาสความก้าวหน้าจากความสามารถและภาวะผู้นำเป็นสำคัญ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่สำคัญและเป็นปัจจัยให้แบรนด์นายจ้างเป็นที่ยอมรับและเป็นทางเลือกก็คือ การใส่ใจ ให้ความสำคัญ และการลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability: People-Planet-Product) ซึ่งไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูด รักษา และสร้างความผูกพันให้กับคนในองค์กรเพื่อให้แน่ใจว่าทีมงานที่แข็งแกร่งของเราจะสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมต่อเนื่องต่อไปในอีก 10 ปีข้างหน้าครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42429" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-99.webp" alt="คุยกับ Watsons Thailand “ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ต้องอาศัยทีมงานที่เป็นหนึ่งเดียว”" width="600" height="370" title="คุยกับ Watsons Thailand “ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ต้องอาศัยทีมงานที่เป็นหนึ่งเดียว” 333" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-99.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-99-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>คุณมีคำแนะนำอะไรแก่คนรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน HR เพื่อเตรียมตัวรับมือกับความท้าทายและโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาบ้าง ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมอยากแนะนำว่า มี 2 สิ่งที่ HR ที่ประสบความสำเร็จไม่มีไม่ได้นั่นคือ </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความเข้าใจธุรกิจและความต้องการทางธุรกิจ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความเข้าใจคนและความต้องการของคน </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าวันนี้หรือในอนาคตเราจะพบกับความท้าทายใด ๆ การแข่งขันทางธุรกิจจะดุเดือดเพียงใด เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วแค่ไหน 2 สิ่งนี้เป็นสิ่งจำเป็นที่ผมคิดว่า HR Leader ต้องมีเสมอในธุรกิจต้องมีคนทำงานด้านคน เพื่อให้คนสร้างผลงานและทำให้เป้าหมายของธุรกิจประสบความสำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นทั้ง 2 สิ่งต้องควบคู่กันและอยู่ในสมดุลที่ตอบสนองความต้องการได้ทั้งคนและธุรกิจครับ</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="คุยกับ Watsons Thailand “ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ต้องอาศัยทีมงานที่เป็นหนึ่งเดียว” 334"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/watsons-thailand-success-250129/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะลึกปรัชญาการทำงานของ ดานอน ประเทศไทย (Danone Thailand) “ดูแลพนักงานให้ดีที่สุด แล้วพนักงานจะดูแลธุรกิจของเราให้เติบโต”</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/danone-thailand-hr-interview-250127/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/danone-thailand-hr-interview-250127/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jan 2025 06:48:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Danone Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ดานอน ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=42367</guid>

					<description><![CDATA[เป็นประจำทุกปี HR Asia จะประกาศรางวัล Best Companies to Work For ซึ่งมอบให้กับองค์กรที่น่าร่วมงานด้วยที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในปี 2024 นี้ มีองค์กรในไทยที่ได้รับรางวัลนี้ถึง 71 แห่ง โดย HREX ได้มีโอกาสสัมภาษณ์หนึ่งในองค์กรที่โดดเด่นในปีนี้นั่นคือ ดานอน สเปเชียลไลซ์ นิวทริชั่น ประเทศไทย (หรือดานอน ประเทศไทย &#8211; Danone Thailand) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์โภชนาการที่ดีต่อสุขภาพสำหรับคนทุกช่วงวัย ที่ได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work For In Asia 2024, Most Caring Company Awards 2024 และ Diversity, Equity &#38; Inclusion Awards 2024 ครั้งนี้เราได้พูดคุยกับ คุณแดนิช ราห์มัน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44359" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-03-17T083245.286.webp" alt="เจาะลึกปรัชญาการทำงานของ ดานอน ประเทศไทย (Danone Thailand) “ดูแลพนักงานให้ดีที่สุด แล้วพนักงานจะดูแลธุรกิจของเราให้เติบโต”" width="600" height="370" title="เจาะลึกปรัชญาการทำงานของ ดานอน ประเทศไทย (Danone Thailand) “ดูแลพนักงานให้ดีที่สุด แล้วพนักงานจะดูแลธุรกิจของเราให้เติบโต” 340" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-03-17T083245.286.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-2025-03-17T083245.286-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เป็นประจำทุกปี HR Asia จะประกาศรางวัล Best Companies to Work For ซึ่งมอบให้กับองค์กรที่น่าร่วมงานด้วยที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในปี 2024 นี้ มีองค์กรในไทยที่ได้รับรางวัลนี้ถึง 71 แห่ง</p>
<p>โดย HREX ได้มีโอกาสสัมภาษณ์หนึ่งในองค์กรที่โดดเด่นในปีนี้นั่นคือ <strong><a href="https://www.danone.co.th/" target="_blank" rel="noopener">ดานอน สเปเชียลไลซ์ นิวทริชั่น ประเทศไทย</a> (หรือดานอน ประเทศไทย &#8211; Danone Thailand) </strong>ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์โภชนาการที่ดีต่อสุขภาพสำหรับคนทุกช่วงวัย ที่ได้รับรางวัล <a href="https://th.hrnote.asia/news/hr-asia-best-companies-to-work-for-in-thailand-2024-241015/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HR Asia Best Companies to Work For In Asia 2024, Most Caring Company Awards 2024 และ Diversity, Equity &amp; Inclusion Awards 2024</a></p>
<p>ครั้งนี้เราได้พูดคุยกับ <strong>คุณ</strong><strong>แดนิช ราห์มัน</strong> General Manager, Danone Thailand and Southeast Asia Lead และ <strong>คุณอารีย์ ทองเปรม</strong> Human Resources Director, Danone Thailand, Laos and Vietnam เพื่อเข้าใจเคล็ดลับการบริหารคนของ ดานอน ประเทศไทยและเหตุผลที่ทำให้องค์กรนี้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่พนักงานอยากร่วมงานด้วย มาติดตามกันได้ในบทสัมภาษณ์นี้ได้เลย</p>
<h2>ดานอน ประเทศไทย (Danone Thailand) มีแนวทางการบริหารคนอย่างไร ?</h2>
<p><strong>แดนิช:</strong> สำหรับดานอน เราจะคำนึงถึงผลกระทบของการทำธุรกิจต่อเศรษฐกิจและสังคมเสมอครับ กว่า 50 ปีที่ผ่านมา เราพัฒนาแผนการทำงานเพื่อความยั่งยืนที่เรียกว่า <strong>&#8220;Danone Impact Journey&#8221;</strong> ซึ่งมีเสาหลักใหญ่ 4 ประการที่เรายึดมั่นเสมอมา ประกอบด้วย</p>
<ol style="font-weight: 400;">
<li><strong>การสร้างผลกระทบในเชิงบวก</strong> (Make an Impact) เปิดโอกาสให้พนักงานสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายทั้งในระดับธุรกิจและสังคม</li>
<li><strong>การเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคน</strong> (People-Centric Company) เน้นการมีส่วนร่วมของพนักงานและให้ความสำคัญกับสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีของพนักงานทุกระดับ</li>
<li><strong>การเปิดโอกาสให้พนักงานของเราได้มีส่วนร่วมกับโครงการต่างๆ</strong>  (Step Out of Your Job Description) ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่เกี่ยวกับชุมชนหรืออุตสาหกรรม ไปพร้อม ๆ กับการทำงานในหน้าที่ของตนเอง</li>
<li><strong>การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และเติบโตอย่างต่อเนื่อง</strong> (A Great Place to Grow) ด้วยหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อพัฒนา Hard Skills และ Soft Skills รวมถึงหลักสูตรเพื่อพัฒนาภาวะผู้นำในองค์กรด้วย</li>
</ol>
<p>เพราะที่ดานอน เราไม่ได้มุ่งเน้นแค่เรื่องธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่เราให้ความสำคัญกับทั้ง 4 เสาหลักของ Danone Impact Journey นี้เสมอด้วยครับ โดยเสาที่เกี่ยวกับผู้คนและชุมชนมีจุดเริ่มต้นมาจากพนักงานของเราเอง ซึ่งเราถือว่าพนักงานเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด และเป็นหัวใจสำคัญของทุกสิ่งอย่างที่เราทำ เพราะเราคิดเสมอว่าถ้าต้องการสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับโลก เราก็ต้องเริ่มสร้างสิ่งดี ๆ ขึ้นมาจากภายในองค์กรก่อน</p>
<p>ดานอนจึงสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวก เปิดโอกาสให้พวกเขาได้รับการดูแลรอบด้าน มีโอกาสในการเติบโต และอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความหลากหลายครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42371" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-70.webp" alt="เจาะลึกปรัชญาการทำงานของ ดานอน ประเทศไทย (Danone THailand) “ดูแลพนักงานให้ดีที่สุด แล้วพนักงานจะดูแลธุรกิจของเราให้เติบโต”" width="600" height="370" title="เจาะลึกปรัชญาการทำงานของ ดานอน ประเทศไทย (Danone Thailand) “ดูแลพนักงานให้ดีที่สุด แล้วพนักงานจะดูแลธุรกิจของเราให้เติบโต” 341" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-70.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-70-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>อะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรได้รางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024 พร้อมกับรางวัล Most Caring Company และ Diversity, Equity &amp; Inclusion ?</h2>
<p><strong>แดนิช: </strong>การได้รางวัลเหล่านี้เกิดจากการที่เราทำทุกอย่างเพื่อดูแล<strong>ความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดี (</strong><strong>Safety and Well-being) ของพนักงาน </strong>คอยดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจของพนักงาน ให้พนักงานทำงานอย่าง<strong>ยืดหยุ่น (</strong><strong>Flexibility) </strong>เพื่อให้พนักงานมีสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวครับ</p>
<p><strong>นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับความเห็นของพนักงาน (</strong><strong>Employee Voice) </strong>ที่ผ่านมาเราจัดทำแบบสำรวจ <strong>&#8220;Danone People Survey&#8221;</strong> ทุกปี และถือเป็น KPI สำคัญของเราด้วย เราจะวัดผลความคืบหน้าและรับฟังข้อเสนอแนะจากพนักงานเสมอ เรามีแผนปฏิบัติการเพื่อตอบสนองต่อข้อเสนอแนะเหล่านี้ และพยายามปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>นอกจากนี้ เรายังมีกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมโอบรับความแตกต่าง และทำให้พนักงานมีความสุขพร้อมที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อองค์กรครับ</p>
<p>ดานอน ประเทศไทย ภูมิใจที่ได้รับรางวัลเหล่านี้ ทุกอย่างเกิดจากความตั้งใจ การวางแผนที่รอบคอบ และความพยายามอย่างต่อเนื่อง เป็นแรงผลักดันให้เราปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นตลอดเพื่อทุกคนครับ</p>
<h2>หมายความว่าองค์กรต้องดูแลพนักงานให้ดีที่สุดก่อน เพื่อที่พนักงานจะได้สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับลูกค้าและองค์กรได้ ใช่ไหม ?</h2>
<p><strong>แดนิช:</strong> ใช่เลยครับ เพราะทุกสิ่งที่ดานอนทำจะสร้างผลกระทบไปไกลกว่าธุรกิจของเราเสมอ เรามองเรื่องธุรกิจควบคู่ไปกับความยั่งยืน ซึ่งมีเสาหลักสามประการที่ผมได้กล่าวไว้ หนึ่งในนั้นคือ <strong>‘ผู้คนและชุมชน’</strong> ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง</p>
<p>ดังนั้น ทุกอย่างต้องเริ่มต้นจากพนักงานของเราเองก่อน หากใส่ใจดูแลพวกเขาให้ดีที่สุด พวกเขาก็จะสร้างสิ่งดี ๆ ต่อธุรกิจและสังคมโดยรวมครับ</p>
<h2>ไม่เพียงแค่ ดานอน ประเทศไทย (Danone Thailand) ที่ได้รางวัลจาก HR Asia แต่ดานอน ในประเทศมาเลเซียและกัมพูชาก็ได้รางวัลนี้ด้วย ความสำเร็จครั้งนี้สำคัญต่อดานอนอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>แดนิช: </strong>แน่นอนว่าเรายินดีที่ได้รับรางวัลเหล่านี้ แต่เป้าหมายของเราไม่ได้ต้องการทำเพื่อคว้ารางวัล ทุกอย่างเริ่มต้นจากหลักการพื้นฐานที่ผมได้พูดถึงก่อนหน้านี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ <strong>Danone Impact Journey</strong> ของเรา โดยเน้นที่ผลกระทบต่อธุรกิจและผลกระทบที่เรามีต่อสังคม ผ่านเสาหลักสำคัญ เช่น <strong>ผู้คนและชุมชน</strong></p>
<p>เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้สำหรับพนักงานของเรา ดานอนออกแบบโปรแกรมและนโยบายที่เหมาะสม หลายนโยบายที่ใช้ในประเทศไทย เราก็แบ่งปันร่วมกันในระดับภูมิภาคหรือระดับโลกด้วย ขณะเดียวกันเรายังปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละประเทศ เพราะทุกที่ล้วนมีปัจจัยเฉพาะที่สำคัญและแตกต่างกันไป</p>
<p>จุดเด่นของดานอนคือเราไม่เพียงนำโปรแกรมระดับภูมิภาคหรือระดับโลกมาใช้เท่านั้น แต่เราปรับให้เข้ากับบริบทของแต่ละประเทศได้ เช่น โปรแกรมพัฒนาทักษะ (Upskilling) ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับบริบท ความสามารถ และความต้องการของบุคลากรในพื้นที่นั้น ๆ เพื่อสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่กว่าครับ</p>
<p>การที่เราทำสิ่งเหล่านี้สำเร็จและได้รับการยอมรับจนคว้ารางวัล ไม่เพียงแสดงให้เห็นว่า องค์กรของเราเป็นองค์กรที่ดีและน่าร่วมงาน แต่ยังช่วยดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพให้เข้ามาร่วมงานกับเราอย่างต่อเนื่องด้วย</p>
<p>ทุกอย่างสะท้อนกลับมาที่วิสัยทัศน์ของดานอน คือ <strong>“One Planet, One Health”</strong> การดูแลผู้คน ธุรกิจ สังคม และโลกต้องไปพร้อมกัน และเราหวังว่าสิ่งที่เราทำจะสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ทั้งในระดับองค์กรและระดับสังคมได้ยิ่งขึ้นในอนาคตครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42369" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-68.webp" alt="เจาะลึกปรัชญาการทำงานของ ดานอน ประเทศไทย (Danone THailand) “ดูแลพนักงานให้ดีที่สุด แล้วพนักงานจะดูแลธุรกิจของเราให้เติบโต”" width="600" height="370" title="เจาะลึกปรัชญาการทำงานของ ดานอน ประเทศไทย (Danone Thailand) “ดูแลพนักงานให้ดีที่สุด แล้วพนักงานจะดูแลธุรกิจของเราให้เติบโต” 342" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-68.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-68-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ในมุมมองของคุณ HR สำคัญต่อองค์กรอย่างไรบ้าง งาน HR มีส่วนช่วยผลักดันการเติบโตของธุรกิจได้อย่างไร ?</h2>
<p><strong>อารีย์: </strong>สิ่งที่ HR ของดานอนทำแล้วประสบความสำเร็จและแตกต่างจากที่อื่นคือ การเป็น <strong>HR Business Partnering</strong> ให้กับทุกส่วนขององค์กรค่ะ เช่น เราเข้าไปทำงานร่วมกับแต่ละส่วนงานเสมอ หลังวางแผนกลยุทธ์เสร็จเรียบร้อยแล้วว่าเราจะพัฒนาแผนงานร่วมกับแต่ละส่วนงานอย่างไร โดยเน้นการพัฒนาบุคลากร การ Upskill ความสามารถของพนักงาน และทำให้พนักงานมีส่วนร่วม (Engagement) กับกลยุทธ์ที่เราวางไว้</p>
<p>เมื่อมีแผนพัฒนาที่ชัดเจนแล้ว เราก็ย่อมต้องการให้พนักงานมีส่วนร่วมในแผนนั้น เราจึงมี Deploy Strategy เช่น National Convention ที่เปิดให้พนักงานได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แชร์ประสบการณ์ และสร้างกลยุทธ์ร่วมกัน พนักงานสามารถออกไอเดียเพิ่มเติม หรือเสนอความคิดเห็นว่าแผนที่วางไว้นั้นจะได้ผลหรือไม่ อย่างไรบ้าง กิจกรรมเหล่านี้จะมี HR เข้าร่วมด้วยเสมอเพื่อรับฟัง ช่วยออกแบบและขับเคลื่อนแผนพัฒนาให้ออกมาดีที่สุด</p>
<p>อีกประเด็นสำคัญคือ <strong>การ </strong><strong>Upskill และ Reskill พนักงาน</strong> เราตระหนักดีว่าธุรกิจของเราอยู่ใน Niche Market ซึ่งต้องการทักษะเฉพาะด้าน เราจึงพัฒนาหลักสูตรมากมาย เช่น <strong>โปรแกรมพัฒนาความเป็นผู้นำ</strong> หรือ<strong>โปรแกรมเสริมสร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง</strong>ให้กับพนักงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์โดยตรง เพราะเราเชื่อว่าการสร้างคนจากภายในองค์กรให้เติบโตอย่างต่อเนื่องจะได้ผลเร็วกว่าการดึงคนจากภายนอกเข้ามา</p>
<p>นอกจากนี้ หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตและยั่งยืนในระยะยาว เราต้องใส่ใจเรื่อง <strong>Health &amp; Well-Being</strong> ของพนักงาน เพราะเราเชื่อว่า ถ้าพนักงานรู้สึกดีต่อองค์กร กลยุทธ์ที่สร้างไว้จะยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>เราเริ่มจากการสร้างความยืดหยุ่นในการทำงาน เช่น ให้พนักงานสามารถทำงานแบบ <strong>Work From Anywhere</strong> ได้ รวมถึงสนับสนุนให้พนักงานมีสุขภาพและได้รับโภชนาการที่ดี ซึ่งสอดคล้องกับธุรกิจหลักของเรา ดานอน มีนโยบายสนับสนุนคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูก ด้วยการให้สิทธิ์ลาคลอดแบบได้รับค่าจ้างนานถึง <strong>182 วัน</strong> ซึ่งสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 90 วัน</p>
<p>และดานอน ประเทศไทยก็ยังมี <strong>Flexi Health Benefit</strong> ให้พนักงานเลือกได้ว่าจะใช้งบประมาณจำนวนหนึ่งที่บริษัทจัดสรรให้ ไปกับสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละคน</p>
<p>ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของ HR ในการช่วยพัฒนาองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาบุคลากร การเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน และการส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในกลยุทธ์ ทุกอย่างล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืนค่ะ</p>
<h2>ช่วยเล่าได้ไหมว่าทีม HR ของดานอน ประจำการในประเทศไทยที่ช่วยกันดูแลพนักงานทั้งองค์กร แบ่งบทบาทหน้าที่กันอย่างไร ?</h2>
<p><strong>อารีย์: </strong>เพื่อให้ตอบโจทย์กลยุทธ์องค์กร ทีม HR ของเราออกแบบมาเพื่อสนับสนุนธุรกิจในทุกมิติ โดยแบ่งทีมออกเป็น 3 ส่วนหลักค่ะ</p>
<ol>
<li><strong>ทีม </strong><strong>HR Business Partnering (HRBP) </strong>จะลงพื้นที่ไปทำงานร่วมกับแต่ละส่วนงานขององค์กร เช่น ฝ่ายการขาย ฝ่ายการตลาด หรือฝ่ายปฏิบัติการ แทนที่จะทำงานอยู่แต่ในออฟฟิศ เพื่อให้แน่ใจว่ากลยุทธ์ของงาน HR จะสอดคล้องกับเป้าหมายและความต้องการเฉพาะของแต่ละทีม</li>
<li><strong>ทีม </strong><strong>Center of Excellence (COE) </strong>เน้นพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น การสรรหาบุคลากร การพัฒนาทักษะพนักงาน เป็นต้น</li>
<li><strong>ทีม </strong><strong>HR Executions หรือทีมปฏิบัติการและสนับสนุน </strong>จะดูแลงานด้านการบริหารจัดการทั่วไป เช่น การจ่ายเงินเดือน งานเอกสาร และงานแอดมิน</li>
</ol>
<p>ทีม HR ที่มีทั้งหมดคอยทำงานแต่ละด้าน และสนับสนุนกลยุทธ์ขององค์กร มีทั้งคนคิดและคนทำเพื่อช่วยเสริมให้ธุรกิจเติบโตค่ะ</p>
<h2>ในฐานะที่ดานอนทำธุรกิจด้านโภชนาการและสุขภาพ ทำไมสุขภาพของพนักงานถึงสำคัญ และช่วยต่อยอดให้องค์กรอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>อารีย์: </strong>อย่างที่คุณแดนิชกล่าวไปค่ะว่า วิสัยทัศน์ของเราคือการส่งมอบโภชนาการที่ดีให้ผู้บริโภค ซึ่งสิ่งนี้ต้องเริ่มต้นจากคนในองค์กรก่อน เราเชื่อว่าหากพนักงานได้รับการดูแลเป็นอย่างดี พวกเขาจะสามารถสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับลูกค้าและสังคมได้ นี่คือแนวคิด <strong>“Walk the Talk”</strong> ที่เราใช้ปฏิบัติจริง</p>
<p>เรายังพัฒนา <strong>Be-Well Program</strong> เพื่อส่งเสริมสุขภาพทั้งกายและใจของพนักงาน 3 ข้อ ได้แก่</p>
<ol>
<li><strong>โภชนาการ (</strong><strong>Nutrition) </strong>เราส่งเสริมด้วยกิจกรรมต่างๆ ให้ความรู้ด้านโภชนาการแก่พนักงาน เช่น อาหารสำหรับพนักงานที่กำลังตั้งครรภ์หรือหลังคลอด รวมถึงวิธีป้องกันภาวะโลหิตจางและปัญหาสุขภาพอื่นๆ</li>
<li><strong>สุขภาพจิต (</strong><strong>Mental Health) </strong>เรามีช่องทางให้พนักงานสามารถปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยรักษาความเป็นส่วนตัวอย่างเคร่งครัด เพื่อให้พนักงานสบายใจกับพื้นที่จะแบ่งปันความรู้สึก</li>
<li><strong>สุขภาพกาย (</strong><strong>Physical Health) </strong>เรามีกิจกรรมมากมาย เช่น Be-Well Day จัด ในทุกเดือนเรามีการแจกเครื่องดื่ม ขนม หรืออาหารในธีมต่าง ๆ และมีบริการการนวดเพื่อบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม รวมถึงมีกิจกรรมออกกำลังกายหลังเลิกงาน และอื่น ๆ ที่ช่วยดูแลสุขภาพพนักงานอย่างครอบคลุมค่ะ</li>
</ol>
<p>ที่สำคัญ เราให้สวัสดิการและสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกันทั้งพนักงานในสำนักงานและพนักงานในโรงงาน ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่เราได้รางวัลด้าน <strong>Diversity, Equity, and Inclusion (DEI)</strong> มาครอง</p>
<p>ทั้งหมดนี้ไม่เพียงช่วยให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ยังส่งผลให้ธุรกิจเติบโตและสามารถส่งมอบสิ่งดีๆ ไปยังผู้บริโภคได้ในระยะยาวค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42370" src="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-69.webp" alt="เจาะลึกปรัชญาการทำงานของ ดานอน ประเทศไทย (Danone THailand) “ดูแลพนักงานให้ดีที่สุด แล้วพนักงานจะดูแลธุรกิจของเราให้เติบโต”" width="600" height="370" title="เจาะลึกปรัชญาการทำงานของ ดานอน ประเทศไทย (Danone Thailand) “ดูแลพนักงานให้ดีที่สุด แล้วพนักงานจะดูแลธุรกิจของเราให้เติบโต” 343" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-69.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2025/01/HREX-Cover-by-Para-69-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>สังเกตว่าที่ออฟฟิศของดานอน ประเทศไทย (Danone Thailand) ออกแบบและตกแต่งแล้วสร้างบรรยากาศที่ดี ด้านหน้าออฟฟิศมีการจัดตกแต่งตามธีมเทศกาลที่พนักงานหลายคนชวนกันออกมาถ่ายรูป ในขณะเดียวกันก็มีนโยบายส่งเสริมให้พนักงาน Work From Anywhere จึงอยากทราบแนวคิดว่าทำไมถึงอนุญาตให้พนักงานทำงานจากที่ไหนก็ได้ ในเมื่อมีออฟฟิศที่อบอุ่น และชวนให้อยากมาทำงานเสมอด้วย ?</h2>
<p><strong>แดนิช:</strong> ก่อนจะพูดถึงเรื่องการออกแบบออฟฟิศหรือการทำงานจากที่ไหนก็ได้ สิ่งที่ดานอนให้ความสำคัญที่สุดคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุขครับ ทำให้เขารู้สึกว่าได้รับการดูแล และสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ เพราะอย่างที่กล่าวไปว่าเมื่อดูแลพนักงานดี พวกเขาก็จะช่วยให้ธุรกิจเติบโต นี่คือปรัชญาที่เรายึดถือ</p>
<p>เราอยากให้ออฟฟิศเป็นสถานที่ที่พนักงานมาทำงานแล้วรู้สึกดี ได้รับความสะดวกสบาย สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ อย่างที่คุณอารีย์ได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้ว่าเรามีโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงาน <strong>Be-Well</strong> หรือการสนับสนุนการทำงานตามหลัก <strong>Ergonomics</strong></p>
<p>อย่างไรก็ตาม เราต้องทำความเข้าใจถึงปัญหาที่พนักงานต้องเผชิญด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการจราจรในประเทศไทย โดยเฉพาะในวันจันทร์และศุกร์ที่สภาพการจราจรจะย่ำแย่ที่สุด พนักงานหลายคนต้องเดินทางไกล ทำให้เสียเวลาใช้ชีวิตส่วนตัว แทนที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวในช่วงเช้าหรือเย็นที่ไม่ใช่เวลาทำงาน</p>
<p>ดังนั้น เราจึงให้ความยืดหยุ่นกับพนักงาน ไม่เพียงแค่ทำงานจากที่บ้านได้ แต่เปิดโอกาสให้พนักงานเลือกได้ว่าจะทำงานจากที่ไหน ถ้าคุณรู้สึกสะดวกใจที่จะมาออฟฟิศในวันนั้น คุณก็มาได้ แต่ถ้าคุณอยู่ไกลและไม่อยากเสียเวลาไปกับการเดินทาง คุณก็ทำงานจากที่อื่นได้</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณต้องเดินทางไปทำธุระส่วนตัว หรือเดินทางไปทำธุรกิจ คุณก็ยังสามารถทำงานและเข้าร่วมประชุมได้ แนวคิดนี้ช่วยให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนครับ</p>
<p>ทั้งหมดนี้สะท้อนกลับมาที่ปรัชญาหลักของเรา คือ <strong>ดูแลพนักงานให้ดีที่สุด แล้วพวกเขาจะดูแลธุรกิจให้เราเอง</strong> ไม่ว่าจะทำงานจากที่ไหนก็ตาม เป้าหมายของเราคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างผลงานที่ดีที่สุดได้เสมอครับ</p>
<h2>สุดท้ายนี้ คน Generation Z กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกองค์กร ดานอน ประเทศไทย  มีคำแนะนำอะไรอยากฝากถึงพนักงานรุ่นใหม่ และคุณสมบัติอะไรที่ต้องการจากพวกเขาเพื่อช่วยยกระดับองค์กรบ้าง ?</h2>
<p><strong>แดนิช:</strong> เราเข้าใจดีว่าคน <strong>Gen Z</strong> นั้นมีความแตกต่างจากคนรุ่นก่อนๆ ทั้งวิธีคิดและวิธีการทำงาน ดานอนจึงต้องปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการเฉพาะของคนกลุ่มนี้ด้วยครับ</p>
<p>เช่น คนรุ่น Gen Z มักมองหาความหมายจากงานที่มากกว่าผลลัพธ์ทางธุรกิจ พวกเขาให้ความสำคัญกับผลกระทบที่งานของพวกเขามีต่อสังคม ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาของดานอนที่ให้ความสำคัญกับทั้งธุรกิจและผลกระทบต่อสังคม เราพร้อมเปิดโอกาสให้พวกเขาสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ไปไกลกว่าการทำงานในองค์กร</p>
<p>นอกจากนี้ Gen Z ยังให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในชีวิตการทำงาน เพราะงานไม่ใช่ทุกสิ่งในชีวิตของพวกเขา เราจึงออกแบบองค์กรให้มีความยืดหยุ่นสูง เพื่อให้เขาสามารถจัดสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัวได้อย่างลงตัว และเปิดโอกาสให้เขาก้าวออกจากขอบเขตงานเดิมเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกได้รวดเร็วขึ้น</p>
<p>เช่น พนักงานสามารถทำงานในโปรเจกต์ที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตหน้าที่ของตน เพื่อแสดงศักยภาพและสร้างความหมายในงานที่ทำ</p>
<p>ที่สำคัญ เราเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่พวกเขาจะสนุกกับการทำงาน รู้สึกได้รับการดูแล และเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ <strong>Employee Value Proposition (EVP)</strong> ของเรา ซึ่งประกอบด้วย 4 หัวข้อหลักคือ</p>
<ol>
<li>การสร้างผลกระทบในเชิงบวก (Make an Impact) เปิดโอกาสให้พนักงานสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายทั้งในระดับธุรกิจและสังคม</li>
<li>การเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคน (People-Centric Company) เน้นการมีส่วนร่วมของพนักงานและให้ความสำคัญกับสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีของพนักงานทุกระดับ</li>
<li>การเปิดโอกาสให้พนักงานของเราได้มีส่วนร่วมกับโครงการต่างๆ (Step Out of Your Job Description) ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่เกี่ยวกับชุมชนหรืออุตสาหกรรม ไปพร้อมๆกับการทำงานในหน้าที่ของตนเอง</li>
<li>การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และเติบโตอย่างต่อเนื่อง (A Great Place to Grow) ด้วยหลักสูตรต่างๆ เพื่อพัฒนา Hard Skills และ Soft Skills รวมถึงหลักสูตรเพื่อพัฒนาภาวะผู้นำในองค์กรด้วย</li>
</ol>
<p>ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ดานอนมอบให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z เพื่อให้พวกเขาเติบโตและสร้างผลงานที่มีความหมายในระยะยาวครับ</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="เจาะลึกปรัชญาการทำงานของ ดานอน ประเทศไทย (Danone Thailand) “ดูแลพนักงานให้ดีที่สุด แล้วพนักงานจะดูแลธุรกิจของเราให้เติบโต” 344"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/danone-thailand-hr-interview-250127/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/myhr-workplace-241008/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/myhr-workplace-241008/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Oct 2024 02:17:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[myHR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=40811</guid>

					<description><![CDATA[การยืนระยะในวงการ HR Tech ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในตลาดที่มีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาต่อเนื่อง แต่หนึ่งในไม่กี่บริษัทที่ยังคงรักษาความแข็งแกร่ง และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการก็คือ myHR ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1992 จากกลุ่มเพื่อนเพียง 4 คนที่มีความหลงใหลในเทคโนโลยี และมีเป้าหมายที่จะสร้างซอฟต์แวร์ที่ตอบสนองความต้องการขององค์กรในประเทศไทยอย่างแท้จริง เวลาผ่านไปมากกว่า 30 ปี myHR ยังคงยืนหยัดเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน HR Tech ของไทย แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพขององค์กร ความสามารถในการปรับตัว และการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ myHR สามารถเข้าถึงปัญหาและความต้องการที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรไทยได้อย่างแท้จริง ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ HREX ได้พูดคุยกับคุณ เปี๊ยก &#8211; วราวุธ เลิศสิรินันท์ ผู้ก่อตั้งและ Managing Director ของบริษัท พร้อมด้วยคุณ สุ &#8211; สุวรรณา เกิดอยู่ General Manager ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนบริษัทในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา  ทั้งสองท่านได้แบ่งปันวิสัยทัศน์ การพัฒนา และเคล็ดลับความสำเร็จในการสร้างซอฟต์แวร์ HR [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42727" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/เบื้องหลังความสำเร็จของ-myHR-.webp" alt="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 356" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/เบื้องหลังความสำเร็จของ-myHR-.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/เบื้องหลังความสำเร็จของ-myHR--300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การยืนระยะในวงการ HR Tech ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในตลาดที่มีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาต่อเนื่อง แต่หนึ่งในไม่กี่บริษัทที่ยังคงรักษาความแข็งแกร่ง และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการก็คือ </span><b>myHR</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1992 จากกลุ่มเพื่อนเพียง 4 คนที่มีความหลงใหลในเทคโนโลยี และมีเป้าหมายที่จะสร้างซอฟต์แวร์ที่ตอบสนองความต้องการขององค์กรในประเทศไทยอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาผ่านไปมากกว่า 30 ปี myHR ยังคงยืนหยัดเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน HR Tech ของไทย แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพขององค์กร ความสามารถในการปรับตัว และการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่าวคือ myHR สามารถเข้าถึงปัญหาและความต้องการที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรไทยได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ HREX ได้พูดคุยกับคุณ </span><b>เปี๊ยก &#8211; วราวุธ เลิศสิรินันท์</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ก่อตั้งและ Managing Director ของบริษัท พร้อมด้วยคุณ </span><b>สุ &#8211; สุวรรณา เกิดอยู่ </b><span style="font-weight: 400;">General Manager ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนบริษัทในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งสองท่านได้แบ่งปันวิสัยทัศน์ การพัฒนา และเคล็ดลับความสำเร็จในการสร้างซอฟต์แวร์ HR ที่สามารถอยู่รอดและเติบโตในวงการ HR Tech ไทย ผ่านสิ่งพื้นฐานง่าย ๆ อย่างการดูแลคน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40817" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-5.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 357" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>จากโปรแกรมบัญชี สู่ซอฟต์แวร์ทรัพยากรบุคคล</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกการเดินทางย่อมมีจุดเริ่มต้นเสมอ ไม่ต่างอะไร myHR ที่คุณ เปี๊ยก &#8211; วราวุธ เล่าย้อนกลับไปถึงช่วงต้นของการก่อตั้งบริษัทในยุคที่คอมพิวเตอร์ยังไม่แพร่หลายมากนักว่า</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ช่วงที่ผมเรียนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในตอนนั้นมันเป็นสิ่งใหม่และน่าตื่นเต้นมาก ผมจำได้ว่าผมได้เรียนและเขียนโปรแกรมบนเครื่อง IBM 360 ซึ่งเป็นเครื่องขนาดใหญ่ที่มีหน่วยความจำแค่ไม่กี่เมกะไบต์ คิดดูสิ ตอนนั้นฮาร์ดดิสก์ขนาด 64 MB นี่ถือว่าใหญ่มากแล้วนะ” </span></i><span style="font-weight: 400;">เขาหัวเราะขณะเล่าถึงวันวาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ทำให้คุณวราวุธรักและหลงใหลในคอมพิวเตอร์คือ ความท้าทายที่โลกเทคโนโลยีเปิดกว้างและไม่มีที่สิ้นสุด รวมทั้งความสนุกในการสร้างโปรแกรมที่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เขาตัดสินใจร่วมกับเพื่อนก่อตั้งบริษัทขึ้นในปี 1992</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราเริ่มจากการพัฒนาซอฟต์แวร์บัญชี เพราะตอนนั้นมันเป็นสิ่งที่หลายบริษัทต้องการ แต่เมื่อมองไปข้างหน้า ผมก็เห็นว่าการแข่งขันในซอฟต์แวร์บัญชีนั้นสูง โดยเฉพาะจากต่างประเทศที่มีความสามารถในการพัฒนามากกว่าเรา ผมจึงเริ่มมองหาช่องทางอื่น และพบว่างาน HR ในไทยมีลักษณะเฉพาะที่ต่างจากต่างประเทศ เช่น เรื่องภาษี วิธีการบริหารคน เราจึงตัดสินใจเน้นไปที่ HR แทน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาอธิบายถึงการเปลี่ยนแผนการทางธุรกิจที่นำพา myHR มาถึงทุกวันนี้</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผมรู้สึกว่าถ้าเราไปทำโปรแกรมด้านบัญชี มันจะต้องเจอกับโปรแกรมจากต่างประเทศที่มีความสามารถสูงกว่า แต่ในด้าน HR มีความเป็นท้องถิ่นสูงมาก ทั้งเรื่องภาษี เรื่องการบริหารคนในไทย เรามีโอกาสที่จะสร้างสิ่งที่ต่างชาติทำไม่ได้ครับ”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40818" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-6.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 358" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>จากลูกค้า สู่พาร์ทเนอร์ร่วมพัฒนา</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">วันหนึ่งมีลูกค้าที่กำลังมองหาซอฟต์แวร์ HR เพื่อนำไปใช้ในธุรกิจของตนเอง แต่เมื่อได้เข้ามาสัมผัสกับระบบของ myHR และเห็นถึงความทุ่มเทในการพัฒนาโปรแกรมที่ตอบโจทย์องค์กรในไทยอย่างแท้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลูกค้าคนนั้นมองเห็นโอกาสว่า ‘ที่นี่มีอะไรพิเศษ’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหลังจากการพิจารณาไม่นาน เธอจึงตัดสินใจไม่เพียงแค่ใช้ซอฟต์แวร์ แต่เลือกที่จะสมัครเข้าร่วมงานกับทีมทันที เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์กรที่มีวิสัยทัศน์แห่งนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลูกค้าคนนั้นคือคุณ สุ &#8211; สุวรรณา เกิดอยู่ ผู้เป็น General Manager ของ MyHR คนปัจจุบัน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;เดิมทีสนใจหาโซลูชัน HR ที่ครบวงจรเพื่อใช้ในธุรกิจของตัวเอง เพราะมีประสบการณ์ในสายงาน HR อยู่แล้ว และต้องการเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพจากบริษัทที่ไม่หยุดพัฒนา เพื่อให้สามารถส่งมอบบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า หลังจากได้ทดลองใช้ซอฟต์แวร์ของ myHR และร่วมงานกับพี่เปี๊ยก ซึ่งมีความคิดสร้างสรรค์และทัศนคติที่ยอดเยี่ยม พี่เปี๊ยกไม่เคยมองใครเป็นคู่แข่ง แต่มองทุกเจ้าในตลาดเป็น Partner ที่ช่วยส่งเสริมการเติบโต ทำให้เห็นถึงคุณค่าของระบบ myHR ที่ทีมงานพัฒนาขึ้น ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์ด้านการใช้งาน แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานอีกด้วย”&#8221;</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ตอนแรกที่เข้ามาทำงานกับบริษัท myHR ก็ไม่ได้บอกตรง ๆ ว่าอยากมาเรียนรู้ระบบเพื่อจะนำไปให้บริการลูกค้าในบริษัทที่กำลังจะเปิดเอง บอกแค่ว่าอยากมาเป็นส่วนหนึ่งของทีม&#8221; คุณสุเล่าด้วยรอยยิ้ม &#8220;แต่เมื่อทำงานไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มเห็นว่า myHR มีวิสัยทัศน์และแนวทางที่น่าสนใจ มันไม่ใช่แค่การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อการใช้งานของลูกค้า แต่พวกเขาตั้งใจสร้างระบบที่ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ดูแลพนักงานของตัวเองได้อย่างเต็มที่ นั่นทำให้ตัดสินใจอยู่กับ myHR อย่างถาวร&#8221;</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณวราวุธยอมรับว่าไม่รู้เลยว่าเธอมีแผนจะเข้ามาเรียนรู้เพื่อไปเปิดบริษัทเองด้วยซ้ำ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ตอนแรกที่พี่สุเข้ามา ผมก็คิดว่าเขาคงจะอยู่สักพักเพื่อศึกษาระบบ แล้วก็อาจจะขอลาออกไปทำของตัวเอง แต่พอได้ทำงานร่วมกันจริง ๆ พี่สุเองก็คงเห็นว่าเรามีเป้าหมายที่ตรงกัน สุดท้ายเขาก็อยู่ยาวกับเราเลยครับ” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาหัวเราะขณะเล่าเรื่องการเข้าร่วมทีมของ General Manager คนนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40816" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-4.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 359" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>การดูแลพนักงานคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคุณสุวรรณา เธอเชื่อว่าการดูแลพนักงานไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดการ แต่เป็นเรื่องของการสร้างแรงจูงใจและการสนับสนุนให้พนักงานเติบโตไปพร้อมกับองค์กร ด้วยเหตุนี้ ทำให้เธอเป็นหนึ่งในผู้ออกนโยบายต่าง ๆ ในการดูแลพนักงาน โดยส่งความใส่ใจพนักงานไปถึงยังฝ่ายทรัพยากรบุคคล</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เรามองว่าคนเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรค่ะ ถ้าพนักงานรู้สึกว่าองค์กรสนับสนุนและเชื่อมั่นในศักยภาพของเขา เขาก็จะทำงานได้อย่างเต็มที่ ถ้าเราจะให้พนักงานไปถึงจุดนั้น เราต้องพัฒนาและสนับสนุนเขาในทุก ๆ ด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่รวมถึงความสมดุลในชีวิตด้วย” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปรัชญาการดูแลพนักงานนี้ จึงถ่ายทอดออกมาผ่านผลิตภัณฑ์ของ myHR เพราะทุก ๆ การพัฒนาจะต้องนำมาใช้กับพนักงานตัวเองก่อนเสมอ myHR จึงมีระบบที่ยืดหยุ่นและสร้างแรงจูงใจให้พนักงานมีความสุขในการทำงาน เช่น การให้พนักงานเลือกสถานที่ทำงานได้ ไม่ว่าจะทำงานจากบ้าน หรือกรณีที่มีความจำเป็นต้องดูแลครอบครัวที่โรงพยาบาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังมีระบบสะสมแต้มผ่านแอปพลิเคชั่นด้วย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เรามีระบบให้รางวัลในแต่ละวันที่พนักงานทำงานอย่างสมบูรณ์ ไม่ต้องรอให้ถึงสิ้นเดือน ทุกวันเขาจะได้ใจจากบริษัท ระบบจะสะสมแต้มให้เขาไปเรื่อย ๆ ซึ่งทำให้พนักงานรู้สึกมีกำลังใจในการทำงานทุกวัน”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณสุเล่าด้วยความภูมิใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับคุณเปี๊ยกที่เสริมว่า การดูแลพนักงานให้มีคุณภาพไม่ใช่แค่เพื่อประโยชน์ของพนักงานเอง แต่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างดี </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผมเชื่อว่าถ้าเราอยากให้บริการลูกค้าได้ดี เราต้องเริ่มจากการดูแลพนักงานของเราเอง ถ้าพนักงานของเราไม่มีคุณภาพ เราก็จะให้บริการที่ดีไม่ได้ การพัฒนาพนักงานให้มีศักยภาพสูงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ” </span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40814" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-2.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 360" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์จากการมีส่วนร่วมของพนักงาน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในความสำเร็จของ myHR มาจากการเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์งาน โดยคุณ เปี๊ยก วราวุธ เล่าว่า</span><i><span style="font-weight: 400;"> &#8220;ทีมพัฒนาของเรามีความคิดสร้างสรรค์และความเป็นเจ้าของในโปรเจกต์ที่ทำ เพราะเราสนับสนุนให้พวกเขาเสนอความคิดเห็นและไอเดียใหม่ ๆ ตลอดเวลา ซึ่งผมไม่ใช่หัวหน้าที่จะสั่งงานจากบนลงล่าง เราทำงานด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดและแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน&#8221;</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาเล่าถึงวิธีการทำงานที่เปิดกว้างและเน้นการคิดอย่างวิทยาศาสตร์ว่า การทำงานของโปรแกรมเมอร์ต้องใช้ความคิดวิทยาศาสตร์มาแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่อารมณ์ ทุกครั้งที่มีปัญหา เราจะไม่ถกเถียงกันด้วยความรู้สึก แต่เราจะดูข้อมูลและข้อเท็จจริง และให้ทีมได้ทดลองวิธีการของตัวเอง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผมให้เกียรติทุกคนในทีมเหมือนเป็นนักวิทยาศาสตร์ เราเรียนรู้จากกันและกันผ่านการลองผิดลองถูก ผมเชื่อว่าโปรแกรมเมอร์จะทำงานได้ดี ถ้าเขารู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของโปรเจกต์นั้น ๆ” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างพื้นที่สำหรับความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ทำให้ทีมพัฒนา ของ myHR เต็มไปด้วยพลังงานในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40820" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-8.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 361" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-8.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-8-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>บรรยากาศการทำงานที่อบอุ่นและแตกต่าง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งหนึ่งผู้เขียนประทับใจมากในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ คือบรรยากาศการทำงานที่ myHR ไม่เหมือนกับออฟฟิศทั่วไป เพราะมีการเลี้ยงสัตว์ เช่น แมว กระต่าย ไก่ หรือแม้กระทั่งแพะในพื้นที่ทำงาน</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ตอนแรกเริ่มจากการเลี้ยงแมวจร ที่พนักงานนำมาเลี้ยงเพราะเห็นว่าแมวเหล่านั้นน่าสงสาร จากนั้นก็มีคนเริ่มนำสัตว์อื่น ๆ มาเลี้ยง เช่น กระต่าย ไก่ และในที่สุดก็ถึงแพะ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณวราวุธเล่าถึงการเริ่มต้นของการนำสัตว์มาในออฟฟิศ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สัตว์เหล่านี้ไม่เพียงแค่ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่น แต่ยังช่วยให้พนักงานรู้สึกผ่อนคลาย เวลาที่เครียดจากงานหรือมีปัญหา พวกเขาสามารถออกมาหาแพะหรือไก่ แล้วเล่นกับมันเพื่อคลายเครียด”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40821" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-9.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 362" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-9.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-9-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งเราสงสัยคือ ทำไมผู้บริหารอย่างคุณวราวุธถึงยอมให้มีการเลี้ยงสัตว์ในออฟฟิศเช่นกัน ?</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผมรักในธรรมชาติและสัตว์มาตั้งแต่เด็กครับ” </span></i><span style="font-weight: 400;">เขาตอบ</span><i><span style="font-weight: 400;"> “ผมเชื่อว่าการได้อยู่ใกล้ธรรมชาติและสัตว์จะทำให้เรารู้สึกสงบและผ่อนคลายมากขึ้น ผมเองก็ชอบเลี้ยงปลา เลี้ยงแมวตั้งแต่เด็ก ๆ และผมคิดว่าถ้าออฟฟิศของเรามีสัตว์เลี้ยง พนักงานก็จะรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน และทำงานได้อย่างมีความสุขมากขึ้น”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“บางครั้งผมก็เห็นพนักงานอุ้มไก่เข้ามาในห้องประชุม มันเป็นบรรยากาศที่ต่างจากออฟฟิศทั่ว ๆ ไป และทำให้ทุกคนรู้สึกสบายใจที่จะทำงานร่วมกัน”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เขาหัวเราะและเสริมว่า</span><i><span style="font-weight: 400;"> “การมีธรรมชาติอยู่รอบตัว ทำให้เราไม่รู้สึกว่าสำนักงานเป็นเพียงแค่ตึกที่เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์และงานเอกสาร แต่คือสถานที่ที่เราอยู่ร่วมกันและทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขครับ”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40819" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-7.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 363" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-7.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-7-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>อนาคตของ HR Tech และการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์ที่อยู่ในวงการ HR Tech มานาน ผู้บริหารทั้งสองท่านมองว่า HR Tech ในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกภาคส่วนขององค์กร</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ก่อนหน้านี้ ซอฟต์แวร์ HR ถูกใช้แค่ในฝ่าย HR เท่านั้น แต่ตอนนี้มันกระจายไปถึงทุกคนในองค์กร และสิ่งนี้ทำให้เราต้องคิดไปไกลกว่านั้น ไม่ใช่แค่การจัดการข้อมูล แต่เราต้องสร้างระบบที่ช่วยให้พนักงานและองค์กรทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</span></i><span style="font-weight: 400;"> คุณวราวุธกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุด myHR เริ่มทำการวิจัยและพัฒนาระบบ AI เพื่อช่วยในการตอบคำถามและจัดการข้อมูล HR โดยมีเป้าหมายที่จะช่วยองค์กรในด้านการบริหารจัดการพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราเริ่มต้นทำการวิจัยเกี่ยวกับ AI มาหลายปีแล้ว และตอนนี้เราสามารถใช้ AI ในการช่วยตอบคำถามของพนักงานเกี่ยวกับนโยบายบริษัท สถิติการลา หรือแม้แต่การดึงข้อมูลจากระบบมาแสดงได้ ซึ่งเราคิดว่ามันจะช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการได้ดีขึ้น”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม คุณวราวุธมองว่าการนำ AI มาใช้ใน HR Tech ยังต้องระวังเรื่องต้นทุนและการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า </span><i><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้เราเจอความท้าทายเรื่องต้นทุนของ AI เพราะทุกคำถามที่พนักงานถาม ระบบ AI จะต้องใช้ทรัพยากรในการประมวลผล ซึ่งมันมีค่าใช้จ่ายสูง เราต้องหาวิธีที่จะทำให้มันคุ้มค่าสำหรับลูกค้า”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40815" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-3.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 364" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ทำไมต้องเลือก myHR ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณวราวุธเชื่อมั่นว่า myHR ไม่เพียงแค่เป็นซอฟต์แวร์ HR ที่ทันสมัย แต่ยังเป็นระบบที่ไม่เคยหยุดพัฒนา  เพราะตนไม่เคยหยุดนิ่งใน 30 ปีที่ผ่านมา myHR พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเรายังมีเป้าหมายที่จะไปข้างหน้าอีกมากมาย </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เราไม่ได้สร้างซอฟต์แวร์เพียงเพื่อขาย แต่เราต้องการสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ เติบโตไปพร้อมกับเรา”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณสุวรรณาเสริมว่า จุดเด่นของ myHR ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการเข้าใจและตอบสนองความต้องการของคนไทย </span><i><span style="font-weight: 400;">“myHR เป็นซอฟต์แวร์ที่ครอบคลุมทุกฟังก์ชั่นของ HR ตั้งแต่การจัดการข้อมูลพนักงานไปจนถึงการพัฒนาองค์กรในเชิงกลยุทธ์ ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทในประเทศไทยโดยเฉพาะ เรามีทีมที่สามารถปรับแต่ง (Customize) ได้ตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งต่างจากซอฟต์แวร์จากต่างประเทศที่อาจไม่ยืดหยุ่นเท่านี้”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด เธอยังเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่าง myHR กับลูกค้าว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“เราดูแลลูกค้าเหมือนเพื่อน ไม่ใช่แค่ทำตามออเดอร์ ลูกค้าหลายรายมาปรึกษาเราในเรื่องการพัฒนาระบบ ซึ่งเราก็ให้คำแนะนำตามประสบการณ์ที่มี เราเชื่อว่าการสร้างระบบที่ดีต้องเกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างลูกค้าและเรา”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40822" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-10.webp" alt="myHR HR Tech" width="600" height="370" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 365" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-10.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/10/myHR-HR-Tech-10-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากได้สัมภาษณ์ คุณวราวุธ และ คุณสุวรรณา เราเห็นชัดเจนว่าความสำเร็จของ myHR ไม่ได้มาจากการสร้างซอฟต์แวร์ที่ยอดเยี่ยมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการให้ความสำคัญกับ &#8220;คน&#8221; &#8211; ทั้งพนักงานและลูกค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การดูแลและพัฒนาพนักงานภายในองค์กรเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์องค์กรไทยได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">myHR ไม่เพียงแค่พัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัย แต่ยังเน้นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่เปิดกว้าง อบอุ่น และยืดหยุ่น ซึ่งทำให้พนักงานมีความสุขและพร้อมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ความมุ่งมั่นนี้สะท้อนออกมาในซอฟต์แวร์ที่เป็นมากกว่าเครื่องมือจัดการข้อมูล แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมสร้างองค์กรให้เติบโตและดูแลพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด myHR แสดงให้เห็นว่า ความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการดูแล &#8220;คน&#8221; ที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญขององค์กรนั่นเอง</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/116?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39102" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2.webp" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="เบื้องหลังความสำเร็จของ myHR เมื่อการดูแลพนักงานคือการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน HR Tech ในไทย 366" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/152-2-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/myhr-workplace-241008/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน” </title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/coca-cola-thainamthip-kincentric-best-employer-240809/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/coca-cola-thainamthip-kincentric-best-employer-240809/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Aug 2024 09:02:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Coca-Cola]]></category>
		<category><![CDATA[โคคาโคล่า]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์ HR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=40060</guid>

					<description><![CDATA[ในบรรดารางวัลด้าน HR ทั้งหมดที่มอบในประเทศไทย รางวัล Kincentric Best Employers หรือ “สุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย” ได้รับการขนานนามจาก HR ทั่วประเทศว่าได้มาครอบครองยากที่สุด เพราะต้องผ่านการประเมินสุดหินหลากหลายรูปแบบ เพื่อพิสูจน์ว่าองค์กรให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่พนักงานอย่างสม่ำเสมอ สมกับความเป็น “สุดยอดนายจ้าง” โดยแท้จริง สำหรับปี 2024 นี้มี 4 องค์กรที่ฝ่าด่านอรหันต์ แล้วได้รับการยกย่องจาก Kincentric ว่าเป็น “สุดยอดนายจ้าง” ด้วยประการทั้งปวง 1 ในนั้นก็คือ โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola ThaiNamthip) โดยจากข้อมูลของ Kincentric บ่งชี้ว่าได้คะแนนความพึงพอใจจากพนักงานสูง และควรค่ากับการเป็นบริษัทที่ได้รับการยกย่องว่ามีการดูแลเอาใจใส่เรื่องคนเป็นอันดับต้น ๆ   HREX มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ เป้ &#8211; จรัสพักตร์ การปลื้มจิตต์ Senior Vice President, Human Resources บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้มีประสบการณ์ทำงานด้าน HR [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42378" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-94.webp" alt="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน” " width="600" height="370" title="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน”  377" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-94.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-94-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบรรดารางวัลด้าน HR ทั้งหมดที่มอบในประเทศไทย รางวัล <a href="https://th.hrnote.asia/news/kincentric-best-employers-2024-240627/">Kincentric Best Employers</a> หรือ “สุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย” ได้รับการขนานนามจาก HR ทั่วประเทศว่าได้มาครอบครองยากที่สุด เพราะต้องผ่านการประเมินสุดหินหลากหลายรูปแบบ เพื่อพิสูจน์ว่าองค์กรให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่พนักงานอย่างสม่ำเสมอ สมกับความเป็น “สุดยอดนายจ้าง” โดยแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับปี 2024 นี้มี 4 องค์กรที่ฝ่าด่านอรหันต์ แล้วได้รับการยกย่องจาก Kincentric ว่าเป็น “สุดยอดนายจ้าง” ด้วยประการทั้งปวง 1 ในนั้นก็คือ</span><a href="https://www.thainamthip.co.th/" target="_blank" rel="noopener"><b> โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์</b></a><span style="font-weight: 400;"> (Coca-Cola ThaiNamthip) โดยจากข้อมูลของ Kincentric บ่งชี้ว่าได้คะแนนความพึงพอใจจากพนักงานสูง และควรค่ากับการเป็นบริษัทที่ได้รับการยกย่องว่ามีการดูแลเอาใจใส่เรื่องคนเป็นอันดับต้น ๆ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ</span><b> เป้ &#8211; จรัสพักตร์ การปลื้มจิตต์</b><span style="font-weight: 400;"> Senior Vice President, Human Resources บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้มีประสบการณ์ทำงานด้าน HR มานานกว่า 25 ปี เคยทำงานหลายบทบาทในองค์กรใหญ่ไม่ว่าจะเป็น AIS, Siemens Limited Thailand, Central Group และ Flash Express เป็นต้น ถึงเคล็ดลับความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับองค์กร โดยเธอเผยว่านี่เป็นครั้งแรก ๆ ก็ว่าได้ที่ โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ เผยเคล็ดลับด้านการบริหารคนให้สาธารณชนได้รับรู้ พร้อมเล่าบทเรียนด้านการบริหารคนที่หล่อหลอมให้เธอมีทุกวันนี้ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เคล็ดลับความสำเร็จขององค์กรเกิดขึ้นได้อย่างไร ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้ได้เลย</span></p>
<h2><b>คุณทำงานที่ โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ 11 เดือน องค์กรก็ได้รางวัล Best Employer จาก Kincentric เลย รางวัลนี้บ่งบอกถึงความสำเร็จอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>คุณจรัสพักตร์:</b><span style="font-weight: 400;"> จริง ๆ แล้วที่ผ่านมา โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ ยังไม่มีโอกาสได้เข้าประกวดรางวัลด้าน HR รางวัลนี้ที่ Kincentric มอบให้ เพราะเห็นว่าคะแนนด้าน Engagement สูงมากอย่างต่อเนื่องมาหลายปี จึงมอบรางวัลให้ ที่ผ่านมาองค์กรเรา Humble มาก คิดว่ายังไม่พร้อมที่จะเข้าประกวดใด ๆ แต่ก็รู้สึกเป็นเกียรติมากค่ะที่ Kincentric เล็งเห็นว่า โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ มีคุณสมบัติพอจนเป็น 1 ใน 4 บริษัทที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ โดดเด่นเรื่องความเป็นที่รู้จักของแบรนด์โค้ก เชื่อว่าในประเทศไทย ไม่มีใครไม่รู้จักโค้ก แฟนต้า สไปร์ท แต่หลายท่านอาจยังไม่รู้เลยว่าเราบริหารคนอย่างไร ที่นี่มีเรื่องราวดี ๆ มากมายไม่น้อยกว่าบริษัทใด ๆ เลย เป้สามารถพูดอย่างนี้ได้เพราะเป็น HR มา 25 ปี ร่วมงานมาหลายแห่ง ทั้งหน่วยงานราชการ บริษัทที่ปรึกษา, Corporate และ MNC รวมถึง Startup เห็นมาเกือบทุกมิติแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รางวัลนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความสำเร็จชั่วข้ามคืน แต่ผ่านการสั่งสมมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ยุคผู้ก่อตั้ง องค์กรที่ดีไม่ใช่องค์กรที่เก่งด้านผลลัพธ์เชิงธุรกิจเพียงด้านเดียว แต่โดดเด่นเรื่องการบริหารคนด้วย ทำอย่างไรให้พนักงานเชื่อมั่นแล้วบอกว่านี่คือองค์กรที่น่าอยู่ รางวัลนี้ส่วนสำคัญมาจากเสียงของพนักงาน แล้ว Kincentric ก็มาพูดคุยกับผู้บริหาร เพื่อ Cross Check ว่าเราทำจริงหรือเปล่า ดังนั้น เป้ไม่สามารถเคลมได้ว่าพอเข้ามาทำงานที่นี่แล้วมีส่วนทำให้องค์กรได้รางวัลค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40066" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-07-30T002416.540.png" alt="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน” " width="600" height="370" title="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน”  378" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-07-30T002416.540.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-07-30T002416.540-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ย้อนกลับไปตอนเริ่มทำงานใหม่ ๆ อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้คุณอยากทำงาน HR</b></h2>
<p><b>คุณจรัสพักตร์:</b><span style="font-weight: 400;"> อาจเป็นโชคชะตามากกว่า จริง ๆ แล้วเป้เรียนจบด้าน IT และด้านการตลาดที่ซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย อยู่ที่นั่นมาเกือบ 10 ปีแล้วครอบครัวอยากให้กลับบ้าน พอกลับมาก็เริ่มหางานใกล้บ้านย่านพหลโยธินก่อน ว่ามีบริษัทใหญ่ที่เด่นด้าน IT อยู่แถวนั้นบ้าง ลงเอยด้วยการสมัครงานที่ AIS</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนสัมภาษณ์งานกับ AIS เสร็จก็ได้ฟีดแบ็คว่า เราเหมาะที่จะทำงาน HR เราก็สงสัยว่างาน HR ต้องทำอะไร แล้วพอสัมภาษณ์กับ CEO และ COO บอกว่าถึงเรียนจบไม่ตรงสายก็ไม่เป็นไร มาเริ่มเรียนรู้ใหม่ได้ เลยได้ช่วยคุณจารุนันท์ อิทธิอาวัชกุล ซึ่งเป็นครูคนแรกในสายงาน HR ก่อตั้งทีม HR Development ซึ่งตอนนั้นมีแค่ 4 คนขึ้นมาค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเนื่องจาก AIS เห็นความสำคัญด้านการพัฒนาคน เลยจ้าง Consultant ระดับโลกมาช่วยออกแบบเครื่องมือและกระบวนการต่าง ๆ ทำให้ได้เข้าไปร่วมเรียนรู้ในทุกมิติของการพัฒนาโครงสร้าง พัฒนาทาเลนต์ร่วมกับ Singtel จากประเทศสิงคโปร์ ไปจนถึงการทำ Learning Platform ทุกอย่างซึ่งเป็นเรื่องใหม่หมดเลย ยิ่งกว่าได้เรียนปริญญาเอกเสียอีกค่ะ ได้แสดงความคิดนอกกรอบ นำความรู้ด้านการตลาดมาปรับใช้กับงาน HR จนทุกวันนี้ยังนึกถึง AIS ว่าเป็นโรงเรียนสอนงาน HR และมีบุญคุณกับเป้อยู่เสมอค่ะ</span></p>
<h2><b>พอต้องทำงาน HR งานนี้สอนให้รู้สึกว่าคนสำคัญต่อองค์กรอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>คุณจรัสพักตร์:</b><span style="font-weight: 400;"> จากที่เคยแต่เรียนและทำงานที่ต้องคิดเชิงธุรกิจตลอด พอมาทำเรื่องคนยอมรับว่าค่อนข้างท้าทาย เราไม่ถนัดพูดคุยกับคนแปลกหน้า หรือบริการคนอื่น แต่เมื่อเป็น HR เราต้องหาทางโน้มน้าวเขา เป็นที่ปรึกษาให้เขา ประเมินเขา ต้องสร้างความน่าเชื่อถือ ต้องคุยกับผู้บริหารระดับ C-Level ต้องสามารถอธิบายเรื่องคนที่ซับซ้อนออกมาเป็นตัวเลข ให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน HR ทำให้เราต้องกระตือรือร้น ต้องเร่งเรียนรู้ เพราะเป้ไม่มีต้นทุนเรื่อง HR มีหลายคำถามที่เราเองยังตอบไม่ได้ พอมาทำงานเป็นที่ปรึกษาให้บริษัท APM (ชื่อเดิมของ SEAC) ถึงรู้ว่า ถ้าเจอปัญหานั้นปัญหานี้ต้องแก้อย่างไร ช่วยอุดช่องโหว่เรื่องคน และทำให้เราเห็นภาพ End to End เป็น Solution ที่ชัดขึ้นค่ะ</span></p>
<h2><b>พอย้ายมาทำงานที่ โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) เอาประสบการณ์ 25 ปีตรงนี้มาช่วยปรับเปลี่ยนองค์กรอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>คุณจรัสพักตร์: </b><span style="font-weight: 400;">ตอนเป็นที่ปรึกษา เคยทำ Consult ให้บริษัทชั้นนำของประเทศไทยมาหลายแห่งมาก พบว่าทุกที่มีปัญหาคล้ายคลึงกัน แต่มีอาการแตกต่างกัน ทำให้รู้ว่าเครื่องมือด้านการบริหารบุคคลมีเยอะแยะหลากหลายวิธี แต่เราสามารถใช้เครื่องมือเดียวกันได้ โดยต้องปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ให้เข้ากับบริบทของแต่ละบริษัทมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนทำงานที่ Central Group ช่วงแรกที่เข้านำเสนอใน Excom ได้เสนอขายงานโครงการปรับปรุงเป็น Roadmap เลย แต่ CEO พูดคำเดียวที่ทำให้เปลี่ยนวิธีคิดคือ “เราควรทำสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีก่อน เพราะมันคือพื้นฐานที่ต้องทำให้แข็งแรง แล้วค่อยมาทำเรื่องอื่นต่อยอด” ตั้งแต่วันนั้นเป้ทิ้งตำราเลย เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด เปลี่ยนมามองเลนส์ของคนที่ทำงาน Corporate ไม่ใช่เลนส์ของคนที่เป็น Consultant</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การแต่งกายก็เปลี่ยน จากที่ใส่สูทมาทุกวัน แต่งตัวแบบ Consultant ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งถามว่า“เมื่อไหร่คุณเป้จะแต่งตัวให้เหมือนคน Central” จากนั้นท่านพาไปเลือกชุดให้ใหม่เลย พอเปลี่ยนเลนส์ เราก็พูดจาภาษาพนักงาน ทำตัวเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เรา Back to Basic เข้าถึงคนมากขึ้น เข้าไปทำความรู้จักจากรากฐานเลย ช่วยให้เราแก้ปัญหาได้ถูกจุด ไม่ใช่ฟังจากรายงานแล้วมาตั้งสมมติฐาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอมาทำงานที่ โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ ก็ใช้หลักการเดียวกันค่ะ เป้ไม่เอาความรู้เดิมหรือ Best Practice จากบริษัทก่อนหน้านี้มาเป็นธงก่อน แต่จะทำความเข้าใจวัฒนธรรมและคนของที่นี่ เรียนรู้การแสดงออก การใช้ภาษา วิธีคิด วิธีทำงาน ไม่ใช่มาถึงวันแรกก็จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปหมดค่ะ และประกอบกับพื้นฐานบริษัทมีแนวทางดูแลคนที่ดีมาก ๆ อยู่แล้ว เลยต่อยอดได้ไม่ยากค่ะ<br />
</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40067" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-07-30T002447.601.png" alt="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน” " width="600" height="370" title="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน”  379" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-07-30T002447.601.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-07-30T002447.601-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ภารกิจแรกที่คุณเริ่มทำที่นี่คือเรื่องอะไร</b></h2>
<p><b>คุณจรัสพักตร์:</b><span style="font-weight: 400;"> ตอนแรกต้องทำความรู้จักองค์กรอยู่สักพัก จากนั้นได้รับนโยบายจาก President ถึงสิ่งที่อยากเห็นจาก​ HR ก็คือ จะปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของบริษัทอย่างไรให้คนอยากกลับเข้ามาทำงานในบริษัท หลังจากช่วงโควิดที่ทำให้เรามีนโยบาย Work From Home</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการใหญ่ที่ได้ทำคือ การปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ใน North Park ทั้งตึกค่ะ จากที่ไม่เคยรู้เรื่องก่อสร้างก็ต้องมาทำความเข้าใจ ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ การรื้อถอน ไปจนถึงการก่อสร้าง โดยตั้งคณะทำงานช่วยเรื่องการคัดเลือกและตัดสินใจ ติดตามโครงการก่อสร้างซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยมหาศาล รวมทั้งการวางมาตรฐานการปรับปรุงและออกแบบอาคารอื่น ๆ อีก 70 โลเคชั่นทั่วประเทศให้ทันสมัย พร้อมใช้งาน และทำให้พนักงานรู้สึกถึงการดูแลเอาใจใส่จากบริษัท นี่เป็นเรื่องพื้นฐานที่พนักงานสัมผัสถึงความใส่ใจของบริษัทได้ทันที </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเมื่องานส่วน Facilities Management เข้ามาอยู่ในงาน HR แล้ว ในทีมเราจะมีคน 3 พันธุ์คือ HR, Engineer และ IT โดย Engineer จะคอยดูเรื่อง Facilities Management คน IT และ HR มีหน้าที่ทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อน พัฒนาและส่งมอบประสบการณ์ HR Digital ให้กับพนักงานคนไทยน้ำทิพย์ ให้เขาทำงานในสภาพแวดล้อมที่ทันสมัย ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ สามารถตอบสนองความต้องการของธุรกิจได้ทัน </span></p>
<h2><b>คุณกับทีม HR ของ โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) วัดฟีดแบ็คพนักงานอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>คุณจรัสพักตร์:</b><span style="font-weight: 400;"> เราคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้รับฟีดแบ็คมากกว่า เราเปิดช่องทางให้ทุกคนเข้าถึงง่าย ที่นี่ไม่มีสหภาพแรงงาน แต่เรามีสิ่งที่เรียกว่า Joint Consultation Committee หรือ JCC เป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างพนักงานและผู้บริหาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกไตรมาส President และทีมผู้บริหารจะเข้าไปหาพนักงานในโรงงานทุกภูมิภาคเพื่อพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด แต่ละครั้งพนักงานจะมากันเป็นร้อยคนเลยค่ะ เราไปรับฟังปัญหา ช่วยแก้ปัญหา และสอบถามสารทุกข์สุกดิบ ทานข้าวร่วมกัน ผู้บริหารจะสื่อสารว่าตอนนี้ ความคืบหน้าของผลประกอบการในธุรกิจของเราเป็นอย่างไร ทีมไหนทำได้ดีก็ชื่นชมตรงนั้นเลย ทีมไหนยังมีเรื่องให้ปรับปรุง ก็ชี้แนะ ให้กำลังใจและให้ทรัพยากรที่จำเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้มาจากการพูดคุยแบบ Face to Face อย่างเดียวเลย ผู้บริหารจะรู้จักชื่อพนักงานทุกคน และพนักงานก็สามารถพูดคุยกับผู้บริหารได้อย่างสนิทสนม ล่าสุดก็ไปเตะฟุตบอลกันระหว่างผู้บริหารและพนักงาน เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นวิธีสร้างความผูกพันระหว่างกันตั้งแต่สมัยรุ่นท่านผู้ก่อตั้งแล้ว และพนักงานคุ้นชินกับวิธีการแบบนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วเรายังมีช่องทางอีกมากมายให้พนักงานสามารถเข้าถึงผู้บริหารได้ ยิ่งพอย้ายมานั่งทำงานในสำนักงานชั่วคราว ช่วยปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ จากที่เคยมี 11 ชั้น เหลือมานั่งรวมกันแค่ 2 ชั้น ผู้บริหารจะนั่งทำงานใกล้ชิดกับพนักงานเลย ก็จะยิ่งสนิทกันใหญ่ บรรยากาศเป็นกันเองมากค่ะ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40068" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Picture1.jpg" alt="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน” " width="600" height="411" title="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน”  380" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Picture1.jpg 1438w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Picture1-300x205.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Picture1-1024x701.jpg 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Picture1-768x526.jpg 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ในนิยามของคุณ คำว่า “สุดยอดนายจ้าง” หมายถึงอะไร</b></h2>
<p><b>คุณจรัสพักตร์:</b><span style="font-weight: 400;"> รางวัลนี้บ่งบอกว่าเราเป็นบริษัทที่ดีพอให้พนักงานอยากเลือกอยู่กับเรา เมื่อก่อนบริษัทอาจเป็นฝ่ายเลือกคน แต่เดี๋ยวนี้พนักงานเป็นผู้เลือกบริษัท และเขาเลือกเราจาก 2-3 ปัจจัย แต่หลัก ๆ คือชื่อเสียงของบริษัทในด้านการดูแลพนักงาน การคำนึงถึงสังคม สิ่งแวดล้อม โลก และคนรุ่นลูกหลานในอนาคต ถ้าบริษัทคํานึงถึงกำไรอย่างเดียว ลืมมองสิ่งต่าง ๆ ที่ว่ามา บริษัทจะอยู่ได้อย่างไร เราคำนึงถึงภาพรวมมาก่อนเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้</span><b> โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ </b><span style="font-weight: 400;">ยังได้รับรางวัลเรื่องของ Sustainability ด้วย เพราะมีงานหลายมิติที่บริษัทของเราเกี่ยวข้อง เช่น การลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก การเก็บบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วเพื่อนำกลับมารีไซเคิล และการใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์ของเรา เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น ในฐานะผู้ผลิตเครื่องดื่ม การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำก็มีความสำคัญอย่างมาก อีกเรื่องที่ขาดไม่ได้คือการดูแลสังคม เราทำจริงจัง พยายามปลูกฝังเรื่องนี้ให้เป็นจิตสำนึกโดยไม่ได้นึกถึงรางวัลเป็นที่ตั้ง เราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ ธุรกิจที่ดีจะคิดว่าต้องทำอย่างไรจึงจะยกระดับสิ่งที่ดี โดยไม่ลืมลดสิ่งที่เสียด้วย และโคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์คำนึงถึงเรื่องนี้ควบคู่กันเสมอค่ะ</span></p>
<h2><b>เคยดูคลิปรายการหนึ่งทัวร์โรงงานโคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) ภายในมีแต่เครื่องจักรทำงานเป็นหลัก แทบไม่มีคนเลย พอเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำงาน ต้องบริหารจัดการพนักงานเพื่อลดจำนวนอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>คุณจรัสพักตร์:</b><span style="font-weight: 400;"> แม้เราจะเอาเทคโนโลยีมาช่วยทำงาน แต่เรามีพนักงานในฟังก์ชั่นต่าง ๆ มากกว่า 8,000 คนทั่วประเทศ เรามีแต่สนับสนุนให้พวกเขาเก่งขึ้น ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วยงานอย่างฉลาดและรวดเร็ว ปรับเปลี่ยนบทบาทของพนักงานจากการเป็นแค่ผู้ใช้งานให้เป็น Super User เพื่อให้สามารถไปให้คำแนะนำกับ Manager ได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้คือกระบวนการอัพเกรดคน เทคโนโลยีเป็นเพียง Enabler หรือเครื่องมือช่วยทำงาน แต่คนมีความสำคัญต่อองค์กรที่สุด การทำให้คนใช้เทคโนโลยีได้เต็มประสิทธิภาพคือ Key Success ของเรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสวยงามของเทคโนโลยีอยู่ที่ Integration เพื่อให้ข้อมูลเชื่อมโยงถึงกันได้แบบเรียลไทม์ ความสวยงามประการที่ 2 คือมันต้องช่วย Empowerment ให้คนสามารถใช้งานและเข้าถึงระบบได้ จึงจะสามารถมีตัวช่วยในการตัดสินใจที่แม่นยำขึ้น ใช้ Fact มาบาลานซ์ Feeling</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเราซื้อหรือพัฒนาเทคโนโลยีมาให้พนักงานใช้แบบจัดเต็ม 30 แอปพลิเคชัน แต่ข้อมูลในแอปฯ ไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้ หรือมีเทคโนโลยีมากมายให้ใช้ แต่กลับมีผู้ใช้จริงแค่คนเดิม ๆ ถ้าเป็นแบบนั้นแสดงว่าเราไม่ได้ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควรเลย เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ Decentralization มีการวัดประสิทธิภาพได้ดีขึ้น ไม่ใช่เป็นเครื่องมือของคนกลุ่มเดียวไว้ใช้กุมอำนาจการตัดสินใจ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40069" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/photo300-scaled.jpg" alt="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน” " width="600" height="400" title="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน”  381" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/photo300-scaled.jpg 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/photo300-300x200.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/photo300-1024x683.jpg 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/photo300-768x512.jpg 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/photo300-1536x1024.jpg 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/photo300-2048x1366.jpg 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>องค์กรให้ความรู้หรือปลูกฝังพนักงานให้ Upskill-Reskill อย่างไรบ้าง เพื่อให้เขามั่นใจว่าต่อให้มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ มา ก็ไม่กลัวที่จะปรับตัวไม่ได้ ไม่กลัวที่จะตกงาน</b></h2>
<p><b>คุณจรัสพักตร์:</b><span style="font-weight: 400;"> ที่จริงแล้วมันเป็นกระบวนการหนึ่งในการทำ Change Management ค่ะ ไม่ใช่แค่การ Upskill-Reskill อย่างเดียว แต่ต้องมีความตระหนักรู้ก่อนว่า เขาจะอยู่ในบทบาทอะไรเมื่อนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำงานแล้ว เราสื่อสารเรื่องนี้กันนานมาก เพราะคนเราไม่สามารถยอมรับบทบาทใหม่ได้ภายเวลาแค่ 1-2 วัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อสื่อสารเสร็จแล้วค่อยให้ความรู้เขาเรื่อย ๆ อาจพาไปดูงานบ้าง ดูวิดีโอคลิปบ้าง ค่อย ๆ ทำให้เขาไม่รู้สึกกลัว และเกิดความกล้าลองใช้ทีละเล็กทีละน้อย เรามี Trial Phase ให้ทุกคนได้ลองผิดลองถูกโดยไม่กังวลค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องสุดท้ายที่ความจริงต้องทำก่อนเลย คือ Risk Assessment ต้องประเมินกันว่าถ้าเรานำสิ่งใหม่ ๆ ไม่ว่าจะคนหรือเทคโนโลยีเข้ามาใน Ecosystem มันจะเกิดความเสี่ยงอะไรบ้าง แล้ววางแผนว่าเราจะปิดความเสี่ยงนั้นด้วยวิธีใด เลยเป็นที่มาของการสื่อสาร การให้ความรู้นั่นแหละค่ะ การ Upskill-Reskill เป็นประเด็นปลีกย่อยเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุก ๆ การเปลี่ยนแปลงส่งผลต่อคนในองค์กร หากเปรียบเทียบบริษัทเป็นตู้ปลา มันมีระบบนิเวศน์ของมัน หากวันหนึ่งคุณเปลี่ยนอาหารใหม่ ปลาก็ต้องปรับตัวใหม่ บางทีเปลี่ยนกะทันหันเขาอาจตายได้ ต้องระมัดระวังมาก ๆ ค่ะ การเปลี่ยนแปลงมาพร้อมความเสี่ยงและโอกาสเสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40064" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-08-09T092431.156.webp" alt="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน” " width="600" height="370" title="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน”  382" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-08-09T092431.156.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-08-09T092431.156-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ถ้าเกิดมีคนสนใจอยากสมัครงานกับโคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) คุณสมบัติอะไรที่ต้องการจากพวกเขาบ้าง</b></h2>
<p><b>คุณจรัสพักตร์:</b><span style="font-weight: 400;"> เรื่องใหญ่สุดคือวัฒนธรรมองค์กรค่ะ หลายปีแล้วที่เรายึดถือค่านิยม Customer Centric, Teamwork และวินัย Discipline เป็นค่านิยมพื้นฐานในการทำธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามีพนักงานอาวุโสที่ความรู้และประสบการณ์ยาวนาน มี Tacit Knowledge (ความรู้เฉพาะตัวที่ฝังลึก) พร้อมจะเชื่อผู้นำ แต่เราต้องการคนรุ่นใหม่ที่กล้า Challenge ผู้นำ กล้าถาม กล้าเสนอแนะเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพื่อเสริมทีมให้แข็งแกร่ง มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และที่สำคัญคือต้องทำงานร่วมกับคนอื่นได้ หมายถึงทำงานกับคน 4 เจนเนอเรชั่นได้ ไม่ใช่คุยกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างเดียว หรือชนะคนเดียว ทีมอื่นตายเรียบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การขับเคลื่อนไปข้างหน้าไม่มีใครเป็น One Man Show ค่ะ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นอาจมีน้อยมากที่เป็นความสำเร็จส่วนบุคคล เราจะพยายามยกย่องกันทั้งทีม ยากที่คนใดคนหนึ่งจะสามารถทำงานระดับนี้ได้ ทุกอย่างต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมเสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40070" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/photo299-scaled.jpg" alt="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน” " width="600" height="900" title="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน”  383" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/photo299-scaled.jpg 1707w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/photo299-200x300.jpg 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/photo299-683x1024.jpg 683w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/photo299-768x1152.jpg 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/photo299-1024x1536.jpg 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/photo299-1366x2048.jpg 1366w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ไม่นานมานี้มีวิวาทะเรื่อง Work Hard หรือ Work Smart ดีกว่ากัน ในความคิดของคุณควรต้องเป็นอย่างไรจึงจะดีที่สุด</b></h2>
<p><b>คุณจรัสพักตร์: </b><span style="font-weight: 400;">โดยส่วนตัวคิดว่าเราต้อง Work Hard ก่อนค่ะ Work Hard ทำให้เราชนะได้นะ ที่ Alibaba มีหลักการ 996 คือทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งจริง ๆ แล้วทำงานถึงตี 2 ด้วยซ้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเราต้อง Work Hard ก่อน พอเราล้มเหลวบ่อย ๆ เราจะฉลาดขึ้นแล้วค่อย Work Smart เราไม่ได้เกิดมาแล้ว Smart เลย เราต้องล้มก่อนใช่ไหมคะ ยิ่งล้มบ่อยคุณก็จะเดินได้เร็วขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องนี้ไม่มีผิดไม่มีถูกนะ แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว เป้เชื่อเรื่องการ Work Hard, Work Harder แล้วก็ Work Like Hell มีความรู้ใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวินาที เราหยุดไม่ได้ เราต้องใฝ่หาความรู้เยอะ ๆ ด้วย ยิ่งเราทำเยอะ เราจะยิ่งไปไกลก่อนคนอื่น ถ้าไม่ Work Hard แล้วจะ Work Smart ได้อย่างไร ยิ่งถ้าไปหวังพึ่งแต่ AI ให้ทำงานแทน คนเราจะยิ่งโดนลดทอนคุณค่าลง </span></p>
<h2><b>คิดว่าทำไม HR ถึงสามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้ ตำแหน่งนี้มีความสําคัญยังไงบ้าง</b></h2>
<p><b>คุณจรัสพักตร์:</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าสมัยก่อน HR อาจไม่ได้มีบทบาทมาก เป็นสาย Support เป็น Admin เวลาบริษัทประเมิน HR จะอยู่ Rank สุดท้ายเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปัจจัยขับเคลื่อนความสำเร็จองค์กรทุกวันนี้ 3 อันดับแรกคือ มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย</span><span style="font-weight: 400;">และ</span><span style="font-weight: 400;">มีประสิทธิภาพ มีเงินพอต่อการบริหารจัดการภายในได้อย่างยั่งยืน และสามารถลงทุนต่อยอดธุรกิจได้ สุดท้ายคือมีคนศักยภาพสูงในทีมที่สามารถทำงานร่วมกันได้ดีเยี่ยม เท่านี้คุณเดินนำหน้าบริษัทอื่นได้แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรขับเคลื่อนได้ด้วยคน ถึงแม้บางองค์กรที่เป็นสตาร์ทอัปจะมีคนไม่เยอะ แต่ถ้าคนของคุณไม่ใช้ IT คุณจะชนะคนอื่นไม่ได้ เพราะจะทำงานช้าและผิดพลาดสูง เราต้องการคนที่ใช้งาน IT เป็น ทำงาน Data Analysis ได้ ประกอบกับมีเงิน มีคนเก่ง ๆ ในทีม แล้วตอนนั้น Operation ต่าง ๆ จะดีขึ้นตามมาเองค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40071" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-07-30T002405.169.png" alt="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน” " width="600" height="370" title="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน”  384" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-07-30T002405.169.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/HREX-Cover-by-Para-2024-07-30T002405.169-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>อยากจะบอกอะไรกับคนที่เพิ่งเริ่มอาชีพเป็น HR หรือว่ากำลังสนใจอยากทำงาน HR บ้าง </b></h2>
<p><b>คุณจรัสพักตร์: </b><span style="font-weight: 400;">HR ไม่ใช่อาชีพของทุกคน ถ้าจะเป็น HR ต้องแน่ใจนะว่าเรียนรู้ไวกว่าคนอื่น ปรับตัวเร็วกว่าคนอื่น คุณมีความสามารถพอจะทำให้พนักงานเชื่อมั่นในตัวคุณ มีความมืออาชีพพอไหม แยกแยะถูกกับผิดได้หรือเปล่า มีหลายอย่างเป็น Grey Area ต้องตัดสินใจในสถานการณ์ที่ยากลำบาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานของ HR คือการช่วยให้คนอื่นสำเร็จ ไม่ใช่ทำเพื่อให้ตัวเองสำเร็จ เราต้องทำให้บริษัทมีชื่อเสียง ไม่ใช่ทำให้ตัวเองมีชื่อเสียง ภารกิจของเราคือทำบริษัทของเราให้ดีก่อน ก่อนที่เราจะไปทำให้ข้างนอกรู้จักเราค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40065" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Kincentric-Best-Employer-15.jpg" alt="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน” " width="600" height="400" title="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน”  385" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Kincentric-Best-Employer-15.jpg 2508w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Kincentric-Best-Employer-15-300x200.jpg 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Kincentric-Best-Employer-15-1024x683.jpg 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Kincentric-Best-Employer-15-768x512.jpg 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Kincentric-Best-Employer-15-1536x1024.jpg 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/08/Kincentric-Best-Employer-15-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ (Coca-Cola Thainamthip) “ก่อนทำให้คนข้างนอกรู้จักองค์กร เราต้องทำองค์กรให้ดีก่อน”  386"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/coca-cola-thainamthip-kincentric-best-employer-240809/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/interview-tidlor-240724/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/interview-tidlor-240724/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jul 2024 03:32:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[เงินติดล้อ]]></category>
		<category><![CDATA[Tidlor]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=39733</guid>

					<description><![CDATA[ในแวดวงการเงินหลายคนอาจรู้จัก บมจ. เงินติดล้อ ในฐานะผู้นำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ ผู้เล่นตัวท๊อปในวงการโบรกเกอร์ประกันอย่าง “ประกันติดโล่” “อารีเกเตอร์” และ “heygoody” ในขณะเดียวกัน ถ้าได้ลองพูดคุยกับคนในแวดวงทรัพยากรบุคคล เงินติดล้อยังโดดเด่นในด้านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งและขับเคลื่อนองค์กรได้จริง และยังเป็นต้นแบบให้อีกหลายองค์กรทั้งในและต่างประเทศเข้ามาศึกษาดูงาน เบื้องหลังความสำเร็จที่จับต้องได้นี้ เกิดจากการสนับสนุนที่ดีอย่างต่อเนื่องจากผู้บริหารทุกคนและทุกฝ่ายงาน โดยเฉพาะทีม Happy People ที่นำโดยคุณ เหมียว &#8211; นุชนารถ อาภามงคล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Happy People และคุณ ตี้ &#8211; กาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Tidlor Academy ที่ร่วมกันสร้างและพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรผ่านวิสัยทัศน์ ค่านิยม และทิศทางในการบริหารจัดการ เพื่อให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมกับองค์กรอย่างแท้จริง ทำไม &#8220;เงินติดล้อ&#8221; ถึงสามารถสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและยั่งยืนได้ ? ร่วมสำรวจความเบื้องหลังความสำเร็จของ &#8220;เงินติดล้อ&#8221; ในฐานะองค์กรต้นแบบด้านวัฒนธรรมได้ในบทสัมภาษณ์นี้ ทำไมฝ่ายบุคคลของ &#8220;เงินติดล้อ&#8221; ถึงเรียกว่า Happy People และ “ความสุข” สำคัญอย่างไรต่อองค์กร ? คุณเหมียว: ความสุขของพนักงานช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานที่เต็มไปด้วยพลังบวก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42753" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/คุยกับ-เงินติดล้อ-วัฒนธรรมองค์กรสร้างได้-และต้องสร้างให้ยั่งยืน.webp" alt="คุยกับ “เงินติดล้อ” วัฒนธรรมองค์กรสร้างได้ และต้องสร้างให้ยั่งยืน" width="600" height="370" title="เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น 395" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/คุยกับ-เงินติดล้อ-วัฒนธรรมองค์กรสร้างได้-และต้องสร้างให้ยั่งยืน.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/คุยกับ-เงินติดล้อ-วัฒนธรรมองค์กรสร้างได้-และต้องสร้างให้ยั่งยืน-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแวดวงการเงินหลายคนอาจรู้จัก </span><strong><a href="https://www.tidlor.com/th" target="_blank" rel="noopener">บมจ. เงินติดล้อ</a></strong><span style="font-weight: 400;"><strong> </strong>ในฐานะผู้นำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ ผู้เล่นตัวท๊อปในวงการโบรกเกอร์ประกันอย่าง “ประกันติดโล่” “อารีเกเตอร์” และ “heygoody” ในขณะเดียวกัน ถ้าได้ลองพูดคุยกับคนในแวดวงทรัพยากรบุคคล เงินติดล้อยังโดดเด่นในด้านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งและขับเคลื่อนองค์กรได้จริง และยังเป็นต้นแบบให้อีกหลายองค์กรทั้งในและต่างประเทศเข้ามาศึกษาดูงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เบื้องหลังความสำเร็จที่จับต้องได้นี้ เกิดจากการสนับสนุนที่ดีอย่างต่อเนื่องจากผู้บริหารทุกคนและทุกฝ่ายงาน โดยเฉพาะทีม Happy People ที่นำโดยคุณ</span> <span style="font-weight: 400;"><strong>เหมียว &#8211; นุชนารถ อาภามงคล</strong> ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Happy People และคุณ <strong>ตี้ &#8211; กาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี</strong> ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย </span><a href="https://www.tidlor.com/th" target="_blank" rel="noopener"><b>Tidlor Academy </b></a><span style="font-weight: 400;">ที่ร่วมกันสร้างและพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรผ่านวิสัยทัศน์ ค่านิยม และทิศทางในการบริหารจัดการ เพื่อให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมกับองค์กรอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไม </span><b>&#8220;</b><span style="font-weight: 400;">เงินติดล้อ</span><b>&#8221; </b><span style="font-weight: 400;">ถึงสามารถสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและยั่งยืนได้ ? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ร่วมสำรวจความเบื้องหลังความสำเร็จของ </span><b>&#8220;</b><span style="font-weight: 400;">เงินติดล้อ</span><b>&#8221; </b><span style="font-weight: 400;">ในฐานะองค์กรต้นแบบด้านวัฒนธรรมได้ในบทสัมภาษณ์นี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39737" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/คุณ-เหมียว-792.webp" alt="คุณ เหมียว 792" width="600" height="370" title="เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น 396" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/คุณ-เหมียว-792.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/คุณ-เหมียว-792-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ทำไมฝ่ายบุคคลของ &#8220;เงินติดล้อ&#8221; ถึงเรียกว่า Happy People และ “ความสุข” สำคัญอย่างไรต่อองค์กร ?</b></h2>
<p><b>คุณเหมียว:</b><span style="font-weight: 400;"> ความสุขของพนักงานช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานที่เต็มไปด้วยพลังบวก ซึ่งนำไปสู่ภาพรวมของวัฒนธรรมองค์กรที่ดี เรามองหาวิธีการที่แตกต่าง และวิธีที่ทำให้พนักงานรู้สึกถึงโอกาสที่อยู่รอบๆ องค์กร ทุกอย่างเป็นไปได้ที่องค์กรนี้ ไม่ทำให้เขารู้สึกว่าถูกจำกัดอยู่ในกรอบเดิม ๆ และนี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เราจึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อฝ่าย HR เป็น Happy People เพราะเราอยากให้คนรู้สึกว่าเราไม่ใช่ครูฝ่ายปกครอง แต่เป็นทีมที่คอยสนับสนุนและสนับสนุนให้เขาจับสัมผัสความสุขได้อย่างน้อยหนึ่งอย่างในทุกวันที่เขามาทำงานค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงแรก เราสังเกตว่า ถ้าพนักงานมีความสุข เขาจะเปิดรับสิ่งต่าง ๆ เข้ามาได้ง่ายและกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ แต่ถ้าพนักงานมองว่าเราเป็นฝ่ายบุคคลที่มาจับผิด เช็กเวลาเข้าออกงาน การจะสร้างความประทับใจแรกก็คงไม่ดีเท่าไหร่ เราจึงเลือกที่จะเปลี่ยนMindset วิธีการทำงาน และชื่อของแผนกของเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่เราต้องดูแลพนักงาน เราต้องทำให้เขารู้สึกว่าเขาอยากจะเข้าหาเรา มาขอคำปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือจากเรา ซึ่งจะทำให้พนักงานรู้สึกแฮปปี้ในการทำงานที่นี่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายในฝ่าย Happy People เราก็จะมีหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย เช่น People Fit เพื่อคัดสรรคนที่ฟิตกับองค์กร, People Life ที่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงาน และ People Learn ที่ภายหลังจัดตั้งเป็นฝ่ายและเปลี่ยนชื่อเป็น Tidlor Academy ซึ่งทำหน้าที่สรรหาองค์ความรู้ดีๆ คอร์สดังๆ มาให้พนักงานได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กรสนับสนุนและใส่ใจในทุก ๆ ด้านของชีวิต ให้เขาสัมผัสได้จริงๆ ว่าองค์กรหวังดีกับพวกเขาแค่ไหนค่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>อะไรคือเหตุผลที่ &#8220;เงินติดล้อ&#8221; ให้ความสำคัญกับคนทำงานเป็นอันดับแรกเสมอ ?</b></h2>
<p><b>คุณตี้: </b><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว บริษัทของเราเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แต่เมื่อบริษัทโตขึ้นแล้ว เราก็ต้องคิดว่าจะโตขึ้นในรูปแบบไหน จะสร้างบรรยากาศการทำงานแบบใดที่จะส่งเสริมให้พนักงานมีความสุข และสามารถเค้นศักยภาพออกมาได้เต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงปี 2016 เรามีการรีแบรนด์ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เราคิด Core Value ใหม่ แต่พบว่าพนักงานไม่อินและไม่เข้าใจ แม้พวกเขาจะจดจำได้ แต่ไม่เข้าใจจริง ๆ ดังนั้นเราจึงเริ่มโฟกัสการดูแลพนักงานโดยยึดฐานจาก Core Value ที่เราต้องการให้เป็นจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่า</span><b> &#8220;</b><span style="font-weight: 400;">ทุกธุรกิจเป็นธุรกิจของคน</span><b>&#8221; (Every Business is People Business) </b><span style="font-weight: 400;">คือธุรกิจจะไม่สามารถดำเนินได้ ถ้าไม่มีคนช่วยกันทำงานหรือคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และการที่จะทำให้สำเร็จนั้นต้องเริ่มจากการสร้างบรรยากาศและแรงบันดาลใจให้พนักงานมีพลังและอยากทำงาน หน้าที่ของทีม Culture คือสร้างแพลตฟอร์มและสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานรู้สึกมีแรงบันดาลใจ มีพลัง กล้าคิดกล้าลอง พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้เสมอ และมีความสุขในการทำงานทุกวัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39743 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Kanjanat-Chalermjulamanee-1024x683.webp" alt="คุยกับ “เงินติดล้อ” วัฒนธรรมสร้างได้ และต้องสร้างให้ยั่งยืน" width="1024" height="683" title="เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น 397" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Kanjanat-Chalermjulamanee-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Kanjanat-Chalermjulamanee-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Kanjanat-Chalermjulamanee-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Kanjanat-Chalermjulamanee-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/Kanjanat-Chalermjulamanee-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>Tidlor Academy เกิดจากอะไร และทำหน้าที่อะไร ?</b></h2>
<p><b>คุณตี้:</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องบอกว่า HRD (Human Resource Development) ในหลาย ๆ บริษัทมักจะอยู่กับทีม HR แต่เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนเรื่องการพัฒนาคนและสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงาน เราก็เลยแยกฟังก์ชันนี้ออกมาตั้งเป็น Tidlor Academy เพื่อให้มีความคล่องตัวมากขึ้น มีทีมงานที่ดูแลทั้งเรื่องการพัฒนาบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กรอยู่ในที่เดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ แล้ว เรามีลูกค้าอยู่สองกลุ่มครับ กลุ่มแรกคือลูกค้าภายในบริษัท คือพนักงานทั้งหมดประมาณ 8,000-9,000 คน และกลุ่มที่สองคือลูกค้าภายนอกที่เข้ามาเรียนรู้วิธีการสร้างวัฒนธรรมองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เรามีบันทึกไว้ว่าเกือบ 300 บริษัทกับประมาณ 2,700-2,800 คนที่เข้ามาเยี่ยมเรา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีองค์กรสนใจด้านการสร้างวัฒนธรรมมากขึ้น เราจึงต้องการพัฒนาโปรแกรมให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>วัฒนธรรมองค์กรสำคัญอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>คุณเหมียว:</b><span style="font-weight: 400;"> วัฒนธรรมองค์กรมีความสำคัญมากค่ะ มันเหมือนกับดาวเหนือขององค์กรเลยนะคะ แม้จะเป็น Buzzword ในหมู่คนทำงาน แต่สำหรับ &#8220;เงินติดล้อ&#8221; วัฒนธรรมองค์กรคือหัวใจ เราเริ่มต้นจากการมีเป้าหมายว่าเราจะสร้างองค์กรที่เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน จะทำยังไงละองค์กรจะเติบโตได้แบบนั้น คำตอบก็เหมือนกับที่คุณตี้บอก ก็คือ “คน” ดังนั้นการที่จะทำให้คนของเรากว่า 8,000 คนนี้มองเห็นเป้าหมายและเข้าใจพฤติกรรมที่ใช่ที่จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายนั้น เราต้องสร้างเข็มทิศที่จะพาเราไปถึงดาวเหนือนั้นนั่นก็คือ “ค่านิยม”</span></p>
<p><b>คุณตี้:</b><span style="font-weight: 400;"> ในช่วงนั้นเราได้แรงบันดาลใจจากหนังสือชื่อ &#8220;Start With Why&#8221; ที่ช่วยให้เราเข้าใจ Why และ How นอกจากนี้เรายังส่งคนไปเรียนรู้จาก โทนี่</span> <span style="font-weight: 400;">เชย์</span><b> (Tony Hsieh)</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้บริหารบริษัท Zappos ที่ได้ชื่อว่าเป็น Best Culture Company In The World ทำให้เราได้ Core Value ที่ละเอียด เข้าใจง่าย ที่สำคัญคือมันใช่สำหรับเรา ไม่ต้องตีความให้ยาก และช่วยแก้ปัญหาเราได้ ทั้ง 7 ข้อ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สร้างสรรค์ แบ่งปันโอกาส (Sustainable Impact by Creating Opportunities)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีจิตวิญญาณความเป็นเจ้าของ (Sense of Ownership with Gratitude)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ร่วมมือร่วมใจ ตรงไปตรงมา (Candid Teamwork)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ซื่อสัตย์ จริงใจ และเป็นกันเอง (Serve with Integrity, Informality, and Authenticity)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">กระหายเรียนรู้ (Thirst for Wisdom and Self-Development)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">กล้าคิด กล้าลอง (Experiment to Lead Change)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทำงานเต็มที่ ปาร์ตี้ให้สุด (Work Smart, Party Hard)</span></li>
</ol>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39736 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/TIDLOR-Core-Values-1024x1024.webp" alt="คุยกับ “เงินติดล้อ” วัฒนธรรมสร้างได้ และต้องสร้างให้ยั่งยืน Cover" width="1024" height="1024" title="เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น 398" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/TIDLOR-Core-Values-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/TIDLOR-Core-Values-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/TIDLOR-Core-Values-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/TIDLOR-Core-Values-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/TIDLOR-Core-Values.webp 1125w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้รู้ว่า Core Value แรกไม่ใช่สำหรับองค์กรอีกต่อไป กระทั่งต้องทำ 7 ล้อ Core Values ใหม่ขึ้นมา ?</b></h2>
<p><b>คุณตี้: </b><span style="font-weight: 400;">เราพูดอยู่เสมอว่า Culture คือความรู้สึกและบรรยากาศ อะไรที่มันไม่เวิร์ก ถ้าเราอยู่ในบรรยากาศนั้น เราจะรู้ อะไรที่มันไม่ใช่ตัวตนเราจริง ๆ เราก็แค่ยอมรับและเปลี่ยนครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>7 ล้อ Core Values ทั้งหมดนี้ ใช้เวลานานไหมกว่าพนักงานทั้งหมดจะเข้าใจร่วมกัน ?</b></h2>
<p><b>คุณตี้:</b><span style="font-weight: 400;"> ตอนทำเวิร์กชอปใช้เวลาประมาณปีครึ่ง ซึ่งพอได้ค่านิยมมาแล้ว เราก็ทำ Town Hall สื่อสารแบบยิ่งใหญ่อลังการ จากนั้นเราก็เริ่มวัดผล โดยทำ Survey และทำ Focus Group นั่งคุยกับพนักงาน ซึ่งตอนแรกทีมงานตกใจมาก เพราะในการสำรวจรอบแรกพบว่ามีพนักงานเพียง 1 คนจาก 18 คนที่เข้าใจว่าค่านิยม 7 ข้อคืออะไร คิดเป็นแค่ 6% เท่านั้น เราก็มองหน้ากันว่าจะทำยังไงต่อดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลามีข้อผิดพลาด เราไม่มานั่งโทษกัน แต่เรามองว่าเราได้เรียนรู้อะไรจากความล้มเหลวครั้งนั้น จากนั้นเราก็เริ่มค้นหาปัญหาและสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) ให้พนักงานมีความเข้าใจและนำไปปฏิบัติได้จริง ๆ คะแนนความเข้าใจก็ค่อย ๆ ขึ้น ซึ่งปัจจุบันน่าจะมีพนักงานประมาณกว่า 90% ที่เข้าใจค่านิยมแล้วครับ เราเรียกคะแนนนี้ว่า ความตระหนักรู้ในวัฒนธรรม (Culture Awareness Score) วัดทั้งความเข้าใจ การนำไปปฏิบัติ คะแนนความผูกพัน (Engagement Score) บรรยากาศการทำงาน ความภาคภูมิใจ รวมไปถึงการถามถึงความสุข (Happiness Score) ซึ่งเราทำการสอบถามทุก ๆ ครึ่งปีเลย เพราะเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากครับ</span></p>
<p><b>คุณเหมียว: </b><span style="font-weight: 400;">ถ้าพูดถึงการปลูกฝังค่านิยม มันเป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาค่ะ ไม่สามารถประกาศปุ๊บแล้วทุกคนเข้าใจได้ทันที เราจึงนำค่านิยมเหล่านี้ไปแฝงอยู่ในทุก ๆ กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับ People Life Cycle ตั้งแต่คนเข้าจนถึงคนออก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น ตั้งแต่การรับเข้าพนักงาน เรานำค่านิยมทั้ง 7 ข้อมาประยุกต์ใช้ในการสัมภาษณ์งาน เราจะตั้งคำถามอย่างไรให้สะท้อนถึง Core Value ของเรา หรือการให้ความรู้ทีม Recruit และ Line Manager ให้เข้าใจและนำไปใช้ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังนำไปแฝงในกระบวนการ Onboarding ไปจนถึงการพัฒนา (Development) ที่มีทีม Tidlor Academy ช่วยในการเทรนนิ่งและวัดผล ซึ่งไม่ใช่การประเมินแบบตัดเกรด แต่เป็นการดูพฤติกรรม หาช่องว่างที่ยังไม่เข้าใจ โดยใช้การประเมินแบบ 360 องศาค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทุกแคมเปญและกิจกรรมจะเน้นการแทรกซึมค่านิยมเหล่านี้ ทีม Culture ของเรามีการทำงานอย่างหนัก และมีการวาง Milestone ว่าการสร้างวัฒนธรรมองค์กรในปีแรกคือการสร้างความตระหนักรู้ ต่อมาคือการสร้างความเข้าใจ และเราวัดผลในแต่ละเรื่องอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาหลายปี และปัจจุบันก็ยังคงทำอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญที่สุดคือการสนับสนุนจากผู้บริหาร เนื่องจากผู้บริหารเป็นคนสร้างค่านิยมเหล่านี้ขึ้นมา การที่จะนำใช้และส่งเสริมต่อจึงเป็นหน้าที่ของพวกเขา ซึ่งผู้บริหาร C-suite ก็อินและให้ความสำคัญมาก พอเราปล่อยโปรแกรมอะไร ผู้บริหารจะพูดถึงค่านิยมเหล่านี้เสมอ ทำให้พนักงานเห็นภาพชัดเจนว่าแต่ละค่านิยมสามารถจับต้องได้อย่างไร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39741 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/1-1024x683.webp" alt="คุยกับ “เงินติดล้อ” วัฒนธรรมสร้างได้ และต้องสร้างให้ยั่งยืน" width="1024" height="683" title="เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น 399" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/1-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/1-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>ที่ &#8220;เงินติดล้อ&#8221; มีทีม Culture Gangster และ Culture Hero เล่าถึงความแตกต่างทั้งสองกลุ่มนี้ให้ฟังหน่อย ?</b></h2>
<p><b>คุณตี้:</b><span style="font-weight: 400;"> ใช่ครับ Culture Gangster เหมือนเป็นแกนนำหลักที่คอยดีไซน์กิจกรรมต่างๆ เพื่อตอกย้ำวัฒนธรรมองค์กรและส่งมอบให้คนอื่น แต่ Culture Hero เป็นเหมือนเป็นผู้ดำเนินการหรือปฏิบัติการ (Executor) ให้กับคนในฝ่ายของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคิดบนโจทย์ที่ว่า การสร้างวัฒนธรรมไม่ใช่งานของ</span><b> HR </b><span style="font-weight: 400;">อย่างเดียว ซึ่งหลายบริษัทมีปัญหาว่าการทำวัฒนธรรมจะโยนให้ HR แล้วมันทำยากมาก เราจึงใช้กลยุทธ์หลายรูปแบบ ทั้ง Top-down และ Down-to-top ในการสื่อสาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเริ่มต้นด้วยการหาผู้นำที่มีใจอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในองค์กร โดยไม่สนใจว่าเขาอยู่แผนกอะไร แต่เราเลือกคนที่มีใจอยากเห็นบรรยากาศในบริษัทดีขึ้น ซึ่งงานนี้ไม่มีเงิน ไม่มีรายได้ และไม่มีผลประโยชน์ต่อการประเมินผลปลายปีด้วย เราแค่ต้องการคนที่อยากเห็นบรรยากาศในบริษัทดีขึ้น ซึ่งชุดแรกเรามี Culture Gangster ประมาณ 10 กว่าคน หน้าที่หลักคือการทำ Culture Strategy ว่าบริษัทจะมีทิศทางในการสร้างวัฒนธรรมในรูปแบบไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งโจทย์สำคัญของ Culture Gangster คือต้องหาคนเพิ่มเพื่อกระจายวัฒนธรรมองค์กรให้ทั่วประเทศ เพราะเงินติดล้อมีสาขาอยู่ทั่วประเทศและมีคนอยู่ต่างจังหวัดประมาณ 6,000 กว่าคน เราจึงสร้างทีมอีกทีมหนึ่งชื่อว่า Culture Hero โดยใช้พนักงานกลุ่มที่เป็น Innovator กับ Early Adopter ในองค์กร โดยพวกเขาจะช่วยกระจายวัฒนธรรมองค์กรไปสู่พนักงานทุกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ทั้งสองกลุ่มนี้จะไม่ได้เงินหรือรายได้พิเศษ แต่เราใส่ความชื่นชมและความภาคภูมิใจไปที่ตัวพวกเขา ที่ช่วยกระจายวัฒนธรรมองค์กรไปทั้งในสำนักงานใหญ่และสาขา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เรามี Culture Hero ประมาณ 300-400 คนแล้วครับ ซึ่งพวกเขาสามารถลากคนกลุ่มใหญ่ให้ “เชื่อ” ในวัฒนธรรมเดียวกันได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39742 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/7-1024x683.webp" alt="คุยกับ “เงินติดล้อ” วัฒนธรรมสร้างได้ และต้องสร้างให้ยั่งยืน" width="1024" height="683" title="เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น 400" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/7-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/7-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/7-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/7-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/7-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>จากวันแรกจนวันถึงวันนี้ คุณรู้สึกอย่างไรกับการสร้างวัฒนธรรมเงินติดล้อ ?</b></h2>
<p><b>คุณตี้: </b><span style="font-weight: 400;">หากวัดเป็นความพึงพอใจอาจจะยาก แต่ในใจเรารู้สึกภูมิใจมากครับ ผมเคยวาดภาพไว้นานมาก เป็นภาพที่อยากเห็นวัฒนธรรมองค์กรของเงินติดล้อว่าเป็นยังไง แต่มาวันนี้หลาย ๆ อย่างมันได้เกิดขึ้นจริงแล้ว ทำให้บรรยากาศการทำงานสนุก มีทีมที่ดี มีงานที่ตรงเป้าหมาย</span> <span style="font-weight: 400;">วันนี้เราเห็นบรรยากาศที่สัมผัสได้ว่า</span> <span style="font-weight: 400;">พนักงานมาทำงานเหมือนมาใช้ชีวิต</span> <span style="font-weight: 400;">ไม่ได้มองว่าเงินติดล้อเป็นแค่ที่ทำงาน</span> <span style="font-weight: 400;">ทำให้รู้สึกภูมิใจและมีความสุขครับ</span></p>
<p><b>คุณเหมียว: </b><span style="font-weight: 400;">รู้สึกคล้าย ๆ กันนะ เพราะว่าอยู่มาตั้งแต่รุ่นแรก ล้มลุกคลุกคลานกันมาจนถึงวันนี้ ถามว่าภูมิใจไหม ? ภูมิใจมาก แต่พอใจไหม ? อาจจะตอบยาก เพราะทุกวันมันมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ คนเข้ามาใหม่ก็จะมีเหตุการณ์ใหม่ ๆ เข้ามาท้าทายเสมอ โดยเฉพาะช่วงหลังโควิด เรารู้เลยว่ามันไม่มีอะไรแน่นอน สิ่งที่เราบอกในวันนี้อาจจะใช้ไม่ได้ในอนาคตแล้ว ฉะนั้นเราต้องค่อย ๆ ปรับและดูไปเรื่อย ๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>อะไรคือความท้าทายในการบริหารงาน HR ในอนาคต ?</b></h2>
<p><b>คุณตี้: </b><span style="font-weight: 400;">ภาพปลายทางของเงินติดล้อที่เราต้องการคือการเห็นวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืนครับ เป้าหมายเราชัดเจนในการใช้ชีวิตร่วมกันที่นี่ เรามี Purpose Driven ที่ชัดเจน คือ &#8220;Why&#8221; และมี &#8220;How&#8221; ว่าเราเพื่อพนักงาน ลูกค้า และสังคมของเรายังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายของเราไม่ได้เปลี่ยนไปเลยครับ</span> <span style="font-weight: 400;">ที่นี่เป็นองค์กรที่ให้โอกาสตัวเอง</span> <span style="font-weight: 400;">ให้โอกาสพนักงาน</span> <span style="font-weight: 400;">และลูกค้า</span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อสร้างสรรค์สังคมดี</span> <span style="font-weight: 400;">ๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ขึ้นมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ความท้าทายคืออุปสรรคระหว่างทางที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ เช่น โควิด-19 ที่ทำให้ Engagement เราตกลง รวมถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีใหม่ ๆ และการเข้ามาของ AI ซึ่งอาจมีสิ่งที่เราไม่รู้และไม่อาจคาดคิดเกิดขึ้นได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดที่ทีม HR ต้องทำคือเข้าใจโจทย์และบริบทที่เปลี่ยนแปลง พยายามหาจุดเชื่อมโยงและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ ๆ เพื่อให้วัฒนธรรมองค์กรนำพาธุรกิจไปข้างหน้า (Culture-Driven)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นสำหรับผม ความท้าทายคือการจัดการกับสิ่งที่เราไม่รู้และจะเข้ามาในอนาคตนั้นอย่างไร</span></p>
<p><b>คุณเหมียว:</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่อยากเรียกว่าความท้าทายในอนาคต แต่เป็นความท้าทายในปัจจุบันมากกว่า เพราะว่าองค์กรเติบโตมาแบบก้าวกระโดด มีการเพิ่มขนาดและเพิ่มพนักงานจำนวนมาก ในช่วงแรกเราสนุกกับการสร้างวัฒนธรรม แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าความท้าทายหลักคือการหาคนที่มี DNA เหมือนกับเรา คนที่เข้าใจสิ่งที่เราทำ และสามารถเข้ามาช่วยเราในระยะเวลาอันสั้นได้ เนื่องจากองค์กรโตเร็วและมีการแข่งขันสูงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนที่เราดูแลปลุกปั้นมาตั้งแต่สิบปีที่แล้ว ตอนนี้ก็เติบโตขึ้นมาเป็นผู้บริหารและแข็งแกร่งขึ้นแล้ว แต่เมื่อขยายบริษัท ภาพรวมใหญ่ขึ้น เราก็ต้องการคนที่เข้ามาช่วยองค์กรได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งความท้าทายคือการทำให้พวกเขาเข้าใจและปรับตัวให้กับวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการหาคนในระดับ Middle Management ค่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ทำไมถึงต้องให้ความสำคัญกับ Middle Management ?</b></h2>
<p><b>คุณเหมียว: </b><span style="font-weight: 400;">เราโฟกัส Middle Management เพื่อให้มีคนมาช่วยเราสร้างและขับเคลื่อนให้องค์กรทันต่อสถานการณ์และการแข่งขันภายนอก เรามองว่าพวกเขาเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมทุกคนในองค์กรให้ไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งผู้บริหารระดับบนและพนักงานระดับล่าง การมีคนตรงกลางจะช่วยพาองค์กรวิ่งไปด้วยกันค่ะ</span></p>
<p><b>คุณตี้:</b><span style="font-weight: 400;"> เห็นด้วยกับคุณเหมียวครับ เพราะคนตรงกลางคือ Key Driver ที่สำคัญมาก พวกเขาต้องเชื่อมข้างบนและข้างล่างให้เป็นหนึ่งเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในภาพรวมงาน Culture ยังคงยึดถือเหมือนเดิม แต่เราจะทำยังไงให้พนักงานรู้สึกว่า งานของเขามีความหมาย มีคุณค่า และอยากตื่นขึ้นมาทำงานที่เงินติดล้อจริง ๆ เราจะพยายามสร้างโอกาส สร้างบรรยากาศ สร้างสถานการณ์ หรือสร้างอะไรก็ตามที่ทำให้พนักงานรู้สึกมีความหมายในการทำงาน และพยายามทำสิ่งนี้ต่อไปเรื่อย ๆ แน่นอนครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39739 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5-1-1024x683.webp" alt="คุยกับ “เงินติดล้อ” วัฒนธรรมสร้างได้ และต้องสร้างให้ยั่งยืน" width="1024" height="683" title="เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น 401" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5-1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5-1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5-1-1536x1025.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/5-1.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="เงินติดล้อทำอย่างไร ? สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น 402" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/interview-tidlor-240724/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัมภาษณ์ SYNTEC Construction กับภารกิจ Digital/AI Transformation เพื่อส่งมอบบริษัทที่ดีให้พนักงานรุ่นต่อไป</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/syntec-construction-digital-ai-transformation-240712/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/syntec-construction-digital-ai-transformation-240712/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jul 2024 17:02:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[ai]]></category>
		<category><![CDATA[SYNTEC Construction]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Transformation]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=39522</guid>

					<description><![CDATA[ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกล เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานมากมาย หากองค์กรไหนยังไม่เริ่ม Digital Transformation ยังทำงานเชื่องช้าตามกระบวนการเดิม ใช้เครื่องมือเดิม ก็อาจสู้องค์กรที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ไม่ทัน เพราะปัจจุบันหลายองค์กรพัฒนาไปถึงขั้น AI Transformation กันแล้ว หนึ่งในองค์กรที่ผ่าตัดใหญ่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้บริษัทพุ่งทะยานได้เต็มที่ก็คือ SYNTEC Construction หรือ บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทรับเหมาก่อสร้างสัญชาติไทย ผู้นำในอุตสาหกรรมก่อสร้าง องค์กรที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง ซึ่งส่วนสำคัญมาจาการผลักดันของ HR นั่นเอง HREX มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณ จุ้ย &#8211; สิทธิพร อร่ามวิทย์ Director of People &#38; Digital Solutions จาก SYNTEC Construction ผู้เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้องค์กรตื่นตัว จนก้าวตามเทคโนโลยีได้อย่างทันท่วงที  ทำไมการทำ Digital Transformation และ AI Transformation ถึงสำคัญต่อองค์กรอย่าง SYNTEC Construction [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39525" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-08T094800.686-1.webp" alt="สัมภาษณ์ SYNTEC Construction กับภารกิจ Digital/AI Transformation เพื่อส่งมอบบริษัทที่ดีให้พนักงานรุ่นต่อไป" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ SYNTEC Construction กับภารกิจ Digital/AI Transformation เพื่อส่งมอบบริษัทที่ดีให้พนักงานรุ่นต่อไป 408" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-08T094800.686-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-08T094800.686-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกล เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานมากมาย หากองค์กรไหนยังไม่เริ่ม Digital Transformation ยังทำงานเชื่องช้าตามกระบวนการเดิม ใช้เครื่องมือเดิม ก็อาจสู้องค์กรที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ไม่ทัน เพราะปัจจุบันหลายองค์กรพัฒนาไปถึงขั้น AI Transformation กันแล้ว</span></p>
<p>หนึ่งในองค์กรที่ผ่าตัดใหญ่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้บริษัทพุ่งทะยานได้เต็มที่ก็คือ <strong><a href="https://synteccon.com/en/home/" target="_blank" rel="noopener">SYNTEC Construction</a> </strong>หรือ บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทรับเหมาก่อสร้างสัญชาติไทย ผู้นำในอุตสาหกรรมก่อสร้าง องค์กรที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง ซึ่งส่วนสำคัญมาจาการผลักดันของ HR นั่นเอง</p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณ </span><b>จุ้ย &#8211; สิทธิพร อร่ามวิทย์ Director of People &amp; Digital Solutions จาก SYNTEC Construction</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้องค์กรตื่นตัว จนก้าวตามเทคโนโลยีได้อย่างทันท่วงที </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไมการทำ Digital Transformation และ AI Transformation ถึงสำคัญต่อองค์กรอย่าง SYNTEC Construction หาคำตอบได้จากบทสัมภาษณ์นี้</span></p>
<h2><b>ก่อนมาทำงานที่ SYNTEC Construction เส้นทางการทำงานด้าน HR ของคุณมีความเป็นมาอย่างไร </b></h2>
<p><b>สิทธิพร:</b><span style="font-weight: 400;"> ผมไม่ได้เติบโตมาจากสาย HR ตั้งแต่แรกครับ ผมมาจากสาย Business Development ทำอยู่นานเกือบ 10 ปีให้กับหลายธุรกิจ รวมถึงธุรกิจก่อสร้าง ซึ่ง SYNTEC ก็เคยเป็นลูกค้าผมด้วยนะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นก็ย้ายมาทำงานสายรถยนต์ Automotive ของญี่ปุ่นหลายที่ รวมถึง Bridgestone Asia-Pacific </span><span style="font-weight: 400;">แต่ที่ผ่านมาไม่เคยอยู่บริษัทคนไทยเลยนะ SYNTEC ถือเป็นบริษัทคนไทยบริษัทแรกครับ แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทุกบริษัทจะสอนผมเรื่องคุณค่าของคนเสมอ ถึงแม้งานของผมอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับ HR แต่งาน HR แฝงอยู่ในตัวเราตลอด เพราะเราต้องบริหารคนทุกที่ครับ ตอนทำ Automotive ก็ต้องดูแลแรงงาน จะทำอย่างไรให้ทุกคนอยู่ดีมีสุข หลังจากนั้นก็กลายเป็น HR โดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39526" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-08T140717.405.png" alt="สัมภาษณ์ SYNTEC Construction กับภารกิจ Digital/AI Transformation เพื่อส่งมอบบริษัทที่ดีให้พนักงานรุ่นต่อไป" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ SYNTEC Construction กับภารกิจ Digital/AI Transformation เพื่อส่งมอบบริษัทที่ดีให้พนักงานรุ่นต่อไป 409" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-08T140717.405.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-08T140717.405-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้รู้สึกว่า เรื่อง ‘คน’ มีความสำคัญต่อองค์กร</b></h2>
<p><b>สิทธิพร: </b><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปตอนทำงานสาย Automotive ตอนนั้นทำงานในโรงงานครับ มีเหตุการณ์พนักงานไม่พอใจเรื่องอะไรสักอย่าง แล้วพอโรงงานใดโรงงานหนึ่งมีปัญหา ก็ทำให้โรงงานอื่นมีปัญหาตามไปด้วยทั้งระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เลยตระหนักว่าคนเรามีหัวจิตหัวใจครับ แต่เราไม่เคยมองในมุมของพนักงานว่าเขาเป็นอย่างไร แล้วเราจะดูแลเขาอย่างไร สื่อสารกับเขาอย่างไร มุมมองของเขากับมุมมองของเราที่ทำงานบริหารเป็นมุมมองเดียวกันไหม บางทีความเข้าใจผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้เกิดเรื่องใหญ่ได้ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า คนสำคัญที่สุดในทุกมิติ เราอยากให้องค์กรพัฒนา อยากให้คนพัฒนา แต่พนักงานยังหิวอยู่ เขาจะพัฒนาได้อย่างไร ก็ต้องให้เขาอยู่ดีมีสุขก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การทำธุรกิจก็มีข้อจำกัดเนอะ ไม่ใช่ใครจะทำได้แบบองค์กรใหญ่ ๆ อย่าง Google ซึ่งถ้าสเกลเราใหญ่ขนาดนั้นก็คงทำได้เหมือนกัน แต่ทุกวันนี้เราทำดีที่สุดแล้วภายใต้ปัจจัยต่าง ๆ เราจัดหาน้ำ กาแฟให้พนักงานดื่มในไซต์งาน เขาไป<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/too-hot-to-work-240405/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">ทำงานข้างนอกร้อน ๆ</a> กลับมามีแอร์เย็น ๆ มีที่นั่งให้พัก เป็นต้น และเราพยายามพัฒนาให้ดีขึ้นเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้อง Connecting กับคนจริง ๆ เราไม่ได้อยู่ฝั่งผู้บริหาร 100% แต่ก็ไม่ได้อยู่ฝั่งพนักงาน 100% เราต้อง Connect Benefit ทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อขับเคลื่อนองค์กรต่อไปให้ได้ครับ ต่อให้บริษัทจะมีของดีแค่ไหน ถ้าพนักงานไม่ดี ไม่มีกลยุทธ์ที่ดี ไม่มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี สุดท้ายก็ไม่มีใครได้ประโยชน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR มีหน้าที่ทำให้เกิดความสมดุลทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อพาธุรกิจเดินหน้าและเติบโตต่อไปพร้อมกันครับ</span></p>
<h2><b>เวลาเรียนรู้เรื่อง HR เรื่องการบริหารคน เรียนรู้จากการปฏิบัติอย่างเดียว หรือผ่านทฤษฎีด้วย</b></h2>
<p><b>สิทธิพร: </b><span style="font-weight: 400;">ทฤษฎีด้าน HR สำคัญมาก ต้องรู้ครับ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือเราจะปรับใช้อย่างไรให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร เพราะแต่ละองค์กรมีบริบทแตกต่างกันไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สมัยนี้เวลาเรียนทฤษฎี เราไม่ต้องเรียนในมหาวิทยาลัยอย่างเดียวแล้ว พอมีอินเทอร์เน็ตเข้ามา เราสามารถหาความรู้ได้จากทุกที่ แต่ก็ต้องสังเคราะห์ให้ดีด้วยว่าข้อมูลนั้นเป็น Fact จริง ๆ ไหม เขาบอกทุกอย่างหมดจริงไหม ผมเห็นความรู้ในอินเทอร์เน็ตทุกวันนี้แทบไม่มีใครบอกหมดทุกอย่างครับ แต่บอกเป็นท่อน ๆ เสมอ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะ Connect แต่ละท่อนหากันอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเรียนในคอร์สต่าง ๆ ยังจำเป็นครับ อาจต้องเรียนให้รู้ เรียนเพื่ออัพเดต เรียนพื้นฐานเพื่อให้เราคิดต่อแล้วนำไปปรับใช้ คุณต้องรู้ว่าคนที่นี่ บริษัทนี้ กับคนที่บริษัทอื่นไม่เหมือนกัน ดังนั้นต้อง Tailor-Made เป็นบริษัท ๆ ไป ไม่ได้หมายความว่าผมจะเอาทุกอย่างจากที่ทำงานเก่ามาใช้ที่นี่แล้วได้ผลเหมือนกัน ไม่เลยครับ มันคนละธุรกิจ คนละวัฒนธรรม คนละ DNA โดยสิ้นเชิง </span></p>
<h2><b>เพราะอะไรคุณถึงเริ่มเปลี่ยนผ่าน SYNTEC Construction ด้วยการทำ Digital Transformation</b></h2>
<p><b>สิทธิพร: </b><span style="font-weight: 400;">ผมว่าโลกเปลี่ยนไป ทุกอย่างมันถูกบังคับให้ต้องเปลี่ยนอยู่แล้วครับ ซึ่งที่นี่ก็ต้องเปลี่ยนยก Construction เลย ถ้าอยากให้องค์กรสอดรับกับอนาคตได้จริง ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รู้ไหมครับว่าในบรรดาเทคโนโลยีทั้งหมด เทคโนโลยีสายก่อสร้างเคลื่อนไหวช้าสุดเลยนะ เพราะมันเป็นเรื่องความมั่นคง ความปลอดภัย ทุกอย่างต้องเชื่อถือได้ เทคโนโลยีต่าง ๆ ต้องถูกพิสูจน์แล้วพิสูจน์อีก มีกระบวนการที่ไม่เกี่ยวกับวิศวกรเยอะไปหมดเลยในหลังบ้าน สิ่งเหล่านี้ต้องปรับปรุงก่อน แล้วเดี๋ยวการปรับเปลี่ยนหน้างานค่อยตามมาครับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เราปรับปรุง Business Process ทั้งหมด หาว่าจุดที่จะต้องปรับปรุงก่อนมีอะไรบ้าง แล้วอย่างที่บอกว่าบริษัทเคลื่อนที่ไปช้ามาก Digital Transformation เลยอาจเป็นสิ่งที่เราต้องการ เราต้องสร้างวัฒนธรรมใหม่ สร้าง DNA ใหม่ ต้องคิดว่าจะส่งมอบบริษัทแบบไหนให้คนยุคต่อไป เพราะอีก 20 ปีผมคงไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่จะมีน้องรุ่นใหม่เข้ามาทดแทน เราจะส่งมอบอะไรดี ๆ ให้เขาต่อ ไม่ใช่ส่งไปให้เขาสร้างเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งแรกที่พบก็คือ องค์กรมีปัญหาเรื่องความเร็วครับ แต่ก่อนเราใช้เอกสารมากถึง 150,000-200,000 แผ่นต่อเดือน ต้องมีคนเดินเอกสาร บางทีเอกสารมาอยู่ที่โต๊ะผม 2 วัน ออกจากผมไปอยู่ที่คนนั้น 4 วัน ปัจจุบันเราลดการใช้เหลือแค่ประมาณ 30,000 แผ่นต่อเดือนเท่านั้น เดี๋ยวนี้เดินเรื่องไม่ถึง 5 นาที โทรคุยกันปุ๊บ คลิกปุ๊บ จบเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่เป็นเรื่องพื้นฐานมาก ๆ ของการใช้ Digital Transformation เปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรครับ ซึ่งผมเชื่อว่าทุกองค์กรก็พยายามทำแบบนี้เช่นกัน </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39527" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-08T141127.021.png" alt="สัมภาษณ์ SYNTEC Construction กับภารกิจ Digital/AI Transformation เพื่อส่งมอบบริษัทที่ดีให้พนักงานรุ่นต่อไป" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ SYNTEC Construction กับภารกิจ Digital/AI Transformation เพื่อส่งมอบบริษัทที่ดีให้พนักงานรุ่นต่อไป 410" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-08T141127.021.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-08T141127.021-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ในยุคที่มีกระแสตื่นตัวเรื่อง AI มาก ๆ กระบวนการ Digital Transformation ยังสำคัญหรือไม่ หรือควรต้องใช้ AI Transformation แล้ว</b></h2>
<p><b>สิทธิพร: </b><span style="font-weight: 400;">ผมว่าทุกคนอยาก AI Transformation นะ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะสุดท้ายแล้วมันต้องเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับธุรกิจด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ AI Transformation เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่เราวางไว้เหมือนกันครับ และเราก็เริ่มไปแล้ว ตอนนี้กระบวนการต่าง ๆ ขององค์กรใช้ Robot เกือบหมด ไม่ใช่แค่เราเท่านั้น แต่รวมถึงคู่ค้าของเราด้วยที่ต้องเตรียมเทมเพลตการทำงาน การก่อสร้างให้เหมาะกับ Robot ของเรา ทำให้ลดการใช้งานคนได้มหาศาลเลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราพยายามเรียนรู้ Learning Model หลาย ๆ แบบ พยายามหาสิ่งที่คุ้มค่าเงินที่สุดครับ เราพยายามใช้ ChatGPT พยายามใช้ Co-Pilot แต่ยอมรับว่ามันยังไม่มั่นคงพอจะฝากผีฝากไข้ได้ มันยังเป็นเด็กอยู่ ยังเอามาใช้ในธุรกิจไม่ได้ 100% ต้องรอให้มันเติบโตและได้รับการยอมรับในระดับ Professional ก่อน ซึ่งผมว่าในอนาคตมันจะดีแน่นอน และก่อนจะถึงตอนนั้นเราต้องเตรียม Foundation ให้พร้อมด้วย</span></p>
<h2><b>พอนำเทคโนโลยีมาใช้ครั้งใหญ่ ต้องลดจำนวนพนักงานลง แล้วต้องสื่อสารกับพนักงานอย่างไร</b></h2>
<p><b>สิทธิพร: </b><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้คนของเราลดลงเยอะมากครับ แต่เราไม่ได้ไล่ออก เราใช้วิธีกึ่ง Volunteer หรือให้ออกเองโดยสมัครใจ ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะอาสาได้เนอะ บางคนเรายังต้องรักษาเขาไว้ในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">SYNTEC เมื่อก่อนเหมือนรถจักรไอน้ำครับ แต่ทุกวันนี้เราเป็นรถไฟความเร็วสูง ไม่ได้บอกว่ารถจักรไอน้ำไม่ดีนะ มันเคยดีในระยะเวลาหนึ่ง เคยตอบสนองและช่วยองค์กรให้ดีขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง พนักงานเหล่านี้มีบุญคุณกับองค์กรในช่วงเวลาหนึ่ง แต่เขาอาจไม่ตอบสนองต่ออนาคตแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่าทุกคนรู้ตัวเองดี คนที่ไม่ได้ตอบสนองต่ออนาคตก็ยิ่งรู้ตัวเองดี ผมคุยกับทุกคนที่เข้าข่ายนะครับ บอกว่าผมเชื่อว่าทุกคนล้วนมีความฝันที่อยากทำ ลองไปทำตามความฝัน เอาเงินไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ดีไหม พอผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ หลายคนกลับมาขอบคุณด้วยซ้ำว่าเขาได้ทำตาม Passion ได้ทำสิ่งที่เขาอยากทำและอยากเป็นจริง ๆ แล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องยากมากนะกับการที่ใครสักคนจะกล้าออกจาก Comfort Zone ในเมื่อชีวิตก็อยู่ดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมจะบอกทุกคนเสมอว่า ถ้าคุณออกไปตอนเกษียณ คุณมีเงิน แต่คุณไม่มีแรงแล้ว และคุณไม่มีความฝันด้วย แต่ถ้าคุณออกไปตอนนี้ คุณมีเงิน คุณยังมีแรง และคุณยังมีความฝัน จงออกไปทำมัน ให้มันตอบสนองต่อความสุขและชีวิตของคุณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนชอบทำขนมไทยเป็นงานอดิเรก ทำได้อร่อยมากด้วย เวลาเราจัดประชุมใหญ่ เราก็ซื้อของจากศิษย์เก่าขององค์กรนี่แหละ บางคนไปหาบริษัทที่เหมาะสมกับตัวเอง แต่ส่วนใหญ่จะกลับไปทำอาชีพอิสระ แล้วก็ค้าขายมากกว่า ส่วนใหญ่เขามีฝีมืออยู่แล้ว หลายคนรวยแล้วด้วย มีบางคนบอกว่า รู้อย่างนี้ไปตั้งนานแล้ว (หัวเราะ) มัน Win-Win กับทุกฝ่าย บริษัทได้ตอบแทนพนักงานที่เคยมีบุญคุณ และบริษัทเองก็เดินต่อได้ แต่ถ้าใครยังครึ่ง ๆ กลาง ๆ ใครที่อยู่ต่อ เราก็บอกว่าต้องพัฒนา ต้องเรียนรู้ และปรับตัวนะ เพราะองค์กรต้องเดินหน้าไปต่อแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนที่โควิดแพร่ระบาด เราไม่ได้รับผลกระทบเลย เพราะว่าเราเปลี่ยนไปก่อนแล้ว ทุกคนทำงานที่บ้าน หรือจะทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องมีโทรศัพท์ประจำโต๊ะ ทุกคนอยู่บน IP Phone โทรหากันได้ตลอดเวลา ค่าใช้จ่ายของบริษัทก็ลดลงครับ มันดีกับชีวิตของทุกคน แล้วก็ยืดหยุ่นสูงด้วย </span></p>
<h2><b>เคยเห็นโฆษณาในธุรกิจก่อสร้างบอกว่า ChatGPT ช่วยสร้างตึกไม่ได้ แสดงว่า AI จะไม่ได้มา Disrupt ธุรกิจนี้อย่างนั้นใช่หรือไม่</b></h2>
<p><b>สิทธิพร: </b><span style="font-weight: 400;">เราอาจจะคิดอย่างนั้นไม่ได้ครับ AI อาจไม่มีมือไปก่ออิฐเอง แต่มันวางแผนได้นะ มันตรวจ Defect ได้ เราเคยทดลองใช้ Robot ฉาบปูน แต่ต้องยอมรับว่ามันยังไม่ดีพอ เราลองทุกเทคโนโลยีที่มีในโลก เราศึกษาลงทุนและทดลองจนพบข้อดีข้อเสีย แน่นอนว่ามันยังทำงานไม่ดีเท่าคน แต่เทคโนโลยีมันจะดีขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เราเตรียมแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่องของปีต่อ ๆ ไปไว้แล้ว เริ่มวางแผน Construction Management วางกระบวนการพลังบ้าน Business Process เรียบร้อย ซึ่งงานนี้ AI ช่วยได้เยอะ เราไม่ได้ให้ AI มาคิดแทนคน ต่อให้มันคิดแทน คนก็ต้อง re-check อีกรอบอยู่ดี ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวสร้างตึกไปแล้วพังจะทำอย่างไร เราต้องสร้างความเชื่อมั่น ทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะพักอาศัยและอยู่ในอาคารที่ปลอดภัยด้วยครับ </span></p>
<h2><b>SYNTEC Construction เตรียมพร้อมคนที่ยังอยู่ในองค์กรให้พร้อมรับมืออนาคตอย่างไร</b></h2>
<p><b>สิทธิพร: </b><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เราพยายามพัฒนาเรื่อง Data-Driven ครับ ทุกอย่างต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ต้องมี Data มาสนับสนุน การเตรียม Data ที่มีคุณภาพสำคัญต่อการ AI Transformation ในอนาคตครับ ไม่มี Data ทำอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เราจัดให้ทุกคนต้องเรียนรู้เรื่อง Data ทุกคนต้องมีทักษะด้าน Data Analytic คนที่ผมห่วงมากหน่อยคือน้องที่จบสายภาษาที่ต้องปรับตัวเยอะหน่อย แต่ก็ต้องเริ่มเรียนรู้แล้ว ตอนนี้เราเริ่มอบรม แล้วเอาสิ่งที่อบรมมาทำโปรเจ็กต์ต่อ ทั้งหมดจะเป็นเรื่อง Identify Problem, Data Collecting อะไรพวกนี้ บางคนอาจกลัวว่าจะยาก เพราะมันไม่เหมือนแค่บวกลบคูณหาร แต่เราจะสื่อสารกับพนักงานเสมอว่า เราพยายามวางรากฐานเพื่ออนาคตให้ทุกคนครับ </span></p>
<h2><b>เวลาพูดถึงเรื่องการใช้เทคโนโลยี หลายคนมักจะคิดว่าคนที่อายุยังน้อยน่าจะเรียนรู้ได้เร็วกว่าผู้ใหญ่ คุณคิดว่าจริงหรือไม่</b></h2>
<p><b>สิทธิพร: </b><span style="font-weight: 400;">ไม่จริงเลยครับ CEO ของ SYNTEC อายุ 60 กว่าปีแล้วครับ แต่ทุกวันนี้ยังคุยกับผมเรื่อง AI Robotic ซึ่งถือเป็นโชคดีของผมด้วยนะ ถ้าไม่มี CEO ที่เข้าใจเรื่องนี้ เราจะผลักดันเรื่องต่าง ๆ ออกมาไม่ได้เลย </span></p>
<h2><b>คุณต้องทำงานร่วมกับ CEO หนักมาก เพื่อทำให้เขา Buy In ใช่ไหม</b></h2>
<p><b>สิทธิพร:</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่แค่ CEO ครับ แต่ต้องให้ทุกคน Buy In เพราะ CEO ก็คือส่วนหนึ่งของทีม ทุกคนต้องมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน การจะ Transform อะไรสักอย่าง เราไม่สามารถทำคนเดียวได้ แต่ทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกัน ทุกคนต้องเห็นประโยชน์ของการเดินไปข้างหน้า จริง ๆ ไม่ใช่แค่เดินนะ เราต้องลุกแล้ววิ่งด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นจะไม่ทันแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราใช้ Tools หลายอย่าง ทั้ง HR Tools ทั้ง Digital Tools เพื่อสร้างวัฒนธรรมและ DNA ของ SYNTEC ตอนที่ทำออฟฟิศใหม่ เราคุยกันเลยว่าอยากให้วัฒนธรรมองค์กรใหม่เป็นอะไร มี Core Value อะไร เราอยากให้ DNA เป็นอย่างไร แล้วเราก็ออกแบบทั้งออฟฟิศตามนั้นครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39528" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-08T140702.825.png" alt="สัมภาษณ์ SYNTEC Construction กับภารกิจ Digital/AI Transformation เพื่อส่งมอบบริษัทที่ดีให้พนักงานรุ่นต่อไป" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ SYNTEC Construction กับภารกิจ Digital/AI Transformation เพื่อส่งมอบบริษัทที่ดีให้พนักงานรุ่นต่อไป 411" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-08T140702.825.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/07/HREX-Cover-by-Para-2024-07-08T140702.825-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>แล้ว Core Value ของ SYNTEC มีอะไรบ้าง</b></h2>
<p><b>สิทธิพร: </b><span style="font-weight: 400;">บนผนังออฟฟิศ เราจะเห็น Core Value หรือ SYNTEC Trees ที่ประกอบด้วย Teamwork (ทำงานเป็นทีมอย่างสร้างสรรค์), Respect &amp; Transparency (เชื่อใจ เชื่อมั่น ทำงานอย่างโปร่งใส), Empathy (ใส่ใจ เข้าใจกันและกัน), Excellence Operation (มุ่งสู่ความเป็นเลิศในงาน) และ Safety &amp; Quality First (คำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คอนเซ็ปต์หลักคือเราต้องการให้องค์กรมี Community ที่ดี เราอยากได้คนเก่ง แต่เราก็อยากได้คนดีด้วย เราอยากให้ทุกคนเป็นคนดีต่อกัน ซึ่งโชคดีมาก ๆ ตอนที่ผมเข้ามาทำงาน พื้นฐานของคนที่นี่เป็นคนดีอยู่แล้ว ไม่มีเล่นการเมืองใส่กัน หรือถ้ามีก็น้อยมาก เมื่อเราเอาส่วนผสมใหม่ไปให้เขาที่เป็นคนดีอยู่แล้ว พอบอกว่าเราต้องเปลี่ยน บอกว่าเราจะพาเขาไปถึงปลายทางที่ไหนอย่างไรบ้าง เขาก็ Buy In ไปด้วยกันทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราต้องเก็บคนดี เราต้องรักษาคาแรกเตอร์แบบนี้เอาไว้ และถ้าจะรับคนใหม่เข้ามา เขาก็ต้องเป็นคนดีด้วย เวลาเราคุยกัน เราอาจไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทุกอย่าง แต่เราพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรอยู่ข้างหลังครับ </span></p>
<h2><b>เท่าที่คุยมา HR เป็นฝ่ายที่เข้ามาดูแลเรื่อง Digital Transformation ทำไมงานนี้ถึงเป็นเรื่องของ HR ไม่ใช่ฝ่าย IT</b></h2>
<p><b>สิทธิพร: </b><span style="font-weight: 400;">เรื่องนี้ไม่แค่ IT เท่านั้นที่ต้องรู้ แต่ HR ก็ต้องรู้และดูแลด้วย สมัยก่อน HR อาจไม่ได้ต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมากนัก แต่ตอนนี้การจะพัฒนาองค์กรได้ ต้องพัฒนาระบบเพื่อให้คนทำงานใต้ระบบครับ อย่าลืมว่ากระบวนการทำงานต่าง ๆ ในอนาคตของคนจะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทั้งนั้น คนและเทคโนโลยีต้องเดินไปด้วยกัน องค์กรจึงจะไปถึงเป้าหมายได้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม HR ถึงต้องเข้ามาดูแลเรื่อง IT ดูแลเรื่อง Digital Transformation ครับ</span></p>
<h2><b>HR มีความสำคัญ สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้อย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ณสิทธิพร: </b><span style="font-weight: 400;">ถ้าพูดถึงการเติบโตขององค์กร HR คือส่วนสำคัญเลย องค์กรต้องขับเคลื่อนด้วยคน และคนต้องวางกลยุทธ์ขององค์กร HR ต้องรวมทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นทิศทางเดียวกันให้ได้ครับ HR จะต้องไม่ใช่แค่ Admin เราต้องการให้ HR เป็นเพื่อนกับพนักงาน ถ้า HR เป็นตัวตั้งตัวตีว่า คนนู้นคนนี้ฉันไม่ชอบ มันจะยิ่งทำให้องค์กรเดินหน้าต่อไปไม่ได้ HR ต้องจับมือทุกคน แล้วพาก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเป็นเหมือนทีมฟุตบอล เราต้องดูว่าเราอยู่ส่วนไหนของทีม จะเป็นโค้ช เป็นผู้จัดการทีม หรือต้องไปเป็นผู้เล่นในบางครั้ง เราอาจกลายเป็นแมวมอง ต้องหานักเตะดี ๆ มาลงสนามเพื่อชัยชนะ หรืออาจต้องคอยสื่อสารระหว่างโค้ชกับนักเตะ หรือโค้ชกับเจ้าของทีมในกรณีที่คุยกันไม่รู้เรื่อง HR ต้องดูว่าในแต่ละบริบทต้องสวมบทบาทใด หรือจะต้องผสมผสานบทบาทต่าง ๆ อย่างไร HR จะอยู่นิ่ง ๆ หรือทำงานมิติเดียวไม่ได้แล้วครับ</span></p>
<h2><b>อยากแนะนำหรืออยากบอกอะไรกับ HR รุ่นใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่ในสายงานนี้บ้าง</b></h2>
<p><b>สิทธิพร: </b><span style="font-weight: 400;">ผมว่า HR รุ่นใหม่เก่งกันเยอะครับ แต่ถ้าจะแนะนำ ผมคิดว่า HR ต้องเป็นเหมือนกับเพื่อนคู่คิดของ CEO คู่คิดของหัวหน้าสายบริหาร HR ต้องรู้เรื่องการเงิน เพื่อทำงานร่วมกับ CFO ให้ได้ เงินกับคนสำคัญต่อการทำธุรกิจครับ มีเงินแต่ไม่มีคนไม่ได้ มีคนแต่ไม่มีเงินก็ไปต่อไม่ได้เหมือนกัน ต้องมีด้วยกันทั้งคู่ถึงจะแข็งแรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่ HR ต้องมี มันอาจดึกดำบรรพ์ไปหน่อยนะ แต่ผมเชื่อว่า HR ต้องมีมาตรฐาน ต้องเป็นกลาง ไม่มีอคติ เมื่อไหร่ที่เราเอียง เรารักชอบใครเป็นพิเศษ จะเกิดความอยุติธรรมขึ้นทันที HR ต้องรักษาสมดุลเรื่องนี้ให้ได้ ในชีวิตจริงเราอาจเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่พอเป็นเรื่องงาน เราก็ต้องหาจุดที่เป็นกลางเพื่อองค์กรครับ</span></p>
<p><iframe title="🌟 “ทำไม HR ต้องให้ความสำคัญกับ Digital Transformation ?​”​ สัมภาษณ์คุณ สิทธิพร อร่ามวิทย์ จาก SYNTEC" width="800" height="450" src="https://www.youtube.com/embed/GcugQSXwld0?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สัมภาษณ์ SYNTEC Construction กับภารกิจ Digital/AI Transformation เพื่อส่งมอบบริษัทที่ดีให้พนักงานรุ่นต่อไป 412" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/syntec-construction-digital-ai-transformation-240712/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“Pride Month คือนาทีทองของเรา” สัมภาษณ์ Asia Regional Diversity, Equity, and Inclusion Leader จาก Seagate Technology</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/pride-month-seagate-240612/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/pride-month-seagate-240612/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Jun 2024 04:21:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Pride Month]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=39065</guid>

					<description><![CDATA[เดือนมิถุนายนคือเดือน Pride Month เป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองความหลากหลาย โดยเฉพาะความหลากหลายทางเพศ ในช่วงเดียวกันนี้ เราจะเห็นองค์กรจำนวนมากออกมาร่วมรณรงค์ เป็นกระบอกเสียง สนับสนุนให้เกิดความหลากหลายทั้งในการใช้ชีวิตและการทำงาน หนึ่งในนั้นก็คือ Seagate Technology บริษัทผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และโซลูชั่นในการจัดเก็บข้อมูลด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย ที่ขับเคลื่อนความหลากหลายภายใต้หลัก DEI (Diversity, Equity, &#38; Inclusion) จนขึ้นชื่อในระดับโลก ที่สำคัญ พวกเขาไม่เคยหยุดรณรงค์ไม่ว่าเดือนนั้นจะเป็นเดือน Pride Month หรือไม่ก็ตาม องค์กรยังเพิ่มตำแหน่ง Diversity, Equity, and Inclusion Leader ประจำภูมิภาคขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเต็มตัวอีกด้วย HREX ได้พูดคุยกับคุณ แคท &#8211; แคทรียา ฐิติวงศ์เศวต Asia Regional Culture and Community Leader จาก Seagate Technology ผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนด้านความหลากหลายของ Seagate ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งประกอบด้วยประเทศไทย สิงคโปร์ อินเดีย มาเลเซีย และจีน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39066" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-12T093452.885.webp" alt="“Pride Month คือนาทีทองของเรา” สัมภาษณ์ Asia Regional Diversity, Equity, and Inclusion Leader จาก Seagate Technology" width="600" height="370" title="“Pride Month คือนาทีทองของเรา” สัมภาษณ์ Asia Regional Diversity, Equity, and Inclusion Leader จาก Seagate Technology 419" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-12T093452.885.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-12T093452.885-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เดือนมิถุนายนคือเดือน </span><b>Pride Month</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองความหลากหลาย โดยเฉพาะความหลากหลายทางเพศ ในช่วงเดียวกันนี้ เราจะเห็นองค์กรจำนวนมากออกมาร่วมรณรงค์ เป็นกระบอกเสียง สนับสนุนให้เกิดความหลากหลายทั้งในการใช้ชีวิตและการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในนั้นก็คือ </span><a href="https://www.seagate.com/as/en/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Seagate Technology</span></a><span style="font-weight: 400;"> บริษัทผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และโซลูชั่นในการจัดเก็บข้อมูลด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย ที่ขับเคลื่อนความหลากหลายภายใต้หลัก </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/010622-deib/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">DEI (Diversity, Equity, &amp; Inclusion)</span></a><span style="font-weight: 400;"> จนขึ้นชื่อในระดับโลก ที่สำคัญ พวกเขาไม่เคยหยุดรณรงค์ไม่ว่าเดือนนั้นจะเป็นเดือน Pride Month หรือไม่ก็ตาม องค์กรยังเพิ่มตำแหน่ง </span><b>Diversity, Equity, and Inclusion Leader </b><span style="font-weight: 400;">ประจำภูมิภาคขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเต็มตัวอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX ได้พูดคุยกับคุณ</span><b> แคท &#8211; แคทรียา ฐิติวงศ์เศวต Asia Regional Culture and Community Leader</b><span style="font-weight: 400;"> จาก</span><b> Seagate Technology</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนด้านความหลากหลายของ Seagate ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งประกอบด้วยประเทศไทย สิงคโปร์ อินเดีย มาเลเซีย และจีน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทัศนะของเขาถึงความสำคัญของการรณรงค์เรื่อง Pride Month ความสำคัญของการขับเคลื่อนความหลากหลายเป็นอย่างไรบ้าง ติดตามได้เลยในบทสัมภาษณ์นี้</span></p>
<h2><b>ตำแหน่ง Diversity, Equity, and Inclusion Leader เกิดขึ้นมาได้อย่างไร มีบทบาทอย่างไรต่อการขับเคลื่อนความหลากหลายของ Seagate Technology</b></h2>
<p><b>แคทรียา: </b><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นของตำแหน่งนี้ เกิดจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร Seagate ค่ะ เนื่องจากสำนักงานใหญ่ของ Seagate ตั้งอยู่ที่สหรัฐอเมริกา คณะผู้บริหารให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเรื่องความหลากหลายอยู่แล้ว แต่เขามีมุมมอง มีประสบการณ์เกี่ยวกับ DEI ในเอเชียค่อนข้างน้อย จึงอยากกระจายนโยบายความหลากหลายของบริษัทไปยังบริษัทลูกในต่างประเทศด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Seagate เปิดรับตำแหน่งนี้ในระดับ Asia Regional ที่เอเชียและยุโรปเมื่อปี 2022 แคทเห็นการประชาสัมพันธ์กันภายในแล้วรู้สึกสนใจเพราะว่าเราเองก็เป็น Transgender เวลาที่เราได้ยินเรื่องพวกนี้ เราจะอินเป็นพิเศษ เรามี Passion โดยส่วนตัวอยู่แล้ว ก็เลยสมัครอย่างไม่ลังเลค่ะ แล้วก็ได้รับเลือกให้มาทำตำแหน่งนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทหน้าที่ของแคทจะมี 2 เรื่องหลักค่ะ อย่างแรกคือการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้าน DEI ขับเคลื่อนความเท่าเทียมของประเทศในแถบเอเชียทั้ง 5 ประเทศ ต้องวิเคราะห์ว่าจะใช้กลยุทธ์ไหนขององค์กร มาปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมของความเป็นเอเชียบ้าง</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะตัวแทนของพนักงานฝั่งเอเชีย นอกจากทำให้คนในท้องถิ่นเข้าใจวัฒนธรรม ความเชื่อ ค่านิยมที่แตกต่างแล้ว เรายังต้องเป็นกระบอกเสียงแทนพนักงานเพื่อแบ่งปันข้อมูลไปยังผู้บริหารระดับสูงด้วยว่า ในแถบเอเชียเรามีวัฒนธรรมที่มีความเป็นเอกลักษณ์ และแตกต่างจากวัฒนธรรมที่สหรัฐอเมริกาอย่างไรบ้าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมถึงเรื่องความหลากหลายทางเพศ ใน Seagate มีกลุ่มที่เรียกว่า ERG หรือ Employee Resource Group โดยกลุ่มทรัพยากรพนักงานนี้เป็นการที่พนักงานร่วมกันก่อตั้งขึ้นด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่กลุ่มที่ก่อตั้งโดยผู้บริหารหรือ HR กลุ่มนี้จะเป็นอีกเวทีที่พนักงานจะสามารถส่งเสียงถึงผู้บริหารได้โดยตรง มีกลุ่ม ERG ที่ก่อตั้งเพื่อการสนับสนุนกลุ่ม LGBTQ+ และมีการก่อตั้งกลุ่ม Pride จากทั่วโลกทั้ง 3 ทวีปเลยค่ะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกบทบาทหนึ่งคือแคทเป็น SME (Subject Matter Expert) ในด้าน LGBTQ+ ระดับสากลหน้าที่ของแคทคือการสื่อสารกับพนักงานในกลุ่มนี้ ต้องเป็นพาร์ทเนอร์กับเขา ไปรับฟังเสียงสะท้อนของพนักงานแล้วมาดูว่า Seagate สามารถปรับปรุงและพัฒนานโยบายใดได้บ้าง เพื่อต่อยอดให้พนักงานรู้สึกว่า เขาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรจริง ๆ โดยจะครอบคลุมทั่วโลกทั้ง 3 ทวีป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39067" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-11T152844.940.webp" alt="“Pride Month คือนาทีทองของเรา” สัมภาษณ์ Asia Regional Diversity, Equity, and Inclusion Leader จาก Seagate Technology" width="600" height="370" title="“Pride Month คือนาทีทองของเรา” สัมภาษณ์ Asia Regional Diversity, Equity, and Inclusion Leader จาก Seagate Technology 420" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-11T152844.940.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-11T152844.940-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ตลอด 2 ปีที่ทำงานนี้มา เจอความท้าทายอะไรบ้าง</b></h2>
<p><b>แคทรียา: </b><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายแรกที่เซอร์ไพรส์มากคือ ในขณะที่เราเกิดเป็นคนไทย เราคิดว่าเราเข้าใจในความเป็นเอเชียอย่างถ่องแท้ แต่พอมาศึกษาเรื่องความหลากหลายจริง ๆ ปรากฏว่าทั้ง 5 ประเทศกลับไม่เหมือนกันเลย</span><b> ทุกประเทศมีวัฒนธรรมของเขา มีค่านิยมมีชุดความเชื่อของเขาอยู่ เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถใช้ One Size Fits All ได้เลย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลายเป็นความท้าทายว่า เราจะต้องวิเคราะห์ความหลากหลายทางวัฒนธรรมแยกออกมาแต่ละประเทศ และต้องวิเคราะห์แยกเป็นภูมิภาคของประเทศนั้น ๆ ด้วยค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกความท้าทายก็คือ พอตำแหน่งนี้เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ด้วย งานในช่วงแรกจึงต้องประชาสัมพันธ์เยอะมากเพื่อบอกว่า “เราคือใคร” “DEI แปลว่าอะไร” อย่าลืมว่าในแต่ละบริบทของแต่ละประเทศและภูมิภาคไม่เหมือนกันอีก แคทต้องทำการบ้านเยอะมาก ต้องประชาสัมพันธ์แผนกตัวเองให้กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรู้ ต้องทำงานร่วมกับทั้งผู้บริหารที่อยู่ในประเทศนั้น ๆ และทีม HRBP ขององค์กรด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องคือความอาวุโส (Hierarchy) ซึ่งเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ในวัฒนธรรมเอเชีย เวลาคิดจะทำอะไรใหม่ ๆ เราต้องเข้าหาคนที่เป็นผู้นำองค์กรในแต่ละประเทศก่อน เพื่ออธิบายให้เขาเข้าใจในกลยุทธ์ของ DEI และหาโอกาสในการร่วมมือกันเพื่อขับเคลื่อนวัฒนธรรมแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกัน</span></p>
<h2><b>เคยเจอปัญหาไหมว่า พอทำงานในบริษัทที่มีบริษัทแม่อยู่ที่อเมริกา ก็ต้องรับแนวคิดเรื่องความหลากหลายในบริบทของอเมริกา นำมาปรับใช้ในบริบทของเอเชียด้วย</b></h2>
<p><b>แคทรียา: </b><span style="font-weight: 400;">มีค่ะ หลายปีก่อนที่อเมริกาขับเคลื่อนเรื่อง Black Lives Matter เราก็ต้องมาคิดต่อว่า ในเอเชียล่ะ เราจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร ตีโจทย์อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แคทมาค้นพบว่า </span><b>จริง ๆ แล้วความหลากหลายในเอเชีย อาจไม่ใช่เรื่องสีผิว แต่อาจเป็นเรื่องถิ่นกำเนิด</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น ในไทย เราจะมีมุมมองต่อคนที่เกิดในกรุงเทพ และต่างจังหวัดไม่เหมือนกัน จนบางครั้งอาจเกิดอคติขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือเรื่อง Real Size Beauty สาเหตุที่เกิดแคมเปญนี้เพราะมีอคติเกิดขึ้น เราให้ค่าคนที่อาจมีรูปร่างหน้าตาคล้ายคล้ายกับเซเล็บมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องที่เจอในเอเชียคือความสามารถด้านภาษา ถ้าเราสามารถพูดภาษาที่ไม่ใช่ภาษากำเนิดของเรา เช่น คนไทยพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง ก็จะได้รับการยอมรับได้ง่ายกว่า มีโอกาสในตำแหน่งหน้าที่การงานสังคมความเป็นอยู่ที่ดีกว่า เหมือนกับในจีนและอินเดีย สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนหมดเลยว่ายังมีความเหลื่อมล้ำอยู่ในบริบทของเอเชีย ซึ่งอาจไม่เจออะไรแบบนี้ที่อเมริกา</span></p>
<h2><b>คุณทำงานที่ Seagate มา 12 ปีแล้ว ตอนนั้นวัฒนธรรมความหลากหลายในองค์กรเหมือนในปัจจุบันหรือไม่</b></h2>
<p><b>แคทรียา: </b><span style="font-weight: 400;">แคทยังจำประสบการณ์วันแรกที่เข้ามาทำงานได้ดีค่ะ เพราะเป็นประสบการณ์ด้านบวก พอเข้ามาแล้วรู้เลยว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ </span><b>พนักงานทุกคนไม่ได้ปฏิบัติต่อเราแตกต่างจากคนอื่นเลย ไม่มาจับผิดว่าเราเป็น LGBTQ+ เหรอ แต่เขาปฏิบัติต่อเราเป็นเหมือนมนุษย์ทั่วไปคนหนึ่ง</b><span style="font-weight: 400;"> สามารถคุยเรื่องส่วนตัวได้อย่างสะดวกใจ ไม่มีการบูลลี่เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเป็นที่อื่นอาจมีคำถามว่า เรามีแฟนเป็นผู้หญิงหรือเปล่าบ้าง อาจมีการแซวกันบ้าง แต่ที่นี่ไม่มีเลย เพราะพอเข้ามาก็เจอคนที่เป็น LGBTQ+ เยอะมาก ทุกคนเปิดเผยซึ่งกันและกัน ขนาดว่านั่นคือเมื่อ 10 กว่าปีก่อนนะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนในแง่กลยุทธ์ จริง ๆ แล้วแผนกที่ทำงานด้าน DEI ก่อตั้งขึ้นมาประมาณ 5 ปีแล้วค่ะ แต่ต่อให้เมื่อก่อนเราไม่มีแผนก DEI แต่วัฒนธรรมใน Seagate ก็ค่อนข้างแข็งแรงมาก หนึ่งในคุณค่าหลักขององค์กรคือเรื่อง Inclusion ทุกคนจะให้เกียรติซึ่งกันและกันเสมอ พอได้ทำงานนี้เลยไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่แบบหน้ามือหลังมือค่ะ แต่จะเป็นในลักษณะที่ทุกอย่างมีการพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่องค่ะ</span></p>
<h2><b>Seagate ให้ความสำคัญกับเดือน Pride Month อย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>แคทรียา: </b><span style="font-weight: 400;">เรามีแคมเปญ Pride Month ออกมาทุกปีค่ะ เราทำงานกับกลุ่ม Pride อย่างใกล้ชิด เราวางแผนร่วมกันเสมอว่า อยากให้มีแคมเปญช่วยลดความเหลื่อมล้ำหรือลดอคติตรงไหนบ้าง และจะต่อยอดให้ดียิ่งขึ้นอย่างไรได้บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีที่ผ่านมา เรารณรงค์เรื่อง Gender Pronouns (They Them, She Her, He Him) อยากให้คนอื่นเรียกเราด้วยสรรพนามอะไร ในภาษาไทยอาจไม่ค่อยชัด เพราะเราไม่ได้ใช้สรรพนามด้านเพศเหมือนต่างชาติ เราเรียกทุกคนว่า “เขา” “เธอ” อะไรอย่างนี้ แต่ภาษาอังกฤษมันจะชัดกว่า แล้วในแพลตฟอร์มของบริษัท เราสามารถตั้งค่าบอกให้ทุกคนรู้จากใต้ชื่อโปรไฟล์ได้เลยว่าอยากให้เรียก Gender Pronouns ว่าอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายังใช้โอกาสนี้พูดคุยกับคนที่ไม่เข้าใจด้วยว่า Gender Pronouns คืออะไร แล้วใช้งานอย่างไร เป็นต้นค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องบอกก่อนว่า 2 ปีที่แคทมาทำงานนี้ กลุ่ม Pride ในเอเชียยังไม่มีเลย แล้วตำแหน่งนี้ก็เกิดขึ้น ฉะนั้นพอแคทได้งาน ก็เข้าไปพูดคุยกับพนักงาน ได้เจอพนักงานที่มี Passion ตรงกันว่าอยากจะก่อตั้งกลุ่ม Pride ในประเทศไทย แล้วเราทำสำเร็จเมื่อปี 2022 ก่อตั้งกลุ่ม Pride กลุ่มแรกในทวีปเอเชียในโรงงานที่เทพารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็น 1 ใน 2 โรงงานของ Seagate ในประเทศไทยค่ะ อีกโรงงานจะอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง 2 โรงงานนี้เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า แม้จะอยู่ประเทศเดียวกัน แต่วัฒนธรรมก็แตกต่างกันด้วย อย่างที่เทพารักษ์จะอยู่ใกล้กรุงเทพมากกว่า การเปิดเผยหรือความสนใจของพนักงานในเรื่องนี้ก็อาจจจะมากกว่าโรงงานที่โคราช</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่พอปีนี้เราได้ขยายการก่อตั้งกลุ่ม Pride ที่โคราชด้วย กลายเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จเลย เพราะโคราชเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดของ Seagate มีพนักงานเยอะที่สุดในบรรดา Seagate ทั่วโลกค่ะ การรณรงค์เรื่องนี้จึงได้รับความสนใจเยอะมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกไฮไลท์ของ Seagate ก็คือ แคททำคู่มือสำหรับพนักงานข้ามเพศฉบับ Global ให้ Seagate ด้วย และเอาไปบรรบรรยาย ยกตัวอย่างในงานเสวนาบ่อย ๆ เคยไปแชร์เรื่องนี้ในงานของ </span><a href="https://www.sasin.edu/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Sasin School of Management</span></a><span style="font-weight: 400;"> ด้วย ยังได้ฟีดแบคเลยว่าไม่เคยเจอคนไทยทำคู่มือ LGBTQ+ ฉบับ Global เลยนะ มันยิ่งทำให้เราภูมิใจเพิ่มอีกด้วยว่า เราทำงานให้บริษัทอเมริกัน แต่เราซึ่งเป็นคนเอเชียสามารถทำคู่มือสำหรับพนักงานข้ามเพศของบริษัทระดับโลกจนได้รับการยอมรับได้ค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39068" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-11T153139.186.webp" alt="“Pride Month คือนาทีทองของเรา” สัมภาษณ์ Asia Regional Diversity, Equity, and Inclusion Leader จาก Seagate Technology" width="600" height="370" title="“Pride Month คือนาทีทองของเรา” สัมภาษณ์ Asia Regional Diversity, Equity, and Inclusion Leader จาก Seagate Technology 421" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-11T153139.186.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-11T153139.186-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>Seagate มีสวัสดิการ หรือนโยบายที่สนับสนุนพนักงาน LGBTQ+ อย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>แคทรียา: </b><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากคู่มือสำหรับพนักงานข้ามเพศแล้ว ยังมีอีกหลายอย่างค่ะ เช่น Seagate อนุญาตให้พนักงานเพศเดียวกันสามารถลาแต่งงานได้โดยได้รับค่าจ้างตามปกติค่ะ เรามีห้องน้ำที่เป็นกลางสำหรับคนทุกเพศนะคะ นอกจากมีห้องน้ำชายหญิงก็มีห้องน้ำที่เป็นกลางด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรารณรงค์หรือให้ความรู้เพิ่มเติมกับพนักงานเสมอว่า ถึงแม้ในบางพื้นที่ เราไม่สามารถจะมีห้องน้ำที่เป็นกลางได้ แต่สิ่งที่เราอยากให้พนักงานทุกคนปฏิบัติร่วมกันก็คือ พนักงานทุกคนมีสิทธิ์เลือกใช้ห้องน้ำตามอัตลักษณ์ทางเพศของตนเองได้อย่างสบายใจ สะดวกใจและปลอดภัยค่ะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นถ้าเขาเป็น Transgender แล้วอยากเข้าห้องน้ำตามอัตลักษณ์ทางเพศก็สามารถทำได้เลยค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเรามีการจัดทำหลักสูตรหัวข้อเกี่ยวกับ LGBTQ+ 101 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับพนักงานทุกคนในองค์กรถึงกลุ่มนี้ เรามีสวัสดิการให้คำปรึกษาพนักงานที่เรียกว่า Employee Assistance Program โดยเราประสานงานกับผู้ให้บริการให้มีการรองรับการให้คำปรึกษาที่เป็นประเด็นเกี่ยวกับ LGBTQ+ โดยเฉพาะด้วยค่ะ </span></p>
<h2><b>การทำงานนี้เจอความกดดันอะไรบ้าง</b></h2>
<p><b>แคทรียา: </b><span style="font-weight: 400;">แคทรู้สึกกดดันเยอะมากค่ะ ส่วนหนึ่งเพราะตำแหน่งนี้มีแคททำแค่คนเดียว ไม่มีลูกน้อง ทำให้การขับเคลื่อนอาจจะต้องอาศัยระยะเวลา และอาศัยการร่วมมือกันกับผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพิ่มเติม รวมถึงการสื่อสารประเด็น DEI ที่ยังเป็นสิ่งใหม่ในเอเชียให้ผู้คนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น และแคทเองยังต้องศึกษาวัฒนธรรมของประเทศอื่น ๆ ในเอเชียที่ดูแลอยู่ผ่านเพื่อนร่วมงานในประเทศนั้น ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เราสามารถออกแบบกลยุทธ์ด้าน DEI ได้อย่างเหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ภายใต้ภาระอันยิ่งใหญ่และซับซ้อนนี้ แคทได้รับการสนับสนุนที่ดีจากหัวหน้างานมาก ๆ ที่ให้เกียรติ เชื่อใจ และไว้ใจในความเป็น Expertise ว่าเราเป็นคนท้องถิ่น เราย่อมรู้จักวัฒนธรรมในแถบเอเชียมากกว่าเขาแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในเคสที่ประทับใจมาก ด้วยความที่เขาเป็นคนอเมริกัน เวลาทำงานของคนตะวันตกจะไม่ตรงกับคนเอเชียอยู่แล้ว หลายครั้งทีมที่อเมริกาเขาพูดคุยบางเรื่องกันเสร็จไปแล้ว แต่เวลานั้นเป็นเวลากลางคืนของเรา หัวหน้าจะบอกทุกคนว่า แคทอยู่ไทม์โซนเอเชียนะ ให้รอเข้างานมาตอบก่อนแล้วเราถึงจะอนุมัติตามนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยบทบาทแล้ว หัวหน้าสามารถอนุมัติในสิ่งที่พูดคุยกันได้เลย ไม่ต้องรอแคทด้วยซ้ำ แต่เขารอให้เราแสดงความคิดเห็นให้ครบก่อน เขาให้เกียรติและให้คุณค่าในเสียงของเราซึ่งแคทประทับใจ แคทเคยบอกเขาด้วยว่า คุณเป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ เลยของ Inclusive Leadership</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วพอเขา Trust ในสิ่งที่เรานำเสนอขึ้นไป เพราะผลงานที่เราทำออกไป เลยทำให้เรารู้สึกเป็นเหมือนกระบอกเสียงให้พนักงานได้ เรายิ่งภูมิใจไปอีกว่าเราได้ช่วยเพื่อนพนักงานในเอเชียให้สามารถแสดงความคิดเห็น ส่งเสียงขึ้นไปถึงผู้บริหารระดับสูงขององค์กร แล้วสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในระดับภูมิภาคเอเชียได้ แคทภูมิใจที่มีหัวหน้าที่ดี ยอมรับและให้เกียรติความคิดเห็นของเราจริง ๆ ค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39069" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-11T153103.913.webp" alt="“Pride Month คือนาทีทองของเรา” สัมภาษณ์ Asia Regional Diversity, Equity, and Inclusion Leader จาก Seagate Technology" width="600" height="370" title="“Pride Month คือนาทีทองของเรา” สัมภาษณ์ Asia Regional Diversity, Equity, and Inclusion Leader จาก Seagate Technology 422" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-11T153103.913.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-11T153103.913-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>นอกจากวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนความเท่าเทียมในองค์กรแล้ว มีการวัดผลอย่างไรให้เห็นเป็นรูปธรรมบ้างว่า Seagate ก้าวหน้าเรื่องความหลากหลาย</b></h2>
<p><b>แคทรียา: </b><span style="font-weight: 400;">เวลามองเรื่องของการขับเคลื่อนกลยุทธ์แบบระยะยาว หรือการวัดผล เราอาจจะต้องมองให้มันรอบด้านแล้วก็ทุกทุกมิติค่ะ เริ่มจากมองข้างในก่อน อย่างภายใน Seagate เราไม่ต้องเทียบกับใครเลย แต่เทียบกับตัวเอง เทียบกับองค์กรว่า ปีที่แล้วเป็นอย่างไร แล้ว 4 ปีที่แล้วเป็นอย่างไร เห็นการเปลี่ยนแปลง เห็นพัฒนาการอะไรด้าน DEI บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนการวัดผล ก็จะมีการทำรายงานประจำปีค่ะ จะมีพวกข้อมูลด้าน DEI อยู่ในนั้นทั้งหมด แล้วรายงานนี้ก็โพสต์ขึ้นไปบนเว็บไซต์สาธารณะของ Seagate ให้ทุกคนเข้าถึงได้ด้วย ไม่ใช่แค่ให้พนักงานอ่านเท่านั้น รายงานนี้มีตัวเลข Demographic ของพนักงานว่า มีเพศหญิงเพศชายเป็นอัตราส่วนเท่าไหร่ มิติเรื่องช่วงวัยเป็นอย่างไรบ้าง รวมถึงนำเสนอเรื่องกลุ่ม ERG ที่ยกตัวอย่างไปเมื่อสักครู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรานับด้วยว่าทั่วโลก Seagate เรามีพนักงานกี่กลุ่ม แบ่งเป็นกี่ Category แล้วพนักงานที่สมัครเข้าร่วมกลุ่มมีกี่คน แต่ละกลุ่มได้สร้าง Business Impact อย่างไรบ้าง  เราจะสามารถเอาตัวเลขมาเทียบปีต่อปีแล้วดูเทรนด์ได้เลยว่า เราเติบโตอยู่ที่เท่าไหร่ เราจะเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนเรื่อง DEI เราต้องไปเปรียบเทียบกับองค์กรในอุตสาหกรรมเดียวกันแล้วก็ใกล้เคียงดูว่า ถ้าเทียบกับเพื่อนในวงการตอนนี้ Seagate อยู่ตรงไหนของแผนที่ เราอาจจะมองในแถบเอเชียก่อนแล้วก็เอามาทบทวนกับสิ่งที่ Seagate มี ลองดูว่าอันไหนเรายังไม่มี แล้วเราสามารถต่อยอดได้บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นเราจะมองเป็นภาพใหญ่ เราก็ต้องยึดหลักอเมริกาด้วย เขาเป็นประเทศมหาอำนาจ อยู่ในอุตสาหกรรมระดับสากล ยิ่งมาทำ LGBT Scope ตรงนี้เรายิ่งเห็นความแตกต่างชัดเจนมาก ตอนแรกเราอาจรู้สึกท้อว่าที่อเมริกาก้าวหน้าไปมาก แล้วประเทศของเราล่ะ แต่เราดูเพื่อเอามาใช้เป็นแรงบันดาลใจ เราแทบจะเอาการรณรงค์เรื่อง LGBTQ+ ของเขามาเป็น Roadmap ของเราเองได้เลย สุดท้ายแล้วเราทุกคนก็มุ่งหน้าไปยังถนนเส้นเดียวกันค่ะ</span></p>
<h2><b>อยากถามเรื่อง DEI นอกเหนือจากการรณรงค์ในองค์กรด้วย หลายองค์กรบอกว่าให้ความสำคัญกับเรื่อง DEI เช่นกัน แต่ทุกวันนี้ยังมีคนจากหลายองค์กรแสดงความคิดเห็นด้านลบเกี่ยวกับ LGBTQ+ บนอินเทอร์เน็ตอยู่ คุณคิดว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น</b></h2>
<p><b>แคทรียา: </b><span style="font-weight: 400;">ถ้าถามมุมมองส่วนตัว เราต้องแยกระหว่างตัวตนจริง ๆ กับตัวตนบน Social Media Platform เรามีพื้นที่ให้คนแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีมากขึ้น แต่ก็มีคนที่แสดงความคิดเห็นโดยไม่กลั่นกรอง เราจะไม่รู้เลยว่าคนที่พิมพ์คือใคร เราไม่รู้ว่าตัวตนนั้นเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม กลายเป็นเครื่องมือที่เอื้อให้คนบูลลี่กันง่ายขึ้น แคทจึงรู้สึกว่าเราไม่จำเป็นต้องให้ค่ากลุ่มคนเหล่านั้นเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในชีวิตจริง คุณจะเจอคนที่กล้าเดินเข้ามาหาแล้วพูดจาแย่ ๆ กี่คน เขาจะกล้าทำแบบนั้นต่อหน้าไหม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์ส่วนตัว แคทยังไม่เคยเจอการบูลลี่ หรือถ้าพบก็น้อยมาก แต่ยอมรับว่าหากทำงานในองค์กรที่มีวัฒนธรรมไทย เช่น บริษัทของไทย มีคนไทยเป็นเจ้าของ ก็มีโอกาสเจอเรื่องแบบนี้อยู่ แล้วก็เป็นเรื่องของเจนเนอเรชั่นด้วย ถ้าเป็นผู้ใหญ่หน่อย เขาอาจยังมีชุดความเชื่อเดิม ๆ เช่น LGBTQ+ ดูไม่เหมาะสม ดูไม่ควรจะเป็นผู้นำดูอ่อนแอ ดูมีปัญหา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าเป็นบริษัทข้ามชาติอย่าง Seagate หรือบริษัทอื่น ๆ จะไม่มีประเด็นนี้เกิดขึ้นเลยค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ Seagate เราไม่เลือกปฏิบัติ ไม่พูดจาส่อเสียด หรือหากเกิดขึ้น ก็ต้องมีช่องทางให้พนักงานร้องเรียนด้วย เราจะมีสายด่วนจริยธรรมไว้ให้พนักงานพูดคุยหรือร้องเรียนเมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกไม่สะดวกใจ ช่วยให้พนักงานมี </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190703-psychological-safety/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Psychological Safety</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือความปลอดภัยในแง่จิตวิทยาค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สายด่วนจะไม่เก็บข้อมูลว่าตัวตนผู้ร้องเรียนเป็นใคร แล้วก็เรามีหน่วยงานที่ดูแลโดยเฉพาะ เป็นทีมกฎหมายเลย เพราะฉะนั้นแน่นอนความเป็นธรรมและเป็นกลางแน่นอน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39070" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-12T111407.868.webp" alt="“Pride Month คือนาทีทองของเรา” สัมภาษณ์ Asia Regional Diversity, Equity, and Inclusion Leader จาก Seagate Technology" width="600" height="370" title="“Pride Month คือนาทีทองของเรา” สัมภาษณ์ Asia Regional Diversity, Equity, and Inclusion Leader จาก Seagate Technology 423" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-12T111407.868.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/06/HREX-Cover-by-Para-2024-06-12T111407.868-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>สุดท้ายนี้ อยากฝากอะไรถึงผู้คนที่รณรงค์ในเดือน Pride Month เดือนแห่งการเฉลิมฉลองความหลากหลายบ้างครับ</b></h2>
<p><b>แคทรียา: </b><span style="font-weight: 400;">โดยส่วนตัวมองว่า </span><b>Pride Month เป็นเดือนที่มีประโยชน์มากค่ะ แคทไม่ได้มองในมุมที่ว่าเดือนนี้มาอีกแล้ว เราต้องมาทำอะไรเดิม ๆ อีกแล้วเหรอ แต่จะคิดเสมอว่านี่คือช่วงนาทีทองที่เราจะได้หยิบยกประเด็นความหลากหลาย โดยเฉพาะความหลากหลายทางเพศมาชูเป็นวาระสำคัญ โดยไม่ต้องมานั่งตอบคำถามว่า ทำไมเราถึงต้องมาทำเรื่องนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราควรต้องใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด ไม่ใช่ว่าเดือนนี้เราแค่จัดพาเหรด หรือมีแต่กิจกรรมสนุกสนาน เราต้องลงไปดูว่ามันมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นในองค์กรเราบ้าง แล้วเราจะอุดช่องว่างนี้ได้อย่างไร จะให้ความรู้พนักงานในมุมกว้างได้มากขึ้นอย่างไรบ้าง เดือนนี้ไม่ได้สำคัญแค่ต่อกลุ่ม LGBTQ+ เท่านั้น มันก็คือสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ที่เราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแต่ละปีจริง ๆ เราจะทำ Roadmap วางกลยุทธ์ล้อไปกับนโยบายด้าน HR หรือนโยบายขององค์กรในภาพรวม ว่าปีต่อไปเราวางแผนจะทำอะไร กลยุทธ์ของเราจะเป็นอย่างไร พอเดือน Pride Month มาถึงเราก็ใช้โอกาสนี้แสดงให้เห็นว่า เราวางโรดแมปอย่างไรบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แคทมองว่าในสายตาของคนภายนอก เขาอาจมองว่าเราไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ได้จัดงานอะไรเลย แต่จริง ๆ แล้วในกลุ่ม Pride เอง เราไม่เคยหยุดทำนะคะ เราพูดคุยและประชุมทุกเดือน เพื่อหาว่ามีเรื่องอะไรที่ต้องรณรงค์และแก้ไขบ้าง ไม่ใช่ว่าพอใกล้จะเข้า Pride Month แล้ว ถึงจะมาประชุมกัน เราวางแผนกันมาตลอดทั้งปี ไม่ได้วางแผนภายในวันเดียวก่อนที่จะถึง Pride Month</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละปี เราทำสิ่งเหล่านี้เสมอ เพียงแต่มันเหมือนเป็นงานเบื้องหลัง และถ้าถามว่าเราคุยแค่กับกลุ่ม Pride กลุ่มเดียวไหม จริง ๆ เราคุยกับคนครบทุกประเทศ และทุกทวีปเลยค่ะ ไปคุยกับระดับผู้บริหารเพื่อให้เข้าใจปัญหา เพื่อทำ Proposal เสนอการแก้ไขเสนอไป ซึ่งทุกอย่างต้องใช้เวลาและความพยายามในการวิจัยเก็บข้อมูล การหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ต้องใช้เวลา และอาศัยความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกคนอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราทุกคนทำงานเบื้องหลังกันหนักมาก Pride Month เดือนนี้จึงเป็นช่วงนาทีทองที่เราจะได้ใช้ตรงนี้เพื่อนำเสนอสิ่งที่เขาทำงานอย่างเหนื่อยยากมาตลอดทั้งปีให้ทุกคนได้มองเห็น และร่วมกันสนับสนุนวัฒนธรรมแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันไปด้วยกัน แคทมองอย่างนี้นะ</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" data-wp-editing="1" title="“Pride Month คือนาทีทองของเรา” สัมภาษณ์ Asia Regional Diversity, Equity, and Inclusion Leader จาก Seagate Technology 424" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/pride-month-seagate-240612/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Purposeful and Practical Leader กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย (KBANK)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/purposeful-and-practical-leader-kbank-240530/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/purposeful-and-practical-leader-kbank-240530/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 May 2024 09:30:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38881</guid>

					<description><![CDATA[ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งไม่แน่นอนพร้อมๆ กับการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี บทบาทของ HR ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์เท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่การเป็น Business Partner ที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินการและกำหนดทิศทางองค์กร บทสัมภาษณ์นี้ คุณแนน หทัยพร เจียมประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารกสิกรไทย (KBank) อีกหนึ่งองค์กรที่ได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia ประจำปี 2023 จาก HR Asia จะมาแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงบทบาทของ HR ในอดีตถึงปัจจุบัน รวมถึงความท้าทายและโอกาสที่ HR ต้องพบเจอ ในยุคของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วิธีการบริหารคนของกสิกรไทยเป็นอย่างไร ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้ คิดว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ได้รับรางวัลจาก HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 และรางวัลนี้มีความหมายต่อองค์กรอย่างไร หทัยพร​​: ธนาคารกสิกรไทยให้ความสําคัญกับพนักงานทุกคนมาโดยตลอดค่ะ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38888 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-Cover.webp" alt="Purposeful and Practical Leader กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย (KBANK)" width="600" height="370" title="Purposeful and Practical Leader กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย (KBANK) 429" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-Cover.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-Cover-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งไม่แน่นอนพร้อมๆ กับการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี บทบาทของ HR ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์เท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่การเป็น Business Partner ที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินการและกำหนดทิศทางองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสัมภาษณ์นี้ </span><b>คุณแนน หทัยพร เจียมประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารกสิกรไทย (KBank) </b><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งองค์กรที่</span><span style="font-weight: 400;">ได้รับรางวัล</span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Best Companies To Work For in Asia ประจำปี 2023</span></a><span style="font-weight: 400;"> จาก HR Asia </span><span style="font-weight: 400;">จะมาแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงบทบาทของ HR ในอดีตถึงปัจจุบัน รวมถึงความท้าทายและโอกาสที่ HR ต้องพบเจอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วิธีการบริหารคนของกสิกรไทยเป็นอย่างไร ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้</span></p>
<h2><b>คิดว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ได้รับรางวัลจาก HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 และรางวัลนี้มีความหมายต่อองค์กรอย่างไร</b></h2>
<p><b>หทัยพร​​: </b><span style="font-weight: 400;">ธนาคารกสิกรไทยให้ความสําคัญกับพนักงานทุกคนมาโดยตลอดค่ะ เพราะเราเชื่อว่าคนที่มาทํางานกับเรา เขาก็อยากแสดงศักยภาพของตัวเองและเติบโตไปกับองค์กร เราจึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและส่งมอบสิ่งจำเป็นที่พวกเขาต้องการ เพื่อให้สามารถปลดปล่อยศักยภาพในการทำงาน สร้างอิมแพคให้เกิดขึ้นผ่านสิ่งที่ทำ รวมทั้งโอกาสในการเติบโตตามศักยภาพของพวกเขาได้อย่างเต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ความสำเร็จของพนักงานไม่ได้หมายถึงการเติบโตในหน้าที่การงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาเป็นบุคคลที่ดีขึ้นกว่าเดิม เก่งกว่าเดิม พร้อมมากกว่าเดิม ซึ่งการมีเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างานที่ดีจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เกิดการเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กสิกรไทยเป็นองค์กรที่เน้นคุณค่าของการเป็นผู้นำ (Leadership Values) ที่มีเป้าหมายชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง (Purposeful and Practical Leader) เพื่อนำการเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กร ซึ่งมีด้วยกัน 4 แกน 8 หัวข้อ</span></p>
<p><b>A) รู้ตัวเอง (Self):</b></p>
<p>1. Self Awareness and Timely Decision Making &#8211; รู้ถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง เปิดใจรับฟัง Feedback จากผู้อื่น พร้อมนำไปพิจารณาปรับปรุง คิดให้รอบด้านก่อนตัดสินใจและตอบสนองในเหตุการณ์ต่างๆ</p>
<p><b>B) ส่งมอบผลงาน (Result):</b></p>
<p>2. Solve The Right Thing &#8211; พาทีมเข้าใจปัญหาที่แท้จริงโดยใช้ข้อมูล เพื่อแก้ปัญหาให้ถูกจุด ให้ทีมมีแผนงานที่ชัดเจน</p>
<p>3. Get Things Done &#8211; ผลักดันให้ลงมือทำ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตามเป้าหมาย</p>
<p><b>C) สร้างทีม (Team):</b></p>
<p>4. Make Work Meaningful &#8211; สนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมงานเห็นความสำคัญของงาน</p>
<p>5. Test, Monitor and Learn &#8211; ส่งเสริมให้ทีมกล้าคิด กล้าลอง สิ่งใหม่ๆ โดยไม่ยึดกับวิธีการเดิม</p>
<p>6. Coach and Empower – โค้ช แนะนำและสนับสนุนให้อำนาจในการตัดสินใจ</p>
<p><b>D) ผนึกกำลัง (Integration):</b></p>
<p>7. In their Shoes &#8211; รับฟังโดยไม่มีอคติ ไม่ตัดสินผู้อื่น เคารพความเห็นต่าง</p>
<p><span style="font-weight: 400;">8. Break Silos and help others ส่งเสริมให้ทีมงานเอื้อมมือไปช่วยผู้อื่นแม้ไม่ใช่หน้าที่โดยตรง เพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรและส่วนรวม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาวะ (Well-being) ทั้งร่างกาย จิตใจ และการเงินของพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 จึงเป็นการยืนยันว่าการดูแลพนักงานของเรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ใช่และเราจะยังคงเดินต่อไปเพื่อให้กสิกรไทยเป็น ที่ๆ ดีที่สุดเพื่อให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพ เรียนรู้ และเป็นผู้นำ (The Best Place to Perform to Learn and to Lead)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38887 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-2-1024x576.webp" alt="Purposeful and Practical Leader กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย (KBANK)" width="1024" height="576" title="Purposeful and Practical Leader กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย (KBANK) 430" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-2-1024x576.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-2-300x169.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-2-768x432.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-2.webp 1430w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>การมีส่วนผสมของพนักงานที่มีความหลากหลายและมีความต้องการที่แตกต่างกัน ทางกสิกรไทย (KBANK) ได้รับฟังและตอบสนองต่อเสียงของพนักงานที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>หทัยพร​​:</b><span style="font-weight: 400;"> เราให้ความสำคัญกับการฟังเพื่อเข้าใจความต้องการของพนักงานอย่างจริงจัง เราพยายามรับฟังและสำรวจความต้องการของพวกเขาตลอดเวลา ไม่ว่าจะผ่านการพูดคุย การทำ Survey การฟัง Feedback เพื่อทำให้พวกเขารู้สึกว่าได้รับการสนับสนุนและมีส่วนร่วมในองค์กรเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การรับฟังเหล่านี้ได้ถูกแปลงเป็น Employee Value Proposition ของธนาคาร ซึ่งเน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ในการสร้าง Impact ที่มีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น สังคม หรือเศรษฐกิจ หรือที่เราเรียกว่า Possibility to Make an Impact ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายใต้คําว่า Possibility to Make an Impact มีด้วยกัน 3 มิติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยมิติแรกคือ Limitless Growth (โอกาสในการเติบโตได้เกินคาด) ธนาคารสนับสนุนให้พนักงานมีโอกาสในการเพิ่มทักษะที่จำเป็นในการทำงาน รวมไปถึงทักษะใหม่ๆที่พนักงานสนใจ ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้หลากหลายช่องทาง ทั้งในรูปแบบออนไลน์และการฝึกอบรม ทั้งยังให้โอกาสลงมือทำจริง เรียนรู้แบบ Test and Learn ที่สามารถทำผิดพลาดได้ ล้มได้ และให้ลุกขึ้นมาทำต่อได้ นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางการเติบโตในการทำงานที่ชัดเจนและหลากหลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มิติต่อมา คือ Talented People (ร่วมทีมที่ใช่ ชนะได้ทุกโอกาส) เพราะว่าชีวิตการทำงานส่วนใหญ่พนักงานจะต้องเกี่ยวข้องกับเพื่อนร่วมงาน ถ้าใครได้มีโอกาสสัมผัสจะรู้เลยว่าที่นี่ เรามีคนเก่งๆ หัวหน้าเก่งๆ เยอะทีเดียว ซึ่งเราพยายามผลักดันให้หัวหน้าทุกคนจะต้องผ่าน </span><span style="font-weight: 400;">Leadership Transformation Program</span><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ (Purposeful Practical Leadership) ซึ่งคนเหล่านี้พร้อมจะร่วมทีมกันเผชิญกับงานและสถานกาณ์ต่างๆ ที่ท้าทายได้ในทุกๆวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และมิติสุดท้ายคือ Better Opportunity through Powerful Resources (โอกาสไร้กรอบกับองค์กรไร้ขีดจำกัด) เราสร้างความมั่นใจให้พนักงานเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ของพวกเค้าเป็นจริงได้ เพราะเรามีทรัพยากรมากมายทั้งในแง่ของฐานลูกค้า ข้อมูลและงบประมาณ พร้อมทั้งพาร์ตเนอร์ระดับประเทศและระดับโลก ที่จะช่วยต่อยอดไอเดียของพวกเค้าได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือไปจากนั้น เรายังมุ่งเน้นการทำงานในรูปแบบไฮบริด (Work That FITS) ที่ช่วยให้พนักงานสามารถปรับเวลาและสถานที่ทำงานให้เหมาะสมกับฟังก์ชันและความต้องการของตัวเอง และอย่างที่บอกว่าเราให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพใจ เพื่อให้ทุกคนมีความสุขและสมดุลทั้งในและนอกสถานที่ทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือวิธีที่เราใช้รับฟังและตอบสนองต่อเสียงของพนักงาน ที่สร้างให้เกิดผลกระทบอย่างแท้จริงและยั่งยืนต่อทั้งบุคคลและองค์กรต่อไป</span></p>
<h2><b>ช่วยขยายความหน่อยว่า HR มีส่วนช่วยในการสร้างแรงกระเพื่อม (Impact) ให้กับองค์กรอย่างไรบ้าง </b></h2>
<p><b>หทัยพร​​: </b><span style="font-weight: 400;">บทบาท HR สามารถสร้างแรงกระเพื่อม (Impact) คือการเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในองค์กร ซึ่งผลกระทบนั้นมีด้วยกัน 2 มิติหลัก ๆ คือ มิติขององค์กรและมิติของพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้ HR ของเรากำลังดำเนินการคือการสร้างองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยผลการดำเนินงาน หรือ Performance Driven Organization ซึ่งสิ่งนี้ไม่เพียงตอบโจทย์องค์กรเท่านั้น แต่ยังตอบสนองความต้องการของ Stakeholder ทั้งหมดอีกด้วย ทั้งผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน และสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) นั้น แม้จะดูเป็นแนวคิดพื้นฐาน แต่เราเชื่อว่าเรายังสามารถพัฒนาและปรับปรุงในส่วนนี้ได้ ในกสิกรไทยเราได้กำหนดเป้าหมาย (Goal Setting) ให้ชัดเจน สอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และมุ่งเน้นที่สิ่งที่มีความสำคัญ การกำหนดเป้าหมายเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีความหมายกับองค์กรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพนักงานด้วย เพื่อให้พนักงานเข้าใจถึงสิ่งที่องค์กรคาดหวังจากพวกเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อจากนั้นคือการบริหารผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง (Continuous Performance Management) ทีมงานจะร่วมกันติดตามและประเมินผลการทำงาน ตลอดจนการให้ Feedback ที่จะช่วยให้พนักงานสามารถปรับปรุงและพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง และเมื่อถึงเวลาประเมินผล การประเมินนั้นต้องเป็นธรรม เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขาได้รับการประเมินจากผลลัพธ์การทำงานจริง และในท้ายที่สุด ผลการประเมินนี้จะต้องเชื่อมโยงกับรางวัลที่พวกเขาจะได้รับ ทั้งในแง่ของการเงินและไม่ใช่การเงิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของการพัฒนาทักษะนั้น HR ต้องช่วยยกระดับความสามารถของพนักงานเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของธนาคาร โดยเราเชื่อว่าการลงทุนในการพัฒนานี้จะช่วยให้พนักงานมีทักษะที่ดียิ่งขึ้นซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่พวกเขาจะนำติดตัวไป ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่กับธนาคารหรือไม่ก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด HR ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ (Employee Experience) ที่ดีและการมีสุขภาพจิตที่ดีของพนักงาน เพราะเราเชื่อว่าการมีสุขภาพจิตที่ดีจะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี รวมถึงการดูแลเรื่องความมั่นคงทางการเงินของพนักงาน ซึ่งเราหวังว่าจะส่งผลให้พวกเขามีสถานะการเงินที่มีความมั่นคงยิ่งขึ้น</span></p>
<h2><b>ทั้งหมดนี้ตรงกับประโยคที่บอกว่า HR ต้องวางตัวเป็นนักวางกลยุทธ์ และเป็น Business Driver คุณคิดว่า HR จะเปลี่ยนตัวเองให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>หทัยพร​​: </b><span style="font-weight: 400;">เราคิดว่า HR ยุคนี้จำเป็นต้องเข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้ง เพื่อทำหน้าที่เป็น Business Partner ที่แท้จริง ซึ่งไม่ใช่แค่การจัดการทรัพยากรมนุษย์ในแบบเดิม ๆ แต่ต้องรู้จักวางกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายและกลยุทธ์ขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อันดับแรก HR ต้องเข้าใจกลยุทธ์ของธุรกิจ รู้ว่าธุรกิจมุ่งหวังอะไรและกำลังพยายามบรรลุเป้าหมายในด้านใดบ้าง เข้าใจความต้องการและความท้าทายที่ธุรกิจต้องเผชิญ เพื่อให้สามารถแปลงความรู้เหล่านั้นมาสู่การพัฒนากลยุทธ์ HR ที่ตอบโจทย์ได้อย่างแม่นยำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สองคือ HR ควรนำความรู้ทาง HR มาใช้เพื่อผลักดันกลยุทธ์ที่จะช่วยให้พนักงานพัฒนาความสามารถที่ตรงกับเป้าหมายธุรกิจ อาจรวมถึงการฝึกอบรมทักษะใหม่ๆ การส่งเสริมการเรียนรู้และการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มิติที่สามคือ HR จำเป็นต้องเข้าใจว่าแต่ละส่วนในองค์กรมีบทบาทและฟังก์ชันอย่างไร เพื่อสามารถให้การสนับสนุนที่เหมาะสมและตรงจุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สี่คือการมีทักษะในการจัดการความเปลี่ยนแปลง (Change Management) การสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีม และการประสานงานในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งได้ไหม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายการเป็น HR ต้องมีความสามารถในการโน้มน้าว (Influence) ให้คนเห็นคุณค่าในสิ่งที่ HR พยายามนำเสนอ โดยเฉพาะหัวหน้าทางธุรกิจที่เราคุยด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการมี HR ที่เข้าใจธุรกิจไม่เพียงแต่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้สำเร็จ แต่ยังช่วยสร้างความร่วมมือและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ภายในองค์กรได้ นอกจากนี้ยังต้องมีความสามารถในการดำเนินการตามกลยุทธ์ที่วางไว้และปรับให้เข้ากับสถานการณ์จริง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิผลด้วย</span></p>
<h2><b>เท่าที่ฟังดูเหมือนเป็นบทบาทใหม่ของ HR ที่แตกต่างจากอดีตมาก ๆ คุณคิดว่าปัจจุบันภาพรวม HR ในไทยเปลี่ยนไปแล้วหรือยัง</b></h2>
<p><b>หทัยพร​​: </b><span style="font-weight: 400;">เราคิดว่า HR ในไทยเปลี่ยนไปมากแล้ว จากที่สังเกตมานานหลายปีที่ผ่านมานี้ ภาระหน้าที่ของ HR ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพัฒนาพนักงาน การสรรหา หรือการจัดการประสิทธิภาพแล้ว แต่ HR ยุคใหม่ต้องเข้าถึงธุรกิจ รับรู้ถึงกลยุทธ์ของบริษัท และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง การฝึกอบรมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียนหรือการฝึกอบรมแบบดั้งเดิมอีกต่อไป การฝึกอบรมออนไลน์หรือการเรียนรู้แบบผสมผสานระหว่างออนไลน์และออฟไลน์กลายเป็นมาตรฐานใหม่ ทั้งนี้เป็นพื้นที่เดิมที่ HR ต้องดูแล แต่ว่ามันยกระดับขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญ HR ไม่ได้แค่ทำหน้าที่แบบเดิมอีกต่อไป แต่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่ช่วยสนับสนุนและดำเนินกลยุทธ์ ให้คำแนะนำ และช่วยตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ ให้กับบริษัท ไม่ใช่แค่ Business Partner แต่ว่าเป็น Thought Partner เลย ซึ่งทำให้ HR ต้องเข้าใจและเชื่อมโยงกับธุรกิจให้ได้ดีขึ้นค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38886 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-3-1024x683.webp" alt="Purposeful and Practical Leader กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย (KBANK)" width="1024" height="683" title="Purposeful and Practical Leader กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย (KBANK) 431" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-3-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-3-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/Purposeful-and-Practical-Leader-กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย-3.webp 1430w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน คุณคิดว่าภารกิจของ HR จะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน </b></h2>
<p><b>หทัยพร​​: </b><span style="font-weight: 400;">มันจะมีความไดนามิคขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่าตั้งแต่เกิด Digital Transformation ที่ว่าเปลี่ยนแปลงเร็วแล้ว เราเจอ COVID-19 ที่เร็วขึ้นมากขึ้นอีก และตอนนี้มี AI ทุกอย่างเร็วขึ้นเยอะค่ะ ทั้งลูกค้าและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วหมด องค์กรต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ Key Stakeholderและ HR ก็ต้องทำให้ตัวเองสามารถตอบโจทย์องค์กรที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้ามองห้าปีข้างหน้า หรือแม้แต่ปีสองปี ภารกิจสำคัญของ HR แบ่งได้ประมาณนี้</span></p>
<p><b>หนึ่ง &#8211; Organization Structure</b><span style="font-weight: 400;"> ทำอย่างไรให้องค์กรมีความยืดหยุ่นสามารถปรับโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และทิศทางที่องค์กรต้องการจะไปได้</span></p>
<p><b>สอง &#8211; Strategic Workforce Planning and Management </b><span style="font-weight: 400;">การจัดการกำลังคนอย่างมีกลยุทธ์ เรื่องการปรับโยกย้ายคนให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่ต้องการ ทั้งในเรื่องของการเพิ่มความสามารถ (Upskill) และการสอนใหม่ (Reskill) ตามที่ต้องการในแต่ละด้าน</span></p>
<p><b>สาม &#8211; Continuous Learning Culture</b><span style="font-weight: 400;"> การสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ผู้คนต้องเตรียมพร้อมเรียนรู้ได้ตลอดเวลาเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ลูกค้าและองค์กร</span></p>
<p><b>สี่ &#8211; Mental Well-being</b><span style="font-weight: 400;"> การดูแลสุขภาพจิตของพนักงานให้มีความสุขและพร้อมเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในองค์กร เพราะความเร็วก็ทำให้เครียดได้เหมือนกัน</span></p>
<p><b>ห้า &#8211; Employee Engagement</b><span style="font-weight: 400;"> การสร้างแรงบันดาลใจและมีส่วนร่วมเพื่อทำให้พนักงานแสดงศักยภาพสูงสุดในช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่กับองค์กร รวมไปถึงการให้โอกาสในวันที่เขาจะกลับมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้คือโจทย์ของ HR ในอนาคตอันใกล้ ๆ นี้</span></p>
<h2><b>เท่าที่ฟังดูเหมือนว่าการสร้าง Employee Engagement เป็นหนึ่งในงานที่ท้าทายที่สุดสำหรับ HR อยากทราบกสิกรไทยมีวิธีการสร้าง Engagement โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่อย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>หทัยพร​​: </b><span style="font-weight: 400;">การสร้าง Engagement นั้นยากจริง โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ ซึ่งคนรุ่นเก่าอย่าง Gen X อาจจะมีความอดทนและพร้อมที่จะอยู่กับองค์กรไปนาน ๆ แต่รุ่นใหม่มักต้องการเรียนรู้และมีประสบการณ์กับหลาย ๆ องค์กร รวมถึงสนใจงานสตาร์ทอัพหรือการเป็นผู้ประกอบการเองมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต้องเข้าใจก่อนว่าคนยุคนี้เปลี่ยนไปแล้ว การที่เราสามารถ Engage กับพวกเขาได้สามปีถือว่าดีมากแล้ว และหากเกินกว่านั้นคือเราเริ่มทำได้ดีขึ้น ที่กสิกรไทยเราเริ่มจากการฟังความต้องการของพวกเขา โดยเฉพาะในเรื่องที่พวกเขาต้องการสร้าง Impact</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราพยายามสร้าง Possibility to Make an Impact ให้กับพนักงาน เราต้องเข้าใจว่าเขาต้องการการเติบโตที่ไม่จำกัด เรียนรู้ตลอดเวลา และอยากได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ เราควรช่วยให้พวกเขาได้ปลดปล่อยศักยภาพตัวเองและเติบโตต่อยอดไปทำงานที่ไหนก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เรายังพยายามให้พวกเขาได้ทำงานกับบุคคลที่มีความสามารถ (Talent) ทุกวัน และมีหัวหน้าที่เป็นแบบอย่างดีในเรื่องความเป็นผู้นำ (Leadership Values) ส่งเสริมบรรยากาศที่ดีในการทำงาน รวมถึงให้โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ เช่น ข้อมูลลูกค้าและเทคโนโลยีภายในองค์กร ที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถทดลองและเรียนรู้ได้มากยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้วคือการมี Empathy การเข้าความต้องการของพนักงานแต่ละส่วน เพราะเขามีหลาย Segment และหลาย Persona เราต้องเข้าถึงข้อมูลความต้องการเหล่านั้นในการประมวลผล สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เรา Engage กับพนักงานได้</span></p>
<h2><b>อยากบอกอะไรกับ HR ที่กำลังหมดไฟบ้าง </b></h2>
<p><b>หทัยพร​​: </b><span style="font-weight: 400;">เราเข้าใจความรู้สึกของ HR ที่<a href="https://th.hrnote.asia/tips/190731-burnoutsyndrome/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">หมดไฟ</a>นะคะ สภาพแวดล้อมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัล ทำให้เรื่องของคนมีความสำคัญยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้มากแค่ไหน ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว การจัดการกับคนในองค์กรไม่เคยลดความสำคัญลงไปเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่ HR มีภาระหน้าที่มากขึ้นในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้า และนั่นอาจนำไปสู่ความรู้สึก Burnout ได้ เราอยากจะบอกว่านี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับ HR ในการใช้ศักยภาพของตัวเองเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร และเป็นโอกาสในการเรียนรู้และเติบโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเมื่อเรามีโอกาสที่จะสร้าง impact ให้องค์กร และช่วยให้พนักงานเติบโตไปพร้อมกับองค์กร นี่คือช่วงเวลาที่เราควรใช้ประโยชน์จากทักษะและประสบการณ์ของเราให้เต็มที่ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เดินหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะท้ายที่สุดประสบการณ์เหล่านี้จะเป็นสิ่งที่คุณสามารถภาคภูมิใจได้ ไม่ว่าจะผ่านไปหลายปี คุณจะเห็นคุณค่าในสิ่งที่คุณได้ทำและ impact ที่คุณมีต่อองค์กรและพนักงาน ความท้าทายเหล่านี้อาจหนักหน่วง แต่ก็เต็มไปด้วยโอกาสที่จะนำเราไปสู่การเป็นผู้มีความสามารถมากขึ้น เราเลยอยากขอให้ HR ทุกคนมีกำลังใจในการฝ่าฟันความท้าทายเหล่านี้ค่ะ</span></p>
<h2><b>ในฐานะ HR เป็นเพื่อนคู่คิดและ Business Partner กับ CEO คุณมีอะไรที่อยากบอกกับ CEO บ้าง</b></h2>
<p><b>หทัยพร​​:</b><span style="font-weight: 400;">อยากจะบอก CEO ว่า HR ในทุกองค์กรทำงานอย่างหนักเพื่อสนับสนุนให้กลยุทธ์และแผนงานขององค์กรและพนักงานประสบความสำเร็จค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นขอให้ CEO มั่นใจว่า HR พร้อมเป็นแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งและไว้วางใจได้ค่ะ (ยิ้ม)</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" data-wp-editing="1" title="Purposeful and Practical Leader กุญแจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกสิกรไทย (KBANK) 432" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/purposeful-and-practical-leader-kbank-240530/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“We Blend Care and Creativity to Nourish the World” Interview with GRIFFITH FOODS</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/griffith-foods-240514/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/griffith-foods-240514/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 May 2024 03:06:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[GRIFFITH FOODS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38675</guid>

					<description><![CDATA[It is well-known that eating good food leads to good health, which in turn allows us to be more creative and productive. The same principle applies to businesses. When employees are well-cared for, they are more motivated to help the company achieve its goals and create positive outcomes. Griffith Foods, a food company founded in [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38678" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/HREX-Cover-12.webp" alt="“We Blend Care and Creativity to Nourish the World” Interview with GRIFFITH FOODS" width="600" height="370" title="“We Blend Care and Creativity to Nourish the World” Interview with GRIFFITH FOODS 435" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/HREX-Cover-12.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/05/HREX-Cover-12-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">It is well-known that eating good food leads to good health, which in turn allows us to be more creative and productive. The same principle applies to businesses. When employees are well-cared for, they are more motivated to help the company achieve its goals and create positive outcomes.</span></p>
<p><a href="https://griffithfoods.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Griffith Foods</span></a><span style="font-weight: 400;">, a food company founded in 1919, has long recognized the importance of employee well-being. The company has been continuously working to ensure that its employees are happy at work, so that they can create positive outcomes for the company and the world.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">As a result of its efforts, Griffith Foods was awarded the <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener">Best Companies To Work For in Asia award by HR Asia</a> in 2023.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX recently spoke with <strong>Khun Ae &#8211; Tatchakorn Suwannasopon</strong> HR Director – SEA &amp; Joint Ventures APAC, to learn more about the company&#8217;s success in creating a workplace that people want to be a part of. You may learn more about why Griffith Foods received this award by reading this article.</span></p>
<h2><b>What contributed to your company winning the &#8220;HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023&#8221; and what does this achievement represent for your company&#8217;s success?</b></h2>
<p><b>Tatchakorn: </b><span style="font-weight: 400;">To be HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 for Thailand, Griffith Foods has the purpose and values as a caring family company where everyone has the opportunity to grow, follow their own personal “Purpose” and find fulfilment in their work. We support each other and demonstrate mutual respect and nourish people’s well-being – physical, mental, and financial.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">With our purpose that “We blend care and creativity to nourish the world” led by Mr. Brian Griffith, Griffith Foods&#8217;s Owner and Executive Chairman, Griffith Foods is a global product development partner with </span><span style="font-weight: 400;">100 </span><span style="font-weight: 400;">years of experience in the food industry founded by Enoch Luther Griffith and Carroll Ladd Griffith, specializing in food ingredients from seasoning and sauces to breadings, coatings, flavours, bakery products, and more. </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Griffith Foods operates in over </span><span style="font-weight: 400;">30 </span><span style="font-weight: 400;">countries and </span><span style="font-weight: 400;">19 </span><span style="font-weight: 400;">plants in North America, South America, Europe, Asia, and Australia and employs over </span><span style="font-weight: 400;">3</span><span style="font-weight: 400;">,</span><span style="font-weight: 400;">200 </span><span style="font-weight: 400;">associates around the world.</span></p>
<h2><b>How did the HR department in Griffith Foods incorporate employee feedback and implement changes to enhance the workplace environment?</b></h2>
<p><b>Tatchakorn: </b><span style="font-weight: 400;">Communication is the key to get employee feedback and implement changes to enhance the workplace environment. Griffith Foods helps find personal purpose and fulfilment in their work to grow personally and professionally through peer coaching and seek and provide feedback. </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">The company supports each other and demonstrates mutual respect by creating constructive conversations to understand minority viewpoints and develop mutually agreeable solutions.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Griffith foods encourages two-way communication by conducting OurVoice survey as the global engagement and fulfilment survey benchmarking the company with other global organizations to enable the most impactful ways to take action.</span></p>
<h2><b>How can HR in today&#8217;s world support the growth of the firm and turn this into an Organization where everyone wants to work?</b></h2>
<p><b>Tatchakorn: </b><span style="font-weight: 400;">Griffith Foods recognizes diversity as the unique strength to work together globally through our way to collaborate, communicate, share, and learn.</span> <span style="font-weight: 400;">The company has policies to enhance gender balance and promote the empowerment of women that are able to increase the representation for women in managerial positions to </span><span style="font-weight: 400;">53% </span><span style="font-weight: 400;">of their total managers and in top management to </span><span style="font-weight: 400;">30% </span><span style="font-weight: 400;">of the total roles at these levels. </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">The company has organized several events to empower and raise awareness of gender equality for physical, mental, and financial well-being.</span></p>
<h2><b>&#8220;HR in the new era must be the strategist and the business driver,&#8221; someone once said. How can HR prepare for this sort of scenario?</b></h2>
<p><b>Tatchakorn: </b><span style="font-weight: 400;">As a HR leader, I truly believe that any transformation or change is the matter of ‘People’. Then HR can play the strategic role to drive the business success. It is what we target for the company&#8217;s achievement to bring our partners along with us in this success journey. </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Griffith Foods believes in leading by example connected by a shared purpose committed to the well-being of every Griffith Foods employees. As a purpose-driven company, we encourage employees to find their own purpose to drive their motivation and decision fulfilment in life and work.</span></p>
<h2><b>What key objectives must HR achieve over the next five years to enhance the company&#8217;s readiness for a rapidly evolving world?</b></h2>
<p><b>Tatchakorn: </b><span style="font-weight: 400;">Griffith Foods takes care of employees and the communities we do business. We believe in caring for our employees. Within the Sustainability Platform, People are key to fostering a culture of community, engagement, and excellence. </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">The company with the brand promise of Creating Better Together and the meaningful contributions of employees enable us to deliver the Purpose, fueling the company performance and creating positive change in the world.</span></p>
<h2><b>What do you want to say to HR or employees who are burned out at work and need encouragement to get back on their feet?</b></h2>
<p><b>Tatchakorn: </b><span style="font-weight: 400;">Griffith Foods takes pride in our family-oriented culture and continues Creating Better Together. Griffith foods nourishes culture to treat people with empathy and respect to behave authentically and transparently with no hidden agendas. </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">The company creates a place where people have fun and develops in ways that interest employees. Like a family,</span> <span style="font-weight: 400;">we do understand what the people carry on and how they feel. To prevent or relieve the burn-out moment, we allow our colleagues to design and plan their flexibility on work-from-home programs and co-creation culture as our real family.  </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1-CATE-3.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1 CATE 3" width="1600" height="500" title="“We Blend Care and Creativity to Nourish the World” Interview with GRIFFITH FOODS 436"></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/griffith-foods-240514/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเพื่อเป็น HR” สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/lixil-thailand-240526/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/lixil-thailand-240526/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Apr 2024 02:46:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[LIXIL (Thailand)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38462</guid>

					<description><![CDATA[หลายคนอาจรู้จักแบรนด์ TOSTEM, INAX, Shin Nikkei, Sunwave, TOEX, GROHE และ American Standard แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าทั้งหมดนี้ผลิตและจัดจำหน่ายโดย LIXIL บริษัทยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันสำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งขยายการดำเนินงานไปทั่วโลกด้วยการมีพนักงานรวม 55,000 คน ใน 150 ประเทศ ในประเทศไทย ดร.ธภัทร อาจศรี Board Director และ Leader HR Thailand, LIXIL APAC ของ LIXIL (Thailand) เป็นอีกหนึ่งผู้บริหารที่นำพาบริษัทให้เติบโตท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทาย ด้วยประสบการณ์ในการทำงานในหลายแวดวงธุรกิจ ทำให้เขาได้นำเสนอแนวทางและวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ สะท้อนได้ผ่านรางวัล Employee Experience Awards ประจำปี 2024 วันนี้เรามีโอกาสพูดคุยกับ ดร.ธภัทร เพื่อค้นหาเทคนิคการบริหารทรัพยากรมนุษย์และเส้นทางชีวิตที่น่าสนใจของเขา รวมถึงแนวทางที่ทำให้ LIXIL ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ เล่าให้ฟังหน่อยว่าคุณก้าวเข้ามาในวงการ HR ได้อย่างไร ดร.ธภัทร: [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38469 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-2-1024x683.webp" alt="สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) Cover" width="1024" height="683" title="“ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเพื่อเป็น HR” สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) 443" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-2-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-2-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-2-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-2-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-2.webp 1567w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจรู้จักแบรนด์ TOSTEM, INAX, Shin Nikkei, Sunwave, TOEX, GROHE และ American Standard แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าทั้งหมดนี้ผลิตและจัดจำหน่ายโดย </span><b>LIXIL</b><span style="font-weight: 400;"> บริษัทยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันสำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งขยายการดำเนินงานไปทั่วโลกด้วยการมีพนักงานรวม 55,000 คน ใน 150 ประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในประเทศไทย </span><b>ดร.ธภัทร อาจศรี Board Director และ Leader HR Thailand, LIXIL APAC ของ LIXIL (Thailand)</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นอีกหนึ่งผู้บริหารที่นำพาบริษัทให้เติบโตท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทาย ด้วยประสบการณ์ในการทำงานในหลายแวดวงธุรกิจ ทำให้เขาได้นำเสนอแนวทางและวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ สะท้อนได้ผ่านรางวัล Employee Experience Awards ประจำปี 2024</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้เรามีโอกาสพูดคุยกับ ดร.ธภัทร เพื่อค้นหาเทคนิคการบริหารทรัพยากรมนุษย์และเส้นทางชีวิตที่น่าสนใจของเขา รวมถึงแนวทางที่ทำให้ LIXIL ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38466" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/3.webp" alt="สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) Cover" width="600" height="370" title="“ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเพื่อเป็น HR” สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) 444" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>เล่าให้ฟังหน่อยว่าคุณก้าวเข้ามาในวงการ HR ได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ แล้วผมเริ่มทำงานในอุตสาหกรรมการบริการและโรงแรมประมาณ 5-6 ปีหลังจบใหม่ครับ ดูแลฝ่ายงานต้อนรับส่วนหน้า ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องพบปะผู้คนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องบริหารจัดการส่วนที่มีการติดต่อโดยตรงกับลูกค้าเป็นหลัก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถือว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก เพราะความต้องการของลูกค้าแต่ละคนที่ต่างกันไป การสร้างประสบการณ์เชิงบวกที่ดีกับลูกค้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยเตรียมความพร้อมให้กับผมในการเข้าสู่สายอาชีพ HR ได้เป็นอย่างดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมพบว่าการทำงานในการบริหารจัดการกับการส่งมอบบริการที่เหนือระดับเกินความคาดหวังความต้องการของลูกค้านั้น ท้าทายและน่าสนใจจึงทำให้ผมรู้สึกสนุกและมีความสุขกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพวกเขา นั่นคือจุดเปลี่ยน (Trigger Point) ที่ทำให้ผมตัดสินใจว่า งานที่เหมาะสมกับตัวเรา คืองานที่เกี่ยวข้องกับผู้คน ซึ่งก็คืองาน HR นั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นผมได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอกทางด้าน HR โดยตรง และเริ่มต้นอาชีพ HR ที่บริษัทผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงของต่างประเทศ  พอยิ่งทำงานในสายนี้ ผมยิ่งรู้สึกว่าการทำงานกับคนนั้นทำให้ผมมีความสุข มันคือสิ่งที่ผมหลงใหลและต้องการทำงาน HR ถ้ามองอีกมุมมองหนึ่ง ก็เหมือนกับการที่มีโอกาสได้มีส่วนผลักดันพนักงานให้ประสบความสำเร็จครับ </span></p>
<h2><b>อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้คุณตัดสินใจมุ่งหน้าสู่ HR อย่างจริงจัง</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">แรงบันดาลใจหลักมาจากความชอบ และรักในการผลักดันและสนับสนุนให้พนักงานเติบโตไปพร้อมกับบริษัทครับ ซึ่งคนที่ทำงานนี้ได้ต้องเกิดมาเพื่อจะเป็น หรือ Born to be นะครับ เพราะงาน HR ไม่ใช่แค่เพียงแต่เกี่ยวกับการสรรหาหรือการจัดการเงินเดือนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของพนักงานในองค์กร เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ ผมจึงเชื่อว่า HR เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจและดึงศักยภาพของพนักงานให้สามารถเติบโตในสายอาชีพของตัวเองได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งผมเริ่มจากการทำงานทั่วไปด้าน HR และเติบโตในสายอาชีพอย่างต่อเนื่อง  เพราะผมมีเป้าหมายการเติบโตในสายอาชีพที่ชัดเจน 5 ปี 10 ปี 20 ปี จนถึง 30 ปี ว่าเป้าหมายแต่ละอย่างคืออะไรและจะต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้  การมีเป้าหมายชัดเจนทำให้ผมมีแรงผลักดันที่จะเรียนรู้และเติบโตอย่างต่อเนื่องในสายอาชีพนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือสิ่งที่ทำให้ผมไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่ายกับการทำงานเลยครับ เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ความท้าทายใหม่ ๆ ที่รอให้ผมมาไขปริศนา และค้นหาวิธีการที่ดีที่สุดในการช่วยเหลือหรือพัฒนาคนในองค์กรต่อไป</span></p>
<h2><b>ที่คุณกล่าวว่า ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเพื่อเป็น HR (Born to be an HR Person) แล้วคุณคิดว่าคนที่เหมาะสมกับการเป็น HR นั้นมีลักษณะอย่างไร</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">ตามความเห็นของผมนะครับ คนที่เหมาะสมกับการเป็น HR โดยพื้นฐานควรจะเป็นผู้รับฟังที่ดี สามารถเข้าถึงได้ง่าย และเข้าใจผู้อื่น คุณต้องมีความสามารถในการจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือพื้นฐานสำคัญ คุณต้องเข้าใจความหลากหลาย และยอมรับในความแตกต่าง (Diversity &amp; Inclusion) ของพนักงาน กลยุทธ์ในการสื่อสารที่สามารถเข้าไปนั่งในใจผู้ฟังเปรียบเสมือนการเป็น Partner ที่ดี และมี ความสามารถในการจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ดี Emotional Intelligence (EQ) นอกจากนี้คุณต้อง Open Minded พร้อมเปิดรับและพร้อมที่จะพัฒนาต่อยอดในด้านต่างๆ โดยเฉพาะ Strategic และ Hard Skills ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะสำหรับ HR ที่ต้องทำงานกับคน เป็นงานที่ละเอียดอ่อน ถ้าคุณไม่ชอบทำงานกับผู้คน ไม่สามารถสื่อสารหรือเข้าใจความแตกต่างของผู้คน การแก้ปัญหานั้นจะไม่ตรงกับความต้องการ ซึ่งคุณจะเห็นได้ว่างานนี้ท้าทายเกินไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38468 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-1-1024x683.webp" alt="สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) Cover" width="1024" height="683" title="“ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเพื่อเป็น HR” สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) 445" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-1-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-1.webp 1567w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>ช่วงที่คุณย้ายงานมาสาย HR ตอนนั้นมีความท้าทายอะไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">มีครับ การเข้าสู่งาน HR มีความท้าทายเสมอ เพราะมันเกี่ยวข้องกับการบริการและการเข้าใจความแตกต่างของผู้คน กล่าวคืองาน HR เหมือนมีวงกลมที่ทับซ้อนกันอยู่ในเชิงการบริการและการเข้าใจคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นองค์กรได้ให้โอกาสผมเริ่มต้นในสายนี้ อาจจะเพราะผมมีพื้นฐานการทำงานในสายงานบริการ และความสามารถในการสื่อสารที่ทำให้สามารถนั่งในใจผู้ฟัง และเป็น Partner ที่ดีของเขา  องค์กรมองว่าผมเหมาะสมกับงานที่เกี่ยวข้องกับผู้คน แต่ผมไม่มีพื้นฐานเรื่อง HR ผมก็ต้องทำการบ้านมากกว่าคนอื่น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงาน HR ที่มีความท้าทายในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมตั้งเป้าหมายว่าการเป็น HR Director ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาว ในตอนนั้น  ทำให้ผม จำเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในทุกด้านของ HR ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ การวางแผน การบริหารจัดการเรื่องของคน การสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีม HR ในการพัฒนา และต่อยอดกับการจัดการความสัมพันธ์กับพนักงาน เราต้องตั้งใจเรียนรู้และเตรียมพร้อมสำหรับทุกสิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเป้าหมายนี้ชัดเจนและต้องใช้ความพยายามอย่างสูง คนที่มองไม่เห็นความท้าทายอาจจะยอมแพ้ไปก่อนได้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะคุ้มค่ากับความพยายามที่เสียไปครับ</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>อะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้คุณเห็นตัวเองชัดเจนในระดับนั้น</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร:</b><span style="font-weight: 400;"> ผมคิดว่าตัวเองโชคดีมากที่รู้ตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่เนิ่น ๆ เรียกว่าเป็นคนที่มี Passion to win และอยากประสบความสำเร็จในชีวิตให้เร็วที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่เรียนจบผมก็วางเป้าหมายไว้แล้วว่าในอีก 5, 10, 15 ปีข้างหน้า ผมจะทำอะไรบ้าง เช่น จะมีงาน มีบ้าน รถ  ก้าวเป็นผู้จัดการ ผู้อำนวยการ และอยู่ในบอร์ดผู้บริหาร ในช่วงจังหวะของชีวิต ผมทำ Goal Setting มาตลอดครับ ซึ่งมันช่วยให้ผมเห็นภาพอนาคตของตัวเองได้ชัดเจน โดยเริ่มต้นจากการค้นหาว่าผมชอบอะไร เพราะการทำงานที่เราชอบ รัก เราจะมี passion กับสิ่งนั้น  มันจะกลายเป็นทักษะและความถนัดของเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นแรงจูงใจหลักของผมคือการทำงานกับคน ไม่ว่างานนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม ผมยินดีที่จะทำ ซึ่ง HR เป็นงานที่ตอบโจทย์ผมมากที่สุด เป็นงานที่ได้ทำงานกับคน ได้เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจร่วมกัน เพราะเรื่องการบริหารจัดการคน เป็นสิ่งที่สำคัญ และเกี่ยวข้องกับทุกฟังก์ชัน ไม่ว่าจะเป็น IT วิศวกรรม การผลิต หรือการค้า ซึ่งทุกองค์กรต้องการคนทำงาน และต้องการการบริหารจัดการคนอย่างมืออาชีพ และมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นทำให้ผมเห็นว่าการเป็น HR เป็นงานที่สามารถทำได้ทุกที่ และหากเป็น HR ที่เก่ง รอบรู้ทุกด้านของงาน โดยเฉพาะการจัดการค่าจ้างตอบแทนและสวัสดิการ (Compensation and Benefits &#8211; C&amp;B) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์นะครับ ผมว่าไม่บ่อยนักที่จะเห็น HR Director มาจากสาย Compensation &amp; Benefits โดยตรง ที่ต้องใช้ตัวเลขและตรรกะในการออกแบบระบบค่าจ้าง ค่าตอบแทน และสวัสดิการ วิธีจัดการให้มันตอบโจทย์ในทุก ๆ ความต้องการ นั่นคือความท้าทาย เพราะตัวเลขต้องถูกวิเคราะห์มาแสดงข้อดีและข้อเสียได้อย่างชัดเจน และส่งผลเชิงบวกต่อเป้าหมายของธุรกิจอย่างไรได้ ฉะนั้นในอดีตที่เรามักเห็น HR ทำงานในแนวทางทั่วไป หรือ Generalist มากกว่า อย่างการฝึกอบรม พัฒนา รับสมัครงาน และอื่น ๆ ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปัจจุบันถ้าคุณอยากจะโตสายอาชีพนี้ คุณต้องรู้ทุกอย่าง รู้ทุกฟังก์ชัน โดยเฉพาะ C&amp;B และที่สำคัญ กลยุทธ์ทางธุรกิจ ถ้าคุณเข้าใจ และเชื่อมโยงกลยุทธ์ของ HR กับกลยุทธ์ขององค์กรได้ ผมมั่นใจว่าคุณจะเป็น HR ที่เป็นที่ต้องการของตลาด ไม่มีตกงานครับ</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><b>ความท้าทายในการเข้ามารับตำแหน่ง Board Director และ Leader HR ใน LIXIL Thailand คืออะไร</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">การปรับตัวเข้ากับองค์กรใหม่มีทั้งยากและง่ายครับ ทั้งนี้เพราะแต่ละองค์กรมีบริบทที่แตกต่างกัน LIXIL เป็นองค์กรระดับโลกที่มีโครงสร้างซับซ้อนและเป็น Matrix Organization กล่าวคือเราต้องทำงานข้ามฟังก์ชันและข้ามภูมิภาค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายคือการทำให้เข้าใจโครงสร้าง Matrix นี้ และจัดการให้นโยบายต่าง ๆ เป็นมาตรฐานเดียวกัน เรามีโรงงานทั้งในรังสิต ระยอง และมีสำนักงานต่างๆ ความยากคือการทำให้ฐานเหล่านี้มีการทำงานที่สอดคล้องกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานที่นี่ท้าทายในการจัดระเบียบให้ทุกอย่างเป็นระบบ แม้ว่าผู้คนที่นี่จะน่ารักมีความมุ่งมั่นในการประสบความสำเร็จ แต่ความท้าทายที่สำคัญคือเราจะจัดหาและสนับสนุน Career Path ที่ชัดเจนกับพนักงานอย่างไร เพื่อให้ทุกคนเดินตามทิศทางและเป้าหมายของธุรกิจไปด้วยกันครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38471" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/6.webp" alt="สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) " width="600" height="370" title="“ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเพื่อเป็น HR” สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) 446" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ล่าสุด LIXIL Thailand ได้รับรางวัล Employee Experience Awards 2024 และ Country Leadership Awards คุณได้รับรางวัลนี้จากโปรเจกต์อะไร</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">ได้จาก Strategic Talent Development Program ที่เราเพิ่งเริ่มต้นในปีนี้ครับ ซึ่งในแวดวง HR ทุกองค์กรมักมีโปรแกรมพัฒนาความสามารถของบุคลากรอยู่แล้ว แต่มันไม่เคยชัดเจนว่าผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยเหลือธุรกิจในระยะยาวได้ยังไง และมักจะจบลงที่การฝึกอบรมเท่านั้น ความท้าทายของโปรแกรมนี้คือการวางแผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) ให้สอดคล้องกับเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนของพนักงานเลยครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเริ่มต้นด้วยการระบุและคัดเลือกบุคลากรที่มีศักยภาพ (Talent) โดยเน้นที่บุคคลที่เป็นแบบอย่างที่ดีในองค์กร ใช้กระบวนการที่เข้มงวดในการคัดเลือกเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนที่เข้าร่วมโปรแกรมนี้เป็นตัวแทนที่ดีที่สุดขององค์กร ไม่ใช่แค่ทำงานเก่ง แต่พฤติกรรมก็ต้องได้ ต้องมี Passion และมี Potential ที่จะไปต่อกับองค์กรได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การคัดเลือกเราจะเข้มข้นมาก ๆ ตั้งแต่การระดมความเห็น และเห็นชอบร่วมกันจากผู้บริหาร และการใช้เครื่องมือทางจิตวิทยาเพื่อความแม่นยำในการคัดเลือก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่พัฒนาเราทำเหมือนเป็น LIXIL Model เป็นกลไกสำคัญในการนิยามว่าคนที่จะเป็น Future Leader นั้นจะต้องมีทักษะอะไรบ้าง โดยเราแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือทักษะพื้นฐานหรือ Foundation เช่น คนที่จะมาเป็นผู้นำในอนาคตจะต้องมีคุณสมบัติ Leadership ทักษะการสื่อสาร Growth Mindset และบุคลิกภาพที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่พวกเขามี Foundation ที่แข็งแกร่ง การพัฒนาในปีที่สองเราจะเน้นไปที่กลยุทธ์ทางธุรกิจ เพราะเราคาดหวังว่าผู้นำในองค์กรจะต้องเข้าใจเรื่องธุรกิจ สามารถนำทางและคิดเชิงกลยุทธ์ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้เราจึงเชื่อว่า Talent Development Program สองปีที่ประกอบด้วยพื้นฐานและกลยุทธ์ทางธุรกิจ จะช่วยเตรียมคนกลุ่มนี้ให้พร้อมสำหรับบทบาทผู้นำต่อไป</span></p>
<h2><b>ผลลัพธ์ของโปรเจกต์นี้ต่อองค์กรเป็นอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบระยะสั้นที่เห็นได้ชัด ๆ คือ Talent ของเราไม่มีการลาออกเลยครับ ก่อนหน้านี้อัตราการลาออก (Turn Over) เคยสูงถึง 20% แต่หลังจากที่เรานำโปรเจกต์นี้ไปใช้ อัตราการลาออกนั้นเป็นศูนย์เลยครับ และคะแนนการมีส่วนร่วม (Engagement) ของพนักงานในบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงผลลัพท์ทางธุรกิจก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โปรเจกต์นี้จึงช่วยให้ผู้บริหารเห็นได้ชัดว่าคนคือปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38470 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-3-1024x683.webp" alt="สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) " width="1024" height="683" title="“ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเพื่อเป็น HR” สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) 447" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-3-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-3-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-3-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/สัมภาษณ์-ดร.ธภัทร-อาจศรี-จาก-LIXIL-Thailand-3-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h2><b>ปัจจุบันภาพรวม HR มีบทบาทอย่างไรในการนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">อันดับแรก ถ้าคุณเป็นหัวหน้า HR คุณต้องสามารถเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายทางธุรกิจกับการพัฒนาศักยภาพของคนให้ได้ก่อน ถ้าทำไม่ได้ HR จะไม่มีคุณค่า และจะเป็นเพียงแค่หน่วยงานสนับสนุนเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายองค์กรไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรเพราะเน้นไปที่การเพิ่มยอดขายหรือการตลาด แต่หัวหน้า HR ที่ดีต้องเชื่อมโยงให้เห็นว่า การสร้างส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) สร้างผลกำไร และการเป็น Employer of Choice เชื่อมโยงกับคนอย่างไร คุณต้องแสดงให้เห็นว่า ถ้าไม่มีคนที่มีศักยภาพ คุณจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะคนเป็นฟันเฟืองสำคัญของธุรกิจครับ และเราเชื่อว่ามนุษย์มีความสามารถมหัศจรรย์ ถ้าใจพวกเขาพร้อม เราก็มีหน้าที่ ส่งเสริมศักยภาพของเขา จัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ หรือทรัพยากรให้พวกเขาเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องนั่นเอง</span></p>
<h2><b>อยากบอกอะไรกับ Young Talent หรือ Future Leader ที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอนาคตไหม</b></h2>
<p><b>ดร.ธภัทร: </b><span style="font-weight: 400;">อันดับแรกคือคุณต้องเข้าใจเทคโนโลยีให้ลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่การใช้งานทั่วไปนะครับ แต่ต้องสามารถนำเทคโนโลยีมาต่อยอดงานของคุณได้ เชื่อมโยงกับกลยุทธ์ของธุรกิจได้  เช่น การใช้ ChatGPT หรือเครื่องมือต่าง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาคือการสร้างเครือข่ายที่ดีในสายอาชีพ การมี Professional Networking จะช่วยให้คุณแลกเปลี่ยนประสบการณ์และไอเดียใหม่ได้ ซึ่งจะทำให้คุณเติบโตและก้าวหน้าได้เร็วขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณต้องสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพและมี EQ ที่ดี คุณต้องเข้าใจว่ากำลังพูดกับใครและเขาต้องการอะไร รวมทั้งจัดการความคาดหวังได้ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคือคุณต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา ในโลกที่ข้อมูลเปลี่ยนแปลงไว ความรู้ที่คุณมีวันนี้อาจจะล้าสมัยในไม่กี่เดือนข้างหน้า เพราะฉะนั้นคุณต้องติดตามและอัปเดตความรู้อยู่เสมอ เพื่อให้ตัวคุณไม่ตกเทรนด์และสามารถนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ครับ</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="“ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเพื่อเป็น HR” สัมภาษณ์ ดร.ธภัทร อาจศรี จาก LIXIL (Thailand) 448"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/lixil-thailand-240526/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลยุทธ์บริหารคนของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล: ทำอย่างไรให้คนเก่งปรากฏตัว</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/phayathai-paolo-hr-240423/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/phayathai-paolo-hr-240423/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Apr 2024 10:34:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[พญาไท-เปาโล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38416</guid>

