Search
Close this search box.

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน 2025 Exclusive Conference – Power Perspectives: The Future of Energy

2025 Exclusive Conference – Power Perspectives: The Future of Energy

พลังงานไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีหรือโครงสร้างพื้นฐานอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นสนามยุทธศาสตร์ใหม่ของคนและความยั่งยืนที่ผู้นำองค์กร โดยเฉพาะ HR ต้องมองให้ขาดและวางเกมให้ทัน

นั่นจึงเป็นที่มาของงาน 2025 Exclusive Conference – Power Perspectives: The Future of Energy ที่ WTW และ Sasin School of Management จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีที่รวมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ทั้งด้านพลังงาน การบริหารองค์กร และกลยุทธ์ทรัพยากรบุคคล มาพูดคุยถึงทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมที่กำลังเร่งเครื่องไปสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

หาก HR และผู้นำองค์กรท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจมาให้แล้ว อ่านได้เลยในบทความนี้

The Future of Talents: Global Energy Industry Outlook 2025

2025 Exclusive Conference – Power Perspectives: The Future of Energy

คุณ ไมเคิล อึ้ง (Michael Ng) Director of Work, Rewards and Career จาก WTW Malaysia ชี้ว่าอุตสาหกรรมพลังงานกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคของพลังจากฟอสซิล (น้ำมัน) ไปสู่ยุคที่พลังงานสะอาดและความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ และสิ่งนี้เองที่กำลังพลิกวิธีคิดเรื่องคนในองค์กรทั้งหมด

ทั้งการวางแผน Workforce ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างองค์กร การจ้างงาน ค่าตอบแทน หรือรูปแบบการทำงาน เป็นต้น

จากสถิติที่ค้นพบคือ ความต้องการใช้พลังงานทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่า 15% ภายในปี 2050 ขณะเดียวกัน การลงทุนในพลังงานคาร์บอนต่ำก็เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 11% ต่อปี กลายเป็นแรงผลักดันที่ให้บริษัทด้านพลังงานต้องเร่งปรับตัว ไม่เพียงในแง่เทคโนโลยีหรือโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่รวมถึงกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลที่ต้องยืดหยุ่น โปร่งใส และตอบรับกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากขึ้นทุกวัน องค์กรต้องพร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดรับความหลากหลาย และพร้อมขับเคลื่อนด้วยทักษะแห่งอนาคต

การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นชัดในเรื่องค่าตอบแทน ข้อมูลจาก WTW พบว่า ทุกปีงบประมาณด้านเงินเดือนไม่มีท่าทีจะลดลง มีแต่เพิ่มขึ้นหรือทรงตัวเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับความคาดหวังของคนทำงานในอุตสาหกรรมพลังงาน ที่ยังมองว่าเงินเดือนและโบนัสคือปัจจัยอันดับหนึ่งในการดึงดูดและรักษาพนักงาน ตามมาด้วยความมั่นคงในการทำงานและสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ

แต่ในขณะเดียวกัน ความยืดหยุ่นในการทำงานเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจอยู่หรือไปของพนักงานยุคใหม่

อีกเรื่องที่คุณไมเคิลหยิบยกขึ้นมา คือแนวคิดการเปลี่ยนโฟกัสขององค์กรจากการบริหารตามตำแหน่งงาน ไปสู่การบริหารตามทักษะ (Skills-based Organization) ซึ่งไม่ได้หมายความว่าตำแหน่งงานจะหายไป แต่หมายถึงการจัดวางงานโดยมีทักษะเป็นตัวนำ ใช้โครงสร้างทักษะช่วยวางแผนกำลังคน สรรหาบุคลากร จ่ายค่าตอบแทน และพัฒนาอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในบริบทของอุตสาหกรรมพลังงานที่ความต้องการทักษะใหม่ ๆ อย่าง AI, Data, Cybersecurity หรือ Infrastructure กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

องค์กรที่บริหารคนด้วยทักษะได้อย่างมีระบบจะได้ผลลัพธ์ชัดเจนในหลายด้าน ทั้งความสามารถในการดึงดูดและรักษาคนเก่ง ผลประกอบการที่เติบโตมากกว่าองค์กรทั่วไป ไปจนถึงระดับผลิตภาพของพนักงานที่สูงกว่าถึง 2 เท่า แต่การจะไปถึงจุดนั้นได้ ต้องเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์หลักขององค์กร เช่น การวางระบบค่าตอบแทนที่สะท้อนคุณค่าของทักษะ หรือการสร้างคลังทักษะที่สามารถเชื่อมโยงกับเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ

ความท้าทายอีกประการคือการบาลานซ์อุปสงค์และอุปทานของทักษะในองค์กร องค์กรที่ประสบความสำเร็จจะต้องสามารถวิเคราะห์ได้ว่าทักษะใดคือกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย และสามารถพัฒนาทักษะนั้นจากคนภายในองค์กรได้แทนการจ้างใหม่เสมอ รวมถึงสามารถจัดสรรบุคลากรไปยังจุดที่ต้องการได้อย่างยืดหยุ่น นี่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ต้องอาศัยทั้งข้อมูล เครื่องมือ และความเข้าใจในเป้าหมายองค์กรอย่างลึกซึ้ง

