Search
Close this search box.

สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต

สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้นำทีมเล็ก หรือผู้บริหารระดับสูงในองค์กรใหญ่ หนึ่งในความท้าทายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือการนำพาทีมฟ่าฟันความท้าทายท่ามกลางความผันผวนของธุรกิจ โดยเฉพาะโลกของ RUPT ที่เราทุกคนกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ทุกวันนี้

ไม่นานมานี้ HREX มีโอกาสได้ร่วมหลักสูตร LeadershipACT รุ่นที่ 8 ที่จัดโดย Slingshot Group ซึ่งได้บทเรียกว่า ภาวะผู้นำไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง แต่คือคุณสมบัติ ทักษะ และประสบการณ์ที่หล่อหลอมกลายเป็นตัวตนคนคนนั้น 

และ ภาวะผู้นำ (Leadership) ฝึกฝนกันได้

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักบทเรียนสำคัญจากคอร์ส LeadershipACT ที่ออกแบบให้ผู้นำไทยมีแผนพัฒนอย่างมีระบบ ไล่ตั้งแต่เริ่มต้นจากรากฐานของการเป็นผู้นำ ไปจนถึงวิธีคิดเชิงกลยุทธ์ การสร้างวัฒนธรรม และการเตรียมพร้อมผู้นำไทยสู่ระดับโลก

สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต

I.M.P.A.C.T. Leadership Model: Leading in a Dynamic Ecosystem โดยคุณ อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา Founding Partner Slingshot Group

เปิด Session แรกของ LeadershipACT รุ่นนี้ เริ่มต้นด้วยหัวข้อ I.M.P.A.C.T. Leadership Model: Leading in a Dynamic Ecosystem โดยคุณ อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา ผู้ก่อตั้ง Slingshot Group โดยเล่าถึง 3 แกนหลัก ACT ในการพัฒนาผู้นำไทย ได้แก่

  1. Anticipate – ความสามารถในการคาดการณ์ล่วงหน้า มองเห็นโอกาสก่อนใคร
  2. Connect – การสร้างความร่วมมือ เชื่อมโยงผู้คนอย่างลึกซึ้งและมีความหมาย
  3. Thrive – การผลักดันองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน แม้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอน

โดยโมเดล I.M.P.A.C.T. เป็นอีกหนึ่งพิมพ์เขียวใหม่ของภาวะผู้นำ ที่ Slingshot สร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลง ประกอบด้วย 6 บทบาทของผู้นำที่องค์กรยุคใหม่ต้องการ ได้แก่

สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต

  1. Initiator – ริเริ่ม ไม่รีรอ

ผู้นำที่ดีไม่รอโอกาส แต่สร้างโอกาสขึ้นเอง กล้าคิดต่าง มองไกล และมีวิสัยทัศน์ชัดเจนเพื่อพาองค์กรสู่อนาคต

  1. Mobilizer – ขับเคลื่อนอย่างมีพลัง

ผู้นำไม่ใช่แค่ลงมือทำ แต่ต้องสร้างแรงบันดาลใจให้ทีม มีเป้าหมายชัด และยืดหยุ่นกับความเปลี่ยนแปลงโดยไม่หลงทิศ

  1. Prover – เป็นหลักที่เชื่อถือได้

ผู้นำต้องมีหลักคิด ยึดมั่นในคุณธรรม และเป็นแหล่งความเชื่อมั่นท่ามกลางข้อมูลที่สับสนและความจริงที่พร่าเลือน

  1. Aggregatorรวมพลังความต่างให้กลายเป็นหนึ่ง

ผู้นำต้องสามารถดึงผู้คนต่างแนวคิดมาทำงานร่วมกันได้ และดึงศักยภาพของแต่ละคนออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. Challengerกล้าท้าทายเพื่อส่วนรวม

ผู้นำต้องไม่กลัวที่จะพูดในสิ่งที่ควร ต้องกล้าตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ของทีม แม้ต้องแลกกับความเสี่ยงก็ตาม

  1. Transformerเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อนเปลี่ยนองค์กร

พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิม และกล้าออกจากคอมฟอร์ทโซนเพื่อเติบโตไปกับโลกที่ไม่หยุดนิ่ง

ทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนถึงภาวะผู้นำที่หลากหลายและเสริมพลังกันอย่างลงตัว ซึ่งประกอบด้วย 10 Key Competencies คุณสมบัติที่ผู้นำแห่งทศวรรษหน้าต้องมี อีกทีหนึ่ง

และเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ทั้งหมดจากคอร์ส LeadershipACT

สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต

Trust and Inclusion: The Foundation of Ecosystem Leadership โดยคุณ มัณฑนา รักษาชัด Partner Slingshot Group

“Trust is not given, it’s earned.”