					<description><![CDATA[ถ้าพนักงานทำงานอย่างมีความสุข ย่อมมีโอกาสที่องค์กรจะพัฒนาไปได้ไกลถึงเป้าหมาย อย่างไรก็ตามหากองค์กรไม่เปิดโอกาสให้พนักงานได้ฉายแสงความเก่งออกมา เป็นไปได้สูงว่าความคิดสร้างสรรค์ หรือนวัตกรรมต่าง ๆ จะไม่สามารถเกิดขึ้นเพื่อยกระดับองค์กรได้เลย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เพราะการผลักดันของคุณ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล ผ่านวิธีการต่าง ๆ ทำให้มั่นใจได้ว่าโรงพยาบาลแห่งนี้คือองค์กรที่ทุกคนอยากร่วมงานด้วย และอยากเก่งขึ้นไปพร้อมกัน เมื่อปีที่แล้ว HREX เคยสัมภาษณ์คุณสุภาพรมาแล้วหลังจากโรงพยาบาลได้รับรางวัลเดียวกัน และปรากฏว่าเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ยังคงได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia อีกครั้งในปี 2023 HREX จึงขอถือโอกาสนี้กลับมาพูดคุยกับคุณสุภาพรอีกครั้ง เพื่อแบ่งปันเคล็ดลับความสำเร็จ และส่งต่อองค์ความรู้ดี ๆ ที่เกิดจากการปฏิบัติจริงไปถึง HR ในองค์กรอื่น ๆ ด้วย เราสามารถเรียนรู้เคล็ดลับความสำเร็จของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ในเรื่องการบริหารจัดการคนได้อย่างไรอีกบ้าง สามารถอ่านได้จากในบทความนี้เลย เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia อีกครั้งบ่งบอกอะไรบ้าง รางวัลนี้มีความหมายอย่างไร สุภาพร: [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38417" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-9.webp" alt="ถ้าพนักงานทำงานอย่างมีความสุข ย่อมมีโอกาสที่องค์กรจะพัฒนาไปได้ไกลถึงเป้าหมาย อย่างไรก็ตามหากองค์กรไม่เปิดโอกาสให้พนักงานได้ฉายแสงความเก่งออกมา เป็นไปได้สูงว่าความคิดสร้างสรรค์ หรือนวัตกรรมต่าง ๆ จะไม่สามารถเกิดขึ้นเพื่อยกระดับองค์กรได้เลย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เพราะการผลักดันของคุณสุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล ผ่านวิธีการต่าง ๆ ทำให้มั่นใจได้ว่าโรงพยาบาลแห่งนี้คือองค์กรที่ทุกคนอยากร่วมงานด้วย และอยากเก่งขึ้นไปพร้อมกัน เมื่อปีที่แล้ว HREX เคยสัมภาษณ์คุณสุภาพรมาแล้วหลังจากโรงพยาบาลได้รับรางวัลเดียวกัน และปรากฏว่าเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ยังคงได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia อีกครั้งในปี 2023 HREX จึงขอถือโอกาสนี้กลับมาพูดคุยกับคุณสุภาพรอีกครั้ง เพื่อแบ่งปันเคล็ดลับความสำเร็จ และส่งต่อองค์ความรู้ดี ๆ ที่เกิดจากการปฏิบัติจริงไปถึง HR ในองค์กรอื่น ๆ ด้วย เราสามารถเรียนรู้เคล็ดลับความสำเร็จของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ในเรื่องการบริหารจัดการคนได้อย่างไรอีกบ้าง สามารถอ่านได้จากในบทความนี้เลย เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia อีกครั้งบ่งบอกอะไรบ้าง รางวัลนี้มีความหมายอย่างไร สุภาพร: โรงพยาบาลได้รางวัลนี้จากการมีส่วนร่วมของทุกคนในองค์กร ที่ร่วมมือ แบ่งปัน และช่วยเหลือกัน HR แค่เป็นคนที่คอยสนับสนุนเท่านั้นค่ะ รางวัลนี้ยังเป็นการประเมินตัวเราเองด้วยว่ามีอะไรที่เราทำดีอยู่แล้ว และควรต่อยอดบ้าง และยังมีอะไรที่ขาดไป แล้วต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นบ้าง รางวัลนี้ยังบอกเราอีกด้วยว่า ‘คนภายนอกมองเราอย่างไร’ เราจะพูดเสมอว่า ‘เรามองว่าตัวเราเองทำดี แต่เวลาคนข้างนอกมองเข้ามา เขาจะเห็นว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ทำได้อีกนะ’ ซึ่งเราก็ต้องทำต่อไปค่ะ มีเรื่องอะไรที่คุณคิดว่ายังสามารถปรับปรุงเพิ่มเติมได้ เพื่อให้ดียิ่งขึ้นในปีต่อ ๆ ไปอีกบ้าง สุภาพร: ปีที่แล้วเราคิดโครงการใหม่หลายโครงการ เพราะมาเริ่มคิดว่าเราต้อง Sharing ในปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากการบริหารคน ก็เลยเกิดโปรแกรม People Point Sharing ที่มีวัตถุประสงค์ให้เราได้แบ่งปันความคิดเห็นในสิ่งต่าง ๆ ร่วมกัน โปรแกรมนี้ เราจะเข้าไปทำในโรงพยาบาลทั้ง 11 แห่งในเครือ ทุกไตรมาสเราจะไปพูดคุยว่าเกิดประเด็นอะไรบ้าง ทั้งเรื่องการ Recruit, HRD, HRM, การเจ็บป่วย สุขภาพพนักงาน ทุกโรงพยาบาลจะเห็นหมดเลยว่าเจนเนอเรชั่นในโรงพยาบาลเป็นอย่างไร มีสัดส่วนพนักงานชาย-หญิงเป็นอย่างไร วัยไหนเสี่ยงเรื่องโรคอะไรมากสุด แล้วเราในฐานะ HR จะเข้าไปดูแลสุขภาพอย่างไรได้บ้าง เราจัดโปรแกรมนี้เมื่อปีก่อน โดยเริ่มทำจากในฝ่าย HR กันเองก่อน เราบอกกันว่าอย่ากลัวการโดนว่า โดนบ่นจากพนักงานคนอื่น เราต้องเปิดใจ เพราะเมื่อไหร่ที่เราไม่โดนบ่น เราก็จะทำแต่สิ่งที่อยากทำ จนเราอาจหลงลืมสิ่งที่เราควรทำก็เป็นได้ จากนั้นก็ฝึก HR ให้เดินสายพูดคุยกับพนักงาน และบอกผู้บริหารทุกคนว่าคอมเมนต์เราได้เต็มที่ เราต้องการคำแนะนำมาปรับปรุงให้เหมาะสม แล้วเราก็ได้เสียงรับการตอบรับที่ดีมากค่ะ ข้อสำคัญของ HR ก็คือ “อย่าทำให้คนเก่งแฝงตัว ต้องทำให้คนเก่งปรากฏตัวขึ้น” เพราะการที่คนเก่งกล้าเปิดตัว จะช่วยให้องค์กรก้าวหน้า ดังนั้นเราต้องกลับมาสำรวจว่า เราเปิดโอกาสให้เขาได้เปิดตัวแล้วหรือยัง โครงการดังกล่าวยังนำมาสู่การก่อตั้งหน่วยงานชื่อ Center of Interactive Learning Academy (CILA) ทำโครงการประกวดนวัตกรรม ให้พนักงานทำนวัตกรรมภายในที่เกิดจากการเรียนรู้ และการทำงานร่วมกัน ทำให้เราได้ค้นพบอะไรหลายอย่างเลย ทำให้ได้พบว่าเด็กที่เงียบ ๆ พอมาอยู่หน้าเวทีเขากลับเปล่งประกายเป็นคนละคนเลย เรายังเดินหน้าแคมเปญ People Branding เพื่อฝึกคนของเราว่า อย่าคิดว่าทำดีที่สุดแล้วจึงหยุด แต่เราต้องทำต่อไปเพื่อให้มันดีขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ มีการพูดว่า HR จะต้องมีความรู้ทางธุรกิจมากขึ้น เพื่อช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ (ฺBusiness Driver) คุณเห็นด้วยกับประเด็นนี้หรือไม่อย่างไร แล้วต้องเตรียมความพร้อมพนักงานอย่างไรบ้าง สุภาพร: ต้องทำให้เขาลงมือทําเยอะ ๆ ค่ะ เราจะบอกเสมอว่า อย่ามองปัญหาเป็นอุปสรรค แต่ให้มองปัญหาเป็นความท้าทาย มันจะทําให้เราได้เรียนรู้ตลอดเวลา เราจะบอกทุกคนตลอดว่า พนักงานสําคัญกับเรามากนะ เราต้องขอบคุณเขา เพราะถ้าไม่มีเขา วิชาชีพเราจะไม่มีความหมายเลย พนักงานมีทั้งคนเก่ง คนดี คนดื้อ มีทุกรูปแบบค่ะ เราอย่ามองความดื้อเป็นความน่าเบื่อ ความดื้อจะทำให้เราได้เรียนรู้วิธีแก้ปัญหา เวลาที่เจอคนดื้อ เจออุปสรรคยาก ๆ ไปด้วยกัน มันทําให้เรารักกันมากนะในท้ายที่สุด อยู่ที่ว่าเราจะอดทนกับมันมากพอรึเปล่า ดังนั้น เราก็จะบอกน้อง HR ตลอดว่า ให้มีเมตตาก่อน ไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหนก็ตาม จงเมตตาแล้วคุยกับเขาดี ๆ รับฟังเขา เมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา เช่น ปัญหาหัวหน้าลูกน้อง เราอยู่ตรงกลาง เราต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ถูกผิดว่าไปตามถูกผิด มันจะทําให้พนักงานเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจเราว่า เราไม่ใช่คนเอนเอียง แต่เราเป็นคนที่เมื่อก้าวเข้ามาให้ความเป็นธรรมจริง ๆ ยากไหมกับการที่ HR ต้องบาลานซ์ ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายให้ได้ สุภาพร: มันอาจจะยากสําหรับบางคนนะ มันอาจยากเพราะเรารู้สึกว่า งาน HR เป็นแค่หน้าที่ แต่ถ้าถามเรานะ เราไม่ได้รู้สึกว่า HR เป็นแค่หน้าที่เลย แต่รู้สึกว่าเราได้ดูแลเพื่อนมนุษย์เสมอค่ะ ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีความรัก ความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ เราจะไม่รู้สึกว่ามันเป็นงาน เราจะไม่รอให้ใครเข้าหา เมื่อถึงจุดนั้นไม่ว่าพนักงานจะมีเรื่องทุกข์หรือสุข เขาจะเล่าให้เราฟังเอง บางคนอยากบอกว่ามีความสุข เราก็ฟังเขา บางคนมีความทุกข์ เราก็สามารถรับฟังได้เช่นกัน แต่ฟังแล้วต้องช่วยเขาแก้ปัญหาด้วย ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ HR รู้สึกว่าปัญหานี้แก้ยาก งานนี้ทำยาก เราอาจต้องย้อนกลับมาสำรวจตัวเองว่า อาชีพนี้เหมาะกับเราจริง ๆ ไหม เราอยู่กับมันแล้วเครียด เราไม่สามารถดูแลตัวเองได้หรือไม่ ถ้าถึงตอนนั้นเราอย่าทําร้ายตัวเองด้วยการทําสิ่งที่ไม่ชอบเลย ที่ผ่านมาเจอ HR ในองค์กรที่รู้สึกว่า ‘งานนี้ไม่ใช่ตัวเขาเลย’ บ่อยแค่ไหน สุภาพร: ไม่บ่อยค่ะ เวลาคัดเลือกพนักงาน เราจะบอกเขาเสมอว่า เราอยู่ด้วยกันแบบไหน อาจมีบ้างที่ลองแล้วแต่เขารู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเขา ก็จะบอกว่าอย่าฝืน ให้หาสิ่งที่ชอบแล้วทําดีกว่า หรือบางทีเขาอยากทํางานด้านอื่นมากกว่าเพราะเรียนจบมาโดยตรง ถ้าในองค์กรมีตำแหน่งว่าง เราก็จะส่งเขาไปสัมภาษณ์ค่ะ และเราจะบอก Manager กับ Director ทุกคนเสมอว่า ถ้ามีน้องจะลาออก อย่าขัดขวาง แต่ให้ถามว่า ทําไม ถ้าเหตุผลของเขาคืองานไม่เหมาะกับตัวเขา ทำแล้วเครียดก็ต้องปล่อยไป แต่ถ้าเพราะระบบของเราไม่ดี เราก็ต้องปรับปรุง ถ้าวันหนึ่งเขาไปทำงานใหม่แล้วไม่ชอบ อยากกลับมา คุณก็ให้โอกาสเขากลับมา พูดถึงเรื่องสุขภาพจิต เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ให้ความสำคัญกับปัญหานี้ของพนักงานเพียงใด สุภาพร: เราให้ความสำคัญมากค่ะ ที่ผ่านมาเรามีโครงการเยอะมากค่ะ ทั้งเรื่องงดบุหรี่ ทั้งโครงการ Healthy Hero เป็นต้น เรายังดีไซน์โปรแกรมที่ถูกขายออกไปให้บริษัทข้างนอกใช้ด้วยแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ปตท., ธนาคารแห่งประเทศไทย, ตลาดหลักทรัพย์ ฯลฯ ก็ใช้โปรแกรมของเรา ที่ผ่านมาเราก็ตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อดูแลเรื่อง Mental Health ในองค์กรโดยตรง ทีม HR จะวิ่งไปทั้ง 11 โรงพยาบาลเพื่อดูแลพนักงาน ในทีมไม่ได้มีแค่ HR แต่ยังมีพยาบาล นักกิจกรรมบําบัด นักพยาบาลบําบัด นักวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่จะออกไปทํากิจกรรมกับพนักงาน เราได้ลิขสิทธิ์ของโครงการนี้มาจากโรงพยาบาลโอเรกอน ในสหรัฐอเมริกา และเราเป็นผู้ได้ลิขสิทธิ์เพียงรายเดียวในประเทศไทย ซึ่งช่วยให้เราสามารถประเมินสุขภาพของพนักงานได้ครบถ้วนรอบด้าน ตั้งแต่เรื่องอาหารการกิน รูปแบบการนอน ความจํา ความพึงพอใจในชีวิต ฯลฯ เมื่อให้พนักงานประเมินเสร็จแล้ว ในทุกไตรมาสจะสรุปข้อมูลว่า บุคลากรเป็นโรคอะไรเยอะที่สุด เราจะเอาโมดูลที่ได้มาตรวจเช็คกับผลตรวจสุขภาพประจําปี แล้วส่งไปที่โอเรกอน เพื่อประมวลออกมาเป็นรูปเล่มรีพอร์ตสําหรับองค์กร ให้ข้อมูลว่า พนักงานเป็นโรคอะไร อยู่ในช่วงอายุเท่าไหร่ Productivity ตกแค่ไหน ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการแก้ปัญหาจะเป็นอย่างไร เป็นต้นค่ะ ระหว่างเรื่องสุขภาพกายกับสุขภาพใจ สิ่งไหนที่เราควรให้ความสําคัญมากกว่ากัน สุภาพร: จริง ๆ ต้องให้ความสําคัญทั้งคู่นะ เพราะถ้าใจไม่พร้อม ร่างกายก็ไปต่อไม่ได้ ที่นี่จึงมีโครงการที่ดูแลและให้คำปรึกษาพนักงานที่รู้สึกเบิร์นเอาท์ หรือมีความเครียดจากการทํางาน แต่บางครั้ง หากพนักงานมีความเครียดสูง เราก็ต้องมองให้รอบด้าน เช่น พนักงานทํางานผิดพลาดบ่อย เป็นเพราะพนักงานเครียด เป็นเพราะหัวหน้างาน หรือเป็นเพราะสาเหตุอื่นใด เพื่อที่จะได้แก้ได้ถูก การแก้ปัญหาความเครียด เราต้องแก้ทั้งระบบ ไม่ใช่แก้แค่ฝั่งของพนักงาน ถ้าเขาเครียดเพราะหัวหน้า เราก็ต้องคุยกับหัวหน้าว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทําไมคุณสร้างความเครียดให้กับเด็กได้อย่างงี้ แล้วใช้ระบบโค้ชชิ่งเพื่อแก้ปัญหา ส่วนคนที่เบิร์นเอาท์ เราจะใช้วิธีปรับมายด์เซตเรื่องการดูแลตัวเองให้กับเขา เราต้องเป็นเพื่อนกับเขาให้ได้ ต้องทำให้เขารู้สึกไว้ใจที่ได้คุยกับเรา เราต้องรักษาความลับ ซึ่งสำคัญมากสําหรับ HR ถ้าสมมติว่ามีพนักงานเดินดุ่มเข้ามาหาคุณ แล้วบอกว่าไม่ไหวแล้ว ผมเบิร์นเอาท์มากเลย จะมีคําแนะนําบอกพนักงานแบบนี้อย่างไร สุภาพร: ปกติจะไม่มีใครเดินดุ่มเข้ามานะ (หัวเราะ) ส่วนใหญ่จะนัดหมายกันมาแล้วมากกว่าว่าอยากคุย อยากปรึกษาด้วย เพราะบางคนไม่อยากคุยหน้างาน เรายังฝึก HR ในแต่ละโรงพยาบาลให้สามารถรับเรื่องต่าง ๆ ได้เองในทุกที่ เพราะบางที่อยู่ไกล เราจะไม่ได้คุยกับเขาก่อน เราจะรู้หลังจาก HR ในโรงพยาบาลคุยแล้วว่า เด็กคนนี้อาการไม่ดี พอมาถึงเราก็จะคุยกับเขา จนเขาเกิดความเชื่อใจในตัวเรา ซึ่งสําคัญมากนะ ใจที่เราให้เขา เด็กรับรู้ได้ จริง ๆ เรามีช่องทางติดต่อผ่านทางอีเมลอยู่แล้ว และอีเมลนั้นจะส่งตรงมาถึงเราคนเดียว พนักงานทุกคนสามารถส่งข้อความมาหาได้เลยถ้ารู้สึกว่าทนหัวหน้าไม่ไหวแล้ว แต่ต้องบอกให้หมดทั้งชื่อ นามสกุล แผนก ถ้าไม่บอกก็ไม่ตอบกลับ เพราะหมายความว่าเราไม่ไว้ใจกัน แล้วก็จะให้ HR ในโรงพยาบาลช่วยตรวจสอบดูตามข้อมูลที่ส่งมาว่า แผนกนี้หัวหน้าเป็นอย่างนี้จริงหรือไม่ พฤติกรรมในการทํางานแต่ละวันเป็นอย่างไร แล้วก็เรียกเข้ามาคุยกันแล้วก็โค้ชเขาว่า เราต้องดูแลลูกน้องให้ดีนะ พ่อแม่เขาฝากเรามา เขาอยู่กับเรามากกว่าพ่อแม่อีกนะ เราไม่ได้สอนแค่ให้เด็กเคารพผู้ใหญ่ แต่บางทีผู้ใหญ่ก็ต้องเคารพสิทธิ์ของเด็กด้วยเหมือนกัน โรงพยาบาลทำโครงการด้านคนเยอะมาก และมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อย่างนี้สื่อสารกับคนในองค์กรอย่างไรให้เข้าใจว่า ทําไมถึงต้องเปลี่ยนอีกแล้ว สุภาพร: ใช้คําว่าปรับดีกว่า เราต้องปรับเพื่อให้มันดีขึ้น เรามีช่องทางการสื่อสารหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็น Line Chat หรือผ่านโปรแกรมที่เราตั้งชื่อว่า น้องพร้อม (Prompt) ที่แปลว่าทันที เราเรียกเขาว่าน้องพร้อมก่อนน้องจะเกิดอีกนะ เราดีไซน์ตัวการ์ตูนตัวนี้ขึ้นมา เพื่อที่เวลาเราต้องการสื่อสารไปถึงคนทั้งองค์กร น้องพร้อมจะสามารถวิ่งไปหาพนักงานหมื่นคนได้เลยในเวลาเดียวกัน สิ่งที่สําคัญกว่าการสื่อสารคือเรื่องทิศทาง (Direction) เราต้องบอกให้เขารู้ว่า จุดมุ่งหมายของเราเป็นอย่างไร จะเดินทางไหน เราจะปรับเปลี่ยนแต่ละเรื่องเพราะอะไร ซึ่งต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนในการอธิบาย และเราเชื่อว่าองค์กรจะอยู่นิ่งไม่ได้ แต่จะต้องพัฒนาและปรับตัวตลอดเวลา ไม่ว่าในอนาคตภายหน้าจะเป็นอย่างไรก็ตาม จะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง แต่ระหว่างทางเราต้องสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เราไม่เคยคิดว่า ChatGPT จะใช้ง่ายขนาดนี้ มันก็ง่าย เราก็สอนพนักงานด้วยว่า ใช้ ChatGPT ช่วยได้นะ แล้วคุณจะเขียนโครงการได้ง่ายขึ้น ไวขึ้น ถ้าเรามีเหตุผลชัดเจนว่า สิ่งที่เราปรับมันดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง เขาก็จะเชื่อมั่นในตัวเราทุกครั้งที่ปรับ และเผลอ ๆ เขาอาจจะปรับเปลี่ยนก่อนเราด้วยซ้ำ แล้วมาบอกเราว่า องค์กรควรจะปรับเปลี่ยนไปเป็นแบบไหน HR เป็นฝ่ายที่ปรับเปลี่ยนรวดเร็วมาก แล้วผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาล ปรับเปลี่ยนได้เร็วหรือช้ากว่ามากน้อยเพียงใด สุภาพร: ผู้บริหารที่นี่ โดยเฉพาะ CEO ปรับเปลี่ยนเร็วมากค่ะ ทุกครั้งที่ประชุมกัน เราจะคิดไว ทำไว คิดปุ๊บ ลงมือปั๊บเลย จริง ๆ แล้วเราไม่ได้กลัวเรื่องความช้า แต่จะกลัวว่ามันจะไวเกินไปจนคนตามไม่ทันมากกว่า แต่เราจะพูดกับพนักงานเสมอว่า ในบางเรื่อง ความเร็วดีกว่าความรอบคอบ ถ้ามัวแต่รอบคอบ เราก็จะช้า แล้วการเรียนรู้จะไม่เกิดขึ้นเลย เมื่อไหร่ก็ตามที่เราลงมือทํา เราจะได้เรียนรู้ว่ามีความผิดพลาดให้เราได้แก้เพื่อที่จะดีขึ้น ถ้ามัวแต่รอบคอบเราก็จะไม่ได้ลงทําเสียที เราจะไม่รู้ว่าผิดพลาดแล้วจะเกิดอะไร ดังนั้นไม่ต้องรอบคอบ แต่ทำให้เร็ว ไม่ต้องรอจนพร้อม 100% แล้วค่อยลงมือ แต่ถ้าเป็นเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วย กรณีนี้ทุกคนต้องรอบคอบเสมอนะ คุณมีสิ่งที่ยังไม่เคยบอก แต่อยากจะบอก CEO บ้างไหม สุภาพร: ปกติเราคุยกันตลอดอยู่แล้วค่ะ ถ้ามีอะไรที่ไม่เห็นด้วย เราก็จะบอกเลยว่าไม่เห็นด้วยนะ ทําแบบนี้ไม่ได้เพราะอะไร เราจะมีเหตุผลในมุมของ HR และคุณอัฐ ทองแตง CEO ก็เคารพความคิดเห็นของเราเสมอ ถ้าเมื่อไหร่ท่านมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องการบริหารคน ท่านก็จะถามความเห็นเสมอค่ะ อย่างเวลาประชุมด้านการตลาด คุณอัฐจะเชิญ HR เข้าประชุมด้วย เวลาจะทำโครงการใหม่ ๆ ท่านจะขอมุมมองเรื่องการบริหารคน เช่น จะเปิดคลินิกใหม่ ก็จะขอความเห็นว่าค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ควรเป็นเช่นไร ต้องหาคนจากไหน งานแบบนี้ควรต้องใช้พนักงาน Full Time หรือ Part Time ฯลฯ CEO จะบอกทุกคนเสมอว่า ‘เห็นไหม เชิญ HR เข้ามาแล้วได้มุมมองที่ไม่คิดว่ามันจะมีมุมนี้ด้วยซ้ำ’ ถ้า HR ไม่รู้เรื่องธุรกิจ เราก็จะทำงานและปรับตัวเข้าหากันยากค่ะ HR ยุคใหม่ สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้อย่างไรบ้าง สุภาพร: การที่ HR จะสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้ อยู่ที่ว่าตอนเขามาอยู่กับเรา เราให้ความรู้เขาแค่ไหน เราเป็นคนไม่ค่อยเน้นทฤษฎีนะ เพราะรู้ทฤษฎีไม่เท่ากับการลงมือทํา ถ้าเราทำตามทฤษฎีแล้วผิด เราก็จะโทษโมเดล แต่ถ้าวันนี้เราดีไซน์โมเดลขึ้นมาใช้งานเอง ถ้าผิดเราก็ต้องดีไซน์ใหม่ มันจะทําให้เราตื่นตัวในการที่จะต้องออกแบบไปเรื่อย ๆ ทั้งเราและเด็กรุ่นใหม่ต้องลงมือทําแล้วเขาจะเกิด Learning Growth เกิดการเรียนรู้ตลอดเวลาซึ่งสําคัญมาก เรายังต้องปรับเรื่อง Growth Mindset ด้วย ให้ทุกคนรู้สึกว่าอยากพัฒนาตัวเอง รู้สึกว่าการเรียนรู้เป็นสิ่งสําคัญ องค์กรจะเติบโตไม่ได้เลยถ้าทุกคนรู้สึกว่าทําแค่นี้ก็พอแล้ว แต่จริง ๆ เราต้องทํางานให้ดีขึ้น ๆ ทุกวันค่ะ" width="600" height="370" title="กลยุทธ์บริหารคนของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล: ทำอย่างไรให้คนเก่งปรากฏตัว 453" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-9.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-9-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ถ้าพนักงานทำงานอย่างมีความสุข ย่อมมีโอกาสที่องค์กรจะพัฒนาไปได้ไกลถึงเป้าหมาย อย่างไรก็ตามหากองค์กรไม่เปิดโอกาสให้พนักงานได้ฉายแสงความเก่งออกมา เป็นไปได้สูงว่าความคิดสร้างสรรค์ หรือนวัตกรรมต่าง ๆ จะไม่สามารถเกิดขึ้นเพื่อยกระดับองค์กรได้เลย</p>
<p>แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เพราะการผลักดันของคุณ <strong>สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล </strong>ผ่านวิธีการต่าง ๆ ทำให้มั่นใจได้ว่าโรงพยาบาลแห่งนี้คือองค์กรที่ทุกคนอยากร่วมงานด้วย และอยากเก่งขึ้นไปพร้อมกัน</p>
<p>เมื่อปีที่แล้ว HREX เคยสัมภาษณ์คุณ<a href="https://th.hrnote.asia/story/interview-hr-phyathai-paolo-20230502/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><strong>สุภาพร</strong></a>มาแล้วหลังจากโรงพยาบาลได้รับรางวัลเดียวกัน และปรากฏว่าเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ยังคงได้รับรางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener">Best Companies To Work For in Asia</a> <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener">อีกครั้งในปี 2023</a></p>
<p>HREX จึงขอถือโอกาสนี้กลับมาพูดคุยกับคุณสุภาพรอีกครั้ง เพื่อแบ่งปันเคล็ดลับความสำเร็จ และส่งต่อองค์ความรู้ดี ๆ ที่เกิดจากการปฏิบัติจริงไปถึง HR ในองค์กรอื่น ๆ ด้วย</p>
<p>เราสามารถเรียนรู้เคล็ดลับความสำเร็จของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ในเรื่องการบริหารจัดการคนได้อย่างไรอีกบ้าง สามารถอ่านได้จากในบทความนี้เลย</p>
<h2>เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia อีกครั้งบ่งบอกอะไรบ้าง รางวัลนี้มีความหมายอย่างไร</h2>
<p><strong>สุภาพร:</strong> โรงพยาบาลได้รางวัลนี้จากการมีส่วนร่วมของทุกคนในองค์กร ที่ร่วมมือ แบ่งปัน และช่วยเหลือกัน HR แค่เป็นคนที่คอยสนับสนุนเท่านั้นค่ะ รางวัลนี้ยังเป็นการประเมินตัวเราเองด้วยว่ามีอะไรที่เราทำดีอยู่แล้ว และควรต่อยอดบ้าง และยังมีอะไรที่ขาดไป แล้วต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นบ้าง</p>
<p>รางวัลนี้ยังบอกเราอีกด้วยว่า ‘คนภายนอกมองเราอย่างไร’ เราจะพูดเสมอว่า ‘เรามองว่าตัวเราเองทำดี แต่เวลาคนข้างนอกมองเข้ามา เขาจะเห็นว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ทำได้อีกนะ’ ซึ่งเราก็ต้องทำต่อไปค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38420" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-45.webp" alt="“อย่าทำให้คนเก่งแฝงตัว แต่ต้องทำให้คนเก่งปรากฏตัวขึ้น” สูตรความสำเร็จการบริหารคนของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล" width="600" height="370" title="กลยุทธ์บริหารคนของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล: ทำอย่างไรให้คนเก่งปรากฏตัว 454" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-45.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-45-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>มีเรื่องอะไรที่คุณคิดว่ายังสามารถปรับปรุงเพิ่มเติมได้ เพื่อให้ดียิ่งขึ้นในปีต่อ ๆ ไปอีกบ้าง</h2>
<p><strong>สุภาพร:</strong> ปีที่แล้วเราคิดโครงการใหม่หลายโครงการ เพราะมาเริ่มคิดว่าเราต้อง Sharing ในปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากการบริหารคน ก็เลยเกิดโปรแกรม People Point Sharing ที่มีวัตถุประสงค์ให้เราได้แบ่งปันความคิดเห็นในสิ่งต่าง ๆ ร่วมกัน</p>
<p>โปรแกรมนี้ เราจะเข้าไปทำในโรงพยาบาลทั้ง 11 แห่งในเครือ ทุกไตรมาสเราจะไปพูดคุยว่าเกิดประเด็นอะไรบ้าง ทั้งเรื่องการ Recruit, HRD, HRM, การเจ็บป่วย สุขภาพพนักงาน ทุกโรงพยาบาลจะเห็นหมดเลยว่าเจนเนอเรชั่นในโรงพยาบาลเป็นอย่างไร มีสัดส่วนพนักงานชาย-หญิงเป็นอย่างไร วัยไหนเสี่ยงเรื่องโรคอะไรมากสุด แล้วเราในฐานะ HR จะเข้าไปดูแลสุขภาพอย่างไรได้บ้าง</p>
<p>เราจัดโปรแกรมนี้เมื่อปีก่อน โดยเริ่มทำจากในฝ่าย HR กันเองก่อน เราบอกกันว่าอย่ากลัวการโดนว่า โดนบ่นจากพนักงานคนอื่น เราต้องเปิดใจ เพราะเมื่อไหร่ที่เราไม่โดนบ่น เราก็จะทำแต่สิ่งที่อยากทำ จนเราอาจหลงลืมสิ่งที่เราควรทำก็เป็นได้ จากนั้นก็ฝึก HR ให้เดินสายพูดคุยกับพนักงาน และบอกผู้บริหารทุกคนว่าคอมเมนต์เราได้เต็มที่ เราต้องการคำแนะนำมาปรับปรุงให้เหมาะสม แล้วเราก็ได้เสียงรับการตอบรับที่ดีมากค่ะ</p>
<p>ข้อสำคัญของ HR ก็คือ <strong>“อย่าทำให้คนเก่งแฝงตัว ต้องทำให้คนเก่งปรากฏตัวขึ้น”</strong> เพราะการที่คนเก่งกล้าเปิดตัว จะช่วยให้องค์กรก้าวหน้า ดังนั้นเราต้องกลับมาสำรวจว่า เราเปิดโอกาสให้เขาได้เปิดตัวแล้วหรือยัง</p>
<p>โครงการดังกล่าวยังนำมาสู่การก่อตั้งหน่วยงานชื่อ Center of Interactive Learning Academy (CILA) ทำโครงการประกวดนวัตกรรม ให้พนักงานทำนวัตกรรมภายในที่เกิดจากการเรียนรู้ และการทำงานร่วมกัน ทำให้เราได้ค้นพบอะไรหลายอย่างเลย ทำให้ได้พบว่าเด็กที่เงียบ ๆ พอมาอยู่หน้าเวทีเขากลับเปล่งประกายเป็นคนละคนเลย เรายังเดินหน้าแคมเปญ People Branding เพื่อฝึกคนของเราว่า อย่าคิดว่าทำดีที่สุดแล้วจึงหยุด แต่เราต้องทำต่อไปเพื่อให้มันดีขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ</p>
<h2>มีการพูดว่า HR จะต้องมีความรู้ทางธุรกิจมากขึ้น เพื่อช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ (ฺBusiness Driver) คุณเห็นด้วยกับประเด็นนี้หรือไม่อย่างไร แล้วต้องเตรียมความพร้อมพนักงานอย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>สุภาพร: </strong>ต้องทำให้เขาลงมือทําเยอะ ๆ ค่ะ เราจะบอกเสมอว่า อย่ามองปัญหาเป็นอุปสรรค แต่ให้มองปัญหาเป็นความท้าทาย มันจะทําให้เราได้เรียนรู้ตลอดเวลา เราจะบอกทุกคนตลอดว่า พนักงานสําคัญกับเรามากนะ เราต้องขอบคุณเขา เพราะถ้าไม่มีเขา วิชาชีพเราจะไม่มีความหมายเลย</p>
<p>พนักงานมีทั้งคนเก่ง คนดี คนดื้อ มีทุกรูปแบบค่ะ เราอย่ามองความดื้อเป็นความน่าเบื่อ ความดื้อจะทำให้เราได้เรียนรู้วิธีแก้ปัญหา เวลาที่เจอคนดื้อ เจออุปสรรคยาก ๆ ไปด้วยกัน มันทําให้เรารักกันมากนะในท้ายที่สุด อยู่ที่ว่าเราจะอดทนกับมันมากพอรึเปล่า</p>
<p>ดังนั้น เราก็จะบอกน้อง HR ตลอดว่า ให้มีเมตตาก่อน ไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหนก็ตาม จงเมตตาแล้วคุยกับเขาดี ๆ รับฟังเขา เมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา เช่น ปัญหาหัวหน้าลูกน้อง เราอยู่ตรงกลาง เราต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ถูกผิดว่าไปตามถูกผิด มันจะทําให้พนักงานเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจเราว่า เราไม่ใช่คนเอนเอียง แต่เราเป็นคนที่เมื่อก้าวเข้ามาให้ความเป็นธรรมจริง ๆ</p>
<h2>ยากไหมกับการที่ HR ต้องบาลานซ์ ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายให้ได้</h2>
<p><strong>สุภาพร: </strong>มันอาจจะยากสําหรับบางคนนะ มันอาจยากเพราะเรารู้สึกว่า งาน HR เป็นแค่หน้าที่ แต่ถ้าถามเรานะ เราไม่ได้รู้สึกว่า HR เป็นแค่หน้าที่เลย แต่รู้สึกว่าเราได้ดูแลเพื่อนมนุษย์เสมอค่ะ</p>
<p>ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีความรัก ความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ เราจะไม่รู้สึกว่ามันเป็นงาน เราจะไม่รอให้ใครเข้าหา เมื่อถึงจุดนั้นไม่ว่าพนักงานจะมีเรื่องทุกข์หรือสุข เขาจะเล่าให้เราฟังเอง บางคนอยากบอกว่ามีความสุข เราก็ฟังเขา บางคนมีความทุกข์ เราก็สามารถรับฟังได้เช่นกัน แต่ฟังแล้วต้องช่วยเขาแก้ปัญหาด้วย</p>
<p>ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ HR รู้สึกว่าปัญหานี้แก้ยาก งานนี้ทำยาก เราอาจต้องย้อนกลับมาสำรวจตัวเองว่า อาชีพนี้เหมาะกับเราจริง ๆ ไหม เราอยู่กับมันแล้วเครียด เราไม่สามารถดูแลตัวเองได้หรือไม่ ถ้าถึงตอนนั้นเราอย่าทําร้ายตัวเองด้วยการทําสิ่งที่ไม่ชอบเลย</p>
<h2>ที่ผ่านมาเจอ HR ในองค์กรที่รู้สึกว่า ‘งานนี้ไม่ใช่ตัวเขาเลย’ บ่อยแค่ไหน</h2>
<p><strong>สุภาพร: </strong>ไม่บ่อยค่ะ เวลาคัดเลือกพนักงาน เราจะบอกเขาเสมอว่า เราอยู่ด้วยกันแบบไหน อาจมีบ้างที่ลองแล้วแต่เขารู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเขา ก็จะบอกว่าอย่าฝืน ให้หาสิ่งที่ชอบแล้วทําดีกว่า หรือบางทีเขาอยากทํางานด้านอื่นมากกว่าเพราะเรียนจบมาโดยตรง ถ้าในองค์กรมีตำแหน่งว่าง เราก็จะส่งเขาไปสัมภาษณ์ค่ะ</p>
<p>และเราจะบอก Manager กับ Director ทุกคนเสมอว่า ถ้ามีน้องจะลาออก อย่าขัดขวาง แต่ให้ถามว่า ทําไม ถ้าเหตุผลของเขาคืองานไม่เหมาะกับตัวเขา ทำแล้วเครียดก็ต้องปล่อยไป แต่ถ้าเพราะระบบของเราไม่ดี เราก็ต้องปรับปรุง ถ้าวันหนึ่งเขาไปทำงานใหม่แล้วไม่ชอบ อยากกลับมา คุณก็ให้โอกาสเขากลับมา</p>
<h2>พูดถึงเรื่องสุขภาพจิต เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ให้ความสำคัญกับปัญหานี้ของพนักงานเพียงใด</h2>
<p><strong>สุภาพร: </strong>เราให้ความสำคัญมากค่ะ ที่ผ่านมาเรามีโครงการเยอะมากค่ะ ทั้งเรื่องงดบุหรี่ ทั้งโครงการ Healthy Hero เป็นต้น เรายังดีไซน์โปรแกรมที่ถูกขายออกไปให้บริษัทข้างนอกใช้ด้วยแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ปตท., ธนาคารแห่งประเทศไทย, ตลาดหลักทรัพย์ ฯลฯ ก็ใช้โปรแกรมของเรา</p>
<p>ที่ผ่านมาเราก็ตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อดูแลเรื่อง Mental Health ในองค์กรโดยตรง ทีม HR จะวิ่งไปทั้ง 11 โรงพยาบาลเพื่อดูแลพนักงาน ในทีมไม่ได้มีแค่ HR แต่ยังมีพยาบาล นักกิจกรรมบําบัด นักพยาบาลบําบัด นักวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่จะออกไปทํากิจกรรมกับพนักงาน</p>
<p>เราได้ลิขสิทธิ์ของโครงการนี้มาจากโรงพยาบาลโอเรกอน ในสหรัฐอเมริกา และเราเป็นผู้ได้ลิขสิทธิ์เพียงรายเดียวในประเทศไทย ซึ่งช่วยให้เราสามารถประเมินสุขภาพของพนักงานได้ครบถ้วนรอบด้าน ตั้งแต่เรื่องอาหารการกิน รูปแบบการนอน ความจํา ความพึงพอใจในชีวิต ฯลฯ</p>
<p>เมื่อให้พนักงานประเมินเสร็จแล้ว ในทุกไตรมาสจะสรุปข้อมูลว่า บุคลากรเป็นโรคอะไรเยอะที่สุด เราจะเอาโมดูลที่ได้มาตรวจเช็คกับผลตรวจสุขภาพประจําปี แล้วส่งไปที่โอเรกอน เพื่อประมวลออกมาเป็นรูปเล่มรีพอร์ตสําหรับองค์กร ให้ข้อมูลว่า พนักงานเป็นโรคอะไร อยู่ในช่วงอายุเท่าไหร่ Productivity ตกแค่ไหน ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการแก้ปัญหาจะเป็นอย่างไร เป็นต้นค่ะ</p>
<h2>ระหว่างเรื่องสุขภาพกายกับสุขภาพใจ สิ่งไหนที่เราควรให้ความสําคัญมากกว่ากัน</h2>
<p><strong>สุภาพร: </strong>จริง ๆ ต้องให้ความสําคัญทั้งคู่นะ เพราะถ้าใจไม่พร้อม ร่างกายก็ไปต่อไม่ได้ ที่นี่จึงมีโครงการที่ดูแลและให้คำปรึกษาพนักงานที่รู้สึกเบิร์นเอาท์ หรือมีความเครียดจากการทํางาน</p>
<p>แต่บางครั้ง หากพนักงานมีความเครียดสูง เราก็ต้องมองให้รอบด้าน เช่น พนักงานทํางานผิดพลาดบ่อย เป็นเพราะพนักงานเครียด เป็นเพราะหัวหน้างาน หรือเป็นเพราะสาเหตุอื่นใด เพื่อที่จะได้แก้ได้ถูก การแก้ปัญหาความเครียด เราต้องแก้ทั้งระบบ ไม่ใช่แก้แค่ฝั่งของพนักงาน ถ้าเขาเครียดเพราะหัวหน้า เราก็ต้องคุยกับหัวหน้าว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทําไมคุณสร้างความเครียดให้กับเด็กได้อย่างงี้ แล้วใช้ระบบโค้ชชิ่งเพื่อแก้ปัญหา ส่วนคนที่เบิร์นเอาท์ เราจะใช้วิธีปรับมายด์เซตเรื่องการดูแลตัวเองให้กับเขา</p>
<p>เราต้องเป็นเพื่อนกับเขาให้ได้ ต้องทำให้เขารู้สึกไว้ใจที่ได้คุยกับเรา เราต้องรักษาความลับ ซึ่งสำคัญมากสําหรับ HR</p>
<h2>ถ้าสมมติว่ามีพนักงานเดินดุ่มเข้ามาหาคุณ แล้วบอกว่าไม่ไหวแล้ว ผมเบิร์นเอาท์มากเลย จะมีคําแนะนําบอกพนักงานแบบนี้อย่างไร</h2>
<p><strong>สุภาพร: </strong>ปกติจะไม่มีใครเดินดุ่มเข้ามานะ (หัวเราะ) ส่วนใหญ่จะนัดหมายกันมาแล้วมากกว่าว่าอยากคุย อยากปรึกษาด้วย เพราะบางคนไม่อยากคุยหน้างาน</p>
<p>เรายังฝึก HR ในแต่ละโรงพยาบาลให้สามารถรับเรื่องต่าง ๆ ได้เองในทุกที่ เพราะบางที่อยู่ไกล เราจะไม่ได้คุยกับเขาก่อน เราจะรู้หลังจาก HR ในโรงพยาบาลคุยแล้วว่า เด็กคนนี้อาการไม่ดี พอมาถึงเราก็จะคุยกับเขา จนเขาเกิดความเชื่อใจในตัวเรา ซึ่งสําคัญมากนะ ใจที่เราให้เขา เด็กรับรู้ได้</p>
<p>จริง ๆ เรามีช่องทางติดต่อผ่านทางอีเมลอยู่แล้ว และอีเมลนั้นจะส่งตรงมาถึงเราคนเดียว พนักงานทุกคนสามารถส่งข้อความมาหาได้เลยถ้ารู้สึกว่าทนหัวหน้าไม่ไหวแล้ว แต่ต้องบอกให้หมดทั้งชื่อ นามสกุล แผนก ถ้าไม่บอกก็ไม่ตอบกลับ เพราะหมายความว่าเราไม่ไว้ใจกัน แล้วก็จะให้ HR ในโรงพยาบาลช่วยตรวจสอบดูตามข้อมูลที่ส่งมาว่า แผนกนี้หัวหน้าเป็นอย่างนี้จริงหรือไม่ พฤติกรรมในการทํางานแต่ละวันเป็นอย่างไร</p>
<p>แล้วก็เรียกเข้ามาคุยกันแล้วก็โค้ชเขาว่า เราต้องดูแลลูกน้องให้ดีนะ พ่อแม่เขาฝากเรามา เขาอยู่กับเรามากกว่าพ่อแม่อีกนะ เราไม่ได้สอนแค่ให้เด็กเคารพผู้ใหญ่ แต่บางทีผู้ใหญ่ก็ต้องเคารพสิทธิ์ของเด็กด้วยเหมือนกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38419" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-44.webp" alt="“อย่าทำให้คนเก่งแฝงตัว แต่ต้องทำให้คนเก่งปรากฏตัวขึ้น” สูตรความสำเร็จการบริหารคนของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล" width="600" height="370" title="กลยุทธ์บริหารคนของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล: ทำอย่างไรให้คนเก่งปรากฏตัว 455" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-44.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-by-Para-44-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>โรงพยาบาลทำโครงการด้านคนเยอะมาก และมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อย่างนี้สื่อสารกับคนในองค์กรอย่างไรให้เข้าใจว่า ทําไมถึงต้องเปลี่ยนอีกแล้ว</h2>
<p><strong>สุภาพร: </strong>ใช้คําว่าปรับดีกว่า เราต้องปรับเพื่อให้มันดีขึ้น เรามีช่องทางการสื่อสารหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็น Line Chat หรือผ่านโปรแกรมที่เราตั้งชื่อว่า น้องพร้อม (Prompt) ที่แปลว่าทันที เราเรียกเขาว่าน้องพร้อมก่อนน้องจะเกิดอีกนะ เราดีไซน์ตัวการ์ตูนตัวนี้ขึ้นมา เพื่อที่เวลาเราต้องการสื่อสารไปถึงคนทั้งองค์กร น้องพร้อมจะสามารถวิ่งไปหาพนักงานหมื่นคนได้เลยในเวลาเดียวกัน</p>
<p>สิ่งที่สําคัญกว่าการสื่อสารคือเรื่องทิศทาง (Direction) เราต้องบอกให้เขารู้ว่า จุดมุ่งหมายของเราเป็นอย่างไร จะเดินทางไหน เราจะปรับเปลี่ยนแต่ละเรื่องเพราะอะไร ซึ่งต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนในการอธิบาย และเราเชื่อว่าองค์กรจะอยู่นิ่งไม่ได้ แต่จะต้องพัฒนาและปรับตัวตลอดเวลา</p>
<p>ไม่ว่าในอนาคตภายหน้าจะเป็นอย่างไรก็ตาม จะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง แต่ระหว่างทางเราต้องสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เราไม่เคยคิดว่า ChatGPT จะใช้ง่ายขนาดนี้ มันก็ง่าย เราก็สอนพนักงานด้วยว่า ใช้ ChatGPT ช่วยได้นะ แล้วคุณจะเขียนโครงการได้ง่ายขึ้น ไวขึ้น</p>
<p>ถ้าเรามีเหตุผลชัดเจนว่า สิ่งที่เราปรับมันดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง เขาก็จะเชื่อมั่นในตัวเราทุกครั้งที่ปรับ และเผลอ ๆ เขาอาจจะปรับเปลี่ยนก่อนเราด้วยซ้ำ แล้วมาบอกเราว่า องค์กรควรจะปรับเปลี่ยนไปเป็นแบบไหน</p>
<h2>HR เป็นฝ่ายที่ปรับเปลี่ยนรวดเร็วมาก แล้วผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาล ปรับเปลี่ยนได้เร็วหรือช้ากว่ามากน้อยเพียงใด</h2>
<p><strong>สุภาพร: </strong>ผู้บริหารที่นี่ โดยเฉพาะ CEO ปรับเปลี่ยนเร็วมากค่ะ ทุกครั้งที่ประชุมกัน เราจะคิดไว ทำไว คิดปุ๊บ ลงมือปั๊บเลย จริง ๆ แล้วเราไม่ได้กลัวเรื่องความช้า แต่จะกลัวว่ามันจะไวเกินไปจนคนตามไม่ทันมากกว่า</p>
<p>แต่เราจะพูดกับพนักงานเสมอว่า ในบางเรื่อง ความเร็วดีกว่าความรอบคอบ ถ้ามัวแต่รอบคอบ เราก็จะช้า แล้วการเรียนรู้จะไม่เกิดขึ้นเลย เมื่อไหร่ก็ตามที่เราลงมือทํา เราจะได้เรียนรู้ว่ามีความผิดพลาดให้เราได้แก้เพื่อที่จะดีขึ้น ถ้ามัวแต่รอบคอบเราก็จะไม่ได้ลงทําเสียที เราจะไม่รู้ว่าผิดพลาดแล้วจะเกิดอะไร ดังนั้นไม่ต้องรอบคอบ แต่ทำให้เร็ว ไม่ต้องรอจนพร้อม 100% แล้วค่อยลงมือ</p>
<p>แต่ถ้าเป็นเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วย กรณีนี้ทุกคนต้องรอบคอบเสมอนะ</p>
<h2>คุณมีสิ่งที่ยังไม่เคยบอก แต่อยากจะบอก CEO บ้างไหม</h2>
<p><strong>สุภาพร: </strong>ปกติเราคุยกันตลอดอยู่แล้วค่ะ ถ้ามีอะไรที่ไม่เห็นด้วย เราก็จะบอกเลยว่าไม่เห็นด้วยนะ ทําแบบนี้ไม่ได้เพราะอะไร เราจะมีเหตุผลในมุมของ HR และคุณอัฐ ทองแตง CEO ก็เคารพความคิดเห็นของเราเสมอ ถ้าเมื่อไหร่ท่านมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องการบริหารคน ท่านก็จะถามความเห็นเสมอค่ะ</p>
<p>อย่างเวลาประชุมด้านการตลาด คุณอัฐจะเชิญ HR เข้าประชุมด้วย เวลาจะทำโครงการใหม่ ๆ ท่านจะขอมุมมองเรื่องการบริหารคน เช่น จะเปิดคลินิกใหม่ ก็จะขอความเห็นว่าค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ควรเป็นเช่นไร ต้องหาคนจากไหน งานแบบนี้ควรต้องใช้พนักงาน Full Time หรือ Part Time ฯลฯ CEO จะบอกทุกคนเสมอว่า ‘เห็นไหม เชิญ HR เข้ามาแล้วได้มุมมองที่ไม่คิดว่ามันจะมีมุมนี้ด้วยซ้ำ’</p>
<p>ถ้า HR ไม่รู้เรื่องธุรกิจ เราก็จะทำงานและปรับตัวเข้าหากันยากค่ะ</p>
<h2>HR ยุคใหม่ สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้อย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>สุภาพร: </strong>การที่ HR จะสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้ อยู่ที่ว่าตอนเขามาอยู่กับเรา เราให้ความรู้เขาแค่ไหน เราเป็นคนไม่ค่อยเน้นทฤษฎีนะ เพราะรู้ทฤษฎีไม่เท่ากับการลงมือทํา ถ้าเราทำตามทฤษฎีแล้วผิด เราก็จะโทษโมเดล แต่ถ้าวันนี้เราดีไซน์โมเดลขึ้นมาใช้งานเอง ถ้าผิดเราก็ต้องดีไซน์ใหม่ มันจะทําให้เราตื่นตัวในการที่จะต้องออกแบบไปเรื่อย ๆ ทั้งเราและเด็กรุ่นใหม่ต้องลงมือทําแล้วเขาจะเกิด Learning Growth เกิดการเรียนรู้ตลอดเวลาซึ่งสําคัญมาก</p>
<p>เรายังต้องปรับเรื่อง Growth Mindset ด้วย ให้ทุกคนรู้สึกว่าอยากพัฒนาตัวเอง รู้สึกว่าการเรียนรู้เป็นสิ่งสําคัญ องค์กรจะเติบโตไม่ได้เลยถ้าทุกคนรู้สึกว่าทําแค่นี้ก็พอแล้ว แต่จริง ๆ เราต้องทํางานให้ดีขึ้น ๆ ทุกวันค่ะ</p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" data-wp-editing="1" title="กลยุทธ์บริหารคนของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล: ทำอย่างไรให้คนเก่งปรากฏตัว 456" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/phayathai-paolo-hr-240423/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“Passion, Innovation, Insightful, Resourceful” 4 คุณค่าที่นำพา NEO Corporate เป็นองค์กรที่น่าร่วมงานด้วย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/neo-corporate-hr-asia-2024-240422/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/neo-corporate-hr-asia-2024-240422/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Apr 2024 02:32:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[NEO Corporate]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38393</guid>

					<description><![CDATA[การที่องค์กรหนึ่งสามารถก่อตั้งมาจนถึง 35 ปีได้ นอกจากองค์กรนั้นจะต้องมีความแข็งแกร่งทางธุรกิจ สามารถทำสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้คน แต่ยังต้องมีการดูแลพนักงานที่ดีเสมอต้นเสมอปลายด้วย เพื่อให้พนักงานร่วมกันขับเคลื่อนความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบันได้ หนึ่งในบริษัทที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งมาจนครบ 35 ปีก็คือ NEO Corporate บริษัทที่ทำธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น อุปกรณ์ทำความสะอาดภายในบ้าน เป็นต้น ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย รวมถึงชื่อเสียงของการดูแลพนักงานด้วย สะท้อนออกมาเป็นรางวัล Best Companies To Work For จาก HR Asia HREX เคยสัมภาษณ์คุณ ณิศรา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ NEO Corporate ไว้เมื่อปีที่แล้วหลังจากได้รับรางวัลนี้เมื่อปี 2022 ล่าสุดเมื่อ NEO Corporate ยังได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia 2023 และเราก็ได้รับโอกาสให้พูดคุยเจาะลึกถึงความสำเร็จในการบริหารงาน HR อีกครั้ง เคล็ดลับความสำเร็จของ NEO Corporate เป็นอย่างไร [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38394" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-1.webp" alt="“Passion, Innovation, Insightful, Resourceful” 4 คุณค่าที่นำพา NEO Corporate เป็นองค์กรที่น่าร่วมงานด้วย" width="600" height="370" title="“Passion, Innovation, Insightful, Resourceful” 4 คุณค่าที่นำพา NEO Corporate เป็นองค์กรที่น่าร่วมงานด้วย 460" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/HREX-Cover-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่องค์กรหนึ่งสามารถก่อตั้งมาจนถึง 35 ปีได้ นอกจากองค์กรนั้นจะต้องมีความแข็งแกร่งทางธุรกิจ สามารถทำสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้คน แต่ยังต้องมีการดูแลพนักงานที่ดีเสมอต้นเสมอปลายด้วย เพื่อให้พนักงานร่วมกันขับเคลื่อนความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบันได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในบริษัทที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งมาจนครบ 35 ปีก็คือ </span><a href="https://www.neo-corporate.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">NEO Corporate</span></a><span style="font-weight: 400;"> บริษัทที่ทำธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น อุปกรณ์ทำความสะอาดภายในบ้าน เป็นต้น ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย รวมถึงชื่อเสียงของการดูแลพนักงานด้วย สะท้อนออกมาเป็นรางวัล Best Companies To Work For จาก HR Asia</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX เคยสัมภาษณ์คุณ </span><strong><a href="https://th.hrnote.asia/story/interview-neo-corporate-230515/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">ณิศรา ถกลศรี</a></strong><span style="font-weight: 400;"><strong> รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ NEO Corporate</strong> ไว้เมื่อปีที่แล้วหลังจากได้รับรางวัลนี้เมื่อปี 2022 ล่าสุดเมื่อ NEO Corporate ยังได้รับรางวัล </span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Best Companies To Work For in Asia 2023</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ</span><span style="font-weight: 400;">เราก็ได้รับโอกาสให้พูดคุยเจาะลึกถึงความสำเร็จในการบริหารงาน HR อีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เคล็ดลับความสำเร็จของ NEO Corporate เป็นอย่างไร มาหาคำตอบได้จากบทสัมภาษณ์นี้เลย</span></p>

<h2><b>คิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ NEO Corporate ได้รับรางวัลจาก HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 และรางวัลนี้มีความหมายต่อองค์กรอย่างไร?</b></h2>
<p><b>ณิศรา:</b><span style="font-weight: 400;"> DNA ของคน NEO เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เราได้รับรางวัลค่ะ เราค่อย ๆ เจียระไนให้คนของเรามี DNA ที่เหมือนกัน สิ่งที่จะทำให้อยู่บ้านหลังที่ 2 อย่างมีความสุขและสนุกไปด้วยนั่นคือ เราควรมีพฤติกรรมคล้าย ๆ กัน ยอมรับกฎกติกาซึ่งกันและกัน เพื่อให้อยู่ในบ้าน NEO ได้ยาวนานและมีความสุข </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น DNA จึงเป็นตัวขับเคลื่อนที่ทำให้เราได้รางวัลนี้ DNA ตัวแรกเลยคือ “Passion” คนของเรามี Passion มีพลังและกระตือรือร้นที่จะขับเคลื่อนงานของเราไปข้างหน้า โดยไม่หยุดที่จะแก้ไขปรับปรุงงานให้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามักจะพูดว่า “สิ่งที่ทำออกมานั้นมันดีแล้วใช่ไหม? มันยังดีกว่านี้ได้อีกไหม? ให้ดีขึ้นจนถึงดีที่สุดที่เราทำได้แล้ว” เราทุ่มสุดตัวในการทำให้งานออกมามีคุณภาพและดีที่สุดสำหรับทุก ๆ คน โดยผ่านการทำงานแบบ Cross-Function ที่ทุกคนมีพลังเหมือนกัน มองที่เป้าหมายเดียวกันค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">DNA ตัวที่สองที่คน NEO มีคือ “Innovation” ด้วยความที่เราเป็นบริษัท FMCG (Fast-Moving Consumer Goods) สิ่งที่เรามีอยู่ในสายเลือดและทำให้เราไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนากันตลอดเวลาคือ Innovation ดังนั้นในทุกวันเราเชื่อว่าการพัฒนาสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบการทำงาน เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ ตลอดจนบุคลากรของเรามันดีขึ้น ดีขึ้น และดีขึ้นในทุก ๆ วัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเราลงมือทำแบบจริงจัง มองไปข้างหน้า สังเกตตลอดเวลาว่าอะไรที่เป็นเทรนด์ใหม่ เราศึกษา ยอมรับ และประยุกต์หรือบูรณาการกับสิ่งที่มีอยู่ในองค์กรให้เป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ด้วยประโยคที่เรามักชอบตั้งคำถามกับตัวเองในงานของเราว่า “แล้วถ้า&#8230;. มันจะเป็นอย่างไร แล้วถ้า&#8230;.. มันจะเกิดอะไรขึ้น” ความเป็นคนที่ชอบค้นหา ชอบมีเสียง “เอ๊ะ” ในหัวใจและความคิด มันช่วยสร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ ได้เสมอ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">DNA ตัวที่สามที่คน NEO มีคือ “Insightful” เรามองว่าบุคลากรของ NEO ทุกคนมีความสำคัญ ทั้งในแง่ที่เราเป็นผู้ขายและผู้บริโภคสินค้า รวมถึงความสำคัญในบทบาทการงาน การจะทำงานร่วมกันเป็นทีมอาศัยความเข้าใจซึ่งกันและกัน หรือก็คือควรมี Insight เข้าใจคนที่เราจะทำงานด้วย การถ่ายทอดและพยายามทำความเข้าใจระหว่างกันจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการสร้างบรรยากาศที่น่าทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสำหรับ DNA ตัวสุดท้ายที่คน NEO มีก็คือ “Resourceful” เราปลูกฝังคนของเราให้มีทัศนคติ “ฉันทำได้” (Can-do Attitude) ที่ NEO เราจะเริ่มมองทรัพยากรรอบตัว และดูว่าเราจะนำสิ่งที่มีอยู่มาสร้างประโยชน์สูงสุดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างไร ทุกอย่างจัดการได้เพียงแค่เราต้องมีสติและวางแผน จัดการทรัพยากรที่เรามีในมืออย่างมีประสิทธิภาพค่ะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">DNAs ของ NEO ได้แก่ “Passion, Innovation, Insightful, Resourceful” เป็นเหมือนคุณค่าร่วมที่เรายึดถือเหมือนกันเป็นเหมือนพันธุกรรมของพวกเราที่ถ่ายทอดกันผ่านการทำงานแบบพี่สอนน้อง เพื่อนสอนเพื่อน หรือผ่านกิจกรรมในรูปของการเรียนรู้/ Workshop ทำให้เรายกระดับความสุขของเราให้ทุกวันเป็นวันที่ดียิ่งขึ้น มีความสุขมากขึ้นค่ะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 เป็นรางวัลที่รับประกันว่า NEO เป็นบริษัทที่น่าอยู่ น่าทำงานด้วยสำหรับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย เราไม่ได้อยากบอกว่าบริษัทเราน่าทำงานด้วยจากปากของเราเอง เราอยากให้มีบุคคลที่ 3 หรือบริษัทภายนอกมาประเมินและตรวจสอบคุณภาพชีวิตคนของเรา คุณภาพการทำงานของฝ่ายทรัพยากรบุคคลว่าอยู่ในระดับไหนเทียบกับตลาดไม่ใช่แค่เมืองไทย แต่เป็นต่างประเทศ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รางวัลนี้ช่วยรับรองคุณภาพชีวิตคนของ NEO และคุณภาพการทำงานของฝ่าย HR ว่าอยู่ในมาตรฐานสากลระดับโลกเช่นกัน ทำให้มีแคนดิเดตสนใจที่จะมาร่วมงานกับเราเป็นอย่างมากค่ะ</span></p>
<h2><b>ที่ผ่านมา HR ฟังเสียงของพนักงานแล้วนำมาปรับปรุงองค์กรให้น่าอยู่ น่าทำงานด้วยอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ณิศรา:</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับ NEO การฟังเสียงของผู้ร่วมงาน คือการให้ผู้ร่วมงานได้มีพื้นที่และโอกาสที่จะพูดถึงสิ่งที่พวกเขารู้สึกหรือต้องการในมิติต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะกระบวนการทำงาน ความเป็นอยู่ พฤติกรรมของผู้ร่วมงาน หรือสิ่งใดก็ตามที่พวกเขาต้องการจะออกความคิดเห็น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรากระตุ้นและส่งเสริมเกี่ยวกับการรับฟังเสียงของผู้ร่วมงาน ซึ่งเราให้ความสำคัญมากเพราะเป็นการสร้างความสัมพันธ์แบบเปิดกว้างและสร้างความไว้วางใจกันระหว่างผู้ร่วมงาน หัวหน้างาน และฝ่าย HR หลังจากเรารับฟังสิ่งที่ผู้ร่วมงานสื่อสารแล้ว เรายังให้ผู้ร่วมงานเข้ามามีส่วนร่วมในข้อเสนอแนะที่พวกเค้าแนะนำอีกด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยผู้บริหารให้ความสำคัญและสนับสนุนทุกหน่วยงานให้ดำเนินการแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ตามข้อเสนอแนะให้แล้วเสร็จ พร้อมทั้งแจ้งกลับไปยังผู้ร่วมงานอีกเช่นกัน เพราะเราไม่เพียงแต่จะต้องรับฟังสิ่งที่พวกเขาพูดเท่านั้น แต่เราสนับสนุนทุกคนให้ลงมือทำจริงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับช่องทางรับฟังเสียงผู้ร่วมงาน NEO  มีหลากหลายช่องทาง เช่น ทำ Employee Engagement Survey, รับฟังผ่านกิจกรรม “Idea Ido”, ทำ Focus Group กับผู้ร่วมงานแต่ละส่วน เป็นต้น เรามองว่าเสียงของผู้ร่วมงานช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงและช่วยพัฒนา NEO ให้เติบโตได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนบรรยากาศการทำงานใน NEO จริง ๆ แล้ว เมื่อคุณทำงานร่วมกันบ่อย ๆ ในแต่ละระดับพนักงาน แต่ละหน่วยงาน ความมั่นใจ ความเชื่อใจ ความไว้วางใจก็จะเพิ่มตามมากขึ้น กลายเป็นบรรยากาศของความรู้สึกปลอดภัยทางใจในที่ทำงาน (</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190703-psychological-safety/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Psychological Safety</span></a><span style="font-weight: 400;">) ที่ส่งผลให้คนของเราดึงเอาศักยภาพมาใช้ได้อย่างเต็มที่ค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38396" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/DSC02833-1.webp" alt="“Passion, Innovation, Insightful, Resourceful” 4 คุณค่าที่นำพา NEO Corporate เป็นองค์กรที่น่าร่วมงานด้วย" width="600" height="900" title="“Passion, Innovation, Insightful, Resourceful” 4 คุณค่าที่นำพา NEO Corporate เป็นองค์กรที่น่าร่วมงานด้วย 461" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/DSC02833-1.webp 5304w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/DSC02833-1-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/DSC02833-1-683x1024.webp 683w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/DSC02833-1-768x1151.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/DSC02833-1-1025x1536.webp 1025w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>HR ยุคใหม่ สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรให้เป็นองค์กรที่ทุกคนอยากร่วมงานด้วยได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>ณิศรา: </b><span style="font-weight: 400;">HR ต้องค้นหาศักยภาพของตนเองก่อนค่ะว่า จุดเด่นของตัวเราเองอยู่ตรงไหน เราต้องพัฒนาจุดไหนให้เราเกิดความเชี่ยวชาญ ถ้าเราเชี่ยวชาญมากขึ้น เราก็จะนำความรู้ ความเชี่ยวชาญไปประยุกต์และบูรณาการเข้าด้วยกัน ต่อยอดไปสู่สิ่งใหม่ ๆ เป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพด้วยค่ะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่กล่าวมาสักครู่เป็นในเชิงการค้นหาพัฒนาให้ทุกคนในทีมเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Mastery) หากเรากลับมามองภาพรวมของการทำงาน HR สิ่งสำคัญคือ </span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> ทีม HR ควรมีทักษะเกี่ยวกับความรู้และความเข้าใจในธุรกิจและดิจิทัลเทคโนโลยี (Business &amp; Technology Acumen) ธุรกิจของเราเป็น FMCG ซึ่งมีความ Agility และ Acceleration ทีม HR จำเป็นต้องเข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้ AI เข้ามาสนับสนุน เพื่อให้งานเดินหน้าไปไวขึ้น เราไม่อยากให้ HR ทำงานแบบ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/siloed-work-environment-10282021/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Silo</span></a><span style="font-weight: 400;"> แต่ทำงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกหน่วยงาน เพื่อเชื่อมต่องานของทุกส่วนงานให้เป็นภาพเดียวกัน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> มีทักษะด้านการบริหารอารมณ์ (Emotional Intelligence &amp; Management) การเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้ร่วมงาน จะช่วยสนับสนุนผู้ร่วมงานให้ทำงานอย่างมีความสุข ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นำมาสู่สร้างความสำเร็จขององค์กรได้  </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> มีทักษะในการแก้ไขปัญหา (Solution Focus) สามารถวิเคราะห์ต้นตอของปัญหาแล้วนำแนวทางในการจัดการกับปัญหาดังกล่าวด้วย Solution พร้อมทางเลือกหลายด้าน   </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเราพัฒนาความรู้ทีม HR อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการใช้เครื่องมือ HR Digital เข้ามาประยุกต์ และบูรณาการเข้ากับการทำงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในงานของ HR เอง การทำงานในทีม HR จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้การสนับสนุนหน่วยงานอื่นรวดเร็วขึ้น ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในงานก็จะสูงขึ้นตามมา</span></p>
<h2><b>มีคำกล่าวว่า HR ยุคใหม่ต้องเป็นนักวางกลยุทธ์และเป็น Business Driver เราจะเปลี่ยนตัวเองให้มีความพร้อมได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>ณิศรา: </b><span style="font-weight: 400;">เมื่อทุกอย่างก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลแบบเต็มตัว การบริหารองค์กรก็ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันกับกระแสโลก เท่าทันกับเทคโนโลยีด้วย ทุกอย่างต้องรวดเร็วมากขึ้น แม่นยำมากขึ้น เพราะเพียงเสี้ยวนาทีทุกอย่างอาจเปลี่ยนแปลงได้ หากเรายังใช้วิธีทำงานแบบเดิม ๆ ความสามารถในการแข่งขันหรือการทำงานอาจด้อยลงเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR จำเป็นต้องปรับตัว เราต้องเป็นนักวางแผนเชิงกลยุทธ์ เราต้องรู้กว้าง รู้ลึก รู้จริง และจำเป็นต้องรู้มากกว่างานประจำที่ทำอยู่ทุกวัน ต้องมีความเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ ต้องรู้กระแสความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รู้ถึงโครงสร้างตำแหน่งต่าง ๆ ภายในองค์กร รู้การตลาด และรู้ว่าคู่แข่งขันในธุรกิจเป็นอย่างไร รู้กระบวนการผลิต รู้ปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการดำเนินงานขององค์กร และสามารถลำดับประเด็นสำคัญทางธุรกิจได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความรู้ที่เรามีรอบด้าน จะสามารถวางกลยุทธ์ทั้งเชิงรุกและเชิงรับได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ HR ยุคใหม่ควรจัดการและบริหารความหลากหลายของกลุ่มผู้ร่วมงานในองค์กร โดยเฉพาะการบริหารคนในแต่ละ Generation ให้ทำงานร่วมกันในแบบมีช่องว่างน้อยที่สุด ทำอย่างไรให้กลุ่มผู้ร่วมงานมีความเข้ากันได้ดี ทำงานแบบทีมได้ดี สิ่งที่ HR เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยคือการสร้างบรรยากาศของสถานที่ทำงานให้เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองให้รู้สึกถึงความผูกพัน ความเคารพซึ่งกันและกัน และความไว้วางใจกันและกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้เราก็ทำอยู่ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย รวมถึงการที่เราทำงานแบบ Hybrid ทีม HR ก็ต้องเข้าช่วยส่งเสริมบรรยากาศและลดช่องว่างในการทำงาน หรือทำให้ผู้ร่วมงานที่ Work From Home รู้สึกเหมือนทำงานที่บริษัท ผ่านกิจกรรมภายในที่หลากหลาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ HR ยุคใหม่ควรมีความสามารถที่หลากหลายมากขึ้น สามารถทำงานแบบ Multi-Tasks อาทิ สามารถจัดการงาน วิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลก่อนนำไปปฏิบัติหรือส่งมอบต่อ สามารถตัดสินใจในงานได้กับข้อมูลที่เรามีอยู่ได้ เป็นต้น ถ้า HR มีแหล่งทรัพยากรที่พร้อมแล้วมีทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ที่หลากหลายจากการทำงาน จะช่วยให้ HR ตัดสินใจในงานและแก้ไขปัญหาที่มาพร้อมกับ Solution ได้ถูกต้องตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้เป็นอย่างดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องเพิ่มคุณค่าให้ตนเองด้วยการเปลี่ยนวิธีคิด พลิกบทบาท และการจัดการ เพื่อนำพาองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าตามอย่างที่ควรจะเป็น  HR ต้องมองคนอื่นเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เกิดความเข้าใจในสิ่งที่ต้องทำ และปรับเปลี่ยนตนเองให้สอดรับกับความต้องการของผู้คน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งแน่นอนว่าถ้าปรับแบบนี้ ก็ย่อมสอดคล้องกับองค์กรและธุรกิจในปัจจุบันที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง รวมทั้งสามารถสวมบทบาทในการช่วยผู้บริหารวางแผนกลยุทธ์ในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลด้วย คือสามารถเป็นเพื่อนคู่คิดของผู้บริหารได้ด้วยเช่นกัน</span></p>
<h2><b>เมื่ออนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน คิดว่าภายใน 5 ปีต่อจากนี้ HR มีภารกิจอะไรบ้างที่ต้องทำเพื่อยกระดับองค์กรและรับมือสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงได้ทัน</b></h2>
<p><b>ณิศรา: </b><span style="font-weight: 400;">ใน 5 ปีข้างหน้า ภารกิจที่ HR ต้องทำคือการปรับบทบาทความรับผิดชอบตนเอง ทำงานแบบนักวิเคราะห์ นักเปลี่ยนแปลง นักพยากรณ์ โดยพิจารณาปัจจัยภายในและภายนอกอะไรที่จะกระทบกับองค์กรได้ และมุ่งเน้นงาน 3 ส่วน อาทิ</span></p>
<ol>
<li><strong> งานที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและฐานข้อมูล (HR Tech/People Analytics) </strong></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจและการพัฒนาของเทคโนโลยีส่งผลกับรูปแบบการทำงานของ HR ที่ทีม HR เองต้องปรับตัวให้สอดคล้องตอบโจทย์ธุรกิจ การนำระบบ AI มาใช้ในระบบงาน HR อาทิ งานด้าน Talent Attraction การประกาศรับสมัครผู้ร่วมงาน การทำ Employee Onboarding หรือ การอบรมพัฒนาผู้ร่วมงาน สิ่งเหล่านี้ที่ทีม HR ต้องคิดนอกกรอบและออกแบบการทำงานบนระบบในการดึงดูดและเข้าถึงผู้สมัครได้ตรงตามที่ต้องการ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ การวิเคราะห์ฐานข้อมูลหรือพฤติกรรมคน ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครงานหรือผู้ร่วมงานเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องค้นหา เจาะลึก และวิเคราะห์ในหลายมิติ เพื่อให้เห็นมุมมองใหม่ ๆ ที่ต่างออกไปสำหรับนำไปพัฒนากลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</span></p>
<ol start="2">
<li><strong> งานที่เกี่ยวกับการ Transform องค์กรและสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต</strong></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน HR ต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับภาวะวิกฤตที่คาดเดาไม่ได้ การเปลี่ยนแปลง การปรับตัวที่หลากหลายเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น HR อาจต้องปรับบทบาทตนเองให้เป็น Strategic HR Communicator หมายถึง การที่ HR เรียนรู้และปรับตัวอย่างรวดเร็ว สื่อสาร และลงมือทำให้ผู้ร่วมงานเชื่อมั่น รู้สึกปลอดภัย และสบายใจพอที่จะทำให้ผู้ร่วมงานปฏิบัติงานของตนเองได้ในวิกฤตที่เกิดขึ้นที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงวัฒนธรรมองค์กร คือการให้ผู้ร่วมงานเข้าใจ เชื่อมั่น และมีพฤติกรรมตาม Character ที่องค์กรต้องการ HR จะแสดงบทบาทนี้ในฐานะ Culture Facilitator  เราแสดงบทบาทในฐานะผู้สนับสนุน ผู้ประสานงาน ผู้จัดการในทุกเรื่องที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวัฒนธรรมองค์กร เพราะทุกคนในองค์กรคือ CCO (Chief Culture Officer) ผู้ที่จะทำให้วัฒนธรรมองค์กรเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านพฤติกรรมและด้านความคิด</span></p>
<ol start="3">
<li><strong> งานที่เกี่ยวกับการปรับกลยุทธ์ให้ตอบโจทย์ธุรกิจ</strong></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปัจจุบัน เราทำงานแบบ Hybrid คือ Work from Home หรือ Work from Anywhere ดังนั้น HR ปรับตนเองเป็น WFH Facilitator หมายถึง HR ต้องคิดในการสร้าง Engagement กับผู้ร่วมงานในที่ทำงานแล้ว ยังจะต้องดูแลคนที่ทำงานจากบ้าน (Remote Worker) ด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้ผู้ร่วมงานเรามีความยืดหยุ่นทางสภาวะจิตใจ และเป็นผู้อำนวยให้เกิดความสามารถในการทำงานอย่างคล่องตัว การออกแบบสวัสดิการที่เหมาะสมกับทั้งองค์กรและผู้ร่วมงานรวมถึงการเป็น Health Checker เพื่อดูว่า Productivity ของการทำงานเป็นอย่างไร มีผลกระทำต่อผู้ร่วมงานในด้านสภาวะจิตใจหรือไม่ และออกแบบกระบวนการช่วยเหลือต่าง ๆ ให้ผู้ร่วมงานมีความสุขในการทำงานแบบระยะยาวได้ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมการทำงานหรือสถานที่ทำงานทั้งแบบออนไซต์หรือแบบไฮบริด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน เวลาผู้ร่วมงานกลับเข้าออฟฟิศทำงาน เราจัดให้มีนักกายภาพมาประจำเพื่อให้คำแนะนำวิธีการดูแลตนเองอันเกิดความสภาวะออฟฟิศซินโดรม รวมถึงการบริหารร่างกายเพื่อคลายเครียดในขณะทำงานที่บ้านเช่นกัน</span></p>
<h2><b>อยากบอกอะไรกับ HR / คนทำงานที่กำลังหมดไฟ และต้องการกำลังใจเพื่อเดินหน้าต่อไปบ้าง</b></h2>
<p><b>ณิศรา: </b><span style="font-weight: 400;">ไม่ผิดที่คนเราจะหมดแรง หมดใจหรือหมดไฟ เพราะเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่สิ่งสำคัญคือถ้าหมดไฟแล้ว เราจะปล่อยตัวเองจมหายไปกับมัน หรือ รีบดึงตัวเองกลับขึ้นมาแล้วสู้กันใหม่อีกหน นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่ต้องเลือกทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าถามว่าจะทำอย่างไร คิดว่าง่ายที่สุดคือการมองไปที่ความสำเร็จของคนอื่นว่า เขาเหล่านั้นพยายามแค่ไหนถึงไปจุดนั้นได้ เราเห็นแล้ว ลองมองหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ที่เป็น </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/230807-small-wins/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Small Win </span></a><span style="font-weight: 400;">ตามแบบฉบับของเราเอง เรียนรู้ คิด และสิ่งสำคัญคือ การลงมือทำ ทำแล้วลงมือทำอีก แล้วเราจะไปถึงเป้าหมายได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การยอมแพ้ไม่ได้หมายถึงการที่เราอ่อนแอนะ แต่เป็นความเข้มแข็งที่เรายอมรับความเป็นจริงและยอมที่จะปล่อยให้มันผ่านไปแล้วเริ่มต้นใหม่ บางคนเวลาท้อหรือเครียดหนัก ๆ ชอบฝากชะตาไว้กับหมอดู ไม่ผิดนะคะ แต่คิดว่าถ้าให้ดีเราฝากชะตาไว้กับตัวเราเองดีกว่า อย่าปล่อยให้ชีวิตเดินไปตามทางของมัน แต่เราควรดำเนินชีวิตไปในทางของเรา ทางที่เรากำหนดเอง ชะตาของเราอยู่ที่ตัวเราเองค่ะ ถึงมีการบอกว่า ให้เรามองที่เส้นชัย แล้วสิ่งที่เราเจอในวันนี้พอเราหันกลับไปมองอีกครั้งจะกลายเป็นเรื่องเล็ก ๆ ไปเลยค่ะ </span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" alt="HREX ปรึกษา HR Solution" width="1600" height="500" data-wp-editing="1" title="“Passion, Innovation, Insightful, Resourceful” 4 คุณค่าที่นำพา NEO Corporate เป็นองค์กรที่น่าร่วมงานด้วย 462" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/neo-corporate-hr-asia-2024-240422/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &#038; Co-Founder Resubae และ StartupBreed</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/interview-charlie-withayachamnankul-240403/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/interview-charlie-withayachamnankul-240403/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Apr 2024 05:25:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[StartupBreed]]></category>
		<category><![CDATA[Resubae]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38137</guid>

					<description><![CDATA[การสรรหาบุคลากรเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกองค์กรใส่ใจ เพราะเป็นหน้าด่านสำคัญในการคัดเลือกพนักงานใหม่ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าและหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จในอนาคต ทว่าการแข่งขันสรรหาคนเก่งในโลกการทำงานนั้นทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้นการได้มาซึ่งบุคลากรที่มีศักยภาพและตรงกับความต้องการขององค์กรจึงเป็นความท้าทายเสมอ  เช่นเดียวกันฝั่งพนักงานที่การสร้าง Career Profile ไม่ใช่เพียงเพื่อการหางานใหม่อย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นกระบวนการที่สะท้อนถึงประสบการณ์ ทักษะความสามารถ และการปรับตัวพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงไป วันนี้ HREX มีโอกาสพูดคุยกับคุณ ชาลี วิทยาชำนาญกุล (Charlie Withayachamnankul) CEO &#38; Co-Founder จาก Resubae และ StartupBreed สองบริษัทสตาร์ทอัพที่ปรึกษาการทำเรซูเม่และบริการด้านการสรรหาบุคลากร เพื่อเจาะลึกเกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสของตลาดการสรรหา และดำดิ่งสู่ปรัชญาการทำงานที่ขับเคลื่อนทั้งสองธุรกิจนี้  เส้นทางอาชีพของคุณกับ Resubae และ StartupBreed เป็นอย่างไร ชาลี: Resubae เป็นบริษัทแรกที่เราก่อตั้งครับ โดยเริ่มจากการเป็นงานรายได้เสริม (Side Hustle) เพราะงานแรกที่ทำหลังจากเรียนจบคือ Recruitment Consultant แต่เราทำไม่ถึงปีก็ลาออก เพราะตอนนั้นเราเป็นเด็กจบใหม่ ไฟแรง อยากทำอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ลูกค้าที่ทำงานด้วยก็ติดตามเรามาถึงทุกวันนี้ บอกปากต่อปากกันมาเรื่อย ๆ ทำให่ช่วงแรกเราทำเป็น Freelance [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42775" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed.webp" alt="ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed" width="600" height="370" title="“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed 468" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสรรหาบุคลากรเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกองค์กรใส่ใจ เพราะเป็นหน้าด่านสำคัญในการคัดเลือกพนักงานใหม่ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าและหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จในอนาคต ทว่าการแข่งขันสรรหาคนเก่งในโลกการทำงานนั้นทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้นการได้มาซึ่งบุคลากรที่มีศักยภาพและตรงกับความต้องการขององค์กรจึงเป็นความท้าทายเสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกันฝั่งพนักงานที่การสร้าง Career Profile ไม่ใช่เพียงเพื่อการหางานใหม่อย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นกระบวนการที่สะท้อนถึงประสบการณ์ ทักษะความสามารถ และการปรับตัวพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ HREX มีโอกาสพูดคุยกับคุณ</span><b> ชาลี วิทยาชำนาญกุล (Charlie Withayachamnankul) CEO &amp; Co-Founder จาก Resubae และ StartupBreed</b><span style="font-weight: 400;"> สองบริษัทสตาร์ทอัพที่ปรึกษาการทำเรซูเม่และบริการด้านการสรรหาบุคลากร เพื่อเจาะลึกเกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสของตลาดการสรรหา และดำดิ่งสู่ปรัชญาการทำงานที่ขับเคลื่อนทั้งสองธุรกิจนี้ </span></p>

<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38138" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-1.webp" alt="“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed" width="600" height="370" title="“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed 469" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>เส้นทางอาชีพของคุณกับ Resubae และ StartupBreed เป็นอย่างไร</h2>
<p><b>ชาลี: </b><span style="font-weight: 400;">Resubae เป็นบริษัทแรกที่เราก่อตั้งครับ โดยเริ่มจากการเป็นงานรายได้เสริม (Side Hustle) เพราะงานแรกที่ทำหลังจากเรียนจบคือ Recruitment Consultant แต่เราทำไม่ถึงปีก็ลาออก เพราะตอนนั้นเราเป็นเด็กจบใหม่ ไฟแรง อยากทำอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ลูกค้าที่ทำงานด้วยก็ติดตามเรามาถึงทุกวันนี้ บอกปากต่อปากกันมาเรื่อย ๆ ทำให่ช่วงแรกเราทำเป็น Freelance Recruiter ก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากตอนนั้นเดินทางมาถึง 2-3 ปี เราก็เปิด StartupBreed Recruitment ขึ้นมา เพราะระหว่างที่ทำ Resubae เราต้องดูโปรไฟล์ของผู้สมัครงานเรื่อย ๆ และได้อัพเดทตลาดตลอดเวลา ทำให้เรารู้ว่าโปรไฟล์แบบไหนที่ตลาดต้องการ ที่สำคัญคือทำให้เราเห็นปัญหา Career Profile ของคนในประเทศไทยว่าไม่เทียบเท่ามาตราฐานของคนที่จบต่างประเทศ รวมทั้งระบบการศึกษาก็ไม่ได้ตระเตรียมสิ่งเหล่านี้ เราก็เลยเห็นเป็นโอกาสในการเปิดบริษัทครับ</span></p>
<h2><b>ที่ว่า Career Profile ไม่เทียบเท่ามาตรฐานของที่อื่น ๆ หมายถึงอะไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ชาลี:</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องบอกว่าทักษะสำคัญ ๆ ของคนไทยมีอยู่ครับ แต่จากประสบการณ์พบว่า เราขาดการนำเสนอตัวเองในหน้ากระดาษและ LinkedIn</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรารู้สึกว่าหลาย ๆ คนไม่ได้จริงจังกับการสร้าง Career Profile เพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเอง เนื่องจากหนึ่งตําแหน่งงานจะมีคนสมัครประมาณเป็นร้อย ๆ คน แต่อาจมีแค่ 2-3 คนที่ทำเรซูเม่มาดีมาก ๆ ซึ่งความหมายของคำว่า ‘ดี’ มีหลากหลายนะ แต่เอาง่าย ๆ คือบางคนทำเรซูเม่มา 10 หน้า หรือใช้สียูนิคอร์นมาสมัครงาน ซึ่งมันไม่ใช่ไง (หัวเราะ) เพราะเรซูเม่ที่ดีจะทำให้ HR รู้ว่าคนคนนี้มีของ และเป็น First Impression ที่ดีจากแค่เรซูเม่เท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาหลักจึงเป็นเรื่องการนำเสนอเลยครับ แต่ทำไปทำมาเราจะพบปัญหาที่ลึกกว่านั้น นั่นคือคนส่วนใหญ่หลงทางกับวิธีการทำให้ตัวเองไปให้ถึงเป้าหมายด้านอาชีพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายครั้งที่ถามเรา ‘Career Plan ของคุณคืออะไร ?’ เขามักตอบ ‘ไม่ได้’, ‘ไม่รู้’ หรือ ‘แค่ทำงานไปเรื่อย ๆ ก่อน’ แต่ถ้าเปรียบเทียบกับคนที่เป็นระดับ Top Management เขาจะมีแผนที่ชัดเจนไว้ประมาณหนึ่ง ฉะนั้นการทำเรซูเม่แต่ละครั้ง เราต้องรู้ว่าจะนำเรซูเม่ไปใช้ทำอะไร เช่น หางานใหม่ หรือเปลี่ยนสายงาน เป็นต้น</span></p>
<h2><b>ทำไมการทำเรซูเม่แต่ละครั้ง เราต้องมองไกลกว่าแค่การสมัครงาน</b></h2>
<p><b>ชาลี: </b><span style="font-weight: 400;">สมัยเรียนหนังสือเรามีแค่การสอบให้ผ่านเพื่อเลื่อนขั้นจากปี 1 เป็นปี 2 ทุกอย่างผ่านระบบการสอบหมด แต่เมื่อเรียนจบออกมา เราไม่มีการสอบเลื่อนขั้นแล้ว ทุกอย่างตัดสินใจด้วยตัวเองทั้งสิ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญหลายคนไม่ได้เห็นว่า งานสะท้อนคุณภาพชีวิต (Quality of Life) ด้วย ถ้างานดี เราก็แฮปปี้ ครอบครัวก็แฮปปี้ เพื่อนก็แฮปปี้ เราก็มีความสุข สามารถทำงานเสริมได้ แต่หลายคนมองไม่เห็นตรงนั้น มองว่าการทำงานก็แค่ทำงาน ทำไปเรื่อย ๆ บริษัทไหนให้เงินดีก็ไป ไม่ได้พิจารณาบท (Chapter) อื่น ๆ ของชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นการทำเรซูเม่, LinkedIn หรือการสัมภาษณ์งาน เป็นเพียงการเตรียมตัวทางอาชีพเท่านั้น แต่หลังนั้นเป็นอย่างไรต่อ ? เช่น เราได้งานแล้ว ผ่านไป 2 ปี เราเบื่อ เราจะทำอะไรต่อ ? สิ่งเหล่านี้เราไม่เคยคิดหรือวางแผนมาก่อน Resubae จึงพยายามเชื่อมตั้งแต่การเตรียมตัวไปจนถึงแผนใหญ่ของชีวิตคุณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Resubae จึงเป็นมากกว่าการทำโปรไฟล์ของผู้สมัครงานครับ ตอนทำเรซูเม่เราจะเจาะลึกไปถึงประวัติของเขาเลย คุยลึกเหมือนเป็นการให้คำปรึกษา (Counseling Session) เราจะถามถึง Pain Point ทุกอย่าง อาจเป็นเรื่องส่วนตัวบ้าง แต่เราก็ต้องเจาะ เพราะเรซูเม่เปรียบเสมือน Dating Profile ที่แต่ละคนจะมีไม่เหมือนกัน เราจะแปลความเป็นปัจเจกนิยม (Individualism) ของแต่ละคนออกมาเป็นกระดาษแผ่นเดียวหรือใน Linkedin</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนทุกคนสามารถทำเรซูเม่แบบ Copy and Paste ได้ แต่ Resubae จะมีอีกเลเยอร์หนึ่งที่ช่วยให้ผู้สมัครเข้าใจตัวเองมากขึ้น สามารถนำไปตัดสินใจในการวางแผนชีวิตได้ ไม่ใช่แค่ได้เรซูเม่สมัครงานอย่างเดียว เช่น เด็ก ๆ บางคนที่มหาวิทยาลัยถามผมว่า “อยากได้เงินเดือนหนึ่งแสนก่อนอายุ 28 เป็นไปได้ไหม” คำตอบคือ “ได้ ! มาวางแผนกัน”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38139" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-2.webp" alt="“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed" width="600" height="370" title="“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed 470" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>จาก Resubae ขยับมาเป็น StartupBreed ได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>ชาลี:</b><span style="font-weight: 400;"> วิสัยทัศน์ของเราไม่อยากทำอะไรเล็ก ๆ อยู่แล้วครับ ต้องทำใหญ่เสมอ ซึ่งตอนทำ Resubae เราสร้างโปรไฟล์ให้ผู้สมัครมากมาย ซึ่งบางคนมีโปรไฟล์ที่ดี เราก็สามารถนำเสนอบริษัทให้ช่วยรับสมัครต่อได้ ก็เป็น Ecosystem ที่เกิดขึ้นมาได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานของ StartupBreed จะแตกต่างจากเอเจนซี่อื่นที่ทำงานตามขั้นตอน แต่เราจะทำงานคล้ายสตาร์ทอัพครับ การทำงานสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เช่น ลูกค้าบางเจ้ายังหาผู้สมัครไม่เจอ ลงโซเชียลมีเดียแล้วก็ยังหาไม่ได้ ลูกค้าเสนอมาว่า “อยากเปิดบูธข้างล่างออฟฟิศที่สาธรจัง” เราก็ทำ ฉะนั้นวิธีการทำงานของเราคือ Everything Possible ถ้าลูกค้าเชื่อใจเรา เราก็ช่วยเขาเต็มที่ วิธีการสรรหาของเราจึงยืดหยุ่นเสมอ</span></p>
<h2><b>HREX ได้คุยกับ Recruiting Industry หลาย ๆ องค์กร ซึ่งมักบอกว่ากำลังประสบความยากลำบากอยู่ ในฐานะที่คุณเพิ่งเข้ามาในตลาดนี้ คุณมีความคิดเห็นอย่างไร</b></h2>
<p><b>ชาลี:</b><span style="font-weight: 400;"> ภาพรวม StartupBreed ไม่ลำบากนัก เราขยายเร็ว แต่ขยายโดยระมัดระวัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเราเป็นเอเจนซี่ที่ไม่มียอดขายเป็นเป้าหมายครับ แต่เรามองความพยายามของพนักงานเป็น KPI ฉะนั้น StartupBreed ไม่มีหน่วยวัดเหมือน Recruiting Agency อื่น ๆ ที่ทำให้เครียดเรื่องยอดขายจนกลายเป็น Sales Organization แต่เราเป็น Quality Driven Organization จริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปตอนที่เราเริ่มทำ StartupBreed เราต้องเลือกระหว่างการเป็น Tech-centric หรือจะไปเป็น Human-centric ซึ่งผมบอกเลยว่าเราต้องเป็น Human-centric เพราะเราเป็นสตาร์ทอัพที่ทำงานกับคนครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญคือ “We bring the Consulting into Recruitment Consulting” เรานำการเป็นที่ปรึกษามาสู่กระบวนการสรรหา สิ่งเหล่านี้มันหายไปกับองค์กรที่หลงกับการปิดยอดขาย จนลืมไปว่า Recruiting Agency เป็นตัวกลางในการหางานนะ ฉะนั้น You need to be everyone’s Friend เราต้องมองภาพใหญ่ ไม่ใช่แค่ปิดดีลแล้วจบ เช่น ถ้าเราหาคนเก่งเข้าไปในองค์กรหนึ่ง แต่เขาอาจไม่ฟิตกับวัฒนธรรมองค์กรนั้น สุดท้ายแคนดิเดตที่เราหาไปก็อาจจะลาออกภายใน 2 เดือน เสียเวลาหาคนมาแทนใหม่อีก เป็นต้น</span></p>
<h2><b>ส่วนใหญ่ลูกค้าของ StartupBreed คือใคร</b></h2>
<p><b>ชาลี: </b><span style="font-weight: 400;">60% เป็นบริษัทสตาร์ทอัพเหมือนกัน แต่ตอนนี้ลดลงมาบ้างครับ ก็จะมีทั้งบริษัทเทคโนโลยี แบรนด์เสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์ธัญพืช ฯลฯ และก็มี SMEs ที่เปลี่ยนผ่านมาเป็นคนรุ่นใหม่ขึ้นมาบริหารบ้าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงแรก ๆ เราจะมี Talent Pools เป็นสายเทคโนโลยี แต่ช่วงหลัง ๆ ก็มีทุกอย่างเลย ทั้ง Marketing และ Accounting ในระดับ Mid-level ไปจนถึง Manager แต่ระดับ C-level เราไม่ค่อยแตะเท่าไหร่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรารู้ว่าเราถนัดอะไร เพราะทำสตาร์ทอัพมา 3 ตัว อยู่กับ Business Owner มาหลายคน เพื่อนรอบข้างก็เป็น Entrepreneur ทำให้เรามีโอกาสได้เข้าใจมุมมองเจ้าของธุรกิจครับ</span></p>
<h2><b>การทำงาน StartupBreed และ Resubae ทำให้คุณได้พบกับผู้สมัครงานมากมาย อยากรู้ว่าตอนนี้เทรนด์ของคนหางานเป็นอย่างไร</b></h2>
<p><b>ชาลี:</b><span style="font-weight: 400;"> เทรนด์ ‘หิว’ (หัวเราะ) หิวในที่นี้หมายถึงความอยากได้มากกว่าที่เขาสามารถทำได้ เช่น หลัง ๆ เริ่มมีคนอยากไปทำงานต่างประเทศ อยากได้งานในบริษัทใหญ่ ๆ โต ๆ แต่เราก็ถามกลับว่าภาษาอังกฤษคุณได้ไหม ? ตรวจดู Visa Requirement แล้วหรือยัง ? เพราะคนส่วนใหญ่แค่อยาก แต่ไม่ใส่ Energy ไม่ทำการบ้านก่อน นี่คือเทรนด์แรกที่เรามองเห็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกกลุ่มหนึ่งคือลูกค้า 50 กว่าเปอร์เซ็นต์ของ Resubae เป็น Top Archiever เก่ง ๆ ทั้งนั้น ประเด็นคือคนที่ Over Achiever จะรู้ว่าเส้นทางชีวิตของตัวเองเป็นอย่างไร ขณะที่คนบางกลุ่มกลับไม่เคยวางแผนเส้นทางชีวิตของตัวเองเลย เพิ่งมาตระหนักรู้ตอนอายุ 30-40 ว่ายังได้เงินเดือนหลักหมื่นอยู่เลย เขาก็มาปรึกษาว่าอยากซื้อบ้าน อยากเที่ยวรอบโลก อยากเปิดคาเฟ่เป็นของตัวเอง ถึงแม้พวกเขายังไปไม่ถึงจุดนั้น แต่ก็พยายามผลักดันตัวเองให้ไปถึงตรงนั้นอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้ามาปรึกษากับ Resubae เราจะถามง่าย ๆ ว่า “คุณต้องการจริงหรือเปล่า ?” เพราะเราเลือกลูกค้านะ เราไม่ใช่บริษัทออกแบบเรซูเม่ จ่าย 500 แล้วเปลี่ยนสี แต่เราเป็นบริษัทที่ปรึกษาเชิงลึก ต้องรู้จักประวัติลูกค้ากระทั่งสามารถแปลงเป็นแผ่นกระดาษและวางแผนชีวิตให้คุณได้</span></p>
<h2><b>คุณมีเทคนิคอะไรที่สามารถทำให้เข้าใจคนคนหนึ่งได้ถึงระดับนั้น</b></h2>
<p><b>ชาลี:</b><span style="font-weight: 400;"> มีครับ สิ่งหนึ่งคือการปฏิบัติต่อคนอื่น เราคุยกับคนโดยไม่ตัดสิน ทำให้เขารู้สึกสบายใจ เพราะสิ่งที่เราคุยกันคืออนาคตของเขา เขาจะแชร์ทุกอย่างกับเราในพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคนิคง่าย ๆ เลยครับ แค่ Listen without Judgement, Listen without trying to Reply</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38144" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-3-1.webp" alt="“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed" width="600" height="370" title="“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed 471" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-3-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/We-bring-the-Consulting-into-Recruitment-Consultant-คุยกับ-ชาลี-วิทยาชำนาญกุล-CEO-Co-Founder-Resubae-และ-StartupBreed-3-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ทราบมาว่าชาลีเติบโตในต่างประเทศก่อนกลับมาไทย ทำให้เจอวัฒนธรรมที่หลากหลาย เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เกาหลี จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ การได้เจอวัฒนธรรมที่หลากหลายเหล่านั้น สอนคุณอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ชาลี:</b><span style="font-weight: 400;"> การมีความเห็นอกเห็นใจ (Compassion) และความเข้าใจคนอื่นครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้เห็นวัฒนธรรมที่หลากหลายทำให้เรานิ่งและมีความอดทนสูงมากกับความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นคน Toxic, คนอารมณ์ร้าย หรือคนไทยที่ไม่กล้าพูดแต่เอาไปนินทาลับหลัง ฯลฯ เราเห็นโลกมาเยอะพอสมควรนะ และรู้วิธีการรับมือปัญหาต่าง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจเพราะตั้งแต่เกิด เราเปลี่ยนโรงเรียนทุกปีครึ่ง ย้ายบ้าน 4-5 รอบ เปลี่ยนประเทศมา 3-4 ประเทศ ทุกอย่างในชีวิตของเราคือการเปลี่ยนแปลง แล้วสิ่งที่เปลี่ยนมากที่สุดก็คือคนที่เราเจอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกสถานที่ที่ไป เราต้องปรับตัวให้ได้กับวัฒนธรรมนั้น ๆ ซึ่งการปรับตัวก็ต้องดูว่าคนที่นี่เข้ามีพฤติกรรมอย่างไร ถ้าเราไม่อยากโดนรังแก (Bully) เราก็ต้องทำตัวเงียบ ๆ หรือไม่ก็เป็นคนที่รังแกคนอื่นเสียเอง มันไม่ใช่การ Fake ด้วยนะ แต่คือการปรับตัวให้ได้ (Adaptable) ในทุก ๆ สถานการณ์ที่รับมือกับคน</span></p>
<h2><b>แล้วเวลาเจอคนที่เป็น Red Flag คุณรับมืออย่างไร</b></h2>
<p><b>ชาลี: </b><span style="font-weight: 400;">การคุยกับคนต้องใช้พลังครับ ถ้าพลังในการคุยไม่คุ้มค่ากับเวลา เราก็ไม่เอา ถอยออกมา ไม่ยุ่งกับเขา แต่ถ้าเป็นคนใกล้ชิดหน่อยก็ต้องลงทุนพลัง ลงทุนอารมณ์ ตรง ๆ เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเคยได้ยินมาว่า ทุกคนที่ Toxic กับองค์กร ที่จริงแล้วเขาไม่ได้อยาก Toxic หรอก เขาแค่ไม่เข้าใจกับสิ่งที่กําลังเกิดขึ้นและเอาตรงนั้นไปคิดเอง เช่น เขาอาจจะเคยโดนดูถูก อาจเคยแบบโดนน้องๆ แซงโดยที่เขาไม่เคยได้รับการโปรโมท ทำให้เขามีปมในใจที่เราไม่รู้ ถ้าเราเข้าใจก็จะให้โอกาสเขาเองครับ แต่ถ้าให้โอกาส 2-3 รอบแล้วยังไม่เปลี่ยนแปลง ก็ปล่อยไปเถอะครับ ชีวิตของเรามีคนอีกมากมายที่สร้างความสัมพันธ์ใหม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมว่าอยู่ที่จังหวะชีวิตของแต่ละคนนะ บางคนเข้ามา Inspire เรา แต่บางคนก็เข้ามาให้ Lesson กับเรา เราก็ควรขอบคุณเขานะ (ยิ้ม)</span></p>
<p><iframe title="📝 “First Jobber ควรทำ Resume แบบไหน ?” สัมภาษณ์ ชาลี วิทยาชำนาญกุล (Charlie Withayachamnankul)" width="800" height="450" src="https://www.youtube.com/embed/cA_ovCNuAU4?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/213?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38290" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144.webp" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/144-768x768.webp 768w" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="“We bring the Consulting into Recruitment Consultant” คุยกับ ชาลี วิทยาชำนาญกุล CEO &amp; Co-Founder Resubae และ StartupBreed 472"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/interview-charlie-withayachamnankul-240403/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/scg-hr-solutions-240401/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/scg-hr-solutions-240401/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Apr 2024 10:02:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38104</guid>

					<description><![CDATA[ในยุคที่ธุรกิจเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายที่ไม่หยุดนิ่ง หน้าที่ของ HR ไม่ได้จำกัดแค่เพียงการบริหารงานบุคคลอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังต้องมองในเรื่องธุรกิจที่เอื้อให้บุคคลากรสามารถปรับตัว พัฒนา และเติบโตไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งในองค์กรที่วงการ HR ยอมรับก็คือ SCG เพราะขึ้นชื่อเรื่องการบริหารงานบุคคลมาเนิ่นนาน ด้วยความคิดที่ว่า “คน” คือ “ทรัพยากร” ที่มีค่าสูงสุดขององค์กร ปี 2562 SCG ได้เปิด SCG HR SOLUTIONS เพื่อนำองค์ความรู้ที่มีมาให้บริการที่ปรึกษาด้านการบริหารงานบุคคล ด้วยทีมงานคุณภาพผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ทำงานจริง พร้อมแนะนำโซลูชั่นส์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าในทุก ๆ ธุรกิจ HREX มีโอกาสพิเศษในการสัมภาษณ์คุณ ภานุวัฒน์ ตรังคานุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ SCG HR SOLUTIONS ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญลึกซึ้งในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล การสัมภาษณ์ครั้งนี้ไม่เพียงทำให้เราเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการและแนวคิดของ SCG HR SOLUTIONS แต่ยังเปิดโอกาสให้ได้รับฟังแง่มุมและข้อคิดเห็นต่าง ๆ จากผู้มีประสบการณ์โดยตรง เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาและปรับปรุงกลยุทธ์ HR ในองค์กรของเราต่อไป ทราบมาว่าในวงการ HR องค์กร [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38107" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-Cover.png" alt="SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness" width="600" height="370" title="SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness 477" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-Cover.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-Cover-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ธุรกิจเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายที่ไม่หยุดนิ่ง หน้าที่ของ HR ไม่ได้จำกัดแค่เพียงการบริหารงานบุคคลอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังต้องมองในเรื่องธุรกิจที่เอื้อให้บุคคลากรสามารถปรับตัว พัฒนา และเติบโตไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งในองค์กรที่วงการ HR ยอมรับก็คือ </span><b>SCG</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะขึ้นชื่อเรื่องการบริหารงานบุคคลมาเนิ่นนาน ด้วยความคิดที่ว่า “คน” คือ “ทรัพยากร” ที่มีค่าสูงสุดขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2562 SCG ได้เปิด </span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/182?utm_source=5+Reason&amp;utm_medium=Text"><b>SCG HR SOLUTIONS</b></a><span style="font-weight: 400;"> เพื่อนำองค์ความรู้ที่มีมาให้บริการที่ปรึกษาด้านการบริหารงานบุคคล ด้วยทีมงานคุณภาพผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ทำงานจริง พร้อมแนะนำโซลูชั่นส์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าในทุก ๆ ธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX มีโอกาสพิเศษในการสัมภาษณ์คุณ </span><b>ภานุวัฒน์ ตรังคานุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ SCG HR SOLUTIONS </b><span style="font-weight: 400;">ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญลึกซึ้งในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์ครั้งนี้ไม่เพียงทำให้เราเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการและแนวคิดของ </span><b>SCG HR SOLUTIONS</b><span style="font-weight: 400;"> แต่ยังเปิดโอกาสให้ได้รับฟังแง่มุมและข้อคิดเห็นต่าง ๆ จากผู้มีประสบการณ์โดยตรง เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาและปรับปรุงกลยุทธ์ HR ในองค์กรของเราต่อไป</span></p>

<h2><b>ทราบมาว่าในวงการ HR องค์กร SCG ขึ้นชื่อเรื่องการบริหารจัดการคนมานาน อยากรู้ว่าทำไม SCG ถึงตัดสินใจแยกบริการที่ปรึกษาออกมาเป็น SCG HR SOLUTIONS</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">SCG ยืนหนึ่งเรื่อง HR อยู่แล้ว เป็นที่ยอมรับของคนในวงการมานาน ซึ่งก่อน COVID-19 มีคนเข้ามาศึกษาดูงานทรัพยากรบุคคลแทบทุกวัน ปี ๆ หนึ่งหลายพันคน เรียกว่าหัวกระไดไม่เคยแห้งเลยครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาลูกค้าภายนอกเริ่มขอให้ SCG ไปเป็นที่ปรึกษา แรก ๆ เราก็ไปช่วยแบบงานการกุศลนะ ไม่ได้รับเงิน รวมทั้งแต่เดิมงาน HR เป็นฟังก์ชั่นหนึ่งในองค์กร ทำให้เราไม่สามารถทำงานช่วยคนอื่นได้เต็มที่ เราก็เลยตั้งเป็นบริษัทใหม่ขึ้นมา ดังนั้นเมื่อลูกค้าก็พร้อมจ่าย เขาก็จะสามารถจ้างเรา และเราเองก็สามารถลงไปช่วยแบบลงลึกได้เลย ก็เลยเกิดเป็นธุรกิจที่ปรึกษาของ SCG HR SOLUTIONS ขึ้นมาครับ</span></p>
<h2><b>เล่าให้ฟังถึงการเข้ามาเป็นกรรมการผู้จัดการ SCG HR SOLUTIONS ให้ฟังหน่อย คุณเข้ามาดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันแรกเลยไหม</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">ผมทำงาน SCG มาเกือบ 30 ปีแล้วครับ โยกย้ายมาหลายตำแหน่ง รวมทั้งการเป็น Head of HR Digital 8 ปี ที่ดูแลงาน HR Software ใน SCG ทั้งหมด และได้มาร่วมงานกับ SCG HR Solutions ในตำแหน่ง Associate Director ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็น กรรมการผู้จัดการ ซึ่งผมเป็นคนที่สองครับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงที่มาร่วมงานใหม่ ๆ ก็ยังเห็นภาพตลาดภายนอกไม่กว้างพอ ก็มีความคิดบางอย่าง เช่น ลูกค้ามาจ้างเราทำเรื่อง Talent Management เราสงสัยว่าทำไมพี่เขาไม่เอา Talent Management ของ SCG ไปใช้กับลูกค้าภายนอกเลย แต่พอวันที่ได้รับแต่งตั้งและได้ทำงานใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น ทำให้เราเข้าใจว่า ทุกอย่างมีเหตุมีผลเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะลูกค้าข้างนอกมีหลายขนาดและหลายความต้องการ ทำให้ Pain Point ของแต่ละองค์กรไม่เหมือนกัน เรื่องราวภายในองค์กรก็ไม่เหมือนกัน เช่น ธุรกิจที่เติบโตมาจากการเป็นเถ้าแก่ก็เป็นแบบหนึ่ง ธุรกิจที่ทำงานมานานแบบ Professional ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง หรือธุรกิจที่กำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง เราก็เลยเริ่มเข้าใจการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้สอดรับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น</span></p>
<h2><b>หลังจากที่คุณเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ทิศทางของ SCG HR SOLUTIONS เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมไหม</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์:</b><span style="font-weight: 400;"> การทำธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวอยู่ตลอดครับ เราช่วยกันทำ New Product และขณะเดียวกันก็บุก New Market ให้มากขึ้น พยายามทําการตลาดและทำแบรนด์ดิ้งให้ตลาดรู้ว่า เราเปิดร้านแล้วนะ และร้านเราขายอะไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">New Product ตัวหนึ่ง เกิดจากเรามีพื้นฐานด้านดิจิทัลครับ ผมเห็นโอกาสว่าพอเรารับงานที่ปรึกษาแล้วส่งมอบงานให้ลูกค้า ลูกค้ามักมีซอฟต์แวร์ที่ไม่ตอบโจทย์หรือไม่สอดคล้องกับ Local Practices ที่มีอยู่ หรือบางเจ้าไม่มี Excel ทำงานในระบบ Manual ทำให้ลูกค้าถามว่า ‘ทำไมเราไม่ขายซอฟต์แวร์ด้วยล่ะ’ เราก็เลยจับมือกับบริษัทเทคโนโลยีที่เราใช้กันอยู่ภายใน ชวนกันทำซอร์ฟแวร์ขึ้นมาใหม่ชื่อ GreenHR ครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38105" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-1.png" alt="SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness" width="600" height="370" title="SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness 478" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-1.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-1-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>การบริหารจัดการคนมีหลากหลายมิติ แล้ว SCG โดดเด่นหรือแตกต่างจากที่อื่นอย่างไร</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์:</b><span style="font-weight: 400;"> จุดขายหนึ่งของเราคือการเป็น Real Practitioner ยกตัวอย่าง ถ้าเราเป็นร้านช่วยติดตั้งแอร์ เราสามารถติดตั้งแอร์ได้ทุกยี่ห้อ คุณชอบยี่ห้อไหนก็ได้ บอกมา เราติดตั้งได้หมด และเรารู้ว่ายี่ห้อไหนเป็นอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก็เหมือนงาน HR ที่คุณอาจใช้โมเดลจากต่างประเทศ โมเดลที่คุณคิดเอง หรือโมเดลที่คุณไปซื้อมา แต่ส่วนใหญ่แล้วมันก็จะตั้งอยู่บนเชลฟ์ ไม่ได้นำมา Implement หรือ Implement ไม่ได้ เราก็จะเข้าไปช่วย เพราะว่าเราเคยเล่นจริงเจ็บจริง เราพอเห็นแง่มุมว่า เวลานำไปปฏิบัติจริงมันเป็นอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีตัวอย่างหนึ่งที่เรานำเสนอบ่อย ๆ คือเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ซื้อโมบายล์หมุน ๆ ให้ลูกน้อยนอนเปล คุณพ่อคุณแม่อาจคิดว่าลูกน้อยมองแล้วจะรู้สึกดี แต่จริงๆ แล้วเด็กมองขึ้นไปเห็นแค่ก้นตุ๊กตา เขาไม่ได้เห็นความสวยงามทั้งหมดแบบที่คุณพ่อคุณแม่เห็น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นจะมีบางมุมที่คุณต้องลงไปปฏิบัติจริงถึงจะเห็นครับ นี่คือสิ่งที่เราแนะนำลูกค้า เราก็เลยวางจุดขายตัวเองว่าเป็น Real Practitioner</span></p>
<h2><b>เหมือนที่ใครหลาย ๆ คนในวงการ HR ยกย่องว่า SCG เก่งเรื่องการบริหารจัดการคน</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์:</b><span style="font-weight: 400;"> ผมว่าประเด็นหนึ่งคือตัวบริษัท SCG เอง รวมไปถึงพี่ ๆ สมัยก่อนทั้งกรรมการผู้จัดการ President หรือ CEO ที่ทําให้บริษัทอยู่มาร้อยกว่าปี ส่งผ่านองค์กรจากรุ่นสู่รุ่น เรียกว่าไม่สะดุดเลยในสายตาคนภายนอก ทุกคนก็เลยคิดว่า SCG ต้องมีเคล็ดลับอะไรแน่ ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมทั้งเราเองมีผู้นํารุ่นถัดไปที่ตรงบริบทตอนนั้นเสมอ เช่น ยุคหนึ่งบริษัทต้องการผู้นำที่เก่งไฟแนนซ์ ยุคหนึ่งต้องการผู้นำที่เก่ง Innovation ซึ่ง SCG ก็มีผู้นำแบบนั้นเสมอ ทำให้คนมองว่าเรามีเคล็ดลับอะไรบางอย่าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่ามันอาจไม่ใช่รูปแบบ แต่คือการพัฒนาวิธีคิด การมี Thinking Model หรือ Mental Model ที่ดี ทำให้เราเจอโจทย์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเจอมาก่อนแล้วเราไปได้มากกว่า โดยเฉพาะการมาทำงาน Consult เราจะถูกคาดหวังจากลูกค้าว่าจะตอบคำถามยาก ๆ ได้ ฉะนั้นถ้าเราไม่รู้แก่นจริงๆ เราจะรู้แค่วิธีปฏิบัติ แล้วการเอาแค่การปฏิบัติไปบอกลูกค้า ซึ่งบางทีมันใช้ไม่ได้ครับ ฉะนั้นเวลาเป็นที่ปรึกษาเราเลยต้องเข้าใจลูกค้า และต้องเข้าใจธุรกิจของลูกค้าด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้กระทั่งเวลาเราจัดงาน HR เราก็อยากให้คนนอกสายงานมาฟังด้วยนะ เช่น งาน THE PEOPLE GURU ผมก็บอกว่า ‘ทุกธุรกิจต้องการ Competitiveness ยิ่งมี Competitiveness หลายด้าน องค์รวมยิ่งเก่ง’ เหมือนคนเราถ้าเก่งหลาย ๆ วิชา เก่งบู๊ เก่งบุ๋น คุณก็สามารถเป็นซูเปอร์ฮีโร่ได้ </span></p>
<p><b>องค์กรเหมือนกันเลยครับ, People เป็นอีกหนึ่ง Competitiveness ที่องค์กรต้องสร้าง</b></p>
<h2><b>ปัจจุบัน SCG HR SOLUTIONS ให้บริการอะไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์:</b><span style="font-weight: 400;"> หลักๆ คือ Consulting Service ครับ มีทั้งงาน Customize Development Program, มีงาน​ KM Consulting มีบริการซอร์ฟแวร์ Green HR และมีบริการที่เรียกว่า On Demand Advisory คล้าย ๆ บริการซื้อชั่วโมงที่ปรึกษา เช่น ซื้อแพ็ค 10 ชั่วโมงไว้แล้วนัดปรึกษาเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งจะแตกต่างจากงาน Consulting แบบภาพใหญ่ที่เราจะเข้าไปคลุกวงใน มือเปื้อน และกระโดดลงไปช่วยด้วย ไม่ว่าจะเป็น HRD และ HRM เรียกว่ามีให้เลือกบริการที่ปรึกษาตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำเลยครับ</span></p>
<h2>เมื่อแต่ละองค์กรองค์กรมีความต้องการต่างกัน SCG HR SOLUTIONS ทำอย่างไรให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายนั้น</h2>
<p><b>ภานุวัฒน์:</b><span style="font-weight: 400;"> เราต้องเข้าใจลูกค้าก่อน เข้าใจวิธีการ Make Money ของเขา โดยแต่ละโปรเจกต์เราไม่ได้ถามว่า ‘HR ของคุณทำงานอย่างไร’ อย่างเดียว แต่ถามว่า ‘วิธีการทำกำไรขององค์กรของคุณ’ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์ CEO หรือผู้จัดการ เพื่อทำความเข้าใจว่าธุรกิจของลูกค้าเป็นยังไง และเรื่องคุณมีอุปสรรคอย่างไร ที่เหลือก็จะไปคุยกับ Stakeholder อื่น ๆ เช่น พนักงาน เพื่อรับฟังเสียงของพวกเขาด้วย เราจะได้เห็นทั้งสองมุมมอง เพราะบางทีเรื่องเดียวกัน แต่พูดกันคนละมุม เช่น HR พูดเรื่องหนึ่ง แต่พนักงานคิดว่าองค์กรไม่ได้แคร์พนักงาน หรือพนักงานแคร์เรื่องหนึ่ง แต่ HR ไม่ได้แคร์ เราก็จะฉายภาพนั้นออกมา แล้วร้อยเรียงว่าในทางวิชาชีพ HR กำลังขาดอะไร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38106" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-2.png" alt="SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness" width="600" height="370" title="SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness 479" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-2.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/04/SCG-HR-SOLUTIONS-ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน-People-Competitiveness-2-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ปกติแล้ว SCG HR SOLUTIONS รับลูกค้าแบบไหนบ้าง และโปรเจกต์อะไรที่ได้รับความนิยมมากที่สุด</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ รับหมดครับ ในมุมหนึ่งก็เหมือนเตรียมสอบ เราชอบทำโจทย์เยอะ ๆ เพราะยิ่งทำโจทย์เยอะ เราก็จะยิ่งคม ยิ่งเก่ง ยิ่งแก้โจทย์ได้ ซึ่ง Popular Project คือเรื่อง PMS (Performance Management System) ส่วนหนึ่งผมคิดว่ามาจากการแตะธุรกิจครับ เพราะโปรเจกต์นี้จะช่วยให้ลูกค้ารู้ว่า งานที่ต้องทำ มีคนทำ และ งานที่ไม่ต้องทำ ไม่มีคนนำไปทำ ซึ่งงานที่ทำต้องตอบโจทย์ธุรกิจหรือรายได้ด้วย ฉะนั้นความสำเร็จของเราคือการสัมผัสได้ว่า ทุกคนเห็นว่างานที่ทำคืออะไร ทำไปทำไม และตอบโจทย์อะไรกับธุรกิจของคุณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเราดีใจที่ได้โปรโมท SCG HR SOLUTIONS ใน HREX นะครับ ทีม Business Development ของเราก็แนะนำมาว่า HREX มีบริการใหม่ในการส่ง Lead ข้อดีคือ HREX กรองมาให้แล้ว แปลว่าลูกค้าที่ HREX แนะนำมาจะค่อนข้างตรงและมีความสนใจในบริการของเราอยู่แล้ว ขณะที่ปกติถ้าเราทำการตลาดเองก็จะเป็นการเหวี่ยงแห มีทั้งลูกค้าที่สนใจ ไม่สนใจ หรือแค่บังเอิญผ่านมา แต่บริการ Inquiry Service ของ HREX ช่วยกรองลูกค้าได้มากขึ้นครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่ากระบวนการได้ Lead จะไม่ต่างกัน แต่ Lead จาก HREX สามารถทำให้เรานัดคุยต่อได้ ซึ่งลูกค้าที่กรองมาแล้วจะเปิดใจมากกว่า เราถามอะไร เขาก็เล่าหมด พอยิ่งเขาเล่ามากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเสนองานได้ง่ายมากขึ้น ฉะนั้น Lead ที่ได้จาก HREX ก็เลยมี Effectiveness เยอะกว่าครับ</span></p>
<h2><b>ในฐานะที่ปรึกษาที่ให้บริการมาแล้วมากมาย คุณคิดว่าอะไรคือเทรนด์หลักที่กำลังท้าทายงาน HR อยู่</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">ก่อนอื่นต้องบอกว่างาน HR มีอยู่ 3 อย่างเท่านั้น คือ Recruit, Develop, Retain แต่ข้างล่างของทั้ง 3 อย่างนั้นคือ Motivation</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ยากคือ Motivation ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และ Motivation ของคนแต่ละยุคก็ต่างกัน ฉะนั้น HR ในฐานะคนจ่ายยา เราต้องวินิจฉัยให้ได้ คนไข้หรือพนักงานที่เปลี่ยนไปต้องการ Motivation อะไร แต่สุดท้ายมันก็ไม่พ้นเรื่องเดิมครับว่า Equal Work, Equal Pay</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม Equal Work แต่ละยุคก็แตกต่างกัน วัดต่างกัน เช่น เมื่อก่อนเรามองการจ้างงานยาว ๆ เป็น Life Time แต่เดี๋ยวนี้เด็กรุ่นใหม่เขาไม่เอาแล้วนะครับ เขามองสั้นลงเรื่อย ๆ เช่น ไม่อยากมีภาระ ไม่ต้องการผ่อนบ้าน-ผ่อนรถ มองประโยชน์จากการเช่ามากกว่าการครอบครอง ถ้าอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้เลย ดังนั้น Compensation and Benefits ที่เราออกแบบเดิม ๆ อาจไม่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เราจึงต้องมาปรับเปลี่ยนเพื่อดึงอนาคตให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น</span></p>
<h2><b>คาดหวัง SCG HR SOLUTIONS เป็นอย่างไรต่อไป</b></h2>
<p><b>ภานุวัฒน์: </b><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่ขึ้นมารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ผมก็นั่งถามตัวเองเหมือนกันนะว่า เรามี Vision ต่อ SCG HR SOLUTIONS อย่างไร ซึ่งภาพฝันก็คือเราหวังว่าจะเข้าไปช่วย SMEs แล้วยกระดับเรื่อง People Competitiveness ให้มากขึ้น เพราะยิ่งถ้าเรายกระดับ People Competitiveness ได้มากเท่าไหร่ ภาพรวมระดับประเทศก็จะยิ่งเติบโตมากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นผมอยากให้ SCG HR SOLUTIONS ได้มีโอกาสเข้าไปช่วยเรื่อง People Competitiveness มากขึ้น ภาพรวมของประเทศก็น่าจะดีขึ้นด้วย ฉะนั้นให้เราไปช่วยทำหลังบ้านคุณให้แข็งแรงขึ้น หน้าบ้านของคุณจะก็วิ่งได้เต็มที่</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/products/182?utm_source=5+Reason&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31032 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/Title-Page-47-1024x1024.webp" alt="5 เหตุผลทำไมถึงควรใช้บริการ SCG HR Solutions" width="1024" height="1024" title="SCG HR SOLUTIONS ทางออกขององค์กรที่อยากผลักดัน People Competitiveness 480" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/Title-Page-47-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/Title-Page-47-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/Title-Page-47-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/Title-Page-47-768x768.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/Title-Page-47.webp 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></p>
<p><iframe title="🔊”โปรโมทกับ HREX ดีอย่างไร” สัมภาษณ์พิเศษคุณ ภานุวัฒน์ ตรังคานุวัฒน์ จาก SCG HR SOLUTIONS" width="800" height="450" src="https://www.youtube.com/embed/vek20ynTQ-c?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/scg-hr-solutions-240401/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เมื่อพนักงานมีความสุข พนักงานจะส่งต่อความสุขนี้ไปให้กับลูกค้า” สนทนากับ Fitness and Lifestyle Group </title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/fitness-and-lifestyle-group-240327/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/fitness-and-lifestyle-group-240327/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Mar 2024 07:40:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Fitness and Lifestyle Group]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38027</guid>

					<description><![CDATA[หากมีเวลา ใคร ๆ ก็อยากไปออกกำลังกายในสวนสาธารณะ แต่ในประเทศไทยอาจมีพื้นที่สีเขียว ไม่เยอะนัก แถมยังมีปัญหาด้านมลภาวะด้วย ฟิตเนสจึงกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนจำนวนมากที่อยากมีสุขภาพดีแทน สำหรับฟิตเนสเจ้าที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้น ๆ ในประเทศไทยก็ Jetts 24-Hour Fitness ฟิตเนสที่เปิด 24 ชม. เจ้าแรกในประเทศไทย ซึ่งอยู่ใต้การดูแลของ Fitness and Lifestyle Group (Thailand) Co., Ltd. โดยที่นี่ไม่เพียงเป็นฟิตเนสที่มีสภาพแวดล้อมเป็นมิตรต่อลูกค้า แต่ยังเป็นสถานที่ปลอดภัยของพนักงานในองค์กรด้วยเช่นกัน เพราะ Fitness and Lifestyle Group ชูแนวคิดว่า เมื่อพนักงานมีความสุข พนักงานจะส่งต่อความสุขนี้ไปให้กับลูกค้าโดยอัตโนมัติเอง และนั่นทำให้องค์กรได้รางวัล Best Companies To Work For in Asia ประจำปี 2023 จาก HR Asia มาครองด้วย HREX พูดคุยกับคุณ ณพพงศ์ พงษ์พานิชนุกูล Head [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38030" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-Fitness.webp" alt="“เมื่อพนักงานมีความสุข พนักงานจะส่งต่อความสุขนี้ไปให้กับลูกค้า” สนทนากับ Fitness and Lifestyle Group " width="600" height="370" title="“เมื่อพนักงานมีความสุข พนักงานจะส่งต่อความสุขนี้ไปให้กับลูกค้า” สนทนากับ Fitness and Lifestyle Group  484" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-Fitness.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-Fitness-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมีเวลา ใคร ๆ ก็อยากไปออกกำลังกายในสวนสาธารณะ แต่ในประเทศไทยอาจมีพื้นที่สีเขียว ไม่เยอะนัก แถมยังมีปัญหาด้านมลภาวะด้วย ฟิตเนสจึงกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนจำนวนมากที่อยากมีสุขภาพดีแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับฟิตเนสเจ้าที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้น ๆ ในประเทศไทยก็ </span><strong><a href="https://www.jetts.co.th/" target="_blank" rel="noopener">Jetts 24-Hour Fitness</a></strong><span style="font-weight: 400;"> ฟิตเนสที่เปิด 24 ชม. เจ้าแรกในประเทศไทย ซึ่งอยู่ใต้การดูแลของ </span><a href="https://www.fitlg.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Fitness and Lifestyle Group</span></a><span style="font-weight: 400;"> (Thailand) Co., Ltd. โดยที่นี่ไม่เพียงเป็นฟิตเนสที่มีสภาพแวดล้อมเป็นมิตรต่อลูกค้า แต่ยังเป็นสถานที่ปลอดภัยของพนักงานในองค์กรด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ Fitness and Lifestyle Group ชูแนวคิดว่า เมื่อพนักงานมีความสุข พนักงานจะส่งต่อความสุขนี้ไปให้กับลูกค้าโดยอัตโนมัติเอง และนั่นทำให้องค์กรได้รางวัล</span> <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Best Companies To Work For in Asia ประจำปี 2023</span></a><span style="font-weight: 400;"> จาก HR Asia มาครองด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX พูดคุยกั</span><span style="font-weight: 400;">บคุณ <strong>ณพพงศ์ พงษ์พานิชนุกูล Head of People ประจำ Fitness and Lifestyle Group</strong> เพื่อพูดคุยถึงความสำเร็จขององค์กรที่เกิดขึ้น เคล็ดลับของที่นี่มีอะไรอีกบ้าง มาติดตามได้เลยในบทสัมภาษณ์นี้ </span></p>

<h2><b>คิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ Fitness and Lifestyle Group ได้รับรางวัลจาก HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 รางวัลนี้มีความหมายต่อองค์กรอย่างไร ?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยที่สำคัญที่สุดของ Fitness and Lifestyle Group คือ “พนักงาน” พันธกิจของเราคือการเป็น The Most Love Gym (Love by our People, Love by our Member and Love by our Owner) จะเห็นได้ว่าเราให้ความสำคัญกับพนักงานในองค์กรเป็นอันดับแรก และสิ่งสะท้อนการดูแลเอาใจใส่พนักงานก็คือ คะแนนของ Engagement Survey ที่มีคะแนนสูงขึ้นทุกปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อมั่นว่าเมื่อพนักงานมีความสุข พนักงานก็จะส่งต่อความสุขนี้ไปให้กับคนรอบข้าง รวมถึงลูกค้าของเราด้วย จุดนี้น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Jetts 24-Hour Fitness ได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 ไปครอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38031" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1689139736670.jpg" alt="“เมื่อพนักงานมีความสุข พนักงานจะส่งต่อความสุขนี้ไปให้กับลูกค้า” สนทนากับ Fitness and Lifestyle Group " width="640" height="360" title="“เมื่อพนักงานมีความสุข พนักงานจะส่งต่อความสุขนี้ไปให้กับลูกค้า” สนทนากับ Fitness and Lifestyle Group  485" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1689139736670.jpg 640w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1689139736670-300x169.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<h2><b>ที่ผ่านมา HR ของ Fitness and Lifestyle Group ฟังเสียงของพนักงาน แล้วนำมาปรับปรุงองค์กรให้น่าอยู่ น่าทำงานด้วยอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Fitness and Lifestyle Group ฟังเสียงของพนักงานตลอดเวลาผ่าน 3 ช่องทางหลักคือ</span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> Engagement Survey แบบไม่ระบุชื่อผู้ประเมิน เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประเมินจากเสียงของพนักงานอย่างแท้จริง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> Internal Communication ชื่อว่า HR Friend เป็นเครื่องมือออนไลน์ที่พนักงานสามารถสื่อสารกับ Head of HR และผู้บริหารได้โดยตรง โดยมี 3 หัวข้อหลัก ๆ คือ เพื่อตอบข้อซักถาม ข้อเสนอแนะ และข้อร้องเรียน </span></li>
<li>เหตุผลจากการทำ Exit Interview</li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเข้าใจถึงความหลากหลายในปัจจุบัน เพราะหนึ่งในค่านิยมองค์กรของเราคือ การยอมรับในความหลากหลายและไม่แบ่งแยก (Embrace Diversity &amp; Inclusion) ดังนั้นเราจึงตั้งใจทำให้พนักงานทุกคนมั่นใจว่า พวกเรามีอิสระในการแสดงออกบนพื้นฐานของหลักมนุษยธรรมและการทำงานนร่วมกันอย่างมีเหตุผล</span></p>
<h2><b>HR ยุคใหม่ สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กร ให้เป็นองค์กรที่ทุกคนอยากร่วมงานด้วยได้อย่างไร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ต้องมีความเข้าใจธุรกิจและเข้าใจคนทำงานควบคู่ไปในเวลาเดียวกัน ทุกวันนี้เป็นยุคแห่ง Talent War ทุกองค์กรต้องการ “คนเก่ง” และ “คนดี” ทั้งสิ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การคัดเลือกคนที่มี DNA เดียวกันตามที่องค์กรต้องการ เป็นความท้าทายงาน HR เป็นอย่างมาก เพราะมันคือการติดกระดุมเม็ดแรก ดังนั้นการสร้าง Employer Branding มีความจำเป็นอย่างมากของ HR ยุคใหม่ และ HR ต้องนำเสนอภาพลักษณ์ขององค์กรณ์ที่มีความน่าดึงดูดต่อตลาดแรงงานในหลากหลายมิติให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Jetts 24-Hour Fitness เป็นฟิตเนสที่เปิด 24 ชม. เจ้าแรกในประเทศไทย เรามีสาขามากที่สุดในประเทศอีกด้วย นอกจากนี้ เรายังได้รางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 เพื่อตอกย้ำการเป็นองค์กรที่ดูแลและเข้าใจพนักงาน เพื่อให้พวกเขาได้ “บอกต่อ” ความภูมิใจในการทำงานร่วมกับเราและอยากเติบโตไปด้วยกัน</span></p>
<h2><b>มีคำกล่าวว่า HR ยุคใหม่ต้องเป็นนักวางกลยุทธ์ และเป็น Business Driver เราจะเปลี่ยนตัวเองให้มีความพร้อมได้อย่างไร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็น Business Partner ให้กับคนทำงานหน้าบ้าน (Operations) คือสิ่งสำคัญ และ HR ต้อง อัพเดตเทรนด์ของตลาดแรงงานอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปไวมาก โดยเฉพาะยุคหลังโควิด ดังนั้น HR ต้องปรับตัวและประยุกต์นำเครื่องมือใหม่ ๆ มาใช้เพื่อสนับสนุนการทำงานให้กับองค์กร โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีที่ต้องเปลี่ยนความเป็น Analog &amp; Manual ให้เป็น Digital เพื่อลดระยะเวลาการทำงาน ลดขั้นตอนการใช้เอกสาร แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าระบบและเครื่องมือสมัยใหม่ต้องมาพร้อมกับคุณภาพและความถูกต้องด้วย</span></p>
<h2><b>เมื่ออนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน คิดว่าภายใน 5 ปีต่อจากนี้ HR มีภารกิจอะไรบ้าง ที่ต้องทำเพื่อยกระดับองค์กรและรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงได้ทัน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า AI และเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตอย่างแน่นอน HR ต้องเตรียมตัว Upskill ของตัวเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรณีของ Jetts 24-Hour Fitness เรามีเป้าหมายที่จะขยายฟิตเนสไปให้ถึง 100 สาขาทั่วประเทศไทย เพราะฉะนั้นภารกิจของ HR คือการหาคนเก่งเข้ามาในองค์กร ซึ่งเราได้พยายามสร้างพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศไทยในคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เข้ามาร่วมงานกับเราและมีโอกาสได้ทำงานใกล้ภูมิลำเนาของตนเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเราต้องการเพิ่มโอกาสการทำงานให้ทั่วประเทศไทย รวมถึงการพัฒนาพนักงานและการเติบโตในสายอาชีพ เพื่อเป็นการรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กร</span></p>
<h2><b>อยากบอกอะไรกับ HR / คนทำงานที่กำลังหมดไฟ และต้องการกำลังใจเพื่อเดินหน้าต่อไปบ้าง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อยากให้ทุกคนที่กำลังหมดไฟลองนึกย้อนกลับไปวันที่บริษัทตอบรับเราเข้าทำงาน อยากให้นึกถึง Passion และเป้าหมายในวันนั้น เพราะ “เป้าหมายในการทำงานและการดำเนินชีวิตนั้นสำคัญมากนะครับ” เป้าหมายจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เราเดินหน้าต่อไปได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแต่ละปีแผนก HR จะมีการตั้งเป้าหมายและย่อยเป้าหมายเป็นรายไตรมาส และรายเดือน ซึ่งงานบางอย่างที่เราทำสำเร็จนั้นอาจไม่ได้มีสร้างอิทธิพลต่อบริษัทมากนัก แต่มันคือ</span> <a href="https://th.hrnote.asia/tips/230807-small-wins/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Small Win</span></a> <span style="font-weight: 400;">ให้กับคนทำงาน ให้กับทีม รวมถึงผมจะทำ 1 on 1 กับทีมทุกคนทุกเดือน เพื่อดูว่าพวกเค้ายังมีความสุขกับการทำงาน กับทีม และกับเราอยู่หรือไม่ <a class="followlink" href="https://www.royal-fightclub.com" target="_blank" rel="noopener">Best Muay Thai Gym in Thailand</a></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสิ่งสำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็คือ การสร้างสมดุลชีวิต (Balancing) อย่างที่ Jetts 24-Hour Fitness เรามุ่งเน้นให้คนรักการออกกำลังกาย ที่นี่ผู้บริหารทุกคนจะต้องออกกำลังกายร่วมกันอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งในวันที่มีการประชุมประจำเดือน และเราทำแบบนี้มาไม่ต่ำกว่า 3 ปีแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมถึงสวัสดิการที่พนักงานสามารถพาเพื่อนหรือคนในครอบครัวมาใช้บริการฟรีตลอดอายุการเป็นพนักงานของพวกเขา เพื่อให้ทั้งพนักงานของเราและครอบครัวได้มีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพนักงานสุขภาพแข็งแรง มีความสุข พวกเขาก็จะส่งต่อความสุขนี้ไปให้กับคนรอบข้าง รวมถึงลูกค้าอย่างแน่นอน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1-CATE-3.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1 CATE 3" width="1600" height="500" title="“เมื่อพนักงานมีความสุข พนักงานจะส่งต่อความสุขนี้ไปให้กับลูกค้า” สนทนากับ Fitness and Lifestyle Group  486"></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/fitness-and-lifestyle-group-240327/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ CHRO แห่ง Generali Thailand ผู้มุ่งมั่นสร้างองค์กรให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ของพนักงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/generali-thailand-240325/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/generali-thailand-240325/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Mar 2024 03:53:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Generali Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[CHRO]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=38002</guid>

					<description><![CDATA[แต่ละองค์กรวางกลยุทธ์ไปสู่ความสำเร็จไม่เหมือนกัน บางองค์กรมุ่งมั่นจะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดเพื่อขับเคลื่อนองค์กร ขณะที่บางองค์กรให้ความสำคัญกับการพัฒนาและการดูแลพนักงานให้ดีที่สุด ด้วยความเชื่อมั่นว่า พนักงานนี่แหละคือ Asset ที่มีค่ายิ่งกว่าสิ่งอื่นใด สำหรับ Generali Thailand ก็เป็นหนึ่งในองค์กรที่มุ่งมั่นในการดูแลพนักงานให้ดีที่สุด เพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กร และทำให้บริษัทที่ทำธุรกิจประกันชั้นแนวหน้าของประเทศ ได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia ประจำปี 2023 จาก HR Asia ไปครอง HREX มีโอกาสพูดคุยกับ คุณสายฝน คงจิตต์งาม หรือคุณฝน Chief Human Resource Officer ประจำ Generali Thailand ถึงเคล็ดลับการดูแลพนักงาน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ ที่มีความน่าสนใจมาก ถ้าอยากรู้แล้ว ไปหาคำตอบกันได้ในบทความนี้เลย คิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ Generali Thailand ได้รับรางวัลจาก HR Asia Best Companies to Work [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38003" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-by-Para-15.webp" alt="คุยกับ CHRO แห่ง Generali Thailand ผู้มุ่งมั่นสร้างองค์กรให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ของพนักงาน" width="600" height="370" title="คุยกับ CHRO แห่ง Generali Thailand ผู้มุ่งมั่นสร้างองค์กรให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ของพนักงาน 493" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-by-Para-15.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-by-Para-15-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละองค์กรวางกลยุทธ์ไปสู่ความสำเร็จไม่เหมือนกัน บางองค์กรมุ่งมั่นจะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดเพื่อขับเคลื่อนองค์กร ขณะที่บางองค์กรให้ความสำคัญกับการพัฒนาและการดูแลพนักงานให้ดีที่สุด ด้วยความเชื่อมั่นว่า พนักงานนี่แหละคือ Asset ที่มีค่ายิ่งกว่าสิ่งอื่นใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ </span><a href="https://campaign.generali.co.th/health-insurance/gen-health-lump-sum-plus/default/home" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Generali Thailand</span></a><span style="font-weight: 400;"> ก็เป็นหนึ่งในองค์กรที่มุ่งมั่นในการดูแลพนักงานให้ดีที่สุด เพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กร และทำให้บริษัทที่ทำธุรกิจประกันชั้นแนวหน้าของประเทศ ได้รับรางวัล </span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Best Companies To Work For in Asia ประจำปี 2023</span></a><span style="font-weight: 400;"> จาก HR Asia ไปครอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX มีโอกาสพูดคุยกับ คุ</span><b>ณสายฝน คงจิตต์งาม หรือคุณฝน Chief Human Resource Officer ประจำ Generali Thailand</b><span style="font-weight: 400;"> ถึงเคล็ดลับการดูแลพนักงาน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ ที่มีความน่าสนใจมาก ถ้าอยากรู้แล้ว ไปหาคำตอบกันได้ในบทความนี้เลย</span></p>
<h2><b>คิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ Generali Thailand ได้รับรางวัลจาก HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 และรางวัลนี้มีความหมายต่อองค์กรอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>สายฝน:</b><span style="font-weight: 400;"> ปัจจัยสำคัญที่สุด เกิดจากการที่เราเปิดรับและเข้าใจความต้องการของพนักงานก่อนค่ะว่า อะไรเป็นตัวขับเคลื่อนในการทำงานของเขา (Motivation) และสภาพแวดล้อม วัฒนธรรมองค์กรแบบไหน (Culture) ที่เปิดโอกาสให้เขาได้ปลดปล่อยศักยภาพออกมาได้เต็มที่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ Generali Thailand เราวาง People Empowerment เป็น 1 ใน กลยุทธ์หลักขององค์กร เพราะเราเชื่อว่าคนที่ขับเคลื่อนองค์กรจริง ๆ ไม่ใช่แค่ผู้บริหาร แต่เป็นพนักงานทุกคนที่อยู่หน้างาน เขาเห็นปัญหาและเห็นโอกาส เราต้องให้อำนาจเขาในการทำงาน (Authority) ให้มีความคล่องตัวด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 ที่องค์กรได้รับจึงมีความหมายต่อ Generali Thailand อย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงความเอาใจใส่และเข้าใจพนักงานแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึง “ความสุข” ของพนักงานในสภาพแวดล้อมที่องค์กรพยายามสร้างสรรค์ เพื่อให้ตอบโจทย์กับวิถีชีวิตและแนวทางการทำงานของพนักงานทุกคนอีกด้วยค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38005" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1-5.webp" alt="คุยกับ CHRO แห่ง Generali Thailand ผู้มุ่งมั่นสร้างองค์กรให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ของพนักงาน" width="600" height="750" title="คุยกับ CHRO แห่ง Generali Thailand ผู้มุ่งมั่นสร้างองค์กรให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ของพนักงาน 494" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1-5.webp 1280w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1-5-240x300.webp 240w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1-5-819x1024.webp 819w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1-5-768x960.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1-5-1229x1536.webp 1229w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ที่ผ่านมา HR ฟังเสียงของพนักงาน แล้วนำมาปรับปรุงองค์กรให้น่าอยู่ น่าทำงานด้วยอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>สายฝน: </b><span style="font-weight: 400;">ที่ Generali Thailand เราให้ความสำคัญกับพนักงานไม่ต่างจากที่เราให้กับลูกค้า เพราะเราเชื่อว่า ถ้าพนักงานมีประสบการณ์ที่ดีกับองค์กรแล้ว เขาก็จะส่งต่อประสบการณ์ดี ๆ ออกไปสู่ลูกค้าได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราสร้างวัฒนธรรมแห่งการรับฟัง (Listening Culture) นอกจากพนักงานจะสามารถสื่อสารและให้ฟีดแบ็คกับหัวหน้างานได้อย่างเปิดเผยแล้ว เรายังสร้างโอกาสให้พนักงานได้พูดคุยพบปะกับผู้บริหารอย่างใกล้ชิด เช่น 90 Days Check In With CEO ที่พนักงานใหม่สามารถพูดคุย แนะนำ หรือนำประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เขาพบใน 3 เดือนแรก มาปรึกษาหารือกับ CEO ได้โดยตรง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้พนักงานยังสามารถสื่อสารผ่านการทำแบบสำรวจความพึงพอใจในทุก ๆ กิจกรรมขององค์กร เรานำทุกความคิดเห็นของพนักงานมาต่อยอด และปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้พนักงานของเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้มององค์กรของเราเป็นเพียงแค่สถานที่ทำงาน แต่เรามององค์กรของเราคือ “สังคม” สังคมหนึ่ง ที่ทุกคนมีส่วนช่วยสร้างสรรค์สังคมนี้ให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น เราเชื่อว่าทุกคนมีสิทธิ์ในการออกแบบชีวิตของตนเองใน Community แห่งนี้ เราจึงสร้าง Empowering Journey ให้กับพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเราเชื่อว่าทุกคนมีพลัง และพลังเหล่านี้จะเกิดประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อเราให้โอกาสพวกเขาอย่างเต็มที่ บนแนวทางแห่งการยอมรับความแตกต่าง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38006" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/2-7.webp" alt="คุยกับ CHRO แห่ง Generali Thailand ผู้มุ่งมั่นสร้างองค์กรให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ของพนักงาน" width="600" height="370" title="คุยกับ CHRO แห่ง Generali Thailand ผู้มุ่งมั่นสร้างองค์กรให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ของพนักงาน 495" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/2-7.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/2-7-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>HR ยุคใหม่ สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กร ให้เป็นองค์กรที่ทุกคนอยากร่วมงานด้วยได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>สายฝน: </b><span style="font-weight: 400;">HR ยุคใหม่ ต้องรู้จักธุรกิจ รู้จักคู่แข่ง และรู้จักลูกค้า เพื่อนำมาวางแผนกลยุทธ์ในการพัฒนาองค์กร ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามีหน้าที่สำคัญ เราเป็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนธุรกิจให้เป็นไปตามกลยุทธ์ และบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ผ่านบุคคลอื่น (Deliver Thru Others) หมายความว่า เราต้องคัดสรรคนที่มีความสามารถ มีความเป็นผู้นำ และมีทัศนคติที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมขององค์กร  เราต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นให้พนักงานรู้สึกสนุกในการทำงาน และสนุกในการพัฒนาตัวเองควบคู่กันไป  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ Generali Thailand เราให้ความสำคัญกับเรื่อง </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/dei-revival-231101/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">DEI</span></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจ เพราะสังคมปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความแตกต่างจะนำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมและรูปแบบการทำงานใหม่ ๆ เราสร้างแนวทางการทำงานเพื่อส่งเสริม DEI อย่างเป็นระบบ เรียกได้ว่าเรามี DEI-in-process ในการทำงาน ทำให้ DEI เป็นเรื่องที่อยู๋ในวิถีชีวิต และความคิดของพนักงานทุกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือเรื่อง DEI กับกลุ่ม Partner และลูกค้า จนทำให้ DEI กลายเป็นสัญลักษณ์ของ Generali Thailand ที่ทำให้ผู้คนอยากมาร่วมงานกับเราค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38007" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/3-7.webp" alt="คุยกับ CHRO แห่ง Generali Thailand ผู้มุ่งมั่นสร้างองค์กรให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ของพนักงาน" width="600" height="370" title="คุยกับ CHRO แห่ง Generali Thailand ผู้มุ่งมั่นสร้างองค์กรให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ของพนักงาน 496" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/3-7.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/3-7-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>มีคำกล่าวว่า HR ยุคใหม่ต้องเป็นนักวางกลยุทธ์ และเป็น Business Driver เราจะเปลี่ยนตัวเองให้มีความพร้อมได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>สายฝน: </b><span style="font-weight: 400;">ต้องเริ่มที่ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220520-agile-hr/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Agile Mindset</span></a><span style="font-weight: 400;"> ว่า ทุกอย่างรอบตัวเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่ายึดติดอยู่กับความสำเร็จในอดีต เพราะมันอาจไม่เหมาะแล้วสำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน เราต้องนับหนี่งใหม่ในทุก ๆ วัน โดยขอแนะนำให้ฝึกตัวเองใน 3 เรื่องนี้ </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Curiosity อยากรู้อยากเห็น พยายามพาตัวเองไปแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ไม่อยู่ในกรอบหรือสภาพแวดล้อมแบบเดิม ๆ และตั้งคำถามอย่างสร้างสรรค์เพื่อนำไปสู่ความอยากรู้อยากเห็นที่เป็นประโยชน์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Listening ฟังให้มาก ฟังให้เป็น ฟังโดยไม่ตัดสิน ฟังเพื่อทำความเข้าใจแล้วเลือกนำเอาสิ่งที่เหมาะสมมาใช้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Empowering Yourself ลงมือทำ เรียนรู้จากความผิดพลาด สร้างประสบการณ์ และสร้างความเชื่อมั่นให้ตนเอง </span></li>
</ol>
<h2><b>อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน คิดว่าภายใน 5 ปีต่อจากนี้ HR มีภารกิจอะไรบ้าง ที่ต้องทำเพื่อยกระดับองค์กรและรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงได้ทัน</b></h2>
<p><b>สายฝน: </b><span style="font-weight: 400;">Trend AI เข้ามาทำให้โลกและวิถีการทำงานเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าเดิม ดังนั้นเราต้องเตรียมองค์กรและเตรียมคนของเราให้พร้อมตั้งแต่วันนี้ ด้วยการ Empower อย่างเป็นระบบให้เขาสามารถปรับตัว และตัดสินใจกับสถานการณ์ได้ทันท่วงที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยสิ่งที่เราจะโฟกัสหลัก ๆ มี 3 เรื่องนี้ค่ะ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Growth Opportunities คือการสร้างแนวทางการเติบโต ที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงแค่เรื่องของการทำงาน แต่รวมไปถึงการใช้ชีวิต การวางแผนทางการเงิน ครอบครัว สวัสดิการ เพื่อให้ทุกๆ การเติบโตมีความยั่งยืน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Empowering People คือการให้อำนาจในการทำงาน และ ให้ทุกคนมีความเท่าเทียม ด้วยวัฒนธรรมองค์กรแบบ DEI บนพื้นฐานของความเข้าใจและการยอมรับความแตกต่างซึ่งกันและกัน </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Navigate to Smart Life คือการสร้างแนวทางการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์กับสภาพสังคมในปัจจุบันและในอนาคต ที่ในทุกๆที่คือที่ทำงานและใช้ชีวิตไปพร้อมๆกันอย่างลงตัว (Work-life Fit)</span></li>
</ol>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38008" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/4-4.webp" alt="คุยกับ CHRO แห่ง Generali Thailand ผู้มุ่งมั่นสร้างองค์กรให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ของพนักงาน" width="600" height="370" title="คุยกับ CHRO แห่ง Generali Thailand ผู้มุ่งมั่นสร้างองค์กรให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ของพนักงาน 497" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/4-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/4-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>อยากบอกอะไรกับ HR / คนทำงานที่กำลังหมดไฟ และต้องการกำลังใจเพื่อเดินหน้าต่อไปบ้าง</b></h2>
<p><b>สายฝน: </b><span style="font-weight: 400;">ในการทำงานหรือในชีวิตส่วนตัวก็ดี เราย่อมเจอเรื่องที่ไม่เป็นดั่งใจได้ทุกวันอยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากบอกก็คือ ขอให้ทุกคนยึดมั่นในเป้าหมาย และเห็นคุณค่าของตัวเอง มองปัญหาอย่างมีสติ หาเหตุ หาผล แล้วแก้ไปทีละเรื่อง ทุกปัญหามีทางออกเสมอค่ะ ถ้าไม่มี แปลว่านั่นไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นความจริงที่เราต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานของ HR คือการทำงานกับความคิด ความรู้สึก และความต้องการของพนักงานทุกคน ซึ่งมีความแตกต่างและหลากหลาย เราไม่สามารถตอบโจทย์พนักงานได้ทุกคน แต่เราสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีที่ทุกคนสามารถยอมรับและมีประสบการณ์ร่วมกันได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นเรื่องปกติที่เราอาจจะรู้สึกเหนื่อยล้า ท้อแท้ อยากยอมแพ้ ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ให้พักค่ะ พอมีแรงแล้วกลับมาลุยต่อ เมื่อเราผ่านมันไปได้ มันจะกลายเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้เราเติบโตขึ้น และพร้อมที่จะรับโจทย์ที่ยากขึ้นต่อไปค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1-CATE-3.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1 CATE 3" width="1600" height="500" title="คุยกับ CHRO แห่ง Generali Thailand ผู้มุ่งมั่นสร้างองค์กรให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ของพนักงาน 498"></span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/generali-thailand-240325/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;อยากได้องค์กรแบบไหน ก็ต้องสร้างคนแบบนั้น&#8221; คุยเรื่อง HR กับ CPO จาก I.P. ONE</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/ipone-240325/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/ipone-240325/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Mar 2024 03:45:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[I.P. ONE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=37992</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT I.P. One คือบริษัทไทย ในธุรกิจ FMCG ที่มีแข่งขันการอย่างรุนแรง แต่สามารถเติบโตได้มาตลอดในช่วงระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมาทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ และยังโดดเด่นในเรื่องการบริหารคนจนสามารถคว้ารางวัล HR Asia Best Companies To Work For in Asia เป็นปีที่สองติดต่อกัน I.P. One ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพนักงานให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร โดยมีระบบการพัฒนา Talent และ Successor การสร้าง Employee Engagement แนวคิดนี้จึงนำไปสู่การให้ความสำคัญกับการพัฒนา Skill และ Career ของพนักงาน I.P. One มองว่าเทคโนโลยีสำคัญกับการทำงานจริง แต่ HR ต้องเข้าใจว่าความรู้นั้นไปตอบโจทย์อะไรกับธุรกิจ &#160; &#160; &#160; &#160; ในฤดูกาลแห่งการประกาศรางวัลจาก HR Asia เราขอพาผู้อ่านทุกท่านไปพูดคุยกับคุณนันทศักดิ์ จุลตระกูล Chief People Officer [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table class=" alignleft" style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li>I.P. One คือบริษัทไทย ในธุรกิจ FMCG ที่มีแข่งขันการอย่างรุนแรง แต่สามารถเติบโตได้มาตลอดในช่วงระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมาทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ และยังโดดเด่นในเรื่องการบริหารคนจนสามารถคว้ารางวัล HR Asia Best Companies To Work For in Asia เป็นปีที่สองติดต่อกัน</li>
<li>I.P. One ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพนักงานให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร โดยมีระบบการพัฒนา Talent และ Successor การสร้าง Employee Engagement แนวคิดนี้จึงนำไปสู่การให้ความสำคัญกับการพัฒนา Skill และ Career ของพนักงาน</li>
<li>I.P. One มองว่าเทคโนโลยีสำคัญกับการทำงานจริง แต่ HR ต้องเข้าใจว่าความรู้นั้นไปตอบโจทย์อะไรกับธุรกิจ</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: left;">
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42773" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/22อยากได้องค์กรแบบไหน-ก็ต้องสร้างคนแบบนั้น22-คุยเรื่อง-HR-กับ-CPO-จาก-I.P.-ONE.webp" alt="&quot;อยากได้องค์กรแบบไหน ก็ต้องสร้างคนแบบนั้น&quot; คุยเรื่อง HR กับ CPO จาก I.P. ONE" width="600" height="370" title="&quot;อยากได้องค์กรแบบไหน ก็ต้องสร้างคนแบบนั้น&quot; คุยเรื่อง HR กับ CPO จาก I.P. ONE 501" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/22อยากได้องค์กรแบบไหน-ก็ต้องสร้างคนแบบนั้น22-คุยเรื่อง-HR-กับ-CPO-จาก-I.P.-ONE.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/22อยากได้องค์กรแบบไหน-ก็ต้องสร้างคนแบบนั้น22-คุยเรื่อง-HR-กับ-CPO-จาก-I.P.-ONE-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: left;">ในฤดูกาลแห่งการประกาศรางวัลจาก HR Asia เราขอพาผู้อ่านทุกท่านไปพูดคุยกับ<a href="https://th.hrnote.asia/story/230703-ipone/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">คุณนันทศักดิ์ จุลตระกูล</a> Chief People Officer จากบริษัท I.P. One อีกครั้ง เพราะบริษัท <a href="https://www.ip-one.com/" target="_blank" rel="noopener">I.P. One</a> สามารถคว้ารางวัล HR Asia Best Companies To Work For in Asia ได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการดูแลคนขององค์กรที่ก่อตั้งมาแล้วกว่า 50 ปี<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p style="text-align: left;">ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคของ I.P. One เช่น ผลิตภัณฑ์ดูแลผ้า “ไฮยีน”ซึ่งมีทั้งน้ำยาซักผ้า และน้ำยาปรับผ้านุ่ม ,น้ำยาทำความสะอาด “วิกซอล”, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้าน “วิซ” และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม “ไอวี่” เป็นต้น</p>
<p style="text-align: left;">ซึ่งนอกจากธุรกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย I.P.One ยังได้ขยายธุรกิจไปในต่างประเทศอีกหลายประเทศโดยปัจจุบันมี Office ตั้งอยู่ที่ประเทศพม่า และเวียดนาม ร่วมถึงกำลังทำการก่อสร้างโรงงานที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p style="text-align: left;">ซึ่งการที่ I.P.One มีการเติบโตต่ออย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า 50 ปี และกำลังจะเติบโตต่อไปในอนาคคสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีพนักงานในองค์กรที่ช่วยกันขับเคลื่อน ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ I.P.one ทำได้อย่างไร มีวิธีเตรียมคนและเครื่องมือแบบไหน เราจะพาทุกท่านไปเรียนรู้จากคุณนันทศักดิ์โดยตรง</p>
<p style="text-align: left;">หากคุณต้องการเรียนรู้จากบริษัทที่พร้อมสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน นี่คือบทสัมภาษณ์ที่คุณพลาดไม่ได้เด็ดขาด</p>
<h2 style="text-align: left;">การได้รางวัลจาก HR Asia ส่งผลกับ I.P. One อย่างไร</h2>
<p style="text-align: left;"><strong>คุณนันทศักดิ์:</strong> เราได้รางวัลนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งส่งผลในแง่บวกกับภาพลักษณ์ (Employer Branding) ขององค์กร ปกติแล้วคนจะรู้จักชื่อของผลิตภัณฑ์ของบริษัทมากกว่า การได้รางวัลนี้จึงน่าจะช่วยให้กลุ่ม Talents คุ้นเคยกับชื่อของ I.P. One มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้รางวัลดังกล่าวยังเป็นเครื่องมือในการประเมิน Standard ในงาน HR ของพวกเราว่าระบบงาน HR ของเราเมื่อเทียบกับหลักการในระดับนานาชาติแล้วเราอยู่ระดับไหน ถ้าเราไม่ได้รางวัลนั่นคือ Leeson Learn ที่เราจะเอามาพัฒนาปรับปรุงงาน HR ของเราให้ไปถึง Best In Class ให้ได้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<h2 style="text-align: left;">การรับรางวัลในปีที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับเรื่องความเปลี่ยนแปลงหลังเกิดโควิด-19 แต่ปีนี้สถานการณ์ทุกอย่างได้เข้าสู่สภาวะปกติ อยากทราบว่าธุรกิจของ I.P. One เป็นอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p style="text-align: left;"><strong>คุณนันทศักดิ์:</strong> โควิด-19 ไม่ได้ส่งผลอะไรกับธุรกิจของเราเลย ธุรกิจของเราเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งในช่วงของโควิด และโดยเฉพาะในช่วง 2 ปีหลังจากโควิด-19 คลี่คลายลง ธุรกิจของเรายิ่งเติบโตเพิ่มมากขึ้น ผลที่ตามมาคือเมื่อสินค้าเราเป็นที่ต้องการในตลาดมากขึ้น องค์กรของเราก็ต้องปรับ และพัฒนาวิธีการทำงานในทุกหน่วยงาน เราต้องทำงานที่มากขึ้น ซับซ้อนขึ้น รวดเร็วขึ้น ในขณะเดียวกันคุณภาพของเราก็จะต้องไม่ลดลง ดังนั้นสิ่งที่ HR ต้องทำก็คือการเข้าใจสถานการณ์ธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป มองเห็นวิธีการทำงาน กระบวนการทำงาน ลักษณะงานที่เปลี่ยนแปลง ให้ออก เราต้องเตรียม และทำให้พนักงานของเราก้าวไปให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงขององค์กร<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p style="text-align: left;">I.P. One มี Aspiration ว่าภายใน 5 ปี เราจะเติบโตขึ้นไปอีก 2 เท่า เราจึงให้ความสำคัญกับการเร่งการ Reskill และ Up Skill พนักงานให้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องคอยกระตุ้น (Motivation) ให้พนักงานรู้สึกอยากมีส่วนร่วม (Engagement) กับงาน เพราะธุรกิจจะเติบโตไปตามเป้าหมายที่วางไว้ไม่ได้เลย หากไม่ใช่ด้วยความเก่ง และมุ่งมั่นของพนักงานเรา</p>
<h2 style="text-align: left;">คิดว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ I.P. One เติบโตมาตลอดในช่วงที่ผ่านมา ?</h2>
<p style="text-align: left;"><strong>คุณนันทศักดิ์:</strong> มีอยู่ 3 ปัจจัยที่สำคัญคือ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p style="text-align: left;">1. วิสัยทัศน์จากคุณอุทัย CEO ของเรา และผู้บริหารระดับสูงของเราที่สามารถแปลงวิสัยทัศน์มาเป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จ</p>
<p style="text-align: left;">2. ผลิตภัณฑ์ที่ถูกคิดค้น วิจัยอย่างลึกซึ้งในการเข้าใจผู้บริโภค จนเป็นที่ยอมรับในตลาด สิ่งที่สะท้อนความสำเร็จนี้ก็คือผลิตภัณฑ์ “ไฮยีน” ของเราได้รางวัล The Most Chosen Brand. ที่ผู้บริโภคเลือกซื้อสูงสุดในกลุ่มสินค้าประเภทดูแลบ้านถึง 5 ปีซ้อนติดต่อกัน</p>
<p style="text-align: left;">3. พนักงานของ I.P.One คือปัจจัยที่สามที่สำคัญมาก การที่ IP One เติบโตมาตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี และเติบโตเป็นลำดับต้น ๆ ในตลาด FMCG ส่วนที่สำคัญมาก ๆ คือเรามีพนักงานที่เป็น Talent และมีทัศนคติการทำงานที่สอดคล้องกับ Core Value ของ IP One ถ้าไม่เกิดจากเพราะความตั้งใจ ความมุ่งมั่นในการทำงาน การสร้างคุณค่าต่าง ๆ เพื่อตอบสนองต่อลูกค้า ผู้บริโภคจากพนักงานของเราทั้งหมด I.P.One ก็คงไม่เติบโตมาได้ถึงขนาดนี้ครับ</p>
<h2 style="text-align: left;">องค์กรปกติจะเติบโตแบบเป็นลำดับขั้น แต่ I.P. One เติบโตอย่างก้าวกระโดด HR มีวิธีช่วยให้พนักงานปรับตัวเข้ากับเนื้องานที่เพิ่มมากขึ้นอย่างไร ?</h2>
<p style="text-align: left;"><strong>คุณนันทศักดิ์:</strong> ต้องยอมรับว่าตอนนี้องค์กรของเราโตเร็วกว่าคน แต่เรามีแผนในการรองรับในการเร่งการเติบโตของคนให้เท่ากับองค์กรแล้ว เรากำลังเร่งพัฒนา Successors ในตำแหน่งที่สำคัญ ๆ ของธุรกิจ ,เรามี Program Talent ในการดึงพนักงานศักยภาพสูงในแต่ละระดับมาพัฒนา เพิ่มศักยภาพให้รอบด้าน มอบหมายงานโครงการที่สำคัญ ๆ ให้เขาเข้ามารับผิดชอบ เพื่อให้เขาพร้อมในการเติบโตไปกับธุรกิจ ,เรามี Program พัฒนา Leadership ตามแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับ Head of Function ,Manager ,Supervisor ,เราเน้นพัฒนาเพื่อ Reskill ,Up Skill ให้กับพนักงานทุกปี เพื่อให้เขามี Skill ที่พร้อมรับมือกับสถานการณ์ธุรกิจ หรืองานที่เปลี่ยนแปลงไป ,เราจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan) ที่เป็นแผนทั้ง Short Term และ Long Term ในการวาง Career Development ของเขาให้เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจ</p>
<h2 style="text-align: left;">HR ของ I.P. One ส่งเสริมการเติบโตของพนักงานได้อย่างไร ?</h2>
<p style="text-align: left;"><strong>คุณนันทศักดิ์:</strong> เริ่มต้นจาก HR ต้องเข้าใจ และตีโจทย์กลยุทธ์ของธุรกิจให้แตกก่อน โดยเราจะเอากลยุทธ์ของธุรกิจ ที่วางแผนไว้ มาพิจารณาว่าหากเราต้องการบรรลุเป้าหมายกลยุทธ์นั้นภายใน 5 ปี สิ่งที่เราควรจะทำในเรื่องคน กับองค์กรคืออะไร เช่นเรื่อง Manpower Planning HR ต้องหาคำตอบให้ได้ว่าในแผนงานสำหรับเตรียมคนอนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้า IP One ต้องมีตำแหน่งงานอะไรที่สำคัญ ,เป็นจำนวนเท่าใด ปัจจุบันเรามีคนพอไหม Skill set อะไรที่ต้องพัฒนาเพิ่ม และถ้าคนในไม่มี หรือไม่พอ เราต้องไปหาจากแหล่งไหน กลยุทธ์อะไรที่จะได้มาซึ่งคนเหล่านั้น</p>
<p style="text-align: left;">อย่างกรณีของ I.P. One เราเน้นการเลื่อนตำแหน่งจากภายใน (Promote from Within) เพราะเราเชื่อว่าการสร้าง และการพัฒนา Talent จากภายในให้เขา Engage และเติบโตไปกลับองค์กร จะช่วยให้องค์กรเติบโตแบบยั่งยืน เราจึงมีโปรแกรม Successor &amp; Talent Management ที่เข้มข้น มีระบบการคัดเลือก และพัฒนากลุ่ม Successors เพื่อให้คนที่เรามองว่าเขามีศักยภาพ สามารถเติบโตไปเป็นผู้นำในอนาคตได้ (Future Leader)<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p style="text-align: left;">ยกเว้นแต่เราจะสร้างคนในไม่ทันจริง ๆ หรือมี Skill Set ใหม่ที่เราพัฒนายังไม่ได้ เราถึงจะสรรหาคนที่เป็น Mid Career เข้ามาเติบในจุดนั้น<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p style="text-align: left;">และเมื่อเราพัฒนาคนภายในให้เติบโตขึ้นไป เราก็จะสรรหาเด็กรุ่นใหม่ที่เป็น Young Talent เข้ามาเติมเต็มตำแหน่งเดิมที่รุ่นพี่ได้ Promote ไปแล้ว โดยระบบการสรรหา Young Talent ปัจจุบันนี้เราใช้วิธีไป Roadshow ตามมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษากลุ่มเป้าหมาย และเปิดรับสมัครให้น้องๆ นักศึกษาให้มาเข้าโครงการ Internship ของ IP One ซึ่งโปรแกรม Internship ของเราจะให้น้อง ๆ ได้ผ่านการเรียนรู้เหมือนการได้เป็นพนักงานจริง มีงานโครงการที่ให้น้อง ๆ ได้เสนอ Idea ที่จะปรับปรุง หรือพัฒนางานด้วย ช่วงตอนที่เขาได้มาเข้ามาอยู่ใน Journey Internship ของเรา เขาก็จะได้รับรู้ Way of Working และ Core Value ของ IP One รวมถึงเราก็จะเห็น Mindset ,Character ของเขาว่าจะเข้ากับ Core Value และ Way of Working ของเราได้ไหม คนไหนที่เรามองว่าเขาคือ Young Talent ของเรา และเขาก็อยากที่จะเข้ามาทำงานกับเรา เมื่อจบการศึกษาเราจะให้เขาเข้ามาเป็นพนักงานเรา ระบบนี้ก็จะทำให้ IP One มี<span class="Apple-converted-space"> </span>Talent Resource อยู่ต่อเนื่องตลอดเวลา ในทางสังคมเราก็ได้พัฒนาทักษะการใช้ชีวิตให้กับเยาวชนของชาติด้วย</p>
<h2 style="text-align: left;">HR ยุคนี้ต้องเป็นทั้งนักวางกลยุทธ์ (Strategic Planner) และผู้ผลักดันธุรกิจ (Business Driver) เราจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร ?</h2>
<p style="text-align: left;"><strong>คุณนันทศักดิ์:</strong> ลำดับแรกคือเราต้องมีพื้นฐานของ HR ที่แน่นก่อน เป็นสิ่งจำเป็นมากๆ ที่เราต้องพัฒนาทักษะตัวเองให้มีมาตรฐานแบบ HR Professional อยู่ตลอดเวลา ซึ่งปัจจุบันการหาความรู้ต่าง ๆ ไม่ยากเลยมีมากมายมหาศาล โดยเฉพาะถ้าเราอ่าน ฟังภาษาอังกฤษได้ ในโลก On-Line แทบจะเป็นคลังมหาสมุทรแห่งความรู้ ผมได้ ความรู้จากบทความ จากข้อมูลวิเคราะห์ จาก Trend จาก Expert ผ่าน Web ต่าง ๆ ในทุก ๆ วันเลยครับ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p style="text-align: left;">และที่สำคัญเป็นลำดับถัดไปคือ HR ต้องมีทัศนคติที่ว่าเราคือ Partner ของ Business ที่จะต้องช่วยทำอย่างไรก็ได้ให้ธุรกิจประสบความสำเร็จตามพันธกิจ และวิสัยทัศน์ที่ธุรกิจวางไว้ เราต้อง In กับธุรกิจที่เราทำ เราต้องเข้าใจให้ถ่องแท้ว่าธุรกิจเราทำมาหากินอย่างไร อะไรคือ Key สำคัญที่ทำให้ธุรกิจเราสำเร็จ ถ้าเราตีความเรื่องนี้ออก เราจะสามารถเลือกเครื่องไม้ เครื่องมือต่าง ๆ ของ HR มาช่วยธุรกิจได้ และเราจะสามารถอธิบายให้ธุรกิจเข้าใจได้ว่าเครื่องมือ HR นี้จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างไรในมุมธุรกิจ ไม่ใช่มุม HR</p>
<p style="text-align: left;">จุดที่เป็นปัญหาของ HR จากประสบการณ์ที่ผมเห็น ก็คือบางครั้ง HR เราทำงานโดยเอา HR นำ ไม่ได้เอาธุรกิจนำ เช่น เราเอาเครื่องมืองาน HR มาใช้เพราะเห็นกำลังเป็น Trend หรือเห็นว่าบริษัทอื่น ๆ กำลังใช้อยู่ แต่เครื่องมือเหล่านั้น ตอบโจทย์การทำงาน ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ขององค์กรหรือเปล่า ถ้า HR มีทั้งสององค์ประกอบนี้เป็นพื้นฐาน จึงจะก้าวไปเป็นนักวางกลยุทธ์และร่วมผลักดันธุรกิจได้จริง<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<h2 style="text-align: left;">โลกในตอนนี้เปลี่ยนแปลงไวมาก I.P. One มองอนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้าอย่างไร ?</h2>
<p style="text-align: left;"><strong>คุณนันทศักดิ์:</strong> การเติบโตอย่างยั่งยืนเป็นเรื่องสำคัญมาก และ I.P. One ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ที่สุด I.P. One เติบโตมาตลอด แต่การที่เราจะเติบโตแบบยั่งยืนต่อไปในอนาคต เราต้องทำอย่างไรต่อ เราจึงกลับมาทบทวนว่าแม้ที่ผ่านมาองค์กรจะประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ แต่นับจากนี้ไปในอนาคต เราจะเน้นทำให้สินค้าเรา Diversify มากขึ้น มีสินค้าใหม่ ๆ ที่ตอบสนองต่อผู้บริโภคให้มากขึ้น<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p style="text-align: left;">เรื่องต่อมาคือการ Diversify ในทางภูมิศาสตร์ (Geography) จากเดิมที่เรามีส่วนแบ่งทางการตลาดของประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ สัดส่วนต่างประเทศยังอยู่ในระดับที่น้อย เราอยากให้สัดส่วนของต่างประเทศเติบโตขึ้น ดังนั้น HR ต้องหาคำตอบว่า I.P. One เราต้องการคนแบบไหนเพิ่มเติม, Skill Set ไหนที่เราต้องพัฒนาเพิ่มขึ้นให้คนปัจจุบันของเรา ภาพที่เห็นในอีก 5 ปี ข้างหน้า IP One น่าจะเป็นบริษัท FMCG ที่มีหลายสาขาในหลาย ๆ ประเทศ มีสินค้าที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค</p>
<h2 style="text-align: left;">ในเมื่ออนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน HR ควรตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ อย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด ?</h2>
<p style="text-align: left;"><strong>คุณนันทศักดิ์:</strong> การทำงานเพื่อตอบโจทย์สิ่งที่อยู่ในอนาคตนั้นมีความเสี่ยงเสมอ เพื่อป้องกันความเสี่ยง ที่ I.P. One เราจะมีระบบการตัดสินใจที่ใช้ระบบคณะกรรมารในการมาช่วยกันไตร่ตรอง คิดอย่ารอบครอบ ซึ่งคณะกรรมส่วนใหญ่ก็จะมาจากทุกหน่วยงานจะมาหารือว่าหากมีความเสี่ยงเกิดขึ้น เราจะรับความเสี่ยงได้สูงสุดที่จุดไหน เช่น ในเรื่องการบริหารคน I.P,One เรามี คณะกรรมการ Compensation and Benefit ซึ่งจะมีผู้บริหารสูงสุดจากทุกหน่วยงานมาเป็นคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาตัดสินใจเรื่องการบริหารงานบุคคลที่สำคัญ เช่น หาก HR จะลงทุนเรื่อง Employee Motivation ที่ต้องใช้เงินเพิ่ม เช่น การปรับ Benefit Welfare Incentive HR ก็ต้องทำข้อมูลวิเคราะห์รอบด้านที่มีทั้งข้อดี และข้อระมัดระวัง ความเสี่ยงที่เราไม่ทำ หรือทำจะมีโอกาสอะไรเกิดขึ้นบ้าง HR ต้องอธิบายให้ได้ เมื่อคณะกรรมการ เห็นภาพรวมโดยรอบด้านการสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ตรงนี้ก็เป็นการบริหารความเสี่ยงในเรื่องการบริหารคนให้กับองค์กรครับ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<h2 style="text-align: left;">I.P.One มีมุมมองเรื่องการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในองค์กรอย่างไร</h2>
<p style="text-align: left;"><strong>คุณนันทศักดิ์:</strong> ที่ I.P. One เรามองเทคโนโลยีไม่ใช่เป็นแค่ A Part แต่เราถือว่าเป็น The Core ของธุรกิจ ในทุก ๆ Value Chain ของธุรกิจ จุดไหนที่เราเห็นว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยเพื่อให้เกิด Productivity ,Efficiency ,Collaboration , Gain In-sight ข้อมูล เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจตลาด ลูกค้า นำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อลูกค้า</p>
<h2 style="text-align: left;">CEO คาดหวังอะไรจาก HR และ HR คาดหวังอะไรจาก CEO ?</h2>
<p style="text-align: left;"><strong>คุณนันทศักดิ์:</strong> จากประสบการณ์ของตัวเองนะครับ ผมคิดว่า CEO มอง HR ก็คือ Function ที่สำคัญไม่แตกต่างจาก Function อื่น ๆ ในองค์กรที่จะมาขับเคลื่อนให้ธุรกิจประสบความสำเร็จตาม พันธกิจและกลยุทธ์ ที่สอดคล้องไปกับ Vision ที่ CEO วางไว้ ที่เหลือคือ HR ต้อง Deliver Result ออกมาให้สำเร็จ</p>
<p style="text-align: left;">ในทางกลับกันสิ่งที่ HR คาดหวังจาก CEO คือ เป็นผู้นำองค์กรในการที่จะสร้าง Inspire พนักงานทั้งองค์กรให้เห็นภาพ Vision ขององค์กร และนำพาทั้งองค์กรให้บรรลุซึ่ง พันธกิจและกลยุทธ์ที่วางไว้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<h2 style="text-align: left;">อยากฝากอะไรถึง HR ที่กำลังหมดไฟ ท่ามกลางโลกธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วแบบนี้</h2>
<p style="text-align: left;"><strong>คุณนันทศักดิ์:</strong> ชีวิตมนุษย์ล้วนมีขึ้นมีลงเสมอ ชีวิตของคนทำงานเหมือนลอยอยู่บนคลื่น ต้องมองให้เป็นเรื่องธรรมชาติ และเราต้องไม่ตระหนกหากเจอมรสุม ต้องพยายามทรงตัวให้อยู่ ต้องเชื่อมั่นและครองสติ เดี๋ยวมันจะผ่านพ้นไปครับ คลื่นเมื่ออยู่ในช่วงลงไปจุดต่ำสุด มันก็แค่รอเวลาที่จะทะยานขึ้นไปจุดสูงสุดอีกครั้ง และมันก็วนเวียนอยู่แบบนี้ไปตลอดในชีวิตมนุษย์เราครับ</p>
<p style="text-align: left;">ในแง่ของการเป็น HR ผมว่าเมื่อเราหมดไฟ ต้องถามตัวเองว่าเรารักในอาชีพนี้ไหม ถ้าไม่รัก ถ้าไม่ลำบากในการเปลี่ยนสายอาชีพก็เป็นจังหวะที่ดีที่เราจะลองเปลี่ยนอาชีพดู เผื่อเราจะเจอคลื่นชีวิตที่ทำให้เราลอยอยู่สูง และได้นานกว่าอาชีพ HR แต่หากเรายังรักงาน HR<span class="Apple-converted-space"> </span>ก็แค่รอเวลาอีกสักพักคลื่นที่ลดลงไป มันก็จะทะยานขึ้นสูงอีกครั้งครับ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1-CATE-3.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1 CATE 3" width="1600" height="500" title="&quot;อยากได้องค์กรแบบไหน ก็ต้องสร้างคนแบบนั้น&quot; คุยเรื่อง HR กับ CPO จาก I.P. ONE 502"></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/ipone-240325/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) บริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกที่เชื่อมั่นว่า “คนของเราสร้างความแตกต่างได้” </title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/indorama-ventures-240319/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/indorama-ventures-240319/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Mar 2024 04:50:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Indorama Ventures]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=37911</guid>

					<description><![CDATA[หากอยากให้องค์กรประสบความสำเร็จ อันดับแรกองค์กรต้องเชื่อมั่นในตัวพนักงานก่อนว่า พวกเขามีความสามารถและมีศักยภาพที่จะนำองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ และถ้าถามคุณ เคลาซ์ โฮลซ์ (Mr. Klaus Holz) CHRO ของบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) (Indorama Ventures) ล่ะก็ เขาจะบอกทันทีเลยว่าเขาเชื่อมั่นในพนักงานขององค์กรทุกคนเสมอ เพราะพนักงานทุกคน “สามารถสร้างความแตกต่างได้” ไม่มากไม่น้อย ความเชื่อมั่นนี้ก็ทำให้บริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกได้รับรางวัล Best Companies to Work For ประจำปี 2023 จาก HR Asia ไปครองด้วย HREX จึงถือโอกาสสัมภาษณ์คุณเคลาซ์ โฮลซ์ เพื่อเจาะลึกเพิ่มเติมว่า ทำไมพนักงานถึงมีความสำคัญต่อการเติบโตขององค์กรมากเพียงนี้ ถ้าพร้อมแล้ว มาหาคำตอบได้เลยในบทสัมภาษณ์นี้ คิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) ได้รับรางวัลจาก HR Asia Best Companies to Work for [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37912" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-8.webp" alt="อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) บริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกที่เชื่อมั่นว่า “คนของเราสร้างความแตกต่างได้” " width="600" height="370" title="อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) บริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกที่เชื่อมั่นว่า “คนของเราสร้างความแตกต่างได้”  509" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-8.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-8-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากอยากให้องค์กรประสบความสำเร็จ อันดับแรกองค์กรต้องเชื่อมั่นในตัวพนักงานก่อนว่า พวกเขามีความสามารถและมีศักยภาพที่จะนำองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และถ้าถามคุณ</span><b> เคลาซ์ โฮลซ์ (Mr. Klaus Holz) CHRO ของบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) (Indorama Ventures)</b><span style="font-weight: 400;"> ล่ะก็ เขาจะบอกทันทีเลยว่าเขาเชื่อมั่นในพนักงานขององค์กรทุกคนเสมอ เพราะพนักงานทุกคน “สามารถสร้างความแตกต่างได้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่มากไม่น้อย ความเชื่อมั่นนี้ก็ทำให้บริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกได้รับรางวัล</span> <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Best Companies to Work For ประจำปี 2023</span></a><span style="font-weight: 400;"> จาก HR Asia ไปครองด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX จึงถือโอกาสสัมภาษณ์คุณเคลาซ์ โฮลซ์ เพื่อเจาะลึกเพิ่มเติมว่า ทำไมพนักงานถึงมีความสำคัญต่อการเติบโตขององค์กรมากเพียงนี้ ถ้าพร้อมแล้ว มาหาคำตอบได้เลยในบทสัมภาษณ์นี้</span></p>
<h2><b>คิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) ได้รับรางวัลจาก HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 และรางวัลนี้มีความหมายต่อองค์กรอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>คุณเคลาซ์: </b><span style="font-weight: 400;">ก่อนอื่น ผมอยากชื่นชมสมาชิกในทีม HR ของ อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) ทุกคน ไม่เพียงแค่ทีม HR ในสำนักงานใหญ่ที่ไทย แต่รวมถึงทีม HR ประจำสำนักงานและโรงงานต่าง ๆ ทั่วโลกของเรา ซึ่งมีส่วนขับเคลื่อนความสำเร็จครั้งนี้ด้วย เราจะไม่สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้ได้เลย หากไม่ได้รับการสนับสนุนและการดำเนินการที่ยอดเยี่ยมจากทุกคนครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมพูดได้ด้วยภาคภูมิใจว่า ความสำเร็จนี้เกิดจากความมุ่งมั่นทุ่มเทของเรา ในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจและพลัง เป็นจุดสำคัญในการพัฒนาธุรกิจให้เป็นที่ยอมรับจากแวดวงธุรกิจระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) ได้รับรางวัล Best Company to Work For จาก HR Asia ช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจสำหรับองค์กร และเน้นย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมของเราว่า เป็นหนึ่งในบริษัทที่ดีที่สุดในการทำงานในเอเชีย รางวัลนี้ยืนยันว่าเรามุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานและสังคมเสมอครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37913" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1-4.webp" alt="อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) บริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกที่เชื่อมั่นว่า “คนของเราสร้างความแตกต่างได้” " width="600" height="370" title="อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) บริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกที่เชื่อมั่นว่า “คนของเราสร้างความแตกต่างได้”  510" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ที่ผ่านมา HR ของ อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) ฟังเสียงของพนักงาน แล้วนำมาปรับปรุงองค์กรให้น่าอยู่ น่าทำงานด้วยอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>คุณเคลาซ์: </b><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่าการสื่อสารและการรับฟังสำคัญต่อองค์กรมาก ผมจะรับฟังเสียงของทีมงานและพนักงานอยู่เสมอ เพื่อที่จะรู้ว่าอะไรคือเหตุผลเบื้องหลังของปัญหาหรือสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็นอุปสรรค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทีม HR ของเราก็รับฟังเสียงของพนักงานอย่างเต็มที่ เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานในองค์กร ทั้งสำรวจความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร จัดโปรแกรมพัฒนาภาวะผู้นำ มอบรางวัลให้แก่พนักงานที่แสดงออกทางพฤติกรรมที่เป็นตัวอย่างวัฒนธรรมองค์กร และปรับปรุงระบบการประเมินผลงานพนักงานอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสำรวจความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรนั้น ช่วยให้เราสามารถพัฒนาความสุขและความพึงพอใจของพนักงานให้ดียิ่งขึ้น ข้อเสนอแนะจากเพื่อนพนักงานของเราช่วยให้เราปรับปรุงองค์กรไปยังทิศทางที่ตอบโจทย์ความต้องการของบุคลากร ทีม HR ยังทดลองวิธีการปฏิบัติการใหม่ ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดและปรับปรุงองค์กรอย่างสม่ำเสมอด้วยครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในค่านิยมองค์กรที่ อินโดรามา เวนเจอร์ส ยึดมั่นมาตลอดคือ &#8220;คนของเราสร้างความแตกต่างได้&#8221; เราแสดงออกถึงค่านิยมนี้ด้วยการทำสิ่งที่ถูกต้องและยั่งยืน เรามุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนขององค์กร และพยายามที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันบริษัทของเราขยายตัวไปทั่วโลกมากกว่า 35 ประเทศ มีทีมงานมืออาชีพมากกว่า 26,000 คน และทุกคนตั้งใจที่จะให้คำมั่นสัญญาในการดำเนินกิจการที่ยั่งยืนครับ</span></p>
<h2><b>HR ยุคใหม่ สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กร ให้เป็นองค์กรที่ทุกคนอยากร่วมงานด้วยได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>คุณเคลาซ์: </b><span style="font-weight: 400;">สนับสนุนด้วยการดูแลพนักงานทุกคนใน อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) ทั่วโลกเหมือนครอบครัวครับ การได้รับการยอมรับและเห็นคุณค่าจากองค์กร เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดแรงกระตุ้นในการทำงาน รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมในที่ทำงานให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและเปิดกว้างสำหรับทุกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างเช่น การรับฟังความคิดเห็นของพนักงานโดยไม่ละเลยเพิกเฉย และการส่งเสริมการพูดคุยที่เปิดเผยและโปร่งใส เราใช้ประสบการณ์ของพนักงานที่มีความหลากหลายในทักษะ มุมมอง และประสบการณ์ต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างธุรกิจของเรา การมีทีมงานที่แข็งแกร่งช่วยให้เราตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายในทั่วทุกมุมของโลกได้ดีมากยิ่งขึ้น พนักงานของเราทั่วโลกมีความหลากหลายมากกว่า 96 สัญชาติ ซึ่งความแตกต่างของเราไม่ใช่จุดอ่อน แต่เป็นจุดแข็งที่เราได้เรียนรู้จากกันและเติบโตเป็นทีมเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังได้ร่วมมือกับคณะกรรมการส่งเสริมเรื่องความหลากหลาย ความเท่าเทียม และความการยอมรับความแตกต่างประจำองค์กร หรือ DEI Committee อีกด้วยครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37914" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/2-6.webp" alt="อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) บริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกที่เชื่อมั่นว่า “คนของเราสร้างความแตกต่างได้” " width="600" height="370" title="อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) บริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกที่เชื่อมั่นว่า “คนของเราสร้างความแตกต่างได้”  511" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/2-6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/2-6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>มีคำกล่าวว่า HR ยุคใหม่ต้องเป็นนักวางกลยุทธ์ และเป็น Business Driver เราจะเปลี่ยนตัวเองให้มีความพร้อมได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>คุณเคลาซ์: </b><span style="font-weight: 400;">ที่ อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) การเรียนรู้เกิดขึ้นทุกวันในทุกแง่มุมของการทำงาน เรามีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของทีมงานและคาดหวังผลลัพธ์เชิงบวกต่อการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนและเติบโต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราให้ความสำคัญในการลงทุนเพื่อพัฒนาความรู้และสร้างทักษะที่สำคัญ เรามอบโอกาสพัฒนาความก้าวหน้าในหลากหลายมิติ และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานเติบโต โปรแกรมพัฒนาศักยภาพของพนักงานทั้งหมดถูกออกแบบ เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานของเราจะพร้อมเผชิญหน้ากับความท้าทายและความเปลี่ยนแปลงในอนาคตครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37915" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/3-6.webp" alt="อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) บริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกที่เชื่อมั่นว่า “คนของเราสร้างความแตกต่างได้” " width="600" height="370" title="อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) บริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกที่เชื่อมั่นว่า “คนของเราสร้างความแตกต่างได้”  512" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/3-6.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/3-6-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>เมื่ออนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน คิดว่าภายใน 5 ปีต่อจากนี้ HR มีภารกิจอะไรบ้าง ที่ต้องทำเพื่อยกระดับองค์กรและรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงได้ทัน</b></h2>
<p><b>คุณเคลาซ์: </b><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้หลายธุรกิจและอุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง เช่น ผู้บริโภคมีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ปี 2030 ของเราที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจในภาพรวมและความเป็นผู้นำที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นทีม HR ของเราต้องร่วมเตรียมความพร้อมขององค์กรเพื่อดำเนินรอยตามวิสัยทัศน์นี้ รวมถึงพัฒนาความพร้อมของผู้นำรุ่นใหม่ เพื่อสานต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีการกำหนด  กลยุทธ์การบริหารงานบุคลากรที่ชัดเจนและสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เรายังปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและนำเทคโนโลยีมาช่วยให้งานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น เราต้องการให้คนของเรามีความมุ่งมั่น มีส่วนร่วม มีประสิทธิผล และมีแนวคิดแบบเจ้าของ สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ปลูกฝังความคิดเรื่องความยั่งยืนในการทำงานทุกระดับ และท้ายที่สุด สร้างแบรนด์ อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) ให้เป็น Top of Mind ของบริษัทที่คนอยากร่วมงานด้วยในอนาคตให้ได้ครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37916" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/4-3.webp" alt="อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) บริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกที่เชื่อมั่นว่า “คนของเราสร้างความแตกต่างได้” " width="600" height="370" title="อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) บริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกที่เชื่อมั่นว่า “คนของเราสร้างความแตกต่างได้”  513" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/4-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/4-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>อยากบอกอะไรกับ HR / คนทำงานที่กำลังหมดไฟ และต้องการกำลังใจเพื่อเดินหน้าต่อไปบ้าง</b></h2>
<p><b>คุณเคลาซ์: </b><span style="font-weight: 400;">ผมมองว่าคนที่จะประสบความสำเร็จคือคนที่มีความพยายาม นี่คือสิ่งที่ผมบอกทีมงาน HR และเพื่อนร่วมงานของผมเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมให้ความสำคัญกับการจัดสรรเวลาให้ทีมงานได้ทำงานที่สร้างสรรค์ในสิ่งที่พวกเขามีความสนใจนอกเหนือจากงานประจำ โดยหวังว่าทีมงานจะได้มีความคิดสร้างสรรค์และไอเดียใหม่ ๆ มาปรับใช้ในการทำงานจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหนืออื่นใด หากมีภาระงานมาก ทีมก็ต้องหาเวลาพักผ่อนด้วย เพื่อจะทำให้สามารถกลับมาทำงานต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) เราทำงานเป็นครอบครัวและพร้อมสนับสนุนซึ่งกันและกัน ผมเชื่อว่าเราจะดูแลกันอย่างดีแน่นอนครับ</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="อินโดรามา เวนเจอร์ส (Indorama Ventures) บริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกที่เชื่อมั่นว่า “คนของเราสร้างความแตกต่างได้”  514"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/indorama-ventures-240319/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass &#8211; BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/bg-container-glass-240318/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/bg-container-glass-240318/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Mar 2024 06:11:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[BGC]]></category>
		<category><![CDATA[BG Container Glass]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=37883</guid>

					<description><![CDATA[บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC บริษัทในกลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส หรือ บีจี กรุ๊ป เป็นองค์กรที่มีอายุมาอย่างยาวนาน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้รับรางวัลมากมายที่ยกย่องว่า บรรจุภัณฑ์รายใหญ่ของประเทศ ที่มีผลิตภัณฑ์ที่ได้คุณภาพ และการันตีด้วยมาตรฐานมากมาย   และนี่ก็คือครั้งแรกของ บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส กับรางวัล Best Companies to Work For ประจำปี 2023 ของ HR Asia ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่บ่งชี้ว่า องค์กรธุรกิจนี้ไม่เพียงสนใจเรื่องการผลิตของคุณภาพเท่านั้น แต่ยังผลิตและดูแลคนอย่างมีคุณภาพด้วยเช่นกัน HREX ได้สัมภาษณ์คุณ เต้ย &#8211; ณัฐชัย อุทัยพัฒน์ ผู้อำนวยการทรัพยากรบุคคล เพื่อหาคำตอบว่า แนวคิดการบริหารและหล่อหลอมคนของ บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส เป็นอย่างไร และทำไมถึงสำคัญต่อองค์กรมากกับการที่ได้รางวัลด้าน HR เป็นครั้งแรก ถ้าพร้อมแล้ว ไปหาคำตอบในบทความนี้กันได้เลย อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ บีจี คอนเทนเนอร์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37884 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-3.webp" alt="บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass - BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร" width="600" height="370" title="บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass - BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร 524" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://www.bgc.co.th/official/?r=Site/Index" target="_blank" rel="noopener">บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน)</a> หรือ BGC บริษัทในกลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส หรือ บีจี กรุ๊ป เป็นองค์กรที่มีอายุมาอย่างยาวนาน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้รับรางวัลมากมายที่ยกย่องว่า บรรจุภัณฑ์รายใหญ่ของประเทศ ที่มีผลิตภัณฑ์ที่ได้คุณภาพ และการันตีด้วยมาตรฐานมากมาย  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่ก็คือครั้งแรกของ บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส กับรางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener">Best Companies to Work For</a></span><span style="font-weight: 400;"> ประจำปี 2023 ของ HR Asia ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่บ่งชี้ว่า องค์กรธุรกิจนี้ไม่เพียงสนใจเรื่องการผลิตของคุณภาพเท่านั้น แต่ยังผลิตและดูแลคนอย่างมีคุณภาพด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX ได้สัมภาษณ์คุณ </span><b>เต้ย &#8211; ณัฐชัย อุทัยพัฒน์ ผู้อำนวยการทรัพยากรบุคคล เ</b><span style="font-weight: 400;">พื่อหาคำตอบว่า แนวคิดการบริหารและหล่อหลอมคนของ บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส เป็นอย่างไร และทำไมถึงสำคัญต่อองค์กรมากกับการที่ได้รางวัลด้าน HR เป็นครั้งแรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าพร้อมแล้ว ไปหาคำตอบในบทความนี้กันได้เลย</span></p>
<h2><b>อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG CONTAINER GLASS) ได้รางวัล Best Companies To Work For จาก HR Asia รางวัลนี้ มีความสำคัญอย่างไรกับองค์กรบ้าง</b></h2>
<p><b>ณัฐชัย:</b><span style="font-weight: 400;"> ผมขอเริ่มด้วยการเล่าก่อนว่า ทำไมถึงต้องส่งเข้าประกวดนะครับ เพราะเราอยากจะรู้ อยากเช็คว่าสิ่งที่เราทำให้กับพนักงานหลายปีที่ผ่านมา เราทำได้ตามมาตรฐานหรือไม่ ที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าเราทำด้วยความจริงใจกับพนักงาน แต่ทีนี้ความจริงใจอย่างเดียวมันไม่พอ เราอยากลองทำให้ได้ตามมาตรฐานของรางวัลด้าน HR สักรางวัลหนึ่ง เพื่อให้รู้ว่าเราอยู่ในระดับไหนของตลาด และต้องเพิ่มอะไรอีกบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รางวัล Best Companies to Work For ของ HR Asia จึงเป็นรางวัลด้าน HR แรกที่สมัคร แล้วองค์กรได้รับเลยครับ จึงมีคุณค่ากับองค์กรมาก ๆ ครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37888 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-by-Para-_11_.webp" alt="บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass - BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร" width="600" height="370" title="บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass - BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร 525" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-by-Para-_11_.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-by-Para-_11_-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ผลที่ออกมาบ่งบอกอะไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ณัฐชัย:</b><span style="font-weight: 400;"> มันเป็นหลักฐานที่บ่งบอกว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในระดับที่เราได้มาตรฐาน เราได้รับรู้ว่า เราไม่ได้มาผิดทาง หรือออกนอกลู่นอกทางเกี่ยวกับการดูแลบุคลากรนะ เราสามารถสนับสนุนองค์กรและบริษัทให้ประสบความสำเร็จได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วพอได้รางวัลนี้ครั้งแรกแล้ว ผมก็คิดต่อว่าอยากส่งเข้าประกวดไปอีก เพื่อตรวจเช็คมาตรฐานของเราด้วยว่า เราจะสามารถยืนระยะได้หรือไม่ เพราะถ้าจะให้รางวัลนี้ส่งผลต่อไปถึงข้างนอก เป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้บริษัทด้วย ก็จะต้องทำบ่อย ๆ ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอาจไม่ใช่องค์กรชั้นนำ ที่ดึงดูดกลุ่มพนักงานได้แบบทันที เราก็ต้องพยายามเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในจุดที่อยากให้คนหันมามองเราบ้างให้ได้</span></p>
<h2><b>การดูแลพนักงานอาจเป็นหน้าที่ของ HR แต่ HR จะทำได้ไม่เต็มที่หากผู้บริหารไม่สนับสนุน ผู้บริหารระดับ C-Level ของ บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG CONTAINER GLASS) ให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลพนักงาน ส่งตรงมาถึงทีม HR อย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ณัฐชัย: </b><span style="font-weight: 400;">ส่งผลโดยตรงเลยครับ เราอยู่ในองค์กรที่ขนาดค่อนข้างใหญ่ มีพนักงาน 4-5,000 คนเลยนะ ดังนั้นนโยบายของบริษัทจึงมุ่งเน้นเรื่องการดูแลคนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการจะขับเคลื่อนนโยบายอะไรสักอย่างออกมาได้ ล้วนมาจากคนทั้งนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นพนักงานของเราจะต้องอยู่ดีมีสุข พูดง่าย ๆ คือทั้งสุขกาย สุขใจ เราต้องดูแลเรื่องพวกนี้ให้เขาพร้อมก่อนที่เขาจะออกไปขับเคลื่อนองค์กรต่อไปครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37889 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-by-Para-_10_.webp" alt="บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass - BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร" width="600" height="370" title="บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass - BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร 526" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-by-Para-_10_.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-by-Para-_10_-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>HR ฟังเสียงพนักงานและนำมาปรับปรุงองค์กรอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ณัฐชัย:</b><span style="font-weight: 400;"> นอกจากการวางแผนเชิงนโยบายซึ่งเราทำเป็นปกติอยู่แล้ว ผ่านการวาง HR Strategy ให้สอดคล้องกับการเติบโตของบริษัทครับ โดยมีเครื่องไม้เครื่องมือที่คอยอัปเดตอยู่เป็นประจำ แล้วในระหว่างทางเอง เราก็ยังจัดทำ Engagement Survey เพื่อฟังเสียงพนักงาน ซึ่งเป็นสื่อสารแบบ Two-Way Communication ด้วย เมื่อเราฟังเสียงพนักงานแล้ว จึงเอาผลมาวิเคราะห์ แล้วก็ทำ Action Plan เพื่อให้ตอบโจทย์กับหน่วยงานต่าง ๆ ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทีนี้ระหว่างทาง การทำ Engagement อาจเป็นรูปแบบหนึ่ง แต่ก็มีโปรแกรมที่ผู้บริหารจะพยายามเอาตัวเข้าอยู่ใกล้กับพนักงานมากขึ้น จะเวียนกันไปฟังเสียงพนักงานเพิ่มขึ้น เหมือนเป็นการทำกลุ่มโฟกัสกรุ๊ปโดยผู้บริหาร แล้วเราก็เอาข้อมูลนั้นมาประกอบกับชุดข้อมูลที่ได้จาก Engagement รวมถึงเสียงที่ส่งตรงจากพนักงานจริงๆ มาพัฒนาต่อครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายังทีมงานที่เป็น Engagement Champion ที่เปรียบเสมือนข้อต่อของเราให้กับบริษัทและพนักงาน เพราะโปรเจกต์ของกลุ่มผู้บริการจะทำเดือนละครั้ง แต่ Engagement Champion จะใกล้ชิดกับพนักงานมากที่สุด คอยดูแลสารทุกข์สุกดิบให้คนของเรา แล้วฝากเสียงของพนักงานส่งมาถึงเรา ให้เอาไปปรับปรุงนโยบายต่อไปครับ</span></p>
<h2><b>HR แบ่งหน้าที่กันยังไงบ้าง</b></h2>
<p><b>ณัฐชัย:</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าเป็นออฟฟิศ เรามีทีม HR Business Partner ซึ่งคอยดูแลอยู่ส่วนกลาง คอยดูแลขับเคลื่อนนโยบาย ดูเรื่อง Recruiting เรื่อง Employee Benefit เรื่องการพัฒนาบุคลากรครับ ทีม HR Business Partner จะขับเคลื่อนงาน และเครื่องไม้เครื่องมือของ HR ที่จัดทำไว้ออกไปที่แต่ละหน่วยงาน แล้วเราก็มี HR ประจำอยู่แต่ละโรงงาน เพื่อคอยดูแลพนักงานของเราให้สอดคล้องกันกับนโยบายจากส่วนกลาง และเกิดประโยชน์สูงสุด การทำงานจะค่อนข้างไฮบริดประมาณหนึ่งครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37890" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/คุณณัฐชัย-อุทัยพัฒน์_2.webp" alt="บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass - BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร" width="600" height="900" title="บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass - BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร 527" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/คุณณัฐชัย-อุทัยพัฒน์_2.webp 904w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/คุณณัฐชัย-อุทัยพัฒน์_2-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/คุณณัฐชัย-อุทัยพัฒน์_2-683x1024.webp 683w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/คุณณัฐชัย-อุทัยพัฒน์_2-768x1152.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>HR รุ่นใหม่ สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้อย่างไรบ้างครับ</b></h2>
<p><b>ณัฐชัย:</b><span style="font-weight: 400;"> มากเลยครับ ทุกวันนี้ HR เข้าไปอยู่ในทุกการประชุม ร่วมช่วยตัดสินใจทางธุรกิจเยอะมาก แสดงให้เห็นว่า HR มีความสำคัญมาก ซึ่งในโลกปัจจุบันแน่นอนว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง แต่อย่าลืมว่า แม้แต่ AI เองก็ต้องถูกขับเคลื่อนผ่านคนเสมอ ฉะนั้น HR จึงเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง รวมถึง Upskill และปรับปรุงทัศนคติตลอดเวลา จึงถือเป็นสิ่งสำคัญในการสนับสนุนให้องค์กรเติบโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมจะมองทีมของผมเป็น Supporting HR ซึ่งต้องมีความคล่องตัวที่สูง ความคล่องตัวไม่ได้หมายความว่าคล่องตัวแบบเคลื่อนที่นะ มันต้องมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนได้เสมอ ต้องเข้าใจ Business Acumen ว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างไรบ้าง ต้องรอบรู้ทั้ง Outside-In และ Inside-Out สามารถปรับเปลี่ยนไปกับกลยุทธ์แล้วก็ทิศทางของบริษัทได้ แล้วก็สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เป็นเพื่อนคู่คิดจริง ๆ ของพนักงานและผู้บริหาร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมชอบเรียกพนักงานว่าลูกค้านะ สมมติว่าลูกค้ามองเราเข้ามา เขาไม่รู้หรอกว่าเราเป็น HR ที่ทำงานในฟังก์ชันไหน แต่ถ้าเขามองเราเป็น HR ปุ๊บ HR ก็ต้องคุยกับเขารู้เรื่อง คำว่าคุยรู้เรื่องหมายถึงคุยได้ทุกเรื่อง คุยแบบรู้เรื่องจริง ๆ อะ เราต้องเป็นคนที่ลูกค้านึกถึงเป็นคนแรกครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37886 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/2-5.webp" alt="บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass - BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร" width="600" height="370" title="บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass - BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร 528" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/2-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/2-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>หมายความว่า ไม่ว่า HR จะเป็นสาย Recruiting หรือ Payroll ถ้าพนักงานมาขอคำปรึกษา HR ก็ต้องสามารถคุยด้วยได้ใช่ไหม</b></h2>
<p><b>ณัฐชัย:</b><span style="font-weight: 400;"> ใช่ครับ อย่าง HR Recruiting เองมักจะเป็นด่านหน้าที่คุยกับพนักงานเรื่องการหาคนอยู่แล้ว แต่เวลาพนักงานมาปรึกษา เขาจะไม่สนใจหรอกว่าคนนี้เป็น HR สายไหน ถ้าสมมติว่า HR Recruiting ต้องไปถามเรื่องที่ไม่ได้ซับซ้อนมากกับคนอื่นต่อ ก็จะเกิดความรู้สึกว่าไม่เชื่อใจกันของพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าสมมติระหว่าง HR Recruiting ทำงานสรรหาพนักงานของตัวเองไป ก็ต้องพหูสูตด้วยว่า ภายในองค์กรของเขา งาน HR กำลังขับเคลื่อนไปทางไหน ธุรกิจที่เราดูแลอยู่เป็นอย่างไร เขาจึงจะสามารถเอาตัวรอดต่อไปได้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงานได้ครับ</span></p>
<h2><b>HR ต้องมองพนักงานเป็นลูกค้าเสมอใช่ไหม</b></h2>
<p><b>ณัฐชัย:</b><span style="font-weight: 400;"> ใช่ครับ เราพยายามฟังเสียงจากลูกค้าเสมอ เวลาเราจะออกแบบหรือวางนโยบายอะไรสักอย่างขึ้นมา ไม่ว่าจะเรื่อง Well-Being หรือ Benefit อะไรก็ตาม เราจะคิดถึงมุมของลูกค้าหรือพนักงานก่อนเสมอ เราจะ Empathize เขา ให้เขามีส่วนร่วมในการคิดด้วยเสมอครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น ถ้าเราจะพัฒนากระบวนการเบิกจ่ายเงิน เราจะไม่คิดเข้าข้างตัวเองว่า ทำแบบนี้เราสะดวกอย่างไร เพราะบางทีเราสะดวก แต่พนักงานหรือลูกค้าไม่ได้สะดวกด้วย เราต้องคุยกับเขาก่อน แล้วค่อยปรับเข้ามาหาตัวเรา เราพยายามจะทำแบบนั้นอยู่เสมอครับ</span></p>
<h2><b>เมื่อสักครู่พูดถึงเรื่อง HR ต้องรู้เรื่องธุรกิจ Business Acumen ด้วย ทำไมถึงเป็นเรื่องที่ HR ต้องรู้</b></h2>
<p><b>ณัฐชัย:</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้า HRBP ไม่เอาตัวออกจากงาน Operation ก็ไม่สามารถเป็น HRBP ที่ดีได้ครับ ผมไม่ได้รังเกียจงาน Operation นะ แต่การจะสร้างคุณค่าให้กับตัว HR และองค์กร เราต้องเอาตัวเข้าไปคลุกคลีกับธุรกิจเยอะ ๆ ทั้งในการประชุมที่สำคัญของธุรกิจนะครับ ถ้ามันไม่ได้เป็นความลับมากเกินไปถึงขนาดเข้าไม่ได้ แต่ผมก็ไม่คิดว่ามันจะมีเรื่องที่เป็นความลับอะไรที่สำคัญมากกว่าเรื่องของคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจว่า เราสามารถเข้าไปแล้วแก้ไขปัญหาให้เขาได้ หรือสามารถให้คำแนะนำอะไรที่พนักงานได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37891 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/4-2.webp" alt="บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass - BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร" width="600" height="370" title="บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass - BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร 529" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/4-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/4-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>มีวิธีสื่อสารกับผู้บริหารระดับ C-Level อย่างไรว่า ทำไม HR ถึงต้องรู้เรื่องธุรกิจ ทำไม HR ต้องช่วยวางกลยุทธ์​ขององค์กรด้วย</b></h2>
<p><b>ณัฐชัย:</b><span style="font-weight: 400;"> ตอนแรก ๆ เขาอาจจะ เอ๊ะ HR มาทำไม แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะคิดเรื่องอะไรกันมา มันก็จะมาจบที่เรื่องคนเสมออยู่แล้ว ดังนั้น เราก็จะขออนุญาตทุกท่านเอาตัวเองมาอยู่ตรงต้นน้ำเลยได้ไหม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องมีความพร้อมด้วยนะ ที่ BGC เวลาเข้าไปประชุม จะต้องมีส่วนร่วมกับการประชุมด้วยเสมอ เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมความพร้อมครับ แล้วเข้าไปประชุมแบบมีตัวตน และมีข้อมูลด้วย ยกเว้นว่าเรื่องที่ประชุมไม่เกี่ยวกับเราจริง ๆ เราก็จะไม่บุ่มบ่ามพูดนะ บางเรื่องเราอาจไม่ได้อยู่ในฐานะที่สามารถให้ความเห็นได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องคน เราต้องมีข้อมูลและมีความพร้อมเพียงพอครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เดี๋ยวนี้ HR ต้องรู้เรื่องการตลาด (HR Marketing) เราต้องรู้ว่า Positioning ของเราอยู่ตรงไหน เราขายอะไร เรามีอะไรอยู่ในมือ ลูกค้าเราเป็นใคร เราอยากได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร เราต้องมีข้อมูลแบบไหน เราจึงต้องเตรียมตัวเยอะหน่อยครับ เราต้องหมั่นตรวจเช็คอุณหภูมิอยู่เสมอ คอยเช็คตลาดในภาพรวม ถ้าเราอยากให้งานออกมาประสบความสำเร็จครับ</span></p>
<h2><b>อีก 5 ปีนับจากนี้ คนที่ทำงาน HR ของ บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG CONTAINER GLASS) ควรต้องปรับตัวอย่างไร ควรต้องเพิ่มทักษะใดบ้าง</b></h2>
<p><b>ณัฐชัย:</b><span style="font-weight: 400;"> อีก 5 ปีข้างหน้า ผมอยากเห็น HR ที่มีความเป็นคนครับ หมายถึงมีความเข้าอกเข้าใจคนอื่น เข้าใจคนที่อยู่รอบข้างเรา และเห็นอกเห็นใจกัน เพราะเราต้องอยู่ด้วยกันนานเนอะ HR เองก็ต้องทันต่อเหตุการณ์ แล้วก็สนใจความเป็นอยู่ของตัวเราเองก่อน แล้วถึงจะไปดูแลคนรอบข้างเราที่เป็นเพื่อนพนักงานได้นะครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้ามีเทรนด์อะไรที่ผมจะเฝ้าระวัง นอกจากเทคโนโลยีที่เป็นเทรนด์ปกติ ก็จะเป็นเรื่อง Generation Gap และเราต้องมองกลับมามององค์กรของเราว่า มีกี่คนที่กำลังเข้าสู่วัยเกษียณซึ่งอาจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเราจะดูแลเขาอย่างไร เราต้องไม่ละทิ้งเขา ซึ่งก็จะสอดคล้องกับเรื่องสุขภาพ ที่จะมีโรคใหม่ ๆ เข้ามาอีกเรื่อย ๆ เราจึงต้องคอยเฝ้าระวังสิ่งที่จะมาจู่โจมเราโดยไม่ได้วางแผนไว้เสมอครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37887 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/3-5.webp" alt="บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass - BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร" width="600" height="370" title="บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass - BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร 530" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/3-5.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/3-5-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>พูดถึงเรื่องสุขภาพ นอกจากการดูแลสุขภาพกายแล้ว ปัจจุบันประเด็นสุขภาพใจ หรือ Mental Health ก็เป็นที่พูดถึงกันเยอะ บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG CONTAINER GLASS) ดูแลพนักงานด้านนี้อย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ณัฐชัย:</b><span style="font-weight: 400;"> เวลาคนเข้ามาที่ BGC เขาอาจคิดภาพว่าหน้าตาบริษัทจะต้องเป็นโรงงานมาก ๆ แต่พอมาถึง เขาจะเจอสิ่งที่ก็ดูเหมือนออฟฟิศตามปกติ เข้ามาเจอสนามบอล อย่างผมเองตอนมาทำงานแรก ๆ ก็ตกใจ เรามองไปทางนี้ก็จะเจอ Training Center มองลงไปตรงนี้เป็นฟิตเนส ดังนั้นเราดูแลพนักงานไม่ด้อยไปกว่าใคร โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพกายและใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โรงงานของเราทุกที่ เราจะมีสนามฟุตบอลและฟิตเนสทุกที่ เราให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพกายเป็นปกติอยู่แล้ว เรามีทีมมีแพทย์จริง ๆ มาประจำอยู่ในห้องพยาบาล พนักงานสามารถใช้ประกันสุขภาพผ่านตรงนี้ได้เลยครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วเราก็มีโปรแกรม เตาหลอมใจ เป็นการดูแลเรื่องสุขภาพจิต สุขภาพใจ ตอนแรกเราไม่คิดว่าจะได้รับความนิยมนะ แต่ปรากฏว่ามีพนักงานเข้าโปรแกรมเพียบเลย ตารางหมอ ตารางนักจิตวิทยาเต็มตลอด เราก็ต้องประเมินด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้น เราต้องกังวลด้วยนะว่า เราดูแลพนักงานกันขนาดนี้แต่ก็ยังมีเรื่องที่พวกเขาวิตกอยู่อีกเยอะ ก็ต้องหาคำตอบว่าเพราะอะไร แล้วเราจะช่วยแก้ไขอย่างไรได้อีกบ้าง ซึ่งโชคดีด้วยว่า ผู้บริหารของเราสนับสนุนเรื่องนี้ด้วยครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37885 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1-3.webp" alt="บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass - BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร" width="600" height="370" title="บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass - BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร 531" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1-3.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1-3-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>มีประเด็นไหนที่ยังไม่เคยคุยเรื่องนี้กับ CEO แต่อยากบอกให้เขารู้บ้าง</b></h2>
<p><b>ณัฐชัย:</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้ากับ CEO จริง ๆ แล้ว HR เป็นเพื่อนคู่คิดของ CEO ครับ มีเรื่องอะไรก็สามารถพูดด้วยได้ตลอด และทุกวันนี้ก็เป็นอย่างนั้นครับ ผมเจอ CEO แทบทุกวันเลย เหมือนมีประตูที่พร้อมเปิดให้ HR อยู่ตลอดเวลาครับ ตอนนี้เลยอาจไม่มีอะไรจะพูดครับ แต่ยินดีที่ผู้บริหารสนับสนุนอยู่เสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR เองก็เหมือนเป็นม้าเร็ว เป็นกลไกสำคัญที่จะส่งสารหรือความรู้สึกจากพนักงานสู่ CEO และจาก CEO ส่งไปสู่พนักงานด้วยเช่นกัน เราไม่ค่อยอยากจะให้สารเหล่านี้หายหรือว่าผิดเพี้ยนไป เราอยากจะคงสิ่งเหล่านี้เอาไว้คู่กับองค์กรครับ</span></p>
<h2><b>สุดท้ายนี้ รางวัล Best Companies To Work For ของ HR Asia มีความสำคัญอย่างไรต่อองค์กรบ้าง แล้วจะต่อยอดความสำเร็จของปีที่ผ่านมาอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ณัฐชัย:</b><span style="font-weight: 400;"> การได้รางวัลนี้มันตอบความสำคัญด้วยตัวรางวัลเองอยู่แล้วครับ ถ้าเราไม่เชื่อมั่นว่าเป็นรางวัลจะสร้างมาตรฐานให้กับทั้งองค์กรเราได้ เราจะไม่ส่งประกวด แล้วทั้งกลุ่มของ HR เองก็เชื่อมั่นว่ารางวัลนี้จะส่งผลต่อภาคธุรกิจได้ด้วย ตอบโจทย์องค์กรในหลายแง่มุมครับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รางวัลยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแบรนด์ให้กับบริษัท เราก็สามารถเปิดประตู เปิดหน้าต่าง ทำให้คนหันกลับมามอง BGC ว่าเราอยู่ในตำแหน่งที่สามารถดูแลพนักงานได้ตามมาตรฐานอันควรนะ เราสามารถดูแลคุณได้ ก็หวังว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับทุกคนนะครับ</span></p>
<p><iframe title="🏅”กีฬา VS. HR เหมือนหรือต่างกันอย่างไร​” สัมภาษณ์พิเศษผู้อำนวยการทรัพยากรบุคคล BGC" width="800" height="450" src="https://www.youtube.com/embed/gxE6DAEqJko?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass - BGC) องค์กรที่มุ่งมั่นหลอมคน เพื่อเสริมแกร่งองค์กร 532"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/bg-container-glass-240318/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความสำเร็จของ เซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) เกิดจากการมุ่งมั่นสร้าง Winning Team เปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Best Companies To Work For</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/central-retail-winning-team-240314/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/central-retail-winning-team-240314/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Mar 2024 14:15:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Best Companies to Work for]]></category>
		<category><![CDATA[Central Retail]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=37798</guid>

					<description><![CDATA[การที่องค์กรหนึ่งจะประสบความสำเร็จทางธุรกิจ มาตรวัดสำคัญที่ผู้คนมักนึกถึงคือยอดรายได้ แต่จริง ๆ แล้วความสำเร็จขององค์กรยังสามารถวัดผลได้อีกหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือการวัดผลว่า พนักงานขององค์กรสามารถทำงานอย่างมีความสุขหรือไม่ ซึ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ Central Retail คือองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความสุขของพนักงานอย่างมาก ด้วยความเชื่อมั่นว่าหากพนักงานทำงานอย่างเปี่ยมสุข ย่อมส่งผลต่อยอดรายได้ ผลประกอบการ และการเติบโตทางธุรกิจเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างอัตโนมัติ จนได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia 2023 มาครอง HREX มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณ ปัญชลีย์ วีระธรรมวัชร์ Chief People Officer ของ Central Retail เพื่อถามถึงเคล็ดลับความสำเร็จด้านการบริหารและดูแลคน ที่ช่วยส่งให้ Central Retail บรรลุผลตามมาตรวัดสำคัญนี้อย่างน่าภาคภูมิใจ เคล็ดลับของเธอและทีม HR คืออะไร ไปหาคำตอบกันในบทสัมภาษณ์นี้กันเลย คิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37800" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-2.webp" alt="ความสำเร็จของ เซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) เกิดจากการมุ่งมั่นสร้าง Winning Team เปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Best Companies To Work For" width="600" height="370" title="ความสำเร็จของ เซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) เกิดจากการมุ่งมั่นสร้าง Winning Team เปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Best Companies To Work For 535" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่องค์กรหนึ่งจะประสบความสำเร็จทางธุรกิจ มาตรวัดสำคัญที่ผู้คนมักนึกถึงคือยอดรายได้ แต่จริง ๆ แล้วความสำเร็จขององค์กรยังสามารถวัดผลได้อีกหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือการวัดผลว่า พนักงานขององค์กรสามารถทำงานอย่างมีความสุขหรือไม่ ซึ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน</span></p>
<p><a href="https://www.centralretail.com/th/home" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือ Central Retail คือองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความสุขของพนักงานอย่างมาก ด้วยความเชื่อมั่นว่าหากพนักงานทำงานอย่างเปี่ยมสุข ย่อมส่งผลต่อยอดรายได้ ผลประกอบการ และการเติบโตทางธุรกิจเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างอัตโนมัติ จนได้รับรางวัล </span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Best Companies To Work For in Asia 2023</span></a><span style="font-weight: 400;"> มาครอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณ </span><b>ปัญชลีย์ วีระธรรมวัชร์ Chief People Officer ของ Central Retail </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อถามถึงเคล็ดลับความสำเร็จด้านการบริหารและดูแลคน ที่ช่วยส่งให้ Central Retail บรรลุผลตามมาตรวัดสำคัญนี้อย่างน่าภาคภูมิใจ เคล็ดลับของเธอและทีม HR คืออะไร ไปหาคำตอบกันในบทสัมภาษณ์นี้กันเลย</span></p>
<h2><b>คิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) ได้รับรางวัล Best Companies to Work for in Asia 2023 และรางวัลนี้มีความหมายต่อองค์กรอย่างไรบ้าง?</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์: </b><span style="font-weight: 400;">รางวัล Best Companies to Work for in Asia 2023 จาก HR Asia เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของทีม HR เซ็นทรัล รีเทล เพราะไม่เพียงแต่สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ด้านการพัฒนาบุคลากรขององค์กร แต่ยังหมายถึงความสำเร็จของทีม HR ในการสร้างความสุขและความผูกพันระหว่างเพื่อนพนักงานกับองค์กร ตามเป้าหมายของเราในการสร้างองค์กรให้เป็น A Great Place to Work ที่ทุกคนอยากร่วมงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกของประเทศ โจทย์ที่ท้าทายสำหรับทีม HR ก็คือการสร้างความสุขในการทำงานและส่งเสริมศักยภาพของ </span><b>Winning Team </b><span style="font-weight: 400;">ที่ประกอบด้วยพนักงานเกือบ 60,000 คน ใน 15 กลุ่มธุรกิจของเราในประเทศไทย ให้เติบโตทั้งในหน้าที่การงานและความก้าวหน้าส่วนบุคคล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราพัฒนาโปรแกรมอบรมพนักงานด้วย CRC Academy อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้และต่อยอดให้ Winning Team ของเรามีความแข็งแกร่งในรูปแบบต่าง ๆ จากหลากหลายทักษะ เตรียมพร้อมผลักดันเป้าหมายทางธุรกิจ แล้วมุ่งสู่ชัยชนะไปด้วยกันค่ะ</span></p>
<h2><b>ที่ผ่านมาทีม HR ของ เซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) ฟังเสียงของพนักงาน แล้วนำมาสร้าง Winning Team ปรับปรุงองค์กรให้น่าอยู่ น่าทำงานด้วยอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์: </b><span style="font-weight: 400;">เราให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของเพื่อนพนักงานเสมอค่ะ เซ็นทรัล รีเทล เป็นองค์กรที่มีความโดดเด่นในแง่ของความแตกต่างหลากหลาย เพราะเรามีธุรกิจในหลากหลายภาคส่วนมากถึง 15 กลุ่มธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราพยายามทำความเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของเพื่อนพนักงานทุกกลุ่มธุรกิจและส่วนงาน ไม่เพียงทำแบบสำรวจความสุขในการทำงานของบุคลากรเพื่อวัดผลตอบรับเชิงปริมาณ แต่เรายังเก็บรวบรวมและวิเคราะห์เสียงตอบรับของพนักงานเชิงคุณภาพ ผ่านการพบปะพูดคุยอย่างสม่ำเสมอระหว่างหัวหน้าและทีมงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเดินทางไปเยี่ยมพนักงานที่หน้าร้าน (Store Visit) เป็นประจำ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากบุคลากรเกี่ยวกับความพึงพอใจในการทำงาน และความสนใจในด้านอื่น ๆ ทั้งเป้าหมายส่วนบุคคลและเป้าหมายในอาชีพ เพื่อนำมาพัฒนาแผนงาน HR และลำดับความสำคัญในการพัฒนาให้กับเพื่อนพนักงาน รวมถึงปรับกลยุทธ์ทางด้านทรัพยากรบุคคลที่ครอบคลุมโจทย์ความต้องการของพนักงานให้ได้รอบด้านที่สุดค่ะ</span></p>
<h2><b>HR ยุคใหม่ สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กร ให้เป็นองค์กรที่ทุกคนอยากร่วมงานด้วยได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์: </b><span style="font-weight: 400;">เพราะโลกธุรกิจค้าปลีกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา ฉะนั้นเป้าหมายสำคัญของทีม HR เซ็นทรัล รีเทล คือการสร้าง Winning Team ที่พร้อมส่งเสริมกลยุทธ์การเติบโตของธุรกิจที่หลากหลายในเครือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ HR ยังมีหน้าที่ในการสร้างองค์กรให้เป็นบ้านหลังที่สอง ที่เพื่อนพนักงานรู้สึกผูกพัน มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลาย การทำงานเป็นทีม และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อ Winning Team ที่ภูมิใจในคุณค่าของตนเองต่อองค์กรและงานที่ทำ มีแรงจูงใจในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก HR จะต้องเป็น </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211105-what-is-hrbp/"><span style="font-weight: 400;">Business Partner</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่มีความเข้าใจในธุรกิจแล้ว ยังต้องเป็น People Partner ให้พนักงานมีความเป็นอยู่ที่ดี ดึงดูดและรักษาไว้ซึ่งบุคลากรที่มีศักยภาพสูง มีทักษะต่อยอดธุรกิจ และ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211013-growth-mindset/"><span style="font-weight: 400;">Growth Mindset</span></a><span style="font-weight: 400;"> เพื่อช่วยผลักดันกลยุทธ์และเป้าหมายทางธุรกิจ ให้องค์กรสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมและต่อยอดทางธุรกิจต่อไป</span></p>
<h2><b>มีคำกล่าวว่า HR ยุคใหม่ต้องเป็นนักวางกลยุทธ์ และเป็น Business Driver หากเป็นเช่นนั้น ทีม HR ของ เซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) จะเปลี่ยนตัวเองให้มีความพร้อมได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์: </b><span style="font-weight: 400;">เซ็นทรัล รีเทล เชื่อในบทบาทของ HR ในฐานะ Business Partner ผู้ผลักดันเป้าหมายทางธุรกิจขององค์กร เรามุ่งเตรียมความพร้อมให้ HR ของเรามีความเข้าใจแนวโน้มธุรกิจในอุตสาหกรรมค้าปลีก และสามารถในการคิดและวางแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความต้องการพนักงานและเป้าหมายขององค์กรได้อย่างลงตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ทักษะทางด้านดิจิทัล และความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ วางกลยุทธ์ในการพัฒนาบุคลากรได้อย่างเป็นระบบและตรงตามทิศทางของธุรกิจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งสำคัญคือการบริหารจัดการคนเก่งในองค์กร ในฐานะ Business Driver ฝ่าย HR ต้องทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารธุรกิจอย่างใกล้ชิด และร่วมมือกันพาองค์กรบรรลุเป้าหมาย รวมถึงมีความสามารถในการคาดการณ์ความต้องการในอนาคตขององค์กร สร้าง Talent Pipeline และเตรียมความพร้อมให้พนักงานที่มีศักยภาพสูงขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำ เพื่อความก้าวหน้าของบุคลากรและการเติบโตที่ยั่งยืนขององค์กร </span></p>
<h2><b>ภายใน 5 ปีต่อจากนี้ HR ของ เซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) มีภารกิจอะไรบ้าง ที่ต้องทำเพื่อยกระดับองค์กรและรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงได้ทัน</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์: </b><span style="font-weight: 400;">ในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับสถานการณ์โลกและแนวโน้มธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว HR ต้องมุ่งปรับตัวทางเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากร HR ต้องมีทักษะการคิดวิเคราะห์ที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ และช่วยสร้างวัฒนธรรมในองค์กรให้มีความพร้อมในการเปิดรับการเปลี่ยนแปลงที่มาพร้อมกับสภาพแวดล้อมในโลกธุรกิจค้าปลีกที่มีความไดนามิกสูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การยกระดับทักษะทางดิจิทัลจะสำคัญมากในการเตรียมพร้อมให้พนักงานมีความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือและนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมค้าปลีกที่เน้นแนวทาง Omnichannel ให้บริการลูกค้าอย่างไร้รอยต่อด้วยหลากหลายแพลตฟอร์ม รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการแต่ละกลุ่มธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ HR ยัง ต้องให้ความสำคัญกับการสร้างทีมที่มีความแตกต่างหลากหลาย เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยมุมมองและทักษะที่หลากหลายของกลุ่มบุคลากร อีกภารกิจสำคัญคือการดูแลสุขภาพองค์รวม (Holistic Wellbeing) ของพนักงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานอย่างมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง A Great Place to Work ที่มีคุณค่าและเพิ่มศักยภาพให้กับพนักงาน ช่วยผลักดันให้องค์กรสามารถปรับตัวและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วค่ะ</span></p>
<h2><b>ในฐานะ HR ของเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) อยากบอกอะไรกับ HR และคนทำงานที่กำลังหมดไฟ และต้องการกำลังใจเพื่อเดินหน้าต่อไปบ้าง</b></h2>
<p><b>ปัญชลีย์: </b><span style="font-weight: 400;">สำหรับชาว HR ทุกคนนะคะ สิ่งสำคัญของการเป็น HR คือการดูแลคนอื่น ดูแลพนักงานในองค์กรทุกคนให้มีความสุข ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ และน่าชื่นชมมาก อยากฝากถึง HR ทุกคนว่าสิ่งที่คุณทำมี impact มากกว่าที่คิด ทั้งต่อพนักงานและต่อองค์กร คุณเป็นทั้งตัวแทนขององค์กรในการสร้างความประทับใจให้กับพนักงาน ทั้ง Business Partner ให้องค์กรพัฒนาบุคลากรได้อย่างตรงจุด ช่วยกันขับเคลื่อนเป้าหมายทางธุรกิจให้องค์กรได้เติบโต และยังเป็น People Partner ดูแลพนักงานให้มีความสุขและก้าวหน้าไปกับองค์กร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำหน้าที่ HR มักมาพร้อมกับการเผชิญปัญหาที่ไม่คาดคิด และได้เจอเรื่องแปลกใหม่ตลอดเวลา แน่นอนว่าเป็นธรรมดาที่จะรู้สึกท้อหรือหมดไฟ แต่เมื่อล้ม เราต้องลุกขึ้นมาใหม่ให้ได้ ถ้าเราอยากขอความช่วยเหลือจากคนอื่นบ้างไม่ใช่สิ่งที่ผิด เซ็นทรัล รีเทล เชื่อมั่นในสปิริตของความเป็น One CRC, One HR Team และให้ความสำคัญกับการสร้าง </span><a href="https://qath.hrnote.asia/"><span style="font-weight: 400;">HR Community</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่มีทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง มีความไว้เนื้อเชื่อใจ ห่วงใย พร้อมพึ่งพาซึ่งกันและกันได้เสมอค่ะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงคนทำงานทุกคนที่กำลังหมดไฟและต้องการกำลังใจ องค์กรภูมิใจในตัวคุณ และขอบคุณในทุก ๆ ความพยายามและทุ่มเทเสมอมา เรามาสู้ไปด้วยกันนะคะ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1-CATE-3.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1 CATE 3" width="1600" height="500" title="ความสำเร็จของ เซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) เกิดจากการมุ่งมั่นสร้าง Winning Team เปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Best Companies To Work For 536"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/central-retail-winning-team-240314/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“พนักงานต้องรู้ลึกในงานของตัวเอง แต่ต้องรู้กว้างกับโลก” บทเรียนความสำเร็จของบุญรอดบริวเวอรี่</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/boon-rawd-learning-240311/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/boon-rawd-learning-240311/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Mar 2024 10:13:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[บุญรอด บริวเวอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=37752</guid>

					<description><![CDATA[หากองค์กรไหนได้รับรางวัลด้าน HR ล่ะก็ ย่อมเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่า นี่คือองค์กรที่ใส่ใจพนักงานและความเป็นอยู่ขององค์กรที่ควรค่าแก่การร่วมงานด้วย ยิ่งองค์กรไหนได้รับรางวัลนั้นอย่างสม่ำเสมอ ก็ยิ่งบ่งชี้ถึงความเอาจริงเอาจังในการดูแลและพัฒนาศักยภาพพนักงานมากขึ้นไปเท่านั้น และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ก็คือหนึ่งในนั้น โดยได้รับรางวัล Best Companies to Work For in Asia จาก HR Asia มาตั้งแต่ปี 2021 แล้ว HREX เคยสัมภาษณ์คุณสุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability and Sustainability ของบุญรอดบริวเวอรี่ ไปแล้วตอนได้รับรางวัล Best Companies to Work For เมื่อปี 2022 แต่เมื่อได้รับรางวัล Best Companies to Work For อีกครั้งในปี 2023 คราวนี้เราจึงได้โอกาสมาพูดคุยกับอีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรมาถึงจุดนี้ นั่นคือ คุณชลวิทย์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37753" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-2024-02-22T205215.858-1.webp" alt="“พนักงานต้องรู้ลึกในงานของตัวเอง แต่ต้องรู้กว้างกับโลก” บทเรียนความสำเร็จของบุญรอดบริวเวอรี่" width="600" height="370" title="“พนักงานต้องรู้ลึกในงานของตัวเอง แต่ต้องรู้กว้างกับโลก” บทเรียนความสำเร็จของบุญรอดบริวเวอรี่ 543" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-2024-02-22T205215.858-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-2024-02-22T205215.858-1-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรไหนได้รับรางวัลด้าน HR ล่ะก็ ย่อมเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่า นี่คือองค์กรที่ใส่ใจพนักงานและความเป็นอยู่ขององค์กรที่ควรค่าแก่การร่วมงานด้วย ยิ่งองค์กรไหนได้รับรางวัลนั้นอย่างสม่ำเสมอ ก็ยิ่งบ่งชี้ถึงความเอาจริงเอาจังในการดูแลและพัฒนาศักยภาพพนักงานมากขึ้นไปเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และ </span><b>บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด</b><span style="font-weight: 400;"> ก็คือหนึ่งในนั้น โดยได้รับรางวัล Best Companies to Work For in Asia จาก HR Asia มาตั้งแต่ปี 2021 แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX เคยสัมภาษณ์</span><a href="https://th.hrnote.asia/story/interview-boon-rawd-brewery-20230510/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">คุณสุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability and Sustainability ของบุญรอดบริวเวอรี่ </span></a><span style="font-weight: 400;">ไปแล้วตอนได้รับรางวัล Best Companies to Work For เมื่อปี 2022 แต่เมื่อได้รับรางวัล </span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Best Companies to Work For อีกครั้งในปี 2023</span></a><span style="font-weight: 400;"> คราวนี้เราจึงได้โอกาสมาพูดคุยกับอีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรมาถึงจุดนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นคือ </span><b>คุณชลวิทย์ สุขอุดม </b><b>Director of Corporate Capability and ESG Group</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ซึ่งให้ทัศนะถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นว่า เป็นผลมาจากการเรียนรู้ของพนักงานตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องราวที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง ติดตามได้จากในบทสัมภาษณ์นี้</span></p>
<h2><b>บุญรอด ได้รางวัล Best Companies to Work For ต่อเนื่องหลายปี รางวัลนี้มีความหมายและมีคุณค่าอย่างไรต่อองค์กรบ้าง</b></h2>
<p><b>ชลวิทย์: </b><span style="font-weight: 400;">ในมุมมองของผม รางวัลนี้เหมือนหมุดหมายบางอย่าง บ่งบอกว่าคุณตั้งเป้าหมายไว้แล้วทำได้สำเร็จแล้วตามที่ตั้งวัตถุประสงค์ ขณะเดียวกันรางวัลนี้ก็ทำให้คุณมั่นใจด้วยว่า เราเดินมาถูกทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยพื้นฐานด้านการดูแลคนของบุญรอด เรามองพนักงานเปรียบเสมือนลูกค้าของบริษัทครับ หน่วยงานของผม และของคุณพาย (สุนิษฐ์ สก๊อต) เป็นหน่วยงานที่เสริมสร้างศักยภาพ (Capability) เราต้องทำเพื่อตอบโจทย์ตัวเขา ให้เขาเก่งขึ้น ดีขึ้น มีคุณค่ากับองค์กรมากขึ้น และ ตอบโจทย์กับเป้าหมายทางธุรกิจเช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณปิติ ภิรมย์ภักดี</span><span style="font-weight: 400;"> จะพูดเสมอว่า เราต้องพยายามยกระดับมาตรฐานให้ดีขึ้นและดีขึ้น เพราะฉะนั้นการได้รางวัลปีที่ 1 2 3 ติดต่อกันไม่ได้หมายความว่าเราได้เพราะเราทำแบบเดิม แต่เราทำให้ดีขึ้น เขยิบเส้นมาตรฐานให้สูงขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ศักยภาพพนักงานดีขึ้นด้วยเช่นกันครับ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37754" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-2024-03-11T170030.758.webp" alt="“พนักงานต้องรู้ลึกในงานของตัวเอง แต่ต้องรู้กว้างกับโลก” บทเรียนความสำเร็จของบุญรอดบริวเวอรี่" width="600" height="370" title="“พนักงานต้องรู้ลึกในงานของตัวเอง แต่ต้องรู้กว้างกับโลก” บทเรียนความสำเร็จของบุญรอดบริวเวอรี่ 544" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-2024-03-11T170030.758.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-2024-03-11T170030.758-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>พอได้รางวัลมาหลายปีติดต่อกันแล้ว ยังมีอะไรที่บุญรอดยังต้องพัฒนาอยู่อีกบ้าง </b></h2>
<p><b>ชลวิทย์: </b><span style="font-weight: 400;">ความมั่นคงทางธุรกิจเป็นเรื่องสำคัญ ทุกคนรู้ว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมไม่ดีนัก ฉะนั้นพนักงานต้องตระหนักอยู่เสมอว่า คุณต้องหูไวตาไว ต้องใส่ใจกับเรื่องนี้ เราพยายามให้พนักงานเงยหน้าขึ้นจากงานตัวเอง มองไปรอบ ๆ แล้วก็หยิบสิ่งเหล่านั้นมาพัฒนาตนเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคสมัยหนึ่ง แค่คุณทำหน้าที่ของคุณเองจบ รู้คุณค่าของงานต่อบริษัทก็จบแล้ว แต่ทุกวันนี้เราอยากให้พนักงานเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Learner) เราพูดคำนี้มาหลายปีแล้ว แต่ระดับของการเรียนรู้ต้องเข้มข้นขึ้น ภายใต้มาตรฐานใหม่ ๆ ที่สำคัญต่อบริษัท เช่น เรื่อง</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/sustainability-for-hr-221014/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ความยั่งยืน (Sustainablity)</span></a><span style="font-weight: 400;"> พนักงานต้องรู้ว่าโลกข้างนอกเขาคิดอะไร ทำอะไรกันอยู่ มันกลายเป็นกฎหมายข้อบังคับอะไรบ้าง แล้วมีผลกระทบอะไรต่อบุญรอดบ้าง เราต้องตระหนักรู้และต้องใส่ใจมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่าการที่เราจะพัฒนาคนได้ต้องมีทั้ง 2 ส่วนครับคือ พนักงานก็ต้องพยายามดันตัวเองขึ้นมา ขณะเดียวกันบริษัทช่วยผลักดัน ผ่านโครงสร้างงานของ HR เช่น การเติม skill ฯลฯ ที่สำคัญคือ Career Path ที่ต้องสนับสนุนการเติบโตของพนักงานและองค์กรด้วย</span></p>
<h2><b>นอกจากพนักงานโดยทั่วไปต้องเพิ่มเติมความรู้แล้วคนที่ทำงาน support ด้าน Capability เองต้องพัฒนาศักยภาพตัวเองอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ชลวิทย์:</b><span style="font-weight: 400;"> คนทำงานสาย HR หรือคนทำงานในหน่วยงานผมต้องเพิ่มศักยภาพตัวเองเสมอครับ คุณจะไปจัดอบรมหรือพัฒนาใครไม่ได้เลย ถ้าคุณไม่เริ่มที่ตนเองก่อน อย่างที่ผมเรียนไว้ตั้งแต่ต้นนะครับ เมื่อเป้าหมายของบริษัทสูงขึ้น พนักงานแต่ละภาคส่วนก็ต้องเก่งขึ้น ดีขึ้น คนที่มีหน้าที่ผลักดันตรงนี้ก็ยิ่งต้องเก่งขึ้นและดีขึ้นกว่าเดิมด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นถ้าเราคาดหวังว่าคนอื่นจะดีขึ้น เราต้องหาความรู้ให้เยอะ ต้องออกไปดูโลกกว้าง ไปดูงาน ไปลองฟังคนนั้นคนนี้พูด หาไอเดียใหม่ ๆ ผมว่าสมัยนี้หาง่ายขึ้นนะ อยากเรียนฮาร์วาร์ดก็สามารถเรียนออนไลน์ได้ อยากฟังอาจารย์เก่ง ๆ พูดถึงไอเดียเรื่องการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ก็สามารถฟังออนไลน์ได้เลย เพราะฉะนั้น คนทำงาน หรือคนที่สร้าง capability ให้องค์กรต้องหูไวตาไว ต้องรู้ว่ามีเครื่องมืออะไรช่วยให้พนักงานเข้าใจง่ายขึ้น ทำงานดีขึ้น หรือมีแรงจูงใจเพิ่มขึ้นบ้าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แรงจูงใจที่ว่าผมไม่ได้หมายถึงเงินนะ แต่หมายถึงแรงจูงใจในการพัฒนาตัวเอง คนทำงานสาย support เองก็ต้องนำความรู้ใหม่ ๆ มาปรับใช้เองด้วย อย่าลืมว่าในมุมหนึ่ง HR ก็เป็นพนักงานเหมือนกัน เราต้องเงยหน้ามองโลกว่าเขาพัฒนากันไปถึงไหน บริษัทเทคโนโลยีเขาพัฒนาอะไร ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นแล้วเขาแก้ปัญหาอย่างไร เราต้องมองสิ่งเหล่านั้นแล้วหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับบริษัทของเราด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์กรเป็นอาคาร องค์กรเป็นสิ่งสมมติ แต่หากองค์กรจะเติบโตด้วยยอดขาย หรือระบบทำงานที่ดี ดึงดูดคนให้อยากมาทำงาน องค์กรต้องเติบโตได้ด้วยคนทั้งสิ้น</span></p>
<h2><b>หมายความว่างานสาย HR ต่อจากนี้ต้องไม่เพียงแค่ดูแลคน แต่ต้องทำให้คนสามารถสร้างผลงานให้ธุรกิจเติบโตได้</b></h2>
<p><b>ชลวิทย์:</b><span style="font-weight: 400;"> ถูกต้อง ผมพูดเสมอว่า HR หรือคนทำงานด้านการส่งเสริมศักยภาพคน ต้องรู้เรื่องธุรกิจนะ คุณต้องรู้จักธุรกิจขององค์กรคุณเอง และต้องเข้าใจธุรกิจในภาพรวมด้วย ยิ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงยิ่งต้องเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจมหภาคด้วย สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงกันอย่างไร มีผลกระทบอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นในระดับเศรษฐกิจโลกกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร แล้วพอกระทบต่อเศรษฐกิจไทย มันส่งผลกระทบต่อธุรกิจเราอย่างไรบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายของพนักงานคือการสร้างยอดขาย ต้องสร้าง Productivity ต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องคุมต้นทุน ตลอดจนพัฒนากระบวนการให้ efficient ตลอดเวลา ดังนั้นงานสาย HR ต้องทำให้คนทำงานเข้าใจ แล้วไปสร้างแนวทางการพัฒนา มีการโค้ชชิ่ง อบรมที่ช่วยให้พนักงานเก่งขึ้นโดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีที่จะช่วยให้งานมีประสิทธิผล ผลักดันยอดขายได้มากขึ้น ส่งเสริมการเติบโตขององค์กรได้มากขึ้น การจะทำได้ HR ต้องเข้าใจเรื่องธุรกิจด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37755" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-2024-03-11T170056.091.webp" alt="“พนักงานต้องรู้ลึกในงานของตัวเอง แต่ต้องรู้กว้างกับโลก” บทเรียนความสำเร็จของบุญรอดบริวเวอรี่" width="600" height="370" title="“พนักงานต้องรู้ลึกในงานของตัวเอง แต่ต้องรู้กว้างกับโลก” บทเรียนความสำเร็จของบุญรอดบริวเวอรี่ 545" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-2024-03-11T170056.091.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-2024-03-11T170056.091-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>บุญรอด รับฟัง Feedback ของพนักงานแล้วเพื่อนำไปพัฒนา ปรับปรุงต่ออย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ชลวิทย์:</b><span style="font-weight: 400;"> เราจะพูดเสมอว่า Customer is King สำหรับสายงาน HR และ Capability ของผมกับคุณพาย ลูกค้าของเราก็คือพนักงานครับ การรับฟังมีหลายช่องทาง ทั้งรับฟังผ่าน Engagement Survey แต่พนักงานตอบตามตรง 100% หรือไม่เราอาจไม่รู้ได้นะ ในความเป็นจริงเราปกปิดชื่อเสมอ เพียงแต่พนักงานอาจจะคิดว่าปิดชื่อก็ไปดูข้อมูลข้างหลังบ้านได้อยู่ดี แล้วบางหน่วยงานมีคนอยู่ 2-3 คน เขาก็จะไม่กล้าวิจารณ์เจ้านายเขาหรอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ที่ บุญรอด นอกจาก Engagement Survey ที่เราทำเป็นระยะ ๆ แล้วก็เอาผล</span><span style="font-weight: 400;">มา</span><span style="font-weight: 400;">แก้ไข เรายังมีอีกหลายช่องทางในการรับฟังครับ อย่างคุณพายจะไป Road Show ตามโรงงาน และบางครั้งการคุยกันนอกรอบหรือการคุยกันต่างสายงาน พนักงานจะรู้สึกถึงความจริงใจและจะกล้าตอบมากกว่า เขาจะสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ หรือบางทีเรามีจุดที่ให้พนักงานมาคุยกัน กินดื่มกันตอนเย็นแบบไม่เป็นทางการ และวิธีการนี้แหละครับที่ทำให้เรารู้ว่าพนักงานคิดอะไร กำลังหนักใจเรื่องอะไร รู้สึกไม่เสถียรในพื้นที่ทำงานอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เครื่องมือที่เราจะรับฟังเสียงพนักงานมีหลายแบบ แต่เราต้องทำแบบรอบด้าน ถ้าเราอยากได้ข้อเท็จจริง ยิ่งต้องทำให้มันไม่เป็นทางการมาก ๆ อีกข้อที่สำคัญก็คือ เราต้องไม่ทำให้ใครรู้สึกเสียหน้า ผมเคยถามน้องที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ เขาก็ใช้เทคนิคนี้ ซึ่งสำคัญมาก เพราะว่าเราจะได้ข้อมูลที่เป็นจริง</span></p>
<h2><b>นอกจากทำให้พนักงานเชื่อมั่นแล้ว มีเคล็ดลับในการสื่อสารกับ CEO และผู้บริหารในระดับ C-Level อย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ชลวิทย์:</b><span style="font-weight: 400;"> เราทำตามโจทย์ครับ นี่คือพื้นฐานทางธุรกิจเลย ถ้าเราจะขายของ ขายสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ถ้าเรามองว่าสินค้าของเราคือบริการที่ทำให้พนักงานเก่งขึ้น ดีขึ้น เราก็ต้องคุยกับ CEO ว่าเขาคาดหวังอะไรจากหน่วยงาน</span><span style="font-weight: 400;">นั้น</span><span style="font-weight: 400;"> เขาวางแผนและมองว่าหน่วยงาน</span><span style="font-weight: 400;">ของเขา</span><span style="font-weight: 400;">ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แล้วเราก็ทำตามโจทย์นั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โจทย์ของทีมผมคือการบริหารจัดการคน เขาก็มองแบบนี้ คุณดูแลหรือให้ความสำคัญกับพนักงานทุกระดับแบบไหน อย่างคุณพายก็เน้นว่าให้พนักงานมี DNA ของความเป็นเรา ให้เขาเข้าใจว่าเรากำลังทำอะไร ทำธุรกิจเพื่ออะไร พนักงานใหม่ที่ขาดเหลือหรือมีปัญหาในการปรับตัว เราจะต้องหาที่หาทางให้เขาได้พูดคุย ทำให้เขารู้สึกดีที่จะอยู่ที่นี่ ที่บุญรอด </span><span style="font-weight: 400;">คุณสันติ คุณจุตินันท์ คุณภูริต หรือ CEO ก่อนหน้า </span><span style="font-weight: 400;">ผู้บริหารระดับ C-Level ทุกคนล้วนให้ความสนใจกับเรื่องเหล่านี้หมดครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37756" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/LINE_ALBUM_พี่แก่นหล่อ-ๆ_๒๔๐๒๒๒_1.webp" alt="“พนักงานต้องรู้ลึกในงานของตัวเอง แต่ต้องรู้กว้างกับโลก” บทเรียนความสำเร็จของบุญรอดบริวเวอรี่" width="600" height="1060" title="“พนักงานต้องรู้ลึกในงานของตัวเอง แต่ต้องรู้กว้างกับโลก” บทเรียนความสำเร็จของบุญรอดบริวเวอรี่ 546" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/LINE_ALBUM_พี่แก่นหล่อ-ๆ_๒๔๐๒๒๒_1.webp 1159w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/LINE_ALBUM_พี่แก่นหล่อ-ๆ_๒๔๐๒๒๒_1-170x300.webp 170w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/LINE_ALBUM_พี่แก่นหล่อ-ๆ_๒๔๐๒๒๒_1-580x1024.webp 580w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/LINE_ALBUM_พี่แก่นหล่อ-ๆ_๒๔๐๒๒๒_1-768x1357.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/LINE_ALBUM_พี่แก่นหล่อ-ๆ_๒๔๐๒๒๒_1-869x1536.webp 869w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>คิดว่าอีก 5 ปีข้างหน้า ภารกิจสำคัญของคนทำงานด้าน HR ขององค์กรคืออะไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ชลวิทย์: </b><span style="font-weight: 400;">โลกวันนี้เหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่ได้เดินเป็นเส้นตรงแล้ว แต่จะเป็นแบบ Non-Linear หมายความว่าอะไรที่จะเกิดขึ้น เราไม่สามารถคาดเดาได้ 100% หรอก เราทุกคนจึงต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Mindset ของคำว่าพร้อมมีความสำคัญ คุณอยู่ในโลกเดิมไม่ได้ สิ่งที่เคยทำเมื่อ 5 ปีก่อนอาจได้ผล วันนี้มันอาจใช้ไม่ได้แล้วก็ได้ แม้กระทั่ง ‘Singha Way’ คุณพายยังปรับตลอดเวลา สมมตินะครับ ถ้าอีก 3 ปีข้างหน้า คำว่าครอบครัวไม่เวิร์กกับวินาทีนั้น เราก็ต้องปรับ เหมือนที่ ไอน์สไตน์ เขาพูดว่า เวลาปั่นจักรยาน บางคนก้มหน้าก้มตาปั่นอย่างเดียวสุดท้ายก็ตกเหว เราต้องเงยหน้ามองรอบ ๆ ด้วย หาทางบาลานซ์ตัวเองกับโลกที่เป็นแบบนี้ ซึ่งวิธีที่จะทำได้มีอย่างเดียวคือ เราต้องเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ</span></p>
<h2><b>พอแชร์ได้ไหมว่า คุณมีวิธีเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ อย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ชลวิทย์:</b><span style="font-weight: 400;"> มีหลายคนชอบแซวผมว่า ผมคุยได้ทุกเรื่องเลย ผมก็เหมือนทุกคนครับ มีมือถือ มีไอแพด แลปท็อปติดตัว ทุกเช้าตอนตื่นนอน ผมจะอ่านบทความสักสองสามบทความ พอเข้าห้องน้ำผมจะอ่านหนังสือ ผมขาดไม่ได้ถ้าจะไม่อ่านอะไรเลย หรือแม้แต่คลิปผมก็ดูนะ ทั้งคลิปตลกยันการเมือง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่องทางในการเรียนรู้มีเยอะมากครับ อยู่ที่คนเลือกเสพอะไร ถ้าคุณเลือกเสพแต่เฟคนิวส​์ โลกทัศน์ของคุณก็จะเป็นเฟคนิวส์ แต่ถ้าคุณอ่านบทความหลากหลาย ผมอ่านบทวิจารณ์หนัง อ่านบทวิจารณ์การเมือง ผมเปิดตัวเองให้มีความสนใจในเรื่องกว้างมาก ๆ อย่างเมื่อวันก่อน มี Director ด้าน World Monuments Fund มาคุยกับผม ขอความเห็นเรื่องสถานที่ที่ควรยกระดับเป็นมรดกโลกว่า ผมก็เปิดรับโอกาสให้เขามาพูดคุย เปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ว่า อ๋อ มันมีเรื่องราวแบบนี้อยู่ด้วยนะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต้องรู้ลึกในงานของเรา แต่เราต้องรู้กว้างกับโลก นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้พนักงานเงยหน้าจากงานที่คุณรู้ลึกขึ้นมา พอเงยหน้าแล้วก็จะเห็นเรื่องรอบตัว เห็นปัญหาว่าคู่แข่งขยับตัว ทำท่าจะออกสินค้านี้ จะใช้กลยุทธ์นี้ ทำให้เราต้องรีบคิดวิเคราะห์ทันทีว่าจะทำอะไรต่อ </span><span style="font-weight: 400;">ประเด็นสำคัญที่สุดคือ Knowledge หรือความรู้ จะเกิดประโยชน์สูงสุดก็ต้องเป็น Solution ให้กับองค์กรด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37757" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-2024-03-11T170133.788.webp" alt="“พนักงานต้องรู้ลึกในงานของตัวเอง แต่ต้องรู้กว้างกับโลก” บทเรียนความสำเร็จของบุญรอดบริวเวอรี่" width="600" height="370" title="“พนักงานต้องรู้ลึกในงานของตัวเอง แต่ต้องรู้กว้างกับโลก” บทเรียนความสำเร็จของบุญรอดบริวเวอรี่ 547" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-2024-03-11T170133.788.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-2024-03-11T170133.788-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ตอนนี้เทรนด์ของการทำงานจะมีเรื่องปัญหา Mental Health หมดไฟ เป็นโรคซึมเศร้า ถ้ามีพนักงานที่บุญรอดมาปรึกษา คุณจะช่วยการปลุกไฟคนเหล่านี้อย่างไร</b></h2>
<p><b>ชลวิทย์:</b><span style="font-weight: 400;"> โดยส่วนตัวผมเจอบ่อย ไม่ใช่ในบุญรอดฯ นะ ทั้งเรื่องป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และก็หมดไฟ ผมเข้าใจได้นะว่าบางคนอาจจะไม่มีไฟในชีวิต เราพบว่าเด็กรุ่นใหม่ ๆ บางทีอาจดูเหมือนมีเป้าหมายนะ แต่จริง ๆ แล้วไม่มี เช่น อยากรวย ซึ่งอยากรวยไม่ใช่เป้าหมายนะ ผมจะถามย้ำเลยว่า อยากรวยด้วยอาชีพอะไร อยากให้คนยอมรับเราด้วยอาชีพอย่างไร ทุกคนอยากเลี้ยงพ่อแม่กันหมด แต่น้อยคนที่ตอบได้นะว่าอยากเลี้ยงคุณพ่อคุณแม่ด้วยเงินที่หามาจากการทำอาชีพนั้นอาชีพนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไมผมถึงถามอย่างนั้น เพราะผมว่าเรื่องนี้สำคัญ มันจะทำให้คุณมีความชัดเจนมากขึ้น และถ้าคุณตอบไม่ได้แสดงว่าคุณอาจยังไม่ได้คิดไตร่ตรองในตัวเองมากพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางครั้งเราหมดไฟเพราะอะไร ? เพราะจริง ๆ แล้วเราไม่ได้ไตร่ตรองตัวเองมากพอไหม ขณะเดียวกันก็เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางแล้วเปรียบเทียบให้ตัวเองเป็นลบ หรือเราท้อแท้ เบื่อสภาพแวดล้อม เรารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจกับ </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210922-career-path/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Career Path</span></a><span style="font-weight: 400;"> ขององค์กร ฯลฯ ถ้ามีคนมาถามผม ผมจะชวนคุยไปเรื่อย ๆ อาจดื่มเบียร์กันไปแล้วก็คุยกันไป ผมจะไม่ค่อยให้คำปรึกษาในแบบที่คนไข้มาหาแพทย์ ผมไม่อยากให้เขารู้สึกแบบนั้น เป็นไปได้ที่มนุษย์จะไม่มีไฟและไม่ใช่เรื่องผิดด้วย แต่คุณเป็นมืออาชีพได้แม้ว่าคุณจะไม่มีไฟ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะอะไร ? เพราะคุณรับเงินเดือนจากบริษัทภายใต้ Job Description นี้ คุณก็ต้องทำให้มันดี และที่สำคัญคืองานของคุณต้องดีกว่าเส้นมาตรฐานทุกๆ ปี อย่างที่ผมอธิบายไปในทีแรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่มีไฟก็จริง แต่เราเป็นมืออาชีพได้ และเราต้องเป็น ต้องทำให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ</span></p>
<h2><b>สุดท้ายนี้ มีอะไรอยากบอก CEO ในสิ่งที่ยังไม่เคยบอกบ้างไหม</b></h2>
<p><b>ชลวิทย์:</b><span style="font-weight: 400;"> ผมโชคดีครับที่ได้ทำงานกับ CEO เก่ง ๆ ทุกคน ผมพบคุณสมบัติบางอย่างที่ทำให้ CEO เหล่านั้นเป็น CEO ที่ดี นั่นคือความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่และลงมือทำให้เกิดผล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสามารถในการเรียนรู้ทำให้ CEO </span><span style="font-weight: 400;">หรือผู้นำในทุกระดับ</span><span style="font-weight: 400;"> เห็นมุมมองที่หลากหลาย</span><span style="font-weight: 400;"> มีมิติกว้าง</span><span style="font-weight: 400;"> แล้วลงมือทำให้เกิดผลอย่างที่เขาฝันไว้ อันนี้สำคัญนะครับ หลายคนในหลายระดับ ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะทุกคนฝัน แต่ทำให้สำเร็จจริงไม่ได้ ครึ่งหนึ่งไปไม่ถึงฝั่งฝัน อีกครึ่งหนึ่งโดนบั่นทอนในระบบ 80% ของคนที่มีความฝันตายกลางทาง กลายเป็นพนักงานธรรมดาที่ทำงานไปเรื่อย ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณเป็นหัวหน้าที่ใช้ระบบ Top-Down คือสั่งเพื่อต้องการผลลัพธ์ คุณก็ต้อง Top-Down ด้วยวิธีการที่ดี หมายความว่าให้เป้าหมาย ให้ทรัพยากร ให้ลองไปทำด้วยความชัดเจน มี KPI แบบนั้นแบบนี้ แล้วก็ผลักดันให้เขาสร้าง process จนไปถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ</span> <span style="font-weight: 400;">หน้าที่ของคนเป็นผู้นำในทุกระดับ ไม่แค่ CEO เท่านั้นคือการสร้างหนทาง (Create and Clear the Path) ให้ลูกน้อง คนที่จะเป็นผู้นำคนต้องเห็นศักยภาพในตัวลูกน้อง แล้วนำเขาไปสู่เป้าหมายได้ นี่คือสิ่งที่ผมเจอใน CEO ที่ประสบความสำเร็จทุกท่าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์นั้นบางครั้งอาจจะล้มเหลว CEO ที่ดีจะมีความสามารถในการสู้กลับ Resilience หรือว่าในการที่จะกลับมาหาวิธีการใหม่ๆ หาหนทางใหม่ๆในการแก้ปัญหา หาแนวทางใหม่ ๆ ที่จะทำให้บรรลุผลลัพธ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมมองว่าถ้าคน ๆ หนึ่งมีคุณสมบัติแบบนี้ ก็มีโอกาสที่เขาจะเป็นหัวหน้างาน หัวหน้าแผนก หัวหน้าส่วน ผู้จัดการฝ่าย ผู้อำนวยการ CEO และเป็นผู้นำที่ดีได้ครับ และผู้นำที่บุญรอดของเราทุกคนก็เป็นแบบนั้นเช่นนั้น</span></p>
<p><iframe title="⁉️📚”HR อ่านอะไร?&quot; คุณชลวิทย์ สุขอุดม ผอ.กลุ่มบริหาร องค์ความรู้และส่งเสริมสังคม บุญรอดบริวเวอรี่" width="800" height="450" src="https://www.youtube.com/embed/NsyoWlUXvlw?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1-CATE-3.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1 CATE 3" width="1600" height="500" title="“พนักงานต้องรู้ลึกในงานของตัวเอง แต่ต้องรู้กว้างกับโลก” บทเรียนความสำเร็จของบุญรอดบริวเวอรี่ 548"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/boon-rawd-learning-240311/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารกรุงศรีอยุธยา องค์กรที่ให้ความสำคัญกับทุกเสียงของพนักงาน (Voice of Krungsri)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/voice-of-krungsri-240307/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/voice-of-krungsri-240307/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Mar 2024 02:44:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงศรีอยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[Krungsri]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=37670</guid>

