Search
Close this search box.

คนไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่ต้องการความรู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย 

employee-recognition-meaningful-work Cover

ในเวลาที่องค์กรจำนวนมากยังพูดเรื่องการรักษาคนเก่งผ่านเงินเดือน โบนัส และสวัสดิการเป็นหลัก มีข้อมูลชุดใหม่ที่ชวนให้ HR เข้าใจกันเสียทีว่า ความสุขของคนทำงานไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว เพราะข้อมูลจาก Ipsos Happiness Report 2026 ระบุว่า (Feeling Appreciated/Loved) กลายเป็นหนึ่งในแรงขับสำคัญของความสุขมากกว่าที่หลายองค์กรคาดไว้

แม้จะดูเป็นผลสำรวจทั่วไป แต่สำหรับ HREX เรามองว่ากระทบงาน HR โดยตรง เพราะนี่กำลังบอกว่า Employee Experience ไม่ใช่เรื่องของเงินอย่างเดียว แต่รวมถึงความรู้สึกว่าตัวเองสำคัญด้วย 

หากองค์กรยังออกแบบประสบการณ์คนทำงานโดยยึดเพียง Compensation และ Benefits เป็นแกนหลักอย่างเดียว ก็อาจไม่ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่อีกต่อไปฃ

employee-recognition-meaningful-work 1

เงินยังสำคัญ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

อ้างอิงจากผลสำรวจ Ipsos Happiness Report 2026 กลุ่มผู้ตอบแบบสำรวจจาก APAC พบว่า สิ่งที่ทำให้ผู้คนมีความสุขมากที่สุดคือ ความรู้สึกได้รับการเห็นคุณค่า/ได้รับความรัก 39%, รองลงมาคือ ครอบครัวและลูก 32%, ความรู้สึกว่าควบคุมชีวิตตัวเองได้ 27%, และ ความรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย 27% ตามลำดับ

ถึงแม้เรื่องเงินยังเป็นเรื่องใหญ่โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจ ทว่ารายงานของ Ipsos กลับพบว่า ในกลุ่มคนที่ไม่มีความสุข ปัจจัยอันดับหนึ่งที่ผลักให้คนไม่มีความสุขคือ สถานะทางการเงิน อยู่ที่ 57% ในค่าเฉลี่ย 29 ประเทศ และใน APAC ตัวเลขนี้สูงถึง 62% ขณะที่ในกลุ่มรายได้น้อยเองก็พบว่า 61% การเงินคือเหตุสำคัญของความไม่มีความสุข 

ทั้งนี้ นั่นหมายความว่าเงินไม่สำคัญ เพราะอันนี้จริงปัจจัยเรื่องการเงินยังสำคัญ โดยเฉพาะกับคนที่กำลังเผชิญแรงกดดันเรื่องค่าครองชีพ (เช่น ประเทศไทย) แต่ในอีกด้านหนึ่งก็สะท้อนว่า สิ่งที่ทำให้เกิดความสุขไม่ใช่ค่าตอบแทนเสมอไป

สิ่งที่ช่วยเพิ่มความสุขในระยะยาวอาจเป็นเรื่องของ คุณค่า ความสัมพันธ์ และความหมายของชีวิต มากกว่า

employee recognition meaningful work 2
คนไม่ได้ลาออกเพราะเงินอย่างเดียว แต่ออกจากที่ที่ทำให้เขาไม่รู้สึกว่ามีตัวตน

หากมองย้อนกลับมาในมุม HR เวลาเราพูดเรื่อง Retention หลายองค์กรมองในมุมแค่การขึ้นเงินเดือน โบนัส หรือสวัสดิการก่อน ทั้งที่ในความเป็นจริงคนจำนวนมากออกจากงานเพราะไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกมองเห็น ไม่ได้รับการยอมรับ หรือไม่เห็นว่างานที่ทำมีความหมายอย่างไร

สอดคล้องกับสิ่งที่ Gallup ระบุว่า งานที่มีความหมายจะช่วยเพิ่ม Engagement ได้ดี และคนจะเข้าใจคำว่า เป้าหมาย (Purpose) มากขึ้น เมื่อพวกเขาเห็นว่าสิ่งที่ทำสร้างความแตกต่างได้จริง เช่น การช่วยลูกค้า, ช่วยเพื่อนร่วมงาน, ปรับปรุงกระบวนการ หรือมีส่วนต่อผลลัพธ์สำคัญบางอย่างขององค์กร

