Search
Close this search box.

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses

เมื่อ AI ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยี แต่กำลังกลายเป็นเพื่อนร่วมทีมที่องค์กรต้องมี นั่นทำให้ HR ต้องรีบวางแผนองค์กร บริหารจัดการข้อมูลเชิงลึก พร้อมศึกษาพฤติกรรมพนักงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และความคาดหวังใหม่ ๆ ว่า AI จะส่งผลต่อประสบการณ์การทำงานของโลกอนาคตอย่างไร

Darwinbox จึงร่วมกับ HREX.asia ในฐานะพันธมิตรสื่อ จัดงาน Exclusive Event ภายใต้ชื่อ “AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้นำ HR ระดับ CHRO, HR VP และ HR Director จากองค์กรชั้นนำ ได้มาร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และออกแบบอนาคตของการบริหารงานบุคคล ด้วยเทคโนโลยี AI ที่ไม่ได้แค่ช่วยงาน แต่พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระดับกลยุทธ์

สำหรับ HR ท่านใดที่พลาดงานนี้ไป ไม่ต้องกังวล HREX ได้สรุปทุกประเด็นสำคัญที่คุณควรรู้ ไว้ในบทความนี้แล้ว

Opening Keynote: Navigating the Next Wave of Digital Transformation

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses

คุณ บวรวุฒิ ไชยากุล, Senior Manager, AI Business Solution จาก Microsoft Asia เปิดเวทีด้วยการชวนผู้เข้าร่วมงานทบทวนบทบาทใหม่ของ AI ในฐานะ Co-Pilot ที่พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่นและขีดความสามารถที่สูงขึ้น 

งานวิจัยจาก Microsoft ที่เก็บข้อมูลจากผู้ใช้งานกว่า 31,000 คนใน 31 ประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรที่นำ AI มาใช้อย่างจริงจังและทั่วถึง ต่างได้รับผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพ การขยายขีดความสามารถของพนักงาน และการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับธุรกิจ

คุณบวรวุฒิยกตัวอย่างกรณีของบริษัท Dow Chemical ที่นำ AI มาใช้ในระบบ Supply Chain โดยเริ่มจากการจัดการเอกสาร ตรวจสอบจุดรั่วไหลของข้อมูล ไปจนถึงการดำเนินกระบวนการต่าง ๆ ผ่าน AI Agent แบบครบวงจร ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ และลดเวลาทำงานได้อย่างมหาศาล สิ่งที่น่าสนใจคือ AI เหล่านี้ไม่ใช่แค่ผู้ช่วย แต่กลายเป็นพนักงานดิจิทัลที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างราบรื่น

ทั้งนี้ การนำ AI Agent มาใช้สามารถแบ่งได้เป็น 3 เฟสสำคัญ ได้แก่

  1. Human with Assistant – AI เข้ามาช่วยให้งานง่ายขึ้นและเร็วขึ้น
  2. Human-led Agents – AI ช่วยทำงานเฉพาะทาง เช่น การค้นคว้าข้อมูล หรือวิเคราะห์เชิงลึก และ
  3. Human-led, Agent-operated – องค์กรสามารถสร้าง AI Agent จำนวนมากมารับช่วงดำเนินงานแทนมนุษย์ในกระบวนการต่าง ๆ ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยลดช่องว่างความสามารถ (Capacity Gap) ในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

AI ยังมีศักยภาพในการลดขอบเขตของฝ่ายงานที่มักแยกกันทำงานแบบ Silo โดยเฉพาะเมื่อองค์กรออกแบบ AI ให้ทำงานข้ามแผนก เช่น กรณีศึกษาในบริษัท P&G ที่ใช้ AI Agent กับพนักงานกลุ่ม Product Innovation กว่า 800 คน พบว่าประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น และสามารถผนวกความสามารถของพนักงานจากหลายฝ่ายเข้าด้วยกันเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม การใช้ AI จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันในองค์กรด้วย