					<description><![CDATA[ถ้าอยากเห็นองค์กรเติบโต นอกจากการขับเคลื่อนเพื่อสร้างผลประกอบการที่ดีแล้ว การรับฟังเสียงของพนักงานเพื่อนำมาปรับปรุงความเป็นอยู่ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญเช่นกัน ที่ช่วยนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (Bank of Ayudhya (Krungsri Bank)) ถือเป็นอีกองค์กรที่ใส่ใจและมุ่งมั่นที่จะดูแลพนักงานขององค์กรให้ดีที่สุด ภายใต้การผลักดันของฝ่าย HR จนล่าสุดได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia ประจำปี 2023 จาก HR Asia ไปครอง HREX ได้สัมภาษณ์ ดร.วศิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านทรัพยากรบุคคล และกรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ถึงเคล็ดลับความสำเร็จที่เกิดขึ้น โดย ดร.วศิน ขอมอบความดีความชอบนี้ให้กับทีม HR รวมถึงทีมผู้บริหารที่หมั่นฟังเสียงของพนักงานทุกคน แล้วนำมาปรับปรุงองค์กรให้น่าอยู่และน่าร่วมงานด้วยมากขึ้นทุกวัน ทำไมเสียงของพนักงานจึงสำคัญต่อธนาคารกรุงศรีฯ มาก ๆ หาคำตอบได้เลยในบทความนี้ อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (Krungsri) ได้รางวัล Best Companies to Work [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37671" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-7.webp" alt="ธนาคารกรุงศรีอยุธยา องค์กรที่ให้ความสำคัญกับทุกเสียงของพนักงาน (Voice of Krungsri)" width="600" height="370" title="ธนาคารกรุงศรีอยุธยา องค์กรที่ให้ความสำคัญกับทุกเสียงของพนักงาน (Voice of Krungsri) 554" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-7.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/HREX-Cover-7-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ถ้าอยากเห็นองค์กรเติบโต นอกจากการขับเคลื่อนเพื่อสร้างผลประกอบการที่ดีแล้ว การรับฟังเสียงของพนักงานเพื่อนำมาปรับปรุงความเป็นอยู่ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญเช่นกัน ที่ช่วยนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้</p>
<p><a href="https://www.krungsri.com/th/personal" target="_blank" rel="noopener">ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)</a> (Bank of Ayudhya (Krungsri Bank)) ถือเป็นอีกองค์กรที่ใส่ใจและมุ่งมั่นที่จะดูแลพนักงานขององค์กรให้ดีที่สุด ภายใต้การผลักดันของฝ่าย HR จนล่าสุดได้รับรางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener">Best Companies To Work For in Asia ประจำปี 2023</a> จาก HR Asia ไปครอง</p>
<p>HREX ได้สัมภาษณ์ <strong>ดร.วศิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านทรัพยากรบุคคล และกรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา</strong> ถึงเคล็ดลับความสำเร็จที่เกิดขึ้น โดย ดร.วศิน ขอมอบความดีความชอบนี้ให้กับทีม HR รวมถึงทีมผู้บริหารที่หมั่นฟังเสียงของพนักงานทุกคน แล้วนำมาปรับปรุงองค์กรให้น่าอยู่และน่าร่วมงานด้วยมากขึ้นทุกวัน</p>
<p>ทำไมเสียงของพนักงานจึงสำคัญต่อธนาคารกรุงศรีฯ มาก ๆ หาคำตอบได้เลยในบทความนี้</p>
<h2>อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (Krungsri) ได้รางวัล Best Companies to Work For จาก HR Asia มาหลายปี แล้วรางวัลนี้มีคุณค่าต่อองค์กรอย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ดร.วศิน:  </strong>ทุกอย่างเริ่มจากการที่ กรุงศรีฯ มีวัฒนธรรมดูแลพนักงานเหมือนคนในครอบครัวครับ เราเชื่อมั่นว่าถ้าดูแลพนักงานดี พนักงานก็จะดูแลลูกค้าดี เราจึงให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานทุกด้านครับ</p>
<p>รางวัลนี้มีความหมายมาก ไม่แค่เฉพาะกับ HR นะครับ แต่มีความหมายต่อทั้งองค์กร รวมทั้งผู้บริหารด้วย ที่ผ่านมาเราไม่รู้ว่าเราทำได้ดีจริงไหม พอได้รางวัลก็ทำให้รู้สึกว่า อย่างน้อยเราก็มาถูกทางแล้วครับ แต่ไม่ใช่ว่าเราทำเพื่อรางวัลนะ รางวัลนี้ทำให้เห็นว่าเรามีอะไรดี ได้เห็นว่าองค์กรอื่นที่เป็น Best Companies To Work For มีจุดเด่นอะไร ดูแลพนักงานด้านไหนบ้าง แล้วมีอะไรที่เราตกหล่นไป เราก็จะเอามาปรับปรุงเพื่อให้องค์กรดีขึ้นครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37672" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/3-4.webp" alt="ธนาคารกรุงศรีอยุธยา องค์กรที่ให้ความสำคัญกับทุกเสียงของพนักงาน (Voice of Krungsri)" width="600" height="370" title="ธนาคารกรุงศรีอยุธยา องค์กรที่ให้ความสำคัญกับทุกเสียงของพนักงาน (Voice of Krungsri) 555" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/3-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/3-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>ธนาคารกรุงศรีฯ (Krungsri) ฟังเสียงของพนักงานแล้วนำมาปรับปรุงพัฒนาองค์กรอย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ดร.วศิน: </strong>เราทำ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/221223-how-to-survey/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Employee Survey</a> ที่เรียกว่า VOK ครับ (Voice of Krungsri) ชื่อของมันล้อไปกับคำว่า ‘We are Ok’ ครับ เป็นแบบสำรวจที่ช่วยให้เราได้ฟีดแบ็คหลายอย่างกลับมาปรับปรุงองค์กรให้ดีขึ้น เช่น เรื่อง <a href="https://th.hrnote.asia/partner-content/future-of-hybrid-work-230907/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">Hybrid Working</a> ที่ตอนโรคโควิด-19 แพร่ระบาด ทุกบริษัทจะให้พนักงานทำงานที่บ้านกันหมด แต่ตอนนี้เป็นช่วงหลังโควิดแล้ว แทบทุกองค์กรก็เรียกพนักงานกลับเข้าออฟฟิศกัน เราก็พิจารณาเหมือนกันว่าควรทำอย่างไรดี</p>
<p>เราจึงมาดูผลการทำงาน หรือผลประกอบการ แล้วพบว่าเรายังอยู่ในสถานการณ์ที่ดี ช่วงหลังโควิดก็เติบโตค่อนข้างเยอะ แสดงว่าประสิทธิภาพในการทำงานยังดีอยู่ พอเราฟังเสียงของเพื่อนพนักงานที่ชอบตรงนี้มาก เพราะทำให้เขามีชีวิตที่บาลานซ์ขึ้น เราก็ปรับให้เป็นนโยบายถาวรเลย แต่ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะงานนะครับว่า งานไหนสามารถทำงานแบบ Hybrid ได้แค่ไหน</p>
<p>หรือนโยบายปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกขององค์กร เช่น ที่จอดรถ ก็มาจากการฟังเสียงของพนักงานครับ เพราะพอออกนโยบาย Hybrid Working แทนที่เราจะกำหนดที่จอดรถเป็นแบบล็อคที่ของใครของมัน ก็เปลี่ยนให้เป็นพื้นที่จอดรถของทุกคน รวมถึงมีระบบในการจองพื้นที่จอดรถซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆผ่าน Mobile Application ที่เรียกว่า “KarE” ที่เราพัฒนาขึ้นเองเพื่อให้เป็นศูนย์รวมในการดูแลพนักงานแบบครบวงจร จากผลของการสำรวจมีอีกประเด็นหนึ่งคือการประสานงานของบางหน่วยงานที่ยังทำได้ไม่ดีนัก เราก็นำทีมลงไปทำ Focus Group วิเคราะห์กว่าในแต่ละฟังก์ชั่นมีปัญหาอะไร และปรับแก้กันไปครับ</p>
<h2>ทำไมถึงต้องให้ความสำคัญกับการฟังเสียงของพนักงานมากแบบนี้</h2>
<p><strong>ดร.วศิน:</strong> เพราะองค์กรเราให้ความสำคัญกับเรื่อง <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/dei-revival-231101/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">DEI, Diversity Equity &amp; Inclusion</a> หรือความหลากหลายครับ ตอนที่เราสำรวจความคิดเห็น เราบอกเลยว่าเรารับฟังทุกเสียงเสมอ ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานระดับปฏิบัติการ เป็น Middle Management หรือเป็น Top Management แต่แน่นอนว่าเราไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกเสียงนะ เราต้องดูด้วยว่า อะไรคือเพนพอยต์ที่ควรต้องเร่งแก้ไขก่อนหลัง</p>
<p>CEO ของเราเองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย CEO จะมานั่งรับฟีดแบ็คเองเลยว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง เขาอยากเห็นองค์กรที่เราผูกพันกันมากขึ้น ดังนั้นอะไรที่ยังมีช่องว่างอยู่ ก็จะพยายามพัฒนากันต่อไปครับ</p>
<h2>แสดงว่าทุกการเปลี่ยนแปลง ต้องเริ่มต้นจาก CEO เลยใช่ไหม</h2>
<p><strong>ดร.วศิน:</strong> ไม่เสมอไปครับ เรามี Innovation Culture ที่เปิดให้พนักงานทุกคนสามารถแสดงความเห็น ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งหลายความคิดได้ถูกนำไปต่อยอดเป็น Special Project ของธนาคารที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในแง่กระบวนการ เทคโนโลยี และแนวทางการทำงาน ทั้งกับพนักงานภายใน และกับลูกค้า ซึ่งได้รับการอนุมัติจากผุ้บริหาร และ CEO ในเรื่องกำลังคน และงบประมาณ โดยหน้าที่ส่วนใหญ่ แต่ละหน่วยงานก็จะมี Project ของตนเอง</p>
<p>เช่น ของ HR เรื่อง Survey เป็นเรื่องที่ HR ต้องทำอยู่แล้วครับ แต่จริง ๆ การดูแลองค์กรเป็นหน้าที่ทุกคน ไม่เฉพาะ HR หรือผู้บริหาร อย่างไรก็ตาม CEO ของเราให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลและพัฒนาบุคลากรควบคู่กันไปอยู่แล้วครับ</p>
<p>ดังนั้นเมื่อเราได้เขาคอยช่วยสนับสนุน งานของเราก็ง่ายขึ้น ช่วยผลักดันทุกอย่างจนประสบความสำเร็จครับ</p>
<h2>การจะบาลานซ์ทุกความต้องการของทุกคน เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น มีความท้าทายอย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ดร.วศิน:</strong> เราพยายามสร้างวัฒนธรรมองค์กร ด้วยการ encourage ให้แต่ละทีมรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน นำไปสู่การสร้าง Innovation Culture ถ้าพนักงานคนไหนมีไอเดียที่ดี ผู้บริหารก็เปิดใจรับฟังเสมอครับ ไม่ใช่ว่าอะไรก็ไม่ดีไปเสียหมด มันอาจไม่ได้สมบูรณ์แบบทุกอย่าง แต่ผมคิดว่าหน่วยงาน HR ของเราก็เป็นหน่วยงานที่เปิดกว้าง เราได้ไอเดียใหม่ ๆ เยอะแยะจากน้อง ๆ ที่ส่วนใหญ่ก็เป็นคนเจนใหม่ทั้งนั้น ที่เขาเห็นอะไรมากกว่าเรา ถ้าเขามีไอเดียที่น่าจะปรับใช้ได้แล้วมีประโยชน์ เราก็รับมาพัฒนาต่อ ซึ่งหน่วยงานอื่นก็ผลักดัน Innovation Culture ให้เกิดเช่นกัน</p>
<p>ฝั่ง HR ของเราอาจไม่ได้มีพนักงานเยอะมาก แต่ทุกปีเราจะมาพูดคุยกันเสมอว่า ปีนี้เราอยากทำอะไรใหม่ ๆ บ้างไหม แต่ละทีมก็จะช่วยกันคิดไอเดียกัน เราต้องทำให้มันปลูกฝังอยู่ในฝ่ายของเราเลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37673" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1-2.webp" alt="ธนาคารกรุงศรีอยุธยา องค์กรที่ให้ความสำคัญกับทุกเสียงของพนักงาน (Voice of Krungsri)" width="600" height="370" title="ธนาคารกรุงศรีอยุธยา องค์กรที่ให้ความสำคัญกับทุกเสียงของพนักงาน (Voice of Krungsri) 556" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1-2.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/1-2-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>ในความคิดของ ดร.วศิน วิธีการบริหารแบบ HR รุ่นใหม่ สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้อย่างไรบ้าง มีความสำคัญอย่างไรต่อองค์กร</h2>
<p><strong>ดร.วศิน:</strong> อย่างแรกเลยคือการสนับสนุนเรื่องการเรียนรู้ครับ อย่างเรื่องการใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ HR เองเปิด School of Data มาหลายปีแล้ว เราพยายามช่วยพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ถ้าทีมไหนที่ต้องใช้ Data Analytics อยากพัฒนาทักษะนี้เพิ่มเติม เราก็จะช่วยกันสนับสนุนพนักงานในการเรียนรู้และเติบโต</p>
<p>หรือพวก New Normal พวกดิจิทัลทั้งหลาย ที่คนส่วนใหญ่อาจยังไม่ค่อยมีความรู้ว่าคืออะไร เราก็จะปูพรม วาง Industrial Requirement ให้ต้องเข้าไปเรียนเพิ่มเติมว่าโลกดิจิทัลเป็นอย่างไร สัมพันธ์กับการเติบโตของธนาคารอย่างไร เราพยายามช่วยทุกคนไม่ว่าจะเจนไหน ไม่ว่าจะมีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหนก็ตาม เพราะนี่คือสิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้ครับ</p>
<p>ส่วนเรื่อง Career Path เราก็พยายามส่งเสริม เนื่องจากองค์กรของเราใหญ่เพียงพอที่จะให้พนักงานเติบโตในสายงานเดิม หรือทำการโอนย้ายภายในได้ เราพยายามส่งเสริมให้พนักงานเติบโตด้วยการโอนย้าย (Rotation) แทนที่จะลาออกไปอยู่องค์กรอื่น ถ้าคุณเบื่องานธนาคาร งั้นไปทำงานด้านอื่นแทนที่บริษัทในเครือไหม อะไรแบบนี้เป็นต้นครับ</p>
<p>อีกเรื่องก็คือ Diversity, Equity&amp; Inclusion ผมคิดว่า HR เราสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีที่ช่วยผลักดันเรื่องนี้ ได้แน่นอน อาจเป็นเรื่องที่ต้อง Overly Communicate หรือเริ่มจากการใส่เข้าไปเยอะ ๆ ให้ผู้คนเริ่มคุ้นชิน พอเริ่มคุ้นชินแล้วยังไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร แต่ต่อไปพนักงานก็จะเริ่มเห็นความสำคัญ จนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของเขาครับ</p>
<p>และเรื่องล่าสุดคือ <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/230725-esg/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">ESG</a> ตอนนี้ธนาคารกรุงศรีฯ เป็นหนึ่งในผู้นำของ Financial Institution ที่พยายามผลักดันผลิตภัณฑ์ด้านนี้ ซึ่งก็มีพนักงานหลายคนยังงง ๆ ว่าคืออะไร เหมือนกับ​ CSR ไหม อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องปูพรมเหมือนกันที่จะทำให้ทุกคนรู้ว่า ESG คืออะไร Net Zero คืออะไร ที่เราบอกว่าภายใน 10 ปีจะต้อง Race to Zero คืออะไร ทำไมการทำธุรกิจในอนาคตต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ อย่างน้อยที่สุด พนักงานต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้ในระดับหนึ่งให้ได้ครับ</p>
<p>ฝั่งของ HR เราก็จะมาดูว่า เราสามารถทำอะไรได้บ้าง หลายคนอาจคุ้นเคยอยู่แล้วว่าส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนให้เกิด ESG คือการลดการใช้กระดาษ เราก็จะต่อยอดเพิ่มเติม ส่งเสริมให้คนของเรามีความรู้ความเข้าใจเทรนด์ต่าง ๆ มากขึ้น แล้วนำไปปรับไปใช้ในการทำงานของเขาได้ครับ</p>
<h2>อยากให้ ดร.วศิน ลองคาดการณ์อนาคตสัก 5 ปีข้างหน้า คิดว่าทักษะที่ HR จำเป็นต้องมีคืออะไรบ้าง</h2>
<p><strong>ดร.วศิน:</strong> นอกจากต้องเข้าใจธุรกิจมากขึ้นเพราะธุรกิจเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ผมคิดว่า Multiskills สำคัญมาก เพราะจากนี้ไปธุรกิจจะแข่งขันกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ความเปลี่ยนแปลงก็จะรุนแรงขึ้นเช่นกัน เพราะฉะนั้น HR ต้องมีความเข้าใจที่หลากหลายมิติด้วย</p>
<p>แน่นอนว่าเรื่อง Diversity และ ESG จะทวีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องเข้าใจว่าทิศทางองค์กรจะไปในทิศทางไหน เทรนด์ของโลกจะเป็นอย่างไร เอาแค่ Facility ขององค์กร เราต้องเริ่มคิดแล้วว่าจะมุ่งสู่ Net Zero อย่างไร การจ้าง Vendor ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งมันจะซับซ้อนมากขึ้น จะไม่ใช่การพิจารณาจากราคาอย่างเดียวแล้วครับ มันต้องมีมิติอื่นด้วย และ HR ก็ต้องรอบรู้ทางด้านนี้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมคิดว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอนในเชิงหลักการพื้นฐาน งาน HR เป็นเรื่องของศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (Art &amp; Science) HR จะต้องบาลานซ์ 2 สิ่งนี้ให้ได้ไม่ว่าจะเป็นในปัจจุบันหรือในอนาคต</p>
<h2>นอกจากเป็น CHRO ที่ดูแลด้าน HR แล้ว คุณยังดำรงตำแหน่งกรรมการเจ้าหน้าที่บริหารด้วย การทำงาน 2 ตำแหน่งพร้อมกันมีความท้าทายอย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ดร.วศิน:</strong> งานแรกคือการทำหน้าที่ CHRO หรือ Head of HR ที่ดูแลพนักงานธนาคารกรุงศรีฯ พอได้รับตำแหน่งกรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร ทำให้อาจไม่ได้ดูเฉพาะงาน HR อย่างเดียวแล้ว ก็จะช่วยดูแลองค์กรในด้านธุรกิจมากขึ้นด้วยครับ งานนี้ทำให้เข้าใจเลยครับว่าการเป็น HR ที่ดี ต้องเข้าใจธุรกิจด้วย ถ้าพูดถึงเทรนด์ทางธุรกิจ หรือผลิตภัณฑ์ เช่น สินเชื่อบางอย่าง เราก็ต้องรู้ด้วย</p>
<p>อย่างปัจจุบันกระแส ESG กำลังมาแรง ถ้าจะปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าด้าน ESG หรือมีโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน เราก็ต้องรู้เรื่องนี้เพื่อจะได้เห็นภาพรวมทั้งหมดครับ นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ซึ่งจริง ๆ ยังมีหลายเรื่องเลยที่ต้องดูแลครับ</p>
<p>ถ้าเราไม่เข้าใจธุรกิจเลยก็จะสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้ไม่เต็มที่  ถ้าเราไม่เข้าใจธุรกิจของแต่ละ Segment เราก็จะไม่รู้ว่าเทรนด์ขององค์กรเราเป็นไปในทิศทางไหน ความต้องการที่จะ ดูแลลูกค้าแบบไหน</p>
<p>อย่างสถานการณ์ตอนนี้ ธนาคารทั่วประเทศกำลังเจอปัญหาหนี้เสีย คนผ่อนไม่ไหว เราในฐานะ HR ก็ต้องช่วยคิดด้วยว่าจะทำอย่างไร จึงจะช่วยธุรกิจได้ครับ</p>
<p>ดังนั้น ผมคิดว่าอย่างน้อยขั้นพื้นฐาน HR ต้องรู้เกี่ยวกับธุรกิจระดับหนึ่ง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับงานของแต่ละหน่วยงานด้วย ถ้าเป็น HR Operation หลังบ้านก็อาจไม่ต้องรู้ลึกขนาดนั้น แต่ถ้าเป็น HRBP เป็น Talent Acquisition หรือ Recruitment ต้องรู้ลึกในงานแต่ละส่วน รู้ว่าลูกค้าของเราเคลื่อนไหวอย่างไร เพราะอะไรเขาถึงให้ความสำคัญกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ สถานการณ์ในตลาดเป็นอย่างไรบ้าง ผมเองก็ต้องเรียนรู้เรื่องนี้ให้ลึกซึ้งเช่นกันครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37674" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/2-4.webp" alt="ธนาคารกรุงศรีอยุธยา องค์กรที่ให้ความสำคัญกับทุกเสียงของพนักงาน (Voice of Krungsri)" width="600" height="370" title="ธนาคารกรุงศรีอยุธยา องค์กรที่ให้ความสำคัญกับทุกเสียงของพนักงาน (Voice of Krungsri) 557" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/2-4.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/2-4-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>ถ้าสมมติว่ามีพนักงาน เข้ามาขอคำปรึกษาว่าเรื่องการเบิร์นเอาท์ (Burnout) หรือการทำงานจนเป็นโรคซึมเศร้า ดร.วศิน จะให้คำแนะนำอย่างไร จะช่วยปลุกไฟภายในตัวเขาได้อย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ดร.วศิน: </strong>นี่เป็นกรณีนี้ที่พบเจอได้อยู่เรื่อย ๆ ในทุกองค์กร เลยครับ ซึ่งผมคิดว่ามาจากหลายสาเหตุ บางทีเขาต้องการคนรับฟัง เราก็ฟังเขาว่าเป็นอย่างไร รู้สึกยังไงบ้าง แต่ไม่ว่าจะสาเหตุจะเกิดจากอะไรก็ตาม สิ่งที่ผมจะทำก็คือ ทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจในงานของเขา ชี้ให้เห็นว่างานของเขามีความสำคัญจริง ๆ ต่อองค์กรอย่างไรบ้าง</p>
<p>แล้วบางทีสิ่งที่เขาเจอมันอาจไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องงาน บางทีเป็นปัญหาที่บ้าน บางทีเขาพักผ่อนน้อย เราก็ต้องทำความเข้าใจเขา ต้องดูแลจิตใจของเขาด้วย ไม่ใช่บอกว่าเขาทำไมคิดแบบนี้ อย่าคิดอย่างนี้สิ ถ้าพูดแบบนี้เขาไม่ต้องมาคุยกับเราก็ได้นะ อย่างน้อยที่สุดต้องให้เขารู้สึกว่าเขามีคนรับฟัง แล้วงานเขาก็มีความสำคัญ</p>
<p>แต่ที่ธนาคารกรุงศรีฯ เรามีโปรแกรมให้พนักงานสามารถเข้าปรึกษากับนักจิตวิทยาได้ครับ เป็นสิ่งที่เราทำมา 2-3 ปีแล้ว เพื่อดูแลพนักงานอย่างดีทั้งด้าน Well-Being และด้านจิตใจ</p>
<h2>สุดท้าย มีสิ่งที่อยากบอกกับ CEO แต่ยังไม่เคยบอกเขาไหม</h2>
<p><strong>ดร.วศิน:</strong> เนื่องจาก CEO ให้ความสำคัญกับเรื่องคนเป็นอย่างมาก  ซึ่งสิ่งที่อยากจะบอกก็คือหลายสิ่งที่เราทำ อาจไม่ได้ทำปุ๊บแล้วออกผลปั๊บ อาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ปี เช่น เรื่องความหลากหลาย Diversity &amp; Inclusion ที่เราค่อย ๆ ทำจนมันซึมซับเข้าไปในวัฒนธรรมองค์กรของเรา</p>
<p>แต่อย่างที่ได้แจ้งไป CEO ของเราให้ความสำคัญกับเสียงของพนักงานเสมอ ถ้าในที่ประชุมมีผู้เข้าประชุมที่ตำแหน่งต่างกันเยอะ เขาจะอยากฟังความคิดเห็นของพนักงานทุกครั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องดีนะครับ ธนาคารของเราไม่เคยหยุดรับฟังเสียงของพนักงาน เพื่อปรับปรุงองค์กรให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ต่อให้ทุกอย่างต้องใช้เวลาถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงก็ตามครับ</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1-CATE-3.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1 CATE 3" width="1600" height="500" title="ธนาคารกรุงศรีอยุธยา องค์กรที่ให้ความสำคัญกับทุกเสียงของพนักงาน (Voice of Krungsri) 558"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/voice-of-krungsri-240307/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“โอกาสที่ไร้ขีดจำกัด คือแก่นของการพัฒนาคน” คุยกับ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ (Thaibev)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/thaibev-230306/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/thaibev-230306/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Mar 2024 01:45:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[เอกพล ณ สงขลา]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยเบฟ]]></category>
		<category><![CDATA[Thaibev]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=37659</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ไทยเบฟ (Thaibev) สามารถคว้ารางวัล Best Companies to Work For จาก HR Asia ได้เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน และยังได้รางวัลMost Caring Company กับ Digital Transformation Awards อีกด้วย ปรัชญาการพัฒนาคนของไทยเบฟ (Thaibev) คือการให้โอกาสที่ไร้ขีดจำกัด (Limitless Opportunities) องค์กรจะเตรียมความพร้อมทั้งด้านเครื่องมือและการเพิ่มทักษะ (Upskills / Reskills) ให้บุคลากรทุกคนมีความพร้อมสำหรับอนาคต ไทยเบฟ (Thaibev) รับฟังเสียงของพนักงานด้วยการทำแบบสอบถามทุก ๆ 6 เดือน แบ่งเป็นคำถามรอบละ 20 ข้อ ด้วยความถี่ระดับนี้ จะช่วยให้ HR บริหารจัดการความต้องการได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดร.เอกพล กล่าวว่าการเป็นผู้ตัดสินใจที่ดีนั้น ต้องเข้าใจว่าเราทำงานกับคน จะใส่ใจเรื่องธุรกิจอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรู้จักเห็นอกเห็นใจ และทำให้พนักงานรู้สึกว่าตนมีคุณค่าเสมอ ไทยเบฟ (Thaibev) ต้องการสร้างคนที่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ไทยเบฟ (Thaibev) สามารถคว้ารางวัล Best Companies to Work For จาก HR Asia ได้เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน และยังได้รางวัลMost Caring Company กับ Digital Transformation Awards อีกด้วย</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ปรัชญาการพัฒนาคนของไทยเบฟ (Thaibev) คือการให้โอกาสที่ไร้ขีดจำกัด (Limitless Opportunities) องค์กรจะเตรียมความพร้อมทั้งด้านเครื่องมือและการเพิ่มทักษะ (Upskills / Reskills) ให้บุคลากรทุกคนมีความพร้อมสำหรับอนาคต</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ไทยเบฟ (Thaibev) รับฟังเสียงของพนักงานด้วยการทำแบบสอบถามทุก ๆ 6 เดือน แบ่งเป็นคำถามรอบละ 20 ข้อ ด้วยความถี่ระดับนี้ จะช่วยให้ HR บริหารจัดการความต้องการได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ดร.เอกพล กล่าวว่าการเป็นผู้ตัดสินใจที่ดีนั้น ต้องเข้าใจว่าเราทำงานกับคน จะใส่ใจเรื่องธุรกิจอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรู้จักเห็นอกเห็นใจ และทำให้พนักงานรู้สึกว่าตนมีคุณค่าเสมอ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ไทยเบฟ (Thaibev) ต้องการสร้างคนที่ ‘มีความฝัน’ ทุกคนควรมีความต้องการของตัวเอง และ เชื่อมความฝันนั้นกับแผนงานขององค์กรให้ราบรื่นที่สุด</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37661 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/3-2.png" alt="“โอกาสที่ไร้ขีดจำกัด คือแก่นของการพัฒนาคน” คุยกับ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ (Thaibev)" width="600" height="370" title="“โอกาสที่ไร้ขีดจำกัด คือแก่นของการพัฒนาคน” คุยกับ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ (Thaibev) 562" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/3-2.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/3-2-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (Thai Beverage Public Company Limited) คือชื่อที่คนไทยทุกคนรู้จักเป็นอย่างดีในฐานะผู้นำธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มแบบครบวงจร ซึ่งนอกจากความสำเร็จในเรื่องดังกล่าวแล้ว ไทยเบฟยังโดดเด่นในเรื่องการบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีประสิทธิภาพมุ่งเน้นไปที่การช่วยหาและสนับสนุนทุกความฝันของพนักงานแบบไร้ขีดจำกัด การันตีได้จากการคว้ารางวัล </span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/%20%5Ch" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Best Companies to Work for</span></a><span style="font-weight: 400;"> ประจำปี 2023 จาก HR Asia ติดต่อกันเป็นปีที่ 5</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโอกาสนี้ </span><span style="font-weight: 400;">HREX.asia</span><span style="font-weight: 400;"> ได้คุยกับ <a href="https://th.hrnote.asia/story/interview-cpo-thaibev-20230513/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">ดร.เอกพล ณ สงขลา</a> รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุดกลุ่มทรัพยากรบุคคลและสมรรถนะองค์กร ถึงเคล็ดลับของการดูแลบุคลากรและยกระดับงาน HR ให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างมีคุณค่าที่สุด</span></p>

<h2>คิดว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ไทยเบฟ (Thaibev) ได้รับรางวัลจาก HR Asia ?</h2>
<p><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">คิดว่าสาเหตุหลักก็คือตัวธุรกิจของไทยเบฟให้ความสำคัญกับพนักงานมาก ๆ เราใส่ใจ (Caring) และพร้อมดูแลพนักงานทั้งในปัจจุบันทั้งในอนาคต สอดคล้องกับปรัชญาหลักขององค์กรที่เราอยากจะเห็นพนักงานเติบโตไปนาน ๆ ซึ่งเราเรียกกันว่า ‘Limitless Opportunities’ หรือโอกาสที่ไร้ขีดจำกัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุต่อมาคือเราเป็นธุรกิจที่ผลิตภัณฑ์เยอะ เราจึงต้องปรับตัวให้พร้อมกับกระแสโลกอยู่ตลอดเวลา เช่น เรื่องของเทคโนโลยี, เรื่องของ Digital Transformation เรียกว่าไทยเบฟเป็นองค์กรใหญ่ที่มีความน่าตื่นเต้นเสมอ แนวคิดนี้เป็นประโยชน์กับทั้งกับองค์กรและพนักงาน</span></p>
<h2>รางวัลนี้มีความหมายกับไทยเบฟ (Thaibev) อย่างไร ?</h2>
<p><b>ดร. เอกพล:</b><span style="font-weight: 400;"> มีความหมายมาก เราได้รางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 และยังได้รางวัล HR Asia Most Caring Company Awards ด้วย ผมคิดว่ารางวัลเหล่านี้สะท้อนตัวตนขององค์กรได้ชัดเจนว่าเราใส่ใจเรื่องของ DEI จริง ๆ อีกรางวัลที่เราได้จากงานนี้ก็คือ HR Asia Digital Transformation Awards ซึ่งเป็นผลจากการที่เราตั้งใจพัฒนาองค์กรให้นำเทรนด์เพื่อนำสิ่งดี ๆ มาให้กับพนักงานเสมอ การได้รางวัลในทุกมิติจาก HR Asia จึงเป็นความสำเร็จที่น่ายินดีมากครับ</span></p>
<h2>ไทยเบฟ (Thaibev) มีวิธีรับฟังเสียงของพนักงานอย่างไร ?</h2>
<p><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">ที่ไทยเบฟมีพนักงานหลากหลายช่วงวัยมาก และเราให้เกียรติทุกคนเท่า ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผลิต, พนักงานในออฟฟิศ (White Collar), คนรุ่นใหม่, คนอาวุโส เป็นต้น การรับฟังเสียงของพนักงานจะทำให้เราเข้าใจความแตกต่างมากขึ้น</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีของเราจะมีเอกลักษณ์มาก โดยเราจะให้พนักงานตอบคำถามปีละประมาณ 40 ข้อ แบ่งเป็นครึ่งปีแรก 20 ข้อ และครึ่งปีหลัง 20 ข้อ ซึ่งพนักงานจะตั้งใจตอบ เพราะไทยเบฟจะนำเรื่องต่าง ๆ มาวิเคราะห์ว่าพนักงานพูดอย่างไร ควรบริหารจัดการอย่างไร การฟังเสียงพนักงานปีละ 2 ครั้งจะทำให้เราจับทิศทางได้ว่าภาพรวมของมันเป็นแบบไหน และพอเรามีโอกาสลงมือทำทุก ๆ 6 เดือน เราก็จะตอบสนองความต้องการของพนักงานได้ดีขึ้น นี่คือรูปแบบที่ค่อนข้างได้ผลสำหรับเรา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37662 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/4-1.png" alt="“โอกาสที่ไร้ขีดจำกัด คือแก่นของการพัฒนาคน” คุยกับ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ (Thaibev)" width="600" height="370" title="“โอกาสที่ไร้ขีดจำกัด คือแก่นของการพัฒนาคน” คุยกับ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ (Thaibev) 563" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/4-1.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/4-1-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>ความคิดเห็นของพนักงานจะถูกนำไปใช้อย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><b>ดร. เอกพล:</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องบอกว่าโดยปกติเราควรคิดล่วงหน้าให้พนักงานอยู่แล้วเช่นเจอเรื่องแบบไหน จะต้องรับมือด้วยวิธีไหน ดังนั้นเสียงของพนักงานที่สะท้อนออกมาจะเป็นส่วนเติมเต็มมากกว่า นอกจากนี้ไทยเบฟจะมีกระบวนการวิเคราะห์ว่าแผนที่เราลงมือทำมีส่วนไหนที่ประสบความสำเร็จ ส่วนไหนที่ทำแล้วต้องปรับปรุง คือเรามีข้อมูลครบถ้วนเพื่อใช้ในการดึงภาพรวมขององค์กรขึ้นมาเพราะเป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องคิดเชิงรุกและเริ่มลงมือทำ</span></p>
<h2>ไทยเบฟมีวิธีเน้นย้ำในเรื่องวัฒนธรรมองค์กรกับพนักงานอย่างไร ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">A : สิ่งที่เราทำสำเร็จแน่ ๆ ก็คือเรื่องความแข็งแรงและความน่าตื่นเต้นของธุรกิจ วิสัยทัศน์ของเราชัดเจนว่าเราเป็นบริษัทอาเซียน เพราะฉะนั้นเราจึงมองเรื่องการสร้างโอกาสและการเติบโตเป็น DNA หลักขององค์กร</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังผลักดันเรื่องของ Performance Culture ไม่ใช่ว่าอยู่กันแบบพี่น้องเท่านั้น แต่ต้องทำให้ทุกคนมีความมุ่งมั่นพร้อมออกแรงทำในสิ่งที่ดีที่สุดจนเกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน มีวัฒนธรรมที่ส่งเสริมให้คนทำงานร่วมกัน ฉลองด้วยกัน สร้างแนวคิดให้ทุกคนรู้ว่าผู้ที่ออกแรงเยอะ ทุ่มเทเยอะ ก็จะได้รับผลตอบแทนที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไทยเบฟเป็นองค์กรค่อนข้างใหญ่ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรไม่ใช่เรื่องง่าย แต่โชคดีที่คนของเราตื่นเต้นร่วมกันตลอดเวลาทำให้พอพูดเรื่องนี้แล้วทุกคนก็เข้าใจตรงกันครับ</span></p>
<h2>ไทยเบฟพูดถึงความตื่นเต้นอยู่บ่อย ๆ เราจะสร้างความตื่นเต้นในองค์กรได้อย่างไร ?</h2>
<p><b>ดร. เอกพล:</b><span style="font-weight: 400;"> ผมคิดว่าแต่ละธุรกิจอาจจะไม่เหมือนกัน แต่ถ้ามองย้อนกลับมาในองค์กรนี้ มันเกิดจากการชูเรื่องการเติบโตเป็น DNA หลักเพราะถ้าขาดเรื่องนี้ คนก็จะไม่รู้สึกตื่นเต้นแล้ว ซึ่งกรณีนี้ผมคิดว่าไทยเบฟทำได้ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงในยุคนี้เกิดขึ้นเยอะ และรวดเร็วเราก็ต้องสื่อสารให้พนักงานเห็นว่ามันไม่เหมือนสมัยก่อนแล้วนะต้องเอาปัจจัยภายนอกมากระตุ้นเพื่อให้เกิดการ Reskill, Upskill แล้วก็ปรับมุมมองหลาย ๆ อย่างเพื่อให้ทุกคนประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ในที่นี้ก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบ, การมอบหมายงาน, การประเมินผลงาน ซึ่งทุกองค์กรสามารถทำได้</span></p>
<h2>HR สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้ในแง่มุมใดบ้าง ?</h2>
<p><b>ดร. เอกพล:</b><span style="font-weight: 400;"> มีอยู่ 3 แง่มุมที่เราชู คือเรื่องของการเติบโตในสายอาชีพ(Career) การเติบโตในการสร้างเครื่อข่ายความมสัมพันธ์(Connectivity) และการสร้างความแตกต่างให้สังคม(Contribution) โดยพาร์ทที่ยากที่สุดคือเรื่องการเติบโตในสายอาชีพ หากทำตรงนี้ได้ดี เรื่องอื่นก็ไม่น่ากังวลมากนัก</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์ที่ไทยเบฟทำมาหลายปี ปรัชญาที่เราชูเสมอคือเรื่องของโอกาสที่ไร้ขีดจำกัด (Limitless Opportunities) เราต้องการทำให้พนักงานเก่งขึ้น แต่ปัญหาก็คือพนักงานส่วนใหญ่จะอยู่ในจุดที่รอให้องค์กรหยิบโอกาสมามอบให้ถึงที่ ซึ่งแนวคิดแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานทุกคนควรมีความฝันของตัวเอง มีแรงบันดาลใจของตัวเอง และรู้จักมองหาโอกาสด้วยตัวเอง องค์กรมีหน้าที่แค่มาสะกิดบ้าง คอยสนับสนุนบ้าง เอาโอกาสมาให้บ้างเป็นครั้งคราวกระบวนการแบบนี้เป็นแบบที่อุดมคติที่สุดในความรู้สึกของผมเราเลยต้องพยายามพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พนักงานหาวิธีเชื่อมความฝันของตัวเองจากโอกาสที่เกิดในองค์กร</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญต่อมาก็คือเรื่องของหัวหน้า เพราะคนที่ที่อยู่ในตำแหน่งนี้มักมีงานเยอะ ลำพังแค่ทำงานให้เสร็จก็เหนื่อยมากแล้ว ไม่ได้มีเวลามาคิดเรื่องการเติบโตของพนักงานมากขนาดนั้น หน้าที่ของ HR จึงเป็นการหาคำตอบว่าต้องทำอย่างไรให้เรามีหัวหน้างานที่ใส่ใจเรื่องการพัฒนาคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องสุดท้ายคือการทำความเข้าใจว่าการเติบโตในอาชีพการงานจะมาพร้อมความคาดหวัง เราต้องสร้างบริบทที่ทุกคนเข้าใจว่ากติกาที่เรากำลังเล่นกันอยู่เป็นอย่างไร ต้องรู้ว่าคนที่ได้รับโอกาสล้วนเป็นคนที่เก่งและทุ่มเท ฉะนั้น 3 ประเด็นนี้ยากทั้งหมด เราจึงต้องลงมือทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดพัฒนาการอย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<h2>HR ยุคนี้ต้องทำหลายอย่าง เราจะก้าวไปเป็นผู้วางกลยุทธ์ (Strategic Planner) และผู้ผลักดันธุรกิจได้อย่างไร ?</h2>
<p><b>ดร. เอกพล:</b><span style="font-weight: 400;"> เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและเป็นเรื่องยาก จุดเริ่มต้นต้องมาจากความเข้าใจในธุรกิจ เข้าใจว่าต้องทำอย่างไรธุรกิจจึงประสบความสำเร็จ อย่างแผนก HR หรือ Human Capital ของเราต้องรู้ว่าพอได้รับโจทย์ทางธุรกิจมาแล้ว จะเอามาถ่ายทอดให้พนักงานอย่างไร มีโครงสร้างส่วนไหนที่ต้องปรับหรือไม่อย่างไร หากต้องจ้างคนเพิ่ม เรามีวิธีดึงดูดคนเก่งอย่างไรเพื่อให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นโจทย์สำคัญของHR ไม่สามารถรอให้มีคนมาบอกว่าเราต้องทำอย่างไร เราต้องเข้าใจธุรกิจเอง เพื่อจะได้ให้คำแนะนำและตัดสินใจที่เป็นประโยชน์จริง ๆ </span></p>
<h2>ถ้าอย่างนั้น HR จะเป็นผู้ตัดสินใจที่ดี (Decision Maker) ได้อย่างไร ?</h2>
<p><b>ดร. เอกพล:</b><span style="font-weight: 400;"> ผมคิดว่าการตัดสินใจที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับบริบทและสถานการณ์ด้วยนะ อย่างผมเองเคยทำงานที่ไม่ได้เป็น HR มาก่อน ตอนนั้นเวลาจะตัดสินใจอะไร เราคิดแค่ประมาณ 80% ก็ปลอดภัยสุด ๆแล้ว แต่ในเรื่องของ HR มันต้องคิดประมาณ 95% เพราะมันมีบริบทในเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึกมาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นการตัดสินใจได้ดีทุกครั้งถือเป็นเรื่องยาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตามเราต้องเริ่มจากการเข้าใจว่าเรื่องของคนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความรู้สึก จิตใจ เราจึงต้องให้เกียรติและเข้าใจว่าแต่ละคนจะมีปฏิกิริยาบางกับเรื่องอย่างแตกต่างกัน ซึ่งเราต้องเข้าใจถึงความแตกต่างตรงนั้น ความใจเย็นและการเห็นอกเห็นใจ (Empathy) จึงเป็นคุณลักษณะที่สำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องต่อมาที่ไทยเบฟทำอยู่ก็คือเรื่องของข้อมูล (Data) เราต้องรู้จักเก็บข้อมูลและเอามาวิเคราะห์เพื่อช่วยในการตัดสินใจมากขึ้น เรียกว่าเป็นวินัยแบบใหม่ ๆ ที่เราต้องทำให้เกิดขึ้น และเราก็ยังอยู่ในกระบวนการเรียนรู้เช่นกัน เพราะในอดีตเราก็ตัดสินใจกันด้วยประสบการณ์</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2>ไทยเบฟมองเรื่องการทำงานในอีก 5 ปีข้างหน้าอย่างไร ?</h2>
<p><b>ดร. เอกพล:</b><span style="font-weight: 400;"> เรามองนานมาก ไม่ใช่แค่ 5 ปีด้วยซ้ำ ในเบื้องต้นมีการมองธุรกิจไปถึงปี 2030 มองเทคโนโลยีไปถึงปี 2040 และมองเรื่องคนไปถึงปี 2050 ซึ่งถือว่ามองค่อนข้างไกล ซึ่งต้องยอมรับว่าความสามารถในการมองไกลมันยังไม่ได้คมชัดขนาดนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกอันหนึ่งก็คือเราต้องมีความสามารถในการบริหารทั้งห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจให้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคนอื่นมากเกินไป ต้องใส่ใจทั้งสิ่งแวดล้อมและสภาพสังคม ทั้งหมดทั้งมวลนี้มันจะถูกถ่ายทอดออกมาเป็นกลยุทธ์สำหรับการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราสามารถขึ้นมาเป็นผู้นำด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในธุรกิจเครื่องดื่มเป็นเวลา 6-7 ปีติดต่อกันบนดัชนี DJSI เอาชนะบริษัทได้ทั้งโลก ถือเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจครับ</span></p>
<h2>จากที่ฟังดูแล้วจะเห็นไทยเบฟมีการวางแผนอนาคตอย่างเป็นระบบ อยากทราบว่ากระบวนการทำ HR Forecasting เป็นอย่างไร ?</h2>
<p><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">ไทยเบฟยังไม่ได้ก้าวไปถึงระดับองค์กรที่บริหารจัดการด้วยข้อมูลเท่านั้น แต่เราใช้วิธีมองสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตแล้วก็พิจารณาถึงความน่าจะเป็น เพื่อออกแบบธุรกิจและออกแบบแผนองค์กร โดยเราจะใช้เรื่องของความยั่งยืนเป็นตัวตั้ง ซึ่งทำให้เราก็มีแนวทางสำหรับปี 30, 40, 50 ตามที่กล่าวไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่หากถามว่าไทยเบฟเป็นองค์กรที่ Data Driven ขนาดนั้นไหมผมคิดว่าเรายังเป็นองค์กรที่เพิ่งเริ่มต้น และกำลังพยายามสร้างวัฒนธรรมแบบนั้นเรื่อย ๆ เพราะคงดีมากหากเราสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37663 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/5-1.png" alt="“โอกาสที่ไร้ขีดจำกัด คือแก่นของการพัฒนาคน” คุยกับ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ (Thaibev)" width="370" height="600" title="“โอกาสที่ไร้ขีดจำกัด คือแก่นของการพัฒนาคน” คุยกับ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ (Thaibev) 564" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/5-1.png 370w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/03/5-1-185x300.png 185w" sizes="(max-width: 370px) 100vw, 370px" /></p>
<h2>คิดว่า CEO คาดหวังอะไรจาก HR บ้าง?</h2>
<p><b>ดร. เอกพล:</b><span style="font-weight: 400;"> ในแง่ของการพัฒนาคน ผมคิดว่า CEO คาดหวังให้ HR ใส่ใจเรื่องการมอบโอกาสและทำให้เกิดขึ้นจริง ส่วนในเรื่องของธุรกิจ CERO จะคาดหวังให้ HR เป็นเพื่อนคู่คิด (Partner) เปรียบเหมือน HR ต้องช่วยจัดบ้านให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา เพราะองค์กรไม่ควรยึดติดอยู่กับรูปแบบเดิม ๆ นอกจากนี้ CEO ยังคาดหวังว่า HR จะไม่ทำงานตามตำรา แต่สามารถนำประสบการณ์มาประยุกต์เป็นรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดกับองค์กรมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สรุปเป็น 3 ได้แก่ 1. คาดหวังให้ HR ใส่ใจเรื่องคน ช่วยให้คนได้รับโอกาส 2. เป็นเพื่อนคู่คิดทางธุรกิจ ช่วยให้องค์กรมองไปข้างหน้าได้อย่างถูกต้อง และ 3. คือ HR ต้องรู้ลึก รู้จริง ไม่ใช่เปิดตำราแล้วทำตามเพียงอย่างเดียว </span></p>
<h2>ขณะเดียวกันเราคาดหวังอะไรจาก CEO ?</h2>
<p><b>ดร. เอกพล:</b><span style="font-weight: 400;"> ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าถ้าธุรกิจสำเร็จ ทุกคนก็จะสบายตามไปด้วย ดังนั้นเราก็คาดหวังให้ CEO กับคณะผู้บริหารมีความทุ่มเทในการทำธุรกิจ อยากให้ทุกคนช่วยกันเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลง และเปิดโอกาสให้คนจำนวนมาก ไม่ใช่เติบโตแต่ลดทอนโอกาสจนโดดเด่นเพียงแค่คนกลุ่มน้อยเท่านั้น หากCEO ทำให้คนเติบโต ก็จะเกิดความสามัคคี สร้างสรรค์นวัตกรรมได้ง่ายขึ้น ซึ่งไทยเบฟเป็นองค์กรในลักษณะนี้ครับ</span></p>
<h2>ความภาคภูมิใจของดร.เอกพล ในฐานะHR ที่ไทยเบฟเป็นอย่างไร ?</h2>
<p><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">ผมภูมิใจมากที่ได้ทำอาชีพนี้ เพราะเป็นอาชีพที่ได้มอบโอกาส ได้ทำให้คนเก่งขึ้น ช่วยให้ตัวเขา ครอบครัวเขา เพื่อนฝูงเขา ได้เติบโตตามกันไปด้วย นอกจากนี้เรายังมีส่วนที่ช่วยทำให้เขาปลดปล่อยศักยภาพของตนออกมาได้อย่างไม่คาดคิดสิ่งเหล่านี้จึงเป็นความสุขและทำให้รู้สึกภาคภูมิใจในอาชีพนี้</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องที่ภูมิใจต่อมาก็คือปรัชญาขององค์กรอย่างคำว่า ‘โอกาสที่ไร้ขีดจำกัด’ ที่เราพยายามมอบโอกาสให้คนแบบทำแล้วทำอีกเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่วางไว้ การได้เห็นคนประสบความสำเร็จ เติบโต และได้รับโอกาสดี ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนGen Y, Gen Z หรือพี่ ๆ วัยใกล้เกษียณ ยังสะท้อนให้เห็นว่าเราเป็นองค์กรที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น และสามารถสร้างคุณค่าให้กับบุคลากรได้จริง</span></p>
<h2>คำถามสุดท้าย อยากให้คำแนะนำ HR ที่กำลังรู้สึกหมดไฟอย่างไร ?</h2>
<p><b>ดร. เอกพล:</b> <span style="font-weight: 400;">เป็นคำถามที่ดีมากนะ ในมุมของผมก็คงจะชวนคิดว่าความฝันของเขาคืออะไร ยังไม่ต้องคิดเรื่องงาน HR หรืองานของบริษัทก็ได้ แต่ให้คิดว่าความฝันที่ทำให้เขาตื่นเต้นคืออะไร แล้วค่อยมองต่อว่างาน HR ที่กำลังทำอยู่สามารถตอบสนองความฝันนั้นได้หรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่าวคือถ้าทุกคนมีความฝันส่วนตัวและสามารถเอาตรงนั้นมาโยงกับทุก ๆ วันที่ตื่นขึ้นมาทำงานได้ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นตามไปเอง ผมคิดว่าคนในยุคนี้ยังใช้ศักยภาพส่วนบุคคลน้อยมาก แม้จะเป็นคนที่ใกล้เกษียณอายุงาน ผมก็ยังคิดว่าเขาอาจจะใช้ศักยภาพตัวเองไปไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ ดังนั้นเราควรกลับไปตั้งคำถามว่าความฝันจริง ๆ คืออะไร การลงมือทำสิ่งใหม่ ๆ หรือร่วมงานกับคนใหม่ ๆ จะช่วยเติมเต็มโจทย์นั้นได้ไหม เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องที่สำคัญมากคือการสื่อสารให้เข้าใจ หลีกเลี่ยงการคิดไปเอง เพราะพฤติกรรมแบบนี้จะทำให้เราหมดกำลังใจ ดังนั้นเราต้องชวนกันคิดในแง่บวกเพื่อเพิ่มพลังสร้างสรรค์ให้ตัวเองวิธีนี้จะช่วยให้กลับมามีไฟได้</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องสุดท้ายคือผมคิดว่าสมัยนี้สิ่งที่เคยยากจะง่ายขึ้นเรื่อย ๆ แม้การเปลี่ยนแปลงจะเร็วขึ้น แต่ว่ามันไม่ต้องท่องสูตรคูณแล้ว ไม่ต้องคำนวณด้วยตัวเองแล้ว ดังนั้นถ้าเรายังมีความฝันและยังอยากเติบโต นี่คือช่วงเวลาที่เราจะเก่งและก้าวไปสู่เป้าหมายได้ง่ายที่สุด</span></p>
<p><iframe title="💬 ”อยากแนะนำอะไรกับ HR รุ่นใหม่ ?” สัมภาษณ์พิเศษ​ ดร.เอกพล ณ สงขลา จาก ไทยเบฟ" width="800" height="450" src="https://www.youtube.com/embed/3DTMvCN5q-Y?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/thaibev-230306/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภารกิจ HR วัตสัน ประเทศไทย (Watsons Thailand) คือการสร้าง A Workplace of Opportunity แก่พนักงานทุกคน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/hr-watsons-thailand-2024-240229/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/hr-watsons-thailand-2024-240229/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Feb 2024 10:01:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Watsons Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[วัตสัน ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=37612</guid>

					<description><![CDATA[หากองค์กรไหนได้รับรางวัล Best Companies to Work For ของ HR Asia ไปครองสักครั้งหนึ่ง บ่งบอกได้ว่าองค์กรนั้นกำลังเดินหน้ามาถูกทางแล้วในการบริหารคน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ วัตสัน ประเทศไทย (Watsons Thailand) เองไม่เพียงได้รับรางวัล Best Companies to Work For 2022 จาก HR Asia ไม่เพียงเท่านั้น แต่ยังได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia ประจำปี 2023 แถมกวาดทุกรางวัลของ HR Asia กลับไปประดับองค์กรด้วย อาจกล่าวได้ว่า การได้รางวัลทรงคุณค่าเหล่านี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากการทำงานหนักของฝ่าย HR ที่นำโดย คุณ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล โดยปีที่แล้ว HREX เคยสัมภาษณ์คุณจิระวัฒน์ไปแล้วครั้งหนึ่ง จนพบว่าเคล็ดลับความสำเร็จซึ่งเกิดจากการสร้างวัฒนธรรม “Fun, [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37615" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-29T152855.198.webp" alt="ภารกิจ HR วัตสัน ประเทศไทย (Watsons Thailand) คือการสร้าง A Workplace of Opportunity แก่พนักงานทุกคน" width="600" height="370" title="ภารกิจ HR วัตสัน ประเทศไทย (Watsons Thailand) คือการสร้าง A Workplace of Opportunity แก่พนักงานทุกคน 569" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-29T152855.198.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-29T152855.198-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรไหนได้รับรางวัล Best Companies to Work For ของ HR Asia ไปครองสักครั้งหนึ่ง บ่งบอกได้ว่าองค์กรนั้นกำลังเดินหน้ามาถูกทางแล้วในการบริหารคน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ</span></p>
<p><a href="https://www.watsons.co.th/th/" target="_blank" rel="noopener"><b>วัตสัน ประเทศไทย (Watsons Thailand) </b></a><span style="font-weight: 400;">เองไม่เพียงได้รับรางวัล Best Companies to Work For 2022 จาก HR Asia ไม่เพียงเท่านั้น แต่ยังได้รับรางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener">Best Companies To Work For in Asia ประจำปี 2023</a> แถมกวาดทุกรางวัลของ HR Asia กลับไปประดับองค์กรด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจกล่าวได้ว่า การได้รางวัลทรงคุณค่าเหล่านี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากการทำงานหนักของฝ่าย HR ที่นำโดย </span><b>คุณ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล </b><span style="font-weight: 400;">โดยปีที่แล้ว HREX เคยสัมภาษณ์คุณจิระวัฒน์ไปแล้วครั้งหนึ่ง จนพบว่าเคล็ดลับความสำเร็จซึ่งเกิดจากการสร้างวัฒนธรรม “Fun, Friends, Future” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คราวนี้ยังมีเกร็ดความรู้ด้านการบริหารเรื่องใดที่ HR แต่ละองค์กรสามารถนำไปปรับใช้ได้อีกบ้าง ไปติดตามได้เลยในบทสัมภาษณ์นี้</span></p>
<h2><b>อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ วัตสันประเทศไทย (Watsons Thailand) ได้รับรางวัลจาก HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 และรางวัลนี้มีความหมายต่อองค์กรอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>จิระวัฒน์ : </b><span style="font-weight: 400;">วัตสันประเทศไทยได้รับรางวัลนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ปีนี้นอกจากรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 เรายังได้รับอีก 3 รางวัลคือ Most Caring Company Award, DEI Award และ Digital Transformation Award ครบทุกรางวัลอีกด้วยครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จก็คือ ความผูกพันของเพื่อนพนักงานในองค์กร และการทำงานร่วมกันเป็นทีม เรากำหนดเป้าหมายธุรกิจเชื่อมโยงกับผลการปฏิบัติงานของเพื่อนร่วมงาน และเสริมด้วยแรงจูงใจ ความสำเร็จร่วมกันของพวกเราคือความสำเร็จขององค์กร และเราก็ตอบแทนความทุ่มเทให้กับทุกคนอย่างยุติธรรมและโปร่งใส</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้เป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของ วัตสันประเทศไทย นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของพวกเรา ขณะเดียวกันฝ่ายทรัพยากรบุคคลก็ร่วมกับทุกแผนก ช่วยสร้างสรรค์วัฒนธรรมองค์กรให้เอื้อต่อการทำงานอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพ และเติบโตไปด้วยกันในอนาคต สิ่งเหล่านี้ทำให้ทุกคนอยากร่วมงานกับ วัตสันประเทศไทย และวัฒนธรรมองค์กรของเราช่วยดึงดูดผู้มีความสามารถจากภายนอกมาเข้ามาร่วมสร้างความแข็งแกร่งมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้รับความยอมรับจากองค์กรภายนอกเป็นเครื่องยืนยันว่า วัฒนธรรมองค์กรของ วัตสันประเทศไทย เปรียบเสมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดคนได้ถึง 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือคนที่อยู่ในองค์กรอยู่แล้วไม่ให้ออกไปไหน และกลุ่มที่ 2 คือคนที่มีความรู้ความสามารถจากภายนอกนั่นเองครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37616" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-29T153121.141.webp" alt="ภารกิจ HR วัตสัน ประเทศไทย (Watsons Thailand) คือการสร้าง A Workplace of Opportunity แก่พนักงานทุกคน" width="600" height="370" title="ภารกิจ HR วัตสัน ประเทศไทย (Watsons Thailand) คือการสร้าง A Workplace of Opportunity แก่พนักงานทุกคน 570" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-29T153121.141.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-29T153121.141-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ที่ผ่านมา HR ฟังเสียงของพนักงาน แล้วนำมาปรับปรุงองค์กรให้น่าอยู่ น่าทำงานด้วยอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>จิระวัฒน์ : </b><span style="font-weight: 400;">นอกจากสร้างบรรยากาศในการทำงานที่เอื้อให้เพื่อนพนักงานกล้าแสดงความคิดเห็น กล้าพูด กล้านำเสนอเพื่อการพัฒนา เรายังให้โอกาสพนักงาน แล้วรับฟังเสียงของเพื่อนพนักงานโดยตรงเสมอ หรือ Your Voice Matters ทีม HR จะเป็นผู้ดำเนินการทุกเดือน และเชิญทีมงานแผนกอื่น ๆ เข้าร่วมรับฟังด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ถ้ามีทั้งคำถามที่ต้องการคำอธิบาย และมีปัญหาที่ต้องการการแก้ไข เราอาจไม่สามารถแก้ไขทุกปัญหาได้ในคราวเดียว แต่อย่างน้อยเราก็ได้รับฟังเสียงจากพนักงานแนวหน้า ที่มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรง เพื่อปรับปรุงให้สามารถบริการลูกค้าและเพื่อนพนักงานด้วยกันได้ดียิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายังมีเวทีพูดคุยครั้งใหญ่ ที่มีตัวแทนพนักงานจากทั่วประเทศโดยจะมาพบปะพูดคุยและทานอาหารร่วมกันกับทีมผู้บริหาร และทุกไตรมาส Managing Director ของเรา (คุณพสิษฐ์ มั่นคงขันติวงศ์) จะพบปะพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับพนักงานใหม่ (Freshy) ที่เราเรียกว่า Coffee Talk with MD เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเรายังมีช่องทางการสื่อสารโดยตรงที่พนักงานจากทุกสาขาทุกจังหวัดสามารถเข้าถึง HR ได้ตลอดเวลาอีกด้วย ซึ่งก็คือ say@watsons.co.th หากเพื่อนพนักงานมีปัญหาเรื่องใด สามารถติดต่อมาได้เสมอครับ</span></p>
<h2><b>HR ยุคใหม่ สามารถสนับสนุนการเติบโตของ วัตสันประเทศไทย (Watsons Thailand) ให้เป็นองค์กรที่ทุกคนอยากร่วมงานด้วยได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>จิระวัฒน์ : </b><span style="font-weight: 400;">People Promise ของเราคือ “</span><a href="https://th.hrnote.asia/story/hr-watsons-interview-230626/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Fun, Friends, Future</span></a><span style="font-weight: 400;">” และหนึ่งในนั้นคือ Future ที่เราจะบอกกับทุกคนว่า วัตสันประเทศไทย เป็น “A Workplace of Opportunity” เราขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และทุก ๆ ก้าวของการเติบโตของธุรกิจ เราจะสร้างโอกาสให้คนที่พร้อมได้เติบโตไปด้วยกันกับเรา เราเตรียมความพร้อมทั้งความรู้ และทักษะ ผ่านโปรแกรมการพัฒนา Retail Academy ของเรา และเราทำเช่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเติบโตของธุรกิจไม่สะดุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยหลักสูตร และโปรแกรมต่าง ๆ ทั้งการเวิร์คชอปและให้เครื่องมือพนักงานในการเรียนรู้ด้วยตนเอง การได้เป็นส่วนหนึ่งของ วัตสันประเทศไทย ไม่ใช่แค่โอกาสก้าวหน้าที่เราจะได้เท่านั้น แต่ยังได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแบบ Lifetime Learning อีกด้วยครับ</span></p>
<h2><b>มีคำกล่าวว่า HR ยุคใหม่ต้องเป็นนักวางกลยุทธ์ และเป็น Business Driver แล้วเราจะเปลี่ยนตัวเองให้มีความพร้อมได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>จิระวัฒน์ : </b><span style="font-weight: 400;">หมดยุคของ Traditional HR ไปนานมากแล้วครับ องค์กรที่จะประสบความสำเร็จได้นอกจากจะต้องมีผู้นำมากความสามารถ (Capable Leader) ในตำแหน่งสำคัญ ๆ แล้ว HR ก็นับเป็นอีกตำแหน่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้นำฝ่ายต่าง ๆ สามารถขับเคลื่อนงานของตัวเองได้ตามเป้าหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น นอกจาก HR จะต้องมีความสามารถระดับมืออาชีพ (Professional Capability) ในของงานตัวเองแล้ว คุณสมบัติอื่น ๆ ที่จำเป็นก็คือ ต้องเป็นนักวางกลยุทธ์ (Strategist) เป็นผู้ประสานงานที่ดี (Collaborator) และเป็นผู้ช่วยนักบินที่ดี (Co-Pilot) เพื่อช่วยให้เกิดวัฒนธรรมในการทำงานที่เชื้อเชิญคนเก่งเข้ามาและรักษาคนเก่าให้อยู่คู่องค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสมบัติของ HR อีกประการก็คือ ต้องเข้าใจธุรกิจและมองเกมให้ขาด แม้เราจะไม่ได้ลงไปแข่งเองในสนาม แต่การอยู่ข้างสนามก็ทำให้เราเห็นแต่ละคนชัดเจนว่า ใครเก่งอะไร หรือต้องการให้เราเสริมอะไร HR จะต้องรู้รอบ ไม่ใช่แค่รู้เฉพาะงานของตัวเองเท่านั้น ต้องตามสถานการณ์ให้ทัน มองเห็นความเป็นไปในอุตสาหกรรม รวมถึงเทรนด์และเทคโนโลยีต่าง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญก็คือ HR ต้องทำตัวเองให้เป็นมิตร ทำให้มีแต่คนอยากโทรหา และอยากเดินมาคุยด้วยครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37617" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/P1533242_1-scaled.webp" alt="ภารกิจ HR วัตสัน ประเทศไทย (Watsons Thailand) คือการสร้าง A Workplace of Opportunity แก่พนักงานทุกคน" width="600" height="800" title="ภารกิจ HR วัตสัน ประเทศไทย (Watsons Thailand) คือการสร้าง A Workplace of Opportunity แก่พนักงานทุกคน 571" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/P1533242_1-scaled.webp 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/P1533242_1-225x300.webp 225w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/P1533242_1-768x1024.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/P1533242_1-1152x1536.webp 1152w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/P1533242_1-1536x2048.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ภายใน 5 ปีต่อจากนี้ HR มีภารกิจอะไรบ้างที่ต้องทำเพื่อยกระดับองค์กร และรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงได้ทัน</b></h2>
<p><b>จิระวัฒน์ : </b><span style="font-weight: 400;">ยากครับที่จะทำนายอนาคตในอีก 5 ปี แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุด ภารกิจของ HR ที่ต้องทำตั้งแต่วันนี้คือเริ่มสร้างผู้นำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถสร้างเสร็จภายในเวลาอันสั้น และต้องใช้เวลาในการสร้างอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรใดมีผู้นำที่มีความสามารถ ไม่ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น หรือโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร ผมเชื่อว่าผู้นำจะนำพาให้องค์กรนั้นรอดพ้นสถานการณ์วิกฤติ และนำพาให้องค์กรประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการสร้างนานเหมือนกันคือ วัฒนธรรมองค์กร หากมีวัฒนธรรมองค์กรที่เหมาะสมกับธุรกิจและคนในองค์กรนั้น ๆ เมื่อต้องการขับเคลื่อนหรือผลักดันองค์ไปในทิศทางที่ต้องการ หรือยามที่มีวิกฤติ ซึ่งต้องการความร่วมมือกันของคนจำนวนมาก เราจะเห็นยาวัฒนธรรมองค์กรออกฤทธิ์อย่างชัดเจนครับ</span></p>
<h2><b>อยากบอกอะไรกับ HR / คนทำงานที่กำลังหมดไฟ และต้องการกำลังใจเพื่อเดินหน้าต่อไปบ้าง</b></h2>
<p><b>จิระวัฒน์ : </b><span style="font-weight: 400;">ไฟ เกิดจากองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ เชื้อเพลิง (Fuel) ออกซิเจน (Oxygen) และความร้อน (Heat) ซึ่งต้องอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่หมดไฟ หรือหมด Passion ลองพยายามพาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นบวกให้ได้ก่อน เช่น ออกห่างจากคนที่คิดลบที่อยู่รายล้อมเรา ลองพาตัวเองไปอยู่ที่ที่มีออกซิเจนแล้วสูดมันให้เต็มปอด ลองค้นหาสิ่งที่ตัวเองสนใจ เก่ง หรือถนัด ซึ่งจะเป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดีโดยที่เราไม่ต้องลองผิดลองถูกใหม่ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความร้อนที่เหมาะสมเพียงพอ คือการให้กำลังใจตัวเอง เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ พูดคุยกับเพื่อนที่สร้างกำลังใจ ไม่หมกมุ่นกับความล้มเหลว เมื่อครบทั้ง 3 องค์ประกอบแล้ว ลองเริ่มลงมือทำสิ่งเล็ก ๆ ที่คิดว่าจะประสบความสำเร็จได้โดยง่ายก่อน เพื่อให้เกิด </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/230807-small-wins/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Small Win</span></a><span style="font-weight: 400;"> และเพื่อเป็นกำลังใจให้กับตัวเอง จากนั้นค่อย ๆ ทำงานที่ท้าทายมากขึ้น พิชิตเนินเขาทีละเนิน แล้วสักวันเราจะไปถึงยอดได้เองครับ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1-CATE-3.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1 CATE 3" width="1600" height="500" title="ภารกิจ HR วัตสัน ประเทศไทย (Watsons Thailand) คือการสร้าง A Workplace of Opportunity แก่พนักงานทุกคน 572"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/hr-watsons-thailand-2024-240229/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัมภาษณ์ HR เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) องค์กรที่สร้างสรรค์พื้นที่และประสบการณ์ที่ดีแก่ทั้งลูกค้าและพนักงาน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/frasers-property-thailand-240223/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/frasers-property-thailand-240223/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Feb 2024 10:19:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[เฟรเซอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[Frasers]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=37556</guid>

					<description><![CDATA[บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยมีการแข่งขันที่สูง นอกจากแข่งขันการสร้างบ้าน คอนโด หรืออาคารสถานที่ที่มีความน่าอยู่ สวยงาม คุ้มค่าคุ้มราคาแล้ว ยังแข่งขันกันสร้างองค์กรเพื่อดึงดูดพนักงานมากความสามารถให้อยากมาร่วมงานด้วย เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) ผู้สร้างโครงการเด่น ๆ เช่น สามย่านมิตรทาวน์, เอฟวายไอ เซ็นเตอร์ และโครงการสาทร สแควร์ ก็ถือเป็นอีกองค์กรที่มีชื่อเสียงด้านการทำงาน จนเป็นที่กล่าวขานว่าเป็นองค์กรที่น่าร่วมงานด้วย พิสูจน์ได้จากการได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia ประจำปี 2023 จาก HR Asia ไปครอง HREX ได้พูดคุยกับคุณ วชิระ ฉัตรภูติ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ (Executive Vice President &#8211; Human Resources) เพื่อล้วงเคล็ดลับความสำเร็จที่ช่วยส่งให้กลายเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ถ้าพร้อมแล้ว ไปหาคำตอบได้ในบทสัมภาษณ์นี้เลย อะไรคือปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37559" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-23T170916.082.webp" alt="สัมภาษณ์ HR เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) องค์กรที่สร้างสรรค์พื้นที่และประสบการณ์ที่ดีแก่ทั้งลูกค้าและพนักงาน" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ HR เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) องค์กรที่สร้างสรรค์พื้นที่และประสบการณ์ที่ดีแก่ทั้งลูกค้าและพนักงาน 577" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-23T170916.082.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-23T170916.082-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยมีการแข่งขันที่สูง นอกจากแข่งขันการสร้างบ้าน คอนโด หรืออาคารสถานที่ที่มีความน่าอยู่ สวยงาม คุ้มค่าคุ้มราคาแล้ว ยังแข่งขันกันสร้างองค์กรเพื่อดึงดูดพนักงานมากความสามารถให้อยากมาร่วมงานด้วย</span></p>
<p><a href="https://www.frasersproperty.co.th/th" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand)</span></a><span style="font-weight: 400;"> ผู้สร้างโครงการเด่น ๆ เช่น สามย่านมิตรทาวน์, เอฟวายไอ เซ็นเตอร์ และโครงการสาทร สแควร์ ก็ถือเป็นอีกองค์กรที่มีชื่อเสียงด้านการทำงาน จนเป็นที่กล่าวขานว่าเป็นองค์กรที่น่าร่วมงานด้วย พิสูจน์ได้จากการได้รับรางวัล </span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Best Companies To Work For in Asia ประจำปี 2023</span></a><span style="font-weight: 400;"> จาก HR Asia ไปครอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX ได้พูดคุยกับคุณ</span><b> วชิระ ฉัตรภูติ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ (Executive Vice President &#8211; Human Resources)</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อล้วงเคล็ดลับความสำเร็จที่ช่วยส่งให้กลายเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ถ้าพร้อมแล้ว ไปหาคำตอบได้ในบทสัมภาษณ์นี้เลย</span></p>
<h2><b>อะไรคือปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) ได้รับรางวัลจาก HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 และรางวัลนี้มีความหมายต่อองค์กรอย่างไร?</b></h2>
<p><b>วชิระ: </b><span style="font-weight: 400;">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) ได้รับรางวัลนี้ เกิดจากการที่พนักงานรับรู้วิสัยทัศน์ที่ชัดเจนขององค์กร และมีเป้าหมายในการทำงานชัดเจน ซึ่งเป็นวิถีที่พนักงานใช้ในการทำงานร่วมกันจนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อองค์กรมีวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้พนักงานแสดงออกถึงการให้ความร่วมมือกับกิจกรรมในองค์กรอย่างสมัครใจ ทำให้เกิดแรงจูงใจที่จะมุ่งมั่นทุ่มเทต่อเจตนารมณ์ (Company Purpose) “สร้างสรรค์พื้นที่ ให้ประสบการณ์ที่ดีคงอยู่” (Inspiring Experiences, Creating Places for Good) จนกลายเป็นความผูกพันที่พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ตลอดจนรู้สึกเป็นเจ้าขององค์กรร่วมกัน ก่อให้เกิดแรงผลักดันให้องค์กรก้าวสู่ความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ นำมาสู่ความจงรักภักดีต่อองค์กรในที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเชื่อมั่นว่า รางวัลนี้จะสามารถสร้างขวัญและกำลังใจให้บุคลากรด้าน HR ในการพัฒนาต่อยอดมาตรฐานงานด้านบริหาร และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความยั่งยืนต่อไปครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37560" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-23T171143.617.webp" alt="สัมภาษณ์ HR เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) องค์กรที่สร้างสรรค์พื้นที่และประสบการณ์ที่ดีแก่ทั้งลูกค้าและพนักงาน" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ HR เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) องค์กรที่สร้างสรรค์พื้นที่และประสบการณ์ที่ดีแก่ทั้งลูกค้าและพนักงาน 578" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-23T171143.617.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-23T171143.617-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ที่ผ่านมา HR ฟังเสียงของพนักงาน แล้วนำมาปรับปรุงองค์กรให้น่าอยู่ น่าทำงานด้วยอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>วชิระ: </b><span style="font-weight: 400;">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) ให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของพนักงานผ่านเครื่องมือต่าง ๆ เช่น การสำรวจ</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190722-employee-engagement/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ความผูกพัน</span></a><span style="font-weight: 400;">ของพนักงานที่มีต่อองค์กร (Employee Engagement Survey), การสำรวจ</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/th-employeebenefit-190108/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">ความพึงพอใจ</span></a><span style="font-weight: 400;">ของพนักงานต่อสวัสดิการ (Employee Benefits Survey), การสำรวจวัฒนธรรมองค์กร (Culture Survey) เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่สอบถามความคิดเห็น จนได้รับทราบผลการสำรวจความพึงพอใจแล้ว เราก็นำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงด้านต่าง ๆ เช่น การปรับปรุงสวัสดิการ, การปรับปรุงระเบียบและนโยบายด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นต้น ที่เราเชื่อมั่นว่าจะส่งผลดีต่อการทำงานของบุคลากรทุกคนครับ</span></p>
<h2><b>HR ยุคใหม่สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรให้เป็นองค์กรที่ทุกคนอยากร่วมงานด้วยได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>วชิระ: </b><span style="font-weight: 400;">ธุรกิจในปัจจุบันต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่ไม่เคยมีใครพบเจอมาก่อน ตั้งแต่รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ความต้องการทักษะใหม่ ๆ ที่องค์กรมองหาจากพนักงาน ตลอดจนความคาดหวังของพนักงานต่อองค์กรที่เปลี่ยนไป เรื่องทั้งหมดล้วนเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญขององค์กร ทำให้ต้องวางกลยุทธ์การบริหารคนให้สอดคล้องกับกระแสความเปลี่ยนแปลงนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) จึงเลือกใช้กลยุทธ์ “Happy 8 หรือความสุข 8 ประการ” เป็นความสุขที่ทำให้คนเราเกิดสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตน ภายใต้ความเชื่อที่ว่า คน คือ หัวใจขององค์กร การสร้างคนที่มีความสุขให้อยู่รวมกัน จะเกิดเป็นองค์กรแห่งความสุข (Happy workplace) ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่บริษัทจัดขึ้น โดยมีหน่วยงาน People Passion เป็นผู้รับผิดชอบในการสร้างความสุขให้แก่พนักงาน ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37561" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-23T171434.313.webp" alt="สัมภาษณ์ HR เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) องค์กรที่สร้างสรรค์พื้นที่และประสบการณ์ที่ดีแก่ทั้งลูกค้าและพนักงาน" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ HR เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) องค์กรที่สร้างสรรค์พื้นที่และประสบการณ์ที่ดีแก่ทั้งลูกค้าและพนักงาน 579" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-23T171434.313.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-23T171434.313-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>มีคำกล่าวว่า HR ยุคใหม่ต้องเป็นนักวางกลยุทธ์ และเป็น Business Driver เราจะเปลี่ยนตัวเองให้มีความพร้อมได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>วชิระ: </b><span style="font-weight: 400;">การทำงานของทุกส่วนงานในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของงานที่ทำ การเปลี่ยนแปลงขององค์กรเอง ไม่เว้นแม้กระทั่งฟังก์ชั่นการทำงานของ HR ก็เช่นกันที่ต้องพบเจอกับความเปลี่ยนแปลงเสมอ HR จึงต้องพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องปรับตัวให้เข้ากับแนวคิดใหม่ เพื่อนำมาสร้างความสำเร็จให้เกิดกับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมมองผมในฐานะผู้ดูแลงานด้านทรัพยากรมนุษย์ขององค์กร โดยบทบาทต้องเป็น Business Partner เพื่อให้หน่วยงาน HR เป็น Business Driver ขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุพันธกิจต่าง ๆ และเพื่อให้ HR มีความสามารถและมีความพร้อมในการวางกลยุทธ์ด้านทรัพยากรมนุษย์ให้แก่องค์กรเพื่อร่วมผลักดัน Business Result จึงต้องมีความสามารถด้านต่าง ๆ ดังนี้ </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Business Acumen มีความเข้าใจเรื่องธุรกิจขององค์กร และการประยุกต์ใช้ รวมถึงความเข้าใจกระบวนการทำงานขององค์กร รู้จักเชื่อมโยงการทำงานในองค์กร และรู้ธุรกิจในภาพกว้าง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Cultural Awareness มีความตระหนักรู้ทางวัฒนธรรมเกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Digital Fluency มีความรู้ ความเข้าใจทักษะด้านดิจิทัล เพื่อสร้างสรรค์ พัฒนา ปรับตัวกับงานด้านทรัพยากรบุคคล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Data Analytics and Visualization มีความรู้ ความเข้าใจวิธีจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนและข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจที่สำคัญ ซึ่งเป็นพื้นฐานของกลยุทธ์และโซลูชั่นด้านการบริหารงานทรัพยากรมนุษย์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Managing and Engaging People with Change มีความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อผู้คน โดยการทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ผู้นำและผู้จัดการคนอื่น ๆ เป็นผู้ริเริ่ม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Consultancy Skills มีทักษะด้านการให้คำปรึกษาที่หลากหลายครับ</span></li>
</ol>
<h2><b>คิดว่าภายใน 5 ปีต่อจากนี้ HR มีภารกิจอะไรบ้าง ที่ต้องทำเพื่อยกระดับองค์กรและรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงได้ทัน</b></h2>
<p><b>วชิระ: </b><span style="font-weight: 400;">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) วางกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรมนุษย์ผ่าน 5 แนวทาง ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรแบบมุ่งผลสำเร็จ (Achievement Culture)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">วางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งและการรักษาพนักงานที่มีความสามารถ (Succession and Talent Retention)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เพิ่มความคล่องตัวขององค์กรผ่านระบบเทคโนโลยีและดิจิทัล (Digital / IT Enhancement)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ให้ความสำคัญด้านคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน (Well-Being Organization)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ให้ความสำคัญด้านความหลากหลาย ความเสมอภาค และการยอมรับความแตกต่าง (Diversity Equity and Inclusion)</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือ 5 ภารกิจที่ HR ต้องทำเพื่อสร้างให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป ทั้งระยะสั้นและระยะยาว </span></p>
<h2><b>สุดท้ายนี้ อยากบอกอะไรกับ HR / คนทำงานที่กำลังหมดไฟ และต้องการกำลังใจเพื่อเดินหน้าต่อไปบ้าง</b></h2>
<p><b>วชิระ: </b><span style="font-weight: 400;">ผมอยากบอกทุกคนว่า ไม่มีอุปสรรคใด ๆ ในใจของเรา ไม่มีกำแพงขวางกั้นจิตวิญญาณของเรา ไม่มีสิ่งใดกีดขวางการเติบโตของเรา นอกจากตัวเราเองครับ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ</span><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="สัมภาษณ์ HR เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย (Frasers Property Thailand) องค์กรที่สร้างสรรค์พื้นที่และประสบการณ์ที่ดีแก่ทั้งลูกค้าและพนักงาน 580"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/frasers-property-thailand-240223/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัมภาษณ์ ปริญญ์ พิชญวิจิตร์ HR จาก เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi) องค์กรที่ยกย่องบุคลากรเป็นทรัพยากรสำคัญ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/taokaenoi-interview-240220/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/taokaenoi-interview-240220/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Feb 2024 11:03:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[เถ้าแก่น้อย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=37513</guid>

					<description><![CDATA[น้อยคนนักในประเทศไทยที่จะไม่รู้จักแบรนด์ที่ชื่อว่า เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi) หรือผู้ผลิตสาหร่ายปรุงรสที่อร่อยและครองความนิยมมา 20 ปีแล้ว  แต่รู้หรือไม่ว่า สาหร่ายปรุงรสสูตรเด็ดจะครองใจผู้คนไม่ได้เลย หากเถ้าแก่น้อยปราศจากพนักงานที่ทำงานอย่างเต็มที่ แข็งขัน และมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งเหตุผลสำคัญนั้นก็มาจากการที่ทีม HR ขององค์กรร่วมด้วยช่วยกันสร้างบริษัทแห่งนี้ ให้กลายเป็นองค์กรที่ทุกคนอยากมาทำงานด้วยอย่างมีความสุขนั่นเอง และนี่คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ เถ้าแก่น้อย ได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia ประจำปี 2023 จาก HR Asia ไปครอง HREX มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ ปริญญ์ พิชญวิจิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi) ถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ขององค์กร และก้าวต่อไปที่จะพัฒนาให้ เถ้าแก่น้อย เด่นยิ่งขึ้นไปอีก คุณปริญญ์ ให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาคนด้านไหนบ้าง มาหาคำตอบได้เลยในบทสัมภาษณ์นี้ คุณคิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi) ได้รับรางวัล Best Companies to Work for in [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37516" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-Taokaenoi.webp" alt="สัมภาษณ์ ปริญญ์ พิชญวิจิตร์ HR จาก เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi) องค์กรที่ยกย่องบุคลากรเป็นทรัพยากรสำคัญ" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ ปริญญ์ พิชญวิจิตร์ HR จาก เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi) องค์กรที่ยกย่องบุคลากรเป็นทรัพยากรสำคัญ 586" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-Taokaenoi.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-Taokaenoi-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น้อยคนนักในประเทศไทยที่จะไม่รู้จักแบรนด์ที่ชื่อว่า </span><a href="https://th.taokaenoiglobal.com/th/products/" target="_blank" rel="noopener"><b>เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi) </b></a><span style="font-weight: 400;">หรือผู้ผลิตสาหร่ายปรุงรสที่อร่อยและครองความนิยมมา 20 ปีแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่รู้หรือไม่ว่า สาหร่ายปรุงรสสูตรเด็ดจะครองใจผู้คนไม่ได้เลย หากเถ้าแก่น้อยปราศจากพนักงานที่ทำงานอย่างเต็มที่ แข็งขัน และมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งเหตุผลสำคัญนั้นก็มาจากการที่ทีม HR ขององค์กรร่วมด้วยช่วยกันสร้างบริษัทแห่งนี้ ให้กลายเป็นองค์กรที่ทุกคนอยากมาทำงานด้วยอย่างมีความสุขนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ เถ้าแก่น้อย ได้รับรางวัล </span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Best Companies To Work For in Asia ประจำปี 2023</span></a><span style="font-weight: 400;"> จาก HR Asia ไปครอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ </span><b>ปริญญ์ พิชญวิจิตร์</b> <b>ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi) </b><span style="font-weight: 400;">ถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ขององค์กร และก้าวต่อไปที่จะพัฒนาให้ เถ้าแก่น้อย เด่นยิ่งขึ้นไปอีก คุณปริญญ์ ให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาคนด้านไหนบ้าง มาหาคำตอบได้เลยในบทสัมภาษณ์นี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37520" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/426452880_686733496999626_2976754116526877541_n.webp" alt="สัมภาษณ์ ปริญญ์ พิชญวิจิตร์ HR จาก เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi) องค์กรที่ยกย่องบุคลากรเป็นทรัพยากรสำคัญ" width="600" height="600" title="สัมภาษณ์ ปริญญ์ พิชญวิจิตร์ HR จาก เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi) องค์กรที่ยกย่องบุคลากรเป็นทรัพยากรสำคัญ 587" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/426452880_686733496999626_2976754116526877541_n.webp 1200w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/426452880_686733496999626_2976754116526877541_n-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/426452880_686733496999626_2976754116526877541_n-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/426452880_686733496999626_2976754116526877541_n-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/426452880_686733496999626_2976754116526877541_n-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>คุณคิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi) ได้รับรางวัล Best Companies to Work for in Asia 2023 แล้วรางวัลนี้มีความหมายต่อองค์กรอย่างไรบ้าง ?</b></h2>
<p><b>ปริญญ์:</b><span style="font-weight: 400;"> สาเหตุที่เถ้าแก่น้อยได้รับรางวัลนี้ เป็นเพราะเราเน้นการพัฒนาและการเรียนรู้ครับ เถ้าแก่น้อยมองบุคลากรทุกคนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของทุกองค์กร ดังนั้นการพัฒนาบุคลากรในองค์กรจึงเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบริษัทขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัทได้นำแนวคิด T-Shaped Model มาใช้ในการออกแบบการพัฒนาบุคลากร เพื่อให้เก่งทั้งแบบลึกและแบบกว้างหลากหลาย สอดรับกับความต้องการของบริษัทความเปลี่ยนแปลงและวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการดูแลสวัสดิการของพนักงาน บริษัทให้ความสำคัญกับบุคลากร จึงนำแนวคิดการจัดสวัสดิการมาใช้เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของพนักงาน โดยจัดสวัสดิการแบบยืดหยุ่น (Flexible Benefit) ครอบคลุมเรื่องสุขภาพ การศึกษาบุตร และการพัฒนาตนเอง เป็นต้น ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดีจากพนักงาน และเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจพนักงานของบริษัทครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนการส่งเสริมความเป็นอยู่ร่วมกัน (</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/010622-deib/"><span style="font-weight: 400;">Inclusivity</span></a><span style="font-weight: 400;">) เถ้าแก่น้อยส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นที่เปิดกว้าง และรับฟังเสียงจากพนักงานทุกคน เพื่อสร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วมเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเพศ เชื้อชาติ หรือวัฒนธรรม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่การจัดการความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว ที่เถ้าแก่น้อยเราสนับสนุนการสร้างความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว นำวิธีการทำงานแบบ Hybrid Workplace มาใช้ ให้พนักงานสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ (Work Anytime Anywhere) พนักงานสามารถจัดสรรเวลาการปฏิบัติงานได้ด้วยตนเอง นอกเหนือจากเวลาปฏิบัติงานหลักที่บริษัทกำหนดไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การที่เถ้าแก่น้อยได้รับรางวัลนี้จึงมีความหมายอย่างยิ่งต่อองค์กรของเราครับ นอกจากจะเป็นการยืนยันถึงความตั้งใจดูแลพนักงานแล้ว ยังเป็นโอกาสในการดึงดูดบุคคลภายนอกที่สนใจได้มีโอกาสเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกันมากขึ้น และยังสร้างความภาคภูมิใจให้กับพนักงาน ตลอดจนถึงผู้บริหารในเถ้าแก่น้อยทุกคนครับ </span></p>
<h2><b>ที่ผ่านมา HR ฟังเสียงของพนักงาน แล้วนำมาปรับปรุงองค์กรให้น่าอยู่ น่าทำงานด้วยอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ปริญญ์: </b><span style="font-weight: 400;">เราเน้นเรื่อง Employee Centric ในกระบวนการสร้าง Engagement ครับ นอกจากทำแบบสอบถาม Employee Survey เพื่อสำรวจความคิดเห็นแล้ว เรายังจัด Focus Group แยกแต่ละสายงาน และแยกพนักงานแต่ละระดับ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของพนักงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะประเด็นที่ผลจาก </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/221223-how-to-survey/"><span style="font-weight: 400;">Employee Survey</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้คะแนนน้อยที่สุดสามลำดับแรก เราจะนำมาจัดทำเป็น Action Plan ร่วมกับผู้บริหารของแต่ละสายงาน เพื่อปรับปรุงแก้ไขประเด็นที่น่าเป็นห่วงเหล่านั้น เพื่อให้ทั้ง HR และผู้บริหารจากทุกหน่วยงานจนถึงระดับ C-Level มีส่วนร่วมในการปรับปรุงองค์กรให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้พนักงานได้พบปะ หรือแสดงความคิดเห็นกับผู้บริหารระดับสูงผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การจัด Townhall รวมทั้งการสื่อสารผ่านกล่องรับข้อเสนอแนะ ช่องทางออนไลน์ ผ่าน Line OA หรือ Application เพื่อใช้สื่อสารภายในองค์กร ให้เกิดการสื่อสารที่ทันท่วงทีครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37517" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/Prin-3.webp" alt="สัมภาษณ์ ปริญญ์ พิชญวิจิตร์ HR จาก เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi) องค์กรที่ยกย่องบุคลากรเป็นทรัพยากรสำคัญ" width="600" height="400" title="สัมภาษณ์ ปริญญ์ พิชญวิจิตร์ HR จาก เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi) องค์กรที่ยกย่องบุคลากรเป็นทรัพยากรสำคัญ 588" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/Prin-3.webp 1567w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/Prin-3-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/Prin-3-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/Prin-3-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/Prin-3-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>HR ยุคใหม่ สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กร ให้เป็นองค์กรที่ทุกคนอยากร่วมงานด้วยได้อย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>ปริญญ์: </b><span style="font-weight: 400;">แน่นอนครับ บทบาทของเราต้องสนับสนุนการเติบโตขององค์กร นอกจากนั้นเราเองก็ต้องสนับสนุน และสร้างระบบให้พนักงานที่ทำงานกับเราเติบโตไปพร้อมกันกับบริษัทด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เราทำคือพัฒนาและสนับสนุนทีมงาน วางแผนผังโครงสร้างสำหรับทีมที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดการทำงานที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นเรายังสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่สนุกสนาน และสร้างกำลังใจให้พนักงาน เช่น บริษัทมีการตั้งเป้าหมายไว้ และเมื่อไปถึงเป้าหมายนั้น เราจะจัดให้พนักงานทุกคนได้ไป </span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190919-company-outings/"><span style="font-weight: 400;">Outing</span></a><span style="font-weight: 400;"> ไปสังสรรค์ร่วมกัน ที่สำคัญเรายังเตรียมการให้มีการจัดกิจกรรม </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/well-being-create-culture-organization-11012021/"><span style="font-weight: 400;">Well-Being</span></a><span style="font-weight: 400;"> เพื่อส่งเสริมความสมดุลทั้งร่างกาย อารมณ์ และสังคม ให้พนักงานได้เลือกในแบบที่ตนสนใจอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่ทำคือการสร้างและส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กร ที่สนับสนุนความเป็นอยู่ร่วมกันและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเรายังติดอาวุธให้กับพนักงานของเราให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ทั้งตัวบุคคล หรือกลุ่ม หรือให้พนักงานทำ Project ที่ท้าทาย และสร้างการเรียนรู้ที่จำเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคือการส่งเสริมให้องค์กรขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Driven) เพื่อใช้ข้อมูลและวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจที่ถูกต้อง สนับสนุนนวัตกรรมเพื่อสร้างการเติบโตและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่น่าทำงานและน่าอยู่ครับ</span></p>
<h2><b>มีคำกล่าวว่า HR ยุคใหม่ต้องเป็นนักวางกลยุทธ์ และเป็น Business Driver เราจะเปลี่ยนตัวเองให้มีความพร้อมได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>ปริญญ์: </b><span style="font-weight: 400;">HR กำหนดกลยุทธ์ของตนเองให้สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจ และแผนกลยุทธ์ขององค์กร นอกจากนี้ยังมีการทำ Goal Alignment ระหว่าง HR และหน่วยงานอื่น ๆ ให้มีเป้าหมายที่สอดคล้องกันด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ HR ยังเกาะติดสถานการณ์ในองค์กร ในประเด็นที่สอดคล้องกับแผนธุรกิจ และนำเสนอข้อมูลทางด้าน HR เพื่อการตัดสินใจร่วมกับหน่วยงานภายในอย่างต่อเนื่องครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37518 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/Prin-1-683x1024.webp" alt="สัมภาษณ์ ปริญญ์ พิชญวิจิตร์ HR จาก เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi) องค์กรที่ยกย่องบุคลากรเป็นทรัพยากรสำคัญ" width="683" height="1024" title="สัมภาษณ์ ปริญญ์ พิชญวิจิตร์ HR จาก เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi) องค์กรที่ยกย่องบุคลากรเป็นทรัพยากรสำคัญ 589" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/Prin-1-683x1024.webp 683w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/Prin-1-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/Prin-1-768x1152.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/Prin-1-1024x1536.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/Prin-1.webp 1045w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<h2><b>เมื่ออนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน คิดว่าภายใน 5 ปีต่อจากนี้ HR มีภารกิจอะไรบ้าง ที่ต้องทำเพื่อยกระดับองค์กรและรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงได้ทัน</b></h2>
<p><b>ปริญญ์: </b><span style="font-weight: 400;">เรื่องแรกคือการพัฒนาทักษะและศักยภาพของพนักงาน ส่งเสริมการเรียนรู้ โดยเน้นทักษะที่เชื่อมโยงกับนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจให้สอดคล้องกับทิศทางของบริษัท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันก็ต้องบริหารความหลากหลายในองค์กร พัฒนา กระบวนการทำงานโดยนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการทำงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพในงานเพิ่มมากขึ้น และตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลจริงเป็นพื้นฐาน (Data Driven) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ยังต้องติดตามและปรับปรุงกลยุทธ์ของ HR  ให้สอดคล้องกับบริษัท ด้วยการติดตามสถานการณ์ในสังคมไทยและในสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งในด้านที่เป็นปัญหา และโอกาสใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นครับ</span></p>
<h2><b>อยากบอกอะไรกับ HR หรือ คนทำงานที่กำลังหมดไฟ และต้องการกำลังใจเพื่อเดินหน้าต่อไปบ้าง</b></h2>
<p><b>ปริญญ์: </b><span style="font-weight: 400;">ผมอยากบอกว่า ขอให้ทุกคนตั้งเป้าหมายในการทำงาน และตั้งใจที่จะทำมัน เพราะไม่มีใครสามารถเดาได้ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ชีวิตเป็นสภาพแวดล้อมรอบตัวเราเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ความล้มเหลวไม่ใช่จุดสิ้นสุด มันเป็นเพียงจุดเริ่มของการเรียนรู้และการเติบโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่เสมอไป แต่ลองตั้งเป้าหมายกับเรื่องเล็ก ๆ เมื่อทำมันสำเร็จ เราก็เริ่มรู้สึกว่า Success ทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง Don’t Give Up นะครับ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1-CATE-3.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1 CATE 3" width="1600" height="500" title="สัมภาษณ์ ปริญญ์ พิชญวิจิตร์ HR จาก เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi) องค์กรที่ยกย่องบุคลากรเป็นทรัพยากรสำคัญ 590"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/taokaenoi-interview-240220/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“HR ต้องพร้อมอยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรเหมือน BATMAN” (อัศวินยามรัตติกาล) เจาะความสำเร็จ AssetWise องค์กรที่เด่นเรื่องงานอสังหา และการบริหารคน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/hr-assetwise-interview-240209/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/hr-assetwise-interview-240209/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Feb 2024 04:03:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[AssetWise]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=37313</guid>

					<description><![CDATA[ช่วงปลายปี 2023 ที่ผ่านมา HR Asia ประกาศผลรางวัล Best Companies To Work For in Asia รอบล่าสุดแล้ว และมีถึง 73 องค์กรด้วยกันที่ได้รางวัลอันทรงเกียรตินี้ไปครอง ซึ่งเป็นเครื่องหมายบ่งชี้ถึงคุณภาพของการดูแลความเป็นอยู่ของพนักงาน ควรค่าต่อการมาร่วมงานด้วย หนึ่งในองค์กรที่ได้รางวัลก็คือ AssetWise บริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เพียงมีจุดเด่นเรื่องการสร้างบ้านหรือคอนโดที่มีคุณภาพ และมีความคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป แต่ยังหันมาชูจุดเด่นเรื่องการบริหารคน ดูแลความเป็นอยู่ของบุคลากรให้มีความเป็นอยู่ที่ดี จนไม่น่าแปลกใจที่จะได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้มาครอง HREX จึงถือโอกาสนี้พูดคุยกับคุณ เอ็ดเวิร์ด &#8211; สารพงศ์ ตุวพลางกูร CHRO หรือประธานเจ้าหน้าที่สายงานทรัพยากรบุคคล AssetWise เพื่อหาคำตอบว่า เคล็ดลับความสำเร็จขององค์กรอสังหาริมทรัพย์มาแรงเป็นอย่างไร ถ้าพร้อมแล้ว ไปติดตามได้ในบทสัมภาษณ์นี้กันได้เลย AssetWise ได้รางวัลปีที่ผ่านมา อะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ได้รางวัลนี้ และมีคุณค่าต่อองค์กรอย่างไร สารพงศ์:  ปัจจัยสำคัญเริ่มต้นจากการมีผู้บริหารที่ใส่ใจพนักงาน อยากดูแลพนักงานอย่างจริงจังครับ เริ่มจาก CEO ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานมาหลายปีแล้ว CEO และมุมที่ CEO มองพนักงานก็คือ ASSET NOT [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37314" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-09T105031.590.webp" alt="“HR ต้องพร้อมอยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรเหมือน BATMAN” (อัศวินยามรัตติกาล) เจาะความสำเร็จ AssetWise องค์กรที่เด่นเรื่องงานอสังหา และการบริหารคน" width="600" height="370" title="“HR ต้องพร้อมอยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรเหมือน BATMAN” (อัศวินยามรัตติกาล) เจาะความสำเร็จ AssetWise องค์กรที่เด่นเรื่องงานอสังหา และการบริหารคน 596" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-09T105031.590.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-09T105031.590-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงปลายปี 2023 ที่ผ่านมา HR Asia ประกาศผลรางวัล</span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Best Companies To Work For in Asia</span></a> <span style="font-weight: 400;">รอบล่าสุดแล้ว และมีถึง 73 องค์กรด้วยกันที่ได้รางวัลอันทรงเกียรตินี้ไปครอง ซึ่งเป็นเครื่องหมายบ่งชี้ถึงคุณภาพของการดูแลความเป็นอยู่ของพนักงาน ควรค่าต่อการมาร่วมงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในองค์กรที่ได้รางวัลก็คือ</span><a href="https://assetwise.co.th/en/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">AssetWise</span></a><span style="font-weight: 400;"> บริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เพียงมีจุดเด่นเรื่องการสร้างบ้านหรือคอนโดที่มีคุณภาพ และมีความคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป แต่ยังหันมาชูจุดเด่นเรื่องการบริหารคน ดูแลความเป็นอยู่ของบุคลากรให้มีความเป็นอยู่ที่ดี จนไม่น่าแปลกใจที่จะได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้มาครอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX จึงถือโอกาสนี้พูดคุยกับคุณ </span><b>เอ็ดเวิร์ด &#8211; สารพงศ์ ตุวพลางกูร CHRO หรือประธานเจ้าหน้าที่สายงานทรัพยากรบุคคล AssetWise</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อหาคำตอบว่า เคล็ดลับความสำเร็จขององค์กรอสังหาริมทรัพย์มาแรงเป็นอย่างไร ถ้าพร้อมแล้ว ไปติดตามได้ในบทสัมภาษณ์นี้กันได้เลย</span></p>
<h2><b>AssetWise ได้รางวัลปีที่ผ่านมา อะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ได้รางวัลนี้ และมีคุณค่าต่อองค์กรอย่างไร</b></h2>
<p><b>สารพงศ์:</b><span style="font-weight: 400;">  ปัจจัยสำคัญเริ่มต้นจากการมีผู้บริหารที่ใส่ใจพนักงาน อยากดูแลพนักงานอย่างจริงจังครับ เริ่มจาก CEO ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานมาหลายปีแล้ว CEO และมุมที่ CEO มองพนักงานก็คือ ASSET NOT EXPENSE</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">CEO ของ AssetWise เคยพูดไว้ว่า  “ผมมีหน้าที่ดูแลผู้บริหาร แล้วทีมผู้บริหารก็จะไปดูแลพนักงานต่อ&#8221; เลยเป็น Mindset ของผู้บริหารที่ดูแลเอาใจใส่พนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จึงเกิดกระแสที่ คนภายนอกพูดถึง AssetWise ดูแลพนักงานดีอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นเป็นปัจจัยที่เริ่มต้นให้ AssetWise ได้รับรางวัล และกลายเป็นองค์กรที่หลายคนอยากมาทำงานด้วยครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าถามว่ารางวัลนี้สำคัญอย่างไร คำตอบก็คือรางวัลนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แคนดิเดตข้างนอกสนใจอยากร่วมงานกับเรา แม้เราอาจไม่ได้เป็นบริษัทในระดับ Top 5 ด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่เรากำลังอยู่ในช่วงเติบโต การมีแบรนด์ที่ดี (</span><a href="https://th.hrnote.asia/expert-content/220215-how-to-do-employer-branding/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Employer Branding</span></a><span style="font-weight: 400;">) จะช่วยดึงดูดคนให้มาทำงานด้วยได้ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ผ่านมา ชั้นล่างของออฟฟิศ AssetWise จะตั้งถ้วยรางวัลต่าง ๆ ไว้เยอะมาก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นรางวัลเกี่ยวกับคุณภาพคอนโด การออกแบบ การก่อสร้างเสียมากกว่า รางวัลนี้คือรางวัลด้าน People รางวัลแรกที่เราได้เลย จึงเป็นเรื่องที่องค์กรภาคภูมิใจมาก และหลังได้รางวัลแล้วเราก็จะไม่หยุด แต่จะฟังเสียงของพนักงาน แล้วทำงานอย่างแข็งขันต่อไปเพื่อพัฒนาองค์กรให้ดียิ่งขึ้นครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37316" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-09T105626.856.webp" alt="“HR ต้องพร้อมอยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรเหมือน BATMAN” (อัศวินยามรัตติกาล)เจาะความสำเร็จ AssetWise องค์กรที่เด่นเรื่องงานอสังหา และการบริหารคน" width="600" height="370" title="“HR ต้องพร้อมอยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรเหมือน BATMAN” (อัศวินยามรัตติกาล) เจาะความสำเร็จ AssetWise องค์กรที่เด่นเรื่องงานอสังหา และการบริหารคน 597" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-09T105626.856.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-09T105626.856-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ทีม HR ของ AssetWise ฟังเสียงพนักงานแล้วนำมาปรับปรุงองค์กรอย่างไร</b></h2>
<p><b>สารพงศ์: </b><span style="font-weight: 400;">เราทำ Survey ย่อยเพื่อสำรวจความเห็นพนักงานด้านต่าง ๆ เช่น สำรวจว่าพนักงานอยากเทรนนิ่งด้านอะไร เรายังทำแบบสำรวจความพึงพอใจในการให้บริการของแผนกต่าง ๆ และ HR ก็หนึ่งในนั้นที่พนักงานทั้งออฟฟิศต้องให้คะแนนเหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกอย่างที่ทำคือโฟกัสกรุ๊ป ถ้าเราเห็นว่าคะแนนในประเด็นไหนต่ำ เราก็จะเรียกพนักงานกลุ่มเล็ก ๆ มาพูดคุยกันเพื่อฟังว่าเขามีปัญหาอะไร อยากให้บริษัทช่วยเหลืออย่างไร สิ่งที่น่าจะไม่เหมือนที่อื่นก็คือ HR ของเราจะไปเป็นเพื่อนของพนักงานใน Facebook ด้วย นอกเหนือจากเป็นเพื่อนในที่ทำงาน การที่ HR เป็นเพื่อนในชีวิตจริงของพวกเขาด้วย ทำให้เราได้รู้ข้อมูลเชิงลึกว่า พนักงานคิดอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะบางเรื่องเขาจะไม่บ่นในที่ทำงาน แต่เขาจะไปบ่นช่องทางอื่น เราก็จะเอาข้อมูลนั้นมาปรับปรุง บางทีแค่โพสต์เดียว เราก็สามารถบอกอุณหภูมิได้เลยว่า เรื่องนี้มีประเด็นสำคัญอย่างไรบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น การจัดงานปีใหม่ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ฟีดแบ็คภาพรวมจะออกมาดีใช่ไหมครับ แต่มันจะมีจุดไม่ดีแน่ ๆ ที่เขาก็จะเอาไปบ่นกันในที่อื่น ซึ่งเราจะไม่รู้ว่าหมายถึงจุดไหน แต่การเป็นเพื่อนใน Facebook ทำให้เรารู้ปัญหา เช่น ที่จอดรถ เพราะพอพนักงานจากทุกโครงการมาพร้อมกัน ที่จอดก็ไม่พอ พอพนักงานบ่นแรง เราก็รับรู้ว่ามีปัญหา ทำให้เราต้องวางแผนกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่า งานปีหน้าเราต้องแก้ปัญหานี้ให้ได้</span></p>
<h2><b>HR ที่ AssetWise มีกี่คน แบ่งงานกันอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>สารพงศ์: </b><span style="font-weight: 400;">AssetWise มีพนักงานโดยรวมทั้งหมด 600 และมีพนักงานบริษัทลูก นั่นคือบริษัท บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) อีกประมาณ 110 คนครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากแบ่งสัดส่วนแล้ว มี HR โดยตรงประมาณ 15 คน แต่ก็จะมีทีมอื่น ๆ เช่น ธุรการ และบัญชีที่คอยสนับสนุนงาน HR อีก 5-6 คน แล้วเราก็กำลังขยายทีมเพิ่มอยู่ด้วยครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ AssetWise จะแบ่งโครงสร้าง HR ออกเป็นสามส่วน ส่วนแรกเป็น HR Business Partner ทำงานคู่กับ BU (Business Unit) ทุกเรื่องใน BU จะส่งตรงมาที่เขาก่อน ทีมที่สองคือ แล้วเราก็มีทีมหลังบ้านของ HR คือ ทีม HR Share Service คอยดูแลสวัสดิการ Payroll ความเป็นอยู่ของพนักงาน เขาจะสนับสนุน HRBP เพื่อให้ไปดูแลพนักงานอีกที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทีมที่สาม คือที COE (Center of Expertise) ที่จะดูแลเรื่อง Learning &amp; Development เรื่อง Talent Planning ทำ Employee Engagement คอยสนับสนุนด้าน HR Practice กับ HRBP ด้วย เช่นถ้าอยู่นช่วงเวลาการประเมินผลประจำปี เขาก็จะคอยสื่อสาร ให้ข้อมูล เก็บข้อมูลให้ HRBP ไปคุยต่อ เป็นต้น</span></p>
<h2><b>ในฐานะ CHRO ของ AssetWise การดูแล HR ในองค์กรเพื่อให้ไปดูแลคนในองค์กรอีกที มีความท้าทายอย่างไร</b></h2>
<p><b>สารพงศ์: </b><span style="font-weight: 400;">มีความท้าทายเสมอครับ จากการที่ HR เป็นหน่วยงานที่มี Stakeholder ที่หลากหลาย โดยเริ่มจากความคาดหวังของผู้บริหารที่จะคาดหวังค่อนข้างสูงว่า HR ต้องเป็นตัวแทนในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตพนักงานให้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน  HR ก็ต้องมีบทบาทในการผลักดันให้พนักงาน Productive</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR เราเองก็มีความท้าทาย จากการที่ต้อง Well rounded ทั้งเรื่องเล็กน้อย คาดหวังจากพนักงานในเรื่องทั่วไป เช่น เรื่องความเป็นอยู่ น้ำไม่ไหล ไฟดับ ซึ่งอาจดูเป็นเรื่องยิบย่อย และในขณะเดียวกันก็ต้องทำบทบาทของ Strategic partner ที่ต้องจะมองภาพใหญ่ มองธุรกิจมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายครั้ง ที่HR ต้องเป็นคนกลางที่ทำความเข้าใจทั้ง 2 ฝ่ายให้ตรงกัน บางเรื่องอาจดูหนักไป บางเรื่องเบาไป เราก็ต้องคอยบาลานซ์ทั้ง 2 ฝ่ายให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทที่สร้างValue ของงาน HR คือ Strategic Plan ที่วางกลยุทธ์เรื่องคนด้วย เราต้องช่วยผู้บริหารขับเคลื่อน Performance ขององค์กรผ่านทรัพยากรี่สำคัญคือคน  เช่น ทำอย่างไรที่พนักงานจะกำหนดเป้าหมายที่ท้ยทายและส่มอบผลงานได้ ,การดึงดูดคนเก่งมาร่วมงาน และที่สำคัญคือการพัฒนาทักษะผู้นำให้กับผู้จัดการทุกระดับ</span></p>
<h2><b>HR ยุคใหม่ สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้อย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>สารพงศ์: </b><span style="font-weight: 400;">HRสามารถสร้างการเติบโด ให้องค์กรทางอ้อม ผ่านการทำให้คนในองค์กรเจริญเติบโต ไมใช่แค่ตำแหน่งงงานแต่ทำให้พนักงาน ดีขึ้นในทุกทุกด้าน ทั้งงาน ชีวิติส่วนตัว สุขภาพ  หากคนในองค์กรเติบโต ท้ายสุดผมเชื่อว่าองค์กรก็จะเติบโตแบบยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญในทุกทุกวันHR เป็นคนที่มีหน้าที่สำคัญ ในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงาน ผมเปรียเทียบถึงการขายขายสินค้า เราก็ต้องอยาการสร้างกสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าถือเป็น Key success ใช่ไหมครับ ซึ่งพนักงานก็เหมือนลูกค้าของเรา เราต้องสร้างสิ่งดี ๆ ให้เขามาทำงานทุกวันแล้วเจอ Touch Point ที่ดี ถ้าเขามีประสบการณ์ดี ประทับใจ ก็จะจดจำ บอกต่อ และแนะนำให้คนอื่นมาร่วมงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น เรื่องเล็ก เล็กน้อยน้อย แต่ถ้าตั้งแต่วันแรกที่ทำงาน เขามาแล้วไม่มีที่นั่ง ไม่มีคอมพิวเตอร์ มาถึงไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง กลายเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดี พอมันสะสมไปเรื่อย ๆ ก็จะกลายเป็นปัญหาตามมา ดังนั้นเราจึงพยายามสร้างทุก Touch Point ให้เกิดประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่แรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่พนักงานก็มีความหลากหลายและมีความแตกต่างกันออกไป บางเรื่องเขาอาจต้องการพัฒนาตนเอง บางเรื่องเขาอาจมีความคิดว่า มันอาจจะไม่ได้หรอก เราก็ต้องบาลานซ์ประสบการณ์ที่ดีของเขาให้ได้ เป็นความท้าทายในทุก Touch Point ทุกการประเมินผลและการทำงาน เป็นต้นครับ</span></p>
<h2><b>ในยุคปัจจุบัน ทีม HR ของ AssetWise เปลี่ยนบทบาทตัวเองเป็น Business Driver อย่างไร เพื่อผลักดันองค์กรในเชิงธุรกิจให้ก้าวหน้าไปได้</b></h2>
<p><b>สารพงศ์: </b><span style="font-weight: 400;">ด้วยบทบาท HR ต้องเป็น Chief Performance Officer ต้องผลักดันผลงานขององค์กร สิ่งแรกที่ต้องปรับตัวคือ สร้างสกิลเรื่อง Business Acumen นั่นคือต้องเข้าใจธุรกิจ รู้ว่าบริษัททำธุรกิจอย่างไร มีรายได้จากไหน มีกำไรอย่างไร ถ้าเราไม่มีสิ่งนี้ ถ้าเราไม่รู้ว่าบริษัททำอะไร ทำไมถึงมีกำไร เราย่อมไม่สามารถขับเคลื่อน Performance ที่ดีได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นถ้าเราเข้าใจ Business Model แล้วล่ะก็ HR ก็จะเข้าไปเป็นพาร์ทเนอร์ ช่วยเขาผลักดันไปถึงเป้าหมายขององค์กร ซึ่งแน่นอนว่าก็เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเป็นยอดขาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเป็นยุคก่อน ๆ HR อาจไม่ได้เข้าใจธุรกิจมากพอ จะถูกมองว่าเราทำแต่งานหลังบ้าน ทำแต่งานแอดมิน แต่ต่อไปในอนาคต ถ้าเราเดินเข้าไปในห้องทำงาน เราจะมองไม่ออกเลยว่าคนนี้เป็น HR เหรอ จะเหมือนว่าเรา Align ไปกับผู้นำในเรื่อง Business Direction มากขึ้น Agenda ของเราจะกว้างมาก อาจไม่ได้เฉพาะเจาะจงเรื่องดูแลสวัสดิการพนักงานอย่างเดียวแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าบริษัทจะขยายตัวไปอีกธุรกิจหนึ่ง เราก็ต้องให้คำแนะนำได้ว่า ธุรกิจนี้ โครงสร้างองค์กรควรเป็นอย่างไร ต้องหาคนจากไหน ถ้าอยากชนะในตลาดนี้ เราต้องเริ่มต้นเรื่องคนอย่างไร เราจะใช้คนที่มีอยู่ หรือหาคนใหม่เข้ามา มันเป็นเรื่องที่ท้าทายยิ่งขึ้นครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37317" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-09T105857.904.webp" alt="“HR ต้องพร้อมอยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรเหมือน BATMAN” (อัศวินยามรัตติกาล)เจาะความสำเร็จ AssetWise องค์กรที่เด่นเรื่องงานอสังหา และการบริหารคน" width="600" height="370" title="“HR ต้องพร้อมอยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรเหมือน BATMAN” (อัศวินยามรัตติกาล) เจาะความสำเร็จ AssetWise องค์กรที่เด่นเรื่องงานอสังหา และการบริหารคน 598" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-09T105857.904.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/HREX-Cover-2024-02-09T105857.904-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>HR ต้องรู้จักองค์กร รู้จักธุรกิจตัวเองดีแล้ว ต้องศึกษาคู่แข่งไหม สภาพตลาดโดยรวมไหม</b></h2>
<p><b>สารพงศ์: </b><span style="font-weight: 400;">เป็นประเด็นที่น่าสนใจครับ การศึกษาตลาด ศึกษาคู่แข่งก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำความเข้าใจว่าในตลาดที่เราแข่งอยู่มีคู่แข่งคือใคร ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เราจะเทียบกับคนที่เป็น Tier เดียวกันกับเราอย่างไร  เราคงเริ่มจากการเปรียบเทียบกับองค์กรไซซ์เท่ากันก่อน แต่เราจะหาวิธีเติบโตไปเป็นบริษัทขนาดใหญ่ขึ้นได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น เราต้องเข้าใจโครงสร้างการทำงาน แล้วเราจะรู้เลยว่า Talent ขององค์กรใหญ่เป็นใครบ้าง แล้วถ้าโอกาสมาถึงก็อาจจะดึงเอาคนเก่ง ๆ เข้ามาร่วมงานได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต้องเข้าใจทั้งอุตสาหกรรมเดียวกัน และเข้าใจว่าเราอยู่ตำแหน่งไหน และเข้าใจด้วยว่า Talent ขององค์กรในอุตสาหกรรมเดียวกันอยู่ตรงไหน อะไรเป็น Critical Position และต้องรู้ด้วยว่าถ้าเราจะหาคนที่ทำงานเป็น Core ของธุรกิจ เราจะไปเอาที่แผนกไหนตรงไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีแค่ 3 เรื่องครับ คือ ‘สร้าง ขาย โอน’ สร้าง คือการก่อสร้าง งานสถาปัตย์ งานวิศวกรรม, ขาย ก็คือเซลส์ ส่วนโอนจะเกี่ยวกับเรื่อง Customer Service และทีมกฎหมาย เป็นต้น แก่นของธุรกิจเป็นแบบนี้ คนทำงานก็จะมาจากกลุ่มเหล่านี้ เราต้องรู้ว่าจะดึงตัวมาได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วคนทำงานในสายอสังหาฯ เวลาซื้อตัว เขาซื้อกันไปเป็นทีมนะ เช่น ถ้าเป็นทีมสร้างบ้านพรีเมี่ยม เวลาเขาซื้อตัวจากแบรนด์หนึ่ง เขาซื้อกันทั้งทีม แล้วกลุ่มคนทำงานวิศวกรรมก็จะมีวัฒนธรรมการทำงานที่ค่อนข้าง หนักหน่วง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องรู้ด้วย</span></p>
<h2><b>ถ้าอยากให้ลองคาดการณ์อนาคต 5 ปีข้างหน้า คิดว่าอะไรคือสิ่งที่ HR จำเป็นต้องรู้ ต้องทำบ้าง เพื่อยกระดับองค์กร ทำให้องค์กรอยู่ได้อย่างมั่นคง</b></h2>
<p><b>สารพงศ์: </b><span style="font-weight: 400;">อย่างแรกคงเป็นเรื่องที่ HRต้องเป็นนักพัฒนาองค์กร ที่มุ่งเน้นความเชียวชาญ สามเรื่องคือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขีดความสามารถขององค์กร,</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างและพัฒนาทักษะผู้นำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และการบริหารจัดการคนเก่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องถัดมาผมคิดว่า มันใกล้ตัวมาก คงเป็นเรื่อง</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/230725-esg/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"> <span style="font-weight: 400;">ESG</span></a><span style="font-weight: 400;"> ครับ โดยเฉพาะเรื่องโลกร้อน ในอนาคตลูกหลานของเราจะต้องมีทักษะในการอยู่กับโลกร้อนให้ได้ สถานการณ์คงจะหนักกว่านี้ เราเห็นว่าหน้าหนาวปีนี้ลดลง สภาพอากาศแปรปรวน เราอาจจะอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้ HR จะต้องเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดัน Agenda นี้ให้องค์กรรับรู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาคือเรื่อง Well-Being ที่จะทวีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเรื่อง Mental Health เราเห็นคนในองค์กรยิ้มแย้มแจ่มใส แต่บางที 3 ใน 10 คนอาจเป็นโรคซึมเศร้า โดยเราไม่รู้เลยว่าเขาไม่สามารถดูแลตัวเองได้ บางหน่วยงานในองค์กรก็มีหน้าที่ต้องรับความกดดันในการรับมือลูกค้าโดยตรง ดังนั้นเราต้องดีไซน์โปรแกรมบางอย่างมาช่วยเขาด้วย ในช่วงนี้เราอาจเน้นที่เรื่องสุขภาพกาย แต่อนาคตความสำคัญของสุขภาพจิตจะมาแน่นอนครับ HR ต้องอย่าลืมดูแลใจพนักงานด้วย</span></p>
<h2><b>แล้วที่ AssetWise ดูแล Mental Health ของพนักงานอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>สารพงศ์: </b><span style="font-weight: 400;">ล่าสุดเราเชิญอินฟลูเอนเซอร์ท่านหนึ่งที่ทำเรื่อง Mindfulness มาจัดเวิร์คชอป มันไม่ใช่แค่การนั่งสมาธิ แต่เป็นการฝึกสติ ลดความเครียด ความกังวลลง เราเริ่มจากการจัดเวิร์คชอปให้ทีม Customer Service แล้วผลที่ออกมาก็ดีขึ้นด้วยนะ คลาสนี้ก็เป็นคลาสที่เราค่อย ๆ ขยายผลด้วย ช่วยให้พนักงานเกิดทักษะ รู้ว่าถ้าเขาเครียดแล้วจะดูแลตัวเองอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น ผู้บริหารก็แนะนำด้วยว่า เราควรมีคอลเซนเตอร์ให้พนักงานโทรเข้าไปขอคำปรึกษาได้ด้วย ปัจจุบันกำลังเช็คเรื่องต้นทุนอยู่ แต่คิดว่าเราจะต้องเริ่มทำจริงจังแล้ว ให้พร้อมกับการที่องค์กรขยายใหญ่ขึ้น โตเร็วขึ้น หากมีช่องทางไว้นัดหมายโทรคุยย่อมดีกว่าไม่มี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่ทำคือการโค้ชชิ่ง (Coaching) สำหรับพนักงานที่หาทางออกไม่ได้ ทีม HR มีน้องท่านหนึ่ง เป็น COE ที่ได้รับใบรับรองจาก ICF (International Coaching Federation) มา ก็จะทำงานเก็บชั่วโมงเพื่อให้คำปรึกษา และโค้ชพนักงานได้โดยตรง ถ้าใครสนใจ น้องก็จะนัดหมายแล้วโค้ชให้ ตอนนี้มีพนักงานที่มาขอให้ช่วยแล้ว อาจยังไม่เยอะมาก แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี</span></p>
<h2><b>อยากบอกอะไรแก่คนที่กำลังหมดไฟ (Burnout) จะเติมเชื้อไฟอย่างไรให้เขามีความสุขได้</b></h2>
<p><b>สารพงศ์: </b><span style="font-weight: 400;">ผมศึกษาผู้บริหารที่เขาประสบความสำเร็จ ที่ขึ้นไปสู่ระดับท็อปได้ มีงานวิจัยพบว่า มีคนอยู่ประมาณ 1-2% ที่ขึ้นไปได้ คนกลุ่มนี้มีวิธีการที่จะดูแลตัวเองให้รอดจากการหมดไฟ แต่คนที่ดูแลไม่ได้ เขาอาจเก่งเท่ากัน ได้รับโอกาสพอกัน แต่พอขึ้นไปถึงตำแหน่งด้านบนได้ก็จะล้มหายตายจากไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ทำให้มีคนแค่ 1-2% เท่านั้นที่อยู่รอดก็คือ เขาสามารถที่จะ Bounce back กลับมาได้ ถ้าเขารู้สึกแย่ เขาจะมีวิธีทำให้ตัวเองกลับมาเป็นปกติ สมมติเมื่อเช้าเพิ่งโดนมาแผลสด ๆ หรือมีปัญหาอะไรสักเรื่อง เขาจะมี Healthset มีวิธีการดูแลสุขภาพตนเอง รู้ว่าวิธีการให้ร่างกายพร้อมอย่างไร ทำจิตใจให้พร้อมอย่างไร บางคนต้องวิ่ง บางคนต้องกิน บางคนต้องนอนเต็มที่ แต่ละคนจะมีวิธีปลดปล่อยความเครียดไม่เหมือนกัน ดังนั้นต้องหาให้เจอว่าวิธีของเราคืออะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องคือเรื่อง Spiritual รู้ว่าเรามีความเชื่อเรื่องอะไร และเราจะอยู่ในความเชื่อนั้น แล้วทำให้เราดีขึ้น และสุดท้ายคือการบริหารความสัมพันธ์ ถ้าบริหารความสัมพันธ์ได้ดี กับคนที่เขายึดเหนี่ยวได้ มันก็จะช่วยได้ ประมาณนี้แหละครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ที่สำคัญก็คือต้องรู้ด้วยว่ารู้สึกแย่ตอนไหน ต้องสังเกตตัวเองแล้วหยุด บางคนไม่รู้ สุดท้ายก็เกรียม เหมือนเป็นลูกโป่งพองจนแตก ดังนั้นเราต้องรู้ตัวว่าขีดจำกัดของเราคือแค่ไหน เหมือนการเล่นเกม Contra ครับ เราต้องรู้ว่าพลังของเราเหลือกี่ขีด บางคนขีดจะหมดแล้ว แต่ยังวิ่งอย่างเดียวไม่สนอะไร สุดท้ายก็ Game Over</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37320 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/1000015465-1-768x1024.webp" alt="“HR ต้องพร้อมอยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรเหมือน BATMAN” (อัศวินยามรัตติกาล)เจาะความสำเร็จ AssetWise องค์กรที่เด่นเรื่องงานอสังหา และการบริหารคน" width="768" height="1024" title="“HR ต้องพร้อมอยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรเหมือน BATMAN” (อัศวินยามรัตติกาล) เจาะความสำเร็จ AssetWise องค์กรที่เด่นเรื่องงานอสังหา และการบริหารคน 599" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/1000015465-1-768x1024.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/1000015465-1-225x300.webp 225w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/1000015465-1-1152x1536.webp 1152w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/1000015465-1-1536x2048.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/1000015465-1-scaled.webp 1920w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<h2><b>ในฐานะ CHRO อยากบอกอะไรกับ CEO บ้าง</b></h2>
<p><b>สารพงศ์: </b><span style="font-weight: 400;"> การปรับมุมมองของงาน HR ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ที่บทบาทของ HR ต้องถูกคาดหวัง เป็น Strategic Partner, Strategic Driver ดังนั้นการสร้าง Trust กับผู้บริหารเป็นสิ่งสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้ HR ในตลาดมีน้อยลง ยุคหลังโควิด HR เก่ง ๆ ก็ล้มหายตายจากไปเยอะ ผมติดตามที่ HREX พูดถึงเรื่อง</span><a href="https://youtu.be/eFygb4gp8z4?feature=shared?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ยุคทองของ HR</span></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งก็พบว่าจริงเลยนะ ในยุคที่ HR ในตลาดหายาก โดยเฉพาะคนที่เป็น Head จริง ๆ ที่มีอยู่ก็เกษียณไปเยอะ รุ่นใหม่ก็ยังโตไม่ทัน แถมไม่ทนด้วย เป็น HR ต้องมีความทนกับความ Ambiguity หลายเรื่อง ทั้งการดีลกับคน มันไม่ง่าย ต้อง Resilient</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น นี่คือโอกาสของ HR ครับ ถ้าเราอยู่ในวงการก็อาจจะพอได้ยินบ้าง ใครเก่งก็จะยิ่งเป็นที่ต้องการ</span></p>
<h2><b>คนที่อยากเป็น HR ที่ประสบความสำเร็จ ควรเริ่มต้นยังไงดี</b></h2>
<p><b>สารพงศ์: </b><span style="font-weight: 400;">อย่าเริ่มจากความคิดว่า เราทำงานกับคนอื่นได้ง่าย เข้ากับคนได้ ในอดีตคนกลุ่มนี้จะโดนเลือกเป็น HR เพราะเขาดูนิสัยดี คุยเก่ง มันเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งในอดีต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปัจจุบัน ถ้าเราจะเป็น HR ที่ประสบความสำเร็จ เราต้องเป็นคนมีแผน มีกลยุทธ์ ถ้าชอบงานวางแผนล่ะก็ งานนี้จะตอบโจทย์ และคุณจะทำได้ดีด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญถ้าอยากทำงาน HR ก็ต้องเป็นคนที่ชอบทำตัวเหมือน Batman (อัศวินยามรัตติกาล) เราต้องอยู่หลังม่าน อยู่ในเงามืดตลอด เรายอมรับได้ไหมว่า เมื่อผู้บริหาร CEO เป็นผู้ออกตัวอยู่ข้างหน้า รับความสำเร็จ เราอาจไม่ได้ออกมาอยู่ข้างหน้าด้วยทุกครั้งนั้นเลย ทั้งที่ความเป็นจริง ทุกหลายเรื่อง HR จะมีส่วนด้วยเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR หลายคนอาจรู้สึกว่าไม่ได้ ฉันต้องอยู่ข้างหน้า แต่จากประสบการณ์ตรงของผม ถ้าเรารับได้ล่ะก็ เราก็เป็น HR ที่ดี ตัวเราจะประสบความสำเร็จ นำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายได้แน่นอนครับ</span></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39851" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/10/CTA-in-Content-Website-1600-x-500-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website 1600 x 500" width="1600" height="500" title="“HR ต้องพร้อมอยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรเหมือน BATMAN” (อัศวินยามรัตติกาล) เจาะความสำเร็จ AssetWise องค์กรที่เด่นเรื่องงานอสังหา และการบริหารคน 600"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/hr-assetwise-interview-240209/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/b-grimm-interview-240130/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/b-grimm-interview-240130/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 31 Jan 2024 02:15:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[B.Grimm]]></category>
		<category><![CDATA[บี.กริม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=37084</guid>

					<description><![CDATA[บี.กริม (B.Grimm) ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 146 ปีภายใต้แนวคิด “ดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี” (Doing Business with Compassion) ทำธุรกิจหลากหลายตั้งแต่ธุรกิจด้านพลังงาน, ธุรกิจอุตสาหกรรม ให้บริการโซลูชันในการจัดการพลังงานและเชื่อมต่อระบบภายในอาคารและภาคอุตสาหกรรม, ธุรกิจสุขภาพ, ธุรกิจเทคโนโลยีดิจิตอล, ธุรกิจไลฟ์สไตล์ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้และความสามารถของพนักงาน ส่งเสริมทักษะด้านต่างๆ ควบคู่ไปกับ การส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านคุณภาพชีวิตและความเจริญด้านวัฒนธรรมให้กับสังคมโดยรวม และเพราะยึดมั่นเรื่อง “ดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี” ไม่เพียงแต่ต่อลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อม แต่ยังรวมถึงการดูแลพนักงานด้วย จึงไม่น่าแปลกใจหาก บี.กริม จะได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia 2022  และ 2023 ไปครอง ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่าองค์กรมีรูปแบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจริง สามารถสร้างความสุขให้กับพนักงาน และช่วยสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้พร้อม ๆ กัน HREX ได้สัมภาษณ์คุณ เกรียงไกร อยู่ยืน Executive Vice [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37085" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/HREX-Cover-2024-01-30T113338.278.png" alt="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี" width="600" height="370" title="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี 609" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/HREX-Cover-2024-01-30T113338.278.png 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/HREX-Cover-2024-01-30T113338.278-300x185.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>บี.กริม (B.Grimm) </b><span style="font-weight: 400;">ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 146 ปีภายใต้แนวคิด “ดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี” (Doing Business with Compassion) ทำธุรกิจหลากหลายตั้งแต่ธุรกิจด้านพลังงาน, ธุรกิจอุตสาหกรรม ให้บริการโซลูชันในการจัดการพลังงานและเชื่อมต่อระบบภายในอาคารและภาคอุตสาหกรรม, ธุรกิจสุขภาพ, ธุรกิจเทคโนโลยีดิจิตอล, ธุรกิจไลฟ์สไตล์ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้และความสามารถของพนักงาน ส่งเสริมทักษะด้านต่างๆ ควบคู่ไปกับ การส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านคุณภาพชีวิตและความเจริญด้านวัฒนธรรมให้กับสังคมโดยรวม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเพราะยึดมั่นเรื่อง “ดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี” ไม่เพียงแต่ต่อลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อม แต่ยังรวมถึงการดูแลพนักงานด้วย จึงไม่น่าแปลกใจหาก บี.กริม จะได้รับรางวัล </span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Best Companies To Work For in Asia 2022</span></a> <span style="font-weight: 400;"> และ </span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2023/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">2023</span></a><span style="font-weight: 400;"> ไปครอง ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่าองค์กรมีรูปแบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจริง สามารถสร้างความสุขให้กับพนักงาน และช่วยสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้พร้อม ๆ กัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX ได้สัมภาษณ์คุณ</span><b> เกรียงไกร อยู่ยืน</b><span style="font-weight: 400;"> Executive Vice President &#8211; People Director ของ</span><a href="https://www.bgrimmpower.com/th/home" target="_blank" rel="noopener"><b>บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)</b></a><span style="font-weight: 400;"> ผู้ที่มี Passion ในการทำงานด้าน HR อย่างเต็มเปี่ยม มาอ่านบทสัมภาษณ์นี้กันได้เลย รับรองว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของทุกคนแน่นอน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37086" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/146th-.png" alt="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอาร" width="600" height="228" title="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี 610" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/146th-.png 1920w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/146th--300x114.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/146th--1024x390.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/146th--768x292.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/146th--1536x585.png 1536w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>คิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ บี.กริม (B.Grimm) ได้รับรางวัลจาก HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 และรางวัลนี้ มีความหมายต่อองค์กรอย่างไร</b></h2>
<p><b>เกรียงไกร: </b><span style="font-weight: 400;">ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ HR Asia ที่ให้เกียรติมอบรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 นี้ให้กับ บี.กริม นะครับ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่เราได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ซึ่งเป็นกำลังใจให้กับพวกเราชาว HR บี.กริม ในการพัฒนางานของพวกเราต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ ที่ บี.กริมนี้ เราเรียกหน่วยงาน HR ว่า “People Partnership” เพื่อให้สอดคล้องกับหนึ่งในค่านิยมของ บี.กริม คือเรื่อง “Partnership” ครับ</span></p>
<figure id="attachment_37087" aria-describedby="caption-attachment-37087" style="width: 600px" class="caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-37087" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-2-1.webp" alt="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอาร" width="600" height="491" title="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี 611" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-2-1.webp 1284w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-2-1-300x245.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-2-1-1024x837.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-2-1-768x628.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-37087" class="caption-text">Dr. Harald Link &#8211; Chairman of B.Grimm</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">บี.กริม อยู่คู่กับประเทศไทยปีนี้ครบ 146 ปี เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการบริหารบุคลากรมาก บี.กริมประกอบด้วยบุคลากรที่หลากหลาย ในธุรกิจต่างๆ ทั้งพนักงานชาวไทยและชาวต่างชาติ หลากหลายเชื้อชาติ ศาสนา มีความแตกต่างของ Generation หลากหลายประสบการณ์ ความคิดและความเห็น แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เรามีเหมือนกันคือ “Compassion หรือ ความโอบอ้อมอารี” ซึ่งเป็นความปรารถนาดีต่อผู้อื่น</span></p>
<figure id="attachment_37088" aria-describedby="caption-attachment-37088" style="width: 600px" class="caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-37088" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-3-1-scaled.webp" alt="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี" width="600" height="400" title="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี 612" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-3-1-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-3-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-3-1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-3-1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-3-1-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-3-1-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-37088" class="caption-text">Khun Caroline Link &#8211; President B.Grimm Joint Venture</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในวัฒนธรรมองค์กรของ บี.กริม เราเชื่อว่าความโอบอ้อมอารีจะมีส่วนช่วยสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับองค์กรและทุกภาคส่วนในสังคม ประกอบกับวิถีปฎิบัติในการทำงานที่ยึดค่านิยมหลัก 4 ประการ ได้แก่ การมีทัศนคติที่ดี (Positivity) ความร่วมมือ (Partnership) ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism) และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Pioneering Spirit) รวมถึงการส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานมีสติในการดำเนินชีวิต (Mindfulness) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกทั้งการนำหลักการความสุขมวลรวมประชาชาติ (Gross National Happiness: GNH) มาปรับให้เข้ากับองค์กร พัฒนาทัศนคติ มุมมองและความคิดของพนักงาน ให้ตระหนักรู้คุณค่าและความสุขของตนเอง นำไปสู่ความสุขที่ยั่งยืนของสังคม เราเชื่อว่า “Mindful Compassion หรือ สติเพื่อความโอบอ้อมอารี” จะช่วยส่งเสริมทักษะการดูแลตนเองให้รู้สึกสงบ มั่นคง สมดุลได้ในทุกสถานการณ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่า เมื่อเราอยู่ในวัฒนธรรมองค์กรที่มีความปรารถนาดีต่อกัน จะทำให้พนักงานมีความเข้าใจกัน และมีความสุขที่เหมาะสมครับ People Partnership ก็มีหน้าที่ออกแบบ พัฒนาระบบ การบริหารบุคคลากรให้สอดคล้องกับวัฒนธรรม และค่านิยมขององค์กร ซึ่งทีมเราก็ยังมีงานที่น่าสนุกและท้าทายรออยู่อีกมาก เพราะการทำให้คนที่มีความแตกต่างหลายหลาย มาเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรเดียวกัน ก็ต้องเวลา ความเข้าใจ และความร่วมมือจากทุกฝ่ายครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37089" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-4-1.webp" alt="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี" width="600" height="382" title="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี 613" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-4-1.webp 1284w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-4-1-300x191.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-4-1-1024x652.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-4-1-768x489.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ที่ผ่านมา HR ฟังเสียงของพนักงาน แล้วนำมาปรับปรุงองค์กรให้น่าอยู่ น่าทำงานด้วยอย่างไรบ้าง</b></h2>
<p><b>เกรียงไกร: </b><span style="font-weight: 400;">การสื่อสารภายในองค์กรเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็น Top-Down ที่ต้องการให้ทุกคนเข้าใจที่มา วัตถุประสงค์ และแนวทางขององค์กรหรือผู้บริหาร, การสื่อสารภายในหน่วยงาน, การสื่อสารระหว่างผู้บังคับบัญชาและพนักงาน, การสื่อสารระหว่างเพื่อนร่วมงาน รวมถึงการสื่อสารจากพนักงานไปสู่องค์กร ผู้บริหาร หรือ People Partnership ดังนั้น การสร้างช่องทางการสื่อสาร จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37150" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Pic-7-scaled.webp" alt="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอาร" width="600" height="400" title="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี 614" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Pic-7-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Pic-7-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Pic-7-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Pic-7-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Pic-7-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Pic-7-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บี.กริม มีหลากหลายช่องทางในการสื่อสารและรับฟังเสียงของพนักงาน ทั้งเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ สิ่งที่เราทำเหมือนองค์กรอื่น ๆ คือ จัดให้มีการประเมินความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กรทุกปี เพื่อรับฟังความคิดเห็น และเข้าใจมุมมองและทัศนคติของพนักงานต่อองค์กร ตลอดจนนำผลจากการสำรวจมาวิเคราะห์ วางแผน และปรับปรุงการบริหารจัดการและการบริหารพนักงานผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เพิ่มเติมคือ เรามีการนำเรื่องของ Gross National Happiness (GNH) มาปรับใช้เพื่อวัดความสุขของพนักงานด้วย</span></p>
<figure id="attachment_37101" aria-describedby="caption-attachment-37101" style="width: 600px" class="caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-37101" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-6-1.webp" alt="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี" width="600" height="416" title="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี 615" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-6-1.webp 940w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-6-1-300x208.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-6-1-768x533.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-37101" class="caption-text">Khunying Dhipavadee Meksawan &#8211; Honorary Advisor</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่า นอกจาก People Partnership แล้ว ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาโดยตรง เป็นผู้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนา สอนงาน ดูแล ให้คำปรึกษาพนักงานในสังกัด เป็นด่านแรกๆ ที่เวลาพนักงานมีปัญหา ก็ควรจะต้องหันไปเจอ และเป็นที่พึ่งพาได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจึงให้ความสำคัญในการพัฒนาผู้นำที่โอบอ้อมอารี (Compassionate Leadership) โดยพัฒนาผู้บริหารระดับหัวหน้างาน ไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง ให้มีทักษะและความสามารถในการบริหารคน บริหารทีม ตลอดจนบริหารองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ เราเชื่อว่าผู้นำ ต้องเก่งทั้งงาน และเก่งทั้งคน ต้องรับฟัง และหาแนวทางแก้ไขปรับปรุง เรื่องต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม เป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการฟังเสียงของพนักงานมาก โดยขอให้ People Partnership จัดให้พนักงานระดับต่างๆ ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ระดับกลาง ระดับต้น และพนักงาน ได้พบปะ พูดคุย เรื่องต่าง ๆ กับ ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ โดยตรง ซึ่งแต่ละครั้ง เราก็จะได้ความเห็นดี ๆ จากพนักงาน นำไปต่อยอดเพื่อปรับปรุงองค์กรต่อไป อีกทั้งยังทำให้พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วมกับองค์กร และเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น</span></p>
<figure id="attachment_37100" aria-describedby="caption-attachment-37100" style="width: 600px" class="caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-37100" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-5-1.webp" alt="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี" width="600" height="450" title="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี 616" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-5-1.webp 1477w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-5-1-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-5-1-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-5-1-768x576.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-37100" class="caption-text">Dr. Harald Link &#8211; Chairman of B.Grimm</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่ People Partnership เอง ก็พยายามสร้างทีม Business Partner ที่เข้มแข็ง เพื่อเข้าถึง ดูแล และรับฟังพนักงานทุกหน่วยงาน ซึ่งผมเชื่อว่าจะทำให้เราได้รับนำความเห็นดี ๆ มาพัฒนาองค์กรต่อไปครับ</span></p>
<h2><b>HR ยุคใหม่ สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กร ให้เป็นองค์กรที่ทุกคนอยากร่วมงานด้วยได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>เกรียงไกร: </b><span style="font-weight: 400;">HR ยุคใหม่ ไม่ได้หมายถึงต้องเข้าใจคนรุ่นใหม่อย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจความแตกต่างของคน ไม่ว่าจะเป็น Generation, เพศ, การให้คุณค่า หรือปัจเจกบุคคล เพราะจะช่วยทำให้ทุกคนทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข เหตุผลในการอยากร่วมงานกับบริษัทย่อมมีความหลายหลาย มีหลายเหตุผล แต่ผมเชื่อว่า เหตุผลที่เป็นจุดร่วมที่สำคัญ คือความสุขอย่างเหมาะสมในการทำงานและความเป็นอยู่ที่เหมาะสมของพนักงาน</span></p>
<figure id="attachment_37095" aria-describedby="caption-attachment-37095" style="width: 600px" class="caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-37095" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-8-1.webp" alt="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี" width="600" height="450" title="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี 617" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-8-1.webp 1478w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-8-1-300x225.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-8-1-1024x768.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-8-1-768x576.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-37095" class="caption-text">People Partnership Team</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">เราออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงาน โดยต้องการให้พนักงานทุกคนมีความสุขในการทำงาน ทั้งด้านสุขภาพกายและใจ พร้อมปฏิบัติงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เราสนับสนุนให้พนักงานมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ด้วยการจัดสถานที่ออกกำลังกาย โปรแกรมตรวจสุขภาพ จัดกิจกรรมชมรมให้พนักงานเลือกเข้าร่วมได้ตามความสนใจ ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน เพื่อการใช้ชีวิตที่กระฉับกระเฉงและสุขภาพดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกทั้งเรายังส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาวะทางจิตใจที่ดี ด้วยการนำหลักการ GNH มาปรับให้เข้ากับองค์กรตามที่ได้พูดถึงก่อนหน้านี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เรายังจัดให้มีการทำงานแบบยืดหยุ่น เพื่อให้พนักงานมีทางเลือกและสามารถจัดสรรเวลา เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว รวมถึงมีรูปแบบการจ้างงานในหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของทั้งธุรกิจและพนักงาน เช่น พนักงานประจำ การจ้างแบบฐานะที่ปรึกษา การจ้างแบบพิเศษหรือการจ้างชั่วคราว ซึ่งรวมถึงพนักงานที่เกษียณแล้ว ตามระยะเวลาที่กำหนดเป็น รายเดือนหรือปี เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมทั้งกายและใจอย่างสมดุล เพื่อพร้อมเติบโตไปกับการขยายตัวของธุรกิจ ทั้งการพัฒนาทักษะพื้นฐาน ความรู้และทักษะเชิงเทคนิค เสริมสร้างความเป็นผู้นำ ผ่านรูปแบบทั้งออนไลน์และออฟไลน์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมถึงพิจารณาคัดสรรรเนื้อหาที่หลากหลายสอดคล้องกับรูปแบบการเรียนรู้ของพนักงาน (Learning Style) ความสนใจ ความสอดคล้องกับแผนงานและแผนยุทธศาสตร์ รวมไปถึงการพัฒนาตามแผนพัฒนารายบุคคล เพื่อให้ทุกช่วงเวลาในการทำงานที่ บี.กริม คือ การเวลาแห่งเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่าตัวอย่างข้างต้น มาจากพื้นฐานของความเข้าใจธุรกิจ และเข้าใจคน ซึ่งเป็นบทบาทและเป็นสิ่งที่ HR สามารถสนับสนุนธุรกิจได้ ไม่ว่าจะอยู่ใน Business Life Cycle ใดก็ตาม</span></p>
<h2><b>มีคำกล่าวว่า HR ยุคใหม่ต้องเป็นนักวางกลยุทธ์ และเป็น Business Driver เราจะเปลี่ยนตัวเองให้มีความพร้อมได้อย่างไร</b></h2>
<p><b>เกรียงไกร: </b><span style="font-weight: 400;">HR มีความสำคัญและเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งใน </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/hrbusinesspartner-to-hrbusinessdriver-230909/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Business Driver </span></a><span style="font-weight: 400;">ให้กับธุรกิจ เพราะจัดได้ว่าเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ Human Capital ซึ่งเป็น Resource ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจ ยิ่งในปัจจุบันที่การทำธุรกิจก็ยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยมีปัจจัยต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก ที่ควบคุมได้ และไม่ได้ อยู่ตลอดเวลา ด้านคนก็มีความซับซ้อนไม่แพ้ธุรกิจ มีความแตกต่าง หลากหลาย </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37096" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-9-1-scaled.webp" alt="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี" width="600" height="400" title="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี 618" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-9-1-scaled.webp 2560w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-9-1-300x200.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-9-1-1024x683.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-9-1-768x512.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-9-1-1536x1024.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-9-1-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น HR จึงมีส่วนสำคัญที่จะต้องเตรียมทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมต่อการทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่า HR ต้องพัฒนาตัวเองให้สามารถทำหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างมืออาชีพ</span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> เข้าใจเป้าหมายทางธุรกิจ วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ขององค์กร และที่สำคัญคือการติดตามสถานการณ์ทางธุรกิจตลอดเวลา เพื่อช่วยให้เรามั่นใจว่า งานบริหารคนของเราสอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจ และพร้อมปรับเปลี่ยนแผนงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ โดยยังยึดเป้าหมายหลักทางธุรกิจไว้ได้</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น HR ที่ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย กฎ ระเบียบต่าง ๆ ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า สิ่งที่กำหนดมา ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างไร ช่วยปรับปรุงสถานการณ์ทางธุรกิจได้อย่างไร และต้องอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสม และเป็นธรรมต่อพนักงานด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก</span><span style="font-weight: 400;">ารสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริหารและพนักงาน จะช่วยให้ HR เข้าใจความท้าทาย, Priority ในการดำเนินธุรกิจ และเข้าใจหน้างานจริง เมื่อเข้าใจแล้ว ก็จะช่วยให้แนวทางการบริหารคนและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ออกมาจาก HR อยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจธุรกิจ และคนหน้างาน</span></p>
<ol start="2">
<li><span style="font-weight: 400;"> รู้จักพนักงาน รู้ว่าใครมีความสามารถ หรือมีความเชี่ยวชาญอะไร มีความถนัดอะไร มีแรงจูงใจหรือ Passion อะไร เพื่อใช้ในการบริหารคนร่วมกับหัวหน้างาน เช่น การมอบหมายงาน การหมุนเวียนงาน การทำ Project เป็นต้น เพราะการทำงานในยุคปัจจุบันและอนาคต มีแนวโน้มที่จะเป็น Project Base มากขึ้น ดังนั้น การรู้จักพนักงาน จะช่วยให้ HR สามารถแนะนำผู้บริหารในการบริหารคนได้</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ใช้ข้อมูลเป็นพื้นฐาน เรามีข้อมูลต่าง ๆ อยู่มาก ซึ่งถ้าหากใช้ประโยชน์จากข้อมูล สามารถ Integrate และนำมาวิเคราะห์ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลทางทรัพยากรบุคคล ก็จะช่วยทำให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจเรื่องการบริหารคนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> เป็นผู้สนับสนุนและผลักดันการปรับปรุงประสิทธิภาพงานและองค์กรตลอดเวลา ส่งเสริมวัฒนธรรมด้านนวัตกรรม ด้วยการส่งเสริมการทดลอง และการเรียนรู้ เพื่อให้องค์กรมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในเรื่องต่างๆ ทั้งการปรับปรุงงาน การสร้าง Product และ Services ใหม่ ๆ หรือต่อยอดธุรกิจเป็นต้น</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> พัฒนาความสามารถของตนเองในการเป็นผู้นำ ทั้งการสร้างทักษะในการคิดแบบกลยุทธ์, การจัดการเปลี่ยนแปลง, การ Coaching เป็นต้น</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่าไม่น่ายากเกินไปสำหรับพวกเราชาว HR ที่จะพัฒนาตัวเองให้เป็นหน่วยงานกลยุทธ์ที่สนับสนุนความสำเร็จทางธุรกิจและมีส่วนร่วมในการเติบโตขององค์กรโดยรวมได้ครับ</span></p>
<h2><b>เมื่ออนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน คิดว่าภายใน 5 ปีต่อจากนี้ HR มีภารกิจอะไรบ้าง ที่ต้องทำเพื่อยกระดับองค์กรและรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงได้ทัน</b></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37097" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-10-1.webp" alt="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี" width="600" height="495" title="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี 619" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-10-1.webp 1284w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-10-1-300x248.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-10-1-1024x845.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-10-1-768x634.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><b>เกรียงไกร: </b><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์โลกที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจเกิดขึ้นตลอดเวลา ธุรกิจต้องพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนว่า HR เองก็มีบทบาทสำคัญในเรื่องดังกล่าว ผมคิดว่าภารกิจหลักของพวกเราจะมี 4 เรื่องคือ</span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> การเตรียมความพร้อมของบุคคลากร (Readiness of Workforce) โดยพัฒนากลยุทธ์ในการดึงดูดผู้ที่มีความสามารถและเหมาะสมกับงาน รักษาพนักงาน โดยเฉพาะพนักงานที่มี Capabilities เหมาะกับงานต่างๆ ของธุรกิจ ให้ความสำคัญในการพัฒนาผู้นำ พนักงานที่มีศักยภาพสูง </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พนักงานได้รับทักษะใหม่ ๆ และความรู้ที่จำเป็นสำหรับโลกที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ออกแบบระบบบริหารงานบุคคล ทั้งเรื่องสภาพการจ้าง ผลตอบแทน ระบบการบริหารผลงาน ที่เหมาะสมและเป็นธรรม สร้างวัฒนธรรมองค์กร และบรรยากาศในการทำงานที่ทำให้พนักงานมีความสุขในการทำงาน วางแผนการสืบทอดในตำแหน่งที่สำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจมีความต่อเนื่อง</span></p>
<ol start="2">
<li><span style="font-weight: 400;"> การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) เนื่องจากในโลกยุคใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การปรับตัวขององค์กรและพนักงานเป็นเรื่องสำคัญ HR ควรสนับสนุนความสามารถขององค์กรและพนักงานในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการพัฒนากลยุทธ์การบริหารการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงการสร้างแผนการสื่อสาร สร้างระบบงานที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือการสร้าง Growth Mindset ให้กับพนักงาน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> การสนับสนุนการยอมรับในความแตกต่างหลากหลาย (</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190820-workforce-diversity/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Diversity and Inclusion</span></a><span style="font-weight: 400;">) สร้างวัฒนธรรมการเปิดใจ ยอมรับความแตกต่าง ให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยดูจากความรู้ความสามารถเป็นหลัก เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์สูงสุดขององค์กรจากมุมมองและประสบการณ์ที่หลากหลาย</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> การสร้างสมดุลในชีวิตการทำงานของพนักงาน (</span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/well-being-create-culture-organization-11012021/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Well-being</span></a><span style="font-weight: 400;"> and Work-Life Balance) เนื่องจากการทำงานในโลกที่กำลังพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มีความไม่แน่นอน ทำให้พนักงานเกิดความเครียด หรืออาจไปถึงขั้น Burnout </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น HR จึงควรสร้างและสนับสนุนการทำงานที่มีความยืดหยุ่น นำเสนอการพัฒนาสุขภาพกายและใจ รวมถึงการให้ความรู้เรื่อง Time Management, Stress Management และการจัด Priority ของงาน เพื่อให้พนักงานสามารถสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัวของตนเองได้อย่างเหมาะสม และเมื่อพนักงานมีความสุข องค์กรก็ได้งานที่มีประสิทธิภาพตามไปด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37098" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-11-1.webp" alt="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี" width="600" height="497" title="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี 620" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-11-1.webp 1284w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-11-1-300x249.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-11-1-1024x849.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/Picture-11-1-768x636.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>อยากบอกอะไรกับ HR หรือคนทำงานที่กำลังหมดไฟ และต้องการกำลังใจเพื่อเดินหน้าต่อไปบ้าง</b></h2>
<p><b>เกรียงไกร: </b><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่าอาการ Burnout เป็นปัญหาที่พบบ่อย ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อพนักงานเป็นอย่างมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่าเราต้องสังเกตตัวเอง และรีบแก้ไข หากเริ่มมีอาการหรือสัญญาณของการ Burnout  อยากให้คุยกับคนใกล้ชิด ปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกนี้ เพื่อให้ก้าวข้ามผ่านความยากลำบากให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพและสุขภาวะทางจิต พักผ่อนให้เพียงพอ ทำกิจกรรมที่สร้างพลัง หากมีความกังวลในการทำงาน ก็ขอให้แสดงความกังวลและพูดถึงอุปสรรคต่างๆ ขอความร่วมมือจากผู้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย อยากให้คิดเสมอว่าการ </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/190731-burnoutsyndrome/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">Burnout</span></a><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ขอให้เชื่อมั่นว่าจะก้าวผ่านมันไปได้ โดยกำหนดเป้าหมายที่จะสร้างความสุขในความสำเร็จน้อย ๆ ที่เกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ขอให้มีความสุขกับการทำงาน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับตนเอง ครอบครัว องค์กร สังคม และประเทศชาติ ต่อไปครับ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1-CATE-3.png" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1 CATE 3" width="1600" height="500" title="คุยกับ People Director แห่ง บี.กริม (B.Grimm) ความสำเร็จขององค์กร เริ่มต้นจากคนของเราและการทำธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี 621"></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/b-grimm-interview-240130/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัมภาษณ์ สายัณห์ รอย แห่ง B. Braun Thailand (บี. บราวน์ ประเทศไทย) เจาะเคล็ดลับความสำเร็จ ในฐานะองค์กรที่มีคนอยากร่วมงานด้วยที่สุดจาก HR Asia 3 ปีซ้อน</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/sayan-roy-b-braun-thailand-230907/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/sayan-roy-b-braun-thailand-230907/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Sep 2023 14:34:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Best Companies To Work For in Asia]]></category>
		<category><![CDATA[B. Braun]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=32657</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT คุณสายัณห์ รอย Managing Director ของ B. Braun Thailand ทำงานในองค์กรแห่งนี้ 9 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเชื่อมั่นในเรื่องการดูแลพนักงานให้ดีที่สุด และมุ่งเน้นเรื่องการสร้างระบบการทำงานที่ดี เพื่อให้พร้อมรับมือโลกที่วิถีการทำงานเปลี่ยนแปลงไปเสมอ คุณสายัณห์ยืนยันว่า B. Braun Thailand ให้ความสำคัญกับเรื่อง Diversity ความหลากหลายในองค์กร ทั้งด้านวัฒนธรรม ความหลากหลายทางเพศ LGBTQIA+ รวมทั้งการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจ โดยหากพนักงานรู้สึกปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็น จะทำให้เกิดไอเดียมาพัฒนาองค์กรให้เติบโตได้ยิ่งขึ้น แม้ B. Braun Thailand จะได้รางวัล Best Companies To Work For in Asia จาก HR Asia ไปครองถึง 3 ปีซ้อน (2020-2022) แต่คุณสายัณห์ยืนยันว่า B. Braun Thailand จะต้องไม่หยุดเพียงแค่นี้เพื่อสร้างองค์กรที่ดีขึ้น พัฒนาบุคลากรให้พร้อมสู้อนาคตต่อไปอย่างไม่มีหยุด B. [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b>HIGHLIGHT</b></p>
<ul>
<li aria-level="1">คุณสายัณห์ รอย Managing Director ของ B. Braun Thailand ทำงานในองค์กรแห่งนี้ 9 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเชื่อมั่นในเรื่องการดูแลพนักงานให้ดีที่สุด และมุ่งเน้นเรื่องการสร้างระบบการทำงานที่ดี เพื่อให้พร้อมรับมือโลกที่วิถีการทำงานเปลี่ยนแปลงไปเสมอ</li>
<li aria-level="1">คุณสายัณห์ยืนยันว่า B. Braun Thailand ให้ความสำคัญกับเรื่อง Diversity ความหลากหลายในองค์กร ทั้งด้านวัฒนธรรม ความหลากหลายทางเพศ LGBTQIA+ รวมทั้งการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจ โดยหากพนักงานรู้สึกปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็น จะทำให้เกิดไอเดียมาพัฒนาองค์กรให้เติบโตได้ยิ่งขึ้น</li>
<li aria-level="1">แม้ B. Braun Thailand จะได้รางวัล Best Companies To Work For in Asia จาก HR Asia ไปครองถึง 3 ปีซ้อน (2020-2022) แต่คุณสายัณห์ยืนยันว่า B. Braun Thailand จะต้องไม่หยุดเพียงแค่นี้เพื่อสร้างองค์กรที่ดีขึ้น พัฒนาบุคลากรให้พร้อมสู้อนาคตต่อไปอย่างไม่มีหยุด</li>
<li aria-level="1">B. Braun Thailand ไม่หยุดยั้งที่จะแบ่งปันความเชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนให้เกิดการปกป้องและพัฒนาสุขภาพของผู้คนในประเทศไทย</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32661" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-07T212152.860.webp" alt="สัมภาษณ์ สายัณห์ รอย แห่ง B. Braun Thailand (บี. บราวน์ ประเทศไทย) เจาะเคล็ดลับความสำเร็จ ในฐานะองค์กรที่มีคนอยากร่วมงานด้วยที่สุดจาก HR Asia 3 ปีซ้อน" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ สายัณห์ รอย แห่ง B. Braun Thailand (บี. บราวน์ ประเทศไทย) เจาะเคล็ดลับความสำเร็จ ในฐานะองค์กรที่มีคนอยากร่วมงานด้วยที่สุดจาก HR Asia 3 ปีซ้อน 626" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-07T212152.860.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-07T212152.860-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ได้รับรางวัล</span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener"> <span style="font-weight: 400;">Best Companies To Work For in Asia</span></a><span style="font-weight: 400;"> จาก HR Asia แม้เพียงครั้งเดียว ก็มากพอจะแสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยม และสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงานแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในกรณีของ B. Braun Thailand บริษัทแบบครอบครัวที่ทำธุรกิจด้านสุขภาพ (Healthcare) มีสำนักงานใหญ่ที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งเข้ามาทำธุรกิจที่ไทยได้ 34 ปี สามารถคว้ารางวัลนี้มาครองได้ถึง 3 ปีติด (2020, 2021, 2022) แสดงให้เห็นถึงความคงเส้นคงวา และไม่หยุดพัฒนาแม้จะได้รับรางวัลแล้วก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX.asia มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณ </span><b>สายัณห์ รอย (Sayan Roy) Managing Director แห่ง B.</b> <b>Braun Thailand </b><span style="font-weight: 400;">เป็นเวลาสั้น ๆ ถึงเรื่องการบริหารจัดการคน และการดูแลองค์กรให้สามารถทำงานได้อย่างมีความสุข หากอยากรู้เคล็ดลับความสำเร็จล่ะก็ อ่านได้จากบทสัมภาษณ์นี้เลย</span></p>
<h2>ทำไม B. Braun Thailand ถึงสนใจในการพัฒนาศักยภาพพนักงาน</h2>
<p><b>สายัณห์: </b><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่าพนักงานคือแกนหลักขององค์กรครับ เมื่อเราตกลงทำงานร่วมกันแล้ว เราก็ควรดูแลให้ดีที่สุด และควรมีกระบวนการเพื่อพัฒนาบุคลากรเสมอ ทั้งการมีโปรแกรม Human Resource Development หรือการสร้างความเป็นผู้นำ Leadership เป็นต้น เราต้องทำให้แน่ใจว่า พนักงานทุกคนจะทำงานด้วยกันได้ดีและมีประสิทธิภาพ นั่นคือสิ่งที่ผมเชื่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายังเห็นควรว่าต้องสนับสนุนให้เกิด Diversity (ความหลากหลาย), Equity (ความเสมอภาค), และ Inclusion (การมีส่วนร่วม) (หรือ DEI) ในองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อการทำงานในปัจจุบันและอนาคต และในฐานะ Managing Director ผมเองต้องเป็นคนแรกที่เชื่อในเรื่องเหล่านี้ก่อน และให้คุณค่ากับประเด็นเหล่านี้ก่อนพนักงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นโยบายนี้ไม่เพียงเป็นนโยบายของ B. Braun Thailand แต่ยังเป็น Mindset</span> <span style="font-weight: 400;">ของเราในระดับโลกด้วยครับ ถ้าเราอยากสร้างให้เกิดขึ้นจริงจัง เราก็ต้องเริ่มจากตัวเอง เริ่มจากพนักงานในองค์กรก่อน นี่คือพันธสัญญา (Commitment) ของเราทุกคนในองค์กรแห่งนี้ </span></p>
<h2>คุณมาทำงานที่ไทยที่ B. Braun Thailand 9 ปีแล้ว เห็นความเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารจัดการคนอย่างไรบ้าง</h2>
<p><b>สายัณห์: </b><span style="font-weight: 400;">เรามีความเป็นครอบครัวเดียวกัน เราเชื่อมั่นในพนักงานเสมอ เพราะพนักงานคือศูนย์กลางของทุกสิ่งที่เราทำ เราจึงต้องการพัฒนาศักยภาพของเขาในด้านต่าง ๆ ช่วยให้เขาเติบโตยิ่งขึ้น และมีความสุขในการทำงานยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่กล่าวไว้ว่า เรายังเชื่อเรื่อง DEI เชื่อมั่นว่าพนักงานต้องมาก่อน เราเชื่อเรื่องการเลื่อนตำแหน่งคนมีความสามารถจากภายใน สิ่งที่ผมทำมา 9 ปีนี้พัฒนาองค์กรไปหลากหลายรูปแบบ นำโดยระบบการทำงานของเราพัฒนาขึ้นทุกปี เพื่อให้พร้อมกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเสมอ เรายังมั่นใจว่า เราเป็นองค์กรด้านสุขภาพที่สนับสนุนให้เกิดการปกป้องและพัฒนาสุขภาพของผู้คนที่ดี เป็นองค์กรระดับโลกมีความน่าเชื่อถือครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32667" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-07T213609.738.webp" alt="สัมภาษณ์ สายัณห์ รอย แห่ง บี. บราวน์ ประเทศไทย เจาะเคล็ดลับความสำเร็จ ในฐานะองค์กรที่มีคนอยากร่วมงานด้วยที่สุดจาก HR Asia 3 ปีซ้อน" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ สายัณห์ รอย แห่ง B. Braun Thailand (บี. บราวน์ ประเทศไทย) เจาะเคล็ดลับความสำเร็จ ในฐานะองค์กรที่มีคนอยากร่วมงานด้วยที่สุดจาก HR Asia 3 ปีซ้อน 627" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-07T213609.738.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-07T213609.738-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>ได้ยินว่า B. Braun Thailand อนุญาตให้พนักงาน Work From Home เพื่อให้พนักงานทำงานได้สะดวกขึ้นในช่วงที่โรคโควิด-19 แพร่ระบาดหนัก ทุกวันนี้ยังอนุญาตให้ WFH อยู่ไหม</h2>
<p><b>สายัณห์: </b><span style="font-weight: 400;">เรายังให้ WFH ได้ครับ เพราะสิ่งที่เปลี่ยนไปช่วง 2-3 ปีนี้คือ สภาพการทำงานที่เปลี่ยนไปทั้งโลก ไม่เฉพาะแต่ที่ B.</span> <span style="font-weight: 400;">Braun เท่านั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเห็นประโยชน์จากการ WFH เนื่องจาก Productivity ของเราเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ขาดไปคือการมีปฏิสัมพันธ์กันของพนักงานในองค์กร ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เราอยากแก้ไข เราอยากให้กำลังใจ ให้พนักงานทำงานที่บ้านต่อ แต่ในขณะเดียวกันเราก็อยากให้เขาเชื่อมโยงถึงกันและกันด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับใครที่มาทำงานที่ออฟฟิศ เรามีมุมกาแฟให้ทุกคนได้พูดคุยกัน ได้สานสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ตอนนี้เราอยากสร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบผสมผสาน ให้เกิดความยืดหยุ่น ความสม่ำเสมอ สร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับพนักงานครับ</span></p>
<h2>หลายองค์กรเลิกให้พนักงาน WFH เพราะพบปัญหาจากการทำงานหลายอย่าง ที่ B. Braun Thailand เจอปัญหาอะไรบ้างหรือไม่</h2>
<p><b>สายัณห์: </b><span style="font-weight: 400;">เรายังทำงานที่บ้านต่อ เพราะเรารู้ว่าการจราจรในกรุงเทพฯ นั้นยากลำบากแค่ไหน (หัวเราะ) แต่ละคนต้องใช้เวลาบนท้องถนนไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งมันมีค่าและสามารถเอาไปทำอะไรให้ประโยชน์ได้มหาศาลมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ช่วง 2-3 ปีนี้เราเห็นว่าเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลมาก และมันช่วยสนับสนุนการ WFH ได้มากทีเดียว ถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นไม่กี่ปีเราคงทำอะไรแบบนี้ไม่ได้แน่ ๆ ตอนนี้มายด์เซ็ตผู้คนเปลี่ยนไปแล้ว เทคโนโลยีทำให้เกิด Ecosystem ช่วยให้เกิด Productivity เพิ่มขึ้น เราสามารถทำงานที่ไหนก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม เราก็อยากให้คนแวะเวียนมาทำงานที่ออฟฟิศด้วย อย่างน้อยสัก 50% เพื่อสร้างสายสัมพันธ์อันดีต่อกัน ผมเชื่อมั่นว่า มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม เรายังต้องรู้จักกัน มีปฏิสัมพันธ์กัน ทักทายกัน รู้จักกันมากยิ่งขึ้นครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่าทุกองค์กรควรวางระบบ วางนโยบายให้ชัดเจนครับ มิฉะนั้นองค์กรจะไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่น เรามีนโยบายให้มาทำงานที่ออฟฟิศเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องเข้าพร้อมกันตรงเวลากันหมด ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับผู้นำของแต่ละทีมที่จะจัดการว่า ใครควรเข้ามาวันไหน แต่เราก็ไม่ได้ห้ามพนักงาน Work From Home </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหนือสิ่งอื่นใด เราเชื่อมั่นในตัวผู้นำของแต่ละทีม เราให้ความไว้วางใจ (Accountability) และเสริมสร้างความไว้วางใจ (Trust) ซึ่งกันและกันว่าผู้นำจะพาทุกคนไปสู่เป้าหมายได้ เราจึงต้องสร้างความเชื่อใจคนในทีมให้เกิดขึ้นครับ</span></p>
<h2>ก่อนหน้านี้คุณเล่าว่า B. Braun Thailand เชื่อมั่นเรื่อง DEI พอจะขยายความเพิ่มเติมได้หรือไม่ว่า ความหลากหลายสำคัญอย่างไร</h2>
<p><b>สายัณห์: </b><span style="font-weight: 400;">ความหลากหลาย</span> <span style="font-weight: 400;">เป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจกัน เราสนับสนุนความหลากหลายด้านวัฒนธรรม ทั้งในระดับภูมิภาค ประเทศ ช่วงวัย รวมถึงความหลากหลายทางเพศ LGBTQIA+ และอย่างที่บอกว่า เรายังสร้างองค์กรที่เต็มไปด้วยความไว้วางใจ สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สามารถมาทำงานแบบปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety Culture)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานของเรารู้ว่าพวกเขาได้รับความเปิดกว้างให้สามาร</span><span style="font-weight: 400;">ถแบ่งปันควา</span><span style="font-weight: 400;">มคิดเห็น สามารถเป็นตัวเองได้เต็มที่ เราสนับสนุนความหลากหลายทางความคิด ถ้าคุณทำให้องค์กรปลอดภัยไม่เพียงทางกาย แต่รวมถึงทางจิตใจได้ จะทำให้พนักงานมีความมั่นใจ กล้าที่จะแชร์ไอเดียต่าง ๆ โดยไม่รู้สึกลำบากใจ และจะทำให้เกิดไอเดียที่ดีที่สุดต่อองค์กร การอยู่ในองค์กรที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัย สามารถแสดงความคิดเห็นได้ จะทำให้ความคิดสร้างสรรค์นั้นเบ่งบานสวยงาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายังสนับสนุนให้</span><span style="font-weight: 400;">เกิดความเสมอภาคทางเพศ B. Braun Thailand มีพนักงานผู้หญิงมากกว่า 75% ไม่เหมือนประเทศอื่น ๆ หรือองค์กรอื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่จะมีพนักงานผู้ชายมากกว่า เราสนับสนุนให้พนักงานเรียนรู้เรื่อง DEI ว่าสำคัญต่อองค์กรและการทำงานอย่างไร เรายังมี Employee Diversity Club มีผู้นำของแต่ละทีมที่เชื่อมั่นในเรื่องนี้เข้าร่วมด้วย ตลอด 2 ปีที่ทำขึ้นมา ทุกคนทำงานอย่างแข็งขัน เพื่อเฉลิมฉลองความหลากหลายในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเพียง 1 ในไม่กี่อย่างที่แสดงให้เห็นว่า เราเอาจริงเอาจังกับการทำให้เกิด ความหลากหลายในองค์กรมากเพียงใด</span></p>
<h2>B. Braun Thailand ได้รับรางวัล Best Companies to Work For จาก HR Asia ถึง 3 ปีซ้อน รางวัลเหล่านี้มีความหมายอย่างไรบ้าง</h2>
<p><b>สายัณห์: </b><span style="font-weight: 400;">เป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจของบริษัทครับที่ได้รับรางวัล Best Companies to Work For จาก HR Asia ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายและกิจกรรมที่เราทำอย่างไม่ลดละ ผสมผสานด้วยการฟังเสียงของพนักงาน การได้รับรางวัลนี้ แสดงให้เห็นว่าเรามาถูกทางแล้ว ขอขอบคุณที่ HR Asia มอบรางวัลนี้ให้กับเรา และขอบคุณพนักงานทุกคน ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จตลอดมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เราไม่ได้ทำงานเพื่อหวังว่า พอได้รางวัลแค่ปีเดียวแล้วก็หยุด เรามองเป็นกระบวนการในระยะยาวไม่ต่างกับการวิ่งมาราธอนครับ และเราหวังว่าจะทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32665" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-07T213134.818.webp" alt="สัมภาษณ์ สายัณห์ รอย แห่ง บี. บราวน์ ประเทศไทย เจาะเคล็ดลับความสำเร็จ ในฐานะองค์กรที่มีคนอยากร่วมงานด้วยที่สุดจาก HR Asia 3 ปีซ้อน" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ สายัณห์ รอย แห่ง B. Braun Thailand (บี. บราวน์ ประเทศไทย) เจาะเคล็ดลับความสำเร็จ ในฐานะองค์กรที่มีคนอยากร่วมงานด้วยที่สุดจาก HR Asia 3 ปีซ้อน 628" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-07T213134.818.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/HREX-Cover-2023-09-07T213134.818-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>อะไรคือความท้าทายที่สุดด้าน HR ของ B. Braun Thailand ในปี 2023</h2>
<p><b>สายัณห์: </b><span style="font-weight: 400;">โลกเปลี่ยนแปลงไปมากครับ ทั้งวิถีการทำงาน การรับพนักงานใหม่ และการพัฒนาศักยภาพพนักงานในองค์กร เทคโนโลยีการแพทย์ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ช่วยให้การรักษาคนไข้ การดูแลสุขภาพดีขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นคือเรื่องสำคัญสำหรับเรา ในระดับนานาชาติ เราเตรียมพร้อมพนักงานหลายด้านให้พร้อมรับมืออนาคต และเราหวังว่าจะใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น เราสร้าง Ecosystem ขึ้นมารองรับการทำงาน ใช้เทคโนโลยีที่มีดึงความสามารถที่ดีที่สุดออกมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3-4 ปีก่อน เราไม่เคยคิดจะใช้ e-Learning แบบนี้ แต่ระยะหลัง มันคือสิ่งที่ดีมาก มีหลายสถาบันมาพร้อมวิธีการสอนหลากหลาย มี e-Learning Module น่าสนใจจำนวนมากให้เราเอามาใช้งานได้ ยังไม่รวมข้อมูลจากเวทีเสวนาต่าง ๆ เช่น เวที TEDx Talks คอยให้ความรู้อีก ด้วยข้อมูลจำนวนมากเหล่านี้ ทำให้เราได้พัฒนาสกิลต่าง ๆ นั่นคือความเปลี่ยนแปลงด้านบวกที่เห็นได้ชัดเจน และเราเอามาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุที่เราต้องพัฒนา เพราะมันเกี่ยวข้องกับการมี Growth Mindset ด้วย</span> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งสำคัญต่อการเติบโตขององค์กร ตลอดจนการเติบโตของประเทศ พวกเราทุกคนต้องไม่หยุดพัฒนา และต้องไม่หยุดเดินหน้าต่อไปครับ เพราะมันคือพื้นฐานของมนุษย์ครับ</span></p>
<h2>ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฟีดแบ็คของพนักงาน B. Braun Thailand ที่มีต่อ HR เป็นอย่างไรบ้าง</h2>
<p><b>สายัณห์: </b><span style="font-weight: 400;">ตอนได้รางวัลครั้งแรกเป็นช่วงที่โรคโควิด-19 ยังแพร่ระบาดหนักเมื่อสัก 2 ปีก่อน ตอนนั้นการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR Practices)</span> <span style="font-weight: 400;">ยังค่อนข้างจำกัดในการดูแลสุขภาพกายและใจของพนักงาน แต่เราก็พยายามดูแลอย่างเต็มที่ เราจัดหาวัคซีนมาให้พนักงานไปจนถึงครอบครัวของพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รางวัลที่ได้มาบ่งบอกว่า เราพยายามเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของพนักงานเสมอ คอยดูแลไม่ห่างไกลไปไหน เรามองเห็นประโยชน์ของการดูแลพนักงานอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะช่วงพรีโควิด (Pre-Covid) ช่วงเรียนรู้จากโควิด (Learning From Covid) และเดินหน้าต่อไป (Moving Forward) HR Team ของเราไม่หยุดพัฒนานโยบายและทำให้เกิด Work Life Balance</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3 ปีที่เราได้รางวัลนี้ติดกัน เราได้ปรับปรุงมาตรฐาน แสดงให้เห็นว่า เรามาถูกทางแล้ว แต่เรารู้ดีว่ามันจะต้องไม่สิ้นสุดแค่นี้ เรายังต้องสนับสนุนให้เขารู้สึกปลอดภัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเชื่อว่างานด้าน HR ไม่ได้เป็นหน้าที่ของ HR เท่านั้น แต่พนักงานทุกคนสามารถช่วยพัฒนาด้านนี้ได้ทั้งนั้น เรารู้สึกว่า ผมอาจตอบคำถามนี้ได้ไม่ดีเท่าพนักงาน แต่ผมจะถือว่าผลของการได้รางวัลจาก HR Asia เป็นคำตอบของคำถามนี้ เพราะนี่คือผลที่มาจากองค์กรที่มีความเป็นกลางครับ</span></p>
<h2>ในฐานะ Managing Director ของ B. Braun Thailand คิดว่า ทุกองค์กรจำเป็นต้องมี HR หรือไม่</h2>
<p><b>สายัณห์: </b><span style="font-weight: 400;">ผมไม่เชื่อว่างาน HR เป็นงานของฝ่าย HR เพียงเท่านั้น แต่ผมเชื่อว่ามันเป็นงานของทุกคน ผู้นำทุกคนต้องดูแลพนักงานของตัวเองเสมอ เราทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกัน ถ้าเกิดมีคนบ่นว่า ทำไมพนักงานถึงลาออก มันอาจไม่ได้เป็นผลมาจาก HR ไม่ดูแล แต่อาจเป็นผลมาจากผู้นำก็ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR มีหน้าที่สำคัญในการสนับสนุนการทำงานของผู้คน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมของการทำงานที่ดี (Workforce Environment) </span><span style="font-weight: 400;">ช่</span><span style="font-weight: 400;">วยสร้าง ช่วยเตรียมพร้อม </span><span style="font-weight: 400;">เรื่อง</span><span style="font-weight: 400;">ทักษะความสามารถ แต่พวกเขาทำงานคนเดียวไม่ได้ ถ้าไม่มีผู้นำ ช่วยนำพาองค์กร คนที่เป็นแกนกลางในสิ่งที่เราทำ HR สนับสนุนการเติบโต การทำงานของทุกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังโควิดบทบาทของ HR หลังจากนี้จะมีความสำคัญมากขึ้น เราหวังว่า B. Braun Thailand จะเติมเต็มความต้องการของพนักงานได้ ให้พวกเขามี Work Life Balance ผมเชื่อว่า HR ต้องเป็น Business Partner ที่ดี ช่วยเติมเต็มองค์กรเพื่อไปถึงเป้าหมายที่ต้องการ ผ่านการสนับสนุนนโยบายต่าง ๆ เช่น สนับสนุน DEI สร้างความน่าเชื่อถือ นี่คือสิ่งที่เรายึดมั่นเสมอมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเราหวังว่า เราจะช่วยกันทำให้วัฒนธรรมองค์กรของเราที่เรียกว่า “ABC” หรือ “Amazing B. Braun Culture” แข็งแรง และเติบโตอย่างยั่งยืนสืบไปในอนาคตครับ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="สัมภาษณ์ สายัณห์ รอย แห่ง B. Braun Thailand (บี. บราวน์ ประเทศไทย) เจาะเคล็ดลับความสำเร็จ ในฐานะองค์กรที่มีคนอยากร่วมงานด้วยที่สุดจาก HR Asia 3 ปีซ้อน 629" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/sayan-roy-b-braun-thailand-230907/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“พนักงานคือกุญแจสำคัญ สำหรับความยั่งยืนของ Michelin” สนทนากับ ปาริชาติ ประจันพาณิชย์ HR ผู้ไม่หยุดดูแลพนักงาน เพื่อความสำเร็จและความสุข</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/michelin-interview-230818/</link>
					<comments>https://th.hrnote.asia/story/michelin-interview-230818/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Aug 2023 09:35:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[มิชลิน]]></category>
		<category><![CDATA[Michelin]]></category>
		<category><![CDATA[Best Companies To Work For in Asia]]></category>
		<category><![CDATA[ปาริชาติ ประจันพาณิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/?p=31945</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ในฐานะ HR ที่อยู่คู่องค์กร Michelin ประเทศไทยมานานกว่า 20 ปี สิ่งที่คุณปาริชาติ ประจันพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ Michelin ประเทศไทยมุ่งหวังคือ การส่งเสริมให้พนักงานพัฒนาตนเอง วางเส้นทางแห่งอนาคต และเดินไปถึงความสำเร็จตามที่ตั้งใจ คุณปาริชาติเล่าว่า Michelin ยึดหลักการ “People, Profit &#38; Planet” โดย People ถือเป็นความสำคัญอันดับแรกเสมอ เพราะองค์กรคงไม่สามารถสร้างผลกำไร หรือ และมีโอกาสสร้างสิ่งดี ๆ เพื่อ Planet หรือโลกใบนี้ได้ หากขาดพนักงานที่มีความรักความผูกพันธ์ในองค์กร ช่วงวิกฤตโควิด-19 คือช่วงเวลาที่เราได้พิสูจน์อย่างแท้จริงถึงคำมั่นสัญญาที่เราให้ความสำคัญกับพนักงาน ด้วยการดูแลพนักงานอย่างดีที่สุด Michelin ยังให้ความสำคัญกับความหลากหลายและโอกาสที่เท่าเทียมกันของผู้คน เพื่อให้มีความสมดุลทางเพศที่มากยิ่งขึ้น  รวมถึงการให้โอกาสผู้พิการได้เข้ามาทำงานใน Michelin ด้วยความเชื่อว่าความหลากหลายคือ asset ที่จะทำให้องค์กรก้าวไปอย่างยั่งยืน “ปรับตัว พัฒนาตน และอยู่เคียงข้างกับธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ” คือแนวคิดที่คุณปาริชาติ ประจันพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท สยามมิชลิน จำกัด (Michelin)ยึดมั่นมาตลอด 23 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>ในฐานะ HR ที่อยู่คู่องค์กร Michelin ประเทศไทยมานานกว่า 20 ปี สิ่งที่คุณปาริชาติ ประจันพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ Michelin ประเทศไทยมุ่งหวังคือ การส่งเสริมให้พนักงานพัฒนาตนเอง วางเส้นทางแห่งอนาคต และเดินไปถึงความสำเร็จตามที่ตั้งใจ</li>
<li>คุณปาริชาติเล่าว่า Michelin ยึดหลักการ “People, Profit &amp; Planet” โดย People ถือเป็นความสำคัญอันดับแรกเสมอ เพราะองค์กรคงไม่สามารถสร้างผลกำไร หรือ และมีโอกาสสร้างสิ่งดี ๆ เพื่อ Planet หรือโลกใบนี้ได้ หากขาดพนักงานที่มีความรักความผูกพันธ์ในองค์กร</li>
<li>ช่วงวิกฤตโควิด-19 คือช่วงเวลาที่เราได้พิสูจน์อย่างแท้จริงถึงคำมั่นสัญญาที่เราให้ความสำคัญกับพนักงาน ด้วยการดูแลพนักงานอย่างดีที่สุด</li>
<li>Michelin ยังให้ความสำคัญกับความหลากหลายและโอกาสที่เท่าเทียมกันของผู้คน เพื่อให้มีความสมดุลทางเพศที่มากยิ่งขึ้น  รวมถึงการให้โอกาสผู้พิการได้เข้ามาทำงานใน Michelin ด้วยความเชื่อว่าความหลากหลายคือ asset ที่จะทำให้องค์กรก้าวไปอย่างยั่งยืน</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31946 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-_80_.webp" alt="“พนักงานคือกุญแจสำคัญ สำหรับความยั่งยืนของมิชลิน” สนทนากับ ปาริชาติ ประจันพาณิชย์ HR ผู้ไม่หยุดดูแลพนักงาน เพื่อความสำเร็จและความสุขที่มิชลิน" width="600" height="370" title="“พนักงานคือกุญแจสำคัญ สำหรับความยั่งยืนของ Michelin” สนทนากับ ปาริชาติ ประจันพาณิชย์ HR ผู้ไม่หยุดดูแลพนักงาน เพื่อความสำเร็จและความสุข 636" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-_80_.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-_80_-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>“ปรับตัว พัฒนาตน และอยู่เคียงข้างกับธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ” คือแนวคิดที่คุณ<strong>ปาริชาติ ประจันพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล</strong><strong> <a href="https://www.michelin.co.th/auto/home-auto?gclsrc=aw.ds&amp;&amp;gclid=Cj0KCQjwrfymBhCTARIsADXTabmfDOjT5ymOwWy2g7GjdNBjRWXw_oGfqpAGj3RpULGFC2_NI8kKCToaAgrFEALw_wcB&amp;gclsrc=aw.ds" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">บริษัท สยามมิชลิน จำกัด (Michelin)</span></a></strong>ยึดมั่นมาตลอด 23 ปีของการทำงานที่นี่</p>
<p>HREX.asia มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณปาริชาติ ผู้เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยองค์กรปรับตัว ตอบรับกับความท้าทายและความเปลี่ยนแปลงที่ที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดยั้ง ทั้งดูแลการรับพนักงานให้ตอบโจทย์กับองค์กร ส่งเสริมให้เกิดความหลากหลาย และสนับสนุนให้พนักงานทั้ง 8,000 คนเติบโตในเส้นทางแห่งอนาคตได้ตามความตั้งใจ</p>
<p>และเราได้รู้จากคุณปาริชาติด้วยว่า ในช่วงที่โรคโควิด-19 แพร่ระบาด Michelin สามารถฝ่าวิกฤติไปได้อย่างสวยงาม โดยไม่มีพนักงานแม้แต่คนเดียวที่ต้องเดินออกไปจากบริษัท</p>
<p>ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจ หาก Michelin จะกลายเป็นองค์กรที่สามารถคว้ารางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener">Best Companies To Work For in Asia 2022</a> จาก HR Asia ไปครอง</p>
<p>ทำไม Michelin ถึงก้าวมาถึงจุดนี้ได้ บทบาทของคุณปาริชาติในการบริหารคนต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างไร ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้</p>
<h2>ตั้งแต่เริ่มทำงานที่ Michelin จนถึงวันนี้ งาน HR ที่ทำมีความเปลี่ยนแปลง แตกต่างไปอย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ปาริชาติ:</strong> ณ วันนี้ เราอยู่ใน Talent War ที่เราต้องแข่งขันกับบริษัทอื่น ๆ เพื่อดึงดูดน้อง ๆ ที่มีความรู้ความสามารถมาร่วมงานกับเรา เราต้องพิสูจน์ความสามารถหลายขั้นตอน แต่เมื่อเขามาร่วมงานกับเราแล้ว เราก็ต้องยึดมั่นในคำสัญญา ให้เขาได้รับ Employee experiences หรือประสบการณ์ที่ดีตามที่เราเคยสัญญาไว้เช่นกัน  สิ่งที่สำคัญคือเราจะรักษาพนักงานที่มีศักยภาพ ให้อยู่กับเราต่อไปได้อย่างไรในภาวะที่มีความท้าทายและการปรับตัวด้านธุรกิจ</p>
<p>ต้องบอกว่าที่ Michelin เราไม่เคยหยุดนิ่ง มีการทำ Transformation มาโดยตลอด และอาจเรียกได้ว่าการ Transform ทุกครั้งจะเริ่มจากทางด้าน HR เพื่อเตรียมบุคลากรให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง</p>
<p>เมื่อก่อนทางบริษัทฯ เป็นผู้ดูแล วางแผน จัดการให้แก่พนักงานในทุกด้าน มาถึงวันนี้เรา Empower ให้พนักงานและผู้จัดการมีอำนาจมากยิ่งขึ้น พนักงานต้องรู้สึก “เป็นเจ้าของ” ในการพัฒนาความรู้ ทักษะต่าง ๆ ตลอดจน Career Path ของตนเอง นี่คือหัวใจหลักในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นอย่างชัดเจนจนถึงวันนี้</p>
<p>เราสนับสนุนให้เกิด Life Long Learning เพื่อให้พนักงานสามารถยกระดับ Competency หรือความสามารถให้ตอบโจทย์กับความคาดหวัง รวมถึงเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ทุกคนสามารถเข้าถึง Learning Solutions ต่างๆ ผ่าน Digital Platforms หรือวิธีการเรียนรู้ต่าง ๆ  จะไม่มีใครรอเพียงแผนการฝึกอบรมเหมือนเช่นในอดีต แต่ทุกคนจะต้องใฝ่เรียนรู้ทุกวัน อัปเกรดตัวเองให้เก่งขึ้น ให้สามารถพัฒนาเส้นทางอาชีพของตัวเองให้เป็นไปตามฝัน ตาม Passion ของแต่ละคนค่ะ</p>
<h2>การกระตุ้นให้พนักงานเดินตาม Passion สำคัญอย่างไรต่อ Michelin</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31957 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-_82_.webp" alt="“พนักงานคือกุญแจสำคัญ สำหรับความยั่งยืนของ Michelin” สนทนากับ ปาริชาติ ประจันพาณิชย์ HR ผู้ไม่หยุดดูแลพนักงาน เพื่อความสำเร็จและความสุข" width="600" height="370" title="“พนักงานคือกุญแจสำคัญ สำหรับความยั่งยืนของ Michelin” สนทนากับ ปาริชาติ ประจันพาณิชย์ HR ผู้ไม่หยุดดูแลพนักงาน เพื่อความสำเร็จและความสุข 637" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-_82_.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-_82_-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ปาริชาติ: </strong>ที่ Michelin เรามีความฝัน และเราต้องการพนักงานที่มี Passion เพื่อมุ่งสู่ความฝันทั้งของ Michelin และของตนเอง หลักการของเราคือการส่งเสริมให้พนักงานมี Self Awareness และวางแผนอนาคตของตัวเอง ไม่ว่าพนักงานจะมีภูมิหลังอย่างไร จบการศึกษาด้านไหน แต่ถ้าคุณมี Passion มีศักยภาพ และอยากทำ เราก็พร้อมส่งเสริมเสมอ เราเปิดกว้างให้พนักงานได้เรียนรู้และเติบโตข้ามสายงานได้ด้วย</p>
<p>ที่นี่เรามี Recruitment Manager ที่มาจากสายการตลาด เรามี HR หลายท่านมาจากสาย IT สาย Supply Chain รวมทั้งสายวิศวกร เราไม่ได้บังคับว่าต้องเรียนมาตรงสายถึงจะทำงานนี้ได้ แต่ถ้าพนักงานตั้งใจพัฒนาตัวเอง ทำให้เห็นศักยภาพและความสามารถ ก็สามารถเติบโตในสายใด ๆ หรือเรียนรู้ในตำแหน่งงานใดก็ได้ผ่านกระบวนการ Internal Job Posting หรือการเปิดรับสมัครงานภายในองค์กรที่เรามี</p>
<p>สายงาน HR ของเรามีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ปีนี้เรากำลังจะเริ่มโครงการ Transformation อีกครั้ง เพื่อให้กระบวนการทำงานมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ให้มั่นใจว่ากระบวนการทำงานของเราส่งเสริมการพัฒนาพนักงานและสอดคล้องกับธุรกิจ เพิ่มความรู้สึกเป็นเจ้าของของพนักงานในเป้าหมายของกลุ่ม Michelin ร่วมกัน</p>
<h2>โอกาสไหนที่ทำให้คุณตระหนักว่า Michelin ต้องเอาใส่ใจพนักงานในเรื่องใดมากขึ้น</h2>
<p><strong>ปาริชาติ: </strong>เราฟังเสียงของพนักงานค่ะ ที่นี่ เราให้ความสำคัญกับการทำ Employee Engagement Survey เพราะเสียงของพนักงานมีความสำคัญต่อเรา เสียงของพนักงานมีหลากหลายมิติ เราทำการสำรวจที่เรียกว่า Moving Forward Together Survey ต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ล่าสุดระดับความผูกพันของพนักงานในประเทศไทยอยู่ในระดับดีมาก ๆ สูงถึง 95%</p>
<p>เราไม่ได้คะแนนสูงแบบนี้มาตั้งแต่แรก เมื่อก่อนคะแนนอยู่ที่ 70-80% เท่านั้น แต่เพราะพวกเราทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก คะแนนในอดีตบ่งชี้ว่าเราต้องฟัง และเปิดโอกาสให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมด้วย การให้พนักงานร่วมแสดงความคิดเห็นว่ามีสิ่งใดที่เราควรปรับหรือทำให้ดีขึ้นบ้าง และกำหนดแผนงานปรับปรุงร่วมกัน เป็นผลให้ Engagement ที่เกิดขึ้นคือผลงานที่เกิดจากพนักงานร่วมคิดร่วมทำ เรามั่นใจว่าเราเดินมาในทิศทางที่ถูกต้อง จนได้ผลลัพธ์อยู่ในระดับน่าพอใจ และเราเชื่อว่าการมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นจะก่อให้เกิด Performance ที่ดีของธุรกิจเช่นกัน</p>
<p>โรงงานของเราที่มี 5 แห่งทั่วประเทศ จะมีการสื่อสารและทำเวิร์คชอปร่วมกับพนักงานเสมอ โดยพนักงานจะมีส่วนร่วมกับเราตลอดกระบวนการ   และแม้ว่าระดับ Engagement ณ วันนี้จะอยู่ในระดับสูง แต่เราก็ยังคงให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของพนักงานเสมอค่ะ</p>
<h2>ที่ผ่านมามีวิกฤติครั้งใหญ่นั่นคือ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การบริหารงาน การดูแลพนักงานช่วงนั้นเป็นอย่างไร แล้ว Michelin ผ่านวิกฤติมาได้อย่างไร</h2>
<p><strong>ปาริชาติ: </strong>โควิด-19 เป็นวิกฤติซึ่งไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ไม่มีใครทำแผนรับมือไว้ก่อนแน่นอน มันเข้ามาอย่างรวดเร็วและรุนแรง จำได้เลยว่าตอนเกิดวิกฤติช่วงแรก เราสื่อสารกับพนักงานชัดเจนว่า นี่คือวิกฤติที่เราไม่รู้จะจบตอนไหน ดังนั้นความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงานถือเป็นความสำคัญลำดับแรกของบริษัทฯ นี่คือเมสเสจแรกที่เราแจ้งให้พนักงานทราบ จนเมื่อผ่านพ้นวิกฤติไปได้ใน 2-3 ปีให้หลัง ก็เป็นเพราะเรารักษาสัญญาที่เคยให้ไว้อย่างหนักแน่น</p>
<p>แน่นอนว่าในระหว่างวิกฤติ ความต้องการสินค้าและยอดขายบริษัทย่อมลดลง ในขณะที่ยังมีค่าใช้จ่ายเยอะไปหมด แต่เราก็ไม่หยุดลงทุนกับการดูแลพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ มาตรการความปลอดภัยทั้งหลาย โดยเฉพาะเรื่องหน้ากากอนามัย ตั้งแต่ช่วงแรก ๆ เราจัดหาหน้ากากให้พนักงานเพื่อให้สามารถใช้ได้โดยไม่ขาดแคลน เราตั้ง Production Shop เพื่อผลิตหน้ากากอนามัยโดยเฉพาะ ผลิตด้วยเครื่องจักรที่เรานำเข้าจากต่างประเทศ ช่วงนั้นการผลิตยางน้อยลง พนักงานของเราบางส่วนจึงมาช่วยผลิตหน้ากากแทน เพื่อให้เพื่อนพนักงานได้ใช้</p>
<p>เราไม่ลังเลที่จะลงทุนในการดูแลพนักงาน แต่การดูแลพนักงานในช่วงนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่าย<span style="text-decoration: line-through;">ง</span>เลย ไม่ได้มีเงินอย่างเดียวแล้วเราจะได้ทุกอย่าง วัคซีนก็เช่นกัน ช่วงต้นซีซั่นยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ถึงอย่างนั้นเราก็พยายามดูแลจนกระทั่งได้วัคซีนล็อตแรกมาฉีดให้พนักงานฟรี เราดูแลไปจนถึงครอบครัว รวมถึงแม่บ้าน ผู้จำหน่ายอาหารในโรงอาหาร เราดูแลจนทุกคนให้ได้รับวัคซีนจนครบ 4 เข็ม โดยบริษัทเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด</p>
<p>เราตั้งใจดูแลพนักงานให้รู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยเมื่อเข้ามาที่บริษัทฯ จนพนักงานหลายคนบอกว่า ด้วยมาตรการที่มีทำให้การมาบริษัทฯ รู้สึกปลอดภัยกว่าอยู่ที่บ้านเสียอีก ถ้ามองในเชิง HR นี่คือโอกาสที่เราได้พิสูจน์ว่า เราพูดจริงทำจริง เราบอกว่าพนักงานคือหัวใจของบริษัท และเราก็รักษาสัญญานั้นผ่านการกระทำ ไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้น</p>
<h2>การที่ HR Michelin พูดจริงทำจริง กลายเป็นการสร้างความไว้วางใจ (Trust) ให้กับพนักงานด้วยใช่ไหม</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31958 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-_83_.webp" alt="“พนักงานคือกุญแจสำคัญ สำหรับความยั่งยืนของ Michelin” สนทนากับ ปาริชาติ ประจันพาณิชย์ HR ผู้ไม่หยุดดูแลพนักงาน เพื่อความสำเร็จและความสุข" width="600" height="370" title="“พนักงานคือกุญแจสำคัญ สำหรับความยั่งยืนของ Michelin” สนทนากับ ปาริชาติ ประจันพาณิชย์ HR ผู้ไม่หยุดดูแลพนักงาน เพื่อความสำเร็จและความสุข 638" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-_83_.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-_83_-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ปาริชาติ: </strong>พนักงานจะพูดกับเราหรือพูดกับหัวหน้าเสมอว่า ขอบคุณที่ช่วยให้เราผ่านวิกฤติมาด้วยกัน ไม่เพียงแค่มาตรการดูแล แต่หมายถึง Job Security ไม่ว่ากำลังการผลิตจะลดลงแค่ไหนในช่วงนั้น แต่ไม่มีพนักงานแม้แต่คนเดียวต้องเดินออกจากบริษัทฯ ไป พนักงานทั้ง 8,000 คนยังอยู่กับบริษัทฯ แม้ในวันที่เราดำเนินการผลิตน้อยที่สุด เขาพูดด้วยความจริงใจ มั่นใจ เป็นสิ่งที่เรามองเห็นว่าสำคัญที่สุด</p>
<p>เราเชื่อว่าการสร้าง Trust ให้พนักงานเห็นว่า นี่คือนโยบาย นี่คือหลักการที่ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรูเท่านั้น แต่มันคือการกระทำจริง และเมื่อพนักงานมีความไว้วางใจ  สิ่งที่ได้กลับมาคือความเข้าใจ และพร้อมให้ความร่วมมือในทุกเรื่อง</p>
<p>เราผ่านวิกฤติกันมาได้ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ ด้วยความร่วมมือร่วมใจ และความเป็นทีมเวิร์คของทั้งสองฝ่าย วิกฤติโควิดเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดแล้วมันคือโอกาสของบริษัทฯ เป็นโอกาสให้เราได้สร้าง Trust กับพนักงาน ให้พนักงานรู้สึกมีความสุขที่ได้ทำงานที่นี่ และมีเส้นทางอาชีพที่เข้มแข็งต่อไป</p>
<h2>ได้ยินว่า Michelin มีหลักการ “People, Profit &amp; Planet” สังเกตว่า P แรกคือ People แสดงว่าองค์กรใส่ใจเรื่องคนมาตั้งแต่แรกเลยใช่ไหม</h2>
<p><strong>ปาริชาติ: </strong>ผู้บริหารทุกคนพูดเสมอว่า ถ้า People ของเราดี ก็จะนำมาซึ่ง Profit กลายเป็นความสำเร็จ และจะเกิดประโยชน์ต่อ Planet หรือโลกของเรา</p>
<p>ถ้าพนักงานมี Passion ในการทำงาน มี Engagement มี Motivation ไม่ว่าจะเจอความท้าทายที่ยากแค่ไหน เราเชื่อว่าเราจะประสบความสำเร็จ นี่คือหลักการสำคัญของทุกคนใน Michelin เราแชร์ความเชื่อ เรามี Commitment ร่วมกัน เราจึงต้องดูแลคนของเราอย่างดีที่สุด</p>
<p>เราเชื่อใน Life Long Learning ให้พนักงานมีโอกาสพัฒนาตัวเองทุกวัน ซึ่งจะทำให้เกิดความสามารถที่หลากหลาย มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น เท่าทันความเปลี่ยนแปลง</p>
<p>แผนงานสำคัญอีกอย่างของเราคือการสนับสนุนเรื่อง <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/010622-deib/"><span style="font-weight: 400;">DEI</span></a> (Diversity, Equity และ Inclusion) เพราะว่าเราเชื่อว่าความหลากหลายของทีมงานจะนำมาสู่ Collective Performance</p>
<p>Michelin วางฝันเอาไว้ยาวไกลมากถึงปี 2050 เราพยายามคาดการณ์ว่าอีก 27 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ฝันของเราที่มีต่อโลกนี้จะยิ่งใหญ่แค่ไหน เราจะมีส่วนอย่างไรเพื่อโลกใบนี้ในระยะยาว แต่ที่สำคัญ การจะก้าวไปถึงฝันนั้น People จะมีส่วนสำคัญยิ่งอย่างแน่นอน</p>
<h2>พูดถึงหลัก DEI ที่ Michelin สนับสนุนความเท่าเทียมและความหลากหลายอย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ปาริชาติ: </strong> DEI เป็น 1 ใน 7 นโยบายหลักด้านบุคลากรของเรา เพราะเราเชื่อว่าทุกคนต้องมีโอกาสเติบโตอย่างเท่าเทียมกัน ไม่จำกัดว่าจะเป็นเพศใด อายุเท่าไหร่ สีผิวใด สภาพร่างกายเป็นอย่างไร ที่ Michelin แห่งนี้ ทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียมกัน แต่โอกาสจะเป็นของใครมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับพนักงานว่าจะผลักดันการพัฒนาตนเองได้มากแค่ไหนเช่นกัน</p>
<h2>ทำไมความหลากหลายถึงสำคัญต่อ Michelin</h2>
<p><strong>ปาริชาติ: </strong>เพราะโลกข้างนอกมีความหลากหลายมาก ถ้าบริษัทเรามองไม่เห็นและไม่สะท้อนความหลากหลายเหล่านั้น เราจะไม่เข้าใจว่าโลกข้างนอกมีความต้องการอะไรและจะไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน เราทำเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว และเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ</p>
<p>ในอดีตเราเคยมีความไม่สมดุลเรื่องเพศ  ด้วยข้อจำกัดด้านกระบวนการผลิตในโรงงาน จึงทำให้มีจำนวนผู้ชายค่อนข้างมาก ซึ่งอาจเป็นธรรมชาติของการทำงานสายนี้ แต่ตอนนี้เรารับพนักงานหญิงมากขึ้น เราปรับกระบวนการผลิตให้ทันสมัยขึ้น ส่งเสริมให้ผู้หญิงสามารถทำงานในโรงงานได้มากขึ้นด้วย ไม่นับงานในสายอื่น ๆ</p>
<p>ปัจจุบันเรายังมี Production Manager เป็นผูหญิง มีน้อง ๆ สุภาพสตรีพัฒนาตัวเอง ผ่านการคัดเลือกขึ้นมาเป็น Mid-Level Manager ในสายการผลิตหลายคน เราอยากเห็น Gender Balance จริง ๆ และถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่เราสร้างความสมดุลทางเพศให้เพิ่มขึ้นได้</p>
<p>สำหรับฟีดแบ็คในช่วงแรกอาจจะยากนิดหน่อยในการเปลี่ยนแปลง แต่ตอนนี้ทุกคนเริ่มเห็นผลลัพธ์ของการมี Gender Balance ที่ดี บรรยากาศในการทำงานดีขึ้น การพูดคุยสนุกสนานมากขึ้น เราเห็น Positive Feedback ที่ดีมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญต่อ Michelin</p>
<p>ไม่เพียงแค่นั้น เรายังรับน้อง ๆ ที่มีสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์เข้ามาทำงานในโรงงานด้วย เช่น น้อง ๆ ที่ต้องใช้วีลแชร์ น้อง ๆ ที่มีปัญหาทางการได้ยินมาร่วมงานกับเรา เราจึงต้องปรับปรุงสภาพการทำงานให้เหมาะสมกับพนักงานเหล่านี้ด้วยเช่นกัน</p>
<h2>Michelin ดูแลความเป็นอยู่ของพนักงานผู้พิการอย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ปาริชาติ: </strong>ตอนนี้เรารับน้อง ๆ กว่า 20 คนมาทำงานในโรงงาน จากการพูดคุย เราทราบดีว่าน้อง ๆ ไม่ต้องการเป็นภาระให้กับครอบครัว ไม่ต้องการเป็นภาระให้สังคม ฉะนั้นเราจึงเริ่มต้นจากตรงนั้น ก่อนจะรับเข้าทำงาน เราต้องวิเคราะห์ตำแหน่งงานว่า ต้องการความรู้ความสามารถอะไร มีตำแหน่งอะไรที่เขาทำได้และตรงกับความต้องการของเรา  สิ่งที่เราต้องแน่ใจคือ งานเหล่านั้นจะเป็นงานที่เขาได้ใช้ความรู้ความสามารถ ที่เขาสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้เขารู้สึกถึงคุณค่าในตนเอง</p>
<p>นี่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเขาด้วยเช่นกัน เขาต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกตามปกติ เราไม่ได้เลือกมาเพราะเราอยากได้คนพิการเท่านั้นเท่านี้ แต่ทุกคนผ่านกระบวนการเหมือนพนักงานทั่วไป เพียงแต่ร่างกายของเขาไม่สมบูรณ์เท่านั้นเอง</p>
<p>เรื่องต่อมาที่ต้องทำคือการปรับโครงสร้างพื้นฐานในโรงงาน เมื่อ 20-30 ปีที่แล้วเราอาจยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เท่าที่ควร หากเราจะรับน้อง ๆ ที่ใช้วีลแชร์ เราต้องลงทุนเรื่อง Infrastructure ปรับห้องน้ำ ปรับประตูทางเข้า เพื่อให้เขามีชีวิตและ สามารถทำงานได้ปกติ เวลาอยู่โรงอาหาร ต้องมีทางลาดที่เขาเข้าไปซื้ออาหารได้ นั่งรับประทานอาหารร่วมกันเพื่อน ๆ ได้ เราอยากให้เขารู้สึกเสมือนกับพนักงานคนอื่น ๆ สามารถพูดคุย สามารถใช้ชีวิตดูแลตัวเองในบริษัทฯ ได้เหมือนคนอื่น</p>
<p>ดังนั้นเราจึงเน้นเรื่อง Inclusive Culture คนที่อยู่รายรอบเขาจะต้องทราบว่าจะต้องทำงานกับเขาอย่างไร เราไม่ได้ให้ดูแลพิเศษ แต่ทุกคนต้องรู้<span style="text-decoration: line-through;">ว่า</span>จักทีมตัวเอง ดังนั้นไม่ว่าจะทำกิจกรรมใด ๆ ก็ต้องให้เขามาร่วมเป็นทีมเดียวกัน</p>
<p>มีน้องท่านหนึ่งมาทำงานวันแรก เขาจะใส่เสื้อแจ็คเกตปิดบังแขนไว้ แต่พี่ ๆ ที่ดูแลเข้าใจมาก ๆ เรื่อง Inclusive Culture หลัง ๆ เขาไม่ต้องซ่อนเลย เขาสามารถภูมิใจในร่างกาย ความสามารถของเขา เราไม่ได้ไปโฟกัสที่จุดนั้น เราโฟกัสที่ความสามารถ</p>
<p>เป้าหมายลำดับถัดไปของเราคือ พนักงานทั้ง 8,000 คนต้องผ่านการอบรมเรื่องอคติและการเหมารวม ถ้าเราจะเดินหน้าต่อเรื่อง Diversity นี่คือ Mind Set ที่ต้องมี อยากให้ทุกคนที่นี่มีความตระหนักรู้ ระมัดระวังเรื่องอคติ ถ้าเราไม่ให้ความสำคัญกับคน ถ้าเราไม่ดูแลเขา เราจะไม่ประสบความสำเร็จเลย</p>
<h2>ในอนาคต Michelin จะรับพนักงานผู้พิการเพิ่มอีกหรือไม่</h2>
<p><strong>ปาริชาติ: </strong>เรามีเป้าหมายว่าจะรับเพิ่มขึ้นค่ะ ตอนนี้เรามี Disability Ambassador อยู่ในทุกโรงงาน เราสร้าง Network ให้คนที่มีความเชื่อเรื่องนี้มาแชร์ มาสร้างแรงบันดาลใจ เราไม่ได้ทำแบบปูพรม แต่เราสนับสนุนให้โรงงานที่พร้อมเริ่มก่อน และเขากลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับโรงงานอื่น ๆ ต่อไปให้ได้เรียนรู้และพัฒนาไปด้วยกัน</p>
<p>เราอาจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ แต่เราทำงานร่วมกันกับองค์กรภายนอก คู่กันไปกับการจ้างคนพิการมาทำงานกับเราโดยตรง เราเซ็น MOU กับมูลนิธิเมาไม่ขับ เพื่อรับผู้พิการที่ได้รับผลจากอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับให้เข้ามาร่วมงานด้วยเป็นจำนวนเกือบ 30 คนต่อปี</p>
<p>เนื่องจากเราทำธุรกิจด้าน Mobility เรารณรงค์เรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนอยู่แล้ว พนักงานเหล่านี้จึงมาช่วยเป็น Ambassador เรื่อง Safe Mobility ที่ออกไปให้ความรู้ในชุมชนภายนอกเพื่อรณรงค์เรื่องนี้ในนามของ Michelin</p>
<h2>ผลของการทำงานที่ผ่านมา ทำให้ Michelin ได้รางวัล Best Companies To Work For in Asia 2022 จาก HR Asia รางวัลนี้มีความหมายอย่างไรบ้าง</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31952 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-_81_.webp" alt="“พนักงานคือกุญแจสำคัญ สำหรับความยั่งยืนของ Michelin” สนทนากับ ปาริชาติ ประจันพาณิชย์ HR ผู้ไม่หยุดดูแลพนักงาน เพื่อความสำเร็จและความสุข" width="600" height="370" title="“พนักงานคือกุญแจสำคัญ สำหรับความยั่งยืนของ Michelin” สนทนากับ ปาริชาติ ประจันพาณิชย์ HR ผู้ไม่หยุดดูแลพนักงาน เพื่อความสำเร็จและความสุข 639" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-_81_.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/HREX-Cover-_81_-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ปาริชาติ:</strong> เราไม่<strong>เคย</strong>คิดว่าเรา<strong>ทำ</strong>ดีที่สุด<strong>แล้ว</strong> เรามีสิ่งที่ต้องพัฒนาและปรับปรุง<strong>ให้ดียิ่งขึ้น</strong>ทุกวัน เพราะความต้องการของพนักงาน ความคาดหวัง โลกภายนอกเปลี่ยนไปเสมอ<strong>ทุกวันเช่นกัน</strong></p>
<p>อย่างไรก็ตามรางวัลนี้อาจบอกว่าเรากำลังเดินมาถูกทางแล้ว เราปรารถนาจริง ๆ ที่จะทำให้ทุกโรงงาน ทุกออฟฟิศของ <strong>Michelin</strong> เป็น Best Company to Work For</p>
<p>สำหรับพนักงาน เรา<strong>คิดตลอดเวลาเรื่อง</strong> Employee Development <strong>และ </strong>Employee Experience ตั้งแต่แคนดิเดตผ่านสัมภาษณ์งานกับเรา <strong>เราอยากเห็น</strong>เข<strong>ามีความสุข</strong> มีการเรียนรู้ที่ดี  เติบโต <strong>และประสบความสำเร็จตามฝันที่ Michelin</strong></p>
<p>เราเน้นเรื่องนี้เพราะหมายถึงการที่พนักงานมี Motivation อยากเรียนรู้ อยากพัฒนาตนเอง แสดงว่าเขามี Passion ที่จะทำให้วันพรุ่งนี้ดีกว่าวันนี้<strong> และเราก็อยากทำให้ Michelin มีวันพรุ่งนี้ดีกว่าวันนี้เช่นกัน</strong></p>
<p>ความสำเร็จ<strong>จากรางวัลนี้ไม่ได้</strong>เกิดขึ้นจาก HR เท่านั้น รางวัลนี้เกิดขึ้นจากพนักงานของเราทุกคน เราเห็นพนักงานทั้ง 8,000 คนมีความภาคภูมิใจในบริษัทฯ ทุกคนเชื่อสิ่งดียวกัน และเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน</p>
<p>ต้องขอบคุณ HR Asia ที่มอบรางวัลนี้ให้เรา ถือเป็นการ Recognize ในความร่วมมือของพนักงานทุกคนใน<b> Michelin </b>ว่าเราให้ความสำคัญกับ People อย่างแท้จริง แต่เมื่อได้รางวัลแล้ว เราก็จะไม่หยุดทำต่อ ทุกวันนี้ยังมีความท้าทายใหม่ ๆ เข้ามาเสมอ ถ้าเราหยุดเมื่อไหร่ เท่ากับว่าเราจะถอยหลังทันที</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31960" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/Copy-of-IMG_0629-683x1024.webp" alt="“พนักงานคือกุญแจสำคัญ สำหรับความยั่งยืนของ Michelin” สนทนากับ ปาริชาติ ประจันพาณิชย์ HR ผู้ไม่หยุดดูแลพนักงาน เพื่อความสำเร็จและความสุข" width="551" height="825" title="“พนักงานคือกุญแจสำคัญ สำหรับความยั่งยืนของ Michelin” สนทนากับ ปาริชาติ ประจันพาณิชย์ HR ผู้ไม่หยุดดูแลพนักงาน เพื่อความสำเร็จและความสุข 640" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/Copy-of-IMG_0629-683x1024.webp 683w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/Copy-of-IMG_0629-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/08/Copy-of-IMG_0629-scaled.webp 1707w" sizes="(max-width: 551px) 100vw, 551px" /></p>
<h2>ในทัศนะของคุณ ทำไม HR ถึงสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนในองค์กร Michelin ผ่าน People ได้</h2>
<p><strong>ปาริชาติ: </strong>ความยั่งยืนของ Michelin ขึ้นอยู่กับ 3 ด้านได้แก่ People, Profit &amp; Planet ถ้าปราศจาก People เราก็ไม่สามารถ Contribute ให้เกิด Profit และสิ่งดี ๆ ต่อ Planet ได้เลย</p>
<p>เราตระหนักดีว่า People คือศูนย์กลางของเรา แต่ HR ไม่ใช่หน่วยงานที่ดูแล People เพียงฝ่ายเดียว เราต้องทำงานเป็นพาร์ทเนอร์ของธุรกิจ สนับสนุนการบริหาร การดูแลและพัฒนาพนักงานอย่างดีที่สุด</p>
<p>หาก HR เข้าใจความคาดหวังของธุรกิจอย่างแท้จริงแล้วปรับตนเอง พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เราจึงจะสามารถเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีเพื่อร่วมกันพัฒนาคนพัฒนาองค์กรของเราให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้ และนั่นคือหัวใจสำคัญที่สุดของ HR</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="“พนักงานคือกุญแจสำคัญ สำหรับความยั่งยืนของ Michelin” สนทนากับ ปาริชาติ ประจันพาณิชย์ HR ผู้ไม่หยุดดูแลพนักงาน เพื่อความสำเร็จและความสุข 641" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://th.hrnote.asia/story/michelin-interview-230818/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Elabram บริษัท HR Solution จากมาเลเซีย ที่ยึดมั่นเรื่องคน การสื่อสาร และการโอบรับความแตกต่างที่สวยงาม</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/elabram-mikel-yaw-interview-230726/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jul 2023 15:21:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Elabram]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/elabram-mikel-yaw-interview-230726/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT จากองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นแบบบังเอิญ 23 ปีต่อมา ไมเคิล ยอว์ Group Managing Director นำพา Elabram บริษัทจากมาเลเซียให้กลายเป็นองค์กรผู้ให้บริการ HR Solution ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก จนได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia 2022 จาก HR Asia ไปครอง สิ่งที่คุณไมเคิล ให้ความสำคัญในการบริหาร Elabram คือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี สนับสนุนความคิดที่ดี และความหลากหลาย แม้อาจมีกำแพงด้านภาษาคอยกั้นอยู่บ้าง แต่ตัวเขาและพนักงานจะต้องไม่หยุดเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างไป ไม่ว่าจะในบริษัทเล็กหรือใหญ่ก็ตาม คุณไมเคิล ยืนยันว่าใน Elabram ให้ความสำคัญกับการสื่อสารกันเสมอ ไม่ว่าจะวิธีใดก็ตาม เพราะการสื่อสารคือรากฐานขององค์กร และเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยส่งมอบคุณค่าดี ๆ ไปถึงลูกค้าได้ คุณไมเคิล ยืนยันว่า การทำให้คนเก่งมีความสามารถ (Talent) อยากทำงานร่วมกับ Elabram ไปนาน ๆ นั้นไม่ง่ายเลย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>จากองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นแบบบังเอิญ 23 ปีต่อมา ไมเคิล ยอว์ Group Managing Director นำพา Elabram บริษัทจากมาเลเซียให้กลายเป็นองค์กรผู้ให้บริการ HR Solution ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก จนได้รับรางวัล Best Companies To Work For in Asia 2022 จาก HR Asia ไปครอง</li>
<li>สิ่งที่คุณไมเคิล ให้ความสำคัญในการบริหาร Elabram คือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี สนับสนุนความคิดที่ดี และความหลากหลาย แม้อาจมีกำแพงด้านภาษาคอยกั้นอยู่บ้าง แต่ตัวเขาและพนักงานจะต้องไม่หยุดเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างไป</li>
<li>ไม่ว่าจะในบริษัทเล็กหรือใหญ่ก็ตาม คุณไมเคิล ยืนยันว่าใน Elabram ให้ความสำคัญกับการสื่อสารกันเสมอ ไม่ว่าจะวิธีใดก็ตาม เพราะการสื่อสารคือรากฐานขององค์กร และเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยส่งมอบคุณค่าดี ๆ ไปถึงลูกค้าได้</li>
<li>คุณไมเคิล ยืนยันว่า การทำให้คนเก่งมีความสามารถ (Talent) อยากทำงานร่วมกับ Elabram ไปนาน ๆ นั้นไม่ง่ายเลย ดังนั้น HR มีบทบาทสำคัญมากในการช่วยเติมเต็มองค์กร ช่วยเสริมสร้างความรู้ความสามารถ เพิ่มความผูกพันในองค์กร และสร้างประสบการณ์ทำงานที่ดี มิฉะนั้นจะไม่สามารถแข่งขันทางธุรกิจได้</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31192 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/Untitled.webp" alt="Elabram บริษัท HR Solution จากมาเลเซีย ที่ยึดมั่นเรื่องคน การสื่อสาร และการโอบรับความแตกต่างที่สวยงาม" width="600" height="370" title="Elabram บริษัท HR Solution จากมาเลเซีย ที่ยึดมั่นเรื่องคน การสื่อสาร และการโอบรับความแตกต่างที่สวยงาม 649" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/Untitled.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/Untitled-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>บริษัทด้าน HR Solution มีหน้าที่ช่วยเหลือและยกระดับการทำงานของ HR ขององค์กรภายนอก องค์กรลูกค้า ให้ทำงานอย่างมีความสุข และเป็นองค์กรที่น่าอยู่ แต่ก็น่าสงสัยว่า บริษัท HR Solution ที่ส่งเสริมให้องค์กรของตัวเองทำงานอย่างมีความสุข และน่าร่วมงานด้วยล่ะ มีที่ไหนบ้าง ?</p>
<p>Elabram Thailand อาจเป็นคำตอบที่ใช่ ที่ถูกคนมองหา เพราะนี่คือบริษัท HR Outsource ชั้นแนวหน้าที่ให้บริการด้านต่าง ๆ เพื่อยกระดับงานบริหารทรัพยากรบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการ Recruitment, Manpower Solution, Payroll Service และ HR System เป็นต้น</p>
<p>Elabram ก่อตั้งโดยคุณ ไมเคิล ยอว์ (Mikel Yaw) Group Managing Director ชาวมาเลเซีย ที่เริ่มต้นบริษัทจากการทำธุรกิจการสื่อสาร โทรคมนาคม ก่อนที่ความสนใจในเรื่องการพัฒนาคนจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น และนำพา Elabram ให้กลายเป็น HR Service ที่ได้ใจลูกค้าจำนวนมาก</p>
<p>และนั่นก็ทำให้ Elabram ได้รางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener">Best Companies To Work For in Asia 2022</a> จาก HR Asia ไปครอง</p>
<p>เพราะเหตุใด Elabram ถึงเป็นองค์กรที่ผู้คนอยากร่วมงานด้วย HREX ได้ไปพูดคุยกับคุณไมเคิล ยอว์ มาแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์แก่คนทำงานสาย HR รวมถึงคนเป็นผู้นำทุกคนเช่นกัน</p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">ทำไมคุณถึงตัดสินใจก่อตั้ง Elabram เมื่อปี 1999</span></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31210 size-large" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/ezgif.com-gif-maker-1024x575.webp" alt="Elabram บริษัท HR Solution จากมาเลเซีย ที่ยึดมั่นเรื่องคน การสื่อสาร และการโอบรับความแตกต่างที่สวยงาม" width="1024" height="575" title="Elabram บริษัท HR Solution จากมาเลเซีย ที่ยึดมั่นเรื่องคน การสื่อสาร และการโอบรับความแตกต่างที่สวยงาม 650" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/ezgif.com-gif-maker-1024x575.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/ezgif.com-gif-maker-300x168.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/ezgif.com-gif-maker-768x431.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/ezgif.com-gif-maker-1536x862.webp 1536w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/ezgif.com-gif-maker.webp 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><strong>ไมเคิล:</strong> จุดเริ่มต้นตอนนั้นบังเอิญมากครับ ผมก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้นมาพร้อมกับน้องชาย ซึ่งตอนนั้นน้องชายผมทำงานอยู่ต่างประเทศเป็น Telecom Engineer Consultant เราจำเป็นต้องตั้งบริษัทเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินในนามนิติบุคคล พอตั้งขึ้นมาแล้ว ก็เลยเริ่มงานด้านการสื่อสาร</p>
<p>ผมเข้ามาดูแลเรื่องการบริหารคน เราทำงานเต็มที่ มอบคุณค่าให้กับบริการที่เรามีส่งไปถึงลูกค้า ตอนนั้นผมยังเด็กมาก ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่างานบริหารคนที่ทำอยู่มันคืองาน HR ผมคิดแค่ว่าผมได้ช่วยเหลือเพื่อน พี่น้อง เพื่อสร้างคุณค่าบางอย่างขึ้นมา แล้วพอผมตระหนักว่าเรื่องคนคือปัจจัยสำคัญ คนนี่แหละที่จะช่วยสร้างความยั่งยืนมากกว่าสิ่งใด เราจึงอยากโฟกัสงานด้านนี้มากขึ้น พอมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจ ก็เลยเกิดเป็น Elabram ขึ้นมาจนถึงปัจจุบันครับ</p>
<p>เราเริ่มเข้าหาบริษัทใหญ่ ๆ หลายแห่งเพื่อหาเงินทุน จากนั้นเราก็มอบ Manpower Solution ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าในธุรกิจโทรคมนาคม พอทำงานไปเรื่อย ๆ เราก็เข้มแข็งขึ้น ได้เรียนรู้ ได้โอกาสทำสิ่งดี ๆ น่าสนใจเสมอ และจุดเด่นของเราคือ เรามีกำลังคน (Manpower) เรารู้ขั้นตอน กระบวนการทำงาน และความรู้ทางเทคนิคด้านโทรคมนาคม รู้ว่าต้องจ้างคนแบบไหน ต้องเทรนคนแบบไหน อย่างไร ต้องคัดกรองผู้สมัครงานอย่างไร นานวันเข้า เราก็มีฐานข้อมูลผู้สมัครงาน โดยเฉพาะสายโทรคมนาคมเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>การทำ HR Outsourcing เราสามารถช่วยให้ลูกค้าของเราได้รับบริการที่มีคุณภาพตามที่ต้องการ เราดูแลเรื่องการทำเงินเดือน การดูแลพนักงานอย่างดี และเราสร้างทีมที่สามารถดูแลลูกค้าอย่างเต็มที่ได้ 23 ปีที่ทำงานมา จากวันที่เราทำงานแบบอนาล็อก จนมาสู่ดิจิทัล เราเดินทางมาไกลมาก ไม่แพ้การพัฒนาของเทคโนโลยีเลยครับ</p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">Elabram เริ่มต้นจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติมาก คุณนำข้อดีด้านนั้นมาปรับใช้ในองค์กรอย่างไรบ้าง</span></h2>
<p><strong>ไมเคิล:</strong> เราก่อตั้งบริษัทในฐานะบริษัทของประเทศมาเลเซีย พอมาเลเซียมีความหลากหลายสูงมากอยู่แล้ว ก็ส่งผลมาถึงความหลากหลายในองค์กรด้วย ตอนที่เราสร้างทีม เรามีคนหลายเชื้อชาติอยู่ในองค์กรทุกที่ ไม่ว่าจะมาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ หรือที่ไหนก็ตาม ที่ระดับจูเนียร์ ขึ้นมาเป็นซีเนียร์ ขึ้นเป็นไดเรคเตอร์</p>
<p>เราเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหาทุกวัฒนธรรม เรียนรู้ทุกภาษา การเรียนรู้ไม่เคยสิ้นสุดครับ และเรายังต้องทำงานหนักไปพร้อม ๆ กับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี สนับสนุนความคิดที่ดี และความหลากหลาย</p>
<p>เพราะเราเป็นบริษัทด้าน HR เราดูแลเรื่องคน เราจึงพยายามสร้างความสุขให้เกิดขึ้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมคิดว่าพนักงานที่ Elabram ชอบและสนุกไปกับเทศกาลของวัฒนธรรมที่แตกต่างไป พวกเขาอยากเข้าใจ อยากปรับตัวเข้าหา อยากทำสิ่งที่ถูกต้อง ด้วยความเคารพซึ่งกันและกันในความแตกต่าง เช่น เรื่องศาสนาและความเชื่อครับ</p>
<p>ดังนั้นไม่ว่าจะมีเทศกาลอะไร เราก็เฉลิมฉลองด้วยกัน เรามองไปข้างหน้าร่วมกันเพราะทุกคนต่างเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม พนักงานที่นี่จะไม่บอกว่า “ฉันไม่ต้อนรับวัฒนธรรมคุณ เพราะฉันมีเหตุผลของฉัน” ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องดีที่เกิดขึ้นที่นี่</p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">Elabram บริหารจัดการความหลากหลายของพนักงานทั้งหมดอย่างไรบ้าง</span></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31195 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/1-1.webp" alt="Elabram บริษัท HR Solution จากมาเลเซีย ที่ยึดมั่นเรื่องคน การสื่อสาร และการโอบรับความแตกต่างที่สวยงาม" width="600" height="422" title="Elabram บริษัท HR Solution จากมาเลเซีย ที่ยึดมั่นเรื่องคน การสื่อสาร และการโอบรับความแตกต่างที่สวยงาม 651" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/1-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/1-1-300x211.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ไมเคิล:</strong> พอพนักงานมีความหลากหลาย แน่นอนครับว่าการจัดการก็จะยาก ถึงแม้เราจะเป็นองค์กรด้าน HR แต่ก็อาจพบเจอปัญหาได้ เช่น ปัญหาเรื่องการสื่อสาร การไม่อยากสื่อสารกัน ดังนั้นเราหาวิธีช่วยให้ทุกคนสื่อสารกัน พูดคุยกันเสมอ</p>
<p>จากประสบการณ์ของผม พบเจอปัญหาเรื่องการสื่อสารเยอะมาก ในบริษัทใหญ่ ๆ ที่เติบโตเร็ว ผู้คนไม่มีเวลามาสื่อสารกัน พวกเขาลงมือทำงานไปเลย แต่ผลก็คือเมื่อคุณไม่สื่อสารกับคนในทีม เมื่อทีมไม่สื่อสารระหว่างกัน งานก็จะมีปัญหาเสมอ พนักงานจะทำงานพลาด พนักงานขาดความรู้สึกผูกพันเชื่อมโยงถึงกัน ถ้าพวกเขาทำผลงานได้ไม่ดี เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะโทษกัน ดังนั้นยังไงก็ต้องเริ่มจากการพูดคุยสื่อสารกันก่อน</p>
<p>ไม่ว่าจะในบริษัทเล็กหรือใหญ่ก็ตาม เราต้องไม่ลืมพูดคุยสื่อสารกันเสมอ มิฉะนั้นรากฐานขององค์กรจะพังตั้งแต่วันแรก จะสื่อสารวิธีไหนก็ได้ไม่ว่าจะผ่านคำพูด การเขียน จะคุยซึ่งหน้า หรือจะคุยผ่านโลกเสมือนก็ได้ แต่เราจำเป็นต้องพูดคุยกัน มีปฏิสัมพันธ์กันทั้งกับคนในองค์กร และกับลูกค้าของเรา มันสำคัญมากครับ</p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">พอทำงานกับคนหลายเชื้อชาติใน Elabram รวมถึงคนไทยด้วย คุณคิดว่าคนไทยมีจุดเด่นหรือความแตกต่างอย่างไรเมื่อเทียบกับคนชาติอื่น</span></h2>
<p><strong>ไมเคิล:</strong> ไทยมีวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งและเป็นเอกลักษณ์มากครับ แต่ภาษาก็ถือเป็นกำแพงสำคัญด้วย ในฐานะที่ผมเป็นชาวมาเลเซีย การสื่อสารกับคนในประเทศอื่น ๆ เช่น อินโดนิเซีย จะง่ายกว่า เพราะภาษาและวัฒนธรรมจะมีความคล้ายคลึงกัน ที่ฟิลิปปินส์กับสิงคโปร์ก็เหมือนกันครับ แต่พอเป็นที่ไทย วัฒนธรรมไทยและภาษาไทยอาจเข้าใจยากกว่าที่อื่น แต่การจะเข้าใจได้ก็ต้องศึกษา สื่อสาร หมั่นเรียนรู้เสมอ</p>
<p>นี่คือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย เรื่องวิธีการพูด คำศัพท์ที่ใช้สื่อสาร เป็นเรื่องดีครับที่ผมได้เรียนรู้และทำความเข้าใจ แม้จะยังไม่เข้าใจถ่องแท้เสียทีเดียวก็ตาม แต่ก็เป็นรากฐานสำคัญ</p>
<p>ดังนั้น หากต้องการให้การทำงานราบรื่น เราก็ควรต้องมีความรู้เท่าทันเรื่องวัฒนธรรมที่แตกต่างด้วยครับ มิฉะนั้นอาจสื่อสารผิดพลาดได้</p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">เห็นใน Linkedin ของคุณ มีหลายคนชื่นชมคุณหลายอย่างว่าเป็นผู้นำที่ดี มีความเป็นมืออาชีพ อะไรคือเคล็ดลับสำคัญของการเป็นผู้นำที่ดีใน Elabram</span></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31197 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/3-1.webp" alt="Elabram บริษัท HR Solution จากมาเลเซีย ที่ยึดมั่นเรื่องคน การสื่อสาร และการโอบรับความแตกต่างที่สวยงาม" width="600" height="400" title="Elabram บริษัท HR Solution จากมาเลเซีย ที่ยึดมั่นเรื่องคน การสื่อสาร และการโอบรับความแตกต่างที่สวยงาม 652" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/3-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/3-1-300x200.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ไมเคิล:</strong> ผมคิดว่าการเป็น<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190605-leadership/"><span style="font-weight: 400;">ผู้นำที่ดี</span></a> คือการพร้อมที่จะรับใช้ ช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นอย่างจริงใจ บางครั้งเราจะกังวลว่า ถ้าทำอะไรเพื่อคนอื่นแล้ว พวกเขาจะรู้สึกดีรึเปล่านะ แต่ผมเชื่อว่าเราไม่ควรคิดอย่างนั้น การทำดีกับผู้อื่นแม้เพียงแค่นิดเดียว ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดี ๆ ที่จะตามมาอีกมากมายได้แล้ว</p>
<p>ดังนั้น การเป็นผู้นำจะต้องมาพร้อมความตั้งใจช่วยเหลือผู้อื่น ยิ่งเราทำงานบริการผู้คน เราเชื่อมต่อเข้าหากับผู้คน เราก็ต้องช่วยเหลือและให้บริการสุดความสามารถ อย่างที่ทีม HREX เข้ามาพูดคุยสัมภาษณ์ผมในวันนี้ ผมก็จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแชร์ประสบการณ์ของทั้งตัวผมและทีมให้เกิดประโยชน์ที่สุด นั่นคือสิ่งที่ผมหวังไว้ครับ</p>
<p>จากปรัชญาการทำงานของผม การทำสิ่งที่อยากทำ ทำด้วยความจริงใจและเปี่ยมด้วย Passion ผลที่ออกมาย่อมดีเสมอครับ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถทำแบบนั้นได้ มันไม่ง่ายครับ</p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">สถานการณ์โรคโควิด-19 ผ่อนคลายแล้ว คุณนำพา Elabram ผ่านวิกฤตินั้นมันมาได้อย่างไร</span></h2>
<p><strong>ไมเคิล:</strong> ผมคิดว่าในทุกสถานการณ์มีทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี ช่วงโควิด พอเกิดการล็อคดาวน์ ทุกอย่างหนุดนิ่งไปหมด ทุกคนกังวลเกี่ยวกับงาน เกี่ยวกับธุรกิจของตัวเองว่าจะยังทำได้ต่อไหม จะทำงานบนโลกเสมือนอย่างไร ข้อดีคือ เราได้ลองปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานหลายอย่างครับ และเราต้องไว้เนื้อเชื่อใจคนในทีมที่จะต้องทำงานกันคนละแห่งหนด้วย</p>
<p>พอหมดยุคโควิด ทุกคนก็กลับมาทำงานกันตามปกติ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนอยากทำงานในรูปแบบเดิม ๆ เพราะพวกเขาอยากทำงานบ้าน บางองค์กรอาจอนุญาตให้ทุกคนทำงานที่บ้านได้ บางองค์กรให้กลับมาทำงานที่ออฟฟิศเท่านั้น แต่คนไม่อยากกลับมาแล้ว เพราะเขาทำงานที่บ้านจนชินแล้ว จนรู้ข้อดีของมันแล้ว</p>
<p>ในมุมมองของผม การ Work From Home เป็นเรื่องดี แต่ไม่ว่าจะทำงานที่บ้าน ที่ออฟฟิศ หรือที่ไหนก็ตาม ขอแค่คุณทำงานได้ดี ส่งมอบงานได้ตามกำหนดก็ไม่มีปัญหา อย่าลืมว่าเรายังมีคู่แข่งทางธุรกิจที่ต้องแข่งขันด้วย ดังนั้นยังต้องทำผลงานให้ดี มิเช่นนั้นบริษัทก็ไปต่อไม่ได้</p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">ในฐานะที่ Elabram ทำงานด้าน HR Solution พนักงานของคุณต้องพัฒนาอะไรบ้างเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงแข็งแรงต่อตนเอง องค์กร และลูกค้า</span> <!-- --></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31201 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/4-1.webp" alt="Elabram บริษัท HR Solution จากมาเลเซีย ที่ยึดมั่นเรื่องคน การสื่อสาร และการโอบรับความแตกต่างที่สวยงาม" width="600" height="400" title="Elabram บริษัท HR Solution จากมาเลเซีย ที่ยึดมั่นเรื่องคน การสื่อสาร และการโอบรับความแตกต่างที่สวยงาม 653" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/4-1.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/4-1-300x200.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ไมเคิล:</strong> ผมคิดว่าการหมั่นเรียนรู้ตลอดเวลาคือปัจจัยสำคัญ การไม่หยุดพัฒนาตนเอง การมีแรงจูงใจที่จะทำสิ่งที่ท้าทายความสามารถของตัวเองเรื่อย ๆ จะยิ่งเสริมสร้างคุณค่าในตัวพวกเขามากขึ้น ต่อทั้งตัวเอง องค์กรและลูกค้า พนักงานของเราเริ่มตระหนักแล้วว่าหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป พวกเขาต้อง Upskill-Reskill ตลอดเวลา องค์กรก็ต้องมีบทบาทสนำคัญที่จะช่วยพัฒนาพนักงานด้วยครับ แต่ถ้าองค์กรไม่ทำหน้าที่นั้น พนักงานก็ต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเอง</p>
<p>ผมคิดว่าในการปฏิบัติงานแต่ละครั้ง เราจะเห็นช่องว่างที่สามารถเติมเต็ม พัฒนาต่อได้ คุณจะรู้ว่าตัวคุณขาดอะไร ต้องปรับปรุงอะไร ต้องเพิ่มอะไร เราก็ต้องหาวิธี หาระบบที่จะมาสนับสนุนให้พวกเขาพัฒนาได้ ทั้งโปรแกรมการเทรนนิ่ง เพื่อให้แก้ไขปัญหาในวันนี้ได้ทันท่วงที และเราพยายามมองไปถึงอนาคตข้างหน้าเสมอว่า เราจะต้องแก้ปัญหาอะไร ต้องป้องกันอะไรไม่ให้เกิดขึ้นครับ</p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">คุณมองอนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้า ว่าวงการ HR ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง</span></h2>
<p><strong>ไมเคิล:</strong> ผมคิดว่าพอปีนี้มี ChatGPT มันบ่งชี้ว่าเทรนด์ของ AI กำลังมา และมันจะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว AI จะเข้ามาช่วยในการทำงาน ช่วยลดช่องว่างระหว่างผู้คน ทำให้เกิดความผูกพันกันมากขึ้น เทคโนโลยีจะเข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิตคนเราเสมอ</p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">งาน HR สำคัญต่อ Elabram แค่ไหน และ HR จะสนับสนุนให้เกิดการเติบโตในองค์กรได้อย่างไร</span> <!-- --></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31204 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/IMG_9339.webp" alt="Elabram บริษัท HR Solution จากมาเลเซีย ที่ยึดมั่นเรื่องคน การสื่อสาร และการโอบรับความแตกต่างที่สวยงาม" width="600" height="400" title="Elabram บริษัท HR Solution จากมาเลเซีย ที่ยึดมั่นเรื่องคน การสื่อสาร และการโอบรับความแตกต่างที่สวยงาม 654" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/IMG_9339.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/IMG_9339-300x200.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ไมเคิล:</strong> สำคัญมากครับ ถ้าคุณอยากให้บริษัทเติบโต คุณต้องมีพนักงานมากความสามารถ เป็นคนที่ใช่ เหมาะสมกับองค์กร คุณต้องดึงดูดคนเก่งให้มาร่วมงานด้วย ไม่ใช่แค่ดึงดูดด้วยเงินเดือนที่สูง แต่ต้องทำให้บริษัทมีอีโคซิสเต็ม ช่วยให้ทุกคนมีประสบการณ์การทำงานที่ดีขึ้น มี Employee Engagement ทำให้คนเก่ง (Talent) อยากอยู่กับองค์กรต่อนาน ๆ</p>
<p>แต่การสร้างประสบการณ์ที่ดีไม่ใช่จะทำได้ง่าย ๆ คุณต้องมีโปรแกรมพัฒนาบุคลากร คุณต้องพร้อมรับฟังฟีดแบ็คจากพนักงาน พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรสื่อสารร่วมกัน สร้างทีมเวิร์คกัน และคุณต้องมองหาเครื่องมือหรือระบบที่จะช่วยให้สามารถทำงานอย่างราบรื่นขึ้นด้วย</p>
<p>การเก็บ Talent ให้อยู่ในองค์กรไม่ง่ายครับ อย่าลืมว่ามันคือการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งหลายคนประสบปัญหาตรงนี้ มีองค์กรภายนอกต้องการใช้บริการ HR Agency แต่ไม่ได้มีแค่เราที่ทำงานนี้ได้</p>
<p>งานของ HR คือการหาให้เจอว่า อะไรคือช่องว่างที่ต้องเติมเต็ม อะไรคือจุดแข็งที่ต้องทำต่อไป แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรดี แล้วผู้คนอยากเข้ามาร่วมงานด้วย งานเหล่านี้ต้องใช้เวลา ถ้าไม่ออกแบบให้ดี ถ้าคิดแค่จ่ายเงินให้ทำงาน จ้างให้อยู่เงียบ ๆ อยู่ในระเบียบ ก้มหน้าก้มตาทำงานไปอย่างเดียว ไม่ได้แล้วครับ เพราะเราทำงานกับคน ตัวเราเองก็คน ๆ หนึ่ง เราต้องมีความเข้าอกเข้าใจคน (Empathy) ต้องให้ความสำคัญเรื่อง Inclusive เพื่อทีม ไม่อย่างนั้นจะไม่มีทางสร้างองค์กรที่ดีได้</p>
<p>เราอาจไม่สามารถเติมเต็มความต้องการของทุกคนได้ เพราะทุกคนต่างมีความต้องการที่แตกต่างกันไป บางองค์กรมีความอนุรักษ์นิยม ซึ่งไม่ใช่สิ่งไม่ดี ไม่ได้หมายความว่าทำงานไม่ได้ แต่เราก็ต้องมองหาความแตกต่าง หลากหลาย เพื่อดึงดูดคนที่หลากหลายด้วย</p>
<p>คนในแวดวงเทคโนโลยีจะชอบจ้างคนที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นคนเปิดกว้างทางความคิด หลายองค์กรจะมีวิธีเลือกคนแตกต่างกันไป ผมได้เรียนรู้จากลูกค้าว่า มันไม่มีสิ่งที่ถูกหรือผิด แต่คำถามสำคัญของผมก็คือ ถ้าคู่แข่งเริ่มทำอะไรที่แตกต่างออกไป จนพนักงานในองค์กรก็เริ่มย้ายไปอยู่กับเขา ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องเริ่มพิจารณาแล้วว่า ตัวเราจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพื่อจะได้เก็บรักษาคนเก่ง ๆ ไว้ในองค์กรต่อไป</p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">Elabram ได้รางวัล Best Companies To Work For in Asia 2022 รางวัลนี้มีความหมายต่อคุณและองค์กรอย่างไร</span></h2>
<p><strong>ไมเคิล:</strong> ผมคิดว่ารางวัลนี้ทำให้ทีมของเรามีความมั่นใจ ทำให้พวกเขาได้รู้ว่าเดินหน้ามาถูกทางแล้ว ซึ่งสำคัญมากครับ และเป็นสิ่งที่บ่งบอกลูกค้าของเราด้วยว่า เรามีสิ่งดี ๆ ที่พวกเขาสามารถพึ่งพาได้ พวกเขาเชื่อใจเราได้ และเราจะไม่แค่ชนะรางวัลแล้วก็ลืมมันไป แต่เราจะรักษามาตรฐานต่อไปเรื่อย ๆ พัฒนาไปสู่ก้าวต่อไปที่สูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง</p>
<p>พนักงานทุกคนที่ Elabram รวมถึงผมเรียนรู้ว่า ไม่ผิดที่จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้คนทั้งโลกรับรู้ ว่าลูกค้าจะได้พบประสบการณ์ที่หลากหลาย แต่เราต้องมั่นใจด้วยว่า เราจะมอบประสบการณ์ที่ใช่ต่อลูกค้า รวมถึงเพื่อพนักงานของเราเองด้วยครับ</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="Elabram บริษัท HR Solution จากมาเลเซีย ที่ยึดมั่นเรื่องคน การสื่อสาร และการโอบรับความแตกต่างที่สวยงาม 655" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ออฟฟิศคือบ้านหลังที่ 2 ของพนักงาน” คุยกับ ณิศรา ถกลศรี จาก NEO Corporate </title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/interview-neo-corporate-230515/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Jul 2023 13:40:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[NEO Corporate]]></category>
		<category><![CDATA[ณิศรา ถกลศรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/interview-neo-corporate-230515/</guid>

