Search
Close this search box.

สรุปเรื่องที่ต้องรู้จากงาน HREX x SEAC Webinar เปลี่ยนทุกการเรียนให้ใช้ได้จริงด้วย Situation-based SMART Learning

HIGHLIGHT

  • ปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่เกิด Digital Disruption อย่างจริงจัง โดยมีโควิด-19 เป็นอัตราเร่งที่ทำให้มนุษย์ต้องก้าวเข้าสู่ยุคของ Lifelong Learning คือเรียนเท่าไหร่ก็ไม่พอ ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดเวลา
  • SEAC มองว่าในอดีตเรา “เรียนเผื่อ” มากเกินไป คือมีความรู้เยอะจริง แต่ไม่รู้ว่าจะต้องเอาอันไหนไปใช้ในสถานการณ์จริง การเรียนรู้ในยุคปัจจุบันจึงต้องเป็นการเรียนที่เหมาะกับสถานการณ์ที่เผชิญอยู่มากกว่า
  • Situation-Based Learning จึงหมายถึงการเรียนที่ SEAC วางแผนร่วมกับองค์กร เพื่อดูว่าปัญหาใดสำคัญที่สุด (Priority) และหาทางแก้ปัญหานั้นด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม สามารถวัดผลในแง่บวกได้ในระยะเวลาอันสั้น
  • Situation Based Learning คือการเน้นย้ำว่าการเรียนที่เน้น Content ไม่ตอบโจทย์ยุคสมัยอีกต่อไป เราต้องสนใจบริบท (Context) เป็นหลักมากกว่า ต้องสามารถปรับปรุงให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ได้จริง ไม่ใช่ One-Size-Fit-All
  • SEAC’s SMART Learning ถือเป็นกลไกที่จะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้กับการทำงาน และช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

สรุปเรื่องที่ต้องรู้จากงาน HREX x SEAC Webinar เปลี่ยนทุกการเรียนให้ใช้ได้จริงด้วย Situation-based SMART Learning
ปัญหาของการเรียนรู้ในปัจจุบันคือเรามีความรู้อยู่เต็มไปหมดไม่ว่าจะผ่านการเรียนออนไลน์, การอ่านหนังสือ, การฟัง Podcast หรือแม้แต่การอบรมต่าง ๆ อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นกับทุกกระบวนการเรียนทั่วโลก คือผู้เรียนไม่รู้ว่าจะนำเนื้อหามาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างไร โดย SEAC ค้นพบว่ามีเนื้อหาเพียงไม่ถึง 10% ของสิ่งที่ได้เรียนรู้ที่ถูกนำไปใช้จริง แปลว่ามีอีกกว่า 90% ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างน่าเสียดาย

ดังนั้น HREX และ SEAC จึงร่วมกันจัดสัมมนาขึ้นเพื่อพาทุกคนไปรู้จักกระบวนการ  Situation-based SMART Learning ที่จะช่วยทำให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้งานได้ทันที และมีการออกแบบประสบการณ์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ภายในระยะเวลาอันสั้น เราเรียนรู้อะไรจากงานเสวนาครั้งนี้บ้าง หาคำตอบไปพร้อมกันได้เลย

สรุปเสวนา Situation-based SMART Learning

ปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่เกิด Digital Disruption อย่างจริงจัง โดยมีโควิด-19 เป็นอัตราเร่งที่ทำให้มนุษย์ต้องก้าวเข้าสู่ยุคของ Lifelong Learning คือเรียนเท่าไหร่ก็ไม่พอ ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งแนวคิดของการเรียนรู้แบบนี้นำไปสู่คำถามว่าแล้วคนในยุคนี้จะต้องเรียนอะไร ? แล้วต้องมีทัศนคติแบบไหนที่จะทำให้เกิดความรู้สึกอยากเรียนรู้ไปตลอด

ดังนั้นวิธีวางแผนการเรียนรู้ในปัจจุบันจึงไม่สามารถเริ่มจากองค์กรเป็นตัวตั้งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเอาความต้องการของพนักงานเป็นที่ตั้งด้วย นี่คือรากฐานของการทำเทรนนิ่ง (Training & Development) ที่สมบูรณ์

