Search
Close this search box.

“HR ที่แข็งแกร่ง สร้างองค์กรและสังคมที่แข็งแกร่ง” คุยกับ HR Thailand ชุมชน HR ที่ทั้งวงการไว้ใจ

“HR ที่แข็งแกร่ง สร้างองค์กรและสังคมที่แข็งแกร่ง” คุยกับ HR Thailand ชุมชน HR ที่ทั้งวงการไว้ใจ

“ตอนแรกมีคนสงสัยว่าเพจนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน มีคุณค่าจริงไหม ผมต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอในการผลิตคอนเทนต์คุณภาพ เพื่อพิสูจน์ว่า HR Thailand คือพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่มีประโยชน์จริง”

ทุกวันนี้ เวลาพูดถึง Influencer ที่เป็น HR คุณจะนึกถึงใครบ้าง ?

มั่นใจว่าชื่อของ HR Thailand น่าจะเป็นชื่อที่หลายคนนึกถึงอันดับต้น ๆ เพราะนอกจากจะเป็นเพจ HR เจ้าใหญ่ ยังสร้างชุมชนในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่มีสมาชิกรวมกันกว่า 200,000 คนรวมตัวกันทั่วประเทศ

และผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างชุมชนนี้จนยิ่งใหญ่ก็คือ คุณ จิราทรัพย์ กิจการสังวร ผู้มีประสบการณ์การทำงาน HR มากกว่า 18 ปี เคยทำงานอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรมจนทำให้เขาเข้าใจคน และความซับซ้อนของการบริหารคนอย่างลึกซึ้ง

HREX จึงอยากขอเชิญชวนท่านผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักเส้นทางของเขา ตั้งแต่การวันที่ยังไม่ได้เริ่มต้นสร้างชุมชนเล็ก ๆ จนเป็น HR Influencer ที่ขับเคลื่อนวงการอย่างน่าจับตา ผู้เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า HR ที่แข็งแกร่ง จะสร้างองค์กรที่แข็งแกร่ง และนำไปสู่การสร้างสังคมที่แข็งแกร่ง

เส้นทางการทำงานในสาย HR ของคุณเริ่มต้นอย่างไร ?

จิราทรัพย์: จริง ๆ แล้วผมไม่ได้เรียนจบด้าน HR โดยตรงครับ ผมเรียนจบด้านการตลาด หลังจากที่เรียนจบผมก็ตั้งใจสมัครงานในตำแหน่ง HR Officer และทางผู้จัดการHR ได้เห็นแววว่าสามารถทำงานHRได้ จึงให้โอกาสทำงานด้านHR จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางนี้

งานแรกในฐานะ HR ของผมเกิดที่บริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์แห่งหนึ่งในกรุงเทพ ผมเริ่มต้นจากงานพื้นฐาน ตั้งแต่การสรรหาพนักงาน ฝึกอบรมพนักงาน ดูแลสวัสดิการพนักงาน สรุปรายงานHRประจำเดือน และเป็นDocument Control ISO9001 ช่วยให้ผมเข้าใจภาพรวมงาน HR อย่างรอบด้านตั้งแต่ตอนนั้น

จากนั้นผมมีโอกาสได้ทำงานในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งโรงพยาบาลเอกชน, โรงงานผลิตอาหาร, ธุรกิจยานยนต์และศูนย์ซ่อมรถยนต์ ไปจนถึงธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม และได้เรียนรู้ว่าแต่ละแห่งมีความซับซ้อนของการบริหารคนแตกต่างกันออกไป

ประสบการณ์เหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่หล่อหลอมให้ผมเข้าใจคนทำงานได้ดีขึ้นครับ

อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้คุณเริ่มต้นสร้างเพจ HR Thailand ?

