Search
Close this search box.

People Strategy and Learning Strategy : กลยุทธ์พัฒนาบุคคลและวัฒนธรรมการเรียนรู้สำหรับ HR ยุค Un-Normal

People Strategy and Learning Strategy

HIGHLIGHT

  • 56 % ขององค์กรรู้สึกว่าองค์กรจะมีลักษณะเป็น Structure มากๆไม่ได้อีกแล้ว เพราะจะยิ่งดำเนินการช้าและไม่พัฒนาอย่างยั่งยืน เริ่มเห็นด้วยว่าองค์กรควรมีลักษณะเป็น Agile มากขึ้น
  • คำถามสำคัญคือ เรายังจำเป็นต้องจ้างพนักงานประจำอีกหรือไม่ ในวันที่อะไรๆได้เปลี่ยนไปแล้ว ?
  • 51 % ของพนักงานมีความเห็นว่าอยากเรียนรู้จากผู้ที่รู้จริงหรือที่เรียกว่า Internal gig to gain experience มากกว่าเรียนอะไรกว้างๆแต่ไม่ได้ผล
  • พนักงานในองค์กรไม่ควรจะมีลักษณะเป็น Silo หรือ Hierarchy มากเกินไป แต่ควรมีความ Adaptive และมี Skill เพิ่มมากขึ้น
  • ปัจจุบันนี้ JD อาจไม่จำเป็นเท่า Skills linked to roles หรือ Skills Framework มากขึ้น หมายถึงเลือกจ้างพนักงานจาก Skillset ที่เหมาะกับตำแหน่งงานมากขึ้น มี Skills ที่หลากหลายมากขึ้น และตอบโจทย์ตำแหน่งงานที่มากกว่า 1 ตำแหน่ง
  • 69 % รู้สึกว่าตนประสบกับปัญหาเรื่อง Digital Exhausting หรือภาวะเหนื่อยล้าจากการ Work From Home มากขึ้น และต้องการให้องค์กรช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เช่น การมี Work Nudges Tech (การแจ้งเตือนให้พนักงานไปพักเบรก) และ Rest Respect Culture (วัฒนธรรมส่งเสริมให้พนักงานพักผ่อนและผ่อนคลายจากการทำงานมากขึ้น)
  • คนทำงานปัจจุบันต้องการทำงานแบบ Work Smart ไม่ใช่ Work Hard ซึ่งคำนึงถึง 3 ด้านด้วยกัน นั่นคือ Smart Office, Smart Workforce, Smart People Management System

ด้วยสถานการณ์โควิดในปัจจุบันที่หนักขึ้นและมี Curve ที่สูงมากขึ้นทุกวัน ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน ทั้งภาคเศรษฐกิจและสังคม ทั้งจำนวนคนตกงานที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงรูปแบบการทำงานที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงจากรูปแบบเดิมๆที่เป็นลักษณะ Silo, Structure และ Waterfall วันนี้เราคุ้นเคยกับคำว่า Agile , Resilience และ L&D กันมากขึ้น จึงอาจกล่าวได้ว่าการเกิดขึ้นของโควิดนั้นถือเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาอย่างดี เปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากที่คาดว่าน่าจะใช้เวลา 5-10 ปีให้เกิดขึ้นได้ภายในเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น รวมถึงทำให้เราพร้อมจะสร้างตัวเองให้มีคุณค่ามากขึ้นอีกด้วย

บทความชิ้นนี้เป็นการสรุปประเด็นและสาระสำคัญจากงานสัมนาซึ่งจัดขึ้นโดย PMAT :  Learning and Development Forum 2021 ในหัวข้อ Linking Corporate Strategy to People Strategy & Learning Strategy โดย Speaker คือ คุณวิโรจน์ วงศ์สถิรยาคุณ (Executive Vice President – Organization Effectiveness Thaioil Group)

โดยคุณวิโรจน์ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จากผลกระทบของโควิดไว้ 4 ด้านด้วยกัน คือ

1. Organization : ผลกระทบต่อองค์กร

มีสองคำสำคัญที่ควรรู้ คำแรกคือคำว่า Resilience Organization ซึ่ง Global Executives หรือผู้บริหารระดับโลกได้ทำการสำรวจองค์กรทั่วโลก และมีตัวเลขที่น่าสนใจ กล่าวคือ