นี่คือบทเรียนสุดคมจากหัวข้อ Trust and Inclusion: The Foundation of Ecosystem Leadership โดยคุณ มัณฑนา รักษาชัด Partner จาก Slingshot Group เพื่อเป็นการบอกว่า การสร้างความไว้วางใจในระบบนิเวศองค์กร ต้องใช้ทั้งเวลา ความตั้งใจ และความจริงใจ

เพราะความเชื่อใจ (Trust) ไม่ได้เกิดจากคำพูดที่สวยหรู หรือภาพลักษณ์ภายนอก แต่มาจากการกระทำที่ “จริงใจ สม่ำเสมอ และเชื่อถือได้” โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ ผู้นำที่กล้ารับฟังและเปิดเผยความเปราะบางอย่างจริงใจ กลับกลายเป็นผู้นำที่ได้รับความเชื่อถือในระยะยาว

สิ่งที่เสริมพลังของภาวะผู้นำในระบบนิเวศ คือการเข้าใจ Diversity, Equity และ Inclusion (DEI) อย่างลึกซึ้ง โดยผู้นำต้องยอมรับความหลากหลาย และต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Psychological Safety) ให้ทุกคนรู้สึกว่าตนเองมีตัวตน มีเสียง และมีคุณค่า เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของ Collaboration ที่แท้จริง

และหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้นำเข้าใจทั้ง “ตัวเอง” และ “ผู้อื่น” ได้ดีขึ้นก็คือการทำ Facet5  เครื่องมือวิเคราะห์บุคลิกภาพที่สะท้อน “พฤติกรรมจากภายใน” โดย Facet5 ทำให้เราเห็นจุดแข็ง จุดเปราะบาง และรูปแบบการทำงานของตนเองอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งเข้าใจความต่างของคนอื่นอย่างไม่มีอคติ

การได้เรียนรู้ผ่าน Facet5 จึงเปรียบเสมือนการ “มองกระจก” กลับมายังตัวเอง เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการทำงานร่วมกับคนที่ “ไม่เหมือนเรา”

Session นี้จึงไม่เพียงเปิดประตูสู่โลกของความร่วมมือ แต่ยังสอนให้เรากลับมารู้จักตัวตนใหม่อีกครั้ง เพราะการสร้างความเชื่อใจที่แท้จริง ต้องเริ่มจากความเข้าใจในตัวเอง ก่อนจะเข้าใจในผู้อื่นนั่นเอง

สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต

Strategic Execution: Turning Vision into Impact โดยคุณ ศาสตรา มังกรอัศวกุล Executive Vice President Kasikornbank

LeadershipACT สอนว่า การมีวิสัยทัศน์ (Vision) อย่างเดียวไม่พออีกต่อไป ผู้นำที่ดีต้องลงมือทำอย่างมีกลยุทธ์ กระทั่งขับเคลื่อนให้เกิดผลลัพธ์จริงได้ด้วย

โดย Session นี้เราได้เรียนรู้จากคุณ ศาสตรา มังกรอัศวกุล Executive Vice President จาก ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ที่เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการลงมือทำอย่างมีทิศทาง ภายใต้กรอบคิดที่เรียกว่า DAC Framework ดังนี้

  1. Direction – กำหนดทิศทางชัดเจน

ทุกคนในทีมต้องเข้าใจตรงกันว่า เรากำลังมุ่งไปที่ใด เป้าหมายขององค์กรคืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญ

  1. Alignment – ทำงานให้สอดประสานกัน

ผ่านการรู้บทบาทของตัวเอง และต้องเข้าใจบทบาทของคนอื่นด้วย เพื่อให้การทำงานเชื่อมโยงและเสริมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. Commitment – ลงแรงร่วมกันด้วยใจ