จิราทรัพย์: จุดเริ่มต้นของ HR Thailand ต้องย้อนกลับไปช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2020 ครับ ช่วงนั้นโรคโควิด-19 กำลังระบาดหนัก ตอนนั้น HR ในหลายๆองค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายไม่ว่าจะเป็นการจัดการกับมาตรการป้องกันโรคในสถานประกอบการ การปิดกิจการชั่วคราว การเลิกจ้าง รวมถึงการขอรับสิทธิประโยชน์ต่างๆประกันสังคมและทางราชการ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีเรื่องการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน เช่น Work from Home, Hybrid Work, Work from Anywhere และการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในงาน HR อย่างเร่งด่วน ทั้งการประชุมออนไลน์ ระบบเอกสารดิจิทัล หรือแม้กระทั่งการดูแลสุขภาพของพนักงานช่วงโรคระบาดโควิด-19 เช่น การจัดซื้อ ATK, อุปกรณ์การป้องกันโควิด-19 จัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ให้กับพนักงานในองค์กร และด้านอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน และ HR ต้องupdateข่าวสารและรับมืออย่างรวดเร็ว

ผมจึงสร้าง HR Thailand เพื่อแบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์เหล่านี้ให้กับ HR คนอื่น ๆ แต่เราเริ่มจากการสร้างกลุ่ม Line OpenChat ชื่อ HR Thailand ก่อน เพราะในเวลานั้นผมมองว่า HR ไทยยังขาดพื้นที่กลางที่สามารถเชื่อมโยงคนในวิชาชีพนี้เข้าด้วยกันแบบ Real-Time ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษา การแลกเปลี่ยนข้อมูล แชร์เอกสาร หรือแนวทางปฏิบัติต่าง ๆ กลุ่ม Line OpenChat ถือว่าตอบโจทย์ตรงนี้อย่างดี

จากนั้นประมาณ 1 ปี ผมจึงขยับมาสร้างเพจ HR Thailand เพื่อขยายการสื่อสารและสนับสนุนข้อมูลให้กับ HR ในวงกว้างมากขึ้น เริ่มผลิตคอนเทนต์ที่เป็นความรู้และประสบการณ์จริงจากคนทำงาน HR เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน

เพราะผมมีความเชื่อว่า HR ไม่ควรถูกมองว่าเป็นแค่ฝ่ายสนับสนุน ผมอยากเห็น HR ก้าวขึ้นมาเป็น Strategic Partner ที่สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้จริง เข้าใจทั้งเรื่องคน เทคโนโลยี และกลยุทธ์องค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ AI และการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นทุกวัน

“HR ที่แข็งแกร่ง สร้างองค์กรและสังคมที่แข็งแกร่ง” คุยกับ HR Thailand ชุมชน HR ที่ทั้งวงการไว้ใจ

แล้วอะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณเริ่มตระหนักว่า ตัวเองไม่ได้เป็นแค่ผู้แบ่งปันความรู้ด้าน HR ธรรมดา แต่กลายเป็น Influencer ที่ขับเคลื่อนวงการ HR ?

จิราทรัพย์: จริง ๆ แล้วผมไม่ได้ตั้งใจจะเป็น Influencer เลยครับ จุดเริ่มต้นคือการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อคนทำงาน HR แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมเริ่มเห็นว่าเนื้อหาที่เราทำช่วยเชื่อมคนเข้าด้วยกัน และสร้างพลังบางอย่างให้เกิดขึ้นในวงการนี้ได้จริง ๆ

แต่ในบทบาท HR Influencer ก็ทำให้ผมสามารถส่งเสียงให้สังคมและองค์กรเห็นความสำคัญของการบริหารคนมากขึ้น แบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีที่ HR สามารถนำไปใช้ได้จริง และช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้อาชีพ HR โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ให้เห็นว่าหน้าที่นี้มีคุณค่า และสามารถเติบโตได้จริง

ผมมองว่าแพลตฟอร์มที่เรามีไม่ใช่แค่ช่องทางในการสื่อสาร แต่เป็นเครื่องมือที่ใช้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับวงการ HR ไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม

ชุมชน HR Thailand เติบโตและเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างตลอดช่วงที่ผ่านมา และอะไรคือหัวใจที่ทำให้ชุมชนนี้แข็งแรง ?

