Search
Close this search box.

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากการอบรม Intensive Workshop Program: FOSTERING TRUE INCLUSIVE CULTURE

Intensive Workshop Program: FOSTERING TRUE INCLUSIVE CULTURE

จาก Safe Workplace สู่ Future-Ready Organization: เมื่อ DEI, ความเสี่ยงทางกฎหมาย และอนาคตเทคโนโลยีเป็นเรื่องเดียวกันของ HR

งานด้านความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม หรือ DEI บ่อยครั้งถูกมองว่าเป็นกิจกรรมสร้างภาพลักษณ์นายจ้าง โดยที่จริง ๆ แล้วองค์กรเหล่านั้นอาจไม่ได้โอบรับวัฒนธรรมแห่งความแตกต่างนั้นไว้จริง ๆ ก็ได้

แต่จากการที่คุณ ณัฐวุฒิ กุลแก้ว Community Management จาก HREX ได้เข้าร่วมการอบรม Intensive Workshop Program: FOSTERING TRUE INCLUSIVE CULTURE โครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ทำให้เห็นชัดขึ้นว่า

DEI ไม่ได้เป็นเพียง “เรื่องของคน” ที่แยกออกจากธุรกิจ หากเชื่อมโยงโดยตรงกับความเสี่ยงทางกฎหมาย การรักษาคนเก่ง ความน่าเชื่อถือของผู้นำ ประสิทธิภาพการทำงาน ตลอดจนความสามารถขององค์กรในการปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลก

และองค์กรที่จะเติบโตในอนาคตไม่ได้ต้องการเพียงคนที่มีทักษะใหม่ แต่ต้องมีระบบที่ทำให้คนเหล่านั้นรู้สึกปลอดภัย ได้รับความเป็นธรรม และสามารถใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่

หากองค์กรไหนกำลังมองหาแนวทางสร้างองค์กรที่โอบรับความหลากหลายและยั่งยืน HREX ได้สรุปแนวทาง สาระสำคัญ และรายละเอียดที่น่าสนใจมาให้ได้นำไปใช้กันแล้วในบทความนี้ 

การคุกคามในที่ทำงานไม่ได้เริ่มต้นจากการสัมผัสร่างกายเสมอไป

หนึ่งในบทเรียนสำคัญของการอบรม Intensive Workshop Program: FOSTERING TRUE INCLUSIVE CULTURE คือ เราไม่ควรรอให้เกิดเหตุร้ายแรงหรือมีผู้เสียหายร้องเรียนอย่างเป็นทางการ จึงเริ่มยอมรับว่าองค์กรมีปัญหา

ความรุนแรงในที่ทำงานมีลักษณะคล้ายภูเขาน้ำแข็ง สิ่งที่ปรากฏให้เห็นอาจเป็นการแตะต้องร่างกาย การข่มขู่ หรือการคุกคามทางเพศอย่างชัดเจน แต่ใต้ผิวน้ำยังมีพฤติกรรมอีกจำนวนมาก เช่น

การล้อเลียนรูปร่าง การ Body Shaming การพูดเหยียดเพศ การตั้งฉายาที่ทำให้ผู้อื่นอับอาย การแซวเรื่องชีวิตส่วนตัวซ้ำ ๆ การใช้คำพูดลดคุณค่า การข่มขู่ว่าจะไม่ให้เลื่อนตำแหน่ง ตลอดจนการใช้อำนาจกดดันให้เพื่อนร่วมงานถอยห่างจากพนักงานบางคน

พฤติกรรมเหล่านี้อาจถูกอธิบายว่าเป็น “เรื่องล้อเล่น” หรือ “วัฒนธรรมของทีม” แต่สำหรับผู้ถูกกระทำ ผลกระทบอาจสะสมเป็นความวิตกกังวล การสูญเสียความมั่นใจ การไม่กล้าแสดงความคิดเห็น และความรู้สึกว่าตนเองไม่มีพื้นที่ปลอดภัยในองค์กร

แนวทางด้าน DEI จึงควรกำหนดขอบเขตการรับเรื่องให้ครอบคลุมทั้งการเลือกปฏิบัติ การคุกคามทางเพศ การกลั่นแกล้ง และการใช้อำนาจสร้างสภาพแวดล้อมที่ข่มขู่คุกคาม ไม่จำกัดเฉพาะความรุนแรงทางกายภาพเท่านั้น

องค์กรยังควรประกาศอย่างชัดเจนว่า การคุกคาม การล้อเลียน และการด้อยค่าอัตลักษณ์บุคคลเป็นพฤติกรรมที่องค์กรไม่ยอมรับ พร้อมกำหนดมาตรการทางวินัยที่นำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงข้อความเชิงสัญลักษณ์ในคู่มือพนักงาน

ความเสี่ยงไม่ได้จบลงเมื่อข้อความถูกลบ

อีกประเด็นที่ผู้บริหารและ HR ต้องตระหนักคือ พฤติกรรมในพื้นที่ดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของความประพฤติในที่ทำงาน