สำหรับผู้นำ HR สิ่งที่ต้องคำนึงคือ การปรับใช้ AI ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจำเป็นต้องมีทั้ง AI Adoption (การประยุกต์ใช้ในวงกว้าง) และ AI Aptitude (ความสามารถในการใช้งานอย่างถูกต้องและแม่นยำ) Microsoft จึงนำเสนอเครื่องมืออย่าง Microsoft Co-Pilot ที่มีฟังก์ชั้นมากมาย เช่น Co-Pilot Chat, Custom Agents, และ Interactive Scenario Library ที่สามารถปรับใช้งานได้จริงในบริบทของ HR เช่น การตอบคำถามพนักงาน, การวิเคราะห์ทักษะจากอีเมล, หรือแม้แต่การสรรหาบุคลากรตามความสามารถที่ต้องการ

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายขององค์กรไม่ได้อยู่ที่องค์กรมี AI ให้ใช้งานหรือไม่ ? แต่อยู่ที่ว่า “เราจะสร้างคุณค่าจาก AI ได้อย่างไร ?” ต่างหาก และคุณค่าจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจาก HR ผู้มีบทบาทสำคัญในการทำให้ทุกภาคส่วนขององค์กรใช้ AI ได้อย่างเข้าใจ มั่นใจ ตอบโจทย์กลยุทธ์องค์กร และใช้อย่างมีธรรมาภิบาล

 

Interactive Keynote: AI as Your Co-Pilot: Elevating HR Leadership

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses

คุณ พนาสิทธิ์ วงษ์มิตรแท้, Country Head Client Advisory, Darwinbox เปิดประเด็นด้วยการชวนคิดว่า “AI คือโอกาส หรืออุปสรรคของเรา ?” แล้วจึงอธิบายว่า ปัจจุบัน AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแนบเนียน จากเมื่อ 2-3 ปีก่อนผู้คนเคยตั้งคำถามว่า “AI เชื่อได้ไหม ?” วันนี้คำถามดังกล่าวเปลี่ยนไป กลายเป็น “ทำไมเรายังต้องทำงานบางอย่างเอง ในเมื่อ AI ช่วยเราทำงานได้?”

สิ่งนี้สะท้อนว่า Mindset ของคนได้เปลี่ยนไปอย่างมาก และถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับองค์กรอย่างยิ่ง เมื่อมี Agentic AI หรือ AI Agent เป็นเครื่องมือชิ้นใหม่

เพราะ Agentic AI จะเข้าใจบริบทของผู้ใช้งานมากกว่าเดิม การเข้าถึงข้อมูลจนทำให้รู้ว่าใครกำลังสื่อสารกับมัน และต้องการอะไร โดยผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องสื่อสารโดยใช้ระบบหรือภาษาที่ซับซ้อนอีกต่อไป เพราะโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ Zero UI เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาหน้าจอ ปุ่ม หรือเมนูยุ่งยากซับซ้อนเพื่อเข้าถึงข้อมูลแล้ว แต่ที่เราสามารถสื่อสารผ่านภาษาที่เข้าใจง่าย ระบบจะเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมมาช่วยทำงานให้โดยอัตโนมัติ

ทั้งหมดนี้ทำให้บทบาทของ Agent กลายเป็นผู้ช่วยที่เข้าใจเราแบบเชิงลึก และสามารถ Execute งานให้เสร็จสิ้นได้จริง

สำหรับงาน HR คุณพนาสิทธิ์แบ่งผู้เกี่ยวข้องออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ คือ HR Leaders, HR Functions และ Employees โดย AI สามารถเข้ามาช่วยใน 3 ด้านสำคัญคือ

  1. การเข้าถึงข้อมูลจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
  2. การประมวลผลและแนะนำทางเลือก และ
  3. การตัดสินใจหรือทำงานแทนในบางขั้นตอน 

เช่น ในกระบวนการสรรหา AI สามารถช่วย Pre-screen ผู้สมัคร วิเคราะห์ความเหมาะสม สร้างคำถามสัมภาษณ์ และแม้แต่โทรหาผู้สมัครด้วยเสียงที่เสมือนมนุษย์ได้ ซึ่งช่วยลดเวลาการจ้างงาน และเพิ่มความแม่นยำได้อย่างมาก