การมีส่วนร่วมต้องมาจากความเชื่อมั่นและความมุ่งมั่น ไม่ใช่แค่ทำเพราะถูกสั่งให้ทำ

คุณศาสตราได้ยกตัวอย่างแนวทางจาก KBank ที่มองตัวเองไม่ใช่แค่ธนาคาร แต่คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศการเงินภายใต้แนวคิด Bank of Sustainability โดยผสานกลยุทธ์ ESG เข้ากับทุกการตัดสินใจ ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลสนับสนุนกลุ่ม SME เสริมสร้างพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศเพื่อเร่งนวัตกรรม และใช้โมเดล Strategic Leadership ที่ครอบคลุมทั้งการคิด การลงมือทำ และการโน้มน้าว เพื่อเตรียมทีมให้พร้อมสำหรับอนาคต

ฉะนั้นผู้นำต้องมองให้ลึกขึ้น มองไปถึงพฤติกรรมเชิงกลยุทธ์ที่ทำให้แผนงานสำเร็จจริงได้ในโลกจริง และทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความเชื่อมโยงของคนในทีมอย่างยั่งยืน

สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต

Visionary Leadership: Articulating and Communicating a Clear Vision โดยคุณ สมฤดี ชัยมงคล Former CEO Banpu

ใน LeadershipACT คุณ สมฤดี ชัยมงคล อดีต CEO บริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คำถามที่ผู้นำทุกคนควรทบทวนเสมอคือ “ภาพอนาคตขององค์กรที่เราวาดไว้คือ คนในทีมมองเห็นชัดแค่ไหน ?” 

Session นี้เปิดประสบการณ์เข้มข้นผ่านแนวคิด Articulating Vision ที่ต้องสามารถสื่อสารวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนทั้งใจและการกระทำ ซึ่งคุณสมฤดี ย้ำว่า แก่นของผู้นำที่มีวิสัยทัศน์คือการเล่าเรื่องอนาคต (Storytelling) ได้อย่างจับใจ

เพราะผู้นำที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ได้อย่างมีพลังจะต้องวางภาพอนาคตให้เห็นชัด เชื่อมโยงพันธกิจและกลยุทธ์กับบริบทภายนอก ทั้งการแข่งขัน เทคโนโลยี และความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้ยังต้องทำให้ทุกคนเห็นว่างานประจำมีความหมาย โดยผูกโยงกับเป้าหมายเล็ก ๆ (Small Wins) ในแต่ละวันกับความสำเร็จใหญ่ขององค์กร

เพราะการเล่าเรื่องให้เกิดแรงบันดาลใจ ไม่ใช่แค่การบอก “จะทำอะไร” แต่เล่า “ทำไมสิ่งนี้ถึงสำคัญ” ผ่านเรื่องราวขององค์กรที่สื่อสารถึงความเชื่อ ความตั้งใจ และเป้าหมายร่วมกัน

ทั้งหมดนี้คือ วิชาผู้นำที่ไม่สอนในตำรา นั่นเองสรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต

Strategic Foresight: Preparing for the Future โดย ดร. การดี เลียวไพโรจน์ Chief Foresight Officer at DTGO Group / EVP of FutureTales Lab by MQDC

“ถ้าคุณมองแต่วันนี้ คุณจะเปลี่ยนแปลงไม่ทันอนาคต”

ในโลกที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการคาดการณ์อนาคต (Strategic Foresight) จึงกลายเป็นทักษะสำคัญของผู้นำยุคใหม่ เพราะผู้นำที่มองเกมขาดเท่านั้น ที่จะพาองค์กรไปข้างหน้าได้

ดร. การดี เลียวไพโรจน์ ชวนเราสร้างความคิดแบบ “นักมองอนาคต” ที่กล้าถามคำถามใหม่ มองไกลกว่าคู่แข่ง และเตรียมพร้อมก่อนใคร ผ่าน Strategic Foresight โดยบทเรียนเริ่มจากการตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า “ถ้าในอีก 15 ปีข้างหน้า ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมเลย เราจะทำอย่างไร?” 