					<description><![CDATA[คุยกับคุณ ณิศรา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าบริหาร NEO Corporate ถึงแนวคิดการพัฒนาบุคลากรอันโดดเด่น กระทั่งได้รับรางวัล Best Companies To Work For จาก HR Asia ประจำปี 2022 เคล็ดของที่นี่คืออะไร หาคำตอบได้จากบทสัมภาษณ์นี้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">NEO Corporate มีแนวการสร้างสำนักงานให้เป็นบ้านหลังที่สอง ณิศรา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าบริหาร เล่าว่าองค์กรพร้อมดึงดูดคนที่อยากทำงานและรู้สึกสนุกกับงานอยู่เสมอให้มาร่วมงานกับบ้านหลังนี้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คำว่าทีมเวิร์คของ NEO Corporate ไม่ใช่การนั่งทำงานร่วมกัน แต่คือการที่ทุกคนเห็นเป้าหมายเดียวกัน และช่วยกันผลักดันให้ไปถึงเป้าหมายนั้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เทรนด์อนาคตที่ NEO Corporate สนใจคือ Gig Economy เพราะจะทำให้องค์กรได้สัมผัส Talent ใหม่ ๆ ใน Pool ที่กว้างขึ้น ทั้งยังทำให้เจอความสามารถหรือองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่องค์กรยังไม่เคยมี</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31621 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/คุยกับ-ณิศรา-ถกลศรี-จาก-NEO-Corporate-Cover.jpg" alt="“ออฟฟิศคือบ้านหลังที่ 2 ของพนักงาน” คุยกับ ณิศรา ถกลศรี จาก NEO Corporate " width="600" height="370" title="“ออฟฟิศคือบ้านหลังที่ 2 ของพนักงาน” คุยกับ ณิศรา ถกลศรี จาก NEO Corporate  656" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/คุยกับ-ณิศรา-ถกลศรี-จาก-NEO-Corporate-Cover.jpg 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/คุยกับ-ณิศรา-ถกลศรี-จาก-NEO-Corporate-Cover-300x185.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละคนมีความหมายของคำว่า “บ้าน” ต่างกัน แต่ทุกบ้านย่อมมี “คน” เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้บ้านนั้นมีความหมายมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต่างอะไรกับแนวคิดของบริษัท</span><b> นีโอ คอร์เปอเรท จำกัด (NEO Corporate) </b><span style="font-weight: 400;">ผู้นำด้านสินค้าอุปโภคมาตรฐานสากล เจ้าของแบรนด์ดัง อาทิ Fineline, D-nee, BeNice, Smart, Eversence, Tros ฯลฯ ที่ตั้งใจสร้างสำนักงานให้เปรียบเสมือน “บ้านหลังที่สอง” เพื่อให้พนักงานทุกคนมีความสุขที่สุดในการทำงานแต่ละวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX.asia ได้คุยกับคุณ </span><b>ณิศรา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าบริหาร NEO Corporate</b><span style="font-weight: 400;"> ถึงแนวคิดการพัฒนาบุคลากรอันโดดเด่น กระทั่งได้รับรางวัล </span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Best Companies To Work For</span></a><span style="font-weight: 400;"> จาก HR Asia ประจำปี 2022 เคล็ดของที่นี่คืออะไร หาคำตอบได้จากบทสัมภาษณ์นี้</span></p>
<h2><b>ที่ผ่านมาหลายบริษัทเผชิญหน้ากับวิกฤต COVID-19 ทางด้าน NEO Corporate รับมือกับสถานการณ์นั้นอย่างไรบ้าง ?</b></h2>
<p><b>ณิศรา:</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องบอกว่าทุกคนในนีโอปรับตัวและเหนื่อยกันทุกคน แต่มันเป็นความท้าทายค่ะ เพราะสถานการณ์โควิดได้เปลี่ยนธรรมชาติ (Nature) ของบริษัทไปเลย จากที่เราต้องเข้าออฟฟิศเช้า-เย็น กลายเป็น Remote Working เปลี่ยนจากเจอกัน Face-to-face กลายเป็นเจอกันใน MS Teams หรือ Zoom แทน แถมเปลี่ยนในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งทำให้เกิดอาการช็อก เราจึงกระจายอำนาจไปทาง Head Team ต่าง ๆ ในการดูแลทีมงานของตนเอง เพราะในช่วงปรับตัวทุกคนพยายามหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เราก็ชัดเจนว่างานเราต้องเดินหน้าต่อไปได้นะ ทุกคนต้องรู้สึกว่าตัวฉัน งานฉันมีความสำคัญ มีคุณค่า (Value) อยู่ และเรายังทำต่อได้ นี่คือสิ่งแรกในการจัดการสถานการณ์โควิดเลยค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนที่สองคือเรื่องอุปกรณ์เสริมหรือเทคโนโลยีต่าง ๆ เนื่องจากบริษัทเราค่อนข้างมีของเล่นในแง่ Infrastructure เยอะ ขออนุญาตเรียกว่าของเล่นนะคะ เราค่อนข้างพร้อมและเปลี่ยนได้เร็ว ก็มีสะดุดบ้างนะคะ แต่ความพร้อมของเราทำให้ทีมงานปรับตัวกันได้เร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอผ่านเรื่องช็อกมาได้ เรื่องสุดท้ายที่เราจะเจอคือธรรมชาติใหม่ขององค์กรที่เปลี่ยนแปลง เราเลยมีการสื่อสาร พูดคุย ให้กำลังใจกันอยู่เสมอในรูปแบบต่างๆ เช่น มีการประชุมย่อยเพื่อคุยกับทีมมากขึ้น มี Morning Talk ออนไลน์ แม้กระทั่งผู้บริหารก็ปรับรูปแบบการสื่อสารเหมือนกัน มีการทำคลิป ทำ Town Hall ออนไลน์ ฯลฯ เราคิดว่าองค์กรของเราก็ปรับตัวได้ทันในสถานการณ์นี้</span></p>
<h2><b>ในพาร์ทโรงงานต่าง ๆ ช่วงนั้นรับมือกับสถานการณ์ COVID-19 อย่างไรบ้าง ?</b></h2>
<p><b>ณิศรา:</b><span style="font-weight: 400;"> หนักค่ะ (หัวเราะ) อย่างที่ทราบกันว่า ธรรมชาติของงานโรงงานคือต้องเข้าไปที่ทำงาน ช่วงนั้นเราก็ออกกฎระเบียบมากมายที่เกิดจากความเข้าใจร่วมกัน เช่น ต้องสวมหน้ากาก ต้องตรวจอุณหภูมิ ต้องใส่ถุงมือ ฯลฯ แน่นอนว่าช่วงแรกไม่มีใครชอบหรอก เพราะไม่เคยมีใครเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่เราก็ขอความร่วมมือทุกคน และค่อย ๆ ปรับกฎระเบียบที่มากหรือน้อยเกินไปจนทุกอย่างลงตัว เรามีการสื่อสารกันค่อนข้างมากทั้งในโรงงานและโรงงานอื่นในแถบเดียวกันเพื่อช่วยและป้องกันโควิดไม่ให้เข้ามาในเขตพื้นที่ของเรา ในขณะเดียวกัน ทีมผู้บริหารได้มีการไปเยี่ยมตามบ้านผู้ร่วมงานต่าง ๆ ด้วย พร้อมนำอุปกรณ์ป้องกันโควิดไปแจกจ่าย เพราะไม่ใช่แค่พนักงานที่ต้องปลอดภัย แต่รวมถึงบุคคลในบ้านของเขาด้วยค่ะที่เราใส่ใจ</span></p>
<h2><b>อะไรคือบทเรียนสำคัญในช่วง COVID-19 ?</b></h2>
<p><b>ณิศรา:</b><span style="font-weight: 400;"> เรื่องแรกคือได้ลองของเล่นใหม่ (หัวเราะ) เช่น พวกเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เราใช้จนชำนาญมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือเราเข้าใจความหมายของคำว่า “ทีมเวิร์ค” (</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190509-team-work/"><span style="font-weight: 400;">Teamwork</span></a><span style="font-weight: 400;">) มากขึ้น เพราะภาพทีมเวิร์คสมัยก่อนโควิดคือการนั่งทำงานด้วยกัน แต่ทีมเวิร์คหลังโควิดคือการสื่อสาร การประสานงาน การทำให้งานสำเร็จแม้ว่าจะไม่ได้เจอหน้ากันก็ตาม เราเลยรู้สึกว่าความหมายของทีมเวิร์คเปลี่ยนไป เพราะไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม ถ้าทุกคนเห็นเป้าหมาย (Goal) เดียวกัน เราก็จะช่วยกันผลักดันให้ไปถึงเป้าหมายนั้นได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31619 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/คุยกับ-ณิศรา-ถกลศรี-จาก-NEO-Corporate-23.jpg" alt="“ออฟฟิศคือบ้านหลังที่ 2 ของพนักงาน” คุยกับ ณิศรา ถกลศรี จาก NEO Corporate " width="600" height="370" title="“ออฟฟิศคือบ้านหลังที่ 2 ของพนักงาน” คุยกับ ณิศรา ถกลศรี จาก NEO Corporate  657" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/คุยกับ-ณิศรา-ถกลศรี-จาก-NEO-Corporate-23.jpg 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/คุยกับ-ณิศรา-ถกลศรี-จาก-NEO-Corporate-23-300x185.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2><b>ล่าสุด NEO Corporate ได้รับรางวัล Best Companies To Work For คิดว่าทำไมบริษัทของคุณถึงเหมาะสมกับรางวัลนี้</b></h2>
<p><b>ณิศรา: </b><span style="font-weight: 400;">ตอบยากนะ (หัวเราะ) เราว่าความหมายของ “Best Companies To Work For” ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เหมือนเราเลือกบ้านค่ะ บ้านบางหลังออกแบบมาดีมาก ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบ้านนั้นเหมาะกับเรา แต่บ้านหลังนี้ที่เป็น Best Companies To Work For เหมาะสำหรับคนกลุ่มหนึ่งที่มีความสุขในการทำงานที่นี่ฉะนั้นตัวรางวัลเองเป็นการคอนเฟิร์มว่า คนของ NEO Corporate เหมาะกับ NEO Corporate จริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนของ NEO Corporate ต้องบ้างานหน่อย ต้องชอบในสิ่งที่ทำอยู่ เราเคยสังเกตว่า คนที่มาทำงานไปวันวันแล้วจบไปมักจะอยู่กับเราไม่นาน ฉะนั้นที่นี่ต้องเอ็นจอยกับสิ่งที่ทำ เพราะงานหนักนะคะ (หัวเราะ) ถ้าไม่เอ็นจอยจะหมดไฟเร็วมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้เราเองก็เอ็นจอยกับเนื้องาน เอ็นจอยกับทีม เอ็นจอยกับสภาพแวดล้อม ทุกวันนี้เราตื่นเช้ามาเรารู้สึกอยากมาทำงาน แต่เสาร์-อาทิตย์ เราก็พักผ่อนเต็มที่ เราว่า NEO Corporate มีคนกลุ่มนี้อยู่เยอะ คนที่อยากมาทำงานและรู้สึกสนุกกับงานค่ะ</span></p>
<h2><b>ทราบมาว่า NEO Corporate มุ่งเน้นถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน สิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงกับการพัฒนาคนอย่างไรได้บ้าง ?</b></h2>
<p><b>ณิศรา: </b><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ การพัฒนาอย่างยั่งยืนของเราพูดในหลากหลายมิติ เช่น ในแง่การพัฒนาสินค้า การพัฒนาระบบการทำงาน และการพัฒนาคน สำหรับเราการพัฒนาอย่างยั่งยืนจึงมีความหมายความว่าคุณต้อง Keep Going อย่างสม่ำเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนในแง่การพัฒนาคนนั้น สิ่งสำคัญคือการสร้างพื้นที่ให้คนกล้าแสดงออกมากขึ้น หลายคนมีความคิดที่ดีนะคะ แต่เขาไม่กล้าแชร์ เก็บไว้กับตัวเอง เราว่าการพัฒนาคนต้องพัฒนาความคิด และเตรียมสภาพแวดล้อมให้เขากล้าแสดงความคิดนั้น ๆ ออกมาด้วย</span></p>
<h2><b>นอกจากนี้ NEO Corporate ยังพยายามสร้าง Happy Workplace ด้วย ?</b></h2>
<p><b>ณิศรา:</b><span style="font-weight: 400;"> ใช่ค่ะ เราอยากให้สำนักงานเปรียบเสมือน “บ้านหลังที่สอง” เพื่อให้ทุกคนมีความสุขที่สุดในการทำงานแต่ละวัน ไม่ได้มาแล้วทำหน้าเคร่งเครียดอย่างเดียว ฉะนั้นออฟฟิศเราจะมีบรรยากาศของการคุยเล่นกันได้ แต่ก็ยังมี Productive อยู่ ไม่ใช่เดินเข้ามาด้วยอาการคอตกและเดินออกไปแบบคอตกเหมือนกัน ดังนั้น Energy ออฟฟิศของเราจึงมีความกระตือรือร้นและสนุกสนานกับงานค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราสร้างบรรยากาศแห่งความสุขพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสำนักงาน เพื่อช่วยให้เกิด Work-Life Flow เรามีทั้ง Co-Working Space ที่ทุกคนสามารถเข้ามาใช้ได้ทุกเมื่อ มีห้องฟิตเนส มีลู่วิ่งบริเวณสนามหญ้า มีแคนทีน และมีร้านกาแฟ รวมทั้งมีการนำผลผลิตจากพืชผักที่ปลูกบนชั้นดาดฟ้ามาปรุงเป็นเมนูพิเศษให้พนักงานอีกด้วย</span></p>
<h2><b>ประเด็นเรื่องความแตกต่าง (DEI) เป็นธีมหลักของรางวัล HR Asia ประจำปี 2022 NEO Corporate มีมุมมองต่อเรื่องความหลากหลายในองค์กรอย่างไร ?</b></h2>
<p><b>ณิศรา:</b><span style="font-weight: 400;"> เราไม่อยากให้องค์กรมี type ของคนแบบเดียว เราอยากได้ความหลากหลายทางความคิด หลากหลายทางคาแรคเตอร์ ซึ่งมันมีคุณค่า (Value) มากกว่า คนของเรามีความหลากหลาย และความหลากหลายเป็นตัวขัดเกลาทำให้เกิดคุณค่าในแต่ละคน  เราไม่ได้อยากให้ทุกคนเป็น Mr. Yes Man กันหมด มีคนไม่เห็นด้วยบ้าง มีมุมมองแตกต่างกันได้ เราชอบตรงนี้ ขอแค่ทุกคนมีจุดประสงค์ร่วมกันค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความหลากหลายของเราอาจไม่ได้ออกเป็นนโยบายหรือเขียนเป็นกระดาษ มันเกิดจากลักษณะการทำงานที่ไม่ปิดกั้น ทุกคนมีสิทธิ์พูด ทุกคนเท่าเทียมกัน และทุกคนสามารถเดินเข้าไปหา CEO ได้เลย</span> <span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าทุกองค์กรมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ซึ่งวัฒนธรรมของ NEO Corporate คือทุกคนพูดคุยกันได้ มีความสัมพันธ์ที่ดี รับฟังกัน และทุกคนชอบในงานที่ตัวเองทำ</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31620 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/คุยกับ-ณิศรา-ถกลศรี-จาก-NEO-Corporate-24.jpg" alt="“ออฟฟิศคือบ้านหลังที่ 2 ของพนักงาน” คุยกับ ณิศรา ถกลศรี จาก NEO Corporate " width="600" height="370" title="“ออฟฟิศคือบ้านหลังที่ 2 ของพนักงาน” คุยกับ ณิศรา ถกลศรี จาก NEO Corporate  658" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/คุยกับ-ณิศรา-ถกลศรี-จาก-NEO-Corporate-24.jpg 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/คุยกับ-ณิศรา-ถกลศรี-จาก-NEO-Corporate-24-300x185.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></h2>
<h2><b>ในเมื่ออนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน คุณคิดว่า HR เตรียมพร้อมรับมือกับอะไรบ้าง ?</b></h2>
<p><b>ณิศรา: </b><span style="font-weight: 400;">Hybrid Environment Working ค่ะ ซึ่งตอนนี้เราทำและลงตัวแล้ว โจทย์ต่อไปคือการสร้างทีมในสภาพแวดล้อมที่เราเจอกันน้อยลงยังไง เพราะบางกิจกรรมกลายเป็นออนไลน์ไปแล้ว รวมไปถึงในแง่เวลาการเข้าออฟฟิศที่เปลี่ยนไปด้วย เราจะทำจะยังงัยให้พนักงานรู้สึกมีความสุขและสนุกไปกับการทำงานในรูปแบบ Hybrid โดยไม่ </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/190731-burnoutsyndrome/"><span style="font-weight: 400;">Burnout</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นที่สองที่น่าสนใจคือ </span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/210917-how-gig-economy-impact-hr/"><span style="font-weight: 400;">Gig Economy</span></a><span style="font-weight: 400;"> เรารู้สึกเป็นเทรนด์ที่กำลังมา NEO Corporate ก็เริ่มคุยกันแล้ว แต่อาจจะยังไม่มีระเบียบแบบแผนออกมาเป็นรูปธรรม พูดง่าย ๆ เรากำลังมองการจ้างงานในรูปแบบฟรีแลนซ์ที่เป็น Specialist เฉพาะทางมากขึ้น ซึ่งโจทย์คือเราจะ Engage กลุ่มคนเหล่านั้น ให้เข้ากับ DNA ขององค์กรยังไง ให้เค้ารู้สึกว่าเค้าเป็นพนักงานเรา เป็นเจ้าของกิจการนะไม่งั้นเขาจะเข้ามาทำงานแต่ไม่ได้โอบรับวัฒนธรรมของเรา สิ่งนี้เป็นความท้าทายที่ยากมาก </span><span style="font-weight: 400;">เพราะคนนอกจะรู้สึกว่าฉันมาทำงานเท่านั้น แต่ไม่เห็นว่าเขาสร้าง Impact ต่อบริษัทหรือผู้บริโภคอย่างไร</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคือเรื่องของคนกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงและเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เร็วและไวมากๆ  แนวคิดของคนก็เปลี่ยนตามเช่นกัน เรามีวิธีการแบบไหนที่จะบริหารจัดการทัศนคติของคนให้เห็นและยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น สิ่งสำคัญคือ เราต้องเปิดใจว่ามันเปลี่ยนไปแล้ว เราจะไม่มาตั้งคำถามว่า ‘ทำไมมันเปลี่ยน’ แต่เราเปลี่ยนความคิดข้างในแล้วตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘เราจะปรับตัวอย่างไร’ เราพยายามรักษาทัศนคติตรงนี้เอาไว้</span></p>
<h2><b>ทำไมคุณถึงสนใจ Gig Economy แล้ว NEO Corporate เตรียมความพร้อมสำหรับเทรนด์นี้อย่างไรบ้าง ?</b></h2>
<p><b>ณิศรา: </b><span style="font-weight: 400;">มันเป็นความชัดเจนมาก ๆ ว่า คนเริ่มอยากจะควบคุมเวลาทำงานของตัวเองมากขึ้น และไม่อยากยึดติดกับกรอบหรือกฎของบริษัท เขาก็เลยเลือกเป็นฟรีแลนซ์มากขึ้น เลือกรับงานที่ตัวเองอยากทำ เราเห็นเทรนด์ตรงนี้มากขึ้นจริง ๆ ก็เลยคิดว่า Gig Economy อาจตอบโจทย์ในอนาคต</span> <span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญคือทุกคนจะเป็น Specialist กันมากขึ้น ไม่ใช่ว่าฉันต้องทำได้ทุกอย่าง แต่ฉันทำเรื่องนี้ได้ดีมาก ๆ จนกลายเป็นจุดขายเลย สิ่งนี้จะทำให้องค์กรได้สัมผัสพนักงานคนเก่ง (Talent) ใหม่ ๆ ใน Pool ที่กว้างขึ้น ทำให้องค์กรเจอความสามารถใหม่ ๆ และองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่องค์กรยังไม่เคยมี และมีโอกาสได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ มากขึ้นด้วย</span></p>
<h2><b>สุดท้าย คิดว่าทำไม HR ถึงสามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้</b></h2>
<p><b>ณิศรา: </b><span style="font-weight: 400;">ทุกองค์กรมีคนค่ะ (หัวเราะ) คนเป็นผู้ขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโต ดังนั้น “คน” จึงมีความสำคัญ และ HR ก็มีบทบาทที่สำคัญเช่นกันในฐานะผู้ดูแล “คน” นั่นหมายถึงการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ HR ต้องคิด Gimmick ที่ออกมาในรูปแบบต่างๆ ที่ตอบสนองความต้องการของ “คน” และพัฒนา “คน” ในแต่ละ Generation ให้สอดคล้องกับเทรนด์ใหม่ๆ และเป้าหมายที่องค์กรต้องการเติบโต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">เรามองว่า “คน” คือหัวใจสำคัญขององค์กรนะ ฉะนั้นความหมายขององค์กรก็คือ การที่คนมารวมตัวกันเพื่อบรรลุจุดประสงค์บางอย่างร่วมกัน ดังนั้นถ้าไม่มีคน ก็ไม่มี HR และคำว่าองค์กรก็จะไม่เกิดขึ้นค่ะ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="“ออฟฟิศคือบ้านหลังที่ 2 ของพนักงาน” คุยกับ ณิศรา ถกลศรี จาก NEO Corporate  659" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>THAI WAH องค์กรการเกษตรที่ใช้เวลา 75 ปีสร้างความยั่งยืน เพื่อธุรกิจ เพื่อองค์กร เพื่อพนักงาน เพื่อโลก</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/thai-wah-interview-230706/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Jul 2023 04:42:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[THAI WAH]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/thai-wah-interview-230706/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Thai Wah องค์กรที่ทำธุรกิจด้านการเกษตรเพิ่งมีอายุครบ 75 ปีเมื่อปี 2022 เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้น ไม่เพียงแค่กับองค์กร แต่ยังรวมถึงโลกใบนี้ อายุงานโดยเฉลี่ยของคนที่ทำงานใน Thai Wah อยู่ที่ 10 ปี บ่งชี้ว่าพนักงานอยู่กับองค์กรค่อนข้างนาน โดยThai Wah ให้เกียรติพนักงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ หรือคนรุ่นบุกเบิกที่ช่วยตั้งบริษัทกันมาตั้งแต่แรก และไม่เคยทิ้งใครไว้ข้างหลัง Thai Wah ให้ความสำคัญกับการเป็นครอบครัวเดียวกันในองค์กร เป็นครอบครัวที่มีความหลากหลาย ทั้งในเชิงความคิดเห็น เชิงวัยวุฒิ แต่ทุกคนต่างอยู่ร่วมกันด้วยความแน่นแฟ้น 5 ปีข้างหน้า เมื่อ Thai Wah อายุครบ 80 ปี Thai Wah ตั้งเป้าขยายกิจการ เติบโตไปสู่ระดับโลก โดยผู้บริหารมั่นใจว่าด้วยรากฐานทุกอย่างและการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง จะช่วยให้ไปถึงเป้าหมายที่ต้องการอย่างแน่นอน ความยั่งยืน (Sustainability) คือสิ่งที่หลายองค์กรในปัจจุบันกำลังให้ความสำคัญ แต่สำหรับ Thai Wah องค์กรด้านการเกษตรที่ทำธุรกิจหลากหลายรูปแบบ องค์กรแห่งนี้ยึดมั่นเรื่องความยั่งยืนมานานแล้ว เพื่อสร้างองค์กรที่ดีต่อทั้งพนักงาน และต่อโลกใบนี้ไปอีกนานแสนนาน เมื่อปี [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>Thai Wah องค์กรที่ทำธุรกิจด้านการเกษตรเพิ่งมีอายุครบ 75 ปีเมื่อปี 2022 เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้น ไม่เพียงแค่กับองค์กร แต่ยังรวมถึงโลกใบนี้</li>
<li>อายุงานโดยเฉลี่ยของคนที่ทำงานใน Thai Wah อยู่ที่ 10 ปี บ่งชี้ว่าพนักงานอยู่กับองค์กรค่อนข้างนาน โดยThai Wah ให้เกียรติพนักงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ หรือคนรุ่นบุกเบิกที่ช่วยตั้งบริษัทกันมาตั้งแต่แรก และไม่เคยทิ้งใครไว้ข้างหลัง</li>
<li>Thai Wah ให้ความสำคัญกับการเป็นครอบครัวเดียวกันในองค์กร เป็นครอบครัวที่มีความหลากหลาย ทั้งในเชิงความคิดเห็น เชิงวัยวุฒิ แต่ทุกคนต่างอยู่ร่วมกันด้วยความแน่นแฟ้น</li>
<li>5 ปีข้างหน้า เมื่อ Thai Wah อายุครบ 80 ปี Thai Wah ตั้งเป้าขยายกิจการ เติบโตไปสู่ระดับโลก โดยผู้บริหารมั่นใจว่าด้วยรากฐานทุกอย่างและการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง จะช่วยให้ไปถึงเป้าหมายที่ต้องการอย่างแน่นอน</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15996" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/HREX-Cover-47-1.jpg" alt="THAI WAH องค์กรการเกษตรที่ใช้เวลา 75 ปีสร้างความยั่งยืน เพื่อธุรกิจ เพื่อองค์กร เพื่อพนักงาน เพื่อโลก" width="600" height="370" title="THAI WAH องค์กรการเกษตรที่ใช้เวลา 75 ปีสร้างความยั่งยืน เพื่อธุรกิจ เพื่อองค์กร เพื่อพนักงาน เพื่อโลก 663"></p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/sustainability-for-hr-221014/"><span style="font-weight: 400;">ความยั่งยืน (Sustainability)</span></a> คือสิ่งที่หลายองค์กรในปัจจุบันกำลังให้ความสำคัญ แต่สำหรับ <a href="https://www.thaiwah.com/th/home" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Thai Wah</span></a> องค์กรด้านการเกษตรที่ทำธุรกิจหลากหลายรูปแบบ องค์กรแห่งนี้ยึดมั่นเรื่องความยั่งยืนมานานแล้ว เพื่อสร้างองค์กรที่ดีต่อทั้งพนักงาน และต่อโลกใบนี้ไปอีกนานแสนนาน</p>
<p>เมื่อปี 2022 ที่ผ่านมาเป็นปีที่ Thai Wah มีอายุครบ 75 ปี และยังเป็นปีที่ได้รับรางวัล <a href="https://apc01.safelinks.protection.outlook.com/?url=https%3A%2F%2Fhr.asia%2Fawards%2Fthailand-2022%2F&amp;data=05%7C01%7Cthitisa.s%40kasikornbank.com%7Cf464ed2631974d9dd9b108db5fe81a62%7C8e11df9f4615434fa6c68a0cb4ffeb6c%7C0%7C0%7C638209222699864545%7CUnknown%7CTWFpbGZsb3d8eyJWIjoiMC4wLjAwMDAiLCJQIjoiV2luMzIiLCJBTiI6Ik1haWwiLCJXVCI6Mn0%3D%7C3000%7C%7C%7C&amp;sdata=NBiEL4NkQvnjaKRE0FTLnSSX9%2F7ej6a%2BmakqtcFsK30%3D&amp;reserved=0" target="_blank" rel="noopener">Best Companies To Work For In Asia</a> จาก HR Asia ไปครองด้วย ซึ่งบ่งชี้ว่าสิ่งที่องค์กรยึดมั่นนั้น น่าจะมาถูกทางแล้ว</p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HREX.asia</a> ถือโอกาสนี้สัมภาษณ์ <strong>คุณหทัยกาญจน์ กมลศิริสกุล AVP, Group Strategy, Sustainability and Innovation</strong> และ <strong>คุณดวงกมล จิรพรเกษมสุข Director, Deputy Head of Human Resources</strong> ผู้อาจเรียกได้ว่าคือกุญแจสำคัญที่ทำให้องค์กรมาถึงจุดนี้ได้</p>
<p>ถ้าอยากรู้ว่าการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนของ Thai Wah มีรายละเอียดเป็นอย่างไร และ HR จำนวนมากสามารถเรียนรู้อะไรได้บ้าง ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้ได้เลย</p>
<h2>Thai Wah ชูเรื่อง Sustainability เป็นประเด็นสำคัญ และคุณหทัยกาญจน์ก็ทำงานโดยดูแลด้านความยั่งยืนโดยเฉพาะด้วย แนวคิดเรื่องการสร้างเรื่องความยั่งยืนขององค์กรมีที่มาอย่างไร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16001 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/20210723-113020-1.jpg" alt="THAI WAH องค์กรการเกษตรที่ใช้เวลา 75 ปีสร้างความยั่งยืน เพื่อธุรกิจ เพื่อองค์กร เพื่อพนักงาน เพื่อโลก" width="800" height="470" title="THAI WAH องค์กรการเกษตรที่ใช้เวลา 75 ปีสร้างความยั่งยืน เพื่อธุรกิจ เพื่อองค์กร เพื่อพนักงาน เพื่อโลก 664"></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">หทัยกาญจน์:</strong> </b><span style="font-weight: 400;">เมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา Thai Wah เพิ่งเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 75 ปีค่ะ เราเริ่มจากการทำธุรกิจทำแป้งมันสำปะหลังในเมืองไทย แต่เราได้ขยายธุรกิจเราจนตอนนี้เราทำแป้งมันสำปะหลังส่งออกไปถึง 35 ประเทศทั่วโลกค่ะ เรามีโรงงานทั้งหมดในเมืองไทย 6 โรงงาน และในเวียดนามอีก 2 โรงงาน และกำลังจะมีที่ประเทศกัมพูชาอีก 1 โรงงานค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ธุรกิจที่ 2 จะเป็นธุรกิจทำวุ้นเส้น แล้วก็เส้นก๋วยเตี๋ยวยี่ห้อมังกรคู่ อันนี้เราก็ส่งออกเหมือนกัน แต่ว่าเป็นแบรนด์ของตัวเราเอง ธุรกิจที่ 3 เป็นธุรกิจที่ Synergy กับธุรกิจปัจจุบันของเราซึ่งก็คือแป้งมันสำปะหลัง เป็นธุรกิจที่เราสร้างใหม่ แต่ว่าเชื่อมโยงโดยตรงกับเรื่องความยั่งยืนก็คือ ไบโอพลาสติก เรานำแป้งมันสำปะหลังมาแปรรูปเป็นเม็ดไบโอพลาสติกค่ะ นอกจากนั้น Thai Wah ทั้งกรุ๊ป เราไม่ได้มุ่งเน้นที่จะทำกำไรอย่างเดียว แต่ว่าเราอยากสร้างผลกระทบที่เป็นผลบวกด้วย ต่อทั้งธุรกิจของเรา คนของเรา คนรอบข้าง Stakeholder ของเรา และโลกใบนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ธุรกิจของเราจะต้องลิงก์กับการทำให้โลกนี้ยั่งยืน ทำให้องค์กรของเรายั่งยืน ทำให้คนของเรายั่งยืนค่ะ เราแบ่งเลยว่าทุก Touchpoint ของ Thai Wah  ในทุก ๆ Sustainability Strategy เราจะมุ่งเน้นอะไรบ้าง โดยเรามี 4 Pillars ดังนี้ </span></p>
<p><span style="font-size: calc(15px + (1vw - 3.75px) * 0.111111);">1. ทำให้เกษตรกรยั่งยืน </span></p>
<p><span style="font-size: calc(15px + (1vw - 3.75px) * 0.111111);">2. ทำให้โรงงานของเราสร้างสิ่งแวดล้อมด้านบวก (Create Positive Environment) เป็น Positive Central Point ให้กับชุมชนรอบโรงงาน</span></p>
<p><span style="font-size: calc(15px + (1vw - 3.75px) * 0.111111);">3. คือเรื่องครอบครัว Thai Wah มอง Associate เป็นพนักงานของเราเอง เราจะทำอย่างไรให้ชีวิตของเขามีความสุขมากขึ้น สามารถที่เป็นคนที่ดีที่สุดที่สามารถเป็นได้ Thai Wah สนับสนุนเรื่อง Career Growth, Health &amp; Well-being, Inclusion รวมถึง Diversity </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และ 4. คือเรื่องอาหารและ Finished Goods เรามี Product Pipeline ค่อนข้างเยอะ แต่ทุกอย่างที่เราเปิดตัวออกมา จะต้องดีต่อมนุษย์ มีคุณภาพ และดีต่อโลกใบนี้ด้วย เช่น ไบโอพลาสติกที่ช่วยลดคาร์บอนฟุตบริ้นท์ เราส่งเสริมบรรยากาศการทำงานที่เป็นบวก ถ้าเราสามารถสร้าง Thai Wah ให้เป็นธุรกิจที่ยั่งยืน และส่งผลกระทบเชิงบวกสำหรับโลกใบนี้ได้ เราก็จะเป็นบริษัทที่จะช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับโลกใบนี้ในอนาคตได้เหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทีนี้ไม่ว่าจะขับเคลื่อนอะไรในองค์กร เรื่อง People สำคัญที่สุด เพราะฉะนั้น Pillar ของ People หรือ Family ของ Thai Wah จึงเป็น Pillar ที่สำคัญมาก ๆ ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา HR ได้สร้างกิจกรรม Build Activity หรือ Strategy ใน Pillar นี้มาค่อนข้าง Strong แล้วเราก็กำลังปฏิบัติจริงอยู่ด้วย ธุรกิจของ Thai Wah มี 15 โอเปอเรชั่นใน 5 ประเทศได้แก่ ไทย เวียดนาม จีน อินโดนีเซีย และกัมพูชา อีกหน่อยเราจะพัฒนาไปยังประเทศอื่น ๆ ในเอเชียแฟซิฟิก ยุโรปและสหรัฐอเมริกาด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นเราจะขับเคลื่อนองค์กรไม่ได้ ถ้าพนักงานของเราไม่เข้มแข็งค่ะ</span></p>
<p><b><strong class="pink-highlighter">ดวงกมล: </strong></b><span style="font-weight: 400;">เมื่อสักครู่คุณแก้ม (หทัยกาญจน์) เท้าความถึง Pillar เรื่อง People และ Sustainability เนอะ ถ้าเจาะลึกเรื่องของคน เราให้ความสำคัญกับเขาค่อนข้างมาก เมื่อสักครู่คุณแก้มเรียกว่า Associate ที่อื่นจะเรียกว่า Employee แต่เราถือว่าพนักงานเป็นพาร์ตเนอร์ในการสร้างธุรกิจ ในการสร้างโลก สร้างครอบครัว Thai Wah ไม่ใช่แค่พนักงานที่เราจ้างเข้ามา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่ามีหลายที่ให้ความสำคัญกับเรื่องคนค่อนข้างมาก หลังโควิดที่ผ่านมา เราอยู่ในโลกใหม่ ตั้งแต่ปีก่อนที่โควิดจบ อะไรที่ทำเมื่อก่อนประสบความสำเร็จดีมาก เราอยู่คู่เมืองไทยมา 75 ปีแล้ว ถ้าเราจะทำให้คนอยากอยู่กับเรามากยิ่งขึ้น ทำงานแล้วมีความสุขในทุกวัน เราอยากมีสิ่งที่ถูกต้องให้กับพนักงาน 3 อย่างคือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องมี Right People คนที่ใช่ ต้องมี Right Capability เพราะว่าโลกเปลี่ยนไป มี Digitization เข้ามา ต้องทั้ง Upskill และ Reskill คนของเราใหม่ และสามคือ Right Place เพราะพนักงานดีแค่ไหน เก่งแค่ไหน เขาก็คงไม่สามารถอยู่กับเราได้ในระยะยาว ถ้าเราไม่ได้สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับเขา ต้องบอกว่าเป็น Strategy ง่าย ๆ เนอะ ซึ่งปิ่นเชื่อว่าทุกที่มองว่าเป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน เราก็มุ่งเน้น 3 เรื่องนี้เป็นหลัก</span></p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">Thai Wah เป็นบริษัทใหญ่ กระจายหลายพื้นที่ มีวิธีสื่อสารเรื่องความยั่งยืนกับพนักงานแต่ละฝ่ายอย่างไร ให้เข้าใจเป้าหมายเดียวกันกับที่บริษัทต้องการจะไป</span></h2>
<figure id="attachment_15998" aria-describedby="caption-attachment-15998" style="width: 600px" class="caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15998 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/Hataikan-1.jpg" alt="THAI WAH องค์กรการเกษตรที่ใช้เวลา 75 ปีสร้างความยั่งยืน เพื่อธุรกิจ เพื่อองค์กร เพื่อพนักงาน เพื่อโลก" width="600" height="370" title="THAI WAH องค์กรการเกษตรที่ใช้เวลา 75 ปีสร้างความยั่งยืน เพื่อธุรกิจ เพื่อองค์กร เพื่อพนักงาน เพื่อโลก 665"><figcaption id="caption-attachment-15998" class="caption-text"><em><strong>คุณหทัยกาญจน์ กมลศิริสกุล AVP, Group Strategy, Sustainability and Innovation</strong></em></figcaption></figure>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">หทัยกาญจน์:</strong></b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับ Thai Wah มองว่า Sustainability กับ Strategy เป็นเรื่องเดียวกัน ไม่ว่าเราจะวางกลยุทธ์อะไร ทุกสิ่งที่เรา Executed ไม่ว่าเราจะลงทุนอะไร ไม่ว่าเราจะเปลี่ยน Process ยังไง ไม่ว่าเราจะรับคนแบบไหน จะต้องเป็น Action ที่นำไปสู่ Sustainability Goal</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นเราสามารถใช้เวลาทุกวันเพื่ออธิบายเรื่องความยั่งยืนได้เสมอ แต่มันยากมากที่จะทำให้คนเข้าใจ ทุก ๆ Meeting เราจะโยงกลับไปที่ Sustainability Goal เรามาคุยกันว่าเราทำ Action ไปอย่างนี้ มันจะไปถึงเป้าหมายของเราหรือเปล่า ตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืนไหม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายังมี Weekly Meeting ชื่อว่า Talent People &amp; Culture นำทีมโดย HR โดยคุณปิ่นนะคะ ซึ่งเราคุยกันทุกครั้งเลยว่า People Translation Action Plan ของเรามีอะไรบ้าง เราอยากได้ Input จาก Leadership Team ว่ามีตรงไหนที่เราทำเพิ่มเติมได้บ้าง แล้ว Action ของเราถูกต้อง ตอบโจทย์ ทำให้องค์กรยั่งยืนแล้วก็ส่งเสริม­เรื่อง Career Growth และ Right People, Right Capability, Right Place ที่คุณปิ่นได้กล่าวเมื่อข้างต้นค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการสื่อสารไปจนกระทั่งความคิดเรื่อง Sustainability มันซึมเข้าไปใน DNA ของพนักงานและวัฒนธรรมของ Thai Wah เราตั้ง KPI ด้วยเหมือนกัน เป็น KPI เดียวกันกับที่นำไปสู่ Corporate Sustainability ไม่ว่าจะเรื่อง Financial ตอบโจทย์เรื่อง Customer เรื่อง Operation Efficiency หรือตอบโจทย์เรื่อง People Organization Development เป็นแนวทางที่เราค่อย ๆ ทำให้องค์กรซึมซับ จนรู้สึกว่าความยั่งยืนกลายเป็นหนึ่งใน DNA ของ Thai Wah ไปแล้ว</span></p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">ช่วงโควิดที่ผ่านมา Thai Wah ได้บทเรียนสำคัญอะไรบ้าง และนำมาปรับใช้ในทุกวันนี้อย่างไรบ้าง</span></h2>
<p><b></b><strong class="pink-highlighter"><b>ดวงกมล:</b> </strong><span style="font-weight: 400;">ต้องบอกว่า Key Learning ของเราคือการที่เรากลับไปหารากเหง้าของเราอย่าง Associate Partner ค่ะ เพราะเราเห็นว่าสถานการณ์ที่ไม่ปกติอย่างโควิด คนสำคัญมากกว่าตัว Process หรือธุรกิจที่ดำเนินอยู่ เราจะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ ถ้าเราไม่มีคนที่สุขภาพดีพอจะมาดูแลธุรกิจ ต้องบอกว่ามีหลายอย่างมากที่เราทำและเรียนรู้ไปพร้อมกันในช่วงโควิด มันเป็นสถานการณ์ไม่ปกติ ไม่มีใครคาดคำนึงมาก่อนด้วยซ้ำว่าจะเกิดขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งแรกเลยเรามีอยู่แล้วคือ เรามี Core Business Team หรือ คณะบริหารความต่อเนื่องขององค์กร เป็นทีมที่ตั้งมาอยู่แล้ว พอมีโควิดเราก็เริ่มใช้งาน ตั้งแต่เป็นศูนย์กลางข้อมูล ทำหน้าที่ประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างนั้น และเป็นทีมที่ช่วยกำหนดมาตรการในการดูแลพนักงานค่ะ ทีมนี้จริง ๆ เป็น Learning อย่างหนึ่งของเราเหมือนกัน เราต้องคุยกันทุกวัน เพราะในระดับ Management ทุกคนเป็นห่วงความปลอดภัย และสวัสดิภาพของพนักงานทุกคนจริง ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Practice อื่น ๆ ที่เราทำในช่วงโควิดอาจจะพอทราบจากสื่อต่าง ๆ เช่น เราจัดหาวัคซีน จัดที่พักในโรงงาน เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค ให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องออกไปเผชิญเชื้อด้านนอก เรามีประกันโควิดให้พนักงานด้วย เรายังจัดหาโรงแรมหรือโรงพยาบาลให้พนักงานในกรณีที่พนักงานติดเชื้อ ถ้าเกิดพนักงานกักตัวที่บ้าน เราก็ส่งอาหารให้ถึงบ้านพนักงานด้วยนะคะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และแน่นอนว่าช่วงที่ผ่านมา เทคโนโลยีสำคัญมาก ทำให้เรามีประสิทธิภาพในการทำงาน เราจัดเตรียมทรัพยากรให้พนักงานทำงานได้อย่างต่อเนื่องในภาวะวิกฤต เช่น คอมพิวเตอร์ที่ให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ มีการเช็คอินเข้างานทุกวันผ่านโปรแกรม Microsoft Form จะได้รู้ว่าวันนี้ทุกคนยังสบายดีอยู่ไหม เรายังใช้ Microsoft Team และ Zoom ในการสื่อสาร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือว่าเรื่อง Learning, Training เราก็จัดผ่านทางออนไลน์เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ไม่ใช่เกิดโควิดปุ๊บเราทิ้งทุกอย่างไปเลย แต่สุดท้ายการเรียนรู้หลัก ๆ ของเราเลยคือ พนักงานสำคัญที่สุดสำหรับเราเสมอ แล้วก็สองคือเรื่อง เทคโนโลยี ช่วยให้เราทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">มีจุดเปลี่ยนอะไรที่ทำให้ Thai Wah ตระหนักได้ว่า พนักงานสำคัญต่อองค์กรจริง  ๆ</span></h2>
<p><b><strong class="pink-highlighter">ดวงกมล:</strong></b><span style="font-weight: 400;"> ปิ่นเพิ่งเข้ามาที่ Thai Wah ได้ 1 ปี เหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่า Thai Wah ให้ความสำคัญกับคนจริง ๆ คือปีที่แล้วที่บริษัทอายุครบ 75 ปี ปกติเวลาบริษัทครบรอบก็จะขอบคุณพนักงานที่อยู่กับเรา ทำงานร่วมกันมาใช่ไหมคะ แต่สิ่งที่ปิ่นเห็นที่ Thai Wah แต่ยังไม่เห็นจากที่อื่น คือการให้เกียรติต่อคนรุ่นบุกเบิกที่ช่วยตั้งบริษัทกันมา ช่วยกันลุยจนผ่านสภาวะต้มยำกุ้งอะไรกันมา เราเชิญเขามาร่วมงานเฉลิมฉลอง เพื่อให้พนักงานปัจจุบันเห็นว่า เราไม่เคยทิ้งเขา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในงานมีพนักงานรุ่นบุกเบิกนั่งวีลแชร์มาด้วยเนอะ เขารักเรา เขายังมากับเรา และเราก็ยังเชิญเขามา ไม่ว่าจะรุ่นไหนก็แล้วแต่ รู้สึกว่าเป็นงานที่ทำให้มองเห็นความสำคัญ เชิดชูสิ่งที่พนักงานทำมา ไม่ว่าจะรุ่นไหนก็แล้วแต่</span></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">หทัยกาญจน์:</strong></b><span style="font-weight: 400;"> ถ้ามอง Thai Wah ตอนนี้บริหารโดย Third Generation Owner ค่ะ แต่ตั้งแต่ยุคบุกเบิกจนถึงตอนนี้ เราก็ยังอยู่ตึกตรงนี้ตรงถนนสาธรมาตั้งแต่แรก Thai Wah ยังให้ความสำคัญเรื่องคน เราสร้างตัวขึ้นมาจากพนักงานไม่กี่คนนะคะ แต่ว่าเรามีวัฒนธรรม Work Together ที่ทุกคนเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เราจึงให้ความสำคัญของคนว่าเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สร้างบริษัทมาจนถึงตอนนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แก้มเองอยู่ที่นี่ 4 ปีนิด ๆ ตั้งแต่เข้ามา ผ่านหลายเหตุการณ์รวมถึงตอนเฉลิมฉลอง 75 ปี ซึ่งบ่งชี้ว่าเราแคร์คนทุกคน เราแคร์ที่ทำงานมานาน เรา Celebrate คนที่บุกเบิกทำงานก่อตั้ง Thai Wah มาตั้งแต่ต้นด้วย เราเป็นอย่างนี้มานานแล้วค่ะ</span></p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">คุณหทัยกาญจน์พูดว่ามองพนักงานเป็นครอบครัว Thai Wah นิยามเรื่องครอบครัวอย่างไร พนักงานมาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวอย่างไรบ้าง</span></h2>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">หทัยกาญจน์:</strong></b><span style="font-weight: 400;"> เรามองว่าพนักงานเหมือนเป็นทีมที่สนิทกันมาก เราช่วยกันสร้างบริษัทหนึ่งขึ้นมา จากบริษัทที่เป็นบ้านเล็ก ๆ 2 ชั้นเมื่อ 75 ปีที่แล้ว จนตอนนี้เป็นบริษัทที่ดำเนินการอยู่ใน 5 ประเทศ ครอบครัวนี้มีหลาย Personality มีความคิดเห็นหลากหลายมาก มี Generation ที่หลากหลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความ Diversity ที่ Thai Wah ไม่ได้ทำให้เราเป็นครอบครัวที่ทะเลาะกัน แต่ทำให้ Thai Wah เป็น Family ที่ให้ความเคารพความคิดเห็นของกันและกัน และดึงจุดพิเศษของแต่ละคนมา ถ้าเราอยากทำอะไรใหม่ ๆ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตและเดินไปข้างหน้า คนที่เพิ่งเข้ามาอาจไม่ได้รู้จักธุรกิจดีเหมือนคนที่อยู่มานาน แต่เราก็สามารถไปขอ Wisdom จากคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อน แล้วก็พัฒนาจากไอเดียเขา เพื่อที่เราได้ต่อยอดธุรกิจไป เป็นครอบครัวที่วัฒนธรรมเข้ากันได้ดีมากค่ะ</span></p>
<p><b><strong class="pink-highlighter">ดวงกมล:</strong> </b><span style="font-weight: 400;">ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ เราค่อนข้างมีความหลากหลายด้านของประชากร คนของเราจริง ๆ เรามีประมาณ 3,500 คนทั่วภูมิภาค ถือเป็นความภูมิใจของเรานะว่า ถ้าเราแบ่งประชากรเป็น หญิงชาย เราจะมีผู้หญิงถึง 52% แต่เราก็เคารพซึ่งกันและกันไม่ว่าใครจะเป็นเพศไหน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และต่อให้อยู่คู่เมืองไทยมา 75 ปี แต่เราก็ไม่ได้เป็นบริษัทที่เป็น Old Generation เพราะเรายังมีความใหม่อยู่เสมอ อายุงานของพนักงานจะอยู่ที่ 10 ปี ซึ่งถือว่าสูงมากในธุรกิจที่ไปได้เร็ว และการที่เราเติบโตได้เร็วขนาดนี้ ต้องบอกว่าเพราะเราอยู่กันแบบครอบครัวด้วย มันทำให้คนรุ่นเก่าก็อยู่กับเราได้อย่างมีความสุข คนรุ่นใหม่ก็แฮปปี้ที่ได้เรียนรู้จากพี่ ๆ สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเปิดเผย</span></p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">ปัจจุบันมีคนที่เป็น Job Hopper อยู่ที่หนึ่งไม่นาน Thai Wah ทำอย่างไรให้พนักงานอยู่กับองค์กรได้นาน สวนทางกับเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้น</span></h2>
<p><b><strong class="pink-highlighter">ดวงกมล:</strong></b><span style="font-weight: 400;"> ปิ่นคิดว่ามันอยู่ที่กลยุทธ์ของเรา เราต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่า เขาแฮปปี้ที่อยู่ที่นี่ น้องรุ่นใหม่ต้องการเวทีที่เขาสามารถคิดได้ทำได้ มีพื้นที่ให้เขาสามารถเป็นตัวเองได้ แต่ขณะเดียวกันเราก็ไม่ได้ทิ้งพี่ ๆ รุ่นเก่าที่อยู่มานาน เรายังขอความเห็นของเขาอยู่เสมอค่ะ ปิ่นว่าเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับน้อง ๆ อีกเรื่องคือ Right Quality บางคนอาจจะรู้สึกว่า เวลาเราสัมภาษณ์น้องก็จะเจอเหมือนกัน เขาบอกว่าไปอยู่บางที่ 4 เดือน 6 เดือน เรียนรู้หมดแล้ว ไม่รู้สึกท้าทายแล้วเลยออกมา แต่เราที่อายุขนาดนี้จะทบทวนตัวเองด้วยว่า เราเรียนรู้หมดแล้วรึยังนะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เราก็พยายามตอบโจทย์น้อง ๆ ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นอกจากการอบรมแล้ว เรามี Business Challenge ใหม่ที่เกิดขึ้นใหม่ เปิดโอกาสให้น้อง ๆ เข้าไปร่วมตรงนั้นด้วย ปิ่นเชื่อว่าจะมี Room ให้ได้คิดใหม่ ทำใหม่ ได้เติบโตค่ะ</span></p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">ช่วงนี้หลายคนเชื่อว่า ChatGPT จะทำให้คนตกงาน Thai Wah กังวลปัญหานี้หรือไม่ และมีแผนรับมืออย่างไร</span></h2>
<p><b></b><strong class="pink-highlighter"><b>ดวงกมล:</b> </strong><span style="font-weight: 400;">ปิ่นมองว่าเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยเรามากกว่า เทคโนโลยีจะดีแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าคนของเราไม่สามารถทำตรงนั้นได้ หรือมันไม่ได้มาพาร์ตเนอร์กับคนของเรา มันก็เป็นแค่ตัวช่วยเสริม ไม่ว่าเครื่องจักรจะทำงานยังไง ก็ต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง น้องพนักงานจะกังวลเรื่องตกงาน จะลดการจ้างงานไหม ปิ่นคิดว่าว่าไม่น่าเป็นมุมนั้น เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยให้เราทำงานง่ายขึ้น สมาร์ทขึ้นมากกว่าค่ะ</span></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">หทัยกาญจน์:</strong></b><span style="font-weight: 400;"> โลกวิวัฒนาการตลอดเนอะ เป็นหน้าที่เราที่จะต้องปรับตัว และใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ เทคโนโลยีที่เข้ามาใหม่ไม่ได้แปลว่า</span><span style="font-weight: 400;">จะ</span><span style="font-weight: 400;">ส่งผลด้านลบเสมอไป แต่มันแปลได้ว่าเราสามารถช่วยให้พนักงานของเราทำงานได้ดีขึ้นและเร็วขึ้น และบางทีก็อาจไม่ได้เหนื่อยเหมือนเดิม เขาจะได้เอาเวลานั้นไปทำอย่างอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของตัวเองให้มากขึ้นด้วย </span></p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">แล้วฝ่าย HR ของ Thai Wah ตั้งเป้าพัฒนา HR เองอย่างไรบ้าง ในโลกที่แวดวง HR ไม่ได้ย่ำอยู่กับที่</span></h2>
<p><b><strong class="pink-highlighter">ดวงกมล:</strong></b><span style="font-weight: 400;"> เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญมากว่าเราจะพัฒนาแค่พนักงานของเราไม่ได้นะ ต้องพัฒนาตัวเราเองควบคู่กันไปด้วย แน่นอนเรื่อง Upskill ของ HR เองเป็นโฟกัสหนึ่งของปีนี้เลย ตั้งแต่ช่วงโควิดที่ผ่านมา คนของเราก็ดูแลพนักงานเป็นอย่างดี แต่บางทีเราก็ต้องกลับมาดูที่ตัวเองบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อันดับแรกเลย</span><span style="font-weight: 400;">คือ</span><span style="font-weight: 400;"> Skill ของ HR ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับโลกปัจจุบันก่อน มันไม่เหมือนเดิมแล้วที่ดูแค่เรื่อง ขาด ลา มาสาย ทำเงินเดือน แต่ยังมีการดูแลพนักงานด้านอื่น ๆ ด้วย และการเตรียมเขาให้เป็น HR Business Partner เขาต้องเข้าใจธุรกิจของเราด้วยว่า ธุรกิจหลักอย่างแป้งมันสำปะหลังเป็นยังไง ธุรกิจอาหารเป็นยังไง ธุรกิจใหม่ล่าสุดของเราเรื่องไบโอพลาสติก เป็นยังไง เราพยายามสร้างความเข้าใจ เพื่อที่เวลาหัวหน้างาน Line Manager มีคำถาม เราจะสามารถให้คำแนะนำได้ตามธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง ๆ HR Knowledge และ Business Knowledge เป็นสิ่งที่เราจะต้องเติมเต็มค่ะ</span></p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">Thai Wah ได้รับรางวัล Best Companies to Work For in Asia จาก HR Asia รางวัลนี้มีความหมายอย่างไรต่อองค์กรบ้าง</span></h2>
<figure id="attachment_15999" aria-describedby="caption-attachment-15999" style="width: 592px" class="caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15999 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/Duangkamon-1.jpg" alt="THAI WAH องค์กรการเกษตรที่ใช้เวลา 75 ปีสร้างความยั่งยืน เพื่อธุรกิจ เพื่อองค์กร เพื่อพนักงาน เพื่อโลก" width="592" height="370" title="THAI WAH องค์กรการเกษตรที่ใช้เวลา 75 ปีสร้างความยั่งยืน เพื่อธุรกิจ เพื่อองค์กร เพื่อพนักงาน เพื่อโลก 666"><figcaption id="caption-attachment-15999" class="caption-text"><strong><em>คุณดวงกมล จิรพรเกษมสุข Director, Deputy Head of Human Resources</em></strong></figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p><b><strong class="pink-highlighter">ดวงกมล:</strong> </b><span style="font-weight: 400;">ถ้าให้พูดในมุมมองของทีม HR ก็ถือเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งค่ะ เป็นสิ่งที่ทำให้น้อง ๆ ชื่นใจว่าสิ่งที่ทำมา พวกเขาทำได้ดีจริงนะ ไม่ใช่แค่ตัวรางวัลเท่านั้น แต่รวมถึงฟีดแบ็คจากพนักงานด้วย ปิ่นว่ามันสร้างแรงบันดาลใจและเป็นกำลังใจให้น้องในทีมรู้สึกว่า สิ่งที่เขาทำ มีคนจดจำ ทำให้พนักงานมีความสุข และมี Well-being ที่ดีจริง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และในมุมขององค์กรมันก็เป็น Benchmark อย่างหนึ่งว่า เราดูแลพนักงานที่ดีตามมาตรฐาน หรือมากกว่ามาตรฐานที่คาดหวังไว้</span></p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">Thai Wah เพิ่งมีอายุครบ 75 ปีไม่นานมานี้ ตอนที่ Thai Wah อายุครบ 80 ปี คิดว่าการบริหารและการพัฒนาคนตอนนั้นจะเป็นอย่างไร</span></h2>
<p><b><strong class="pink-highlighter">ดวงกมล:</strong></b><span style="font-weight: 400;"> ตอบยากมากเลยค่ะ เพราะโลกเปลี่ยนทุกวัน แต่ปิ่นเชื่อว่าจะ 80 หรือ 100 ปีข้างหน้า วัฒนธรรมของเราน่าจะยังเหมือนเดิม แต่คนจะพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ จะทำงานง่ายขึ้น สะดวกสบายมากขึ้น มีเรื่องของดิจิทัลเข้ามาช่วยงานเรา แต่ความเป็นครอบครัวเดียวกันจะยังไม่เปลี่ยนแปลงค่ะ</span></p>
<p><b><strong class="yellow-highlighter">หทัยกาญจน์:</strong></b><span style="font-weight: 400;"> เสริมคุณปิ่นนะคะ มองในแง่ Direction ของ Thai Wah ในปี 2030 ตอนนี้เราอยู่ใน South East Asia ทั้งหมด แต่ว่าเรากำลัง Diversify ไปยังเอเชียแปซิฟิก และยุโรป และสหรัฐอเมริกา อีก 5 ปี เราจะเติบโตเป็น Global Business ค่ะ เรื่อง People &amp; Culture เรื่อง Diversity ยังเป็นเรื่องสำคัญ ณ ตอนนี้เราวางรากฐานตรงนั้นไว้แล้ว ทีม HR วางกลยุทธ์ในการสนับสนุนการเติบโตของพนักงาน ของ Associate ของเรา สิ่งที่สำคัญในแง่ Culture คือการสร้างบริษัทเป็น Global Culture ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับแก้มเอง มันเริ่มต้นด้วยการมีทีมเวิร์กที่ดี เป็นครอบครัวที่รับฟัง แล้วก็เปิดกว้าง ทำให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัยที่จะแสดงความคิดเห็นออกมา ถ้าเราทำอย่างนี้ได้ด้วยความตั้งใจที่ดี Thai Wah จะสามารถสร้าง Synergy และพาเราไปสู่เป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้าได้ นั่นคือ Foundation ที่เรากำลังสร้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่คุณปิ่นบอก ความรู้สึกของการเป็น Family ที่ไปด้วยกัน สร้างไปด้วยกัน มันไม่น่าจะเปลี่ยน แต่ความหลากหลายของคนและความคิด มันจะพัฒนาไปเรื่อย ๆ แต่เราเองก็มั่นใจว่าจะสามารถสร้างวัฒนธรรมที่พิเศษใน Thai Wah ได้ แล้วก็เติบโตไปเป็น Global Business ได้ใน 5-10 ปีข้างหน้าได้แน่นอนค่ะ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="THAI WAH องค์กรการเกษตรที่ใช้เวลา 75 ปีสร้างความยั่งยืน เพื่อธุรกิจ เพื่อองค์กร เพื่อพนักงาน เพื่อโลก 667" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HR คือผู้ที่ช่วยองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน &#8211; คุยกับ Chief People Officer จาก I.P. ONE</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/230703-ipone/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Jul 2023 03:19:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[I.P. ONE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/230703-ipone/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT I.P. One คือแบรนด์สินค้าอุปโภค บริโภคชั้นนำของไทย ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 50 ปี ที่กำลังเติบโตทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ชื่อดังมากมาย เช่นน้ำยาทำความสะอาด &#8220;วิกซอล&#8221; ผลิตภัณฑ์ดูแลผ้า &#8220;ไฮยีน&#8221; ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้าน &#8220;วิซ&#8221; และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม &#8220;ไอวี่&#8221; เป็นต้น I.P. ONE มีค่านิยมองค์กร (Core Value) เรียกว่า 6Is Core Value ประกอบด้วย Integrity, In Love, Insightful, Innovation, In-Sync, Into The Future เป็นตัวขับเคลื่อนหลักการในการดำเนินธุรกิจ I.P. One ตั้งเป้าเป็นองค์กรที่เน้นการพัฒนาศักยภาพของคน และองค์กรให้พร้อมเติบโตไปพร้อมกับบริษัท เพื่อความอย่างยั่งยืน มีระบบ Talent Management ที่จะดึงดูดบุคลากรที่ศักยภาพเข้ามาสู่องค์กร, การกำหนดแนวทางพัฒนา วางแผน Career สำหรับพนักงานภายในให้มีศักยภาพ และสามารถเติบโตไปรับงานที่ท้าทาย หรือตำแหน่งงานที่สำคัญๆ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>I.P. One คือแบรนด์สินค้าอุปโภค บริโภคชั้นนำของไทย ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 50 ปี ที่กำลังเติบโตทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ชื่อดังมากมาย เช่นน้ำยาทำความสะอาด &#8220;วิกซอล&#8221; ผลิตภัณฑ์ดูแลผ้า &#8220;ไฮยีน&#8221; ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้าน &#8220;วิซ&#8221; และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม &#8220;ไอวี่&#8221; เป็นต้น</li>
<li>I.P. ONE มีค่านิยมองค์กร (Core Value) เรียกว่า 6Is Core Value ประกอบด้วย Integrity, In Love, Insightful, Innovation, In-Sync, Into The Future เป็นตัวขับเคลื่อนหลักการในการดำเนินธุรกิจ</li>
<li>I.P. One ตั้งเป้าเป็นองค์กรที่เน้นการพัฒนาศักยภาพของคน และองค์กรให้พร้อมเติบโตไปพร้อมกับบริษัท เพื่อความอย่างยั่งยืน มีระบบ Talent Management ที่จะดึงดูดบุคลากรที่ศักยภาพเข้ามาสู่องค์กร, การกำหนดแนวทางพัฒนา วางแผน Career สำหรับพนักงานภายในให้มีศักยภาพ และสามารถเติบโตไปรับงานที่ท้าทาย หรือตำแหน่งงานที่สำคัญๆ ขององค์กรได้, มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าให้พนักงานได้มีพื้นที่ในการแสดงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ เห็นถึงคุณค่าของตัวเอง และเป็นส่วนหนึ่งกับความสำเร็จขององค์กร</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-15965 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/K.Nunthasak_COVER-HR-Note.jpg" alt="K.Nunthasak COVER HR Note" width="600" height="366" title="HR คือผู้ที่ช่วยองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน - คุยกับ Chief People Officer จาก I.P. ONE 674"></p>
<p>สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบกับธุรกิจทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจส่งออก, ภาคการเกษตร หรือแม้แต่สินค้าอุปโภคบริโภค ทุกองค์กรต้องเจออุปสรรคที่แตกต่างกันไป แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มกลับสู่สภาวะปกติ สิ่งที่ยังคงอยู่ก็คือประสบการณ์และความรู้ที่ HR สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานในอนาคตได้ดีกว่าที่เคย</p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HREX.asia</a> ขอพาผู้อ่านทุกท่านไปพูดคุยกับคุณนันทศักดิ์ จุลตระกูล Chief People Officer จากบริษัท I.P. One ที่มีความมุ่งมั่นที่จะเห็นผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ I.P. One ก่อตั้งมาแล้วกว่า 50 ปี โดยมีผลิตภัณฑ์ชื่อดังอย่างน้ำยาทำความสะอาด &#8220;วิกซอล&#8221;, ผลิตภัณฑ์ดูแลผ้า &#8220;ไฮยีน&#8221;, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้าน &#8220;วิซ&#8221; และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม &#8220;ไอวี่&#8221; เป็นต้น</p>
<p>I.P. One ใส่ใจกับความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่ม เป็นบริษัทที่มุ่งพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อสร้างสรรค์นวันตกรรม ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคทั้งในไทยและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการบุคลากรให้มีศักยภาพ และทำงานอย่างมีความสุข ซึ่งความตั้งใจนี้ทำให้บริษัทไอ.พี. วัน สามารถคว้ารางวัล HR Asia Best Companies To Work For In Asia ประจำปี 2022</p>
<p>ดังนั้นหากคุณต้องการเรียนรู้จากบริษัทที่ประสบความสำเร็จและพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน นี่คือบทสัมภาษณ์ที่คุณพลาดไม่ได้เด็ดขาด</p>
<h2>สถานการณ์ของ I.P. ONE ในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา เป็นอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>นันทศักดิ์ :</strong> ต้องยอมรับว่าโควิด-19 เป็นสถาณการณ์วิกฤตที่โลกไม่เคยเผชิญมาก่อน สำหรับ I.P. One เนื่องจากเรา เป็นธุรกิจที่ผลิตและขายสินค้าอุปโภค บริโภค ในช่วงเวลานั้นบริษัทเราก็มีความกังวลใจว่า วิถีชีวิตแบบใหม่ที่เราไม่เคยคาดการณ์มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นผู้คนที่ไม่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม รูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเราหรือไม่ เราจึงต้องมา Reset ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานกันใหม่</p>
<p>อย่างในส่วนของการขาย เราให้ความสำคัญกับลูกค้า คู่ค้าที่จะทำให้เขายังคงได้รับสินค้า และผลิตภัณฑ์ของเราได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่าทีม Sales ก็ต้องทำงานหนักขึ้น ต้อง Insight กับสถาณการณ์ของลูกค้าแบบใกล้ชิด ใส่ใจดูแลลูกค้าแบบกัดไม่ปล่อย เป็นผลทำให้เรายังสามารถสร้างยอดขายได้อย่างเติบโต ซึ่งต้องบอกว่าสถาณการณ์โควิดที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลต่อยอดขายสินค้าเราเลยครับ</p>
<p>ในส่วนของโรงงานก็เช่นกัน เราไม่สามารถหยุดผลิตได้ และไม่สามารถปรับไปใช้นโยบาย Work from Home เหมือนในส่วนของออฟฟิศได้ เพราะที่ I.P. One เราผลิตสินค้าตลอด 24 ชั่วโมง ในขณะเดียวกันความปลอดภัยพนักงานก็เป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงสูงสุดเช่นเดียวกัน เราจึงต้องทำทุกวิถีทางให้การป้องกันพนักงานไม่ให้ติดเชื้อ หรือเกิดการติดเชื้อน้อยที่สุด</p>
<p>เราน่าจะเป็นโรงงานแรกๆ ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ที่ใช้นโยบาย Bubble and Seal, รวมถึงการให้หัวหน้างานลงไปใกล้ชิดชีวิต ความเป็นอยู่ของพนักงานเพื่อคอยกระตุ้น และดูแลการใช้ชีวิตของพนักงานที่อาจมีความเสี่ยงต่างๆ</p>
<p>สำหรับงานที่สามารถทำที่ไหนก็ได้ เราใช้นโยบายการทำงาน Work from Home เหมือนบริษัทอื่นๆ เช่นเดียวกัน ระหว่างนั้นเรายังมีโครงการ “คน IP พร้อมมีภูมิ” เพื่อเชิญชวน ให้ความรู้ กระตุ้นพนักงาน และดูแลตัวเองอย่างไรให้ไม่ติด Covid ที่สำคัญคือต้องไปฉีดวัคซีนให้ได้ครบจำนวน และเร็วมากที่สุด I.P. One ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อหาแนวทางให้พนักงานได้เข้ารับวัคซีนอย่างทั่วถึง</p>
<p>สำหรับพนักงานที่ติดโควิดแล้ว เราจะเข้าไปดูแลเพื่อให้เขาสามารถเข้าถึงระบบการรักษาให้ได้เร็วที่สุด และ Support ค่าใช้จ่ายในการรักษา โดยการซื้อประกันการรักษาโควิทให้พนักงานเพิ่มเติมจากประกันสุขภาพที่มีอยู่แล้ว</p>
<p>ซึ่งทั้งหมดที่ได้เล่ามา สามารถสรุปให้เห็นภาพได้ว่า I.P. One เรามุ่งมั่นที่จะผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพ ตามความต้องการของลูกค้า ให้ความสำคัญกับลูกค้าและผู้บริโภค ที่ต้องสามารถได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพของเราได้เหมือนในสถานการณ์ปกติ ในขณะเดียวกันความปลอดภัยของพนักงานก็เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงอีกด้วย</p>
<h2>สถานการณ์โควิด-19 เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด ดังนั้นการวางแผนเรื่อง Risk Management จึงไม่ได้อยู่ในแผนงานตั้งแต่ต้น ไอ.พี. วัน มีวิธีบริหารจัดการงบประมาณอย่างไร ?</h2>
<p><strong>นันทศักดิ์ :</strong> ตอนนั้นเราพยายามบริหารงบประมาณให้เหมาะสมกับสถาณการณ์ให้ดีที่สุด เพราะไม่รู้เลยว่าสถานการณ์โควิด-19 จะออกไปในทิศทางไหน และยาวนานแค่ไหน ในขณะเดียวกันเราก็ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าสถานการณ์ของธุรกิจเราจะเป็นอย่างไร</p>
<p>ผมขอยกตัวอย่าง วิธีการบริหารงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวกับด้านบุคลากรของเราในช่วงนั้น จะต้องมาจัด Port กันใหม่ โดยเราตัดงบประมาณในส่วนกิจกรรมที่ไม่จำเป็น หรือไม่สามารถที่จะดำเนิน กิจกรรมนั้นได้ในช่วงโควิด-19 ออกไป เช่นการฝึกอบรมที่ต้องจัดแบบ On Ground หรือ กิจกรรมสันทนาการของพนักงานต่าง ๆ แล้วเอางบตรงนั้นไปใช้เรื่องการดูแลสุขภาพของพนักงานเพิ่มแทน เช่น การซื้อประกันโควิดให้พนักงาน, การซื้อยารูปแบบต่างๆ, หน้ากากอนามัย, ที่ตรวจ ATK, เครื่องตรวจชีพจร เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-15968 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/I.P.-One-Development-2.jpg" alt="I.P. One Development 2" width="531" height="354" title="HR คือผู้ที่ช่วยองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน - คุยกับ Chief People Officer จาก I.P. ONE 675"></p>
<h2>จากที่โรงงาน I.P. One ต้องผลิตตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ก็แปลว่ามาตรการดูแลในส่วนของโรงงานต้องครอบคลุมและจริงจังเป็นพิเศษเลยใช่ไหม ?</h2>
<p><strong>นันทศักดิ์ :</strong> เรื่องนี้ซีเรียสสำหรับเรามากเลยครับ เรามีการทำ Bubble and Seal ให้พนักงานของโรงงาน เพื่อป้องกันให้พนักงานของเรามีความเสี่ยงน้อยที่สุดในการที่จะติดโควิด นอกจากนี้เราก็มอบหมายให้หัวหน้างาน ผู้จัดการ ใกล้ชิด และดูแลพนักงานในทีมมากขึ้นกว่าเดิมในชีวิตปกติ เพื่อสื่อสารสร้างความเข้าใจในการป้องกันตัวเอง หาทางในการป้องกัน และการลดอัตราการติดเชื้อ ดูแลชีวิตของพนักงาน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากในช่วงที่สถานการณ์โควิด</p>
<p>ในช่วงแรกที่วัคซีนหายากมาก แต่เราก็สามารถทำให้พนักงานของเราเกือบ 100 % ได้ฉีดวัคซีนได้ครบจำนวน และได้เร็วมากในช่วงที่สถาการณ์โควิทกำลังถึงจุดสูงสุด จากการบริหารในช่วงเวลานั้น จำนวนพนักงานที่ติดเชื้อโควิทของเราคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยกว่าที่เราคาดการณ์ไว้มาก ซึ่งทำให้การผลิตไม่หยุดชะงัก และสามารถสร้างการเติบโตของยอดขายที่เพิ่มขึ้นได้ด้วยครับ</p>
<h2>ปัจจัยหนึ่งที่เรามักเห็นจากองค์กรที่ขึ้นชื่อว่าจัดการปัญหาโควิด-19 ได้ดี ก็คือ ‘ความสามารถในการสื่ิอสาร’ ที่ไอ.พี.วันมีแผนงานในด้านนี้อย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>นันทศักดิ์ :</strong> เริ่มจากภาพใหญ่ก่อนครับ</p>
<p>เราจัดตั้ง Covid Committee โดยมีตัวแทนผู้บริหารแต่ละหน่วยงานเข้ามาร่วมพูดคุย หารือเพื่อวางแผนงาน นโยบายต่าง ๆ ให้เตรียมรับมือกับบสถาณการณ์โควิทในแต่ละช่วง โดยคณะนี้จะมีการออกนโยบายการดูแลพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า แนวทางการป้องกัน ต่างๆ ออกมาตลอดเวลาตามแต่ละสถาณการณ์ มีการ Monitor สถานการณ์ของบริษัทกันทุกวัน เพื่อเตรียมการในการรับมือกับสถานการณ์โควิทได้อย่างทันท่วงที</p>
<p>เราจัดทำ Gimmick Program ใช้ชื่อว่า <strong>‘คนไอ.พี. พร้อมมีภูมิ’</strong> เพื่อกระตุ้น สร้างความรู้ และความตระหนักให้พนักงาน โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อ Motivate คนทั้งบริษัทว่าเราต้องไปฉีดวัคซีนให้ครบ 100% และพนักงานเราจะไม่ติดโควิดหรือติดให้น้อยที่สุด โดย CEO จะมาให้ข้อมูลโดยตรงว่าเรามีเป้าหมายอย่างไร มีกระบวนการอย่างไร นอกจากนี้ยังมีคลิปวีดีโอจากผู้บริหารระดับสูง ตั้งแต่ขั้น N-1 ลงมา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และโน้มน้าว (Motivate) ให้พนักงานปฏิบัติตามแนวทางที่ควรจะเป็น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-15969 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/I.P.-One-Development.jpg" alt="I.P. One Development" width="515" height="343" title="HR คือผู้ที่ช่วยองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน - คุยกับ Chief People Officer จาก I.P. ONE 676"></p>
<p>ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพ อย่างกรณีของการฉีดวัคซีนที่ตอนแรกคนยังไม่กล้าฉีดกันมาก เพราะกลัวในเรื่องของผลข้างเคียง กังวลว่าฉีดไปแล้วจะเกิดผลอะไรกับร่างกายหรือเปล่า เราก็เลยต้องอธิบายให้ชัดเจนโดยเชิญคุณหมอที่เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ นำเอาผู้บริหารระดับสูงมาสื่อสาร เพื่อ Motivate ว่าการฉีดวัคซีนนั้นไม่อันตราย และจะดีกับทั้งตัวเอง ครอบครัว และประเทศชาติอย่างไร เพื่อให้พนักงานเข้าใจมากที่สุด</p>
<p>ในส่วนของระดับพนักงาน ผู้บริหารของแต่ละหน่วย ก็จะพูดคุยกับพนักงานเป็นประจำ หรือบางหน่วยงานก็จะมี Morning Talk ทุกเช้า เพื่อย้ำเตือนและสร้าง Awareness ให้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา</p>
<p>บริษัทจะมี Dashboard มอนิเตอร์ทุกวันว่ามีพนักงานติดเชื้อกี่คน หายดีแล้วกี่คน มีการเก็บข้อมูลว่าติดเชื้อบริเวณไหน ในสถานการณ์อย่างไร เพื่อนำไปวางแผนเฝ้าระวังในอนาคต ถ้าพื้นที่ไหนมีพนักงานติดเชื้อบ่อยครั้ง เราก็จะเข้าไปจัดการทันทีเพื่อไม่ให้ปัญหาบานปลายลุกลาม</p>
<h2>เราเห็นว่า I.P. One ให้ความสำคัญกับงานเพื่อสังคมในช่วงโควิด-19 ด้วย โครงการเหล่านี้มีแนวคิดอย่างไร ?</h2>
<p><strong>นันทศักดิ์ :</strong> เรื่องนี้เป็นเป้าหมายหลักของ I.P. One ครับ เราต้องการให้บริษัทเติบโตแบบยั่งยืน ซึ่งการจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อชุมชน, สังคม ประเทศ ต้องมีความยั่งยืนควบคู่กันไปด้วย เราจึงตั้งใจในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือชุมชน สังคม ประเทศ ในส่วนที่บริษัทมีความสามารถที่จะทำได้</p>
<p>เช่นในช่วงโควิดที่ผ่านมา เราได้จัดตั้งโครงการ “Hope To Home ส่งความหวังถึงบ้าน ผ่าน “ถุงรอยยิ้ม” ที่บรรจุสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดูแลสุขอนามัยภายในบ้าน อาทิ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าและปรับผ้านุ่มไฮยีน, น้ำยาล้างห้องน้ำวิกซอล, น้ำยาถูพื้นวิซ, แดนซ์ แอลกอฮอล์สเปรย์ รวมถึง นมเปรี้ยวไอวี่ โดยมีผู้บริหารและพนักงานของบริษัท ช่วยจัดเตรียมสินค้า พร้อมเขียนข้อความให้กำลังใจ เดินหน้าส่งความหวังถึงบ้าน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องคนไทยตามชุมชนที่มีการติดเชื้อและได้รับผลกระทบอย่างหนัก</p>
<p>การมอบผลิตภัณฑ์ของเราที่เกี่ยวข้องกับการทำความสะอาด เพื่อไปทำความสะอาดสถานที่ บ้านเรือน ชุมชน สถาบัน องค์กรต่าง ๆ เรามองว่าการ แบ่งปัน การช่วยเหลือระหว่างกัน เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพลังที่ดีต่อชุมชน สังคม และประเทศ ซึ่งจะทำให้ชุมชน สังคม และประเทศมีคุณภาพ และมีความยั่งยืนขึ้น</p>
<h2>พูดถึงเรื่องสวัสดิการพนักงานกันบ้างครับ ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา Employees Benefit มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>นันทศักดิ์ :</strong> ในช่วงโควิทที่ผ่านมา อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่าเราได้เพิ่มสวัสดิการ และการดูแลที่เหมาะสมตามสถานการณ์ในช่วงโควิดขณะนั้น</p>
<p>แต่หลังจากสถาณการณ์โควิด I.P. One ก็ได้ทำการต่อยอดแนวคิดเรื่อง Health Wellbeing ให้กับพนักงาน แนวคิดของโปรแกรมนี้ก็คือเรามองว่าอนาคตข้างหน้าอาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันแบบโควิด ขึ้นอีกครั้งก็ได้ รวมถึงการใส่ใจดูแลสุขภาพพนักงานก็ต้องถือว่าเป็นแนวทางที่จะทำให้เกิดสุขภาพที่ดี แข็งแรง และเมื่อพนักงานสุขภาพดี แข็งแรงจากการที่บริษัทได้ดูแล และห่วงใยพวกเขา สิ่งเหล่านั้นก็ Turn กลับมาเป็น Engagement และ Productivity ให้กับองค์กรได้ I.P. One จึงเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้</p>
<p>นอกจากนี้เราได้เชิญผู้เชี่ยวชาญเข้ามาให้ความรู้ในเรื่องการดูแลสุขภาพ เช่น วิธีออกกำลังกายที่ถูกต้อง, เคล็ดลับการออกกำลังกายในที่ทำงาน, การป้องกัน Office Syndrome, วิธีเลือกอาหารให้เหมาะสม รวมถึงเรื่องสุขภาพจิต หรือ Mental Health ด้วยครับ</p>
<p>เรามี Class การออกกำลังกายในช่วงหลังเลิกงาน ทั้งการเต้นแอโรบิค, โยคะ, ฟิตเนส หรืออะไรก็ได้ที่พนักงานอยากเข้าร่วม หรือแม้แต่การไปเช่าสนามฟุตบอล, สนามแบดมินตัน, ลานกิจกรรมในพื้นที่ใกล้ ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสให้พนักงานสามารถออกกำลังกายได้ง่ายกว่าที่เคย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-15967 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/I.P.-One-Core-Value_MM.jpg" alt="I.P. One Core Value MM" width="584" height="335" title="HR คือผู้ที่ช่วยองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน - คุยกับ Chief People Officer จาก I.P. ONE 677"></p>
<h2>มาถึงประเด็นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เราอยากรู้ว่า I.P. One มีวิธีบริหารความแตกต่างอย่างไร เพราะมีพนักงานหลายระดับ และหลายสัญชาติ ?</h2>
<p><strong>นันทศักดิ์ :</strong> การบริหารความแตกต่าง ความเป็นธรรม ถือเป็น Principle หลักของ I.P. One ครับ เรามี Core Value เรื่อง Integrity เป็นสิ่งยึดถือในการทำงาน Core Value ตัวนี้จะส่งต่อมาที่การทำงานทุกภาคส่วน ซึ่งรวมถึงการบริหารงานบุคคล ต้องเป็นธรรม เท่าเทียม เรามีคณะกรรมการ Compensation and Benefit ซึ่งมีตัวแทนของผู้บริหารระดับสูงของแต่ละหน่วยงานเข้ามาเป็นกรรมการ โดยมี CEO เป็นประธาน และ HR เป็นเลขานุการ</p>
<p>คณะกรรมการคณะนี้มีหน้าที่ดูแลนโยบายการบริหารงานบุคคล ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Welfare &amp; Benefit ,Career Path &amp; Development, Talent &amp; Successor, Organization Development โดยการใช้ระบบคณะกรรมการ เพื่อที่จะทำให้เกิดการพิจารณาอย่างรอบด้าน มองไปที่ Vision, Mission และ Core Value ของบริษัทเป็นสำคัญ จึงทำให้การพิจารณาตัดสินใจต่างๆ มีความเป็นธรรม และสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรมากกว่าตัวบุคคล</p>
<p>ดังนั้นพนักงานที่มีความหลากหลายและแตกต่างกันไปแต่ละเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นระดับ, เพศ, สัญชาติ, ศาสนา หรืออื่น ๆ ที่มี เมื่อมาเป็นพนักงาน I.P. One แล้วก็จะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม ทั่วถึง และเหมาะสมครับ</p>
<h2>I.P. One ให้ความสำคัญกับการพิจาณณาการเลื่อนตำแหน่งจากคนภายในของไอ.พี. วัน (Internal Promotion) มาก น้อยแค่ไหน ?</h2>
<p><strong>นันทศักดิ์ :</strong> เราเห็นความสำคัญของการสร้าง และการพัฒนาพนักงานให้เติบโตไปพร้อมกับบริษัท เพราะมองว่าการที่พนักงานที่เติบโตไปพร้อมกับบริษัท เขาจะมี Engagement ต่อองค์กรสูง และยิ่งถ้าเราพัฒนาให้เขาเป็น Talent ให้เขาเติบโตไปเรื่อย ๆ ประกอบกับการที่เขามี Engagement ต่อองค์กรสูง ทั้งสองส่วนนี้จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรที่จะเติบโตได้อย่างยั่งยืน เพราะเราเชื่อว่าองค์กร ก็คือพนักงานในองค์กรครับ ดังนั้น I.P. One จึงให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน เพื่อให้เขาสามารถเติบโตเส้นทางอาชีพของเขาขึ้นไปได้ เรามีนโยบาย Promotion from with in ซึ่งจะให้แต่ละหน่วยงานพิจารณาพนักงานที่มีศักยภาพ เพื่อ Promote ได้</p>
<p>เรามีนโยบายเปิดโอกาสพนักงานภายในมาสมัครงานตำแหน่งงานว่างที่บริษัทประกาศรับสมัครงานได้, เรามีระบบการพัฒนาพนักงานเพื่อเพิ่มศักยภาพให้เขาตลอดเส้นทางของการทำงานที่อยู่กับ I.P. One ไม่ว่าจะเป็น Functional Skill, Leadership Skill ซึ่งรูปแบบการพัฒนาจะเน้นทั้งการเรียนจากผู้เชี่ยวชาญ, การ Coach จากหัวน้างาน ผู้บริหาร และการลงมือฝึกปฏิบัติจริง ทั้งจากการมอบหมายงานที่ Challenge เพิ่มขึ้น หรือให้ Project Assignment ที่จะขยายองค์ความรู้ของพนักงานให้ลึก และกว้างออกไป</p>
<p>อย่างปีที่แล้วของเราที่มีการมอบหมายให้พนักงานที่ศักยภาพกระโดดมาทำ Project ที่ช่วยผลักดัน Strategy ของบริษัทให้สำเร็จ ก็เป็นอีกหนึ่ง Project ที่ประสบผลสำเร็จและช่วยผลักดัน Strategy ขององค์กรด้วย</p>
<h2>เราได้ยินกันบ่อย ๆ ว่าเทคโนโลยีเติบโตขึ้นมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทางไอ.พี. วัน ปรับตัวเข้าหา Digital Transformation อย่างไร ?</h2>
<p><strong>นันทศักดิ์ :</strong> การนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในการทำงาน ถือเป็น Core หลักของเรา เป็นกลยุทธ์ และเป็นเครื่องมือ สำคัญของธุรกิจเรา ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงโควิด-19 หรือไม่ก็ตาม โดย I.P. One มองว่าเทคโนโลยีดิจิทัลคือสิ่งที่จะทำให้เรา มีข้อมูล Insight จากลูกค้า ผู้บริโภค เพื่อนำมาวิเคราะห์ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด ด้าน Production ในขั้นตอนการผลิต Digital จะเข้ามาช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มผลผลิตให้กับเราได้</p>
<p>ในส่วนอื่น ๆ ก็เช่น การใช้แพลตฟอร์ม K2 ในงานอนุมัติงาน มี Office 365 ที่ใช้กันในองค์กรจนเป็นเรื่องปกติ</p>
<p>สำคัญที่สุดคือ เราเน้นในการพนักงานในองค์กรให้มี Digital Savvy อยู่ในทุกระดับ และทุกภาคส่วน เรากำหนดให้ระดับ Manager ต้องมี Digital Savvy เป็นหนึ่งใน Leadership Competency ของระดับ Manager ของ I.P. One ทุกคน และมีแผนพัฒนา Digital Savvy นี้ทุกปี</p>
<h2>พอสรุปให้ฟังได้ไหมว่าจุดเด่นในการบริหารคนของไอ.พี.วันคืออะไร ?</h2>
<p><strong>นันทศักดิ์ :</strong> องค์กรของเราเพิ่งเฉลิมฉลองครบรอบการก่อตั้งปีที่ 50 เมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้บริษัทกำลังก้าวไปสู่ปีที่ 51 โดยสิ่งที่ทำให้องค์กรเราเติบโตมาถึงจุดนี้ และจากแผนธุรกิจแล้ว เรามีโอกาสเติบโตไปได้มากอย่างแน่นอน ผมคิดว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ ค่านิยมองค์กร 6I’s Core Value</p>
<ul>
<li><em><strong>Integrity:</strong> ซื่อสัตย์ ยึดมั่นในคุณธรรม</em></li>
<li><em><strong>In Love:</strong> รัก หลงใหลในสิ่งที่ทำ</em></li>
<li><em><strong>Insightful:</strong> รู้จัก รู้จริง รู้ใจ</em></li>
<li><em><strong>Innovation:</strong> สร้างสรรค์นวัตกรรม</em></li>
<li><em><strong>In-Sync:</strong> พนักงานทุกคนรวมพลังใจเป็นหนึ่งเดียว</em></li>
<li><em><strong>Into The Future:</strong> การเติบโตในอนาคตอย่างยั่งยืน</em></li>
</ul>
<p>นี่คือค่านิยมที่ขับเคลื่อน I.P. One มาจนถึง 50ปี และจะเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่จะขับเคลื่อนองค์กรนี้ให้เติบโตต่อไปในอนาคต โดย 6I’s Core Value นี้เป็นสิ่งที่มาจาก Founder (ผู้ก่อตั้งบริษัท) เป็นผู้สร้างแนวทางและมีการถ่ายทอดไปสู่พนักงาน I.P. One รุ่นต่อรุ่น สิ่งนี้จึงเป็นจุดเด่นที่สำคัญของ I.P. One เราครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-15970 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/07/6is.jpg" alt="6is" width="658" height="496" title="HR คือผู้ที่ช่วยองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน - คุยกับ Chief People Officer จาก I.P. ONE 678"></p>
<h2>มาถึงคำถามสุดท้าย คุณนันทศักดิ์คิดว่า HR ช่วยสนับสนุนการเติบโตของก่อนได้อย่างไร ?</h2>
<p><strong>นันทศักดิ์</strong> : ในช่วงที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างงรวดเร็วแบบนี้ เราไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลยว่าจะมีสิ่งใดอีกที่ต้องเผชิญในอนาคต กรณีโควิด-19 เราก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีโรคระบาดที่สร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับโลกได้แบบนี้ หรือแม้แต่เรื่อง Digital Disruption ต่าง ๆ ที่เข้ามามีผลกระทบกับธุรกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน</p>
<p>ดังนั้นในความเห็นของผม องค์กรจะเติบโต และสามารถเผชิญสถานการณ์ต่างๆ ที่ท้าทาย และไม่อาจคาดเดาได้ คงไม่ใช่เป็นเพียงเพราะเงินลงทุน หรือเครื่องจักร แต่เป็นเพราะพนักงานในองค์กรนั้นๆ ช่วยกันผลักดันมากกว่า</p>
<p>เหตุนี้ HR จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากในสมัยนี้ เพราะบทบาท HR ต้องเป็น Partner ของ Business ที่จะช่วยวาง Vision, Mission, Strategy และการ Execute ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับคนและองค์กร เพื่อสร้างประโยชน์ และขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="HR คือผู้ที่ช่วยองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน - คุยกับ Chief People Officer จาก I.P. ONE 679" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ข้อมูลทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น” คุยกับ HR Manager จาก SAS Software</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/230628-sas-software/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jun 2023 03:22:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[SAS Software]]></category>
		<category><![CDATA[HR Manager]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/230628-sas-software/</guid>

					<description><![CDATA[บทสัมภาษณ์ SAS Software ว่ารับมือกับสถานการณ์โควิด-19 อย่างไร และดูแลคนแบบไหนถึงได้รับรางวัล HR Asia Best Companies To Work For หาคำตอบไปพร้อมกับเราได้ที่นี่]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>SAS Software มีวัฒนธรรมเรื่องการพัฒนาคนมาก โดยมีการ Upskill, Reskill และให้ความสำคัญกับเรื่องการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนความสามารถของพนักงานภายในองค์กร (Internal Mobility) มากกว่าการการให้พนักงานออก จึงมีศักยภาพมากในการรับมือกับทุกสถานการณ์</li>
<li>SAS Software มองว่าเรื่องของข้อมูล (Data) กลายเป็นเรื่องพื้นฐานของธุรกิจในปัจจุบันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลผู้บริโภค, ข้อมูลการใช้ผลิตภัณฑ์, ข้อมูลสินค้า หรือข้อมูลอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้อง เพราะธุรกิจจะไม่สามารถเติบโตหรือพัฒนาได้ด้วยการใช้ความรู้สึก (Gut Feeling) อย่างเดียวอีกต่อไป</li>
<li>SAS Software ให้ความเห็นว่า HR ถือเป็นคนแรกที่จะได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนนอก จึงเหมือนเป็นฝ่ายการตลาด (Marketing) , เป็นตัวแทน (Representative) ขององค์กร ขณะเดียวกันก็เป็นกำลังหลักของคนข้างในด้วย</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-15917 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/Screenshot-2566-06-28-at-10.21.16.jpg" alt="Screenshot 2566 06 28 at 10.21.16" width="645" height="396" title="“ข้อมูลทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น” คุยกับ HR Manager จาก SAS Software 680"></p>
<p>โควิด-19 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกธุรกิจ มีกระบวนการทำงานใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่นนโยบายอย่าง Flexible Hours ที่กำหนดให้พนักงานเข้างานเมื่อใดก็ได้ หรือนโยบาย Hybrid Workplace ที่ช่วยให้การทำงานเกิดขึ้นได้จากทุกแห่ง โดยตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้กลไกต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างสะดวกสบายขึ้น ก็คือเรื่องเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา</p>
<p>การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้พัฒนาธุรกิจแบบครบวงจร (Digital Transformation) จึงเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในฐานะกลยุทธ์ที่จะช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainability) ซึ่ง HREX.asia มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณประภาพร เลิศกชกร, HR Manager จาก SAS Software แพลตฟอร์มการวิเคราะห์ที่น่าเชื่อถือที่สุดในโลก ด้วยซอฟต์แวร์ ปัญญาประดิษฐ์ และการจัดการข้อมูลที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรม</p>
<p><strong>SAS Software</strong> รับมือกับสถานการณ์โควิด-19 อย่างไร และดูแลคนแบบไหนถึงได้รับรางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener">HR Asia Best Companies To Work For In Asia ประจำปี 2022</a> หาคำตอบไปพร้อมกับเราได้ที่นี่</p>
<h2><span class="notion-enable-hover" data-token-index="0">ย้อนกลับไปในช่วงโควิด-19 ที่องค์กรทั่วโลกต้องเจอกับความยากลำบากมาก ๆ สถานการณ์ของ SAS Software เป็นอย่างไร ?</span></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15912 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/SAS1.jpg" alt="SAS1" width="600" height="370" title="“ข้อมูลทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น” คุยกับ HR Manager จาก SAS Software 681"></p>
<p><strong>SAS Software:</strong> สถานการณ์ของเราในช่วงแรกคงคล้าย ๆ กับบริษัททั่วไปที่ยังไม่ได้เห็นภาพรวมของโควิดเนอะ ก็ยังไม่ค่อยรู้ว่าคืออะไร อันตรายอย่างไร แต่พอเราเริ่มเห็นว่ามันส่งผลกระทบ (Impact) กับชีวิตแล้วเนี่ย เราก็เริ่มหาทางรับมือกับมันทันทีค่ะ อย่างที่ SAS เอง ออฟฟิศของเราก็ให้พนักงานก็ต้องทำงานจากที่บ้าน (Remotely) เป็นหลักกันไปตามการแนะนำและมาตราการของรัฐ</p>
<p>ในช่วงที่จำนวนผู้ติดเชื้อมากขึ้นเรื่อย ๆ และวิธีการรักษาก็ยังไม่ชัดเจน สิ่งแรกที่เราเลือกให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย (Safety) และสุขภาพ (Health) ของพนักงาน อย่างตอนที่เราต้องให้พนักงานอยู่ที่บ้าน เราก็รู้นะว่ามันจะต้องมีบางอย่างที่หยุดชะงัก ไม่ต่อเนื่อง ไม่คล่องตัวอย่างที่เคย อันนี้ส่งผลในแง่ธุรกิจของ SAS ด้วย ยกตัวอย่างเช่นปกติเราก็มีการจัด Training Class ที่ออฟฟิศ แต่พอเราไม่สามารถให้แขกเข้ามาที่ตึกได้อีกต่อไป ก็เกิดปัญหาตามมา ทำงานไม่ได้อย่างเมื่อก่อน เรียกว่ามีเรื่องที่ต้องแก้ไขอยู่พอสมควร</p>
<p>แต่อย่างที่บอกไปว่าเราให้ความสำคัญกับคนเป็นอย่างแรก เราเลยเริ่มกลับมาดูว่าจะปรับรูปแบบการทำงาน (Working Arrangement) อย่างไรให้ดีขึ้น ให้งานยังเดินไปได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ จากนั้น SAS ก็พยายามฟื้นฟู (Recover) หลาย ๆ อย่างกลับมาค่ะ</p>
<h2>ทีม HR ทำงานอย่างไรบ้าง การคิดและออกนโยบาย ในสถานการณ์แบบนี้ยากแค่ไหน การประชุมแต่ละครั้งมีความเสี่ยงหรือเปล่า ?</h2>
<p><strong>SAS Software:</strong> ในช่วงแรกการประชุมออนไลน์ยังไม่ได้แพร่หลายมากเนอะ แต่ด้วยความที่เราเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยี เราก็เลยมีโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) หรือแพลตฟอร์มบางอย่างที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้วในการเชื่อมต่อและพูดคุย แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันไม่ได้ง่ายเหมือนตอนที่ประชุมกันต่อหน้า เราก็เลยมี HR Check-In กับทีมผู้บริหารและพนักงานของเราที่เมืองไทยตลอดจนทีมงาน HR regional กันอย่างสม่ำเสมอเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและหาข้อสรุปว่าภาพของ SAS ในภาพใหญ่จะก้าวไปในทิศทางใดค่ะ</p>
<h2>แล้ว SAS มีกลยุทธ์อย่างไรบ้างในช่วงที่สถานการณ์ไม่มีอะไรแน่นอน ยิ่งการออกนโยบายให้พนักงานในเวลาแบบนั้นก็ไม่รู้ว่าจะออกมาหัวหรือก้อย อาจมีงบที่ต้องจ่ายไปอย่างสูญเปล่า เพราะโควิด-19 เป็นเรื่องใหม่มากจริง ๆ ทีม HR มองเรื่องเหล่านี้อย่างไร ?</h2>
<p><strong>SAS Software:</strong> ถ้าให้พูดแบบภาษาบ้าน ๆ คือทำอะไรได้ก็ทำอะค่ะ (หัวเราะ) เราพยายามขวนขวายทุกวิธี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัคซีนที่ตอนนั้นเป็นประเด็นกันใหญ่เลยเพราะว่าหายากมาก รวมถึงเรื่องการหา ATK และวิธีการตรวจที่ถูกต้อง รวมถึงในกรณีที่พนักงานเกิดติดโควิดขึ้นมา เราก็ตั้งคำถามต่อว่าจะทำอย่างไรให้พนักงานได้หาหมอ ทำอย่างไรให้พนักงานมีเตียง ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง</p>
<p>พนักงานบางท่านที่ปกติเป็นเหมือนที่ปรึกษา (Consultant) ต้องเข้าไปอยู่กับลูกค้าที่หน้างานก็ไม่สามารถทำได้ เรียกว่าถ้าไม่จำเป็นลูกค้าก็จะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเราเลย แต่เราก็จะมีทีมที่คอย Support ลูกค้า อยู่อย่างไรก็ตามภาพรวมก็ถือว่าค่อนข้างยากอยู่เหมือนกันค่ะ ทีม HR ก็พยายามหาแนวทางมารักษาสถานการณ์ (Maintain) ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้จริง ๆ</p>
<p>ที่ SAS มีวัฒนธรรมเรื่องการพัฒนาคนมากนะคะ เรามีการ Upskill, Reskill และให้ความสำคัญกับเรื่องการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนความสามารถของพนักงานภายในองค์กร (Internal Mobility) มากกว่าการการให้พนักงานออกค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15913 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/SAS2.jpg" alt="SAS2" width="600" height="370" title="“ข้อมูลทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น” คุยกับ HR Manager จาก SAS Software 682"></p>
<h2>มีคนกล่าวว่าช่วง โควิด-19 เป็นช่วงที่เกิด Digital Transformation ชัดเจนมาก เทคโนโลยีเติบโตอย่างก้าวกระโดดในเวลาอันสั้น เรียกว่าไวขึ้นกว่าเดิมเป็นสิบปี SAS คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้</h2>
<p><strong>SAS Software:</strong> โดยส่วนตัวไม่ได้คิดว่าเทคโนโลยีเติบโตไวไปหรือช้าไปนะคะ เพราะจากทิศทางของมันเทคโนโลยีก็น่าจะเติบโตไปในลักษณะนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีก็จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปตามความจำเป็นมากกว่า</p>
<p>ทีนี้พอโควิด-19 เกิดขึ้น มันก็เปรียบเหมือนโลกเนี่ยดับลง แล้วจู่ ๆ ก็มีเทคโนโลยี มีโลกออนไลน์ มีเวอร์ชวลที่กลายเป็นแสงสว่างขึ้นมา พัฒนาการทั้งหมดที่เกิดขึ้นจึงเป็นเหมือนองค์ประกอบ (Component) ที่ช่วยให้โลกเดินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<h2>เราอยากให้อธิบายว่าทำไมองค์กรถึงต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ อย่าง SAS Software ที่เป็นเรื่องของการวิเคราะห์ (Analytic) จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร ? เพราะมีหลายคนที่ยังมองว่าเทคโนโลยีเหล่านี้เหมาะกับบริษัทใหญ่เท่านั้น</h2>
<p><strong>SAS Software:</strong> เรามองว่าเรื่องของข้อมูล (Data) กลายเป็นเรื่องพื้นฐานของธุรกิจในปัจจุบันไปแล้วค่ะ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลผู้บริโภค, ข้อมูลการใช้ผลิตภัณฑ์, ข้อมูลสินค้า หรือข้อมูลอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้อง ซึ่งข้อมูลส่วนนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อวางกลยุทธ์เนอะ ธุรกิจจะไม่สามารถเติบโตหรือพัฒนาได้ด้วยการใช้ความรู้สึก (Gut Feeling) เพราะทุกอย่างมันมีที่มาที่ไป และที่มาที่ไปก็คือเรื่องของข้อมูลนี่ล่ะค่ะ</p>
<p>สรุปได้ว่าข้อมูลคือความเป็นจริง คือรายละเอียดว่าพฤติกรรมของคนที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างไร เป็นรากฐานในวางแผนทางธุรกิจ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถไปถึงเป้าหมาย (Goal) ที่ตั้งเอาไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง SAS ก็ถือเป็นผู้นำในเรื่องของ Data Analytic ค่ะ เราอยู่ในเมืองไทยมาราว 23 ปี หรือถ้านับแบบทั่วโลกเนี่ยก็ราว 50 ปีได้ เรียกว่าเราเป็นผู้บุกเบิกในด้านนี้ค่ะ</p>
<p>ที่สำคัญคือ SAS มี R&amp;D ของตัวเองเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของเราให้ทันโลกอยู่เสมอค่ะ ส่วนในด้านของคนที่อาจจะยังไม่เข้าใจในเรื่องของข้อมูลมากนักและเลือกที่จะเชื่อความรู้สึกของตัวเองมากกว่า ทางเราก็จะพยายามชี้ให้เห็นถึงประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมไปเลย ต้องทำให้พวกเขาเห็นว่าการให้คำแนะนำของเราหรือธุรกิจที่ใช้บริการของเรามีผลลัพธ์ที่ดีขึ้น (Benefit) อย่างไรบ้าง</p>
<p>SAS ไม่ได้ทำในแง่ของ Commercial อย่างเดียวนะ เรายังทำในส่วนที่เป็น Government ด้วย ทั้งในเรื่องของการศึกษา หรือแม้แต่การพยากรณ์อากาศของโลก เราสามารถแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลของแต่ละประเทศเนี่ยควรเลือกใช้ทรัพยากรอย่างไรให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด ยกตัวอย่างเช่นปัญหาโลกร้อนก็มีสาเหตุ มีที่มาที่ไป ซึ่งการหาคำตอบว่าวิธีไหนจะเข้ามาบริหารจัดการได้ดีที่สุดเนี่ย SAS สามารถเข้าไปช่วยเหลือตรงจุดนั้นได้ค่ะ และเมื่อเรา Contribute ให้กับทุกภาคส่วนของโลก เราก็สามารถนำข้อมูลทั้งหมดมาบูรณาการเพื่อใช้ประโยชน์ได้อีก จุดนี้แหละค่ะที่ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า SAS ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นนะคะ</p>
<h2><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-15914 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/core-values-sas.png" alt="core values sas" width="325" height="324" title="“ข้อมูลทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น” คุยกับ HR Manager จาก SAS Software 683"></h2>
<h2>เป้าหมายของ SAS Software ในอนาคตอันใกล้เป็นอย่างไร ?</h2>
<p><strong>SAS Software:</strong> เป้าหมายของเราในปี 2024 คือการเข้า IPO ตลาดหุ้นที่อเมริกาค่ะ เราจึงให้ความสำคัญกับเรื่องคนมาก ทั้งการพัฒนาทักษะพนักงาน การหาผู้สืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) ให้มีความพร้อมกับเป้าหมายและกลยุทธ์ที่วางแผนเอาไว้ค่ะ</p>
<p>เรามีแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ และมีการทำ Talent Mapping Program เพื่อศึกษาว่าในแต่ละช่วงของพนักงาน เขาควรมีกลุ่มของทักษะ ความรู้ ความสามารถ หรือพฤติกรรมแบบไหน อย่างคนที่เรามองว่าจะก้าวไปเป็นระดับผู้จัดการ (Manager) เราก็จะมีแผนพัฒนารองรับ เช่น Manager Journey ซึ่งแผนงานเหล่านี้จะถูกวางแผนโดยทีม OE&amp;D (Organization Effective Development) ที่จะคอยให้คำปรึกษาโดยตรง เราก็จะไปวางแผนร่วมกับเขา</p>
<p>อีกคนที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะของพนักงานก็คือเมเนเจอร์นี่ล่ะ คนที่อยู่ในตำแหน่งนี้จะทำหน้าที่เป็นบุคคลต้นแบบ (Role Model) และเป็นบุคคลตรงกลางระหว่างสมาชิกในทีมกับ HR เราต้องอาศัยเขาในการสร้างคนและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีขึ้นมา ดังนั้นเราก็ต้องฝึกทักษะให้กับเมเนเจอร์ด้วยเช่นกัน เราต้องการผู้นำที่มี Growth mindset พร้อมที่จะพัฒนาทั้งตัวเองและดูแลทีมได้ค่ะ</p>
<h2>ถ้าให้มองย้อนกลับไป การทำงานของ HR หลังโควิดมีความเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม ?</h2>
<p><strong>SAS Software:</strong> ในช่วงระหว่างโควิด-19 ก็มีกระแสเรื่อง The Great Resignation เนอะ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่เลย อย่างพนักงานเองทำงานอยู่บ้านก็จริง แต่พวกเขาก็เกิดภาวะหมดไฟ (Burnout) โดยไม่รู้ตัว แต่ SAS เนี่ย ก็เป็นองค์กรที่ใส่ใจเรื่องความเป็นอยู่ของพนักงานมาก ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเชื่อว่าทำได้ดีมาตั้งแต่ช่วงก่อนโควิดด้วยซ้ำ เพราะนโยบายของเราคือการให้เรื่องคนสำคัญเป็นลำดับแรก ๆ เสมอ</p>
<p>ในช่วงหลังโควิดเราก็ให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพจิต (Mental Health) มากขึ้น แล้วก็พยายามที่จะหาวิธีใหม่ ๆ มาใช้ดูแลพนักงาน เช่นการปรับไปใช้ Hybrid Workplace แล้วก็เรื่องความยืดหยุ่น (Flexible Work Arrangement) ซึ่งเป็นสิ่งที่พนักงานเทคะแนนให้มากที่สุด ตอนที่เราทำแบบสำรวจภายในองค์กรขึ้นมา ซึ่งที่ SAS เนี่ย จะใช้ระบบการทำงานแบบ Hybrid ไปยาว ๆ เลยค่ะ</p>
<p>อีกเรื่องคือในช่วงโควิดเนี่ยเหมือนกับเราขาดการติดต่อกันไป ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ดังนั้นพอสถานการณ์ดีขึ้น เราก็พยายามแก้ไขปัญหานี้โดยการสร้างกิจกรรมที่เน้นการมีส่วนร่วม เพื่อให้พนักงานรู้สึกสนิทสนมกันอย่างที่เคย</p>
<p>สิ่งสำคัญที่ต้องพูดถึงก็คือพนักงานของ SAS แต่ละท่าน ทำงานกันและอยู่ด้วยกันมานานค่ะ ทุกคนเป็นกันเอง อยู่กันแบบพี่น้อง และคอยช่วยเหลือกัน แม้ว่าจำนวนคนในส่วนของประเทศไทยจะไม่ได้มีเยอะก็ตามแต่ โควิดทำให้เราต้องใส่ใจเรื่องการรักษาพนักงานมาก ๆ เพราะไม่รู้ว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไร</p>
<h2>มาถึงคำถามสุดท้ายแล้ว อยากให้คุณประภาพร สรุปว่า HR ช่วยสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้อย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>SAS Software:</strong> HR ถือเป็นคนแรกเลยที่จะได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนนอก เราเลยเหมือนเป็นฝ่ายการตลาด (Marketing) และเป็นตัวแทน (Representative) ขององค์กรไปในตัว ขณะเดียวกันเราก็เป็นกำลังหลักของคนข้างในด้วย ทุกวันนี้เราต้องมีลักษณะเป็นเหมือนที่ปรึกษา เป็นเพื่อนคู่คิดให้กับพนักงานทุกคน ทุกระดับ ถ้าให้เปรียบเทียบก็คือ Country Manager มักจะมีมือขวาเป็น CFO เพราะฉะนั้นมือซ้ายก็คงเป็น HR นี่ล่ะ ที่จะคอยให้คำปรึกษา ให้ Direction ต่าง ๆ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องคนในทุกๆ ด้าน ซึ่งทรัพยากรมนุษย์นี่ละค่ะถือเป็นฟันเฟืองหลักที่ช่วยให้องค์กรเดินต่อไปได้อย่างแข็งแรงค่ะ</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="“ข้อมูลทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น” คุยกับ HR Manager จาก SAS Software 684" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัมภาษณ์ ร็อบ ฮูเรนคัมป์ แห่ง MAZARS THAILAND เจาะลึกองค์กรตรวจสอบบัญชี ที่ไม่กลัว AI แย่งงานนักบัญชี</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/mazars-interview-rob-huremkamp-230627/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jun 2023 04:24:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[MAZARS THAILAND]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/mazars-interview-rob-huremkamp-230627/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ร็อบ ฮูเรนคัมป์ (คุณร็อบ) ทำงานที่ Mazars Thailand มาตั้งแต่ปี 2007 นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เขามองเห็นความเปลี่ยนแปลงขององค์กรหลายด้าน นำโดยความสามารถของพนักงานชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถของพนักงานยุคใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ HR ของ Mazars Thailand เคยมีหน้าที่เพียงแค่รับคนเข้า และปลดคนออก แต่เมื่อ คุณร็อบ เข้ามาทำงาน บทบาทของ HR ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป HR กลายเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์องค์กร HR สนใจการพัฒนาทักษะพนักงานมากขึ้น เพื่อดึงดูดให้คนอยากเข้ามาร่วมงาน และให้ความสำคัญกับการรักษาคนเก่ง ๆ ไว้อยู่คู่องค์กรต่อไปเช่นกัน คุณร็อบ อธิบายว่า Mazars Thailand ในปัจจุบัน พยายามทำองค์กรให้เป็นเหมือนมหาวิทยาลัยอีกแห่ง ที่นอกจากพนักงานจะได้ทำงานที่รัก และยังได้เตรียมความพร้อมพนักงานสำหรับการเติบโตต่อไปอย่างแข็งแกร่ง แม้ปัจจุบัน AI จะเป็นภัยคุกคามสำคัญของคนทำงานทั่วโลก แต่ คุณร็อบ ไม่กลัวว่า AI จะทำให้คนใน Mazars Thailand ต้องตกงาน แต่มองเป็นโอกาสที่จะช่วยให้พนักงานทำงานสะดวกขึ้นมากกว่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>ร็อบ ฮูเรนคัมป์ (คุณร็อบ) ทำงานที่ Mazars Thailand มาตั้งแต่ปี 2007 นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เขามองเห็นความเปลี่ยนแปลงขององค์กรหลายด้าน นำโดยความสามารถของพนักงานชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถของพนักงานยุคใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ</li>
<li>HR ของ Mazars Thailand เคยมีหน้าที่เพียงแค่รับคนเข้า และปลดคนออก แต่เมื่อ คุณร็อบ เข้ามาทำงาน บทบาทของ HR ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป HR กลายเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์องค์กร HR สนใจการพัฒนาทักษะพนักงานมากขึ้น เพื่อดึงดูดให้คนอยากเข้ามาร่วมงาน และให้ความสำคัญกับการรักษาคนเก่ง ๆ ไว้อยู่คู่องค์กรต่อไปเช่นกัน</li>
<li>คุณร็อบ อธิบายว่า Mazars Thailand ในปัจจุบัน พยายามทำองค์กรให้เป็นเหมือนมหาวิทยาลัยอีกแห่ง ที่นอกจากพนักงานจะได้ทำงานที่รัก และยังได้เตรียมความพร้อมพนักงานสำหรับการเติบโตต่อไปอย่างแข็งแกร่ง</li>
<li>แม้ปัจจุบัน AI จะเป็นภัยคุกคามสำคัญของคนทำงานทั่วโลก แต่ คุณร็อบ ไม่กลัวว่า AI จะทำให้คนใน Mazars Thailand ต้องตกงาน แต่มองเป็นโอกาสที่จะช่วยให้พนักงานทำงานสะดวกขึ้นมากกว่า นอกจากนั้น AI ยังไม่สามารถทำงานด้านการตรวจสอบบัญชี และการเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าคนจริง ๆ</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15873" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/HREX-Cover-42.jpg" alt="สัมภาษณ์ ร็อบ ฮูเรนคัมป์ แห่ง MAZARS THAILAND เจาะลึกองค์กรตรวจสอบบัญชี ที่ไม่กลัว AI แย่งงานนักบัญชี" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ ร็อบ ฮูเรนคัมป์ แห่ง MAZARS THAILAND เจาะลึกองค์กรตรวจสอบบัญชี ที่ไม่กลัว AI แย่งงานนักบัญชี 690"></p>
<p>บนโลกนี้มีบริษัทผู้ตรวจสอบบัญชีรายใหญ่ระดับโลกระดับ Big 4 ประกอบด้วย PricewaterhouseCoopers (PwC), EY, Deloitte และ KPMG ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทำให้นักบัญชีหลายคนอยากเข้าไปทำงานในองค์กรเหล่านี้</p>
<p>แต่บริษัทผู้ตรวจสอบบัญชีชื่อดังไม่ได้มีเพียงแค่นี้ ยังมี <a href="https://www.mazars.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Mazars</span></a> เป็นอีกองค์กรที่ได้รับการพูดถึงในระดับโลกมากเช่นกัน และรู้หรือไม่ว่า นี่คือองค์กรที่ผู้คนอยากร่วมงานด้วยไม่แพ้ Big 4 เลยทีเดียว การันตีจากการที่ <a href="https://www.mazars.co.th/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Mazars Thailand</span></a> ได้รับรางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener">Best Companies To Work For in Asia 2022</a> จาก HR Asia ไปครอง</p>
<p><a href="http://HREX.asia" target="_blank" rel="noopener">HREX.asia</a> สัมภาษณ์ <strong>คุณร็อบ ฮูเรนคัมป์ (Mr.Rob Hurenkamp) Managing Partner ประจำ Mazars Thailand</strong> ผู้อยู่คู่องค์กรนี้มาตั้งแต่ปี 2007 เพื่อล้วงเคล็ดลับความสำเร็จว่า ทำไม Mazars Thailand ถึงเติบโตมาถึงจุดนี้ได้ และเขามีเคล็ดลับในการบริหารคนอย่างไร ถ้าอยากรู้คำตอบแล้ว ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้เลย</p>
<h2>คุณทำงานที่ Mazars Thailand มาเกือบ 20 ปี ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ คุณมองเห็นอะไรในตัวพนักงานชาวไทย ที่เปลี่ยนแปลงไปด้านการทำงาน</h2>
<p><strong>ร็อบ:</strong> คนไทยในปัจจุบัน มีพัฒนาการด้านการทำงานดีขึ้นตามกาลเวลาครับ เมื่อ 20 ปีก่อน ผมเคยสัมภาษณ์ผู้สมัครงานหลายคนแล้วพบว่า คนไทยมักเป็นคนขี้อาย แต่ทุกวันนี้สังเกตได้เลยว่าคนไทยมีความกระตือรือร้นมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขาผ่านการเรียนการสอนที่เข้มข้นขึ้นในระดับมหาวิทยาลัย เลยได้เตรียมตัวจนพร้อมกับการทำงานดีขึ้นกว่าเดิม</p>
<p>ผมได้ยินว่าทางมหาวิทยาลัยมักฝึกให้นักศึกษาทำ Presentation บ่อย ๆ นักศึกษาเลยมีสกิลในการนำเสนอมากขึ้น พวกเขากล้าแสดงออกมากขึ้น ผมคิดว่าสื่อสังคมออนไลน์ก็น่าจะมีส่วนช่วยบ่มเพาะทักษะเหล่านี้เช่นกัน ถือเป็นเรื่องดีที่ทำให้คนรุ่นใหม่มีศักยภาพมากขึ้น มีพื้นฐานดีขึ้นเมื่อเทียบกับสมัยก่อนครับ</p>
<h2>เปรียบเทียบกันแล้ว พนักงานชาวไทยที่ Mazars Thailand แตกต่างจากพนักงานชาวต่างชาติอย่างไร</h2>
<p><strong>ร็อบ:</strong> ถ้าสำหรับคนรุ่นใหม่ พวกเขาเปลี่ยนไปตามยุคสมัยครับ คนหนุ่มสาวจะมีความกระตือรือร้นกว่า พวกเขาเข้าถึงข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ มากกว่า พื้นฐานการสื่อสารของพวกเขาก็ดีกว่า และพวกเขาใจร้อนกว่าด้วย สมมติว่าตอนนี้บริษัทไม่สามารถตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้ พวกเขาก็จะหาที่ใหม่ทันที แต่นี่เป็นสิ่งที่เปลี่ยนไปแบบเห็นได้ชัดทั่วทั้งโลก ไม่ได้แค่ในคนไทยเท่านั้น</p>
<p>ผมเลยไม่อยากแบ่งแยกว่า นี่คือคนไทย นี่คือคนต่างชาติ เพราะจริง ๆ แล้วคนก็เป็นแบบนี้กันทั้งโลก และวิธีการทำงานในองค์กรของเราก็มีความเป็นนานาชาติสูง เรามีชาวต่างชาติมาทำงานที่นี่ไม่น้อย เราจึงพยายามปรับปรุงองค์กรให้เกิดความหลากหลาย (Diversity) ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้</p>
<h2>ในฐานะ Managing Partner คุณมีบทบาทอย่างไรบ้างในการบริหารคน ช่วยให้พนักงานของ Mazars Thailand ทำงานดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น และมีชีวิตที่ดีขึ้น</h2>
<p><strong>ร็อบ:</strong> ที่นี่แม้เราจะมีฝ่าย HR เป็นผู้คอยดูแลพนักงาน แต่เราเรียนรู้มาหลายปีแล้วว่า การบริหารคนเป็นเรื่องที่ท้าทายกว่าที่คิดครับ เพราะพนักงานจะมีความต้องการแตกต่างกันไป สิ่งที่เราพยายามทำก็คือ ตั้งใจฟังว่าเขาต้องการอะไร อยากให้พัฒนา ปรับปรุงส่วนไหนให้ดีขึ้นบ้าง พนักงานต้องการวางแผนเส้นทางอาชีพตัวเองให้เติบโตอย่างไร เราจะมีการนัดพูดคุยกับทุกคน 2 ครั้งต่อปี ให้คำปรึกษาเรื่องอาชีพ ดูว่าเขาคาดหวังอย่างไร และเราจะทำให้การเดินทางไปในเส้นทางนั้นง่ายขึ้นได้อย่างไร</p>
<p>ที่ผ่านมางาน HR อาจไม่ได้ง่ายขึ้นมาก แต่มันเป็นกระบวนการที่เราต้องเรียนรู้ หน้าที่ของผมคือการมอบทิศทางว่า เราควรเดินหน้าไปทางไหนเพื่อให้ทุกคนทำงานอย่างมีความสุข เราสื่อสารกับพนักงานเสมอ ขอความเห็นว่าจะช่วยพัฒนาองค์กรอย่างไร นี่คือสิ่งที่เราเรียนรู้จากช่วงโควิด-19 ว่าการสื่อสารกับทุกคนในทีมคือสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ เพราะช่วงนั้นทุกคนต้องทำงานกันคนละที่</p>
<p>แต่เราก็ตระหนักว่ายังไงต้องกลับมาทำงานที่ออฟฟิศกันอยู่ดี เราจำเป็นต้องมี Contact Point ในบริษัท ให้ทุกคนได้พบปะพูดคุยกัน ต้องมีกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์พนักงานอย่างน้อย 2 ครั้งต่อเดือน หรือทุก 2 อาทิตย์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-15874" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/IMG_0120.jpg" alt="สัมภาษณ์ ร็อบ ฮูเรนคัมป์ แห่ง MAZARS THAILAND เจาะลึกองค์กรตรวจสอบบัญชี ที่ไม่กลัว AI แย่งงานนักบัญชี " width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ ร็อบ ฮูเรนคัมป์ แห่ง MAZARS THAILAND เจาะลึกองค์กรตรวจสอบบัญชี ที่ไม่กลัว AI แย่งงานนักบัญชี 691"></p>
<h2>ยุคโควิด-19 กำลังจะผ่านไปแล้ว แต่กว่าจะผ่านพ้นมาได้ Mazars Thailand บริหารจัดการอย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ร็อบ:</strong> ตอนนั้นเราจัดการด้วยความรวดเร็ว ให้ทุกคน Work From Home ตั้งแต่อาทิตย์แรกของการแพร่ระบาดเลยครับ ยกเว้นทีมงานหลัก ทีม Admin Staff ที่ยังต้องใช้พื้นที่ออฟฟิศคอยบริหารจัดการความเรียบร้อยประมาณ 10 คน</p>
<p>จากนั้นเราเรียนรู้ที่จะบริหารจัดการว่า ทำอย่างไรให้งานเดินหน้าต่อไปได้ เราจะสนับสนุนพนักงานทุกคนในการทำงานจากที่บ้านอย่างไร เราปล่อยให้ทีมสตาฟบริหารจัดการ และเปิดกว้างให้พนักงานเข้ามาพูดคุย ขอคำปรึกษาหากเกิดปัญหาต่าง ๆ ด้วย</p>
<p>แต่เราก็ตระหนักดีว่า การทำงานที่ออฟฟิศมีประสิทธิภาพมากกว่า ตอนที่เราอนุญาตให้กลับมาออฟฟิศได้อีกครั้ง หลายคนตัดสินใจกลับมาทันทีซึ่งผมเข้าใจได้ เพราะเห็นได้ชัดว่าการทำงาน การสอนงาน และการเรียนรู้งานจะมีประสิทธิภาพมากกว่า เมื่ออยู่พร้อมหน้ากันแล้วยังสามารถช่วยเหลือกันได้มากกว่า</p>
<p>พอเราทำงานผ่านออนไลน์จนพ้นวิกฤติมาได้ เราก็นำบทเรียนที่ได้มาปรับปรุงให้เกิดการทำงานที่ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นจนถึงปัจจุบันครับ</p>
<h2>Mazars บังคับให้พนักงานต้องเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศไหม</h2>
<p><strong>ร็อบ:</strong> เราให้อิสระพนักงานเต็มที่เลยครับ ว่าจะมาทำงานที่ออฟฟิศ หรือสะดวกทำงานที่บ้านมากกว่า แต่เราก็มอบไกด์ไลน์ว่า เราอยากให้พนักงานเข้ามาที่ออฟฟิศอย่างน้อย 2-3 วันต่อสัปดาห์ เพราะเราอยากให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนในองค์กร ให้พวกเขาได้พบปะ ได้พูดคุยกับเพื่อน ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากกันและกัน ไม่ได้รู้สึกห่างเหินกันเกินไปครับ</p>
<h2>ก่อนหน้านี้คุณพูดเรื่องความหลากหลาย ที่ Mazars Thailand มีพนักงานประมาณ 360 คน คุณบริหารเรื่องความหลากหลายทางเพศ อายุ เชื้อชาติ และเรื่องอื่น ๆ อย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ร็อบ:</strong> พนักงานที่นี่ส่วนมากเป็นคนไทย มีพนักงานต่างชาติคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/010622-deib/"><span style="font-weight: 400;">การบริหารความหลากหลาย</span></a>อาจไม่ง่ายนัก แต่เราชอบเน้นเรื่องความหลากหลายทางเพศ พนักงานส่วนใหญ่ของ Mazars คือผู้หญิง อาจเพราะวิชาชีพนี้มีผู้หญิงเยอะด้วย แต่เราก็พยายามทำให้เกิดความหลากหลายด้านอื่น ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้</p>
<p>เราเปิดรับพนักงานทุกเพศจริง ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง หรือ LGBTQIA+ สำหรับผมนี่คือประเด็นที่ไม่ต้องคิดเลย (No Brainer) เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลก นี่คือสิ่งที่โลกให้ความสำคัญ เราตระหนักว่าความสามารถของผู้คนต้องมาก่อน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ขอเพียงมีความสามารถเหมาะสมกับงาน ก็จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรแน่นอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-15875" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/IMG_0123-1.jpg" alt="สัมภาษณ์ ร็อบ ฮูเรนคัมป์ แห่ง MAZARS THAILAND เจาะลึกองค์กรตรวจสอบบัญชี ที่ไม่กลัว AI แย่งงานนักบัญชี " width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ ร็อบ ฮูเรนคัมป์ แห่ง MAZARS THAILAND เจาะลึกองค์กรตรวจสอบบัญชี ที่ไม่กลัว AI แย่งงานนักบัญชี 692"></p>
<h2>ตอนไหนที่ Mazars Thailand ตระหนักว่า “คน” สำคัญต่อองค์กร</h2>
<p><strong>ร็อบ:</strong> ย้อนไปเมื่อปี 2007 ครับ ผมได้เรียนรู้ว่า เราเป็นองค์กรที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น (Unique) ตอนนั้นองค์กรเติบโตรวดเร็วมาก จนต้องรับพนักงานเพิ่มขึ้น เราจึงต้องมองหาคนที่เหมาะสมที่มาทำงานด้วยมากขึ้น Recruiting Staff ของเรามืออาชีพมาก ๆ รู้ว่าต้องการพนักงานแบบไหน ต้องมองหาพนักงานจากแหล่งใด พวกเขามองหาจากในมหาวิทยาลัย เราพร้อมรับนักศึกษาจบใหม่ที่อยากร่วมงานกับเรา ขณะเดียวกันก็มองหา Module ที่จะทำให้พวกเขาเติบโตได้ด้วย นั่นคือกลยุทธ์ทั้งหมดที่เราจัดการและทำให้ได้จริง</p>
<p>เราดึง HR ขึ้นมาเป็น Executive Committee เพื่อเน้นย้ำชัดเจนว่า HR เป็นหน่วยงานสำคัญที่ไม่เพียงช่วยขับเคลื่อนองค์กร แต่ยังขับเคลื่อนธุรกิจ เพราะธุรกิจจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้เลย หากปราศจากพนักงานคอยทำงาน วินาทีที่เรามีพนักงานมากคุณภาพ ธุรกิจจะเติบโต พนักงานถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เราขาดไม่ได้</p>
<p>นอกจากนั้น ถ้าเราจะแข่งกับบริษัทระดับ Big 4 เราก็ต้องดูแลพนักงานของเรา ให้สามารถทำงานอย่างมีความสุข ซึ่งจุดนี้จะเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้ผู้คนอยากมาทำงานร่วมกับเราครับ</p>
<h2>อธิบายได้ไหมว่า “พนักงานมากคุณภาพ” ของ Mazars Thailand จำเป็นต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง</h2>
<p><strong>ร็อบ:</strong> แน่นอนครับว่าต้องฉลาด หลักแหลม ต้องมีทักษะด้านการสื่อสารที่ดี สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว และต้องมีความเป็นมืออาชีพ เราเป็นองค์กรด้านการบัญชี ทำงานกับตัวเลข ภาษี การให้คำปรึกษา และบริหารจัดการ Crisis Management เราต้องมั่นใจว่าพนักงานมีความเชี่ยวชาญและความสนใจเรื่องเหล่านี้มาก ๆ</p>
<p>นั่นคือเหตุผลว่าทำไม เราต้องการพนักงานให้มาทำงานที่นี่ตั้งแต่เพิ่งจบมหาวิทยาลัย เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้งาน ค่อย ๆ เติบโตจากการเป็นจูเนียร์ ไปเป็นซีเนียร์ และเติบโตต่อไปเป็นขั้น ๆ ดังนั้นพวกเขาต้องมีความอยากเรียนรู้ และต้องอยากพัฒนาตัวเองตลอดเวลา</p>
<h2>เคยได้ยินว่างานตรวจสอบบัญชีเป็นงานที่กินเวลาชีวิต ต้องทำงานดึกดื่น ที่ Mazars Thailand บริหารจัดการอย่างไรให้พนักงานสามารถ Work Life Balance ได้ลงตัว</h2>
<p><strong>ร็อบ:</strong> เราจะมีช่วง High Season หรือช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคมของทุกปีที่ทุกคนจะยุ่งเสมอ ช่วงนั้นเรายอมรับว่างานตรวจสอบบัญชีจะค่อนข้างหนัก พนักงานต้องทำงานหนักขึ้น แต่หากทำงานจนไม่มีเวลาให้ตัวเอง เราจะต้องพิจารณาเนื้องานด้วยว่า จะแก้ไขให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร ป้องกันไม่ให้พนักงานต้องทำงานล่วงเวลายาวนานโดยไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง</p>
<p>ถ้าเริ่มจากการวางแผนได้ดี ว่าต้องทำอะไรให้เสร็จบ้าง รู้และเข้าใจว่าทำไมถึงต้องทำงานนี้ให้เสร็จในช่วงเวลานี้ ก็จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น เราไม่อยากให้พนักงานต้องทำงานนานเกินความจำเป็น และเราก็พยายามทำให้บรรยากาศในการทำงานโดยรวมดีขึ้นเช่นกันครับ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม พอผ่านช่วงนี้ไปก็จะเริ่มเบาแล้วกลับมาปกติแล้วครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-15876" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/IMG_0092.jpg" alt="สัมภาษณ์ ร็อบ ฮูเรนคัมป์ แห่ง MAZARS THAILAND เจาะลึกองค์กรตรวจสอบบัญชี ที่ไม่กลัว AI แย่งงานนักบัญชี " width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ ร็อบ ฮูเรนคัมป์ แห่ง MAZARS THAILAND เจาะลึกองค์กรตรวจสอบบัญชี ที่ไม่กลัว AI แย่งงานนักบัญชี 693"></p>
<h2>ปัจจุบัน AI เริ่มก้าวเข้ามาในหลายแวดวงการทำงาน มีการคาดการณ์ว่าจะทำให้คนในหลายอุตสาหกรรมตกงาน Mazars Thailand กังวลเรื่องนี้หรือไม่</h2>
<p><strong>ร็อบ:</strong> เป็นคำถามที่น่าสนใจครับ เมื่อราว 10 ปีก่อน มีคนบอกว่าอีก 10 ปีข้างหน้างานบัญชีจะไม่ต้องใช้มนุษย์ทำแล้ว เพราะ AI จะทำแทนให้ แต่ทุกวันนี้เราก็ยังงานยุ่งกันอยู่เหมือนเดิม (หัวเราะ)</p>
<p>AI อาจช่วยงานบัญชีได้หลายอย่าง เราพัฒนาเครื่องมือของเราเองเพื่อให้พนักงานใช้งานสะดวกขึ้น เช่น การทำ Invoice การคีย์ข้อมูล การตรวจสอบข้อมูล งานพวกนี้อาจถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรได้ แต่เรามาโฟกัสที่การวิเคราะห์รายละเอียดมากขึ้น งานเหล่านี้ AI อาจทำได้ แต่ก็ยังไม่ดีเท่าคน เพราะเราต้องทำงานร่วมกับลูกค้า ต้องสอบถามและพบเจอคำถามที่หนักหน่วง ยากลำบาก ต้องผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างถี่ถ้วนจึงจะให้คำปรึกษาที่มีประสิทธิภาพ</p>
<p>เรายังไม่สามารถพึ่งพาให้ AI มาบอก มาแนะนำอะไรเราได้ว่า ทำอย่างไรถึงสถานการณ์จะดีขึ้น การใช้ AI จะได้ผลเมื่อมีข้อมูลปริมาณมาก แต่องค์กรที่มาขอคำปรึกษา มักจะเป็นองค์กรที่ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตยังไม่มากเท่าที่ควร ซึ่งก็เหมือนในวงการแพทย์ว่าทำไมถึงยังต้องมีหมอ เพราะ AI วินิจฉัยโรคยังไม่ได้ดีมาก</p>
<p>AI รวมถึง Machine Learning เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น เราพยายามให้พนักงานใช้เพื่อให้งานสะดวกขึ้นเช่นกัน แต่คุณค่าของงานบัญชี งาน Audit เราต้องพัฒนาตัวเองเพื่อทำงานในระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าก็ต้องการเช่นกัน เราไม่อยากให้พนักงานมัวแต่เสียเวลาทำใบ Invoice อย่างเดียว งานให้คำปรึกษา (Advisor) จะซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ และต้องใช้คนที่มีงสกิลสูงขึ้นมาทำงานนี้เช่นกัน</p>
<p>ถ้ามองไปในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ผมไม่กังวลเลยว่า AI จะมา Disrupt องค์กร แต่ผมมองว่ามันเป็นโอกาสให้เรานำมาใช้เพื่อพัฒนาต่อไป</p>
<h2>Mazars ได้รางวัล Best Companies to Work For จาก HR Asia 2022 คิดว่าอะไรเป็นปัจจัยให้ได้รางวัลเหล่านี้</h2>
<p><strong>ร็อบ:</strong> ผมคิดว่าสิ่งที่เราทำได้ดีคือ เราเป็น Service Firm ที่พยายามสร้างความเป็นครอบครัวให้เกิดขึ้น เราสื่อสารกับพนักงาน ทำให้เกิดความเป็นทีมเดียวกัน เกิดความเป็นครอบครัวเดียวกัน เราอาจเป็นองค์กรเล็ก แต่เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดว่าเรามีเมื่อเทียบกับองค์กรใหญ่ ๆ ที่เป็นคู่แข่ง</p>
<p>เรายังพัฒนาคนไม่หยุดหย่อน ตาม Motto ของเราว่า “เมื่อเขาเรียนจบแล้วมาทำงานกับเรา เขาก็จะได้พัฒนาให้เหมาะกับงานต่อ ๆ ไป”</p>
<h2>บทบาท HR ในอนาคตของ Mazars จะต้องพัฒนาต่อไปอย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ร็อบ:</strong> งาน HR ที่นี่พัฒนามาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ตอนผมเข้ามาทำงาน HR มีหน้าที่แค่ไล่คนออกกับรับคนเข้าเท่านั้น แต่ปัจจุบันงาน HR วิวัฒนาการขึ้น มีส่วนสำคัญต่อการวางกลยุทธ์ขององค์กร HR ต้องสนใจการพัฒนาคน งานของ HR คือการสร้างความผูกพันให้พนักงาน เทรนพนักงาน รักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร ปัจจุบันผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับงาน HR มากขึ้น เพราะทุกคนอยากร่วมงานกับคนที่เก่งที่สุด อยากดึงดูดคนที่ดีที่สุด อยากรักษาคนที่ดีที่สุดเอาไว้ และอยากให้คนผูกพันกับสิ่งที่ทำ</p>
<p>Mazars จะทำหน้าที่เป็นมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ให้คนที่เข้ามาทำงาน เราจะให้การศึกษาและพัฒนาคน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่งานใหม่ นั่นคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากครับ เพราะเราอยากให้คนพัฒนาขึ้น</p>
<h2>เรื่องไล่ออกกับจ้างคน ในบริษัทไทยโดยทั่วไปไม่ชอบไล่คนออก แต่องค์กรต่างชาติไม่เกรงที่จะไล่คนออก Mazars Thailand เป็นเช่นนั้นด้วยไหม</h2>
<p><strong>ร็อบ:</strong> ไม่ครับ เราไม่มีมายด์เซ็ตนั้น แต่ถ้าคุณทำงานแล้วมองเห็นแก่นคุณค่าไม่ตรงกับที่องค์กรมองเห็น ก็อาจจะทำงานไม่สะดวกนัก อย่างไรก็ตาม เราจะไม่ไล่คนออกยกเว้นเป็นเรื่องทุจริต ถ้าเราเห็นว่าเขาพัฒนาศักยภาพได้ เราก็จะพัฒนาเขา ถ้าเขาพัฒนาช้า อาจบ่งชี้ได้ว่าพวกเขาอาจไม่เหมาะกับงานนั้น เป็นสัญญาณให้เขาลองค้นหา ลองหางานที่เขารู้สึกลงตัวกับเขาทำมากกว่า</p>
<p>เราอยากสร้างโอกาสให้พนักงาน เราหาทางให้พนักงานทำผลงานได้ดีที่สุดเสมอ ถ้าพนักงานไม่ชอบงานที่ทำจริง ๆ เราจะช่วยเขาหางานในองค์กรที่พวกเขาชอบ และคิดว่าทำได้ดี</p>
<h2>คุณคิดว่าทำไม HR สนับสนุนให้เกิดการเติบโตขององค์กรได้</h2>
<p><strong>ร็อบ:</strong> ถ้าไม่มีคน เราก็ทำงานอะไรไม่ได้ เดินหน้าต่อไปไม่ได้ พนักงานคือ Asset ที่สำคัญของเรา และ HR มีบทบาทสำคัญมากในการทำให้พนักงานเติบโตและพัฒนาได้ งาน HR คือพื้นฐานขององค์กรและธุรกิจของเราครับ</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="สัมภาษณ์ ร็อบ ฮูเรนคัมป์ แห่ง MAZARS THAILAND เจาะลึกองค์กรตรวจสอบบัญชี ที่ไม่กลัว AI แย่งงานนักบัญชี 694" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัมภาษณ์ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ HR ผู้นำวัฒนธรรม Fun, Friends, Future สู่ Watsons Thailand ทางเลือกแรกของคนหางานด้านความสวยงาม</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/hr-watsons-interview-230626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jun 2023 03:30:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Watsons Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/hr-watsons-interview-230626/</guid>

					<description><![CDATA[สัมภาษณ์ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ HR แต่ละองค์กรสามารถเรียนรู้อะไรจาก Watsons Thailand ได้บ้าง สามารถติดตามจากบทสัมภาษณ์นี้ได้เลย]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>จากประสบการณ์ที่เคยทำงาน HR ในหลายองค์กรของคุณจิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ พบว่า “Fun, Friends, Future” คือคีย์เวิร์ดสำคัญที่เหมาะสมและลงตัวกับองค์กร Watsons Thailand ที่สุด เป็นวัฒนธรรมองค์กรเอกลักษณ์ ที่รู้สึกและสัมผัสได้ ไม่เหมือนที่ใด</li>
<li>เพราะ Watsons Thailand เป็นองค์กรในธุรกิจค้าปลีกด้านความสวยงาม การให้ความสำคัญกับความหลากหลาย ถือเป็นปัจจัยสำคัญ ความหลากหลายนำมาซึ่งความงดงาม ทำให้องค์กรเปี่ยมสีสัน และเกิดความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่ที่ช่วยตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย</li>
<li>Watsons Thailand ให้ความสำคัญกับการมีสวัสดิการที่หลากหลาย เพื่อตอบรับความต้องการของพนักงานกว่า 5,000 คน คุณจิระวัฒน์ มองว่า อาจมีสวัสดิการบางอย่างไม่โดนใจพนักงานบางกลุ่ม จึงจำเป็นต้องมีตัวเลือกสวัสดิการหลายแบบ เพื่อทำให้พนักงาน รวมถึงคนภายนอกที่สนใจอยากร่วมงานด้วย</li>
<li>หากเปรียบ Watsons Thailand เป็นเหมือนร่างกาย คุณจิระวัฒน์มองว่าพนักงานก็คือหัวใจ ถ้าไม่มีพนักงานช่วยขับเคลื่อน องค์กรย่อมไม่สามารถมีชีวิตต่อไปได้</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15861" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/HREX-Cover-49.jpg" alt="สัมภาษณ์ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ HR ผู้นำวัฒนธรรม Fun, Friends, Future สู่ Watsons Thailand ทางเลือกแรกของคนหางานด้านความสวยงาม" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ HR ผู้นำวัฒนธรรม Fun, Friends, Future สู่ Watsons Thailand ทางเลือกแรกของคนหางานด้านความสวยงาม 695"></p>
<p>หากถามเคล็ดลับแต่ละองค์กรว่า จะทำอย่างไรให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุข แต่ละองค์กรย่อมมีคำตอบแตกต่างกันไป แต่สำหรับ Watsons Thailand พวกเขาพบว่า การสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มี <strong>“Fun, Friends, Future”</strong> นี่แหละ คือคำตอบที่ใช่ที่สุด</p>
<p>3 คำดังกล่าวมีที่มาจาก <strong>คุณจิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล Watsons Thailand</strong> ผู้นำประสบการณ์การทำงาน HR กว่า 30 ปีจากหลายองค์กร กลั่นออกมาเป็นคีย์เวิร์ดเหล่านี้ เพื่อสร้างองค์กรอันเปี่ยมสุข จากประสบการณ์ที่ผ่านมาบอกเขาว่า องค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้พนักงานมีความสุข และช่วยให้องค์กรเติบโต ไม่มีทางหนี 3 ปัจจัยดังกล่าวได้ และนั่นเป็นผลให้ Watsons Thailand ได้รับรางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener">Best Companies To Work For in Asia 2022</a> จาก HR Asia ไปครองด้วย</p>
<p>HR แต่ละองค์กรสามารถเรียนรู้อะไรจาก Watsons Thailand ได้บ้าง สามารถติดตามจากบทสัมภาษณ์นี้ได้เลย</p>
<h2>ในฐานะ HR ของ Watsons Thailand ในปัจจุบัน คุณพบว่างาน HR มีความท้าทายและความแตกต่างจากสมัยเริ่มงานใหม่ ๆ เมื่อ 30 ปีก่อนอย่างไร</h2>
<p><strong>จิระวัฒน์:</strong> แตกต่างกันลิบลับเลยครับ 30 ปีที่แล้วเราไม่เรียกงานนี้ว่างาน HR ด้วยซ้ำ สมัยนั้นเรายังไม่เห็นบทบาทของฝ่ายบุคคลสมัยนั้นชัดเจน ส่วนใหญ่จะเป็นเหมือน Back Office ทำเรื่อง Recruiting, Training, Payroll หลัก ๆ แค่นี้เท่านั้น</p>
<p>แต่ 20 ปีที่ผ่านมา บทบาทของงาน HR ได้รับความคาดหวังมากขึ้น ทุกองค์กรเริ่มต้องการ HR ที่เข้าใจธุรกิจและเข้าใจคนไปพร้อมๆ กัน เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว งาน HR จึงถูกคาดหวังมากขึ้นว่าจะทำอย่างไรจึงจะช่วงชิง Talent ซึ่งมีจำนวนจำกัด ทำอย่างไรจึงจะ Upskill-Reskill คนในองค์กรให้สามารถสร้างผลงานตามที่บริษัทตั้งเป้าได้</p>
<p>ทุกวันนี้องค์กรมอง HR เป็นพาร์ทเนอร์ ช่วยทำให้สิ่งที่องค์กรนั้น ๆ ต้องการบรรลุผลจริงได้ งาน HR ถูกคาดหวังให้เป็นพาร์ทเนอร์ที่คู่ไปกับ Core Team ทั้งหมดของทุกองค์กร นี่คือความแตกต่างระหว่างปัจจุบันกับ 30 ปีที่แล้ว</p>
<h2>ตอนเริ่มงานที่ Watsons Thailand เมื่อ 8 ปีก่อน งาน HR ขององค์กรตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง แล้วคุณมีบทบาทอย่างไร</h2>
<p><strong>จิระวัฒน์:</strong> หลายอย่างเขาทำไว้ดีอยู่แล้วนะครับ แต่ก็ยังมีอีกหลายจุดที่เราสามารถทำให้ดียิ่งขึ้นได้</p>
<p>ช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อมั่นมาก ๆ ในการทำงานที่นี่คือ การพยายามสร้าง Engagement ของคนในองค์กร พยายามหาจุดที่ทุกคนลงตัว แล้วพยายามขับเคลื่อนต่อไป เพื่อให้เป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ดี พวกเราช่วยกันสร้างวัฒนธรรมขึ้นมาด้วยคำ 3 คำ <strong>“Fun, Friends, Future” เป็นเหมือน People Promise คำมั่นสัญญาว่าเราจะทำให้ 3 คำนี้เป็นสิ่งที่จับต้องได้</strong></p>
<p>แต่ไม่ใช่ว่าของเดิมไม่ดีนะ สิ่งที่ดีอยู่แล้วในอดีตคือ เขารู้ว่า Business Growth จะโตปีละเท่าไหร่ จะขยายสาขาเพิ่มปีละกี่สาขา การทำ In-Store Development Program ต่อท่อ Pipeline ของคนเพื่อให้สามารถเติบโตมาดูแลลูกค้าและสาขาต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นได้อย่างไร อันนี้มีระบบ Retail Academy ชัดเจน เพียงแต่เราปรับหลักสูตรให้มันเหมาะสมกับปัจจุบัน และรองรับความต้องการในอนาคตมากขึ้น เพื่อให้ Fit For the Future</p>
<p>เพราะอะไรที่ดีอยู่แล้ว เราก็ทำต่อไปครับ และอะไรที่เราช่วยเสริมสร้างองค์กรได้ เราก็ดำเนินการขับเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องของ Fun, Friends, Future</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-15862" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/2Portait.jpg" alt="สัมภาษณ์ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ HR ผู้นำวัฒนธรรม Fun, Friends, Future สู่ Watsons Thailand ทางเลือกแรกของคนหางานด้านความสวยงาม" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ HR ผู้นำวัฒนธรรม Fun, Friends, Future สู่ Watsons Thailand ทางเลือกแรกของคนหางานด้านความสวยงาม 696"></p>
<h2>Fun, Friends, Future คือสิ่งที่คุณเอามาใช้กับ Watsons Thailand โดยเฉพาะเลยใช่ไหม หรือว่านำแนวคิดนี้มาจากองค์กรอื่น</h2>
<p><strong>จิระวัฒน์:</strong> เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของที่นี่เลยครับ ไม่มีที่ไหนมีแบบนี้</p>
<p>แต่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรไม่มีสูตรสำเร็จ คุณไม่สามารถเปิดหนังสือแล้วทำตามได้ เพราะต้องดูว่าจุดแข็งของแต่ละองค์กรคืออะไร สิ่งที่คิดว่าสามารถทำให้เข้ารูปเข้าร่างได้มีอะไรบ้าง <strong>ผมใช้เวลาสัก 3-4 เดือนก็พบว่า 3 สิ่งนี้อยู่ใน DNA ของชาว Watsons Thailand</strong>&#8230; Fun, Friends, Future เป็นสิ่งที่เราริเริ่มขึ้นมาเพราะมันใช่ ฝังอยู่ใน DNA และเราสามารถส่งต่อ DNA นี้จากรุ่นสู่รุ่นได้</p>
<p>พอเราทำมาต่อเนื่อง 7-8 ปีแล้วมันเวิร์ค มันก็หยุดไม่ได้แล้วครับ ต้องทำต่อไป และทั้ง 3 คำตอบโจทย์เพื่อนร่วมงานในทุก generation</p>
<h2>มีวิธีค้นหาอย่างไร ถึงเกิดเป็น Fun, Friends, Future ให้กับ Watsons Thailand</h2>
<p><strong>จิระวัฒน์:</strong> ต้องรู้จักก่อนครับว่าที่นี่เป็นอย่างไร มีอะไร คนที่นี่อยู่กันอย่างไร ซึ่งต้องใช้เวลาในการทำความรู้จักสิ่งเหล่านี้ เรามีทิศทางของธุรกิจ มีสิ่งที่เป็น Future ชัด นั่นคือแผนการเติบโต 5 Years Plan มีแผนการลงทุนต่อเนื่อง มี Commitment ว่าแต่ละปีต้องเปิดสาขาเพิ่มเท่าไหร่ ถ้าเราขยายสาขา แปลว่าเรามี Opportunity ที่ทำให้คนข้างในเติบโตไปกับองค์กรได้</p>
<p>ส่วน Fun กับ Friends เป็นสิ่งที่เป็นอยู่แล้วและเป็นสิ่งที่เราพยายามที่จะทำให้มีมากยิ่งขึ้น ทั้ง 2 อย่างนี้ต้องไปพร้อมกันนะครับ ผมดูแล้วพนักงานเขาสนุกที่จะทำงานด้วยกัน มีมิตรภาพระหว่างกัน หลายคนที่พูดคุยด้วย เขาพูดคล้าย ๆ กันว่าเขาชอบมิตรภาพ และบรรยากาศการอยู่ร่วมกันที่นี่ ทำให้เขาทำงานสนุก ผมใช้เวลา 3-4 เดือนแรกเพื่อเรียนรู้ เข้าใจและรู้จัก มันประจวบเหมาะกับสิ่งที่องค์กรวาดหวังเอาไว้ด้วยครับ เลยออกมาเป็น 3 คำนี้</p>
<h2>จากที่เคยดูใน Facebook มีเพจ Watsons Careers ที่รวบรวมข้อมูล หรือโพสต์รูปภาพต่าง ๆ ที่พนักงานทำด้วยกัน เห็นถึงความ Fun ความสนุกของพนักงานแฝงอยู่ในนั้นเหมือนกัน</h2>
<p><strong>จิระวัฒน์:</strong> เรื่องนี้สำคัญมากครับ เพราะทีมงานของเราเป็นเด็กรุ่นใหม่เยอะ นอกจากอนาคตที่อยากฝากไว้กับองค์กรแล้ว ทุกวันที่เขามาทำงาน เขาอยากรู้สึกว่าอยากตื่นมาทำงาน มาเจอเพื่อน มาเจอบรรยากาศการทำงานที่สนุกสนาน แต่จะสนุกอย่างเดียวตั้งแต่เช้ายันเย็นก็คงไม่ขนาดนั้น แต่มันมีองค์ประกอบของความ Fun ในชีวิตการทำงานแต่ละวัน มีสัมพันธภาพของเขากับทีมงาน และกับหัวหน้างานด้วยนะครับ กิจกรรมต่าง ๆ เราพยายามทำเพื่อให้พนักงานทั้ง 5,000 คนที่ทั้งอยู่ในสาขา ในคลังสินค้า และในสำนักงาน ได้มีส่วนร่วมด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเล็กหรือใหญ่</p>
<p>ช่วงก่อนโควิดเราจัดกิจกรรมเยอะมาก เราสอดแทรก Fun Element เอาไว้ด้วยเสมอ เพราะอย่างที่บอกว่าเรามีน้อง ๆ เด็กเจนใหม่อยู่กับเราไม่น้อยเลย เรื่องนี้มันเติมเต็มเขา นอกจากเรื่องอนาคตที่เขาจะได้จากองค์กร ก็คือการมาทำงานแล้วรู้สึกแฮปปี้ในทุกวัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-15863" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/WK1.jpg" alt="สัมภาษณ์ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ HR ผู้นำวัฒนธรรม Fun, Friends, Future สู่ Watsons Thailand ทางเลือกแรกของคนหางานด้านความสวยงาม" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ HR ผู้นำวัฒนธรรม Fun, Friends, Future สู่ Watsons Thailand ทางเลือกแรกของคนหางานด้านความสวยงาม 697"></p>
<h2>มีข่าวว่าอีกไม่กี่ปีจากนี้ Watsons Thailand จะขยายสาขาอีกมากมายและต่อเนื่อง ด้วยจำนวนที่เพิ่มขึ้น ต้องมีการรับพนักงานเพิ่มขึ้น ต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรครับ</h2>
<p><strong>จิระวัฒน์:</strong> ใน Pipeline ที่เราวางไว้ เรื่องนี้ต้องทำอย่างต่อเนื่องครับ อย่างที่เล่าว่าเรามีระบบ Retail Academy ดูแลเรื่อง Development ทั้งหมด เรามีทั้งส่วนที่เรานำเข้ามา จ้างจากข้างนอก Let’s say ว่า ใน Store แล้วกันนะครับ เรารับเข้ามาตั้งแต่ระดับ New Entry ระดับกลาง แล้วก็ระดับ Store Manager Trainee ซึ่งตรงนี้มันจะสร้างความหลากหลายให้องค์กร เรากำหนดส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างผู้ที่สนใจร่วมงานกับเราจากภายนอก และในขณะเดียวกัน เราเปิดพื้นที่ให้คนในสามารถเติบโตได้ด้วย เพื่อให้เกิด diversity และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน โดยแต่ละคนจะมีแผนอาชีพของตัวเองชัดเจนว่า เริ่มจากตำแหน่งอะไรไปเป็นตำแหน่งอะไร</p>
<p>เมื่อเรามีแผนที่ชัดเจนแล้วก็วางแผนต่อเนื่อง เรารู้ว่าแต่ละปี แต่ละรุ่น เราจะต้องผลิตบุคลากรออกมาแค่ไหน เราคำนวณหมดว่าคนเข้า คนออก แต่ละระดับ แต่ละตำแหน่ง แต่ละปี อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ เราไม่ได้กังวลเรื่อง Talent Pipeline ที่จะซัพพอร์ตการขยายธุรกิจ เพราะแผนของเราค่อนข้าง Solid มากครับ</p>
<h2>ถ้ามีคนที่อยากสมัครงานกับ Watsons Thailand คุณสมบัติที่อยากได้จากพนักงานใหม่ คืออะไรบ้าง</h2>
<p><strong>จิระวัฒน์:</strong> คงจะต้องแยกเป็นพนักงานที่ออฟฟิศ หรือพนักงานที่สาขา ถ้าเป็นสาขา เราต้องการคนที่ Most Fit เราไม่ได้บอกว่าเก่งที่สุด หรือดีที่สุดนะครับ เพราะเก่งที่สุดหรือดีที่สุดอาจไม่ Fit ที่สุด เราต้องการคนที่ Fit กับธรรมชาติและลักษณะของงานซึ่งเป็นงานบริการ รูปแบบของงาน Retail โดยธรรมชาติเป็นแบบหนึ่ง งานโรงงานก็เป็นอีกแบบหนึ่ง งานในร้านค้าปลีกก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ถ้าเราได้คนที่ Most Fit ไม่เพียงเขาจะแฮปปี้ แต่เราก็แฮปปี้ด้วย ไปกันต่อได้</p>
<p>เพราะฉะนั้นเราจะพยายามดูว่าจริตและเคมีของเขา ตรงกับลักษณะงานและธรรมชาติของงานไหม รวมถึงวัฒนธรรม Fun, Friends, Future ยิ่งถ้ามี Passion อยากได้รูปแบบการทำงานที่เปี่ยมด้วยมิตรภาพ สนุกสนาน มีอนาคต จะยิ่งทำให้เกิดความลงตัวที่สุด</p>
<h2>ทั้งหมดนี้ Watsons Thailand สามารถรู้ได้จากการสัมภาษณ์อย่างเดียวเลยหรือไม่</h2>
<p><strong>จิระวัฒน์:</strong> ผมว่าการสัมภาษณ์ช่วยได้ระดับหนึ่งครับ แต่ช่วง 2-3 วันแรก ถ้ามาลองงานแล้วพบว่าไม่ใช่ก็บอกลากันไป</p>
<p>แต่สำหรับคนที่เคยทำงาน Retail มาก่อน เขาจะเปรียบเทียบได้ว่า งานที่เก่าของเขากับที่นี่แตกต่างกันอย่างไร ชอบหรือไม่ชอบ ช่วงแรก ๆ ที่ทดลองงานเป็นบทพิสูจน์ของเขาด้วยเหมือนกัน ยืนทำงานเกือบทั้งวันไหวไหม ชอบดูแลลูกค้า บริการลูกค้า ยิ้มแย้ม เอาใจใส่ไหม บางคนตอนสัมภาษณ์ถามอะไรก็ได้หมด แต่ว่าทำจริงก็ใช่บ้างไม่ใช่บ้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-15864" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/1Portait.jpg" alt="สัมภาษณ์ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ HR ผู้นำวัฒนธรรม Fun, Friends, Future สู่ Watsons Thailand ทางเลือกแรกของคนหางานด้านความสวยงาม" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ HR ผู้นำวัฒนธรรม Fun, Friends, Future สู่ Watsons Thailand ทางเลือกแรกของคนหางานด้านความสวยงาม 698"></p>
<h2>ก่อนโรคโควิด-19 แพร่ระบาด กับปัจจุบันที่ผ่านพ้นวิกฤติมาเกือบ 100% แล้ว การดูแลพนักงาน ระเบียบการทำงานแตกต่างกันมากอย่างไร</h2>
<p><strong>จิระวัฒน์:</strong> ช่วงโควิด-19 เรามีการวางแผนตามลำดับผลกระทบของสถานการณ์ และ Play by ear ตามสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้น เรารู้ว่าบางช่วงต้องกดปุ่มไหน เรา Activate Plan ในช่วงวิกฤติ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด บางช่วงที่โรคระบาดหนัก ๆ ก็ Work From Home 100% ช่วงที่ไม่หนักก็ผ่อนคลายสถานการณ์ ช่วงที่พนักงานมีความต้องการมากที่สุด คือช่วงที่พยายามหาวัคซีนกันเยอะ ๆ เราใช้เครือข่ายของเรา พยายามให้พนักงานของเราฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด บางช่วงที่ต้องป้องกันก็แจกหน้ากากอนามัย แต่ถ้าเป็นช่วงที่เริ่มกลับมา Operate คนเริ่มกลับมาเดินห้างสรรพสินค้า ต้องตรวจ ATK ตลอด เราก็สนับสนุนเครื่องตรวจ ATK เป็นต้นครับ</p>
<p>เรามีมาตรการช่วยเหลือเสมอ แต่แน่นอนว่าทุกบริษัทมีคนติดโควิดหมด ในบ้านยังมีคนติดเลย ถ้าพนักงานคนไหนป่วย เรามีกล่อง We Care Box บรรจุยาส่งตรงไปให้ที่บ้านเลย เราช่วยดูแลกัน สิ่งที่ผมรู้สึกว่าโอเคมาก ๆ โดยส่วนตัวเลยนะ คือตั้งแต่มีโรคโควิดจนถึงทุกวันนี้ เรายังไม่มีมาตรการปลดพนักงานออกแม้แต่คนเดียว เพราะเรายกการ์ดสูงตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เรารู้สึกภูมิใจมากครับ นอกเหนือจากดูแลพวกเขาแล้ว พนักงานก็ยังอยู่กับเราตลอดเวลา</p>
<h2>Watsons Thailand มีเคล็ดลับคืออะไรที่ทำให้ไม่ต้องปลดคนออกเลย</h2>
<p><strong>จิระวัฒน์:</strong> อยู่ที่การวางแผนครับ เป็นเรื่องการวางกลยุทธ์ ถ้าในแผนคุณสามารถรับคนได้ จ้างคนได้ ก็จ้าง ๆๆ มา พอจ้างแล้วถึงเวลาไม่ทำผลงาน ยอดขายลดลง ก็ต้องมาหั่นค่าใช้จ่าย วิธีง่ายสุดคือเอาคนออก เรารู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นเราจึงระมัดระวังตั้งแต่การจ้างงาน การจัดสรรเวลาการทำงาน การโยกคนในช่วงที่สาขาต่าง ๆ ถูกปิด เพราะห้างปิด เราจึงจัดสรรพนักงานไปช่วยงานที่คลังสินค้า เพื่อให้เขายังมีงานทำ เป็นต้น</p>
<p>เพราะฉะนั้นแผนงานในแต่ละช่วงเวลาจึงสำคัญมาก เราวางแผนแบบเบาไปหนักอยู่แล้ว ถ้าสถานการณ์เบา เราจะใช้แผนนี้ ถ้าสถานการณ์หนักขึ้น เราจึงมาดูว่าจะใช้แผนไหน อย่างไร</p>
<h2>Watsons Thailand มีสวัสดิการดูแลพนักงานเป็นพิเศษหรือไม่ อย่างไร</h2>
<p><strong>จิระวัฒน์:</strong> สวัสดิการของเราไม่น้อยหน้าบริษัทใหญ่ ๆ ทั่วไปครับ มิฉะนั้นเราแข่งขันกับใครไม่ได้ แต่สวัสดิการบางตัวอาจแปลกกว่าที่อื่นนิดหน่อย เช่น Career Break สมมติคุณแม่ป่วยหนักมากอยู่ที่ต่างจังหวัด แล้วคุณเป็นลูกคนเดียว ต้องไปดูแล คุณต้องเลือกว่าจะทำงานหรือลาออกไปดูแลแม่ดี แต่เราสามารถอนุมัติ Career Break ให้กลับไปดูแลแม่ก่อน 1 ปีหรือเท่าไหร่ก็ตาม พอสุขภาพของคุณแม่ดีขึ้น ก็ค่อยกลับมาทำงานกับเรา วิธีนี้คุณไม่จำเป็นต้องลาออกเลย</p>
<p>เรามี Paternity Leave สำหรับคุณพ่อ ให้ไปช่วยดูแลคุณแม่ช่วงคลอดลูก จริง ๆ เป็นเรื่องปกติเพราะกฎหมายมีอยู่แล้ว แต่คุณพ่อในองค์กรของเราสามารถลาหยุดไปดูแลลูกได้ด้วย หรืออย่างกรณีที่คุณแม่ที่เพิ่งคลอด เราจะมี Newborn Gift Basket ชุดเครื่องนอนเด็กให้เป็นของขวัญ เป็นต้น</p>
<p>ขอเสริมอีกอย่างแล้วกัน สวัสดิการวันเกิดพนักงาน นอกจากการ์ดวันเกิดแล้ว เรายังมี Gift Voucher ให้ซื้อของใน Watsons ได้ด้วย จะซื้อแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ก็ได้ ไม่รวมส่วนลดที่เขาสามารถซื้อของในร้านได้เป็นปกติอยู่แล้ว เป็นต้น</p>
<h2>ทำไม Watsons Thailand ให้ความสำคัญเรื่องสวัสดิการ</h2>
<p><strong>จิระวัฒน์:</strong> ความยากคืออย่างนี้ครับ บางคนอาจไม่ได้ตื่นเต้นกับสิ่งที่ผมพูดเมื่อสักครู่ เพราะเขาอาจไม่อยากได้สวัสดิการบางอย่าง บางคนไม่มีลูก พอพูดถึงประเด็นนี้ก็อาจไม่ตื่นเต้น แต่อาจไปตื่นเต้นสวัสดิการอื่นแทน <strong>พนักงานของ Watsons ไม่ได้มีแค่หลักร้อย แต่มีถึง 5,000 คน มีความต้องการที่หลากหลาย ดังนั้นการมีสวัสดิการบางอย่างแล้วจบคงไม่พอ</strong></p>
<p>สมมติค่ารักษาพยาบาล ถ้ามีก็ดี แต่ได้ใช้หรือเปล่าไม่รู้ แต่เราต้องมีเพื่อแข่งขันกับองค์กรอื่น สำหรับผมสวัสดิการจะมีระดับ Standard, Good, Better, Best อยู่ที่ว่าคุณอยากจะใช้เลเวลไหน ระดับ Standard หรือ Good อาจยังไม่พอ เทียบกับคนอื่นคุณต้อง Better หรือ Best แต่ด้วยหลายปัจจัย เราต้องดูว่าช่วงไหนที่ควรไปอีกระดับ บางอย่างเราอาจดีกว่า บางอย่างเราอาจดีที่สุด ซึ่งก็คงพูดไม่ได้ทั้งหมด เพราะทุกองค์กรคงคล้ายคลึงกัน มีทั้งที่พูดออกไปแล้วคนว้าว บางอันบอกไปคนก็รู้สึกว่าธรรมดา แต่เราต้องมี</p>
<h2>Watsons Thailand มีพนักงานผู้หญิงค่อนข้างเยอะ เรื่องความหลากหลายในองค์กรมีความสำคัญต่อ Watsons Thailand อย่างไร</h2>
<p><strong>จิระวัฒน์:</strong> เราให้ความสำคัญกับเรื่อง DEI มากครับ ไม่ใช่เฉพาะระดับประเทศนะ แต่ในระดับ Group เลย ไม่ว่าจะในทวีปยุโรป เอเชีย หรือที่ไหนก็ตาม</p>
<p>สัดส่วนของพนักงานเพศหญิงในเมืองไทยสูงประมาณ 80% ทีเดียว อาจเพราะเราทำธุรกิจด้านความสวยความงามด้วยครับ แต่ถามว่าเราดูแลพนักงานเพศอื่น ๆ แตกต่างกันไหม ตอบเลยว่าเราไม่เลือกปฏิบัติกับน้อง ๆ ทีมงานทั้งหมด ไม่ว่าใครจะมีอายุ เพศ ความเชื่อ แบบใด เราไม่สนใจ เราสนใจแต่เรื่อง Performance ว่าสามารถทำงานของตัวเองได้ดีรึเปล่า บางทีคุณอาจเจอพนักงาน LGBTQ+ ซึ่งมีไม่น้อยครับ ธุรกิจแบบนี้ผู้ชายที่มีใจรักเรื่องความสวยความงามก็สามารถทำได้ดี และเราก็ไม่ได้ปิดกั้นเลย</p>
<p>เรายังมีตำแหน่ง Beauty Artist ที่เหมือนช่างแต่งหน้าที่คอยดูแลความสวยความงาม เราไม่ได้จำกัดว่าคนที่จะทำงานนี้ต้องเป็นผู้หญิงหรือไม่ เราดูที่ความสามารถเป็นหลัก <strong>เราโอบรับความแตกต่าง มองว่ามันเป็น Beauty of Differences ความงามของความหลากหลาย ทำให้องค์กรมีสีสัน ความแตกต่างในระดับที่ถกเถียงกันได้ แลกเปลี่ยนกันได้ มันช่วย Escalate ไอเดียแล้วก็สร้างความคิดสร้างสรรค์อะไรใหม่  ๆ เข้ามาในองค์กรได้ด้วยเหมือนกัน</strong>ครับ และที่นี่เรา Focus on Talent&#8230; nothing else</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15866 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/WK2.jpg" alt="สัมภาษณ์ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ HR ผู้นำวัฒนธรรม Fun, Friends, Future สู่ Watsons Thailand ทางเลือกแรกของคนหางานด้านความสวยงาม" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ HR ผู้นำวัฒนธรรม Fun, Friends, Future สู่ Watsons Thailand ทางเลือกแรกของคนหางานด้านความสวยงาม 699"></p>
<h2>Watsons Thailand ได้รางวัล Best Companies To Work For in Asia 2022 จาก HR Asia Award คิดว่าอะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ได้รางวัลนี้</h2>
<p><strong>จิระวัฒน์:</strong> ผมคิดว่ามีหลายปัจจัย แต่ถ้าให้ไฮไลต์จริง ๆ ผมมองว่าเป็นเรื่องของ Engagement ของคนในองค์กร เพราะถ้าทีมงานไม่รู้สึกผูกพันกับเรา ยังไงก็ไม่มีทางได้รางวัล เพราะฉะนั้นระดับ Engagement ของคนในองค์กรต้อง Significant พอที่จะทำให้เขาให้คะแนน</p>
<p>คำว่า Engagement มีหลายมิตินะ ตั้งแต่ความรู้สึกว่าเขาโอเคไหมกับนโยบายบริษัท สิ่งที่บริษัทมีให้เขาเป็นอย่างไร เราเปิดโอกาสให้เขาเสนอไอเดีย หรือมี Reward ตอบแทนเมื่อเขาทำผลงานได้ดีไหม โอกาสในการก้าวหน้าเป็นอย่างไร โปรแกรมการพัฒนาศักยภาพ สิ่งที่เขาได้รับเป็นอย่างไร ทั้งหมดล้วนมาจากทุกสิ่งที่เราทำ บางอย่างอาจไม่ได้โดนใจ ตรงความรู้สึกของพนักงานบางคน แต่มันก็อาจไปโดนพนักงานอีกคน ดังนั้นเลยต้องทำหลายอย่างครับ</p>
<p>การทำ Engagement ให้คนในองค์กรหลักครึ่งหมื่น คุณจะต้องเข้าใจว่าสิ่งที่จะขับเคลื่อน Engagement ของคนในองค์กรประกอบด้วยอะไรบ้าง แล้วทำงานผ่านสิ่งเหล่านั้นในมิติต่าง ๆ ระดับของ Engagement ที่สูงในปัจจุบันไม่ได้อยู่ ๆ เราจะได้มันมา แต่เ<strong>ราทำงานหลากหลายมิติจนเขารู้สึกโอเค ชอบที่นี่ รักที่นี่ อยากบอกเพื่อนว่าฉันทำงานที่ Watsons ฉันภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ Watsons</strong></p>
<p>เพราะถ้าคุณไม่ภูมิใจ ไม่รู้สึกรักในแบรนด์ของคุณเลย คุณคงไม่อยากบอกว่าทำงานที่ไหน สมมติว่าเพื่อนกำลังตกงานแล้วถามคุณว่า บริษัทเธอมีตำแหน่งว่างไหม ถ้าคุณรักองค์กรแล้วรู้สึกดี คุณก็จะบอกว่า “มาสมัครงานกับเราเลย ตอนนี้มีตำแหน่งว่างอยู่นะ” คุณจะทำหน้าที่เป็น Promoter โปรโมตองค์กรไปด้วยทันที</p>
<p>แต่ถ้าคุณไม่รู้สึกดีกับบริษัท ถ้าเพื่อนถามว่ามีตำแหน่งว่างไหม ถ้าตอบว่า “มีแต่อย่ามาสมัครเลย” (หัวเราะ) คุณก็จะได้คนที่มี Negative Engagement แทนที่จะช่วยบอกปากต่อปากออกไป ขนาดตัวเองยังไม่อยากอยู่เลย เพราะฉะนั้นอย่ามาเลย เผลอ ๆ ตัวเองก็จะหางานใหม่อยู่แล้ว</p>
<p>ระดับ Engagement ที่เราได้จากรางวัลของ HR Asia ผมจึงคิดว่าอยู่ในระดับที่ Significant ทำให้พนักงานในองค์กรรู้สึกดี เขาภูมิใจกับการเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร เพื่อจะดึง Talent เก่งๆ เข้ามาร่วมงานกับเรา</p>
<h2>ยังมีอะไรที่ Watsons Thailand สามารถปรับปรุง ต่อยอดเพื่อดูแลพนักงานในองค์กรได้อีก</h2>
<p><strong>จิระวัฒน์:</strong> ผมคิดว่ามี 2 ส่วนครับ คือส่วนที่ต้องแข่งขัน เราไม่ได้มีอยู่บริษัทเดียว เราไม่ได้เป็นทางเลือกเดียวของคนหางาน หรือแม้แต่คนในองค์กรก็ตาม ทุกวันนี้เห็นคนแท็กชวนไปทำงานที่นั่นที่นี่เต็มไปหมด ทุกคนมีทางเลือกหมด เราไม่ใช่ทางเลือกเดียวที่เขามี ไม่ว่าคนนอกหรือคนใน</p>
<p>ดังนั้นการที่เราสามารถแข่งขันได้ ดึงดูดคนเก่ง ๆ รักษาคนเก่ง ๆ ไว้ในองค์กร เราจึงไม่สามารถหยุดพัฒนาได้ เราต้องแตะทุก Element เลยทั้ง Reward, Benefit, Recognition, Development, Career Opportunity, Culture และอื่น ๆ อีกจิปาถะ ไม่ว่าจะปี 2023, 2024, 2025, 2026 หรือปีไหนก็ตาม</p>
<p>อีกสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องก็คือ Engagement เพราะเก่าไปใหม่มาเนอะ คนใหม่ที่เติมเข้ามาก็ต้องเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรของเรา เพราะฉะนั้นรูปแบบงานเดิม ๆ มันอาจไม่เวิร์ก เพราะเขาอาจไม่รู้สึกว่ามีอะไรใหม่ คุณต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อดึงดูดพวกเขา ไม่ว่าจะผ่านกิจกรรมที่ผมเล่าไปตอนต้น หรือรูปแบบใดก็ตาม แต่ต้องเกาะไปกับ Core Principle หรือแก่นหลักที่ว่า เราอยากเห็นองค์กรแห่งนี้มีวัฒนธรรม Fun, Friends, Future</p>
<p>เราย้ำกับตัวเองเสมอว่า เราหยุดไม่ได้นะ เพราะเราไม่ใช่ทางเลือกเดียว ดังนั้นเราต้องทำให้เราเป็นทางเลือกแรก ทำให้คนหางานอยากมาร่วมงานกับเรา อยากเปลี่ยนงานมาอยู่กับเรา ทำให้เราเป็นทางเลือกแรกของพนักงานในปัจจุบันอยู่ต่อไป</p>
<h2>คุณคิดว่าทำไม HR จึงสามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรให้เกิดความสวยงามขึ้นในองค์กรได้</h2>
<p><strong>จิระวัฒน์:</strong> “People are the Heart of Our Business” ถ้าองค์กรเป็นร่างกาย ตัวคนก็เป็นหัวใจหลักครับ ถ้าไม่มีหัวใจ อย่างอื่นก็หยุดหมด องค์กรไม่ใช่สิ่งไม่มีชีวิต องค์กรมีชีวิตด้วยคนที่อยู่ในองค์กรมาประกอบรวมกัน คนในองค์กรทำให้องค์กรมีชีวิต การเกิดความคิดสร้างสรรค์ การทำการตลาด การออกแบบร้าน การวางกลยุทธ์เพื่อเอาชนะคู่แข่ง นโยบายการดูแลพนักงาน การใช้เทคโนโลยีการแก้ปัญหา มันไม่ได้อยู่ ๆ จะมาจากไหนก็ได้ แต่มันมาจากการที่พนักงานในองค์กรช่วยกันคิด</p>
<p>หรือถ้าเปรียบเป็นวงดนตรีออร์เคสตรา เรามีหน้าที่หานักดนตรีคุณภาพเข้ามาในวง ไม่ว่าจะเป็นเบส ฟลุต ดรัม หรือตำแหน่งใด เราให้ความมั่นใจว่าแต่ละคนเหมาะสมกับวงแบบนี้ บางช่วงเราอาจต้องหาทาง Draw Engagement ของเขา บางคนอาจ Under Perform ไปบ้าง ก็ต้องค่อย ๆ Upskill กันไป ที่สำคัญเรายืนข้าง ๆ คอนดัคเตอร์ซึ่งอาจเป็นเบอร์ 1 ขององค์กร หรือเป็น Leader ของ Function นั้น ๆ เราคอยยืนประกบ Conductor หรือ Core Team Leader เพื่อช่วยทำให้ดนตรีบรรเลงได้อย่างไพเราะจนคนดูปรบมือ</p>
<p>องค์กรจะเติบโตไปได้อีกแค่ไหน <strong>HR ควรต้องรู้บทบาทของตัวเองว่า ควรต้องทำอะไรเพื่อสนับสนุน Growth Strategy ขององค์กร บทบาทที่สำคัญที่สุด นอกเหนือจากความเป็น Professional ของ HR แล้ว ก็คือการยืนเป็น Strategic Business Partner เคียงข้าง Core Team Leader หรือคนที่เป็น Conductor</strong> นั่นแหละครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-15865" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/HR1.jpg" alt="สัมภาษณ์ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ HR ผู้นำวัฒนธรรม Fun, Friends, Future สู่ Watsons Thailand ทางเลือกแรกของคนหางานด้านความสวยงาม" width="600" height="370" title="สัมภาษณ์ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ HR ผู้นำวัฒนธรรม Fun, Friends, Future สู่ Watsons Thailand ทางเลือกแรกของคนหางานด้านความสวยงาม 700"></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="สัมภาษณ์ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ HR ผู้นำวัฒนธรรม Fun, Friends, Future สู่ Watsons Thailand ทางเลือกแรกของคนหางานด้านความสวยงาม 701" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>FWD Insurance การจะเป็นบริษัทประกันแห่งอนาคต ต้องเริ่มจากการเป็นองค์กรแห่งความสุข</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/fwd-insurance-interview-230621/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jun 2023 02:44:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[FWD Insurance]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/fwd-insurance-interview-230621/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT FWD ไม่เพียงต้องการเป็นที่ 1 ในใจลูกค้า แต่ต้องเป็นที่ 1 ในใจคนทำงานด้วย เพราะถึงแม้เทคโนโลยีจะเจริญก้าวหน้า แต่พนักงานคือผู้ที่นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สมดุลชีวิต Work-Life Balance คือสิ่งที่จะช่วยให้คนทุกเจเนอเรชั่นมีความสุขกับชีวิตการทำงานได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการที่ FWD เป็นบริษัทประกันชีวิต ต้องยืนหนึ่งเรื่องการดูแลชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ทั้งร่างกายและจิตใจ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง FWD ต้องปรับตัวโดยให้ความสำคัญกับเสียงของพนักงาน ด้วยกลยุทธ์การทำงานขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการยอมรับความแตกต่าง (Diversity, Equity &#38; Inclusion) สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้พนักงานทำงานด้วยความเข้าอกเข้าใจ มองเห็นความต้องการที่แตกต่างของลูกค้า พร้อมนำเสนอสินค้าและบริการให้แก่ลูกค้าได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ความท้าทายคือ FWD เป็นองค์กรระดับนานาชาติที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย แต่ด้วยการมีค่านิยมเดียวกันทั่วทั้งกลุ่มบริษัท ที่ใช้เป็นกรอบแนวทางในทุกสิ่งที่ทำไม่ว่าจะเป็น การทำงานเชิงรุก (Proactive) สร้างสรรค์ไร้กรอบ (Innovative) การเปิดใจรับฟังความคิดเห็น (Open) ห่วงใยเอาใจใส่ (Caring) ผลักดันให้สำเร็จ (Committed) FWD ไม่เพียงแค่บอกให้พนักงานทำสิ่งเหล่านี้ แต่ตัวองค์กรเองยังแสดงให้เห็นถึง core value เหล่านี้ ผ่านสวัสดิการ และนโยบายต่าง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>FWD ไม่เพียงต้องการเป็นที่ 1 ในใจลูกค้า แต่ต้องเป็นที่ 1 ในใจคนทำงานด้วย เพราะถึงแม้เทคโนโลยีจะเจริญก้าวหน้า แต่พนักงานคือผู้ที่นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</li>
<li>สมดุลชีวิต Work-Life Balance คือสิ่งที่จะช่วยให้คนทุกเจเนอเรชั่นมีความสุขกับชีวิตการทำงานได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการที่ FWD เป็นบริษัทประกันชีวิต ต้องยืนหนึ่งเรื่องการดูแลชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ทั้งร่างกายและจิตใจ</li>
<li>ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง FWD ต้องปรับตัวโดยให้ความสำคัญกับเสียงของพนักงาน ด้วยกลยุทธ์การทำงานขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการยอมรับความแตกต่าง (Diversity, Equity &amp; Inclusion) สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้พนักงานทำงานด้วยความเข้าอกเข้าใจ มองเห็นความต้องการที่แตกต่างของลูกค้า พร้อมนำเสนอสินค้าและบริการให้แก่ลูกค้าได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม</li>
<li>ความท้าทายคือ FWD เป็นองค์กรระดับนานาชาติที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย แต่ด้วยการมีค่านิยมเดียวกันทั่วทั้งกลุ่มบริษัท ที่ใช้เป็นกรอบแนวทางในทุกสิ่งที่ทำไม่ว่าจะเป็น การทำงานเชิงรุก (Proactive) สร้างสรรค์ไร้กรอบ (Innovative) การเปิดใจรับฟังความคิดเห็น (Open) ห่วงใยเอาใจใส่ (Caring) ผลักดันให้สำเร็จ (Committed) FWD ไม่เพียงแค่บอกให้พนักงานทำสิ่งเหล่านี้ แต่ตัวองค์กรเองยังแสดงให้เห็นถึง core value เหล่านี้ ผ่านสวัสดิการ และนโยบายต่าง ๆ ที่แสดงออกถึง core value เช่นกัน</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15855" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/HREX-Cover-48.png" alt="FWD Insurance การจะเป็นบริษัทประกันแห่งอนาคต ต้องเริ่มจากการเป็นองค์กรแห่งความสุข" width="600" height="370" title="FWD Insurance การจะเป็นบริษัทประกันแห่งอนาคต ต้องเริ่มจากการเป็นองค์กรแห่งความสุข 707"></p>
<p>ภารกิจหลักของบริษัทประกันชีวิต คือการดูแลชีวิตของลูกค้าผู้เอาประกัน แต่หลายคนอาจสงสัยว่าก่อนจะดูแลลูกค้าให้ดีนั้น บริษัทประกันดูแลพนักงานของตนเองดีแล้วหรือยัง?</p>
<p>หากถาม <strong>คุณศิริวรรณ ทองเหลือง หรือคุณปลา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบุคคลและวัฒนธรรม <a href="https://ifwd.fwd.co.th/?utm_source=google&amp;utm_medium=cpc&amp;utm_campaign=FWD_TH_EN_Brand_Core_Search_Google_Brand_Exact_tCPA&amp;utm_term=fwd&amp;gclid=Cj0KCQjwoeemBhCfARIsADR2QCtGaDjIbT_STLUbcB6QXUe9vCOvp7GXxzenBaDFfV4R0shYYThvCVUaAtXwEALw_wcB" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ FWD Insurance</span></a></strong>  เธอยืนยันกับเราว่า ที่ FWD เราดูแลพนักงานเป็นอย่างดีไม่แพ้ลูกค้าเลยทีเดียว การันตีด้วยรางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener">Best Companies To Work For In Asia จาก HR Asia</a> ประจำปีที่ผ่านมา</p>
<p>อะไรคือปัจจัยของความสำเร็จที่ทำให้ FWD เป็นองค์กรที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดแห่งหนึ่งท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้</p>
<h2>ก่อนมาทำงานที่ FWD คุณปลามีประสบการณ์งานบริหารบุคลากร (HR) จากบริษัทชั้นนำหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น True Digital Group และ Microsoft ได้มีการนำประสบการณ์เหล่านั้นมาปรับใช้ที่ FWD อย่างไร</h2>
<p><strong>ศิริวรรณ</strong>: การทำงานในแต่ละที่แตกต่างกันไปตามสถานการณ์และทิศทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัทนั้น ๆ ในแต่ละช่วงเวลา</p>
<p>ตอนทำงานที่ True Digital Group ตอนนั้นอยู่ในช่วงของการสร้างรากฐาน เราต้องเริ่มตั้งแต่การวางโครงสร้างองค์กร (Organization Planning) การสร้างแบรนด์ (Branding) การรับสมัครงาน (Recruitment)</p>
<p>ส่วนที่ Microsoft ตอนนั้นเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่าน โจทย์คือทำอย่างไรให้ก้าวข้ามจากโปรแกรม Word Excel PowerPoint ไปสู่องค์กรที่เป็น Cloud First, Mobile First</p>
<p>ดังนั้นหน้าที่ของเราคือต้อง Upskill – Reskill พนักงานอย่างเร่งด่วน</p>
<p>ช่วงที่เข้ามาอยู่ที่ FWD ก็เป็นช่วงหลังควบรวมกิจการ โจทย์ใหญ่คือเรื่องวัฒนธรรมองค์กร ทำให้เป็นหนึ่งเดียวกัน มองภาพเดียวกัน และมุ่งไปสู่วิสัยทัศน์เดียวกัน นั่นก็คือการเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อการประกันชีวิต  “Changing the way people feel about insurance”</p>
<h2>อะไรคือความท้าทายในการทำงานที่ FWD</h2>
<p><strong>ศิริวรรณ</strong>: ความท้าทายคือ เราจะทำอย่างไรให้คนที่มีค่านิยม วัฒนธรรมองค์กร และรวมถึงมีประสบการณ์การทำงานที่แตกต่าง ให้สามารถมารวมกันเป็น <strong>One FWD</strong> ได้อย่างกลมกลืนในเวลาอันรวดเร็ว</p>
<p>เราต้องทำการประเมินค่างาน <strong>Job Evaluation</strong> และ <strong>Job Architecture</strong> กันใหม่ มีการวางโครงสร้างตามลักษณะงานและจัดสรรตำแหน่งงานใหม่ตามความเหมาะสม  ความท้าทายคือเราจะวางโครงสร้างอย่างไรเพื่อส่งเสริมให้ศักยภาพของคนเหล่านั้น ได้รับการสนับสนุนจนเกิดเป็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมต่อองค์กร</p>
<h2>FWD เป็นองค์กรระดับนานาชาติ มีบริษัทอยู่ 10 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย วัฒนธรรมองค์กรของ FWD ในแต่ละพื้นที่เป็นอย่างไร</h2>
<p><strong>ศิริวรรณ:</strong>  <strong>FWD</strong> ทั้ง <strong>10</strong> ประเทศเราเป็น <strong>One FWD</strong> เรามีค่านิยมองค์กรเดียวกันในทุกประเทศ นั้นคือ การทำงานเชิงรุก (Proactive) สร้างสรรค์ไร้กรอบ (Innovative) การเปิดใจรับฟังความคิดเห็น (Open) ห่วงใยเอาใจใส่ (Caring) ผลักดันให้สำเร็จ (Committed)</p>
<p>นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยอมรับในความหลากหลาย ความเท่าเทียมและความแตกต่าง (<strong>Diversity, Equity &amp; Inclusion)</strong> ไม่เพียงแค่เชื้อชาติ ศาสนา อายุ และเพศ แต่เราเปิดกว้างกับทุกความแตกต่างในทุกมิติทั้งที่มองเห็นได้ และไม่สามารถมองเห็นได้ เพราะเราเชื่อว่าความหลากหลายจะนำไปสู่การเปิดกว้างทางความคิด ช่วยให้เกิดไอเดียและมุมมองใหม่ ๆ ในการทำงาน เพื่อมุ่งมั่นสู่วิสัยทัศน์เดียวกันในการเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อการประกันชีวิต</p>
<p>ดังนั้น หากวันนี้เราต้องย้ายไปทำงานที่ฮ่องกง หรือที่ประเทศอื่นในเครือ FWD เราจะไม่ต้องใช้เวลาในการปรับตัวมากนัก เพราะทุกประเทศมีค่านิยมเดียวกัน และยอมรับในความแตกต่างเหมือน ๆ กัน</p>
<p>โดยทีม HR ของทุกประเทศจะมีการประชุมร่วมกันทุกเดือน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในแต่ละประเทศ และแชร์ไอเดียกันว่ามีความท้าทายอย่างไร และทางออกที่เหมาะสมแต่ละประเทศเป็นอย่างไร นับเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-15846" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/K.Siriwan-HR-Asia-Awards-1-1-600x370.jpg" alt="FWD Insurance การจะเป็นบริษัทประกันแห่งอนาคต ต้องเริ่มจากการเป็นองค์กรแห่งความสุข" width="600" height="370" title="FWD Insurance การจะเป็นบริษัทประกันแห่งอนาคต ต้องเริ่มจากการเป็นองค์กรแห่งความสุข 708"></p>
<h2>ปัจจุบัน FWD ประเทศไทยมีพนักงานกว่า 1,800 คน ด้วยจำนวนที่เยอะขนาดนี้ HR ดูแลพนักงานอย่างไร</h2>
<p><strong>ศิริวรรณ:</strong> ที่ FWD เราเป็น Tech Insurance Company ที่มีพนักงานหลากหลายเจเนอเรชั่นและหลากหลายสายอาชีพไม่ว่าจะเป็น สายดาต้า ไอที นักคณิตศาสตร์ บัญชี กฏหมาย แบรนด์ หรือฝ่ายขาย รวมถึงทีมโอเปอร์เรชั่นผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยแต่ละสายงานก็มีความแตกต่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เราจึงให้ความสำคัญกับความหลากหลายเป็นพิเศษ</p>
<p>ที่นี่คำว่า ความหลากหลาย เราไม่ได้มองแค่เรื่องเพศ หรืออายุ เท่านั้น แต่เรามองลึกลงไปถึง mindset ในการยอมรับความคิดเห็น เปิดใจ และเข้าใจในความแตกต่าง ผ่านกิจกรรมและนโยบายต่าง ๆ ที่จะช่วยให้พนักงานตระหนักรู้ในเรื่องนี้มากขึ้น เรามีกิจกรรม International Women’s Day, กิจกรรม Pride Month ที่ไม่เพียงให้ความสำคัญกับเรื่องเพศ แต่ขยายออกไปในทุกมิติไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ หรือตัวตน</p>
<p>ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เรามี<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190515-attractive-employee-benefit/"><span style="font-weight: 400;">สวัสดิการ</span></a>ที่คำนึงถึง<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/010622-deib/"><span style="font-weight: 400;">ความหลากหลาย</span></a> เช่น เรามีวันลาหยุดในกับคุณพ่อที่ภรรยาเพิ่งคลอดบุตร ลาอุปสมบทหรือประกอบพิธีฮัจญ์ ลาผ่าตัดแปลงเพศพร้อมวงเงินช่วยพิเศษกรณีผ่าตัดแปลงเพศ นอกจากนี้เรามีรถตู้ของบริษัทที่อำนวยความสะดวกกับพนักงานผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ แน่นอนว่าเราเป็นบริษัทประกัน ในด้านของสวัสดิการประกันกลุ่ม เราให้พนักงานสามารถเลือกแพคเกจความคุ้มครองได้ทั้งแบบคนโสด และคนมีครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นแพคเกจเฉพาะตนเอง แพคเกจที่ครอบคลุมถึงพ่อแม่ แพคเกจคู่สมรสและบุตร นอกจากนี้ เรายังมีแพคเกจที่ดูแลคู่ชีวิตเพศเดียวกันอีกด้วย</p>
<p>สิ่งที่เราแสดงให้เห็นผ่านสวัสดิการและนโยบายต่าง ๆ มาจากการรับฟังเสียงของพนักงาน ซึ่งเรื่องนี้คุณเดวิด โครูนิช CEO ของเราลงมือทำด้วยตัวเองอย่างจริงจัง เรามีการทำแบบสำรวจสม่ำเสมอ มีกิจกรรม CEO Meets staff ที่ CEO จะมาเจอพนักงานทุกคนด้วยตัวเอง รับฟังความคิดเห็นและนำมาพิจารณาปรับปรุงแนวทางการทำงานให้ทุกคนมีความสุขมากยิ่งขึ้น หลายเรื่องที่เป็นความรู้สึกเล็ก ๆ ในใจ จากพนักงาน แต่ได้รับการหยิบยก และผลักดันให้เป็นแนวปฏิบัติอย่างจริงจังจาก CEO เช่น การงดประชุมหลัง 18.00 น. เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-15845" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/2-1-600x370.jpg" alt="FWD Insurance การจะเป็นบริษัทประกันแห่งอนาคต ต้องเริ่มจากการเป็นองค์กรแห่งความสุข" width="600" height="370" title="FWD Insurance การจะเป็นบริษัทประกันแห่งอนาคต ต้องเริ่มจากการเป็นองค์กรแห่งความสุข 709"></p>
<h2>ช่วงโควิดหลายองค์กรได้รับผลกระทบอย่างหนัก อะไรที่ทำให้ FWD ก้าวข้ามผ่านมาได้โดยยังคงมีผลการดำเนินงานที่ดีเยี่ยม</h2>
<p><strong>ศิริวรรณ:</strong> เราฟังเสียงของพนักงาน เริ่มจากทำแบบสำรวจว่าต้องการให้บริษัทช่วยดูแลสนับสนุนด้านใดบ้าง เรามีความพร้อมด้านไอทีอยู่เป็นทุนเดิม จึงสามารถให้พนักงาน <strong>Work from Home</strong> ได้เกือบ <strong>100%</strong> เราให้การสนับสนุนอุปกรณ์สำนักงาน เช่น มีเก้าอี้และจอมอนิเตอร์ให้ยืมไปทำงานที่บ้านด้วย เรามีเงินช่วยเหลือพิเศษในช่วง <strong>Work from Home</strong> ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าไฟฟ้า</p>
<p>ในช่วงเวลาเดียวกัน เราพบว่าพนักงานบางท่านมีความเครียดสะสมจากการปรับตัวในช่วงภาวะโควิด เรามีบริการสายด่วนสุขภาพใจ เพื่อให้พนักงานโทรขอคำปรึกษาด้านจิตวิทยาจากผู้เชี่ยวชาญได้ฟรี ซึ่งโปรแกรมนี้ ขยายผลไปถึงการให้คำปรึกษาด้านการเงิน และเปิดโอกาสให้คนในครอบครัวของพนักงานสามารถใช้บริการเหล่านี้ได้ด้วย</p>
<p>ต้องชื่นชมและขอบคุณคุณเดวิด โครูนิช <strong>CEO</strong> ของเราเป็นอย่างยิ่ง ที่ให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงพนักงานอย่างจริงจัง และลงมือทำเรื่องเหล่านี้ด้วยตัวเอง ช่วยให้พนักงานของเรามีกำลังใจแม้อยู่ในช่วงภาวะที่ยากลำบาก และเมื่อพนักงานสบายใจมากขึ้น การดำเนินงานในช่วงโควิดของ <strong>FWD</strong> จึงให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจค่ะ</p>
<h2>FWD มีแนวทางในการพัฒนาพนักงานอย่างไรให้ปรับตัวก้าวทันกับความเจริญของเทคโนโลยี</h2>
<p><strong>ศิริวรรณ:</strong> FWD กำลังก้าวไปสู่ความเป็น Tech insurance company ดังนั้นพนักงานของเราต้องตื่นตัวพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เรามีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ใหญ่มาก ๆ ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา เรียกว่า Anytime learning พร้อมทั้งมี Organizational Learning Path ซึ่งเป็นกลุ่มหลักสูตรที่เราแนะนำให้กับพนักงานตามเส้นทางการเติบโตของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มหัวหน้างานที่มีลูกน้อง หรือกลุ่มพนักงานทั่วไป รวมถึงกลุ่มหลักสูตรที่เหมาะสมกับเส้นทางการเติบโตด้านดิจิทัล ทรานฟอร์เมชัน และ Agile mindset เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนใช้เป็นแนวทางในการเลือกหลักสูตรการเรียนรู้ที่เหมาะกับเส้นทางการเติบโตของตัวเองที่ FWD</p>
<p>เรามีกิจกรรม Springboard CEO Innovation Challenge ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการลองผิดลองถูกและเปิดรับไอเดียใหม่ๆ เป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานทั่วทั้งกลุ่มบริษัท ได้แชร์ไอเดียกันและได้ทำงานร่วมกัน ต่อยอดให้เกิด Innovation ในธุรกิจ</p>
<p>นอกจากนี้เรายังพยายามสร้าง Internal Career Movement  โดยการเตรียมความพร้อมให้กับคนในองค์กรสำหรับการโยกย้ายตำแหน่ง แทนที่จะสรรหาคนใหม่จากภายนอกที่ต้องมาเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรใหม่ เราให้โอกาสกับคนในองค์กรที่มีความพร้อมได้รับการพิจารณาปรับเปลี่ยนและโยกย้ายงาน ภายใต้กลุ่มบริษัท FWD ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ</p>
<p>การเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคตเราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่อย่างน้อยพนักงานของเราต้องพร้อมเมื่อโอกาสมาถึง รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะความมุ่งมั่นของเราที่ต้องการเปลี่ยนแปลงมุมมองของผู้คนที่มีต่อการประกันชีวิต หมายถึงตัวเราเอง หรือคนทำงานภายในองค์กร ก็ต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-15848" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/K.Siriwan-HR-Asia-Awards-2-1-600x370.jpg" alt="FWD Insurance การจะเป็นบริษัทประกันแห่งอนาคต ต้องเริ่มจากการเป็นองค์กรแห่งความสุข" width="600" height="370" title="FWD Insurance การจะเป็นบริษัทประกันแห่งอนาคต ต้องเริ่มจากการเป็นองค์กรแห่งความสุข 710"></p>
<h2>เมื่อปีที่ผ่านมา FWD ได้รับรางวัล The Best Companies to Work for โดย HR Asia Awards คิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ได้รับรางวัลนี้</h2>
<p><strong>ศิริวรรณ:</strong> เราให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้การทำงานของพนักงาน ซึ่งคำว่าประสบการณ์ที่ดีสร้างขึ้นจากหลายองค์ประกอบ</p>
<ol>
<li>ความแข็งแกร่งด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการ สิ่งเหล่านี้จะทำให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่า สวัสดิการของเราเป็นสิ่งที่จับต้องได้และปรับให้เหมาะสมตามความต้องการของแต่ละบุคคล เข้ากับยุคสมัยและสถานการณ์ปัจจุบัน สะท้อนถึงความเข้าใจและใส่ใจในความรู้สึกของพนักงานอย่างแท้จริง</li>
<li>เราให้ความสำคัญกับโอกาสในการเติบโต Career Opportunity ทั้งภายในประเทศ และระดับภูมิภาค</li>
<li>เราคำนึงถึงสุขภาวะ ความเป็นอยู่ ทั้งร่างกายและจิตใจ เรามีโปรแกรม FWDLiveLife ที่คอยดูแลด้านสุขภาวะแบบองค์รวม รวมถึงการจัดโปรแกรมสำหรับหัวหน้างานเพื่อให้บริหารทีมงานได้อย่างมีความสุข เพื่อให้เกิดบรรยากาศการทำงานที่ดี ทั้งจากหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงาน เพราะเราเชื่อว่าคนที่มีความสุข จะทำผลงานออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ</li>
</ol>
<p>เราเชื่อว่าการสร้างความแตกต่างและเป็นที่หนึ่งในใจทั้งกับลูกค้าและพนักงาน  ต้องเริ่มจากความมุ่งมั่นในแนวทางการทำงานเพื่อเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อการประกันชีวิต และรางวัลต่าง ๆ ที่เราได้รับ จะเป็นเสมือนเข็มทิศนำทางที่เน้นย้ำว่าเราเดินมาถูกทาง และต้องพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งมั่นเป็นบริษัทประกันชั้นนำแห่งเอเชีย</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="FWD Insurance การจะเป็นบริษัทประกันแห่งอนาคต ต้องเริ่มจากการเป็นองค์กรแห่งความสุข 711" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;Modern HR กับบทบาท Organization Designer&#8221; คุยกับ Senior HR Director จาก Cargill Thailand</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/230616-cargill-thailand-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jun 2023 15:29:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Cargill Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/230616-cargill-thailand-2/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Cargill เป็นอุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหารระดับโลก ก่อตั้งมาแล้วกว่า 158 ปีมีพนักงานรวมกันประมาณ 155,000 คน ใน 70 ประเทศทั่วโลก Cargill มีค่านิยมองค์กร (Core Value) อยู่ 3 ข้อที่สำคัญได้แก่ 1.) Do The Right Thing 2.) Put People First และ 3.) Reach Higher Cargill มีความเชื่อและให้ความสำคัญในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ทั้งระบบ ตั้งแต่ กระบวนการสรรหาและว่าจ้างบุคลากร การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร และ การรักษาบุคลากรเพื่อความยั่งยืนโดยรวม Cargill Thailand ใช้หลักการในการบริหารทรัพยากรมนุษย์โดยรวม ทั้งนี้ เป็นการบูรณาการกลยุทธ์ต่างๆ จากบริษัทแม่ที่สหรัฐอเมริกาเพื่อมาประยุกต์ปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นหลักการประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ทั้งต่อพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งระบบ หากเราต้องการเรียนรู้วิธีบริหารคนจำนวนมากเพื่อทำความรู้จักกับวิธีการบริหารจัดการความแตกต่างหลากหลายทางด้านเพศ วัย เชื้อชาติ วัฒนธรรมและภูมิหลังของพนักงานอย่างเป็นรูปธรรมแล้วก็ การเรียนรู้จากบริษัทอย่าง Cargill ดูจะเหมาะสมที่สุด เพราะคาร์กิลล์เป็นผู้ผลิต ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและเกษตรกรรมระดับโลก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>Cargill เป็นอุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหารระดับโลก ก่อตั้งมาแล้วกว่า 158 ปีมีพนักงานรวมกันประมาณ 155,000 คน ใน 70 ประเทศทั่วโลก</li>
<li>Cargill มีค่านิยมองค์กร (Core Value) อยู่ 3 ข้อที่สำคัญได้แก่ 1.) Do The Right Thing 2.) Put People First และ 3.) Reach Higher</li>
<li>Cargill มีความเชื่อและให้ความสำคัญในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ทั้งระบบ ตั้งแต่ กระบวนการสรรหาและว่าจ้างบุคลากร การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร และ การรักษาบุคลากรเพื่อความยั่งยืนโดยรวม</li>
<li>Cargill Thailand ใช้หลักการในการบริหารทรัพยากรมนุษย์โดยรวม ทั้งนี้ เป็นการบูรณาการกลยุทธ์ต่างๆ จากบริษัทแม่ที่สหรัฐอเมริกาเพื่อมาประยุกต์ปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นหลักการประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ทั้งต่อพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งระบบ</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16135" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/MicrosoftTeams-image-75.jpg" alt="&quot;Modern HR กับบทบาท Organization Designer&quot; คุยกับ Senior HR Director จาก Cargill Thailand" width="407" height="516" title="&quot;Modern HR กับบทบาท Organization Designer&quot; คุยกับ Senior HR Director จาก Cargill Thailand 719"></p>
<p>หากเราต้องการเรียนรู้วิธีบริหารคนจำนวนมากเพื่อทำความรู้จักกับวิธีการบริหารจัดการความแตกต่างหลากหลายทางด้านเพศ วัย เชื้อชาติ วัฒนธรรมและภูมิหลังของพนักงานอย่างเป็นรูปธรรมแล้วก็ การเรียนรู้จากบริษัทอย่าง Cargill ดูจะเหมาะสมที่สุด เพราะคาร์กิลล์เป็นผู้ผลิต ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและเกษตรกรรมระดับโลก ภายใต้ความร่วมมือจากเกษตรกร ลูกค้า หน่วยงานภาครัฐ และชุมชน</p>
<p>Cargill มีประสบการณ์กว่า 158 ปี มีพนักงาน 155,000 คนใน 70 ประเทศทั่วโลก โดยหากนับเฉพาะในเมืองไทยมีก็มีพนักงานรวมกว่า 16,000 คน ดังนั้นเราจะไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันว่าทำไมคาร์กิลล์ถึงสามารถดูแลพนักงานจำนวนมากพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพจนคว้ารางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener">Best Companies To Work For In Asia จาก HR Asia</a> และ Best Employer Award by Kincentric  ประจำปีที่ผ่านมา</p>
<p>ในโอกาสนี้ <a href="https://th.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HREX.asia</a> ขอพาทุกคนไปพูดคุยกับคุณวิชญะ พงศ์ผาสุก Senior HR Director จาก Cargill Thailand รับรองว่าบทสัมภาษณ์นี้จะเปลี่ยนมุมมองในการบริหารคนของคุณแน่นอน</p>
<h2>ก่อนอื่นอยากให้คุณวิชญะสรุปให้ฟังหน่อยว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ Cargill Thailand ได้รับรางวัล Best Companies To Work For In Asia จาก HR Asia</h2>
<p><strong>คุณวิชญะ:</strong> ในมุมของผม ปัจจัยหลักคือเรื่องศักยภาพในการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยมีแก่น (Core Value) ทั้งหมด 3 ข้อ อย่างแรกคือ Do The Right Thing อย่างที่สองคือ Put People First และอย่างสุดท้ายคือ Reach Higher โดยที่เราปรับตัวเข้าหาบริบททางสังคมอยู่ตลอดเวลา เช่น เรื่องของ DEI&amp;B หรือการสนับสนุนและบริหารความแตกต่างหลากหลาย เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เสมอ ซึ่งต้องย้ำว่าเราใส่ใจจริง ๆ ไม่ใช่การออกนโยบายเพื่อตามกระแสโลกแล้วปล่อยผ่านแต่อย่างใดครับ</p>
<p>เรามองเรื่อง People First เป็น Foundation (พื้นฐาน) ไม่ใช่ Fashion ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป อย่างตอนที่เกิดโควิด-19  เราเจอกับความยากลำบากมาก แต่เราก็ดูแลพนักงานอย่างเต็มที่ เช่น การจัดหาวัคซีนให้กับพนักงานเพื่อสร้างความมั่นใจว่าพนักงานทุกคนที่ทำงานในบริษัทคาร์กิลล์มีความปลอดภัย ถึงแม้ว่าสถานการณ์วัคซีนในขณะนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายที่จะจัดหามาให้พนักงานและต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากก็ตาม แต่เนื่องด้วยหลักปรัชญาการบริหารที่ให้ความสำคัญพนักงานต้องมาเป็นที่หนึ่ง จึงทำให้บริษัทสามารถควบคุมและบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ได้เป็นอย่างดี</p>
<p>Cargill ตระหนักว่าชีวิตของคนเราจะอยู่ด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ ต้องมีคนรอบข้างด้วย เราก็เลยซื้อวัคซีนมาบริจาคให้กับชุมชนรอบ ๆ เช่นกัน เพราะหากเราปลอดภัย แต่คนรอบตัวไม่ปลอดภัย มันก็อาจนำไปสู่การระบาดใหญ่อีกครั้ง เลยจึงต้องช่วยป้องกันไว้ก่อนครับ</p>
<p>นอกจากนี้เรายังออกค่าใช้จ่ายให้พนักงานไปทำ Bubble and Seal โดยทำสัญญากับโรงแรมกว่า 100 แห่งในพื้นที่สระบุรีกับโคราช และเช่ายาวต่อเนื่องกว่า 2 เดือน ตรงส่วนนี้เราได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ที่สหรัฐอเมริกาเป็นอย่างดี และยังเน้นย้ำให้ผู้บริหารดูแลพนักงานของเราอย่างเต็มที่ ดังนั้นหากต้องตอบคำถาม ในมุมมองของผมก็คือเราเชื่ออย่างสนิทใจในค่านิยม Put People First</p>
<p>ในประเด็นของ DEI นั้น เรามีพนักงานที่เป็นฝ่ายปฏิบัติการรายวันประมาณ 12,000 คน อีก 4,000 คน เป็นพนักงานแบบรายเดือน เพราะฉะนั้นใน 12,000 คน จะมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจากลาวและกัมพูชา ซึ่งเราปฏิบัติกับพวกเขาอย่างให้เกียรติและเท่าเทียมกันในมิติต่างๆของการบริหารงานทรัพยากรมนุษย์เพราะเรามองว่าพนักงานคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร และคือรากฐานที่จะทำให้บริษัทเติบโตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15614" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/Screenshot-2566-06-16-at-22.22.43-1.jpg" alt="&quot;Modern HR กับบทบาท Organization Designer&quot; คุยกับ Senior HR Director จาก Cargill Thailand" width="559" height="358" title="&quot;Modern HR กับบทบาท Organization Designer&quot; คุยกับ Senior HR Director จาก Cargill Thailand 720"></p>
<h2>Forbes รายงานว่า Cargill ได้รับตำแหน่ง America&#8217;s Largest Private Companies ประจำปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่โควิด-19 ยังระบาดอยู่ อะไรคือสิ่งที่คุณวิชญะคิดว่าเป็นเคล็ดลับขององค์กร ที่ช่วยให้ผ่านสถานการณ์อันเลวร้ายได้อย่างแข็งแกร่ง ?</h2>
<p><strong>คุณวิชญะ:</strong> ต้องยอมรับว่าสถานการณ์โควิด-19 เป็นเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา เนื่องด้วยเป็นสถานการณ์แพร่ระบาดทุกหย่อมหญ้าทั่วโลกและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจทั่วโลก แต่อย่างที่บอกไปว่ารากฐานของคาร์กิลล์คือเรื่องของคนจริง ๆ เราตั้งคำถามทันทีว่าคนของเราได้รับการดูแลดีพอแล้วหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่แค่พนักงานนะ เราหมายรวมถึงผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ทุกคน ทั้งคู่ค้า, ชุมชนรอบ ๆ โรงงาน เป็นต้น และมีความเชื่อว่า เราต้องรอดและปลอดภัยไปด้วยกัน</p>
<p>เรามีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ มีทีมที่คอยแก้ปัญหา (Crisis Management Team) เราก็มองดูว่าเราควรรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างไร มีคนลาออกแล้วต้องทำอย่างไร, ขวัญกำลังใจของพนักงานเป็นอย่างไร อะไรคือสิ่งที่บริษัทจะสามารถสนับสนุน ช่วยเหลือทั้งพนักงานและครอบครัวได้เพิ่มเติมอีกบ้าง ภายใต้การทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาครัฐ ชุมชนรอบข้าง เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันในการความคุมและบริหารจัดการสถานการณ์ดังกล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15615" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/Screenshot-2566-06-16-at-22.12.47-1.jpg" alt="&quot;Modern HR กับบทบาท Organization Designer&quot; คุยกับ Senior HR Director จาก Cargill Thailand" width="306" height="427" title="&quot;Modern HR กับบทบาท Organization Designer&quot; คุยกับ Senior HR Director จาก Cargill Thailand 721"></p>
<p>จากเหตุการณ์ข้างต้น ทำให้ในช่วงนั้นบริษัทเผชิญปัญหาด้านการขาดแคลนแรงงานและส่งผลต่อเนื่องถึงการผลิตสินค้าเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า ด้วยข้อจำกัดทั้งภาครัฐในเรื่องการเดินทาง การติดต่อประสานงานกับผู้สมัครงานในพื้นที่เป้าหมายและอื่นๆ ทำให้ทีมสรรหา (HR Recruiter) ของเราไม่สามารถใช้กระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรตามแบบฉบับวิธีการเดิมๆได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตามฝ่ายทรัพยากรบุคคลและผู้บริหารในฝ่ายต่างๆ ได้ร่วมกันระดมความคิดเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดภายใต้บริบท ณ ขณะนั้น จึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การสรรหาและว่าจ้างบุคคลากรจาก offline recruitment and selection strategy ไปเป็น online recruitment and selection strategy นั่นหมายถึง การสรรหาพนักงานในอากาศและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร ตัวอย่างเช่น ใช้สื่อ social media อาทิ TikTok, Facebook, YouTube,LINE เป็นต้น</p>
<p>โดยหลักการสำคัญ คือ การทำ SWOT Analysis เพื่อสร้างกลยุทธ์ SWOT Matrix เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายผู้สนใจสมัครงาน (รู้จักคาร์กิลล์ รักคาร์กิลล์ สมัครงานกับคาร์กิลล์ มาร่วมงานกับคาร์กิลล์)</p>
<p>จากกลยุทธ์ดังกล่าว เป็นผลทำให้บริษัทสามารถเพิ่มสัดส่วนการว่าจ้างพนักงาน จาก 43% เป็น 97% ภายในระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจและความต่อเนื่องในการผลิตและส่งมอบอาหารปลอดภัยแก่ลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังได้รับรางวัล ใบประกาศจากลูกค้ากลุ่มต่างๆอย่างมากมาย นั่นจะส่งผลระยะยาวต่อความเชื่อมั่นและความเป็นมืออาชีพของบริษัทคาร์กิลล์โดยรวม</p>
<h2><strong>Cargill Thailand ที่มีคนหลากหลายทั้งด้านเชื้อชาติ, ตำแหน่ง (Hierarchy), วัฒนธรรม, ความเชื่อ คุณมีวิธีผสานคนทุกกลุ่มให้อยู่ร่วมกันได้อย่างไร ?</strong></h2>
<p><strong>คุณวิชญะ:</strong> มีอยู่ 2 วิธีครับ อย่างแรกคือ Top-Down Strategy หรือการวิเคราะห์จากบนลงล่าง มองจากภาพใหญ่ที่สุดลงมาที่ภาพเล็ก และอีกวิธีหนึ่งคือ Bottom-Up Strategy หรือวิธีคิดและเลือกแบบเน้นพิจารณาจากสิ่งเล็ก ๆ เป็นสำคัญ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้เลย</p>
<p>ในเรื่องของ Top-Down Strategy ที่เกี่ยวกับ DEI เราก็จะพยายามทำเรื่องที่ซับซ้อนให้มันง่ายต่อการเข้าถึงและเข้าใจต่อพนักงานทุกคน ทุกระดับ เช่น DEI คือ แตกต่าง หลากหลาย ไปด้วยกัน เสมอภาค และเท่าเทียมกัน</p>
<p>จากนั้นก็ใช้ 2-Way Communication ใช้ภาษาง่าย ๆ ให้คนเข้าใจตรงกัน (Inclusive Language) ไม่จำเป็นต้องใช้คำที่ซับซ้อน ขอแค่เราถ่ายทอดออกไปได้ว่าการเคารพความแตกต่างสำคัญอย่างไร, หากเราทำแล้วจะส่งผลดีต่อชีวิตและองค์กรอย่างไร ทุกคนก็พร้อมจะทำตาม เพราะเราเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคนจนพนักงานสัมผัสได้อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเราเสนอแนวทางอะไรออกไป พนักงานก็จะเข้าใจว่ามันเป็นสิ่งที่ดีต่อพวกเขาจริง ๆ</p>
<p>Cargill เป็นครอบครัวใหญ่ที่มีคนรวมตั้งกว่า 16,000 คน ต่างที่มาที่ไป แล้วเราจะทำอย่างไรที่จะลดความเหลื่อมล้ำ ลดอคติ (Bias) ระหว่างกัน จากจุดนี้ก็นำไปสู่การจัดโครงการเพื่อบริหารเรื่อง Unconscious Bias หรือภาษาไทยคือการอคติแบบไม่รู้ตัว และที่สำคัญคือ บริษัทพยายามเน้นย้ำกับพนักงานระดับบังคับบัญชา เพื่อปฏิบัติตนและแสดงตัวอย่างที่ดีให้แกพนักงาน (lead by example)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15621" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/Screenshot-2566-06-16-at-22.26.59-1.jpg" alt="&quot;Modern HR กับบทบาท Organization Designer&quot; คุยกับ Senior HR Director จาก Cargill Thailand" width="517" height="319" title="&quot;Modern HR กับบทบาท Organization Designer&quot; คุยกับ Senior HR Director จาก Cargill Thailand 722"></p>
<h2><strong>ใ</strong>นฐานะองค์กรที่มีสาขาอยู่ 70 ประเทศทั่วโลก วิธีการสร้างสรรค์นโยบายจะเป็นอย่างไรครับ ? เป็นบริษัทแม่ให้นโยบายกลางมาให้เราไปปรับต่อตามความเหมาะสม หรืออย่างไร ?</h2>
<p><strong>คุณวิชญะ:</strong> วิธีการเป็นแบบนี้ครับ เราจะมี HR ส่วนกลางที่เรียกว่า Center of Expertise ทำหน้าที่เป็น “นักคิด” เพื่อช่วยสร้างสรรค์นโยบาย และเวลาเขาจะทำอะไรสักอย่าง เราก็จะมีตัวแทนของแต่ละพื้นที่เข้าไปพูดคุย จากนั้นก็จะมีขั้นตอนทดลองกับกลุ่มย่อย ๆ (Pilot) จนแน่ใจว่าได้ผล แล้วพอจะเอาไปใช้กับพนักงาน เราก็จะมีขั้นตอนที่เรียกว่า CCE (Change, Communication, Education) คือมีการสื่อสารและอบรมให้ทุกคนปรับตัวเข้าหาสิ่งใหม่ได้อย่างคล่องตัว หากเรามีส่วนใดที่อยากปรับ เราก็จะพูดคุยกันในขั้นตอนนี้ เรียกว่าแก่นของเราก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม</p>
<p>อย่างที่บอกไปว่าเรามีกระบวนการแบบ Bottom-Up ขึ้นไปด้วย วิธีการคือเราจะมีคณะกรรมการสวัสดิการประจำอยู่ในแต่ละโรงงาน ซึ่งประกอบไปด้วยคนหลายเชื้อชาติ หลายศาสนาที่จะมาระดมความคิด และส่งต่อให้กับทีมผู้บริหารสูงสุดของประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การออกนโยบายที่ตอบสนองบุคลากรอย่างครอบคลุมที่สุดในลำดับต่อไป</p>
<p>เรียกว่าสวัสดิการของเราสมบูรณ์แบบนี้ได้ก็เพราะมีการรับฟังทั้งจากบนลงล่าง และล่างขึ้นบนเสมอ ซึ่งผมบอกเลยว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อองค์กรมีการสื่อสารที่ดี (Well Communication) อย่างที่คาร์กิลล์เราเลือกใช้เครื่องมือสื่อสาร (Communication Tools) ที่หลากหลายมาก เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลของเราส่งถึงทุกคน</p>
<p>เราทำประกาศทั่วไป เราทำวีดีโอ เราทำเสียงตามสาย ทำข้อมูลส่งทาง LINE หรือฝากไปทางหัวหน้า คือทุกช่องทางที่เรานึกออกว่าจะช่วยให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลง่ายขึ้น เราจะทำทันที เรามีการแปลข้อมูลจากภาษาไทยไปเป็นภาษาลาว ภาษากัมพูชา อะไรแบบนี้ด้วย คือเราเน้นเรื่อง Put People First จริง ๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15617" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/Screenshot-2566-06-16-at-22.22.32-1.jpg" alt="&quot;Modern HR กับบทบาท Organization Designer&quot; คุยกับ Senior HR Director จาก Cargill Thailand" width="514" height="380" title="&quot;Modern HR กับบทบาท Organization Designer&quot; คุยกับ Senior HR Director จาก Cargill Thailand 723"></p>
<h2>ต้องยอมรับว่าโลกของเราเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว Cargill มีกระบวนการพัฒนาสวัสดิการให้สอดคล้องกับสภาพสังคมอย่างไร ?</h2>
<p><strong>คุณวิชญะ:</strong> Cargill ให้ความสำคัญในเรื่องของการจัดสรรค์สวัสดิการให้สอดคล้องกับสภาพสังคมนะ เรารู้ว่าทัศนคติของคนย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ดังนั้นเราจะยึดถือเพียงนโยบายแบบเดียวไม่ได้ แม้มันจะเคยเป็นนโยบายที่ประสบความสำเร็จมาก่อนก็ตาม</p>
<p>ยกตัวอย่างนโยบายด้านการรับพนักงาน ปัจจุบันเราก็มีการตั้งคณะกรรมการเข้ามาดูแลเรื่องความเท่าเทียมโดยตรง ซึ่งเวลาเราจะรับคนเข้ามาเนี่ย คาร์กิลล์ก็จะมีการพิจารณาจัดสรรให้มีสัดส่วนระหว่างชาย-หญิงที่เหมาะสมตามหลักการ คือต้องไม่มีการปฏิเสธหรือรับคนเพียงเพราะว่าเขาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ให้ดูกันที่ความสามารถดีกว่า</p>
<p>ขอยกตัวอย่างนะ เวลาเราพูดถึงคนที่ทำงานเป็นเอ็นจิเนียร์ หรือพวกช่างเนี่ย ภาพจำของเราก็จะนึกถึงผู้ชายเป็นหลักถูกไหม? สิ่งนี้ถือว่าเป็น Unconscious Bias เหมือนกัน เราเลยตั้งเป้าว่าจะเพิ่ม Ratio ระหว่างชายหญิงที่ชัดเจนขึ้นให้ได้ จนตอนนี้เรามีวิศวกรและ Line Manager ที่เป็นผู้หญิงอยู่เต็มเลย คือในอัตราพนักงาน 16,000 คนเนี่ย มีถึง 58% ที่เป็นผู้หญิงครับ</p>
<p>ที่สำคัญเรามีคณะกรรมการด้านสวัสดิการที่จะคอยพิจารณาข้อเสนอแนะของพนักงานเช่นกัน ซึ่งไม่ว่าใครก็สามารถเข้าถึงตรงนี้ได้นะ ส่วนองค์กรจะตัดสินใจอย่างไรก็ให้เป็นเรื่องของการพิจารณา แต่ผมฝากไว้อย่างหนึ่งว่า เมื่อมีคนเข้ามาพูดคุยหรือเรียกร้องอะไรจากเรา แม้ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เราก็ต้องมีคำตอบให้เขา อย่าปล่อยให้คำพูดของอีกฝ่ายหายไปในอากาศ ต้องให้เกียรติความคิดของเขา เพราะนี่คือรากฐานของ Feedback Culture ที่จะช่วยให้พนักงานของเรากล้าออกความคิดเห็นซึ่งจะส่งผลดีกับองค์กรอย่างมากในอนาคต</p>
<p>ผมคิดเสมอว่าองค์กรต้อง Do The Right Thing with The Like Thing under The Right Direction (ถูกต้อง ถูกใจ ถูกทาง) อันนี้เป็นแก่นที่ HR ต้องนึกถึงเสมอครับ</p>
<h2>สุดท้ายนี้อยากให้ทางคุณวิชญะสรุปว่า HR สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้อย่างไร ?</h2>
<p><strong>คุณวิชญะ:</strong></p>
<ol>
<li>ผมมองว่า HR ในปัจจุบันควรแสดงบทบาทในการเป็น Modern HR และ Organization Designer เพื่อกำหนดทิศทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์ภายใต้บริบทที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง</li>
<li>บทบาทของ HR ควรมุ่งเน้นในการสร้าง foundation มากกว่า fashion เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงยั่งยืน</li>
<li>Do The Right Thing with The Like Thing under The Right Direction (ถูกต้อง ถูกใจ ถูกทาง) อันนี้เป็นแก่นที่ HR ต้องนึกถึงเสมอครับ เพราะเนื่องจากว่า เราไม่สามารถที่จะบริหารและจัดการในทุกๆเรื่องให้ถูกใจทุกๆคนได้ ดังนั้น HR มืออาชีพจะต้องมีมุมมองและรักษาสมดุลในเรื่องต่างๆเหล่านี้ให้ดี</li>
<li>Strategic Human Resource Management (SHRM) และ Strategic Human Resource Development (SHRD) คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้องค์กรหลุดพ้นจากบ่วงงานแอดมิน งาน day-to-day โอเปอเรชั่น ไปเป็นองค์กรแห่งอนาคตที่สดใสได้</li>
<li>ปลูกฝังสร้างความเข้าใจเรื่องบทบาทและหน้าที่ของหัวหน้างานผู้จัดการเพราะคนเหล่านี้คือหัวเชื้อที่สำคัญในการนำพาองค์กรการบริหารทีมงานไปสู่ความสำเร็จทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างยั่งยืนในระยะยาว (You are People Manager)</li>
</ol>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15618" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/Screenshot-2566-06-16-at-22.26.00-1.jpg" alt="&quot;Modern HR กับบทบาท Organization Designer&quot; คุยกับ Senior HR Director จาก Cargill Thailand" width="568" height="358" title="&quot;Modern HR กับบทบาท Organization Designer&quot; คุยกับ Senior HR Director จาก Cargill Thailand 724"></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15622" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/Screenshot-2566-06-16-at-22.28.30-1.jpg" alt="&quot;Modern HR กับบทบาท Organization Designer&quot; คุยกับ Senior HR Director จาก Cargill Thailand" width="467" height="311" title="&quot;Modern HR กับบทบาท Organization Designer&quot; คุยกับ Senior HR Director จาก Cargill Thailand 725"></p>
<p><a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfb3Il1k_zvdCo0DyvMuEyDVhdzzJIpI0oPbS0eWYQEN2SdIg/viewform" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38146" title="PDCA คืออะไร ? ประโยชน์ และตัวอย่างการใช้เพื่อพัฒนาองค์กร 5" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png.webp 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-300x94.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1024x320.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-768x240.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/02/CTA-in-Content-Website-With-Number.png-1536x480.webp 1536w" alt="CTA in Content Website With Number.png" width="1600" height="500" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องวิสัยทัศน์ ศันสนา สุขะนันท์ HR นอกตำราแห่ง KBANK กับการเป็น CHRO กสิกรไทย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/chro-kbank-interview-230616/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jun 2023 04:43:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[KBANK]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/chro-kbank-interview-230616/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT เกือบ 20 ปีแรกในการทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย ลี่ &#8211; ศันสนา สุขะนันท์ ไม่เคยทำงานสาย HR ไม่ถนัดเรื่องการบริหารทรัพยากรมนุษย์ แต่เธอได้รับความไว้วางใจจาก CEO ของ KBANK ให้ทำงานดังกล่าว และเมื่อผู้บริหารมองเห็นศักยภาพ เธอจึงไม่ปฏิเสธความท้าทายนี้ กสิกรไทยเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญในการส่งเสริมคุณค่าพนักงาน ด้วยหลัก EVP (Limitless Growth &#124; Talented People &#124; Better Opportunitiess through powerful resource) การให้โอกาสหลากหลายสนับสนุนให้พนักงานได้มีโอกาสปล่อยศักยภาพ อีกทั้งการได้ทำงานร่วมกับทีมที่มีความสามารถช่วยกันบรรลุเป้าหมาย โดยเน้นการลงมือทำ การมีทรัพยากรที่ใช้ได้หลากหลาย และได้เรียนรู้จากสิ่งที่ทำจริง ซึ่งถึงเธอจะบอกว่าไม่มีความรู้เรื่อง HR แต่เพราะกสิกรไทยมีปัจจัยช่วยสนับสนุนเหล่านี้ จึงเป็นการเปิดโอกาสสำคัญให้เธอนำพาทีมอย่างเต็มที่ บวกกับเธอเองก็มีพลังความสนใจให้ความสำคัญเรื่องความเป็นผู้นำอยู่ก่อนแล้ว เธอจึงเชื่อมั่นว่าการมีทีมที่ดีที่ธนาคารกสิกรไทยช่วยให้สามารถฝ่าฟันทุกความท้าทายไปได้แน่นอน ช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาด เป็นช่วงที่เธอเพิ่งมารับงานนี้ที่ KBANK ไม่กี่เดือน แต่เธอและทีม HR ก็ทุ่มเทเต็มที่ ในการดูแลพนักงานทุกด้าน ไม่ว่าจะจัดหาวัคซีน หรือดูแลเมื่อเจ็บป่วย โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>เกือบ 20 ปีแรกในการทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย ลี่ &#8211; ศันสนา สุขะนันท์ ไม่เคยทำงานสาย HR ไม่ถนัดเรื่องการบริหารทรัพยากรมนุษย์ แต่เธอได้รับความไว้วางใจจาก CEO ของ KBANK ให้ทำงานดังกล่าว และเมื่อผู้บริหารมองเห็นศักยภาพ เธอจึงไม่ปฏิเสธความท้าทายนี้</li>
<li>กสิกรไทยเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญในการส่งเสริมคุณค่าพนักงาน ด้วยหลัก EVP (Limitless Growth | Talented People | Better Opportunitiess through powerful resource) การให้โอกาสหลากหลายสนับสนุนให้พนักงานได้มีโอกาสปล่อยศักยภาพ อีกทั้งการได้ทำงานร่วมกับทีมที่มีความสามารถช่วยกันบรรลุเป้าหมาย โดยเน้นการลงมือทำ การมีทรัพยากรที่ใช้ได้หลากหลาย และได้เรียนรู้จากสิ่งที่ทำจริง ซึ่งถึงเธอจะบอกว่าไม่มีความรู้เรื่อง HR แต่เพราะกสิกรไทยมีปัจจัยช่วยสนับสนุนเหล่านี้ จึงเป็นการเปิดโอกาสสำคัญให้เธอนำพาทีมอย่างเต็มที่ บวกกับเธอเองก็มีพลังความสนใจให้ความสำคัญเรื่องความเป็นผู้นำอยู่ก่อนแล้ว เธอจึงเชื่อมั่นว่าการมีทีมที่ดีที่ธนาคารกสิกรไทยช่วยให้สามารถฝ่าฟันทุกความท้าทายไปได้แน่นอน</li>
<li>ช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาด เป็นช่วงที่เธอเพิ่งมารับงานนี้ที่ KBANK ไม่กี่เดือน แต่เธอและทีม HR ก็ทุ่มเทเต็มที่ ในการดูแลพนักงานทุกด้าน ไม่ว่าจะจัดหาวัคซีน หรือดูแลเมื่อเจ็บป่วย โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และเป็นบทเรียนสำคัญให้ได้เรียนรู้ว่า ธนาคารกสิกรไทยจะไม่สามารถบริหารงานแบบเดิมได้อีกต่อไป</li>
<li>การที่ KBANK ได้รางวัล Best Companies to Work For จาก HR Asia เมื่อปี 2022 จึงถือเป็นรางวัลที่มีค่าต่อทั้งทีม HR ของกสิกรไทย และต่อทุกคนในบริษัท หากไม่มีพนักงานทุกคน เธอเชื่อว่าย่อมไม่มีทางได้ครอบครองรางวัลนี้อย่างแน่นอน</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div class="focused-block--is-bold-border">
<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่เป็น HR จำนวนไม่น้อยไม่ได้เรียนจบสายนี้มาก่อน ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะโลกทุกวันนี้การทำงานไม่ตรงสายถือเป็นเรื่องปกติไปแล้ว</p>
<p>แต่ถ้าเกิดคนที่ทำงานสายอื่นมาตลอดชีวิต จู่ ๆ ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บริหารงานด้าน HR ล่ะ กรณีนี้แตกต่างไปจากกรณีอื่นหรือไม่ ?</p>
<p>หากถาม <strong>คุณลี่ &#8211; ศันสนา สุขะนันท์ รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย (บริหารสายงานทรัพยากรบุคคล) </strong>ผู้จบการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ MBA สายการเงินจาก University of Wisconsin-Madison และที่ผ่านมาทำงานเกี่ยวข้องกับตัวเลขเสมอจะให้คำตอบว่า “ไม่มีอะไรยากเกินความตั้งใจของเรา ถ้าพร้อมเรียนรู้ พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆ”</p>
<p>ซึ่งไม่มากไม่น้อย เป็นจุดที่ทำให้ <strong>KBANK</strong> ได้รับรางวัล <a href="https://apc01.safelinks.protection.outlook.com/?url=https%3A%2F%2Fhr.asia%2Fawards%2Fthailand-2022%2F&amp;data=05%7C01%7Cthitisa.s%40kasikornbank.com%7Cf464ed2631974d9dd9b108db5fe81a62%7C8e11df9f4615434fa6c68a0cb4ffeb6c%7C0%7C0%7C638209222699864545%7CUnknown%7CTWFpbGZsb3d8eyJWIjoiMC4wLjAwMDAiLCJQIjoiV2luMzIiLCJBTiI6Ik1haWwiLCJXVCI6Mn0%3D%7C3000%7C%7C%7C&amp;sdata=NBiEL4NkQvnjaKRE0FTLnSSX9%2F7ej6a%2BmakqtcFsK30%3D&amp;reserved=0" target="_blank" rel="noopener">Best Companies To Work For In Asia ประจำปี 2022</a> จาก HR Asia ไปครอง</p>
<p>แนวคิดเรื่องการบริหารคนของคนที่ไม่ได้ทำงาน HR มาก่อนอย่างเธอเป็นเช่นไร และ HR จำนวนมากสามารถเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ได้อีกบ้าง ติดตามได้เลยในบทสัมภาษณ์นี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15581" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/HREX-Cover-27.jpg" alt="ส่องวิสัยทัศน์ ศันสนา สุขะนันท์ HR นอกตำราแห่ง KBANK กับการเป็น CHRO กสิกรไทย" width="600" height="370" title="ส่องวิสัยทัศน์ ศันสนา สุขะนันท์ HR นอกตำราแห่ง KBANK กับการเป็น CHRO กสิกรไทย 733"></p>
<h2>คุณทำงานที่ธนาคารกสิกรไทยมานานกว่า 21 ปี แต่เพิ่งทำงานด้าน HR ไม่นาน การเปลี่ยนแปลงนี้มาพร้อมความท้าทายอย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ศันสนา: </strong>ท้าทายมากค่ะ เพราะเส้นทางอาชีพตั้งแต่เรียนจบ ได้ทำงานแรกด้าน Project Finance และ Investment Bank ที่ ภัทรธนกิจ หรือ Phatra Securities ในปัจจุบัน อยู่ 6 ปี ก่อนไปเป็น Fund Manager อยู่ที่ หลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย 2 ปี ก่อนจะมาทำงานที่ธนาคารกสิกรไทยในเดือนสิงหาคมปี 2002</p>
<p>พอเข้ามาตอนนั้นเป็นช่วงหลังวิกฤติต้มยำกุ้งพอดี ก็ได้ไปดูงานด้านเครดิต หลังจากนั้นไปทำ Retail ต่อมาไปทำ Finance แล้วกลับมาทำ Retail อีกรอบ ก่อนจะไปดูแลด้าน Operational Risk และ Cyber Risk Management</p>
<p>ต่อมาได้รับมอบหมายจากพี่เปิ้ล (ขัตติยา อินทรวิชัย &#8211; CEO แห่ง KBANK) ให้มาดูแลงานด้าน HR ซึ่งกำลังจะครบ 3 ปีแล้วในเดือนสิงหาคมนี้ ตอนนั้นเราสนใจเรื่องคนอยู่แล้ว เราแคร์คนที่เป็นพาร์ทเนอร์กับเรา คนที่อยู่ในทีมเดียวกัน ในองค์กรเดียวกัน และเราก็มี Mentality ที่พร้อมจะเรียนรู้เสมอ หรือ Growth Mindset ซึ่งสำคัญมาก เราพร้อมพัฒนา ไม่คิดว่าเป็นน้ำเต็มแก้ว เพราะไม่ว่าใครก็ต้องพัฒนาไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในองค์กรที่เปลี่ยนแปลงตลอด</p>
<p>พอมีมุมมองและความเชื่อเรื่องนี้เลยคิดว่า ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบงานก็ตาม แต่ถ้าเราได้รับความไว้วางใจ เราก็ต้องทำงานนี้ให้ดีที่สุด</p>
<h2>ก่อนรับงานนี้ที่ธนาคารกสิกรไทย คุณพอมีความรู้ความเข้าใจเรื่อง HR อย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ศันสนา:</strong> ต้องบอกว่าแทบไม่มีเลย เราพอรู้ว่าในการบริหารคนต้องมีความเป็นหัวหน้าแบบหนึ่ง สิ่งที่เราทำในฐานะหัวหน้าคือเราพยายาม Integrate คนให้เข้ากับวิถีการทำงาน</p>
<p>แต่เรื่องศัพท์เทคนิค ความรู้เชิงเทคนิค เช่น HR Compensation หรือ Structure Design เป็นอย่างไร เราไม่มีองค์ความรู้นั้นเลย แต่เราเชื่อว่า CHRO (Chief Human Resource Officer) อาจไม่ต้องรู้ลงลึกก็ได้ แต่ในฐานะ CHRO ของ KBANK เราต้องบริหารจัดการงานที่ซับซ้อนให้ได้ ว่าจะทำอย่างไรให้ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กร</p>
<p>งาน HR ไม่ได้มีแค่เรื่องเชิงเทคนิค แต่ to begin with ยังมีส่วนที่เป็นหลักการหรือ Principle คนที่จะเป็น CHRO หรือคนเป็นผู้นำน่าจะต้องรู้และเข้าใจสิ่งนั้นอยู่แล้วว่า จะบริหารเรื่อง HR อย่างไร เราอาจไม่รู้วิธีดูเรื่องการคำนวนค่าตอบแทนในรายละเอียด แต่ต้องรู้หลักการในการให้ค่าตอบแทนว่า มันคืออะไร</p>
<p>แต่เราก็พยายามทำความเข้าใจงาน HR เสมอนะ ไปสมัครเรียนเข้าคอร์สนั้นคอร์สนี้ ไปดูงาน ก็ช่วยให้เข้าใจงานการบริหารทรัพยากรมนุษย์มากขึ้น</p>
<h2>ต้องปรับตัวนานแค่ไหนถึงรู้สึกว่าเริ่มลงตัวกับงานด้าน HR ที่ธนาคารกสิกรไทย</h2>
<p><strong>ศันสนา:</strong> ปรับตัวนานไหมไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ต้องปรับตัวจนได้ และไม่ใช่แค่เราเท่านั้นแต่ทั้งทีม HR ต้องปรับตัวไปพร้อมกัน เพราะงาน HR ไม่เหมือนงานอื่น ๆ</p>
<p>อย่างตอนทำ Risk Management ทำแล้วคนอื่นต้องอยู่ใน Rule ที่ set ไว้ ตอนทำ Finance ถ้าอันไหนผ่านไม่ได้ก็คือผ่านไม่ได้ มันเป็นงานที่แบ่งขาวดำชัดเจน กลับกันกับงาน HR ที่เหมือนเป็นงานศิลปะมากกว่า ถ้าทำแล้วคนอื่นไม่ซื้อ ไม่เอาด้วย มันก็ไปต่อไม่ได้ ยากจะประสบความสำเร็จ</p>
<p>ฉะนั้นต้องคิดเยอะว่า งาน HR จะทำอย่างไรให้คนอื่น buy in และ สามารถสร้างคุณค่าให้องค์กรได้ ซึ่งมันต้องใช้เวลาในการคิดและทำไปด้วยกัน เช่น ในอดีตถ้าเราอยากพัฒนาทักษะคนก็จัดเทรนนิ่งขึ้นมา วัดผลว่าคอร์สนี้มีคนชอบไม่ชอบเท่าไหร่ แต่ปัจจุบันไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว เป้าหมายของเราคือทำอย่างไรให้คนเหล่านั้นมีทักษะ สามารถนำไปใช้งานได้จริง</p>
<p>มันเป็นงานยาก แต่ก่อนจะมีช่องว่างระหว่าง HR กับพนักงานที่เป็น Users ดังนั้น HR จะทำอย่างไรให้เข้าใจพนักงาน ทำอย่างไรให้สามารถเป็นไม่เฉพาะ Thought Partner ของเขาได้ แต่ต้องเป็น  Solution Provider ด้วย จะแค่คิดแต่ไม่ช่วยทำให้เกิดขึ้นไม่ได้ เราพยายามสร้าง HR แบบนี้ในองค์กรที่เคลื่อนตัวเร็ว เพราะองค์กรต้องขับเคลื่อนด้วยคน ถ้า HR ไม่ขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ฟันเฟืองก็จะหมุนได้ยาก HR ต้องสร้าง Trust หรือความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างคนในองค์กรให้ได้ด้วย</p>
<h2>แล้ว HR ในธนาคารกสิกรไทยเอง สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในทีม HR กันเองอย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ศันสนา:</strong> หลายคนบอกว่า Trust เป็นสิ่งที่ต้องสร้างจึงจะได้มา ดังนั้นอย่างแรกสำหรับตัวเองต้องทำให้เห็นว่าเรามาช่วยสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ นะ</p>
<p>กสิกรไทยเป็นองค์กรที่ยึดหลักมองเห็นความสำคัญของคน  จึงให้ความสำคัญต่อ HR พวกเขาจะเป็นแรงขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย ดังนั้นเราต้องมาร่วมสร้างไปด้วยกัน เราต้องทำให้ทีม HR เห็นความตั้งใจของเราให้ได้ก่อน</p>
<p>เมื่อก่อนเราจะเป็นคนที่ Result Oriented มาก เพราะสร้างนู่นสร้างนี่ให้องค์กร เปลี่ยนนั่นนี่ มีผลงานเสมอ พอมาทำงาน HR ได้เจอทีมใหม่ มีคนเป็นร้อยเลย ฉะนั้นต้องทำให้เห็นถึงความตั้งใจว่าเรามาดี และก็ต้องประเมินตัวเองบ่อย ๆ ลดความต้องการจะเอาผลลัพธ์ทันทีลงบ้าง ต้องพร้อมที่จะฟัง มี Empathy พยายามทำความเข้าใจทีมเพิ่มมากขึ้นว่า เราจะไปด้วยกันได้อย่างไร</p>
<p>เราไม่สามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ในเร็ววันหรอก มันต้องผ่านการปรับตัว ทั้งตัวเราและทีมเองต้องปรับ เพื่อมองให้เห็นเป้าหมายที่จะไปร่วมกัน</p>
<p>อีกสิ่งที่สำคัญคือ ถ้ามีเรื่องที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ แม้จะแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เราก็สามารถเฉลิมฉลองกันได้ ถ้าทำให้พนักงานรู้สึกดีกับสิ่งที่เขาทำมากขึ้น รู้สึกว่าเราช่วยสร้างคุณค่าให้ได้มากขึ้น ก็ชมกันไป เรื่องอย่างนี้แหละที่ทำให้การทำงานไปด้วยกันราบรื่น ทำให้เราเริ่มสร้าง Trust ระหว่างกันได้มากขึ้น ดังนั้นเราต้องพยายามรับฟัง อย่ามองตัวเองเป็นน้ำเต็มแก้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15584 " src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/HRE-TownHall-987x740.jpg" alt="ส่องวิสัยทัศน์ ศันสนา สุขะนันท์ HR นอกตำราแห่ง KBANK กับการเป็น CHRO กสิกรไทย" width="615" height="461" title="ส่องวิสัยทัศน์ ศันสนา สุขะนันท์ HR นอกตำราแห่ง KBANK กับการเป็น CHRO กสิกรไทย 734"></p>
<h2>พอคุณเคยทำงานหลายสายในธนาคารกสิกรไทยมาก่อน องค์ความรู้ที่เคยมีสามารถเอามาใช้กับ HR ได้อย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ศันสนา:</strong> งานที่ผ่านมาทำให้เราเข้าใจมุมมองของบุคคลที่ 3 มากขึ้นการที่เราเคยอยู่ในสายงานด้านอื่นทำให้เข้าใจว่า คนทำงาน Finance คิดอย่างนี้ คนทำงาน Retail คิดอย่างนั้น คนทำด้าน Cyber Risk Management จะคิดอีกแบบ เราจะเห็นมุมมองที่หลากหลายด้วยตาของตัวเอง เพราะงานธนาคารมีหลาย Node แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะทำงานจบเบ็ดเสร็จในตัวเอง แม้กระทั่งงานตรวจสอบภายใน ก็ต้องทำงานร่วมกับคนอื่น</p>
<p>และพอเป็นงานที่ต้องทำกับคนจำนวนมาก การร่วมมือกันจึงสำคัญ เราต้องเข้าใจคนอื่น การมองมุมตัวเองอย่างเดียวไปด้วยกันยาก การอยู่ในหลายฝ่ายมาก่อนทำให้เราเข้าใจบริบทของผู้อื่น และขององค์กรว่าจะขับเคลื่อนไปอย่างไร ได้เห็นวงจรของมันทั้งหมด</p>
<h2>ธนาคารกสิกรไทยเป็นองค์กรที่มีความหลากหลาย ด้วยจำนวนพนักงานมากถึง 30,000 คน พอมีความหลากหลายมาก ช่วยส่งเสริมให้ HR ทำงานยากหรือง่ายขึ้นอย่างไร</h2>
<p><strong>ศันสนา: </strong>ความหลากหลายเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ เรามีพนักงานทั้งหมด 30,000 คน แบ่งเป็นพนักงานของธนาคารกสิกรไทยเอง 20,000 คน และบริษัทในเครืออีก 10,000 คน เรามีคนทุกเจนเนอเรชั่นเลยตั้งแต่อายุ 60 ปี ไล่ลงมาถึงเจน Y ที่มีมากสุด ถึงเจน Z</p>
<p>ข้อดีของความหลากหลายคือ กสิกรเราเป็นองค์กรเปิดไม่ได้มี Fixed Mindset และเราพร้อมรับฟังทุกคนเสมอEVP (Employer Value Proposition) ของเราคือ “Possibility to Make an Impact &#8211; ให้คุณเป็นคุณได้เต็มศักยภาพ”</p>
<p>เราเชื่อว่าเมื่อพนักงานอยู่กับเราแล้ว พวกเขาจะสามารถสร้างผลกระทบที่ดี ให้เกิดขึ้นได้ ฉะนั้นเราจึงพร้อมเปิด พร้อมรับฟัง พอมีความหลากหลาย เราก็ได้ทำอะไรใหม่ ๆ ขึ้นมา ได้สร้างคุณค่าใหม่ ๆ ขึ้นมาด้วย</p>
<p>สิ่งที่ต้องบริการจัดการก็คือ แม้ความหลากหลายจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ต้องไม่ให้หลุดขอบช่วงที่โรคโควิด-19 แพร่ระบาดทำให้เราได้เรียนรู้เยอะมาก แต่ก่อนเราเข้างานที่ออฟฟิศ 8 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น พอโควิดเลิกระบาดแล้ว เราจะบอกให้ทุกคนกลับมาทำงานที่ออฟฟิศสิ กลับมาเจอกันทุกวันจันทร์เหรอ เราทำแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว เพราะเราเชื่อว่าไม่มี One Size Fits All อีกต่อไป เรามีพนักงานตั้ง 30,000 คน เราจะใช้มาตรฐานเดียวได้อย่างไร</p>
<p>แต่ก็มีคนถามเหมือนกันว่า ไม่กลัวเหรอ คือเราต้องกลัวอะไรล่ะ เรากลัวพนักงานคนที่ 29,998 จะหนีไปนั่งทำงานที่ชายหาดเหรอ ทำไมเราไม่แคร์ว่าเราจะทำให้คนจำนวนมากเป็นหมื่นคนทำงานให้มีความสุขได้อย่างไร เราไม่ใช้ Rules Based หรือเอากฎมาบังคับใช้ปกครองในทุกเรื่องๆ เราเลือกใช้หลัก Principle Based มากกว่า เราใช้หลักการที่เรียกว่า Work That FITS (Flexibility &#8211; Impact &#8211; Trust &#8211; Security) ในการบริหารจัดการ Way of Work</p>
<p>อย่างไรก็ตามพอเราปล่อยให้มีความยืดหยุ่น Flexibility แล้ว ก็ต้องมี Impact ตามมาด้วย ต้องส่งมอบงานให้ได้ตามที่ตกลงได้ นี่คือเรื่องสำคัญซึ่งจะทำให้เกิด Trust ระหว่างหัวหน้าและลูกน้องด้วย สุดท้ายคือ Security เนื่องจากเราเป็นองค์กรที่ดูแลเกี่ยวกับข้อมูลของลูกค้า ฉะนั้นความปลอดภัยจึงสำคัญมาก และยังรวมถึงความปลอดภัยทางกายและใจของพนักงานด้วย</p>
<p>เราให้อำนาจหัวหน้างานดูแลพนักงานของตัวเอง ดูว่าอะไรเหมาะสมที่สุด เพราะเราเชื่อว่าเขาน่าจะเข้าใจลูกน้องดีที่สุด ดังนั้น เขาน่าจะบริหารจัดการได้ลงตัวกับงานที่ทำมากกว่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15585 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/K-1400-600x370.jpg" alt="ส่องวิสัยทัศน์ ศันสนา สุขะนันท์ HR นอกตำราแห่ง KBANK กับการเป็น CHRO กสิกรไทย" width="600" height="370" title="ส่องวิสัยทัศน์ ศันสนา สุขะนันท์ HR นอกตำราแห่ง KBANK กับการเป็น CHRO กสิกรไทย 735"></p>
<h2>คุณมองว่า Human Asset สำคัญอย่างไรต่อธนาคารกสิกรไทย</h2>
<p><strong>ศันสนา: </strong>อย่างที่เกริ่นไป กสิกรไทยให้ความสำคัญกับคน และเน้นย้ำเรื่องการดูแลและพัฒนาศักยภาพของพนักงาน คนน่าจะเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด เพราะงานจะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่ที่คนต่อให้มีเงิน มีอุปกรณ์ IT ก็จริง แต่คนมีหัวใจ มีความคิด มีอารมณ์ความรู้สึก ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำอะไรกับเขาก็ได้ แม้กระทั่งงาน IT ก็ดูแลด้วยคน งานงบประมาณ Finance จะเกิดขึ้นหรือไม่ก็เพราะคนเช่นกัน</p>
<p>ที่ธนาคารกสิกรไทย เราดูแลคนตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ว่าจะเรื่องการรับเข้ามาทำงาน ดูแลเรื่องสวัสดิการว่าจะเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าที่อื่นมีไหมนะแต่เรามีเงินเกษียณอายุให้ แพ็คเกจที่มีก็อยู่ในระดับท็อป ๆ ในธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าระหว่างทางที่ทำงานด้วยกัน เราจะดูแลเขาให้ดีที่สุด</p>
<p>ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีคนบอกว่าเศรษฐกิจอาจไม่ดี แต่เราก็มีเงินช่วยเหลือเรื่องโควิด เราเชื่อใน EVP ที่ว่า “Possibility to Make an Impact” เชื่อว่าเราจะทำให้คนเติบโต ถ้าเขาชอบอยู่ตรงไหนก็เติบโตได้เต็มที่ เราน่าจะเป็นโรงเรียนที่ดี อยู่กับคนเก่งแล้วจะได้เรียนรู้ในหลายๆ ด้าน</p>
<p>เรามีทรัพยากรต่าง ๆ มีข้อมูล มีขั้นตอนการพัฒนา เป็นองค์กรที่สามารถเรียนรู้แล้วเติบโตได้ เรามีให้เรียน Soft Skills &#8211; Hard Skills หลากหลายมิติ และคนในระดับ Leader ก็มา Take Program เยอะมาก ซึ่งมีรูปแบบหลากหลายมากกว่า Class เรียน เราเชื่อว่าถ้าเราทำได้ดี Leader จะเป็นคนดูแลองค์กรถัด ๆ ไป และถ้าทำตั้งแต่ Level ระดับบนลงมาได้ดี ก็จะส่งผลไปถึงข้างล่าง</p>
<p>เพราะแต่ก่อนเวลาเราทำเรื่องวัฒนธรรมองค์กร เราจะทำแต่ระดับล่างขึ้นบน แต่ไม่ค่อยได้ผล เราเลยเปลี่ยนมาทำจากข้างบนลงล่าง เพราะเรื่องคนสำคัญมาก เราต้องดูแลและพัฒนาให้เติบโต  CEO พูดเสมอว่า เราไม่มีนโยบายเรื่องการเลย์ออฟนะ เราดูแลคนเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง</p>
<p>ดังนั้นถ้าอยากทำให้ธนาคารกสิกรไทยเป็นองค์กรที่น่าร่วมงาน ก็ต้องเริ่มจากการทำให้บุคลากรเห็นว่า ธนาคารกสิกรไทยมีพื้นที่ให้แสดงฝีมือและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ช่วยให้มีโอกาสใหม่ ๆ มากมายเกิดขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-15586" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/HRE-Star-Award-984x740.jpg" alt="ส่องวิสัยทัศน์ ศันสนา สุขะนันท์ HR นอกตำราแห่ง KBANK กับการเป็น CHRO กสิกรไทย" width="984" height="740" title="ส่องวิสัยทัศน์ ศันสนา สุขะนันท์ HR นอกตำราแห่ง KBANK กับการเป็น CHRO กสิกรไทย 736"></p>
<h2>ก่อนที่จะทำงานด้านนี้ที่ธนาคารกสิกรไทย คุณมองเห็นความสำคัญของคนมาตั้งแต่ก่อนเป็น HR แล้วรึเปล่า</h2>
<p><strong>ศันสนา: </strong>เราให้ความเคารพในตัวคนมานานแล้ว เราเชื่อว่าทุกคนสมควรได้รับการเคารพในมุมใดมุมหนึ่งเสมอ ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นพนักงาน ผู้บริหาร หรือยามที่ดูแลองค์กร ทุกคนสมควรได้รับการดูแลเอาใจใส่ และได้รับความเคารพเช่นเดียวกัน มันเป็น Motto ที่ส่วนตัวเชื่อว่าสำคัญต่อองค์กร</p>
<p>ตอนที่เราดูแลช่วงโควิด-19 ช่วงนั้นแสดงให้เห็นจริง ๆ ว่าองค์กรเราไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราจัดหาวัคซีน ดูแลผู้ป่วยให้คนทั้ง 30,000 คนแบบสุดตัว ไม่ว่าจะประธานบริษัท CEO ยาม พี่แม่บ้านหรือใครก็ตามล้วนมีสิทธิ์ได้การดูแลครบถ้วนเพราะทุกชีวิตมีค่า</p>
<p>และไม่ใช่แค่ HR เท่านั้น แต่ผู้บริหารทุกคนก็เต็มที่ในการดูแลพนักงาน ช่วยกันคนละไม้ละมือ อะไรที่ทำได้ ดูแลได้ บอร์ดจะให้ความเอาใจใส่เสมอ ไม่มีการแบ่งแยกว่าใครเป็นใคร เพราะทุกคนตระหนักจริง ๆ ว่าทุกชีวิตล้วนมีความหมาย</p>
<p>เรารู้ว่างาน HR มันยาก แต่กลับเป็นสิ่งที่มีความหมายมากในการทำงาน มีคนเคยถามว่า ตั้งแต่ทำงานนี้มา ภาคภูมิใจเรื่องอะไรมากที่สุด ก็คือเรื่องนี้แหละ การได้ดูแลชีวิตคนในช่วงยากลำบาก เราได้สร้างอะไรบางอย่างที่อิมแพ็คต่อชีวิตคนจริง ๆ เวลาได้ยินพนักงานบอกว่า โชคดีมาก ธนาคารดูแลเราดีจริงๆ ทำให้เรารู้สึกมีพลังที่ได้ทำสิ่งเหล่านี้ต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15583 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/K-Culture-600x370.jpg" alt="ส่องวิสัยทัศน์ ศันสนา สุขะนันท์ HR นอกตำราแห่ง KBANK กับการเป็น CHRO กสิกรไทย" width="600" height="370" title="ส่องวิสัยทัศน์ ศันสนา สุขะนันท์ HR นอกตำราแห่ง KBANK กับการเป็น CHRO กสิกรไทย 737"></p>
<h2>ตั้งแต่ขึ้นมาทำงาน HR ที่ธนาคารกสิกรไทย ได้บทเรียนสำคัญอะไรจากการบริหารคนบ้าง</h2>
<p><strong>ศันสนา: </strong>หลายอย่างเลย ถ้าเป็นเรื่องการดูแลชีวิตคนก็อย่างที่บอก แต่ยังมีเรื่องการเรียนรู้ที่จะสร้างทีม การมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง**</p>
<p>อย่างที่บอกว่างาน HR ถือเป็นงานศิลปะของผู้บริหารเลยนะ ตอนโควิดมีหลายเรื่องที่ต้อง trade off มาเพื่อให้เกิดความปลอดภัยของคน ยิ่งความปลอดภัยของคนนี้เป็นเรื่องที่เราต้องไม่ประนีประนอม แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้อง trade off งาน HR มันเป็นงานอาร์ต เราได้เรียนรู้ที่จะบาลานซ์หลายเรื่องร่วมกัน</p>
<h2>ปีที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรได้รางวัล Best Companies To Work For จาก HR Asia รางวัลนี้มีความหมายอย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ศันสนา: </strong>รางวัลเป็นของขวัญและกำลังใจสื่อว่า เราน่าจะเดินมาถูกทางแล้ว รางวัลนี้ไม่ใช่แค่รางวัลสำหรับ HR แต่เป็นของทุกคนในองค์กร เพราะมีทุกคนเราจึงมีวันนี้ได้ พนักงานทุกคนคือ Ambassador ของเรา ทำให้เรารู้สึกว่าเติบโตขึ้น แข็งแรงขึ้น มีภูมิมากขึ้น แต่เราก็ยังต้องสู้กันต่อไปเรื่อย ๆ เพราะโลกไม่เคยหยุดหมุน</p>
<p>เราคุยกันในทีมเสมอว่า เวลาได้รางวัลเราดีใจนะ แต่เส้นทางข้างหน้ายังไม่เบาลงเลย โจทย์ข้างหน้าไม่เคยเบา และมันยากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย เคยฟังเขาเล่ามาอีกทีนะว่า เราเป็นเหมือนเรือในมหาสมุทร คลื่นในทะเลไม่ได้น้อยลง คลื่นมีแต่จะแรงขึ้น ใหญ่ขึ้น แต่เรือของเราแข็งแรงขึ้นได้ ทุกวันนี้เราพยายามทำให้เรือแข็งแรงขึ้น ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน ถ้าคนของเราเจ๋ง ย่อมฝ่าคลื่นไปได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15587 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/06/Picture1-600x370.jpg" alt="ส่องวิสัยทัศน์ ศันสนา สุขะนันท์ HR นอกตำราแห่ง KBANK กับการเป็น CHRO กสิกรไทย" width="600" height="370" title="ส่องวิสัยทัศน์ ศันสนา สุขะนันท์ HR นอกตำราแห่ง KBANK กับการเป็น CHRO กสิกรไทย 738"></p>
<h2>ถ้ามี HR จากองค์กรอื่น ไม่ใช่ที่ธนาคารกสิกรไทย กำลังรู้สึกหมดไฟเพราะเจอแต่งานยาก ๆ มาอ่านบทสัมภาษณ์นี้ คุณอยากบอกอะไรกับคนเหล่านั้น</h2>
<p><strong>ศันสนา: </strong>(คิดนาน) จะบอกว่า อย่าไปคิดว่ามันคืองาน HR</p>
<p>โดยส่วนตัวก็ไม่ได้มองว่าตัวเองถนัดงาน HR นะ งาน HR ไม่ง่ายแน่นอน แต่การได้ช่วยเหลือคน มันคือความภาคภูมิใจมหาศาล เราอาจมองว่าสร้างอิมแพ็คได้น้อยนิด แต่ในมุมของคนอื่น มันอาจมีความหมายเยอะก็ได้ มันเป็นน้ำหล่อเลี้ยง เป็นกำลังใจให้เรารู้สึกว่า เราทำงานนี้แล้วชีวิตมีความหมาย เรารู้ดีว่ามันยากลำบาก แต่ถ้า HR ไม่ทำ จะเห็น Impact ได้อย่างไร สมมติตอนโควิดที่ผ่านมา HR ไม่มาบริหารจัดการดูแลจะเกิดอะไรขึ้น HR มีความสำคัญและมีอิมแพ็คต่อชีวิตคน ไม่ใช่แค่อิมแพ็คต่อองค์กรเท่านั้น ถ้าใครเหนื่อย ให้ลองดูอิมแพ็คที่สร้างขึ้นว่า การที่เราดูแลชีวิตของพนักงาน และ Stakeholder ขององค์กรนั้นมีค่าแค่ไหน</p>
<h2>ในฐานะ HR ของธนาคารกสิกรไทยที่ไม่ได้จบสาย HR มาโดยตรง อยากบอกอะไรกับคนที่จู่ ๆ ต้องผันตัวมาทำงาน HR บ้าง</h2>
<p><strong>ศันสนา:</strong> เราเคารพคนที่เป็น HR Professional มาตลอด HR เหล่านี้เก่งมากที่ทำงานด้านนี้ได้ เพราะต้องมี Passion เราเองมองไม่ออกเหมือนกันนะว่า ถ้าไม่ได้ทำงานที่นี่มานาน จะทำงาน HR ได้อย่างไร จะให้ไปเป็น CHRO ที่อื่นก็ไม่น่าได้ด้วย เพราะเราไม่ได้รู้จักองค์กรอื่นดีขนาดนั้น ที่มาถึงจุดนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเทพมาก แต่เราก็คงเดินมาถูกทางในระดับหนึ่ง และ FIT กับบริบทขององค์กร</p>
<p>คือมันไม่มีอะไรยากเกินความตั้งใจของเราหรอก ถ้าพร้อมเรียนรู้ พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ มันมีมุมที่สามารถเข้าใจต่อยอดได้ เพียงแต่ต้องจับหลักให้ถูกว่าเรากำลังทำเพื่อตอบโจทย์อะไร ต้องพิจารณา ต้องฟังเยอะให้ขึ้น พยายามทำความเข้าใจองค์กร เข้าใจคนรอบข้าง แล้วสร้างทีมเก่ง ๆ หาคนเก่ง ๆ มาคอยช่วยดูแล เพราะเราไม่ต้องรู้ทุกเรื่องก็ได้</p>
<p>แต่สุดท้ายแล้ว ไม่มีอะไรยากเกินความตั้งใจ</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="ส่องวิสัยทัศน์ ศันสนา สุขะนันท์ HR นอกตำราแห่ง KBANK กับการเป็น CHRO กสิกรไทย 739" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“HR ที่ดีต้องมีเซ้นส์เรื่องคน” คุยกับ Managing Director จาก cargo-partner ประเทศไทย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/230526-cargo-partner-hrasia/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 May 2023 02:48:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[cargo-partner]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/230526-cargo-partner-hrasia/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT cargo-partner เป็นบริษัทโลจิสติกส์ระดับโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศออสเตรีย และมี 160 สาขา ครอบคลุม 40 ประเทศทั่วโลก ดำเนินธุรกิจในเมืองไทยมาแล้วกว่า 15 ปี cargo-partner ใช้กลยุทธ์แบบ What If ? Scenario เพื่อวางแผนรับมือกับโควิด-19 ควบคู่กับการใช้ประสบการณ์ของพนักงาน ซึ่งทำให้องค์กรสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วในทุกสถานการณ์ และสามารถรับมือกับทุกปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่พนักงานทุกคนยังมีความสุขในการทำงานท่ามกลางความท้าทายและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป คุณวัฒนา สาริกา Managing Director ของ cargo-partner ประเทศไทยกล่าวว่า HR มีบทบาทที่สำคัญมากในองค์กร โดยทักษะที่ผู้บริหาร HR และ Line Manager ต้องมีคือการมีเซ้นส์เรื่องคน และต้องเข้าใจเรื่อง Crisis Management cargo-partner มีอัตราการเลื่อนตำแหน่งจากคนในสูงมาก มีพนักงานที่ถูกพัฒนาจากเด็กฝึกงานที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพ โดยการเริ่มจากการเป็น Management Trainee และสามารถเติบโตขึ้นมาสู่ระดับผู้จัดการ ซึ่งองค์กรก็จะมีโครงสร้างเงินเดือนที่เหมาะสม เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง และอยู่กับองค์กรในระยะยาวได้อย่างเป็นธรรม cargo-partner อยู่กันแบบครอบครัว ไม่มีลำดับขั้น [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>cargo-partner เป็นบริษัทโลจิสติกส์ระดับโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศออสเตรีย และมี 160 สาขา ครอบคลุม 40 ประเทศทั่วโลก ดำเนินธุรกิจในเมืองไทยมาแล้วกว่า 15 ปี</li>
<li>cargo-partner ใช้กลยุทธ์แบบ What If ? Scenario เพื่อวางแผนรับมือกับโควิด-19 ควบคู่กับการใช้ประสบการณ์ของพนักงาน ซึ่งทำให้องค์กรสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วในทุกสถานการณ์ และสามารถรับมือกับทุกปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่พนักงานทุกคนยังมีความสุขในการทำงานท่ามกลางความท้าทายและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป</li>
<li>คุณวัฒนา สาริกา Managing Director ของ cargo-partner ประเทศไทยกล่าวว่า HR มีบทบาทที่สำคัญมากในองค์กร โดยทักษะที่ผู้บริหาร HR และ Line Manager ต้องมีคือการมีเซ้นส์เรื่องคน และต้องเข้าใจเรื่อง Crisis Management</li>
<li>cargo-partner มีอัตราการเลื่อนตำแหน่งจากคนในสูงมาก มีพนักงานที่ถูกพัฒนาจากเด็กฝึกงานที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพ โดยการเริ่มจากการเป็น Management Trainee และสามารถเติบโตขึ้นมาสู่ระดับผู้จัดการ ซึ่งองค์กรก็จะมีโครงสร้างเงินเดือนที่เหมาะสม เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง และอยู่กับองค์กรในระยะยาวได้อย่างเป็นธรรม</li>
<li>cargo-partner อยู่กันแบบครอบครัว ไม่มีลำดับขั้น (Hierarchy) ที่แบ่งแยกชัดเจนมากนักเพราะผู้บริหารมองว่าการสร้าง Feedback Culture ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา คือแนวทางที่จะช่วยให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15437 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/35.jpg" alt="“HR ที่ดีต้องมีเซ้นส์เรื่องคน” คุยกับ Managing Director จาก cargo-partner ประเทศไทย" width="600" height="370" title="“HR ที่ดีต้องมีเซ้นส์เรื่องคน” คุยกับ Managing Director จาก cargo-partner ประเทศไทย 746"></p>
<p>หากเราต้องการเรียนรู้เรื่องราวของธุรกิจที่ส่งผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างเข้มข้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัท cargo-partner Logistic Ltd. คงถือเป็นหนึ่งในองค์กรที่พูดเรื่องนี้ได้อย่างครบถ้วนที่สุด เพราะการเป็นบริษัทโลจิสติกส์ระดับโลกต้องติดต่อสื่อสารกับคู่ค้าและพนักงานทุกรูปแบบ จึงได้เห็นถึงความแตกต่างทางทัศนคติ ค่านิยม รวมถึงวัฒนธรรมมากมายที่องค์กรต้องปรับตัวเข้าหาให้ได้ เพื่อเอาชนะสถานการณ์อันยากลำบาก และเติบโตให้ได้อย่างยั่งยืน (Sustainability)</p>
<p>cargo-partner มีสำนักงานใหญ่ (Headquarter) อยู่ที่ประเทศออสเตรีย มีสาขาอยู่ 160 แห่งทั่วโลก กระจายตัวอยู่ใน 40 ประเทศทั่วโลก มีพนักงานรวมกันกว่า 4,000 คน และส่งสินค้ารวมกันแล้วกว่า 1,215,000 ครั้ง ชิปเม้น พวกเขาไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะทำธุรกิจเพื่อหวังผลกำไรเท่านั้น แต่ต้องการอยู่เคียงข้างพันธมิตรอย่างแนบแน่นช่วยยกระดับการทำงานให้ดีขึ้น โดยมีการให้บริการครบวงจรให้กับลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรทางค้า แบบ Supply Chain solutions ผ่าน core value &#8220;we take it personally&#8221;, &#8220;passion for excellence&#8221; and &#8220;better than others&#8221;  โดยที่ยังสามารถดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไปพร้อม ๆ กัน</p>
<p>ในโอกาสนี้ <a href="https://th.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HREX.asia</a> ได้พูดคุยกับคุณวัฒนา สาริกา Managing Director จาก cargo-partner เพื่อหาคำตอบว่าทำไมบริษัทโลจิสติกส์แห่งนี้จึงอยู่คู่กับคนไทยมานานกว่า 15 ปี และสามารถคว้ารางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener">HR Asia Best Companies To Work For In Asia ประจำปี 2022</a> ได้สำเร็จ รับรองว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจแน่นอน</p>
<h2>สถานการณ์ของ cargo-partner ในช่วงโควิด-19 เป็นอย่างไรบ้างครับ ?</h2>
<p><strong>คุณวัฒนา: </strong>จริง ๆ แล้วทุกองค์กรก็ได้รับผลกระทบเหมือนกันหมดค่ะ แต่สำหรับเรานั้นไม่ว่าสถานการณ์โลกจะเป็นอย่างไร เราก็ยังต้องทำงานเหมือนเดิม เพราะหน้าที่ของเราเป็นเหมือนตัวกลางที่ต้องส่งของจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งเนอะ ของที่ส่งอาจเปลี่ยนไปบ้าง แต่ตัวเนื้องานก็ยังไม่ต่างจากเดิม ธุรกิจของเราจึงแตกต่างจากงานบริการเช่นพวกโรงแรมหรือร้านอาหารที่เจอผลกระทบโดยตรง ชนิดที่ว่าไม่สามารถทำงานได้อย่างที่เคย</p>
<p>แต่ธุรกิจของเราก็ต้องเจอความท้าทายหลายอย่างมากค่ะ เพราะเราไม่ได้มีสินทรัพย์ (Assets) เป็นของตัวเอง เราไม่มีเรือ เราไม่มีเครื่องบิน และเราก็ไม่ได้มีรถในบางพื้นที่ไว้ในครอบครอง เราก็เลยมีพันธมิตรที่ทำสัญญากันไว้เพื่อคอยรับหน้าที่ตรงนี้ มันเลยเป็นงานที่ค่อนข้างจะมีรายละเอียดซับซ้อนมากอยู่แล้ว ยิ่งพอมาเจอเหตุการณ์โควิด-19 การทำงานของเราก็ยิ่งต้องใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น เพราะหากเราดูแลพนักงานของเราได้ดีมากแต่พันธมิตรของเรามีปัญหา ก็คงไม่สามารถดำเนินงานให้คล่องตัวได้อยู่ดี เราจึงต้องตั้งคำถามว่าจะทำให้ทุกฝ่ายแข็งแรงและขับเคลื่อนธุรกิจต่อไปได้อย่างไร</p>
<p>ถ้าจะให้พูดตรง ๆ ก็คือเราค่อนข้างตกใจเหมือนกัน เพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่เราไม่เคยเจอและไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้น แต่พี่ว่าสิ่งหนึ่งที่เราทำได้ดีมากก็คือเรื่องของการปรับตัว คือองค์กรของเรามีพนักงานไม่ได้มาก อยู่ที่ประมาณ 100 คนเท่านั้นเอง ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็พัฒนามาจากจุดเริ่มต้นที่เรามีอยู่ประมาณ 20 คน ดังนั้นเส้นทางกว่าจะมาถึงวันนี้เนี่ยก็ได้ผ่านวิกฤตมาแล้วมากมาย ซึ่งแต่ละครั้งมันก็จะมีมูลเหตุของมัน เราก็อาศัยประสบการณ์พวกนั้นมาเป็นแนวทางเพื่อรับมือกันไปค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15440 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-27.jpg" alt="“HR ที่ดีต้องมีเซ้นส์เรื่องคน” คุยกับ Managing Director จาก cargo-partner ประเทศไทย" width="370" height="591" title="“HR ที่ดีต้องมีเซ้นส์เรื่องคน” คุยกับ Managing Director จาก cargo-partner ประเทศไทย 747"></p>
<h2>ถ้าอย่างนั้นวิธีการจัดการกับปัญหา (Crisis Management) ในช่วงโควิด-19 ของ cargo-partner เป็นอย่างไร ?</h2>
<p><strong>คุณวัฒนา: </strong>เพราะเรามีคนที่ผ่านวิกฤตต่าง ๆ มาอยู่ร่วมกัน องค์กรของเราจึงมีรากฐานเบื้องต้นว่าควรรับมือกับสถานการณ์แต่ละรูปแบบอย่างไร เราก็ใช้รากฐานตรงนั้นเป็นแก่น แล้วค่อย ๆ เพิ่มทีละนิดทีละหน่อยในจุดที่จำเป็น  พนักงานของเราเลยใช้เวลาปรับตัวไม่นานหากเทียบกับคนที่ไม่เคยผ่านวิกฤตมาก่อน</p>
<p>บริษัทของเราไม่ได้มีการตั้งทีมมาดูแลเรื่อ โควิด-19 เป็นพิเศษ แต่เราพยายามฝึกพนักงานทุกคนให้มีทักษะเรื่อง Crisis Management เพิ่มเข้าไปด้วย พี่คิดว่าเราต้องอธิบายให้พนักงานเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ แม้ว่าคุณจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มของผู้บริหารก็ตาม เพราะในความเป็นจริงนั้น เราไม่สามารถไปขอความช่วยเหลือจากทีม Risk Management หรือ Crisis Management ได้ตลอดเวลา</p>
<p>แน่นอนว่าเรามีที่ปรึกษาหรือคนที่คอยแนะนำแบบมืออาชีพอยู่แล้ว แต่เมื่อสถานการณ์โควิด-19 เกิดขึ้นทั่วโลก ปัญหาขององค์กรในแต่ละพื้นที่ก็ต่างกัน เราเลยต้องจัดการเรื่องนี้กันเองให้ได้ก่อน ไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายรอความช่วยเหลืออย่างเดียว</p>
<p>วิธีที่พี่คิดว่าได้ผลมากก็คือเรื่องของการทำงานเป็นทีม ทุกคนต้องมีทีมเวิร์ค การสื่อสารภายในทีมต้องชัดเจน ต้องโปร่งใส (Transparent) มาก ๆ พนักงานต้องรับรู้ว่าทิศทางของเราจะเป็นอย่างไรต่อไป คือถ้าถามว่าเรามองภาพออกไหม ก็ต้องยอมรับว่ามันไม่มีใครมองภาพออกหรอก เพราะไม่มีใครเคยเจอปัญหานี้มาก่อน</p>
<p>แต่เราก็มีวิธีที่ใช้แล้วได้ผล คือการคิดถึงความน่าจะเป็นที่เลวร้ายที่สุด (Worst Case Scenario) เช่นถ้าถูกปิดประเทศจะทำอย่างไร ถ้ามาทำงานไม่ได้จะแก้ปัญหาอย่างไร คือเราจะนึกล่วงหน้าไว้ก่อนเลย แล้วก็จะเรียกประชุมทีมเพื่อระดมสมอง (Brainstorm) ภายใต้แนวคิดแบบ What If …? ซึ่งพอเราได้ประเด็นแล้ว ก็จะมาลิสต์เป็นข้อเลยว่าวิธีรับมือแบบไหนที่น่าจะได้ผลที่สุด</p>
<p>วิธีการแบบนี้อาจทำให้คนบางส่วนมองว่าเราตีตนไปก่อนไข้ แต่จริง ๆ มันก็ไม่มีใครเสียหายอะไรนี่คะ ถ้ามันไม่เกิดขึ้นก็ดีอยู่แล้ว แต่ถ้ามันเกิดขึ้น เราก็จะได้เตรียมตัวล่วงหน้าไว้ก่อน ไม่ต้องมาแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าให้วุ่นวาย</p>
<p>สมมติว่าเรากำหนดสถานการณ์ได้แล้วว่ามันมีโอกาสเป็นแบบโน้นแบบนี้ เราก็จะมาแยกเป็นส่วนเป็นหัวข้อว่าการขนส่งทางอากาศเป็นอย่างไร การขนส่งทางเรือเป็นอย่างไร การขนส่งทางรถเป็นอย่างไร และการทำงานเอกสารต้องเปลี่ยนรูปแบบอะไรหรือไม่ หรือหากเราจะเปลี่ยนไปทำงานแบบ Work From Home วิธีนี้จะมีผลดีผลเสียกับองค์กรของเราอย่างไรบ้าง คือทุกส่วนจะเกี่ยวข้องกันทั้งหมด</p>
<p>สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราเตรียมตัวได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องของค่าใช้จ่าย (Budget) ที่ต้องไม่ใช่เงินส่วนที่ถูกกำหนดไว้อยู่แล้วใน Year Plan ของเรา เนื่องจากวิธีการทำงานบางอย่างต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม</p>
<p>พี่ยกตัวอย่างให้ฟัง อย่างเรื่องการ Work From Home เนี่ย พนักงานในตอนนั้นไม่ได้มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุคทุกคน เราเลยตัดสินใจทันทีว่าต้องลงทุนในส่วนนี้ ซึ่งใช้งบประมาณรวมกันกว่าล้านบาท ขณะที่พนักงานบางส่วนก็สามารถยกคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (Desktop) กลับบ้านไปได้เลย ซึ่งพี่คิดว่าเราเป็นบริษัทแรก ๆ ที่ประกาศนโยบาย Work From Home นะ วัดจากบริษัทอื่น ๆ ในตึกนี้ ตอนที่พี่ประกาศก็ยังต้องมาทำงานตามปกติอยู่เลย</p>
<p>ตอนนั้นเพื่อนในวงการก็ถามเรานะว่าการทำงานจากที่บ้านจะเป็นไปได้จริงเหรอ เพราะธุรกิจนี้มีงานเอกสารเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นการดีลกับศุลกากร ดีลกับคู่ค้า อะไรแบบนี้</p>
<p>แต่พี่ก็ต้องย้อนกลับไปว่า เพราะการที่เราวางแผนล่วงหน้า หรือสิ่งที่คนมองว่าเราตีตนไปก่อนไข้นี่ล่ะ ที่ทำให้เรามีเครื่องมือในการต่อสู้กับสถานการณ์ต่าง ๆ ครบถ้วน ลองคิดดูสิว่าหากเรารอให้โควิด-19 ระบาดแล้วค่อยมาหาหน้ากากอนามัย เราก็คงต้องใช้งบประมาณมากกว่าปกติ  หรืออาจหาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ การเตรียมตัวไว้ก่อนจึงทำให้เรารับมือกับปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15438 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/37.jpg" alt="“HR ที่ดีต้องมีเซ้นส์เรื่องคน” คุยกับ Managing Director จาก cargo-partner ประเทศไทย" width="600" height="370" title="“HR ที่ดีต้องมีเซ้นส์เรื่องคน” คุยกับ Managing Director จาก cargo-partner ประเทศไทย 748"></p>
<h2>ในช่วงที่สถานการณ์โลกอยู่ในขั้นวิกฤตเนี่ย เรามีวิธีดูแลพนักงานอย่างไรไม่ให้ตื่นตระหนก และโฟกัสกับงานได้เต็มที่ ?</h2>
<p><strong>คุณวัฒนา: </strong> พี่ว่าเราก็ต้องสร้างความมั่นใจให้พนักงานน่ะ  เขาต้องแน่ใจว่าตนจะไม่ถูกไล่ออก ไม่ถูกลดเงินเดือน จะได้เอาเวลามาทำงานอย่างสบายใจ คือเราเป็นองค์กรสายโลจิสติกส์ซึ่งถือเป็น People Business ที่มีเราเป็นตัวกลาง เรามองว่าธุรกิจเราจะเดินต่อไปไม่ได้เลยหากไม่มีคน เราจะต้องมีคนที่เข้าใจวัฒนธรรมและความเป็นไปของธุรกิจ  เพราะพี่คิดว่างานของเรามันสนุกนะ เราดีลกับคนหลายแบบมาก มีค่านิยม มีทัศนคติที่แตกต่างกันมาก พี่ว่าเราแตกต่างจากธุรกิจอื่น (Unique) จริง ๆ ทำให้เราต้องเป็นคนใ่ฝ่รู้ตลอดเวลา</p>
<p>การดีลกับคนมากมายแบบนี้ต้องมีกลุ่มทักษะในหัวเยอะนะ  ดังนั้นนโยบายที่ cargo-partner จึงมีลักษณะของ ‘People First’ คือให้ความสำคัญกับคนเป็นอันดับแรก</p>
<p>เราพร้อมส่งเสริมให้คนในองค์กรมีฝีมือมากขึ้น เอาแค่ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา หรือประมาณช่วงปี 2014 ที่เราเคยเจอวิกฤตและความเปลี่ยนแปลงในองค์กรมาครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเราก็พยายามสร้างทีมใหม่ขึ้นมาโดยการรับคนที่มีฝีมือจากข้างนอก ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรจากข้างในตามนโยบาย Promote From Within ค่ะ องค์กรของเราถือว่ามีอัตราการเลื่อนตำแหน่งจากคนในที่สูงมากนะ อย่าง Line Manager ที่นี่เกินครึ่งก็เป็นคนของเราเอง แถมบางคนพัฒนามาตั้งแต่เป็นเด็กฝึกงานเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้คนที่ว่าก็เป็น Air Cargo Manager ไปแล้วค่ะ</p>
<p>อีกสาเหตุที่ทำให้พี่เลือกยกระดับคนในองค์กรมากกว่าการจ้างคนนอกเข้ามาแก้ปัญหาโควิด-19 ก็เพราะพี่มองในอีกมุมค่ะ เราอาจเห็นคนที่บอกว่าตนเชี่ยวชาญเรื่องการแก้ปัญหาโควิด-19 และถูกว่าจ้างไปช่วยเหลือองค์กรต่าง ๆ แต่อย่าลืมนะว่าโควิดเป็นเรื่องใหม่มาก คนที่บอกว่าชำนาญจะมีความรู้มากไปกว่าคนอื่นสักแค่ไหน ที่สำคัญการใช้คนในจะแสดงถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริหารมีต่อทีม  และคนเหล่านี้จะรู้ดีว่าวิธีการแบบไหนที่เหมาะสม วิธีการไหนที่ควรหลีกเลี่ยง การใช้กลยุทธ์แบบนี้จะทำให้นโยบายต่าง ๆ ถูกบังคับใช้ง่ายขึ้น เพราะมันเริ่มมาจากความเข้าใจ</p>
<h2>การเลื่อนตำแหน่งภายในองค์กรเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะความเชื่อหนึ่งในหมู่คนรุ่นใหม่คือเราจะไม่มีวันได้เงินเดือนมากขึ้นหากไม่เคยเปลี่ยนงาน พี่วัฒนาคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ?</h2>
<p><strong>คุณวัฒนา: </strong>คือพี่ไม่แปลกใจนะถ้าคนจะมีแนวคิดแบบนั้น  แต่พี่ว่ามันไม่ถูกต้องอะ อย่างสิ่งที่เราพยายามทำมาตลอดคือการคิดเรื่องโครงสร้างเงินเดือน (Salary Structure) เช่นหากคุณอยู่กับพี่มา 10 ปี คุณเริ่มจากการเป็นเด็กฝึกที่มีเงินเดือนประมาณ 15,000 บาท แต้เมื่อมีการเลื่อนตำแหน่ง เราก็จะเอาไปเทียบกับโครงสร้างเงินเดือนว่าตำแหน่งนั้น ๆ มีเงินเดือนอยู่ประมาณเท่าไหร่ แล้วก็จะปรับให้ตามนั้น ซึ่งก็ไม่ควรห่างกับคนที่เราจ้างมาจากข้างนอกจนพนักงานเดิมรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม</p>
<p>ที่พี่อยากเล่าให้ฟังก็คื ลูกน้องพี่เคยพูดกันว่าองค์กรของเราอยู่กันเหมือนครอบครัว ที่นี่มีการทำ Engagement Survey ด้วย อย่างแบบ Global จะทำทุก 2 ปี ส่วนแบบย่อยของแต่ละประเทศจะทำทุก 1 ปี หรือมากน้อยกว่านั้นแล้วแต่ว่าทีมบริหารจะวางแผนอย่างไร</p>
<p>ส่วนของพี่เองจะมีการทำ Leadership Feedback Survey คือลูกน้องสามารถแสดงความเห็นเกี่ยวกับหัวหน้าได้เลย รวมถึงแสดงความเห็นเกี่ยวกับตัวพี่ด้วยนะ แล้วเราก็จะเอาประเด็นทุกอย่างขึ้นมาในที่ประชุม ชี้ให้ชัดไปเลยว่าหัวหน้าคนไหนควรปรับปรุง มีอะไรบ้างที่จะช่วยให้งานดีขึ้นได้ เราจะเอาทุกคนมานั่งรวมอยู่ในห้องประชุมเลยค่ะ</p>
<p>เล่ามาถึงตรงนี้น้องอาจสงสัยว่าเราจะทำยังไงให้คนไม่โกรธกัน พี่ว่าเราก็ต้องทำให้ทุกคนพร้อมเปิดใจกันน่ะ คือสิ่งหนึ่งที่ cargo-partner สร้างขึ้นมาก็คือความเป็นครอบครัวอย่างที่บอกไปในช่วงต้นเนอะ คนในครอบครัวสามารถพูดในสิ่งที่เขารู้สึก สามารถแลกเปลี่ยนไอเดียในสิ่งที่เขาคิดว่าไม่ดี ไม่ถูกต้องได้เลย ซึ่งพี่ก็จะรับฟังค่ะ มันทำให้การมีส่วนร่วม (Engagement) ของเราสูงมากตามไปด้วย</p>
<p>อย่างครั้งหนึ่ง เราเคยทำแบบสำรวจแล้วเจอพนักงานบอกว่าโครงสร้างพื้นฐานในส่วนของ IT ยังไม่เพียงพอนะ เราก็เข้าไปแก้ไขปัญหานั้นทันที ทุกฝ่ายก็สบายใจ พี่เลยมองว่ามันดีมากเลยนะที่คนในองค์กรคอยแนะนำกันน่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15439 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/38.jpg" alt="“HR ที่ดีต้องมีเซ้นส์เรื่องคน” คุยกับ Managing Director จาก cargo-partner ประเทศไทย" width="600" height="370" title="“HR ที่ดีต้องมีเซ้นส์เรื่องคน” คุยกับ Managing Director จาก cargo-partner ประเทศไทย 749"></p>
<h2><strong>กลับมาเรื่องของการทำงานกันอีกสักนิดดีกว่าครับ cargo-partner ต้องทำงานร่วมกับคนหลายเชื้อชาติ และหลายระดับมากตั้งแต่ลูกจ้างยันผู้บริหาร เราจะทำให้พนักงานรับมือกับความแตกต่าง และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมืออาชีพที่สุดได้อย่างไร ?</strong></h2>
<p><strong>คุณวัฒนา: </strong>พี่เชื่ออยู่แล้วว่าองค์กรแต่ละแห่งมีวัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่างกัน อย่าง cargo-partner ของเรามีผู้ก่อตั้งชื่อคุณสเตฟาน เคราเตอร์ (Stefan Krauter) ซึ่งท่านขยายจากธุรกิจครอบครัวมาเป็นธุรกิจระดับโลก แต่ทีนี้พอมันมีพื้นฐานมาจากธุรกิจครอบครัว เวลาที่เราขยายสาขา  วัฒนธรรมของความเป็นครอบครัวนี้ก็ได้ส่งต่อกันไปด้วย พี่คิดว่าเรามี Core Value ที่แข็งแรงมากนะคะ แก่นขององค์กรเราประกอบด้วย We take it Personally, Passion for Excellences และ Better than Others ซึ่งถ้าเรามองทุกอย่างเป็นเรื่องส่วนตัวเนี่ย มันก็จะทำให้เรารู้สึกเป็นเจ้าของ (Sense of Ownership) ขึ้นมา</p>
<p>พี่บอกพนักงานเสมอว่าเงินถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่มันก็ไม่ใช่ทุกอย่าง เราเลยต้องมีความมุ่งมั่นให้กับงานด้วย เราต้องมีใจอยากให้บริการ ต้องอยากเสียสละเวลาที่ทีมเกิดปัญหา  ช่วงช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนัก ๆ แล้วมีคนป่วยจนต้องหยุดงาน พนักงานของเราก็พร้อมแบ่งงานเพื่อช่วยให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างปกติที่สุดทันที นี่คือผลลัพธ์ของการบริหารคนที่ดี</p>
<p>แต่การที่คนจะทำงานได้อย่างโล่งใจแบบนี้ ก็จำเป็นต้องมีรากฐานที่ดีก่อนค่ะ ที่ cargo-partner นั้นหากมีคนติดโควิด-19 เราก็จะส่งชุดยาที่จัดเตรียมไปให้ทันที ซึ่งตอนนั้นยาหายากมากนะ ขาดตลาดไปเลย แต่เราก็ได้สั่งซื้อเตรียมไว้จากร้านที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข และไม่ได้สั่งแค่ตามจำนวนพนักงาน เราสั่งเผื่อให้กับครอบครัวของพนักงานด้วย ยังไม่พอ เรามีบริการเมสเซนเจอร์ส่งยาให้ทันที ไม่ต้องมาเสียเวลารอ และที่โดดเด่นที่สุดคือ cargo-partner มีเครื่องช่วยหายใจเตรียมเอาไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินด้วย เรียกว่าเราพร้อมรับมืออย่างเต็มพิกัดค่ะ</p>
<p>พี่สอนคนในทีมของพี่เสมอว่าเวลามีปัญหา อย่าไปถามหาคนผิดนะ แต่ให้หาเหตุผลเป็นอย่างแรก พี่จะเรียกคนเหล่านั้นมาพูดคุยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ซึ่งเราก็ต้องฟังด้วยใจ อย่าฟังด้วยความอคติ (bias) ให้คิดว่า<strong>ถ้าเรามีธงในใจ ก็อย่าฟัง</strong> เพราะมันเสียเวลา เสียความรู้สึกทั้งเขา ทั้งเรา</p>
<h2><strong>ที่นี่ไม่มีปัญหาเรื่องความแตกต่าง (Diversity) เลย ?</strong></h2>
<p><strong>คุณวัฒนา: </strong> คือองค์กรของเรามีคนหลายสัญชาตินะ แต่พี่ก็ยังไม่เห็นว่ามีปัญหาอะไรเลยค่ะ ส่วนในเรื่องเพศที่ปัจจุบันมีมุมมองที่หลากหลายขึ้นมาก เราก็คุยกับทีมนะคะ ทุกคนจะได้มีความรู้ความเข้าใจ แล้วยอมรับในรสนิยมกับความเชื่อของคนอื่นได้อย่างจริงใจ หรือแม้แต่ในเรื่องของช่วงวัย  เราก็บริหารความแตกต่างของอายุ (Generation Gap) ได้อย่างลงตัว</p>
<p>รู้ไหมว่าอายุของคนที่นี่แตกต่างมาก มีตั้งแต่ 20 กว่า ไปจนถึง 50 กว่า แต่เราก็พยายามเอาความแตกต่างทั้งหมดมาบูรณาการ (Blending) เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพราะ cargo-partner ไม่ได้แบ่งลำดับขั้น (Hierarchy) คนเลยนะ แม่บ้านสามารถมาเคาะประตูห้องผู้บริหารได้เลย ไม่มีใครต้องรู้สึกลำบากใจ เราไม่ได้สอนให้พวกเขามองเราเป็นนาย เรื่องนี้สำคัญมากค่ะ เพราะเราใช้เวลามากกว่าครึ่งวันที่ออฟฟิศเนอะ เราจึงควรได้ทำงาน และกลับบ้านอย่างมีความสุข</p>
<p>พี่เชื่อว่าความแตกต่างจะช่วยให้เราเข้าใจเรื่องต่าง ๆ มากขึ้น ถ้าเราจะผสมผสานอะไร เราก็ต้องมีสิ่งที่แตกต่างกัน  เราจะไม่มิกซ์สิ่งที่มันเหมือนกันเกินไปใช่ไหมล่ะ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น เราก็จะได้เห็นแค่มุมเดียว ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร คือถ้าทุกคนเป็น Yes Man ตามใจหัวหน้าอย่างเดียว พี่ว่ามันไม่สนุกนะ มันจะไม่เกิดการแลกเปลี่ยนอะไรเลย</p>
<h2>ขอถามในเรื่องของ Employees Benefit สักนิดหนึ่งครับ โควิด-19 เป็นเรื่องที่หนักมาก พนักงานบางคนอาจเตรียมตัวไม่ทัน เรามีการพัฒนาสวัสดิการอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><strong>คุณวัฒนา:</strong> เรามีการให้ในส่วนของเบี้ยเลี้ยงพนักงาน แล้วก็ช่วยดูแลเรื่องการติดต่อสื่อสารอย่างครบวงจรให้ทุกฝ่ายทำงานได้ง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นค่าอินเตอร์เน็ท, ค่าโทรศัพท์ หรือแม้แต่ VPN เราก็จัดการให้หมดเลย ซึ่งยอมรับว่าใช้เงินมหาศาลนะ แต่ถ้าเราอยากให้พนักงาน Work From Home ได้อย่างดีที่สุด เราก็มองข้ามเรื่องเหล่านี้ไปไม่ได้ค่ะ</p>
<p>สรุปง่าย ๆ ว่าเราก้าวไปเหนือกว่า Work From Home นะคะ เราเป็นเหมือนการยกออฟฟิศไปที่บ้านเลยมากกว่า</p>
<p>ในที่นี้เรายินดีพูดคุยกับพนักงานเสมอว่าเขาต้องการอะไรที่อยู่นอกเหนือจากนโยบายของบริษัทไหม เช่นสมมติว่าพนักงานหญิงบางท่านอยากไปบวชชี ซึ่งไม่ได้มีสวัสดิการรองรับเหมือนกับของพนักงานชาย เราก็จะพูดคุยถึงความจำเป็นอย่างเหมาะสม ไม่เค้นไปถึงข้อมูลที่เป็นเรื่องส่วนตัวจนรู้สึกไม่สบายใจเพื่อช่วยกันหาทางออกที่ดีที่สุด เพราะต้องยอมรับว่าโลกของสวัสดิการเปลี่ยนไปเร็วมาก องค์กรของเราอาจปรับตัวไม่ทันกระแสโลก ดังนั้นวิธีที่จะช่วยให้เราตอบสนองความต้องการของพนักงานได้ดีที่สุด ก็คือการรับฟังจากพวกเขาโดยตรงค่ะ ปรับปรุงตามเหมาะสมได้เลย</p>
<p>เวลามีพนักงานมาขอให้พิจารณาเรื่องอะไร พี่ก็จะเอา Line Manager หรือหัวหน้าทีมมานั่งคุยกันว่าสิ่งที่พนักงานขอมีข้อดี &#8211; ข้อเสียอย่างไร และเรียกพนักงานมาคุยว่าสาเหตุที่เรายินยอมคืออะไร สาเหตุที่เราปฏิเสธคืออะไร ซึ่งการตัดสินใจของเราต้องมีมาตรฐาน (Standard) ต้องน่าเชื่อถือ มีหลักการอ้างอิงเสมอ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-12511 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/09/HRAA-Thailand-scaled.jpg" alt="ขอแสดงความยินดีกับ 67 บริษัทเจ้าของรางวัล The Best Companies to Work For in Asia 2022" width="535" height="357" title="“HR ที่ดีต้องมีเซ้นส์เรื่องคน” คุยกับ Managing Director จาก cargo-partner ประเทศไทย 750"></p>
<h2>คำถามสุดท้ายครับ เราอยากให้คุณวัฒนาสรุปออกมาว่า สิ่งสำคัญที่ HR ต้องมีคืออะไร ?</h2>
<p><strong>คุณวัฒนา: </strong>HR จำเป็นกับองค์กรมากนะคะ อย่างแรกพี่จะบอกว่า HR ต้องไม่มีคนเดียว แต่ทีมบริหาร (Management) หรือ Line Manager ทุกคนต้องมีความเป็น HR ด้วย</p>
<p>บุคคลเหล่านี้ต้องมีความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ต่อผู้อื่น และใส่ใจเรื่องความสัมพันธ์ของคนทุกฝ่าย ที่สำคัญ<strong>คนที่ทำงาน HR ต้องมีเซ้นส์เรื่องคน</strong> น้องเชื่อไหมว่าพี่สัมภาษณ์พนักงานทุกตำแหน่งด้วยตัวเอง ทำแบบนี้มาตลอด เพราะพี่ต้องการเริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักกันก่อน เพราะพอเข้ามาทำงานด้วยกันแล้ว คงมีโอกาสน้อยมากที่เราจะได้เข้ามาคุยกันแบบเปิดใจทุกแง่มุมแบบนี้</p>
<p>พี่เชื่อว่าตัวเองอยู่ที่องค์กรแห่งนี้มานาน และพอจะคาดเดาได้ว่าคนทัศนคติแบบไหนที่เหมาะกับองค์กร เพราะพี่ให้ความสำคัญกับเรื่อง Cultural Fit มาก ๆ ที่สำคัญการคุยเรื่องสัพเพเหระยังทำให้เรารู้จักผู้สมัครมากกว่าการคุยเรื่องหลักทางการทั่วไป ที่บางคนอาจเตรียมตัวมาแล้วให้คำตอบเหมือน ๆ กัน</p>
<p>อย่างที่บอกไปว่า HR ที่ดีต้องมีเซ้นส์เรื่องคน ดังนั้นการรู้จักเรื่องของคนให้มากที่สุดนี่แหละ ที่จะทำให้เรามีทักษะแบบนั้น</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="“HR ที่ดีต้องมีเซ้นส์เรื่องคน” คุยกับ Managing Director จาก cargo-partner ประเทศไทย 751" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“สิ่งที่ทำให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาทำงาน เพราะผมชอบที่ได้เห็นคนประสบความสำเร็จ” คุยกับ ณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร แห่งสยามพิวรรธน์ (Siam Piwat)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/hr-siampiwat-interview-230523/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 May 2023 04:48:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Siam Piwat]]></category>
		<category><![CDATA[สยามพิวรรธน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/hr-siampiwat-interview-230523/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT คุณณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร ไม่ได้เริ่มอาชีพจากการเป็น HR แต่พอได้ลองทำงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคนและภาวะผู้นำ ก็พบว่างานด้าน “คน” มีความน่าสนใจ และน่าเรียนรู้หลายประการ ก่อนจะเก็บประสบการณ์กว่า 20 ปีแล้วก้าวขึ้นมาเป็น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ในปัจจุบัน สิ่งที่คุณณัฐวุฒิ ได้เรียนรู้ก็คือ HR จะต้องเปลี่ยนแปลงจากการทำงานรูปแบบเดิม ๆ เพื่อเป็น Business Partner มีบทบาทนั่งอยู่ในเวทีสนทนาเรื่องธุรกิจ มองภาพรวมของธุรกิจพร้อมตีโจทย์ด้าน “คน” ในฐานะเพื่อนคู่คิดของผู้บริหาร โดยเฉพาะในปัจจุบันที่เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดของผู้บริหาร สยามพิวรรธน์ เพราะงาน HR ในปัจจุบันจะไม่ได้ดูแค่ผลสำเร็จของงานเท่านั้น แต่ยังต้องดูผลสัมฤทธิ์ของงานด้วย ไม่ได้ดูเพียงแค่ว่าคนเก่งขึ้นหรือไม่ แต่ดูว่าคนสำเร็จมากขึ้น เติบโตมากขึ้น และช่วยให้ธุรกิจ เช่น ที่สยามพิวรรธน์เติบโตมากขึ้นด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ คุณณัฐวุฒิยืนยันว่า แม้งาน HR จะหนัก แต่สิ่งที่ทำให้เขาอยากตื่นมาทำงานที่สยามพิวรรธน์ ก็เพราะเขาชอบเวลาได้เห็นคนประสบความสำเร็จ และเชื่อว่า หากพนักงานแต่ละคนประสบความสำเร็จ พวกเขาจะส่งต่อสิ่งดี ๆ ไปถึงครอบครัว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>คุณณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร ไม่ได้เริ่มอาชีพจากการเป็น HR แต่พอได้ลองทำงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคนและภาวะผู้นำ ก็พบว่างานด้าน “คน” มีความน่าสนใจ และน่าเรียนรู้หลายประการ ก่อนจะเก็บประสบการณ์กว่า 20 ปีแล้วก้าวขึ้นมาเป็น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ในปัจจุบัน</li>
<li>สิ่งที่คุณณัฐวุฒิ ได้เรียนรู้ก็คือ HR จะต้องเปลี่ยนแปลงจากการทำงานรูปแบบเดิม ๆ เพื่อเป็น Business Partner มีบทบาทนั่งอยู่ในเวทีสนทนาเรื่องธุรกิจ มองภาพรวมของธุรกิจพร้อมตีโจทย์ด้าน “คน” ในฐานะเพื่อนคู่คิดของผู้บริหาร โดยเฉพาะในปัจจุบันที่เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดของผู้บริหาร สยามพิวรรธน์</li>
<li>เพราะงาน HR ในปัจจุบันจะไม่ได้ดูแค่ผลสำเร็จของงานเท่านั้น แต่ยังต้องดูผลสัมฤทธิ์ของงานด้วย ไม่ได้ดูเพียงแค่ว่าคนเก่งขึ้นหรือไม่ แต่ดูว่าคนสำเร็จมากขึ้น เติบโตมากขึ้น และช่วยให้ธุรกิจ เช่น ที่สยามพิวรรธน์เติบโตมากขึ้นด้วยหรือไม่</li>
<li>ทั้งนี้ คุณณัฐวุฒิยืนยันว่า แม้งาน HR จะหนัก แต่สิ่งที่ทำให้เขาอยากตื่นมาทำงานที่สยามพิวรรธน์ ก็เพราะเขาชอบเวลาได้เห็นคนประสบความสำเร็จ และเชื่อว่า หากพนักงานแต่ละคนประสบความสำเร็จ พวกเขาจะส่งต่อสิ่งดี ๆ ไปถึงครอบครัว ขยายวงไปสู่ชุมชน สังคม และเมื่อมากเข้าก็จะช่วยให้ประเทศเจริญเติบโตตามไปด้วย</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31186 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-19.webp" alt="“สิ่งที่ทำให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาทำงาน เพราะผมชอบที่ได้เห็นคนประสบความสำเร็จ” คุยกับ ณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร แห่ง สยามพิวรรธน์" width="600" height="370" title="“สิ่งที่ทำให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาทำงาน เพราะผมชอบที่ได้เห็นคนประสบความสำเร็จ” คุยกับ ณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร แห่งสยามพิวรรธน์ (Siam Piwat) 757" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-19.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-19-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หลายคนอาจยังติดภาพคนทำงาน HR ว่าเป็น HR รูปแบบเดิม ๆ น่าเบื่อ ทำแต่งานเอกสาร มีความเป็นครูฝ่ายปกครอง มากกว่าจะเป็นเพื่อนที่แสนดีของพนักงาน และคอยช่วยเหลือไปด้วยกันจนประสบความสำเร็จ</p>
<p>แต่ HR ยุคใหม่จะทำงานแบบนั้นต่อไปไม่ได้แล้ว อย่างน้อยก็ในสายตาของ <strong>คุณณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด</strong> ผู้เคยเป็น <a href="https://th.hrnote.asia/hrpeople/hr-can-support-growth-230201/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">1 ใน 50 HR</a> ที่เคยให้สัมภาษณ์กับ HREX.asia ในหัวข้อที่ว่า “ทำไม HR ถึงสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้” ผู้ยึดมั่นว่า HR ต้องเปลี่ยนมาเป็น Business Partner ที่มีบทบาทที่อยู่ในวงสนทนาเรื่องธุรกิจและดูภาพรวมของธุรกิจ เพื่อช่วยผู้บริหารพาองค์กรเดินไปสู่ความสำเร็จผ่าน “คน”</p>
<p>HREX.asia มีโอกาสได้กลับมาพูดคุยกับคุณณัฐวุฒิอีกครั้ง ในแบบที่ยาวกว่าเดิม โดยคราวนี้เป็นการพูดคุยเพื่อล้วงลับความสำเร็จของคุณณัฐวุฒิ และความสำเร็จของสยามพิวรรธน์ ที่ได้และได้รับรางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Best Companies To Work For in Asia 2022</span></a> จาก HR Asia และอีกหลายประเด็นซึ่งน่าจะมีประโยชน์ต่อคนทำงานในสาย HR ไม่น้อย</p>
<p>คุณณัฐวุฒิ ให้ทัศนะในแต่ละประเด็นไว้อย่างไรไว้บ้าง สามารถอ่านได้จากบทสัมภาษณ์นี้เลย</p>
<h2>คุณมีประสบการณ์ทำงานจากองค์กรใหญ่ ๆ หลายที่ แต่ไม่ได้เริ่มต้นจากการทำงานด้าน HR และค่อย ๆ ต่อยอดมาจนถึงปัจจุบันที่ สยามพิวรรธน์ (Siam Piwat) ประสบการณ์จากแต่ละงาน ได้นำมาปรับใช้กับการเป็น HR ในปัจจุบันอย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ณัฐวุฒิ: </strong>ผมเริ่มจากการทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจกว่า 8 ปี ดูแลการให้คำปรึกษาด้านการบริหารความเสี่ยงองค์กร และการตรวจสอบประสิทธิภาพการควบคุมภายในของบริษัทต่าง ๆ เมื่อเข้าไปศึกษาและวิเคราะห์กระบวนการทางธุรกิจของลูกค้า ซึ่งจะแบ่งเป็นโมดูลด้านต่าง ๆ เช่น กระบวนการวางแผนกลยุทธ์ กระบวนการการขาย กระบวนการปฏิบัติการ กระบวนการไอที กระบวนการทางการเงิน  และกระบวนการ HR ผมมักจะได้มีส่วนร่วมในโมดูลด้าน HR บ่อยครั้ง และเมื่อผมได้สัมผัสลงลึกยิ่งขึ้น ก็ทำให้พบว่าเรื่องของ “คน” มีเรื่องราวน่าสนใจให้เรียนรู้เยอะมาก</p>
<p>จนกระทั่งพบจุดเปลี่ยนจุดหนึ่ง ที่ทำให้ผมตัดสินใจเปลี่ยนสายอาชีพของตัวเอง จาก Business Consultant มาทำงานด้าน “คน” เป็นหลัก โดยเปลี่ยนสายอาชีพมาเป็น Human Resource Development Consultant ตอนนั้น ที่ปรึกษาจะมีหน้าที่ในการการออกแบบโปรแกรมการฝึกอบรม เช่น ออกแบบหลักสูตรเนื้อหา ไปจนถึงออกแบบประสบการณ์ผู้เรียน และการวัดผลการพัฒนาด้านศักยภาพ ซึ่งผมมีบทบาทเป็นวิทยากรเองด้วย ในส่วนของการพัฒนาทักษะการบริหารจัดการ การสื่อสาร ไปจนถึงภาวะผู้นำ</p>
<p>ผมใช้เวลากว่า 7 ปีในการเรียนรู้หลักการ แนวคิด เทคนิคต่าง ๆ เรื่องการพัฒนาบุคลากร จนทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า การพัฒนาคน ไม่ใช่เพียงการฝึกอบรม แต่มันคือการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่หวังผล มิใช่เพียงแค่ต้องการให้คนเก่งขึ้น หรือมีความสุขที่ได้เรียนรู้มากขึ้น แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือ การทำให้คนได้เติบโต และเมื่อคนเติบโตด้วยความสามารถที่สูงขึ้น จะเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสเติบโตทางสายอาชีพของเขาด้วย พร้อม ๆ กับองค์กรที่เติบโตจากคนที่เก่งขึ้น</p>
<p>นั่นคือบทเรียนแรก ๆ ที่ทำให้ผมค่อย ๆ เปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีการทำงาน และค่อย ๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ตลอดเส้นทางผ่านองค์กรต่างๆ ผ่านหัวหน้าชั้นครู และเพื่อนร่วมงานเก่งๆ หลายคน จนกระทั่งเดินทางมาถึงที่ สยามพิวรรธน์ ทุกวันนี้</p>
<h2>เมื่อสักครู่ที่เล่าถึงจุดเปลี่ยนในอาชีพ พอจะยกตัวอย่างได้หรือไม่ว่า จุดเปลี่ยนดังกล่าวคืออะไร</h2>
<p><strong>ณัฐวุฒิ: </strong>จุดเปลี่ยนตอนนั้นอาจเป็นการค้นพบตนเองที่จะว่าไปก็ใช้เวลานานครับ แต่ก็ไม่สายจนเกินไป เพราะตอนเป็น Business Consultant นั้นผมทำมาเกือบ 8 ปี สิ่งที่ที่ปรึกษามักถูกจ้างไปทำคือการแก้ไขปัญหา และการพัฒนาการทำงานของลูกค้า ด้วยการออกแบบโครงสร้าง ขั้นตอนการทำงาน ระบบการทำงานต่าง ๆ แต่หลายครั้ง ผมเสียดายแทนอ<strong class="yellow-highlighter">งค์กรที่จ้างที่ปรึกษาดี ๆ มาออกแบบการทำงานต่าง ๆ ให้ แต่กลับไม่ได้ถูกนำมาใช้ปฏิบัติจริง</strong>อย่างที่ควรจะเป็นเมื่อที่ปรึกษาส่งมอบงานแล้วเดินออกมา มันเสียดายแทนลูกค้าเมื่อสิ่งที่ออกแบบไว้ไม่ได้นำมาขับเคลื่อนให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างจริงจัง แต่เป็นการทำเพื่อเอาขึ้นไปไว้บนหิ้งเท่านั้น</p>
<p>ณ ตอนนั้นเอง สิ่งที่สำคัญที่ผมค้นพบก็คือ ต่อให้เราออกแบบระบบได้ดีแค่ไหน ถ้าคนใช้ไม่เป็น ไม่รู้ว่ามันคืออะไร และไม่ใช้มัน ก็จะไม่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้เกิดผลลัพธ์ได้ มันทำ ให้จะรู้สึกว่า จริง ๆ แล้ว “คน” อาจสำคัญมากกว่าระบบก็ได้นะ ถ้าเรามีคนเก่งที่ทำงานเป็น และมีใจพัฒนา มีพร้อมทั้ง Skill Set และ Mindset จะสามารถขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง ก็จะทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืนมากกว่า และนั่นคือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมสนใจเรื่องของ “คน” อย่างจริงจังครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31187 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-20.webp" alt="“สิ่งที่ทำให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาทำงาน เพราะผมชอบที่ได้เห็นคนประสบความสำเร็จ” คุยกับ ณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร แห่ง สยามพิวรรธน์" width="600" height="370" title="“สิ่งที่ทำให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาทำงาน เพราะผมชอบที่ได้เห็นคนประสบความสำเร็จ” คุยกับ ณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร แห่งสยามพิวรรธน์ (Siam Piwat) 758" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-20.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-20-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>พอมาทำงานพัฒนาคนเต็มตัว ได้บทเรียนสำคัญอย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>ณัฐวุฒิ: </strong>เมื่อผันมาทำงานด้าน HR เต็มตัว ผมก็ยังคงยึดหลักคิดคล้าย ๆ กัน ก็คือ เราไม่ได้ดูแค่ผลสำเร็จของงาน แต่เราต้องดูผลสัมฤทธิ์ของงานด้วย ไม่ได้ดูเพียงแค่ว่าเราทำให้คนเก่งขึ้นหรือไม่ แต่ดูว่าเรามีส่วนช่วยให้คน ๆ นั้นสำเร็จมากขึ้น Performance ดีขึ้น เติบโตมากขึ้น และท้ายที่สุดช่วยให้ธุรกิจเติบโตมากขึ้นด้วยรึเปล่า</p>
<p>สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการทำงานด้าน HR เต็มตัวมามากกว่า 13 ปีที่ผ่านมา คือ HR เป็นเหมือนโลกคู่ขนานที่ต้องเดินคู่ไปกับสายธุรกิจที่เติบโตไปด้วยกัน เราจะเห็นได้ว่า HR ถูกเปลี่ยนภาพไปอย่างมากช่วงหลายปีนี้ คือการเปลี่ยนจากงาน Admin ไปเป็น Advisor เปลี่ยนจาก Supporter ไปเป็น Co-Pilot ที่นั่งข้างนักบินไปด้วยกัน เปลี่ยนจากการเป็น People Policy เป็น People Solution ทุกวันนี้เรายิ่งเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นแล้วว่า ทุกธุรกิจจะขับเคลื่อนต่อไปไม่ได้ ถ้า HR ไม่เดินเคียงข้างองค์กรไปด้วย</p>
<p>เพราะองค์กรคือคน ถ้าไม่มีคนก็ไม่มีองค์กร และคนมีหน้าที่สำคัญในการทำให้เกิดความสำเร็จทุกด้านของธุรกิจครับ</p>
<h2>เมื่อปัจจุบันมาทำงานในธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ สยามพิวรรธน์ การบริหารในธุรกิจนี้แตกต่างจากธุรกิจอื่น ๆ อย่างไร</h2>
<p><strong>ณัฐวุฒิ: </strong>โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าหลักการของ HR Professional สามารถนำไปประยุกต์ปฏิบัติใช้ได้กับหลายองค์กร แต่จุดสำคัญที่ HR Leaders ทุกคนควรรู้ก็คือ เราต้องเข้าใจบริบทขององค์กรที่แตกต่างกัน โจทย์ของแต่ละองค์กรที่แตกต่างกัน ถ้าพูดถึงองค์กรเทคโนโลยี คนทำงานก็จะเป็นอีกรูปแบบ แนวธุรกิจคนละแบบ ความต้องการของคนแตกต่างกัน</p>
<p>พอมาที่บริษัท สยามพิวรรธน์ สิ่งแรกที่ผมต้องทำเป็นอันดับแรกก็คือศึกษาบริบทครับ ต้องเดินสายคุยกับผู้บริหารทุกสายงาน เพื่อให้เข้าใจว่าในแต่ละกลุ่มก้อนของคนแต่ละสายงาน มีบริบทเป็นอย่างไร หลักการ HR ที่เรารู้จักและเข้าใจมา มันใช้กับเขาได้หรือไม่ หรือเราต้องพัฒนาขึ้นมาใหม่เอง เพื่อให้เหมาะกับบริบทที่แตกต่างกันแต่ยังได้ผลลัพธ์ที่ดีหรือดีกว่าเดิมได้</p>
<p>เวลาที่  HR จะออกนโยบายสักอย่างขึ้นมา เราไม่จำเป็นต้องออกมาเป็นกฎระเบียบ แต่ควรให้นโยบายมีความเป็น HR Solution ซึ่งจะต้องมีส่วนผสมของทั้ง Context (บริบท) และ Content (เนื้อหา) เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ HR กำหนดมานี้ เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งสำหรับพนักงานและองค์กร</p>
<p>สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องเข้าใจธุรกิจและเป้าหมายทางธุรกิจด้วย ต้องมองระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว HR ต้องมี HR Strategy ที่สอดคล้องไปกับ Organization Strategy ขององค์กร</p>
<h2>คิดว่าแนวคิดการบริหารคนเปลี่ยนไปแค่ไหนในปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีเข้ามา ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเทคโนโลยีก็อาจทำให้คนตกงานด้วย ที่สยามพิวรรธน์ (Siam Piwat) มีความท้าทายอย่างไร</h2>
<p><strong>ณัฐวุฒิ: </strong>เทคโนโลยีถูกพูดถึงในแง่นี้เยอะมากครับว่า Digital Disruption จะทำให้คนตกงานเพราะถูกนำเทคโนโลยีมาแทนที่ทักษะของพนักงาน แต่ถ้าองค์กรสามารถช่วยให้พนักงานได้มองเห็นประโยชน์ของการ Upskill-Reskill ว่าพนักงานควรได้รับทักษะใหม่อะไร จะสามารถพัฒนาตัวเองอย่างไร ต้องปรับตัวไปทำงานในจุดไหน ถึงจะไม่ตกงาน ก็จะช่วยให้องค์กรเดินหน้าไปได้ ต้องทำให้องค์กรอยู่เหนือการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของสยามพิวรรธน์</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้อาจพูดง่าย เพราะทำจริงยากมาก เนื่องจากเราไม่มีเวลาเพียงพอในการ Upskill-Reskill เพราะ Digital Disruption เกิดขึ้นทุกวันและตลอดเวลา เป็นโจทย์ที่ HR ต้องคิดให้ออกว่าจะออกแบบอย่างไร ต้องถอดภาพประสบการณ์ของคนทั้งหมดออกจากกันให้ได้ ผมพบว่า<strong class="yellow-highlighter">คนเรามักยึดติดว่า คน ๆ นี้ทำงานอะไรมา คน ๆ นั้นทำงานอะไรมา ก็จะปักหมุดเชื่อว่าต้องให้เขาทำอย่างนั้นต่อไป แต่จริง ๆ แล้วถ้าเรามองลึกลงไปว่าภายใต้สิ่งที่เขาทำมา อันเป็นทักษะระดับพื้นฐาน เขามีศักยภาพที่เป็นจุดแข็งที่นำพาไปทำอะไรได้อีกบ้าง</strong></p>
<p>เมื่อนั้น เราก็จะสามารถออกแบบงานใหม่และ Reskill ให้ตรงจุดขึ้น เราอาจไม่ต้อง Reskill ทั้งหมดก็ได้ แต่เราให้เขาได้ทำในสิ่งที่ตัวเองมีศักยภาพ และสามารถสร้างประโยชน์ที่สอดคล้องกับธุรกิจได้มากขึ้น นอกจากนี้ ภายใต้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาแทนกำลังคน เราต้องมองให้ออกว่า Human Skills ที่พนักงานควรมีคืออะไร และมันจะเป็นเกราะคุ้มครอง ป้องกันไม่ให้ตกงานได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31188 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-21.webp" alt="“สิ่งที่ทำให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาทำงาน เพราะผมชอบที่ได้เห็นคนประสบความสำเร็จ” คุยกับ ณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร แห่ง สยามพิวรรธน์" width="600" height="370" title="“สิ่งที่ทำให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาทำงาน เพราะผมชอบที่ได้เห็นคนประสบความสำเร็จ” คุยกับ ณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร แห่งสยามพิวรรธน์ (Siam Piwat) 759" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-21.webp 600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-21-300x185.webp 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h2>พูดถึงการ Upskill-Reskill พนักงานแล้ว HR สยามพิวรรธน์ (Siam Piwat) เองต้อง Upskill-Reskill ตัวเองด้วยหรือไม่ อย่างไร</h2>
<p><strong>ณัฐวุฒิ: </strong>ผมมองว่า สำหรับการ Reskill ของ HR อาจไม่ได้เริ่มจาก Skill นะ แต่สิ่งสำคัญควรเริ่มต้นจาก Mindset ก่อนครับ <strong class="yellow-highlighter">HR ต้องยอมรับว่าบริบทการทำงานของ HR เปลี่ยนไปแล้ว</strong> อย่างที่บอกว่าเปลี่ยนจาก Supporter เป็น Partner หรือ Co-pilot ทำให้ทุกวันนี้ HR ต้องทำงานเป็น Business Partner ที่ต้องมองธุรกิจได้เหมือนผู้บริหาร เข้าใจให้ได้ว่าผู้บริหารต้องการอะไร <strong class="yellow-highlighter">เราต้องถามตัวเองว่าเรากล้าไปนั่งเคียงข้างผู้บริหาร เคียงข้าง Line Manager แล้วรึยัง เรากล้าปลดแอกงานที่เราเคยทำมาแต่เดิม แล้วมองภาพรวมของธุรกิจให้ออกรึยัง</strong> เรากล้าออกจากพื้นที่ปลอดภัย กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ให้คนและองค์กรรึยัง</p>
<p>เมื่อ HR ปรับ Mindset  ยอมรับแล้วว่าเราทำงานเหมือนเดิมไม่ได้อีกต่อไป เพราะองค์กรต้องการเราในบทบาทที่เปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อเราลองทำในสิ่งที่ไม่เหมือนเดิม Skill ก็จะตามมาเอง หนึ่งใน Skill Set และ Mindset สำคัญของ HR คือการเป็นที่ปรึกษา เมื่อมีโจทย์ปัญหาเข้ามา เราจะไม่ตอบว่าอะไรทำได้ อะไรไม่ได้ แบบนักกฎหมาย แต่เราจะบอกว่า เพื่อองค์กรและพนักงาน อะไรคือทางออกที่ HR สามารถเสนอได้ ดังนั้น HR ต้องเป็น Solution Consultant ให้ได้</p>
<p>และ HR ต้องใช้ประโยชน์จากข้อมูล HR ต้องสามารถทำเรื่อง Data Analysis ได้ ข้อนี้ผมคิดว่าหลายองค์กรกำลังขับเคลื่อนไปทางนั้นอยู่เช่นกัน ถ้าเกิดวันนี้องค์กรกำลังทำ Data Driven Organization HR ก็ต้องคล้อยตามไปยังจุดนั้นด้วย สายงาน HR มี People Data เยอะมาก แต่เคยไหมที่จะเอาข้อมูลพนักงานมาบิดดูในมุมแตกต่างกัน แล้วหาว่าเทรนด์ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง Turnover กระจุกตัวอยู่ตรงไหน  Recruitment ติดคอขวดที่ไหน Employee Engagement กับ Turnover สอดคล้องกันหรือไม่</p>
<p>การมองภาพนี้ผ่าน Data จะช่วยให้ HR สามารถตัดสินใจเพื่อองค์กรได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p>
<h2>ถ้าไม่มี HR องค์กรเช่น สยามพิวรรธน์ (Siam Piwat)สามารถเติบโตได้ไหม</h2>
<p><strong>ณัฐวุฒิ: </strong>เป็นคำถามที่น่าสนใจนะครับ ผมก็เคยคิดว่า HR เองมีสิทธิ์ตกงานในอนาคตเหมือนกัน ถ้าวันหนึ่ง Line Manager ทุกคนมีความเป็น People Manager ในตัว หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าหัวหน้าทุกคนดูแลลูกน้องได้ดี ดูแลคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ ส่งเสริมให้เกิดการเติบโตในสายอาชีพ ถึงวันนั้น HR อาจไม่มีบทบาทสำคัญแล้วก็ได้</p>
<p>ถ้าในอนาคต องค์กรไม่มี HR จะอยู่ได้ไหม ก็ขึ้นอยู่ที่ความพร้อมขององค์กรครับ แต่ผมก็เชื่อว่าทุกองค์กรควรมีใครสักคนได้รับมอบหมายให้ช่วยดูแลเรื่อง “คน”อยู่ดี แต่ขอบเขตจะมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้บริหารและองค์กรครับ</p>
<p>แต่ในมุมกลับกัน ถ้า HR ไม่อยากให้ตัวเองตกงาน ก็ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอให้เป็น HR มืออาชีพ และเพิ่มมูลค่าในงาน HR ที่ทำอย่างไม่หยุดนิ่ง และเป็นส่วนสำคัญที่จะขับเคลื่อนองค์กรผ่าน “คน” ครับ</p>
<h2>ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่โรคโควิด-19 แพร่ระบาดหนัก คุณและสยามพิวรรธน์ได้บทเรียนสำคัญเรื่องอะไรบ้าง</h2>
<p><strong>ณัฐวุฒิ: </strong>เรื่องการดูแลพนักงานเลยครับ เป็นบทเรียนที่สำคัญมาก</p>
<p>ก่อนอื่นผมอยากให้กำลังใจ HR ทุกคนจริงๆ ครับ ช่วงโควิดที่ผ่านมามี Research ออกมาเยอะมากระบุว่า หน่วยงานที่เหนื่อยที่สุดในช่วงนั้น ก็คือ HR นี่เอง <strong class="yellow-highlighter">HR เราก็กลัวโควิดนะ เราเองก็คนเหมือนกัน แต่เรายังมีหน้าที่ต้องดูแลคนอื่นด้วย HR มักเป็นหน่วยกล้าตาย ออกมานอกบ้านก่อนใคร เพื่อจัดหาวัคซีนให้กับพนักงานได้ฉีด HR ทุกคนเหนื่อยมาก</strong> ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกันจริงๆ ครับ</p>
<p>แล้วพอโควิดเกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเทรนด์ทั่วโลกเลยคือ The Great Resignation หรือการลาออกครั้งใหญ่ HR เองทำงานหนักต่ออีก ดูแลคนไม่พอ มีพนักงานลาออกเยอะมาก ซ้ำร้าย ต่อมายังต้อง Work From Home พบเจอความเปราะบางในการทำงานที่บ้านอีก เพราะพนักงานที่ทำงานต่างที่กัน ต้องทำงานหนักขึ้นในการประสานงาน หรือทำงานสักชิ้นให้เสร็จ ความยากลำบากในการทำงานซ้ำซ้อนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ HR ต้องจิตแข็งมากจริง ๆ ครับ</p>
<p>สำหรับที่ สยามพิวรรธน์ ช่วงโควิดระบาดหนัก เราตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ในการสื่อสารและ Engage กับพนักงานที่ WFH กันต่อเนื่อง โดยมี CEO ของเรา <strong>คุณชฎาทิพ จูตระกูล</strong> เป็นแม่ทัพในการลุกขึ้นมาทำเรื่องของสื่อสาร การให้กำลังใจ และการดูแลใจพนักงานผ่านช่องทางสื่อสารต่างๆ และพอผ่านโควิดไปได้  บริษัทก็ต้องรีบหาจุด Balance ใหม่ของบริษัท เพราะในช่วงแรกเราก็ยังไม่มั่นใจว่าจะกลับมาทำงานที่ออฟฟิศเต็มตัว หรือใช้ทำงานแบบไฮบริดดี</p>
<p>แต่ช่วงที่เราทำงานแบบไฮบริด เรารู้ว่าพนักงานทุกคนทำงานกันหนักมาก ประชุมเช้าถึงเย็น ไม่มีเวลาพัก เราจึงทำแคมเปญชื่อ “We care, We dare” ที่เรากล้าจะเปลี่ยนหลายเรื่อง เช่น กล้ายกเลิกประชุมช่วงบ่ายวันศุกร์ เพื่อให้พนักงานเอาเวลาไปทำงานของตัวเอง ได้ปรับจูนตัวเองให้พร้อมพักผ่อนช่วงวันเสาร์อาทิตย์ เป็นต้น ถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เราก็อยากทำให้พนักงานของเราได้ใช้ชีวิตที่มีความสุขมากขึ้นครับ</p>
<p>และเนื่องจากตอนนี้สถานการณ์ทุกอย่างผ่อนคลายลงแล้ว เราก็ตัดสินใจให้พนักงานกลับมาทำงาน On-site เต็มตัว เพราะส่วนหนึ่งของธุรกิจคือศูนย์การค้าที่ต้องทำงานทุกวัน ถึงอย่างนั้นเราก็ยังไม่ทิ้งเรื่องการดูแลพนักงาน การทำความเข้าใจพนักงาน เพื่อให้องค์กรเดินไปถึงเป้าหมาย<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31189 " src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/03K.NUTTAWUT-1-863x1295-1-682x1024.webp" alt="“สิ่งที่ทำให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาทำงาน เพราะผมชอบที่ได้เห็นคนประสบความสำเร็จ” คุยกับ ณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร แห่ง สยามพิวรรธน์" width="559" height="839" title="“สิ่งที่ทำให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาทำงาน เพราะผมชอบที่ได้เห็นคนประสบความสำเร็จ” คุยกับ ณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร แห่งสยามพิวรรธน์ (Siam Piwat) 760" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/03K.NUTTAWUT-1-863x1295-1-682x1024.webp 682w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/03K.NUTTAWUT-1-863x1295-1-200x300.webp 200w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/03K.NUTTAWUT-1-863x1295-1-768x1152.webp 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/03K.NUTTAWUT-1-863x1295-1.webp 863w" sizes="(max-width: 559px) 100vw, 559px" /></p>
<h2>เนื่องจาก สยามพิวรรธน์ (Siam Piwat) เป็นองค์กรที่ทำธุรกิจค่อนข้างหลากหลายในด้านอสังหาริมทรัพย์ HR มีวิธีดูแลพนักงานที่หลากหลายอย่างไร</h2>
<p><strong>ณัฐวุฒิ: </strong>สิ่งที่น่าสนใจคือ สยามพิวรรธน์ ทำงานบนความหลากหลายมานานแล้ว บริษัทเรามีคนทุก Gen  คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็น Gen Y ด้วยซ้ำ แต่ในการทำงานจริง เรากลับไม่ได้กังวลเรื่องช่องว่างระหว่างวัยขนาดนั้น เพราะเรายึดถือหลัก ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (Diversity, Equityand Inclusion) โดยให้ความสำคัญต่อผู้คนที่มีความหลากหลายในทุกด้าน อาทิ เพศ เชื้อชาติ สุขภาพ  และยึดถือศักยภาพและความสามารถมากกว่า</p>
<p>ดังนั้น ตั้งแต่ขั้นตอนการ Recruitment เราจึงคัดเลือกพนักงานที่ความสามารถล้วน ๆ ไม่ได้มองว่าใครเพศใด เชื้อชาติใด เรามีเพื่อนพนักงานชาวต่างชาติจำนวนหนึ่ง มีเพื่อนพนักงานผู้พิการด้วย สยามพิวรรธน์ เองส่งเสริมให้ผู้พิการได้รับโอกาส และเรายังผลักดันพนักงานผู้พิการให้ไปเป็นตัวแทนแข่งกีฬาในระดับสูงด้วย</p>
<p>ส่วนเรื่องเพศ ผู้บริหารระดับสูงของสยามพิวรรธน์ มีอัตราส่วนของผู้บริหารหญิงมากกว่าผู้ชาย ประมาณ 60:40 เลยทีเดียว ส่วนในระดับ Manager ขึ้นไปมีอัตราส่วนที่ 50:50 จะเห็นว่า ธรรมชาติของธุรกิจของเรามีความหลากหลายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สิ่งที่เราต้องต่อยอดก็คือ การปลูกฝังและต่อยอดทางความคิดและความเชื่อให้พนักงานของเราโอบรับความหลากหลายบนพื้นฐานของความเข้าใจ ซึ่งนี่เป็นหนึ่งใน Core Values ของเราด้วย ที่เราจะจดจำพนักงานที่ผลงาน เราจะยอมรับพนักงานที่ความสามารถ โดยปราศจากอคติใด ๆ เราจะให้ความสำคัญกับการเข้าใจซึ่งกันและกัน เราไว้วางใจในการทำงาน และให้เกียรติซึ่งกันและกัน</p>
<h2>คุณเข้ามาทำงานที่ สยามพิวรรธน์ (Siam Piwat) หลังจากองค์กรได้รางวัล Best Companies To Work For in Asia 2022 จาก HR Asia พอดี เป็นความกดดันและเป็นความท้าทายหรือไม่</h2>
<p><strong>ณัฐวุฒิ: </strong>ผมเข้ามาในบริษัทที่มีพื้นฐานที่ดี ทำให้ผมตั้งเป้าไว้ว่า ต้องทำให้เทียบเท่าและทำให้ดีกว่าครับ จริง ๆ รางวัลเป็นผลสำเร็จที่สะท้อนออกมาในการทำงาน เป็นผลพลอยได้จากการทำงานหนักของชาวสยามพิวรรธน์ร่วมกับ HR ครับ</p>
<p>แต่สิ่งสำคัญคือ เราเข้ามาในองค์กรแล้ว เราจะส่งต่อสิ่งดี ๆ ในองค์กรอย่างไรบ้าง เราจะเอาสิ่งใหม่มาปรับใช้อย่างไรเพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาด และเพิ่มคุณค่าอย่างไรได้อีก บริษัทของเราเน้นเรื่องความเป็นผู้นำด้านความคิดสร้างสรรค์ตามวิสัยทัศน์ The Visionary Icon สิ่งที่เราจะสืบสานต่อ ก็ต้องเอาความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมมาปรับใช้ในองค์กรต่อไป</p>
<p>แต่พื้นฐานสำคัญที่สุด <strong class="yellow-highlighter">ไม่ว่า HR จะเก่งแค่ไหน จะมีนวัตกรรมดี มีแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดอย่างไร แต่ถ้าพนักงานไม่ได้รู้สึกว่ามีประสบการณ์กับองค์กรดีขึ้น ถึงได้รางวัลมาก็ไม่ช่วยอะไร</strong> ดังนั้น หนึ่งใน HR Strategy ของเราจึงตั้งเป้าที่จะพัฒนาประสบการณ์ของพนักงาน ไม่ว่าจะด้าน Cultural Experience, Workplace Experience และ Digital Experience</p>
<p>และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ คือเราอยากมองการเติบโตของพนักงานที่ดีกว่าเดิม ดูว่าสิ่งที่ HR ได้ทำสิ่งต่าง ๆ ไปแล้ว  คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้นไหม ความสามารถเพิ่มขึ้นไหม โอกาสเติบโตทางสายอาชีพเป็นอย่างไร เขาเติบโตควบคู่ไปกับองค์กรได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่เราอยากเห็นมากกว่า ส่วนรางวัลคือผลพลอยได้ปลายทางครับ</p>
<h2>คุณตั้งเป้าหมายของการทำงานด้าน HR ไว้อย่างไรบ้าง และแตกต่างจากเป้าหมายขององค์กรหรือไม่ อย่างไร</h2>
<p><strong>ณัฐวุฒิ: </strong>ผมทำงานด้านคนมามากกว่า 10 ปี สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมลืมตาตื่นทุกวันแล้วมาทำงาน แม้ว่างานจะหนักหรือเยอะก็ตาม ก็คือความชอบที่ได้เห็นคนประสบความสำเร็จ ดังนั้น แรงปรารถนาของผมคือการทำให้พนักงานในองค์กรมีความสุข ประสบความสำเร็จ และเติบโตครับ</p>
<p>แต่ถ้าเป้าหมายในปีนี้ ภาพของการทำงานในสยามพิวรรธน์ ผมอยากเห็น Baby Step ในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ผมอยากเห็นพนักงานของ สยามพิวรรธน์ เก่งขึ้น มีภูมิคุ้มกันต่อ Disruption ต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามามากขึ้น และอยากจะให้คนของเรา “เก่ง ดี มีสุข”</p>
<p>ผมเชื่อว่าถ้าเราทำให้คนในองค์กรมีความสุขได้ เก่งได้ พัฒนาได้ เขาก็จะไปทำให้ครอบครัวของเขาพัฒนา คนในครอบครัวก็จะทำให้สังคมดีขึ้น และเมื่อหลายสังคมรวมกัน ก็ทำให้ประเทศดีขึ้นตามมา</p>
<p>ผมขอทิ้งท้ายด้วยการฝากบอก HR ทุกคนถึงคุณค่าของการทำงาน HR ว่า <strong class="yellow-highlighter">ถ้าเราทำงานได้ดี มันจะเชื่อมโยงไปถึงคุณภาพชีวิต คุณภาพของสังคม และคุณภาพของประเทศชาติได้ ถ้า HR ทุกองค์กรยึดมั่นเรื่องนี้ด้วยกัน จะกลายเป็นทำให้ HR มีบทบาทสำคัญ ช่วยให้สังคมของไทยเดินหน้าต่อไปได้ครับ</strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32836 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="“สิ่งที่ทำให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาทำงาน เพราะผมชอบที่ได้เห็นคนประสบความสำเร็จ” คุยกับ ณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร แห่งสยามพิวรรธน์ (Siam Piwat) 761" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต : คุยเรื่องคนกับ HR สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (Siam Kubota)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/230522-siam-kubota/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 May 2023 08:07:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[สยามคูโบต้า]]></category>
		<category><![CDATA[Siam Kubota]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/230522-siam-kubota/</guid>

