
โลกการทำงานยุคก่อน เรามักเชื่อกันว่าเงินเดือนสูงและโบนัสงาม คือกุญแจดอกสำคัญเพียงดอกเดียวที่จะดึงดูดคนเก่ง (Talent) เข้าสู่องค์กร
แต่ข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจของ WorkVenture ในงานมอบรางวัล WorkVenture Top 50 Companies in Thailand 2026 อาจทำให้หลายคนต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ เมื่อเงินเดือนไม่ใช่ปัจจัยที่ติด 3 อันดับแรกที่พนักงานจะใช้แนะนำ (Recommend) องค์กรให้กับคนรอบข้างอีกต่อไป
แล้วปัจจัยอะไรที่ครองใจคนทำงานในปี 2026 ? นี่คือ 10 เหตุผลที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความต้องการของพนักงานยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น
Contents
- 1. Teamwork / Collaboration (21.5%): ทีมสามัคคีคือรากฐานของความสำเร็จ
- 2. Management & Organization (19.2%): การบริหารที่มีประสิทธิภาพและผู้นำที่มีคุณภาพ
- 3. Company Culture / Community (11.5%): วัฒนธรรมที่ดี และสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
- 4. Competitive Salary (6.9%): ผลตอบแทนที่เหมาะสมและแข่งขันได้
- 5. Work-Life Balance (5.4%): สมดุลชีวิตที่ยั่งยืน
- 6. Employment Stability (4.6%): ความมั่นคงท่ามกลางความไม่แน่นอน
- 7. Office / Workplace (3.8%): พื้นที่ทำงานที่สร้างแรงบันดาลใจ
- 8. Diversity & Inclusion (3.8%): พลังแห่งความหลากหลายและการยอมรับ
- 9. Benefits & Perks (3.1%): มีสวัสดิการที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง
- 10. Training & Development (2.3%): โอกาสแห่งการเติบโตและการเรียนรู้
- บทสรุป Employee Advocacy
1. Teamwork / Collaboration (21.5%): ทีมสามัคคีคือรากฐานของความสำเร็จ
ปัจจัยนี้ครองอันดับ 1 ด้วยคะแนนนำโด่ง สะท้อนให้เห็นว่าพนักงานให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันมากที่สุด ซึ่งไม่ใช่เพียงการทำงานร่วมกันแบบผิวเผิน แต่เป็นวัฒนธรรมแห่งการเกื้อกูลกัน ที่ทุกคนพร้อมแบ่งปันความรู้และมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน
ทำไม Teamwork / Collaboration ถึงสำคัญ
การทำงานเป็นทีมที่ดีช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ลดความเหนื่อยล้าทางใจ และเพิ่มประสิทธิภาพเมื่อทุกคนช่วยกันแก้ปัญหา พนักงานจะรู้สึกไม่โดดเดี่ยว ส่งผลให้เกิดความผูกพันในทีมที่แข็งแกร่ง และอยากดึงคนอื่นให้มาร่วมงานด้วย
รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร
ควรออกแบบโครงสร้างงานที่ส่งเสริมกัน มากกว่าการแข่งขันกันเอง สร้างพื้นที่และกิจกรรมให้ทีมได้สื่อสารกันอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการคัดเลือกคนที่มี Mindset ในการช่วยเหลือผู้อื่นเข้ามาตั้งแต่แรก
2. Management & Organization (19.2%): การบริหารที่มีประสิทธิภาพและผู้นำที่มีคุณภาพ
การมีผู้นำที่เก่งและระบบการจัดการที่ชัดเจนคือหัวใจสำคัญ เพราะคนไม่ได้ลาออกจากบริษัท แต่ลาออกจากหัวหน้า คำกล่าวนี้ยังคงเป็นความจริงเสมอ
ทำไม Management & Organization ถึงสำคัญ
หัวหน้าที่ดีจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและดึงศักยภาพพนักงานออกมาได้สูงสุด ระบบบริหารที่ยุติธรรมช่วยลดความสับสนและสร้างความไว้วางใจในตัวองค์กร ทำให้พนักงานมั่นใจในอนาคตของตนเอง
แนวทางบริหารจัดการ
มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ ให้กับหัวหน้างานทุกระดับ สร้างระบบการวัดผลที่เป็นธรรม (Performance Management) และเปิดช่องทางให้พนักงานสามารถสะท้อนฟีดแบ็ค เสนอความคิดเห็นต่อผู้บริหารโดยตรงได้อย่างปลอดภัย
หากไม่รู้จะหาเสริมสร้างและพัฒนาความเป็นผู้นำให้คนในองค์กรได้อย่างไร มามองหาบริการ Leadership Development ผ่านแพลตฟอร์ม HR Products & Services ของ HREX ได้เลย
3. Company Culture / Community (11.5%): วัฒนธรรมที่ดี และสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