Pain Point ที่เราต้องพูดถึงก็คือการเรียนรู้แต่ละครั้งตั้งแต่ในอดีต ไม่สามารถแสดงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้ แถมบางครั้งก็เป็นการจัดอบรมที่แค่ “ต้องมี” เท่านั้น ไม่ได้เกิดจากการวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ แน่นอนว่าการเรียนย่อมทำให้พนักงานเก่งขึ้นในแง่มุมใดแง่มุมหนึ่งอยู่แล้ว แต่การวัดผลอย่างจริงจัง และพิสูจน์ได้ว่ามันสามารถนำไปใช้จริงได้อย่างมีเหตุมีผล คือองค์ประกอบสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้กระบวนการพัฒนาบุคลากรมีคุณภาพอย่างเป็นรูปธรรม

เพราะอย่าลืมว่าการพัฒนาองค์กรในปัจจุบันเป็นเรื่องยากกว่าเดิม โลกของเราเต็มไปด้วยความหลากหลาย แถมข้อมูลความรู้ก็สามารถหาได้ด้วยปลายนิ้ว คำถามสำคัญจึงไม่ใช่การพูดว่า “พนักงานจะหาความรู้เพิ่มเติมได้อย่างไร” แต่ต้องเป็น “พนักงานจะนำความรู้ที่มีอยู่ไปใช้งานได้อย่างไรต่างหาก”

Situation-Based SMART Learning จึงเป็นแนวทางการเรียนรู้ใหม่ของทาง SEAC ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง SMART Learning โดยมีแนวคิดหลักอย่างหนึ่งคือการรับมือกับโลกยุคใหม่ที่มีผลสำรวจบอกว่า 2 ใน 3 ของงานจะถูกเทคโนโลยี AI เข้ามาแทนที่

เราจึงต้อง Upskills พนักงานให้แข็งแกร่งขึ้น จะใช้ Traditional Training แบบเดิมเพียงอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป การเรียนรู้ในปัจจุบันต้องไม่ใช่การนำ Content หรือเนื้อหาที่น่าสนใจและเคยเข้าถึงได้ยากมานำเสนอกับผู้เรียน แต่เราต้องใส่ใจบริบท (Context) ด้วยว่าแล้วองค์ความรู้แบบไหนที่จำเป็นกับโลกในแต่ละช่วงมากที่สุด

สรุปเรื่องที่ต้องรู้จากงาน HREX x SEAC Webinar เปลี่ยนทุกการเรียนให้ใช้ได้จริงด้วย Situation-based SMART Learning

คำว่า Situation-Based SMART Learning จึงหมายถึงการเรียนรู้โดยการถามก่อนเลยว่าหากจะพัฒนาองค์กรนั้น ๆ ให้ประสบความสำเร็จ เราต้องใส่ใจกับแง่มุมใดบ้าง ไม่ใช่เอาความรู้กว้าง ๆ ไปมอบให้แล้วไม่สามารถนำไปใช้กับสถานการณ์จริงได้ ซึ่งการเรียนรู้เหล่านี้ต้องทำให้เห็นข้อดีได้ในระยะเวลาอันสั้น มีเรื่องใดที่จำเป็นที่สุด (Set Priorities) นี่คือขั้นตอนที่เราต้องวิเคราะห์อย่างจริงจัง เพราะหากเราพุ่งเป้าไปได้ตรงจุด ควบคู่กับการใช้เครื่องมือ (Tools) ที่เหมาะสม เราก็จะลดเวลาเรียนได้มาก

SEAC จะร่วมพูดคุยกับองค์กรแต่ละแห่งแบบตัวต่อตัว เพื่อช่วยเรื่องของ Organization Development เราต้องช่วยกัน Co-Design เพื่อหาคำตอบร่วมกันว่าปัญหาไหนกันแน่ที่น่ากังวลที่สุด SEAC จะไม่เข้าไปด้วยผลวิจัยแบบกว้าง ๆ แล้วบอกว่าเรื่องไหนเหมาะ เรื่องไหนไม่เหมาะ เพราะความต้องการของแต่ละองค์กรย่อมแตกต่างกันไป เพราะไม่มีทางที่ SEAC จะรู้บริบทของแต่ละองค์กรเท่ากับคนที่ทำงานอยู่กับองค์กรนั้น ๆ

เช่น การเปลี่ยนผู้นำจาก Leader ให้เป็น People Manager กระบวนการนี้มีขั้นตอนอย่างไร ต้องใช้เครื่องมือแบบไหนให้เหมาะกับรูปแบบการวัฒนธรรมของแต่ละองค์กร นี่คือเรื่องที่จะหาคำตอบได้ก็ต่อเมื่อแต่ละองค์กรมีการพัฒนาร่วมกันเท่านั้น