					<description><![CDATA[พูดคุยกับคุณ อำนวย อภิชัยนันท์ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและบริหาร พร้อมด้วยคุณ ภูวนัฐ เบญจางค์วิศณุนุ ผู้จัดการส่วนอาวุโส - ทรัพยากรบุคคลและบริหารกลาง บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>สยามคูโบต้า (Siam Kubota) คือบริษัทที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 45 ปี ขึ้นชื่อเรื่องการดำเนินธุรกิจโดยเอาความสุขของเกษตรกรเป็นที่ตั้ง  และเป็นนวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต</li>
<li>ธุรกิจด้านเกษตรกรรมไม่ได้รับผลกระทบมากนักในช่วงโควิด-19 หากเทียบกับธุรกิจอื่น ๆ ทีม HR ของสยามคูโบต้าจึงต้องแน่ใจว่าพนักงานทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง และมีความสุข รวมทั้งสามารถทำงานเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ได้อย่างต่อเนื่องตามความต้องการของตลาดที่กำลังเติบโต</li>
<li>สยามคูโบต้าใช้วิธีทำ Bubble &amp; Seal เพื่อจัดพนักงานฝ่ายผลิตออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย​ และจัดให้สวัสดิการเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังนำแพล็ตฟอร์มออนไลน์มาใช้เป็นเครื่องมือทำงานหลักในปัจจุบัน</li>
<li>สยามคูโบต้า (Siam Kubota) ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง เพราะเป็นบริษัทร่วมทุนกับประเทศญี่ปุ่น และมีการขยายสาขาไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน การรู้จักวัฒนธรรมซึ่งกันและกันจะช่วยให้การทำงานคล่องตัวมากยิ่งขึ้น</li>
<li>แม้สถานการณ์โควิด-19 จะดีขึ้นแล้ว สยามคูโบต้าก็ยังคงไม่กลับไปใช้วิธีทำงานแบบเดิมทันที แต่เปิดโอกาสให้พนักงานแสดงความเห็นเพื่อหาแนวทางการร่วมงานที่ดีต่อทุกฝ่ายมากที่สุดแทน นี่คือแนวคิดแบบ “ใจเขา ใจเรา” ที่ช่วยให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15363 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/COVER-46.jpg" alt="เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต : คุยเรื่องคนกับ HR สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (Siam Kubota)" width="600" height="370" title="เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต : คุยเรื่องคนกับ HR สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (Siam Kubota) 762"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงองค์กรที่อยู่คู่คนไทยมานานและขึ้นชื่อว่าเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจโดยยึดถือเอาเกษตรกรเป็นที่ตั้ง ชื่อของ <strong>สยามคูโบต้า (Siam Kubota)</strong> ย่อมเป็นแบรนด์แรกที่คนไทยนึกถึงแน่นอน เพราะสยามคูโบต้ามุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรและโซลูชันต่างๆ ตามแนวคิด ‘นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดอยู่ตลอดเวลา โดยมีเป้าหมายให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรด้วยเครื่องจักรกลการเกษตรที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโอกาสนี้ HREX.asia ขอพาผู้อ่านไปพูดคุยกับคุณ <strong>อำนวย อภิชัยนันท์ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและบริหาร</strong> พร้อมด้วยคุณ <strong>ภูวนัฐ เบญจางค์วิศณุ ผู้จัดการส่วนอาวุโส &#8211; ทรัพยากรบุคคลและบริหารกลาง บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong> (SIAM KUBOTA CORPORATION CO.,LTD.) เพื่อหาคำตอบว่าทำไมพวกเขาจึงคู่ควรกับรางวัล  <a href="https://apc01.safelinks.protection.outlook.com/?url=https%3A%2F%2Fhr.asia%2Fawards%2Fthailand-2022%2F&amp;data=05%7C01%7Cthitisa.s%40kasikornbank.com%7Cf464ed2631974d9dd9b108db5fe81a62%7C8e11df9f4615434fa6c68a0cb4ffeb6c%7C0%7C0%7C638209222699864545%7CUnknown%7CTWFpbGZsb3d8eyJWIjoiMC4wLjAwMDAiLCJQIjoiV2luMzIiLCJBTiI6Ik1haWwiLCJXVCI6Mn0%3D%7C3000%7C%7C%7C&amp;sdata=NBiEL4NkQvnjaKRE0FTLnSSX9%2F7ej6a%2BmakqtcFsK30%3D&amp;reserved=0" target="_blank" rel="noopener">Best Companies To Work For In Asia</a></span><span style="font-weight: 400;"> ประจำปี 2022</span></p>
<h2>ในช่วงที่เกิดโควิด-19 สถานการณ์ของสยามคูโบต้า (Siam Kubota) เป็นอย่างไรบ้างครับ ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15452" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/34.jpg" alt="เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต : คุยเรื่องคนกับ HR สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (Siam Kubota)" width="509" height="315" title="เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต : คุยเรื่องคนกับ HR สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (Siam Kubota) 763"></p>
<p><strong>คุณอำนวย :</strong><span style="font-weight: 400;"> เราให้ความสำคัญกับเรื่องหลัก ๆ อยู่สองประเด็น</span><span style="font-weight: 400;">กง</span><span style="font-weight: 400;"> คือเรื่องของการป้องกันและการดูแลรักษา เพราะในช่วงแรกที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น มาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐยังไม่ชัดเจน เราก็พยายามตั้งทีมงานเข้ามาศึกษาข้อมูลเพื่อหาแนวทางให้กับเรื่องนี้อยู่ตลอดครับ ส่วนในแง่ธุรกิจก็จะมีการทำ BCM (Business Continuity Management) และมีการทำแผนเผชิญเหตุ เพื่อช่วยให้การรับมือป้องกันมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น </span><span style="font-weight: 400;">ทีมงานเหล่านี้จะคอยกำหนดกลยุทธ์และทิศทางให้กับเรา  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างในส่วนของพนักงานที่ทำหน้าที่อยู่ในโรงงานก็ต้องดูแลอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ส่งผลกับความต่อเนื่องในการผลิต ขณะที่พนักงานฝ่ายสนับสนุนที่ทำงานในออฟฟิศก็จะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมควบคู่กันไป เช่นการจัดหาสถานที่และจัดเตรียมทีมงานมาคอยดูแลเมื่อมีพนักงานติดเชื้อ ซึ่งทีม HR จะเป็นผู้คอยประสานงานให้ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในที่นี้ทุกคนจะสื่อสารกันตลอด หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก็จะสามารถรายงานให้อีกฝ่ายรับรู้ได้ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราปล่อยให้การผลิตหยุดชะงักไม่ได้เลย เพราะแม้สถานการณ์โควิดจะเป็นอย่างไร แต่แผนการขายในภาคธุรกิจก็ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องอยู่ดี</span></p>
<h2>แปลว่าความต้องการในสินค้าของสยามคูโบต้า (Kubota) ในช่วงโควิด-19 ยังคงมีอยู่ตลอดใช่ไหมครับ ?</h2>
<p><strong>คุณอำนวย :</strong> <span style="font-weight: 400;">ใช่ครับ ต้องบอกว่าธุรกิจในเรื่องของอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย ภาคการเกษตรยังคงดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ยังคงขายได้ตามแผนครับ จะไปส่งผลกระทบหนักกับพวกธุรกิจท่องเที่ยวและการเดินทางต่าง ๆ มากกว่า</span></p>
<p>คุณภูวนัฐ :<span style="font-weight: 400;"> ต้องอธิบายก่อนว่า ในมุมของคนทำงานออฟฟิศอย่างพวกเราก็ได้รับผลกระทบกันทั้งหมดล่ะครับ แต่เราก็ต้องปรับเปลี่ยนแนวทาง  ปรับเปลี่ยนวิธีคิด ปรับเปลี่ยนวิธีทำงานตามมาตรการที่ภาครัฐนำมาใช้ อย่างการ Work From Home หรือทำงานอยู่กับบ้าน เราก็นำมาใช้เช่นกัน แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราไม่เจอผลกระทบ</span> <span style="font-weight: 400;">จะเรียกว่าพลิกวิกฤตเป็นโอกาสก็ได้ครับ ถือเป็นผลดีซะด้วยซ้ำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คือเราจะสังเกตว่าในช่วงนั้นธุรกิจหลายอย่างต้องปิดตัวหรือหยุดพักการทำงานลง</span> <span style="font-weight: 400;">มันเลยทำให้กลุ่มคนที่อยู่ในภาคแรงงานเดิมกลับไปสู่ภาคการเกษตรแทน</span> <span style="font-weight: 400;">ก็เลยกลายเป็นว่าธุรกิจของเรามีโอกาสขายดีขึ้น</span> <span style="font-weight: 400;">เพราะคนอยากได้นวัตกรรมไปช่วยผ่อนแรงในการทำการเกษตรมากขึ้นครับ</span> <span style="font-weight: 400;">เรียกว่าภาพมันกลับกัน</span> <span style="font-weight: 400;">กลายเป็นมุมที่ดีสำหรับธุรกิจของเรา</span></p>
<h2>ย้อนกลับไปเรื่องของการดูแล กับการสร้างพนักงานที่สามารถทำหน้าที่ทดแทนกันได้สักนิดหนึ่งครับ สยามคูโบต้า (Siam Kubota) มีการบริหารจัดการให้พนักงานช่วยเหลือกันอย่างไร้รอยต่อได้อย่างไร ?<span style="font-weight: 400;"> </span></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15453 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/37-1.jpg" alt="เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต : คุยเรื่องคนกับ HR สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (Siam Kubota)" width="600" height="370" title="เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต : คุยเรื่องคนกับ HR สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (Siam Kubota) 764"></p>
<p><strong>คุณภูวนัฐ :</strong><span style="font-weight: 400;"> ผมขอยกตัวอย่างจากภาคของการผลิตก็แล้วกัน เรามีโครงการป้องกันชื่อ Bubble &amp; Seal ซึ่งเป็นความรู้ใหม่แต่เราก็ต้องทำ เพราะการดูแลพนักงานฝ่ายผลิตเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เราจะขาดคนกลุ่มนี้ไม่ได้ถ้าอยากให้ธุรกิจมีความต่อเนื่อง เราก็เลยทำการ Bubble โดยการหาที่พัก ที่อยู่อาศัย และสร้างแรงจูงใจด้วยการให้เงินเพิ่มเป็นพิเศษ ในระหว่างที่เขาต้องมาทำงานที่บริษัทและห่างจากครอบครัวจากนั้นเราก็กำหนดขอบเขตให้ชัดเจน มีการจัดอาหาร ของใช้จำเป็น และมีรถรับส่งอย่างครบถ้วน นี่คือส่วนที่เราโฟกัสเป็นกลุ่มแรก เรียกว่าเป็นกลุ่ม ‘ไข่แดง’ ขององค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนเรื่องทักษะของพนักงาน เราดูแลเรื่องนี้มาตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดโควิด-19 อยู่แล้วนะ โดยเราเน้นพัฒนาเพื่อให้พนักงานมีทักษะที่จำเป็นในการหมุนเวียนกันได้เป็นหลัก   ก็เลยไม่ค่อยมีผลกระทบในส่วนนี้เท่าไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกอันหนึ่งก็คือมาตรการเชิงป้องกันสำหรับพนักงานทั่วไปที่เราไม่ได้เอามาไว้ใน Bubble ของเรา เราก็จะมีการดูแลอย่างดีที่สุด เช่นในช่วงแรกที่เราไม่สามารถหาหน้ากากอนามัยหรือแอลกอฮอล์ได้ เราก็ต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อที่จะจัดหามาให้ได้ เพื่อมาใช้ป้องกันการติดเชื้อส่วนในองค์กรเอง เราก็พยายามป้องกันไม่ให้เกิดคลัสเตอร์ทำให้เรามีอัตราการติดเชื้อของพนักงานอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างสบายใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอีกด้านหนึ่งของการทำงานในช่วงโควิด-19</span><span style="font-weight: 400;"> เนี่ย</span><span style="font-weight: 400;"> เป็นช่วงที่</span><span style="font-weight: 400;">บีบให้</span><span style="font-weight: 400;">เราต้องทำ Digital Transformation ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการทำงานวิถีใหม่ อย่างการใช้รูปแบบการประชุมออนไลน์ หรือ Google Meet ที่ไม่ใช่ทักษะจำเป็นนักในช่วงก่อนหน้านี้  แต่ก็เป็นวิธีทำงานที่ขาดไม่ได้ในยุคนี้ไปแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สยามคูโบต้าจะมีการประยุกต์ใช้ดิจิทัลกับการทำงานเพิ่มขึ้นมาก เราก็เลยต้องมีการอบรมเพิ่มทักษะด้านดิจิทัลแก่พนักงานให้เติบโตไปพร้อม ๆ กัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของเราก็เช่นระบบบัญชีในการเบิกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และแจ้งจัดทำระบบข้อมูลเอกสารออนไลน์ (Memo Online) สิ่งเหล่านี้จะอยู่บนโลกออนไลน์ทั้งหมด งานของเราจะเป็นแบบไร้กระดาษ (Paperless) มากขึ้น</span> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งทำให้การต่อยอดและติดตามจึงทำได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นด้วยครับ</span></p>
<h2>สยามคูโบต้า (Siam Kubota) ทำโครงการเพื่อสังคม เช่น ‘น้องส่งใจ’ ซึ่งเป็นหุ่นยนต์รับส่งยาและอาหาร เรื่องนี้มีที่มาอย่างไรครับ ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15454 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/36.jpg" alt="เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต : คุยเรื่องคนกับ HR สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (Siam Kubota)" width="600" height="370" title="เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต : คุยเรื่องคนกับ HR สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (Siam Kubota) 765"></p>
<p><strong>คุณภูวนัฐ :</strong><span style="font-weight: 400;"> คือในช่วงนั้นสยามคูโบต้าเราได้ย้อนมาดูว่าจะสามารถทำอะไรเพื่อช่วยเหลือสังคมได้บ้างครับ จากความรู้ที่เรามี ด้านการสร้างระบบการทำงานอัตโนมัติ (Automation) ซึ่งน้องส่งใจถือเป็น AGV อย่างหนึ่ง (หุ่นยนต์ขนส่งอัจฉริยะ &#8211; Automated Guided Vehicles) เป็นรถที่ขับเคลื่อนแบบวิ่งตามเส้น </span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">น้องส่งใจจึงเป็นหุ่นยนต์ช่วยส่งยาและอาหารให้แก่ผู้ป่ายโควิด เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อของบุคคลากรทางการแพทย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังทำอีกหลายอย่างนะ เช่นในช่วงแรกที่มีคนป่วยเยอะมาก สถานพยาบาลต่าง ๆ ก็มีอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเครื่องช่วยหายใจไม่เพียงพอ หรือมีความชำรุดทรุดโทรมมาก เราก็ร่วมมือกับ SCG และสยามโตโยต้าเพื่อตั้งศูนย์ซ่อมบำรุง</span><span style="font-weight: 400;">เปิดศูนย์บริการรับซ่อมเครื่องช่วยหายใจ</span><span style="font-weight: 400;">ขึ้นมา เพื่อนำบุคลากรของเรามาช่วยซ่อมอุปกรณ์เหล่านี้ ซึ่งถูกส่งมาจากสถานพยาบาลทั่วประเทศ พอเราซ่อมจนกลับมาใช้งานได้ ก็จะส่งคืนกลับไปใช้ดูแลผู้ป่วยต่อทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกส่วนที่สำคัญก็คือเรื่องของการสร้าง</span><span style="font-weight: 400;">ตู้ความดันลบ (Negative Pressure Cabinet)  ให้แก่โรงพยาบาลของรัฐ</span><span style="font-weight: 400;">สำหรับใช้แยกผู้ป่วยโควิด-19</span></p>
<p>คุณอำนวย : <span style="font-weight: 400;"> ในส่วนกิจกรรม CSR </span><span style="font-weight: 400;">ของ </span><span style="font-weight: 400;">เราคำนึงถึงสังคม และStakeholder ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้า คู่ค้า ตลอดจนพนักงานและครอบครัวของพนักงาน บริษัทของเรามีนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมอยู่แล้ว อย่างที่กล่าวในข้างต้นว่าเราพร้อมดูแลพนักงานอย่างเต็มที่ในทุกวิถีทาง และเรายังให้ความสำคัญครอบคลุมไปถึงซัพพลายเออร์ที่ส่งชิ้นส่วนการผลิตมาให้เราด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามีการตรวจสอบและทำรายงานทุกสัปดาห์ เพื่อให้แน่ใจว่าซัพพลายเออร์เหล่านี้สามารถทำงานควบคู่ไปกับเราอย่างต่อเนื่องได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามองว่าต่อให้เราพร้อมผลิต แต่หากไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้เข้ามาสนับสนุน เราก็ไม่สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ออกมาได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรียกว่าสยามคูโบต้าต้องเข้าไปดูแลทุกองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของเรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังมีเหล่าจิตอาสาที่พร้อมร่วมมือในการช่วยเหลือสังคมด้วยครับ</span></p>
<h2>ในเมื่อการดำเนินงานในช่วงโควิด-19 ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง แถมมีแนวโน้มทางธุรกิจไปในทางที่ดีขึ้นด้วย เราอยากรู้ว่ารูปแบบการประเมินผลของสยามคูโบต้า (Siam Kubota) เป็นอย่างไร เหมือนหรือต่างกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 หรือไม่ ?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15455" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/32-1.jpg" alt="เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต : คุยเรื่องคนกับ HR สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (Siam Kubota)" width="539" height="333" title="เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต : คุยเรื่องคนกับ HR สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (Siam Kubota) 766"></p>
<p><strong>คุณอำนวย :</strong> <span style="font-weight: 400;">สำหรับเรื่องของการประเมินผลนั้น ต่อให้เราจะปรับการทำงานไปเป็นแบบ Work From Home แล้ว แต่เราก็ยังมีการตรวจสอบ ประชุม และรายงานผลกันแบบออนไลน์ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สยามคูโบต้าปรับมาใช้รูปแบบออนไลน์อย่างจริงจัง น้อง ๆ ในทีมเลยได้ฝึกทักษะดิจิทัลกันเต็มที่เลย ซึ่งเราก็ได้รับความเห็นกลับมาเหมือนกันว่าพอทำงานในรูปแบบนี้ เวลาพักผ่อนก็แทบไม่มีเลย อันนี้เรา</span><span style="font-weight: 400;">รับฟังอย่างเข้าใจ และช่วยแก้ไขปัญหา</span><span style="font-weight: 400;"> แต่พอมาถึงจุดหนึ่งพนักงาน</span><span style="font-weight: 400;">ได้ปรับตัวให้มี Work Life Balance</span> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ดีครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับมาเรื่องของการวัดผลกันบ้าง อันนี้เราก็ยังดำเนินงานตาม Action Plan เดิม เพียงแต่ปรับให้อยู่ในแบบออนไลน์ ซึ่งรวมถึงการวัดผลและประเมินผลด้วย ในภาพรวมจึงถือว่าไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลง แล้วก็ไม่ได้มีอุปสรรคอะไรครับ</span></p>
<h2>เรามาพูดถึงเรื่องของความแตกต่าง (Diversity) กันบ้างครับ อย่างที่ทราบดีว่าสยามคูโบต้า (Siam Kubota) ทำงานกับกลุ่มคนที่หลากหลาย ทั้งเรื่องของเชื้อชาติ, เพศสภาพ, วุฒิภาวะ และช่วงวัย ทางจัดการความแตกต่างเหล่านี้อย่างไรครับ</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15456 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/35-1.jpg" alt="เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต : คุยเรื่องคนกับ HR สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (Siam Kubota)" width="600" height="370" title="เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต : คุยเรื่องคนกับ HR สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (Siam Kubota) 767"></p>
<p><strong>คุณอำนวย :</strong><span style="font-weight: 400;"> ตอนนี้เรากำลังทำแผนในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม (Culture Transformation) อยู่เหมือนกัน แต่ถ้าพูดถึงวัฒนธรรมองค์กรดั้งเดิมของพวกเรา สยามคูโบต้าเป็นองค์กรที่ตั้งมาแล้ว 45 ปี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาวัฒนธรรมของเรามีการปรับปรุงพัฒนาให้สอดคล้องกับยุคสมัยอยู่เสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเราเรียกวัฒนธรรมองค์กรในช่วงที่ผ่านมาว่า SKC People ซึ่งเป็นแนวคิดที่ใช้มา 11 ปีแล้ว แต่ตอนนี้เรากำลังจะปรับวัฒนธรรมองค์กรอีกครั้งเพื่อไปสู่จุดที่เรียกว่านวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต ซึ่งการจะก้าวไปสู่จุดนั้นได้ การยอมรับเรื่องความแตกต่างถือเป็นสิ่งจำเป็นมาก วัฒนธรรมใหม่ที่เราใช้อยู่ในตอนนี้ชื่อ SKC Life ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื้อหาใน SKC Life จะพูดถึงเรื่องความแตกต่างมากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าองค์กรในเชิงนวัตกรรมนั้นเต็มไปด้วยความหลากหลาย อย่างตอนนี้ชาว Baby Boomers ก็เริ่มน้อยลง Gen X ยังพอมีอยู่ Gen Y ถือเป็นคนส่วนใหญ่ขององค์กร และ Gen Z ก็เริ่มเพิ่มเข้ามา เราจึงต้องยอมรับความหลากหลายให้ได้ ที่สำคัญเราเป็นบริษัทร่วมทุนกับประเทศญี่ปุ่น เราจึงต้องเข้าใจวัฒนธรรมการทำงานแบบญี่ปุ่นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเรียกว่าสยามคูโบต้าเป็นองค์กรที่มีวัฒนธรรมองค์กรแบบข้ามชาติมาใช้ก็ได้ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากญี่ปุ่นแล้วเราก็มีการขยายกิจการไปที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา, ลาว, พม่า ซึ่งทำให้เราต้องทำงานกับสังคมต่างชาติมากขึ้น องค์กรจึงต้องรู้จักปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ เพื่อให้ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขที่สุด</span></p>
<p>คุณภูวนัฐ : <span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่เราอยู่ในเมืองไทยมานานและทำงานกับคนหลายกลุ่มที่แตกต่างกัน สิ่งที่ต้องทำนอกเหนือจากการรับวัฒนธรรมของเขาแล้ว ก็คือการทำให้คนท้องถิ่นในประเทศนั้น ๆ ปรับตัวเข้าหาวัฒนธรรมของเราได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งก็น่าจะเพราะประเทศที่เราขยายไปอยู่ในอาเซียนเหมือนกัน เราจึงไม่มีปัญหาในเรื่องของการปรับตัวเข้าหากันเลยครับ</span></p>
<h2>แต่ในแง่ของการเตรียมตัวก็คงนิ่งนอนใจไม่ได้ เราจะสอนให้พนักงานเข้าใจเรื่องความแตกต่างได้อย่างไร ? เพราะคงไม่ดีแน่หากการทำงานต้องติดขัดเพราะเรื่องนี้</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15457 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/33-1.jpg" alt="เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต : คุยเรื่องคนกับ HR สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (Siam Kubota)" width="600" height="370" title="เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต : คุยเรื่องคนกับ HR สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (Siam Kubota) 768"></p>
<p><strong>คุณอำนวย :</strong> <span style="font-weight: 400;">คำถามนี้น่าสนใจมากครับ เพราะวัฒนธรรมที่แตกต่างอาจทำให้อีกฝ่ายเข้าใจเจตนาผิดโดยไม่ตั้งใจก็ได้ เราจึงต้องอธิบายให้พนักงานเข้าใจว่าในฐานะที่เราเป็นองค์กรสากล มีบุคลากรแบบนานาชาติ ความเข้าใจเรื่องวัฒนธรรมของคนแต่ละแบบมีความสำคัญมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีการที่เรานำมาอธิบายก็คือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และจัดอบรมในหัวข้อ Inter Cultural Management เพราะปัจจุบันคูโบต้าประเทศญี่ปุ่นมีการส่งพนักงานมาทำงานที่ไทยเยอะขึ้น เราจึงต้องสอนให้แต่ละฝ่ายเข้าใจวัฒนธรรมของกันและกัน จะได้ร่วมมือกันได้อย่างดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือเวลาเราจะส่งพนักงานชาวไทยออกไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน เราก็จะมีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ อย่างชัดเจนว่าอะไรที่ควรทำ อะไรที่ควรหลีกเลี่ยง โดยเอาพี่ ๆ ที่เคยผ่านจุดนั้นมาแชร์ประสบการณ์อย่างตรงไปตรงมา  กลยุทธ์นี้ก็ช่วยให้การทำงานของเราราบรื่นขึ้นมากครับ</span></p>
<h2>สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นมาแล้ว สยามคูโบต้า (Siam Kubota) มองทิศทางในอนาคตหลังจากนี้อย่างไรบ้างครับ ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><b>b</b></span><span style="font-weight: 400;">เรามีการทำ Engagement Survey เพื่อรับฟังความคิดเห็นของน้อง ๆ ในทีมอยู่ตลอดเวลา</span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวางนโยบายให้ตอบสนองความต้องการของทุกคนได้มากที่สุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากช่วงที่สยามคูโบต้าปรับเปลี่ยนมาใช้วิธีการทำงาน Work From Home ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 เป็นต้นมา พนักงานของเราสามารถปรับตัวได้เป็นอย่างดี เราจึงกำหนดให้ทำงานอยู่บ้านได้ประมาณสัปดาห์ละวัน หรือประมาณ 20% ของเวลาทำงาน โดยสมาชิกในทีมสามารถผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน เลือกวันหยุดกันได้เลยตามความเหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตามเราจึงต้องคอยสังเกตเรื่องประสิทธิผล (Productivity) จากวิธีทำงานแบบนี้เช่นกัน นอกจากนี้เราปรับรูปแบบของออฟฟิศให้มีลักษณะของ Co-Working Space ที่ดีไซน์ให้มีบรรยากาศสวยงาม อบอุ่น ส่งเสริมให้เกิดการทำงานที่สร้างสรรค์โดยพนักงานไม่จำเป็นต้องทำงานที่โต๊ะของตัวเองอีกต่อไป แต่มีพื้นที่ส่วนกลางให้รู้สึกผ่อนคลาย แบบที่ถือกระเป๋ามาออฟฟิศ แล้วจะนั่งทำงานตรงไหนก็ได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือแนวคิดที่เราทำเพื่อรองรับการทำงานในรูปแบบใหม่  โดยจัดแบ่งเป็นโซนเอาไว้ เช่นโซนเงียบสำหรับคนที่อยากใช้สมาธิ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โซนใช้เสียงสำหรับคนที่ต้องการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดอย่างจริงจัง และพื้นที่มุมกาแฟที่ใช้บริการระหว่างวันได้ฟรี เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รูปแบบการทำงานของสยามคูโบต้าหลังจากนี้จึงเป็นแบบ Co-Working Space ผสมกับ Work From Home และคิดว่าเราคงใช้ลักษณะนี้ต่อไปหากไม่ได้มีผลเสียกับงานครับ รวมถึงเราเองก็สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้พนักงานทำงานอย่างเต็มศักยภาพ ให้สอดรับการทำงานในยุค Next Normal เพื่อสร้างแรงจูงใจและความพึงพอใจให้กับพนักงานมากที่สุดครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-12511 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/09/HRAA-Thailand-1110x740.jpg" alt="ขอแสดงความยินดีกับ 67 บริษัทเจ้าของรางวัล The Best Companies to Work For in Asia 2022" width="1110" height="740" title="เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต : คุยเรื่องคนกับ HR สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (Siam Kubota) 769"></p>
<h2>มาถึงคำถามสุดท้ายครับ เราอยากให้สยามคูโบต้าอธิบายว่า HR สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้อย่างไร ?</h2>
<p><strong>คุณอำนวย :</strong> <span style="font-weight: 400;">HR ถือเป็นเพื่อนคู่คิด เป็น Business Partner ของธุรกิจ โดยเรามีหน้าที่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อคอยให้คำแนะนำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่เรายกตัวอย่างว่าสยามคูโบต้ามีการทำ Culture Transformation ก็มาจากการที่ HR เห็นว่าโลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมาก การพัฒนาเรื่องนี้จึงถือเป็นเรื่องสำคัญในการพัฒนาสมรรถนะ (Competency) ของพนักงานให้พร้อมต่อการเติบโตของธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สยามคูโบต้าตอนนี้ ก็มีการสนับสนุนให้น้อง ๆ Upskill และ Reskill คือ การเปลี่ยนหรือเพิ่มทักษะใหม่ เพื่อยกระดับบุคลากรในองค์กรให้สามารถทำงานกับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะดิจิทัล (Digital Skills) และระบบทำงานอัตโนมัติ (Automation) มากขึ้น เพราะเรามองว่าเป็นทักษะที่จะช่วยให้ทุกคนเอาตัวรอดในโลกยุคปัจจุบันได้มากที่สุดครับ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต : คุยเรื่องคนกับ HR สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (Siam Kubota) 770" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/interview-cpo-thaibev-20230513/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 May 2023 05:18:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยเบฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/interview-cpo-thaibev-20230513/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT ไทยเบฟ (ThaiBev) เป็นกลุ่มผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน มีพนักงานกว่า 60,000 คนทั่วอาเซียน การบริหารคนในทิศทางเดียวกันจึงผ่าน Global Values 3 ประการคือ Collaboration, Creating Values และ Caring For Stakeholders แม้ว่าไทยเบฟ (ThaiBev) จะขยายธุรกิจด้วยการซื้อกิจการ แต่ก็มีการผสานวัฒนธรรมให้เป็นบ้านเดียวกันได้ เพื่อให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจแห่งอาเซียน (Pride of ASEAN) ร่วมกัน ดร.เอกพล ณ สงขลา CPO แห่งไทยเบฟ (ThaiBev) มองว่า ยุคนี้เป็นยุคทองของ HR โดยมีบทบาทสำคัญในการสร้างมูลค่าและสร้างคุณค่าสูงสุด ซึ่งการเข้าใจธุรกิจของตัวเองเป็นพื้นฐานที่สำคัญของ HR เชื่อว่าหลายคนรู้จัก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นอย่างดี ในฐานะผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ไทยเบฟโดดเด่นมาก ๆ ก็คือฝ่ายทรัพยากรบุคคล เพราะความสุขและความก้าวหน้าของพนักงาน เป็นแรงจูงใจสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้พนักงานมีความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างเต็มที่ และพร้อมอยู่กับองค์กรต่อไป ไทยเบฟจึงเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาพนักงานเป็นอย่างมาก กระทั่งได้รับรางวัลจาก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><span style="color: #000000;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ไทยเบฟ (ThaiBev) เป็นกลุ่มผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน มีพนักงานกว่า 60,000 คนทั่วอาเซียน การบริหารคนในทิศทางเดียวกันจึงผ่าน Global Values 3 ประการคือ Collaboration, Creating Values และ Caring For Stakeholders</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; color: #000000;">แม้ว่าไทยเบฟ (ThaiBev) จะขยายธุรกิจด้วยการซื้อกิจการ แต่ก็มีการผสานวัฒนธรรมให้เป็นบ้านเดียวกันได้ เพื่อให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจแห่งอาเซียน (Pride of ASEAN) ร่วมกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ดร.เอกพล ณ สงขลา CPO แห่งไทยเบฟ (ThaiBev) มองว่า ยุคนี้เป็นยุคทองของ HR โดยมีบทบาทสำคัญในการสร้างมูลค่าและสร้างคุณค่าสูงสุด ซึ่งการเข้าใจธุรกิจของตัวเองเป็นพื้นฐานที่สำคัญของ HR</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><span style="color: #000000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15272" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-5-4.jpg" alt="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ" width="600" height="370" title="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ 777"></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="font-weight: 400;">เชื่อว่าหลายคนรู้จัก </span><b>บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) </b><span style="font-weight: 400;">เป็นอย่างดี ในฐานะผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ไทยเบฟโดดเด่นมาก ๆ ก็คือฝ่ายทรัพยากรบุคคล</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="font-weight: 400;">เพราะความสุขและความก้าวหน้าของพนักงาน เป็นแรงจูงใจสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้พนักงานมีความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างเต็มที่ และพร้อมอยู่กับองค์กรต่อไป ไทยเบฟจึงเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาพนักงานเป็นอย่างมาก กระทั่งได้รับรางวัลจาก HR Asia กับ </span><a style="color: #000000;" href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Best Companies to Work for</span></a><span style="font-weight: 400;"> ประจำปี 2022 ติดต่อกันเป็นปีที่ 4</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="font-weight: 400;"><a href="https://th.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HREX.asia</a> จึงได้คุยกับ</span><b> ดร.เอกพล ณ สงขลา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุดกลุ่มทรัพยากรบุคคล</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการบริหารคนมาโดยตลอด เพื่อค้นหาว่า บริษัทระดับอาเซียนนี้บริหารคนอย่างไร ?</span></span></p>
<h2><span style="color: #000000;">ทราบมาว่าไทยเบฟมีพนักงานทั้งในและนอกประเทศรวมกันกว่า 60,000 คน อะไรคือความท้าทายในการบริหารคนจำนวนมากขนาดนี้ ?</span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">ท้าทายมากเลยครับ ความที่เราเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ทำให้เราออกนโยบายที่สุดขั้วยากมาก การเลือกทำอะไรหรือไม่ทำอะไรจึงต้องเข้าใจสังคมขององค์กรในวงกว้าง และต้องมั่นใจว่าจะส่งผลกระทบที่ดีต่อคนหมู่มาก เช่น เราอยากออกนโยบายที่ทันสมัยมาก แต่กลับมีผลกระทบเชิงลบกับบางหน่วยงาน ฉะนั้นนี่จึงเป็นความท้าทายต่อความเป็นสังคมขนาดใหญ่ขององค์กรครับ</span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">อย่างไรก็ตาม คาแรคเตอร์ของไทยเบฟมีความยินดีที่มอบโอกาสให้ทุกคนครับ พูดง่าย ๆ ไม่ว่าใครก็สามารถขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรได้ เราโอบรับ (Embrace) หมดเลย ซึ่งต้องอาศัยปรัชญาเรื่องคนที่ลึกซึ้ง มีความยุติธรรม และเสมอภาค เพื่อทำให้สังคมขนาดใหญ่โอบรับคนจำนวนมากขนาดนี้ และทำให้องค์กรเดินหน้าไปพร้อมกันได้</span></p>
<h2><span style="color: #000000;">ปัจจุบันไทยเบฟมีสำนักงานประจำอยู่หลายประเทศ แต่นโยบายต่าง ๆ มักจะเริ่มต้นที่ประเทศไทยหรือสำนักงานใหญ่ก่อน เมื่อต้องใช้นโยบายเดียวกันในต่างประเทศ มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับประเทศนั้น ๆ ด้วยหรือไม่ ?</span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">มีแน่นอนครับ คือจริง ๆ แล้วเรามาจากการควบรวมกิจการนะ จุดเริ่มต้นจึงมีความแตกต่างแน่นอน เราจึงต้องผสมผสานให้คล้าย ๆ กัน แต่ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด ความต่างในแต่ละประเทศคือเราต้องเคารพกฎระเบียบหรือข้อบังคับของประเทศนั้น ๆ ด้วย ไม่ได้เหมือนกัน 100% แต่เราก็จะมีแกนกลาง (Core) เดียวกัน ระบบเดียวกัน ซึ่งจะทำให้พนักงานหมุนเวียนระหว่างประเทศกันได้ง่ายกว่า แน่นอนว่าเราเป็นบริษัทแม่ บางนโยบายเราคิดมาก่อน ทำมาก่อน ก็จะแชร์ไปให้เหมือนกัน ฉะนั้นแกนกลางเหมือนกัน แต่เรามีความแตกต่างในรายละเอียดอยู่แล้วครับ</span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">สิ่งที่เป็นแกนของเราคือ “พันธกิจ” กับ “วิสัยทัศน์” ครับ นี่เป็นสิ่งที่โน้มน้าวคนได้มากที่สุด อย่างคำว่า “เป็นผู้นำเครื่องดื่มครบวงจรที่มั่นคงและยั่งยืน ของภูมิภาคอาเซียน” (Stable and Sustainable ASEAN Leader) พอเราบอกออกไป ทุกคนทุกประเทศก็ Say Yes ! เหมือนกันหมดครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">เราเชื่อมโยงพันธกิจ (Mission) กับ Global Values ครับ เพราะการควบรวมกิจการก็เหมือนการแต่งงาน ถึงแม้จะเป็นแฟนที่ดีแต่ก็มีความแตกต่างกัน ฉะนั้นเรามาคุยกันอย่างจริงจังเลยว่า Global Values ที่ทุกประเทศจะถือร่วมกันคืออะไร สุดท้ายก็ผ่านกระบวนการอย่างเป็นระบบ จาก 50 สิ่งก็เหลือเพียง 3 สิ่ง ประกอบด้วย Collaboration ร่วมกันการประสานพลัง, Creating Values สร้างสรรค์คุณค่า และสามคือ Caring For Stakeholders เอาใจใส่ต่อผู้เกี่ยวข้อง ฉะนั้นทั้ง 3 สิ่งนี้ ทุกประเทศและทุกบริษัทใช้เหมือนกันหมดครับ อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้ไปทดแทน Core Values เดิมที่เขามี เช่น “โออิชิ” เป็นบริษัทที่มี DNA ว่า “สุโก้ย” (SUKOI) แต่ในฐานะสมาชิกของครอบครัวไทยเบฟแล้ว เขาก็ต้องน้อมรับ Collaboration, Creating Values และ Caring For Stakeholders 3 ตัวนี้ด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">นี่คือแกนกลางความเป็นเรา เป็น Global Values ของครอบครัวไทยเบฟครับ ซึ่งเราก็ประสบความสำเร็จได้ดี</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15271" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-5-3.jpg" alt="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ" width="600" height="370" title="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ 778"></span></p>
<h2><span style="color: #000000;">สิ่งหนึ่งที่ไทยเบฟพยายามสื่อสารอยู่ตลอดคือ PASSION 2025 ซึ่งเป็นการมองในระยะยาวมาก แต่โลกความเป็นจริงแล้ว เราคาดเดาอนาคตได้ยาก การวางแผนระยะยาวแบบนี้ใช้กระบวนการคิดอย่างไรบ้าง ?</span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">ขออนุญาตยกคำพูดของคุณ </span><b>ฐาปน สิริวัฒนภักดี (CEO ของไทยเบฟ) </b><span style="font-weight: 400;">นะครับ คุณฐาปนเคยบอกว่า เบื้องต้นการทำธุรกิจเราต้องมองยาวสัก 5 ปี ส่วนเรื่องเทคโนโลยีเราต้องมองต่อไปอีกประมาณ 2030 หรือ 2040 แต่เรื่องคนเราขอมองไปถึงปี 2050 เลย นั่นหมายถึงการมองน้อง ๆ ที่กำลังจะจบมหาวิทยาลัยแล้วมาทำงานกับเรา ตอนนั้นเราจะออกแบบองค์กรยังไงให้มีความสามารถเพียงพอในการดึงดูดและพัฒนาพวกเขาให้ประสบความสำเร็จในอีก 30 ปีข้างหน้า</span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">เรามองไกลขนาดนั้นจริง ๆ นะครับ เพราะมันส่งผลหลายอย่างนะ เช่น เราต้องทำให้ธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ไม่ใช่จู่ ๆ 10 ปีข้างหน้าเรามีกำไรน้อยแล้วต้องออกมาขอโทษขอโพยพนักงานที่ไม่สามารถสนับสนุนเขาได้ แบบนั้นไม่ดีแน่ ฉะนั้นเบื้องต้นต้องออกแบบธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว มีหน่วยงานที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว และลงทุนในความสามารถอื่น ๆ ที่ทำให้องค์กรเติบโตต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือเรื่องความหลากหลายครับ ผมคิดว่า Diversity, Equity และ Inclusion เป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าเราสามารถออกแบบองค์กรทั้งในและนอกประเทศให้เปิดกว้างมากขึ้น เราจะได้ประโยชน์จากความหลากหลายเยอะมาก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">เราจะเข้าใจมากขึ้นว่าโลกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ได้แนวคิดในการทำงานใหม่ ๆ ซึ่งจะทำให้การพัฒนาระยะยาวประสบความสำเร็จมากขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15269" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-3-1-3.jpg" alt="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ" width="600" height="370" title="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ 779"></span></p>
<h2><span style="color: #000000;"><b>เ</b>หมือนที่รางวัลของ HR Asia ให้ความสำคัญกับ ที่ DEI (Diversity, Equity และ Inclusion) จนกลายเป็นประเด็นหลักในปี 2022 อยากทราบว่าความหลากหลายสำคัญต่อไทยเบฟอย่างไรบ้าง ?</span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เปิดกว้างนะ น่าจะเป็นประเทศที่โอบรับ DEI ได้ไม่ยากเลย อย่าง LGBTQ+ เราน่าจะเป็นหนึ่งในประเทศที่เปิดกว้างที่สุดแล้ว น้อง ๆ แต่ละคนก็เก่ง มีความสามารถในการเติบโต ไม่ได้รู้สึกว่าองค์กรหรือสังคมปิดหรือมีโอกาสน้อยลง</span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ส่วนประเด็นผู้หญิง-ผู้ชาย ไดนามิกการทำงานต้องมีความเสมอภาคอยู่แล้ว เราต้องการความหลากหลายทางความคิด รวมไปถึงความหลากหลายในการปฏิบัติงาน แม้ว่าบางหน่วยงานจะมีจำนวนผู้ชายมากกว่า แต่เราก็พยายามโปรโมทผู้บริหารที่เป็นผู้หญิงมากขึ้น เช่น ผู้บริหารฝ่ายขายจาก 8 ภาค อาจจะมีสัก 2 ภาคที่เป็นผู้หญิง หรือในบอร์ดบริหารเองก็ตาม มีจำนวนผู้ชายมากกว่า เราก็ต้องเพิ่มสุภาพสตรีที่มีประสบการณ์และความรู้ด้าน Health &amp; Wellness เข้ามาเสริม เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">อีกประเด็นที่อยากพูดถึงคือเรื่องอายุครับ สังคมตอนนี้คนมีสุขภาพดีมากขึ้น ทำงานเกินอายุ 60 ปีได้ แต่เราก็มีเด็กรุ่นใหม่จำนวนมาก ทำให้เกิดสเปกตรัมความต่างของช่วงอายุที่สูงมาก นี่คือโจทย์สำคัญสำหรับไทยเบฟ เพราะเราต้องการคนทำงานสองฝั่งทั้งพี่ ๆ อายุเยอะที่สุดและรุ่นน้องอายุน้อยที่สุด สามารถอยู่ร่วมกันได้ในองค์กร เปิดโอกาสทุกคนแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้องค์กรของเราดีขึ้น อายุจึงเป็นองค์ประกอบหนึ่งของ DEI เราด้วยครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">สำหรับไทยเบฟ ประเด็นความหลากหลายสำคัญมากครับ เพื่อให้เราเป็นองค์กรที่เข้าใจบริบทของสังคมและตลาด เพราะไทยเบฟเองได้ประกาศว่าอยากเป็นบริษัท Truly ASEAN หมายความว่า เราจะไม่ได้ซื้อกิจการอย่างเดียว แต่ซื้อกิจการมาแล้วยังสามารถแปลงวัฒนธรรมให้เป็นบริษัทอาเซียนหรือเป็นบ้านเดียวกันได้ ฉะนั้นเราต้องเข้าใจความต่าง เข้าใจความเหมือน และดึงศักยภาพของความเป็นอาเซียนออกมา เพื่อให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจแห่งอาเซียน (Pride of ASEAN)</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15270" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-4-1-2.jpg" alt="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ" width="600" height="370" title="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ 780"></span></p>
<h2><span style="color: #000000;">ที่ผ่านมาทั่วโลกเผชิญหน้ากับ COVID-19 ช่วงเวลานั้นไทยเบฟเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง ? </span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">มองกลับไปก่อนโควิด ผมคิดว่าหลาย ๆ บริษัทอยู่ในภาวะฟุ้งเฟ้อ </span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">(หัวเราะ) แต่พอโควิดเข้ามาเพียงข้ามคืน มันชัดเจนเลยว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ Wellness หรือสุขภาพของทั้งพนักงานและครอบครัวพนักงานครับ ไทยเบฟเองก็ฝ่าฟันสถานการณ์นี้มาได้อย่างดีมาก ๆ เลย เราดูแล Wellness ของพนักงานหลายหมื่นคนรวมไปถึงครอบครัวได้ดี และไม่มีการ Lay off คน เราใช้วิธีการโยกย้ายคนไปทำตรงนั้นตรงนี้บ้าง คิดงานใหม่ ๆ ให้ชุมชน แต่ไม่ได้ย้ายคนออกเลย เราทำให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัย (Secure) ในองค์กรของเรา</span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">สิ่งที่สองคือการปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี (Technology Adoption) ที่เราทำมาตั้งแต่ก่อนโควิดครับ เราไม่คิดว่าพี่ ๆ คุณป้า คุณน้า คุณอา คุณลุง ฯลฯ จะสามารถน้อมรับเทคโนโลยีได้ขนาดนี้ แต่พอโควิดมาปุ๊บ ทุกคนน้อมรับได้เกือบ 100% กลายเป็นว่าเราสามารถก้าวข้ามสู่ User-Friendly Technology แทบทั้งองค์กร ก็เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ ครับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">หรือเรื่องการทำงานแบบ Silo ที่ว่าแข็ง แต่วิกฤตนี้ก็สามารถละลาย Silo ได้ ทำให้หลาย ๆ คนต้องจับมือสร้างทีมเพื่อแก้ไขปัญหาด้วยกัน เป็นโอกาสให้เกิดการทำงานร่วมกัน (Collaboration) ที่รวดเร็วมากครับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">และอีกสิ่งที่นึกได้คือเรื่องความคล่องตัว (Agility) ที่เราจะต้องพลิกแพลงสถานการณ์ในทุก ๆ วัน พลิกแพลงตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นระดับการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน หรือระดับปฏิบัติการ ทุกอย่างต้องดีกว่าเดิม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการ Focus on Wellness ครับ ยิ่งตอนนี้มี PM 2.5 ที่เลวร้ายไม่น้อยไปกว่าโควิดเลย เราจึงเป็นองค์กรที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15267" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-1-2.jpg" alt="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ" width="600" height="370" title="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ 781"></span></p>
<h2><span style="color: #000000;">เมื่ออนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน คิดว่า HR ควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดเป็นพิเศษ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ?</span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">ต้องเตรียมรับมือเรื่องเทคโนโลยีครับ ตอนนี้มีเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้นในตลาดเต็มไปหมดเลย ซึ่งมีทั้งน่าตื่นเต้นและน่ากลัว ตราบใดที่เรารับปากว่าจะเป็นองค์กรที่ดูแลพนักงาน งั้นเรามาเรียนรู้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความสำเร็จไปด้วยกันดีกว่า เราต้องทำการบ้านเยอะมาก เพราะงานจะเปลี่ยน เทคโนโลยีจะเข้ามา แล้วธุรกิจก็จะเปลี่ยนแปลงไป</span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">พอมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น HR เองก็ต้องพร้อมจะเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ทำอะไรแบบเดิม ๆ อย่างงานแอดมินอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องเข้าใจธุรกิจด้วย ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยาก แต่เป็นโจทย์ที่สนุกและท้าทายครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">แล้วพอ HR เข้าใจธุรกิจ เราก็จะสร้างโอกาสดี ๆ แก่พนักงานได้ HR ต้องถามตัวเองว่ามีแรงจูงใจ อยากพัฒนาคนไหม สนุกกับการให้โอกาสคนไหม และอยากพัฒนาคนหรือเปล่า เพราะถ้า HR มีแรงจูงใจในบริบทนี้ ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ</span></p>
<h2><span style="color: #000000;">หากมองในภาพรวม คิดว่าทำไม HR สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้ ?</span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><b>ดร. เอกพล: </b><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้อาชีพ HR “We are in the right place at the right time” ครับ ผมเชื่อว่าตั้งแต่ประวัติศาสตร์โลกหรือประวัติศาสตร์ธุรกิจ ยุคนี้เป็นยุคที่ HR สำคัญที่สุดแล้ว มีบทบาทในการสร้างมูลค่าและสร้างคุณค่าได้สูงสุด เพราะฉะนั้นเรากำลังอยู่ถูกที่-ถูกเวลา </span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ผมรู้สึกเสมอว่าโชคดีที่มีอาชีพ HR นี้ ผมสนุกและชอบในการพัฒนาคน มันเป็นอะไรที่เติมเต็มทางใจได้ ซึ่งผมมีปรัชญาการทำงาน 3 ข้อครับ หนึ่งคือเชื่อในศักยภาพของคนอื่น เพราะถ้าเราเชื่อในศักยภาพของคนอื่นแล้ว เราจะทำงานเข้ากับเขาได้อย่างเต็มที่, อันที่สองคืองานยิ่งยาก คนยิ่งเก่งขึ้น ผมคิดว่างานหนักไม่เป็นไรครับ ทั้งสำหรับเราและลูกน้องเลย และสาม ถ้าเรามีบทบาททำให้คนอื่นเติบโต เราก็จะเติบโตไปด้วยในทางอ้อมครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #000000;">ถ้าสามสิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยู่ในงานของ HR น่าจะเป็นบริบทการทำงานที่ดี ให้พลัง และเติมเต็มพลังกลับมา ฉะนั้นถ้าเราทุ่มเทก็จะสามารถขับเคลื่อนให้องค์กรเดินไปข้างหน้าได้ ตอนนี้เป็นยุคทองของ HR จริง ๆ ครับ (ยิ้ม)</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="“ตอนนี้คือยุคทองของ HR” สัมภาษณ์ ดร. เอกพล ณ สงขลา Chief People Officer จาก ไทยเบฟ 782" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></span></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/interview-boon-rawd-brewery-20230510/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 May 2023 08:07:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[บุญรอดบริวเวอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/interview-boon-rawd-brewery-20230510/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เป็นบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มมานานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 ภายใต้วิสัยทัศน์ “Bringing Joy To Life” หรือ “เติมความสุขให้ชีวิต” ซึ่งบุญรอดฯ เชื่อว่า การสร้างสุขนั้น ไม่ใช่เฉพาะคนในองค์กรอย่างเดียว แต่ต้องรวมถึงคนในชุมชนสังคมด้วย  บุญรอดบริวเวอรี่ เชื่อว่าการโอบรับทุกคนทำให้องค์กรได้มุมมองและความคิดที่มีประโยชน์จากทุก ๆ กลุ่ม เพราะสังคมที่ดีต้องไม่ทิ้งใครไว้อยู่เบื้องหลัง บุญรอดบริวเวอรี่ คิดว่าองค์กรสร้างขึ้นจากคน HR จึงต้องเลือกคนที่เหมาะสมกับงาน และสนับสนุนให้แสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ และ HR ต้องสามารถสื่อสาร สร้างแรงจูงใจ และเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานได้ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability บุญรอดบริวเวอรี่ ย้ำว่าองค์กรต้องใส่หมวกพนักงาน Put Yourself in Employee’s Shoe “ถ้าเราอยากให้พนักงานรักเรา เราก็ต้องรักพนักงานเหมือนที่เราอยากให้เขาเป็น” เพราะแต่ละองค์กรมีแนวคิดในการบริหารคนแตกต่างกัน ทว่าสิ่งหนึ่งที่ทุกองค์กรมีเหมือนกันนั้น คือความต้องการให้พนักงานของตัวเองมีความสุข บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--has-title check">
<div class="__title">
<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เป็นบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มมานานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 ภายใต้วิสัยทัศน์ “Bringing Joy To Life” หรือ “เติมความสุขให้ชีวิต” ซึ่งบุญรอดฯ เชื่อว่า การสร้างสุขนั้น ไม่ใช่เฉพาะคนในองค์กรอย่างเดีย</span><span style="font-weight: 400;">ว แต่ต้องรวมถึงคนในชุมชนสั</span><span style="font-weight: 400;">งคมด้วย </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">บุญรอดบริวเวอรี่ เชื่อว่าการโอบรับทุกคนทำให้องค์กรได้มุมมองและความคิดที่มีประโยชน์จากทุก ๆ กลุ่ม เพราะสังคมที่ดีต้องไม่ทิ้งใครไว้อยู่เบื้องหลัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">บุญรอดบริวเวอรี่ คิดว่าองค์กรสร้างขึ้นจากคน HR จึงต้องเลือกคนที่เหมาะสมกับงาน และสนับสนุนให้แสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ และ HR ต้องสามารถสื่อสาร สร้างแรงจูงใจ และเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability บุญรอดบริวเวอรี่ ย้ำว่าองค์กรต้องใส่หมวกพนักงาน Put Yourself in Employee’s Shoe “ถ้าเราอยากให้พนักงานรักเรา เราก็ต้องรักพนักงานเหมือนที่เราอยากให้เขาเป็น”</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะแต่ละองค์กรมีแนวคิดในการบริหารคนแตกต่างกัน ทว่าสิ่งหนึ่งที่ทุกองค์กรมีเหมือนกันนั้น คือความต้องการให้พนักงานของตัวเองมีความสุข</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ก็เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มมานานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 ภายใต้วิสัยทัศน์ “Bringing Joy To Life” หรือ “เติมความสุขให้ชีวิต” ซึ่งบุญรอดฯ เชื่อว่า การสร้างสุขนั้น ไม่ใช่เฉพาะคนในองค์กรอย่างเดียว แต่ต้องรวมถึงคนในชุมชนสังคมด้วย </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“การสร้างความสุขให้กับทั้งคนในองค์กรและคนในชุมชนสังคมนั้น เป็นพื้นฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรเช่นกัน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX.asia ได้พูดคุยกับคุณ </span><b><strong class="yellow-highlighter">พาย &#8211; สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability ผู้บริหารฝ่ายพัฒนาองค์กรและส่งเสริมการเรียนรู้ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด</strong></b><span style="font-weight: 400;"> หลังจากได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2022 และรางวัล We Care : HR Asia Most Caring Companies Awards 2022 เพื่อทำความเข้าใจว่า บุญรอดฯ มีวิธีการสร้างความสุขให้พนักงานอย่างไร​ ? และทำไมการสร้างความสุขให้กับชุมชนถึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรด้วย ? </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15233 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-5-2.jpg" alt="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่" width="600" height="370" title="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่ 789"></p>
<h2>ทราบมาว่าคุณเรียนจบเกี่ยวกับภูมิศาสตร์กับประวัติศาสตร์ การได้มาทำงานสายทรัพยากรบุคคลต้องปรับตัวนานไหม และใช้ความรู้ที่เรียนมาประยุกต์กับการบริหารคนอย่างไร ?</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">แม้จะไม่เคยดูเนื้องานสาย HR มาก่อน แต่ก็เป็นสิ่งที่ผมสนใจ เพราะเราชอบงานเกี่ยวกับการดูแลและบริหารคน ก็เลยหาจุดเชื่อมโยงจากสิ่งที่เรียนมาว่า จะสามารถนำมา plug-in กับอะไรได้บ้าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งการเรียนประวัติศาสตร์ทำให้ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรมแต่ละพื้นที่ เช่น ผมเรียน Southeast Asian Studies ก็จะเรียนประวัติศาสตร์เวียดนาม อินโดนีเซีย หรือเมียนมาร์ ฯลฯ ทำให้เข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม แล้วแต่ละพื้นที่ก็จะมีแนวคิดการบริหารไม่เหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต่างอะไรกับองค์กรครับ แต่ละองค์กรจะมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ซึ่ง HR ต้องดูแลวัฒนธรรมองค์กรนั้น ๆ แถมแต่ละองค์กรยังมี subculture (วัฒนธรรมย่อย) ในแต่ละแผนกอีก ฉะนั้นผมก็เทียบเคียงได้ว่า องค์กรหนึ่ง ๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับประเทศครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมไปถึงการเรียนด้านภูมิศาสตร์ ผมก็สนใจเรื่องภูมิศาสตร์มนุษย์ (Human Geography) ที่ศึกษาการใช้งานผืนโลกและกระบวนการพัฒนาทรัพยากรบนโลกให้คุ้มค่ายั่งยืน (Sustainable Development) ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการบริหารทรัพยากรขององค์กรได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วพอมาเรียนโท MBA ก็เรียนเรื่องการตลาดกับสื่อ ก็เลยนำความรู้เหล่านี้มาใช้กับ Employer Branding เผยแพร่วัฒนธรรมองค์กร เพราะวัฒนธรรมคือโปรดักซ์หนึ่งขององค์กรเช่นกัน</span></p>
<h2>ทำงานตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปลายปี 2015 จนมาถึงปีนี้ 2023 สไตล์การบริหารคนของคุณเปลี่ยนไปไหม ?</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">เปลี่ยนตามสมัยและตามสภาพแวดล้อมนะ ตอนเข้ามาใหม่ ๆ ประชากร (Demographic) ของบริษัทก็ไม่เหมือนทุกวันนี้ ตอนแรกเป็น Gen Y เพิ่งเริ่มเข้ามาทำงานครับ แต่ผ่าน 7 ปีกลายเป็นว่า Gen Y คือประชากรส่วนใหญ่ของบริษัท และ Gen Z กลับเริ่มเข้ามาทำงานใหม่แทนที่ ฉะนั้นเราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของคนรุ่นใหม่ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนาคตงานของเราควรเพิ่มคุณค่า (Value) มากขึ้น เพราะผมเชื่อว่าคนเราไม่ควรมานั่งทำงานประจำแบบไม่ต้องใช้ความคิดหรือมาทำงานเหมือนหุ่นยนต์ไปวัน ๆ แต่คนสามารถใช้สมองให้เต็มประสิทธิภาพได้ เพราะคนเราเกิดมาเพื่อสร้างสรรค์ เพื่อคิด เราต้องสนับสนุนให้คนใช้ความคิดสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ไม่งั้นเราก็จะทำแต่สิ่งเดิม ๆ และนวัตกรรมก็จะไม่เกิดขึ้น</span></p>
<h2>การเข้ามาเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ในองค์กรเก่าแก่ที่อยู่ในประเทศไทยมานาน ย้อนกลับไปตอนนั้นกดดันไหม ?</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">กดดันอยู่แล้วครับ แต่เราก็ต้องดูว่าอะไรคือแผนระยะสั้นหรือระยะยาว เราต้องค่อย ๆ วางแผนว่าเป้าหมายคืออะไร และจะต้องเริ่มทำอย่างไร เช่น สมัยก่อนเรายึดติดกับกระบวนการมากมาย แต่ทุกวันนี้กระบวนการบางอย่างสามารถทำออนไลน์ได้แล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริหารคนสมัยนี้มันเปลี่ยนไปแล้วครับ องค์ความรู้ 10 ปีที่แล้วบางอย่างก็ไม่สามารถประยุกต์ใช้ได้ในปัจจุบัน ฉะนั้นเราก็ต้องเข้าใจว่าพนักงานมีความคิดอย่างไร เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีสำหรับเขา และในอนาคตการบริหารคนก็จะยิ่งไม่เหมือนเดิม คนที่ต้องดูแลหรือทำงานด้วยก็จะยิ่งเปลี่ยนไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนการพัฒนาบริษัทของเราที่ทำให้เห็นการทำงานร่วมกันของคนรุ่น 4 ครับ และกำลังขยายตัวออกไปเรื่อย ๆ เช่น หลายธุรกิจดูแลโดยคุณ​ ภูริต ภิรมย์ภักดี หรือส่วนอื่น ๆ เช่น ดูแลการผลิต โลจิสติกส์ ฯลฯ ก็ดูแลโดยคุณ ปิติ ภิรมย์ภักดี เป็นต้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15235" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/5-1.png" alt="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่" width="244" height="370" title="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่ 790"></p>
<h2>ตลอดการทำงานมากว่า 7 ปี คุณเข้ามาเปลี่ยนวัฒนธรรมอะไรในบุญรอดฯ​ บ้าง ?</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">หลัก ๆ คือการผลักดันวัฒนธรรมองค์กรให้คนภายนอกทราบครับ เพราะก่อนหน้านี้วัฒนธรรมองค์กรของเราแข็งแรงมาก แต่มันแข็งแบบไม่มีใครพูดถึง เราก็เลยถอดรหัสออกมาว่าคืออะไร โดยเริ่มตั้งแต่ผู้ก่อตั้งว่าวิสัยทัศน์ (Vision) อะไร และให้คุณค่า (Value) กับอะไรบ้าง แล้วนำสิ่งเหล่านั้นมาเขียนเป็นวัฒนธรรม ก่อนที่จะนำมาสื่อสารต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระบวนการเหล่านี้ทำให้เราพบว่า จริง ๆ องค์กรของเรามีวัฒนธรรมอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่ทำกันอยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องสร้างวัฒนธรรมใหม่เลย ขณะเดียวกันวัฒนธรรมอะไรที่มันไม่ดี เราก็พยายามลบล้างไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่เลียนแบบกันไม่ได้ครับ เทคโนโลยีหรือองค์ความรู้ยังสามารถเลียนแบบกันได้ เราก็เลยต้องพยายามสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งที่สุด พยายามสร้างคนให้เป็นคนแบบสิงห์ให้ได้ นั่นคือ Singha Way เป็นวัฒนธรรมองค์กรผ่าน 4 Values คือ Family มองว่าพนักงาน คู่ค้า ตัวแทนจำหน่าย หรือผู้บริโภคเป็นพี่น้องครอบครัวเดียวกัน, Courage เปิดโอกาสให้พนักงานกล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ ยืนหยัดในสิ่งที่ตนคิดว่าถูกต้อง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงหรือนำมาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด,​ Premium Quality สร้างมาตรฐานการส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค และ Happiness ส่งต่อความสุขให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า &#8211; ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เชื่อมพนักงานทุกคนเข้าด้วยกัน</span></p>
<h2>ทราบมาว่า Singha way ไม่ได้มองแค่มิติการทำงาน แต่มองมิติสังคมด้วย ?</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">ต้องมองภาพใหญ่ครับ เพราะ Vision ของเราคือ “Bringing Joy to Life” หรือภาษาไทยก็คือ “เติมความสุขให้ชีวิต” ซึ่งความสุขเป็นสิ่งที่ส่งต่อกันได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างแรกเลยพนักงานต้องมีความสุขก่อน ความสุขคือการมี Well-being ครบทุกด้าน ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวพนักงาน แต่รวมไปถึงครอบครัวของเขาด้วย เพราะปัญหาที่ บ้านก็กระทบการทำงานเหมือนกัน แล้วถ้าพนักงานมีความสุข เขาก็จะส่งต่อความสุขนั้นให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือบุญรอดพยายามปลูกฝังให้พนักงานทุกคนว่า เป็นคนเก่งไม่พอ ต้องเป็นคนดีด้วย เพราะผมเชื่อว่าองค์กรที่ประสบความสำเร็จต้องสร้าง “คน” ไม่ใช่แค่สร้างเพื่อผลประโยชน์ให้ตัวเองนะ แต่เราต้องสร้างคนดีต่อสังคม เช่น เรามีโครงการสิงห์อาสา สนับสนุนให้พนักงานของเราออกไปช่วยเหลือสังคม ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น เพราะในที่สุดแล้วองค์กรที่ดีจะต้องสามารถตอบแทนสังคมได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้พนักงานของเรารู้สึกภูมิใจ ได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ที่สำคัญคือการเกิดความท้าทายใหม่ ๆ และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาตัวเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15236" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/313-1.png" alt="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่" width="246" height="370" title="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่ 791"></p>
<h2>ที่ผ่านมาสังคมเผชิญหน้ากับวิกฤต COVID-19 ทางบุญรอดได้เรียนรู้อะไรจากวิกฤตครั้งนี้บ้าง ?</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้ คือเราต้องสร้างความคิดให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะก่อนหน้ามีโควิด เราพูดกันบ่อย ๆ ว่า เรามาลอง Work From Home ไหม ? ลองประชุมออนไลน์ไหม ? แต่สมัยนั้นคนยังคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ทำไม่ได้หรอก แต่พอเกิดโควิดจริง ๆ กลายเป็นว่าทุกคนทำได้หมด เปลี่ยนแบบทันที แทบจะไม่ต้องโน้มน้าวคนอื่นเลย มันแสดงให้เห็นว่า เราต้องมีความยืดหยุ่น (Resilience) และมีความกล้า (Courage) ในการก้าวข้ามเพื่อการเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นบทเรียนที่สอนให้เราปรับตัวเร็ว เราไม่มีทางรู้ถึงผลกระทบภายนอกที่ไม่แน่นอนเลยว่าจะเกิดอะไรอีก เช่น สงคราม เงินเฟ้อ หรือภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ หากดูตามประวัติศาสตร์มันมีสิ่งเหล่านี้มาเรื่อย ๆ นะ เราต้องปรับทัศนคติให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องหนึ่งที่ได้เรียนรู้คือการสื่อสารสำคัญมาก ๆ โจทย์ใหญ่ในช่วงที่ทุกคนกักตัวคือการสร้าง Community ให้ได้ขณะที่ทุกคนแยกตัวกัน แต่เราจะทำยังไงให้องค์กรเป็นหนึ่งเดียว สิ่งเหล่านี้เทคโนโลยีจึงเข้ามาช่วยตอบโจทย์ และเทคโนโลยีก็มีการพัฒนาไปเรื่อย ๆ เราเองก็ต้องพัฒนาตามเทคโนโลยีให้ทัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมไปถึงได้เรียนรู้ว่า Health กับ Business มันขาดกันไม่ได้ ธุรกิจจะทำเงินไม่ได้เลยถ้าแรงงานของคุณป่วยหรือสุขภาพไม่ดี เห็นได้ชัดสุดก็ช่วง COVID-19 ที่สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมตกต่ำลง แสดงว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องโฟกัสคือ well-being ก่อน ถ้าคนเรามีสุขภาพที่ดี ก็จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ</span></p>
<h2>ประเด็นเรื่องความแตกต่าง (DEI&amp;B) เป็นธีมหลักของการประกาศรางวัล HR Asia ประจำปี 2022 คุณมีมุมมองต่อเรื่องความหลากหลายในองค์กรอย่างไร ?</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">อย่างที่บอกว่า Value หนึ่งของเราคือ We’re Family เพราะเราอยากให้พนักงานทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร (Sense of Belonging) และอยากสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย (Safe) และเป็นธรรม (Fair) สำหรับทุกคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในการสร้างความสุขให้คนอื่น คือเราต้องยอมรับผู้คนที่หลากหลาย ยิ่งทุกวันนี้ความหลากหลายทำให้เกิดกลุ่มย่อย ๆ (Sub-group) ขึ้นมากมาย การโอบรับทุกคนทำให้เราได้มุมมองและความคิดที่มีประโยชน์จากทุก ๆ กลุ่ม เพราะสังคมที่ดีต้องไม่ทิ้งใครไว้อยู่เบื้องหลัง คนที่ดีต่อสังคมก็ต้องยอมรับคนในทุก ๆ ด้านที่เขาเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมไปถึงความหลากหลายทางเจนเนอร์เรชั่นที่เราก็มีความหลากหลายเช่นกัน มีทั้ง Gen Z Gen Y และ Baby boomers ซึ่งแต่ละช่วงวัยก็จะมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนต้องทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสิ่งที่ดีที่สุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15231" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-3-1-2.jpg" alt="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่" width="600" height="370" title="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่ 792"></p>
<h2>เข้าสู่ปี 2023 แล้ว คิดว่า HR ต้องเตรียมตัวอย่างไรกับการรับมือกับอนาคตที่กำลังมาถึง</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์หลังโควิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง เช่น กลุ่มคนทำงาน Gen Z จะเริ่มมากขึ้นแน่นอน เราก็ต้องเตรียมที่ทำงานให้ตอบโจทย์กลุ่มนี้ ต้องตระหนักถึงประชากรที่จะเปลี่ยนไป แล้ววัฒนธรรมก็อาจจะเปลี่ยนด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีพัฒนาเร็วมาก ๆ AI เกือบทำได้ทุกอย่างเทียบเท่าคนแล้ว กระทบงานเราแน่นอน เช่น เวลาคิดงานไม่ออก ไปถาม ChatGPT ก็ตอบได้หมดเลย ต่อไปเราจะแยกคนเก่ง/ไม่เก่งยากขึ้น เพราะทุกคนหาคำตอบที่ดีที่สุดผ่านเทคโนโลยีได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนาคตเครื่องมือต่าง ๆ จะทำให้คนเก่งขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือการปลูกฝังแนวคิดในการใช้เครื่องมือเหล่านั้น ๆ ถ้าคุณใช้ในทิศทางที่ดี มันก็จะมีประโยชน์ต่อสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ คือ Talent (พนักงานคนเก่ง) หายากขึ้น เพราะคนเก่งสามารถแยกออกไปทำธุรกิจเองได้ แถมยังโดนแต่ละองค์กรซื้อตัว องค์กรจะต้องสร้าง Talent ของตัวเอง เหมือนทีมฟุตบอลมี Academy ทีมเยาวชนเพื่อปั้นเด็กของตัวเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนในอนาคตที่คาดเดาได้ยากคือเรื่องเงินเฟ้อและสงคราม ซึ่งเราไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ถ้าเกิดแล้วมันจะกระทบพวกเราแน่นอน ท้ายที่สุดคงหนีไม่พ้นการสร้างทัศนคติ Adapt to Change พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลานั่นแหละครับ ทั้ง Flexibility หรือ Agility of Work ก็สำคัญ เราจะ Lean กระบวนการทำงานต่าง ๆ อย่างไรให้ยืดหยุ่นที่สุด ทำองค์กรให้เป็นเหมือนกล้ามเนื้อนักยิมนาสติกครับ ทั้งแข็งแรงและยืดหยุ่น สามารถเล่นได้ทุกกีฬาครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15230" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-2-1-1.jpg" alt="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่" width="600" height="370" title="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่ 793"></p>
<h2>คิดว่าทำไม HR ถึงสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">เพราะองค์กรสร้างขึ้นจากคน ฉะนั้นความสำเร็จและการเติบโตขององค์กรจะแปรผันตามประสิทธิภาพของคน HR จึงต้องเลือกคนที่เหมาะสมกับงาน และสนับสนุนพวกเขาให้แสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ และ HR ต้องสามารถสื่อสาร สร้างแรงจูงใจ และเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากคนเรามีความรู้สึก (Feeling) ครับ แต่เราไม่ได้มีความสุขทั้งวันแบบ 100% หรอก อยู่ที่ว่าเราจะสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้เขาได้มากน้อยแค่ไหน องค์กรเราเองก็พยายามสร้างช่วงเวลาความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับพนักงานแบบต่อเนื่อง (Consistently) ให้เขามีความสุขอยู่เรื่อย ๆ ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมมักเปรียบเทียบงาน HR เหมือนงานกองทัพ หน้าที่ HR คือเป็นคนเกณฑ์ทหาร พัฒนาทหาร และดูว่าทหารคนไหนเก่งด้านไหน เพื่อส่งเขาเข้าไปในหน่วยที่ทำได้ดีที่สุด เช่น คนนี้เหมาะกับการเป็นทหารอากาศ อีกคนเหมาะกับหน่วยรบแนวหน้า อีกคนเหมาะกับการเป็นหน่วยลับหาข้อมูล แล้วเราก็ต้องหากอุปกรณ์ทันสมัยหรือดีที่สุดให้เขาออกไปสู้รบโดยไม่ต้องกังวลอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากเปรียบเทียบองค์กรกับร่างกายของเรา HR ก็คือเลือดที่ทำให้อวัยวะทุกอย่างทำงาน เพราะถ้าไม่มีเลือด ร่างกายก็ไม่ทำงาน ฉะนั้น HR ก็คือเลือดขององค์กรนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นเมื่อบริษัทกำลังพัฒนาและขยายตัว วัฒนธรรมองค์กรจึงเป็นตัวขับเคลื่อนให้ไปข้างหน้า ผมจึงให้ความสำคัญกับการปรับวัฒนธรรมให้เหมาะสมกับปัจจุบันที่จะนำไปสู่อนาคต</span></p>
<h2>สุดท้ายใน Instagram ส่วนตัวของคุณเขียนไว้ว่า “the love you make is equal to the love you take” ถ้าให้เปรียบเทียบเป็นความรักกับพนักงาน คุณคิดว่า คุณ take อะไรจากพนักงาน และ give อะไรให้พนักงานบ้าง</h2>
<p><b>สุนิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">โคว้ทนี้มาจากเพลง The End ของวง <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220725-music-policy/">The Beatles</a> อัลบั้ม Abbey Road ซึ่งเพลงสุดท้ายจากอัลบั้มเลยครับ ที่ชอบโคว้ทนี้เพราะผมเชื่อศาสนาพุทธ เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม แล้วคิดว่าเนื้อเพลงมันอธิบายกฎแห่งกรรมได้ดี คือ “ถ้าคุณให้รักไว้เท่าไร คุณจะได้กลับมาเท่านั้น” มันก็ประยุกต์ได้ว่า ถ้าคุณให้ใจพนักงานแค่ไหน พนักงานเขาก็ให้ใจกับคุณเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คือคุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน Put Yourself in Employee’s Shoe มันคือ Give and Take สำหรับผม เราอยากให้พนักงานรักเรา เราก็ต้องรักพนักงานเหมือนที่เราอยากให้เขาเป็น นี่คือความจริงใจให้กันและกันครับ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="Put Yourself in Employee’s Shoe คุณต้องเป็นองค์กรที่ใส่หมวกพนักงาน คุยกับ สุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability จากบุญรอดบริวเวอรี่ 794" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“HR วันนี้ต้องช่วยธุรกิจให้เติบโต” คุยกับ ประวินทร์ คุโรวาท จาก เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/interview-chia-tai-20230510/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 May 2023 04:49:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[เจียไต๋]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/interview-chia-tai-20230510/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย มีโครงสร้างองค์กรที่ฝ่าย HR อยู่ภายใต้ผู้บริหารด้านการเงินและบริหารกลาง ซึ่งคุณประวินทร์ คุโรวาท มองว่าเป็นข้อดี เพราะสามารถบริหารองค์กรให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้ง่ายขึ้น แม้จะต้องบริหารทั้งเงินและคน แต่คุณประวินทร์มองว่า คนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดขององค์กร เพราะคนคือฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและต่อยอดให้ทรัพยากรด้านอื่นๆ ขององค์กรเติบโตต่อไป คุณประวินทร์มองว่า HR มีบทบาทสำคัญมากในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพราะ HR ที่เจียไต๋มีพันธกิจหลักคือการสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยคนของเจียไต๋ที่เรียกว่า เจียไต๋แมน ตั้งแต่การเลือกสรรคนดีและคนเก่ง พัฒนาให้มีศักยภาพในการแข่งขันเหนือคู่แข่ง เราได้ยินอยู่บ่อยครั้งว่า HR ไม่ใช่งานหลังบ้านอีกต่อไป แต่ต้องประสานงานกับทุกฝ่ายเพื่อสนับสนุนให้องค์กรเติบโต เหมือนที่คุณ ประวินทร์ คุโรวาท ประธานบริหารด้านการเงินและบริหารกลาง บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์นี้ว่า “HR มีความสำคัญต่อองค์กร และต้องเป็นพาร์ทเนอร์กับทุกคนในองค์กร เพราะ HR มีบทบาทสำคัญมากในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยคนของเรา” ปี 2022 ที่ผ่านมา บริษัทผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทยอย่าง เจียไต๋ ได้รับรางวัล “Best Companies to Work for” จาก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<div class="focused-block--is-bold-border">
<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย มีโครงสร้างองค์กรที่ฝ่าย HR อยู่ภายใต้ผู้บริหารด้านการเงินและบริหารกลาง ซึ่งคุณประวินทร์ คุโรวาท มองว่าเป็นข้อดี เพราะสามารถบริหารองค์กรให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้ง่ายขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แม้จะต้องบริหารทั้งเงินและคน แต่คุณประวินทร์มองว่า คนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดขององค์กร เพราะคนคือฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและต่อยอดให้ทรัพยากรด้านอื่นๆ ขององค์กรเติบโตต่อไป</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คุณประวินทร์มองว่า HR มีบทบาทสำคัญมากในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพราะ HR ที่เจียไต๋มีพันธกิจหลักคือการสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยคนของเจียไต๋ที่เรียกว่า เจียไต๋แมน ตั้งแต่การเลือกสรรคนดีและคนเก่ง พัฒนาให้มีศักยภาพในการแข่งขันเหนือคู่แข่ง</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15222" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-2.png" alt="“HR วันนี้ต้องช่วยธุรกิจให้เติบโต” คุยกับ ประวินทร์ คุโรวาท จาก เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย" width="600" height="370" title="“HR วันนี้ต้องช่วยธุรกิจให้เติบโต” คุยกับ ประวินทร์ คุโรวาท จาก เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย 804"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราได้ยินอยู่บ่อยครั้งว่า HR ไม่ใช่งานหลังบ้านอีกต่อไป แต่ต้องประสานงานกับทุกฝ่ายเพื่อสนับสนุนให้องค์กรเติบโต เหมือนที่คุณ </span><b><strong class="green-highlighter">ประวินทร์ คุโรวาท ประธานบริหารด้านการเงินและบริหารกลาง บริษัท เจียไต๋ จำกัด</strong></b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์นี้ว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">“HR มีความสำคัญต่อองค์กร และต้องเป็นพาร์ทเนอร์กับทุกคน</span></i><span style="font-weight: 400;">ในองค์กร</span><i><span style="font-weight: 400;"> เพราะ HR มีบทบาทสำคัญมากในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยคนของเรา”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2022 ที่ผ่านมา บริษัทผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทยอย่าง </span><b>เจียไต๋</b><span style="font-weight: 400;"> ได้รับรางวัล “</span><a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Best Companies to Work for</span></a><span style="font-weight: 400;">” จาก HR Asia วันนี้เราจึงพูดคุยกับคุณ ประวินทร์ถึงแนวคิดในการบริหารจัดการคนในองค์กร และมุมมองต่อ HR ในสายตาผู้บริหารระดับสูงว่า HR นั้นสนับสนุนให้องค์กรเติบโตได้อย่างไร ?</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15220" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-7.jpg" alt="“HR วันนี้ต้องช่วยธุรกิจให้เติบโต” คุยกับ ประวินทร์ คุโรวาท จาก เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย" width="600" height="370" title="“HR วันนี้ต้องช่วยธุรกิจให้เติบโต” คุยกับ ประวินทร์ คุโรวาท จาก เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย 805"></p>
<h2>ก่อนอื่นอยากทราบว่า ทำไมเจียไต๋ถึงให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลอยู่ภายใต้ผู้บริหารการเงินและบริหารกลาง ไม่ได้แยกผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลออกมาเหมือนองค์กรทั่วไป ?</h2>
<p><b>ประวินทร์: </b><span style="font-weight: 400;">เราเพิ่งเปลี่ยนโครงสร้างเมื่อสัก 2 ปีที่ผ่านมาครับ รวมงาน Corporate Office ทั้งหมดมาอยู่ภายใต้ CFO (Chief Financial Officer) คือตำแหน่งการเงินบวกกับการบริหารกลาง ซึ่งคำว่าบริหารกลางคืองานองค์กรส่วนกลางทั้งหมด เช่น หน่วยงานบัญชี IT HR สื่อสารองค์กร จัดซื้อและบริการกลาง งานปฎิบัติการนำเข้าและส่งออก ตลอดจนการพัฒนาความยั่งยืนและการบริหารจัดการความเสี่ยง ทุกหน่วยงานอยู่ภายใต้ผู้บริหารคนเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเชิงโครงสร้างมันช่วยให้ง่ายต่อการบริหารงานองค์กรในภาพรวมครับ และทำให้ทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายง่ายขึ้น ตัดสินใจหรือดำเนินงานต่าง ๆ ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งนี้ แต่ละหน่วยงานก็จะมีหัวหน้ารับผิดชอบในส่วนงานของตัวเองอยู่ ภายใต้ทิศทางและเป้าหมายในการทำงานร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งแม้โครงสร้างองค์กรเราอาจจะไม่เหมือนที่อื่น แต่เราก็คิดว่าโครงสร้างแบบนี้มีความเหมาะสมตามบริบทองค์กรของเรา และจะช่วยให้เจียไต๋ไปต่อได้เร็วและมีการทำงานเป็น One Team มากขึ้นครับ</span></p>
<h2>ด้วยตำแหน่งที่ดูเรื่องการเงินและการบริหารจัดการ อยากทราบว่าคุณสร้างความสมดุลระหว่างเรื่องคนและเรื่องเงินอย่างไร ?</h2>
<p><b>ประวินทร์: </b><span style="font-weight: 400;">ไม่ยากเลยครับ ผมมองว่าให้แต่ละฟังก์ชั่นต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี เรื่องเงินก็ต้องจัดการให้ดี HR ก็ต้องทำฟังก์ชั่นเรื่องคนให้ดี ถ้าทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ทุกอย่างก็จะออกมาดีเอง แต่ถ้าเมื่อไหร่มีบางฟังก์ชั่นไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง เมื่อนั้นก็จะเกิดปัญหา และทำให้ทุกอย่างรวนไปหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมพยายามส่งเสริมให้แต่ละหน่วยงานทำงานด้วยกันเป็นทีม เพื่อสร้างผลลัพธ์ หรือ impact ที่ใหญ่ขึ้นให้กับองค์กร หน่วยงานทุกหน่วยงานจึงร่วมคิดและทำไปด้วยกัน ฉะนั้นเวลาเลือกคน เราต้องเลือกคนที่มีทัศนคติและความสามารถตรงกับทิศทางที่เราจะไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมมองเป็นข้อดีนะครับ เพราะทุกอย่างจะสามารถเดินไปในทิศทางเดียวกัน ปัญหาของการแยกโครงสร้างหน่วยงาน Support ขององค์กรเป็นส่วน ๆ คือเราควบคุมคนอื่นไม่ได้ สมมติคุณต้องดูแลงบประมาณ แต่บางเรื่องคุณก็บอก IT ให้ทำตามทุกอย่างไม่ได้ เพราะคุณไม่ใช่นายของเขา แต่สำหรับโครงสร้างการบริหารองค์กรในรูปแบบนี้ ทำให้เราสามารถกำหนดทิศทางไปพร้อม ๆ กับควบคุมต้นทุน ทำให้องค์กรเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ผลพลอยได้คือ หน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้โครงสร้างองค์กรแบบนี้จะสามารถทำงานข้ามฟังก์ชั่นกันได้ดี เพราะทำงานภายใต้วัตถุประสงค์เดียวกัน และถือ KPI หลักร่วมกัน</span></p>
<p><b> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15217" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-4.png" alt="“HR วันนี้ต้องช่วยธุรกิจให้เติบโต” คุยกับ ประวินทร์ คุโรวาท จาก เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย" width="277" height="370" title="“HR วันนี้ต้องช่วยธุรกิจให้เติบโต” คุยกับ ประวินทร์ คุโรวาท จาก เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย 806"></b></p>
<h2>แน่นอนว่าองค์กรหนึ่งประกอบด้วย Asset ที่หลากหลาย ในฐานะตำแหน่งผู้บริหารการเงินและบริหารกลาง คุณคิดว่า Human Asset สำคัญอย่างไร</h2>
<p><b>ประวินทร์: </b><span style="font-weight: 400;">สำหรับองค์กรด้านการเกษตรอย่างเจียไต๋ ‘คน’ เป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนทุกสิ่งนะครับ แม้ว่าทุกวันนี้จะมี Digitalization เข้ามา แต่เทคโนโลยีต่าง ๆ ต้องมีคนในการกำกับการใช้งานอยู่ดี ซึ่งคนก็ต้องมีความรู้ความสามารถด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อเรื่องธุรกิจ การเจรจากับพาร์ทเนอร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนการพูดคุยกับลูกค้าร้านเกษตร เราคงใช้เครื่องจักรมาดำเนินการเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นทางบริษัทเองจึงให้ความสำคัญกับเรื่อง Human Capital เป็นอันดับหนึ่งเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเราเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างในองค์กรขับเคลื่อนด้วยคน ตั้งแต่ระดับล่างถึงระดับบน เราจึงเน้นการเลือกคนที่ใช่ต่อองค์กร มีทัศนคติ (Attitude) ที่เหมาะสม มีความสามารถ (Capability) พร้อม และมีกรอบความคิด (Mindset) ที่ถูกต้อง แล้วนำเขามาพัฒนาให้เติบโตขึ้นไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นคำตอบง่าย ๆ คือคนคือหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จของเรา เพราะเราต้องการคนที่มาช่วยทำให้องค์กรเติบโตยิ่ง ๆ ขึ้นไป ทั้งในแง่รายได้ และการต่อยอดจากทรัพยากรด้านอื่น ๆ</span></p>
<h2>ทราบมาว่าเจียไต๋ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย สุขภาวะจิตใจ และสุขลักษณะภายใต้ Happy Workplace แล้วนิยามของ Happy Workplace ของเจียไต๋คืออะไร ?</h2>
<p><b>ประวินทร์: Happy Workplace</b><span style="font-weight: 400;"> คือการมาทำงานแล้วรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านหลังที่ 2 จนพนักงานอยากมาทำงานทุกวัน อยากมาเจอคนที่ทำงาน อยากใช้ชีวิตในที่ทำงาน อันนี้คือการทำงานแล้วมีความสุข</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราก็พยายามสร้างบ้านให้น่าอยู่ เช่น สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของเราที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มีห้องยิมออกกำลังกาย มีห้องตีกอล์ฟ-ซ้อมกอล์ฟแบบ Simulator เพราะเราอยากให้ออฟฟิศน่าอยู่ น่าทำงาน มี Co-Working Space เยอะมาก ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศก็ไปนั่งทำงานมุมไหนก็ได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความคิดใหม่ ๆ ได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องการเสริมสร้างให้ทุกคนมีความสุขในการทำงาน ผ่านองค์ประกอบ 3 อย่างครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่ง </span><b>Happy Body &amp; Mind</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะยุคนี้คนมีความเครียดเยอะ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานด้วย เราจึงดูแลจิตใจพนักงานของเราด้วย ในปีนี้ก็มีแผนที่ชัดเจนเรื่อง Mental Health ต่าง ๆ ทาง HR มีโปรแกรมทำแบบสำรวจพนักงานทุกคนว่าอยู่ในความเครียดระดับใด และจะมีโปรแกรมต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วย เช่น โปรแกรมการนวด โปรแกรมธรรมะเพื่อความสบายใจ หรือโปรแกรมจากผู้รู้ทางสังคมที่จะมาถ่ายทอดการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ประเด็นความเครียดจึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราให้ความสำคัญในปีนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สองคือ </span><b>Happy Living</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านการออกแบบสำนักงานให้เหมือนบ้านที่สวยงาม ทันสมัย น่าอยู่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย มีพื้นที่ให้เขาสร้างความสมดุลระหว่างการทำงานและความผ่อนคลาย ตอบโจทย์เรื่องความสุข ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอยากอยู่กับองค์กรของเราไปนาน ๆ ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคือ </span><b>Happy Teamwork</b><span style="font-weight: 400;"> หรือการสร้างการมีส่วนร่วมในเจียไต๋ เพราะตอนนี้เรามีการผสมผสานของหลายเจนเนอเรชั่น เราพยายามเสริมสร้าง Teamwork ให้เกิดขึ้นได้ ผ่านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง โดยทุกคนยึดมั่นใน Core Values เดียวกัน มีพฤติกรรมพื้นฐานที่ไปในทิศทางเดียวกัน แต่ในเวลาเดียวกันองค์กรก็ยังเปิดกว้างให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ ให้กับองค์กรได้เช่นกัน </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15214" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-2-3.jpg" alt="“HR วันนี้ต้องช่วยธุรกิจให้เติบโต” คุยกับ ประวินทร์ คุโรวาท จาก เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย" width="600" height="370" title="“HR วันนี้ต้องช่วยธุรกิจให้เติบโต” คุยกับ ประวินทร์ คุโรวาท จาก เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย 807"></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15215" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-3-1-1.jpg" alt="HREX Cover 3 1 1" width="600" height="370" title="“HR วันนี้ต้องช่วยธุรกิจให้เติบโต” คุยกับ ประวินทร์ คุโรวาท จาก เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย 808"></span></p>
<h2>ช่วงเวลาที่ผ่านมา ทุกองค์กรเผชิญหน้ากับ COVID-19 เจียไต๋เองรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร และได้เรียนรู้อะไรจากวิกฤตครั้งนี้บ้าง ?</h2>
<p><b>ประวินทร์: </b><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก COVID-19 คือเรามีการทำงานที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น มีผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล (Digital Savvy) มากขึ้นในทุก ๆ ระดับ และเราก็คุ้นเคยกับการใช้ MS Team และ Zoom มากขึ้นด้วย (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา เรามีการลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะด้าน Digital ให้พนักงานทุกคน เราทำจริงจังมากเลยนะครับ เพิ่มทักษะดิจิทัลแบบ End to End ทั้งหมดเลย เพื่อให้ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในเจนฯ ไหนก็ตามเข้าใจโลกดิจิทัล รวมถึงกลุ่มผู้บริหารด้วย เรามองว่าทุกคนต้องใช้เทคโนโลยีให้เป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาที่เราได้เรียนรู้จากโควิดคือ ในการทำงานบางครั้งเราไม่จำเป็นต้องเน้นรูปแบบมากเกินไป ควรจะเน้นผลลัพธ์ให้มากขึ้น จากที่เรามี Work From Home ก็ทำให้เรารู้ว่าจริง ๆ แล้วมัน Working From Anywhere ก็ได้เหมือนกันนะ ทุกวันนี้บางองค์กรก็ยัง Working From Anywhere อยู่เลย องค์กรเราอยู่มา 100 ปีก็ไม่เคย Working From Anywhere นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เราลองทำ ก็รู้เลยว่าทุกคนทำงานที่ไหนก็ได้ ขอแค่มีการติดตามงานและเน้นที่ผลลัพธ์ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลพวงสุดท้ายจากโควิดคือ เกิดพฤติกรรมของแรงงานที่เปลี่ยนไป เช่น คนที่เคย Work From Home มาแล้ว หลายคนก็ติดใจเพราะมีเวลาจัดการ Work Life Balance ได้ดีขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง บางคนประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วย แน่นอนว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงของคนในองค์กรที่อยากทำงานแบบ Hybrid หรือ Flexible มากขึ้น ไม่ใช่การมาทำงาน 8 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็นทุกวัน ตอนนี้เราก็กำลังอยู่ในระหว่างปรับเปลี่ยนเรื่องนี้ ว่ารูปแบบการทำงานในองค์กรที่เหมาะสมควรจะมีรูปแบบไหน เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจและการดำรงอยู่ขององค์กร ฉะนั้นองค์กร 100 ปีของเราก็ต้องปรับเหมือนกัน ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย นโยบายบางอย่างที่ล้าหลังหรือไม่เข้ากับยุคสมัยแล้ว เราก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15218" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-5-1.jpg" alt="“HR วันนี้ต้องช่วยธุรกิจให้เติบโต” คุยกับ ประวินทร์ คุโรวาท จาก เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย" width="600" height="370" title="“HR วันนี้ต้องช่วยธุรกิจให้เติบโต” คุยกับ ประวินทร์ คุโรวาท จาก เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย 809"></span></p>
<h2>ประเด็นความหลากหลาย DEI (Diversity, Equity และ Inclusion) เป็นประเด็นหลักของรางวัล Best Companies to Work for ในปี 2022 นิยามความหลากหลายของคุณคืออะไร ?</h2>
<p><b>ประวินทร์: </b><span style="font-weight: 400;">สำหรับผมคือการทำงานกับใครก็ได้ ไม่มีข้อจำกัด ถ้าเขาเป็นคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งนั้น เป็นคนที่มี Mindset ที่ถูกต้องต่อองค์กร และพร้อมที่จะเติบโตพัฒนาไปกับองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมมองที่ผลลัพธ์เป็นหลักเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเพศชาย เพศหญิง หรือเพศที่ 3 ก็ไม่ใช่สาระสำคัญ ถ้าคุณสามารถส่งมอบในสิ่งที่องค์กรต้องการได้ เราพร้อมต้อนรับทุกคน และพร้อมให้ทุกคนเติบโตในองค์กรได้เท่าเทียมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น Performance เป็นตัวนำครับ มากกว่าเพศ วัฒนธรรม ศาสนา หรืออะไรก็แล้วแต่ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ข้อจำกัดในการทำงาน ล่าสุดเรามีการปรับนโยบายวันลาต่าง ๆ เพิ่มขึ้น มีวันลาเพิ่มในเดือนเกิด หรือสามารถลาไปแต่งงานได้ ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะชาย-หญิงเท่านั้น เรากำลังโปรโมทเรื่องความหลากหลายในองค์กรมากขึ้น เปิดกว้างกับทุกคน เจียไต๋เองก็มีสัดส่วนผู้บริหารผู้หญิงมากถึง 31% ซึ่งถือว่าสูงมาก ๆ ในการเป็นผู้นำในองค์กร สิ่งเหล่านี้เป็นตัวชี้วัดให้เห็นว่าผู้หญิงก็มีโอกาสเติบโตในองค์กรของเราเช่นกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15219" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-6-1.jpg" alt="“HR วันนี้ต้องช่วยธุรกิจให้เติบโต” คุยกับ ประวินทร์ คุโรวาท จาก เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย" width="600" height="370" title="“HR วันนี้ต้องช่วยธุรกิจให้เติบโต” คุยกับ ประวินทร์ คุโรวาท จาก เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย 810"></p>
<h2>หากมองในภาพรวม อะไรคือความท้าทายของ HR ต่อจากนี้ ?</h2>
<p><b>ประวินทร์: </b><span style="font-weight: 400;">ผมว่าความท้าทายแรกของ HR คือการรักษาพนักงาน (Retain) คนดี คนเก่ง ให้อยู่กับเราไปอีกนาน ๆ แน่นอนว่าจากสภาพโควิดทำให้เกิดผลพวงหลาย ๆ ด้านในชีวิตของเรา แล้วก็มีผลกระทบหลาย ๆ อย่างต่อตลาดแรงงานทั้งภายในและภายนอก หน้าที่ของ HR คือต้องสร้างสมดุลระหว่างแรงงานภายในที่อยู่ให้ดี ทำยังไงให้คนอยากอยู่กับองค์กร รักและผูกพันกับองค์กร เพื่อทำงานและเติบโตไปพร้อมกับองค์กร เพราะตอนนี้ตลาดแรงงานเปิดแล้ว คนมีโอกาสเปลี่ยนงานเสมอ คนเก่ง ๆ มีโอกาสถูกดึงตัว นี่จึงเป็นสิ่งที่ HR ต้องดูแลคนภายในให้ดี เหมือนที่เจียไต๋ใส่ใจเรื่อง Heart &amp; Mind, Happy Workplace สิ่งเหล่านี้ก็คือความพยายามในการรักษาคนของเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน เราจะดึงดูด Talent ภายนอกเข้ามาได้อย่างไร เราก็ต้องปรับเปลี่ยนนโยบายบางอย่างตามที่กล่าวไว้ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการทำงาน สวัสดิการต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับยุคสมัยครับ สิ่งเหล่านี้คือที่ HR ต้องสร้างความสมดุล ทั้งดูแลคนในและดึงดูดคนนอกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่เจียไต๋ส่งประกวดรางวัลของ HR Asia ก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ต้องการทำให้คนภายนอกรู้จักเจียไต๋ในอีกมุมหนึ่ง เพราะคนอื่นจะมองเราเป็นองค์กรที่เก่า (หัวเราะ) การได้รับรางวัล Best Companies to Work for ในปีที่ผ่าน ก็การเปิดตัวให้คนอื่นรู้ว่า เรามีความทันสมัย เราเก่าแต่ไม่แก่เลย เพราะเรามีออฟฟิศน่าอยู่ มีกลุ่มคนทำงานที่เป็นคนรุ่นใหม่ เราเองก็ต้องการสื่อสารกับโลกภายนอกให้มากขึ้น ทำให้คนที่ทำงานอยู่กับเรามีความภาคภูมิใจ แล้วก็ดึงดูดพนักงานคนเก่งจากข้างนอกเข้ามาในองค์กร</span></p>
<h2>คุณคิดว่าทำไม HR ถึงสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้</h2>
<p><b>ประวินทร์: </b><span style="font-weight: 400;">HR เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดวัฒนธรรมขององค์กร ซึ่งผมมองว่า ไม่ใช่เฉพาะผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น ทุกคนจะต้องสามารถเข้าถึง HR ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอดีต HR มักถูกมองเป็นผู้เก็บความลับ เข้าถึงยาก แต่บทบาทของ HR ในทุกวันนี้เปลี่ยนไป HR ต้องโปร่งใส (Transparent) ต้องตอบได้ว่าอะไรใช่-ไม่ใช่ มีเหตุผลในการอธิบาย ไม่ใช่ว่าทุกอย่างคือความลับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่สอง HR มีบทบาทสำคัญมากในการสร้างและพัฒนาคนเพื่อให้สามารถแข่งขันและสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจขององค์กร รวมถึงการเสนอจัดวางคนให้เหมาะกับความต้องการขององค์กรและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่อาจเปลี่ยนไป รวมถึงการสร้าง Talent Pool ที่แข็งแกร่ง เพื่อให้การสืบทอดตำแหน่งสำคัญต่าง ๆขององค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้เป็นการคิดเชิงกลยุทธ์ในการบริหารทรัพยากรบุคคลของเจียไต๋ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15221" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-8.jpg" alt="ฟ“HR วันนี้ต้องช่วยธุรกิจให้เติบโต” คุยกับ ประวินทร์ คุโรวาท จาก เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย" width="600" height="370" title="“HR วันนี้ต้องช่วยธุรกิจให้เติบโต” คุยกับ ประวินทร์ คุโรวาท จาก เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย 811"></span></p>
<h2>คุณคิดว่าเจียไต๋แตกต่างจากองค์กรอื่นอย่างไร</h2>
<p><b>ประวินทร์: </b><span style="font-weight: 400;">วันนี้ แม้เจียไต๋จะเป็นองค์กรที่อยู่มานานกว่า 100 ปีแล้ว แต่เราก็เป็นองค์กรที่ทันสมัย มีระบบ IT แบบ World-class มีคนรุ่นใหม่อยู่เป็นจำนวนมาก อายุเฉลี่ย 30 ต้น ๆ เองนะครับ มีวัฒนธรรมการทำงานที่ดี ที่เจียไต๋ แม้ว่าเราจะวัดกันที่ผลงาน (Performance &#8211; Based) แต่เราก็มี Empathy หรือมีความเอื้ออาทรต่อกันที่สูงมากในองค์กร ผมคิดว่านี่เป็นจุดที่เจียไต๋ไม่เหมือนกับที่อื่น และด้วยสิ่งเหล่านี้ทำให้ ‘คน’ ของเราสามารถสร้างความได้เปรียบให้กับองค์กร เพื่อบรรลุเป้าหมายในการเป็นผู้นำนวัตกรรมการเกษตรเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนต่อไปครับ</span></p>
<h2><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="“HR วันนี้ต้องช่วยธุรกิจให้เติบโต” คุยกับ ประวินทร์ คุโรวาท จาก เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย 812" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></h2>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“มี HR ดี ก็เหมือนมีเพื่อนคู่คิด” คุยกับ People Partner จาก Marsh PB</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/230508-marshpb-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 May 2023 08:39:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Marsh PB]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/230508-marshpb-interview/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT Marsh PB มองว่าสถานการณ์โควิด-19 เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ไม่ว่าจะอย่างไร องค์กรก็ต้องหาทางช่วยเหลือพนักงานเท่าที่ทำได้ โดยหัวข้อที่พวกเขาให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษก็คือเรื่องปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งต่อยอดมาจากโปรแกรมช่วยเหลือพน้กงาน (EAP) ที่ถูกใช้มาก่อนแล้ว Marsh PB มองว่าโลกกำลังเปลี่ยนไปหลังเกิดโควิด-19 ดังนั้นการเพิ่มทักษะให้พนักงานแบบรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ องค์กรแห่งนี้จึงมีทั้งสื่อการเรียนรู้แบบวิชาการ และกิจกรรมสนุก ๆ ให้พนักงานเลือกเข้าร่วมได้ตามต้องการ Marsh PB ให้ความสำคัญกับเรื่อง Generation Gap มาก โดยสนับสนุนเรื่องการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างคนต่างวัยเพื่อช่วยกระชับความสัมพันธ์และช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมีมุมมองที่ใกล้เคียงกันกว่าเดิม Marsh PB สนับสนุนเรื่องความหลากหลายทุกประเภท จึงมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ ตลอดจนจัดเสวนา Panel Discussion ให้ทุกคนสามารถแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้อย่างสบายใจ เพื่อร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุด คุณ Chin Chin Yang มองว่า HR มีส่วนร่วมกับการเติบโตขององค์กรมาก เพราะเป็นดั่งเพื่อนคู่คิดที่คอยร่วมตัดสินใจในประเด็นสำคัญ และเป็นดั่งตัวกลางที่คอยกระชับทุกฝ่ายให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขที่สุด เป็นธรรมดาที่เราจะตื่นตระหนกเมื่อต้องเจอกับสถานการณ์ที่ไม่เคยรู้จัก และการเกิดขึ้นของโควิด-19 ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เพราะตั้งแต่โรคระบาดนี้เกิดขึ้น ธุรกิจทั่วโลกก็ต้องปรับตัวกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้องค์กรต้องกลับมาใส่ใจแง่มุมทุกอย่างอีกครั้ง ทั้งด้านกระบวนการทำงาน, กลยุทธ์, ระบบที่ใช้ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีหรือกลไกต่าง ๆ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li>Marsh PB มองว่าสถานการณ์โควิด-19 เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ไม่ว่าจะอย่างไร องค์กรก็ต้องหาทางช่วยเหลือพนักงานเท่าที่ทำได้ โดยหัวข้อที่พวกเขาให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษก็คือเรื่องปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งต่อยอดมาจากโปรแกรมช่วยเหลือพน้กงาน (EAP) ที่ถูกใช้มาก่อนแล้ว</li>
<li>Marsh PB มองว่าโลกกำลังเปลี่ยนไปหลังเกิดโควิด-19 ดังนั้นการเพิ่มทักษะให้พนักงานแบบรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ องค์กรแห่งนี้จึงมีทั้งสื่อการเรียนรู้แบบวิชาการ และกิจกรรมสนุก ๆ ให้พนักงานเลือกเข้าร่วมได้ตามต้องการ</li>
<li>Marsh PB ให้ความสำคัญกับเรื่อง Generation Gap มาก โดยสนับสนุนเรื่องการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างคนต่างวัยเพื่อช่วยกระชับความสัมพันธ์และช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมีมุมมองที่ใกล้เคียงกันกว่าเดิม</li>
<li>Marsh PB สนับสนุนเรื่องความหลากหลายทุกประเภท จึงมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ ตลอดจนจัดเสวนา Panel Discussion ให้ทุกคนสามารถแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้อย่างสบายใจ เพื่อร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุด</li>
<li>คุณ Chin Chin Yang มองว่า HR มีส่วนร่วมกับการเติบโตขององค์กรมาก เพราะเป็นดั่งเพื่อนคู่คิดที่คอยร่วมตัดสินใจในประเด็นสำคัญ และเป็นดั่งตัวกลางที่คอยกระชับทุกฝ่ายให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขที่สุด</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-15192 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-4-2.jpg" alt="HREX Cover 4 2" width="600" height="370" title="“มี HR ดี ก็เหมือนมีเพื่อนคู่คิด” คุยกับ People Partner จาก Marsh PB 817"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นธรรมดาที่เราจะตื่นตระหนกเมื่อต้องเจอกับสถานการณ์ที่ไม่เคยรู้จัก และการเกิดขึ้นของโควิด-19 ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เพราะตั้งแต่โรคระบาดนี้เกิดขึ้น ธุรกิจทั่วโลกก็ต้องปรับตัวกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้องค์กรต้องกลับมาใส่ใจแง่มุมทุกอย่างอีกครั้ง ทั้งด้านกระบวนการทำงาน, กลยุทธ์, ระบบที่ใช้ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีหรือกลไกต่าง ๆ มาประยุกต์ให้เข้ากับสถานการณ์ ควบคู่ไปกับการตอบสนองค่านิยม (Value) และทัศนคติ (Mindset) อีกมากมายที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา การอยู่รอดให้ได้ในปัจจุบันจึงต้องอาศัยการเตรียมตัวและทักษะที่ถูกต้องกว่าที่เคย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโอกาสนี้ <a href="https://th.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HREX.asia</a> ขอพาทุกคนไปพูดคุยกับคุณ </span><b>Chin Chin Yang</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็น People Partner จาก </span><b>Marsh PB Co., LTD</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันชีวิตและประกันวินาศภัยระดับสากล เพื่อหาคำตอบร่วมกันว่าโควิด-19 ส่งผลต่อการทำงานอย่างไร และทำไมพวกเขาถึงเหมาะสมกับตำแหน่ง  <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener">HR Asia Best Companies To Work For In Asia ประจำปี 2022</a> </span><b> </b><span style="font-weight: 400;">ประจำปีที่ผ่านมา</span></p>
<h2>สถานการณ์โควิด-19 ได้สร้างความยากลำบากไปทั่วโลก อยากรู้ว่าที่ Marsh PB เกิดอะไรขึ้นบ้าง ?</h2>
<p><b>Chin Chin Yang : </b><span style="font-weight: 400;">ขอบคุณสำหรับคำถามนะคะ ต้องยอมรับว่าโควิด-19 เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดเดาได้จริง ๆ และด้วยความที่มันเป็นโรคที่ไม่มีใครรู้จัก ในช่วงแรกเราก็เลยไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับมันอย่างไร สิ่งที่เราทำได้ก็คือการดูแลพนักงานให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเราถือว่าบุคลากรทุกคนเป็นสิ่งที่มีค่า เป็นคนที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรของเรา อะไรที่ทำได้เราก็ยินดีทำแน่นอนค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากจำกันได้ เหตุการณ์สำคัญในช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนักก็คือเรื่องของการล็อคดาวน์ ที่รัฐบาลขอความร่วมมือให้คนอาศัยอยู่แต่ในบ้านเป็นหลักเนอะ ช่วงนั้นเราก็ต้องเพิ่มระดับการดูแลพนักงานขึ้นไปอีกเหมือนกัน เพราะเหมือนจู่ ๆ ชีวิตของเราก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือแบบไม่ทันตั้งตัว จะไปเดินเล่นนอกบ้านก็ไม่ได้ จะไปกินข้าวนอกบ้านก็ไม่ได้ ตรงจุดเรานี้เชื่อว่าทุกคนต้องใช้เวลาปรับตัวอย่างหนักไม่แพ้กันค่ะ แต่ในฐานะขององค์กร ไม่ว่าจะเจออะไรก็ต้องหาแนวทางมาสนับสนุนพนักงานให้ได้ เพราะเอาเข้าจริงโควิด-19 ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับพนักงาน แต่ยังกระจายไปถึงครอบครัวได้ด้วยค่ะ ซึ่งหากสมาชิกในครอบครัวติดโควิด ทางเราก็ไม่มีปัญหาหากพนักงานจะขอลาหยุดเพื่อไปดูแลคนที่เขารัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเราจึงมีนโยบายในการสื่อสารกับพนักงานเสมอ เพื่อเช็คว่าทุกคนยังแข็งแรงดีไหม มีอาหารกินหรือเปล่า ยิ่งพนักงานที่มีครอบครัวก็อาจเจอความเครียดเมื่อต้องแบ่งเวลาระหว่างงานและการดูแลลูก ๆ เราจึงให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพจิต (Mental Wellness) มาก พนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงนักจิตวิทยาที่องค์กรจัดเตรียมไว้ให้ได้เลย เรียกได้ว่า Marsh PB ตั้งใจดูแลพนักงานทั้งด้านร่างกายและจิตใจค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-15193 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-3.png" alt="HREX Cover 3" width="600" height="370" data-wp-editing="1" title="“มี HR ดี ก็เหมือนมีเพื่อนคู่คิด” คุยกับ People Partner จาก Marsh PB 818"></p>
<h2>ประเด็นเรื่องสุขภาพจิตดูน่าสนใจมากครับ Marsh PB ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มานานแล้ว หรือเพิ่งมาให้ความสำคัญในช่วงที่เกิดโควิด-19 ?</h2>
<p><b>Chin Chin Yang :</b><span style="font-weight: 400;"> ก่อนหน้านี้เรามีโปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน (Employee Assistance Program &#8211; EAP) อยู่แล้วค่ะ พนักงานสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือที่จำเป็นได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลย ดังนั้นก็ถือว่าเป็นสวัสดิการที่เรามีอยู่ก่อนแล้ว คือต้องอธิบายว่าเรื่องของโควิดเนี่ยถือเป็นเรื่องใหม่ สวัสดิการที่เกิดขึ้นในช่วงโควิดก็ต้องต่างจากช่วงก่อนเกิดโรคระบาดขึ้นอยู่แล้ว บางอย่างที่เคยทำได้ก็ทำไม่ได้เมื่อสถานการณ์โลกเปลี่ยนไป อะไรแบบนี้ การช่วยเหลือพนักงานจึงเกิดจากแนวคิดในภาพรวมว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น องค์กรจะพอช่วยเหลือพนักงานได้ในแง่มุมไหนบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เรามีเพิ่มเติมคือโครงการที่เรียกว่า FINA (</span><span style="font-weight: 400;">Friend In Need Aider) </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็นโครงการที่เราคอยดูแลและเข้าหาพนักงานเพื่อสอบถามชีวิตความเป็นอยู่เป็นระยะ ซึ่งข้อแตกต่างจาก EAP คือโปรแกรมช่วยเหลือพนักงานแบบเดิม พนักจะต้องเป็นฝ่ายที่เริ่มเข้าหาหน่วยงานก่อน แต่รูปแบบใหม่ที่เราสร้างขึ้นนั้น หากผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าพนักงานมีจุดที่น่ากังวล ก็จะเป็นฝ่ายเข้าหาพนักงานก่อนทันที วิธีนี้จะช่วยให้ดูแลกันได้อย่างสมบูรณ์กว่าเดิมค่ะ</span></p>
<h2>ดูเหมือนว่า Marsh PB จริงจังกับการ ดูแลพนักงานมาก ในที่นี้มีการนำระบบ Hybrid Workplace มาใช้ด้วยหรือเปล่า</h2>
<p><b>Chin Chin Yang : </b><span style="font-weight: 400;">แน่นอนค่ะ เรามีโครงการที่ชื่อว่า Flex @Marsh ที่จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานได้ออกแบบวิธีการทำงานของตนเองตามความเหมาะสม เพื่อให้ทำงานอย่างมีความสุข และแน่ใจว่าสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พนักงานสามารถตัดสินใจได้เลยว่าอยากทำงานที่บ้าน ที่ออฟฟิศ คาเฟ่ หรือร้านอาหารก็ได้ทั้งนั้น เอาจริงเราไม่ได้กำหนดวันเข้างานและเวลาทำงานด้วยซ้ำค่ะ สามารถวางแผนกับหัวหน้าทีมได้เลย เป็นความตกลงร่วมกัน (Mutual Agreement) เราแค่มองผลลัพธ์เป็นหลักเพราะ Marsh PB เชื่อว่าความยืดหยุ่น (Flexibility) คือรากฐานสำคัญของความเป็นไปได้อีกมากมาย สิ่งเดียวที่เราขอก็คือการอัพเดทข้อมูลเป็นระยะ ทุกคนจะได้รู้ว่าขั้นตอนต่าง ๆ อยู่ที่จุดไหนแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญแม้สถานการณ์โควิด-19 จะดีขึ้นมาก แต่เราก็เพิ่งยืนยันกับพนักงานไปว่าโครงการ Flex @Marsh จะยังอยู่ต่อไป แต่แน่นอนว่าเราก็อยากให้พนักงานมีส่วนร่วม (Engagement) ระหว่างการมากขึ้น เพราะเป็นสิ่งที่ดีและไม่ได้ทำยากเหมือนตอนที่เกิดโรคระบาด เราเลยกำหนดให้แต่ละทีมเลือกวันเข้าออฟฟิศตามใจสัปดาห์ละครั้ง ให้ทุกคนได้เข้ามาประชุมหรือเจอหน้ากันแบบตัวต่อตัว เราเน้นเรื่องนี้เพราะคิดว่าช่วงโควิด-19 ผู้คนสื่อสารกันน้อยมาก  เราต้องช่วยกระตุ้นให้ทุกฝ่ายคุยกันได้อย่างสบายใจอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสาเหตุหนึ่งก็คือแม้สถานการณ์โควิด-19 จะรุนแรงแค่ไหน แต่ Marsh PB ก็ยังไม่หยุดหาพนักงานใหม่ (หัวเราะ) แต่เชื่อไหมว่าบางคนยังไม่เคยเจอหน้าทีมแบบตัวเป็น ๆ หรือเห็นออฟฟิศของบริษัทเลยสักครั้ง มันเลยสำคัญมากที่จะทำให้พวกเขารู้สึกถึงความเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร (Sense of Belonging) การเจอกันยังช่วยให้ปรับตัวเข้าหาวัฒนธรรมของเราได้ง่ายขึ้น เรียกว่า Marsh PB ได้พยายามเอาความต้องการของทุกฝ่ายมาบูรณาการให้กลายเป็นระบบใหม่ที่เหมาะสมกับทุกคนค่ะ</span></p>
<h2>แล้วในช่วงที่ โควิด-19 ระบาด Marsh PB มีวิธีพัฒนาทักษะของพนักงานอย่างไรอีกบ้าง ?</h2>
<p><b>Chin Chin Yang :</b><span style="font-weight: 400;"> เรามีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของเราอยู่แล้วค่ะ และเราก็ไม่ได้บังคับว่าต้องเรียนเรื่องอะไรเป็นพิเศษนะ ทุกคนสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่สนใจได้เลย (Personalized) นอกเหนือจากว่าเป็นหลักสูตรที่เรากำหนดไว้จริง ๆ เช่นเรื่องของการพัฒนาทางอาชีพ (Career Progression) เพราะปรัชญาที่สำคัญอย่างหนึ่งของเราคือการเลื่อนขั้นจากคนใน (Promote from Within) หากเป็นกรณีนี้ เราก็จะเข้ามาช่วยเหลือเพื่อวางแผนการเรียนรู้ให้พนักงานคนดังกล่าวเติบโตอย่างถูกต้อง สามารถก้าวไปสู่จุดที่ตั้งเป้าเอาไว้ได้อย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-15194 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-5.jpg" alt="HREX Cover 5" width="600" height="370" title="“มี HR ดี ก็เหมือนมีเพื่อนคู่คิด” คุยกับ People Partner จาก Marsh PB 819"></p>
<h2>คำถามนี้จะไม่ถามก็ไม่ได้ครับ เพราะ Marsh PB ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับประกันภัยโดยตรง เราอยากรู้ว่าสถานการณ์ของบริษัทในช่วงโควิด-19 เป็นอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><b>Chin Chin Yang : </b><span style="font-weight: 400;">เอาเข้าจริงเราก็เจอปัญหาไม่ต่างจากทุกคนนะ เพราะระบบนิเวศ (Ecosystem) ทางธุรกิจมีการชะลอตัวไปทั่วโลกเลย องค์กรต่าง ๆ ก็เลยระมัดระวังในการใช้จ่ายมากเป็นพิเศษ เรียกว่าสถานการณ์ของเราก็สอดคล้องไปกับสภาพเศรษฐกิจในขณะนั้นค่ะ</span></p>
<h2>คิดว่าองค์กรของคุณในช่วงก่อนและหลังโควิดมีความแตกต่างกันอย่างไร ?</h2>
<p><b>Chin Chin Yang : </b><span style="font-weight: 400;">ฉันคิดว่ามุมมองและทัศนคติของคนเปลี่ยนไปนะ ในแง่บริษัท ไม่ว่าสถานการณ์โลกจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ยังต้องทำงานต่อไปเหมือนเดิม แต่ในช่วงนั้น Marsh PB ก็ย้ำกับพนักงานเสมอว่าทุกคนควรหาอะไรทำเพิ่มเติมด้วยนะ จะได้มีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราได้จัดกิจกรรมเพิ่มทักษะทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นคลาสเรียนทั่วไป หรือแม้แต่คลาสสอนศิลปะการต่อสู้อย่างคิกบ๊อกซิ่ง (Kickboxing) เยอะแยะไปหมด วิธีนี้นอกจากจะช่วยแก้เบื่อให้พนักงานที่โดนกักตัวอยู่บ้านแล้ว ยังช่วยลดความเครียดในแต่ละวันได้ด้วยค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทีนี้พอพนักงานได้ลองทำกิจกรรมใหม่ ๆ บางคนก็กลายเป็นแฟนกีฬาชนิดนั้น หรือกลายเป็นผู้ชำนาญ ในหัวข้อที่เขาเลือกเรียนโดยไม่รู้ตัว ทำให้พอสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น เราก็ได้พนักงานที่มีพลังสร้างสรรค์มากกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกด้านหนึ่งคือเมื่อพนักงานต้องอยู่ที่บ้านเป็นเวลานาน เราก็ได้พนักงานที่อยากกลับมาทำงานในออฟฟิศมากขึ้น ได้พนักงานที่มีส่วนร่วมกับองค์กรมากกว่าเดิม พูดง่าย ๆ ว่ามีทั้งเรื่องดีและร้ายจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งหากองค์กรมีรากฐานที่แข็งแรง เราก็จะเปลี่ยนสถานการณ์ที่เลวร้ายให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้เช่นกัน</span></p>
<h2>เราเปลี่ยนไปพูดถึงเรื่องของความแตกต่าง (Diversity) ซึ่งเป็นหัวข้อหลักของงาน HR Asia กันบ้างดีกว่าครับ Marsh DB เป็นองค์กรสากล จึงต้องรับมือกับวัฒนธรรมที่หลากหลาย อย่างคุณเองก็อยู่ที่ประเทศมาเลเซียซึ่งมีความเชื่อทางศาสนาที่ชัดเจนมาก ดังนั้นเราจะออกนโยบายที่เหมาะกับพนักงานโดยไม่ขัดแย้งกับค่านิยมในสังคมและศาสนาได้อย่างไร ?</h2>
<p><b>Chin Chin Yang :</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นคำถามที่ดีนะ อย่างเรื่องของ LGBTQ+ ที่เกิดข้อถกเถียงระหว่างคนที่ยึดถือแนวทางของศาสนากับคนที่ยึดถือในสิทธิส่วนบุคคล เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ดังนั้นการให้ความรู้จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมาเลเซียเอง ตั้งแต่ประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา ก็มีการรณรงค์ให้องค์กรทั่วประเทศสนับสนุนเรื่องความแตกต่างและความเท่าเทียม (Equity) มากขึ้น สิ่งที่เรารู้จากสถานการณ์นี้ก็คือนโยบายแบบ </span><b>One Size Fit All</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป อย่างสิ่งที่เราควรใช้ในประเทศไทยกับมาเลเซียก็ย่อมแตกต่างกันใช่ไหมคะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ Marsh PB เนี่ย เรามีการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ มีการจัดเสวนาแบบ Panel Discussion เลยด้วย ซึ่งองค์กรก็เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถแสดงความเห็นได้เลย ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับนโยบายด้านความเท่าเทียมในองค์กรก็ตาม เราต้องเอาเหตุผลมาคุยกัน จะได้เจอทางออกที่เหมาะกับทุกคนที่สุดค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเบื้องต้น สิ่งที่เราทำได้อีกก็คือการสร้างสภาพแวดล้อมในองค์กรให้ปลอดภัย (Safety Environment) ทุกคนสามารถแสดงออกตามความเชื่อของตนได้เลย โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดอันตรายหรือถูกตัดสินอย่างไม่เป็นธรรม</span></p>
<h2>แต่จะทำอย่างไรถ้าพนักงานแต่ละคนมีมุมมองต่างกันอย่างสิ้นเชิง ?</h2>
<p><b>Chin Chin Yang :</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างที่บอกไปค่ะว่าการให้ความรู้เป็นเรื่องสำคัญมาก นอกจากนั้นก็คือเรื่องวิธีการสื่อสาร เราต้องทำให้พวกเขาเข้าใจว่าองค์กรไม่ได้มีเจตนาที่จะเปลี่ยนความคิดหรือก้าวก่ายความเชื่อของใคร กลับกัน Marsh PB เพียงแค่นำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดการถกเถียง และทำให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขได้เท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR เองก็ต้องเปิดใจฟังนะ คือถ้าพนักงานรู้สึกสบายใจที่จะเข้าหาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับฝ่ายบุคคลมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งออกแบบนโยบายที่ตรงความต้องการของพนักงานได้มากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในที่นี้พนักงานก็ต้องเข้าใจอีกว่าเราไม่ได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาแบบมืออาชีพในด้านนี้โดยตรงน่ะค่ะ  เอาเป็นว่าจะช่วยให้เต็มที่เพื่อหาทางออกที่ดีขึ้นให้ก็แล้วกัน</span></p>
<h2>นอกเหนือจากเรื่องเพศสภาพแล้ว ความแตกต่างในองค์กรสามารถเกิดได้จากอายุ (Generation Gap) เช่นกัน Marsh PB แก้ไขปัญหานี้อย่างไร ?</h2>
<p><b>Chin Chin Yang :</b><span style="font-weight: 400;"> องค์กรของเรามีพนักงานหลายช่วงวัยมากนะ และเราก็ไม่ทิ้งใครเลย HR จะคอยตรวจเช็คอยู่เสมอว่าความต้องการของคนแต่ละแบบเป็นอย่างไร มีความสุขในการทำงานดีหรือไม่ กลับไปเรื่องเดิมคือนโยบายเดียวไม่สามารถใช้ดูแลทุกคนได้อีกแล้ว แนวคิดสำคัญคือเราต้องไม่ปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งรู้สึกว่าเขาเป็นคนกลุ่มน้อยในองค์กรหรือถูกละเลยโดยเด็ดขาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรารู้ว่ากลุ่ม Gen Z เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในองค์กรจริง ๆ ค่ะ ทาง Marsh PB เลยมีมาตรการมาดูแลเรื่องนี้โดยตรง เรียกว่า Marsh Early Career &amp; Graduate Program ซึ่งจะช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าใจภาพรวมของงานและรู้จักวัฒนธรรมองค์กรมากยิ่งขึ้นภายใต้การดูแลของผู้บริหารและหัวหน้าทีมโดยตรง ซึ่งคนที่ดูแลเรื่องนี้ก็ต้องเข้าใจว่าเด็กที่จบใหม่ยังขาดประสบการณ์ จะเอาความคาดหวังที่เป็นไปไม่ได้ไปโยนใส่ก็ไม่ถูกต้อง เรียกว่าการดูแลแบบใจเขาใจเราจะช่วยให้ทุกคนเติบโตอย่างแข็งแรงขึ้นค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกด้านหนึ่งเรามีนโยบายเรียกว่า Reverse Coaching ด้วย คือเปิดโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่สามารถสอนพนักงานรุ่นเก่าในองค์กรได้เลย แล้วเชื่อไหมว่าเรื่องง่าย ๆ อย่างการสอนให้ผู้ใหญ่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นในโทรศัพท์ก็เป็นประโยชน์ต่อองค์กรได้นะ คือเราอยากให้มันดูเป็นเรื่องง่าย ๆ น่ะค่ะ แต่ละฝ่ายจะได้เรียนรู้จากกันอย่างสบายใจ เรียกง่าย ๆ ว่ามันคือการ Mentoring ที่นำไปสู่ Knowledge Sharing ค่ะ </span></p>
<h2>มาถึงคำถามสุดท้ายแล้วครับ อยากให้ช่วยสรุปว่า “HR สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้อย่างไร” ?</h2>
<p><b>Chin Chin Yang :</b><span style="font-weight: 400;"> HR มีส่วนมาก ๆ ในเรื่องการเติบโตขององค์กรค่ะ เราคือเพื่อนคู่คิดทางธุรกิจ (Business Partner) ที่รู้ว่าองค์กรขาดอะไร และต้องเพิ่มเติมในส่วนใด นอกจากนี้ก็จะช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและองค์กร  ช่วยกระตุ้นโน้มน้าวให้พวกเขาทำตามนโยบายที่วางเอาไว้ คอยดูแลให้ทุกคนรู้สึกอบอุ่นและมีพลังในฐานะคนสำคัญขององค์กร หาก HR ดี องค์กรก็จะเติบโตอย่างดีได้แน่นอนค่ะ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="“มี HR ดี ก็เหมือนมีเพื่อนคู่คิด” คุยกับ People Partner จาก Marsh PB 820" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“HR ต้องรักคนอื่นให้เป็น” สัมภาษณ์ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล </title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/interview-hr-phyathai-paolo-20230502/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 May 2023 07:05:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[พญาไท-เปาโล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/interview-hr-phyathai-paolo-20230502/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT HR อยู่กึ่งกลางระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เราต้องสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการทั้งสองฝ่ายให้ win-win ทั้งคู่ สิ่งสำคัญที่สุดของ HR คือรักคนอื่นให้เป็น ถ้ารักคนอื่นไม่เป็นเราจะทําอาชีพนี้อย่างมีความสุขได้ยาก HR ต้องบริหารความหลากหลายของด้วยความเป็นธรรมและยุติธรรม ถ้าความต้องการขององค์กรตรงกับความต้องการของพนักงาน องค์กรนั้นก็จะประสบความสำเร็จ ไม่ว่ายุคสมัยไหน HR ต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น HR ต้องเรียนรู้เพื่อรับมือกับ Digital Transformation “HR ที่ดีควรรักคนอื่นให้เป็น หากรักคนอื่นไม่เป็น เราว่าทําอาชีพนี้ยาก” นี่คือประโยคที่เราได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ระหว่างการพูดคุยกับคุณ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ เธอคือ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล หญิงแกร่งที่อยู่ในวงการ HR มานานหลายสิบปี HREX.asia ได้พูดคุยกับเธอถึงชีวิต ความคิด และแนวทางการทำงานบนเส้นทางสายทรัพยากรบุคคล เพื่อค้นหาแนวทางการบริหารคนอันยอดเยี่ยมของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ในฐานะผู้ที่ได้รับรางวัล Best Companies to Work for และ Most Caring Companies ประจำปี 2022 จาก HR [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">HR อยู่กึ่งกลางระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เราต้องสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการทั้งสองฝ่ายให้ win-win ทั้งคู่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญที่สุดของ HR คือรักคนอื่นให้เป็น ถ้ารักคนอื่นไม่เป็นเราจะทําอาชีพนี้อย่างมีความสุขได้ยาก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">HR ต้องบริหารความหลากหลายของด้วยความเป็นธรรมและยุติธรรม ถ้าความต้องการขององค์กรตรงกับความต้องการของพนักงาน องค์กรนั้นก็จะประสบความสำเร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่ายุคสมัยไหน HR ต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น HR ต้องเรียนรู้เพื่อรับมือกับ Digital Transformation</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15127 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/313.png" alt="“HR ต้องรักคนอื่นให้เป็น” สัมภาษณ์ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล " width="600" height="370" title="“HR ต้องรักคนอื่นให้เป็น” สัมภาษณ์ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล  826"></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;"><strong class="cyan-highlighter">“HR ที่ดีควรรักคนอื่นให้เป็น หากรักคนอื่นไม่เป็น เราว่าทําอาชีพนี้ยาก”</strong></span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือประโยคที่เราได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ระหว่างการพูดคุยกับคุณ </span><b>สุภาพร บัญชาจารุรัตน์</b><span style="font-weight: 400;"> เธอคือ </span><b>ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล</b><span style="font-weight: 400;"> หญิงแกร่งที่อยู่ในวงการ HR มานานหลายสิบปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://th.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HREX.asia</a> ได้พูดคุยกับเธอถึงชีวิต ความคิด และแนวทางการทำงานบนเส้นทางสายทรัพยากรบุคคล เพื่อค้นหาแนวทางการบริหารคนอันยอดเยี่ยมของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ในฐานะผู้ที่ได้รับรางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener">Best Companies to Work for และ Most Caring Companies</a> ประจำปี 2022 จาก HR Asia</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อะไรคือสิ่งที่ทำให้เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล แตกต่างและมีการบริหารจัดการคนอันยอดเยี่ยม อ่านได้จากสัมภาษณ์ที่กลั่นกลองมาจากประสบการณ์ของเธอกัน</span></p>
<h2>ทราบมาว่าคุณทำงาน HR มาหลากหลายอุตสาหกรรม ก่อนจะมาทำงานในสายธุรกิจสุขภาพที่โรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนอะไรคุณบ้าง ?</h2>
<p><b>สุภาพร: </b><span style="font-weight: 400;">ต้องบอกว่าทำ HR มาตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปีเลยค่ะ เริ่มตั้งแต่ธุรกิจโรงงาน ทำให้เจอกลุ่มคนหลากหลายระดับ เห็นความเหน็ดเหนื่อยของเด็ก ๆ ในไลน์การผลิตมาก่อน ต่อมาก็เป็นธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ต ธุรกิจรีเทล และธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งแต่ละธุรกิจจะมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ฉะนั้น HR ต้องเรียนรู้ความต้องการของพวกเขาก่อน และดูว่านโยบายแบบไหนที่เหมาะสมกับการอยู่ร่วมกันขององค์กรและพนักงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้คือ<strong class="cyan-highlighter"> HR ควรต้องบริหารตนเองให้อยู่กึ่งกลางระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เราต้องสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการทั้งสองฝ่ายให้ win-win ทั้งคู่</strong> ถ้าเราอยู่ฝั่งลูกจ้างมากเกินไป ธุรกิจก็จะไม่เดิน แต่ถ้าอยู่ฝั่งนายจ้างมากเกินไป พนักงานก็จะไม่มีความสุข นั่นคือสิ่งที่ได้เรียนรู้มาตั้งแต่เริ่มทำงานเลยค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้ยอมรับเลยว่าการดูแลคนมันยากขึ้น จากแต่ก่อนที่นายจ้างจะชอบคนขยัน ซื่อสัตย์ จงรักภักดี อยู่นาน ๆ มีความอดทน สั่งอะไรก็ทำ แต่ยุคนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว มันไม่ใช่แค่การเป็นคนดีเพียงอย่างเดียว คนเก่งเริ่มเข้ามามีบทบาท ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่า การบริหารคนเก่งก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่มีความกล้าคิด กล้าพูด กล้าแสดงออกมากขึ้น ซึ่งบางคนมองความกล้าคิดกล้าพูดเป็นความก้าวร้าว ซึ่งจริง ๆ แล้วบางครั้งความกล้าคิด กล้าพูด กับความก้าวร้าวมันก็อยู่ใกล้กันนิดเดียว ดังนั้นถ้าเราไม่ได้บาลานซ์สิ่งนั้น เด็กเก่งจะกลายเป็นเด็กก้าวร้าวในสายตาของคนที่ไม่เข้าใจ เราต้องสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของการทำงานร่วมกันกับผู้อื่นให้อยู่ในความพอเหมาะพอดี หลังจากนั้นเราก็ทำงานเปลี่ยนธุรกิจ จนล่าสุดก็มาอยู่ธุรกิจโรงพยาบาลเป็นปีที่ 16 แล้วค่ะ</span></p>
<h2>ทำงานมาหลายปี เห็นการเปลี่ยนแปลงในวงการ HR อย่างไรบ้าง ?​</h2>
<p><b>สุภาพร: </b><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามามีบทบาท รวมไปถึงเจนเนอเรชั่นคนก็เปลี่ยนไป พอมีคนใหม่ ๆ เข้ามาก็เกิดความหลากหลาย ซึ่งเราต้องบริหารความหลากหลายไม่ให้มีความหลากหลาย สร้างวัฒนธรรมที่ผสมความหลากหลายนั้นเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่บอก สมัยก่อนเรายึดระบบอาวุโส (Seniority) ซีเนียร์ต้องโตกว่า แต่สมัยนี้เปลี่ยนไปแล้ว เด็กก็โตได้ เพราะระบบอาวุโสไม่ได้ทำให้องค์กรอยู่รอด ได้แค่เรื่องจงรักภักดี แต่ไม่ได้ขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้า ขณะที่เด็กหัวสมัยใหม่จะช่วยขับเคลื่อนองค์กร เพราะเขากล้าคิด กล้าทำ กล้าพูด อยู่ที่ว่าองค์กรจะบาลานซ์สิ่งเหล่านี้ยังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15104" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-3-1.jpg" alt="HREX Cover 3 1" width="600" height="370" title="“HR ต้องรักคนอื่นให้เป็น” สัมภาษณ์ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล  827"></span></p>
<h2>ประเด็นคนเก่งและคนดี คุณมีวิธีการสังเกตคนเหล่านี้อย่างไร ?</h2>
<p><b>สุภาพร: </b><span style="font-weight: 400;">เวลาเรารับสมัครคน สิ่งที่เรามองเห็นคือความเก่ง คือคุณเคยทำงานอะไรมา ทำหน้าที่อะไรมา หรือตอนเรียนได้เกรดอะไร เราประเมินจากข้อมูลและบทสนทนาที่ดี ฉะนั้นมันเป็นการประเมินความรู้ความสามารถ ความเก่งว่าเขาสามารถปฏิบัติงานได้ แต่สิ่งที่เรามองไม่เห็นคือความดี นั่นหมายถึงพฤติกรรมที่เขาจะให้ใช้ในการปฏิบัติงานหรือการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเปรียบคนเป็นต้นไม้ ดอกผลของคุณคือความเก่งที่ให้คนอื่นได้เห็นหรือเก็บไว้กินได้ แต่รากคือคุณลักษณะส่วนตัว เช่นพฤติกรรม นิสัยส่วนตัวที่เราจะมองเห็นได้ยากกว่าแต่ละคนมีรากเป็นอย่างไร แตกแขนงในรูปแบบใดมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นเราต้องใช้เวลา คนดีอาจต้องใช้เวลาในการมองเห็นถึงความห่วงใย เอื้ออาทร ช่วยเหลือเกื้อกูลคนอื่น จิตใจดี รับฟังคนอื่น มีความตระหนักถึงทุกข์ ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ทั้งหมดนี้จะเห็นได้จากเวลาที่เรามีความสัมพันธ์ด้วยการอยู่รวมกัน ต้องศึกษากันไปเรื่อย ๆ</span></p>
<h2>จากประสบการณ์ที่ทำงานมาหลากหลายธุรกิจ อยากทราบว่าอะไรคือจุดร่วมของการทำงาน HR ที่ทุก ๆ ธุรกิจต้องมีเหมือนกัน ?</h2>
<p><b>สุภาพร:</b><span style="font-weight: 400;"> <strong class="cyan-highlighter">การบริหารงาน HR สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีรักคนอื่นให้เป็น </strong>อย่ารักแต่ตัวเอง ซึ่งเราเข้าใจว่าโดยธรรมชาติของมนุษย์นั้นไม่สามารถรักคนอื่นมากกว่าตัวเองหรอก แต่ถ้าคุณไม่เผื่อใจรักคนอื่นเลย คุณจะทำอาชีพนี้ได้อย่างไม่มีความสุข</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บอกเลยว่าอาชีพ HR ทำยากนะ ไม่ใช่แค่ทำตามหน้าที่แค่ไหนแค่นั้น เพราะเราจะไม่รู้เลยว่าเราทำได้ใจพนักงานหรือเปล่า ยอมรับว่าที่ผ่านมาตัวเองก็ไม่ได้ทำถูกต้องทั้งหมด เราก็มีความผิดพลาด แต่นั่นคือ Learning Growth ค่ะ ทำผิดแล้วแก้ไข เพราะคนที่บอกว่าตัวเองไม่ผิดเลย ประเมินตัวเองว่าถูกตลอดเวลา Learning Growth ก็จะไม่เกิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Learning Growth ของเรามาจากการเรียนรู้ และมาจากพนักงานที่สร้างประสบการณ์ดี ๆ ให้เราได้ศึกษาและนำมาพัฒนาการบริหารคน ทุกวันนี้ต้องขอบคุณพวกเขาทั้งหมด ถ้าไม่มีเขา เราจะมาไม่ถึงวันนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเจอคนที่หลากหลายหรือพนักงานหลากหลายระดับ ทำให้เราเกิดการเรียนรู้นะ เราจึงไม่ใช่ HR ที่อยู่กับที่ หรือนั่งประชุมอย่างเดียว สมัยก่อนเราเดินไปตามแผนกแล้วพยายามทำความเข้าใจว่าใน 1 วันพนักงานทำอะไร เช่น เราอยากรู้ว่าทำไมตำแหน่งแคชเชียร์ถึงลาออกบ่อยจัง ตอนนั้นก็พาตัวเองไปเป็นแคชเชียร์เอง ไปขอยืนทำงานตรงนั้นบ้าง แล้วเราก็พบว่ามันปวดขามาก และรู้ว่าจะเริ่มปวดที่ชั่วโมงที่เท่าไหร่ หรือรู้ว่าการใส่ถุงมันสนุก ไม่น่าเบื่อ (หัวเราะ) ทำงานสัก 1 อาทิตย์ก็จะเริ่มชิน เราก็เลยนำความรู้สึกนั้นมาสร้างเป็นโมเดลสำหรับการรับสมัครงานพนักงานแคชเชียร์ ลองมาทำงานสักอาทิตย์ดูก่อนไหมว่ารู้สึกอย่างไร ถ้าทำไม่ไหวก็เลิกกัน ถ้าทำได้ สนุก ก็ย้อนหลังรับเป็นการทำงาน Full-Time</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นโมเดล HR ต่าง ๆ จึงเกิดจากการเรียนรู้ และออกแบบจากความเข้าใจคนทำงานนั่นแหละ สำคัญที่สุด</span></p>
<h2>เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโลอยู่คู่กับคนไทยมา 40 ปี มีทั้งหมด 11 แห่ง แบ่งออกเป็นพญาไท 5 แห่ง และเปาโล 6 แห่ง คุณมีวิธีการสร้างมาตรฐานเดียวกันในการบริหารคนทั้ง 11 แห่งนี้อย่างไร ?​</h2>
<p><b>สุภาพร:</b><span style="font-weight: 400;"> เราเป็นโรงพยาบาลที่มีการควบรวมมาเรื่อย ๆ บางแห่ง Take Over มา บางแห่งเราเข้าไปถือหุ้นอย่างเดียว เราก็พยายามใช้นโยบายเดียวกันนะคะ แต่ว่าเวลาบริหารคน เราก็ต้องยึดบริบทคนในแต่ละแห่งด้วย เอาง่าย ๆ แค่คนทำงานที่พญาไทกับคนทำงานที่เปาโลยังแตกต่างกันเลย เราก็พยายามสร้างโมเดลที่ให้พนักงานทุกคนทั้ง 11 โรงพยาบาลได้พบปะกันมีกิจกรรมร่วมกันที่หล่อหลอมให้พวกเขามีเป้าหมายเดียวกัน ด้วยการใช้วัฒนธรรมองค์กรเป็นตัวขับแคลื่อน ซึ่งวัฒนธรรมองค์กรของเราก็คือ <strong class="cyan-highlighter">“WE before me ส่วนรวมต้องมาก่อนส่วนตัว”</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างง่าย ๆ ตอนที่ 11 โรงพยาบาลขาดอัตรากำลังพยาบาล ทีมหัวหน้าพยาบาลของเราก็สามารถจัดพยาบาลช่วยเหลือกันได้เป็นอย่างดี เพราะทุกคนรู้จักและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ตอนนี้เราอยู่ในจุดที่พวกเขาโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือกันเองแล้วค่ะ</span></p>
<h2>เคยได้ยินมาว่าบุคลากรทางการแพทย์เป็นอาชีพที่เหนื่อยมาก ๆ HR ต้องสนับสนุนอะไรเป็นพิเศษที่มากกว่าตำแหน่งงานอื่น ๆ ไหม ?</h2>
<p><b>สุภาพร: </b><span style="font-weight: 400;">การบอกว่า HR ให้ความพิเศษกับใครมากกว่าใครจะเป็นการ Motivate กลุ่มหนึ่ง และ Demotivate คนอีกกลุ่มหนึ่ง ดังนั้น HR ต้องบาลานซ์สิ่งเหล่านี้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะทุกคนคือคนสำคัญในองค์กรค่ะ ท้ายที่สุดแล้วธุรกิจจะเดินต่อไปได้ ไม่ใช่เฉพาะตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ทุกตำแหน่งต้องซัพพอร์ตกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างหมอ-พยาบาลต้องดูแลคนไข้ แต่ถ้าเกิดน้ำรั่วในห้องแล้ววิศวะไม่ไปจัดการ มันก็ไม่ได้ใช่ไหม ?​ ฉะนั้นทุกตำแหน่งต้องเอื้อกันหมด เราจึงพยายามหล่อหลอมว่า ทุกคนต้องช่วยเหลือกัน และเห็นใจซึ่งกันและกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันเรื่องค่าตอบแทนกับความเหนื่อย เราจ่ายให้ตามวิชาชีพตามลักษณะงานที่ทำอยู่แล้ว แต่เราก็ซัพพอร์ตเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15105" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-4-1.jpg" alt="HREX Cover 4 1" width="600" height="370" title="“HR ต้องรักคนอื่นให้เป็น” สัมภาษณ์ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล  828"></span></p>
<h2>COVID-19 เป็นวิกฤตที่ทุกองค์กรประสบร่วมกัน แต่สำหรับธุรกิจโรงพยาบาลนับเป็นธุรกิจที่เผชิญหน้ากับ COVID-19 โดยตรง ช่วงเวลานั้นคุณเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง ?</h2>
<p><b>สุภาพร:</b><span style="font-weight: 400;"> โอ้โห วุ่นวายมาก เราเผชิญหน้าตั้งแต่ความไม่เข้าใจของบุคลากร เนื่องจากเป็นโรคระบาดใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก เขากลัวการติดเชื้อ ไม่อยากทำงาน เราก็ต้องปรับ Mindset ใหม่หมดเลย สร้างขวัญกำลังใจให้พวกเขา เพราะนี่เป็นอาชีพที่คนอื่นทำแทนไม่ได้ ดังนั้นช่วงเวลานี้ประชาชนทุกคนต้องพึ่งพาคุณ คุณต้องภูมิใจในวิชาชีพของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วเราก็ต้องดูแลว่าเขามีความวิตกกังวลอะไรหรือเปล่า มีปัญหาในการทำงานหรือไม่ เช่น ช่วงแรก ๆ มีปัญหาเรื่องการถอดชุด PPE ผิดวิธี ทำให้บุคลากรติดเชื้อด้วย หัวหน้างานก็ช่วยดูแลจัดสอนเรื่องนี้ให้ หรือตอนนั้นใครติดเชื้อยังต้องกักตัว 14 วัน เราก็ดูแลเพื่อไม่ให้ไปแพร่เชื้อให้กับคนในครอบครัว ระหว่างนั้นเราก็ดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ ให้ความสะดวกในการใช้ชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าสถานการณ์นี้ทำให้เราเกิดความสัมพันธ์ที่ดีข้ามระหว่างโรงพยาบาลด้วยนะ เนื่องจากเราไม่สามารถให้ทุกโรงพยาบาลรับผู้ป่วยโควิดได้ทั้งหมด เพราะคนไข้ปกติหรือคนไข้วิกฤตอื่น ๆ ก็ต้องใช้โรงพยาบาลเช่นเดียวกัน ทำให้เกิดการทำงานร่วมกัน เช่น การส่งพยาบาลช่วยงานข้ามโรงพยาบาล แล้วเป็นสถานการณ์ที่เปลี่ยนคาแรคเตอร์ของเราไปเลย เป็นคาแรคเตอร์ที่ทุกคนพร้อมช่วยเหลือซึ่งกันและกันจนถึงทุกวันนี้</span></p>
<h2>ปี 2022 เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโลได้รับรางวัล Best Companies to Work for และ Most Caring Companies รางวัลนี้บ่งบอกอะไรคุณบ้าง ?</h2>
<p><b>สุภาพร: </b><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ เวลาเราได้รับรางวัล มันไม่ได้มาจากระบบ HR ที่ดีอย่างเดียว มันมาจากบุคลากรทุกคนมากกว่า เพราะพวกเขาคือคนที่ทำให้เราได้รางวัล รางวัลจึงเป็นของทุกคนค่ะ เพราะถ้าพนักงานไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ปฏิบัติตามกฎกติกาที่เรามีร่วมกัน เราก็คงไม่ได้รับรางวัล สุดท้ายการอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขก็คือแคร์กันซึ่งกันและกัน และนำมาซึ่งรางวัลที่เราได้รับค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกครั้งที่เราไปเป็น Speaker เรามักจะบอกว่า ถ้าคุณอยากทำอาชีพ HR คุณต้องเริ่มต้นรักคนอื่นก่อน ถ้าคุณอยากสร้างความเชื่อใจ (Trust) คุณต้องไม่ได้รักแค่งานตัวเอง ยกตัวอย่าง HR Payroll ที่ทำเงินเดือน ถ้าเราทำตามหน้าที่อย่างเดียวก็จบ แต่ถ้าเราแคร์คนอื่น หันกลับมามองว่า Net Pay ของพนักงานแต่ละกลุ่มเหลือเท่าไหร่ มีพนักงานกี่คนที่ Net Pay เหลือน้อยมาก แล้วคิดต่อว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตแต่ละเดือนอย่างไร เราจะสามารถวิเคราะห์การบริหารทางการเงินเพื่อการดำรงชีพของพนักงานได้ และจัดเป็นการอบรมไฟแนนซ์ให้กับพนักงาน สิ่งเหล่านี้มันสร้าง Trust ให้พนักงานได้อีกระดับหนึ่งเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15103" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-2-1.jpg" alt="HREX Cover 2 1" width="600" height="336" title="“HR ต้องรักคนอื่นให้เป็น” สัมภาษณ์ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล  829"></span></p>
<h2>ประเด็นหลักของรางวัลคือเรื่อง DEI (Diversity, Equity &amp; Inclusion) คุณมีวิธีบริหารจัดการความหลากหลายอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><b>สุภาพร:</b><span style="font-weight: 400;"> การบริหารความหลากหลายต้องเป็นธรรมและยุติธรรม อาจไม่ต้องบริหารความต้องการ (Need) ของทุกคนหรอก เพราะท้ายที่สุดองค์กรก็มี Need ขององค์กรเองด้วย ดังนั้นถ้า Need ของคุณตรงกับ Need ของเรา องค์กรก็จะสำเร็จได้ ฉะนั้นถ้าจะมีฝันต้องเป็นฝันของเรา ไม่ใช่ฝันของเธอ หรือฝันของฉัน เพราะเราต้องอยู่ร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความหลากหลายเป็นไปได้ทั้งอายุ ทั้งเพศ การศึกษา คุณวุฒิ วัยวุฒิ ฯลฯ แม้กระทั่งคาแรคเตอร์มันก็หลากหลายได้ แต่วันที่เราต้องสร้างองค์กร เราต้องทำให้เขายืนในจุดที่มีเป้าหมายร่วมกัน อย่าคิดจะเปลี่ยนคนอื่นเพราะมันเหนื่อย เรียนรู้ที่จะปรับตัวเองคนละนิดเพื่อเข้าหากันเท่านี้ก็มีความสุขได้ค่ะ</span></p>
<h2>ในอนาคตที่กำลังมาถึง HR ควรเตรียมพร้อมรับมือกับอะไรบ้าง ?</h2>
<p><b>สุภาพร:</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่ายุคสมัยไหน สิ่งที่ HR ต้องเผชิญหน้ากับมันมาตลอดเลยคือความเปลี่ยนไปของคน HR ต้องเรียนรู้เทรนด์ของคนที่เปลี่ยนไปว่า คนรุ่นใหม่เขาเป็นยังไง แล้วต้อง Move ให้เป็น เราต้องตามให้ทัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Digital Transformation  เราก็ต้องเข้าใจยุคดิจิทัลด้วยว่าคืออะไร เราถึงบอกว่า HR หยุดเรียนรู้ไม่ได้เลย สมัยก่อน HR ทำงานค่อนข้างยาก เก็บข้อมูลต่าง ๆ แบบ Manual เยอะมาก ต่อมา HR เก่ง ๆ ต้องใช้ Microsoft Excel เป็น ใส่สูตรอะไรต่อมิอะไรได้ แต่เดี๋ยวนี้มี Business Intelligence (BI) เข้ามาช่วย สามารถประมวลผลข้อมูลเสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมง ดั้งนั้น HR อย่าเคยชินกับรูปแบบเดิม ๆ ต้องนั่งวิเคราะห์ระบบงานตัวเองไปเรื่อย ๆ เพราะอนาคตทั้งเรื่องคนและเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนไป หลักการอาจะเป็นแบบเดียวกัน แต่วิธีการอาจะปรับไปได้เรื่อยๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราทำงาน HR มา 40 กว่าปีแล้วนะ แต่ก็ยังต้องปรับวิธีการใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ</span></p>
<h2>HR สนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้อย่างไร ?</h2>
<p><b>สุภาพร: </b><span style="font-weight: 400;">HR มักอยากสร้างนโยบาย อยากสร้างแนวทางปฏิบัติ หรืออยากสร้างข้อระเบียบให้ทุกคนเดินตาม แต่บางทีระบบระเบียบมันก็ใช้ไม่ได้จริงสำหรับทุกคน เราต้องค้นหาว่า อะไรคือความผูกพัน (Engagement) ที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกันได้จริงๆต่างหาก  HR อย่าคิดแค่มุมตัวเอง เราเชื่อว่า HR ทุกองค์กรทำงานหนักอยู่แล้ว แต่แค่อยากให้กลับมาประเมินงานของเราว่ามันมีคุณค่าและสร้าง impact กับคนที่ได้รับหรือเปล่า งานของเราไม่ใช่แค่การออกนโยบายแล้วมานั่งควบคุมกฎ เราต้องสร้างความไว้วางใจให้เกิดกับพนักงาน เหมือนเวลา HR เดินไปหาพนักงานแล้วรู้สึกเหมือนถูก Audit เราถึงบอกกับ HR ของเราเสมอว่าเวลาเดินไปหาพนักงานให้ไปแบบ Visit ไม่ใช่ Audit นะ มาเยี่ยมไม่ได้มาตรวจ HR จึงต้องสร้างคาแรคเตอร์ให้เขาไว้ใจด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นย้อนกลับไปช่วงแรก ๆ ที่บอกว่า HR ต้องรักคนอื่นให้เป็น เพราะเวลาคุณรักพนักงาน คุณจะมีพลังในการคิด และค้นหาวิธีการต่างๆในการสร้างให้เกิดความสมดุลย์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง จนเกิดเป็นความเอื้ออาทร ห่วงใย ใส่ใจ ไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ซึ่งจะทำให้อาชีพ HR เป็นอาชีพที่สร้างความสุขกับพนักงาน HR ได้ค่ะ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="“HR ต้องรักคนอื่นให้เป็น” สัมภาษณ์ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล  830" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/interview-learn-corporation-230502/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 May 2023 02:08:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[LEARN Corporation]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/interview-learn-corporation-230502/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT LEARN Corporation และธุรกิจในเครือ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2549 ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำด้านการเรียนรู้และกระจายบทเรียนคุณภาพให้เข้าถึงคนทั่วประเทศ นำทีมโดย คุณ เต๋อ &#8211; สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  LEARN Corporation มีจุดเริ่มต้นคือ OnDemand ก่อนจะต่อยอดเป็นธุรกิจในเครือมากมาย เช่น Ignite by OnDemand, TCASter, Learn Satit Pattana School (LSP), Skooldio ฯลฯ เพื่อสร้าง Lifelong Learning EdTech ที่ยกระดับความรู้คนทุกช่วงวัย LEARN Corporation เป็นองค์กรที่พนักงานทุกคนมีจิตวิญญาณเดียวกันคืออยากช่วยเหลือคนอื่น ด้วยความเชื่อที่ว่า ทุกคนมีศักยภาพและมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ หากได้รับโอกาสในการเรียนรู้ เพราะ “คน” คือหัวใจหลักขององค์กร การขับเคลื่อนธุรกิจต่าง ๆ จึงต้องอาศัยพนักงานที่มีจิตวิญญาณเดียวกัน เพื่อทำให้เป้าหมายทางธุรกิจนั้นประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ไม่ต่างอะไรกับแนวคิดของคุณ เต๋อ &#8211; สาธร อุพันวัน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block">
<div class="focused-block">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><b><strong class="yellow-highlighter">HIGHLIGHT</strong></b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">LEARN Corporation และธุรกิจในเครือ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2549 ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำด้านการเรียนรู้และกระจายบทเรียนคุณภาพให้เข้าถึงคนทั่วประเทศ นำทีมโดย คุณ เต๋อ &#8211; สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">LEARN Corporation มีจุดเริ่มต้นคือ OnDemand ก่อนจะต่อยอดเป็นธุรกิจในเครือมากมาย เช่น Ignite by OnDemand, TCASter, Learn Satit Pattana School (LSP), Skooldio ฯลฯ เพื่อสร้าง Lifelong Learning EdTech ที่ยกระดับความรู้คนทุกช่วงวัย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">LEARN Corporation เป็นองค์กรที่พนักงานทุกคนมีจิตวิญญาณเดียวกันคืออยากช่วยเหลือคนอื่น ด้วยความเชื่อที่ว่า ทุกคนมีศักยภาพและมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ หากได้รับโอกาสในการเรียนรู้</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15124 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/6165.png" alt="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation" width="600" height="370" title="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation 836"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะ “คน” คือหัวใจหลักขององค์กร การขับเคลื่อนธุรกิจต่าง ๆ จึงต้องอาศัยพนักงานที่มีจิตวิญญาณเดียวกัน เพื่อทำให้เป้าหมายทางธุรกิจนั้นประสบความสำเร็จไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต่างอะไรกับแนวคิดของคุณ</span><b> <strong class="cyan-highlighter">เต๋อ &#8211; สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ LEARN Corporation</strong></b><span style="font-weight: 400;"> ที่เชื่อว่า องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เพราะเราเชื่อว่า EdTech เป็นธุรกิจแห่งอนาคตที่จะช่วยยกระดับการเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพบุคคลให้ประสบความสำเร็จ และมีความสุขในแบบของตนเอง เราจึงไม่หยุดพัฒนาและต่อยอดกลุ่มธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง เพื่อเป็นประตูสู่โอกาสการเรียนรู้ ที่จะมอบความสุขอย่างยั่งยืนให้กับสังคมต่อไป”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX.asia ได้พูดคุยกับเขาถึงแนวทางในการบริหารจัดการคนว่า LEARN Corporation ทำอย่างไรถึงได้เป็น <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener">Best Companies To Work For</a> ปี 2022 </span></p>
<h2>ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของ LEARN Corporation คือ OnDemand ทำไมตอนนั้นถึงตัดสินใจทำธุรกิจ Edtech</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong></b><span style="font-weight: 400;"> ผมเป็นเด็กกิจกรรมครับ เรียบง่ายเลยคืออยากช่วยคน แล้วก็เคยไปทำงานภาคเกษตรมา 5-6 ปี เพราะอยากช่วยเกษตรกร แต่พอถึงจุด ๆ หนึ่งเรารู้สึกว่าคาแรกเตอร์ตัวเองไม่ Match กับตรงนั้น ก็เลยลองมามองเรื่องการศึกษาครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมรู้สึกว่าการศึกษาอยู่กับคนเราตั้งแต่เกิดจนตายได้เลย และมันสร้าง Impact ได้มากกว่า เราพยายามใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้เข้ามาประยุกต์กับกวดวิชา ก็เลยเป็นเจ้าแรกที่เรียนคอมพิวเตอร์แบบตัวต่อตัว จาก OnDemand ก็ขยายกลายเป็น LEARN Corporation จนถึงทุกวันนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำให้คุณภาพชีวิตของคนดีขึ้น มันต้องไม่ใช่แค่สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วจบไป เพราะโลกทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา องค์ความรู้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว นำมาใช้กับโลกปัจจุบันไม่ได้ เพราะฉะนั้น “การศึกษาตลอดชีวิต” จึงเป็นมิติที่สำคัญมาก เราจึงวางตัวเองเป็น Lifelong Learning EdTech </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือจุดเริ่มต้นที่เราอยากทำอะไรเกี่ยวกับการศึกษาหรือการเรียนรู้ของคนครับ</span></p>
<h2>จากพนักงานเพียงไม่กี่คน จนมาถึงปัจจุบันที่มาพนักงานหลักพันคน คุณเรียนรู้การบริหารจัดการคนอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong></b><span style="font-weight: 400;"> จริง ๆ โชคดีที่ได้เรียนรู้ตั้งแต่ตอนทำกิจกรรมสมัยมัธยมฯ และมหาวิทยาลัย ได้เรียนรู้จากเพื่อนและคนรอบตัวที่บางคนเก่งกว่าเราอีก การได้ฝึกทำงานทำกิจกรรมเป็นการเรียนรู้กับของจริง ทุกอย่างล้วนเป็นพื้นฐานที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะพอมาทำงานจริงแล้วมันไม่เหมือนกันนะ พนักงาน 1 คน 30 คน หลักร้อย หรือหลักพันคน มันบริหารคนละแบบเลย เครื่องมือในการบริหารก็เปลี่ยนไป เรามีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับเรื่องนี้ด้วย เพื่อวิเคราะห์และนำไปพัฒนาให้ตอบโจทย์กับทั้งองค์กรและพนักงานมากขึ้น ก็ค่อย ๆ เรียนรู้จากประสบการณ์ ศึกษาเพิ่มเติม และแลกเปลี่ยนกับคนอื่นด้วยครับ</span><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15081 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-4.jpg" alt="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation" width="600" height="370" title="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation 837"></p>
<h2>สถานการณ์ COVID-19 เป็นวิกฤตที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ ทาง LEARN Corporation เผชิญหน้ากับอะไรบ้าง แล้วได้เรียนรู้อะไรจากวิกฤตครั้งนี้ ?</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong></b><span style="font-weight: 400;"> เรียกว่าเป็นวิกฤตที่ดีนะ ทำให้เรารู้ว่าการแก้วิกฤตที่ดีที่สุดคือการป้องกันก่อนเกิดวิกฤต ในเชิงการบริการ เราเตรียมระบบการเรียนออนไลน์และครูของเราพร้อมก่อนโควิดเข้ามาอีก ดังนั้นหลังจากโควิดเข้ามา เราก็เปลี่ยนจากการเรียนปกติมาเป็นเรียนออนไลน์ได้แบบ 100% </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนในการบริหารคนภายใน มันมากเลย (หัวเราะ) ก็โชคดีที่เราทำให้กับนักเรียนของเราได้แล้ว เราก็ทำให้กับทีมงานกันเองด้วย ฉะนั้นการ Work From Home จึงไม่ได้เป็นปัญหากับเรามาก เราเริ่มปรับตัวทำ Digital Transformation มาก่อนหน้านี้ประมาณหนึ่งแล้ว มีการใช้ระบบ Cloud ในการทำงานที่บ้านต่าง ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้กระทั่งในมุม Production การบริหารจัดการก็ยากนะ แต่เราก็กระจาย Production ไปตามสาขาในกรุงเทพฯ เพื่อจะลดความเสี่ยง เราประคับประคองทีมและเปลี่ยนหน้าที่การทำงาน มีการเข้าไปเชิงรุกมากขึ้น เข้าหาโรงเรียน เข้าหานักเรียนโดยตรง ก็มีการปรับตัวในการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องการดูแลพนักงาน ช่วงโควิดระลอกแรกที่ทั่วโลกยังไม่มีวัคซีน พนักงานและครอบครัวต่างได้รับผลกระทบ เราจึงตั้งทีมดูแลเรื่องโควิดโดยเฉพาะ หลายคนยังไม่มีความรู้เรื่องอาการ การดูแลตัวเอง สถานที่ตรวจ สถานพยาบาล หรือรถรับ-ส่ง เราก็ช่วยประสานให้ ตรงนี้เราดูแลทั้งพนักงานและครอบครัวพนักงานด้วย รวมทั้งน้อง ๆ พนักงานเองก็ร่วมเป็นอาสารับ-ส่งประชาชนทั่วไปไปยังสถานพยาบาลอีกแรง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่เรื่องวัคซีน เราก็มีการประสานงานขอวัคซีนซิโนฟาร์มกับทางสถาบันจุฬาภรณ์ และกระจายให้กับพนักงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานต่างชาติหรือแม่บ้านทุกคนต้องเข้าถึงวัคซีนหมด จังหวะนั้นเป็นเรื่องของชีวิต ทุกคนต้องได้รับวัคซีนอย่างเท่าเทียม ก็เป็นความดีใจของทีมงานที่ได้ทำหน้าที่นี้ </span></p>
<h2><b>ท</b>ราบมาว่าช่วง COVID-19 มีการสร้าง Online Community ในองค์กรด้วย เล่าให้ฟังหน่อยว่าสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร ?​</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong> </b><span style="font-weight: 400;">เรามีสาขาหลายสาขาและกระจายอยู่ต่างจังหวัดครับ ผมคิดว่าการสื่อสารสำคัญมาก โดยเฉพาะยิ่งในภาวะแบบนั้นการสื่อสารต้องหนักและถี่ โชคดีที่น้อง ๆ ในทีมเขาเก่งเรื่องนี้ ก็พยายามทำกิจกรรมแปลก ๆ ใหม่ ๆ ให้เล่นเกมผ่านออนไลน์ มีการไลฟ์บ่อยมาก เหมือนหาเรื่องมาเล่นกันน่ะ (หัวเราะ) คือเราต้องสร้างทั้งกำลังใจและความเข้าใจของทีมงานระหว่างการประคับประคองธุรกิจกับความเครียด ต้องบาลานซ์เรื่องสุขภาพใจของทีมด้วย อันนี้เป็นหัวใจสำคัญ</span></p>
<h2>คิดว่าอะไรที่ทำให้ LEARN Corporation เหมาะสมกับคำว่า “Best Companies To Work For”</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong> </b><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ แล้วควรให้รางวัลนี้กับจิตวิญญาณของน้อง ๆ ทีมงานมากกว่านะ ผมโชคดีที่ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน เพราะการศึกษาเป็นธุรกิจที่โดยตรงมันชัดเจนมาก ถ้าเราเป็นเนื้อแท้กับการช่วยเหลือคนอื่น มันก็จะเป็นสายใยในการเกาะเกี่ยวกัน สมมติเราเถียงกันเรื่องอะไรที่เห็นไม่ตรงกัน สุดท้ายเรากลับไปที่ว่า “นักเรียนได้ประโยชน์อะไร” สิ่งเหล่านี้เป็นจุดสำคัญ พื้นฐานสำคัญที่สุดคือจิตวิญญาณที่อยากจะช่วยคนของน้อง ๆ ที่เข้ามาอยู่ที่นี่ … พูดเหมือนโลกสวยนะแต่มันไม่ใช่โลกสวย มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สองคือเราพยายามสร้างภูเขาให้คนที่มีจิตวิญญาณแบบนั้นเข้ามาแล้วทำให้เกิดขึ้นจริง มีหลาย ๆ หน่วยงานของเราที่น้อง ๆ เข้ามาทำแล้วมีส่วนในการถือหุ้นการเป็นเจ้าของบริษัทด้วย นั่นคือความแตกต่างที่ต่อยอดมากจากจิตวิญญาณที่เขามี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายที่สำคัญคือเรื่องของ Data เราเชื่อว่าเขามีจิตใจที่ดี เขามีความสามารถแล้ว ผมว่า Data จะทำให้เราเห็นภาพเดียวกัน เช่น เราโชว์ข้อมูลนักเรียน โชว์ความรู้สึกนักเรียน หรือโชว์ผลประกอบการทางธุรกิจ ถ้าเขาเห็นข้อมูลเหล่านี้ทุกคนจะเข้าไปแก้ไขด้วยตัวเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สามเรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาคนที่เราแตกต่างจากที่อื่น</span><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15080" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-3.jpg" alt="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation" width="600" height="370" title="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation 838"></p>
<h2>คุณมีวิธีการคัดเลือกพนักงานที่มีจิตวิญญาณเดียวกันอย่างไร ?</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong> </b><span style="font-weight: 400;">ส่วนใหญ่ผมเน้นคุยไปเรื่อย ๆ ครับ แต่ก็ตั้งเป้าว่าเราจะดูมุมมองเขาจากสิ่งที่สนใจ แล้วก็ถามว่าเขาคิดอย่างไร ? บางครั้งผมเจอน้อง ๆ ที่มีความรู้ความสามารถนะ แต่รู้สึกว่ามีจิตวิญญาณที่ทำเพื่อนักเรียนหรือทำเพื่อคนอื่นน้อย ผมก็ไม่รับ  ฉะนั้นถ้าพนักงานมี Culture Fit กับเรา เราก็จะทำงานไปด้วยกันได้ครับ</span></p>
<h2>ประเด็นเรื่องความแตกต่าง (DEI&amp;B) เป็นธีมหลักของการประกาศรางวัล HR Asia ประจำปี 2022 LEARN Corporation มีมุมมองต่อเรื่องความหลากหลายในองค์กรอย่างไร</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong> </b><span style="font-weight: 400;">พูดถึงเรื่องความหลากหลาย ผมว่ามองอีกมิติคือเราอาจจะใช้ความไม่หลากหลาย (หัวเราะ) หมายถึง ทุกคนมีจุดร่วมเดียวกันมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดร่วมของเราคือการมองเห็นคุณค่าของความเป็นคน ความเป็นมนุษย์ ถ้าเรามีจุดนี้อยู่ในใจของทุกคน ความหลากหลายมันจะหายไปเลยนะ กล่าวคือทุกคนมีคุณค่าของความเป็นมนุษย์ นโยบายของเราทุกอย่างจึงออกมาจากจุดนี้ จุดที่เชื่อในคุณค่าของความเป็นมนุษย์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สองอย่างที่ตามมาคือแนวคิดครับ หนึ่งคือเราต้องเมตตาต่อกัน ให้เกียรติต่อกัน สองคือต้องมีเหตุมีผล ต้องใช้เหตุใช้ผลกันว่าทำไมแบบนี้เราถึงไม่อนุญาตให้ทำหรือเพราะอะไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ ในความเมตตากับการใช้เหตุใช้ผลคือการรับฟังการสื่อสารกันนะ สมมติว่าเรารับฟังน้อง ๆ ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ เหตุผลเขาคืออะไร เราก็สามารถที่จะแลกเปลี่ยนกันได้ นี่เป็นจุดพื้นฐานที่ทำให้การเข้าใจเรื่องความหลากหลายหรือความแตกต่างเกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังมีนโยบายอื่น ๆ ค่อนข้างเยอะอยู่นะ เพราะว่าเรื่องเพศ เรื่องศาสนา ชนชาติ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เรามีพนักงานผสมรวมอยู่แล้ว เช่น เรามี Benefit สำหรับ LGBTQ เกี่ยวกับการแต่งงาน ปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นมนุษย์คนหนึ่ง หรือกระทั่งตำแหน่งผู้บริหารในเครือ เราก็มีผู้บริหารอายุน้อย ๆ เหมือนกัน เพราะทุกคนคือมนุษย์ครับ เราไม่มีการแบ่งแยกอะไร</span></p>
<h2>ทราบมาว่า LEARN Corporation มีสวัสดิการที่ดูแลครอบคลุมไปถึงครอบครัวของพนักงานด้วย ?</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong> </b><span style="font-weight: 400;">พื้นฐานเราอาจจะแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ แต่ชีวิตจริงมันไม่มีใครหรอกที่เจอปัญหาส่วนตัวเยอะ ๆ แล้วยังทำงานได้ดี ฉะนั้นเราจึงอยากดูแลทุกข์สุขหรือความเป็นอยู่ของทีมเราไปจนถึงครอบครัว ขณะเดียวกันเขาก็ต้องการมีชีวิตส่วนตัวที่สุขภาพดีด้วย มี Work-Life Balance ไปจนถึงการเติบโตในอาชีพการงานครับ</span><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15078" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/05/HREX-Cover-1.jpg" alt="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation" width="600" height="370" title="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation 839"></p>
<h2>คิดว่า HR ต้องเตรียมพร้อมกับโลกอนาคตอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong> </b><span style="font-weight: 400;">โลกปัจจุบันเปลี่ยนเร็วมาก ฉะนั้นองค์กรควร Lead ด้วยกลยุทธ์ด้านคนครับ สมัยเดิม HR อาจจะทำงานตามฟังก์ชันต่าง ๆ แต่สมัยใหม่ต้องเข้าใจตัวธุรกิจด้วยเพื่อตอบโจทย์เรื่องคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเข้าใจธุรกิจหมายถึงการเข้าใจทิศทางของธุรกิจว่าคืออะไร องค์กรกำลังเผชิญหน้ากับอะไร ปัญหาหรือความท้าทายคืออะไร แล้ว HR ต้องย้อนกลับมาออกแบบเป็นความคิดเชิงกลยุทธ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะคนเก่า ๆ หรือปรับเปลี่ยน Flow การทำงานใหม่ เพื่อช่วยให้ทีมงานทำงานต่อได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อไป HR ต้องมีความเข้าใจในธุรกิจของตัวเองให้ลึกขึ้นครับ คนที่ทำงานด้านคนจะเป็นกลยุทธ์สำคัญขององค์กรเลย และต้องทำงานคู่ขนานไปกับ CEO เช่น คิดกลยุทธ์ได้ปุ๊บ ก็เอามาประยุกต์ใช้กับเครื่องมืออื่น ๆ เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจได้ทันที ผมว่าเป็น Mindset ของ HR สมัยใหม่ที่ควรจะเป็น</span></p>
<h2>สุดท้ายคิดว่า HR สามารถสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้อย่างไร ?</h2>
<p><b><strong class="cyan-highlighter">สาธร:</strong></b><span style="font-weight: 400;"> สำคัญมากนะ ยิ่งผมทำเรื่องการศึกษาด้วย การเรียนรู้สำคัญมาก คอนเทนต์ต่าง ๆ มาจากสมองหมดเลย ดังนั้นผมจึงมองว่าคนเป็นทั้งหัวใจ เป็นทั้งกล้ามเนื้อ และเป็นทั้งมันสมอง เฉพาะสำหรับ LEARN Corporation ธุรกิจเราขับเคลื่อนด้วยมันสมองและจิตใจ ยิ่งอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว สมองกับจิตใจมันต้องยิ่งใช้เยอะขึ้น ฉะนั้น HR ต้องประยุกต์ใช้ได้เร็ว ปรับตัวเยอะเหมือนกัน และมีความท้าทายมาก ๆ รออยู่ครับ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="องค์กรที่ดีพนักงานต้องมีจิตวิญญาณเดียวกัน สัมภาษณ์ สาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEARN Corporation 840" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“HR คือคนธรรมดาที่พิเศษ” คุยกับคุณภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head of Human Capital Business Partner &#8211; Operations จากโอสถสภา (Osotspa)</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/230419-osotspa/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Apr 2023 03:55:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Osotspa]]></category>
		<category><![CDATA[โอสถสภา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/230419-osotspa/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT โอสถสภา (Osotspa) เป็นองค์กรที่มีอายุกว่า 132 ปี เป็นที่ยอมรับในฐานะสถานประกอบการที่มีระบบบริหารจัดการแรงงานที่ดีเยี่ยมตามมาตรฐานสากล และเป็นต้นแบบให้องค์กรอื่นสามารถนำไปปรับใช้ เพื่อให้บุคลากรทุกท่านสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างอบอุ่น โอสถสภา (Osotspa) ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการบุคลากรในรูปแบบที่ทันสมัยและตอบโจทย์ตามความต้องการในแต่ละกลุ่มงานและช่วงวัย และให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนความเห็น เชื่อมั่นในเรื่องการคิดต่างว่าจะทำให้เกิดไอเดียที่ดีขึ้น และยังสร้างความผูกพันภายในทีม โอสถสภา (Osotspa) มีนโยบายเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้เป็นผู้นำ โดยมีทั้งการอบรมที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้นำทำหน้าที่ได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยดูแลคนที่มีแนวโน้มขึ้นมาเป็นผู้นำให้มีความพร้อมก่อนจะรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แถมยังมีต้นแบบอีกมากมายที่พร้อมมาแชร์ประสบการณ์และเป็นกรณีตัวอย่าง (Case Study)  คุณภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head of Human Capital Business Partner &#8211; Operations ของโอสถสภา (Osotspa) ให้คำจำกัดความของ HR ว่าเป็น “คนธรรมดาที่พิเศษ” หมายความว่าเราไม่ได้ตั้งตัวเหนือกว่าใคร แต่เป็นคนธรรมดาที่อยู่ร่วมได้กับทุกคน  คำถามสำคัญสำหรับคนที่ทำงานด้าน HR คือเราจะดูแลและพัฒนาคนให้พร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงอย่างมีความสุขได้อย่างไร ? เพราะบางครั้งเราก็ต้องเจอกับสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้อย่างเช่นโควิด-19 รวมถึงค่านิยมบางอย่างที่แตกต่างตามยุคสมัย รากฐานที่ดีจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญขององค์กรชั้นนำทุกแห่งในโลก ในโอกาสนี้ HREX.asia มีโอกาสพูดคุยกับคุณ ภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">โอสถสภา (Osotspa) เป็นองค์กรที่มีอายุกว่า 132 ปี เป็นที่ยอมรับในฐานะสถานประกอบการที่มีระบบบริหารจัดการแรงงานที่ดีเยี่ยมตามมาตรฐานสากล และเป็นต้นแบบให้องค์กรอื่นสามารถนำไปปรับใช้ เพื่อให้บุคลากรทุกท่านสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างอบอุ่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">โอสถสภา (Osotspa) ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการบุคลากรในรูปแบบที่ทันสมัยและตอบโจทย์ตามความต้องการในแต่ละกลุ่มงานและช่วงวัย และให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนความเห็น เชื่อมั่นในเรื่องการคิดต่างว่าจะทำให้เกิดไอเดียที่ดีขึ้น และยังสร้างความผูกพันภายในทีม</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">โอสถสภา (Osotspa) มีนโยบายเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้เป็นผู้นำ โดยมีทั้งการอบรมที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้นำทำหน้าที่ได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยดูแลคนที่มีแนวโน้มขึ้นมาเป็นผู้นำให้มีความพร้อมก่อนจะรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แถมยังมีต้นแบบอีกมากมายที่พร้อมมาแชร์ประสบการณ์และเป็นกรณีตัวอย่าง (Case Study) </span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">คุณภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head of Human Capital Business Partner &#8211; Operations ของโอสถสภา (Osotspa) ให้คำจำกัดความของ HR ว่าเป็น “คนธรรมดาที่พิเศษ” หมายความว่าเราไม่ได้ตั้งตัวเหนือกว่าใคร แต่เป็นคนธรรมดาที่อยู่ร่วมได้กับทุกคน </span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15131 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/HREX-Cover-copy.jpg" alt="“HR คือคนธรรมดาที่พิเศษ” คุยกับคุณภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head of Human Capital Business Partner - Operations จากโอสถสภา (Osotspa)" width="600" height="370" title="“HR คือคนธรรมดาที่พิเศษ” คุยกับคุณภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head of Human Capital Business Partner - Operations จากโอสถสภา (Osotspa) 848"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามสำคัญสำหรับคนที่ทำงานด้าน HR คือเราจะดูแลและพัฒนาคนให้พร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงอย่างมีความสุขได้อย่างไร ? เพราะบางครั้งเราก็ต้องเจอกับสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้อย่างเช่นโควิด-19 รวมถึงค่านิยมบางอย่างที่แตกต่างตามยุคสมัย รากฐานที่ดีจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญขององค์กรชั้นนำทุกแห่งในโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโอกาสนี้ <a href="https://th.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HREX.asia</a> มีโอกาสพูดคุยกับคุณ </span><b>ภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head of Human Capital Business Partner &#8211; Operations </b><span style="font-weight: 400;">จาก</span><b> โอสถสภา (Osotspa) </b><span style="font-weight: 400;">บริษัทชั้นนำที่มีอายุเก่าแก่กว่า 132 ปี เป็นที่ยอมรับในฐานะสถานประกอบการที่มีระบบบริหารจัดการแรงงานที่ดีเยี่ยมตามมาตรฐานสากล เป็นต้นแบบให้องค์กรอื่นสามารถนำไปปรับใช้เพื่อให้บุคลากรทุกท่านสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างอบอุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไมโอสถสภา (Osotspa) จึงเป็นองค์กรที่ทันสมัย ไม่เคยตกยุค และได้รับรางวัล <a href="https://hr.asia/awards/thailand-2022/" target="_blank" rel="noopener">Best Companies To Work For</a> จาก HR Asia ประจำปี 2022 อ่านทุกเรื่องที่คุณควรรู้ได้จากบทสัมภาษณ์นี้</span></p>
<h2>ช่วง 2 &#8211; 3 ปีที่ผ่านมา โอสถสภา (Osotspa) มากมายต้องประสบปัญหาจากเรื่องโควิด-19 องค์กรที่ปรับตัวไม่ทันต้องล้มหายไปจากโลกธุรกิจ ทางด้านของโอสถสภาเป็นอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><b>ภัทรพร: </b><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับองค์กรทั่วไปค่ะ ในช่วงแรกก็มีความวุ่นวายเพราะโควิด-19 ถือเป็นเรื่องใหม่ที่คนทั่วโลกไม่เคยเจอมาก่อน แต่เราก็ไม่ตื่นตระหนกนานนะคะ เราได้จัดประชุมอย่างเร่งด่วนเพื่อหาแนวทางรับมือที่ดีที่สุด มีการศึกษาข้อมูลจากสาธารณสุขและประสานงานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหารูปแบบการทำงาน ตลอดจนสวัสดิการที่เหมาะสม โดยโอสถสภามีกลยุทธ์ดังนี้ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างแรกคือเราพัฒนารูปแบบการสื่อสารให้มีความกระชับ ฉับไวมากขึ้น ทั้งการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจภายในองค์กร รวมถึงการสื่อสารภายนอกกับภาครัฐและพันธมิตร เพราะโควิด-19 เป็นเรื่องที่ต้องแข่งกับเวลา เราจะต้องบริหารจัดการเวลาที่เรามีอย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรและพนักงาน ในที่นี้เราก็ได้นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องต่อมาคือการปรับไปเป็น Hybrid Workplace หรือ Work From Home เพื่อส่งเสริมให้องค์กร และพนักงานมีความคล่องตัวมากขึ้น วิธีนี้ยังช่วยให้พนักงานลดเวลาในการเดินทาง มีเวลาส่วนตัว ได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในช่วงที่สังคมเต็มไปด้วยความเครียด นโยบายนี้ดำเนินมาจนถึงปัจจุบันที่โอสถสภาปรับตัวเป็นองค์กร Hybrid แบบครบวงจรที่พนักงานไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน โดยเราเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับเรื่องการมีส่วนร่วมของคนในทีม (Engagement) ด้วยการสร้างพื้นที่ให้พนักงานได้มีที่รวมตัวกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นโต๊ะทำงานส่วนตัวกับห้องประชุมที่ดูเคร่งเครียดเพียงอย่างเดียว อะไรแบบนี้ เรียกว่าโอสถสภามีความพร้อมทั้งด้านการปรับตัว และนำสถานการณ์ทั้งดีทั้งร้ายมาประยุกต์ ต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดเสมอค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14970" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/picture01.jpg" alt="“HR คือคนธรรมดาที่พิเศษ” คุยกับคุณภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head of Human Capital Business Partner - Operations จากโอสถสภา (Osotspa)" width="589" height="408" title="“HR คือคนธรรมดาที่พิเศษ” คุยกับคุณภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head of Human Capital Business Partner - Operations จากโอสถสภา (Osotspa) 849"></p>
<h2>ในฐานะองค์กรที่ประสบความสำเร็จมานานกว่าร้อยปี คิดว่าจุดเด่นที่ทำให้โอสถสภา (Osotspa) แตกต่างจากองค์กรอื่นคืออะไร ?</h2>
<p><b>ภัทรพร: </b><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้มองว่าโอสถสภาจะต้องแตกต่างจากบริษัทอื่นอย่างไร แต่เราเน้นในเรื่องของการทำตัวเองให้เป็นมืออาชีพเสมอ เรามีการผสมผสานวัฒนธรรมการทำงานแบบไทยและสากลเข้าไว้ด้วยกัน มีการบริหารจัดการบุคลากรในรูปแบบที่ทันสมัยและตอบโจทย์ตามความต้องการในแต่ละกลุ่มงานและช่วงวัย แถมยังให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนความเห็น เชื่อมั่นในเรื่องการคิดต่างว่าจะนำไปสู่หนทางใหม่  ๆ เกิดไอเดียที่ดีขึ้น เรามองว่าวิธีนี้นอกจากจะให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยสร้างความผูกพันระหว่างบุคลากรภายในองค์กรอีกด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากย้อนกลับไปในประวัติอันยาวนานของเรา เราเริ่มมาจากการผลิตยากฤษณากลั่น และผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมถึงเครื่องดื่มชูกำลังตัวแรก คือ ลิโพ ซึ่งประสบความสำเร็จดีอยู่แล้วค่ะ แต่ด้วยความไม่หยุดนิ่งของเรา โอสถสภาก็ยังคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มาอย่างต่อเนื่อง มีสินค้าที่คนรู้จักดีอย่าง M150 หรือในกลุ่ม Personal Care อย่าง Babi Mild ซึ่งถือเป็นเพียงบางส่วนของสินค้าที่เรานำเสนอสู่ท้องตลาดเท่านั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากโอสถสภาไม่ได้มีผู้นำที่ดีจากรุ่นสู่รุ่น ที่คอยสืบสานเจตนารมณ์เดิมในการช่วยเหลือผู้อื่นอย่างมุ่งมั่น และสำคัญที่สุดคือเรามีพนักงานที่ดี ซึ่งเรามองเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด ความร่วมมือร่วมใจตรงนี้คือเหตุผลว่าทำไมโอสถสภาจึงสามารถเป็นองค์กรที่ดี เติบโตได้อย่างยั่งยืน และมีชื่อเสียงไปทั่วโลกค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14975" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/IMG_6485.jpg" alt="“HR คือคนธรรมดาที่พิเศษ” คุยกับคุณภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head of Human Capital Business Partner - Operations จากโอสถสภา (Osotspa)" width="715" height="477" title="“HR คือคนธรรมดาที่พิเศษ” คุยกับคุณภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head of Human Capital Business Partner - Operations จากโอสถสภา (Osotspa) 850"></p>
<h2>โอสถสภา (Osotspa) มีวิธีพัฒนาทักษะพนักงานอย่างไรบ้าง ?</h2>
<p><b>ภัทรพร: </b><span style="font-weight: 400;">ที่โอสถสภามีการทำงานในรูปแบบของ Scrum และ Agile เพื่อยกระดับการทำงานของพนักงานให้โดดเด่นขึ้น ผู้บริหารเน้นย้ำมากเรื่องการเปิดโอกาสให้พนักงานได้ปลดปล่อยพลัง ทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์และพลังแห่งการเรียนรู้ ทุกคนสามารถคิดค้นและนำเสนอไอเดียได้อย่างอิสระ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้เป็นผู้นำ โดยมีทั้งการอบรมที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้นำทำหน้าที่ได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยดูแลคนที่มีแนวโน้มขึ้นมาเป็นผู้นำให้มีความพร้อมก่อนจะรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แถมยังมีต้นแบบอีกมากมายที่พร้อมมาแชร์ประสบการณ์และเป็นกรณีตัวอย่าง (Case Study) กลไกเหล่านี้จะทำให้พนักงานของเรากล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ เป็นรากฐานที่ทำให้เราสามารถเติบโตและขยายแบรนด์ต่อไปอีกในอนาคตได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญเรายังสนับสนุนให้พนักงานเติบโตในด้านการใช้ชีวิตนอกเหนือจากการทำงาน โดยมุ่งสนับสนุบกิจกรรมของพนักงานเพื่อสร้างชุมชนแห่งมิตรภาพ เรามีสโมสร มีชมรมที่อยู่ภายใต้การสนับสนุนของโอสถสภา เช่นชมรมฟุตบอล ชมรมถ่ายรูป ชมรมกอล์ฟ ชมรมปั่นจักรยาน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นพื้นที่แห่งการมีส่วนร่วม (Engagement Area) ที่ทำให้พนักงานต่างแผนกมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น ช่วยให้การทำงานและเรียนรู้คล่องตัวขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งในช่วงโควิด เพื่อน ๆ ในชมรมก็ช่วยเหลือกันอยู่ตลอดเวลา แถมยังจัดกิจกรรมออนไลน์มากมายเพื่อช่วยคลายเหงา ลดความเครียด และรักษาความสัมพันธ์ในตอนที่มาเจอหน้ากันที่ออฟฟิศไม่ได้ เรียกว่าแนวทางของโอสถสภาจะช่วยให้พนักงานมีฝีมือที่ดีขึ้น จิตใจผ่อนคลาย และมีความผูกพันกับทีมและองค์กรไปพร้อม ๆ กัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14972" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/picture02-copy.jpg" alt="“HR คือคนธรรมดาที่พิเศษ” คุยกับคุณภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head of Human Capital Business Partner - Operations จากโอสถสภา (Osotspa)" width="791" height="274" title="“HR คือคนธรรมดาที่พิเศษ” คุยกับคุณภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head of Human Capital Business Partner - Operations จากโอสถสภา (Osotspa) 851"></p>
<h2>ประเด็นเรื่องความแตกต่าง (DEI&amp;B) เป็นธีมหลักของการประกาศรางวัล HR Asia ประจำปี 2022 โอสถสภา (Osotspa) มีมุมมองต่อเรื่องความหลากหลายในองค์กรอย่างไร ?</h2>
<p><b>ภัทรพร: </b><span style="font-weight: 400;">โอสถสภาให้ความสำคัญกับความหลากหลายและความเท่าเทียมมากค่ะ เราไม่มีข้อจำกัดของอายุ สีผิว เชื้อชาติ หรือเพศสภาพเลยแม้แต่น้อย ทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้เลยโดยตั้งอยู่บนบริบทของความเหมาะสม เพราะเราเชื่อว่าการมีพนักงานที่แตกต่างกันจะทำให้องค์กรมีความสร้างสรรค์มากขึ้น สามารถคิดค้นนวัตกรรมและแนวทางแก้ปัญหาที่ต่างจากเดิม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่นี่ให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมและบรรยากาศการทำงานที่ดี พนักงานทุกคนถูกอบรมให้ยึดมั่นในการปฏิบัติต่อกันด้วยความสุภาพ เคารพสิทธิมนุษยชน ทุกคนจึงมีความเสมอภาค สามารถแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing) กันได้โดยความสมัครใจ ระบบ HR ของเราก็จะเน้นไปที่การให้โอกาสอย่างเสมอภาค (Equity) ตั้งแต่ขั้นตอนสรรหา ว่าจ้าง แต่งตั้ง โยกย้าย ไม่มีการเลือกปฏิบัติหรืออคติระหว่างกันแน่นอนค่ะ เราให้เกียรติทุกคนตามแนวทางที่ระบุไว้ในจรรยาบรรณทางธุรกิจของบริษัท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเราไม่ได้พูดอย่างเดียวนะ เราลงงบประมาณเพื่อออกแบบออฟฟิศให้ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย เพื่อให้พนักงานทุกคนทำงานอย่างมีความสุข แม้จะเป็นคนที่มีความทุพพลภาพก็ตาม โอสถสภาก็ให้การสนับสนุนและโอสถสภาเองก็จะมีการจัดกิจกรรมเป็นระยะเพื่อส่งเสริม สร้างงาน และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14976" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/IMG_6487.jpg" alt="“HR คือคนธรรมดาที่พิเศษ” คุยกับคุณภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head of Human Capital Business Partner - Operations จากโอสถสภา (Osotspa)" width="724" height="482" title="“HR คือคนธรรมดาที่พิเศษ” คุยกับคุณภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head of Human Capital Business Partner - Operations จากโอสถสภา (Osotspa) 852"></p>
<h2>ตอนนี้เราอยู่กันในปี 2023 คุณภัทรพรคิดว่า HR ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องใดเป็นพิเศษ เพื่อให้พร้อมรับมือต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ?</h2>
<p><b>ภัทรพร: </b><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์โควิด-19 ทำให้หลายองค์กรต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากมากเลยนะคะ ดังนั้นการเตรียมตัวสร้างรากฐานให้แข็งแรงตลอดเวลาจะช่วยแก้ไขเรื่องนี้ได้มากจริง ๆ ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องแรกที่ต้องใส่ใจคือการวางกลยุทธ์เพื่อพัฒนาคนให้ทันสมัย ยืดหยุ่น ปรับตัวเก่ง รู้เท่าทันโลกธุรกิจ นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้กับการทำงาน เช่นการยกระดับการทำงานโดยใช้ HR Tech เพื่อช่วยให้กระบวนการทำงานรวดเร็วและสะดวกสบายยิ่งขึน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นให้คิดเรื่องการ Reskill, Upskill ให้ครอบคลุมทั้ง Soft Skills และ Functional Skills เพื่อให้คนของเราถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ รวมถึงอธิบายให้เห็นภาพว่าการทำงานที่นี่จะต่อยอดโอกาสทางอาชีพ สร้าง Career Path อย่างไรได้บ้างเพื่อให้พนักงานวางแผนชีวิตได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อไปก็คือเรื่องของการสร้างประสบการณ์ของพนักงาน (Employee Experience) อย่างที่โอสถสภาเชื่อว่านโยบายแบบ One Size Fit All หรือกฎเดียวใช้กับทุกคนนั้นไม่ได้ผลอีกต่อไป เราต้องรู้จักปรับสวัสดิการให้เหมาะสมเป็นรายคน เช่นเปลี่ยนบัตรเติมน้ำมันเป็นค่าไฟสำหรับรถไฟฟ้า หรือนโยบายสนับสนุนการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน อะไรแบบนี้ค่ะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ให้ลองกลับมาถามตัวเองว่าองค์กรของเราสามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพนักงานแล้วหรือยัง หากทำได้ ก็จะช่วยเรื่องการรักษาพนักงานให้อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ และยังดึงดูดให้มีผู้สมัครเข้ามาทำงานมากขึ้นด้วยค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14974" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/picture03.jpg" alt="“HR คือคนธรรมดาที่พิเศษ” คุยกับคุณภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head of Human Capital Business Partner - Operations จากโอสถสภา (Osotspa)" width="880" height="305" title="“HR คือคนธรรมดาที่พิเศษ” คุยกับคุณภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head of Human Capital Business Partner - Operations จากโอสถสภา (Osotspa) 853"></p>
<h2>คิดว่าทำไม HR ถึงช่วยสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้ ?</h2>
<p><b>ภัทรพร: </b><span style="font-weight: 400;">สำหรับพี่ให้คำจำกัดความของ HR ว่าเป็น “คนธรรมดาที่พิเศษ” ค่ะ หมายความว่าเราไม่ได้ตั้งตัวเหนือกว่าใคร ก็เป็นคนธรรมดาที่อยู่ร่วมได้กับทุกคน แต่มีพลังพิเศษที่คอยช่วยเหลือให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ทั้งผู้บริหาร พนักงาน ตลอดจนบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พลังพิเศษนี้มีความเข้าใจเป็นพื้นฐาน เข้าใจทิศทางของบริษัท ความต้องการของผู้บริหารและพนักงาน เพื่อออกแบบและขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรให้มีมิติที่สนุก สร้างสรรค์และตอบโจทย์ธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน สรรหาคนที่ใช่ พัฒนาศักยภาพเพื่อต่อยอด มอบสิทธิสวัสดิการที่โดนใจ สร้างระบบการทำงานที่ปลอดภัยและเป็นมิตร เป็นเพื่อนคู่คิดที่ไว้ใจได้ HR ทุกคนที่นี่มีพลังพิเศษนี้ เพราะเป้าหมายของพวกเขาคือ ทำเพื่อให้พนักงานมีความสุขในการทำงาน และช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จตามแผนงานที่วางเอาไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คือเอาเข้าจริง ถ้าองค์กรไม่มี HR ก็ไม่ตายหรอก เราต้องยอมรับความจริงในข้อนี้ แต่องค์กรที่มี HR จะเติบโตอย่างเป็นระบบได้มากกว่า เพราะ HR ไม่ได้ทำหน้าที่แค่จัดการคน แต่ยังช่วยสร้างผู้นำให้กลายเป็น People Manager ที่สามารถบริหารจัดการทีมได้อย่างเข้าอกเข้าใจ หากเรามีผู้นำที่รู้เรื่องคนอย่างทะลุปรุโปร่งกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งองค์กร ภายใต้การกำกับดูแลของ HR ที่พร้อมนำองค์ความรู้มาปรับแก้และพัฒนาตลอดเวลา ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่องค์กรนั้น ๆ จะประสบความสำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HR ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวกลางที่คอยเชื่อมระหว่างผู้บริหารและพนักงาน บางองค์กรพนักงานจะไม่กล้าพูดคุยกับผู้บริหารโดยตรงแม้จะมีเรื่องไม่สบายใจมากแค่ไหน หากตัด HR ออกไปทั้งสองฝ่ายก็จะไม่มีกลไกให้สื่อสารกันได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำคัญที่สุดคือ HR เปรียบดั่งเพื่อนคู่คิดที่ทุกคนสามารถมาปรึกษาเพื่อหาทางออก (Solution) ได้ตลอดเวลา นี่คือความพิเศษของ HR หรือความธรรมดาที่พร้อมอยู่เคียงข้างทุกคนค่ะ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="“HR คือคนธรรมดาที่พิเศษ” คุยกับคุณภัทรพร ธัญญารัตน์สกุล Head of Human Capital Business Partner - Operations จากโอสถสภา (Osotspa) 854" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะลึกการบริหารงานที่ไร้กรอบกับ ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ Young CEO, Young Leader ผู้นำยุคใหม่แห่ง Shipnity</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/young-ceo-shipnity-10042023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Paranaphat Anui]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Apr 2023 07:53:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Shipnity]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/young-ceo-shipnity-10042023/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT หลายคนน่าจะมีความฝันว่าอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ แม้ว่าความฝันนั้นจะกลายเป็นจริงอาจต้องใช้เวลานาน แต่สำหรับ เฟิร์น &#8211; ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ หลังเรียบจบ เธอก็ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็น CEO ของบริษัท Shipnity ทันทีตั้งแต่อายุเพียง 22 ปี การเป็นผู้นำตั้งแต่อายุน้อยมาพร้อมความท้าทายมากมาย แต่สิ่งที่เธอค้นพบก็คือ การเป็นผู้นำตั้งแต่อายุน้อยในบริษัททำระบบหลังบ้าน ช่วยการขายของออนไลน์ ช่วยให้เปิดกว้าง ไม่ต้องยึดติดว่าการบริหารงานควรต้องยึดสูตรสำเร็จแบบใดแบบหนึ่ง เพราะจริง ๆ แล้วอาจไม่มีสูตรตายตัวด้วยซ้ำ บริษัททำระบบหลังบ้าน อำนวยความสะดวกในการขายของออนไลน์ Shipnity ก่อตั้งโดยมีพนักงานเพียง 5 คน ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 30 คน และเคยมีช่วงที่มีคนสมัครงานเข้ามาถึง 600 คนด้วย เป้าหมายต่อไปที่ CEO แห่ง Shipnity ตั้งมั่นก็คือ ต้องพาองค์กรทำระบบหลังบ้าน อำนวยความสะดวกในการขายของออนไลน์ กระโดดไปสู่ก้าวต่อไปที่ใหญ่ขึ้น ไม่ใช่เรื่องจำนวนคน แต่เป็นเรื่องของการทำให้องค์กรเกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง หลายคนน่าจะมีความฝันว่าอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ อยากเป็นนายตัวเอง แต่กว่าความฝันนั้นจะกลายเป็นจริงอาจต้องใช้เวลานาน หรือบางครั้งมันอาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ แต่สำหรับ เฟิร์น &#8211; [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">หลายคนน่าจะมีความฝันว่าอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ แม้ว่าความฝันนั้นจะกลายเป็นจริงอาจต้องใช้เวลานาน แต่สำหรับ เฟิร์น &#8211; ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ หลังเรียบจบ เธอก็ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็น CEO ของบริษัท Shipnity ทันทีตั้งแต่อายุเพียง 22 ปี</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">การเป็นผู้นำตั้งแต่อายุน้อยมาพร้อมความท้าทายมากมาย แต่สิ่งที่เธอค้นพบก็คือ การเป็นผู้นำตั้งแต่อายุน้อยในบริษัททำระบบหลังบ้าน ช่วยการขายของออนไลน์ ช่วยให้เปิดกว้าง ไม่ต้องยึดติดว่าการบริหารงานควรต้องยึดสูตรสำเร็จแบบใดแบบหนึ่ง เพราะจริง ๆ แล้วอาจไม่มีสูตรตายตัวด้วยซ้ำ</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">บริษัททำระบบหลังบ้าน อำนวยความสะดวกในการขายของออนไลน์ Shipnity ก่อตั้งโดยมีพนักงานเพียง 5 คน ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 30 คน และเคยมีช่วงที่มีคนสมัครงานเข้ามาถึง 600 คนด้วย</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">เป้าหมายต่อไปที่ CEO แห่ง Shipnity ตั้งมั่นก็คือ ต้องพาองค์กรทำระบบหลังบ้าน อำนวยความสะดวกในการขายของออนไลน์ กระโดดไปสู่ก้าวต่อไปที่ใหญ่ขึ้น ไม่ใช่เรื่องจำนวนคน แต่เป็นเรื่องของการทำให้องค์กรเกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14813" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/HR-EX-Cover-10.png" alt="เปิดกว้างการบริหารงานที่ไม่มีกรอบ กับ ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ YOUNG CEO, YOUNG LEADER แห่ง SHIPNITY" width="600" height="370" title="เจาะลึกการบริหารงานที่ไร้กรอบกับ ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ Young CEO, Young Leader ผู้นำยุคใหม่แห่ง Shipnity 864"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนน่าจะมีความฝันว่าอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ อยากเป็นนายตัวเอง แต่กว่าความฝันนั้นจะกลายเป็นจริงอาจต้องใช้เวลานาน หรือบางครั้งมันอาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สำหรับ </span><b>เฟิร์น &#8211; ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ</b><span style="font-weight: 400;"> ความฝันของเธอมาถึงเร็วกว่าที่ใครคาดคิด กับการได้เป็นเจ้าของธุรกิจทันทีที่เรียนจบ และนั่งตำแหน่ง CEO ของบริษัทที่มีชื่อว่า </span><a href="https://www.shipnity.com/landing" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Shipnity</span></a><span style="font-weight: 400;"> บริษัทสตาร์ทอัพที่ขึ้นชื่อลือชาในการทำระบบหลังบ้าน เพื่อช่วยให้อำนวยความสะดวกพ่อค้าแม่ค้าในการขายของออนไลน์ ให้ไม่ต้องเผชิญความยุ่งยากหลายประการในการขายของออนไลน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>HREX.asia</strong> มีโอกาสจับเข่าคุยกับ CEO หญิงเก่งในฐานะผู้นำวัยเยาว์ว่ามีเคล็ดลับในการบริหารคนที่แตกต่างจากผู้บริหารรายอื่น ๆ อย่างไร ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่ทั้งกำลังเดินในเส้นทางสายเดียวกัน และคนที่กำลังมองหาลู่ทางใหม่ ๆ ให้ชีวิต</span></p>
<h2>จุดเริ่มต้นของบริษัททำระบบขายของออนไลน์หลังบ้าน Shipnity มีที่มาอย่างไร</h2>
<p><b>ชญานิษฐ์:</b><span style="font-weight: 400;"> เฟิร์นเป็น co-founder ค่ะ ผู้ร่วมก่อตั้งอีกท่าน (</span><b>พสธร อธิยุตภัคพล</b><span style="font-weight: 400;">) เป็น CTO เป็นเพื่อนของเพื่อนสมัยเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อสัก 6 ปีก่อนเขาเริ่มต้นก่อนด้วยการขายของออนไลน์ แต่มีปัญหาเกี่ยวกับการจัดการหลังบ้าน พอลูกค้าบ่น เขาก็หาวิธีว่าจะทำอย่างไรดี ตอนนั้นยังไม่มีโซลูชั่นมากมายเหมือนตอนนี้ เลยเขียนโปรแกรมขึ้นเองเพื่อแก้ Pain Point นั้น</span><b> </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนการเข้ามาทำงานที่นี่ ตอนนั้นเฟิร์นทำงานกลุ่มวิชาเดียวกับเพื่อนท่านนี้ เขาเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ พอใกล้เรียนจบก็คุยกันว่าสมัครงานกันหรือยัง คุยไปคุยมาเขาบอกว่ากำลังเขียนโปรแกรมชื่อว่า Shipnity เป็นโปรแกรมทำระบบสต็อก เขาทำอยู่คนเดียว กำลังหา CEO อยู่ เพราะไม่อยากเป็นเอง อยากเขียนโปรแกรมมากกว่า เลยหาคนที่สามารถคุยกับคนอื่น สามารถไปเจอผู้คนได้ เฟิร์นเลยมาร่วมด้วยจนถึงตอนนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เฟิร์นเองรู้ตัวว่าอยากทำธุรกิจตั้งแต่สมัยเรียน ม.ต้น แล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง พอมีโอกาสเข้ามาก็รู้สึกว่า ถ้าไม่คว้าไว้ก็ไม่รู้จะมีมาอีกเมื่อไหร่ จึงมาร่วมงานและเป็น CEO ของ Shipnity ตั้งแต่ตอนนั้นค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14787 size-medium" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/122823092_3427600447337655_51134448392009060_n.png" alt="เปิดกว้างการบริหารงานที่ไม่มีกรอบ กับ ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ YOUNG CEO, YOUNG LEADER แห่ง SHIPNITY " width="740" height="740" title="เจาะลึกการบริหารงานที่ไร้กรอบกับ ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ Young CEO, Young Leader ผู้นำยุคใหม่แห่ง Shipnity 865"></p>
<h2>วันที่รับบทบาท CEO เริ่มธุรกิจทำระบบหลังบ้าน ช่วยการขายของออนไลน์ ตอนนั้นรู้ไหมว่าหน้าที่ของ CEO มีอะไรบ้าง</h2>
<p><b>ชญานิษฐ์:</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่รู้เลยค่ะ เราเหมือนมีภาพกันใช่ไหมว่าคนทำธุรกิจ คนเป็น CEO ต้องเป็นนักบริหาร แต่จริง ๆ แล้วหน้าที่ของ CEO เปลี่ยนไปตามขนาดองค์กร ตามแต่ละช่วงเวลา ถ้าตอนนั้นบอกว่าเราเป็น CEO งานของเราคือการนั่งบริหารคู่กับ Co-Founder กันแค่ 2 คน เราจะบริหารอะไรล่ะ ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หน้าที่ CEO ของเฟิร์นมีทั้งช่วงที่ต้องเป็นเซลล์ มีช่วงที่ต้องเป็น Manager ด้วย แต่อย่าติดอยู่กับการเป็น Manager นานนะคะ เพราะถ้าทำแต่งาน Manager แล้วจะขึ้นไปทำงานที่เกินกว่านั้นไม่ได้ แต่ตอนนั้นเราเป็นเด็กอายุแค่ 21-22 ปี เรายังไม่กล้าเขียนบนนามบัตรว่า CEO ด้วยซ้ำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับหน้าที่และสิ่งที่ต้องมีของ CEO คือความเป็นผู้นำ (</span><a href="https://th.hrnote.asia/tips/5-focus-for-leadership-01192022/"><span style="font-weight: 400;">Leadership</span></a><span style="font-weight: 400;">) สำหรับ Entrepreneur นะ ต้องกล้าได้กล้าเสียระดับหนึ่งด้วยเหมือนกัน จริง ๆ เฟิร์นเป็นคน Conservative ทำอะไรก็แอบกังวล ส่วน CTO จะสายลุย เราก็เอามาบาลานซ์ ช่วยกันทำงานค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เฟิร์นไม่กล้าพูดว่าตัวเองเป็นหัวหน้า คำว่าเจ้านายยังไม่เคยใช้เลย เฟิร์นไม่ใช้คำว่าลูกน้อง เฟิร์นใช้คำว่า ‘ทีม’ ไม่มีใครเป็นลูกน้องเฟิร์น เฟิร์นไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย แล้ว Passion ที่เฟิร์นมีตรงกับเพื่อนคือ เราอยากสร้างอะไรบางอย่างให้มันมีคุณค่าจริง ๆ ให้ Shipnity มันยิ่งใหญ่ในแบบที่ทุกคนใช้แล้วได้ประโยชน์จากมัน เราอยากขับเคลื่อนให้เกิดอะไรบางอย่างที่ดีขึ้นกว่าเดิม</span></p>
<h2>การเป็นผู้นำตั้งแต่อายุยังน้อยมีความท้าทายยังไงบ้าง พบเจออุปสรรคอะไรบ้าง</h2>
<p><b>ชญานิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">ค่อนข้างเยอะนะ ทั้งความท้าทายจากภายในและภายนอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายภายนอก คือวันที่เราต้องเป็นเซลล์หรือเป็น AE สมมติเราไปคุยงานกับบริษัทเครือหนึ่ง เขาให้เอา CEO มาคุย พอบอกว่าเราเองที่เป็น CEO เขาก็ตกใจ พอเล่าประวัติว่าเราเริ่มมายังไง มีอะไรมานำเสนอบ้าง สุดท้ายเราได้งานนั้นนะ แต่หลายครั้งได้คุยกับหลายที่ ก็จะเจอคำถามว่า “อายุเท่าไหร่” “จบมากี่ปีแล้ว” บ่อยเหมือนกัน เพื่อนอีกคนก็ดูเด็ก ๆ ไม่ได้ดูมีภูมิฐานขนาดนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนความท้าทายจากภายใน ด้วยความที่ช่วงอายุเรากับน้องในทีมเท่า ๆ กัน ก็จะวางตัวไม่ถูกว่าควรใกล้ชิดกับเขาแค่ไหน แต่ประเด็นนี้เฟิร์นมองว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อดีคือ พอเราทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย เราจะมีเวลาล้มลุกคลุกคลานได้เยอะหน่อย ชีวิตเรายังไม่ได้ต้องแบกรับความรับผิดชอบมากขนาดนั้น อาจกล้าลองผิดลองถูกได้เยอะกว่าคนที่มีภาระเยอะแล้ว อายุ 40 ปี มีลูกมีครอบครัวที่ต้องดูแลแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนอันนี้จะถือเป็นข้อดีก็ได้นะ เพราะเฟิร์นกับ co-founder ไม่เคยไปทำงานที่อื่น เราเลยไม่รู้ว่าการเป็นหัวหน้าต้องเป็นยังไง จึงต้องเรียนรู้จากหน้างาน จากการถามคนอื่น หรือหาข้อมูลมาอ่านมาฟังแทน ซึ่งเฟิร์นจะชอบนั่งคุยแล้วก็ได้ความรู้จากพี่ ๆ เยอะมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วพอเราไม่ต้องยึดติดว่ามันควรเป็นแบบนั้นแบบนี้ เราสองคนก็เปิดกว้างได้โดยไม่มีกรอบเลย ไม่ใช่แค่เอากรอบออก แต่มันไม่มีกรอบเลยว่าอะไรควรต้องเป็นอย่างไร จริง ๆ มันอาจไม่มีสูตรตายตัวด้วยซ้ำ เพราะทุกคนจะมีสไตล์การทำงานของตัวเอง</span></p>
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;">
<div><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220204-young-leader/"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14816" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/young-beautiful-girl-sitting-working-place-office-600x370-1.jpg" alt="อายุน้อยก็เป็นผู้บริหารได้ ถ้าคุณเป็นผู้นำครั้งแรก ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง?" width="600" height="370" title="เจาะลึกการบริหารงานที่ไร้กรอบกับ ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ Young CEO, Young Leader ผู้นำยุคใหม่แห่ง Shipnity 866"></a></div>
<div style="text-align: center;"><a style="text-align: start;" href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220204-young-leader/">อายุน้อยก็เป็นผู้บริหารได้ ถ้าคุณเป็นผู้นำครั้งแรก ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง?</a></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div class="focused-block--has-title check">
<div style="text-align: center;"></div>
</div>
<h2>พอเรียนจบมาแล้วเป็น CEO เลย เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย (Insecure) บ้างไหม</h2>
<p><b>ชญานิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">เรื่องวัยเลยค่ะ เฟิร์นเคยไปหา CEO บริษัทด้านขนส่งเจ้าหนึ่ง CEO ไม่ให้เฟิร์นเข้าพบสักทีทั้งที่คุยนัดหมายทางโทรศัพท์มาแล้ว เขาบอกว่าให้เอา CEO มาคุย เราก็บอกว่า “เฟิร์นคือ CEO เองค่ะ” เขาถามกลับว่า “เฟิร์นเป็นเลขาใช่ไหม” “ไม่ใช่ค่ะ เฟิร์นเป็น CEO” ถามตอบอย่างนี้จนเริ่มเซ็ง แต่หลายที่ก็ไม่ได้ตัดสินด้วยอายุ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วที่นี่เฟิร์นก็ไม่ได้ตัดสินคนด้วยอายุเช่นกันนะ น้องบางคนเก่งมากเลย มีคนที่ได้เลื่อนขั้นได้เงินเดือนสูง ๆ เยอะ ถ้าเราไปตัดสินว่า หนูเพิ่งอายุ 23 เอง ได้เท่านั้นเท่านี้ไม่ได้ เพราะวันนั้นพี่ก็ได้มาแค่นี้ก็คงไม่ได้ เราไม่อยากให้ตัดสินอย่างนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกอย่าง ตอนทำงานแรก ๆ จะไม่กล้าโพสต์อะไรใน Facebook และ Instagram ไม่กล้าเที่ยวเล่นเลย เพราะจะรู้สึกผิด ตอนนั้นพยายามวางตัวนะ แต่คาแรคเตอร์เรามันออกไปทางเป็นคนสนุก ๆ  ถ้าอยู่กับเพื่อน เฟิร์นจะเป็นคนติงต๊องแหละค่ะ เลยจะวางตัวไม่ถูก ก็รู้สึกน้อยใจ รู้สึกโดดเดี่ยวจัง ต้องใช้คำนี้เลยว่าโดดเดี่ยว พี่ ๆ สตาร์ทอัพปกติจะอายุน้อยกันอยู่แล้ว แต่น้อยที่ว่าคืออายุ 30 ปี ส่วนเราแค่ 23 เอง ก็จะมีความ “ไอ้เฟิร์น-ไอ้เวฟ” เด็กน้อยสองคนอยู่กับแก๊งคนแก่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โชคดีที่พี่ ๆ เขาช่วยเราบ้าง ให้คำปรึกษานิดหน่อย ทำให้รู้สึกว่าถ้าเราอยู่ในบริษัท ถึงเราจะมีความเป็นพี่ อาจจะโดดเดี่ยว แต่ยังมีเพื่อน ๆ พี่ ๆ ข้างนอกที่เราพูดคุยและขอคำปรึกษาได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-14782" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/IMG_9489-scaled.jpg" alt="เปิดกว้างการบริหารงานที่ไม่มีกรอบ กับ ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ YOUNG CEO, YOUNG LEADER แห่ง SHIPNITY" width="600" height="370" title="เจาะลึกการบริหารงานที่ไร้กรอบกับ ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ Young CEO, Young Leader ผู้นำยุคใหม่แห่ง Shipnity 867"></p>
<h2>ทุกวันนี้ยังอยู่ในสภาวะนั้นไหม</h2>
<p><b>ชญานิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ เพิ่งมารู้สึกว่าโพสต์ลง Facebook ไปเหอะ ไม่เป็นไร เราเพิ่งไปเที่ยวคาเฟ่ได้เมื่อปี 2022 ที่ผ่านมานี่เอง เพราะโควิดระบาดไปอีก 2 ปีด้วย หลังโควิดก็อายุ 28 แล้ว เรารู้สึกว่าเราเป็นผู้ใหญ่แล้ว จริง ๆ ตอนนี้เราไปเที่ยวคาเฟ่ ลงรูปไปเที่ยวได้แล้ว มันไม่ได้ดูเด็กหรือไร้สาระขนาดนั้นหรอก แต่ตอนนั้นจะรู้สึกว่าทุกอย่างต้องเป็นงาน ต้องรันงาน ปัจจุบันจะรู้สึกว่า เราควรต้องมีช่วงที่ไม่ทำงานแล้วเป็นตัวเราเองบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นสิ่งที่ทรมานที่สุดคือ เฟิร์นคุยกับตัวเองแล้วรู้สึกว่า “เอ๊ะ เฟิร์น-ชญานิษฐ์ อยู่ไหน ?” มันมีแต่เฟิร์น Shipnity พอพี่สาวชวนไปเที่ยว เพื่อนชวนไปเที่ยว ก็ไม่ไป ไม่ว่าง จนเพื่อนเลิกชวน แต่เดี๋ยวนี้ไปได้จนเพื่อนสงสัย ก็ตอบว่าเพราะคิดได้มั้ง ว่าต้องแบ่งเวลาด้วยเหมือนกัน ตอนที่ไปเที่ยว งานเราก็รันในหัวแหละ ถ้ามีไลน์มาเราก็ตอบ หรือบางทีเที่ยวอยู่แล้วเจออะไรน่าสนใจ ก็ได้ไอเดียเอาไปปรับใช้ต่อ</span></p>
<h2>มีเทคนิคแบ่งเวลาตัวเองยังไงว่า เวลาไหนจะทำงาน เวลาไหนจะเล่น</h2>
<p><b>ชญานิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">พอเราเซ็ตเวลาพักร้อนให้เป็นเกณฑ์เดียวกันทั้งบริษัท ก็ได้เท่าน้องที่อายุงานเท่ากันนั่นแหละค่ะ ตอนแรกเราไม่ได้เซ็ตเวลาให้ตัวเอง แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่า เราลาได้ตามโควตาที่มี แล้วก็ใช้ตรงนั้นได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต้องอนุญาตให้ตัวเองเป็นคน ๆ หนึ่ง ที่มันมีพาร์ทของเฟิร์นที่เล่นสนุก กับเฟิร์นที่ทำงาน เราสนุกกับงานมาตลอด เพิ่งมาเริ่มคิดได้ว่ามันต้องมีช่วงที่เราได้พักบ้างเหมือนกันนี่แหละค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-14784" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/IMG_9573-scaled.jpg" alt="เปิดกว้างการบริหารงานที่ไม่มีกรอบ กับ ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ YOUNG CEO, YOUNG LEADER แห่ง SHIPNITY " width="600" height="370" title="เจาะลึกการบริหารงานที่ไร้กรอบกับ ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ Young CEO, Young Leader ผู้นำยุคใหม่แห่ง Shipnity 868"></p>
<h2>ขอถามเชิงธุรกิจบ้าง ปัจจุบันมีคู่แข่งที่ทำระบบหลังบ้าน ช่วยการขายของออนไลน์เยอะแค่ไหน</h2>
<p><b>ชญานิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">ช่วงโควิดมานี้ เยอะมาก (กอไก่ล้านตัว) เพราะเหมือนเขามองเห็นโอกาสด้วย บางที่ทำแบบรวมส่งอย่างเดียว ไม่ได้เน้นระบบขนาดนั้นค่ะ แต่ก็ต้องขอบคุณที่เราทำมาตั้งแต่แรก จนมีฐาน มีความพร้อมของระบบต่าง ๆ ครอบคลุมมากแล้ว จะไม่เหมือนกับระบบที่พัฒนาใหม่ค่ะ ตอนนี้ Users ของเรามีหลายหมื่นเลย</span></p>
<h2>ปัจจุบันนี้ Shipnity มีพนักงานกี่คน</h2>
<p><b>ชญานิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้ประมาณ 30 คนค่ะ แต่ช่วงนี้เราจะสลับกัน Work From Home ไม่ได้มาที่ออฟฟิศพร้อมกันหมด มองดูในวันนี้ถือว่ามาไกลมาก แต่คิดว่ายังไปได้อีกไกลนะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นถ้าเรามองว่า บริษัทของเด็กอายุแค่ 22 ปี มีพนักงานแค่ 10 คนก็เก่งแล้วมั้ง ตอนนี้เป็นจุดเริ่มต้นของสเต็ปต่อไป เฟิร์นเองก็ต้องพยายามขยับไปสเต็ปถัดไปด้วย มันจะต้องกระโดดจริง ๆ แล้ว ไม่ใช่กระโดดแค่เรื่องจำนวนคน แต่เป็นเรื่องของความยั่งยืนจริง ๆ เกิดความ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190618-sustainable-organization/"><span style="font-weight: 400;">Sustainablity</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่มีการเติบโตไปในหลาย ๆ แง่มุมค่ะ</span></p>
<h2>พนักงานที่นี่อยู่ในวัยเดียวกันหมดเลยใช่ไหม</h2>
<p><b>ชญานิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">ตอนที่เฟิร์นอายุประมาณสัก 24-25 ปี น้องในทีมจะเพิ่งจบใหม่ อายุห่างกันประมาณ 1-2 ปี จริง ๆ จะมีพี่ที่อายุ 30 ด้วย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าแก่ขนาดนั้น มันอยู่ที่ Mindset และการปรับตัวค่ะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางคนอายุ 60 แต่จ๊าบมากเลยนะ ต้องใช้คำว่าจ๊าบเลย อย่างพ่อของเฟิร์นเองอายุ 58 รู้ว่ามีคาเฟ่เปิดใหม่ที่ไอคอนสยาม นั่นคือ %arabica ก่อนเราอีก ตายแล้ว รู้จากไหน หนูยังไม่รู้เลย มันอยู่ที่ mindset ของคน และความ active ในตัวเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วมันไม่ได้เป็น Generation Gap ขนาดนั้น (พี่ที่อายุ 30) เขายังกลมกลืนกับน้องมากกว่าเฟิร์นอีก มันอยู่ที่การคุยแล้วเรารู้ว่าไปด้วยกันได้มากกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนเรื่องการปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยี อันนี้อาจเป็นที่ตัวเฟิร์นเองก็ได้นะ คือทำสตาร์ทอัพแต่เป็นคนค่อนข้างโลว์เทค ต้องให้น้องมาสอนใช้ TikTok เลยคิดว่ามันอยู่ที่คน อยู่ที่ Mindset ไม่ได้อยู่ที่อายุหรอก และขึ้นอยู่ว่าจะปรับตัวได้เร็วแค่ไหน เพราะงั้นการเลือกคนเข้ามาทำงานที่นี่ เราอาจต้องเลือกคนที่ปรับตัวได้เร็วก่อน เพราะองค์กรเรามันต้องปรับตัวตลอดเวลา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เฟิร์นก็อาจจะยังไม่ได้รับคนอายุ 60 เข้ามาเลยนะ มันจะ Extreme ไปหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าถ้าคนที่อายุเกินจะหมดสิทธิ์ เพราะ ณ วัยวุฒิหนึ่งเขาอาจจะเห็นอีกมุมหนึ่งที่เราไม่เคยเห็นก็ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-14785" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/IMG_9524-scaled.jpg" alt="เปิดกว้างการบริหารงานที่ไม่มีกรอบ กับ ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ YOUNG CEO, YOUNG LEADER แห่ง SHIPNITY " width="600" height="370" title="เจาะลึกการบริหารงานที่ไร้กรอบกับ ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ Young CEO, Young Leader ผู้นำยุคใหม่แห่ง Shipnity 869"></p>
<h2>ที่ Shipnity มี HR ไหม</h2>
<p><b>ชญานิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้จะมี HR ดูแลอยู่คนเดียว แต่ในปี 2023 เราจะวางระบบเรื่อง HR เรื่องการ Recruiting หรืออะไรมากขึ้น จริง ๆ ก็ช่วยกันดูแลนั่นแหละค่ะ ไม่ได้มองว่าเป็นครอบครัวหรอก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ส่วนตัวมองว่าพอเป็นทีมเดียวกันแล้ว HR ต้องดูแลทั้งบริษัทฝ่ายเดียวเหรอ ถ้าคนอื่น ๆ ในทีมที่เป็นเฮดทีมให้แต่ HR ทำ แล้วตัวเองไม่ทำเลยเหรอ ถ้าบ้านมีขยะ ใครเก็บใครกวาดบ้าน จะรอแค่แม่บ้านทำ ฉันไม่ช่วยเหรอ แล้วมันจะเป็นองค์กรได้ยังไง จะเป็นทีมได้ยังไง ไม่ใช่ว่า HR ไม่ดีนะคะ ถึงจุดหนึ่งต้องมีความพร้อม เพราะ HR ก็มีหลายเลเวลเนอะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน Human Resources Development เฟิร์นมองว่าจะไม่มีเลยก็ไม่ใช่ เพราะเมื่อรับคนเข้ามาแต่ละรุ่น ก็ต้องมีการเทรนความรู้กัน จะต้องเทรนอะไรเขาบ้าง หัวข้อมีแค่ไหน แบบประเมินมีแค่ไหน การทำ HRD อาจต้องให้ทีมนั้น ๆ เทรนให้กันเอง เพราะจะให้ HR เทรนเองก็ไม่เหมือน Customer Service เทรนกันเอง เพราะว่าโปรดักส์มันค่อนข้างลึก CS จะ Specialized กว่า เก่งกว่าเฟิร์นอีก </span></p>
<h2>ได้ยินว่าที่ออฟฟิศของ Shipnity ส่วนใหญ่พนักงานจะเป็น Introvert แต่คุณเป็น Extrovert อย่างนี้มีผลต่อการทำงานบ้างไหม</h2>
<p><b>ชญานิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ ที่ออฟฟิศช่วงแรกมี Extrovert เยอะมากค่ะ พอหลังโควิดก็เปลี่ยนรุ่นไปมา ตอนหลังให้ทำกิจกรรม Smallroom Town Hall แล้วมีคนเกือบ 80% บอกว่าเป็น Introvert ไม่ใช่แค่ทีม Dev (Developer) นะ แต่รวมถึงเซลล์ การตลาด แทบทั้งหมดของบริษัทเลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เคยมีคนบอกว่า บริษัทเทค ฯ ก็อย่างนี้แหละ แต่เฟิร์นคิดว่าไม่ ฝั่งโปรดักส์คือแค่ 1 ใน 3 แต่ที่มัน 70-80% นะ เกิดอะไรขึ้น ปกติพวกผู้หญิงที่เป็นเซลล์หรือการตลาด จะต้อง Extrovert กลายเป็นว่า หลังโควิดมาเนี่ยใน 30 คน จะมีแค่ 5 คนเองที่เป็น Extrovert จ๋า ๆ ก็ว่าทำไมออฟฟิศเรามันเงียบจัง เมื่อก่อนสมัยที่มีแต่ Extrovert จะมีเสียงตะโกนเข้าไปในห้องประชุมลูกค้า คุยงานไม่รู้เรื่องเลย ปัจจุบันมีกัน 30 คน แต่เงียบเชียว องค์กรก็เปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงเวลาด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอมองย้อนกลับไป เราผ่านมาตั้งแต่ตอนที่คิดว่า ใครจะสมัครงานบริษัทเรานะ จนมาถึงช่วงที่มีคนสมัครงานเข้ามาถึง 600 คน ตกใจเลย มีคนสนใจบริษัทเราขนาดนี้เลยเหรอ ช็อคมาก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วพอหาคนอีกรอบหนึ่ง ตัวเลขก็อยู่ที่ 600-800 คนอีก แสดงว่ามันมีคนสนใจเราจริง ๆ ถ้าเราสร้างองค์กรให้ดีกว่านี้อีกก็คงยิ่งดี อยากให้เป็นองค์กรที่&#8230; ใช้คำว่าน่าอยู่มันจะ Generic เกินไป แต่อยากให้เป็นองค์กรที่เขาภูมิใจที่ได้ทำงาน ได้เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างสรรค์อะไรให้กับโลกและลูกค้า ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ให้อะไรบางอย่างกับเขาได้ ให้เขาเรียนรู้และเติบโตได้</span></p>
<h2>ตอนมีคนสมัครงานมากกว่า 600 คน ใช้เกณฑ์ในการคัดเลือกคนที่ใช่ยังไงบ้าง</h2>
<p><b>ชญานิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">เราจะส่งคำถามกลับไปหาผู้สมัครงานประมาณ 10 ข้อ เพื่อดูว่าเขาตอบได้ไหม ถ้าคนไหนไม่ตอบ หรือตอบแล้วไม่ดีเราก็คัดออก แต่ก็ยังมีคนตอบกลับ 200-300 คนนะ อ่านกันตาเหลือกเลย (หัวเราะ) ครั้งต่อมาเลยเปลี่ยนเป็น เราจะคัดคนที่</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/culture-and-hiring/"><span style="font-weight: 400;">คุณสมบัติ</span></a><span style="font-weight: 400;">ไม่ตรงกับที่ต้องการออกไปก่อน แล้วค่อยส่งโจทย์ให้ จะได้เหลือน้อยลง สุดท้ายมีคนตอบกลับประมาณครึ่งหนึ่ง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นเราเลือกได้ 3 คน จากรอบสุดท้าย 20 กว่าคน เพราะว่าการสัมภาษณ์ CS มีหลายรอบแล้ว โหดด้วยนะ จะให้โจทย์ทำระบบ ทดสอบระบบกับให้น้อง CS ในทีมดูก่อน ถ้าผ่านปุ๊บค่อยมาสัมภาษณ์เรื่องทั่วไป เรื่องทัศนคติอีกรอบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วรอบสัมภาษณ์จะเหลือคนผ่านไม่เยอะ เราจะตั้งคะแนนที่สูงขึ้นในทุก ๆ รอบ เพราะความคาดหวังของเราสูงขึ้น คนสมัครเยอะขึ้น แต่เราจะมีคู่มือหรือวิดีโอให้เขาได้เรียนรู้ด้วยตัวเองได้ เราจะบอกเลยว่า สามารถดูในช่อง YouTube ของเราได้เลยนะ จะได้เตรียมตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ตอนนั้นน้องเซ็ตแรก ๆ ที่ผ่านมาทำงานด้วยต้องเรียกว่าเก่งมากเลย แล้วทำได้เยอะกว่าเราอีก สมัยนั้นยังไม่มีวิดีโอหรือโพยให้อ่านก่อนเลย แต่ก็ยังผ่านมาได้</span></p>
<h2>คิดว่าคุณสมบัติอะไรที่ผู้สมัครงานเด็กจบใหม่ควรมี เพื่อให้สามารถทำงานในอนาคตได้ง่ายขึ้น</h2>
<p><b>ชญานิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">เฟิร์นให้เรื่องของ </span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/211013-growth-mindset/"><span style="font-weight: 400;">Growth Mindset </span></a><span style="font-weight: 400;">เป็นหลักค่ะ ถ้ามีใจ อยากพัฒนา เขาก็จะทำได้ บางคนเก่งอยู่แล้วแต่ไม่พัฒนา วันหนึ่งเพื่อนก็จะพัฒนาแซงเขา เราเคยเลือกคนจากสกิลเป็นหลัก คนที่มี mindset ที่ดีทั้งในเรื่องทัศนคติในการมองที่ดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ว่า Logic พื้นฐานต้องมีนะคะ ถ้าทัศนคติที่ดีต่อตัวเอง คนอื่น และเนื้องาน แล้วก็เรื่องการพัฒนาตัวเองเนี่ย พอเอามาบวกกันมันจะดีมาก ๆ เลย ไปต่อได้ไกล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การปรับ Mindset จะยากสุดเลย เขาอยู่มาทั้งชีวิตแล้วมันปรับยากมาก และเราอย่าคาดหวังว่าเราจะสามารถ Grooming ทุกคนได้ แต่เราต้องเอาพนักงานที่เขาอยากเติบโตไปกับเราด้วยต่างหาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนใน</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/7-seconds-resume/"><span style="font-weight: 400;">เรซูเม่</span></a><span style="font-weight: 400;"> เฟิร์นชอบหาว่าแต่ละคนชอบทำกิจกรรมอะไรนอกจากผลการเรียน เฟิร์นไม่ได้บังคับว่าต้องจบสายไหนเป็นพิเศษ เพราะสกิลพวกนี้เทรนได้ เดี๋ยวนี้เด็กจบการตลาดก็ไม่ได้ทำการตลาดได้เลยทันที ต้องมาเทรนหมด เทรนจากการทำงาน (</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190426-on-job-training/"><span style="font-weight: 400;">On Job Training</span></a><span style="font-weight: 400;">)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เฟิร์นมองว่าการใส่กิจกรรมที่มันดูมีเรื่องราวของตัวเองน่าจะดีกว่า แต่ถ้าบอกว่า ความสามารถพิเศษคือว่ายน้ำ คำถามคือมันจะใช้กับงานนี้ยังไง แล้วมันจะเป็นความสามารถพิเศษหรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนเด็ก ๆ เฟิร์นก็เคยเขียนนะว่าว่ายน้ำก็ได้ แต่ทุกคนก็ว่ายกันได้หมดนี่ การใส่ความสามารถพิเศษมันคือการ Represent มันคือการเล่าว่าเขาอยากให้เรารู้จักเขายังไง ใส่เข้าไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ ถ้าไม่ขี้เกียจนะ เวลาสมัครที่ไหน สามารถทำเรซูเม่สำหรับสมัครงานที่นั่นได้เลย มันจะแสดงถึงความความตั้งใจของเรา หรือที่เฟิร์นเคยเจอ ตอนสัมภาษณ์งานกับเฟิร์น เขาแต่งเพลงแรปเวอร์ชั่น Shipnity มาร้องเลย สนุกมาก ยิ่งทำให้เรารู้ว่าเขาตั้งใจอยากไปทำงานที่นั่นนะ มันทำให้เราอยากคุยกับคนนี้ต่อจังเลย เหมือนเป็น First Date ที่ทำให้ First Impression มันดีอะ แน่นอนว่าคนที่คัดก็ต้องให้คะแนนพิเศษบ้างแหละ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-14783" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/IMG_9480-scaled.jpg" alt="เปิดกว้างการบริหารงานที่ไม่มีกรอบ กับ ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ YOUNG CEO, YOUNG LEADER แห่ง SHIPNITY " width="600" height="370" title="เจาะลึกการบริหารงานที่ไร้กรอบกับ ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ Young CEO, Young Leader ผู้นำยุคใหม่แห่ง Shipnity 870"></p>
<h2>พอทำงานมาถึงจุดนี้แล้ว คุณนิยามความหมายของคำว่าความสำเร็จไว้อย่างไร</h2>
<p><b>ชญานิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">ความสำเร็จในความคิดของเฟิร์น รู้สึกว่ามันเต็มอิ่มตอนที่เห็นว่าเราสร้างอะไรแล้วมันสำเร็จ โดยเฉพาะตอนที่เราสร้างคนค่ะ ตอนเรียนจบมาแรก ๆ มีพี่มาชวนไปเป็นวิทยากรตามมหาวิทยาลัย สอนเรื่องสตาร์ทอัพ แล้วเฟิร์นมักจะได้พูดเปิด สร้าง Inspiration ก่อนเสมอ จนแอบสงสัยว่าทำไมต้องให้มาพูดพาร์ทนี้ด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันเหมือนกับไป Pitching หรือขายงานเหมือนกันนะ ซึ่งเป็นสกิลที่ CEO ต้องมี แต่จะขายอะไร บางทีขายเพื่อเอา VIP ขายเพื่อเอาพาร์ทเนอร์ ขายเพื่อเอาคนเข้ามาทำงาน และถ้าเขาซื้อ vision ของเรา เขาจะมาร่วมงานด้วย แต่เฟิร์นจะไม่พูดอะไรที่ไม่จริง เพราะถ้าไม่จริงจะสื่อออกไปไม่ได้ เราจะไม่เชื่อในสิ่งที่พูด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และไม่ใช่ว่าจะโน้มน้าวเขาอย่างเดียว ต้องดูด้วยว่าสิ่งที่เราขายมันตอบโจทย์กับสิ่งที่เขาหาด้วยหรือไม่ สมมติว่าสิ่งที่เราต้องการมันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตเขาเลย เฟิร์นก็ไม่อยากให้เขาต้องเสียเวลาเหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เฟิร์นชอบตอนที่โค้ชคนไป หรือช่วยใครแล้วเขาประสบความสำเร็จอะ ถ้าเราเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างหรือช่วยอะไรเขาได้ เราจะแฮปปี้มาก ๆ นี่ความสำเร็จที่เฟิร์นมองเห็นนะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนความสำเร็จในฝั่งของ Shipnity คงเน้นในเรื่องของด้านเทคโนโลยีเป็นหลัก ในที่นี้คือตัวระบบจัดการค่ะ วันหนึ่งมันอาจจะเป็น Baseline อาจเป็น Cash cow ก็ได้ ไม่ใช่ว่าวันหนึ่ง Shipnity จะเป็นระบบจัดการที่เด็ดที่สุด อันนี้มันเหมือนเป็น Goal หนึ่งที่ระบบจัดการที่ดีที่สุด แต่ไม่ใช่ Ultimate Goal </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะถ้าเราเป็นระบบจัดการอย่างเดียว มันจะยังไม่สามารถตอบเวอร์ชั่นที่เราหวังอยากให้ขับเคลื่อนธุรกิจได้จริง ๆ เราจะมีขาที่มันมากกว่านั้น จะเป็น Mission ในปี 2023  เราก็จะเน้นให้มันดีที่สุด แล้วก็ Serve User ให้ดีขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในพาร์ทถัดไปมันคือ Challenge ที่เฟิร์นมองว่ามันจะหนักสำหรับทีมบริหารแล้ว เพราะอย่างที่บอกว่า เราต้องกระโดดไปอีกก้าวหนึ่ง ต้องทำเพื่อให้ดีที่สุด เราต้องมีสิ่งที่ว้าวมากกว่านั้นมาต่อยอด ก็เลยเป็น Challenge ในปีนี้และปีถัด ๆ ไป</span></p>
<h2>คุณอยากเป็นผู้นำแบบไหน</h2>
<p><b>ชญานิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">เฟิร์นอยากเป็นคนที่ รู้สึกว่าสามารถเข้าใจคนอื่น แล้วก็ให้แรงบันดาลใจ (Inspire) คนอื่นได้ จะสร้างหรือผลักดันให้เขาได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนที่เฟิร์นไปสอนที่เคสตาร์ทอัพหลายปีก่อน มีน้องคนหนึ่งเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี 3 ตัดสินใจทัก Facebook มาบอกว่า “พี่จำผมได้ไหมที่ผมตามมาจากใน IG พี่เป็นหนึ่งในคนที่ผมให้เป็นไอดอลเลย ช่วงไหนผมรู้สึกเหนื่อย ผมรู้สึกว่าผมฟังพี่แล้วมีแรง มี Passion ให้ตัวเอง” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกวันที่รู้สึกดีมาก ๆ คือมีลูกค้าบินจากพิษณุโลกมาที่ออฟฟิศเพื่อมาเวิร์คชอป มาบ่ายกลับเย็นด้วย จริง ๆ ออนไลน์มาก็ได้ แต่พี่เขาอยากมาเจอคนพัฒนาโปรแกรม พอถามเขาว่าทำไมต้องบินมาขนาดนี้อะพี่ ค่าตั๋วแพงด้วยนะ เขาบอกว่า “ตอนนั้นพี่เริ่มไลฟ์ขายของ พี่เริ่มมีรายได้ แต่พี่ไม่ได้คุยกับลูก ไม่ได้เลี้ยงลูกเลย จนพอมีระบบดูดไลฟ์ของ Shipnity มันทำให้พี่ได้นอนแล้วเหมือนได้ลูกพี่กลับคืนมา มีเวลาไปเลี้ยงลูก ไม่ได้เอาแต่ไลฟ์ พี่อยากมาเจอคนที่พัฒนาแล้วอยากมาขอบคุณเขา” พูดแล้วยังขนลุกอยู่เลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอาจรู้สึกว่าเหนื่อยกับการทำงาน แต่พอเจออะไรแบบนี้เข้าไป ทำให้เรามีแรงกลับมาหมดเลยเราจะรู้สึกว่าพวกนี้มันเป็นสิ่งที่มันมีคุณค่าทางจิตใจ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-thumbnail wp-image-14786" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/04/IMG_9509-scaled.jpg" alt="เปิดกว้างการบริหารงานที่ไม่มีกรอบ กับ ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ YOUNG CEO, YOUNG LEADER แห่ง SHIPNITY" width="600" height="370" title="เจาะลึกการบริหารงานที่ไร้กรอบกับ ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ Young CEO, Young Leader ผู้นำยุคใหม่แห่ง Shipnity 871"></p>
<h2>หลังจากผ่านประสบการณ์มาเยอะ คิดว่ายังมีอะไรที่ขาดแล้วอยากเสริมอยู่</h2>
<p><b>ชญานิษฐ์: </b><span style="font-weight: 400;">จริง ๆ ประสบการณ์ ก็ยังน้อยอยู่นะ ยังขาดอีกเยอะเลยค่ะ คิดว่าเพิ่งผ่านช่วงล้มลุกคลุกคลานมาดีกว่า ยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะมาก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เคยมีนะตอนทำงานที่คิดว่าฉันเริ่มรู้แล้ว แต่พอเอาตัวเองไปอยู่ในอีกเลเวลหนึ่ง ก็… เฮ้ย เราไม่รู้อะไรเลย เราคิดว่าเราเก่ง มันแค่ตรงนี้ มันนิดเดียวเองที่เราคิดว่าเรารู้อะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่มีคำพูดหนึ่งที่เฟิร์นชอบอะ ไม่แน่ใจว่าจาก สตีฟ จ็อบส์ รึเปล่านะที่พูดเรื่อง “Connecting the Dots” เพราะเราจะเริ่มเห็นจริง ๆ ว่า เราสามารถเอาทุกสิ่งอย่างมาบูรณาการกันได้ มา Connect กันได้ จริง ๆ มันมีเท่านี้แหละ แค่ต้องกางแผนภาพแล้วก็เชื่อมจุดให้หมด แต่ในจุดต่าง ๆ ที่เชื่อมจะไม่ใช่เราทั้งหมด คนที่เก่งกว่าเราในแต่ละอันก็ดูส่วนนั้นไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์ในตอนนี้เฟิร์นว่าเฟิร์นยังขาดอีกเยอะ ภาพต่อไปธุรกิจจะต้องไปเรื่องไฟแนนซ์มากขึ้น ตอนนี้เราเข้าใจ Business Will แล้ว จากตอนแรกที่เราไม่เคยทำสัญญา พวกสัญญากับพาร์ทเนอร์ สัญญาจ้าง ไม่เคยแตะเลย ตอนนั้นมันท้าทายไปหมด ตอนนี้มันเริ่มโอเค หรือว่าบางอันเราไม่รู้ หาคนที่เขารู้กว่าเรามาทำ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia/?utm_source=HR=Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20219 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/02/hrexp-banner.png" alt="CTA HR Products &amp; Services" width="1600" height="500" title="เจาะลึกการบริหารงานที่ไร้กรอบกับ ชญานิษฐ์ โพธิครูประเสริฐ Young CEO, Young Leader ผู้นำยุคใหม่แห่ง Shipnity 872"></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>VAMPIRE ESPORTS : เปลี่ยนแวมไพร์แห่งวงการเกมส์เป็นแชมป์โลก ด้วยระบบบริหารจัดการคนที่ดี</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/220921-vampire-esports/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Sep 2022 17:08:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[VAMPIRE ESPORTS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/220921-vampire-esports/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HR Management) ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแวดวงธุรกิจเท่านั้น แต่ยังแฝงตัวอยู่ในทุกวงการภายใต้แนวคิด HR IS EVERYWHERE และเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น Vampire Esports เป็นทีมอีสปอร์ตชั้นนำของโลก และเพิ่งคว้าแชมป์รายการ PUBG MOBILE World Invitational ที่ประเทศซาอุดีอาราเบีย พร้อมเงินรางวัลรวมกว่า 25 ล้านบาท พวกเขาได้ชื่อว่ามีการบริหารจัดการที่เป็นระบบชัดเจน เด็ดขาด และมีชั้นเชิง เป้าหมายของการทำทีมอีสปอร์ตไม่ต่างจากธุรกิจอื่น ๆ นั่นคือการประสบความสำเร็จ, มีความสุข และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ดังนั้นจึงต้องหมั่นศึกษาหาความรู้และนำทักษะทั้งหมดมาบูรณาการให้เหมาะสมที่สุด ซึ่งผู้อ่านสามารถนำแนวทางของทีมแวมไพร์ไปปรับใช้ได้เช่นกัน การทำธุรกิจที่ดี คือการทำให้คนอื่นรักในสิ่งที่เราทำอยู่ เพราะคงไม่มีประโยชน์อะไรหากเราประสบความสำเร็จในสิ่งที่ไม่มีใครสนใจ เราย้ำอยู่เสมอว่าประโยค ‘HR IS EVERYWHERE’ เป็นเรื่องจริง เพราะไม่ว่าเราจะทำธุรกิจแบบไหน ขนาดเล็กหรือใหญ่ การบริหารจัดการคนก็ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนสิ่งที่ทำอยู่ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีระบบและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นไม่ว่าระบบ HR ในแต่ละองค์กรจะอยู่ภายใต้ชื่อใดก็ตาม การมีอยู่ของมันก็จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมากกว่าองค์กรที่มองข้ามความสำคัญของคนในทีม เพื่อตอกย้ำหัวข้อนี้ให้ชัดเจนขึ้น HR NOTE ขอพาทุกคนไปพูดคุยกับ คุณเมศว์ แป้นสุวรรณ (MrRip &#8211; [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HR Management) ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแวดวงธุรกิจเท่านั้น แต่ยังแฝงตัวอยู่ในทุกวงการภายใต้แนวคิด HR IS EVERYWHERE และเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Vampire Esports เป็นทีมอีสปอร์ตชั้นนำของโลก และเพิ่งคว้าแชมป์รายการ PUBG MOBILE World Invitational ที่ประเทศซาอุดีอาราเบีย พร้อมเงินรางวัลรวมกว่า 25 ล้านบาท พวกเขาได้ชื่อว่ามีการบริหารจัดการที่เป็นระบบชัดเจน เด็ดขาด และมีชั้นเชิง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายของการทำทีมอีสปอร์ตไม่ต่างจากธุรกิจอื่น ๆ นั่นคือการประสบความสำเร็จ, มีความสุข และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ดังนั้นจึงต้องหมั่นศึกษาหาความรู้และนำทักษะทั้งหมดมาบูรณาการให้เหมาะสมที่สุด ซึ่งผู้อ่านสามารถนำแนวทางของทีมแวมไพร์ไปปรับใช้ได้เช่นกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การทำธุรกิจที่ดี คือการทำให้คนอื่นรักในสิ่งที่เราทำอยู่ เพราะคงไม่มีประโยชน์อะไรหากเราประสบความสำเร็จในสิ่งที่ไม่มีใครสนใจ</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12396 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/09/IMG_2901.jpg" alt="VAMPIRE ESPORTS : เปลี่ยนแวมไพร์แห่งวงการเกมส์เป็นแชมป์โลก ด้วยระบบบริหารจัดการคนที่ดี" width="600" height="370" title="VAMPIRE ESPORTS : เปลี่ยนแวมไพร์แห่งวงการเกมส์เป็นแชมป์โลก ด้วยระบบบริหารจัดการคนที่ดี 880"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราย้ำอยู่เสมอว่าประโยค </span><strong class="yellow-highlighter"><span style="font-weight: 400;">‘</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/hreverywhere-220523/?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text"><span style="font-weight: 400;">HR IS EVERYWHERE</span></a><span style="font-weight: 400;">’</span></strong><span style="font-weight: 400;"> เป็นเรื่องจริง เพราะไม่ว่าเราจะทำธุรกิจแบบไหน ขนาดเล็กหรือใหญ่ การบริหารจัดการคนก็ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนสิ่งที่ทำอยู่ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีระบบและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นไม่ว่าระบบ HR ในแต่ละองค์กรจะอยู่ภายใต้ชื่อใดก็ตาม การมีอยู่ของมันก็จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมากกว่าองค์กรที่มองข้ามความสำคัญของคนในทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อตอกย้ำหัวข้อนี้ให้ชัดเจนขึ้น HR NOTE ขอพาทุกคนไปพูดคุยกับ </span><b>คุณเมศว์ แป้นสุวรรณ (MrRip &#8211; ผู้จัดการทีม) และคุณชนาธิป รินลา (SirTanny &#8211; หัวหน้าผู้ฝึกสอน) จาก Vampire Esports </b><span style="font-weight: 400;">ยอดทีมแห่งวงการเกมส์ที่เพิ่งคว้าแชมป์โลกพร้อมเงินรางวัลรวมกว่า 25 ล้านบาท ซึ่งจะมาแบ่งปันประสบการณ์ให้ผู้อ่านเข้าใจว่าการบริหารจัดการที่ดีจะช่วยปรับทัศนคติ (Mindset), สร้างแรงกระตุ้น (Motivation) และเปลี่ยนแปลง (Transform) สิ่งที่ทำอยู่ให้ก้าวไปอีกขั้นได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันเป็นยุคของการเรียนรู้ไร้พรมแดน เรารับรองว่าเรื่องของวงการเกมส์ที่คุณอาจไม่คุ้นเคยนี้ จะช่วยเปลี่ยนโลก และทำให้มุมมองด้าน HR ของคุณเปิดกว้างขึ้นแน่นอน</span></p>
<h2>อยากให้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของทีม Vampire Esports ว่าทีมนี้เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเพื่อน หรือเกิดจากการรวบรวมคนเก่งจากหลาย ๆ ที่มาไว้ด้วยกัน ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>MrRip :</strong> อธิบายก่อนว่าแต่เดิมทีม Vampire เป็นทีมบาสเกตบอลที่ลงแข่งขันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่พอวงการอีสปอร์ตเติบโตขึ้น ผู้บริหารก็มีวิสัยทัศน์ว่าอยากสร้างทีมเพื่อก้าวเข้าสู่วงการนี้ดูบ้าง จึงเริ่มค้นหา (Scouting) นักกีฬาที่มีความพร้อมทั้งด้านฝีมือและการวางรากฐานให้กับทีมที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ จนมาพบกับพวกผมที่กำลังหมดสัญญาจากทีมเดิมพอดี (หัวเราะ) จำได้ว่าตอนนั้นได้รับข้อเสนอจากหลายทีมอยู่เหมือนกัน แต่ข้อเสนอของแวมไพร์โดดเด่นที่สุดในเรื่องของโครงสร้างการบริหาร (Company Structure), การสนับสนุนผู้เล่น (Player Benefits) รวมถึงภาพรวมของทีม (Branding) ที่เป็นของคนไทยจริง ๆ ผมก็เลยตัดสินใจเลือกสังกัดนี้ สรุปได้ว่าจุดเริ่มต้นของแวมไพร์คือการนำทีมที่มีอยู่แล้วมาต่อยอดด้วยรูปแบบที่เป็นมืออาชีพมากขึ้น</span></p>
<h2>แม้จะเริ่มต้นจากทีมที่มีอยู่แล้ว แต่วันหนึ่งก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่น เราอยากรู้ว่ารูปแบบการว่าจ้าง (Recruiting) ของวงการอีสปอร์ตเริ่มต้นขึ้นที่ไหน อย่างในธุรกิจทั่วไปก็มักค้นหาจากมหาวิทยาลัยหรือจ็อบแฟร์</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>SirTanny :</strong> พื้นฐานเลยก็คือดูในตัวเกมนั่นล่ะครับ เวลาเราเจอคนที่อยู่ในระดับสูง (Top Rank) เราก็จะเชิญมาทดลองเล่นกับทีมเพื่อตรวจสอบว่ามีฝีมือจริงไหมหรือมีทักษะการสื่อสารอย่างไร แต่ถ้าหาไม่ได้ก็จะไปค้นต่อในชุมชน (Community) ของเกมนั้น ๆ ซึ่งมักมีคนมาประกาศหาทีมอยู่เรื่อย ๆ และท้ายสุดก็คือการหานักกีฬาจากทีมอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับสมัครเล่น (Amateur) หรือมืออาชีพ (Pro League) แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ต้องเข้าสู่กระบวนการทดลองแข่งร่วมกับทีมเหมือนกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12397 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/09/IMG_2904.jpg" alt="VAMPIRE ESPORTS : เปลี่ยนแวมไพร์แห่งวงการเกมส์เป็นแชมป์โลก ด้วยระบบบริหารจัดการคนที่ดี" width="600" height="370" title="VAMPIRE ESPORTS : เปลี่ยนแวมไพร์แห่งวงการเกมส์เป็นแชมป์โลก ด้วยระบบบริหารจัดการคนที่ดี 881"></p>
<h2>อีสปอร์ตเป็นธุรกิจอย่างหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับผลแพ้ชนะ ดังนั้นทีมจะเลือกว่าจ้างคนแบบใดระหว่างคนที่เก่งมากแต่มีทัศนคติเชิงลบ กับคนที่มีฝีมือธรรมดาแต่มีทัศนคติเชิงบวกเสมอ</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>SirTanny :</strong> อันนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละทีมนะ ถ้าเขาให้ความสำคัญกับการชนะให้มากที่สุดเพื่อยกระดับทีมให้เร็ว ก็อาจเลือกคนที่ฝีมือโดยมองข้ามทัศนคติไปเลย แต่สำหรับแวมไพร์เราจะเลือกคนที่ทัศนคติดีเป็นหลัก เพราะรูปแบบการพัฒนาของเราเป็นแบบขั้นบันได (Step by Step) คือทุกคนต้องค่อย ๆ ก้าวไปด้วยกัน ดังนั้นการสื่อสารและมิตรภาพที่ดีจึงสำคัญมาก ชนะก็ชนะด้วยกัน แพ้ก็แพ้ด้วยกัน ความสบายใจตรงนี้จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ทุกคนอยากพัฒนาตัวเองตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทดลองเล่นไม่เหมือนการทดลองงานในออฟฟิศ (</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/th-190115-trialperiod/"><span style="font-weight: 400;">Probation Period</span></a><span style="font-weight: 400;">) นะครับ (หัวเราะ) ธุรกิจทั่วไปอาจกินเวลา 3-4 เดือน แต่ในวงการอีสปอร์ตแค่ 2-3 อาทิตย์ก็รู้แล้ว ส่วนบางคนที่ทัศนคติแย่รู้สึกว่าพอให้โอกาสได้ ก็จะใช้วิธีมอบสัญญาระยะสั้นประมาณ 6 เดือน เพื่อลดการผูกมัดและดูว่าเขาปรับตัวได้จริงหรือไม่ หากไม่ได้ เราก็จะไม่เก็บไว้ในทุกกรณีครับ</span></p>
<h2>วันนี้ทีม Vampire Esports เป็นแชมป์โลก มีคนอยากมาร่วมทีมอยู่เต็มไปหมด แต่เราอยากให้ย้อนไปถึงวันที่ยังไม่มีชื่อเสียง การหาผู้เล่นใหม่สักคนเป็นเรื่องยากแค่ไหน ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>MrRip :</strong> โคตรยากเลย ! (หัวเราะ) สมัยก่อนเราก็เป็นทีมนอกสายตา ไม่ค่อยมีใครอยากมาเล่นกับเราหรอก แต่เราก็ต้องพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าเรามีวิสัยทัศน์อย่างไร และจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร ซึ่งผู้บริหารของแวมไพร์มีแนวทาง (</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/visionary-leadership-01242022/"><span style="font-weight: 400;">Company Vision</span></a><span style="font-weight: 400;">) ที่ชัดเจนมาก ทุกอย่างเลยพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน แม้จะใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ผมคิดว่าคุ้มค่าเพราะเรามีแผนงานรองรับในทุกระยะของการเติบโตจริง ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลับมาที่เรื่องการหาผู้เล่น สมัยก่อนเวลาจะหาใครสักคน เราต้องเริ่มจากการเป็นฝ่ายเข้าหาก่อน แต่ปัจจุบันกลายเป็นผู้เล่นพยายามเข้าหาเราแทน ซึ่งเป็นธรรมดาที่เราจะเคยเลือกคนผิดไปบ้าง (ยิ้ม) เช่น บางคนอยากเข้ามาเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองมากกว่าทีมจนทำให้บรรยากาศในภาพรวมเสีย ดังนั้นมันก็คือเรื่องทัศนคตินั่นล่ะครับ เราเอาเรื่องนี้เป็นหลักเพราะเชื่อมั่นว่าแวมไพร์มีผู้ฝึกสอนชั้นยอดที่ช่วยให้ผู้เล่นเก่งขึ้นได้ ซึ่งการเพิ่มทักษะตรงนี้ง่ายกว่าการเปลี่ยนทัศนคติคนเยอะเลย</span></p>
<h2>Vampire Esports เคยต้องแย่งตัวนักกีฬากับทีมอื่นไหม เรื่องนี้เป็น Pain Point ของ HR ทั่วโลกเลย</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>MrRip :</strong> เคยอยู่แล้ว (หัวเราะ) ล่าสุดเราเพิ่งปิดดีลกับนักแข่งท่านหนึ่งซึ่งเป็นคนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ และเป็นคนที่ทุกสังกัดกำลังจับตาว่าจะย้ายไปอยู่ที่ไหน แต่เหตุผลที่เขาเลือกเซ็นสัญญากับเราก็เป็นแค่เรื่องพื้นฐานนั่นคือความจริงใจ (ยิ้ม) เราไม่ได้จ่ายค่าจ้างมากกว่าสังกัดอื่นนะ แต่ผมพยายามอธิบายให้เห็นภาพว่าหากมาอยู่กับเราแล้วจะมีความเป็นไปได้ทางอาชีพ (</span><a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/210922-career-path/"><span style="font-weight: 400;">Career Path</span></a><span style="font-weight: 400;">) อย่างไรบ้าง ผู้บริหารยินดีสนับสนุนอย่างไรบ้าง และอีกส่วนคือเรามีชื่อเสียงด้านการดูแลคนที่ดี เวลานักแข่งพูดคุยกันเอง เขาก็จะพูดถึงทีมแวมไพร์ในแง่บวก ผมคิดว่าเมื่อเราเริ่มต้นจากความจริงใจต่อกัน การร่วมงานในอนาคตก็จะง่ายขึ้นมาก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12398 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/09/IMG_2903.jpg" alt="VAMPIRE ESPORTS : เปลี่ยนแวมไพร์แห่งวงการเกมส์เป็นแชมป์โลก ด้วยระบบบริหารจัดการคนที่ดี" width="600" height="370" title="VAMPIRE ESPORTS : เปลี่ยนแวมไพร์แห่งวงการเกมส์เป็นแชมป์โลก ด้วยระบบบริหารจัดการคนที่ดี 882"></p>
<h2>พูดถึงการบริหารคนกันบ้าง Vampire Esports มีวิธีทำให้ผู้เล่นสนิทสนมและทำงานเป็นทีมได้อย่างไร ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>SirTanny :</strong> เราจะให้ทุกคนมาอยู่ร่วมกันที่บ้านเหมือนการเข้าแคมป์เก็บตัวของกีฬาอื่น ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมอย่างน้อย 2 เดือนก่อนแข่ง ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะแม้เกมในปัจจุบันจะเล่นออนไลน์จากที่ไหนก็ได้ แต่การเล่นด้วยกันต่อหน้าจะช่วยพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร (</span><a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220222-7-cs-of-communication/"><span style="font-weight: 400;">Communication Skill</span></a><span style="font-weight: 400;">) ทำให้เราแก้ไขปัญหาและแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ทันที (Real-Time Communication) เปรียบเสมือนการทำงานแบบไฮบริด (Work From Home) กับการทำงานที่ออฟฟิศของธุรกิจทั่วไปนั่นล่ะครับ</span></p>
<h2>เมื่อคนต้องมาอยู่ร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมง เรามีวิธีสร้างกฎเกณฑ์ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้อย่างไร ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>MrRip :</strong> แคมป์ของเรามีข้อห้ามหลักอยู่แค่สองข้อคือ ‘ห้ามใช้ยาเสพติด’ และ ‘ห้ามพาผู้หญิงมาค้างคืน’ ถ้าแค่มาเยี่ยมเฉย ๆ เราไม่ว่าอะไร เพราะบางคนติดแฟนมากจนไม่สนใจการฝึก เรายอมให้ปัญหานี้เกิดขึ้นไม่ได้ มันจึงเป็นข้อบังคับหลักที่นักกีฬาทุกคนต้องยอมรับหากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมแวมไพร์ นอกจากนี้ก็เป็นข้อบังคับทั่วไปครับ จะทำอะไรก็ขอให้มีขอบเขต มีจริยธรรม มีกาลเทศะ ไม่ทำให้ใครลำบากก็พอ</span></p>
<h2>ผู้จัดการทีมทำอย่างไรให้ทุกคนยอมรับในกฎเดียวกัน ยิ่งบางคนเป็นผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>MrRip :</strong> เชื่อไหมว่าผมคุมทุกคนด้วยประโยคเดียวเลยนะ (หัวเราะ) ผมบอกเสมอว่า “ทุกคนมีความรับผิดชอบ” แล้วผมก็จะไม่เข้าไปก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวเลย อาจเพราะตัวผมเองก็เป็นทนายความเลยมีนิสัยไม่โอ๋ ไม่เอาใจคนอยู่แล้วด้วยครับ แต่ผมก็ต้องรู้จักวางตัวเป็นแบบอย่างให้ลูกทีมเหมือนกัน</span></p>
<h2>สวัสดิการของทีม Vampire Esports มีอะไรบ้าง ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>MrRip :</strong> เรามีสวัสดิการขั้นพื้นฐานเหมือนบริษัททั่วไปเลยครับ อย่างค่ากินเราจะคิดเป็นยอดเหมาในแต่ละวัน และเงินจะเข้าพร้อมกับค่าจ้างในเดือนต่อไป นอกจากนี้ก็จะมีคนคอยดูแลความพร้อมภายในแคมป์ฝึก เช่น เครื่องนอน, ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นต้น และอีกสวัสดิการที่ต้องพูดถึงก็คือการมีนักจิตวิทยาประจำทีมที่คอยดูแลสภาพจิตใจของผู้เล่น ไม่ใช่แค่เฉพาะช่วงที่มีแข่ง แต่เป็นช่วงไหนก็ได้ที่รู้สึกไม่สบายใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12399 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/09/IMG_2906.jpg" alt="VAMPIRE ESPORTS : เปลี่ยนแวมไพร์แห่งวงการเกมส์เป็นแชมป์โลก ด้วยระบบบริหารจัดการคนที่ดี" width="600" height="370" title="VAMPIRE ESPORTS : เปลี่ยนแวมไพร์แห่งวงการเกมส์เป็นแชมป์โลก ด้วยระบบบริหารจัดการคนที่ดี 883"></p>
<h2>ระบบพัฒนาทักษะและการฝึกซ้อมของทีม Vampire Esports เป็นอย่างไร ?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>SirTanny :</strong> ถ้าเป็นช่วงที่ไม่ได้มีแข่งใหญ่ผมก็จะไม่ค่อยซีเรียสมากนะ ตารางซ้อมจะอยู่ที่ราว 3 วันต่อสัปดาห์ แต่ถ้าเป็นช่วงที่แข่งรายการใหญ่ ผมจะไม่ให้ไปไหนเลย ต้องเก็บตัวอยู่ที่แคมป์ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากมีเหตุด่วนจริง ๆ ซึ่งกฎนี้ครอบคลุมทั้งผู้เล่นตัวจริงและผู้เล่นสำรอง เพราะทุกคนมีความสำคัญ ต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม และถ้าใครขาดเหลืออะไร ติดปัญหาตรงไหน ก็สามารถสื่อสารกันโดยตรงได้เลย </span></p>
<h2>การแข่งขันอีสปอร์ตมีทั้งผลแพ้-ชนะ เราจะดูแลสภาพจิตใจของผู้เล่นอย่างไรหากพบกับความผิดหวัง</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>SirTanny :</strong> (หัวเราะ) ผมเล่าเรื่องนี้ให้ฟังดีกว่า วันนั้นเป็นการแข่งขันระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นการแข่งขันรายการใหญ่ครั้งแรกของทีมในขณะนั้น ทุกคนเลยเอาแต่คิดว่าจะทำอย่างไรให้ผลงานออกมาดีที่สุด แต่มันกลับนำไปสู่ความกดดันและเกิดเสียงแตกภายในทีม สุดท้ายผู้เล่นก็ตัดสินใจเลือกวิธีที่ไม่เคยฝึกซ้อมมาก่อนจนเกิดข้อผิดพลาดขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจบเรื่องนี้เราเรียกประชุมเพื่อหาต้นตอของปัญหาทันทีและได้ข้อสรุปว่าหากเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ให้เลือกวิธีที่เคยฝึกและชำนาญที่สุดไปเลย ไม่ต้องลังเลอะไรอีกแล้ว เพราะเวลาแข่งจริง เรามีเวลาตัดสินใจแค่เสี้ยววินาที ถ้ามัวแต่คิดก็คงไม่รอดแน่นอน แต่ถ้าไม่รู้จะทำอะไรแล้วจริง ๆ ก็ให้เอาทักษะที่มีเปิดหน้าสู้ไปเลย ถอดสมองเล่นไปเลย สนุกกับมันให้ได้ก็พอ</span></p>
<h2>เวลาต้องเผชิญกับความกดดัน เช่น แมตช์ชิงแชมป์โลก เรามีวิธีเรียกขวัญกำลังใจให้กับผู้เล่นอย่างไร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>SirTanny :</strong> ผมจะย้ำให้ทุกคนเข้าใจในเรื่องของโอกาสนะ อธิบายให้เขาเห็นว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้มายืนอยู่ตรงนี้ ดังนั้นเล่นยังไงก็ได้ไม่ให้ต้องมานั่งเสียดายทีหลัง ทำยังไงก็ได้ให้คนรู้จักชื่อทีมแวมไพร์ในแบบที่คุณอยากให้เป็น ถ้าเราลงทุนมาแข่งเพื่อคว้าแชมป์ เราก็ต้องคว้าแชมป์ให้ได้ แล้วถ้ามันจบลงด้วยความพ่ายแพ้ เราก็จะเอาข้อผิดพลาดมานั่งคุยกัน และใช้เป็นแรงผลักดันให้เราเป็นผู้ชนะในอนาคต</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12400 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/09/IMG_2905.jpg" alt="VAMPIRE ESPORTS : เปลี่ยนแวมไพร์แห่งวงการเกมส์เป็นแชมป์โลก ด้วยระบบบริหารจัดการคนที่ดี" width="600" height="370" title="VAMPIRE ESPORTS : เปลี่ยนแวมไพร์แห่งวงการเกมส์เป็นแชมป์โลก ด้วยระบบบริหารจัดการคนที่ดี 884"></p>
<h2>Vampire Esports มีวิธีอบรมผู้เล่นนอกเหนือจากเรื่องเกมหรือไม่ ?​</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>MrRip :</strong> มีครับ ทั้งด้านการพัฒนาบุคลิกภาพ, วิธีพูด รวมถึงการหาผู้สืบทอด (</span><a href="https://th.hrnote.asia/recruit/210716-succession-planning/"><span style="font-weight: 400;">Succession Plan</span></a><span style="font-weight: 400;">) ซึ่งเราจะมีผู้ฝึกสอนและทีมงานคอยดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ทีมอีสปอร์ตต้องวางแผนอนาคตเสมอครับ จะปล่อยให้คนเก่งวางมือแล้วไปสร้างทีมใหม่ตั้งแต่ต้นไม่ได้ เพราะความสำเร็จก็ยังเป้าหมายสูงสุดของทุกการแข่งขันอยู่ดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกส่วนที่เราเข้าไปช่วยก็คือเรื่องวิธีวางแผนการเงิน เพราะอย่างที่รู้ว่าวงการนี้มีเม็ดเงินมหาศาลมาก แถมผู้เล่นส่วนใหญ่ยังมีอายุน้อย อาจมีวุฒิภาวะไม่เพียงพอ เราจึงต้องคอยให้คำแนะนำโดยใช้ประสบการณ์มาอธิบายว่าควรจัดการภาษีอย่างไร, เอาไปลงทุนอย่างไร, ต่อยอดอย่างไร เราจะไม่ปล่อยให้คนได้เงินมาและใช้จนหมดโดยปราศจากการวางแผนแน่นอน</span></p>
<h2>Vampire Esports มองว่าการพัฒนาคนช่วยขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างไร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>MrRip :</strong> ผมมองว่าการที่องค์กรแสดงให้เห็นว่ามีการเตรียมพร้อมอย่างดีจะทำให้คนที่เกี่ยวข้องเข้าใจคำว่าโอกาสและรู้สึกได้ว่าการอยู่ท่ามกลางคนที่ตั้งใจทำงานเป็นเรื่องพิเศษ ซึ่งความรู้สึกนี้จะช่วยผลักดันให้เราไปได้ไกลขึ้น สมาชิกของแวมไพร์เข้าใจเรื่องนี้อย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างเรื่องการรับคนก็ได้ครับ สมัยที่ผมสร้างทีมเอง ผมไม่มีคนให้ปรึกษา ไม่มีฐานข้อมูล (Database) ไว้เปรียบเทียบ ทำให้ได้ผู้เล่นที่มีปัญหา ไม่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของการทำงาน แต่พอมาอยู่ในระบบของแวมไพร์ ทุกอย่างก็ง่ายขึ้นมาก มีนักวิเคราะห์เข้ามาช่วยพิจารณา, มีผู้ฝึกสอนมาออกแบบวิธีพัฒนาศักยภาพเป็นรายคน สรุปได้ว่ายิ่งเราให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน เราก็จะยิ่งเป็นมืออาชีพมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>SirTanny :</strong> ถ้าองค์กรมีโครงสร้างด้านการพัฒนาคนที่แข็งแรง การพัฒนาด้านอื่น ๆ ก็จะยืดหยุ่นได้มากขึ้น และเมื่อบุคลากรให้เวลากับการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ ก็จะเริ่มคิดว่าตนสามารถตอบแทนองค์กรได้อย่างไร เป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ครับ</span></p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12401 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/09/273860413_249120390728783_2703642137586181489_n.jpg" alt="VAMPIRE ESPORTS : เปลี่ยนแวมไพร์แห่งวงการเกมส์เป็นแชมป์โลก ด้วยระบบบริหารจัดการคนที่ดี" width="600" height="370" title="VAMPIRE ESPORTS : เปลี่ยนแวมไพร์แห่งวงการเกมส์เป็นแชมป์โลก ด้วยระบบบริหารจัดการคนที่ดี 885"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายของการทำงานทุกประเภท คือการประสบความสำเร็จภายใต้สังคมอันเป็นที่รักของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources Management) เป็นกลไกสำคัญที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญไม่ว่าจะเป็นแวดวงธุรกิจ, เกมส์, กีฬา, สื่อบันเทิง หรืออะไรก็ตามที่มีคนเป็นปัจจัยหลัก และ Vampire Esports แชมป์โลก <strong>PUBG MOBILE World Invitational</strong> ทีมปัจจุบันก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่พิสูจน์ให้เห็นว่าโครงสร้างที่ดีช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้จริง</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="VAMPIRE ESPORTS : เปลี่ยนแวมไพร์แห่งวงการเกมส์เป็นแชมป์โลก ด้วยระบบบริหารจัดการคนที่ดี 886" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/pomelo-fashion-hybrid-workplace-220531/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 May 2022 09:55:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Pomelo Fashion]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/pomelo-fashion-hybrid-workplace-220531/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT บทสัมภาษณ์คุณ แอปเปิ้ล – ปิยะนุช ลิมาภรณ์วณิชย์ Chief People Officer แห่ง Pomelo Fashion กับการออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace ในองค์กร Fashion-Tech อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ถ้าพูดในแง่ HR กับองค์กร Hybrid Workplace คือการบาลานซ์กันระหว่างทิศทางของ Employer และ Employee ทั้งการเติบโตทางธุรกิจของผู้บริหาร และความต้องการความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน แนวคิด Employee Centric เกิดจากการมองคนคือหัวใจสำคัญของการทำงาน และเชื่อว่าคนคือกุญแจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ หากผู้บริหารใรแนวคิดนี้ก็จะทำให้องค์กรเข้าใกล้ใกล้พนักงานมากขึ้น ฉะนั้นผู้บริหารต้องเปิดใจฟังพนักงานเพื่อสร้างการเข้าใจจริง ๆ นับตั้งแต่เกิด COVID-19 โลกการทำงานก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โดยเฉพาะรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ จนเกิดแนวทางใหม่อย่าง Hybrid Workplace รูปแบบที่เปิดโอกาสให้ทุกคนทำงานที่บ้าน ทำงานทางไกล หรือทำงานที่ออฟฟิศได้ตามสะดวก หนึ่งในองค์กรตัดสินใจปรับเปลี่ยนการทำงานสู่ Hybrid Workplace เต็มตัวคือ Pomelo (โพเมโล) แบรนด์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">บทสัมภาษณ์คุณ แอปเปิ้ล – ปิยะนุช ลิมาภรณ์วณิชย์ Chief People Officer แห่ง Pomelo Fashion กับการออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace ในองค์กร Fashion-Tech อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ถ้าพูดในแง่ HR กับองค์กร Hybrid Workplace คือการบาลานซ์กันระหว่างทิศทางของ Employer และ Employee ทั้งการเติบโตทางธุรกิจของผู้บริหาร และความต้องการความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">แนวคิด Employee Centric เกิดจากการมองคนคือหัวใจสำคัญของการทำงาน และเชื่อว่าคนคือกุญแจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ หากผู้บริหารใรแนวคิดนี้ก็จะทำให้องค์กรเข้าใกล้ใกล้พนักงานมากขึ้น ฉะนั้นผู้บริหารต้องเปิดใจฟังพนักงานเพื่อสร้างการเข้าใจจริง ๆ</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11497 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/05/IMG_7595-scaled.jpg" alt="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ" width="600" height="370" title="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ 892"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับตั้งแต่เกิด COVID-19 โลกการทำงานก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โดยเฉพาะรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ จนเกิดแนวทางใหม่อย่าง </span><b>Hybrid Workplace </b><span style="font-weight: 400;">รูปแบบที่เปิดโอกาสให้ทุกคนทำงานที่บ้าน ทำงานทางไกล หรือทำงานที่ออฟฟิศได้ตามสะดวก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในองค์กรตัดสินใจปรับเปลี่ยนการทำงานสู่ Hybrid Workplace เต็มตัวคือ </span><b>Pomelo (โพเมโล)</b><span style="font-weight: 400;"> แบรนด์ Fashion-Tech ขวัญใจสาว ๆ ที่ปัจจุบันให้บริการหน้าร้านใน 6 ประเทศ ทั้งไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ </span><span style="font-weight: 400;">และส่งสินค้าไปกว่า 50 ประเทศทั่วโลก</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“สิ่งสำคัญคือ HR ต้องรู้ว่าองค์กรจะเปลี่ยนเป็น Hybrid Workplace ตอนไหน เพราะถ้าเกิดเร็วไปก็เสี่ยง เกิดช้าไปก็ตกขบวน สำหรับเรามันคือ Dynamic Hybrid Working Arrangement คือต้องเปลี่ยนแปลงและปรับตัวให้เข้ากับชั่วโมงหรือสถานการณ์ ณ ตอนนั้นให้ได้”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://th.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HREX.asia</a> ได้พูดคุยกับ </span><b><strong class="green-highlighter">แอปเปิ้ล – ปิยะนุช ลิมาภรณ์วณิชย์ Chief People Officer แห่ง Pomelo Fashion </strong></b><span style="font-weight: 400;">ผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการ HR มานานนับ 20 ปี เพื่อเฟ้นหาว่าอะไรคือความสำเร็จของการทำงานแบบ Hybrid Workplace ในแบบฉบับของ Pomelo ซึ่งเธอบอกกับเราว่า แค่ Hybrid อย่างเดียวไม่พอ ต้องมี Dynamic ด้วย</span></p>
<h2>ทำงานในวงการ HR มานาน ทั้งบริษัท Consulting, Luxury Fashion ก่อนจะเข้าสู่ Fashion-Tech อย่าง Pomelo คุณมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของวงการ HR ในภาพรวมอย่างไรบ้าง?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีนี้เราทำงาน HR เป็นปีที่ 20-21 ปีแล้ว ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงในวงการเยอะเหมือนกันนะ ตั้งแต่ที่เรายังเป็นระดับจูเนียร์ก็จะทำงานตามขั้นตอนหนึ่ง สอง สาม สี่ เป็น Process Driven ที่ทำตามสิ่งที่ถูกออกแบบมาแล้วใน Blueprint แต่ระยะหลังสัก 2-3 ปีที่ผ่านมา เราเห็นภาพการทำงานที่เปลี่ยนจาก Process Driven เป็น People Driven มากขึ้น <strong class="yellow-highlighter">องค์กรเริ่มถูกกำหนดด้วย “คน” (People) ไม่ได้กำหนดด้วย “ขั้นตอน” (Process)  หรือ “กระบวนการ” (Procedure) อีกต่อไป</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราปฏิบัติต่อพนักงาน (Employee) เหมือนลูกค้า ดูว่าเขาอยากได้อะไร มีความต้องการแบบไหน แล้วเราก็ปรับตัวตามลูกค้าของเราจนเกิดสิ่งที่เรียกว่า Employee Centric ขึ้นมา ซึ่งมันเปลี่ยนไปมากแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะสัก 15 ปีที่แล้วไม่มีใครพูดเรื่องนี้เลย มีแต่ให้ทำตามขั้นตอนอย่างเดียว เป็นคนละภาพกับปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้การทำงานจึงสนุกขึ้น ถ้าเราปรับตัวตามนะ (หัวเราะ) เพราะแต่ก่อนเรานั่งโต๊ะทำงาน แต่วันนี้เราต้องเดินไปหาพนักงาน ไปคุยกับเขา เอาตัวไปคลุกกับเขา ไปเข้าใจเขา มันก็เลยสนุกค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11498 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/05/IMG_7604-scaled.jpg" alt="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ" width="600" height="370" title="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ 893"></span></p>
<h2>อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ HR หันมาใส่ใจพนักงานจนกลายเป็น Employee Centric Organization?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้เริ่มได้รับการพูดถึงในช่วงที่การตลาดเติบโตกันมาก ๆ เขาเริ่มเปลี่ยนจากทำงานตามกระบวนการเป็น User Centric หรือ Customer Centric มากขึ้น เราว่ามันเกิดขึ้นใกล้ ๆ กัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมไปถึง Generation ที่เปลี่ยนไปซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุกคนต้องปรับตัวเลยนะ เพราะไม่ว่าจะทำอาชีพใด ๆ ก็ตาม แต่ละ Generation ก็มองการทำงานต่างกัน ข้อสนุกของเจนฯ ปัจจุบันคือการเปิดกว้างค่ะ ทำให้เราว่าเข้าใจเขาง่ายกว่าเดิมอีก ถ้าเราอยากเข้าใจเขาจริง ๆ นะ (หัวเราะ) เพราะเขาจะแสดงออกมาตรง ๆ กล้าแสดงความคิดเห็น ไม่มีการบอกว่า “หนูไม่กล้าพูด” ยกตัวอย่างเด็ก Pomelo อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 27-28 ปี เป็น New Generation อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างมาก ทำให้น้อง ๆ กล้าแสดงความคิด ผู้บริหารเองก็เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ พอน้อง ๆ แสดงความคิด เราก็เริ่มรู้สึกว่าอยากตอบสนอง ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น Question, Concern หรือ Comment สิ่งเหล่านี้ทำให้การทำงานของเราสนุกขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาจริงถ้าจับหลักดี ๆ ช่วงนี้การทำงานสนุกขึ้นนะ เหมือน COVID-19 ทำให้เราทำงานท้าทายขึ้น เพราะนี่เป็นครั้งเดียวในชีวิตของคนคนหนึ่งที่มีโอกาสได้เห็น Pandemic แบบทั้งโลก เราคงไม่มีโอกาสเจอสถานการ์ณนี้กันบ่อย ๆ หรอก <strong class="yellow-highlighter">COVID-19 ก็คล้าย ๆ บททดสอบครั้งใหญ่ของเราเหมือนกันนะ ถ้าคุณทำได้ คุณก็สอบผ่าน</strong></span></p>
<h2>หลายองค์กรเจอ COVID-19 แล้วกลายเป็นความกังวล แต่ทำไมคุณถึงมองมันเป็นเรื่องสนุกและความท้าทาย?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">กว่าที่จะมาถึงความสนุก เราก็ผ่านความรู้สึกแย่ ๆ ประมาณ 2-3 สัปดาห์เหมือนกัน เราเข้ามาทำงานที่ Pomelo ช่วงเดือนมีนาคม 2020 เข้ามาปุ๊บก็ประกาศ Work From Home เลยทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่เฉพาะเราหรอก แต่ไม่ว่าใครก็ต้องปรับตัวเหมือนกัน เพราะ COVID-19 เป็นสิ่งใหม่ที่เราไม่รู้จักมาก่อน เป็นสภาพแวดล้อมไม่มีใครรู้จัก ก็เลยต้องปรับตัวอยู่ประมาณ 2-3 สัปดาห์ จนไปอ่านบทความหนึ่งก็คิดได้ว่ามันเป็น Once in a Lifetime เราจึงต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่า เราแข็งแกร่งนะ</span></p>
<h2>หลังปี 2022 สถานการณ์ COVID-19 เริ่มคลี่คลายลงแล้ว จากนี้ HR ควรให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรมากขึ้น?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">ถ้าพูดในแง่ HR กับองค์กร คือการบาลานซ์กันระหว่างทิศทางของ Employer และ Employee ค่ะ</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">แน่นอนทิศทางธุรกิจเกิดขึ้นจากความต้องการของผู้บริหารที่ต้องการให้ธุรกิจเติบโต แต่เราจะทำอย่างไรให้เกิดความสมดุลระหว่างสิ่งนั้นกับความต้องการของพนักงาน </strong>ทั้งความเป็นอยู่ที่ดี รวมไปถึงความรู้สึกปลอดภัยในงาน เพราะ COVID-19 มีการกลายพันธุ์ทุกปีทุกซีซั่น ซึ่งแต่ละซีซั่นก็มีโจทย์แตกต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างปีแรก เราจะทำอย่างไรให้พนักงานรู้สึกปลอดภัยในงาน รู้สึกว่า Pomelo ยังมีงานให้คุณทำนะ เพราะพนักงานจะรู้สึกว่า “ฉันจะตกงานไหม?” เนื่องจาก Pomelo ไม่ได้มีแค่ออฟฟิศ แต่เรายังมีคนหน้าร้าน มีโกดัง มี Customer Service มี Call Center มีหลายอาชีพในบริษัท ปีแรกจึงเป็นการโปรโมทว่าเรายังมี Job Security ให้พนักงานนะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอผ่านไปสักพักธุรกิจเริ่มไม่ดี เกิดความคิดว่าเมื่อไหร่ COVID-19 จะหายไป ไม่รู้ว่าออฟฟิศจะกลับมาเปิดได้ไหม ตอนนั้นพนักงานก็จะเริ่ม Burnout และ Exhausted ซึ่งสามารถไปไกลถึง Organization Fatigue หรือความเหนื่อยล้าทั้งองค์กรได้ สิ่งนี้เป็นปัญหาก้อนใหญ่ของปี 2021</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอปลายปี 2021 กำลังจะเข้า 2022 องค์กรก็เริ่มเรียก<a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/220507-back-to-the-office/">กลับมาทำงานออฟฟิศ</a> เราก็คุยกับผู้บริหาร คุณ เดวิด โจว (David Jou) ที่มีความคิดตรงกันว่า เราอยากไปข้างหน้า เราอยากเป็น Forward Thinking Organization ไม่อยากประกาศบังคับว่า “ทุกคนกลับออฟฟิศกันเถอะ” เราว่ามันเป็นช่วงโอกาสเดียวที่จะได้โชว์ให้พนักงานเห็นเลยว่า เราเป็น Forward Thinking Organization จริว ๆ  เรารู้ว่าคุณมีความต้องการอะไร แล้วเราพร้อมที่จะสนับสนุนคุณ ฉะนั้นปี 2022 Pomelo เลยประกาศเป็น Hybrid Workplace</span><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11499 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/05/IMG_7616-scaled.jpg" alt="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ" width="600" height="370" title="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ 894"></span></p>
<h2>ช่วงนี้หลายบริษัทปรับตัวเป็น Hybrid Workplace มากขึ้น คิดว่าทำไม Hybrid Workplace จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ณ ช่วงเวลานี้</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกองค์กรมีความตั้งใจที่อยากสนับสนุนพนักงานอยู่แล้วค่ะ แล้ว Hybrid Workplace เป็นส่วนผสมที่ลงตัวทั้งฝั่ง Employers และ Employees</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเราพูดในโหมด Employees เราก็อยาก Work From Anywhere อยากมี Freedom อยากมี Autonomy ส่วนฝ่าย Employers เองก็ต้องทำ Appreciation และ Retention เพราะฉะนั้นนายจ้างจะต้องหาความสามารถในการแข่งขัน (Competitive Advantage) ให้ได้ เพื่อที่จะรักษาพนักงานเก่าให้อยู่กับเรา หรือแม้กระทั่งดึงดูดพนักงานใหม่จากภายนอกให้เข้ามาอยู่กับ Pomelo ค่ะ</span></p>
<h2>แต่ Employee แต่ละคนก็มีความต้องการที่แตกต่างกัน Pomelo ออกแบบ Hybrid Workplace อย่างไรให้ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงาน เพราะไม่ใช่ทุกคนที่อยากเข้าออฟฟิศ, อยาก Work From Home หรืออยาก Work From Anywhere อย่างเดียว?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เราทำแบบสำรวจ (Survey) ค่ะ Pomelo เป็นองค์กรที่ชอบทำ Survey มาก ในเมื่อพนักงานเปิดกว้างแล้ว HR ก็ต้องเปิดใจที่จะรับฟังด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Hybrid Workplace ของ Pomelo เกิดจากพนักงานที่ถามเยอะมากว่า “จะกลับออฟฟิศเมื่อไหร่?” ซึ่งตอนนั้นเราคิดในใจว่าไม่กลับแล้วได้ไหม (หัวเราะ) แต่เราจะประกาศแบบนั้นไม่ได้ไง เราก็เลยสำรวจว่า มีคนอยากกลับ/ไม่อยากกลับออฟฟิศเพราะอะไร? ผลปรากฏว่าประมาณ 78-80% อยากเป็น Hybrid Workplace มากกว่า โดย Pomelo นิยามคำว่า Hybrid คือการให้อิสระในการออกแบบว่าแต่ละสัปดาห์คุณมีงานอะไรที่ต้องรับผิดชอบและจะทำงานจากที่ไหน โดยเรามี 5 วัตถุประสงค์ (Objectives) คือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่ง &#8211; ต้อง Elevate Productivity ให้ได้ เพราะบางคนมาออฟฟิศก็ไม่ได้ Productivity แต่ไปนั่งร้านกาแฟได้ Productivity มากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอง – ต้องมี Purposeful Collaboration เราจะทำยังไงให้พนักงานรู้สึกอยากมาออฟฟิศแล้วเจอแผนกอื่น มาทำ Workshop มาฟัง Event หรือมาดื่มเบียร์ก็ได้ เป็นการกลับมาออฟฟิศอย่างมีความหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาม – เราอยากสร้าง Learning Culture ให้ร้อยเรียงไปกัน เช่น เราประกาศให้ทุกวันพุธเป็น Focus Day ที่ให้ทุกคนมีเวลาเรียนหนังสือออนไลน์ 1 ชั่วโมง โดยเราไปพาร์ทเนอร์กับ Udemy องค์กร Training ที่มีคอร์สเรียนมากมาย 6,000 กว่าคอร์ส</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สี่ &#8211; Social Bonding เราอยากให้พนักงานมาเจอกันผ่านการสร้างพื้นที่ให้พวกเขาได้มา ข้อนี้เกิดจากการสำรวจที่เป็น Biggest Pain Point ของพนักงานคือ Lost Interaction เพราะพนักงานที่นี่เป็นคน Outgoing และ Extrovert เยอะมาก อยู่บ้านนาน ๆ มันจะเฉา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ห้า – ข้อสุดท้ายคือการสร้างความมั่นใจให้พนักงานเรื่อง Safety Wellbeing แม้ว่าเราจะเป็น Hybrid แต่เรายังต้องมี Safety Protocol เช่น เราถามพนักงานว่าฉีดวัคซีนกันกี่เข็มแล้ว ถ้ายังฉีดไม่ครบอยากให้เราช่วยอะไรไหม เราเชื่อว่า Pomelo เป็นองค์กรแรก ๆ เลยที่ประกาศว่าได้ฉีดวัคซีนเข็มแรกในปี 2020 และตอนนี้เราก็ยังสร้างความมั่นใจว่า พนักงานเรา Feel Safety Feel Secure with Good Wellbeing ซึ่ง 5 ข้อนี้มันมาจากทำ survey หมดเลยนะ</span></p>
<h2>ถ้าแบ่งพนักงานออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ จะมีกลุ่มที่ทำงานภายในออฟฟิศ และกลุ่มที่ทำงานภายนอก ทาง Pomelo มีนโยบายในการรองรับการทำงานของคนทั้งสองกลุ่มนี้ต่างกันอย่างไร</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลสำรวจมีคนที่อยากทำงานออฟฟิศราว 5% ซึ่งจะเป็นคนที่เห็นหน้าทุกวัน (หัวเราะ) เราก็สนับสนุน Facility ที่ใช้งานได้จริง ซึ่งเรากำลังอยู่ในแผนที่จะทำให้สถานที่ทำงานเป็น Self Service คือพนักงานอยากได้อะไรก็สามารถทำได้เอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่พนักงานส่วนใหญ่ 80% อยากได้ Hybrid โดยอีก 15% ขอทำงานที่บ้าน 100% ซึ่งส่วนใหญ่คือคนทำงานสาย Technology เราได้คุยพนักงานก็เลยรู้ว่า 15% ที่เขาขอทำงานที่บ้านเต็มตัวเพราะเขาอยากกลับบ้านที่ต่างประเทศ เราก็เลยปล่อยนโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่น (Flexible Work Arrangement) ออกมากมาย มี Remote Location ที่ทำงานที่ไหนก็ได้ แต่ต้องเขียนใบสมัครเข้ามานะว่าต้องการนโยบายเพราะอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้เรายังการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานแบบ Full-Time เป็น Part-Time ได้ เช่น พนักงานอยากเอาเวลาไปทำธุระเกี่ยวกับครอบครัว เขาไม่ต้องลาออก แค่เปลี่ยนเป็น Part-Time แล้วพอจัดการอะไรเรียบร้อยก็ค่อยกลับมาทำงาน Full-Time เหมือนเดิม โดยเราจะให้เซ็นเอกสารใบหนึ่งว่าคุณเปลี่ยนจากทำงาน 100% เป็น 50% ทำงานกี่วันต่อสัปดาห์ ได้เงินเดือนเท่าไหร่ แต่คุณยังได้ประกันสังคม ได้ประกันสุขภาพปกติ เพราะ Pomelo เชื่อว่าคนเรามีช่วงชีวิตที่แตกต่างกัน และเชื่อว่าพนักงาน Pomelo รักองค์กร อยากอยู่กับเรา ไม่ได้อยากลาออก มีบางสื่อถามเราว่าทำแบบนี้แล้วพนักงานไม่อยากลาออกไปจากเราเหรอ? แต่เราบอกว่า “ไม่” แต่มันทำให้เขารู้สึกมีส่วนร่วม (Engage) มากขึ้น เพราะองค์กรได้สนับสนุนเขาในช่วงที่ยากลำบาก เราว่ามันเป็นตัวส่งเสริม <a href="https://th.hrnote.asia/personnel-management/190722-employee-engagement/">Engagement</a> มากกว่า</span><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11500 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/05/IMG_7629-scaled.jpg" alt="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ" width="600" height="370" title="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ 895"></span></p>
<h2>เมื่อมีคนหลากหลายทั้งอายุ สัญชาติ หรือความคิดเห็น Pomelo มีวิธีการสร้างวัฒนธรรมองค์รกรอย่างไรให้ทุกคนรู้สึกว่า “เราเป็นหนึ่งเดียวกัน”</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีนี้เราโฟกัสเรื่อง Fashion-Tech Culture ค่ะ เพราะ<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/what-is-organizational-culture-210604/">วัฒนธรรมองค์กร</a>เป็นสิ่งเดียวที่ยึดเราไว้ด้วยกัน ยกตัวอย่างแม้ว่าเราอยู่คนละจังหวัด แต่ถ้าเรามองตัวเองว่าเป็นคนไทย เราก็จะเป็นคนไทยเหมือนกัน เราว่าคอนเซปต์คล้ายกันนะ ถ้าเรามองว่าตัวเองคือ Pomelo ทำงานอยู่ที่ไหนก็เป็น Pomelo ฉะนั้นวัฒนธรรมเราต้องเข้มแข็งมาก เราก็เลยพยายามจัดการให้ถูกที่ถูกทางอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องที่สองคือการให้ความสำคัญกับ Inclusive Community ทั้งเรื่อง Diversity, Equality และ Inclusion เพราะที่ Pomelo มีพนักงานหลากหลายเชื้อชาติมาก 30+ เชื้อชาติได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องที่สามคือการสร้างให้เกิด <a href="https://th.hrnote.asia/hrinsight/skills-for-future-is-skills-of-learning-01072022/">Learning Culture</a> ทำให้คนรู้สึกว่าอยู่ Pomelo แล้วมีการเรียนรู้ที่ดี ไม่ว่าจะจาก Udemy จากเพื่อนร่วมงาน หรือจากหัวหน้างาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายที่สำคัญคือการเน้นย้ำว่า การทำงานของคุณที่ Pomelo นั้นมีความหมาย ไม่ใช่แค่งานที่ทำไปวัน ๆ ทำให้พนักงานเกิดไอเดียมากมาย มีสารพัดโปรเจกต์ที่กำลังนำเสนอกันอยู่ ก็เลยเป็นข้อสุดท้ายของวัฒนธรรมเราที่ว่า Work that Matters</span></p>
<h2>สิ่งหนึ่งที่บริษัท Fast Fashion หลายองค์กรมักพบเจอคือ คำครหาเกี่ยวกับการสร้าง Waste กับโลกใบนี้ Pomelo มีวิธีจัดการยังไงให้คนในองค์กรอย่างไรให้รู้สึกว่า องค์กรของเราไม่ได้ทำร้ายโลกขนาดนั้น</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต้องทำให้คนเข้าใจเรื่อง <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190618-sustainable-organization/">ความยั่งยืน (Sustainability)</a> ซึ่งเราจะมี Pomelo Work Week ที่ทุกวันพฤหัสจะมี Ideation Day แต่ละแผนกก็จะมาเล่าให้ฟังว่าเขาทำอะไร มีไอเดียอะไร ยกตัวอย่าง ทีมผลิตเสื้อก็จะมาโชว์ให้เราดูว่าผลิตยังไง Recycle ยังไง ซึ่ง Sustainability ก็เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่เคียงคู่ Pomelo มาตั้งแต่แรก ๆ เลย ล่าสุดเราก็เพิ่งจ้าง Head of Sustainability เข้ามานะ ทำเรื่องความยั่งยืนโดยเฉพาะ นี่คือสิ่ง Pomelo ตั้งใจและรู้ด้วยว่ามันสำคัญมาก และพนักงานของเราก็สนใจเรื่องความยั่งยืนเป็นปกติของเขาอยู่แล้ว</span></p>
<h2>อยากทราบว่าแนวคิด Employee Centric เกิดขึ้นจากอะไร แล้วมันสร้างให้เกิดขึ้นได้ไหม?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจจะเริ่มจากกลุ่ม Tech Companies ที่มองว่า<strong class="yellow-highlighter"> คนคือหัวใจสำคัญของการทำงาน </strong>แม้กระทั่งตอนที่เราทำงาน Consulting ที่ไม่มีโปรดักส์อะไรเลย แต่เราก็ปฏิบัติต่อคนเป็นโปรดักส์ไม่ได้ เพราะคนมี Emotional มี Logical ฉะนั้น Tech Companies หรือ Global Companies จึงเชื่อว่า<strong class="yellow-highlighter"> คนคือกุญแจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอกลับมามองบริษัททั่วไป เขาอาจมองว่าโปรดักส์คือตัวขับเคลื่อนธุรกิจ ไม่ได้มองว่าคนทำให้เกิดโปรดักส์ ก็เลยอาจโฟกัสแต่การขายของอย่างเดียว ซึ่งถ้าเราเปลี่ยนทัศนคติได้ว่าคนคือทุกอย่าง คนคือผู้สร้างสิ่งเหล่านี้ มันจะทำให้เราเข้าใกล้ความเป็นคน เข้าใกล้ประชาชน และเข้าใกล้พนักงานมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้ CEO และ Leadership ต้องคิดให้ได้ ซึ่งองค์กรอื่น ๆ ก็ทำได้นะ ไม่ได้ยากเลย คือเราปฏิบัติต่อกันแบบลำดับชั้น (Hierarchy) ให้น้อยที่สุด ไม่ใช่บอกว่าองค์กร Flat แต่ยังมี Layer ของชนชั้นอยู่ <strong class="yellow-highlighter">ฉะนั้นผู้บริหารต้องเปิดใจฟังพนักงานเพื่อสร้างการเข้าใจจริง ๆ</strong></span></p>
<h2>หากในอนาคต Hybrid Workplace ไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป คิดว่าจะมีรูปแบบการทำงานแบบไหนเกิดขึ้นมาอีกบ้าง?</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่ารูปแบบการทำงานจะมีที่ทางไปแต่ไม่ใช่ทิศทางตรง ๆ เราคาดการณ์ว่าจะมีทิศทางที่แตกต่างไป ซึ่ง Employee จะเป็นออกแบบเทรนด์การทำงานของเขาเองว่าจะเปลี่ยนไปมากน้อยขนาดไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สมมติว่าเปิดประเทศหมดเลย เขาก็อาจ Work From Anywhere จริง ๆ ไม่ใช่แค่ Remote Working แล้ว องค์กรจะทำยังไง ใช้นโยบายอะไรมาสนับสนุนพนักงาน เราถึงใช้คำว่า Dynamic Hybrid Workplace ไว้ เพราะมันต้องปรับ ต้อง Dynamic ไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และถ้า Dynamic ทั้งองค์กรไม่ได้ เราต้องรู้ว่ากลุ่มไหนที่ทำได้และทำไม่ได้ เราต้องออกแบบให้การทำงานให้เหมาะกับแต่ละทีม เป็น Customize หรือ Personalize เหมือนเราขายเสื้อผ้ายังมีไซซ์และสีที่แตกต่างกันเลย แล้วพนักงานของเราที่เป็นลูกค้าล่ะ ทำไมเราจะ Customize หรือ Personalize ได้?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นมันเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งผู้บริหาร พนักงาน และก็ทรัพยากรบุคคล ทุกคนทุกฝ่ายมีส่วนทำให้เกิดขึ้น และเราต้องลด ego ลง ก็จะทำให้เราเข้าใจและฟังพนักงานได้อย่างเปิดใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="“ไม่ใช่แค่ Hybrid ต้องมี Dynamic ด้วย” Pomelo Fashion ออกแบบ Dynamic Hybrid Workplace อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ 896" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สร้างบรรยากาศให้พนักงานกล้าที่จะเป็นตัวเอง คือการสนับสนุนความหลากหลายในแบบ foodpanda</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/220401-interview-foodpanda-diversity-inclusion/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sahatorn Petvirojchai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Apr 2022 02:49:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[foodpanda]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/220401-interview-foodpanda-diversity-inclusion/</guid>

