
เราทุกคนล้วนเคยผ่านช่วงเวลาแห่งความสับสนว่า “จริง ๆ แล้วฉันเก่งเรื่องอะไร ?” “ฉันมีจุดแข็ง จุดอ่อน อะไร ?” “ฉันควรเลือกเส้นทางแบบไหน ?”
โดยเฉพาะยุคโซเชียลมีเดียที่ข้อมูลถาโถมจากทุกทิศ ทำให้ความรู้สึก “ยังไม่ดีพอ” จากการเปรียบเทียบคนอื่น เพราะมัวแต่มองหาสิ่งที่เราขาด แทนที่จะหันกลับมามองว่าสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้เอง StrengthsFinder เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง
แล้ว StrengthsFinder คืออะไร บทความนี้จะมาบอกกัน
Contents
StrengthsFinder คืออะไร ?
StrengthsFinder หรืออีกชื่อคือ CliftonStrengths คือแบบประเมินจุดแข็งที่พัฒนาโดยสถาบัน Gallup เพื่อค้นหาศักยภาพที่แท้จริงในตัวบุคคล โดยไม่ใช้คำถามเพื่อวัด “สิ่งที่เรายังขาด” แต่เพื่อค้นหา “สิ่งที่เราทำได้ดีโดยธรรมชาติ” และสามารถพัฒนาเป็นความเชี่ยวชาญได้อย่างยั่งยืน
เมื่อทำแบบประเมิน เราจะได้รู้ว่า 5 อันดับแรกในจุดแข็งทั้ง 34 ด้านนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งแต่ละคนจะมีลำดับที่แตกต่างกัน และนั่นทำให้โอกาสที่ใครสักคนจะมีจุดแข็ง 5 อันดับแรกเหมือนกันแบบเป๊ะ ๆ มีเพียง 1 ใน 33 ล้านคน เท่านั้น
นั่นหมายความว่า คุณเป็นคนพิเศษโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่คุณอาจยังไม่รู้ตัวเท่านั้น
| ลองทำแบบทดสอบได้ที่นี่: https://login.gallup.com/Registration/Register |
StrengthsFinder จุดแข็งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่
จากการเรียนรู้ในคอร์ส Talents Unlock โดย โค้ชจอม – คมจักร กำธรพสินี ที่ได้รับการรับรองจาก Gallup ได้อธิบายไว้อย่างชัดเจนว่า จุดแข็งทั้งหมด 34 ด้านสามารถจัดอยู่ใน 4 กลุ่มใหญ่ หรือที่เรียกว่า “โดเมน” ได้แก่:
- Executing Domain (สีม่วง) กลุ่มของคนที่เน้นการลงมือทำ
- Influencing Domain (สีส้ม) กลุ่มของคนที่มีอิทธิพล โน้มน้าว และสร้างพลัง
- Relationship Building Domain (สีฟ้า) กลุ่มของคนที่สร้างและรักษาความสัมพันธ์
- Strategic Thinking Domain (สีเขียว) กลุ่มของนักคิด นักวางแผน และนักเรียนรู้
แต่ละกลุ่มไม่ได้แยกจากกันอย่างตายตัว คนหนึ่งคนสามารถมีจุดแข็งกระจายอยู่ในหลายโดเมนได้ ทั้งนี้แต่ละโดเมนก็แบ่งคุณลักษณะย่อย ๆ อีก ซึ่งสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่
สร้างทีมที่แข็งแกร่งด้วย StrengthsFinder รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง |

ตัวอย่างจริง: จุดแข็ง Manager of HREX.asia
เมื่อผู้เขียนได้ลองทำแบบประเมิน StrengthsFinder ก็ได้ค้นพบสิ่งที่เกินกว่าคาดหวังไว้ในตอนแรก โดยค้นพบว่า จุดแข็ง 5 อันดับแรก ได้แก่:
- Empathy – ความสามารถในการรู้สึกถึงอารมณ์ของผู้อื่นโดยไม่ต้องพูดออกมา
- Intellection – รักการคิดลึก ชอบการครุ่นคิด และมีความสุขกับบทสนทนาเชิงลึก
- Learner – สนุกกับการเรียนรู้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อเป้าหมาย แต่เพราะ “การเรียนรู้คือเป้าหมาย”
- Futuristic – มองเห็นภาพอนาคตได้อย่างชัดเจน และใช้มันเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวเองและผู้อื่น
- Connectedness – เชื่อว่าทุกสิ่งเชื่อมโยงกัน และไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ
การรู้จักจุดแข็งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงเพื่อ “เข้าใจตัวเอง” เท่านั้น แต่ยังสามารถเป็น “เครื่องมือ” ที่ใช้ในการสร้างทีม วางกลยุทธ์ หรือแม้แต่การเป็นผู้นำอย่างมีวิสัยทัศน์
โค้ชจอมมักจะเน้นเสมอว่า “ไม่มีใครเก่งทุกอย่าง แต่ทีมที่รู้จักจุดแข็งของกันและกันจะกลายเป็นทีมที่เก่งที่สุด”
และนั่นคือหัวใจสำคัญของการเติบโตทั้งระดับบุคคลและองค์กร