ต้องเข้าใจก่อนว่าการทำ Situation-Based SMART Learning ไม่ใช่การเอาทุกปัญหามาแก้ แต่เป็นการพัฒนาที่สอนให้เรารู้จักจัดลำดับความสำคัญ ต้องมีการตั้งเป้าหมาย (Set Goal) เพื่อจะได้มุ่งหน้าไปทางนั้น ในที่นี้ต้องเข้าใจว่าแม้จะมีเป้าหมายเหมือนกัน แต่การทำงานเพื่อเปลี่ยนคนที่มีมุมมองแตกต่างกัน ก็ต้องใช้วิธีที่ไม่เหมือนกันอยู่ดี องค์กรจึงต้องหาความรู้และเก็บข้อมูลให้มากที่สุด จะไม่สามารถทำงานแบบ One-Size-Fit-All ได้อีกต่อไป

การใช้ Situation-Based SMART Learning กินเวลาประมาณ 5 สัปดาห์เท่านั้น ซึ่งการใช้เวลาเพียงน้อยนิดนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดว่าการเรียนรู้ในอดีตมีลักษณะเหมือนการ “เรียนเผื่อ” คือเป็นความรู้ที่มีประโยชน์จริง แต่ก็เป็นการเรียนที่ไม่รู้จะได้นำไปใช้เมื่อไหร่ แต่ SMART Learning คือการออกแบบวิธีเรียนรู้ และศึกษาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ควบคู่กับการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

องค์ประกอบเหล่านี้คือกลยุทธ์ที่ช่วยให้การอบรมมีคุณภาพและใช้เวลาน้อยกว่าเดิม SEAC จะมีแนวคิดที่ชื่อว่า Faces and Places คือคนที่เข้ามาเรียนจะต้องรู้ว่าเนื้อหาที่กำลังศึกษาอยู่ จะนำไปใช้กับใคร และจะนำไปใช้ในสถานที่ใด สถานการณ์ไหน โดย SEAC จะมีพื้นที่และสถานการณ์ให้ผู้เรียนสามารถนำไปทดลองใช้เพื่อสร้างความคุ้นเคย และตกผลึกเนื้อหาในหัวได้อย่างชัดเจนกว่าเดิม

ถ้าถามว่าองค์กรแบบไหนที่เหมาะกับ Situation-Based SMART Learning ? คำตอบก็คือเราต้องถามก่อนว่าองค์กรของเรารู้จุดอ่อนของตัวเองหรือไม่ สามารถตอบได้ไหมว่าวัตถุประสงค์ของการจัดอบรมคืออะไร มีรากฐานที่แข็งแรงหรือไม่ ?

หากเรายังไม่รู้ตรงส่วนนี้ เราก็ควรให้ความสำคัญกับการทำพื้นฐานให้แน่นก่อน แต่ถ้าเรามาถึงจุดที่เราต้องการผลลัพธ์แล้ว มีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว แต่ยังจับจุดไม่ถูกว่าจะเน้นไปเรื่องใดก่อน ก็ถือว่าสามารถใช้ Situation-Based Learning ได้แล้ว

เพราะการเรียนรู้แบบนี้คือการเรียนที่เรามีวัตถุประสงค์ชัดเจน ว่าอยากให้ส่งผลกับองค์กรแบบไหน อย่างไร เช่นกระบวนการทำงานง่ายขึ้น, มีความคล่องตัวขึ้น, งานเสร็จเร็วขึ้น ฯลฯ หากเราได้ข้อสรุปตรงนี้ เราก็จะมา Co-Design ระหว่าง SEAC และองค์กรเพื่อหาคำตอบและวิธีการที่ดีที่สุดต่อไป

ทิ้งท้ายอีกครั้งว่าการเรียนรู้แบบเดิมนั้น ไม่ตอบโจทย์ของยุคสมัยอีกต่อไป เพราะไม่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

ที่สำคัญคือเป็นไปได้สูงว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากยิ่งขึ้น เราจึงต้องพัฒนาตนเองให้พร้อมรับมือ และสามารถคว้าโอกาสใหม่ ๆ ได้อย่างชาญฉลาด เพราะหากเราละเลย เราก็จะกลายเป็นคนล้าหลัง ก้าวไม่ทันโลกไปโดยไม่รู้ตัว เหตุนี้ SEAC’s SMART Learning จึงถือเป็นกลไกที่จะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้กับการทำงาน และช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนAll HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ

ผู้เขียน

Picture of HREX.asia

HREX.asia

Connect People to the Best HR Solution เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรผ่านผู้คน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ประเภท

บทความใหม่

Most Popular

Today
นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้