  • 56 % ขององค์กรรู้สึกว่าองค์กรจะมีลักษณะเป็น Structure มากๆไม่ได้อีกแล้ว เพราะจะยิ่งดำเนินการช้าและไม่พัฒนาอย่างยั่งยืน เริ่มเห็นด้วยว่าองค์กรควรมีลักษณะเป็น Agile มากขึ้น
  • 46 % ของคนในองค์กรเห็นด้วยว่าควรจ้างพนักงานหรือ New Workforce ในรูปแบบอื่นๆ ที่ไม่ใช่ในรูปแบบเดิมอีกแล้ว
  • 77 % ของผู้บริหารเริ่มถามตัวเองว่าเราจำเป็นต้องจ้างพนักงานอีกไหม ? เริ่มคิดถึงทางเลือกอื่นในการจ้างงาน เช่น Freelance หรือ Outsource เป็นต้น

shutterstock 1377054161 min

คำถามสำคัญที่คุณวิโรจน์เน้นย้ำก็คือ เรายังจำเป็นต้องจ้างพนักงานประจำอีกหรือไม่ ในวันที่อะไรๆได้เปลี่ยนไปแล้ว ? ซึ่งนำไปสู่คำสำคัญคำที่สองก็คือคำว่า Resilience Workforce ซึ่งหมายถึง ในมุมมองของคน เราจำเป็นต้องตระหนักถึง Competency หรือ Skill ใหม่ๆของ New Workforce มากขึ้น ซึ่งมี 3 ด้านที่สำคัญ นั่นคือ

  1. Technical Skill : ทักษะด้านเทคนิค, Hard Skills
  • Digital literacy : มีความรู้ในด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี
  • Data Analytics : ความรู้ความสามารถในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล
  • AI/Machine Learning : ทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์และ Machine Learning
  • Block Chain for business : ความรู้ด้าน Block Chain หรือระบบการเก็บข้อมูลที่ไม่มีตัวกลาง

 

2. Soft Skill : 5C Skills ที่น่าสนใจคือ

  • Critical Thinking : ทักษะด้านการคิดเชิงวิพากษ์
  • Creativity : ความคิดสร้างสรรค์
  • Collaboration : ทักษะด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่น
  • Communication : ทักษะด้านการสื่อสาร
  • Cultural IQ & EQ : ความฉลาดทางอารมณ์และสติปัญญา

 

3. Organization Core Skill : ความรู้ความเข้าใจแก่นหลักขององค์กร

  • Inclusive Leadership : ผู้นำที่สามารถ lead คนและนำพาทีมได้
  • Agility : การทำงานในองค์กรที่เป็นลักษณะ Agile คล่องแคล่วว่องไว
  • Business Model Innovation : นวัตกรรมทางธุรกิจใหม่ๆ
  • Digital Transformation : ความเข้าใจในเทคโนโลยีและดิจิทัลสำหรับองค์กรและธุรกิจ

2. People Management : ผลกระทบต่อการบริหารบุคลากร

มีสองคำที่น่าสนใจเช่นกัน นั่นคือคำว่า Personalized Learning & Career Management โดยผลสำรวจทางสถิติระบุว่า

  • 56 % ของพนักงานอยากเลือกการฝึกอบรมที่เหมาะสมและการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ Career Path ของตน ไม่อยากให้เป็นไปโดยองค์กรเป็นผู้กำหนดหรือบังคับแผนการเรียนรู้ให้
  • 51 % ของพนักงานมีความเห็นว่าอยากเรียนรู้จากผู้ที่รู้จริงหรือที่เรียกว่า Internal gig to gain experience มากกว่าเรียนอะไรกว้างๆแต่ไม่ได้ผล

shutterstock 1100652443 min scaled

โดยทั้งหมดนี้คุณวิโรจน์ย้ำว่า ถือเป็นหน้าที่ของ HR ที่ต้องเตรียม Platform ที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานให้มากขึ้น ต่อมาเป็นคำที่สองที่สำคัญก็คือคำว่า Movable Skills ซึ่งหมายถึง พนักงานในองค์กรไม่ควรจะมีลักษณะเป็น Silo หรือ Hierarchy มากเกินไป แต่ควรมีความ Adaptive และมี Skill เพิ่มมากขึ้น เช่น Self-management, Innovative, Agile Transformation, Collaboration Skills, Digital Leadership, Adaptability/ Growth Mindset เป็นต้น