การบริหารคนในอุตสาหกรรมพลังงานปี 2025 & Beyond จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงงบประมาณหรือเครื่องมือเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับวิธีคิดของผู้นำองค์กรว่าจะกล้าเปลี่ยนจากระบบเดิม ๆ ไปสู่แนวทางใหม่ที่ยืดหยุ่น มีข้อมูลนำ และขับเคลื่อนด้วยทักษะมากน้อยแค่ไหน องค์กรที่พร้อมเรียนรู้จากข้อมูล พัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง และใช้เทคโนโลยีอย่างมีกลยุทธ์ จะเป็นผู้ที่สามารถแข่งขันและเติบโตได้ท่ามกลางโลกพลังงานที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าที่เคย

 

The Future of ESG: ESG Beyond Compliance

2025 Exclusive Conference – Power Perspectives: The Future of Energy

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ESG ไม่ได้เป็นเพียงคำสวยหรูในรายงานประจำปีขององค์กรอีกต่อไป แต่กลายเป็นแกนกลางของกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมพลังงานที่เผชิญกับแรงกดดันจากทุกทิศทาง ทั้งจากกฎหมายระหว่างประเทศ นักลงทุน ลูกค้า และกระแสสังคม

ศาสตราจารย์ Nophea Sasaki Core Faculty, ESG and Sustainability ESG Group จาก Sasin School of Management เชื่อมั่นว่า ESG ไม่ควรถูกมองว่าเป็นภาระขององค์กร แต่ควรมองเป็นโอกาสที่จะทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคง และเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

หนึ่งในประเด็นที่ถูกยกขึ้นมาคือเรื่อง ภาษี Carbon Tax และระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading Scheme – ETS) ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือเปลี่ยนเกมของภาคพลังงานไทย จากที่เคยทำเพียงเพื่อให้ผ่านกฎหมาย สู่การปรับตัวเชิงกลยุทธ์เพื่อแข่งขันในตลาดโลก องค์กรที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก่อน และเตรียมตัวล่วงหน้า จะสามารถวางแผนการปล่อยคาร์บอนได้อย่างแม่นยำ สร้างความโปร่งใส เข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ และได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุน

ESG ที่แท้จริงต้องฝังอยู่ในหัวใจของโมเดลธุรกิจ การทำให้สิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และธรรมาภิบาล กลายเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนกลยุทธ์หลัก จะทำให้องค์กรไม่เพียงแค่รอดพ้นจากความเสี่ยง แต่ยังสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน การมีความยืดหยุ่น (resilience) บวกกับการมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ จะช่วยให้องค์กรเติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลกยุคนี้

อีกประเด็นคือข้อมูลและความโปร่งใส องค์กรต้องวัดผลการปล่อยคาร์บอนของตัวเองให้แม่นยำ พร้อมเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาผ่านระบบดิจิทัลที่สามารถตรวจสอบได้ แนวคิดเรื่อง Digital Transparency จะกลายเป็นปัจจัยชี้วัดความน่าเชื่อถือขององค์กรในอนาคต ยิ่งโปร่งใสมากเท่าไร นักลงทุนและตลาดก็จะไว้วางใจมากขึ้นเท่านั้น

ในบริบทของประเทศไทยเอง ภาครัฐตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 30–40% ภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับ BAU (Business As Usual) และมุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี 2050 ก่อนจะไปให้ถึง Net Zero ในปี 2065 ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ภาคพลังงานต้องแบกรับ เพราะภาคพลังงานและขนส่งเป็นแหล่งปล่อยคาร์บอนถึง 70% ของประเทศ การจะไปถึงเป้าหมายได้จริง องค์กรต่าง ๆ จึงต้องเปลี่ยนจากเล่นเกมตามกติกา ไปสู่ผู้เล่นที่ออกแบบกติกาใหม่ ด้วยแนวคิดด้านความยั่งยืน

ESG ที่ไปไกลกว่า Compliance จะกลายเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างผลประกอบการ การบริหารความเสี่ยง และคุณค่าทางสังคมอย่างแนบแน่น องค์กรที่มอง ESG เป็นโอกาส มากกว่าข้อบังคับ และลงมือทำอย่างโปร่งใส มีเป้าหมายชัดเจน วัดผลได้จริง จะเป็นผู้นำในยุคที่พลังงานและสิ่งแวดล้อมคือโจทย์เดียวกัน

ความยั่งยืนจึงไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำเพราะมีคนสั่ง แต่เป็นสิ่งที่อยากทำ เพราะมันคืออนาคตของธุรกิจ และของโลกอย่างแท้จริง

 

The Future of Skills: Panel Discussion

2025 Exclusive Conference – Power Perspectives: The Future of Energy

การพูดคุยใน Session สุดท้ายของงานเจาะลึกถึงทักษะแห่งอนาคตที่จะกำหนดทิศทางของแรงงานในอุตสาหกรรมพลังงาน โดยเฉพาะแรงงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยมีทั้งนักวิชาการ ผู้บริหารองค์กร และผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองอย่างเข้มข้น