					<description><![CDATA[HIGHLIGHT  Diversity &#38; Inclusion Senior Specialist เป็นตำแหน่งที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อให้องค์กรมองเห็นถึงความหลากหลายที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งเรื่องเพศ ภาษา วัฒนธรรม สีผิว และพื้นเพของคนจากทุกพื้นถิ่น นโยบายความหลากหลายและการเปิดกว้างเริ่มมาจากฝั่งนายจ้าง ด้วยความคิดที่ว่านายจ้างจะต้องรับฟังพนักงาน เพราะพนักงานจะเป็นคนส่งเสียงบอกความต้องการ จากนั้นก็จะเป็นความรับผิดชอบของนายจ้างที่จะต้องคิดต่อว่า จะดูแลพนักงานของเราอย่างไร การสร้างความหลากหลายและเปิดกว้างจะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องเริ่มจากการมีทัศนคติทีดี่ตั้งแต่ในกระบวนการสรรหา ทำไมเราถึงต้องโฟกัสแค่การจ้างคนที่เป็นเพศตามวิถีเท่านั้น ในเมื่อจริง ๆ แล้วสังคมมีคนที่หลากหลายกว่านั้น ธุรกิจมีความท้าทาย เราต้องมีไอเดียที่หลากหลายเพื่อรับมือความท้าทายเหล่านั้น ยิ่งมีไอเดียดี ๆ จากหลาย ๆ คนเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีวิธีการรับมือที่ดีขึ้นเท่านั้น ความหลากหลายก็จะช่วยให้บริษัททำกำไรได้ด้วย การสร้างความเข้าใจเรื่องเพศและความหลากหลายไม่ใช่แค่หน้าที่ของฝ่ายบุคคลอย่างเดียว เรื่องนี้มันเป็นหน้าที่ของคนทั้งองค์กร การยอมรับความหลากหลายเป็นประเด็นที่กำลังเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อทุกคนเห็นความสำคัญของ ‘ความเป็นมนุษย์’ เหนืออคติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายทางเจเนอร์เรชัน เพศ เชื้อชาติ ทักษะความสามารถ ไปจนถึงทัศนคติความเชื่อ ซึ่งไม่เพียงเบ่งบานในสังคมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการยอมรับความหลากหลายในองค์กรด้วย foodpanda เป็นหนึ่งองค์กรที่สนับสนุนความหลากหลายและการเปิดกว้างอย่างจริงจัง ผ่านพันธกิจที่ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพนักงาน ยกตัวอย่างนโยบายล่าสุดที่เพิ่มวันลา 10 วันให้กับพนักงานข้ามเพศเพื่อการเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะ นับเป็นการตอกย้ำจุดยืนที่ foodpanda [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="focused-block--is-bold-border">
<table style="border-collapse: collapse; width: 100%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 100%;"><strong>HIGHLIGHT </strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Diversity &amp; Inclusion Senior Specialist เป็นตำแหน่งที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อให้องค์กรมองเห็นถึงความหลากหลายที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งเรื่องเพศ ภาษา วัฒนธรรม สีผิว และพื้นเพของคนจากทุกพื้นถิ่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">นโยบายความหลากหลายและการเปิดกว้างเริ่มมาจากฝั่งนายจ้าง ด้วยความคิดที่ว่านายจ้างจะต้องรับฟังพนักงาน เพราะพนักงานจะเป็นคนส่งเสียงบอกความต้องการ จากนั้นก็จะเป็นความรับผิดชอบของนายจ้างที่จะต้องคิดต่อว่า จะดูแลพนักงานของเราอย่างไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การสร้างความหลากหลายและเปิดกว้างจะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องเริ่มจากการมีทัศนคติทีดี่ตั้งแต่ในกระบวนการสรรหา ทำไมเราถึงต้องโฟกัสแค่การจ้างคนที่เป็นเพศตามวิถีเท่านั้น ในเมื่อจริง ๆ แล้วสังคมมีคนที่หลากหลายกว่านั้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ธุรกิจมีความท้าทาย เราต้องมีไอเดียที่หลากหลายเพื่อรับมือความท้าทายเหล่านั้น ยิ่งมีไอเดียดี ๆ จากหลาย ๆ คนเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีวิธีการรับมือที่ดีขึ้นเท่านั้น ความหลากหลายก็จะช่วยให้บริษัททำกำไรได้ด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การสร้างความเข้าใจเรื่องเพศและความหลากหลายไม่ใช่แค่หน้าที่ของฝ่ายบุคคลอย่างเดียว เรื่องนี้มันเป็นหน้าที่ของคนทั้งองค์กร</span></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11015 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/04/IMG_6385-scaled.jpg" alt="IMG 6385 scaled" width="600" height="370" title="สร้างบรรยากาศให้พนักงานกล้าที่จะเป็นตัวเอง คือการสนับสนุนความหลากหลายในแบบ foodpanda 901"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การยอมรับความหลากหลายเป็นประเด็นที่กำลังเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อทุกคนเห็นความสำคัญของ ‘ความเป็นมนุษย์’ เหนืออคติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายทางเจเนอร์เรชัน เพศ เชื้อชาติ ทักษะความสามารถ ไปจนถึงทัศนคติความเชื่อ ซึ่งไม่เพียงเบ่งบานในสังคมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการยอมรับความหลากหลายในองค์กรด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">foodpanda เป็นหนึ่งองค์กรที่สนับสนุนความหลากหลายและการเปิดกว้างอย่างจริงจัง ผ่านพันธกิจที่ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพนักงาน ยกตัวอย่างนโยบายล่าสุดที่เพิ่มวันลา 10 วันให้กับพนักงานข้ามเพศเพื่อการเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะ นับเป็นการตอกย้ำจุดยืนที่ foodpanda ใส่ใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">HREX มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ </span><b>ลีโอเมอร์ เอโพโลนิโอ (Leomer Apolonio) </b><span style="font-weight: 400;">Head of People Experience และคุณ</span><b> โกโก้ เทียมไสย์</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายและการเปิดกว้าง Internal Communications, Diversity &amp; Inclusion Senior Specialist ของ foodpanda ประเทศไทย เพื่อค้นหาว่า <strong class="yellow-highlighter"><strong class="pink-highlighter">ทำไม foodpanda ถึงให้ความสำคัญกับความหลากหลายและความเท่าเทียม และนั่นส่งผลกระทบอะไรกับองค์กรบ้าง?</strong></strong></span></p>
<h2>ก่อนอื่นอยากรู้ว่าทำไม foodpanda ถึงมีตำแหน่ง Diversity &amp; Inclusion Senior Specialist เพราะไม่ใช่ทุกองค์กรที่จะมีตำแหน่งนี้ อธิบายให้ฟังหน่อยว่าตำแหน่งนี้คืออะไร ทำหน้าที่อะไร?</h2>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> <strong class="yellow-highlighter">Diversity &amp; Inclusion Senior Specialist เป็นตำแหน่งที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อให้องค์กรมองเห็นถึงความหลากหลายที่ชัดเจนมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพศ แต่เป็นเรื่องภาษา วัฒนธรรม สีผิว และพื้นเพของคนจากทุกพื้นถิ่นด้วย</strong> เพราะทุก ๆ องค์กรต้องการดึงคนที่มีศักยภาพเข้ามาทำงานในองค์กร เราจึงต้องสามารถยอมรับและเข้าใจแนวคิดของความหลากหลายก่อน ก็เลยเป็นที่มาของการมีตำแหน่งนี้ใน foodpanda ประเทศไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตำแหน่งนี้ต้องดำเนินโครงการความหลากหลาย (Diversity Program) ใน foodpanda ที่เริ่มตั้งแต่ปีที่แล้ว เราดำเนินการประมาณสองถึงสามอย่าง ส่วนแรกคือด้านการสื่อสาร คือการผลิตความรู้เพื่อสื่อสารให้คนในองค์กรได้เข้าใจว่าความหลากหลายคืออะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สองคือการสนับสนุน มันไม่ใช่แค่การบอกแล้วเขาจะเข้าใจทันที เราเลยต้องทำงานร่วมกับการ Training Program ต่าง ๆ เช่น ให้ความรู้เรื่องอคติแบบไม่รู้ตัว (Unconscious Bias), เรื่องความหลากหลาย หรือการใช้สรรพนาม ซึ่งนอกจากการทำโครงการให้ความรู้แล้ว อีกหนึ่งการสนับสนุนก็คือกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วม (Engagement) ในทุก ๆ เดือน เช่น เดือนมีนาคมมีวันสตรีสากล เราก็จะมีแคมเปญเกี่ยวกับการทำลายอคติทางเพศ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่สาม เรามองเรื่องของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเชิงนโยบาย ทำโครงการความหลากหลายใน foodpanda ต่าง ๆ เช่น นโยบายวันลาเพื่อการเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะ เพื่อให้พนักงานข้ามเพศไปผ่าตัดแปลงเพศหรือเข้าพบจิตแพทย์ได้ หรือนโยบายการสร้างที่ทำงาน เช่น เรากำลังสร้างห้องน้ำสำหรับคนทุกเพศอยู่ นั่นคือหน้าที่หลัก ๆ ของการดำเนินโครงการความหลากหลายที่ foodpanda</span></p>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> เราจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายและการเปิดกว้าง เพราะเราไม่สามารถแต่งตั้งใครก็ได้มาเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่เราต้องการคนที่มีความรู้เชิงลึกจริง ๆ มาเป็นผู้สนับสนุนประเด็นนี้ ฉันใช้คำว่า ‘ผู้สนับสนุน’ ตลอดเวลานะ เพราะเราเป็นคน แล้วก็มาจากฝ่ายบุคคล เราจึงต้องมี ‘คน’ เป็นผู้สนับสนุน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">foodpanda ประเทศไทยภูมิใจกับการที่เราจ้างคนเก่ง ๆ เข้ามา ขณะเดียวกันก็อยากแน่ใจว่าเราไม่ได้เน้นเลือกคนตามกรอบสังคมทั่วไป ที่ว่าต้องจ้างคนชอบเพศตรงข้าม ที่ foodpanda ประเทศไทยจึงเลือกคนเข้ามาทำงานจากความสามารถโดยไม่มีอคติเรื่องรสนิยมทางเพศหรือรูปร่าง ฉะนั้นคนที่จะมาทำตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายและการเปิดกว้างจึงควรจะต้องเป็นคนที่เชี่ยวชาญในด้านนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาทของคุณโกโก้ไม่ใช่แค่ทำงานกับฝ่ายบุคคลเท่านั้น แต่เธอต้องทำงานกับทั้งองค์กร เธอจึงมีสิทธิ์มีเสียงในการโน้มน้าวคนอื่น ๆ ที่ร่วมงานด้วยกัน รวมถึงคนในตำแหน่งระดับผู้นำ เธอก็ต้องใช้เสียงและความสมมารถของเธอในการให้ข้อมูลและโน้มน้าวคนอื่น ๆ ในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับฉัน <strong class="yellow-highlighter">ก<strong class="yellow-highlighter">ารเข้า</strong></strong><strong class="yellow-highlighter">ใจว่าเรื่องเพศและความหลากหลายไม่ใช่แค่หน้าที่ของฝ่ายบุคคลอย่างเดียว เรื่องนี้มันเป็นหน้าที่ของคนทั้งองค์กร</strong> ระดับผู้นำต้องนำคติเรื่องนี้ไปปรับใช้กับทุกคนด้วย ฉันคิดว่ามันกำลังเป็นความเชื่อผิด ๆ ที่ส่งต่อกันในหลายอุตสาหกรรมว่า การผลักดันเรื่องความหลากหลายและเปิดกว้างต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายบุคคล ซึ่งมันไม่ใช่เลย ผู้บริหารฝ่ายการตลาด ฝ่ายธุรกิจ ทุกฝ่าย ต้องเข้าใจและสนับสนุนเรื่องความหลากหลายและเปิดกว้าง แต่คุณโก้โก้ก็เป็นเหมือนเสาหลักสำหรับคนที่ต้องการความช่วยเหลือว่าจะทำยังไง จะโน้มน้าวคนอื่นยังไง ประสบการณ์และการศึกษาวิจัยของเธอช่วยให้เราได้รับความแรงฉุดและมีการกระทำบางอย่างออกมาบ้าง ฉันว่าตอนนี้มันเหมือนเป็นแพสชันนั่นแหละ (หัวเราะ)</span></p>
<figure id="attachment_11013" aria-describedby="caption-attachment-11013" style="width: 384px" class="caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11013" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/04/IMG_6337-scaled.jpg" alt="IMG 6337 scaled" width="384" height="576" title="สร้างบรรยากาศให้พนักงานกล้าที่จะเป็นตัวเอง คือการสนับสนุนความหลากหลายในแบบ foodpanda 902"><figcaption id="caption-attachment-11013" class="caption-text">โกโก้ เทียมไสย์ Internal Communications, Diversity &amp; Inclusion Senior Specialist ของ foodpanda ประเทศไทย</figcaption></figure>
<h2>ตำแหน่ง Diversity &amp; Inclusion Senior Specialist มีอยู่ใน foodpanda สาขาอื่นทั่วโลกไหม?</h2>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ใช่ทุกสาขา แต่เริ่มต้นที่ Delivery Hero ที่เบอร์ลิน ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเรา แล้วบริษัทลูกต่าง ๆ เช่น foodora หรือ foodpanda ในทีมเอเชียแปซิฟิก (APAC) ก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ฉะนั้นในประเทศไทยก็ควรมีตำแหน่งนี้ด้วย</span></p>
<h2>foodpanda ประเทศไทยมีนโยบาย Gender Affirmation ที่เพิ่มวันลา 10 วันให้กับพนักงานข้ามเพศเพื่อการเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะ นี่เป็นโนบายที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยเลยหรือเปล่า?</h2>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> นโยบายนี้พัฒนามาจากนโยบายต้นฉบับจากบริษัทแม่ที่เบอร์ลิน ซึ่งที่นั่นเขามี นโยบายวันลาเพื่อการเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ให้เพิ่ม 10 วัน ขณะที่ประเทศไทยริเริ่มนโยบายนี้โดยเพิ่มวันลาอีก 10 วันเป็นที่แรก คำตอบก็คือใช่ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความที่ฝ่ายบุคคลเข้าใจความเป็นปัจเจกมาก </span><b>คาเรน (Karen Hutcheson)</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลและลีโอเคยทำงานที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์กันมาก่อน พอได้เห็นการใช้งานจริงของนโยบายวันลาเพื่อการเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะในต่างประเทศ ทำให้พวกเขาได้รู้หลักการว่า จริง ๆ แล้วมันควรจะต้องลา 10 วันเพื่อการนี้</span></p>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> ฉันไม่คิดว่าที่สิงคโปร์หรือฟิลิปปินส์มีนโยบายนี้นะ มันเป็นนโยบายของที่เบอร์ลินมองเป็นนโยบายท้องถิ่นด้วยซ้ำ แต่เรามองว่า “ถ้าอย่างนั้นทำไมเราทำไม่ได้ล่ะ” เมื่อประเทศไทยไม่มีวันลาเพื่อการเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะ งั้นเรามาทำที่ประเทศไทยกันเถอะ เพราะที่ออสเตรเลียก็มี ที่นิวซีแลนด์ก็มี ทำไมที่ไทยจะมีไม่ได้ มันควรจะเป็นมาตรฐาน และทุกคนก็เห็นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">เรารู้สึกว่าประเทศไทยไม่ควรล้าหลังในประเด็นนี้ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ก้าวหน้าเรื่องสิทธิทางเพศที่สุดแล้วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong> หรือกระทั่งในเอเชียทั้งหมดเลย ฉันจึงคิดว่านโยบายนี้เหมาะสมที่จะมีใน foodpanda ประเทศไทย เพื่อเป็นหลักฐานว่ามันเป็นตัวเปลี่ยนเกมของประเทศไทยหรือของอุตสาหกรรมได้เลย </span></p>
<h2>จำนวนวันลาที่เพิ่มขึ้นมา 10 วัน มีฐานคิดมาจากอะไร?</h2>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> มันเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมนะ ที่ยุโรปเขาให้กัน 10 วัน แค่นั้นเลย แต่ที่ไทยเราค่อนข้างโชคดีเพราะเรามีวันลาป่วย 30 วันอยู่แล้ว แถมมีวันลาเพื่อการเปลี่ยนเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะนี้เพิ่มอีก 10 วัน ฉันจึงคิดว่ามันก็โอเคที่จะให้สิทธิ์นี้กับพนักงาน</span></p>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าพูดจากประสบการณ์ส่วนตัวในฐานะคนข้ามเพศ เราต้องเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศซึ่งต้องใช้เวลาในโรงพยาบาลอย่างน้อย 1 เดือน ดังนั้นการมีวันลาเพิ่ม 10 วัน เราก็จะสามารถรักษาตัวได้ดีขึ้นเพื่อความพร้อมกลับมาทำงาน เพราะฉะนั้นสิทธิ์ลาเพิ่มอีก 10 วัน ที่จากสิทธิ์ลาป่วยที่มีอยู่แล้ว 30 วัน ถือว่าสมเหตุสมผลมาก</span></p>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> หรือเราสามารถใช้สิทธิ์ 10 วันนั้นเพื่อไปเข้ารับการตรวจสภาพจิตใจก่อนผ่าตัด ไปคุยกับจิตแพทย์เพื่อให้มั่นใจว่าพร้อมจะเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะ แล้วใช้อีก 30 เพื่อลาป่วยก็ได้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้มันจะเป็นการเพิ่มเวลาให้พนักงานของเราที่ต้องการจะเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนผ่านเพศสภาวะ ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอเลยทีเดียว </span></p>
<figure id="attachment_11012" aria-describedby="caption-attachment-11012" style="width: 493px" class="caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11012 size-medium" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/04/IMG_6297-scaled.jpg" alt="IMG 6297 scaled" width="493" height="740" title="สร้างบรรยากาศให้พนักงานกล้าที่จะเป็นตัวเอง คือการสนับสนุนความหลากหลายในแบบ foodpanda 903"><figcaption id="caption-attachment-11012" class="caption-text">ลีโอเมอร์ เอโพโลนิโอ (Leomer Apolonio) Head of People Experience</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h2>นโยบายนี้เกิดจากฝั่งพนักงานที่ต้องการ หรือเกิดจากฝั่งองค์กรที่ออกคำสั่งว่าต้องมี?</h2>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องบอกว่าเริ่มมาจากฝั่งองค์กรเอง ด้วยความคิดที่ว่าเราจะต้องรับฟังพนักงาน เพราะพนักงานจะส่งเสียงบอกความต้องการของพวกเขา จากนั้นก็จะเป็นความรับผิดชอบของนายจ้างที่จะต้องคิดต่อว่า จะดูแลพนักงานของเรายังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และด้วยทัศนคติของความหลากหลายและการเปิดกว้าง ในฐานะองค์กรคุณก็จะต้องสามารถโอบรับใครก็ตามที่ต้องการนโยบายแบบนี้ได้ ฉันไม่คิดว่าจะมีใครใช้สิทธิ์นี้ในเร็ว ๆ นี้ แต่การได้รู้ว่าบริษัทมีสิทธิ์วันลาหรือมีสวัสดิการแบบนี้ให้กับพนักงาน ก็อาจจะมีคนในบริษัทที่ต้องการมันจริง ๆ ก็ได้ เราจึงต้องการให้พวกเขามั่นใจว่า เราพร้อมจะช่วยเหลือและสนับสนุนเขาในการเข้าสู่เส้นทางนั้นเมื่อเขาต้องการ</span></p>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยความที่วัฒนธรรมองค์กรของ foodpanda เป็นวัฒนธรรมของการโอบรับหลากหลายอยู่แล้ว หนึ่งในค่านิยมหลักของเราคือการเอาชนะผ่านความหลากหลาย (win through diversity) เราเลยมีความเชื่อมั่นในเรื่องของการเฉลิมฉลองความเป็นปัจเจกบุคคลและความหลากหลายมาก ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากทางตัวบริษัทเปิดรับความคิดเห็นของพนักงานค่อนข้างสูง บวกกับความที่เรามีนโยบายของเราอยู่แล้วด้วย มันเลยเหมือนเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้างมากกว่า ซึ่งไม่ใช่แค่การสร้างนโยบายวันลาเพื่อพนักงานข้ามเพศ แต่รวมถึงนโยบายอื่น ๆ ที่ส่งเสริมความเท่าเทียม ความเสมอภาค ความสมดุล ความยืดหยุ่น และความต้องการของพนักงานกับองค์กร</span></p>
<h2>ก่อนออกนโยบายนี้ คุณโน้มน้าวผู้บริหารระดับสูงในองค์กรอย่างไรบ้าง ไม่เฉพาะในฝ่ายทรัพยากรบุคคลอย่างเดียวนะ แต่รวมถึงผู้บริหารระดับสูงในฝ่ายอื่น ๆ ด้วย?</h2>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> ความที่เราเป็นบริษัทสายเทคโนโลยี คนในบริษัทส่วนใหญ่จะอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 27 ปี เจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารและผู้อำนวยการก็เลยอายุไม่มาก มีทัศนคติหัวก้าวหน้ากันมาก และปรับตัวเข้ากับสถานการณ์โลกภายนอกได้ดี ถ้าคุณไปถามเขาว่า “เราอยากจะทำอะไรสักอย่างเรื่องความหลากหลายและการเปิดกว้างได้ไหม” มันก็ไม่ยากเลยที่จะได้รับการอนุมัติกลับมา</span></p>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างที่บอกว่าหนึ่งในค่านิยมหลักของวัฒนธรรมองค์กร foodpanda คือการเอาชนะผ่านความหลากหลาย เจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารและผู้นำต่าง ๆ จะคอยรับฟังความต้องการของพนักงานอยู่แล้ว เลยได้รับการอนุมัติไม่ยาก เพราะเท่าที่เห็นตอนนี้ก็ไม่มีใครไม่เห็นด้วยนะ ยังไม่เจอคนที่ต่อต้าน</span></p>
<h2>ถ้าอย่างนั้นอะไรคือความท้าทายที่สุดในการกำหนดนโยบายนี้?</h2>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่มีค่ะ</span></p>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> ที่จริงคือไม่มีเลยนะ (หัวเราะ)</span></p>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> มันราบรื่นมากเพราะวัฒนธรรมองค์กรของเราเป็นแบบนี้ ทุกคนเห็นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">การมีสถานที่ทำงานที่เปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลาย และมีความเท่าเทียม บริษัทอาจไม่ได้ประโยชน์ในเชิงกำไร แต่มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ทุกคนควรได้รับในฐานะมนุษย์อยู่ดี </strong></span></p>
<h2>แสดงว่าตั้งแต่กระบวนการสรรหาบุคลากรใหม่ ทาง foodpanda จะต้องคุยกับ candidate ทุกคนถึงการยอมรับความหลากหลายด้วยใช่ไหม?</h2>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> ใช่เลย ฉันคิดว่าหนึ่งในแรงผลักดันที่เรามีในการสรรหาบุคลากร คือการทำให้แน่ใจว่าพวกเขาต้อนรับทุกคนโดยไม่สนใจว่ารูปร่างหน้าตายังไง นับถือศาสนาอะไร หรือมีรสนิยมทางเพศยังไง เราจ้างคนโดยดูที่ความสามารถ และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเราไม่คุยกันเรื่องเพศและเชื้อชาติใน foodpanda และเราก็จ้างผู้พิการทำงานที่ foodpanda ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้ดูว่า candidate รูปร่างหน้าตายังไง แต่เป็นเรื่องของสิ่งที่อยู่ในสมองของเขามากกว่า นั่นเป็นวิธีที่เรามองพวกเขา ดังนั้นเราจึงไม่มีความกดดันในเรื่องของการสรรหาบุคลากร เราแค่จ้างคนมาทำตำแหน่งนั้น-ตำแหน่งนี้ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเรามีชาวต่างชาติ คนข้ามเพศ หรือผู้พิการที่ foodpanda </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คือเราต้อนรับทุกคนตราบใดที่คนคนนั้นเข้ากับวัฒนธรรมของเราได้ วัฒนธรรมของเราคือการเอาชนะผ่านความหลากหลาย และการทำผลงานให้บริษัทด้วยความถนัดที่เขามี</span></p>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างกรณีของเรา ตอนแรกเราไม่ได้ถูกจ้างเข้ามาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายและการเปิดกว้าง ตำแหน่งแรกของเราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารภายในองค์กร ตั้งแต่ขั้นตอนการคุยกับคนจากฝ่ายสรรหาบุคลากรไปจนถึงผู้จัดการฝ่าย เขาจะย้ำอยู่เสมอตลอดการสัมภาษณ์ว่าที่นี่เราเปิดรับคนจากหลากหลายพื้นเพมาก มันเป็นเหมือนสโลแกนที่เขาใช้พูดเพื่อให้คนมั่นใจว่า ทุกคนจะได้รับการต้อนรับและยอมรับ ไม่ว่าเขาจะได้รับเข้าทำงานหรือไม่ก็ตาม</span></p>
<h2>นอกเหนือจากประเด็นเรื่องเพศแล้ว ทาง foodpanda ยังสนับสนุนความหลากหลายและการเปิดกว้างในประเด็นอะไรอีกบ้าง?</h2>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> แน่นอนว่าเราจ้างผู้พิการเข้ามาทำงานด้วย นั่นก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ เราจ้างคนโดยไม่สนใจพื้นหลังทางสังคม แล้วก็เรื่องสัญชาติ เพราะเรามีชาวต่างชาติที่นี่ด้วย เราจึงแน่ใจว่าทัศนคติเรื่องความหลากหลายมีอยู่ในตัวทุกคนตลอดเวลา ไม่ใช่แค่เรื่องของเพศ เชื้อชาติ ศาสนา หรือร่างกาย เราดูแลทุกคน</span></p>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างที่ลีโอบอก นอกจากแง่มุมเรื่องเพศแล้ว หนึ่งคือเราจ้างคนที่มีความพิการมาทำงานที่นี่ด้วย มีอยู่ในออฟฟิศเต็มไปหมดเลย เราเชื่อว่ามีบริษัทใหญ่หลาย ๆ บริษัทในเอเชียหรือที่อื่นในโลกที่มักจะดูว่าคุณเรียนจบมาจากที่ไหน แต่นโยบายการจ้างงานและสรรหาบุคลากรของที่ foodpanda เปิดกว้างและปรับตัวง่าย เราเน้นดูที่ความสามารถของบุคคลนั้น ๆ มากกว่าพื้นเพของเขา นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเพื่อความหลากหลายและเปิดกว้างที่เรากำลังทำอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11014 size-thumbnail" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/04/IMG_6342-scaled.jpg" alt="IMG 6342 scaled" width="600" height="370" title="สร้างบรรยากาศให้พนักงานกล้าที่จะเป็นตัวเอง คือการสนับสนุนความหลากหลายในแบบ foodpanda 904"></span></p>
<h2>ถ้าองค์กรอื่นอยากมีนโยบายสนับสนุนความหลากหลายและการเปิดกว้างบ้าง พวกเขาควรเริ่มที่ตรงไหน?</h2>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> พวกเขาต้องเริ่มจากคิดที่ว่า “อะไรคือสิ่งที่ดีสุดสำหรับบริษัท” ถ้าเขาคิดเรื่องการทำรายได้เป็นเป้าหมายหลัก พวกเขาก็ต้องคิดถึงการดึงตัวบุคลากรเข้ามา พวกเขาควรมีคติประจำใจว่าจะต้องรับทุกคนไม่ว่าคนคนนั้นจะมีพื้นเพยังไง จะต้องพร้อมเปลี่ยนแปลงและยอมรับได้ เพราะเวลาคุณทำกระบวนการสัมภาษณ์หรือกระบวนการประเมิน ผู้สัมภาษณ์หลายคนอาจจะมีอคติอยู่ใจอยู่แล้ว เราควรจะเอาอคตินั้นออกไป ถ้าพนักงานสรรหาของคุณยังมีอคตินั้น ฉันไม่คิดว่าการสร้างความหลากหลายและเปิดกว้างจะประสบความสำเร็จ มันต้องเริ่มจากการมีทัศนคติที่ดีในกระบวนการสรรหาบุคลากรและในการทำธุรกิจก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สองคือเรียนรู้จากประสบการณ์ของบริษัทอื่น ๆ คุณลองมองพวกบริษัทเทคโนโลยีสิ หันมาดูว่าบริษัทสายเทคโนโลยีว่าพวกเขาหัวก้าวหน้าไปขนาดไหน และทำเงินไปได้ขนาดไหนแล้วจากการมีความหลากหลายอยู่รายล้อมธุรกิจ มันไม่ได้เกี่ยวกับชื่อเสียง แต่มันเกี่ยวกับมันสมองที่ทำงานอยู่ในบริษัทต่างหาก และถ้าทัศนคติคุณได้ การสร้างความหลากหลายและเปิดกว้างก็ไม่ใช่เรื่องยาก</span></p>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> การที่เราเป็นองค์กรมีจุดประสงค์เพื่อทำเงินและทำกำไร มันปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกทุนนิยมมันมีอยู่จริง แต่ว่าการที่เราจะเป็นโลกทุนนิยมที่มีความเป็นหัวก้าวหน้าและหัวสมัยใหม่มันคือการเป็นโลกทุนนิยมที่ยอมรับความแตกต่าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดคือ นึกภาพเรามีหลาย ๆ คนอยู่ในห้อง แต่ละคนมาจากพื้นเพต่างกัน การศึกษาต่างกัน มีชีวิตที่ต่างกัน พอเกิดปัญหาหนึ่งขึ้นมาเราก็จะได้ฟังทางแก้หลาย ๆ ทาง เช่นเดียวกับเวลาทำธุรกิจ ธุรกิจก็มีความท้าทายของมัน <strong class="yellow-highlighter">เราต้องมีไอเดียที่หลากหลายมาไว้ใช้แก้ความท้าทายเหล่านั้น ยิ่งมีไอเดียดี ๆ จากหลาย ๆ คนเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีทางแก้ที่ดีขึ้นเท่านั้น</strong> ดังนั้นก็จะช่วยให้บริษัทได้กำไรด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นถ้าเราเชื่อว่าทุนนิยมแล้วก็ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพสามารถสร้างผลงานและสามารถสร้างรายได้ให้กับองค์กรนั้นได้ ทำไมเราถึงจะไม่ยอมรับบุคคลที่มีความหลากหลายในแง่มุมของชีวิต ทำไมเราถึงต้องโฟกัสแค่การจ้างคนที่เป็นเพศตามวิถีเท่านั้น ในเมื่อจริง ๆ แล้วในสังคมเรามันมีคนที่หลากหลายกว่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าบริษัทอื่นคิดที่จะริเริ่มจริง ๆ ก็ควรที่จะเปลี่ยนทัศนคติตัวเองตั้งแต่เรื่องของกระบวนการจ้างคนว่า จริงๆ แล้วเราควรจ้างคนทุกคนด้วยซ้ำ แล้วประเมินเขาที่ความสามารถนะคะ</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-thumbnail wp-image-11010 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2022/04/Gender-Affirmation-02-scaled.jpg" alt="Gender Affirmation 02 scaled" width="600" height="370" title="สร้างบรรยากาศให้พนักงานกล้าที่จะเป็นตัวเอง คือการสนับสนุนความหลากหลายในแบบ foodpanda 905"></p>
<h2>แต่ทัศนคติเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงยากมากนะ มีข้อแนะนำเพิ่มเติมอย่างไรบ้างกับการขจัดอคติในองค์กร?</h2>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> ใช่ค่ะ ทัศนคติและอคติเอาออกยาก เราเห็นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อหนึ่ง มันอาจจะฟังดูจำเจนะ แต่เราต้องเริ่มให้ความรู้กับคนก่อน ขณะเดียวกันเราก็ต้องเข้าใจด้วยว่าถ้าเราพยายามจะให้ความรู้เขา การยอมรับแบบ 100% มันจะไม่เกิดขึ้น แต่เราไม่ได้กำลังมองหาการยอมรับแบบ 100% สิ่งที่เรามองหาคือการอยู่ร่วมกันได้แบบ 100% โดยไม่ก้าวก่ายกัน ฉะนั้นนอกจากการให้ความรู้แล้ว เรายังต้องใช้วิธีการจัดการจากบนลงล่างด้วย คือเรามีการใช้กลยุทธิ์การดำเนินงานแบบ GRC (Governance, Risk Management, Compliance) ที่แข็งแกร่ง มีการบังคับใช้นโยบายอย่างจริงจังเพื่อให้คนอื่น ๆ ในองค์กรเกิดความเคารพในปัจเจกทั้งในและนอกบริษัท</span></p>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> ที่จริงก็ไม่มีอะไรจะเสริมแล้วนะ เพราะฉันว่าสิ่งที่คุณโกโก้พูดโดยสรุปแล้วก็คือคุณต้องฝึกคน ให้ความรู้ และต้องมีการปฏิบัติตาม ซึ่งก็คือกลยุทธิ์ GRC </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับบริษัทอื่น ๆ ที่พยายามจะมีนโยบายนี้ การจัดการจากบนลงล่างนั้นสำคัญมาก เราต้องมีคนในระดับผู้นำที่พูดเรื่องนี้และสนับสนุนเรื่องนี้ มันไม่ควรจะมาจากพนักงานเพราะมีอิทธิพลน้อยกว่า การจะเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้ จำเป็นมากที่ต้องมีผู้นำคอยสนับสนุนและมีความรู้ในเรื่องความหลากหลายและการเปิดกว้าง ฉันคิดว่าเราโชคดีที่มีผู้นำแบบนั้นที่ foodpanda</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ สิ่งที่บริษัทอื่น ๆ ต้องมีด้วยก็คือ ถ้าคุณเห็นแล้วว่าที่ทำงานแบบนี้มันยอมรับได้ และเห็นว่าธุรกิจยังเฟื่องฟูได้ มันก็บอกอะไรหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กรเหมือนกัน สำหรับเราที่ foodpanda เราพยายามจะโน้มน้าวบริษัทอื่นโดยให้เขาดูจากมาตรฐานในตลาดของเรา นั่นเป็นวิธีการหนึ่งของเราที่จะบอกทุกคนว่าเราทำงานได้ดีนะ เราทำยอดขายได้ตามเป้านะ เพราะเรามีคนเก่งอย่างคุณโกโก้ที่คอยช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong class="yellow-highlighter">ฉันคิดว่าความหลากหลายและการเปิดกว้างเป็นแบบนั้นแหละ ไม่ใช่แค่การยอมรับคนอื่น แต่คือการกระตุ้นให้คนอื่นเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุดไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม</strong></span></p>
<h2>ในอนาคตเราจะเห็น foodpanda ประเทศไทย มีนโยบายสนับสนุนความหลากหลายและการเปิดกว้างในแง่มุมอื่นอีกไหม?</h2>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> ฉันหวังว่าจะมีสักวันที่เราไม่ต้องวางนโยบายเรื่องเพศอีกแล้ว เพราะเราต้องการเสริมสร้างวัฒนธรรมของความหลากหลายและการเปิดกว้างได้อย่างแท้จริง ฉันว่าเราจะไปทำเรื่องอื่นกันต่อในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับผู้พิการ เราต้องการจะโอบรับผู้พิการและให้พวกเขาได้ทำงานในฝ่ายอื่น ๆ ด้วย เพราะตอนนี้พวกเขาทำอยู่ในฝ่ายอำนวยความสะดวกในที่ทำงาน (Workplace) แต่เราอยากให้มีผู้พิการที่ทำงานในฝ่ายธุรกิจ ฝ่ายการขาย ฝ่ายการตลาด อะไรแบบนี้ด้วย เราต้องสำรวจและเตรียมการในอนาคต ซึ่งมันไม่ใช่แนวทาง แต่เป็นเหมือนวิสัยทัศน์ที่เราอยากจะเห็นในอีกไม่กี่เดือนหรือไม่กี่ปีหลังจากนี้</span></p>
<p><b>โกโก้:</b><span style="font-weight: 400;"> เรื่องของนโยบายเพิ่มเติมนั้นยังไม่ทราบ ยังให้คำมั่นสัญญาไม่ได้ แต่ที่ให้คำมั่นสัญญาได้เลยคือโครงการความหลากหลายจะไปไกลว่าเรื่องเพศแน่นอน เราจะไปแตะเรื่องชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ ที่ต้องการความเท่าเทียม และให้สิ่งนั้นกับเขาในองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่ลีโอได้พูดไป เราต้องการให้มีผู้พิการทำงานในฝ่ายต่าง ๆ ที่หลากหลาย เราอาจจะดูเรื่องการเสริมพลังผู้หญิงว่าเราจะไปทำได้ตรงไหน และอาจจะตั้งคณะกรรมการกลุ่มคน LGBTQI+ ในองค์กรด้วย ซึ่งก็เป็นหนทางอีกยาวไกล แต่ก็จะเกิดขึ้นแน่นอน</span></p>
<p><b>ลีโอ:</b><span style="font-weight: 400;"> ขอบคุณสำหรับโอกาสนี้นะ ฉันคิดว่าช่องทางของคุณจะเป็นช่วยเราเป็นกระบอกเสียงให้บริษัทอื่น ๆ เข้ามาโอบรับความหลากหลายและการเปิดกว้าง เพราะยังมีคนมีความสามารถในประเทศไทยอีกมากที่ถูกมองข้ามไปเพราะพวกเขาแค่แตกต่างจากคนอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยากจะปูทาง foodpanda ประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางแห่งความหลากหลายและการเปิดกว้างในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เราเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่โอบรับความหลากหลายและการเปิดกว้าง เรียกว่านำคู่กันมากับสิงคโปร์เลยก็ว่าได้ ถ้าจะมีศูนย์กลางของความหลากหลายและการเปิดกว้างในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตอนนี้ก็ต้องเป็นแระเทศไทยนี่แหละ เราอยากคงสถานะความแข็งแกร่งนั้นไว้ และเราต้องการให้ทัศนคติเรื่องความหลากหลายและการเปิดกว้างมีอยู่อย่างแข็งแรงในบริษัทของเราด้วย</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="สร้างบรรยากาศให้พนักงานกล้าที่จะเป็นตัวเอง คือการสนับสนุนความหลากหลายในแบบ foodpanda 906" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/200115-interview-tokio-marine-insurance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jul 2020 03:41:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Vision]]></category>
		<category><![CDATA[วิสัยทัศน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/200115-interview-tokio-marine-insurance/</guid>

					<description><![CDATA[การสื่อสารนั้นยังคงถือเป็นทักษะที่มีความสำคัญสำหรับการทำธุรกิจเช่นเคย แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงก้าวไปสู่ยุคดิจิตอลก็ตามที แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือบริบทของเนื้อหา สื่อ วิธีการส่งสาร ไปจนถึงช่องทางในการสื่อสาร ที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยเพื่อให้การสื่อสารในแต่ละยุคนั้นประสบความสำเร็จมากที่สุด หนึ่งในผู้ที่คลุกคลีกับสายงานการสื่อสารมานานที่เราอยากพาคุณไปนั่งพูดคุยทำความรู้จักกับเขาในวันนี้ คือผู้หญิงมากความสามารถอย่าง คุณนิ้ง-ชญานิษฐ์ หงสกุล กับบทบาทในการทำงานสื่อสารในฐานะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ ให้กับบริษัทประกันสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Tokio Marine Safety Insurance (Thailand) PCL. ที่เป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่สายประกันภัยของโลก นอกจากความท้าทายของการทำการสื่อสารอีกรูปแบบสำหรับสายธุรกิจที่ไม่ใช่สินค้าอุปโภคบริโภคแล้ว ความสำเร็จหนึ่งที่เราอยากปรบมือให้เธอก็คือการเป็นหัวเรือใหญ่ที่ทำโครงการ Good Company Better Society เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมไปพร้อมกันด้วย ซึ่งโปรเจกต์นี้เป็นการหยิบเอานโยบายสากลของบริษัทมาเป็นแนวทางในการทำแคมเปญสื่อสารให้สังคมตระหนักถึงภัยใกล้ตัว ระแวดระวังกลโกง ตลอดจนช่วยป้องกันภัยร่วมกันจากมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในคราบของตัวแทนประกันเพื่อหลอกลวงทรัพย์สินของผู้บริโภคนั่นเอง นอกจากการสื่อสารครั้งนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมที่ดีครั้งใหญ่ให้กับสังคมไทยแล้ว โปรเจกต์นี้ก็ยังได้รับการย่องย่องในระดับนานาชาติ รวมถึงได้รับรางวัลระดับสากล ที่สร้างความภูมิใจให้กับตัวเธอตลอดจนองค์กรสาขาของไทยได้ไม่น้อย และนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่เธอสร้างขึ้นบนพื้นฐานความเชื่อส่วนตัวของเธอที่น่าชื่นชมไม่แพ้กันว่า &#8230; ความสำเร็จหรือความดีต่างๆ นั้นไม่จำเป็นต้องมีสิ่งเดียว และมันก็สร้างขึ้นได้ทุกวันอีกด้วย Q : ภาพรวมขององค์กร ธุรกิจ ตลอดจนหน้าที่ที่รับผิดชอบในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง? A : บริษัทของเราดำเนินธุรกิจประกันภัยค่ะ มีสาขาครอบคลุม  45 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งสำนักงานใหญ่ของเราจะอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ส่วนตำแหน่งงานตอนนี้อยู่ในสังกัดแผนกบริหารองค์กร ซึ่งจะดูแลตลาดในส่วนของประเทศไทยค่ะ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การสื่อสารนั้นยังคงถือเป็นทักษะที่มีความสำคัญสำหรับการทำธุรกิจเช่นเคย แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงก้าวไปสู่ยุคดิจิตอลก็ตามที แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือบริบทของเนื้อหา สื่อ วิธีการส่งสาร ไปจนถึงช่องทางในการสื่อสาร ที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยเพื่อให้การสื่อสารในแต่ละยุคนั้นประสบความสำเร็จมากที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4689" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/07/00-HR-NoteAsia_interview_14Tokio-Marine-Insurance-Thailand-PCL-main-01.jpeg" alt="00 HR NoteAsia interview 14Tokio Marine Insurance Thailand PCL main 01" width="879" height="596" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 929"></p>
<p>หนึ่งในผู้ที่คลุกคลีกับสายงานการสื่อสารมานานที่เราอยากพาคุณไปนั่งพูดคุยทำความรู้จักกับเขาในวันนี้ คือผู้หญิงมากความสามารถอย่าง <span style="color: #0000ff;"><strong>คุณนิ้ง-</strong><strong>ชญานิษฐ์ หงสกุล</strong> </span>กับบทบาทในการทำงานสื่อสารในฐานะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ ให้กับบริษัทประกันสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Tokio Marine Safety Insurance (Thailand) PCL. ที่เป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่สายประกันภัยของโลก นอกจากความท้าทายของการทำการสื่อสารอีกรูปแบบสำหรับสายธุรกิจที่ไม่ใช่สินค้าอุปโภคบริโภคแล้ว ความสำเร็จหนึ่งที่เราอยากปรบมือให้เธอก็คือการเป็นหัวเรือใหญ่ที่ทำโครงการ Good Company Better Society เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมไปพร้อมกันด้วย ซึ่งโปรเจกต์นี้เป็นการหยิบเอานโยบายสากลของบริษัทมาเป็นแนวทางในการทำแคมเปญสื่อสารให้สังคมตระหนักถึงภัยใกล้ตัว ระแวดระวังกลโกง ตลอดจนช่วยป้องกันภัยร่วมกันจากมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในคราบของตัวแทนประกันเพื่อหลอกลวงทรัพย์สินของผู้บริโภคนั่นเอง</p>
<p>นอกจากการสื่อสารครั้งนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมที่ดีครั้งใหญ่ให้กับสังคมไทยแล้ว โปรเจกต์นี้ก็ยังได้รับการย่องย่องในระดับนานาชาติ รวมถึงได้รับรางวัลระดับสากล ที่สร้างความภูมิใจให้กับตัวเธอตลอดจนองค์กรสาขาของไทยได้ไม่น้อย และนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่เธอสร้างขึ้นบนพื้นฐานความเชื่อส่วนตัวของเธอที่น่าชื่นชมไม่แพ้กันว่า &#8230; ความสำเร็จหรือความดีต่างๆ นั้นไม่จำเป็นต้องมีสิ่งเดียว และมันก็สร้างขึ้นได้ทุกวันอีกด้วย</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ภาพรวมขององค์กร ธุรกิจ ตลอดจนหน้าที่ที่รับผิดชอบในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง?</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>บริษัทของเราดำเนินธุรกิจประกันภัยค่ะ มีสาขาครอบคลุม  45 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งสำนักงานใหญ่ของเราจะอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ส่วนตำแหน่งงานตอนนี้อยู่ในสังกัดแผนกบริหารองค์กร ซึ่งจะดูแลตลาดในส่วนของประเทศไทยค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4711" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/238_2959_th.jpg" alt="238 2959 th" width="1140" height="500" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 930"></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 10pt;">CR<em> : <strong><a href="https://www.tokiomarine.com/th/th/personal/discover-main.html" target="_blank" rel="noopener">Tokio Marine Safety Insurance (Thailand) PCL</a></strong></em></span></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : มีประสบการการทำงานในสายงานการสื่อสาร (Communication) มาอย่างไรบ้าง แล้วทำไมจึงตัดสินใจมาทำงานสื่อสารในสายงานประกันนี้? </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>ส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบทำงานด้านการสื่อสารค่ะ ทำงานด้าน Communication นี้มามากกว่า 16 ปีแล้ว แต่ก็ไม่ได้จบด้านนี้มาโดยตรง จริงๆ แล้วเรียนด้านวิทยุ-โทรทัศน์ จากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาค่ะ หลังจากเรียนจบแล้วก็เริ่มต้นทำงานในสายนักข่าวก่อน ซึ่งในยุคโน้นสื่อหลักอย่างทีวีมันค่อนข้างบูมมาก แต่พอยุคหลังที่เกิด Social Media แล้วก็มีเครื่องมือในการรับชม (Devices) ต่างๆ ขึ้นมามากมาย ธุรกิจสื่อหลักทั้งหลายก็เลยซบเซาลง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-6175 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/07/1593588648683-scaled.jpg" alt="1593588648683 scaled" width="493" height="740" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 931"></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 10pt;">CR<em> : <strong><a href="https://www.tokiomarine.com/th/th/personal/discover-main.html" target="_blank" rel="noopener">Tokio Marine Safety Insurance (Thailand) PCL</a></strong></em></span></p>
<p>หลังจากนั้นก็เลยเปลี่ยนสายงานมาทำด้าน Communication เพราะทักษะมันไม่ไกลจากที่เรียนมามากนัก ปรับใช้กันได้ ก็เคยย้ายไปทำงานด้านนี้อยู่ในแวดวง Telecom มากว่า 7 ปี แล้วก็ย้ายไปอยู่สาย Food Industry มา 4 ปี ก่อนที่จะมาอยู่สายประกันนี้ ตอนนี้ก็ทำมาเกือบ 4 ปี ช่วงหลังนี่จะเป็นการทำงานในสาย PR &amp; Communication มาโดยตลอด ซึ่งการทำงานในแต่ละอุตสาหกรรมมันก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป ข้อดีของการได้ลองทำในหลายๆ อุตสาหกรรมก็คือการที่เรารอบรู้ในหลายเรื่อง ถนัดในหลายแบบ แล้วก็เรียนรู้ในหลากหลายวัฒนธรรม มันจะทำให้เราปรับตัวได้ง่าย เรียนรู้อะไรได้ไว เปิดรับในสิ่งใหม่ๆ ได้ดี ใช้เวลาไม่นานก็ปรับตัวให้ลงตัวกับการทำงานได้เร็ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4707" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/pic-p1910-02.jpg" alt="pic p1910 02" width="653" height="544" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 932"></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 10pt;">CR <em><strong>: </strong><strong><a href="https://www.tokiomarine.com/th/th/personal/discover-main.html" target="_blank" rel="noopener">Tokio Marine Safety Insurance (Thailand) PCL</a></strong></em></span></p>
<p>อย่างการย้ายมาทำงานในสายประกันนี้มันมีรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนกับในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น มันเป็นการขายความเชื่อมั่น เป็นการสร้างความไว้วางใจ เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ และเป็นอะไรที่จับต้องไม่ได้ชัดเจนเหมือนสิ้นค้าอื่นๆ จะเกิดประโยชน์ขึ้นมาจริงๆ ก็ตอนที่เราเจอกับวิกฤตต่างๆ มันค่อนข้าง Critical กว่าสายงานอื่นๆ อย่างสาย Telecom หรือ Food มันไม่จำเป็นที่จะต้องมี Know-how ของตัวเองขนาดนี้ ไม่ต้องมี Background ก็เข้าใจผลิตภัณฑ์ได้ไม่ยาก หรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันอยู่ในชีวิตประจำอยู่แล้ว แต่ประกันมันไม่ใช่ มันต้องเรียนรู้และเข้าใจให้ถ่องแท้เลยทีเดียว เข้าใจลักษณะของธุรกิจให้ได้ มันจะทำให้เราเข้าใจวิธีที่จะสื่อสารได้ดีขึ้น</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : การทำด้านสื่อสารองค์กรในบริษัทด้านประกันภัยและประกันชีวิตนี้มีความแตกต่างจากการทำสื่อสารองค์กรในองค์กรธุรกิจอื่นๆ หรือไม่? อย่างไร?</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>ก็แตกต่างค่อนข้างเยอะนะคะ เพราะว่าในสายธุรกิจอื่นๆ อย่างในกลุ่มของ FMCG (Fast Moving Consumer Goods หรือ สินค้าอุปโภคบริโภค) มันอาจจะมีการเคลื่อนไหวทางการตลาดที่มากกว่า หลายมิติกว่า แต่ในส่วนของสินค้ากลุ่มประกันต่างๆ นี่มันจะเป็นสินค้าที่ไม่สามารถมองเห็นหรือจับต้องได้ง่าย สัมผัสได้โดยตรงเหมือนกลุ่มอุปโภคบริโภค มันจะเป็นเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในระยะยาวมากกว่า ถ้าเปรียบให้เห็นภาพก็คือเราขายกระดาษแค่ 1 แผ่นเท่านั้น ไม่เหมือนขายสินค้าเป็นชิ้นๆ การทำการตลาดรวมถึงการสื่อสารก็จะค่อนข้างจะต่างกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4692" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/00-Interview-Quote_14Tokio-Marine-Insurance-Thailand-PCL.jpg" alt="00 Interview Quote 14Tokio Marine Insurance Thailand PCL" width="1200" height="499" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 933"></p>
<p>สิ่งที่แตกต่างอีกอย่างคือกลุ่มตลาด FMCG ขายสินค้าแล้วก็คือจบ ขายเป็นชิ้นต่อชิ้นไป แต่ของเราคือถ้าเริ่มขายสินค้าได้นั่นหมายถึงเป็นการเริ่มต้นดูแลกันไปในระยะยาว มันเป็นการดูแลต่อเนื่อง กรณีที่ลูกค้าเกิดมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ประกันภัยต่างๆ ก็จะช่วยดูแลเขาได้ มันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ในเวลาที่เรามีความเสี่ยงในเรื่องต่างๆ อะไรทำนองนี้น่ะค่ะ ซึ่งเราก็จะคอยช่วยเหลือเขาในยามที่เขาเดือดร้อนได้ สำหรับในเมืองไทยเองผลิตภัณฑ์ของเราที่ค่อนข้างได้รับความนิยมจะอยู่ในกลุ่มประกันภัยรถยนต์, ประกันอุบัติเหตุ, ประกันการเดินทาง, ประกันขนส่ง อะไรในกลุ่มนี้ค่ะ ค่อนข้างมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : สำหรับธุรกิจประกันภัย ตลาดในเมืองไทยเป็นอย่างไรบ้าง?</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>ในส่วนของประกันวินาศภัยของเราค่อนข้างโดดเด่นและทำตลาดได้ดีค่ะ เพราะปกติแล้วประกันรถยนต์ถือว่าเป็นประกันที่หลายๆ คนต้องมีอยู่แล้ว อุบัติเหตุจากการขับขี่บางครั้งเป็นสิ่งที่เราไม่คาดคิด เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา มันเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ควรใส่ใจ ซึ่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ถือเป็นหลักของบริษัทเลยก็ว่าได้</p>
<p>ประกันภัยในส่วนอื่นๆ ที่นิยมรองลงมาก็คือกลุ่มประกันภัยการขนส่งและเดินทาง ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่ม B2B (Business to Business) มากกว่า เป็นเรื่องของการดูแลธุรกิจลูกค้าให้มีความราบรื่น รวมถึงรองรับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนความเสี่ยงในเรื่องต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อธุรกิจลูกค้า ยิ่งธุรกิจใหญ่เท่าไรยิ่งมีความเสี่ยงสูง หากไม่มีประกันความเสี่ยงต่างๆ ก็จะตกไปอยู่ที่ลูกค้าทั้งหมดเลย การมีประกันก็เหมือนเป็นตัวช่วยที่ดีอย่างหนึ่งค่ะ ในการที่จะมีคนเข้ามาช่วยปกป้องคุ้มครองทรัพสินให้ รวมถึงรับความเสี่ยงในกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น หรือเกิดความเสียหายใดๆ ขึ้นได้</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : มีผลิตภัณฑ์ใดที่น่าสนใจ โดดเด่น และแตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นในตลาดเดียวกันหรือเปล่า? </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>ตัวผลิตภัณฑ์อาจจะไม่แตกต่างจากบริษัทอื่นๆ มากนัก แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือด้านบริการเสียมากกว่าค่ะ ในส่วนข้อได้เปรียบของเราคือเราจะมีเครือข่ายอยู่ตามประเทศต่างๆ ทั่วโลก ฉะนั้นทำให้เรามีการเชื่อมต่อระหว่างกัน การดูแลที่ครอบคลุมในวงกว้าง ก็จะง่ายต่อการคุ้มครองในระดับสากลด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-6174 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/07/33c78eef590e662e6f1d7b8baa12d5ae-scaled.jpg" alt="33c78eef590e662e6f1d7b8baa12d5ae scaled" width="493" height="740" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 934"></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 10pt;">CR</span><em><span style="font-size: 10pt;"> : </span><strong><a href="https://www.tokiomarine.com/th/th/personal/discover-main.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-size: 10pt;">Tokio Marine Safety Insurance (Thailand) PCL</span></a></strong></em></p>
<p>แต่ก็มีในส่วนของกรมธรรม์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจและดูจะเข้ากับยุคนี้มากก็คือกรมธรรม์ประกันภัยไซเบอร์ค่ะ แต่ว่าผลิตภัณฑ์ในส่วนนี้ยังไม่เข้ามาในเมืองไทย ซึ่งประกันในลักษณะนี้จะดูแลครอบคลุมในเรื่องของการโจรกรรมข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ตลอดจนความเสี่ยงในโลกดิจิตอลต่างๆ อย่างบริษัทเราสาขาที่อเมริกานี่ก็คือจะเชี่ยวชาญเรื่องนี้มาก เพราะในโซนนั้นเขามีบริการประกันในลักษณะนี้อยู่แล้ว แล้วเรื่องของข้อมูลมันเป็นสิ่งสำคัญ อย่างวันใดก็ตามที่อยู่ดีๆ เราเจอแฮกเกอร์เข้ามาทำลายระบบ ยึดครองระบบ ล้วงข้อมูลต่างๆ ของเราไป หรือแม้แต่ก่อกวนระบบจนทำให้เราทำงานไม่ได้ รวมถึงมีการเรียกค่าไถ่ในโลกไซเบอร์ด้วย บางครั้งเรื่องแค่นี้มันอาจะทำให้ธุรกิจเสียหายอย่างหนัก เข้าระบบไม่ได้ กรมธรรม์ของเราก็จะเข้ามาช่วยดูแลตรงส่วนนี้ให้ ช่วยปกป้องข้อมูล ตลอดจนช่วยเหลือในยามที่ข้อมูลเสียหายหรือสูญหาย</p>
<p style="text-align: left;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4695" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/TM03.jpg" alt="TM03" width="850" height="567" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 935">ประกันภัยไซเบอร์นี้กำลังเป็นตลาดที่เติบโตในยุคปัจจุบันมากค่ะ เพราะอย่างที่เรารู้กันดีกว่ายุคนี้ดิจิตอลเข้ามามีบทบาทต่อทุกธุรกิจ อย่างในอเมริกาแต่ละธุรกิจจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก แล้วเขาก็ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำงานกันค่อนข้างมาก ความเสี่ยงก็สูงตาม ประกันในกลุ่มนี้ก็เลยเริ่มมีตลาดที่ใหญ่ขึ้น อีกอย่างกฎหมายเขาก็ปรับตัวได้ไว รองรับได้ทัน มันก็เลยทำให้ประกันทำธุรกิจได้ในกลุ่มประเทศเหล่านี้ สำหรับในเมืองไทยเองยังไม่ค่อยเป็นที่แพร่หลายเท่าไร เพราะเรายังให้ความสำคัญเรื่องนี้กันไม่มากนัก แล้วก็ยังไม่ได้รับผลกระทบอะไรร้ายแรงเท่าไร แต่ในไม่ช้าประกันลักษณะนี้จะเข้ามาแน่นอนค่ะ เมื่อตลาดมีความพร้อม อีกอย่างมันก็กำลังเป็นเทรนด์ไปทั่วโลกด้วย โดยเฉพาะในยุคที่เกิด Digital Disruption กันทุกธุรกิจ และการปรับตัวสู่ Digital Business กันมากขึ้นเรื่อยๆ หน่วยงานรัฐเองก็เริ่มหันมาสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง กฎหมายก็เริ่มออกมารองรับเรื่องดิจิตอลมากขึ้น เชื่อว่าประกันไซเบอร์นี้ก็จะเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยในไม่ช้านี้เช่นกันค่ะ แล้วมันก็เป็นประกันที่ช่วยเหลือธุรกิจยุคใหม่ได้เป็นอย่างมากด้วย</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : การสื่อสารด้านผลิตภัณฑ์ประเภทประกันภัยมีจุดที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษหรือจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษในเรื่องใดบ้างหรือเปล่า? </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong></span> ปกติเวลาขายสินค้าทั่วไปเราจะต้องทดลองใช้หรือบริโภคมันจริงๆ ก่อนแล้วเราก็จะรู้ว่าจุดขายคืออะไร คุณภาพสินค้าเป็นอย่างไร ควรจะชูจุดไหน แต่ประกันมันเป็นเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ สิ่งที่เราจะต้องสื่อสารคือความมั่นคงขององค์กร ตลอดจนการดูแลลูกค้าในระยะยาว การสร้าง Long-term commitment สร้างพันธสัญญาตลอดจนความรับผิดชอบต่อกันในระยะยาว มันค่อนข้างจะสื่อสารต่างกันจากสินค้าปกติเลย สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือการต้องให้ข้อมูลที่แท้จริง เพราะนี่คือส่วนที่ลูกค้าจะนำไปตัดสินใจในการซื้อด้วย เราต้องจริงใจที่จะบอกข้อมูลลูกค้าอย่างซื่อตรง ซึ่งมันจะช่วยสร้างความไว้วางใจให้กันด้วยค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6169 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/07/1593588648620.jpg" alt="1593588648620" width="707" height="530" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 936"><span style="font-size: 10pt;">CR</span><em><span style="font-size: 10pt;"> : </span><strong><a href="https://www.tokiomarine.com/th/th/personal/discover-main.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-size: 10pt;">Tokio Marine Safety Insurance (Thailand) PCL</span></a></strong></em></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ผลงานการสื่อสารใดที่สร้างสรรค์ออกมาแล้วคิดว่าประสบความสำเร็จที่สุด? </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong></span> แคมเปญที่คิดว่าทำแล้วประสบความสำเร็จที่สุดก็เห็นจะเป็น Good Company Better Society ค่ะ เป็นโครงการที่ทำขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายหลักขององค์กรที่เป็น Global Policy ปฎิบัติกันทั่วโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-6168" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/07/FB_IMG_1555992800141.jpg" alt="FB IMG 1555992800141" width="1024" height="740" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 937"></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 10pt;">CR <em>: <a href="https://adaybulletin.com/" target="_blank" rel="noopener">a day BULLETIN</a></em></span></p>
<p>โดยในแต่ละประเทศก็จะแตกรายละเอียดทำโปรเจกต์ต่างๆ ของตัวเองที่ต่างกันไป การตีความในการเป็น Good Company ของเรามันหมายถึงการทำดีในทุกๆ วัน เราไม่ได้ใส่ใจแต่จะขายสินค้าอย่างเดียว แต่เราต้องใส่ใจสังคมด้วย ทำสิ่งที่ดี ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้แก่สังคมในแต่ละวัน แต่ละประเทศก็จะมีบริบทของตัวเองที่แตกต่างกันไปว่าจะทำอะไรให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ Good Company ที่เป็นนโยบายองค์กรหลัก ซึ่งพอมันรวมกันทุกที่ทั่วโลกแล้วมันเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับโลกใบนี้ในด้านต่างๆ ที่ดีทีเดียวค่ะ ตรงนี้ทาง Tokio Marine Group มีความเชื่อมั่นว่าพลังของบุคลากรทั่วโลกเนี้ยะจะเป็นพลังที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้ไปข้างหน้าได้ ซึ่งในนโยบาย Good Company นี้ยังสามารถตอบโจทย์ Core Value ทั้ง 3 อย่างของบริษัทได้ด้วย</p>
<div class="focused-block">
<ul>
<li><strong class="yellow-highlighter"><span style="color: #ff0000;"><strong>Look Beyond Profit</strong></span></strong> – มองไกลกว่าการทำกำไร สร้างคุณค่าที่ดีให้กับสังคม</li>
<li><strong class="yellow-highlighter"><span style="color: #ff0000;"><strong>Deliver on commitments</strong></span></strong> – มอบความไว้วางใจ และ รักษาในคำมั่นสัญญา</li>
<li><strong class="yellow-highlighter"><span style="color: #ff0000;"><strong>Empower our people</strong></span></strong> – เสริมศักยภาพและให้ความสำคัญกับบุคลากร</li>
</ul>
</div>
<p>อย่างแรกเลยก็คือ Look Beyond Profit การมองให้ไกลกว่าแค่คำว่า “กำไร” คือนอกจากจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ สร้างผลกำไรให้กับองค์กรได้แล้ว เราก็ยังมองว่าเราจะนำเสนอคุณค่าใดให้กับสังคม ถ่ายทอดอะไรที่เป็นประโยชน์ให้กับสังคมได้บ้าง อย่างต่อมาก็คือ Deliver on commitments เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจเลย คือเราต้องส่งต่อความเชื่อมั่นให้ได้ สร้างความผูกพันในระยะยาวที่ดี ดูแลทุกคนอย่างจริงใจและเต็มใจ รวมถึงรักษาคำมั่นสัญญาที่เรามีให้กับลูกค้าทุกคนอย่างดีที่สุดอีกด้วย เรื่องสุดท้ายก็คือ Empower our people นอกจากให้ความสำคัญกับลูกค้าแล้วก็ต้องให้ความสำคัญกับบุคลากรในองค์กรด้วย ดูแลบุคลากรในองค์กรให้ดี เพราะนี่คือฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนองค์กร นำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4700" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/TM08.jpg" alt="TM08" width="850" height="567" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 938"></p>
<p>คราวนี้ในส่วนของโนโยบาย Good Company ที่ถ่ายทอดมาสู่การปฎิบัติจริงในทุกภูมิภาคทั่วโลกก็คือนอกจากจะให้แต่ละพื้นที่ทำโปรเจกต์ของตัวเองแล้ว องค์กรก็ยังสร้างแคมเปญสนับสนุนส่งเสริมที่เรียกว่า Good Company Award อีกด้วยค่ะ ซึ่งกิจกรรมนี้จะจัดกันเป็นประจำทุกปี โดยแต่ละประเทศก็จะมีการประกวดภายในก่อน จากนั้นก็จะคัดเลือกเอาโครงการที่ชนะเลิศระดับประเทศส่งไปประกวดกันในระดับภูมิภาค (Regional) ต่อ แล้วก็จะนำเอาผู้ชนะของแต่ละภูมิภาคมาประกวดกันในระดับโลกอีกที เพื่อมอบรางวัลใหญ่สูงสุดให้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4705" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/TM13.jpg" alt="TM13" width="850" height="567" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 939"></p>
<p>เกณฑ์การตัดสินหลักเขาจะดูว่าโปรเจกต์ของคุณได้สร้างคุณค่า (Value) ให้กับสังคมมากน้อยแค่ไหน ในส่วนของโครงการที่เราทำในประเทศไทยนั้นโชคดีว่าได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารและเพื่อนพนักงานในองค์กรเป็นอย่างมาก จนทำให้แคมเปญเราประสบความสำเร็จ และได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากๆ เลยค่ะ ทั้งจากสังคมเอง แล้วก็จากบริษัทแม่ รวมถึงบริษัทสาขาทั่วโลกอีกด้วย โดยแคมเปญของไทยนี้มีชื่อว่า Good Company Better Society เป็นการทำงานร่วมกันกับเพจ <a href="https://www.facebook.com/ejan2016/" target="_blank" rel="noopener">อีจัน</a> ในการที่จะให้ความรู้รวมถึงเตือนภัยให้กับประชาชนทั่วไปว่าทุกวันนี้มันมีมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในคราบนายหน้าขายประกัน แอบอ้างว่าเป็นตัวแทนแล้วไปหลอกขายประกันให้ลูกค้าจากนั้นก็เชิดเงินหนีไป หรือบางทีก็มีการได้ใบอนุญาติมาจริงๆ แต่กลับเอาใบอนุญาตินี้ไปประกอบอาชีพในทางมิชอบ หลอกขายประกันแล้วก็เอาเงินลูกค้าไปเลยโดยที่ไม่ได้จ่ายให้กับบริษัทประกันต่อ นี่เป็นแค่ตัวอย่างนะคะ ยังมีมิฉาชีพที่มาแฝงตัวหาผลประโยชน์ในธุรกิจประกันภัยอีกมากมายหลากหลายรูปแบบ คือมันไม่ใช่แค่บริษัทเราที่ได้รับผลกระทบนี้ แต่มันได้รับผลเสียกันทุกบริษัททั้งหมดเลย ทำให้ธุรกิจประกันเสียหายเป็นอย่างมาก และสร้างทัศนคติที่ไม่ดีให้กับผู้บริโภค รวมถึงลดทอนความชั่นมั่นกับธุรกิจประกันลงด้วย มันทำให้อุตสาหกรรมโดยรวมมีภาพลักษณ์ที่แย่ลง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-4714 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/iStock-456512005.jpg" alt="iStock 456512005" width="724" height="482" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 940"></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 10pt;">CR<em><strong> : <a href="https://www.tokiomarine.com/th/th/personal/discover-main.html" target="_blank" rel="noopener">Tokio Marine Safety Insurance (Thailand) PCL</a></strong></em></span></p>
<p>หลังจากเราตีโจทย์นี้ปั๊บ เราก็มีการคุยกับทีม Marketing แล้วก็ทีมเคลมประกันถึงกรณีต่างๆ ที่เกิดขึ้น แล้วก็เลือกคนที่โดนหลอกจากกรณีต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจริงๆ มาคุยกัน จากนั้นเราก็จะเลือกเคสที่น่าสนใจเพื่อมาทำสกู๊ปสัมภาษณ์ เผยแพร่ให้เป็นอุทาหรณ์กับสังคมค่ะ ตรงจุดนี้บางทีมันก็เป็นเรื่องลำบากใจของเหยือที่ถูกหลอกแล้วเขาก็ต้องมาเปิดเผยเรื่องของตัวเอง แต่เนื่องจากว่าจุดประสงค์ของเราต้องการที่จะชี้ให้เห็นว่าเคสของเขามันเกิดขึ้นในสังคมจริงๆ นะ มันได้รับผลเสียจริงๆ แล้วประสบการณ์ครั้งนี้มันก็จะเป็นบทเรียนชีวิตที่ประโยชน์ต่อคนอื่นๆ อีกหลายคนในสังคมด้วย ซึ่งเคสที่ให้ความร่วมมือกับเราเขาก็อุ่นใจและยินดีที่จะช่วยตรงจุดนี้ด้วย มันก็เลยได้สกู๊ปสัมภาษณ์ที่ดีมาก มาจากข้อมูลจริงทั้งหมด และสร้างผลตอบรับที่ดีมากๆ ด้วยค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4708" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/pic-p1910-05.jpg" alt="pic p1910 05" width="653" height="517" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 941"></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 10pt;">CR<em><strong> : <a href="https://www.tokiomarine.com/th/th/personal/discover-main.html" target="_blank" rel="noopener">Tokio Marine Safety Insurance (Thailand) PCL</a></strong></em></span></p>
<p>หลังจากที่เพจอีจัน ปล่อย Viral Clip ไปแค่วันเดียว ผลตอบรับดีมาก ยอดคนดูนี่ขึ้นไปถึงประมาณ 400,000-500,000 วิว แล้วก็มี Comment มากมายที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นรวมถึงแชร์ประสบการณ์ที่ตัวเองเคยโดยหลอกเหมือนกัน มันสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคมค่อนข้างมาก แล้วพอออนไลน์ไม่ถึง 5 วัน ยอดคนดูก็พุ่งไปเกือบ 2 ล้านวิว ทุกคนก็ช่วยกันแชร์ออกไปเยอะมาก ผลตอบรับดีมากๆ หลายคนก็มาร่วมแชร์ประสบการณ์ที่เคยโดน และร่วมกันเตือนภัยสังคมส่งต่อไปเรื่อยๆ หรือบางคนก็นำเอารูปของคนที่เป็นมิจฉาชีพมาเปิดเผย ตลอดจน LINE หรือ Social Media ต่างๆ ที่เหล่ามิจฉาชีพใช้เอามาเตือนภัยกัน ให้คนในสังคมจะได้ไม่โดนหลอกขายประกันอีก รวมถึงได้รู้ว่ามิจฉาชีพใช้กลวิธีแบบไหนบ้างในการหลอกขายประกันคุณ จะได้ระวังตัวไว้ หรือไม่ตกเป็นเหยื่อได้ง่ายๆ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : คิดว่าแคมเปญ Good Company นี้จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีตลอดจนยกระดับให้กับธุรกิจประกันอย่างไรได้บ้าง?</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>จริงๆ แล้วเราแค่อยากเตือนภัยสังคมค่ะ อย่างที่บอกว่าเราทำแคมเปญนี้ขึ้นมาไม่ได้ต้องการส่งเสริมการตลาดว่าต้องมาซื้อประกันของเรานะ แต่เราอยากทำให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมประกันดีขึ้น แล้วก็ไม่อยากให้คนในสังคมโดนหลอก หรือเสียผลประโยชน์ให้กับผู้ไม่หวังดีทั้งหลาย อีกอย่างเราก็ต้องการจะบอกกับสังคมว่าจริงๆ แล้วยังมีตัวแทนที่ดีอยู่อีกเยอะ เคสมิจฉาชีพที่เกิดขึ้นนี้ก็ทำให้ตัวแทนที่ดีได้รับผลกระทบไปมากเช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะบริษัทเรานะคะ แต่ทุกบริษัทก็โดนหมด เราอยากสร้างความเชื่อมั่นในบริษัทประกัน หรือตัวแทนขายประกันคืนมา อยากให้ตัวแทนที่ดีๆ มีความอุ่นใจในการทำงานนี้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็สร้างพลังในการร่วมกันกำจัดมิจฉาชีพให้หมดไปด้วย ผลสุดท้ายแล้วมันดีต่อทุกฝ่าย ดีต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4706" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/pic-p1910-01.jpg" alt="pic p1910 01" width="1200" height="555" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 942"></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 10pt;">CR<em><strong> : <a href="https://www.tokiomarine.com/th/th/personal/discover-main.html" target="_blank" rel="noopener">Tokio Marine Safety Insurance (Thailand) PCL</a></strong></em></span></p>
<p>กลุ่มที่จะเข้ามาแสวงหาผลประโชน์ในทางมิชอบ หรือหลอกลวงเพื่อเอาประโยชน์เข้าตัวเอง ก็ไม่ควรที่จะลอยนวล พลังทางสังคมนี่แหละที่จะช่วยกันป้องกันได้ดีที่สุด ในขณะเดียวกันกรณีนี้ก็เป็นประโยชน์กลับมาที่บริษัทและตัวลูกค้าเองด้วย เพราะทางบริษัทก็ต้องเทรนตัวแทนในการให้ข้อมูลกับลูกค้าที่ถูกต้องชัดเจนขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้มากขึ้น เพราะหลังจากนี้ทุกคนก็จะต้องการทราบข้อมูลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ถามละเอียดมากขึ้น เพื่อให้เกิดความแน่ใจทุกฝ่าย ตัวลูกค้าเองก็ต้องรู้จักวิธีตรวจสอบตัวแทนว่าเป็นตัวแทนจริงๆ หรือเป็นมิจฉาชีพ ขอดูเอกสารยืนยันการเป็นตัวแทน ใบอนุญาติต่างๆ รวมถึงหลักฐานการประกันจากทางบริษัทที่จะยืนยันว่าเราได้ซื้อประกันสำเร็จแล้วจริงๆ สิ่งเหล่านี้มันอาจทำให้การทำงานยุ่งยากซับซ้อนขึ้น แต่มันจะทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมของอุตสาหกรรมนี้ดีขึ้นค่ะ</p>
<p>หลังจากที่เราทำเคสนั้นไปมันก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ Social Media หรือ Online Media นะคะ มันสร้างแรงกระเพื่อมไปวงกว้างมาก ในส่วนของ Call Center เองก็เริ่มมีลูกค้าโทรมาเช็คข้อมูล โทรมาแจ้งเบาะแส รวมถึงโทรมาตรวจสอบอะไรต่างๆ ด้วย อย่างมีบางรายก็โทรมาว่าได้รับการติดต่อมาจากคนนี้นะ เค้าบอกว่าเป็นตัวแทนจาก Tokio Marine นะ มีใบเสร็จรับเงินจากบริษัทเสร็จสรรพ แต่พอมาเช็คในระบบจริงๆ กลับไม่พบรายชื่อว่าเป็นตัวแทนของเรา เขาไม่ได้ไปจดทะเบียนการเป็นตัวแทนของเรา แล้วสุดท้ายก็หลอกเงินไป คือนอกจากที่มันจะทำให้บริษัมสูญเสียรายได้แล้ว มันก็ยังทำให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียงอีก แต่ในทางกลับกันมันก็ทำให้เราได้รู้วิธีการหลอกมากมายขึ้น ทำให้เราระวังตัวหรือตั้งรับได้มากขึ้น ตลอดจนคิดวิธีให้รัดกุมและสร้างความน่าเชื่อถือให้มากขึ้น ซึ่งตอนนี้มันก็เป็นการจุดประกายให้สังคมและองค์กรตระหนักในปัญหานี้กันมากขึ้นด้วย อย่างน้อยก็ทำให้มิจฉาชีพทำงานได้ลำบากมากขึ้น การหลอกทำประกันก็เริ่มเบาบางและซาลงอย่างเห็นได้ชัด แค่นี้ก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือสังคมที่ประสบความสำเร็จขึ้นมาอีกขั้นแล้ว</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : รู้สักอย่างไรบ้างที่แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จและสร้างการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสังคม? </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>รู้สึกภูมิใจและดีใจมากค่ะ เพราะผลตอบรับค่อนข้างดี มี feedback มาหลากหลายด้านมาก แล้วก็ทำให้เกิดการซื้อประกันที่รัดกุมขึ้น ตรวจสอบกันมากขึ้น และโดนหลอกจากมิจฉาชีพกันน้อยลง อีกส่วนที่ดีใจมากๆ ก็คือแคมเปญนี้ของเราชนะเลิศระดับภูมิภาค (Regional) ด้วย ได้รับเชิญไปรับรางวัลที่สำนักงานใหญ่ที่ญี่ปุ่นเลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4709" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/pic-p1910-06.jpg" alt="pic p1910 06" width="653" height="597" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 943"></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 10pt;">CR<em><strong> : <a href="https://www.tokiomarine.com/th/th/personal/discover-main.html" target="_blank" rel="noopener">Tokio Marine Safety Insurance (Thailand) PCL</a></strong></em></span></p>
<p>การเปลี่ยนแปลงอีกอย่างที่เรารู้สึกว่ามันประสบความสำเร็จมากๆ ก็คือการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคใหม่ให้รู้จักตรวจสอบให้มากขึ้น รวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวแทนตลอดจนพนักงานที่ต้องให้บริการผลิตภัณฑ์ประกันให้มีระบบที่สร้างความน่าเชื่อถือได้มากขึ้น อย่างสิ่งสำคัญเลยเมื่อผู้บริโภคได้รับการติดต่อจากตัวแทนหรือนายหน้าขายประกันที่เราไม่ได้รู้จักหรือคุ้นเคยมาก่อน ขายประกันผ่าน Social Media โดยเสนอแคมเปญพิเศษล่อใจต่างๆ ตลอดจนสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ทำให้เราตาลุกวาวได้ อันดับแรกเลยนั้นต้องขอชื่อเสียงเรียงนามให้ครบก่อน แล้วก็ขอใบอนุญาตประกอบการเป็นตัวแทนประกันด้วย เมื่อได้มาแล้วให้เอาหมายเลขนั้นโทรกลับมาเช็คที่บริษัทได้ เพื่อที่จะเช็คว่าตัวแทนคนนี้เป็นตัวแทนจริงๆ ของบริษัทหรือเปล่า ก็จะทำให้เราไม่โดนหลอกได้ แต่กรณีที่คนไม่รู้จักมาขายประกันให้นี่ทางที่ดีเลือกติดต่อผ่านทางบริษัทโดยตรงเลยก็จะปลอดภัยและอุ่นใจกว่า หรือให้ทางบริษัทแนะนำตัวแทนที่ไว้ใจให้ก็จะเชื่อมั่นได้แน่นอนกว่า ที่สำคัญสามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนถูกต้องแน่นอน ทำให้เราซื้อประกันด้วยความสบายใจด้วย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-6170" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/07/1593589028946.jpg" alt="1593589028946" width="1000" height="667" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 944"></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 10pt;">CR</span><em><span style="font-size: 10pt;"><strong> : </strong></span><strong><a href="https://www.tokiomarine.com/th/th/personal/discover-main.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-size: 10pt;">Tokio Marine Safety Insurance (Thailand) PCL</span></a></strong></em></p>
<p>ปกติแล้วคนกรุงเทพฯ นี่จะไม่ค่อยโดนหลอกกันมากนักคะ แต่คนต่างจังหวัดนี่จะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ง่ายๆ เพราะบางทีคนต่างจังหวัดเขามีความไว้ใจสูง หรือบางทีเขาก็ไม่รู้เรื่องระบบอะไรมาก เขาก็เขื่อได้ง่าย มิจฉาชีพจะใช้จุดอ่อนตรงนี้แหละไปหลอกเงินจากเขา อีกเรื่องที่คนไทยโดนหลอกกันง่ายมากๆ ก็คือการเสนอโปรโมชั่น สิทธิพิเศษ หรือของแถมมากมาย อย่างปัจจุบันประกันก็มีระบบผ่อนได้ใช่มั้ยคะ ซึ่งเอาจริงๆ ถ้าเฉลี่ยไปมันถูกอยู่แล้ว แต่มิจฉาชีพบางคนก็จะมีของแถมเสนอให้อีก เช่นบัตรเติมน้ำมันฟรีบ้าง ของแถมที่มันทำให้ตาลุกวาวบ้าง พอคนได้ยินพวกของเหล่านี้บางทีนี่อยากได้ของแถมโดยไม่สนใจรายละเอียดอะไรแล้ว มันเป็นกลลวงที่มิจฉาชีพก็จะชอบใช้หลอกคนอยู่แล้ว เอากิเลสของคนมาเป็นตัวล่อ ตรงนี้บอกได้เลยค่ะว่าของสมนาคุณอะไรที่เกินจริง มีมูลค่าสูงมากๆ มีเบอร์เซ็นต์ที่จะโดนหลอกสูงเช่นกัน ตรงนี้ก็ให้ตรวจสอบกันให้ดีก่อนที่จะตกลงเซ็นต์อะไรกัน หรือจ่ายเงินโดยที่ไม่สนใจสัญญาใดๆ จริงๆ แล้วก็สามารถจะโทรเช็คกับบริษัทได้โดยตรงเหมือนกันนะคะว่าโปรโมชั่นแบบนี้มีจริงหรือเปล่า ถูกต้องมั้ย ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อก็ควรตรวจสอบให้ชัดเจน นอกเหนือจากการตรวจสอบใบอนุญาตตัวแทน เพราะมิจฉาชีพในยุคนี้มาได้ทุกรูปแบบ แล้วก็ปรับตัวเร็วมาก ทางที่ดีที่สุดคือเราต้องระวังตัวเองให้ดีที่สุดด้วยค่ะ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : การได้เข้ามาทำงานในระบบบริษัทญี่ปุ่น ตลอดจนวัฒนธรรมองค์กรแบบญี่ปุ่น มีความเหมือนหรือแตกต่างอย่างไรบ้างกับองค์กรในแบบอื่นๆ ที่เคยทำมา? </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>ค่อนข้างต่างค่ะ คนไทยมักจะมองว่าคนญี่ปุ่นเป็นคนที่ทำงานหนัก ทุ่มเทกับงานมากเกินไป หรือค่อนข้างซีเรียสกับการทำงานอะไรแบบนี้ พอเราเข้ามาทำในองค์กรญี่ปุ่นจริงๆ ก็เริ่มเข้าใจแล้วพอทำไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเปลี่ยนทัศนคติใหม่ แล้วก็ทำให้เราเปิดมุมมองใหม่หลายๆ เรื่องด้วย คือถามว่าทำงานหนักไหม ก็ทำงานหนักจริงๆ ค่ะ แต่เป็นการทำงานหนักบนเป้าหมายที่ชัดเจน พอมีเป้าหมายที่ชัดมากบางทีมันทำให้เราทุ่มเทเองโดยที่เราไม่รู้ตัว จริงๆ แล้วบริษัทอื่นๆ ก็ทำงานหนักเหมือนกัน แต่บางทีในการที่เราอยู่ในสังคมที่ทำงานหนักแล้วไม่รู้เป้าหมายมันก็ทำให้เรารู้สึกเหนื่อย รู้สึกท้อ รู้สึกอึดอัด หรือทำไปแล้วสุขภาพแย่ บริหารเวลาไม่เป็น ชีวิตเสียสมดุลได้ อย่างการทำงานหนักแล้วไม่มีเป้าหมายก็เช่นการประชุมเยอะแต่ก็ไม่ได้ข้อสรุปอะไร คุยกันหลายครั้งแต่ไม่มีทิศทางที่ชัดเจน แต่สำหรับบริษัทญี่ปุ่นไม่ค่อยมีแบบนี้ คือจะมีวาระในการประชุมที่ชัดเจน แล้วก็มีข้อสรุปตลอดจนแนวทางที่นำไปปฎิบัติต่อได้ชัดเจนด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4690" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/00-Interview-Quote_14Tokio-Marine-Insurance-Thailand-PCL-2.jpg" alt="00 Interview Quote 14Tokio Marine Insurance Thailand PCL 2" width="1200" height="499" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 945"></p>
<p>แนวคิดใหม่ๆ ที่ได้จากการทำงานในองค์กรญี่ปุ่นก็คือการปรับและพัฒนาตัวเองในเรื่องของ detail-oriented ที่ทำให้เราใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น คิดอะไรให้ละเอียดรอบคอบขึ้น ใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นประโยชน์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันค่อนข้างจะเป็นลักษณะของคนญี่ปุ่นที่ดีอยู่แล้ว พอมาทำงานในองค์กรของญี่ปุ่นเราก็จะซึมซับเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ แล้วมันก็จะค่อยๆ ปรับวิถีการทำงานของเราในเรื่องนี้ตามไปด้วย ซึ่งเรามองว่ามันดีกับตัวเรามากด้วยค่ะ หลายคนมองว่าคนญี่ปุ่นค่อนข้าง minimal คือจริงๆ คนญี่ปุ่นก็ค่อนข้างเป็นแบบนั้น แต่จะเป็น minimal แบบลงรายละเอียด สนใจใน detail ทุกอย่าง เป็น minimal ที่แฝงไปด้วยคุณค่า</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : เรื่องของการสื่อสารนั้น สไตล์ของคนญี่ปุ่นต้องการ Quality มากกว่า Impact หรือเปล่า? </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>ใช่ค่ะ ถามว่า Impact ดีไหม ดีนะ แต่ถ้า Impact แล้วว้าวแป้บเดียว ว้าวแล้วไม่มีอะไรต่อ ว้าววันนี้แล้ววันรุ่งขึ้นไม่มีใครจำอะไรได้ อะไรแบบนี้ไม่ใช่สไตล์การทำงานของคนญี่ปุ่นเลย เพราะอย่างที่บอกว่าคุณลักษณะของคนญี่ปุ่นเป็นคนใส่ใจรายละเอียด เขาก็จะสนใจ Quality มาก ทำออกมาแล้วมันได้อะไรหรือเปล่า ถ้าแค่อยากให้ว้าวอย่างเดียวแล้วมันไม่มีประโยชน์ เขาก็ไม่เอา แต่ถ้ามันมีประโยชน์แล้วสร้าง Impact ด้วยมันก็จะยิ่งดีไปใหญ่ แล้วสิ่งที่คนญี่ปุ่นใส่ใจอีกอย่างก็คือความตั้งใจ ถ้าตั้งใจทำแล้วเขาเชื่อว่ามันจะออกมาดีเสมอ แล้วถ้าไม่ตั้งใจทำเขาก็จะรู้ได้ง่ายๆ ทันทีว่าอันนี้มันทำออกมาแบบไม่ใส่ใจ คือถ้าเราคิดหรือทำอะไรที่ละเอียดรอบคอบแล้วความตั้งใจและความใส่ใจมันจะมาเองโดยอัตโนมัติค่ะ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : การเกิด Digital Disruption ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มีผลกระทบต่อธุรกิจประกันหรือไม่? แล้วมีการปรับตัวอย่างไรบ้าง? </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>มันมีกระแสหนึ่งที่ค่อนข้างหนาหูในช่วงนี้ว่ายุคดิจิตอลที่กำลังมานี้ทำให้ต่อไปก็ไม่ต้องมีตัวแทนขายประกันแล้ว เทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่และอำนวยความสะดวกได้ทุกอย่าง ถามว่ามันมีทางเป็นไปได้มั้ย ก็มีค่ะ แล้วก็เริ่มมีหลายบริษัทที่เริ่มนำมาใช้แล้ว แต่มันจะเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคมากกว่าการมาทดแทนตัวแทนขายประกัน เพราะมันมีกระบวนการทำงานคนละแบบกัน ตัวแทนขายประกันก็ยังมีข้อดีอยู่อีกมาก จะเลิกปุบปับคงยาก ตรงนี้ก็คงต้องรอดูกันต่ออีกยาวๆ เหตุผลสำคัญหนึ่งก็เพราะว่าคนเราเวลาที่จะซื้อประกันเขาก็อยากที่จะซื้อกับคนที่รู้จัก คนที่ไว้ใจได้ คนที่ให้ข้อมูลได้ เวลาที่เราซื้ออะไรที่มองไม่เห็น หรือไม่มีคนมาอธิบายให้เข้าใจได้ บางทีมันก็ทำให้ตัดสินใจซื้อได้ยากกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-6171 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/07/IMG_20190422_184454-01-1-scaled.jpg" alt="IMG 20190422 184454 01 1 scaled" width="555" height="740" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 946"></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 10pt;">CR</span><em><span style="font-size: 10pt;"><strong> : </strong></span><strong><a href="https://www.tokiomarine.com/th/th/personal/discover-main.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-size: 10pt;">Tokio Marine Safety Insurance (Thailand) PCL</span></a></strong></em></p>
<p>การทำผ่านระบบออนไลน์มันสะดวกก็จริง แต่บางทีเราก็ไม่รู้ว่าเราพลาดข้อมูลอะไรไปหรือเปล่า มันไม่คอยมีคนมาให้ข้อมูล ตลอดจนดูแลเราในระยะยาว ในด้านเทคโนโลยีมันก็มีข้อดีมากเช่นกัน มันช่วยได้หลายอย่าง ช่วยให้เป็นระบบระเบียบ คำนวนได้แม่นยำมีประสิทธิภาพ ทำงานได้ไวขึ้น จัดการข้อมูลที่มากมายมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนตัวแล้วมองว่าทางออกที่ดีที่สุดคือยังคงต้องมีทั้งสองอย่าง ทั้งตัวแทนและเทคโนโลยี ต้องทำงานร่วมกัน มันจะยิ่งมีประสิทธิภาพ สำหรับธุรกิจประกันนี้มันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนกับสิ้นค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป มันต้องใช้ข้อมูลในการตัดสินใจซื้อเยอะ คนก็ยังน่าจะจำเป็นอยู่ แต่เทคโนโลยีก็จะเข้ามาช่วยให้มีประโยชน์มากขึ้นค่ะ มายุคนี้แล้วเราจะปฎิเสธเทคโนโลยีเลยก็คงไม่ได้ เพราะมันก็มีประโยชน์จริงๆ เพียงแต่ว่าเราทุกคนต้องปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีและใช้มันให้เกิดประโยชน์ที่เหมาะสมที่สุด</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : หลักการสำคัญที่จำเป็นในการทำ PR หรือ Communication สำหรับยุคดิจิตอลนี้คืออะไร? </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>อันดับแรกคือต้องเข้าใจผู้บริโภคให้ลึกซึ้งขึ้นแล้วก็ต้องรู้จักผลิตภัณฑ์ให้ถ่องแท้ขึ้นด้วย มันไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ผู้บิโภคยังแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ไม่กี่กลุ่มอยู่ แต่ในยุคนี้ผู้บริโภคมีหลากหลายกลุ่มมาก การทำการตลาดหรือทำการสื่อสารให้ถึงกลุ่มเป้าหมายจริงๆ ก็จะยิ่งมีความเฉพาะตัวมากขึ้น เราต้องรู้จักผู้บริโภคของเราให้มากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันเราก็ยิ่งต้องรู้จักผลิตภัณฑ์ของเราให้ลึกซึ้งขึ้น เพราะในยุคผู้บริโภคก็ต้องการรู้เกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ที่มากขึ้นด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4712" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/239_2339_th.jpg" alt="239 2339 th" width="1140" height="500" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 947"><span style="font-size: 10pt;">CR<em><strong> : <a href="https://www.tokiomarine.com/th/th/personal/discover-main.html" target="_blank" rel="noopener">Tokio Marine Safety Insurance (Thailand) PCL</a></strong></em></span></p>
<p>สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือเราต้องเข้าใจองค์กรด้วยว่าองค์กรเราเป็นแบบไหน มีวิสัยทัศน์อย่างไร ต้องการสื่อสารอะไร ถ้าเราไม่เข้าใจองค์กร รวมถึงไม่รักองค์กรมันก็จะทำงานได้ไม่อิน ไม่เต็มที่ ทีนี่มันเกิดผลเสียส่งไปถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก ผู้บริโภคยุคนี้เขารู้ได้ง่ายว่าอะไรทำแบบเปลือกๆ หรืออะไรทำแบบลึกซึ้งจริงๆ ถ้าเราไม่เชื่อมั่นในองค์กร ก็ยากที่จะสื่อสารได้มีประสิทธิภาพค่ะ ทำงานสาย PR หรือ Communication ต้องเชื่อใน Vision ขององค์กร ไม่งั้นเราจะไม่สามารถถ่ายทอดมันออกมาได้จริงๆ ถ้าไม่รักจริงคุณจะทำงานออกมาได้ไม่ดี ต่อให้เราสร้างงานหรือแคมเปญที่สวยหรูมากเพียงใดแต่เราไม่มีความเชื่อในเรื่องนี้มันคือจบเลย มันออกมาไม่ดีแน่นอน จริงๆ มันก็ยังคงเป็นหลักการเดิมๆ อยู่ เพียงแต่ว่าเราจะต้องใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น และทำด้วยความจริงใจ ตั้งใจจริง เพราะความเชื่อของเรามันก็ช่วยสร้างความเชื่อให้คนอื่นได้เหมือนกันค่ะ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : มีหลักการในการบริหารคนหรือลูกทีมอย่างไร? </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong></span> หลักการทำงานของเรากับลูกน้องคือเราจะไม่ได้วางตัวเป็นหัวหน้า (Leader) ที่จะคอยควบคุมบงการ แต่จะวางตัวเป็นเหมือนโค้ช (Coach) ที่จะคอยแนะนำไปจนถึงสนับสนุนเขามากกว่า เราไม่ใช่สายสั่งการที่จะมาสั่งว่าลูกน้องต้องทำอย่างโน้นอย่างนี้นะ แล้วลูกน้องเองก็ไม่ใช่ทำงานแบบรับออร์เดอร์ ทำตามสั่ง คือเราพยายามจะสอนเขาว่าให้มีระบบการทำงานของตัวเองด้วย ให้คิดเองได้ เวลามีโจทย์นี่เขาควรจะนำไปคิดว่าจะทำอะไรดี แบบไหนอย่างไร คือไปคิดมาก่อนแล้วค่อยเอามาเสนอ หารือกันว่ามันดีหรือไม่ดี เวิร์คไหม ควรปรับอะไร แล้วก็ทำตามที่วางแผนมา อะไรทำนองนี้ เราอยากให้เขาคิดเองได้ ไม่ต้องรอรับคำสั่งอย่างเดียว ในขณะเดียวกันถ้าเขาทำงานแล้วมีปัญหาเราก็จะช่วยแก้ไข เป็นที่ปรึกษาและเป็นผู้ช่วยไปในตัว เราอยากให้ทุกคนทำงานเองได้ อยากให้เริ่มสตาร์ทจากตัวเองก่อน การเป็นหัวหน้าในแบบเราคือค่อย Encourage และ Empower ลูกน้อง ให้เขามั่นใจและภูมิใจในงานที่ทำด้วย เขาก็จะแสดงศักยภาพในการทำงานออกมาได้เต็มที่</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : แล้วเวลาท้อ หรือเจอกับปัญหา มีวิธีจัดการตลอดจนหาหนทางแก้ไขอย่างไรบ้าง? </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>ทำงานทุกอย่างมันต้องเจอปัญหาอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองมันอย่างไรค่ะ เรื่องของความท้อก็เหมือนกัน มันมีโหมดของความสุขใจ มันก็ย่อมต้องมีโหมดของความท้อแท้เป็นธรรมดา แต่เราจะผ่านมันไปด้วยวิธีไหนเท่านั้นเอง สิ่งที่ที่นี่สอนเราอย่างหนึ่งเลยก็คือการไม่ยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ และมุ่งมั่นที่จะรับมือกับปัญหาตลอดจนหาทางแก้ไขทุกวิถีทางให้ขจัดปัญหาไปให้ได้ คือตรงนี้ต้องยอมรับว่าคนญี่ปุ่นเขาเป็นสายเลือดนักสู้ ไม่ใช่ชาติที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ ลักษณะสังคมและการทำงานกับองค์กรญี่ปุ่นก็จะสอนเราให้เป็นนักสู้ สร้างเราให้เป็น Fighter รู้จักที่จะหาทางสู้กับปัญหา หาวิธีที่จะแก้ปัญหาในหลายๆ อย่าง ไม่ใช่เจอปัญหาแล้วนอยด์ แล้วก็หนีปัญหา อย่างนั้นมันทำให้เสียทุกอย่าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4691" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/00-Interview-Quote_14Tokio-Marine-Insurance-Thailand-PCL-3.jpg" alt="00 Interview Quote 14Tokio Marine Insurance Thailand PCL 3" width="1200" height="499" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 948"></p>
<p>แล้วการสู้ที่ดีอีกอย่างของคนญี่ปุ่นก็คือการสู้ไปด้วยกัน สู้เป็นทีม ซึ่งนี่มันเป็นข้อดีมากๆ ยิ่งเวลาที่เราเจอปัญหาอะไรหนักๆ แล้วเราร่วมกันสู้ มันทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว ไม่ได้สู้คนเดียว ตอนนั้นนี่ยิ่งจะรู้สึกมีพลังในการสู้ ไม่ท้อแท้ง่าย การที่เรามายืนอยู่ตรงจุดนี้แล้วพอเราสู้ได้ เอาชนะอุปสรรคได้ ทำให้มันสำเร็จได้ ท้ายที่สุดแล้วมันน่าภูมิใจมากๆ สิ่งเหล่านี้แหละคือสิ่งที่เกิดขึ้นในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทุกคนล้วนผ่านการเป็นนักสู้มาแล้วทั้งนั้น มันช่วยสร้างนิสัยให้เราไม่เป็นคนถอดใจง่ายๆ ไม่รู้สึกอ่อนแอเวลาเจอปัญหาหรือเดินไปต่อไม่ได้ มันทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น สร้างจิตวิญญาณนักสู้ในตัวโดยไม่รู้ตัว มาถึงตรงนี้หลายคนที่ไม่เข้าใจอาจจะมองว่ามันเป็นระบบการทำงานแบบ Hard Working หรือทำงานหนักอะไรทำนองนี้ แต่ถ้าเข้าใจระบบ เข้าใจวัฒนธรรม เข้าใจวิถีที่แท้จริง มันจะเรียกว่าเป็ฯ Fighter Culture หรือวัฒนธรรมของวิถีนักสู้เสียมากกว่า</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : นิยามคำว่า “ความสำเร็จ” ของตัวเองไว้อย่างไร? </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>สำหรับเรามองว่าความสำเร็จไม่ได้เป็นสิ่งที่จะวัดผลสำเร็จเสมอไป การมีความสุขอยู่กับความสำเร็จมากจนเกินไปบางทีมันก็จะทำร้ายเราในภายหลังได้ คือเรามองว่าความสำเร็จมันไม่ใช่ตัววัดความสุดยอดหรือการเป็นที่สุดแล้ว แต่เราจะหันมาโฟกัสที่อะไรที่ผลักดันให้เรายังคงอยากทำงานนั้นๆ มากกว่า มันไม่ได้เอาความสำเร็จเป็นที่ตั้ง แต่มันเอาความสุขและพลังในการอยากทำงานเป็นที่ตั้งมากกว่า ถ้าเราทำงานที่เราชอบ เราก็มีความสุข การทำงานมันก็ย่อมดี งานก็ประสบผลสำเร็จ ซึ่งตรงนี้คนอาจมองว่าเป็นความสำเร็จก็ได้ แต่เราต้องเริ่มต้นด้วยความชอบที่จะทำเสียก่อน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-6173" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/07/1593589105562.png" alt="1593589105562" width="905" height="630" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 949"></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 10pt;">CR<em><strong> : </strong><strong><a href="https://www.tokiomarine.com/th/th/personal/discover-main.html" target="_blank" rel="noopener">Tokio Marine Safety Insurance (Thailand) PCL</a></strong></em></span></p>
<p>อีกอย่างเรามองว่าความสำเร็จจริงๆ แล้วมันสร้างได้ทุกวันนะ มันขึ้นอยู่กับมุมมองของเรา ความสำเร็จไม่จำเป็นต้องเป็นหนึ่งเดียว เรานิยามความสำเร็จในแต่ละวันก็ได้ แค่นี้เราก็จะมีความสุขได้ทุกวันแล้ว ถ้าคุณนิยามความสำเร็จเป็นความ The Best ที่สูงสุดคุณอาจจะมีความสุขกับมันได้แค่ชั่วครู่และอาจนานๆ ครั้ง แต่ถ้านิยามว่ามันคือการทำสิ่งที่ดีที่สุดในทุกๆ วัน คุณจะทำมันได้ทุกวัน มีความสุขได้ทุกวัน เชื่อว่าอย่างนี้มันจะดีกับตัวเราที่สุด</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="Society Vision for Better Company Vision วิสัยทัศน์ทางสังคมที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ 950" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Clazy Cafe สภากาแฟสำหรับคนรักการเรียนรู้ ที่เต็มไปด้วยพลังงานของคนที่พร้อมเปลี่ยนโลก</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/clazy-cafe-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2020 03:50:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Clazy Cafe]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/clazy-cafe-interview/</guid>

					<description><![CDATA[วันนี้หลายๆ คนเริ่มรู้สึกแล้วว่าการมีอาชีพเดียว ความถนัดเดียว อาจเสี่ยงเกินไปแล้วกับโลกที่ผันผวนรุนแรง ชีวิตที่แขวนไว้กับความวูบไหวของเศรษฐกิจและสังคมที่อาจล้มลงได้ทุกเมื่อเพียงแค่มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น Clazy cafe คือคาเฟ่เล็กๆ ที่เต็มไปด้วยพลังงานของคนที่พร้อมเปลี่ยนโลกแห่งนี้คือสถานที่ ที่คุณจะไม่กล้าเรียกมันว่าร้านกาแฟอีกต่อไปเพียงแค่ได้ไปเยือนในครั้งแรก เพราะใครจะไปเชื่อว่าด้วยพื้นที่จัดสรรสุดแสนกะทัดรัดแห่งนี้จะสามารถรองรับ Event ขนาดย่อมๆ ได้มากถึง 60-70 งานต่อเดือน มีคนไหลเวียนเข้าออกนับพันคน แต่ละงานเกิดขึ้นจากความรัก ความสนใจ หลายๆ งานอาจตั้งต้นจากการเป็นเพียง Side project ของลูกค้าสักคนที่ถูกผลักดันและต่อยอดจากพลังเครือข่ายของคนใน Community จนก่อกำเนิดเป็นงานที่มีความสร้างสรรค์หลากหลายในขณะที่ก็เป็นงานที่ตรงความต้องการจริงของผู้ที่มาเยือน ในบทสัมภาษณ์นี้ HREX.asia จะพาไปรู้จักกับชายหนุ่มพลังงานสูงทั้งสองท่านที่อยู่เบื้องหลังปรากฎการณ์ทั้งหมดนี้ พวกเขาคืออดีตนิสิตสถาบันพี่น้องจุฬา (คุณเคลวิน) &#8211; ธรรมศาสตร์ (คุณอ๋อง) ที่เคยมีส่วนร่วมในการจัดงานส่งต่อแรงบันดาลใจอย่าง TEDxThammasatU หากคุณอยากรู้ว่าทำคนตัวเล็กๆ สองคนมีวิธีการอย่างไรถึงสามารถจุดชนวนสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีโมเมนตัมรุนแรงขนาดนี้ได้ หากคุณเคยสงสัยว่าจะทำอย่างไรที่จะสร้าง Event ที่มีคนมาอยากเข้าร่วม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เชื่อในเรื่องของการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือคุณเป็น HR ที่อยากจะสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในองค์กร ในบทความนี้จะพาไปสำรวจแนวคิดการบริหารจัดการ Community ในโลกยุคใหม่ HREX.asia หวังว่าบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้อาจเป็น Case study ที่คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ครับ ตัวอย่าง Event [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-5935 size-medium" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/06/calzycafe_top.0011.jpeg" alt="calzycafe top.0011" width="1200" height="690" title="Clazy Cafe สภากาแฟสำหรับคนรักการเรียนรู้ ที่เต็มไปด้วยพลังงานของคนที่พร้อมเปลี่ยนโลก 962"></p>
<p>วันนี้หลายๆ คนเริ่มรู้สึกแล้วว่าการมีอาชีพเดียว ความถนัดเดียว อาจเสี่ยงเกินไปแล้วกับโลกที่ผันผวนรุนแรง ชีวิตที่แขวนไว้กับความวูบไหวของเศรษฐกิจและสังคมที่อาจล้มลงได้ทุกเมื่อเพียงแค่มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น</p>
<p>Clazy cafe คือคาเฟ่เล็กๆ ที่เต็มไปด้วยพลังงานของคนที่พร้อมเปลี่ยนโลกแห่งนี้คือสถานที่ ที่คุณจะไม่กล้าเรียกมันว่าร้านกาแฟอีกต่อไปเพียงแค่ได้ไปเยือนในครั้งแรก เพราะใครจะไปเชื่อว่าด้วยพื้นที่จัดสรรสุดแสนกะทัดรัดแห่งนี้จะสามารถรองรับ Event ขนาดย่อมๆ ได้มากถึง 60-70 งานต่อเดือน<span class="text_exposed_show"> มีคนไหลเวียนเข้าออกนับพันคน</span></p>
<p><span class="text_exposed_show">แต่ละงานเกิดขึ้นจากความรัก ความสนใจ หลายๆ งานอาจตั้งต้นจากการเป็นเพียง Side project ของลูกค้าสักคนที่ถูกผลักดันและต่อยอดจากพลังเครือข่ายของคนใน Community จนก่อกำเนิดเป็นงานที่มีความสร้างสรรค์หลากหลายในขณะที่ก็เป็นงานที่ตรงความต้องการจริงของผู้ที่มาเยือน </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-6027" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/06/HR-note5.jpg" alt="HR note5" width="1109" height="740" title="Clazy Cafe สภากาแฟสำหรับคนรักการเรียนรู้ ที่เต็มไปด้วยพลังงานของคนที่พร้อมเปลี่ยนโลก 963"></p>
<p>ในบทสัมภาษณ์นี้ <a href="https://th.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HREX.asia</a> จะพาไปรู้จักกับชายหนุ่มพลังงานสูงทั้งสองท่านที่อยู่เบื้องหลังปรากฎการณ์ทั้งหมดนี้ พวกเขาคืออดีตนิสิตสถาบันพี่น้องจุฬา (คุณเคลวิน) &#8211; ธรรมศาสตร์ (<span class="_5yl5">คุณอ๋อง</span>) ที่เคยมีส่วนร่วมในการจัดงานส่งต่อแรงบันดาลใจอย่าง TEDxThammasatU หากคุณอยากรู้ว่าทำคนตัวเล็กๆ สองคนมีวิธีการอย่างไรถึงสามารถจุดชนวนสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีโมเมนตัมรุนแรงขนาดนี้ได้ หากคุณเคยสงสัยว่าจะทำอย่างไรที่จะสร้าง Event ที่มีคนมาอยากเข้าร่วม <span class="text_exposed_show">หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เชื่อในเรื่องของการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือคุณเป็น HR ที่อยากจะสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในองค์กร</span> ในบทความนี้จะพาไปสำรวจแนวคิดการบริหารจัดการ Community ในโลกยุคใหม่</p>
<p><span class="text_exposed_show">HREX.asia หวังว่าบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้อาจเป็น Case study ที่คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ครับ</span></p>
<div class="focused-block">
<p style="text-align: center;"><strong>ตัวอย่าง Event ครึ่งเดือนแรกของเดือนมิถุนายน</strong></p>
<ul>
<li><span id="fbPhotoSnowliftCaption" class="fbPhotosPhotoCaption"><span class="hasCaption">ลับคมทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย Analytical Thinking</span></span></li>
<li>My body dont worry เข้าใจหุ่นที่ใช่ แต่งตัวมั่นใจกว่าเดิม</li>
<li>The Pursuit of Happiness | ค้นหาความสุข ผ่านการเล่น Board Game</li>
<li><span id="fbPhotoSnowliftCaption" class="fbPhotosPhotoCaption"><span class="hasCaption">ลงทุนครั้งเดียว มีงบโฆษณาไม่อั้น</span></span></li>
<li><span id="fbPhotoSnowliftCaption" class="fbPhotosPhotoCaption"><span class="hasCaption">Feedback อย่างไร : ให้และรับอย่างสร้างสรรค์ !<br />
</span></span></li>
</ul>
</div>
<h2>สภากาแฟ: ร้านกาแฟ X Learning community</h2>
<h6><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-5894" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/06/SHA_4015.jpg" alt="SHA 4015" width="1112" height="740" title="Clazy Cafe สภากาแฟสำหรับคนรักการเรียนรู้ ที่เต็มไปด้วยพลังงานของคนที่พร้อมเปลี่ยนโลก 964"></h6>
<h2><strong>HREX</strong> : ถึงแม้ผมจะเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ แต่ขอให้คุณเคลวินช่วยเล่าความพิเศษของ Café ที่นี่ให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ</h2>
<p><strong>คุณเคลวิน:</strong>  ก่อนอื่นเลยก็คือเราไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงแค่ Café มาตั้งแต่ตอนเริ่มต้นเลย เพราะเราต้องการที่จะเป็น Learning community space มาตั้งแต่แรกแล้ว ก่อนอื่นผมอยากจะอธิบายที่มาของชื่อร้านว่า Clazy Café  มาจากการผนวกกันระหว่างคำสองคำคือ <strong>Crazy + Lazy หรือ </strong><strong>บ้าบวกขี้เกียจ</strong>  เพราะเราต้องการสร้างพื้นที่ให้คนบ้าๆ ที่เชื่อในความเป็นไปได้มานั่งพักผ่อนกัน</p>
<p>ส่วนหนึ่งก็เพราะผมเชื่อว่าไอเดียมันเกิดจาก <strong>Eureka moment</strong> ซึ่งเป็นช่วงที่เรามานั่งพักผ่อนสบายๆ แล้วเกิดปิ๊งไอเดียใหม่ๆ ขึ้นมาว่าเราอยากสร้างสรรค์อะไรใหม่ให้เกิดขึ้น</p>
<p><strong>คุณอ๋อง:</strong> Background ของทีมเราเกิดจากตอนแรกเราอยากจะเริ่มทำธุรกิจสักอย่างหนึ่ง เราก็พยายามหาคำตอบว่าจุดแข็งของเราคืออะไร อะไรที่เราจะสามารถสนุกไปกับมันได้ แต่ก่อนอื่นผมต้องเล่าก่อนว่าเราเคยจัดงานประเภท Event กันมาก่อน  โดยเริ่มจากการเป็น Consult ของทีม TED ที่เราเคยจัดที่ธรรมศาสตร์ในสมัยที่เราเป็นนักศึกษา</p>
<p>แล้วเราก็เริ่มรู้สึกตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่ามันมีความเป็นไปได้นะ ในการที่เราจะสร้าง Community โดยใช้ Event ให้คนได้มาพบเจอกันเพื่อ Drive ให้เกิดการต่อยอดทำอะไรบางอย่างในสังคมขึ้นมาได้ ซึ่งตอนแรกจริงๆ เรามองว่าจะให้มันเป็นเป็นร้านอาหารด้วยซ้ำ แต่เราดูแล้วว่า Model ร้านอาหารกับสิ่งที่เราจะทำใน Community มันไม่เข้ากัน ก็เลยตัดสินใจทำในรูปแบบคาเฟ่ร้านกาแฟ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-5896" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/06/SHA_3842.jpg" alt="SHA 3842" width="1112" height="740" title="Clazy Cafe สภากาแฟสำหรับคนรักการเรียนรู้ ที่เต็มไปด้วยพลังงานของคนที่พร้อมเปลี่ยนโลก 965"></p>
<h2><strong>HREX : ทำไมถึงเลือกที่จะสร้าง Community ที่เป็น Physical place ทั้งๆ ที่มีต้นทุนและความเสี่ยงมากกว่าการสร้างเป็น Digital community</strong></h2>
<p><strong>คุณเคลวิน: </strong>เพื่อที่จะตอบคำถามนี้ จะต้องเล่าให้ฟังก่อนว่า Community คืออะไร เราต้องเข้าใจก่อนว่าสังคมมนุษย์บนโลกใบนี้มันเปลี่ยนไปทำให้คนแยกกันมากขึ้น ปรากฎการณ์อย่างมือถือก็ทำให้เราต้องมานั่งแชทกันมากขึ้น ไหนจะรูปแบบการอยู่อาศัยจากสมัยก่อนที่คนอยู่เป็นหมู่บ้านหรือชุมชนก็เปลี่ยนมาเป็นเป็นที่พักอาศัยแนวดิ่งอย่างคอนโดมิเนียมมากขึ้น รูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้คนเรามี Human touch ที่เป็นปฎิสัมพันธ์แบบเห็นหน้ามองตาลดลงไปมาก<strong><br />
</strong></p>
<p>ซึ่งตัวผมเองเชื่อว่า Human touch มันมีความสำคัญ การคุยกันผ่านแค่ Online มันยังขาดความรู้สึกของความจริงใจหรืออบอุ่นใจ เหมือนกับว่าความเชื่อมโยงของความรู้สึกมันจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เต็มที่เมื่อเทียบกับการพบเจอกันจริงๆ ด้วยความเชื่อแบบนี้เราเลยเลือกที่จะสร้าง Community ที่เป็น  Physical place ที่จับต้องได้ขึ้นมา</p>
<p>ที่นี่พอไล่ต่อมากับคำถามว่าเราจะสร้าง community ขึ้นมาได้อย่างไร จริงๆ มันก็จะมีองค์ประกอบ 3 ข้อด้วยกัน</p>
<p><strong>อันที่ </strong><strong>1</strong> ก็คือ Physical place หรือ Digital place  ตัวนี้คือพื้นที่ที่ให้คนมาปฎสัมพันธ์กัน</p>
<p><strong>อันที่ 2</strong> ผู้ที่มีความสนใจร่วมกัน</p>
<p><strong>อันที่ </strong><strong>3 </strong>คนที่มีความรู้อยู่ในนั้น</p>
<p>หากดูจากประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยก่อนจริงๆ ร้านกาแฟมันคือพื้นที่ที่เป็น Community ให้คนมารวมกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ก่อกำเนิดเป็นสิ่งที่เรียกว่าสภากาแฟ เราเลยอาจพอจะพูดได้ว่าเราคือสภากาแฟในโลกยุคสมัยใหม่ โดยเราจะโฟกัสไปกับการที่คนจะได้มาเจอกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันโดยผู้ที่จะมาเป็นคนนำการสอนหรือทำกิจกรรมในแต่ละคลาสจะมีความพิเศษตรงที่เราเองจะมีส่วนปลุกปั้นกับเขามาตั้งแต่เริ่มต้น แต่ว่าช่วงหลังๆ มานี้มันเริ่ม Develop ขึ้นจนเริ่มมีหลายหัวข้อใหม่ๆ เกิดขึ้นมา</p>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-5897 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/06/SHA_4020.jpg" alt="SHA 4020" width="492" height="740" title="Clazy Cafe สภากาแฟสำหรับคนรักการเรียนรู้ ที่เต็มไปด้วยพลังงานของคนที่พร้อมเปลี่ยนโลก 966"></div>
<h2>รัน Event ด้วยแนวคิด Lean ของวงการ Startup</h2>
<h2><strong>HREX</strong> : <strong>ถ้าไปดูที่หน้าเพจเฟสบุ๊คของทางร้าน จะเห็นว่า Event/Class มีความหลากหลายสูงมาก แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า Event ที่จัดจะออกมาเวิร์คหรือไม่เวิร์ค โดยเฉพาะ Event ที่ดูแปลกๆ<br />
</strong></h2>
<p><strong>คุณอ๋อง</strong>:  Event ในร้านเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท  โดยประเภทแรกคิดเป็นประมาณ 1 ใน 4 ของร้านจะเป็น Original idea ที่พวกเราช่วยกันคิดขึ้นมา นอกจากนั้นอีก 3 ใน 4 จะเป็นไอเดียที่มาจากผู้ร่วมงานที่ผสมกันจากหลายๆ คน</p>
<p>ซึ่งต้องยอมรับว่าจุดเด่นของร้านตอนนี้จะเป็นเรื่องของ Event ซึ่งจะสังเกตว่าทุกคนคาดหวังกับงานที่มันปัง งานที่มันใหญ่ แต่ความจริงแนวคิดในการทำ  Event ของเราเป็นอะไรที่ค่อนข้าง <a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/lean-management-210621/">Lean</a> มากๆ ครับ คือแต่ละคนที่มีไอเดียเกิดขึ้นมาในหัวแล้วอยากจะมาเริ่มทำกับเรา มันค่อนข้างยากมากสำหรับเค้าในการที่จะเริ่มแต่ละครั้ง เราก็เลยจะเข้าไปช่วยเค้าในการเริ่มโปรเจ็คต์ได้ง่ายขึ้น</p>
<p>ผมขอยกตัวอย่างซักหนึ่งโปรเจกเพื่อความเห็นภาพ เช่น เราพบว่ามีคนไทยบางกลุ่มที่เวลารับข่าวสารอะไรก็ตามก็จะเชื่อในทันทีแล้วก็แชร์ต่อเลยโดยที่ไม่มีการ Fact checker (ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล)</p>
<p>สิ่งที่เราทำคือเราก็ลองจัดเป็น Event นึงขึ้นมาก่อนแล้วก็รวมคนใน Community ที่อยากเข้ามามีส่วนร่วมกับประเด็นนี้ เราเริ่มจากการลองไปถามคนนู้นคนนี้ดูว่าคนรู้สึกยังไงกับ Fake news เราลองทำ Survey สั้นๆ ดูก่อนแล้วก็ทำการ Train speaker จากคนใน Community เช่น คนที่ทำด้าน AI, ข่าวสาร บางคนก็เป็นอาจารย์ที่ศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะ แล้วก็รวมคนขึ้นมาจัดเวทีทอล์คกัน ตอนนั้นชื่องานว่า Fake news and how to deal with it !!! โดยทั้งหมดนี้เกิดขึ้นไวมาก</p>
<h2><strong>HREX : แปลว่า </strong>Event แรกจะเป็นเหมือนโครงการรึเริ่มที่เราจุด Initiate ขึ้นมา โดยอาจจะยังไม่แพลนชัดเจนว่าในท้ายที่สุดมันจะออกมาเป็นหน้าตาแบบไหนใช่ไหมครับ</h2>
<p><strong>คุณเคลวิน:</strong> คือต้องเข้าใจก่อนว่ามันค่อนข้างยากที่จะสร้าง Event ที่มัน Success โดยที่ไม่ทดสอบก่อน เพราะตอนนี้เราไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า จริงๆ แล้วเป็นแค่เราคนเดียวหรือเปล่าที่เจอปัญหาหรืออินกับเรื่องนั้น  เพราะจากตัวอย่างในกรณีด้านบนมันเป็น Original idea ที่เกิดจากเราสองคน</p>
<p>ผมเจอปัญหานี้  ผมรู้สึกว่าผมอยากเอาเรื่องนี้ออกสู่สังคม อยากให้คนอื่นเห็น อยากให้คนอื่นรับรู้  ผมก็เลยลองก่อนโดยไม่ต้องติดว่ามันจะ Success หรือล้มเหลว แล้วเอา Feedback ตรงนั้นมาพัฒนา Event อย่างรวดเร็วจนมันเป็นการ Reprocess ที่ทำให้มัน Success มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ถึงอย่างนั้นเราเองก็ไม่เคย Expect ว่างานเราจะต้องมีคนมา 100 คนภายในครั้งแรกที่จัด เราไม่ได้คาดหวังและพยายามจะจะทำอย่างนั้นตั้งแต่แรกแล้วด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-5898" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/06/SHA_3906.jpg" alt="SHA 3906" width="1112" height="740" title="Clazy Cafe สภากาแฟสำหรับคนรักการเรียนรู้ ที่เต็มไปด้วยพลังงานของคนที่พร้อมเปลี่ยนโลก 967"></p>
<h2><strong>Dummy event: ผิดได้ พลาดได้ เพื่อสร้างพื้นที่ให้โปรเจกที่สร้างสรรค์ได้เกิดขึ้น<br />
</strong></h2>
<p><strong>คุณอ๋อง:</strong> คิดง่ายๆ ให้ Event ของเราเป็นเหมือน Model startup ที่ Sprint เร็วมากๆ เราจะเริ่มคิดโจทย์ว่างานนี้ เราพูดลักษณะนี้ เราสื่อสารแบบนี้ คนเข้าใจหรือไม่เข้าใจ ถ้าคนไม่เข้าใจ โอเค ยังไม่เวิร์ค แล้วเราก็จะก็เปลี่ยนด้วยความรวดเร็วใน Event ต่อไป ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของ Mental health อีกซักตัวอย่างก็แล้วกัน โดยมันเริ่มจากมีคนมา Request ประเด็นนี้กับเรา ซึ่งพวกไอเดียพวกนี้ส่วนใหญ่เราจะได้จากลูกค้าที่เดินเข้าร้านมา แล้วก็จะมาบ่นปัญหาเหล่านี้ให้เราฟัง</p>
<p><strong><em>&#8220;หนูมีปัญหาว่าเพื่อนหนูเป็นโรคซึมเศร้า แล้วก็มีปัญหาว่าทุกครั้งที่เราให้กำลังใจเค้าเนี่ย เหมือนกับอาการแย่ลง ไม่ดีขึ้นเลย จะทำยังไงดี&#8221;</em></strong></p>
<p>วิธีการของเราเวลาที่มันมี Demand เข้ามาปุ๊ป เราก็จะมาทำ Survey ในตลาดก่อนว่าจริงๆ แล้วเนี่ย สิ่งที่คุณเป็นปัญหามันเป็นปัญหาจริงๆ ที่คนอื่นก็มีประสบการณ์ร่วม หรือมันเป็นปัญหาที่คุณมีอยู่แค่คนเดียว เราอาจจะเริ่มจากการทำ Survey ทางออนไลน์ อาจจะมีโพสต์ใน Page หรือในเฟสส่วนตัวก่อน  เราอาจจะบอกออกไปว่าเราอยากจะจัด Event แก้ไขปัญหาเรื่องนี้นะ จากนั้นพอมีคน Comment กันเข้ามา เราก็ได้ข้อมูลตรงนั้นมาออกแบบเพื่อทำเป็น <strong>Dummy event</strong> เพื่อเก็บ Feedback ต่อไป</p>
<p>เราจะชวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับ Topic ในเรื่องนั้นๆ มามีส่วนร่วมกับ <strong>Dummy event</strong> โดยเราอาจจะเชิญผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยตัวจริง ผู้ที่หายป่วยแล้ว คนที่ทำงานกับภาครัฐบาล คนที่เป็นนักวิจัยอาชีพ รวมถึงนักบำบัดตัวจริงที่เคยทำงานกับผู้ป่วยมาแล้วมากมาย โดยเราให้คนทั้งหมดนี้มาเจอกัน แล้วให้คนแต่ละกลุ่มเสนอไอเดียออกมาเพื่อสร้างเป็นโปรเจกต์ต่างๆ เพื่อต่อยอดเป็น Event ต่อไป เช่น ตอนนี้เราก็จะมีโปรเจกต์ตัวนึงที่ทำเหมือนเป็น Café therapy ที่ทำให้คนทั่วไปที่มีความเครียดมาระบายปัญหากับเราได้ แล้วก็จะมีคุณหมอมานั่งประจำอยู่ที่ร้าน</p>
<blockquote><p>คุณอ๋องเล่าต่อว่าอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ ในการจัด Event คือการ &#8216;บริหารความคาดหวัง&#8217; นั่นทำให้ Dummy event เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญของ Clazy Cafe ในการประยุกต์ใช้เอาหลักการ Lean ในวงการ Startup มาใช้ในการออกแบบ Event ในทางปฎิบัติ โดยจะมีสื่อสารกับลูกค้าอย่างชัดเจนว่า Event นี้จะเป็น Event ทดสอบซึ่งฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย โดยงานเหล่านี้จะไม่ได้มีการโปรโมตผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ให้คนภายนอกรับรู้ แต่จะแจ้งให้ทราบเฉพาะลูกค้าประจำของ Clazy cafe ใน Event อื่นๆ ที่มีความคล้ายคลึงหรือเกี่ยวข้องกัน</p></blockquote>
<p><strong>คุณเคลวิน:</strong> คือต้องเข้าใจก่อนว่า Speaker หลายๆ คนหลังจากที่เค้ามีปัญหาหรือเกิดไอเดียกับตัวเองแล้วได้เข้ามาพูดคุยกับเราเค้าก็อยากจะพัฒนามาเป็น Organizer เพื่อเป็นคนจัด Event เอง  เราเองก็จะต้องดูก่อนว่าเค้ามีประสบการณ์เยอะมากขนาดไหน ถ้าเค้าเคยลองมาหลายเวทีแล้ว เราก็ให้เค้าเข้ามาจัดได้เลย แต่ถ้าเค้าไม่มีประสบการณ์ ยังไม่ชัวร์ในกลุ่มลูกค้า ยังไม่แน่ใจว่าไอเดียของเค้าจะเวิร์คหรือเปล่า สิ่งที่เราทำเพื่อสร้าง <strong>Dummy event </strong>ก็คือการที่เราจะประกาศหลัง Event อื่นๆ แต่ละครั้งว่า มี Event นี้เกิดขึ้นซึ่งจะเป็น Event ลับ อยากให้ทุกคนมากันเพื่อมาช่วยกัน Comment เป็น Positive feedback เพื่อพัฒนา Event ให้ดีขึ้นก่อนที่จะปล่อยออกไปแบบ Official</p>
<p>ในฟากฝั่งของผู้ร่วมงาน สิ่งนี้จะเป็นเหมือนสิทธิพิเศษของลูกค้า Clazy cafe ที่จะได้มา Event ฟรี  เพราะเค้ารู้อยู่แล้วว่า DNA ของ Clazy คืออะไร ในระหว่างงาน <strong>Dummy event </strong>เค้าก็อาจจะมาให้คำแนะนำกับ Speaker ในเรื่องของความคุ้มค่าว่า <em>&#8216;เค้ามองว่าความรู้เท่านั้นเท่านี้ที่จะได้รับอาจจะยังไม่พอนะกับราคาเท่านี้ที่คาดหวังไว้&#8217;</em> ส่วนในฝั่งด้าน Speaker เค้า Happy มากเพราะเค้าได้อยู่ใน Safe space ที่เราจัดให้กับเค้า เช่น  Speaker บางคนก็จะ Request เลยว่าผู้เข้ามาร่วมงานต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น ต้องเป็นกลุ่มช่วงอายุนี้เท่านั้น ซึ่งเมื่อไหร่ที่ <strong>Dummy event</strong> พวกนี้ทำให้ Speaker มั่นใจมากพอและฝั่งลูกค้าก็ Approve แล้วว่าโอเค เราจึงจะปล่อย Event แบบ Official ออกไป</p>
<p>สุดท้ายแล้ว Speaker เหล่านี้ที่เราช่วยสร้างเค้าขึ้นมาส่วนใหญ่เค้าก็เลือกที่จะจัดงานกับเราต่อไปเพราะเค้ารู้สึกว่า Clazy cafe ช่วยเค้าเยอะตั้งแต่จุดเริ่มต้น พอมองแบบนี้ก็จะเห็นได้ว่า Clazy cafe เองก็ถือว่าเป็นคนผลิต Speaker ขึ้นมาเองได้</p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจคือ Speaker เหล่านี้อาจจะไม่ได้เป็นคนดังตั้งแต่แรก แต่เราอยากจะเรียกพวกเขาว่าเป็นว่าเป็นเพชรในถ่าน คือเก่งมากแต่ว่าคนยังไม่ค่อยรู้จักเพราะพวกเขาไม่เคย Present ตัวเองมาก่อนเลย มันก็เลยย้อนกลับมายังประเด็นที่บอกไว้ตอนต้นว่า Event พวกนี้มันก็คือ Side project ของพวกเค้านั่นแหละ แต่เราแค่เอามันลงมาขยายผลให้เข้าสู่วงกว้างมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-5905" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/06/SHA_4026.jpg" alt="SHA 4026" width="1112" height="740" title="Clazy Cafe สภากาแฟสำหรับคนรักการเรียนรู้ ที่เต็มไปด้วยพลังงานของคนที่พร้อมเปลี่ยนโลก 968"></p>
<p><strong>คุณอ๋อง:</strong> จริงๆ ในอีกแง่นึงที่เราทำอะไรแบบนี้เรารู้สึกภูมิใจนะ เพราะว่าหลายๆ คนเค้าอาจจะเป็นโรคซึมเศร้า เป็นคนที่ Burnt out   เพราะงานประจำเค้าก็ทำเพื่อหาเลี้ยงชีพแต่ไม่รู้สึกว่ามันมี Meaningful ในชีวิต</p>
<p>ทีนี้หลายๆ ครั้งการที่เค้าได้ออกมาทำอะไรแบบนี้ เค้ารู้สึกว่ามันตอบโจทย์ เพราะเค้าสามารถมาช่วย Built อะไรให้กับตัวเองและสังคมได้ ซึ่งก็มีเคสแบบนี้ประมาณ 2-3 เคสแล้วที่อาจจะแบบไม่โอเคกับชีวิตมากๆ แล้วพอได้ลองมาทำ Event อะไรใหม่ๆ แล้วชีวิตก็เปลี่ยนไปเลย เราบอกได้เลยว่าข้างนอกนั่นยังมีคนอีกมากที่เค้ามีไอเดียใหม่ๆ เจ๋งๆ แต่ยังขาด Resource ยังขาดนู่นขาดนี่ ซึ่งตอนนี้เราก็ได้พยายามขยาย  Community เราให้ใหญ่ขึ้นล่าสุดก็เปิด Space เพิ่มด้านบนของร้านที่เราเรียกมันว่า &#8216;Connect&#8217; ซึ่งอยู่ชั้น 3 จุได้ 120 คน ตอนนี้เราเริ่มทำงานใน Scale ที่ใหญ่ขึ้นเพื่อขยาย Impact วงกว้างออกไป</p>
<h6><span style="font-size: 14pt;">ในมุมของผู้ก่อตั้งที่ได้สัมผัสกับกลุ่มลูกค้าอย่างใกล้ชิด คุณเคลวินบอกเราว่าถ้าใครที่เป็นลูกค้าประจำจะรู้เลยว่าคนที่เดินเข้าเดินออกร้านแต่ละคนที่จัดว่าไม่ใช่คนธรรมดา ถ้าหากคุณได้ลองรู้จักหรือพูดคุยกับพวกเขาจะรู้ได้เลยว่าสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วย &#8216;คนมีของ&#8217; ถ้าไม่นับผู้จัดงานที่เก่งกาจหาตัวจับยาก ก็ต้องเป็นลูกค้า Passion แรงที่รักการเรียนรู้ หากใครอยากหาสถานที่ที่ใช้ทำ Networking เพื่อพบเจอเพื่อนใหม่ๆ ที่มีคุณภาพ HR NOTE แนะนำว่าลองเลือก Event ที่ตรงกับความสนใจตัวเองและลองมาเยือนดูซักครั้ง</span></h6>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-6029" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/06/HR-note4.jpg" alt="HR note4" width="1200" height="677" title="Clazy Cafe สภากาแฟสำหรับคนรักการเรียนรู้ ที่เต็มไปด้วยพลังงานของคนที่พร้อมเปลี่ยนโลก 969"></p>
<h2><strong>Life long learning: เมื่อตลาดแรงงานไทยกระหายพื้นที่ในการ &#8216;สร้างตัวตนขึ้นใหม่&#8217;<br />
</strong></h2>
<h2><strong>HREX : มีการทำนายว่า</strong>ในโลกอนาคต คนเราต้องเปลี่ยนงานกันทุกๆ 5 ปีเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี คิดอย่างไรกับประเด็นนี้และคิดว่า Clazy cafe เกี่ยวข้องกับปรากฎการณ์นี้อย่างไรบ้าง</h2>
<p><strong>คุณเคลวิน:</strong> ส่วนตัวแล้วผมยังไม่ได้มีข้อมูลตรงนี้นะว่าเราต้องเปลี่ยนทุก 5 ปีหรือเปล่า แต่ผมรู้สึกว่า มันมีความน่าสนใจที่ว่าคนทุกวันนี้เราน่าจะทำได้หลายอาชีพ แล้วก็มีความสามารถในการพลิกไปพลิกมาได้อย่างเป็นเรื่องปกติ หลายๆ คนก็จะมีอาชีพเสริมเหมือนกับเป็นการกระจายความเสี่ยง ยิ่งเราทำได้เยอะ ความคิดสร้างสรรค์จะสูง ความสามารถในการพลิกแพลง Adapt เอาตัวรอดเราก็จะสูงขึ้นตาม</p>
<p>กลับมาที่คำถามตั้งต้น ผมว่าเราอาจจะเปลี่ยนงานทุกๆ 5 ปีก็จริงในสิ่งที่เป็นเป็นอาชีพหลัก แต่อาชีพเสริมจค่อยๆ กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะทำมันควบคู่อยู่ตลอดเวลาอยู่ดี ในวันที่โลกไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>จริงๆ แล้วตอนนี้อัตราการว่างงานของประเทศไทยอยู่แค่ 1% ซึ่งถือว่าน้อยมาก โดยทั้งโลกจะอยู่ที่ 8.6% ซึ่งอันนี้เป็นข้อมูลตอนปี 2016  ซึ่งที่นี้ตลาดของบ้านเราไม่ค่อยตกงานกัน แต่ในทางกลับกัน พอเราไปนั่ง Research เราจะพบว่าในความเป็นจริงคนไทยทำงานนอกสายงานเยอะมาก โดยมีอัตรา Transformation สูงมากอยู่ที่ 60% เช่น เค้าอาจจะจบบัญชีแต่เค้าอยากย้ายงานมาทางนี้ เค้าจบศิลปะแต่เค้าอยากย้ายไปทางนู้น คนพวกนี้ก็จะพยายามศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่ออุดช่องโหว่ของทักษะ ผมว่าธุรกิจอะไรก็ตามที่มาจับทาง Transformation มันน่าจtเป็นเทรนด์ที่มาแน่ๆ อยู่แล้ว</p>
<p>สิ่งที่ Clazy cafe พยายามจะทำคือการจับจุดให้ได้เวลาที่มีเทรนด์อาชีพอะไรเกิดขึ้นก็ตาม โดยเราจะพยายามเชื่อมโยงเทรนด์เหล่านั้นเข้ากับ Topic ที่เป็นเรื่องของคนทั่วไปให้ได้ แต่ว่าจริงๆ แล้วเราเองก็จะมี Event ที่เป็นคลาสวิชาการที่จับกลุ่มพนักงานไปเลยเช่นอย่างพวกคอร์ส Specialized ต่างๆ เช่น Data science, Marketing  แต่ว่าใบสมัครเพื่อร่วมงานพวกนี้ใน Google form ก็จะมีการถามละเอียดเพื่อคัดกรองว่าคุณมีพื้นฐานความรู้พอเพียงในการเข้าร่วมงานหรือเปล่า</p>
<p>แต่ส่วนใหญ่งานของเราก็จะเป็นแบบ  Daily life, 101 สำหรับคนทั่วไปมากกว่าเพราะเราต้องการให้มือใหม่เค้าเข้ามามีโอกาสได้สัมผัส แล้วถ้ามีคนจำนวนที่มากพอที่สนใจจะไปต่อ เราก็เริ่ม Develop ขึ้นเป็นซีรีย์ 102 103 ต่อเนื่องกันไป</p>
<p>ด้วยวิธีการแบบนี้มันเลยเป็นเหมือนกับการที่เราทำ Event เพื่อทดสอบตลาดก่อน เลยเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเรามั่นใจเวลาที่เราจะปล่อย Event อะไรออกไปแล้วจะมีคนสนใจมาเข้าร่วม เพราะเราจัดงานโดยยึดจากข้อมูลที่เราทำ Survey มาก่อน มันไม่มีอะไรที่เป็น Random ซักอย่างใน Event ของ Clazy cafe เลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-5901" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/06/SHA_3999.jpg" alt="SHA 3999" width="1112" height="740" title="Clazy Cafe สภากาแฟสำหรับคนรักการเรียนรู้ ที่เต็มไปด้วยพลังงานของคนที่พร้อมเปลี่ยนโลก 970"></p>
<h2>Community scaling: วัดผลชุมชนอย่างไร ?</h2>
<h2><strong>HREX :</strong> เรามี Target ไหมว่าจำนวนยอดของคน Event ในแต่ละเดือนจะต้องเป็นเท่าไหร่  สำหรับคนที่ทำ Community เราควรจะมี KPI เพื่อวัดผลอย่างไรดี</h2>
<p><strong>คุณเคลวิน:</strong> ในการทำ Community ให้เรานึกถึงภาพห้องชมรมที่พอเรียนเสร็จแล้วเราก็รู้สึกว่าอยากมีที่นึงที่อยากไปนั่งเฉยๆ เราจะไปเจอใครก็ไม่รู้ แต่แค่คิดก็อยากไปแล้วเพื่อไปรู้จักกับคนใหม่ๆ</p>
<p>ทำให้ Community ที่ดีในมุมของผมมันควรจะมีคนใหม่ๆ มาเสมอ คนเก่าๆ ก็ผลัดกันเข้ามา จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีแต่คนเก่าๆ อยู่ นั่นก็แปลว่า Community ของคุณไม่ได้โตขึ้นยังไงล่ะ แต่ถ้ามีคนใหม่ๆ เข้ามาเรื่อยๆ มันก็เหมือนที่เรียนพิเศษที่มีคนเข้าๆ ออกๆ มีการหมุนเวียนไปเรื่อยๆ</p>
<p>สิ่งที่เราต้องการก็คือการทำให้คนใหม่กับคนเก่ามีโอกาสได้มาเจอกัน ทำให้เกืดการปฎิสัมพันธ์ การแลกเปลี่ยน เพื่อที่จะได้ Amplify แล้วก็โตขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นเราก็จะมีทำยอดเหมือนกัน โดยตั้งเป้าให้มันค่อยๆ โตขึ้นไปเรื่อยๆ  แต่ปัจจุบันนี้เราก็จะมีข้อมูลอยู่นะว่าคาเฟ่ของเราจะมี Event อยู่ที่ประมาณ 60-70 งานต่อเดือน จำนวนคนตกอยู่ที่ประมาณ 600-1000 กว่าๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-5900" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/06/SHA_3968.jpg" alt="SHA 3968" width="1112" height="740" title="Clazy Cafe สภากาแฟสำหรับคนรักการเรียนรู้ ที่เต็มไปด้วยพลังงานของคนที่พร้อมเปลี่ยนโลก 971"></p>
<h2>ความชื่นใจของคนทำชุมชน</h2>
<h2><strong>HREX : ตั้งแต่แต่ทำ Clazy cafe มา โมเมนต์ไหนที่รู้สึกมีความสุขมากที่สุด<br />
</strong></h2>
<p><strong>คุณเคลวิน:</strong> ผมว่าผมมีอยู่ 2 Moment</p>
<p><strong>Moment ที่ 1</strong> คือเราพบว่า Community ของเราขยายตัวไปเรื่อยๆ ขยายตัวจนกระทั่งว่าหลายๆ คนสามารถจะรับงานกับองค์กรขนาดใหญ่ได้ หรือว่ามีบริษัทใหญ่มา Approach เพื่อดึงตัวไป ซึ่งมันบ่งบอกศักยภาพของเราว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่เราทำมันน่าจะมาถูกทางนะ เพราะว่าถ้ามันผิดทางคนก็คงไม่เหลียวแลตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้มันกลายเป็นว่าหลายๆ คนสนใจดึงคนของเราเข้าไปช่วยสร้างสรรค์โปรเจกต์นู้นโปรเจกต์นี้  มี Speaker เจ๋งๆ คนนู้นคนนี้แวะเวียนเข้ามาร่วมงานอยู่ตลอดเวลา มีคนแวะเข้ามาปรึกษาว่ามีไอเดียนี้อยากจะให้ช่วยให้สร้างสรรค์ ต้องการคนใหม่ๆ แล้วก็จะมีการบอกต่อกันใน Community เพื่อ Recommend คนจากเราอยู่เหมือนกัน</p>
<p><strong>Moment ที่ 2</strong> เป็นเรื่องของการช่วยเหลือคนที่ Burn out หรือคนที่ Fail ในชีวิตให้กลับมาติดไฟ มีความสุข ซึ่งอันนี้ผมรู้สึกว่ามันอาจจะเป็นอะไรเล็กๆน้อยๆ และ Scale impact แค่คนเดียว แต่ในความเป็นจริง คนหนึ่งคนนั้นสามารถ Amplify หรือว่าสามารถให้ประโยชน์หรือว่าสามารถสร้างสรรค์อะไรต่างๆ ให้คนได้เยอะกว่าที่คิด โดยโปรเจกต์หลายๆ อย่างของเราบางทีมันก็เกิดจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ อย่างที่ได้เล่าไป แล้วต่อยอดจนกลายเป็นโปรเจกต์ใหญ่ อย่างตอนนี้เราก็ถือโปรเจกต์ในมืออยู่ประมาณ 16 ชิ้นที่กำลังวางแผนจะทำในปีนี้</p>
<p><strong>คุณอ๋อง:</strong> มันเป็นเหมือนเสน่ห์ของ Clazy cafe อย่างหนึ่งนะ เวลาที่คนบอกว่า ขาหนึ่ง การเรียนรู้ยุคใหม่จะต้องไปในแนวทางของ Technology จะเป็นโลกดิจิตอลที่ทำให้เกิด Online learning เป็น platform ให้คนยุคใหม่สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งเราก็เห็นด้วยว่าเทคโนโลยีช่วยได้มาก</p>
<p>แต่ตอนนี้อีกขาหนึ่งที่แบบ เฮ้ย ! คนเราอ่ะ ความเป็นมนุษย์ ยังไงมันก็ยังต้องมี Interaction กัน  มีการ Refer ผ่านกันเพื่อสร้าง Trust แบบ Face to face แล้วเราเองก็ดันมีโมเดลเป็นแบบ Community ที่เป็นสถานที่แบบ Physical store  ผลก็คือมันออกมาเวิร์คมากๆ ก็อยากให้ลองนึกภาพว่ามีร้านกาแฟที่ทำแบบเดียวกับเรามั้ย เพราะผมก็รู้สึกว่าที่เราทำกันอยู่ตอนนี้ก็ค่อนข้างที่จะเป็นของใหม่สำหรับเทรนด์การเรียนรู้ในประเทศของเราอยู่เหมือนกัน</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="Clazy Cafe สภากาแฟสำหรับคนรักการเรียนรู้ ที่เต็มไปด้วยพลังงานของคนที่พร้อมเปลี่ยนโลก 972" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Content is not a king, but context is: MindDojo เรียนรู้อย่าง Agile เพื่อแหวกว่ายผุดพรายเหนือวิกฤติ</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/minddojo-interview-by-hrnote/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 May 2020 08:38:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[MindDojo]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/minddojo-interview-by-hrnote/</guid>