โลกที่เราไม่ต้อง “เป็นคนอื่น”
ในคอร์ส Talents Unlock มีช่วงหนึ่งที่น่าประทับใจมาก โค้ชจอมตั้งคำถามว่า
“เรามักอยู่ในโลกที่คนอื่นบอกว่าเราควรเป็นอะไร แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราอยู่ในโลกที่ทำให้เราได้ ‘เล่นสนุก’ กับสิ่งที่เราเป็น?”
คำว่า “เล่นสนุก” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงความไร้สาระ แต่หมายถึงการที่เราได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ บนพื้นฐานของจุดแข็งและธรรมชาติที่แท้จริงของตัวเอง ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องแสร้ง ไม่ต้องเปรียบเทียบ ไม่ต้องพยายามเป็นใครอื่น
เพราะในโลกทุกวันนี้ เราถูก “เปรียบเทียบ” อยู่ตลอดเวลา — โดยเฉพาะผ่านโซเชียลมีเดีย ที่เปิดให้เรามองเห็นชีวิตของคนอื่นได้ทุกวินาที แต่กลับทำให้เรารู้สึก “ยังไม่ดีพอ” กับชีวิตของตัวเองอยู่เสมอ
มีงานวิจัยที่น่าคิดว่า เด็กที่ใช้โซเชียลมีเดียก่อนอายุ 13 ปี มักประสบภาวะ Self-Esteem ต่ำ เพราะพวกเขายังไม่รู้จักตัวเองดีพอ แต่กลับต้องถูกเปรียบเทียบกับภาพลักษณ์ที่ถูกขัดเกลามาอย่างดีจากโลกออนไลน์ ซึ่งเป็น “มาตรฐานที่บิดเบี้ยว” — ทั้งหน้าตา ความสำเร็จ ไลฟ์สไตล์ หรือแม้แต่บุคลิก
ในแง่นี้ การรู้จักจุดแข็งของตัวเองจึงไม่ใช่แค่เรื่องของ “การทำงานให้ดีขึ้น” หรือ “การพัฒนาอาชีพ” เท่านั้น แต่คือ การเยียวยาตัวตน ที่ถูกบดบังจากเสียงรอบข้าง และเป็นการสร้าง หลักยืนที่มั่นคงในโลกที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน
เมื่อเรารู้ว่า “เราเก่งอะไรตามธรรมชาติ” เราจะเริ่มมองตัวเองด้วยความเข้าใจ แทนที่จะตัดสินตัวเองจากสิ่งที่เราขาด เราจะเริ่มเคารพในสิ่งที่เรามี และเมื่อเราเคารพตัวเอง เราก็จะเคารพ “ความแตกต่างของผู้อื่น” ได้อย่างแท้จริง
และนั่น คือจุดเริ่มต้นของโลกที่เราไม่ต้อง “เป็นคนอื่น” อีกต่อไป
จุดแข็ง = พรสวรรค์ + การลงทุน
หนึ่งในแนวคิดสำคัญของ StrengthsFinder คือการมองว่า “จุดแข็ง” ไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก การนำพรสวรรค์นั้นไปลงทุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
พรสวรรค์คือศักยภาพตามธรรมชาติที่เราเกิดมาพร้อมกับมัน แต่ถ้าไม่ได้รับการฝึกฝน มันก็จะคงอยู่แค่ในระดับ “ความสามารถที่ซ่อนอยู่” ซึ่งไม่ต่างจากเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน
StrengthsFinder จึงไม่ใช่แค่การบอกว่าเรามีพรสวรรค์ด้านไหน แต่เป็นการชี้ทิศทางว่า เราควรใช้เวลาและพลังงานกับจุดแข็งด้านใด เพื่อให้สิ่งนั้นเติบโตและกลายเป็น “เครื่องมือชีวิต” ที่สามารถนำมาใช้ได้ตลอดชีวิต
ในแง่นี้ คอร์ส Talents Unlock โดยโค้ชจอม – คมจักร กำธรพสินี ไม่ได้เป็นแค่คอร์สที่แจกแบบทดสอบหรือบอกผลลัพธ์ตามระบบ Gallup เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง กระบวนการโค้ชชิ่ง การทำกิจกรรม และการสะท้อนความคิดที่ลึกซึ้ง ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนไม่เพียงเข้าใจตัวเองในระดับ “ข้อมูล” แต่เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึง “บริบทชีวิต” ของตัวเองว่าอะไรคือเส้นทางที่เหมาะสม และจะใช้ศักยภาพนั้นอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดในโลกความจริง

บทสรุป
การรู้จักจุดแข็งของตัวเองจึงไม่ใช่แฟชั่น แต่เป็น รากฐานของการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ เพราะเมื่อคุณเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง คุณก็จะเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น และเมื่อคุณเคารพใน “ความแตกต่าง” ความสัมพันธ์ในชีวิตคุณก็จะแข็งแรง ลึกซึ้ง และมีความหมายมากกว่าเดิม
หากวันนี้คุณรู้สึกไม่แน่ใจในเส้นทางของตัวเอง รู้สึกหลงทางในโลกที่หมุนเร็วและคาดหวังสูงมากกว่าที่หัวใจจะรับไหว
บางที สิ่งที่คุณต้องการ อาจไม่ใช่คำแนะนำจากใครคนอื่น
แต่คือ “การกลับมาฟังเสียงของตัวเอง” ผ่านพรสวรรค์ที่คุณมีมาตั้งแต่เกิด