ข้อความในแชต อีเมล ภาพถ่าย โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ หรือบทสนทนาในกลุ่มพนักงาน อาจกลายเป็นหลักฐานสำคัญในการสอบสวนภายในหรือกระบวนการทางกฎหมาย แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นมาแล้วระยะหนึ่ง โดยกฎหมายไทยไม่ให้ปฏิเสธการรับฟังข้อมูลเพียงเพราะอยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์

ทั้งนี้ น้ำหนักของหลักฐานขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือ ความครบถ้วน และความสามารถในการพิสูจน์ที่มาของข้อมูลด้วย

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 16 (แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551) บัญญัติไว้ว่า “ห้ามมิให้นายจ้าง หัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงาน กระทำการล่วงเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญทางเพศต่อลูกจ้าง” โดยการประเมินความรับผิดและบทลงโทษต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง ฐานความผิด และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในแต่ละกรณี ไม่ควรสรุปเป็นอัตราโทษเดียวสำหรับการคุกคามทุกประเภท

สำหรับ HR เรื่องนี้หมายความว่าองค์กรควรมีมากกว่าช่องทางรับเรื่องร้องเรียน แต่ต้องมีระบบครบวงจร ได้แก่

  • นโยบายว่าด้วยการคุกคามและการใช้อำนาจที่มีนิยามชัดเจน
  • ช่องทางร้องเรียนที่เป็นความลับและไม่ขึ้นกับผู้บังคับบัญชาโดยตรง
  • หลักประกันว่าจะไม่มีการตอบโต้ผู้ร้องเรียน พยาน หรือผู้ให้ข้อมูล
  • ขั้นตอนเก็บรักษาหลักฐานดิจิทัลและสอบสวนอย่างเป็นธรรม
  • กรอบเวลาการดำเนินการและการสื่อสารความคืบหน้า
  • มาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ

การมีช่องทางที่พนักงานรู้จักไม่เพียงพอ พนักงานต้องเชื่อด้วยว่าข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับ และองค์กรจะจัดการข้อร้องเรียนอย่างยุติธรรม ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรถูกวัดผ่านการสำรวจประสบการณ์พนักงานอย่างไม่ระบุตัวตน

Equity ต้องรื้ออุปสรรคที่ทำให้คนเข้าถึงโอกาสไม่เท่ากัน ไม่ใช่การให้สิทธิพิเศษ

ความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่พบบ่อยคือ การสร้าง Equity ในองค์กรหมายถึงการให้สิทธิหรืออภิสิทธิ์แก่คนบางกลุ่มมากกว่าคนอื่น

ทั้งที่ในความเป็นจริง Equity เริ่มจากการยอมรับว่าแต่ละคนมีต้นทุนชีวิต เงื่อนไข และอุปสรรคไม่เหมือนกัน องค์กรจึงต้องจัดสรรทรัพยากรหรือปรับระบบ เพื่อทำให้ทุกคนมีโอกาสประสบความสำเร็จได้อย่างเป็นธรรม ขณะที่ Inclusion คือการสร้างวัฒนธรรมที่ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและปลอดภัยที่จะแสดงตัวตน

ก่อนออกนโยบาย ประเมินผลงาน เลื่อนตำแหน่ง หรือปรับโครงสร้างองค์กร ผู้นำสามารถใช้ Equity Lens ผ่านคำถาม 5 ข้อ ได้แก่

  1. ใครกำลังถูกพูดถึง และใครสามารถเข้าถึงโอกาสนี้ได้
  2. ใครไม่ได้อยู่ในห้อง หรือกำลังถูกกีดกันออกจากระบบ
  3. ใครต้องแบกรับต้นทุน ภาระ หรือความพยายามมากกว่าคนอื่นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เดียวกัน
  4. ใครรู้สึกปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
  5. องค์กรต้องปรับเงื่อนไข ทรัพยากร หรือกระบวนการส่วนใดเพื่อสนับสนุนคนเหล่านั้น

คำถามเหล่านี้ช่วยให้ HR ตระหนักได้อย่างแท้จริงว่า “ทุกคนเข้าถึงสิ่งที่เราให้ได้จริงหรือไม่”

DEI Revival กู้คืนความเท่าเทียมในองค์กรด้วย HR

DEI Revival กู้คืนความเท่าเทียมในองค์กรด้วย HR

Recruitment คือประตูบานแรกที่เปิดเผยวัฒนธรรมจริงขององค์กร

ผู้สมัครงานสัมผัสวัฒนธรรมองค์กรก่อนเข้าทำงาน ผ่านประกาศรับสมัคร แบบฟอร์มสมัครงาน คำถามสัมภาษณ์ วิธีการปฏิบัติของผู้สัมภาษณ์ และเกณฑ์ที่องค์กรใช้ตัดสินใจ

