Search
Close this search box.

Unlocking Hidden Potential วิธีปลดล็อคศักยภาพของพนักงาน

HIGHLIGHT

  • โลกยุคนี้เปิดโอกาสให้คนหาความรู้ได้ง่ายกว่าเดิม สามารถทดลองทำเรื่องต่าง ๆ นอกห้องเรียนกับนอกออฟฟิศได้เสมอ จึงมีคำกล่าวว่ามนุษย์ในปัจจุบันมีทักษะแฝง (Hidden Potential) อยู่ทั้งสิ้น ดังนั้น HR จึงมีหน้าที่ดึงศักยภาพ ปลดล็อคมันออกมา
  • Adam Grant ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Hidden Potential กล่าวว่า “ความเข้าใจเรื่องศักยภาพที่ซ่อนอยู่” (Unlocking Hidden Potential) จะทำให้เรากล้ายกระดับตัวเองขึ้นมา และกล้าคาดหวังในสิ่งที่สูงจนเคยไม่กล้าฝัน (Unexpected Heights) ไม่รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยในโลกที่ทุกคนต่างเชิดชูคนเก่ง
  • วิธีปลดล็อคศักยภาพที่ง่ายที่สุดคือการทำให้ดูเป็นแบบอย่าง ซึ่งหากพนักงานเห็นว่า “คนเก่งในองค์กร” มีวิธีคิด, วิธีทำงานอย่างไร ก็จะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ โดย HR สามารถจัดเตรียมกลยุทธ์และเครื่องมือพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของพนักงานได้เลย
  • หลัก 3 ข้อในการปลดล็อคศักยภาพของคนคือการเปิดโอกาสให้แสดงความเห็น, เลือกใช้งานคนให้เหมาะกับความสามารถ และองค์กรต้องกล้าลงทุนเพื่อให้กระบวนการ L&D มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
  • ยิ่งพนักงานมีความรู้ ก็จะยิ่งปลดล็อคศักยภาพออกมาได้ง่ายขึ้น จึงควรสร้างวัฒนธรรมของการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) แนวทางนี้จะพาเราไปสู่การเป็น Future Ready Organization ได้แน่นอน

Unlocking Hidden Potential วิธีปลดล็อคศักยภาพของพนักงาน

เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าโลกธุรกิจในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ืทั้งด้วยอัตราเร่งจากพัฒนาการของเทคโนโลยี และค่านิยมที่มีความหลากหลายมากขึ้น การเตรียมเครื่องมือและคนจึงไม่ใช่แค่เรื่องที่ควรทำ แต่เป็นเรื่องที่ “ต้องทำ” ไม่ว่าองค์กรจะพร้อมหรือไม่ก็ตาม

“ทรัพยากรมนุษย์” คือรากฐานของความสำเร็จ เราจึงต้องตั้งคำถามว่าพนักงานที่เรามีอยู่แข็งแรงพอไหม, องค์กรมีเครื่องมือให้พวกเขาใช้มากพอหรือเปล่า ขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาด้วยว่าระบบสวัสดิการและค่าตอบแทน ตลอดจนวัฒนธรรมองค์กรที่ใช้อยู่ร่วมสมัยหรือไม่ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายมุ่งพัฒนาตัวเองแบบไม่รู้จบ (Continuous Learning)

ปลายทางที่ HR ควรคาดหวัง จึงเป็นการหาคำตอบว่าเราจะสนับสนุนการเติบโตของบุคลากรได้อย่างไร ซึ่งนอกจากการเพิ่มทักษะใหม่ ๆ ให้แล้ว ยังมีเรื่องของการ “ปลดล็อคศักยภาพ” (Unlocking Hidden Potential) ที่เปรียบดั่งการเจียระไนเพชรให้มีมูลค่ามากขึ้น ซึ่งจะทำได้หรือไม่ก็อยู่ที่การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี และช่วยกันดูแลจนเพชรเม็ดนั้นออกมาสมบูรณ์

เราหาศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวพนักงานได้อย่างไร และคนเก่ง (High Potential Employee) ที่องค์กรควรมองหาต้องมีลักษณะแบบไหน หาคำตอบได้ที่นี่

ทำไมเราถึงต้องปลดล็อคศักยภาพของพนักงาน ? (Unlocking Hidden Potential)

ก่อนที่จะเริ่มบทความ เราอยากให้ผู้อ่านเริ่มต้นทำความเข้าใจกับศักยภาพที่ซ่อนเร้นของตนเอง (Hidden Potential) ด้วยการทำแบบสำรวจนี้ ซึ่งคำตอบที่ได้ จะสะท้อนให้เห็นว่าเราต่างมีศักยภาพบางอย่างซ่อนอยู่ทั้งสิ้น ดังนั้นหากเราดึงศักยภาพของพนักงานออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ องค์กรของเราก็จะได้ประโยชน์กว่าการมองหาพนักงานใหม่ ส่วนตัวพนักงานเอง ก็จะภูมิใจไปกับการเห็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิมด้วย

คุณ Adam Grant ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Hidden Potential กล่าวว่า “ความเข้าใจเรื่องศักยภาพที่ซ่อนอยู่” จะทำให้เรากล้ายกระดับตัวเองขึ้นมา และกล้าคาดหวังในสิ่งที่สูงจนเคยไม่กล้าฝัน (Unexpected Heights) ทั้งนี้เพราะเรากำลังอยู่ในยุคที่คนหมกมุ่นอยู่กับคนเก่ง (Talents) ไม่ว่าจะเป็นแนวทางสรรหาขององค์กร, โรงเรียน ที่มักมีห้องสำหรับคนเก่งโดยเฉพาะ (Gifted Student) หรือแม้แต่แวดวงดนตรีและกีฬา ที่มักให้ความสำคัญกับพรสวรรค์ (Prodigies) แนวคิดเหล่านี้จะทำให้คนที่ไม่ถูกเลือกมองตัวเองเป็นคนที่ไร้ความสามารถทันที ทั้งที่อาจมีความเก่งบางอย่างซ่อนอยู่ก็ได้

การไม่รู้ว่าตัวเองมีศักยภาพซ่อนอยู่จะทำให้เราดูถูกตัวเอง ประเมินตัวเองต่ำ (Underestimated) ไม่เชื่อว่าตนสามารถเรียนรู้ในเรื่องยาก ๆ และพัฒนาจนประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นหน้าที่ของ HR และองค์กรทุกแห่ง คือการหันมาหากลุ่มคนเหล่านี้ และเริ่มสนับสนุนให้พนักงานทุกคนได้รับโอกาสมากพอในการค้นหาศักยภาพของตน นี่คือความท้าทายที่โลกยุคใหม่ต้องเจอ ซึ่งหากทำได้สำเร็จ องค์กรของเราก็จะไม่มีคนที่ถูกมองข้าม (Overlooked) ทุกฝ่ายจะสัมผัสถึงคุณค่าซึ่งกันและกัน ทำให้มีแรงใจมากพอในการผลักดันเป้าหมายขององค์กรจนสำเร็จลุล่วงอย่างรวดเร็ว 

กล่าวโดยสรุปคือเคล็ดลับในการปลดล็อคศักยภาพพนักงาน คือการเปลี่ยน “มาตรวัดความสำเร็จ” จากการดูว่าใครอยู่บนจุดที่สูงกว่า ไปเป็นการดูว่าแต่ละคนผ่านอะไรมาบ้าง และเราจะดึงประสบการณ์เหล่านั้นออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์สูงสุดอย่างไรต่างหาก

