
นักศึกษาจบใหม่วัย 23 ปี เห็นประกาศรับสมัครงานฝ่ายขายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ชื่อดัง ซึ่งเสนอค่าตอบแทนสูงและยืดหยุ่นเวลาได้อย่างน่าสนใจ หลังส่งข้อมูลส่วนตัวพบว่า เธอต้องจ่ายค่ามัดจำเพื่อยืนยันตำแหน่ง แต่หลังจ่ายแล้ว กลับไม่สามารถติดต่อกลับไปยังผู้ว่าจ้างได้อีกเลย…
การหลอกลวงแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในยุคดิจิทัล แต่เราจะเจอกรณีที่ซับซ้อนและแนบเนียนขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อโลกของการหางานเปลี่ยนผ่านสู่แพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ
ล่าสุด บริษัท SEEK ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Jobsdb และ Jobstreet เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มกลโกงสมัครงานล่าสุดทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งชี้ให้เห็นว่า มิจฉาชีพยุคใหม่ปรับกลยุทธ์ให้แตกต่างกันในแต่ละประเทศ และสอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจ วัฒนธรรม รวมถึงพฤติกรรมของผู้สมัครอย่างแนบเนียน
งานธุรการ เป้าหมายหลักของมิจฉาชีพ
จากการวิเคราะห์ข้อมูลภายในของระบบตรวจจับกลโกงบนแพลตฟอร์มของ SEEK ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2567 ถึงมิถุนายน 2568 พบสถิติที่น่าสนใจดังนี้
ตำแหน่งงานด้านธุรการ (Administration & Office Support) คือเป้าหมายหลัก
- มีประกาศงานถึง 29% ที่เป็นประกาศงานหลอกลวง
- มุ่งเน้นตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น (Entry-level) เพราะผู้สมัครขาดประสบการณ์และความรู้เท่าทัน
ภาพรวมภูมิภาคเอเชีย มิจฉาชีพกระจุกตัวที่ไหน ?
- คำตอบคือ อินโดนีเซีย เป็นประเทศที่พบการฉ้อโกงมากที่สุด คิดเป็น 62% ของภูมิภาคเอเชีย และ 38% ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
- ส่วน ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่พบการฉ้อโกงมากรองลงมาที่ 20% ของภัยคุกคามในภูมิภาค APAC
กลุ่มอุตสาหกรรมเสี่ยง
ในตลาดงานเอเชีย มิจฉาชีพมักฉวยโอกาสจากคนที่กำลังมองหางานอย่างเร่งด่วน โดยมุ่งเป้าไปที่
- การผลิต การขนส่ง และโลจิสติกส์ คิดเป็น 16%
- งานขาย คิดเป็น 7%
ขณะที่ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ พบรูปแบบการหลอกลวงที่แตกต่าง โดยจะพบในกลุ่มงาน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) สูงถึง 9% เทียบกับเพียง 2% ในภูมิภาคเอเชีย

เจาะกลโกงมิจฉาชีพยุคใหม่ในประเทศไทย สายงานขายโดนหนัก
สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจาก Jobsdb by SEEK ชี้ให้เห็นว่า ปริมาณการจ้างงานหลอกลวงโดยรวมอยู่ในระดับต่ำกว่าตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
อย่างไรก็ตามในบางกลุ่มงานกลับพบสัดส่วนการหลอกมากกว่าใคร นั่นคือ…
งานด้านการขาย โดนหลอกอันดับ 1
- 67% ของประกาศงานหลอกลวงทั้งหมด
อันดับสายงานที่โดนหลอกรองลงมา
- งานด้านบัญชี – 17%
- งานด้านสื่อ โฆษณา และศิลปะ – 17%
ข้อมูลนี้สอดคล้องกับแนวโน้มในภูมิภาค APAC ที่มิจฉาชีพมักมุ่งเป้าไปยังผู้สมัครที่กำลังมองหางานอย่างเร่งด่วน หรืองานที่เสนอค่าตอบแทนในรูปแบบค่าคอมมิชชัน ด้วยข้ออ้างเรื่องรายได้ดีและได้เงินไว ทำให้ผู้สมัครกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงได้ง่าย
คุณ ดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ประเทศไทย กล่าวว่า มิจฉาชีพจากทั่วทั้งภูมิภาคนี้ได้พัฒนาเทคนิคหลอกลวงให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยได้ปรับรูปแบบการหลอกลวงให้เข้ากับแต่ละประเทศ ตำแหน่งงาน และภาคอุตสาหกรรมที่ผู้สมัครน่าจะมีความเปราะบางมากที่สุด
