Search
Close this search box.

Office Syndrome ในที่ทำงาน HR ควรป้องกันอย่างไร?

HIGHLIGHT
  • Office Syndrome (ออฟฟิศซินโดรม) คือ กลุ่มอาการปวดเมื่อยหรือชาตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งเกิดจากการนั่งหรืออยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลาติดต่อกันหลายชั่วโมงต่อวัน ส่วนใหญ่พบได้บ่อยในผู้ที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์
  • อาการของ Office Syndrome นั้นดูเหมือนจะไม่รุนแรงในช่วงแรก แต่หากปล่อยไว้ ไม่ทำการรักษาหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จะทำให้อาการมีความรุนแรงขึ้น จนส่งผลกับการใช้ชีวิตในประจำวันได้
  • การป้องกัน Office Syndrome ทำได้โดย ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงานด้วยตัวคุณเอง อย่างการไม่นั่งหลังค่อม ห่อไหล่ เปลี่ยนท่าทางทุกๆ ยี่สิบนาที พักผ่อนให้เพียงพอ หรือ ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำงานของคุณด้วยการ เปลี่ยนสภาพแวดล้อม จัดออฟฟิศให้น่าอยู่ เปลี่ยนอุปกรณ์ในการทำงานให้เหมาะสมกับคุณ
  • HR สามารถช่วยดูแลเรื่องสุขภาพพนักงาน ด้วยการหา HR Solution ด้าน Health & Wellness มาใช้ ค้นหาผ่าน HREX ทางลิงก์นี้ได้เลย

Office Syndrome HR Solution

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในยุคปัจจุบันนี้เราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเทคโนโลยีและต้องใช้เวลาส่วนมากในแต่ละวันนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ซึ่งการนั่งอยู่ในท่าเดิมนานๆ นั้นส่งผลให้เกิดอันตรายกับร่างกายของเราได้ ซึ่งอันตรายที่ว่านั้นก็คือ Office syndrome

เชื่อว่าผู้ที่ทำงานอยู่ในออฟฟิศส่วนใหญ่ต้องรู้จักกับโรคนี้อย่างแน่นอน และใครหลายๆ คนอาจกำลังประสบกับโรคนี้อยู่ก็เป็นได้

ในประเทศไทย มีผู้ที่ต้องทรมานกับโรคนี้มากถึง 80% ซึ่งส่วนมากของผู้ที่ประสบปัญหาคือ คนวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ซึ่งปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับพฤติกรรมในที่ทำงาน

Office Syndrome คืออะไร

shutterstock 379689991

Office Syndrome (ออฟฟิศซินโดรม) คือ กลุ่มอาการปวดเมื่อยหรือชาตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งเกิดจากการนั่งหรืออยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลาติดต่อกันหลายชั่วโมงต่อวัน ส่วนใหญ่พบได้บ่อยในผู้ที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ อยู่ในออฟฟิศเป็นเวลานาน ไม่ได้มีการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งอาการปวดเมื่อยต่างๆ เหล่านี้ในช่วงแรกจะดูเหมือนอาการที่พบได้ทั่วไป แต่ถ้าปล่อยสะสมไว้นานๆ จะทำให้อาการรุนแรงขึ้น จนเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพในภายหลังได้

ในปัจจุบันยังพบว่าผู้ที่เสี่ยงเป็น Office Syndrome ส่วนใหญ่นั้นอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ชีวิตอยู่กับเทคโนโลยี ต้องก้มหน้าดูหน้าจอสมาร์ทโฟน หรืออยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมโดยไม่รู้ตัว

สาเหตุของ Office Syndrome

สาเหตุหลักของ Office Syndrome คือ การนั่งทำงาน หรืออยู่ในอิริยาบถที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานานติดต่อกัน โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนท่าทาง เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เช่น

  • นั่งไขว่ห้าง
  • นั่งไม่เต็มก้น ชอบนั่งอยู่ที่ขอบของเก้าอี้
  • นั่งหลังค่อม หรือ การนั่งหลังโก่ง หลังงอ
  • นั่งหรือยืนกอดอกเป็นเวลานาน
  • การนั่งอ่านหนังสือหรือดูทีวีบนเตียงนอน
  • การยืนถ่ายน้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่ง
  • การสะพายกระเป๋าข้างเดียว
  • การสวมรองเท้าส้นสูง ตั้งแต่นิ้วครึ่งขึ้นไป
  • การนอนขดตัว

นอกจากนี้ยังมีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่นๆ ได้ เช่น

  • อุปกรณ์หรือสภาพแวดล้อมในการทำงานไม่เอื้ออำนวย เช่นโต๊ะมีความสูงต่ำไม่เหมาะสมกับร่างกาย หรือมีพื้นที่แคบเกินไป
  • ความเครียดจากการทำงาน การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการทานอาหารไม่ตรงเวลา