พนักงานที่มีศักยภาพสูง (High Potential Employee) มีลักษณะ (Character) อย่างไร

เรื่องต่อมาที่เราต้องเข้าใจก็คือทักษะของคนเก่งบางอย่างก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากจนปฏิบัติตามไม่ได้ HR สามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ให้กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งทำได้จากการเน้นย้ำให้เห็นว่าคุณลักษณะแบบใดเป็นสิ่งที่ผู้บริหารให้คุณค่า อาจด้วยการทำตัวเป็นแบบอย่าง (Role Model) หรือเอามาตรวัดทางธุรกิจมาเป็นตัวอย่างได้เลย ว่ามีเรื่องใดบ้างที่ทำแล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจริง เพราะบางทีพนักงานที่มีศักยภาพซ่อนอยู่ อาจไม่ถูกเจียระไนเพราะไม่มีความรู้เพียงพอก็ได้ เราจึงต้องหมั่นให้ข้อมูลตรงส่วนนี้

ลักษณะ (Character) พื้นฐานของ High Potential Employee มีดังนี้

ไม่จำเป็นต้องมีคนดูแลเป็นพิเศษ (Little Direction Needed)

คนที่มีศักยภาพจะเข้าใจงานได้ โดยไม่ต้องผ่านการอธิบายหลายครั้ง เพราะมีการเตรียมตัวและเข้าใจสิ่งที่หัวหน้าหรือลูกค้าต้องการดีอยู่แล้ว อนึ่งเมื่อคนกลุ่มนี้ต้องการความช่วยเหลือ ก็จะเลือกใช้ทักษะการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง (Problem-Solving Skills) ก่อนหันมาหาหัวหน้าหรือคนในระดับสูงกว่า องค์กรที่มีคนลักษณะนี้เยอะจะทำงานได้คล่องตัว เพราะไม่เสียกำลังคน (Manpower) ไปกับการช่วยเหลือคนอื่นจนเกินจำเป็น

ผลิตงานได้มีคุณภาพ (High Quality)

คนที่มีศักยภาพจะทำงานได้ไวและละเอียด จะรู้จักตรวจทานและแก้ไขให้ตรงกับความต้องการของอีกฝ่ายมากที่สุด ที่สำคัญเมื่องานของตนเสร็จแล้ว ก็จะไม่รีรอในการช่วยเหลือคนอื่นในทีม พวกเขาจะมองภาพรวมของงานเป็นความท้าทาย สามารถเปลี่ยนความกดดันเป็นพลังได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดแค่ไหนก็ตาม

เป็นผู้นำได้ (Leadership Skill)

คนที่มีศักยภาพจะยินดีเป็นผู้นำทันทีที่มีโอกาส คนกลุ่มนี้จะรู้สึกเป็นเจ้าของ (Ownership) ต่อชิ้นงานเสมอ และต่อให้ไม่ได้อยู่ในจุดที่สามารถเป็นหัวหน้าทีมโดยตรง พวกเขาก็จะพยายามหาโอกาสฝึกฝนความเป็นผู้นำอยู่เสมอ

มีความคิดริเริ่ม (Initiative)

คุณลักษณะที่สำคัญของคนเก่งคือมีความสามารถในการคาดเดาสิ่งที่องค์กรต้องการ สามารถทำงานที่จำเป็นได้โดยไม่ต้องมีคนสั่ง พร้อมลงมือทันทีหากเห็นว่าสิ่งที่ทำจะเกิดประโยชน์ต่อคนหมู่มาก พฤติกรรมนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความรู้และเชื่อมั่นตัวเองมากพอ เพราะการทำงานเพื่อคนอื่นโดยปราศจากการวางแผน หากเกิดข้อผิดพลาด ก็จะกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่โตจนรับผิดชอบคนเดียวไม่ไหว

มองเห็นเป้าหมายขององค์กรเป็นเป้าหมายของตัวเอง (Invested in Company’s Goals)

คนกลุ่มนี้จะมองว่ายิ่งตัวเองประสบความสำเร็จ องค์กรก็จะยิ่งประสบความสำเร็จ จึงตระหนักดีถึงความสำคัญของการหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ผู้บริหารตั้งไว้

