Search
Close this search box.

Hewitt Consulting เปิดตัวเครื่องมือ People Outperform Index (POI) เครื่องมือวัดผลระบบงาน HR ช่วยองค์กรไทยได้มาตรฐานโลก

Hewitt Consulting เปิดตัวเครื่องมือ People Outperform Index (POI) เครื่องมือวัดผลระบบงาน HR ช่วยองค์กรไทยได้มาตรฐานโลก

“จะทำงาน HR ให้ดี ต้องวัดผลได้”

ประโยคนี้อาจเป็นคำพูดที่เหมือนจะง่าย แต่สะท้อนความท้าทายลึกซึ้งที่หลายองค์กรก็ยังตอบได้ไม่ชัดเจน เพราะการบริหารคนไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกอีกต่อไป HR ต้องวิเคราะห์อย่างมีหลักการ โดยใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ แล้วเปรียบเทียบหรือวัดออกมาเป็นค่ามาตรฐานได้

คำถามคือเวลาพูดถึงมาตรฐาน เราควรใช้มาตรวัดไหนจึงจะดีที่สุด ? 

Hewitt Consulting ผู้ให้บริการพัฒนาองค์กร พัฒนาความเป็นผู้นำ จึงถือโอกาสนี้พัฒนามาตรวัดใหม่ชื่อ People Outperform Index (POI) เครื่องมือวัดผลระบบงาน HR ที่ช่วยให้องค์กรทราบว่าตอนนี้บริหารจัดการ ดูแลและใส่ใจพนักงานแต่ละด้านได้ดีหรือไม่ ด้านไหนทำดีแล้ว และด้านไหนยังมีช่องให้พัฒนาได้อีก ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจยิ่งขึ้น

People Outperform Index (POI) คืออะไร ต่างออกไปจากเครื่องมืออื่นอย่างไร หาคำตอบได้ในบทความนี้

People Outperform Index คืออะไร ?

People Outperform Index หรือ POI คือ เครื่องมือวัดระดับศักยภาพในงานบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้องค์กรสามารถประเมินได้ว่า HR Practice ที่มีอยู่นั้นได้มาตรฐาน หรือมี Current Practice อยู่ในระดับใด 

เครื่องมือ POI เป็นการประเมินครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการ, นโยบาย ไปจนถึงแนวคิดที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะงาน Recruitment, Talent Development, Performance Management, Reward and Recognition เป็นต้น เพื่อให้มีแนวทางพัฒนาที่ชัดเจน และรอบด้านมากกว่าแค่ดูผลจาก Engagement Survey เพียงอย่างเดียว

People Outperform Index (POI) ถือกำเนิดขึ้นจากโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโดยมีโควิด-19 เป็นตัวจุดชนวน และการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีเป็นตัวเร่งที่สำคัญที่ทำให้หลายองค์กรต้องหันมาทบทวนระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลยุคใหม่อย่างจริงจังว่า เราจะบริหารงานอย่างเดิมไม่ได้อีกต่อไปแล้ว มิฉะนั้นจะไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

คุณ ณัฐกิตติ์ จรัสจรรยาวงศ์ Director ของ Hewitt Consulting อธิบายว่า ในช่วง 4–5 ปีที่ผ่านมา ประสบการณ์ตรงของผู้บริหารพบเจอกับแรงกดดันมากมาย ทั้งยุค Post-Pandemic สภาพเศรษฐกิจที่ถดถอย และก้าวกระโดดของเทคโนโลยี ทำให้หลายองค์กรต้องทำความเข้าใจบริบทการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งการไม่จำเป็นต้องมาทำงานในออฟฟิศแบบเดิม การทำงานที่ต้องอาศัยความยืดหยุ่น ความคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งทุกอย่างสอดคล้องกับการบริหารต้นทุนด้านบุคลากรให้คุ้มค่าในเชิงการแข่งขันทางธุรกิจ

สิ่งเหล่านี้ยังเป็นแรงผลักดันให้ Hewitt Consulting พัฒนาเครื่องมือที่สามารถประเมิน HR ได้อย่างรอบด้านและเชื่อถือได้ด้วย