อีกสิ่งที่คุณพนาสิทธิ์เน้นย้ำคือ การมี AI ไม่ได้แปลว่า HR จะตกงาน ตรงกันข้าม HR จะได้ AI Agent มาทำหน้าที่เสมือน Chief Digital Staff หรือสมาชิกในทีมที่ช่วยแบ่งเบางาน ทำให้ HR มีเวลาไปโฟกัสกับงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น โดยข้อมูลจากผู้ใช้งานจริงของ Darwinbox พบว่า 50% ของพนักงานเริ่มใช้ AI โดยไม่ได้มีคำสั่งจากผู้บริหาร และในกลุ่ม Early Adopters มีหลายคนที่สามารถจ้างงานได้เร็วขึ้น ได้คนตรงกับตำแหน่งมากขึ้น และสามารถระบุตัวพนักงานที่ไม่ Engage กับองค์กรได้อย่างแม่นยำ

คุณพนาสิทธิ์สรุปทิ้งท้ายว่า บทบาทของผู้นำ HR จะยิ่งทวีความสำคัญในยุคของ AI Agent ที่จะยิ่งเข้าถึงข้อมูลด้านคนขององค์กร มองเห็นภาพรวมของคนได้ง่ายขึ้น ผ่านมุมของเทคโนโลยี เช่น  รู้ว่าใครทำงานตำแหน่งอะไร รายงานต่อใคร และมีบทบาทอย่างไรในระบบงานทั้งหมด

นอกจากนั้น HR ยังมีหน้าที่วางโครงสร้างพื้นฐานให้ AI เข้าถึงการทำงานทุกระดับในองค์กรได้จริง พร้อมทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์องค์กรในเรื่องจริยธรรม ความเป็นส่วนตัว และความเท่าเทียม (DEI) อีกด้วย

ทั้งหมดนี้คือบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแนวคิดด้านการใช้ AI จากแนวคิดที่ดูไกลตัว ให้กลายเป็นเครื่องมือที่ทุกคนในองค์กรใช้ได้จริงในชีวิตการทำงานประจำวัน

 

Panel Discussion: “AI”cing HR – The CXO Lens on Leading with AI

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน AI@Work: Co-Pilot for Modern Businesses

Session สุดท้ายของงานนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณ กานติมา เลอเลิศยุติธรรม, Deputy CEO & CCO, AIS, คุณ สรัสวดี คุปตพงศ์, Chief People Officer, บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต, คุณ วิธพล เจาะจิตต์, Head of BANPU People, บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) มาร่วมแชร์กันว่า สิ่งสำคัญของการนำองค์กรให้ประสบความสำเร็จด้านการบริหารคนในยุค AI นั้นต้องทำอย่างไร

โดยมีคุณ พนาสิทธิ์ วงษ์มิตรแท้, Country Head Client Advisory, Darwinbox ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ

คุณกานติมา แชร์อย่างตรงไปตรงมาว่า แม้องค์กรจะลงทุนเรื่อง AI อย่างเต็มที่ แต่หากคนในไม่เข้าใจ หรือไม่เห็นเป้าหมายร่วมกัน สุดท้ายอาจกลายเป็นการเสียเงินแบบไม่ฉลาด และที่สำคัญคือ HR มักไม่สามารถใช้ข้อมูลเป็นภาษากลางในการพูดคุยกับฝ่ายธุรกิจ ทำให้แผนคนไม่ถูกนำไปอยู่ในกลยุทธ์องค์กรอย่างแท้จริง เมื่อไม่อยู่ในแผน ก็ไม่ได้รับงบประมาณ และกลายเป็นเรื่องรอง ทั้งที่คนคือกำลังสำคัญขององค์กรในระยะยาว

ขณะที่คุณวิธพลเน้นย้ำว่า แม้ AI จะบูมมากในทุกวันนี้ แต่องค์กรต้องไม่ตกอยู่ในกับดัก FOMO (Fear of Missing Out) ว่าต้องรีบเร่งเอามาใช้งาน สิ่งที่ต้องทำคือการตอบให้ได้ว่า AI จะเข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงองค์กรอย่างไรให้เป็นรูปธรรม การรู้เพนพอยต์ของ CEO หรือผู้บริหารระดับสูง เป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้า AI สามารถตอบโจทย์นั้นได้ CEO ก็จะกล้าหยิบ AI ขึ้นไปเป็นอเจนด้าในที่ประชุมบอร์ดซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้โครงการเดินหน้าได้จริง