High Potential Employee จะรู้วิธีบริหารความเสี่ยง (Risk Management) เพราะเมื่อพวกเขามองความสำเร็จของตนเองและองค์กรเป็นเรื่องเดียวกัน ก็จะเตรียมกลไกป้องกันตัวไว้รองรับเรียบร้อยแล้ว

พร้อมปรับตัว (Highly Adaptable)

คนเก่งจะรู้ว่าในสถานการณ์แบบไหนควรใช้กลยุทธ์แบบไหน ควรวางตัวแบบไหน ควรสื่อสารแบบไหน จะไม่ตื่นตระหนกและพร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนให้กับองค์กรทุกเวลา นอกจากนี้พวกเขายังพร้อมทำงานเป็นทีม และยินดีช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวงความรู้ คนที่เก่งจริง ๆ จะอยากให้คนรอบตัวเก่งตามไปด้วย จึงให้ความสำคัญกับทัศนคติเพื่อการแข่งขัน (Competitive Attitude) ซึ่งเป็นทักษะที่มีเป็นประโยชน์ในการเอาตัวรอดของคนยุคนี้

HR ต้องรู้จักวงจรของความคิดเห็น (Feedback Loop) เพื่อเข้าใจองค์กรและเข้าใจตัวเอง 

HR ต้องรู้จักวงจรของความคิดเห็น (Feedback Loop) เพื่อเข้าใจองค์กรและเข้าใจตัวเอง 

วิธีปลดล็อคศักยภาพ (Unlocking Hidden Potential) ของพนักงาน

คนที่เป็นผู้นำส่วนใหญ่จะเริ่มบริหารทีมด้วยการพิจารณาว่าคนของเรานั้นมีศักยภาพอยู่ที่จุดไหน และเริ่มวางแผนงานโดยอ้างอิงจากศักยภาพที่เห็นตรงนั้น โดยลืมคิดไปว่าเราก็มีหน้าที่ดึงศักยภาพอื่น ๆ หรือเปิดโอกาสให้พนักงานค้นหาความเก่งของตัวเองเช่นกัน เราต้องคิดว่าหากทำได้ การนำทีมของเราก็จะง่ายขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นหากคุณกำลังหาวิธีเค้นพลังที่ซ่อนอยู่ของพนักงาน ก็สามารถทำตาม 3 ขั้นตอนที่ Forbes แนะนำได้ ดังนี้

การรับฟังพนักงาน (Start by Listening)

The Workforce Institute กล่าวว่าพนักงาน 63% หรือคิดเป็น 2 ใน 3 ขององค์กรมองว่าผู้บริหารระดับสูงไม่พยายามรับฟังความเห็นของพวกเขาเพียงพอ ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจว่าควรอยู่กับองค์กรต่อไปหรือไม่ ความละเลยตรงนี้จะทำให้พนักงานรู้สึกว่าตนไม่มีคุณค่า และกำลังถูกบีบให้ออกจากงาน จึงไม่รู้ว่าจะหาความรู้ความรู้ให้ตัวเองเพิ่มไปทำไม เพราะสุดท้ายก็ต้องออกจากงานอยู่ดี

องค์กรต้องไม่บีบพนักงานทุกคนให้เป็นไปในแบบที่ต้องการอย่างเดียว ต้องเข้าใจว่าในการบรรลุเป้าหมายแต่ละอย่างนั้น สามารถทำได้ด้วยวิธีการที่ต่างกัน หากองค์กรไม่มีวัฒนธรรมของการสื่อสารและรับฟังที่ดี นี่คือเรื่องแรกที่ต้องให้ความสำคัญ และต้องปรับปรุงตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง เรื่อยมาจนถึงพนักงานระดับล่างสุด 

HR ต้องคิดว่าหากพนักงานไม่กล้าแลกเปลี่ยนความเห็น หรือมีพื้นที่ให้ทดลองทำงานตามความเชื่อของตน พนักงานก็จะไม่กล้าทำอะไรใหม่ ๆ จะอยู่แค่ในพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ซึ่งเป็นทัศนคติที่ขัดขวางการเติบโตโดยตรง