คุณวิโรจน์กล่าวว่าแม้แต่รูปแบบการจ้างพนักงานก็มีการเปลี่ยนแปลงไป แต่เดิมเราคุ้นเคยกับการที่ HR จะต้องเตรียม JD (Job Description) หรือคำบรรยายตำแหน่งงาน แต่ปัจจุบันนี้ JD อาจไม่จำเป็นเท่า Skills linked to roles หรือ Skills Framework มากขึ้น หมายถึงเลือกจ้างพนักงานจาก Skillset ที่เหมาะกับตำแหน่งงานมากขึ้น มี Skills ที่หลากหลายมากขึ้น และตอบโจทย์ตำแหน่งงานที่มากกว่า 1 ตำแหน่ง หรือแม้แต่รูปแบบการทำงานเองก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่มากขึ้น รูปแบบการทำงานเดิมๆที่เป็นลำดับขั้น หรือระบบอาวุโส วันนี้เรารู้แล้วว่ารูปแบบการทำงานดังกล่าวนั้นกลับยิ่งทำให้องค์กรเป็นไปด้วยความล่าช้า เราต้องทำให้องค์กรเป็นไปด้วยความคล่องแคล่วว่องไว Lean และ Agile มากขึ้น

3. Culture : ผลกระทบต่อวัฒนธรรมองค์กร

สำหรับด้านวัฒนธรรมองค์กรต้องตระหนักถึงสองคำสำคัญ นั่นคือ Unbound Employee Wellness และ Remote Working โดยคุณวิโรจน์กล่าวว่าปัจจุบันคนทำงานส่วนมากตระหนักถึงเรื่อง Well-Being มากที่สุด คาดหวังให้ที่ทำงานมอบคุณภาพชีวิตที่ดีและเหมาะสมให้ มีสถิติที่น่าสนใจคือ

  • 88 % ของพนักงานตระหนักเรื่อง Mental Health สุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตในที่ทำงาน
  • 87 % ของพนักงานตระหนักเรื่อง Telemedicine สิทธิ์ในการเข้าถึงบุคลากรแพทย์ในเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพจากที่ทำงาน
  • 81 % ของพนักงานตระหนักเรื่อง Stress and Resilience หรือความเครียดจากงานมากขึ้น

shutterstock 1623384952 min scaled

และสำหรับปัจจัยที่พนักงานเริ่มวางแผนและวิตกกังวลกันมากขึ้นก็คือ

  • 69 % รู้สึกว่าตนประสบกับปัญหาเรื่อง Digital Exhausting หรือภาวะเหนื่อยล้าจากการ Work From Home มากขึ้น และต้องการให้องค์กรช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เช่น การมี Work Nudges Tech (การแจ้งเตือนให้พนักงานไปพักเบรก) และ Rest Respect Culture (วัฒนธรรมส่งเสริมให้พนักงานพักผ่อนและผ่อนคลายจากการทำงานมากขึ้น)
  • 71 % เริ่มวางแผนเรื่องการเงินมากขึ้น และตระหนักถึงความไม่มั่นคงจากที่ทำงานซึ่งมีแนวโน้มความเสี่ยงสูงมากขึ้น

4. Technology : ผลกระทบต่อ Digital Workplace Eco System

คนทำงานปัจจุบันต้องการทำงานแบบ Work Smart ไม่ใช่ Work Hard ซึ่งคำนึงถึง 3 ด้านด้วยกัน นั่นคือ

  1. Smart Office :

การไม่จำเป็นต้องเจอกันเยอะ (Limited Personal Items) ใช้วิธีการพูดคุยหรือประชุมกันแบบ Virtual Meeting และหลีกเลี่ยงการสัมผัสและพบปะ

2. Smart Workforce :

การใช้เทคโนโลยีและ AI มาเอื้อประโยชน์ในการทำงาน หรืออำนวยความสะดวกในการทำงานให้ง่ายขึ้น จากเดิมที่ต้องทำผ่านเอกสารหรือเช็คชื่อพนักงานแบบ Analog ก็รู้จักใช้ Cloud System และระบบออโต้มากขึ้น

3. Smart People Management System :

HR ทำงานแบบ End to End Process ตั้งแต่ขั้นแรกของการจ้างงานจนถึงวันที่พนักงานลาออก

คุณวิโรจน์ได้กล่าวเสริมเพิ่มเติมว่า HR ในตอนนี้กำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า Un-Normal Challenge ซึ่งถือเป็นความท้าทายของ HR เป็นอย่างยิ่งที่จะ Grow Beyond HR ไม่ได้เป็นแค่ HR งานหลังบ้านแล้ว แต่เป็น HR ผู้วางกลยุทธ์และพัฒนาคนในองค์กร

shutterstock 210974194 min scaled

Case Study จาก Thai oil เองก็มี Strategic Capability โดยการสร้างสิ่งที่เรียกว่า Explorer Sandbox หรือเป็นโครงการพิเศษในการ Accelerate คนในองค์กรให้มีความรู้ความสามารถผ่านการเรียนรู้โดยตรง ซึ่ง Explorer Sandbox นี้ ทาง Thaioil เรียกว่าทีม Ex หรือ Explorer Team ซึ่งในทีมจะประกอบไปด้วย Business Dev, Commercial, R&D, Technologist, Engineer, Finance โดยทั้งทีมนี้จะประกอบไปด้วย Leader 1 คน ซึ่งทีม EX นี้จะมีหน้าที่ Execute Project โดยตรง ส่งผลให้การทำงานเป็นไปอย่างคล่องแคล่วว่องไวมากขึ้น

