
ในยุคที่ตลาดแรงงานมีการแข่งขันสูงและความคาดหวังของพนักงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เจทส์ฟิตเนส (Jetts Fitness) ของเราภูมิใจที่ได้รับการยอมรับด้วยรางวัล Best Companies To Work For in Asia 2024 และ Diversity, Equity, and Inclusion Award 2025 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเราให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคลและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยอดเยี่ยมให้กับพนักงานทุกคน คุณ ณพพงศ์ พงษ์พานิชนุกูล Head of People ให้สัมภาษณ์กับ HREX เกี่ยวกับมุมมองของ HR ในอนาคตดังต่อไปนี้

องค์กรของคุณมีแนวทางในการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) อย่างไร และคุณคิดว่าอะไรคือปัจจัยสําคัญที่ทําให้องค์กรของคุณได้รับรางวัล HR Asia ?
ณพพงศ์: HR ของเจทส์ฟิตเนสไม่ได้เป็นเพียงฝ่ายสนับสนุนหลังบ้าน แต่เราทำหน้าที่เป็น Key Business Driver ที่กำหนดทิศทางขององค์กรให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ เราทำงานควบคู่ไปกับ Frontline เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานทุกคนได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม ทั้งในด้านการพัฒนาอาชีพและสภาพแวดล้อมการทำงาน
หัวใจของการบริหาร HR ของเราคือการพัฒนาศักยภาพพนักงานอย่างต่อเนื่อง ผ่าน Online Learning Platform หรือ ‘Jetts Academy’ ที่ช่วยให้พนักงานสามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะได้ทุกที่ทุกเวลา เรามุ่งเน้น Lifelong Learning และให้ความสำคัญกับ Career Path ที่ชัดเจน โดยสร้าง Talent Program เพื่อเตรียมความพร้อมให้พนักงานเติบโตเป็นผู้บริหารในอนาคต พร้อมทั้งเสนอค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม เพื่อดึงดูดและรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรของเราในระยะยาว
องค์กรของคุณมีวิธีส่งเสริมการทํางานร่วมกัน และการสร้างความสามัคคีระหว่างพนักงานต่างเจเนอเรชันอย่างไรและเพราะเหตุใดเรื่องนี้จึงสําคัญต่อสถานที่ทํางานในปัจจุบัน ?
ณพพงศ์: เจทส์ฟิตเนสของเราประกอบด้วยพนักงานที่มีความหลากหลายทั้งในแง่ของวัย การศึกษา วัฒนธรรมและความคิด HR มีหน้าที่ส่งเสริมค่านิยมและการยอมรับความหลากหลายสากล (Diversity, Equity & Inclusion – DEI) สู่พนักงานทุกระดับ
เราสร้างความสัมพันธ์ข้ามเจเนอเรชันผ่านกิจกรรมที่สะท้อนอุดมการณ์ของธุรกิจ นั่นคือ การผลักดันการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมออกกำลังกายร่วมกันระหว่างแผนก หรือโปรแกรมสุขภาพที่เชื่อมโยงพนักงานทุกช่วงวัยเข้าด้วยกัน

อะไรคือเทรนด์แนวโน้มสําคัญของ HR ที่จะมีผลต่ออนาคตของแรงงานในอีกศตวรรษหน้า ?
ณพพงศ์: ผมมองว่า อนาคตของ HR จะถูกขับเคลื่อนโดย AI เกือบทั้งหมด เพราะฉะนั้นในขณะที่ AI ยังไม่ได้มีผลต่อชีวิตคนเราเกือบ 100% เป็นช่วงที่ HR จะต้องตื่นรู้ เตรียมตัว และเรียนรู้ถึงการนำ AI เข้ามาผนวกกับวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ๆ รวมถึงถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ให้กับพนักงานเพื่อผลักดันให้พวกเขาเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต
คุณมีคําแนะนําอะไรสําหรับคนรุ่นใหม่ที่กําลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้นําด้าน HR เพื่อเตรียมตัวรับมือกับความท้าทายและโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาบ้าง ?
ณพพงศ์: สิ่งที่ผมย้ำอยู่เสมอคือ HR ไม่ใช่แค่ฝ่ายบุคคลอีกต่อไป แต่เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกำหนดอนาคตขององค์กร ถ้าคุณอยากเติบโตในสายอาชีพนี้ ต้องเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ อาทิ
- เรียนรู้และพัฒนาตัวเองตลอดเวลา – Lifelong Learning ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นสิ่งจำเป็น คุณต้องรู้ทัน HR Tech, Data Analytics และ DEI
- เข้าใจธุรกิจในมุมกว้าง – HR ต้องไม่ใช่แค่คนหลังบ้าน แต่ต้องเป็น Key Strategic Driver ที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า
- สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง – องค์กรที่มี Employee Engagement สูงจะสามารถดึงดูดและรักษาคนเก่งและดีเอาไว้ได้
- ร่วมมือกับภาคการศึกษา – การทำ MoU กับมหาวิทยาลัยและองค์การการศึกษา ผนวกกับการมี Internship Program เป็นวิธีที่ดีในการสร้างเครือข่าย Talent Pipeline และค้นหาคนเก่งตั้งแต่ต้นทาง