คนที่เป็นผู้นำต้องเริ่มจากการตั้งคำถามสำคัญ 2 ข้อ ได้แก่

1.) สิ่งที่คุณรักเกี่ยวกับองค์กรนี้คืออะไร

2.) คุณอยากเห็นอะไรที่องค์กรในอีก 5 – 10 ปีข้างหน้า 

เมื่อได้คำตอบแล้ว เราก็นำมาคิดต่อได้เลยว่าสิ่งที่พนักงานต้องการคืออะไร และองค์กรมีส่วนใดที่ยังไม่พร้อมบ้าง โดยเปิดรับคำแนะนำจากพนักงานอย่างเต็มที่ การนำแนวทางของพนักงานมาปรับใช้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นภายในทีม และอาจทำให้เราได้พบกับวิธีแก้ปัญหาที่ต่างจากเดิม ที่สำคัญ ยิ่งเราเปิดโอกาสให้พนักงานแสดงความเห็นมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งได้พนักงานที่เชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้พนักงานปลดล็อคศักยภาพของตนออกมา

การเลือกใช้คนให้เหมาะกับตำแหน่ง (Right Roles)

ให้คิดตามง่าย ๆ ว่าสมัยที่เราเป็นนักศึกษา เราคงไม่เรียนวิชาภาษาอังกฤษกับครูสอนวิทยาศาสตร์, หรือเรียนเรื่องกฎหมายกับครูสอนร้องเพลงเป็นอันขาด เพราะแม้คนเหล่านั้นจะเก่งในภาควิชาของตนเอง แต่ก็ไม่สามารถให้ความรู้ในด้านอื่นได้เทียบเท่ากับคนที่ชำนาญในด้านนั้นโดยตรง สิ่งที่เกิดขึ้นในองค์กรก็เช่นกัน เราต้องเริ่มจากการให้พนักงานทำในส่วนที่เขามั่นใจและมีประสบการณ์ก่อน 

แม้การให้พนักงานทดลองทำสิ่งใหม่จะเป็นวิธีพื้นฐานสำหรับการปลดล็อคศักยภาพ แต่เราก็ต้องตั้งอยู่บนความเป็นจริง เช่นหากเราต้องการพนักงานที่ว่ายน้ำเป็น เราก็ต้องตรวจสอบก่อนว่าใครมีทักษะของการว่ายน้ำบ้าง ไม่ใช่จับพนักงานทุกคนโยนน้ำไปพร้อมกัน เพราะการบีบบังคับจะไปลดทอนความเชื่อมั่นจนพนักงานไม่อยากพัฒนาตัวเองอีกเลย

การลงทุนเพื่อพนักงาน (Employee Investment)

องค์กรบางแห่งจะมองว่าการลงทุนเพื่อพนักงานคือรายจ่าย แต่ความจริงแล้วมันคือการลงทุนที่คุ้มค่า และส่งผลสำคัญต่อพัฒนาการในอนาคตของบริษัท

Gallup เผยว่าหากองค์กรให้ความสำคัญกับการดึงศักยภาพของพนักงาน พวกเขาก็จะมีส่วนร่วมและอยู่โยงกับองค์กรนานขึ้น เพราะมองว่าตนเองมีคุณค่า และยิ่ง HR เป็นผู้แนะนำได้ว่าหลักสูตรแบบไหนที่เหมาะกับการเติบโต หลักสูตรแบบไหนที่เป็นประโยชน์ทั้งกับพนักงานและองค์กร ผู้เรียนก็จะยิ่งสัมผัสถึงความใส่ใจมากขึ้นอีก