จิราทรัพย์: HR Thailand เติบโตเยอะมากครับ ทั้งในแง่ของจำนวนสมาชิกและความหลากหลายของแพลตฟอร์ม เรามีผู้ติดตามบน Facebook Page กว่า 94,000 คน, กลุ่ม Facebook ของ HR Thailand มีสมาชิกประมาณ 38,000 คน, กลุ่ม HR Thailand หางาน-หาคน อีก 24,000 คน, Line OpenChat 7,600 คน, TikTok 45,000 คน และ LinkedIn ส่วนตัวของผมเอง ซึ่งผมได้ใช้สื่อสารกับเพื่อนร่วมวิชาชีพโดยตรง ก็มีผู้ติดตามประมาณ 12,000 คน

ที่น่าดีใจคือ Community ไม่ได้เติบโตแค่ขนาด แต่ยังเติบโตในแง่เนื้อหาด้วย เราผลิตคอนเทนต์ที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความรู้ด้าน HR Strategy, เทรนด์ใหม่ๆ, เครื่องมือการบริหารคน, AI กับงาน HR, บทบาทของผู้นำ, ไปจนถึงการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทำงาน HR ทุกระดับ

อีกเรื่องที่สำคัญมากคือความน่าเชื่อถือ เราพยายามทำให้ HR Thailand เป็นแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง ทันเหตุการณ์ และใช้งานได้จริง เพราะในโลกที่ข้อมูลล้นมือ สิ่งที่ HR ต้องการที่สุดคือแหล่งข้อมูลที่ไว้ใจได้ครับ

HR Thailand โตเร็วมาก แล้วมีความท้าทายอะไรบ้างไหม ? 

จิราทรัพย์: มีหลายด้านเลยครับ โดยเฉพาะเมื่อเราทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ให้ข้อมูล และผู้ดูแลชุมชนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ตอนแรกมีคนสงสัยว่าเพจนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน มีคุณค่าจริงไหม ผมต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอในการผลิตคอนเทนต์คุณภาพ เพื่อพิสูจน์ว่า HR Thailand คือพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่มีประโยชน์จริง

คนทำงาน HR ไม่ได้ต้องการแค่ทฤษฎี พวกเขาต้องการเครื่องมือ และแนวทางที่นำไปใช้ได้จริงในองค์กร ซึ่งผมเองก็ต้องเรียนรู้และพัฒนาตนเองตลอดเวลา

เมื่อคนในชุมชนมากขึ้น ความคาดหวังก็หลากหลายขึ้นด้วย การเปลี่ยนแปลงของ Workforce ล้วนเป็นความท้าทายใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ผมเองก็ต้องไม่หยุดเรียนรู้ เพื่อส่งต่อสิ่งที่อัปเดตที่สุดให้กับชุมชน เราต้องออกแบบให้ที่นี่เป็นพื้นที่เปิดกว้าง เป็นกลาง และมีคุณค่าสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งครับ

 

จากมุมมองและประสบการณ์ของคุณ HR ควรมีบทบาทอย่างไรในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรและสร้างผลกระทบเชิงบวกในยุคปัจจุบัน ?

