Search
Close this search box.

DISC Model คืออะไร ? สำรวจพฤติกรรมการทำงานของคน 4 ประเภท

HIGHLIGHT

  • DISC Model คือกรอบที่ใช้อธิบายแนวโน้มด้านพฤติกรรมและการสื่อสารผ่าน 4 รูปแบบอ้างอิง ได้แก่ D (Dominance), I (Influence), S (Steadiness) และ C (Conscientiousness หรือ Compliance ในแบบประเมินบางฉบับ)
  • ทุกคนมีพฤติกรรมของทั้ง 4 รูปแบบผสมกัน และสามารถปรับเปลี่ยนตามบทบาทหรือสถานการณ์ได้ ผล DISC จึงไม่ใช่ป้ายตายตัวว่าใคร “เป็นคนแบบไหน” ตลอดเวลา
  • องค์กรสามารถใช้ DISC เพื่อเริ่มบทสนทนาเรื่องการสื่อสาร การให้ Feedback และการทำงานเป็นทีม แต่ไม่ควรใช้เป็นเครื่องมือเดียวในการรับคน เลื่อนตำแหน่ง วินิจฉัยสุขภาพจิต หรือตัดสินความสามารถของพนักงาน

DISC Model พฤติกรรมการทำงาน 4 แบบ

คนในทีมเดียวกันอาจตอบสนองต่อสถานการณ์เดียวกันต่างกัน บางคนตัดสินใจเร็วและมุ่งผลลัพธ์ บางคนชอบแลกเปลี่ยนความคิดเห็น บางคนให้ความสำคัญกับความมั่นคง ขณะที่บางคนต้องการข้อมูลและมาตรฐานที่ชัดเจน ความแตกต่างเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าใครเก่งกว่ากัน แต่สะท้อนว่าคนแต่ละคนมีแนวโน้มในการสื่อสารและทำงานไม่เหมือนกัน

DISC Model จึงถูกนำมาใช้ในองค์กรเพื่อสร้างภาษากลางในการพูดคุยเรื่องพฤติกรรม ช่วยให้พนักงานรู้จักตนเอง เข้าใจเพื่อนร่วมงาน และเลือกวิธีสื่อสารให้เหมาะกับแต่ละคน อย่างไรก็ดี การใช้ DISC อย่างมีคุณภาพต้องหลีกเลี่ยงการเหมารวม และเข้าใจข้อจำกัดของแบบประเมินด้วย

Contents

DISC Model คืออะไร?

DISC คือโมเดลที่จัดกลุ่มแนวโน้มด้านพฤติกรรมออกเป็น 4 รูปแบบอ้างอิง ได้แก่ Dominance, Influence, Steadiness และ Conscientiousness หรือ Compliance ในแบบประเมินบางฉบับ โมเดลนี้มักใช้สำรวจว่าแต่ละคนมีแนวโน้มตอบสนองต่อความท้าทาย โน้มน้าวผู้อื่น ทำงานตามจังหวะ และรับมือกับกฎหรือมาตรฐานอย่างไร

DISC ไม่ได้วัดสติปัญญา ความถนัด ค่านิยม สุขภาพจิต หรือความสามารถเฉพาะวิชาชีพ และไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัย สิ่งที่ผลลัพธ์สะท้อนคือ “แนวโน้มและความชอบด้านพฤติกรรม” ณ บริบทหนึ่ง จึงควรใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการสนทนาและการพัฒนา มากกว่านำไปติดป้ายตัดสินคน ตามคำอธิบายของ How DiSC Profiles Work

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ DISC เป็นชื่อเรียกโมเดลโดยทั่วไป ขณะที่ DiSC ซึ่งใช้อักษร i ตัวเล็กเป็นเครื่องหมายการค้าของแบบประเมินที่พัฒนาและเผยแพร่ในเครือ Wiley แบบทดสอบ DISC จากผู้ให้บริการแต่ละรายอาจมีคำถาม วิธีคิดคะแนน คุณภาพ และคำอธิบายผลไม่เหมือนกัน

DISC Model มีที่มาอย่างไร?

