Visionary Leadership: 3 สิ่งที่สร้างผู้นำที่มีวิสัยทัศน์

ผู้นำ มีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรมากที่สุด เพราะคือคนที่ Lead ทุกๆหน่วยให้สามารถทำงานได้อย่างลุล่วงและสำเร็จ Drive องค์กรให้ไปต่อข้างหน้าได้อย่างไม่ติดขัด แน่นอนว่าผู้นำไม่อาจนำได้หากขาดทักษะและความสามารถ โดยเฉพาะคุณสมบัติที่สำคัญนั่นคือ “วิสัยทัศน์”

วิสัยทัศน์ คืออะไร ? มันก็เป็นเหมือนแผนที่ขององค์กร เป็นเป้าหมายที่ต้องการเดินทางไปให้ถึง ซึ่งจะมีเพียงอย่างเดียวไม่ได้และไม่สำเร็จเลยหากขาดผู้นำที่สามารถมองขาด เข้าใจธรรมชาติของการทำงานและการบริหารองค์กร เปิดหูเปิดตา และพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ปัจจัยหลักๆ ที่เรากำลังจะอธิบายให้ฟัง ดังนี้…

Risk-Taking

เป็นผู้นำองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆที่เข้ามาเสมอ และแน่นอนว่ามันมักมาพร้อมกับความเสี่ยง นี่จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ควรมี นั่นคือความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงได้ และต้องรับมือได้อย่างชาญฉลาดด้วย

การรับมือกับความเสี่ยงนั้นต้องควบคู่ไปกับการรู้จักตั้งคำถามให้ถูกต้อง และมีแผนดำเนินงานที่เหมาะสมและรัดกุมด้วย มิเช่นนั้นอาจเป็นเพียงความกล้าแต่นำมาซึ่งความผิดพลาดและเพลี่ยงพล้ำได้ ยกตัวอย่าง Microsoft จากเดิมที่เคยเป็นบริษัทขาย Software ใหญ่ที่สุดในโลก ก็ต้องพยายามปรับตัวและรับความเสี่ยง กล้าที่จะออกมาจาก Comfort Zone แล้วดูแนวโน้มทิศทางการตลาดว่าเป็นอย่างไร เพื่อนำพาองค์กรปรับตัวให้สอดคล้องและตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ด้วยการมาคิดและหาวิธีพัฒนาองค์กร เปลี่ยนโมเดลธุรกิจเดิมให้เป็น Cloud ทุกวันนี้ Microsoft จึงสามารถกลับมาเป็นบริษัท Software ที่ยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

Listening

ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์นั้น “ฟัง” มากกว่า “พูด” นี่คือข้อแตกต่างระหว่างผู้นำที่เป็นผู้นำเจ้าไอเดีย กับ ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ แน่นอนว่าบางครั้งอัตตาของความเป็นผู้นำทำให้เผลอละเลยบางไอเดียหรือไม่ได้ให้ความสำคัญกับทุกๆคนได้ และนั่นอาจทำให้พลาดบางสิ่งที่สำคัญไปอย่างน่าเสียดาย

หากบางครั้งฟังทุกๆคนแล้ว แต่ไม่คิดว่านั่นจะเป็นไอเดียหรือทางออกที่ดีได้ก็ไม่จำเป็นต้องรับทั้งหมด แต่ดูแนวโน้มและทิศทางโดยรอบว่าเป็นอย่างไร ที่สำคัญคืออย่ายึดติดกับความคิดของใครคนใดคนหนึ่งหรือความคิดของผู้นำเพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะอาจทำให้เกิดความอคติและบรรยากาศของความไม่เท่าเทียมขึ้นมาได้

Takes Responsibility

ทุกๆความสำเร็จและความผิดพลาดของคนในองค์กรก็เป็นความรับผิดชอบของผู้นำองค์กรเช่นกัน ไม่ใช่ว่าผู้นำคนเดียวต้องรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์จะปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งความรับผิดชอบให้กับทุกๆคนได้ ยกตัวอย่าง Netflix ที่มีวัฒนธรรมที่โด่งดังคือ Freedom with Responsibility วัฒนธรรมที่ให้อิสระพนักงาน เพราะทุกคนมีความรับผิดชอบสูงมาก

เมื่อทุกคนมีความสามารถมากพอที่จะบริหารจัดการงานของตัวเอง นั่นก็หมายถึงพนักงานที่สามารถทำงานได้อย่างอิสระ และมีความรู้สึกเป็นเจ้าของต่อสิ่งที่ตัวเองรับผิดชอบอยู่ เพราะฉะนั้นกฎเกณฑ์ใดๆในการทำงานจึงไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะการที่พนักงานจะสามารถทำงานได้อย่างอิสระนั้นก็เป็นเพราะพวกเขามี ความรับผิดชอบต่องานมากๆ (high responsibility) , มีความสามารถในการบริหารจัดการงานสูง ( high management skills) และมีความรู้สึกเป็นเจ้าของต่องานและองค์กร (ownerships) ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้หากผู้นำเป็นผู้เริ่มต้นก่อนและปลูกฝังให้เกิดขึ้นในองค์กร

คุณมีปัญหาหรือคำถามที่ต้องการคำตอบใช่หรือเปล่า?

หากคุณรู้สึกว่าได้รับเทคนิคดี ๆ จากบทความนี้และอยากได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก

สามารถตั้งคำถามได้ในชุมชนของเรา ! แล้วคุณจะได้รับคำตอบมืออาชีพจากผู้เชี่ยวชาญ

Q&A HR Board