คำถามนี้เปิดประตูให้ผู้นำได้ฝึกคิดในเชิงระบบ มองข้ามปัจจุบัน และใช้ข้อมูลจากหลากหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมผู้คน เพื่อสร้างภาพของอนาคตในรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจริงได้

เครื่องมือที่เราได้เรียนรู้ใน Session นี้ ได้แก่ Horizon Scanning ซึ่งเน้นการจับสัญญาณอ่อนที่อาจบ่งบอกการเปลี่ยนแปลง, Scenario Planning ที่ช่วยให้เราวางแผนรองรับอนาคตในหลายรูปแบบ ไม่ยึดติดกับเส้นทางเดียว, และ Foresight Persona Canvas ที่ใช้เข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในอนาคตอย่างลึกซึ้ง

สิ่งสำคัญคือ ผู้นำไม่จำเป็นต้องรู้คำตอบล่วงหน้า แต่ต้องมีความกล้าที่จะตั้งคำถาม และมีระบบความคิดที่ช่วยให้สามารถเตรียมทีม องค์กร และตัวเองให้พร้อมสำหรับโลกที่ยังไม่ชัดเจนต่อไป

สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต

Conflict Transformation: Strengthening Leadership Resilience โดยคุณ ธรรมศักดิ์ จิตติมาพร Director & Executive Chairman Tipco Foods PLC.

ไม่มีทีมใดไร้ความขัดแย้ง และไม่มีผู้นำคนใดที่ไม่เคยเผชิญแรงเสียดทาน แต่สิ่งที่แยกผู้นำทั่วไปออกจากผู้นำที่เก่ง คือความสามารถในการเปลี่ยนความขัดแย้งให้กลายเป็นพลัง

LeadershipACT Session นี้คุณณ ธรรมศักดิ์ จิตติมาพร จาก Tipco Foods พาเรามองความขัดแย้งในมุมที่ลึกขึ้นในฐานะโอกาสสำคัญที่ผู้นำจะได้เข้าใจต้นตอของความแตกต่าง เพื่อฝึกความแข็งแกร่งภายในตนเอง

แนวคิด Conflict Transformation แตกต่างจาก Conflict Management ตรงที่ไม่ได้แค่ทำให้ความขัดแย้งเงียบลง แต่พยายามเปลี่ยนรูปแบบของความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นในระยะยาว ผ่านการเปิดพื้นที่ให้พูดคุย แลกเปลี่ยน และฟังกันอย่างแท้จริง

สิ่งนี้ต้องอาศัยภาวะผู้นำที่มีทั้ง ความกล้า ความมั่นคงภายใน และทักษะการสื่อสารที่ลึกซึ้ง กล่าวคือต้องกล้ามองปัญหาตรงหน้าแบบไม่หลบเลี่ยง กล้ายอมรับความไม่สมบูรณ์ของทั้งตัวเองและผู้อื่น และกล้าที่จะการเผชิญหน้าพูดคุยด้วยเป้าหมายร่วม

ยกตัวอย่างกรณีศึกษาเหตุการณ์ถ้ำหลวง ซึ่ง ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ได้แสดงภาวะผู้นำเชิงเปลี่ยนผ่านความขัดแย้งจากทุกฝ่ายมีความคิดเห็นแตกต่าง เช่น เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ทีมต่างประเทศ นักข่าว ครอบครัวผู้สูญหาย หน่วยกู้ภัยอาสา แต่ผู้ว่าฯ เลือกที่จะจัดระเบียบด้วยความชัดเจนและนอบน้อม เขายืนอยู่บนหลักการ ไม่ใช่อารมณ์ สื่อสารเป็นระยะ พร้อมให้กำลังใจทีมงาน และแม้แต่ตัดสินใจปฏิเสธความช่วยเหลือจาก อีลอน มักส์ (Elon Musk) อย่างตรงไปตรงมา เพราะไม่สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการที่รอบคอบอยู่แล้ว

นี่คือตัวอย่างที่ดีของภาวะผู้นำ เปลี่ยนความขัดแย้งและความกดดันสูงสุด ให้กลายเป็นพลังแห่งความร่วมมือระดับโลก

สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต

Courageous Leadership – Making Bold Decisions with Confidence โดยคุณ อโณทัย เวทยากร Managing Director IBM Thailand

ความกล้าหาญไม่ได้หมายถึงการไม่รู้จักกลัว แต่คือการรู้ว่าอะไรน่ากลัว แล้วเลือกก้าวต่อไป แม้ยังไม่เห็นปลายทางชัดเจน