รศ. ดร. จอมภพ แววศักดิ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ อธิบายภาพกว้างของอุตสาหกรรมพลังงานว่า ตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม มนุษย์ใช้พลังงานฟอสซิลอย่างหนักหน่วงเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ผลข้างเคียงอย่างภาวะโลกร้อนและภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้นทำให้โลกต้องหันมาให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดและลดคาร์บอนสู่ระดับ Net Zero

แนวคิดเรื่องพลังงานทดแทนจากที่เคยเป็นไปไม่ได้ กลายเป็นสิ่งที่ใกล้ความจริงมากขึ้น ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ พลังงานลมและโซลาร์ที่เริ่มเสถียรขึ้น และการใช้ข้อมูลเพื่อบริหารพลังงานอย่างยืดหยุ่น

ด้าน ดร.สมชาย ทรงศิริ ผู้ช่วยผู้ว่าการปฏิบัติการระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เสริมว่าโลกของระบบไฟฟ้าก็เปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ แต่ลึกซึ้ง จากเดิมที่เป็นระบบดั้งเดิมแบบ Centralized กลายเป็นระบบที่เปิดกว้างและกระจายมากขึ้น เช่น การมีโซลาร์ฟาร์มระดับครัวเรือน และการใช้ข้อมูลเพื่อทำนายความต้องการใช้พลังงานในแต่ละช่วงเวลา เทคโนโลยีจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มความเสถียรให้กับระบบพลังงานยุคใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับคนที่ต้องมีทักษะใหม่ ๆ มารองรับ

ดร.อดิศักดิ์ จันทรประภาเลิศ Director of Work, & Rewards จาก WTW Thailand & Indochina ชี้ว่า ความต้องการทักษะในอุตสาหกรรมพลังงานกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว งานที่เคยสำคัญยังคงมีอยู่ เช่น วิศวกร ฝ่ายผลิต โลจิสติกส์ เซลส์ และมาร์เก็ตติ้ง แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือระดับทักษะที่ลึกขึ้นและหลากหลายขึ้น ทั้งในด้าน Project Management, Data Analytics, Cybersecurity, ไปจนถึงความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI แบบไร้รอยต่อ

เขาย้ำว่าตำแหน่งงานยังอยู่ แต่สิ่งที่ขับเคลื่อนมันคือทักษะ และองค์กรที่ปรับตัวได้เร็วด้วยระบบ Skill-based จะได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น

ส่วนคุณ ปณัฐฐา แสงสุริยงค์ Vice President, Corporate Human Resources Management จาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เสริมมุมมองของภาคธุรกิจว่า การพัฒนาคนต้องลึกไปกว่าทักษะเทคนิค ต้องครอบคลุมถึงการคิดเชิงระบบ (Logical Thinking) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และมีทักษะการคิดเรื่องความยั่งยืน (Sustainability Thinking) ที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีจริยธรรมและสร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาว อีกทั้งยังเน้นย้ำถึงทักษะที่มองไม่เห็น เช่น การจัดการอารมณ์ ความเครียด การเข้าใจตัวเอง และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งจะช่วยให้คนรุ่นใหม่พร้อมปรับตัวในโลกที่เปลี่ยนแปลงทุกวัน

ภาคการศึกษามีบทบาทสำคัญในการสร้างทักษะแห่งอนาคต อาจารย์จอมภพกล่าวถึงความพยายามของมหาวิทยาลัยในการปรับหลักสูตรให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน โดยเน้นให้ผู้เรียนเป็นมากกว่าวิศวกร คือเป็น Energy Innovator ที่บูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ ได้ ทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านการทำโครงการ (Project-based Learning) และการร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่สมบูรณ์

ท้ายที่สุด การพัฒนาทักษะจะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อกลยุทธ์เรื่องคนสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กรทั้งหมด คุณปณัฐฐาเล่าถึงแนวทางของ PTT ที่ใช้หลัก Agility และ Performance Uplift เป็นแกนกลางในการเร่งการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI เสริมการทำงานของฟังก์ชันสนับสนุน การสร้างหลักสูตรที่ตอบโจทย์พนักงาน และการควบคุมต้นทุนด้านการพัฒนาอย่างเหมาะสม ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหาก HR ไม่เข้าใจธุรกิจและทักษะไปพร้อมกัน

พลังงานแห่งอนาคตไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือเรื่องของคนที่มีทักษะในการขับเคลื่อนพลังงานอย่างยั่งยืน องค์กรที่เข้าใจทิศทางเหล่านี้ได้เร็ว ย่อมมีโอกาสเป็นผู้นำในโลกที่พร้อมเปลี่ยนแปลงเสมอ และ HR จะเป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบเส้นทางนั้น

CTA in Content Website 1600 x 500

ผู้เขียน

Picture of Paranaphat Anui

Paranaphat Anui

Take Off Toward a Dream

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้