จิราทรัพย์: ผมเชื่อว่า HR ยุคใหม่ต้องก้าวข้ามจากบทบาทของผู้ดูแลเรื่องคน ไปสู่การเป็น Strategic Partner ที่ทำงานเคียงข้างผู้นำองค์กร ตั้งแต่การกำหนดทิศทางธุรกิจ ไปจนถึงการออกแบบค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์จริง ๆ

สิ่งที่ HR ต้องทำ ไม่ใช่แค่ดูแลองค์กร แต่ต้องเป็นผู้นำการสร้างวัฒนธรรม เริ่มตั้งแต่การแปลงวิสัยทัศน์ขององค์กรให้กลายเป็นค่านิยม (Core Values) ที่วัดผลได้ และฝังเข้าไปในระบบ HR ทั้งการสรรหา การพัฒนา ไปจนถึงการประเมินผลงาน

HR ยังต้องเป็น Culture Driver ออกแบบวัฒนธรรมให้สนับสนุนเป้าหมายธุรกิจ เช่น วัฒนธรรมแห่งนวัตกรรม หรือวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันแบบ Collaboration ไม่ใช่แค่ตั้งไว้บนกระดาน แต่นำไปใช้จริงจนกลายเป็นวิถีชีวิตของคนในองค์กร

อีกบทบาทสำคัญคือการสร้าง Positive Impact ผ่านการออกแบบ Employee Experience ที่ดี ทำให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่า มี Engagement และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร ผลลัพธ์ที่ได้คือองค์กรมีความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน

HR ยุคนี้ไม่ใช่แค่ฝ่ายสนับสนุน แต่ต้องเป็นทั้ง Strategic Partner และ Change Leader ที่สร้างสะพานเชื่อมระหว่างเป้าหมายธุรกิจ กับความต้องการของคนในองค์กร เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเติบโตไปด้วยกันครับ

“HR ที่แข็งแกร่ง สร้างองค์กรและสังคมที่แข็งแกร่ง” คุยกับ HR Thailand ชุมชน HR ที่ทั้งวงการไว้ใจ

จากประสบการณ์ คุณพบว่า HR หรือคนทำงานมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ HR ในประเด็นใดมากที่สุด ?

จิราทรัพย์: ความเข้าใจผิดส่วนใหญ่คือ คนมักจะมอง HR อยู่ฝั่งเดียวกับบริษัท หรือมองว่า HR จะคอยช่วยเหลือ สนับสนุนแค่บริษัท ไม่เข้าข้างพนักงานเยอะ นอกจากนี้ ยังมีมุมมองว่า HR พยายามรีดศักยภาพของพนักงาน จนพนักงาน Burn Out หรือ HR กลัวตำแหน่งหลุด จึงต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้บริหารมากเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม HR เองก็ต้องการให้คนมองด้วยมุมมองที่เป็นกลาง เพราะ HR แต่ละคนก็เป็นพนักงานเหมือนกัน มีความคิดความรู้สึก เราควรพยายามมองถึงผลประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ผลประโยชน์เฉพาะต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งครับ

คุณมองว่าปัจจุบันสัดส่วนระหว่าง HR ยุคเก่า กับ HR ยุคใหม่ คิดเป็นเท่าไหร่ แตกต่างกันอย่างไร และแนวโน้มจะเป็นอย่างไรต่อไป ?

จิราทรัพย์: ผมคิดว่าสัดส่วนของ HR รูปแบบเดิม ที่ทำแต่งานเอกสาร เป็นครูฝ่ายปกครองอยู่ที่ ประมาณ 60% ครับ ส่วน HR ที่นำแนวคิดแบบใหม่เข้ามา นั่นคือการเป็น Business Partner อยู่ที่ประมาณ 30% และอีก 10% อยู่ในระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน

ผมคิดว่าตัวเลข 60% ที่เป็น HR แบบเก่าไม่ใช่เรื่องน่าภาคภูมิใจนัก หลายบริษัทในไทยยังคงใช้ Excel ในการทำเงินเดือน หรือทำเอกสารต่าง ๆ แบบ Manual แต่ผมมองเห็นเทรนด์ใหม่ ๆ ที่กำลังมาแรง เช่น Employee Engagement, สุขภาพจิต สุขภาพกาย และสุขภาพใจ กำลังผลักดันให้ HR กลุ่มนี้ค่อย ๆ หมุน เปลี่ยนถ่ายไปข้างหน้า