นี่คือหนึ่งในแนวคิดสำคัญที่คุณ อโณทัย เวทยากร นำเสนอไว้ใน Session ที่ 7 ของ LeadershipACT รุ่นที่ 8 เพราะในโลกการทำงานจริง ผู้นำไม่ได้เผชิญแค่กับข้อมูล แต่ยังต้องจัดการกับอารมณ์ ความคาดหวัง ความขัดแย้งในใจ และแรงต้านจากรอบข้าง

และนั่นทำให้การ “ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด” กลายเป็นสิ่งที่ยากกว่าที่เราคิดไว้มาก

Being Bold ถูกนิยามไว้อย่างชัดเจนว่า กล้าที่จะคิดต่างจากสิ่งที่เคยเป็น, กล้าที่จะ เผชิญหน้ากับปัญหาที่คนอื่นเลี่ยง และกล้าที่จะตัดสินใจ แม้ท่ามกลางความไม่แน่นอน และแรงต้านทางอารมณ์

ทั้งนี้ มีการเชื่อมโยงหลักจิตวิทยาจากงานวิจัยของ แดเนียล คาห์เนมาน (Daniel Kahneman) เรื่อง System 1 และ System 2 หรือกระบวนการคิดแบบเร็วกับแบบลึก ซึ่งเตือนเราว่า ตอนนี้เรากำลังตัดสินใจเพราะสัญชาตญาณ หรือเพราะพิจารณาแล้วจริง ๆ กันแน่​ ?

ท้ายสุดของบทเรียน คุณอโณทัยทิ้งท้ายไว้ว่า “ความกล้าหาญไม่ใช่เรื่องของ DNA แต่เป็นทักษะที่ฝึกได้” ผ่านการรู้จักตัวเอง มองเห็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นในตัว และค่อย ๆ พัฒนาความมั่นใจจากการลงมือทำจริง 

โดยเฉพาะในวันที่เสียงรอบข้างดังเกินไป จนเราฟังหัวใจตัวเองไม่ออก

สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต

Leading Change and Organizational Renewal โดยคุณ ปิยบุตร จารุเพ็ญ Former Managing Director BIG

LeadershipACT Session นี้ โดยคุณ ปิยบุตร จารุเพ็ญ ไม่ได้พูดถึงแค่การเปลี่ยนแปลงในระดับกลยุทธ์หรือโครงสร้าง แต่เจาะลึกไปถึงรากของความเปลี่ยนแปลง นั่นคือ “วัฒนธรรม” และ “ความกล้าที่จะคิดใหม่ ตั้งคำถามใหม่”

โดยเริ่มจากการสำรวจนิยามการเปลี่ยนแปลง ผ่าน 3 มิติหลักคือ

  1. Change – การปรับปรุงเชิงปฏิบัติการแบบระยะสั้น เพื่อลดข้อผิดพลาดหรือปัญหา
  2. Transformation – การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ เช่น การเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ วัฒนธรรม หรือทิศทางองค์กร
  3. Renewal – การฟื้นฟูพลังภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีชีวิตชีวา มีนวัตกรรม และไม่ตกยุค

สิ่งที่คุณปิยบุตรเน้นย้ำคือ ผู้นำต้องเข้าใจว่า การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไม่อาจเกิดขึ้นได้เลย ถ้าองค์กรยังยึดติดกับวัฒนธรรมแบบเดิม เช่น การรวมศูนย์ตัดสินใจ ความกลัวต่อความล้มเหลว หรือการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ซึ่งล้วนเป็นอุปสรรคต่อความยืดหยุ่นและนวัตกรรมในยุคที่ต้องเผชิญความไม่แน่นอนตลอดเวลา

เขายังชวนตั้งคำถามสำคัญว่า เราจะสร้างพื้นที่แบบไหนให้คนกล้าคิด กล้าพูด และกล้าทดลองได้อย่างไร หากผู้นำยังไม่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนในทีม ฉะนั้นอย่าลืมสร้าง Psychological Safety หรือความรู้สึกปลอดภัยทางใจในที่ทำงานด้วย เพื่อให้ทีมล้มได้ เรียนรู้ได้ และเติบโตไปด้วยกัน

เพราะในโลกที่ไม่มีคำตอบตายตัว สิ่งเดียวที่ทำให้องค์กรไปต่อได้ คือวัฒนธรรมที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอดเวลานั่นเอง

สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต

Leadership Innovation Lab: Experimenting, Adapting, and Evolving โดย ดร. สุทธิโสพรรณ ช่วยวงศ์ญาติ Partner Slingshot Group

ปิดท้ายของ LeadershipACT รุ่นที่ 8 โดย ดร.สุทธิโสพรรณ ช่วยวงศ์ญาติ ด้วยการให้เราลงสนามจริงในการวางแผนพัฒนาพนักงาน ผ่านการจำลองสถานการณ์บนบอร์ดเกมส์ สอนให้เราพร้อมปรับกลยุทธ์ตามสัญญาณใหม่อยู่ตลอดเวลา

สิ่งที่ได้เรียนรู้คือเรื่อง Integrated Talent & Succession Process หรือระบบบริหารผู้นำรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้วัดแค่ Performance แต่ยังรวมถึง Potential ผ่าน 9-Box Grid ซึ่งจัดระดับคนในองค์กรตาม 2 แกนหลัก ได้แก่

  • Performance: ผลงานจริงจาก KPIs, Competency และพฤติกรรม
  • Potential: ความสามารถในการเติบโตในอนาคต โดยพิจารณาจาก  Learning Agility (ความคล่องในการเรียนรู้),  Aspiration (แรงผลักดันภายใน), และ Engagement (ความผูกพันกับองค์กร)

สามปัจจัยย่อยนั้นเรียกรวมว่า Potential Review ซึ่งช่วยให้ผู้นำสามารถวางตัวแทน (Succession) ได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในตำแหน่งสำคัญที่มีความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์สูง

สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต

อีกหนึ่งบทเรียนที่จับต้องได้มากที่สุดขคือแนวคิดจาก Situational Leadership ที่ช่วยให้ผู้นำสามารถ “เลือกวิธีการนำ” ให้เหมาะกับความสามารถ (Can) และแรงจูงใจ (Want) ของทีม เช่น

  • หากคน Can & Want สูง — ควร Empower ให้เขานำเอง
  • ถ้า Can สูง แต่ Want ต่ำ — ควร Coach / Align ด้วยการถามเจาะ
  • ถ้า Want สูง แต่ยังไม่ Can — ต้องสอน (Tell / Explain) อย่างใกล้ชิด
  • และถ้า ทั้ง Can และ Want ยังต่ำ — ต้องชี้นำอย่างชัดเจนและติดตามผลลัพธ์

สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้เรามองเห็นใครเหมาะกับตำแหน่งไหน แต่ยังเป็นจุดตั้งต้นของการออกแบบ Training Roadmap แบบเฉพาะบุคคล ที่ตอบโจทย์ว่าคนนี้ต้องพัฒนาอะไร และต้องพัฒนาอย่างไร

One size fits all ใช้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะไม่มีแผนฝึกอบรมแบบเดียวที่เหมาะกับทุกคน ทุกบริบท หรือทุกศักยภาพ หากแต่ผู้นำสามารถมองเห็นคนแต่ละคนอย่างเข้าใจ และมีเครื่องมือที่ช่วยกำหนดเส้นทางพัฒนาอย่างแม่นยำ

ฉะนั้นไม่ว่า “ใคร” ก็สามารถเติบโตได้นั่นเอง

สรุป LeadershipACT: คอร์สสร้างผู้นำไทย สู่มาตรฐานโลก ผ่าน 9 บทเรียนผู้นำแห่งอนาคต

 

 

LeadershipACT รุ่นที่ 9 หลักสูตรสำหรับผู้นำองค์กรไทย
🗓️
 Starts: September 10 – November 5, 2025
🕐 Every Wednesday (with special sessions)
📍 Bangkok, Thailand Special Offer
🔥Until July 31, 2025:
Super Early Bird: 175,000 THB (from 249,000 THB)
Friend Gets Friend: Sign up in a group of 3+ for the best rate :150,000/person
This is more than a course. It’s your next-level leadership transformation.
Seats are limited. Apply now and lead the change.

Enroll Here

ผู้เขียน

Picture of Sahatorn Petvirojchai

Sahatorn Petvirojchai

Manager of HREX.asia who works in media platforms for a long time. Interested in Global Culture, Marketing, and Self Development.

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้