ส่วนคุณสรัสวดีเสริมว่า การเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ จำเป็นต้องมีความมั่นใจจากผู้บริหารว่าจะได้ ROI กลับมาอย่างคุ้มค่า ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของต้นทุน แต่รวมถึง Employee Experience ด้วย หากพนักงานรู้สึกว่า AI ช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น สนุกขึ้น และไม่กลัวจะตกงาน พวกเขาจะเปิดใจมากขึ้น และหากมีตัวชี้วัดผลลัพธ์ที่ชัดเจน จะทำให้ทั้งผู้บริหารและพนักงาน Buy-in ได้ไม่ยาก

สำหรับประเด็นเรื่อง Data และบริบทองค์กรที่หลากหลาย ทั้ง 3 ท่านเห็นตรงกันว่า ไม่มีสูตรสำเร็จในการใช้ AI เพราะทุกองค์กรมีข้อจำกัดต่างกัน

ฝั่งของ AIS มีข้อจำกัดด้านกฎหมาย เช่น การเก็บข้อมูลต้องถูกกำกับดูแลโดย กสทช. ส่วนบ้านปู เวลาต้องปรับใช้ AI กับสาขาในต่างประเทศ จะเจอวัฒนธรรมและกฎระเบียบต่างกันอย่างมาก ส่วนของกรุงไทย-แอกซ่าก็ต้องออกแบบระบบให้ครอบคลุมทั้งพนักงานประจำและฟรีแลนซ์ เช่น ตัวแทนขายประกัน ซึ่งมีความต้องการต่างกันมาก

Human Ecosystem จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่าน AI เข้าสู่องค์กร AIS หยุดแนวคิด HR ที่ทำทุกอย่างให้พนักงาน แล้วหันมาให้พนักงานกุมชะตาของตัวเอง ผ่านการเรียนรู้แบบ Active Learning

ส่วนบ้านปูเน้น Decentralization ให้แต่ละประเทศหรือสาขาแข็งแรงด้วยตนเอง และไม่ใช้แนวทางเดียวกันทั่วโลก ไม่เพียงแค่นั้น กรุงไทย-แอกซ่ายังเปิดพื้นที่ให้ทุกคนเรียนรู้ร่วมกันผ่านกิจกรรม Hackathon ที่ให้พนักงานสร้างเครื่องมือ AI ใช้ในชีวิตจริง

เมื่อพูดถึงการเตรียมคนให้พร้อมรับการเปลี่ยนผ่าน ผู้บริหาร HR จากบ้านปูยกตัวอย่างว่า องค์กรไม่สามารถหวังพึ่งคนรุ่นใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพัฒนาคนเก่าให้มีทักษะใหม่ โดยเฉพาะเรื่อง AI ขณะเดียวกันก็ต้องเฟ้นหาคนใหม่ ที่มีความสามารถเฉพาะด้าน เช่น เอาคนที่มีความรู้พลังงานสะอาดมาดูแลด้านนี้ แทนคนที่ถนัดด้านถ่านหิน

แต่ก็ไม่ได้หมายความจะทอดทิ้งคนรุ่นเก่าไปหมด เพราะองค์กรจะเปิดพื้นที่ให้พนักงานรุ่นเก๋าจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงหรือผู้ควบคุมคุณภาพ ขณะที่คนรุ่นใหม่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนองค์กรในด้านที่ยังไม่มีใครเคยทำ

สุดท้าย ทุกองค์กรเห็นตรงกันว่า AI จะเข้ามาช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน ทำให้ HR มีเวลาไปทำงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น การใช้ AI จะสร้างคุณค่าให้ทั้งองค์กร และ HR จะเติบโตไปเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ

ผู้เขียน

Picture of Paranaphat Anui

Paranaphat Anui

Take Off Toward a Dream

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้