Search
Close this search box.

เป็นหัวหน้าที่ Productive แค่แยกให้ออกว่าอะไรคือ “งานด่วน” และอะไรคือ “งานสำคัญ”

0923

เคยสงสัยไหมว่าทำไมผู้บริหารที่เก่งๆ สามารถทำอะไรได้มากมายในหนึ่งวัน ทำอะไรก็ Productive ไปเสียหมด นอกจากนี้ยัง Manage งานและเวลาของตัวเองได้เป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี แถมยังทำได้ Flow และ Active มากๆอีกด้วย เคล็ดลับของผู้บริหารเหล่านี้คืออะไร ? พวกเขามีเวลามากกว่าเราหรือเปล่า ?

คำตอบคือ พวกเขาไม่ได้มีเวลามากกว่าเราหรือขยันกว่าเรา แต่เป็นเพราะพวกเขาสามารถแยกแยะได้ว่าอะไรคือ “งานสำคัญ” และอะไรคือ “งานด่วน” ซึ่งแนวคิดแบบนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากบิดาผู้ให้กำเนิดตารางเวลาในการทำงานแบบ Productive คือ Dwight Eisenhower ที่ทำให้เกิด Matrix อันโด่งดังจนกลายมาเป็นแม่แบบของการจัดลำดับความสำคัญในการทำงาน ที่เรารู้จักคุ้นเคบกันดีว่า The Eisenhower Box นั่นเอง

eisenhowerCredit Picture from : https://jamesclear.com/eisenhower-box

1. Urgent and important : งานที่ทั้งด่วนและสำคัญ เป็นงานที่คุณต้องรีบตัดสินใจทำทันที
2. Important, but not urgent : งานสำคัญแต่ไม่ด่วน งานที่สามารถเลื่อนไปทำหลังจากงานด่วนได้
3. Urgent, but not important : งานด่วนแต่ไม่สำคัญ งานที่สามารถกระจายไปให้คนอื่นทำได้
4. Neither urgent nor important : งานที่ไม่ด่วนและไม่สำคัญ งานที่คุณไม่จำเป็นต้องเสียเวลาทำ

งานสำคัญ (Important) และงานด่วน (Urgent) มันสร้างความสับสนและทำให้หลายคนมองความสำคัญของ 2 สิ่งนี้สลับไปสลับมาอยู่เสมอ ทั้งๆที่มันเป็นสองสิ่งที่ต่างกันมาก

  • งานด่วน คือ งานที่ต้องรีบตัดสินใจในเวลาอันสั้น แต่ไม่ได้สำคัญและไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการทำหรือในการคิดมากนัก มันก็คืองาน Daily task ที่มี deadline และต้องทำทุกวันนั่นเอง หากไม่รีบทำก็จะไฟลนก้น ซึ่งถ้านำไปคิดในเชิงเป้าหมายระยะยาวขององค์กรแล้ว งานด่วนมีนัยยะสำคัญค่อนข้างน้อย และไม่ได้ส่งผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อองค์กรเท่าไหร่นัก
  • งานสำคัญ คือ งานที่ไม่ต้องรีบทำก็ได้แต่เป็นงานที่ส่งผลต่อเป้าหมายในองค์กรมากที่สุด ซึ่งต้องใช้เวลาโฟกัสมากเป็นพิเศษ ไม่ใช่งานที่สามารถทำเสร็จภายในวันเดียว อาจเรียกได้ว่าเป็น “Deep Work” ที่ต้องอาศัย Systematic Thinking และต้องอาศัย Passion และความกระตือรือร้นของคุณ เป็นงานที่คุณเป็นคนคิดและลงมือทำเอง และผลลัพธ์ของมันจะ Impact ส่งผลต่อองค์กรมาก

หลายคนส่วนใหญ่เป็น Burnout Syndrome ก็เพราะมัวแต่ทำงานด่วนจนไม่มีเวลาไปโฟกัสงานสำคัญ สุดท้ายจึงติดอยู่ในวงจรงานด่วนที่ถาโถมและมีเพิ่มเข้ามาทุกวันจนขยับไปไหนไม่ได้ ทางแก้ก็คือ ต้องรีบหาทางป้องกันไม่ให้มีงานด่วนจนล้นมือ จนไม่มีช่องว่างให้งานสำคัญ อย่ารอให้ Deadline มาถึงแล้วค่อยทำ แต่รีบทำให้เสร็จ และเผื่อเวลาที่เหลือไปโฟกัสให้งานที่สำคัญ ส่วนงานสำคัญนั้นไม่มี Deadline แต่อาศัยความต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ยกตัวอย่างเช่น การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ หรือการพัฒนาตัวเอง การเรียนรู้ทักษะและ New Skills ต่างๆ ทั้งหมดนั้นคือเรื่องที่ไม่ต้องรีบทำ แต่สำคัญมาก มันคือการลงทุนในตัวเอง ลงทุนในองค์กร เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและมั่นคงในระยะยาว
141954250 687270141943451 7985206668758006666 nถ้าคุณให้ความสำคัญกับ “งานสำคัญ” มากๆ งานด่วนก็จะลดลงเพราะคุณวางแผนการทำงานและบริหารเวลาเป็น แยกให้ออกว่าเรื่องไหนสำคัญ เรื่องไหนต้องใช้เวลาวางแผน และเรื่องไหนที่ไม่สำคัญ สามารถกระจายงานให้คนอื่นช่วยทำได้ เพื่อผลลัพธ์สุดท้ายในการทำงานที่ Flow , Productive และ Active
“ Urgent is reactive, but Important is productive”

สำหรับแก้แบ่งตาม CATE 3

อ้างอิง

ผู้เขียน

Picture of HREX.asia

HREX.asia

Connect People to the Best HR Solution เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรผ่านผู้คน

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้