					<description><![CDATA[&#8220;ความรู้คืออำนาจ&#8221; ทุกวันนี้ในปี 2020 ยังมีคนเชื่อแบบนั้นอยู่หรือเปล่า ??? ในทุกๆ 5 นาทีจะมีหนังสือปกใหม่ที่ออกวางขายลงบนเว็บไซต์ Amazon ในทุกๆ หนึ่งนาทีมีคนอัพโหลดวีดีโอลง Youtube เป็นระยะเวลา 300 ชั่วโมง ในหนึ่งชั่วโมงมีเว็บไซต์เกิดใหม่ หลายร้อยเว็บไซต์ คำถามคือในเมื่อทุกคนเข้าถึงความรู้กันได้หมดแค่ปลายนิ้วคลิก แล้วความความศักดิ์สิทธิ์ของความรู้ในทุกวันนี้จะยังคงเทียบเท่ากับเมื่อหลายร้อยปีก่อนหน้าที่หนังสือซักเล่มยังเป็นสิ่งสูงศักดิ์ที่สงวนไว้สำหรับคนชั้นสูงในหอสมุดหรือไม่ ?? ลึกเข้าไปในหมู่บ้านสงบร่มรื่นย่านบางนาแห่งหนึ่ง&#8230;หลังคาบ้านทรงไทยใหญ่โตสวยงามหลังหนึ่งค่อยๆ แหวกผ่านแมกไม้ที่รายล้อม เผยให้เห็นถึงบ้านกึ่งไทยโบราณกึ่งโมเดิร์นที่ผสานกันอย่างลงตัว ซึ่งเป็นสถานที่ที่ HREX.asia จะใช้เวลาหลายชั่วโมงข้างหน้าในการลงหลักสูตรเพื่อเรียนรู้ระยะประชิดกับผู้ก่อตั้ง MindDojo บริษัทที่ปรึกษาที่นิยามตัวเองว่าเป็น &#8216;Organizational development and learning solutions designers&#8217; ที่ได้ร่วมงานกับองค์กรไทยระดับท๊อปของประเทศ เช่น  HONDA, PTT, AIS, ThaiBev, Tipco, AIA และอีกมาย &#8220;Content is not a king, but context is.&#8221; คือความเชื่อแฝงฝังอยู่ในตลอดบทสนทนาที่เรามีกับ คุณจี้ ทรงภัทร สนิทวงศ์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-5716" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/05/hrnote_coverphoto.006-1.jpeg" alt="hrnote coverphoto.006 1" width="1110" height="740" title="Content is not a king, but context is: MindDojo เรียนรู้อย่าง Agile เพื่อแหวกว่ายผุดพรายเหนือวิกฤติ 977"></p>
<p>&#8220;ความรู้คืออำนาจ&#8221; ทุกวันนี้ในปี 2020 ยังมีคนเชื่อแบบนั้นอยู่หรือเปล่า ???</p>
<p>ในทุกๆ 5 นาทีจะมีหนังสือปกใหม่ที่ออกวางขายลงบนเว็บไซต์ Amazon</p>
<p>ในทุกๆ หนึ่งนาทีมีคนอัพโหลดวีดีโอลง Youtube เป็นระยะเวลา 300 ชั่วโมง</p>
<p>ในหนึ่งชั่วโมงมีเว็บไซต์เกิดใหม่ หลายร้อยเว็บไซต์</p>
<p>คำถามคือในเมื่อทุกคนเข้าถึงความรู้กันได้หมดแค่ปลายนิ้วคลิก แล้วความความศักดิ์สิทธิ์ของความรู้ในทุกวันนี้จะยังคงเทียบเท่ากับเมื่อหลายร้อยปีก่อนหน้าที่หนังสือซักเล่มยังเป็นสิ่งสูงศักดิ์ที่สงวนไว้สำหรับคนชั้นสูงในหอสมุดหรือไม่ ??</p>
<p>ลึกเข้าไปในหมู่บ้านสงบร่มรื่นย่านบางนาแห่งหนึ่ง&#8230;หลังคาบ้านทรงไทยใหญ่โตสวยงามหลังหนึ่งค่อยๆ แหวกผ่านแมกไม้ที่รายล้อม เผยให้เห็นถึงบ้านกึ่งไทยโบราณกึ่งโมเดิร์นที่ผสานกันอย่างลงตัว ซึ่งเป็นสถานที่ที่ HREX.asia จะใช้เวลาหลายชั่วโมงข้างหน้าในการลงหลักสูตรเพื่อเรียนรู้ระยะประชิดกับผู้ก่อตั้ง MindDojo บริษัทที่ปรึกษาที่นิยามตัวเองว่าเป็น &#8216;Organizational development and learning solutions designers&#8217; ที่ได้ร่วมงานกับองค์กรไทยระดับท๊อปของประเทศ เช่น  HONDA, PTT, AIS, ThaiBev, Tipco, AIA และอีกมาย</p>
<p>&#8220;Content is not a king, but context is.&#8221; คือความเชื่อแฝงฝังอยู่ในตลอดบทสนทนาที่เรามีกับ <strong>คุณจี้ ทรงภัทร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา</strong> ซึ่งอาจจะนำทางเราไปสู่คำตอบของคำถามข้างต้นที่เกี่ยวกับโลกของความรู้และการเรียนรู้ในยุคสมัยใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป</p>
<p>เมื่ออ่านสัมภาษณ์นี้จบลงคุณจะเข้าใจอะไรคือ Key sucess ของทีมที่จะกลายมาเป็นผู้ชนะในโลกปัจจุบัน ลักษณะการทำงานของทีมแบบไหนที่จะเวิร์กในบริบทแวดล้อมที่ผันผวนรุนแรงเอาแน่เอานอนไม่ได้ ผู้นำองค์กรหรือคนที่เป็น HR ควรจะต้องรับเอา Mindset แบบไหนที่จะมองการเรียนรู้ในโลกยุคใหม่ในวันที่ความรู้มีอยู่ล้นเกินกว่าจะย่อยได้ทัน</p>
<p>ต่อให้เนื้อหาในบทความนี้จะเน้นไปในระดับสเกลใหญ่ในระดับองค์กร แต่เราก็เชื่อว่าการเห็นภาพกว้างจากคนที่คลุกคลีทำงานจริงกับคนระดับผู้นำมามากมายย่อมมีคุณค่า ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้จัดการ HR คนทำธุรกิจ มนุษย์เงินเดือน เราเชื่อว่าความหมายที่แฝงอยู่ระหว่างบรรทัดในการสนทนาครั้งนี้น่าจะช่วยกระตุ้นให้เราคิดต่อได้ในหลายๆ เรื่องเพื่อปรับใช้กับชีวิตของแต่ละคนที่ไม่เคยเหมือนกันเลย</p>
<p>ก็อย่างที่บอกครับว่า ในโลกที่ &#8220;Content is not a king, but context is.&#8221;  ไม่แน่ว่าอาจเป็นภาพกว้างนี้เองที่จะทำให้เราสับสนน้อยลง รู้ที่ทางของตัวเราเองมากขึ้น และปรับตัวเข้ากับโลกใบนี้ได้ดีกว่าที่เคย&#8230;ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเรียนรู้ 🙂</p>
<h2>Future is now</h2>
<h6><span style="font-size: 18pt;">โลกที่เปลี่ยนแปลงแปลงไว ผันผวน เอาแน่นอนได้ยาก ไหนจะเรื่องของการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของ AI Technology ที่จะเข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์โดยเฉพาะงานที่มีลักษณะเป็น Routine job&#8230;.ในสายตาของคนที่คร่ำหวอดอยู่วงการ HRD คิดว่าปัจจัยต่างๆ เหล่านี้จะส่งผลอย่างไรต่อคนทำงานใน 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า</span></h6>
<p>ผมว่าอย่าไปคุยอีก 5,10 ปีข้างหน้าเลย ถ้าเอา Honest opinion ของผมเลยนะ แค่ปีนี้จากเทรนด์ที่มันเข้ามาก็เห็นได้ชัดแล้วล่ะ เพราะว่าทางด้านของ Digital disruption เรามักจะมองว่ามันคือตัวธุรกิจที่จะโดน Disrupt เราจะได้ยิน Case study อย่างเช่น Kodak ทุกคนได้ยิน Nokia มาแล้ว ซึ่งทำให้เราเข้าใจว่า อ๋อ Disruption มันคือการที่ธุรกิจมันโดน Disrupt</p>
<p>แต่ผมคิดว่าในปัจจุบันมันแตกต่างค่อนข้างเยอะเพราะว่าที่ผมเห็นมา 3 ปีที่ผ่านมาคือ Disruption มันมาถึงแล้ว หลายธุรกิจ หลายอุตสาหกรรมมันถูก Disrupt ไปแล้ว ในขณะเดียวกันหลายๆ ธุรกิจก็ยังยั่งยืนอยู่ ได้ แล้ว Disruption รอบนี้มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมมองว่าก่อนที่องค์กรจะโดน Disrupt ในยุคนี้ คนจะโดน Disrupt ก่อน เช่น HR เองจะมี AI เข้ามา มีหลายๆ Digital technology เข้ามาหรือแม้กระทั่ง วิทยากรหรือเทรนเนอร์เองก็ด้วย ทุกคนโดน Disrupt หมดเลยตอนนี้ แต่คิดว่ามันโดน Disrupt ทางด้านตัวคนซะมากกว่า</p>
<p>ผมคิดว่าเหตุผลที่ผมไม่ได้มองเรื่องของ 5 ปี 10 ปีเท่าไหร่เพราะว่าผมเชื่อว่าปี 2020 นี่แหละที่เราจะเจอความเปลี่ยนแปลงเยอะมาก วันนี้ที่เราคุยกันก็เป็นจังหวะที่ดีเพราะว่าดู 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ดูตลาดหลักทรัพย์เห็นชัดเจนเลยว่า มันเปลี่ยนแล้ว คือทางด้านความมั่นใจของคน ทางด้านสิ่งแวดล้อมในการทำงาน มันเปลี่ยนแปลงเรียบร้อยแล้ว แล้ว COVID-19 ก็มาเข้ามา Accelerate  ทำให้ทุกอย่างมันเกิดเร็วขึ้น แล้วแผนกลยุทธ์ที่ MindDojo มองตั้งแต่สิ้นปีที่แล้ว เรามองว่าปี 2020 ไม่น่าจะเป็นปีที่รุ่งหรือว่าง่ายขนาดนั้น น่าจะเป็นปีที่ท้าทายเลยแหละ แต่ไม่มีใครรู้ว่าจะมี COVID-19 ออกมาในเวลาสถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่เราจะเห็นคือผมเชื่อว่าเศรษฐกิจตอนนี้มันก็จะยากขึ้น เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไร น่าจะเรียกช่วงนี้ว่า Downturn ก็ได้ บางที่ก็เริ่มคุยกันแล้วว่ามันเริ่มที่จะเป็น Recession หรือเปล่า แปลว่าในช่วง Downturn สิ่งที่มันเกิดขึ้นในหลายๆ องค์กรเป้าหมายคือต้องได้กำไรอย่างน้อยเท่าเดิม แต่ Top line ฝืดละ ทำยังไงดี องค์กรก็เลยต้องไปดูเรื่องการควบคุม Cost</p>
<p>กลับมาที่คำถามตั้งต้นเมื่อ Technology disruption อะไรมันจะเกิดขึ้นต่อเนื่องล่ะครับ สิ่งนั้นก็คือ Mass automation ที่ Automation จะเข้ามาทดแทนการทำงานในหลายๆ ส่วนขององค์กร แล้วพี่ HR หลายๆ ท่านก็รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ผมคิดว่าแทนที่มันจะเกิดขึ้นใน 3,5 หรือ 10 ปี ผมคิดว่ามันน่าจะเกิดขึ้นภายใน 1-3 ปีนี้แหละครับ แรงกดดันทางเศรษฐกิจจะช่วยผลักดันให้ Digitalization เกิดขึ้นไวมากขึ้น มันช่วยทำให้ Smart automation เกิดขึ้นไวมากขึ้น แล้วเรื่องของความพร้อมและอัตราการพัฒนาของ Digital เองก็สนับสนุนให้ให้สิ่งเหล่านี้เกิดได้ไวขึ้นและในราคาที่ถูกลงด้วย</p>
<h6><span style="font-size: 18pt;">หากเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงปรากฎการณ์เหล่านี้ได้ แล้วนิยามของการทำงานที่ดีในอุดมคติ หรือทีมที่มีประสิทธิภาพ ของเมื่อเมื่อ 5-10 ปีที่แล้วจะแตกต่างจากความหมายของทีมที่ดีในปัจจุบันหรือไม่ และอะไรคือ Key success ที่จะช่วยให้ &#8220;คน&#8221; ในยุคนี้ปรับตัวเข้ากับสภาวะแวดล้อมใหม่นี้ได้<br />
</span></h6>
<p>ผมขอใช้อดีตซักประมาณ 15-20 ปีที่แล้วมาเทียบแล้วกัน ตอนที่ผมเริ่มเข้ามาทำงานตอนแรกๆ ผมว่าทีมที่ดีคือทีมที่มีเป้าหมายตรงกัน มีทักษะที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ทำงานร่วมกันได้ดีเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายนั้นๆ แล้วเป็นทีมที่สามารถทำงานร่วมกันได้ด้วย มี Relationship ที่ดีต่อกันกัน เอาง่ายๆ ครับ คือมีความเข้าใจกัน สำหรับปัจจุบันนี้ในงานหลายรูปแบบลักษณะของทีมสไตล์อย่างนี้ก็ยังประสบความสำเร็จได้อยู่นะครับ แปลว่ามันไม่ได้เป็นสิ่งที่ Out-of-date หรือว่ามันไม่สามารถทำได้ แต่ผมคิดว่าในยุคปัจจุบันสภาพแวดล้อมในการทำงานได้เปลี่ยนแปลงไป เพราะว่าใช่ครับ&#8230;นั่นเพราะเราเจอวิกฤต จากประสบการณ์ที่ผมได้เจอจากผู้นำของหลายๆ องค์กรโจทย์มันจะเปลี่ยนไป ถ้าเป็นภาษาอังกฤษเค้าใช้คำว่า &#8216;You have to do more with less&#8217; สิ่งที่คุณต้องทำคือคุณต้องสร้างผลงานได้มากขึ้นจากทรัพยากรที่เหลือน้อยลง ในปัจจุบันเราเจอสถานการณ์ที่มันท้าทายมากขึ้นในหลายส่วน แล้วอัตราของความเปลี่ยนแปลงในยุคนี้มันเกิดขึ้นไวกว่าเดิมหลายเท่าทำให้ Teamwork ในปัจจุบันต้องมีความคล่องแคล่วในการทำงาน มีไหวพริบ  สิ่งเหล่านี้ก็คือองค์ประกอบที่เราอาจสรุปลงในคำว่า &#8216;Agile&#8217; สำหรับผมเรื่องนี้ถือว่าสำคัญ องค์กรเองจะต้องปรับในหลายๆ ส่วนเพื่อให้ตนเองสามารถ Agile ได้มากขึ้น</p>
<p>สำหรับตัว Agile เองเพื่อให้มันเวิร์ค ผมคิดว่า Mindset ต้องเปลี่ยน ทางด้านของวิธีการทำงานในองค์กรเองก็ต้องเปลี่ยนด้วย รวมถึงเรื่องวิธีการดำเนินกลยุทธ์ขององค์กรก็ต้องเปลี่ยนด้วยเหมือนกัน แต่หลายองค์กรที่ประสบความสำเร็จทางด้าน Agile  เค้าไม่ได้ทำ Agile เต็มรูปแบบเหมือนทีม Programmer ขนาดนั้น ทว่าองค์กรสามารถทำ Agile แบบลูกครึ่งโดยนำหลักการหลายอย่างของ Agile เข้ามาปรับใช้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-5702" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/04/0ae7c62e50dc705df75843b104ce66cd.jpg" alt="0ae7c62e50dc705df75843b104ce66cd" width="600" height="370" title="Content is not a king, but context is: MindDojo เรียนรู้อย่าง Agile เพื่อแหวกว่ายผุดพรายเหนือวิกฤติ 978"></p>
<h2><span style="font-size: 24pt;">3 คุณสมบัติของทีมที่ Agile</span></h2>
<p>พอสะท้อนกลับมาในเรื่องของทีมกับคำถามที่ว่าทีมที่ดีมันต้องเป็นทีมแบบไหน</p>
<p>คำแรกที่ผมอยากจะใช้คือ มันต้องเป็นทีมที่มีคำว่า &#8216;Shared leadership&#8217; ที่หลายๆ คนในทีมพร้อมที่จะลุกขึ้นมาเป็น Leader ได้ในจังหวะนั้นๆ เพราะว่านี่มันคือการทำงานสไตล์ Agile ที่ไม่ใช่ว่าคนนึงเก่งทุกเรื่อง แต่เราผลัดกันช่วยกันในหลายๆ ส่วนในการทำงานร่วมกันเพื่อผลักดันให้งานเกิดขึ้นได้ มีคุณภาพที่ดีมากขึ้น มันคือการดึงศักยภาพที่ดีที่สุดของแต่ละคนออกมาเพื่อผสานพลังกัน</p>
<p>อันที่สองผมเชื่อในเรื่องของคำว่า &#8216;Synergy&#8217; คือในปัจจุบันผมคิดว่ามันไม่พออีกต่อไปที่เราแค่มาทำงานร่วมกัน เราต้องสร้างผลงานที่มันมากกว่าแค่สิ่งที่ตัวเราเองทำได้ ถ้ายกตัวอย่างออกมาเป็นตัวเลขเพื่อให้เห็นภาพก็คือ 1+1 = 5 หรือ 1+1 = 11 นี่คือ Synergy มันไม่ใช่ 1+1 = 2 นะครับ แปลว่าในยุคนี้ผมเลยมองว่าทีมที่ดีมันต้องไปมากกว่าแค่เข้าใจกัน แต่เป็นการที่เราสามารถที่จะให้จุดแข็งของเราไปกลบจุดอ่อนของคนในทีม แล้วให้จุดอ่อนของเราโดนส่งเสริมโดยจุดแข็งจากคนอื่นในทีมงานของเรา</p>
<p>ตัวสุดท้ายที่อยากพูดถึง ผมมองว่าทีมที่ดีในยุคปัจจุบันเป็นทีมที่มีคุณสมบัติเป็น &#8216;ทีมที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงร่วมกัน&#8217;  ซึ่งอันนี้พูดง่ายแต่ทำยาก เท่าที่เจอมาหลายคนจากในหลายๆองค์กรพวกเขาพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงนะครับ แต่พอตอนที่จะต้องมาเปลี่ยนแปลงร่วมกันนี่แหละผมคิดว่ามันท้าทายมากขึ้น เพราะมันต้องทำอย่างรวดเร็วและลงล็อค พวกเขามีการประยุกต์ใช้หลักการของ Agile ในการทำงานเพื่อที่จะสร้างนวัตกรรมหรือสร้างการพัฒนาการในงานของเค้า เค้าทำได้เร็วกว่าที่อื่น ทำได้บ่อยกว่าที่อื่น แล้วเค้าจะไม่ได้ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแค่ครั้งสองครั้ง แต่ทำแล้วประสบความสำเร็จหลายรอบเลย ทำเป็นนิสัยไปเลย</p>
<h6><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;">องค์กรไม่ใช่อะไรไปมากกว่ากลุ่มของคนที่เข้ามาทำงานร่วมกันโดยมีเป้าหมายร่วมกัน และคนในองค์กรจะเป็นอย่างไร ทำงานด้วยวิถีแบบไหน มีวัฒนธรรมองค์กรแบบใด ผู้ที่จะเกี่ยวข้องอย่างหลักเลี่ยงไม่ได้ก็คือ&#8230;ฝ่ายทรัพยากรบุคคล</span></span></h6>
<p>&nbsp;</p>
<h1>Agile กับโลกของ HR</h1>
<h6><span style="font-size: 18pt;">พักหลังๆคำว่า Agile มาจากทางฟากฝั่ง HR ค่อนข้างบ่อย แล้ว HR มีบทบาทอย่างไรต่อเรื่องนี้ แล้วสำหรับองค์กรไทยในทุกวันนี้เค้ามีการปรับตัวเองกันอย่างไรบ้าง</span></h6>
<p>จากบริบทแวดล้อมแบบนี้ผมเจอมาหลายหลายรูปแบบด้วยกัน</p>
<p>บางทีมันเกิดขึ้นได้ในสไตล์ที่ว่าผู้นำเห็นความสำคัญแล้วก็มอบหมายให้ HR Drive เรื่องนี้ต่อ</p>
<p>บางองค์กร Agile มันมาจากทีม IT ตอนที่ต้องสร้าง Innovation  ใหม่ๆ ให้กับองค์กร&#8230;.IT  ก็เริ่มบอกว่า เฮ้ย ทำงานในสไตล์คล้ายๆ กับเราบ้างสิ  Agile มันเป็นแบบนี้นะ คุณลองเอาไปใช้ดูหน่อยสิ</p>
<p>บางองค์กร Agile มันมาจากกลยุทธ์ เค้าแค่พบว่ากลยุทธ์แบบเดิมๆ มันใช้ไม่ได้แล้ว คนศึกษาเรื่องกลยุทธ์เลยเป็นคนริเริ่มเรื่อง Agile ชึ้นมาแล้วก็มอบหมายให้ HR ไปทำเพื่อไปสื่อสารให้คนในองค์กร Get เรื่องเหล่านี้แล้วพร้อมที่จะเดินไปในแนวทางเหล่านี้มากขึ้น</p>
<p>ซึ่งจะเห็นว่ามันมีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน ซึ่งผมคิดว่าทุกแบบก็สามารถเวิร์คได้ แต่ถ้ามาถามผมว่า <em>“แล้ว HR ควรจะทำยังไงดีล่ะ”</em> เพราะยังไงก็ตามสิ่งที่ต้องยอมรับคือถึงแม้ว่า HR จะไม่ใช่ฝ่ายริเริ่มทุกครั้ง แต่สุดท้าย HR ก็จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ดี</p>
<p><em>ในกรณีที่ในองค์กรนั้นๆ  HR เป็นฝ่ายที่เหมาะสมที่จะต้องมา Agile เอง HR ก็ควรที่จะพยายามปรับให้ตัวเอง Agile มากขึ้นเพื่อที่จะได้เป็น Role model และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนสำหรับฝ่ายอื่นๆ ในองค์กรว่า Agile นั้นหน้าตาเป็นยังไง ซึ่งก็ถือว่า HR จะได้เปรียบหลายสายงานเลยเพราะว่า ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคน หากเราเริ่มสร้างผลกระทบโดยริเริ่มจากโครงการของ HR  พอทำออกไปแล้วคนหลายคนในองค์กรมันโดนไงครับ มันสัมผัส มันได้เจอว่าสิ่งเหล่านี้นะ HR เป็นฝ่ายทำ เช่น HR มี Innovation ในการตอกบัตรเข้าทำงาน ถามว่าพนักงานคนไหนสัมผัสถึง Innovation นี้บ้างครับ คำตอบคือทุกคน นี่คือสิ่งที่ได้เปรียบหาก HR ใช้ Agile เพื่อสร้าง Innovation เพราะว่าคนมันสัมผัสคนมันเห็นไง</em></p>
<p>สำหรับในบางองค์กรเค้าอาจจะบอกว่า <em>“โห สำหรับองค์กรของเรา มันไม่ได้ People-intensive ขนาดนั้น&#8221;</em>  HR อาจจะไม่ได้เหมาะสมที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของ Agile สิ่งที่องค์กรเหล่านั้นเค้าทำคือเค้าก็จะไปหาสายงานอื่นที่เขาสามารถ Focus Agile ไปได้เลยในสายงานนั้น โดยไม่ต้องไป Focus ทั้งองค์กรหรอกครับ อาจจะเริ่มจากสายงานนึงก่อนก็ได้ก็ได้เพื่อให้มันเป็น Case study ว่า Agile ในองค์กรเรามันหน้าตาเป็นอย่างนี้นะ จากนั้นจึงค่อยๆ ขยายผลต่อเนื่อง</p>
<p>วิธีคือลองเริ่มจากหาสายงานที่น่าจะเหมาะสมที่สุดสำหรับ Agile แล้วก็ลองทำอันนี้ดู Agile มันไม่เหมาะสมสำหรับทุกสายงานหรอกครับ บางสายงานมันก็ไม่เหมาะจริงๆ เช่นพวกแบบที่เป็น Very routine มากๆ ขอบเขตในการใช้ Agile มันไม่ได้เยอะมากเมื่อเทียบกับสายงานที่ต้องสร้างสิ่งใหม่ๆ หรือสายงานที่ต้องหาคำตอบสำหรับโจทย์ในสภาวะที่คำตอบมันไม่มี ทำให้สายงานเหล่านั้นอาจใช้ Agile เพื่อเพิ่มศักยภาพขององค์กรได้เป็นอย่างมากเลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-5709" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/04/80b6a82b08df4f9a9ab322df8171bfdb-rotated.jpg" alt="80b6a82b08df4f9a9ab322df8171bfdb rotated" width="299" height="485" title="Content is not a king, but context is: MindDojo เรียนรู้อย่าง Agile เพื่อแหวกว่ายผุดพรายเหนือวิกฤติ 979"></p>
<h2>Agile ผ่านการเรียนรู้</h2>
<h2>สำหรับองค์กรในไทยที่ MindDojo เข้าไปช่วยทำเรื่อง Agile เขามีมุมมองต่อเรื่อง HR ยังไงครับ เพราะว่าหลายๆ ที่พอพูดถึง HR เขาก็อาจจะคิดในแง่ของการควบคุม Cost เพราะอาจจะมองว่าเป็นหน่วยงานที่ไม่ได้หาเงินให้องค์กร แล้วทำไมเค้าต้องไปลงทุนในตัวทรัพยากรมนุษย์ตรงนี้ด้วย</h2>
<p>ผมโชคดีอย่างนึงที่ว่าองค์กรที่ผมทำงานด้วยเป็นองค์กรที่สนใจทางด้านคน แล้วผู้บริหารมีความเชื่อว่าคนที่มีประสิทธิภาพจะทำให้องค์กรนั้นๆไปสู่ความสำเร็จ แต่มันมีมั้ยองค์กรที่ยังไม่เชื่อเรื่องนี้ คำตอบคือมีอยู่แล้ว  และในปี 2020 ผมมั่นใจจะว่าเจอแบบนี้อีกเยอะกว่าเดิม เพราะตอนที่เศรษฐกิจมันไม่ค่อยดี งบทางด้านคนมักจะเป็นงบที่โดนตัดเป็นงบแรกๆ แล้วหลายๆ องค์กรเองก็ลดงบทางด้าน Training ในปี 2020 ไปแล้ว จะบอกว่าเค้าไม่เห็นความสำคัญหรือเปล่า มันก็ใช่หรอกครับ คือคิดว่ามันก็มีอย่างอื่นด้วยแหละที่องค์กรเค้าต้องโฟกัสอยู่ ณ เวลานั้นนะครับ แต่โจทย์จริงๆ ที่เราต้องตีความคือ ทำยังไงให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญทางด้านคนมากขึ้นในองค์กรเพื่อที่เค้าจะได้ลงทุนในด้าน Agile และอื่นๆในการพัฒนาคนในองค์กรมากขึ้น</p>
<p>ผมคิดว่าวิธีทำไม่ว่าจะเห็นความสำคัญหรือไม่เห็นความสำคัญ สิ่งที่ฝ่าย R&amp;D หรือ ฝ่าย HRD ต้องทำอย่างต่อเนื่องคือการที่เราต้อง Prove ออกมาให้ได้ว่าการเรียนรู้มันจะนำไปสู่ผลประกอบการที่ดีมากขึ้นได้อย่างไรเพราะนี่คือความรับผิดชอบของเราครับ แล้วผมมั่นใจว่าถ้าผมถามว่า <em>“พี่ๆ HR ท่านไหนชอบมั้ยตอนผู้บริหารถามว่า เรียนไปแล้วได้อะไร ผมลงทุนใน HRD Initiative ใน Learning program ไปแล้ว ผมจะได้อะไรกลับมา”</em> ผมมั่นใจว่าพี่ๆ HR หลายๆ ท่านไม่ได้ Enjoy การตอบคำถามเชิงนี้เท่าไรหรอก แต่ถึงอย่างไรมันก็เป็นเป็นคำถามที่สำคัญ แล้วในสถานการณ์ปัจจุบันผมเชื่อว่าเรายิ่งจำเป็นต้องตอบมันให้ได้ชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก</p>
<h2>หมดยุคจัดเทรนนิ่ง &#8216;นั่งสอนหนังสือ&#8217; พนักงาน และยินดีต้อนรับ &#8216;Learning in the flow of work&#8217;</h2>
<p>ในการพูดคุยกันในรอบนี้ เราพูดคุยกันในหลายๆ เรื่องด้วยกัน สิ่งหนึ่งก็คือเรื่องของสถานการณ์ปัจจุบัน จากที่เจอเศรษฐกิจที่ไม่ได้แข็งกร่งขนาดนั้นอยู่แล้วตอนสิ้นปี ต้นปีเจอ COVID-19 เร่งให้ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ไวมากกว่าเดิม ตลาดหลักทรัพย์ร่วงลงมา เราก็เริ่มเห็นบางอุตสาหกรรม บางองค์กรเริ่มที่จะปรับ Manpower ไม่ว่าจะเป็นลดงาน Full-time ไม่ว่าจะเป็นพักงานโดยที่ไม่ได้เงิน หรือแม้กระทั่งการปลดพนักงาน</p>
<p><em>ผมคิดว่าสิ่งที่ HR จะต้องทำเลยในสถานการณ์ปัจจุบันแบบนี้ในแง่ของการเรียนรู้ก็คือสิ่งที่ผมเรียกมันว่า &#8216;Learning in the flow of work&#8217;</em> โดยในปี 2020 การเรียนรู้ในลักษณะนี้จะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เหตุผลที่ผมเชื่อแบบนี้ก็เพราะว่าในช่วงเวลาแบบนี้มันจะมีน้อยองค์กรมากที่จะมีเวลาที่จะมาเรียนรู้อะไรเยอะแยะมากมาย หลักสูตรมีมากมายเป็นร้อยเป็นพันแต่ผลงานที่เราต้องสร้างขึ้นมาได้มันก็ดันมีเยอะมากขึ้นเช่นกันจากวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบัน</p>
<p>ผมเลยมองว่าการเรียนรู้ที่ได้ผลงานออกมาในเวลาเดียวกันจะเป็นคำตอบ ไม่ว่าจะเป็น In the classroom หรือ  Outside the classroom มันทำได้หมดครับ Learning in the flow of work  ทำเป็นโปรแกรม 5,7 วันได้หมด เราสามารถทำให้มันเป็น Academy ขององค์กรที่จะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ แล้วนี่คือทิศทางการเรียนรู้ยุคใหม่ที่องค์กรชั้นนำเริ่มทำกันไปแล้ว</p>
<h2><span style="font-size: 18pt;">แต่บางทีพนักงานรู้สึกว่าการที่ต้องเสียเวลา 1 วันไปนั่ง Training มันก็มีความ Isolated นะ มันไม่ได้ Flow ขนาดนั้น&#8230;ช่วยอธิบายให้ลึกขึ้นว่าความหมายที่แท้จริงของมันคืออะไร</span></h2>
<p>อย่างแรกเลยพนักงานต้องปรับความเชื่อใหม่ว่ามันเป็นการเสียเวลาไป 1 วัน ทำไมถึงเป็นแบบนั้น ผมขอยกตัวอย่างล่าสุดที่ผมเพิ่งทำเสร็จเมื่อประมาณ 2-3 วันที่แล้ว เค้าเป็นองค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรมการเงิน แล้วโจทย์ที่ผมได้รับมาคือการสร้างกลยุทธ์สำหรับปี 2020 เพื่อให้องค์กรประสบความสำเร็จ ถ้าคิดแบบง่ายๆ อาจจะบอกว่าก็ขายหลักสูตร Strategy ไปสิ แต่ถ้าเรากลับมาเชื่อมโยงกับเรื่องของ Learning in the flow of work  วิธีคิดมันจะแตกต่างออกไป สิ่งที่เกิดขึ้นคือผมได้รับความร่วมมือที่ดีมากจากเบอร์ 1 ของสายงานที่อยู่ในองค์กรนั้น พี่ท่านนี้ได้เข้ามาช่วยเรื่องข้อมูล มาร่วมออกแบบหลักสูตร ทำให้หลักสูตรมันกลายเป็นเนื้อหาค่อนข้างน้อย แต่ Facilitate ค่อนข้างเยอะ (สนับสนุนให้เกิดการประยุกต์ใช้ความรู้และการลงมือทำจริง)  เพื่อให้เราสามารถ Facilitate กลยุทธ์ให้เกิดขึ้นได้ พี่ผู้นำท่านนี้ได้ Sponsor ให้ทีมงาน Data ในบริษัทสองท่านมานั่งในหลักสูตรด้วย เพื่อที่จะได้ช่วยออกแบบกลยุทธ์ไปพร้อมๆ กัน ที่ทำแบบนี้เพราะถ้าเรามาดูจริงๆ วิทยากรซึ่งเป็นคนภายนอกมันจะไปมี Data อะไรถูกไหมครับ ถ้าเราออกแบบกลยุทธ์โดยไม่ยึดจากข้อมูลจริงมันจะเป็นกลยุทธ์ที่ดีได้อย่างไร แต่พอมีทีม Data เข้ามานั่งอยู่ในห้องอยู่ด้วย พอเราต้องการ Data อะไรก็สามารถบอกได้ทันทีเดี๋ยวเค้า Report มาให้แบบ Real time ได้เลย</p>
<p>พอตอนสุดท้ายที่เราได้กลยุทธ์หรือ Action plan ออกมา มันไม่ได้มาจากความคิดสร้างสรรค์ที่บรรเจิดของวิทยากร แต่มาจากการที่วิทยากรเป็นคนออกแบบหลักสูตรและนำทิศทางให้หลายๆฝ่ายทำงานด้วยกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สามารถเอาไปต่อยอดจริงหลังหลักสูตรจบ แล้วสายงานอื่นๆ ที่อาจไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงที่เข้ามานั่งฟังอยู่ด้วยยังสามารถเอาไปประยุกต์ต่อได้อีกจากการเห็นภาพที่มันครบลูป&#8230;นี่แหละครับคือ Learning in the flow of work แล้วหลักสูตรมันคือ 2 วัน แต่ Feedback ที่ได้รับจากผู้เข้าร่วมเค้าบอกว่า <em>“อันนี้ไม่ใช่หลักสูตรนี่น้อง”</em> เราก็ตอบไปว่า<em>“ก็นั่นสิครับพี่ มันไม่ใช่หลักสูตรหรอก วันนี้ผมแค่มาทำงานกับพี่สองวัน ผมไม่ได้มาสอนหนังสือหรอกพี่ เพราะว่าปีนี้มันเละเพียงพอแล้ว จะให้มาสอนอะไรพี่อ่ะ พี่ไม่อยากได้แผนหรอ มาทำแผนกันดีกว่ามั้ย”</em></p>
<p>ผมเลยเชื่อว่าทางด้านของวิทยากรที่ดี ไม่ว่าจะเป็นภายในหรือภายนอกองค์กร เราต้องกลับไปที่ Basic Fundamental ของอาชีพเรานะครับ ว่าเราสร้างผลงานให้เค้าได้หรือเปล่า ถ้าเราช่วยสร้างได้ ผมไม่ค่อยเจอสถานการณ์ที่ผู้บริหารไม่ลงทุนกับเรื่องเหล่านี้ ผลงานที่ออกมามันจะเป็นตัวบอกเองแหละครับ ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่ HR สามารถทำได้นั่นก็คือการโฟกัสในตัววัดที่มันจับต้องได้และมีผลกระทบโดยตรงทางด้านธุรกิจ</p>
<h2>Content is NOT a king !!!</h2>
<h2>จากหนังสือ Zero to One มันจะมีคำถามหนึ่งที่ใช้ ‘ขุดลึก’ เพื่อค้นพบไอเดียเปลี่ยนโลกได้ คำถามนั้นก็คือ “อะไรคือสิ่งที่คุณเชื่อแต่คนส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงมันมากพอ” สำหรับคุณจี้ ความเชื่อนั้นคืออะไรในมุมที่เกี่ยวข้องกับ HRD การทำ Training หรือ Workshop</h2>
<p>คือความเชื่อที่ผมเจอเยอะในอุตสาหกรรมของเรา คือคำว่า &#8216;Content is king&#8217;  ซึ่งความเชื่อนี้เจอมาในหลายๆรูปแบบด้วยกัน ที่เจอเยอะเลยก็คือถ้าเราดูองค์กร Training หลายๆ องค์กร เค้าก็จะชอบไปซื้อหลักสูตรเนื้อหา License จากที่นู่นนี่นั่นออกมาจากต่างประเทศแล้วก็เอามาเทรนในเมืองไทย</p>
<p>เพราะถ้าเกิดไม่เชื่อว่า Content is king แล้วไปจ่าย License fee แล้วไปเอา Content อะไรแบบนี้มาเพื่ออะไรล่ะถ้าไม่ได้คิดว่ามันสำคัญขนาดนั้นน่ะครับ ตอนที่ผมเล่าให้ฟังว่า ที่ MindDojo เราไม่ได้ซื้อ License content มา แต่เราออกแบบ Content ของเราเองภายใน เราเป็น Content owner ผมก็ได้รับคำชมจากหลายๆ ธุรกิจว่า “โอ๊ย ยูโชคดีมากเลย เป็น Content owner เอา Content ไปทำนู่นนี่นั่นต่อได้ มีมูลค่าสูง” แต่พอผมฟังแล้วผมดันไม่ค่อยเชื่ออย่างนั้น เพราะขนาดเราออกแบบกิจกรรมเอง ออกแบบเนื้อหาเอง ออกแบบหลายๆ Case study เนื้อหาที่เราใช้เอง แต่ผมกลับไม่เชื่อว่าในธุรกิจเรา Content is king.</p>
<p>จากประสบการณ์ที่ผมทำงานมากับลูกค้า ผมกลับพบว่า &#8216;Context is king&#8217; เพราะว่าไม่ว่า Content คุณมันคืออะไรก็ตามถ้าคุณเอามันไปอยู่ใน Context ที่ Content นั้นมันไม่เกี่ยวข้องกัน ตัวอย่างง่ายๆ เช่น หลักสูตร Innovation จากมหาลัยโด่งดัง โอเค ก็ดีครับ แต่เท่าที่ผมเคยเจอมาจากหลายมหาลัยเลย มันจะไปโฟกัสเรื่องของตัว Product innovation แต่คุณเอาไปสอนให้กับทางด้านสายงาน Operation ซึ่งเค้าไม่สร้าง Product เลย แล้วแบบนี้จะเป็น King ได้อย่างไร เคสของผมเองที่เคยทำให้กับสายงาน Operation ในตอนแรกคิดว่าจะเข้าไปทำส่วน Innovation แต่พอเข้าไปเรียนรู้ เข้าไปทำจริงๆ สิ่งที่ได้ออกมาไม่ใช่หลักสูตร Innovation เลย แต่กลับเป็น Solution อื่นที่มันตอบโจทย์เค้ามากกว่า ซึ่งตั้งแต่ทำมาบอกได้เลยว่าเจอแบบนี้บ่อยมาก</p>
<p><em>ผมเลยมีความเชื่อว่า Content มันไม่ใช่ King หรอก แต่ &#8216;Context&#8217; หรือ &#8216;บริบทของสถานการณ์&#8217; ของกลุ่มเป้าหมายเรานี่แหละครับที่เป็น King ที่สุดแล้ว</em></p>
<h2>แสดงว่าจุดแข็งของ Mind dojo อาจจะไม่ใช่ Content แต่เป็นความสามารถในการวิเคราะห์โจทย์ ?</h2>
<p>ใช่ครับ วิเคราะห์โจทย์ ตีโจทย์ และสร้าง Customized solution ที่เหมาะกับสถานการณ์นั้นๆ ให้กับลูกค้าของเรา คือ MindDojo จะบอกว่าเราเป็น Big brand หรือเปล่าในอุตสาหกรรม Training เราไม่ใช่ครับ ต้องเรียนตรงๆครับ ใน 12 ปีที่ผ่านมาเนี่ย เราไม่ได้มีลูกค้าเยอะนะ แต่ลูกค้าที่เราทำงานด้วย เราทำให้เค้าเกิน 5 ปีเกือบทั้งพอร์ตของเราครับ ลูกค้าที่ทำด้วยต่ำกว่า 5 ปีผมไม่ค่อยมีเท่าไหร่เพราะว่าเราลงโจทย์จริงกับองค์กรลูกค้า เราให้ความสำคัญกับ Performance กับองค์กรลูกค้า เรามองว่าจะทำหลักสูตรร่วมกับลูกค้าเยอะๆก็ดี แต่ผมมองว่าสิ่งที่สำคัญมันไม่ใช่จำนวนของหลักสูตรเท่าไหร่ แต่มันคือความเข้มข้นของหลักสูตรนั้นๆ คือแทนที่จะทำ Program 12 วัน, Program เข้มข้นๆเลย 3 วันมันก็สามารถสร้าง Impact ได้ถ้าเกิดออกแบบมาดีๆ ถ้า Program นั้นเนื้อหานั้นมันสอดคล้องกับสถานการณ์องค์กรจริงๆ สอดคล้องกับความเป็นจริงที่องค์กรเจออยู่ ณ เวลานั้น ผมว่านี่ล่ะเป็น King ซะมากกว่า มันคือ Context แปลว่า จุดแข็งของเรามันเป็นการผสมผสานระหว่างความสามารถที่เราสามารถตีโจทย์ได้ เข้าใจโจทย์ขององค์กรแล้วสามารถมาสร้าง Customized solution ที่มันช่วยตอบโจทย์นั้นๆ สำหรับลูกค้าได้เต็มรูปแบบ</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32836 size-full" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="Content is not a king, but context is: MindDojo เรียนรู้อย่าง Agile เพื่อแหวกว่ายผุดพรายเหนือวิกฤติ 980" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Getlinks โต้คลื่นอย่างเฉิดฉาย ไม่ยอมจมหายไปในคลื่นเทคโนโลยีที่ถาโถมไปกับชุมชนคนสายพันธุ์ดิจิตอลที่เจ๋งที่สุดในไทย</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/getlinks-interview-by-hrnote/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 May 2020 07:48:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Getlinks]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/getlinks-interview-by-hrnote/</guid>

					<description><![CDATA[ทำไม HR ถึงต้องสนใจ Talent สายเทคโนโลยี&#8230;คำตอบอย่างสั้นก็คือพวกเขาคืออนาคต อ้างอิงจาก Emerging job report 2020 ที่จัดทำโดยหนึ่งในแพลตฟอร์มรวมคนทำงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั่นก็คือ Linkedin พบว่าอาชีพผุดใหม่มาแรงในปี้นี้ไม่ว่าจะดูเป็นประเทศไหน เราจะพบว่า 10 อันดับแรกล้วนเป็นอาชีพสายเทคโนโลยีเกือบส่วนใหญ่ ข้อมูลเหล่านี้กำลังสะท้อนอะไรถึงภาพของตลาดแรงงานระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป(ดู Report ได้ที่นี่) HREX.asia จึงอยากชวนทุกท่านไปพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับคุณ พลภัทร ทรงธัมจิตติ  Co-Founder และ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) ของบริษัทสตาร์ทอัพที่นิยามตัวเองว่าเป็น &#8220;Opportunity match maker&#8221; ที่จะช่วยให้คนไทยมีโอกาสมากขึ้นที่จะก้าวเข้ามามีส่วนร่วมกับคลื่นความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ผ่าน Platform สำหรับการจัดหาบุคลากรสาย Technology โดยเฉพาะ รวมถึงเป็น Community ที่จะช่วยให้คนในวงการและผู้ที่สนใจเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้และคุณค่าผ่านงาน Event ที่จัดอยู่เป็นประจำอีกด้วย มื่ออ่านบทความนี้จบลงคุณจะเข้าใจทิศทางของตลาดแรงงานว่ากำลังขับเคลื่อนไปในทิศทางไหน ทำไมคนทำงานสายเทคโนโลยีจึงเป็นหนึ่งในสายงานที่ Sexy เร้าใจอย่างมากในศตวรรษนี้ และคนที่ทำงานในแวดวง HR ควรจะต้องมีวิธีคิดอย่างไรต่อการสรรหาและดึงดูด Talent กลุ่มนี้เข้ามา (แค่โต๊ะปิงปองกับสวัสดิการอาหารกลางวันฟรีมันไม่พอหรอกนะ) สุดท้ายเราจะพูดถึง Mindset และวิธีการขั้นสุดยอดที่ Getlinks [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: right;"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5573 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/04/getlink.004.jpeg" alt="getlink.004" width="875" height="583" title="Getlinks โต้คลื่นอย่างเฉิดฉาย ไม่ยอมจมหายไปในคลื่นเทคโนโลยีที่ถาโถมไปกับชุมชนคนสายพันธุ์ดิจิตอลที่เจ๋งที่สุดในไทย 992"></p>
<p>ทำไม HR ถึงต้องสนใจ Talent สายเทคโนโลยี&#8230;คำตอบอย่างสั้นก็คือพวกเขาคืออนาคต</p>
<p>อ้างอิงจาก <strong>Emerging job report 2020</strong> ที่จัดทำโดยหนึ่งในแพลตฟอร์มรวมคนทำงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั่นก็คือ Linkedin พบว่าอาชีพผุดใหม่มาแรงในปี้นี้ไม่ว่าจะดูเป็นประเทศไหน เราจะพบว่า 10 อันดับแรกล้วนเป็นอาชีพสายเทคโนโลยีเกือบส่วนใหญ่ ข้อมูลเหล่านี้กำลังสะท้อนอะไรถึงภาพของตลาดแรงงานระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป(<a href="https://th.hrnote.asia/hrtech/emerging-jobs-reports-2020/">ดู Report ได้ที่นี่</a>)</p>
<p><a href="https://th.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=Text">HREX.asia</a> จึงอยากชวนทุกท่านไปพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับคุณ <strong>พลภัทร ทรงธัมจิตติ </strong> Co-Founder และ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) ของบริษัทสตาร์ทอัพที่นิยามตัวเองว่าเป็น <strong>&#8220;Opportunity match maker&#8221;</strong> ที่จะช่วยให้คนไทยมีโอกาสมากขึ้นที่จะก้าวเข้ามามีส่วนร่วมกับคลื่นความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ผ่าน <a href="https://getlinks.co/" target="_blank" rel="noopener">Platform สำหรับการจัดหาบุคลากรสาย Technology</a> โดยเฉพาะ รวมถึงเป็น Community ที่จะช่วยให้คนในวงการและผู้ที่สนใจเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้และคุณค่าผ่านงาน Event ที่จัดอยู่เป็นประจำอีกด้วย</p>
<p>มื่ออ่านบทความนี้จบลงคุณจะเข้าใจทิศทางของตลาดแรงงานว่ากำลังขับเคลื่อนไปในทิศทางไหน ทำไมคนทำงานสายเทคโนโลยีจึงเป็นหนึ่งในสายงานที่ Sexy เร้าใจอย่างมากในศตวรรษนี้ และคนที่ทำงานในแวดวง HR ควรจะต้องมีวิธีคิดอย่างไรต่อการสรรหาและดึงดูด Talent กลุ่มนี้เข้ามา (แค่โต๊ะปิงปองกับสวัสดิการอาหารกลางวันฟรีมันไม่พอหรอกนะ)</p>
<p>สุดท้ายเราจะพูดถึง Mindset และวิธีการขั้นสุดยอดที่ Getlinks ใช้สร้างกลุ่มสังคมของคนสายเทคที่บริษัทของคุณสามารถนำไปประยุกต์ในการทำ <strong>&#8216;Digital Talent Transformation&#8217;</strong> เพื่อติดจรวดให้กับคนในองค์กรของคุณ ก่อนจะแชร์เทคนิคปิดท้ายด้วยปรากฎการณ์แรงงานยุคใหม่ที่มีศักยภาพอย่างน่าเหลือเชื่อในการฉวยไว้ซึ่งโอกาส พวกเขาไม่จมหายไปกับคลื่นความเปลี่ยนแปลงแห่งเทคโนโลยี ทว่าเลือกที่จะโต้คลื่นอย่างสง่างามแล้วบินร่อนไปยังอนาคตที่สดใส ซึ่งเป็นส่วนที่ทุกคนสามารถนำวิธีคิดเหล่านี้ไปใช้กับตัวเองได้เช่นกัน</p>
<p>เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเป็น HR ผู้จัดการ ผู้นำขององค์กร หรือแม้กระทั่งคนทั่วไป บทความนี้จะช่วยให้คุณมองเห็นปรากฎการณ์นี้อย่างรอบด้าน&#8230;เพื่อให้ทุกคนนั้นพร้อมที่จะโต้คลื่นไปด้วยกัน&#8230;Let&#8217;s Surf!</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-5552" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/04/SHA_1219.jpg" alt="SHA 1219" width="1112" height="740" title="Getlinks โต้คลื่นอย่างเฉิดฉาย ไม่ยอมจมหายไปในคลื่นเทคโนโลยีที่ถาโถมไปกับชุมชนคนสายพันธุ์ดิจิตอลที่เจ๋งที่สุดในไทย 993"></p>
<h2>จาก Geek หัวฟูสู่คนสุดคูลที่ใครๆ ก็แย่งตัว</h2>
<h6><span style="font-size: 14pt;">ช่วยอธิบายวิวัฒนาการความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานสายเทคโนโลยีในช่วงหลังมานี้ให้ฟังหน่อยครับ</span></h6>
<p>ถ้าพูดในแง่ของลำดับความสำคัญ ตอนแรกในกลุ่มTechnology  เมื่อก่อนเราจะถูกเรียกว่า IT หรือถ้าหนักๆ หน่อยอาจจะถูกเรียกเป็น IT Support  แล้ววิวัฒนาการของมันก็คือจากเดิมที่เราเป็นกลุ่มที่เราเรียกว่า Minority คือไม่ได้เป็นกลุ่มส่วนใหญ่ประเทศไทยให้ความสำคัญมากนัก ก็กลายมาเป็นกลุ่มที่เป็น Majority มากขึ้น  เพราะฉะนั้น Demand มันจะสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ในมุมของ Supply ผมว่ามันมี Growth ในระดับที่ไม่เยอะมาก สองอย่างนี้มันเติบโตไม่ทันกัน ทำให้เกิดการแย่งตัวของคนทำงานกลุ่มนี้ขึ้นมา</p>
<p>อีกมุมหนึ่งในแง่ของโครงสร้างองค์กร เรามองว่าจากเดิม IT เป็นแค่ 1 ใน Vertical ของ Department ในองค์กร อย่างในบริษัทก็อาจจะแบ่งเป็น CEO, Marketing, HR, Operation แล้วก็เป็น IT&#8230;ทีนี้ IT ก็จะไป Support ทุกคน แต่ในปัจจุบันสิ่งที่เห็นก็คือตำแหน่ง IT มันเปลี่ยนแกนมาอยู่แนวนอน ความหมายคือมันจะเริ่มมี Impact กับทุกภาคส่วนขององค์กรอย่างแท้จริง แปลว่าทุกแผนกในปัจจุบันต้องเข้าถึง IT และมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองไป  ยกตัวอย่างเช่น Marketing เองก็ต้องกลายเป็น Digital marketing, HR เองก็ต้องเข้าใจใน Talent ให้มากขึ้นโดยการใช้เทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูล ส่วนฝ่าย Operation เองก็ต้องใช้ Technology ในการบูรณาการเข้าไปสู่ Operation process</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-5553" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/04/SHA_1201.jpg" alt="SHA 1201" width="836" height="557" title="Getlinks โต้คลื่นอย่างเฉิดฉาย ไม่ยอมจมหายไปในคลื่นเทคโนโลยีที่ถาโถมไปกับชุมชนคนสายพันธุ์ดิจิตอลที่เจ๋งที่สุดในไทย 994"></p>
<h6><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 12pt;">ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจว่าบริษัททุกวันนี้ต้องการคนที่มีความสามารทางด้านเทคโนโลยีหรือดิจิตอลมากขึ้นไปเป็นเงาตามตัวเนื่องจากแทบทุกภาคส่วนขององค์กรต้องพึ่งพาทักษะด้านนี้มากขึ้นไม่มีข้อยกเว้น แม้แต่บริษัทที่เคยคิดว่าธุรกิจตัวเองไม่ได้อยู่ในธุรกิจเทคโนโลยีก็ตาม และจะเป็นใครล่ะที่จะทำหน้าสำคัญในการที่จะเสาะหาคนกลุ่มนี้มาร่วมงานด้วย&#8230;บุคคลนั้นก็คือ HR นั่นเอง&#8230;ทว่ามันก็ไม่ใช่สิ่งที่ง่ายอย่างที่คิด</span></span></h6>
<h2>หวานเป็นลม ขมเป็นยา: กับคนสายเทคที่เป็นความท้าทายของ HR มาทุกยุคสมัย</h2>
<p>คนกลุ่มนี้เป็นที่ต้องการอยู่แล้ว แต่กลับกลายเป็นว่า Recruiter เมื่อก่อนจะค่อนข้างลำบากใจที่จะส่งพนักงาน IT ไปสัมภาษณ์ เหตุผลด้วย 2-3 อย่าง อย่างแรกคือเค้าไม่รู้ว่าภาษาที่เค้าพูดน่ะ พูดอะไร เช่น คุณพูดหรือเขียนภาษาโปรแกรม Swift, C++, .net ซึ่ง Recruiter ส่วนใหญ่มีทักษะเป็น Sales ที่จะชวนคนมาร่วมงานกับองค์กร แต่เค้าจะไม่เข้าใจในเนื้องานว่าคนกลุ่มนี้ทำอะไรเป็นบ้างในเชิงเทคนิค เพราะฉะนั้นการที่เค้าส่งคนที่เค้าไม่รู้ว่าเก่งอะไรกันแน่ไปสัมภาษณ์เป็นความเสี่ยงสูงที่จะส่งคนผิดๆ ไปแล้วไม่ผ่านการสัมภาษณ์ อีกอย่างคือ Character ของกลุ่มคน IT  เมื่อก่อนมันดูแล้วจะรู้สึกไม่ Cool คือเค้าจะสัมภาษณ์ไม่เก่งแต่จะไปเก่งในเรื่องเชิงเทคนิค เพราะฉะนั้นมันเป็น Opportunity ของเราในการเห็น Weakness ของบริษัท HR เดิมที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในการเข้าถึงหรือเชี่ยวชาญในการเข้าใจกลุ่มบุคลากรที่เป็น Minority กลุ่มนี้ บริษัทเราก็เลยเห็น Opportunity เมื่อ 5 ปีที่แล้วว่า ทำไมไม่มีคนส่งบุคลากรที่เราคิดว่าเป็นอนาคตขนาดนี้ไปเลย เราก็เลยสร้าง Platform ที่ไม่ใช่แค่การจัดหาบุคลากรแต่สร้าง Community ของกลุ่มนี้ด้วย เพราะเราเชื่อว่ากลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่สร้างอนาคต</p>
<p>จนมีช่วงนึงที่เราใช้ Slogan ของบริษัทว่า “Geek is a new sexy” เพราะว่าคนที่เป็นคนใส่แว่น ใส่กระเป๋าเป้ แต่งตัวไม่ค่อยจะเป็น อะไรแบบนี้ พวกเขาจะกลายเป็นคนที่มี Demand เยอะที่สุดใน Generation หน้า ถ้าเราเข้าใจอนาคตแล้วเห็นว่ามันน่าจะถูกต้อง อนาคตก็ถูกดึงดูดเข้ามาหาเรา มันเริ่มจาก Insight ตรงนั้นแล้วก็ค่อยๆ ต่อยอดมาเป็น Getlinks ที่เห็นในปัจจุบัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-5554" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/04/SHA_1205.jpg" alt="SHA 1205" width="1112" height="740" title="Getlinks โต้คลื่นอย่างเฉิดฉาย ไม่ยอมจมหายไปในคลื่นเทคโนโลยีที่ถาโถมไปกับชุมชนคนสายพันธุ์ดิจิตอลที่เจ๋งที่สุดในไทย 995"></p>
<h6><span style="font-size: 12pt;">ในมุมของบริษัท คนกลุ่มนี้เป็นเหมือนทองคำในพ.ศ.นี้อยู่แล้ว นั่นทำให้หลายๆ คนที่ทำงานอยู่สายงานนี้ได้ค่าตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ยและหางานได้ง่ายกว่าอุตสาหกรรมอื่น ทั้งนี้จากประสบการณ์ของคุณพลภัทรที่ได้พบมามากเห็นมามาก สิ่งหนึ่งที่ผลักดันเขาอย่างมากคือการที่เขาเขาได้เห็น &#8216;ช่องว่าง&#8217; ของแรงงานกลุ่มนี้ในไทยที่(น่าจะ)สามารถพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้</span></h6>
<h2>อัพสกิลอีกนิด คิดพัฒนาอีกสักหน่อย จะกลายเป็นทองคำแท้ที่ใครๆ ต่างต้องการ</h2>
<p>อยากจะพูดสะท้อนกลับไปหา Talent เพราะพวกเขาเป็นขุมกำลังที่ชัดเจนที่สุดแล้วในอุตสาหกรรมนี้&#8230;สำหรับ Talent ในไทยเท่าที่ผมมีโอกาสได้สังเกตมา อาจจะต่างจากเวียดนาม คือเวียดนามเค้ามีคนเกรด C หรือไม่ก็เกรด A+ ไปเลย จะไม่ค่อยมี Gap ตรงกลาง แต่ประเทศไทยในมุมที่สะท้อนกลับมาจะมีบุคลากรในระดับ B และ B+ เยอะมากซึ่งถือว่าเป็นคุณภาพระดับ Mid-level ถ้าหันไปดูเวียดนามในระดับ C คือพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เขียนโปรแกรมได้ระดับหนึ่ง แต่ถือว่ายังไม่เก่ง ส่วน A+ คือ ภาษาอังกฤษได้ ทำงานระดับ International สามารถเขียนโปรแกรมระดับ Silicon valley แล้วก็มีสกิลที่ค่อนข้างสูง</p>
<p>ส่วนของไทยที่บอกว่าเป็นกลุ่ม B และ B+ กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่เก่งในระดับหนึ่งแล้วก็ใช้โอกาสในการขายตัวเองจากเทรนด์ที่เป็นสายงานที่มีความต้องการสูงในช่วงที่ผ่านมา แต่ว่าสุดท้ายแล้วคนกลุ่มนี้อาจจะยังไม่ได้ถึงกับเป็นระดับที่จะสามารถพัฒนาไปเป็นผู้บริหารแล้วก็กลายเป็น Leader ในสาย Technology ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากบอก Talent ในปัจจุบันก็คืออยากให้คุณพัฒนาศักยภาพให้สุดไปเลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5560 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/04/SHA_1805.jpg" alt="SHA 1805" width="584" height="388" title="Getlinks โต้คลื่นอย่างเฉิดฉาย ไม่ยอมจมหายไปในคลื่นเทคโนโลยีที่ถาโถมไปกับชุมชนคนสายพันธุ์ดิจิตอลที่เจ๋งที่สุดในไทย 996"></p>
<h6><span style="font-size: 14pt;">Gap ตรงนั้นคืออะไรบ้าง แล้วเค้าจะพัฒนาตัวเองเพื่อไปสู่จุดนั้นได้อย่างไร</span></h6>
<p><strong>อย่างแรกเลย</strong> คือภาษาอังกฤษ ประเทศไทยมองว่าถ้าคนเป็น Developer, Designer อาจจะไม่ต้องพูดเยอะก็ได้แต่จริงๆ แล้วถ้าคุณอยากจะทำงานในระดับอินเตอร์มันเป็นสิ่งจำเป็น</p>
<p><strong>อันที่สอง </strong>เป็นเรื่องสกิล เราอยากให้เพิ่ม Gap ไปเลยจนกลายเป็นระดับที่เราเรียกว่า Regional level player คือเป็นคนที่สามารถทำ Application หรือว่ามีสกิลด้านนี้ที่ไปแข่งกับประเทศหลายๆ ประเทศได้</p>
<p><strong>อันที่สาม </strong>จะเป็นเรื่อง Communication skill  คือเราต้องมีการสื่อสารกับคนภายในองค์กร เช่น ถ้าผมเจอ Developer ในยุคปัจจุบัน ผมอาจจะ Expect skill ที่คุณสามารถเป็น Product management ได้ด้วย (ความหมายคือความสามารถที่จะดูตัวโปรดักทางสายดิจิตอลได้อย่างครบลูปทั้งหมด) ไม่ใช่ว่าคุณทำได้แค่เขียนโปรแกรมตามคำสั่งสั่ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-5555" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/04/SHA_1214.jpg" alt="SHA 1214" width="1112" height="740" title="Getlinks โต้คลื่นอย่างเฉิดฉาย ไม่ยอมจมหายไปในคลื่นเทคโนโลยีที่ถาโถมไปกับชุมชนคนสายพันธุ์ดิจิตอลที่เจ๋งที่สุดในไทย 997"></p>
<h6><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 12pt;">คุณพลภัทรเล่าต่อว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามสามารถผลิตคนที่มีความสามารถในสายเทคโนโลยีออกมาได้มากถึงปีละประมาณ 80,000-100,000 คน เมื่อเทียบกับไทยเราที่ผลิตได้แค่ 20,000-30,000 จึงเกิดคำถามที่น่าสนใจตามมาว่าในตลาดแรงงานที่มีความเข้มข้นในการใฝ่หา Digital Talent เช่นนี้ ฟากฝั่งนายจ้างจะมีวิธีการอย่างไรที่จะดึงดูดคนกลุ่มนี้ให้เข้ามาร่วมงานด้วย</span></span></h6>
<h2 style="text-align: left;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>Talent War: สงครามด้านการแย่งชิงบุคลากร (ไม่แตกต่างก็แพ้ไป)<br />
</strong></span></h2>
<h6><span style="font-size: 14pt;"><strong>แรงงานสายดิจิตอลขึ้นชื่อว่ามีการแย่งตัวเกิดขึ้นรุนแรงที่สุด บริษัทจะมีวิธีอย่างไรที่จะได้คนเก่งๆ สายเทคโนโลยีมาทำงานด้วย<br />
</strong></span></h6>
<p>ผมเชื่อในเรื่องของ Golden hand ซึ่งมันคือหลักเศรษฐศาสตร์ที่อธิบายไว้ว่าทุกอย่างจะปรับเข้าสู่จุดสมดุล ในปัจจุบันมันมีกับดักของ Entrepreneur อยู่เรื่องหนึ่งคือมันมีข่าวดีแล้วข่าวร้ายอยู่ในข่าวเดียวกัน ข่าวดีก็คือทุกวันนี้เราเริ่มสร้างบริษัทง่ายกว่าเมื่อ 20 ปีที่แล้วมากเลย ถ้าเราอยากจะเริ่มทำบริษัทซักบริษัทหนึ่ง  ถ้าเอาจริงๆ อาจจะใช้เวลาประมาน 1 วัน มาถึงก็สร้าง Facebook page ขายของวันนี้ได้เลย เทียบกับเมื่อก่อนมันยากกว่านี้เยอะ กว่าจะหาฐานลูกค้า กว่าจะไปกินข้าวกัน กว่าจะรู้จัก Network ลูกค้านู่นนี่ แต่ในอีกแง่มันก็เป็น Bad news เช่นกันเพราะว่าธุรกิจหลายๆ อันสร้างโดยที่ไม่ได้คิดอะไรเลย เช่น ยุคใหม่เปิดร้านกาแฟ อาจจะคิดว่าง่ายดี มีเงินซักแสนนึง เช่าที่เปิดร้านได้เลย ซึ่งก็เป็น Passion อยู่แล้ว พอเป็นธุรกิจที่เข้าง่ายส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างหรือสร้าง Vision หรือ Mission ที่แตกต่างของกลุ่มธุรกิจตั้งแต่ Day 1 พอไม่สร้างความแตกต่างมันไม่มีการดึงดูด Talent เลยทันที</p>
<p>มันก็จะเป็นแค่ 1 ในร้านกาแฟ, เป็นแค่ 1 ใน Startup, เป็นแค่ 1 ใน Application, เป็นแค่ 1 ใน Whatever ตั้งแต่จุดตั้งต้นเลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-5556" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/04/SHA_1232.jpg" alt="SHA 1232" width="1112" height="740" title="Getlinks โต้คลื่นอย่างเฉิดฉาย ไม่ยอมจมหายไปในคลื่นเทคโนโลยีที่ถาโถมไปกับชุมชนคนสายพันธุ์ดิจิตอลที่เจ๋งที่สุดในไทย 998"></p>
<h6><span style="font-size: 14pt;">ทำไมความแตกต่างของธุรกิจถึงไปเกี่ยวข้องกับการดึงดูด Talent</span></h6>
<p>ผมเชื่อเรื่องแก่นเพราะสุดท้ายเราต้องกลับไปที่ตัวบนสุดของ Pyramid เสมอว่าบริษัทเราเนี่ย Actually ทำอะไรแค่ 1 ประโยค เช่น ทำไมผมพูดให้คุณฟังก่อนว่า Getlinks คืออะไร เพราะว่าเราชัดเจนว่า Differentiation ของเราคือเก่งเรื่อง Tech มาก เป็น Number 1 แม้ว่ามันจะเป็น Sub-segment ที่เล็กกว่าธุรกิจ Hiring ใหญ่ก็ตาม แต่มันชัดเจนว่าอันนี้เราสร้างมันตั้งแต่ Day 1</p>
<p>สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ Talent war มันจะถูกเบาบางลงเพราะว่าความแตกต่างของกลุ่มธุรกิจเราชัดเจนขึ้น มันก็จะดึงดูดกล่มบุคลากรที่แตกต่างอย่างเช่น กลุ่มของเราเนี่ยก็จะมีกลุ่มบุคลากรที่ไหลมาจากองค์กรเก่าทางด้าน Hiring ค่อนข้างเยอะ แต่มี Mindset ที่ค่อนข้างเร็วกว่าองค์กรเก่า แล้วก็เป็นเด็กยุคใหม่ที่เขาชอบความท้าทายในการช่วยเหลือบุคลากร เพราะอย่างนั้นถ้าคุณมาทำที่นี่คุณจะไม่ได้ทำแค่การจัดจ้างบุคลากร แต่คุณจะเป็น Coach ไปในตัวด้วยในการช่วยเหลือแนะนำเพื่อเตรียมตัวเขาให้พร้อมที่สุดในการสัมภาษณ์ เพราะฉะนั้นถ้าคุณจับ  Nich และมี positioning ของตัวเองที่ชัดเจนมาตั้งแต่ต้น มันจะช่วยให้เราสร้างวิธีการดึงดูด Talent ที่เรามีโอกาสที่จะชนะได้ คำตอบโดยสรุปของผมคือ Talent war จะเกิดขึ้นมากเฉพาะในกลุ่มที่บริษัทที่ไม่มีความแตกต่าง</p>
<h6><span style="font-size: 14pt;"><strong>แล้วในมุมของบริษัทที่ไม่ได้ออกแบบหรือมีวัฒนธรรมแบบนั้นมาตั้งแต่ต้นจะสามารถสื่อสารออกไปภายนอกเพื่อให้ดึงดูด </strong><strong>Talent </strong><strong>ได้อย่างไรบ้าง</strong></span></h6>
<p>ผมว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับการสื่อสารโดยตรงขนาดนั้น สิ่งที่ผมเชื่อก็คือคนในองค์กรปัจจุบันก็เหมือนกับ Product นะ คือถ้า Product มันดีมันก็ดึงดูดอะไรบางอย่างเข้ามาโดยตัวมันเอง เพราะฉะนั้นในการปรับมันต้องเริ่มจากคนภายในก่อน โดยเริ่มจากการปรับ Vision เลย เช่น สมมติคุณเป็นบริษัทมีเดีย มันไม่มีใครที่อยากทำบริษัทมีเดียที่เป็น Offline แล้วไง <strong>ต่อให้เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่นี้ถ้าคุณไม่เปลี่ยน Vision หรือคุณไม่มี Business unit ที่เปลี่ยน Vision ให้ Sync กับอนาคตได้ โอกาสที่จะได้ดึงดูดมันหมดตั้งแต่ต้นละ คุณไม่มีโอกาสตั้งแต่ต้นแล้วไม่ว่าคุณจะการตลาดดีแค่ไหน</strong> หรือจะจ่ายเงินให้คนมา Interview มันไม่มีโอกาสเลยนะ ผมเชื่อเรื่องแก่น คือถ้าสมมติว่าคุณลงไปถึงแก่นได้จริงๆ  มันสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ แต่ถ้าคุณบอกว่าเราจะต้องทำ PR ผมว่ามันเป็นการเสแสร้งที่ได้ผลไม่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-5557" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/04/SHA_1745.jpg" alt="SHA 1745" width="1112" height="740" title="Getlinks โต้คลื่นอย่างเฉิดฉาย ไม่ยอมจมหายไปในคลื่นเทคโนโลยีที่ถาโถมไปกับชุมชนคนสายพันธุ์ดิจิตอลที่เจ๋งที่สุดในไทย 999"></p>
<h6><span style="font-size: 12pt;">เมื่อพูดถึงเรื่องของการดึงดูด Talent ทำให้เราหวนคิดไปถึงนิยามคุณพลภัทรบอกเราไว้ตั้งแต่ตอนต้นของการสัมภาษณ์ที่ว่า &#8220;Getlinks เป็น Community ของบุคลากรของสาย Technology&#8221; ซึ่งเอาเข้าจริงก็น่าสนใจว่าเหตุใดบริษัทจัดหางานสายเทคโนโลยีถึงเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับคำว่า Community แล้วมันเกี่ยวข้องอย่างไรกับการดึงดูด Talent</span></h6>
<h6><span style="font-size: 12pt;">ซึ่งคุณพลภัทรก็ได้อธิบายต่อไปถึงเหตุผลที่  Getlinks ให้ความสำคัญกับการสร้าง Community  เป็นอย่างมาก เพราะสายตาที่เล็งเห็นแล้วสถานการณ์ตลาดในประเทศไทยตอนนี้สิ่งที่กำลังเป็นปัญหาไม่ใช่เรื่องของ Demand ซึ่งโตขึ้นตลอดเวลา ทว่าเป็นเรื่องของ Supply ของตัว Talent ที่ยังมีอยู่น้อยซึ่งหนึ่งในวิธีการที่เลือกใช้คือการพยายาม &#8216;สร้างพื้นที่&#8217; ให้กับคนกลุ่มนี้ได้มารวมตัวและส่งต่อคุณค่าให้แก่กันและกัน</span></h6>
<h2><span style="font-size: 18pt;">Community is the way.</span></h2>
<p>ตลาดแรงงานแม้ว่าอาจจะดู Uncertainty คือไม่แน่ใจว่าจะไปทางไหน แต่ว่าถ้าถามว่าบุคลากรสาย Tech ยังเป็นที่ต้องการอยู่มั้ย คำตอบคือความต้องการแทบจะโตขึ้น 20, 30, 40% ทุกปี และถ้าความต้องการมันมากขึ้นเรื่อยๆ ความท้าทายที่เราเจอมันกลายเป็นเรื่องของการหา Supply ให้เพียงพอมากกว่า  เพราะฉะนั้นมันเหมือนว่าเรามีบริษัทที่ต้องการบุคลากรเยอะแต่ว่าเราผลิตไม่ทัน สำหรับผมมันเป็นปัญหาที่ท้าทาย และดีมากๆ ในการช่วยสร้างบุคลากรยุคใหม่ด้วย เพราะฉะนั้นในปีที่แล้วเนี่ยมันอาจจะเป็นกลยุทธ์ที่โอเคกับการจับ Match ระหว่าง Talent กับองค์กร แต่ในปีนี้เราต้องมาพัฒนาด้าน Academy ที่มีการ Reskill กับ Upskill ให้มากขึ้น เพื่อให้บุคลากรทั้งภายในและภายนอกเกิด Supply ที่เพียงพอ</p>
<p>เราก็เลยมุ้งเน้นธีม Community มากขึ้นในปีนี้เพื่อให้ความรู้บุคลากรเพื่อ Inspire พวกเค้า อย่างอาทิตย์ที่แล้วเพิ่งจัด UX/UI ไป โดยจะเป็น Workshop Free เลย โดยที่เรา Co กับทางด้านองค์กรเอกชน เค้าก็อยากจัดให้ฟรีเหมือนกัน เค้า Provide สถานที่ทั้งหมด เราชวนคนทั้งหมดของเรามาเกิดเป็น Community ที่น่าสนใจ แล้วเราก็แค่บอกให้เรารู้ว่าเรามี Service ในเรื่องของการจับ Match บุคลากรอย่างคุณซึ่งเป็นผู้มีทักษะที่ยอดเยี่ยม แล้วก็ตรงนั้นเนี่ยเราให้บริการฟรีเพราะว่าคุณมีคุณค่าเพียงพอที่บริษัทจะมีค่า Fee และส่งมาให้เรา เพื่อที่จะจัดบุคลากรที่ดีที่สุดอย่างคุณออกไปให้เค้า เพราะฉะนั้นในมุมบุคลากรเค้าจะได้กับได้ทุกอย่างแบบฟรีๆ ไม่เสียอะไรเลย เพราะผมเชื่อว่าคุณค่าของ Tech talent ในปัจจุบันและอนาคตจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันเคยมีถึงจุดนึงที่ มีคนเคยจ่ายเงินให้ Candidate ไปสัมภาษณ์ พอเข้าใจใช่มั้ยเพราะว่ามันขาดแคลนมากๆ</p>
<p>เพราะฉะนั้นในภาวะแบบนี้ เราชัดเจนว่าเราให้เกียรติ Talent ของเราใน Platform มากที่สุด ก็เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเรามี Positioning เป็น Community แล้วก็มีการจัดสอนเป็น Academy ด้วย เพราะเราเชื่อเรื่อง Supply ที่ขาด แล้วสุดท้ายเผื่อว่าวันหนึ่งเค้ากลับมาเจอเราใน Platform ก็จะได้ Match กับงานที่ใช่และเป็นงานในฝันของเค้า ซึ่งแบบนี้มันเป็นธุรกิจในฝันเลยนะ เพราะเรามีโอกาสได้ช่วยคนอื่นด้วย มีโอกาสได้สร้าง Community ที่เราสามารถทำกำไรและก็ช่วยคนไปด้วยพร้อมๆ กัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-5562" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/04/SHA_1837.jpg" alt="SHA 1837" width="1112" height="740" title="Getlinks โต้คลื่นอย่างเฉิดฉาย ไม่ยอมจมหายไปในคลื่นเทคโนโลยีที่ถาโถมไปกับชุมชนคนสายพันธุ์ดิจิตอลที่เจ๋งที่สุดในไทย 1000"></p>
<h6><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 12pt;">การที่ Getlinks เองได้สร้างรวงรังแห่งโอกาสผ่านงานอีเวนท์ต่างๆ ทำให้มีคนจำนวนหนึ่งที่คุณพลภัทรเรียกว่า Adaptive talent&#8230;คนกลุ่มนี้คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูงและมีความสามารถในการปรับตัวเป็นยอดซึ่งได้ก้าวข้ามวุฒิการศึกษาที่ตัวเองเรียนจบมา พวกเขาข้ามเส้นแบ่งที่สังคมเคยบอกไว้เพื่อไขว่คว้าโอกาสทางอาชีพที่เป็นอนาคตของโลกและตัวเขาเอง&#8230;ผมจึงตัดสินใจเลือกคำถามที่อ้างอิงมาจากตัวเองซึ่งก็ถือว่าเป็นหนึ่งคนที่สนใจงานในสายเทคโนโลยีเช่นกัน</span></span></h6>
<h2 style="text-align: left;">Adaptive Talent: นักรบกระโดดข้ามสาย (จบไม่ตรงแล้วยังไง)</h2>
<h6><span style="font-size: 14pt;"><strong>สมมติว่าผมเป็นคนที่เห็นโอกาสว่าตอนนี้สาย Tech มันมาแล้วจริงๆ แล้วก็อยากจะเอาตัวเองเข้าไปในวงการ Tech แม้ไม่ได้จบสายนี้มาโดยตรง&#8230;คิดอย่างไรกับคนที่เห็นโอกาสตรงนี้แล้วพยายามอยากเข้ามามีส่วนร่วมบ้างครับ</strong></span></h6>
<p>ผมเชื่อในเรื่องของ Adaptive talent ผมไม่เชื่อเรื่อง Disruptive เพราะมันเหมือนมองออกไปตรงนี้แล้วทุกอย่างโดนโค่น แล้วก็ปลูกต้นไม้ใหม่ขึ้นมา คือมันเหมือนหุ่นยนต์บุกโลกล้างโลกแล้วทำใหม่ แตผมเชื่อเรื่องการปรับตัวมากกว่า เป็นการเปลี่ยนสีตัวเองให้เข้ากับสีที่กำลังจะมา เป็นการ Ride the wave เป็นการเห็นอนาคตแล้วบอกว่านี่คืออนาคต จากนั้นก็ทำใจ, เข้าใจ, Aware แล้วก็วิ่งตามอนาคต</p>
<p><strong>เพราะฉะนั้น Adaptive talent เป็นเรื่องหนึ่งที่เราสนใจและอยู่ในหัวผมมาตลอด ถ้าให้สรุปอย่างง่าย Adaptive talent ก็คือกลุ่มบุคลากรที่ไม่ว่าจะมาจากสายไหนก็ตาม แต่สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์และอนาคต รู้จักการเปลี่ยนแปลงในทุกเชิง ไม่ว่าจะเป็น เชิง Skill เชิง Industry เชิง Environment หรือเชิงเศรษฐกิจก็ตาม เพื่อให้ตนเองสามารถอยู่รอดได้อย่างมีคุณค่ามากที่สุด</strong></p>
<p>ผมขอยกตัวอย่างแล้วกันนะครับ จะมีน้อง Intern เข้ามาฝึกงาน เริ่มต้นจากการเป็น Operation manager ทำทุกอย่าง แล้วก็เริ่มมาจัด Events สาย Tech แล้วก็เริ่มผันตัวมาเรียนรู้ Digital marketing แล้วตอนสุดท้าย ถ้าคนที่รู้ Digital marketing ลึกๆ เค้าจะต้องทำในเรื่องของข้อมูล Data ค่อนข้างเยอะ สุดท้ายเค้าจบในทีม Data แล้วเป็นคนที่รัน Dashboard หลังบ้านทุกอย่างทั้งหมด ซึ่งความรู้ที่เค้าได้เกิดจาก On the job training ที่เรียนรู้จากคนภายใน แล้วทุกอย่างเกิดขึ้นภายใน 2 ปีครึ่ง มันก็เลยเป็นการปรับตัวที่น่าสนใจมาก แล้วด้วยความที่น้องก็น้องเรียนสถิติมาก่อน ก็ทำให้สามารถประยุกต์ใช้พื้นฐานความรู้ตรงนั้นมาได้เป็นอย่างดี</p>
<p>ที่นี้ในมุมของบุคลากรที่ยังเฉื่อยอยู่ แล้วยังไม่มีโอกาสได้เริ่มต้นในปรับตัวเข้าสู่ หรือทำให้ตัวเองเป็น Adaptive talent  ผมแนะนำว่าให้เอาขาข้างนึงจุ่มไปก่อน มันไม่มีอะไรเสียสำหรับ Tech หรอก แต่หลายคนมันจะมีนิยามในหัวสั้นๆว่า Tech เท่ากับยาก เท่ากับ Complicated เท่ากับ Complex ผมว่านิยามเหล่านั้นต้องเอาออกไปได้แล้ว คุณต้องลองเอาตัวเองเข้าไปจุ่มใน Community ลอง Learn skills ใหม่ๆ ลองไปเจอคนใหม่ๆ แล้วคุณจะถูก Adapt ไปเองด้วยพันธนาการของการที่อยู่ใน Community นั้นๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-5559" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/04/SHA_1828.jpg" alt="SHA 1828" width="1112" height="740" title="Getlinks โต้คลื่นอย่างเฉิดฉาย ไม่ยอมจมหายไปในคลื่นเทคโนโลยีที่ถาโถมไปกับชุมชนคนสายพันธุ์ดิจิตอลที่เจ๋งที่สุดในไทย 1001"></p>
<h2 style="text-align: center;">Zero to one: <strong>What is important truth do very few people agree with you on ?</strong></h2>
<h6><span style="font-size: 14pt;">อ้างอิงจากหนังสือเรื่อง Zero to one จะมีคำถามเพื่อใช้ค้นหาความเชื่อที่สดใหม่ถอดด้ามที่อาจจะเปลี่ยนโลกได้ด้วยคำถามที่ว่า &#8220;คุณเห็นอะไรในตอนนี้ที่คนในสังคมยังไม่ค่อยคิดหรือเชื่อว่ามันเป็นความจริง แต่เราเห็นแล้วว่ามันคือโอกาส แม้จะขัดกับคนอื่นๆ&#8221; อยากทราบว่าในมุมของ Getlinks ความเชื่อนั้นคืออะไร<br />
</span></h6>
<p>คือเราเห็นมา 5 ปีแล้วนะ คือเราเห็นว่า Technology จะสร้างโลกใบใหม่นะครับ เพราะงั้นเราก็เลยเชื่อว่ากลุ่มบุคลากรยุคใหม่ที่เป็น Geek เนี่ย is the new sexy.  แต่ว่าสิ่งที่เราพยายามจะเชื่อแล้วก็พยายามที่จะสร้าง based ตามความเชื่อนี้คือการที่เราสร้างหน่วยขยายและสร้างความชัดเจนในคำที่เรียกว่าโอกาส ว่าจริงๆ แล้วเราคือ Opportunity match maker โดยเราเริ่มอย่างชัดเจนจากเรื่องของการ Match งานให้คนก่อน เมื่อคุณได้รับงานนั่นคือการที่คุณได้รับโอกาส จากนั้นเราก็มาเริ่ม Match ในเรื่องของการเรียนรู้และความรู้ผ่าน Community ผ่าน Academy ของเรา แล้วตอนนี้เราก็เริ่มพัฒนามา Match ในเรื่องของการ Networking มาเจอเพื่อนใหม่ๆ สังคมใหม่ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนคุณค่าให้แก่กัน</p>
<p>จะเห็นว่าสุดท้ายทั้งหมดนี้ก็จะถูกโยงกลับมาที่คำว่า โอกาส เพราะเราเชื่อว่าโอกาสจะมีค่ามากขึ้นในโลกอนาคต เราเชื่อว่ากลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่มีพลังมากขึ้นเรื่อยๆ จนวันนึงมันอาจจะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ไป&#8230;สรุปอย่างง่ายก็คือเราเป็นนักสร้างโอกาสให้กับบุคลากรทาง Technology ยุคใหม่เท่านั้นเอง</p>
<p><strong>ในมุมเรา&#8230;เราเชื่อในเรื่องของ &#8216;ต้นน้ำ&#8217; ว่าถ้าเราสามารถให้ Value มากที่สุดกับสิ่งที่เป็นต้นน้ำซึ่งก็คือ Human Resource หรือตัวคนได้  เราเชื่อว่าสิ่งที่เป็น &#8216;ปลายน้ำ&#8217; ที่อยู่ใน Supply chain ต่อๆ ไป ไม่ว่าจะเป็น บริษัท หรือ Consumer ก็จะได้ Value ที่ไหลมาจากจากต้นน้ำตามไปด้วยในที่สุด</strong></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="Getlinks โต้คลื่นอย่างเฉิดฉาย ไม่ยอมจมหายไปในคลื่นเทคโนโลยีที่ถาโถมไปกับชุมชนคนสายพันธุ์ดิจิตอลที่เจ๋งที่สุดในไทย 1002" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ScoutOut สตาร์ทอัพที่เชื่อในพลังของดาต้าผู้อยู่เบื้องหลังระบบสมัครงานของบริษัทไทยกว่า 2 หมื่นแห่ง</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/scoutout-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Feb 2020 04:00:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[ScoutOut]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/scoutout-interview/</guid>

					<description><![CDATA[ในวันที่โลกเปลี่ยนไวและรุนแรงอันเป็นผลมาจาก Technology Disruption หนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยให้องค์กรสามารถฟันฝ่าพายุลูกนี้ไปได้ก็คือการมีคนที่ใช่ คนที่เหมาะสม มาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจที่มีโจทย์แตกต่างออกไปจากเดิม แต่คนแบบไหนล่ะที่องค์กรต้องการ แล้วเราจะหาพวกเขาเจอได้อย่างไร วิธีที่ดีที่สุดอาจไม่ได้มาจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากอดีตเสมอไป อาจไม่ใช่แม้กระทั่งการสังเกตการณ์เพื่อหาคำตอบ เพราะแม้แต่ประสบการณ์ที่เก๋าที่สุดก็อาจตกยุคและตามไม่ทันโลก แม้แต่นักสังเกตที่เยี่ยมยอดก็อาจจะมีไบแอส (Bias)ในการเลือกกลุ่มตัวอย่าง แต่มีอีกวิธีหนึ่งที่นับวันจะยิ่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นจากปริมาณข้อมูลที่ไหลบ่าจากทุกกิจกรรมบนโลกดิจิตอล นั่นก็คือการวิเคราะห์ข้อมูลนั่นเอง และการที่เราจะเข้าใจปรากฎการณ์การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แบบถึงแก่นได้จริงๆ ตัวเลือกที่ดีที่สุดอาจเป็นการพูดคุยกับผู้ที่ทำงานด้านนี้โดยตรง บทสัมภาษณ์ของ  HREX วันนี้จะพาผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักกับหนึ่งในผู้ที่เชื่อได้ว่า &#8220;เห็นข้อมูล&#8221; หลังบ้านของบริษัทต่างๆ ในการจัดจ้างสรรหาพนักงานมากที่สุดในไทย เขาคือคุณทอม ปตินันต์ วชิรมน Co-Founder/ CEO ของสตาร์ทอัพนาม ScoutOut  บริษัทที่อยู่เบื้องหลังระบบสมัครงานของบริษัทน้อยใหญ่มากกว่า 2 หมื่นกว่าบริษัท ที่มีผู้สมัครงานเข้าไปใช้บริการแล้วกว่า 1.5 ล้านคน มีประกาศตำแหน่งงานกว่าครึ่งแสนตำแหน่งพร้อมรอคนทำงาน เมื่ออ่านบทสัมภาษณ์นี้จบลงผู้อ่านจะเข้าใจภาพรวมของการสรรหาคนในประเทศไทย, ความท้าทายที่ HR ต้องพบเจอ, ตัวเลขสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับตลาดแรงงาน, เทคโนโลยี HR TECH ที่ส่งผลต่อการทำงานของ  HR, วิธีทำให้คนในองค์กรเห็นความสำคัญในการลงทุนด้านเทคโนโลยีให้กับฝ่ายทรัพยากรบุคคล, วิธีการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับองค์กร, เทรนด์ของการสรรหาทรัพยากรบุคคลในอนาคตอันใกล้ รวมถึงวิธีการพัฒนาตนเองของ  HR รุ่นใหม่เพื่อก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยี จาก(ปูมหลังที่)หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง เช่นเดียวกันกับเรื่องราวของผู้ประกอบการหรือผู้ก่อตั้ง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-5248 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/9a73f846c6a5fc56e8a129b005ec4508.png" alt="9a73f846c6a5fc56e8a129b005ec4508" width="600" height="370" title="ScoutOut สตาร์ทอัพที่เชื่อในพลังของดาต้าผู้อยู่เบื้องหลังระบบสมัครงานของบริษัทไทยกว่า 2 หมื่นแห่ง 1016"></p>
<p>ในวันที่โลกเปลี่ยนไวและรุนแรงอันเป็นผลมาจาก Technology Disruption หนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยให้องค์กรสามารถฟันฝ่าพายุลูกนี้ไปได้ก็คือการมีคนที่ใช่ คนที่เหมาะสม มาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจที่มีโจทย์แตกต่างออกไปจากเดิม</p>
<p>แต่คนแบบไหนล่ะที่องค์กรต้องการ แล้วเราจะหาพวกเขาเจอได้อย่างไร วิธีที่ดีที่สุดอาจไม่ได้มาจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากอดีตเสมอไป อาจไม่ใช่แม้กระทั่งการสังเกตการณ์เพื่อหาคำตอบ เพราะแม้แต่ประสบการณ์ที่เก๋าที่สุดก็อาจตกยุคและตามไม่ทันโลก แม้แต่นักสังเกตที่เยี่ยมยอดก็อาจจะมีไบแอส (Bias)ในการเลือกกลุ่มตัวอย่าง แต่มีอีกวิธีหนึ่งที่นับวันจะยิ่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นจากปริมาณข้อมูลที่ไหลบ่าจากทุกกิจกรรมบนโลกดิจิตอล นั่นก็คือการวิเคราะห์ข้อมูลนั่นเอง และการที่เราจะเข้าใจปรากฎการณ์การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แบบถึงแก่นได้จริงๆ ตัวเลือกที่ดีที่สุดอาจเป็นการพูดคุยกับผู้ที่ทำงานด้านนี้โดยตรง</p>
<p>บทสัมภาษณ์ของ  HREX วันนี้จะพาผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักกับหนึ่งในผู้ที่เชื่อได้ว่า <strong>&#8220;เห็นข้อมูล&#8221;</strong> หลังบ้านของบริษัทต่างๆ ในการจัดจ้างสรรหาพนักงานมากที่สุดในไทย เขาคือ<strong>คุณทอม ปตินันต์ วชิรมน Co-Founder/ CEO</strong> ของสตาร์ทอัพนาม <strong>ScoutOut </strong> บริษัทที่อยู่เบื้องหลังระบบสมัครงานของบริษัทน้อยใหญ่มากกว่า 2 หมื่นกว่าบริษัท ที่มีผู้สมัครงานเข้าไปใช้บริการแล้วกว่า 1.5 ล้านคน มีประกาศตำแหน่งงานกว่าครึ่งแสนตำแหน่งพร้อมรอคนทำงาน</p>
<p>เมื่ออ่านบทสัมภาษณ์นี้จบลงผู้อ่านจะเข้าใจภาพรวมของการสรรหาคนในประเทศไทย, ความท้าทายที่ HR ต้องพบเจอ, ตัวเลขสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับตลาดแรงงาน, เทคโนโลยี HR TECH ที่ส่งผลต่อการทำงานของ  HR, วิธีทำให้คนในองค์กรเห็นความสำคัญในการลงทุนด้านเทคโนโลยีให้กับฝ่ายทรัพยากรบุคคล, วิธีการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับองค์กร, เทรนด์ของการสรรหาทรัพยากรบุคคลในอนาคตอันใกล้ รวมถึงวิธีการพัฒนาตนเองของ  HR รุ่นใหม่เพื่อก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-5164" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/SHA_9395.jpg" alt="SHA 9395" width="1112" height="740" title="ScoutOut สตาร์ทอัพที่เชื่อในพลังของดาต้าผู้อยู่เบื้องหลังระบบสมัครงานของบริษัทไทยกว่า 2 หมื่นแห่ง 1017"></p>
<h2>จาก(ปูมหลังที่)หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง</h2>
<h3>เช่นเดียวกันกับเรื่องราวของผู้ประกอบการหรือผู้ก่อตั้ง Startup หลายๆ คนที่อาจไม่ได้มีจุดเริ่มต้นในเส้นทางการศึกษาหรือการทำงานในช่วงแรกที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ตนเองสร้างขึ้นมา ทว่าสัญชาตญาณและการลากเส้นต่อจุดของโอกาสต่างๆ ในชีวิตก็นำเขามาสู่เส้นทางแห่งการสร้างสรรค์สิ่งที่แตกต่างออกไป</h3>
<p>&#8220;จริงแล้วๆ ตัวผมเองเคยอยู่อังกฤษมาตลอด 19 ปี คุณพ่อคุณแม่ส่งไปอยู่เมืองนอก ใช้ชีวิตที่นั่นโตที่นั่น คุณพ่อคุณแม่ก็เป็น Entrepreneur เหมือนกัน  แต่ว่าพอกลับมาเมืองไทยเมื่อประมาณซัก 10 ปีที่แล้วก็หาบริษัทที่มันค่อนข้างใหญ่จะได้ทำอะไรที่มันค่อนข้างอินเตอร์ ก็เลยไปทำงานที่บริษัท CP ALL โดยทำงานกับ 7-11 ในตำแหน่ง Head of Digital ซึ่งจริงๆ แล้วตัวผมเองไม่ได้มี Background ด้าน HR นะครับ เพราะเรียนจบมาทางด้านวิทยาศาสตร์เคมี แล้วไปต่อ Engineering ที่ Cambridge แล้วหลังจากนั้นก็ไปต่อดีไซน์ที่ Saint Martin คือทำมาหลายอย่างมาก&#8221;</p>
<p>คุณทอมยังเล่าต่อว่าเมื่อก่อนเขาเคยเชื่อในเรื่องของการศึกษาที่ลงลึกในระดับผู้เชี่ยวชาญ แต่ประสบการณ์ทำงานจริงค่อยๆ หล่อหลอมเขาให้ไปสัมผัสโลกของการออกแบบและวิศวกรรม เนื่องจากการสร้างผลงานอะไรออกมาแต่ละอย่างจำเป็นที่จะต้องทำให้ครบวงจร (<strong>Complete loop)</strong> ทำให้วิธีคิดลักษณะนี้ติดตัวเขามาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วก็สอดคล้องกับโลกการทำงานยุคใหม่ที่ต้องการคนที่มีทักษะที่หลากหลายและลงลึกในเวลาเดียวกันหรือที่เราเรียกว่า <strong>T-shaped skills</strong></p>
<h3>จาก CP ALL สู่ Google</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-5215" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/SHA_9200.jpg" alt="SHA 9200" width="492" height="740" title="ScoutOut สตาร์ทอัพที่เชื่อในพลังของดาต้าผู้อยู่เบื้องหลังระบบสมัครงานของบริษัทไทยกว่า 2 หมื่นแห่ง 1018"></p>
<p>&#8220;ในช่วงเวลานั้นผมไปจอยกับ 7-11 ทำงานเป็น Strategic planner ให้กับ 7-11 แต่หลังจากนั้นก็มีโอกาสได้ไปช่วยงานทางด้านดิจิตอลก็เลยกลายเป็น Head of Digital ของ 7-11 Thailand ประจวบเหมาะกับช่วงนั้น Google เพิ่งมาตั้งออฟฟิศในเมืองไทยก็เลยลองสมัครงานดู สุดท้ายก็เลยได้ทำงานที่ Google ในตำแหน่ง Data analyst   แล้วเราก็เพิ่งมา Realize ในตอนนั้นว่าประสบการณ์ทำงานที่เราทำมาตลอดจริงแล้วๆ เราเป็น Analytical person ก็คือเป็นคนชอบ Analyze ยกตัวอย่างเช่น วิชาเคมีคืออะไร มันก็คือการ Analyze nature, ส่วนวิศวกรรมก็คือการ Analyze process เพื่อเข้าใจระบบ Design สุดท้ายจึงค้นพบว่า Analysis เป็น Core skills ของเรา&#8221;</p>
<p>คุณทอมเล่าประสบการณ์การทำงานกับ 7-11 ทำให้เขามีโอกาสได้วิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลที่มาจากหน้าร้านของสาขาทั่วประเทศ ซึ่งสุดท้ายทำให้เขาได้รับโอกาสเข้ามาทำงานกับ  Google เนื่องจากสมัยนั้นคนที่มีประสบการณ์ทำงานกับข้อมูลขนาดใหญ่ๆ หาได้น้อยมาก</p>
<h3>The Data Guy</h3>
<p>&#8220;พอไปทำงานกับ Google มันน่าสนใจมาก เราได้มีโอกาสไปเห็นเทรนต่างๆ  คือคนเลิกกัน จะง้อแฟนทำยังไง  ก็จะเห็นแพทเทิร์นหมดเลยเมื่อเราดูข้อมูลหลังบ้าน&#8221;</p>
<p>การทำงานที่ Google เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้คุณทอมเห็นว่า Insight ที่ได้จากข้อมูลสามารถนำไปต่อยอดเป็นความได้เปรียบเชิงธุรกิจได้อย่างไร</p>
<p>&#8220;ผมเป็น Data guy ให้ Google ก็คือเห็นหมดว่าใครทำอะไร ดูยูทูปอะไร อยู่ที่ไหน มือถือเครื่องไหน เราเห็นหมดเลย หน้าที่ผมก็คือช่วยแอดไวซ์ให้ซัมซุง ยูนิลิเวอร์ เช่น ดูว่าคนชอบไอศกรีมวานิลาหรือช็อคโกแลตมากกว่ากันเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มตัวอย่างประเภทต่างๆ นั่นคือการนำข้อมูลที่วิเคราะห์มาต่อยอดให้ธุรกิจดำเนินการได้ดียิ่งขึ้น&#8221;</p>
<p>&#8220;พอเริ่มเติบโตขึ้นมาใน Google มันก็จะเริ่มมีตำแหน่งงานหลายๆ Role ที่เปิดขึ้นใหม่ เราเองก็มีโอกาสเข้าไปทำงานอย่างหลากหลาย เพราะสุดท้ายเมื่อเราเข้าใจพวก Insight ต่างๆ ของคน เช่น  คนจะไปญี่ปุ่นเสิร์ชกี่ครั้ง คนจะซื้อรถคนเสิร์ชประมาณ 600 ครั้งต่อซื้อรถหนึ่งคัน ตั้งแต่ดูอินทีเรีย ดูสี ดูยี่ห้อ ดูประกัน ดูทุกอย่างดูตั้งแต่ทะเบียนรถถูกโฉลกกับเรามั้ย  ดูไปทั้งหมด 600 ครั้งต่อการซื้อรถหนึ่งคัน เราก็จะเห็นแพทเทิร์นนั้น สุดท้ายแล้วผมก็เลยไปเป็นเฮดของฝั่ง Performance research ของ Google ทั้งหมด ดูพวก แบงก์กิ้งทั้งหมด  ดูพวก  Job board&#8221;</p>
<p>จากจุดเริ่มต้นในความสามารถที่เป็น  Core skills หลักในการวิเคราะห์ข้อมูลเมื่อหลอมรวมเข้ากับประสบการณ์ทำงานที่หลากหลายจึงเกิดการต่อยอด และค่อยๆ ลุกลามจนมาถึงเรื่องราวที่เรากำลังจะลงลึกกันในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ นั่นก็คือเรื่องของการจัดการบริหารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรมนุษย์</p>
<h3>เข้าสู่โลกของ HR</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-5131" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/SHA_9208.jpg" alt="SHA 9208" width="1112" height="740" title="ScoutOut สตาร์ทอัพที่เชื่อในพลังของดาต้าผู้อยู่เบื้องหลังระบบสมัครงานของบริษัทไทยกว่า 2 หมื่นแห่ง 1019"></p>
<p>&#8220;นั่นคือเป็นจุดหันเหที่เข้ามาเกี่ยวกับพวกจ็อบ ช่วงนั้นก็เลยเจอ ผู้หญิงคนนึงที่ตอนหลังกลายมาเป็นภรรยา ไอเดีย ScoutOut จริง ๆ  แล้วมาจากเค้าเพราะเค้าเป็น HR consult ให้กับ ปตท. การบินไทย มิตรผล บริษัทใหญ่ ๆ ในประเทศไทย เค้าก็จะเห็นว่าประเทศไทยขาดอะไร แล้วหนึ่งในสิ่งที่ผมต้องทำก็คือสร้างทีมให้กับ Google เราก็จะเห็นว่าระบบการจ้างงานของ Google เวลาหาคนเข้ามามันต้องมีระบบอะไรบ้าง เช่น  ระบบ Referral, Tracking system, Interview process อีกอย่างคือผมก็ต้องเป็น Interviewer ให้กับ Google ด้วย เราก็จะเห็นว่าจะสัมภาษณ์คนต้องทำยังไง มีกระบวนการอย่างไร กว่าจะเข้าได้ก็ต้องสัมภาษณ์ประมาณ 6 รอบ ใช้เวลาทั้งสิ้นเกือบ 2 เดือน ปีนึงคนสมัคร Google ประมาณสองล้านคนทั่วโลก อัตราส่วนการรับเข้าทำงานมันไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซนต์ด้วยซ้ำ&#8221;</p>
<p>&#8220;ตอนหลังก็คือภรรยาก็เห็นว่า Google มันมีการจ้างที่มีระบบ มีการวิเคราะห์ผล มีการพัฒนากระบวนการโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย  แต่พอย้อนมาดูในประเทศไทยหรือในโลกนี้มันก็ยังไม่ค่อยมีระบบพวกนี้เลย ตอนนั้นเอาไอเดียหลายๆ อย่างมาผสมกัน ตั้งแต่ Market knowledge ว่าแพทเทิร์นคนหางานหายังไง หาเยอะเท่าไหร่ จนถึงรู้ว่า Company ต้องการหาคนประเภทไหน เทรนด์ไหนกำลังมา เช่น ถ้าบริษัทจะหา Data scientist เราก็จะไปดู Google trend ก็จะเห็นว่ากราฟขึ้นสูงขึ้นมาเลย แต่ถ้าเราไปดูวิชาเรียน Data scientist ที่จะผลิตคนที่มีทักษะเหล่านี้ออกมากราฟมันจะต่ำกว่านั้น เพราะฉะนั้นความรู้และทักษะมันจะตามหลัง (Lag behind) กับความต้องการประมาณสองถึงสามปี ทำให้อาชีพนี้ดูจะเป็น Hot topic แต่ถ้าเราไปดูอาชีพอย่าง Digital marketing หรือ Social media marketing ตอนนี้ฝั่ง  Demand กับ Supply มันเท่ากันแล้ว แต่ว่าถ้าเราย้อนไปดูตอนที่ Facebook เพิ่ง Launch ในปี 2004 ตอนนั้นดูได้เลยว่าอาชีพ Social media marketing job ยังไม่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ แต่หลังจากมี Facebook ขึ้นมาอยู่ดี ๆ ทุกคนก็ Search หา Social marketing job กันเต็มไปหมด&#8221;</p>
<p>&#8220;เมื่อเราเห็นแพทเทิร์นของอาชีพต่างๆ เราก็จะเห็นว่ามันมี Supply demand gap ในบางอาชีพ ก็พอผนวกกับความรู้ของภรรยาที่ทำพวก HR data ของคอนซัลท์ก็เลยสร้างระบบขึ้นมา ให้ตอบโจทย์กับความท้าทาทายและปัญหาของภูมิภาค Southeast asia จากนั้นจึงต่อยอดมาเรื่อยๆ เป็น ScoutOut ในปัจจุบัน&#8221;</p>
<h2>ปัญหาในการ Recruit คน</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-5213" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/SHA_9263.jpg" alt="SHA 9263" width="492" height="740" title="ScoutOut สตาร์ทอัพที่เชื่อในพลังของดาต้าผู้อยู่เบื้องหลังระบบสมัครงานของบริษัทไทยกว่า 2 หมื่นแห่ง 1020"></p>
<h3>ก่อนที่เราจะเจาะลึกถึงตัวบริการของ  ScoutOut เราได้ชวนคุณทอมคุยถึงปัญหาหลักๆ ในการทำ Recruitment ในประเทศไทยที่คนทำงานฝ่ายทรัพยากรบุคคลมักต้องเจอโดยมีอยู่ 3 ข้อหลักๆ ดังนี้</h3>
<p style="text-align: center;"><strong>1. แย่งกันเป็น Top of Mind</strong></p>
<p>&#8221; Recruitment มันมีลักษณะเป็น Funny game อย่างหนึ่ง เพราะบริษัทที่หาคนเค้าก็ต้องขายตัวเอง จริงๆ แล้วมันก็คือ Sell system รูปแบบหนึ่งที่เค้าต้องตอบให้ได้ว่าทำไมคนต้องมาสมัครงานกับบริษัทของเค้าทั้งที่มีตัวเลือกอยู่มากมาย  สมมุติว่าสองบริษัทโพสต์ตำแหน่งงานเหมือนกันเลย เงินเดือนเท่ากัน อันนึงเป็น SCG อีกที่เป็นบริษัทขายกระเบื้องแถวงามวงศ์วาน ถามว่าคนอยากจะสมัครอันไหนมากกว่า มันก็ต้องเป็น SCG อยู่แล้วถูกไหม&#8221;</p>
<p>&#8220;มันคือเรื่องของการเป็น Top of mind ของผู้สมัคร เป็นเรื่องของ ฺBranding  จะเรียกว่าเป็นสิ่งที่คนจะรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเค้า เค้าก็จะสมัครในส่วนนั้น แต่ก็จะเห็นว่าคนที่จะอยู่ใน Mid-Size Company ที่มีขนาดใหญ่พอสมควรเลย แต่กลับเกิดปัญหาว่าทำไมไม่มีคนสมัครงาน เพราะมันเป็นเรื่องของ Psychology  ที่บริษัทที่เป็น Second tier เค้าก็จะได้คนที่เป็น Second-rate person ที่คุณภาพรองๆ ลงมา ปัญหาก็คือบริษัทเค้าอาจจะไม่ได้โตเท่ากับบริษัทใหญ่ ๆ ที่มีคนที่เป็น First-rate person มันก็จะเกิดปัญหาตามมาว่าบริษัทที่อาจไม่ได้อยู่ใน <strong>Top of mind</strong> พวกนี้เขาจะมีวิธีการ Reach  หาคนยังไง&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>2. เอื้อมไม่ถึง Skill sets ที่ต้องการ<br />
</strong></p>
<p>&#8220;นอกจากเรื่องของชื่อเสียงของบริษัทมันจะมีปัญหาเรื่องของ Skill set ของคนในตลาดแรงงานที่แตกต่างกันอีก เช่น มันก็จะมีพวก White collar ใช่มั้ยครับ เป็นกลุ่มคนที่ทำงานในออฟฟิศ แต่จริงๆ แล้วมันก็จะมี Blue collar (งานใช้แรง)  หรือ Pink collar (งานบริการ) อย่างกรณีประเทศไทย คือเราเป็นเซอร์วิซเซคเตอร์ที่มันค่อนข้างจะใหญ่เราเป็น Service country เราก็จะเห็นว่ามีร้านอาหารรายย่อยที่ไม่ได้เล็กมาก แต่ว่าเป็นร้านอาหารที่อาจจะแสตนด์อโลน เค้าเองก็จะไม่สามารถหาคนได้ง่ายเท่ากับ S&amp;P, Swensen&#8217;s ที่เรารู้จักกันทั่วไป  ซึ่งไม่แน่ว่าร้านพวกนี้อาจจะมีสวัสดิการที่ดีกว่าด้วยซ้ำ แต่เค้าไม่สามารถมี Reach ในส่วนนั้นได้โดยรวมแล้วปัญหาก็จะมีทั้งในส่วน <strong>หนึ่ง</strong> คือการที่เราจะ Attract คนเข้ามาในองค์กรได้อย่างไร <strong>สอง</strong> ปัญหาเรื่อง Reach คือ ไม่มี Pool ของผู้สมัครให้เราเข้าไปหาได้ ไม่สามารถหาคน Skill sets ที่ต้องการได้เพราะไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>3. ธรรมชาติของตลาดแรงงานที่เป็น Fragmented</strong></p>
<p>&#8220;Recruitment มันจะเป็นตลาดที่มีลักษณะเป็น Fragmented (แยกส่วนเป็นท่อนๆ) เช่น JobsDB ก็จะเป็น White collar แล้วก็จะมี LinkedIn ก็จะเงินเดือนประมาณห้าหมื่นอัพ  Job Thai ก็จะมี Average เงินเดือนประมาณ 19,000 พอตลาดแรงงานเป็นลักษณะนี้บริษัทก็ต้องหาคนจากทุกที่ เพราะบริษัทก็ต้องการคนในหลากหลายตำแหน่งงานที่ต้องการ เช่น  ถ้าจะหา Messenger อย่างนี้เขาจะหาที่ไหน เขาก็อาจจะต้องลงลึกไปถึงระดับ Local ซึ่งตอนนี้สิ่งที่มันเกิดก็คือ Facebook หรือ LINE มันจะมีกลุ่มต่างๆ เช่น มันจะมีกลุ่มหางานกรุงเทพฯใน Facebook ซึ่งมีคน Follow เป็นหลักแสน หรือกลุ่มหางานเป็นคนศรีสะเกษหางานในกรุงเทพ เขาก็จะมีกลุ่มซึ่งมันจะ Fragment มากๆ แยกส่วนกันเต็มไปหมด&#8221;</p>
<p>&#8220;ซึ่งปรากฎการณ์ที่โลกออนไลน์เหล่านี้เข้ามาในตลาด Recruitment ทำให้แทนที่ Recruiter จะคิดว่ามันทำงานได้ง่าย กลับกลายเป็นว่ามันยากและซับซ้อนมากกว่าเดิมที่จะเข้าถึงคนแต่ละกลุ่มที่อยู่กันกระจัดกระจายเหล่านี้ได้&#8221;</p>
<h2>จาก Painpoint มาสู่โปรดัก</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5132 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/SHA_9412.jpg" alt="SHA 9412" width="608" height="405" title="ScoutOut สตาร์ทอัพที่เชื่อในพลังของดาต้าผู้อยู่เบื้องหลังระบบสมัครงานของบริษัทไทยกว่า 2 หมื่นแห่ง 1021"></p>
<p>&#8220;จริงๆ แล้วพอเราเห็นเทรนด์ในส่วนนี้ สิ่งที่เราสร้างมาคือตัวระบบ ScoutOut  ซึ่งจะไม่ใช่ธุรกิจที่เป็น B2C side ที่ทำกับลูกค้ารายย่อยโดยตรง เนื่องจากเราจะไม่ไปยุ่งในการหาคนเป็นรายบุคคล สิ่งที่เราพยายามทำคือในเมื่อเรารู้ว่าตลาดแรงงานมันมีลักษณะเป็น Fragmented แล้วเราจะทำยังไงให้งานของ HR ง่ายขึ้น เพราะจริงๆ แล้ว ทุกบริษัทไม่ได้มี HR เยอะ ไม่ได้มี Recruiter เยอะ อย่างเซ็นทรัลอาจจะมีร้อยกว่าคนที่เป็น Recruiter แต่ถ้าเป็นบริษัทขนาดกลางหรือเล็กก็อาจจะมีหนึ่งคนที่ทำทุกอย่างตั้งแต่ Payroll ยัน Recruit  ซึ่งในส่วนนี้ต้องถามว่าในการหาคนเข้ามาทำงาน เค้าต้องไปนั่งล็อกอินระบบต่างๆ นั่งมอนิเตอร์ทุกอย่างเป็นรายบุคคลมันก็จะลำบาก สิ่งที่เราทำสร้างคือระบบหลังบ้านให้กับเค้าแล้วเค้าสามารถโพสต์งานที่เดียวแล้วมันแพร่กระจายไปขึ้นทุกจ็อบบอร์ด แล้วผู้สมัครที่สมัครเข้ามาจากทุกจ็อบบอร์ดก็สามารถไหลมารวมกันเป็นที่เดียว นอกจากนั้นยังสามารถ Apply และติดตามผู้สมัครได้ ระหว่างกระบวนการสัมภาษณ์ก็สามารถคุยกันในระบบได้ตั้งแต่ Hiring director จนมาถึง Recruiter  สามารถแชทกันได้อย่างสะดวก&#8221;</p>
<p>&#8220;ในแง่ของ Strategy  เราไม่ได้บอกว่าเราต้องสร้าง Product เอง เพราะเรามองว่าตัวเองคือ B2B เราก็เลยจะใช้วิธี Partnership เช่น ที่ทำกับบริษัท Line,  Google ล่าสุดเราคุยกับทาง Facebook, TV Pool Jobs เค้าก็จะใช้ระบบของเรา&#8221;</p>
<h3>Salary checker กลยุทธ์ดึงคนอย่างสร้างสรรค์</h3>
<h3><strong>&#8216;คุณได้เงินเดือนน้อยไปรึเปล่า?&#8217; คือประโยคเด็ดของโปรดักเช็คเงินเดือนเมื่อเทียบกับฐานข้อมูลของตลาดของ </strong><strong>ScoutOut เราจึงถามว่าไอเดียนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร</strong></h3>
<p>&#8220;เรามองว่าปีนึงคนเปลี่ยนงานกี่คน จากสถิติในประเทศไทยคนเปลี่ยนงานประมาณ 19% ต่อปี แต่ถ้าเป็น Blue/Pink collar (งานใช้แรงหรืองานบริการ)จะอยู่ที่ประมาณ 200% คือเปลี่ยนงานสองรอบต่อปี แต่ถ้าเป็น White Collar (งานออฟฟิศ) จะเปลี่ยนสองปีครั้ง หรือปีครึ่งครั้ง มันก็เลยเฉลี่ยออกมาอยู่ที่ประมาณ 20% สมมุติว่าตอนนี้ตลาดแรงงานมีประมาณ 33 ล้านคน  20% ก็จะคิดเป็น 6 ล้านคนที่เปลี่ยนงาน สถานการณ์คือทุกจ็อบบอร์ดแย่งคนหกล้านคนเพื่อจะเอาเข้ามาอยู่เป็น Asset ของตัวเอง แต่สำหรับเราทำแบบนั้นมันไม่ Make sense เพราะว่าเราเองมองว่าตลาดอีก 33 ล้านคนน่าสนใจมากกว่า คนกลุ่มนี้เขาอาจจะไม่ได้อยากเปลี่ยนงานตอนนี้ แต่เขาอาจจะเปลี่ยนงานในอนาคต เราทำยังไงที่จะ Capture เขาเอาไว้ได้&#8221;</p>
<p>หากผู้อ่านลองพิมพ์คำว่า <strong>&#8216;เช็คเงินเดือน&#8217;</strong> ลงไปในช่องค้นหาของ  Google ในขณะนี้จะพบว่าฟังก์ชัน &#8216;Salary checker&#8217; ของ ScoutOut จะขึ้นอยู่เป็นอันดับแรกด้านบนสุดเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อกรอกอาชีพ ตำแหน่งงานที่ทำ รวมถึงประสบการณ์ และสุดท้ายคือเงินเดือนที่คุณได้รับ ก็จะรู้ทันทีว่าเงินเดินปัจจุบันที่รับอยู่น้อยกว่า มากกว่า หรือเท่ากับค่าเฉลี่ยของตลาด พอเลื่อนลงมาด้านล่างก็จะพบกับประกาศตำแหน่งงานที่สอดคล้องกับความรู้และทักษะ และที่น่าสนใจสุดๆ คือมีการแนะนำคอร์สเรียนเสริมทักษะที่สามารถอุดรูรั่วของทักษะที่เรายังขาดเพื่อพัฒนาต่อยอดอาชีพไปยังอนาคตอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้คือกลยุทธ์การดึงคนเข้าสู่แพลตฟอร์มที่ถือว่ามีความสร้างสรรค์ไม่น้อย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5136 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/SHA_9478.jpg" alt="SHA 9478" width="723" height="481" title="ScoutOut สตาร์ทอัพที่เชื่อในพลังของดาต้าผู้อยู่เบื้องหลังระบบสมัครงานของบริษัทไทยกว่า 2 หมื่นแห่ง 1022"></p>
<h3>เป้าหมายที่อยากเอื้อมให้ถึง</h3>
<h3><strong>หากเราดูที่หน้าเว็บไซต์ของ ScoutOut เราจะเห็นว่ามีข้อมูลที่เขียนไว้ว่าขณะนี้มีผู้ใช้งานมากกว่า  2 หมื่นกว่าบริษัท 1.5 ล้านผู้สมัคร และมีตำแหน่งงานอีกกว่าครึ่งแสน เราจึงถามคุณทอมถึงความรู้สึกต่อตัวเลขเหล่านี้รวมถึงความคาดหวังในอนาคต<br />
</strong></h3>
<p>&#8220;ตอนนี้ที่ยุ่งคือ คือการ Expand ไป <strong>South East Asia</strong> คือ ตอนนี้ประเทศไทยไม่ใช่เป็น Priority เพราะตอนแรกจริงๆ อยากจะ Launch product ที่เวียดนาม แต่ว่า Partner ที่เราทำด้วยเพิ่งโดนซื้อไปโดยบริษัทที่ใหญ่กว่ามากอีกบริษัทหนึ่ง ก็เลยกลายเป็นว่าผมต้องไปคุยกับบริษัทใหญ่บริษัทนั้น มีสิงคโปร์มาเลเซียฟิลิปปินส์ที่เราจะ Expand เพราะถ้ามองในแง่ของตัวเลขของตลาดประเทศไทยในปัจจุบันเราหางานให้คนได้ 1.5 ล้านคนไปแล้ว คนเปลี่ยนงานจริงๆ ตีไปว่า 6 ล้านคนต่อปี แบบนี้เท่ากับเราเจ้าเดียวกินไปกี่ % ของตลาดแล้ว ซึ่งถือว่ามันเป็นอัตราส่วนที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ซึ่งถ้าเราเสียเวลาไป Growth ในตลาดนี้ ผมมองว่าตลาดนี้ไม่ใช่ฮอกกี้สติ๊กที่เราอยากเป็น (ปลายไม้ Hockey stick มีลักษณะงอกระดกขึ้นด้านบน ซึ่งมักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับการเติบโตแบบก้าวกระโดดของวงการ Startup ) เพราะว่าเราอยากจะโตขึ้น 10 เท่า 20 เท่าแบบรวดเร็วๆ จึงเป็นเหตุผลให้ตอนนี้เราเลยโฟกัสกับการขยายตลาดในภูมิภาค South East Asia มากกว่า&#8221;</p>
<p>คุณทอมยังเล่าอีกว่าเป้าหมายหลักที่อยากจะทำให้ได้คือการเป็น Global Company ในระดับสากลแต่ถ้าในระยะสั้นอีก 1-2 ปีข้างหน้าก็อยากจะได้ลูกค้าเป็นองค์กรขนาดใหญ่ใน South East Asia ให้ได้ซัก 10-20 % ก่อน</p>
<h2><strong>ทำไม HR ควรเริ่มคิดเรื่องการใช้เทคโนโลยีได้แล้ว<br />
</strong></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-5166" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/SHA_9476.jpg" alt="SHA 9476" width="1112" height="740" title="ScoutOut สตาร์ทอัพที่เชื่อในพลังของดาต้าผู้อยู่เบื้องหลังระบบสมัครงานของบริษัทไทยกว่า 2 หมื่นแห่ง 1023"></p>
<p><strong>นอกจากความสะดวกรวดเร็วในการทำงานแล้วอะไรคือเหตุผลจริงแท้ที่ HR ควรเริ่มคิดเรื่องการใช้  HR TECH  เข้ามาช่วยในกระบวนการทำงาน</strong></p>
<p>&#8220;คือจริงๆ แล้วมันก็คือการเพิ่ม Efficiency   เนื่องจากการทำงานของ HR ในปัจจุบันมันมี Process ยิบย่อยเยอะมากเลย แล้วมันเป็นอะไรที่ต้องใช้คนทำทั้งนั้น อย่าลืมว่า HR มี Internal process ที่เขาต้องไปดีลกับคนภายในเยอะมากในการที่จะจ้างงานใครซักคน แล้วจริงๆ HR เองเขาก็ไม่รู้หรอกว่า Job Description ต้องทำยังไง เพราะข้อมูลพวกนี้มันจะมาจาก Hiring Manager อีกที แล้วเค้าก็ต้องมาสกรีนคนเป็นรายบุคคลที่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้ Make sense แต่ระบบของเรามี Tracking system ทั้งหมด ก็คือเรามี ATS built in เข้าไปในตัว Scout Connect แล้วเราสามารถเห็น Efficiency เพิ่มขึ้นเยอะมาก เพราะปัจจุบัน HR เขาต้อง Login Email ดึงข้อมูลออกมา ปริ้นออกมา แล้วก็ใส่ Excel คือมันมี Process ที่มันค่อนข้างจะยุ่งยาก แต่ระบบของเราคือเข้าเป็น Dashboard แล้ว  Hiring Manager ที่ต้องดูแลเกี่ยวกับจ๊อบนั้นก็สามารถมาดูได้เลย เห็นว่าใครทำงานไม่ทำงาน  HR คนไหนมีหน้าที่ติดตามการสรรหาคน มีการติดต่อหาผู้สมัครแล้วหรือยัง ผ่านกระบวนการสัมภาษณ์ไปกี่รอบแล้ว โดยรวมแล้วเราจะเห็นว่าเวลาที่ใช้<strong>จะลดลงประมาณ 5 เท่า&#8221;</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-5227" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/SHA_9474-1-1.jpg" alt="SHA 9474 1 1" width="492" height="740" title="ScoutOut สตาร์ทอัพที่เชื่อในพลังของดาต้าผู้อยู่เบื้องหลังระบบสมัครงานของบริษัทไทยกว่า 2 หมื่นแห่ง 1024"></p>
<p>วลีเด็ดที่คุณทอมได้เปรียบเทียบความรับรู้ของคนในองค์กรต่อ  HR ไว้ว่าเป็นเหมือนพนักงาน  Call center ซึ่งหมายถึงลักษณะของเนื้องานที่เป็นไปเพื่อการบริการหรือคอยสนับสนุนทีมอื่นๆในองค์กรมากกว่าจะเป็นหน่วยงานสำคัญที่ขับเคลื่อนการเจริญเติบโตไปข้างหน้า มีหน้าที่โทรไปหาผู้สมัครเพื่อติดต่อสื่อสารให้ข้อมูล  วิธีคิดแบบนี้ทำให้กระบวนการจ้างงาน หรืองบประมาณต่างๆในการ Recruitment ถูกใช้ไปด้วย  Mindset ที่ต้องประหยัดที่สุดเพื่อลดต้นทุน</p>
<p>&#8220;คือน่าเสียดายเพราะจริงๆ แล้ว HR เป็น Department ที่สำคัญมาก อย่าง Google จะให้ความสำคัญกับ Recruitment มากๆ กว่าจะ Hiring พนักงานแต่ละคนเข้ามาได้ต้องผ่านกระบวนการคัดกรองอย่างจริงจัง แต่สำหรับบริษัทไทยหลายบริษัท Recruitment จะเป็นเหมือน Call center ของเขา ความหมายก็คือมันจะไม่เหมือนกับฝ่าย Marketing ที่ยิ่ง Spend เงินออกไปแล้วก็จะได้เงินเพิ่ม&#8221;</p>
<p>คุณทอมยกตัวอย่างว่าบริษัทใหญ่ๆ ต่างประเทศใน Silicon valley พวกเขาจะมองว่าคนคือทรัพย์สินของบริษัทที่จะคอยผลิตเงินให้ การลงทุนในการสรรหาพนักงานระดับหัวกะทิและทำให้พวกเขาอยากอยู่กับองค์กรต่อไปจึงเป็นอะไรที่สำคัญมาก  ในขณะที่องค์กรไทยจะมองคนในมุมมองนี้น้อยกว่าเว้นแต่จะเป็นบริษัทลำดับต้นๆ</p>
<p>&#8220;อุตสาหกรรมในเมืองไทยยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการ Recruitment แล้วพอองค์กรมองฝ่าย HR เป็นแค่ Call center มันก็เลยกลายเป็นว่าทรัพยากรทุกอย่างมันก็จะโดนบีบ ถือว่าค่อนข้างน่าสงสารเลยทีเดียวสำหรับคนที่ทำงานเป็น Recruiter ในประเทศไทย&#8221;</p>
<p><strong>ที่บอกว่า HR ยังถูกมองว่าเป็น Call center เขาสามารถที่จะเปลี่ยน Mind Set แล้วมองตัวเองให้แตกต่างออกไปเพื่อทำให้ Productivity ขององค์กรดีขึ้นได้ไหม</strong></p>
<p>&#8220;ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของ Trend  คือผมคิดว่าคนเริ่มรู้แล้วแหละว่าการอยู่อย่างนี้มันก็ไม่ได้ ผมเป็น  OKR trainer ให้กับหลายๆองค์กรก็จะเริ่มเห็นแล้วว่า CEO ขององค์กรเริ่มให้ความสำคัญกับประเด็นเหล่านี้มากยิ่งขึ้น ยิ่งเศรษฐกิจอย่างนี้ธุรกิจอย่างนี้ หลายๆ องค์กรเริ่มย้อนมานั่งคิดถึง Business Model ของตัวเอง แต่กว่าคลื่นความตระหนักรู้นี้มันจะเคลื่อนมาถึง HR มันก็ต้องใช้เวลา แต่มันจะมาเมื่อถึงเวลา เพราะอย่าลืมว่าประเทศไทยหรือ South East Asia  เราเป็น  Manufacturing base มาก่อน แนวคิดในการทำธุรกิจและการมองคนเลยยังเป็นในลักษณะที่คิดของเรื่องการลดต้นทุนไว้ก่อน&#8221;</p>
<p>แน่นอนว่าการทำ  Digital transformation หรือการใช้เทคโนโลยีเข้ามาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการทำงานให้ดียิ่งขึ้นย่อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลเมื่อผู้นำขององค์กรเห็นความสำคัญและให้การสนับสนุน แต่หลายๆ ครั้งการเปลี่ยนแปลงก็สามารถเป็นไปในลักษณะของล่างขึ้นบนได้เช่นกัน&#8230;.และจากนี้คือเหตุผลที่ HR รุ่นใหม่ต้องมีความรู้ด้าน HR Technology เพื่อปรับตัวเข้ากับภูมิทัศน์การทำงานที่กำลังพลิกโฉมไป</p>
<h3><strong>HR รุ่นใหม่ต้องมีความรู้ด้าน  HR TECH</strong></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-5134" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/SHA_9448.jpg" alt="SHA 9448" width="492" height="740" title="ScoutOut สตาร์ทอัพที่เชื่อในพลังของดาต้าผู้อยู่เบื้องหลังระบบสมัครงานของบริษัทไทยกว่า 2 หมื่นแห่ง 1025"></p>
<h3><strong>1. HR ระดับปฎิบัติงานมีวิธีพูดคุยหรือโน้มน้าวกับผู้มีอำนาจตัดสินใจอย่างไรเพื่อให้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้กับองค์กร</strong></h3>
<p>&#8220;ปัญหาหลักๆ ก็คืออำนาจของผู้มีอำนาจตัดสินใจ อาจจะเพราะเงินยังอยู่กับฝั่งไอทีก็ได้ เพราะว่าตอนเขา Allocate budget ลงมา คือเขาไม่ได้บอกว่า ยูเอาเงินลงไปที่ระบบ  SaaS System (Software as a service) เขาก็จะแยกเป็นเงินไอที แล้ว HR ก็จะได้เงินเป็นค่า Recruit หรือได้เป็นค่าทำ HR Development  หรือ Operational things มากกว่า&#8221;</p>
<p>&#8220;ปัญหาก็คือ Allocation ของ Budget ไม่ได้อยู่กับ  HR ตั้งแต่ต้น คือทุกอย่างมันไปรวมอยู่ที่ไอที ทำให้เวลาเราไปคุยกับกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่หรือเล็กก็ตาม ก็ต้องไปผ่านไอที แล้วเมื่อไหร่ที่บอกว่าต้องไปคุยกับไอทีปุ๊บ ก็คือคุยยากมาก เพราะไอทีจะไม่ให้ Priority ของ HR เพราะไอทีเขาต้อง Build core product ของเขา ที่เขามีคิวอยู่แล้ว&#8221;</p>
<p>&#8220;คือที่ทำได้จริงๆในการช่วยบริษัทใหญ่ๆ ก็คือทำให้เขาเห็นว่า  Process Flow ในการ Recruitment ดั้งเดิมมันยุ่งยากซับซ้อนและไม่จำเป็น เขาต้องใช้ Excel ปริ้นงานออกมา มันเสียเวลาเยอะ มันมี cost ของมันเยอะแยะไปหมด เพียงแต่ว่าพอเราเข้าไปในภาพลักษณ์แบบนี้ HR ก็อาจจะกลัว เพราะเขากลัวตกงาน เพราะถ้าเราพัฒนาระบบให้เขาจนมี Efficiency สูงขึ้นเพราะเทคโนโลยีเข้ามาช่วย องค์กรก็อาจจะต้องการคนทำงานด้าน  HR น้อยลง เราเลยก็เหมือนกับว่าต้องเข้าไปจับมือเขาตั้งแต่ต้น ทำให้เขาเชื่อใจว่าเราคงไม่ได้เข้าไปในแง่ของ Cost efficiency เพื่อลดต้นทุนในแง่นั้น  แต่เรามองว่าเทคโนโลยีพวกนี้จะช่วยในเรื่อง Growth strategy เพราะพอเขามีเวลาว่างมากขึ้น ก็สามารถเอาเวลาที่เหลือไปโฟกัสกับมิติด้านอื่นๆ ของงาน  HR ที่สำคัญมากกว่าได้ นั่นคือเราจะเข้าไปในมุมของคนที่อยากช่วยให้องค์กร Growth ได้มากกว่า&#8221;</p>
<h3><strong>2. ทำไมคนทำงาน HR บริษัทเล็กๆ ต้องสนใจ HR Tech<br />
</strong></h3>
<p>&#8220;ถ้าจะแนะนำจริงๆ คือต้องมองว่าตอนนี้จ๊อบของเขาต้องทำอะไรมากน้อยแค่ไหน แล้วต้องย้อนกลับมามองตัวเองเพื่อตกผลึกว่าถ้าอยากจะโตในองค์กรตัวเองเขาควรจะต้องลดงานที่มันเป็น Admin work งานอะไรที่เขาจะเสียเวลา เขาควรจะมีเวลามากขึ้นในการคิด Strategy อะไรขึ้นมา เขาเองก็จะสามารถกระโดดอัพขึ้นเลเวลขึ้นได้ เช่น อาจจะเริ่มศึกษาเรื่องของ OKR หรือเรื่องอะไรก็ตาม ที่จะช่วยเข้าใจตัวธุรกิจหรือภาพใหญ่ขององค์กร&#8221;</p>
<h3>3.มีวิธีการเลือกเทคโนโลยีหรือซอฟแวร์ที่ใช้อย่างไร</h3>
<p>&#8220;ในแง่ของซอฟต์แวร์ เขาควรจะเลือกกลับมาที่ Workflow ของเขาเอง (เลือกที่สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญที่ทำอยู่) เพราะว่าตรงนี้จะเป็นตัวที่จะชี้วัดว่าเขาจะโตยังไงในอนาคต แล้วถ้าเขายังใช้ระบบเก่าที่เป็น Excel  มานั่งปริ้นกระดาษมันก็จะเป็นเหมือน Bottle neck ในชีวิต เพราะว่าในอนาคตเขาอาจจะไม่ได้อยู่ในบริษัทนี้ เขาอาจจะโตขึ้นไปใน Corporate ใหญ่ๆ ที่มันค่อนข้างที่จะมีระบบที่มันครบ Loop ถ้าเขาไม่เคยใช้ระบบอะไรมาเลย มันก็จะเป็นปัญหาของเขาเองด้วยเหมือนกัน&#8221;</p>
<p>นอกจากเรื่องของความรู้ด้าน  HR TECH ที่เกิดจากการใช้จริง ทำงานจริงแล้ว คุณทอมยังพูดถึงประโยชน์ของการวัดผลอีกด้วย เพราะเมื่อเรามีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยติดตามผล เราจะรู้ได้ว่าปัญหาเกิดจากตรงไหน จะปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างไร ซึ่งในแง่ของการทำงานก็จะทำให้คนที่เป็นหัวหน้าสามารถเห็น Performance ของเราได้ชัดเจนขึ้น</p>
<p>&#8220;หลายๆ งานถ้าเราไม่ได้ใช้ระบบมันก็จะมีปัญหา คือสมมุติว่าเจ้านายอยากได้คนปรากฏว่าไม่มีคนสมัคร หาคนมาทำงานไม่ได้ กลายเป็นว่าความผิดเราหรือเปล่า หรือจริงๆ แล้วเป็นความผิด Branding ของบริษัท ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าเราเห็น Data ทุกอย่าง เปิดกว้าง เราสามารถไปคุยกับ PR Team ไปคุยกับ Marketing Team ได้ เพื่อให้เขาช่วย PR ให้บริษัทได้ไหม ทำ Roadshow ได้ไหม เพื่อให้มันมีคนเข้ามาในกรวย Pipeline เป็นกลุ่มคนที่เราอยากได้ ทำให้กระบวนการสรรหาคนมัน Align ตั้งแต่หัวจนข้างล่าง ไล่ตั้งรับรู้ ดึงดูด และเข้ามาสมัครงานกับองค์กร จนได้มาเป็นพนักงาน&#8221;</p>
<p>ทั้งหมดนี้พอจะทำให้เห็นภาพแล้วว่า HR รุ่นใหม่จะพัฒนาตัวเองต่อไปอย่างไรให้เติบโตไปพร้อมๆ กับองค์กร ส่วนสุดท้ายของการสัมภาษณ์ เราจะพาก้าวข้ามไปยังอนาคตของ  HR ว่ามีความเป็นไปได้รูปแบบไหนบ้าง และเราในฐานะคนตัวเล็กๆ ควรจะต้องปรับตัวอย่างไร</p>
<h3><strong>ลดเวลางาน เพิ่มเวลาคน และ F</strong><strong>uture role of HR</strong></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5135 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/SHA_9463.jpg" alt="SHA 9463" width="676" height="450" title="ScoutOut สตาร์ทอัพที่เชื่อในพลังของดาต้าผู้อยู่เบื้องหลังระบบสมัครงานของบริษัทไทยกว่า 2 หมื่นแห่ง 1026"></p>
<p><strong>ในรายงาน &#8216;Human Resources in 2030 – A glimpse into the future&#8217; ของบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ Deloitte ได้มีการทำนายอนาคตของวงการ HR ในปี 2030 ออกมาได้ Scenario ทั้งหมด 4 แบบ  โดยหนึ่งในนั้นมีอนาคตแบบที่เรียกว่า  1984 ที่ระบบทุกอย่างใน  HR ถูกทำให้เป็นอัตโนมัติ  ผลคือขนาดของฝ่าย HR ถูกลดขนาดลงมาเยอะมาก คิดอย่างไรกับความเป็นไปได้ข้อนี้</strong></p>
<p>&#8220;จาก George Orwell 1984  คือถามว่ามันจะเป็นไปได้ไหม ในแง่ของในส่วนนี้ผมรู้สึกว่า Machine ไม่ได้เข้ามา Replace คน แต่ว่าช่วยให้คนมีเวลาทำอย่างอื่นมากขึ้นมันก็เหมือนระบบเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม เหมือน Self-driving car ถามว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้คนตกงานมั้ย เพราะว่าจริงๆแล้วมันก็จะมีงานอื่นตำแหน่งใหม่ๆ ขึ้นมาให้กับเขา พอพูดถึงเรื่อง Recruitment ถ้าคนไม่ได้ทำแล้ว หรือใช้คนทำลดลง แล้วถามว่า  HR จะไปทำอะไร ก็ต้องตอบว่าจริงๆแล้วมันยังมี Value chain ในส่วนงานของ  HR อีกเยอะมากที่ทำได้&#8221;</p>
<p>&#8220;เราจะทำยังไงกับเรื่องของ HR development ทำให้คนในองค์กรดีขึ้นไหม เก่งขึ้นไหม หรือเราจะทำเกี่ยวกับ Employer branding ไหม มันมีหลายๆส่วนที่ จริงๆแล้วมันน่าทำ แต่ปัจจุบันเขาไม่มีเวลาให้ทำ แต่ว่าพอมีของพวกนี้มาเป็นเครื่องทุ่นแรง เขามีเวลาจะทำอย่างอื่นที่ Productive ให้กับมนุษยชาติมากขึ้น ในความรู้สึกของผม ก็เหมือนกับการที่เรามีเครื่องล้างจาน  มีไมโครเวฟ ชีวิตเราก็ไม่ได้เปลี่ยน แต่ชีวิตเรา Efficient ขึ้น มันเป็นเรื่องของ Efficiency มากกว่า Replacement&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5133 aligncenter" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/02/SHA_9430.jpg" alt="SHA 9430" width="739" height="492" title="ScoutOut สตาร์ทอัพที่เชื่อในพลังของดาต้าผู้อยู่เบื้องหลังระบบสมัครงานของบริษัทไทยกว่า 2 หมื่นแห่ง 1027"></p>
<h3><strong>จากหนังสือ Zero to One มันจะมีคำถามหนึ่งที่ใช้ &#8216;ขุดลึก&#8217; เพื่อค้นพบไอเดียเปลี่ยนโลกได้ คำถามนั้นก็คือ &#8220;อะไรคือสิ่งที่คุณเชื่อที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงมันมากพอ&#8221; สำหรับคุณทอม ความเชื่อนั้นคืออะไรในมุมที่เกี่ยวข้องกับ  HR<br />
</strong></h3>
<p>&#8220;ที่เราคิดเราเชื่อ แต่ว่าคนอื่นยังไม่เชื่อ ผมเชื่อในเรื่อง Culture เชื่อในเรื่อง Interaction ของมนุษย์ เชื่อว่ามนุษย์ Only perform at best (อยู่ในภาวะที่ทำงานได้ดีที่สุด) ตอนที่เขามีทุกคนที่เขาแฮปปี้ที่จะทำงานด้วย แล้วผมก็เชื่อว่าองค์กร Can only move as fast as the slowest person แต่ผมรู้สึกว่าความยากตรงนี้มันมี Science behind interaction แต่ในส่วนนี้คนยังไม่สามารถเห็นภาพที่ผมเห็นได้ ความท้าทายทั้งหมดนี้สุดท้ายก็ทำเพื่อคนที่เข้ามาให้เกิดเป็น High performance workforce&#8221;</p>
<p>&#8220;ข้อดีของผมคือผมเห็น 2 โลกที่ต่างกันมาก 7-11 คือ CP ทุกคนคืออาเฮีย Very Bureaucracy กับ The most efficient company in Thailand ผมอยู่กับ Google ซึ่ง So messy แต่ Very efficiency ทั้ง 2 บริษัทมีแต่คนฉลาดแต่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง มันคือ Culture ล้วน ๆ แต่เค้า Hire the right people ให้ถูกกับ Culture ตั้งแต่แรกเลย  อย่างบริษัท  Google กับ Facebook การทำงานในสองที่นี้มันอาจจะไม่ได้ต่างกันมาก แต่ความจริงแล้ว Facebook ก็จะมีความเป็นฮิปปี้ นิด ๆ Google ก็จะมีคนที่เป็นแบบ Analytical มากหน่อย&#8221;</p>
<p>ซึ่งคุณทอมสรุปกับเราว่าในอนาคตที่เทคโนโลยีก้าวหน้ามากพอเราอาจไขความลับที่อยู่เบื้องหลังกลไกเหล่านี้ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการ Recruitment สามารถคัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติ ลักษณะนิสัยและความเชื่อได้ตรงกับ Culture ขององค์กร อันจะนำไปสู่การทำงานที่ทุกคนมีความสุขและทำงานได้เต็มศักยภาพของตัวเองได้อย่างสูงสุด และความเชื่อเหล่านี้ก็เป็นแรงผลักดันให้คุณทอมยังคงใช้การวิเคราะห์ Data ซึ่งเป็นจุดแข็งของตัวเองเป็นเครื่องมือที่จะทำให้ความเชื่อเหล่านั้นเป็นจริงขึ้นมาได้ โดยคุณทอมบอกว่าในอนาคตอาจจะมีเทคโนโลยีหรือศาสตร์อื่นๆ เช่น Neuroscience เข้ามาช่วยทำให้กระบวนการเหล่านี้ทรงประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้นได้</p>
<h3><strong>คำถามสุดท้ายสำหรับคนที่เป็น HR ตัวเล็กๆ คนที่เขามาอ่านบทความเหล่านี้ ถ้าอยากฝากให้เขาไปเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ หรือเปลี่ยนแปลง Mindset อะไรสักอย่าง ที่ทำให้เขาปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีพวกนี้ที่เข้ามาได้ดีขึ้น เขาควรจะไปเรียนรู้เรื่องอะไร</strong></h3>
<p>&#8220;ผมคิดว่า มันแค่ต้องเปิดใจว่ามันไม่น่ากลัว คือพอดีคุยกับ HR เยอะแล้วก็เข้าใจว่าเขาจะโดนเหมือนเป็นมีกรอบมาจากเจ้านายนะครับว่าต้องทำอะไรบ้าง  คือเท่าที่คุยมาเกือบทุก HR เลย เขาฉลาด เขารู้ว่าเขาจะต้องใช้ระบบอะไร แต่เขา Convince ไม่ได้ว่าทำไมต้องใช้ระบบนี้ แต่ถ้าเป็นผม ผมอาจจะลองวิเคราะห์ดูว่าจริงๆแล้วนี่เราควรจะต้อง Propose เจ้านายยังไง เราต้องหาวิธีที่เราสามารถคุยกับคนในองค์กร Upward management ยังไง ซึ่งถ้าสำเร็จก็จะทำให้งานของเราง่ายขึ้นนะครับ แล้วมันก็จะทำให้องค์กรโตมากขึ้นด้วย&#8221;</p>
<p>&#8220;คือต้องพยายามเปลี่ยน Mindset ของคนข้างในว่า ทำยังไงก็ได้ให้เราไม่ไปโฟกัสที่ Cost center (การลดต้นทุน) อีกต่อไป เราต้องมองว่าเราคือตัวประตูที่ทำให้บริษัทเติบโต ถ้าเป็นตัวผม ผมก็คงจะเข้าไปนั่งศึกษาวิธีการทำงานของตัวเอง อาจจะดูการพรีเซนต์หรือหาโลจิกมาหนุนหลัง เพราะ HR เขาอาจจะไม่ได้เข้าใจ Core business&#8230;สิ่งที่ HR ควรจะต้องทำก็คือ อาจจะต้องทำความเข้าใจ Core business มากขึ้นและดูว่ามีองค์กรไหนที่น่าจะเป็นตัวอย่างให้กับเราได้ เพื่อให้เราสามารถโน้มน้าวคนข้างในให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้ทั้งตัวคุณและองค์กรเติบโตขึ้นไปพร้อมๆ กันได้&#8221;</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="ScoutOut สตาร์ทอัพที่เชื่อในพลังของดาต้าผู้อยู่เบื้องหลังระบบสมัครงานของบริษัทไทยกว่า 2 หมื่นแห่ง 1028" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/200106-interview-brother-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Feb 2020 06:40:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Brother]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/200106-interview-brother-thailand/</guid>

					<description><![CDATA[ในกระแส Digital Disruption ยุคนี้ องค์กรที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดอาจเป็นองค์กรขนาดใหญ่เก่าแก่ที่ดำเนินธุรกิจมายาวนาน องค์กรในลักษณะนี้บ้างก็มีคนเปรียบว่าเหมือนเต่าคลาน ที่เชื่องข้า และปรับตัวไม่ทัน สุดท้ายก็อาจล้มตายไปในยุคใหม่นี้ในที่สุด แต่ในทางตรงกันข้ามก็มีคนบอกว่าองค์กรแบบนี้แหละคือสิงโต เคลื่อนที่อย่างรอบคอบ ชาญฉลาด มีวิสัยทัศน์ และมีเม็ดเงินมากพอที่จะผลักดันให้องค์กรเปลี่ยนแปลงสู่โลกยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ วันนี้เราขอพูดถึงองค์กรในอย่างหลังที่เป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จของการปรับตัว องค์กรที่ว่านี้เป็นบริษัทข้ามชาติสัญชาติญี่ปุ่นที่เก่าแก่มีอายุมากกว่า 100 ปีเลยทีเดียว เรากำลังพูดถึง Brother Industries, Ltd. ที่นอกจากจะมีผลิตภัณฑ์มากมายในมือแล้วก็ยังขยายตลาดทำธุรกิจไปทั่วโลกด้วย แล้วนี่ก็คือเป็นยักษ์ใหญ่แดนอาทิตย์อุทัยที่ขยับตัวได้ไวและเปลี่ยนแปลงได้ทันเวลาอีกตนหนึ่งเช่นกัน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้องค์กรก็ได้มีการทำ Organization Transformation พร้อมกับปรับเปลี่ยนนโยบายองค์กรตลอดจนการทำงานใหม่ให้เหมาะสมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงการปรับวัฒนธรรมองค์กรที่ถอดคราบความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมสู่ความเป็นญี่ปุ่นแบบสากลได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว หนึ่งในนโยบายสำคัญที่โดดเด่นเป็นอย่างมากก็คือการเริ่มสนับสนุนให้คนท้องถิ่นที่มีศักยภาพขึ้นมาเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรในภูมิภาคต่างๆ แทนการส่งคนญี่ปุ่นมานั่งกุมบังเหียนเหมือนแต่ก่อน ซึ่งคนท้องถิ่นเหล่านี้จะรู้จักตลาดและผู้บริโภคได้ดีกว่าคนญี่ปุ่นที่ถูกส่งมาอยู่แล้ว สำหรับ Brother Commercial (Thailand) Ltd. ของไทยนั้น ทางญี่ปุ่นก็ไว้วางใจให้คนไทยมากศักยภาพอย่าง คุณวู้ดดี้-ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ ขึ้นมารับตำแหน่ง Managing Director ผู้บริหารสูงสุดในเมืองไทย ณ ขณะนี้ ซึ่งนี่คือการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญหลังจากที่ก่อนหน้ามีเฉพาะชาวญี่ปุ่นเท่านั้นที่ถูกส่งมานั่งตำแหน่งบริหารสูงสุดนี้ แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ค่อนข้างจะฉีกธรรมเนียมเดิมๆ ขององค์กรญี่ปุ่นไปโดยสิ้นเชิง แต่ก็กลับสร้างความน่าสนใจในการติดตามขึ้นมาเช่นกันว่าการขยับตัวปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะประสบความสำเร็จเพียงใด Q : ธุรกิจขององค์กรกับสถาการณ์ในยุคปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง A [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในกระแส Digital Disruption ยุคนี้ องค์กรที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดอาจเป็นองค์กรขนาดใหญ่เก่าแก่ที่ดำเนินธุรกิจมายาวนาน องค์กรในลักษณะนี้บ้างก็มีคนเปรียบว่าเหมือนเต่าคลาน ที่เชื่องข้า และปรับตัวไม่ทัน สุดท้ายก็อาจล้มตายไปในยุคใหม่นี้ในที่สุด แต่ในทางตรงกันข้ามก็มีคนบอกว่าองค์กรแบบนี้แหละคือสิงโต เคลื่อนที่อย่างรอบคอบ ชาญฉลาด มีวิสัยทัศน์ และมีเม็ดเงินมากพอที่จะผลักดันให้องค์กรเปลี่ยนแปลงสู่โลกยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4537" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/HR-NoteAsia_interview_13Brother-Thailand-01.jpg" alt="HR NoteAsia interview 13Brother Thailand 01" width="879" height="596" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1047"></p>
<p>วันนี้เราขอพูดถึงองค์กรในอย่างหลังที่เป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จของการปรับตัว องค์กรที่ว่านี้เป็นบริษัทข้ามชาติสัญชาติญี่ปุ่นที่เก่าแก่มีอายุมากกว่า 100 ปีเลยทีเดียว เรากำลังพูดถึง Brother Industries, Ltd. ที่นอกจากจะมีผลิตภัณฑ์มากมายในมือแล้วก็ยังขยายตลาดทำธุรกิจไปทั่วโลกด้วย แล้วนี่ก็คือเป็นยักษ์ใหญ่แดนอาทิตย์อุทัยที่ขยับตัวได้ไวและเปลี่ยนแปลงได้ทันเวลาอีกตนหนึ่งเช่นกัน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้องค์กรก็ได้มีการทำ Organization Transformation พร้อมกับปรับเปลี่ยนนโยบายองค์กรตลอดจนการทำงานใหม่ให้เหมาะสมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงการปรับวัฒนธรรมองค์กรที่ถอดคราบความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมสู่ความเป็นญี่ปุ่นแบบสากลได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว</p>
<p>หนึ่งในนโยบายสำคัญที่โดดเด่นเป็นอย่างมากก็คือการเริ่มสนับสนุนให้คนท้องถิ่นที่มีศักยภาพขึ้นมาเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรในภูมิภาคต่างๆ แทนการส่งคนญี่ปุ่นมานั่งกุมบังเหียนเหมือนแต่ก่อน ซึ่งคนท้องถิ่นเหล่านี้จะรู้จักตลาดและผู้บริโภคได้ดีกว่าคนญี่ปุ่นที่ถูกส่งมาอยู่แล้ว สำหรับ <a href="https://www.brother.co.th/th-th" target="_blank" rel="noopener"><strong>Brother Commercial (Thailand) Ltd.</strong></a> ของไทยนั้น ทางญี่ปุ่นก็ไว้วางใจให้คนไทยมากศักยภาพอย่าง <strong>คุณวู้ดดี้-ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ</strong> ขึ้นมารับตำแหน่ง <em>Managing Director</em> ผู้บริหารสูงสุดในเมืองไทย ณ ขณะนี้ ซึ่งนี่คือการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญหลังจากที่ก่อนหน้ามีเฉพาะชาวญี่ปุ่นเท่านั้นที่ถูกส่งมานั่งตำแหน่งบริหารสูงสุดนี้ แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ค่อนข้างจะฉีกธรรมเนียมเดิมๆ ขององค์กรญี่ปุ่นไปโดยสิ้นเชิง แต่ก็กลับสร้างความน่าสนใจในการติดตามขึ้นมาเช่นกันว่าการขยับตัวปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะประสบความสำเร็จเพียงใด</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ธุรกิจขององค์กรกับสถาการณ์ในยุคปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>ก่อนที่จะพูดถึงสถานการณ์ธุรกิจในปัจจุบัน ผมขออนุญาตเล่าปูพื้นถึงธุรกิจของเราตั้งแต่เริ่มแรกกันก่อนแล้วกันนะครับ สำหรับ Brother เป็นบริษัทที่ก่อตั้งในประเทศญี่ปุ่นโดยเริ่มทำธุรกิจมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1908 ซึ่งปัจจุบันนี้บริษัทของเราก็มีอายุมากกว่า 100 ปี และมีการขยายกิจการออกไปทั่วโลกซึ่งก็รวมถึงในเมืองไทยด้วยครับ สำหรับในเมืองไทยเอง Brother เริ่มเข้ามาเมื่อช่วงปี ค.ศ.1997 นับถึงวันนี้ก็มากกว่า 20 ปี แล้วที่เรานำเอาสินค้าคุณภาพมาบริการให้กับคนไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4541" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/BrotherTH01.jpg" alt="BrotherTH01" width="639" height="425" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1048"></p>
<p>หลายคนเห็นชื่อบริษัทของเราก็อาจจะคุ้นเคยกันดีว่าเป็นแบรนด์ของเครื่อง Printer ซึ่งนั่นก็คือผลิตภัณฑ์หลักของเราที่มีอัตราส่วนเกือบ 90% ของบริษัท นอกจากนี้เราก็ยังมีโปรดักส์อื่นๆ อีกด้วยครับ ที่คนไทยรู้จักรองลงมาหน่อยก็จะเป็นจักรเย็บผ้าซึ่งนี่ถือว่าเป็นสิ้นค้าดั้งเดิมแรกสุดของแบรนด์เลยก็ว่าได้ที่เริ่มวางจำหน่ายมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นใน ค.ศ.1908 แล้วก็พัฒนาเทคโนโลยีเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนสินค้าอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมในลำดับต่อๆ มาก็จะเป็นพวก Scanner แล้วก็เครื่องพิมพ์ฉลากครับ แต่สำหรับสินค้าใหม่ล่าสุดที่เรานำเข้ามาทำตลาดและได้รับความสนใจไม่น้อยทีเดียวก็คือเครื่องเล่นคาราโอเกะครับผม ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะเป็นผลิตภัณฑ์และธุรกิจของเราในเมืองไทยครับ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทญี่ปุ่นให้เป็นคนไทยคนแรกที่ขึ้นมาบริหาร นั่งตำแหน่งสูงสุดขององค์กรในเมืองไทย </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong></span> จริงๆ จะเรียกว่าเป็นคนไทยคนแรกที่ขึ้นมานั่งในตำแหน่งบริหารก็ไม่ถูกเสียทีเดียวครับ เพราะก่อนหน้าก็เคยมีคนไทยที่ช่วยบริหารธุรกิจในช่วงก่อตั้งบริษัทในเมืองไทยยุคแรกๆ มาก่อนเหมือนกัน แต่เท่าที่ผมทำงานกับที่นี่มานานก็จะเป็นคนญี่ปุ่นที่นั่งในตำแหน่งบริหารสูงสุดมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนผู้บริหารใหม่มาแล้วหลายครั้งก็ยังคงเป็นคนญี่ปุ่นอยู่เช่นเดิม จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ก็มีการปรับนโยบายองค์กรของ Brother ใหม่ตามการเปลี่ยนแปลงในยุคนี้ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งเป้าหมายใหม่นั้นทาง Brother อยากสนับสนุนคนใหม่ๆ สนับสนุนคนท้องถิ่นให้เข้ามาบริหารงาน เพราะคนท้องถิ่นจะเข้าใจตลาดของตัวเองได้ดีกว่าคนญี่ปุ่นแน่นอน นั่นก็เลยเป็นหนึ่งในที่มาที่ทาง Brother ให้โอกาสผมขึ้นมานั่งในตำแหน่ง Managing Director ของ Brother ประเทศไทยครับ เพราะเห็นเราทำงานกับองค์กรมานาน และความสามารถเราก็น่าจะช่วยพัฒนาธุรกิจได้ไกลด้วย ก็ต้องขอขอบคุณทางญี่ปุ่นที่ไว้ใจให้ผมทำงานนี้ด้วยครับ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : คิดว่าอะไรเป็นเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้เราเอาชนะใจคนญี่ปุ่นได้ และขึ้นมายืนอยู่ตรงจุดนี้อย่างภาคภูมิ</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>จริงๆ ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ขึ้นมาเป็น MD เลยด้วยซ้ำครับ เพราะว่าปกติแล้วแต่ละประเทศที่ Brother เข้าไปทำธุรกิจนั้นก็จะมี MD เป็นคนญี่ปุ่นเสียส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในโซนอาเซียนนี้ธุรกิจเราค่อนข้างใหญ่มาก สัดส่วนยอดขายของประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 42% เลยทีเดียว เราก็ยิ่งไม่คิดว่าเขาจะยอมให้คนไทยขึ้นมาบริหารนะ เพราะตลาดมันใหญ่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4548" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/BrotherTH08.jpg" alt="BrotherTH08" width="639" height="425" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1049"></p>
<p>แต่แล้วเขาก็ให้โอกาสคนไทยขึ้นมาบริหาร ผมก็เคยลองนั่งคิดดูว่าน่าจะเป็นเพราะอะไร ซึ่งผมก็มองได้ว่าน่าจะเป็นเรื่องการปรับนโยบายระดับโลกใหม่ เพราะเมื่อช่วง 3-4 ปีที่แล้วทาง Brother มีการประกาศนโยบาย Transformation For the Future ครับ เพื่อปรับองค์กรให้สู่การทำธุรกิจในยุคใหม่นี้ ซึ่งรายละเอียดของนโยบายนี้ก็จะแตกออกเป็น 3 เรื่องด้วยกัน คือ Business Transformation, Operation Transformation แล้วก็ Talent Transformation ซึ่ง Talent Transformation นี้คือการผลักดันให้ผู้ที่มีความสามารถได้มีโอกาสในการบริหารงานในตำแหน่งที่สูงขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-4566" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/42985401_1796007503781942_7217776666452426752_o.jpg" alt="42985401 1796007503781942 7217776666452426752 o" width="695" height="463" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1050"></p>
<p style="text-align: center;"><em><span style="font-size: 10pt;"><a href="https://www.facebook.com/BrotherCommercialThailand/" target="_blank" rel="noopener">CR : Facebook &gt; Brother (Thailand)</a> </span></em></p>
<p>ผมอยู่ที่นี่มา 11 ปีแล้วครับ เค้าก็คงเห็น Performance ของเรามาโดยตลอด ผมเริ่มต้นเข้ามาทำงานที่ Brother ประเทศไทยตอนปี ค.ศ.2008 ตอนนั้นเข้ามารับตำแหน่งเป็น GM ในส่วนของ Service Marketing ครับ ทำงานตรงนี้ได้ 5 ปี ก็ได้รับการโปรโมตขึ้นมาเป็น Director ซึ่งตรงนี้ในองค์กรญี่ปุ่นเทียบเท่าได้กับการเป็นกรรมการบริษัท จากนั้นอีก 5 ปี ซึ่งก็คือปี ค.ศ.2019 ทางบริษัทก็โปรโมทให้ผมขึ้นมาเป็น Managing Director ที่เป็นผู้บริหาร Brother ประเทศไทย ผมว่าสิ่งที่เราพยายามทำงานอย่างตั้งใจมาตลอดสิบกว่าปีนั้นทำให้เขาเห็นศักยภาพเราแล้วว่าสามารถที่จะนำพาบริษัทและธุรกิจในเมืองไทยให้ไปได้ดี เพราะที่ผ่านมาผลประกอบการของประเทศไทยก็บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ตลอด ซึ่งนั่นก็ทำให้ผู้บริหารเชื่อมือ เชื่อใจผม และผลักดันให้ผมขึ้นมาบริหารตรงจุดนี้ครับ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : การทำงานในบริษัทญี่ปุ่นที่มีวัฒนธรรมองค์กร (Organization Culture) ค่อนข้างเฉพาะตัวนั้นมีความยากง่ายอย่างไรบ้าง มีการปรับตัวอย่างไรให้อยู่ได้ในระยะยาว และแตกต่างจากองค์กรอื่นที่เคยทำมาหรือไม่ อย่างไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong></span> ผมค่อนข้างที่จะโชคดีที่เคยทำงานหลากหลายองค์กรหลากหลายวัฒนธรรม ตั้งแต่บริษัทคนไทย บริษัทอเมริกัน แล้วก็บริษัทญี่ปุ่น ก็เลยเห็นความแตกต่างในหลายๆ มิติของการทำงานทั้ง 3 รูปแบบ 3 วัฒนธรรม อย่างของบริษัทคนไทยสิ่งที่ค่อนข้างจะเด่นเลยก็คือเรื่องของความยืดหยุ่น ยิ่งองค์กรที่ทำธุรกิจครอบครัวด้วยแล้วยิ่งมีความยืดหยุดสูง บางอย่างอะลุ่มอล่วยกันได้ พูดคุยกันได้ ปรับกันได้ แต่ก็กลายเป็นข้อเสียในบางครั้งนะครับ เพราะความอะลุ่มอล่วยมากเกินไปก็ทำให้เราไม่มีวินัย ไม่มีบรรทัดฐานที่ชัดเจน ระบบงานก็เสียได้เช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4551" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/BrotherTH11.jpg" alt="BrotherTH11" width="639" height="425" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1051"></p>
<p>ส่วนบริษัทอเมริกันก็จะมีความเป็นระบบแบบตะวันตกสูง สิ่งที่ชัดเจนเลยก็คือเรื่องของการมุ่งเน้นผลลัพท์ของการทำงานเป็นสำคัญ (Result Oriented) คุณจะทำอย่างไรก็ได้ หาวิธีทำทางไหนก็ได้ บริษัทจะสนว่าผลลัพธ์ของเราที่ออกมาเป็นอย่างไร ได้ตามที่ต้องการไหม ในความอิสระมากก็มีความกดดันมากเช่นกัน เพราะหากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ หรือผลลัพธ์ออกมาไม่ดีเท่าไร บริษัทที่เคี่ยวมากๆ ก็อาจจะเชิญคุณออกจากบริษัทเลยถ้าทำในสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้ ก็ถือว่าไม่มีศักยภาพ แต่ถ้าคุณทำให้เขาได้ ผลลัพธ์ออกมาตามที่หวังหรือเกินคาด เขาก็จะดูแลคุณดีมาก ค่อนข้างแฟร์ในเรื่องการจ้างงานกับเรา และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเลยทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-4563" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/38802578_1728349253881101_7323113982087135232_o.jpg" alt="38802578 1728349253881101 7323113982087135232 o" width="753" height="502" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1052"></p>
<p style="text-align: center;"><em><span style="font-size: 10pt;"><a href="https://www.facebook.com/BrotherCommercialThailand/" target="_blank" rel="noopener">CR : Facebook &gt; Brother (Thailand)</a> </span></em></p>
<p>ในส่วนของบริษัทญี่ปุ่นนี่ก็จะเป็นไปในอีกทิศทางเลย คือองค์กรญี่ปุ่นค่อนข้างที่จะเน้นกระบวนการ (Process Oriented) ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ชัดเจน เป็นลำดับขั้นตอนตามกระบวนการที่วางไว้ ส่วนเรื่องของผลลัพธ์ (Result) จะเป็นเรื่องรองลงมา ถ้าคุณทำทุกอย่างตามกระบวนการได้อย่างถูกต้องแล้ว ถึงแม้จะไม่บรรลุเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ ก็จะรับฟังเหตุผล แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามที่คุณทำผิดเพี้ยนไปจากกระบวนการที่บริษัทวางไว้ หรือมีการซิกแซก ตรงนี้เขาจะรับไม่ได้ ต่อให้คุณภาพผลงานออกมาดีแค่ไหนก็ตาม ถ้าผิดเขารับไม่ได้ทันที ข้อดีของบริษัทญี่ปุ่นก็คือมีความจงรักภักดีกับองค์กรสูง ทุ่มเทเพื่อองค์กรเต็มที่ มีระบบการทำงานเป็นทีมที่ดี ในขณะเดียวกันองค์กรก็จะดูแลคุณไปในระยะยาวอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4538" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/00-Interview-Quote_Brother-Thailand-01.jpg" alt="00 Interview Quote Brother Thailand 01" width="1200" height="499" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1053"></p>
<p>ในส่วนของ Brother เองถึงแม้จะเป็นบริษัทญี่ปุ่นเก่าแก่ แต่ผมมองว่าเป็นองค์กรที่ไม่ยึดติดกับรูปแบบดั้งเดิมเท่าไรนัก พร้อมปรับเปลี่ยนให้ทันโลกตลอดเวลา แต่ก็ยังคงรักษาข้อดีของการบริหารงานแบบญี่ปุ่นอยู่ อย่างที่บอกไปว่าหลังจากที่เรามีการปรับองค์กรและตั้งนโยบายองค์กรใหม่ Transformation For the Future ทำให้มีการปรับเปลี่ยนอะไรหลายอย่างให้ดีขึ้น ตัวอย่างง่ายๆ ก็คือการให้โอกาสคนท้องถิ่นขึ้นมานั่งเป็นผู้บริหาร รวมถึงการทำ Talent Transformation กับพนักงานที่มีศักยภาพขององค์กรที่องค์กรก็พร้องจะส่งเสริมคนใหม่ๆ ให้ก้าวหน้าโดยวัดจากศักยภาพและขีดความสามารถของแต่ละคน ไม่ใช่วัดจากอายุงานหรือความอาวุโสเป็นหลักเหมือนในยุคที่ผ่านๆ มา เป็นต้น ซึ่งการที่ผมผ่านงานมาในวัฒนธรรมต่างรูปแบบกันมันทำให้ผมได้เห็นการบริหารองค์กรหลากหลายรูปแบบ ตรงนี้ผมก็นำข้อดีในหลายๆ ส่วนมาผสมกันใช้กับการบริหารงานของผมด้วยครับ ซึ่งมันก็เป็นประโยชน์มากทีเดียว</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : การเกิด Business Disruption ในยุคดิจิตอลนี้ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ขององค์กรอย่างไรบ้าง และมีการปรับตัวอย่างไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>ในส่วนของธุรกิจผมมองว่าอาจจะยังกระทบไม่ชัดเจนนัก เพราะผลิตภัณฑ์ของเราก็ยังคงอิงกับเทคโนโลยีอยู่ และยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคยังใช้กันอยู่ แต่แน่นอนว่าการบริโภคก็ลดลงจากเมื่อก่อนมาก เทรนด์ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะเรื่องของ Printer ที่ในโลกของดิจิตอลและโลกที่คนใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมรวมถึงความยั่งยืนนี้ก็จะมีการพิมพ์ที่น้อยลงเรื่อยๆ ฉะนั้นเราก็จะต้องมานั่งคิดว่าเราควรจะทำอย่างไรที่จะทำให้ธุรกิจเราอยู่รอดต่อไปได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4542" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/BrotherTH02.jpg" alt="BrotherTH02" width="639" height="425" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1054"></p>
<p>จริงๆ แล้วเราก็ไม่ได้รับผลกระทบเรื่องนี้คนเดียว เพราะบริษัทคู่แข่งที่อยู่ในตลาดเดียวกันกับเราก็โดนเหมือนกันหมด ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะปรับตัวได้เร็ว เปลี่ยนแปลงได้ว่องไว ก็ต้องแข่งกันเปลี่ยนเพื่อให้อยู่รอดให้ได้ ใครที่ไปไม่รอดก็ต้องล้มหายตายจากกันไป นอกจากผลิตภัณฑ์แล้ว ระบบการทำงาน (Operation Process) หลังบ้านก็สำคัญเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่อง Digital Disruption ที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมาก ไม่ว่าองค์กรไหนๆ ธุรกิจไหนๆ ก็ต้องรับมือและปรับเปลี่ยนทั้งนั้น ซึ่งตรงนี้เราก็ต้องปรับเปลี่ยนเอา Digital มาใช้ประโยชน์กับองค์กรให้ได้มากขึ้น เอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจ ปรับการทำงานในองค์กรให้มีประสิทธิภาพขึ้น ซึ่งนอกจาก Digital จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรแล้ว มองไปอีกขั้นมันสามารถช่วยลดงบประมาณต่างๆ ให้กับองค์กรได้ด้วย ซึ่งเรื่องนี้ก็สำคัญไม่แพ้กันในการบริหารองค์กรยุคดิจิตอลนี้</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : นโยบายขององค์กรที่ปรับเปลี่ยนสู่ยุคใหม่มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>พนักงานของ Brother ทั่วโลกจะมี Bible ที่เป็นแนวทางในการทำงานแบบเดียวกัน เรียกได้ว่าเป็น Global Charter ซึ่งจะเป็นหลักการทำงานที่ทุกคนควรยึดถือร่วมกัน ไปจนถึงผู้บริหารควรทำงานแบบไหน อะไรอย่างไร ตลอดจน Direction ของบริษัทที่เราจะเดินไปทางไหน และทำเพื่ออะไร ในแง่ของ Code of Conduct เราก็มี 3 เรื่องหลักๆ นั่นก็คือ <strong>1.Trust &amp; Respect 2.Ethic &amp; Morality </strong>แล้วก็ <strong>3.Challenging Spirit &amp; Speed</strong> ซึ่งเป็นแนวทางในการทำงานที่ทาง Brother จัดทำขึ้นมาเพื่อใช้ร่วมกันทั่วโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4553" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/BrotherTH13.jpg" alt="BrotherTH13" width="639" height="425" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1055"></p>
<p>อีกอย่างที่ทาง Brother ปลูกฝังให้กับพนักงานทุกคนก็คือการใส่ใจในส่วนอื่นๆ ที่นอกเหนือจากเรื่องของธุรกิจด้วย เวลาที่ทาง Brother เข้าไปทำธุรกิจในประเทศไหนๆ ก็แล้วแต่องค์กรจะใส่ใจใน 6 ส่วนประกอบนี้เป็นอย่างมาก ตั้งแต่ ผู้ถือหุ้น (Stakeholder), พนักงานบริษัท, ลูกค้า, คู่ค้าทางธุรกิจต่างๆ (Business Partners), สิ่งแวดล้อม, แล้วก็ชุมชน ซึ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่เอื้อประโยชน์กันและกัน ไปจนถึงทำให้สังคมที่อยู่ดีขึ้นได้ นั่นเป็นหลักการที่ดีที่เราตั้งใจปลูกฝังให้กับพนักงานและผู้บริหารทุกคนด้วย</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : แล้วมีนโยบายในการดูแลพนักงานให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว รวมถึงแผนการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>อันดับแรกเลยก็คือเรื่องเงินเดือนกับสวัสดิการ ฝ่าย HR ของเราจะมีการประเมินเทียบกับบริษัทอื่นๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันด้วย เพื่อให้เกิดอัตราที่เหมาะสม คุ้มค่า และไม่เอารัดเอาเปรียบ ตรงนี้เราพยายามสร้างบรรทัดฐานที่ยุติธรรมให้กับพนักงานเราด้วยครับ ในส่วนใดที่ดีกว่ามาตรฐาน ก็จะมีการพิจารณาเป็นกรณีไป เพื่อเป็นการตอบแทนให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน อีกปัจจัยที่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ค่อนข้างมากก็คือการประเมินผล ซึ่งเราจะวัด KPI เพื่อนำมาประเมินผลงานในหลายๆ ด้าน รวมถึงการปรับขึ้นเงินเดือนด้วย ซึ่งก็ตามศักยภาพของแต่ละคนเลยครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-4571" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/70352535_2315692961813391_8903311602237833216_o.jpg" alt="70352535 2315692961813391 8903311602237833216 o" width="626" height="417" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1056"></p>
<p style="text-align: center;"><em><span style="font-size: 10pt;"><a href="https://www.facebook.com/BrotherCommercialThailand/" target="_blank" rel="noopener">CR : Facebook &gt; Brother (Thailand)</a></span></em></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : การก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรในครั้งนี้ มีหลักการในการบริหารคนอย่างไรบ้าง </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>ในส่วนของการบริหารองค์กร ผมจะมีหลัก 5 ข้อที่อยากให้ทุกคนยึดถือร่วมกัน แล้วก็ทำงานด้วยกันอย่างมีความสุข หลักการนี้ก็คือ FORCE ซึ่งเป็นการนำตัวย่อจากคำภาษาอังกฤษต่างๆ มารวมกัน โดยแยกย่อยเป็นรายละเอียดดังนี้ครับ</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>F.O.R.C.E</strong></div>
<div>
<p><strong class="yellow-highlighter"><strong>F – Fast Action</strong></strong> : ทำงานรวดเร็ว ตอบสนองทันท่วงที</p>
<p><strong class="yellow-highlighter"><strong>O – Open Discussion</strong></strong> : คุยกันให้เข้าใจ สื่อสารกันให้เคลียร์ สนทนาได้ทุกเรื่อง</p>
<p><strong class="yellow-highlighter"><strong>R – Responsibility</strong></strong> : มีความรับผิดชอบ</p>
<p><strong class="yellow-highlighter"><strong>C – Creasitive Thinking</strong></strong> : Creasitive มาจากคำว่า Creative + Positive นอกจากจะมีความคิดเชิงบวกแล้ว ก็ควรเป็นความคิดเชิงสร้างสรรค์ด้วย</p>
<p><strong class="yellow-highlighter"><strong>E – Enjoy Working</strong></strong> : มีความสุขในการทำงาน</p>
</div>
</div>
<p>ผมจะเป็นคนทำงานค่อนข้างเร็ว แล้วยิ่งในยุคนี้อะไรทุกอย่างมันเร็วไปหมด ถ้าเราช้าก็อาจเสียโอกาสได้ ฉะนั้น F – Fast Action จึงสำคัญ แต่ก็ต้องเร็วบนพื้นฐานที่รอบคอบ ไม่ทำลวกๆ เร็วแต่ไม่มีคุณภาพก็ไม่ได้เหมือนกัน แล้วถ้าช้าคุณก็ไม่ทันกิน ไม่ทันคนอื่นเหมือนกัน ต้องฝึก Action ให้มันเร็วขึ้น ส่วน O – Open Discussion นั้นผมรู้สึกว่าคนเราถ้าได้มานั่งคุยกันแล้วมันจะช่วยแบ่งเบาอะไรได้เยอะ ผมเชื่อว่าทุกปัญหามันจะสามารถแก้ไขได้ การมานั่งคุยกัน แชร์กัน หาทางออกร่วมกัน มันดีต่อทุกฝ่าย ตัวผมเองเป็นผู้บริหารแบบเปิด ไม่ใช่นั่งสั่งการ ผมจะคุยกับลูกน้องเสมอ ทุกคนสามารถปรึกษาผมได้ แม้กระทั่งประตูห้องทำงานผมก็จะเปิดให้พนักงานทุกคนสามารถเข้ามาคุยได้ตลอดเวลา ไม่ว่าคุณจะมีเรื่องอะไรก็ตาม บางครั้งคุณอาจคุยกับหัวหน้าไม่รู้เรื่อง คุยกับคนอื่นก็ไม่เข้าใจคุณ รู้สึกอยากระบายหรือหาคนฟังที่เข้าใจก็สามารถมาหาได้เช่นกัน เราวางตัวเป็นที่พึ่งให้ลูกน้องได้ พอเขาวางใจการทำงานมันก็จะดีตามไปด้วยครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4543" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/BrotherTH03.jpg" alt="BrotherTH03" width="639" height="425" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1057"></p>
<p>ส่วน R – Responsibility แน่นอนว่าทุกคนในองค์กรต้องมีหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง ทุกคนก็ต้องทำงานตามที่บริษัทมอบหมายให้ดีที่สุด มุ่งไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ให้ดีที่สุด รับผิดชอบให้เต็มที่ที่สุด ต่อมาก็ C – Creasitive Thinking ซึ่ง Creasitive มาจากคำว่า Creative + Positive ตรงนี้ผมมองว่าต้องสร้างสรรค์บนพื้นฐานความคิดเชิงบวกด้วย โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันนี้การแข่งขันของธุรกิจต่างๆ มันสูงมาก การครีเอทีฟอย่างเดียวมันไม่ได้แล้ว เราต้องสร้างสรรค์ให้เกิดประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อองค์กรและสังคมด้วย มันไม่ใช่เรื่องแค่การขายของแล้ว แต่เป็นการทำอย่างไรที่จะมอบสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดให้กับลูกค้า เราก็ต้องใช้ความสร้างสรรค์สร้างความแตกต่างจากคนอื่นให้ได้ มันก็จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4545" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/BrotherTH05.jpg" alt="BrotherTH05" width="639" height="425" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1058"></p>
<p>ตัวสุดท้าย E – Enjoy Working เป็นอะไรที่ง่ายๆ แต่ผมคิดว่าสำคัญมาก แล้วมันจะเป็นตัวที่ทำให้เราทำงานกับองค์กรอยู่ไปได้นาน นั่นก็คือทุกคนต้องมีความสุขในการทำงาน รวมถึงมีความสุขกับสภาพแวดล้อมที่เราอยู่ด้วย ไม่ใช่ว่าบังคับตัวเองให้มีความสุขนะครับ แต่ควรเลือกทำงานที่เรารัก เราชอบ ทำแล้วมีความสุข อยู่แล้วไม่อึดอัด นอกจากมันจะทำให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้นแล้ว สุขภาพจิตก็ดีด้วย มันทำให้คุณภาพชีวิตของเราดี ที่สำคัญต้องรู้จัก Work-Life Balance สร้างสมดุลให้ได้ ผมไม่เห็นด้วยนะว่าคนที่ทำงานดึกๆ ดื่นๆ หอบงานกลับไปทำที่บ้านจะเป็นคนขยัน น่าชื่นชม ผมมองว่าพนักงานคนนั้นอาจจะบริหารเวลาไม่ดีพอ เอาเวลางานไปกินเวลาครอบครัวหรือเวลาส่วนตัว ซึ่งการบ้างานเกินไปแล้วชีวิตเสียนี่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่บริษัทต้องการ ฉะนั้นต้องทำทุกอย่างให้มันเหมาะสม ลงตัว บริหารมันให้ได้ มันจะทำให้เรามีความสุขในการทำงานและการใช้ชีวิตไปพร้อมกันครับ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ทิศทางต่อไปในการทำธุรกิจของ Brother สำหรับยุคใหม่นี้วางไว้อย่างไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong></span> ยุคนี้อะไรเปลี่ยนไปเยอะและไวมาก เราต้องไม่หยุดอยู่นิ่ง และต้องทำอะไรให้ไวขึ้นกว่าเมื่อก่อนครับ สำหรับ Brother ในส่วนของเมืองไทยที่ผมบริหารอยู่ก็มีการวางไว้ว่าอย่างแรกเลยเราต้องพยายามขยายแชร์ (Market Share) ให้มันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งยุคนี้ตลาดมันอาจจะแคบลง เราต้องโฟกัสและขยายส่วนแบ่งทางการตลาดให้เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ใช่หยุดการหาตลาดใหม่ๆ ไปเลย เพราะอีกแผนต่อมาที่เรามองไว้ก็คือการขยายตลาดไปสู่ประเทศลาวครับ ผมถือว่าตลาดนี้ยังใหม่สำหรับเรา และยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-4567" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/43062083_1796006610448698_101195455332876288_o.jpg" alt="43062083 1796006610448698 101195455332876288 o" width="608" height="405" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1059"></p>
<p style="text-align: center;"><em><span style="font-size: 10pt;"><a href="https://www.facebook.com/BrotherCommercialThailand/" target="_blank" rel="noopener">CR : Facebook &gt; Brother (Thailand)</a></span></em></p>
<p>อีกแผนธุรกิจที่ต้องทำควบคู่ไปกับสินค้าหรือตลาดเดิมที่เราทำอยู่แล้ว ก็คือการพยายามหาสินค้าใหม่ๆ เข้ามาเสริม สำหรับ Brother บริษัทแม่เองก็มีสินค้าหลากหลายที่น่าสนใจมากมายในยุคนี้ หลายตัวก็ยังไม่เคยเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย บางทีเราก็ต้องมีวิสัยทัศน์มองอนาคตให้ขาด วิเคราะห์ให้ได้ ตลอดจนรู้จักการสร้างโอกาสให้กับตัวเอง อย่างสองผลิตภัณฑ์ที่เราเพิ่งเอาเข้ามาก็คือเครื่องเล่นคาราโอเกะ และเครื่องพิมพ์ผ้า ซึ่งผลิตภัณฑ์น่าสนใจและมีแนวโน้มในการสร้างยอดขายได้ดี แล้วพอลองเอาเข้ามาจริงๆ ผลตอบรับมันก็ไม่เลวเลยทีเดียวครับ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : มีหลักการอะไรในการพัฒนาตนเองอย่างไรบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong></span> จริงๆ แล้วผมเป็นคนชอบเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ครับ อย่างทุกวันนี้ผมก็ยังลงเรียนอะไรที่น่ารู้อยู่เลย ล่าสุดก็เรื่อง Digital Transformation ซึ่งส่วนตัวแล้วผมสนใจเรื่องนี้ แล้วมันก็เป็นประโยชน์กับการทำงานด้วย ผมมักจะไม่ปิดกั้นการเรียนรู้ของตัวเอง เพราะมนุษย์เราเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต สิ่งนี้ผมก็พยายามกระตุ้นให้พนักงานทุกคนโดยเฉพาะระดับ Manager ให้รู้จักพัฒนาตนเอง เรียนรู้อยู่เสมอ แล้วก็พยายามส่งเสริมการเรียนรู้ให้คนอื่นด้วย</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : แล้วมีหลักการในการพัฒนาลูกน้องอย่างไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong></span> สำหรับการพัฒนาลูกน้องนั้นอย่างที่บอกไปว่าผมมักจะโฟกัสไปที่ระดับ Manager ก่อน เพื่อให้เขาเกิดการพัฒนาและรู้จักพัฒนาคนอื่น แล้วเขาก็จะนำมันไปพัฒนาลูกน้องต่อๆ ไปได้ ผมมีหลักการอยู่ 3 อย่างในเรื่องนี้ คือ อย่างแรกต้องรับผิดชอบงานที่มอบหมายให้สำเร็จ และเสร็จตรงตามเวลาให้ได้ ซึ่งการมีวินัยในการทำงานนอกจากจะทำให้ทำงานมีประสิทธิภาพแล้ว ก็ยังเป็นตัวอย่างที่ดีกับลูกน้อง รวมถึงสร้างระบบระเบียบที่ดีในการทำงานไปในตัว อย่างที่สองคือพยายามทำงานในระบบทีมเวิร์คให้ได้ กลมเกลียวสามัคคีกัน ร่วมแรงร่วมใจ เพราะการทำงานเป็นทีมมันมีพลังผลักดันให้งานสำเร็จได้ด้วยดี สร้างความช่วยเหลือเกื้อกูล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4552" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/BrotherTH12.jpg" alt="BrotherTH12" width="639" height="425" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1060"></p>
<p>อย่างที่สามคือการพัฒนาศักยภาพทั้งตนเองและคนในทีม รู้ว่าใครมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ควรส่งเสริมตรงไหนกับใคร พยายามช่วยแก้ไขจุดอ่อน ตลอดจนหา Training หรือ Coaching ใหม่ๆ มาพัฒนากันและกัน แล้วถ้าเป็นระดับหัวหน้าก็ต้องสามารถเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับลูกน้องได้ด้วย ซึ่งหลักการทั้งหมดมันจะทำให้ทุกคนเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : คิดว่ามีทักษะอะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับแรงงานในยุคดิจิตอลนี้ </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong></span> ตรงนี้ผมจะไม่ขอพูดถึงทักษะทางวิชาชีพแล้วกันนะครับ เพราะแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป ทุกคนก็ควรจะพัฒนาทักษะของตัวเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของแต่ละธุรกิจ แต่ผมจะขอพูดถึงทักษะโดยรวมที่สามารถใช้ได้กับทุกองค์กรแล้วก็ทุกธุรกิจแล้วกันนะครับ อย่างแรกเลยต้องเป็นคนที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและตลอดเวลา โลกยุคนี้มันเปลี่ยนไปไวมาก ถ้าคุณไม่ยอมรับตรงนี้นี่คุณอาจจะไม่สามารถอยู่รอดได้ แล้วการที่จะเปลี่ยนแปลงได้มันต้องยอมรับให้ได้เสียก่อน ถ้าคุณไม่ยอมรับตั้งแต่ต้น มันก็ปรับเปลี่ยนได้ยาก แต่ถ้ายอมรับได้ ปรับตัวได้ทัน ทีนี้มันจะเป็นการมองใหม่แล้วว่าควรเปลี่ยนแปลงไปทางไหนอย่าไรดี เราก็สามารถปรับตามได้ทัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4650" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/00-Interview-Quote_Brother-Thailand-02-1.jpg" alt="00 Interview Quote Brother Thailand 02 1" width="1200" height="499" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1061"></p>
<p>ส่วนอีกทักษะที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่ผมว่าสำคัญทีเดียวก็คือทักษะของการสื่อสาร (Communication Skill) ครับ ตรงนี้มันใช้ได้กับทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับองค์กรที่ต้องมีการสื่อสารทางธุรกิจต่างๆ หรือระดับผู้บริหารที่ต้องมีการสื่อสารกับลูกน้องหรือคู่ค้าอื่นๆ ไปจนถึงระดับพนักงานกันเองที่ก็ต้องสื่อสารระหว่างกัน ถ้าเราขาดทักษะในการสื่อสารกันให้เข้าใจ ถึงแม้แผนธุรกิจจะดีขนาดไหน เรื่องที่คิดไว้จะยอดเยี่ยมแค่ไหนก็ตาม หากสื่อสารกันไม่ได้ หรือพนักงานไม่เข้าใจ เขาก็อาจไม่ทำตาม ทุกอย่างก็จบได้เหมือนกัน ตรงนี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญไม่ว่าจะกับใครก็ตาม</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : คิดว่าเรื่องวัฒนธรรมองค์กรยังมีความจำเป็นและสำคัญอยู่สำหรับยุคดิจิตอลนี้หรือไม่ โดยเฉพาะวัฒนธรรมองค์กรแบบญี่ปุ่นที่มีความเฉพาะตัวสูง </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>จริงๆ เวลาพูดถึงวัฒนธรรมองค์กรมันก็คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในองค์กรทำหรือประพฤติปฎิบัติร่วมกันนั่นเอง ถึงแม้ไม่มีการบัญญัติคำนี้ขึ้นมามันก็ยังคงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอยู่ดี ผมมองว่าวัฒนธรรมองค์กรในแต่ละยุคสมัยอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างให้เหมาะสมกับยุคนั้นๆ มันเป็นธรรมชาติของมันอยู่แล้ว เพราะวัฒนธรรมมันเปลี่ยนตามคนและสภาพแวดล้อมของสังคม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4544" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/BrotherTH04.jpg" alt="BrotherTH04" width="639" height="425" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1062"></p>
<p>อย่างเมื่อก่อนที่วัฒนธรรมองค์กรมันมีความชัดเจนสูงมากก็เพราะสังคมมันเปลี่ยนแปลงช้ามาก พอสิ่งที่องค์กรทำกันเป็นปกตินานวันขึ้นก็เลยถูกเรียกว่าวัฒนธรรมองค์กรไป แต่พอมาถึงวันนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก คนเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน สภาพแวดล้อมเปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด วัฒนธรรมองค์กรก็ต้องเปลี่ยนตาม เมื่อก่อนเราอาจจะมีวัฒนธรรมในการเคารพและเชื่อฟังผู้อาวุโสเพราะเขามีประสบการณ์มากกว่า ผ่านงานมาก่อน งานมันยังคงเป็นลักษณะเดิมๆ แต่ในยุคนี้งานมันเปลี่ยนไป เปลี่ยนไวมาก หลายๆ งานก็เป็นงานใหม่ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้น ไม่มีใครมีประสบการณ์มาก่อน ระบบอาวุโสก็เลยจะเริ่มหายไป บางทีคนรุ่นใหม่ก็มีวิธีการคิดที่เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบันนี้ คนยุคก่อนก็ควรต้องรับฟังบ้าง แล้วถ้านำมาปรับใช้กับธุรกิจได้ดี มันก็ประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน การยึดติดกับอะไรเดิมๆ แบบแผนเดิมๆ ในยุคก่อนมันอาจจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ในยุคนี้ถ้าปรับเปลี่ยนไม่ทันก็อาจทำให้ธุรกิจตายได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4540" src="https://th.hrnote.asia/storage/2020/01/00-Interview-Quote_Brother-Thailand-03.jpg" alt="00 Interview Quote Brother Thailand 03" width="1200" height="499" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1063"></p>
<p>ผมว่าเราต้องรู้จักออกจาก Comfort Zone ของตัวเองบ้าง ต้องสนับสนุนเลือดใหม่ให้เข้ามาทำงาน เพราะพวกเขาคืออนาคตของโลก เราจะยึดโลกเป็นมุมมองของเราคนเดียวไม่ได้ การรับฟังไอเดียของคนรุ่นใหม่ก็จะได้มุมมองใหม่ๆ ที่ตามยุคตามสมัย เอามาปรับใช้ให้เป็น เทรนด์ในอนาคตนี่มันจะยิ่งเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเรื่อยๆ และไวขึ้นเรื่อยๆ เราก็ต้องปรับให้ทัน อย่างช่วงนี้ที่องค์กรทั่วโลกต่างก็ลุกขึ้นมาสนใจเรื่อง Organization Transformation กันยกใหญ่ ก็เพราะโลกมันก้าวไปข้างหน้าแล้วไงครับ ถ้าไม่ลุกขึ้นมาปรับตัวธุรกิจก็อาจล้มหายตายจากไปได้ นี่น่าจะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ผมว่าวัฒนธรรมองค์กรไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่มันก็มีข้อดีและข้อเสียในตัวมันเอง รู้จักนำข้อดีต่างๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสม น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : นิยามของความสำเร็จในมุมมองของคุณคืออะไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>ความสำเร็จในมุมมองของผมก็คือความสุขครับ บรรลุเป้าหมายแล้วต้องสร้างความสุขด้วย ทั้งความสุขต่อตัวเราเอง แล้วก็สร้างความสุขให้คนอื่น อย่างบริษัทวางเป้าหมายไว้แล้วเราสามารถบรรลุได้ ถ้าทุกคนแฮปปี้กับตรงนี้ผมถือว่าเป็นความสำเร็จครับ คำว่าทุกคนของผมนั้นก็รวมตั้งแต่พนักงานทุกคน, ผู้บริหาร, หุ้นส่วนทางธุรกิจ, ผู้ถือหุ้น, ไปจนถึงสังคม ถ้าทำให้ทุกคนมีความสุขได้ผมว่านี่มันคือความสำเร็จที่แท้จริง</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="Brother การปฎิวัติของยุคดิจิตอล กับการปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุคใหม่ 1064" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/191225-interview-time-consulting/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Dec 2019 02:12:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Time Consulting]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/191225-interview-time-consulting/</guid>

					<description><![CDATA[กระแส Digital Disruption สร้างการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับทุกธุรกิจและองค์กรที่ทำให้ทุกคนต้องหันมาปรับตัวเพื่อให้ก้าวทันโลกดิจิตอลที่กำลังเข้ามามีอิทธิพลกับโลกใบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่าหากมองในแง่บวกแล้วเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้เกิดการพัฒนาได้ก้าวไกลขึ้น แต่หากมองในแง่ลบแล้วสิ่งที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในเรื่องนี้ก็คือมนุษย์นั่นเอง นั่นเป็นที่มาของการปรับตัวครั้งสำคัญของโลกใบนี้ที่มนุษย์จะต้องลุกขึ้นมาเตรียมทักษะและพัฒนาตนเองให้พร้อมสู่โลกยุคดิจิตอล และนั่นก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนองค์กร Organization Transformation ให้พร้อมสู่โลกยุคอนาคตด้วยนั่นเอง สำหรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เราอาจจะเห็นยักษ์ใหญ่หลายบริษัทหรือแม้แต่ส่วนราชการไปจนถึงรัฐบาลเองต่างก็ลุกขึ้นมาพลิกโฉมครั้งใหญ่ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าองค์กรเหล่านี้ต่างก็มีมือขวาคนสำคัญเป็นบริษัทที่ปรึกษาฝีมือดี ที่เชี่ยวชาญในการกำหนดทิศทาง ตลอดจนร่วมพัฒนาองค์กรจนก้าวสู่ความสำเร็จในที่สุด หนึ่งในบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของไทยนั้นก็คือ Time Consulting ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้และอยู่เบื้องหลังองค์กรใหญ่ๆ หลายองค์กรของไทยมาแล้ว แล้วในยุคที่เกิด Digital Disruption นี้ทางบริษัทก็ยังขยายธุรกิจของตัวเองออกไปในชื่อ Time Digital ที่มุ่งเน้นการเป็นที่ปรึกษาในการปรับเปลี่ยนองค์กรในแบบ Digital Transformation เพื่อให้พร้อมเข้าสู่โลกยุคดิจิตอลโดยเฉพาะอีกด้วย ซึ่งหนึ่งในกำลังสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ก็คือนักบริหารหญิงรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง คุณเมย์-วิษฎา ปัญญาเสวนมิตร ที่นั่งตำแหน่ง Business Development Manager ให้กับที่ TIME Consulting Co., Ltd. และบริษัทในเครือที่เพิ่งเปิดตัวอย่าง TIME Digital เพื่อรองรับเรื่องของยุคดิจิตอลโดยเฉพาะด้วยนั่นเอง ซึ่งเธอผู้นี้ต่างอยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงของหลายองค์กรตั้งแต่ภาครัฐไปจนถึงเอกชนที่กำลังประสบความสำเร็จในการนำองค์กรเข้าสู่ยุคดิจิตอลมากขึ้นเรื่อยๆ เรามาลองทำความรู้จักกับผู้หญิงเก่งที่มากความสามารถคนนี้กัน Q : ธุรกิจของ Time Consulting คืออะไร A : บริษัทเราทำธุรกิจด้านที่ปรึกษา [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กระแส Digital Disruption สร้างการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับทุกธุรกิจและองค์กรที่ทำให้ทุกคนต้องหันมาปรับตัวเพื่อให้ก้าวทันโลกดิจิตอลที่กำลังเข้ามามีอิทธิพลกับโลกใบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่าหากมองในแง่บวกแล้วเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้เกิดการพัฒนาได้ก้าวไกลขึ้น แต่หากมองในแง่ลบแล้วสิ่งที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในเรื่องนี้ก็คือมนุษย์นั่นเอง นั่นเป็นที่มาของการปรับตัวครั้งสำคัญของโลกใบนี้ที่มนุษย์จะต้องลุกขึ้นมาเตรียมทักษะและพัฒนาตนเองให้พร้อมสู่โลกยุคดิจิตอล และนั่นก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนองค์กร Organization Transformation ให้พร้อมสู่โลกยุคอนาคตด้วยนั่นเอง สำหรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เราอาจจะเห็นยักษ์ใหญ่หลายบริษัทหรือแม้แต่ส่วนราชการไปจนถึงรัฐบาลเองต่างก็ลุกขึ้นมาพลิกโฉมครั้งใหญ่ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าองค์กรเหล่านี้ต่างก็มีมือขวาคนสำคัญเป็นบริษัทที่ปรึกษาฝีมือดี ที่เชี่ยวชาญในการกำหนดทิศทาง ตลอดจนร่วมพัฒนาองค์กรจนก้าวสู่ความสำเร็จในที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4481" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/00-HR-Note-Asia_Interview-Standard_14-Time-Consulting-01.jpg" alt="00 HR Note Asia Interview Standard 14 Time Consulting 01" width="879" height="596" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1085"></p>
<p>หนึ่งในบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของไทยนั้นก็คือ Time Consulting ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้และอยู่เบื้องหลังองค์กรใหญ่ๆ หลายองค์กรของไทยมาแล้ว แล้วในยุคที่เกิด Digital Disruption นี้ทางบริษัทก็ยังขยายธุรกิจของตัวเองออกไปในชื่อ Time Digital ที่มุ่งเน้นการเป็นที่ปรึกษาในการปรับเปลี่ยนองค์กรในแบบ Digital Transformation เพื่อให้พร้อมเข้าสู่โลกยุคดิจิตอลโดยเฉพาะอีกด้วย ซึ่งหนึ่งในกำลังสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ก็คือนักบริหารหญิงรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง <strong>คุณเมย์-วิษฎา ปัญญาเสวนมิตร</strong> ที่นั่งตำแหน่ง <em>Business Development Manager</em> ให้กับที่ <strong><a href="https://www.timeconsulting.co.th/" target="_blank" rel="noopener">TIME Consulting Co., Ltd.</a></strong> และบริษัทในเครือที่เพิ่งเปิดตัวอย่าง <a href="https://www.timedigital.co.th/" target="_blank" rel="noopener"><strong>TIME Digital</strong></a> เพื่อรองรับเรื่องของยุคดิจิตอลโดยเฉพาะด้วยนั่นเอง ซึ่งเธอผู้นี้ต่างอยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงของหลายองค์กรตั้งแต่ภาครัฐไปจนถึงเอกชนที่กำลังประสบความสำเร็จในการนำองค์กรเข้าสู่ยุคดิจิตอลมากขึ้นเรื่อยๆ เรามาลองทำความรู้จักกับผู้หญิงเก่งที่มากความสามารถคนนี้กัน</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ธุรกิจของ Time Consulting คืออะไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>บริษัทเราทำธุรกิจด้านที่ปรึกษา (Consulting) ให้กับองค์กรต่างๆ ค่ะ กลุ่มธุรกิจที่ชำนาญเป็นพิเศษก็จะเป็นด้าน Telecommunication และ Media &amp; Broadcasting ซึ่งเราทำมานานแล้ว สำหรับยุคดิจิตอลที่เริ่มมีการปรับเปลี่ยนในองค์กรและธุรกิจต่างๆ มากมายในช่วงนี้เราก็เริ่มจะให้คำปรึกษาในเรื่องที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีมากขึ้นด้วย อย่างเทรนด์ที่โลกกำลังจะเปลี่ยนสู่ยุค 5G นี้บริษัทเราก็ได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษาให้กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (Ministry of Digital Economy and Society : MDES) ในการจัดทำแผนแม่บท (Master Plan) ให้กับโครงสร้างพื้นฐานดิจิตอล (Digital Infrastructure‎) ต่างๆ ของไทย รวมถึงนโยบายและยุทธศาสตร์ของชาติในการที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้าสู่ยุคดิจิตอลให้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อก้าวให้ทันโลกที่กำลังก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว และรองรับโลกอนาคตของไทย นอกจากนี้ก็ยังเป็นที่ปรึกษาในโครงการที่เกี่ยวกับ Smart City ไปจนถึงเรื่อง MICE business (MICE : Meetings, Incentive Travel, Conventions and  Exhibitions) ด้วย ในด้านเอกชนก็เป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กรต่างๆ ด้วยเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4502" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/TC17.jpg" alt="TC17" width="849" height="567" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1086"></p>
<p>หลายคนสงสัยว่าที่บริษัทมีคำว่า TIME อยู่ในนั้นด้วย แล้วบริษัททำธุรกิจอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องของ &#8220;เวลา&#8221; หรือเปล่า จริงๆ แล้วคำว่า TIME ของเรานั้นเป็นการนำเอาอักษรตัวต้นของคำ 4 คำมารวมกันดังนี้ T – Telecommunication, I – Internet, M – Media &amp; Broadcasting แล้วก็ E – Economy ซึ่งทุกอย่างก็คือแก่นของธุรกิจที่เราเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในสายงานเหล่านี้มานานนั่นเองค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4487" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/TC02.jpg" alt="TC02" width="849" height="567" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1087"></p>
<p>แล้วในยุคที่กำลังเกิด Digital Disruption นี้ที่ทุกองค์กรกำลังตื่นตัวในเรื่อง Digital Transformation การเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุคดิจิตอลในด้านต่างๆ นั้น ที่ผ่านมาเราก็ได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษาให้กับหลายๆ องค์กรด้วยเช่นกัน เราก็เลยเอาประสบการณ์ต่างๆ มาตั้งเป็นบริษัทใหม่ขึ้นที่ชื่อว่า TIME Digital ที่มุ่งเน้นในการให้คำปรึกษาที่เกี่ยวกับ Digital Transformation โดยเฉพาะเลย ก็จะลงรายละเอียดเรื่องนี้อย่างจริงจัง และมีการให้คำปรึกษารอบด้าน ตั้งแต่เรื่องของบุคลากรไปจนถึงเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อช่วยให้องค์กรเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิตอลได้อย่างราบรื่นที่สุด และพร้อมที่จะทำธุรกิจในยุคใหม่ให้ประสบผลสำเร็จค่ะ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : หัวใจสำคัญของ Digital Transformation คืออะไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>จากที่เราคลุกคลีกับการทำที่ปรึกษาในเรื่อง Digital Transformation ให้กับองค์กรต่างๆ มาพักใหญ่ๆ เนี้ยะเราพบว่าหัวใจสำคัญจริงๆ นั้นก็คือ People Management ค่ะ ถึงแม้ว่าองค์กรจะมีเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมพร้อมมากแค่ไหนก็ตาม แต่หากคนในองค์กรไม่พร้อมที่จะปรับเปลี่ยน ไม่เข้าใจในระบบการทำงานยุคใหม่ หรือไม่มีการเตรียมความพร้อมให้กับพวกเขาอย่างถูกต้องและเพียงพอ มันก็จบได้ องค์กรอาจไปต่อไม่ได้ถ้าคนไม่พร้อม เพราะฉะนั้นเรื่องนี้สำคัญมากค่ะ องค์กรจะต้องบริหารจัดการคนในองค์กรให้ดี จัดการอย่างไรที่จะให้เขาปรับสู่โลกดิจิตอลให้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าคนพร้อมแล้ว การทำ Organization Transformation ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4482" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/00-Interview-Quote_Time-Consulting-01.jpg" alt="00 Interview Quote Time Consulting 01" width="1200" height="538" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1088"></p>
<p>ก่อนที่จะเกิด Organization Transformation ได้ ก็ต้องเกิด People Transformation ก่อน ถ้านโยบายพร้อม หลักการพร้อม แผนการพร้อม แต่คนไม่พร้อมคือทุกอย่างจบ เปลี่ยนแปลงได้ยากแน่นอน และหัวใจที่สำคัญมากๆ อีกอย่างก็คือผู้นำองค์กรค่ะ ต้องบอกเลยว่าถึงแม้ว่าองค์กรจะมีแผนในการปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิตอลที่ดีมากเพียงใดก็ตาม แต่ถ้าผู้นำองค์กรที่มีอำนาจในการตัดสินใจไม่เห็นความสำคัญ ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ หรือปล่อยให้ลูกน้องทำแล้วตัวเองอยู่เฉยๆ มันก็จบเช่นกัน องค์กรอาจจะเคลื่อนได้ดีในตอนแรก แต่ระยะยาวมันไปไม่รอดแน่ๆ ตรงกันข้ามองค์กรที่ผู้นำเข้าใจเรื่อง Digital Transformation เป็นอย่างดี และลุกขึ้นมาเป็นหัวเรือในการเปลี่ยนแปลงต่างๆ องค์กรนั้นจะปรับเปลี่ยนได้เร็ว ผู้นำหรือผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ จะเข้าใจสิ่งที่ตนเองต้องปรับเปลี่ยนธุรกิจและองค์กร และจะทำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่า ที่สำคัญผู้นำที่อยากเปลี่ยนแปลงนี้ความเชื่อจะแรงกล้าและสามารถผลักดันให้คนในองค์กรเปลี่ยนแปลงรวมถึงก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย เราจะเห็นเลยว่าองค์กรไหนที่ผู้บริหารลุกขึ้นมาเป็นตัวตั้งตัวตีในการทำ Digital Transformation องค์กรนั้นจะก้าวไปไวมาก เปลี่ยนแปลงได้เร็ว คนในองค์กรร่วมกันขับเคลื่อนได้ดี แล้วก็จะประสบความสำเร็จได้ไวเช่นกัน แต่ถ้าองค์กรไหนผู้นำไม่อิน ทำไปตามเทรนด์โดยที่ไม่เข้าใจ มันก็มีเพียงภาพสวยหรูภายนอก นโยบายดีแต่ไม่ปฎิบัติจริง แน่นอนว่าคนในองค์กรก็ไม่ปรับเปลี่ยน โอกาสประสบความสำเร็จก็จะมีน้อยด้วยค่ะ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : การให้คำปรึกษาในเรื่อง Digital Transformation มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>สำหรับในส่วนของ TIME Digital เราก็จะเน้นให้คำปรึกษาในด้านดิจิตอลและการปรับเปลี่ยนองค์กร ตลอดจนการทำ Road map ทิศทางให้กับองค์กรต่างๆ ที่จะเดินไปด้วย ในส่วนนี้เราจะเน้นการทำ Digital Transformation แบบครบวงจรซึ่งจะมีอยู่ 3 บริการหลักๆ ด้วยกันค่ะ</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>Digital Transformation Services</strong></div>
<div>
<ul>
<li><strong><strong class="yellow-highlighter">Digital Training :</strong></strong> การจัดการอบรมรูปแบบต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องดิจิตอล จัดทำคอร์สให้กับองค์กรต่างๆ ในการอบรมบุคลากรเพื่อให้เข้าใจและนำไปปฎิบัติได้ รวมถึงพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนสู่การทำงานระบบใหม่ในยุคดิจิตอล</li>
<li><strong><strong class="yellow-highlighter">Business Design :</strong></strong> ออกแบบธุรกิจให้กับองค์กร โดยเริ่มตั้งแต่การทำ Road map ให้กับองค์กร ไปจนถึงทำ Digital Transformation ในองค์กรให้สำเร็จ</li>
<li><strong><strong class="yellow-highlighter">Digital Assessment :</strong></strong> การทดสอบและประเมินผลองค์กรในเรื่องดิจิตอลเพื่อให้ทราบถึงข้อมูลตลอดจนศักยภาพของบุคลากรในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับดิจิตอล ซึ่งการประเมินผลนี้จะแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
<ul>
<li><strong>Digital Maturity &gt;</strong> การวัดภาพรวมขององค์กรว่ามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหนอย่างไรในเรื่องดิจิตอล รวมถึงความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงองค์กรให้ก้าวไปสู่โลกยุคดิจิตอล</li>
<li><strong>Digital Literacy &gt;</strong> การวัดความเข้าใจในเชิงปัจเจกของบุคลากรในองค์กรว่ามีความเข้าใจเรื่องดิจิตอลมากน้อยเพียงไร บุคลากรคนไหนถูกจัดอยู่ในกลุ่มไหน มีลักษณะอย่างไร และเราควรบริหารบุคลากรในกลุ่มต่างๆ อย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด</li>
</ul>
</li>
</ul>
</div>
</div>
<p>ส่วนใหญ่แล้วองค์กรใหญ่ๆ เวลาจะทำ Organization Transformation จะต้องทำทั้ง 4 ตัวนี้ก่อน เพื่อเตรียมความพร้อมรวมถึงค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบใดๆ แต่อันดับแรกเลยก็ควรต้องทำ Digital Assessment ก่อน ซึ่งตอนนี้ก็มีหลายองค์กรที่เริ่มทำกันแล้วค่ะ ตรวจสอบองค์กรว่าเขาเป็นอย่างไรและยืนอยู่ตรงจุดไหน มีความพร้อมมากน้อยเพียงไรในการปรับตัวสู่ยุคดิจิตอล ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถวิเคราะห์ได้ว่าบุคลากรที่บริหารอยู่นี้เป็นอย่างไร มีคุณลักษณะอย่างไร ตรงนี้การทำ Digital Assessment ของเราก็จะเป็นระบบที่เป็นมาตรฐานสากล (Global Standard) ที่เชื่อถือได้ทั่วโลก เราจะวิเคราะห์ว่าปัจจุบันองค์กรของคุณยืนอยู่ตรงจุดไหน พร้อมหรือไม่พร้อมอย่างไรในการเปลี่ยนแปลง และถ้าจะเปลี่ยนแปลงจริงๆ ต้องทำอย่างไร วางแผนอย่างไร กำหนดเส้นทางอย่างไร รวมถึงบริหารจัดการคนอย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4493" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/TC08.jpg" alt="TC08" width="849" height="567" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1089"></p>
<p>การทำ Digital Assessment ที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือ Digital Literacy ซึ่งจะเป็นการประเมินผลบุคลากรในองค์กรแบบส่วนบุคคลเพื่อจัดประเภทของบุคลากรที่มีอยู่ ทำให้เรารู้ศักยภาพของคนในองค์กร และรู้ว่าจะผลักดันองค์กรไปในทางใด โดยใช้ใครเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก และใช้ประโยชน์จากคนประเภทต่างๆ อย่างไรให้เหมาะสมที่สุด ซึ่งเมื่อทำ Digital Literacy แล้วเราจะสามารถแบ่งบุคลากรออกเป็นประเภท (Type) ต่างๆ ได้ 4 กลุ่ม ตามลักษณะกราฟด้านล่างนี้เลยค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4486" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/Digital-Levels-01.jpg" alt="Digital Levels 01" width="842" height="596" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1090"></p>
<p>แกนหลักสองแกนนั้น แกน X จะเป็น Leadership Capability หรือความสามารถในด้านการเป็นผู้นำค่ะ ส่วนแกน Y จะเป็น Digital Capability หรือความสามารถทางด้านดิจิตอล พอได้ผลทดสอบของแต่ละด้านเราก็จะนำมาพล็อตจุดบนแกน X และแกน Y แล้วดูว่าจุดนั้นอยู่บน Quadrant อะไร ยกตัวอย่างนะคะ สมมติเป็นผลจากการทำแบบทดสอบของคนรุ่นใหม่ คนกลุ่มนี้ก็จะมี Digital Capability สูง แต่ภาวะการเป็นผู้นำอาจจะยังน้อยอยู่ เขาก็จะตกอยู่ในโซนของ Fashionistas ค่ะ ซึ่งก็จะเป็นพวกที่อัพเดทเทรนด์ของเทคโนโลยีตลอดเวลา ใช้เทคโนโลยีเป็น ปรับตัวกับเทคโนโลยีได้ไม่ยาก แต่ก็มักจะทำงานอยู่แค่ที่ตัวเองรับผิดชอบ ไม่ค่อยอยากที่จะเป็นผู้นำเท่าไร หรือผลการทดสอบจากคนรุ่นเก่าที่มีอายุหน่อย ส่วนใหญ่แล้ว Digital Capability ก็อาจจะน้อย ยังตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ทัน ถ้ามีความเป็นผู้นำสูงก็อยู่ในโซน Conservatives ไม่ค่อยชอบการปรับเปลี่ยน ยืนหยัดในจุดที่ตัวเองยืน ทำงานอย่างรับผิดชอบ แต่ก็จะเน้นในแบบที่ตัวเองถนัด ส่วนถ้ามีความเป็นผู้นำต่ำก็จะอยู่ในกลุ่ม Beginners ที่อาจไม่รู้จักเทคโนโลยีอะไรเท่าไร แล้วก็ตามไม่ค่อยทัน แต่จะเป็นกลุ่มที่เออออ ไปไหนก็ได้ ทำตามคำสั่ง ถ้าบริษัทสั่งก็ยินดีทำตาม พร้อมที่จะเรียนรู้ตามที่บริษัทสั่ง แต่ศักยภาพจะได้หรือเปล่านั่นอีกเรื่องหนึ่ง ประมาณนี้ค่ะ ซึ่งคุณลักษณะทั้ง 4 นั้นก็จะมีรายละเอียดดังนี้</p>
<div class="focused-block--has-title">
<div class="__title"><strong>4 </strong><strong>Levels of Digital Mastery</strong></div>
<div>
<ul>
<li><strong class="green-highlighter"><strong>Beginners :</strong> </strong>กลุ่มนี้จะมี Leadership Capability ต่ำ แล้วก็จะมี Digital Capability ต่ำด้วย ระดับความรู้ความเข้าใจรวมถึงการทำงานที่เกี่ยวกับ Digital ก็จะต่ำ เป็นกลุ่มคนที่อาจมีอายุหน่อย ตามเทคโนโลยีไม่ค่อยทัน รับคำสั่งได้ดี ทำงานตามที่บริษัทกำหนด แต่ก็จะไม่ออกนอกกรอบ ไม่ขวนขวายนัก พร้อมที่จะเรียนรู้ แต่จะไม่เรียนรู้ด้วยตนเอง ถ้าบริษัทสั่งก็จะยินดีเรียนรู้ แต่ศักยภาพการเรียนรู้อาจจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล</li>
<li><strong><strong class="cyan-highlighter">Conservatives :</strong></strong> กลุ่มนี้จะมี Leadership Capability สูง แต่จะมี Digital Capability ต่ำ ระดับความรู้ความเข้าใจรวมถึงการทำงานที่เกี่ยวกับ Digital อาจจะน้อย แต่ก็สนใจเทรนด์หรือข่าวสารต่างๆ มีความเชื่อมั่นในตนเอง ปรับเปลี่ยนอะไรค่อนข้างยาก แต่ถ้าเขาเข้าใจและยอมรับมันแล้วก็จะปรับเปลี่ยนได้เร็ว มีศักยภาพสูง แต่ก็อาจจะใช้เวลาในการเรียนรู้มากกว่ากลุ่ม Fashionistas และ Digital Masters หน่อย มีภาวะในการเป็นผู้นำสูง มีความรับผิดชอบในการทำงานดีเยี่ยม มีการบริหารงานที่ดี แต่มีความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนแปลงต่ำหน่อย มีศักยภาพในการเรียนรู้ในสิ่งที่สนใจ มีวุฒิภาวะในการทำงานและการตัดสินใจ มีทักษะในการวิเคราะห์ได้ดี</li>
<li><strong><strong class="pink-highlighter">Fashionistas :</strong></strong> กลุ่มนี้จะมี Leadership Capability ต่ำ แต่จะมี Digital Capability สูง กลุ่มนี้มักจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ คุ้นเคยกับการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ มาตั้งแต่เด็ก เรียนรู้ได้ไว ตามเทรนด์เทคโนโลยีได้ทัน ชอบลองสิ่งใหม่ๆ ไม่กลัวที่จะเสี่ยง แต่ก็มักจะขาดความรับผิดชอบ ปรับเปลี่ยนไปตามสิ่งต่างๆ ได้ง่าย แต่ก็มักจะขาดความอดทน เบื่อง่าย และไม่พยามมากนัก เป็นคนที่รู้และก้าวทันเทคโนโลยี แต่ก็จะอยู่กับตัวเอง ไม่ค่อยเชื้อมโยงกับสังคมโดยรวมขององค์กร ไม่แชร์สิ่งที่ตัวเองรู้ แต่ก็ไม่ปิดกั้นหากจะมีคนมาเพิ่มเติมความรู้ หรือมาขอให้ช่วยแขร์ข้อมูลบ้าง แต่จะไม่เป็นคนเริ่มต้นก่อน รักการเรียนรู้ มีศักยภาพในการพัฒนาสูง แต่ความมุ่งมันและตั้งใจอาจจะต่ำ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย หรืออีกคุณลักษณะคืออาจเป็นคนกลุ่มสาย IT จ๋าๆ มีโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ชอบอยู่กับตัวเอง ในกลุ่มนี้ก็จะเป็น Fashionista ทางด้าน Tech ที่นำเทรนด์เสมอ อะไรมาใหม่รู้หมด ใช้ได้หมด ตามทันหมด แต่ก็จะรู้อยู่แค่ตัวเอง ไม่ยุ่งกับคนอื่น ไม่แบ่งปันคนอื่นหากไม่จำเป็นหรือได้รับการร้องขอ</li>
<li><strong><strong class="yellow-highlighter">Digital Masters :</strong></strong> กลุ่มนี้จะมี Leadership Capability สูง แล้วก็จะมี Digital Capability เพราะฉะนั้นระดับความรู้ความเข้าใจรวมถึงการทำงานที่เกี่ยวกับ Digital ก็จะสูงมาก เรียกได้ว่าเป็น Trendsetter ในเรื่องของเทคโนโลยี หรือไม่ก็อาจเป็นคนที่ทำงานสายเทคโนโลยีไปเลย พร้อมที่จะรองรับการทำงานในสาย Tech นี้ได้ทุกเมื่อ สำหรับในยุคดิจิตอลนี้กลุ่มนี้จะกลายเป็นหัวเรือแถวหน้าในการปรับเปลี่ยน เพราะเข้าใจและมีความรู้ในเทคโนโลยี พร้อมทั้งมีความเป็นผู้นำ รับผิดชอบในการทำงาน และรักการเรียนรู้ บริหารงานความถึงบริหารบุคคลเก่ง กระตือรือร้นกับเทรนด์การเปลี่ยนแปลงสูงยุคดิจิตอล</li>
</ul>
</div>
</div>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : เมื่อได้ผลลัพธ์มาแล้ว อะไรคือหัวใจสำคัญของการลงมือปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิตอล</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>ก่อนอื่นเลยองค์กรและบุคลากรในธุรกิจนั้นๆ ต้องทำความเข้าใจเข้าใจในผลิตภัณฑ์หรืออุตสาหกรรมของสายตัวเองในมิติของโลกยุคดิจิตอลให้ลึกซึ้งเสียก่อนค่ะ โดยเฉพาะเรื่อง Customer Experience ที่มีผลต่อธุรกิจค่อนข้างมาก ซึ่งบางธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมาก อันนี้ก็ต้องปรับบุคลาการให้ไวและให้ทันด้วยค่ะ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจธนาคาร หรือ อุปโภคบริโภค ที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก แล้วผู้บริโภคก็ปรับตัวตามได้ไว ใช้เทคโนโลยีในการใช้บริการหรือซื้อสินค้าจนกลายเป็นวิถีปกติไปแล้ว ตรงนี้ทางองค์กรไหนที่ปรับตัวไม่ทัน หรือก้าวช้า ก็จะเสียเปรียบคนอื่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4483" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/00-Interview-Quote_Time-Consulting-02.jpg" alt="00 Interview Quote Time Consulting 02" width="1200" height="611" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1091"></p>
<p>ทีนี้ก็ต้องย้อนกลับมาดูองค์กรเป็นอันดับแรก องค์กรจะปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิตอลได้ดีจะต้องมี Digital Vision วิสัยทัศน์ทางด้านดิจิตอลเป็นอันดับแรก รู้ว่าจะเอาดิจิตอลมาใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจและองค์กรได้อย่างไร ถ้าองค์กรไม่มีเรื่องนี้ หรือผู้นำองค์กรขาดวิสัยทัศน์ด้านนี้ การปรับองค์กร Digital Transformation ก็สูญเปล่า ไร้ความหมาย ก้าวหน้าไม่ได้ไกลแน่นอน มันไม่ใช่แค่การทำตามเทรนด์เพื่อให้ได้ชื่อว่าทำ Digital Transformation แล้วเท่านั้นแล้วจบ เพราะเรื่องนี้สำคัญ มันเป็นเรื่องของการดำเนินธุรกิจระยะยาว การที่องค์กรมี Digital Vision ที่ชัดเจน กว้างไกล มันจะรู้เลยว่าเขาเปลี่ยนไปเพื่ออะไร มีทิศทางอย่างไร แล้วมันก็จะเกิดการวาง Organization Roadmap ขึ้นมาว่าองค์กรจะเดินไปทางไหน อย่างไร มีเป้าหมายอะไร ต้องทำขึ้นเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพร่วมกัน และทำให้ธุรกิจมีทิศทางพัฒนาที่ชัดเจนถูกต้อง เมื่อเรามี Roadmap ที่ชัดเจนมันจะส่งผลถึงการทำงานในส่วนต่างๆ ที่จะเห็นภาพได้ชัดเจนตามไปด้วยค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4488" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/TC03.jpg" alt="TC03" width="849" height="567" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1092"></p>
<p>เรื่องต่อมาที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเรื่องของ Organization Structure ต้องยอมรับว่าการที่จะทำ Organization Transformation นั้นเรื่องนี้สำคัญจริงๆ องค์กรต้องจริงจังในเรื่องนี้ เพราะโครงสร้างองค์กรมีผลต่อระบบการทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากจะปรับเปลี่ยนองค์กรสู่งยุคดิจิตอลจริงๆ ก็ควรต้องปรับโครงสร้างให้รองรับด้วยค่ะ อีกอย่างลักษณะงานหลายอย่างอาจแตกต่างไปจากเมื่อก่อน หลายต่ำแหน่งเกิดขึ้นมาใหม่ในการทำงานยุคดิจิตอลนี้ แล้วหลายตำแหน่งก็ไม่จำเป็นแล้วในยุคนี้เช่นกัน แต่ก็มีการหมุนเวียนคนไปทำอย่างอื่นได้ อาจมีการสร้างทีมดิจิตอลขึ้นมา บางแผนกอาจต้องทำงานกับอีกแผนกที่ไม่เคยทำงานร่วมกันมาก่อน รวมถึงโครงสร้างในเรื่องของ Governing Structure การบริหารจัดการ โครงสร้างอำนาจในการสั่งการและตัดสินใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลมาจาก Organization Structure ทั้งสิ้น เมื่อปรับเปลี่ยนตรงนี้ก็อาจทำให้การทำงานสะดวกและรวดเร็วขึ้น ระบบรองรับกับยุคดิจิตอลได้ องค์กรก็จะมีศักยภาพในการทำ Digital Transformation ที่สูงขึ้นได้ด้วยค่ะ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : มีหลักการสำคัญในการทำ Organization Roadmap ให้กับองค์กรอย่างไรบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>หัวใจสำคัญของการทำ Organization Roadmap อันดับแรกเลยก็คือต้องเข้าใจในอุตสาหกรรมนั้นๆ ให้ถ่องแท้ค่ะ เพราะแต่ละอุตสาหกรรมก็มีลักษณะที่แตกต่างกัน การวาง Roadmap ก็ควรจะสอดคล้องกับอัตสหกรรมนั้นๆ ด้วย แล้วสิ่งสำคัญสำหรับการวาง Roadmap ยุคดิจิตอลนี้ก็คือองค์กรต้องมี Digital Vision ก่อน ผู้นำหรือนักบริหารก็ต้องมี Digital Vision เช่นกัน มันถึงจะทำ Digital Transformation ได้ดี องค์กรไปรอด และดีต่อธุรกิจในระยะยาวได้ เพราะหาผู้นำหรือนักบริหารไม่มีตรงนี้ การเปลี่ยนแปลงอะไรก็สำเร็จได้ยาก เพราะนี่คือคนที่มีอำนาจสูงสุดในการตัดสิใจทุกอย่าง ถ้าเขาไม่เข้าใจ ไม่ตัดสินใจให้ถูกต้อง หรือตัดสินใจได้ทันเวลา ทุกอย่างมันก็ไม่เกิด โอกาสล้มเหลวก็มีได้ง่ายเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4492" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/TC07.jpg" alt="TC07" width="849" height="567" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1093"></p>
<p>ลำดับความสำคัญต่อมาก็คือทีม Trainer หรือผู้ฝึกสอน คือบางครั้งบริษัทที่ปรึกษาต่างๆ ก็ไม่สามารถที่จะเทรนคนทั้งองค์กรได้ เพราะบางองค์กรก็มีขนาดใหญ่มาก แล้วการจะสอนให้ครบจริงๆ มันก็ทำได้ แต่ก็จะเสียเวลา และใช้งบประมาณเยอะมาก แต่ถ้าองค์กรต้องการประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณก้ต้องสร้างทีมผู้ฝึกสอนขึ้นแล้วนำมาอบรมเป็นกลุ่มแรกเพื่อให้เขาทำหน้าที่ถ่ายทอดต่อสู่กลุ่มต่อๆ ไป อย่างถ้าองค์กรทำ Digital Assessment เสร็จก็อาจเริ่มต้นด้วยการนำเอากลุ่ม Digital Masters ที่เขาพร้อมรับการเทรนในเรื่องเทคโนโลยี และพร้อมที่จะถ่ายทอดให้กับคนอื่นๆ ในองค์กรมาเป็นกลุ่มคนแรกที่เรียนรู้ก่อน ส่วนกลุ่มต่อมาที่น่าสนใจและควรเทรนในอันดับต่อมาก็คือกลุ่ม Fashionistas ซึ่งคนรุ่นใหม่นั้นคืออนาคตขององค์กรในวันข้างหน้า เขาพร้อมรับเรื่องเทคโนโลยี เขาจะเรียนรู้และนำมาใช้ประโยชน์ได้ไว ขับเคลื่อนองค์กรได้ไว โดยทั้งสองกลุ่ม Digital Masters หรือ Fashionistas นี้ องค์กรควรเลือก Young Talent ที่มี High-performance หรือคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพมาเสริมทัพด้วย เพราะคนกลุ่มนี้จะมีคุณลักษณะอยากก้าวหน้า รักการเรียนรู้ และต้องการความสำเร็จ ต้องการได้รับการยอมรับ รวมถึงมี Passion ในเรื่อง Digital Transformation ที่สูงมาก คนกลุ่มนี้ก็จะเป็นแรงขับเคลื่อนองค์กรที่ดี จะทำให้การปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิตอลมีโอกาสสำเร็จสูง และทำได้ไวขึ้นด้วยค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4499" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/TC14.jpg" alt="TC14" width="849" height="567" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1094"></p>
<p>แต่กลุ่มคนที่เหลือเราก็ไม่ควรทิ้งเขานะคะ ก็จะเป็นลำดับต่อมาที่จะต้องพัฒนาเขาให้ก้าวสู่ยุคดิจิตอลร่วมกันให้ได้ กลุ่มที่อาจมีความรู้ในเรื่องดิจิตอลน้อย ตามเทคโนโลยีไม่ทันนั้น ก็จะมีข้อดีตรงที่อยู่กับองค์กรมานาน มีความรับผิดชอบสูง ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ มีประสบการณ์ มีไหวพริบ มีการวิเคราะห์ที่ดี มีการตัดสินใจที่รอบคอบ ซึ่งเราก็ต้องนำมาปรับเข้ากับการทำงานยุคใหม่ให้เป็นประโยบน์ด้วยค่ะ พอเราเข้าใจคนในองค์กรว่ามีคุณลักษณะอย่างไร องค์กรก็จะบริหารจัดการคนให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพขึ้นได้</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ความสำคัญของ People Transformation ในยุคดิจิตอล และทักษะสำคัญอะไรบ้างที่คิดว่าองค์กรยุคดิจิตอลต้องการ หรือควรพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อเตรียมตัวสู่ยุคดิจิตอล</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>ต้องบอกว่าจริงๆ ถึงแม้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ แต่องค์กรต่างๆ ก็ยังให้ความสำคัญกับคนอยู่ ยังคิดว่าคนมีคุณค่า (Value) สำหรับองค์กรเสมอ เพียงแต่ว่าในยุคหน้าแรงงานต้องมีทักษะที่พร้อมกับการทำงานในยุคดิจิตอลมากขึ้น ทุกคนอาจต้องพัฒนาทักษะ (Skills) ต่างๆ ให้เพิ่มขึ้น ยังไงองค์กรก็ยังต้อนรับและต้องการคนอยู่ดี ตรงกันข้ามถ้าหากคนที่ไม่มีทักษะ (Skills) ที่เหมาะกับโลกยุคดิจิตอลเลย หรือไม่พัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้กับตัวเอง ก็จะลำบาก อยู่ยากขึ้น โอกาสในการได้งานทำก็จะน้อย ที่สำคัญองค์กรก็จะหันไปพึ่งเทคโนโลยีแทนมากขึ้น ฉะนั้นทุกคนก็ต้องเตรียมตัวและรู้จักพัฒนาตัวเองในทักษะที่ตลาดแรงงานยุคดิจิตอลต้องการค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4497" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/TC12.jpg" alt="TC12" width="849" height="567" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1095"></p>
<p>ทักษะที่มนุษย์อาจมีเหนือกว่าเทคโนโลยีและคิดว่าเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับยุดิจิตอลก็คือ Analytical Skills หรือทักษะในการวิเคราะห์ค่ะ เพราะถ้าอะไรที่เป็นทักษะด้านข้อมูล หรือทักษะพื้นฐานต่างๆ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทำได้หมด และมีประสิทธิภาพกว่าด้วย ฉะนั้นเราต้องพัฒนทักษะการนำเอาข้อมูลมาคิดวิเคราะห์ให้ได้ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ให้ถูกต้อง และสร้างมูลค่าให้มากขึ้น มันก็จะทำให้เราใช้เทคโนโลยีมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับเรา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4484" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/00-Interview-Quote_Time-Consulting-03.jpg" alt="00 Interview Quote Time Consulting 03" width="1200" height="491" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1096"></p>
<p>คุณสมบัติอีกอย่างที่องค์กรในอนาคตมองหาก็คือเรื่องของ Active Learning หรือ ความกระตือรือร้นในการที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โลกทุกวันนี้มันหมุนไวมาก มีอะไรเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราหยุดนิ่ง ไม่รักการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อเพิ่มเติมศักยภาพของตัวเอง เราก็จะตามอะไรไม่ทัน หยุดอยู่กับที่ ทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่คนที่กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองก็จะปรับตัวได้ดี พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ พัฒนาทักษะใหม่ๆ เสมอ คนเหล่านี้องค์กรก็จะอยากให้ร่วมงานด้วย เพราะเขาพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ได้ และเรียนรู้ที่จะนำสิ่งต่างๆ มาสร้างประโยชน์ให้กับการทำงานและองค์กรได้ดี คนเหล่านี้จะมี Mindset แบบ Lifelong Learning การเรียนรู้ตลอดชีวิต และพวกเขามักจะใฝ่รู้ ขวนขวายความรู้ด้วยตัวเองด้วย ไม่จำเป็นต้องเป็นความรู้ใหม่ๆ ที่องค์กรป้อนให้อย่างเดียว</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : สำหรับปรากฎการณ์ Digital Disruption ที่เกิดขึ้นทั่วโลก หากพูดถึงสถานการณ์ของไทยเราตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong></span> โลกยุคนี้เปลี่ยนแปลงไวมาก โดยเฉพาะโลกของธุรกิจที่ทุกวันนี้มีการแข่งขันกันสูงมาก อย่างเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีถ้าเราไม่ทำคู่แข่งเราก็ทำและแซงหน้าได้ ฉะนั้นเราก็ต้องไม่หยุดนิ่งเหมือนกัน ไม่งั้นมันอยู่ไม่ได้ คือมันไม่ใช่ยุคของปลาใหญ่กินปลาเล็กเหมือนสมัยก่อนแล้วค่ะ แต่มันเป็นยุคของปลาเร็วกินปลาที่ช้ากว่า มันไม่ใช่เรื่องของขนาดบริษัทแล้ว แต่มันเป็นเรื่องของความไวของบริษัท การปรับตัวและนำเอาอะไรที่เป็นประโยชน์มาปรับใช้กับธุรกิจของตนเองได้อย่างทันท่วงที ในด้านของธุรกิจเององค์กรก็ควรต้องมี Adaptive Skilled หรือทักษะในการปรับตัว ปรับเปลี่ยนที่ดี และไว เพราะเราต้องแข่งขันกับคนอื่น ไม่งั้นธุรกิจก็จะไปไม่รอดได้ค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4490" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/TC05.jpg" alt="TC05" width="849" height="567" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1097"></p>
<p>สำหรับในบ้านเราเองเบื้องต้นองค์กรก็ค่อนข้างขยับตัวได้เร็วพอสมควร แต่ส่วนใหญ่จะเป็ฯองค์กรขนาดใหญ่มากกว่า เพราะเรื่องนี้มันต้องใช้เงินและใช้เวลาค่อนข้างสูง องค์กรใหญ่ก็พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนได้อย่างเป็นรูปธรรมหน่อย อีกจุดที่สังเกตได้ชัดเจนว่าองค์กรไหนปรับตัวได้ดีนั้นต้องดูที่หัวหน้าหรือผู้บริหารเลย เพราะการจะทำ Organization Transformation ให้เข้าสู่ยุคดิจิตอลได้นั้นจะต้องดู 2 อย่างเป็นหลักคือ Digital Capability กับ Leadership Capability ซึ่งถ้าผู้นำที่มีภาวะการเป็นผู้นำที่ดีและมีสิสัยทัศน์รวมถึงความเข้าใจในเรื่องดิจิตอลสูงแล้วก็ย่อมจะไดรฟ์องค์กรไปได้ไวและไกลกว่า รวมถึงมีความสามารถในการหาโอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunity) ใหม่ๆ ได้ องค์กรก็จะเติบโตไปได้ไกลด้วย ซึ่งในเมืองไทยเองก็ถือว่ามีหลายองค์กรที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างจริงจังขึ้นเรื่อยๆ และลุกขึ้นมาปรับตัวกันมากขึ้นด้วยเช่นกันค่ะ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ปัญหาหรืออุปสรรค์สำคัญของการทำ Digital Transformation ในเมืองไทยมีอะไรบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong></span> หลักๆ เลยคือเรื่องของ People Mindset ค่ะ กระบวนคิดของบุคลากรในองค์กร เพราะถ้าทุกคนมีกระบวนคิดที่ต่างกัน หรือไม่เชื่อในสิ่งเดียวกัน ไม่เชื่อในสิ่งที่องค์กรกำลังจะเดินไป มันก็ก้าวไปข้างหน้าได้ยาก ก้าวช้า หรือเหมือนมีอะไรคอยฉุดรั้งไม่ให้ก้าวไปได้สะดวก ฉะนั้นการปรับ Mindset จึงเป็นเรื่องสำคัญอีกอย่างด้วยในการที่จะทำ Digital Transformation กับองค์กร ถ้าทุกคนมี Mindset ที่ดี ไปในทิศทางเดียวกัน การทำ Digital Transformation สำหรับองค์กรก็จะง่ายขึ้น ก้าวไปได้ไวขึ้น และทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้ดีขึ้นด้วย ตรงกันข้ามหาก Mindset ไม่ตรงกัน มันก็จะยิ่งฉุดรั้งกันไปมา ก้าวไปข้างหน้าได้ลำบากขึ้น เดินคนละทิศคนละทาง องค์กรก็จะขยับตัวยาก ใช้เวลานาน แล้วก็อาจไปได้ไม่ไกลเท่าที่ควร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4485" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/00-Interview-Quote_Time-Consulting-04.jpg" alt="00 Interview Quote Time Consulting 04" width="1200" height="645" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1098"></p>
<p>การที่มี Mindset ไม่ตรงกันก็ไม่ใช่เรื่องผิดนะคะ แต่องค์กรควรปรับจูนให้เข้ากันให้ได้ เพราะต้องยอมรับก่อนว่าทุกคนนั้นไม่เหมือนกันเลยสักคน หรือเจนเนอร์เรชั่นต่างๆ ก็มีคุณลักษณะต่างกันไป อย่างคนที่เกิดมาในยุค Baby Boomer หรือ Gen X เนี้ยะเค้าก็จะเคยอยู่กับสิ่งเดิมๆ มานาน คนกลุ่มนี้อาจจะถูกปลูกฝังมาว่าให้มุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ ทุ่มเทในงานเดียวที่ทำให้ดีที่สุด พอเกิดการเปลี่ยนแปลงและต้องปรับตัวเขาก็จะได้รับผลกระทบและปรับตัวได้ยากหน่อย ไม่กล้าออกจาก Comfort Zone นัก แต่คนเหล่านี้ก็จะรู้จักผลิตภัณฑ์ ลูกค้า รวมถึงการตลาดได้ดีกว่าและลึกซึ้งกว่า เราก็อาจจะนำประโยชน์ตรงนี้มาเป็นแก่นหลักแล้วนำเอาความคิดของคนยุคใหม่ การทำงานระบบใหม่ เข้าไปเสริมศักยภาพ ค่อยๆ ให้เขาเรียนรู้ ในขณะเดียวกันคนยุคเก่าก็จะค่อยๆ ถ่ายทอดให้คนยุคใหม่ได้ด้วย อันนี้เป็นตัวอย่างนะคะ ซึ่งจริงๆ แล้วทุกอย่างอยู่ที่ People Mindset เลย ถ้าเราปรับจูนตรงนี้กับคนในองค์กรได้ ทุกคนมี Mindset ที่จะก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน พัฒนาไปด้วยกัน เรื่องอายุ เรื่องเจนเนอร์เรชั่น อาจจะไม่ใช่อุปสรรคเลยก็ได้</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ทำไมบริษัทปรึกษา (Consulting) จึงจำเป็นสำหรับการทำ Digital Transformation ที่องค์กรจะปรับตัวสู่ยุคดิจิตอลด</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong></span> ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าองค์กรต่างๆ มันจะเชี่ยวชาญและคลุกคลีอยู่กับธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ตัวเองถนัด จะไม่ค่อยรู้ถึงภาพรวมในด้านอื่นนัก แต่ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่กับทุกองค์กรนะคะที่จะเป็นแบบนี้ สำหรับยุคดิจิตอลนี้ในการที่จะทำ Digital Transformation อะไรก็แล้วแต่ เขาต้องเข้าใจภาพรวมของโลกยุคปัจจุบันก่อน ซึ่งดิจิตอลมันไม่ได้เลือกมีผลกับเฉพาะธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง แต่มันมีผลกับทุกธุรกิจ แล้วยุคนี้การเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกันก็มากขึ้นด้วย ดังนั้นการรู้ภาพรวมหรือรู้จักธุรกิจอื่นๆ ด้วยก็จะเป็นข้อได้เปรียบที่ดีในการปรับเปลี่ยนองค์กรค่ะ จะทำให้เรารู้ว่า How To ทำอย่างไร ทำอะไรบ้าง เพราะส่วนใหญ่แล้วเอาเข้าจริงก็ไม่ใช่ว่าไม่มีองค์กรไหนไม่รู้เรื่อง Digital Disruption หรือแม้แต่การทำ Organization Transformation เค้ารู้กันหมด แต่เค้าจะไม่รู้ว่า How To แล้วต้องทำอย่างไรล่ะ ทำอย่างไหนถึงจะดี ต้องมีขั้นตอนอะไรบ้าง ตรงนี้บริษัทที่ปรึกษาที่เข้าใจภาพรวมและมีประสบการณ์ในหลายๆ อุตสาหกรรมก็จะเข้ามาช่วยได้เยอะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4494" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/TC09.jpg" alt="TC09" width="849" height="567" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1099"></p>
<p>อย่างการ Training ของเราจะแบ่งเป็น ทฤษฎี 20% แล้วก็เป็น Case Study ตัวอย่างของความสำเร็จต่างๆ อีก 30% ซึ่งก็จะเป็นการทำข้อมูลและวิจัยจากพื้นฐานของธุรกิจอุตสาหกรรมนั้นๆ ส่วนอีก 50% ที่เหลือก็จะเป็น Workshop ให้บุคลากรได้ลองปฎิบัติจริง ฝึกอบรมให้เข้าใจและสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริง รวมถึงนำไปถ่ายทอดต่อสู่คนอื่นๆ ในองค์กร แล้วก็ยังเป็นตัวช่วยผลักดันหลักขององค์กรในการก้าวไปตามแผนที่วางไว้ได้ดีอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4496" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/TC11.jpg" alt="TC11" width="849" height="567" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1100"></p>
<p>อีกส่วนสำคัญหนึ่งก็คือความ Bias หรือ อคติ ซึ่งองค์กรก็มักจะมองตนเองดีอยู่เสมอ อันนี้เป็นเรื่องจิตวิทยาเบื้องต้น ซึ่งไม่ใช่ความผิดอะไร แต่มันค่อนข้างจะเป็นธรรมชาติอยู่แล้วที่เราจะมองตนเองดีในสิ่งที่ตนอยู่ มองไม่เห็นข้อผิดพลาด ข้อบกพร่อง หรือบางทีก็เห็นแต่ไม่ยอมรับ ซึ่งหากองค์กรลงมาทำเองโดยที่ไม่เชี่ยวชาญ ตัว Bias นี่แหละที่จะกลายเป็นเสมือนดาบสองคมกลับมาทำร้ายเราได้ เพราะไม่มีองค์กรไหนที่อยากให้ตัวเองดูแย่ ดูไม่ดี ไม่อคติกับองค์กรตัวเอง อคติกับคู่แข่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้ข้อมูลหลายๆ อย่างคลาดเคลื่อนได้ ซึ่งตรงนี้บริษัทที่ปรึกษาที่มีสถานะเป็นกลางก็จะเข้ามาช่วยได้เยอะ ลด Bias ต่อสิ่งต่างๆ ได้เยอะ วิเคราะห์ข้อมูลจากความเป็นจริง ปราศจากอคติ ข้อดีก็คือทำให้องค์กรทราบข้อมูลที่ถูกต้อง รู้สถานการณ์ที่เป็นจริงของบริษัทจากมุมมองของคนภายนอก รวมถึงมองปัญหาได้ชัดเจน จัดการได้ตรงจุดกว่า การช่วยปรับเปลี่ยนองค์ก็จะทำให้มีประสิทธิภาพมากกว่า มีองค์ความรู้หลากหลายด้านพร้อมแนะนำให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร เลือกและปรับใช้ตามข้อดีข้อเสียของแต่ละธุรกิจ แล้วมันก็จะทำให้ Direct to the point ตรงจุด ตรงประเด็น ไม่หลงทาง แล้วก็ยังไม่เสียเวลา ไม่เสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วย</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : มีหลักการในการทำงานหรือบริหารคนไปจนถึงบริหารงานอย่างไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>เชื่อว่าทุกสิ่งต้องเป็นไปได้ค่ะ ทุกสิ่งทำให้สำเร็จได้ และมีวิถีทางสำเร็จของมันเอง ถ้าคิดแบบนี้เวลาเราเจอปัญหาเราจะไม่กลัวปัญหา ไม่วิ่งหนีมัน แต่จะคิดว่าจะหาทางออกอย่างไรดี เลือกไปทางไหนดี ไปทางไหนแล้วจะดีที่สุด อะไรทำนองนี้ ซึ่งทุกอย่างมันมีปัญหาอยู่แล้ว ปัญหาเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น เพียงแต่ว่าเราจะมีวิธีคิดหรือรับมือกับปัญหาอย่างไร ถ้ามีทัศนคติที่ดีในเรื่องนี้มันเป็นพื้นฐานในการจัดการที่ดีได้แน่นอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4498" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/TC13.jpg" alt="TC13" width="849" height="567" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1101"></p>
<p>อีกอย่างเลยก็คือเป็นคนกระหายที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยากพัฒนาตัวเองตลอดเวลา มันจะทำให้เราเจอกับสิ่งที่น่าสนใจเสมอๆ ถ้าเราปิดตัวเอง ไม่อยากเรียนรู้ และคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว หรือคิดว่าสู้คนอื่นไม่ได้หรอก การพัฒนาตัวเองมันก็จะจบ เราก็จะยืนอยู่กับที่ได้ ไม่พัฒนาไปไหน ฉะนั้นเราต้องเปิดใจในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทำให้มันเป็นเรื่องสนุกและมีความสุข</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : องค์กรยุคใหม่ควรบริหารจัดการบุคลากรยุคใหม่อย่างไร </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>สมัยก่อนผู้บริหารมักนั่งอยู่จุดสูงสุด อยู่บนหอคอยงาข้าง ไม่ค่อยจะลงมาคลุกคลีกับลูกน้องด้านล่าง ทำหน้าที่บริหารจัดการ และสั่งการอย่างเดียว ลูกน้องมีหน้าที่รับคำสั่งและปฎิบัติตามเท่านั้น แต่สมัยนี้ระบบบริหารมันค่อนข้างเปลี่ยนไปเยอะ โครงสร้างขององค์กรจะมีความแบน (flat) มากขึ้น หมายถึงอยู่ในระนาบเดียวกันมากกว่าที่จะเป็นลำดับขั้นสูงต่ำ ผู้บริหารจะลงมาคลุกคลีกับคนทำงานมากขึ้น ทำงานใกล้ชิด ปรึกษาหารือได้ ลูกน้องสามารถเสนอความคิดเห็นได้ อะไรดีก็นำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับองค์กรสูงสุด ในขณะเดียวกันอีกบทบาทหนึ่งผู้บริหารยุคใหม่ก็จะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญ สนับสนุนลูกน้องที่มีศักยภาพให้เขาประสบความสำเร็จ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4500" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/TC15.jpg" alt="TC15" width="849" height="567" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1102"></p>
<p>มันกลายเป็นการทำงานร่วมกันมากขึ้น เป็นการทำงานเป็นทีมที่มีผู้บริหารเป็นกัปตันทีมที่ร่วมลงสนามด้วย ไม่ใช่นั่งเป็นผู้จัดการทีมอยู่ข้างสนามคอยนั่งมองและสั่งการ มันจะเกิดการ collaborate กันมากขึ้น จับมือร่วมกันทุกข์และสุข หลายองค์กรก็เลยมักจะมีการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ Restructure โครงสร้างทั้งหมดใหม่ กระจายอำนาจการทำงานให้มากขึ้น ให้อำนาจการตัดสินใจในระดับล่างสูงขึ้น และให้โอกาสกับคนที่มีความสามารถมากกว่าการพิจารณาจาวัยวุฒิเหมือนยุคก่อน องค์กรที่ปรับตัวเรื่องนี้ได้ก็จะทำให้ก้าวหน้าไว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4501" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/TC16.jpg" alt="TC16" width="849" height="567" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1103"></p>
<p>นอกจากนี้ยุคดิจิตอลก็ยังเกิดระบบการทำงานใหม่ๆ อีกมากมายด้วยค่ะ อย่างที่เราจะเห็นได้ว่าองค์กรใหญ่ๆ เริ่มจะปรับตัวสู่ระบบ Future  Ways ที่นำเอาระบบการทำงานหลากหลายมาปรับใช้ให้เหมาะสม อย่างระบบ Work from home หรือแม้แต่ Remote Working ที่อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ ยึดเอาผลของการทำงานเป็นหลัก หรือระบบ Outsource ที่นำเอางานบางอย่างผลักภาระไปให้กับบริษัทนอกองค์กรไปเลย หรือจะเป็นการจ้าง Freelance ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางมารับงานแทนการจ้างพนักงานประจำไว้ เป็นต้น ซึ่งในอนาคตก็จะมีระบบการทำงานที่หลากหลายขึ้น และองค์กรในยุคใหม่ก็ควรปรับตัวให้เข้ากับระบบที่หลากหลายนี้ เพื่อที่จะสามารถหาคนที่มีศักยภาพมาตอบสนององค์กรได้ดีที่สุดเช่นกันค่ะ</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="Time Consulting หัวใจสำคัญของการปรับองค์กรให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม 1104" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Hisobus สตาร์ทอัพสายเลือดไทยอนาคตรุ่ง : ความสำเร็จจากฝีมือคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/191026-interview-hisobus2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Dec 2019 09:06:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Hisobus]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/191026-interview-hisobus2/</guid>

