Covid19: โพลสำรวจ 12 ประเทศ จากคนหลักหมื่นเผยคนหวั่นตกงานมากกว่าปัญหาด้านสุขภาพ

สิ่งที่อยู่ในใจใครหลายคนในช่วงเวลานี้แต่ไม่ได้บอกกับใคร ???
===
ผลการทำโพลของ IPods ที่ทำการสำรวจผู้ใหญ่วัยทำงานกว่า 10,000 กว่าคนใน 12 ประเทศทั่วโลกพบว่าหนึ่งในความกังวลใจที่เกิดขึ้นในภาวะวิกฤติ COVID19 outbreaks ครั้งนี้มีมากกว่า #เราติดแล้วหรือยัง เป็นความกังวลที่นอกเหนือจากเรื่องสุขภาพ สิ่งนั้นก็คือความกังวลเรื่อง ‘เงินๆทองๆ’ นั่นเอง
.
วิธีการทำโพลครั้งนี้ก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน วิธีทำคือเปรียบเทียบความวิตกกังวลของพลเมืองในแต่ละประเทศในช่วงเดือนต่างๆ ที่ผ่านมาแล้วดูว่าความวิตกกังวลในด้านต่างๆ เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไรบ้าง โดยในการศึกษาครั้งนี้ไล่ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์จนถึงกลางเดือนมีนาคม
.
แนวโน้มที่เห็นชัดเจนทั่วโลกคือแทบทุกประเทศเป็นไปอย่างที่เราคาดกันคือ ความกังวลด้านสุขภาพมีอยู่ในทุกประเทศ จะมากน้อยขึ้นอยู่กับระดับสถานการณ์ความรุนแรงและความเชื่อมั่นต่อระบบสาธารณสุข แต่มีสามประเทศที่สูงกว่าที่อื่นอย่างชัดเจนได้แก่ จีน อินเดีย และเวียดนาม
.
แต่จุดที่น่าสนใจคือความกังวลด้านสุขภาพเหล่านี้ไม่ได้มีการเพิ่มขึ้นมากนักในช่วงเวลาที่ผ่านไป โดยหลายๆที่แทบจะคงที่เท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเลยด้วยซ้ำ (ในช่วงต้นกุมภาพันธ์ถึงกลางมีนาคม)
.
ในขณะที่ถ้าเรามาดูผลในส่วนความกังวลที่มีต่อการทำงาน การเงิน และธุรกิจจะเห็นค่อนข้างชัดเจนเลยว่ามีการเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตลอดหนึ่งเดือนกว่าๆที่เก็บข้อมูล
.
โดยสรุปคือ
.
เราต้องเข้าใจก่อนว่าหลักๆแล้วความกังวลเหล่านี้สะท้อน ‘สภาวะอารมณ์’ ของผู้คนซึ่งมีผลมาจากหลายส่วน เช่น ความรุนแรงของสถานการณ์ นโยบายของภาครัฐ และวิธีการสื่อสารของสื่อในประเทศนั้นๆ ที่สามารถส่งผลต่อความกังวลใจของผู้คนได้ทั้งนั้น
.
จุดน่าสนใจคือการแพร่ระบาดของไวรัสในครั้งนี้ จากจุดเริ่มต้นที่เริ่มจากความหวาดกลัวในเชิงสุขภาพส่วนตัว ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่านโยบายทั่วโลกที่ประเทศต่างๆ ใช้ต่อกรกับการระบาดครั้งนี้คือการ #ห่างกันซักพัก หรือ ‘Social distancing’ ซึ่งผลกระทบที่ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ก็คือการหยุดชะงักของธุรกิจ เมื่อไม่มีใครอยากอยู่ใกล้กันอีกต่อไป กิจกรรมทางสังคมทุกอย่างจึงหยุดชะงักไป
.
เมื่อภาคธุรกิจ บริษัทต่างๆ เข้าใจแล้วว่าความ Panic ที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่แค่เรื่องของสุขภาพเพียงอย่างเดียวแต่ยังรวมถึงความรู้สึกไม่มั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ ด้านธุรกิจ และด้านการทำงาน เมื่อทุกคนรู้สึกว่าอาชีพที่ทำอยู่อาจล้มลงเมื่อไหร่ก็ได้ การ Layoffs ครั้งต่อไปจะเป็นเราด้วยหรือไม่ที่โดน เราจะถูกลดเงินเดือนไหม ถ้าโดนให้หยุดงานไม่จ่ายเงินเดือนจะทำอย่างไร
.
ความกังวลเหล่านี้คือสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังหน้ากากที่เราใส่ ที่นอกจากเราจะใส่มันเพื่อป้องกันตัวเองออกจากเชื้อโรคร้าย เราอาจใส่มันเพื่อเก็บซ่อนสีหน้ากังวลระทมทุกข์ต่อความผันผวนและเอาแน่เอานอนไม่ได้ของชีวิต
.
เมื่อพนักงานถูกโถมด้วยพายุของอารมณ์มากถึงเพียงนี้ สิ่งที่องค์กรพอจะทำได้คือการพยายามทำตัวเป็นบ้านที่อบอุ่นใจ ไม่ทำให้พนักงานต้องบอบช้ำกว่าที่ควรจะเป็น
.
มีคำถามมากมายที่เราต้องตอบตัวเองให้ได้
– เราได้มีแผนการอย่างไรบ้างเพื่อช่วยป้องกันพนักงานของตัวเองให้ปลอดภัย
– เราได้สร้างระบบการทำงานแบบ Remote work ให้มีประสิทธิภาพเต็มที่แล้วหรือยัง
– เรามีการวางแผนการสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆของบริษัทให้พนักงานเข้าใจอย่างโปร่งใส ชัดเจน และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแล้วหรือยัง
– เราสื่อสารได้อย่างโปร่งใส ชัดเจน ไม่ปิดบังในเรื่องนโยบายต่างๆของบริษัทหรือไม่
– เราเข้าใจหรือเปล่าว่าสภาวะอารมณ์ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน
– เราพยายามรับฟังความกังวลที่ซ่อนอยู่ภายในใจของพนักงานบ้างหรือเปล่า
.
ใช่, ทั้งหมดมันเริ่มต้นจากไวรัส
แต่ตอนนี้มันกลายเป็นอะไรที่มากไปกว่านั้น
หากคุณกำลังกลัวตกงาน
คุณไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกแบบนี้
สิ่งที่อยู่ในใจใครหลายคนในช่วงเวลานี้แต่ไม่ได้บอกกับใคร อาจเป็นสิ่งที่บริษัทควรพยายามเงี่ยหูฟังให้มากที่สุด…ก่อนจะสายเกินไป

อยากศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความตั้งต้นและงานวิจัยดูได้ที่
https://bit.ly/2JQBb7e
.
หากอยากอัพเดท Content ของเราแบบนี้ทุกวันส่งตรงถึง Line คลิกแอดเลย !!! https://lin.ee/bhB1NoV

関連タグ