และ AI ก็เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ผมเชื่อว่า HR กลุ่มเดิม 60% ก็จะพยายามวิ่งกลับมาอยู่ในกลุ่ม 30% กลายเป็น HR รุ่นใหม่ที่ยิ่งก้าวไปไกลและวิ่งห่างออกไปเรื่อย ๆ เพื่อเตรียมพร้อมบูทตำแหน่งงานใหม่ หา Job ใหม่ แล้วรับมือกับความท้าทายใหม่ที่จะเข้ามาในองค์กร

ปัจจุบันคุณทำงานและใช้ชีวิตที่เชียงใหม่ มีผลต่อการทำงานในสาย HR หรือการสร้างชุมชน HR Thailand บ้างไหม ?

จิราทรัพย์: ใช่ครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่เชียงใหม่ ทำงานและใช้ชีวิตที่นี่เต็มตัว หลายคนอาจคิดว่าการทำงานด้าน HR หรือการสร้าง Community จะต้องอยู่ในกรุงเทพฯ ถึงจะเชื่อมโยงกับคนได้ง่าย แต่จริง ๆ แล้วผมมองว่าโลกของเราตอนนี้เปลี่ยนไปมาก แพลตฟอร์มออนไลน์ทำให้เราเข้าถึงคนได้จากทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่เชียงใหม่, หาดใหญ่ หรืออุบลราชธานี ถ้าเนื้อหาที่เราสร้างมีคุณค่า ก็สามารถส่งต่อถึงเพื่อน ๆ HR ทั่วประเทศได้ทันที

ส่วนตัวผมชอบบรรยากาศการทำงานที่เชียงใหม่ มันมีความสงบ มีเวลาทบทวน และช่วยให้ผมมีสมาธิกับการคิดเนื้อหา และการบริหารชุมชน HR Thailand ได้ดีขึ้น

ผมคิดว่า HR ที่อยู่ต่างจังหวัดก็มีพลังเหมือนกัน และผมอยากเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า เราไม่จำเป็นต้องอยู่เมืองหลวงถึงจะสร้าง Impact ได้ ขอแค่เรามี Passion มีเป้าหมายชัดเจน และใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับวงการได้เช่นกันครับ

คุณมองเห็นภาพตลาดแรงงานในพื้นที่เชียงใหม่และภาคเหนืออย่างไรบ้าง ?

จิราทรัพย์: เชียงใหม่เป็นเมืองใหญ่ที่มีธุรกิจหลากหลาย ทั้งด้านบริการ การศึกษา การท่องเที่ยว รวมถึง Tech Startup ต่าง ๆ ทำให้แรงงานที่นี่จะเน้นสายบริการและออฟฟิศเป็นหลัก

แต่ถ้าพูดถึงภาคอุตสาหกรรม โรงงาน หรือฐานการผลิตจริง ๆ ต้องยกให้ลำพูนเป็นพื้นที่สำคัญ เพราะที่นี่มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีโรงงานเยอะ ทำให้แรงงานส่วนใหญ่เป็นสายแรงงานฝีมือและแรงงานทั่วไปในภาคการผลิต

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้เชียงใหม่กับลำพูนจะอยู่ใกล้กันแค่ 20–30 นาที แต่ลักษณะของแรงงานและความต้องการของบริษัทต่างกันชัดเจน ดังนั้น HR ที่ทำงานในพื้นที่เหล่านี้ต้องเข้าใจบริบทท้องถิ่นจริง ๆ ถึงจะออกแบบกลยุทธ์ HR ได้เหมาะสมกับคนและธุรกิจ

การที่ผมอยู่เชียงใหม่ และได้เห็นทั้งสองด้านนี้ชัดเจน ก็ช่วยให้ผมสื่อสารกับ HR ทั่วประเทศได้ดีขึ้นครับ เพราะเข้าใจว่าปัญหาหรือความท้าทายของ HR ในต่างจังหวัดมันไม่เหมือนกับในเมืองหลวงเลย

 

บริบทการทำงาน HR ในเชียงใหม่มีความแตกต่างกับกรุงเทพฯ มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะเรื่องการนำเทคโนโลยีมาใช้ช่วยทำงาน ?