แนวคิดต้นทางมาจาก William Moulton Marston ซึ่งนำเสนอโมเดลพฤติกรรมในหนังสือ Emotions of Normal People เมื่อปี ค.ศ. 1928 โดยใช้คำเดิมว่า Dominance, Inducement, Submission และ Compliance

สิ่งสำคัญคือ Marston เป็นผู้เสนอโมเดล แต่ไม่ได้สร้างแบบทดสอบ DISC ขึ้นมา ต่อมา Walter V. Clarke นักจิตวิทยาอุตสาหกรรมได้พัฒนาแบบประเมิน Activity Vector Analysis ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1940-1950 และพบโครงสร้างที่อธิบายเชื่อมโยงกับโมเดลของ Marston หลังจากนั้นจึงมีผู้พัฒนาแบบประเมินหลายฉบับและปรับคำเรียกเป็นรูปแบบที่ใช้กันในปัจจุบัน อ่านประวัติเพิ่มเติมได้จาก History of DiSC

เพราะ DISC มีหลายเวอร์ชัน ผู้ใช้จึงไม่ควรถือว่าผลจากเว็บไซต์หรือผู้ให้บริการทุกแห่งเทียบเท่ากัน หากองค์กรจะนำผลไปใช้จริง ควรตรวจสอบหลักฐานด้านความเที่ยงตรง ความเชื่อมั่น กลุ่มตัวอย่างอ้างอิง และวิธีแปลผลของเครื่องมือนั้นโดยเฉพาะ

ลักษณะของ DISC Model ทั้ง 4 แบบ

คนหนึ่งคนไม่ได้มีเพียง D, I, S หรือ C อย่างใดอย่างหนึ่ง ทุกคนสามารถแสดงพฤติกรรมได้ทั้ง 4 แบบ เพียงแต่บางแนวโน้มอาจปรากฏเด่นกว่าในบางสถานการณ์ คำอธิบายต่อไปนี้จึงเป็น “แนวโน้มที่อาจพบ” ไม่ใช่ข้อสรุปตายตัวเกี่ยวกับนิสัยหรือความสามารถ

D: Dominance มุ่งผลลัพธ์และความท้าทาย

ผู้ที่มีแนวโน้ม D เด่นมักสื่อสารตรง ตัดสินใจรวดเร็ว สนใจผลลัพธ์ และพร้อมรับความท้าทาย พวกเขาอาจรู้สึกมีพลังเมื่อได้แก้ปัญหา มีอิสระในการตัดสินใจ และเห็นความคืบหน้าที่ชัดเจน

จุดแข็งที่อาจพบ

  • กล้าตัดสินใจและรับมือกับสถานการณ์กดดัน
  • มองเป้าหมายและผลลัพธ์ได้ชัด
  • พร้อมผลักดันการเปลี่ยนแปลงและทดลองแนวทางใหม่

พฤติกรรมที่ควรระวังเมื่อใช้มากเกินไป

  • เร่งตัดสินใจก่อนมีข้อมูลหรือรับฟังทีมไม่ครบ
  • สื่อสารตรงจนอีกฝ่ายรู้สึกถูกกดดัน
  • ให้ความสำคัญกับความเร็วมากกว่ารายละเอียดหรือผลกระทบต่อคน

วิธีสื่อสารและมอบหมายงาน

  • เริ่มจากเป้าหมาย ผลลัพธ์ กำหนดเวลา และขอบเขตอำนาจที่ชัดเจน
  • สื่อสารกระชับ พร้อมข้อมูลสำคัญที่ใช้ตัดสินใจ
  • เปิดพื้นที่ให้เลือกวิธีทำงาน แต่กำหนดจุดติดตามและความเสี่ยงที่ต้องแจ้ง

I: Influence สร้างพลังและการมีส่วนร่วม

ผู้ที่มีแนวโน้ม I เด่นมักแสดงออก เปิดรับการสนทนา สร้างความสัมพันธ์ และถ่ายทอดความคิดอย่างมีพลัง พวกเขามักทำงานได้ดีเมื่อมีโอกาสเชื่อมโยงผู้คน แลกเปลี่ยนไอเดีย หรือโน้มน้าวให้ทีมเห็นภาพร่วมกัน

จุดแข็งที่อาจพบ

  • สร้างบรรยากาศ ความสัมพันธ์ และเครือข่ายได้ดี
  • นำเสนอแนวคิดและชักชวนให้คนมีส่วนร่วม
  • มองเห็นความเป็นไปได้และสร้างแรงกระตุ้นแก่ทีม

พฤติกรรมที่ควรระวังเมื่อใช้มากเกินไป

  • มองภาพรวมจนพลาดรายละเอียดหรือข้อจำกัด
  • รับปากหลายเรื่องและประเมินเวลาต่ำกว่าความเป็นจริง
  • ตัดสินใจจากความรู้สึกหรือเสียงตอบรับโดยยังมีข้อมูลไม่พอ