นอกเหนือจากการอบรมตามเนื้อหาที่ทันสมัยแล้ว องค์กรต้องเปิดโอกาสให้พนักงานลองเป็นผู้นำ (Opportunity to Lead) การนำคนจะทำให้พนักงานหยิบทักษะทุกอย่างที่มีมาใช้ ซึ่งอาจทำให้พนักงานเห็นว่าตัวเองมีทักษะที่ไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ และพอพนักงานสัมผัสถึงความรู้สึกตรงนั้น องค์กรก็ควรมีหลักสูตรที่พร้อมต่อยอดให้พนักงานทันที หากองค์ประกอบเหล่านี้พร้อม พนักงานของคุณก็จะเติบโตได้อย่างดีแน่นอน

พนักงานเปรียบดั่ง DNA ของบริษัท คือกลุ่มคนที่ทำให้บริษัทมีศักยภาพในการแข่งขันทัดเทียม หรือเหนือกว่าคู่แข่ง หากคุณอยากยกระดับองค์กรไปอีกระดับ เราแนะนำให้ลองเริ่มจากการลงทุนกับพวกเขา เพราะบางที “เพชรเม็ดงาม” อาจกำลังหลบซ่อนอยู่ข้าง ๆ คุณ

70:20:10 สูตรเพิ่มศักยภาพองค์กรด้วยโมเดลการเรียนรู้และพัฒนาคน 

70:20:10 สูตรเพิ่มศักยภาพองค์กรด้วยโมเดลการเรียนรู้และพัฒนาคน 

บทสรุป

ขณะที่เราต่างพูดถึงการเปลี่ยนแปลงองค์กร (Transformation) ให้ทันยุคสมัย ควบคู่ไปไปกับการจ้างงานแบบ Skill-Based Recruiting เราจะพบว่าพนักงานบางคนที่อาจอยู่ในระดับต่ำกว่า สามารถทำงานระดับสูงที่องค์องค์กรต้องการได้ คำว่าทักษะความสามารถ จึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ประสบการณ์และระยะเวลาทำงานอีกต่อไป 

ใครจะรู้ว่าบางทีทักษะเล่นเกมของบางคน อาจตรงกับวิธีใช้เครื่องมือในกระบวนการผลิตสินค้าก็ได้ ซึ่งเราจะไม่มีทางรู้เลยว่าพนักงานทำสิ่งเหล่านี้ได้ หากไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ทดลอง หรือทำความรู้จักกับหน่วยงานอื่นภายใต้ชายคาเดียวกัน 

การปลดล็อคศักยภาพของพนักงาน เป็นภารกิจที่ต้องอาศัยการเสียสละและต้องมีวินัย แถมยังใช้เวลานาน แต่ก็เป็นสิ่งที่องค์กรจะหลีกเลี่ยงไม่ได้หากต้องการพัฒนาไปเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน (Sustainability) เพราะหากเราสร้างวัฒนธรรมของการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เราก็จะพบกับทักษะและความเป็นไปได้อีกมากมายตลอดเส้นทางดังกล่าว ยิ่งเรามีทักษะใหม่ ๆ จากพนักงานมากขึ้น องค์กรของเราก็จะสร้างสรรค์ผลงานได้ไวกว่า หากเทียบกับองค์กรที่เอาแต่โฟกัสกับวิธีการทำงานและเลือกใช้พนักงานแบบเดิม

และเมื่อเราปลดล็อคศักยภาพของพนักงานออกมาได้สำเร็จ องค์กรก็ไม่จำเป็นต้องเสียทรัพยากรเพื่อหาคนเก่งจากข้างนอก แถมความมั่นใจที่เกิดขึ้นก็จะเป็นรากฐานให้พวกเขาบริหารจัดการส่วนอื่นได้ดีขึ้นด้วย เรียกว่าพอทุกฝ่ายเติบโตไปพร้อมกัน องค์กรของเราก็จะเป็น Future Ready Organization ได้อย่างแท้จริง

พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้

Sources

ผู้เขียน

Picture of HREX.asia

HREX.asia

Connect People to the Best HR Solution เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรผ่านผู้คน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ประเภท

บทความใหม่

Most Popular

Today
นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้