จิราทรัพย์: คนเชียงใหม่มีความตื่นตัวพอสมควรเรื่อง HR ครับ 

HR รุ่นใหม่ในเชียงใหม่ก็มีศักยภาพและอยากพัฒนาตัวเอง อยากลองนำเครื่องมือใหม่ ๆ มาใช้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แตกต่างคือผู้บริหารระดับสูงบางคนในเชียงใหม่อาจยังไม่ต้องการนำเทคโนโลยีมาใช้ หรือยังไม่เปิดรับความเปลี่ยนแปลง ซึ่งต่างจากกรุงเทพฯ เยอะมาก ในกรุงเทพฯ การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้บริหารงาน HR ไปไกลกว่าที่เราคิดไว้เยอะพอสมควร เช่น การนำ AI เข้ามาช่วยในการสรรหาคน การทำ Engagement Survey หรือการใช้ Data ใช้ทำ Analytics และทำ Presentation ในรูปแบบ Dashboard ให้ผู้บริหารเห็น

ดังนั้น ที่เชียงใหม่ถึงจะมีความตื่นตัว แต่ก็ยังเข้าไม่ถึงทรัพยากร หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้มากเท่ากรุงเทพฯ 

ผมมั่นใจว่าที่เชียงใหม่ เกิน 40-50% ของบริษัทยังใช้โปรแกรม Excel ทำเงินเดือน เนื่องจากสถานประกอบการอาจไม่ได้ใหญ่มาก หรือเป็น Startup ที่ไม่ต้องการลงทุนสูงในช่วงแรก จึงใช้ระบบ Manual ไปก่อน

ปัญหาคือบางครั้ง ไม่มีใครนำเสนอเทคโนโลยีหรือโปรแกรมต่าง ๆ ถึงพื้นที่ หากมีล่ะก็น่าจะตอบโจทย์ แล้วช่วยยกระดับได้เยอะนะครับ

“HR ที่แข็งแกร่ง สร้างองค์กรและสังคมที่แข็งแกร่ง” คุยกับ HR Thailand ชุมชน HR ที่ทั้งวงการไว้ใจ

ทุกวันนี้มีคนรุ่นใหม่ก้าวมาทำงาน HR เยอะขึ้นมาก คุณอยากให้คำแนะนำอะไร หรือฝากอะไรถึง HR กลุ่มนี้บ้าง ?

จิราทรัพย์: โลกการทำงาน HR ทุกวันนี้เปลี่ยนไปมาก และจะยิ่งเปลี่ยนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ผมจึงอยากฝาก 3 บทเรียนสำคัญ ที่อยากฝากครับ 

ข้อแรก จงเป็นนักเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะโลกธุรกิจและเทคโนโลยีหมุนเร็วมาก สิ่งที่เราเรียนรู้ในวันนี้อาจไม่เพียงพอสำหรับวันพรุ่งนี้ HR ต้องเปิดใจเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น HR Tech, Data Analytics หรือแนวคิดใหม่ในการบริหารคน โดยเฉพาะเมื่อเจเนอเรชันของพนักงานเปลี่ยนไป วิธีคิดก็ต้องเปลี่ยนตาม

ข้อที่ 2 อย่าลืมสร้างคุณค่าให้กับคนรอบตัว งาน HR ไม่ใช่แค่งานเอกสารหรือกระบวนการ แต่มันคืองานที่เกี่ยวกับคน ทุกการตัดสินใจของ HR มีผลต่อชีวิตพนักงาน อย่าคิดว่าเรากำลังแค่ทำงาน แต่ให้คิดว่าเรากำลังสร้างความหมาย และผลกระทบที่ดีให้กับชีวิตคนในองค์กร