					<description><![CDATA[ถ้าหากลองถามคำถามกับคนรุ่นใหม่ดูว่าอาชีพในฝันของพวกเขาคืออะไรกันแน่ คนรุ่นใหม่ในยุคนี้ส่วนใหญ่คงตอบว่าอยากเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง แล้วหนึ่งในคนกลุ่มนี้ก็อาจเสริมขึ้นมาว่าอยากจะสร้างสตาร์ทอัพของตัวเองให้ประสบความสำเร็จในระดับยูนิคอร์นได้บ้าง เราเชื่อว่าคนรุ่นใหม่หลายคนในยุคนี้อยากสัมผัสกับคำว่า “ประสบความสำเร็จ” กันทั้งนั้น และหนึ่งหนทางที่ดูจะเป็นสิ่งที่เหมาะกับการทำธุรกิจในยุคใหม่ก็คือ Startup นี่เอง ทุกวันนี้มีธุรกิจในรูปแบบนี้เกิดขึ้นมากมายทั่วโลก หลายต่อหลายครั้งที่ไอเดียเล็กๆ ของกลุ่มคนเล็กๆ กลายเป็นองค์กรใหญ่ที่ทำกำไรได้มหาศาลในเวลาต่อมา ไม่เว้นแม่แต่ประเทศไทยเองที่คนรุ่นใหม่ในยุคนี้ก็หันมาสนใจในธุรกิจสตาร์ทอัพมากขึ้น แล้วก็มีหลายสตาร์ทอัพที่เป็นดาวเด่นในบ้านเราเสียด้วยสิ แล้วหนึ่งในนั้นแน่นอนว่าต้องมี Hisobus แพลตฟอร์มที่ให้บริการเช่ารถบัสที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมในบ้านเราเลยทีเดียว วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ เจ-ศุภกร เกียรติแสงทอง ผู้บุกเบิก Hisobus Co., Ltd. และนั่งตำแห่ง Chief Executive Officer (CEO) ซึ่งถือเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของสตาร์ทอัพอนาคตรุ่งของไทยที่กำลังเติบโตเป็นอย่างมากในตอนนี้ &#8230; อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จของการทำธุรกิจแบบคนรุ่นใหม่ แล้วอะไรคือหัวใจสำคัญของการทำสตาร์ทอัพให้เติบโต มาดูกัน Q : จุดเริ่มต้นของสตาร์ทอัพ Hisobus เป็นอย่างไร A : เราเป็นสตาร์ทอัพที่ร่วมก่อตั้งด้วยกันมา 3 คน ครับ สำหรับ Hisobus นี้เป็น Marketplace Platform ซึ่งเกี่ยวกับการเช่ารถบัสครับ เป็นการเช่ารถบัสเดินทางส่วนตัว อย่างบริษัทต่างๆ หรือแม้แต่นิสิตนักศึกษาที่ต้องการรถบัสไปทัศนศึกษา [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 12pt;">ถ้าหากลองถามคำถามกับคนรุ่นใหม่ดูว่าอาชีพในฝันของพวกเขาคืออะไรกันแน่ คนรุ่นใหม่ในยุคนี้ส่วนใหญ่คงตอบว่าอยากเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง แล้วหนึ่งในคนกลุ่มนี้ก็อาจเสริมขึ้นมาว่าอยากจะสร้างสตาร์ทอัพของตัวเองให้ประสบความสำเร็จในระดับยูนิคอร์นได้บ้าง</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4426" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/00-HR-Note_Interview-Standard_11-Hisobus-New-01-01.jpg" alt="00 HR Note Interview Standard 11 Hisobus New 01 01" width="879" height="596" title="Hisobus สตาร์ทอัพสายเลือดไทยอนาคตรุ่ง : ความสำเร็จจากฝีมือคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา 1121"></span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">เราเชื่อว่าคนรุ่นใหม่หลายคนในยุคนี้อยากสัมผัสกับคำว่า “ประสบความสำเร็จ” กันทั้งนั้น และหนึ่งหนทางที่ดูจะเป็นสิ่งที่เหมาะกับการทำธุรกิจในยุคใหม่ก็คือ Startup นี่เอง ทุกวันนี้มีธุรกิจในรูปแบบนี้เกิดขึ้นมากมายทั่วโลก หลายต่อหลายครั้งที่ไอเดียเล็กๆ ของกลุ่มคนเล็กๆ กลายเป็นองค์กรใหญ่ที่ทำกำไรได้มหาศาลในเวลาต่อมา ไม่เว้นแม่แต่ประเทศไทยเองที่คนรุ่นใหม่ในยุคนี้ก็หันมาสนใจในธุรกิจสตาร์ทอัพมากขึ้น แล้วก็มีหลายสตาร์ทอัพที่เป็นดาวเด่นในบ้านเราเสียด้วยสิ แล้วหนึ่งในนั้นแน่นอนว่าต้องมี Hisobus แพลตฟอร์มที่ให้บริการเช่ารถบัสที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมในบ้านเราเลยทีเดียว วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ <span style="color: #0000ff;"><strong>เจ-ศุภกร เกียรติแสงทอง</strong> </span>ผู้บุกเบิก <em><strong><a href="https://www.hisobus.com/th" target="_blank" rel="noopener">Hisobus Co., Ltd.</a></strong></em> และนั่งตำแห่ง <em>Chief Executive Officer (CEO)</em> ซึ่งถือเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของสตาร์ทอัพอนาคตรุ่งของไทยที่กำลังเติบโตเป็นอย่างมากในตอนนี้ &#8230; อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จของการทำธุรกิจแบบคนรุ่นใหม่ แล้วอะไรคือหัวใจสำคัญของการทำสตาร์ทอัพให้เติบโต มาดูกัน</span></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : จุดเริ่มต้นของสตาร์ทอัพ Hisobus เป็นอย่างไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> <span style="font-size: 12pt;">เราเป็นสตาร์ทอัพที่ร่วมก่อตั้งด้วยกันมา 3 คน ครับ สำหรับ Hisobus นี้เป็น Marketplace Platform ซึ่งเกี่ยวกับการเช่ารถบัสครับ เป็นการเช่ารถบัสเดินทางส่วนตัว อย่างบริษัทต่างๆ หรือแม้แต่นิสิตนักศึกษาที่ต้องการรถบัสไปทัศนศึกษา ท่องเที่ยว ตลอดจนทำกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องเดินทางรวมกัน 20-30 คนขึ้นไป ก็สามารถจองรถบัสกับเราได้ ถ้าให้เข้าใจง่ายขึ้นมันก็เหมือนพวกเว็บไซต์จองที่พักอย่าง agoda หรือไม่ก็ Airbnb น่ะครับ เราก็จะมีตัวเลือกของรถให้เลือกตามใจลูกค้า มีการเปรียบเทียบราคา มีการแนะนำดีลที่ดีที่สุดให้ อะไรทำนองนี้ครับ</span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4430" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/J04.jpg" alt="J04" width="850" height="567" title="Hisobus สตาร์ทอัพสายเลือดไทยอนาคตรุ่ง : ความสำเร็จจากฝีมือคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา 1122"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">อีกเหตุผลที่เลือกธุรกิจเช่ารถบัสมาเริ่มต้นทำสตาร์ทอัพก็คือเดิมทีเป็นธุรกิจที่บ้านผมมาก่อนครับ ครอบครัวทำธุรกิจให้เช่ารถบัสที่ต่างจังหวัดอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้เป็นบริษัทที่ใหญ่อะไรมาก เป็นแค่เจ้าของรถแล้วก็ปล่อยให้เช่าประมาณนั้นครับ พอช่วงที่ผมมีโอกาสเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ ผมก็ชอบศึกษาเรื่องธุรกิจอยู่แล้ว ชอบอ่านหนังสือธุรกิจของต่างประเทศด้วย ก็เลยเป็นคนที่อยากทำธุรกิจ มีความคิดว่าจะปรับความรู้เหล่านี้ยังไงดีให้เข้ากับการทำสตาร์ทอัพ แล้วพอมองกลับมาที่ตัวเราเอง ธุรกิจครอบครัวที่ทำอยู่แล้วเนี้ยะที่บ้านก็มีประสบการณ์ทำมากว่า 30 ปีแล้ว เป็นที่รู้จักในวงกว้างพอสมควร เรามีต้นทุนที่ดีหลายๆ อย่างอยู่แล้ว ก็เลยคิดว่าลองเอาสิ่งที่มีอยู่มาปรับกับการทำธุรกิจแบบสตาร์ทอัพดูครับว่ามันจะเป็นยังไง</span></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ทำไมจึงตัดสินใจรับไม้ต่อธุรกิจเดิมของครอบครัว</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> <span style="font-size: 12pt;">จริงๆ แล้วธุรกิจครอบครัวผมเป็นแค่ธุรกิจใช้เช่ารถบัสเล็กๆ ครับ เรามีแค่ 3 คันเท่านั้น แล้วการที่จะขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นไปกว่านี้มันก็เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก แถมต้องใช้เงินอีกมากด้วย แต่ข้อดีก็คือเรารู้จักและคุ้นเคยกับธุรกิจนี้มาเป็นสิบๆ ปี ในขณะที่ข้อดีอีกอย่างก็คือการที่เราโตมากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ อีกอย่างเรามีต้นทุนทางธุรกิจอยู่บ้างแล้ว การต่อยอดได้ก็น่าจะดีกว่า แต่จะให้ไปซื้อรถเพิ่ม ทำบริษัทให้มันใหญ่ขึ้น มันก็หนักเกินไปสำหรับเรา ลงทุนมหาศาลด้วย ผมก็เลยใช้ข้อได้เปรียบต่างๆ ที่ผมมีมารวมกัน ตัดสินใจทำเป็นแพลตฟอร์มแล้วกัน</span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4019" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/70387441_2464690933761584_5783402141007740928_o.jpg" alt="70387441 2464690933761584 5783402141007740928 o" width="1125" height="740" title="Hisobus สตาร์ทอัพสายเลือดไทยอนาคตรุ่ง : ความสำเร็จจากฝีมือคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา 1123"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">แล้วก็ลุยแบบธุรกิจสตาร์ทอัพแบบคนรุ่นใหม่ เอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำธุรกิจ ก็เลยเกิดเป็นไอเดียนี้ขึ้นมาครับ ในช่วงแรกผมก็ทำคนเดียวก่อน ลองทดลองตลาด ทำเว็บไซต์ ทำโฆษณาบน Google ให้คนรู้จักและติดต่อได้ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ได้เป็นรูปแบบแพลตฟอร์มนะครับ จนมาเริ่มต้นศึกษาเรื่องสตาร์ทอัพอย่างจริงจัง ซึ่งหัวใจสำคัญเนี้ยะธุรกิจจะต้องเป็นสเกลที่ขยายได้ถึงจะเป็นการทำสตาร์ทอัพที่เวิร์ค ก็เลยเริ่มมองหาทีม เริ่มชวนเพื่อนๆ กันนี่แหละครับ จนได้ทีมทำสตาร์ทอัพนี้ขึ้นมา<strong> </strong></span></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : จุดเปลี่ยนสู่ความสำเร็จจนกลายเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพน่าจับตาของไทย</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> <span style="font-size: 12pt;">ก็น่าจะตอนที่ได้เข้าโครงการ dtac accelerate ครับ ตอนนั้นผมคิดว่าจะไม่ได้เข้าด้วยซ้ำ เพราะตอนนั้นมีผู้สมัครกว่า 600 ทีม แต่ในที่สุดเราก็ได้เป็น 1 ใน 14 ทีมที่เข้ารอบสุดท้าย ดีใจมากเลยครับ ก็ได้เข้าแคมป์ เทรนด์ความรู้ต่างๆ 4 เดือน เค้าเห็นศักยภาพของเรา เขาลงทุนในสตาร์ทอัพของเราด้วย การได้เข้ามาร่วมกับที่นี่มันทำให้ผมและทีมได้ประโยชน์มาก ได้ Know-how จากการทำงานขององค์กรต่างๆ ได้ความรู้และแรงบันดาลใจจากวิทยากร (Speaker) ต่างๆ ที่ทาง dtac accelerate เชิญมาพูด มาแชร์ความรู้กัน</span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4020" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/71075200_2458324087731602_6730957473663942656_o.jpg" alt="71075200 2458324087731602 6730957473663942656 o" width="1097" height="740" title="Hisobus สตาร์ทอัพสายเลือดไทยอนาคตรุ่ง : ความสำเร็จจากฝีมือคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา 1124"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">ได้รู้จักและได้เคล็ดลับจาก Specialist เก่งๆ มากมายที่มาสอนเรา ซึ่งบางอย่างถ้าไปเรียนรู้เองมันก็อาจจะช้าหน่อย แต่เสมือนว่าโครงการนี้เขาทำ Shortcut ให้เราครับ แนะนำว่ามันทำแบบนี้ได้ แบบนั้นได้เหมือนกัน ทำให้เราเห็นวิธีการที่จะไปสู่ความสำเร็จมากมาย แล้วทุกสตาร์ทอัพที่เข้ามาร่วมโปรเจกต์นี้ก็เหมือนได้สร้าง Community ร่วมกัน แชร์ความรู้กัน ช่วยเหลือกัน มันเหมือนได้เพื่อนได้คู่ค้าได้พันธมิตรทางธุรกิจไปพร้อมกัน แล้วพอจบโครงการเขาก็ยังช่วยสานต่อ มีพื้นที่ที่เป็น Community ให้มาทำงานร่วมกัน ซึ่ง dtac accelerate เขา Support เราในหลายๆ ด้านด้วย ช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจสตาร์ทอัพของแต่ละทีมก้าวไปข้างหน้าให้ได้มากที่สุด</span></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ทำไมจึงตั้งชื่อว่า Hisobus ซึ่งหมายถึง “รถบัสไฮโซ” หรือเปล่า</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> <span style="font-size: 12pt;">จริงๆ แล้วคำว่า Hiso มันไม่ได้มาจาก High Society ที่คุ้นเคยกันครับ มันมาจากคำว่า High Solution ที่มีทางเลือกในการแก้ปัญหาที่ยอดเยี่ยมที่สุด แต่เราเอามาย่อให้เรียกง่ายๆ ซึ่งก็จะเหมือนกับคำว่า Hiso ที่คุ้นเคยกัน พอเอามารวมเป็น Hisobus ก็หมายถึงเราต้องการเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการหาเช่ารถของคน ทีนี้คำว่า Hiso มันก็เรียกง่ายดี จำง่ายด้วย คุ้นปากคนไทย คนต่างชาติก็เรียกไม่ยาก จำได้แม่น คุ้นเคย เข้าใจง่าย ก็เลยใช้ชื่อนี้เป็นชื่อแบรนด์ของเราด้วยครับ</span></span></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : สินค้าและบริการของ Hisobus มีอะไรบ้าง แล้วแพลตฟอร์มนี้มีจุดเด่นอย่างไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> <span style="font-size: 12pt;">เรามีเครือข่ายรถบัสที่ให้เช่ามากมายครับ มีหลากหลายขนาด ตั้งแต่รถตู้ขนาดเล็ก 10-13 ที่นั่ง รถบัสขนาดกลาง 25 ที่นั่ง ไปจนถึงรถบัสขนาดใหญ่ 50 ที่นั่ง ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามความพึงพอใจเลยครับ</span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4023" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/00-Interview-Quote_Hisobus-01.jpg" alt="00 Interview Quote Hisobus 01" width="1200" height="534" title="Hisobus สตาร์ทอัพสายเลือดไทยอนาคตรุ่ง : ความสำเร็จจากฝีมือคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา 1125"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">สำหรับจุดเด่นและข้อดีมากๆ ของแพลตฟอร์มนี้ก็คือเรามีระบบ Feedback บริการจากลูกค้าด้วย มีการให้ดาวคนขับ Feedback สิ่งที่ควรปรับปรุงได้ ซึ่งเรารับฟังทุกปัญหา และรีบแก้ไขให้เร็วที่สุด อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือการมี Rewards ให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการกับเรา เขาก็ได้สะสมแต้มเพื่อนำมาแลกประโยชน์ต่างๆ ได้ด้วย หรือการทำ Rewards กับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ อย่างเช่นลูกค้าของ dtac ถ้าจองผ่าน dtac reward ก็จะมีส่วนลดเพิ่มเติมให้ หรือการทำพาร์ทเนอร์กับธุรกิจอื่นๆ ที่เราก็มีการให้สิทธิประโยชน์กับผู้ประกอบการ เช่น ถ้าซื้อยางรถยนต์ หรือน้ำมันเครื่องกับเรา ก็จะมีส่วนลดพิเศษให้ ซึ่งเราก็จะไปดิลมาในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด ก็จะเป็นการมอบ Reward ให้กับทั้งสองฝั่ง ไม่ใช่ลูกค้าที่จะได้ฝั่งเดียว มันก็จะแฮปปี้ทุกฝ่ายครับ</span></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : แล้วทาง Hisobus มีรถเป็นของตัวเองด้วยหรือเปล่า</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> <span style="font-size: 12pt;">เราไม่มีรถเป็นของตัวเองครับ รถบัสแต่ละคันจะเป็นของแต่ละผู้ประกอบการ อย่างที่บอกไปว่าเราเป็นแพลตฟอร์ม เป็นเสมือนตัวกลางที่เชื่อมคนซื้อกับคนขายให้เมาเจอกัน เราเริ่มต้นด้วยการไปรวบรวมผู้ประกอบการที่ให้บริการรถบัสทั้งหลายเข้ามาใช้แพลตฟอร์มเราในการหาลูกค้า และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ ในส่วนรถตู้อาจมีการสร้างแบรนด์ร่วมกันโดยที่เราจะนำเอาสติ๊กเกอร์ขนาดใหญ่ไปติดข้างรถเลย คนก็จะเชื่อถือในมาตรฐานแบรนด์ด้วย ส่วนรถบัสขนาดใหญ่ก็จะเป็นแค่การติดสติ๊กเกอร์เล็กๆ ตรงกระจก ให้ผู้บริโภครู้ว่ารถคันนี้อยู่ในเครือข่ายมาตรฐานของ Hisobus สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่กันและกันครับ</span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4431" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/J05.jpg" alt="J05" width="850" height="567" title="Hisobus สตาร์ทอัพสายเลือดไทยอนาคตรุ่ง : ความสำเร็จจากฝีมือคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา 1126"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">ในส่วนของผู้ประกอบการนั้น ทาง Hisobus ก็จะช่วยเหลือในด้าน Software Management ให้เค้าบริหารจัดการกิจการเช่ารถได้มีประสิทธิภาพขึ้น ง่ายและสะดวกขึ้น มีกลุ่มลูกค้าที่มากขึ้น มีการจัดการที่เป็นระบบระเบียบ รวมถึงช่วยสร้างมาตรฐานที่ดีขึ้นให้กับธุรกิจรถเช่าในไทยด้วย ตอนนี้ก็จะมีผู้ประกอบการที่มาร่วมเป็นพันธมิตรกับเราประมาณ 400 กว่าบริษัทแล้ว มีรถให้บริการมากกว่า 2,500 คันเลยทีเดียว มันประสบความสำเร็จขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริโภคเริ่มรู้จักและไว้ใจแบรนด์เรามากขึ้น ผู้ประกอบการก็เริ่มสนใจเข้ามาร่วมแจมกับเรามากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันครับ</span></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : มีวิธีการควบคุมคุณภาพของรถอย่างไรบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> <span style="font-size: 12pt;">จุดเด่นของ Hisobus ก็คือเราการันตีให้เลยว่ารถทุกคนมีสภาพดีพร้อมใช้งาน รถทุกคนต้องอายุไม่เกิน 5 ปี เป็นมาตรฐานที่เราวางไว้ครับ แล้วข้อดีอีกอย่างก็คือจองรถผ่านเราได้รถชัวร์ๆ บริการดี ว่องไว ในส่วนนี้นอกจากที่เราจะเซ็ตมาตรฐานไว้แล้ว เราก็ยังมีการอบรมผู้ประกอบการ รวมถึงคนขับ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันด้วย รวมถึงมีการตรวจสอบรถที่จะเข้ามาให้บริการให้ผ่านมาตรฐานที่เรากำหนดถึงจะสามารถเข้ามาใช้บริการแพลตฟอร์ม Hisobus ได้ ซึ่งเราจะมีการไปตรวจสอบรถคันจริงทุกคัน ดูอายุการใช้งาน การซ่อมบำรุง การดูแลรักษาความสะอาด กระทั่งประวัติของคนขับ แล้วเราก็จะมีการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ทุกๆ 1-2 สัปดาห์ด้วยครับ ตรงนี้เราจะมีทีมงานคอยตรวจสอบมาตรฐานอยู่เสมอ</span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4437" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/Hisobus1.jpg" alt="Hisobus1" width="1200" height="667" title="Hisobus สตาร์ทอัพสายเลือดไทยอนาคตรุ่ง : ความสำเร็จจากฝีมือคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา 1127"></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : การเปลี่ยนแปลงธุรกิจจากรูปแบบเดิมๆ ที่คุ้นเคยมาสู่รูปแบบใหม่นี้มีปัญหาบ้างหรือเปล่า แล้วการตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> <span style="font-size: 12pt;">ผมมองว่ามันก็เป็นการพัฒนาของธุรกิจยุคใหม่นะ หลายๆ ธุรกิจก็มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้เปลี่ยนไปซะ 100% เลยทีเดียว เขาก็ยังคงทำธุรกิจแบบเดิมได้อยู่ ก็ยังคงมีลูกค้าแบบเก่าอยู่ แต่เราก็เป็นตัวเลือกให้กับลูกค้าใหม่ๆ คนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยี เรียกได้ว่าเราเป็นคู่แข่งทางอ้อมของธุรกิจแบบดั้งเดิมเสียมากกว่า คือผู้ประกอบการเข้ามาร่วมแจมกับ Hisobus ในขณะที่เขาก็ยังคงเปิดให้เช่ารถแบบเดิมได้อยู่ด้วย </span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4024" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/00-Interview-Quote_Hisobus-02.jpg" alt="00 Interview Quote Hisobus 02" width="1200" height="462" title="Hisobus สตาร์ทอัพสายเลือดไทยอนาคตรุ่ง : ความสำเร็จจากฝีมือคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา 1128"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">อันที่จริงแล้วผู้ประกอบการได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ เพราะเป็นการหาตลาดลูกค้าได้เพิ่มมากกว่าด้วย อีกอย่างในความเป็นจริงกลุ่มลูกค้าก็ค่อนข้างแตกต่างกันชัดเจน มันจะเป็นการแบ่งส่วนแบ่งทางการตลาด (Segment) ที่แยกกันค่อนข้างชัด ลูกค้าที่ใช้บริการ Hisobus ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มบริษัทใหญ่ๆ องค์กรขนาดใหญ่ แล้วก็ SMEs คนรุ่นใหม่ ไปจนถึงนิสิตนักศึกษาที่เขาใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันจนคุ้นเคยเสียมากกว่าครับ ส่วนอีกกลุ่มลูกค้าที่เติบโตมากๆ และก็อาจจะคาบเกี่ยวกันอยู่บ้างก็คือบริษัททัวร์ตลอดจนเอเจนซีทัวร์ต่างๆ ซึ่งธุรกิจนี้มีอยู่เยอะมากในเมืองไทย เขาก็อยากได้รถคุณภาพดีไปบริการลูกค้า พอเขามาทดลองใช้แล้วประทับใจ ทีนี้ก็กลายเป็นใช้กันเป็นประจำทุกวันเลยครับ แบรนด์เราก็ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของเขาได้ด้วย มันได้ประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย<strong> </strong></span></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ข้อได้เปรียบของธุรกิจนี้สำหรับตลาดในเมืองไทย</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong><span style="font-size: 12pt;"> ก่อนอื่นต้องเกริ่นก่อนครับว่าประเทศเราเป็นประเทศที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เป็นอุตสาหกรรมหลักอันดับต้นๆ ที่นำรายได้เข้าประเทศ แล้วนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกก็นิยมเข้ามาเที่ยวเมืองไทยด้วย เรายังคงเป็นอันดับ 1 เรื่องการท่องเที่ยวเสมอๆ ทีนี้พวกนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะมีบริษัททัวร์ต่างๆ คอยดูแล หนึ่งในสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นเสมอก็คือรถบัสนี่แหละครับ เพราะมันต้องใช้เดินทางไปโน่นไปนี่ ฉะนั้นตลาดตรงนี้เอาจริงๆ มันใหญ่มากครับ มีคนทำธุรกิจให้เช่ารถมากมาย เจ้าใหญ่เจ้าเล็ก แต่ส่วนใหญ่ก็ทำแยกกัน แต่ในขณะเดียวกันมันเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ดีมากๆ มีโอกาสเติบโตสูง เราก็เลยสร้างแพลตฟอร์มตรงนี้ขึ้นมารองรับ เป็นศูนย์กลางการให้เช่ารถในรูปแบบใหม่ สะดวกสบาย เปรียบเทียบราคา เลือกรถตามต้องการ ทุกอย่างสามารถทำได้ง่ายผ่านมือถือได้เลย</span></span></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : มีวิสัยทัศน์ (Vision) ในการทำธุรกิจนี้อย่างไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> <span style="font-size: 12pt;">เราไม่ได้วาง Hisobus ไว้ว่าจะเป็นแค่ Matchmaker ที่มาคนซื้อมาเจอคนขายเพียงอย่างเดียว แต่เราวางไว้ว่า Hisobus จะต้องเป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการกับลูกค้าได้ดีที่สุดในทุกๆ เรื่องด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านความปลอดภัย การตอบสนองความต้องการของลูกค้า เราอยากให้มันเป็นมากกว่าแค่ธุรกิจบริการครับ สำหรับในส่วนของผู้ประกอบการหรือธุรกิจอื่นๆ ที่อยากเข้ามาเสียบปลั๊กทำธุรกิจร่วมกันเนี้ยะ เราก็เป็นแพลตฟอร์มที่มีมาตรฐานสูง มีสิ่งที่จะอำนวยความสะดวกตลอดจนสร้างประโยชน์ที่ดีที่สุดให้กับทุกฝ่าย</span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4428" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/J02.jpg" alt="J02" width="850" height="567" title="Hisobus สตาร์ทอัพสายเลือดไทยอนาคตรุ่ง : ความสำเร็จจากฝีมือคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา 1129"></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : มีหลักการบริหารงานอย่างไรบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> <span style="font-size: 12pt;">ด้วยความที่เราเป็นคนรุ่นใหม่ แล้วก็ทำธุรกิจแบบสตาร์ทอัพด้วย ผมก็จะบริหารแบบเท่าเทียมกัน เหมือนเป็นทีมมากกว่า คือไม่มีกรอบตายตัว ทุกคนสามารถมีวิสัยทัศน์เป็นของตัวเองได้ มีการแสดงทัศนคติของตัวเองได้เต็มที่ ไม่กำหนดกรอบในการทำงานว่า เฮ้ย! คุณต้องไปแบบนี้นะ ต้องทำอย่างนั้นนะ ต้องทำแบบนี้สิ เราดูที่ผลของมันเป็นหลักครับ แล้วทุกคนต้องสามารถแชร์ความคิดกันได้อย่างอิสระ แล้วเราจะร่วมกันเลือกในสิ่งที่ดีที่สุด</span></span></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : </strong><strong>เวลาเจอปัญหา มีมุมมองในการก้าวข้ามผ่านมันไปได้อย่างไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> <span style="font-size: 12pt;">ทุกธุรกิจย่อมมีปัญหาอยู่แล้วครับ อย่างธุรกิจเราที่เกี่ยวกับการเดินทางและบริการการขนส่งเนี้ยะเราเจอปัญหาเกือบตลอดเวลา มีทั้งปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงปัญหาใหญ่ ตรงจุดนี้เราก็ต้องเตรียมทีมรองรับไว้ให้ดี ยิ่งเป็นธุรกิจบริการด้วย การแก้ปัญหามันต้อง <em>เดี๋ยวนี้</em><em>!</em> เท่านั้น เพราะฉะนั้นก่อนอื่นเราต้องสร้างวิชั่นให้กับทีมในเรื่องนี้ก่อน ให้เขาเข้าใจลูกค้า เปรียบเหมือนตอนเราเป็นลูกค้าว่าเราชอบไม่ชอบอะไร บริการอะไรที่เราต้องการ มันต้องสร้างวัฒนธรรมบริการที่ดีให้กับทีม ซึ่งมันจะทำให้การดูแลลูกค้าเป็นไปตามธรรมชาติ ลักษณะนิสัย ทำจากใจ เหมือนเราดูแลเพื่อน ดูแลครอบครัว</span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4025" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/00-Interview-Quote_Hisobus-03.jpg" alt="00 Interview Quote Hisobus 03" width="1200" height="607" title="Hisobus สตาร์ทอัพสายเลือดไทยอนาคตรุ่ง : ความสำเร็จจากฝีมือคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา 1130"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">ถ้าถามว่า ถ้าล้มแล้วมีวิธีการลุกขึ้นใหม่อย่างไร จริงๆ แล้วก่อนหน้าที่จะมาทำ Hisobus ผมก็เลยลองทำธุรกิจอื่นมาก่อนเหมือนกันครับ เป็นธุรกิจร้านอาหาร สุดท้ายก็ปิดตัวลง ตอนนั้นก็รู้สึกว่าเฟลมาก แบบเราบริหารไม่ดี ก็ท้อเหมือนกัน แต่ว่าผมก็คิดว่าการที่เราจะเอาชนะอะไรบางอย่างให้ได้ สิ่งสำคัญมันคือจิตใจเราเป็นหลัก ว่าใจเราสู้หรือเปล่า เราต้องพึ่งจิตใจเราให้ได้ ผมว่าร่างกายมันไม่เท่าไร จิตใจสำคัญมาก ถ้าใจเราสู้ ร่างกายเราก็จะสู้ แล้วเราก็จะสู้ในหลายๆ เรื่องได้ ถ้าคุณอยากเป็นนักธุรกิจ คุณก็ต้องมีใจสู้ ถ้าคุณอยากเป็นเจ้าของกิจการ คุณก็ต้องพร้อมที่จะสู้และรับมือกับทุกอย่าง  </span></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ก้าวต่อไปของ Hisobus</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> <span style="font-size: 12pt;">เราก็หวังว่าสตาร์ทอัพของเราจะขยายสเกลให้ใหญ่ขึ้นได้ครับ ตอนนี้ในเมืองไทยเราถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร ช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงระดมทุนเพื่อที่จะขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้านก่อน แล้วสเต็ปต่อไปก็ขยายสู่อาเซียนครับ ซึ่งตรงนี้เราก็ต้องพัฒนาซอฟท์แวร์ให้มีคุณภาพเพื่อรองรับการเติบโตให้ได้ ทำระบบ Management ให้เป็นสากล ใครใช้ก็ได้ รองรับหลายภาษา</span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4427" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/J01.jpg" alt="J01" width="850" height="567" title="Hisobus สตาร์ทอัพสายเลือดไทยอนาคตรุ่ง : ความสำเร็จจากฝีมือคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา 1131"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">เราคิดว่าหัวใจของธุรกิจเราในตอนนี้ก็คือ Transportation ครับ แล้วการขนส่งก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถบัสรับส่งคนเท่านั้น ในอนาคตเราก็มีแผนที่จะขยายโปรดักส์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น อย่างพวกรถบรรทุก รถขนส่งต่างๆ ทำให้สำเร็จทีละขั้นไป แล้วก็ขึ้นอยู่กับการระดมทุนด้วยครับ ถ้ามีทุนมาก็อาจจะเกิดได้เร็วขึ้นด้วย ธุรกิจท่องเที่ยวกับการขนส่งมันเป็นตลาดที่ใหญ่มาก แล้วมันก็มีโอกาสเติบโตตลอด เพียงแค่ว่าเราจะทำประโยชน์จากมันยังไง ผมว่า Hisobus มีโอกาสในการเติบโตได้มากเช่นกัน</span></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ความยากง่ายของการทำธุรกิจสตาร์ทอัพ</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> <span style="font-size: 12pt;">คือสตาร์ทอัพมันยากตอนเริ่มต้นครับ แล้วในยุคนี้ไม่ใช่ว่ามีสุดยอดไอเดียแล้วจะประสบความสำเร็จเสมอไป การทำตลาดที่ดี การตอบรับของผู้บริโภค รวมถึงทีมที่ร่วมอุดมการกับเราก็เป็นสิ่งสำคัญมากๆ คนที่จะมาทำทีมร่วมกันต้องควรมีวิสัยทัศน์เดียวกัน ถ้าเลือกคนที่ไม่เห็นด้วยกับเรา มองในทิศทางที่แตกต่างกัน มันยากที่จะโตได้ในทันทีครับ ทีมจึงเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับสตาร์ทอัพ พอบริษัทเริ่มโตได้สักพัก คราวนี้ก็จะเป็นเรื่องของการ Management แล้วก็ Operation ละ เป็นการจัดการเรื่อง Business Support ให้ดี ก็จะทำให้บริษัทเติบโตและประสบความสำเร็จต่อไปได้</span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4026" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/00-Interview-Quote_Hisobus-04.jpg" alt="00 Interview Quote Hisobus 04" width="1200" height="577" title="Hisobus สตาร์ทอัพสายเลือดไทยอนาคตรุ่ง : ความสำเร็จจากฝีมือคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา 1132"></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : คิดว่าเสน่ห์ของสตาร์ทอัพคืออะไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> <span style="font-size: 12pt;">สตาร์ทอัพมันก็คือการทำธุรกิจอย่างหนึ่งนี่แหละครับ ถ้าใครชอบทำธุรกิจมันก็จะมีเสน่ห์สำหรับคุณ ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจว่าสตาร์ทอัพมันคืออะไร มันเหมือนกับ SMEs มั้ย แต่พอมารู้จักและคลุกคลีกับมันจริงๆ ก็จะเริ่มเข้าใจมากขึ้น ส่วนตัวผมคิดว่าเอกลักษณ์ของสตาร์ทอัพคือการทำธุรกิจแบบไม่มีกรอบ คิดได้อิสระเต็มที่ สร้างสรรค์ได้ไม่มีขอบเขต เราสามารถสร้างในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้มันเป็นไปได้ หรือสร้างในสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนให้เกิดขึ้นบนโลก นั่นล่ะที่ผมมองว่ามันคือเสน่ห์ของสตาร์ทอัพครับ</span></span></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ตอนนี้สตาร์ทอัพในเมืองไทยเป็นอย่างไรบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> <span style="font-size: 12pt;">สำหรับผมคิดว่าดีนะครับ เพราะว่าตอนนี้มีสตาร์ทอัพเกิดขึ้นค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว แล้วมันก็กำลังตามเทรนด์โลกทัน อย่างในตอนนี้อาเซียนบ้านเราถือว่ามีสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกอยู่หลายตัวเลย ไทยเราก็มีสตาร์ทอัพที่น่าสนใจอยู่เพียบ แต่สิ่งที่ขาดหรือเป็นอุปสรรค์ในบ้านเราก็คือการไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ </span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4432" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/J06.jpg" alt="J06" width="850" height="567" title="Hisobus สตาร์ทอัพสายเลือดไทยอนาคตรุ่ง : ความสำเร็จจากฝีมือคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา 1133"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">จะสังเกตได้ว่าประเทศที่มีสตาร์ทอัพประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ภาครัฐจะสนับสนุนเรื่องนี้อย่างจริงจังเลย ค่อยผลักดัน ช่วยเหลือ ดันให้สำเร็จให้ได้ ที่เห็นได้ชัดเลยก็ที่อินโดนีเซีย ภาครัฐสนับสนุนเต็มที่ เลยทำให้มีสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จเยอะมาก มันทำให้บริษัทมีโอกาสเติบโตเป็นระดับ Unicorn ได้มาก แต่ของเราก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ แนวโน้มของเราดีขึ้นเรื่อยๆ เพียงแต่ว่าอาจจะช้าไปสักนิดนึง ในอนาคตผมมองว่าตลาดสตาร์ทอัพในบ้านเราดีขึ้นแน่นอน</span></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : มีเทคนิคการระดมทุนมาแนะนำบ้างหรือเปล่า</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> <span style="font-size: 12pt;">ข้อดีของสตาร์ทอัพอย่างหนึ่งคือเราสามารถหาแหล่งเงินทุนจากทั่วโลกได้ง่าย ถ้าธุรกิจของเรามีศักยภาพจริงๆ มันมีเงินพร้อมลงทุนแน่นอนครับ สิ่งที่ง่ายที่สุดอย่างแรกก็คือการเข้ามาคลุกคลีในคอมมิวนิตี้ของสตาร์ทอัพก่อน ที่ไหนก็ได้ แล้วเราก็จะเริ่มรู้เริ่มได้ข้อมูลจากเพื่อนๆ ที่ทำสตาร์ทอัพด้วยกันนี่แหละ แล้วหลังจากที่เราทำสตาร์ทอัพของตัวเองได้แล้วเราก็จะเริ่มมีแหล่งข้อมูลนักลงทุนที่ใหญ่ขึ้น ส่วนหนึ่งผมก็ได้การแนะนำมาจากรุ่นพี่ในวงการที่ทำสตาร์ทอัพมาก่อน อีกอย่างการได้เข้าแคมป์ต่างๆ ก็เป็นสะพานเชื่อมสู่คอนเน็กชั่นของนักลงทุนต่างๆ ที่ดีเหมือนกัน อย่างผมได้เข้า dtac accelerate ก็มีโอกาสได้เจอนักลงทุนมากมายหลายกลุ่ม ได้รู้จักแหล่งลงทุนต่างชาติ ทั้งจากการเข้าร่วมโครงการ และการแชร์ข้อมูลระหว่างสตาร์ทอัพด้วยกันเอง เราก็สามารถเอาโปรเจกต์ของเราไประดมทุนตามที่ต่างๆ ได้</span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4429" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/J03.jpg" alt="J03" width="850" height="567" title="Hisobus สตาร์ทอัพสายเลือดไทยอนาคตรุ่ง : ความสำเร็จจากฝีมือคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา 1134"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">ความยากของการหาทุนจากต่างประเทศก็คือเรื่องของวัฒนธรรมครับ บางอย่างมันแตกต่างจากที่เราคุ้นเคย อย่างของเมืองไทย, เกาหลี, ญี่ปุ่น ถึงแม้จะเอเชียด้วยกันแต่คนละแบบกันเลย มันมี Culture ของมัน เราก็ต้องทำยังไงให้เขาเห็นศักยภาพของเรา เรามีโอกาสที่จะเติบโตได้จริงหรือเปล่า เทรนด์การบริโภคเป็นอย่างไร ต้องดูให้ละเอียดรอบด้านให้หมด เพราะอย่าลืมว่าสตาร์ทอัพก็คือการทำธุรกิจรูปแบบหนึ่ง แน่นอนว่านักลุงทุนก็หวังที่จะได้กำไร ถ้าธุรกิจนั้นไม่มีศักยภาพในการหารายได้หรือสร้างกำไรให้เข้าได้คุ้มค่า มันก็ไม่น่าสนใจสำหรับเขาเช่นกัน</span></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q :</strong> <strong>อยากฝากหรือแนะนำอะไรกับคนรุ่นใหม่ที่อยากทำธุรกิจบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> <span style="font-size: 12pt;">ต้องมีความฝันครับ เพราะเราจะได้อยากทำให้มันเป็นจริง แค่ทำออกมาแล้วเกิดผล (Impact) กับคนได้ ไม่จำเป็นต้องทั่วโลกก็ได้ แค่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็ได้ มันสามารถช่วยเขาได้ มันก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ผมอยากให้ทุกคนเริ่มทำธุรกิจจากความฝัน จากสิ่งที่อยากทำ มันจะมีพลังอย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว </span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4433" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/J07.jpg" alt="J07" width="850" height="567" title="Hisobus สตาร์ทอัพสายเลือดไทยอนาคตรุ่ง : ความสำเร็จจากฝีมือคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา 1135"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">ถ้าเราเริ่มทำจากการต้องการเงิน โอกาสที่จะธุรกิจเราจะประสบความสำเร็จในสเกลใหญ่ผมว่าเป็นไปได้ค่อนข้างยาก ถ้าเราทำจากความชอบแล้วเดี๋ยวเงินมันจะมาเอง สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือทีมครับ หาทีมให้เจอ หาคนที่มีวิชั่นเดียวกันให้ได้ แล้วจับมือทำมันร่วมกัน โอกาสสำเร็จมันจะสูงกว่า ถ้าเรามองเงินอย่างเดียวจริงๆ ก็ไม่ผิดหรอกครับ แต่มันจะไม่ชาเลนจ์ในการทำธุรกิจเลย มันอาจจะไปไม่ได้ไกล แต่ถ้าเราทำจากความฝันของตัวเอง ความมุ่งมั่นจะผลักดันมันไปให้ไกลขึ้นได้</span></p>
<p><span style="color: #ffffff;"><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="Hisobus สตาร์ทอัพสายเลือดไทยอนาคตรุ่ง : ความสำเร็จจากฝีมือคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา 1136" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a>HR Note</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/191022-interview-conicle/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Dec 2019 06:10:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Conicle]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/191022-interview-conicle/</guid>

					<description><![CDATA[การศึกษาถือเป็นพื้นฐานสำคัญหนึ่งของการพัฒนาประเทศและเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นได้ ในยุคการศึกษานั้นถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ให้เข้าถึงง่ายขึ้น เรียนรู้ได้ตามความสะดวก ไม่จำกัดวันเวลาสถานที่ และมีแหล่งความรู้มากมายจากทั่วโลกที่รอให้เราเรียนรู้ โลกแห่งอนาคตคือโลกของการศึกษาที่ไร้พรมแดนและไร้ขีดจำกัด ซึ่งทุกวันนี้รูปแบบของการศึกษาบนโลกเรานั้นกำลังมุ่งไปในทิศทางที่อนาคตกำลังสดใสขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในองค์กรคนรุ่นใหม่ของไทยที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ธุรกิจของตนเพื่อสนับสนุนทิศทางการศึกษาแห่งอนาคตในรูปแบบใหม่นี้ก็คือ Conicle Co., Ltd. ที่เริ่มสร้างและพัฒนา Education Platform เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการศึกษาตลอดจนการเรียนรู้ของไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นทำให้องค์กรเล็กๆ ของคนรุ่นใหม่นี้สร้างทิศทางของธุรกิจตนเองกับคอนเซ็ปต์ที่ว่า Modernize Learning การเรียนรู้ที่ทันสมัยในแบบของโลกยุคใหม่ที่เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในส่วนนี้เป็นอย่างมาก แล้วกำลังสำคัญหลักที่ร่วมกันก่อร่างสร้างความสำเร็จขึ้นมาได้จนถึงจุดนี้ก็คือ คุณปูน – นกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ / Chief Executive Officer (CEO) และ คุณดิน – อนพัทย์ วิมลประภาพร / Chief Technology Officer (CTO) สองคนรุ่นใหม่ที่มุ่งหวังปูทางการศึกษารูปแบบใหม่ในสังคมไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเรื่อยๆ &#8230; มาลองดูกันว่าก้าวของผู้กล้าจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้น่าสนใจอย่างไรกันบ้าง Q : จุดเริ่มต้นของ Conicle เกิดขึ้นได้อย่างไร คุณอนพัทย์ (ดิน) : เราสองคนสนใจทางด้านธุรกิจที่เกียวกับเทคโนโลยีครับ ตอนนั้นเราคุยกันว่าเราต้องการที่จะพัฒนาอะไรบางอย่างร่วมกัน เราก็เลยมองว่าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับ Tech นั้นน่าสนใจ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 12pt;">การศึกษาถือเป็นพื้นฐานสำคัญหนึ่งของการพัฒนาประเทศและเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นได้ ในยุคการศึกษานั้นถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ให้เข้าถึงง่ายขึ้น เรียนรู้ได้ตามความสะดวก ไม่จำกัดวันเวลาสถานที่ และมีแหล่งความรู้มากมายจากทั่วโลกที่รอให้เราเรียนรู้ โลกแห่งอนาคตคือโลกของการศึกษาที่ไร้พรมแดนและไร้ขีดจำกัด ซึ่งทุกวันนี้รูปแบบของการศึกษาบนโลกเรานั้นกำลังมุ่งไปในทิศทางที่อนาคตกำลังสดใสขึ้นเรื่อยๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3960" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/12/00-HR-Note_Interview-Standard_08-Conicle-New-01.jpg" alt="00 HR Note Interview Standard 08 Conicle New 01" width="879" height="596" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1157"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">หนึ่งในองค์กรคนรุ่นใหม่ของไทยที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ธุรกิจของตนเพื่อสนับสนุนทิศทางการศึกษาแห่งอนาคตในรูปแบบใหม่นี้ก็คือ <a href="https://www.conicle.com" target="_blank" rel="noopener"><em><strong>Conicle Co., Ltd.</strong></em></a> ที่เริ่มสร้างและพัฒนา Education Platform เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการศึกษาตลอดจนการเรียนรู้ของไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นทำให้องค์กรเล็กๆ ของคนรุ่นใหม่นี้สร้างทิศทางของธุรกิจตนเองกับคอนเซ็ปต์ที่ว่า Modernize Learning การเรียนรู้ที่ทันสมัยในแบบของโลกยุคใหม่ที่เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในส่วนนี้เป็นอย่างมาก แล้วกำลังสำคัญหลักที่ร่วมกันก่อร่างสร้างความสำเร็จขึ้นมาได้จนถึงจุดนี้ก็คือ <span style="color: #0000ff;"><strong>คุณปูน – นกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ / <em>Chief Executive Officer (CEO)</em></strong></span> และ <span style="color: #0000ff;"><strong>คุณดิน – อนพัทย์ วิมลประภาพร / <em>Chief Technology Officer (CTO)</em></strong></span> สองคนรุ่นใหม่ที่มุ่งหวังปูทางการศึกษารูปแบบใหม่ในสังคมไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเรื่อยๆ &#8230; มาลองดูกันว่าก้าวของผู้กล้าจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้น่าสนใจอย่างไรกันบ้าง</span></p>
<h2><span style="font-size: 14pt;">Q : จุดเริ่มต้นของ Conicle เกิดขึ้นได้อย่างไร</span></h2>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณอนพัทย์ (ดิน)</strong><strong> :</strong> เราสองคนสนใจทางด้านธุรกิจที่เกียวกับเทคโนโลยีครับ ตอนนั้นเราคุยกันว่าเราต้องการที่จะพัฒนาอะไรบางอย่างร่วมกัน เราก็เลยมองว่าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับ Tech นั้นน่าสนใจ สามารถเข้าไปทำอะไรได้ พัฒนาได้ และธุรกิจมีโอกาสเติบโตมาก อย่างเช่นเรื่องของการศึกษาที่เราเข้าไปจับเนี้ยะ มีหลายอย่างที่มันยังไม่ถูก Disruption ด้วยเทคโนโลยี ยังไม่ถูกพัฒนาให้ดีขึ้น แต่กระแสโลกเขาพัฒนาไปแล้ว เราก็เลยมองเห็นโอกาสตรงนี้ เราอยากให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา มันจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ในยุคนี้ทุกคนสามารถเรียนที่ไหนก็ได้ เรียนบนมือถือ เรียนบนแท็บเล็ต เรียนบนคอมพิวเตอร์ เรียนที่ไหนก็ได้บนโลก ตรงนี้มันเป็นช่องว่างในเมืองไทยที่เราอยากเข้าไปพัฒนาแล้วก็ช่วยให้การเรียนของคนไทยง่ายขึ้น เข้าถึงแหล่งความรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3948" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/02CNC11.jpg" alt="02CNC11" width="638" height="425" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1158"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณนกรณ์ (ปูน)</strong><strong> :</strong> ทางดินจะดูแลด้าน Engineering, Programing แล้วก็ Technical ต่างๆ ส่วนทางผมจะเข้ามาช่วยดูทางด้าน Business &amp; Marketing ครับ จริงๆ ต้องบอกว่าธุรกิจในเมืองไทยตอนนี้พยายามทำเป็น Technology Business ทั้งหมด เราจะเริ่มเห็นว่าหลายธุรกิจอย่างเช่น ธนาคาร, ค่ายมือถือต่างๆ, หรือแม้กระทั่งธุรกิจค้าปลีกเจ้าใหญ่ๆ ก็พยายามทำ E-commerce ตลอดจนเอาเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับธุรกิจแทบทั้งสิ้น ซึ่งทุกธุรกิจเริ่มมีการขยับตัวในเรื่องนี้ ถ้ามองในมุมกว้างมันเป็นตลาดและโอกาสทางธุรกิจที่ใหญ่มาก เพราะไม่ว่าอุตสาหกรรมใดก็ต้องการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้กับบริษัทให้มากที่สุด</span></p>
<h2><span style="font-size: 14pt;">Q : แล้วจุดเด่นทางธุรกิจของ Conicle คืออะไร</span></h2>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณอนพัทย์ (ดิน)</strong><strong> :</strong> motto ของเราก็คือ <em><span style="color: #0000ff;">Modernize Learning</span></em> ครับ เราพยายามจะนำเทคโนโลยีทันสมัยมาออกแบบกระบวนการการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราโฟกัสไปที่ Education Technology โดยเริ่มด้วยการสร้าง Education Platform เพื่อรองรับการศึกษาหรือการเรียนรู้สมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยเหลือทำให้มันง่ายและมีประสิทธิภาพขึ้น เป็นเครื่องมือที่ผู้สอนและผู้เรียนสามารถเข้าถึงง่าย และได้ประโยชน์ทุกฝ่าย ตัวแพลตฟอร์มนี้เป็นประโยชน์ทั้งในด้านการศึกษา หรือแม้กระทั่งองค์กรที่เอาไปปรับใช้ได้ เป็นประโยชน์ต่อระบบการพัฒนาบุคลากรในองค์กรได้มากขึ้นด้วยครับ</span></p>
<h2><span style="font-size: 14pt;">Q : ทำไมถึงโฟกัสไปที่ Education Technology เป็นหลัก</span></h2>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณนกรณ์ (ปูน)</strong><strong> :</strong> จริงๆ ก่อนหน้าเราคุยกันถึงหลายธุรกิจ เราคิดกันหลายไอเดีย ลองผิดลองถูกกันมาพอสมควรครับ ก่อนที่เราจะมุ่งมาทาง Education Tech เป็นหลัก ต้องบอกก่อนว่าคำว่า Education นี้ไม่ได้หมายถึงการศึกษาแค่อย่างเดียวนะครับ เพราะคำนี้มันค่อนข้างกว้าง แล้วยิ่งในยุคนี้การศึกษามันไร้ขอบเขตมาก อีกส่วนที่การศึกษาเข้ามามีบทบาทสำคัญในยุคนี้ก็คือ Human Resource ครับ เพราะทาง HR ทั้งหลายมักจะใช้ในกระบวนการ Human Resource Development ทั้งในส่วนของการอัพเดทความรู้ในวิชาชีพ การเพิ่มเติมทักษะ ไปจนถึงการเรียนรู้ด้านอื่นๆ ที่เสริมให้พนักงาน ทาง Conicle ก็เลยเลยโฟกัสไปที่เรื่อง Education &amp; HR เป็นหลัก คือเราเป็นตัวกลางในการพัฒนาทั้งด้านการศึกษาโดยตรงและเป็นส่วนเสริมให้กับองค์กรต่างๆ ในการพัฒนาบุคลากรด้วยครับ ซึ่งเรามองว่าในตอนนี้เมืองไทยยังไม่มีเทคโนโลยีที่เข้ามาปฎิวัติในเรื่องนี้อย่างจริงจัง หรือยังมีน้อยอยู่ เราก็เลยเห็นโอกาสในส่วนนี้ค่อนข้างเยอะ แล้วผมคิดว่าเราก็สามารถเข้าไปสร้างสรรค์อะไรในตรงจุดนี้ได้อีกเยอะด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3950" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/03CNC01.jpg" alt="03CNC01" width="638" height="425" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1159"></p>
<h2><span style="font-size: 14pt;">Q : ทาง Conicle ช่วยพัฒนา Education Technology ได้อย่างไรบ้าง</span></h2>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณอนพัทย์ (ดิน)</strong><strong> :</strong> เรามุ่งสร้าง Education Platform ที่ทุกคนต้องได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย อย่างผั่งทางผู้เรียนก็ต้องเข้าถึงง่ายขึ้น ฝั่งของผู้ที่ผลิตคอนเทนต์ก็สามารถนำความรู้ต่างๆ ไปสื่อสารได้ง่ายขึ้น ในส่วนของบริษัทหรือฝั่งที่เป็นแอดมินฯ คอยดูแล หรือแม้กระทั่งฝ่าย HR ที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ก็ต้องสามารถใช้งานได้ง่าย ลดขั้นตอนความยุ่งยากต่างๆ รวมถึงลดภาระและช่วยให้เขาทำงานสะดวกขึ้นได้ และทำให้มันมีประสิทธิภาพขึ้น แล้วทุกฝ่ายก็สามารถประยุกต์เอา Education Platform นี้ไปใช้กับโมเดลต่างๆ ของตัวเองที่เหมาะสมได้ด้วยครับ อย่างเช่นการ Training ในองค์กร หรือแม้แต่การเป็น Open Source สำหรับการศึกษาไปจนถึงการแชร์ความรู้เรื่องงานอดิเรก เหล่านี้เป็นต้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3934" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/00-Interview-Quote_Conicle-1.jpg" alt="00 Interview Quote Conicle 1" width="1200" height="534" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1160"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณนกรณ์ (ปูน)</strong><strong> :</strong> ยุคก่อนการศึกษาจะเป็นแบบดั้งเดิม คือมีการเรียนการสอนโดยตรง เรียนแบบห้องเรียน มีอาจารย์มาสอน มีนักเรียนมาเข้าเรียน แต่ยุคนี้มันเริ่มเปลี่ยน ห้องเรียนอาจอยู่บนอินเตอร์เน็ตก็ได้ ครูกับนักเรียนไม่จำเป็นต้องอยู่ที่เดียวกัน หรือผู้สอนมีการทำคอนเทนต์การสอนเอาไว้ แล้วนักเรียนอยากจะเรียนรู้เมื่อไร ที่ไหน ก็ได้ตามสะดวก เรียนซ้ำกี่รอบก็ได้เช่นกัน เป้าหมายของ Conicle ก็คือเราอยากเปลี่ยนแพลตฟอร์มของการศึกษาในแบบเดิมๆ สู่การศึกษาในยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น ห้องเรียนไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของสถานที่แล้ว การเรียนไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา Education Tech เข้ามาช่วยเรื่องนี้ได้เยอะ Conicle ตั้งใจในการทำโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ให้พร้อม เราอยากเป็นตัวกลางที่ให้คนมีความสามารถ ต้องการถ่ายทอด และคนที่สนใจอยากจะเรียนรู้ มาอยู่บนแพลตฟอร์มที่รองรับเรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทุกคนก็สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างเต็มที่ด้วยครับ</span></p>
<h2><span style="font-size: 14pt;">Q : แล้วถ้าพูดถึงสถานการณ์ของ Education Technology เมืองไทยในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง มีการพัฒนากันถึงระดับไหนแล้ว</span></h2>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณอนพัทย์ (ดิน)</strong><strong> :</strong> บ้านเรามีการปรับตัวค่อนข้างไวพอสมควร เริ่มมีหลายบริษัทให้ความสนใจนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในเรื่องนี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐหรือองค์กรเอกชน แล้วก็เริ่มมีบริษัทต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจด้านนี้ในบ้านเราเยอะขึ้นด้วยครับ ในเรื่องของ Software หรือ Programing โลกทุกวันนี้ก็มีการพัฒนาที่ก้าวไกลมาก ต้องบอกว่าปัจจุบันมี Open Software ที่ดีและมีคุณภาพเปิดให้ใช้อย่างเสรีกันค่อนข้างเยอะ ก็ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละส่วน แต่ละที่ จะนำมันมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาธุรกิจของตนอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3952" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/03CNC03.jpg" alt="03CNC03" width="638" height="425" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1161"></strong></span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">ผมมองว่าโลกยุคนี้ข้อมูล (Data) มันเป็นสิ่งสำคัญมาก การเก็บ Personal Data ของแต่ละคนและนำไปวิเคราะห์ให้เกิดประโยชน์มันเป็นสิ่งที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับด้านต่างๆ ได้ อย่างเรื่องการเรียนในยุคนี้มันค่อนข้างเปิดมาก ไม่จำเป็นที่ว่าทุกคนจะต้องสนใจหรือเรียนในสิ่งเดียวกันหมด คนนี้สนใจเรื่องนั้น คนนั้นสนใจเรื่องนี้ ทุกคนเลือกเรียนได้ตามชอบ แล้วยุคนี้ไม่จำเป็นว่าเรียนมาด้านนี้แล้วต้องทำงานด้านนี้ เราอาจไปทำงานด้านอื่นก็ได้ หรือทำงานด้านนี้ด้วยแล้วเสริมงานอีกด้านที่เรารักก็ได้ หรือใครทำงานมาแล้วเบื่อ ไม่ชอบ ก็สามารถเรียนรู้ เพิ่มทักษะใหม่ๆ เพื่อไปทำงานใหม่ๆ ก็ได้เหมือนกัน มันเลือกได้ไม่จำกัดและตามใจเราเลย ในส่วนนี้ Conicle ก็นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในด้านการทำ Personalize Data ได้ด้วย เราเก็บข้อมูล วิเคราะห์ความสนใจของแต่ละคน รวมถึงประเมินความสามารถว่าเขาควรจะพัฒนาเรื่องอะไรให้เพิ่มขึ้นไดด้วย เราตั้งใจกันตั้งแต่วันแรกที่เริ่มธุรกิจนี้แล้วว่าเราต้องเชี่ยวชาญเรื่อง Data เราต้องพัฒนา E-learning ให้มีประสิทธิภาพ และเราต้องนำเอา AI (Artificial Intelligence หรือ ปัญญาประดิษฐ์) เข้ามาพัฒนาในเรื่อง Education Technology ให้ได้ครับ</span><span style="font-size: 14pt;"><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3940" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/02CNC03.jpg" alt="02CNC03" width="638" height="425" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1162"></strong></span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณนกรณ์ (ปูน)</strong><strong> :</strong> ผมว่าในเมืองไทยตอนนี้เริ่มตื่นตัวกันแล้ว โดยเฉพาะด้านการศึกษา สถาบันต่างๆ เริ่มปรับตัว แล้วก็ด้าน HR ที่ HR Tech กำลังเติบโตมากๆ หลายองค์กรเริ่มมองหาเทคโนโลยีที่จะเป็นประโยชน์กับเขา กราฟมันเริ่มพุ่งขึ้นในทิศทางที่ดีครับ แล้วในส่วนของ HR เองตอนนี้ก็เริ่มมีคนพูดถึงเรื่อง AI พูดถึงเรื่อง Big Data กันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในส่วนของ Recruitment แล้วก็ส่วนของเรื่องสวัสดิการ รวมถึงเรื่อง HRD (Human Resource Development) ด้วยครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3942" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/02CNC05.jpg" alt="02CNC05" width="638" height="425" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1163"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">องค์กรในยุคนี้สนใจเรื่องของการทรานส์ฟอร์ม (Transform) ตัวเองให้สู่การทำธุรกิจยุคดิจิตอลที่มีประสิทธิภาพ สิ่งที่อาจจะมีผลกระทบตามมาก็คือคุณสมบัติของพนักงานที่ต้องการก็จะเปลี่ยนไปด้วย เขาต้องการหาคนที่มีทักษะในด้านต่างๆ ที่เข้ากับการทำงานยุคใหม่ สามารถทำงานกับเทคโนโลยีได้ และเข้ากันได้กับทิศทางขององค์กรที่จะมุ่งไปข้างหน้า ตัวอย่างง่ายๆ เลยก็คือธุรกิจธนาคาร เมื่อก่อนหัวใจสำคัญของเขาคือการขยายสาขา ยิ่งมีสาขามากก็บริการได้ทั่วถึง กลายเป็นผู้นำในตลาดได้ แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่าเราทำธุรกรรมบนมือถือได้แบบ Anywhere Anytime จัดการเรื่องการเงินได้แบบ 24 ชม. Skilled Set ของธุรกิจธนาคารก็จะเริ่มเปลี่ยนไป เขาก็จะต้องหาคนใหม่ๆ ที่เข้ากับทักษะในปัจจุบัน หรือไม่ก็ Re-Skill พนักงานเดิมเพื่อให้รองรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้ได้ ไม่ว่าจะทางไหนมันก็ต้องมีการพัฒนาบุคลากรทั้งนั้น ซึ่งในส่วนนี้ฝ่าย HR ขององค์กรมีส่วนสำคัญ และก็ต้องปรับตัวตามให้ทันด้วย การที่องค์กรต่างๆ จะหา Tools หรือเครื่องมือเข้ามาช่วยในด้านนี้ก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแพลตฟอร์มทางด้าน Education Tech ก็สามารถช่วยตรงนี้ได้เหมือนกัน</span></p>
<h2><span style="font-size: 14pt;">Q : มีตัวอย่างของการนำเอา Education Technology ไปปรับใช้กับองค์กรแล้วประสบความสำเร็จบ้างหรือเปล่า</span></h2>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณนกรณ์ (ปูน)</strong><strong> :</strong> องค์กรที่เราเข้าไปช่วยพัฒนาเรื่อง Education Platform แล้วประสบความสำเร็จค่อนข้างมากก็มี AIS กับ จุฬาฯ ครับ ซึ่งทั้งสองเป็นตัวอย่างความสำเร็จทางด้านธุรกิจและการศึกษาที่ชัดเจนมาก ในส่วนของ AIS เนี้ยะตัวองค์กรเขามีหลายส่วน ตั้งแต่ส่วนที่เป็น Head Quarter, ส่วนของ Technical Support, ส่วนของ Marketing, ไปจนถึงส่วนของ Customer Service ตั้งแต่ Call Center รวมถึง AIS Shop ทั่วประเทศด้วย ต้องบอกว่าธุรกิจในกลุ่มโทรคมนาคมนี้มันค่อนข้างมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีสินค้าและบริการใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ มีแคมเปญการตลาดผุดขึ้นมาใหม่ตลอดเวลา ทำให้ต้องมีการอัพเดทความรู้ตลอดจนเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3939" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/02CNC02.jpg" alt="02CNC02" width="638" height="425" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1164"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">โจทย์ของเราในตอนนั้นก็คือทำยังไงที่จะให้พนักงานทั้งหมดของ AIS โดยเฉพาะส่วนที่ต้องให้ข้อมูลกับลูกค้าโดยตรงสามารถเข้าใจตรงกันได้ว่า AIS กำลังทำการตลาดอะไรอยู่ ขายอะไร มีการนำเสนออะไรให้กับลูกค้า มีอะไรใหม่บ้าง เราก็เลยครีเอทเครื่องมือเป็น App ที่ชื่อ <span style="color: #0000ff;"><strong>AIS LearnDi</strong> </span>ให้พนักงาน AIS ทุกคนดาวน์โหลด ซึ่งนี่เราเรียกกันว่าเป็น AIS’s Digital Academy Platform ที่จะเป็นตัวกลางในการคอยอัพเดทข้อมูลและส่งรายละเอียดของ Product Knowledge ที่อัพเดทให้กับพนักงานทุกคนได้เรียนรู้อยู่เสมอ มีอะไรที่เขาต้องเรียนรู้บ้างในเดือนนี้ อาทิตย์นี้มีผลิตภัณฑ์หรือโปรโมชั่นอะไรใหม่บ้าง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3947" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/02CNC10.jpg" alt="02CNC10" width="638" height="425" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1165"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">ยิ่งไปกว่านั้นทาง AIS ก็วางเรื่องระบบทดสอบไปพร้อมกันด้วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด อย่างพนักงานที่ประจำอยู่สาขาต่างๆ ทุกคนจะต้องทำการทดสอบให้ผ่าน เพราะมันคือความรู้ที่เขาจะต้องไปตอบกับผู้บริโภคให้ได้ พนักงานก็จะต้องทำแบบทดสอบ Online ไปในตัว ตรงนี้ทาง AIS ก็คิดค้นวิธีการสร้างแรงจูงใจกับพนักงานเพิ่มขึ้นมาด้วย ก็คือถ้าใครทำคะแนนทดสอบได้ดีก็มีผลต่อการพิจารณาโบนัสด้วยครับ มันทำให้ทุกคนให้ความสำคัญกับการทดสอบและความรู้เพิ่มมากขึ้นด้วย แล้วก็เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการขายได้ดีทีเดียว ตรงนี้ทาง AIS ยังมองว่ามันสามารถสะท้อนไปถึงภาพรวมขององค์กรได้ด้วย ว่าทุกคนสามารถเข้าใจในธุรกิจที่กำลังทำอยู่นี้ได้มากน้อยเพียงไร แล้วทุกคนกำลังเดินไปในทิศทางเดียวกันหรือเปล่า ผลที่ออกมามันทำให้ลูกค้าแฮปปี้ขึ้น พนักงานก็มั่นใจ ทำงานอย่างมีความสุขขึ้น แก้ปัญหาได้ดีขึ้น สุดท้ายมันสร้างผลกำไรที่ดีให้กับบริษัทด้วย มันได้ประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3935" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/00-Interview-Quote_Conicle-2.jpg" alt="00 Interview Quote Conicle 2" width="1200" height="534" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1166"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">อีกส่วนที่ประสบความสำเร็จมากๆ ก็คือของ จุฬาฯ ครับ ซึ่งทาง Conicle เข้าไปช่วยในส่วนของคณะบัญชี จุฬาฯ (คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) อย่างที่เรารู้กันดีนะครับว่าเทรนด์ของการศึกษาในยุคนี้มันเป็นแบบ Open Source ทุกคนพยายามให้ความรู้ที่เผยแพร่เป็นสาธารณะ มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทั่วโลกเริ่มให้บริการความรู้กันแบบฟรีๆ และไม่ปิดกั้น ที่คณะบัญชี จุฬาฯ ท่านคณะบดีท่านก็มีความเชื่อว่าเราจะต้องเผยแพร่ความรู้ออกไปในวงกว้าง เพราะการศึกษาจะช่วยพัฒนาสังคมให้ดีขึ้นได้ ก็เลยเกิดโปรเจกต์ร่วมกันที่ชื่อว่า <span style="color: #0000ff;"><strong>Space by CBS</strong></span> (CBS : Chulalongkorn Business School) ขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3944" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/02CNC07.jpg" alt="02CNC07" width="638" height="425" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1167"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">โดยที่ให้อาจารย์ในแต่ละภาควิชาของคณะบัญชี จุฬาฯ มาเปิดคอร์สการสอนธุรกิจซึ่งเป็นสิ่งที่เขาสอนกันอยู่แล้วเนี้ยะ มาปรับให้เป็นหลักสูตรหรือความรู้ที่เผยแพร่ให้คนทั่วไปได้เรียนรู้แบบอิสระบ้าง อย่างอาจารย์ที่สอนการตลาด ก็มาลองทำคอร์ส Micro MBA เป็นการสอนการตลาดแบบ 3 ชั่วโมงจบ เพื่อให้คนทั่วไปได้เรียนรู้และเข้าใจการตลาดแบบไม่ยุ่งยาก นำไปปรับใช้ได้ง่ายๆ คนที่เรียนก็มีตั้งแต่ผู้ประกอบการ, คนที่สนใจธุรกิจ, คนทั่วไป, ไปจนถึงนักเรียน-นิสิต-นักศึกษาที่สนใจเพิ่มเติมความรู้ด้านนี้ มันเป็นการเรียนแบบ Anywhere Anytime และฟรีด้วยครับ ซึ่งตรงนี้ทาง Conicle ก็เข้าไปช่วยพัฒนา Education Platform ร่วมกัน มันเป็นการที่สถาบันการศึกษาอันดับต้นๆ ของประเทศกระจายความรู้สู่คนทั่วไป ร่วมพัฒนาสังคม ซึ่งพอเปิดตัวปั๊บมันประสบความสำเร็จสูงมาก มีคนเข้ามาเรียนกันเป็นหลักแสนคนเลยครับ ก็มีการพัฒนาแพลตฟอร์มนี้กันขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ซึ่งทุกวันนี้ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมมากๆ</span></p>
<h2><span style="font-size: 14pt;">Q : มีวิสัยทัศน์ในการบริหารองค์กรอย่างไรบ้าง</span></h2>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณนกรณ์ (ปูน)</strong><strong> :</strong> เราอยากทำโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ให้กับเมืองไทยครับ เราต้องเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ใหม่ในเรื่องนี้ให้กับสังคมไทย ต้องสร้างสังคมการเรียนรู้แบบอนาคตให้เกิดขึ้นให้ได้ ความรู้ในปัจจุบันมันอยู่ได้ทุกที่ เรียนได้ไม่มีข้อจำกัด ทุกวันนี้เราเรียนกันบนมือถือก็ได้แล้ว แค่อุปกรณ์เล็กนี้มันสามารถเข้าถึงความรู้ได้อย่างมหาศาลเลย แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างคือเราจะจัดเรียงอย่างไรให้มันเกิดการเรียนรู้ที่เป็นระบบ ระเบียบ ตรงนี้ก็อาจมีตัวกลางที่คอยช่วยจัดการเรื่องนี้ได้ มันเป็นกระบวนการการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่จะเข้ามาช่วยทำให้ Personalize Learning มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีทิศทางที่จะเกิดการเรียนรู้ โลกยุคใหม่นี้ทุกคนเป็นได้ทั้งผู้ให้ความรู้และผู้เรียนในตัว แต่เทคโนโลยีจะเป็นตัวกลางในการช่วยถ่ายทอดหรือแนะนำให้ รวมถึงเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ความรู้ด้วย เราอยากช่วยเติมเต็มตรงจุดนี้ มันคือวิชั่นของพวกเรา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3956" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/03CNC07.jpg" alt="03CNC07" width="638" height="425" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1168"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณอนพัทย์ (ดิน)</strong><strong> :</strong> ผมอยากแชร์อยู่สองเรื่องครับ คือเรื่องทีมกับเรื่องคน เรื่องทีมเนี้ยะผมมองว่าเรื่องของวัฒนธรรมองค์กรเป็นสิ่งสำคัญเลย ต้องบอกว่าบริษัทของเราทำในเรื่องของ E-Learning เพราะฉะนั้นวัฒนธรรมองค์กรของเราคือการเป็นองค์กรรักที่จะเรียนรู้ สนใจอะไรใหม่ๆ พัฒนาอะไรเสมอๆ ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งถ้าคนที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ไม่อยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ก็จะไม่ค่อยเหมาะกับลักษณะขององค์กรเราเท่าไร ในเรื่องของคนนั้นต้องเป็นคนที่รักการเรียนรู้ ชอบแชร์เรื่องราวต่างๆ ให้คนอื่นได้รู้ มันเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของการศึกษาและองค์ความรู้ในยุคปัจจุบันเลย อย่างในทุกวันศุกร์ เราจะมีการจัดกิจกรรมภายในองค์กรให้ทุกคนมาแชร์ความรู้ของตัวเองกัน พอแชร์แล้วเราก็ทำเป็นคอนเทนต์ขององค์กรเราไปในตัวด้วย เป็นการปลูกฝังคุณลักษณะในการเรียนรู้แบบยุคใหม่ให้กับคนในองค์กรไปในตัวครับ บริษัทก็ได้มุมมองใหม่ๆ จากพนักงานด้วย บางครั้งก็สามารถเอาองค์ความรู้มาพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือต่อยอดธุรกิจได้เช่นกันครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3936" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/00-Interview-Quote_Conicle-3.jpg" alt="00 Interview Quote Conicle 3" width="1200" height="534" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1169"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณนกรณ์ (ปูน)</strong><strong> :</strong> ผมเสริมอีกอย่างนะครับ ผมเชื่อเรื่องการเติบโต การเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาจะทำให้เราเติบโต แล้วก็ต้องบอกว่าองค์กรนั้นจะโตตามพนักงานครับ ถ้าพนักงานมีการเติบโต มีพัฒนาการ องค์กรก็จะเติบโตตามไปด้วย แล้วอีกเรื่องที่เป็นวัฒนธรรมองค์กรสำคัญมากๆ สำหรับเราก็คือการมีความยืดหยุ่นเสมอครับ ยิ่งในยุคนี้ควรมีความยืดหยุ่นที่สูง เพราะธุรกิจมันไม่มีอะไรแน่นอน เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนแปลงไวมาก บางทีวันนี้มันเวิร์ค พรุ่งนี้กลายเป็นไม่เวิร์คละ มันต้องพร้อมรับในทุกสถานการณ์ ต้องมีความยืดหยุ่นสูงมาก ลูกค้าอาจจะต้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราต้องมี mind set ที่พร้อมจะลุยกับความท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3953" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/03CNC04.jpg" alt="03CNC04" width="638" height="425" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1170"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">ส่วนวัฒนธรรมองค์กรอย่างสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันอีกอย่างก็คือเรื่องของทีม ซึ่ง Teamwork ผมถือว่าเป็นหัวใจสำคัญมากๆ ของการทำธุรกิจยุคใหม่ หรือแม้กระทั่งการทำธุรกิจในแบบ Startup ถ้าไม่มีทีมที่ดีมันก็จะทำให้เกิดอะไรดีๆ ไม่ได้เลย ทุกคนทำงานร่วมกันได้อย่างดี ต้องเดินไปในทิศทางเดียวกัน เดินไปด้วยกัน ซึ่งตรงนี้มันเป็นคีย์สำคัญอันหนึ่งเลยที่ทำให้ Conicle เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้น่ะครับ</span></p>
<h2><span style="font-size: 14pt;">Q : มีวิธีคัดเลือกพนักงานตลอดจนดูแลพนักงานในองค์กรอย่างไรบ้าง</span></h2>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณอนพัทย์ (ดิน)</strong><strong> :</strong> สำหรับบริษัทเราผมว่าเรื่อง Skill เป็นเรื่องรองครับ มันสามารถสอนกันได้ แต่ว่าสิ่งที่เราดูหลักๆ เลยคือเรื่อง Attitude ไปจนถึง Mind Set ในการทำงาน ซึ่งมันสำคัญมากๆ ที่เราจะทำงานร่วมกันได้ดีในระยะยาว เราอยากได้คนที่มีเป้าหมายเดียวกันกับเรา พร้อมที่จะเดินไปด้วยกัน แล้วก็สามารถเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรของเราได้ แต่ถ้าถามว่าเรื่องทักษะเป็นสิ่งสำคัญมั้ย สำคัญครับ ก็ต้องทำงานเป็นด้วย แต่ก็เป็นสิ่งที่สอนกันได้ เรียนรู้กันได้ พัฒนากันได้ครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3945" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/02CNC08.jpg" alt="02CNC08" width="638" height="425" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1171"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณนกรณ์ (ปูน)</strong><strong> :</strong> อันนี้ผมเห็นด้วย 100% ครับ คือ Attitude นี่สำคัญมาก อย่างเรื่อง Skill เนี้ยะ มันมีวันหมดอายุได้ ยิ่งเรื่องเทคโนโลยีแล้วด้วย ถ้าปรับเปลี่ยนไม่เป็นนี่ก็ไปไม่รอดเหมือนกัน แต่เรื่องของ Attitude มันเป็นสิ่งที่ติดตัวคนคนนั้น มันยังไปต่อได้แม้อะไรจะเปลี่ยนแปลงก็ตาม ในอนาคตนี่การทำงานต้องเจออุปสรรคแน่นอน ปัญหาเข้ามาแน่ๆ ตรงนี้ Attitude ที่ดีจะช่วยให้เราข้ามผ่านมันไปได้ แล้ว Attitude ที่ไปในทิศทางเดียวกันก็จะทำให้เกิด Teamwork ที่ดีได้ด้วย ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหัวใจสำคัญที่จะทำให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าได้ ประสบความสำเร็จได้ แล้วสิ่งสำคัญสุดท้ายก็คือการมี Growth Mindset ที่จะสร้างให้บริษัทเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ถ้าทุกคนไม่มีความคิดแบบนี้ บริษัทก็จะย่ำอยู่กับที่ไม่มีวันโตได้ครับ แต่ถ้าทุกคนมองเห็นภาพเดียวกัน เชื่อในสิ่งเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน เราก็จะสามารถเดินร่วมกันไปในระยะยาวได้ ร่วมกันสร้างบริษัทให้เติบโตต่อไปได้</span></p>
<h2><span style="font-size: 14pt;">Q : หัวใจสำคัญในการผลักดันให้บริษัทก้าวไปข้างหน้าคืออะไร</span></h2>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณนกรณ์ (ปูน)</strong><strong> :</strong> เราต้องมีเป้าหมาย และก็มีความ Proactive หรือทำงานในเชิงรุกครับ ตรงจุดนี้ถ้าเรามองว่าเราเป็นเพียงแค่บริษัทให้บริการ Software บริษัทหนึ่ง ก็แค่ขาย Software ให้บริษัทต่างชาติแค่นั้นพอ ผมว่าองค์กรเราก็คงไม่ได้มาไกลจนถึงเดี๋ยวนี้ ก็อาจกลายเป็นแค่บริษัทธรรมดาๆ ที่ขายโปรดักส์หนึ่งเท่านั้นเอง แต่เราไม่ได้ตั้งเป้าหมายอย่างนั้นตั้งแต่ต้น เราตั้งเป้าว่าจะต้องเป็นองค์กรที่ต้องการสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการศึกษาในรูปแบบอนาคตให้กับเมืองไทย แล้วเราก็ทำงานตามเป้าหมายที่วางไว้ในแบบเชิงรุก ลุยไปสุ่เป้าหมาย ผมว่ามันสำคัญมากๆ ที่จะผลักดันองค์กรให้เติบโตและก้าวไปข้างหน้าครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3937" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/00-Interview-Quote_Conicle-4.jpg" alt="00 Interview Quote Conicle 4" width="1200" height="534" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1172"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">อีกสิ่งสำคัญก็คือความเชื่อครับ เราต้องเชื่อว่าเราทำได้ อย่างในเรื่องเทคโนโลยีในโลกนี้โปรแกรมเมอร์เก่งๆ ก็มักจะอยู่กันที่ Silicon Valley หรือไม่ก็แถวยุโรป แต่ผมเชื่อว่าคนไทยก็เก่งเหมือนกัน เราสู้เขาได้แน่ๆ อีกอย่างแต่ละประเทศมันมีบริบทต่างกัน มีแนวทางธุรกิจต่างกัน เราเป็นคนไทยเราก็ย่อมจะเข้าใจธุรกิจไทยได้ดีกว่าต่างชาติอยู่แล้ว แน่นอนว่าเทคโนโลยีพื้นฐานแล้วมันเหมือนกัน แต่มันขึ้นอยู่กับการประยุกต์เอาไปใช้ให้มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับแต่ละแห่งมากกว่า เราตั้งใจจะเป็นบริษัทไทยที่พัฒนาโดยคนไทยครับ เราเชื่อว่าคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก เรามีคนเก่งอยู่เยอะ เพียงแต่จะมีที่ไหนเปิดโอกาสมั้ยเท่านั้นเอง การมีความเชื่อในทิศทางที่ดี อันนี้เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการตั้งองค์กรขึ้นมาสักองค์กรนึง</span></p>
<h2><span style="font-size: 14pt;">Q : เจอกับปัญหาหรืออุปสรรคอะไรบ้าง แล้วจัดการแก้ไขกับมันอย่างไร</span></h2>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณนกรณ์ (ปูน)</strong><strong> :</strong> ปัญหาที่เราเจอบ่อยๆ ก็คือการให้ความสำคัญหรือความเร่งด่วนกับการปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาครับ แต่ละองค์กรก็จะใส่ใจตรงนี้ไม่เหมือนกัน อย่างการเรียนรู้ถามว่าสำคัญมั้ย ทุกคนก็จะบอกว่าสำคัญ แต่ถ้าถามว่าจะลงมือทำกันวันนี้เลยมั้ย หลายคนก็บอกว่าเดี๋ยวก่อนก็ได้ ยังไม่ได้เร่งด่วนอะไร มันไม่ได้มีผลต่อบริษัทโดยตรงเหมือนยอดขายหรือการตลาดอะไรแบบนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่มองว่าแพลตฟอร์มของเราสำคัญแต่ไม่เร่งด่วน แต่ถ้ามันช้าจนเกินไปมากๆ องค์กรก็จะค่อยๆ สูญเสียศักยภาพของตัวเองลงไปได้เช่นกัน เพราะพนักงานที่อยู่ในองค์กรเนี้ยะเขาก็ต้องมีการพัฒนาทักษะขึ้นเรื่อยๆ อยู่เสมอ ถ้ามีเครื่องมือในการพัฒนาทักษะที่ดีเขาก็จะเติบโตขึ้น องค์กรก็จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าเราไม่ใส่ใจตรงนี้ คนก็ย่ำอยู่กับที่ องค์กรก็ไม่ก้าวไปไหน มันเป็นเรื่องสำคัญแต่ไม่เร่งด่วน ทำให้หลายองค์กรลังเลที่จะลงทุนกับตรงนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3949" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/02CNC12.jpg" alt="02CNC12" width="638" height="425" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1173"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณอนพัทย์ (ดิน)</strong><strong> :</strong> ส่วนปัญหาในเรื่องการเรียนระบบออนไลน์ที่เป็น Education Platform นั้น ถึงแม้ว่าเราจะพัฒนาได้ไกลไม่แพ้ต่างประเทศแล้ว แต่ในเรื่องวุฒิการศึกษาหรือระบบการเรียนการสอนมันยังไม่ได้รับการยอมรับหรือรับรองจากหน่วยงานรัฐอย่างจริงจังเสียที บ้านเรายังคงเชื่อถือในระบบดั้งเดิมอยู่ ขยับตัวช้า เรายังไม่มีการรับรองการศึกษาให้กับระบบ Self-Learning ซึ่งตรงนี้ก็ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ในการพัฒนาด้านนี้เช่นกันครับ เราต้องช่วยกันพัฒนามาตรฐานการศึกษาในระบบนี้ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น สนับสนุนให้เกิดการเรียนการสอนแบบ E-Learning มากขึ้น และมีการยอมรับจากรัฐอย่างเป็นทางการด้วย ซึ่งมันจะทำให้ประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยครับ</span></p>
<h2><span style="font-size: 14pt;">Q : มีการวางแผนธุรกิจในระยะยาวไว้อย่างไรบ้างหรือเปล่า</span></h2>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณนกรณ์ (ปูน)</strong><strong> :</strong> นอกจากการสร้าง Education Platform แล้ว แผนต่อไปก็คือเราต้องการที่จะร่วมกันสร้าง Learning Ecosystem ให้เกิดขึ้นในเมืองไทยด้วย เมื่อสังคมเรายอมรับและคุ้นชินกับระบบการศึกษาแบบใหม่แล้วมันจะทำให้พัฒนาไปทั้งระบบได้ครับ นอกจากนี้เราก็อยากพัฒนาให้เครื่องมือของเราเป็นมากกว่าแค่แหล่งรวมความรู้ แต่สามารถที่จะช่วยจัดระบบการศึกษาได้ บริการจัดการการเรียนการสอนได้สะดวก และจัดการการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละคนได้ มันเป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้และพัฒนาให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ประเทศก็จะพัฒนาขึ้นได้ด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3938" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/02CNC01.jpg" alt="02CNC01" width="638" height="425" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1174"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณอนพัทย์ (ดิน)</strong><strong> :</strong> เรายังมีวิชั่นอีกยาวไกลครับ ถ้าให้ตอบตอนนี้ก็คงตอบไม่หมดแน่ๆ เพราะเทคโนโลยีมันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โปรแกรมใหม่ๆ ซอฟท์แวร์ใหม่ๆ หรือแม้แต่นวัตกรรมใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา เราก็คงพัฒนาไปพร้อมๆ กับเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเช่นกันครับ บางอย่างเรามีวิสัยทัศน์ แต่ศักยภาพเราอาจจะยังไม่ถึง เลยยังทำไม่ได้ เราก็ต้องลงมือเริ่มทำในสิ่งที่ทำได้ก่อน แล้วในวันข้างหน้าเราก็จะมีความสามารถมากขึ้นเรื่อยๆ จนมีศักยภาพที่ทำตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ได้</span></p>
<h2><span style="font-size: 18pt;"><span style="font-size: 14pt;">Q : เคล็ดลับของการทำ Startup หรือบริษัทของคนรุ่นใหม่ให้ประสบความสำเร็จคืออะไร</span> </span></h2>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณอนพัทย์ (ดิน)</strong><strong> :</strong> ผมมองว่า Startup ที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่เกิดจากทีมที่แข็งแกร่งครับ ทีมที่แข็งจะสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นมาได้ แล้วแน่นอนว่าผลิตภัณฑ์ที่ดีนั้นใครๆ ก็อยากใช้ ขายได้แน่นอน ทุกคนก็จะวิ่งมาหา จุดเริ่มต้นของ Conicle ก็คือเรื่องทีมเหมือนกันครับ เราโชคดีที่มีทีมที่แข็งแกร่ง ทุกคนเก่งในสิ่งที่ตัวเองรับผิดชอบ มีความมุ่งมั่นไปในทิศทางเดียวกัน และมีความเป็นทีมเวิร์ค มันเลยทำให้เราก้าวมาถึงจุดนี้ในทุกวันนี้ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3946" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/02CNC09.jpg" alt="02CNC09" width="638" height="425" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1175"></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>คุณนกรณ์ (ปูน)</strong><strong> :</strong> อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากเสริมเข้ามาด้วยก็คือเรื่องความเชื่อของผู้ก่อตั้ง (Founder) ผมว่ามันสำคัญที่สุดสำหรับการเริ่มทำ Startup เลยล่ะ เพราะถ้าเขาไม่เชื่อมัน ไม่เชื่อในสิ่งที่ทำ ไม่เชื่อในความสำเร็จ มันจะไม่มีคนตาม ไม่มีทีม ไม่มีทิศทางในการทำธุรกิจ โอกาสล้มเหลวก็สูง แต่ถ้ายิ่งเขามีความเชื่อที่แรงกล้า เชื่อว่าต้องทำให้ได้ เชื่อว่ามันต้องดี เชื่อว่ามันต้องสำเร็จได้ มันจะมีคนที่ไว้ใจ และกล้าที่จะตาม จากนั้นผู้ก่อตั้งก็ต้องทำให้ทีมมั่นใจ พาทุกคนเดินไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น มีเป้าหมายที่ชัดเจน รวมถึงต้องมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันให้ได้ด้วย มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ร่วมกันสร้างโปรดักส์ที่ดีขึ้นมาได้ เหมือนอย่างที่พวกเรา Conicle เชื่อว่าเราสามารถสร้างนวัตกรรมในด้านการศึกษาขึ้นมาได้ มันจึงเกิดนวัตกรรมต่างๆ ตามมา ความเชื่อมันเป็นสิ่งที่บ่งบอกความสำเร็จได้ ยิ่งถ้าทุกคนสัมผัสความเชื่อเดียวกันได้ โอกาสประสบความสำเร็จก็จะยิ่งสูงขึ้นเช่นกัน</span><span style="color: #ffffff;">R</span><a href="https://expth.hrnote.asia/products/11?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45591" src="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1.webp" alt="All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ" width="600" height="600" title="Conicle ก้าวใหม่ของผู้กล้า : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ การศึกษาแห่งอนาคต 1176" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1.webp 1080w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1-300x300.webp 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1-1024x1024.webp 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1-150x150.webp 150w, https://th.hrnote.asia/storage/2024/01/11-1-768x768.webp 768w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p><span style="color: #ffffff;">Not</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/191111-interview-selladoorap/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Nov 2019 05:43:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[Theatre Transformation]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/191111-interview-selladoorap/</guid>

					<description><![CDATA[ในยุค Digital Disruption นี้มีการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นมากมายบนโลกใบนี้ ทุกธุรกิจมีการปรับตัว ทุกองค์กรมีการเปลี่ยนแปลง จนทำให้เกิดการ Transformation หลายอย่างที่มีการปรับโน่น ประยุกต์นี่ บูรณาการนั่นเพื่อขับเคลื่อนตัวเองให้ทันกับโลกที่วิ่งไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งในการ Transformation ที่น่าสนใจที่เราหยิบมาแนะนำให้คุณรู้จักในวันนี้ ก็คือการหยิบเอาศาสตร์ของละครเวทีมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้กับองค์กรนั่นเอง ใครที่เป็นแฟนละครเวทีสาย West End แห่งกรุงลอนดอน ก็น่าจะพอเริ่มที่จะรู้จักชื่อเสียงของ Selladoor Worldwide เลือดใหม่แห่งวงการละครเวทีโลกที่ได้รับการจับตามากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อปี ค.ศ.2017-2018 ที่ผ่านมาองค์กรสร้างสรรค์นี้ก็เริ่มแตกหน่อเมล็ดพันธุ์ใหม่สู่การรุกตลาดสุดหินเบอร์หนึ่งของโลกอย่าง Broadway ด้วยการเปิดตัว Selladoor North America ที่นิวยอร์ก พร้อมตามมาติดๆ กับการบุกเบิกตลาดใหม่ในเอเชียกับการเปิดตัว Selladoor Asia Pacific ที่มีฐานทัพหลักเป็นกรุงเทพฯ ของเรานี่เอง นอกจาก Selladoor Asia Pacific จะประสบความสำเร็จในการเปิดแสดงละครเวทีโปรดักชั่นแรกอย่าง The Little Shop of Horrors – The Musical / Thai Production [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในยุค Digital Disruption นี้มีการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นมากมายบนโลกใบนี้ ทุกธุรกิจมีการปรับตัว ทุกองค์กรมีการเปลี่ยนแปลง จนทำให้เกิดการ Transformation หลายอย่างที่มีการปรับโน่น ประยุกต์นี่ บูรณาการนั่นเพื่อขับเคลื่อนตัวเองให้ทันกับโลกที่วิ่งไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งในการ Transformation ที่น่าสนใจที่เราหยิบมาแนะนำให้คุณรู้จักในวันนี้ ก็คือการหยิบเอาศาสตร์ของละครเวทีมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้กับองค์กรนั่นเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4117" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/00-HR-Note_Interview-Standard_09-Selladoor-AP-new-01.jpg" alt="00 HR Note Interview Standard 09 Selladoor AP new 01" width="879" height="596" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1200"></p>
<p>ใครที่เป็นแฟนละครเวทีสาย West End แห่งกรุงลอนดอน ก็น่าจะพอเริ่มที่จะรู้จักชื่อเสียงของ Selladoor Worldwide เลือดใหม่แห่งวงการละครเวทีโลกที่ได้รับการจับตามากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อปี ค.ศ.2017-2018 ที่ผ่านมาองค์กรสร้างสรรค์นี้ก็เริ่มแตกหน่อเมล็ดพันธุ์ใหม่สู่การรุกตลาดสุดหินเบอร์หนึ่งของโลกอย่าง Broadway ด้วยการเปิดตัว Selladoor North America ที่นิวยอร์ก พร้อมตามมาติดๆ กับการบุกเบิกตลาดใหม่ในเอเชียกับการเปิดตัว Selladoor Asia Pacific ที่มีฐานทัพหลักเป็นกรุงเทพฯ ของเรานี่เอง</p>
<p>นอกจาก Selladoor Asia Pacific จะประสบความสำเร็จในการเปิดแสดงละครเวทีโปรดักชั่นแรกอย่าง The Little Shop of Horrors – The Musical / Thai Production ไปแล้ว ทาง Selladoor Asia Pacific เองก็ไม่ได้มุ่งทำธุรกิจด้านนี้เพียงอย่างเดียว แต่แตกแขนงนำเอาศาสตร์การแสดงมาสร้างประโยชน์และทำธุรกิจด้านอื่นๆ เพิ่มเติมอีกมากมายตามคอนเซ็ปต์ธุรกิจขององค์กร International Theatre Production and Entertainment Services แล้วหนึ่งในนั้นก็คือการเปิดตัว Showtime หน่วยธุรกิจใหม่ที่ตั้งใจนำเอาศาสตร์ของการแสดงและละครเวทีมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาองค์กรทั่วไปผ่าน Training &amp; Workshop บุคลากรในอีกรูปแบบที่สร้างสรรค์ สนุกสนาน ได้ประโยชน์ และกำลังได้รับความสนใจจากองค์กรต่างๆ ที่กำลังมองหารูปแบบการเรียนรู้และพัฒนาบุคลากรในมิติใหม่ๆ มากทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4152" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/46441189_729650540742465_6066898599910834176_o.jpg" alt="46441189 729650540742465 6066898599910834176 o" width="1109" height="740" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1201"></p>
<p>สำหรับผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ก็คือหัวเรือใหญ่ฝั่งไทยอย่าง <span style="color: #0000ff;"><strong><em>คุณเติร์ด-</em></strong><strong><em>ปีย์วรา กิจจำนงค์พันธุ์</em></strong></span> คนรุ่นใหม่ไฟแรงที่นอกจากจะเป็นทั้ง Director ผู้กำกับการแสดงละครเวทีฝีมือเยี่ยมแล้ว เขายังรับหน้าที่เป็น <em>Managing Director</em> ที่คอยบริหาร <strong><a href="https://www.facebook.com/SelladoorAsiaPacific/" target="_blank" rel="noopener"><em>Selladoor Asia Pacific Co., Ltd.</em></a> </strong>อีกด้วย รวมถึงเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่บุกเบิกนำเอาธุรกิจบันเทิงมาปรับใช้ในการทำธุรกิจด้านอื่นๆ รวมถึงการสร้าง <span style="color: #0000ff;"><em>Showtime : Theatre Workshop for Corporate</em></span>  เพื่อต่อยอดธุรกิจบันเทิงสู่การทำธุรกิจในสายงานบุคคลรวมถึงบริหารจัดการองค์กรด้วยเช่นกัน วันนี้เราอยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับการประยุกต์ธุรกิจที่น่าสนใจในครั้งนี้ไปพร้อมกับผู้กุมบังเหียนคนสำคัญของภาคพื้นเอเชียท่านนี้กัน</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : </strong><strong>ทำไมทาง </strong><strong>Selladoor Worldwide</strong><strong> จึงตัดสินใจมาเปิดธุรกิจที่ภาคพื้นเอเชียเป็น </strong><strong>Selladoor Asia Pacific</strong><strong> และเพราะอะไรเขาถึงเลือกปักหลักที่กรุงเทพฯ</strong></span></h4>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">A :</span></strong> ก่อนอื่นต้องขอปูพื้นย้อนเล่ากันก่อนนิดนึงครับว่าผมเรียนและคลุกคลีด้านวงการละครเวทีมาพอสมควร ตอนปริญญาตรีผมจบด้านการแสดง (Acting) จาก Birmingham School of Acting ที่อังกฤษ นอกจากจะมีโอกาสได้คลุกคลีกับละครเวทีทางฝั่ง West End แล้วผมก็ได้มีโอกาสกลับมาช่วยวงการละครเวทีในเมืองไทยอยู่บ่อยๆ ด้วยครับ จริงๆ เราก็อยากจะเติบโตทางสายการแสดง แต่ด้วยหน้าตาของเราและความเป็นคนเอเชีย รวมถึงสัดส่วนร่างกายที่เราเป็นคนตัวเล็กอีก โอกาสการเติบโตในสายการแสดงมันค่อนข้างยากมาก โดยเฉพาะในเวทีโลกนี่บทบาทที่จะเหมาะกับตัวเรามันก็ยิ่งมีน้อยไปใหญ่ เราก็มาถามตัวเองครับว่าเรายังรักด้านนี้อยู่มั้ย คือผมก็ตอบกับตัวเองว่ารักแน่นอน เราผูกพันกับมันมานาน แล้วเราก็คุ้นเคยกับละครเวทีมากแล้ว พอคิดถึงอนาคตว่าแล้วเราจะทำอย่างไรให้อยู่กับสิ่งที่เราชอบนี้ให้ได้แล้วก็ทำมาหากินสร้างรายเลี้ยงชีพได้ในระยะยาวด้วย ก็เลยคิดว่าขยับมาทำเบื้องหลังน่าจะเวิร์คกว่า มาเป็นคนทำธุรกิจด้านนี้น่าจะอยู่ได้นานกว่า ก็เลยตัดสินใจกลับไปเรียนต่อปริญญาโทด้าน Creative Producing ที่เกี่ยวกับการบริหารด้านละครเวทีที่ Mountview Academy of Theatre Arts ที่ลอนดอนอีกครั้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4129" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/SDAP08.jpg" alt="SDAP08" width="850" height="567" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1202"></p>
<p>ในช่วงที่ทำธีสิสจบมีเพื่อนคนหนึ่งแนะนำให้รู้จักกับผู้บริหารของ Selladoor ครับ (ในตอนนั้นยังไม่ได้เปลี่ยนเป็น Selladoor Worldwide) ผมก็ชอบและประทับใจบริษัทนี้มาก ก็เลยขอไปฝึกงานแล้วก็ทำธีสิสไปด้วย มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้รู้จักกัน ในตอนเรียนจบก็มีโอกาสคุยกันครับซึ่งทางผู้บริหารเขาถามผมว่าจบแล้ววางแผนไว้อย่างไร ผมก็บอกว่าอาจจะกลับมาทำงานที่เมืองไทย จริงๆ ตอนนั้นก็ยังไม่ได้วางแผนอะไรมากนัก แต่ผมก็มีไอเดียอยู่ในหัวว่าอยากทำอะไรบ้าง ก็เล่าให้เขาฟัง เขาก็เลยบอกว่าน่าสนใจมาก ก็เลยเกิดความร่วมมือกันเปิดเป็น Selladoor Asia Pacific ขึ้นมาครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4145" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/SDAP24.jpg" alt="SDAP24" width="850" height="567" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1203"></p>
<p>ถ้าถามว่าทำไมเขาถึงเลือกเปิดฐานตลาดที่กรุงเทพฯ ทั้งๆ ที่บ้านเราธุรกิจด้านนี้ก็ยังไม่แข็งแกร่งนัก เม็ดเงินก็ไม่ได้มากมายสักเท่าไร คนไทยก็ยังไม่ค่อยเสพศิลปะด้านนี้กันมากด้วย เหตุผลแรกก็คงเป็นการที่เขาอยากสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้ทำธุรกิจในด้านนี้เหมือนกัน เหมือนกับตัวพวกเขาที่ลุยกันมาตั้งแต่ยังไม่มีอะไรจนเป็น Selladoor Worldwide ในทุกวันนี้ แล้วอีกเหตุผลที่ทางผู้บริหารเขาบอกมาก็คือตลาดเมืองไทยกำลังโต แล้วถ้าเราเข้ามาเป็นเบอร์แรกๆ ของตลาด ในอนาคตถ้าตลาดเติบโต เขาก็จะกลายเป็นผู้บุกเบิกและผู้นำตลาดได้ คือการรุกตลาดใหม่ๆ มันเป็นการทำเพื่อธุรกิจในอนาคต มันไม่ได้หวังผลตอบแทนหรือกำไรในตอนนี้ แต่มันหวังผลระยะยาว แล้วเขาก็ต้องการสร้างวัฒนธรรมนี้ให้เกิดในเอเชียให้มากขึ้นด้วย จริงๆ แล้วมันเป็นผลดีต่อธุรกิจละครเวทีระดับโลกในอนาคตด้วย ในทางตรงกันข้ามถ้าเราไปรุกในตลาดที่ใหญ่แล้ว มีการแข่งขันสูง การเป็นรายใหม่นี่มันยากกว่า ต้องใช้เงินเยอะ และต่อสู้กับคนอีกมากมาย อาจจะเจ็บตัวกว่าด้วยซ้ำ การลองตลาดใหม่ๆ เปิดโอกาสใหม่ๆ ก็อาจมีความน่าสนใจกว่าในการสร้างอะไรใหม่ๆ ขึ้นมาครับ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ธุรกิจในส่วนของ Showtime เกิดขึ้นได้อย่างไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>พอดีผมได้มีโอกาสไปเข้าร่วม Management Training กับที่หนึ่งมาครับ แล้วเขาก็เห็นว่าเราโดดเด่นในสกิลเรื่องการสื่อสารมาก มันเป็นการพูด การสื่อสาร ที่มีพลัง มีประสิทธิผล เค้าก็ถามกันว่าเราฝึกมาอย่างไร ผมก็บอกว่ามันเกิดจากการได้ไปเรียนไปเทรนมาหลายๆ อย่าง แต่นั่นมันเป็นการเรียนปกติของเรา เรียนด้านการแสดงมันได้ฝึกหมด ฝึกการใช้เสียง ฝึกจินตนาการ ฝึกการสื่อสารกับคนดู มันก็เลยกลายมาเป็นประโยชน์แบบเราไม่รู้ตัว ในตอนที่ทำเวิร์คชอปใน Management Training เราคุยกันว่าปัญหาที่เจอกันในยุคนี้ก็คือ Digital Transformation ไปจนถึงการทำงานในแบบ Working in a small team ทำงานในทีมเล็กๆ ให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร คือมันเป็นเทรนด์การทำงานยุคใหม่ที่กำลังปรับเปลี่ยน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4139" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/SDAP18.jpg" alt="SDAP18" width="850" height="567" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1204"></p>
<p>แต่ไม่ว่าโลกของธุรกิจและเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปอย่างไร ปัญหาที่จะตามไปเสมอก็คือปัญหาเรื่องคนครับ ซึ่งมันมีหลายมิติมากๆ แล้วหัวใจสำคัญของการทำงานระหว่างคนกับคนก็คือการสื่อสารกัน พื้นฐานของการเรียนการแสดงเนี้ยะเราต้องเรียนเกี่ยวกับ Human Psychology จิตวิทยาที่เกี่ยวกับมนุษย์ เรียนเกี่ยวกับ Storytelling วิธีการเล่าเรื่องในแบบต่างๆ เรียนเกี่ยวกับ Creative and Progress กระบวนการสร้างสรรค์ อะไรพวกนี้ ซึ่งพอมานั่งคุยกันแล้วทุกคนบอกว่ามันเป็นประโยชน์ต่อสายงานปกติมาก ถ้าองค์กรต่างๆ สามารถนำเอาสกิลเหล่านี้ไปฝึกให้กับพนักงานได้ เชื่อว่ามันจะช่วยพัฒนาศักยภาพในการทำงาน การสื่อสาร ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น สร้างสภาพแวดล้อมเชิงความสัมพันธ์ในการทำงาน (Working Environment Relationship) ที่ดี และจะมีส่วนช่วยทำให้งานประสบความสำเร็จได้มากขึ้นเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4153" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/SDAP28.jpg" alt="SDAP28" width="1200" height="679" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1205"></p>
<p>ตอนนั้นผมก็เลยได้มีโอกาสคุยกับองค์กรด้านการเงินใหญ่ๆ อยู่ 2 ที่ที่เขาอยากให้เราไปช่วยพัฒนาศักยภาพบุคลากรในด้านนี้ ซึ่งมักจะเจอปัญหาเรื่องการสื่อสารในการทำงานกันอยู่บ่อยๆ ซึ่งผมก็ได้มีโอกาสไปทำเวิร์คชอปให้กับทาง SCB Academy ของธนาคารไทยพาณิชย์ครับ แล้วก็ในส่วนของ Kasikorn Technology Academy ของ KASIKORN Business-Technology Group​​ (KBTG) ที่เป็นบริษัทในสังกัดของธนาคารกสิกรไทย ก็เลยเกิดการสร้างสรรค์เวิร์คชอปเฉพาะในเรื่องนี้ขึ้นมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4128" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/SDAP07.jpg" alt="SDAP07" width="850" height="567" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1206"></p>
<p>จริงๆ แล้วผมเคยวางแผนไว้ว่าอยากจะนำความรู้ด้านการแสดงที่เรียนมามาปรับใช้ในการทำเวิร์คชอปให้กับวงการอื่นๆ อยู่เหมือนกันนะครับ แต่มันเป็นแผนการในอนาคตที่คิดไว้ เพียงแต่ว่าคราวนี้โอกาสมันดันเข้ามาก่อน ก็เลยถือว่าเป็นโชคดีของเราไปที่ได้เริ่มต้นไอเดียที่เราคิดไว้ได้เร็วขึ้น เราก็เลยลองมาจัดคอร์สการสอน ทำกระบวนการเวิร์คชอป จนเกิดเป็นธุรกิจในส่วนของ Showtime นี้ขึ้นมา กลายเป็นแขนงธุรกิจใหม่ของทาง Selladoor Asia Pacific ที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของการแสดงหรือโปรดักชั่นด้านบันเทิงโดยตรง แต่เป็นการนำเอาศาสตร์การแสดงมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านอื่นๆ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ทำไมจึงเลือกเริ่มต้นทำ Training &amp; Workshop กับธุรกิจสายการเงินเป็นอันดับแรก</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong></span> อย่างที่บอกครับมันเป็นโอกาสที่เข้ามา เราก็เลยอยากลองดูว่าที่เราเคยคิดไว้หากนำมาทำจริงๆ แล้วจะเวิร์คหรือเปล่า อีกอย่างธุรกิจธนาคารมันมี Digital Transformation เข้ามาในองค์กรค่อนข้างมาก พอเข้ามาปุ๊บคนก็ต้องถูกเทคโนโลยีทดแทนงานของตัวเองไป องค์กรก็ต้องปรับตัวในการหางานที่เหมาะสมให้กับบุคลากรใหม่ด้วย ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็จะเริ่มกลายเป็นการทำงานระบบทีมเล็กๆ มากขึ้น แล้วโครงสร้างแบบ Hierarchy ลำดับชั้นก็กำลังจะหายไปด้วย ทีนี้การสื่อสารระหว่างกันก็จะต้องมีมากขึ้น คุยกันบ่อยขึ้น การปะทะกันหรือมีความเห็นไม่ตรงกันก็ย่อมมีมากขึ้นตาม คนที่เคยทำทีมใหญ่มาก่อนพอมาเจอทีมเล็กๆ ก็ไม่ค่อยคุ้นเท่าไร ปัญหาก็จะเกิดขึ้นได้ครับ ซึ่งตรงนี้ผมก็คิดว่าเวิร์คชอปของเราช่วยได้ มีประโยชน์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4154" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/SDAP29.jpg" alt="SDAP29" width="1200" height="679" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1207"></p>
<p>ผมก็จะปรับเวิร์คชอปให้เข้ากับลักษณะองค์กรครับ ไม่ใช่เวิร์คชอปเพื่อการแสดงบนเวที แต่การทำเวิร์คชอปมันจะคล้ายๆ กัน เพียงแต่ว่ามีวัตถุประสงค์ต่างกัน สำหรับการทำเวร์คชอปให้กับบริษัทนั้นผมจะเน้นการโฟกัสเรื่อง Confident ความมั่นใจ แล้วก็เรื่องการใช้เสียง ซึ่งเหมือนจะดูไม่สำคัญกับงานแต่มันสร้างผลที่ดีให้กับการทำงานได้ดีทีเดียวครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4118" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/00-Interview-Quote_09-Selladoor-AP-01.jpg" alt="00 Interview Quote 09 Selladoor AP 01" width="1200" height="534" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1208"></p>
<p>เรื่องการใช้เสียงนี่ปรากฎว่าองค์กรต่างๆ มีความต้องการให้เราเทรนเรื่องนี้อย่างไม่น่าเชื่อเลย ถ้าดูกันในความเป็นจริง คนไทยมักไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออก ไม่ถูกปลูกฝังความมั่นใจ ฉะนั้นเสียงที่ออกมาก็จะไม่แข็งแรง ไม่มีน้ำหนัก ไม่ฉะฉาน ซึ่งมันก็อาจทำให้เกิดปัญหาในการสื่อสาร แล้วก็สะท้อนถึงความไม่มั่นใจของผู้พูดอีกทีด้วย ทุกที่ก็จะต้องการให้เราทำเรื่องนี้ให้กับพนักงานของเขาเหมือนกันหมด อยากให้ทุกคนใช้เสียงให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งมันจะสร้าง Dynamic ในการสื่อสารได้ดีขึ้นด้วย สื่อสารเป็นจังหวะ พูดได้เข้าใจ ฟังแล้วรื่นหู ซึ่งมันยังมีประโยชน์มากๆ กับการพรีเซนต์งานต่างๆ ไปในตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4134" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/SDAP13.jpg" alt="SDAP13" width="850" height="567" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1209"></p>
<p>นอกจากนั้นเราก็จะมีกิจกรรมในลักษณะ Team Building Experience ที่อาจดูว่าเหมือนกับเวิร์คชอปทั่วไป แต่เราจะนำเอารายละเอียดของเวิร์คชอปการแสดงมาปรับใช้ ซึ่งมันไม่เหมือนที่อื่นแน่นอน อีกเรื่องที่สำคัญมากๆ และมักเป็นความต้องการขององค์กรเสมอก็คือฝึกการเป็นผู้นำ (Leadership) ของเราจะทำให้มันมีความเฉพาะตัวเข้าไปอีกด้วยการนำเอา Theatre Process มาปรับกับการทำเวิร์คชอปนี้ ฝึกให้เขาได้ลองเป็นผู้นำโดยไม่รู้ตัว แถมยังสนุกกับกิจกรรมแปลกๆ ใหม่ๆ ด้วยครับ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : การปรับเวิร์คชอปหรือรายละเอียดของกระบวนการเทรนให้เข้ากับบริบทของแต่ละองค์กรมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง </strong></span></h4>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">A :</span> </strong>ขั้นตอนแรกคือเราต้องไปนั่งคุยกับแต่ละองค์กรครับ โดยสิ่งแรกที่เราต้องถามก่อนเลยก็คือองค์กรมีเวลาให้เรานานเท่าไร เพราะเรื่องเวลานี้ค่อนข้างสำคัญกับการวางแผนในการทำกิจกรรมต่างๆ ค่อนข้างมาก ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าเวลาเฉลี่ยอย่างน้อยที่กำลังเหมาะสำหรับการทำเวิร์คชอปจะอยู่ที่ประมาณ 4 ชั่วโมง แต่ถ้าอยากให้มีประสิทธิภาพมากๆ จะเป็นเวิร์คชอประยะยาวหรือจัดหลายวันก็ได้นะครับ ก็จะมีรายละเอียดที่แยกย่อยไปอีก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4126" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/SDAP05.jpg" alt="SDAP05" width="850" height="567" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1210"></p>
<p>เรื่องต่อมาที่เราต้องรู้ก็คือใครคือผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม เป็นพนักงานกลุ่มไหน ลักษณะอย่างไร มี Background อย่างไรกันบ้าง อยู่ในตำแหน่งไหนขององค์กร อยู่ในระดับบริหาร หัวหน้างาน พนักงานทั่วไป หรือว่าผสมผสานกัน เพราะมันเป็นข้อมูลสำคัญในการออกแบบกิจกรรมของเราด้วยครับ อย่างที่เคยทำมาบางองค์กรเลือกระดับหัวกะทิมาเลย รายละเอียดของกิจกรรมก็ต้องมีการใช้ความคิดมากหน่อย มีคำถามที่ชาเลนจ์กว่า มีกิจกรรมที่ท้าทายกว่า มีวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมที่เข้มข้นกว่าการจัดให้กับกลุ่มทั่วๆ ไป บางองค์กรก็บอกเลยว่าขอเวิร์คชอปแบบไม่ซีเรียสนะ ไม่ต้องมีความกดดันในการจัดกิจกรรม ต้องการสร้างพลังบวก ต้องการสร้างความเป็นผู้นำ ต้องการสร้างความสามัคคี แต่ต้องเป็นกิจกรรมที่สนุกนานด้วย เราก็จะมาปรับให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กรต้องการด้วยครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4156" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/SDAP31.jpg" alt="SDAP31" width="1200" height="679" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1211"></p>
<p>บางองค์กรต้องการสร้างกิจกรรมให้กับพนักงานรุ่นใหม่ซึ่งเป็นเด็กๆ ที่เพิ่งเข้ามาทำงานในองค์กร ต้องการกิจกรรมที่ Creative and Fun สนุกและสร้างสรรค์รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ทิศทางที่องค์กรต้องการ ถ้าถามว่าจำนวนคนที่เหมาะกับการทำเวิร์คชอปประมาณนี้อยู่ที่จำนวนเท่าไร ผมว่าถ้าเป็นกลุ่มใหญ่ประมาณ 50 คน กำลังเหมาะ และมีการแชร์กันจากหลายๆ ความคิดมากขึ้น แต่เราก็เคยทำกับกลุ่มใหญ่มากประมาณ 100 คน นะครับ ก็ทำได้เหมือนกัน แต่ก็จะต้องวางกิจกรรมให้เหมาะสม ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม ซึ่งแต่ละโจทย์ก็จะไม่เหมือนกันครับ ซึ่งเมื่อคุยรายละเอียดทุกอย่างแล้วเราถึงจะมาวางแผนกิจกรรมอีกทีเพื่อกลับไปนำเสนอให้แต่ละองค์กรอีกครั้ง</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ศาสตร์ของการแสดงละครเวทีที่นำมาใช้ในการเวิร์คชอปมันมีจุดเด่นหรือประโยชน์อย่างไรบ้าง ช่วยในด้านไหนได้บ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong></span> การทำละครเวทีขึ้นมาสักเรื่องนั้นมันเป็นการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ และมีเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งผมว่าก็เหมือนกับทุกองค์กรที่ต่างก็มีเป้าหมายของตัวเอง และพนักงานทุกคนก็ต้องร่วมแรงร่วมใจกันไปให้ถึงเป้าหมายนั้นให้ได้ แล้วสิ่งที่เหมือนกันก็คือจะแสดง Performance อย่างไรให้มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ให้มากที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4119" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/00-Interview-Quote_09-Selladoor-AP-02.jpg" alt="00 Interview Quote 09 Selladoor AP 02" width="1200" height="535" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1212"></p>
<p>การทำงานละครเวทีแต่ละเรื่องอาจต้องใช้เวลาอยู่ร่วมกันและทำงานร่วมกันในระยะเวลานานกว่าจะไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้ แต่สำหรับเวิร์คชอปเรามีเวลากันแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้นที่จะต้องเอาชนะเป้าหมายให้ได้ ดังนั้นเราต้องฝึกให้เขาเรียนรู้การทำงานร่วมกับ เรียนรู้การร่วมมือในการเอาชนะเป้าหมาย ตรงนี้เราจะเอาเทคนิคของละครเวทีที่เรียกว่า Devised Theatre หรือการสร้างโชว์โดยที่ไม่มีสคริปมาใช้ ฉะนั้นสิ่งที่ทุกคนจะได้เรียนรู้อีกอย่างคือเรื่องของ Creative Process กระบวนการสร้างสรรค์ที่จะออกมากันแบบสดๆ จากนั้นทุกคนก็จะต้องทำการแสดงขึ้นมา 1 เรื่อง โดยใช้สถานการณ์สมมติที่ใกล้ตัวเขา ใกล้เคียงกับชีวิตการทำงานจริงๆ มันก็จะเป็นการปรับโลกของศาสตร์การแสดงกับโลกของการทำงานจริงให้มาใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4157" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/SDAP32.jpg" alt="SDAP32" width="1200" height="679" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1213"></p>
<p>ตัวอย่างเช่นพอเราไปทำเวิร์คชอปกับองค์กรด้านการเงินการธนาคารนี้ ผมก็จะพยายามสมมติสถานการณ์ให้เกี่ยวกับงานด้านนี้เพื่อให้ทุกคนทำภาระกิจร่วมกัน ให้เขาได้รู้จักใช้ความคิดสร้างสรรค์และความสามัคคีในการทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ เราไม่ได้ต้องการให้พวกเขาแสดงละครได้อย่างเพอร์เฟ็ค แต่เราต้องการเห็นการทำงานร่วมกัน การระดมความคิดร่วมกัน การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ร่วมกัน และการฝึกฝนเรื่องเสียง การสื่อสาร ตลอดจนสร้างความมั่นใจในการพูดหรือพรีเซนต์ต่อหน้าสาธารณะ เราก็จะคอยบอกและแนะนำตามสถานการณ์ด้วยครับ สุดท้ายแล้วเขาจะนำไปปรับใช้กับการทำงานจริงได้ มีความกล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ กล้าสื่อสาร และสร้างทีมเวิร์คที่ดีได้</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : หลังจากที่ได้ทดลองทำเวิร์คชอปไปแล้วเป็นอย่างไรบ้าง มีผลตอบรับอย่างไรบ้าง </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong></span> ดีมากเลยครับ ปรากฎว่าทุกคนสนุกกับการทำกิจกรรมกันมาก มากกว่าที่เราคาดไว้เสียอีก เขาได้ลองทำอะไรใหม่ๆ แบบที่ไม่ค่อยได้ทำมาก่อน ได้สนุกกับกระบวนการที่แปลกและแตกต่างจากรูปแบบเดิมๆ ได้เจอกับมุมมองอะไรใหม่ๆ ทั้งกับตัวเองแล้วก็กับองค์กรด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4136" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/SDAP15.jpg" alt="SDAP15" width="850" height="567" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1214"></p>
<p>ตัวอย่างก็เช่นผมจะแค่บอกโจทย์องค์รวมไป อย่างเวิร์คชอปกลุ่มโจทย์มีอยู่แค่ว่าเราจะทำ Picture Book ที่ขอแค่ 3 เฟรมเท่านั้นนะ โดยโจทย์คือโจรปล้นแบงค์ ไปหาวิธีเล่ายังไงก็ได้ให้อยู่ภายใน 3 เฟรมเท่านั้น ตรงนี้เราได้สอนเทคนิคต่างๆ ให้เค้าไปแล้ว ทีนี้ก็จะถึงขั้นของการนำเอาไปใช้ เราก็จะได้เห็น Perspective หรือวิธีการมองในเรื่องนั้นๆ ของแต่ละคน บางคนอาจมองเป็นเรื่องตลก บางคนมองเป็นเรื่องซีเรียส บางคนมองเป็นเรื่องของความปลอดภัย บางคนมองเป็นเรื่องของวิธีการปล้นก็มี มันจะฝึกการสร้างสรรค์ตลอดจนกระบวนการคิด แล้วองค์กรก็สามารถเห็นทัศนคติตลอดจนแนวความคิดของคนในองค์กรได้ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4130" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/SDAP09.jpg" alt="SDAP09" width="850" height="567" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1215"></p>
<p>แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในกระบวนการนี้อีกอย่างคือเราจะสังเกตเห็นลักษณะความเป็นผู้นำของคนในองค์กรได้ เราจะเห็นเลยว่าใครที่ทำหน้าที่เป็น Director หรือผู้กำกับในสถานการณ์จำลองนี้ ใครที่แค่โชว์ความเป็นผู้นำเฉยๆ แต่ถึงเวลากลับจัดการแล้วมีปัญหา หรือใครที่มีศักยภาพในการจัดการเรื่องต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม หรือว่าบางกลุ่มก็อาจไม่มี Director ที่เด่นขึ้นมาแต่กลับมี Process บางอย่างในการดำเนินงานที่ออกมาแล้วน่าสนใจได้ มันเป็นเวิร์คชอปที่เราจะได้รู้จักคนในองค์กรของเราในอีกมิติหนึ่ง ได้รู้ว่าใครมีศักยภาพอะไร หรือว่าควรอุดรอยรั่วของคนในองค์กรตรงไหนบ้าง เราสามารถได้ประโยชน์จากการทำเวิร์คชอปนี้แล้วนำไปปรับปรุงแก้ไขรวมถึงปรับใช้กับการทำงานในองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ด้วยครับ</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : ศาสตร์การแสดงแบบสากลเวลานำมาปรับใช้กับการเวิร์คชอปบุคลากรคนไทยที่ไม่ได้มาสายการแสดงเลยนั้น มันมีปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า แล้วมีกระบวนการทำอย่างไรให้สำเร็จ  </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A : </strong></span>สิ่งที่คนไทยค่อนข้างต่างจากต่างชาติเลยก็คือความกล้าแสดงออก กล้าพูด กล้าคิด ครับ คนไทยไม่ค่อยชอบยกมือตอบ ไม่ค่อยเสนอไอเดีย ไม่ค่อยอยากจะใช้เสียง เวลามีโอกาสพูดก็ไม่มั่นใจ พูดตะกุกตะกัก เกร็ง แล้วก็พูดเบาไม่หนักแน่น มันเหมือนเป็นดีเอ็นเอระดับชาติ แต่ก็ไม่ได้เป็นกันทุกคนนะครับ แต่คนส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น ฉะนั้นเวลาทำเวิร์คชอปนี่จะต่างจากทำกับคนชาติตะวันตกหน่อย โดยเราค่อนข้างที่จะเน้นกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์  ประมาณว่าทำอย่างไรให้เขาเข้าใจ และปฎิบัติตามเทรนนิ่งที่เราจัดมาให้ ไม่ได้หวังว่าเขาจะต้องแสดงได้ดีเลิศ แต่แค่เขาออกมาแล้วกล้าเสนอไอเดียแค่นี้ก็ชนะแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4120" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/00-Interview-Quote_09-Selladoor-AP-03.jpg" alt="00 Interview Quote 09 Selladoor AP 03" width="1200" height="534" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1216"></p>
<p>ในการเน้นกระบวนการนี้บางทีมันไม่ได้วัดผลเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ มันอาจไม่เหมือนการวัดผลพวก KPI หรือ OKR ที่ประเมินผลกันในองค์กร แต่อาจจะไม่ได้เกิดผลลัพธ์ที่ดีในตอนนี้ แต่เราเชื่อว่ามันจะทำให้บุคลากรของคุณเปลี่ยนไป สภาพแวดล้อมในการทำงานเปลี่ยนไป วิธีการทำงานเปลี่ยนไป การสื่อสารเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ทัศนคติในการทำงานดีขึ้น เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไปในทางที่ดีแน่นอนว่าองค์กรจะพัฒนาขึ้น ทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น แล้วก็ทำให้องค์กรมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้นด้วยครับ ที่สำคัญเวิร์คชอปเรายังสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันของทุกคนได้ด้วย มันไม่ใช่ประโยชน์ต่อการทำงานอย่างเดียว แต่มันดีต่อวิถีชีวิตเขาได้ด้วย อันนี้ก็เป็นประโยชน์ที่คุ้มค่ามากครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4132" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/SDAP11.jpg" alt="SDAP11" width="850" height="567" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1217"></p>
<p>สิ่งที่ดีอีกอย่างที่องค์กรจะได้ก็คือการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีขึ้น มันจะมีการทำงานร่วมกันที่ดีขึ้น กล้าพูด กล้าแสดงออก กล้าแชร์ไอเดีย กล้าที่จะสื่อสารกัน ผมว่าสำหรับคนไทยถ้าก้าวข้ามบางอย่างได้แค่นี้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้วนะครับ แล้วมันก็จะทำให้การทำงานโดยรวมขององค์กรดีขึ้นต่อๆ ไป</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : แล้วปัญหาของคนไทยในเรื่องความไม่กล้าแสดงออก เรามีส่วนช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างไร </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong> </span>ปกติแล้วศาสตร์ด้านการแสดงเนี้ยะจะมีการเทรนให้รู้จักตัวเองก่อน ก่อนที่จะรู้จักคาแรกเตอร์ที่จะแสดง แต่ในโลกของการทำงานจริงๆ มันไม่ต้องมีการทรานฟอร์มตัวเองเหมือนในโลกการแสดงครับ แต่เราก็จำเป็นจะต้องสอนให้ทุกคนรู้จักตัวเองก่อน เมื่อเรารู้จักตัวเองเราจะรู้จักการสื่อสารกับคนอื่นด้วย ตรงนี้เราก็จะเริ่มจากการใช้การออกกำลังกาย ขยับร่างกาย ทำกิจกรรมละลายพฤติกรรม แล้วก็จะแทรกแบบฝึกหัดให้เรากล้าแสดงออกครับ อีกเคล็ดลับสำคัญก็คือการหัวเราะร่วมกัน มันเป็นอะไรที่ง่ายๆ แต่มันทำให้เราผ่อนคลายได้มาก ไม่เกร็ง เป็นกิจกรรมที่ทำเลย ไม่ต้องคิดมาก แต่มันได้ผลสุดๆ เหล่านี้เป็นต้นครับ การที่ทำให้คนกล้าแสดงออกไม่ใช่การบังคับให้เขาต้องแสดงออก อย่างนั้นยิ่งได้ผลลัพธ์ที่แย่ใหญ่ แต่ต้องฝึกให้เค้ารู้จักตัวเอง รู้ศักยภาพของตัวเอง มั่นใจในตัวเอง และแสดงความคิดเห็นที่ตัวเองเชื่อให้ได้ ซึ่งศาสตร์ของการละครมันเป็นการสอนการฝึกให้เราเชื่อในคาแรกเตอร์ ก็นำมาปรับใช้กับการเทรนตรงนี้ที่สอนให้ทุกคนเชื่อในตัวเองครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4146" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/SDAP25.jpg" alt="SDAP25" width="850" height="567" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1218"></p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : คิดว่าอะไรคือประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับมากที่สุดจากการนำเอากรรมวิธี Theatre Production มาปรับใช้กับ Human Resource Development  </strong></span></h4>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">A :</span> </strong>หัวใจสำคัญของศาสตร์ด้านการแสดงและละครเวทีเลยก็คือการสื่อสารกับคนดู ให้คนดูสามารถรับสารที่เราต้องการสื่อได้ ซึ่งเราจะมีการฝึกฝนหลายๆ อย่างเพื่อที่จะทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากที่สุด และนี่น่าจะเป็นหัวใจสำคัญที่องค์กรจะได้รับเช่นกันครับ คือการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพขึ้น เพราะเราฝึกกันตั้งแต่กระบวนการคิดสร้างสรรค์ไปจนถึงฝึกเรื่องเสียงพอนำมาใช้รวมกันมันจะก่อให้เกิดการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพขึ้นได้ครับ อย่างที่เคยทำมาหลายองค์กรอยากให้เราทำเทรนนิ่งเรื่องเสียงให้ ซึ่งปกติแล้วเวิร์คชอบต่างๆ เค้าไม่ได้โฟกัสเรื่องนี้ แต่ด้วยความที่ผมมาสายละครเวที ฝึกเรื่องนี้เป็นประจำ มันเลยทำให้เรากลายเป็นคนใช้เสียงในการสื่อสารในชีวิตประจำวันปกติดีไปเลย ซึ่งเค้าต้องการจุดนี้กันมาก เพราะมันทำให้ใช้เสียงได้ดีขึ้น สื่อสารแล้วน่าฟัง พรีเซนต์เนื้อหาได้ชัดเจนขึ้น แล้วพอนำมาทำเวิร์คชอปนี่ทุกคนชอบกันมากๆ เลยครับ มันเป็นเวิร์คชอปที่สนุก ไม่เครียด แล้วก็ได้ประโยชน์ด้วย จากการประเมินทุกครั้งแทบทุกคนจะชอบเวิร์คชอปการใช้เสียงนี้เป็นอันดับหนึ่งเลย</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : จากที่ได้ลองทำเวิร์คชอปมาคนไทยชอบกับกิจกรรมไหนหรือกระบวนการไหนมากที่สุด  </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A : </strong></span>สิ่งที่ผมประหลาดใจมากคือแทบทุกคนชอบกระบวนการฝึกการใช้เสียง (Voice Training) ครับ ผมว่าองค์กรส่วนใหญ่ไม่เคยสนใจในเรื่องนี้มาก่อน เพราะน่าจะเห็นเป็นเรื่องไกลตัวด้วย คนคิดว่าการฝึกการใช้เสียงมันทำเพื่อการแสดงหรือการร้องเพลงเท่านั้น มันเป็นการฝึกสำหรับคนมีพรสวรรค์หรือเปล่า แต่ความจริงแล้วการฝึกการใช้เสียงมันนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างเลยครับ แล้วทุกคนก็ฝึกได้ มันเป็นการฝึกเบสิกในเรื่องของเสียง ฝึกควบคุมลมหายใจ มันไม่ใช่การฝึกการร้องเพลง แต่มันเป็นพื้นฐานเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4121" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/00-Interview-Quote_09-Selladoor-AP-04.jpg" alt="00 Interview Quote 09 Selladoor AP 04" width="1182" height="740" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1219"></p>
<p>อีกอย่างคนมักคิดว่าฝึกเสียงนี่มันจะต้องเกี่ยวกับเสียง มันไม่ใช่ซะทีเดียว มันเกี่ยวกับร่างกายทั้งหมด มันเกี่ยวกับเรื่องการหายใจ มันเป็นการเตรียมสภาพให้คุคณสามารถเปล่งเสียงออกมาได้ให้ถูกต้อง อย่างปกติแล้วถ้าเราใช้เสียงบ่อยๆ ใช้แบบไม่เป็นนี่เราก็จะรู้สึกเจ็บคอบ้าง เสียงไม่ใส ไม่เคลียร์บ้าง เสียงตะโกนบ้าง เสียงเบาไปบ้าง คือมันทำให้เกิดปัญหาในการสื่อสารหรือเกิดปัญหากับสุขภาพตัวเองได้ ถ้าเราฝึกการออกเสียงขั้นพื้นฐานให้ถูกต้อง มันจะช่วยเรื่องนี้ได้เยอะ จริงๆ แล้วการฝึกเสียงนี่มันต้องทำกันเป็นปีๆ ทำกันเป็นประจำทุกวัน แต่สำหรับคอร์สนี้ผมก็จะย่อให้เหลือแค่ 3 ชั่วโมงเพื่อฝึกพื้นฐานให้ทุกคนเข้าใจและเอาไปปฏิบัติกันเบื้องต้นได้ เรื่องง่ายๆ นี้เชื่อหรือเปล่าครับว่ามันเป็นประโยชน์ต่อองค์กรมาก แล้วทุกคนก็มักจะบอกว่าเป็นอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเขามาก ได้นำเอาไปใช้จริงๆ แล้วมันก็พัฒนาขึ้นได้อย่างเห็นผลเร็วที่สุด ทั้งยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองได้ดีอีกด้วย ทำให้สื่อสารได้ดีขึ้น แล้วมันก็เป็นกิจกรรมที่สนุกกันทุกคน</p>
<h4><span style="font-size: 14pt;"><strong>Q : </strong><strong>วิสัยทัศน์ของ </strong><strong>Showtime </strong><strong>ตลอดจนการวางแผนในอนาคตเป็นอย่างไรบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>A :</strong></span> สำหรับในส่วนของ Showtime เองตอนนี้เราก็ยังคงรับจัดกิจกรรมตลอดจนจัด Training &amp; Development Workshop สำหรับองค์กรอยู่เรื่อยๆ ครับ มีทั้งแบบเวิร์คชอปที่เราออกแบบไว้แล้ว และเวิร์คชอปที่เป็นลักษณะ Tailor-made Workshop ที่ออกแบบตามความต้องการของแต่ละองค์กร เพราะว่าบางครั้งแต่ละองค์กรก็ต้องการได้อะไรที่ต่างกันไป แต่ในอนาคตเราก็จะพยายามทำเวิร์คชอปให้มีความหลากหลายขึ้น พยายามหาเครื่องมือใหม่ๆ เข้ามาใช้ให้เยอะขึ้น สร้างเนื้อหาในการเวิร์คชอปให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราพยายามจะพัฒนาอยู่ตลอดเวลาครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4122" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/SDAP01.jpg" alt="SDAP01" width="850" height="567" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1220"></p>
<p>อีกอย่างที่ฝันไว้คืออยากทำในสเกลที่ใหญ่ขึ้นครับ แต่ก็อาจยากหน่อย คือนอกจากเวิร์คชอปแล้วเราก็อยากทำในสเกลแบบ Production Spirit เลยครับ คือไม่ใช่การทำกิจกรรมระยะสั้น แต่เป็นการทำกิจกรรมระยะยาวโดยเอาศาสตร์ของการละครมาเป็นเครื่องมือในการฝึกฝนและพัฒนาทักษะของพนักงานในองค์กรเลย อาจจะมอบโจทย์และเป้าหมายเป็นการร่วมกันสร้างละครเวทีขึ้นมาหนึ่งเรื่องในองค์กร แล้วก็ให้ทุกฝ่ายได้ทดลองทำงานในส่วนที่ตนอยากลองทำดู ละครเวทีมันไม่ได้มีแค่เรื่องของการแสดงอย่างเดียว แต่มันมีอะไรอีกมากมายที่จะทำให้มันเกิดขึ้นมาได้ครับ แล้วมันก็เป็นเวทีที่ฝึกการทำงานระบบทีมได้ดีเยี่ยมอย่างหนึ่งเลยทีเดียวครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4155" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/11/SDAP30.jpg" alt="SDAP30" width="1200" height="679" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1221"></p>
<p>นอกจากนี้ก็ยังมีอีกด้านหนึ่งที่เราให้บริการกับองค์กรนั่นก็คือรับสร้างสร้างโปรดักชั่นการแสดงให้กับแต่ละองค์กรครับ กรณีนี้ไม่ใช่แค่การรับทำละครเวทีขึ้นมาแสดงให้องค์กร แต่เราจะใช้ละครเวทีเป็นเครื่องมือในการสื่อสารสิ่งที่องค์กรต้องการ ให้เป็นประโยชน์กับงานหรือธุรกิจขององค์กรครับ อย่างเช่นที่เราเคยทำมาก็คือละครเวทีที่เกี่ยวกับเรื่องการเงินและการลงทุนที่ทำให้กับสถาบันการเงินหนึ่ง นอกจากจะดูเพลินแล้วเราก็สามารถสดแทรกความรู้ต่างๆ ไปพร้อมกันได้ด้วย เป็นการสื่อสารในรูปแบบความบันเทิงที่ต่อยอดธุรกิจให้กับองค์กรได้ประโยชน์โดยตรงด้วยครับ ตรงส่วนนี้เราก็จะคุยกับแต่ละองค์กรว่าต้องการให้เราสื่อสารเรื่องอะไร และสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรได้อย่างไร มันเป็นการประยุกต์เอาศาสตร์ของละครเวทีมาใช้กับธุรกิจให้เกิดประโยชน์มากกว่าแค่เรื่องของความบันเทิงครับ</p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="Theatre Transformation : หยิบศาสตร์ละครเวที มาพัฒนาศักยภาพให้องค์กร 1222" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>NPP Box กล่องใบเก่า ในรูปโฉมใหม่ : พลิกฟื้นธุรกิจของคนรุ่นเก่า สู่การสร้างสรรค์ของเจเนอเรชั่นใหม่</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/191003-interview-nppbox/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Nov 2019 04:30:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[NPP Box]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/191003-interview-nppbox/</guid>

					<description><![CDATA[ธุรกิจ SMEs และ Online Marketing นั้นเติบโตเป็นอยากมากในยุคปัจจุบัน หนึ่งในอุปกรณ์สำคัญสำหรับการประกอบธุรกิจของกลุ่มคนรุ่นใหม่นี้ก็คือ Packaging หรือ กล่องกระดาษ นั่นเอง แต่คราวนี้เราไม่ได้โฟกัสไปที่การพูดถึงเรื่องของบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์แต่อย่างใด เพราะสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าก็คือการกล่องลูกฟูกที่ใช้สำหรับส่งพัสดุ ซึ่งทุกวันนี้ตัวกล่องไม่ได้แค่ทำหน้าที่ในการส่งของเฉยๆ เพียงเท่านั้น แต่กล่องลูกฟูกในปัจจุบันคือการผสมผสานความเป็น Branding และ Packaging Design เข้าไว้ร่วมกันในกล่องนี้กล่องเดียวอีกด้วย และมันก็กำลังเป็นตลาดที่ได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ไม่น้อยเลยทีเดียว หนึ่งในเจ้าตลาดที่เป็นผู้บุกเบิกคนแรกๆ สำหรับการเปลี่ยนโฉมกล่องพัสดุให้มีดีไซน์สวยเก๋ไม่แพ้กล่องบรรจุภัณฑ์ของแบรนด์ต่างๆ นี้ก็คือ NPP Box ที่โด่งดังในโลกออนไลน์และเป็นขวัญใจของคนรุ่นใหม่อย่างมาก ซึ่งเคล็ดลับของความสำเร็จในคราวนี้ก็คือการดีไซน์กล่องที่โดนใจและการทำ Online Marketing ที่เต็มรูปแบบนั่นเอง แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า NPP Box ที่กำลังเป็นขวัญใจคนรุ่นใหม่นี้แท้ที่จริงแล้วคือการหยิบเอากิจการเก่าแก่ในครอบครัวมารื้อฟื้นใหม่ ปัดฝุ่น เปลี่ยนโฉม และเดินเกมธุรกิจใหม่จนประสบความสำเร็จในทุกวันนี้ ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังการพลิกฟื้นธุรกิจของครอบครัวให้กลับขึ้นมาใหม่ได้อย่างงดงามในคราวนี้ก็คือ คุณอูน-พรรณกร จันทรุกขา ที่รับหน้าที่ Managing Director แห่ง NPP Box องค์กรเก่าแก่แต่กลับมาในรูปโฉมใหม่ แถมยังขับเคลื่อนด้วยคนเจเนอร์เรชั่นใหม่ได้อย่างน่าสนใจทีเดียว Q : ที่ไปที่มาของธุรกิจนี้เป็นอย่างไร A : [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14pt;">ธุรกิจ SMEs และ Online Marketing นั้นเติบโตเป็นอยากมากในยุคปัจจุบัน หนึ่งในอุปกรณ์สำคัญสำหรับการประกอบธุรกิจของกลุ่มคนรุ่นใหม่นี้ก็คือ Packaging หรือ กล่องกระดาษ นั่นเอง แต่คราวนี้เราไม่ได้โฟกัสไปที่การพูดถึงเรื่องของบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์แต่อย่างใด เพราะสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าก็คือการกล่องลูกฟูกที่ใช้สำหรับส่งพัสดุ ซึ่งทุกวันนี้ตัวกล่องไม่ได้แค่ทำหน้าที่ในการส่งของเฉยๆ เพียงเท่านั้น แต่กล่องลูกฟูกในปัจจุบันคือการผสมผสานความเป็น Branding และ Packaging Design เข้าไว้ร่วมกันในกล่องนี้กล่องเดียวอีกด้วย และมันก็กำลังเป็นตลาดที่ได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ไม่น้อยเลยทีเดียว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3921" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/NPP-interview-new-main-01.jpg" alt="NPP interview new main 01" width="879" height="596" title="NPP Box กล่องใบเก่า ในรูปโฉมใหม่ : พลิกฟื้นธุรกิจของคนรุ่นเก่า สู่การสร้างสรรค์ของเจเนอเรชั่นใหม่ 1239"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">หนึ่งในเจ้าตลาดที่เป็นผู้บุกเบิกคนแรกๆ สำหรับการเปลี่ยนโฉมกล่องพัสดุให้มีดีไซน์สวยเก๋ไม่แพ้กล่องบรรจุภัณฑ์ของแบรนด์ต่างๆ นี้ก็คือ NPP Box ที่โด่งดังในโลกออนไลน์และเป็นขวัญใจของคนรุ่นใหม่อย่างมาก ซึ่งเคล็ดลับของความสำเร็จในคราวนี้ก็คือการดีไซน์กล่องที่โดนใจและการทำ Online Marketing ที่เต็มรูปแบบนั่นเอง แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า NPP Box ที่กำลังเป็นขวัญใจคนรุ่นใหม่นี้แท้ที่จริงแล้วคือการหยิบเอากิจการเก่าแก่ในครอบครัวมารื้อฟื้นใหม่ ปัดฝุ่น เปลี่ยนโฉม และเดินเกมธุรกิจใหม่จนประสบความสำเร็จในทุกวันนี้ ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังการพลิกฟื้นธุรกิจของครอบครัวให้กลับขึ้นมาใหม่ได้อย่างงดงามในคราวนี้ก็คือ <span style="color: #0000ff;"><strong>คุณอูน-พรรณกร จันทรุกขา</strong></span> ที่รับหน้าที่ <em>Managing Director</em> แห่ง <strong><a href="https://www.facebook.com/nppbox/" target="_blank" rel="noopener"><em>NPP Box </em></a></strong>องค์กรเก่าแก่แต่กลับมาในรูปโฉมใหม่ แถมยังขับเคลื่อนด้วยคนเจเนอร์เรชั่นใหม่ได้อย่างน่าสนใจทีเดียว</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : ที่ไปที่มาของธุรกิจนี้เป็นอย่างไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> เดิมทีธุรกิจนี้เป็นของที่บ้านค่ะ เราเป็นโรงงานเล็กๆ ที่ทำกล่องลูกฟูกส่งตามลูกค้าอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ปริมาณมากก็จริง แต่มาร์จิน (Margin) ค่อนข้างต่ำ ได้กำไรน้อย แถมเครดิตยาวอีก แล้วยุคนี้คู่แข่งเยอะขึ้น โรงงานที่ทันสมัยและใหญ่กว่าเราก็เกิดขึ้นอีกเพียบ เราสู้โรงงานใหญ่ๆ ไม่ได้หลายอย่าง เพราะฉะนั้นก็เลยต้องสู้ด้วยราคา มันเป็นสงครามราคา ซึ่งเราเจ็บตัวมากค่ะ นานๆ ไปก็ไม่ไหว คุณแม่ก็เลยตัดสินใจขายทอดตลาดให้กับทางธนาคารไป แต่พอเรามารู้เรื่องราวต่างๆ ของโรงงาน รู้ว่าแรงงานหลายคนเป็นแรงงานเก่าแก่ที่เขาอยู่มานาน เขาช่วยเรามาตลอด เขาผูกพันกับที่นี่ เราก็สงสารเขา ไม่อยากทิ้งเขาไป ตอนนั้นยังไม่ได้คิดอะไรเรื่องธุรกิจเลย รู้แต่ว่าเราอยากซื้อกิจการคืนมาก่อน คุยกับคุณแม่เขาก็อนุญาต เขาก็ไม่คิดว่าลูกจะต้องมาสืบทอดกิจการต่อ อีกอย่างเราก็เรียนมาทางสายอื่นด้วย แต่พอเอาเข้าจริงแล้วเราอยากช่วยคน พี่ๆ แรงงานทุกคนเขาดีกับเรา อยู่กันมาจนรู้สึกเป็นเหมือนญาติแล้ว เราก็เป็นห่วงพวกเขา ถ้าเรายุบกิจการไปจริงๆ ชีวิตของคนหลายคนก็จะเดือดร้อน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3812" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/NPP02.jpg" alt="NPP02" width="1111" height="740" title="NPP Box กล่องใบเก่า ในรูปโฉมใหม่ : พลิกฟื้นธุรกิจของคนรุ่นเก่า สู่การสร้างสรรค์ของเจเนอเรชั่นใหม่ 1240"></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : แล้วเรียนทางด้านไหนมา คิดว่าเป็นอุปสรรค์ในการกลับมาทำกิจการที่บ้านหรือเปล่า</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong> </span>จริงๆ แล้วเราจบทางด้านรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรมาค่ะ แต่ด้วยความที่เราค่อนข้างจะเป็นคนยุคใหม่ เราเลยสนใจหลายอย่าง ทำได้หลายอย่าง อีกอย่างก็ชอบงาน Marketing ด้วย โดยเฉพาะ Online Marketing ซึ่งเราคิดว่าเด็กยุคนี้ไม่ว่าจะเรียนสายไหนๆ มาก็คุ้นเคยกับ Online Marketing ได้ง่ายๆ อยู่แล้ว มันทำได้ไม่ยาก อย่างหลายคนก็ขายของทำธุรกิจออนไลน์ของตัวเองตั้งแต่ยังเรียน โดยที่เขาก็ไม่ได้เรียน Marketing มา เราก็เหมือนกันค่ะ แต่เราก็ได้เรื่องหลักการบริหารจากการเรียนรัฐศาสตร์ ก็เอามาประยุกต์ใช้กับการบริหารคนได้ แล้วก็เสริมเรื่อง Online Marketing ที่เราถนัดเข้าไป มันก็เลยไม่เป็นอุปสรรค์ในการทำงานเท่าไร ก็ลุยไปข้างหน้าก่อน ไม่ได้คิดถึงปัญหาก่อน เจอปัญหาก็ค่อยแก้ไขเอาค่ะ</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : มีวิธีพลิกฟื้นกิจการของครอบครัวที่ย่ำแย่ให้ดีขึ้นได้อย่างไร </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong> </span>อย่างแรกเลยเรากลับมาดูก่อนว่าเดิมทีปัญหาของธุรกิจเรามันเกิดจากอะไรบ้างค่ะ ควรแก้อย่างไรกันดี อย่างแรกเลยคือเราเจ็บตัวเพราะไปต่อสู้กับสงครามราคากับเจ้าอื่น ลดราคาแข่งเพื่อให้ได้งาน มันไม่คุ้ม เราก็เลยคิดว่าถ้าเราทำเราจะต้องไม่เอาตัวลงไปแข่งกับสงครามราคาแน่ๆ อีกอย่างเราไม่ใช่โรงงานใหญ่ อุปกรณ์อะไรก็ทันสมัยสู้เขาไม่ได้ ยังไงเราก็มีโอกาสเจ็บตัวสูง เราก็เลยตัดสินใจต้องรุกตลาดรูปแบบใหม่ หากลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ที่ไม่ใช่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมแล้ว แล้วก็ทำการตลาดแบบใหม่ๆ เลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3815" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/NPP05.jpg" alt="NPP05" width="1111" height="740" title="NPP Box กล่องใบเก่า ในรูปโฉมใหม่ : พลิกฟื้นธุรกิจของคนรุ่นเก่า สู่การสร้างสรรค์ของเจเนอเรชั่นใหม่ 1241"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">เรามานั่งคิดว่ากล่องเนี้ยะจริงๆ แล้วมันเป็นเหมือนตัวแทนของแบรนด์เลยนะ มันคือ Packaging ที่สร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ได้ แต่ถ้าเราจะไปหาลูกค้าแบรนด์ใหญ่ๆ ธุรกิจเราก็จะกลับมาเป็นแบบเดิม ดังนั้นเราเลยเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายไปเป็นกลุ่ม SMEs แล้วก็พวกขายของออนไลน์แทนค่ะ เรามองว่ากล่องเป็นตัวแทนในการส่งสินค้าและความรู้สึกดีๆ ให้กับลูกค้าได้ เราก็เลยมาโฟกัสตรงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากตัวกล่องนี่แหละ แล้วก็ไม่ทำการตลาดแบบเดิมๆ แต่เปลี่ยนมาทำ Online Marketing แบบเต็มตัวแทน เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ของเราก็ใช้ Social Media และ Online ต่างๆ กันอยู่แล้ว กลุ่มลูกค้าเราอยู่ตรงนี้ เราก็ต้องทำการตลาดกับตรงนี้ ก็ฉีกมาจากรูปแบบธุรกิจเดิมๆ ที่ครอบครัวเคยทำมาเลยค่ะ แต่มันเป็นธุรกิจในรูปแบบคนยุคเรามากๆ เราก็เลยลุยตรงนี้ได้ดี นั่นเลยทำให้เป็นจุดที่เรากลับมารีแบรนด์ NPP Box ใหม่ว่าเราจะเป็นโรงงานผลิตกล่องลูกฟูกที่ให้ความสำคัญกับการสร้าง First Impression ค่ะ</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : จุดไหนที่ทำให้เกิด Turning Point ให้คนรู้จักโปรดักส์ของเราในวงกว้างและสร้างความสำเร็จได้ยอดเยี่ยม </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong> </span>ก็คงเป็นการการทำการตลาดแบบ Online Marketing ที่จริงจังจนทำให้เราเป็นที่รู้จักค่ะ เรารุกในโซเชี่ยลมีเดียค่อนข้างหนักมาก และจริงจัง ปกติแล้วธรรมชาติของโรงงานกล่องลูกฟูกก็จะเป็นลูกค้าอุตสาหกรรม ไม่ก็พวกอาแปะ อาเฮีย อาซ้อ แต่พอเราเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจใหม่เป็นรุกออนไลน์ปั๊บ ลูกค้าเราเปลี่ยนเลย เป็นคนรุ่นใหม่ เป็นเด็กนักเรียน เป็นแม่ค้าออนไลน์ เป็นกลุ่ม SMEs เป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ การทำการตลาดก็เปลี่ยนเลย เราก็ต้องทำให้คนกลุ่มนี้เข้าถึงเราให้ได้ สร้างให้กล่องลูกฟูกมีความจำเป็นในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการใช้และการทำการค้า ลงทุนกับการโฆษณาในเฟสบุ๊คเยอะมาก จนคนเริ่มรู้จัก จำได้ ลองใช้ และบอกปากต่อปาก อีกอย่างเราก็ทำ Online Marketing แบบคนยุคใหม่ด้วย คือหลังบ้านเป็นยังไงไม่รู้ แต่หน้าบ้านบน Social Media ต้องถ่ายรูปออกมาสวย น่าซื้อ น่าใช้ สื่อสารกับลูกค้าให้เป็นพวกเดียวกัน หน้าร้านเราไม่ได้อยู่ที่สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง หน้าร้านเราอยู่บนออนไลน์ เราไม่จำเป็นต้องแต่งร้าน แต่เราจำเป็นต้องทำภาพของสินค้าให้ดี น่าใช้ และที่สำคัญน่าแชร์ มันก็จะทำให้เราทำ Online Marketing ได้ประสบความสำเร็จ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3819" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/NPP09.jpg" alt="NPP09" width="1111" height="740" title="NPP Box กล่องใบเก่า ในรูปโฉมใหม่ : พลิกฟื้นธุรกิจของคนรุ่นเก่า สู่การสร้างสรรค์ของเจเนอเรชั่นใหม่ 1242"></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : หัวใจสำคัญหรือเคล็ดลับในการทำ Online Marketing ให้ประสบความสำเร็จคืออะไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong> </span>การที่จะรุกธุรกิจแบบ Online Marketing สิ่งสำคัญอันดับแรกคือเราต้องเข้าใจธรรมชาติของโลกออนไลน์ก่อน แล้วก็ต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของ Online Marketing ด้วย อีกอย่างก็คือต้องทำการตลาดให้เป็น และจริงจัง อย่างการทำการตลาดแบบ Online Marketing นั้นคือมันต้องอาศัยความซ้ำบ่อยๆ ความถี่เยอะๆ ให้คนเห็น ให้คนจำได้ เพราะโลกของ Social Media หรือ Online นั้นมันไปไวมาก มันเปลี่ยนแปลงเร็ว ถ้าเขาเห็นแค่ครั้งเดียวเดี๋ยวแป้บเดียวก็ลืมแล้ว เพราะมันมีหลายแบรนด์มาก เราต้องย้ำให้เขาเห็นบ่อยๆ จนเขาจำได้ อีกอย่างก็คือการสร้าง “ภาพ” ที่สวยงาม สื่อสารได้น่าซื้อ จำเป็นมาก ถ่ายรูปให้ดี ให้ดึงดูดความสนใจให้ได้ ให้รู้ว่าของเราโดดเด่นน่าสนใจอย่างไร คนก็จะเข้ามาตามหาเอง แล้วการตลาดบนโลกออนไลน์มันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไปไวมาก เราก็ต้องหมั่นเล่น หมั่นโพสท์ หมั่นอยู่กับมันตลอดเวลาด้วย เกาะกระแสให้ได้ ตามกระแสให้ทัน นำกระแสให้เป็น และวางแผนการตลาดแบบออนไลน์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3805" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/NPP-interview-Quote-01.jpg" alt="NPP interview Quote 01" width="1200" height="535" title="NPP Box กล่องใบเก่า ในรูปโฉมใหม่ : พลิกฟื้นธุรกิจของคนรุ่นเก่า สู่การสร้างสรรค์ของเจเนอเรชั่นใหม่ 1243"></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : ไอเดียของการออกแบบกล่องมาเป็นคอลเล็กชันต่างๆ มีที่ไปที่มาอย่างไร </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> ตอนแรกๆ เราก็ทำกล่องแบบธรรมดานี่แหละค่ะ แต่ว่าการทำ Marketing Online มันต้องมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา มันไม่ควรอยู่นิ่ง แล้วอีกอย่างเราเลือกสร้างแบรนด์ทาง Marketing Online ฉะนั้นการสร้างภาพลักษณ์บนออนไลน์จึงเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องทำให้สินค้าดูดี น่าใช้ น่าซื้อ เราก็เลยเกิดไอเดียสนุกๆ อยากทำอะไรกับกล่องให้ดูน่าสนใจบ้าง แล้วมันก็ถ่ายรูปมาสวยด้วย ซึ่งสิ่งนี้ตอบโจทย์ Marketing Online มาก เพราะคนออนไลน์ชอบอะไรเก๋ๆ สวยๆ พอเราทำมาแล้วปรากฎว่ามันเวิร์ค คนชอบ ขายดี โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ชอบอะไรเก๋ๆ แล้วลูกค้าเราก็เป็นคนกลุ่มนี้เสียเป็นส่วนใหญ่ด้วยค่ะ มันก็เลยทำให้เรากลายเป็นที่สนใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3823" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/NPP13.jpg" alt="NPP13" width="1111" height="740" title="NPP Box กล่องใบเก่า ในรูปโฉมใหม่ : พลิกฟื้นธุรกิจของคนรุ่นเก่า สู่การสร้างสรรค์ของเจเนอเรชั่นใหม่ 1244"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ของ NPP Box นี้จะมีการผลิตกล่องอยู่สองส่วนคือส่วนที่เป็นกล่องสำเร็จรูปขนาดต่างๆ ขายตามปกติ ซื้อปลีกทั่วไป กับส่วนที่สั่งผลิตได้ ก็จะดีลแบบ B2B กันเลย คุยกับลูกค้าว่าแบรนด์เค้าเป็นอย่างไร อยากให้ Packaging ไปในทิศทางไหน เราก็จะทำตามทิศทางที่แบรนด์ของลูกค้าต้องการ ในส่วนของกล่องไปรษณีย์สำเร็จรูปที่ประสบความสำเร็จนั้น ลูกค้าบางคนเค้าก็ขายของออนไลน์แบบที่ไม่ได้มีบริษัทอะไรจริงจัง หรือไม่ได้มีงบมากมาย ไม่มีงบผลิต Packaging ของตัวเองคราวละเยอะๆ แต่เขาก็อยากได้กล่องสวยๆ ส่งให้ลูกค้าด้วย ไม่อยากได้กล่องไปรษณีย์ลายเชยๆ แบบเดิมๆ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3824" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/61041037_2515729835124027_6532561445224185856_o.jpg" alt="61041037 2515729835124027 6532561445224185856 o" width="1110" height="740" title="NPP Box กล่องใบเก่า ในรูปโฉมใหม่ : พลิกฟื้นธุรกิจของคนรุ่นเก่า สู่การสร้างสรรค์ของเจเนอเรชั่นใหม่ 1245"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">เจ้าของสินค้าส่วนใหญ่ก็อยากสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าอยู่แล้ว เขาก็เลยจะเลือกกล่องสำเร็จรูปจากเราไปส่งให้ลูกค้า พอคนนิยมมากขึ้น มันมีการแชร์กัน NPP Box ก็เลยเติบโต เป็นที่รู้จัก กล่องเราก็เริ่มนิยมขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ แล้วเราก็เลยพยายามผลิตลายใหม่ๆ ออกมาขายเรื่อยๆ ด้วย เพราะลูกค้าก็ไม่ชอบความจำเจเหมือนกัน อยากหาอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา ตรงนี้เราก็ช่วยพวกประกอบการธุรกิจขนาดเล็กได้ด้วย ไม่ต้องไปสั่งผลิตคราวละมากๆ ไม่ต้องเอาเงินมาจม แต่ก็ได้ใช้ของที่ช่วยส่งเสริมธุรกิจเขาให้ดีขึ้น มันได้ผลประโยชน์กันทั้งคู่ แล้วมันก็ทำให้ธุรกิจเราอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้ด้วยค่ะ จากที่ยังมองไม่เห็นอนาคตในตอนแรกๆ ที่เริ่มต้น ปัจจุบันมันสำเร็จและเห็นผลดีพอสมควรเลย</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : การเป็นองค์กรขนาดเล็กมีรูปแบบหรือเทคนิคในการบริหารคนอย่างไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> ต้องบอกว่าธุรกิจโรงงานแบบ Family Business นั้นค่อนข้างจะแตกต่างจากบริษัททั่วไปอยู่แล้วค่ะ เราบริหารงานกันแบบครอบครัวมานาน ไม่ได้มีหลักการอะไรมาก แต่พอเราเข้ามาฟื้นฟูธุรกิจใหม่ รีโนเวทแบรนด์ใหม่ เราก็อยากปรับการทำงานให้มันดีขึ้นด้วย พยายามเอาระบบแบบบริษัทสมัยใหม่เข้ามาผสมผสานกับการทำงานรูปแบบเดิม ด้วยความที่เรามีพนักงานเป็นสองส่วนหลักๆ ที่แตกต่างกัน เราก็ต้องบริหารและปรับให้เหมาะสมค่ะ ส่วนแรกที่เป็น Back Office เราก็เอาห้องทำงานเก่าของโรงงานมารีโนเวทตกแต่งใหม่ ให้สวยเหมือนกับออฟฟิศของคนรุ่นใหม่ทั่วไปเลย น่านั่งทำงาน ทันสมัย แล้วก็มีอุปกรณ์ทำงานที่เป็นมาตรฐานเหมือนออฟฟิศทั่วไป คนในส่วนนี้เราก็จะบริหารคล้ายๆ ออฟฟิศทั่วไปเลยค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3818" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/NPP08.jpg" alt="NPP08" width="1111" height="740" title="NPP Box กล่องใบเก่า ในรูปโฉมใหม่ : พลิกฟื้นธุรกิจของคนรุ่นเก่า สู่การสร้างสรรค์ของเจเนอเรชั่นใหม่ 1246"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ส่วนพนักงานอีกส่วนก็จะเป็นฝ่ายผลิต เป็นส่วนโรงงานผลิตกล่องลูกฟูกต่างๆ แต่ก็อยู่ที่เดียวกันนี่แหละค่ะ แรงงานส่วนใหญ่อยู่กันมานานแล้ว ก็จะคุ้นเคยเรื่องงานกันดี ส่วนนี้เราบริหารแบบออฟฟิศไม่ได้ เพราะเขาทำงานคนละลักษณะกัน แต่ตรงนี้เราก็จะไม่ได้ไปยุ่งอะไรมาก ให้เขาทำงานตามความคุ้นเคยเดิมๆ ซึ่งมันดีอยู่แล้ว เราก็จะดูแลในเรื่องสาระทุกข์สุขดิบกันมากขึ้น ไม่เอาเปรียบแรงงาน สร้างให้เป็น Happy Workplace ค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3822" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/NPP12.jpg" alt="NPP12" width="1111" height="740" title="NPP Box กล่องใบเก่า ในรูปโฉมใหม่ : พลิกฟื้นธุรกิจของคนรุ่นเก่า สู่การสร้างสรรค์ของเจเนอเรชั่นใหม่ 1247"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">เราอยากให้ทุกคนทำงานด้วยความสุข ไม่เครียดกับงาน และให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย โหมงานแต่คุณภาพชีวิตแย่นี่ก็ไม่เอา มันแย่ทั้งลูกน้องแล้วก็ตัวเราด้วยค่ะ ที่นี่ก็เลยจะไม่ให้พนักงานทำ OT ให้ทำงานตามเวลา ถึงเวลาเลิกงานแล้วทุกคนก็สามารถไปพักผ่อน ไปมีชีวิตของตัวเองได้ ให้ทำงานแล้วมีความสุข แล้วก็ใช้ชีวิตปกติให้มีความสุขด้วย อยากให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : แล้วการที่เป็นองค์กรที่มีความสุข (Happy Office) มีหลักในการสร้างองค์กรลักษณะนี้อย่างไร </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> เรานำหลักธรรมะของพระพุทธเจ้าเข้ามาช่วยในการบริหารตรงนี้ด้วยค่ะ ในเรื่องหน้าที่ที่นายจ้างต้องมีต่อบริวาร ทำงานให้เหมาะสมกับเวลา แล้วก็สามารถแบ่งของกินที่ดีให้ลูกจ้างมีความสุขได้ เราเอาตรงนี้มาดีไซน์การบริหารองค์กรของเรา อย่างเรื่องเวลาทำงานเราแบ่งให้เหมาะสม ทำตามเวลาออฟฟิศที่ตกลงกัน ไม่นิยมโอที ทำงานให้สมาร์ท ใช้ชีวิตให้สมาร์ท อย่างเรื่องอาหารถึงแม้คำสอนจะเป็นเรื่องโบราณแต่ยุคปัจจุบันมันกำลังกลายเป็นเทรนด์ที่นิยมมากๆ ที่องค์กรจะหันมาดูแลเรื่องอาหารให้กับพนักงาน อย่างของเราในทุกๆ เดือนก็จะมีการทำอาหารมาแชร์กันกิน หรือลูกน้องอยากกินอะไรก็ขอมาได้เลย เดี๋ยวทางเราจัดให้ เรือบางทีเราก็หาของอร่อยๆ ดีๆ มาเลี้ยงพนักงานเองเลย เราอยากให้ทุกคนมีความสุข สุขทางกาย แล้วก็สุขทางใจด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3808" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/NPP00_Main02-scaled.jpg" alt="NPP00 Main02 scaled" width="1110" height="740" title="NPP Box กล่องใบเก่า ในรูปโฉมใหม่ : พลิกฟื้นธุรกิจของคนรุ่นเก่า สู่การสร้างสรรค์ของเจเนอเรชั่นใหม่ 1248"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">กิจกรรมอีกอย่างที่น่าสนใจก็คือการนั่งสมาธิ เราอยากให้ทุกคนได้ลองปฎิบัติสมาธิกันค่ะ มันมีประโยชน์ต่อชีวิต และการทำงานมาก ก่อนที่จะเริ่มงานในตอนบ่าย เราจะให้พนักงานทุกคนเข้ามานั่งพร้อมกันในห้องกลางของบริษัท เปิดแอร์ให้เต็มที่ ให้สบาย แล้วก็ให้เขาลองนั่งสมาธิสัก 5 นาทีก่อนไปทำงาน ไม่ได้บังคับว่าจะต้องนั่งให้นิ่ง ให้เปะ จะต้องนั่งให้ดี เราแค่อยากให้ทุกคนมาทำใจสงบนิ่ง อยู่กับตัวเอง เตรียมพร้อมที่จะทำงานค่ะ มันจะทำให้เรามีสติขึ้นได้ ทำงานได้ดี อันนี้เราก็นำมาดีไซน์ใช้กับหลักการบริหารในแบบของเรา ซึ่งมันก็เวิร์คทีเดียว</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : มีหลักการในการคัดเลือกคนเข้ามาทำงานกับบริษัทอย่างไรบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> เราค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องคนมากคะ อย่างตอนรับคนเข้าทำงานทุกครั้งที่เราประกาศรับสมัครเราจะบอกเสมอว่าไม่ใช่แค่เราเท่านั้นที่เลือกคุณนะ แต่คุณก็มีสิทธิที่จะเลือกเราด้วย ในส่วนตัวเราเราก็ต้องทำตัวเองให้โอเคด้วย ก็จะบอกหมดว่าบริษัทเราเป็นแบบไหน วัฒนธรรมองค์กรเราเป็นอย่างไร มีสวัสดิการอะไรให้บ้าง เราจะไม่โกหก แล้วถ้าแฮปปี้กับข้อตกลงร่วมกัน แฮปปี้กับงาน แฮปปี้กับบริษัท เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ ทีนี้มันก็จะอยู่กันได้ยาวเลยค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3811" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/NPP01.jpg" alt="NPP01" width="1111" height="740" title="NPP Box กล่องใบเก่า ในรูปโฉมใหม่ : พลิกฟื้นธุรกิจของคนรุ่นเก่า สู่การสร้างสรรค์ของเจเนอเรชั่นใหม่ 1249"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">การประกาศรับสมัครงานเราจะเน้นผ่าน Facebook ของบริษัทอย่างเดียวเลย ไม่ไปประกาศที่อื่น เพราะด้วยความที่เราเป็นองค์กรเล็กถ้าคนไม่รู้จักเรา ไม่รู้ว่าเราทำอะไร เขาก็จะไม่สนใจอยู่แล้ว แต่ถ้าคนที่ติดตาม Facebook เราเรื่อยๆ เขาจะรู้อยู่แล้วว่าแบรนด์เรามีคาแรกเตอร์เป็นอย่างไร ทำงานในลักษณะไหน สินค้าเราเป็นอย่างไร เราสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างไร ซึ่งคนที่ติดตามส่วนใหญ่มันคือคนที่ชอบแบรนด์เรา รู้จักแบรนด์เราเป็นอย่างดี หรือบางครั้งก็เป็นลูกค้าเราเองนี่แหละ เพราะฉะนั้นเบื้องต้นคนที่มาสมัครเขาจะรู้อยู่แล้ว เขาจะอินในระดับหนึ่ง และอยากมาสมัครเพราะอยากทำงานกับแบรนด์นี้ องค์กรนี้ มันก็จะไม่ยาก มันเป็นการคัดกรองคนที่อยากทำกับเราจริงๆ มาชั้นหนึ่ง ทีเหลือก็มานั่งคุยรายละเอียดงานกัน คุยเรื่องเงินเดือน คุยเรื่องผลประโยชน์อื่นๆ ถ้าโอเคซึ่งกันและกันก็ถึงจะรับเข้าทำงานค่ะ</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : วัฒนธรรมองค์กรที่นี่เป็นอย่างไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong> </span>อย่างแรกเลยคือต้องทำงานเป็นทีมได้ อย่างที่สองคือต้องเป็นคนใฝ่รู้ เพราะยุคนี้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยเฉพาะธุรกิจเราที่เปลี่ยนมาโฟกัสทาง Online Marketing ทุกอย่างมันต้องไว ต้องตามเทรนด์ให้ทัน ต้องทันเทคโนโลยี ต้องทันลูกค้า ไม่งั้นเราก็อาจจะขายของไม่ได้ แล้วแบรนด์เราก็จะอยู่บนตลาดโลกออนไลน์ในระยะยาวไม่ได้ โลกออนไลน์ทุกวันนี้มันมาเร็วไปเร็ว แบรนด์ที่อยู่ได้นานต้องรู้จักปรับตัวตลอดเวลาค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3813" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/NPP03.jpg" alt="NPP03" width="1111" height="740" title="NPP Box กล่องใบเก่า ในรูปโฉมใหม่ : พลิกฟื้นธุรกิจของคนรุ่นเก่า สู่การสร้างสรรค์ของเจเนอเรชั่นใหม่ 1250"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">อีกหลักการหนึ่งที่เราพยายามทำให้กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรให้ได้ก็คือการรู้จักเผชิญกับปัญหา ต้องรู้จักทางแก้ไขให้ได้ มุ่งมั่นที่จะหาทางออก มากกว่าที่จะมานั่งกลัว หลักการหนึ่งที่อยู่ในใจเราตลอดก็คือ คนแพ้จะมองแต่ปัญหา คนชนะจะมองหาแต่ทางออก ฉะนั้นเราอยากให้น้องๆ ทีมงานของเราซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นเด็กรุ่นใหม่ได้เรียนรู้การเผชิญหน้ากับปัญหา ไม่ต้องกลัวไปก่อน สู้กับมันก่อน สู้ได้ไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที แต่ขอให้พยายามก่อน เราเชื่อว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอค่ะ ขึ้นอยู่กับจะหาวิธีแก้ปัญหาในทางไหน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3806" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/NPP-interview-Quote-02.jpg" alt="NPP interview Quote 02" width="1200" height="535" title="NPP Box กล่องใบเก่า ในรูปโฉมใหม่ : พลิกฟื้นธุรกิจของคนรุ่นเก่า สู่การสร้างสรรค์ของเจเนอเรชั่นใหม่ 1251"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">อย่างบางครั้งเวลาที่บริษัทเกิดปัญหา จริงๆ แล้วเรามองออกแล้วล่ะว่ามันจะเกิดปัญหา แต่เราก็จะนิ่งๆ ไว้ก่อน คอยดูว่าเมื่อปัญหามาลูกน้องเราจะมีวิธีจัดการและรับมืออย่างไร จะแก้ไขยังไง ถ้าแก้ไม่ได้จริงๆ เราค่อยลงไปช่วย ตรงนี้บางทีเราก็ได้เห็นวิธีคิด วิธีตัดสินใจ วิธีแก้ปัญหาของคน ลูกน้องบางคนก็มีทักษะที่ดีมาก เขาแสดงศักยภาพออกมาจนเราเห็นว่าคนนี้มีแววนะ เราก็จะพยายามดันเขา พัฒนาให้เขาเก่งขึ้น ให้ลองทำงานใหม่ๆ ที่ท้าทายดู ซึ่งมันก็ได้ผลทีเดียว เราสามารถสร้างคนได้จากปัญหาด้วยค่ะ หรือบางทีเราก็จะลองโยนโจทย์ไปให้เขาลองทำกันดู ดูว่าจะมีวิธีจัดการกันอย่างไร มีความรับผิดชอบขนาดไหน นอกจากจะเป็นการฝึกเขาแล้ว ก็ยังได้ค้นหาศักยภาพของพนักงานไปในตัวด้วยค่ะ</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : แล้วเวลาเจอปัญหามีวิธีการหรือหลักการเผชิญกับมันอย่างไร </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong> </span>อย่างที่บอกไปค่ะว่า คนแพ้จะมองแต่ปัญหา คนชนะจะมองหาทางออก ฉะนั้นทุกปัญหาเราจะต้องพยายามมองหาทางออกก่อน อย่าจมแต่การคิดอยู่กับว่ามันมีปัญหา อย่างเดือนแรกที่เราเริ่มธุรกิจนี่เราขายได้แค่ 5,000 บาท เอง ถ้าเรามองว่าแย่ มองว่าเป็นปัญหา เราก็จะยิ่งทุกข์ ยอมแพ้ แต่เราไม่คิดแบบนั้น เราคิดว่าจะทำยังไงให้ได้มากขึ้นกว่านี้ อะไรเป็นปัญหา แล้วจะแก้ยังไงดี ลุยต่อ ถ้าเราเน้น Online Marketing ก็ต้องเรียนรู้และพัฒนาการใช้สื่อออนไลน์ให้ดีขึ้นกว่านี้ ให้มีประสิทธิภาพกว่านี้ เริ่มวางแผนที่จะซื้อมีเดียโฆษณาอย่างจริงจัง ภาพเราก็เริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดบริษัทก็เริ่มทำกำไรได้ หลักการอีกอย่างที่สำคัญคือเมื่อเจอปัญหาให้รีบแก้ไขเลย อย่างรอเวลา อย่างหมักหมมปัญหา อย่าซ่อนปัญหาไว้ เดี๋ยวมันจะกลายเป็นเหมือนระเบิด ระเบิดทีเดียวแล้วแย่เลย มันไม่ดี เราต้องรีบแก้ไขให้เร็วที่สุด</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : มีแผนในการดูแลพนักงานในระยะยาวอย่างไรบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> เราจะไม่ได้วางแผนระยะยาวในแบบนั้น แต่เราจะวางแผนการพัฒนาบุคคลากรมากกว่า ให้เขารู้สึกว่าทำงานที่นี่แล้วได้อะไร ได้พัฒนาตัวเอง ได้พัฒนาศักยภาพ ถึงแม้จะเป็นบริษัทเล็กๆ แบบ Family Business ก็ตามที แต่เราก็อยากให้สวัสดิการดีๆ แบบบริษัทใหญ่ๆ เหมือนกัน สิ่งไหนทำได้เราก็จะทำ เราอยากให้ทุกคนทำงานที่นี่แล้วมีความสุข อย่างพวกการพัฒนาศักยภาพนี่พนักงานทุกคนเราจะมีงบให้คนละ 5,000 บาท/ปี ให้เขาเลือกไปเรียนอะไรก็ได้ตามที่เขาต้องการ จะเป็นเรียนภาษา, เรียนคอร์สต่างๆ, เรียนผ่านออนไลน์, เรียนต้น, หรือแม้แต่จะเอาไปเรียนเวิร์คช็อปทำงานอดิเรก ได้หมด เราสนับสนุนหมด หรือบางทีบริษัทก็จะจัดคอร์สฝึกอบรมให้ทุกคนได้มาเรียนร่วมกันก็มี หรือรวมตัวออกไปเรียนข้างนอกพร้อมกันก็มี อย่างคอร์ส Content Creator เราก็รวมตัวทั้งบริษัทไปเรียนด้วยกันเลย เขาก็จะได้ประโยชน์ ได้พัฒนาตัวเอง ทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น แล้วก็ยังเอาไปใช้ในชีวิตส่วนตัวได้ด้วย อีกอย่างมันเป็นความรู้ติดตัวเขาไปได้ด้วย มันดีต่อทุกฝ่าย</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : บริษัทมีการช่วยเหลือหรือคืนสู่สังคมอย่างไรบ้างหรือเปล่า</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> ถ้าติดตามในหน้าเพจของเราช่วงนี้เราก็จะมีโปรเจกต์ 3R กันค่ะ คือ Reuse-Reduce-Recycle เราพยายามจะส่งเสริมให้คนในองค์กรเราเริ่มทำก่อน แล้วก็แชร์ให้คนอื่นร่วมทำด้วย มันเป็นประโยชน์ต่อเราทุกคน แล้วก็ต่อโลกของเรา เราก็มานั่งคุยกันกับน้องๆ ว่าถ้าเราอยากรักษ์โลกกันเราจะทำอะไรกันดี ก็เริ่มจากง่ายๆ เลย 3R อย่าง Reuse ก็คือการใช้ซ้ำ เราก็จะเอาพวกกล่องที่หลุด QC (Quality Control) ต่างๆ มาประดิษฐ์ของใช้ใหม่ ประกอบโน่นประกอบนี่ เป็นกล่องเอาไว้ใช้งานในออฟฟิศได้ ไม่ต้องกลายเป็นขยะ ส่วน Reduce ก็คือการลด เราก็เริ่มร่วมมือกันงดใช้ถุงพลาสติก หันมาใช้ถุงผ้าแทน ทำให้เคยชิน ส่วน Recycle นี่ก็จะเป็นเรื่องใหญ่ที่เป็นจริงเป็นจังหน่อย เพราะโรงงานของเราก็จะมีเศษกระดาษที่เหลือทิ้งจากการผลิตค่อนข้างมาก เราก็จะรวบรวมไว้แล้วจะมีโรงงาน Recycle มารับซื้อต่อไปอีกที เอาไปต้มทำเยื่อใหม่ ก็ไม่ทิ้งให้เป็นขยะ เอาขยะไปใช้ประโยชน์ต่อ เป็นต้น ตรงนี้เริ่มที่ตัวเราก่อน แล้วพอเราแชร์สิ่งที่เราทำก็มีคนชื่นชมเรามากๆ ทุกคนก็ร่วมกันทำตามด้วย มันเป็นผลต่อเนื่องที่ดีมากๆ เลยค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3825" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/69329738_2745994182097590_441380358647185408_n.jpg" alt="69329738 2745994182097590 441380358647185408 n" width="493" height="740" title="NPP Box กล่องใบเก่า ในรูปโฉมใหม่ : พลิกฟื้นธุรกิจของคนรุ่นเก่า สู่การสร้างสรรค์ของเจเนอเรชั่นใหม่ 1252"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ในเรื่องของธุรกิจ เราก็มีโครงการเพื่อสังคมเหมือนกัน ที่เราวางแผนกันไว้ก็คือเราจะทำแคมเปญที่เมื่อคุณซื้อกล่องของเรา ทุกการซื้อกล่อง 1 ใบ เราจะบริจาค 1 สต. เพื่อนำเงินไปสนับสนุนด้านการศึกษาด้วย เพราะเราเชื่อว่าการศึกษามันจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทุกสิ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นได้ เราอยากช่วยตรงส่วนของการศึกษานี้ แล้วอีกโปรเจกต์ที่น่าสนใจก็คือในอนาคตเราก็มีแผนที่จะร่วมรักษ์โลกจริงจังมากขึ้น จะเริ่มเป็นเรื่องของธุรกิจแล้ว อย่างตอนนี้เราก็กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์กล่องลูกฟูกที่ผลิตมาจากเยื่อกระดาษ Recycle 100% แล้วก็จะออกวางขายเร็วๆ นี้ สร้าง Category ให้สินค้าเพิ่มอีกกลุ่ม เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่อยากร่วมกันรักษ์โลกได้ด้วย เราอยากมีส่วนช่วยทำให้โลกดีขึ้นค่ะ</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : มีการวางแผนธุรกิจในระยะยาวไว้อย่างไรบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong> </span>ในตอนนี้เราทำการตลาดแบบ Online Marketing 100% แล้วอันที่จริงแล้วทุกช่องทางก็สำคัญไม่แพ้กัน มีประโยชน์กันคนละแบบ ต่อไปเราก็เริ่มมองว่าจะหันมาเริ่มทำตลาดแบบ Offline เพิ่มขึ้นด้วย แต่เรามองว่ามันต้องผสานร่วมกัน แบบ Mixed Channel ใช้สื่อทุกรูปแบบให้เป็นประโยชน์ อย่างแผนธุรกิจที่เรากำลังจะทำต่อไปก็คือเราจะทำ NPP Lab ขึ้นมา เพื่อเปิดให้คนสามารถเข้ามาพบเรา ปรึกษา สอบถาม ตลอดจนมี Service ต่างๆ ในแบบที่มาเจอกันได้ ไม่เฉพาะการคุยผ่าน Social Media หรือ Online เท่านั้น เป็นเหมือน Lab ที่เราสามารถทดลองผลิตภัณฑ์ไปด้วยกันได้ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3830" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/NPP14.jpg" alt="NPP14" width="1110" height="740" title="NPP Box กล่องใบเก่า ในรูปโฉมใหม่ : พลิกฟื้นธุรกิจของคนรุ่นเก่า สู่การสร้างสรรค์ของเจเนอเรชั่นใหม่ 1253"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ใครที่อยากสร้างสรรค์ Packaging แบบไหน อยากออกแบบอย่างไร เรายินดีให้ความช่วยเหลือหมด เป็นการเสริมการตลาดซึ่งกันและกันระหว่าง Online แล้วก็ Offline ด้วยค่ะ นอกจากนี้เราก็มองแผนธุรกิจว่าอาจจะมีการแตกไลน์สินค้าออกไปเพิ่ม อย่างเช่นพวกสติกเกอร์กระดาษ, หรือกล่องในรูปแบบอื่นๆ แต่ที่สำคัญที่เราจะไม่ลืมเลยก็คือทุกอย่างจะต้องสร้าง First Impression ที่ดีให้กับลูกค้าให้ได้ค่ะ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="NPP Box กล่องใบเก่า ในรูปโฉมใหม่ : พลิกฟื้นธุรกิจของคนรุ่นเก่า สู่การสร้างสรรค์ของเจเนอเรชั่นใหม่ 1254" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
<p><span style="color: #ffffff;">HR Note</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/191028-interview-kaanshow/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Nov 2019 04:25:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[KAAN]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/191028-interview-kaanshow/</guid>

					<description><![CDATA[ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นการสร้างสรรค์โปรดักส์ชั่นของโชว์ไทยที่ยิ่งใหญ่ในสเกลระดับโลก ตั้งแต่การคิดการแสดงขึ้นใหม่ด้วยตัวเอง การออกแบบสร้างสรรค์ที่เก็บรายละเอียดทุกเม็ด ไปจนกระทั่งการลงทุนสร้างโรงละครอันเป็นเอกลักษณ์ขึ้นเพื่อรองรับการแสดงถาวรนี้ แถมยังมาพร้อมกับความมุ่งมั่นในการเป็นโชว์ที่ดีที่สุดของเมืองไทยที่คนไทยต้องภาคภูมิใจและคนทั่วโลกต่างต้องมาดูให้ได้สักครั้งในชีวิตอีกด้วย แล้วโขว์ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ก็คือ KAAN presented by SINGHA CORPORATION ความอลังการไทยระดับโลกที่ได้รับเสียงปรบมือและการชื่นชมจากทั่วโลกมากมายนั่นเอง KAAN Show นั้นเปิดการแสดงขึ้นในเมืองแห่งธุรกิจการโชว์ที่ยิ่งใหญ่ของไทยอย่างเมืองพัทยา จ.ชลบุรี แล้วอย่างที่หลายๆ คนทราบดีแล้วว่า KAAN Show เป็นการแสดงไทยยุคใหม่ที่มาในคอนเซ็ปต์ A SPECTACULAR CINEMATIC LIVE EXPERIENCE โดยนำเอาเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมายเข้ามาใช้ร่วมกับการแสดงหลากหลายรูปแบบตั้งแต่การเต้นไปจนถึงกายกรรมเลยทีเดียว เรื่องราวนั้นสร้างขึ้นใหม่จากแรงบันดาลใจในการหยิบเอาวรรณคดีไทยหลายเรื่องมาร้อยเรียงกันให้เกิดเป็นตำนานเฉพาะตัวนี้ แน่นอนว่าโชว์อันอลังการของไทยนี้มีผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ คุณเฟี๊ยต-มณัญชยภัคญ์ ผู้มีศีลชิณธกร ผู้หญิงเก่งยุคใหม่ที่คลุกคลีกับโชว์นี้มาตั้งแต่ช่วงเริ่มตน จนปัจจุบันเธอขยับขึ้นมาดูแลโชว์นี้ในตำแหน่งของ Marketing Manager &#38; Partnership Management ให้กับ บริษัท ปัญจลักษณ์พาสุข จำกัด (Panjaluck Pasuk Co., Ltd.) ที่เป็นเจ้าของธุรกิจ KAAN Show นี้ เราลองมานั่งคุยถึงเบื้องหลังความสำเร็จพร้อมกับทำความรู้จักโชว์นี้ไปพร้อมๆ กับตัวเธอกันดีกว่า Q : [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14pt;">ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นการสร้างสรรค์โปรดักส์ชั่นของโชว์ไทยที่ยิ่งใหญ่ในสเกลระดับโลก ตั้งแต่การคิดการแสดงขึ้นใหม่ด้วยตัวเอง การออกแบบสร้างสรรค์ที่เก็บรายละเอียดทุกเม็ด ไปจนกระทั่งการลงทุนสร้างโรงละครอันเป็นเอกลักษณ์ขึ้นเพื่อรองรับการแสดงถาวรนี้ แถมยังมาพร้อมกับความมุ่งมั่นในการเป็นโชว์ที่ดีที่สุดของเมืองไทยที่คนไทยต้องภาคภูมิใจและคนทั่วโลกต่างต้องมาดูให้ได้สักครั้งในชีวิตอีกด้วย แล้วโขว์ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ก็คือ <em><a href="https://www.kaanshow.com/" target="_blank" rel="noopener"><strong>KAAN presented by SINGHA CORPORATION</strong></a> </em>ความอลังการไทยระดับโลกที่ได้รับเสียงปรบมือและการชื่นชมจากทั่วโลกมากมายนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4031" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/KAAN00-main-pic-01-01.jpg" alt="KAAN00 main pic 01 01" width="879" height="596" title="KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก 1272"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">KAAN Show นั้นเปิดการแสดงขึ้นในเมืองแห่งธุรกิจการโชว์ที่ยิ่งใหญ่ของไทยอย่างเมืองพัทยา จ.ชลบุรี แล้วอย่างที่หลายๆ คนทราบดีแล้วว่า KAAN Show เป็นการแสดงไทยยุคใหม่ที่มาในคอนเซ็ปต์ A SPECTACULAR CINEMATIC LIVE EXPERIENCE โดยนำเอาเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมายเข้ามาใช้ร่วมกับการแสดงหลากหลายรูปแบบตั้งแต่การเต้นไปจนถึงกายกรรมเลยทีเดียว เรื่องราวนั้นสร้างขึ้นใหม่จากแรงบันดาลใจในการหยิบเอาวรรณคดีไทยหลายเรื่องมาร้อยเรียงกันให้เกิดเป็นตำนานเฉพาะตัวนี้ แน่นอนว่าโชว์อันอลังการของไทยนี้มีผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ <span style="color: #0000ff;"><strong>คุณเฟี๊ยต-</strong><strong>มณัญชยภัคญ์ ผู้มีศีลชิณธกร </strong></span>ผู้หญิงเก่งยุคใหม่ที่คลุกคลีกับโชว์นี้มาตั้งแต่ช่วงเริ่มตน จนปัจจุบันเธอขยับขึ้นมาดูแลโชว์นี้ในตำแหน่งของ <em>Marketing Manager &amp; Partnership Management</em> ให้กับ <em>บริษัท ปัญจลักษณ์พาสุข จำกัด (Panjaluck Pasuk Co., Ltd.)</em> ที่เป็นเจ้าของธุรกิจ KAAN Show นี้ เราลองมานั่งคุยถึงเบื้องหลังความสำเร็จพร้อมกับทำความรู้จักโชว์นี้ไปพร้อมๆ กับตัวเธอกันดีกว่า</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : การทำการตลาดในสายงานโชว์หรือความบันเทิงแตกต่างจากการทำการตลาดทั่วไปหรือไม่อย่างไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong> </span>จะว่าเหมือนก็ไม่ใช่ จะว่าแตกต่างก็ไม่เชิงค่ะ แน่นอนว่าการทำ Marketing ก็คือการส่งเสริมการขายให้กับ Product ในส่วนของ KAAN Show เองก็เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งเช่นกันที่เราต้องทำการตลาด เพียงแต่ว่ารายละเอียดหรือวิธีการมันก็จะมีเรื่องที่ต่างกันค่ะ อย่างแรกเลยเราต้องโฟกัสไปที่ธุรกิจท่องเที่ยว เมื่อก่อนเราเคยแต่เป็นคนเที่ยวแต่เดี๋ยวนี้เราต้องเข้ามาทำในธุรกิจนี้ ก็ได้รู้อะไรเยอะมาก คือการทำการตลาดโชว์มันไม่ได้มีแค่ว่าจะต้องทำโชว์ให้ดีอย่างเดียว โชว์ดีก็ใช่ว่าจะขายได้เสมอไป เรื่องของอาร์ตมันเป็นมุมมองของคน บางคนชอบมาก แต่บางคนอาจจะไม่ชอบเลยก็ได้ มันมีหลายปัจจัยมากๆ ค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4048" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/KAAN17.jpg" alt="KAAN17" width="638" height="425" title="KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก 1273"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">แล้วยิ่งมาทำการตลาดในธุรกิจท่องเที่ยวจริงๆ เรื่อง Price War นี่ดุเดือดมากเลยค่ะ ราคามันก็สูงมากไม่ได้ พอสูงมากก็ไม่มีคนดู โดยเฉพาะตลาดของเอเจนท์ทัวร์ (Tour Agency) เป็นลูกค้ากลุ่มที่ใหญ่มาก กว่า 80% เลย กลุ่มนี้ก็จะมีอิทธิพลต่อการทำการตลาดของเราค่อนข้างสูง เพราะโวลุ่ม (Volume) เขาเยอะด้วย ถ้าหายไปนี่ธุรกิจเจ๊งได้เลย เราก็ต้องรักษากลุ่มนี้ให้ดีๆ คือในการทำการตลาดของเอเจนท์ฯ มันไม่ใช่แค่ว่าจะโชว์ดีอย่างเดียวเขาถึงเลือกให้ลูกทัวร์มาดู มันเกี่ยวกับเรื่องของราคาเต็มๆ เพราะฝั่งเขาก็ต้องบริหารต้นทุนเหมือนกัน อีกอย่างมีโชว์อื่นๆ ที่เป็นตัวเลือกอีกเยอะ ถ้าเขาไม่เลือกเราก็เลือกไปที่อื่นแทนได้เหมือนกัน เรื่องเวลาของโชว์อีก ถ้าเขาจัดโปรแกรมทัวร์ไม่ลงตัวกับเวลาการแสดงเขาก็ต้องเลือกอันที่เอื้อกับเวลาเขามากกว่า เรื่อง facility ต่างๆ ก็มีผล อย่างถ้าโรงละครมีที่ให้เดินเล่น ช้อปปิ้ง มีร้านอาหารให้พวกเขาทาน ก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เอเจนท์ฯ ตัดสินใจมาได้ดีขึ้น เพราะลูกทัวร์มีอะไรทำเยอะ ไม่น่าเบื่อ ไม่เสียเวลาเดินทางไปหาร้านกินข้าว ทำให้เขาบริหารเวลาได้ง่ายขึ้น นี่เป็นแค่ตัวอย่างนะคะ รายละเอียดในการทำการตลาดโชว์มันก็เลยมีความเฉพาะตัวของมัน ถ้าทุกอย่างลงตัว ถ้าเอเจนท์ฯ เลือกบรรจุอยู่ในโปรแกรมทัวร์ของเขา เราก็จะได้ลูกค้าแล้ว แต่ถ้าทำให้เขาเอาโชว์ของเราใส่ลงไปในโปรแกรมไม่ได้ เราก็ขายกลุ่มใหญ่ไม่ได้ รายได้เราก็จะหายไปเยอะค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4050" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/26063643_811810328991327_764109402365037056_o.jpg" alt="26063643 811810328991327 764109402365037056 o" width="1128" height="740" title="KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก 1274"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">อีกอย่างที่แตกต่างก็คือธุรกิจท่องเที่ยวมันมีฤดูกาลของมัน เราต้องรู้ว่าช่วงไหน High Season ช่วงไหน Low Season เพื่อที่จะรู้ว่าแต่ละช่วงต้องทำการตลาดกระตุ้นยังไง ควรมีโปรโมชั่นอะไรดีในช่วงนี้ แล้วสิ่งที่สำคัญมากๆ ของการทำการตลาดอีกอย่างก็คือการเรียนรู้ผู้บริโภคค่ะ เราต้องเรียนรู้และเข้าใจพฤติกรรมของนักเที่ยวในแต่ละประเทศด้วยว่าเขาเป็นอย่างไรกัน คนไทยเป็นยังไง ต่างชาติเป็นยังไง นักท่องเที่ยวจีนเป็นแบบไหน นักท่องเที่ยวสิงคโปร์เป็นอย่างไร นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นชอบแบบไหน นักท่องเที่ยวเวียดนามมีลักษณะเป็นอย่างไร นักท่องเที่ยวยุโรปเค้าโอเคกับแบบไหน นักท่องเที่ยวฝั่งอเมริกาจะชอบไม่ชอบอะไร อย่างนี้เราต้องเข้าใจให้หมด ถ้าไม่เข้าใจผู้บริโภคก็จะขายของไม่ได้ แต่มันก็เป็นเรื่องที่เราได้เรียนรู้เยอะมาก สนุกมากเหมือนกัน ซึ่งเมื่อก่อนเราทำงานในสายอีเวนท์มา เราไม่เคยได้รู้เรื่องพวกนี้เลย</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : แล้วทำไมจึงตัดสินใจเปลี่ยนสายงานมาทำในด้านนี้</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> จริงๆ ต้องย้อนกลับไปเล่าตั้งแต่จุดเริ่มต้นก่อนเลย ตอนนั้นทำงานสายอีเวนท์ค่ะ เราก็ไม่ได้ตั้งใจจะเปลี่ยนสายงานหรอกแต่เผอิญตอนนั้นออกจากงานที่เก่าแล้วก็ทำฟรีแลนซ์อยู่ ได้เจอกับรุ่นพี่ที่รู้จักแล้วพอเขาเล่าโปรเจกต์นี้ให้ฟังเราก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก มันน่าตื่นเต้นมาก พอดีเค้ากำลังหาผู้ช่วย Marketing Communication Director ซึ่งก็เป็นรุ่นพี่คณะเราอีกคน เราก็เลยสนใจเข้าไปทำค่ะ เราได้อยู่กับโปรเจกต์นี้มาตั้งแต่มันยังเริ่มใหม่ๆ เลย โรงละครยังไม่ตอกเสาเข็มเลยด้วยซ้ำ ได้เห็นตั้งแต่การเตรียมงาน คัดเลือกนักแสดง เห็นน้องๆ ซ้อมการแสดง จนกระทั่งโชว์เปิดขึ้นมาจริงๆ มันก็เลยผูกพันมาก</span></p>
<div class="focused-block">
<p><span style="font-size: 14pt;">KAAN presented by SINGHA CORPORATION</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">VDO Link : <a href="https://www.youtube.com/watch?v=935soKu5Eik" target="_blank" rel="noopener">https://www.youtube.com/watch?v=935soKu5Eik</a></span></p>
</div>
<p><span style="font-size: 14pt;">ตอนเป็นผู้ช่วยก็ได้ทำอะไรหลายอย่างในฝ่าย Mar Comm (สื่อสารการตลาด) จนต่อมาก็ได้ขยับมาทำ Media Partnership Manager ดูแลวางแผนสื่อของ KAAN Show พอโรงละครเปิดได้สักพักก็ได้มาเป็น Marketing Manager เพราะเรารู้รายละเอียดโชว์ค่อนข้างมาก และอยู่กับโปรเจกต์มาตั้งแต่เริ่มต้น </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4033" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/KAAN02.jpg" alt="KAAN02" width="638" height="425" title="KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก 1275"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">จนองค์กรมีการปรับองค์กรครั้งใหญ่เราก็เลยได้พ่วงงานที่ต้องดูแล Partnership ที่มาเป็นสปอนเซอร์ให้โชว์อีกรอบ ตำแหน่งปัจจุบันก็เลยกลายเป็น Marketing Manager &amp; Partnership Management ค่ะ คือเราอยู่กับโชว์นี้มาตลอด เราก็สนุกกับมันเรื่อยๆ มันมีสิ่งอะไรใหม่ๆ ให้เรียนรู้ตลอด อีกอย่างผู้ใหญ่ก็ให้โอกาสเราได้ลองอะไรที่เราอยากลองด้วย เราก็อยากท้าทายตัวเองด้วย มันก็เลยกลายเป็นเส้นทางการทำงานมาจนถึงทุกวันนี้</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : เราทราบมาว่าไม่ได้เรียนจบมาทางด้านนี้โดยตรงด้วย แล้วมันเป็นอุปสรรค์กับการทำงานบ้างหรือเปล่า</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> ตอนเรียนเราจบปริญญาตรีมาจาก คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ค่ะ แต่จบสาขาวิทยุโทรทัศน์ จริงๆ เป็นสาขาที่ชอบมากๆ เราเป็นคนร่าเริง ชอบพูดคุย ก็เคยเป็นดีเจด้วย มีไปทำละครเวที ทำแสงสีเสียง ตอนนั้นต้องบอกว่าไม่มีการวางแผนอะไรให้กับชีวิตไว้เลย คิดแต่ว่าจะมีความสุขในปัจจุบันให้มากที่สุด การคิดแบบนั้นมันมีทั้งข้อดีและข้อเสียนะ แล้วมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราไม่ทะเยอทะยานเลย มันเลยไม่มีเป้าหมายอะไรที่เป็นจริงเป็นจัง แต่ในขณะเดียวกันคนรอบข้างเราเขามีเป้าหมายในชีวิตกันหมด เค้ามีความฝัน เค้ารู้ว่าเขาจะโตไปเป็นอะไรในอนาคต ในใจเราก็คิดว่าจะต้องขนาดนั้นเลยเหรอ คือมันไม่ได้กดดันนะ แล้วก็ไม่ได้ว่าคนอื่นด้วย แต่มันเป็นอารมณ์ของความไม่เข้าใจ จนพอโตขึ้นเรื่อยๆ จนมาทำงานที่ KAAN Show นี้เราก็เริ่มคิดแบบเพื่อนๆ ในตอนนั้นบ้างแล้ว คิดว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อไปดี เป้าหมายของเราจะเป็นยังไงดี ไม่ได้รู้สึกว่ามันสายไปนะ แต่เราเพิ่งมีความรู้สึกแบบนั้นในตอนนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4049" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/KAAN18.jpg" alt="KAAN18" width="638" height="425" title="KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก 1276"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ถ้าถามว่าการไม่ได้จบมาโดยตรงมีปัญหากับการทำงานด้านนี้หรือเปล่า ก็ไม่เชิงนะคะ ส่วนหนึ่งคือเราโชคดีที่ได้ทำงานกับคนเก่งๆ เยอะ ตั้งแต่ตอนทำอีเวนท์ มาจนถึงตอนทำที่ KAAN Show มันก็เลยทำให้เราได้เรียนรู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเรื่อยๆ เพราะสิ่งต่างๆ มันก็เกี่ยวข้องกับการตลาดเหมือนกัน ในทางตรงกันข้ามเราก็อาจมีสิ่งที่ Marketing ทั่วไปไม่มีเหมือนกัน อย่างการทำอีเวนท์ที่ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นคนซัพพอร์ทเรื่องนี้ที่ KAAN Show อยู่ด้วย หรือการรู้เรื่อง Mar Comm ไปจนถึงการวางแผน Media มันทำให้เราเข้าใจงาน Marketing ที่ลึกซึ้งทั้งระบบด้วยซ้ำ ก็เอาทุกสิ่งทุกอย่างมาผสมกันให้มันเกิดประโยชน์ ในหลักการ Marketing เราอาจจะไม่ได้เรียนรู้มาจริงๆ แต่เราได้เรียนรู้การทำ Marketing จากโลกของการทำงานจริงๆ</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : แล้วอะไรคือเสน่ห์ของงาน Marketing ที่เราหลงรัก</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> มันสนุกนะ มันได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา อีกอย่างเราอาจจะโชคดีที่ได้อยู่ในองค์กรที่ดี เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้อะไรต่างๆ และให้เราได้ทดลองทำอะไรมากมาย ได้ทำงานกับเด็กรุ่นใหม่ที่ตั้งใจ ได้ทำงานกับคนเก่งๆ ในระดับประเทศมากมายหลายวงการ เราอาจจะไม่ได้เก่งเชิงกลยุทธ์ (Strategic) แต่เราชำนาญเชิงปฎิบัติการ มันได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ เยอะมากค่ะ เรายังรู้สึกสนุกกับตรงนี้ สนุกกับการเรียนรู้ สนุกกับการทำงานกับคน สนุกกับการคิด สนุกกับการเจออะไรใหม่ตลอดเวลา</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : เสน่ห์ของ KAAN Show คืออะไร </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> เราคิดว่ามันเป็นสิ่งที่คนไทยยังไม่เคยทำมาก่อนจริงๆ มันเป็นโชว์ที่เกิดจากความตั้งใจของคนไทยที่จะสร้างสรรค์โชว์ของตัวเองให้สำเร็จเหมือนโชว์ดังๆ ระดับโลก มันผ่านการคิดทุกเม็ด ผ่านการใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอน เราเป็นคนที่ชอบดูโชว์มาก เราไปดูโชว์ตลอด เรารู้ตั้งแต่เบื้องหน้ายันเบื้องหลัง เวลาที่เราดูโชว์แล้วมันไม่ได้คิดในทุกจุดนี่เราจะรู้เลยว่ามันดูไม่ว้าว ดูไม่สนุก แต่พอเราไปดูโชว์ที่ใส่ใจทุกเม็ด เราจะรับรู้ได้เลยว่าโชว์มันดี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4054" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/00-Interview-Quote_10-KAAN-Show-01.jpg" alt="00 Interview Quote 10 KAAN Show 01" width="1200" height="534" title="KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก 1277"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">สำหรับ KAAN Show เอง ยิ่งเราคลุกคลีมันมาตั้งแต่ต้น เรารู้ที่ไปที่มาของรายละเอียดทุกอย่าง เราก็เลยยิ่งเห็นคุณค่าของมัน อยากจะบอกว่ามันถูกสร้างมาจากความตั้งใจจริงๆ ของคนทำเลยนะ แล้วนักแสดงทุกคนก็เต็มที่กับมันด้วย ทีมงานทุกฝ่ายก็ทุ่มเทด้วยกันหมด พอทุกอย่างมันเกิดจากความตั้งใจมันเลยออกมาดี มันเป็นโชว์ที่ไม่เคยมีในประเทศไทยมาก่อนเลยจริงๆ แล้วดูปั๊บรู้เลยว่าเป็นโชว์ของเมืองไทย มันเต็มไปด้วยการสร้างสรรค์มากมาย แล้วก็เป็นความภูมิใจของคนไทยที่อวดชาวโลกได้ คนที่มาดูทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติก็ชื่นชมกัน เราอยู่กับความภูมิใจตรงนี้มาตั้งแต่ต้น เราก็เลยมีความสุขที่ได้ทำให้คนอยากมาดูโชว์ของเราค่ะ</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : แล้ว KAAN Show มีวิสัยทัศน์อย่างไรบ้าง </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> เราตั้งใจที่จะทำให้ KAAN Show เป็นโชว์ของคนไทยที่ดังระดับโลก ใครๆ ก็ต้องบินมาดู มาเมืองไทยก็ต้องมาดู KAAN Show ตอนเริ่มแรก KAAN Show มี Vision ระยะยาวที่ยิ่งใหญ่มาก แต่พอมาเจอกับสถานการณ์จริงๆ เจอปัจจัยหลายอย่างที่เราควบคุมไม่ได้ มันก็เลยเกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แผนก็ปรับเปลี่ยนใหม่ตลอด แล้วเดี๋ยวนี้ตลาดการท่องเที่ยวมันเปลี่ยนแปลงไวมาก เราก็ต้องตามให้ทัน ปรับแผนตลอดเวลา ทำให้มันเวิร์คที่สุด แต่ Vision ก็ยังเป็นแบบเดิมอยู่ คืออยากทำให้โชว์ไทยดังระดับโลกให้ได้ ถ้าถามว่าตอนนี้เราไปถึงจุดนั้นหรือยัง ก็ไม่เชิงค่ะ เราเริ่มเป็นที่รู้จักในตลาดโลกแล้ว แต่ก็ยังไม่ใช่โชว์ที่คนจะต้องบินมาดูให้ได้ ตอนนี้เราก็ทำตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีไปออกอีเวนท์ที่ต่างประเทศบ้าง คนก็เริ่มรู้จักเราเพิ่มขึ้น แต่ถ้าถามในส่วนของโลคอลเอง ตอนนี้เราก็ยังคงเป็นโชว์ที่ติดอับดับ 1 ใน TripAdvisor ของแหล่งท่องเที่ยวที่ดีและยอดนิยมที่สุดในพัทยาอยู่เสมอค่ะ  </span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : การทำ Marketing กับตลาดต่างชาติมีความยากง่าย หรือแตกต่างจากตลาดไทยอย่างไรบ้าง </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> พฤติกรรมนักท่องเที่ยวแต่ละที่ต่างกันอยู่แล้วค่ะ ฉะนั้นการทำการตลาดกับแต่ละกลุ่มก็จะแตกต่างกันด้วย ตรงนี้เราได้เรียนรู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จาก ททท. (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) เยอะมาก เขาจะบอกเลยว่าแต่ละประเทศมีคาแรกเตอร์ยังไง นักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมการบริโภคแบบไหน ควรจะต้องทำการตลาดอย่างไร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4032" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/KAAN01.jpg" alt="KAAN01" width="638" height="425" title="KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก 1278"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ยกตัวอย่างเช่น นักท่องเที่ยวที่มาจากสิงคโปร์ก็มักจะเป็นนักธุรกิจเป็นหลัก คนกลุ่มนี้เขาจะทำงานตลอดเวลา ชีวิตค่อนข้างยุ่ง จะไม่ค่อยมีการวางแผนพักผ่อนระยะยาว แต่จะถ้าอยากจะพักเขาจะตัดสินใจแบบด่วนๆ เลย ซื้อทัวร์มาเที่ยวเลย หรือจองโรงแรมเอง มาเที่ยวเอง ถ้าเจออะไรน่าสนใจเขาก็จะไปเลย ถ้าจะทำโปรโมชั่นกับคนกลุ่มนี้ก็ไม่ต้องทำแบบยาวๆ ทำโปรโมชั่นระยะสั้น แต่ดึงดูดไปเลย ในขณะที่ถ้าเราจับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นจะเป็นนักอ่าน ชอบอะไรที่มีคุณภาพ เขาก็จะศึกษาก่อนว่าสิ่งที่เขาจะดูจะทำมันเป็นอย่างไร เขาก็จะเข้าไปอ่านในเว็บไซต์โน่นนี่ เพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่ถ้าอะไรที่เขาตัดสินใจมาดูแล้วเขาก็จะชอบมันมาก เวลาที่คนญี่ปุ่นชอบอะไรแล้วมันก็จะทำให้คนอื่นๆ เชื่อถือตามไปด้วย ก็เป็นชาติที่เราต้องให้ข้อมูลอย่างดีเป็นพิเศษ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4039" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/KAAN08.jpg" alt="KAAN08" width="638" height="425" title="KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก 1279"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ส่วนคนจีนนี่ตลาดใหญ่มากๆ คนจีนมีหลากหลายเมือง หลากหลายประเภทมาก มีตั้งแต่คนรวย คนที่มากับทัวร์ คนที่มาเที่ยวเอง คนที่มาทำธุรกิจ เยอะไปหมด ถ้าเป็นกลุ่มทัวร์หรือนักท่องเที่ยวทั่วไปเขาจะสนใจเรื่องราคา ถ้าราคาโดนใจยังไงคนจีนก็ชอบ อีกอย่างก็คือเรื่องของรางวัล อะไรได้รางวัลการันตีคนจีนก็อยากมาดู เขาพร้อมใช้เงิน อะไรดีเขาก็เลือกหมด ยิ่งถ้าได้รางวัลที่เป็นเวทีคนจีนจัดด้วย คนจีนก็ยิ่งเชื่อถือ เคล็ดลับสำคัญของตลาดจีนก็คือเรื่องของสื่อค่ะ อย่างที่เรารู้กันว่าคนจีนก็จะมี Social Media หรือเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ซึ่งมันจะมีคนใช้งานเยอะมากๆ ถ้าเราจะทำ Marketing กับคนจีนก็ต้องเจาะตลาดผ่านสื่อออนไลน์ของจีนเหล่านี้ อย่างเช่น Weibo, Baidu, Wechat หรือ youku เป็นต้น ถ้ามันสำเร็จมันก็จะทำให้มีลูกค้ามหาศาลได้เลย</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : สงครามราคา (Price War) กับตลาดโชว์ในเมืองไทยเป็นอย่างไรบ้าง </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> สำคัญมากค่ะ ธุรกิจท่องเที่ยวนี่มันสู้กันด้วยราคาจริงๆ เขาไม่ได้ดูว่าโชว์เราขายราคาเท่าไร หรือมีคุณภาพแค่ไหน แต่ทุกวันนี้เขาจะดูว่ามีโปรโมชั่นอะไรน่าสนใจมั้ย ได้สิทธิประโยชน์อะไรเพิ่มหรือเปล่า หรือหากเป็นกลุ่มเอเจนท์ฯ นี่ราคาเป็นผลมากเลยมันไม่ได้ว่าเราจะลดให้เขาได้เท่าไรนะ แต่เขาจะดูว่าเราให้ราคาที่เขาต้องการได้มั้ย เพราะเขาก็เอาของเราไปทำธุรกิจต่อกับธุรกิจของเขาเหมือนกัน ตลาดในประเทศที่เป็นคนไทยเองก็เหมือนกัน คนไทยชอบเที่ยว แล้วก็ชอบอะไรที่เป็นโปรโมชั่น ลดราคาเยอะๆ หรือเป็น Package พิเศษที่ได้อะไรร่วมด้วย หรือซื้อร่วมกับอย่างอื่นแล้วได้ราคาถูกอะไรทำนองนี้ เราก็ต้องปรับเปลี่ยนโปรโมชั่นใหม่ๆ อยู่เสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4055" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/00-Interview-Quote_10-KAAN-Show-02.jpg" alt="00 Interview Quote 10 KAAN Show 02" width="1200" height="534" title="KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก 1280"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">โชว์ของเรามันเป็น Product ที่ต้องทำระยะยาว เรามีโชว์ทุกวัน เราไม่ใช่อีเวนท์ที่เปิดการแสดงช่วงนี้ถึงช่วงนี้ ฉะนั้นเราจะทำการตลาดแบบ Show Biz ก็ไม่ค่อยได้ พอเป็นธุรกิจระยะยาวเราก็ต้องพึ่งพวกเอเจนท์ฯ ทัวร์เป็นหลักเลย ฉะนั้นเราก็จะต้องทำการตลาดกับกลุ่มนี้เป็นพิเศษ ซึ่ง Price War มีผลกับธุรกิจโชว์สุดๆ เขาไม่ได้สนใจมากว่าโชว์ของเราจะเป็นอย่างไร จะดีเลิศแค่ไหน แต่เขาสนใจว่าเราให้เขาได้เท่าไร เขาจะทำกำไรให้ธุรกิจเขาได้หรือเปล่า ถ้าราคาโอเค บรรจุลงไปในโปรแกรมแล้วเขาก็ไม่เข้าเนื้อ ยังได้กำไรอยู่ เขาก็จะเลือก แต่ถ้าราคาสูสีกับคู่แข่งอื่นๆ หรือคู่แข่งถูกกว่า เขาก็ตัดสินใจไปได้ทันที เขาไม่ได้มานั่งดูคุณภาพอะไรมากนัก มันเป็นเรื่องของธุรกิจล้วนๆ เลยค่ะ แต่ในส่วนของทางเราเองก็มีต้นทุนเหมือนกัน เราก็ลงทุนสูง เราก็ต้องดูให้เหมาะสมว่าเราให้ได้ที่เท่าไรที่เราก็จะไม่เจ็บตัวเหมือนกัน เพราะเราก็ยังต้องดำเนินธุรกิจของเราต่อไปด้วย</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : อะไรคือเคล็ดลับสำคัญของการทำ Marketing ในตลาด Show &amp; Entertainment</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> ก่อนที่โชว์จะเปิดการแสดงเราก็รู้สึกว่า Product ที่มีคุณภาพยังไงก็ขายได้แน่ๆ แต่พอเปิดการแสดงแล้วในความเป็นจริงมันมีปัจจัยเยอะมาก ตั้งแต่การต้องเข้าใจตลาดของธุรกิจท่องเที่ยว การเข้าใจผู้บริโภคในแต่ละประเทศ การทำโปรโมชั่นที่แตกต่างจากการตลาดอื่นๆ การผูกพันธมิตร หรือแม้แต่การใช้สื่อ อ้อ! แล้วก็เรื่องราคาอีก มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่จะทำให้โชว์ประสบความสำเร็จและทำกำไร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4035" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/KAAN04.jpg" alt="KAAN04" width="638" height="425" title="KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก 1281"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">จริงๆ เรายอมรับมาตลอดเวลาเราไม่เก่งเรื่องนี้เลย เรารู้สึกว่าเราเป็นเหมือนเป็ด รู้ทุกอย่างแต่ไม่รู้ลึกสักอย่าง เราลุยมันด้วยประสบการณ์จริงๆ เลย เรียนรู้เรื่อยๆ เก็บเล็กผสมน้อย เรารู้สึกว่าเรายังไม่เก่งในวงการนี้ แต่ข้อดีของตัวเราก็คือเราเปิดใจรับฟังทุกคน ชอบเรียนรู้จากคนเก่งๆ ในวงาการนี้ ชอบฟังข้อมูลที่ทุกคนแชร์ โดยเฉพาะจากฝ่าย Sales ที่ก็ต้องทำงานเกี่ยวข้องกันตลอด ฝ่าย Sales เขาเป็นคนที่อยู่กับธุรกิจตรงนี้มานาน เข้าใจธุรกิจตรงนี้ดีที่สุด เมื่อก่อนเรามองมาจากข้างนอกเราก็หงุดหงิดว่าทำไม Sales ต้องทำแบบโน้นแบบนี้ ทำไมไม่ทำแบบนั้นแบบนี้ มันไม่เวิร์คเลยนะ แต่พอเรามาทำ Marketing และทำงานกับ Sales เรารู้เลยว่าเบื้องหลังจริงๆ ที่มันเป็นเหตุผลมีอีกมากมาย บางอย่างอยากทำแต่ก็ทำไม่ได้ บางอย่างต้องยอมทั้งที่ไม่อยากยอม บางอย่างมันเป็นคัลเจอร์ของวงการนี้ ถ้าเราไปเปลี่ยนเราก็เข้ากับธุริกิจไม่ได้ ก็ขายของไม่ได้กันพอดี เราก็ต้องเข้าใจเขาด้วย เรียนรู้ซึ่งกันและกัน อะไรปรับให้มันดีขึ้นได้ก็ช่วยกัน  </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4053" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/55470351_1094811237357900_3705526881945124864_o.jpg" alt="55470351 1094811237357900 3705526881945124864 o" width="1110" height="740" title="KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก 1282"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ในขณะเดียวกันการเป็นเป็ดของเราก็ช่วยออฟฟิศหรือช่วยงานฝ่ายอื่นๆ ได้หลายอย่างเหมือนกัน เราทำอีเวนท์ได้ เราก็ช่วยซัพพอร์ทตรงนี้ เราทำ Mar Comm กับ Media มาก่อน เราก็จะเข้าใจและช่วยเหลือได้ เรารู้ข้อมูลโชว์ลึกกว่าคนอื่น เราก็จะเป็นฝ่ายให้ข้อมูลกับส่วนต่างๆ ด้วย หรืออย่างการทำ Show &amp; Entertainment Business เนี้ยะ จริงๆ แล้วเราก็บอกตัวเองว่าเราเป็นเหมือน Sales &amp; Marketing นะ เราอยากพัฒนาตัวเองให้เป็นแบบนี้ เพราะเราต้องวางแผนและปิดการขายด้วยตัวเองได้ด้วย ซึ่งเราชอบอยู่แล้ว เราไม่ได้อยากเป็น Marketing ที่เป็นเชิง Strategic แบบคอยนั่งคิดกลยุทธ์อย่างเดียว ซึ่งบางทีแผนที่คิดมาดีแค่ไหน สร้างสรรค์แค่ไหน แต่คนไม่ซื้อมันคือจบ บริษัทไม่ได้ตังค์มันคือล้มเหลวนะ ฉะนั้นการทำ Marketing ของเราก็คิดเรื่อง Sales ไปตลอดด้วยเหมือนกัน แล้วโลกทุกวันนี้มันเปลี่ยนแปลงไปไวมาก เทคโนโลยีก้าวไกลมาก การขายของ การโฆษณา มันไม่ได้อยู่ที่ วิทยุ หรือ ทีวีแล้ว มันอยู่บนอินเตอร์เน็ต อยู่บนมือถือ อยู่ได้ทุกที่ เราก็ต้องทำการตลาดให้ทันกับลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : มีวิธีรับมือกับปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆ อย่างไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong> </span>ปัญหาที่เจอจริงๆ มันก็เป็นปัญหาแบบเดียวกับที่ทุกคนมักเจอค่ะ แล้วปัญหาหลักของแทบทุกองค์กรก็คือเรื่องคน บริษัททุกบริษัทมันมีคนแตกต่างมาทำงานร่วมกันมากมายอยู่แล้ว ไม่มีใครเหมือนกันแน่นอน แล้วก็มีความเห็นไม่ตรงกันแน่ๆ เมื่อก่อนเวลาเครียดเรื่องคนบางทีก็โทรไปคุยกับเพื่อนบ้าง เก็บมาคิดมากบ้าง แต่เดี๋ยวนี้พอโตขึ้นก็เริ่มรู้สึกว่าเครียดไปก็ไม่มีประโยชน์ ช่างมันเถอะ ปล่อยมันไป อะไรแก้ได้ก็แก้ อะไรแก้ไม่ได้ก็ต้องปล่อยมันบ้าง เพราะถ้าเราเก็บมาเครียดคนเดียว เราเองที่แย่ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4038" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/KAAN07.jpg" alt="KAAN07" width="638" height="425" title="KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก 1283"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">แล้วยิ่งเราต้องทำงานกับเด็กรุ่นใหม่ๆ ด้วย ซึ่งวิธีการทำงานหรือแม้แต่วิถีชีวิตมันไม่เหมือนกันอยู่แล้ว เด็กรุ่นนี้ก็เปลี่ยนไปจากสมัยที่เราอายุเท่าเขามาก มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียแหละ แต่เราก็ต้องปรับตัวกันให้ได้ เรื่องเทคโนโลยีต่างๆ เขาอาจจะมีมุมมองที่ดีกว่าเรา มีความรู้มากกว่าเรา มีความเชี่ยวชาญในการใช้งานมากกว่าเรา แต่ประสบการณ์ก็จะน้อยกว่าเรา ความจริงจังหรือโฟกัสในการทำงานก็จะไม่มากเท่า หรือการตัดสินใจก็จะไม่เด็ดขาด ไม่มีการวางแผนสำรอง ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของประสบการณ์ เราก็ต้องแชร์กัน และปรับตัวให้ทำงานร่วมกันให้ได้</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : แล้วมีหลักการในการบริหารคนอย่างไร โดยเฉพาะการทำงานกับเด็กรุ่นใหม่</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> สไตล์การทำงานเราจะเป็นเหมือนทีม เป็นเหมือนเพื่อนมากกว่า แต่บางเวลาเราก็ต้องแสดงความอาวุโสบ้างให้เหมาะสม เราเป็นคนเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกคนค่ะ ฟังความหลายๆ ด้าน พยายามถามและทำความเข้าใจเขาในทุกๆ ด้าน ไม่ด่วนตัดสินใครไปก่อน เพราะทุกเรื่องมันมีเหตุผลของมัน คนส่วนใหญ่ยุคนี้บางทีใจร้อน ด่วนตัดสินใจ ฟังความข้างเดียวก็ฟันธงแล้ว เราต้องรู้จักที่จะฟังความด้านอื่นๆ ของเขาบ้าง แล้วก็รู้วิธีสื่อสารกับเขา ให้คุยกันให้เข้าใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4044" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/KAAN13.jpg" alt="KAAN13" width="638" height="425" title="KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก 1284"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">เรารู้สึกว่าการทำงานมันต้องสนิทกัน ไว้ใจกัน ทำงานช่วยเหลือกัน มันจะไปรอดทุกคน ไม่ใช่ว่าโยนงานให้คนโน้นคนนี้ นั่งบริหารชี้นิ้วเฉยๆ อย่างนี้ก็ไม่มีใครอยากทำงานด้วยหรอก มันต้องมีความสัมพันธ์ที่มากกว่าเพื่อนร่วมงานได้ ให้เกิดความรักกันขึ้น รักแบบเพื่อน รักแบบพี่น้อง รักในความเป็นกลุ่มก้อน ไม่ใช่แค่รู้จักกันในที่ทำงานแล้วพอนอกงานคือจบ ฉั้นไม่รู้จักเธอ อย่างนี้มันไม่ดีในระยะยาว ฉะนั้นเวลาทำงานในทีม เรารู้สึกว่ามันต้องมากกว่าเรื่องของการฟังกันและกันเฉยๆ แต่ต้องฟังกันให้มากขึ้น มันต้องคุยกันได้ รับฟังกันได้ทุกด้าน ไม่ใช่ด่วนตัดสินโดยไม่ฟังความใคร อีกอย่างเรื่องเดียวกันมันก็ไม่ได้มีแค่มิติเดียว บางคนอาจเจอปัญหาเหมือนคนนี้ แต่เบื้องหลังมันต่างกันเลย เราก็ต้องเข้าใจในแต่ละประเด็นที่ต่างกันด้วย แต่การสนิทกันมากเกินไปบางทีก็เป็นดาบสองคมเหมือนกัน ก็ต้องวางตัวให้ถูก บริหารให้เป็น</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : นิยามของคำว่า “สำเร็จ” คืออะไร</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> ต้องมีความสุขนะ ถ้าสำเร็จแล้วไม่มีความสุขกับมัน ต้องถามตัวเองแล้วว่ามันใช่หรือเปล่า เมื่อก่อนเราเป็นคนที่ชอบความสมบูรณ์แบบมาก ผิดนิดผิดหน่อยไม่ได้ อะไรที่เราทำแล้วมันมีข้อผิดพลาดเราก็จะมานั่งเซ็งตัวเอง รู้สึกว่าทำไมเวลาทำงานแล้วเราไม่มีความสุขสักที แต่พอโตขึ้นเริ่มไม่อยากเก็บความเครียดใส่ตัวแล้ว มันไม่มีผลดีอะไรกับเราเลย ก็จะช่างมันให้ได้ ปล่อยมันให้ได้ ปลายทางความสำเร็จเราต้องมีความสุขกับมันให้ได้ ระหว่างทางเราอาจมีผิดบ้าง ไม่เป็นไร มันไม่ต้องสมบูรณ์แบบไปทั้งหมดก็ได้ แต่ปลายทางมันสำเร็จคือโอเคแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4056" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/00-Interview-Quote_10-KAAN-Show-03.jpg" alt="00 Interview Quote 10 KAAN Show 03" width="1200" height="535" title="KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก 1285"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ที่สำคัญคือถ้าเราแฮปปี้กับความสำเร็จ มันจะไม่เป็นโรคประสาท ไม่เครียด อันนี้จริงๆ นะ แล้วมันก็จะสามารถทำให้เราทำงานอื่นต่อๆ ไปได้เรื่อยๆ ตัดความสมบูรณ์แบบออกหน่อย ยอมผิดบ้าง ให้อภัยตัวเอง มันเป็นคีย์สำคัญที่จะทำให้เราสำเร็จได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว แล้วพอสำเร็จแล้วก็จงมีความสุขกับความสำเร็จที่ตัวเองได้ทำด้วย ไม่งั้นเราก็จะหาความสำเร็จของเราไม่เจอสักที</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : ศักยภาพโชว์ไทยในเวทีบันเทิงโลก</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong> </span>ในเมืองไทยตอนนี้มันก็มีโชว์เกิดขึ้นเรื่อยๆ นะ ซึ่งจริงมันดีมากค่ะ มันทำให้ภาพรวมของตลาดโชว์ในบ้านเราดี มีความหลากหลาย มีการแข่งขันสูง มันทำให้มีกระแสน่าสนใจ อีกอย่างธุรกิจท่องเที่ยวบ้านเรามันใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกด้วย การมีโชว์ที่เป็นทางเลือกให้นักท่องเที่ยวเยอะๆ มันก็สะท้อนว่าธุรกิจนี้ในเมืองไทยประสบความสำเร็จ และกลายเป็นตลาดที่น่าสนใจ ใครอยากมาเมืองไทยก็ต้องมาดูโชว์ด้วย มันทำให้ภาพธุรกิจโชว์ในบ้านเราชัดเจนขึ้น แข็งแกร่งขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-4051" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/54798137_1094811240691233_3113921001214181376_o.jpg" alt="54798137 1094811240691233 3113921001214181376 o" width="1200" height="675" title="KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก 1286"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">แต่มีแง่ดีก็มีแง่เสียด้วยเหมือนกัน โชว์บ้านเราเยอะก็จริง แต่ส่วนใหญ่ทำกันแบบไม่ค่อยใส่ใจคุณภาพ ทำขึ้นมาเพื่อหากำไรอย่างเดียว มันเลยทำให้ตลาดโชว์บ้านเรายังไม่ประสบความสำเร็จในเวทีโลก มันกลายเป็นแค่สีสันของแหล่งท่องเที่ยวเฉยๆ แต่มันไม่ได้กลายเป็น Entertainment Destination ที่แท้จริง </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4046" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/KAAN15.jpg" alt="KAAN15" width="638" height="425" title="KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก 1287"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">จริงอยู่ที่เราเห็นคนไทยพยายามจะสร้างสิ่งใหม่ให้มากขึ้น แต่เราก็เห็นคนที่ตั้งใจและใส่ใจน้อยอยู่ ยังไม่เห็นใครที่กล้าลุงทุนและพัฒนาอย่างจริงจัง หรือมีก็สายป่านไม่ยาว ไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดี ก็ต้องปิดตัวกันไปเร็ว เรายังไม่มีใครที่แข็งแกร่งเรื่องนี้อย่างจริงจัง แล้วก็ยังไม่มีการสนับสนุนกันอย่างจริงจังด้วย ส่วนตัวแล้วมองว่าเราต้องร่วมกันพัฒนาโชว์ให้มีคุณภาพระดับสากล ต้องช่วยกันยกระดับโชว์ของประเทศร่วมกัน ให้คนไทยรู้สึกภูมิใจในโชว์ของประเทศตัวเอง และให้คนภายนอกชื่นชมในโชว์ที่มีศักยภาพของเราให้ได้ ซึ่งมันจะช่วยทำให้มีเม็ดเงินในธุรกิจนี้ พอมีคนมาลงทุนเยอะก็มีการพัฒนาแข่งกันเยอะขึ้น เมืองไทยก็จะมีโชว์ดีๆ เพิ่มขึ้น ถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็จะทำให้ภาพรวมของ Show &amp; Entertainment Business ในเมืองไทยดีขึ้นแน่นอนค่ะ</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="KAAN เมื่อวรรณคดีไทยกลายเป็นโชว์สร้างสรรค์สุดล้ำ : ความภูมิใจของไทย ที่ก้าวไกลระดับโลก 1288" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>7 PEAKS หลากหลายเชื้อชาติผสมผสานแตกต่างวัฒนธรรม เสน่ห์ขององค์กรยุคใหม่ที่ท้าทายงานบริหารบุคคล</title>
		<link>https://th.hrnote.asia/story/190927-interview-7peaks/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HREX.asia]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Nov 2019 04:24:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Success Story]]></category>
		<category><![CDATA[7 PEAKS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://th.hrnote.asia/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/190927-interview-7peaks/</guid>

					<description><![CDATA[องค์กรด้านเทคโนโลยีและธุรกิจด้านดิจิตอลกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก และนั่นทำให้ทุกวันนี้โลกเรายิ่งเป็นโลกไร้พรมแดนมากขึ้นทุกวัน องค์กรหลายแห่งปรับตัวเพื่อให้ก้าวทันโลกในขณะที่องค์กรยุคใหม่โดยเฉพาะเหล่าสตาร์ทอัพต่างก็มีวัฒนธรรมการทำงานรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับโลกยุคใหม่เช่นกัน ซึ่งหนึ่งในลักษณะเด่นขององค์กรประเภทนี้ก็คือการเป็นองค์กรในรูปแบบ Multi Culture ที่มีการผสมผสานกันของคนที่มีความสามารถแต่มาจากหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม เช่นเดียวกับหนึ่งในองค์กรของไทยซึ่งประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติที่เราอยากจะพาคุณไปรู้จักกันในวันนี้อย่าง 7 PEAKS SOFTWARE บริษัทที่เริ่มต้นก่อตัวด้วยการเป็นสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเล็กๆ จนปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในบริษัทด้านเทคฯ ยุคใหม่ที่กำลังเติบโตและสร้างความสำเร็จไว้มากทีเดียว แล้วหนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญก็คือ คุณติ๊ก-นพวรรณ ปานสีแข ที่ทำหน้าที่ HR &#38; Office Manager คอยบริหารจัดการด้านบุคคลตลอดจนงานหลังบ้านต่างๆ ให้เรียบร้อยด้วยดีนั่นเอง วันนี้เราอยากชวนเขามาพูดคุยเกี่ยวกับบริหารบุคลากรด้านเทคโนโลยีตลอดจนการบริหารองค์กรที่มีลักษณะเป็นแบบ Multi Culture ว่าการทำงานนี้จะเป็นอย่างไรกันบ้าง เหมือนหรือแตกต่างกับการบริหารองค์กรทั่วไปหรือไม่ ตลอดจนความหลากหลายนั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นประโยชน์หรืออุปสรรค์ต่อการทำงานมากกว่ากัน ลองไปทำความรู้จักเขากันดู Q : ปัจจุบันรับหน้าที่อะไร แล้วอะไรคือเหตุผลที่ตัดสินใจเลือกมาทำงานในองค์กรลักษณะนี้ A : ตอนนี้ทำในตำแหน่ง HR &#38; Office Manager ค่ะ เป็นคนที่ดูแลงาน back office ทั้งหมดเลย ตั้งแต่งานด้าน admin ไปจนถึงงานด้านบุคคล (human resource) ซึ่งตอนนี้เราดูแลพนักงานกว่า 40 คน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14pt;">องค์กรด้านเทคโนโลยีและธุรกิจด้านดิจิตอลกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก และนั่นทำให้ทุกวันนี้โลกเรายิ่งเป็นโลกไร้พรมแดนมากขึ้นทุกวัน องค์กรหลายแห่งปรับตัวเพื่อให้ก้าวทันโลกในขณะที่องค์กรยุคใหม่โดยเฉพาะเหล่าสตาร์ทอัพต่างก็มีวัฒนธรรมการทำงานรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับโลกยุคใหม่เช่นกัน ซึ่งหนึ่งในลักษณะเด่นขององค์กรประเภทนี้ก็คือการเป็นองค์กรในรูปแบบ Multi Culture ที่มีการผสมผสานกันของคนที่มีความสามารถแต่มาจากหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3930" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/10/Tik-interview-New-Main-Final-01.jpg" alt="Tik interview New Main Final 01" width="879" height="596" title="7 PEAKS หลากหลายเชื้อชาติผสมผสานแตกต่างวัฒนธรรม เสน่ห์ขององค์กรยุคใหม่ที่ท้าทายงานบริหารบุคคล 1300"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">เช่นเดียวกับหนึ่งในองค์กรของไทยซึ่งประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติที่เราอยากจะพาคุณไปรู้จักกันในวันนี้อย่าง <a href="https://7peakssoftware.com/" target="_blank" rel="noopener"><em><strong>7 PEAKS SOFTWARE</strong></em></a> บริษัทที่เริ่มต้นก่อตัวด้วยการเป็นสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเล็กๆ จนปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในบริษัทด้านเทคฯ ยุคใหม่ที่กำลังเติบโตและสร้างความสำเร็จไว้มากทีเดียว แล้วหนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญก็คือ <span style="color: #0000ff;"><strong>คุณติ๊ก-</strong><strong>นพวรรณ ปานสีแข </strong></span>ที่ทำหน้าที่ <em>HR &amp; Office Manager</em> คอยบริหารจัดการด้านบุคคลตลอดจนงานหลังบ้านต่างๆ ให้เรียบร้อยด้วยดีนั่นเอง วันนี้เราอยากชวนเขามาพูดคุยเกี่ยวกับบริหารบุคลากรด้านเทคโนโลยีตลอดจนการบริหารองค์กรที่มีลักษณะเป็นแบบ Multi Culture ว่าการทำงานนี้จะเป็นอย่างไรกันบ้าง เหมือนหรือแตกต่างกับการบริหารองค์กรทั่วไปหรือไม่ ตลอดจนความหลากหลายนั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นประโยชน์หรืออุปสรรค์ต่อการทำงานมากกว่ากัน ลองไปทำความรู้จักเขากันดู</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : ปัจจุบันรับหน้าที่อะไร แล้วอะไรคือเหตุผลที่ตัดสินใจเลือกมาทำงานในองค์กรลักษณะนี้</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> ตอนนี้ทำในตำแหน่ง HR &amp; Office Manager ค่ะ เป็นคนที่ดูแลงาน back office ทั้งหมดเลย ตั้งแต่งานด้าน admin ไปจนถึงงานด้านบุคคล (human resource) ซึ่งตอนนี้เราดูแลพนักงานกว่า 40 คน ทั้งคนไทยและคนต่างชาติค่ะ อัตราส่วนก็จะอยู่ประมาณที่ 50 : 60 โดยจะเป็นคนต่างชาติเยอะกว่า ก่อนหน้านี้ก็เริ่มเป็น Office Manager ก่อนค่ะ แต่พออยู่ไปเรื่อยๆ ทางผู้บริหารก็เห็นเราดูแลคนได้ บริหารคนได้ก็เลยลองถามดูว่าสนใจจะดูแลงาน HR มั้ย เรารู้สึกว่ามันท้าทายตัวเองมาก ก็เลยตอบตกลงค่ะ ยอมรับว่าการบริหารเรื่องคนมันเป็นเรื่องค่อนข้างยาก ละเอียดอ่อนซับซ้อน แต่ก็สนุกและท้าทายเหมือนกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3765" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/tik04.jpg" alt="tik04" width="850" height="567" title="7 PEAKS หลากหลายเชื้อชาติผสมผสานแตกต่างวัฒนธรรม เสน่ห์ขององค์กรยุคใหม่ที่ท้าทายงานบริหารบุคคล 1301"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">จริงๆ ที่เลือกมาทำในองค์กรด้านเทคโนโลยีเพราะว่าก่อนหน้าเราก็ทำงานในองค์กรลักษณะนี้มาก่อน ก่อนที่จะมาที่นี่เราอยู่ทำอยู่ที่ Facebook Thailand มาก่อน ในยุคที่ก่อตั้งออฟฟิศใหม่ๆ ยังเป็นออฟฟิศเล็กๆ อยู่เลย ตอนนั้นเป็น Office Manager  ธรรมดา แต่ว่าเราทำแล้วไม่ค่อยชอบเท่าไร พอได้รับการเสนองานจากทางนี้มาก็ดูน่าสนใจดี ก็เลยตกลงมาที่นี่ค่ะ อีกอย่างที่ทำงานองค์กรลักษณะ Multi Culture แล้วไม่มีปัญหาเพราะเราเรียนมาทางด้านเอกภาษาอังกฤษด้วย</span><span style="font-size: 14pt;"> แล้วเราก็ชอบทำงานกับต่างชาติอยู่แล้วด้วย ก็เลยไม่เป็นปัญหาค่ะ ถ้าเราสื่อสารกันได้ สื่อสารเข้าใจ คิดว่ามันไม่ใช่ปัญหาในการทำงานในองค์กรที่มีหลายเชื้อชาติเลย</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : องค์กรดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอะไร และมีที่ไปที่มาอย่างไรบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong> </span>บริษัทเราเป็น Software Agency House ค่ะ หลักๆ ก็รับผลิต Website ตลอดจน Application ต่างๆ ซึ่งเราทำแบบครบวงจรตั้งแต่ออกแบบระบบไปจนถึงดีไซน์หน้าตาของเว็บไซต์ตลอดจนแอ็ปฯ ต่างๆ เราทำตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ไม่ได้มีโปรดักส์เป็นของตัวเอง บริษัทของเรามีฐานอยู่ที่เมืองไทยแต่ทำงานสำหรับลูกค้าในเมืองไทยไปจนถึงระดับสากลด้วย เจ้าของที่ก่อตั้งนั้นเป็นชาวนอร์เวย์ แต่เป็นการก่อตั้งบริษัทในประเทศไทยค่ะ ตอนนี้ (ค.ศ.2019) ก็ก่อตั้งมาเข้าปีที่ 5 แล้ว เริ่มแรกก็เป็นบริษัทเล็กๆ ก่อน จนกระทั่งปัจจุบันก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากพนักงานหลักสิบก็จะกลายเป็นหลักร้อยแล้ว ลูกค้าของเรามีตั้งแต่บริษัทเล็กๆ ไปจนถึงองค์กรใหญ่เลย อย่างที่เคยเป็นลูกค้าเราก็มีตั้งแต่ 7-ELEVEN, Coca-Cola, แสนสิริ, ปูนตราอินทรี, ธนาคารไทยพาณิชย์, ปตท., IRPC หรืออย่างระดับสากลก็อย่าง Telenor หนึ่งในผู้นำการสื่อสารระดับโลก เป็นต้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3767" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/tik06.jpg" alt="tik06" width="850" height="567" title="7 PEAKS หลากหลายเชื้อชาติผสมผสานแตกต่างวัฒนธรรม เสน่ห์ขององค์กรยุคใหม่ที่ท้าทายงานบริหารบุคคล 1302"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ยุคนี้ประเทศเราสนับสนุนและส่งเสริมนโยบาย Thailand 4.0 ค่อนข้างมาก หลายๆ องค์กรก็เร่งปรับตัวให้ก้าวทันตามโลกและเร่งพัฒนาให้สอดคล้องกับนโยบายของประเทศ ธุรกิจของเราก็เลยเติบโตตามไปด้วยค่ะ หลายองค์กรพยายามปรับเทคโนโลยีเข้ามาใช้กับการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ ปรับเปลี่ยนระบบเดิมๆ สู่ระดับใหม่ๆ หรือองค์กรใหม่ๆ ที่เพิ่งเติบโตก็มักจะใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนองค์กร ผลิตโปรดักส์ด้าน Tech ออกมากันเยอะ มันก็ทำให้ภาพรวมของธุรกิจด้านนี้ดีไปด้วย อย่างบริษัทของเรางานพวก UX/UI ไปจนถึง Web Application นี่ก็ได้รับความนิยมพอสมควร ซึ่งทำให้เราก็ต้องการบุคลากรทางด้านนี้เพิ่มขึ้นด้วย แล้วก็พัฒนาศักยภาพพนักงานมากขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วยค่ะ</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : แล้วมีแผนในการพัฒนาศักยภาพพนักงานอย่างไรบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong> </span>งานในสาย IT ตลอดจน Tech นี้มันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เปลี่ยนแปลงตั้งแต่เรื่องของโปรแกรม เครื่องมือ ความรู้ แล้วก็รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของแรงงงานด้วย มันมีอัตราการเปลี่ยนงานเปลี่ยนคนค่อนข้างสูงและตลอดเวลา มันไม่ใช่บริษัทเราบริษัทเดียวที่เป็นแบบนี้ แต่มันเป็นกันแทบทุกบริษัท จะว่ามันเป็น Culture ของงานสายนี้ไปแล้วก็ไม่ผิดนัก เราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมในสายงานนี้ ถ้าให้พูดถึงการพัฒนาศักยภาพพนักงานนั้นจริงๆ เราจะทำควบคู่กันระหว่างเรื่องของ Employee Retention กับ Employee Development คือการรักษาพนักงานไว้ให้อยู่ได้นานที่สุด และการพัฒนาพนักงานในด้านต่างๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3757" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/Tik-interview-Quote.jpg" alt="Tik interview Quote" width="1140" height="508" title="7 PEAKS หลากหลายเชื้อชาติผสมผสานแตกต่างวัฒนธรรม เสน่ห์ขององค์กรยุคใหม่ที่ท้าทายงานบริหารบุคคล 1303"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">พูดถึงด้านการพัฒนาบุคลากรกันก่อน กิจกรรมหนึ่งเลยที่เป็นประโยชน์มากๆ พูดถึงด้านการพัฒนาบุคลากรกันก่อน เรามีจัดกิจกรรม Meetup ในหัวข้อต่างๆ เดือนละหนึ่งครั้ง โดยเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมกิจกรรมและได้พูดคุยหรือซักถามคำถามจาก Speaker ได้ด้วย ถือว่าเป็นการให้ประโยชน์กับสังคมและคนในแวดวงเทคโนโลยีรวมถึงผู้ที่สนใจไปในตัวด้วยค่ะ นอกจากนี้เราก็จะมีการทำ Workshop ในองค์กรกันด้วย ทำกันในแต่ละทีม ก็จะมีการอัพเดทโปรเจกต์กัน แชร์ปัญหาและช่วยกันแก้ รวมถึงพัฒนาศักยภาพต่างๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3776" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/tik15.jpg" alt="tik15" width="850" height="567" title="7 PEAKS หลากหลายเชื้อชาติผสมผสานแตกต่างวัฒนธรรม เสน่ห์ขององค์กรยุคใหม่ที่ท้าทายงานบริหารบุคคล 1304"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ในส่วนของ Employee Retention เราก็จะทำควบคู่กันไป เพื่อให้พนักงานรู้สึกดีกับองค์กรให้มากที่สุด ทำให้เขาอยากอยู่กับเราต่อไปเรื่อยๆ อย่าง One on One ที่เป็นการคุยกันรายบุคคลอย่างที่ได้เล่าให้ฟังไปแล้วก็เป็นกระบวนการสำคัญอย่างหนึ่งของบริษัทในตอนนี้เหมือนกันค่ะ หรือกิจกรรมสนุกๆ อย่างการนัดทานข้าวร่วมกัน เราเคยมีกิจกรรม Potluck ซึ่งให้แต่ละคนเตรียมอาหารมาแบ่งทานกับเพื่อน หรือกิจกรรม Potluck อาหารมังสวิรัติ โดยพนักงานที่ทานอาหารมังสวิรัติก็จะทำอาหารมาแบ่งเพื่อนๆ กัน </span><span style="font-size: 14pt;">เป็นกิจกรรมที่ทุกคนได้เอ็นจอยและพูดคุยกัน สร้างความสัมพันธ์ในออฟฟิศที่ดีทีเดียวค่ะ ก่อนหน้านี้เราก็มีกิจกรรมนัดวิ่งที่สวนสาธารณะ </span><span style="font-size: 14pt;">ก็ไปวิ่งกันที่สวนเบญจกิติ ใกล้ๆ ออฟฟิศนี่แหละค่ะ เป็นการออกกำลังกายและสร้างความสัมพันธ์ในออฟฟิศด้วย ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีทีเดียว</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : การคัดเลือกพนักงานในสายเทคโนโลยีแตกต่างจากสายงานอื่นอย่างไรบ้างหรือเปล่า </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> ก็มีแตกต่างกันบ้าง ขั้นแรกเลยคือจะต้องมีความรู้ในงานด้านที่ทำ ต้องเข้าใจเทคโนโลยี ต่อมาคือต้องเข้าใจวัฒนธรรมการทำงานในสายงานนี้ ตลอดจน<a href="https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/what-is-organizational-culture-210604/">วัฒนธรรมองค์กร</a>ที่นี่ คืออย่างเราจะมีคนสองแบบเป็นหลัก แบบแรกคือเขาจะชอบนั่งทำงาน อยู่กับโปรแกรม อยู่กับตัวเองมากกว่า กับอีกแบบหนึ่งคือจะชอบทำงานเสียงดัง พูดคุย โวยวาย แต่สนุกสนาน กระตือรือร้นกันตลอดเวลา เราจะคุยชี้แจงแล้วคุยกับเขาว่าเขาเข้ากับลักษณะองค์กรได้มั้ย อีกอย่างที่เราจะคุยในตอนสัมภาษณ์งานก็คือเราจะบอกว่าที่นี่มีคนหลายสัญชาติทำงานด้วยกัน มีความแตกต่างกันมาก เขารับได้มั้ย เขาปรับตัวได้มั้ย มันมีความหลากหลายสูงทั้งด้านบุคลิกและเชื้อชาติ เราต้องทำความเข้าใจกับทุกคนก่อน เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการทำงานเหมือนกัน</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : การเป็น HR ที่ดีสำหรับการบริหารองค์กรหรือบุคคลในสายเทคโนโลยีควรเป็นอย่างไร </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong> </span>ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจลักษณะของคนในกลุ่มสายงานนี้ก่อน คนสายไอทีบางคนมีลักษณะไม่ค่อยสุงสิงกับใคร จะจดจ่อกับการเขียนโปรแกรมมากกว่า สนใจเทคโนโลยี แต่ก็ไม่ได้เป็นแบบนี้กันทุกคน การที่เขาเก็บตัวนั้นไม่ใช่ว่าเขามีปัญหา หรือไม่มีมนุษย์สัมพันธ์ แต่เป็นคุณลักษณะที่เราจะเห็นบ่อยๆ ในสายงานนี้ สิ่งที่เราทำก็คือต้องพยายามเข้าหาเขาก่อน ทำให้เกิดความไว้วางใจกัน เป็นเพื่อนกัน พูดคุยกันได้ ไม่ใช่ HR ที่แบบจะต้องคอยดุ ต้องคอยจับผิด เราไม่ทำตัวแบบนั้น พอเขาเริ่มไว้ใจเขาก็เริ่มพูด เริ่มคุย เริ่มแชร์ปัญหากับเรา เราก็ต้องเป็นฝ่ายรับฟังที่ดีด้วย ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เท่าที่ทำได้ ในทางตรงกันข้ามคนในสายไอทีบางคนก็จะอะเลิร์ทมาก ตื่นตัวตลอดเวลา โดยเฉพาะพวกต่างชาติ เขาจะมี energy ค่อนข้างมาก ไม่ชอบอยู่นิ่ง สนุกสนานร่าเริง ถ้าไม่เข้าใจเขาก็อาจจะรู้สึกว่าเยอะเกินไปได้ แต่เราเข้าใจลักษณะของเขาเราก็จะปรับตัวเข้าหากันด้วยดี บางทีก็เดินไปทักทาย พูดคุย ทั้งเรื่องงานแล้วก็เรื่องอื่นๆ เค้าก็จะรู้สึกเหมือนเราเป็นเพื่อนคนนึงที่คุยได้ทุกเรื่อง ก็ต้องดูลักษณะของคนและปรับตัวตามให้ได้มากที่สุด เพราะเราเป็นฝ่ายบุคคลที่มีหน้าที่จะต้องดูแลพวกเขา เราก็ต้องดูแลให้ได้ ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ทำงานไม่มีปัญหาอะไร</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : การที่ต้องทำงานกับองค์กรที่มีลักษณะเป็น Multi Culture แบบนี้ทางฝ่าย HR ควรปฎิบัติอย่างไร </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong></span> สำหรับบริษัทในด้านเทคโนโลยีสไตล์สตาร์ทอัพนี้ Culture มันค่อนข้างจะเหมือนกันทั่วโลก มักมีการผสมผสานของคนหลากหลายเชื้อชาติ มันกลายเป็นลักษณะองค์กรอย่างหนึ่งไปแล้ว ซึ่งหลายคนก็เลือกที่อยากจะทำงานในองค์กรแบบนี้ เราก็เหมือนกันค่ะ เพราะฉะนั้นเราเลยไม่ค่อยมีปัญหาในการบริหารเท่าไร แล้วก็โชคดีที่ว่าทุกคนน่ารักมาก เขาไม่มีปัญหาอะไร ไม่มีการเมืองในบริษัท ไม่มีการทะเลาะกัน ทุกคนคุยกันได้หมด ก็เลยทำให้การทำงานส่วนนี้ราบรื่นดีมาก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3767" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/tik06.jpg" alt="tik06" width="850" height="567" title="7 PEAKS หลากหลายเชื้อชาติผสมผสานแตกต่างวัฒนธรรม เสน่ห์ขององค์กรยุคใหม่ที่ท้าทายงานบริหารบุคคล 1302"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ภาพที่คนจดจำ HR ในแบบเก่าๆ ทุกคนก็มักจะชอบมองว่า HR ต้องดุ ต้องเฮี้ยบ ต้องเนี้ยบ ต้องเข้มงวด อยู่แต่ในกรอบ ทำแต่เอกสาร แล้วมันเลยทำให้ไม่มีใครอยากเข้าหา แต่ HR ยุคใหม่ไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว หลายบริษัทปรับตัวใหม่ อย่างเราเองก็ปรับตัวใหม่ ส่วนหนึ่งเพราะเราไม่ได้มาสาย HR โดยตรงด้วย ทุกอย่างมันก็เลยสร้างระบบขึ้นด้วยตัวเอง เราก็ไม่ชอบ HR ที่ต้องมาทำหน้าดุ ไม่เป็นมิตร ซึ่งมันไม่ใช่ไง ฝ่ายบุคคลคือฝ่ายที่จะต้องคอยดูแลพนักงานทุกคนฉะนั้นเราต้องทำตัวให้เป็นที่พึ่งของเขาให้ได้ด้วย และทำให้เขากล้าเข้าหาเรา ไม่มีใครชอบการบังคับ หรือพูดจาต่อกันไม่ดีอยู่แล้ว เราก็จะไม่ทำแบบนั้น แล้วเราก็จะเน้นการพูดคุยกันด้วยเหตุผลมากกว่า มีอะไรก็มาบอกกันตรงๆ ปรึกษากันได้ เรายินดีที่จะช่วยทุกคน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3756" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/Tik-interview-Quote-2.jpg" alt="Tik interview Quote 2" width="1139" height="521" title="7 PEAKS หลากหลายเชื้อชาติผสมผสานแตกต่างวัฒนธรรม เสน่ห์ขององค์กรยุคใหม่ที่ท้าทายงานบริหารบุคคล 1306"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">อีกอย่างเราถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเรามากด้วยค่ะ ที่เราได้เจอคนหลากหลายเชื้อชาติ ตอนนี้เรามีพนักงานประมาณ 15 สัญชาติได้ เรามองว่าความหลากหลายมันเป็นความน่าสนใจ ได้สนุกที่จะพูดคุยและรู้จักพวกเขา อย่างองค์กรของเรานี่หลากหลายมาก ก็ได้แลกเปลี่ยนอะไรกันมากมาย ถ้าเราสนุกที่จะเรียนรู้จากทุกคน เรียนรู้ความแตกต่าง มันจะไม่ทำให้เราเครียดหรือกดดันกับการทำงาน มันก็จะไม่เป็นปัญหาในการทำงานในองค์กรลักษณะนี้ค่ะ</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : ได้สร้างอะไรเป็นพิเศษขึ้นมาให้กับองค์กรบ้างหรือเปล่า</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong> </span>ก็มีหลายอย่างที่เราพัฒนาให้กับองค์กร อย่างเช่นการพูดคุยแบบ One on One ซึ่งช่วยให้พนักงานทุกคนได้มีโอกาสพูดคุย หรือระบายปัญหาต่างๆ แบบส่วนตัว ซึ่งปกติบางทีเราเจอกัน ทักทายกัน ก็อาจไม่ได้มีโอกาสคุยกันเยอะ ไม่รู้ปัญหาของกันและกัน บางทีเราก็ไม่ได้มีเวลาให้กันจริงๆ แรกๆ เราก็พยายามจะคุยกับทุกคนให้ได้ ต่อมาก็เลยกำหนดไปเลยว่าเดือนละครั้งเราจะต้องมีการคุยแบบ One on One กับทุกคน เรื่องทั่วไป อะไรก็ได้ นัดทุกคนคุยส่วนตัวให้เป็นกิจวัตรประจำเดือนกันเลย หลังจากที่เริ่มทดลองทำแล้วก็ได้ผลดีมาก ก็เลยทำมาต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ค่ะ เราก็จะได้รับข้อมูล ตลอดจนคอมเมนท์ต่างๆ จากพนักงาน นำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างเลย ถ้าไม่มีการทำแบบนี้ บางทีเค้าก็อาจจะไม่กล้าคุยกับฝ่ายบริหารโดยตรง หรือคนไทยบางทีก็จะไม่กล้าคุยไม่กล้าเสนอกับหัวหน้าหรือนายที่เป็นต่างชาติ แต่พอเราคุยด้วย เค้าไว้ใจ เค้ารู้ว่าเราคุยได้ บางทีเค้าก็เล่าปัญหาให้ฟัง เราก็จะช่วยแก้ปัญหาได้ในบางที หรือบางคนอึดอัด ไม่คุยกัน ไม่มีที่ระบาย เราก็จะช่วยรับฟังและถ้าแก้ปัญหาได้ก็จะพยายามช่วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3775" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/tik14.jpg" alt="tik14" width="850" height="567" title="7 PEAKS หลากหลายเชื้อชาติผสมผสานแตกต่างวัฒนธรรม เสน่ห์ขององค์กรยุคใหม่ที่ท้าทายงานบริหารบุคคล 1307"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ช่วงแรกๆ ก็ยังไม่ค่อยมีการคุยกันเยอะเท่าไรค่ะ ก็ต้องปรับตัวกัน ทำยังไงให้เค้าไว้ใจเราให้ได้ เพื่อที่จะได้เปิดใจพูดคุยกัน แต่พอหลังๆ พอไว้ใจกันเขามีอะไรเขาก็จะเข้ามาหาเรา อย่างพนักงานคนไทยบางคนก็เรียกเราว่า “คุณแม่” เลย คือเป็นที่พึ่งให้เค้าได้ในออฟฟิศ ช่วยเหลือเค้าได้ จนที่ออฟฟิศยกฉายาให้เป็น “Mother Officer” แบบเป็นคุณแม่ของออฟฟิศเลยทีเดียว มีอะไรก็จะวิ่งหาเรา เค้าคงสบายใจที่จะคุยกับเรา เราก็ดีใจที่สามารถเป็นที่พึ่งให้ทุกคนได้ และทุกคนไว้ใจ</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : องค์กรได้มีการให้อะไรกับสังคมบ้างหรือเปล่า </strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong> </span>อย่างแรกเลยเราให้ความรู้ค่ะ แชร์ความรู้ให้กับคนในสังคม อย่างที่เล่าไปแล้วที่เรามีจัดอีเวนท์ภายในกันทุกเดือน ให้ฝ่ายต่างๆ มาแชร์ข้อมูลที่น่าสนใจ เทคโนโลยีที่กำลังมา ซึ่งตรงนี้เราก็ยินดีให้คนนอกสามารถเข้ามาร่วมฟังกันได้ด้วย อีกส่วนก็คือการที่เราส่งพนักงานของเราไปเป็นวิทยากรตามที่ต่างๆ ตามอีเวนท์ที่น่าสนใจต่างๆ เราก็ยินดีให้ความร่วมมือตลอดค่ะ เพราะเรามองว่าการให้ความรู้กับคนอื่นมันเป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่เป็นประโยชน์ มอบสิ่งดีๆ คืนสู่สังคม แล้วถ้าทุกคนมีความรู้และพัฒนาไปด้วยกัน ธุรกิจโดยรวมมันก็ดีด้วย มันได้ประโยชน์กันทุกฝ่ายค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3760" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/tik00_Main02.jpg" alt="tik00 Main02" width="1111" height="740" title="7 PEAKS หลากหลายเชื้อชาติผสมผสานแตกต่างวัฒนธรรม เสน่ห์ขององค์กรยุคใหม่ที่ท้าทายงานบริหารบุคคล 1308"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">อีกโครงการหนึ่งที่น่าสนใจก็คือเรื่องมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับคนชนบทที่ห่างไกลค่ะ อันนี้ไม่เชิงว่าจะเป็นโครงการที่เป็นกิจลักษณะของทางองค์กรเท่าไร แต่ทางผู้บริหารของเราเขาจะให้เงินช่วยเหลือสนับสนุนกับองค์กรที่ไปสอนหนังสือให้กับชาวเขาบนดอยใน จ.เชียงใหม่ อยู่แล้ว แล้วตัวครอบครัวของผู้บริหารเองก็เคยขึ้นไปช่วยด้วย ส่วนตัวเราเองก็มีโอกาสเคยขึ้นไปครั้งหนึ่งเหมือนกัน ไปช่วยสอนหนังสือให้กับเด็กชาวเขา เราก็เลยได้รู้ว่าในบ้านเราก็ยังมีคนที่มีโอกาสทางการศึกษาน้อยอยู่มาก ก็อยากจะช่วยกัน เราไม่ได้บังคับว่าให้พนักงานทุกคนต้องมาทำโปรเจกต์นี้ แต่เพราะแชร์ข้อมูลให้ได้รู้ ใครสนใจก็มาขอข้อมูลได้ เราก็จะช่วยประสานงานกับองค์กรให้ค่ะ</span></p>
<h4><span style="font-size: 18pt;"><strong>Q : แล้วมีเป้าหมายอย่างไรสำหรับก้าวต่อไปของตนเองบ้าง</strong></span></h4>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>A :</strong> </span>มีค่ะ อย่างเป้าหมายในการทำงานของเราในตอนนี้คือทำอย่างไรก็ได้ที่อยากให้ทุกคนมีความสุขในการทำงาน อยากอำนวยความสะดวกทุกคนให้ได้มากที่สุด ถ้ามีปัญหาอะไรที่เราช่วยแก้ไขได้ก็จะพยายามรีบช่วยแก้ไข และดูแลทุกคนให้ดีที่สุด ในเรื่องส่วนตัวเราเป็นคนชอบท่องเที่ยวแล้วก็ชอบอาหาร จริงๆ แล้วนอกเหนือเวลางานเราก็เป็นบล็อกเกอร์ด้านอาหารด้วย ตรงนั้นเราก็มีความสุขกับสิ่งที่เราชอบ แล้วก็อยากเผยแพร่ให้คนอื่นได้รู้แบบเรา เราก็จะตั้งใจทำให้มันดีเรื่อยๆ ต่อไป </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-3761" src="https://th.hrnote.asia/storage/2019/09/tik00_Main03.jpg" alt="tik00 Main03" width="1111" height="740" title="7 PEAKS หลากหลายเชื้อชาติผสมผสานแตกต่างวัฒนธรรม เสน่ห์ขององค์กรยุคใหม่ที่ท้าทายงานบริหารบุคคล 1309"></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ถ้าพูดถึงงานด้านไอทีจริงๆ แล้วเราก็ไม่ได้วางแผนมาก่อนว่าเราจะมาทำงานด้านนี้ แต่สุดท้ายกลายเป็นเราเติบโตในสายงานนี้มาเรื่อยๆ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นเรื่องทักษะเทคโนโลยีโดยตรง แต่ก็เป็นซัพพอร์ทของบริษัทที่ทำงานในธุรกิจนี้ ซึ่งส่วนตัวแล้วข้อดีของการได้มาทำงานไอทีคือมันได้เปิดโลก เปิดมุมมองใหม่ๆ สนุกในการทำงาน สนุกในการเจอผู้คนหลากหลายแบบ เราไม่สามารถช่วยงานเฉพาะทางได้โดยตรง แต่เราสามารถซัพพอร์ทอื่นๆ ได้ดีเช่นกัน อย่างเช่นการจัดอีเวนท์ต่างๆ ซึ่งมันต้องใช้ทักษะหลายๆ ด้าน เราก็ได้ใช้ประโยชน์ตรงนี้ด้วย ก็เป็นสายงานที่เราคุ้ยเคยแล้ว แล้วก็คงจะเติบโตต่อไปกับสายงานนี้ เพราะธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีมันคือปัจจุบันแล้วก็อนาคตของเราอย่างแน่นอน</span></p>
<p><a href="https://expth.hrnote.asia?utm_source=HR+Content&amp;utm_medium=CTA"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32836" src="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png" alt="สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3" width="1600" height="500" title="7 PEAKS หลากหลายเชื้อชาติผสมผสานแตกต่างวัฒนธรรม เสน่ห์ขององค์กรยุคใหม่ที่ท้าทายงานบริหารบุคคล 1310" srcset="https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3.png 1600w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-300x94.png 300w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1024x320.png 1024w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-768x240.png 768w, https://th.hrnote.asia/storage/2023/09/สำหรับแก้แบ่งตาม-CATE-3-1536x480.png 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