ดังนั้น องค์กรที่สื่อสารว่าสนับสนุนความหลากหลาย แต่ยังใช้ประกาศรับสมัครที่ระบุว่า “รับเฉพาะผู้หญิง” กำหนดอายุโดยไม่มีเหตุผลจากลักษณะงาน หรือประเมินผู้สมัครจากภาพจำเรื่องเพศ ย่อมสร้างความไม่สอดคล้องระหว่าง Employer Branding กับประสบการณ์จริง

แนวทางการสรรหาที่โอบรับความหลากหลายควรเริ่มจากการเขียนประกาศงานโดยเน้นทักษะและผลสัมฤทธิ์ของงาน ใช้ภาษาที่เป็นกลาง เคารพคำนำหน้านามหรือสรรพนามตามความสมัครใจ และมีผู้สัมภาษณ์ที่หลากหลายเพื่อลดอคติจากบุคคลเพียงคนเดียว

การคัดเลือกควรตั้งอยู่บนความสามารถ ประสบการณ์ และความเหมาะสมกับลักษณะงาน ไม่ใช้เพศ อายุ ภาระครอบครัว รูปลักษณ์ หรืออัตลักษณ์ส่วนบุคคลเป็นข้อกีดกันที่ไม่เกี่ยวข้องกับผลงาน

DEI ต้องเปลี่ยนความตั้งใจที่ดี ให้เป็นระบบบริหารองค์กร

หลายองค์กรเชื่อว่าองค์กรของเราเองไม่มีการเลือกปฏิบัติ เพราะเปิดรับพนักงานทุกคน หรือไม่เคยได้รับข้อร้องเรียนร้ายแรง

แต่การไม่มีข้อร้องเรียนอาจไม่ได้หมายความว่าไม่มีปัญหา เพราะมันอาจหมายความได้อีกอย่างว่าพนักงานไม่เชื่อมั่นในระบบมากพอที่จะพูดออกมาก็ได้ด้วย

สิ่งที่ HR ควรทำคือการตรวจสุขภาพองค์กรในประเด็นดังต่อไปนี้

  • วิเคราะห์ช่องว่างในวงจรชีวิตพนักงาน
  • ตรวจสอบความเท่าเทียมด้านค่าตอบแทนและการเลื่อนตำแหน่ง
  • สำรวจความปลอดภัยทางจิตใจโดยไม่ระบุตัวตน
  • ตรวจสอบประสิทธิภาพของช่องทางร้องเรียน
  • แยกข้อมูลการลาออก การรับเข้า และการเติบโตตามกลุ่มพนักงาน
  • รับฟังคนที่ได้รับผลกระทบก่อนออกนโยบาย

แบบสำรวจ DEI ที่ดีควรวัดว่าพนักงานกล้าเป็นตัวเอง กล้าเสนอความคิดเห็นที่แตกต่าง กล้ารายงานพฤติกรรมไม่เหมาะสม และรู้สึกว่าที่ทำงานปราศจากการล้อเลียนหรือคุกคามหรือไม่

เมื่อพบช่องว่างแล้ว HR ควรจัดลำดับนโยบายตามสองแกน คือ ผลกระทบหรือความเร่งด่วนต่อธุรกิจ และ ทรัพยากรหรือความยากในการดำเนินการ เพื่อแยกว่าเรื่องใดเป็น Quick Win เรื่องใดเป็น Strategic Goal และเรื่องใดควรรอข้อมูลเพิ่มเติม

จากนั้นจึงแปลงนโยบายให้เป็น Business Case และ KPI เช่น ระยะเวลาปิดข้อร้องเรียน ดัชนีความเชื่อมั่นต่อระบบ อัตราการลาออกของพนักงานแต่ละกลุ่ม ช่องว่างค่าตอบแทน อัตราการเลื่อนตำแหน่ง หรือการเข้าถึงโปรแกรมพัฒนาอย่างเท่าเทียม

บทสรุป

องค์กรที่พร้อมสำหรับอนาคตไม่ใช่องค์กรที่มีเทคโนโลยีใหม่ที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นองค์กรที่คนกล้าพูดเมื่อเห็นสิ่งผิดปกติ เชื่อมั่นว่าระบบจะปกป้องพวกเขา และมั่นใจว่าตัวเองจะได้รับโอกาสอย่างเป็นธรรม

เพราะความปลอดภัย ความเท่าเทียม และความพร้อมต่ออนาคต ไม่ใช่วาระที่แยกออกจากกัน แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเดียวกันขององค์กรที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน

หมายเหตุ: เนื้อหาด้านกฎหมายในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อสรุปบทเรียนสำหรับการบริหารองค์กร ไม่ถือเป็นคำปรึกษาทางกฎหมาย องค์กรควรให้ฝ่ายกฎหมายหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบข้อเท็จจริงและฐานความผิดของแต่ละกรณีโดยเฉพาะ

บทความโดย ณัฐวุฒิ กุลแก้ว
Community Management จาก HREX

ผู้เขียน

Picture of HREX.asia

HREX.asia

Connect People to the Best HR Solution เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรผ่านผู้คน

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้