วิธีสื่อสารและมอบหมายงาน

  • เปิดโอกาสให้พูดคุยและเชื่อมงานกับผู้คนหรือผลกระทบที่น่าสนใจ
  • สรุปผลลัพธ์ ตัวชี้วัด และกำหนดเวลาเป็นลายลักษณ์อักษร
  • แบ่งงานซับซ้อนเป็นช่วงสั้นๆ พร้อมจุดติดตามที่ช่วยรักษาโฟกัส
Personality Test เครื่องมือวิเคราะห์บุคลิกภาพ

Personality Test คืออะไร? แนะนำ 8 เครื่องมือวิเคราะห์บุคลิกภาพระดับโลก

S: Steadiness สนับสนุนความร่วมมือและความต่อเนื่อง

ผู้ที่มีแนวโน้ม S เด่นมักสุขุม รับฟัง สนับสนุนผู้อื่น และให้ความสำคัญกับความร่วมมือ พวกเขามักทำงานได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ไว้ใจกัน มีจังหวะการทำงานสม่ำเสมอ และมีเวลาเตรียมตัวเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง

จุดแข็งที่อาจพบ

  • รับฟังและสร้างความไว้วางใจในทีม
  • อดทน ทำงานสม่ำเสมอ และสนับสนุนความร่วมมือ
  • รักษาความต่อเนื่องของกระบวนการและความสัมพันธ์

พฤติกรรมที่ควรระวังเมื่อใช้มากเกินไป

  • หลีกเลี่ยงความขัดแย้งจนประเด็นสำคัญไม่ได้รับการพูดถึง
  • ใช้เวลาปรับตัวเมื่อการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกะทันหัน
  • ยอมรับภาระเพิ่มโดยไม่บอกข้อจำกัดของตนเอง

วิธีสื่อสารและมอบหมายงาน

  • อธิบายเหตุผล ขั้นตอน ผลกระทบ และสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงให้ชัด
  • ให้เวลาเตรียมตัว พร้อมช่องทางถามคำถามเป็นการส่วนตัว
  • ติดตามอย่างสม่ำเสมอและถามถึงภาระงาน ไม่ควรรอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากเองเสมอ

C: Conscientiousness หรือ Compliance เน้นคุณภาพและความถูกต้อง

ผู้ที่มีแนวโน้ม C เด่นมักวิเคราะห์ข้อมูล รอบคอบ สนใจมาตรฐาน และพิจารณาความเสี่ยงก่อนลงมือ คำว่า C อาจถูกเรียกว่า Conscientiousness หรือ Compliance ขึ้นอยู่กับแบบประเมิน แต่ใจความร่วมคือแนวโน้มที่ให้ความสำคัญกับเหตุผล คุณภาพ และความถูกต้อง

จุดแข็งที่อาจพบ

  • วิเคราะห์ข้อมูลและมองเห็นข้อผิดพลาดหรือความเสี่ยง
  • สร้างมาตรฐานและส่งมอบงานที่มีคุณภาพ
  • ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลและตรวจสอบได้

พฤติกรรมที่ควรระวังเมื่อใช้มากเกินไป

  • ใช้เวลาวิเคราะห์นานเมื่อข้อมูลยังไม่สมบูรณ์
  • ตั้งมาตรฐานสูงจนทำให้งานล่าช้าหรือทีมรู้สึกถูกจับผิด
  • สื่อสารข้อกังวลมากจนไอเดียใหม่ถูกปิดก่อนทดลอง

วิธีสื่อสารและมอบหมายงาน

  • ให้ข้อมูล เหตุผล มาตรฐานคุณภาพ และเกณฑ์ตัดสินใจที่ชัดเจน
  • เปิดโอกาสให้ตรวจสอบรายละเอียดและถามคำถามก่อนเริ่มงาน
  • ตกลงว่าเรื่องใดต้องสมบูรณ์ เรื่องใด “ดีพอสำหรับตอนนี้” และกำหนดเวลาตัดสินใจร่วมกัน

ตารางเปรียบเทียบ DISC 4 แบบในการทำงาน

รูปแบบ สิ่งที่ให้ความสำคัญ รูปแบบการสื่อสารที่มักชอบ เมื่ออยู่ใต้ความกดดัน สิ่งที่หัวหน้าช่วยได้
D ผลลัพธ์ ความเร็ว ความท้าทาย ตรง กระชับ มีทางเลือก อาจเร่งหรือควบคุมมากขึ้น กำหนดเป้าหมายและขอบเขตอำนาจให้ชัด
I การยอมรับ ความสัมพันธ์ ความเป็นไปได้ เป็นกันเอง เปิดให้แลกเปลี่ยนไอเดีย อาจกระจายความสนใจหรือมองข้ามรายละเอียด สรุปข้อตกลง กำหนดเวลา และตัวชี้วัดเป็นลายลักษณ์อักษร
S ความมั่นคง ความร่วมมือ ความไว้ใจ สงบ จริงใจ และให้เวลา อาจเก็บความกังวลหรือหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง อธิบายการเปลี่ยนแปลงและเช็กภาระงานอย่างสม่ำเสมอ
C คุณภาพ เหตุผล มาตรฐาน มีข้อมูล เป็นระบบ และตรวจสอบได้ อาจวิเคราะห์นานหรือวิจารณ์เข้มขึ้น กำหนดเกณฑ์คุณภาพและเส้นตายของการตัดสินใจ

DISC Test ภาษาไทยและแบบทดสอบ DISC ฟรี เลือกอย่างไร?

เมื่อค้นหา DISC Test ไทย หรือ แบบทดสอบ DISC ฟรี จะพบแบบประเมินออนไลน์จำนวนมาก แต่เพราะชื่อ DISC เป็นโมเดลทั่วไป เครื่องมือแต่ละแห่งอาจใช้คำถาม วิธีคิดคะแนน และมาตรฐานต่างกัน ผลลัพธ์จึงไม่ควรถูกมองว่าเทียบเท่ากันทั้งหมด

แบบทดสอบฟรีอาจเหมาะสำหรับเรียนรู้เบื้องต้นหรือใช้เป็นคำถามสะท้อนตนเอง แต่หากองค์กรต้องนำผลไปใช้ในการอบรม พัฒนาผู้นำ หรือทำงานกับทีม ควรตรวจสอบอย่างน้อย 5 เรื่องต่อไปนี้

  1. วัตถุประสงค์: เครื่องมือถูกออกแบบเพื่อการเรียนรู้ การพัฒนา หรือการคัดเลือกบุคลากร
  2. หลักฐานคุณภาพ: ผู้ให้บริการเปิดเผยข้อมูลด้านความเชื่อมั่น ความเที่ยงตรง และการพัฒนาแบบประเมินหรือไม่
  3. วิธีแปลผล: รายงานอธิบายแนวโน้มอย่างยืดหยุ่น หรือเพียงติดป้ายคนเป็น 4 กล่องแบบตายตัว
  4. ผู้ให้ Feedback: มีผู้เชี่ยวชาญหรือ Facilitator ช่วยเชื่อมผลกับพฤติกรรมจริงและบริบทการทำงานหรือไม่
  5. ความเป็นส่วนตัว: แจ้งชัดหรือไม่ว่าเก็บข้อมูลอะไร ใช้เพื่ออะไร ใครเห็นผล และเก็บไว้นานเท่าใด

อย่าเลือกเพียงเพราะแบบทดสอบสั้น ฟรี หรือให้ผลทันที หากไม่มีข้อมูลว่าเครื่องมือสร้างและตรวจสอบอย่างไร ควรใช้ผลเพื่อการสำรวจตนเองเท่านั้น ไม่ควรนำไปตัดสินใจที่กระทบสิทธิหรือเส้นทางอาชีพของพนักงาน

MBTI บุคลิกภาพ 16 แบบ
16 MBTI Personalities จุดแข็ง-จุดอ่อนของบุคลิกภาพ 16 แบบ

DISC ต่างจาก MBTI อย่างไร?

DISC และ MBTI มักถูกเรียกรวมว่าแบบทดสอบบุคลิกภาพ แต่มีโครงสร้างและภาษาที่ใช้ต่างกัน DISC เน้นแนวโน้มพฤติกรรมและการสื่อสารผ่านรูปแบบ D-I-S-C จึงมักถูกนำไปใช้กับการทำงานเป็นทีม การบริหาร และความขัดแย้ง ส่วน MBTI อธิบายความชอบผ่านคู่มิติและสรุปเป็น 16 ประเภท

ทั้งสองเครื่องมือไม่ควรถูกใช้เพื่อสรุปความสามารถหรือกำหนดอาชีพแบบอัตโนมัติ หากนำไปใช้ในองค์กร ควรเลือกเครื่องมือให้ตรงวัตถุประสงค์ อธิบายข้อจำกัด และเปิดโอกาสให้ผู้ทำแบบประเมินตรวจสอบว่าผลสอดคล้องกับประสบการณ์จริงเพียงใด

HR และหัวหน้าทีมใช้ DISC Model อย่างไรให้เกิดประโยชน์?

1. พัฒนาการรู้จักตนเอง

ให้พนักงานพิจารณาว่าตนเองมักสื่อสาร ตัดสินใจ และตอบสนองต่อแรงกดดันอย่างไร จากนั้นกำหนดพฤติกรรมที่ต้องการทดลอง เช่น คนที่สื่อสารเร็วอาจฝึกถามความคิดเห็นก่อนสรุป ส่วนคนที่รอบคอบมากอาจฝึกตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์

2. ออกแบบการสื่อสารและ Feedback

หัวหน้าสามารถใช้ DISC เป็นสมมติฐานตั้งต้น แต่ควรถามความต้องการของพนักงานโดยตรงเสมอ ตัวอย่างเช่น บางคนต้องการ Feedback ที่กระชับและชัดเรื่องผลลัพธ์ ขณะที่อีกคนต้องการเวลาอ่านข้อมูลและเตรียมคำถาม สิ่งที่บุคคลบอกเกี่ยวกับตนเองมีน้ำหนักมากกว่าการเดาสไตล์จากภายนอก

3. สร้างข้อตกลงการทำงานของทีม

ทีมสามารถนำความแตกต่างมาคุยเรื่องจังหวะการประชุม วิธีตัดสินใจ ช่องทางสื่อสาร และการจัดการความขัดแย้ง จุดหมายไม่ใช่การแบ่งกลุ่มว่าใครเป็น D หรือ S แต่คือการออกแบบวิธีทำงานที่ทำให้เสียงหลายแบบได้รับการรับฟัง

4. พัฒนาภาวะผู้นำและการมอบหมายงาน

ผู้นำควรฝึกปรับพฤติกรรมของตนตามคนและสถานการณ์ เช่น ใช้ความชัดเจนเมื่อทีมต้องการทิศทาง เปิดพื้นที่อภิปรายเมื่อทีมต้องการความคิดใหม่ ให้เวลาเตรียมตัวเมื่อต้องเปลี่ยนแปลง และนำข้อมูลมาอธิบายเมื่อมาตรฐานหรือความเสี่ยงมีความสำคัญ

5. ใช้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมพัฒนา ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

ผล DISC จะมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อเชื่อมกับเป้าหมายการทำงาน การสะท้อนตนเอง Feedback จากคนรอบข้าง และการทดลองพฤติกรรมใหม่ หลังทำ Workshop ควรมีแผนติดตามผล ไม่ควรจบเพียงการรู้ตัวอักษรของแต่ละคน

การจัดวางกำลังคนให้เหมาะกับงาน
เทคนิคการจัดวางกำลังคนให้เหมาะกับงาน

ข้อควรระวังในการใช้ DISC กับพนักงาน

  • อย่าติดป้าย: หลีกเลี่ยงประโยคอย่าง “คุณเป็น D จึงฟังคนอื่นไม่เป็น” หรือ “ตำแหน่งนี้ต้องเป็น C เท่านั้น” เพราะเปลี่ยนแนวโน้มให้กลายเป็นอคติ
  • อย่าใช้แทนการประเมินความสามารถ: DISC ไม่ได้วัดความรู้ ทักษะ ผลงาน ศักยภาพ หรือความเหมาะสมกับตำแหน่งโดยตรง
  • อย่าใช้ผลเดียวตัดสินการจ้างหรือเลื่อนตำแหน่ง: วิธีคัดเลือกควรสัมพันธ์กับงาน มีหลักฐานความเที่ยงตรง ปฏิบัติต่อผู้สมัครอย่างเป็นธรรม และใช้ข้อมูลหลายด้านประกอบกัน แนวทางของ CIPD เรื่อง Selection Methods ระบุว่าผลแบบทดสอบไม่ควรเป็นฐานตัดสินเพียงอย่างเดียว
  • เคารพความเป็นส่วนตัว: แจ้งวัตถุประสงค์ ผู้ที่เข้าถึงผล ระยะเวลาจัดเก็บ และสิทธิของผู้ทำแบบประเมินก่อนเก็บข้อมูล
  • ตรวจสอบเครื่องมือเป็นรายฉบับ: หลักฐานของแบบประเมินหนึ่งไม่สามารถนำไปรับรองแบบทดสอบ DISC ทุกเว็บไซต์ได้
  • ทบทวนผลกับพฤติกรรมจริง: หากคำอธิบายไม่ตรงกับประสบการณ์ ผู้ทำแบบประเมินควรมีสิทธิทักท้วงและสำรวจสาเหตุ ไม่ควรถูกบังคับให้ยอมรับผล

งานวิจัยเกี่ยวกับผลของแบบทดสอบบุคลิกภาพต่อการพัฒนาคนยังมีข้อจำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้าน People Practice จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวังและติดตามผลลัพธ์จริงของกิจกรรม ไม่ควรสรุปว่าการทำแบบทดสอบเพียงครั้งเดียวจะเพิ่มประสิทธิภาพของทีมโดยอัตโนมัติ อ่านมุมมองเพิ่มเติมได้จาก CIPD: Are Personality Tests Over-rated?

การบริหารความขัดแย้งในองค์กร
การบริหารความขัดแย้ง (Conflict Management) 5 รูปแบบ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ DISC Model

DISC ย่อมาจากอะไร ?

DISC ในรูปแบบที่นิยมใช้ปัจจุบันหมายถึง Dominance, Influence, Steadiness และ Conscientiousness โดยแบบประเมินบางแห่งใช้คำว่า Compliance สำหรับตัว C จึงควรอ่านนิยามของผู้ให้บริการแต่ละราย

DISC มีกี่แบบ ?

โมเดลพื้นฐานมี 4 รูปแบบอ้างอิงคือ D, I, S และ C แต่คนหนึ่งคนมีแนวโน้มหลายแบบผสมกันได้ แบบประเมินบางฉบับจึงรายงานสไตล์ผสม เช่น Di, iS, SC หรือ CD แทนการจัดทุกคนลงในกล่องเดียว

แบบทดสอบ DISC ฟรีเชื่อถือได้หรือไม่ ?

ตอบไม่ได้จากคำว่า “ฟรี” เพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาวิธีสร้างแบบทดสอบ หลักฐานความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่น วิธีคิดคะแนน กลุ่มอ้างอิง การคุ้มครองข้อมูล และคุณภาพของคำอธิบายผล หากไม่มีข้อมูลเหล่านี้ ควรใช้เพื่อการเรียนรู้เบื้องต้นเท่านั้น

ผล DISC เปลี่ยนได้หรือไม่ ?

พฤติกรรมของคนเปลี่ยนตามบทบาท ประสบการณ์ และสถานการณ์ได้ แม้แนวโน้มบางอย่างอาจค่อนข้างสม่ำเสมอ ผลแบบประเมินจึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นตัวตนถาวรตลอดชีวิต

ใช้ DISC คัดเลือกพนักงานได้หรือไม่ ?

ไม่ควรใช้ผล DISC เป็นเกณฑ์เดียวในการรับหรือปฏิเสธผู้สมัคร หากจะใช้เป็นส่วนหนึ่งของการคัดเลือก องค์กรต้องตรวจสอบว่าเครื่องมือนั้นสัมพันธ์กับงาน มีหลักฐานรองรับ ใช้อย่างเป็นธรรม และพิจารณาร่วมกับข้อมูลจากวิธีอื่น

บทสรุป

DISC Model ช่วยให้องค์กรมีภาษากลางในการพูดถึงแนวโน้มด้านพฤติกรรมและการสื่อสาร จุดแข็งของโมเดลคือความเข้าใจง่ายและนำไปเริ่มบทสนทนาได้ทันที แต่คุณค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การจำว่าใครเป็น D, I, S หรือ C แต่อยู่ที่การนำความเข้าใจไปปรับพฤติกรรม ทำงานกับความแตกต่าง และสร้างข้อตกลงที่ทำให้ทีมร่วมมือกันได้ดีขึ้น

HR และหัวหน้าทีมควรใช้ DISC ด้วยภาษาที่เป็นกลาง ตรวจสอบคุณภาพของแบบประเมิน เคารพข้อมูลส่วนบุคคล และหลีกเลี่ยงการใช้ผลลัพธ์ตัดสินความสามารถหรืออนาคตของพนักงานเพียงอย่างเดียว เมื่อใช้ร่วมกับเป้าหมายที่ชัดเจน Feedback และการติดตามพฤติกรรมจริง DISC จึงจะเป็นเครื่องมือพัฒนาคน ไม่ใช่ป้ายที่จำกัดคน

Sources

ผู้เขียน

Picture of HREX.asia

HREX.asia

Connect People to the Best HR Solution เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรผ่านผู้คน

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้