สำหรับ Case Study เรื่อง Way of Work ทาง Thai oil เน้นย้ำเรื่องการสอบถาม Feedback จากพนักงานอยู่เสมอ ที่เรียกว่า Alpha Next – Employee Experience ซึ่งประกอบไปด้วย Feedback 3 ด้านด้วยกัน คือ
  1. Work Productivity : Feedback เรื่องผลลัพธ์จากการทำงาน

Daily Check-in, Daily Tasks, Virtual Meeting during the day, Daily Check-out

2. Employee Wellbeing : Feedback เรื่องความเป็นอยู่และสุขภาพจิตสุขภาพใจของพนักงาน

Well Being Check, Flex Ben Top-Up Beneath, Breakout Nudge

3. Supporting Enables : Feedback เรื่องเครื่องมืออำนวยความสะดวกต่อการทำงาน

Technology Infrastructure Support, Well-Being and Remote-friendly Culture

สำหรับการพัฒนาในองค์กรหรือ Development Solutions ทาง Thai oil ก็ใช้โมเดล 70-20-10 ที่เราต่างก็ได้ยินกันบ่อย โมเดลนี้ประกอบไปด้วย

70 % Self Learning : Experience Learning

  • Project Assignment
  • Experimentation
  • Action Learning
  • Reflection

20 % Corporate : Education Learning

  • Social Learning Network
  • Performance Tools
  • Micro Learning

10 % Line Manager : Exposure Learning

  • Project Team
  • Coach
  • Mentor

สรุป

คุณวิโรจน์ได้ฝาก Key success to learning and development ไว้ทั้งหมด 4 ด้านที่จำง่ายๆว่า CARE คือ

shutterstock 1931874548 min scaled

Co-Ownership 

HR learning Strategy ต้องรู้จักนำเอา Business Goal เป็นตัวตั้ง โดยมีหลักคิด คือ

  • Co-Define : นิยามปัญหาให้ชัดเจน
  • Co-Prioritize : ลำดับความสำคัญเสมอ
  • Co-Create learning journey with business unit : ร่วมมือกับ Line Manager และ Business Unit

Assessment and Measurement

การวัดผลได้ คือ Key สำคัญ คือกุญแจสู่ความสำเร็จ : จะทำอะไรต้องสามารถวัดผลได้เสมอ

เช่น มีระบบ Systematic Assessment และ Communication โดยมาจากการตรวจสอบและหาจุดอ่อนและจุดแข็ง (gaps and strength)

Re-visit Tools and Platform

  • ตรวจสอบเสมอว่าเครื่องมือหรืออุปกรณ์สามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่
  • Utilization of technology platforms
  • Personalizing L&D programs and platforms

Engagement and Well-Being

คำนึงเสมอว่าพนักงานต้องการอะไรและรู้สึกอย่างไร

คำสำคัญคือ Engaging Work Environment and Well-being

องค์กรปัจจุบันกำลังเติบโต และก้าวไปข้างหน้า จะทำอย่างไรให้องค์กรสามารถพัฒนาบุคลากรและกลุ่มคนที่มีศักยภาพสูงให้ทันและตอบโจทย์ทิศทางขององค์กร วันนี้ HR ต้องเข้าใจการเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ปรับกลยุทธ์ในการเรียนรู้ Work Based Learning ตระหนักถึงการเรียนรู้ผ่านการทำงานและส่งผ่านความรู้ท่ามกลางโลกอนาคตที่ผู้คนต้องทำงานจากต่างสถานที่กัน

ขอเชิญคุณมาร่วมเปิดโลก Unlimited Learning นำคุณเตรียมพร้อมสู่ Next Normal และ Future of Work ที่งาน Learning & Development FORUM 2021 VIRTUAL CONFERENCE “Next Normal of Human Development: Post-Covid19 is the age of new learning experiences” VIRTUAL CONFERENCE 16-20 August 2021

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมที่ : www.pmatldforum2021.org
สนใจสมัครสมาชิก PMAT Member Plus : https://qrgo.page.link/8ie2

สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3

ผู้เขียน

Picture of HREX.asia

HREX.asia

Connect People to the Best HR Solution เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรผ่านผู้คน

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้