“ในฐานะที่ Jobsdb by SEEK เป็นแพลตฟอร์มหางานชั้นนำของไทย เรามองว่านี่คือความรับผิดชอบของเราในการสร้างตลาดงานที่ปลอดภัยและโปร่งใสยิ่งขึ้นให้แก่ประเทศไทย ปัญหาเรื่องประกาศงานที่หลอกลวงไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบกับตัวผู้สมัครเท่านั้น แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นต่ออีโคซิสเต็มของการจัดหางานในภาพรวม ดังนั้น เราจึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบที่จะตรวจจับกลโกงและประกาศงานที่หลอกลวงได้อย่างชาญฉลาดขึ้น ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ต่อนายจ้างและผู้สมัครงานเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่เป็นธรรมในการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง”

มาตรการของ SEEK ในการป้องกันการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม
เพื่อสร้างตลาดงานที่ปลอดภัยและโปร่งใสยิ่งขึ้น Jobsdb by SEEK ได้ยกระดับมาตรการป้องกันการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรมอย่างเข้มงวด ด้วย 4 มาตรการหลัก ดังนี้
1. ตรวจสอบผู้ว่าจ้าง
ทีม Trust & Safety ของ SEEK จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อยืนยันและรับรองความน่าเชื่อถือของนายจ้าง
2. การกรองเนื้อหาประกาศงาน
ใช้ระบบสแกนอัตโนมัติ และส่งต่อเนื้อหาที่มีความเสี่ยงให้ทีมผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
3. การเปิดโอกาสให้รายงาน
แพลตฟอร์มเปิดให้ผู้สมัครสามารถรายงานประกาศงานที่น่าสงสัยได้โดยตรง
4. การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
รับมือกับการที่มิจฉาชีพเริ่มใช้เทคโนโลยี AI เพื่อสร้างกลโกงที่แนบเนียนขึ้น และยังมีการแอบอ้างชื่อ SEEK, Jobsdb หรือ Jobstreet ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น SMS และโซเชียลมีเดีย ด้วยวิธีการดังนี้
- พัฒนาระบบตรวจจับการฉ้อโกงให้ชาญฉลาดขึ้น
- ปรับปรุงระบบบล็อกอัตโนมัติ
- เพิ่มกระบวนการยืนยันตัวตนที่เข้มงวด
ทำให้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 ถึงมิถุนายน 2568 ระบบของ SEEK สแกนประกาศงานจำนวนกว่า 4.3 ล้านรายการทั่วทั้งภูมิภาค APAC และสามารถป้องกันไม่ให้ผู้จ้างงานกว่า 3,600 ราย ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นเข้าสู่แพลตฟอร์ม
นอกจากนี้ ยังปิดบัญชีผู้จ้างงานที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการฉ้อโกงไปกว่า 650 บัญชี และลบประกาศงานที่มีความเสี่ยงกว่า 2,800 รายการ หลังการตรวจสอบ
ที่สำคัญคือ ผู้สมัครงานเองก็มีส่วนช่วยในการรักษาความปลอดภัย โดยมีการรายงานเกี่ยวกับประกาศงานต้องสงสัยกว่า 22,000 รายการ ซึ่งทั้งหมดได้รับการตรวจสอบโดยทีม Trust & Safety
บทสรุป
กลโกงมิจฉาชีพยุคใหม่มีลูกเล่นในการโกงที่แนบเนียนขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรับกลยุทธ์ตามบริบทของแต่ละประเทศ การใช้เทคโนโลยี AI สร้างประกาศงานปลอม หรือแม้แต่การแอบอ้างชื่อแพลตฟอร์มดัง ๆ เพื่อหลอกลวงผู้สมัครงาน
การที่แพลตฟอร์มรับสมัครงานยกระดับมาตรการปกป้องผู้สมัครงานด้วยระบบตรวจจับที่ชาญฉลาดขึ้น รวมถึงการให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวย่อมถือเป็นเรื่องดี แต่เหนืออื่นใด ผู้สมัครงานเองต้องรู้เท่าทันภัยเหล่านี้ และรู้จักตั้งคำถามกับประกาศงานที่ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลด้วย เช่น
- ค่าตอบแทนสูงผิดปกติเมื่อเทียบกับตำแหน่งงาน
- ต้องจ่ายเงินมัดจำหรือค่าธรรมเนียมก่อนเริ่มงาน
- ไม่มีข้อมูลบริษัทที่ชัดเจนหรือตรวจสอบไม่ได้
- การติดต่อที่ผิดปกติผ่าน SMS หรือโซเชียลมีเดียส่วนตัว
การรู้เท่าทันและระมัดระวังของผู้สมัครเอง ร่วมกับระบบป้องกันของแพลตฟอร์ม จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างโลกการหางานออนไลน์ที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือได้อย่างแท้จริง