ข้อสุดท้าย HR ยุคใหม่ต้องมีทั้ง Mindset ใหม่ และ Skillset ใหม่  HR วันนี้ต้องใช้ People Analytics เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล เช่น HR ต้องใช้ Predictive Analytics เพื่อคาดการณ์แนวโน้มการลาออกของพนักงานให้เป็น ให้รู้ว่าพนักงานกลุ่มไหนมีความเสี่ยงจะลาออก หรือควรพัฒนาอย่างไรให้ตรงจุด

ผมเชื่อว่างาน HR ไม่เคยง่าย แต่ยิ่งโลกเปลี่ยนเร็ว เรายิ่งต้องเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญขององค์กรครับ

หากมองไปข้างหน้าในอีก 3–5 ปี คุณอยากเห็น HR Thailand และวงการ HR ไทยเดินหน้าไปในทิศทางไหน ? และความฝันสูงสุดของคุณต่อวงการนี้คืออะไร ?

จิราทรัพย์: ผมอยากเห็น HR Thailand ก้าวไปไกลกว่าการเป็นเพจหรือชุมชนออนไลน์ แต่กลายเป็นศูนย์กลางความรู้และการเรียนรู้ร่วมกันของคนทำงาน HR ทั่วประเทศอย่างแท้จริง

เพราะผมเชื่อว่าการขับเคลื่อนวงการ HR จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากมีแค่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งทำงานเพียงลำพัง เราต้องรวมพลังกันให้ได้ ทั้งจากภาคเอกชน ภาครัฐ สมาคม HR ต่าง ๆ รวมถึงสถาบันการศึกษา นั่นคือเหตุผลที่เรามุ่งมั่นอยากสร้างเวทีที่เปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนได้มาพบกัน แลกเปลี่ยนกัน และเรียนรู้ร่วมกัน

อีกไม่กี่ปีข้างหน้า AI และ Automation จะยิ่งเข้ามามีบทบาทในทุกฟังก์ชัน ตั้งแต่การสรรหา การบริหารข้อมูล การประเมินผลงาน ไปจนถึงการเรียนรู้ HR ต้องเปลี่ยนจากบทบาทเชิงปฏิบัติ ไปสู่การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างแท้จริง

การแข่งขันขององค์กรในอนาคตจะไม่ได้อยู่ที่ค่าตอบแทนอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะอยู่ที่ประสบการณ์การทำงานที่องค์กรสามารถมอบให้ HR ต้องออกแบบตั้งแต่การสรรหา การพัฒนา ไปจนถึง Well-Being และ Work-life Harmony เพื่อให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตไปกับองค์กร

ดังนั้น องค์กรต้องการ HR ที่เข้าใจธุรกิจ เทคโนโลยี และคนไปพร้อมกัน

ความฝันสูงสุดของผม อยากให้ HR Thailand เป็นแพลตฟอร์มที่มีส่วนในการขับเคลื่อนคนทำงาน HR และยกระดับวงการ HR ไทยไปสู่ระดับที่สูงกว่าเดิม เพราะท้ายที่สุด ไม่ใช่ HR เก่งขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คือการที่พนักงานในองค์กรทั่วประเทศ ได้รับประโยชน์จากการมี HR ที่เข้าใจธุรกิจ และเข้าใจคนอย่างแท้จริง

HR ที่แข็งแกร่ง จะสร้างองค์กรที่แข็งแกร่ง และองค์กรที่แข็งแกร่ง จะสร้างประเทศที่แข็งแกร่งไปด้วยกันครับ

CTA in Content Website 1600 x 500

ผู้เขียน

Picture of Paranaphat Anui

Paranaphat Anui

Take Off Toward a Dream

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้