อาการของ Office Syndrome

อย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้นว่า อาการของ Office Syndrome นั้นดูเหมือนจะไม่รุนแรงในช่วงแรก แต่หากปล่อยไว้ ไม่ทำการรักษาหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จะทำให้อาการมีความรุนแรงขึ้น จนส่งผลกับการใช้ชีวิตในประจำวันได้

โดยอาการของ Office Syndrome ที่พบได้ส่วนมากคือ

  • ปวดคอ ปวดหลัง หรือปวดตามกล้ามเนื้อเรื้อรัง เพราะการนั่งหรืออยู่ในอิริยาบทที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน
  • ปวดหัว เวียนหัว หรือปวดตา เพราะการใช้สายตาในการจ้องหน้าคอมพิวเตอร์มากเกินไป หรือความเครียดสะสมจากการทำงานหนัก และการพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ชาที่แขนขา หรือเกิดอาการนิ้วล๊อค เพราะการจับเมาส์หรือสมาร์ทโฟนมากเกินไป
  • นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท เพราะอาการปวดเมื่อยเรื้อรัง หรือความเครียดสะสมจากงานที่ทำ

อาการทางร่างกายเหล่านี้อาจส่งผลกระทบกับอารมณ์ในบางคน ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก จนเกิดอาการซึมเศร้า เบื่อเหนื่อย นำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้าได้ และถ้าหากปล่อยให้ปวดตามร่างกายต่อไปเรื่อยๆโดยที่ไม่มีการรักษา อาจทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับเส้นประสาท หรือกระดูกเรื้อรังรุนแรงจนทำให้เดิน หรือเอี้ยวตัวไม่ได้ ต้องทำกายภาพบำบัด หรือผ่าตัดกันเลยทีเดียว

การป้องกัน Office Syndrome

shutterstock 317604014

หาก Office Syndrome ของคุณยังอยู่ในระดับความรุนแรงไม่มาก เพิ่งเริ่มมีอาการ คุณสามารถป้องกัน ดูแลรักษาได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและสภาพแวดล้อมด้วยตัวคุณเอง ดังนี้

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตัวคุณเอง

  • เปลี่ยนท่าทางการนั่งหรืออิริยาบทในทำงานของคุณทุกๆ ยี่สิบหรือสามสิบนาที ไม่นั่งหลังค่อม ห่อไหล่ ปรับการวางแขน ข้อศอก และพยายามอย่าบิดข้อมือมากเกินไป พยายามนั่งให้เต็มเบาะ นั่งหลังตรงแนบไปกับพนักพิง ไม่เอนไปหาโต๊ะทำงานมากเกินไป
  • เมื่อเริ่มมีอาการเหนื่อย เมื่อยล้า ควรพักร่างกายและสายตาเพื่อผ่อนคลาย เช่น การขยับ หรือลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย อย่างน้อยทุกๆ ชั่วโมง หรือลุกเดินบ้างเป็นบางครั้ง หรือใส่แว่นที่ช่วยถนอมสายตาที่สามารถตัดแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยถนอมสายตา บรรเทาอาการปวดตา
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยืดและคลายกล้ามเนื้อ และเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ เช่น โยคะ หรือการออกกำลังกายเบาๆ เป็นต้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้ได้ประมาณ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน งดเล่นโทรศัพท์ สมาร์ทโฟน หรือแล็ปท็อปก่อนนอน ปรับที่นอนหรือหาตัวช่วยที่ทำให้นอนหลับสบายมากขึ้น อย่าง หมอนที่เหมาะสมกับหัวของเรา หรือแผ่นปิดตา เทียนหอมที่ช่วยทำให้ผ่อนคลายได้
  • หาเวลาไปพักผ่อน อย่างการลาหยุด ออกไปเที่ยว เพื่อให้สมองและร่างกายได้ผ่อนคลายจากความเครียดในการทำงาน ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบอย่างการดูหนัง ฟังเพลง หรือไปเที่ยวทะเล เดินป่า ใช้เวลาร่วมกับครอบครัว เป็นต้น

ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำงานของคุณ

  • จัดออฟฟิศให้น่าอยู่ สะอาด มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกมากขึ้น จัดแสงไฟให้เหมาะสม และปรับแสงสว่างหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้มากประมาณแสงสว่างภายในห้อง จัดโต๊ะทํางานให้เป็นระเบียบ เพื่อให้สะดวกต่อการเคลือนไหวและการหยิบจับสิ่งของต่างๆ
  • เปลี่ยนสภาพแวดล้อม เพิ่มต้นไม้หรือสีเขียวเข้ามาไว้ในออฟฟิศ เพราะสีเขียวของต้นไม้จะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายขึ้นได้ หรือเพิ่มมุมพักผ่อนเข้ามาในออฟฟิศ เพื่อให้พนักงานได้ใช้พักเบรกจากการทำงานระหว่างวัน
  • เปลี่ยนอุปกรณ์ในการทำงาน เช่น เปลี่ยนโต๊ะและเก้าอี้ทำงานให้เหมาะสมกับตัว โดยปรับเก้าอี้ให้สามารถนั่งโดยเท้าวางกับพื้นได้
  • ไม่นั่งใกล้หน้าจอมากเกินไป ปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับระดับสายตา เพื่อให้เราไม่มองก้มหรือเงยมากเกินไป เลือกใช้เมาส์ที่พอดีกับการวางมือ และมีพื้นที่มากพอให้ให้สามารถขยับแขนได้สะดวก

HR ช่วยแก้ปัญหา Office Syndrome ได้อย่างไร ?

ถ้าองค์กรอยากช่วยพนักงานแก้ปัญหาเรื่องร่างกายตึง หลังตึง คอตึง ถึงเวลาที่ HR ต้องเข้าไปดูแลเรื่องสุขภาพในเชิงระบบแล้ว วิธีการง่าย ๆ คือการหา HR Solution มาใช้ ดังต่อไปนี้

On-site Massage

ไม่ต้องให้พนักงานเสียเวลาออกไปนวดเองข้างนอก แต่ HR สามารถจัดหาผู้ให้บริการเข้ามาดูแลถึงในออฟฟิศได้เลย ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงสะสม ลดอาการปวดเฉียบพลัน และยังทำให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กรใส่ใจสุขภาพพวกเขาจริง ๆ 

Ergonomic Assessment ปรับโต๊ะ เก้าอี้ และท่านั่งให้ถูกต้อง

การจัดหาเก้าอี้นั่งทำงานที่ดี สามารถปรับระดับโต๊ะ จอคอม และท่านั่งได้เหมาะสม สามารถช่วยให้พนักงานทำงานสบายขึ้นได้มาก ลดอาการปวดเรื้อรัง และป้องกันปัญหาระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ

Stretching / Micro Break Program

หากมีกิจกรรมให้พนักงานได้ยืดเส้นยืดสายระหว่างวัน บางครั้งอาจนำผู้เชี่ยวชาญมาสอนท่าทางการยืดร่างกายที่ถูกต้อง จะช่วยลดการตึงสะสม และทำให้พนักงานสามารถต่อยอด และดูแลตัวเองได้อย่างยั่งยืน ไม่ได้ทำผิดท่า

Corporate Wellness Package แบบครบวงจร

หากมีแพ็คเกจตรวจสุขภาพที่เหมาะกับองค์กร จะช่วยประเมินความเสี่ยงด้านกล้ามเนื้อและท่าทาง, เวิร์กช็อปสุขภาพ, กิจกรรมฟื้นฟูร่างกาย, ไปจนถึงการติดตามผลลัพธ์ระยะยาว ช่วยยกระดับ Well-Being ทั้งองค์กร และต่อยอดเป็น Employer Branding ได้อีกด้วย

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาบริการที่ช่วยดูแลสุขภาพพนักงาน และแก้ปัญหา Office Syndrome แต่ไม่รู้จะเริ่มค้นหาจากตรงไหน HREX รวบรวมบริการด้าน Health & Wellness สำหรับองค์กรไว้ให้แล้วในที่เดียว สามารถเลือกเปรียบเทียบ ค้นหา และติดต่อผู้ให้บริการได้ง่าย ๆ ที่นี่เลย

สรุป

พวกเราต่างล้วนใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการทำงานมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน เราให้ความสำคัญกับงานที่ทำได้ แต่อย่าลืมให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจของตัวเองด้วย เพราะการโหมงานหนักจนเจ็บป่วยกาย และใจไม่ใช่สิ่งที่ดีอย่างแน่นอน ดังนั้น อย่าลืมรักสุขภาพของตัวเอง ให้เท่ากับที่รักงานที่คุณกำลังทำอยู่

และหากใครที่รู้สึกว่าตัวเองอาจกำลังเข้าข่ายมีอาการของ Office Syndrome อย่าลืมที่จะดูแลสุขภาพของคุณเองให้ดีด้วยวิธีที่เราพูดถึงไปข้างต้น เพราะการป้องกันตั้งแต่แรกๆ เป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงจากความเจ็บป่วยครับ

พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้

ผู้เขียน

Picture of HREX.asia

HREX.asia

Connect People to the Best HR Solution เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรผ่านผู้คน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ประเภท

บทความใหม่

Most Popular

Today
นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้