“เรานำองค์ความรู้จากงานวิจัยล่าสุด มาผสานกับประสบการณ์ตรงจากการทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำ สร้างเป็นเครื่องมือที่สะท้อนระดับความเป็นเลิศของ HR Practice ได้อย่างเป็นระบบ และที่สำคัญคือต้องวัดผลได้จริงครับ”

People Outperform Index (POI) เครื่องมือวัดผลระบบงาน HR กับชุดคำถามที่ครอบคลุม 8 หมวดสำคัญของงาน HR

Hewitt Consulting เปิดตัวเครื่องมือ People Outperform Index (POI) เครื่องมือวัดผลระบบงาน HR ช่วยองค์กรไทยได้มาตรฐานโลก

จากความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่เกิดขึ้นนำมาสู่เครื่องมือที่ชื่อว่า People Outperform Index (POI) เครื่องมือประเมินที่ออกแบบมาในรูปแบบ Digital Self-Assessment เปิดโอกาสให้ HR ในองค์กรสามารถประเมินตนเองได้อย่างเป็นระบบ ผ่านชุดคำถามที่ครอบคลุมทั้งสิ้น 8 หมวดสำคัญด้านการบริหารงาน HR ดังนี้

1. Organization Design, People Strategy, and Workforce Planning

หมวดนี้มุ่งเน้นที่เรื่องการออกแบบโครงสร้างองค์กรให้เหมาะสมกับบริบทธุรกิจ การกำหนดกลยุทธ์ด้านบุคลากร (People Strategy) ให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว ไปจนถึงการวางแผนกำลังคน (Workforce Planning) อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ

2. Organizational Culture and Employee Experience

หมวดนี้โฟกัสที่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ชัดเจนและแข็งแรง ช่วยหล่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้พนักงาน (Employee Experience) หล่อหลอมพฤติกรรมให้สอดคล้องกับค่านิยมขององค์กรตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอยู่ในองค์กร จนถึงวันสุดท้าย

3. Employee Value Proposition (EVP), Talent Acquisition, and On-boarding Experience

หมวดนี้เน้นการนิยามคุณค่าที่องค์กรมอบให้กับพนักงานอย่างจริงจัง และเชื่อมโยงกับกลยุทธ์การสรรหา Talent ที่ใช่เข้ามาร่วมงาน โดยใช้ข้อมูลเชิงกลยุทธ์มาช่วยปรับปรุงประสบการณ์ของผู้สมัครและประสิทธิภาพของทีม Recruiter

4. Learning and Career Development

หมวดนี้มุ่งเน้นการจัดระบบการเรียนรู้ (Learning and Development) ที่ตอบโจทย์ทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์กร ควบคู่กับการออกแบบเส้นทางอาชีพ (Career Development) เพื่อสร้างแรงจูงใจและความชัดเจนในการเติบโตภายในองค์กรอย่างยั่งยืน

5. Leadership Development, Talent, and Succession Management

เพราะหัวใจของการพัฒนาองค์กรในระยะยาวคือผู้นำ ดังนั้นหมวดนี้จึงเน้นเรื่อง Leadership Development อย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงการดูแลกลุ่ม Talent และการวางแผนสืบทอดตำแหน่งงานรุ่นต่อไปอย่างเป็นระบบ เพื่อให้องค์กรมีความพร้อมเสมอในทุกสถานการณ์

6. Performance and Rewards

ระบบการบริหารผลงาน (Performance Management) ที่มีประสิทธิภาพจะเชื่อมโยงกับระบบรางวัลและการยกย่อง (Rewards and Recognition) รวมถึงมีการดูแลสวัสดิการพนักงานที่เหมาะสม ช่วยสร้างทั้งแรงจูงใจและเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน โปร่งใสในการประเมินผลและตอบแทนพนักงาน

7. Holistic Well-being and Inclusion

หมวดนี้ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาวะที่ดีของพนักงานอย่างรอบด้าน (ครอบคลุมทางกาย ใจ และการเงิน เป็นต้น) ไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมที่เปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลาย (Diversity and Inclusion) เพื่อให้ทุกคนในองค์กรรู้สึกมีคุณค่าและมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

8. HR Technology and People Analytics

หมวดนี้มุ่งเน้นการใช้ HR Tech เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และนำข้อมูลด้านคนมาวิเคราะห์เพื่อประกอบการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ซึ่งมีผลต่อการวางแผนและปรับปรุงการบริหารคนได้แบบ Real-Time

คุณณัฐกิตติ์ ชี้ว่าจุดแข็งของ POI คือการมององค์รวมของระบบ HR โดยไม่แยกส่วนเหมือนแบบประเมินทั่วไป เพราะในโลกของการบริหารคนจริง ๆ แล้ว ทุกองค์ประกอบเชื่อมโยงกันหมด เช่น

  • การออกแบบโครงสร้างองค์กร จะต้องควบคู่กับการวางแผนกำลังคนที่เหมาะสม ทั้งในด้านจำนวนและทักษะ
  • การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี จะต้องไปพร้อมกับการพัฒนา Employee Experience
  • การกำหนดค่าตอบแทน ควรสอดคล้องกับระบบการบริหารผลงานที่เป็นธรรมและโปร่งใส

และเมื่อองค์กรทำแบบประเมิน POI จนครบทุกหัวข้อ ระบบจะสรุปผลลัพธ์ให้เห็นชัดเจนว่าแต่ละด้านของการบริหาร HR อยู่ในระดับใด เมื่อเปรียบเทียบกับแนวปฏิบัติขององค์กรชั้นนำระดับโลก

“เมื่อประเมิน POI เสร็จแล้วจะได้ผลออกมา 4 ระดับ ได้แก่ Basic, Developing, Healthy และ Outperform ซึ่งเปรียบเหมือนการตรวจสุขภาพองค์กรว่าดีระดับใด และถึงแม้ Outperform จะเป็นระดับสูงสุด องค์กรไม่จำเป็นต้องมี HR Practices ในระดับต้อง Outperform ทุกด้านเสมอไป บางครั้งการอยู่ในระดับ Healthy ก็ถือว่าองค์กรสุขภาพดีแล้ว…

“ขอเพียงรู้ว่าด้านไหนขององค์กรที่ยังพัฒนาต่อได้ ก็จะเป็นข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางพัฒนาและปรับกลยุทธ์ให้ตอบโจทย์เป้าหมายขององค์กรได้อย่างแม่นยำครับ”

People Outperform Index (POI) แตกต่างจากเครื่องมือประเมินทั่วไปอย่างไร ?

จุดเด่นที่ทำให้ People Outperform Index (POI) แตกต่างจากเครื่องมือประเมินทั่วไป อยู่ที่การออกแบบโดยใช้ข้อมูลจากฐานวิจัยระดับสากล จากช่วงปี 2022–2025 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โลกธุรกิจต้องเผชิญความท้าทายมากมาย รวมถึงใช้ข้อมูลจากลูกค้าที่ทำงานร่วมกันกับ Hewitt Consulting มาโดยตลอดจนค้นพบว่า อะไรคือ Practice ที่ดีสอดคล้องกับงานวิจัยระดับโลก

POI จึงแตกต่างจากแบบประเมินเชิง Checklist ที่เราอาจคุ้นเคยกันดี และยังอัปเดตวิธีคิดให้ทันกับเทรนด์การบริหารล่าสุด ไม่ว่าจะเป็น

  • การใช้ People Analytics หรือข้อมูลด้านคนเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำขึ้น
  • การบูรณาการ Generative AI เข้ากับงาน HR อย่างมีประสิทธิภาพ
  • และแนวคิดเรื่อง Agentic AI ที่ไม่ได้มาทดแทนคน แต่ทำงานร่วมกับคน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ HR ในระดับที่องค์กรไม่เคยสัมผัสมาก่อน

AI ใน People Outperform Index (POI) ทำงานอย่างไร ?

เมื่อพูดถึง AI แล้ว ทุกวันนี้โปรแกรมต่าง ๆ ก็ใช้ AI มาชูเป็นจุดขาย คุณณัฐกิตติ์ยืนยันว่า People Outperform Index บูรณาการ AI เข้าไว้ในแบบประเมินอย่างมีระบบ โดยเฉพาะใน 3 มิติสำคัญของการใช้งาน AI ด้าน HR ได้แก่

  • Automation – การทำงานซ้ำ ๆ ที่สามารถใช้เทคโนโลยีแทนคนได้
  • Augmentation – การเสริมศักยภาพของคนด้วยเทคโนโลยี
  • Agentic AI – การทำงานร่วมกันระหว่าง AI และมนุษย์อย่างเป็นทีม เช่น การมี Generative AI เป็นเสมือนที่ปรึกษา

POI จะช่วยให้องค์กรเห็นว่า ระดับการใช้ AI ในกระบวนการปัจจุบันอยู่ตรงจุดไหน และสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการวางแผนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับประสบการณ์พนักงาน การเทรนนิ่ง หรือการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม คุณณัฐกิตติ์ยืนยันว่า AI ไม่ใช่พระเอกของเครื่องมือนี้ เพราะหัวใจสำคัญอยู่ที่ระบบการบริหาร HR ในภาพรวม ส่วน AI เป็นเหมือนเครื่องมือเร่งสปีดการพัฒนาคน และช่วยให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าได้เร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

“การใช้ AI ช่วย Upskill-Reskill ช่วยลดกระบวนการทำงานซ้ำ ๆ จะทำให้องค์กรไม่จำเป็นต้องใช้พนักงาน 3–4 คนทำงานรูปแบบเดิม ๆ แต่ใช้เพียงแค่ 1–2 คน ก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิมแล้ว”

ประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับจากการใช้ People Outperform Index (POI)

สำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาการบริหารคนให้เหมาะสมขึ้น การเข้าร่วมประเมิน POI จะช่วยยกระดับงาน HR ให้มากกว่าการดูแลความพอใจพนักงาน สู่การสร้างผลลัพธ์จริง ทั้งด้าน Productivity, Retention และผลประกอบการ

เครื่องมือ POI ยังเป็นไกด์ไลน์สู่การเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ เช่น การนำ AI มาใช้ใน Recruitment หรือสร้างระบบ L&D ที่ Personalized ตอบโจทย์แต่ละสายงาน ซึ่งจะเปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนวิธีทำงาน และเปลี่ยนผลลัพธ์ขององค์กรในระยะยาว

All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ

บทสรุป 

People Outperform Index (POI) คือ จุดเริ่มต้นของการปรับแนวคิดและระบบงาน HR ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจอย่างแท้จริง ไม่ว่าองค์กรจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นพัฒนา หรือมีระบบ HR ที่แข็งแรงอยู่แล้ว POI สามารถชี้วัดว่า ตรงไหนคือจุดแข็งที่ควรต่อยอด และตรงไหนคือจุดอ่อนที่ควรเร่งพัฒนา

สำหรับ HR ท่านใดที่สนใจใช้บริการเครื่องมือนี้ Director ของ Hewitt Consulting อธิบายว่าสามารถติดต่อขอใช้บริการ POI แบบ Stand-Alone ได้เลย หรืออีกวิธีคือสมัครเข้าร่วมโครงการ 100 Outperforming Enterprise ของ Hewitt Consulting โครงการนี้จะช่วยให้องค์กรเข้าใจตัวเองได้ลึกขึ้น ทั้งในแง่ของ ประสบการณ์พนักงาน และแนวปฏิบัติด้าน HR ที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์ผ่านข้อมูลที่ชัดเจน

และเมื่อองค์กรเห็นภาพเหล่านี้อย่างเป็นระบบ จะสามารถวางแผนพัฒนาได้อย่างมีทิศทาง และสามารถสื่อสารกับพนักงานได้อย่างมั่นใจว่ากำลังมุ่งหน้าไปสู่จุดที่ดีขึ้นจริง ๆ

องค์กรไหนที่ต้องการใช้เครื่องมือวัดผลระบบงาน HR อย่าง POI ของ Hewitt Consulting สามารถติดต่อขอรับบริการผ่าน HREX ได้เลยทางลิงก์นี้ หรือ หากต้องการศึกษาหลักแนวคิดเบื้องหลัง POI สามารถดาวน์โหลดเอกสารประกอบได้ใน QR code ด้านล่างนี้

Hewitt Consulting เปิดตัวเครื่องมือ People Outperform Index (POI) เครื่องมือวัดผลระบบงาน HR ช่วยองค์กรไทยได้มาตรฐานโลก

ผู้เขียน

Picture of Paranaphat Anui

Paranaphat Anui

Take Off Toward a Dream

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้