พนักงานยุคใหม่ต้องการรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร (Sense of Belonging) มากกว่าแค่มาทำงานเพื่อรับเงินเดือนแล้วกลับบ้าน และวัฒนธรรมองค์กรที่ดีจะสร้างความภูมิใจให้พนักงานรู้สึกเป็นเจ้าของผลงานร่วมกันด้วย
ทำไม Company Culture / Community ถึงสำคัญ
วัฒนธรรมที่ชัดเจนจะเป็นตัวดึงดูดคนที่เคมีตรงกัน (Cultural Fit) เข้ามา และเป็นตัวกรองธรรมชาติที่ช่วยคัดกรองคนที่ไม่ใช่ออกไป ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสุขและความต่อเนื่องในการทำงาน
รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร
กำหนดค่านิยมหลัก (Core Values) ที่ปฏิบัติได้จริง ไม่ให้เป็นเพียงแค่คำพูดสวยหรูบนผนัง และจัดกิจกรรมที่สะท้อนค่านิยมนั้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พนักงานสัมผัสได้ถึงตัวตนจริง ๆ ขององค์กรในทุกวัน
4. Competitive Salary (6.9%): ผลตอบแทนที่เหมาะสมและแข่งขันได้
การที่เงินเดือนตกลงมาอยู่อันดับ 4 ไม่ได้แปลว่าเงินไม่สำคัญ แต่หมายความว่า เงินคือพื้นฐานที่ต้องมีให้เหมาะสมก่อน แล้วปัจจัยอื่นจะเป็นตัวตัดสินว่าพนักงานจะอยากบอกต่อองค์กรหรือไม่
ทำไม Competitive Salary ถึงสำคัญ
เงินเดือนคือเครื่องหมายของการยอมรับคุณค่าพนักงาน หากได้รับต่ำกว่ามาตรฐานตลาด พนักงานจะรู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรม แต่หากให้ในระดับที่แข่งขันได้ จะเป็นแรงจูงใจสำคัญในการดึงดูดคนเก่ง
รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร
ควรทำ Salary Benchmarking หรือสำรวจอัตราค่าจ้างในตลาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างเงินเดือนของบริษัทมีความโปร่งใส ยุติธรรม และปรับตามผลงานอย่างเหมาะสม
|
5. Work-Life Balance (5.4%): สมดุลชีวิตที่ยั่งยืน
ในยุคที่ภาวะหมดไฟ (Burnout) กลายเป็นวิกฤต การมีสมดุลชีวิตที่ดีจึงเป็นปัจจัยที่ทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z
ทำไม Work-Life Balance ถึงสำคัญ
สมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานที่ดีช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพจิต พนักงานที่พักผ่อนเพียงพอจะมีประสิทธิภาพการทำงานสูงกว่า และมีความภักดีต่อองค์กรที่ใส่ใจคุณภาพชีวิตของพวกเขา
รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร
นำนโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น (Hybrid หรือ Remote Work) มาใช้จริง ลดวัฒนธรรมการทำงานล่วงเวลาที่เกินความจำเป็น และผู้บริหารควรทำตัวเป็นแบบอย่างในการสร้างสมดุลชีวิตให้พนักงานเห็นเช่นกัน
ทั้งนี้ หากพนักงานเผชิญสภาวะหมดไฟ แล้วไม่รู้จะช่วยปลุกไฟพวกเขากลับมายังไง มาค้นหาบริการดูแลสุขภาพใจ Health & Wellness แล้วติดต่อขอใช้บริการผ่านแพลตฟอร์ม HR Products & Services ของ HREX ได้เช่นกัน
6. Employment Stability (4.6%): ความมั่นคงท่ามกลางความไม่แน่นอน
ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ พนักงานที่มั่นใจว่างานของพวกเขายังมั่นคงอยู่ จะอยากแนะนำให้พนักงานมาร่วมงานในบริษัทมีรากฐานที่แข็งแกร่ง
ทำไม Employment Stability ถึงสำคัญ
ความมั่นคงช่วยลดความวิตกกังวล ทำให้พนักงานกล้าทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับงานอย่างเต็มที่ และสามารถวางแผนชีวิตในระยะยาวร่วมกับองค์กรได้
รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร
สื่อสารสถานะและทิศทางขององค์กรอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งสนับสนุนการ Upskill & Reskill อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานมีความสามารถที่ทันยุคสมัย ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงในอาชีพอีกทางหนึ่ง
7. Office / Workplace (3.8%): พื้นที่ทำงานที่สร้างแรงบันดาลใจ
แม้จะไม่ใช่ปัจจัยหลักอันดับต้น ๆ แต่สภาพแวดล้อมที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีสามารถเพิ่มความสุขและประสิทธิภาพในการสร้างสรรค์ผลงานได้
ทำไม Office / Workplace ถึงสำคัญ
