HIGHLIGHT
|

HR อาจคุ้นชินกับคำว่า Job Hopping หรือการเปลี่ยนงานบ่อยเพื่อโอกาสที่ดีกว่า แต่ตอนนี้เริ่มมีอีกคำที่ HR ควรจับตาไม่แพ้กัน นั่นคือ Job Hugging หรือภาวะที่คนเลือกอยู่กับงานเดิมต่อไป แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้อินกับงานหรือเห็นอนาคตที่ชัดเจน แต่กอดงานเพราะรู้สึกว่า “ลาออกไปตอนนี้เสี่ยงเกินไป”
ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนทำงานรักองค์กรขึ้น แต่เป็นผลจากความไม่แน่นอนของตลาดแรงงาน ทั้งข่าวการเลย์ออฟ การชะลอการจ้างงาน และแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ทำให้ความมั่นคงสำคัญกว่าโอกาสใหม่
Job Hugging คืออะไร ? อ่านได้จากบทความนี้
Contents
- Job Hugging เมื่อคนทำงานอยู่ต่อ ไม่ใช่เพราะรักงาน แต่เพราะกลัวความไม่แน่นอน
- ความไม่แน่นอนทางจิตใจกลายเป็นแรงผลักให้คน “กอดงาน”
- ทำไม Job Hugging จึงน่ากังวลสำหรับ HR
- ตลาดแรงงานไทยกำลังส่งสัญญาณ Job Hugging
- คนรุ่นใหม่และคนวัย 40+ ต่างก็มีเหตุผลของตัวเองในการกอดงาน
- สัญญาณอะไรที่บอกว่าพนักงานกำลังกอดงาน Job Hugging
- บทสรุป
Job Hugging เมื่อคนทำงานอยู่ต่อ ไม่ใช่เพราะรักงาน แต่เพราะกลัวความไม่แน่นอน
Job Hugging คือภาวะที่พนักงานเลือกอยู่กับงานเดิมต่อไป แม้จะไม่ได้รู้สึกพึงพอใจหรือเห็นโอกาสเติบโต แต่ตัดสินใจไม่ขยับตัวเพราะมองว่า การเปลี่ยนงานในช่วงเวลานี้มีความเสี่ยงสูงเกินไป
ต่างจาก Job Hopping ที่เน้นการเปลี่ยนงานเพื่อโอกาสที่ดีกว่า Job Hugging สะท้อนทัศนคติที่คนทำงานเริ่มระมัดระวังในการหางานมากขึ้น เมื่อพวกเขาต้องเลือกแลกระหว่าง “โอกาสเติบโต” กับ “ความมั่นคง” ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ การชะลอการจ้างงาน หรือกระทั่งการมาถึงของ AI
ความไม่แน่นอนทางจิตใจกลายเป็นแรงผลักให้คน “กอดงาน”
ภาวะ Job hugging มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความไม่แน่นอนทางจิตใจของพนักงานโดยตรง ซึ่งสมาคมจิตวิทยาอเมริกันรายงานว่า ความไม่มั่นคงในงานกำลังเป็นแหล่งความเครียดสำคัญของคนทำงาน และในกลุ่มวัย 26–43 ปี มีถึง 65% ที่บอกว่า Job Insecurity เป็นแรงกดดันหลัก ขณะที่ WHO ก็ย้ำว่า Job Insecurity และรายได้ที่ไม่มั่นคง เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อสุขภาพจิตในที่ทำงาน
กล่าวคือ ความที่คนรู้สึกว่าโลกข้างนอกไม่แน่นอน การกอดงานจึงเป็นปฏิกิริยาที่เข้าใจได้ มันคือการเลือก “ความปลอดภัยตอนนี้” แทน “ความหวังในอนาคตที่ยังไม่แน่อน”
ปัญหาก็คือ การตัดสินใจแบบนี้อาจทำให้องค์กรมีพนักงานที่ยังไม่ลาออก ทว่าเริ่มหมดพลังกับงานไปทีละน้อย ซึ่งนั่นอันตรายกว่าการลาออกตรง ๆ ด้วยซ้ำ
งานวิจัยด้านจิตวิทยาการทำงานยังพบว่า Job Insecurity เชื่อมโยงกับความพึงพอใจในงานที่ลดลง, ความไว้วางใจต่อองค์กรที่น้อยลง, สุขภาวะที่ถดถอย และประสิทธิภาพการทำงานที่หายไป นั่นแปลว่า ถ้าคนอยู่ต่อเพราะกลัว องค์กรอาจไม่ได้แข็งแรงจริง

ทำไม Job Hugging จึงน่ากังวลสำหรับ HR
ความเสี่ยงใหญ่ของ Job Hugging คือทำให้ HR อ่านสัญญาณของพนักงานผิดได้ง่ายมาก โดยเฉพาะเรื่องตัวเลข Turnover ที่ลดลง อาจไม่ได้สะท้อน Engagement ที่แท้จริง
Human Resources Online เตือนชัดว่า การลาออกที่น้อยลงอาจปกปิดสภาวะ Disengagement และ Burnout เอาไว้ และเมื่อความเชื่อมั่นในตลาดแรงงานกลับมา คนกลุ่มนี้ก็อาจพร้อมลาออกเป็นระลอกใหญ่ทันที
นี่คือเหตุผลที่ Retention ในยุคนี้ควรวัด “ความอยากเติบโต” ถ้าพนักงานอยู่เพราะกลัว ไม่ได้อยู่เพราะเห็นคุณค่าในงานหรือเชื่อในทิศทางองค์กร สุดท้ายบริษัทจะได้ทีมที่ทำงานแค่ประคองตัว ไม่ค่อยเสี่ยง ไม่นำเสนอไอเดียใหม่ และไม่ค่อยเหลือพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจในระยะยาวนั่นเอง
ตลาดแรงงานไทยกำลังส่งสัญญาณ Job Hugging
ถ้ามองบริบทไทย ภาวะ “กอดงาน” มีเหตุผลรองรับมากขึ้นหลายประการ
ถึงแม้ตัวเลขว่างงานไทยยังต่ำ แต่ภาพตลาดแรงงานไม่ได้สวยทั้งหมด สำนักงานสภาพัฒน์รายงานว่า การจ้างงานไตรมาส 4 ปี 2025 ลดลง 0.9% เหลือ 39.8 ล้านคน ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานว่าอัตราว่างงานไตรมาส 4 ปี 2025 อยู่ที่ราว 0.76% ซึ่งสะท้อนว่าไทยยังมีการว่างงานต่ำ
ยิ่งไปกว่านั้น หน่วยงานรัฐไทยเองประเมินว่าในปี 2026 การเลิกจ้างอาจยังอยู่ในระดับสูง ไม่น้อยกว่า 40,000 คนต่อเดือน และข้อมูลแรงงานประกันสังคมมาตรา 33 ที่ออกจากงานสะสม ณ สิ้นปี 2025 อยู่ที่ 531,779 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๆ อย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยที่ถูกพูดถึงมีทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอ การแข่งขันรุนแรงขึ้น ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และการใช้ระบบอัตโนมัติ AI ที่มากขึ้น

คนรุ่นใหม่และคนวัย 40+ ต่างก็มีเหตุผลของตัวเองในการกอดงาน
สำหรับคนรุ่นใหม่ในตลาดแรงงานไทยยังมีสัญญาณที่ทำให้ลังเลต่อการย้ายงาน มีข้อมูลทางการชี้ว่า อัตราว่างงานเยาวชนไทยลดลงในปี 2025 แต่ก็ยังสูงกว่ากลุ่มผู้ใหญ่อย่างชัดเจน กสะท้อนความเปราะบางของคนที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพหรือมีประสบการณ์ยังไม่มาก
ขณะเดียวกัน คนวัย 30 ปลายถึง 40+ ก็มีความกังวลอีกแบบ เพราะตลาดไทยยังมีวัฒนธรรมการรับสมัครที่ผูกกับอายุอยู่ไม่น้อย เช่น มีประกาศงานในไทยจำนวนหนึ่งยังจำกัดอายุอย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะวัย 30 และ 40 ขึ้นไป รู้สึกว่าการเปลี่ยนงานยากขึ้นและต้องคิดหนักกว่าเดิม
เพราะฉะนั้น ถ้าคนวัย 40+ จะเลือกกอดงานไว้แน่นขึ้นในช่วงเศรษฐกิจไม่แน่นอน นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
สัญญาณอะไรที่บอกว่าพนักงานกำลังกอดงาน Job Hugging
อาการของ Job hugging ไม่ได้ชัดเหมือนการลาออก แต่จะค่อย ๆ ปรากฏในรูปแบบที่ดู “ยังโอเคนะ… แต่ไม่ไหวแล้ว”
HR ต้องจับสังเกตให้เป็น เช่น พนักงานยังส่งงาน ยังอยู่ในระบบ แถมยังไม่สร้างปัญหาใหญ่ด้วย แต่พวกเขาเริ่มไม่รับงานท้าทาย ไม่ค่อยร่วมกิจกรรมองค์กร หรือไม่ได้มี Engagement ใด ๆ กับบริษัท อีกจุดที่จับสังเกตได้ชัดมาก ๆ คือ การที่พวกเขาไม่ค่อยอยากคุยเรื่องการเติบโต แต่จะโล่งใจหรือมากกว่าตื่นเต้นเมื่อพูดถึงความมั่นคง
สัญญาณเหล่านี้สำคัญเพราะถ้าองค์กรปล่อยผ่าน สิ่งที่อาจสะสมเงียบ ๆ แล้วกัดกินนวัตกรรม ความกล้าตัดสินใจ และพลังของทีมทั้งระบบได้
บทสรุป
ภาวะ Job hugging กำลังบอกกับ HR ว่า คนจำนวนมากไม่ได้รักงาน แต่กำลังใช้ความมั่นคงเป็นกลไกเอาตัวรอดในโลกที่ไม่แน่นอนขึ้นเรื่อย ๆ นี่คือสัญญาณว่า Retention ยุคใหม่ ต้องอ่านให้ลึกกว่าตัวเลขลาออกอย่างเดียว
เพราะองค์กรที่แข็งแรงไม่ใช่องค์กรที่คน “ยังไม่ไป” อย่างเดียว แต่คือองค์กรที่คน “ยังอยากโตไปด้วย” ต่างหาก
| Source |