ขณะเดียวกัน Gallup ยังชี้ว่า การได้รับ Recognition ในที่ทำงานก็ช่วยให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่า เพิ่ม Engagement และส่งผลต่อความภักดีและการรักษาคน

เมื่อเอาข้อมูลนี้มาเทียบเคียงกับ Ipsos จึงชัดเจนมากขึ้นว่า คนทำงานไม่ได้ต้องการแค่ผลตอบแทน แต่ยังต้องการความรู้สึกว่า ฉันมีความหมายต่อทีม ต่อองค์กร และต่อชีวิตของตัวเอง ด้วยนั่นเอง

Well,Done,,Card,Feedback,,Employee,Recognition,Concept.,Happy,Emoticon,On

HR จะวัดคุณค่าพนักงานได้อย่างไร ?

หลายองค์กรยังปฏิบัติต่อเรื่อง Recognition, Belonging หรือ Meaningful Work เหมือนประเด็นรองที่พูดแล้วดูดี ทว่าไม่ใช่หัวใจของธุรกิจ ทั้งที่ในความจริง สิ่งเหล่านี้สัมพันธ์กับ Engagement, Retention และ Performance อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ Deloitte ก็เคยเสนอในทิศทางคล้ายกันว่า Well-being ของคนทำงานไม่ได้ขึ้นกับสวัสดิการอย่างเดียว แต่ขึ้นกับพฤติกรรมผู้นำ การออกแบบงาน และวิธีการทำงานขององค์กร ซึ่งหมายความว่า หากอยากให้คนรู้สึกดีขึ้น องค์กรต้องแก้ที่ระบบ ไม่ใช่แค่เพิ่มกิจกรรมดูแลใจเป็นครั้งคราว

ในเชิงปฏิบัติ HR ควรเริ่มจากการออกแบบ 4 เรื่องนี้อย่างจริงจัง

อย่างแรกคือ Recognition ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ Recognition แบบพิธีการปีละไม่กี่ครั้ง แต่คือการทำให้หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานมีภาษาที่ใช้เห็นคุณค่ากันได้จริง เช่น การขอบคุณที่เฉพาะเจาะจง การชื่นชมที่โยงกับผลลัพธ์ และการสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่เขาทำมีผลต่อทีมอย่างไร

อย่างที่สองคือ Feedback ในทุกสถานการณ์ ไม่ Feedback เฉพาะตอนผิดพลาด เพราะถ้าคนได้รับ Feedback เฉพาะเวลามีปัญหา เขาจะเชื่อมคำว่า Feedback เข้ากับความล้มเหลว แต่ถ้า Feedback ถูกใช้เพื่อสะท้อนจุดแข็ง ความคืบหน้า และคุณค่าที่เขาสร้างได้ 

อย่างที่สามคือ การเชื่อมโยงการทำงานกับวิสัยทัศน์ขององค์กร คนจำนวนมากต้องการเห็นให้ชัดว่า สิ่งที่ทำอยู่ตอบโจทย์ลูกค้า ทีม หรือเป้าหมายองค์กรตรงไหน Gallup เรียกสิ่งนี้ว่า การทำให้คนเห็นว่าความพยายามของเขา “make a difference” ซึ่งเป็นฐานสำคัญของ Purposeful Work

อย่างสุดท้ายคือ การใช้ข้อมูล (Data) เพื่อเข้าใจว่าความรู้สึกจริง เพราะถ้าองค์กรวัดแต่ Engagement Score แบบกว้าง ๆ แต่อ่านไม่ออกว่าคนรู้สึกมีตัวตนไหม รู้สึกได้รับการยอมรับหรือไม่ หรือเห็นความหมายของงานแค่ไหน ก็ยากที่จะออกแบบประสบการณ์คนทำงานให้แม่นยำ

 

บทสรุป

ในยุคที่การแข่งขันแย่งชิงคนเก่งยังสูง องค์กรที่ได้เปรียบอาจไม่ใช่แค่ที่จ่ายมากกว่า แต่คือที่ที่ทำให้คนรู้สึกว่า ตัวเองมีคุณค่า มีตัวตน และมีความหมาย มากกว่า

เพราะสุดท้ายแล้ว คนทำงานไม่ได้ต้องการแค่เงินตรา แต่ต้องการเหตุผลบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่า สิ่งที่ตื่นมาทำทุกวันนั้น “สำคัญ” จริง ๆ

CTA in Content Website 1600 x 500

Source:

ผู้เขียน

Picture of Sahatorn Petvirojchai

Sahatorn Petvirojchai

Manager of HREX.asia who works in media platforms for a long time. Interested in Global Culture, Marketing, and Self Development.

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้