ออฟฟิศที่น่าทำงานสะท้อนถึงความใส่ใจของบริษัท เป็นจุดดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในการทำงาน และช่วยลดปัญหาสุขภาพในระยะยาว เช่น ออฟฟิศซินโดรม
รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร
จัดสรรพื้นที่ให้หลากหลาย ทั้งมุมที่ต้องการสมาธิ (Quiet Zone) และพื้นที่สันทนาการเพื่อผ่อนคลาย รวมถึงดูแลเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยให้เป็นมาตรฐาน
8. Diversity & Inclusion (3.8%): พลังแห่งความหลากหลายและการยอมรับ
องค์กรที่โอบรับความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นด้านเพศ อายุ หรือภูมิหลัง จะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนเก่งจากทั่วทุกสารทิศ
ทำไม Diversity & Inclusion ถึงสำคัญ
ความหลากหลายนำมาซึ่งไอเดียใหม่ ๆ และการแก้ปัญหาที่รอบด้าน ช่วยให้องค์กรเข้าใจกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายได้ดีขึ้น และยังสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนรู้สึกว่าเสียงของตนมีค่า
รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร
สร้างนโยบายที่ป้องกันการเลือกปฏิบัติอย่างจริงจัง จัดอบรมเพื่อลดอคติที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว (Unconscious Bias) และให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมในทุกขั้นตอนตั้งแตรับสมัครงาน
9. Benefits & Perks (3.1%): มีสวัสดิการที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง
หากสวัสดิการขององค์กรมีความโดดเด่นและเข้าใจวิถีชีวิตพนักงาน สิ่งนี้จะกลายเป็นข้อได้เปรียบ (Competitive Advantage) ที่ทำให้คนอยากแนะนำเพื่อนมาสมัครงานทันที
ทำไม Benefits & Perks ถึงสำคัญ
สวัสดิการคือการแสดงความห่วงใยที่เป็นรูปธรรม ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับพนักงาน
รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร
ลองใช้สวัสดิการแบบยืดหยุ่น (Flexible Benefits) ที่พนักงานสามารถเลือกได้ตามความต้องการ เช่น ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมไปถึงสุขภาพจิต หรือสิทธิ์การลาเพื่อทำกิจกรรมที่ตนเองสนใจ
หากไม่รู้จะเริ่มต้นจัดหาสวัสดิการที่เหมาะสมยังไงดี HREX ขอแนะนำว่าให้เริ่มต้นได้ด้วยการค้นหาบริการ Employee Bebefits ผ่านแพลตฟอร์ม HR Products & Services แล้วติดต่อ HREX พอขอใช้บริการได้เลยที่นี่
10. Training & Development (2.3%): โอกาสแห่งการเติบโตและการเรียนรู้
ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไว โอกาสในการพัฒนาตนเองคือ ปัจจัย X ที่อาจพลิกเกมในการดึงดูด Talent ที่ต้องการความก้าวหน้า
ทำไม Training & Development ถึงสำคัญ
การลงทุนกับพนักงานช่วยป้องกันภาวะทักษะล้าสมัย และสร้างความรู้สึกว่าองค์กรเห็นคุณค่าในศักยภาพระยะยาวของพวกเขา
รู้อย่างนี้แล้ว HR ควรทำอย่างไร
สร้างแผนการเรียนรู้ที่ชัดเจน (Learning Roadmap) สนับสนุนงบประมาณในการเข้าคอร์สอบรม และส่งเสริมวัฒนธรรมการแบ่งปันความรู้ภายในองค์กรเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดเวลา
หรือถ้าต้องการใช้บริการ HR Solution ที่ช่วยวางแผนการเทรนนิ่งให้องค์กรอย่างครบครันล่ะก็ มาค้นหาบริการด้านนี้ผ่านแพลตฟอร์ม HR Products & Services ของ HREX ได้เลย
บทสรุป Employee Advocacy
จากข้อมูลทั้ง 10 ปัจจัยนี้ สิ่งที่ชัดเจนคือ การสร้างองค์กรที่พนักงานอยากแนะนำให้คนอื่นมาร่วมงานนั้นต้องทำมากกว่าแค่จ่ายเงินเดือนสูง มันคือการสร้าง Employee Experience ที่ดีในทุกมิติ
สำหรับ HR และผู้บริหาร การลงทุนในทุกมิติเหล่านี้อย่างสมดุลจะช่วยสร้าง Employer Brand ที่แข็งแกร่ง ทำให้องค์กรไม่เพียงแค่ดึงดูดคนเก่งได้ แต่ยังทำให้พนักงานปัจจุบันกลายเป็น Brand Ambassador ที่ดีที่สุดขององค์กร
เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนที่รู้จักองค์กรดีที่สุดคือพนักงาน และเมื่อพวกเขาพร้อมที่จะแนะนำให้คนอื่นมาร่วมงาน นั่นคือสัญญาณที่ดีที่สุดว่าคุณกำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง

